Maleficent

เคลิบเคลิ้มไปกับ 20 เพลงประกอบหนัง สุดไพเราะโดนใจแห่งปี 2014
25 hours /  Adam Levine / 

ในรอบปีที่ผ่านมา นอกจากภาพยนตร์ชั้นดีที่ได้ผ่านสู่สายตาคุณผู้ชมมากมายหลายเรื่อง อีกหนึ่งสิ่งที่ตราตรึงใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก็คือเพลงประกอบหนัง ที่บรรจงคัดสรรมาเป็นอย่างดี บ้างก็ผ่านหู แล้วก็ผ่านเลยไป แต่บ้างก็ไพเราะฝังใจแบบไม่รู้ลืม และในครั้งนี้ ขอให้คุณเตรียโสตประสาทของคุณให้พร้อม เพราะเราจะพากลับไปทบทวน 20 เพลงประกอบหนัง สุดไพเราะโดนใจแห่งปี 2014 จากหนัง 20 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเคลิบเคลิ้มและมันส์ไปกับท่วงทำนอง แบบเปิดฟังรอบเดียวไม่มีทางพอ... สุรสีห์ อิทธิกุล - Walk You Home (ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้)  Musketeers - ใจความสำคัญ (รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก) พละ ธนพล - คิดถึง  (The Eyes Diary คนเห็นผี) อัญชลี จงคดีกิจ - หยุด (The Couple รัก ลวง หลอน) วิโอเลต วอเทียร์ - ฝากไว้ (ฝากไว้..ในกายเธอ)  25 hours - ไม่ต่างกัน  (คิดถึงวิทยา) เต้ย จรินทร์พร เจมส์ จิรายุ -  ไกลแค่ไหนคือใกล้ (Timeline จดหมาย-ความทรงจำ)  นภัทร อินทร์ใจเอื้อ - แสนแสบ (แผลเก่า) COCKTAIL - ข้าน้อยสมควรตาย (ตีสามคืนสาม 3D) James Newton Howard ft. Jennifer Lawrence - The Hanging Tree (The Hunger Games Mockingjay Part 1)  Billy Boyd - The Last Goodbye (The Hobbit: The Battle Of The Five Armies)  Karen O. - The Moon Song  (Her)  Lana Del Rey - Once Upon A Dream (Maleficent)  Adam Levine - Lost Stars (Begin Again)  Ellie Goulding - Beating Heart  (Divergent)  Yumi Matsutoya - Hikoukigumo (The Wind Rises)  Fall Out Boy - Immortals  (Big Hero 6) Blue Swede - Hooked On A Feeling (Guardians of the Galaxy) Charli XCX - Boom Clap (The Fault In Our Stars)   Imagine Dragons - Battle Cry (Transformers: Age of Extinction)  --------------------------------------

The Last Witch Hunter เพชฌฆาตแม่มด
Fast and Furious /  The Crazies / 

เรื่องราวของสงครามล่าแม่มดยุคใหม่ เวทมนตร์ ไฟนรก การหลั่งเลือดของนักล่าคนสุดท้ายของประวัติศาสตร์ที่ทั้งโลกต้องจารึก บทบาทสุดมันส์ล่าสุดของ “วิน ดีเซล” จาก The Fast and The Furious โดยฝีมือผู้อำนวยการสร้าง 300 ร่วมด้วย สร้างโลกแม่มดที่น่าตกตะลึงโดยทีม Concept Artist จาก Maleficent และ Noah รวมทั้งดึงนักแสดงชื่อดังแห่งวงการฮอลลีวู๊ด อย่าง วิน ดีเซล, เอลจาห์ วู้ดส์, โรส เลสลี่ และเจ้าของ 2 รางวัลออสการ์ ไมเคิล เคน มาร่วมเปิดฉากสงครามนี้ด้วย!! 500 ปีภายหลังจากสงครามครั้งใหญ่ระหว่างมนุษยช­าติและเหล่าแม่มดที่ต้องการจะปลดปล่อยพลัง­แห่งความชั่วร้ายให้ครอบครองโลก กลุ่มเพชฌฆาตแม่มดต้องทุ่มเทชีวิตเพื่อปรา­บเหล่าอธรรมพวกนี้ให้สิ้นซาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ คาลเดอร์ (วิน ดิเซล) ยอดนักรบที่เป็นผู้ฆ่าราชินีแม่มดลงได้ แต่เขากลับถูกสาปให้กลายเป็นคนที่มีชีวิตเ­ป็นอมตะเป็นการแก้แค้น นับจากวินาทีนั้นเองชีวิตของเขาต้องเปลี่ย­นแปลงไปตลอดกาลหลังจากที่ลูกและภรรยาเสียช­ีวิตลง คาลเดอร์ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในฐานะ­เพชฌฆาตแม่มดคนเดียวที่เหลืออยู่นานนับหลา­ยศตวรรษ จนกระทั่งศัตรูที่อันตรายได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับแผนการจะปลุกราชินีแม่มดให้ฟื้­นคืนขึ้นมาอีกครั้ง คาลเดอร์รู้ดีว่านี่คือหน้าที่สำคัญเ­หลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่­วยมนุษยชาติได้ เตรียมมันส์ระห่ำกันแน่นอน ตุลาคมนี้ -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สัมภาษณ์นักแสดง! แอลล์ แฟนนิ่ง ผู้รับบทเจ้าหญิงผู้งดงาม ใน มาเลฟิเซนท์
มาเลฟิเซนท์ /  Maleficent / 

ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยแฟนตาซีจากดิสนีย์ "มาเลฟิเซนท์" -- เรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผยของตัวร้ายที่โด­ดเด่นที่สุดจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดคลาสส­ิคของดิสนีย์ในปี 1959 เรื่อง "เจ้าหญิงนิทรา" เรื่องราวของหญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและจิ­ตใจอันบริสุทธิ์ มาเลฟิเซนท์ใช้ชีวิตอันสงบสุขเติบโตขึ้นมา­ในอาณาจักรที่ลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้มีกองทัพบุกเข้ามารุกรานความรื่นรมย์ขอ­งดินแดนแห่งนี้ มาเลฟิเซนท์ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้ปกป้องดินแ­ดนของเธอ แต่แล้วเธอก็ต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสกับก­ารถูกทรยศอย่างโหดร้าย ซึ่งเปลี่ยนจิตใจอันบริสุทธิ์ของเธอให้กลา­ยเป็นจิตใจอันเย็นชา ด้วยความที่ต้องการจะแก้แค้น มาเลฟิเซนท์ ต้องเผชิญกับการห้ำหั่นกับผู้วิเศษของพระร­าชาที่มาบุกรุก และท้ายที่สุดก็ได้ทิ้งคำสาปไปสู่ลูกของพร­ะราชาที่เพิ่งลืมตาดูโลกที่ชื่อ ออโรร่า เมื่อเด็กสาวได้เติบโตขึ้น มาเลฟิเซนท์ ก็รู้ว่าออโรร่าคือกุญแจสำคัญที่จะนำพาสัน­ติมาสู่อาณาจักร และอาจนำมาซึ่งความสุขอันแท้จริงของมาเลฟิ­เซนท์เช่นเดียวกัน

Gods of Egypt
Gods of Egypt /  I Robot / 

Gods of Egypt ถ่ายทอดเหตุการณ์ในโลกมนุษย์เมื่อ ปีศาจ มนตรา และความชั่วร้ายจากลุ่มแม่น้ำไนล์ได้เข้าครอบครองโลก “เซธ” (เจอราร์ด บัตเลอร์) เทพเจ้าแห่งความมืดซึ่งเป็นที่กล่าวขานว่าชั่วร้ายและเหี้ยมโหดที่สุด กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ส่งผลให้โลกทั้งใบตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง “ฮอรัส” เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง (นิโคไล คอสเตอร์ วัลดาอู) จึงส่งเด็กหนุ่ม ผู้กล้าหาญ เบค (เบรนตัน ทเวทส์ จาก Maleficent) เป็นตัวแทนเพื่อโค่นอำนาจของเซธลงให้ได้ แต่ศึกครั้งนี้หาใช่เรื่องง่าย เมื่อเบคต้องผ่านการทดสอบทั้งความกล้าหาญความทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาแกร่งพอกับการรับหน้าที่เป็นเป็นวีรบุรุษผู้เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ Gods of Egypt ผลงานการกำกับของผู้กำกับ อเล็กซ์ โพรยาส เจ้าของผลงานภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ที่สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ให้กับโลกภาพยนตร์ไซไฟอย่าง I, Robots และ Knowing โดยมีผู้อำนวยการสร้าง Clash of the Titans รวบรวมสุดยอดทีมงานทั้งทางด้านโปรดักชั่น และ เทคนิคพิเศษชั้นแนวหน้าจาก Star Wars Prequel Trilogy, Spider-Man และ The Great Gatsby สร้างสรรค์ Gods of Egypt ให้กลายเป็นมหากาพย์จะนำเสนอภาพของหนังสงครามเทพเจ้ายิ่งใหญ่! ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

หลังจากที่ตั้งตารอคอยภาพยนตร์ มาเลฟิเซนท์ Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ที่ดัดแปลงสร้างจากการ์ตูนดีสนีย์ Sleeping Beauty มานาน เร็วๆ นี้เมืองไทยเราก็จะเข้าฉายแล้วนะคะ^^ ดังนั้นก่อนที่เพื่อนๆ จะไปชมเรื่อง มาเลฟิเซนท์ ทีนเอ็มไทยก็ได้รวบรวม เหล่าพิกซี่ และ สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent มาฝากกัน จะมีตัวอะไรบ้าง เราไปติดตามกันเลยค่ะ สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent ต้องขอบอกว่า ในภาพยนตร์เรื่องมาเลฟิเซนท์กำเนิดนางฟ้าปีศาจจะแตกต่างกับในนิทานหรือนิยายออกไป เพราะเรื่องนี้จะถ่ายทอดถึงอีกด้านของมาเลฟิเซนต์โดยยังมีพล็อตเรื่องหลักๆ คือ เมื่อมาเลฟิเซนต์มิได้รับเชิญไปพระราชพิธีสมโภชเดือนเจ้าหญิงออโรรา (Aurora) พระราชธิดาพระเจ้าสเตฟาน (Stephan) นางก็สาปให้พระกุมารีถูกเข็มปั่นฝ้ายตำพระดัชนีและสิ้นพระชนม์ก่อนตะวันลับฟ้าในวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหก นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่จะนำให้เราได้ไปเจอะเจอกับสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ จะมีตัวไหนบ้างและหน้าตาเป็นยังไง ไปติดตามกันในเมืองเดอะมัวส์ (The Moors) สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent เริ่มต้นจากในเมืองทิพย์ชื่อ เดอะมัวส์ ซึ่งประชิดติดเมืองมนุษย์ เทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ มาเลฟิเซนต์ ได้พบและรักมนุษย์หนุ่มชื่อ สเตฟาน ผู้มีใจใคร่จะเป็นราชา แต่ยิ่งนานวัน ทั้งคู่ก็ยิ่งห่างกัน จนวันหนึ่งสเตฟานเลิกมาหานาง ต่อมา เขากลับไปหามาเลฟิเซนต์ในคืนหนึ่ง เขาวางยานาง แต่หักใจปลิดชีวิตนางไม่ลง เขาจึงใช้เหล็กอันเป็นวัตถุมีอำนาจสังหารเทพธิดาตัดปีกนางออก หลังจากเรื่องราวผ่านไปตามที่ได้เรามาก่อนหน้านี้ มาเลฟิเซนต์ได้กลายเป็นแม่ทูลหัวของออโรร่า แต่จะมาเป็นได้อย่างไร ต้องไปติดตามคำตอบในหนังกันนะคะ อีกาหนุ่มชื่อ เดียวัล  เป็นทาสรับใช้คนสนิทของ มาเลฟิเซนต์  มีฤทธิ์แปลงกายได้นานัปการ นางฟ้าสามองค์ คือ Thistletwit (สีเหลือง), Knotgrass(สีแดง), Flittle (เสื้อฟ้า)  ผู้ดูแลเจ้าหญิงออโรรา ตัวสีฟ้า ที่บินไปบินมาเล่นกับออโรร่าในป่า ใครนึกไม่ออกว่าตัวไหน  จริงๆ เค้าหน้าตาแบบนี้หละ! มาเลฟิเซนต์ จำแลงอีกาให้ช่วยต่อสู้ให้กลายเป็นมังกรมหึมากล้ามเนื้ออันทรงพลังที่เคลื่อนร่างกายอันเทอะทะ นี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของเหล่าพิกซี่และพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent ที่ ทีนเอ็มไทยนำมาฝากเพื่อนๆ กัน เหล่าตัวอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เพื่อนๆ สามารถติดตามต่อได้ในภาพยนตร์มาเลฟิเซนท์ กันได้เลยค่ะ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูล : วิกิพีเดียมาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปิศาจ รูปภาพจาก FB : Walt Disney Studios

ดิสนีย์ยืนยัน นางร้ายตัวแม่ จะกลับมาในภาคต่อ Maleficent 2
Maleficent 2 /  ดิสนีย์ / 

หลังจากที่ มาเลฟิเซ้นท์ เคยสาปส่งเจ้าหญิงน้อย แต่ก็ไม่วาย ต้องมาคอยดูแลจนหลงรักเข้าให้ ที่ส่งผลต่อสาวแท้สาวเทียมจนยกให้เป็น ขุ่นแม่มาลี กันทั่วราชอาณาจักร ครั้งนี้ ขอเชิญเหล่าแฟนคลับส่งเสียงให้ดังๆ เพราะทาง ดิสนีย์ ได้ประกาศยืนยันมาแล้วว่า นางร้ายตัวแม่นี้จะกลับมาในภาพยนตร์ Maleficent 2 อย่างแน่นอน โดยภาพยนตร์ Maleficent 2 จะได้ ลินดา วูล์ฟเวอร์ตัน ผู้เขียนบทภาคแรก กลับมารับตำแหน่งเดิม เพื่อสานต่อตำนานนางร้ายแต่จิตใจแสนดีคนนี้ ส่วนทางผู้กำกับ โรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก จากหนังภาคแรก ได้โบกมือลาไปแล้วเรียบร้อย และต้องจับตามองกันต่อไปว่า ดิสนีย์จะทาบทามใครจะมากุมบังเหียนภาคต่อนี้ ด้านนักแสดงที่ทุกคนรอคอยอย่าง แอนเจลีนา โจลี ที่เคยทำให้ตัวละคร มาเลฟิเซ้นท์ กลับมาโด่งดังนั้น ยังไม่มีการยืนยันจากเจ้าตัวออกมาแต่อย่างใด อันเนื่องมาจากคิวงาน โจลี่ นั้นแสนยุ่งเหยิง ทั้งข่าวลือว่า จะมีการรับบทในภาคต่อของ Salt และ Wanted อีกทั้งยังพ่วงหลายตำแหน่ง ทั้งแสดงนำ-ผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์ ใน By the Sea อีกด้วย งานนี้แฟนๆ ขุ่นแม่มาลี ก็คงต้องรอลุ้นกันอีกยาวๆ ----------------------------------

18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย
10 อันดับ /  ดาราวัยรุ่น / 

ภาพยนตร์ที่เราดูกันตอนเด็กๆนั้น ก็มักจะเห็นดาราเด็กฮอลีวู้ดเยอะแยะมากมาย หน้าตาน่ารัก ^^ วันนี้ teen.mthai 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย โตแล้วสวยทุกคน อยากรู้ว่ามีใครบ้างไปชมกันเลยคะ ^^ แล้วครั้งหน้าอย่าลืมติดตาม?ดาราเด็กฮอลลีวูดฝ่ายผู้ชาย กันต่อนะคะ .. เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย 1. ดาโกตา แฟนนิ่ง (Dakota Fanning -อายุ 19 ปี) คนแรกคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สาวน้อย ดาโกตา แฟนนิ่ง ที่มีแววสวยตั้งแต่เด็ก เธอโด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award และยังได้รับรางวัลการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก ดาโกตา แฟนนิง เข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 5 ปี โดยแสดงภาพยนตร์โฆษณา และรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ซีรีส์ ER, CSI เป็นต้น ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ ในเรื่องI am Sam,เมื่ออายุ 7 ปี ดาโกตาแสดงบทนำในซีรีส์ Taken , ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบัน คือภาพยนตร์ War of the Worlds (2005) ,ภาพยนตร์ Charlotte's Web และล่าสุดกับภาพยนตร์ The Twilight นั่นเอง ^^ 2. เอ็มมา วัตสัน (Emma Charlotte Duerre Watson -อายุ 23 ปี) สาวน้อยผู้โด่งดังจากภาพยนตร์ทีมีคนเฝ้าติดตามชมมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง คือ Harry Potter ซึ่งรับบทเป็น?เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เธอเริ่มแสดงภ.ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ปี จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง?แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และรายได้กว่า 10 ล้านปอนด์ เธอเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 5 รางวัลจากการแสดงใน?แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เธอชนะรางวัล Young Artist Award สำหรับนักแสดงนำที่เป็นเยาวชน?ภาพยนตร์ที่วัตสันแสดงนอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องแรกคือ บัลเลต ชูส์ (Ballet Shoes) วัตสันได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ The Tale of Despereaux ที่ออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เธอพากย์เสียงเป็นเจ้าหญิงพี 3. คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) สาวสวยผู้โด่งดังเป็นพลุแตกจาก แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight) อาชีพนักแสดงของคริสเตนเริ่มต้นเมื่อเธออายุได้ 8 ขวบใน The Thirteen Year ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของ ดิสนี่ย์ แชลแนล หลังจากนั้น คริสเตน ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์อิสระเรื่อง The Safety of Objects ซึ่งเธอรับบทเป็น ลูกสาวผู้เป็นทอมของมารดาผู้โดดเดี่ยวและมีปัญหา หลังจากนั้น สจ๊วตได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฮอลีวูดเรื่อง Panic Room และผลตอบรับในขณะนั้นดีมาก หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Panic Room สจ๊วตได้เล่นในภาพยนตร์อีกหลานนเรื่องเช่น Zathura, In the Land of Women, The Messengers, Catch That Kid, และ?Into the Wild ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 บริษัทหนัง Submit Entertainment ประกาศว่า คริสเตน สจ๊วต จะรับบทเป็น อิซาเบลล่า'เบลล่า'สวอน ในภาพยนตร์เรื่อง Twilight จากบทประพันธ์ขายดีที่สุดของ สเตฟานี่ เมเยอร์ นิยายในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างแวมไพร์ เธอรักกับพระเอกของเรื่อง โรเบิร์ต แพททินสัน ได้ไม่กี่ปีก็ต้องจบความสัมพันธ์ลง เมื่อเธอแอบมีใจให้กับผู้กำกับเรื่อง Snow White ที่เธอรับบทแสดงนำ 4. แมคเคนซี่ ฟอย (Mackenzie Foy) แมคเคนซี่เป็นผู้มีผมยาวนัยน์ตาสวยเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ด้วยการเป็นนางแบบโฆษณาให้แบรนด์ดังอย่าง Polo Ralph Lauren, Gap และ The Walt Disney Company จากนั้นจึงเริ่มมีงานแสดงเมื่อปี พ.ศ.2552 กับบทบาทเล็กๆ ในซีรีส์เรื่อง "Til Death" และหลังจากนั้นก็ได้รับบทบาทในซีรีส์อีกหลายเรื่อง ก่อนจะได้รับบทที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักเธอในภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ "Twilight" 5. จอร์จี เฮนเลย์ (Georgie Henley - 18 ปี) จอร์จี เฮนเลย์ หรือที่ใครๆรู้จักเธอในชื่ของ "ลูซี่" จอร์จี เป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์สุดอมตะ 7 เล่มเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย (NARNIA) รับบทเป็นน้องสาวคนสุดท้องชื่อว่าลูซี่ หลังจากนั้น เธอได้รับงานละครเรื่อง Babes in the Wood และในปี 2005 (2548) เธอได้รับรางวัลจากสถาบันโพนิกฟิลม์คลิติกส์ ตำแหน่ง "Best Performance by a Youth in a Lead or Supporting Role - Female" ในเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย : ราชสีห์ แม่มด และตู้พิศวง 6. แอนนาโซเฟีย ร็อบ (Annasophia Robb - 21 ปี) แอนนาโซเฟีย ร็อบ เพื่อนๆจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากภาพยนตร์เรื่องชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต (Charlie and the Chocolate Factory) หลังจากเข้าร่วมในโฆษณา McDonald ของ Anna เริ่มอาชีพด้วยการแสดงบทบาทเล็ก ๆ ในตอน" Number one fan "ใน TV series ของDrake & Joshบทบาทที่สำคัญเป็นครั้งแรกของเธอใน"Samantha : An American Girl Holiday" แต่ในปี 2005 เธอก้าวเข้าสู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่มีสองเรื่องที่ดัดแปลงจากนวนิยายเด็กชื่อดังของ บทบาทของโอปอลในหนัง"Because of Winn-Dixie"ของเธอและยังปรากฏเป็น Violet Beauregarde ในภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory สองเรื่องนี้มีความสำเร็จด้วยรายได้สูงจากสำนักงาน Box Office และทั่วโลก ต่อมาในปี 2006 เธอพักการแสดงและได้พากย์เสียงเรื่อง "Phantom Danny" เธอยังร้องเพลงในเรื่องนี้อีกด้วย "Keep Your Mind Wide Open"และวิดีโอเพลงนี้มาออกอากาศซ้ำใน Disney Channel เพลงอันดับที่ 90 ที่จัดขึ้นใน Billboard Hot 100 ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จเดียว ต่อมา Anna ได้แสดงอีกครั้งเรื่อง"The Reaping" พร้อมกับ "Spy School" และ "Jumper" (เธอเล่นเป็น Millie ตอนเด็ก) และหนังดราม่าเรื่อง "Wild Travel" และ "Have Dreams. ในหนัง"Sleepwalking" เธอได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิตยสาร Time 7. อิซาเบล เฟอร์แมน (Isabelle Fuhrman - 17 ปี ) อิซาเบลล์ เฟอร์แมน เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน เธอเป็นเป็นที่รู้จักในบทบาทของเอสเธอร์ จากภาพยนตร์เรื่องออร์แฟน เด็กนรก เรื่องนี้หลานคนคงจะจำเธอในบทโรคจิตไปอีกนาน ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับบทหนึ่งในนักแสดง Hunger Games อิซาเบลล์เกิดเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 ในกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. แต่เติบโตใน แอตแลนตา, ประเทศจอร์เจีย?แม่ของเธอเป็นนักข่าวที่อพยพมาจากสหภาพโซเวียต และได้ทำงานให้กับCNN พ่อของเธอเป็นผู้สมัครทางการเมืองและอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ เธอมีพี่สาวซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง อิซาเบลล์อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย 8. ดาโกต้า บลู ริชาร์ด ( Dakota blue richards - 20 ปี) ดาโกต้า บลู ริชาร์ด เป็นนักแสดงนำเด็กในเรื่อง อภินิหารเข็มทิศทองคำ (GOLDEN COMPASS) รับบทเป็น ไลล่า เบลลาควา และภาพยนตร์เรื่อง The Secret Of Moonacre อภินิหารมนตรามหัศจรรย์ 9. เดเวห์ เชส (Daveigh Chase) ในปี 2002 เธอได้รับบทพากย์เสียงในการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง ลีโล่ แอนด์ สติชท์ (Lilo & Stitch) โดยเธอพากย์เป็นลีโล่ สาวน้อยที่บังเอิญเจอกับสัตว์ประหลาดอย่างสติทช์แต่แล้วก็ได้กลายเป็นเพื่อนรักกัน ต่อมาได้แสดงในบทบาทของ มาร่า มอร์แกน ในภาพยนตร์เรื่อง The Ring และเรื่องนี้ทำให้หลายๆคนรู้จักเธอมากขึ้น 10.?Kiernan Shipka นักแสดงเด็กอายุเพียง 15 ปี เธอมีชื่อเสียงจากการเล่นซีรีส์ Mad Men เธอยังเป็นซุปเปอร์โมเดลตั้งแต่เล็กๆอีกด้วย 11. เอมิลี่ เจน บราวน์นิ่ง (Emily Jane Browning) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้คนรู้จักเอมิลี่ คือ ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หรือThe Lemony Snicket?s A Series of Unfortunate Events (2004) โดยประกบคู่กับนักแสดงชั้นนำอย่าง จิม แครี่ , Ghost Ship เรือผีในปี 2002 และที่โด่งดังที่สุดของเธออีกหนึ่งเรื่อง?Sucker Punch หรือ อีหนูดุ นั่นเอง ^^ เริ่มชีวิตการแสดงของเธอด้วยการรับบทในหนังที่ฉายทางทีวีเรื่อง The Echo of Thunder โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนของพ่อที่มีธุรกิจในแวดวงบันเทิง ซึ่งเขาได้เห็นการแสดงในแบบแปลกๆ ของเธอในโรงเรียน และดึงเธอเข้าสู่เส้นทางการแสดง หลังจากนั้นหลานปีเธอก็มีผลงานมากมาย เช่น High Flyers ,Thunderstone , Something In The Air, Darkness Falls, Ned Kelly , Stranded , The Uninvited 12. โคลอี มอเรตซ์ (Chloe Grace Moretz - 17 ปี) เป็นที่รู้จักจากเรื่อง (500) Days of Summer และในเรื่อง Diary of a Wimpy Kid เธอยังรับบทเป็น ฮิต-เกิร์ล ในหนังแนวซูเปอร์ฮีโรในปี 2010 เรื่อง Kick-Ass ในภาคแรกและภาค 2 และจะรับบทแอบบี้ ใน Let Me In เริ่มงานสายบันเทิงตั้งแต่อายุ 5 ขวบในนิวยอร์กซิตี้ กับงานนางแบบประจำโครงการรณรงค์ระดับชาติต่างๆ ซึ่งพบเห็นได้ตามสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ต่อมาเล่นดราม่าเรื่อง The Guardian? ทางช่อง CBS ไม่นานนัก บทบาทแรกในจอเงินก็มาถึงมือเธอ ในหนังนอกกระแสเรื่อง The Heart of the Beholder ต่อมาจึงจับจองบทนำใน The Amityville Horror ฉบับรีเมกโดย ไมเคิล เบย์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นที่กล่าวขาน 13. แอล แฟนนิง (Elle Fanning - 16 ปี) เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นน้องสาวของ ดาโกตา แฟนนิ่งเองคะ?แอล เริ่มเลิ่นภาพยนตร์เมื่ออายุ 2 ขวบเรื่อง i am sam?แอล รับบทเป็น Lucy เมื่อตอนอายุ 2 ขวบ ส่วดาโกตารับบทเป็น lucy ตอนโตขึ้นมา ต่อมาแสดงภาพยตร์อีกหลายเรื่อง เช่น  Super8, We Bought a Zoo, Ginger & Rosa, Yong ones ล่าสุดในปี 2014 นี้ หลายคนคงตั้งตารอภาพยนตร์เรื่อง Maleficent ที่นางเอกเซ็กซี่ตลอดการอย่าง แองเจลีน่า โจลี ที่ครั้งนี้มารับบทเป็น แม่มดร้าย โดย แอล รับบทเป็นเจ้าหญิงออโรร่า Princess Aurora?ในบทสัมภาษณ์ elle บอกว่า เธอต้องใช้จินตนาการ สูงมากในการแสดงเนื่องจากในห้องถ่ายทำนั้นมีเพียงแค่กระดาษสีเขียวเท่านั้น ที่เธอต้องทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต 14. เคิร์สเตน ดันสท์  (Kirsten Dunst) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกตลอดกาลของฮอลลีวูด เคิร์สเตน เริ่มอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 7 ปี ในหนังเรื่องแรก New York Stories ซึ่งเธอก็ได้รับงานต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น โฆษณา, ละคร, โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ต่อมาในปี 1994 เธอแสดงใน Little Women ร่วมกับวิโนนา ไรเดอร์และแคลร์ เดนส์ ในปีเดียวกันเธอแสดงใน Interview with the Vampire ของแอน ไรซ์ ร่วมแสดงกับทอม ครูซและแบรด พิตต์ ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอยัง ในหนังครอบครัวเรื่อง Jumanji ร่วมกับโรบิน วิลเลียมส์ จากนั้นเธอก็ได้หนังแอนิเมชันเรื่อง Anastasia ของดิสนีย์ และได้แสดงใน เรื่อง Wag The Dog ร่วมกับ ดัสติน ฮอฟแมน และ โรเบิร์ต เดอนิโร, ในปี 1998 ได้แสดงเรื่อง Small Soldiers, ต่อมาแสดงในหนังเบาสมองเรื่อง Dick และ Drop Dead Gorgeous และ The Virgin Suicidesรวมถึงแสดงในหนังเชียร์ลีดเดอร์ใน Bring It On จนได้แสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในภาพยนตร์สไปเดอร์แมน รับบทเป็น แมรี เจน วัตสัน โดยเธอประกบคู่กับ โทบีย์ แม็คไกวร์ ผู้มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไอ้แมงมุม 15. คริสตินา ริชชี (Christina Ricci)  มีชื่อเสียงครั้งแรกจากบทเวดส์เดย์ แอดดัมส์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family (1991) รวมถึงภาคต่อ Addams Family Values (1993) ภาพยนตร์ที่เธอแสดงมีตั้งแต่ภาพยนตร์แนวอาร์ต อย่างเช่น The Ice Storm (1997) หรือหนังดราม่า Monster (2004) หนังตลกนอกกระแสอย่าง The Opposite of Sex (1998) ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และยังมีผลงานภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Sleepy Hollow (1999) ริชชีผันตัวจากนักแสดงเด็กไปเป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น จนถึงนักแสดงผู้ใหญ่ และเธอยังมีบริษัทผลิตงานของตัวเอง ที่ชื่อ Blaspheme Films ที่มีผลงานอย่าง Pumpkin และ?Prozac Nation เธอยังแสดงภาพยนตร์เรื่อง Black Snake Moan (2007) และ Penelope (2008) และยังแสดงภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อง Speed Racer  ในปี 2008 16. Alexa Vega เธอเป็นทั้งนักแสดงและนักน้อง เธอชื่นชอบการร้องเพลง ภาพยนตร์ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักนั่นก็คือ SPY KIDS รับบทเป็น คาร์เมน คอร์เตซ เด็กผู้หญิงที่มีพ่อ-แม่เป็นสายลับสุดเจ๋ง , From Prada to Nada (2011) รับบทเป็น?แมรี โดมินเกซ 17.ฮิลารี ดัฟ (Hilary Duff) นางเอกขวัญใจวัยรุ่นตลอดกาล ฮิลารี ดัฟ หลายคนจะรู้จักเธอจากภาพยนตร์วันรุ่น กุ๊กกิ๊ก น่ารัก หลายๆเรื่อง อีกทั้งเสียงร้องที่น่าหลงใหล หลังจากที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยการแสดงบทนำในละครทางโทรทัศน์ Lizzie McGuire ทางช่อง Disney เธอก็มาสู่ผลงานอาชีพบนจอเงินอย่าง Cheaper by the Dozen , The Lizzie McGuire Movie และ A Cinderella Story (2004) เธอยังเดินทางบนสายอาชีพนักร้องอีกด้วย โดยสามารถทำยอดขายอัลบั้มของเธอได้กว่า 13 ล้านแผ่นทั่วโลก และมี 4 แผ่นเสียงทองคำขาว (RIAA certified-platinum albums) เป็นเครื่องการันตี อัลบั้มแรกของเธอ Metamorphosis สามารถทำยอดขายอัลบั้มถล่มทลายอีกด้วย ในปี 2012 เธอได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกกับสามี ไมค์ คอมรี ชื่อว่า ลูกา ครูซ คอมรี แต่ต่อมาในปี 2014 เธอได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับสามี ไมค์ คอมรี ที่เดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจและแยกทางกัน 18. ดรูว์ แบร์รีมอร์ (Drew Barrymore) เธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลแบร์รีมอร์ ครอบครัวนักแสดง เริ่มการแสดงตั้งแต่อายุได้ 11 เดือน แบร์รีมอร์มีผลงานภาพยนตร์บนจอใหญ่ครั้งแรกในเรื่อง Altered States ในปี 1980 หลังจากนั้นแสดงในบทแจ้งเกิดใน E.T. the Extra-Terrestrial ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงเด็กที่เป็นที่รู้จักมาที่สุดคนหนึ่ง ในปี 1995 เธอก่อตั้งบริษัทโปรดักชันที่ชื่อ ฟลาวเวอร์ฟิล์มส ที่มีผลงานสร้างเรื่องแรกคือ?Never Been Kissedที่เธอร่วมแสดงด้วยในปี 1999 และมีผลงานการสร้างภายใต้ชื่อเธออย่างเรื่อง?Charlie's Angels, 50 First Dates, และ Music and Lyrics เช่นเดียวกับหนังคัลต์ที่ชื่อ Donnie Darko โครงการล่าสุดของเธอเช่น He's Just Not That into You, Beverly Hills Chihuahua, และ?Everybody's Fineเธอยังมีชื่ออยู่บนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม และยังได้ขึ้นปากนิตยสารพีเพิลปี 2007 ฉบับ 100 สิ่งสวยงามที่สุด แบร์รีมอร์ เป็นทูตต่อต้านความหิวโหยให้กับ United Nations World Food Programme (WFP) เธอยังได้บริจาคเงินกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับโครงการ ในปี 2007 เธอเป็นนางแบบให้กับ CoverGirl และเป็นโฆษกให้กับเครื่องสำอางให้กับไลน์ใหม่ล่าสุดของอัญมณีกุชชี 19. เอเรียนา ริชาร์ดส (Ariana Richards) โด่งดังจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง  Jurassic Park และยังทำให้เธอได้รับรางวัลอีกมากมาย เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ข้อมูลโดย wikipedia เพิ่มเติม  ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย 20. ลินด์ซีย์ ดี โลเอิน (Lindsay Dee Lohan) ในวัยเด็กเธอถือว่าเป็นเด็กสาวที่ฮอตที่สุดในฮอลลีวูดอีดหนึ่งคนเลยทีเดียว แต่พอโตขึ้นกลับมาข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องยาเสพติด ผู้ชาย วิ่งเล่นให้ตำรวจจับเป็นว่าเล่น ลินด์ซีย์ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการ ถ่ายโฆษณารถยนต์ฟอร์ด เมื่ออายุเพียงแค่ 3 ขวบ หลัง จากนั้นก็มีงานถ่ายโฆษณาโทรทัศน์กว่า 60 ชิ้น จนกระทั่งได้แสดงละครโทรทัศน์เรื่องแรกคือ "Another World" (1996) ลินด์ซีย์ มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อ ปี 1998 ในงานเก่าเอามาทำใหม่เรื่อง “The Parent Trap” เธอรับบทเป็นฝาแฝด แสดงกับเดนนิส เควด และนาตาชา ริชาร์ดสัน หลังจากนั้นก็มีผลงานที่สร้างชื่อให้เธอในบทบาทสาววัยรุ่นอีกหลายเรื่อง เป็นขวัญใจของทุกคนในยุคนั้นมากทีเดียว ลินด์ซีย์ มักเป็นขาประจำหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ โดยสื่อมวลชนมักชอบมอบตำแหน่งทีนควีนให้กับเธอ และเสนอภาพลักษณ์สาวปาร์ตี้ของเธอ โดยเธอเคยตอบโต้ให้เลิกเขียนภาพพจน์ของเธอเช่นนี้ โดยนักแสดงสาวได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ฉันรังเกียจจริงๆ เวลาที่คนส่วนใหญ่มาเรียกฉันว่าเป็นราชินีหนังวัยรุ่น” นอกจากนี้ ลินด์ซีย์ มักมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ทั้งน้ำหนัก สารเสพติด และ อาการติดแอลกอฮอล์ 21. เอ็มม่า โรส โรเบิร์ตส์ (Emma roberts) นักแสดงวัยรุ่น เล่นหนังแนววัยรุ่นหลายต่อหลายเรื่อง อีกทั้งยังเป็นนักร้อง,  Voice Actor,  Spokesmodel, โฆษก และเป็น Fashion Designer เรียกได้ว่ามากความสามารถจริง และที่สำคัญเป็นหลานสาวของนักแสดงสาวชื่อดัง จูเลีย โรเบิตส์ เจ้าแม่หนังรักอีกด้วย 22. โจแอนนา โนแอล แบลกเดน เลเวสค์ (Joanna Noëlle Blagden Levesque) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โจโจ (JoJo Levesque) เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงป็อป-อาร์แอนด์บีและนักแสดงวัยรุ่น โจโจออกอัลบั้มแรกในชื่อตัวเธอเองเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 13 ปี  มีเพลงฮิตอย่าง "Leave (Get Out)" ซึ่งขึ้นสูงสุดที่อันดับ 12 ในชาร์ตบิลบอร์ดฮ็อต 100 นอกจากนี้ โจโจยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Aquamarine (เล่นกับเอ็มม่า โรเบิร์ตส์ ด้วย) และ RV ทั้ง 2 เรื่องออกฉายในปี ค.ศ. 2006 และในปี ค.ศ. 2008 เธอยังได้ถ่ายภาพยนตร์เรื่องใหม่ในชื่อ True Confessions of a Hollywood Starlet ด้วย โดยออกฉายเฉพาะทางทีวีสำหรับเรื่องสุดท้าย (ทั้ง 3 เรื่องมีวางขายในเมืองไทย) 23. เซียร์ชา โรนัน (Saoirse Ronan) ถ้าจะให้พูดถึง ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง ที่มีเส่นห์ สวยเว่อร์วัง! เซียร์ชา โรนัน ก็คงจะอยู่ในอันดับนั้นด้วย นอกจากใบหน้าที่สวยของเธอแล้ว เธอมีดวงตาที่สวยมากๆ เลยทีเดียว เซียร์ชา โรนัน เป็นนักแสดงชาวไอริช-อเมริกัน ชื่อเสียงมาจากการเล่นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ระดับเล็ก ๆ ก่อนที่จะมารับบท ไบรโอนี่ ทาลลิส เด็กสาววัย 13 ขวบที่ฝันอยากจะเป็นนักเขียน แต่จินตนาการของเธอทำให้พี่สาวต้องพลัดพรากกับคนรักไปตลอด ในภาพยนตร์เรื่อง Atonement ซึ่งทำให้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบาฟต้าครั้งที่ 61, รางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 65 และรางวัลออสการ์ครั้งที่ 80 ในสาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานภาพยนตร์และในวงการอีกมากมาย Lost River (2014), Byzantium(2013), The Host(2013), Hanna(2011), The Lovely Bones(2010), City of Ember(2008), I Could Never Be Your Woman(2008), Atonement(2008) เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)

Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ซับไทย
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ

12 มิถุนายน 2557 นี้ แฟนๆชาวดิสนีย์ห้ามพลาดกับ Maleficent ในระบบ 4 มิติในโรง4DX

มาเลฟิเซนต์ 1/6th scale Maleficent Collectible Figure
Collectible Figure /  Maleficent / 

กลับมามีชีวิตอีกครั้งกับ มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ โดยรอบนี้กลับมาในรูปแบบหนังฟอร์มยักษ์ โดยที่เป็นตัวละครของการ์ตูนของ ดิสนีย์ที่ชั่วช้าที่สุด ก็ว่าได้โดยที่ในรอบนี้ได้ทำออกมาเป็นรูปแบบภาพยนตร์ ในเมื่อมีภาพยนตร์ ก็ต้องมีของเล่น โดยที่ทาง HotToys ได้ทำการผลิต 1/6thMaleficent Collectible Figure  ออกมาให้เพื่อนๆ ได้เสียตังกันอีกแล้วสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนตัวนี้แต่ทว่าที่ทำออกมาในรอบนี้เป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์โดยที่ใช้นางเอกดังอย่าง  แองเจลินา โจลี เป็นคนแสดง  ทำให้คาแรคเตอร์นี้มีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก มาดูรายละเอียดของงานนี้ดีกว่า มาเลฟิเซนต์1/6th scale Maleficent Collectible Figure  ขนาดของตัวนี้อยู่ที่ 30 cm อาจจะสูงกว่านิดหน่อยด้วยส่วนของเขา ขยับได้ 30 จุด อุปกรณ์เสริมที่มีมาให้จะมีมือ 3 ชิ้น ลูกไฟสีเขียว 2 ลูก และไม้เท้าพร้อมอีกา ดูแล้วสมกับเป็นปีศาจจริงๆ รายละเอียดของ มาเลฟิเซนต์ ออกมาดูสวยงามและละเอียดมากๆ เหมือนจริงๆ เป็นเจ้าแม่แห่งวงการภาพยนตร์จริงๆ  แองเจลินา โจลี เซทท่าสวยๆ แล้วถ่ายกันฉากได้อย่างสวยงาม เหมือนจริงๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนะนำเลยครับ อุปกรณ์เสริม มือ 3 ชิ้น  ลูกไฟสีเขียว 2 ลูก 1 ไม้เท้า 1 อีกา ประวัติ มาร์ก เดวิส (Mark Davis) สร้างตัวละครนี้ โดยตั้งใจออกแบบให้นางดูคล้ายกับค้างคาวยักษ์ดุร้าย เบอร์นี แมตตินสัน (Burny Mattinson) บุคลากรดิสนีย์ กล่าวว่า มาเลฟิเซนต์ "ได้รับการออกแบบให้ดูประหนึ่งค้างคาวดูดเลือดตัวใหญ่ยักษ์เพื่อให้รู้สึก ถึงภัยคุกคาม" ชื่อของตัวละครว่า "มาเลฟิเซนต์" นั้นเป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษซึ่งแปลว่า ทำผิดคิดชั่ว นางมีกายสีเขียว และสวมศิราภรณ์ซึ่งมีลักษณะเป็นเขาสัตว์สีดำสองเขา ในภาพยนตร์ เจ้าหญิงนิทรา ฉบับภาษาอังกฤษ เอเลเนอร์ ออดลีย์ (Eleanor Audley) ให้เสียงแก่มาเลฟิเซนต์ ออดลีย์เคยพากย์เป็นคุณหญิงเทรเมน (Lady Tremaine) แม่เลี้ยงใจร้ายของซินเดอเรลลา (Cinderella) ในภาพยนตร์เรื่อง ซินเดอเรลลา เมื่อปี 1950 มาแล้ว ผู้สร้างตัวละครมาเลฟิเซนต์ยังอาศัยกิริยาท่าทางของออดลีย์เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบมาเลฟิเซนต์ด้วย โอลลี จอห์นสัน (Ollie Johnston) กับแฟรงก์ ทอมัส (Frank Thomas) นักสร้างภาพเคลื่อนไหว กล่าวไว้ในหนังสือ เดอะดิสนีย์วิลเลียน (The Disney Villain) ว่า งานพากย์เสียงครั้งนี้ของออดลีย์เป็น "งานที่ยากแต่น่าตื่นเต้น เป็นการทำงานกับเสียงแบบที่ต้องประสมสำเนียงประชดประชันเข้ากับอำนาจดุร้าย" เอริก เคลเวิร์ท (Eric Cleworth) สร้างมังกรอันเป็นร่างจำแลงของมาเลฟิเซนต์ เคลเวิร์ทกล่าวว่า มังกรตัวนี้เอางูหางกระดิ่งเป็นแม่แบบ จึงมี "กล้ามเนื้ออันทรงพลังที่เคลื่อนร่างกายอันเทอะทะไปตามเหลี่ยมผา" ส่วนจิม แมกดอนัลด์ (Jim Macdonald) ซึ่งรับผิดชอบงานเสียง ได้ร้องขอให้กองทัพสหรัฐอเมริกาส่งเสียงที่บันทึกจากการฉีดเครื่องพ่นไฟ (flamethrower) มาให้ใช้เป็นเสียงลมหายใจของมังกร

แปลงร่างเป็นนางร้าย Maleficent เหมือนไปป่ะ!
Maleficent /  รีวิวแต่งหน้า / 

 สวัสดีค่ะสาวๆหนุ่มๆ วันนี้จะแปลงร่างเป็นนางร้ายนามว่า ''maleficent''        อุปกรณ์ร่ายมนต์     CATRICE PHOTO FINISH 18H liquid Foundation เบอร์ 04+03     ขนตาปลอม VIEW-VIE เบอร์ V017     CATRICE PRIM AND FINE Highlighting powder 010 Fairy Dust     BSC PANADDA เจนทลี ลูซพาวเดอร์     EYEKANDY cosmetic Liquid Sugar base,White Glitter     แปรง SIGMA เบอร์ F40,E60,E55,E30,E70,F70,E25     SEPHORA Cream lip stain 01     ESSENCE liquid ink eyeliner waterproof     กาวชู     ที่ดัดขนตา     TOO FACED LASH GASM mascara     MAYBELLINE Clear Smooth minerals concealer     ฟองน้ำของ ESSENCE     ESSENCE Longlasting eye pencil 01 BLACK FEVER     MANLY 168 colour eyeshadow palette     NYX Eyeshadow base WHITE รีวิวแต่งหน้า เรามาแปลงโฉมกันเลย 1. เขียนคิ้วด้วยสีดำ ESSENCE Longlasting eye pencil 01 BLACK FEVER จากนั้นเก็บขอบเส้นคิ้วให้คมเป้ะด้วย MAYBELLINE Clear Smooth minerals concealer ลงเบสขาว NYX Eyeshadow base WHITE(เพื่อให้สีที่เราทาลงไปชัดขึ้นค่ะ) 2.  วาดเบ้าด้วยดินสอสีดำ ESSENCE Longlasting eye pencil 01 BLACK FEVER 3.  ทา eyeshadow(MANLY 168 colour eyeshadow palette)สีดำทับที่เส้นที่เราวาดเบ้าเอาไว้ 4.  ทาสีม่วงชิมเมอร์ต่อจากดำแล้วเกลี่ยสีให้ฟุ้ง 5.  ทาสีม่วงขอบตาล่าง 6.  ทาสีขาวตรงที่เราเว้นไว้ 7.  ทากลิตเตอร์สีขาวลงไป จิกกลิตเตอร์สีขาวขึ้นมาพอประมาณ หยดเบสลงไปที่กลิตเตอร์ เราใช้ EYEKANDY cosmetic Liquid Sugar base เป็นตัวประสานให้กลิตเตอร์ของเราติดทนทานไม่หลุดร่วง 8.  เขียนขอบตาล่างและถมดำโคนขนตาด้านบนด้วย ESSENCE Longlasting eye pencil 01 BLACK FEVER 9.  กรีดตายาวๆแซ่บๆด้วย ESSENCE liquid ink eyeliner waterproof 10.  ดัดขนตา,ปัดมาสคาร่า TOO FACED LASH GASM mascara,ติดขนตาปลอม VIEW-VIE เบอร์ V017 ก็เป็นอันเสร็จจ้า ภาพแรกทารองพื้น CATRICE PHOTO FINISH 18H liquid Foundation เบอร์ 04+03 ต่อมาทาแป้ง BSC PANADDA เจนทลี ลูซพาวเดอร์ ภาพสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย CONTOURING : สีขาวไฮไลท์ด้วย CATRICE PRIM AND FINE Highlighting powder 010 Fairy Dust สีน้ำตาลเฉดดิ้งด้วย eyeshadow สีน้ำตาล ดั้งก็ใช้สีน้ำตาลในพาเลทเลยจ้า ส่วนปากเราปาด SEPHORA Cream lip stain 01 ได้เวลาแปลงร่างเป็น  แย้ววว!!! แต่เดี๋ยวก่อนเรายังมีอะไรที่ต้องเตรียมนั่นก็คือเขา ตามภาพเลยจ้า จากนั้นก็เอาไปแปะกะที่คาดผม ตามไปชมรีวิวแต่งหน้าสวยแซ่บ กับ คุณเมย์ได้ที่นี่เลย Maycry999 Fan page

ถล่มทลาย! กับ 20 อันดับสูงสุด หนังทำเงินแห่งปี 2014 เขย่าบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา
20 อันดับสูงสุด หนังทำเงินแห่งปี 2014 /  22 Jump Street / 

ปี 2014 ที่ผ่านมา อาจนับได้ว่าสมรภูมิบนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา ช่างดุเดือดเลือดพล่านเสียจริง ตั้งแต่บรรดาหนังฟอร์มยักษ์ที่ออกมาทุกเดือน หนังภาคต่อที่ทั้งโลกรอ และการคืนชีพตำนานอีกมากมาย และในวันนี้ เราจะพาคุณผู้ชมไปดูว่า 20 อันดับสูงสุด หนังทำเงินแห่งปี 2014 จะมีเรื่องอะไรกันบ้าง กับการสรุปยอดโดยเว็บ boxofficemojo งานนี้ใครจะคว้าแชมป์ล่ะนี่ มานับถอยหลังไปพร้อมกันเลย   อันดับที่ 20 : Rio 2 แก๊งนกซ่าพาฮาเฮ กวาดไปถึง 131,538,435 ดอลลาร์สหรัฐ แซงตัวเต็งต่างๆ ขึ้นมาเพียบ อันดับที่ 19 : Ride Along หนุ่มคู่หู ตำรวจคู่ฮา การันตีความมันส์ด้วยรายได้ 134,938,200 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 18 : Bad Neighbors มีเพื่อนบ้านแบบนี้ บ้ากันพอดีจ้า รั่วป่วนฮาจนเก็บไปถึง 150,157,400 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 17 : Divergent มหากาพย์คนแยกโลก ได้ใจได้เงินจากผู้ชมไปถึง 150,947,895 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 16 : Gone Girl ตามหาเมียหาย จนได้ดี เก็บเหนาะๆ ไปถึง 165,380,700 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 15 : Interstellar ถึงกระแสไม่เปรี้ยงเท่าผลงานก่อนๆ แต่วิทยาศาสตร์สไตล์ โนแลน ก็ได้ไปถึง 172,953,000 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 14 : How to Train Your Dragon 2 เขี้ยวกุดมาแรง ได้ใจทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ จนได้เงินไปถึง 177,002,924 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 13 : Teenage Mutant Ninja Turtles คืนชีพนินจาเต่าครั้งนี้ มีได้ยิ้ม เพราะรับไปเต็มๆ 191,204,754 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 12 : 22 Jump Street ตำรวจปลอมตัวสุดจะเนียน เร่งเครื่องความเกรียน จนคว้า 191,719,337 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 11 : Big Hero 6 ความน่ารักของเจ้าอ้วน เบย์แม็กซ์ เข้าตาสุดๆ จนเก็บไปถึง 192,946,619 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 10 : Godzilla ราชันย์สัตว์ประหลาด เจแปนสไตล์ ทุนที่ใช้ระดับฮอลลีวูด ได้ไป 200,676,069 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 9 : The Amazing Spider-Man 2  ยังคงท็อปฟอร์มสำหรับพี่ฮีโร่ชีวิตอาภัพ สไปเดอร์แมน เรียกเงินจากแฟนๆ ไป 202,853,933 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 8 : Dawn of the Planet of the Apes ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ภาคต่อที่คนทั้งโลกรอ พาผองวานร กวาดไปได้ถึง 208,545,589 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 7 : X-Men: Days of Future Past อีกหนึ่งศึกที่เป็นไฮไลท์สุดๆ ของปี สาวกชาว X พร้อมใจให้ไปเต็มๆ 233,921,534 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 6 : Maleficent ขุ่นแม่มาลี ของสาวๆ ได้ใจแฟนๆ พากันไปอุดหนุนถล่มทลายถึง 241,410,378 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 5 : Transformers: Age of Extinction ใครเล่าจะยอมพลาดเรื่องนี้ ท่านหัวหน้าออพติมัส ไพรม์ กวาดรายได้ไปสบายแฮถึง 245,439,076 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 4 : The LEGO Movie แชมป์แอนิเมชั่นของปีนี้ สาวกเลโก้คนไหนจะอดใจไหว ได้ไป 257,760,692  ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 3 : Captain America: The Winter Soldier พี่บึ้กสุดหล่อ ขวัญใจสาวๆ แบกโล่ลายธงชาติ เก็บไปสบายกระเป๋าถึง 259,766,572 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ 2 : The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 พลังหญิงที่แรงที่สุดของปีนี้ แคทนิสและเสียงเรียกร้องของเธอ กวาดไปถึง 292,982,568 ดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 : Guardians of the Galaxy แปะๆๆๆ ขอปรบมือดังๆให้กับแก๊งเกรียนพิทักษ์จักรวาล Guardians of the Galaxy ทีคว้าแชมป์ประจำปี 2014 มาครองได้สำเร็จ โดยทำรายได้รวมไปถึง 332,657,316 ดอลลาร์สหรัฐกันเลยทีเดียว! ปีนี้ มาร์เวล ก็ยิ้มแก้มปริกันไปนะครับ -----------------------------

สรุปผล รางวัลออสการ์ 2015 เบิร์ดแมน คว้าหนังเยี่ยม
ผลรางวัลออสการ์ 2015 /  รางวัลออสการ์ / 

รางวัลออสการ์ 2015 งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 ออสการ์ 2015 เวลาตรงกับเช้าตรู่ วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 งานเริ่มพรมแดงตั้งแต่ตี5 ประกาศรางวัลแรกๆ 8.30 น. ยาวไปจน 5โมงเช้า รับชมได้ทาง ทรูวิชั่นส์ ในเช้าวันจันทร์ที่ 23 ก.พ. นี้ ทางช่อง HBO HD (223), True Film HD (222) มีพิธีกรบรรยายไทย และ True Movie Hits (5) มีพิธีกรบรรยายไทย การถ่ายทอดงานประกาศรางวัล ออสการ์ 2015 ครั้งที่ 87 ดำเนินรายการโดย นีล แพทริค-แฮร์ริส รายชื่อด้านล่างคือ รายชื่อผู้เข้าชิง อัพเดตชื่อผู้ชนะเป็นตัวสีแดง และมีรูป   รางวัลออสการ์ 2015 : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม American Sniper (Warner Bros.) ผู้ชนะคือ Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (Fox Searchlight) Boyhood (IFC Films) The Grand Budapest Hotel (Fox Searchlight) The Imitation Game (The Weinstein Company) Selma (Paramount Pictures) The Theory of Everything (Focus Features) Whiplash (Sony Picture Classics) รางวัลออสการ์ 2015 : ผู้กำกับยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อิญาร์ริตู - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์ - Boyhood เบนเนตต์ มิลเลอร์ - Foxcatcher เวส แอนเดอร์สัน - The Grand Budapest Hotel มอร์เทน ทิลดัม - The Imitation Game รางวัลออสการ์ 2015 : นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สตีฟ แคร์เรลล์ – Foxcatcher แบรดลี่ย์ คูเปอร์ – American Sniper เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตต์ – The Imitation Game ไมเคิล คีตัน - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) ผู้ชนะคือ เอ๊ดดี้ เรดเมย์น - The Theory of Everything รางวัลออสการ์ 2015 : นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม มาริยง โกติยาร์ – Two Days, One Night เฟลิซิตี้ โจนส์ – The Theory of Everything ผู้ชนะคือ จูลี่แอนน์ มัวร์ - Still Alice โรซามันด์ ไพค์ - Gone Girl รีส วิเธอร์สปูน - Wild รางวัลออสการ์ 2015 : นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม โรเบิร์ต ดูวัลล์ - The Judge อีธาน ฮอว์ค - Boyhood เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) มาร์ค รัฟฟาโร่ - Foxcatcher ผู้ชนะคือ เจ.เค. ซิมมอนส์ - Whiplash นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ แพทริเซีย อาร์เคตต์ - Boyhood ลอรา เดิร์น - Wild เคียรา ไนท์ลีย์ - The Imitation Game เอมม่า สโตน– Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) เมอรีล สตรีฟ - Into the Woods บทดัดแปลงยอดเยี่ยม American Sniper, Written by Jason Hall ผู้ชนะคือ The Imitation Game, Written by Graham Moore Inherent Vice, Written by Paul Thomas Anderson The Theory of Everything, Written by Anthony McCarten Whiplash, Written by Damien Chazelle บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance), Written by Alejandro G. Iñárritu, Alexander Dinelaris, Nicolas Giacobone, Armando Bo Boyhood, Written by Richard Linklater Foxcatcher, Written by Dan Futterman and E. Max Frye The Grand Budapest Hotel, Written by Wes Anderson Nightcrawler, Written by Dan Gilroy ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Ida (Music Box Films), Poland, Pawel Pawlikowski Leviathan (Sony Pictures Classics), Russia, Andrey Zvyagintsev Tangerines, Estonia, Zaza Urushadze Timbuktu (Cohen Media Group), Mauritania, Abderrahmane Sissako Wild Tales (Sony Pictures Classics), Argentina, Damián Szifrón ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Big Hero 6 (Walt Disney Pictures) The Boxtrolls (Focus Features) How to Train a Dragon 2 (DreamWorks Animation) Song of the Sea (GKIDS) The Tale of the Princess Kaguya (GKIDS) ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ The Grand Budapest Hotel Production Design: Adam Stockhausen; Set Decoration: Anna Pinnock The Imitation Game Interstellar Into the Woods Mr. Turner กำกับภาพยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Emmanuel Lubezki - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) Robert Yeoman - The Grand Budapest Hotel Lukasz Zal and Ryszard Lenczewski - Ida Dick Pope - Mr. Turner Roger Deakins - Unbroken เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Milena Canonero - The Grand Budapest Hotel Mark Bridges - Inherent Vice Colleen Atwood - Into the Woods Anna B. Sheppard and Jane Clive - Maleficent Jacqueline Durran - Mr. Turner ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม Joel Cox and Gary D. Roach - American Sniper Sandra Adair - Boyhood Barney Pilling - The Grand Budapest Hotel William Goldenberg - The Imitation Game ผู้ชนะคือ Tom Cross - Whiplash ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Citizenfour (RADiUS-TWC) Finding Vivian Maier (Sundance Selects) Last Days in Vietnam The Salt of the Earth (Sony Pictures Classics) Virunga (Netflix) แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม Bill Corso and Dennis Liddiard – Foxcatcher ผู้ชนะคือ Frances Hannon and Mark Coulier - The Grand Budapest Hotel Elizabeth Yianni-Georgiou and David White - Guardians of the Galaxy ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Alexandre Desplat - The Grand Budapest Hotel Alexandre Desplat - The Imitation Game Hans Zimmer - Interstellar Gary Yershon - Mr. Turner Jóhann Jóhannsson - The Theory of Everything เพลงประกอบยอดเยี่ยม “Everything is Awesome” from The Lego Movie ผู้ชนะคือ “Glory” from Selma “Grateful” from Beyond the Lights “I’m Going to Miss You” from Glenn Campbell… I’ll Be Me “Lost Stars” from Begin Again ผสมเสียงยอดเยี่ยม American Sniper Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) Interstellar Unbroken ผู้ชนะคือ Whiplash ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ American Sniper Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) The Hobbit: The Battle of the Five Armies Interstellar Unbroken วิชวล เอฟเฟกต์ ยอดเยี่ยม Captain America: The Winter Soldier Dawn of the Planet of the Apes, Guardians of the Galaxy, ผู้ชนะคือ Interstellar X-Men: Days of Future Past สารคดีสั้นยอดเยี่ยม ผู้ชนะคือ Crisis Hotline: Veterans Press 1 – Ellen Goosenberg Kent and Dana Perry Joanna – Aneta Kopacz Our Curse - Tomasz Sliwinski and Maciej Slesicki The Reaper (La Parka) – Gabriel Serra Arguello White Earth – J. Christian Jensen อนิเมชั่นสั้นยอดเยี่ยม The Bigger Picture – Daisy Jacobs and Christopher Hees The Dam Keeper – Robert Kondo and Dice Tsutsumi ผู้ชนะคือ Feast – Patrick Osborne and Kristina Reed Me and My Moulton – Torill Kove A Single Life – Joris Oprins หนังสั้นยอดเยี่ยม Aya – Oded Binnun and Mihal Brezis Boogaloo and Graham – Michael Lennox and Ronan Blaney Butter Lamp (La Lampe Au Beurre De Yak) – Hu Wei and Julien Féret Parvaneh – Talkhon Hamzavi and Stefan Eichenberger ผู้ชนะคือ The Phone Call – Mat Kirkby and James Lucas ----------------------- –  On The Red Carpet – The Arrivals > 5.00 น. –  Oscars® Red Carpet Live – Pre Show > 7.00 น. –  The 87th Annual Academy Awards – Live > 8.30 น. –  On The Red Carpet – The Winners > 11.30 น. และที่เมเจอร์รัชโยธิน ก็มีงาน Oscars Live in Digital Cinema by True Visions พาคุณลุ้นประกาศผลรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 87 แบบสดๆ บนจอยักษ์ในโรงภาพยนตร์ ที่เดียวในเมืองไทย พร้อมกระทบไหล่นักวิจารณ์หนังและผู้กับกับชื่อดัง ที่ เมเจอร์ฯ รัชโยธิน 23 ก.พ.นี้ เวลา 7:45 น.เป็นต้นไป ทางเอ็มไทยเอง ก็อัพเดตหน้าเว็บนี้ ติดตามกันได้

ประกาศแล้ว! 10 หนังเข้าชิงสาขาเทคนิคพิเศษ ออสการ์ ครั้งที่ 87
Captain America: The Winter Soldier /  Dawn of the Planet of the Apes / 

ยิ่งใกล้ช่วงเวลาแห่งเวที ออสการ์ เข้ามาเท่าไหร่ หนังฟอร์มดีมีลุ้นก็ยิ่งถูกเผยรายชื่อ ให้ผู้ชมได้ลุ้นกันมากเท่านั้น และล่าสุดทางสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ถึง 10 ภาพยนตร์ที่มีลุ้นเข้าชิงรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 87 สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ออกมาแล้ว โดยบอกได้เลยว่าแต่ละเรื่อง ภาพสวยเนี้ยบ เทคนิคล้ำแบบไม่มีใครยอมใคร จะมีเรื่องไหนโดนใจคุณผู้ชมบ้าง มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กัน! 10 หนังตัวเต็งเข้าชิงรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 87 สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม -   Captain America: The Winter Soldier -   Dawn of the Planet of the Apes -   Godzilla -   Guardians of the Galaxy -   The Hobbit: The Battle of the Five Armies -   Interstellar -   Maleficent -   Night at the Museum: Secret of the Tomb -   Transformers: Age of Extinction -   X-Men: Days of Future Past ภาพยนตร์ทั้ง 10 เรื่องนี้ จะผ่านคัดเลือกและประกาศรายชื่อรอบสุดท้ายเพียง 5 เรื่อง ในวันที่ 15 ม.ค. 2015 และ 1 ใน 5 นี้ จะเป็นเจ้าของรางวัล ออสการ์ อันทรงเกียรติ ใครจะได้ไป รอติดตามได้ในงานประกาศรางวัลในวันที่ 22 ก.พ. 2015 รักเรื่องไหน ก็เอาใจเชียร์กันได้เลย ------------------------------

เหมือนเป๊ะ หญิง รฐา ในลุค มาเลฟิเซนต์
Maleficent /  มาเลฟิเซนต์ / 

เหมือนเป๊ะ หญิง รฐา ในลุค มาเลฟิเซนต์ จัดเป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่น่าจับตา สำหรับหนังเรื่อง มาเลฟิเซนต์ ที่ได้นักแสดงนำอย่าง แองเจลิน่า โจลี่ มารับบทแม่มดใจร้าย งานนี้ทำเอาเหล่าสาวก พร้อมใจกันอย่างแปลงร่างเป็น ขุ่นแม่ใจร้าย เลียนแบบนักแสดงนำ มาเลฟิเซนต์ กับเค้าบ้าง โดยเฉพาะที่เนียนสุดๆ เห็นทีจะต้องยกให้เธอ หญิง รฐา ที่จัดเต็มมาร่วมงานเปิดตัวหนังเมื่อค่ำวานนี้แบบ เสื้อผ้าหน้าผม เป๊ะเว่อร์ ชนิดที่แยกแทบไม่ออกว่าไหนตัวจริงไหนตัวปลอม เมคอัพมาเต็มขนาดนี้ เอาไป5ดาวจ้า หญิง รฐา เป็น มาเลฟิเซนต์ แปลงร่างเป็นนางร้าย Maleficent เหมือนไปป่ะ! รีวิวแต่งหน้าแบบเหมือนเป๊ะ จนใครต้องตกใจในความร้ายของเราอย่างแน่นอน โอ้วววเริ่ด รองเท้าส้นสูง Maleficent ออกแบบโดยแบรนด์ดัง Chritain Loubutin สวยเก๋ แปลกตา ถูกใจสาวกแม่มดทรงเสน่ห์!!!

บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ อิมพอร์ต มิวสิคัลระดับโลก Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร)
Beauty and the Beast /  บรอดเวย์ / 

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบสองทศวรรษแห่งการโลดแล่นบนเวทีของละครบรอดเวย์ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ดิสนีย์ เธียทริคอลโปรดักชั่นส์ (Disney Theatrical productions) เน็ตเวิร์กส์ (NETWorks) บรอดเวย์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป (Broadway Entertainment Group) ร่วมกับ บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ และผู้สนับสนุนในประเทศไทย บริษัท เมืองไทย ประกันชีวิต จำกัด มหาชน และ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด มหาชน ประกาศนำมิวสิคัลระดับโลก โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) มาเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกเอาใจผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชาวไทย ในระหว่างวันที่ 24กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ. โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาได้แถลงข่าวจัดการแสดงอย่างเป็นทางการขึ้นที่ สยามสมาคม อโศก ซึ่งภายในงานมี เมญ่า-นนทวรรณ ทองเหล็ง มิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุด และ คิว วงฟลัวร์ โชว์พลังเสียงร้องเพลง Beauty and the Beast ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมี ป้าแจ๋ว ยุทธนา, แพท สุธาสินี, ลูกเกด เมทินีและน้องสกาย, นิโคล เทริโอ, ป็อป วราวุธ และหนิง ศรัยฉัตร มาร่วมงานด้วย จากเรื่องราวความรักสุดคลาสสิคระหว่างเบลล์ หญิงสาวแสนสวยกับเจ้าชายรูปงามในร่างอสูร อันโด่งดังของดิสนีย์ ที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน และคว้ารางวัลอะคาเดมีอวอร์ด (Academy- Award) ในปี พ.ศ.2534 ก่อนที่จะเดินทางสู่โรงละครบรอดเวย์ กลายเป็นมิวสิคัลเรื่องดัง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ที่เปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อปี พ.ศ.2537 เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี่ อวอร์ดอันทรงเกียรติมาแล้วถึง 9 รางวัล เปิดการแสดงยาวนานถึง 13 ปี ติดอันดับหนึ่งในการแสดงบรอดเวย์ที่เล่นยาวนานที่สุดและทำกำไรสูงสุดตลอดกาล เริ่มสร้างสรรค์โปรดักชั่นสำหรับเวิลด์ทัวร์ ในปี พ.ศ.2547 โดยทำการแสดงมาแล้ว 22 ประเทศ มีผู้เข้าชมมากกว่า 35 ล้านคน ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 8 ภาษา เปิดการแสดงมาแล้วกว่า 28,000 รอบ ทำรายได้มาแล้วมากกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน ละครบรอดเวย์ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร กำลังเปิดการแสดงอยู่ถึง 4 โปรดักชั่นรอบโลกได้แก่ โปรดักชั่นสำหรับทัวร์ในอเมริกาเหนือ ปารีส ญี่ปุ่น และเยอรมัน สำหรับ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร โปรดักชั่นที่กำลังจะเดินทางมาเปิดการแสดงในเมืองไทยนั้น เป็นโปรดักชั่นล่าสุดที่สร้างขึ้นโดยทีมสร้างสรรค์ละครบรอดเวย์มือฉมังในยุคแรกเริ่มที่กลับมารวมตัวกันใหม่เพื่อทำให้ละครบรอดเวย์สุดอมตะเรื่องนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง กำกับการแสดงโดย ร็อบ รอธ (Rob Roth) ออกแบบท่าเต้นโดย แมตต์ เวสต์ (Matt West) พร้อมด้วยการออกแบบเสื้อผ้าโดยแอน ฮูลด์วอร์ด (Ann Hould-Ward) ผู้ชนะรางวัลโทนี่ อวอร์ด (Tony Award) จากผลงานในเรื่อง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ออกแบบแสงโดย นาตาชา แคทซ์ (Natasha Katz) ออกแบบฉากโดย แสตนลีย์ เอ เมเยอร์ (Stanley A. Mayer) ออกแบบเสียงโดย จอห์น เพตราเฟซา จูเนียร์ (John Petrafesa Jr.) และควบคุมดนตรีโดย ไมเคิล โคซาริน (Michael Kosarin) “เราตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมมือกับเน็ตเวิร์กส์และบรอดเวย์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ปเพื่อสร้างการแสดงอินเตอร์เนชั่นแนลทัวร์ครั้งแรกนี้ การจัดแสดง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ของดิสนีย์ในประเทศเหล่านี้ทั่วทวีปตะวันออกกลางและเอเชียเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่จะฉลองวาระครบรอบ20 ปีของละครเพลงอันเป็นที่รักของพวกเรา” รอน คอลเลน (Ron Kollen) รองประธานอาวุธโสฝ่ายต่างประเทศของดิสนีย์ เธียทริคอล โปรดักชั่นส์กล่าว ประธานกรรมการบริหารของเน็ตเวิร์กส์ เคน เจนทรี (Ken Gentry) กล่าวว่า “จากการจัดการแสดงโฉมงามกับเจ้าชายอสูร ทั่วทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดามาตลอดระยะเวลาห้าปี ผมยังคงตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าการแสดงยังปลุกเร้าและทำให้ผู้ชมตกหลุมรักได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับดิสนีย์มีคุณค่าเหลือเกินและเราก็ตั้งตารอคอยการร่วมมือครั้งใหม่กับบรอดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป และนำเอาเรื่องเล่าอันเป็นที่รักเรื่องนี้ไปสู่ตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากทวีปอเมริกาเหนือ” ลิซ คูปส์ (Liz Koops) โปรดิวเซอร์ของบรอดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป กล่าวว่า “โลกของความบันเทิงสัญจรพัฒนาขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเราอยากจะเปิดพื้นที่ในระดับสากลเพื่อนำความบันเทิงระดับคุณภาพไปสู่ตลาดเกิดใหม่ จะมีการเริ่มต้นไหนดีไปกว่าการแสดงละครเพลงที่เป็นที่รักและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่งอย่างโฉมงามกับเจ้าชายอสูรจากดิสนีย์” ละครบรอดเวย์ชุดนี้ประกอบด้วยดนตรีอันยอดเยี่ยมโดยฝีมือของอลัน เมนเคน (Alan Menken) ผู้ทำเพลงให้กับเงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid) อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ (Aladdin) และเจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ (Tangled) เนื้อร้องโดยโฮเวิร์ด แอชแมน (Howard Ashman) ผู้ล่วงลับผู้แต่งเพลงให้กับเรื่องเงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid) และอะลาดินกับตะเกียงวิเศษ (Aladdin) รวมถึงเพลงเพิ่มเติมโดยฝีมือการทำดนตรีของเมนเคนและเขียนเนื้อร้องโดยทิม ไรซ์ (Tim Rice) จาก เดอะ ไลออน คิง (The Lion King) และจีซัซ ไครส์ ซุปเปอร์สตาร์ (Jesus Christ Superstar) บทร้องโดยลินดา วูลเวอร์ตัน (Linda Woolverton) ผู้เขียนบทเรื่องเดอะ ไลออน คิง (The Lion King) อลิซในดินแดนมหัศจรรย์ (Alice in Wonderland) และ มาเลฟิ-เซนต์ กำเนิดนางฟ้าปิศาจ (Maleficent) โดยงานนี้ คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้บริหารจาก ซีเนริโอ ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มิวสิคคัลเรื่องนี้ว่า “เราภูมิใจที่ได้นำมิวสิคัลดีๆระดับโลกมาเปิดการแสดงให้คนไทยได้ชมอีกครั้งนึงเพราะ Beauty and the Beast มีทั้งความสนุก ความน่ารักโรแมนติก มีโปรดักชั่นที่สวยงาม และเป็นละครเพลงที่ดูได้ทั้งครอบครัว เป็นเรื่องราวของ “เบลล์” หญิงสาวที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทของเจ้าชายรูปงามที่อยู่ในร่างของอสูร เพราะถูกนางฟ้าลงโทษให้รู้จักความรักที่แท้จริง และวิธีเดียวที่เจ้าชายอสูรจะกลายร่างกลับมาเป็นเจ้าชายรูปงามเช่นเดิมได้ ก็คือ เจ้าชายจะต้องมีรักแท้เกิดขึ้นในใจ ไม่ใช่รักที่เกิดขึ้นเพียงเพราะรูปโฉมภายนอก ผมคิดว่าความน่าสนใจอีกอย่างเรื่องนี้อยู่ตรงที่ ไม่ใช่เพียงเจ้าชายคนเดียวเท่านั้นที่ถูกสาป แต่ผู้คนในปราสาทก็ถูกสาปให้กลายร่างเป็นอสูรเช่นกัน ดังนั้นตลอดระยะเวลาการแสดง ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับความเป็นแฟนตาซี ของโชว์ต่างๆ ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ที่พูดได้ ซึ่งผมเชื่อว่านอกจากเด็กๆ ที่รู้สึกสนุกแล้ว ผู้ใหญ่ที่มีโอกาสมาชม ก็ต้องประทับใจมิวสิคัลเรื่องนี้ด้วยแน่นอน อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้มาชมร่วมกันนะครับ” ร่วมดื่มด่ำไปกับเรื่องราวอันโรแมนติกแฝงไปด้วยความสนุกสนาน และโปรดักชั่นคุณภาพจากทีมงานระดับบรอดเวย์ ใน ละครบรอดเวย์ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ซึ่งจะเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ. โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย บัตรราคา 1,000 / 2,000 / 2,500 / 3,000 / 3,500 และ 4,000 บาท เปิดจำหน่ายแล้วที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือโทร. 02-262-3838 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.beautyandthebeastontour.com, www.bectero.com, www.facebook.com/bectero

วีรสตรีจีนกลับมาอีกครั้ง ดิสนีย์ เตรียมสร้าง Mulan ฉบับคนแสดง
Disney /  Disney Princess / 

แฟนๆ เจ้าหญิงดิสนีย์มีได้เฮกันอีกแล้ว เพราะหลังจากที่ก่อนหน้านี้ วอลท์ ดิสนีย์ ได้เนรมิตให้การ์ตูนยอดฮิตในอดีต กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบคนแสดง ไม่ว่าจะเป็น Alice in Wonderland, Maleficent และ Cinderella ซึ่งได้กระแสตอบรับจากแฟนๆอย่างล้นหลาม และล่าสุด กับตำนานวีรสตรีแห่งแผ่นดินมังกรอย่าง Mulan ก็มารอเป็นคิวต่อไปเรียบร้อยแล้ว โดยโปรเจ็ค Mulan ฉบับคนแสดงนี้ ทาง ดิสนีย์ ได้ซื้อบทภาพยนตร์จากผู้เขียน อลิซาเบธ มาร์ติน และ ลอเรน ไฮเน็ก มาดัดแปลงเพิ่มเติม ซึ่งอำนวยการสร้างโดย คริส เบนเดอร์ และ เจ.ซี. สปิงก์ ควบคู่ไปกับหนังคนแสดงอีกหลายเรื่องที่กำลังพัฒนาอยู่ตอนนี้ ทั้ง Beauty and the Beast, The Jungle Book, Pete’s Dragon และ Dumbo ภาพยนตร์ Mulan ฉบับการ์ตูนนั้น เข้าฉายเมื่อปี 1998 ถ่ายทอดเรื่องราวในภาวะสงครามของประเทศจีน จึงมีการเรียกระดมพลชายทุกแห่งหน มู่หลาน ลูกสาวกตัญญู ผู้ไม่ยอมให้พ่อที่แก่ชราไปรบ จึงตัดผมปลอมตัวเป็นผู้ชาย ไปรายงานตัวต่อกองทัพแทน โดยมีเทพมังกรตัวจ้อยนาม มูชู คอยพิทักษ์อยู่ข้างกาย เธอต้องฝ่าฟันการฝึกและศึกสงครามฉบับชายชาติทหารมากมาย พร้อมทั้งต้องปกปิดเพศของตัวเองไว้ ก่อนสร้างวีกรรมอันกล้าหาญช่วยองค์จักรพรรดิให้พ้นภัย นำมาซึ่งชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล และสมหวังในความรักกับแม่ทัพชางในตอนจบ ซึ่งแต่เดิมนั้น มู่หลาน เป็นตัวละครที่สร้างขึ้น โดยอิงเรื่องราวจริงในประวัติศาสตร์จีน ของวีรสตรี ฮัวมู่หลาน จากบทกวีจีน The Legend of Hua Mulan และยังมีความแตกต่างพิเศษที่แฟนๆ หลายคนต่างหลงรัก จากการที่เธอเป็นเจ้าหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่ได้สืบสายเลือด หรือแต่งงานกับรางวงศ์ แต่ได้รับการยกย่องจากคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ ปกป้ององค์จักรพรรดิและแผ่นดินให้พ้นภัยอย่างกล้าหาญ เมื่อนำออกฉายก็ไดก็กวาดรายได้ถล่มทลาย จนมีภาคต่อตามมาอีกด้วย ทั้งนี้ภาพยนตร์ Mulan ฉบับคนแสดง ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้กำกับ นักแสดง หรือเรื่องราวอะไรออกมา คอหนังและแฟนคลับเจ้าหญิงดิสนีย์ ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป -----------------------------------------

เจ้าหมีชอบกินน้ำผึ้งก็มากับเขาด้วย เมื่อ ดิสนี่ย์ ประกาศสร้าง Winnie The Pooh ฉบับคนแสดง
Disney /  Listen Up Phillip / 

ดูเหมือนว่าตอนนี้ ดิสนี่ย์ จะเริ่มหาแนวทางการทำเงินของตนเองได้อย่างเป็นที่แน่นอนแล้ว กับการนำเอาการ์ตูนคลาสสิคของค่ายตัวเองทั้งหลาย มาทำเป็นหนังคนแสดงใหม่ทั้งหมด หลังจากความสำเร็จของ Maleficent และ Cinderella ที่เป็นการการันตีว่าคนดูพร้อมจะต้อนรับหนังแนวนี้เสมอ และล่าสุด เจ้าหมีชอบกินน้ำผึ้งตัวเหลือง อย่าง Winnie The Pooh ก็จะเป็นเรื่องต่อไปที่จะมาเป็นหนังคนแสดงครับ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีประกาศทีมนักแสดง และ ผู้กำกับ เป็นที่แน่ชัด แต่ทางดิสนี่ย์ได้จ้าง อเล็กซ์ รอส เพอรี่ ผู้กำกับดาวรุ่งจาก Listen Up Philip มาเขียนบทให้ และอาจจะลงท้ายด้วยการกำกับเองก็เป็นได้ โดยงานนี้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เผยออกมาคือ ตัวหนังจะเน้นไปที่เรื่องราววัยผู้ใหญ่ของ คริสโตเฟอร์ โรบิน ที่มีเหตุบางอย่างที่ทำให้เขาต้องกลับมาหาผองเพื่อนหมีพูห์ แห่งป่าร้อยเอเคอร์นั่นเอง งานนี้ใครเป็นแฟนของอนิเมชั่นเหล่านี้ของดิสนี่ย์ ก็ไม่น่าพลาดแน่นอน แต่สิ่งที่เราต้องมารอดูกันคือ ตัวอนิเมชั่นของหมีพูห์ ในแบบ 3D จะออกมาเป็นอย่างไรกันครับ

เอมม่า วัตสัน ยืนยัน รับบท นางเอก ใน Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของดิสนี่ย์
Beauty and The Beast /  Disney / 

จัดได้ว่าเป็นข่าวที่ไม่ได้เซอร์ไพรส์มากเท่าไหร่นัก เพราะมันก็ลือกันให้หนาหูมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันเสียที สำหรับโปรเจคต์ฉบับคนแสดงของหนัง Beauty and the Beast ของค่าย ดิสนี่ย์ ที่มีชื่อผู้กำกับ บิล คอนดอน จาก The Twilight Saga: Breaking Dawn นั่งแท่นกำกับอยู่​ ซึ่งตอนนี้ทางนักแสดงสาวอย่าง เอมม่า วัตสัน ก็ได้ยืนยันแล้วว่าเธอจะรับบทเป็น เจ้าหญิงโฉมงาม นางเอกของเรื่องนี้ครับ ซึ่งหลังจากเธอเคยปฏิเสธที่จะรับบทนำในหนังคนแสดงเรื่องนี้เวอร์ชั่นของ กิลเลอโม เดล โทโร่ ไปเมื่อนานมาแล้ว เธอก็ได้ตัดสินใหม่เพื่อมาร่วมงานกับอีกโปรเจคนึงของดิสนี่ย์แทน ซึ่งในฉบับของดิสนี่ย์นี้มี สตีเฟ่น ชอปสกี้ ผกก. The Perks of Being Wallflower ที่เคยกำกับเธอมาแล้ว มานั่งแทนมือเขียนบทอยู่นั่นเองครับ โดยเธอได้ยืนยันข่าวนี้ด้วยการโพสลงเฟซบุคส่วนตัวของเธอตามข้อความด้านล่าง โดยตอนนี้ตัวหนัง Beauty and the Beast ฉบับนี้ยังไม่มีการประกาศรายชื่อนักแสดงคนอื่นๆเป็นที่แน่นอน โดยเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจคือ หนังจะเลือกใครมารับบทเป็น เจ้าชายอสูร กันครับ โดยการมาของ Beauty and the Beast ก็ทำให้นี่เป็นหนังที่ดิสนี่ย์หยิบเอาเทพนิยายมาทำเป็นหนังคนแสดงเรื่องที่ 5 แล้ว ต่อจากทั้ง Alice in Wonderland, Maleficent, Cinderella และรวมถึง The Jungle Book ที่มีคิวกำลังเข้าฉาย 2016 อีกด้วยครับ สำหรับใครที่เป็นแฟนๆของ เอมม่า วัตสัน ก็เตรียมรอได้เลยเร็วๆนี้ครับ

ประกาศแล้ว! รางวัล People's Choice Awards ครั้งที่ 41 เรื่องไหนครองใจผู้ชมบ้าง มาดูกัน
22 Jump Street /  Divergent / 

นอกจากรางวัลที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง ออสการ์ และลูกโลกทองคำแล้ว อีกหนึ่งรางวัลที่ไม่ป๊อปปูลาร์จริง ไม่มีทางได้มาก็คือรางวัล พีเพิลส์ ชอยส์ อวอร์ด (People's Choice Awards) ที่ตัดสินโดยการให้ประชาชนทั่วไปนับล้านเสียง เข้าไปโหวตในเว็บไซต์ peopleschoice.com และในปีล่าสุดนี้ กับ People's Choice Awards ครั้งที่ 41 ก็ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ ที่คว้ารางวัลกลับไปนอนกอด ออกมาเรียบร้อยแล้ว ในการจัดงานเมื่ิอวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา และในวันนี้ เราจะพาคุณไปพบผู้ชนะรางวัล และผู้เข้าชิงในสาขาทั้งหมดนี้ ว่าจะโดนใจคุณมากน้อยแค่ไหน มาดูกันเลย สาขา ภาพยนตร์ยอดนิยม  -  Maleficent WINNER -  22 Jump Street -  Captain America: The Winter Soldier -  Guardians of the Galaxy -  X-Men: Days of Future Past สาขา ภาพยนตร์แอ็คชั่นยอดนิยม -  Divergent WINNER -  The Amazing Spider-Man 2 -  Captain America: The Winter Soldier -  Guardians of the Galaxy -  X-Men: Days of Future Past สาขา ภาพยนตร์ตลกยอดนิยม -  22 Jump Street WINNER -  Blended -  Let's Be Cops -  Neighbors -  The Other Woman สาขา ภาพยนตร์ดราม่ายอดนิยม -  The Fault in Our Stars WINNER -  The Giver -  Heaven Is for Real -  If I Stay -  Noah สาขา ภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดนิยม -  Gone Girl WINNER -  Annabelle - Dracula Untold -  The Equalizer -  The Purge: Anarchy สาขา ภาพยนตร์ครอบครัวยอดนิยม -  Maleficent WINNER -  Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Day -  How to Train Your Dragon 2 -  The Lego Movie -  Rio 2 สาขา นักแสดงชายยอดนิยม -  โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ WINNER -  ฮิว แจ็กแมน -  แบรด พิตต์ -  แชนนิง เททัม -  มาร์ก วาห์ลเบิร์ก สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม -  เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ WINNER -  สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน -  แอนเจลีนา โจลี -  เมลิสซา มักคาร์ที -  เอมมา สโตน สาขา นักแสดงชายยอดนิยม จากภาพยนตร์แอ็คชั่น -  คริส อีแวนส์ WINNER -  ฮิว แจ็กแมน -  เลียม นีสัน -  มาร์ก วาห์ลเบิร์ก -  เดนเซล วอชิงตัน สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม จากภาพยนตร์แอ็คชั่น -  เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์  WINNER -  สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน -  แอนเจลีนา โจลี -  เชลีน วูดลีย์ -  โซอี ซัลดานา สาขา นักแสดงชายยอดนิยม จากภาพยนตร์ดราม่า -  โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ WINNER -  แม็ตต์ เดม่อน -  เบน แอฟเฟล็ก -  จอร์จ คลูนีย์ -  แบรด พิตต์ สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม จากภาพยนตร์ดราม่า -  โคลอี เกรซ มอเรตซ์ WINNER -  เอมมา สโตน -  เมอรีล สตรีป -  รีส วิเธอร์สปูน -  เชลีน วูดลีย์ สาขา นักแสดงชายยอดนิยม จากภาพยนตร์ตลก -  อดัม แซนด์เลอร์ WINNER -  แซค แอฟรอน -  โจนาห์ ฮิลล์ -  เซธ โรเกน -  แชนนิง เททัม สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม จากภาพยนตร์ตลก -  เมลิสซา มักคาร์ที WINNER -  ดรูว์ แบร์รีมอร์ -  คาเมรอน ดิแอซ -  ทีน่า เฟย์ -  ชาร์ลิซ เธอรอน สาขา นักแสดงคู่เข้าขายอดนิยม -  เชลีน วูดลีย์ และ ทีโอ เจมส์ (Divergent) WINNER -  คริส อีแวนส์ และ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน (Captain America: The Winter Soldier) -  แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ และ เอมมา สโตน (The Amazing Spider-Man 2) -  โจนาห์ ฮิลล์ และ แชนนิง เททัม (22 Jump Street) -  เชลีน วูดลีย์ และ แอนเซล เอลกอร์ธ (The Fault in Our Stars) ------------------------------------------