part.2/เกย์เว้ยเฮ้ย2 Gthai Movie 2 MASSAGE BOYS

หญิงชราญี่ปุ่น ครองสถิติ อายุมากสุดในโลก
ญี่ปุ่น /  มากสุด / 

มิซาโอะ โอกาวา หญิงชราวัย 117 ปี อยู่ที่บ้านพักผู้สูงอายุในเมืองโอซากา ถูกบันทึกสถิติว่าเป็นหญิงชราอายุมากที่สุดในโลก  สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประเทศญี่ปุ่นพบหญิงชราอายุมากที่สุดในโลก ซึ่งเมื่อวานนี้มีการจัดงานให้เธอและเธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว เธอกล่าวว่า ไม่รู้สึกว่า 117 ปีนั้นยาวนานแต่อย่างใด ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักผู้สูงอายุในเมืองโอซากา เจ้าหน้าที่ที่นั่นบอกว่า ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเธอเคลื่อนไหวช้าลงและมีปัญหาในการฟังอยู่บ้าง แต่สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดีและยังเจริญอาหารอยู่ มิซาโอะ โอกาวา เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2441 ที่ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น และเกิดในครอบครัวช่างตัดทำกิโมโน เธอแต่งงานกับนายยูคิโอะ เมื่อปี 2462 สามีของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2474 ทั้งคู่มีลูกสาว 2 คน และลูกชายหนึ่งคน ตอนนี้เธอมีหลาน 4 คนและเหลนอีก 6 คน เธอได้รับตำแหน่งบุคคลที่อายุมากที่สุดในโลกที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเธอได้ถูกบันทึกสถิติโลกกินเนสบุ๊คเมื่อปี 2556

5 วิธีง่ายๆ แค่กินก็เพิ่ม คอลลาเจน บนใบหน้าได้
คอลลาเจน

        เราขอนำเสนอเทคนิคเสริม คอลลาเจน บนใบหน้าให้ตัวเอง กล่าวคือ คอลลาเจน เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื้อเกี่ยวพันที่ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นุ่มนวล คุณลินดา เรย์ คอลัมนิสต์อิสระ และ กูรูด้านสุขภาพทางเลือก แนะนำการสร้าง คอลลาเจน ด้วยตัวเอง 5 วิธีดังนี้ 1. กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นสารอาหารตั้งต้นในการสร้าง คอลลาเจน เช่น มะเขือเทศ บรอกโคลี่ สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และ ผักสีเขียว 2. กินข้าวกล้องเป็นประจำทุกมื้อ 3. กินอาหารบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของชาดำ ชาเขียว ที่อุดมไปด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบ ป้องกันการสูญเสียคอลลาเจน 4. กินกระเทียม เนื่องจากสารอาหารบางชนิดในกระเทียมจะไปช่วยชะลอไม่ให้คอลลาเจนถูกทำลายก่อนวัยอันควร 5. กินอาหารที่มีสารแอนโทไซยานินปริมาณสูง เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ สารดังกล่าวจะไปเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนให้แข็งแรง ทำให้ผิวกระชับแข็งแรง ร่างกายควรได้รับคอลลาเจนจากอาหารธรรมชาติและจะดีมาก หากเป็นอาหารออร์แกนิกครับ ติดตามเนื้อหาได้จาก นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 394

รู้จัก จอนนี่แมวศุภลักษณ์ เหมียวเซเลปพุงพลุ้ย ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ
จอนนี่อาตแมว /  จอนนี่แมวศุภลักษณ์ / 

นอกจากความน่ารักสวยใสช่างมโนของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และความหล่อเซอร์ขั้นเทพของ เป้ อารักษ์ แล้ว สิ่งที่หลายๆคนรอคอยในภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ คงหนีไม่พ้นเซเลป (ตัว) ใหญ่แห่งโลกโซเชียล อย่างน้องเหมียว จอนนี่แมวศุภลักษณ์ สุดโด่งดัง และวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักเหมียวเซเลปนี้กัน ชนิดที่ไม่ต้องเอาปลามาล่อ ก็ยอมเผยทุกสิ่งแบบหมดเปลือก ประวัติโดยสังเขป ชื่อในวงการ:   จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ,จอนนี่อาตแมว ชื่อจริง:   จอนนี่ อายุ:   9 ขวบกว่า เพศ:   ชาย ลักษณะพันธุ์:   เป็นแมวพันธุ์ศุภลักษณ์ ซึ่งจัดให้เป็น1 ใน 4 แมวพันธุ์ไทยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงพันธุ์วิเชียรมาศ โกนจา และสีสวาด ระดับความป็อบปูล่า:   ฮอตฮิต จอนนี่อาตแมว เป็นแมวเซเลปที่โด่งดังในสังคมโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค นับตั้งแต่การถือกำเนิดของเพจ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ เมื่อเดือนธ.ค.2555 โดยสองสามีภรรยาชาวจังหวัดระนองที่รัก และเลี้ยงแมวจอนนี่ ที่มักนิยมถ่ายรูปและอัพโหลดลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งถูกเพจชื่อดัง "โหดสัสV2" นำภาพจอนนี่ห่มผ้าจนหนูสีเหลืองนั่งพาดบ่าอยู่ เพื่อล้อเลียนข่าว "เณรคำ" ไปแชร์ และคนนำภาพดังกล่าวไปแชร์ต่ออีกกว่าพันครั้ง เพียงแค่ช่วงข้ามคืนเดียว มีคนมากดไลค์มากมายนับหมื่น และทำให้ชื่อของ จอนนี่อาตแมว หรือ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ก็เป็นที่รู้จักต่อในวงกว้าง ปัจจุบันเพจ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ มีคนเฝ้าตามคลิ้กไลค์เพจกว่าสามแสนไลค์ ในแต่ละวันมีผู้คนเฝ้าติดตามเรื่องราวอัพเดทชีวิตของ จอนนี่ นับหมื่นนับแสนคน คอยดูว่าวันนี้จอนนี่จะมาในลุคส์ไหน หรือมีวีรกรรมเด็ดอะไรเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง รวมไปถึงวันนี้จะมีภาพและข้อความล้อเลียนข่าวดังหรือแง่มุมอื่นใดในสังคม ซึ่งกำลังเป็นนิยมจะถูก จอนนี่ ล้อเลียนบ้าง หรือการใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวันกับเพื่อนแมวด้วยกันไม่ว่าจะเป็นแมวคู่ปรับอย่าง ทาโร่ (โร่ศักดิ์) หรือกับ มาดามเจน แมวสาวคู่รักของจอนนี่ และ ส้มจี๊ด แมวสาวคู่จิ้นล่าสุดของจอนนี่ หลากหลายวันสบายๆ ของจอนนี่ จากเพจ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ และด้วยความฮอตของ จอนนี่ ส่งผลให้ แมวพันธุ์ "ศุภลักษณ์" ซึ่งว่ากันว่าเป็นพันธุ์นิยมที่ชนชั้นสูงในอดีตนิยมเลี้ยงดู เพราะเชื่อว่าผู้ครอบครองจะร่ำรวย เต็มไปด้วยความสุข สุขภาพดี การงานรุ่งเรือง และเป็นที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลกกลับมาเป็นที่รู้จักและกล่าวถึงอีกครั้งอย่างมากมาย ความฮอตฮิตไม่จบแค่ในแฟนเพจเท่านั้น เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา จอนนี่ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนงที่มุ่งทำข่าว และนำเสนอเรื่องราวและความโด่งดังของ จอนนี่ เฉกเช่นซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ทั้งรายการข่าว บันเทิงวาไรตี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, 5เช้าข่าวใหญ่ ตลอดจนสื่อออนไลน์มากมาย รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทั้งในไทย และหนังสือพิมพ์ประจำท้องถิ่นภาคภาษาอังกฤษ ยังขึ้นพาดหัวรายงานการมาเยือนภูเก็ตของ จอนนี่ อีกต่างหาก และยังคงขยันสร้างผลงานทั้งล้อเลียนสังคม และภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง และสำหรับแฟนๆของเจ้าเหมียวพุงพลุ้ย จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ไปพบความน่ารักอุดมหน้าท้อง ไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

Transformers: Age of Extinction ชนะเลิศ หนังโฆษณาแฝงมากที่สุด แห่งปี 2014
Brandchannel /  Tie-In / 

ไม่รู้ว่าจะน่าดีใจหรือเปล่าสำหรับเวทีรางวัลนี้ เพราะล่าสุดทางเว็บไซต์ Brandchannel ที่สำรวจการใช้โฆษณาแฝงแบบเนียนๆ ในภาพยนตร์และสื่อต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า Tie-In ได้ประกาศผลผู้ชนะเลิศออกมาแล้ว โดยภาพยนตร์ Transformers: Age of Extinction คว้าแชมป์ไปครองแบบขาดลอย ด้วยจำนวนโฆษณาแฝงในหนังถึง 55 แบรนด์ (แถมบางแบรนด์ยังย้ำแล้วย้ำอีกตั้งหลายรอบ) เรียกได้ว่ามีแทบทุกฉาก จนนับเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว   แน่นอนว่าทั้ง 55 แบรนด์นี้ นอกจากสินค้าประเภทรถยนต์ ที่ขนกันมาหลากหลายแบรนด์แล้ว ยังลามไปถึงผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม ธนาคาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ยางรถ ไปจนถึงนิตยสารแฟชั่น?! ซึ่งบางครั้งก็เหมือนจะเนียน แต่ส่วนใหญ่จะโฉ่งฉ่างแบบเห็นกันโต้งๆ อาทิเช่น ฉากที่ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก กระดกเบียร์ Bud light อย่างหัวเสีย หรือตู้ขายคุ้กกี้ Oreo ที่เหมือนจะตั้งอยู่อย่างผิดที่ผิดทาง ในคลังอาวุธลับสุดไฮเทค นอกจาก Transformers: Age of Extinction จะคว้ารางวัลโฆษณาแฝงในด้านปริมาณไปแล้ว ยังไม่วายคว้าด้านคุณภาพไปอีกต่างหาก ด้วยรางวัลการใช้โฆษณาแฝงสุดเห่ย จากหลายๆฉากที่สุดจะไม่เนียน อาทิเช่น การที่สสารทดลอง แปลงสภาพกลายเป็นลำโพง Beats ในเครือสินค้าของ Apple ทั้งๆที่อยู่ในบริษัทที่รายล้อมด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำกว่านั้นเยอะ แต่ละแบรนด์จะถูกใส่มาฉากไหน และจะออกมาโฉ่งฉ่างเพียงใด มาดูคลิปพิเศษ เจ็บๆคันๆ จาก JoBlo Movie Trailers ที่จะเผยทุกจังหวะโฆษณาแฝงแบบหมดเปลือกสุดๆ ได้ค่าโฆษณาเยอะ แถมรายได้ยังกระฉูดแบบนี้ พี่ ไมเคิล เบย์ มีได้ยิ้มแก้มปริ Transformers: Age of Extinction ไม่มีฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์ แฟนๆหนัง ต้องไปหาจับจองแผ่นกันได้ตามสะดวก ----------------------------------

เผยสูตร ชาชัก และเทคนิคชักกะเย่อชาขั้นเทพ
ชา /  ชาชัก / 

ชาชัก ถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการทำอาหาร โดยใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยใดๆ โดยการชักกะเย่อให้เกิดฟองนั้นเอง หรือ จะชงเป็นชาเย็นธรรมดาก็อร่อยเหาะ โดยสูตรด้านล่างนี้ หากใครยังไม่ชำนาญหรือไม่เคยชักชาอย่าเพิ่งลองอาจจะหกเลอะเทอะไม่ได้กินกันพอดี อิอิ หรืออยากเอาเทคนิคการชักชาไปเริ่มฝึกก็ไม่ว่ากันค่ะ ส่วนผสม ชาผงซีลอน 10 ช้อนชา ชาผง 20 ช้อนชา ชาหอม 10 ช้อนชา น้ำ 1,500 มิลลิลิตร นมข้นหวาน 1 1/2 กระป๋อง นมข้นจืด 20 ช้อนชา ครีมเทียม 20 ช้อนชา น้ำเชื่อม 25 ช้อนชา วิธีทำ นำผงชาทั้ง 3 อย่างมาผสมเข้าด้วยกัน ลักษณะผงชาที่ได้จะเป็นลักษณะเป็นผงละเอียดและเป็นก้านใบชาหยาบๆ แล้วนำไปใส่ถุงกรองชา ต้มน้ำให้เดือด แล้วเทน้ำร้อนผ่านถุงกรองชา ในกระบอกสำหรับชงชา ขั้นตอนสำคัญในการเทชา ให้เทสลับไปมาประมาณ 12 รอบ ระหว่างเทให้ยกถุงชาขึ้นมาสูงๆ (มือใหม่หัดชักชา อย่าเล่นท่ามากเดียวจะหกเอาค่ะ)เพื่อให้ชาสัมผัสกับอากาศเกิดความหอมของชาให้ดีมากขึ้น เมื่อเทสลับไปมาครบ 12 รอบแล้ว ให้แช่ถุงชาไว้ 5 นาที เมื่อครบแล้วจากนั้นให้ยกถุงชาออกมา ใช้มือบีบถุงกรองชาเพื่อคั้นเอาน้ำออกมาให้หมด เติมครีมเทียมลงไปในชาคนให้เข้ากันจนครีมเทียมละลาย เติมนมข้นหวานและนมข้นจืดลงไป หรือใครชอบความมันให้เติมนมข้นจืดลงไปอีกตามความชอบ และใส่น้ำเชื่อมตามลงไป คนให้เข้ากันชิมและเพิ่มเติมรสชาติตามความชอบ รอให้เย็นใส่ขวดแช่ตู้เย็นหรือเทใส่น้ำแข็งกินให้ชื่นใจไปเลยค่ะ การชักชาให้ได้ฟองนม ชาชัก การชัดนมให้เป็นฟองโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องตีอาศัยความชำนาญและเกิดการฝึกฝนเป็นอย่างดี ให้ได้จังหวะที่เหมาะสมตามแรงโน้มถ่วงของโลก กลายเป็นชาที่ถูกการชักกะเย่อ โดยเป็นการดึงอากาศให้เกิดฟองนม ด้วยเทคนิคการเทชาให้เทจากด้านล่างขึ้นด่านบน สลับกับบนลงล่าง สูงเหนือศีรษะสุดปลายแขน เทสลับไปสลับมาอย่างนี้จนเกิดฟองนมที่นุ่ม เทคนิคขึ้นอยู่ที่การฝึกฝนเป็นอย่างดี กว่าจะเป็นได้ต้องเสียชาไปหลายเยือก ชาชักเหมือนงานศิลปะต้องอาศัยประสบการณ์ ใครที่อยากหัดทำชาชักเริ่มได้ไม่ยาก แค่ฝึกฝนและตั้งใจจริงๆ ก็สามารถทำได้แล้วค่ะ ขอบคุณสูตรจา่ก วนเวียนที่สีเทา สมาชิกเว็บไซต์ Pantip เรียบเรียงโดย Food Mthai

15 สถานที่น่าเที่ยว สุดอันซีนทั่วโลก ปี 2015
ดินแดนมหัศจรรย์ /  ท่องเที่ยวรอบโลก / 

สถานที่ท่องเที่ยวบนโลกนี้ มีมากมายนับไม่ถ้วน เบื่อไหม ? กับการได้เห็นสถานที่สวยๆ แต่ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ มาวันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปรู้จักกับ 15 สถานที่น่าเที่ยว สุดอันซีนทั่วโลก ปี 2015 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แฝงไปด้วยความงดงามและเรื่องราวที่คุณยังไม่เคยเห็น เสริมสร้างข้อมูลและเปิดประสบการณ์ใหม่ ในการท่องเที่ยวของคุณ  15 สถานที่น่าเที่ยว สุดอันซีนทั่วโลก ปี 2015 1. หมู่เกาะแฟโร หมู่เกาะแฟโร หมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันยอดเยี่ยมของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 20 มีนาคม 2015 จะมีปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มรูปแบบเกิดขึ้น ซึ่งถ้าคุณอยู่ที่นี่ จะได้เห็นความมหัศจรรย์ได้ชัดเจนที่สุด ส่วนช่วงเวลาในการเที่ยวหมู่เกาะแฟโรได้ดีที่สุด คือเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่มีอุณภูมิอบอุ่นกำลังสบาย ที่ราบ ทุ่งหญ้าอันเขียวขจี โขดหินและท้องทะเล จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม 2. เอสเตรอส เดล อิเบร่า - อาร์เจนตินา สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทะเลสาบมากมาย แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคอร์เรียนเตส ประเทศอาร์เจนตินา น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีความบริสุทธิ์สูง และเปล่งประกายระยิบระยับ จนนักผู้คนต่างให้ขนานนามว่า "brilliant water" กินบริเวณกว่า 3 ล้านไร่ เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด เป็นอีกมุมนึงของโลก ที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง 3. หมู่เกาะซี - เซาท์ แคโรไลน่า - สหรัฐอเมริกา สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งอเมริกันชน คุณจะได้พบกับกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย ชมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องราวของหมู่เกาะซี รับรองว่าพวกเขาจะต้องประหลาดใจ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่า และอาหารพื้นเมือง ในกลางเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด คุณจะได้พบกับเทศกาลดื่มไวน์และอาหารหลากหลายชนิด 4. มงต์ แซงต์ มิเชล - ฝรั่งเศส มงต์ แซงต์ มิเชล มหาวิหารเก่าแก่อายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม คุณจะได้เห็นเมือง และกระแสน้ำในอ่าว เป็นสถานที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ในปี 1897 สะพานถูกสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง แต่ก็ต้องก็หยุดก่อสร้าง จากการถูกล้อมรอบด้วยน้ำ และกลายเป็นวิหารที่เบื้องล่างเป็นหาดโคลนขนาดใหญ่ แต่ในปี 2005 วิหารแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะ จนสามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างเต็มตัว 5. เนชันแนล มอลล์ - วอชิงตัน ดี.ซี. สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง ที่พลเมืองวอชิงตันชุมนุมกันที่ขั้นบันได ของอนุสาวรีย์ลินคอล์น อีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของอเมริกันชน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ได้กล่าวสุนทรพจน์อันเลื่องชื่อ ที่ว่า "I have a dream" กลายเป็นวลีแห่งตำนานเลยทีเดียว สำหรับการท่องเที่ยว ที่แห่งนี้ต้อนรับทุกคนเสมอ คุณจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและแสดงออกได้อย่างอิสระ 6. คอร์ซิกา - ฝรั่งเศส คอร์ซิกา เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ไม่ธรรมดา เพราะประสบความสำเร็จในการต่อต้านอิทธิพลและวัฒนธรรมต่างถิ่นมาว่า 2 ศตวรรษ หลังจากการพ่ายแพ้สงครามของกษัตริย์นโปเลียน โบนาปาร์ต แม้จะมีการเชื่อมต่อกับอิตาลีอย่างใกล้ชิด แต่คอร์ซิกา ก็ยังยืนหยัดหัวชนฝารักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมและภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือน 7. เมเดลยิน - โคลอมเบีย ที่ผ่านมา เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งโคเคนโลก เต็มไปด้วยการค้ายา แต่ตอนนี้ด้านลบเหล่านั้นได้ถูกแทนที่ ด้วยพลเมืองดี สถานที่อันเคยเป็นแหล่งผู้ก่อการร้าย ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผุ้คนจะได้เพลิดเพลินกันในวันหยุด เมเดลยิน ได้กลายเป็นสถานที่สุดฮอตแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยว ด้วยการถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดจี๊ด ผสมผสานกันได้อย่างน่าทึ่ง จึงเป็นอีกเมืองน่าเที่ยวประจำปีนี้ 8. มารามูเรส - โรมาเนีย แผ่นดินประวัติศาสตร์ ที่คงความเป็นธรรมชาติไว้มากที่สุดในโลก ประมาณว่าได้รับการปรุงแต่งจากเครื่องจักรของมนุษย์น้อยที่สุดนั่นเอง เนินเขาที่ไม่มีถนนตัดผ่าน ไม่มีการแกะสลักหรือตัดหญ้าด้วยเครื่อง ทุกอย่างที่นี่ทำด้วยมือคน เพราะคนที่นี่ให้ความสำคัญกับแรงงานมนุษย์ ตวามอุตสาหะพยายาม มากกว่าเทคโนโลยีล้ำสมัย มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบดั้งเดิม ท่ามกลางทัศนียภาพของแม่น้ำ หุบเขา และทุ่งนา นักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ ในวิถีแบบสโลว์ไลฟ์ รับรองว่า มารามูเรส จะติดตราตรึงใจคุณไปชั่วกาล 9. ไฮดา กวาย - แคนาดา  ด้วยความที่เป็นเกาะที่มีความเงียบสงบค่อนข้างสูง ทำให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ มีลักษณะเป็นหมู่เกาะยาว 180 ไมล์ มีความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาติ และมีความอุดมสมูรณ์ พื้นที่บนเกาะส่วนมากเป็นป่าทึบ เต็มไปด้วยพืชพันธุ์สวยงาม นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่ามีคนเคยอาศัยอยู่ใต้ดินในพื้นที่นี้ โดยมีหลักฐานที่แสดงชี้ชัดว่า มีการตั้งถิ่นฐานมาประมาณ 12,000 ปีแล้ว ลึกลับแบบนี้ น่าไปพิสูจน์จริงๆ 10. โอกลาโฮมา ซิตี้ - สหรัฐอเมริกา ในปีที่ผ่านมา โอกลาโฮมา ซิตี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก และไฮไลท์ที่สำคัญของปีนี้ จะทำการเปิดศูนย์ล่องแพ white-water ในพื้นที่ 11 ไร่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบ Downtown ที่น่าเที่ยวอีกแห่งของปีนี้ เต็มไปด้วยที่พักสวยๆ และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย 11. Choquequirao - เปรู สถานที่แห่งนี้ เป็นเรื่องยากมากๆ ในการจะอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง อันเป็นรากเหง้าของมาชู ปิกชู แห่งอาณาจักรอินคาอันเลื่องชื่อ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นทรัพย์สินทางอารยธรรมที่หาค่าเปรียบไม่ได้ การจะไปท่องเที่ยวที่นี่นั้นไม่ได้เข้าถึงง่ายๆ ด้วยความสูง 9,800 ฟุตจากพื้นดิน หากจะบอกว่าสามารถไปได้โดยรถไฟและรถบัส คงจะเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ คุณต้องเสี่ยงปีนเขาสักหน่อย แล้วคุณจะได้พบกับความมหัศจรรย์ของ Choquequirao รับรองว่าคุ้มค่ากับทุกหยาดเหงื่อและแรงกายอย่างแน่นอน 12. ซาร์ค - หมู่เกาะชานเนล 1 ในสถานที่ไม่กี่แห่งบนโลก ที่ยังรักษาวิถีชีวิต และประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย เกาะนี้ ตั้งอยู่ห่างจากเกาะอังกฤษไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 80 ไมล์ และใกล้กับอ่าวนอมังดี ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2015 นี้ จะมีการเฉลิมฉลองครบ 450 ปีของระบอบศักดินา ผู้คนบนเกาะยังคงใช้ชีวิตแบบโบราณ สองธนาคารบนเกาะ ไม่มีตู้เอทีเอ็ม ถนนไม่มีการปะติดปะต่อ เวลากลางคืนจะมืดมิดเงียบสงัด ไร้แสงไฟ รวมทั้งเป็นเขตแดนที่ห้ามขับขี่รถยนต์อีกด้วย ถือว่ายูนิคสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบและใฝ่หาความสงบสุขอย่างแท้จริง 13. ไฮเดอราบัด - อินเดีย ไฮเดอราบัด เมืองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่มีหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอาศัยอยู่นั่นก็คือ เมียร์ ออสมัน อาลี ข่าน ปัจจุบัน เมืองนี้เป็นสถานที่ที่หลายแบรนด์ไอทีระดับโลกมาตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ แต่ลักษณะทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หายไปไหน ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ด้วยก้อนหินโบราณ บ้านเรือนร่วมสมัย ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน แถมยังล้อมรอบด้วยสวนสวยและทะเลสาบอีกด้วย 14. ไต้หวัน แห่งสาธารณรัฐจีน ไต้หวัน เป็นอีกประเทศที่สะอาดและเงียบสงบ สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi เกือบทั่วทั้งเกาะ เกาะแห่งหุบเขานี้ได้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เมื่อก่อนสินค้าที่มีคำว่า "Made In Taiwan" จะได้รับชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีด้านคุณภาพ แต่ปัจจุบันสิ่งนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว และเมืองหลวงอย่างไทเป เป็นเกียรติได้รับสถานะให้เป็น 2016 'World Design Capital เนื่องจากมีตึกระฟ้าจำนวนมากและสิ่งปลูกสร้างที่ล้ำสมัย 15. โคยะซัง - ญี่ปุ่น โคยะซัง ถือเป็นจุดศูนย์กลางของพุทธศาสนาและหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น มีความเป็นมาอันยาวนานกว่า 1,200 ปี ใช้เวลาเดินทางจากโอซาก้า เพียง 2 ชั่วโมง ด้วยรถไฟ ถ้าคุณได้มาสัมผัสถึงประเพณี ชีวิตอันสันโดษ ด้วยการฝึกจิต สวดมนต์ในตอนเช้า คุณจะรู้สึกถึงจิตวิญญาณและแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ที่นี่เป็นมังสวิรัติแบบเคร่งครัด และคุณจะมีโอกาสที่จะได้ลิ้มรสอาหารมังสวิรัติที่เรียบง่าย แต่อร่อย ตอนกลางคืนจะมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากโคมเท่านั้น ชาวพุทธแบบเรา น่าไปแสวงบุญที่นี่กัน คงจะเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ที่มา : happylifestylejournal.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

แห่ประมูล! ทรัพย์สิน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

แห่ประมูล! ทรัพย์สิน "พงศ์พัฒน์" มหกรรมขายทอดตลาด ตัดวงจรการฟอกเงิน นำเงินคืนสู่แผ่นดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้เปิดงาน มหกรรมขายทอดตลาด ตัดวงจรการฟอกเงิน นำเงินคืนสู่แผ่นดิน ที่จัดขึ้นภายในพื้นที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ ถนน.แจ้งวัฒนะ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปประมูลทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ผิดกฎหมายฟอกเงินจากหลายคดี ล่าสุด มีประชาชนวางเงินประกันเพื่อให้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลแล้วกว่า 15 ล้านบาท ส่วนบริเวณด้านนอกมีธนาคารหลายแห่งนำรถเบิกเงินสด เตรียมพร้อมให้ประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย โดยมหกรรมขายทอด ตลาดตัดวงจรการฟอกเงิน นำเงินคืนสู่แผ่นดิน วันนี้จัดขึ้นเป็นรอบแรก โดยจะจัดประมูลทั้งหมดระยะเวลา 4 วัน ตั้งแต่ วันนี้ 5 มีนาคม.58 ไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 58 โดยมีทรัพย์สินรวมกว่า 1,000 รายการ ประมาณ 10,000 ชิ้น เฉพาะวันนี้ 250 รายการแรก โดยของชิ้นแรกในวันนี้ คือ หินทรายแกะสลักพระพุทธรูปปางนาคปรก เคาะราคาเริ่มต้นที่ 102,000 บาท MThai News

ไร้สำนึก! นักโทษ คดีข่มขืน อินเดีย เผยเหยื่อสมควรโดนแล้ว
คดีข่มขืน /  บีบีซี / 

นักโทษ คดีข่มขืน ชายชาวอินเดียให้สัมภาษณ์อย่างไร้สำนึก ระบุเหยื่อสมควรโดนข่มขืนแล้ว หลังเดินลำพังยามวิกาล และเพศชาย-หญิงไม่มีทางเท่าเทียม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวว่า นายมูเกซ ซิงห์ ผู้ต้องหาคดีข่มขืน และฆ่านักศึกษาสาวชาวอินเดีย วัย 23 ปี บนรถบัสเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2555 ขณะเดินทางกลับบ้านหลังชมภาพยนตร์กับแฟนหนุ่ม ได้ให้สัมภาษณ์อย่างไร้สำนึกต่อสำนักข่าว 'บีบีซี' ในช่วงรอการประหารชีวิต โดยรายการพิเศษดังกล่าวกำลังจะออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. เนื่องในวันสตรีสากล โดย นายมูเกซ ซิงห์ 1 ใน 5 ผู้ต้องหาในคดีนี้ กล่าวอ้างว่า ในวันเกิดเหตุเขาเป็นผู้ขับรถบัสคันดังกล่าว เหยื่อผูู้เป็นเพศหญิงควรที่จะรับผิดชอบต่อการถูกข่มขืน และผู้หญิงดีๆที่ไหนที่เที่ยวออกไปไหนมาไหนยามค่ำคืน อีกทั้งยังบอกอีกว่าเพศชาย และหญิงไม่มีทางเท่าเทียมกัน ผู้หญิงควรหน้าที่ทำงานบ้าน ไม่ใช่ออกเที่ยวตามผับบาร์ยามค่ำคืน รวมไปถึงไม่ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นอีกด้วย และมีผู้หญิงแค่ 20% เท่านั้นที่มีความเป็นกุลสตรี อีกทั้งยังกล่าวเสริมว่า ในช่วงถูกข่มขืน ผู้หญิงไม่ควรต่อสู้ขัดขืน ควรสงบปากสงบคำและปล่อยให้ผู้ชายกระทำการจนเสร็จกิจก่อน จะได้ไม่เป็นอันตรายกับตัวเอง และการประหารชีวิตพวกเขาจะยิ่งทำให้คดีข่มขืนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้นายซิงห์ รับสารภาพว่าเขาเป็นผู้ขับรถบัสคันเกิดเหตุ แต่ไม่ได้ร่วมข่มขืน และกำลังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์คำตัดสินอยู่ โดยในเหตุการณ์ดังกล่าว นักศึกษาสาวรายนี้ได้รับบาดเจ็บภายในรุนแรง ก่อนเสียชีวิตในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา จนกลายเป็นเรื่องช็อกต่อชาวอินเดียทั่วประเทศ จนกลายเป็นการเดินขบวนต่อต้านใหญ่โต MThai News

ถูกใจใช่เลย! รวม 10 เพจเฟสบุ๊ค โดนใจขาหุ้น ไลค์แล้วรวย
ข่าวหุ้น /  ตลาดหุ้น / 

รวม 10 สุดยอด เพจเฟสบุ๊ค สังคมออนไลน์เพื่อขาหุ้นโดยเฉพาะ ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น สาระหนักเบา พื้นฐาน หุ้นปั่น กราฟ ตอบโจทย์ขาหุ้นทุกสไตล์ โดนใจครบจบที่เดียว ในโลกของสังคมออนไลน์ ข่าวสารสาระความรู้ต่าง ๆ มีให้เลือกเสพกันอย่างมากมาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่หลายคนอาจจะไม่ได้สนใจมากนักอย่าง 'หุ้น' ซึ่งก็มีกลุ่มคนในโลกสังคมออนไลน์ก่อตั้ง เพจเฟสบุ๊ค เพื่อเป็นแหล่งรวมข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าทีมข่าวเศรษฐกิจ MThai ไม่พลาดที่จะรวบรวมมาให้ขาหุ้นที่รักทุกคนได้เลือกเปิดรับกัน และทั้ง 10 เพจจะน่าสนใจ โดนใจกันขนาดไหนนั้น ไปเริ่มกันเลย 1.'หุ้นพอร์ทระเบิด' เพจหุ้นสร้างกำไร อันดับ 1 เพื่อสาธารณะ ที่มาพร้อมกับสโลแกน 'เราไม่ใช่เพจ หุ้นซิ่ง แต่เป็นเพจหุ้นวิ่งไม่จำกัดรูปแบบ' เป็นเพจที่รวมรวมข่าวสาร และเทคนิคต่าง ๆ ที่น่าสนใจในการเทรดหุ้น โดยส่วนใหญ่จะใช้การวิเคราะห์ จากกราฟ และเทคนิคหรือสูตรพื้นฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่าง 'NP' ในการวิเคราะว่าหุ้นตัวไหนน่าสนใจ มาแรงแซงทางโค้ง เหมาะสำหรับขาหุ้นที่ชอบดูกราฟ และเทคนิคเป็นหลัก พูดง่าย ๆ ว่ารับข่าวน้อย และไม่ค่อยสนปัจจัยพื้นฐานมากนัก 2.'หุ้นซิ่ง ไม่ลิ่งก็ฟลอร์' สำหรับเพจนี้ออกตัวตรง ๆ แรง ๆ ชัดเจนในจุดยืน เป็นเพจที่รวบรวมหุ้นซิ่ง ขอบอกเลยนะครับว่าซิ่งสมชื่อจริง ๆ เพราะหุ้นแต่ละตัวที่นำมาแบ่งปันกันในเพจ ร้อนแรงทะลุจุดเดือดกันจริง ๆ อย่างที่ชื่อเพจบอกแหละครับว่าไม่พุ่งชนซิ่งลิ่ง ก็ดิ่งร่วงถือฟลอร์กันเลย เพราะฉะนั้นเพจนี้ค่อนข้างที่จะออกแนวอินไซด์นิด ๆ โดนใจสายบู๊กันอย่างแน่นอน ลองแวะเข้าไปเยี่ยมชมดูนะครับ แล้วจะรู็ว่าเพจนี้ เค้าซิ่งจริง ๆ 3.'สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่าหุ้น' ชื่อคุ้น ๆ เหมือนภาพยนตร์สักเรื่อง ซึ่งแน่นอนครับว่าชื่อแบบนี้น่าจะถูกใจขาหุ้นรุ่นใหม่แน่นอน ส่วนเนื้อหาสาระที่นำมาแบ่งปันในข่าวก็น่าสนใจดีนะครับ เพราะจะแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ และไม่รู้เกี่ยวกับหุ้น เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับสมาชิกร่วมเพจได้ดีที่เดียว เพจนี้ไม่ค่อยเน้นเรื่องหุ้นรายตัว แต่จะเน้นการแชร์ประสบการณ์ แบ่งปันสาระความรู้ รวมถึงการอบรมเรื่องหุ้นที่น่าสนใจมากกว่า เป็นอีกหนึ่งเพจนะครับที่แนะนำสำหรับขาหุ้นมือใหม่ 4.'แมงเม่าคลับ แบ่งปันความรู้ในการเล่นหุ้น' เพจนี้ฟังดูชื่อาจจะขนลุกนิด ๆ นะครับสำหรับคำว่า 'แมงเม่า' แต่เชื่อเถอะครับการลงทุนมันต้องมีเจ็บกันบ้าง ไม่มีใครมองพอร์ตตัวเองละเห็นแต่สีเขียวแน่นอนครับ เพจนี้น่าสนใจตรงที่รวมเนื้อหา และข่าวสารสาระที่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อย ทั้งทางด้านของเทคนิค ปัจจัยที่กระทบตลาด รวมถึงมีการรวมกลุ่มคนในเพจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือสัมนาเพื่อความรู้กันด้วยนะครับ 5.'สาระในการเทรดหุ้น ค่าเงิน ทองคำ' เพจนี้ก็ชัดเจนตามชื่อเลยครับ ครบสำหรับการลงทุนในเกือบทุกประเภท ทั้งหุ้น ค่าเงิน และทองคำ โดยจะมีการแบ่งปันเทคนิค ข่าวสารต่าง ๆ ที่กระทบตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพจนี้น่าสนใจครับสำหรับนักลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยง และกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์อื่น ๆ ไม่ใช่หุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ขาหุ้นก็เข้าไปเยี่ยมชม กดไลค์กันได้นะครับ เพราะบางปัจจัยของค่าเงิน หรือทองก็กระทบตลาดหุ้นเต็ม ๆ 6.'มั่งคั่งด้วยหุ้น ลงทุนอย่างมีคุณภาพโดยนพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ' เพจนี้เป็นเพจแบบซอฟท์ ๆ เบา ๆ เพราะคุณหมอได้นำเสนอ และแบ่งปันข่าวสาร ข้อคิดดี ๆ ในการลงทุน แม้จะไม่ใช่เทคนิค แต่เป็นสาระล้วน ๆ ครับ อ่านได้เพลิน ๆ 7.'การวิเคราะห์ Volume หุ้น' ตรงตัวครับเพจนี้ นำเสนอเทคนิคการเลิกเก็บหุ้น ปล่อยหุ้นจากการดูมูลค่าการซื้อขาย หรือดู bid และ offer รวมถึงเทคนิดการดูกราฟที่สำคัญ น่าสนใจดีนะครับสำหรับสายกราฟ สายเทคนิค 8.'สอนเล่นหุ้น ตั้งแต่พื้นฐานถึงเทคนิค' เพจนี้แนะนำให้ขาหุ้นมือใหม่กดถูกใจเป็นเพจแรก ๆ เลยนะครับ เพราะเพจนี้จะนำเสนอ และแบ่งปันพื้นฐานของการเล่นหุ้น ไปจนถึงเทคนิคอย่างครบถ้วน ที่สำคัญแยกเป็นบทเรียนอ่านง่าย เข้าใจเร็วดีนะครับ 9.'หุ้นปั่น' ไม่ต้องอธิบายอะไรมากนะครับสำหรับเพจนี้ แนะนำหุ้นเด่น หุ้นแรง หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่าหุ้นปั่นล้วน ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เพจนี้มาปล่อยหุ้นกันแบบลอย ๆ นะครับ มีข้อมูลและกราฟให้ประกอบการตัดสินใจกันด้วย 10.'Investment Guru' มาพร้อมสโลแกน 'กูรู ผู้หยั่งรู้ตลาดหุ้น และฟิวเจอร์ส' สโลแกนดูโอเวอร์นิด ๆ แต่เนื้อหาสาระที่แบ่งปันกันในเพจน่าสนใจมากเพจหนึ่งนะครับ เพราะค่อนข้างที่จะครบครันทั้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เทคนิคการลงทุน หรือแม้กระทั่งเทคนิคการปรับพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน พูดได้ว่าเป็นเพจที่ปรึกษาที่ดีเพจหนึ่งเลยนะครับ รวมถึงข้อมูลข่าวสารของตลาดล่วงหน้า หรือฟิวเจอร์ส ก็มีมาให้เลือกกันด้วย น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับสำหรับใครที่เริ่มต้นเทรดหุ้น หรือเป็นขาประจำไปแล้ว เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร เทคคนิคที่ดี เข้าถึงง่าย และเหมาะกับนักเทรดหุ้นรุ่นใหม่ที่อยู่ในยุคสังคมออนไลน์กันแล้ว ถูกใจก็ไลค์กันเลยนะคร้าบบบ ติดตามข่าวสาร 'ตลาดหุ้น' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

คุก 4 ปี 13 แกนนำเสื้อแดง ล้มถกอาเซียนปี 52 ไม่รออาญา
นปช /  ประชุมอาเซียนปี 52 / 

ศาลพัทยา สั่งจำคุก อริสมันต์ กับ แกนนำเสื้อแดง หรือนปช. รวม 13 คน คนละ 4 ปี ไม่รออาญา นำมวลชน บุกล้มถกอาเซียน พัทยา-วืดประกัน นายสิงห์ทอง บัวชุม ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันนี้ ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ กับพวก ซึ่งเป็นแกนนำ และแนวร่วม นปช. รวม 15 คน จากกรณี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 จำเลยเป็นแกนนำพากลุ่มคนเสื้อแดง บุกล้มการประชุมอาเซียน ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุกจำเลย ทั้ง 13 คน คนละ 4 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และให้ยกฟ้อง จำเลย 2 คน ส่วน พ.ต.ต.เสงี่ยม และ นายสุรชัย ไม่ได้เดินทางมาศาล ทางด้าน นายสิงห์ทอง บัวชุม 1 ในจำเลย กล่าวว่า หลังศาลตัดสินจำคุกแล้ว ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลมีคำสั่ง ยกคำร้องทำให้ต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำหนองปลาไหล พัทยา พร้อมระบุว่า เคารพการตัดสินของศาล และพร้อมที่จะสู้โดยการยื่นอุทธรณ์ต่อ ทั้งนี้ เตรียมที่จะยื่นคำร้องเพื่อประกันตัวอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ติดตามข่าวสาร 'แกนนำเสื้อแดง' ได้ที่นี่>>>>>>> ภาพจาก manager.co.th

แฟนพันธุ์แท้โลกกำปั้น ฟันธงไฟต์หยุดโลก อำนาจ VS ซูซิหมิง
Mono29 /  ซูซิหมิง / 

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้นศึกมวยแห่งศักดิ์ศรี ระหว่าง อำนาจ เกษตรพัฒนา กับ ซูซิหมิง ก็จะเริ่มขึ้น วันนี้ผู้สื่อข่าวโมโม 29 ได้ไปนั่งพูดคุยสอบถามความคิดเห็นในมุมมองของ มรุต คงประดิษฐ์ ที่มีดีกรีเป็นแฟนมวยพันธุ์แท้กำปั้นโลกปี 2006 เกี่ยวกับศึกนัดหยุดโลกครั้งนี้จะเป็นยังไงไปติดตามกันเลยครับ

คุก30วัน! ลูกชาย-ลูกน้อง 'เอกยุทธ'ทำร้ายผจก.คาราโอเกะปี55
ก้องการุณ /  ทำร้ายร่างกาย / 

ศาลพิพากษาจำคุก 30 วัน บุตรชาย-ลูกน้อง "เอกยุทธ อัญชันบุตร" คดีทำร้ายร่างกายผู้จัดการร้านคาราโอเกะปี 55 และจำหน่าย "เอกยุทธ"ออกจากสารระบบคดี เนื่องจากเสียชีวิต วันนี้ (5 มี.ค.) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอกยุทธ อัญชันบุตร อดีตนักธุรกิจชื่อดัง, นายก้องการุณ ศรีประสาน บุตรชาย, และนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล อดีตคนสนิทนายเอกยุทธ ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย, เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน กรณีคืนวันที่ 19 ธันวาคม 2555 นายเอกยุทธ ได้ยุยงให้นายก้องการุณ และนายสันติภาพ ทำร้ายร่างกายผู้จัดการร้าน และพนักงานร้านคาราโอเกะ ซิตี้ ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวง-เขตลาดพร้าว กทม. และทำลายเอกสารใบสลิปชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 34,895 บาท โดยคดีนี้ ศาลได้จำหน่ายนายเอกยุทธออกจากสารระบบ เนื่องจากเสียชีวิต ส่วนนายก้องการุณ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริงในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่จำเลยได้ชดใช้ผู้เสียหายแล้ว จึงพิพากษาจำคุก 30 วัน ปรับ 1,000บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้บำเพ็ญประโยชน์ 1 ครั้ง ส่วนนายสันติภาพ ศาลพิพากษาจำคุก 30 วัน ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 20วัน ปรับ 1,000บาท โดยโทษจำคุกให้นับโทษต่อจากคดีฆ่านายเอกยุทธ ซึ่งศาลจำคุกตลอดชีวิตและคดีนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ทั้งนี้ นายก้องการุณ กล่าวว่า คดีนี้ตนได้จ่ายค่ารักษาบาดแผลให้กับผู้เสียหายไปแล้วจำนวน 8 หมื่นบาท และซ่อมแซมร้านที่เสียหายจนเป็นที่พอใจ และศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายเล็กน้อยตามป.อาญามาตรา 391 ไม่ใช่ 295 ตนจึงไม่คิดอุทธรณ์ ส่วนเรื่องมรดก ขณะนี้คุณย่าเป็นผู้จัดการ ซึ่งไม่ได้มีทรัพย์มรดกมาก ส่วนตนหลังจากนี้จะกลับไปทำธุรกิจที่ประเทศอังกฤษ และไม่คิดที่จะเล่นการเมืองอย่างแน่นอน นอกจกานี้ยังระบุว่า ได้พบกับนายบอล ซึ่งก็ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด ในคดีฆาตกรรมบิดาของตนแม้ยังไม่มีการสาวไปถึงตัวผู้บงการ แต่สังคมน่าจะรู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่ทั้งนี้ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการต่อไป ข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย MThai News

ซิโก้ แย้มโผ เมสซี่เจ นำทัพ5แข้งช้างศึกชุดใหญ่ติดทีมลุยU23
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ช้างศึกลูกกรอก / 

ความเคลื่อนไหวหลังเกมฟุตบอลกระชับมิตร เยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่ง ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ต้อนเอาชนะ ทีมชาติปากีสถาน ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ไปได้ 2-0 จากฟรีคิกของ เจ้าบาส ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ทั้ง 2 ประตู โดย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ได้เปิดเผยว่า เราเล่นมา 2 เกมติดต่อกัน ซึ่งเราเรียกนักเตะมา 30 คน แต่ไม่ได้ใช้งาน 5 คนอย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และอดิศร พรหมรักษ์ ซึ่งทั้ง 2 เกมเราได้ให้โอกาสเด็กทุกคน บางคนก็ถือว่าผ่าน แต่บางคนก็รู้ตัวว่ามีเรื่องต้องปรับปรุง พวกเขารูดีว่ามาตรฐานตัวเองอยู่ตรงไหน แต่เมื่อมองภาพรวมทุกคนมีอนาคต ส่วนเรื่องประกาศตัวผู้เล่นเรามีผู้เล่นหลายคนอยู่ในใจแล้ว ซึ่งก็มีตัวหลักที่ลงมาจากเล่นชุดใหญ่ เราต้องให้เกียรติพวกเขาก่อน เพราะถือว่ามประสบการณ์ คาดว่า 1-2 วันนี้เราจะรู้ว่าทั้ง 23 คนจะมีใครบ้าง "ที่ผ่านมา 2 เกมมีหลายคนที่น่าจับตาไม่ว่าจะเป็น ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ทริสตอง โด และธนาสิทธิ์ ศิริผลา เมื่อเราประกาศรายชื่อแล้วก็จะไปเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ ก่อนจะมีอุ่นเครื่องกับเวียดนาม และญี่ปุ่น"

'บลูมเบิร์ก' จัด 15 ประเทศที่มี ความสุขทางเศรษฐกิจ ไทยสุขมากสุด
ความสุขทางเศรษฐกิจ /  บลูมเบิร์ก / 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจ ความสุขทางเศรษฐกิจ ไทยเป็นประเทศที่มีความสุขทางเศรษฐกิจมากที่สุดจาก 15 ประเทศเขตเศรษฐกิจทั่วโลก สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เผยการจัดอันดับดัชนีสุขประจำปี จากการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก โดยประเมินจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรงของ 15 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ปรากฏว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความสุขทางเศรษฐกิจมากที่สุด โดยมีอัตราการว่างงานของประชากรวัยแรงงานต่ำกว่าร้อยละ 1 แซงหน้าประเทศที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 4 ของโลกอย่างสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2 โดยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 3.3 อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ออกมาวิเคราะห์ว่า ไทยยังคงต้องพัฒนาอีกมาก เพื่อให้เข้าใกล้มาตรฐานการใช้ชีวิตในระดับเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ส่วนอันดับที่ 3-10 ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เดนมาร์ก จีน สหรัฐ นอร์เวย์ และอังกฤษ ติดตามข่าวเศรษฐกิจคลิ๊กเลย>>>>>>>

ช้างศึกลูกกรอก เชือดนิ่ม ปากีสถาน อุ่นส่งท้ายก่อนลุยศึกจ้าวเอเชีย
กฤษณ์พรหม บุญสาร /  ชยาวัต ศรีนาวงษ์ / 

ผลฟุตบอลกระชับมิตร เยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2558 ทีมชาติไทย (U-23) 2-0 ทีมชาติปากีสถาน (U-23) ประตู : 1-0 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.51, 2-0 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.72 สนาม : เอสซีจี เมืองทอง เวลา : 18.00 น. เริ่มเกมมาไม่ถึงนาที ไทย ได้ทักทายก่อนจาก ชยาวัต ศรีนาวงษ์ ที่พลิกบอลยิงในเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป ก่อนที่นาที 12 ไทย จะได้ลุ้นอีกครั้ง บดินทร์ ผาลา ตวัดบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายให้ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ยิงเน้นๆ แต่โดนไม่เต็ม บอลหลุดกรอบออกไป เกมของ ไทย ดีกว่า ปากีสถาน เมื่อเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้ตลอด แต่หาช่องเจาะไม่ได้ นาที 26 สุรวิชญ์ โลกาวิทย์ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ไม่ผ่านมือ มูซัมมิล ฮุสเซียน เซฟไว้ได้ และนาที 30 ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร เปิดลูกเตะมุม บอลโค้งเข้าหาประตู แต่ ฮุสเซียน ปัดปลายมือออกไปได้อีก นาทีถัดมา ไทย เกือบได้ประตูขึ้นนำ ออกัส กุสตาฟฟ์ ยิงเน้นๆ ในกรอบ บอลชนเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย และก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว ไทย เสียบลูกจุดโทษ สมพร ยศ ไปรวบ มูห์ซิน อาลี ล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ คาลีม อุลลาห์ จะรับหน้าที่สังหารไปติดเซฟ สมพร ยศ ที่เดาถูกทาง แก้ตัวได้สำเร็จ ทำให้หมดครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0 กลับมาเล่นครึ่งหลัง นาทีที่ 51 ช้างศึกลูกกรอก ก็ทะยานออกนำ 1-0 เมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ปั่นฟรีคิกบอลโค้งตกลงพื้นเด้งเข้าประตูไป มูซัมมิล ฮุสเซียน  ทำได้แค่เซฟด้วยสายตา หลังจากได้ประตูออกนำ ช้างศึกลูกกรอก ก็ยังโหมบุกนาทีที่ 72 ก็มาหนีเป็น 2-0 เมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ได้ตั้งป้อมปั่นฟรีคิกด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าไปหน้าปากประตู มูซัมมิล ฮุสเซียน ปัดบอลไปชนคานเด้งเข้าประตูไป นาทีที่ 84 ช้างศึกลูกกรอก เกือบที่จะหนีเป็น 3-0 เมื่อมาได้จุดโทษ ทริสตอง โด ผู้เล่นตัวสำรองรับหนาที่สังหารไปติดเซฟผู้รักษาประตูปากีสถานอย่างเหลือเชื่อ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ ปากีสถาน ไปได้ 2-0 รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย : สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู), สุรวิทย์ โลกาวิทย์, ธนากร สายปัญญา, อดิศักดิ์ เส็มสมเอียด, กฤษณ์พรหม บุญสาร, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ยศศักดิ์ เชาวนะ, ชยาวัต ศรีนาวงษ์, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, บดินทร์ ผาลา, ออกัส โพมี กุสตาฟส์สัน ทีมชาติปากีสถาน : มูซัมมิล ฮุสเซียน  (ผู้รักษาประตู), มูฮัมเหม็ด บิลอัล, อัสซาน อุลลาห์, มูฮัมเหม็ด ริอัซ, โมซิน อาลี, ซัดดัม ฮุสเซียน, เมเม็ด คาห์น, มานซูร์ คาห์น, คาลิม อุลลาห์, มูฮัมเหม็ด อดิล, นาดีล อัสเล็ม