Run Ran Run

GOT7 หวนคิดถึงคอนเสิร์ตที่เมืองไทย 'อยากกลับมาอีกเร็วๆ'
BamBam /  GOT 7 / 

GOT7 (ก๊อตเซเว่น) เจ็ดหนุ่มบอยแบนด์มาแรงแห่งวงการเพลงเกาหลี เผยความรู้สึกหลังจากได้จัดคอนเสิร์ตในเมืองไทย 'คือช่วงเวลาที่มีค่า - อยากกลับมาจัดคอนเสิร์ตอีกเร็วๆ' เพิ่งลัดฟ้ามาจัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ในเมืองไทยไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับวง GOT7 นอกจากความสามารถโดดเด่นที่ทำให้พวกเขามีแฟนคลับจำนวนมหาศาลและเหนียวแน่นแล้ว เพราะมีหนึ่งหนุ่ม 'แบมแบม' สมาชิกของวงเป็นไอดอลสัญชาติไทยแท้ เลยยิ่งทำให้แฟนคลับชาวไทยเทกำลังใจให้ทั้ง แบมแบม และสมาชิกคนอื่นๆ ของ GOT7 มากขึ้นไปอีก สมาชิกของ GOT7 เล่าถึงช่วงเวลาสุดประทับใจที่มีต่อคอนเสิร์ตในเมืองไทยไว้ว่า เจบี : "ผมจำตอนที่แฟนๆ ร้องเพลง Home Run ที่ผมแต่งเป็นภาษาเกาหลีไปพร้อมๆ กับพวกเราได้ครับ แล้วก็โปรเจ็กที่แฟนๆ ทำให้พวกเรา ผมรู้สึกประทับใจมาก ขอบคุณจริงๆ ครับ" ยองแจ : "แฟนๆ ช่วยกันทำโปรเจ็คแปรอักษรเป็นภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า 'รักเธอเสมอ' ผมจำช่วงเวลานั้นได้ดีเลยครับ รู้สึกประทับใจมากครับ" ยูคยอม : "ตอนที่ได้แสดงคอนเสิร์ตแล้วแฟนๆ ร้องเพลงไปพร้อมๆ กับพวกเรา แล้วก็โบกแท่งไฟตามจังหวะไปด้วย ตอนนั้นผมรู้สึกสนุกมากครับ แถมแฟนๆ ยังทำโปรเจ็กให้พวกเราด้วย! ผมประทับใจทุกช่วงเวลาในคอนเสิร์ตเลยครับ ขอบคุณมากครับ" แจ็คสัน : "ทุกคนส่งเสียงเชียร์พวกเราดังมากจนผมไม่ได้ยินเสียงเพลงในหูฟังอินเอียร์เลยครับ พอได้เจอกับ IGOT7 (หรืออากาเซ่ ชื่อเรียกแฟนคลับของวง) แล้วทำให้ผมรู้สึกว่าระยะเวลาในการเล่นคอนเสิร์ตมันสั้นมากครับ รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ แล้วก็คิดว่าเป็นเพราะทุกคน พวกเราเลยมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ครับ ผมอยากจะเข้าไปกอดทุกคนทีละคนๆ เลยครับ" มาร์ค : "ตั้งแต่จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวของพวกเรามา ผมคิดว่าคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยเป็นคอนเสิร์ตที่ทำให้พวกเราได้เจอกับ IGOT7 เยอะที่สุดครับ ขอบคุณมากๆ ครับ มันทำให้ผมคิดว่าจากนี้ไปต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อที่จะจัดงานให้ IGOT7 มาเจอพวกเราได้มากกว่านี้ ผมอยากกลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่นี่อีกครั้งครับ" แบมแบม : "เราไม่ได้มีโอกาสจัดคอนเสิร์ตใหญ่ๆ แบบนี้บ่อยนัก พอมีโอกาสได้ทำจริงๆ ก็รู้สึกดีมากๆ ครับ โดยเฉพาะตอนที่ผมกับเพื่อนๆ ร้องเพลงไทยกันแล้วแฟนๆ กว่า 12,000 คน ร้องร่วมไปกับพวกเรา การที่ได้มาพบกับแฟนๆ เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากครับ ผมอยากกลับไปเจอบรรยากาศแบบนั้นอีกเร็วๆ ครับ" นอกจากนั้น GOT7 ยังให้สัมภาษณ์พร้อมถ่ายแบบแฟชั่นเซ็ตไว้ในนิตยสารฟรีก๊อปปี้ a day BULLETIN ฉบับล่าสุด issue 419 ไว้อีกเพียบ... แฟนๆ ตามล่าหาเป็นเจ้าของตามจุดแจกต่างๆ หรืออ่านออนไลน์ได้ทาง http://www.mbookstore.com/book-read/8896 กันได้เลย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

A.R.M.Y ไทยฟินทั่วหน้า! BTS เสิร์ฟเวิลด์ทัวร์สุดฮอต สยบเมฆฝน!!
2016 BTS LIVE /  2016 BTS LIVE in Bangkok / 

ร้อนแรงตั้งแต่ประกาศขายบัตร ที่ ‘sold out’ ในพริบตา! สำหรับ 2016 BTS LIVE <花樣年華 on stage : epilogue> in Bangkok คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ในประเทศไทยของเจ็ดหนุ่มวงบอยแบนด์ฮิพฮอพไฟแรงแห่งแดนกิมจิ วง BTS (บีทีเอส) จากสังกัด Big Hit Entertainment ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ผู้จัดใจดี RegiStar (รีจิสตาร์) พา BTS มาเจอเหล่า A.R.M.Y ชาวไทย(อาร์มี่ : ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับของ BTS) ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง หลังจากเมื่อปีที่แล้วพวกเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามไม่แพ้กัน แม้ฟ้าฝนจะตกกระหน่ำตั้งแต่วันแถลงข่าว(5 ส.ค.) จนทำให้ไม่สามารถจัดงานได้ตามกำหนดเดิมได้ แต่หนุ่มๆ BTS ก็ออกมากล่าว 'ขอโทษ' ด้วยใจ ต่อบรรดาแฟนคลับและกองทัพสื่อมวลชนซึ่งมากันล้นลานสยามดิสคัฟเวอรี่ เย็นของวันรุ่งขึ้น 6 สิงหาคม ก็ได้ฤกษ์ที่ความฮอตของ BTS จะมาสยบเมฆฝนที่เมืองไทย เหล่า A.R.M.Y ทั้งไทยและเทศมากันล้น อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ตั้งแต่แสงแดดยังร้อนแรง จนเมื่อแดดล่มลมตก เจ็ดหนุ่ม Rap Monster (แร็พมอนสเตอร์), Jin (จิน), Suga (ชูก้า), J-Hope (เจโฮป), V (วี), JiMin (จีมิน) และน้องเล็กของวง JungKook (จองกุก) ก็เริ่มต้นระเบิดความมันบนเวทีคอนเสิร์ต 2016 BTS LIVE <花樣年華 on stage : epilogue> in Bangkok ท่ามกลางโปรดักชั่นอลังการตั้งแต่ แสง สี เสียง รวมไปถึงแดนเซอร์ ซึ่งเพลงเร็ว BTS ก็เต้นไปอย่างสุดพลัง ฟากเพลงช้าก็สามารถสะกดอารมณ์แฟนคลับทั้งฮอลล์ได้อย่างอยู่หมัด BTS ขนเอาเพลงฮิตของพวกเขามาโชว์อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น RUN, Love is not over, Boy in Luv, No More Dream, I NEED U, Attack on Bangtan, Miss Right, DOPE รวมไปถึงเพลงใหม่สุดมัน อย่าง Fire ด้วยพลังเพอร์ฟอร์แมนซ์ขั้นสุดยอดที่ทำเอาแฟนคลับทั้งบัตรนั่งและบัตรยืนต้องโยกตามไปกับพวกเขา ตลอด 26 เพลง รวมความยาว 2 ชั่วโมงกว่าๆ ทำให้แฟนคลับฟินไปกับทุกวินาทีของคอนเสิร์ต ฟาก A.R.M.Y ชาวไทย ก็ร่วมมือร่วมใจกันมีส่วนร่วมไปกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ด้วยการทำโปรเจ็คชูแหวนไฟรูปหน้ายิ้มกระพริบแสงหลากสีพร้อมๆ กันในเพลง Fire และในเพลงความหมายดี อย่าง Young Forever แฟนทั้งฮอลล์ก็ร่วมกันใช้แหวนไฟแปรอักษรเป็นรูปดวงดาวจักรราศี พร้อมชูข้อความซึ่งมีความหมายว่า 'BTS คือดวงดาวตลอดกาลของพวกเรา' ซึ่งทำเอาเจ็ดหนุ่มประทับใจจนกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความประทับใจขั้นสุดขนาดนี้ ทำเอา A.R.M.Y ชาวไทยฟินกันอย่างเต็มอิ่ม!... ส่วนแฟนคลับของศิลปินคนใด วงไหน จะได้อินแบบนี้กันอีก สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมครั้งต่อไปของผู้จัด RegiStar ได้ทางออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/RegiStarThailand และ www.registarthailand.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทนไหวไหมล่ะ!? เอ็มวีใหม่ ไทยเทเนี่ยม 'สาวๆ ตู้มๆ' เพียบ!!
Thaitanium /  ไทยเทเนี่ยม / 

ปล่อยออกมาแล้ว สำหรับมิวสิควิดีโอเพลง ไม่ไหวแล้ว ผลงานเพลงใหม่ของวง Thaitanium (ไทยเทเนี่ยม) ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มาแบบเหงาๆ แต่หอบเอาสาวๆ อกตู้มในชุดบิกินี่ มาอวดความเซ็กซี่ ละลานตาเต็มเอ็มวีไปหมด... เห็นแล้วหนุ่มๆ ต้องออกปากว่า "ทนไม่ไหวแล้ว!" จริงๆ!! ไทยเทเนี่ยม เล่าให้ฟังถึงเพลง ไม่ไหวแล้ว ว่า "เพลงนี้เป็นเพลงที่พูดถึงเวลาเจอสาวๆ แล้วเกิดอาการทน 'ไม่ไหวแล้ว' ครับ ก็เป็นเพลงฟังง่ายๆ แล้วก็ร้องตามได้ง่ายๆ ตามสไตล์รับซัมเมอร์ ฟังแล้วก็จะมีกลิ่นอายเร้กเก้ ทรอปิคอลซาวนด์อยู่ด้วย ตัวเนื้อเพลงก็ประมาณว่า ไม่ไหวแล้วเวลาเราเห็นใครสวยๆ เพลงนี้สำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ที่มีอาการทนไม่ไหวแล้ว เพราะในเนื้อเพลงมันจะบอกว่า "น้องเอ้ย…มันทนไม่ไหวแล้ว" เหมือนเป็นการแซวคนที่เห็นว่าอย่าทำแบบนี้นะ มันทนไม่ได้แล้ว" Mai Wai Laew - Thaitanium youtube channel : Thaitanium Entertainment เนื้อเพลง ไม่ไหวแล้ว - Thaitanium Going Out To all my ladies And You Know Who You Are And You Know Who You Are ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหว ไม่ไหว ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหว ไม่ไหว Day : สาวสาว มาจากไหน what's up What u wanna drink ไม่ทราบ แถวนี้เขาเรียกพี่รู้ไว้ซะ In the VIP เข้ามาซิจ๋า Hennessy all night นะนะ อยากจะกอดเธอนะ to night อยากจะให้เธอเสียวกันหน่อย ชิดชิดซะกะนิดไม่ได้คิดจะปล่อย เธอ หันมานิดปิด ทำให้ผู้ชายเพลอ ดูม ซะจนน้องชายผมอยากจะได้เธอ ทนไม่ไว้แล้ว พี่ขอจูบหน่อย ไม่ไหวไหวแล้ว เธอคงอร่อย น้ำลาย ไหลแล้ว เธอ Way : นี่คุณผมทนไม่ไหว ให้ทำยังไง เธอร้อนเป็นไฟ วูบวาบ you too hot อย่างกะเดินออกมาจากรูปภาพ like ooh wow อยากเห็นเธอแค่ in tubesocks Hip Hop with this hard rock and we cant stop cuz baby girl we in bangkok เอาไงดี เดี๋ยวเดินไปดับไฟ เข้าใกล้ขอเข้าไปจัดให้ รักความสะอาด เรียกเราได้เลยนายสะอาด yeah break your back straight อัมพาต til early morn พระบิณฑบาต like oh my god like oh พระเจ้า cant wait around its going down ** Hook : Baby baby baby I need u right now อยากให้เข้ามาใกล้ใกล้ อีกนิด right now ไม่ต้องสนใจใคร fuck that shit right now Baby be mine baby mine โดนเราแน่นอนนนนนนนน โดนเรา แน่นอน แน่นอน แน่นอน Kh : Do เธอดู เธอดิ เดินเข้ามายังกับ Model เธอเป็นของของของใครพี่ไม่สนใจพี่เเค่ขอลอง เรามา ปรอง sipping perignon Chandon ไม่มี carry on shopping ที่ paris และ your man just can't stand it. Kh คุณก็ร้ดูดี Sky hi ยังกับ Pluto เกียรติศักดิ ดังชิบหาย แตกกระจายยังพลุ yo!! พี่นะลูกลูกผู้ชาย จะไม่ทำให้เธอชํ้าชี Cu when I cu / when I cu พี่นะขอที เถอะ Big Calo : I can't take it I want it Addicted to how you does it Girl I love it I need it Look baby you got me finding for it Flawless she flawless โทษที I'm gonna be honest If you with me then you run with finest Give you that D but don't know bout them dollars Girl I'm surviving I keep it real I kick that game that you can feel you สวยจริง I'm fly จริง just look at me I'm doing my thing ไม่ไหวแล้ว ใช่แล้ว I need that shit like right now we gon drink till สิบโมงเช้า we gon drink to สิบโมงเช้า Hook : Baby baby baby I need u right now อยากให้เข้ามาใกล้ใกล้ อีกนิด right now ไม่ต้องสนใจใคร fuck that shit right now Baby be mine baby mine โดนเราแน่นอนนนนนนนน โดนเรา แน่นอน แน่นอน แน่นอน มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

A Lifetime Run & Fun ขับไป พักชิลที่ไทรโยค วิ่งท้าโลกที่ช่องเขาขาด
TreeTopAdventure /  กาญจนบุรี / 

ทริปนี้ เกิดขึ้นจาก กิจกรรมดีดี ของ KTC Real Team ครั้งที่ 40 ตอน A Lifetime Run & Fun ขับไปพักชิลที่ไทรโยค วิ่งท้าโลกที่ช่องเขาขาด   กิจกรรมนี้ที่เราสนใจมากเพราะเป็นการวิ่ง Trail ที่จัดขึ้นครั้งแรกของ การวิ่งในเส้นทางประวัติศาสตร์ ช่องเขาขาด ซึ่งเป็นการวิ่ง Trail ครั้งแรกของผมและแฟนด้วย ผมไม่รีรอที่จะสมัครไป และผมก็ได้เป็นผู้โชคดี งานนี้เราได้รับการสนับสนุน รถยนต์ Toyota Fortuner  จาก Hertz  ให้ใช้ขับเที่ยว โดยเรารับผิดชอบค่าน้ำมันเองและ ที่พัก 1 ห้อง 2 คืน พร้อมกับอาหารเช้าและอาหารเย็น ที่ โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท   นอกจากนี้ เรายังได้เล่นกิจกรรม ผจญภัยกลางแจ้งและกลางอากาศ กับ Tree Top Adventure    ปกติแล้วในช่วงวันหยุดผมกับแฟนจะมองหากิจกรรมกีฬา ทำร่วมกัน มากกว่าจะเดินห้างดูหนัง ผมมองว่ากิจกรรมพวกนี้ได้ทั้งสุขภาพที่แข็งแรงและได้ความภูมิใจเมื่อเราทำมันได้  พวกเราเริ่มหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังประมาณครึ่งปีได้  ยิ่งช่วงนี้ งานวิ่ง งานกีฬา จัดขึ้นทุกอาทิตย์  ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ผ่านมาผมก็อาศัยช่วงวันหยุดยาวบ้าง ไปงานวิ่ง งานไตรกีฬา ตามต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อนและแฟน เรียกว่าได้ทั้งพักผ่อนและได้สุขภาพ กาญจนบุรี ถือเป็นจังหวัดที่มีที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์เยอะมาก คือไปเที่ยวที่เดียวได้ครบทุกฟิลครับ การเดินทางก็ไม่ยาก แค่ประมาณ 3ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ งานนี้เราเริ่มเดินทางวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน ช่วงเช้าผมเดินทางไปรับรถยนต์ ที่Hertz สาขา สาธร  ศูนย์บริการหาไม่ยาก อยู่ริมถนนติดกับตึกTisco  ใกล้BTS ศาลาแดง รถยนต์ Toyota Fortuner  ที่ได้สภาพใหม่มากครับ  ติดฟิล์มมาอย่างดี มีการตรวจเช็คก่อนรับรถละเอียด พนักงานให้การบริการดี ผมไม่ผิดหวังเลยที่ได้รับรถเช่าจากที่นี่ เพราะเคยใช้บริการเมื่อตอนไปเที่ยวภูเก็ต แถมใช้ร่วมกับ บัตรKTC ได้รับส่วนลดด้วย ผมเริ่มออกเดินทางช่วงประมาณเที่ยง ใช้เส้นทางหลวงสาย 323 กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-อำเภอไทรโยค-ทองผาภูมิ หลังจากนั้น เราวิ่งต่อไป บนเส้นทางสาย 323 ที่มุ่งตรงไปยังทองผาภูมิ ตาม GPS  ไป โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท   ที่นี่ตั้งอยู่ประมาณหลักกิโลที่ 61              ปากทางมีป้ายบอกชัดเจนครับ บริเวณทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามการจองที่พักก่อน เพื่อนให้แน่ใจว่าลูกค้าเข้าพักมีชื่อจองมาแล้ว  จากทางเข้าเราต้องขับเข้าไปตัวรีสอร์ท อีกประมาณ 2 กิโลเมตร สองข้างทางเป็นป่า ทางคดเคี้ยวเล็กน้อย ไม่มีไฟส่องทาง  ทางค่อนข้างแคบแต่รถสามารถสวนกันได้  กรณีแขกที่มาพักไม่ได้เอารถมา ก็จะมีรถของทางรีสอร์ทบริการวิ่งขึ้นมารับครับ            มาถึงแล้วสวนต้อนรับของรีสอร์ท พนักงานได้จัดเตรียมน้ำดื่มสมุนไพรไว้ให้และช่วยเอาของสัมภาระลง และแจ้งให้เราไปจอดบริเวณจุดจอดรถ ซึ่งห่างไม่ไกลจากบริเวณ Lobby  เนื่องจากรีสอร์ทนี้กว้างมาก  ทางรีสอร์ทมีรถกอล์ฟ คอยบริการรับส่งด้วย  ตอนแรกห้องพักที่เราได้เป็นห้อง Deluxe แต่เนื่องจากคืนวันเสาร์มี groups เข้าพักเต็ม ทางรีสอร์ทจึงอัพเกรด ให้เข้าพักห้องริเวอร์ไซด์ พรีเมียร์ ดีลักซ์  เป็นห้องพักวิวแม่น้ำแคว พื้นที่กว้างขวางมีพื้นที่นั่งเล่นพร้อมโซฟาทั้งด้านนอกและใน ห้องเพดานสูง มีพัดลม แอร์ ทำให้ห้องดูโล่งโปร่งสบาย ที่นอนไม่นิ่มไม่แข็ง นอนสบาย เครื่องนอนสะอาด ไม่มีกลิ่นอับ  มีกาต้มน้ำร้อน ชากาแฟ พร้อมกับน้ำดื่ม 2 ขวดในตู้เย็น ภายในห้องน้ำแยกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งอาบน้ำฝักบัว และฝั่งโถส้วม ห้องสะอาด มีอุปกรณ์พร้อมใช้ ไดร์ฟเป่าผม สบู่แชมพู ที่แคะหู  มีตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ และร่ม 2 คัน บริเวณห้องที่เราพักครับข้างหลังเป็นวิวแม่น้ำ หลังจากที่เก็บข้าวของแล้ว เราเริ่มเดิมสำรวจสถานที่ภายในรีสอร์ท โดยเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ทางรถไฟสายไทย – พม่า  ที่นี่มีรถไฟเก่า และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟสายมรณะเอาไว้ ต้นกำเนิดของ พิพิธภัณฑ์ เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป  เนื่องมาจาก ในปี 1983เซอร์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป ซึ่งเป็นแพทย์อดีตเชลยสงครามชาวออสเตรเลีย เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความทรงจำของออสเตรเลียที่เกี่ยวกับทางรถไฟสายไทย-พม่า  ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยพร้อมด้วยกลุ่มแพทย์ เพื่อเยี่ยมชมทางรถไฟแห่งนี้ คุณคณิตและภรรยา(เจ้าของรีสอร์ท) ได้พบกับท่านเซอร์และคณะที่มาขอซื้อเบียร์ที่แพลอยน้ำ คุณคณิตได้เชิญพวกเขาขึ้นมาบนบ้านลอยน้ำ และให้การต้อนรับเป็นอย่างดีที่โฮมพุเตย จากมิตรภาพในวันนั้นของทั้งคู่ คุณคณิตตัดสินใจมอบที่ดิน 15 เอเคอร์เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นอนุสรณ์สถานแห่งมิตรภาพ และเพื่อการรำลึกถึงความโหดร้ายในสมัยนั้น ภายในยังเก็บรวบรวมสิ่งของส่วนตัวที่หายากและมีความเกี่ยวข้องกับทางรถไฟแห่งนี้   ทุกปี ในวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ชาวออสเตรเลียจะทำการระลึกถึงวีรชนที่สละชีวิตในสงครามหรือเหตุการณ์ต่างๆ คุณคณิตได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับผู้เข้าร่วมงานที่นี่ โฮมพุเตยและพิพิธภัณฑ์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอปเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กลาโหมของออสเตรเลียจะต้องมาทุกครั้งเมื่อมาเยือนประเทศไทย และมีโอกาศได้พบกับคุณคณิตเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้คุณคณิตยังสนับสนุนด้านการเรียนรู้ให้กับเด็กในพื้นที่ด้วยการให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่ (ข้อมูล จาก https://www.homephutoeyriverkwai.com) ถัดจากพิพิธภัณฑ์ เรามาผ่อนคลายกันที่สระว่ายน้ำ และสระน้ำแร่ร้อนของรีสอร์ท ตั้งอยู่ใกล้กับ Zone Tree Top Adventure ริมสระว่ายน้ำ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีเรือแคนู เรือถีบ เสื้อชูชีพ ไว้ให้บริการ สระน้ำแร่ร้อน เป็นบริเวณด้านริมทะเลสาบ จะเปิดให้บริการ 17.00 – 22.00 ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงก็ได้ครับ แต่ควรล้างตัวก่อนลงสระ ข้างๆกันเป็นสระว่ายน้ำ มีที่ให้ล้างตัวก่อนลงสระ และผ้าขนหนูให้ เราสามารถสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานบริเวณนี้ได้ วันนั้นเป็นช่วงเย็นประมาณ 5 โมง ที่สระมีเราแค่ 2 คน พวกเราได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เสียงนกร้อง เป็นความรู้สึกที่เกินคำบรรยายจริงๆ  พอเริ่มจะค่ำ เราต้องกลับห้องกันแล้ว เพราะช่วงหน้าฝน ยุ่งเยอะมาก เราไม่ได้เตรียมยากันยุ่งมาด้วย ต้องออกไปซื้อข้างนอก ห้องอาหารที่นี่ ตั้งอยู่บริเวณ ด้านหลังของ Lobby มีzoneด้านบนและด้านล่างริมแม่น้ำแคว  มื้อเย็นของที่นี่ เปิดเวลา 18.00 – 21.00 น ทางรีสอร์ท ได้จัดอาหารกับข้าวเซ็ทให้เรา 5 อย่าง พร้อมด้วยของหวาน  เราเลือกที่จะนั่งด้านล่างริมแม่น้ำแคว ให้บรรยากาศ exclusive private สุดๆ อาหารรสชาติใช้ได้เลยทีเดียว ปลาสด อาหารรสไม่จัดมาก พนักงานบริการดีมาก คอยเติมข้าว น้ำให้เราจนอิ่ม  ห้องอาหารที่นี่ มีอาหารหลายเมนูให้เลือก มีทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว สเต็ก และ ขนม ของหวาน ผลไม้ ราคาร้านอาหารทั่วไป ไม่แพง หลังจากอิ่มแล้ว เราต้องออกไปหาซื้อยากันยุง จริงๆแล้วพนักงานที่รีสอร์ท มีให้ใช้สามารถขอเขาได้ แต่เนื่องจากเราต้องมีไว้เตรียมไปใช้ตอนเราวิ่ง จึงตัดสินใจขับรถออกไปหาซื้อกันดีกว่า ทางขับเข้าออกตอนกลางคืนไม่มีไฟ ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับตอนกลางคืนพอสมควร ร้านมินิมาร์ทริมทาง ไม่ไกลจากรีสอร์ท ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ถ้าจะไป 7-11 ใกล้สุดต้องขับเข้าเมืองไปอีก 15 กิโลเมตร สำหรับคืนแรกของที่นี่ ประทับใจมาก กินอิ่ม นอนหลับสบาย --------------------------------------------- เช้าวันเสาร์ ผมตื่นมาแต่เช้า มาสูดอากาศบริสุทธิ์ เมื่อคืนฝนตกค่อนข้างหนักอยู่ ตอนเช้ามายังมีปอยๆบ้างเล็กน้อย  อาหารเช้า ที่นี่ เริ่มเวลา 7.00 – 10.00 น. อาหารมีให้เลือกหลายอย่าง พนักงานคอยบริการอย่างเต็มที่ ทุกจุด หลังจากอิ่มกันแล้ว เราจะไปต่อกันที่ กิจกรรมผจญภัย ที่  Zone Tree Top Adventure การเตรียมตัวเล่นกิจกรรม ไม่มีอะไรมาก แค่เราต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นเล่น ก่อนเริ่มกิจกรรม จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายและสวมใส่อุปกรณ์ มีหมวก ถุงมือ ตะขอเกี่ยวตัว เรียกว่าเซฟตี้สุดๆ  อย่าลืมทายากันยุงด้วย Tree Top Adventure park ในไทย มี 4 ที่ ที่เปิดบริการแล้ว และสถานที่ที่ 5 กำลังจะเปิดให้บริการ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง จ.เชียงราย ช่วง เดือน ก.ค. 59 ส่วนกิจกรรม ของที่นี่ มี 40 ฐาน เจ้าหน้าที่จะอธิบายการใช้อุปกรณ์อย่างละเอียด เข้าใจง่ายและให้เราลองใช้จริงกับสถานที่จำลองก่อนเข้าเกมส์จริง พร้อมแล้ว ไปเล่นกันเลย ผมกับแฟนเล่นกัน 2 คน มีเจ้าหน้าที่ 3 คนคอยประกบช่วยเหลือ และนำทางเรา เรียกได้ว่า เซฟตีมากๆ ไม่ต้องห่วง ก่อนเล่นผมไม่คิดว่ามันจะตื่นเต้นมากกับการปีนป่ายต้นไม้ แต่ผิดคลาด กิจกรรมแต่ละฐานมีทั้งความตื่นเต้น หวาดเสียว และสนุกมากๆ  เราไม่สามารถบรรยายด้วยคำพูดได้ เพราะมันสนุกมากๆๆ ลองชมคลิปนี้ดูครับ กิจกรรมอื่นๆในรีสอร์ท เราพายเรือแคนูเล่น รอบๆทะเลสาบ ช่วงบ่ายวันนี้ ผมต้องไปลงทะเบียนวิ่ง ที่พิพิทธภัณฑ์ช่องเขาขาด ศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์ กกส.สทพ.นทพ. อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งห่างจากรีสอร์ท โฮมพุเตย แค่ 3 Km. โดยกิจกรรมวิ่งนี้  สนามวิ่งเชิงประวัติศาสตร์เพื่อย้อนรอยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 "ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องไฟนรก" เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ระยะแข่งขัน (4K) (11 K) และ (21K) Chip Timing จับเวลาสำหรับ ระยะ Mini Marathon (10K) Half Marathon (21K) การแบ่งรุ่นอายุ การแบ่งรุ่นอายุการแข่งขันประเภทชายและหญิง ระยะ 21 กม.และ 11 กม.แบ่งดังนี้ 1.รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี 2.รุ่นอายุ 19-29 ปี 3.รุ่นอายุ 30-39 ปี 4.รุ่นอายุ 40-49 ปี 5.รุ่นอายุ 50-59 ปี 6.รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป • เดินวิ่ง 3.5 กิโลเมตร (ไม่แบ่งรุ่นอายุ) รางวัล เหรียญสำหรับผู้เข้าเส้นชัยทุกระยะ ถ้วย Overall สำหรับ ญ / ช ,ระยะ 21K ถ้วยอันดับ 1 - 5 ของทุกรุ่นอายุชาย/หญิง ของระยะ 21K และ 11K  และของที่ระลึกจาก Sponsor  ประเภท Funrun ไม่มีถ้วยรางวัล ผมกับแฟนลง ระยะ 11K เป็นทาง Trail ครั้งแรกของผมกับแฟนเลย ข้างๆ จุดลงทะเบียนจะเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด เราไม่พลาดที่จะเข้าไปชมที่นี่ ชมฟรีครับ ประวัติของที่นี่ “ช่องเขาขาด” เป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” ซึ่งใช้เป็นเส้นทางขนส่งเสบียงจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่าในช่วงสงครามโลก ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวอันโหดร้ายของความทุกข์ทรมานของเชลยศึกและกรรมกรที่ต้องมาใช้แรงงานในการก่อสร้างทางรถไฟ และหลายรายถึงกับต้องจบชีวิตลงที่นี่เพราะไม่อาจทนต่อการทารุณอย่างหนักเยี่ยงทาสที่เกินกว่าใครจะคาดคิดได้ เรื่องราวในอดีตถูกรวบรวมและบอกเล่าผ่านนิทรรศการภายใน“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด” ที่ออกแบบและสร้างไว้อย่างเป็นสัดส่วนโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย พิพิธภัณฑ์ฯได้รวบรวมภาพถ่าย ข้อมูล และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกิดในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ นอกจากตัวอักษรและภาพประกอบที่อธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละช่วงแล้ว จุดเด่นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฯก็คือ ห้องมินิเธียร์เตอร์ ที่ฉายภาพยนตร์เงียบขาว-ดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และแน่นอนว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ความทุรกันดารและความโหดร้ายของการตกเป็นเชลยศึกสงคราม กว่า 12,000 ชีวิตของเชลยชาวออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมัน อเมริกัน และกว่า 60,000 ชีวิตของแรงงานชาวเอเชียที่ถูกบังคับให้ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เพื่อตัดช่องหินผ่านภูเขา และสร้างทางรถไฟเป็นระยะทางรวมกว่า 415 กิโลเมตรทั้งๆ ที่แทบจะไม่มีเครื่องมือทุ่นแรงใดๆ เลย เชลยศึกและแรงงานส่วนใหญ่ต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 18 ชั่วโมง และมีอาหารเพียง 2 มื้อ คือ ข้าวกับผักดองประทังชีวิตเท่านั้น ทั้งความอดอยาก การโดนทารุณทุบตี และโรคระบาดต่างๆ ที่รุมเร้า จึงทำให้ใครต่อใครขนานนามหุบเขาแห่งนี้ว่า “ช่องไฟนรก” Note: ที่นี้มีเครื่องมือบรรยายและหูฟังบริการฟรี โดยเสียค่ามัดจำ 200 บาทต่อเครื่อง โดยมีให้เลือก 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และ เยอรมัน - ปกติถ้าเดินชมเพียงอย่างเดียวจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าอ่าน และฟังตามเครื่องบรรยายด้วยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง - เส้นทางเดินในช่องเขาขาด มีหินแหลมคม บางช่วงเป็นทางแคบและค่อนข้างชัน การเดินควรใช้ความระมัดระวัง นักท่องเที่ยวควรสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสม - ถ้าเป็นไปได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ช่วยบริจาคเงินบำรุงรักษาสถานที่ และอย่านำเครื่องดื่ม อาหาร สัตว์เลี้ยง หรือสูบบุหรี่ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ (เครดิต โดย http://www.thetrippacker.com) หลังจากออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง THE RAILWAY MAN สร้างจากงานเขียนมุมมองของ อีริค โลแมกซ์ นายทหารยศร้อยตรีประจำเหล่าสื่อสารแห่งกองทัพสหราชอาณาจักร  ซึ่งถูกทหารญี่ปุ่นจับตัวในสิงคโปร์ และถูกส่งมาเป็นเชลยและบังคับให้เป็นแรงงานสร้างทางรถไฟสายมรณะ ผมจำได้ลางๆ ตอนนั้นไม่อินมาก แต่การได้มาที่นี่ ผมว่าจะกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง คงจะอินมากขึ้นหลายเท่า ------------------------- วันงานวิ่ง เราต้องตื่นกันตีสี่ เตรียมตัว เราซื้อของกินที่มินิมาร์ทไว้แล้ว พิธีเปิดเริ่มเวลา ตีห้า ครึ่ง และเริ่มปล่อยตัวนักกีฬาวิ่ง 21K ตอนประมาณ 6โมง พวกเราวิ่งระยะ 11K เป็นกลุ่มที่ 2   จุดให้น้ำทุกๆ 2 กิโล โดยประมาณ พวกเราไม่เคยวิ่ง Trail กันมาก่อน เราก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก แค่ทายากันยุง เพราะสองข้างทางเป็นป่า ยุงคงเยอะ งานนี้คนวิ่งประมาณเกือบ 1000 คน ถือเป็นงานใหญ่อยู่ สถานที่จอดรถกว้างและเพียงพอ อาจเพราะที่นี่เป็นศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์  มีเจ้าหน้าที่ คอยบอกอำนวยความสะดวกได้ดี ห้องน้ำบริเวณสถานที่จัดงาน น้อยไปหน่อย ไม่ค่อยพอกับจำนวนคน  ช่วงเริ่มวิ่งอากาศดีมาก ครึ้มเล็กน้อย ทางช่วงแรก เป็นทางลงเนิน ต้องวิ่งแบบเอนตัวไปด้านหลัง ไม่ให้หน้าทิ่ม ลงวิ่งมาผมแทบจะเป็นตะคิว เลยครับ ช่วงต่อมาเป็นทางเรียบถนนสลับกับ ถนนลูกรัง สองข้างทางเป็นป่าบ้าง เป็นบ้านคน สวนบ้าง และยังต้องเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควด้วย ซึ่งจุดนี้เขาให้เราเดินข้ามไป  นักวิ่งจะหยุดถ่ายรูปกับสะพาน และวิวรอบข้าง ตลอดเวลาที่วิ่ง จะมีช่างกล้องคอยถ่ายรูปให้ เป็นระยะ เราไม่พลาดที่จะ โพสต์ท่าสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก หลังจากจุด Finish ไป เราต้องเดินต่อไป ประมาณ 3 กิโล ผ่านอนุสรณ์บริเวณช่องเขาขาด นักวิ่งทุกคนจะได้รับดอกไม้ คนละ 1 ดอก เพื่อนำไปวาง เป็นที่รำลึกถึงสถานที่ผู้เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 2   ระหว่างทางเดินเป็นหิน ทางขึ้นลงบันได นักวิ่งต่างเดินตามๆกัน บ้างหยุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บริเวณช่องเขาขาด ทางเดินจะมาสุดที่หลังพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด เรามาถึงบริเวณจุดเริ่มต้น ฝนก็ตกลงมาพอดี เราได้รับเหรียญเป็นที่ระลึกงานนี้ ซุ้มหลังงาน มีทั้งอาหาร ก๋วยเตี๋ยว กระเพาะปลา ของหวาน  เครื่องดื่ม เกลือแร่  ไว้คอยบริการให้นักวิ่งพร้อม ภาพรวมของงานวิ่งที่นี่ สำหรับผมแล้วคิดว่าโอเค ทั้งสถานที่จัดงาน ความปลอดภัย สิ่งที่ได้จากงานวิ่งนี้ ไม่เพียงแต่ได้รับความสนุกเท่านั้น เส้นทางวิ่งเป็นเส้นทางที่น่าประทับใจมากครับ หมอกในยามเช้า วิวแม่น้ำแคว ภูเขาสองข้างทาง ทัศนียภาพป่าไผ่ และต้นไม้ใหญ่ การได้ทางเดินผ่านร่องรอยของทางรถไฟ ไม้หมอน จุดชมวิวที่ช่องเขาขาด สัมผัสธรรมชาติแสนสงบจุดชมวิวบนเขา ผมหวังว่าในอนาคตจะได้กลับมางานวิ่งเทรลแนวนี้อีกครั้ง