superบันเทิง

Super Junior จ่อเสิร์ฟอัลบั้ม THIS IS LOVE อิมพอร์ตสู่ไทยต้นเดือนหน้า
Donghae /  EUNHYUK / 

Super Junior (ซูเปอร์จูเนียร์) ส่งอัลบั้มสุดพิเศษ The 7th Special Edition THIS IS LOVE แทนคำขอบคุณแฟนคลับทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสวยงามกับอัลบั้มเต็มลำดับที่ 7 MAMACITA (มามาซิต้า) พร้อมส่งเพลง MAMACITA (AYAYA) (มามาซิต้า อายาย่า) ทะยานขึ้นอันดับ #1 ชาร์ตเพลงทั่วเอเชีย หนุ่มๆ Super Junior (ซูเปอร์จูเนียร์) ก็ไม่รอช้าส่งผลงาน The 7th Album Special Edition THIS IS LOVE ออกมาแทนคำขอบคุณทุกความรักและการสนับสนุนของแฟนคลับ โดยอัลบั้มสุดพิเศษนี้จะมีเพลงจากอัลบั้ม MAMACITA ทั้ง 10 เพลง บวกกับอีก 3 เพลงใหม่อย่าง Hit Me Up, Don’t Leave Me และ ...ing นอกจากนั้นหนุ่มๆ Super Junior ยังได้ปล่อยมิวสิควิดีโอออกมาเอาใจแฟนๆ อีกถึง 2 เพลง เริ่มที่เพลงรักความหมายดีๆเพลงแรกอย่าง THIS IS LOVE (ดิส อิส เลิฟ) เพลงสไตล์อัพเทมโป้-อาร์แอนด์บี ที่ถูกเรียบเรียงใหม่ให้เป็นแบบ Stage Version พร้อมโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเท่กับขาไมค์ของพวกเขา และเพลงที่สอง อย่าง Evanesce (เอวาเนส) เพลงจังหวะกลางๆ ที่โดดเด่นด้วยเสียงร้องและเมโลดี้สุดไพเราะ ซึ่งในมิวสิควีดีโอหนุ่มๆ Super Junior ก็ได้สื่ออารมณ์ความเศร้าของบทเพลงออกมาได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช็อตที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือช่วงแดนซ์โซโล่อันเต็มไปด้วยอารมณ์ของหนุ่ม อึนฮยอก สิ่งพิเศษอีกอย่างหนึ่งในอัลบั้ม Special Edition THIS IS LOVE คือ การที่หนุ่มๆ Super Junior ทั้ง 10 คน ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบปกอัลบั้มในสไตล์ของแต่ละคนรวม 10 ปก ไม่ซ้ำกัน เพื่อให้แฟนคลับได้เลือกเก็บสะสมกันอีกด้วย สำหรับแฟนคลับชาวไทย เตรียมพบกับอัลบั้ม The 7th Album Special Edition THIS IS LOVE (เวอร์ชั่นอิมพอร์ต) ทั้ง 10 ปก ได้ที่ร้าน B2S ทุกสาขา ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้!... และเตรียมไประเบิดความมันกับพวกเขาในคอนเสิร์ต SUPER JUNIOR WORLD TOUR SUPER SHOW 6 in BANGKOK ในวันที่ 10 และ 11 มกราคม 2558 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------

super พายุทรายพัดถล่มเมือง
(คลิปข่าว /  คลิปหลุด / 

น่ากลัวเหมือนวันสิ้นโลก

2014 Super Star: A Red & White Lunar New Year Special ep. 1
viki

2014 Super Star: A Red & White Lunar New Year Special ep. 1

รายการพลังชีวิต 22 ตุลาคม 57 ช่อง FIVE Channel tst5 เช็คดวง ดูดวงชีวิต กับ อ.สมศักดิ์ เทพสมบุญ แนะน…
ดารา /  บันเทิง / 

รายการพลังชีวิต 22 ตุลาคม 57 ช่อง FIVE Channel tst5 เช็คดวง ดูดวงชีวิต กับ อ.สมศักดิ์ เทพสมบุญ แนะนำ แก้ปีชง 2558 ปีมะแมชงหนัก 100%

ชานยอล - เทา EXO ร่วมแจมในโซโล่อัลบั้มของ โจวมี่ SJ-M
CHANYEOL /  EXO / 

ชานยอล และ เทา สมาชิกของบอยแบนด์วง EXO เตรียมร่วมแจมในมินิอัลบั้ม Rewind ผลงานอัลบั้มเดี่ยวของ โจวมี่ แห่ง Super Junior-M แฟนคลับหนุ่มๆ EXO ได้กรี๊ดกันอีกแล้ว เมื่อล่าสุดเป็นที่ยืนยันแล้วว่า ในมินิอัลบั้ม Rewind ของนักร้องหนุ่ม โจวมี่ Super Junior-M ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ จะมี ชานยอล และ เทา จาก EXO เข้ามามีส่วนร่วมด้วย วันนี้ (29 ต.ค.) SM Entertainment เปิดเผยว่า "สำหรับไตเติ้ลแทร็คซึ่งมีชื่อเดียวกับอัลบั้มว่า Rewind จะเป็นเพลงสไตล์โซล-ย้อนยุค ซึ่งมีกลิ่นอายของดนตรีป๊อบรื่นหู นอกจากนั้นยังโดดเด่นด้วยท่อนคอรัสอาร์แอนด์บีที่สละสลวยด้วยครับ ด้านเนื้อหาจะสื่อถึงความรู้สึกที่ต้องการย้อนอดีตกลับไปยังช่วงเวลาก่อนจะเลิกรากัน" เพื่อให้สอดคล้องกับการโปรโมทผลงานเพลงอัลบั้มนี้ทั้งในประเทศเกาหลีและประเทศจีน โจวมี่ จึงจะบันทึกเสียงเพลง Rewind เป็นสองเวอร์ชั่น โดยในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีจะได้ ชานยอล EXO มาร้องในท่อนแร๊พ ด้านเวอร์ชั่นภาษาจีนก็จะได้ เทา EXO มาร่วมแจมเช่นกัน เทา ชานยอล EXO อนึ่ง มินิอัลบั้ม Rewind ของ โจวมี่ จะเปิดตัวผ่านเวบไซต์เพลงออนไลน์ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ก่อนวางจำหน่ายอัลบั้มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นต้นไป. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ลี จุนกิ หวนจับไมค์! เปิดตัวมินิอัลบั้มใหม่ EXHALE  21 พฤศจิกายน
EXHALE /  Lee Jun Ki / 

ลี จุนกิ นักแสดงหนุ่มชื่อดังแห่งวงการบันเทิงเกาหลี เตรียมหวนจับไมค์อีกครั้ง จ่อเปิดตัวผลงานมินิอัลบั้มชุดใหม่ EXHALE 21 พฤศจิกายนนี้ ปกอัลบั้ม EXHALE ของ ลี จุนกิ แฟนคลับของตี๋หนุ่มรูปหล่อ ลี จุนกิ ได้กรี๊ดอีกครั้ง เมื่อ Namoo Actors ต้นสังกัดของนักร้อง-นักแสดงชื่อดัง ลี จุนกิ ได้เปิดเผยภาพปก พร้อมทั้งรายละเอียดการเปิดตัวมินิอัลบั้มชุดใหม่ของเขาผ่านช่องทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค "สำหรับชื่อมินิอัลบั้มว่า ‘EXHALE’ แปลว่าการหายใจออกครับ ซึ่ง ลี จุนกิ เป็นผู้คิดไอเดียนี้ขึ้นมาเพื่อสื่อความหมายถึงอารมณ์และความจริงใจ ที่ถ่ายทอดออกมาเหมือนกับลมหายใจ โดยภาพปกอัลบั้มก็จะสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ถึงลมหายใจออกเช่นกันครับ" Namoo Actors กล่าว นอกจากนั้นทางต้นสังกัดยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ในแต่ละเพลงของมินิอัลบั้ม EXHALE ลี จุนกิ เป็นผู้คัดสรรรวมทั้งร่วมโปรดิวซ์ด้วยตัวเอง โดยเขาได้กลับไปทำงานกับโปรดิวเซอร์คู่บุญ อย่าง Mad Soul Child ซึ่งเคยร่วมงานกันเมื่อหลายปีก่อน และสร้างสรรค์ออกมาเป็นมินิอัลบั้ม EXHALE ที่เปี่ยมไปด้วยความน่าสนใจและโดดเด่นด้วยแนวดนตรีอิเล็คโทรนิก อนึ่ง มินิอัลบั้ม EXHALE ของ ลี จุนกิ จะเปิดให้จองล่วงหน้าผ่านเวบไซต์เพลงออนไลน์ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ก่อนมีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 21 พฤศจิกายน. ลี จุนกิ ลี จุนกิ ลี จุนกิ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ข้อควรรู้ก่อนไป เที่ยวลาว
ข้อมูลเที่ยวลาว /  คู่มือเที่ยว / 

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกสั้นๆ แบบคุ้นปากว่า ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อยในหมู่คนไทยอย่างพวกเรา แม้ภาษาและวัฒนธรรมบ้านเราบ้านเขาจะใกล้เคียงกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถเดินเข้าออกประเทศเขาได้อย่างย่ามใจ บางอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจได้เข้าไปนอนเล่นในคุกลาวแบบฟรีๆ ศึกษาไว้บ้างก็ดี ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว ข้อควรรู้ก่อนไป เที่ยวลาว ประเทศไทยเราสามารถเดินทางเข้า สปป.ลาว ได้ที่ด่านพรมแดน 5 จังหวัด ดังนี้ 1. จังหวัดเชียงราย (เชียงของ – ห้วยทราย) 2. จังหวัดหนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว – นครหลวงเวียงจันทน์) 3. จังหวัดนครพนม – ท่าแขก 4. จังหวัดมุกดาหาร – สะหวันนะเขต 5. จังหวัดอุบลราชธานี (ด่านช่องเม็ก – วังเต่า) ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว บุคคลที่ถือสัญชาติไทย สามารถเดินทางไป สปป.ลาว ได้โดย 1. หนังสือเดินทาง (Passport) สามารถเดินทางเข้า- ออก สปป.ลาว ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และอยู่ในสปป.ลาว ได้ 30 วัน 2. บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border pass) สามารถเดินทางเข้าสปป.ลาว เฉพาะในเขตนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น และ อยู่ได้ครั้งละ 3 วัน 2 คืน เอกสารที่ใช้ทำบัตรผ่านแดน - สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำนวน 1 ใบ - เด็ก ใช้สำเนาสูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้าน - รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ การนำรถยนต์เข้าไป สปป.ลาว สามารถนำรถยนต์ข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาวได้ โดยต้องมีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางดังนี้ 1. หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) และเครื่องหมายแสดงประเทศ (T) 2. กรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) มีจำหน่าย ณ จุดชาย 3. ใบอนุญาตขับรถที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (สำหรับผู้ขับรถ) ขั้นตอนการนำรถยนต์เข้าไปใน สปป.ลาว ขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) ต้องเตรียมหลักฐานต่อไปนี้ - สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียน หรือใบคู่มือการจดทะเบียนรถที่ไม่ค้างชำระภาษีประจำปี - สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล - หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตัวเอง) *** สามารถยื่นขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศและขอรับการแปลใบอนุญาตขับรถเป็นภาษาอังกฤษ ได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย โทร. 0-4242-1473 *** หมายเหตุ 1.การนำรถเข้าไปใน สปป.ลาวนั้น จะอยู่ในประเทศลาวไม่เกินกำหนดที่พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต 2.การเดินทางข้ามพรมแดนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายศุลกากร 3.การนำรถเข้าไปยัง สปป.ลาว จะต้องทำกรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย โทร.0-4242-0242 จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ขาเข้า โทร. 0-4242-0243 จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ขาออก โทร. 0-4242-0244 จุดตรวจท่าเสด็จ โทร. 0-4241-1154 หมวดงานบริการ โทร. 0-4241-2089 ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ สกุลเงิน สกุลเงินลาว เรียกว่า “กีบ” ธนบัตรที่พิมพ์ออกใช้ในปัจจุบันนี้มีฉบับละ 500 กีบ, 1,000 กีบ, 2,000 กีบ, 5,000 กีบ, 10,000 กีบ, 20,000 กีบ, และ 50,000 กีบ ปกติแล้วรัฐบาลห้ามใช้เงินสกุลอื่นในการซื้อขายสินค้าและบริการ แต่โดยทั่วไป บริษัทห้างร้านต่างๆ ทั้งหลาย ยินดีรับเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาทของไทยเรา แต่รับเป็นแบงค์เท่านั้นนะ เหรียญเก็บไว้ยอดกระปุกได้เลย เพราะประเทศลาวยกเลิกการใช้เหรียญไปแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินกีบได้ที่ธนาคาร หรือตามร้านค้าทั่วไป ในกรณีที่ท่านต้องการใช้บัตรเครดิต สามารถใช้ได้ตามโรงแรมใหญ่ๆ ทั้งในเวียงจันทน์และหลวงพระบาง ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ การเดินทางท่องเที่ยว ทางบก สถานีรถโดยสารมีศูนย์กลางอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้กับตลาดเช้า และสายเหนืออยู่ที่ ถนนเต้สอง สายใต้ อยู่หลัก6 ถนนหมายเลข 13 ใต้ ทางเรือ แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญทางหนึ่งของ ประเทศลาว นอกจากจะใช้ขนส่งสินค้าแล้วยังมี เรือโดยสาร ไว้บริการตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ ตั้งแต่เหนือสุดที่ห้วยทราย หลวงพระบาง เวียงจันทน์ สะหวันนะเขต ปากเซ จำปาสัก ทางอากาศ ลาวมีเที่ยวบินภายในประเทศ ในหัวเมืองใหญ่ ๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท การบินลาว 02 PANGKHAM STREET, P.O BOX 6441 TEL : ( 856- 21 ) 212057 FAX : ( 856 21 ) 212065 URL : www.laoairlines.com ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ แหล่งชอปปิ้ง ตลาดเช้า เปิดขายตั้งแต่ 07.00 น. – 16.00 น. ที่ชื่อตลาดเช้าเพราะเมื่อก่อนเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายชนิด ทั้งสินค้าพื้นเมือง และจากต่างประเทศ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น เครื่องเงิน ไม้แกะสลัก เครื่องจักสาน งานฝีมือต่างๆ ตลาดจีน หรือ ตลาดแลง ตลาดหนองด้วงก็นิยมเรียกกัน เป็นจำหน่ายสินค้าจากประเทศจีน อาทิ กระเป๋าแบนด์เนม ของดียี่ห้อดัง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของที่ระลึก เสื้อผ้าสำเร็จรูป รวมไปทั้งอาหารและเครื่องเทศที่นำเข้าจาก ประเทศจีนโดยตรง ตลาดขัวดิน เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าของสดที่ใหญ่ที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์ เช่นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ กุ้งหอย ปู ปลา และสินค้าอื่น ๆ ที่ชาวบ้านสามารถสรรหาได้ มาวางจำหน่าย ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ ข้อควรทราบและปฏิบัติเกี่ยวกับ สปป.ลาว 1. ควรระมัดระวังหัวข้อสนทนา ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อที่เกี่ยวกับการหมิ่นเหม่ต่อการกระทบกระเทือนความรู้สึกของผู้ฟัง เช่น การนำความแตกต่างทางภาษา วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมมาเปรียบเทียบหรือล้อเลียนในเชิงตลกขบขัน (มีหลายกรณีที่คนได้ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดจากสื่อบันเทิงเกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาลาวหรือชื่อภาพยนตร์) รวมทั้งงดเว้นการแสดงความคิดเห็นแบบชาตินิยมที่อาจนำไปสู่การโต้เถียงในประเด็นละเอียดอ่อน เช่น ประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง 2. ควรเข้าใจว่า สปป.ลาว มีมาตรฐานการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมประเพณีในแบบฉบับของชาวลาว การได้มาเยือนถือเป็นโอกาสอันดี จึงควรทราบและปฏิบัติตามกฏหมายและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวลาว เช่น ควรแต่งกายให้เหมาะกับกาลเทศะ โดยเฉพาะเมื่อไปสถานที่ทางศาสนาและสถานที่ราชการ ควรแสดงความเคารพและกล่าวถึงบุคคลสำคัญของลาวที่ชาวลาวเคารพยกย่องอย่างเหมาะสม 3. ห้ามพักค้างคืนที่บ้านคนลาวโดยไม่แจ้งต่อนายบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) ก่อน และการมีเพศสัมพันธ์กับคนลาวที่ไม่ใช่คู่สมรสเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากละเมิดจะถูกกักตัวจนกว่าจะนำเงินมาจ่ายค่าปรับขั้นต่ำ ๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ และถูกส่งกลับประเทศ จึงต้องระวังและหลีกเลี่ยงหากมีการชักชวนให้ไปท่องเที่ยวและซื้อบริการที่ผิดกฏหมายและศีลธรรมอันดี 4. กิจกรรมที่ห้ามทำ ได้แก่ ห้ามถ่ายภาพสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น ค่ายทหาร สถานีเรดาร์ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีโดยมีโทษทั้งจำและปรับ คนไทยมักถูกจับกรณีถ่ายรูปสถานที่ที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาลลาวมาแล้ว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ..................................................... ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว ที่มา : http://www.laos-discovery.com / http://www.mfa.go.th เรียนรู้ศัพท์ ภาษาลาว

แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์
ท่าน้ำ /  ลอยกระทง / 

ครั้งแรกกับเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัยบนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ยาวที่สุด รื่นเริงบันเทิงสุขทุกมิติ กับ เทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์ จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกันค่ะ แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์ ท่าน้ำต่างๆ • เอเชียทีค (ASIATIQUE The Riverfront) • วัดพระเชตุพน (Wat Phra Chetupol Vimolmanklaram Ratchawaraviharn) • วัดอรุนราชวราราม ราชวรมหาวิหาร Wat Arun Ratchawararam Ratchawaraviharn • วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (Wat Prayurawongsawas Waraviharn) • วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (Wat Kalyanamitra Waramahaviharn) • ตลาดยอดพิมาน (Yodpiman Flower Market) 1-6 พฤศจิกายน 2557 แล้วคุณจะรักสายน้ำมากขึ้นกว่าเดิม!!! ที่มา https://www.facebook.com/butheatreofficial

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

15 เหตุผล ว่าทำไมคุณต้องไปชม The Eyes Diary คนเห็นผี พลาดแล้วจะเสียใจ!
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

เตรียมสัมผัสประสบการณ์สุดสยอง กับการเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากเห็น! ใน The Eyes Diary คนเห็นผี ที่จะมาทำให้คุณต้องตัวเกร็ง ขนลุกขนพอง จนอยากปิดตาก็ยังทำไม่ได้! และนี่คือ 15 เหตุผล ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะถ้าพลาดการเห็นครั้งนี้ไป อาจเสียใจไปจนตาย 1.  ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับมากฝีมือของไทย ที่เคยมีผลงานสุดระทึกขวัญอย่าง คนผีปีศาจ (พ.ศ.2547 ), 13 เกมสยอง ( พ.ศ. 2549 ) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดจนถูกสตูดิโอจากฮอลลีวู้ดซื้อสิทธิ์ไปรีเมค และ รักแห่งสยาม ( พ.ศ.2550 ) ที่คว้ารางวัลสำคัญ ๆ จากเวทีประกาศรางวัลทางด้านภาพยนตร์ใหญ่ ๆ ในประเทศไปอย่างมากมาย 2.  ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยเหล่านักแสดงเจ้าของรางวัลมากฝีมือ และกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่วัยรุ่น อย่าง ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย ที่ล่าสุดก็สามารถคว้ารางวัลด้านการแสดงในบทบาทนักแสดงสมทบชายจากสถาบันต่าง ๆ มากมายกับภาพยนตร์เรื่อง "It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก", โฟกัส จีระกุล นักแสดงนักร้องสาววัยรุ่นที่โด่งดัง ประสบความสำเร็จ และน่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิง และนักแสดงสมทบหญิงจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย, เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย นักแสดงสาวขวัญใจวัยรุ่นที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งของเมืองไทย เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง “ Mary is Happy, Mary is Happy", แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา นักแสดงหนุ่มหน้าใสที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เจ้าของรางวัลคมชัดลึกอวอร์ดสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนร์เรื่อง " Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ" 3.  The Eyes Diary ถูกซื้อสิทธิ์ให้ไปฉายในต่างประเทศ ตั้งแต่ภาพยนตร์ยังไม่เปิดกล้องถ่ายทำด้วยซ้ำ! โดยประเทศที่ซื้อสิทธิ์ไปฉายนั้นส่วนใหญ่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEA (South East Asia) ประกอบไปด้วย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และไต้หวัน ยกเว้นเพียง พม่า, ลาว, เขมร เพียงเท่านั้น 4.  จริง ๆ แล้ว ปั้นจั่น เป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขาต้องมารับบทเป็น น็อต ซึ่งเป็นคนที่ไม่กลัวผี และอยากจะเห็นผีด้วย ดังนั้นนี่จึงถือเป็นการพลิกบทบาทด้านการแสดงเขาเป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการปรับจูนรายละเอียดกันมากมาย 5.  "The Eyes Diary แตกต่างจากหนังผีทั่วไป เพราะว่ามันไม่ได้สักแต่ว่าจะทำให้คนดูตกใจ แต่มันมีเรื่องราวของความรักด้วย นักแสดงนำอย่าง" ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัยกล่าวถึงลักษณะเฉพาะตัวสุดพิเศษในภาพยนตร์เรื่องนี้ 6.  "หนังเรื่องนี้จริง ๆ มันก็คือหนังที่พูดถึงเรื่องราวความรักของตัวละครที่มีอุปสรรคคือความตาย หนังรักที่เอาตัวเราไปแทนได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่เรารักตายจากไปโดยที่มีอะไรบางอย่างติดค้างคาอยู่ แล้วเราพยายามจะสื่อสารกับเขา" ผู้กำกับอย่าง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กล่าวถึงเรื่องราวที่เป็นประเด็นหลักในภาพยนตร์สุดระทึกขวัญเรื่องนี้ 7.  เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ถึงกับสลัดภาพสาวอินดี้ที่ทุกคนคุ้นตา เพื่อมาถ่ายทอดบทบาทที่เต็มไปด้วยการแสดงทางด้านอารมณ์สุดเข้มข้น และที่สำคัญคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการแสดงบทบาทหนังผีเรื่องแรกในชีวิตของเธออีกด้วย 8.  ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพูดถึงประเด็นหลักคือ การเก็บสะสมของคนตายมาไว้ที่บ้าน รวมไปถึงการตะลุยออกท้าผีในสถานที่ร้าง เฮี้ยน และหลอนที่สุด ซึ่งนี่คือหนึ่งในวิธีการที่จะทำให้ได้ เห็นผี!! 9.  การเมคอัพ เซ็ทฉากศพที่เกิดอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนแล้วโดนลากไปกับพื้น และเต็มไปด้วยไส้ เครื่องใน เลือดต่าง ๆ นั้นมีความสมจริงมาก เพราะถึงขนาดว่าชาวบ้านที่ขับรถผ่านมาต้องจอดรถแล้วลงมาดู เพราะเขาคิดว่ามีอุบัติเหตุ มีคนตายจริง ๆ 10.  สถานที่การถ่ายทำภาพยนตร์ส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่เชียงใหม่แทบจะทั้งเรื่อง จะมีแค่เฉพาะบางส่วนเท่านั้นที่ถ่ายทำที่กรุงเทพฯ 11.  ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายตรงกับในช่วงเทศกาลวัน ฮาโลวีน พอดี เตรียมหลอนสุดๆได้เลย 12.  เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเพลง "คิดถึง" ได้ถูกขับร้องโดยนักร้องหนุ่มพลังเสียงแสนไพเราะ และกระชากใจอย่าง พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ (พละ The Voice) ซึ่งเพลงนี้เคยเป็นเพลงบัลลาร์ดร็อคอันดับ 1 แห่งยุค’90ของ หรั่ง ชัชชัย สุขขาวดี  นั่นเอง โดยในเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์นี้จะมีไฮไลท์อยู่ที่การนำเอาเครื่องสายอย่างไวโอลิน วิโอล่า และเชลโล่มาช่วนสร้างความหม่นเศร้าเหงาของบทเพลงให้ทวีคูณมากขึ้นกว่าเดิม 13.  ฝ่ายทีมงานออกแบบสร้างนั้นมีความละเอียด และพิถีพิถันกับอุปกรณ์ประกอบฉาก และสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำมาก เนื่องจากผู้กำกับอย่างมะเดี่ยวต้องการให้ข้าวของทุกชิ้น สามารถสะท้อนถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัว และในทุก ๆ สถานที่ในภาพยนตร์ล้วนต่างก็มีเรื่องราว และรายละเอียดที่มาที่ไปที่สัมพันธ์กับแต่ละตัวละคร 14.  ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการนำเอา Mulimotor  (กล้องถ่ายภาพยนตร์ติดกับอุปกรณ์พิเศษ คล้ายเครื่องบังคับวิทยุเพื่อให้ได้มุมภาพถ่ายทางอากาศ Drone Shot) มาสร้างความแปลกใหม่ในการดีไซน์มุมภาพผสมผสานกับการใช้ Steady Camกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดกับตัวผู้กำกับภาพเพื่อแทนสายตา มุมมองของตัวละครต่าง ๆ รวมทั้งของผีด้วย เช่นกัน 15.  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล Special Effect Make up ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟ็คต์ในภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่เคยอยู่เบื้องหลังงานภาพยนตร์อย่าง ฮูอากง, Only God Forgives, Confucius, ICEMAN 3D, The Hangover, WUXIA  เขาคนนี้คือผู้มารับหน้าที่สำคัญในการสร้างสรรค์ และออกแบบผีทุกตัวที่จะปรากฏขึ้นในจอภาพยนตร์ โดยมีคอนเซ็ปต์คือ ตายอย่างไรมาอย่างนั้น "ผีที่เราออกแบบส่วนใหญ่ก็จะเป็นผีที่ตายในลักษณะหลาย ๆ แบบทั้งอุบัติเหตุ ทั้งตายเน่าเฟะ โดนไฟไหม้ อะไรพวกนี้ คือมาในลักษณะที่สยดสยอง ก็ต้องเน้นในเรื่องเอฟเฟกต์ คือต้องทำอย่างละเอียดเพราะว่าเราเห็นเต็ม ๆ เราไม่กั๊กมาเป็นสิบเลย" ท้าทายทุกสายตากับประสบการณ์ เห็นผี ครั้งใหม่!! เพราะรักหมดใจ คนเรายอม ท้าทายได้ทุกอย่าง! เพราะเชื่อสนิทใจ บางคนเลยได้ เห็น ทุกอย่าง!! ร่วมพิสูจน์ความหลอนสุดสะพรึงไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย -----------------------------

กั้ง วรกร ชวนคนมีฝัน สมัคร เดอะสตาร์ 11
The Star 10 /  The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี11 / 

เวทีของคนมีฝัน มาอีกครั้ง สำหรับ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี11 ที่จะเริ่มคิกออฟรับสมัคร ประเดิมที่ ภาคกลาง ในวันที่ 1,2 และ8 พฤศจิกายนนี้ ที่ศูนย์การค้าเอสพละนาด รัชดา หนุ่มกั้ง-วรกรณ์ ศิริสรณ์ แชมป์เดอะสตาร์คนที่ 10 ของเมืองไทย เลยรีบออกมาเชิญชวนให้เพื่อนๆ ออกมาพิสูจน์ความสามารถและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดอะสตาร์ด้วยกัน “เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วนะครับ ก็จะถึงวันเปิดรับสมัคร “เดอะสตาร์11” ที่ภาคกลางแล้ว ผมเลยอยากชวนคนที่มีความสามารถ และฝันอยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงให้มาสมัครกันเยอะๆ เพราะเวทีนี้นอกจากจะให้มิตรภาพที่ดี และประสบการณ์ใหม่ๆ กับผมแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผมได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ อีกทั้งตลอดเวลาที่ผมได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ พี่ๆ ทีมงานและรุ่นพี่เดอะสตาร์ คอยดูแล ห่วงใยเราเหมือนเราเป็นคนในครอบครัวจริงๆ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมากๆ และอยากชวนให้เพื่อนๆ เข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวเดอะสตาร์ด้วยกันกับผมครับ” กั้ง วรกร กล่าวชวนคนมีฝัน ร่วมสมัคร เดอะสตาร์ 11 รายละเอียดการรับสมัครโครงการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี11 เริ่มที่ ภาคกลางที่กรุงเทพฯ วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 1-2 พฤศจิกายน และ เสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน เป็นเวลา 3 วัน โดยเปลี่ยนสถานที่รับสมัครใหม่เป็น ศูนย์การค้าเอสพละนาด รัชดา คุณสมบัติผู้สมัครต้องมีอายุ 15-28 ปีให้มาสมัครด้วยตัวเองพร้อมรูปถ่ายขนาดโปสการ์ด (4x6 นิ้ว) จำนวน 2 ใบ พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง เพื่อมาขอรับใบสมัคร ณ จุดรับสมัครทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 9.00น. เป็นต้นไป (ใบสมัครมีจำนวนจำกัด) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thestar.gmember.com , onehd.net หรือโทร 02-669-8647 เดอะสตาร์คนต่อไป...อาจเป็นคุณ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

คยูฮยอน พร้อมเสิร์ฟ 'มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง' 11 พ.ย. นี้
kyuhyun /  SJ / 

คยูฮยอน Super Junior เตรียมลัดฟ้าจัดแฟนมีตติ้งเดี่ยว มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก 11 พฤศจิกายนนี้ ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ สาหร่ายทะเลมาชิตะ จัดเต็มให้แฟนๆ อีกครั้งกับงานแฟนมีตติ้งอิงลมหนาวส่งท้ายปลายปีกับพรีเซ็นเตอร์ คยูฮยอน Super Junior พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 'สาหร่ายทะเลอบกรอบสไตล์เกาหลี เอาใจคนรักสุขภาพ' ในงาน มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เมนคยูห้ามพลาด! กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวในเมืองไทยของมักเน่ คยูฮยอน ที่มาชิตะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 กับกิจกรรมและของรางวัลสุดฟินเพื่อขอบคุณลูกค้ามาชิตะและแฟนๆ คยูฮยอน พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 9 ปีของหนุ่มๆวง Super Junior ติดตามกติกาได้รับบัตรเข้าร่วมงานและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Masita Facebook : www.facebook.com/MasitaSeaweed Masita Twitter : https://twitter.com/masitaseaweed Masita Instagram : www.instagram.com/MasitaSeaweed Masita Youtube Channel : www.youtube.com/MasitaSeaweed Masita Google+ : https://plus.google.com/u/0/b/107840577168981307983/107840577168981307983/posts ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เมย์ เคลียร์! เปล่าคืนดี สารวัตรโจ้ !!
เมย์ พิชญ์นาฏ /  สารวัตรโจ้ ธิติสวรรค์ / 

หลังสื่อบันเทิงสื่อหนึ่งพาดหัวข่าวว่า นางร้ายหน้าสวย เมย์ พิชญ์นาฏ หวนคืนดีอดีตคนเคยรัก สารวัตรโจ้ ธิติสวรรค์ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทำเอาเจ้าตัวเกิดอาการเซ็ง! ล่าสุด สาวเมย์ ออกมาเคลียร์ชัดอีกครั้ง ยืนยันไม่ได้คืนดี ยอมรับ สารวัตรโจ้ ตามง้อ แต่สถานะตอนนี้เป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน ส่วนโอกาสคืนดีนั้นเป็นเรื่องของอนาคต!! "ในไอจีที่เมย์ชอบโพสต์ว่าโสด เข้าใจว่าเมย์เป็นข่าว อย่างให้สัมภาษณ์ไปวันก่อนเรื่องคนเคยคบกันแล้วกลับมาคุยกัน แล้วสื่อเอาไปพาดหัว คือเข้าใจว่าพาดหัวก็อยากให้น่าสนใจ แต่บางทีมันทำให้คนเข้าใจผิด คิดว่าเรากลับไปคบกับคนเก่าแล้วก็อยากบอกว่ายังโสดอยู่ค่ะ เมย์อยู่วงการนี้มานานเมย์ชินนะ เมย์ไม่ได้โกรธอะไร ตอนนี้เมย์มีสื่ออย่างเดียวของเมย์คืออินสตาแกรม เพราะมีคนเข้าใจผิดและโทรมาหาเมย์เยอะ เมย์เลยอยากจะชี้แจง เมย์ไม่ได้ซีเรียสหรอกค่ะ" "การที่เรากลับไปคุยกันอีกเพราะเราไม่รู้ว่าจะมีศัตรูไปทำไม ในเมื่อเค้ามาขอโทษเรา ทุกคนมาขอโทษเรา เมย์อยากมีคนรักมากกว่าคนเกลียด ตอนนี้มันเคลียร์แล้วมันก็แฮปปี้ แต่อย่าพยายามเขียนว่า แบบนี้แปลว่าคืนดีกันแล้วหรืออะไร เมย์ว่ามันไร้สาระ ส่วนเรื่องโอกาสที่จะพัฒนา คือเราไม่รู้อนาคตหรอก เราไม่รู้อนาคตว่าสุดท้ายแล้วคู่ของเมย์จะเป็นยังไง เมย์อาจจะเป็นสาวโสดตลอดไปก็ได้ ฉะนั้นตรงนี้ไม่อยากพูดว่าอนาคตจะเป็นแบบนี้ๆ ทางเค้าเองก็พยายามที่จะคุยดีกับเรา หลายคนก็ถามว่ากลัวมั้ยที่เค้าจะมาทำดีเพื่อกู้หน้าหรือมาแก้แค้นเรา คือเมย์อยู่มานาน เมย์คิดว่าเมย์มองคนออกว่าคนไหนเข้ามาแบบไหน เมย์ว่าเค้าแค่อยากเป็นเพื่อนเราเท่านั้นเอง" "ก็ยอมรับว่าเค้ามีง้อ แต่เมย์อยากได้คนที่เข้าใจเราจริงๆ บอกเลยว่าคนที่ใช่ยังไม่เจอ สิ่งที่เราไม่ชอบคืออะไรที่คุยกันไม่รู้เรื่องแล้วมาชวนทะเลาะค่ะ เวลาอยู่กับแฟน เมย์อยากได้ความสงบสุข ความเข้าใจ คนที่มีตรงนี้เค้าก็ไม่พร้อม คนที่พร้อมก็พังเหลือเกินไม่รู้จะซ่อมยังไง เมย์ว่าขอโอกาสให้ตัวเองหน่อย อย่าเพิ่งเขียนว่าดีกับคนนั้นคนนี้แล้ว มันไร้สาระค่ะ ตอนนี้เมย์เปิดโอกาสให้ทุกคนคือการเปิดโอกาสให้ตัวเองด้วย ตอนนี้ก็อยากจะบอกว่าโสดร้อยเปอร์เซนต์ ตอนนี้ก็มีคนส่งดอกไม้มาให้แต่ว่ายังไม่เจอคนที่อยากคุยด้วย ตอนนี้อยากได้แฟนเป็นคนนอกวงการเพราะว่าเมย์อยากได้มุมที่เป็นส่วนตัว เพราะฉะนั้นเป็นคนนอกวงการก็จะดีค่ะ ตอนนี้ไม่เหงาเพราะว่าเพื่อนเยอะ มีแต่คนเป็นห่วง ก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง แต่เมย์ก็อยากได้คนที่ใช่ที่สุด อยากแต่งงานครั้งเดียวค่ะ" เมย์ กล่าว เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์-สารวัตรโจ้ เมย์-สารวัตรโจ้