Maleficent

นิโคล่า พลาทซ์ จาก The Last Airbender อาจจะได้สวมบทเป็นนางเอกใน Transformers 4
Maleficent /  Michael Bay / 

หลังจากได้ มาร์ค วอลเบิร์ก ไปรับบทเป็นคุณพ่อของนางเอกตัวเด่นของเรื่องกันไปแล้ว กับหนังภาคต่อ หุ่นยนต์ยักษ์ถล่มเมืองอย่าง Transformers 4 มาในคราวนี้ก็ถึงการคัดเลือกนางเอก และ พระเอก คู่ขวัญของเรื่องกันแล้ว ก่อนที่ตัวหนังจะเริ่มถ่ายทำกันปีหน้า เพื่อให้เข้าฉายทันปี 2014 ซึ่งหวยก็ได้ออกที่นักแสดงสาวอย่าง นิโคล่า พลาทซ์ ที่ ไมเคิล เบย์ กำลังคัดเลือกตัว มีสิทธิ์ว่าจะได้เป็นนางเอกของเรื่อง ที่เราคงจะได้คุ้นหน้าคุ้นตาเธอกันมาแล้วในปี 2010 กับหนังอภิมหาสี่ธาตุ จอมราชันย์ ิอย่าง The Last Airbender เพราะตอนนั้นเธอก็ถึงขั้นได้รับบทเป็นนางเอกเช่นกัน ซึ่งตัวละครที่เธอจะรับบทเป็นนั้น จะเป็นตัวละครวัยรุ่นสาว เปรี้ยวปราว มีแฟนหนุ่มเป็นสิงห์มอไซด์ ที่จะไปเกี่ยวข้องกับเหล่าหุ่นยนต์ได้อย่างไรต้องรอคำตอบกันอีกทีในปี 2014 ซึ่งทางด้านตัวบทของ ชายหนุ่มสิงห์มอไซด์ ก็ตกเป็นของนักแสดงหน้าใหม่เช่นเดียวกัน กับ เบรนตั้น ธเวส ชายหนุ่มจากหนังภาคต่ออย่าง Blue Lagoon : The Awaking ที่เป็นหนังลงดีวีดี ที่กำลังอยู่ในช่วงคัดตัว และอาจจะมีสิทธิ์ได้สูง เนื่องจากล่าสุดเขาก็กำลังเล่นหนังประคู่กับ แองเจลี่น่า โจลี่ ใน Maleficent ซึ่งเราต้องมารอดูกันอีกที ว่าการที่ ไมเคิล เบย์ จะปรับตัวละครหลักให้กลายเป็นผู้หญิง จะนำเอาเรื่องราวของ หุ่นยนต์ ไปเกี่ยวข้องอย่างไร ติดตามหาคำตอบได้ กรกฏาคม ปี 2014 ครับ

มาเลฟิเซนท์ กางปีกเผยโฉม ในตัวอย่างและแบนเนอร์ใหม่จาก Maleficent
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

หนังมีคิวปล่อยตัวอย่างใหม่ในวันพรุ่งนี้ สำหรับ Maleficent หนังแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ประจำซัมเมอร์ เรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของตัวร้ายสุดฮิตจาก ดิสนี่ย์ อย่าง มาเลฟิเซนท์ โดยในตอนนี้หนังได้มีตัวอย่างเรียกน้ำย่อยเล็กๆเผยโฉมมาให้เห็นปีกของเธอ และรวมไปถึงการตัดสลับฉากกับอนิเมชั่น Sleeping Beauty ซึ่งน่าจะทำให้แฟนๆของเธอปลื้มอกปลื้มใจแน่นอน โดยภาพยนตร์จะเล่าถึงเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของ ‘มาเลฟิเซนท์’ สุดยอดตัวร้าย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ ดิสนีย์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิคปี 1959 เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (สลีปปิ้ง บิวตี้) ภาพยนตร์จะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจและทำให้เธอ เคียดแค้นทารกน้อยที่ชื่อ “ออโรร่า” ในบ้านเราเลื่อนฉายเป็น 12 มิถุนายน รอกันอีกนิด

แจ็ค เรย์นอร์ จะประกบมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ใน Transformers 4 เนื้อเรื่องจะตามหลังภาคสาม 4 ปี
Maleficent /  Michael Bay / 

write essay for meหลังจากมีการทดสอบบทนักแสดงดาวรุ่งชาย 3-4 คน ที่จะมาสมทบมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ใน Transformers 4 ผู้กำกับไมเคิล เบย์ ก็ได้คนที่เขาต้องการที่สุดแล้ว และประกาศออกมาผ่านทางเว็บบอร์ดของเขาว่า แจ็ค เรย์นอร์ คือนักแสดงหนุ่มคนนั้นครับ เบย์เขียนข้อความลงในเว็บไซต์เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมาว่า “ผม เพิ่งจ้างยอดนักแสดงหน้าใหม่สำหรับหนัง Transformers ที่จะมาประชันกับมาร์ค วอห์ลเบิร์ก เขาคือแจ็ค เรย์นอร์ เด็กหนุ่มชาวไอริชที่เดินทางมาอเมริกาโดยมีเงินติดกระเป๋าเพียง 30 เหรียญ ช่างกล้าไม่เบา พูดจริงๆนะ ใครกล้าทำแบบนั้นกันบ้าง อย่างไรก็ตาม ผมเจอเขาในหนังไอริชเล็กๆ ทียอดเยี่ยมเรื่อง What Richard Did เด็กคนนี้เป็นนักแสดงของจริง“ การประกาศนี้เป็นการยืนยันตามข่าวลือเมื่อเดือนที่แล้วว่าเรย์นอร์ได้รับการเสนอให้รับบทใน Transformers 4 เพราะเบย์ประทับใจในการแสดงของเขาจาก What Richard did ครับ และนอกจากประกาศเรื่องนักแสดงแล้ว เบย์ยังเผยรายละเอียดสำคัญของ Transformers 4 ด้วย ว่า “Transformers 4 ไม่ใช่การยกเครื่องใหม่ (reboot) คำคำนั้นพูดกันไปทั่วในอินเตอร์เน็ต หนังเรื่องนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 4 ปี หลังจากสงครามในชิคาโก เรื่องราวเป็นการส่งผ่านต่อโดยธรรมชาติ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องใช้นักแสดงชุดใหม่“ เบย์แย้มอีกด้วยว่า Transformers 4 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของไตรภาคใหม่ “Transformers 4 จะรู้สึกแตกต่างจากสามภาคก่อนหน้านี้ เรากำลังเข้าสู่ไตรภาคใหม่“ รายละเอียดเพิ่มเติมยังเป็นความลับอยู่ครับ แต่ที่แน่ๆก็คือหนังจะออกฉายในสหรัฐมิถุนายน 2014 ส่วนใครที่สงสัยว่า What Richard Did เป็นหนังยังไง ทำไมเบย์ถึงถูกใจเรย์นอร์จากเรื่องนี้ ผมแนบคลิปตัวอย่างหนังมาให้ชมด้านบน ที่มา : Jediyuth.wordpress.com jfdghjhthit45

แม่มดในตำนาน สู่ครื่องสำอางสุดเก๋ MAC Maleficent
เครื่องสำอาง /  เทรนด์แฟชั่น / 

จากการ์ตูนเจ้าหญิงนิทราในตำนาน มาสู่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง Maleficent นำแสดงโดย แองเจลิน่า โจลี ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เดือนพ.ค.57 นี้ และเป็นธรรมดาที่หนังเรื่องดัง จะถูกนำมาเป็นคอลเล็คชั่นเครื่องสำอาง และครั้งนี้เป็นของแบรนด์  MAC ที่ผลิตเครื่องสำอางสุดเก๋ออกมาให้แฟนๆ ได้จับจองกัน...แม่มดในตำนาน สู่ครื่องสำอางสุดเก๋ MAC Maleficent แม่มดในตำนาน สู่ครื่องสำอางสุดเก๋ MAC Maleficent MAC Maleficent ในคอลเล็คชั่นนี้ ประกอบด้วย ลิปสติกสี True love’s kiss ที่มีสีแดงก่ำ, อายแชโดว์โทนสีธรรมชาติ (ทอง น้ำตาลแดง เทา ดำ), ขนตาปลอม, ยาทาเล็บสีนู้ด และสีแดง เป็นต้น มาเป็นเซ็ทใหญ่แบบนี้จะอดใจไหวได้ไง เผื่อจะสวย แซ่บเวอร์ ปลุกลุคดาร์กๆ ในตัว หรือไม่แน่ อาจจะสวยแบบ  แองเจลิน่า โจลี ตัวจริงได้เลยก็ดีนะ (มโนไปไกล) อิอิ ข้อมูล http://pingpoy.com/

Maleficent : หักดิบนิทานเก่า
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ / 

มาอีกแล้วสำหรับหนังที่หยิบเอานิทานมาปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบคนแสดง ที่หลังจากเคยมีฉบับอนิเมชั่นจนขึ้นหิ้งคลาสสิคอย่าง Sleeping Beauty แต่คราวนี้พิเศษหน่อยตรงที่หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของตัวร้ายและเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่เคยรู้มาก่อน สำหรับ Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาพยนตร์เล่าถึงเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของ ‘มาเลฟิเซนท์’ สุดยอดตัวร้าย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ ดิสนีย์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิคปี 1959 เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (สลีปปิ้ง บิวตี้) ภาพยนตร์จะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจและทำให้เธอ เคียดแค้นทารกน้อยที่ชื่อ “ออโรร่า” เนื่องจากพระราชา สเตฟาน ผู้ใจร้าย ที่หักหลังและขโมยปีกของเธอไปจนทำให้เธอเป็นอย่างทุกวันนี้ Maleficent กำกับการแสดงโดย โรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก ผู้อยู่เบื้องหลังวิชวล เอฟเฟกต์ หนังดังๆอย่าง Alice in Wonderland และ Avatar ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นงานกำกับเรื่องแรกของเขา ซึ่งใครหลายคนที่ดูจากตัวอย่างก็คงอดคิดไม่ได้ที่จะเอาไปเทียบกับ Snow White and The Huntsman ที่หยิบเอานิทานไปยำใหญ่ ใส่เอฟเฟกต์ มาแล้วอย่างแน่นอน โดยเอาเข้าจริงๆ Maleficent ก็เรียกได้ว่าตามเนื้อผ้าของเรื่องดังกล่าวมาติดๆ แต่ลดระดับความรุนแรงลง และยังคงเพิ่มนิทานตามสไตล์ของดิสนี่ย์มากขึ้น โดยสิ่งที่ส่วนตัวผมนั่นชอบมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการที่หนังหักดิบ ล้างนิทานฉบับเก่าออกหมดเกลี้ยง (ถึงแม้จะแอบเคลืองใจว่า ดิสนี่ย์ ปล่อยออกมาได้อย่างไร) โดยการยำใหญ่ใส่เรื่องราวที่ไม่มีใน Sleeping Beauty พร้อมเผยมุมมองให้กับตัวของ มาเลฟิเซนต์ มากขึ้น และเปลี่ยนตัวละครดีๆใน นิทาน ไม่ว่าจะเป็นทั้ง พระราชา และ นางฟ้าทั้ง 3 ให้กลายเป็นตัวละครที่ค่อนข้างน่าหมั้นไส้ และอยู่ตรงข้ามขั้วของ มาเลฟิเซนต์ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นไอเดียที่ค่อนข้างดีมากกับการวางหมากให้กับหนังตัวร้ายในรูปแบบนี้ โดยแน่นอนว่าหนังก็ผสมผสานเข้ากับฉากแอ็คชั่นสไตล์หนังฟอร์มยักษ์ ซึ่งการครีเอทของฉากแอ็คชั่น แฟนตาซี สำหรับเรื่องแรกของผกก. ก็ถือว่าค่อนข้างใช้ได้ดีทีเดียว เช่นกันกับงานด้านวิชวลสุดตระการตา ที่เนื่องจากเขาเคยออกแบบหนังจำพวก Avatar มาแล้ว เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องห่วงที่จะได้เห็นอะไรสวยๆงามๆ จนต้องอ้าปากค้างในเรื่องนี้อยู่หลายฉากเลยทีเดียว ไม่ต่างอะไรจากการแสดงของ แองเจลีน่า โจลี่ ในบทของ มาเลฟิเซนต์ ช่างสง่างาม จนรู้สึกเลยว่าเธอเกิดมาเพื่อบทนี้ และถ้าหากเอานักแสดงคนอื่นมาแทนคงไม่มีใครทำได้ดีเท่านี้แน่นอน เช่นกันกับน้อง แอลล์ แฟนนิ่ง ในบทเจ้าหญิง ออโรร่า ที่ความขาวและความงามของนางชนะใจชายทุกคนได้แน่นอน แต่ก็น่าเสียดายที่ในอีกมุมนึง ด้านของงานด้านตัดต่อ และ ตัวบท ในเรื่องยังค่อนข้างมีปัญหาอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนของานตัดต่อ วิธีเล่าเรื่องของผกก. ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน ของ มาเลฟิเซนต์ ยังดูค่อนข้างมีปัญหา หนังยังไม่ค่อยสมูธในการเล่าเรื่องจนเหมือนนำฉากมาแปะฉากอยู่บ้างในหลายส่วน แถมด้วยความยาวเพียง 97 นาที จึงทำให้ตัวหนังค่อนข้างไม่ต่างจาก Sleeping Beauty มากนัก ผิดแต่เรื่องนี้เล่าผ่านมุมมองของตัว มาเลฟิเซนต์ และมัวขยี้ปมปัญหาระหว่างเธอ กับ ออโรร่า จนทำให้หนังไม่เทน้ำหนักไปอยู่ส่วนของความเคียดแค้นมากสักเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ถ้าหากใครอยากลองหนังที่กล้าเอานิทานที่เรารู้จักกันดี มาปรับเปลี่ยน ใส่ไอเดียยำใหญ่ของตัวผกก.ไป คล้ายๆกับ Snow White เรื่อง Maleficent ก็สามารถตอบสนองความสนุกให้คุณได้ระดับนึง แบบที่หนังป๊อปคอร์นซัมเมอร์เรื่องนึงจะทำได้ ถึงแม้อาจจะมีส่วนตัวที่น่าติอยู่พอสมควรก็ตาม (แนะนำให้ชมในระบบ 3D เพราะภาพสวยงาม และมีฉากทะลุจอค่อนข้างมากทีเดียว) เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

เหมือนเป๊ะ หญิง รฐา ในลุค มาเลฟิเซนต์
Maleficent /  มาเลฟิเซนต์ / 

เหมือนเป๊ะ หญิง รฐา ในลุค มาเลฟิเซนต์ จัดเป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่น่าจับตา สำหรับหนังเรื่อง มาเลฟิเซนต์ ที่ได้นักแสดงนำอย่าง แองเจลิน่า โจลี่ มารับบทแม่มดใจร้าย งานนี้ทำเอาเหล่าสาวก พร้อมใจกันอย่างแปลงร่างเป็น ขุ่นแม่ใจร้าย เลียนแบบนักแสดงนำ มาเลฟิเซนต์ กับเค้าบ้าง โดยเฉพาะที่เนียนสุดๆ เห็นทีจะต้องยกให้เธอ หญิง รฐา ที่จัดเต็มมาร่วมงานเปิดตัวหนังเมื่อค่ำวานนี้แบบ เสื้อผ้าหน้าผม เป๊ะเว่อร์ ชนิดที่แยกแทบไม่ออกว่าไหนตัวจริงไหนตัวปลอม เมคอัพมาเต็มขนาดนี้ เอาไป5ดาวจ้า หญิง รฐา เป็น มาเลฟิเซนต์ แปลงร่างเป็นนางร้าย Maleficent เหมือนไปป่ะ! รีวิวแต่งหน้าแบบเหมือนเป๊ะ จนใครต้องตกใจในความร้ายของเราอย่างแน่นอน โอ้วววเริ่ด รองเท้าส้นสูง Maleficent ออกแบบโดยแบรนด์ดัง Chritain Loubutin สวยเก๋ แปลกตา ถูกใจสาวกแม่มดทรงเสน่ห์!!!

ดิสนี่ย์ วางแผนสร้าง Beauty and the Beast ฉบับคนแสดง
Beauty and The Beast /  Disney / 

หลังจากความสำเร็จของ Oz the Great and Powerful มันก็คงจะไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่นัก ที่ดิสนี่ย์จะออกมาประกาศแล้วว่าพวกเขากำลังสร้างหนังฉบับคนแสดงของ Beauty and the Beast ออกมา โดยใช้มือเขียนบทจากหนังเรื่องล่าสุดของ แดนนี่ บอยล์ อย่าง Trance เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของ อสูรและเจ้าหญิง ออกมาในโทนที่มืดม่น และ มีชีวิตจิตใจ ซึ่งทางดิสนี่ย์จะตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ว่า The Beast โดยตัวหนังในตอนนี้ยังมีการวางมือแค่ คนเขียนบท แต่ยังไม่ได้วางตัวทั้ง นักแสดง และ ผู้กำกับ ซึ่งท้ายสุดแล้วเราต้องมารอดูกันว่า Beauty and the Beast ฉบับของดิสนี่ย์ หรือ ฉบับของ กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่ ที่ได้ เอมม่า วัตสัน มาเป็นนางเอกนั้นจะครองใจคนดู และ นักวิจารณ์กันแน่ โดยนอกจาก Beauty and the Beast ดิสนี่ย์ก็มีแผนที่จะหยิบเอาการ์ตูนคลาสสิคมาเป็นคนแสดงอีก 2 เรื่อง นั้นก็คือ Cinderella ที่มีข่าวว่า เอมม่า วัตสัน อาจจะรับบทนำอีกเช่นกัน รวมไปถึง เจ้าหญิงนิทรา อย่าง Sleeping Beauty ที่มีคิวออกฉายในปีหน้า โดยใช้ชื่อหนังว่า Maleficent โดยมี แองเจลีน่า โจลี่ มารับบทเป็นแม่มดใจร้ายนั้นเอง

พบกับ BIOSCOPE ฉบับเจ้าหญิงที่เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายใน Grace of Monaco
BIOSCOPE /  Grace of Monaco / 

รับเดือนมิถุนายนที่หนังยอดเยี่ยมหลายเรื่องต่างพากันเข้าโรง ด้วยนิตยสารเพื่อคนรักหนัง BIOSCOPE ฉบับหน้าปก นิโคล คิดแมน ในมายาแห่ง Grace of Monaco ที่ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย อีกทั้งล้วงลึกชีวิตของนางมารร้ายอันดับหนึ่งของโลกดิสนีย์ Maleficent, จับตาดู 5 ผู้กำกับมาแรงในวงการอินดีญี่ปุ่น , ค้นหาสัจธรรมซ่อนเร้นในวังพิกุล , คุยกับ ราสิเกติ์ สุขกาล โปรดักชัน ดีไซน์เนอร์ ผู้สร้างโลกสมมติแก่หนังไทย และหลากเรื่องราวที่คุณอาจยังไม่รู้ของเอช อาร์ กีเกอร์ บิดาผู้ให้กำเนิดเอเลี่ยน พิเศษด้วยปกหลังและเรื่องราวสยองขวัญฉบับตีความใหม่ ห้องหุ่น ในบังเหียนของ กัลป์ กัลย์จารึก BIOSCOPE ฉบับ 149 เดือนมิถุนายน 2557 วางแผงแล้ววันนี้ ---------------------------------------

นักแสดงนำยกให้
Brenton Thwaites /  Karen Gillan / 

ด้วยเครดิตทีมสร้างจาก Insidious และ Paranormal Activity  ผนวกกับเสียงวิจารณ์ที่ชื่นชมภาพยนตร์ “Oculus : ส่องให้เห็นผี” ก็ทำให้หนังผีสุดสะพรึงเรื่องนี้ เตรียมขึ้นแท่นหนังผีแห่งปี  เพียงเท่านี้ยังไม่พอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงนำดาวรุ่งพุ่งแรงของฮอลลีวู้ดมาร่วมนำแสดงด้วย โดยทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูมิใจสุดๆที่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น “คาเรน กิลแลน” ผู้ที่มารับบท “เคย์ลี่” พี่สาวของครอบครัวที่ต้องเผชิญชะตากรรมน่าสะพรึงจากกระจกหลอนบานนี้ โดย คาเรน เป็นนักแสดงที่แจ้งเกิดจากซีรี่ย์ชื่อดังของอเมริกาอย่าง Dr.Who  และกำลังจะมีผลงานในหนังซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวลเรื่อง Guardian of the Galaxy คาเรน เปิดใจว่า “ทันทีที่ฉันอ่านบทเรื่องนี้จบ ฉันรู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ แต่ฉันต้องได้มีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้ ฉันเลยทุ่มเทและพยายามแคสติ้งเพื่อให้ได้บทนำนี้มา  ฉันทึ่งกับแนวทางที่ผู้กำกับใช้เล่าเรื่อง มันไม่เหมือนหนังผีเรื่องไหนเลยที่ฉันเคยดูมา มันยอดเยี่ยมและน่ากลัว” ส่วนนักแสดงที่มารับบทสำคัญอีก 1 คนได้แก่ “เบรนตัน ทเวทส์”  รับบท “ทิม”  น้องชายของครอบครัว ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆาตกรรมพ่อและแม่ของตนเอง  สำหรับ เบรนตัน หลังจากภาพยนตร์ oculus ความสามารถด้านการแสดงบวกกับหน้าตาอันหล่อเหลามีเสน่ห์ทำให้เขากำลังจะมีผลงานใหม่ ในภาพยนตร์ Maleficent ที่ได้แสดงร่วมกับ แองเจลิน่า โจลี่  ซึ่ง เบรนตัน พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมคิดว่าความน่ากลัวของหนังเรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่ฉากความสยองหรือตัวผี มันคือทุกๆอย่างรวมกัน ทั้งบรรยากาศ ตัวละคร เรื่องราว มีสไตล์การเล่าเรื่องที่สดใหม่และแปลกกว่าหนังสยองขวัญทั่วไป” “Oculus : ส่องให้เห็นผี” เรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่เกิดเหตุการณ์คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญขึ้นในบ้าน พ่อและแม่เสียชีวิต ส่วนลูกชายคนเล็ก ถูกตัดสินว่าเป็นฆาตกร...อีก 10 ปีต่อมา เมื่อลูกชายคนเล็กถูกปล่อยตัวออกมา เขาและพี่สาว ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านหลังนั้น พร้อมพิสูจน์หาฆาตกรตัวจริงที่ไม่เคยมีใครเชื่อมาก่อน โดยเงื่อนงำทั้งหมดอยู่ที่ “กระจกโบราณ” ในบ้านหลังนั้น เปิดรอบพิเศษชวนมาส่องให้สะพรึงก่อนใคร 1 - 7 พฤษภาคม สองทุ่มเป็นต้นไป ฉายจริง 8 พฤษภาคม สิ่งที่คุณจะได้เห็น มันจะคอยตามหลอกหลอนคุณ...ทั้งชีวิต

Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ / 

เมื่อคืนวันอังคารที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา เสียงชื่นชมล้นหลามกับงาน มาเลฟิเซนต์ ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ที่ยิ่งใหญ่อลังการตามสไตล์ ค่ายหนังคุณภาพ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ ตั้งแต่ด้านหน้าบริเวณจัดงาน  โรงภาพยนตร์ สยามภาวลัย สยามพารากอน   คุณดุจดาว พรหโมบล  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่นส์ พิคเจอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย “คุณเจมส์  รชต ธีระบุตร” กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท  โซนี่ พิคเจอร์ส รีลิสซิ่ง วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ สื่อมวลชน,แขกผู้มีเกียรติ,พันธมิตรธุรกิจภาพยนตร์ ที่ให้เกียรติมาร่วมงานวันนี้กันอย่างคับคั่ง. ซึ่งงานนี้บอสสาวคนเก่งและแกร่งแห่งค่ายหนังคุณภาพได้ให้เกียรติเป็นผู้ดำเนินงานบนเวทีด้วยตนเองอย่างสนุกสนาน เปิดงานอันยิ่งใหญ่ด้วย "เมย์ เดอะว้อยซ์". กับน้ำเสียงทรงพลัง แสงสีเสียงตระการตา เหมือนดูมิวสิคัลย่อมๆ และไฮไลท์ของงาน คงจะหนีไม่พ้นเซอร์ไพรส์การแสดงที่ยอดเยี่ยมของ "หญิง รฐา โพธิ์งาม"  ในบทบาท "มาเลฟิเซนต์" ที่สะกดคนดูนับพันได้ยอดเยี่ยมอย่างร้ายกาจ ขณะที่หญิงร้องเพลง Once upon a time เวอร์ชั่น Lana Del Rey ประกบกับน้ำเสียงหวานๆ ของ "คุณเมย์ ฝนพา ปราโมช ณ อยุทธยา" หรือ "เมย์ เดอะ วอยซ์ 2"  ที่ร้องเพลงเดียวกัน แต่เป็นเวอร์ชั่นแอนิเมชั่น ซึ่งทำให้เกิดการเปรียบเทียบความเหมือน ความต่างของการตีความ. ซึ่งเข้ากับคอนเซปต์ของภาพยนตร์ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้น้อง "แยม มทิรา ตันติประสุต" นักแสดงสาวสวยนางเอกน้องใหม่  มาช่วยทำให้การแสดงทั้งหมดสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในบทบาทของ "เจ้าหญิงออโรร่า" งานนี้เหล่ากองทัพแฟนคลับที่ต่างทุ่มเทแต่งตัวเป็นมาเลฟิเซนท์กันมาอย่างคับคั่ง จนเกิดเป็นกระแส โจลี่-มาเลฟิเซนต์ฟีเว่อร์ ที่หลายๆ คนลุกขึ้นมาดีไซด์ ชุดเสื้อผ้าหน้าผม แต่งเนื้อแต่งตัว จัดเต็ม หรือสวมเขาตาม  "แองเจลีน่า โจลี่" กันเป็นแถว อีกทั้งนักข่าวและนักวิจารณ์ทั้งไทยและทั่วโลก  ก็ต่างชื่นชมในการแสดงของ "แองเจลีน่า โจลี่"  ที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานระดับ มาสเตอร์พีซ ของเธอเลยทีเดียว MALEFICENT มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ในระบบดิสนีย์ ดิจิตอล 3มิติ และ 4มิติ ------------------------------

ไมเคิล แชนน่อน ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องน้ำหยดสุดท้าย ในตย.แรก Young Ones
Young Ones /  ขาดน้ำ / 

มาอีกแล้วกับเรื่องราวหลังโลกสลาย แต่คราวนี้เป็นโลกที่ขาดน้ำ ในตัวอย่างแรกจาก Young Ones ของผู้กำกับ เจค พัลโทรว จาก The Good Night ที่ตัวอย่างแรกที่เผยออกมาก็ตัดต่อได้แปลกหน้า มีกลิ่นไอของความเป็นหนังทริลเลอร์ และ แอ็คชั่น ดราม่า คลุกเคล้าได้อย่างลงตัว หนังมีนักแสดงแถวหน้าทั้ง ไมเคิล แชนน่อน, นิโคลัส ฮออล์, โคดี้ สมิธ แม็คฟี่ และ แอลล์ แฟนนิ่ง ที่เพิ่งเห็นหน้าตากันไปใน Maleficent นั่นเองครับ โดยนอกจากนี้หนังยังมีใบปิดแรกเผยออกมาให้ชมกันด้วย หนังเป็นเรื่องราวของพ่อบ้านชาวไร่นายนึง ที่แผ่นดินของเขานั่นมีน้ำไว้เป็นครอบครองให้พอประทังชีวิตครอบครัวได้ แต่แล้วการมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า ที่นอกจากจะมาขโมยหัวใจของลูกสาวเขาไป ยังจะมาเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการน้ำอีกด้วย จึงทำให้เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องครอบครัว และน้ำของเขาไว้ หนังมีกำหนดฉายในอเมริกาปลายปีนี้ ส่วนบ้านเราก็อาจจะได้เข้าฉายครับ

18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย
10 อันดับ /  ดาราวัยรุ่น / 

ภาพยนตร์ที่เราดูกันตอนเด็กๆนั้น ก็มักจะเห็นดาราเด็กฮอลีวู้ดเยอะแยะมากมาย หน้าตาน่ารัก ^^ วันนี้ teen.mthai 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย โตแล้วสวยทุกคน อยากรู้ว่ามีใครบ้างไปชมกันเลยคะ ^^ แล้วครั้งหน้าอย่าลืมติดตาม ดาราเด็กฮอลลีวูดฝ่ายผู้ชาย กันต่อนะคะ .. เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย ^^ 1. ดาโกตา แฟนนิ่ง (Dakota Fanning - อายุ 19 ปี)  คนแรกคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สาวน้อย ดาโกตา แฟนนิ่ง ที่มีแววสวยตั้งแต่เด็ก เธอโด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award และยังได้รับรางวัลการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก  ดาโกตา แฟนนิง เข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 5 ปี โดยแสดงภาพยนตร์โฆษณา และรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ซีรีส์ ER, CSI เป็นต้น ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ ในเรื่อง I am Sam , เมื่ออายุ 7 ปี ดาโกตาแสดงบทนำในซีรีส์ Taken , ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบัน คือภาพยนตร์ War of the Worlds (2005) , ภาพยนตร์ Charlotte's Web และล่าสุดกับภาพยนตร์ The Twilight นั่นเอง ^^ 2.  เอ็มมา วัตสัน (Emma Charlotte Duerre Watson - อายุ 23 ปี)  สาวน้อยผู้โด่งดังจากภาพยนตร์ทีมีคนเฝ้าติดตามชมมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง คือ Harry Potter ซึ่งรับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์  เธอเริ่มแสดงภ.ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ปี จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และรายได้กว่า 10 ล้านปอนด์ เธอเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 5 รางวัลจากการแสดงใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เธอชนะรางวัล Young Artist Award สำหรับนักแสดงนำที่เป็นเยาวชน ภาพยนตร์ที่วัตสันแสดงนอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องแรกคือ บัลเลต ชูส์ (Ballet Shoes) วัตสันได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ The Tale of Despereaux ที่ออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เธอพากย์เสียงเป็นเจ้าหญิงพี 3. คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) สาวสวยผู้โด่งดังเป็นพลุแตกจาก แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight) อาชีพนักแสดงของคริสเตนเริ่มต้นเมื่อเธออายุได้ 8 ขวบใน The Thirteen Year ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของ ดิสนี่ย์ แชลแนล หลังจากนั้น คริสเตน ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์อิสระเรื่อง The Safety of Objects ซึ่งเธอรับบทเป็น ลูกสาวผู้เป็นทอมของมารดาผู้โดดเดี่ยวและมีปัญหา หลังจากนั้น สจ๊วตได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฮอลีวูดเรื่อง Panic Room และผลตอบรับในขณะนั้นดีมาก หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Panic Room สจ๊วตได้เล่นในภาพยนตร์อีกหลานนเรื่องเช่น Zathura, In the Land of Women, The Messengers, Catch That Kid, และ Into the Wild ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 บริษัทหนัง Submit Entertainment ประกาศว่า คริสเตน สจ๊วต จะรับบทเป็น อิซาเบลล่า'เบลล่า'สวอน ในภาพยนตร์เรื่อง Twilight จากบทประพันธ์ขายดีที่สุดของ สเตฟานี่ เมเยอร์ นิยายในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างแวมไพร์ เธอรักกับพระเอกของเรื่อง โรเบิร์ต แพททินสัน ได้ไม่กี่ปีก็ต้องจบความสัมพันธ์ลง เมื่อเธอแอบมีใจให้กับผู้กำกับเรื่อง Snow White ที่เธอรับบทแสดงนำ 4. แมคเคนซี่ ฟอย (Mackenzie Foy) แมคเคนซี่เป็นผู้มีผมยาวนัยน์ตาสวยเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ด้วยการเป็นนางแบบโฆษณาให้แบรนด์ดังอย่าง Polo Ralph Lauren, Gap และ The Walt Disney Company จากนั้นจึงเริ่มมีงานแสดงเมื่อปี พ.ศ.2552 กับบทบาทเล็กๆ ในซีรีส์เรื่อง "′Til Death" และหลังจากนั้นก็ได้รับบทบาทในซีรีส์อีกหลายเรื่อง ก่อนจะได้รับบทที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักเธอในภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ "Twilight" 5.  จอร์จี เฮนเลย์ (Georgie Henley - 18 ปี) จอร์จี เฮนเลย์ หรือที่ใครๆรู้จักเธอในชื่ของ "ลูซี่" จอร์จี เป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์สุดอมตะ 7 เล่มเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย (NARNIA) รับบทเป็นน้องสาวคนสุดท้องชื่อว่าลูซี่ หลังจากนั้น  เธอได้รับงานละครเรื่อง Babes in the Wood และในปี 2005 (2548) เธอได้รับรางวัลจากสถาบันโพนิกฟิลม์คลิติกส์ ตำแหน่ง "Best Performance by a Youth in a Lead or Supporting Role - Female" ในเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย : ราชสีห์ แม่มด และตู้พิศวง 6.  แอนนาโซเฟีย ร็อบ (Annasophia Robb - 21 ปี) แอนนาโซเฟีย ร็อบ เพื่อนๆจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากภาพยนตร์เรื่อง ชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต  (Charlie and the Chocolate Factory) หลังจากเข้าร่วมในโฆษณา McDonald ของ Anna เริ่มอาชีพด้วยการแสดงบทบาทเล็ก ๆ ในตอน" Number one fan "ใน TV series ของDrake & Josh บทบาทที่สำคัญเป็นครั้งแรกของเธอใน"Samantha : An American Girl Holiday" แต่ในปี 2005 เธอก้าวเข้าสู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่มีสองเรื่องที่ดัดแปลงจากนวนิยายเด็กชื่อดังของ บทบาทของโอปอลในหนัง"Because of Winn-Dixie"ของเธอและยังปรากฏเป็น Violet Beauregarde ในภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory  สองเรื่องนี้มีความสำเร็จด้วยรายได้สูงจากสำนักงาน Box Office และทั่วโลก ต่อมาในปี 2006 เธอพักการแสดงและได้พากย์เสียงเรื่อง "Phantom Danny" เธอยังร้องเพลงในเรื่องนี้อีกด้วย "Keep Your Mind Wide Open"และวิดีโอเพลงนี้มาออกอากาศซ้ำใน Disney Channel เพลงอันดับที่ 90 ที่จัดขึ้นใน Billboard Hot 100 ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จเดียว ต่อมา Anna ได้แสดงอีกครั้งเรื่อง"The Reaping" พร้อมกับ "Spy School" และ "Jumper" (เธอเล่นเป็น Millie ตอนเด็ก) และหนังดราม่าเรื่อง "Wild Travel" และ "Have Dreams. ในหนัง"Sleepwalking" เธอได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิตยสาร Time 7. อิซาเบล เฟอร์แมน (Isabelle Fuhrman - 17 ปี ) อิซาเบลล์ เฟอร์แมน เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน เธอเป็นเป็นที่รู้จักในบทบาทของเอสเธอร์ จากภาพยนตร์เรื่องออร์แฟน เด็กนรก เรื่องนี้หลานคนคงจะจำเธอในบทโรคจิตไปอีกนาน ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับบทหนึ่งในนักแสดง Hunger Games อิซาเบลล์เกิดเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 ในกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. แต่เติบโตใน แอตแลนตา, ประเทศจอร์เจีย แม่ของเธอเป็นนักข่าวที่อพยพมาจากสหภาพโซเวียต และได้ทำงานให้กับCNN พ่อของเธอเป็นผู้สมัครทางการเมืองและอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ เธอมีพี่สาวซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง อิซาเบลล์อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย 8. ดาโกต้า บลู ริชาร์ด ( Dakota blue richards - 20 ปี) ดาโกต้า บลู ริชาร์ด เป็นนักแสดงนำเด็กในเรื่อง อภินิหารเข็มทิศทองคำ (GOLDEN COMPASS) รับบทเป็น ไลล่า เบลลาควา และภาพยนตร์เรื่อง The Secret Of Moonacre อภินิหารมนตรามหัศจรรย์ 9. เดเวห์ เชส (Daveigh Chase) ในปี 2002 เธอได้รับบทพากย์เสียงในการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง ลีโล่ แอนด์ สติชท์ (Lilo & Stitch) โดยเธอพากย์เป็นลีโล่ สาวน้อยที่บังเอิญเจอกับสัตว์ประหลาดอย่างสติทช์แต่แล้วก็ได้กลายเป็นเพื่อนรักกัน ต่อมาได้แสดงในบทบาทของ มาร่า มอร์แกน ในภาพยนตร์เรื่อง The Ring และเรื่องนี้ทำให้หลายๆคนรู้จักเธอมากขึ้น 10. Kiernan Shipka นักแสดงเด็กอายุเพียง 15 ปี เธอมีชื่อเสียงจากการเล่นซีรีส์  Mad Men เธอยังเป็นซุปเปอร์โมเดลตั้งแต่เล็กๆอีกด้วย 11. เอมิลี่ เจน บราวน์นิ่ง  (Emily Jane Browning) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้คนรู้จักเอมิลี่ คือ ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หรือThe Lemony Snicket’s A Series of Unfortunate Events (2004) โดยประกบคู่กับนักแสดงชั้นนำอย่าง จิม แครี่ , Ghost Ship เรือผีในปี 2002 และที่โด่งดังที่สุดของเธออีกหนึ่งเรื่อง Sucker Punch หรือ อีหนูดุ นั่นเอง ^^ เริ่มชีวิตการแสดงของเธอด้วยการรับบทในหนังที่ฉายทางทีวีเรื่อง The Echo of Thunder โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนของพ่อที่มีธุรกิจในแวดวงบันเทิง ซึ่งเขาได้เห็นการแสดงในแบบแปลกๆ ของเธอในโรงเรียน และดึงเธอเข้าสู่เส้นทางการแสดง หลังจากนั้นหลานปีเธอก็มีผลงานมากมาย เช่น High Flyers , Thunderstone , Something In The Air, Darkness Falls, Ned Kelly , Stranded , The Uninvited 12. โคลอี มอเรตซ์ (Chloë Grace Moretz - 17 ปี) เป็นที่รู้จักจากเรื่อง (500) Days of Summer และในเรื่อง Diary of a Wimpy Kid เธอยังรับบทเป็น ฮิต-เกิร์ล ในหนังแนวซูเปอร์ฮีโรในปี 2010 เรื่อง Kick-Ass ในภาคแรกและภาค 2 และจะรับบทแอบบี้ ใน Let Me In เริ่มงานสายบันเทิงตั้งแต่อายุ 5 ขวบในนิวยอร์กซิตี้ กับงานนางแบบประจำโครงการรณรงค์ระดับชาติต่างๆ ซึ่งพบเห็นได้ตามสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ต่อมาเล่นดราม่าเรื่อง “The Guardian” ทางช่อง CBS ไม่นานนัก บทบาทแรกในจอเงินก็มาถึงมือเธอ ในหนังนอกกระแสเรื่อง The Heart of the Beholder ต่อมาจึงจับจองบทนำใน The Amityville Horror ฉบับรีเมกโดย ไมเคิล เบย์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นที่กล่าวขาน 13.  แอล แฟนนิง (Elle Fanning - 16 ปี) เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นน้องสาวของ ดาโกตา แฟนนิ่งเองคะ แอล เริ่มเลิ่นภาพยนตร์เมื่ออายุ 2 ขวบเรื่อง i am sam แอล รับบทเป็น Lucy เมื่อตอนอายุ 2 ขวบ ส่วดาโกตารับบทเป็น lucy ตอนโตขึ้นมา ต่อมาแสดงภาพยตร์อีกหลายเรื่อง เช่น  Super8, We Bought a Zoo, Ginger & Rosa, Yong ones ล่าสุดในปี 2014 นี้ หลายคนคงตั้งตารอภาพยนตร์เรื่อง Maleficent ที่นางเอกเซ็กซี่ตลอดการอย่าง แองเจลีน่า โจลี ที่ครั้งนี้มารับบทเป็น แม่มดร้าย โดย แอล รับบทเป็นเจ้าหญิงออโรร่า Princess Aurora ในบทสัมภาษณ์ elle บอกว่า เธอต้องใช้จินตนาการ สูงมากในการแสดงเนื่องจากในห้องถ่ายทำนั้นมีเพียงแค่กระดาษสีเขียวเท่านั้น ที่เธอต้องทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต 14.  เคิร์สเตน ดันสท์  (Kirsten Dunst) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกตลอดกาลของฮอลลีวูด เคิร์สเตน เริ่มอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 7 ปี ในหนังเรื่องแรก New York Stories ซึ่งเธอก็ได้รับงานต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น โฆษณา, ละคร, โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ต่อมาในปี 1994 เธอแสดงใน Little Women ร่วมกับวิโนนา ไรเดอร์และแคลร์ เดนส์ ในปีเดียวกันเธอแสดงใน Interview with the Vampire ของแอน ไรซ์ ร่วมแสดงกับทอม ครูซและแบรด พิตต์ ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอยัง ในหนังครอบครัวเรื่อง Jumanji ร่วมกับโรบิน วิลเลียมส์ จากนั้นเธอก็ได้หนังแอนิเมชันเรื่อง Anastasia ของดิสนีย์ และได้แสดงใน เรื่อง Wag The Dog ร่วมกับ ดัสติน ฮอฟแมน และ โรเบิร์ต เดอนิโร, ในปี 1998 ได้แสดงเรื่อง Small Soldiers , ต่อมาแสดงในหนังเบาสมองเรื่อง Dick และ Drop Dead Gorgeous และ The Virgin Suicidesรวมถึงแสดงในหนังเชียร์ลีดเดอร์ใน Bring It On จนได้แสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในภาพยนตร์สไปเดอร์แมน รับบทเป็น แมรี เจน วัตสัน โดยเธอประกบคู่กับ โทบีย์ แม็คไกวร์ ผู้มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไอ้แมงมุม 15. คริสตินา ริชชี (Christina Ricci)  มีชื่อเสียงครั้งแรกจากบทเวดส์เดย์ แอดดัมส์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family (1991) รวมถึงภาคต่อ Addams Family Values (1993) ภาพยนตร์ที่เธอแสดงมีตั้งแต่ภาพยนตร์แนวอาร์ต อย่างเช่น The Ice Storm (1997) หรือหนังดราม่า Monster (2004) หนังตลกนอกกระแสอย่าง The Opposite of Sex (1998) ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และยังมีผลงานภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Sleepy Hollow (1999) ริชชีผันตัวจากนักแสดงเด็กไปเป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น จนถึงนักแสดงผู้ใหญ่ และเธอยังมีบริษัทผลิตงานของตัวเอง ที่ชื่อ Blaspheme Films ที่มีผลงานอย่าง Pumpkin และ Prozac Nation เธอยังแสดงภาพยนตร์เรื่อง Black Snake Moan (2007) และ Penelope (2008) และยังแสดงภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อง Speed Racer ในปี 2008 16. Alexa Vega เธอเป็นทั้งนักแสดงและนักน้อง เธอชื่นชอบการร้องเพลง ภาพยนตร์ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักนั่นก็คือ SPY KIDS รับบทเป็น คาร์เมน คอร์เตซ เด็กผู้หญิงที่มีพ่อ-แม่เป็นสายลับสุดเจ๋ง , From Prada to Nada (2011) รับบทเป็น แมรี โดมินเกซ 17. ฮิลารี ดัฟ (Hilary Duff) นางเอกขวัญใจวัยรุ่นตลอดกาล ฮิลารี ดัฟ หลายคนจะรู้จักเธอจากภาพยนตร์วันรุ่น กุ๊กกิ๊ก น่ารัก หลายๆเรื่อง อีกทั้งเสียงร้องที่น่าหลงใหล หลังจากที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยการแสดงบทนำในละครทางโทรทัศน์ Lizzie McGuire ทางช่อง Disney เธอก็มาสู่ผลงานอาชีพบนจอเงินอย่าง Cheaper by the Dozen , The Lizzie McGuire Movie และ A Cinderella Story (2004) เธอยังเดินทางบนสายอาชีพนักร้องอีกด้วย โดยสามารถทำยอดขายอัลบั้มของเธอได้กว่า 13 ล้านแผ่นทั่วโลก และมี 4 แผ่นเสียงทองคำขาว (RIAA certified-platinum albums) เป็นเครื่องการันตี อัลบั้มแรกของเธอ Metamorphosis สามารถทำยอดขายอัลบั้มถล่มทลายอีกด้วย ในปี 2012 เธอได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกกับสามี ไมค์ คอมรี ชื่อว่า ลูกา ครูซ คอมรี แต่ต่อมาในปี 2014 เธอได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับสามี ไมค์ คอมรี ที่เดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจและแยกทางกัน 18. ดรูว์ แบร์รีมอร์ (Drew Barrymore) เธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลแบร์รีมอร์ ครอบครัวนักแสดง เริ่มการแสดงตั้งแต่อายุได้ 11 เดือน แบร์รีมอร์มีผลงานภาพยนตร์บนจอใหญ่ครั้งแรกในเรื่อง Altered States ในปี 1980 หลังจากนั้นแสดงในบทแจ้งเกิดใน E.T. the Extra-Terrestrial ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงเด็กที่เป็นที่รู้จักมาที่สุดคนหนึ่ง ในปี 1995 เธอก่อตั้งบริษัทโปรดักชันที่ชื่อ ฟลาวเวอร์ฟิล์มส ที่มีผลงานสร้างเรื่องแรกคือ Never Been Kissedที่เธอร่วมแสดงด้วยในปี 1999 และมีผลงานการสร้างภายใต้ชื่อเธออย่างเรื่อง Charlie's Angels, 50 First Dates, และ Music and Lyrics เช่นเดียวกับหนังคัลต์ที่ชื่อ Donnie Darko โครงการล่าสุดของเธอเช่น He's Just Not That into You, Beverly Hills Chihuahua, และ Everybody's Fineเธอยังมีชื่ออยู่บนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม และยังได้ขึ้นปากนิตยสารพีเพิลปี 2007 ฉบับ 100 สิ่งสวยงามที่สุด แบร์รีมอร์ เป็นทูตต่อต้านความหิวโหยให้กับ United Nations World Food Programme (WFP) เธอยังได้บริจาคเงินกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับโครงการ ในปี 2007 เธอเป็นนางแบบให้กับ CoverGirl และเป็นโฆษกให้กับเครื่องสำอางให้กับไลน์ใหม่ล่าสุดของอัญมณีกุชชี 19. เอเรียนา ริชาร์ดส (Ariana Richards) โด่งดังจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง  Jurassic Park และยังทำให้เธอได้รับรางวัลอีกมากมาย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลโดย wikipedia

รองเท้าแก้วนี่เป็นของใครหนอ ในทีเซอร์แรกและใบปิด Cinderella ฉบับคนแสดง
Cinderella /  Downton Abbey / 

ในขณะที่หนังเทพนิยายคนแสดงอย่าง Maleficent ของ ดิสนี่ย์ กำลังจ่อคิวเข้าฉาย ทางค่ายก็ได้ปล่อยทีเซอร์และใบปิดเรียกน้ำย่อย ของหนังเทพนิยายคนแสดงเรื่องต่อไปอย่าง Cinderella ออกมาให้ชมกันแล้ว โดยทางด้านนักแสดงยังแข็งเหมือนเดิม เพราะอุดมไปด้วยนักแสดงแถวหน้าทั้ง เคท บลันเชตต์, ลิลี่ เจมส์, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ และ สเตลแลน สคาร์สการ์ด หนังเป็นเรื่องราวของ "ซินเดอเรลล่า" ได้เดินตามรอยชีวิตของ เอลล่า (ลิลี่ เจมส์) สาวน้อยที่พ่อผู้เป็นพ่อค้าของเธอได้แต่งงานใหม่หลังจากการสูญเสียแม่ของเธอ ด้วยความที่อยากจะให้กำลังใจพ่ออันเป็นที่­รัก ของเธอ เอลล่าให้การต้อนรับแม่เลี้ยงคนใหม่ (เคท บลันเชตต์) และลูกเลี้ยงของเธอ -- อนาสตาเซีย (ฮอลิเดย์ เกรนเจอร์) และ ดริสเซลล่า (โซฟี แมคชีร่า) สู่บ้านของเธอแต่เมื่อพ่อของเอลล่าได้ด่วน­จากไปอย่างกะทันหัน เธอพบว่าตัวเองได้ตกอยู่ภายใต้ความดูแลของ­ครอบครัวใหม่ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและโหด­ร้าย สุดท้ายเธอได้กลายเป็นเพียงคนรับใช้สาวที่ร่างกายเต็มไปด้วยขี้เถ้าและถูกเปลี่ยนชื่­อ เป็น ซินเดอเรลล่า เอลล่าเริ่มหมดสิ้นความหวัง แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้ เธอตั้งใจที่จะรักษาคำพูดสุดท้ายของแม่ ที่บอกให้เธอมี "ความกล้าหาญและจิตใจที่ดี" เธอจะไม่ยอมแพ้ต่อความสิ้นหวังหรือเหยียดห­ยามคนที่มารังแกเธอ และเมื่อเธอได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มี­เสน่ห์ ภาย ในป่า โดย ที่ไม่รู้มาก่อนว่าเขาคนนั้นคือเจ้าชาย หรือแม้แต่กระทั่งเป็นคนในราชสำนัก เอลล่ารู้สึกเหมือนได้พบกับจิตใจอันดีงาม โชคชะตาของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อราชวัง­ได้ประกาศเชิญให้หญิงสาวทั่วราชอาณาจักรมา­เข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ ความหวังของเอลล่าส่องประกายอีกครั้งกับกา­รที่จะได้พบกับ คิท เจ้าเสน่ห์ (ริชาร์ด แมดเดน) แต่แม่เลี้ยงของเธอกลับไม่อนุญาตให้เธอไปร­่วมงานและทำลายชุดไปงานเลี้ยงของเธอเป็นเส­ี่ ยงๆ แต่ด้วยข้อดีของเทพนิยาย ความช่วยเหลือจึงมาทันเวลา เมื่อสตรีขอทานผู้ใจดี (เฮเลน่า บอนแฮม-คาร์เตอร์) ได้ก้าวเข้ามาพร้อมกับฟักทองและหนูอีกสองส­ามตัว ที่จะเปลี่ยนชีวิตของซินเดอเรลล่าไปตลอดกา­ล

ตัวอย่างใหม่ Unbroken หนังประวัตินักวิ่งโอลิมปิค ผลงานการกำกับโดย แอนเจลีนา โจลี่
Angelina Jolie /  Olympics / 

หลังจากกลับมาเอามงกุฏของเธอได้ใน Maleficent สำหรับสาว แอนเจลีนา โจลี่ ปลายปีเธอก็กำลังจะมีผลงานใหม่ออกมาให้เราชมกันอีกแล้ว แต่คราวนี้จะขอไปอยู่หลังกล้องแทน กับผลงานการกำกับเรื่องใหม่อย่าง Unbroken ที่สร้างจากมาจากเรื่องจริง โดยในวันนี้ก็มีตัวอย่างใหม่เผยออกมาแล้ว และก็ทำได้ทรงพลังอีกเช่นเคย โดยหนังมีนักแสดงหน้าใหม่อย่าง แจ็ค โอ คอนเนลล์ รับบทนำ ร่วมด้วย ดอมห์เนลล์ กลีสัน จาก About Time, การ์เร็ตต์ เฮดลันด์ จาก Tron: Legacy และ จอห์น แมแกโร ซึ่งมีกำหนดฉายบ้านเราคริสต์มาสนี้ครับ โดยหนังเป็นเรื่องราวชีวิตของนักวิ่งโอลิมปิคอย่าง หลุยส์ แซมเพอรีนี ที่เป็นนักวิ่งโอลิมปิค ที่เคยถูกพวกญี่ปุ่นจับตัวไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเขาต้องทนทุกข์ทรมาน สิ่งเดียวที่เขามีอยู่คือความหวังอันลิบหรี่นั่นเองครับ โดยตัวจริงของ หลุยส์ แซมเพอรินี่ เองนั่น เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม ที่ผ่านมาเท่านั้นเองครับ

ดิสนีย์ ประกาศสร้าง
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์  ประกาศว่า ได้เดินหน้าการสร้างภาพยนตร์เรื่อง MALEFICENT “มาเลฟิเซนท์” เมื่อวันพุธที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) นำแสดงโดย นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์  “แองเจลินา โจลี่” กำกับการแสดงโดย “โรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก” เจ้าของ 2 รางวัลออสการ์สาขาผู้ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ( “อวตาร”, “อลิซในแดนมหัศจรรย์”)   ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับเป็นครั้งแรกของเขา อำนวยการสร้างโดย โจ รอธ “เมลิฟิเซนท์” เขียนบทโดย ลินดา วูลเวอร์ตัน (“เดอะ ไลอ้อน คิง”, “บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสท์”) และ อำนวยการสร้างบริหารโดย แองเจลิน่า โจลี,  ดอน ฮานน์, แมทท์ สมิธ, และ พาลาค พาเทล ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ   ชาลล์โต คอปลีย์ (ดิสทริกท์ 9), แอลล์ แฟนนิ่ง (ซูเปอร์ 8), และ แซม ไรลีย์ (ออน เดอะ โรด),  จูโน เทมเปิล (อโทนเมนท์)  และ เลสลีย์ แมนวิลล์ (ซีเครท แอนด์ ไลส์) ภาพยนตร์เล่าถึงเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของ “มาเลฟิเซนท์”  สุดยอดตัวร้าย  ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ ดิสนีย์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิคปี 1959 เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (สลีปปิ้ง บิวตี้) ภาพยนตร์จะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจและทำให้เธอเคียดแค้นทารกน้อยที่ชื่อ “ออโรร่า” ทีมงานเบื้องหลังฝีมือดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วย ดีน เซมเลอร์  มือถ่ายภาพเจ้าของรางวัลออสการ์  (“แดนซ์เซส วิธ วูลฟ์”,  “อิน เดอะ แลนด์ ออฟ บลัด แอนด์ ฮันนี่”), นักออกแบบงานสร้าง แกรี่ ฟรีแมน (“เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน”,   “เดอะ บรอน ซูพรีเมซี”),  ออกแบบเสื้อผ้าโดยดีไซน์เนอร์ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ แอนนา บี. เชปเพิร์ด (“ชินด์เลอร์ส ลิสท์”, “เดอะ เปียนิสต์”), และเมคอัพ อาร์ติสท์ เจ้าของ 7 รางวัลออสการ์ ริค เบเกอร์ (“แพลนเนท ออฟ ดิ เอปป์”, “เมน อิน แบล็ค”)  “มาเลฟิเซนท์” มีกำหนดเข้าฉาย  วันที่ 14 มีนาคม 2557  ในระบบ 3 มิติ --------------------------------------

ทั่วโลกต้องตะลึง Young Ones แอ็คชั่นไซไฟ สุดครีเอทเข้มข้น!
Creative Sci-fi /  Young Ones / 

หากโลกนี้ เกิดเหตุการณ์ที่น้ำสิ้นโลก! จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกนี้ไม่มีน้ำเหลืออีกต่อไป! เตรียมพบกับภาพยนตร์แปลกใหม่ที่สุดแห่งปี กับ Young Ones ภาพยนตร์แนว Creative Sci-fi ทางเลือกใหม่ของภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟที่ไม่เหมือนใคร โดยฝีมือผู้กำกับ เจค พัลโทรว์ น้องชายของนักแสดงสาวมากฝีมือ กวินเนธ พัลโทรว์ Young ones คือภาพยนตร์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของทุกสิ่งให้ออกมาใหม่ สุดล้ำ และมาแรงมากในขณะนี้ โดยได้นักแสดงนำขวัญใจวัยรุ่นสุดฮอต อย่าง นิโคลัส ฮอลท์ จาก Warm Bodies และ แอล แฟนนิ่ง สาวสวยจาก Maleficent ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่และพลิกคาแรกเตอร์ให้กับคนดู ได้พบกับความตื่นเต้นยิ่งกว่าที่เคย อีกทั้งภาพยนตร์ยังมีจุดเด่นทางด้านเทคนิคการสร้าง ที่ทำให้ภาพยนตร์ดูมีสไตล์ โดดเด่น และสวยงาม ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีภาพสวยที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง เรื่องราวของ Young ones เกี่ยวกับโลกอนาคต ในวันที่น้ำกำลังจะหมดไปจากโลก ท่ามกลางแผ่นดินที่แห้งเหือด ฝุ่นผงตลบอบอวล และโจรร้ายที่ชุกชุม เออร์เนสต์ โฮล์ม (ไมเคิล แชนนอน) ใช้ชีวิตอย่างยากแค้นกับลูก 2 คน เจอโรม (โคดี้ สมิธ แมคฟี) และ แมรี่ (แอล แฟนนิง) ด้วยเป้าหมายในชีวิตที่จะทำทุกวิถีทาง ให้ที่ดินของเขาฟื้นคืนจากความแห้งแล้งเพื่อดำรงชีวิตรอดต่อไปให้ได้ แต่แล้วชายหนุ่ม เฟลม เลเวอร์ (นิโคลัส ฮอลท์) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับแผนการที่จะยึดครองที่ดินของเออร์เนสท์ จนนำไปสู่เหตุการณ์สุดเข้มข้น เพื่อครอบครองแหล่งน้ำที่มีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ เมื่อ "น้ำ" กลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดบนโลกใบนี้ จะเป็นอย่างไรถ้าทุกคนต่างแย่งชิงเพื่อให้ได้ครอบครองมัน พบกับ Young Ones เมืองเดือด วัยระอุ ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณตื่นเต้นลุ้นระทึก ไปกับความแปลกใหม่ที่จะได้พบ 4 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ Young Ones ได้ที่นี่เลย ----------------------------

3ปีซ้อน! ปู ไปรยา ครองบัลลังก์เซ็กซี่ที่สุด FHM2014
ปู ไปรยา /  เมย์ พิชญ์นาฎ / 

ประกาศออกมาแล้วกับผลรางวัล FHM’S 100 SEXIEST WOMEN IN THE WORLD 2014 สุดยอดการค้นหาผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเมืองไทยจากการเทคะแนนโหวตของประชาชนชายไทยทั้งประเทศที่จัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 11 ซึ่งสาวเซ็กซี่ที่สุดในเมืองไทยประจำปีนี้จะเป็นใครนั้นไปชมกันเลย!! อันดับ 1 ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก อันดับ 1 ได้แก่ ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก นางเอกสาวหน้าหวาน ทะยานสู่การเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดของเมืองไทย 3 ปีซ้อน เป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่า เธอคือสุดยอดแห่งความเซ็กซี่ตัวจริง และทุกครั้งที่แวะเวียนมาขึ้นปก FHM ก็จะเป็นที่กล่าวขวัญจากหนุ่มๆ ทั้งประเทศอย่างที่สุดเช่นกัน อันดับ 2 เมย์-พิชญ์นาฎ สาขากร อันดับ 2 ได้แก่ เมย์-พิชญ์นาฎ สาขากร นางร้ายหน้าสวย ไม่ว่าจะหยิบฉวยงานอะไรก็น่าสนใจไปหมด หรือจะปรากฏตัวที่ไหนก็เรียกเสียงฮือฮาที่นั่น เธอเคยได้รับฉายา "ซูฉีเมืองไทย" มีผลงานมาแล้วมากมาย และทุกครั้งที่ให้หนุ่มๆ เอ่ยถึงสาวเซ็กซี่ ก็ต้องมีชื่อของเธอคนนี้ติดปากอยู่เสมอ อันดับ 3 โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ อันดับ 3 ได้แก่ โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ สาวนัยน์ตาคม ผสมรอยยิ้มหวานยาดเยิ้ม เพิ่มดีกรีความร้อนแรงสุดบรรยาย พร้อมเสน่ห์จากความสามารถที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง และการเป็นพิธีกรสาวสุดสวย ช่วยเพิ่มเรตติ้งให้กับทุกๆ สิ่งที่เธอทำหน้าที่ จึงเป็นอีกหนึ่งสาวที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ของ FHM ทุกปี อันดับ 4 ซาร่า มาลากุล เลน อันดับ 4 ได้แก่ ซาร่า มาลากุล เลน นางแบบสุดเซ็กซี่ที่มีผลงานภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด เรื่อง JAILBAIT โดยเธอสวมบทเป็นนักโทษสาวสุดเซ็กซี่ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากหนุ่มๆ ทั้งในและนอกประเทศ จนปฏิเสธไม่ได้ว่าวินาทีนี้ เธอคือสาวสุดฮอตที่หนุ่มๆ ต่างจดจ่อรอผลงานอันร้อนแรงชิ้นต่อๆ ไปของเธออย่างไม่กะพริบตา อันดับ 5 หญิง-รฐา โพธิ์งาม อันดับ 5 ได้แก่ หญิง-รฐา โพธิ์งาม จากศิลปินสาวสู่นักแสดงระดับอินเตอร์ อย่างเรื่อง Happy Family, Only God Forgives รวมทั้งยังพากย์เสียงดารานำในภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Maleficent และคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงจากเรื่อง “จันดารา ปัจฉิมบท” ถือเป็นดาราคุณภาพ และนางแบบสุดเซ็กซี่ที่มีผลงานออกมาให้หนุ่มๆ ได้พิสูจน์อยู่อย่างต่อเนื่อง อับดับ 6 เนย-โชติกา วงศ์วิลาส อันดับ 7 แก้ม-กวินตรา โพธิจักร อันดับ 8 โม-อามีนา พินิจ อันดับ 9 อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ อันดับ 10 ชัญญ่า ทามาดะ ขอบคุณ... FHM Thailand

14เกร็ดที่คุณอาจยังไม่รู้ จาก
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ / 

14เกร็ดที่คุณอาจไม่รู้ จาก "มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" แต่เราอยากจะให้คุณรู้หล่ะ 1. “Maleficent” มีเสน่ห์คลาสสิกที่สืบทอดมาจากตำนานเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อต่างๆ กันประมาณกว่า 400 ปี งานเขียนยุคเริ่มแรกของเรื่องราวนี้สามารถสาวกลับไปถึงนิยายฝรั่งเศสเรื่อง “Perceforest” (ไม่รู้ชื่อผู้เขียน) ที่เขียนขึ้นในปี 1527 2. ในปี 1697 เรื่องราว “The Beauty Asleep in the Woods” ถูกตีพิมพ์โดยชาร์ลส์ เปอร์โรล ในหนังสือเรื่อง “The Tales of Mother Goose” ของเขา เขาเปลี่ยนแปลงตัวร้ายจากราชินีให้กลายเป็นนางฟ้าใจร้ายและเวอร์ชันนี้ก็ใกล้เคียงกับการตีความของดิสนีย์มากที่สุด นอกจากนี้ เปอร์โรลยังได้เพิ่มเติมเรื่องของเจ้าชายรูปงาม ผู้ที่สามารถทำลายคำสาปด้วยจุมพิต เข้าไปอีกด้วย 3. มาเลฟิเซนต์เป็นตัวละครดิสนีย์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์อนิเมชันปี 1959 เรื่อง “Sleeping Beauty” ที่ใช้เวลาสร้างนาน 10 ปี และทุนสร้าง 6 ล้านเหรียญ มันเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างมากที่สุดเท่าที่สตูดิโอเคยสร้างมาจนถึงตอนนั้น 4. “Maleficent” เริ่มต้นการถ่ายทำในวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2012 ในไพน์วู้ด สตูดิโอส์ ที่เลื่องชื่อของอังกฤษ และเป็นที่ที่การถ่ายทำส่วนใหญ่เกิดขึ้น พวกเขาใช้เวลาห้าเดือนในการถ่ายทำในหกซาวน์สเตจ และพื้นที่หลายพันหลาในโรงถ่ายและบริเวณคอกม้า 5. กองถ่ายเรื่องนี้มีฉากที่สร้างขึ้นจริงที่พิเศษสุดหลายฉาก ผู้ออกแบบงานสร้าง แกรี ฟรีแมนและดีแลน โคล รวมถึงนักตกแต่งฉาก ลี แซนเดลส์ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับโรเบิร์ต สตรอมเบิร์กในการสร้างแบ็คดร็อปภายในและภายนอกที่คู่ควรกับการถ่ายทำที่ยิ่งใหญ่นี้ มีฉากที่ถูกสร้างขึ้นประมาณ 40 ฉาก ตั้งแต่ห้อง 12 ตารางฟุตไปจนถึงห้องโถงใหญ่ขนาด 5,000 ตารางฟุต 6. ปราสาทในเรื่องเป็นการจำลองทั้งภายในและภายนอกมาจากปราสาทในภาพยนตร์อนิเมชันปี 1959 มันมีสเกลที่ยิ่งใหญ่ด้วยพื้นหินอ่อน อุปกรณ์และแผ่นปิดพื้นผิวจากศตวรรษที่ 16 ทุกที่ประดับประดาไปด้วยของโบราณ ฉากนี้ใช้เวลาสร้าง 14 สัปดาห์ ใช้คนงานประมาณ 250 ชีวิต และใช้แผนกศิลป์จำนวนประมาณ 20 คน 7. ริค เบเกอร์เจ้าของเจ็ดรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เป็นผู้ควบคุมทีมสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ เมคอัพ ซึ่งรับผิดชอบดูแลส่วนเขาและชิ้นส่วนเทียมตรงแก้มของแองเจลินา โจลี รวมถึงเมคอัพพิเศษของตัวละครด้วย 8. เบเกอร์และทีมงานของเขาได้สร้างเขาสามแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ใกล้เคียงกับลุคของตัวการ์ตูนมาเลฟิเซนต์ด้วย ส่วนเขาของสร้างจากเรซินหล่อยูรีเธน ซึ่งน้ำหนักเบาและทนทาน ในการทำให้ชิ้นส่วนเทียมทั้งหมดของแองเจลินารับกับมุมใบหน้าของเธอ ทีมงานจะต้องหล่อแบบศีรษะของเธอ แล้วค่อยเสริมส่วนขากรรไกรและหูที่เป็นยางเข้าไปตามเหลี่ยมมุมนั้น สำหรับแองเจลินา โจลี กระบวนการสำหรับการติดชิ้นส่วนเทียมทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงในช่วงเช้า 9. ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แอนนา บี. เชพเพิร์ดไม่เคยเจอความท้าทายแบบในภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนเลย นอกเหนือจากการที่เธอต้องปรับเปลี่ยนแบบดีไซน์ของเธอระหว่างโลกเทพนิยายและโลกมนุษย์ ยังมีเสื้อผ้ามากมายหลากหลายประเภทภายในทั้งสองโลกที่เธอจะต้องสร้างขึ้น โดยรวมแล้ว เธอและทีมงานของเธอต้องตัดเย็บชุดกว่า 2,000 ชุดด้วยมือ 10. ผู้ดูแลอุปกรณ์ประกอบฉาก เดวิด บัลโฟร์ได้จำลองเครื่องปั่นด้ายขึ้นมาหลายสิบเครื่องสำหรับฉากในเรื่อง ที่กษัตริย์สั่งห้ามไม่ให้มีเครื่องปั่นด้ายในอาณาจักร เครื่องปั่นด้ายเป็นองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องในตำนานเจ้าหญิงนิทรา นับตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงยุคใหม่ เข็มปั่นด้ายหรือเศษของด้ายที่ปั่นออกมาเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าหญิงนิทราทุกองค์หลับใหลภายใต้คำสาป 11. แซม ไรลีย์ ผู้รับบท เดียวัล ที่เปลี่ยนร่างได้ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหว ที่ช่วยเหลือเขาในการศึกษาการเคลื่อนไหวของอีกา ไรลีย์ยอมรับว่าการฝึกฝนหลายชั่วโมงนั้นเป็นช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาระหว่างการเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิ่งไปรอบห้อง พร้อมกระพือปีกและส่งเสียงร้องกาๆ ไปด้วย การสวมคอนแท็คเลนส์ที่ทำให้ดวงตาของเขาเป็นสีดำ และการติดขนนกที่ผม ทำให้เดียวัลมีองค์ประกอบของสัตว์มีปีกแม้แต่ในเวลาที่เขาอยู่ในร่างมนุษย์ก็ตาม 12. กระท่อมมุงหลังคาที่กลายเป็นบ้านในวัยเด็กของออโรราถูกสร้างขึ้นที่ลานด้านหลังของไพน์วู้ด สตูดิโอส์ในลอนดอน กระท่อมหลังนี้มีโครงสร้างที่ทำจากท่อนซุง และหลังคามุงกระเบื้องที่มุงโดยช่างมุงหลังคาจริงๆ ด้วยมือ มีช่างมุงหลังคาที่ทำงานเต็มเวลาประมาณ 1,000 คนในอังกฤษ แต่การมุงหลังคากลายเป็นที่นิยมอีกครั้งเพราะความสนใจที่สาธารณชนมีต่อการอนุรักษ์อาคาเก่าและใช้วัสดุสร้างบ้านที่ยั่งยืนมากขึ้น 13. แองเจลินาทำงานร่วมกับช่างทำหมวกเพื่อออกแบบส่วนติดศีรษะที่เธอสวมในภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อซ่อนเขาของเธอ มีส่วนประดับศีรษะหกแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งรวมถึงลุคซัมเมอร์หนังงู และลุคตอนพิธีล้างบาปกำเนิด ด้วยเขาที่ปกคลุมไปด้วยหนังนาปา ประดับประดาด้วยหนังปลากระเบน 14. มีการใช้เพอร์ฟอร์มานซ์ แคปเจอร์สำหรับนางฟ้าทั้งสามองค์ (อิเมลดา สตอนตัน, จูโน เทมเปิล, เลสลีย์ แมนวิลล์) ในตอนที่พวกเธออยู่ในร่างความสูง 21 นิ้วตามปกติ เพื่อบันทึกทุกอากัปกิริยาของพวกเธอ ทีมงานวิชวล เอฟเฟ็กต์ใช้ตัวบอกตำแหน่ง 150 จุดบนใบหน้าของแต่ละคน เพื่อบันทึกสีหน้าของพวกเธอไปใช้ในตัวละคร CG ตัวละครที่ตลกขบขันเหล่านี้ถูกล้อเลียนนิดๆ เวลาอยู่ในร่าง 21 นิ้ว ด้วยหัวที่โตขึ้น ดวงตาใหญ่ขึ้น และรูปร่างตามธรรมชาติของพวกเธอก็ถูกทำให้โอเวอร์ขึ้น เพื่อที่พวกเธอจะไม่ได้เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ถูกหดให้เหลือ 21 นิ้ว “มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ” 12 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

หลังจากที่ตั้งตารอคอยภาพยนตร์ มาเลฟิเซนท์ Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ที่ดัดแปลงสร้างจากการ์ตูนดีสนีย์ Sleeping Beauty มานาน เร็วๆ นี้เมืองไทยเราก็จะเข้าฉายแล้วนะคะ^^ ดังนั้นก่อนที่เพื่อนๆ จะไปชมเรื่อง มาเลฟิเซนท์ ทีนเอ็มไทยก็ได้รวบรวม เหล่าพิกซี่ และ สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent มาฝากกัน จะมีตัวอะไรบ้าง เราไปติดตามกันเลยค่ะ สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent ต้องขอบอกว่า ในภาพยนตร์เรื่องมาเลฟิเซนท์กำเนิดนางฟ้าปีศาจจะแตกต่างกับในนิทานหรือนิยายออกไป เพราะเรื่องนี้จะถ่ายทอดถึงอีกด้านของมาเลฟิเซนต์โดยยังมีพล็อตเรื่องหลักๆ คือ เมื่อมาเลฟิเซนต์มิได้รับเชิญไปพระราชพิธีสมโภชเดือนเจ้าหญิงออโรรา (Aurora) พระราชธิดาพระเจ้าสเตฟาน (Stephan) นางก็สาปให้พระกุมารีถูกเข็มปั่นฝ้ายตำพระดัชนีและสิ้นพระชนม์ก่อนตะวันลับฟ้าในวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหก นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่จะนำให้เราได้ไปเจอะเจอกับสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ จะมีตัวไหนบ้างและหน้าตาเป็นยังไง ไปติดตามกันในเมืองเดอะมัวส์ (The Moors) สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent เริ่มต้นจากในเมืองทิพย์ชื่อ เดอะมัวส์ ซึ่งประชิดติดเมืองมนุษย์ เทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ มาเลฟิเซนต์ ได้พบและรักมนุษย์หนุ่มชื่อ สเตฟาน ผู้มีใจใคร่จะเป็นราชา แต่ยิ่งนานวัน ทั้งคู่ก็ยิ่งห่างกัน จนวันหนึ่งสเตฟานเลิกมาหานาง ต่อมา เขากลับไปหามาเลฟิเซนต์ในคืนหนึ่ง เขาวางยานาง แต่หักใจปลิดชีวิตนางไม่ลง เขาจึงใช้เหล็กอันเป็นวัตถุมีอำนาจสังหารเทพธิดาตัดปีกนางออก หลังจากเรื่องราวผ่านไปตามที่ได้เรามาก่อนหน้านี้ มาเลฟิเซนต์ได้กลายเป็นแม่ทูลหัวของออโรร่า แต่จะมาเป็นได้อย่างไร ต้องไปติดตามคำตอบในหนังกันนะคะ อีกาหนุ่มชื่อ เดียวัล  เป็นทาสรับใช้คนสนิทของ มาเลฟิเซนต์  มีฤทธิ์แปลงกายได้นานัปการ นางฟ้าสามองค์ คือ Thistletwit (สีเหลือง), Knotgrass(สีแดง), Flittle (เสื้อฟ้า)  ผู้ดูแลเจ้าหญิงออโรรา ตัวสีฟ้า ที่บินไปบินมาเล่นกับออโรร่าในป่า ใครนึกไม่ออกว่าตัวไหน  จริงๆ เค้าหน้าตาแบบนี้หละ! มาเลฟิเซนต์ จำแลงอีกาให้ช่วยต่อสู้ให้กลายเป็นมังกรมหึมากล้ามเนื้ออันทรงพลังที่เคลื่อนร่างกายอันเทอะทะ นี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของเหล่าพิกซี่และพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent ที่ ทีนเอ็มไทยนำมาฝากเพื่อนๆ กัน เหล่าตัวอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เพื่อนๆ สามารถติดตามต่อได้ในภาพยนตร์มาเลฟิเซนท์ กันได้เลยค่ะ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูล : วิกิพีเดียมาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปิศาจ รูปภาพจาก FB : Walt Disney Studios