Saga/รัก/สาม/หนังโปเยโปโลเย2

โปรโมชั่น ฟรีเซ็ท Pot Rouge สวยใสใน 5 นาที เมื่อช็อปครบ 4,500 บาท
Bobbi Brown /  เครื่องสำอาง / 

โปรโมชั่น เฉพาะวันนี้ ถึง 3 สิงหาคมนี้ ฟรี! Soothing Cleansing Oil 15 ml ทุกออเดอร์ ระบบจะให้คุณเลือกระหว่างการชำระเงิน คลิกที่นี่ ช็อปปิ้งครบ 2,500 บาท โปรโมชั่น ฟรีค่าจัดส่งทั่วประเทศ ช็อปปิ้งครบ 4,500 บาท รับเพิ่ม! 5-Minute Makeup โปรโมชั่น เซ็ทสุดพิเศษที่จะเติมความสวยให้กับคุณภายในเวลาแค่ 5 นาที ประกอบด้วย Pot Rouge สี Pale Pink 1.7 g, High Shimmer Lip Gloss สี Bellini 4.2 ml, Extra Repair Moisture Cream 7 ml และ กระเป๋าเครื่องสำอาง มูลค่ารวม 2,100 บาท คลิกที่นี่

เกาะ(รัก)แน้น...แน่น มาวินขาดตู่ เหมือนขาดใจ
มาวิน ทวีผล /  ตู่ ปิยวดี / 

หวานชื่นน่าเอ็นดู๊...น่าเอ็นดูจริงๆ เชียว สำหรับความรักของทายาทวิกพระรามสี่ที่ควบตำแหน่งผู้จัดคนเก่งอย่าง ตู่ ปิยะวดี มาลีนนท์ กับหนุ่มตี๋กล้ามล่ำบึ้ก มาวิน ทวีผล คู่นี้คบหาดูใจแบบไม่แคร์สายตาใครมานานพอควร เรียกว่าหวานชื่นปานจะกลืนกิน แม้จะไม่ได้ออกสื่อให้ประชาชีได้เห็นความหวานเยิ้มหยดย้อย แต่หลายคนก็รู้กันดีว่า คู่นี้น่ะน่าอิจฉาแค่ไหน โดนเฉพาะหนุ่มมาวินที่ดูท่าหลายคนจะริษยาเป็นพิเศษ เพราะอยู่ดีๆ ก็ตกถังข้าวสารกลายเป็น (ว่าที่) เขยแห่งมาลีนนท์ไปซะงั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่อยากแตะต้องของสูง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นสุดที่รักของทายาทค่ายยักษ์ไปโดยปริยาย จุดนี้ไม่รู้ว่าหนุ่มเจ้าเอื้อมเด็ดดอกฟ้าหรือดอกฟ้าโน้มลงมาหาเอง แต่ที่แน่ๆ ดูท่าจะแฮปปี้ไปทั้งชาติ เพราะล่าสุดไม่เพียงแค่รักกันหวานชื่น 2 คนเท่านั้น แต่ผู้จัดสุดสวยยังควงหนุ่มมาวินออกงานไม่แคร์สื่ออีกด้วย เรียกว่าแม้สาวตู่จะอายุอานามมากกว่า แต่เรื่องอายุไม่ใช่ปัญหา รักกันตัวติดหนึบให้โลกรู้ว่าใครก็แยกตรูจากกันไม่ได้ค้าาา...เอ้า!!! เกาะความรักที่สาวตู่มีให้แบบเหนียวแน่นหนึบไม่มีปล่อยแบบนี้ ไม่รู้ว่าถ้าขาดเธอไปนายมาวินสุดล่ำจะขาดใจตายหรือเปล่าเนอะ...เหอๆๆ ตู่-มาวิน ตู่-มาวิน ตู่-มาวิน

ละครรอยฝันตะวันเดือด , เรื่องย่อรอยฝันตะวันเดือด
เรื่องย่อละคร รอยฝันตะวันเดือด /  ละคร รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง / 

ละคร รอยฝันตะวันเดือด ช่อง3 ประพันธ์โดย : ณาราผลิตโดย : ค่าย เมคเกอร์วายดำเนินงานโดย : ยศสินี ณ นครเตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร รอยฝันตะวันเดือด เปิดกล้องกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ ซีรีส์ชุด The Rising Sun เรื่อง รอยฝันตะวันเดือด ของค่าย เมคเกอร์ กรุ๊ป ที่ยกกองไปถ่ายทำไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ในช่วงบรรยาการที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง ทางผู้จัดและนักแสดง ก็ได้เริ่มถ่ายทำละครเรื่อง รอยฝันตะวันเดือด กันไปบ้างแล้ว ประเดิมด้วยฉากแรกกับการพบกันของ ริว กับ มายูมิ คู่พระนางสวยหล่อที่รับบทโดยคู่ขวัญ ณเดชน์ - ญาญ่า การมาเยือนญี่ปุ่นของทีมงานละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน และ รอยฝันตะวันเดือด ในครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทางการของญี่ปุ่น ละคร รอยฝันตะวันเดือด งานนี้เชื่อว่าหลายคนคงแอบสงสัยว่า ทำไมเรื่อง รอยฝันตะวันเดือด ซึ่งเป็นละครเรื่องที่ 2 ในซีรีส์นี้ถึงได้เริ่มถ่ายทำกันก่อน นั่นก็เพราะพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ เจ้าของบท ทาเคชิ แห่ง รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน กำลังอยู่ในระหว่างการโปรโมทภาพยนตร์ พี่มาก..พระโขนง ที่ไทยนั่นเอง แฟน ๆ จึงได้ฟินกับภาพบรรยากาศการถ่ายทำละคร รอยฝันตะวันเดือด ของ ณเดชน์ - ญาญ่า ทาง Gossipstar ได้รวมภาพสวย ๆจากกองถ่ายละคร รอยฝันตะวันเดือด มาฝากกันด้วยค่ะ ณเดชน์ - ญาญ่า ละคร รอยฝันตะวันเดือด เรื่องย่อละคร รอยฝันตะวันเดือด เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาว ญี่ปุ่นค่ะ ที่ต่างไม่ใช่หนุ่มสาวธรรมดา ริว โอะนิซึกะ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) (พระเอกของเรา) เป็นถึงหัวหน้าใหญ่ของแก๊งค์ยากูซ่า ที่ไม่เคยใยดีเรื่องควารัก ส่วนทางด้านนางเอก (มายูมิ) ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) เป็น ลูกสาว ของคนระดับสูงในแก๊งค์ยากูซ่าอีกกลุ่ม ริวและมายูมิทั้งคู่ได้หมั้นหมายกันตั้งแต่มายูมิอายุ 15 แต่ริวนั้น ไม่ค่อยสนใจเด็ก และคิดว่าตัวเองจะไม่มีความรัก เพราะเขาคิดว่า ความรักนั้นจะทำให้เขามีจุดอ่อนและกลายเป็นที่เล่นงานของศัครูได้ เขาจึงไม่เคยสานความสัมพันธ์กับมายูมิ แต่แอบติดตามข่าวเธอแบบเงียบๆ ในขณะที่มายูมินั้นหลงรักเขามาตั้งแต่ต้น แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่เคยล่วงรู้ ซ้ำยังเข้าใจผิดเขามาตลอดว่า ริวไม่เคยมีเยื่อใยให้ เธอจึงตัดสินใจที่จะก้าวต่อไป ด้วยการเรียนหมออย่างที่ฝันไว้ฝึกดาบ และศิลปะต่อสู้ เพื่อให้สมกับเป็นลูกคนในแก๊งค์ในขณะที่ริวก็ใช้ชีวิตหนุ่มโสด เกี้ยวสาวไปเรื่อยๆ 7 ปีต่อมาชายหนุ่มตระหนักว่า หัวใจของเขาอยู่ที่มายูมิคนเดียว แต่ทว่าหญิงสาวฃยังเข้าใจผิดเขามาตลอดว่า ริวไม่เคยมีเยื่อใยให้ และหันไปสานสัมพันธ์กับนายตำรวจผู้ทรงอิทธิพล เธอจึงปฏิเสธหนักแน่นเมื่อริวขอแต่งงาน แต่มีหรือที่ยากุซ่าหนุ่มจะยอมให้เธอมาลบเหลี่ยม โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าคู่แข่งเป็นนายตำรวจทรงอิทธิพลที่จะโค่นล้มริว เขาจึงต้องประกาศให้โลกรู้ว่า เธอคือผู้หญิงของเขาเท่านั้น ขณะเดียวกัน ปัญหาระหว่างกลุ่มโกะคุโดที่คิดว่าจบสิ้นไปแล้ว กลับคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ฝ่ายตรงข้ามหมายจะกำจัดโอะนิซึกะให้สิ้นซากเลยทีเดียว บททดสอบริวจึงหนักหนานัก เพราะต้องฟันฝ่าทั้งศึกรบและศึกรักไปให้ได้ ศึกรบของแก๊งยากูซ่ากับศึกรักครั้งนี้จะลงเอยเช่นไรต้องติดตามดูกันต่อใน ละครรอยฝันตะวันเดือด ที่เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ฉากละคร รอยฝันตะวันเดือด กองถ่าย ละคร รอยฝันตะวันเดือด นิยาย รอยฝันตะวันเดือด ละคร รอยฝันตะวันเดือด เบื้องหลัง ละคร รอยฝันตะวันเดือด ละคร รอยฝันตะวันเดือด ละคร รอยฝันตะวันเดือด นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบทเป็น ริว โอะนิซึกะญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์ รับบทเป็น มายูมิ ตัวอย่างละคร รอยฝันตะวันเดือด ติดตามชม ละครย้อนหลัง รอยฝันตะวันเดือด , ตัวอย่างละคร รอยฝันตะวันเดือด ,รวมภาพนักแสดง ละคร รอยฝันตะวันเดือด เบื้องหลัง ละคร รอยฝันตะวันเดือด

6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ความรู้รอบตัว /  ความรู้รอบโลก / 

ตั้งแต่เราเริ่มจำความได้เราทุกคนก็คงจะได้ยินเพลงชาติทุกวัน ซึ่ง เพลงชาติ เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้น เพื่อปลุกเร้าให้หวนระลึกถึงหรือสรรเสริญประวัติศาสตร์ชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ หรือการต่อสู้ของชนในชาติ โดยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของชาตินั้นๆ อย่างเป็นทางการ หรือความตกลงใจร่วมกันของประชาชนในชาติว่า เพลงดังกล่าวเป็นเพลงประจำชาติของตน และแน่นอนว่าเนื้อหาของเพลงนั้นก็เป็นเนื้อหาปลุกใจให้เรามีความรักชาติ บรรพบุรุษของเรา แล้ววันนี้ทีนเอ็มไทย มี 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก มาฝากกัน จะน่ากลัวยังไง? ตามไปดูกันเลย .. 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก ทีนเอ็มไทยลองให้เพื่อนๆ คิดกันเล่นๆ ก่อนว่า6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก นี้น่าจะมีประเทศไหนบ้าง .. ติ๊กต๊อก ๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ  ถ้าเพื่อนๆ คิดว่ามีประเทศ เกาหลีเหนือ, อีรัก, จีน, โซมาเลีย, ลิเบีย หรือประเทศที่ติดอันดับความอันตรายหล่ะ ไม่ใช่เลย! แล้วจะมีประเทศไหนหล่ะถ้าไม่ใช่ประเทศเหล่านี้ >,< 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 6 : Algeria - "Qassaman"/"We Pledge" ประเทศแอลจีเรีย (Algeria) ครั้งหนึ่งเคยอยู่การปกครองของฝรั่งเศส ซึ่งคนในประเทศไม่ชอบเท่าไหร่เลยทำสงครามกองโจรต่อต้านฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จนฝรั่งเศสยอมถอนตัวจากแอลจีเรีย จากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อย ๆ และประเทศยังมีคงปัญหาเรื่องเชื้อชาติเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่วนเนื้อเพลง " Qassaman " แปลเป็นไทยว่า คำปฏิญาณ เขียนใน 1956  โดย Moufdi Zakaria  เป็นเพลงชาติที่ใช้มายาวนานมากกว่า 10 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญเพลงในประเทศมาช่วยกันออกความคิดเห็นช่วยกันแต่ง ซึ่งเนื้อหาของเพลงนั้นค่อนข้างออกมารุนแรงพิควรทีเดียว เกี่ยวกับการทำลาย การนองเลือด และยิงด้วยปืนกล และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ ดังนี้ “We swear by the lightning that destroys, By the streams of generous blood being shed" เราขอสาบานด้วยอำนาจการทำลายราวสายฟ้า ด้วยเลือดที่ไหลราวกับสายน้ำ "When we spoke, none listened to us, So we have taken the noise of gunpowder as our rhythm, And the sound of machine guns as our melody"เมื่อเราบอกกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดฟังเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้เสียงปืนเป็นจังหวะของชีวิตพวก และเสียงจากปืนคือเสียงดนตรีของพวกเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ  5. : Italy - "Il Canto degli Italiani"/"The Song of the Italians" ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเพลงชาติเกี่ยวกับอิตาลี มักเศร้าระทมจนกระทั้ง จูเซปเป ฟอร์ตูนีโน ฟรันเชสโก แวร์ดี (Giuseppe Verdi) เป็นคีตกวีบทเพลงประกอบโอเปรา ชาวอิตาลี (ค.ศ. 1813 – 1901) ได้แต่งเพลงที่ชื่อ "Il Canto degli Italiani" แปลเป็นไทยคือ เราพร้อมเพื่อตาย! ซึ่งเขาแต่งในช่วงที่ในขณะที่นครมิลาน พ่ายแพ้และถูกจักรวรรดิออสเตรียเข้ายึดครอง แวร์ดีได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่อง Il Corsaro ขึ้น เพื่อให้ปลุกใจให้อิตาลีเป็นอิสรภาพจากประเทศออสเตรียในปี พ.ศ. 2390 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติในปี พ.ศ. 2489  และพัฒนาเป็นเพลงชาติในที่สุด และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "Mercenary swords, they're feeble reeds. The Austrian eagle has already lost its plumes. The blood of Italy and the Polish blood it drank, along with the Cossack. But it burned its heart."ทหารรับจ้างจะทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น  เราอ่อนแอราวนกอินทรีย์ที่สูญสิ้นปีก ชาวคอซ-เซ็คชอบดื่มเลือดของอิตาลี่และโปแลนด์ มันทำให้เราแสบหัวใจ 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 4. : Hungary - "Himnusz/Hymn" แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "No freedom's flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed."ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 3. : Turkey - "stiklal Mar/Independence March" “stiklal Mar”แปลว่า อิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör  ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม  1921  เป็นเพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลงสดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา, บรรลุผล,  ความหวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ " I' m  like  the  roaring  flood;   powerful  and  independent,   I' ll  tear  apart  mountains,   exceed  the  heavens  and  still  gush  out! "ฉันเหมือนน้ำท่วม ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า และทะลักออกมา! " Render  your  chest  as  armor  and  your  body  as  trench! " "หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!" "For  only  then,   shall  my  fatigued  tombstone,   if  there  is  one,   prostrate  a  thousand  times  in  ecstasy,   and  tears  of  fiery  blood  shall flow  out  of  my  every  wound" สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน  ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น  และน้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่วนิรันดร" 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 2. : France - "Le Marseillaise"/"The Song of Marseille" ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปลตามตัวว่า เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude - Joseph  Rouget) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (แปลว่า "เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์") เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย (อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422 และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (ปล เขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล) "Do you hear in the countryside, the roar of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the throats of your sons!" ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม” " Amour sacré de la patrie, Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre gloire !!" (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา” Nous entrerons dans la carrière Quand nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่ หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 1. : Vietnam - "Tien Quan Ca"/"Army March" ส่วนมากของเพลงสดุดีอื่นๆ บนอันดับนี้จะเน้นเรื่องสันติภาพ, ความภูมิใจแห่งชาติ หรืออะไรก็ตามอื่นๆ เลือด และไส้พุง แต่เพลงสดุดีของประเทศเวียดนามนั้นมันต่างกัน เพราะเน้นเรื่องสงครามทั้งหมด "Tien Quan Ca" แปลเป็นไทยคือ "มาร์ชทหารเวียดนาม" เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ. 2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (เฉพาะท่อนแรก) “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า ! ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://www.d-looks.com/showblog.php?Bid=168

ไม่รอดสายตาปาปารัซซี่ คริส-เซน ตะลุยมาเก๊าหวานชื่น
คริส หอวัง /  ไฮโซเซน ธนาภุช / 

ต๊าย!! ถึงแม้สาวหมวยอินเตอร์อย่าง คริส หอวัง จะแอบหนีไปสวีทหวานกับหนุ่ม เซน ธนาภุช ที่มาเก๊า แต่ก็ไม่วายรอดพ้นสายตาปาปารัซซี่ของเราอีกเช่นเคย แหม...อยู่ที่เมืองไทยก็ว่าหวานฉ่ำกันแล้วเชียว แต่ไม่คิดเลยว่าเวลาที่อยู่ต่างแดนสาวคริสกับหนุ่มเซนจะหวานเว่อร์กว่าเดิมซะอีก หวานฉ่ำกันขนาดนี้สงสัยไม่แน่เร็วๆ นี้ทั้งคู่อาจจะออกมาประกาศข่าวดี เพราะที่ผ่านมาสาวคริสก็เลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องราวความรักกับอดีตแฟนเก่าทั้งหลายมาตลอด แต่กับหนุ่มเซนดูสาวคริสนางจะแฮปปี้มากกว่ารักที่ผ่านๆ มาอย่างเห็นได้ชัด คงเป็นเพราะหนุ่มเซนโตเป็นผู้ใหญ่กว่ากระมัง ทำให้ทั้งคู่พูดคุยกันรู้เรื่องกว่าที่ผ่านๆ มา ที่สาวคริสนั้นคบหาดูใจกับหนุ่มๆ รุ่นราวคราวเดียวกันทั้งนั้น คริส-เซน คริส-เซน คริส-เซน

มิว ส่อแวว รักล่ม หนุ่มนอกวงการเริ่มจอด
มิว นิษฐา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

เพิ่งจะเริ่มดังมีชื่อเสียงได้ไม่ทันไร นางเอกน้องใหม่มาแรงอย่าง มิว นิษฐา ก็ขึ้นหม้อกลายเป็นนางเอกที่ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ ต้องบอกว่าช่วงนี้นางเป็นนางเอกคิวทองของวงการอีกคนหนึ่ง เพราะมีทั้งงานละคร งานอีเว้นต์ งานโฆษณา แน่นจนเจ้าตัวแทบจะไม่มีเวลา แหม...แต่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้นางอาจหาญกล้ายอมรับว่ากำลังคบหาดูใจกับหนุ่มตี๋นอกวงการมานานถึง 5 ปี ทำให้เวลาเล่นละครกับบรรดาพระเอกทั้งหลายแล้วจะถูกจับให้จิ้นกัน สาวมิวนั้นก็ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะว่ากลัวแฟนหนุ่มจะเข้าใจผิด โดยเฉพาะช่วงนี้ที่สาวมิวงานล้นตัวก็แทบจะไม่มีเวลาให้หนุ่มตี๋คนสนิทสักเท่าไหร่ เพราะแค่จะโทรหากันยังแทบจะไม่มีเวลา แหม...งานนี้บรรดาหนุ่มๆ ในวงการทั้งหลายที่จ้องอยากจะสอยสาวมิวเริ่มจะกระดี๊กระด๊ากันยกใหญ่ ว่าแต่สาวมิวจะเลิกกับหนุ่มตี๋นอกวงการเมื่อไหร่ เห็นทีงานนี้ต้องลุ้นกันต่อไปนะจ๊ะ มิว นิษฐา มิว นิษฐา มิว นิษฐา

The Palace: the Lost Daughter จอมนางวังต้องห้าม3 ตอนที่25-2
The /  Palace: / 

พบกับ ซีรี่ย์จีน ฟอร์มยักษ์ ส่งตรงจากประเทศจีน จอมนางวังต้องห้าม ภาค 3 ที่สร้าง สถิติครองเรตติ้งอันดับ1ในทุกๆตอนที่ฉายในเมืองจีน ติดตามชม จอมนางวังต้องห้าม 3 พากษ์ไทยได้แล้ววันนี้ที่ช่อง workpoint ออกอากาศวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 17.30 – 18.30 น. ทาง ช่อง 1 เวิร์คพอยท์

เซ็กส์ เร่าร้อน ด้วย ท่าเด็ด 11 ลีลา
ท่าเด็ด /  เซ็กส์ / 

เซ็กส์ เหนือชั้นกับ ท่าเด็ด 11 ลีลา เพิ่มรสชาติ พร้อมทั้งเปลี่ยนบรรยากาศการมี SEX ให้เล้าใจยิ่งขึ้น กับ 11 ลีล่า         ท่าทั้งหลายบนเตียงก็ใช้จนหมดแล้ว ทำไมไม่ลองหาท่าเด็ดมากระตุ้นให้รักเร่าร้อนดูล่ะ ทั้งคุณแลคู่ของคุณจะได้ถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่อย่าลืมเล้าโลมด้วยสายตา ลูบไล้ และใช้คำพูดกระตุ้นด้วย รับรองเซ็กซ์จะเพริดจนเกินห้ามใจ   สำหรับคู่รักผู้ช่ำชองเรื่องบน เตียงราวกับการเล่นกายกรรมนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าท่าที่เราแนะนำจะเป็นท่าเด็กๆ ลองทำท่าเหล่านี้ต่อเนื่องดูสิว่าคุณจะมีกำลังวาดลวดลายในแต่ละครั้งได้มาก ท่าขึ้นหรือไม่ 1. ท่านิวมิชชันนารี (The New Missionary) ส่วน มากจะคล้ายท่ามิชชันนารี (หญิงอยู่ล่าง ชายอยู่บน) จุดเน้นอยู่ที่ขาทั้งสองของผู้หญิง เมื่อผู้ชายนอนคว่ำหน้าเหยียดยาวราบบนตัวผู้หญิง ให้ผู้หญิงยกขาทั้งสองไขว้รอบเอวผู้ชายไว้ เพื่อช่วยให้ผู้ชายสอดใส่ง่ายขึ้น คำแนะนำ : ยิ่งผู้หญิงยกขาสูงเท่าไรผู้ชายก็ยิ่งสอดใส่ได้ลึกมากขึ้นเท่านั้น ท่านี้มีข้อดีของท่ามิชชันนารีอยู่ด้วย คือคู่รักสามารถสื่อสารกันได้ด้วยสายตา สองมือเคลื่อนไหวได้อิสระ และยังกระตุ้นอารมณ์ได้ดีอีกด้วย ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบที่ 1: ผู้หญิงใช้เรียวขาทั้งสองไขว้โอบรอบสะโพก หลังหรือแม้กระทั่งไหล่ของผู้ชาย โดยให้เป็นรูปตัววี แบบ ที่ 2: สำหรับผู้หญิงพลังสูงก็น่าจะใช้สองเรียวขาไขว้โอบรัดลำตัวของฝ่ายชายไว้ จากนั้นพลิกตัวกลับให้อยู่ในท่าผู้หญิงอยู่บนผู้ชายอยู่ล่าง แบบที่ 3 : ถ้าคุณใช้ท่านิวมิชชันนารีแล้วยังรู้สึกเบื่อแทบตาย ก็จงรีบเปลี่ยนไปใช้ท่าอื่นเสียเถอะ 2. ท่าหกคะเมน (69 Linkage) หรือ ที่เรียกว่า ท่า 69 เป็นท่าที่เป็นไปตามตัวเลข คือการกลับหัวกลับหาง ไม่ว่าชายหญิงนอนลงแล้วใครจะอยู่บนหรือล่างก็ไม่เป็นปัญหา หากแต่เคล็ดลับของท่านี้อยู่ที่ปาก และนอกจากใช้ปากแล้วยังใช้มือเป็นตัวช่วยได้อีก คำแนะนำ : ท่า 69 เป็นท่าที่แสดงได้ถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นของทั้งคู่ และยังมีคนมองว่านี่น่าจะเป็นท่าที่ทั้งสองได้สัมผัสเรือนร่างกันและกัน แต่ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศให้ดีก่อนและจะดีที่สุดเมื่อได้พูดคุยกันก่อนใช้ ท่านี้ ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน เวลาใช้ท่า 69 นี้ให้ทั้งคู่ลองใช้ท่าคะแคงนอนเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในท่วงท่า ที่ตนเป็นฝ่ายรุกทั้งสองคน และนอกจากใช้ปากแล้วก็น่าจะใช้มือเข้าช่วยด้วย ไม่แนะนำ : ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรๆที่มีกลิ่นคาวหรือรสฝาดขมก็ควรจะเลี่ยงท่านี้ และห้ามใช้ท่านี้ตอนเมาแอ๋เด็ดขาด 3. ท่ามิชชันนารี (The Missionary) เชื่อ กันว่าท่าร่วมรักที่ชายอยู่บนหญิงอยู่ล่างนั้นเป็นท่าร่วมรักที่แพร่หลายที่ สุดในโลก เป็นท่าร่วมรักซึ่งเป็นธรรมชาติที่สุดและเหมาะสมที่สุด คำ แนะนำ : ผู้หญิงหัวโบราณที่มองเรื่องเพศเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นสาวกของท่า นี้ ถ้าคุณไม่ชอบใจท่าร่วมรักที่เหมือนสัตว์ และอยากส่งสายตาประสานกันขณะร่วมรักแล้วใช้สองมือลูบไล้เรือนร่างของอีกฝ่าย ท่ามิชชันนารีนี้ก็น่าจะเป็นท่าแรกที่คุณเลือกใช้ในการร่วมรัก ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบที่ 1: ใช้มือของคุณให้เป็นประโยชน์ แบบที่ 2: ให้เรือนร่างของเขาแนบชิดสนิทกับตัวคุณ สองแขนโอบกอดคุณไว้แนบแน่น เพื่อรับรู้ถึงจังหวะและแรงกระแทกของการสอดใส่เข้าออก ไม่แนะนำ : ถ้าคุณชอบเป็นฝ่ายรุกในกิจกรรมบนเตียงแล้วล่ะก็ ท่ามิชชันนารีอาจทำให้เบื่อตายเลยก็ได้ 4. ท่าหูกระต่าย (The Rabbit Ears) ฝ่าย หญิงยกเรียวขาทั้งสองขึ้นกอดไว้ พร้อมถ่างขาออกแล้วชันเข่าจนเกือบถึงใบหู เปิดเผยให้เห็น “กิฟต์เซต” ซึ่งฝ่ายชายจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนขณะที่เขากำลังสอดใส่ คำแนะนำ : ท่ายากๆที่พลิกแพลงมาจากท่ามิชชันนารีนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ตัวอ่อนมากๆ และเป็นท่าที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มี “เจ้าหนูสั้น” ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบที่ 1: เหมือนท่าร่วมกอดรัดเป็นตัว V โดยใช้หมอนรองไว้ตรงช่วงเอว จะช่วยให้ส่วนล่างของร่างกายทั้งคุณและเขาได้สัมผัสกันได้ลึกขึ้น แบบ ที่ 2: ให้เขาใช้มือยกก้นของคุณขึ้น หรือลูบไล้คลึงเคล้นบริเวณที่ไวต่อการสัมผัสบนตัวคุณ เพื่อกระตุ้นปลุกเร้าให้คุณมีอารมณ์มากขึ้น ไม่แนะนำ : ถ้าเขามี “เจ้าหนูยาว” และคุณเองทนรับแรงกดบริเวณเอวไม่ไหว้ ก็อย่าลองใช้ท่านี้จะดีกว่า 5. ท่าโก้งโค้ง (The Doggie) ผู้หญิง คุกเข่าอยู่ในท่าคลานสี่ขา มือทั้งสองยันพื้นค้ำลำตัวไว้ หรือจะโก้งโค้งปล่อยช่วงบนลำตัวให้เป็นอิสระก็ได้ ผู้ชายคุกเข่ากางขาอยู่ระหว่างสองขาของผู้หญิง ใช้สองแขนโอบรัดเอวผู้หญิงไว้ แล้วสอดใส่จากข้างหลังเข้าไป คำแนะนำ : ท่าโก้งโค้งเป็นหนึ่งในสามท่าเด็ด และเป็นท่วงท่าร่วมรักเบื้อต้น ท่านี้ผู้ชายทำหน้าที่เป็นคนนำจังหวะ ส่วนใหญ่ผู้ชายที่มี “เจ้าหนูสั้น” มักจะชอบใช้ท่านี้ เพราะสามารถสอดใส่ได้ลึก ควบคุมจังหวะให้ช้าหรือเร็วก็ได้ สำหรับผู้หญิงก็รู้สึกได้ว่ามี “แท่งเนื้อ” สอดใส่อยู่ในร่างกายตัวเองแม้จะ “สั้น” ก็ตาม ถ้าหากคุณชอบเป็นผู้รับ คุณก็น่าจะชอบท่วงท่านี้ ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบ ที่ 1: ผู้ชายใช้มือข้างหนึ่งจับมือทั้งสองของผู้หญิงไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ ส่วนอีกมือของเขาก็ลูบไล้คลึงเคล้นก้นของผู้หญิง แบบที่ 2: ผู้ชายใช้มือข้างหนึ่งยกเรียวขาของผู้หญิงขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมหรือ “น้องหนู” ที่ไม่มีอะไรปิดบัง ซึ่งจะทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นขณะสอดใส่ ส่วนฝ่ายหญิงก็จะมีความสุขจากการถูกสัมผัสลูบไล้ด้วยมือของเขา ไม่ แนะนำ :ข้อเสียของท่านี้ก็คือ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ส่งสายตาและไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายหญิง เนื่องจากฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลังจึงทำให้ “น้องหน” ของเธอได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทั่วไปท่านี้จะทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดยาก ถ้าหากคุณไม่ชอบให้ผู้ชายกำหนดและมองว่าการใช้ท่วงท่าร่วมรักที่ไม่ได้หัน หน้าเข้าหากันเป็นเรื่องหยามน้ำใจกัน ท่าโก้งโค้งนี้จะไม่เพียงทำให้คุณไปไม่ถึงจุดสุดยอดเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณอารมณ์เสียและโมโหได้อีกด้วย 6. ท่าตะแคง (The Sideways) ทั้ง สองนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน ผู้ชายยกเรียวขาผู้หญิงขึ้นแล้วสอดใส่เข้าออก ร่างกายส่วนบนของทั้งคู่จึงเป็นอิสระ ดังนั้นจะจูบกันหรือสัมผัสลูบไล้คลึงเคล้นอีกฝ่ายก็ได้ตามชอบใจ คำ แนะนำ :ใครที่ชอบท่ายากๆ หรือว่าฝ่ายชายมี “เจ้าหนูยาว” น่าจะลองใช้ท่านี้ดู เพราะหาก “เจ้าหนูสั้น” จะไม่สามารถสอดใส่ได้ลึกนักถ้าใช้ท่านี้ และยังยากที่จะกระแทกสอดใส่เข้าไปอย่างแรงๆได้ ท่านี้จึงเป็นท่า “ผ่อนหนักเป็นเบา” สำหรับผู้หญิงที่ไม่อาจทนรับการกระแทกกระทั้นแรงๆได้ ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน ถ้า คุณติว่าท่านี้ใข้ไม่ได้ผล ก็อาจจะลองเปลี่ยนจากท่านี้ไปเป็นให้ชายอยู่บนหรือหญิงอยู่บนก็ได้ จงจำวไว่หลายๆท่วงท่านั้นทั้งชายหญิงต้องมีใจที่อยากจะลองทำกันดูเพื่อให้ ได้อารมณ์ แต่ที่สำคัญก็คือ อย่าฝืน คำแนะนำ: ถ้าคุณรู้สึกหงุดหงิดเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน หรือฝ่ายชายมี “เจ้าหนูสั้น” ก็อย่าได้เลือกใช้ท่านี้เลย 7. ท่าสองเต้าหนีบ “เจ้าหนู” (The Breast Pusher) ผู้ชาย นั่งทับบนเรือนร่างที่นอนเหยียดยาวของผู้หญิงตรงบริเวณราวสะดือ ใช้หน้าอกของผู้หญิงหนีบ “เจ้าหนู” ของเขาไว้ และลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมผู้หญิงเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่า “เจ้าหนู” ได้ถูกถูรูดไปมา คำแนะนำ : เป็นท่วงท่าที่พบกันบ่อยมากจนนักแสดงหนังโป๊ผู้ชายมักจะชื่นชอบท่วงท่านี้ กันมาก เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นการแข็งตัวหดตัวของ “เจ้าหนู” ของผู้ชาย หากคุณคิดว่าตัวเองมีหน้าอกใหญ่ และชอบบทบาทนักแสดงในฝัน ทั้งยังรู้สึกดีที่ถูกกระตุ้นจากการลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมแล้วล่ะก็น่าจะลอง ใช้ท่านี้ดู ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบที่ 1: ถ้าฝ่ายชายมีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็น่าจะลองเปลี่ยนท่าดู หรือจะให้เขานั่งตรงขอบเตียงหรือโซฟา แล้วค่อยจัดท่วงท่าให้เหมาะสมก็ได้ แบบที่ 2: ถ้าหากคุณเป็นคนนำในการร่วมรักแล้ว ก็น่าจะลองใช้ปลายลิ้นหรือปลายนิ้วเข้าช่วยในการกระตุ้นเร้าอารมณ์ “เจ้าหนู” ไปด้วย ไม่ แนะนำ : ท่าสองเต้าหนีบ “เจ้าหนู” เป็นท่าที่ออกจะล้ำเส้นหน่อย ถ้าหากคุณไม่ชอบท่านี้เพียงเพราะว่าคุณรู้สึกเหมือนว่าผู้ชายมีอำนาจเหนือ กว่า หรือหากคุณไม่มีความสุขก็น่าจะบอกเขาตรงๆว่า “อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจเลย” 8. ท่าหันหน้าเข้าหากัน (The Opposite) ท่วง ท่านี้เป็นการพลิกแพลงจากท่ามิชชันนารีและท่าผู้หญิงอยู่บน ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน สองแขนโอบกอดกันไว้ สองขาไขว้เกี่ยวรัดกันไว้ด้วย ซึ่งโดยปกติผู้ชายจะนั่งเป็นฐาน (ให้ผู้หญิงนั่งทับ ซึ่งทำให้ผู้หญิงสามารถเป็นคนควบคุมจังหวะเข้าออกได้) คำแนะนำ :คนชอบกอดกันมักชอบท่าหันหน้าเข้าหากันที่โรแมนติกนี้ เพราะเรือนร่างทั้งสองคนจะได้สัมผัสกันได้มากขึ้น และยังแนบหน้ากันได้ด้วย สำหรับอีกฝ่ายที่มีหน้าตาหล่อเหลาหรือสะสวย และชอบร่วมรักกันไปจูบกันไปด้วย ท่านั่งนี้จะให้ความรู้สึกโรแมนติกที่สุดในการร่วมรัก ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบ ที่ 1: ถ้ายังไม่เคยชินกับการเห็นอวัยวะเพศที่หันเข้าหากันอย่างโจ่งแจ้ง จะใช้ผ้าปูที่นอนห่มปิดช่วงล่างของร่างกายไว้ แล้วประสานสองมือวางบนหน้าอกให้อยู่ในท่านั่งที่เห็น “จุ๊กกรูกับจุ๋มจิ๋ม” แบบพอวับๆแวมๆ จะให้ความรู้สึกปลุกเร้าอารมณ์เพศได้ดีกว่าท่วงท่าอื่นๆ แบบ ที่ 2: เมื่อเริ่มใช้ท่านี้ให้ลองใช้นิ้วมือเขี่ยวาดเบาๆวนไปมาบนใบหน้าของเขา แล้วเลื่อนนิ้วมือลงไปข้างล่าง ถ้าเขารู้ใจคุณเขาก็จะทำตามบ้าง จากนั้นคุณจึงพา “เจ้าหนู” ของเขาไปอยู่ในช่องทางที่ถูกต้อง แล้วค่อยปล่อยให้เขาแสดงบทบาทต่อเอง ไม่แนะนำ :สำหรับผู้หญิงที่ชอบทำอะไรให้เสร็จเร็วๆ อาจติว่าท่านั่งนี้ให้จังหวะช้าจนเกินไป ท่วงท่านี้จึงควรเป็นท่วงท่าที่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น 9. ท่าชูแขนยกขา (The V-formation) ผู้หญิง นอนหงายในขณะที่ผู้ชายใช้มือทั้งสองจับข้อเท้าผู้หญิงแล้วยกเรียวขาทั้งสอง ของเธอขึ้นสูง พร้อมถ่างขาผู้หญิงออกให้เป็นรูปตัว V ถ้าเหนื่อยหรือเมื่อย สามารถพักขาเธอไว้บนไหล่ของผู้ชายแล้วร่วมรักกันต่อไปได้ คำแนะนำ : ผู้หญิงที่ชอบท่ามิชชันนารีมักชอบท่าชูแขนยกขานี้ เพราะสามารถผ่อนคลายเรียวขาทั้งสองได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเป็นตะคริวเพราะถูกกดไว้นานหรือบ่อยเกินไป และเมื่อเรียวขาทั้งสองถ่างออกอ้าซ่าเช่นนั้น แม้เขาจะเป็นพวกที่มี “เจ้าหนูสั้น” ก็จะไม่ทำให้เกิดอาการ “เกาไม่ถูกที่คัน” และเยี่ยมที่สุดก็คือ คุณจะได้เห็นท่าทางเซ็กซี่ของเขาในขณะที่เขาจูบขาอ่อนของคุณ แต่นี่สำหรับหนุ่มรูปหล่อเท่านั้นล่ะ ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบที่ 1: หาหมอนนุ่มๆ สักใบหนุนตรงช่วงเอวไว้ให้ช่วงล่างของเรือนกายได้สัมผัสแนบเนื้อเข้าถึงกันมากขึ้น แบบที่ 2: เมื่อเรียวขาทั้งสองของคุณวางอยู่บนหัวไหล่ของเขา ก็น่าจะลองสอนให้เขาใช้มือที่ยังว่างอยู่ทำ “อะไรๆ ก็ได้ตามใจชอบ” ไม่ แนะนำ :สำหรับผู้หญิงที่ชอบเป็นฝ่ายรุกบนเตียงก็อย่ามามัวเสียเวลากับท่านี้ ยิ่งถ้าคุณไม่มั่นใจในน่องตัวเองด้วยแล้ว ท่านี้ก็อาจทำให้คุณรู้สึกกระอักกระอ่วนใจได้ 10. ท่าคาวบอยสาวนั่งหันหลัง (The Reverse Cowgirl) ผู้ชาย นอนหงาย ผู้หญิงหันหลังแล้วนั่งครอมลงไปบน “เจ้าหนู” ให้สอดใส่เข้าไปลึกแค่ไหนก็ได้ด้วย ท่านี้พลิกแพลงจากท่าผู้หญิงอยู่บนนั่นเอง ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบ ที่ 1: คุณอาจจะบอกให้เขาช่วยดึงมือทั้งสองของคุณจากด้านหลัง เพื่อเพิ่มแรงลากให้ตัวคุณ หาจุดที่กระตุ้นเร้า “น้องหนู” ได้ดีที่สุด แบบ ที่ 2: ถ้าเขาเป็นพวกที่มี “เจ้าหนูยาว” คุณน่าจะลองนอนหงายลงไปบนตัวเขา เขาจะใช้สองมือมาคลึงเคล้นลูบไล้เต้านมของคุณเองโดยธรรมชาติ แน่นอนว่าต้องระวังว่าเขาจะรับน้ำหนักตัวคุณได้ด้วยหรือไม่ ไม่แนะนำ : ถ้าคุณไม่มีอารมณ์กับท่าผู้หญิงอยู่บน ไม่ว่าคุณจะนั่งหันหน้าหรือนั่งหันหลังก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน 11. ท่าผู้หญิงอยู่บน (The Woman On Top) ผู้ชาย นอนหงาย ผู้หญิงหันหน้าเข้าหาผู้ชาย นั่งคร่อมลงบน “เจ้าหนู” ที่กำลังตื่นตัว และเป็นฝ่ายคุมจังหวะเข้าออก นอกจากนี้ยังควบคุม “เจ้าหนู” ให้สอดใส่เข้าไปลึกได้ตามที่ต้องการด้วย คำแนะนำ :ท่านี้เหมาะสำหรับร่วมรักในช่วงตั้งครรภ์ และผู้ชายลงพุงก็ใช้ท่านี้ได้เช่นกัน แต่มีข้อพึงระวังคือ เมื่อฝ่ายหญิงกำลังโยกตัวขึ้นลงอย่างรุนแรง ขณะร่วมรักอยู่นั้น “เจ้าหนู” มีโอกาสหลุดออกจากช่องคลอดได้ ++เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน แบบที่ 1 : ถ้าคุณนั่งคู้เข่าแล้วเหนื่อย ก็ลองนอนเหยียดขาทั้งสองออกไปตรงๆ แบบที่ 2 : ลองปรับเปลี่ยนท่านั่งดูไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ท่าที่กระตุ้นเร้า “น้องหนู”ของคุณจนรู้สึกดีที่สุด ไม่ แนะนำ : ถ้าฝ่ายชายมี “เจ้าหนูยาว” แล้ว “น้องหนู” ของคุณจะรองรับไหวหรือไม่ และหากว่าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนที่ทำอะไรไม่มีจังหวะจะโคนแล้วล่ะก็ ขออย่าได้ลองท่านี้จะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของคุณนอนของคุณเอง เรียบเรียงโดย…Women Mthai Team

2/4)ดีโพลมา24757มหกรรมปรองดองสมานฉันท์
2/4)ดีโพลมา24757มหกรรมปรองดองสมานฉันท์

2/4)ดีโพลมา24757มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คสช.จัดงาน "มหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ"ระหว่างวันที่ 22-27 ก.ค.2557 ที่ท้องสนามหลวง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2263) มีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ ( บรรณาธิการ ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ และ รักษาการ หัวหน้าข่าวการเมือง อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577)

แค่นี้ก็โหดแล้ว! มูรินโญ่ เผยเชลซีเสริมทัพพอแล้ว
ดิเอโก้ คอสต้า /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมาดเข้ม “สิงห์บูล” เชลซี ออกโรงประกาศว่าทีมของเขายุติการเสริมทัพในตลาดนักเตะแล้ว และต้องการให้โอกาสดาวรุ่งในทีม หลังจากได้ตัว ดิเอโก้ คอสต้า และ ฟิลิเป้ หลุยส์ จากแอตเลติโก้ มาดริด และ เชส ฟาเบรกาส จาก บาร์เซโลน่า และยังดึงนักเตะในสังกัดอย่าง ธิโบต์ คูร์ตัวส์ กลับมาจากทีมตราหมี  ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสเผยกับนิตยสาร สปอร์ต แม็กกาซีนว่า “ผมไม่คิดว่าเราอยากได้ใครเพิ่ม” “ตลาดยังเปิดอยู่ก็จริง แต่ผมเรามีความสุขกับทีมที่เรามีแล้ว และตอนนี้ทีมของเราอยากจะให้โอกาสดาวรุ่งจากชุดอายุไม่เกิน 21 ปีซัก 4-5 คนเพื่อพัฒนาฟอร์มการเล่นกับชุดใหญ่ เราจะมีความสุขมากกว่านี้หากทีมมีสมดุลที่ดี ระหว่างดาวรุ่งกับนักเตะชุดใหญ่” โดยนักเตะดาวรุ่งอย่าง เจเรมี่ โบก้า ,ลิซซี่ บราวน์ และ แพททริก แบมฟอร์ด ต่างก็ได้รับโอกาสให้วาดลวดลายกับทีมในช่วงการทัวร์ปรีซีซั่น

The Palace: the Lost Daughter จอมนางวังต้องห้าม3 ตอนที่24-2
The /  Palace: / 

พบกับ ซีรี่ย์จีน ฟอร์มยักษ์ ส่งตรงจากประเทศจีน จอมนางวังต้องห้าม ภาค 3 ที่สร้าง สถิติครองเรตติ้งอันดับ1ในทุกๆตอนที่ฉายในเมืองจีน ติดตามชม จอมนางวังต้องห้าม 3 พากษ์ไทยได้แล้ววันนี้ที่ช่อง workpoint ออกอากาศวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 17.30 – 18.30 น. ทาง ช่อง 1 เวิร์คพอยท์

400 Years Dream 2/6
400 /  Years / 

400 Years Dream 2/6

Ia Wujud 1
Thriller

หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การท้าพิสูจน์วิญญาณ จาก อินโดนีเซีย จะเห็นได้ว่า เขาทำได้ดีกว่าของไทยเรามาก ดีตรงไหน ดีตรงที่ ไม่มีการพูดสอดแทรก หรือ ทำเสียงตื่นเต้น ซึ่งเป็นเสียงของผู้บรรยาย ไม่ใช่เสียงของผู้ที่ทำการพิสูจน์ หนังเรื่องนี้ มีแต่เสียงธรรมชาติล้วน ๆ เวลาเงียบ ก็เงียบ ไม่มีเสียงอื่นรบกวนให้ต้องกระตุก เสียอารมณ์ในการรับชม ถึงเวลาที่ผู้พิสูจน์ถูกวิญญาณเข้าสิง ก็ดูเป็นจริง ไม่ดูเหมือนหลอกตา ของคนไทย.. และ ไม่มีแสงไฟสว่างจ้า คอยตามไปทุกที่ ที่ผู้พิสูจน์ไป...มีแต่แสงไฟ ที่ใช้ในยามมืดมิด เท่านั้น แถมยังบอกเวลาเป็นภาษา ไม่ต้องพูดให้เปลืองน้ำลาย...อีกด้วย... หากรายการวาไรตี้วิญญาณ ของไทยทำได้อย่างนี้ จะดีทีเดียว..ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ของไทยเราไม่ดี แต่ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น หากเทียบกับ รายการเรื่องนี้ นับว่า ไทยเรา ยังเป็นรองอีกหลายขุม ไม่เชื่อก็รับชมกันเอาเอง ... นี่เป็นเพียงความเห็นของผู้เสนอ เท่านั้น ใครจะเห็นด้วยหรือไม่..ขี้นอยู่กับ ผู้รับชม เท่านั้น สวัสดี

เกมส์ Cabal 2 ส่ง Kim So Hee มิสแม็กซิมเกาหลี แปลงโฉมตัวละครเกมส์
Cabal /  Cabal 2

เกมส์ออนไลน์ Cabal 2 จากประเทศเกาหลี เปิดตัวสาวพรีเซนเตอร์ Kim So Hee มิสแม็กซิมเกาหลี ชื่อดังมาร่วมแปลงกายเป็นสาวนักธนูและนักเวทย์จากเกมส์เกาหลีตัวใหม่ ที่จัดเต็งทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และชุดที่หวาบหวิว สร้างสีสันให้แก่นักเล่นเกมส์เป็นที่สุด

 อิ่มอร่อยเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ 2 แบบ 2 สไตล์ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22
อิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค

 อิ่มอร่อยเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ 2 แบบ 2 สไตล์ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22  มื้อเที่ยงมื้อพิเศษ “วันแม่แห่งชาติ” ปีนี้  โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค  สุขุมวิท 22 มีความยินดีขอเชิญชวนคุณ  ๆ  และคุณแม่สุดที่รักมาเลือกอิ่มอร่อยอย่างจุใจกับโปรโมชั่นอาหารบุฟเฟ่ต์เลิศรส  2  แบบ 2  สไตล์   เพื่อเฉลิมฉลองในวันสำคัญวันนี้   ท่านจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ของอาหารจีนจานอร่อย   และอาหารจานอร่อยนานาชาติที่ผ่านการคัดสรรแล้ว  พร้อมรับอภินันทาการเค็ก Jasmine dainty 1 กล่อง (6 ชิ้น) แด่คุณแม่สุดที่รักฟรีทุก ๆ ห้องอาหาร  ได้แก่ ห้องอาหารจีนอิมพีเรียลไชน่า (แกรนด์ติ่มซำ ไชนิสบรั้นซ์) ราคาท่านละ 1,800 บาทสุทธิ (รวมชาจีน  เก็กฮวย น้ำผลไม้ และเครื่องดื่ม) อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารจีนเลิศรสในสไตล์กวางตุ้งแท้ ๆ โดยฝีมือของ มร.ชู ฮอยโฮง เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารฯ  อาทิ  ติ่มซำ,  ซุปหูฉลาม,  หมูหันฮ่องกง,  เป็ดปักกิ่ง,  ซีฟู้ด, ผลไม้และของหวานแสนอร่อยนานาชนิด ห้องอาหารนานาชาติปาร์ควิว ราคาท่านละ 799 บาทสุทธิ (รวมน้ำผลไม้และเครื่องดื่ม) อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติที่ถูกใจ โดยฝีมือของ มร.วิตโตริโอ เบอร์ตินี เชฟใหญ่ของโรงแรมฯ อาทิ  บาร์บีคิว, อาหารปรุงสด, อาหารจานร้อน, แฮม, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, เนื้อออสเตรเลีย, อาหารซีฟู้ด, ผลไม้และของหวานนานาชนิด สำรองโต๊ะที่โทร.  02-261-9300 ต่อ 5001 (ปาร์ควิว) หรือ 5058, 5059 (อิมพีเรียลไชน่า) อีเมล์ : dining@imperialhotels.com  เว็บไซต์ : www.imperialhotels.com

กระสือสาว (2516) 3/3 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

สมบัติ เมทะนี - พิศมัย วิไลศักดิ์ - สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต - เมตตา รุ่งรัตน์ - ด.ช.สยม สังวริบุตร : นําแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เรื่องราว ได้เปิดฉากขึ้นที่หมู่บ้าน โขมงหัก อันเป็นที่มาของนิยายชีวิตพิสดารเรื่องนี้ ขณะนั้นผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับการรบกวนรังควานจากผีกระสือคนหนึ่ง ในที่สุดพวกชาวบ้านก็พร้อมใจกันลงมือปราบปราม คืนวันหนึ่งผีกระสือคนนั้นออกหากินตามปรกติ พวกชาวบ้านซึ่งซุ่มซ่อนคอยทีอยู่พอเเลเห็นผีกระสือก็พากันกรูเกรียวออกไล่ฆ่าฟัน ผีกระสือพลาดพลั้ง เสียทีถูกฟันด้วยมีดดาบเเละถูกจี้ด้วยคบไฟที่หน้าเป็นแผลฉกรรจ์ ถึงเเม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบว่าจะวายวาง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนกลับไปเข้าร่างที่บ้านจนได้ การจึงปรากฏว่าผีกระสือคนนั้น...คือหญิงชราผู้มีชื่อว่า... ฉิม! (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ได้ปลุกให้บัวคลี่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) หลานสาวของยายฉิมตื่นขึ้นมา เมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นสภาพของยาย มีบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว บัวคลี่ก็ตกใจเเละซักถามเรื่องราว ยายฉิมโกหกหลานสาวว่า มีคนลอบเข้ามาทำร้าย แล้วตัดบทไม่ให้ซักถามอะไรต่อไปอีก โดยบอกว่าเวลามีน้อยพร้อมกันนั้น ยายฉิมก็มอบเเหวนทองหัวพลอยสีแดงสุกใสให้บัวคลี่ และบอกเป็นคำสั่งให้สวมแหวนติดนิ้วตลอดไป เมื่อบัวคลี่รับคำยายฉิมก็สิ้นใจไปอย่างสงบ สร้างความวิปโยคโศกศัลย์ให้แก่บัวคลี่เป็นอย่างยิ่ง โดยหารู้ไม่ว่าแหวนสมบัติอันมีค่าสิ่งเดียวของยายวงนี้นี่แหละ ที่จะทำให้บัวคลี่ต้องพบกับชะตากรรมอย่างน่าสงสาร วันรุ่งขึ้น หนุ่ม บุญเมือง (สมบัติ เมทะนี) คนรักของบัวคลี่ ได้ชวน จู๊ด (ชุมพร เทพพิทักษ์) เพื่อนสนิทมาหาบัวคลี่แต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ บุญเมือง บอกกับเพื่อนรักว่าเป็นเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดี แต่จู๊ดไม่ยอมเชื่อ ลงความเห็นว่า ที่บุญเมืองฉุดเขามาจากเสื่อที่นอนในอากาศที่เย็นสบายอย่างนี้ เป็นเพราะบุญเมืองมีความรักคิดถึงบัวคลี่มากนั่นเอง เนื่องจากว่าบุญเมืองกับเขาไปธุระที่หมู่บ้านอื่นเสียหลายวัน ทั้งสองสหายผู้มีความรักกันอย่างเพื่อนตายได้มาถึงบ้านบัวคลี่ บุญเมืองแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบเชียบผิดปรกติ ด้วยความคุ้นเคยจึงถือวิสาสะขึ้นบันไดบ้านไป เขาตรงไปที่ห้องนอนคนรักเเต่พบว่าไม่มีใครอยู่เลย ร้องเรียกก็ไม่มีใครขาน จึงก้าวปราดๆ มาที่ห้องนอนของยายคนรัก โดยมีจู๊ดตามมาติดๆ แล้วที่นี่เองบุญเมือง ก็พบภาพบัวคลี่นอนฟุบอยู่บนร่างของยายฉิม ด้วยเสียงเรียกอีกครั้ง บัวคลี่ได้ตื่นขึ้นมา ทันทีที่เห็นหน้าคนรัก หญิงสาวก็โผเข้าสู่อ้อมเเขนบุญเมือง พร้อมกับร่ำไห้บอกว่ายายตายเสียเเล้ว และกำชับไว้ก่อนสิ้นใจว่า ให้เก็บศพไว้อย่าได้เผาจี่ตามประเพณีเป็นอันขาด ทั้งไม่ให้ไปบอกกล่าวใครรู้ด้วย ซึ่งหล่อนจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการสนองพระคุณของยายที่ ได้อุ้มชูชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย วันวิปโยคได้ผ่านพ้นไปจนถึงเย็นวันหนึ่ง บัวคลี่ได้มาจุดธูปเคารพศพยายฉิม ซึ่งเก็บไว้ในโรงนาข้างบ้านที่นี่เอง ฉัตร (แมน ธีระพล) หนุ่มนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านโขมงหัก ซึ่งติดเนื้อต้องใจในบัวคลี่มานานแล้ว ได้เข้ามาพบจึงรู้ว่า ยายของบัวคลี่ตายเสียแล้ว ฉัตรเห็นเป็นโอกาสเหมาะ บัวคลี่อยู่ลำพังคนเดียว จึงเข้าลวนลามปลุกปล้ำจะเอาบัวคลี่เป็นเมีย เคราะห์ดีบุญเมืองกับจู๊ดมาช่วยไว้ทันการ ด้วยความรักความสงสาร บุญเมืองบอกบัวคลี่ว่า เขาจะขอคุ้มครองปกป้องบัวคลี่ไปจนชั่วชีวิต บัวคลี่ก็ตกลงปลงใจ เพราะหญิงสาวก็รักบุญเมืองมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน บุญเมืองกับบัวคลี่ ครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุข โดยมีจู๊ดย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันด้วย เเต่แล้ว เหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตของบัวคลี่ ต้องพบ กับวิบากกรรมก็มาถึง ในคืนวันหนึ่งดึกสงัดแล้ว บัวคลี่ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างบุญเมือง มีอาการเหมือนฝันร้าย พลิกกายกระสับกระส่ายไปมา และแล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ที่หัวแหวนพลอยอันสุกใสวงนั้น ได้ปรากฏภาพหน้ายายฉิมเรียกร้องสะกดหลานสาวออกไปหากินเยี่ยงกระสือ " ไปซี่บัวคลี่...เอ็งต้องไป...ออกไปหากินเดี๋ยวนี้ " ด้วยอำนาจปีศาจยายฉิม บัวคลี่สาวสวยเมียรักของบุญเมือง ก็กลายเป็นกระสือออกจากร่างไปทางหน้าต่าง อ้า...บัวคลี่ผู้น่าสงสาร ขณะนี้หญิงสาวได้กลับกลายเป็นผีกระสือสาว โดยการสิงสู่ของปีศาจยายฉิมไปเสียเเล้ว ! ศีรษะของบัวคลี่ที่มีแต่ไส้ ได้ล่องลอยไปไกลทุกทีๆ ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านหลังหนึ่ง ที่นี่เมียของชาวนาหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน หม้อใส่รกยังคงวางอยู่ปลายกระดานไฟ เด็กอ่อนนอนอยู่ในกระโจม โดยมีชายผู้เป็นสามี นอนเฝ้าเมียอยู่หน้ากระดานไฟ กระสือบัวคลี่นัยน์ตาวาวอย่างหิวกระหาย เเละที่สนใจอย่างยิ่งก็คือรกเด็กในหม้อดินใบนั้น กระสือบัวคลี่ลอยเข้าไปในบ้าน ตรงรี่เข้าไปหมายจะกินรกในหม้อให้สาสมกับความหิวโหย แต่ทว่ายังไม่ทันไร หญิงเเม่ลูกอ่อนตื่นขึ้นมาพบเสียก่อน หล่อนหวีดร้องสุดเสียง ปลุกผัวให้ตื่นขึ้นมา พอเห็นภาพตรงหม้อรกเท่านั้น ชายผู้เป็นสามีก็ถลันเข้าคว้าหอกพุ่งเข้าใส่หมายศีรษะกระสือบัวคลี่ทันที ฉึกก์ก์ก์ ! แน่นอนเหลือเกิน ถ้าหากกระสือบัวคลี่ไม่ลอยหลบไปเสียก่อนแล้ว ชีวิตจะต้องจบสิ้นลงด้วยคมหอกเล่มนั้น ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2516-master-dvd-rip.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301304.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301901.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406303101.htm

กระสือสาว (2516) 1/3 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

สมบัติ เมทะนี - พิศมัย วิไลศักดิ์ - สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต - เมตตา รุ่งรัตน์ - ด.ช.สยม สังวริบุตร : นําแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เรื่องราว ได้เปิดฉากขึ้นที่หมู่บ้าน โขมงหัก อันเป็นที่มาของนิยายชีวิตพิสดารเรื่องนี้ ขณะนั้นผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับการรบกวนรังควานจากผีกระสือคนหนึ่ง ในที่สุดพวกชาวบ้านก็พร้อมใจกันลงมือปราบปราม คืนวันหนึ่งผีกระสือคนนั้นออกหากินตามปรกติ พวกชาวบ้านซึ่งซุ่มซ่อนคอยทีอยู่พอเเลเห็นผีกระสือก็พากันกรูเกรียวออกไล่ฆ่าฟัน ผีกระสือพลาดพลั้ง เสียทีถูกฟันด้วยมีดดาบเเละถูกจี้ด้วยคบไฟที่หน้าเป็นแผลฉกรรจ์ ถึงเเม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบว่าจะวายวาง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนกลับไปเข้าร่างที่บ้านจนได้ การจึงปรากฏว่าผีกระสือคนนั้น...คือหญิงชราผู้มีชื่อว่า... ฉิม! (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ได้ปลุกให้บัวคลี่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) หลานสาวของยายฉิมตื่นขึ้นมา เมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นสภาพของยาย มีบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว บัวคลี่ก็ตกใจเเละซักถามเรื่องราว ยายฉิมโกหกหลานสาวว่า มีคนลอบเข้ามาทำร้าย แล้วตัดบทไม่ให้ซักถามอะไรต่อไปอีก โดยบอกว่าเวลามีน้อยพร้อมกันนั้น ยายฉิมก็มอบเเหวนทองหัวพลอยสีแดงสุกใสให้บัวคลี่ และบอกเป็นคำสั่งให้สวมแหวนติดนิ้วตลอดไป เมื่อบัวคลี่รับคำยายฉิมก็สิ้นใจไปอย่างสงบ สร้างความวิปโยคโศกศัลย์ให้แก่บัวคลี่เป็นอย่างยิ่ง โดยหารู้ไม่ว่าแหวนสมบัติอันมีค่าสิ่งเดียวของยายวงนี้นี่แหละ ที่จะทำให้บัวคลี่ต้องพบกับชะตากรรมอย่างน่าสงสาร วันรุ่งขึ้น หนุ่ม บุญเมือง (สมบัติ เมทะนี) คนรักของบัวคลี่ ได้ชวน จู๊ด (ชุมพร เทพพิทักษ์) เพื่อนสนิทมาหาบัวคลี่แต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ บุญเมือง บอกกับเพื่อนรักว่าเป็นเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดี แต่จู๊ดไม่ยอมเชื่อ ลงความเห็นว่า ที่บุญเมืองฉุดเขามาจากเสื่อที่นอนในอากาศที่เย็นสบายอย่างนี้ เป็นเพราะบุญเมืองมีความรักคิดถึงบัวคลี่มากนั่นเอง เนื่องจากว่าบุญเมืองกับเขาไปธุระที่หมู่บ้านอื่นเสียหลายวัน ทั้งสองสหายผู้มีความรักกันอย่างเพื่อนตายได้มาถึงบ้านบัวคลี่ บุญเมืองแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบเชียบผิดปรกติ ด้วยความคุ้นเคยจึงถือวิสาสะขึ้นบันไดบ้านไป เขาตรงไปที่ห้องนอนคนรักเเต่พบว่าไม่มีใครอยู่เลย ร้องเรียกก็ไม่มีใครขาน จึงก้าวปราดๆ มาที่ห้องนอนของยายคนรัก โดยมีจู๊ดตามมาติดๆ แล้วที่นี่เองบุญเมือง ก็พบภาพบัวคลี่นอนฟุบอยู่บนร่างของยายฉิม ด้วยเสียงเรียกอีกครั้ง บัวคลี่ได้ตื่นขึ้นมา ทันทีที่เห็นหน้าคนรัก หญิงสาวก็โผเข้าสู่อ้อมเเขนบุญเมือง พร้อมกับร่ำไห้บอกว่ายายตายเสียเเล้ว และกำชับไว้ก่อนสิ้นใจว่า ให้เก็บศพไว้อย่าได้เผาจี่ตามประเพณีเป็นอันขาด ทั้งไม่ให้ไปบอกกล่าวใครรู้ด้วย ซึ่งหล่อนจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการสนองพระคุณของยายที่ ได้อุ้มชูชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย วันวิปโยคได้ผ่านพ้นไปจนถึงเย็นวันหนึ่ง บัวคลี่ได้มาจุดธูปเคารพศพยายฉิม ซึ่งเก็บไว้ในโรงนาข้างบ้านที่นี่เอง ฉัตร (แมน ธีระพล) หนุ่มนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านโขมงหัก ซึ่งติดเนื้อต้องใจในบัวคลี่มานานแล้ว ได้เข้ามาพบจึงรู้ว่า ยายของบัวคลี่ตายเสียแล้ว ฉัตรเห็นเป็นโอกาสเหมาะ บัวคลี่อยู่ลำพังคนเดียว จึงเข้าลวนลามปลุกปล้ำจะเอาบัวคลี่เป็นเมีย เคราะห์ดีบุญเมืองกับจู๊ดมาช่วยไว้ทันการ ด้วยความรักความสงสาร บุญเมืองบอกบัวคลี่ว่า เขาจะขอคุ้มครองปกป้องบัวคลี่ไปจนชั่วชีวิต บัวคลี่ก็ตกลงปลงใจ เพราะหญิงสาวก็รักบุญเมืองมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน บุญเมืองกับบัวคลี่ ครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุข โดยมีจู๊ดย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันด้วย เเต่แล้ว เหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตของบัวคลี่ ต้องพบ กับวิบากกรรมก็มาถึง ในคืนวันหนึ่งดึกสงัดแล้ว บัวคลี่ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างบุญเมือง มีอาการเหมือนฝันร้าย พลิกกายกระสับกระส่ายไปมา และแล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ที่หัวแหวนพลอยอันสุกใสวงนั้น ได้ปรากฏภาพหน้ายายฉิมเรียกร้องสะกดหลานสาวออกไปหากินเยี่ยงกระสือ " ไปซี่บัวคลี่...เอ็งต้องไป...ออกไปหากินเดี๋ยวนี้ " ด้วยอำนาจปีศาจยายฉิม บัวคลี่สาวสวยเมียรักของบุญเมือง ก็กลายเป็นกระสือออกจากร่างไปทางหน้าต่าง อ้า...บัวคลี่ผู้น่าสงสาร ขณะนี้หญิงสาวได้กลับกลายเป็นผีกระสือสาว โดยการสิงสู่ของปีศาจยายฉิมไปเสียเเล้ว ! ศีรษะของบัวคลี่ที่มีแต่ไส้ ได้ล่องลอยไปไกลทุกทีๆ ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านหลังหนึ่ง ที่นี่เมียของชาวนาหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน หม้อใส่รกยังคงวางอยู่ปลายกระดานไฟ เด็กอ่อนนอนอยู่ในกระโจม โดยมีชายผู้เป็นสามี นอนเฝ้าเมียอยู่หน้ากระดานไฟ กระสือบัวคลี่นัยน์ตาวาวอย่างหิวกระหาย เเละที่สนใจอย่างยิ่งก็คือรกเด็กในหม้อดินใบนั้น กระสือบัวคลี่ลอยเข้าไปในบ้าน ตรงรี่เข้าไปหมายจะกินรกในหม้อให้สาสมกับความหิวโหย แต่ทว่ายังไม่ทันไร หญิงเเม่ลูกอ่อนตื่นขึ้นมาพบเสียก่อน หล่อนหวีดร้องสุดเสียง ปลุกผัวให้ตื่นขึ้นมา พอเห็นภาพตรงหม้อรกเท่านั้น ชายผู้เป็นสามีก็ถลันเข้าคว้าหอกพุ่งเข้าใส่หมายศีรษะกระสือบัวคลี่ทันที ฉึกก์ก์ก์ ! แน่นอนเหลือเกิน ถ้าหากกระสือบัวคลี่ไม่ลอยหลบไปเสียก่อนแล้ว ชีวิตจะต้องจบสิ้นลงด้วยคมหอกเล่มนั้น ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2516-master-dvd-rip.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301304.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301901.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406303101.htm