part.2/เกย์เว้ยเฮ้ย2 Gthai Movie 2 MASSAGE BOYS

พลังใจล้วนๆ หนุ่มลดน้ำหนัก 43 กิโล สู้โรคร้ายออกกำลังกายทั้งๆ ที่ป่วย
Diet /  Fitness / 

เรื่องสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากดั่งคำกล่าวที่ว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ Men.MThai จึงขอพาไปดูเรื่องราวดีๆ ของคุณ Bankba สมาชิคเว็บ Pintip หนุ่มวัย 35 ปี คนนี้ที่ลดน้ำหนัก 43 กิโล ใน 10 เดือน เพราะเป็นโรคอ้วนและตามมาด้วยโรคต่างๆ มากมาย จึงทำให้เขาหันมาดูแลตัวเองและออกกำลังกายสู้กับโรคต่างๆ ลองไปชมประสบการณ์การลดน้ำหนักดีๆ ของหนุ่มคนนี้กัน ผมอายุ 35 ปี สูง 178 นี่ผมเองครับ ลุงอ้วนแก่นี่หละผมเอง ตอนนั้นหนักราวๆ 132 กิโลกรัม BMI 41.66 เป็นโรคอ้วนขั้นสูงสุดครับ เรื่องสุขภาพ  เมื่อมีนาคมปีที่แล้ววันนึง ผมต้องกินยาวันละ 4-5 เม็ด เพื่อบรรเทาอาการขอโรคต่างๆ ดังนี้ ภูมิแพ้  อันนี้ต้องพ่น สเตียรอยด์ ตอนเช้าทุกวัน เพื่อให้ ร่างกายไม่แพ้ฝุ่น เพราะตื่นเช้ามาจะทรมานมาก เพราะหายใจไม่ออก ต้องหายใจทางปาก ไปหาคุณหมอ คุณหมอว่า ต้องพ่นยา + กินยาไป ตลอดชีวิต แล้วให้ดูแล้วห้องนอนไม่ให้มีฝุ่น ทำให้ตอนเช้าๆ จมูกตีบ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะ กรน+หายใจทางปาก พอพ่นยาแล้วอาการก็ดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าช่วงไหนมีไข้หรือเป็นหวัดอาการก็จะทรุดมาก ความดันสูง+ไขมันในเลือดสูง อันนี้ หมอให้กินยาลดไขมันในเลือด แถมโดนเพิ่มปริมาณยา เพราะปริมาณเดิมเอาไม่อยู่  ส่วนความดัน ก็ไปถึง 150-160 / 100-110 บ่อยๆ ช่วงก่อนหน้านี้บวชพระก็ลำบากมาก เพราะบวชสายธรรมยุติ เดินบิณฑบาต หลายกิโล ต้องพ่นยาที่เท้าก่อนออกบิณฑบาต จนกินยามาได้ซัก 2 ปีกว่า เวลาจะไปไหนมาไหนที ยาเป็นถุงๆครับ  ร่างกายแย่มาก เตะบอลนิดเดียวก็จะเหนื่อยมาก แทบขาดใจเลย เวลาไปเที่ยว เดินนิดหน่อยก็จะเหนื่อยมาก เที่ยวไม่สนุก เป็นภาระ คนอื่นคอยเป็นห่วงสุดท้ายกลับมาจากเที่ยวญี่ปุ่นก็เลยคิดว่ายังไงก็ต้องลดให้ได้ เลยเริ่มหาข้อมูลการลดน้ำหนัก  แต่ครั้นจะไปหาเทรนเนอร์เข้าฟิตเนส ก็คงจะไม่ไหว แต่ก็ยังโชคดี ที่ทำงานมีพี่คนนึง เป็นนักเพาะกายดีกรี รองแชมป์กีฬาแห่งชาติ ก็เลยได้ที่ปรึกษาชั้นดีโดยไม่ต้องเสียเงิน จาก จุด start ในวันนั้น คือ 132 อย่างที่ บอก มาดูพัฒนาการความอ้วนครับ สารแรกที่ผมประมวลได้หลังจากที่หาข้อมูล  คือ *** ห้ามอดอาหารห้ามงดแป้ง กินให้เป็นปกติ แต่ให้ใช้เวทเทรนนิ่ง และ คาดิโอ ควบคู่กันไปในการลดความอ้วน *** *** นำหนักที่เหมาะสมในการลดความอ้วนคือ0.5-3 กิโล ต่อเดือน*** ตอนนั้นหนักมากครับวิ่งไม่ได้ ก็ใช้คาดิโอด้วยการปั่นจักรยาน  แล้วก็ซิทอัพจากเครื่องซิทอัพ  ที่มีที่ดึงแล้วก็มีเครื่องยกเหล็ก แบบที่ไว้ดึงๆ ดันๆ  ก็เริ่มเล่นจากวันละ 40 – 60 นาที อาทิตย์ละ 3-5 วัน  แรกๆ นี่น้ำหนักลงไวมากครับ ไม่ถึงเดือนลงไป 7 กิโล  แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะน้ำหนัก 132 นี่คือชั่งหลังจากกลับมาจาก ญี่ปุ่นแบบว่ากินเพียบมามาก พอมากินปกติ + ออกกำลังกายนี่แรกๆ น้ำหนักเลยลดมาค่อนข้างเยอะ แรกๆที่เล่นทรมานมากครับ เดี๋ยวเนื้อตึง เดี๋ยวตะกริวขา  ที่ทรมานที่สุด คือตะคริวหน้าท้องครับ ยืนยังไม่ได้เลยปวดมากครับ ช่วงแรกๆ นี่ยังนอนดึกตามปกติครับ 5 ทุ่ม ถึงตี 1 ตื่นตี 5 ดูละครบ้าง ซีรี่ย์บ้าง เล่นเกมส์บ้าง  กินก็เลิกพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม ของหวาน มื้อเย็นนี่ก็กินบ้างไม่กินบ้าง แต่หมูกระทะ  แฮมเบอร์เกอร์ยังมาเต็มครับ ไปกินบ่อยๆ ใช้ชีวิต แบบนี้มาราวๆ 7 เดือนครับ น้ำหนักลงไปราวๆ 20 กิโลครับ ช่วง 7 เดือนนี้ หักดิบครับ  คือเลิกทานยาทุกอย่างเลย  แต่ความดันลงครับ  อยู่แถวๆ 140/105 แต่ที่ชัดเจนเลยคือ หัวใจเต้นช้าลง จากปกติเคยเต้น 100 นิดๆ ก็มาเหลือแค่ 80 กว่าๆ ในช่วงปกติแต่ที่มหัศจรรย์เลยคือ  ตอนเช้าจมูกไม่ตีบแล้วครับ  หายใจคล่อง  แต่ยังมีอาการภูมิแพ้อยู่บ้างเวลามีฝุ่นมากๆครับ ยังจามอยู่ กางเกงเริ่มหลวมครับ ลงมาใส่ 42 40 ตามลำดับ เริ่มรื้อกางเกงเก่าๆ  มาใส่ครับ อันนี้ยาที่ต้องกินทุกวันครับ แค่บางส่วนนะครับ มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเลย  คือช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วครับ  ผมเข้าโรงพยาบาลครับ  เพราะ มีอาการปวดท้องรุนแรงร้าวไปหลัง แรกๆ หมออายุรกรรม วิเคราะห์ว่าเป็นกระเพาะครับ  ช่วงนี้ น้ำหนักจะลดเยอะเลยเพราะทานอะไรไม่ค่อยได้  อาการก็เป็นๆหายๆ  สุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาลใหญ่ครับ  เช็คละเอียดอีกทั้งอัลต้ราซาวด์ และ MRI ก่อนป่วยคือหนัก 110 จำได้เลยว่าวันที่  20 พย. 2015 ผลอัลตราซาวด์ออกมาก่อน และหมอวิเคราะห์ว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี ส่วนหมอศัลย์ดูแล้วส่งไปทำ MRI เพราะ บอกว่า ตับแปลกๆ  แต่ไม่ได้บอกอะไรมาก  ได้คิว mri ปลายๆ ธันวาครับ แล้วก็นัดตรวจเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นกังวลมากครับ สงสัยว่าอะไรคือ ตับแปลกๆ  มะเร็งตับ ฝีในตับ  ตับแข็ง  คือไม่ว่าจะเป็นอะไรก็หนักหน่วงทั้งนั้นครับ ส่วนผลปัสสาวะ มีโปรตีนรั่วครับ นาทีนั้นเลยตัดสินใจเด็ดขาดครับ  ถ้าจะป่วยหนักต้องเตรียมร่างกายไว้สู้กับโรคภัยครับ  ก็เลยเพิ่มเวลาการออกกำลังกาย เป็น 1-1.5 ชม. และ 6 วันต่อสัปดาห์  แน่นอนครับ  ปวดร้าวไปหลัง ยกเวทไม่ไหวแน่ แต่ก็พยายามทำท่าอื่นๆ และคาดิโอให้มากขึ้น  ทำทั้งๆ ที่ยังนอนเจ็บอยู่เลยนี่หละครับ แต่อันนี้ สำคัญมากครับ  ผมเน้นเลยนะครับ เพราะผมเชื่อว่า น่าจะมีส่วน  มากๆเลยครับ  เรื่องการกินครับ พอช่วงที่ป่วยเนี่ย  เนื่องจากถุงน้ำดีมันจะทำงานเวลาร่างกายต้องการน้ำดีไป ย่อยไขมันครับ   ดังนั้นช่วงป่วยนี่ผมไม่กล้าทานอะไรเลย  แอ๊ปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้มทั้งวันครับ เพราะกลัวเจ็บไปหมดครับ  เต็มที่คือ ต้มผักกินสุกี้เอาครับ และจากการหาข้อมูลทำให้ได้รู้ว่าพวกอาหารแปรรูปทั้งหลาย ผงชูรส ของหมักดอง น้ำปลา ไม่ดีกับไต ผมก็เลยเลิกขาดทุกชนิครับ สุดท้ายกินแค่ สุกี้ ผักต้ม ปลาปิ้ง ผลไม้สด ผักสด ในช่วงเดือนนี้ป่วยซะมากครับ วันที่ 20 ธ.ค. น้ำหนักคือ 99 ครับ  ต่ำกว่า 100 แล้ว  แต่ ไม่มีแรงครับ เวทที่เคยยกได้ก็ยกไม่ได้ครับ ต้องยกที่น้ำหนักน้อยลง แต่ที่เพิ่มแน่นอนคือพักผ่อนครับ  ตอนนี้เริ่มนอน 2-4 ทุ่มครับ ตื่นตี 5 เหมือนเดิม พออาการปวดเริ่มลดลง  ก็เริ่มกินมากขึ้นครับ นับๆ ดูให้ได้ ซํก 2 พัน แคลในแต่ละวัน   ใช้วิธีกินบ่อยๆครับ  เช้า 7 โมง กลางวัน 11 โมง บ่ายๆกินผลไม้ครับ เย็นก็กินผลไม้บ้าง บางทีออกกำลังกายกลับมาดึกอาบน้ำเสร็จก็นอนเลย หลังจากอาการเริ่มดีขึ้น  ผมก็อัดเวลาออกกำลังเพิ่มไปอีกครับ แต่เพิ่มแค่วันหยุดนะครับ วันธรรมดาไม่มีเวลาแล้ว คือวันหยุดปกติเช้าจะไปวิ่งประมาณ 15-30 นาที รวมวอร์ม + คูลดาว เย็นก็เล่นฟิตเนส + คาดิโอ อีก 2-3 ชม. เรื่องการกิน คือ ไม่กินอาหาร ทอด + ผัด ก็กิน ต้ม นึ่ง แกง(ไม่กะทิ) เท่านั้น อาหารแปรรูปทุกชนิดเลี่ยงครับ กินจืดไม่ปรุงเพิ่ม เลิกน้ำปลา ดังนั้นเมนูผม จะเป็นอะไรที่หากินง่ายๆได้ทุกวันครับ  เช่น สุกี้ (ไม่เอาน้ำจิ้มสูตรเต้าหู้ยี้ ถ้าไม่มีก็ไม่ซดน้ำ) แกงส้ม พะโล้ กินแต่ไข่ เพราะน้ำมันเค็ม แกงเห็ด ส้มตำ ลาบ ยำ แกงป่า แกงไตปลา สลัด+ปลาทูน่าไม่ใส่น้ำสลัดกินมันเขียวๆนี่หละ ข้าวโพดหวานต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังโฮลวีต แอปเปิ้ล กล้วย ทานวันละ 2 มื้อครับ คือ 7โมงกับ 11 โมง ถ้าหิวบางวันบ่ายๆก็กินผลไม้หรือ ขนมปังครับ พอกินมากขึ้น เริ่มยกน้ำหนักได้มากขึ้นครับ  ยกเวทได้ที่น้ำหนักเท่าเดิมแล้วแต่วันไหนที่ปวดครบทุกส่วนของร่างกายก็จะพักครับ คือ ปวดใต้ซี่โครง ปวดข้างๆหน้าอก ปวดต้นขาด้านหลัง  ก็จะพัก1-2วันครับ  เท่ากับว่าจะเล่น 4-6 วันพัก1-2 วันครับ เรื่องสุขภาพ ความดันลงเยอะมาก จนวันที่ไปทำ MRI พยาบาลบอกเลยว่าอย่าให้ต่ำลงไปถึงขนาด 80-90 /60-70  มันจะวูบ แล้วก็จริงๆ ด้วย เพราะช่วงที่ผมป่วยหนักและกินไม่เป็นปกตินั้น ความดันต่ำมากครับ และก็วูบบ่อยๆ  แต่ตอนนี้ความดันปกติแล้วครับ คือ 120+/ 80+ บางทีตัวล่างก็วิ่งไปถึง 90 นิดๆครับ แต่ก็ไม่เกินนี้ ภูมิแพ้ แทบไม่มีอาการแล้วครับ ยกเว้นเวลาไปที่ที่แบบฝุ่นมากจริงๆ จะมีจามบ้าง ล่าสุด เมื่อ วังอังคารที่ผ่านมาหมอนัดตรวจแล้ว  ตับเจอซีสครับ เซนกว่าๆ ถุงน้ำดียังมีอาการบวม แต่เนื้อตับไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับแข็ง  สุดท้ายหมอนัด ตัดถุงน้ำดีสิ้นเดือนครับ อ่านมาถึงตรงนี้  ใครมีคำแนะนำช่วงพักฟื้นก็ดีนะครับ ว่า ช่วงที่แผลยังไม่หายผมออกกำลังกายท่าไหนได้บ้าง ผมกลัวกลับไปอ้วนอีกครับ ส่วนเรื่องเสื้อผ้า ใส่ไม่ได้ครับ อันนี้ตัวอย่างเสื้อตัวเก่ากับเสื้อใหม่ครับ ตอนนี้ลำบากมากครับ เพราะเสื้อเก่าๆ ใส่ไม่ได้แล้วต้องไปรื้อเสื้อเก่ามากๆมาใส่  ถ้าซื้อใหม่ บางตัวก็ M บางตัวก็ L ครับพวกเสื้อเชิ้ตก็ xl พวก 4-6 xl ใส่ไม่ได้แล้วครับกางเกง เข็มขัดเอาไม่อยู่ครับ บางเส้นเอาไปเจาะเพิ่ม 4 รูก็ยังใส่ไมได้ ตอนนี้ ใส่เอว 34-36 ครับ ผมมี เหตุผลเป็นร้อยอย่างที่คิดว่าอ้วนแล้วมีความสุข ร่าเริง อารมณ์ดี ที่สำคัญไม่หนักหัวใครด้วย แต่เชื่อผมเถอะครับ ความเจ็บป่วยมันทรมาน หันมาดูแล สุขภาพเถอะครับ  อ้วนแล้วไม่หนักหัวใครหรอกครับ หนักหัวตัวเองกับคนรอบข้างนี่แหละ โรครุมเร้า ร่างกายอ่อนแอ ผมคิดว่า มี 3 อย่าง ที่ควรดูแลให้เหมาะสม คือ การกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย เท่าที่สังเกตุหลังจากวันพักนี่น้ำหนักลงแบบฮวบๆ หลายขีดเลยครับ  Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพ จากคุณ Bankba สมาชิคเว็บ Pantip ที่มา http://pantip.com/topic/34765786

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  บุนเดสลีกา เยอรมัน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 02:30 น. ไมนซ์ 2-1 ชาลเก้ 04 ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เวลา 02:45 น. คาร์ปิ 1-3 เอเอส โรม่า ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 02:30 น. สปอร์ติ้ง กิฆอน 2-2 ราโย่ บาเยกาโน่ ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 02:30 น. แรนส์ 1-0 อองเช่ร์ >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

แต่งหน้าไม่เป็นหรอ ไม่ยากเลยเธ๊ออ แค่พึ่ง สก็อตเทป เวิร์ค!
howto /  สก็อตเทป / 

เป็นสาวยุคใหม่ ไม่ต้องกังวลเรื่องทักษะเป็นใหญ่แล้วล่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เรามีตัวช่วยมากมายก่ายกอง ทั้งเทคนิคเคล็ดลับสารพัด ที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ และยิ่งเรื่องใหญ่ที่สาวๆ อย่างพวกเราต้องกังวลสุดๆ ก็คือ การแต่งหน้า ที่จัดเป็นทักษะแห่งชาติ ที่สาวๆทุกคนต้องฝึกฝนให้คล่องปลื๋อไว้เสมอ และแน่นอนว่า วันนี้เรามี เทคนิคเปลี่ยนชีวิตมาฝากสาวๆ กันอีกเช่นเคย ใครแต่งหน้าไม่เป็น ใครแต่งหน้าไม่เก่ง ก็ไม่ต้องปวดเฮดกันอีกต่อไป เพราะเรามีตัวช่วยสุดเวิร์ค ดีงามพระราม8 มากฝากกันแบบที่ต้องบอกว่า ใครพลาดไม่อ่านทู้นี้.. เสียใจยันชาติหน้านะเออ ก่อนอื่นเลย หยิบสก็อตเทป ( ขอคุณภาพดีงามนิดนึง เอาแบบ3M กาวดีหน่อย จะเวิร์คฝุดๆ) 1. อายแชโดว์ สวยเป๊ะ ด้วยสก็อตเทป โดยแปะไว้ที่หางตา ก็จะได้แคทอายสวยๆ แบบมืออาชีพ 2. เช็ดแปรงแต่งตาด้วยสก็อตเทป ด้วยการ นำมาติดที่นิ้ว แล้วนำแปรงมาระบายเพื่อให้ความเหนียวของสก็อตเทป ดูดสีที่อยู่บนแปรงก่อนที่จะไปแต้มสีใหม่ที่เราต้องการ 3. ผิวแห้งเป็นขุย ทำให้แต่งหน้ายาก ลองใช้สก็อตเทป แปะบริเวณที่ผิวแห้ง แล้วค่อยๆ ลอกออก ขุยๆ จะหลุดออกมาอย่างง่าย 4. กรีดอายไลเนอร์แบบ แคทอาย ให้สวยเป๊ะง่ายๆ ด้วยการติดสก็อตเทปไว้ที่หางตา 5. เบลนด์อายแชโดว์ได้อย่างมืออาชีพ ด้วยการลงสีที่เปลือกตาก่อน แล้วนำสก็อตเทปมาแปะลงไป แล้วลอกออก จะทำให้อายแชโดว์ฟุ้งกระจายตัวขึ้น ให้ลุคเหมือนการเบลนด์สีแบบโปรเชียวล่ะ ด้านซ้าย ยังไม่ได้แปะสก็อตเทป vs ด้านขวาแปะสก็อตเทปแล้ว ดูเหมือนเบลนด์สีมาอย่างดี เริ่ดมั้ยล่ะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มารูปภาพจาก AlexandrasGirlyTalk

หมดยุคของพรหมลิขิต เผยหนทางตามล่าหาเนื้อคู่
คดีหลอกรักออนไลน์ /  รักออนไลน์ / 

14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก วันที่คู่รักหลาย ๆ คู่ต่างพากันวางแผนทำกิจกรรมที่จะทำให้คนที่ตัวเองรัก เกิดความประทับใจ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวันวาเลนไทน์คือวันสำหรับคนมีคู่ และดูเหมือนจะเป็นวันที่คนไร้คู่ เจ้าพ่อเจ้าแม่คานทอง เกิดความกระอักกระอวน ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนรักกัน ในขณะที่ตัวเองยังคงอยู่กับความเหงาหงอยเดียวดาย แม้จะมีความสุขที่เห็นความรักของคนอื่นแต่เอาจริง ๆ แล้วหนุ่มโสดสาวหลาย ๆ คนคงกำลังรอใครสักคนเข้ามาเติมเต็มอยู่ก็ได้ วันนี้ทางทีมงาน MThai ได้รวบรวมหนทางที่จะทำให้คุณได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตา อาจทำให้หลาย ๆ คนได้สละโสดมีคู่เดทในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหนไม่ค่อยได้เจอคนมากมายนักก็คงเป็นเรื่องลำบากอยู่ที่จะเจ้าหญิงเจ้าชายที่ฝันไว้ แต่รู้หรือไม่มือถือของคุณมันช่วยคุณได้นะ เพราะปัจจุบันมีผู้ผลิตแอพพิเคชั่นออกมามากมายไม่ว่าจะเป็น Badoo แอพสุดฮิต จาก อังกฤษ ที่มีผู้เล่นเยอะมาก โดยสามารถใส่ข้อมมูลสิ่งที่ชอบและไม่ชอบลงไป เพื่อค้นหาเพื่อนในบริเวณใกล้เคียงที่พอจะแมตซ์กับเราได้ และทุกครั้งที่มีคนเข้ามาชมหน้าโปรไพล์ของเรา ตัวแอพจะแจ้งเตือนให้รู้ นอกจากนี้ ยังมีระบบเติมเงินเพื่อให้ดาวเด่นที่คนอื่นสามารถค้นหาเราได้ง่ายด้วย Azar อีกหนึ่งแอพแชทสุดฮิตที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ Azar ซึ่งเป็นแอพที่ช่วยเราค้นหาเพื่อนผ่านวิดีโอแชท คือเห็นคู่สนทนาได้จริงๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไล่อ่านโปรไฟล์แม้แต่น้อย วิธีใช้งานก็ง่ายเพียงปาดนิ้วหาคนที่ถูกใจและสนทนาตอบโต้ได้ทันที และหากคนที่คุยด้วยเกิดไม่ถูกใจขึ้นมาก็ปาดนิ้วหาคนใหม่ได้ทันทีเช่นกัน แอพนี้ Exclusive เฉพาะสาวก Andriod เท่านั้น Mixxxer แอพนี้เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากมีเพื่อนไว้คุยเล่น และถ้าชอบเรื่องเซ็กส์เป็นหลัก คุณก็ต้องห้ามพลาดแอพ Mixxxer อย่างเด็ดขาด เพราะผู้ที่เล่นแอพนี้มีเป้าหมายเพียงแค่เรื่องเซ็กซ์เพียงอย่างเดียวจริงๆ ระบบเสิร์ชของแอพนี้แบ่งแยกลักษณะไว้ค่อนข้างดี ใส่อายุตามที่ต้องการได้ และเลือกได้ว่าอยากมีเซ็กซ์กับผู้หญิง ผู้ชาย เกย์ หรือเลสเบี้ยนก็ได้เหมือนกัน หนุ่มสาวคนไหนชื่นชอบเซ็กซ์โหลดแอพนี้มาใช้กันได้ตามสะดวก BeeTalk เป็นแอพใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นจากค่ายผู้พัฒนาเกมออนไลน์ชื่อดังของโลกอย่างการีน่า Beetalk ช่วยให้เราได้ค้นหาเพื่อนๆ ด้วยลูกเล่น Look Around และ Shake ที่สามารถใช้เพื่อค้นหาผู้ใช้ในละแวกใกล้เคียงด้วยการเขย่าโทรศัพท์ รวมถึงโหมด Whisper หรือกระซิบที่ตั้งเวลาเป็นวินาที เมื่อเพื่อนอ่านข้อความของเราแล้ว ก็จะหายวับไปตามเวลาที่เรากำหนดไว้ HelloTel ใครที่ชอบไปท่องเที่ยวคนเดียวแล้วเกิดความรู้สึกเหงาๆ อยากได้เพื่อนเดินทาง แอพนี้ดูจะช่วยคุณได้ดีทีเดียว เพราะแอพนี้มีคุณสมบัติเด่น คือ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคนที่พักในโรงแรมเดียวกับเราและในละแวกใกล้เคียงได้ ตัวแอพจะทำงานโดยเชื่อมต่อกับบัญชี Facebook เมื่อทำการยืนยันโรงแรมที่เราเข้าพักแล้ว แอพจะแสดงหน้าฟีดราวกับเป็นแอพ facebook เพียงแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในรัศมีรอบๆ โรงแรมที่คุณอยู่แทน พอเจอคนที่ถูกใจก็สามารถแชทคุยกันได้ทันที LesPark หากคุณเป็นเลสเบี้ยนต้องโหลดแอพแชทนี้ติดเครื่องไว้เลย แอพแชทเก๋ๆ สำหรับเลสเบี้ยนโดยเฉพาะฟังก์ชั่นต่างๆก็มีเลือกใช้อย่างมากมาย โดยเฉพาะเรดาห์ค้นหาเลสเบี้ยนระยะใกล้ตัวเรา ถึงแม้จะเน้นเลสเบี้ยน แต่สาวๆ คนไหน อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ก็ลองโหลดเล่นกันดูได้ แน่นอนว่าแอพนี้ไม่ต้อนรับผู้ชาย สาวๆคุยกันตามประสาคนสวยได้เต็มที่เลย Grindr หมดยุคใช้เรดาห์สแกนเกย์หาหนุ่มสีม่วงกันแล้ว Grindr คือ แอพแชทสำหรับชาวสีม่วงโดยเฉพาะ ตัวแอพมีลูกเล่นครบครัน ทั้งแชท ส่งรูป ส่งวิด๊โอ ส่งไฟล์เพลง และที่สำคัญสามารถบอกหมดไม่ว่าหน้าตายังไง ไลฟ์สไตล์เข้ากันได้หรือไม่ สำหรับสาวๆ จะแอพโหลดติดเครื่องไว้ก็ดี เอาไว้เช็คหนุ่มที่หมายตาก่อนจีบ ไม่งั้นโดนคุณเธอเชิดใส่กลับมาเดี๋ยวจะหมดความมั่นใจไปก่อน ด้วยความก้าวไกลของเทคโนโลยี แอพพิเคชั่นที่กล่าวมาข้างต้นอาจทำให้เราได้พบผู้คนมากมาย บางคนได้เพื่อน บางคนได้แฟนตกหลุมรักกันถึงขั้นแต่งงานกันเลยก็มี ความรักบนโลกออนไลน์เปรียบได้กับดาบสองคม เรายังคงต้องใช้วิจารณญาณในการเสพหรือเลือกใช้สื่อออนไลน์นี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ล่าสุดทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบและดูแลการกระทำความผิดเกี่ยวเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคดีหลอกรักออนไลน์ หรือ โรแมนสแกม ที่สร้างความเสียหายแก่หญิงไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่เราเลือกช่องทางนี้ในการหาเพื่อนหรือคนรัก ก็ควรมีสติกลั่นกรองให้ดี และหากใครไม่อยากถูกหลอก และกังวลว่าคนที่คุณกำลังคุยอยู่กำลังจะมาหลอกคุณหรือเปล่า ทางทีมงานมี 5 อาการส่งสัญญานว่าเราถูกหลอก จนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ 1. ตกหลุมรักเราอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เริ่มคุยกันไม่นาน เรียกเราว่าที่รัก สักพักขอแต่งงาน ซึ่งสาเหตุที่โจรเรียกเหยื่อว่าที่รัก ก็เพราะโจรมักจะคุยกับเหยื่อหลายคน เรียกที่รักเหมือนกันหมด เพื่อกันเรียกชื่อผิด 2. ไม่เปิดกล้อง ไม่ยอมให้เห็นหน้าง่าย ๆ บ่ายเบี่ยงไม่อยากเจอ เป็นธรรมดาที่โจรจะไม่ใช้รูปตัวเองเป็นโปรไฟล์ แต่เอารูปคนหน้าตาดีมาหลอกเหยื่อ และถ้าคู่รักออนไลน์ของคุณเป็นชาวต่างชาติและใช้รูปเป็นฝรั่งผิวขาว แทบทั้งหมดเป็นคนผิวดำไนจีเรียแต่ใช้รูปฝรั่งผิวขาวมาหลอก 3. รักกันไม่นานมีเหตุการณ์ให้เราต้องเสียเงิน โจรจะใช้ร้อยแปดเหตุผลให้เราโอนเงินให้ ชวนทำธุกิจ อ้างว่าไม่สบาย ปัญหาชีวิตทำให้เราสงสาร หรือโอนเงินเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญสุดแพงที่เขาส่งมาให้ โดยโจรจะใช้คนกลางอีกคนโทรหาเหยื่อแล้วแสร้งทำทีว่าเป็นคนจากบริษัทขนส่ง หรือ ศุลกากร เพื่อเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการขนส่ง 4. กรณีเป็นชาวต่างชาติมักบอกตัวเองเป็นคนอังกฤษ หรือ อเมริกัน แต่เขียนภาษาอังกฤษผิดแกรมมาตลอด นั่นเพราะว่าร้อยละ 99 เขาคือคนผิวดำไนจีเรียปลอมตัวมาในคราบฝรั่งรูปงาม 5. คุยกันไม่นานชวนเปิดกล้อง ทำกิจกรรม sex online ส่วนใหญ่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักเป็นผู้ชายนึกสนุก แต่หารู้ไม่ว่าในขณะที่คุณกำลังสนุกกับกิจกรรมดังกล่าว คนร้ายอาจกำลังอัดคลิปขณะที่คุณกำลังสำเร็จความใคร่ไว้แบล็กเมล์ MThai News

พบหญิงเป็นศพ ลอยน้ำคลองบางพรม อึ้ง! พกเงินสดกว่า 2 แสน
คลองบางพรม /  หญิงเป็นศพ

พบศพหญิงสูงวัย ลอยน้ำคลองบางพรม เขตทวีวัฒนา อึ้ง พกเงินสดกว่า 2 แสนบาท - ตำรวจเร่งติดตามญาติสอบปมดับ เมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. (12 ก.พ.59 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลธรรมศาลา เข้าตรวจสอบเหตุพบศพลอยน้ำ ในคลองบางพรม เขตทวีวัฒนา ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบเป็นศพหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ลักษณะผิวขาว ผมสั้นสีดำ สวมเสื้อลายดอกไม้ สีชมพูดำ กางเกงสีดำ ในกระเป๋ากางเกงพบซองสีน้ำตาล ตรวจสอบภายใน พบเป็นธนบัตร ใบละ 1 พัน รวมกว่า 2 แสนบาท แต่ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานและอยู่ระหว่างประสานพื้นที่ใกล้เคียงหาบุคคลสูญหาย และติดตามญาติมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป MThai News ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด

ผู้ชายดีๆก็ยังมีนะ! 11 ประเภทผู้ชายที่คุ้มค่าแก่การเปิดใจ
สาวโสด /  อยากมีแฟน / 

            สาวโสดหลายคน น่าจะมีคำถามอยู่ในใจเสมอว่า "เมื่อไหร่เราจะเจอคนดีๆสักทีนะ" คำถามเดิมๆที่ไม่รู้จะไปถามใคร เอาล่ะคุ้น สาวๆ ผู้ชายบนโลกน่ะมีไม่มากแล้วล่ะ และอายุของคุณก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆ เราอย่ามาเสียเวลาไปวันๆเลย มาเปิดใจรับผู้ชายที่มีคุณสมบัติดีๆเหล่านี้กันดีกว่า แล้วจะรู้ว่า ผู้ชายดีๆคนนั้นที่เราตามหาน่ะ มันไม่ได้หายากหรอกนะ! อ่อ และถ้าคนที่กำลังดูๆอยู่เขามีคุณสมบัติเหล่าเนี้ยะ ก็เลิกเล่นตัวแล้วเปิดใจให้เขาได้แล้ว 1.ผู้ชายที่ส่งคุณกลับบ้าน ไม่ว่าจะไกลและจะดึกขนาดไหน เรื่องสำคัญของเขาก็คือ เขาต้องส่งคุณไปให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย เพื่อแสดงสปิริตว่าเขาเป็นห่วงและอยากให้คุณปลอดภัย นอกจากนั้นการใส่ใจอื่นๆเช่น เดินข้างนอกริมถนนและให้คุณสาวๆเดินข้างใน หรือเดินตามหลังคุณเวลาอยู่ในที่พลุกพล่าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องความรับผิดชอบของคุณผู้ชายนะ 2.ผู้ชายที่ฟังคุณ เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงโดยมากมักจะพูดมากกว่าผู้ชาย และผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักทนฟังสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเขาคือคนที่ฟังคุณ และต่อให้โดนคำพูดแรงๆว่าใส่แค่ไหน เขาก็อดทนและพร้อมจะอยุ่ข้างๆคุณเสมอ แบบนี้แหละ คนจริง 3.ผู้ชายที่โทรหาคุณ หลังจากเดทด้วยกันแล้ว ถ้าเขายังปรากฏตัว ยังโทรหาคุณ ในวันต่อมาหลังจากเดทกัน เขาคือคนที่คุณควรคุยด้วยและสานต่อนะ นั่นหมายความว่า เขาใส่ใจและไม่หายไปจากคุณ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงความเคารพต่อผู้หญิงนั่นเอง 4.ผู้ชายที่ไม่กลัวการลงหลักปักฐาน เขาไม่กลัวหากต้องจริงจังกับคุณ เขาโตพอที่จะให้คุณค่ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเขาได้เจอคนที่เขาพร้อมจะลงหลักปักฐานล่ะก็ เขาจะตกลงคบกับคุณอย่างแน่นอน 5.ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงมีความสามารถไม่ต่างจากผู้ชาย เขาต้องไม่ใช่ผู้ชายที่ตัดสินว่า ผู้หญิงทำสิ่งนี้ได้ สิ่งไหนไม่ได้ และที่สำคัญต้องไม่ดูถูกผู้หญิงเป็นอันขาด และนั่นคือคุณสมบัติของสุภาพบุรุษที่พร้อมจะดูแลคุณ และ ควรค่าแก่การพัฒนาความสัมพันธ์อย่างที่สุด 6.ผู้ชายที่คุณสามารถพึ่งพาเขาได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การพึ่งพาได้ในเรื่องฐานะเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถแชร์ความรู้สึกต่างๆได้ สัมผัสได้ว่าเขาจะเป็นเสาหลักให้กับคุณได้ ไม่ใช่สายลมที่ผ่านมาแล้วผ่านไป 7.ผู้ชายที่รักษาคำพูด เขาคือคนที่พูดแล้วทำหรือไม่ ถ้าเขาให้ความสำคัญกับคำพูดและคำสัญญา นั่นคือคนที่ควรค่าแก่การรอคอย  เขาเข้าใจว่าความเจ็บปวดคืออะไร และเขาจะไม่ยอมให้เกิดสิ่งนี้กับคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเขาจะไม่สัญญาอะไรที่เขาทำไม่ได้เป็นอันขาด 8.ผู้ชายที่ดีกับคนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่คนแก่ สัตว์ และเด็ก ไม่มีอะไรทำใจสาวละลายได้เท่า การเห็นผู้ชายที่อ่อนโยน และมีเมตตากับคนอื่นๆ ต่อให้ไม่หล่อไม่รวย แต่ถ้าทำดีแล้วเมตตากับคนที่ด้อยกว่า บอกเลยว่า สาวๆก็แทบจะระทวยเลยล่ะ เพราะนี่แสดงถึงความจิตใจดี และให้เกียรติผู้อื่น 9.ผู้ชายที่ทำให้คุณหัวเราะได้ ใครบ้างที่ไม่ชอบผู้ชายตลก? หล่อแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีมุขก็น่าเบื่อทีเดียวเชียวล่ะ แต่ถ้าหน้าเฉยๆ แต่เป็นคนมีอารมณ์ขันเมื่อไหร่ล่ะก็ สาวๆแทบจะชอบทันทีเลยล่ะ เพราะอารมณ์ขันนั้นสร้างกันไม่ได้นะ เป็นลักษณะของหนุ่มๆบางคนเท่านั้น ที่สำคัญ หนุ่มตลก ยังทำให้ช่วงเวลาที่เครียดที่สุดเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขได้อีกต่างหาก 10.ผู้ชายที่ช่วยให้คุณเชื่อในตัวคุณเองมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่มั่นใจในตัวเอง เขานี่ล่ะคือคนที่ดึงคุณกลับมา เรียกความมั่นใจของคุณกลับมาได้ทันที เขาคอยให้กำลังใจในวันที่คุณท้อแท้ เขาเชื่อในตัวคุณยิ่งกว่าตัวของเขาเองเสียอีก โถมีแฟนแบบนี้น่ะ โชคดีแล้วล่ะคุ๊น 11.ผู้ชายที่ไม่พยายามเปลี่ยนคุณ ไม่ว่าคุณจะทำตัวเป็นเด็ก ดื้อ เอาแต่ใจ เขาจะมองเห็นความเป็นตัวคุณ และ รักคุณในแบบที่คุณเป็น ถ้าทันทีที่เขาพยายามเปลี่ยนคุณ โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นคนยังไง แบบนี้ก็ไม่รอดแล้วล่ะ เพราะไม่ว่าใครก็เปลี่ยนอีกคนไม่ได้จริงๆหรอก เพราะฉะนั้นถ้าเขารักและชื่นชอบคุณจริงๆ เขาจะไม่มีทางเปลี่ยนคุณเป็นอันขาด ที่มา relrule เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ส่อง! ชุดเจ้าสาว สุดแปลกจากทั่วโลก กับ ความเชื่อนำโชค ในการแต่งงาน
ความเชื่อ /  ชุดเจ้าสาว / 

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเข้าพิธีแต่งงาน คือ ช่วงเวลาสำคัญอีก 1 เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ละคน โดยเฉพาะการหาชุดที่ใช่ สำหรับเจ้าสาวใส่เข้าพิธีนี่คือเรื่องใหญ่ที่ใช่แค่เจ้าสาวจะตื่นเต้น แม้แต่คนใกล้ชิดเองก็ตื่นเต้นนับวันรอชมโฉมเจ้าสาวในวันงานเช่นกัน ซึ่งนอกจากเรื่องของแฟชั่น ความงาม ในหลายประเทศ เจ้าบ่าว - เจ้าสาว มักเลือกสวมชุดแต่งงานแบบชุดประจำชาติดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนความเชื่อด้านศาสนา และ วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นกัน ลองมาชม ชุดเจ้าสาวน่าตื่นตาจากทั่วโลก ที่จะมาเล่าเรื่องราวให้คุณฟังไปพร้อมๆ กัน ^ ^ ตามมาค่ะ บัลแกเรีย สาวน้อย ใน ชุดเจ้าสาว สไตล์บัลแกเรีย แบบดั้งเดิม (ภาพจาก ©Stoyan Nenov) ตุรกี ในตุรกี ก่อน ที่เจ้าสาวจะต้องจากอ้อมอกพ่อแม่ เพื่อเข้าพิธีแต่งงาน พี่ชาย น้องชาย หรือ ลุงของเธอจะต้องผูกริบบิ้นสีแดงไว้ที่เอวเจ้าสาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของ ความสุข ความโชคดี และ ความบริสุทธิ์ (ภาพจาก ©Umit Bektas) ศรีลังกา ชุดเจ้าสาว เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตก และ ตะวันออก เข้าด้วยกัน เจ้าสาวมักจะสวมชุดผ้าไหมส่าหรี และ ผ้าคลุมหน้า ที่เต็มไปด้วยลายปักอัน วิจิตรงดงาม และเครื่องประดับมีค่า วิบวับ แวววาวชิ้นใหญ่ๆ ด้วยจำนวนที่ชาวศรีลังกาเชื่อ ว่าเป็นเลขมงคล (ภาพจาก ©Dinuka Liyanawatte) อินโดนีเซีย ชาวอินโดนีเซียในแต่ละเกาะ ก็จะมีประเพณีชุดแต่งงานที่แตกต่างกันไป ซึ่ง สาวพื้นเมืองมักจะแต่งชุดเจ้าสาวที่มีสีสันสดใส และเต็มไปด้วยงานปักที่โดดเด่นสะดุดตาในสไตล์ชาวอินโด โดยแท้ (ภาพจาก ©Beawiharta ) ปากีสถาน เจ้าสาวชาวปากีสถานมักจะนิยมสวมใส่ชุดเจ้าสาวที่มีสีแดงเข้ม ,สีชมพู หรือ สีม่วง ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว จะต้องสวมมงกุฎที่อุบะตุ้งติ้งที่ร้อยด้วยลูกปัดและรินบิ้นผ้าสำลี (ภาพจาก ©Akhtar Soomro ) อินเดีย เจ้าสาวอินเดีย มักสวมชุดเจ้าสาวส่าหรีในสีแดงสด และ เครื่องประดับอีก 16 ชิ้นตามความเชื่อเรื่องความงามของเจ้าสาว(ภาพจาก ©Anindito Mukherjee ) นูเบีย เจ้าสาวประเทศนูเบีย ต้องสวมผ้าคลุม และซ่อนใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าบางๆ นั้น จากนั้นคลุมทับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวสีขาวอีกชั้น (ภาพจาก ©Noor Khamis ) เออริทรีอา ชุดเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีดั้งเดิมขนานแท้ของชาวเออริเทรียน คู่บ่าวสาว ต้องสวมเครื่องศีรษะลายมงกุฎที่ทำจากผ้ากำมะหยี่สีเข้ม และสวมชุดสีม่วงที่เต็มไปด้วยลายปักสีทอง ตระการตา ซึ่งต้องเป็นชุดที่เจ้าสาวต้องตัดและแต่งให้เข้าคู่กันกับของเจ้าบ่าว (ภาพจาก ©Finbarr O’Reilly ) สาธารณรัฐตูวา รัสเซีย ใน ตูวา ชุดประจำชาติ คือ ชุดชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งใช้ชีวิตพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่ตั้งรกรากเป็นหลักเป็นแหล่ง เสื้อผ้าที่ใช้ในการเฉลิมฉลองจึงเป็นชุดขี่ม้้า ที่มาสีสันสดใส และประดับประดาคล้ายๆ ชาวมองโกลของจีน (ภาพจาก ©Ilya Naymushin ) ธิเบต ตามประเพณี วันก่อนแต่งงาน เจ้าบ่าวต้องนำชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับที่จะใช้มามอบให้เจ้าสาว ซึ่งจะมีเครื่องประดับศีรษะที่ร้อยด้วยเครื่องเงิน และหินสี นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางหมุนติ๋ว เพื่อใช้เป็นสิ่งมงคล ในการสวดมนต์ต่อพระพุทธเจ้า (ภาพจาก ©Damir Sagolj) ปาเลสไตน์ งานแต่งงานอย่างเป็นทางการใน ปาเลสไตน์ เจ้าสาวมักสวมชุดแต่งงานสีขาวฟู่ฟ่า แต่ช้าก่อนเธอจะมี 2 ชุดที่ใช้ในพิธีแต่งงานเสมอ ซึ่งอีกชุดจะเป็นชุดที่ปักด้วยมือของแม่เจ้าสาวเองซึ่งจะใช้ในพิธีส่งตัวเข้าหอนั่นเองจ้า (ภาพจาก ©Mohammed Salem) เปรู ลิม่า เมืองหลวงของเปรู เจ้าสาวมักจะสวมชุดแต่งงานตามประเพณีเก่าแก่ ในชุดดำ - แดง ซึ่งต้องเป็นกระโปรงสุ่มบานและ กุ๊นชายขอบกระโปรงด้วยผ้าเชิงระบายอีกที (ภาพจาก ©Lucero Del Castillo) จอร์แดน ชุดแต่งงานตามแฟชั่นตะวันตกเริ่มเป็นที่นิยมในจอร์แดนมากขึ้น เจ้าสาวที่หัวสมัยใหม่จะสวมชุดขาว แล้วสวมเครื่องประดับอย่าง เงิน หรือ ทอง ส่วนผ้าที่ใช้ตกแต่งในงานแต่งงาน ต้องเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นสีของการเติบโต ความสามัคคี และ ความมั่นคงปลอดภัย (ภาพจาก ©Ali Jarekji) มาลี ในมาลี ชุดเจ้าสาวเรียกกันว่า "kaftan" มีข้อแม้ว่าจะต้องมีสีสว่างสดใส เข้าชุดกันกับชุดคลุมของเจ้าบ่าว ซึ่งคู่บ่าวสาวโดยมากก็มักจะเลือกสีขาว แต่บางคู่ก็เลือกใช้สีม่วงลาเวนเดอร์ หรือเฉดสีม่วงแทนก็มี (ภาพจาก ©Juan Medina) เกาหลี เป็นเวลากว่าพันปี ที่เจ้าสาวเกาหลีนิยมใส่ชุดฮันบก (ภาษาเกาหลีใต้) หรือ ที่เรียกว่า โจซอน - อ๊ต (ภาษาเกาหลีเหนือ) เข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งจะเป็นชุดเสื้อแขนยาว และ กระโปรงเอวสูงทอจากผ้าไหมหรือผ้าสำลีตามฐานะ ญี่ปุ่น เจ้าสาวญี่ปุ่นนิยมใส่ชุดกิโมโนสีขาว และสวมเครื่องศีรษะที่เรียกว่า ’tsunokakushi’ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ให้เจ้าสาว ลดการหึงหวง การถือตน และความเห็นแก่ตัว เตือนให้เธอเป็นภรรยาที่อ่อนโยนและเชื่อฟังสามี ไนจีเรีย เจ้าสาวชาวไนจีเรีย มักจะโดดเด่นในชุด kaftan เสื้อแขนยาวสีสว่าง ซึ่งโดยมากมักจะนำเข้าจากอินเดีย สวมเครื่องประดับจากลูกปัดปะการัง และหมวกคลุมผมเป็นอันสวยสมบูรณ์ (ภาพจาก ©Akintunde Akinleye) เชคเนีย เจ้าสาวต้องสวมชุดขาวซึ่งต้องปกปิดเนื้อหนังทั้งเรือนร่างของเธออย่างมิดชิด ตกแต่งด้วยเข็มกลัดและเข็มขัด โพกศีรษะด้วยผ้าขาวอีกชั้น คีพลุคเรียบร้อย แบบสุดๆ (ภาพจาก ©Musa Sadulayev) อิรัก ในอิรัก เจ้าสาวมักแข่งกันทำสถิติการเปลี่ยนชุดจำนวนมากที่สุดกัน บางพิธี ถึงขั้นเปลี่ยนชุดถึง 7 ชุด 7 สี เลยทีเดียว ซึ่งสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความรัก และ ความโรแมนติก (ภาพจาก ©Bakr al-Azzawi) อิตาลี เจ้าสาวชาวอิตาเลี่ยนมีความเชื่อว่า สีเขียวเป็นสีนำโชค สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นพวกเธอจึงมักใช้สีเขียวเป็นหลักในการแต่งชุดเจ้าสาว ทั้งเสื้อผ้า และ เครื่องประดับ แต่ถึงอย่างไร สีขาวก็ยังเป็นสียอดนิยมในอิตาลีเช่นกัน ที่มาจาก cameralabs.org เรียบเรียงโดย Women MThai Team 

คือดี ป๊อก - มาร์กี้ แพลนแต่งงาน!! กันแล้ว
ข่าว มาร์กี้ ราศรี /  มาร์กี้ ป๊อก / 

รับวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงไม่กี่วันข้างหน้านี้ สำหรับคู่หวานในวงการบันเทิงสุดๆ ตอนนี้ต้องมีคู่ของนางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี กับแฟนหนุ่ม ป๊อก ภัสสรกรณ์ ซึ่งก็แว่วๆ มาว่าคู่นี้มีแพลนแต่งงาน!! กันแล้วซะด้วย แต่เดี๋ยว.... เหมือนว่าจะเป็นแพลนของฝ่ายชายเพียงคนเดียวนะจ๊ะ ที่บอกว่าจะแต่งงานไม่เกินอายุ 31 ปี เพราะอยากจะมีครอบครัวหรือมีลูกทันใช้นั่นเอง แถมอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 30 ปีของหนุ่มป๊อกแล้ว อะไร ยังไง?? อย่างงี้ปีหน้าเราจะได้เห็นงานวิวาห์ของทั้งคู่จริงมั้ย ไปติดตามกันเลยจ้าาาาาาาาา ป๊อก "ที่มีข่าวผมกับกี้จะแต่งงานนั้น นั่นเป็นเพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามในชีวิตผมมักจะแพลนทุกอย่างไว้ อย่างเรื่องแต่งงานผมก็แพลนไว้ เพราะผมโตมาในครอบครัวใหญ่และมีเด็กค่อนข้างเยอะ ผมชอบแบบนั้น คิดว่าวันหนึ่งเราอยากมีกองทัพเด็กๆ ของเรา เพราะผมเป็นคนชอบเด็กครับ และแพลนไว้ว่าอายุไม่เกิน 31 ผมอยากมีครอบครัว คิดว่ามันเป็นเวลาที่ดีที่เหมาะสม" ป๊อก "เพราะถ้ามีลูกก็ยังทันกัน จะได้ใช้เวลาอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตด้วยกัน เพราะนี่ก็ใช้ชีวิตของตัวเองผ่านมาครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้ว ผมอยากใช้ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือกับเขา เพราะเขาโตเราก็ไม่แก่เกินไป ยังเป็นเพื่อนกันได้ ผมว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสม และด้วยศักยภาพของเราเอง เราพร้อมที่จะมีอะไรตรงนั้น คุณพ่อคุณแม่และทุกคนในครอบครัวจะได้อยู่ตรงนั้นด้วย มันก็แฮปปี้ อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดและแพลนไว้ แล้วผมก็จะใกล้ 30 ปีแล้ว มันดันใกล้กับสิ่งที่แพลนไว้คนเลยถามกันเยอะ" มาร์กี้ "แรกๆ ที่คุยกับเขาก็บอกกี้แบบนี้ อยากแต่งงานไม่เกิน 30 กี้ก็ถามเขาไปนะคะว่าสมมุติเขาอายุ 29 ครึ่งแล้วแต่ยังไม่มีแฟน หรือเพิ่งเลิกกับแฟนไปหมาดๆ แล้วอีก 2 เดือนข้างหน้าจะอายุ 30 ปี แล้วจะทำยังไง จะจับใครก็ได้มาแต่งเลยเหรอ เรื่องแบบนี้มันสามารถแพลนเป๊ะๆ ขนาดนั้นได้เหรอ เขายังยืนยันว่าต้องแต่งตอน 30 แต่ตอนนี้ผลัดมาเป็น 31 แล้ว" มาร์กี้ "ในพาร์ทของกี้คือตรงกันข้ามเลยคือไม่ค่อยวางแผน ฉะนั้นปล่อยชีวิตของเราให้เป็นไปในแบบที่เราทำทุกวันให้มันดี ไม่ได้กำหนดว่าจะไปทางซ้ายหรือไปทางขวา ไปดูข้างหน้าว่าไปซ้ายดีกว่าหรือขวาดีกว่า ค่อยๆ เลาะไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะเป็นเมื่อไรก็เมื่อนั้น ไม่ต้องไปกำหนดมันให้มันเป็นความตื่นเต้นในชีวิตบ้าง ไม่ต้องไปรู้ล่วงหน้าหรอก"ขอขอบคุณ ข้อมูลจากนิตยสาร in และภาพจากไอจี @margie_rasri, @pokmindset มาร์กี้ - ป๊อก มาร์กี้ - ป๊อก มาร์กี้ - ป๊อก มาร์กี้ - ป๊อก มาร์กี้ - ป๊อก มาร์กี้ - ป๊อก