superบันเทิง

น้อยใจเมีย!!! ป๋อ ณัฐวุฒิ งอน เอ๋ พรทิพย์ โพสต์ตื่นเต้นพระเอกซีรีส์ดังไม่เกรงใจผัว
พัคโบกอม /  เอ๋ พรทิพย์ / 

  สนามบินแทบแตก!!! หลังจากที่พระเอกหนุ่มซีรีส์ชื่อดังของเกาหลีอย่าง พัคโบกอม (Park Bo gum) นักแสดงนำจากเรื่อง Moonlight Drawn By Clouds ได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อมีตติ้งกับแฟนคลับ ในวันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ และเมื่อคืนวาน (8 ก.พ. 60) เจ้าตัวก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.....ซึ่งคนในวงการบันเทิงอย่างคนแม่ลูกสอง เอ๋ พรทิพย์ ก็ตื่นเต้นกับเขาไม่แพ้กัน เมื่อคุณเธอรู้ว่าพ่อหนุ่มพัคโบกอมเดินทางมาถึงประเทศไทยก็รีบโพสต์ไอจีต้อนรับอปป้าทันทีว่า "welcome โอปป้านะจ๊ะ คือคือ แบบว่าก็ไม่ได้อะไร เฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้น แต่แบบๆ โอ๊ยยยอกอีแป้นจะแตก แม่จิเป็นลม กิ๊สสสสสสสโบกอมที่ร้ากก 55555 #งดฝากร้านนะแจ๊ะ #งดฝากร้านนะคะ"     หลังจากนั้นสามีตัวจริงอย่างหนุ่ม ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ได้เห็นข้อความก็ไม่รอช้าตามมาคอมเม้นต์ทำนองน้อยอกน้อยใจภรรยาสาวว่า "ตรูไปทำงานมาทั้งวัน เหนื่อย ร้อน กลับบ้านมา มีบ้างมั้ย เวลค่ง เวลคัม....แหมๆๆ โอปป้งโอปป้า....มาโอบลุง ดีกว่ามั้ยเฮ้ย" เอ้า!! ขอให้หายงอนกันเร็วๆ นะค้าาา คริคริ ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @Aey_pornthip , Poh_natthawut   ต่อมาด้านคุณสามีอย่างป๋อก็มาโพสต์แซวพระเอกหนุ่มพัคโบกอมในไอจีของตนว่า "5555 ถามเอ๋ว่า ดาราคนนี้ชื่อแปลกเนอะ โบก อม 5555 #น่ารักดีๆ #อย่าด่าป๋อนะ......อร๊ายยยยยย #แซวเล่นๆนะ......ป๋อ อม กลัวแย๊ว"

แซ่บ!! ดีเจเอกกี้ ตอกกลับคนแจกสตรอว์เบอร์รี่ ให้กินปลาเพิ่ม เมินออแกไนซ์ไม่จ้างไม่เป็นไร ไม่ร้อนเงิน!
รายการบันเทิงพลาซ่า /  ดีเจเอกกี้ / 

  ยังคงเป็นดราม่าร้อนแรงไม่หยุดสำหรับพระนางอดีตคู่จิ้น เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา กับ ฌอห์ณ จินดาโชติ หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ร่วมงานกัน แถมด้านออแกไนซ์ได้เข้ามาแฉว่า ฌอห์ณ เป็นฝ่ายไม่อยากร่วมงานกับ เอสเธอร์ และยังมางานสายอีกต่างหาก ร้อนถึง ดีเจเอกกี้ เอกชัย ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรในงานดังกล่าวถึงกับทนไม่ไหวได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมกับปกป้อง ฌอห์ณ แต่เรื่องไม่จบลงง่ายๆ เพราะฝ่ายออแกไนซ์ได้ออกมาแจงอีกรอบว่าการที่ ฌอห์ณ มาพร้อมกับพิธีกรก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้มาสาย ด้าน ดีเจเอกกี้ ก็เลยตอกกลับไปชุดใหญ่ผ่านรายการบันเทิงพลาซ่า ในเชิงว่าถ้าผิดจริงก็อย่าแถ แต่ถ้าแถก็ถือว่าสตรอว์เบอร์รี่!!   ล่าสุด ดีเจเอกกี้ ได้มาร่วมงาน The Cleo 50 Most Eligible Bachelors นิตยสารคลีโอ ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ได้ชี้แจงถึงประเด็นดราม่า เอสเธอร์-ฌอห์ณ อย่างหมดเปลือก พร้อมกับตอกกลับอย่างแซ่บถึงใจไม่จ้างก็ไม่เป็นไร ตนไม่ได้ร้อนเงิน   "ก็อย่างที่บอกแหละว่าด้วยความที่เราตั้งใจ คือเราเห็นข่าวและเห็นข้อความต่างๆ ที่มันไม่เป็นความจริง เราก็อยากออกมาบอกว่าความจริงมันเกิดอะไรขึ้น ในส่วนที่พี่เอกกี้รู้เท่านั้นแต่ส่วนที่เราไม่ทราบ เราก็จะไม่พูด"   "คือก่อนหน้านี้เราทำงานอยู่ที่พัทยาในวันอาทิตย์ ทางผู้จัดการของฌอห์ณ ที่ชื่อ 'แจง' ก็โทรมาบอกว่าพี่เอกกี้แย่แล้ว ทางออแกไนซ์เขาโพสต์ข้อความพูดถึงฌอห์ณ เราก็บอกว่าแป๊บนึงเราทำงานอยู่ ซึ่งพอเสร็จงานเราก็เข้าไปอ่านข้อความที่เขาโพสต์ เราก็เห็นหลายข้อความโดยเฉพาะข้อความที่บอกว่าฌอห์ณมาสาย ไม่มีระเบียบวินัย คือเหมือนฌอห์ณโชคดีทำบุญมาเยอะที่มาเจอกับพี่พอดี เลยเข้าไปรับบรีฟงานด้วยกัน ตอนบ่ายโมงนิดๆ ซึ่งเราจะขึ้นเวทีตอนบ่าย2 แต่ฌอห์ณกับพี่มาบ่ายโมงนิดๆ คือไม่สาย นักข่าวก็อยู่วันนั้นเพราะถ้าสายงานก็ต้องเลื่อน เวลาออนสเตจมันบ่าย3โมง แต่คือมันมีตรงนี้ว่า ถ้าคุณจะนัดเซเลปมาก่อนพิธีกรหมายความว่าฌอห์ณต้องมีโชว์บนเวที แบบต้องมาเดินแบบ แต่วันนั้นฌอห์ณมีแค่สัมภาษณ์กับพี่เอกกี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นมาก่อน 1 ชม. ก็ได้ไม่สาย"   "คุณจะนัดเขา 11โมง มาเปิดเวทีหรือคะ(หัวเราะ)"   "ไม่มีครับ ในสคริปก็ไม่มีชื่อของน้องเอสเธอร์ คือเราไม่ได้อยู่ทีมใครนะ เราก็รักเอสเธอร์รักทุกคน แต่ที่เราออกมาคือเราออกมาพูดความจริง เพราะเราเจอฌอห์ณพอดี"   "เราเล่าในรายการบันเทิงพลาซ่า ของเราไปว่าในวันนั้นพอเราบรีฟสคริปกับทีมงานเสร็จเรียบร้อย ทางเจ้าของออแกไนซ์วันนั้น เขาก็เดินเข้ามา แล้วก็มาบรีฟกับผู้จัดการ 'แจง' และฌอห์ณ ซึ่งเราก็นั่งอยู่ตรงนั้น เขามาพูดบอกว่าเดี๋ยวโชว์ต้องขึ้นฟินาเล่เดินแบบบนเวที แล้วเดี๋ยวจะมี จ๊ะจ๋า พริมรตา ถือเค้กขึ้นเวทีมาให้ฌอห์ณเป่า ซึ่งซีเคว้นตรงนี้พอฌอห์ณกับผู้จัดการได้ยินก็มองหน้ากับ แจงก็เลยบอกกับทางออแกไนซ์ว่า ซีเคว้นตรงนี้ไม่มีตอนที่ดิวงานมาเพราะที่ดิวงานมาคือสัมภาษณ์บนเวทีและถ่ายรูปกับผู้บริหาร รวมถึงสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แค่สามอย่าง แต่มีซีเคว้นนั้นมาเพิ่มก่อนงานเริ่มเพียง 15นาที ทางเซเลปเขาก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธถูกไหม ทางผู้จัดการแจงเลยบอกว่าขอโทษจริงๆ ทางน้องไม่พร้อม ขอทำแค่ในส่วนที่ดิวมา เท่านั้นแหละเขาก็ทำหน้านิ่งๆ และเดินออกไป หลังจากนั้นก็มีโปรดิวซ์เซอร์มาคุยแต่มันก็ไม่สามารถจริงๆ"   "เท่าที่พี่อยู่ตรงนั้น ผู้จัดการของฌอห์ณไม่มีคำไม่สุภาพเลย คือสุภาพมากๆ ยิ่งกว่าสุภาพ"   "พอมีเรื่องก็ไม่ได้คุยกับเอสเธอร์นะครับ เขาก็ไม่ได้โทรมา ส่วนกับฌอห์ณเราได้คุยวันที่ผู้จัดการเขาโทรมา เขาก็เครียดนะ เรารู้ว่าเขาเครียดแต่เขาไม่ได้บอกเราหรอกว่าเครียด คือมันมีข้อความนึงที่ทางนั้นเขาเขียน ว่าหลังจากที่ฌอห์ณให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเรื่องเอสเธอร์ว่าพอสัมภาษณ์เสร็จฌอห์ณหงุดหงิด และพอออกมาเจอผู้จัดการแจงก็พูดว่า ดีนะที่เราเตี้ยมกันมาก่อน แล้วก็ทำท่าชนะ คือเอกกี้รู้สึกว่าไม่มีใครเขาทำแบบนั้นหรอกค่ะ มันเป็นสเต็ปเกินไป เรายืนยันว่าถ้าเรื่องมาสายไม่มีแน่นอน คือคนเราถ้าจะทำจริงๆ มันก็ต้องไปทำที่ลับตาคนก่อน ซึ่งถ้าทางคนนั้นเขาเห็น พวกนักข่าวก็ต้องเห็น แล้วชื่อเอสเธอร์คือในหมายเหมือนจะมีการขีดฆ่า คือถ้ามีเวลาขีดฆ่าชื่อเอสเธอร์ทำไมไม่มีเวลาพิมพ์ใหม่"   "มันไม่ใช่เรื่องของเราไง เลยไม่โกรธเราแค่ออกมาพูดความจริง เพราะเรารู้สึกว่าฌอห์ณเป็นคนดี เป็นคนที่เรารู้จัก เราเป็นพยานคนเดียว ถ้าเราไม่ออกมาน้องจะเละแค่ไหน"   "กระแสแฟนคลับโจมตีไม่มีเลย ที่มีคอมเมนต์ 600 ข้อความในอินสตาแกรม มีสตรอว์เบอร์รี่มาแค่คนเดียว เราเลยเข้าไปคุยกับเขามานิดนึง ว่าน้องใช้สติหน่อยนะหรือน้องอาจจะต้องทานปลาเพิ่ม คืออย่างที่บอกเรื่องนี้เราไม่ได้มีส่วนได้หรือส่วนเสีย แต่เราเป็นพยานคนเดียวที่เจอฌอห์ณในช่วงเวลาบ่ายนิดๆ ที่ออกมาคอนเฟิร์มคือเรื่องว่าฌอห์ณไม่ได้มาสาย และที่บอกว่าฌอห์ณไม่มีระเบียบวินัยมันไม่ใช่"   "ฌอห์ณซีเรียสเรื่องงานมากกว่าพี่อีก(หัวเราะ)"   "กับบริษัทออแกไนซ์ก็ยังร่วมงานได้ จ่ายเงินก่อนก็แล้วกัน คือมันแล้วแต่ลูกค้าถ้าเขาอยากได้เราจริงๆ แล้วดิวกับออแกไนซ์นี้ ถ้าเขาโอเคเราก็โอเค วงการนี้พี่สุกี้(ชื่อในละคร)ทำได้ทุกอย่างค่ะ(หัวเราะ) เงินมาการแสดงไปค่ะ ไม่มีเรื่องกับใครทั้งนั้น ขอแค่พูดความจริงค่ะ ไม่ได้ร้อนเงิน จ้างก็จ้าง ไม่จ้างก็ไม่เป็นไร เพราะปีนึงเขาจ้างงานเราแค่งานเดียว ไม่เป็นไรออแกไนซ์มีเป็นพัน"   "เราก็ยืนยันในส่วนที่เป็นความจริง ก็คงไม่ได้มีอะไรผิดใจกัน ถึงวันนึงก็คงเจอน้องเพราะงานต่างๆ ก็มีมากมาย ส่วนกับเคนยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย มีเรื่องอะไรกันเหรอ(หัวเราะ) เราคิดว่าคนอื่นจะเข้าใจที่เราออกมา เพราะเราทำในส่วนของพาร์ทเรา เราไม่ได้อยู่ทีมไหน และเราก็ไม่รู้เรื่องของฌอห์ณกับเอสเธอร์ เรารู้ข่าวในเรื่องการนัดหมายหรือติดต่องาน ตามข้อความที่ผู้จัดการแจงได้ออกมาโพสต์เท่านั้น" ดีเจเอกกี้ ดีเจเอกกี้ ดีเจเอกกี้ ดีเจเอกกี้

ส่องชีวิตซุปตาร์เบ้าหน้าอินเตอร์!! ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
ชมพู่ อารยา

               ฮอตและปังไม่แพ้ซุป’ตาร์ตัวแม่คนไหนๆ เลย สำหรับนางเอกหน้าฝรั่งอย่าง ชมพู่ อารยา เรียกว่าโลดแล่นในวงการบันเทิงมานานนม สะสมสกิลความฮอตมาเรื่อยๆ จนในเวลานี้สวยปังดังเวอร์สมกับระยะเวลาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะสละโสดและกำลังจะกลายเป็นคุณแม่ในอีกไม่ช้า แต่ความฮอตและความเซ็กซี่นั้นไม่สร่างซาเลยจริงๆซุป’ตาร์หน้าอินเตอร์               เป็นนางเอกชาวไทยที่หน้าตาอินเตอร์สุดๆ สำหรับ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต หรือ อารยา อัลเบอร์ตา ฮาร์เก็ต ที่หลายคนรู้จักกันดี เห็นสวยหน้าอินเตอร์แบบนี้นั้นก็เพราะสาวเจ้าเป็นลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ นั่นเอง ชมพู่เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2524 ที่ประเทศไทย เรียนและเติบโตที่ประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนี้จะพูดไทยได้อย่างชัดเจนมิสมอเตอร์โชว์                หน้าสวยหุ่นดี ด้วยเหตุนี้ความเป็นซุป’ตาร์เลยเป็นสิ่งที่ ชมพู่ อารยา คู่ควร เริ่มต้นชีวิตในแวดวงบันเทิงด้วยวัยเพียง 17 ปีกับการประกวด มิสมอเตอร์โชว์ ปี 2541 จากนั้นความเป็นนักแสดงก็พุ่งเข้าใส่เธอเต็มๆ ละครเรื่อง เพลงพราย ปี 2542 เป็นละครเรื่องแรกที่ชมพู่ได้ชิมลางบทบาทนางเอก แต่รู้หรือไม่ว่า ตัวประกอบ คือบทบาทแรกที่ชมพู่ได้ลิ้มลองก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนางเอกด้วยซ้ำ โดยเธอโชว์คาแรกเตอร์นางแบบเพียงไม่กี่นาทีไว้ในละครเรื่อง มารยาริษยา ทางช่อง 5 เมื่อปี 2541 ปีแรกของการเริ่มต้นเข้าวงการนั่นเองหมอชิต...บ้านหลังแรก               ละครเรื่องแรกกับบทบาทนางเอกคือ เพลงพราย ที่ออกอากาศทางช่อง 7 สี คนที่ให้โอกาส ชมพู่ อารยา ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในวงการมายาก็คือ รัมภา ภิรมย์ภักดี ผู้เขียนบทประจำบริษัทดาราวิดีโอแห่งช่อง 7 สี จึงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า วิกหมอชิต หรือ ช่อง 7 สี คือบ้านหลังแรกของนางเอกหน้าอินเตอร์ที่ชื่อชมพู่คนนี้อารยาย้ายรัง               บ้านหลังแรกก็คือบ้านหลังแรก ชีวิตคนเรามีบ้านได้หลายหลัง เหมือนกับนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ที่แม้จะแจ้งเกิดและเป็นนางเอกแถวหน้าของวิก 7 สีมาตั้งแต่ปี 2542 แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรใหม่ๆ ก็ย่อมผ่านมา ปี 2551 ชมพู่โบกมือลาวิกหมอชิตพร้อมเซ็นสัญญากับช่องคู่แข่งอย่าง วิกพระราม 4 หรือ ช่อง 3 โดยทิ้งผลงานเรื่องสุดท้ายอย่าง ดาวเปื้อนดิน ไว้ให้คอละครช่อง 7 ได้ชื่นชมกันเรยาพาปัง               มีหลายเสียงหลายกระแสแอนตี้และไม่ปลื้มกับการตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สีของ ชมพู่ อารยา หมอดูบางรายก็ทำนายทายทักว่าหากชมพู่ย้ายช่องกระแสจะดับ ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เห็นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความปังไม่เข้าใครออกใคร แม้ผลงานเรื่องแรกกับช่อง 3 อย่าง เพลิงพราย จะไม่เปรี้ยงอย่างที่หลายๆ คนลุ้นและจับตามอง แต่บทแซบๆ อย่าง เรยา ในละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ก็เหมือนจะเป็นบทที่สวรรค์ส่งมาให้เธอคนนี้ได้ฮอตปรอทแตก กลายเป็นซุป’ตาร์ตัวแม่อย่างที่เราเห็นกัน เรียกว่ากระแสความแรง ความแซบ ความฮอต ทุกอย่างถาโถมใส่ชมพู่แบบเต็มๆ ชนิดถูกที่และถูกเวลาเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่               ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นใจให้ ชมพู่ อารยา กลายซุป’ตาร์ที่ฮอตปังดังเวอร์ตั้งแต่ย้ายช่อง เรื่องผลงานละครยกนิ้วให้ไปเลย เรื่องความเซ็กซี่ก็เช่นกัน เบียดบี้เพื่อนร่วมวงการที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ อย่าง อั้ม พัชราภา ได้แบบสูสี ฟาดรางวัลเวทีเซ็กซี่มาก็มากมาย จุดนี้คงต้องยอมใจยกให้ชมพู่เป็นตัวแม่อีกหนึ่งคนของเซ็กซี่สตาร์เมืองไทยไปเลยเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า               หลายๆ คนยกให้ ชมพู่ อารยา เป็นดาราสาวที่จัดว่าเป็นผู้นำเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเจ้าหล่อนมักจะล้ำนำเทรนด์ก่อนใครๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม แอคเซสเซอรี่ ที่เมื่อชมพู่หยิบมาเสริมจับมาเติมเมื่อไหร่ เหล่าแฟนคลับและหลายๆ คนก็มักจะตามเทรนด์กันถ้วนหน้าพรมแดงเมืองคานส์               เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของดาราสาวที่ชื่อ ชมพู่ อารยา และเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงการบันเทิงไทยไม่น้อย สำหรับการร่วมเดินพรมแดงใน เทศกาลหนังเมืองคานส์ ของเธอคนนี้ เรียกว่าเป็นซุป’ตาร์คนไทยส่วนน้อยที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส ซึ่งชมพู่นั้นเหยียบพรมแดงงานนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปี แล้วเกาเหลาฉาวโฉ่               ประเด็นเกาเหลาเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนบันเทิงและไม่เว้นนางเอกที่ชื่อ ชมพู่ อารยา ด้วย แม้จะไม่ใช่นางเอกสายเหวี่ยงสายวีนดูคลีนไปซะทุกด้าน แต่ประเด็นเกาเหลาก็ยังมีมาประดับชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง ชัดเจนหน่อยคงเป็นเมื่อหลายปีก่อนกับนักแสดงสาว ออย ศรุตา ที่โต้กันผ่านสื่อไปมาอย่างแซบถึงใจพร้อมประโยคเด็ดที่ว่า 'ต้นทุนสูงกว่า' กับรุ่นน้องที่ฮอตมากมายอย่าง ใหม่ ดาวิกา ก็ด้วย แล้วไหนจะ อั้ม พัชราภา ที่หลายคนมองว่ารัศมีความปังเบียดบี้กันจนเหมือนไม่อยากร่วมงานและป๊ะหน้ากันไม่ว่าจะกรณีใดๆ อีกต่างหากวิวาห์ 108 ล้าน                แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ เรื่องความสามารถด้านการแสดงอาจจะเป็นพรสวรรค์ควบคู่ไปกับดวงที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ในเรื่องของเนื้อคู่ต้องพึ่งบุพเพสันนิวาสอย่างจริงจัง และ ชมพู่ อารยา ก็เป็นผู้หญิงที่วาสนาดีมากคนหนึ่ง พบเจอความรักที่สวยงาม สละโสดไปกับ ไฮโซน็อต วิศรุต ให้ผู้หญิงค่อนประเทศได้อิจฉาด้วยสินสอดที่แพงลิ่ว จนใครๆ ต่างก็เรียกขานงานแต่งของเธอกับเขาว่า วิวาห์ 108 ล้านว่าที่คุณแม่                แต่งงานออกเรือนไปแล้วแต่ยังคงมีผลงานให้ได้เห็นกันอยู่ทั้งงานแสดงและงานพิธีกร แต่พอถึงจุดที่ชีวิตคู่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบด้วยการเพิ่มเติมทายาท ชมพู่ อารยา ก็ขอเบรกงานเพื่อทำหน้าที่สำคัญบ้าง ซึ่งชมพู่เคยตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เป็นแม่คนอยู่ช่วงหนึ่ง แต่แล้วก็พบกับความผิดหวังเมื่อเจ้าตัวแท้งลูกคนแรกไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะเสียหลักไปบ้างแต่ ณ วันนี้ชมพู่และสามีอย่างน็อตยิ้มได้เต็มที่ และคงยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อกำลังจะได้เป็นพ่อคนแม่คนเต็มตัว เพราะเธอคนนี้ตั้งครรภ์อีกครั้งสมความตั้งใจแล้วนั่นเองขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG @chomismaterialgirl, ลูกกวาดมอมแมม, polyplus, ch7.com, broadcastthai.com ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา เวทีมิสมอเตอร์โชว์ (คนที่ 3 จากซ้าย)   ชมพู่ อารยา บทบาทตัวประกอบ   ชมพู่ อารยา ในละครเรื่องแรก เพลงพราย   ชมพู่ อารยา ในละคร ดาวเปื้อนดิน   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา - น็อต วิศรุต   ชมพู่ อารยา

ความคืบหน้าเป็นศูนย์ แอน ยังไร้ฤกษ์แต่ง เอ ปีนี้ไม่พร้อม-ปีหน้าไม่ชัวร์!!
แอน ทองประสม /  เอ ทินพันธ์ / 

หลังควงกันออกมาประกาศข่าวดีในงานเปิดตัวแอนเพลสเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วว่า มีแพลนเข้าประตูวิวาห์ปลายปี 2560 ก็ทำเอาแฟนๆ หลายคนร่วมแสดงความยินดีกันยกใหญ่รอคอยชมงานแต่งสุดอลังของเจ้าหญิงวงการบันเทิง แอน ทองประสม กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมานานถึง 15 ปีอย่าง เอ ทินพันธ์ ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวแอน มาร่วมงาน "สยามพารากอน ลักส์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2017" จึงได้สอบถามถึงงานแต่งงาน ซึ่ง สาวแอน เผยว่าความคืบหน้าตอนนี้ยังเป็น 0% ยังไม่ได้เริ่มหาฤกษ์หรือเตรียมการใดๆ และปีนี้ยังไม่พร้อมแน่นอน เพราะทั้งคู่มีภาระงานที่ต้องจัดการอีกเยอะ ซึ่งแพลนไว้ว่าจะเป็นปี 2561 แต่ก็ยังไม่ระบุว่าเป็นช่วงเวลาไหน และไม่ซีเรียสหากงานแต่งต้องเลื่อนออกไปอีก "อัปเดตเรื่องแต่งงานยังเลยค่ะ โดนหลอกแล้ววันนั้น (หัวเราะ) ยังค่ะยัง หมายถึงปีนี้จะเป็นปีที่ยุ่งมาก ทีวีดิจิตอลเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ เราต้องปรับตัวตลอดเวลาก็เลยอาจจะยังไม่มีเวลาโฟกัสเรื่องส่วนตัว อาจจะขอพ้นปีนี้ไปอีกนิดนึง ที่พี่เอบอกไว้ก็ไม่ใช่ปีนี้อยู่แล้ว อาจจะเป็นปีหน้า ซึ่งต้นปี กลางปี หรือปลายปีก็ยังไม่รู้ ถ้าไม่มีอะไรพัวพันไปถึงปีหน้าค่อยว่ากัน ยังไม่ได้สรุปแบบปักธง แค่ประมาณว่าเป็นช่วงนั้น พี่เอเองเค้ายุ่งกว่าแอนอีกค่ะ ไม่ได้เจอกันเลย สวนกันตลอด ก็เข้าใจว่าปีนี้เรายังไม่ควรทำอะไรโฉงฉาง แอนว่ารอให้ผ่านปีนี้ไปก่อนค่ะ ปีนี้ยังค่ะ ก็อยากให้เป็นปีหน้า แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรติดหรือเปล่า คือแอนเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดไว้ก่อน พอพูดแล้วมันจะไม่ได้ รอแบบไม่คิดอะไรเลย อยู่ๆ มันก็พร้อมขึ้นมาอย่างนั้นก็ได้" "ถ้าเลื่อนไปอีกก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็เรื่อยๆ สบายๆ ไม่ได้เร่งอะไรค่ะ คบกันปีนี้ปีที่ 15 แล้วค่ะ จริงๆ การแต่งงานมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญแหละ เราแก่ไปก็ต้องมีเพื่อน มีคู่ของเรา ช่วยกันพยุง ช่วยกันดูแล ไม่ใช่ว่าเราต้องการความรักอย่างเดียว แต่เราต้องการเพื่อนไปด้วยกันมันก็ควรต้องมีแหละ เราอยู่คนเดียวก็คงจะเหงาค่ะ ส่วนตัวแอนพร้อมไม่มีปัญหา มันแค่ยุ่งเรื่องงานอย่างเดียว ถามว่าเรื่องวัยวุฒิความต้องการเราพร้อมอยู่แล้ว ไม่ได้อุบฤกษ์ถือเคล็ดอะไรเลยค่ะ ถ้ามีก็บอก แต่ว่ามันยังไม่มี อย่างที่บอกว่าปีนี้ตัดไปเลย ปีนี้ยังไม่ควร ปีหน้าก็ยังไม่ฟันธงว่าช่วงเวลาไหน ยังไม่ได้ดูฤกษ์ ดูสถานที่ ยังไม่ได้คิดธีมคิดอะไรเลย ไม่มีความคืบหน้าเลย เป็นศูนย์เลยค่ะ" "ที่เคยบอกว่าอยากฝากไข่ก็ยังคิดๆ อยู่ แต่ช่วงนี้พอออกกำลังกายแล้วกลัวอ้วน กลัวฉีดฮอร์โมนแล้วตัวบวม ก็ยังหวงรูปร่าง ห่วงสวย ยังไม่ได้ไปปรึกษาคุณหมอเลยค่ะ ก็ดูแลร่างกายปกติไปก่อนค่ะ เรื่องการมีน้องไม่ซีเรียสเลยค่ะ สบายๆ แอนเป็นคนเชื่อว่า อะไรมันจะเป็นของเรา มันก็เป็นของเรา เรามีมันก็ดี ถ้าไม่มีชีวิตมันก็เป็นอีกแบบนึง ยังไงก็ได้ แพลนฝากไข่ตอนนี้ยัง แค่ศึกษาเบาๆ ไม่ได้หนักหน่วงอะไร บางทีแอนนั่งเฉยๆ ข้อมูลฝากไข่ก็ผ่านหูเพราะเพื่อนรอบตัวเราทำกันหมดเลย บางคนเก็บไว้ก่อนแล้วถ้าพร้อมค่อยว่ากัน มันเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ไปแล้วที่ต้องใช้วิธีนี้ เราก็ได้ความรู้ไปด้วย แต่แอนยังค่ะ เพราะยังยุ่งอยู่ แอนว่ามันต้องเตรียมพร้อม ต้องกินฮอร์โมน ต้องหลายอย่าง เราต้องเบากว่านี้ ตอนนี้แอนออกกองลิขิตรักเหมือนออกไปรบทุกวัน มันไม่มีเวลามานั่งประคบประหงมตัวเองหรอก" "อย่างที่บอกว่าปีที่แล้วแอนทำงานอย่างบ้าคลั่งแล้วแอนป่วยหนัก แอนก็ไปเที่ยวที่เวียนนา เสียเงินมานอนอยู่ในห้องกินยาเพื่อให้ตัวเองหายไข้ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ พอกลับกรุงเทพก็มารักษาไข้หวัดใหญ่ จากนั้นแอนเริ่มออกกำลังกายแล้วชีวิตดีขึ้นเลยก็เลยทำมาตลอด เป็นไข้หวัดใหญ่มันแรง มันทรมาน มันเหนื่อยมาก เราก็เลยรู้สึกว่าเวลาเราไม่แข็งแรงเวลาไปไหนก็ไปรับเชื้ออะไรมาก็ไม่รู้ก็เลยปรับใหม่ การออกกำลังกายช่วยได้มาก" แอน กล่าว แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม เอ-แอน แอน-เอ

แฮปปี้มว้ากกก ปู ไปรยา ฝาก โน้ต ยินดี ชมพู่ท้อง ลุ้นแฟนฝรั่งเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์!!
ปู ไปรยา /  ข่าว ปู ไปรยา / 

  เรียกได้ว่าลักกี้อินเลิฟและลักกี้อินเกมเลยทีเดียว ล่าสุดที่ สาวปู ไปรยา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยที่ซีเรีย ให้ความช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่ง สาวปู ได้เดินสายช่วยเหลือสังคมมานานกว่า 3 ปีแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่ายังจะทำต่อไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความรักกับ หนุ่มแมทธิว บราก นั้นก็ยังอยู่ในขั้นศึกษาดูใจกัน จะมีเซอร์ไพรส์ในวันวาเลนไทน์หรือไม่นั้นก็ขอให้รอดูในไอจี ส่วนเรื่องข่าวดีของนักแสดงสาวรุ่นพี่ ชมพู่ อารยา ได้ส่งข้อความและฝากคนรักเก่า หนุ่มโน้ต ไปแสดงความยินดีแล้ว ไปทำหน้าที่ที่ซีเรียมาเป็นยังไงบ้าง   "เป็นครั้งแรกที่ได้ไปลงพื้นที่ในค่ายต่างประเทศก็เป็นค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียที่จอร์แดน เพิ่งไปมา แล้วปูก็ติดต่อ UNHCR มา 3 ปีแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าวิกฤตของซีเรีย เพราะมันหนีไม่ได้ ก็พอได้ไปก็รู้สึกเข้าใจถึงเวลาคนเราสูญเสียครอบครัวหรือสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่มีมีทางเลือก เราทำอย่างเดียวได้ก็คือ หาวิธีรวมทีนแล้วก็เยียวยา พูดคุยกับเขาแล้วเอาเรื่องมาเล่า ปูรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตมาก ก็เคยพูดหลายรอบแล้วว่าจะอุทิศตน แต่ครั้งนี้รักผู้ลี้ภัยซีเรียมาก รักความเข้มแข็งของเขาในเชิงว่า มนุษย์ถึงเราจะใสูญเสียทุกอย่าง แต่เราก็ยังมีใจที่เข้มแข็งแต่อ่อนโยน แล้วก็พร้อมที่จะแบ่งปัน" ชีวิตเปลี่ยนยังบ้าง   "จะบอกว่าคนเราเกิดมาโอกาสไม่เหมือนกัน ปูถือว่าเป็นคนที่เกิดมาแล้วโอกาสดีมาก โอกาสวิ่งเข้าหาปูตลอดเวลา แล้วบางคนเกิดมาเขาไม่มีโอกาสหรือโอกาสที่เขาได้มาถูกดึงจากเขาไป โลกนี้ไม่ได้มีความยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ในฐานะคนที่ได้รับความยุติธรรมมากกว่า เขาก็ควรจะคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ไม่ได้มี พอยิ่งอยู่แบบนี้ เกิดมาชื่อเสียงเงินทองสุดท้ายแล้วเราเอาไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเอาไปได้คือการที่เราช่วยเหลือคนที่ในสังคม" การใช้ชีวิตลำบากพอสมควร ไปอยู่ที่โน้นเป็นยังไงบ้าง   "ไม่กล้าบอกว่าตัวเองลำบาก เพราะเห็นเขาลำบาก ยอมรับว่าลำบาก เพราะไปมาหลายค่ายเหมือนกัน ปูลงพื้นที่ไปยโสธร ศรีสะเกษมา 3 ปีแล้ว แม่ฮ่องสอน สังขละบุรี แต่ว่าทะเลทรายเป็นอย่างอื่น ทั้งอุณหภูมิ ทุรกันดาร ยอมรับว่าตอนถ่ายอยู่ยังมีแอบว่าไม่ไหว แล้วเขาเดินกันเป็นกิโลกว่าจะมาถึงที่จอร์แดน ปูมีแต่ความเคารพและทึ่งในความมหัศจรรย์ในความเข้มแข็งของเขา อย่างที่บอกว่าคนที่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยมา 10 ปี แล้วครึ่งหนึ่งคือเด็ก คนเกือบ 30 กว่าล้านคนทั่วโลกที่เป็นเด็กที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ เราก็ต้องช่วยหันระดมทุนเพื่อที่จะให้ที่พักพิงที่ปลอดภัย ให้ได้รับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เต็นท์ น้ำ เขาก็เป็นมนุษย์ เขาต้องใช้ ก็อยากจะให้ช่วยกันนะคะ" แพลนต่อไปจะไปไหนต่อ   "มีค่ะ เดี๋ยวจะไปไทยก่อนค่ะ จริงๆ ก็ไปทุกปีอยู่แล้ว ลงพื้นที่ 3 ปีที่ผ่านมาก็สลับกัน มี operation sound ซึ่งเป็นเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ แล้วก็มีผู้ป่วยโรคเอดส์ ก็สลับกันไปทุกเดือนสองเดือน" คนชื่นชมว่าเราเข้าถึงเด็กๆ โดยไม่กลัว   "เป็นอย่างนี้มา 3 ปีแล้ว ยอมรับว่าเวลาคนเราทำงานเยอะๆ เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาแต่งงานหรือทนใช้ชีวิตกับปูได้ การเห็นเด็กมันเหมือนเป็นสิ่งที่เราทำขาดหายไป เด็กเป็นสิ่งที่บอบบาง บริสุทธิ์ อยู่กับเด็กเเล้วรู้สึกอบอุ่น ปูชอบกอดเด็ก เพราะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น" มีอุปถัมภ์ไหม   "การอุปถัมภ์คนๆ หนึ่งต้องใช้วุฒิภาวะสูงมาก แล้วคนทำงานอย่างปู เวลาให้กับตัวเองยังจะไม่มีเลย เป็นความฝันไหมก็ต้องดูเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็เคยพูดแล้วว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีลูกสักคน ปูอาจจะมีลูกเป็นแสนเป็นล้านคนก็ได้ ก็คือคนที่ไปช่วยระดมทุนให้ คนที่ช่วยในองค์กร ก็ไม่เป็นไร เด็กทุกคนปูรักเท่ากันหมด เรื่องไปเล่าไปสอนก็ไม่มี ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าสอน แต่ว่าสิ่งเดียวที่ได้ทำก็คือเอาเรื่อง รูปภาพของพวกเขามาให้ทุกคนเห็น เพราะเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่หนักแน่นเท่าภาพ คนเห็นภาพแล้วจะเข้าใจเองว่าเขาลำบาก ต้องการความช่วยเหลือ" รู้ข่าวเรื่องชมพู่ไหม   "ได้ข่าวค่ะ ยังไม่ได้เยี่ยม เพราะยังอยู่จอร์แดน ขอแสดงความยินดีกับพี่ชม ในโลกนี้คนที่ควรจะได้รับชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์ควรจะเป็น พี่ชมพู่ อารยา เพราะเขาเป็นลูกที่กตัญญูต่อครอบครัว เป็นผู้หญิงที่เก่งและน่าชื่นชมในวงการบันเทิง แล้วครอบครัวรังษีพิพัฒน์ ปูก็มีแต่ความรักให้เขาจริงๆ คิดว่าตอนนี้เขามีครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุข ก็มีส่งข้อความไปหาพี่น็อต พี่ชมแล้ว เรื่องไปเยี่ยมก็ยังไม่กล้า เกรงใจเขา ก็ฝากคุณโน๊ตไปบอกแล้ว" ได้รับกุหลาบในวันสำคัญ   "ก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ปูรู้สึกว่าเป็นสิ่งเดียวที่ทำแล้วภาคภูมิใจที่สุด มันเป็นพลังในใจปู ก็เป็นการแสดงความยินดี คนอื่นก็ส่งดอกไม้มาให้เยอะแยะ เขาบอกเขาดีใจ อย่างไปซีเรียเขาก็ไม่ห่วง เพราะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เอาอยู่ พรุ่งนี้ก็บินไปทำงานที่เมืองนอก วาเลนไทน์ก็รอดูเอา เรื่องเซอร์ไพรส์ยังไม่มี เพิ่งรู้จักกัน คิดว่าดอกไม้เป็นการแสดงว่าเขาเป็นคนมีมารยาท เพราะวันนั้นเป็นวันสำคัญจริงๆ ไปเมืองนอกก็ไปทำงาน บินไปๆ มาๆ มีไปแอลเอ มิลาน นิวยอร์ก แล้วก็กลับมากรุงเทพ รอดูในไอจีเดี๋ยวมีข่าวดีมาให้" จะมีโอกาสที่เขาจะบินมาไทยบ้างไหม   "ไม่น่าจะมี เพราะว่าเขาเพิ่งเริ่มทำงาน เขาควรจะรับผิดชอบต่อการงานก่อนที่เขาจะมา คงอีกซักพัก นานๆ เลย ก็อย่างที่บอกปูไม่คาดหวังอะไรแล้ว สิ่งเดียวที่คาดหวังคือกับตัวเอง ไม่มีอะไรในโลกที่เที่ยง ทุกข์ สุข ความรัก ถ้าทายแล้วไปไม่รอดก็ไม่เป็นไร เวลาคุยก็มี แต่ก็ชิลล์ๆ คุยกันไปเรื่อยๆ" ขอบคุณภาพจาก IG prayalundberg ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา แมทธิว บราก ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา

ใบเตย กลับมาทวงบังลังค์ความแซ่บ เมินกลุ่มแอนตี้รุมด่า!!
ใบเตย อาร์สยาม /  ใบเตย สุธีวัน

  เรียกว่าเป็นตัวแม่ที่ไม่ยอมตกกระแสความแซ่บอีกคนของวงการบันเทิงจริงๆ สำหรับนักร้องสาวสั้นเสมอหูอย่างสาวใบเตย สุธีวัน หรือ ใบเตย R siam ที่จู่ๆ She ลุกขึ้นมาสลัดผ้าโชว์ความเซ็กซี่พร้อมกับโชว์หุ่นสุดเซี๊ยะชวนมอง แบบไม่แคร์สายตาบรรดากลุ่มที่แอนตี้มาจะกลับมารุมด่านางเลยแม้แต่นิด แหม..ก็ She ยิ่งโดนด่าก็ยิ่งดังล่ะสิคร้า งานนี้ she ก็เลยไม่แคร์ โถ..ก็ออกจะเซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้นี่เนอะ!! ยกให้ She สักคนเหอะคร้า... ไม่อย่างนั้นวงการบันเทิงจะไร้สีสัน มีเรื่องราวของสาวๆ ซุปตาร์เผ็ดแซ่บ!! อีกเพียบ.... ติดตามได้ใน http://men.mthai.com/ ใบเตย สุธีวัน ใบเตย สุธีวัน ใบเตย สุธีวัน ใบเตย สุธีวัน ใบเตย สุธีวัน ขอบคุณภาพจาก นิตยสาร PlayBoyThailand

ละครเชลยศึก , เรื่องย่อเชลยศึก
ละครเชลยศึก /  ละครเชลยศึก ช่อง8

เชลยศึกบทประพันธ์อัครพล อัครเศรณี บทโทรทัศน์ สิริวัฒน์69,แสงแรกออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 9.00 และ 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เรื่องย่อ ละครเชลยศึก กล้า (มังกร) ทาสในเรือนของขุนฟ้าลั่น ผู้มีพรสวรรค์ในศิลปะการต่อสู้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่และครูมวย บวกกับความเฉลียวฉลาดและไหวพริบจึงทำให้กล้ากลายเป็นนักมวยที่ค่ายมวยต่างๆในยุคนั้น และรู้จักกันในนามนายขนมต้ม ซึ่งชื่อนายขนมต้มชื่อนี้ได้มาจาก เฟื้องฟ้า (ฝ้าย) ลูกสาวคนเล็กของขุนฟ้าลั่น ซึ่งเป็นคนที่กล้ารักและบูชา หลังจากกรุงศรีอยุธยาโดนพม่าตีแตกครั้งที่สอง กล้าได้รวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อหาทางกอบกู้บ้านเมือง โดยกล้าได้รู้จักกับ นิล(อาร์ต) และโหน(ต๊อบ) จนกลายเป็นพี่น้องต่างสายเลือดที่พร้อมจะตายแทนกันได้ มะขาม(ฟ้า)ลูกสาวของนายบ่อนเจ้าของบ่อนต้องบ้านแตกและเสียพ่อไป เกิดความประทับใจ และทำให้มะขามรู้สึกหลงรักกล้า กลุ่มของกล้าเริ่มเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ละครเชลยศึก เมื่อได้ ครูเที่ยง(เดี่ยว)ผู้ซึ่งเป็นทหารเอกและองครักษ์คู่บารมีของ เจ้าฟ้าอุทุมพร เข้ามาร่วมด้วยยิ่งทำให้กลุ่มของกล้าเข้มแข็งขึ้น ด้วยวิธีการรบแบบกองโจร ทำให้พวกเค้าสามารถช่วยให้คนไทยรอดพ้นจากการเป็นเชลยศึกของพวกพม่าได้เป็นจำนวนไม่น้อย มังจาเล(ปูไข่)ที่มีโทษถึงประหารชีวิตถูกลดโทษโดยพระเจ้ามังระให้กลายเป็นคนธรรมดา และยังถูกส่งตัวไปในบ่อนมวยใหญ่ของพวกพม่า นายขนมต้มหรือไอ้กล้าก็เป็นหนึ่งในนักมวยที่ถูกจับมาขังอยู่ที่ค่ายมวยนรกแห่งนี้ กล้าความจำเสื่อมจากการถูกจับ กลายเป็นสิ่งบันเทิงของชาวพม่าที่ได้พบเห็น มะเมียะ(โบว์ลิ่ง)น้องสาวของมังจาเลที่กล้าเคยช่วยเหลือไว้ คอยดูแลกล้าเท่าที่สามารถจะทำได้ มะขามออกตามหากล้าจนพบและรู้ว่ากล้าความจำเสื่อม มะขามคิดหาทางช่วยออกจากที่คุมขังมะขามได้รู้จักกับมะเมี๊ยะ ทั้งสองสาวช่วยกันเพื่อให้กล้าฟื้นจากความทรงจำจากเฟื้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นคนรักของมังจาเร มะเมี๊ยกับมะขามช่วยกันหาทางพากล้าออกจากคุกไปช่วย แต่ไม่รอด เพราะทกยอ(เอ)มาพอดี ทกยอตกใจที่เจอมะเมี๊ย สั่งทหารคุมตัวมะเมี๊ยกับมะขาม และพาตัวกล้ากลับเข้าคุก ละครเชลยศึก กล้าความจำฟื้นแล้วและต้องสู้กับมังจาเร กล้าแกล้งแพ้มังจาเรอย่างราบคาบ มังจาเรเจ็บใจมาก ออกไปด้วยความแค้น กล้ารีบบอกมังจาเรเรื่องเฟื่องฟ้าตายแล้ว ทกยอกลัว รู้ว่ามังจาเรไม่ปล่อยเขาแน่ อะละแมเสนอให้อองซอ(บอส)ไปฆ่ามังจาเร ในการประลองในลานประตูผี มะเมี๊ยกับมะขามกบุกบ้านอองซอ ค้นหาตัวเมี๊ยด อองซอกับมังจาเร ต่างคนต่างน่วม อองซอพลาด โดนมังจาเรเล่นงานอย่างหนัก มังจาเรเสียเปรียบ กล้าทนไม่ไหว ลุยเข้าไปในสนาม ช่วยเหลือมังจาเร และฆ่าอองซอ(ด้วยมีดของอองซอ)ตายคาสนาม มังจาเรแค้นทกยอมาก คว้ามีดที่ปักท้องอองซอ เขวี้ยงขึ้นไปปักที่หัวใจทกยอ ตายคาอัฒจรรย์ อะละแมช็อค หนีออกจากสนาม พระเจ้ามังระรู้ความจริงทุกอย่างจากเมี๊ยดจึงรับสั่งให้ปล่อยตัวมังจาเร มังจาเรทำศพเฟื่องฟ้าอย่างโศกเศร้า อาละแม(หมิง)กลัวความผิดจนเป็นบ้าเสียสติ พระเจ้ามังระยื่นข้อเสนอให้กล้าลุยเดี่ยวกับทหารอังวะ 10 นายแล้วจะปล่อยตัวเชลยทุกคนกลับอโยธยา สุดท้ายพระเจ้ามังระทำตามที่ตกลงยอมปล่อยตัวกล้าและเชลยทั้งหมดกลับสู่ อโยธยาอย่างสมศักดิ์ศรี รายชื่อนักแสดงนำในละคร เชลยศึก ปภาวิน หงษ์ขจร รับบท กล้าษริกา สารทศิลป์ศุภา รับบท ช่อมะขามเวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบท เฟื่องฟ้าปริศนา กัมพูสิริ รับบท มะเมี๊ยะภัครมัย โปตระนันท์ รับบท มะลิพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท มังจาเรพุทธิพงษ์ คล้ำจีนภาณุวงศ์ รับบท อองซออรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ รับบท อาละแมชัยวัฒน์ ทองแสง รับบท โหนพศิน เรืองวุฒิ รับบท ทกยออัศนี สุวรรณ รับบท นิล ชูพงษ์ ช่างปรุง รับบท ครูเที่ยง ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก