part.2/เกย์เว้ยเฮ้ย2 Gthai Movie 2 MASSAGE BOYS

10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ
ข้อควรรู้ /  น้ำตก / 

น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี มีชั้นน้ำตกสวยงามหลากหลายชั้น ใครที่ไปก็ย่อมอยากไปเที่ยวให้ครบทุกชั้น และนี่คือ 10 ข้อควรรู้ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดชมความงามทุกจุด และเต็มอิ่มกับอรรถรสในการเที่ยวครับ 10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ 1. ทานอาหารให้อิ่มก่อนไปถึงหน้าอุทยาน - ร้านอาหารที่หน้าอุทยานเองก็มีแต่รสชาติและราคาอาจไม่ถูกใจเสียเท่าไหร่ แนะนำว่าควรกินอาหารในตัวเมืองให้เรียยบร้อยก่อนเดินทางไปที่น้ำตก 2. ออกให้เช้าเข้าไว้ - ถึงเช้ากว่าบรรยากาศดีกว่า อากาศสดชื่นกว่า และที่สำคัญอากาศไม่ร้อนด้วย 3. หลีกเลี่ยงการไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณในช่วงหน้าฝน - หน้าฝนบางครั้งทางอุทยานจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หากเป็นไปได้ควรเลือกไปเที่ยวหน้าร้อนหน้าหนาวดีกว่า จะได้เข้าชมได้แน่ๆ 4. ฟิตร่างกายให้พร้อม - 7 ชั้นของน้ำตกเอราวัณ ระยะทางอาจไม่ไกลมาก แต่ความชันของภูเขาเรียกได้ว่าโหดอยู่ ใครที่ร่างกายไม่แข็งแรงอาจจอดแค่ ชั้น 3 ชั้น 4 ได้ 5. หากมานั่งปิคนิคกับครอบครัว หยุดที่ ชั้น 2 ก็พอ - ชั้นสองของน้ำตกเอราวัณมีชื่อว่า วังมัจฉา ชั้นนี้บรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งพัก ชมวิวกินลม ถ้าพาพ่อแก่แม่เฒ่ามาด้วย พักอยุ่ที่ชั้นนี้เวิร์คสุดครับ 6. อุทยานจะเชิญให้คนเดินลงตั้งแต่บ่าย 4 โมง - เพื่อความปลอดภัยทางอุทยานจะไล่นักท่องเที่ยวลงจากน้ำตกชั้นบนๆตั้งแต่บ่าย 4 โมง ถ้า 4 โมงตรงเป๋ง ถึงชั้น 6 เราก็จะโดนไล่หลับไม่ให้ไปถึงชั้น 7 7. จากข้อ 6 เราควรเริ่มเดินขึ้นตั้งแต่ 13.00-14.00 น. - อย่าประมาทว่าระยะทางไม่ไกล ความชันจะทำให้เราเหนื่อยและต้องพักบ่อย ไหนจะยังต้องเอาเวลามาถ่ายรูปอีก ถ้าเป็นได้บ่ายโมงก็ควรสตาร์ทได้แล้ว แต่ถ้ามั่นใจในความไว บ่าย 2 ก็ยังทันอยู่นะ 8. เตรียมตัวรับการปีนป่าย - หลังจากชั้น 4 ไป เราจะเปชิญกับน้ำตกแท้ๆ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ควรแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงที่สุด เพื่อความสะดวกในการไต่หิน และ ขอนไม้ 9. พกอาหารรองท้องติดรถไว้ - หลังจากเราเที่ยวเสร็จ 7 ชั้น ลงรถมา เราจะเหนื่อยและหิวโฮก การมีช๊อกโกแลตบาร์ติดรถไว้จะช่วยบรรเทาความหิวและพลังงานที่เสียไปได้เยอะ เพราะถว่าเราจะกลับถึงตัวเมืองมันกินเวลาโขอยู่ อาจหมดแรงเป็นลมกันได้ 10. ขับรถกลับบ้านก่อนมืด - อย่าอยู่บนเขานานเพราะยิ่งดึกทางยิ่งเปลี่ยวและอันตราย ยิ่งไม่ชำนาญทางยิ่งควรกลับในขณะที่ฟ้ายังสว่างอยู่จะดีที่สุดครับ เรียบเรียงโดย Travel.mthai.com

เก๋าแค่ไหนให้มันรู้ไป! ใน MV เพลงประกอบ วัยเป้งง นักเลงขาสั้น
Dangerous Boys /  music video / 

เตรียมพบกับผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับลายเซ็นจัดอย่าง พชร์ ภเศฐ หรือ พจน์ อานนท์ ที่หลายคนคุ้นเคย กับผลงานล่าสุด วัยเป้งง นักเลงขาสั้น Dangerous Boys จากค่ายพระนครฟิล์ม ที่จะนำเสนอชีวิตของลูกผู้ชาย วัยนักเรียนเลือดร้อน จากทีมนักแสดงเจ้าเก่าจาก ม.6/5 ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้มีมิวสิควีดีโอ ที่ทั้งร้องเล่นเต้นแสดง จากทีมนักแสดงนำเอง และคงความน่าติดตามได้ไม่แพ้ตัวหนังฉบับเต็มเลยทีเดียวเชียว ตามติดชีวิตของนักเรียนเลือดร้อน ไปกับภาพยนตร์ วัยเป้งง นักเลงขาสั้น Dangerous Boys ได้ในวันที่ 9 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ------------------------------------

บทสรุปการซื้อ-ขายนักเตะ ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2014/15
ซื้อ-ขาย /  บทสรุปการซื้อ-ขายนักเตะ ลิเวอร์พูล / 

จบลงไปแล้ว สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2014/15 ซึ่งปีนี้ถือว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เสริมทัพผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเพื่อลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยี่ยม และเยอะมากๆ โดยจัดไป 9 คน ส่วนปล่อยออกก็เพียบ! ไม่แพ้กันโดยเฉพาะบรรดาดาวรุ่ง ไม่ว่าจะเป็นสัญญายืมตัว หรือถาวร แต่บิ๊กดีล คงนีไม่พ้น หลุยส์ ซัวเรซ ที่ย้ายไปร่วมทัพ บาร์เซโลน่า ด้วยเม็ดเงิน 75 ล้านปอนด์ สรุปการซื้อ-ขายนักเตะของ ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2014/15 ออก 1. หลุยส์ ซัวเรซ // 75 ล้านปอนด์ 2. มาร์ติน เคลลี่ // 2 ล้านปอนด์ 3. แจ็ค โรบินสัน // 1.5 ล้านปอนด์ 4. ยาโก้ อัสปาส // (ยืม) 5. หลุยส์ อัลแบร์โต้ // (ยืม) 6. เซบาสเตียน โคอาเตส // (ยืม) 7. อุสซามา อัสไซดี้ // (ยืม) 8. คริสตอฟเฟอร์ พีเตอร์เซ่น // 500 แสนปอนด์ 9. เจา เตเซร่า // (ยืม) 10. เปเป้ เรน่า // 2 ล้านปอนด์ 11. แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ // 3 ล้านปอนด์ 12. จอร์แดน ไอบ์ // (ยืม) 13. อังเดร วิสดอม // (ยืม) 14. คริสเตียน อดอร์ยาน // (ปล่อยฟรี) 15. คอนเนอร์ โคดี้ // 500 แสนปอนด์ 16. ติอาโก้ อิลอรี่ // (ยืม) 17. แบร็ด สมิธ // (ยืม) = 84.500 ล้านปอนด์ เข้า 1. ริคกี้ แลมเบิร์ต // 4 ล้านปอนด์ 2. อดัม ลัลลาน่า // 25 ล้านปอนด์ 3. เดยัน ลอฟเรน // 20 ล้านปอนด์ 4. เอ็มเร่ ชาน // 10 ล้านปอนด์ 5. ฮาเวียร์ มานกีโญ่ // (ยืม) 6. อัลเบร์โต้ โมเรโน่ // 12 ล้านปอนด์ 7. ลาซาร์ มาร์โควิช // 20 ล้านปอนด์ 8. มาริโอ บาโลเตลลี่ // 16 ล้านปอนด์ 9. ดิว็อค โอริกิ // 10 ล้านปอนด์ = 117 ล้านปอนด์

ระทึก! ตะโกนเตือนคู่รักเล่นน้ำ เจอปลาฉลาม แต่พวกเขาไม่ได้ยิน
คลิป /  ปลาฉลาม / 

ระทึก! ตะโกนเตือนคู่รักเล่นน้ำ เจอปลาฉลาม แต่พวกเขาไม่ได้ยิน วันนี้(1 ก.ย.)สำนักข่าวนิวยอร์กเดลี่ รายงานว่า ที่ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุการณ์ระทึกบริเวณชายหาดซิลเว่อร์ ใกล้กับฟอร์ตวอลตันบีช เมื่ออยู่ดีๆ ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในตึกสูงของรีสอร์ทริมชายหาด ได้ตะโกนเตือนภัยคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังเล่นน้ำทะเลให้รีบขึ้นจากน้ำทะเล เนื่องจากพวกเขามองเห็นปลาฉลาม แต่2นักท่องเที่ยวกลับไม่ได้ยินเสียงพวกเขาที่ตะโกนจนกระทั่งปลาฉลามตัวดังกล่าวว่ายเข้ามาใกล้มากขึ้น แต่โชคดีของพวกเขาที่มันเปลี่ยนเป้าหมายไปงับปลาใกล้ๆก่อน ทำให้แรงน้ำกระเพื่อมจน2คู่รักที่อยู่ตรงนั้นรู้สึกตัว โชคดีที่น้ำบริเวณนั้นตื้นทำให้พวกเขารีบวิ่งขึ้นจากน้ำทันทีและปลอดภัยอย่างหวุดหวิด ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวมีการถ่ายคลิปนาทีระทึกได้ทั้งหมด  และคลิปถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา MThai News

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ตารางเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น แอร์เอเชีย
airasia /  ตารางบิน / 

สายการบิน ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ให้บริการเส้นทางบินสู่ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 ขนาด 377 ที่นั่ง (ชั้นธุรกิจ 12 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 365 ที่นั่ง) ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับที่นั่งชั้นธุรกิจที่สามารถปรับเอนนอนราบได้ พร้อมบริการอาหาร เครื่องดื่ม ฟรีน้ำหนักสัมภาระ 40 กิโลกรัม และบริการพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ภาพประกอบจาก Superwallapapers.com ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินราคาประหยัดรายแรกของไทยที่ให้บริการเส้นทางบินระยะไกล เริ่มให้บริการเที่ยวบินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่นแล้ววันนี้ (1 กันยายน 2557) พร้อมกันถึง 2 เส้นทางบิน ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ XJ600 จากกรุงเทพฯ (DMK) สู่กรุงโตเกียว (NRT) ด้วยโหลดแฟกเตอร์สูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และเที่ยวบิน XJ610 จากกรุงเทพฯ (DMK) สู่กรุงโอซาก้า (KIX) เพิ่มจุดขายที่แตกต่าง ได้แก่บริการ Fly-Thru เชื่อมต่อเที่ยวบินกับ 5 จุดหมายปลายทางในประเทศไทยผ่าน ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ตารางเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น แอร์เอเชีย เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (DMK) สู่กรุงโตเกียว (NRT) และกรุงเทพฯ (DMK) สู่กรุงโอซาก้า (KIX) นับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่ 2 และ 3 ของทางสายการบินต่อจากเส้นทางบินกรุงเทพฯ (DMK) สู่กรุงโซล (ICN) ที่เริ่มให้บริการไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.airasia.com หรือ www.facebook.com/AirAsiaThailand ตารางเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น แอร์เอเชีย

กรมศุลกากร เปิดประมูลรถหรูรอบ2 จำนวน236คัน
กรมศุลกากร /  ประมูลรถหรู / 

กรมศุลกากร เปิดประมูลรถหรูรอบ 2 จำนวน 236 คัน คาด นำรายได้เข้ารัฐ กว่า 300 ล้านบาท ประชาชนสนใจคับคั่ง นาย สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยในฐานะเป็นประธานเปิดการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง จำนวน 236 คัน ว่า กรมศุลกากรได้มอบหมายให้บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง ซึ่งได้นำรถของกลางที่เหลือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา และจับกุมได้เพิ่มเติม นำออกประมูลครั้งนี้ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งมีรถยนต์และรถหรูหลากหลายยี่ห้อ อาทิ เบนท์ลีย์ 5 คัน ออดี้ 4 คัน บีเอ็มดับเบิ้ลยู 39 คัน ลัมโบร์กีนี 2 คัน จากัวร์ 13 คัน มาเซราติ 1 คัน ปอร์เช่ 12 คัน โตโยต้า 31 คัน แอสตัน มาร์ติน 1 คัน เลกซัส 5 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ 64 คัน นิสสัน 17 คัน มินิคูเปอร์ 2 คัน เป็นต้น และการประมูลในครั้งนี้ คาดว่าจะนำรายได้เข้ารัฐอีกไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท อย่าง ไรก็ตาม นายสมชัย กล่าวว่า การประมูลรถของกลางเพื่อขายทอดตลาดในครั้งนี้ขอยืนยันว่ามีความโปร่งใส ตามที่นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ได้สั่งการให้ดูแลการประมูลครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใสมากที่สุด

เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 16 @ชะอำ
กิจกรรมท่องเที่ยว /  เทศกาลกินหอย / 

เทศบาลเมืองชะอำ บริษัทสิงห์คอปอเรชั่น และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 13 – 21 กันยายน 2557 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วง LOW SEASON โดยกำหนดจัดงานนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ซึ่งในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคมเป็นช่วงที่เหมาะสมในการจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก เนื่ิองจากมีหมึกในทะเลจำนวนมาก อีกทั้งจะมีนกอพยพจากตอนเหนือของทวีปเข้ามาหาที่อบอุ่นอยู่อาศัยในพื้นที่ อ.ชะอำ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 16 @ชะอำ “กินหอย” อิ่ม อร่อย กับอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายเมนู ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ ที่มีให้เลือก 50 กว่าร้านค้า และจากโรงแรมชื่อดังของเมืองชะอำ พร้อมกับบรรยากาศแบบชิลล์ๆ ริมทะเล ทั้งชมการแสดงดนตรีบนเวทีทุกค่ำคืน รวม 9 วัน 9 คืน ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ “ดูนก” เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 – 21 กันยายน 2557 โดยมีบริการวันละ 2 รอบ ได้แก่เวลา 7.00 น. และ 16.00 น. (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) โดยกลุ่มดูนกเพชรบุรีจะพานักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียน เดินทางไปดูนกที่บริเวณทุ่งตะกาดพลีและวนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นนกท้องถิ่นและนกอพยพทั้งนกที่อาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำและชายเขา พร้อมทั้งมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญในการดูนกอธิบายตลอดการเดินทาง สนใจร่วมกิจกรรม สามารถติดต่อลงชื่อจองไปดูนกได้ที่เต็นท์ดูนก ด้านทิศเหนือของจุดชมวิว เปิดประสบการณ์กิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ด้วยกิจกรรม“ตกหมึก” ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 – 24.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วตกหมึกได้ที่จุดขายตั๋วริมชายหาดทางด้านทิศใต้ของจุดชมวิว ตั๋วราคา 100 บาท/ท่าน รับเสื้อชูชีพและโยธกา(เบ็ดตกหมึก) และค่ามัดจำโยธกา 100 บาท/อัน (คืนเงินค่ามัดจำให้เมื่อนักท่องเที่ยวนำโยธกามาคืนหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม) โดยผู้จัดงานได้จัดบริการเริือสกู๊ดเตอร์คอยรับ นักท่องเที่ยวจากชายฝั่งไปส่งยังเรือประมงสำหรับนั่งตกหมึกที่ลอยลำอยู่กลางทะเล หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากจะกลับเข้าฝั่งสามรถแจ้งกับเจ้าหน้าที่บนเรือ เพื่อติดต่อให้เรือสกู๊ดเตอร์มารับนักท่องเที่ยวกลับเข้าฝั่ง กิจกรรมพิเศษในช่วงวันที่ 13 – 14 กันยายน 2557 - วันที่ 13 กันยายน 2557 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 06.00 น.สำหรับผู้ชื่นชอบการตกปลาสามารถเข้าร่วมการแข่งขันตกปลาทะเลชะอำ ณ สะพานหินชะอำ ประกอบด้วยรางวัลประเภทต่างๆทั้งสิ้น 6 ประเภท คือ ประเภทปลากะพงขาว , ประเภทปลาเก๋า , ประเภทปลากระเบน , ประเภทปลากด , ประเภทปลาจวด , ประเภทปลาแปลก ติดต่อ คุณทวีป ปิ่นเนียม 081-9463261 - วันที่ 13-14 กันยายน 2557 เวลา 9.30 น. – 15.00 น. การแข่งเรือเร็วชายหาดชะอำ ณ ข้างจุดชมวิวชายหาดชะอำฝั่งใต้ ประกอบด้วยเรือประเภทต่างๆ 6 รุ่น ได้แก่ เรือสปอร์ตโอเพ่น (sport open boat) , รุ่นมินิฟอร์มูล่าวัน (mini formula 1) , รุ่นเรือสกูตเตอร์ 40 โอเพ่น , รุ่น เรือสกูตเตอร์ 30 โอเพ่น , รุ่น 40 ลากกล้วย และ รุ่น 30 ลากกล้วย ติดต่อเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ คุณมนตรี มีฤทธิ์ ประธานชมรมเรือสำราญชายหาดชะอำ โทร. 081-2996171 การแสดงบนเวที และการขับร้องเพลงของศิลปินชื่อดังทุกค่ำคืน - วันเสาร์ที่ 13 ก.ย.2557 แหนม รณเดช - วันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย.2557 ลูกน้ำ อาร์สยาม - วันจันทร์ที่ 15 ก.ย.2557 เปรม ปรียาภรณ์ - วันอังคารที่ 16 ก.ย.2557 ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง (แดนเซอร์ 2) - วันพุธที่ 17 ก.ย.2557 กอหญ้า อาร์สยาม - วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.ย.2557 วิว ชัชวาล - วันศุกร์ที่ 19 ก.ย.2557 แสน นากา - วันเสาร์ที่ 20 ก.ย.2557 Yes’ter day - วันอาทิตย์ที่ 21 ก.ย.2557 จ๊ะ อาร์สยาม (แดนเซอร์ 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1.) เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 0 3247 2550, 0 3247 1665 2.) ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0 3247 1005-6 ชมภาพบรรยากาศงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ที่ผ่านมา คลิ๊ก ดูรายละเอียดของกิจกรรมและติดตามข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี – ราชบุรี ได้ที่ www.facebook.com/tatphetfanpage ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

รวบ 3 สาวแสบฉกนาฬิกาหรู ซ่อนในของสงวน
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

ตำรวจลาสเวกัส รวบ 3 สาวแสบลวงนักพนันอินเดีย ขโมยนาฬิกาหรูซ่อนในของสงวน เผยพฤติกรรมตีสนิทเหยื่อ ก่อนหลอกขึ้นห้องรูดทรัพย์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจลาสเวกัสสามารถรวบตัว 3 สาวแสบตระเวนลักทรัพย์นักท่องเที่ยว รวมถึงนักพนันในพื้นที่ โดยล่าสุดตีสนิทกับ 2 นักพนันอินเดีย ก่อนจะหลอกขึ้นห้อง และมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ หลังจากนั้นจัดการรูดทรัพย์หลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจทีได้เข้าจับกุม เปิดเผยว่า 3 สาวแสบที่ถูกจับกุม คือ นางสาวเบรียนนา วอร์เรน วัย 23 ปี นางสาวทรินิตี้ เคนนาร์ด วัย 23 ปี และนางสาวชาร์เมลลา ทริกส์ โดยทั้ง 3 สาวได้ร่วมกันรูดทรัพย์ 2 นักพนันอินเดีย เป็นเครื่องประดับหลายรายการ หนึ่งในนั้นมีนาฬิกาหรูยี่ห้อ 'โรเล็กซ์' 2 เรือนมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ซึ่งหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ แล้วจัดการรูดทรัพย์ เหยื่อชายรายหนึ่งรู้ตัวและได้ทำการแจ้งตำรวจ ก่อนเจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมได้ขณะที่ยังไม่ได้ออกจากโรงแรม และสิ่งที่ตำรวจใช้มัดตัวทั้ง 3 คน คือภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้ง 3 ออกจากห้องของเหยื่อเพื่อหลบหนีออกจากโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้นภาพวงจรปิดยังแสดงให้เห็นว่าระหว่างที่หลบหนี 2 ใน 3 โจรสาวได้นั่งลงก่อนใส่นาฬิกาหรูที่พวกเธอขโมยมาเข้าไปในอวัยวะเพศ !!! สุดท้ายคนร้ายสาวทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาย่องเบา สมรู้ร่วมคิดกันลักขโมย และสมรู้ร่วมคิดกันหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น MThai News

เรือด่วนเจ้าพระยาเตรียมขึ้นค่าโดยสาร 2 บาท หลังดีเซลขึ้นราคา
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เรือด่วนเจ้าพระยาเตรียมขึ้นอัตราค่าโดยสารทุกระยะทางอีก 2 บาทหลังราคาน้ำมันดีเซลขึ้น 14 สตางค์ต่อลิตร ชี้แจงกระทบต้นทุน บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา เตรียมขอปรับอัตราค่าโดยสาร 2 บาท ของเรือทุกประเภท ในทุกระยะทาง หลังราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 14 สตางค์ ซึ่งส่งผลกระทบด้านต้นทุนของบริษัท โดยในขณะนี้ บริษัทฯกำลังรอความชัดเจนนว่า โยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่จะออกมาอย่างไร พร้อมคาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดีเซลในอนาคตจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นจะต้องมีการหารือร่วมกัน และกำหนดว่า ราคาน้ำมันอยู่ที่กี่บาทต่อลิตร จะสามารถปรับขึ้นค่าโดยสารในอัตราเท่าใด โดยในปัจจุบันอัตราค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาอยู่ที่ 10-32 บาท และจะมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารอีก ตามราคาน้ำมันดีเซลที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น MThai News

6 สิ่งที่ส่งผลกับ ฮอร์โมน ของสาวๆ
การกิน /  สุขภาพ / 

หลายครั้งที่สาวๆรู้สึกเครียด ว้าวุ่นใจ แบบไม่รู้สาเหตุ ฮอร์โมน อาจเป็นหนึ่งสาเหตุหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อ การกิน น้ำหนัก  ความต้องการทางเพศ และอื่นๆ ตามปกติแล้ว คุณไม่มีทางรู้ระดับ ฮอร์โมน ในร่างกายคุณ.. แต่มีอยู่ 6 สิ่งค่ะ ที่จะทำให้ระดับ ฮอร์โมน ของคุณตะเหลิดเปิดเปิง และส่งผลต่อร่างกายของคุณแน่นอน 1. กินขนมผสมน้ำตาลมากไป การกินขนมที่ผสมน้ำตาลจำนวนมากจะทำให้คุณอ้วน และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายของคุณต่อต้าน  ฮอร์โมน อินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด)  2. เครียดในตอนดึก ระดับ ฮอร์โมน คอร์ติซอล จะลดลงในตอนกลางคืน ซึ่งฮอร์โทมนนี้จะช่วยให้คุณหลับสบาย แต่ถ้าคุณมีความตึงเครียดตอนดึกบ่อยๆ จะทำให้ระดับ ฮอร์โมน คอร์ติซอลขึ้นๆลงๆ 3.ไม่ยอมนอน นอนไม่หลับในตอนกลางคืน เมื่อคุณอดหลับอดนอนจะทำให้ระดับคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น และทำร้ายระบบน้ำตาลในเลือด  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกหิวและอยากกินอาหาร Junk Food ซึ่งทำให้อ้วนขึ้นได้ง่าย 4.กินกาแฟตอนบ่ายแก่ๆ การกินกาแฟตอนบ่ายแก่ๆ จะส่งผลให้ คุณไม่อยากนอนและกระวนกระวาย ในตอนกลางคืน พีงระลึกไว้เสมอว่า ควรทานกาแฟในช่วงเช้า หรือก่อนบ่าย 3 โมงเย็นเท่านั้น 5.ออกกำลังกายไม่ต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอ   ฮอร์โมน เอนโดรฟิน หรือ ฮอร์โมน แห่งความสุข จะหลั่งเมื่อคุณออกกำลังกาย หากคุณเป็นคนชอบออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฮอร์โมนนี้จะทำให้สาวๆ มีความกระปรี้กระเปร่าและพร้อมจะทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างสม่ำเสมอ  6.ปรนเปรอความสุขช่วงก่อนมีประจำเดือน ด้วยของหวาน  ถ้าคุณทานของหวานหรือน้ำตาลมากๆ จะส่งผลกับช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้คุณกลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวมากยิ่งขึ้น อยากกินต้องได้กิน ทางที่ดี ควรหาวิธีอื่นในการปรนเปรอตัวเอง เช่นไปเที่ยว ไปออกกำลัง พบปะเพื่อนฝูง หรือทำอะไรที่ผ่อนคลาย แทนดีกว่านะจ๊ะ     

เที่ยว Cinque Terre 5 เมืองสวยบนผางาม อิตาลี
Cinque Terre /  UNESCO / 

พามาเที่ยวเมืองติดทะเลในเขต Liguria ประเทศอิตาลี (Italy) มีหมู่บ้าน 5 หมู่บ้านอยู่ติดกัน รู้จักกันในนาม Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) Five Lands ทั้งหมดอยู่ใน Province La Spezia ทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage เพราะชายหาด ทะเล ภูเขา ในแถบนั้นเป็นพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศอิตาลี Cinque Terre (ชิงเคว เทเร) แปลว่า 5 แผ่นดิน, แผ่นดินทั้งห้า ภาษาอังกฤษ Five Lands เที่ยว Cinque Terre 5 หมู่บ้านบนผางาม อิตาลี มารู้จักชื่อกันค่ะว่า เมืองทั้งห้ามีอะไรบ้าง 1. เมือง Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร) 2. เมือง Vernazza (เวร์นาซซา) 3. เมือง Corniglia (คอร์นีเลีย) 4. เมือง Manarola (มานาโรลา) 5. เมือง Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร) หากอยากอ่านข้อมูลทั้งหมด ดูได้ที่ http://tamabea.blogspot.com/2012/06/cinque-terre-italy-1-monterosso-al-mare.html เที่ยว Cinque Terre .. 5 เมืองสวยบนผางาม อิตาลี เที่ยว Cinque Terre .. 5 เมืองสวยบนผางาม อิตาลี สภาพภูมิประเทศที่เป็นไหล่เขาริมทะเล และเมืองริบฝั่งเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยตึกรามบ้านช่องแบบโบราณ ด้วยเหตุผลนานาประการทั้งหลายทั้งเหล่านี้จะไม่ให้บรรดานักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเยี่ยมชมกันได้อย่างไรกัน เที่ยว Cinque Terre 5 เมืองสวยบนผางาม อิตาลี เที่ยว Cinque Terre 5 หมู่บ้านบนผางาม อิตาลี ภาพจาก Freewallpapers.com รายละเอียดของเมืองนี้ติดตามได้ที่ http://www.wanderwonders.com/ ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนไป http://www.parconazionale5terre.it/?id_lingue=2

มาดูแลสุขภาพ เท้า กันเถอะ
ดูแลเท้า /  ทำความสะอาดเท้า / 

เพราะ เท้า เป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เพราะตั้งแต่เราตื่นเดิน จนเรากลับบ้าน เท้า เนี่ยแหล่ะที่พาเราเดินไปไหนต่อไหน ใช้งานมันตลอดทั้งวัน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้เมื่อยล้า และอาจมีความผิดปกติกับ เท้า ของเราได้ ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว การเลือกใส่รองเท้าส้นสูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เท้าเรานั้นทำงานหนักมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของเรากันให้ดีค่ะ สังเกตอย่างไรว่า เท้า ของเรานั้นผิดปกติ มีอาการปวด การไหลเวียนของเลือดบริเวณเท้าผิดปกติ สังเกตได้ว่าผิวหนังจะมีสีคล้ำและเท้าจะเย็น แสดงว่าเลือดอาจไปเลี้ยงที่เท้าไม่พอ การทำงานของนิ้วเท้าไม่ดีเท่าที่ควร พิสูจน์ได้จากการใช้นิ้วเท้าคีบผ้าบนพื้น ถ้าทำได้แสดงว่านิ้วเท้ายังมีการเคลื่อนไหวปกติดี การทรงตัว ทดสอบโดยการยืนยกเท้าข้างเดียว คนอายุน้อยกว่า 30 ปีจะยืนได้นาน 15 วินาที คนอายุ 30 – 40 ปีจะยืนได้ 12 วินาที อายุ 40-50 ปีจะยืนได้นาน 10 วินาที และอายุมากกว่า 50 ปีจะยืนได้นาน 7 วินาที ถ้าทำไม่ได้แสดงว่าคุณกำลังมีความผิดปกติที่เท้า หลักการดูแล เท้า ให้มีสุขภาพดี มีอะไรบ้าง ล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ และน้ำสะอาด เช็ดเท้าให้แห้งทันที โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ทาครีมหรือโลชั่นให้ทั่วทั้งหลังเท้าและฝ่าเท้า เพื่อความชุ่มชื้นโดยหลีกเลี่ยงบริเวณซอกนิ้วเท้า ถ้าเล็บยาวตัดเล็บเท้าอย่างถูกวิธีโดยตัดตามแนวขอบเล็บเท่านั้น ไม่ตัดเล็บเซาะเข้าไปทางด้านข้างของเล็บ สวมถุงเท้าที่เป็นผ้าฝ้ายระบายความร้อนได้ดี และควรใส่รองเท้าตลอดเวลาแม้จะอยู่ในบ้านก็เลือกใส่ชนิดเป็นรองเท้าใส่ในบ้าน หมั่นนวดบริเวณเท้าอยู่เสมอเพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใส่รองเท้าที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ โดยเลือกใส่รองเท้าหุ้มส้นให้พอดีกับเท้า ไม่คับไม่หลวมเกินไป ออกกำลังเพื่อบริหารข้อเท้าและกล้ามเนื้อเท้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาสู่ปลายเท้า การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม เลือกอย่างไร เลือกแบบที่ปลอดภัยกับเท้า เพราะปัจจุบันมีรองเท้าหลายแบบและหลายรูปทรงให้เลือก ควรลองรองเท้าลักษณะต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ รองเท้าที่เหมาะสมไม่ควร มีตะเข็บแข็งอยู่ด้านในและไม่ควรเลือกแบบที่ใส่แล้วคับเกินไป หลวมเกินไป หรือมีส่วนของรองเท้ากดหรือเสียดสีกับเท้า เลือกแบบของรองเท้าที่เหมาะสมกับรูปเท้า ควรเลือกรูปทรงรองเท้าที่เหมาะสมและมีลักษณะใกล้เคียงกับรูปเท้าของเราก่อน แล้วจึงลองขนาดของรองเท้า ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนของขนาดรองเท้า โดยรองเท้าเบอร์เดียวกันจะมีขนาดต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ แม้รองเท้ายี่ห้อเดียวกัน ถ้ารูปทรงต่างกันขนาดก็แตกต่างกัน ดังนั้นห้ามซื้อรองเท้าจากการดูเบอร์ ต้องลองสวมรองเท้าก่อนซื้อทุกครั้ง วัดขนาดเท้าทั้งสองข้างก่อนเลือกซื้อรองเท้าเสมอ เพราะเท้าคนเราเปลี่ยนแปลงได้ทั้งขนาดและรูปร่างในแต่ละช่วงอายุ อีกทั้งคนส่วนใหญ่มักมีเท้าข้างใดข้างหนึ่งกว้างหรือยาวกว่าอีกข้างหนึ่ง ดังนั้นควรลองสวมรองเท้าทั้งสองข้างก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง ลองสวมเดินทุกครั้ง คือเมื่อเลือกรองเท้าได้แล้ว ต้องลองสวมเดินก่อนซื้อทุกครั้งเพราะรองเท้าที่ดีต้องสวมสบายทั้งในขณะนั่ง ยืนและเดิน ความยาวของรองเท้าที่เหมาะสม สำหรับความยาวที่เหมาะสม คือ ใส่แล้วมีระยะระหว่างปลายนิ้วที่ยาวที่สุดกับปลายของรองเท้าเหลือประมาณ 3/8 – 1/2 นิ้วฟุต หรือเท่ากับขนาดความกว้างของนิ้วหัวแม่มือ ความกว้างของรองเท้าที่เหมาะสม และความกว้างที่เหมาะสม คือ ส่วนที่กว้างที่สุดภายในรองเท้าควรกว้างเท่ากับความกว้างที่สุดของเท้าและอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน ส้นเท้าต้องอยู่พอดีกับส้นรองเท้า ส่วนตำแหน่งของส้นเท้าควรอยู่กับตำแหน่งของส้นรองเท้าและมีความกระชับพอดี เมื่อเดินแล้วรองเท้าไม่หลุดจากส้นเท้า ถ้าใส่วัสดุเสริมในรองเท้าต้องเปลี่ยนขนาดรองเท้าให้เหมาะสม และสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วัสดุเสริมภายในรองเท้า เช่น แผ่นรองใต้ฝ่าเท้า วัสดุเหล่านี้ทำให้รองเท้าคับขึ้น ดังนั้นเวลาเลือกรองเท้าต้องใส่วัสดุเสริมในรองเท้าก่อนลอง เพื่อให้ได้ขนาดรองเท้าที่เหมาะสม เท้าเปลี่ยนขนาดได้ตามเวลาและชนิดของกิจกรรม ซึ่งเท้าเปลี่ยนขนาดและรูปร่างได้ในแต่ละช่วงของวัน เท้ามักจะขยายหลังจากเดินมาก นั่งห้อยเท้านาน ๆ หรืออกกำลังกาย ดังนั้น ก่อนเลือกรองเท้าต้องคำนึงถึงเวลาและกิจกรรมที่จะนำไปใช้ให้สอดคล้องกันด้วย วิธีการรักษาสุขภาพ เท้า หลังจากเท้าต้องทำงานมาทั้งวัน การแช่เท้าในน้ำอุ่น หรือนวดฝ่าเท้าช่วยผ่อนคลายความตึงล้าของกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ในเท้าได้ แต่ห้ามใช้ในผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งมีผิวเท้าแห้ง เพราะการแช่น้ำทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และห้ามใช้ในผู้ที่มีเท้าชาเพราะทำให้ไม่รู้ตัวว่าน้ำนั้นร้อนเกินไป อาจทำให้เท้าพองได้ ออกกำลังเพื่อบริหารข้อเท้าและกล้ามเนื้อเท้าอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาสู่ปลายเท้า ท่าบริหารทำได้โดย 1. กระดกข้อเท้าขึ้นและลงสลับกันช้า ๆ 2. หมุนข้อเท้าโดยหมุนเข้าและหมุนออกช้า ๆ 3. ใช้นิ้วเท้าจิกผ้าที่วางอยู่บนพื้นเพื่อบริหารกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ในเท้า 4. นั่งยกขาขึ้น เหยียดเข่าตึง แล้วกระดกข้อเท้าขึ้นค้างไว้นับ 1-6 ในใจ ถือเป็น 1 ครั้ง ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

เมืองทอง - บีจี พร้อมดวลแข้งชิงโล่ห์สมเด็จพระเทพฯ
HEROES FOR HEROES /  กระต่ายแก้ว / 

คุณวิลักษณ์ โหลทอง รองประธานสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พร้อมด้วย คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส และคุณจุตินันท์  ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลแมตช์แห่งศักดิ์ศรี ชิงโล่ห์พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่าง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ครั้งที่ 3 ภายใต้สโลแกน “HEROES FOR HEROES” รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา เพื่อนำเงินรายได้จากการแข่งขันมอบให้กับคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย สนับสนุนการเตรียมทีมนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในการสู้ศึก “เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11” รวมถึง “พาราลิมปิกเกมส์ 2016” โดยคุณวิลักษณ์ โหลทอง กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพแมตซ์การแข่งขันในปีนี้ ภายใต้สโลแกน Heros For Heros รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา ทางเมืองทองฯ ก็จะจัดการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีกับฟุตบอลเกียรติยศครั้งนี้ และภูมิใจอย่างมากกับการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่องซึ่งเราในฐานะแชมป์เก่าก็จะพยายามรักษาโล่ห์พระราชทานให้อยู่ที่เราอีกปีหนึ่งให้ได้ ด้าน คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทุกครั้ง เรามุ่งมั่นและตั้งใจลงแข่งขัน ซึ่งรายการนี้ก็ถือเป็นรายการแข่งขันหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  ซึ่งนอกจากจะชิงโล่ห์พระราชทานอันทรงเกียรติแล้ว ก็ยังเป็นการร่วมสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิกของไทยอีกด้วย เรายืนยันจะพยายามทำให้แชมป์กลับมาอยู่ในมือเราให้ได้ สุดท้ายขอเชิญชวนแฟนฟุตบอลทั้งสองสโมสรเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้มากๆครับ ส่วน คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กล่าวว่า ขอขอบคุณทั้ง 2 สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ และบางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ทำให้ครอบครัวนักกีฬาคนพิการของเราใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่ดูแลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน อยู่กันอย่างเงียบๆ ตอนนี้เราดีใจที่เรารู้สึกว่าครอบครัวเราใหญ่ขึ้น เรามีทั้งครอบครัวเมืองทอง ครอบครัวบีจี ที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเพราะทั้ง 2 ครอบครัวนี้ดูแลเราเป็นอย่างดี การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้นักกีฬาคนพิการในการ ฝึกซ้อมรวมถึงเดินทางไปแข่งขันเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้การดวลแข้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.57 เวลา 18.00 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม บัตรราคา 120, 150 และ350 บาท โดยบัตรราคา 350 บาท รับผ้าพันคอลายทัวร์นาเม้นต์ 1 ผืน มูลค่าผืนละ 250 บาท ฟรีทันที โดยแฟนฟุตบอล และผู้สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และที่หน้าสนามแข่งขัน สำหรับการดวลแข้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งสองสโมสรต่างครองโล่ห์พระราชทานมาแล้วทีมละ 1 ครั้ง โดยในครั้งที่ 1 สเตเดี้ยม บางกอกกล๊าส เอฟซี ชนะจุดโทษ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์รวม 9-8 (หลังเสมอกันในเวลา 2-2) และครั้งที่ 2 เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปได้ 2-1