part.2/เกย์เว้ยเฮ้ย2 Gthai Movie 2 MASSAGE BOYS

กินเจที่ภูเก็ตเริ่มคึกคาดเงินสะพัดกว่า3พันล้าน
กินเจ /  ภูเก็ต / 

บรรยากาศถือศีลกินผักภูเก็ตเริ่มคึกคัก ททท. คาด เงินสะพัดกว่า 3 พันล้านบาท บรรยากาศ งานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต เริ่มคึกคักขึ้นแล้ว ขณะนี้ศาลเจ้าต่าง ๆ ที่ร่วมจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก ได้มีการเตรียมความพร้อมในการประกอบพิธียกเสาโกเต้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่างานประเพณีถือศีลกินผักได้เริ่มขึ้นแล้ว โดย พิธีดังกล่าวจะมีขึ้นช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.) ขณะที่การเข้ามาของนักท่องเที่ยว น.ส.วรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผช.ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับงานกินผักที่จะมีขึ้นวันที่ 24 ก.ย. - 2 ต.ค. นี้ ททท.ภูเก็ต ได้ประมาณการไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาไม่ต่ำกว่า 6 แสนคน สร้างรายได้กว่า 3 พันล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะเป็นนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนจาก มาเลเซีย สิงคโปร์ และนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ปัจจุบันเข้ามาภูเก็ตเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้มีความเชื่อว่าการมาถือศีลกินผักที่จังหวัดภูเก็ต จะทำให้ชีวิตมีแต่ความโชคดี กิจการเจริญรุ่งเรือง

หนังสือน่าอ่าน The Book of Hormones Season 1
Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 /  The Book of Hormones Season 1 / 

อีกไม่นานเกินรอ...แฟนคลับฮอร์โมนจะได้ยิ้มแก้มปริแน่นอน เพราะหนังสือน่าอ่าน The Book of Hormones Season 1 เรื่องราวของชีวิตวัยฮอร์โมน กำลังจะออกมาเป็นรูปเล่มให้เพื่อนๆ ได้ติดตามแล้ว โดยเรื่องและภาพจาก GTH และ นาดาวบางกอก นั่นเอง ห้ามพลาดนะคะ งั้นวันนี้เรามาเรียกกระตุกต่อมฮอร์โมนกันก่อนสักนิด กับภาพปกหนังสือและเรื่องย่อของเนื้อหาภายในเล่ม หนังสือน่าอ่าน The Book of Hormones Season 1 The Book of Hormones Season 1 ราคา 295 บาท เป็นนิยายภาพในรูปแบบ Dramatoon สร้างจากซีรีส์วัยรุ่นซึ่งโด่งดังที่สุดในประเทศไทย กะเทาะเปลือกชีวิตมันๆ ของวัยรุ่นมัธยมในแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยรู้... เมื่อหนุ่มสาววัยฮอร์โมนพลุ่งพล่านกลุ่มนี้เดินมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่เต็มไปด้วยความสนุก, ความคะนอง, ความผิดหวัง, ความสมหวัง, ความรัก, ความเกลียด, ความฝัน อารมณ์และเรื่องราวสับสนโลดโผนต่างๆ ซัดเข้ามาในชีวิตอย่างจังจนพวกเขาต้องเซไป ใช่…เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยอย่างนี้นี่แหละ แต่มันก็เป็นวัยเดียวที่เรายังเหนื่อยโดยที่มีเสียงหัวเราะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ HormonesTheSeries

มติกสท. ลดค่าธรรมเนียมทีวีดิจิตอลคู่ขนาน4% หวังดึงช่อง3ร่วม
กสท /  กสทช. / 

มติกสท. ลดค่าธรรมเนียมทีวีดิจิตอลคู่ขนาน4% หวังดึงช่อง3ร่วมออกอากาศทีวีดิจิตอล วันนี้(22ก.ย.) มีรายงานข่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดกสท. มีมติลดค่าธรรมเนียมทีวีดิจิตอลที่ออกคู่ขนาน4% ส่วนทีวีช่องอื่นลดค่าธรรมเนียม 2 % เป็นระยะเวลา5ปี ซึ่งจะมีการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอชะลอจ่ายค่าธรรมเนียมปีที่2ของทีวีดิจิตอลอีก1ปี โดยกสท.เตรียมเชิญช่อง3มาหารือพรุ่งนี้ เพื่อรับทราบข้อเสนอการลดค่าธรรมเนียม เพื่อจูงใจการออกอากาศคู่ขนานซึ่งทางกสท.ยอมรับว่าการแก้ไขจ่ายค่ากองทุนUSO5ปีและการชะลอจ่ายค่าใบอนุญาตปีที่2ของทีวีดิจิตอล ผู้แพ้ประมูลอาจฟ้องร้องได้ แต่มติดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอกชน ให้ธุรกิจตั้งหลักได้ ทั้งนี้ กสท.ได้แจกเอกสารชี้แจงว่าบีอีซีเวิล์ด-บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์-บีอีซี มัลติมีเดีย มีความสัมพันธ์กันและจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการสัญญาสัมปทาน ตรวจสอบช่อง3 กรณี3บริษัท หากไม่ได้ดำเนินการเอง อาจจะมีผลกระทบต่อช่อง3อนาล็อกและ3ดิจิตอล MThai News

น่าอร่อย! 6 ไอดอลเกาหลี ยอมสละภาพลักษณ์เพื่อของกิน
B2ST /  EXO / 

น่าอร่อย! 6 ไอดอลเกาหลี ยอมสละภาพลักษณ์เพื่อของกิน .. ใครๆ ต่งก็คิดไปว่านักร้อง ไอดอลเกาหลีนั้นนึกถึงภาพลักษณ์มาอันดับแรกๆ เสมอ แต่เมื่อเวลาหิวพวกเขาก็พร้อมจะสลัดคราบการเป็นนักร้องแล้วกองเอาไว้ก่อน แหมเวลาหิวๆ ใครก็มักจะอดใจไม่ได้เมื่อได้กลิ่นข้าวหน้าหมู ราเมงหอมๆ โชยเตะจมูก 6 ไอดอลเกาหลี ก็เช่นกัน เป็นภาพเผลอๆ ขณะที่กินข้าวอยู่ แหม .. เผลอยังไงก็ยังน่ารัก หล่อเสมอ ^^ น่าอร่อย! 6 ไอดอลเกาหลี ยอมสละภาพลักษณ์เพื่อของกิน 1.เกิร์ลกรุ๊ปตัวท็อป Girls' Generation สาวๆ สุดสวย หุ่นดี เพอร์เฟ็คอย่างเกิร์ลกรุ๊ปตัวแม่ Girls' Generation เอง ก็ต้องสูญเสียการควบคุมทันทีเมื่อเจอกับอาหาร และแม้ว่าอาหารตรงหน้านั้นจะเป็นเพียงแค่ "บะหมี่" ธรรมดาๆ ก็ตาม พวกเธอก็พร้อมที่จะลืมความเป็นตัวแม่ซุปเปอร์สตาร์ทันที ตลอดช่วงที่พวกเธอกิน จะได้ยินเสียงซดน้ำ เสียงดูดเส้นอยู่ตลอดเวลา ถึงน้ำบะหมี่จะร้อนแค่ไหน แต่พวกเธอก็ไม่แคร์ โดยเฉพาะสาวซันนี่ และทิฟฟานี่ ที่แทบจะซดจนหยดสุดท้าย หากว่าทีมงานไม่มาขอหม้อบะหมี่ไปเก็บ 2.บอยแบนด์สุดฮอตวง EXO หนุ่มๆ บอยแบนด์สุดฮอตวง EXO ที่เพิ่งมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ก็ไม่พลาดที่จะติดลิสต์กับเขา โดยหากใครได้ดูรายการเรียลลิตี้ของหนุ่มๆ อย่าง EXO Showtime ล่ะก็ จะต้องเป็นอันได้เห็นเหล่าหนุ่มๆ กินกันแทบทุกตอน และดูเหมือนว่าหนุ่มๆ เองก็มีความสุขกับการกินมากเช่นกัน โดยเฉพาะตอนที่หนุ่มๆ หิวมากๆ ภาพลักษณ์หมาป่าสุดเท่ ก็แทบจะกลายเป็นจิ้งจอกผู้หิวโหย กินกันแบบชนิดที่เรียกว่า หมดมาดนักร้องบอยแบนด์สุดฮอตไปเลย 3.บอยแบนด์ผู้เปล่งประกาย SHINee ถึงแม้ว่าหนุ่มๆ SHINee จะมีโอกาสแยกกันออกไปถ่ายรายการตามสถานที่ที่ตนเองชอบ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขายังเหมือนกันก็คือ การกิน พวกเขาทั้ง 5 ต่างแยกย้ายไปหาอาหารที่ตัวเองสนใจ และแต่ละคนต่างก็โยนภาพลักษณ์ทิ้ง เพื่อโฟกัสกับอาหารที่ตัวเองสนใจ โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขาได้พูดถึงอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า สีหน้าของพวกเขาช่างปริ่มสุข 4.ลีดเดอร์ตาตี่ "ซองกยู" สมาชิกวง INFINITE หนุ่มซองกยู ลีดเดอร์ตาตี่ขวัญใจสาวๆ ผู้มีความสุขกับการกินสุดๆ เมื่อเขาไปออกรายการหนึ่งที่ต้องมีการชิมอาหาร อาหารมากมายที่อยู่ตรงหน้าทำเอามาดลีดเดอร์สุดเท่หายไปในพริบตา หากว่าคุณจับจ้องสายตาไปยังเขาล่ะก็ คุณจะมองเห็นความปริ่มสุขที่ออกมาจากสายตาของเขายามที่ได้เห็นอาหาร และเวลาที่เขาหยิบอาหารเข้าปาก ทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง มันช่างดูน่าอร่อยไปหมด อร่อยขนาดที่ว่าอาหารติดหน้าเขาก็แทบจะไม่รู้ตัว 5.สาวสวยเสียงดี "โซยู" สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป SISTAR ใครจะไปคิดว่าสาวสวยหุ่นบางอย่างสาวโซยูเอง ก็จะหลงใหลได้ปลื้มกับการกินมาก ถึงขนาดไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเอง โดยสาวโซยูแทบจะไม่สามารถเก็บมือของตัวเองได้เลย เมื่อเธอได้พบเจอกับอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ อย่าง "ไก่ย่างสไปซี่" แถมยังออกปากอีกว่า ฉันมีความสุขกับการกินมันจริงๆ  6.ลีดเดอร์นักแข้ง "ดูจุน" สมาชิกวง B2ST งานนี้แม้ว่าเขาจะต้องมากินคนเดียว แต่บอกเลยว่า หนุ่มดูจุน ไม่แคร์ กินคนเดียวก็อร่อยได้ คำใหญ่แค่ไหน ก็อ้าปากกินเข้าไปได้ไม่อั้น น้ำเสียงแห่งความสุข และหน้าตาที่เบิกบานแสดงให้เห็นว่าเขานั้นเอร็ดอร่อยมากแค่ไหน ขอบคุณข้อมูล : ข่าวสปริงนิวส์

ตำรวจปะทะแฟนบอลในบราซิล
การแข่งขันฟุตบอล /  ตำรวจปะทะแฟนบอล / 

เกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและแฟนๆ ฟุตบอลที่เข้าไปชมการแข่งขันฟุตบอลในสนามกีฬาที่บราซิล เกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและแฟนๆ ฟุตบอลที่เข้าไปชมการแข่งขันนัดดาร์บี้แมตช์ หรือการแข่งขันฟุตบอลของทีมสโมสรที่ตั้งอยู่ในเมืองเดียวกัน ระหว่างทีมโครินเธี่ยนส์ และ เซาเปาโล ที่เตะกันในสนาม “อารีน่า โครินเธี่ยน” เมื่อวานนี้ โดยเหตุความรุนแรงนี้เริ่มต้นขึ้นขณะที่การแข่งขันดำเนินมาถึงนาทีที่ 55 ซึ่งกลุ่มตำรวจได้นำกระบองเข้าไล่ตีกลุ่มแฟนบอลของทีมโครินเธี่ยนส์ ซึ่งนั่งอยู่บริเวณที่นั่งประจำทางตอนเหนือของสนาม อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ทั้งนี้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นได้รายงานว่า ผู้สนับสนุนสโมสรโครินเธี่ยนส์ ต้องการให้แฟนๆ ย้ายที่นั่งออกจากบริเวณโซนทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นที่นั่งประจำของแฟนๆ ทีมโครินเธี่ยนส์ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ปฏิบัติตาม ส่วนผลการแข่งขันนัดนี้นั้น ทีมโครินเธี่ยนส์ ที่เป็นเจ้าบ้านสามารถเอาชนะทีมเซาเปาโลไปได้ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 2 MThai News  ขอบคุณ ภาพและข่าวจาก รายการ : Motion News ช่อง MONO 29

ครูไหวใจร้าย (2532) 2/2 จบ
หนังไทย

สันติสุข พรหมศิริ-จินตหรา สุขพัฒน์-มณีนุช เสมรสุต-เศรษฐา ศิริะฉายา : นำแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เป็นเรื่องราวของ คุณครูคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อสั่งสอนลูกศิษย์ สอนหนังสือพร้อมกันนั้นยังได้อบรมและฝึกให้นักเรียนมีระเบียบเคร่งครัด ตกลงแบบฉบับคุณครูในสมัยก่อน ที่ใครๆอาจจะเห็นว่เข็มงวดเกินไป แต่ครูนั้นก็คือครูไหวซึ่งทำไปด้วยความรัก และหวังดีต่อนักเรียนอย่างจริงใจ ครูไหวเป็นคุณครูที่มีใจรักเด็กและอาสามาอยู่โรงเรียนชนบท ในอำเภอสะเมิง ที่ไม่ค่อยมีความเจริญ ครูไหวสอนหนังสือที่นี่ตั้งเเต่สาวจนเเก่ วันหนึ่งขณะที่ครูไหวลงโทษลูกศิษย์อยู่ เกิดไม่สบายอย่างมาก ลูกศิษย์คนนั้นต้องไปตามจ่าช่วง จ่าช่วงเเละหมออารีย์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของครูต้องนำครูไปที่โรงพยาบาล หมออารีย์ตรวจร่างกายครูไหวรู้ว่าครูป่วยหนักต้องผ่าตัดและนำตัวไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพโดยเรียกอาจารย์หมอกำแหงซึ่งเป็นเพื่อนครูมาดูเเลรักษาระหว่างที่ครูไปรักษาตัวอยู่ ชาวบ้านและลูกศิษย์ต่างเป็นห่วงครูอย่างมาก สุดท้ายคุณครูหายดี กลับมาเห็นชาวบ้านและลูกศิษย์คอยต้อนรับจึงซาบซึ้งใจกับทุกคนและภูมิใจในความเป็นครู ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2532-master-vcd_14.html

รีวิวสินค้า V2 Cigs Ultimate Starter Kit
V2 Profit /  business card / 

สั่งซื้อของแท้ลิขสิทธิ์ตามลิงค์เว็บไซต์ที่ปรากฏ Purchase of genuine reserved website link to appear http://www.v2cigs.com/6086.html http://www.vaporcouture.com/6086-18.html http://www.v2cigs.eu/6086-41.html http://www.v2cigs.cz/6086-43.html You can select up to 2 cartridge flavors in your V2 Standard Kit in your choice of strength. Our customers rave about V2 flavors and we have one that is sure to become your favorite. Our popular flavors include: V2 Red (American Tobacco), Sahara (Turkish Tobacco), Congress (Refined Tobacco), V2 Menthol (Refreshing Mint), Peppermint (Sweet Mint), Green Tea Menthol, Grape, Cherry, Chocolate, Coffee, Vanilla and V2 Cola. See Flavor Descriptions Page for more information.

สั่งทุบรังนกกระจอกทำเนียบฯ สื่อล่ารายชื่อค้าน
ทุบรังนกกระจอก /  นายกรัฐมนตรี / 

นายกรัฐมนตรี เห็นชอบสั่งทุบรังนกกระจอกสื่อมวลชน 3 จุดในทำเนียบรัฐบาลสร้างใหม่ภายใน 3 เดือน อ้างไม่รับกับสถาปัตยกรรมโดยรอบ ด้านสื่อไม่เห็นด้วย ล่ารายชื่อค้าน วันนี้ (22 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ตลอดทั้งวัน พ.อ.วีรชน สุคนธปฎิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาข้อยุติเรื่องการปรับปรุงสถานที่ทำงานของสื่อมวลชนหรือรังนกกระจอก ที่จากเดิมเคยมีปัญหาต่อต้านกรณีจะมีการทุบทิ้ง (รังนกกระจอก) โดยพ.อ.วีรชน ได้นำภาพของรังนกกระจอกที่จะมีการปรับปรุงใหม่ มาให้สื่อมวลชนดู แต่ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ โดยระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสืบเนื่องจากในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา  พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่การทำงานของสื่อมวลชนที่มีอยู่ทั้ง 3 จุดในทำเนียบรัฐบาล และพบว่ารังนกกระจอกซึ่งเป็นที่ทำงานของนักข่าวกว่า 30 ปี มีลักษณะสถานที่ไม่รับกับสถาปัตยกรรมโดยรอบ ทั้งตึกนารีสโมสร และตึกไทยคู่ฟ้า จึงได้มีคำสั่งให้สถาปนิก ออกแบบรังนกกระจอกใหม่ ให้สวยงามและเข้ากับสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ พ.อ.วีรชน ระบุว่าแบบดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งจะใช้งบประมาณในการซ่อมแซมห้องพักสื่อมวลชนทั้ง 3 จุดในวงเงิน 2 ,020,000 บาท ทั้งนี้เป็นการคำนวนจากสถาปนิกของกรมโยธาธิการและผังเมือง เบื้องต้นรังนกกระจอกเก่าจะใช้งบประมาณประมาณ 622,000 บาท โดยอาจมีการปรับเพิ่มตามความเหมาะสมแต่จะไม่ให้ราคาสูงเกินความจำเป็น หลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้รับเหมาจะเข้าดำเนินการทันที โดยยืนยันว่ามีความจำเป็นต้องทุบตึกเดิมและสร้างตึกใหม่เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 60-90 วันโดยประมาณ  และระหว่างการรื้อถอน จะให้สื่อมวลชนประจำอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ถูกปรับให้เป็นออฟฟิตชั่วคราว โดยตั้งบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เดิม อีกทั้งได้ยืนยันกับสื่อมวลชนว่าหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ จะให้สื่อมวลชนกลับมาประจำในห้องปฏิบัติการเดิมอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันสื่อมวลชนประจำรังนกกระจอกได้รวบรวมรายชื่อ เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการให้ทุบรังนกกระจอกทิ้ง เพราะเห็นว่าเป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและมีประวัติศาสตร์ทางการเมืองมายาวนาน เสนอไปยังเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ตึกไทยคู่ฟ้า) (ตึกนารีสโมสร) (ตึกสันติไมตรี) MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก : มติชนออนไลน์

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
10 อันดับ /  ข่าวการศึกษา / 

เพียร์สันบริษัทสำนักพิมพ์และให้บริการทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ ได้เผยรายงานการจัดอันดับเกี่ยวกับผลการศึกษาซึ่งได้รับการรวบรวมโดยอิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิท (อีไอยู)  และจากการจัดอันดับจาก 40 ประเทศทั่วโลก กับอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก จะมีประเทศไหนบ้างไปติดตามกันเลยคะ 10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก  10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก 1. เกาหลีใต้ 2. ญี่ปุ่น 3. สิงคโปร์ 4. ฮ่องกง 5. ฟินแลนด์ 6. สหราชอาณาจักร 7. แคนาดา 8. เนเธอร์แลนด์ 9. ไอร์แลนด์ 10. โปแลนด์ จากการจัดอันดับดังกล่าวนี้อันดับที่ 1 อย่างเกาหลีใต้ นั้นขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 2 ในครั้งก่อน ในส่วนของประเทศฟินแลนด์แชมป์เก่าในปี 2012 นั้นตกไปอยู่ในอันดับที่ 5  โดย ย้อนมาดู ทำไม? ประเทศฟินแลนด์ ถึงได้อันดับ 1  ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก! ในขณะที่บ้านเรามีการแข่งขันทางด้านการศึกษาสูงขึ้นทุกทีๆ แต่ในขณะเดียวกันเด็กนักเรียนชาวฟินแลนด์ (ซึ่งได้รับอนุญาตให้เล่นในโรงเรียนโดยไม่ต้องเรียนหนังสือได้จนถึงอายุ 6 ขวบ) กลับได้รับการศึกษาที่ดีกว่า ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ดีกว่าของประเทศอื่นอย่างไร? ทุก ๆ 3 ปี องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะทำการสำรวจคุณภาพระดับการศึกษาที่เรียกว่า PISA โดยวัดระดับทักษะในวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเด็กอายุ 15 ปี วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่ชาวเอเชีย “น่าจะ” ถนัด เนื่องด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่มักเน้นสาขาวิชาเหล่านี้โดยเฉพาะ และก็ไม่แปลกที่จะเห็นประเทศจีน สิงคโปร์และเกาหลีใต้ติดอันดับต้น ๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมเด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์ ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นกลับติดอันดับกับเขาด้วย ทำให้เราสงสัยว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์นั้นมีอะไรพิเศษ? นอกจากนั้นฟินแลนด์ยังถูกจัดให้มีนักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลก อีกด้วย 1. ไม่มีข้อสอบมาตรฐาน ในประเทศฟินแลนด์ ไม่มีการสอบมาตรฐาน เว้นแต่การสอบ National Matriculation Exam (ซึ่งคล้ายกับการสอบ O Level) ครูผู้สอนจะได้รับการฝึกให้ทดสอบนักเรียนด้วยการสอบในแบบของตนเอง รายงานผลการเรียนจะขึ้นอยู่กับคะแนนของนักเรียนแต่ละคน โดยไม่อิงค่าเฉลี่ยหรือคะแนนของนักเรียนคนอื่น ๆ 2. ไม่แข่งขัน ชาวฟินแลนด์มีทัศนคติพื้นฐานต่างจากชาวเอเชีย นั่นก็คือพวกเขาไม่ชอบเปรียบเทียบหรือแข่งขัน นักเขียนชาวฟินแลนด์คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ผู้ชนะตัวจริงไม่แข่งขัน” แล้วเราจะวัดความเก่งกันได้อย่างไรโดยไม่ต้องแข่งขัน? คำตอบคือโดยเชื่อในความสามารถของตนเองและแข่งขันกับตนเอง ซึ่งนี่เป็นแนวความคิดที่แปลกประหลาดสำหรับชาวเอเชีย 3. เชื่อมั่นในตัวครู เด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตามความสามารถและจังหวะของแต่ละคน โดยที่ครูจะปรับเปลี่ยนการสอนให้เข้ากับการเรียนของเด็ก ครูผู้สอนจะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างหนัก (ขั้นต่ำต้องจบปริญญาโท) แต่ละชั้นเรียนจะมีนักเรียนไม่มาก และอาชีพครูเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพอย่างสูง แม้ว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ และใช่ว่าผู้ปกครองชาวฟินแลนด์ทุกคนจะปลื้มระบบ แต่วิธีการดังกล่าวก็ทำให้การศึกษาของประเทศฟินแลนด์ให้ประสิทธิผลที่ดี 4. ทุกโรงเรียนเท่าเทียม การศึกษาของฟินแลนด์เริ่มต้นจากการมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีโอกาสเล่าเรียนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีพื้นเพฐานะอย่างไร อาศัยอยู่ส่วนไหนของประเทศ แทนที่จะใช้การศึกษาเฟ้นหาเด็กที่เก่งที่สุด พวกเขากลับใช้การศึกษาสร้างความเท่าเทียมทางสังคม ระบบการศึกษาของเกาหลี ยุคใหม่ มาแรงแซงโค้ง! ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่เป็นการจัดการศึกษาโดยสร้างระบบการศึกษาใหม่ (New Education System) เพื่อมุ่งสู่ ยุคสารสนเทศและโลกาภิวัตน์โดยเป้าหมายสูงสุดของระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ คือความเป็นรัฐสวัสดิการทางการศึกษา สร้างสังคมการศึกษาแบบเปิดและตลอดชีวิต ทำให้ชาวเกาหลีทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากการศึกษาได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ รัฐปรับโครงสร้างระบบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและเทคนิค นำเยาวชนเข้าสู่ชีวิตยุคสารสนเทศมีเสรีภาพที่จะถ่ายโอนการเรียน สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตข้ามโรงเรียนหรือข้ามสถาบันการศึกษาตลอดจนข้ามสาขาวิชาได้ ณ วันนี้ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ ได้ให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน จัดให้มีโรงเรียนและการศึกษาเฉพาะทางหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถหาความรู้พัฒนาตนเองตามความสนใจ โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้ปกครองมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่และอุปกรณ์ในระบบมัลติมีเดียช่วยให้บุคคลศึกษาหาความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาวิชาชีพในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวโดยสรุป เกาหลีได้สร้างระบบการศึกษาสมัยใหม่ ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการเป็นสังคมแห่งความรู้ (Knowledge-based Society) สร้างสภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้คนเกาหลีมีความรู้ ความสามารถ มีความทันสมัย และที่สำคัญคือมีจริยธรรม แต่ยังคงความเป็นเลิศด้านการศึกษาและดำรงมาตรฐานของระบบการศึกษาของเกาหลีได้อีกด้วย เรียบเรียง teen.mhai.com อ้างอิงจาก : โพสต์ทูเดย์, http://th.theasianparent.com/, http://upluskorea.com

8 สิ่ง รถไฟญี่ปุ่น ไม่เหมือนรถไฟไทย!
รถไฟญี่ปุ่น /  เที่ยวญี่ปุ่น / 

รถไฟของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะ ความเนี้ยบ และความตรงเวลาอย่างญี่ปุ่นมีอะไรที่น่าสนใจที่รถไฟประเทศเราไม่มีหลายๆ อย่าง นับว่าดีมากหากมาประยุกต์ใช้กับรถไฟบ้านเรา แต่มันจะเป็นไปได้มั้ย คงต้องรอให้ทางผู้ใหญ่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้กัน ว่าแต่เรามาดูรถไฟญี่ปุ่นกันก่อนนะ 8 สิ่ง รถไฟญี่ปุ่น ไม่เหมือนรถไฟไทย!  1. โบกี้สำหรับผู้หญิง ที่ญี่ปุ่นจึงจัดให้รถไฟซักโบกี้นึงเป็นโบกี้เฉพาะสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนที่เบียดๆ สาวๆ ทั้งหลายจะได้ไม่ต้องกลัวโดนลวนลามหรือเบียดกับผู้ชายในตู้ทั่วไป โดยมากตู้สำหรับผู้หญิงจะเป็นช่วงเวลาเช้าและเลิกงานที่คนเยอะจริงๆ ในระหว่างวันตู้นั้นผู้ชายก็สามารถขึ้นได้ตามปกติครับ ใครจะไปญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียวลองสังเกตสติกเกอร์สีชมพูๆ แบบนี้ให้ดีนะครับ เป็นประโยชน์แน่นอนเพราะหมายถึงตู้นั้น สำหรับผู้หญิงขึ้นโดยเฉพาะ  แต่สำหรับข้อนี้ รถไฟไทยเริ่มจัดทำตู้สำหรับผู้หญิงแล้วเหมือนกันนับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ 2. โบกี้สำหรับคนขี้หนาว ด้วยความขี้หนาวของคนญี่ปุ่นนี้เอง ก็ไม่แปลกที่ญี่ปุ่นจะมีรถไฟบางขบวนที่เปิดแอร์เบาๆ เบาแบบว่าบางทีพ่นลมเฉยๆ ไม่ปรับอุณหภูมิ จริงๆ นะ ไม่ได้หลอก เรียกกันว่าเปิดแบบ  ใครอ่านตัวจีนออกก็จะเข้าใจทันทีว่าแปลว่า พ่นลม/ส่งลม การเปิดแอร์แบบนี้ คนไทยที่เพิ่งมาญี่ปุ่นมั่นใจว่าตายแน่ๆ รถไฟหลายๆ ขบวนที่ญี่ปุ่นมักจะมีรถไฟสำหรับคนขี้หนาวนี้อยู่ นั่นหมายถึง หน้าร้อนจะเปิดแอร์ไม่แรง แต่หน้าหนาวโบกี้นี้ก็จะอุ่นกว่าโบกี้อื่นๆ ถ้าใครมาญี่ปุ่นก็อย่าลืมสังเกตสัญลักษณ์แอร์เบานี้ด้วย ไม่งั้นต้องทนร้อนไปตลอดทาง ไอเดียนี้ที่ไทยน่าจะเอาไปประยุกต์เป็นขบวนแอร์แรง รับรองว่าคนขึ้นกันตรึม 3. แยกแถวต่อ สำหรับคนที่จะขึ้นก่อนขึ้นหลัง อันนี้อาจงงหน่อย แต่เหมาะมากในการสร้างระเบียบในการต่อแถว ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังจะกลับบ้านด้วยรถด่วน แต่รถที่มาถึงก่อนเป็นรถแบบจอดทุกสถานี (หวานเย็น) ที่ญี่ปุ่นก็จะมีที่ยืนให้เราต่อแถวรอรถขบวนต่อไปแบบไม่เกะกะคนที่จะขึ้นรถขบวนก่อนเรา โดยเขียนเป็นเส้นที่พื้น ปัดหางแถวสวยงามไม่ขวางทางใคร ป้องกันการแซงแถวและการยืนออกันมั่วๆ ซึ่งอาจสร้างความลำบากแก่คนขึ้นลงขบวนก่อนหน้าเรา  วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงดูเป็นประเทศที่เป็นระเบียบมากเวลาจะขึ้นหรือลงรถไฟ นอกจากจะสวยงามน่าดูชมแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดความเครียดจากการแย่งชิงเพราะไม่ต่อแถวอีกด้วย 4. ไม่ใช้มือถือพูดคุยเด็ดขาด ที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องปกติมากที่จะไม่พูดโทรศัพท์ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในรถไฟนี่แทบจะเรียกว่าต้องห้ามเลยด้วยซ้ำ ใครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ฮัลโหลลลลล” เมื่อไหร่นี่โดนมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแน่นอน บางคนอาจถามว่าทำว่าทำไมที่ญี่ปุ่นต้องซีเรียสกับการห้ามคุยโทรศัพท์บนรถไฟด้วย เหตุผลแรกๆ เลยคือ มารยาท มีงานสำรวจความเห็นคนญี่ปุ่น สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดบนรถไฟคือเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าและเสียงการคุยโทรศัพท์ ถ้าใครนึกไม่ออกว่าน่ารำคาญยังไง ให้นึกถึงเสียงริงโทนแสนแซ่บเมกะฮิตซ์แดนซ์กระจายในรถไฟบ้านเรา หรือคนที่นั่งเม้าท์โทรศัพท์ตลอดทาง จนเราซึ่งแอบฟังอยู่แทบจะช่วยนางออกความเห็นตามไปด้วย 5. ต้องปิดสัญญาณมือถือในที่นั่งคนชรา หญิงมีครรภ์ ผู้มีปัญหาทางร่างกาย นอกจากจะไม่ค่อยเจอคนคุยด้วยเสียงดังในรถไฟแล้ว ที่ญี่ปุ่นจะมีการแบ่งที่นั่งที่หัวหรือท้ายขบวนให้กับผู้ชรา หญิงมีครรภ์ และคนที่อาจมีปัญหาทางร่างกาย เป็นต้น ที่นั่งนี้จะมีป้ายเขียนประมาณว่า...นอกจากเราจะต้องสละที่นั่งให้พวกเขาเหล่านั้นก่อนแล้ว หากอยากอยู่บริเวณนั้น ก็ต้องปิดสัญญาณสื่อสารให้หมดด้วย พูดง่ายๆ คือปิดมือถือนั่นเอง 6. การขึ้นบันไดเลื่อน ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ไม่ว่าจะที่ไทยหรือที่ไหนๆ ว่า เวลาขึ้นบันไดเลื่อนต้องชิดซ้ายหรือชิดขวากันแน่?? อย่างที่โตเกียว คนส่วนมากจะชิดซ้าย ส่วนที่โอซาก้า คนจะชิดขวากันหมด เช่นเดียวกับที่เรากำลังรณรงค์กันในรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินที่กรุงเทพฯ จริงๆ ที่ญี่ปุ่นมีการชิดด้านใดด้านหนึ่งอย่างเป็นระเบียบนี้มานานมากแล้ว ในขณะที่บ้านเรากำลังเริ่มต้นรณรงค์จริงจัง แต่ที่น่าแปลกใจคือ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น พยายามให้คนยืนทั้งสองฝั่งของบันไดเลื่อน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยบ้างล่ะ จะได้ไม่มีคนวิ่งบนบันไดเลื่อน หรือด้วยเหตุผลของการบำรุงรักษา เพราะถ้ายืนออกันด้านเดียวอาจเกิดความไม่สมดุลของบันไดเลื่อน 7. พนักงานช่วยยัดคนลงไปในรถไฟ ตอนชั่วโมงเร่งด่วน รถไฟในโตเกียวโดยเฉพาะสายจากชานเมืองเข้ามาตัวเมือง อัดแน่นยิ่งกว่าอะไรในโลกใบนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือนายสถานีที่ต้องทำหน้าที่พิเศษ นั่นคือคอยผลักและยัดผู้โดยสารเข้าไปในรถให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว หวังว่าที่ไทยยังคงไม่ต้องมีนะ 8. ใบแจ้งว่ามาสายเพราะรถไฟ สมมติว่าวันไหนเกิดเหตุที่ทำให้รถไฟมาช้า แล้วทำให้เราไปโรงเรียนหรือที่ทำงานไม่ทัน ที่สถานีรถไฟจะมีกระดาษวางตั้งเอาไว้ให้เราหยิบไปเป็นหลักฐานว่าไม่ใช่ความผิดของเรานะ แต่เป็นเพราะรถไฟช้า หัวหน้าหรืออาจารย์จะได้ไม่สามารถเอาผิดเราได้ บางที่มีให้เลือกหยิบได้ว่าสายไปแล้วกี่นาทีแบบในรูปที่พี่โชหามาให้ดู เขาเขียนเป็นเลขเวลา 10 20 30 นาทีเลยทีเดียว แหม อยากให้ที่จ่ายเงินทางด่วนบ้านเรามีใบนี้ให้หยิบบ้างจังเลย ขอบคุณข้อมูลจาก http://webboard.edtguide.com/

นักรบตาไฟ (2533) 1/2
หนังไทย

ค่ายภาพยนตร์ : เอส.เค โปรโมชั่น อำนวยการสร้าง : แสงสร รวยรุ่ง กำกับการแสดง : เด่น ดวงตะวัน ถ่ายภาพ : ยศ นคร นักเเสดง : ธิดา ธีระรัตน์, ลิขิต เอกมงคล, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์, สมุย ไกรสุข, ทวน ทวนทอง, พิศ อินทร์คล้าย, วิทยา กลิ่นขจร, บรรจง พงษา, จรัญ พรหมรังษี, เหม เวชยันต์, ภัคนี สนทรนาค, ปัทมา ดารา, พิม โสภา ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/09/2533-master-vcd_20.html

เที่ยวกรุงเทพฯ (Shutter&Travel)
วัดพระแก้ว /  วัดไตรมิตร / 

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย เสียงอื้ออึงของผู้คนดังอยู่ในหัวเหมือนแมลงหวี่บินวนเวียนไปมา พร้อมเสียงลมหายใจเข้าออกของตนเองดังออกมาเป็นจังหวะ ระหว่างที่ตาซ้ายปิดสนิทพร้อมตาขวาประกบอยู่ที่กล้องถ่ายภาพ ผมกำลังยืนอยู่ที่วัดพระแก้ว ช่วงประมาณเกือบๆ 4 โมงเย็น แดดค่อนข้างแรง รู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลหยดลงมาจากหน้าผาก แต่ผมก็ไม่ยอมกด shutter สักทีเพราะคนเดินไปมาไม่ยอมหยุด การเฝ้ารอจังหวะคนที่พอดีๆ เพื่อให้องค์ประกอบของภาพลงตัวในสถานที่ท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย … กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของเอเชีย ที่ถือเป็น Hub ของการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหนึ่งปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาหลายล้านคน ในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 26,735,583 คนเพิ่มจากปี 2556 ถึง 19.60% การท่องเที่ยวถือเป็นรายหลายหลักอันดับต้นๆ ของประเทศมานาน ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา อยุธยา และอีกหลายจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินกันขวักไขว่ ไม่เว้นกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน แต่กลับกัน ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์คนกรุงอย่าเราๆ ต่างหลงไหลได้ปลื้มกันเมืองตากอากาศหรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ จนลืมไปว่าเมืองกรุงที่เราอยู่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่คนกรุงอย่างเราๆ อาจจะไม่เคยไปเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เราจะมองข้าม เพราะเราอยู่กรุงเทพฯ กันมานาน ทำงานตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ คุ้นชินกับชีวิตเมืองเบื่อหน่ายการเดินทางจากการทำงาน จึงต้องออกไปดูโลกกว้างใหญ่ไกลกรุงกันบ้าง Shutter & Travel ก็แค่อยากชวนเพื่อนๆ คนกรุง ลองก้มมองย้อนดูกรุงเทพฯ กันบ้างไรบ้าง แล้วหยิบกล้องตัวโปรดกับเลนส์ตัวชื่นชอบ ออกมาเที่ยวกรุงเทพฯ กันบ้างครับ "กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย" กรุงเทพฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายและหลากหลายประเภทเป็นเมืองแห่งสีสันทั้งในยามค่ำคืนและยามกลางวันเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความรู้รอบตัวท่องเที่ยวได้ไม่จำกัดเวลาและไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณมากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีอยู่เป็นจำนวนมากมากของกรุงเทพฯ วัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่นำมาจากกรุงเวียงจันทร์ มาบุญครอง ห้างมาบุญครอง น้อยคนที่จะไม่รู้จัก แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "MBK Center" เพื่อง่ายต่อนักท่องเที่ยว แต่คนไทยชื่อที่เรียกกันจนติดปากคือ "มาบุญครอง" ที่นี่ถือเป็น ศูนย์ค้าที่โด่งดังเข้าขั้นระดับโลก เพราะสินค้าคุณภาพมีให้เลือกหลากหลาย อีกทั้งราคาขายโดยเฉลี่ยก็ไม่แพงจนเกินไป เดิมเคยเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันบริเวณโดยรอบถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดของประเทศ ไทย มีห้างสรรพสินค้าและแหล่งช็อปปิ้งเกิดใหม่มากมายอย่าง Siam Discovery Siam Center Siam Paragon Siam Square รวมถึงห้าง Tokyu    สะพานพระราม 8 สะพานพระราม 8 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สะพานนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี เสาชิงช้า เสาชิงช้า เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้า ในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม และลานหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ลานคนเมือง) ใกล้กับเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ในพื้นที่แขวงเสาชิงช้าและแขวงวัดราชบพิธ เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันพิธีโล้ชิงช้าได้เลิกไปแล้ว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นผลงานการออกแบบของศ.ศิลป์ พีระศรี และ จิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายนพ.ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคมพ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อนุสาวรีย์แห่งนี้ ยังเป็นหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยอีกด้วย เยาวราช ถนนเยาวราช เป็นถนนสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ระยะทางความยาวตลอดเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร ได้รับการกล่าวขานและขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร" โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราชและสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลาย สุดของถนน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนเยาวราชประกอบไปด้วยจุดสำคัญหลายจุดเช่น วงเวียนโอเดียนถนนเจริญกรุง ซึ่งอยู่ในท้องที่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของถนนเยาวราชตัดกับถนนทรงสวัสดิ์ (สี่แยกเฉลิมบุรี) ถนนราชวงศ์ (สี่แยกราชวงศ์) และถนนจักรวรรดิ (สี่แยกวัดตึก) ข้ามคลองรอบกรุง (สะพานภาณุพันธุ์) เข้าสู่ท้องที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร สิ้นสุดที่แยกถนนพีระพงษ์ตัดกับถนนมหาไชยและถนนจักรเพชร วงเวียนโอเดียน วงเวียนโอเดียน เป็นวงเวียนอยู่หัวถนนเยาวราช เป็นจุดตัดของถนนเจริญกรุง, ถนนเยาวราช และถนนมิตรภาพไทย-จีน อยู่ในเขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร เป็นวงเวียนที่มีประวัติความเป็นมาคู่กับถนนเยาวราช เคยเป็นศูนย์รวมสถานบันเทิง เดิมเป็นวงเวียนน้ำพุ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ปัจจุบันปรับปรุงเป็นที่ตั้งของ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา ร้านค้าในย่านนี้ เรียกว่า ร้านค้าย่านโอเดียน เป็นย่านเก่าแก่เป็นที่มาของชื่อ เซียงกง แหล่งเครื่องยนต์มือสอง และอะไหล่มือสองจากญี่ปุ่นยุคแรก ปัจจุบัน ยังมีร้านค้าเหล่านี้อยู่บ้าง เช่น ร้านค้าอะไหล่รถยนต์ อะไหล่แทรกเตอร์ ร้านค้าโลหะ และร้านค้าเครื่องเรือ วัดไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เป็นวัดโบราณอยู่ในที่ลุ่มพระอารามเป็นเรือนไม้ มีชื่อเดิมว่า "วัดสามจีน" เข้าใจกันว่า ชาวจีน 3 คนร่วมกันสร้างพระอารามเพื่อเป็นวิหารทานการบุญ สิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ พระพุทธรูปทองคำองค์นี้มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80% ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99% สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่กล่าวมายังเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยของการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ กรุงเทพยังมีที่เที่ยวอีกเยอะที่เราอาจจะไม่เคยไป การถ่ายภาพในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้เราไม่ควรที่จะรีบร้อน เพราะนักท่องเที่ยวที่มีมากจนอาจจะทำให้เราต้องรอเวลาที่เหมาะที่สุด คนน้อยที่สุดเพื่อองค์ประกอบภาพที่ลงตัวตามที่เราต้องการ ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://th.wikipedia.org Shutter Tips สำหรับคอลัมม์นี้ผู้เขียนขอแบ่งปันเทคนิคการถ่ายภาพ “ท้องฟ้าทไวไลท์” ฟ้าทไวไลท์มี 2 ช่วงเวลาในการถ่ายคือ เช้าและเย็น ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและช่วงพระอาทิคย์ตกไปแล้วในช่วงเย็น แต่ส่วนใหญ่จะนิยมเลือกถ่ายในเวลาเย็น เพราะในเวลาเย็นจะมีโอกาสเห็นแสงไฟตามท้องถนนหนทาง ซึ่งจะเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพได้ 4 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวมีดังนี้ กล้องและขาตั้งกล้อง เลนส์มุมกว้างตั้งแต่ 24 mm เป็นอย่างน้อย(เมื่อนำมาคำนวณกับเซ็นเซอร์ในกล้องตัวคูณเท่ากับ 36 mm เรื่องการเลือกระยะของเลนส์ไม่มีข้อจำกัดตายตัว ช่างภาพบางท่านก็นิยมให้เลนส์เทเลมาถ่ายภาพเจาะ ซึ่งก็ได้ภาพที่สวยงามเช่นกัน ND Filter เพื่อการลดแสง บางครั้งการถ่ายภาพในช่วงที่มีแสงทไวไลท์ อาจจะมีความเร็วซัตเตอร์ที่ยังช้าไม่เพียงพอ การใช้ ND Filter ก็จะช่วยลดแสงยืดเวลาของ Speed Shutter ให้นานออกไป สายลั่น shutter หรือ รีโมทก็ได้ หากไม่มีทั้ง 2 อย่าง อาจจะตั้งเวลา shutter จากตัวกล้องได้ หลังจากเราเตรียมอุปกรณ์ครบเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาเลือก Location กันเลย หลายคนถามว่าจะถ่ายภาพฟ้าทไวไลท์ จะเลือก Location ทำไม ก็ไม่ผิดนะครับที่จะเงยกล้องขึ้นไปถายเลยก็ได้ แต่ภาพที่จะได้ก็คือฟ้าอย่างเดียว แต่ภาพท้องฟ้าทไวไลท์หนึ่งภาพเราสามารถเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพได้ ด้วยการไปในสถานที่ที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าเราไปในเมืองเราก็จะได้ภาพไฟเพิ่มเติมเข้ามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของภาพ หรือถ้าเราไปตามท้องถนน เราก็อาจจะได้ไฟหน้ารถหรือท้ายรถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบเช่นกัน หรือถ้าเราไปทะเลสาบ เราก็อาจจะได้ภาพที่สะท้อนวัตถุลงไปในน้ำ ซึ่งก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง Location จึงเป็นตัวกำหนดและเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพท้องฟ้าทไวไลท์ หลังจากเราเลือก Location ได้แล้วเราก็เริ่มถ่ายกันเลย ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวในการออกไปถ่ายภาพท้องฟ้าทไวไลท์ ที่ขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ ไปก่อนเวลาเสมอ เพื่อให้มีเวลาในการเลือกมุมภาพ เราควรจะไปถึงสถานที่ถ่ายภาพและเลือกมุมภาพที่เราต้องการถ่ายสัก 2-3 มุม ถือเป็นการสำรองไว้ในกรณีที่มันไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ ส่วนตัวจะไปถึงประมาณ 16.30 น. - 17.00 น. เมื่อได้เวลาและฟ้าที่ต้องการแล้วก็เตรียมกล้องวางบนขาตั้งกล้อง กำหนดค่า ISO ที่ต่ำที่สุดที่กล้องมีให้ ส่วนใหญ่จะ ISO100เลือกโหมดวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งใบ ผู้เขียนขอใช้โหมดการถ่ายภาพในโหมด TV คือการถ่ายภาพแบบกำหนดค่า Speed Shutter ด้วยตนเอง ส่วนค่า F ก็จะแปรผันตามระบบวัดแสงที่วัดได้แต่จะได้ค่า F ที่เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของ Speed Shutter ที่ต้องการ เช่น หากเราต้องการถ่ายภาพไฟหน้ารถให้เป็นเส้นยาวต่อเนื่องจากด้านซ้ายสุดไปขวาสุดของภาพ เราประมาณเวลารถวิ่งเอาไว้ เช่น 8 วินาที เราก็ตั้ง Speed Shutter ที่ 8 วินาที แล้วมาดูว่าค่า F ที่ได้คือเท่าไหร่ แล้วก็กดบันทึกภาพได้เลย (สามารถใช้โหมดถ่ายภาพ M Manual ได้ แล้วแต่ความถนัด) แต่การทำตามขั้นตอนในข้อ 3 ก็มีโอกาสที่จะได้ค่าการวัดแสงออกมาจะสว่างเกินไปคือเลือกที่ 8 วินาทีแล้วค่า F แสดงผลได้ที่ 22หรือแคบที่สุดแล้ว ก็ยังได้ภาพที่โอเวอร์อยู่ ตัวช่วยของเราคือ ใช้ ND Filter ในการลดแสงครับ ND Filter มีลักษณะเหมือนกระจกที่ติดฟิล์มสีดำเข้าไป ซึ่งจะมีให้เลือกตั้งแต่ ND2 ND4 ND8 เลขมากจะลดแสงได้มากตาม และที่สำคัญที่สุดให้ใช้สายลั่น Shutter รีโมท หรือหากไม่มีให้ใช้การตั้งเวลา Shutter แทนเพื่อป้องกันการสั่นไหวจากน้ำหนักมือที่กดลงบน Shutter ================================================================================  *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com ================================================================================

6 พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น ผู้มาเยือนต้องไม่พลาด!
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์จิบลิ / 

ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจและตื่นตาตื่นใจในญี่ปุ่นอีกหลายแห่ง แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย จึงขอนำเสนอพิพิธภัณฑ์ 6 แห่งในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน 6 พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น ผู้มาเยือนต้องไม่พลาด! 1. พิพิธภัณฑ์ Ghibli Museum ถ้าพูดถึงผลงานอะนิเมชั่นชิ้นเอกของญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายคนก็คงลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าคือผลงานของจิบลิ(Ghibli) Ghibli Museum, Mitaka แห่งนี้ได้รวบรวมเอาเสน่ห์ของจิบลิไว้จนแน่นเอียด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์หนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมชมชอบของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวโตเกียวเป็นอย่างมากในการเข้าชมจะต้องจองตั๋วโดยกำหนดวันและเวลาก่อนล่วงหน้าตั๋วมีจำหน่ายที่ LAWSON 2. พิพิธภัณฑ์ Cup Noodle Museum ภาพ : dailymail.co.uk Cup Noodle Museumเปิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2554 ที่โยโกฮาม่าโดยบริษัทNissin Shokuhinของญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ผลิตcup noodleพิพิธภัณฑ์นี้ต้องการสื่อให้เห็นความสำคัญของการประดิษฐ์การค้นพบสิ่งใหม่ๆโดยผ่านการจัดแสดงเรื่องราวของinstance ramen หรือการทดลองทำราเมงด้วยตัวเองเป็นต้น ที่น่าสนใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็น My cup noodle factoryที่สามารถทำออริจินัลคัพนู๊ดเดิลเองได้ สามารถดีไซน์ตัวถ้วย เลือกซุปและส่วนผสม ได้เองตามใจชอบ เป็นคัพนูดเดิลถ้วยเดียวในโลก 3. พิพิธภัณฑ์ Fujiko.F.Fujio Museum การ์ตูนญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของเด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนมาตลอดหลายยุคหลายสมัยนั้นทุกคนคงปฎิเสธไม่ได้ว่านั่นคือ โดราเอมอน ซึ่งมีทั้งการ์ตูน อะนิเมชั่นและภาพยนต์ โดราเอม่อนเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งเอเซียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แฟนๆโดราเอมอนจะต้องดีใจเมื่อได้มาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองคาวาซากิ ในจังหวัดคานางาวะ เป็นที่น่ายินดีคือทางพิพิธภัณฑ์ได้เตรียมอุปกรณ์หูฟังเป็นไกด์ให้สำหรับผู้เข้าชมมีด้วยกัน 4 ภาษาคือ ภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี เนื่องจากทางพิพิธภัณฑ์ได้กำหนดผู้เข้าชมไว้เพียงวันละ 2000 ท่านเท่านั้น ดังนั้นจะต้องจองตั๋วโดยกำหนดวันและเวลาก่อนล่วงหน้า โดยตั๋วมีจำหน่ายที่LAWSON 4. พิพิธภัณฑ์ Kyoto International Manga Museum ภาพ : kanpai-japan.com เกียวโตก็เป็นอีกจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ ซึ่งใจกลางของเมืองเกียวโตในส่วนที่เรียกว่า Karasuma Oike (烏丸御池) มีสถานที่สำหรับผู้ที่รักและสนใจในอะนิเมชั่นญี่ปุ่น นั่นคือ Kyoto International Manga Museum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทำการเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2006 เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่รวบรวมการ์ตูนที่มีค่าทั้งในและนอกประเทศไว้อย่างมากมาย มีทั้งนิตยสารในสมัยเมจิ หนังสือสำหรับให้เช่าในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผลงานที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ผลงานที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ รวมแล้ว 3 แสนเล่ม (2009) นอกจากนี้ เสียค่าเข้าเพียง 500 เยนก็สามารถเข้าไปอ่านการ์ตูนที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดเตรียมไว้ทั้งหมด 5 หมื่นเล่มจุดที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์นี้คือสามารถนอนอ่านการ์ตูนเล่นชิลๆ บนสนามหญ้าอาบแสงจากธรรมชาติได้ตามใจชอบ ดูแล้วช่างมีความสุข 5. พิพิธภัณฑ์ Kaiyodo Figure Museum บริษัท Kaiyodoเป็นบริษัทผลิต Figureชั้นนำของโลกที่มีเทคนิคการสร้างแบบจำลองที่เยี่ยมยอด ได้รวบรวม Figureไว้ที่ Kaiyodo Figure Museumแห่งนี้ ตั้งอยู่ในจังหวัดชิกะใกล้ๆกับเกียวโต ภายในจัดแสดง Figureของ บริษัท Kaiyodo โดยแบ่งเป็นโซนและเป็นเรื่องราวในรูปแบบสามมิติที่ตื่นตา แฟนๆFigureต้องไม่พลาดนะคะ 6. พิพิธภัณฑ์ Kyoto Gion Udon Museum ใครที่ชอบทานอุด้งแล้วละก็ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่Kyoto Gion ผู้เยี่ยมชมสามารถเลือกทานอุด้งตามฤดูกาลของแต่ละท้องถิ่นได้มากกว่า 30 ชนิดนอกจากนี้ยังได้ความรู้เกี่ยวประวัติความเป็นมาของอุด้งและมีการแนะนำอุด้งที่มีชื่อในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศญี่ปุ่นเรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวสามารถชิมอุด้งของญี่ปุ่นได้ทั่วประเทศเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก http://anngle.org/th

แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว สร้างชุดสวยด้วยกระดาษ
กิจกรรมวัยรุ่น /  ความคิดสร้างสรรค์ / 

หลังจากเมื่ออาทิตย์ก่อน ทีนเอ็มไทยได้นำเสนอเรื่องราวของ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน ก็ทึ่งในความสามารถกันไปแล้ว คราวนี้เรามีแฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว สร้างชุดสวยด้วยกระดาษ วัยเพียง 4 ขวบ มานำเสนอกันต่อเริ่ดไหมละ? เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว งั้นอย่ารอช้า ไปทำความรู้จักเธอกันเลย...ใครพลาดเอ้าท์แน่ๆ แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว สร้างชุดสวยด้วยกระดาษ น่ารักมากๆ กับแฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋วคนนี้ เธอก็คือ สาวน้อย “เมแฮม” วัย 4 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในเมือง ซินซิเนติ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา กับคุณแม่ แองจี้ ไคเซอร์ ที่เป็นผู้ดูแลและคอยสนับสนุน โดย เมแฮม เด็กสาวที่มีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์คนนี้ ได้ใช้กระดาษนานาชนิด เช่น กระดาษแข็ง กระดาษทิซชู กระดาษห่อของขวัญ ถุงกระดาษ นิตยสาร และกระดาษฟอยล์ นำมาออกแบบ และตัดเย็บเป็นชุดสุดเก๋พร้อมกับที่ตัวเมแฮมเองเป็นผู้สวมใส่ และเป็นนางแบบโพสท่าสวยลงอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า @2sisters_angie และบล็อกแฟชั่น www.fashionbymayhem.com ที่ขณะนี้มีคนติดตามกว่า 4 แสนคน โดยเเรงบันดาลใจนี้เกิดขึ้นจาก แองจี้ แม่ของ เมแฮม ได้โพสต์รูปของเธอกับลูกในอินสตาแกรมปกติ จนวันหนึ่งเมแฮมเริ่มสนใจแฟชั่นมากขึ้น เห็นได้จากการที่เธอชอบแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง และนำผ้าต่างๆ มาพันรอบร่างกายพร้อมตกแต่งใหม่ในแบบฉบับของเธอเอง จนวันหนึ่งที่แองจี้ หาผ้ามาให้ลูกเล่นสนุกไม่ได้ จึงขอเปลี่ยนเป็นกระดาษสีต่าง ๆ แทน ซึ่งทำให้สองแม่ลูกสนุกกับการตัดกระดาษ ดีไซน์ ชุดสวย ๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งชุดเหล่านี้มีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์, หนังสือ, การเดินทาง รวมไปถึงชุดบนรันเวย์ หรือบนพรมแดงที่ดาราฮอลลีวูดคนโปรดใส่ออกงาน ฯลฯ เช่น ชุดแม่มด จากการ์ตูนเรื่องดังมาลิฟิเซนต์, ชุดเจ้าหญิงเอลซ่า จากการ์ตูนเรื่องโฟรเซ่น, ชุดที่ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดอย่าง เทเลอร์ สวิฟท์, เคที่ เพอร์รี่, ลูปิตา เอ็นยองโง ใส่เดินพรมแดงตามงานต่างๆ และที่เริ่ดไปกว่านั้นก็คือ ผลงานของ “เมแฮม” แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋วคนนี้ยังเข้าตากรรมการ จนถูกเชิญไปแสดงในงาน นิวยอร์ก แฟชั่น วีค ครั้งล่าสุดอีกด้วย พร้อมผลงานออกแบบของเธอ คือ ชุดเดรสสีฟ้า-ดำ ลายเสือ และชุดเดรสสี ชมพู-ทอง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของแบรนด์แฟชั่นดังระดับโลก “รีม อะครา” ที่เมแฮมเห็นบนรันเวย์ก่อนหน้านี้ ส่วนตัวเองก็สวมใส่เสื้อขาวดำ ที่มีการแต่งเอวด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆ และกระโปรงสีดำที่ทำจากกระดาษทั้งหมดเช่นกัน เจ๋งจริงๆ เมแฮม ได้บอกว่า ชุดแต่ละชุดของเธอ ใช้เวลาตัดเย็บประมาณ 1 ชั่วโมง แต่คุณแม่แองจี้เปรียบเทียบให้ฟังว่า เวลา 4 นาทีของเมแฮม เปรียบเทียบได้กับเวลาหลายชั่วโมงที่ยาวนาน เพราะฉะนั้นหนึ่งชุดที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมง อาจจะหมายถึงเวลา 2-3 วันของเด็กวัยเดียวกันกับลูกของเธอก็ได้ ว้าววว เก่งจริงๆ เลยนะ ตัวแค่นี้ ที่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองรักและชื่นชอบจนได้รับโอกาสแสดงผลงานในรันเวย์กันเลยทีเดียว นี่ถ้าเป็นสมัยวัยกระเตาะของเรา คงกำลังนั่งเล่นตุ๊กตากระดาษเปลี่ยนชุดเดิมๆ สลับไปมาอยู่เท่านั้น แต่สำหรับ เมแฮม แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว กลับสามารถต่อยอดจินตนาการ และไอเดียแปลกใหม่ ให้เกิดเสื้อผ้ากระดาษที่สวมใส่ได้จริง เจ๋งป่ะละ เห็นแบบนี้แล้ว ผู้ใหญ่อย่างเราก็ต้องคอยสนับสนุนและอย่าปิดกั้นโอกาสหรือให้เด็กๆ เขาได้แสดงความสามารถนะคะ เพราะสิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้และดี ไม่แพ้เมแฮม สาวน้อยคนนี้ได้เลยทีเดียว เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ dailynews, COOL J CJ, fashionbymayhem

ครูไหวใจร้าย (2532) 1/2
หนังไทย

สันติสุข พรหมศิริ-จินตหรา สุขพัฒน์-มณีนุช เสมรสุต-เศรษฐา ศิริะฉายา : นำแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เป็นเรื่องราวของ คุณครูคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อสั่งสอนลูกศิษย์ สอนหนังสือพร้อมกันนั้นยังได้อบรมและฝึกให้นักเรียนมีระเบียบเคร่งครัด ตกลงแบบฉบับคุณครูในสมัยก่อน ที่ใครๆอาจจะเห็นว่เข็มงวดเกินไป แต่ครูนั้นก็คือครูไหวซึ่งทำไปด้วยความรัก และหวังดีต่อนักเรียนอย่างจริงใจ ครูไหวเป็นคุณครูที่มีใจรักเด็กและอาสามาอยู่โรงเรียนชนบท ในอำเภอสะเมิง ที่ไม่ค่อยมีความเจริญ ครูไหวสอนหนังสือที่นี่ตั้งเเต่สาวจนเเก่ วันหนึ่งขณะที่ครูไหวลงโทษลูกศิษย์อยู่ เกิดไม่สบายอย่างมาก ลูกศิษย์คนนั้นต้องไปตามจ่าช่วง จ่าช่วงเเละหมออารีย์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของครูต้องนำครูไปที่โรงพยาบาล หมออารีย์ตรวจร่างกายครูไหวรู้ว่าครูป่วยหนักต้องผ่าตัดและนำตัวไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพโดยเรียกอาจารย์หมอกำแหงซึ่งเป็นเพื่อนครูมาดูเเลรักษาระหว่างที่ครูไปรักษาตัวอยู่ ชาวบ้านและลูกศิษย์ต่างเป็นห่วงครูอย่างมาก สุดท้ายคุณครูหายดี กลับมาเห็นชาวบ้านและลูกศิษย์คอยต้อนรับจึงซาบซึ้งใจกับทุกคนและภูมิใจในความเป็นครู ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2532-master-vcd_14.html

นักรบตาไฟ (2533) 2/2 จบ
หนังไทย

ค่ายภาพยนตร์ : เอส.เค โปรโมชั่น อำนวยการสร้าง : แสงสร รวยรุ่ง กำกับการแสดง : เด่น ดวงตะวัน ถ่ายภาพ : ยศ นคร นักเเสดง : ธิดา ธีระรัตน์, ลิขิต เอกมงคล, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์, สมุย ไกรสุข, ทวน ทวนทอง, พิศ อินทร์คล้าย, วิทยา กลิ่นขจร, บรรจง พงษา, จรัญ พรหมรังษี, เหม เวชยันต์, ภัคนี สนทรนาค, ปัทมา ดารา, พิม โสภา ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/09/2533-master-vcd_20.html