Saga/รัก/สาม/หนังโปเยโปโลเย2

ส่องชีวิต เคน ธีรเดช ทายาทคนบันเทิงสู่พระเอกฮอตตลอดกาล
เคน ธีรเดช /  พระเอกนัมเบอร์วัน / 

               ยังครองใจแฟนคลับได้อย่างเหนียวแน่น แม้ดาวรุ่งดวงใหม่ๆ จะแจ้งเกิดล้นหลาม สำหรับพระเอกตลอดกาล เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ หลายคนบอกว่าหมดยุคทองเขาคนนี้ไปแล้ว แต่ฝีมือด้านการแสดงและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ก็ทำให้หนุ่มเจ้าสามารถยึดตำแหน่งพระเอกตลอดกาลไว้ได้แบบไม่ค้านสายตาใคร ล่าสุดก็ยังส่งผลงานละครออกมาให้ชื่นชมเรื่อยๆ ไม่หายหน้าไปไหน เขาคนนี้เข้ามาโลดแล่นในเส้นทางสายบันเทิงได้อย่างไร วันนี้เราจะไปย้อนรอยเส้นทางมายาของพระเอกรูปหล่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนัมเบอร์วันคนนี้กันทายาทคนบันเทิง               ไม่ค่อยมีคนรู้มากนักว่าแท้จริงแล้ว เคน ธีรเดช ก็เป็นทายาทของคนในแวดวงบันเทิง เคนเป็นลูกชายคนเล็กของ วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ กับ กาญจนา วงศ์พัวพันธ์ คุณพ่อของเคนเป็นผู้กำกับ ส่วนคุณแม่เป็นคนเขียนบทละครโทรทัศน์ เคนจึงจัดว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น พ่อกำกับ แม่เขียนบท ลูกเป็นพระเอก อีกทั้งพี่สาวคนโตยังเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์อีกด้วย เคนเกิดวันที่ 3 ธันวาคม 2520 ปลายปีนี้เขาจะอายุครบ 40 ปีเต็มแล้ว แต่ความหล่อไม่เคยสร่างซา เส้นทางสายบันเทิง               เคน ธีรเดช เขาสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยคุณพ่อของเขาเป็นคนแนะนำ ฝากผลงานละครไว้ 2 เรื่องแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไป ก่อนจะเดินทางไปศึกษาที่อเมริกา เคนกลับเมืองไทยอีกครั้งในอีก 2 ปีหลังจากนั้น เขาถูกทาบทามให้เข้ามามีผลงานในวงการบันเทิงอีกหน ซึ่งผลงานช่วงแรกๆ เป็นการถ่ายมิวสิกวิดีโอ ถ่ายแบบ และถ่ายโฆษณาพระเอกช่อง 7               แม้เราจะคุ้นเคยกับ เคน ธีรเดช ในบทบาทของพระเอกวิก 3 แต่รู้กันไหมว่าเคนเริ่มต้นบทพระเอกจากละครเรื่องแรกที่ออกอากาศทาง ช่อง 7 สี โดยเขารับบทเป็น ไกรสร ในละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ปี 2542 และต่อด้วยผลงานภาพยนตร์จอเงินอย่าง โกซิกซ์ : โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล ผลงานการกำกับของ พจน์ อานนท์ ในปี 2543 ก่อนจะกลายมาเป็นพระเอกช่อง 3 ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในทุกวันนี้ ซุปตาร์ช่อง 3                หลังจากชิมลางบทบาทพระเอกทางช่อง 7 และภาพยนตร์จอเงินมาแล้ว เคน ธีรเดช ได้กลายมาเป็นนักแสดงเลือดใหม่ของช่อง 3 และเป็นอย่างถาวร โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาเป็นลูกหม้อ ค่ายยูม่า มีละครให้แฟนๆ ชื่นชมหลายเรื่องซึ่งเป็นละครแนวบู๊ซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เสือ 11 ตัว, ไอ้ม้าเหล็ก และอีกมากมายพระเอกนัมเบอร์วัน               เคน ธีรเดช สั่งสมประสบการณ์ด้านการแสดงมามากมาย ส่งผลงานให้แฟนๆ ได้ชื่นชมต่อเนื่อง ในเวลาต่อมาเคนกลายเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงไปโดยปริยาย ด้วยความหล่อบวกความสามารถ ออร่าความเป็นพระเอกส่งให้เจ้าตัวขึ้นแท่นเป็น นัมเบอร์วัน ในยุคนั้น ผลงานภาพยนตร์อย่าง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เคนฮอตปังดังเปรี้ยง แม้เสียงแว่วๆ เรื่องความเยอะ ความเป็นพระเอกเทวดาจะมีให้ได้ยินอยู่บ้างเมื่อครั้งที่เจ้าตัวขึ้นไปยืนในจุดสูงสุด แต่ก็เป็นเสียงเม้าท์มอยซะมากกว่า เคนยังคงเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการและเป็นที่หนึ่งในใจแฟนคลับหลายต่อหลายคนคู่ขวัญเจ้าหญิง               ช่วงเวลาของความฮอตความพีคไม่ได้มีแค่ เคน ธีรเดช เพียงคนเดียว เพราะพระเอกต้องมีนางเอกเคียงคู่กันไป ซึ่งเคนนั้นจูงมือเจ้าหญิงในวงการบันเทิงอย่าง แอน ทองประสม ฮอตไปพร้อมๆ กันในละครหลากหลายเรื่อง แรงเงา ในปี 2544 เป็นละครเรื่องแรกที่เขาทั้งคู่ร่วมงานกัน ดราม่าจัดหนักจนคนดูติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง จากนั้นมาทั้ง 2 ก็มีละครร่วมกันอีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น อุ้มรัก, สวรรค์เบี่ยง, 365 วันแห่งรัก, สูตรเสน่หา กลายเป็นคู่ขวัญที่สร้างสรรค์ความฟินให้กับคอละครรัวๆตกหลุมรักรุ่นพี่               ลักกี้อินเกมแล้วก็ขอลักกี้อินเลิฟด้วย แม้หลายๆ คนจะกรี๊ดกร๊าดปลื้มปริ่ม เคน ธีรเดช มากมาย แต่ก็ได้แค่ปลื้มอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เพราะเคนมีเจ้าของแล้ว พระเอกฮอตที่ไม่โสดคนนี้พบรักกับนักแสดงรุ่นพี่ที่หลายคนรู้จักดีนั่นคือ หน่อย บุษกร เมื่อครั้งร่วมงานกับค่ายยูม่า นอกจากเคนจะได้ประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ยังได้พบรักแท้อีกต่างหาก เคน-หน่อย เป็นคู่รักคนบันเทิงที่น่าอิจฉาไม่แพ้คู่ใคร ทั้ง 2 จูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปเมื่อปี 2550 และเวลานี้ก็มีลูกชายเป็นโซ่ทองคล้องใจแล้วถึง 2 คน โตเป็นหนุ่มหล่อทันคุณพ่อแล้วด้วย พระเอกตลอดกาล               ในวันนี้ เคน ธีรเดช ยังคงเป็นพระเอกฮอตตลอดกาล เป็นพระเอกแถวหน้าในวงการบันเทิงที่หลายคนอยากยกตำแหน่ง สามีแห่งชาติ ให้ เป็นผู้ชายอบอุ่น รักครอบครัวม้าก…มาก ผลงานมากมาย รางวัลหลากหลายที่เคนได้รับ การันตีตำแหน่งพระเอกคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตพิเศษเพื่อเยาวชนขององค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันด้วย แหมมม...เป็นพระเอก เป็นพ่อพระ เป็นหัวหน้าครอบครัว นี่แหละซุปเปอร์สตาร์ตัวจริงเสียงจริงขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก Ch7, Ch3, Pantip     เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช (คนที่ 2 จากซ้าย)   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน - แอน   แอน - เคน   เคน - แอน   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน - หน่อย เคน - หน่อย   หน่อย - เคน   หน่อย - เคน   หน่อย - เคน   เคน - ลูก   เคน - ลูก - หน่อย   เคน ธีรเดช    

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ซับน้ำลายด่วน!! เจมส์ มาร์ ถอดเสื้อโชว์ซิกแพคเล่นน้ำมัลดีฟส์!!
เจมส์ มาร์ /  ข่าว เจมส์ มาร์ / 

  นานๆ จะได้เห็นพระเอกหนุ่มสุดฮอต เจมส์ มาร์ ออกมาเปลือยอกโชว์หุ่นสุดฟินกับเค้าสักที หลังจากว่างงานละคร หนุ่มเจมส์ ก็ขอปลีกเวลาไปพักผ่อนที่ทะเลมัลดีฟส์พร้อมกับ พี่อ๋า ผู้จัดการส่วนตัว และนักแสดงหน้าใหม่ ปาริธ ซึ่งแน่นอนว่า หนุ่มเจมส์ มาร์ ไม่มีอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นของตัวเอง สาวๆ หลายคนก็เลยตามติดชีวิตของ หนุ่มเจมส์ ได้จากอินสตาแกรมของผู้จัดการส่วนตัวคนนี้แหละจ้า ซึ่งงานนี้ พี่อ๋า ก็โพสต์ภาพชวนหวิวของ หนุ่มเจมส์ ที่ถอดเสื้อโชว์หุ่นล่ำๆ เปลือยอกเผยให้เห็นซิกแพคแน่นเปรี๊ยะเล่นน้ำชิวๆ มาฝากแฟนๆ แถมทริปนี้ หนุ่มเจมส์ ยังเป็นพ่องานในการทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้กับผู้จัดการส่วนตัวอีกด้วย โอ๊ย!! น่ารักและใจดีอย่างนี้ เป็นเดี๊ยน...เดี๊ยนรักตายเลยค่าคู้ณณณ!! ขอบคุณภาพจาก IG aarshar ปาริธ

หวานกันขนาดนี้คนเชียร์เยอะ น้ำฝน –อาร์ม รีบแต่งเหอะ!!
ข่าวน้ำฝน พัชรินทร์ /  อาร์ม พิพัฒน์ / 

  เรียกว่ายิ่งคบกันคู่ของนางเอกหน้าหวานน้ำฝน พัชรินทร์ และ ดีเจ หนุ่ม อาร์ม พิพัฒน์ ยิ่งทวีคูณความหวานจนทำให้หลายคนพากันอิจฉา ได้จริงๆ โถก็คู่นี้ตัวติดกันมาก จนสาวน้ำฝนบอกว่าฝ่ายชายดูแลดีมาก จนทำให้ตัวเองกลับมาเชื่อมั่นในความรักอีกครั้ง เพราะเมื่อวานเป็นวันครบรอบวันเกิด 31 ปีของน้ำฝน รู้เลยว่าน้ำฝนมีความสุขมากแค่ไหนจนต้องโพสต์รูปละข้อความหวานๆ ใน IG ส่วนตัวว่า“ขอบคุณนะคะคุณคนดี อยู่กับหนูทุกๆปีแบบนี้ตลอดเลยนะค่าาา ..ดีต่อใจที่มีคุณอยู่ข้างๆ #31ปีนี้แต่รู้สึกเหมือน14เพราะมีคุณ วิ้ดวิ้วบ้างเนอะ วันเกิด”   ส่วนหนุ่มอาร์มก็อวยพรวันเกิดหวานๆ ลงIG ซึ่งเป็นรูปเดียวกันและโพสต์ข้อความว่าไว้ "วั น เ กิ ด ( ห น้ า ) ฝ น ๒ ๑ มิ.ย. ๒ ๕ ๖ ๐ ขอให้มีความสุข ขอให้สมหวัง ขอให้สุขภาพแข็งแรง ขอให้มีคนติดตามชมผลงาน และ ขอ...ขอบคุณที่น่ารักแบบนี้ตลอดเวลานะครับ #ตลอดไปเลยไหวมะ? ... ... ขอบคุณพี่ดา น้องนะ น้องแบง นะครับ #อื่นๆเดี๋ยวอีกรอบนะ 5555" CR :IG @armpipat,@ namfonpatcharin_

จั๊กจั่น โฮหนัก!! เผยไม่ต่อสัญญาช่อง 7 เพราะความจำเป็น...
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

ดาราสาว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปล่อยโฮ! แถลงยกเลิกสัญญาวิก 7 เผยจำเป็นต้องออกไปเป็นนักแสดงอิสระ เนื่องธุรกิจที่ทำอยู่ไม่สามารถโปรโมทช่องอื่นได้ ขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่เข้าใจ ยืนยันไม่ได้มีปัญหา จากกันด้วยดี เพราะถ้ามีปัญหาคงจะไม่มานั่งสัมภาษณ์ที่ช่อง ยังไม่ออกจากวงการ ยินดีรับงานแสดงของทุกที่ แต่จะไม่เซ็นสัญญากับที่ไหน โดยเธอได้เปิดใจมาดังนี้ "จั่นมีสัญญากับทางช่อง 7 ถึงสิ้นปีนี้ แต่ทางช่องยุติให้ก่อน เรื่องไม่ต่อสัญญาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแล้วมันค่อนข้างจะส่งผลกับทางสถานี กับทางผู้ใหญ่ได้ถ้าเราไม่เข้าใจตรงกัน ก็เลยไม่อยากจะคุยผ่านไลน์กลับจากเมืองนอกมา อยากจะพูดพร้อมๆ กันทีเดียว เหตุผลของการไม่ต่อสัญญาคือจะไปทำธุรกิจ คือ 2-3 ปีที่ผ่านมาจั่นเริ่มไปทำธุรกิจ start up ซึ่งตอนนี้สื่อออนไลน์มีเข้ามาเยอะมาก ก็คือการทำการตลาดนี่แหละ ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ก็ขายของนั่นแหละ แล้วจะต้องไปออกทางช่องทางต่างๆ มีการไทอินสินค้า ซึ่งแน่นอนว่าต้องไปออกช่องอื่นด้วย จั่นก็ไม่อยากให้มีปัญหาว่าทำไมพี่จั่นไปได้ คนอื่นทำไมไปไม่ได้(เสียงเครือ) ไม่อยากให้มีข้อเปรียบเทียบ แล้วมาถึงจุดนึงเรารู้ว่าอาชีพนักแสดงมันเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน เราก็ต้องหาอาชีพอื่นควบคู่กันไปด้วย จั่นเลยตัดสินใจเลือกที่จะทำธุรกิจควบคู่ดีกว่า" "ยอมรับว่าการที่เราเป็นนักแสดงในสังกัดช่องมันเป็นภาพที่ติดตาคนเวลาที่เราจะไปโปรโมทสินค้าว่า อ๋อ...เราเป็นนักแสดงช่อง 7 ก็เลยมาปรึกษากับทางช่อง ทางช่องก็ใจดีออกจดหมายให้ จั่นต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะเพราะมันเป็นผลดีกับจั่น คนจะได้รู้ว่าจั่นเป็นอิสระแล้ว สามารถที่จะไปออกงานต่างๆเพื่อธุรกิจของจั่นได้" "ส่งสัญญาณกับทางช่องก่อนแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญา ไม่ค่ะ จั่นเข้ามาปรึกษากับทางช่อง พอดีว่าจะมีงานใหญ่ของจั่น มันมีความจำเป็นที่จะต้องไปโปรโมทตามรายการต่างๆ เลยมาคุยกับทางช่อง เพราะช่องที่จะไปออกเขาค่อนข้างที่จะสคริปท์ ด้วยเราเป็นนักแสดงต่างค่ายด้วย" "ตัดสินใจ นานค่ะ ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วอาชีพนักแสดงมันไม่แน่นอน แต่จั่นก็ไม่ได้คิดจะทิ้งนะคะ จั่นยังต้องเล่นละครต่อไปเพราะจั่นรักในการแสดง ประทับใจเวลาที่ไปไหนมาไหน คนจำเราได้ว่าเราเป็นละครตัวนั้น หมั่นไส้บ้างไรบ้าง คือไม่ทิ้งแน่นอน รับรองว่ายังได้เห็นหน้าจั่น แต่จั่นแต่เอาชื่อเสียงในวงการบันเทิงไปเพื่อต่อยอดธุรกิจของตัวเอง" "รั้งมั้ย ผู้ใหญ่บอกว่าคิดดีแล้วเหรอ แต่คือจั่นเข้าใจว่าถ้ามีเคสของจั่นที่ได้ ก็ต้องมีเคสของคนอื่นตามมาอีก ก็เป็นที่เข้าใจได้ ก็เลยตัดสินใจมาเป็นนักแสดงอิสระ" "อนาคตทางการแสดง เราวางมาตรฐานไว้ชัดเจนว่าเราจะเป็นนักแสดง เราไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอก จั่นไม่ยึดติด ก็ยังอยู่ในวงการเพราะเป็นอาชีพที่รัก จั่นไม่เซ็นกับที่ไหนแล้วนอกจากช่อง 7 แต่ผู้จัดแต่ละช่องสามารถเรียกใช้จั่นได้ ตอนอยู่ญี่ปุ่นพอผู้จัดบางท่านรู้ว่าจั่นเป็นอิสระก็ยื่นบทส่งมาให้ดูว่าสนใจเล่นเรื่องไหนมั้ย" "จากบ้านหลังนี้ มันหวิวอยู่แล้ว จะ 10 ปีที่จั่นอยู่บ้านหลังนี้(ร้องไห้) อายุงานในวงการบันเทิงมากกว่าครึ่งนึงของเราก็อยู่ที่ช่อง 7 เรามีชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็เพราะช่อง 7 เป็นที่รู้จักก็เพราะช่อง 7 ต้องยอมรับตรงนี้ แต่เมื่อมาถึงจุดๆ นึงเราก็ต้องยอมรับว่าเราจะวางอนาคตของเรายังไง คนเราต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็บอกกับทางช่องว่าถ้ามีอะไรสามารถเรียกกลับมาเรียกใช้ได้ตลอด เพื่อนๆ ไม่ค่อยรู้กันเพราะไม่ได้บอกใครมาก จะมีเกรซ นก ที่สนิทๆ กันบอกไว้" "กระแส มันเป็นธรรมดาค่ะ จั่นทำใจไว้แล้ว พอมีข่าวออกมาคนที่เข้าใจก็มี ไม่เข้าใจก็มี เราจะไปหวังให้ใครเข้าใจเราหมดก็ไม่ได้ เราก็พูดตามความรู้สึกเราจริงๆ ว่าตอนนี้ถ้าเรายึดแต่อาชีพนักแสดงอย่างเดียวมันไม่ได้ อายุเรามากขึ้น แน่นอนมีเด็กใหม่ๆ เกิดออกมามากขึ้น เราต้องทำต้องสร้างอะไรของเราเพื่อความมั่นคงของตัวเอง จั่นว่าจั่นก็ไม่ได้ผิดอะไรที่อยากจะทำให้อนาคตตัวเองดีขึ้น จั่นไม่ได้โกรธกับช่อง 7 ไม่ได้ฉีกสัญญา ยังใช้ชีวิตตามขั้นตอนปกติ เข้า-ออกตามทำนองคลองธรรม ไม่อยากให้โฟกัสว่ามีปัญหากัน ถ้ามีปัญหาหรือทะเลาะกันจริงจั่นคงไม่มานั่งสัมภาษณ์อยู่ที่ช่อง7 ตอนนี้" "บ้านหลังนี้ อยู่อบอุ่นดี ไม่มีอะไรเลยค่ะ แค่เรามีความจำเป็นทางธุรกิจที่ต้องไปออกสื่อหลายช่องทาง ถ้าเขามายกเว้นให้จั่นคนเดียว ในอนาคตน้องๆ คนอื่นเขาอยากทำขึ้นมาบ้างล่ะ มันต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว" "ทำไมเราถึงทำธุรกิจควบคู่กันไปไม่ได้ เพราะว่าธุรกิจของจั่นต้องอาศัยการโปรโมทจากหลายๆ สื่อ หลายๆ ช่องทางในการโปรโมทสินค้าไงค่ะ ซึ่งทางช่องยุติสัญญาให้ก่อนเพราะจั่นจะต้องไปโปรโมทสินค้าในธุรกิจของจั่น แล้วตัวจั่นเองยังรับงานในวงการตามปกติ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจรับงานกับทางช่องไหนทั้งนั้น ทุกคนรู้พร้อมกันหมด ตัวจั่นตอนนี่ยินดีร่วมงานกับทุกค่ายค่ะ ก็ขอบคุณทุกท่านด้วยที่ส่งงาน ยื่นบทมาให้" "กับทางช่อง 7ถ้าเขาให้มาเล่นก็ยังเล่นได้ แน่นอนค่ะ จั่นยินดีมากๆ วันนี้สบายใจที่ได้พูด ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าเราไปทำอะไรถึงมีประกาศออกมาแบบนี้ หลายคนตกใจ เราเลยออกมาชี้แจงพร้อมกัน" "บอกอะไรแฟนๆ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ คนไหนเข้าใจก็ขอบคุณมากๆ คนไหนไม่เข้าใจก็มาชี้แจงให้ฟังแล้ว(ร้องไห้) ก็พูดทุกอย่างจากความรู้สึก ไม่มีสคริป อยากให้ทุกคนเข้าใจจั่นบ้างว่าชีวิตผู้หญิงคนนึงที่ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว เราก็ต้องเดินหน้าชีวิตเราต่อไป ไม่ได้โกรธอะไรกับที่ช่องนะคะ" จั๊กจั่น กล่าว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

สิ้นสุดการรอคอย บอล เชิญยิ้ม โล่ง!! คู่กรณีซื้อรถหรูกว่า 3 ล้านบาทชดใช้!!
บอล เชิญยิ้ม /  ข่าว บอล เชิญยิ้ม

  เรียกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยมานานสำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับดาราตลกชื่อดัง บอล เชิญยิ้ม เมื่อวันที่ 20พ.ค.60 ที่ผ่านมา โดยรถหรูยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ สีขาว ของตลกชื่อดังโดนคานสะพานเหล็กรถไฟฟ้าเข้าพุ่งชนขณะรถพ่วง 18 ล้อที่บรรทุกมานั้นเลี้ยวกลับรถที่จัดกลับรถย่านห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอซ์แแลนด์ ลากไปไกลถึง 2 เมตร แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่บนรถเพราะจอรถไว้ข้างทางแล้วลงไปซื้อส้มตำ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น บอล เชิญยิ้ม ไม่ได้เอาความลุงวัย 56 คนขับรถบรรทุก เพียงแต่ต้องการให้บริษัทคู่กรณีรับผิดชอบด้วยการซื้อรถให้ใหม่ เพราะไม่มั่นใจว่าหากซ่อมรถแล้วจะมีสภาพดีและปลอดภัยเหมือนเดิมหรือไม่   ล่าสุดหลังเวลาผ่านมาเดือนกว่า โดยเมื่อวานนี้ (25มิ.ย.60) เรื่องราวทั้งหมดได้จบลงด้วยดี ทั้งสองฝ่ายได้เคลียร์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคู่กรณีได้แสดงความรับผิดชอบโดยเปลี่ยนรถ โตโยต้า เวลไพร์ ราคากว่า 3 ล้านบาทคันใหม่ให้ตามข้อเสนอของ บอล เชิญยิ้ม ซึ่งตลกชื่อดังได้เผยต่อสื่อมวลชนว่า   “เหล็ก 50 ตันพุ่งเข้ามาในรถแล้วลากรถเราไป เกียร์ คาน ทุกอย่างแล้วมาทิ่ม ถามว่าถ้าซ่อมมา เรามานั่งบนรถ มันรู้สึกถึงความไม่สบายใจแล้ว ถ้าทุกอย่างซ่อมมาปั๊บ ถุงลม เราจะรู้ว่าถุงลมมันทำงานยังไง ประตูต้องเปลี่ยนทั้งบาน กระจก คาน เปลี่ยนใหม่หมดเลย ความปลอดภัยผมไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนเท่านั้นเอง ค่าทำขวัญผมไม่ต้องการไม่เรียกร้อง ขออย่างเดียวขอให้รถผมมาก็พอ สบายใจมาก ตอนนี้รู้สึกดีใจมาก ดีใจเหมือน...ผมบอกไม่ถูก โอเคมันไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิตหรอกแต่มันดูแลชีวิตเราเท่านั้นเอง เพราะเราใช้ชีวิตกับเค้าเยอะมากบนรถ ขอบคุณบริษัท ยูนิคฯด้วยที่โอเควันนี้คุณจบให้ผมแค่นั้นเอง”   และยังได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวหลังรับมอบรถคันใหม่เป็นที่เรียบร้อยว่า   “เสร็จสิ้นการรอคอยครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณ ตัวแทนบริษัทยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)ที่ได้จัดรถVellfireคันใหม่ให้กับผม ขอบคุณจากใจที่เข้าใจและเป็นห่วงในการเดินทางและความปลอดภัยในชีวิตครับ ขอบคุณบริษัทROYAL CARที่จัดรถที่ดีและดูแลตั้งแต่คันแรกจนคันใหม่ผมวางใจและไว้ใจที่นี้มากครับ ออกเดินทางทำมาหากินกันต่อไป” ขอบคุณภาพจาก IG ballyim_uri        

ปลอดภัยแล้ว!! ซันนี่ พลาดตกเวทีสูง 2 เมตร แขนหักเข้าเฝือก 3 สัปดาห์!!
ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ /  ข่าว ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ / 

  ทำเอาแฟนๆ ตกอกตกใจไปตามๆ กัน สำหรับภาพเข้าเฝือกที่แขนของพระเอกหนุ่มสุดหล่ออารมณ์ติสท์ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ซึ่งเกิดประสบอุบัติเหตุขณะซ้อมถ่ายรายการ สามแยกปากหวาน และได้ผิดคิวก้าวพลาดตกหลังเวทีซึ่งมีความสูงถึง 2 เมตร ทำให้แขนหักจนต้องเข้าเฝือกอ่อนและพักเป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ด้วยกัน ทั้งนี้ด้านบิ๊กบอสเอไทม์ พี่ฉอด สายทิพย์ ได้โพสต์ภาพ หนุ่มซันนี่ นั่งรถเข็นผู้ป่วยโดยมีการเข้าเฝือกอ่อนๆ ที่แขนพร้อมระบุข้อความว่า   “เมื่อวานนี้....อีกไม่นานต่อมา .....มาช่วยกันเป็นกำลังใจ หายไวๆนะคะซันนี่ #สามแยกปากหวาน #GMM25”   ทีมข่าว gossipstar.mhai.com ขอส่งกำลังใจให้ หนุ่มซันนี่ หายไวๆ นะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG djpchod, kob_kavi, sunny_suwanmethanont              

ทำเพื่อลูก!! โบ-แบงค์-ฟลุค-นาตาลี จัดทริปครอบครัวสุขสันต์พร้อมหน้าพ่อ-แม่-ลูก!!
นาตาลี เจียรวนนท์ /  โบ ชญาดา / 

  กลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่น่ารักมากๆ ไปซะแล้ว สำหรับ โบ ชญาดา และ ฟลุค เกริกพล แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเลิกรากันไปนานแล้ว แถมแต่ละฝ่ายก็มีหวานใจตัวจริงคนใหม่กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งคู่ยังทำหน้าที่พ่อและแม่ของ น้องอชิ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย โดยล่าสุดวันนี้ 24มิ.ย.60 โบ ชญาดา พร้อมด้วยสามีใหม่ แบงค์ กฤชพล ได้ร่วมทริปท่องเที่ยวภูเก็ตพร้อมหน้าพร้อมตากับอดีตสามี ฟลุค เกริกพล ที่ควงคู่หวานใจ นาตาลี เจียรวนนท์ โดยที่ น้องอชิ ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อ-แม่-ลูก เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและใหญ่มาก และยังเต็มไปด้วยความสุขสมบูรณ์มากๆ อีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้วต้องยกนิ้วให้กับการทำหน้าที่พ่อและแม่เพื่อลูกจริงๆ เลยจ้า!! ขอบคุณภาพจาก IG bo_achi, fluke777, lee_natalie              

ลูกว่าไงแม่ก็ว่างั้น!! แม่หน่อย ไฟเขียวไม่หวง แพนเค้ก แต่ง สารวัตรหมี!!
แม่หน่อย นวลนง /  ข่าว แพนเค้ก เขมนิจ / 

  ยังคงมีเรื่องราวดีๆ อยู่ตลอดๆ สำหรับนางเอกสาว แพนเค้ก เขมนิจ ที่ล่าสุดเพิ่งจะจัดทริปงานบุญไกลถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ แถมยังมีหวานใจในเครื่องแบบ พี่หมี พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร ตามไปเทคแคร์ดูแลไม่ห่าง งานนี้เลยมีกระแสข่าวเม้าท์มอยออกมาอีกระลอกว่า ฝ่ายชายได้ทำเซอร์ไพรส์ขอ แพนเค้ก แต่งงานแล้ว ล่าสุด แพนเค้ก เขมนิจ ควง แม่หน่อย นวลนง มาร่วมงาน "The Emquartiear Taiwan One More Time by TECO" @ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้น M ดิ เอ็มควอเทียร์ โดย แม่หน่อย ฟุ้ง แพนเค้ก-สารวัตรหมี มีโมเม้นท์แอบหวานกินข้าวกล่องริมคลองกันสองคน ยันไม่เคยห้ามเรื่องแต่งงานเพราะโตๆ กันแล้ว ลูกว่าอย่างไรแม่ก็ว่าตาม แต่ตอนนี้ยังติดเรื่องการเรียน พร้อมกับเปิดใจถึงละคร นางฟ้าไร้ปีก ที่ยุติการถ่ายทำและทำให้ต้องยุติบทบาทของผู้จัดฯไปด้วย ยันทางช่องต้นสังกัดยังเชื่อใจตนอยู่ แพนเค้ก "(จะไปพบแฟนๆ ที่ไต้หวัน) ใช่ค่ะ ถ้าว่างเราก็จะไปเจอเขาทุกๆ ปี ได้เจอกันเหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนไทยกับไต้หวันค่ะ ยังไม่ได้ฟิกซ์วัน แต่ก็ดูช่วงเวลาอยู่ อาจจะสิ้นปีที่อากาศเริ่มเย็น กำลังดูโปรแกรมกันอยู่ค่ะ แฟนคลับหลักๆ ก็เป็นชาวไต้หวัน เหมือนรวมตัวกันมา เขาคงได้มีโอกาสติดตามผลงานเราในประเทศไทย ก็จะเป็นกำลังในการสนับสนุนกันเสมอ"   "เพิ่งไปเที่ยวมา เป็นทริปบุญค่ะ จริงๆ คือไปทำบุญทอดผ้าป่า ที่วัดพุทธวิหาร ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ซึ่งไปเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปกับพี่พี สะเดิด ที่เราหาเงินแล้วก็ทำบุญต่อเนื่องกันทุกๆ ปี ไปเจอพี่น้องคนไทยที่โน้น แล้วก็ได้ไปสวิตที่เบิร์น ไปร่วมกันทำดอกไม้จันทน์" แม่หน่อย "แล้วก็ได้เป็นวิทยากร" แพนเค้ก "เนื่องจากทำที่เมืองไทยหลายงาน ที่โน้นเลยไปช่วยกัน ไปแนะนำ คนที่โน้นงานเยอะมาก จริงๆ เขาอยากจะทำมากกว่านี้อีก แต่เพราะว่าอาจจะด้วยสถานที่ที่จำกัด ทริปนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ ไปเนเธอร์แลนด์แล้วไปที่สวิตต่อค่ะ ไปอาทิตย์นึงค่ะ ไปกันหลายคน ทีมงานเราพรั่งพร้อมมาก ก็ต้องไปช่วยกันหลายคน ไปช่วยกัน ไปร่วมบุญด้วย มิกิ น้องสาวแพนก็ยังไม่เคยไป เขาขอไปด้วย แล้วเขาก็ได้ไปเที่ยวประเทศอื่นๆ ต่อ พี่หมีเคยไปม่แล้วครั้งนึง ปีนี้ถ้าจัดสรรเวลาได้ก็อยากให้ไปด้วยกัน อันนี้เป็นทริปที่ต้องล็อกตัวล่วงหน้า ไปทำวีซ่าไว้ก่อน ได้ไม่ได้ไปไม่รู้ เขาก็ต้องลาอย่างถูกต้องตามช่วงเวลาไป นี่กลับมาก็กลับไปทำงานแล้ว" ทริปนี้มีโมเม้นท์หวานๆ พี่หมีมาขออะไรพี่แพนไหม? แม่หน่อย "คงจะมีแต่พี่แพนขอพี่หมี ขอซื้อของ ไม่มี ก็เหมือนไปเติมพลังกัน" แพนเค้ก "พี่หมีเป็นหนุ่มคนเดียวในทริปนี้ เพราะฉะนั้นต้องดูแลสาวๆ ประมาณ 5-6 คน เหนื่อยมาก ความหวานขนาดไหน จริงๆ ก็เหมือนเดิมค่ะ เราดีใจที่ได้ไปด้วยกันมากกว่า หายจากการเดินทางด้วยกันค่อนข้างนานมาก เลยรู้สึกว่าได้ไปอีกทีก็มีความสุข" หลายคนเห็นรูปหวานก็รอคอยข่าวดี? แพนเค้ก "ชิลๆ เราก็ดูข่าวดีของคนอื่นไปก่อนเนอะ ติดตามกันไป โมเม้นท์พิเศษก็มีไปเดินเล่นกัน ไปทานข้าว ได้ชิลๆ กัน เนื่องจากประเทศเขาเป็นประเทศที่มันน่ารักของเมือง" แม่หน่อย "แล้วแพนก็กินข้าวกล่องกันริมคลองสองคน" แพนเค้ก "เปลี่ยนบรรยากาศไม่ต้องนั่งกินที่ร้าน ซื้อบะหมี่มากิน อากาศเย็นๆ ก็ได้อีกบรรยากาศนึง" เรื่องงานแต่งหลายคนบอกว่าพี่หมีขอแล้ว แต่คุณแม่ยังไม่ให้? แม่หน่อย "โห ไม่เลย ทุกอย่างโตกันหมดแล้ว แม่คงไม่ต้องอะไรกับเขาแล้ว จริงๆ แล้วยังติดเรื่องเรียนกันอยู่ ก็ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน จริงๆ แล้วแพนอยู่ในวัยที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว เมื่อถึงเวลาๆ แม่ก็ให้เขาตัดสินใจกันเอง ลูกว่าไง แม่ก็ว่างั้นแหละ พี่หมีก็ดูแลสม่ำเสมอ ดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี ช่วงนี้พี่หมีก็กำลังคร่ำเคร่งกับมิกิอยู่ ก็เลยไม่ได้มายุ่งกับพี่แพนมาก เพราะมิกิเริ่มโตเป็นสาว หวงน้องมาก ดูแลมิกิให้แทน" แพนเค้ก "เหมือนเขาเห็นมิกิตั้งแต่ใส่กระโปรงโรงเรียน พอน้องเริ่มโตขึ้นก็เป็นสาวขึ้น เขาทนไม่ได้ เห็นน้องเที่ยวเดินทางตลอด ก็เป็นห่วง ตัวเองไม่เคยมีน้อง เขาก็รู้สึกหวง เห็นมาตั้งหลายปี ไม่อยากให้ไปไหน เขาก็จะห่วงไปหมด แต่เขาก็รุ็ว่าเขาพูดอะไรกับมิกิมากไม่ได้ (หัวเราะ) แรกๆ เขาก็ปรับ เพราะไม่มีพี่ผู้ชายถามนอกจากพี่เตอร์ พี่หมีเขาจะคอยดูทุกอย่างหมด แต่เขาก็โอเคแล้ว รู้ว่าห้ามไม่ได้แน่นอน" ดูแลดีขนาดนี้ให้ฐานะว่าที่ลูกเขยไหม? แม่หน่อย "ก็พิเศษที่สุด ก็เป็นคนพิเศษของเราแหละ" ถามถึงละครบ้างในฐานะผู้จัดเราไม่ได้รับต่อแล้ว? แม่หน่อย "จริงๆ อันนี้เป็นเรื่องของสถานี ที่เขาคงจะมีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วล่ะ เราก็คงยังไม่ได้รับอะไรที่ต่อเนื่องมาที่จะบอกได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรคืบหน้าก็จะแจ้งกันต่อละกัน เราก็ยังไม่ได้รับแจ้งอะไรที่ชัดเจน รอคอนเฟิร์มอีกทีนึง ทุกอย่างการทำงานมันก็จะต้องมีการปรับ การเปลี่ยนแก้ทุกอย่างตามสถานการณ์ เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าสิ่งต่างๆ ที่สถานีมอบหมาย ก็พร้อมเสมอ ยุติการทำงานด้วยดี ไม่ได้มีอะไรที่เลวร้ายหรือว่าอะไร ไม่มี มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน จริงๆ สถานีตอนนี้ก็มีโปรเจคใหญ่อันนึงที่รออยู่ ส่วนในเรื่องตรงนั้นมันยังคงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาได้ ยังไม่รีบเร่ง ถ้าจะมีต่อหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ มันยังคงได้ เพราะว่าสิ่งที่จะต้องรีบทำ แล้วก็แพนเองก็จะต้องเรียนรำอย่างคร่ำเคร่งมากๆ ในบทจะต้องเป็นคนที่รำสวยที่สุด ก็จะต้องให้เวลากับเรื่องการทำเวิร์คช็อปมาก เราจะต้องมุ่งกับตรงนั้นอยู่ ณ ตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ยังคงมายุ่งอยู่กับงานเรื่องนี้ของแพนอยู่   ตอนนี้ก็ยังคงนิ่งอยู่ ไม่ได้เฟลนะ ถือว่าเราเป็นแรงขับเคลื่อนหนึ่งแรงของสถานี ที่จะคอยช่วยดูว่าอันไหนมันเหมาะหรือไม่เหมาะ ถ้าอันไหนไม่ดี อย่าได้ฝืนที่จะเดินหน้า หยุดปรับปรุงหรืออะไรก็ตามแต่ แม่คงอยู่ในสถานะอย่างนั้นมากกว่า คือช่วยสถานีในฐานะที่สถานีมีความเมตตากับลูกเรามาก เพราะฉะนั้นแม่เองก็เห็นการทำงานตรงนี้มาเยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่จะออกมาเป็นผลไม่ดีเท่าที่ควรกับสถานี เราก็มีการพูดคุยกันแล้ว แม่อยู่ในบทบาทอย่างนั้นมากกว่า (การที่มีข่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสถานีของคุณแม่กับแพนไหม) ไม่เลยนะ เพราะปกติเราเดินบนเส้นทางของการเป็นนักแสดงตรงนี้ ทั้งหน้าจอ หลังจอ ก็เห็นทุกอย่าง มีปัญหาหมด ในการทำงานในกองถ่ายมีปัญหามากมายที่เราเป็นคนนึงที่นั่งอยู่ตรงนั้นมาตลอดเป็นเวลา 10 กว่าปี เห็นทุกอย่างหมด บางอย่างแก้ไขได้ บางอย่างต้องปล่อยผ่านมากมาย แต่สิ่งที่ท้อไม่ได้คือผลงานในเรื่องการแสดงมันเป็นหัวใจสำคัญของคน เพราะฉะนั้นเราท้อไม่ได้ เราต้องทำดีๆ และแม่เชื่อแน่ว่า ทรูโฟร์ยูเขามีความตั้งใจอย่างแน่นอนที่จะอยากทำงานอะไรดีๆ ออกมาให้ผู้ชมได้ชมอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดไม่ได้ทำให้เราสั่นคลอนหรืออะไรเลย ทุกฝ่ายต้องไปปรับ ไปแก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน ไม่ใช่ว่าเราเสียเปล่า ไม่เลย พวกเราต้องทำทุกอย่างให้คุ้มกับการลงทุนที่สุด ตรงนี้อาจจะไม่ดี แต่เราก็ต้องไปทำตรงอื่นให้ชดเชยมาได้ ไม่มี เราต้องสู้ต่อ” ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG khemanito แพนเค้ก แม่หน่อย แพนเค้ก แม่หน่อย แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก พี่หมี