part.2/เกย์เว้ยเฮ้ย2 Gthai Movie 2 MASSAGE BOYS

เกมส์ Starcraft 2 ลดราคา! เหลือภาคกล่องละ 790 บาท!
Starcraft /  Starcraft 2 / 

Asiasoft ประกาศการลดราคาเกมส์วางแผนการรบชื่อดัง Starcraft 2 Wing of Liberty และ Starcraft 2 Heart of the Swarm เหลือกล่องภาคละ 790 บาท หาซื้อได้ ณ ร้านเกมส์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป StarCraft 2 Wings of Liberty เนื้อเรื่องเกมส์ หลังจากจบสงคราม Brood War ฝ่าย Terran Dominion ได้กลับมามีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือเผ่า Terran ส่วน Kerrigan ที่สามารถควบคุมเผ่า Zerg ได้ก็ได้พาเผ่า Zerg เงียบหายไป เผ่า Protoss เมื่อไม่มีเผ่า Zerg พวกก็กลับสู่ปกติอีกครั้ง Jim Raynor กลับไปดูแลกลุ่ม Raynor's Raiders และต่อสู้กับ จักรพรรดิ Arcturus Mengsk ส่วน Arcturus Mengsk ได้ทำการบิดเบือนสื่อเพื่อกล่าวให้ร้าย Jim Raynor ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย บนดาว Mar Sara กลุ่มของ Jim Raynor ได้ออกต่อสู้ช่วยเหลือชาวบ้าน หลังจากการต่อสู้เขาก็ได้พบกับเพื่อนเก่า Tychus Findley ที่หลบหนีออกจากคุกแช่แข็งมาได้และยื่นขอเสนอให้ตามห าวัตถุโบราณของเผ่า Xel'Naga เพื่อเอาไปขายให้กับ Moebius Foundation เพื่อแก้ไขสภาพคล่องที่กำลังย่ำแย่ Jim Raynor จึงตกลงรับงานแต่ว่า Matt Horner ผู้ร่วมงานของ Jim Raynor ไม่ไว้ใจ Tychus Findley ขณะเดียวกันเผ่า Zerg ก็ปรากฏตัวขึ้นและเข้าโจมตีเผ่า Terran แต่ฝ่าย Terran Dominion ได้นำกำลังกลับไปป้องกันที่มั่นหลักและปล่อยให้ดาวอา ณานิคมรอบนอกต้องอยู่กันตามยะถากรรม ขณะที่พวกของ Jim Raynor ออกตามหาวัตถุโบราณไปเรื่อยๆ Zeratul ซึ่งเป็น Dark Templar ของเผ่า Protoss ก็แอบเข้ามาในยานและมอบคริสตัลบันทึกความจำของเขาและ ให้ Jim Raynor ตรวจสอบ หลังจากที่ Jim Raynor ได้เข้าไปตรวจสอบความทรงจำในคริสตัลเขาก็ได้พบกับควา มจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องรา วทั้งหมด StarCraft 2 Heart of the Swarm เนื้อเรื่องเกมส์ กล่าวถึงกลับมาของฝ่าย Zerg เพื่อล้างแค้น และล้างโคตรทุกเผ่าพันธ์ที่เป็นศัตรูของฝ่าย Zerg โดยมีผู้นำการล้างแค้น คือ Queen of Blades หรือ Sarah Kerrigan ที่ถูกหักหลังโดยพวกของเธอเอง หลักจากถูกทิ้งเธอไว้ให้เป็นอาหารพวก Zerg แต่พวก Zerg กลับเป็นศักยภาพในตัวของเธอ และได้จับตัว Sarah Kerriga ได้ ต่อมาก็ได้ถูกทำให้กลายเป็น Queen of Blades ที่เธอก็ได้เป็นผู้บัญชาการเผ่า Zerg และทำการต้องคอยสู้รบกับ Terran อย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเธอได้รับการช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากการครอบงำของเผ่า Zerg โดย Jim Raynor แต่ชะตากรรมของ Sarah Kerrigan จะเป็นอย่างไรต่อไป? เธอจะเลือกอยู่ฝั่งไหน? จะกลับไปหาเหล่า Zerg หรือไม่? คุณสามารถค้นหาได้จาก Starcraft II Heart of the Swarm เท่านั้น!! ระบบที่ต้องการของเกมส์ StarCraft 2

From Vegas to Macau : วิชาเซียนมันสอนยาก ตอนนี้อยากสอนวิชาเกรียน??!!
From Vegas to Macau /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

หลังจากเห็นข่าวว่า From Vegas to Macau หนังตระกูล คนตัดคน เซียนพนันขั้นพระเจ้า กลิ่นอายแอ็คชั่น เฮฮาสไตล์หนังฮ่องกง จะกลับมาอีกครั้ง ก็ทำให้คาดหวังไว้ในระดับหนึ่งตั้งแต่ก่อนที่จะได้ดู แน่นอนครับ เราไม่ได้กำลังหมายความว่า คาดหวังถึงความสมจริง เบื้องลึกเบื้องหลังตัวละครที่ซับซ้อน หรือแม้แต่การหักเหลี่ยมด้วยเล่ห์กลจนต้องร้อง ว้าว! แต่อย่างใด เพราะน่าจะรู้ๆ กันอยู่ว่าหนังตระกูลนี้ ไม่ค่อยจะมีคุณสมบัติข้างต้นนั้นอยู่แล้ว (อ้าว?!) เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นเลย ขอให้คุณผู้ชมทราบไว้ก่อนว่า หนังเรื่องนี้เอนเอียงมาทางเรียกเสียงหัวเราะ บ้งเบ้งเสียงดัง หรือบางครั้งก็ยียวนกวนบาทา เสียจนฮาแบบอยากลุกขึ้นมาด่าตัวละครที่เล่นมุข ด้วยคำว่า "ไอ้.......!!!" (เติมคำในช่องว่างได้ตามสะดวก) From Vegas to Macau ว่าด้วยเรื่องราวของ เคน เซียนไพ่รุ่นใหญ่ขั้นเทพ ที่พึ่งกลับจากงานหัวหน้าที่ปรึกษาระบบรักษาความปลอดภัยในลาสเวกัส มายังมาเก๊าพร้อมบรรดาลูกศิษย์ที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น จนกระทั่ง เคน ได้มาพบ คูล แฮกเกอร์หนุ่มไฟแรง ลูกชายของพี่น้องร่วมสาบานของตน ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเซียนกับเขามั่ง ตัวพ่ออย่าง เคน เลยจัดบททดสอบให้ว่าที่ลูกศิษย์คนนี้สักหน่อย เรื่องเหมือนจะอยู่ในวงแคบๆแค่นั้น ก่อนที่สถานการณ์จะบังคับ ให้ทั้งคู่เข้าไปพัวพันองค์กรอาชญากรรมที่โคตรอันตรายแบบไม่มีทางเลี่ยง นำมาสู่การหักเหลี่ยมในวงไพ่ และดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดตายจากดงลูกตะกั่ว ว่ากันตามที่เล่ามาข้างต้น ดูเหมือนทั้งอาจารย์ โจวเหวินฟะ และศิษย์ เซี๊ยะถิงฟง จะมาเอาเป็นเอาตายในวงไพ่มั่ง ดงกระสุนมั่ง แต่หนังดันทำให้ทั้งสองนั้น ไม่เดินไปในทางใดทางหนึ่งมากเกินไป เพราะไม่ว่าจะบู๊หรือบุ๋น ทั้งสองก็ไปไม่สุดสักทาง ด้านตัวพ่อก็เลี้ยวมาเอาดีด้านเกรียน ฮา และกวนบาทาแบบสุดกู่ ด้านตัวลูกก็หันมาด้านมึนๆ งงๆ และโชว์ฟอร์มเก่งได้แบบไม่มีเหตุผล ขึ้นมาซะอย่างงั้น (เห็นอาชีพพี่เป็นแฮกเกอร์หน้าคอม แต่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมารัวหมัดยังกะจบมาจากเส้าหลิน??!!) แค่ 2 ตัวละครนำก็ชักพาเรื่องไปทางคอมเมดี้ซะขนาดนี้ หน้าที่ของตัวประกอบที่เหลือคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเรื่องราวของศิษย์และอาจารย์ที่ดูจะเป็นธีมหลัก ยังดูเบาบาง ไม่ได้พูดถึงอย่างจริงจัง เท่ากับลูกล่อลูกชนในมุขที่ปล่อยออกมาเสียด้วยซ้ำไป แต่แน่นอนครับ สำหรับคุณผู้ชมที่หลงรักหนังกลิ่นอายทำนองนี้อยู่แล้ว การรับชมเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมันอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติที่เราต่างก็อยากเห็นในหนังเซียนพนันฮ่องกงกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระเอกใส่สูท ไม่ต้องหล่อมากก็ได้ แต่ต้องเก่ง แถมมีความกวนอยู่ในสายเลือด ฉากแอ็คชั่นยิงกันปุ้งปัง ซีจีแบบหนังจีนที่ไม่ได้เนี้ยบกริบ สาวขาวหมวยสวยเซ็กซี่ ตัวร้ายมากบารมี เพื่อนพระเอกที่ชอบทำเรื่องโง่ๆ และเสียงงุ้งงิ้งกวนบาทาของเสียงบรรยากาศ จากทีมพากย์พันธมิตร ครับ หนังเรื่องนี้มีทั้งหมดนี่อย่างไม่ต้องสงสัย และสามารถไปนั่งชมแบบสบายๆ ไม่คิดอะไรมากได้ เพราะถ้าดูแบบคิดมาก เราจะเห็นอะไรน่ะเหรอ? มาว่ากันต่อ ถ้าดูแบบคิดเยอะๆ สิ่งที่เราจะเห็นในหนังตลอดเวลา คือ สถานการณ์และการแก้ปัญหาที่ทำคนดูต้องร้องออกมาว่า อะไรกันเนี่ย!! เพราะมันหนักไปทางเหมือนดูการ์ตูนซะมากกว่าหนัง เช่น การขว้างไพ่ไปปัดกระสุนปืน! บ้านที่เต็มด้วยกลไกที่โผล่ออกมาเฉาะกบาลผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อ หรือการถูกต่อยแล้วหน้าบวมห้อยอย่างน่าสะพรึง สิ่งเหล่านี้ ถึงมันจะดูโอเวอร์ซะขนาดนั้น แต่อย่างว่าถ้าดูไม่คิดอะไรมาก มันก็สร้างความแปลกใจแบบเพี้ยนๆ บ้าๆบอๆ ให้คนดูฮาแตกได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะดูเหมือน อาจารย์ โจวเหวินฟะ จะยื่นคำขาดมาแล้วว่า วิชาเซียนน่ะมันสอนยาก ตอนนี้อยากสอนวิชาเกรียน ให้ศิษย์และผู้ชมทุกคนมากกว่าน่ะนะ เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter  -----------------------------

กระสือสาว (2516) 1/3 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

สมบัติ เมทะนี - พิศมัย วิไลศักดิ์ - สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต - เมตตา รุ่งรัตน์ - ด.ช.สยม สังวริบุตร : นําแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เรื่องราว ได้เปิดฉากขึ้นที่หมู่บ้าน โขมงหัก อันเป็นที่มาของนิยายชีวิตพิสดารเรื่องนี้ ขณะนั้นผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับการรบกวนรังควานจากผีกระสือคนหนึ่ง ในที่สุดพวกชาวบ้านก็พร้อมใจกันลงมือปราบปราม คืนวันหนึ่งผีกระสือคนนั้นออกหากินตามปรกติ พวกชาวบ้านซึ่งซุ่มซ่อนคอยทีอยู่พอเเลเห็นผีกระสือก็พากันกรูเกรียวออกไล่ฆ่าฟัน ผีกระสือพลาดพลั้ง เสียทีถูกฟันด้วยมีดดาบเเละถูกจี้ด้วยคบไฟที่หน้าเป็นแผลฉกรรจ์ ถึงเเม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบว่าจะวายวาง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนกลับไปเข้าร่างที่บ้านจนได้ การจึงปรากฏว่าผีกระสือคนนั้น...คือหญิงชราผู้มีชื่อว่า... ฉิม! (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ได้ปลุกให้บัวคลี่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) หลานสาวของยายฉิมตื่นขึ้นมา เมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นสภาพของยาย มีบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว บัวคลี่ก็ตกใจเเละซักถามเรื่องราว ยายฉิมโกหกหลานสาวว่า มีคนลอบเข้ามาทำร้าย แล้วตัดบทไม่ให้ซักถามอะไรต่อไปอีก โดยบอกว่าเวลามีน้อยพร้อมกันนั้น ยายฉิมก็มอบเเหวนทองหัวพลอยสีแดงสุกใสให้บัวคลี่ และบอกเป็นคำสั่งให้สวมแหวนติดนิ้วตลอดไป เมื่อบัวคลี่รับคำยายฉิมก็สิ้นใจไปอย่างสงบ สร้างความวิปโยคโศกศัลย์ให้แก่บัวคลี่เป็นอย่างยิ่ง โดยหารู้ไม่ว่าแหวนสมบัติอันมีค่าสิ่งเดียวของยายวงนี้นี่แหละ ที่จะทำให้บัวคลี่ต้องพบกับชะตากรรมอย่างน่าสงสาร วันรุ่งขึ้น หนุ่ม บุญเมือง (สมบัติ เมทะนี) คนรักของบัวคลี่ ได้ชวน จู๊ด (ชุมพร เทพพิทักษ์) เพื่อนสนิทมาหาบัวคลี่แต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ บุญเมือง บอกกับเพื่อนรักว่าเป็นเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดี แต่จู๊ดไม่ยอมเชื่อ ลงความเห็นว่า ที่บุญเมืองฉุดเขามาจากเสื่อที่นอนในอากาศที่เย็นสบายอย่างนี้ เป็นเพราะบุญเมืองมีความรักคิดถึงบัวคลี่มากนั่นเอง เนื่องจากว่าบุญเมืองกับเขาไปธุระที่หมู่บ้านอื่นเสียหลายวัน ทั้งสองสหายผู้มีความรักกันอย่างเพื่อนตายได้มาถึงบ้านบัวคลี่ บุญเมืองแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบเชียบผิดปรกติ ด้วยความคุ้นเคยจึงถือวิสาสะขึ้นบันไดบ้านไป เขาตรงไปที่ห้องนอนคนรักเเต่พบว่าไม่มีใครอยู่เลย ร้องเรียกก็ไม่มีใครขาน จึงก้าวปราดๆ มาที่ห้องนอนของยายคนรัก โดยมีจู๊ดตามมาติดๆ แล้วที่นี่เองบุญเมือง ก็พบภาพบัวคลี่นอนฟุบอยู่บนร่างของยายฉิม ด้วยเสียงเรียกอีกครั้ง บัวคลี่ได้ตื่นขึ้นมา ทันทีที่เห็นหน้าคนรัก หญิงสาวก็โผเข้าสู่อ้อมเเขนบุญเมือง พร้อมกับร่ำไห้บอกว่ายายตายเสียเเล้ว และกำชับไว้ก่อนสิ้นใจว่า ให้เก็บศพไว้อย่าได้เผาจี่ตามประเพณีเป็นอันขาด ทั้งไม่ให้ไปบอกกล่าวใครรู้ด้วย ซึ่งหล่อนจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการสนองพระคุณของยายที่ ได้อุ้มชูชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย วันวิปโยคได้ผ่านพ้นไปจนถึงเย็นวันหนึ่ง บัวคลี่ได้มาจุดธูปเคารพศพยายฉิม ซึ่งเก็บไว้ในโรงนาข้างบ้านที่นี่เอง ฉัตร (แมน ธีระพล) หนุ่มนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านโขมงหัก ซึ่งติดเนื้อต้องใจในบัวคลี่มานานแล้ว ได้เข้ามาพบจึงรู้ว่า ยายของบัวคลี่ตายเสียแล้ว ฉัตรเห็นเป็นโอกาสเหมาะ บัวคลี่อยู่ลำพังคนเดียว จึงเข้าลวนลามปลุกปล้ำจะเอาบัวคลี่เป็นเมีย เคราะห์ดีบุญเมืองกับจู๊ดมาช่วยไว้ทันการ ด้วยความรักความสงสาร บุญเมืองบอกบัวคลี่ว่า เขาจะขอคุ้มครองปกป้องบัวคลี่ไปจนชั่วชีวิต บัวคลี่ก็ตกลงปลงใจ เพราะหญิงสาวก็รักบุญเมืองมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน บุญเมืองกับบัวคลี่ ครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุข โดยมีจู๊ดย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันด้วย เเต่แล้ว เหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตของบัวคลี่ ต้องพบ กับวิบากกรรมก็มาถึง ในคืนวันหนึ่งดึกสงัดแล้ว บัวคลี่ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างบุญเมือง มีอาการเหมือนฝันร้าย พลิกกายกระสับกระส่ายไปมา และแล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ที่หัวแหวนพลอยอันสุกใสวงนั้น ได้ปรากฏภาพหน้ายายฉิมเรียกร้องสะกดหลานสาวออกไปหากินเยี่ยงกระสือ " ไปซี่บัวคลี่...เอ็งต้องไป...ออกไปหากินเดี๋ยวนี้ " ด้วยอำนาจปีศาจยายฉิม บัวคลี่สาวสวยเมียรักของบุญเมือง ก็กลายเป็นกระสือออกจากร่างไปทางหน้าต่าง อ้า...บัวคลี่ผู้น่าสงสาร ขณะนี้หญิงสาวได้กลับกลายเป็นผีกระสือสาว โดยการสิงสู่ของปีศาจยายฉิมไปเสียเเล้ว ! ศีรษะของบัวคลี่ที่มีแต่ไส้ ได้ล่องลอยไปไกลทุกทีๆ ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านหลังหนึ่ง ที่นี่เมียของชาวนาหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน หม้อใส่รกยังคงวางอยู่ปลายกระดานไฟ เด็กอ่อนนอนอยู่ในกระโจม โดยมีชายผู้เป็นสามี นอนเฝ้าเมียอยู่หน้ากระดานไฟ กระสือบัวคลี่นัยน์ตาวาวอย่างหิวกระหาย เเละที่สนใจอย่างยิ่งก็คือรกเด็กในหม้อดินใบนั้น กระสือบัวคลี่ลอยเข้าไปในบ้าน ตรงรี่เข้าไปหมายจะกินรกในหม้อให้สาสมกับความหิวโหย แต่ทว่ายังไม่ทันไร หญิงเเม่ลูกอ่อนตื่นขึ้นมาพบเสียก่อน หล่อนหวีดร้องสุดเสียง ปลุกผัวให้ตื่นขึ้นมา พอเห็นภาพตรงหม้อรกเท่านั้น ชายผู้เป็นสามีก็ถลันเข้าคว้าหอกพุ่งเข้าใส่หมายศีรษะกระสือบัวคลี่ทันที ฉึกก์ก์ก์ ! แน่นอนเหลือเกิน ถ้าหากกระสือบัวคลี่ไม่ลอยหลบไปเสียก่อนแล้ว ชีวิตจะต้องจบสิ้นลงด้วยคมหอกเล่มนั้น ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2516-master-dvd-rip.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301304.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301901.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406303101.htm

UTD.S02E03-2
UTD

ติดตามได้ที่ www.ds-club.com

แผนเทพชัดๆ! ฟิล โจนส์หนุน ฟาน กัล ให้ผีเล่น5-3-2ต่อ
11ตัวจริง /  3-4-1-2 / 

ฟิล โจนส์ ปราการหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงหนุน หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีมให้ใช้ระบบเซ็นเตอร์แบ็คสามตัวต่อไป ทีม ปีศาจแดง ประเดิมเกมอุ่นเครื่องนัดแรกของฤดูกาลด้วยการระเบิดฟอร์มสุดยอดไล่ถลุง แอลเอ กาแล็คซี่ ทีมเจ้าถิ่นอเมริกาไปเละเทะ 7-0 โดยเกมนี้ ฟาน กัล วางทีมมาในระบบ 5-3-2 (บางสื่ออาจเรียก 3-5-2 หรือ 3-4-1-2) ใช้เซ็นเตอร์แบ็คสามตัว โดยมีวิงแบ็คสองข้าง ลุค ชอว์ กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย คอยช่วยเติมเกมรุก โจนส์ ให้สัมภาษณ์เรื่องแผนการเล่นนี้ว่า “มันได้ผล นี่คือครั้งแรกที่เราเล่นระบบกองหลังสามตัว เรากำลังอยู่ในช่วยเรียนรู้(ระบบการเล่น) เราทำได้ดีขึ้นทุกวันและจะพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ ผู้จัดการทีมแต่ละคนก็มีปรัชญาการเล่นต่างกันไป เรากำลังถูกพามาถูกทางแล้ว”

Swordsman Online เปิดให้บริการทางการ 30 ก.ค. 57
Swordsman Online /  เกมส์จีน / 

เกมส์ออนไลน์ Swordsman Online (swo.njoy.in.th) หรือ กระบี่เย้ยยุทธจักรออนไลน์ ประกาศเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กรกฎาคม 2557 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ผู้เล่นที่มี Client Game ตั้งแต่ช่วงทดสอบ Close Beta สามารถใช้เล่นเกมในช่วง Open Beta ได้เลยโดยไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่ สำหรับการอัพเดตเกมส์ช่วง Open Beta ประกอบไปด้วย ดังนี้ 1.เพิ่มระดับเลเวลสูงสุดของตัวละคร Max LV 79 2.แผนที่ทั้งหมด 33 แผนที่ 3.ดันเจี้ยน 12 ดันเจี้ยน 4.กิจกรรมพิเศษภายในเกม 5 กิจกรรม 5.ระบบ Item Mall พร้อมระบบเติมเงิน 6.ระบบเเต่งงาน 7.ระบบกิลด์ (สร้างกิลด์, เควสท์กิลด์, แดนลับ,คุ้มภัย, อาคารสิ่งปลูกสร้าง, สถานบำรุงกิลด์ และสวัสดิการกิลด์) 8.เปิดระบบศิษย์อาจารย์ 9.ระบบ PvP ลานประลอง 10.ระบบตีบวก, เสริมออพชั่นไอเทมสวมใส่ 11.ระบบ Free PK เมื่อตัวละครมี LV 30 12.ระบบผลิตไอเทม (อาวุธ, ชุดป้องกัน, เครื่องประดับ, ยา, อาหาร) 13.ไม่สามารถตั้งชื่อตัวละครเป็นภาษาไทยได้ 14.เปิดบริการ 2 เซิร์ฟเวอร์ (Sv.1 มหาเวทย์ดูดดาว, Sv.2 เก้ากระบี่เดียวดาย)

อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร (2543) 1/2 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ในปี 2480 ได้มีกลุ่มอิทธิพลชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า อั้งยี่ รวมตัวกันก่อตั้งเป็นสมาคมลับ เพื่อปกครองชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สมาคมลับอั้งยี่มีอิทธิพลมากและเป็นที่รู้จักกันดี ในเวลานั้นมีอยู่ 2 สมาคม คือ สมาคมตั้งกงสีและสมาคมซาเตี้ยม ซึ่งต่างมีความขัดแย้งกันตลอดมา และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด วันหนึ่ง เล้ง ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้คุ้มกฎของพรรคซาเตี้ยม ถูกส่งมาสังหารสมาชิกคนสำคัญของตั้งกงสีถึงถิ่น โดยการปลอมตัวมากับคณะงิ้วที่มาแสดงในงานฉลองประจำปี เล้งฆ่าพัดกระดาษขาวของพรรคตั้งกงสีได้สำเร็จ แต่ตนเองบาดเจ็บสาหัส เง็กหงส์ สาวจีนที่เห็นเหตุการณ์และประทับใจในความสามารถ ได้พาเล้งไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาศัยอยู่กับอาม่าและอาโฮ่ว พี่ชายของเง็กหงส์ อาโฮ่วเกรงว่าจะมีปัญหากับพรรคตั้งกงสีที่ให้ความช่วยเหลือศัตรู จึงสั่งให้ไล่เล้งออกจากบ้าน แต่อาม่ากับเง็กหงส์ได้ขอร้องให้เล้งพักรักษาตัวจนแข็งแรงก่อน อาโฮ่วจึงต้องยอมและปกปิดความจริงกับเพื่อนสนิทที่อยู่ในพรรคตั้งกงสีอย่างไม่มีทางเลือก เล้งพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งหาย จึงลาจากไป เง็กหงส์แอบมาหาเล้งในเขตของซาเตี้ยม ตั่วเท้า ผู้มีตำแหน่งพัดกระดาษขาวของซาเตี้ยมเห็นเข้า และต้องการจับตัวเง็กหงส์ ซึ่งเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ไปให้ ซานจู๊ หัวหน้าพรรค แต่ถูกอาม่าขัดขวาง เขาจึงฆ่าอาม่าและฉุดตัวเง็กหงส์ แต่ก่อนที่เง็กหงส์จะเสียตัว เล้งได้มาช่วยเง็กหงส์ทันเวลา เล้งมาขอไหว้ศพอาม่า แต่ถูกอาโฮ่วทำร้าย เพราะเล้งเป็นพวกซาเตี้ยมที่ฆ่าอาม่า เล้งยอมให้อาโฮ่วทุบตีโดยไม่ตอบโต้ ทั้งที่มีฝีมือเหนือชั้นกว่า เพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณอาม่าที่เคยช่วยชีวิต อาโฮ่วจึงแสดงความเป็นลูกผู้ชายด้วยการปล่อยเล้งกลับไป อาโฮ่วตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกอั้งยี่พรรคตั้งกงสี เพื่อล้างแค้นให้อาม่า อาโฮ่วกับเพื่อนในพรรคพากันบุกทลายบ่อน โรงสูบฝิ่น และธุรกิจการค้าของซาเตี้ยมจนเสียหายอย่างหนัก ซานจู๊สั่งให้เล้งนำพรรคพวกบุกไปทลายตั้งกงสีบ้าง อาโฮ่วต่อสู้กับเล้งจนพลาดท่า แต่เล้งยอมปล่อยตัวอาโฮ่วไป เพื่อตอบแทนที่อาโฮ่วเคยไว้ชีวิตเมื่อคราวก่อน ตั่วเท้ากลับมาฟ้องซานจู๊ที่เล้งไว้ชีวิตศัตรู ซานจู๊ซึ่งหาโอกาสกำจัดเล้งอยู่แล้ว จึงสั่งประหารเล้งตามกฎ แต่สมาชิกคนอื่นพากันขอร้องไว้และยอมตายหากเล้งถูกประหาร เล้งยอมแทงตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด ซานจู๊ยอมยกโทษให้เล้งเพื่อตบตาทุกคน แต่สั่งตั่วเท้าและสมุนให้ลอบสังหารเล้งภายหลัง เล้งหนีการตามล่าและได้รับบาดเจ็บสาหัสตกน้ำจมหายไป เวลาผ่านไปราว 1 เดือน อาโฮ่วมาพบกับเล้งในสภาพที่อดโซเหมือนขอทาน จึงชวนเล้งให้เป็นสมาชิกพรรคตั้งกงสี แต่เล้งไม่อาจทรยศต่อพรรคพวกในพรรคซาเตี้ยมได้ หากกำจัดคนที่ต้องการแก้แค้นได้แล้ว เขาจะไปตามทางของเขาเอง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร ภาพยนตร์แอ็คชั่นทุ่มทุนสร้างระหว่างไทย - ไต้หวัน พ.ศ. 2543 เรื่อง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร นำแสดงโดย อำพล ลำพูน , หลินจื้ออิง , ฌัชชา รุจินานนท์ , เมธี อมรวุฒิกุล , อู๋เฉินจวิน , อภิชาติ ชูสกุล , ทองขาว ภัทรโชคชัย กำกับโดย นพพร วาทิน ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2543-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279358.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279887.html

400 Years Dream 2/6
400 /  Years / 

400 Years Dream 2/6

Ia Wujud 2
Horror

หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การท้าพิสูจน์วิญญาณ จาก อินโดนีเซีย จะเห็นได้ว่า เขาทำได้ดีกว่าของไทยเรามาก ดีตรงไหน ดีตรงที่ ไม่มีการพูดสอดแทรก หรือ ทำเสียงตื่นเต้น ซึ่งเป็นเสียงของผู้บรรยาย ไม่ใช่เสียงของผู้ที่ทำการพิสูจน์ หนังเรื่องนี้ มีแต่เสียงธรรมชาติล้วน ๆ เวลาเงียบ ก็เงียบ ไม่มีเสียงอื่นรบกวนให้ต้องกระตุก เสียอารมณ์ในการรับชม ถึงเวลาที่ผู้พิสูจน์ถูกวิญญาณเข้าสิง ก็ดูเป็นจริง ไม่ดูเหมือนหลอกตา ของคนไทย.. และ ไม่มีแสงไฟสว่างจ้า คอยตามไปทุกที่ ที่ผู้พิสูจน์ไป...มีแต่แสงไฟ ที่ใช้ในยามมืดมิด เท่านั้น แถมยังบอกเวลาเป็นภาษา ไม่ต้องพูดให้เปลืองน้ำลาย...อีกด้วย... หากรายการวาไรตี้วิญญาณ ของไทยทำได้อย่างนี้ จะดีทีเดียว..ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ของไทยเราไม่ดี แต่ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น หากเทียบกับ รายการเรื่องนี้ นับว่า ไทยเรา ยังเป็นรองอีกหลายขุม ไม่เชื่อก็รับชมกันเอาเอง ... นี่เป็นเพียงความเห็นของผู้เสนอ เท่านั้น ใครจะเห็นด้วยหรือไม่..ขี้นอยู่กับ ผู้รับชม เท่านั้น สวัสดี

ด่วน ! เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ กลางเมืองเบตง บาดเจ็บอื้อ
คาร์บอมบ์ /  คาร์บอมบ์กลางเมืองเบตง / 

ข่าวด่วน ! 17.19 น. รายงานข่าวเบื้องต้น เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ เบตง ที่บริเวณใกล้ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ ฮิลล์-แกรนด์แมนดารินเบตง อ.เบตง จ.ยะลา  มีผู้บาดเจ็บ34ราย เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจเข้าพื้นที่ควบคุมสถานการณ์แล้ว ช่วยเหลือชาวบ้านออกจากบริเวณดังกล่าวหวั่นเสี่ยงระเบิดซ้อน โดยกอ.รมน.เผยแพร่ภาพรถยนต์ติดป้ายทะเบียน บค 8594 เบตง ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุวางระเบิด หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวMthai News จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง อัพเดทรายชื่อผู้เสียชีวิต 1.น.ส.เพ็ญนภา ตุ่นห่อ 2.เดชา ดารีเยาะ อัพเดทรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ 1.ศิริพร จ่ายเหลา อายุ 17 ปี เจ็บขามีเลือดออก 2.เพ็ญนภา ตุ่นห่อ อายุ 23 ปี สาหัส3.อาเสาะ แซ่หมำ อายุ 36 ปี สาหัส4.อรสา เรือนแก้ว อายุ 25 ปี สาหัส5.กรกช แซ่ตั้ง อายุ 17 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่แขน 6.ศิริพร จะไฮลา อายุ 16 ปี7.สุปราณี ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี แผลฉีกขาดบริเวณหน้าและศีรษะ8.ศิริรัตน์ ปุน อายุ 34 ปี แผลมือซ้าย9.สุมาลินทร์ จันทร์ตูม อายุ 24 ปี 10.ปรารถนา จันทร์ อายุ 23 ปี 11.วาสนา พรหมมินทร์ 12.เสกสรร เส็นเจริญ อายุ 56 ปี13.มุขพร ภูศรี 27ปี14.JEEMIHAN A/L อายุ 28 ปี15.ฮาซีดา สะมาแอ อายุ 26 ปี16.อภิชาติ แซ่ตั่ง อายุ 20 ปี17.มาลี รุ่งวิชานิวัฒน์18.เสี่ยวมุ่ย แซ่หวัง อายุ 32 ปี19.จินตนา มาเยาะ อายุ 43 ปี20.ตีเมาะ สะมะแอ อายุ 34 ปี21.ทัสยา ศรีอินทร์ อายุ 30 ปี22.อัสมี ทองดีนอก อายุ 41 ปี23.สายใจ แซ่ซิ่น24.มาเรียม อะโละหิเล อายุ 19 ปี 25.ด.ญ.อัสมะ ดูบี26.ด.ญ.บัลริส ดูบี27.เดชา ดูบี28.มุชิมณี จิระพัดนัน29.มาริสา ปาละตายะ อายุ 20 ปี 30.รัศมี ทองดีรอด อายุ 41 ปี 31.พัทยา ตรีอินทร์ อายุ 30 ปี 32.สุรีย์ รุ่งวิชานิวัฒน์ อายุ 64 ปี 33.แสงจันทร์ อินทร์จิระ อายุ 37 ปี 34.เดโช ดารีเยาะ MThai News

เกาะ(รัก)แน้น...แน่น มาวินขาดตู่ เหมือนขาดใจ
มาวิน ทวีผล /  ตู่ ปิยวดี / 

หวานชื่นน่าเอ็นดู๊...น่าเอ็นดูจริงๆ เชียว สำหรับความรักของทายาทวิกพระรามสี่ที่ควบตำแหน่งผู้จัดคนเก่งอย่าง ตู่ ปิยะวดี มาลีนนท์ กับหนุ่มตี๋กล้ามล่ำบึ้ก มาวิน ทวีผล คู่นี้คบหาดูใจแบบไม่แคร์สายตาใครมานานพอควร เรียกว่าหวานชื่นปานจะกลืนกิน แม้จะไม่ได้ออกสื่อให้ประชาชีได้เห็นความหวานเยิ้มหยดย้อย แต่หลายคนก็รู้กันดีว่า คู่นี้น่ะน่าอิจฉาแค่ไหน โดนเฉพาะหนุ่มมาวินที่ดูท่าหลายคนจะริษยาเป็นพิเศษ เพราะอยู่ดีๆ ก็ตกถังข้าวสารกลายเป็น (ว่าที่) เขยแห่งมาลีนนท์ไปซะงั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่อยากแตะต้องของสูง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นสุดที่รักของทายาทค่ายยักษ์ไปโดยปริยาย จุดนี้ไม่รู้ว่าหนุ่มเจ้าเอื้อมเด็ดดอกฟ้าหรือดอกฟ้าโน้มลงมาหาเอง แต่ที่แน่ๆ ดูท่าจะแฮปปี้ไปทั้งชาติ เพราะล่าสุดไม่เพียงแค่รักกันหวานชื่น 2 คนเท่านั้น แต่ผู้จัดสุดสวยยังควงหนุ่มมาวินออกงานไม่แคร์สื่ออีกด้วย เรียกว่าแม้สาวตู่จะอายุอานามมากกว่า แต่เรื่องอายุไม่ใช่ปัญหา รักกันตัวติดหนึบให้โลกรู้ว่าใครก็แยกตรูจากกันไม่ได้ค้าาา...เอ้า!!! เกาะความรักที่สาวตู่มีให้แบบเหนียวแน่นหนึบไม่มีปล่อยแบบนี้ ไม่รู้ว่าถ้าขาดเธอไปนายมาวินสุดล่ำจะขาดใจตายหรือเปล่าเนอะ...เหอๆๆ ตู่-มาวิน ตู่-มาวิน ตู่-มาวิน

6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ความรู้รอบตัว /  ความรู้รอบโลก / 

ตั้งแต่เราเริ่มจำความได้เราทุกคนก็คงจะได้ยินเพลงชาติทุกวัน ซึ่ง เพลงชาติ เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้น เพื่อปลุกเร้าให้หวนระลึกถึงหรือสรรเสริญประวัติศาสตร์ชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ หรือการต่อสู้ของชนในชาติ โดยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของชาตินั้นๆ อย่างเป็นทางการ หรือความตกลงใจร่วมกันของประชาชนในชาติว่า เพลงดังกล่าวเป็นเพลงประจำชาติของตน และแน่นอนว่าเนื้อหาของเพลงนั้นก็เป็นเนื้อหาปลุกใจให้เรามีความรักชาติ บรรพบุรุษของเรา แล้ววันนี้ทีนเอ็มไทย มี 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก มาฝากกัน จะน่ากลัวยังไง? ตามไปดูกันเลย .. 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก ทีนเอ็มไทยลองให้เพื่อนๆ คิดกันเล่นๆ ก่อนว่า6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก นี้น่าจะมีประเทศไหนบ้าง .. ติ๊กต๊อก ๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ  ถ้าเพื่อนๆ คิดว่ามีประเทศ เกาหลีเหนือ, อีรัก, จีน, โซมาเลีย, ลิเบีย หรือประเทศที่ติดอันดับความอันตรายหล่ะ ไม่ใช่เลย! แล้วจะมีประเทศไหนหล่ะถ้าไม่ใช่ประเทศเหล่านี้ >,< 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 6 : Algeria - "Qassaman"/"We Pledge" ประเทศแอลจีเรีย (Algeria) ครั้งหนึ่งเคยอยู่การปกครองของฝรั่งเศส ซึ่งคนในประเทศไม่ชอบเท่าไหร่เลยทำสงครามกองโจรต่อต้านฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จนฝรั่งเศสยอมถอนตัวจากแอลจีเรีย จากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อย ๆ และประเทศยังมีคงปัญหาเรื่องเชื้อชาติเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่วนเนื้อเพลง " Qassaman " แปลเป็นไทยว่า คำปฏิญาณ เขียนใน 1956  โดย Moufdi Zakaria  เป็นเพลงชาติที่ใช้มายาวนานมากกว่า 10 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญเพลงในประเทศมาช่วยกันออกความคิดเห็นช่วยกันแต่ง ซึ่งเนื้อหาของเพลงนั้นค่อนข้างออกมารุนแรงพิควรทีเดียว เกี่ยวกับการทำลาย การนองเลือด และยิงด้วยปืนกล และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ ดังนี้ “We swear by the lightning that destroys, By the streams of generous blood being shed" เราขอสาบานด้วยอำนาจการทำลายราวสายฟ้า ด้วยเลือดที่ไหลราวกับสายน้ำ "When we spoke, none listened to us, So we have taken the noise of gunpowder as our rhythm, And the sound of machine guns as our melody"เมื่อเราบอกกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดฟังเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้เสียงปืนเป็นจังหวะของชีวิตพวก และเสียงจากปืนคือเสียงดนตรีของพวกเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ  5. : Italy - "Il Canto degli Italiani"/"The Song of the Italians" ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเพลงชาติเกี่ยวกับอิตาลี มักเศร้าระทมจนกระทั้ง จูเซปเป ฟอร์ตูนีโน ฟรันเชสโก แวร์ดี (Giuseppe Verdi) เป็นคีตกวีบทเพลงประกอบโอเปรา ชาวอิตาลี (ค.ศ. 1813 – 1901) ได้แต่งเพลงที่ชื่อ "Il Canto degli Italiani" แปลเป็นไทยคือ เราพร้อมเพื่อตาย! ซึ่งเขาแต่งในช่วงที่ในขณะที่นครมิลาน พ่ายแพ้และถูกจักรวรรดิออสเตรียเข้ายึดครอง แวร์ดีได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่อง Il Corsaro ขึ้น เพื่อให้ปลุกใจให้อิตาลีเป็นอิสรภาพจากประเทศออสเตรียในปี พ.ศ. 2390 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติในปี พ.ศ. 2489  และพัฒนาเป็นเพลงชาติในที่สุด และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "Mercenary swords, they're feeble reeds. The Austrian eagle has already lost its plumes. The blood of Italy and the Polish blood it drank, along with the Cossack. But it burned its heart."ทหารรับจ้างจะทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น  เราอ่อนแอราวนกอินทรีย์ที่สูญสิ้นปีก ชาวคอซ-เซ็คชอบดื่มเลือดของอิตาลี่และโปแลนด์ มันทำให้เราแสบหัวใจ 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 4. : Hungary - "Himnusz/Hymn" แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "No freedom's flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed."ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 3. : Turkey - "stiklal Mar/Independence March" “stiklal Mar”แปลว่า อิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör  ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม  1921  เป็นเพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลงสดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา, บรรลุผล,  ความหวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ " I' m  like  the  roaring  flood;   powerful  and  independent,   I' ll  tear  apart  mountains,   exceed  the  heavens  and  still  gush  out! "ฉันเหมือนน้ำท่วม ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า และทะลักออกมา! " Render  your  chest  as  armor  and  your  body  as  trench! " "หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!" "For  only  then,   shall  my  fatigued  tombstone,   if  there  is  one,   prostrate  a  thousand  times  in  ecstasy,   and  tears  of  fiery  blood  shall flow  out  of  my  every  wound" สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน  ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น  และน้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่วนิรันดร" 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 2. : France - "Le Marseillaise"/"The Song of Marseille" ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปลตามตัวว่า เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude - Joseph  Rouget) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (แปลว่า "เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์") เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย (อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422 และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (ปล เขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล) "Do you hear in the countryside, the roar of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the throats of your sons!" ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม” " Amour sacré de la patrie, Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre gloire !!" (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา” Nous entrerons dans la carrière Quand nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่ หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 1. : Vietnam - "Tien Quan Ca"/"Army March" ส่วนมากของเพลงสดุดีอื่นๆ บนอันดับนี้จะเน้นเรื่องสันติภาพ, ความภูมิใจแห่งชาติ หรืออะไรก็ตามอื่นๆ เลือด และไส้พุง แต่เพลงสดุดีของประเทศเวียดนามนั้นมันต่างกัน เพราะเน้นเรื่องสงครามทั้งหมด "Tien Quan Ca" แปลเป็นไทยคือ "มาร์ชทหารเวียดนาม" เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ. 2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (เฉพาะท่อนแรก) “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า ! ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://www.d-looks.com/showblog.php?Bid=168

2/4)ดีโพลมา24757มหกรรมปรองดองสมานฉันท์
2/4)ดีโพลมา24757มหกรรมปรองดองสมานฉันท์

2/4)ดีโพลมา24757มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คสช.จัดงาน "มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ"ระหว่างวันที่ 22-27 ก.ค.2557 ที่ท้องสนามหลวง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2263) มีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ ( บรรณาธิการ ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ และ รักษาการ หัวหน้าข่าวการเมือง อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577)

กระสือสาว (2516) 2/3 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

สมบัติ เมทะนี - พิศมัย วิไลศักดิ์ - สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต - เมตตา รุ่งรัตน์ - ด.ช.สยม สังวริบุตร : นําแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เรื่องราว ได้เปิดฉากขึ้นที่หมู่บ้าน โขมงหัก อันเป็นที่มาของนิยายชีวิตพิสดารเรื่องนี้ ขณะนั้นผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับการรบกวนรังควานจากผีกระสือคนหนึ่ง ในที่สุดพวกชาวบ้านก็พร้อมใจกันลงมือปราบปราม คืนวันหนึ่งผีกระสือคนนั้นออกหากินตามปรกติ พวกชาวบ้านซึ่งซุ่มซ่อนคอยทีอยู่พอเเลเห็นผีกระสือก็พากันกรูเกรียวออกไล่ฆ่าฟัน ผีกระสือพลาดพลั้ง เสียทีถูกฟันด้วยมีดดาบเเละถูกจี้ด้วยคบไฟที่หน้าเป็นแผลฉกรรจ์ ถึงเเม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบว่าจะวายวาง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนกลับไปเข้าร่างที่บ้านจนได้ การจึงปรากฏว่าผีกระสือคนนั้น...คือหญิงชราผู้มีชื่อว่า... ฉิม! (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ได้ปลุกให้บัวคลี่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) หลานสาวของยายฉิมตื่นขึ้นมา เมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นสภาพของยาย มีบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว บัวคลี่ก็ตกใจเเละซักถามเรื่องราว ยายฉิมโกหกหลานสาวว่า มีคนลอบเข้ามาทำร้าย แล้วตัดบทไม่ให้ซักถามอะไรต่อไปอีก โดยบอกว่าเวลามีน้อยพร้อมกันนั้น ยายฉิมก็มอบเเหวนทองหัวพลอยสีแดงสุกใสให้บัวคลี่ และบอกเป็นคำสั่งให้สวมแหวนติดนิ้วตลอดไป เมื่อบัวคลี่รับคำยายฉิมก็สิ้นใจไปอย่างสงบ สร้างความวิปโยคโศกศัลย์ให้แก่บัวคลี่เป็นอย่างยิ่ง โดยหารู้ไม่ว่าแหวนสมบัติอันมีค่าสิ่งเดียวของยายวงนี้นี่แหละ ที่จะทำให้บัวคลี่ต้องพบกับชะตากรรมอย่างน่าสงสาร วันรุ่งขึ้น หนุ่ม บุญเมือง (สมบัติ เมทะนี) คนรักของบัวคลี่ ได้ชวน จู๊ด (ชุมพร เทพพิทักษ์) เพื่อนสนิทมาหาบัวคลี่แต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ บุญเมือง บอกกับเพื่อนรักว่าเป็นเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดี แต่จู๊ดไม่ยอมเชื่อ ลงความเห็นว่า ที่บุญเมืองฉุดเขามาจากเสื่อที่นอนในอากาศที่เย็นสบายอย่างนี้ เป็นเพราะบุญเมืองมีความรักคิดถึงบัวคลี่มากนั่นเอง เนื่องจากว่าบุญเมืองกับเขาไปธุระที่หมู่บ้านอื่นเสียหลายวัน ทั้งสองสหายผู้มีความรักกันอย่างเพื่อนตายได้มาถึงบ้านบัวคลี่ บุญเมืองแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบเชียบผิดปรกติ ด้วยความคุ้นเคยจึงถือวิสาสะขึ้นบันไดบ้านไป เขาตรงไปที่ห้องนอนคนรักเเต่พบว่าไม่มีใครอยู่เลย ร้องเรียกก็ไม่มีใครขาน จึงก้าวปราดๆ มาที่ห้องนอนของยายคนรัก โดยมีจู๊ดตามมาติดๆ แล้วที่นี่เองบุญเมือง ก็พบภาพบัวคลี่นอนฟุบอยู่บนร่างของยายฉิม ด้วยเสียงเรียกอีกครั้ง บัวคลี่ได้ตื่นขึ้นมา ทันทีที่เห็นหน้าคนรัก หญิงสาวก็โผเข้าสู่อ้อมเเขนบุญเมือง พร้อมกับร่ำไห้บอกว่ายายตายเสียเเล้ว และกำชับไว้ก่อนสิ้นใจว่า ให้เก็บศพไว้อย่าได้เผาจี่ตามประเพณีเป็นอันขาด ทั้งไม่ให้ไปบอกกล่าวใครรู้ด้วย ซึ่งหล่อนจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการสนองพระคุณของยายที่ ได้อุ้มชูชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย วันวิปโยคได้ผ่านพ้นไปจนถึงเย็นวันหนึ่ง บัวคลี่ได้มาจุดธูปเคารพศพยายฉิม ซึ่งเก็บไว้ในโรงนาข้างบ้านที่นี่เอง ฉัตร (แมน ธีระพล) หนุ่มนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านโขมงหัก ซึ่งติดเนื้อต้องใจในบัวคลี่มานานแล้ว ได้เข้ามาพบจึงรู้ว่า ยายของบัวคลี่ตายเสียแล้ว ฉัตรเห็นเป็นโอกาสเหมาะ บัวคลี่อยู่ลำพังคนเดียว จึงเข้าลวนลามปลุกปล้ำจะเอาบัวคลี่เป็นเมีย เคราะห์ดีบุญเมืองกับจู๊ดมาช่วยไว้ทันการ ด้วยความรักความสงสาร บุญเมืองบอกบัวคลี่ว่า เขาจะขอคุ้มครองปกป้องบัวคลี่ไปจนชั่วชีวิต บัวคลี่ก็ตกลงปลงใจ เพราะหญิงสาวก็รักบุญเมืองมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน บุญเมืองกับบัวคลี่ ครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุข โดยมีจู๊ดย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันด้วย เเต่แล้ว เหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตของบัวคลี่ ต้องพบ กับวิบากกรรมก็มาถึง ในคืนวันหนึ่งดึกสงัดแล้ว บัวคลี่ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างบุญเมือง มีอาการเหมือนฝันร้าย พลิกกายกระสับกระส่ายไปมา และแล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ที่หัวแหวนพลอยอันสุกใสวงนั้น ได้ปรากฏภาพหน้ายายฉิมเรียกร้องสะกดหลานสาวออกไปหากินเยี่ยงกระสือ " ไปซี่บัวคลี่...เอ็งต้องไป...ออกไปหากินเดี๋ยวนี้ " ด้วยอำนาจปีศาจยายฉิม บัวคลี่สาวสวยเมียรักของบุญเมือง ก็กลายเป็นกระสือออกจากร่างไปทางหน้าต่าง อ้า...บัวคลี่ผู้น่าสงสาร ขณะนี้หญิงสาวได้กลับกลายเป็นผีกระสือสาว โดยการสิงสู่ของปีศาจยายฉิมไปเสียเเล้ว ! ศีรษะของบัวคลี่ที่มีแต่ไส้ ได้ล่องลอยไปไกลทุกทีๆ ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านหลังหนึ่ง ที่นี่เมียของชาวนาหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน หม้อใส่รกยังคงวางอยู่ปลายกระดานไฟ เด็กอ่อนนอนอยู่ในกระโจม โดยมีชายผู้เป็นสามี นอนเฝ้าเมียอยู่หน้ากระดานไฟ กระสือบัวคลี่นัยน์ตาวาวอย่างหิวกระหาย เเละที่สนใจอย่างยิ่งก็คือรกเด็กในหม้อดินใบนั้น กระสือบัวคลี่ลอยเข้าไปในบ้าน ตรงรี่เข้าไปหมายจะกินรกในหม้อให้สาสมกับความหิวโหย แต่ทว่ายังไม่ทันไร หญิงเเม่ลูกอ่อนตื่นขึ้นมาพบเสียก่อน หล่อนหวีดร้องสุดเสียง ปลุกผัวให้ตื่นขึ้นมา พอเห็นภาพตรงหม้อรกเท่านั้น ชายผู้เป็นสามีก็ถลันเข้าคว้าหอกพุ่งเข้าใส่หมายศีรษะกระสือบัวคลี่ทันที ฉึกก์ก์ก์ ! แน่นอนเหลือเกิน ถ้าหากกระสือบัวคลี่ไม่ลอยหลบไปเสียก่อนแล้ว ชีวิตจะต้องจบสิ้นลงด้วยคมหอกเล่มนั้น ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2516-master-dvd-rip.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301304.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301901.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406303101.htm

บิ๊กป๋อม หวังโยกคิว ฉลามโต๊ะเล็ก หนีไทยลีก เพื่อเอื้อแฟนฉลองแชมป์
ฉลามโต๊ะเล็ก /  ชลบุรี / 

บิ๊กป๋อม เชิญชาวชลบุรีร่วมฉลองแชมป์ฟุตซอลลีก หวังขยับวันแข่งเพื่อไม่ให้ชนกับฟุตบอลไทยลีก คว้าแชมป์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วหลังจากที่ "ฉลามโต๊ะเล็ก" ชลบุรี บลูเวฟ เปิดบ้านเอาชนะเชียงใหม่ ฟุตซอลคลับ 9-2 แม้ยังเหลืออีก 4 นัด ในฟุตซอล ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2014 ซึ่งการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสร โดย บิ๊กป๋อม อดิศักดิ์ เบญจศิริวรรณ ประธานสโมสรชลบุรี บลูเวฟ กล่าวถึงความสำเร็จว่า การฉลองแชมป์นัดสุดท้ายวันที่ 10 ส.ค.57 อาจจะมีมินิคอนเสิร์ต แต่ว่าไปตรงกับไทยลีก ที่ ชลบุรี เอฟซี ต้องไปเยือน สุพรรณบุรี ก็วอนชาวชลบุรี อยากให้เข้ามาร่วมฉลองแชมป์กันเยอะๆ ซึ่งอีกทางหนึ่งเราได้ขอไปยังฝ่ายจัดการแข่งขัน เพื่อเปลี่ยนวันแข่งไม่ให้ตรงกับฟุตบอลไทยลีก อาจจะแข่งก่อนหรือแข่งหลังก็ได้ก็หวังว่าจะเปลี่ยนวันแข่งได้