Saga/รัก/สาม/ทรงผมทอม

เหิมหนัก! ลอบยิงผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา หน้าม.เกษตรฯ
ดักยิง /  ลอบยิงผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา / 

ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ถูกลอบยิงขณะขับรถกลับบ้าน จนท.เร่งตรวจภาพจากกล้องวงจรหาคนร้าย ตั้งประเด็นคาดขับรถปาดหน้า-ปัญหาส่วนตัว วันนี้ (17 เม.ยง) ตำรวจสน.บางเขน รับแจ้งจากนายอรุณรัตน์ ศรีพิเชียร อายุ 52 ปี ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ว่า ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ เหตุเกิดบริเวณประตู 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า แขวงและเขตบางเขน โดยนายอรุณรัตน์ให้การว่า ขณะที่ขับรถโตโยต้าวิช สีดำ ทะเบียน กง.4923 จ.สุราษฏร์ธานี จากศาลฎีกาถนนแจ้งวัฒนะ ขึ้นทางด่วนมาลง ถ.งามวงศ์วาน มุ่งหน้าถนนเกษตรนวมิทร์ เพื่อกลับบ้าน ซ.นาคนิวาส ระหว่างที่รถลงสะพานข้ามถนนวิภาวดี มาประมาณประตู 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นท้ายรถ 1 นัด ทำให้กระจกด้านหลังแตก ทะลุมาถูกกระจกประตูหลังด้านขวาแตกเป็นรู จึงมาแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจับกุมคนร้าย จากนั้นพล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงษ์สุวรรณ ผบก.น. 2 พร้อมด้วยพ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สน.บางเขน กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบวิถีกระสุนที่รถ ที่จอดไว้บริเวณหน้าสน.บางเขน พบพระจกด้านหลังแตกเป็นรูขนาด5นิ้ว กระสุนเจาะทะลุกระจกประตูด้านขวา แตกเป็นรูกว้างราว5นิ้ว และที่กันชนท้ายรถพบร่องรอยการเฉี่ยวชนเป็นสีส้ม จากนั้นพนักงานสอบสวนสน.บางเขน พร้อมกองพิสูจน์หลักฐานเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณประตู3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเก็บรายละเอียดหลักฐาน พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์  ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับสน.บางเขน ข้อหาพยายามฆ่า ขณะนี้ให้ชุดสืบสวนออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง และให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบในรายละเอียดในทีเกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวของคนร้าย ซึ่งเท่าที่สอบถามทางผู้ช่วยผู้พิพากษานั้นไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน ขณะนี้ยังระบุสาเหตุไม่ได้ว่ามาจากการขับรถปาดหน้ากัน หรือ คนร้ายจะประสงค์เอาชีวิตปัญหาส่วนตัว ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก มติชน MThai News

อั้ม พัชราภา กับ หนิง ปณิตา ออกงานด้วยกัน ราศีคุณนายจับทั้งคู่!!
หนิง ปณิตา /  อั้ม-พัชราภา

         แบงค์-กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย ผู้บริหารสาวสวยคนเก่ง แห่งธุรกิจคลินิกความงามชื่อดัง ที่เปิดอีกหนึ่งสาขาล่าสุดที่ ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน งานนี้ได้รับความสนใจจากนักแสดงชั้นนำมากมาย อาทิ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ, หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ, หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธุ์, สิ-พิชญ์สินี ตันวิบูลย์ รวมไปถึงเซเลบริตี้ชื่อดังอีกมากมาย วรรณี ศิริประภารัตน์,หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ,กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย และ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช และ พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ดัง Asava อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ กับ กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ นางแบบสาวสวย สิ-พิชญ์สินี ตันวิบูลย์ รณิดา พฤฒินลิน กับ หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ อรธิรา ภาคสุวรรณ,ปียารัตน์ ชวนะนันท์, กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย และ อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ โอ๋ ฟูตอง ศิลปินชื่อดัง กับ นันทวัน แสงธรรมกิจกุล หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ กับ ชวลิต อรุณทัต วรรณี ศิริประภารัตน์ กับ สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ มรุวุตม์ บูรณศิลปิน กับ กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย ภัคจิรา กรรรัตนสูตร, พิมพ์พัชร วัชรเสวี, กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย และ บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข พริดา ลิมปานนท์,เพ็ญสุภา คชเสนี,กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย และ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ธาวิน พี เซียวตง,สมบัษร ถิระสาโรช และ วิลาสินี พรประเสริฐถาวร ธาวิน พี เซียวตง-พรพรรณพงษ์ศักดิ์      โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก แบงค์-กัลยรัตน์ ได้เตรียมของขวัญเซอร์ไพรส์สุดพิเศษไว้ให้กับแขกที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ด้วยการชักชวนช่างภาพอิสระชื่อดังฝีมือเยี่ยม พจน์ - พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ พจน์ Sixtysix Visual มาร่วมกดชัตเตอร์บันทึกภาพความทรงจำสุดประทับใจผ่านเลนส์ ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ โอ๋-หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ หรือ โอ๋ ฟูตอง ศิลปินชื่อดัง มาวาดภาพเหมือน ให้แก่ผู้มาร่วมงานได้มีของที่ระลึกเก๋ๆติดมือกลับบ้าน 

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หรือดวงจะหนุนกัน??แพนเค้ก คบ พี่หมี ชีวิตดี๊ดีแฟนคลับลุ้นแต่ง!!
แพนเค้ก เขมนิจ /  สารวัตรหมี / 

ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นมาได้ 3-4 ปีแล้ว สำหรับตำนานรักข้ามวัยของ สารวัตรหมี พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ กับ แพนเค้ก เขมนิจ นางเอกสาวหุ่นดีการันตีด้วยตำแหน่ง Model of the World 2004 ที่ตั้งแต่คบหาดูใจกันมามีแต่เฮง เฮง เฮง นอกจากจะชอบควงกันไปทำบุญยกบ้านแล้ว ยังช่วยกันทำมาหากินด้วยการออกงานแพ็คคู่สวีทหวานอยู่ตลอด เรียกว่าตั้งแต่คบกันมาก็ไม่มีเรื่องราวอะไรที่ทำให้ชื่อเสียงแพนเค้กมัวหมองเลยสักนิด งานนี้คนที่เปิดไฟเขียวให้เป็นคนแรกน่าจะเป็นแม่หน่อยที่ไปไหนมาไหนกับลูกสาวเสมอ ทำให้รู้จักมักจี่และสนิทสนมกับสารวัตรหมี ไม่แพ้ลูกสาวเลยทีเดียว ด้วยหน้าที่การงานที่มั่นคง ชาติตระกูลดี ดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก แถมสารวัตรหมียังขึ้นชื่อว่าเป็นไฮโซสมถะ อนาคตน่าจะฝากผีฝากไข้ได้ ที่สำคัญนิสัยใจคอยังเป็นคนเรียบง่าย ใจบุญเหมือนกัน จึงเป็นเรื่องง่ายที่ครอบครัวของแพนเค้กจะเปิดไฟเขียวให้สารวัตรหมีเข้านอกออกในบ้านได้ตามสบาย ไม่ต่างอะไรกับสาวแพนเค้กที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นกับครอบครัวของสารวัตรหมี ว่ากันว่าตั้งแต่สารวัตรหมีคบหาดูใจกับแพนเค้กก็มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตมากมาย เม้าท์กันว่าการที่แพนเค้กคบกับสารวัตรหมีเนี่ย ทำให้สารวัตรหมีมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ได้เลื่อนยศเร็วขึ้น พะนะ!! มันเกี่ยวกันตรงไหนหว่า!! ต๊าย!! ปากคนก็เม้าท์กันไปได้ แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่ปรากฏก็ทำให้ได้เห็นแล้วว่า คู่นี้คบกันแล้วมีแต่เฮงเฮงเฮง งานไหลมาเทมา ไร้ปัญหาครอบครัวกีดกัน ที่สำคัญติ่งแฟนคลับแพนเค้กทั้งหลายแหล่ก็เชียร์กันสุดใจขาดดิ้นให้คู่นี้ได้ลงเอยด้วยการแต่งงานเหมือนคู่รักคนอื่นๆ แม้จะมีข่าวลือฤกษ์งานแต่งงาน ฤกษ์งานหมั้นออกมาเรื่อยๆ แต่ทั้งคู่ก็ยืนยันเสียงแข็งว่ายังไม่แต๊ง... ยังไม่แต่ง ขอโฟกัสที่เรื่องเรียนก่อน เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน เอาเป็นว่า แพนเค้กได้เป็นดอกเตอร์เร็วเท่าไหร่ ก็จะได้เป็นเจ้าสาวเร็วขึ้นเท่านั้น ใช่มั้ยฮะสารวัตรหมี... แพนเค้ก เขมนิจ-สารวัตรหมี แพนเค้ก เขมนิจ-สารวัตรหมี แพนเค้ก เขมนิจ - สารวัตรหมี

TAXIชนตร.แย่งปืนยิง2ศพมอบตัวสน.ตลิ่งชันคุมสอบเข้ม
TAXI /  มอบตัว / 

ผกก.สน.ตลิ่งชัน เผย หนุ่มขับแท็กซี่พุ่งชนตำรวจ แย่งปืนยิง 2 ศพ โร่มอบตัวแล้ว - พร้อมส่งตัวให้ สภ.บางใหญ่ดำเนินการต่อ พ.ต.อ.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผกก.สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ล่าสุด ทาง นายอนุพงษ์ เรื่องสวัสดิ์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาในกรณีขับรถแท็กซี่ที่ก่อเหตุขับรถแท็กซี่พุ่งชน ด.ต.จักรี พลาสิงห์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.บางใหญ่ ได้รับบาดเจ็บ และหยิบอาวุธปืนสั้นประจำตัวขนาด 9 มม. ของ ด.ต.จักรี ก่อนนำปืนไปก่อเหตุยิง นายสมชาย แท่นจันทรา อายุ 52 ปี นางสังวาล แท่นจันทา อายุ 50 ปี สองสามีภรรยาเสียชีวิตนั้น ได้เข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการนำตัวของผู้กระทำผิดคนดังกล่าวไปหาอาวุธปืนที่ใช้ในก่อเหตุแล้วนำมาทิ้งที่ ย่าน ถ.พหลโยธิน อย่างไรก็ตาม ทาง พ.ต.อ.คมสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า ต่อจากนี้จะดำเนินการส่งตัวของคนร้ายไปให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ดำเนินการสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป

ทีซเซอร์แรกคมชัด Batman v Superman: Dawn of Justice เครียดกันไปไหน
Batman v Superman: Dawn of Justice /  teaser / 

หลุดนู่นนี่มาแบบภาพไม่แจ่ม อย่าเพิ่งไปดูเล้ย ต้องนี่สิ อดใจไว้แบบชัดๆ เต็มๆ มาแล้วจ้าตัวอย่างหนังฉบับเต็มแบบคมชัดของ Batman v Superman: Dawn of Justice โดยเป็นคลิปยาวถึง 2.13 นาที มหากาพย์มวยยักษ์ ระหว่าง 2 ตัวพ่อของค่าย ดีซี ผลงานของผู้กำกับ แซ็ค สไนเดอร์ ที่รับประกันความเข้มข้น หนักหน่วง และดำมืดแบบจัดเต็ม ได้เห็นสีหน้า เบน แอฟเฟล็ค แบบครุ่นเครียดเลย ไงหล่ะ บรู๊ซ เวย์น เปิดศึก 2 ตัวพ่อ ไปกับ Batman v Superman: Dawn of Justice ในวันที่ 24 มี.ค. 2559 ทุกโรงภาพยนตร์ โปรโมทข้ามปีกันเลย -----------------------------------

อิจฉาอ่ะ! คู่สามีภรรยา ครูสอนโยคะ ทำเจ๋ง เที่ยวโพสโยคะถ่ายรูปรอบโลก
ครูสอนโยคะ /  คู่รัก / 

งานรูปคู่แฟนเนี่ยมันก็มีเยอะมากมายเลยรูปนะเธอ ตั้งแต่จับมือคุณแฟนเที่ยว ถ่ายรูป แบบแอดเวนเจอร์น่ารัก ออกกำลังกายคู่กัน ก็เห็นเป็นประจำ วันนี้เราขอนำเสนอ ภาพคู่รักเวอร์ชั่นโยคะ ที่รับรองว่าสวยแน่นอน เพราะทั้งคู่เป็นดีกรีคุณครูสอนกันเลยทีเดียว!!  โดยทั้งคู่มี followers ใน Instagram @yogabeyond ถึง 251,000 ฟอลแล้ว !    Honza และ Claudine Lafond เป็นครูสอนโยคะที่ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทั้งคู่เดินทางรอบโลก เพื่อสอนโยคะ ยิ่งไปกว่านั้นยังโชว์ความสามารถด้านโยคะ ด้วยการถ่ายรูปโพสท่วงท่าโยคะคู่กัน ในสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อโปรโมทสตูดิโอโยคะที่ชื่อว่า YogaBeyond นั่นเอง โดยทั้งคู่นั้นไปทั้ง โคลอสเซียม หอเอนปีซ่า หรือแม้แต่หอไอเฟล “ ธรรมชาติของความสนุกของโยคะนั้นคือ มุมมองในการแสดงออกท่าทาง และการรักษาสมดุลระหว่างคนสองคนนั้นก็เป็นเรื่องที่สวยงามเช่นกัน” ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นครูสอนที่ออสเตรเลีย แต่โดยพื้นเพแล้วทั้งคู่เป็นคนนิวยอร์คนะจ๊ะ และยังเชี่ยวชาญในการเล่นโยคะแบบ สองคน AcroVinyasa โดยจะผสมผสานระหว่างโยคะปกติกับการลอยตัวนั่นเอง ใครที่มีแฟนเล่นโยคะด้วยกัน จะเอาความคิดนี้ไปเล่นกับคุณแฟนก็ไม่ว่ากันนะ ที่มา dailymail , fubiz.net เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

ช้างศึกขนตางอน ไล่ยำ สาวเสือเหลือง กระจุย5-0อุ่นแข้งฟีฟ่าเดย์
กาญจนา สังข์เงิน /  ช้างศึกขนตางอน / 

การแข่งขันฟุตบอลหญิงอุ่นเครื่องตามโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.58 ณ สนามแพท สเตเดี้ยม ช้างศึกขนตางอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ที่เตรียมเดินทางไปทำศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ลงสนามพบ สาวเสือเหลือง ทีมชาติมาเลเซีย ผลการแข่งขันปรากฎว่า ช้างศึกขนตางอน ทำผลงานได้เหนือกว่า ครึ่งแรกออกนำไปได้ก่อน 2-0 จากการพังประตูของ กาญจนา สังข์เงิน ในนาทีที่ 6 และนภัทร สีเสริม นาทีที่ 33 ส่วนในครึ่งหลังนั้น ช้างศึกขนตางอน ก็ยังไม่เบาเกมบุกยิงได้อีก 3 ประตูจาก อนุชศรา หมายเจริญ นาที 62, กาญจนา สังข์เงิน ยิงประตูที่ 2 ของตัวเองได้ในนาทีที่ 81 และปิดท้ายด้วย ดวงนภา ศรีตะลา ในนาทีที่ 83 ทั้งนี้ ช้างศึกขนตางอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะมีโปรแกรมอุนเครื่องอีกครั้งในการพบกับ ทีมชาติเมียนมาร์ ในวันที่ 26 เม.ย.58 เวลา 17.00 น. ณ สนามแพท สเตเดี้ยม

ชะนีไทยไร้ที่ยืน ! หนุ่มไทยสวีทสามีฝรั่งกลางรถไฟฟ้า
คู่เพศทางเลือก /  หนุ่มหล่อจับมือชายไทย / 

หลังจากมีการแชร์ภาพ ฝรั่งหนุ่มหล่อขั้นเทพ นั่งจับมือกับชายไทยรายหนึ่ง อยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ต่างโอด 'แข่งเรือแข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนา ทำได้ยาก' ในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล โลกกาภิวัฒน์ ยังแปรเปลี่ยนสังคมให้หมุนเวียนเปลี่ยนตามไปด้วย แน่นอนว่า หัวข้อเรื่อง เพศทางเลือก ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง เป็นเรื่องที่สังคม สามารถยอมรับได้ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอีกต่อไป คู่รักเพศทางเลือก สามารถเดินจับมือ หรือแสดงตัวอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชนได้แบบไม่ต้องขัดเขิน ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา หลายท่านที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอื่นๆ อาจจะได้มีโอกาส พบกับการแชร์ภาพคู่รักเพศทางเลือก บนหน้ากระดาน ไทมส์ไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือชาวต่างชาติ ที่เรียกได้ว่า หน้าตา หล่อขึ้นเทพ หล่อในขั้นที่ว่า สามารถประกอบอาชีพนายแบบ หรือโลดแล่นในวงการบันเทิงได้เลยทีเดียว กำลังนั่งจับมือกับคนรักชาวไทย ที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ ซึงต่อมาสืบทราบว่า ฝรั่งคนดังกล่าว เป็นชาวเยอรมัน โดยสาวๆพร้อมใจกันแชร์ภาพ ทั้งยังระบุข้อความในเชิง อิจฉาตาร้อน จนกระทั่งกลายเป็นไวรัลใหม่ ที่ความหล่อบาดใจ ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังพอๆกับครั้งที่เมียมโน ทั่วแผ่นดิน โอดครวญ ผ่านโซเชี่ยว เมื่อคราว 'ชาริล ชัปปุยส์' แจ้งเกิดใหม่ๆเลยทีเดียว จากการสืบทราบ พบว่า ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่จาก ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Jax Phoenix ซึ่งเป็นการแชร์ต่อมาอีกทอดหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า 'ดังใหญ่แล้วนะคะ น้องม่อน ถึงขั้นมีคนแอบถ่าย แต่แฟนคนนี้ก็คบกันนานมากๆนะคะ. พี่ดีใจด้วยที่มีคนอิจฉาตาร้อน 55555'  และได้แท็ก ถึงผู้ใช้เฟซบุ๊ค ซึ่งระบุว่า เป็นเฟซบุ๊คส่วนตัวของหนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูป ซึ่งทั้งคู่ ได้แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการสืบทราบ พบว่า หนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูปภาพ ชื่อว่า คุณม่อน ซึ่งดูแล้ว อาจจะเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตของเขาได้ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย จากเด็กต่างจังหวัด ที่ก้าวเข้าสู่อาชีพ artistic director โมเดลิ่งที่มีเอเจนซี่ร่วมทุน 3 ประเทศ ปัจจุบันคุณพี่ม่อน เป็น Creative Director อยู่ที่บริษัท Bacca Model Management ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถ และหน้าที่การงานที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊คเพศหญิงส่วนใหญ่ ได้แนบรูป พร้อมระบุข้อความ ในเชิง อิจฉาตาร้อน ในความน่ารักของคู่รักที่ปรากฏอยู่ในภาพ ทั้งนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยก็ขออวยพรให้ทั้งคู่รักกันนานๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหน มีความรักแบบใด ก็สามารถเป็นคนดีในสังคมได้เช่นกันค่ะ MThai News ที่มา jax.phoenix

The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D : เมื่อเจ้าฟองน้ำเหลืองมาขึ้นบก
SpongeBob /  SpongeBob SquarePants / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย ต้อนรับสงกรานต์กันอย่างถ้วนหน้าแล้ว สำหรับหนังอนิเมชั่น ผสมคนแสดงภาคต่ออย่าง The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D กับเรื่องราวสุดป่วนของเจ้าฟองน้ำตัวเหลือง ที่คนไทยเราน่าจะติดอกติดใจในความกวน และมุกตลกสุดไร้สาระไม่แพ้ฝรั่งกันเลยทีเดียว โดยหนังใน ภาคนี้จะเป็นเรื่องราวของหัวขโมย (แอนโตนิโอ้ แบนเดอร์รัส) หวังจะครอบครองหนังสือวิเศษ โดยชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายนั่นได้อยู่ที่บ้านของผองเพื่อน สพันจ์บ็อบ และในที่สุดเขาก็ได้ขโมยมันไปได้ แต่จะมีหรอที่ผองเพื่อนอย่าง แพทริค, มิสเตอร์แครป และ แซลลี่ รวมถึง สพันจ์บ็อบ จะปล่อยให้เขาลอยนวล ว่าแล้วพวกเขาก็ตามมาฟัดกันต่อในโลกมนุษย์จนเป็นเรื่องอย่างที่เห็นกันนั่นแหละ หนังเป็นผลงานการกำกับของ พอล ทิบบิตต์ ผู้กำกับผู้เคยทำเจ้า สปอนบ๊อบ มาแล้ว แต่เป็นในรูปแบบการ์ตูนทางช่องทีวี โดยงานนี้ถือได้ว่าเป็นการก้าวมาเป็นผู้กำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของเขา และมันก็น่าจะเป็นแนวถนัดที่คุ้นเคยไม่ต่างจากในการ์ตูนทีวีเสียด้วย ซึ่งความพิเศษของเจ้าฟองน้ำตัวเหลืองในภาคนี้คือ จะมีฉากการขึ้นมาบนบกซึ่งเป็นอนิเมชั่น 3 มิติ โดยเป็นครั้งแรกของเจ้าฟองน้ำ ที่จะได้อัพเกรดมาในรูปแบบนี้นั่นเองครับ โดยต้องยอมรับว่าตอนเห็นทีแรกก็ไม่ค่อยชอบใจในรูปแบบตัวละคร 3 มิติของหนังสักเท่าไหร่นัก เพราะมันดึงเอาความคลาสสิค และ น่ารัก จากแบบ 2D ไปมากพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ตัวผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างดี คือ การที่ตัวหนังเลือกใช้ฉากบนบกน้อยกว่าที่คิดไว้ และเน้นฉากใต้น้ำซึ่งเป็นละคร 2D ที่สามารถปล่อยมุกตลก และความกวนได้ดีไม่ต่างจากหนังภาคก่อนเยอะกว่าถึงประมาณ 80% ของเรื่อง ซึ่งส่วนในด้านของตัวหนัง ถึงแม้จะมีเทคนิคแพรวพราวต่างๆเข้ามาช่วยเสริมสร้างให้ดูมีอะไรแปลกใหม่ แต่ยังต้องยอมรับว่าสิ่งที่ยังคงทำให้ผมชอบ สปอนบ๊อบ ทั้งในรูปแบบหนัง และ การ์ตูน คงหนีไม่พ้นการที่ตัวหนังมันมีระดับมุกความกวนที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ และการตัดต่อ ลูกเล่น อันรวดเร็วของมัน ซึ่งในข้อนี้อาจจะยังน่าเสียดายไปนิดตรงที่ว่า ในภาค Spong Out of Water ยังไม่สามารถเติมเต็มในส่วนของความเป็นมุกตลกสำหรับผู้ใหญ่ได้อย่างดีนัก แต่กลับไปเทใจให้มุกตลกน่ารัก และ เจ็บตัวแบบเด็กๆเสียมากกว่า เช่นกันกับในฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายตอนบนบกแล้วด้วย จนท้ายสุดแล้วก็แน่นอนว่าตัวหนังก็เหมือนจะเลือกทางเดินให้หนังภาคนี้เป็นภาคขายเด็กแบบสุดโต่ง ด้วยการปิดท้ายด้วยข้อคิดสอนใจตามสไตล์ ไม่ต่างจากการ์ตูนทีวี จนทำให้รู้สึกว่า ณ จุดนี้ ตัวหนังน่าจะเหมาะมากทีเดียวสำหรับครอบครัวที่ต้องการหาความสนุกสนานที่เป็นกันเอง และ ไร้พิษภัยอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ว่าถ้าหากคุณเป็นคนที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีขึ้นไปแล้ว ก็อาจจะพบว่าความสนุกในวัยเด็ก กับมุกตลกที่เคยหัวเราะร่าแบบที่ในหนังเรื่องนี้พยายามดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมา มันอาจจะค่อนข้างเลือนลาง จนทำให้เราไม่ได้รู้สึกสนุกกับหนังไปมากพอสมควร (พูดแบบนี้แล้วเหมือนไม่อยากโตกันเลยทีเดียว) เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

เกือบจืด! ตูเนญ โขกประตูโทน ปราสาทสายฟ้า ดับซ่า ทหารบก ฉลุยลีกคัพ
ทหารบก เอฟซี /  บอลไทย / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2015 รอบ 64 ทีมสุดท้าย วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2558 ทหารบก เอฟซี 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประตู : 0-1 อันเดรียส ตูเนญ น.72 สนาม : กองทัพบก เวลา : 19.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2015 ณ สนามกองทัพบก ทหารบก เอฟซี ทีมในลีกภูมิภาค เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมแกร่งจากศึกไทยพรีเมียร์ลีก เริ่มเกมครึ่งแรกไป 5 นาที ทั้ง 2 ทีมยังคงไม่มีโอกาสได้พังประตู ได้แต่ครองเกมสู้กันตรงกลางสนามเท่านั้น นาทีที่ 8 ปราสาทสายฟ้า มาลุ้นทักทายเมื่อ ประกิต ดีพร้อม วางบอลหวังจะให้ เคน วินเซนท์ ทว่าบอลแรงไปเข้ามือ ส.ท.สิทธิพร ไชยวงษา นายด่านเจ้าถิ่น นาทีที่ 14 ปราสาทสายฟ้า น่าจะออกนำเมื่อ ประกิต ดีพร้อม ได้กระชากหลอกกองหลังเข้าไปสุดเส้นหลังก่อนจะเปิดย้อนมาให้ วันเฉลิม ยิ่งยง ที่ยืนว่างอยู่คนเดียวได้วอลเลย์ ทว่าบอลดันลอยเฉี่ยวเสาออกหลังไป นาทีที่ 20 ทหารบก ที่ตั้งรับมาตลอดมาได้เล่นโต้กลับอย่างน่าหวาดเสียวก่อนจะเป็น ส.ต.พีระพล วัฒนจินดา ได้กระชากบอลจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษ และตัดสินใจตะบันเต็มแข้งบอลติดไซ้ด์ก้อยออกลังไปแบบน่าเสียดาย นาทีที่ 25 ปราสาทสายฟ้า เกือบที่จะได้ประตูออกนำ ประกิต ดรพร้อม ได้ซัดฟรีคิกไปที่หน้าปากประตู นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ พยายามโถมตัวหวังเข้าไปพังประตู แต่โชคดีเป็นของ ทหารบก บอลหล่นมาโดนขา ส.ท.สิทธิพร ไชยวงษา เตะพ้นอันตรายออกมาได้ จากนั้น ปราสาทสายฟ้า โหมบุกอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่อาจจะเจาะแนวรับ ทหารบก เข้าไปพังประตูได้ ทำได้แค่เสียวๆ เท่านั้น ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 54 ปราสาทสายฟ้า มาได้ลุ้นประตูเมื่อ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ได้ซัดจากนอกกรอบบวิถีบอลพุ่งตรงกรอบ แต่ทว่า ส.ท.สิทธิพร ไชยวงษา ไวทายาทบินปัดบอลข้ามคานออกไปได้ นาทีที่ 72 ประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นเมื่อ เจ้าอุ้ม ธีราทร บุญมาทัน เปิดฟรีคิกเข้าไปที่เสาสอง อันเดรียส ตูเนญ ได้ขึ้นโขกย้อนไปที่เสาแรกบอลหายเข้าประตูไป ปราสาทสายฟ้า ทะยานออกนำ 1-0 เวลาที่เหลือยังคงเป็น ปราสาทสายฟ้า ที่โหมบุกใส่อย่างได้น้ำได้เนื้อ แต่จังหวะสุดท้ายในการพังประตูทำเพิ่มไม่ได้กันเอง ทำให้จบเกม ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ ทหารบก เอฟซี ไปได้ 1-0 ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทหารบก เอฟซี : ส.ท.สิทธิพร ไชยวงษา (GK), ส.ท.นัฐพงษ์ คุ้มเนตร (ชโลทร ทรงกรด น.73), รุ่งศักดิ์ คชรัตน์, ส.ต.พีระพล วัฒนจินดา, ไตโอเย จาเควซ, จ.ส.อ.พินิจพงษ์ แจ้งพลอย (C), ส.ท.ขจรปณต น้อยโสภา, สุจริตพงษ์ น้อยโสภา, พิสิฐพงศ์ ผูกวาจา (วทัญญู พรมโสภา น.70), รัฐศักดิ์ แดนรักษ์ (ส.ท.รณชัย หลักคำ น.80), ธัญนนท์ นครวงศ์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ยศพล เทียงดาห์ (GK), อนาวิน จูจีน, สุรัตน์ สุขะ (นฤพล อารมณ์สวะ น.63), อันเดรียส ตูเนญ (C), นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ น.52), วันเฉลิม ยิ่งยง (ธีราทร บุญมาทัน น.36), สุรีย์ สุขะ, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, ประกิต ดีพร้อม, เคน วินเซนท์

ผลฟุตบอล: โด้พลาดโทษแต่ยิงหนึ่งจ่ายอีกสอง!ราชันเปิดบ้านขยี้มาลาก้า
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอล ลาลีก้าสเปน วันเสาร์ที่18 เมษายน 2558 เรอัล มาดริด 3-1 มาลาก้า ผู้ทำประตู: 1-0 เซร์คิโอ รามอส น.24,2-0 ฮาเมส โรดริเกวซ น.69,2-1 ฆวนมี่ น.71, 3-1 คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ น.90 เวลา: 01.00 น. สนาม: ซานติเอโก้ เบอร์นาเบว ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต HD2 “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยัง รองจ่าฝูงศึกลาลีก้าสเปน ยังคงรักษาระยะห่างกับ บาร์เซโลน่า จ่าฝูงเอาไว้ที่ 2 คะแนนเหมือนเดิม เมื่อเปิดบ้านเอาชนะ มาลาก้าไปได้ 3-1 แม้จะโชคร้ายเสีย แกเร็ธ เบล  และ ลูก้า โมดริชที่บาดเจ็บ โดยได้ประตูจาก เซร์คิโอ้ รามอส นาที 24 จากนั้นมาได้จุดโทษ แต่ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ยิงไปชนเสา แต่ก็มาแก้ตัวได้ เมื่อ “เจ็ทโด้” ไหลบอลให้ ฮาเมส โรดริเกวซ ตะบันสุดสวยตุงตาข่าย ทีมเยือนยังไม่ยอมและมาตีไข่แตกจากลูกโขกของ ฆวนมี่ นาที 71 แต่ โรนัลโด้ ก็มาพังประตูตอกย้ำชัยชนะให้ทีมเอาชนะไปเด็ดขาด 3-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ รายชื่อ เรอัล มาดริด:อิเคร์ กาซียาส(GK), อัลบาโร่ อาร์เบลัว , เปเป้ ,เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, อิสโก้ ,ลูก้า โมดริช , โทนี่ โครส , ฮาเมส โรดริเกซ ,แกเร็ธ เบล ,คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ คาร์ลอส กาเมนี่:(GK),โรเบร์โต้ โรซาเลส ,เซร์คิโอ ซานเชซ ,มาร์กอส อันเจเลรี่,อาร์เธอ โบก้า, เซร์กี้ ดาร์เดร์ ,เรซิโอ้ ,ซามูเอล การ์เซีย,นอร์ดิน อัมราบัต ,ซามู กาสติเญโฆ่ , ฆวนมี่

5 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังบุกไปพ่าย เชลซี
ฆวน มาต้า /  จอห์น เทอร์รี่ / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พุ่งชนความพ่ายแพ้เป็นหนแรกในรอบ 5นัด หลังจากที่ผ่านเกมส์ยากๆมาได้หลายนัด ด้วยการบุกไปโดนว่าที่แชมป์ลีกยัดเยียดความปราชัยให้แบบน่าเจ็บใจ ทั้งๆที่รูปเกมส์ สถิติทุกอย่างเหนือกว่าเจ้าถิ่น แต่อย่างว่าเมื่อฟุตบอลไม่มีระบบให้คะแนน และวัดผลแพ้ชนะกับที่สกอร์เท่านั้น ความผิดหวังที่ไม่น่าผิดหวังเลยมาตกอยู่กับฝั่งทีมเยือน มาดู 5 สิ่งที่ ปีศาจแดงได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้นัดนี้ ฟัลเกา จากยอดดาวยิงสู่ไส้ติ่งของทีม ดาวยิงค่าเหนื่อยแพงมหาศาล ได้โอกาสลงสนามในตอนที่ทีมค่อนข้างระส่ำระสาย เพราะตัวหลักที่ใช้งานเป็นประจำได้รับบาดเจ็บไปถึง 4 คนทำให้ บอสชาวดัตช์ เลือก ดาวยิงชาวโคลัมเบียที่ร่างกายฟิตสมบรูณ์กว่า โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้ไม่นาน และมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งานเท่านั้น ดูเหมือนนัดนี้ ฟัลเกา จะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองกับแนวรับที่เขาเคยทลายมาแล้วสมัยอยู่กับ แอตเลติโก้ มาดริด แต่น่าเห็นใจเมื่อเจ้าของฉายาพี่เสือ ไม่ใช่พี่เสือคนเดิมอีกต่อไป เมื่อได้โอกาสสัมผัสบอลน้อยมาก ทั้งๆที่ทีมครองบอลมากกว่าทีมเยือนตลอดเวลา และยังมีส่วนกับการเสียประตู แถมพลาดโอกาสทองที่หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง มุมเดียวแบบเดียวกับที่ เอเด็น อาซาร์ ทำได้ แต่ ฟัลเกา กลับแปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ ไม่ได้ น่าจะบอกว่าโอกาสของดาวยิงโคลัมเบีย ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดน่าจะหมดลงแล้ว ต่อสายหาเอเย่นต์ ให้หาทีมใหม่ได้เลย ดีที่สุดของ เวนย์ รูนี่ย์ ก็คือกองหน้าวันยังค่ำ เห็นได้ชัดว่าประโยชน์ของ เวนย์ รูนี่ย์ ในตำแหน่งกองกลาง และกองหน้าต่างกันลิบลับ หากว่า หลุยส์ ฟานกัล จะมีตัวเลือกมากกว่านี้อีกนิดในแผงกองกลาง ก็คงไม่จำใจลดประโยชน์ของ ดาวยิงร่างตัน ให้ไปรับบอลกองกลางจอมขวางบอลไปมาอย่างแน่นอน ซึ่งแม้ รูนี่ย์ จะมีโอกาสทองในช่วงต้นเกมส์ แต่ก็ทำไม่ได้แม้แต่จะให้บอลตรงกรอบ(แถมทำ เดเคอา ดีใจเก้ออีก) แต่สภาพโดยรวมถือว่าธรรมดา และไม่โดดเด่นอะไรมากมายนัก เมื่อเทียบกันชัดๆกับ ราดาเมล ฟัลเกา ในตำแหน่งกองหน้าที่แทบไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับทีมเหมือนตอนที่รูนี่ย์ทำได้ ต้องบอกว่าน่าเสียดายจริงๆที่ต้องถอย เวนย์ รูนี่ย์ มาเป็นกองกลางแบบนี้ การเปลี่ยนตัวที่เป็นหายนะ จากระบบที่ลงตัวในหลายๆนัดที่ผ่านมา ทำให้ 3 จาก 4 นัด ที่เก็บชัยได้ติดต่อกัน ทีมทำประตูออกนำได้ก่อน มีเพียงนัดที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น ที่ตามหลังก่อน แต่ก็เอาคืนได้เร็ว จนเรียกได้ว่าการเปลี่ยนตัวแก้เกมส์ เพื่อต้องการประตูเพิ่มเพื่อชนะหรือเสมอ ไม่ได้ใช้งานเลย ทำให้นัดนี้ หลุยส์ ฟานกัล แก้หมากที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทีมแม้แต่น้อย กับการส่ง อังเคล ดิมาเรีย ที่กำลังฟอร์มตกมาแทนที่ แอชลี่ย์ ยัง และ ให้ อัตนัน ยานาไซ ที่หายจากทีมไปนาน ลงเล่นแทน ฆวน มาต้า ที่ฟอร์มก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร และ คนที่น่าจะถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือการถอด ลุค ชอว์ ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในรอบหลายนัด โดยเฉพาะครึ่งหลังออกแล้วให้ ไทเลอร์ แบล็กเก็ต ลงมาเล่นแทน ทำเอาแฟนเอียงคอเกาหัวผีเกาหัวพร้อมอุทานพร้อมๆกันว่า เปลี่ยนทำไมวะ! ผลก็อย่างที่เห็น ทีมไม่ได้ฉกฉวยโอกาส หรือการกดดันมากขึ้นได้เลย จุดอ่อนที่สุด เห็นจะเป็น ยานาไซ ที่โดน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เก็บกินแบบหวานหมูไปหลายจังหวะ ทรงบอลที่เริ่มเข้าที่ ก่อนเกมส์ หลายคนคงคิดว่า เชลซี เจ้าบ้านน่าจะเหนือกว่าทุกกระบวนท่า แต่ว่าพอลงเล่นไปจริงๆแล้วต้องบอกว่า แมนยู ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด จากสถิติที่บอกว่าเหนือกว่าทั้ง เปอร์เซ็นการครองบอล, การจ่ายบอลสำเร็จ, การได้บอลในแดนของคู่ต่อสู้ และความแม่นยำในการจ่ายบอล ที่เหนือกว่า ว่าที่แชมป์ทุกอย่าง แต่มีอยู่ท่าเดียว คือการทำประตูที่เป็นรอง โดยตลอดทั้งเกมส์ แนวรับของทีมเยือนพลาดแค่ครั้งเดียว และก็โดนว่าที่เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม PFA ลงโทษแบบสาสม แต่แม้จะแพ้ในนัดนี้ก็ถือว่าได้เห็นแนวทางที่ดี ที่ทีมยังรักษาทรงบอลที่ดีเอาไว้ได้แม้จะขาดตัวหลักหลายตัว แม้กระทั่ง LVG ยังยกให้นัดนี้เป็นนัดที่ดีที่สุดของฤดูกาล แม้ว่าจะไม่มีซักแต้มติดมือก็ตาม แต่ก็อย่าลืมให้ เครคิต การวางแผนของ โจเซ่ มูรินโญ่ ทั้งการตั้งรับอย่างใจเย็น เพราะรู้ดีกว่า ผลเสมอก็เพียงพอที่จะให้ทีมหยิบแชมป์ในปั้นปลาย และที่เด็ดที่สุด คือการวาง เคิร์ต ซูม่า ให้มาตามประกบ คีย์แมนในรอบหลายๆนัดอย่าง มารูยาน เฟลไลนี่ จนแทบจะหายไปจากเกมส์ ความพร้อมที่จะเป็นผู้ท้าชิงในฤดูกาลหน้า เริ่มต้นฤดูกาลนี้ มีหลายคนไม่เชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถกลับมาคั่วท็อปโฟร์ได้อีกครั้ง และยิ่งเห็นฟอร์มกับพร้อมๆกับแนวทางการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปทุกนัด ยิ่งไม่เชื่อว่า ฤดูกาลหน้า ปีศาจแดงจะได้ไปเสนอหน้าบนถ้วยใหญ่บนเวทียุโรปอีกครั้ง แต่มาถึงตรงนี้กับอีก 5 นัดที่เหลือกับคะแนนที่ทิ้งห่าง ลิเวอร์พูล คู่แค้นอันดับ 5 อยู่ 8 แต้มแม้จะแข่งมากกว่า 1 นัด ทีมของ ฟานกัล ไม่น่าพลาด เพราะช่วงหลังๆสามารถจูนทีมได้ลงตัว จนสามารถเก็บ 12 คะแนนได้จาก 15 คะแนนเต็ม ในช่วง 5 นัดที่ผ่านมา ที่ทุกคนต่างลงความเห็นว่า เป็นด่านหินที่สุดในซีซั่นไว้ได้ นั่นหมายความว่า นักเตะ และผู้จัดการทีมเริ่มเจอจุดที่จูนกันได้ลงตัวแล้ว ฟอร์มในนัดนี้ที่สามารถสู้กับเชลซี ที่เป็นว่าที่แชมป์ได้อย่างสนุก น่าจะบอกได้ว่า ฤดูกาลหน้า ด้วยเวลาในการเตรียมตัวและเสริมทัพกับนักเตะที่เป็นเป้าหมาย ยูไนเต็ดจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ลุ้นมากกว่าท็อปโฟร์อย่างแน่นอน

คสช. ใช้ม.44 โยก 6 ตำแหน่ง 'บิ๊กศธ.'
คำสั่งคสช. /  ม.44 / 

"พล.อ.ประยุทธ์" ออกคำสั่งที่ 6/58 ใช้ม.44 โยก 6 ตำแหน่งบิ๊กศธ. สั่ง "สุทธศรี" พ้นจากตําแหน่งปลัดกระทรวง ตั้ง "กำจร" นั่งแทน วันนี้ (17เม.ย.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2558 เรื่อง การกําหนดตําแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ นางสุทธศรี วงษ์สมาน พ้นจากตําแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้ดํารงตําแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา ข้อ 2 ให้ นายพินิติ รตะนานุกูล พ้นจากตําแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา และให้ดํารงตําแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ข้อ 3 ให้ นายกําจร ตติยกวี พ้นจากตําแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และให้ดํารงตําแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 4 ให้ นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร พ้นจากตําแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 5 ให้ นายอดินันท์ ปากบารา พ้นจากตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และให้ดํารงตําแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ข้อ 6 ให้ นางรัตนา ศรีเหรัญ พ้นจากตําแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้ดํารงตําแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ 7 ให้ข้าราชการซึ่งดํารงตําแหน่งข้างต้นปฏิบัติหน้าที่ตามตําแหน่งตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับเป็นต้นไป ข้อ 8 ให้สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สํานักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าวให้เรียบร้อยโดยด่วนและให้นายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งหรือพ้นจากตําแหน่งตามคําสั่งนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 24 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ข้อ 9 คําสั่งนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 เมษายน พุทธศักราช 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ MThai News

คิดให้ดีก่อนหยิบฉวยมือถือใคร เพราะแอพพลิเคชั่นสมัยนี้ช่วยจับโจรได้
แท็กซี่ /  ไอโฟน

แชร์ว่อน กระทู้ตามหาไอโฟน หลังปรากฏภาพชายปริศนาในระบบ เชื่อเป็นผู้ที่ถือโอกาศหยิบฉวยไปเป็นของตัวเอง วันนี้ (18 เม.ย.) ได้มีการตั้งกระทู้ ผ่านเว็บไซต์ พันทิป โดยสมาชิกชื่อ 'EAH' ชื่อกระทู้ 'คนที่หยิบ iPhone 4 ผมไปดังภาพ รบกวนติดต่อ สน. พหลโยธินด้วยนะครับ' พร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ หลังจากทำโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน หาย และคาดว่าน่าจะหายไปขณะโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่ง จึงเปิดโปรแกรม 'Find my iphone' เพื่อหาพิกัดของโทรศัพท์ ทั้งนี้ พิกัดแสดงให้เห็นการเดินทาง ที่กำลังเคลื่อนที่จากถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปยังเส้นทางเกษตรนวมินทร์ และพยายามโทรเข้าเครื่อง แต่กลับไม่มีใครรับสาย เลยตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน. พหลโยธิน เบื้องต้นผู้เสียหายคาดว่า โทรศัพท์อาจเพียงตกอยู่บนรถแท็กซี่ แต่คนขับไม่ได้ยินเสียงเรียก แต่ซักพัก iCaughU Pro ส่ง message มาว่า มีคนพยายามปิดเครื่องในช่วงเวลาที่เจ้าตัว Alert iphone หรือทำให้ไอโฟนส่งเสียง จึงแน่ใจว่าผู้ที่เก็บได้ พยายามจะครอบครองโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว ซึ่งมีรูปภาพ ไปปรากฏอยู่ในระบบของเครื่องดังกล่าว ที่เจ้าของสามารถเข้าถึงได้ และปรากฏรูปภาพใบหน้าของบุคคลปริศนา ที่เจ้าของกระทู้คาดว่า น่าจะเป็นผู้ที่ฉวยโอกาส นำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไป โดยไม่คิดจะส่งคืนเจ้าของ ทั้งนี้ได้มีการประกาศหาตัวคนในภาพ ว่าหากไม่มีเจตนา สามารถติดต่อไปยัง ร.ต.ท. วรพล มลตรี สน. พหลโยธิน MThai News