_1/นางฟ้าบาร์บี้ในดินแดนใต้สมุทร

เจ้าหนูบุรีรัมย์ U-12 บินลัดฟ้าพร้อมสู้ศึกอิวาตะ อินเตอร์เนชั่นแนล
yamaha /  ญี่ปุ่น / 

เจ้าหนูเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี พร้อม ผู้บริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บินลัดฟ้าสู้แดนซามูไร เพื่อลงทำศึกฟุตบอล “อิวาตะ ยู-12 อินเตอร์เนชั่นแนล ฟุตบอล คัพ 2016” ฟาดแข้งกับทีมระดับเอเชีย ระหว่างวันที่ 30 ก.ค. – 2 ส.ค.59 ด้าน นายปรรณ สุขแสวง ผู้ฝึกสอน กล่าวว่า เราพร้อมเต็มที่ เพราะเราก็เตรียมทีมกันมาได้สักระยะแล้ว เราคาดหวังว่าเด็กจะได้ประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพตั้งแต่การเตรียมตัว การดูแลตัวเองก่อนไปแล้วก็การใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่จะสอนให้เด็กเรียนรู้การเป็นผู้เล่นอาชีพจริงๆ “เป้าหมายสำคัญของเราคือการไปให้เด็กรู้ว่ามาตรฐานของเราถ้าเทียบกับทวีปเอเชียอยู่จุดไหน หากมีข้อผิดพลาดหรือจุดอ่อนอย่างไรก็จะได้นำมาปรับปรุงพัฒนาต่อ เวลานี้เด็กเรามีความกระหายมากๆ ก็หวังว่าจะได้ผลการแข่งขันที่ดี” ขณะที่ กิตติพัทร์ มะการ กัปตันทีม กล่าวว่า ตอนนี้เพื่อนๆ ในทีมทุกคนพร้อมที่จะลงสนามแข่งขันมาก เราจะสู้อย่างเต็มที่ เพื่อแสดงให้รู้ว่าพวกเรามีความสามารถแค่ไหน เราอยากที่ตะเอาแชมป์กลับมาให้ได้ ขอให้ทุกคนส่งใจเชียร์พวกเราด้วยนะครับ ทั้งนี้การแข่งขันฟุตบอล “อิวาตะ ยู-12 อินเตอร์เนชั่นแนล ฟุตบอล คัพ 2016” เป็นทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นโดย สโมสร จูบิโล่ อิวาตะ ทีมดังของ เจ-ลีก ประเทศญี่ปุ่น มี 12 ทีมระดับเอเชียเข้าร่วมชิงชัย แบ่งเป็น สายเอ ประกอบด้วย ชิซูโอกะ, ชิมิสุ เอส-พัลส์, โตเกียว เวอร์ดี้, นาโกย่า แกรมปัส แอต,คาชิมา แอนท์เลอร์ส และ โรงเรียนเทตัน (เกาหลีใต้) ส่วนสายบี ประกอบด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทย), จูบิโล่ อิวาตะ, อูราวะ เรด ไดมอนส์, โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส, นูมะซึ และ หางโจว (จีน) โดยระบบการแข่งขันจะแข่งแบบพบกันหมดในสาย นำที่ 1 แต่ละสายเล่นรอบชิงชนะเลิศ ส่วนที่ 2 ของแต่ละสายไปชิงอันดับที่ 3 *สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี วันที่ 30 ก.ค.59 พบ “เจ้าภาพ” จูบิโล่ อิวาตะ เวลา 16.30 น., วันที่ 31 ก.ค.59 พบ อูราวะ เรด ไดมอนส์ เวลา 09.00 น., พบ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เวลา 18.00 น. และวันที่ 1 ส.ค.59 พบ นูมาซึ เวลา 10.00 น., พบ หางโจว (จีน) เวลา 17.00 น., วันที่ 2 ส.ค.59 คู่ชิงอันดับที่ 3 เวลา 09.30 น. และคู่ชิงชนะเลิศ เวลา 11.00 น.

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก
The Handmaiden /  คิม มินฮี / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก ว่าด้วยเรื่องราวในเกาหลี ปี 1930 ยุคที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น หญิงสาวนามว่า ซุคี (คิม เตรี) เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ให้คุณหญิง ฮิเดโกะ (คิม มินฮี) ผู้เก็บเนื้อเก็บตัวที่ลุง โคซุกิ (โช จินวุง) คอยบงการชีวิตคุณหญิงตลอดเวลา ภายใต้ความไร้เดียงสาของซุคี แท้จริงแล้วเธอคือโจรล้วงกระเป๋าที่เจ้านาย ฟูจิวะระ (ฮา จองอู) ส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับฮิเดโกะแล้วเอาสมบัติ ทว่าความรู้สึกผูกพันระหว่างซุคีกับคุณหญิงกลับลึกซึ้งจนนำไปสู่การหลอกลวง และหักหลังครั้งใหญ่ ตอบคำถาม Loading... ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2559 ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2559 ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) ที่พักสวย บรรยากาศดี ที่เกาะช้าง
AWA KOH CHANG /  ที่พักเกาะช้าง / 

ถ้าอยากหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล วิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ ใช้เวลาขับรถไม่นานและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก นอกจากจะมีบางแสน พัทยา เสม็ด หัวหินแล้ว เกาะช้าง ที่ จ.ตราด ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ 3-4 ชม. เท่านั้นเอง ^^ และ AWA KOH CHANG ก็เป็นหนึ่งในโรงแรมสวย บรรยากาศดี ที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนที่ซู้ด!! AWA KOH CHANG ที่พักสวย บรรยากาศดี ที่เกาะช้าง เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูง มีผาหินสลับซับซ้อน มีป่าโที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกหลายแห่ง ไม่ต้องกลัวว่ามาเที่ยวเกาะช้างแล้วจะไม่มีกิจกรรมให้ทำ เพราะที่นี่เราสามารถปีนเขา เดินป่า ขี่ช้าง เที่ยวน้ำตก พายเรือคายัค เจ็ตสกี เรือใบ ดำน้ำดูปะการัง ตกปลา ไดหมึก อีกทั้งยังมี ชมประวัติศาสตร์ของชาติที่ อนุสรณ์ยุทธนาวี เป็นต้น อย่างที่บอก เกาะช้าง นั้นใหญ่สมชื่อจริงๆ มีหลายอ่าว หลายหาดมากๆ แล้วแต่ว่าเราเลือกพักที่บริเวณไหน โดยที่นี่จะมีหาดขึ้นชื่ออยู่ เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ และโรงแรม เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) นั้นตั้งอยู่ที่ หาดไก่แบ้ ค่ะ เอวา เกาะช้าง (AWA KOH CHANG) ที่พักสไตล์ Oriental Zen ที่เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย พร้อมผสมผสานอรรถรสของวัฒนธรรมกลิ่นอายตะวันออกได้อย่างลงตัว เน้นโทนสีเรียบง่าย ดูสบายตา เหมาะแก่การมาพักผ่อนเป็นครอบครัว สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือมาแบบคู่รักก็ดีเหมือนกัน ^^ บริเวณหน้า lobby The Teas ให้บริการ เครื่องดื่ม ชา กาแฟ เบเกอรี่ บริเวณโดยรอบโรงแรม ห้องพัก มีให้เลือก 5 ประเภท ด้วยกันคือ Superior Hillside, Deluxe, Deluxe Premium, Deluxe Beachfront, Beach Front Suite ส่วนห้องที่ Places two Go ไปพักนั้นคือ ห้อง Deluxe Premium รวมอาหารเช้าสำหรับ 4 ท่าน (มีโปรพักสองคืนเหลือ 3,500 บาท/คืน จากปกติ 5,259 บาท/คืน) บริเวณ สะว่ายน้ำ (Pool) บริเวณหน้าหาด มองเห็นวิวทะเลสวยๆ ตะวันตกดิน ^^   มุม ห้องอาหาร มุม ห้องอาหาร (ตอนค่ำ) สถานที่ท่องเที่ยวภายในเกาะช้าง จุดชมวิอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตั้งอยู่บนเขาก่อนเข้าหมู่บ้านบางเบ้า เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนเกาะ มองได้แบบ 180 องศา สามารถมองเห็นเกาะที่อยู่โดยรอบได้ เช่น เกาะมันนอก เกาะมันใน เป็นต้น และที่นี่จะมีแลนด์มาร์กคือ ตู้ไปรษณีย์สีแดงรูปจรวด ที่ใครมาก็จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป้นที่ระลึก ^^ อนุสรณ์ยุทธนาวี สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ให้เราเข้าไปชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และที่แห่งนี้ยังเป็นที่เคารพสักการะของคนในพื้นที่ด้วย บ้านช้างไทย ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ที่นี่นักท่องเที่ยวสาสมารถขี่หลังช้างเดินชมวิวธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมอาบน้ำให้ช้างก็ได้ รวมถึงมีการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษของช้างน่ารักๆ เหล่านี้ด้วยค่ะ น้ำตก ที่นี่มีน้ำตกอยู่หลายที่ให้เราได้เลือกเดินชมความธรรมชาติ เล่นน้ำตก เช่น น้ำตกธารมะยม ตั้งอยู่ที่ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขนาด 4 ชั้น แบบตั้งฉาก ล้อมรอบไปด้วยป่าดงดิบ ที่ร่มรื่น, น้ำตกคลองพลู น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำมากอยู่ตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด ซื้อตั๋วไป น้ำตกคลองพลู กัน .. ติดต่อเพิ่มเติม  www.awakohchang.com , https://www.facebook.com/awakohchang/ ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จาก Facebook : Places two Go เรียบเรียง Travel.MThai

เซีย จุนซู เสิร์ฟความประทับใจทุกรสชาติ ในคอนเสิร์ต XIGNATURE
JYJ /  Kim Junsu / 

เซีย จุนซู ระเบิด ความเร่าร้อน น่ารัก ประทับใจ และเรียกเสียงฮา! ในคอนเสิร์ตสุดร้อนแรงแห่งปี 2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK ‘XIGNATURE’ จบลงไปแล้วด้วยความประทับใจ สำหรับคอนเสิร์ต 2016 เซีย ฟิฟธ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน แบงคอก ซิกเนเจอร์ (2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK ‘XIGNATURE’) ซึ่งจัดขึ้น ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรียกได้ว่าคุ้มสุดคุ้ม ฟินแล้วฟินอีก เพราะหนุ่ม เซีย จุนซู จัดหนัก จัดเต็ม จัดให้ครบทุกรสชาติจนแฟนคลับกรี๊ดกันแทบลืมหายใจ โดยคอนเสิร์ตเปิดฉากด้วยภาพ VTR บรรยากาศการทำงานในอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 4 XIGNATURE ก่อน เซีย จุนซู จะปรากฏกายบนแท่นไฮโดรลิคกลางเวทีราวกับเทพบุตรที่มาเพื่อหยุดทุกลมหายใจกับเพลงแรก F.L.P (Feels Like Paradise) การเปิดตัวอันแสนเร่าร้อนที่ปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นจากที่นั่งโดยไม่รู้ตัว ทั้งท่วงทำนองเพลงและลีลาท่าเต้นแสนเซ็กซี่ช่วยเร่งดีกรีความสนุกให้ทะยานถึงขีดสุด ก่อนพาแฟนคลับกลับมาแดนซ์แค่พอให้หัวใจเต้นในเพลง Break My Heart จุนซู เดินออกมาหน้าเวทีก่อนจะทักทายเป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบปนเซ็กซี่ “สวัสดีครับ เซียครับ ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ เซีย ฟิฟธ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน แบงคอก ซิกเนเจอร์ ดีใจที่ได้เจอทุกคน สบายดีมั้ยครับ?” มาไทยคราวนี้ จุนซู ก็บอกว่ารู้สึกตกใจ เมื่อพบว่าแฟนคลับชาวไทยกว่าครึ่งในคอนเสิร์ตฟังภาษาเกาหลีของเขาออก สามารถโต้ตอบได้อย่างฉะฉาน ทักทายกันพอให้หายคิดถึงก็มากรี๊ดกันอีกระลอกกับเพลง Xitizen ที่เสื้อตัวนอกเริ่มปลิวไหวและท่าโยกบั้นท้ายค่อยๆ ร้อนแรงขึ้น แล้วตามติดมาด้วยเพลง Fantasy “สนุกมั้ยครับ?” จุนซู ตะโกนถาม ก่อนให้สัญญาว่าเจอกันคราวหน้าผมต้องพูดภาษาไทยให้ได้ เมื่อแดนซ์กระจายจนเอวเคล็ดไปแล้วก็มีการเปลี่ยนอารมณ์มาฟังเพลงบัลลาดกันบ้าง เริ่มด้วย Don’t forget เพลงเศร้าจากคนรักเก่าที่ขอร้องว่าอย่าลืมฉันเลย จากนั้นคั่นด้วยภาพ VTR ร่ายยาวประวัติศาสตร์การทำงานกว่าจะมาเป็น เซีย จุนซู ในวันนี้ ผ่านบทเพลงแร๊พ หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ จุนซู ก็ออกมาในชุดใหม่กับเพลง This Love Shouldn’t Go Away เท่านั้นยังไม่หนำใจ ชายหนุ่มเสื้อขาวกับกางเกงยีนขาดวิ่นเลยขอพาทุกท่านด่ำดิ่งสู่ความเศร้ากันต่อในเพลง Still จากนั้นในช่วงทอล์ค จุนซู บอกว่าเสียง “คะ/ค่า” คำลงท้ายประโยคของสาวไทยดังก้องอยู่ในหัวของผม เหล่าแฟนคลับจึงพร้อมใจกันเรียก “จุนซูคะ จุนซูค่า รักนะคะ” เสียงลั่น ทำเอา จุนซู แอบเขินแต่ไม่ยอมแพ้ตอบกลับเป็นภาษาไทยมาบ้าง “ผมรักคุณ รักนะจุ๊บๆ” ถัดมาเป็นช่วง Genie Time ขอพร 3 ข้อ โดย จุนซู จะเป็นคนคัดเลือกแฟนคลับผู้โชคดีเอง คนแรกให้พูดภาษาไทย 3 ประโยค ได้แก่ “ผมนี่อยากกินมะพร้าวเลยครับ”, “จุนซูน่ารักที่สุดใน 3 โลก” และ “รักนะจุ๊บๆ” แล้วต่อด้วยขอให้ร้องเพลงช้าง(ที่ แจจุง พี่ชายร่วมวง JYJ ชื่นชอบ) รวมทั้งขอให้ร้องเพลงที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ตนี้ ซึ่งตอนแรก จุนซู จะร้องแค่สั้นๆ แต่พอร้องไปร้องมา ไหงจัดเพลง Yesterday มาซะเกือบจบเพลง! เคลิบเคลิ้มกับน้ำเสียงไพเราะไปแล้วก็มาแซวเรื่องอายุ 30 ยังแจ๋วของ เซีย จุนซู ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าผู้ชายอายุ 30 นี่กำลังน่ากินเชียวล่ะ!! ต่อกันที่ผู้โชคดีคนที่สองซึ่งขอให้พูดประโยค “นี่ตื่นได้แล้ว เช้าแล้ว” เวอร์ชั่นน่ารักกับเวอร์ชั่นเซ็กซี่ ซึ่ง จุนซู ก็จัดให้! แล้วมาพีคสุดๆ ตรงพรข้อสุดท้าย ที่ขอให้ จุนซู ช่วยเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาไทยด้วย 'บั้นท้าย' ช็อตนี้ทำเอาสาวๆ กรี๊ดหนักมากจนต้องร้องขอชีวิตกันทีเดียว! ฟังเพลงเพราะๆ จาก เซีย จุนซู กันต่อ ด้วยเพลงรักหวานใส Is You ที่ใครได้ฟังเป็นต้องใจละลาย แถมแฟนคลับยังตั้งใจทำเซอร์ไพร์สด้วยโปรเจ็ค Is Xia ก่อนปรับโหมดเข้าสู่เพลงเศร้า No one like you ท่ามกลางแสงไฟบนเวทีสุดงดงาม ก่อนจะพักให้ จุนซู ไปเปลี่ยนชุดด้วย Light Show การแสดงแสงสีสุดล้ำ แล้วกลับมาทำให้สาวๆ ลุ่มหลงด้วยเพลงหวานๆ Pretty จากนั้นไปกระโดดแบบไม่ต้องหยุดกับสองเพลงสุดมัน Magic Carpet และ Incredible ก่อนจะปล่อยให้แดนเซอร์ปล่อยทีเด็ดให้ จุนซู ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้งก่อนกลับมาพร้อมชุดใหม่และโชว์สุดอลังการในเพลง Tonight แล้วทันใดนั้นราชินีแห่งดินแดนอาหรับจากเพลง Tarantallegra ก็ปรากฏกายเรียกเสียงกรี๊ดจากทั้งชายหญิงได้ถล่มทลายลั่นธันเดอร์โดม เข้าสู่ช่วงไฮไลท์ด้วยเพลงไตเติ้ล Rock the World วินาทีนั้นทุกคนกระโดดขึ้นเต้นตาม จุนซู กันทั้งคอนเสิร์ต เปลี่ยนธันเดอร์โดมเป็นทะเลเพลิงสีแดงอันสวยงาม จบเพลงพระเอกของงานกลับเข้าหลังเวทีปล่อยให้แฟนคลับร้องขออังกอร์กันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเพลงที่ทุกคนรอคอย How can I love you เพลงประกอบซีรี่ส์สุดฮิต Descendants Of The Sun ก็มาถึง ซึ่งแฟนคลับก็พร้อมใจบอกรักกันสนั่นโดมกับป้ายโปรเจ็ค 'ทุกวัน ทุกวัน ฉันรักเธอมากกว่าเดิม' ทำเอาบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก มาถึงช่วงท้าย เซีย จุนซู อยากส่งแฟนคลับสาวๆ กลับบ้านไวๆ เพราะไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ถึงขั้นขู่แบบน่ารักๆว่า “กลับบ้านดึกระวังลุงที่น่ากลัวนะ!” แม้จะอยากเล่นคอนเสิร์ตแบบจัดเต็ม 12 ชั่วโมงใจแทบขาด แต่ก็ต้องจากกันอยู่ดี เพลง Flower บทเพลงที่ปลดปล่อยความเศร้าในหัวใจจึงดังกระหึ่มขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำสุดท้ายให้งดงามที่สุด... งานนี้ เซีย จุนซู สัญญาว่าจะจดจำรอยยิ้มของทุกคนในวันนี้ไว้ และหวังว่าจะได้กลับมาเห็นรอยยิ้มเหล่านี้อีก จบคอนเสิร์ตหลังจากที่เสิร์ฟเกือบ 20 เพลงเต็มอิ่ม สุดประทับใจอย่างแท้จริง!! ภาพจาก CJes entertainment, via chosun, MBN มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

เตรียมแจ้งเกิด! 7 นักเตะ น่าจับตามองในศึกลูกหนัง โอลิมปิก 2016
นักเตะ /  ฟุตบอล / 

แม้ว่า ยูโร 2016 จะจบลงไปแล้ว แต่การแข่งขันฟุตบอลระดับทีมชาติก็ยังมีอีกรายการที่น่าสนใจก่อนเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ นั่นก็คือ โอลิมปิก 2016 มาดูกันว่ามีนักเตะคนไหนที่น่าจับตามองกันบ้าง โดยบางคนก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก บางคนก็โด่งดังไปแล้ว แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับทีมชาติต่อไป ทาคุมะ อาซาโน่ (ญี่ปุ่น) เป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อย้ายจากบ้านเกิดมาค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา และในศึก โอลิมปิก 2016 ครั้งนี้ก็จะเป็นเวทีสำหรับตัวรุกวัย 21 ปี ในการแสดงให้โลกเห็นว่าทำไม อาร์แซน เวนเกอร์ ถึงคว้าตัวเขามายัง พรีเมียร์ ลีก เฟลิเป้ อันแดร์สัน (บราซิล) มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 23 ปี จาก ลาซิโอ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดจนเคยตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อต้นปี ก่อนที่เรื่องจะเงียบไป โอลิมปิก ครั้งนี้เขามีชื่อติดทัพ เซเลเซา พร้อมพิสูจน์ฝีเท้าแล้วว่าสามารถไปได้ไกลอีกแค่ไหนในอนาคต ซน ฮึง-มิน (เกาหลีใต้) กับฤดูกาลแรกในลีกผู้ดีกับ สเปอร์ส ถือว่าตัวรุกแดนกิมจิทำผลงานได้ยอดเยี่ยมพอตัว ทัวร์นาเม้นท์นี้เขามีชื่อเป็นหนึ่งในโควต้าผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของ เกาหลีใต้ ต้องมาดูกันว่าเขาจะนำทัพแข้งรุ่นน้องได้ดีแค่ไหน อาลี อัดนัน (อิรัก) แข้ง อิรัก คนแรกที่ได้ค้าแข้งใน เซเรีย อา แบ็คซ้ายวัย 22 ปี กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนในระดับโลก หลังจากที่เล่นได้อย่างน่าประทับใจตลอดฤดูกาลแรกกับ อูดิเนเซ่ รวมถึงประตูสุดสวยที่เขายิงใส่ เจนัว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ด้วย ยูเลียน บรันด์ท (เยอรมัน) ปีกดาวรุ่งวัย 20 ปี หลุดโผทีมอินทรีเหล็กชุดทำศึก ยูโร 2016 ที่ผ่านมา แต่ใน โอลิมปิก ที่กำลังรออยู่ข้างหน้านี้ เขาก็หวังว่าจะใช้มันเอาชนะใจ โยอาคิม เลิฟ เป็นบันไดก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างถาวรต่อไป เออร์วิง โลซาโน่ (เม็กซิโก) ตัวรุกชาวเม็กซิกันตกเป็นข่าวอย่างหนักกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ 2-3 เดือนก่อน จากนั้นข่าวก็ซาลงไป และในศึก โอลิมปิก 2016 นี้ แข้งวัย 20 ปี ก็จะได้แสดงให้ทีมปีศาจแดงเห็นว่าพลาดอะไรไปที่ไม่ยอมดึงตัวเขาไปร่วมทีม เนย์มาร์ (บราซิล) แน่นอนว่าทุกคนรู้จักเขาดีอยู่แล้ว แต่ โอลิมปิก ที่บ้านเกิดครั้งนี้ กองหน้าจาก บาร์เซโลน่า มีความท้าทายใหญ่หลวงตรงที่ต้องพาประเทศชาติประสบความสำเร็จให้ได้สักที หลังจากที่ทัพ เซเลเซา ตกต่ำอย่างเห็นได้ชัดตลอดหลายปีหลังในทุกรายการที่เข้าร่วมแข่งขัน

B2ST แรง! ยอดวิว Ribbon จากอัลบั้มใหม่ ทะลุ 4.6 ล้านครั้งแล้ว!
B2st /  Beast / 

กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มอัดคุณภาพ Highlight ผลงานชุดที่สามของบอยแบนด์จากเกาหลีใต้ B2ST (บีสท์) ที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 5 คน ยุน ดูจุน, ยัง โยซอบ, ยง จุนฮยอง, ซน ดงอุน และ ลี กิกวัง อัลบั้มนี้นำโดยซิงเกิ้ล Ribbon ซึ่งมาในดนตรีสไตล์บัลลาดกับเสียงไวโอลินแบบวินเทจที่รับกับเสียงร้องเศร้าๆ ของเหล่าสมาชิกได้เป็นอย่างดี โดยมีเนื้อหาที่พูดถึง Ribbon หรือริบบิ้นที่คลายความสัมพันธ์ของคนรักออกเมื่อต้องจากกันไป ผ่านฝีมือการประพันธ์ของ จุนฮยอง หนึ่งในสมาชิกที่มีส่วนร่วมในการแต่ง สำหรับมิวสิควิดีโอเพลง Ribbon ไม่ได้สื่อเพียงความโศกเศร้าเท่านั้น แฟนๆ ยังจะได้เห็นท่าเต้นที่แข็งแรงและพร้อมเพรียงของห้าหนุ่มวง B2ST ซึ่งเอ็มวีเพลงนี้เพิ่งปล่อยมาเพียงไม่นานก็มียอดเข้าชมเกินสี่ล้านหกแสนครั้งแล้ว! BEAST(비스트) - '리본(Ribbon)' Official Music Video youtube channel : BEAST 비스트 (Official YouTube Channel) นอกจาก Ribbon แล้ว ในอัลบั้ม Highlight ยังมีอีก 11 เพลงโดนๆ ไม่ว่าจะเป็น Butterfly, Lullaby และ When I… ที่ซาวน์ดนตรีของแต่ละเพลงล้วนน่าประทับใจ และทุกบทเพลงกลั่นกรองจากห้วงความคิดของ B2ST มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ปลุกความเป็นญี่ปุ่นในตัวคุณ ! เมื่อ โต้ง บรรจง ยกกองถ่าย
GDH559 /  ฉันทวิชช์ ธนะเสวี / 

ปลุกความเป็นญี่ปุ่นในตัวคุณ ! เมื่อ โต้ง บรรจง ยกกองถ่าย "แฟนเดย์" ไปถึงแดนปลาดิบ แม้ว่าตอนปิดกล้องภาพยนตร์ กวน มึน โฮ ผู้กำกับพันล้าน โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล จะออกตัวว่าขอไม่ยกกองไปถ่ายทำที่หนาว ๆ อีก ทว่าสำหรับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่จะออกฉายประเดิมค่ายใหม่ GDH559 อย่าง แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว พี่โต้งของเราก็มีอันต้องกลับคำพูดด้วยการยกกองถ่ายภาพยนตร์ พร้อมด้วยทัพนักแสดงไม่ว่าจะเป็น เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และมิว นิษฐา จิรยั่งยืน ไปตะลุยความหนาว -20 องศาไกลถึงแดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น กันเลยทีเดียว งานนี้เราจึงขอถือโอกาสฉกภาพสวย ๆ จาก ig ผู้กำกับมือเก๋ามาอัพเดทให้แฟนหนังได้ชมกันเพลิน ๆ ก่อนจะได้ไปชมภาพยนตร์ฉบับเต็มพร้อมกันในโรงภาพยนตร์ 1 กันยายนนี้ ขอบคุณภาพจาก ig banjong_p **หมายเหตุ สืบเนื่องจากการข้อมูลที่ผิดพลาดในบทความก่อน ทางทีมงานผู้จัดทำได้ลบบทความดังกล่าว และจัดทำบทความใหม่โดยได้ตรวจทานความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว**

Huawei ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรก ยอดขายโตขึ้น 41%
hauwei /  ยอดขาย Hauwei / 

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ผู้ผลิตแอนดรอยด์ สมาร์ทโฟนอันดับสองของโลก เปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของบริษัทฯ ในปี 2559 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สูงถึง 77.4 พันล้านหยวน (11.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 60.56 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 25% ขณะที่ตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของอุตสาหกรรมโดย รวมในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% ตามรายงานของ IDC ซึ่งหมายความว่า การเติบโตของหัวเว่ยได้แซงหน้าการเติบโตของตลาดโดยรวมไปแล้วอย่างเห็นได้ชัด โดยในครึ่งปีแรกของปี 2559 หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างรายได้ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตในตลาดต่างประเทศเร็วกว่าอัตราการเติบ โตในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มากถึง 1.6 เท่า และจากรายงานของ GFK ตัวเลขส่วนแบ่งของบริษัทในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นไปถึง 11.4%  เมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคม 2559 โดยส่วนแบ่งของหัวเว่ยเพิ่ม ขึ้น 10% ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีราคาประมาณ 500 – 600 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้น หัวเว่ยยังมีผลประกอบการที่โดดเด่นเป็นพิเศษในตลาดสมาร์ทโฟนในยุโรป และมีความก้าวหน้าอย่างมากในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ โดยข้อมูลจาก GFK ชี้ว่าส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยเพิ่มขึ้นถึง 15% ในหลายประเทศในยุโรป และในตลาดไฮเอนด์ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส หัวเว่ยก็มีความก้าวหน้าอย่างมากเช่นกัน อีกทั้งในประเทศสำคัญๆ ทางฝั่งอเมริกาเหนือและแปซิฟิกใต้ หัวเว่ยก็มีความก้าวหน้าในด้านส่วนแบ่งการตลาดเช่นกัน เช่น ในประเทศอียิปต์ ส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยมีมากถึงกว่า 20% ขณะที่ในประเทศนิวซีแลนด์ ส่วนแบ่งของหัวเว่ยก็มีมากกว่า 15% รวมถึงยังมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดเกิดใหม่หลายแห่งในแถบลาตินอเมริกาและเอเชียกลางด้วยเช่นกัน โดยในบางประเทศนั้น ยอดขายสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนในประเทศจีน หัวเว่ยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ภายในประเทศไว้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งการตลาด 18.6% ตามข้อมูลจากรายงานของ GFK ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

แรงกิ้ง56ของโลก! ช้างศึกวางคิวข้ามปีอุ่นอุซเบฯก่อนรับมือยูเออี
กระชับมิตร /  ช้างศึก / 

สมาคมฟุตบอลฯ วางเเผนอนคตยืนยันช้างศึก อุ่นเครื่องกับอุซเบกิสถานตามฟีฟ่าเดย์วันที่ 7 มิ.ย.ปีหน้า เพื่อเตรียมทีมรับมือ ยูเออี ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศยืนยันเเมต์อุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการของ ทีมชาติไทย ในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2560 จะออกไปเยือน ทีมชาติอุซเบกิสถาน ณ กรุงทาชเคนต์ หลังบรรลุข้อตกลงกับ สมาคมฟุตบอลอุซเบกิสถาน ในการจัดเเมตช์กระชับมิตรเป็นที่เรียบร้อย โดยการพบกันครั้งนี้เป็นเเมตช์กระชับมิตรตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 5-13 มิถุนายน พ.ศ.2560 นอกจากนี้ยังเพื่อให้ทีมชาติไทย ได้เตรียมทีมก่อนทำการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย กับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2560 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน สำหรับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน ปัจจุบันรั้งอันดับที่ 56 ของโลกตามเเรงกิ้งฟีฟ่าครั้งล่าสุด ส่วนผลงานในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก แบ่งกลุ่ม สามารถเป็นเเชมป์ของ กลุ่มH เเข่ง 8 นัดชนะถึง 7 เสมอ 0 เเละเเพ้ 1 เก็บได้ 21 คะเเนน เหนือทีมร่วมสายอย่าง เกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์, บาห์เรน เเละเยเมน ส่วนผลการจับสลากรอบ 12 ทีมสุดท้าย อยู่ใน กลุ่มA ร่วมกับ อิหร่าน, เกาหลีใต้, จีน, กาตาร์ เเละซีเรีย

NCT 127 ร่วมงาน Coca-Cola เปิดตัวเพลงพิเศษ Taste The Feeling
NCT /  NCT 127 / 

เจ็ดหนุ่มน้องใหม่ไฟแรง NCT 127 (เอ็นซีที วัน ทู เซเว่น) สร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษร่วมกับ Coca-Cola ปล่อยดิจิตอลซิงเกิ้ล Taste The Feeling ภายใต้โปรเจกต์ STATION โปรเจกต์ที่จะนำเสนอผลงานเพลงมากคุณภาพหลากหลายแนวของศิลปินในสังกัดค่าย S.M. Entertainment สำหรับเพลง Taste The Feeling เป็นเพลงธีมหลักของแคมเปญระดับโลกในปี 2016 ของ Coca-Cola ซึ่งได้บอยแบนด์ดาวรุ่ง NCT 127 มาร่วมร้องในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีถ่ายทอดแนวเพลงสนุกสนาน สดใส โดดเด่นด้วยเสียงกีต้าร์ และเสียงร้องที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของสมาชิกทุกคน ด้านมิวสิควิดีโอของเพลงนี้ Taste The Feeling จะเผยให้เห็นภาพลักษณ์ของหนุ่มๆ NCT 127 ที่มุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเทในการซ้อมอย่างเต็มที่ในช่วงก่อนที่จะได้ขึ้นไปยืนบนเวทีเปิดตัว รวมถึงภาพแห่งความสุขของสมาชิกทุกคนที่ได้ขึ้นไปยืนบนเวทีตามที่ตัวเองได้ตั้งใจเอาไว้ [STATION] NCT 127_Taste The Feeling_Music Video youtube channel : SMTOWN ทั้งนี้ NCT 127 ถือเป็นยูนิตที่สองต่อจากยูนิตแรก NCT U ของบอยแบนด์คอนเซ็ปต์แปลกใหม่อย่าง NCT... และสำหรับแฟนคลับชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของมินิอัลบั้มแรก NCT #127 เวอร์ชั่นอิมพอร์ตของพวกเขาได้แล้ววันนี้ที่ร้าน B2S ทุกสาข! และสามารถติดตามข่าวสาร รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของ NCT ได้ทาง SM True Facebook https://www.facebook.com/smtruethailand มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com