Saga/รัก/สาม/ทรงผมทอม

ไนท แอคเซ็ส (บริษัท จำกัด)

ที่ปรึกษาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ระบบสัญญาณทางธรณีวิทยา การวัดปริมาณฝน ระบบ SCADA

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...พาเหรดดาราเปลี่ยนชื่อพลิกชีวิต
เปลี่ยนชื่อ /  เมจิ เปลี่ยนชื่อ / 

กลายเป็นเทรนด์ฮิตของเหล่าคนดังอีกหนึ่งเทรนด์ กับความเชื่อในเรื่อง การเปลี่ยนชื่อแก้เคล็ด เท่าที่เห็นตอนนี้ หลายคนบันเทิงเปลี่ยนชื่อกันเป็นว่าเล่น บ้างก็เปลี่ยนแต่ชื่อ บ้างก็เปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุล ว่ากันว่าเปลี่ยนแล้วพลิกชีวิต หยิบจับทำอะไรก็เจริญขึ้นกว่าเก่า จุดนี้ก็ต้องแล้วแต่ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคน บางคนแค่เปลี่ยนแล้วรู้สึกสบายใจก็ถือว่าโอเคแล้ว แหมๆๆ ของแบบนี้ลบหลู่กันไม่ได้จริงๆ นะเออ ว่าแล้วก็ไปเบิ่งกันหน่อยดีกว่า ว่ามีใครในวงการบันเทิงบ้างหน๊อออ...ที่เปลี่ยนชื่อเหมือนเปลี่ยนชีวิต มิ้นท์ ณัฐวรา มิ้นท์ ณัฐวรา เปลี่ยนชื่อมาหลายครั้งจนมาลงตัวที่ ณัฐวรา สำหรับนักแสดงคนสวย มิ้นท์ ณัฐวรา ก่อนหน้านี้มีชื่อเดิมว่า วณิชชา วงศ์วาสนา ต่อมาเปลี่ยนเป็น เพชรา วงศ์วาสนา จนสุดท้ายก็ได้ชื่อที่เรารู้จักและคุ้นหูกันดีว่า มิ้นท์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา แจ้งเกิดด้วยการรับบทนางเอกในละคร เงารักลวงใจ และอีกหลายเรื่องตามมามากมาย อ๊ะ!!! แบบนี้เรียกว่าเปลี่ยนแล้วรุ่งได้หรือเปล่าน้าาา... เคน ภูภูมิ เคน ภูภูมิ หนุ่มล่ำกล้ามบึ้กอย่าง เคน ภูภูมิ พระเอกแถวหน้าวิกพระราม 4 ขวัญใจชะนีเก้งกวาง ก็เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่เคยเปลี่ยนชื่อมาก่อน โดยชื่อเดิมก่อนเข้าวงการคือ เบลล์ อดิพงษ์ สาเหตุที่เปลี่ยนนั้น ผู้จัดการมือทองอย่าง เอ ศุภชัย ผู้ผลักดันหนุ่มเจ้าให้เหตุผลว่าหมอดูทักให้เปลี่ยนมาใช้ ภูภูมิ เพราะการงานจะได้รุ่งเรือง ซึ่งหลังจากเปลี่ยนชื่อแล้ว อะไรๆ ก็ดีขึ้นจริงๆ เพราะ He ขึ้นแท่นเป็นพระเอกฮอต มีงานเข้าตล๊อด...ตลอด มด ณปภัช มด ณปภัช หนึ่งในสมาชิกดูโอ้ฝั่งลาดพร้าวอย่าง มด ณปภัช ก็เป็นอีกหนึ่งสาวที่เปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุลมามากกว่า 5 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ ชนัดดา ชัยรัตน์, ชุติมณฑน์ ชัยรัตน์, คุณัชญา ชัยรัตน์, ภัคธีมา ชัยรัตน์ และล่าสุดคือ ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ เรียกว่าเปลี่ยนชื่อเยอะชนิดได้โล่ แม้ว่าช่วงหลังจะเห็นผลงานเพลงน้อยไปสักนิด แต่ในเรื่องของงานแสดงทางช่อง 8 บอกเลยว่าเธอฮอตและแซบมากค้าาา... เนย โชติกา เนย โชติกา นางร้ายที่ฮอตสุด แซบสุด สวยเซ็กซี่ที่สุดต้องยกให้เธอไปเลย สำหรับ เนย โชติกา เธอคนนี้เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 2 ครั้ง โดยชื่อเดิมเริ่มแรกคือ โบว์ แวววรีย์ ต่อมาคือ โบว์ สุดารัตน์ ช่วงนั้นสาวเจ้ามีงานในวงการบันเทิงบ้างแล้ว แต่อาจจะไม่ฮอตฮิตเป็นที่สะดุดตา ครั้นเมื่อเปลี่ยนชื่อมาเป็น เนย โชติกา ก็ได้ปรับลุกค์มาเป็นนางร้ายที่แสนแซบ และเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่มแบบสุดๆ ไปเลยจ้า ฐิ วริฏฐิสา ฐิ วริฏฐิสา โยกมาที่วิกหมอชิตกันบ้างกับสาวสวยหน้าใสสไตล์เกาหลีอย่าง ฐิ วริฎฐิสา คนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาวที่เข้าร่วมอุดมการณ์เปลี่ยนชื่อแล้วเฮง ก่อนหน้านั้นสาวเจ้ามีชื่อว่า ฉัตร ปริยฉัตร ซึ่งหลายคนก็รู้จักเธอและคุ้นหน้าคุ้นตาในนามนี้ จนเมื่อมีหมอดูทักจึงได้เปลี่ยนมาเป็น ฐิ วริฎฐิสา แม้ตอนแรกคุณเธอจะรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่ค่อยชินกับชื่อใหม่ที่ยาวและเรียกยาก แต่ต่อมาก็รู้สึกดีขึ้น เพราะเรื่องงานค่อนข้างโอเค ใจดี ดีดีดี ผัดไท ใจดี ดีดีดี มาต่อกันที่ดารารุ่นใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ผัดไท ใจดี ดีดีดี หลายคนได้ถึงขั้นเงิบกับชื่อและนามสกุลใหม่ยกเซตของคุณพี่เขา แต่เชื่อไหมว่าเจ้าตัวถูกอกถูกใจกับชื่อนี้มาก ก่อนหน้าที่จะได้ชื่อนี้คุณเธอเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ นิลุบล, ศิริมา, พรทวี, กิตติมา และสุดท้ายก็มาลงเอยที่ชื่อ ดีใจ นามสกุล ดีดีดี เหตุผลที่เปลี่ยนเป็นเพราะชื่อเก่ายาวเกินไปเวลาเขียนภาษาอังกฤษ แหมๆๆ เรียกว่าเจ๊แกเป็นผู้บุกเบิกค่านิยมการเปลี่ยนชื่อให้กับวงการดาราเลยก็ว่าได้นะเนี่ย เมจิ คัดกิ่งรักส์ เมจิ คัดกิ่งรักส์ คิคคิคสะระณัง นางร้ายหุ่นอึ้มแห่งวิกพระราม 4 อย่าง เมจิ คัดกิ่งรักส์ ก็ได้ชื่อใหม่เสียจนประชาชีเงิบเลย แม้จะเปลี่ยนมาแล้วถึง 3 ครั้ง คือ พรศิริ วินทร์โกมินทร์, พิมพ์อักษิพร วินทร์โกมินทร์, ขวัญขิณีย์ วินทร์โกมินทร์ แต่ก็ไม่ถูกใจเจ้าตัวและไม่กระแทกใจใครเท่าชื่อปัจจุบันที่ว่า คัคกิ่งรักส์ คิคคิคสะระณัง อุ๊ตะ!!! ถือว่าเป็นชื่อที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก แปลกจนหาใครเหมือนได้ยากจริงๆ เจ้าค่ะ หุหุ หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ เป็นนักแสดงและพิธีกรอารมณ์ดีที่เข้าสมาคมเปลี่ยนชื่อเสริมดวงอีกคน สำหรับ หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ เชื่อเลยว่าใครได้ยินชื่อนี้คงต้องแอบยิ้มไม่มากก็น้อย เพราะความแปลกแหวกแนวและน่ารักเกินใคร โดยชื่อเดิมของสาวเจ้าคือ อิม อชิตะ, อชิตะ สิกขมานา, อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์, อชิตะ ธนาศาสตนันท์ ล่าสุดได้ชื่อที่น่ารักและมหัศจรรย์โดนใจใครหลายคนว่า หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ ก็ต้องบอกว่าทั้งแปลกและไม่เหมือนใครจริงๆ ค้าาา

การใช้งาน Extreme karaoke เบื้องต้น 03
Extreme Karaoke /  คาราโอเกะ / 

สำหรับวีดีโอนี้ จะเป็นการแนะนำการเพิ่มเพลงแบบมิดี้ (MIDI) ลงใน Extreme karaoke หรือการอัพเดตเพลงใหม่ๆ อย่างละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมตัวหนังสือบรรยายให้เห็นอย่างชัดเจน สำหรับเพื่อนๆ ที่มีโปรแกรม Extreme karaoke ที่ติดตั้งไว้ในเครื่องแล้ว สามารถทำตามขั้นตอนที่ผมแนะนำได้เลยครับ เข้าชมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=DwHR6TqNnx4

โหวต 'แยกสกอต' ในสายตาผู้นำโลก
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

Yes or No 'แยกสกอตแลนด์' กำหนดลงประชามติวันนี้ (18 กย.) เรื่องใหญ่ในสายตาผู้นำระดับโลก 'Scotland's Referendum' วันลงประชามติแยกสกอตแลนด์เป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักร เป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของสหภาพยุโรป และสายตาชาวโลก MThai News ขอรวบรวมวาทะแสดงความเห็นของผู้นำระดับโลก ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสาตร์ของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงหน้าประวัติศาสาตร์บนเวทีโลกอีกด้วย ประธานาธิบดี 'บารัค โอบามา' ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอังกฤษ กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยความหวังว่า สหราชอาณาจักรจะยังสามารถรักษาเสถียรภาพ และความมั่นคงในทุกด้านอย่างแข็งแกร่งต่อไปได้ ไม่ว่าท้ายที่สุดอนาคตของสกอตแลนด์ จะออกมาทางใดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชาวสกอตเอง แต่ทุกฝ่ายตีความหมายแล้ว และเรียกร้องให้ชาวสกอตคัดค้านการลงประชามติครั้งนี้ ขณะที่ 'หลี่ เค่อเฉียง' นายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวว่า การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันของแคว้นต่าง ๆ เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของสหราชอาณาจักร ซึ่งหากสกอตแลนด์แยกตัวออกไป ก็จะส่งผลเสียต่อส่วนที่เหลือ และที่สำคัญจะเป็นการลดบทบาทและความน่าเชื่อถือของอังกฤษบนเวทีโลกด้วย นั่นหมายความว่า สกอตแลนด์มีความสำคัญกับสหราชอาณาจักรมากเพียงใด ด้านนาย 'แฟรงค์ วอลเทอร์-ชไตน์ไมเออร์' รมว.กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี แสดงความคิดเห็นว่า แม้รัฐบาลเบอร์ลินไม่อยู่ในสถานะที่จะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องภายในของสหราชอาณาจักรได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ต้องการที่จะเห็นการแยกตัวของสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับนาย 'สตีเฟน ฮาร์เปอร์' ผู้นำแคนาดา ซึ่งกล่าวในลักษณะเดียวกัน ส่วนนายกรัฐมนตรี 'มาเรียอาโน ราฮอย' ผู้นำสเปน เป็นคนเดียวที่แสดงทัศนะที่ค่อนข้างชัดเจนกับกรณีดังกล่าวว่า การแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรของสกอตแลนด์คือ "หายนะ" ที่จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปสู่ทั้ง 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู ในขณะที่ผู้นำที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลกอย่าง 'วลาดีเมียร์ ปูติน' ของรัสเซีย ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นว่าความต้องการแยกตัวของสกอตแลนด์จากสหราชอาณาจักร เป็นเหมือนกิจการภายใน ที่ต้องมีการคิด วิเคราะห์และตัดสินด้วยพวกเขาเอง ซึ่งทุกคนมีอิสรภาพในการที่จะตัดสินใจ และที่สำคัญเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของรัสเซียที่จะเข้าไปก้าวก่าย และสุดท้ายของผู้นำคนสำคัญอย่าง 'โทนี่ แอบบอต' ของออสเตรเลีย ได้กล่าวไว้ค่อนข้างที่จะมีนัยยะสำคัญที่แปลความหมายออกมาได้หลากหลาย จนนักวิเคราะห์หลายสำนักไม่กล้าที่จะฟันธง แต่โดยรวมแล้วเค้าเองก็มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องภายในสหราชอาณาจักร และที่สำคัญออสเตรเลียเองก็ถือเป็นหนึ่งในเครือจักรภพ จึงไม่สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาในทางใดทางหนึ่งได้ชัดเจนนัก MThai News

Once Upon a Time in Shanghai : กาลครั้งหนึ่งในเซียงไฮ้ ช่วงที่หมัดมวยยังจำเป็น!
Boxer from Shantung /  Cold War / 

เข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังแอ็คชั่น วิทยายุทธหมัดมวยอย่าง Once Upon a Time in Shanghai ที่มีทั้ง หงจินเป่า และ หยวนวูปิง มาร่วมกันกำกับคิวบู๊ และรายแรกนี่ก็แสดงเป็นบทบาทสำคัญของเรื่องอีกด้วย พร้อมดันนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ฟิลลิป อึ้ง ที่เพิ่งเจอกันไปใน From Macau to Vegas มารับบทนำเป็นครั้งแรกอีกด้วย Once Upon a Time in Shanghai คือการนำภาพยนตร์รีเมคอย่างเรื่อง Boxer from Shantung ภาพยนตร์ของชอว์บราเทอส์ หนังย้อน ยุคกลับไปสมัยเฟื่องฟูของกรุงเซี่ยงไฮ้ผู้คนต่างหลั่งไหลกันมาที่ นี่ด้วยความหวังที่จะมาทำงานและสร้างเนื้อสร้างตัว หม่าซองเจิน เป็นคนมีความสามารถพิเศษในด้านวิทยายุทธการต่อสู้และมีหมัดข้างขวาที่หนัก หน่วงจนเป็นเหตุหาเรื่องใส่ตัวเขาไม่หยุดหย่อน เขาต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในเมืองใหญ่แห่งนี้ ความฝันที่คิดว่าหอมหวานกลับกลายเป็นความยากแค้นที่จะดำรงอยู่ในเมืองนี้ หนังกำกับการแสดงโดย หวงจินฟู ที่นอกจาก ฟิลลิป อึ้ง และ หงจินเป่า หนังยังมีอาตี๋อย่าง แอนดี้ ออน มาร่วมแจมด้วย ซึ่งจากคำโปรยในตัวอย่างของไทย ที่ว่า เฉินหลง แก่แล้ว ดอนนี่ เยน ซ้ำแล้ว ก็ไม่อาจจะพูดได้เต็มปากว่า ฟิลลิป อึ้ง สามารถจะมาเป็นดาวบู๊คนใหม่ได้อย่างเต็มตัวถ้าวัดจากเรื่องนี้ แต่ถ้าหากพูดกันในแง่ของความบันเทิงในด้านของฉากแอ็คชั่น ผมก็ขอรับรองเลยว่า Once Upon a Time in Shanghai ไม่มีการทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะเอาเข้าจริงๆนี่มันคือหนังที่ทำออกมาเพื่อดูเอามันส์เต็มสูบ ด้วยฉากแอ็คชั่นที่ยัดเข้ามาเกือบจะ 50% ของเรื่อง โดยส่วนมากแล้วเน้นสไตล์สโลว์โมชั่น และรวมถึงการปรับสีภาพให้คอนทราสจัดๆเพื่อสื่อถึงทั้งยุคของความตกต่ำ และ เฝื่องฟูในโลกของวิทยายูทธนั่นเอง โดยในด้านของประเด็นเรื่องนั่นก็ไม่ได้แตกต่างจากหนังวิทยายุทธจีนทั่วไป เมื่อเด็กหนุ่มจากบ้านนอกต้องมารับรู้แสงสี ของเมืองกรุง ก็เป็นธรรมดาว่าต้องหลงใหล และอาจจะหลงผิดไปกับมันด้วยนั่นเอง แต่กระนั้นก็อย่างที่บอกว่าตัวหนังมันเป็นหนังประเภทที่ดูสไตล์เอามันส์ อัดแน่นด้วยฉากแอ็คชั่นเยอะๆ เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าที่ตัวหนังต้องเสียไปคือด้านของตัวเรื่อง ที่ยังไม่สามารถทำออกมาได้เข้มข้นพอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ มิตรภาพ ระหว่างตัวเอก หรือแม้แต่ความสัมพันธุ์ของหนุ่มบ้านนอก กับชุมชนเล็กๆที่เขาอยู่ (ซึ่งให้กลิ่นอารมณ์คล้ายๆ Kung Fu Hustle ในช่วงแรก) ก็ยังไม่สามารถหยิบจับออกมาเป็นชิ้นเป็นอันได้ซะทีเดียว และนั่นอาจจะรวมถึงการที่หนังยังคงให้ภาพเมืองเซียงไฮ้ เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างโหดร้าย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสวยงาม แต่หนังกลับไม่ได้จับประเด็นตรงนี้มาสานต่อเลยสักนิด ซึ่งทีมนักแสดงอย่าง หงจินเป่า และ แอนดี้ ออน แน่นอนอยู่แล้วว่าสามารถรับบทบาทของตนเองได้อย่างสบายๆ แต่การรับบทนำครั้งแรกของ ฟิลลิป อึ้ง นั่นสิที่น่าเป็นห่วง และมันก็น่าเป็นห่วงจริงๆด้วย เนื่องจากถึงแม้เขาจะท่าทาง และ คิวบู๊ ที่ค่อนข้างโอเค ไม่ได้ขัดหูขัดตามากนัก แต่ในแง่ของการแสดงกลับยังค่อนข้างสอบตก โดยเฉพาะในซีนของฉากแสดงอารมณ์ที่ยังคงต้องปรับปรุงกันต่อไป และต้องรอดูกันระยะยาว เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

มาดู! ฝีมือการวาดรูปของฮิตเลอร์ ผู้นำโหด  ธรรมดาซะที่ไหน
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศเยอรมัน / 

อย่างที่เรารู้กันว่า อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการของเยอรมันนีผู้โหดเหี้ยม! จอมเผด็จการ แต่อีกด้านหนึ่งของขีวิตฮิตเลอร์เพื่อนๆ รู้ไหมว่าเขาทำอะไรบ้าง? วันนี้ทีนเอ็มไทยมีเรื่องราวดีๆ ของผู้นำโหดคนนี้มาฝากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคะ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เป็นศิลปินที่มีฝีมือในการวาดรูป ก่อนที่เขาจะมาเป็นผู้นำจอมเผด็จการอย่างที่เรารู้จักกันดีนี้ เขาเคยตั้งใจจะเป็นนักวาดภาพมาก่อนแต่กลับสอบเข้าโรงเรียนสอนศิลปะไม่สำเร็จ (ถึง 2 ครั้ง!) หลังจากที่เขาเสียชีวิตลงก็มีการค้นพบภาพวาดฝีมือฮิตเลอร์อยู่หลายภาพ ลองไปชมกันเลย .. มาดู! ฝีมือการวาดรูปของฮิตเลอร์ ผู้นำโหด  ธรรมดาซะที่ไหน เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) มาดู! ฝีมือการวาดรูปของฮิตเลอร์ ผู้นำโหด  ธรรมดาซะที่ไหน หลายคนอาจจะจินตาการว่า ในหัวหรือในความคิดของฮิตเลอร์นั้นคงมีแต่เรื่องรบ ฆ่าฟันกัน ปืน ระเบิด อำนาจ ต่างๆ นาๆ แต่ใครจะรู้ว่าเขาหน่ะชอบวาดรูปเป็นที่สุด และภาพของเขาแต่ละภาพนั้นก็ไม่ได้บ่งบอกหรือแสเงถึงสงครามแต่อย่างใด แต่เป็นภาพดอกไม้ วิวสวยงาม แทนซะอีก .. ก่อนอื่นทีนเอ็มไทยของเล่าเรื่องวัยเด็กของฮิตเลอร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันก่อนนะคะ วัยเด็กของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) นั้นเขาเป็นเด็กน่ารัก เรียนเก่ง ถึงขั้นได้รับการไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าห้อง เขาเป็นคนรักศิลปะ รักการวาดรูป และสิ่งนั้นเองก็เป็นเหตุให้ผลการเรียนของเขาตกต่ำลงด้วย หลังจากนั้นครอบครัวฮิตเลอร์ย้ายไป ลัมบัค อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เข้าศึกษาที่โรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่ง ซึ่งอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในวัย 8 ขวบเข้าเรียนร้องเพลง ร่วมอยู่ในวงประสานเสียงของโบสถ์ และกระทั่งเขาวาดฝันว่าตนจะเป็นนักบวช แต่ต่อมาน้องชายสุดที่รัก เอ็ดมุนด์ ได้เสียชีวิตลง ซึ่งมีผลกระทบต่อฮิตเลอร์อย่างมาก จากที่เคยเป็นเด็กที่มั่นใจ เข้าสังคม และเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยม ฮิตเลอร์เป็นเด็กอารมณ์ขุ่นมัว เฉยชา และบึ้งตึง มีปัญหากับบิดาและครูอย่างต่อเนื่อง เขาย้ายที่เรียนหลายที่แต่ก็ยังไม่ถูกใจพ่อซะที พ่อของฮิตเลอร์จึงส่งเข้าไปเรียนที่โรงเรียนอาชีวะ ทำให้เขายิ่งกลายเป็นเด็กเกเรมากขึ้น!! เพียงเพื่ออยากให้พ่อปล่อยเขาทำตามฝันของตัวเอง พ่อของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เสียชีวิตกะทันหัน พฤติกรรมของฮิตเลอร์ที่โรงเรียนอาชีวะยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก แม่เขาจึงอนุญาตให้เขาลาออกในปีถัดมา อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ลงเรียนที่เรอัลชูเลอในสเทเยอร์ และทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี แต่เขาไม่แสดงความทะเยอทะยานในการเรียนต่อ หาอาชีพให้กับตนเองสำหรับอนาคต อ่านต่อเพิ่มเติม : ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ก่อตั้งทัพนาซี http://teen.mthai.com/variety/57766.html เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ขอบคุณภาพ sobadsogood.com เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 5 งานดิเรกของผู้นำโหดระดับโลก http://teen.mthai.com/variety/64367.html ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ก่อตั้งทัพนาซี http://teen.mthai.com/variety/57766.html เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ http://teen.mthai.com/variety/77596.html 10 สุดยอดนาซีหญิงของฮิตเลอร์ http://teen.mthai.com/variety/72481.html

เครดิตบูโรแจง อย่าเชื่อต้มตุ๋นอ้างปลดล็อกแบล็กลิสต์ได้
Blacklist /  ก.ล.ต. / 

เครดิตบูโรเร่งแจง อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต และธุรกรรมทางการเงิน ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็กลิสต์ได้นั้น ยันไม่เป็นความจริง วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร กล่าวถึงกรณีข่าวโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล บ้าน รถยนต์ ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็กลิสต์ได้นั้น ว่าไม่เป็นความจริง วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ อาจถูกต้มตุ๋นได้ โดยข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้น ทางเครดิตบูโรไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ลบทิ้งให้ต่างไปจากความเป็นจริงได้ และไม่มีใครสามารถปลดล็อกอะไรได้ตามที่มีการโฆษณาหลอกลวง ซึ่งการจะแก้ไขข้อมูลในเครดิตบูโรสามารถทำได้ในกรณีที่ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยต้องมีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องจึงจะสามารถแก้ไขได้ นายสุรพล โอภาสเสถียร ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อ ซึ่งการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการขอสินเชื่อนั้น ควรติดต่อสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด อีกทั้งเตรียมร่วมกับศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการรณรงค์การให้ความรู้ทางการเงินและสื่อสารเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากใช้บริการ รวมทั้งความรู้เท่าทันการหลอกลวงทางการเงินจากกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อภัยทางการเงินในรูปแบบต่างๆ หากประชาชนได้รับการโฆษณาชวนเชื่อ หรือได้รับการเสนอบริการในลักษณะดังกล่าวสามารถสอบถามหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หมายเลข 1213 เพิ่มเติมได้ที่ www.1213.or.th หรือกรณีสอบถามปัญหาเรื่องเครดิตบูโรก็สามารถติดต่อได้ที่ Call Center ของเครดิตบูโร หมายเลข 0-2643-1250 MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

สมภพอัดพลีท

อัดพลีท รับอัดพลีท รับอัดกลีบ

เผาศพอดีตพระนิกร ปิดตำนานรักพระ-สีกา
ตำนานรักพระ-สีกา /  อดีตพระนิกร / 

ญาติพร้อมคณะศรัทธาและลูกศิษย์ร่วมกันเผาศพ อดีตพระนิกร ธรรมวาที ที่บริเวณสำนักสงฆ์ธรรมดอยนางแล อ.พร้าว ปิดตำนานพระ-สีกาที่โด่งดังในอดีต  วันนี้ (18 ก.ย.) ชาวบ้านใน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ลูกศิษย์และคณะศรัทธานับพันคนร่วมพิธีฌาปนกิจศพอดีตพระนิกร ธรรมวาที อายุ 61 ปี อดีตพระนักเทศน์ชื่อดังในอดีต หรือนายธรรมรัตน์ ยศคำจู ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยพิธีเผาศพจัดขึ้นที่บริเวณสำนักสงฆ์ธรรมดอยนางแล อ.พร้าว ด้วยการนำร่างบรรจุในโลงตั้งบนปราสาทนกหัสดีลิงค์ เหมือนปราสาทของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่มรณภาพตามประเพณีของทางภาคเหนือ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีลูกศิษย์และญาติบวชหน้าไฟ 5 รูป โดยหนึ่งในนั้นมีลูกชายที่เกิดจากนางอรปวีณา บุตรขุนทอง ร่วมอยู่ด้วย จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มชาวบ้านและข้าราชการในพื้นที่ว่าไม่เหมาะสม เพราะใช้ปราสาทเหมือนพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ สำหรับนายธรรมรัตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านเกิดใน อ.พร้าว ก่อนจะเคลื่อนศพจากหมู่บ้านสันปง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร มาบนปราสาทนกหัสดีลิงศ์ ไปยังสำนักสงฆ์ธรรมดอยนางแลเมื่อสองวันก่อน เพื่อบำเพ็ญกุศลและพิธีฌาปนกิจบริเวณบนดอยนางแล สำหรับอดีตพระใบฎีกานิกร ธรรมวาที เป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง ปี 2533 ปรากฏข่าวมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสีกาจนมีพยานรักด้วยกัน 1 คนจนถูกดำเนินคดี และคณะสงฆ์มีมติปฐมปาราชิกเสพเมถุนกับอิสตรีขาดจากความเป็นพระ แต่ก็ยังนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมอยู่บนดอยนางแล จนกระทั่งเสียชีวิต ปิดตำนานรักที่โด่งดังระหว่างสีกากับพระสงฆ์ ขอบคุณภาพและข้อมูล: ผู้จัดการออนไลน์

ละครพราว , เรื่องย่อพราว
อั้ม พัชราภา /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

เรื่องย่อ ละคร พราวผลิตโดย บ.พอดีคำ เอนเทอร์เทนเมนต์ฯ พราว เป็นเรื่องราวของ พราว นางเอกสาวซุปตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิง เจ้าแม่อีเว้นท์ โฆษณา มีความสามารถด้านการแสดงสูงปรี๊ด กวาดรางวัลเพียบ พราวเป็นคนที่มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่แอบเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจ มีจุดอ่อนที่ความขี้กลัวและกลัว ตาย มีเสนาหอยรับบทเป็นคู่หูคนสนิท ที่ถอดแบบคาแร็คเตอร์มาจาก เอ ศุภชัย แบบเป๊ะ ๆ ส่วนหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ รับบทเป็น สมชาย นายตำรวจมือปราบหนุ่มมากฝีมือของสำนักงานตำรวจ ที่ครอบครัวเชียร์ให้รักกับพราว ละคร พราว นำแสดงโดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ,อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ,เอส กันตพงศ์,อานัส ฬาพานิช,หยก ธัญยกันต์,ส้ม ธัญสินี,บี มาติกา,ดวงดาว จารุจินดา,อังคณา วรรัตนาชัย,สุพรรษา เนื่องภิรมย์,สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์,เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว

ชัยชนะทรานสปอร์ตกรุ๊ป (บริษัท จำกัด)

บริการขนส่งสินค้าทางบก ขนส่งสินค้าทั่วไป โดยรถเครน , รถ 6 ล้อ, รถ 10 ล้อ, และรถเทรลเล่อร์

มันมีเหตุผล! มรินโญ่เผยสาเหตุดรอป คอสต้า เป็นตัวสำรองเหตุเล่นถี่ๆไม่ไหว
ชาลเก้ /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “สิงห์บูล” เชลซี ชี้แจงสาเหตุที่จัดการดรอป ดาวยิงตัวเก่งอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า เป็นเพียงตัวสำรองในนัดที่เปิดบ้านเสมอกับ ชาลเก้04 ไป 1-1 เพราะศูนย์หน้าค่าตัว 32 ล้านปอนด์ไม่สามารถจะลงเล่น  3 นัดต่อสัปดาห์ไหว เชลซีทำได้เพียงแค่เสมอกับ ชาลเก้04 ไป1-1 ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ซึ่งนัดดังกล่าว กุนซือชาวโปรตุเกส ตัดสินใจดรอป ดาวยิงตัวเก่งประจำทีมที่เพิ่งระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกให้ทีมในการพบกับ สวอนซี ซิตี้ ไว้เป็นตัวสำรองและจัดการส่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาลงเป็นตัวจริงตั้งแต่ต้นเกมส์ “คอสต้ายังมีปัญหาในตอนนี้เขายังลงเล่น 3 นัดต่อสัปดาห์ไม่ไหว” มูรินโญ่เผย  “ ถ้าเขามีเวลา 1 สัปดาห์ในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อเขาจะกลับมาฟิตได้เหมือนก่อนที่จะเจ็บจากทีมชาติ แต่เวลาสามวันมันน้อยเกินไป”  อย่างไรก็ตาม คาดกันว่า คอสต้า จะกลับมายืนเป็นตัวจริงให้กับ เชลซีได้อีกครั้ง ในศึกพรีเมียร์ลีกวันที่ 21 กันยายนนี้ที่ต้องบุกไปเยือนแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ดูคลิป รวมมิตรสุดยอดผลงานของ เดวิด ฟินเชอร์ ก่อนจะไประทึกกันต่อใน Gone Girl
Daniel Silva /  Fight Club / 

รอกันอีกเพียงไม่นาน กับภาพยนตร์ Gone Girl ที่เป็นการกลับมาของผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ ที่ขึ้นชื่อลือชา ถึงคุณภาพงานขั้นยอดเยี่ยม และมืดมนขุดคุ้ยมนุษย์มาตีแผ่อย่างถึงกึ๋น ไม่ว่าจะเป็น The Game, Se7en, Zodiac, Fight Club, The Social Network, Panic Room, The Girl With The Dragon Tattoo และ The Curious Case of Benjamin Button ซึ่งก่อนที่คุณผู้ชมจะได้ไปสัมผัส Gone Girl วันนี้เรามาทบทวน บรรดาผลงานระดับอมตะ และสไตล์จัดจ้านของ เดวิด ฟินเชอร์ กัน ผ่านคลิปพิเศษ "The Films of David Fincher" จาก Daniel Silva ที่ได้รวบรวมฉากเด็ดในความทรงจำของผู้ชมทั่วโลกจากผลงานของ เดวิด ฟินเชอร์ มาเรียงร้อยกันได้แบบน่าติดตาม และระทึกสุดๆ เห็นผลงานเก่าที่สไตล์จัด ล้วงลึกมนุษย์ของ เดวิด ฟินเชอร์ ได้ระทึกแค่ไหน รับรองได้ว่าใน Gone Girl จะยิ่งทวีความเข้มข้นแบบสุดๆ เชิญพิสูจน์ได้ในวันที่ 23 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Gone Girl ได้ที่นี่เลย --------------------------

ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

นี่เป็นเรื่องราว ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ .. ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝากเพื่อนๆ กันคะ กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลระดับโลกถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พวกเขาต้องผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย มีหลายคนที่เริ่มก้าวเท้าจากศูนย์ บ้านยากจน ขาดแคลน แต่เมื่อโตขึ้นเขาได้เลือกทางเดินให้ตัวเอง มันอาจจะเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขามาได้ถึงจุดนี้ ต้องบอกเลยว่ามันสุดยอดมากๆ นอกจากนี้เรื่องราวของทั้ง 12 คน ยังเป็นแรงบันดาลใจ แรงผลักดันให้ตัวของพวกเขาเองประสบผลสำเร็จในอาชีพการงาน ครอบครัว รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนหลายๆ คนอีกด้วย ชีวิตวัยเด็กของ 12 นักฟุตบอลระดับโลก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ 1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พ่อแม่มีลูก 3 คน คริสเป็นคนเล็ก แม่เคยจะทำแท้งคริสตอนอยู่ในท้อง เพราะบ้านจนมาก เป็นเด็กบ้านนอก โตบนเกาะ พอโตหน่อย ถูกส่งขึ้นไปอยู่บนแผ่นดินใหญ่ที่โปรตุเกส ตอนจากบ้านครั้งแรกๆไปอยู่แคมป์ นอนร้องไห้ทุกวัน เพราะเจอเพื่อนล้อเรื่องพูดเหน่อ และเข้ากับใครแทบไม่ได้เลย (เพราะบ้านนอกของแท้) พ่อติดเหล้าอย่างรุนแรง พอคริสโด่งดังแล้ว พ่อเสียชีวิตตอนโปรตุเกสได้รองแชมป์ยูโร 2004 คริสเลยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่กินเหล้าเด็ดขาด ปัจจุบัน .. อย่างที่รู้กัน .. เป็นนักเตะระดับโลก และกลับไปสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เกาะบ้านเกิด เพราะ อยากให้มีคนไปเที่ยวบ้านเกิดเยอะๆ พอมีลูกก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองจาก Playboy เป็นคนรักครอบครัว ทุกวันนี้บอกเสมอ ว่าจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง และจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้ นั่นหมายถึง ความเป็นพ่อที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน 2. ลิโอเนล เมสซี่ บ้านฐานะธรรมดา เกือบจะจน ลูกชายเล่นบอลเก่งมาก แต่เป็นเด็กตัวเล็กมากๆ ตอนเล่นบอลตอนเด็กๆ เจอเตะกลิ้งเป็นประจำ แต่ก็เป็นพวกเน้นความคล่องตัว พอรู้ว่าป่วยหมอสั่งห้ามไม่ได้เล่นกีฬาเยอะ เพราะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับ โกรธฮอร์โมน ส่งผลกับกระดูก ทางบ้านไม่มีเงินรักษา แมวมองบาร์เซโลน่ามาเจอ เลยอาสาออกค่ารักษาให้ทั้งหมดแล้วพาไปอยู่สเปน และ ... เป็นลีโอเนล เมสซี่อย่างทุกวันนี้ 3. อิบราฮิโมวิค ซลาตัน พ่อแม่แยกทางกัน อิบราอยู่กับพ่อ พ่อติดเหล้า เคยทุบตีอิบราตอนเด็กๆ เคยอยู่บ้านแบบที่ไม่มีอะไรจะกินเลย เลยชอบการไปโรงเรียนมาก เพราะได้เล่นฟุตบอลและมีอาหารให้กิน เคยถูกแม่เอาช้อนไม้ตีหัวจนไม้หัก เคยขโมยจักรยานเด็กเล่น เพราะอยากได้ แต่ไม่มีใครเคยซื้อของเล่นให้ พอโตมาเลยพยายามทำให้ครอบครัวอบอุ่นที่สุด สิ่งที่ชอบที่สุดคือ อาหารต้องมีเต็มตู้เย็นเสมอ เพราะวัยเด็กต้องอดยากตลอด ตอนแรกชื่อบนหลังเสื้อตอนเล่นบอลเยาวชนคือ Zlatan พอพ่อเสียชีวิตเลยเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Ibrahimovic เพื่อให้เกียรติพ่อ 4. ฟรองค์ ริเบรี่ ตอนมาเตะบอลเยาวชน เวลาว่างยังต้องไปทำงานก่อสร้างช่วยที่พ่ออยู่เลย เพราะบ้านจนมาก ตอนเด็กนั่งรถไปกับที่บ้านรถคว่ำ หน้าเสียโฉม เย็บเป็น 100 เข็มโชคดีที่รอดมาได้ แต่มีแผลเป็นบนใบหน้าเป็นทางยาว 5. คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ตอนเด็กๆโตมาในบ้านรถพ่วง เล่นบอลข้างถนน จนบังเอิญตามไปดูพี่ชายคัดตัวกับทีมท้องถิ่นในเท็กซัส แต่คลินท์ดันเด่นกว่า ทีมเลยอยากดันคลินท์แทน แต่ที่บ้านจนมาก ไม่มีเงินออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะพี่สาวก็กำลังเล่นเทนนิสเยาวชนอยู่เหมือนกัน ทางบ้านเลยเลือกส่งเสียพี่สาวแทน (เพราะฟุตบอลในอเมริกาไม่ค่อยดัง) โชคร้าย พี่สาวดันป่วยเสียชีวิต ครอบครัวถึงกับเสียหลักไปพักนึง เพราะหวังกับพี่สาวไว้เยอะด้วย และ เพราะต้องเสียพี่สาวไป คลินท์เลยต้องกลับมาเป็นกำลังหลักครอบครัวอีกครั้ง มุมานะจนได้เป็นกัปตันทีม จนเข้าตาแมวมอง จนได้ไปเล่นทีมใหญ่ จนทำให้ เขากลายมาเป็น หนึ่งในบุคคลที่ทำให้ "ซอคเกอร์" เฟื่องฟูในอเมริกา ในที่สุด ... ทุกคนไม่อาจดูถูกนักเตะจากอเมริกาได้อีกต่อไป ... เพราะเด็กคนหนึ่งที่โตมาจากบ้านรถพ่วง ... 6. คาลอส เตเบซ เตเบซเกิดในย่านชุมชนแออัด หรือจะจัดว่าเป็นสลัมเลยก็ได้ ในละแวกบ้านเขามีแต่คนขายยา ค้าอาวุธและลักขโมย ถูกเรียกว่าเป็นชุมชนที่อันตรายที่สุดในอาเจนติน่า ตอนเป็นเด็กแบเบาะถูกน้ำเดือดลวกตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงหน้าออก (ตอนนั้นยังไม่ถึงขวบเลย) เกือบไม่รอด รักษาอาการอยู่ 2 เดือน เติบโตมาจากฟุตบอลข้างถนน ปากกัดตีนถีบ จนได้ไปเล่นในทีมเยาวชนแถวบ้าน จับพลัดจับผลูได้ไปอยู่อคาเดมี่ของโบค่า จูเนียร์ส พอได้ขึ้นทีมใหญ่ ทีมแพทย์บอกว่าจะรักษาแผลเป็นให้ แต่เตเบซไม่เอา แม้วันนี้จะดังขนาดไหนก็ยังไม่ยอมรักษาแผลเป็น เพราะเขาบอกว่า "นี่คือสิ่งที่เป็นรากเหง้า และ เป็นสิ่งที่บอกตัวตนวัยเด็กของเขา เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมัน" เช่นเดียวกับ "ฟัน" เตเบซ ฟันหัก เก และห่าง เขาก็ไม่ยอมดัดหรือศัลยกรรมตกแต่ง เพราะเขาบอกว่า ที่ฟันเขาเป็นแบบนี้เพราะตอนเด็กๆ ต้องมีเรื่องชกต่อยเป็นนักสู้ข้างถนนตลอดเวลา เพื่อมีชีวิตรอด เพราะงั้น เขาจะไม่ลืมเลือนเรื่องเหล่านี้ เขาเคยลองเสพย์ยา แต่ก็เลิก .. แล้วไปเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง เตเบซไม่เคยบอกว่าเขามีอดีตที่เลวร้าย เขาบอกแค่ว่า เขามีชีวิตวัยเด็กที่ดี เพราะมันทำให้เขาเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจที่ก้าวพ้นเรื่องราวแบบนั้นมาได้ และกลายเป็นคนดีได้อย่างทุกวันนี้ 7. แกเร็ธ เบล ครอบครัวคนธรรมดา ทีแรกแค่ส่งลูกเรียนโรงเรียนกีฬาธรรมดา แต่ลูกชายดันเก่งเว่อร์ เล่นกีฬาเก่งทุกชนิด โดยเฉพาะกรีฑาและวิ่ง ครูพละเลยแนะนำให้ลองเล่นฟุตบอลแบบจริงจังดู (ปกติเล่นรักบี้ แต่ก็เล่นฟุตบอลเก่งมาอยู่ก่อนแล้ว) พอเล่นฟุตบอลเลยมีแมวมองมาดูตอนเล่นบอลโรงเรียน แมวมองชวนไปลองเทรนด์กับอคาเดมี่ดู ตอนแรกก็ไปขำๆ แล้วก็กลับมาเรียนโรงเรียนปกติต่อ จนตอนหลังมาคิดได้ตอน 17 เลยไปเทรนด์อย่างจริงจังกับ เซาธ์แทมตัน แล้วก็ไปดังที่สเปอร์ส และมาอยู่ รีล มาดริด ได้ในที่สุด 8. เมซุต โอซิล บ้านฐานะธรรมดา ตอนเด็กเล่นบอลใต้ทางด่วน ริมถนน เป็นครอบครัวตุรกีอพยพเข้ามาในเยอรมัน ตอนเด็กๆไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไหร่เรื่องเชื้อชาติ แต่เล่นบอลเก่งมาก เลยได้โอกาสไต่เต้าฐานะยกระดับครอบครัวด้วยฟุตบอล 9. เวสลี่ย์ สไนเดอร์ บ้านฐานะธรรมดา พ่อแม่มีลูก 3 คน ทุกคนเล่นบอลหมด สไนเดอร์เป็นเด็กตัวที่เล็กที่สุดในบ้าน (ลูกคนเล็ก) เลยค่อนข้างมีปัญหาเวลาเล่นฟุตบอลมักเสียเปรียบคนอื่น พ่อแม่เลยอยากให้ได้ดีที่สุด เลยเก็บเงินส่งลูกเข้า โรงเรียนฟุตบอลที่ดีที่สุดในประเทศอย่าง Ajax Amsterdam ค่าเรียนแพงมากๆ สไนเดอร์อยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ขวบ จนสโมสรดันไปสุดทาง เป็นซุปตาร์ระดับโลกในที่สุด สไนเดอร์บอกว่า ตอนเด็กเห็นรุ่นพี่ซุปตาร์แต่ละคนมาจนชิน เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ต่อให้พวกพี่เค้าจะดังขนาดไหน 10. แดนนี่ เวลเบค บ้านอยู่ในชุมชนแออัด พ่อแม่เป็นชาวกาน่า ที่ได้สัญชาติอังกฤษ และเป็นนักสังคมสงเคราะห์ แดนนี่เลยถูกสอนให้เป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาตั้งแต่เด็ก โกรธคนยากมาก หน้าบ้านมีสนามเด็กเล่น เลยเล่นฟุตบอลติดสไตล์บอลโกลด์หนูมาตลอด บ้านฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านของตระกูลบราวน์ พอเห็นเด็กบ้านตระกูลบราวน์คนแรกได้ไปเป็นนักเตะแมนฯยู แดนนี่เลยฮึด อยากไปบ้าง ขนาด พี่เวส ยังได้ไปเลย ทำไมเขาจะไปมั่งไม่ได้ (ถั่วต้ม ... เวส บราวน์ กับ เวลเบค เป็นเพื่อนบ้านกัน T-T) เลยไปสมัครเข้าอคาเดมี่บ้าง แล้วก็ได้อยู่จริงๆ และกลายมาเป็นมหาเทพ เวลเบ็ค ที่แสนดี งดงาม ฟรุ้งฟริ้งแบบทุกวันนี้ 11. มาร์โค รอยส์ รอยส์เป็นเด็กอคาเดมี่ของดอร์ทมุนด์มาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ค่อนข้างทุ่มเทพอสมควร ดูเหมือนลูกชายจะมีแวว เลยพยายามสนับสนุนกับอคาเดมี่ฟุตบอลเต็มที่ (ครอบครัวเยอรมันจะค่อนค้างเคร่งครัดมีระเบียบแบบแผน อย่างส่งลูกไปเตะบอลก็จริงจังไปเลย เอาให้สุดๆให้เต็มที่) แต่สุดท้ายก็เหลว เพราะดอร์ทมุนด์ดันไม่เลือกรอยส์ขึ้นทีมใหญ่ รอยส์เคว้งอยู่ช่วงนึง ทางบ้านก็เครียดพอกัน ความรู้สึกก็ประมาณเหมือนลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้ สุดท้ายมีคนมาแนะนำรอยส์ว่าให้ลองไปคัดตัวที่ เวส อาเลนดู เป็นสโมสรฟุตบอลเล็กๆท้องถิ่น แน่นอนว่าดังน้อยกว่าดอร์ทมุนด์มาก ตอนแรกรอยส์ไม่อยากไปเพราะไกลบ้าน แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีที่ไป เลยต้องไปเวสอาเลน ... ที่เวสอาเลน ปรากฏว่าที่นี่เป็นเหมือนที่รวมนักเตะที่ "ดอร์ทมุนด์ไม่เอา" ที่นี่ รอยส์ได้เจอกับเควิน โกรสครอยซ์ ที่ถูกดอร์ทมุนด์จำหน่ายออกจากชุดเยาวชนเหมือนกัน พวกเขาเล่นบอลด้วยกันจนเริ่มเข้าตาแมวมอง รอยส์รอดอร์ทมุนด์มาเรียก สุดท้ายก็ไม่มา เลยตัดสินใจไปกลัดบัค จนดังที่กลัดบัค ดอร์ทมุนด์ถึงเรียกตัวกลับมาเล่นให้ทีมใหญ่ 12. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เป็นชาวไอเวอรี่ โคสต์แต่กำเนิด แต่มีครอบครัวอุปถัมภ์เป็นชาวฝรั่งเศส ดิดิเย่ ถูกพาออกจากบ้านไปอยู่กับลุงตอนเด็กๆ โดยลุงบอกว่าจะพาหลานไปได้ดี ทีแรกบ้านดร็อกบาไม่ยอมให้เขาไป จนเขาจากบ้านไป 3 ปีไปหัดเล่นบอลอยู่กับลุงจนเก่ง (ลุงเป็นนักเตะอาชีพ) ก็กลับมาบ้าน ที่ไอเวอรี่ โคสต์ กลับมาอยู่บ้านได้ม่นาน พ่อแม่ตกงานเพราะเจอพิษเศรษฐกิจ พ่อแม่เลยตัดสินใจส่งดร็อกบาไปอยู่กับลุงที่ฝรั่งเศสอีกรอบ ไปฝรั่งเศสคราวนี้ ระหกระเหเร่ร่อนตามลุงไปอยู่หลายเมืองจนได้เริ่มเล่นบอลอาชีพ คราวนี้ ที่บ้านเริ่มย้ายตามมาที่ฝรั่งเศส และขอร้องให้เขากลับไปเรียนหนังสือ โดยห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลเด็ดขาด และส่งเขาไปอยู่กับญาติอีกเมือง ดร้อกบาก็หยุดเล่นบอลไปปีนึงเพื่อไปเข้าโรงเรียนจนอายุ 15 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทุกอย่างลงตัว (ประหนึ่งบวชเรียนแล้ว) เลยหันมาเริ่มต้นกับฟุตบอลอย่างจริงจัง ทุกวันนี้ ดร็อกบาเป็นนักเตะที่ มีโครงการการกุศล "เยอะมาก" แต่มักไม่ค่อยทำออกสื่อเท่าไหร่ เป็นอีกคนที่พอมีโอกาส ก็มักจะส่งต่อโอกาสนั้นให้เด็กๆเสมอ ขอบคุณข้อมูลดีๆ http://pantip.com/topic/32431540