Maleficent

Gods of Egypt
Gods of Egypt /  I Robot / 

Gods of Egypt ถ่ายทอดเหตุการณ์ในโลกมนุษย์เมื่อ ปีศาจ มนตรา และความชั่วร้ายจากลุ่มแม่น้ำไนล์ได้เข้าครอบครองโลก “เซธ” (เจอราร์ด บัตเลอร์) เทพเจ้าแห่งความมืดซึ่งเป็นที่กล่าวขานว่าชั่วร้ายและเหี้ยมโหดที่สุด กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ส่งผลให้โลกทั้งใบตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง “ฮอรัส” เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง (นิโคไล คอสเตอร์ วัลดาอู) จึงส่งเด็กหนุ่ม ผู้กล้าหาญ เบค (เบรนตัน ทเวทส์ จาก Maleficent) เป็นตัวแทนเพื่อโค่นอำนาจของเซธลงให้ได้ แต่ศึกครั้งนี้หาใช่เรื่องง่าย เมื่อเบคต้องผ่านการทดสอบทั้งความกล้าหาญความทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาแกร่งพอกับการรับหน้าที่เป็นเป็นวีรบุรุษผู้เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ Gods of Egypt ผลงานการกำกับของผู้กำกับ อเล็กซ์ โพรยาส เจ้าของผลงานภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ที่สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ให้กับโลกภาพยนตร์ไซไฟอย่าง I, Robots และ Knowing โดยมีผู้อำนวยการสร้าง Clash of the Titans รวบรวมสุดยอดทีมงานทั้งทางด้านโปรดักชั่น และ เทคนิคพิเศษชั้นแนวหน้าจาก Star Wars Prequel Trilogy, Spider-Man และ The Great Gatsby สร้างสรรค์ Gods of Egypt ให้กลายเป็นมหากาพย์จะนำเสนอภาพของหนังสงครามเทพเจ้ายิ่งใหญ่! ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาเลฟิเซนต์ 1/6th scale Maleficent Collectible Figure
Collectible Figure /  Maleficent / 

กลับมามีชีวิตอีกครั้งกับ มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ โดยรอบนี้กลับมาในรูปแบบหนังฟอร์มยักษ์ โดยที่เป็นตัวละครของการ์ตูนของ ดิสนีย์ที่ชั่วช้าที่สุด ก็ว่าได้โดยที่ในรอบนี้ได้ทำออกมาเป็นรูปแบบภาพยนตร์ ในเมื่อมีภาพยนตร์ ก็ต้องมีของเล่น โดยที่ทาง HotToys ได้ทำการผลิต 1/6thMaleficent Collectible Figure  ออกมาให้เพื่อนๆ ได้เสียตังกันอีกแล้วสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนตัวนี้แต่ทว่าที่ทำออกมาในรอบนี้เป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์โดยที่ใช้นางเอกดังอย่าง  แองเจลินา โจลี เป็นคนแสดง  ทำให้คาแรคเตอร์นี้มีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก มาดูรายละเอียดของงานนี้ดีกว่า มาเลฟิเซนต์1/6th scale Maleficent Collectible Figure  ขนาดของตัวนี้อยู่ที่ 30 cm อาจจะสูงกว่านิดหน่อยด้วยส่วนของเขา ขยับได้ 30 จุด อุปกรณ์เสริมที่มีมาให้จะมีมือ 3 ชิ้น ลูกไฟสีเขียว 2 ลูก และไม้เท้าพร้อมอีกา ดูแล้วสมกับเป็นปีศาจจริงๆ รายละเอียดของ มาเลฟิเซนต์ ออกมาดูสวยงามและละเอียดมากๆ เหมือนจริงๆ เป็นเจ้าแม่แห่งวงการภาพยนตร์จริงๆ  แองเจลินา โจลี เซทท่าสวยๆ แล้วถ่ายกันฉากได้อย่างสวยงาม เหมือนจริงๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนะนำเลยครับ อุปกรณ์เสริม มือ 3 ชิ้น  ลูกไฟสีเขียว 2 ลูก 1 ไม้เท้า 1 อีกา ประวัติ มาร์ก เดวิส (Mark Davis) สร้างตัวละครนี้ โดยตั้งใจออกแบบให้นางดูคล้ายกับค้างคาวยักษ์ดุร้าย เบอร์นี แมตตินสัน (Burny Mattinson) บุคลากรดิสนีย์ กล่าวว่า มาเลฟิเซนต์ "ได้รับการออกแบบให้ดูประหนึ่งค้างคาวดูดเลือดตัวใหญ่ยักษ์เพื่อให้รู้สึก ถึงภัยคุกคาม" ชื่อของตัวละครว่า "มาเลฟิเซนต์" นั้นเป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษซึ่งแปลว่า ทำผิดคิดชั่ว นางมีกายสีเขียว และสวมศิราภรณ์ซึ่งมีลักษณะเป็นเขาสัตว์สีดำสองเขา ในภาพยนตร์ เจ้าหญิงนิทรา ฉบับภาษาอังกฤษ เอเลเนอร์ ออดลีย์ (Eleanor Audley) ให้เสียงแก่มาเลฟิเซนต์ ออดลีย์เคยพากย์เป็นคุณหญิงเทรเมน (Lady Tremaine) แม่เลี้ยงใจร้ายของซินเดอเรลลา (Cinderella) ในภาพยนตร์เรื่อง ซินเดอเรลลา เมื่อปี 1950 มาแล้ว ผู้สร้างตัวละครมาเลฟิเซนต์ยังอาศัยกิริยาท่าทางของออดลีย์เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบมาเลฟิเซนต์ด้วย โอลลี จอห์นสัน (Ollie Johnston) กับแฟรงก์ ทอมัส (Frank Thomas) นักสร้างภาพเคลื่อนไหว กล่าวไว้ในหนังสือ เดอะดิสนีย์วิลเลียน (The Disney Villain) ว่า งานพากย์เสียงครั้งนี้ของออดลีย์เป็น "งานที่ยากแต่น่าตื่นเต้น เป็นการทำงานกับเสียงแบบที่ต้องประสมสำเนียงประชดประชันเข้ากับอำนาจดุร้าย" เอริก เคลเวิร์ท (Eric Cleworth) สร้างมังกรอันเป็นร่างจำแลงของมาเลฟิเซนต์ เคลเวิร์ทกล่าวว่า มังกรตัวนี้เอางูหางกระดิ่งเป็นแม่แบบ จึงมี "กล้ามเนื้ออันทรงพลังที่เคลื่อนร่างกายอันเทอะทะไปตามเหลี่ยมผา" ส่วนจิม แมกดอนัลด์ (Jim Macdonald) ซึ่งรับผิดชอบงานเสียง ได้ร้องขอให้กองทัพสหรัฐอเมริกาส่งเสียงที่บันทึกจากการฉีดเครื่องพ่นไฟ (flamethrower) มาให้ใช้เป็นเสียงลมหายใจของมังกร

ตะลึง! Brad Pitt โดนแฟนคลับโรคจิตตบหน้า ในงานเปิดตัวหนัง Maleficent
ตะลึง! /  Brad Pitt / 

ตะลึง! Brad Pitt โดนแฟนคลับโรคจิตตบหน้า ในงานเปิดตัวหนัง Maleficent

3ปีซ้อน! ปู ไปรยา ครองบัลลังก์เซ็กซี่ที่สุด FHM2014
ปู ไปรยา /  เมย์ พิชญ์นาฎ / 

ประกาศออกมาแล้วกับผลรางวัล FHM’S 100 SEXIEST WOMEN IN THE WORLD 2014 สุดยอดการค้นหาผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดของเมืองไทยจากการเทคะแนนโหวตของประชาชนชายไทยทั้งประเทศที่จัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 11 ซึ่งสาวเซ็กซี่ที่สุดในเมืองไทยประจำปีนี้จะเป็นใครนั้นไปชมกันเลย!! อันดับ 1 ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก อันดับ 1 ได้แก่ ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก นางเอกสาวหน้าหวาน ทะยานสู่การเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดของเมืองไทย 3 ปีซ้อน เป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่า เธอคือสุดยอดแห่งความเซ็กซี่ตัวจริง และทุกครั้งที่แวะเวียนมาขึ้นปก FHM ก็จะเป็นที่กล่าวขวัญจากหนุ่มๆ ทั้งประเทศอย่างที่สุดเช่นกัน อันดับ 2 เมย์-พิชญ์นาฎ สาขากร อันดับ 2 ได้แก่ เมย์-พิชญ์นาฎ สาขากร นางร้ายหน้าสวย ไม่ว่าจะหยิบฉวยงานอะไรก็น่าสนใจไปหมด หรือจะปรากฏตัวที่ไหนก็เรียกเสียงฮือฮาที่นั่น เธอเคยได้รับฉายา "ซูฉีเมืองไทย" มีผลงานมาแล้วมากมาย และทุกครั้งที่ให้หนุ่มๆ เอ่ยถึงสาวเซ็กซี่ ก็ต้องมีชื่อของเธอคนนี้ติดปากอยู่เสมอ อันดับ 3 โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ อันดับ 3 ได้แก่ โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ สาวนัยน์ตาคม ผสมรอยยิ้มหวานยาดเยิ้ม เพิ่มดีกรีความร้อนแรงสุดบรรยาย พร้อมเสน่ห์จากความสามารถที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง และการเป็นพิธีกรสาวสุดสวย ช่วยเพิ่มเรตติ้งให้กับทุกๆ สิ่งที่เธอทำหน้าที่ จึงเป็นอีกหนึ่งสาวที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ของ FHM ทุกปี อันดับ 4 ซาร่า มาลากุล เลน อันดับ 4 ได้แก่ ซาร่า มาลากุล เลน นางแบบสุดเซ็กซี่ที่มีผลงานภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด เรื่อง JAILBAIT โดยเธอสวมบทเป็นนักโทษสาวสุดเซ็กซี่ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากหนุ่มๆ ทั้งในและนอกประเทศ จนปฏิเสธไม่ได้ว่าวินาทีนี้ เธอคือสาวสุดฮอตที่หนุ่มๆ ต่างจดจ่อรอผลงานอันร้อนแรงชิ้นต่อๆ ไปของเธออย่างไม่กะพริบตา อันดับ 5 หญิง-รฐา โพธิ์งาม อันดับ 5 ได้แก่ หญิง-รฐา โพธิ์งาม จากศิลปินสาวสู่นักแสดงระดับอินเตอร์ อย่างเรื่อง Happy Family, Only God Forgives รวมทั้งยังพากย์เสียงดารานำในภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Maleficent และคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงจากเรื่อง “จันดารา ปัจฉิมบท” ถือเป็นดาราคุณภาพ และนางแบบสุดเซ็กซี่ที่มีผลงานออกมาให้หนุ่มๆ ได้พิสูจน์อยู่อย่างต่อเนื่อง อับดับ 6 เนย-โชติกา วงศ์วิลาส อันดับ 7 แก้ม-กวินตรา โพธิจักร อันดับ 8 โม-อามีนา พินิจ อันดับ 9 อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ อันดับ 10 ชัญญ่า ทามาดะ ขอบคุณ... FHM Thailand

Hercules : อย่ามโน ตำนานเทพ
GOD /  Herculus / 

หลังจากเคยมีเวอร์ชั่นที่รีบเร่งออกมาให้ชมกันไปก่อนแล้วต้นปี กับ The Legend of Hercules ที่ดูเหมือนจะไม่ถูกปากคอหนังสักเท่าไหร่นัก มาถึงกลางปีนี้ก็ได้เวลาสำหรับ เฮอร์คิวลีส ที่เขาบอกว่าเป็นของจริงกันเสียที กับฉบับหนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญ ที่มี เดอะ ร็อค มาแสดงนำ ใน Hercules นี่เอง อภิมหาภาพยนตร์แอ็คชันผจญภัยแห่งปี 2014 โดยพาราเมาท์ พิคเจอร์ส นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน หรือ เดอะร็อค นักแสดงขวัญใจมหาชน ซึ่งมีผลงานภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในปี 2013 รับบท เฮอร์คิวลีส วีรบุรุษแห่งกรีก ผู้ทรงพลังมหาศาล ซึ่งได้รับว่าจ้างจากราชาแห่งเธรส เป็นผู้ฝึกสอนกองทัพทหารให้เป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ ไร้ความปรานีและกระหายสงคราม  นอกจากนี้ ยังได้นักแสดงอย่าง เอียน แม็คเชน, รูฟัส ซีเวล, โจเซฟ ไฟน์, ปีเตอร์ มุลแลน และ จอห์น เฮิร์ท ร่วมแสดงด้วย หนังกำกับการแสดงโดย แบรท เร็ตเนอร์ ผู้กำกับ ขาบู๊ จาก X-Men: The Last Stand และ Rush Hour ซึ่งใครที่ได้ดูหนังของตา เร็ตเนอร์ นี่ ก็คงจะพอจับทางเขาได้ตั้งแต่ Rush Hour หรือการรับหน้าที่ครั้งใหญ่ใน X-Men กันแล้ว ว่าเขานี่แหละที่เปรียบเสมือนกับพ่อครัวที่ทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็นนอกจาก ฟาสต์ฟู้ด ที่เปรียบเช่นนั้นเพราะหนังของเขามักออกมาเพื่อขายความบันเทิง ด้วยพล็อตพื้นฐานง่ายๆ เข้าใจในระดับกล้วยไม่ต้องปลอก ซึ่งใน Hercules ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาก็ไม่ได้ต่างจากเรื่องอื่นๆสักเท่าไหร่นัก ที่ยังมามุ่งเน้นขายความบันเทิงอย่างเดียว โดยไม่ต้องสนใจอะไรกันอีกต่อไปแล้ว โดยถ้าจะให้พูดถึงข้อดีนอกจากฉากแอ็คชั่นที่ทำออกมาดูเพลินๆตามสไตล์หนังแอ็คชั่นของตา เร็ตเนอร์ แก ก็คงเป็นการที่กล้าตีความตำนานใหม่ (ซึ่งดูเหมือนจะฮิตเหลือเกินช่วงนี้ เพราะล่าสุดก็เพิ่งเจอกันไปใน Maleficent) ของ เฮอร์คิวลีส ที่ตัวหนังให้ความอธิบาย และกล้าหักดิบถึงตำนานของ เฮอร์คิวลีส ได้อย่างไม่ไว้หน้าทั้งฉบับที่เพิ่งฉายไป และการ์ตูนที่ดิสนี่ย์เคยเอาไปสร้างไว้ โดยน่าจะถูกใจคอหนังที่ชอบสไตล์แปลกใหม่ และไม่ซ้ำซาก โดยการรับบท เฮอร์คิวลีส ของ เดอะ ร็อค ก็จัดได้ว่าเป็นอีกข้อดีของหนัง เพราะเขาสามารถสร้างสรรค์ตัวละครด้วยร่างกายที่กำยำได้อย่างไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน แต่กระนั้นแล้วถึงแม้ว่าหนังจะหักดิบตำนาน และมีฉากแอ็คชั่นสนุกๆมากลมกล่อม สิ่งที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับ เฮอร์คิวลีส ก็คงหนีไม่พ้นตัวเรื่องที่ดูง่ายเกินไปนี่แหละ ซึ่งสำหรับใครที่ต้องการดูแต่ฉากแอ็คชั่นก็แน่นอนว่าหนังตอบสนองให้ได้ แต่สำหรับคอหนังที่ต้องการในด้านอื่นๆด้วยแล้ว ตัวบทของ Hercules สอบตกโดยสิ้นเชิง มีทั้งความเชย ง่ายดาย และ ตื้นเขิน ไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่นธรรมดาๆทั่วไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะการวางปมตัวละครของ เฮอร์คิวลีส เกี่ยวกับเบื้องหลังที่คลี่คลายง่ายแสนง่าย เช่นกันกับเรื่องราวหักมุมที่ยังกับหนังที่สร้างตั้งแต่สมัยยุค 80 เสียได้ ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบหนังแอ็คชั่นดูง่าย กินกล้วยไม่ต้องปลอก Hercules ตอบสนองให้คุณได้แน่นอน แต่ถ้าใครที่หวังจะเห็นอะไรมากกว่านั้น ก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกัน ป.ล. ระบบ IMAX 3D ของ เฮอร์คิวลีส อาจจะออกมาไม่เต็มจอ แต่ต้องขอชื่นชมระบบ 3D ของหนัง ที่สร้างมิติทั้งฉากที่ต้องการเล่นกับคนดู และฉากธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ได้ทำออกมาลวกๆอย่างที่คิด และอาจจะช่วยเสริมรสชาติในด้านฉากแอ็คชั่นมากขึ้นไปอีกด้วยนะ เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

หลังจากที่ตั้งตารอคอยภาพยนตร์ มาเลฟิเซนท์ Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ที่ดัดแปลงสร้างจากการ์ตูนดีสนีย์ Sleeping Beauty มานาน เร็วๆ นี้เมืองไทยเราก็จะเข้าฉายแล้วนะคะ^^ ดังนั้นก่อนที่เพื่อนๆ จะไปชมเรื่อง มาเลฟิเซนท์ ทีนเอ็มไทยก็ได้รวบรวม เหล่าพิกซี่ และ สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent มาฝากกัน จะมีตัวอะไรบ้าง เราไปติดตามกันเลยค่ะ สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent ต้องขอบอกว่า ในภาพยนตร์เรื่องมาเลฟิเซนท์กำเนิดนางฟ้าปีศาจจะแตกต่างกับในนิทานหรือนิยายออกไป เพราะเรื่องนี้จะถ่ายทอดถึงอีกด้านของมาเลฟิเซนต์โดยยังมีพล็อตเรื่องหลักๆ คือ เมื่อมาเลฟิเซนต์มิได้รับเชิญไปพระราชพิธีสมโภชเดือนเจ้าหญิงออโรรา (Aurora) พระราชธิดาพระเจ้าสเตฟาน (Stephan) นางก็สาปให้พระกุมารีถูกเข็มปั่นฝ้ายตำพระดัชนีและสิ้นพระชนม์ก่อนตะวันลับฟ้าในวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหก นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่จะนำให้เราได้ไปเจอะเจอกับสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ จะมีตัวไหนบ้างและหน้าตาเป็นยังไง ไปติดตามกันในเมืองเดอะมัวส์ (The Moors) สิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent เริ่มต้นจากในเมืองทิพย์ชื่อ เดอะมัวส์ ซึ่งประชิดติดเมืองมนุษย์ เทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ มาเลฟิเซนต์ ได้พบและรักมนุษย์หนุ่มชื่อ สเตฟาน ผู้มีใจใคร่จะเป็นราชา แต่ยิ่งนานวัน ทั้งคู่ก็ยิ่งห่างกัน จนวันหนึ่งสเตฟานเลิกมาหานาง ต่อมา เขากลับไปหามาเลฟิเซนต์ในคืนหนึ่ง เขาวางยานาง แต่หักใจปลิดชีวิตนางไม่ลง เขาจึงใช้เหล็กอันเป็นวัตถุมีอำนาจสังหารเทพธิดาตัดปีกนางออก หลังจากเรื่องราวผ่านไปตามที่ได้เรามาก่อนหน้านี้ มาเลฟิเซนต์ได้กลายเป็นแม่ทูลหัวของออโรร่า แต่จะมาเป็นได้อย่างไร ต้องไปติดตามคำตอบในหนังกันนะคะ อีกาหนุ่มชื่อ เดียวัล  เป็นทาสรับใช้คนสนิทของ มาเลฟิเซนต์  มีฤทธิ์แปลงกายได้นานัปการ นางฟ้าสามองค์ คือ Thistletwit (สีเหลือง), Knotgrass(สีแดง), Flittle (เสื้อฟ้า)  ผู้ดูแลเจ้าหญิงออโรรา ตัวสีฟ้า ที่บินไปบินมาเล่นกับออโรร่าในป่า ใครนึกไม่ออกว่าตัวไหน  จริงๆ เค้าหน้าตาแบบนี้หละ! มาเลฟิเซนต์ จำแลงอีกาให้ช่วยต่อสู้ให้กลายเป็นมังกรมหึมากล้ามเนื้ออันทรงพลังที่เคลื่อนร่างกายอันเทอะทะ นี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของเหล่าพิกซี่และพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดแห่งป่าอาถรรพ์ ในมาเลฟิเซนท์ Maleficent ที่ ทีนเอ็มไทยนำมาฝากเพื่อนๆ กัน เหล่าตัวอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เพื่อนๆ สามารถติดตามต่อได้ในภาพยนตร์มาเลฟิเซนท์ กันได้เลยค่ะ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูล : วิกิพีเดียมาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปิศาจ รูปภาพจาก FB : Walt Disney Studios

พบกับ BIOSCOPE ฉบับเจ้าหญิงที่เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายใน Grace of Monaco
BIOSCOPE /  Grace of Monaco / 

รับเดือนมิถุนายนที่หนังยอดเยี่ยมหลายเรื่องต่างพากันเข้าโรง ด้วยนิตยสารเพื่อคนรักหนัง BIOSCOPE ฉบับหน้าปก นิโคล คิดแมน ในมายาแห่ง Grace of Monaco ที่ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย อีกทั้งล้วงลึกชีวิตของนางมารร้ายอันดับหนึ่งของโลกดิสนีย์ Maleficent, จับตาดู 5 ผู้กำกับมาแรงในวงการอินดีญี่ปุ่น , ค้นหาสัจธรรมซ่อนเร้นในวังพิกุล , คุยกับ ราสิเกติ์ สุขกาล โปรดักชัน ดีไซน์เนอร์ ผู้สร้างโลกสมมติแก่หนังไทย และหลากเรื่องราวที่คุณอาจยังไม่รู้ของเอช อาร์ กีเกอร์ บิดาผู้ให้กำเนิดเอเลี่ยน พิเศษด้วยปกหลังและเรื่องราวสยองขวัญฉบับตีความใหม่ ห้องหุ่น ในบังเหียนของ กัลป์ กัลย์จารึก BIOSCOPE ฉบับ 149 เดือนมิถุนายน 2557 วางแผงแล้ววันนี้ ---------------------------------------

มาเลฟิเซนท์ กางปีกเผยโฉม ในตัวอย่างและแบนเนอร์ใหม่จาก Maleficent
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

หนังมีคิวปล่อยตัวอย่างใหม่ในวันพรุ่งนี้ สำหรับ Maleficent หนังแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ประจำซัมเมอร์ เรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของตัวร้ายสุดฮิตจาก ดิสนี่ย์ อย่าง มาเลฟิเซนท์ โดยในตอนนี้หนังได้มีตัวอย่างเรียกน้ำย่อยเล็กๆเผยโฉมมาให้เห็นปีกของเธอ และรวมไปถึงการตัดสลับฉากกับอนิเมชั่น Sleeping Beauty ซึ่งน่าจะทำให้แฟนๆของเธอปลื้มอกปลื้มใจแน่นอน โดยภาพยนตร์จะเล่าถึงเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของ ‘มาเลฟิเซนท์’ สุดยอดตัวร้าย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ ดิสนีย์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิคปี 1959 เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (สลีปปิ้ง บิวตี้) ภาพยนตร์จะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจและทำให้เธอ เคียดแค้นทารกน้อยที่ชื่อ “ออโรร่า” ในบ้านเราเลื่อนฉายเป็น 12 มิถุนายน รอกันอีกนิด

ใบปิดใหม่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 พร้อมฉาย 29 พฤษภาคมนี้
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช /  นเรศวร5 / 

เป็นหนังแห่งสยามประเทศที่รอนานเหลือเกิน กับตำนานภาคจบของหนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่หลังจากเคยวางฉายไว้เมื่อวันพ่อปีที่แล้ว มีนาปีนี้ เมษาปีนี้ สุดท้ายด้วยเหตุผลบางประการก็ทำให้หนังเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก (กี่รอบละ) จนตอนนี้หวยมาออกที่วันเข้าฉาย 29 พฤษภาคม ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นวันกำหนดฉายที่อาจจะแน่นอน เพราะจากใบปิดใหม่ก็ออกมาแบบมาได้ยิ่งใหญ่ และดูสมราคาดีครับ กับผลงานของผู้กำกับ ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ในภาค 5 ที่มีชื่อตอนว่า 'ยุทธหัตถี' ซึ่งการกำหนดเข้าฉายใหม่ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ นอกจากจะชนช้างกันแล้ว ยังชนแม่มดอีก หนังต้องเข้าฉายชนกับ Maleficent ของ แองเจลีน่า โจลี่ และรวมไปถึงหนังฟอร์มเล็กอีกมากมาย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมารอดูกันว่า ผู้ชมยังจะรอคอย และ ให้การตอบรับกับภาคจบของชุดนี้หรือไม่ครับ แป้บๆ ผ่านไป7ปีแล้วหรือนี่ ตั้งแต่วันที่ภาคแรกได้ฉาย (ตารางจาก wiki)

เคลิบเคลิ้มไปกับ 20 เพลงประกอบหนัง สุดไพเราะโดนใจแห่งปี 2014
25 hours /  Adam Levine / 

ในรอบปีที่ผ่านมา นอกจากภาพยนตร์ชั้นดีที่ได้ผ่านสู่สายตาคุณผู้ชมมากมายหลายเรื่อง อีกหนึ่งสิ่งที่ตราตรึงใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก็คือเพลงประกอบหนัง ที่บรรจงคัดสรรมาเป็นอย่างดี บ้างก็ผ่านหู แล้วก็ผ่านเลยไป แต่บ้างก็ไพเราะฝังใจแบบไม่รู้ลืม และในครั้งนี้ ขอให้คุณเตรียโสตประสาทของคุณให้พร้อม เพราะเราจะพากลับไปทบทวน 20 เพลงประกอบหนัง สุดไพเราะโดนใจแห่งปี 2014 จากหนัง 20 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเคลิบเคลิ้มและมันส์ไปกับท่วงทำนอง แบบเปิดฟังรอบเดียวไม่มีทางพอ... สุรสีห์ อิทธิกุล - Walk You Home (ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้)  Musketeers - ใจความสำคัญ (รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก) พละ ธนพล - คิดถึง  (The Eyes Diary คนเห็นผี) อัญชลี จงคดีกิจ - หยุด (The Couple รัก ลวง หลอน) วิโอเลต วอเทียร์ - ฝากไว้ (ฝากไว้..ในกายเธอ)  25 hours - ไม่ต่างกัน  (คิดถึงวิทยา) เต้ย จรินทร์พร เจมส์ จิรายุ -  ไกลแค่ไหนคือใกล้ (Timeline จดหมาย-ความทรงจำ)  นภัทร อินทร์ใจเอื้อ - แสนแสบ (แผลเก่า) COCKTAIL - ข้าน้อยสมควรตาย (ตีสามคืนสาม 3D) James Newton Howard ft. Jennifer Lawrence - The Hanging Tree (The Hunger Games Mockingjay Part 1)  Billy Boyd - The Last Goodbye (The Hobbit: The Battle Of The Five Armies)  Karen O. - The Moon Song  (Her)  Lana Del Rey - Once Upon A Dream (Maleficent)  Adam Levine - Lost Stars (Begin Again)  Ellie Goulding - Beating Heart  (Divergent)  Yumi Matsutoya - Hikoukigumo (The Wind Rises)  Fall Out Boy - Immortals  (Big Hero 6) Blue Swede - Hooked On A Feeling (Guardians of the Galaxy) Charli XCX - Boom Clap (The Fault In Our Stars)   Imagine Dragons - Battle Cry (Transformers: Age of Extinction)  --------------------------------------

สัมภาษณ์นักแสดง! แอลล์ แฟนนิ่ง ผู้รับบทเจ้าหญิงผู้งดงาม ใน มาเลฟิเซนท์
มาเลฟิเซนท์ /  Maleficent / 

ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยแฟนตาซีจากดิสนีย์ "มาเลฟิเซนท์" -- เรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผยของตัวร้ายที่โด­ดเด่นที่สุดจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดคลาสส­ิคของดิสนีย์ในปี 1959 เรื่อง "เจ้าหญิงนิทรา" เรื่องราวของหญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและจิ­ตใจอันบริสุทธิ์ มาเลฟิเซนท์ใช้ชีวิตอันสงบสุขเติบโตขึ้นมา­ในอาณาจักรที่ลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้มีกองทัพบุกเข้ามารุกรานความรื่นรมย์ขอ­งดินแดนแห่งนี้ มาเลฟิเซนท์ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้ปกป้องดินแ­ดนของเธอ แต่แล้วเธอก็ต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสกับก­ารถูกทรยศอย่างโหดร้าย ซึ่งเปลี่ยนจิตใจอันบริสุทธิ์ของเธอให้กลา­ยเป็นจิตใจอันเย็นชา ด้วยความที่ต้องการจะแก้แค้น มาเลฟิเซนท์ ต้องเผชิญกับการห้ำหั่นกับผู้วิเศษของพระร­าชาที่มาบุกรุก และท้ายที่สุดก็ได้ทิ้งคำสาปไปสู่ลูกของพร­ะราชาที่เพิ่งลืมตาดูโลกที่ชื่อ ออโรร่า เมื่อเด็กสาวได้เติบโตขึ้น มาเลฟิเซนท์ ก็รู้ว่าออโรร่าคือกุญแจสำคัญที่จะนำพาสัน­ติมาสู่อาณาจักร และอาจนำมาซึ่งความสุขอันแท้จริงของมาเลฟิ­เซนท์เช่นเดียวกัน

ประกาศแล้ว! รางวัล People's Choice Awards ครั้งที่ 41 เรื่องไหนครองใจผู้ชมบ้าง มาดูกัน
22 Jump Street /  Divergent / 

นอกจากรางวัลที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง ออสการ์ และลูกโลกทองคำแล้ว อีกหนึ่งรางวัลที่ไม่ป๊อปปูลาร์จริง ไม่มีทางได้มาก็คือรางวัล พีเพิลส์ ชอยส์ อวอร์ด (People's Choice Awards) ที่ตัดสินโดยการให้ประชาชนทั่วไปนับล้านเสียง เข้าไปโหวตในเว็บไซต์ peopleschoice.com และในปีล่าสุดนี้ กับ People's Choice Awards ครั้งที่ 41 ก็ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ ที่คว้ารางวัลกลับไปนอนกอด ออกมาเรียบร้อยแล้ว ในการจัดงานเมื่ิอวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา และในวันนี้ เราจะพาคุณไปพบผู้ชนะรางวัล และผู้เข้าชิงในสาขาทั้งหมดนี้ ว่าจะโดนใจคุณมากน้อยแค่ไหน มาดูกันเลย สาขา ภาพยนตร์ยอดนิยม  -  Maleficent WINNER -  22 Jump Street -  Captain America: The Winter Soldier -  Guardians of the Galaxy -  X-Men: Days of Future Past สาขา ภาพยนตร์แอ็คชั่นยอดนิยม -  Divergent WINNER -  The Amazing Spider-Man 2 -  Captain America: The Winter Soldier -  Guardians of the Galaxy -  X-Men: Days of Future Past สาขา ภาพยนตร์ตลกยอดนิยม -  22 Jump Street WINNER -  Blended -  Let's Be Cops -  Neighbors -  The Other Woman สาขา ภาพยนตร์ดราม่ายอดนิยม -  The Fault in Our Stars WINNER -  The Giver -  Heaven Is for Real -  If I Stay -  Noah สาขา ภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดนิยม -  Gone Girl WINNER -  Annabelle - Dracula Untold -  The Equalizer -  The Purge: Anarchy สาขา ภาพยนตร์ครอบครัวยอดนิยม -  Maleficent WINNER -  Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Day -  How to Train Your Dragon 2 -  The Lego Movie -  Rio 2 สาขา นักแสดงชายยอดนิยม -  โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ WINNER -  ฮิว แจ็กแมน -  แบรด พิตต์ -  แชนนิง เททัม -  มาร์ก วาห์ลเบิร์ก สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม -  เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ WINNER -  สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน -  แอนเจลีนา โจลี -  เมลิสซา มักคาร์ที -  เอมมา สโตน สาขา นักแสดงชายยอดนิยม จากภาพยนตร์แอ็คชั่น -  คริส อีแวนส์ WINNER -  ฮิว แจ็กแมน -  เลียม นีสัน -  มาร์ก วาห์ลเบิร์ก -  เดนเซล วอชิงตัน สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม จากภาพยนตร์แอ็คชั่น -  เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์  WINNER -  สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน -  แอนเจลีนา โจลี -  เชลีน วูดลีย์ -  โซอี ซัลดานา สาขา นักแสดงชายยอดนิยม จากภาพยนตร์ดราม่า -  โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ WINNER -  แม็ตต์ เดม่อน -  เบน แอฟเฟล็ก -  จอร์จ คลูนีย์ -  แบรด พิตต์ สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม จากภาพยนตร์ดราม่า -  โคลอี เกรซ มอเรตซ์ WINNER -  เอมมา สโตน -  เมอรีล สตรีป -  รีส วิเธอร์สปูน -  เชลีน วูดลีย์ สาขา นักแสดงชายยอดนิยม จากภาพยนตร์ตลก -  อดัม แซนด์เลอร์ WINNER -  แซค แอฟรอน -  โจนาห์ ฮิลล์ -  เซธ โรเกน -  แชนนิง เททัม สาขา นักแสดงหญิงยอดนิยม จากภาพยนตร์ตลก -  เมลิสซา มักคาร์ที WINNER -  ดรูว์ แบร์รีมอร์ -  คาเมรอน ดิแอซ -  ทีน่า เฟย์ -  ชาร์ลิซ เธอรอน สาขา นักแสดงคู่เข้าขายอดนิยม -  เชลีน วูดลีย์ และ ทีโอ เจมส์ (Divergent) WINNER -  คริส อีแวนส์ และ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน (Captain America: The Winter Soldier) -  แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ และ เอมมา สโตน (The Amazing Spider-Man 2) -  โจนาห์ ฮิลล์ และ แชนนิง เททัม (22 Jump Street) -  เชลีน วูดลีย์ และ แอนเซล เอลกอร์ธ (The Fault in Our Stars) ------------------------------------------

บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ อิมพอร์ต มิวสิคัลระดับโลก Beauty and the Beast (โฉมงามกับเจ้าชายอสูร)
Beauty and the Beast /  บรอดเวย์ / 

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบสองทศวรรษแห่งการโลดแล่นบนเวทีของละครบรอดเวย์ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ดิสนีย์ เธียทริคอลโปรดักชั่นส์ (Disney Theatrical productions) เน็ตเวิร์กส์ (NETWorks) บรอดเวย์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป (Broadway Entertainment Group) ร่วมกับ บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ และผู้สนับสนุนในประเทศไทย บริษัท เมืองไทย ประกันชีวิต จำกัด มหาชน และ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด มหาชน ประกาศนำมิวสิคัลระดับโลก โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) มาเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกเอาใจผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชาวไทย ในระหว่างวันที่ 24กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ. โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาได้แถลงข่าวจัดการแสดงอย่างเป็นทางการขึ้นที่ สยามสมาคม อโศก ซึ่งภายในงานมี เมญ่า-นนทวรรณ ทองเหล็ง มิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุด และ คิว วงฟลัวร์ โชว์พลังเสียงร้องเพลง Beauty and the Beast ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมี ป้าแจ๋ว ยุทธนา, แพท สุธาสินี, ลูกเกด เมทินีและน้องสกาย, นิโคล เทริโอ, ป็อป วราวุธ และหนิง ศรัยฉัตร มาร่วมงานด้วย จากเรื่องราวความรักสุดคลาสสิคระหว่างเบลล์ หญิงสาวแสนสวยกับเจ้าชายรูปงามในร่างอสูร อันโด่งดังของดิสนีย์ ที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน และคว้ารางวัลอะคาเดมีอวอร์ด (Academy- Award) ในปี พ.ศ.2534 ก่อนที่จะเดินทางสู่โรงละครบรอดเวย์ กลายเป็นมิวสิคัลเรื่องดัง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ที่เปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อปี พ.ศ.2537 เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี่ อวอร์ดอันทรงเกียรติมาแล้วถึง 9 รางวัล เปิดการแสดงยาวนานถึง 13 ปี ติดอันดับหนึ่งในการแสดงบรอดเวย์ที่เล่นยาวนานที่สุดและทำกำไรสูงสุดตลอดกาล เริ่มสร้างสรรค์โปรดักชั่นสำหรับเวิลด์ทัวร์ ในปี พ.ศ.2547 โดยทำการแสดงมาแล้ว 22 ประเทศ มีผู้เข้าชมมากกว่า 35 ล้านคน ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 8 ภาษา เปิดการแสดงมาแล้วกว่า 28,000 รอบ ทำรายได้มาแล้วมากกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน ละครบรอดเวย์ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร กำลังเปิดการแสดงอยู่ถึง 4 โปรดักชั่นรอบโลกได้แก่ โปรดักชั่นสำหรับทัวร์ในอเมริกาเหนือ ปารีส ญี่ปุ่น และเยอรมัน สำหรับ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร โปรดักชั่นที่กำลังจะเดินทางมาเปิดการแสดงในเมืองไทยนั้น เป็นโปรดักชั่นล่าสุดที่สร้างขึ้นโดยทีมสร้างสรรค์ละครบรอดเวย์มือฉมังในยุคแรกเริ่มที่กลับมารวมตัวกันใหม่เพื่อทำให้ละครบรอดเวย์สุดอมตะเรื่องนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง กำกับการแสดงโดย ร็อบ รอธ (Rob Roth) ออกแบบท่าเต้นโดย แมตต์ เวสต์ (Matt West) พร้อมด้วยการออกแบบเสื้อผ้าโดยแอน ฮูลด์วอร์ด (Ann Hould-Ward) ผู้ชนะรางวัลโทนี่ อวอร์ด (Tony Award) จากผลงานในเรื่อง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ออกแบบแสงโดย นาตาชา แคทซ์ (Natasha Katz) ออกแบบฉากโดย แสตนลีย์ เอ เมเยอร์ (Stanley A. Mayer) ออกแบบเสียงโดย จอห์น เพตราเฟซา จูเนียร์ (John Petrafesa Jr.) และควบคุมดนตรีโดย ไมเคิล โคซาริน (Michael Kosarin) “เราตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมมือกับเน็ตเวิร์กส์และบรอดเวย์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ปเพื่อสร้างการแสดงอินเตอร์เนชั่นแนลทัวร์ครั้งแรกนี้ การจัดแสดง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ของดิสนีย์ในประเทศเหล่านี้ทั่วทวีปตะวันออกกลางและเอเชียเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่จะฉลองวาระครบรอบ20 ปีของละครเพลงอันเป็นที่รักของพวกเรา” รอน คอลเลน (Ron Kollen) รองประธานอาวุธโสฝ่ายต่างประเทศของดิสนีย์ เธียทริคอล โปรดักชั่นส์กล่าว ประธานกรรมการบริหารของเน็ตเวิร์กส์ เคน เจนทรี (Ken Gentry) กล่าวว่า “จากการจัดการแสดงโฉมงามกับเจ้าชายอสูร ทั่วทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดามาตลอดระยะเวลาห้าปี ผมยังคงตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าการแสดงยังปลุกเร้าและทำให้ผู้ชมตกหลุมรักได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับดิสนีย์มีคุณค่าเหลือเกินและเราก็ตั้งตารอคอยการร่วมมือครั้งใหม่กับบรอดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป และนำเอาเรื่องเล่าอันเป็นที่รักเรื่องนี้ไปสู่ตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากทวีปอเมริกาเหนือ” ลิซ คูปส์ (Liz Koops) โปรดิวเซอร์ของบรอดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป กล่าวว่า “โลกของความบันเทิงสัญจรพัฒนาขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเราอยากจะเปิดพื้นที่ในระดับสากลเพื่อนำความบันเทิงระดับคุณภาพไปสู่ตลาดเกิดใหม่ จะมีการเริ่มต้นไหนดีไปกว่าการแสดงละครเพลงที่เป็นที่รักและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่งอย่างโฉมงามกับเจ้าชายอสูรจากดิสนีย์” ละครบรอดเวย์ชุดนี้ประกอบด้วยดนตรีอันยอดเยี่ยมโดยฝีมือของอลัน เมนเคน (Alan Menken) ผู้ทำเพลงให้กับเงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid) อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ (Aladdin) และเจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ (Tangled) เนื้อร้องโดยโฮเวิร์ด แอชแมน (Howard Ashman) ผู้ล่วงลับผู้แต่งเพลงให้กับเรื่องเงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid) และอะลาดินกับตะเกียงวิเศษ (Aladdin) รวมถึงเพลงเพิ่มเติมโดยฝีมือการทำดนตรีของเมนเคนและเขียนเนื้อร้องโดยทิม ไรซ์ (Tim Rice) จาก เดอะ ไลออน คิง (The Lion King) และจีซัซ ไครส์ ซุปเปอร์สตาร์ (Jesus Christ Superstar) บทร้องโดยลินดา วูลเวอร์ตัน (Linda Woolverton) ผู้เขียนบทเรื่องเดอะ ไลออน คิง (The Lion King) อลิซในดินแดนมหัศจรรย์ (Alice in Wonderland) และ มาเลฟิ-เซนต์ กำเนิดนางฟ้าปิศาจ (Maleficent) โดยงานนี้ คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้บริหารจาก ซีเนริโอ ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มิวสิคคัลเรื่องนี้ว่า “เราภูมิใจที่ได้นำมิวสิคัลดีๆระดับโลกมาเปิดการแสดงให้คนไทยได้ชมอีกครั้งนึงเพราะ Beauty and the Beast มีทั้งความสนุก ความน่ารักโรแมนติก มีโปรดักชั่นที่สวยงาม และเป็นละครเพลงที่ดูได้ทั้งครอบครัว เป็นเรื่องราวของ “เบลล์” หญิงสาวที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทของเจ้าชายรูปงามที่อยู่ในร่างของอสูร เพราะถูกนางฟ้าลงโทษให้รู้จักความรักที่แท้จริง และวิธีเดียวที่เจ้าชายอสูรจะกลายร่างกลับมาเป็นเจ้าชายรูปงามเช่นเดิมได้ ก็คือ เจ้าชายจะต้องมีรักแท้เกิดขึ้นในใจ ไม่ใช่รักที่เกิดขึ้นเพียงเพราะรูปโฉมภายนอก ผมคิดว่าความน่าสนใจอีกอย่างเรื่องนี้อยู่ตรงที่ ไม่ใช่เพียงเจ้าชายคนเดียวเท่านั้นที่ถูกสาป แต่ผู้คนในปราสาทก็ถูกสาปให้กลายร่างเป็นอสูรเช่นกัน ดังนั้นตลอดระยะเวลาการแสดง ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับความเป็นแฟนตาซี ของโชว์ต่างๆ ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ที่พูดได้ ซึ่งผมเชื่อว่านอกจากเด็กๆ ที่รู้สึกสนุกแล้ว ผู้ใหญ่ที่มีโอกาสมาชม ก็ต้องประทับใจมิวสิคัลเรื่องนี้ด้วยแน่นอน อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้มาชมร่วมกันนะครับ” ร่วมดื่มด่ำไปกับเรื่องราวอันโรแมนติกแฝงไปด้วยความสนุกสนาน และโปรดักชั่นคุณภาพจากทีมงานระดับบรอดเวย์ ใน ละครบรอดเวย์ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ซึ่งจะเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ. โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย บัตรราคา 1,000 / 2,000 / 2,500 / 3,000 / 3,500 และ 4,000 บาท เปิดจำหน่ายแล้วที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือโทร. 02-262-3838 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.beautyandthebeastontour.com, www.bectero.com, www.facebook.com/bectero

14เกร็ดที่คุณอาจยังไม่รู้ จาก
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ / 

14เกร็ดที่คุณอาจไม่รู้ จาก "มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" แต่เราอยากจะให้คุณรู้หล่ะ 1. “Maleficent” มีเสน่ห์คลาสสิกที่สืบทอดมาจากตำนานเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อต่างๆ กันประมาณกว่า 400 ปี งานเขียนยุคเริ่มแรกของเรื่องราวนี้สามารถสาวกลับไปถึงนิยายฝรั่งเศสเรื่อง “Perceforest” (ไม่รู้ชื่อผู้เขียน) ที่เขียนขึ้นในปี 1527 2. ในปี 1697 เรื่องราว “The Beauty Asleep in the Woods” ถูกตีพิมพ์โดยชาร์ลส์ เปอร์โรล ในหนังสือเรื่อง “The Tales of Mother Goose” ของเขา เขาเปลี่ยนแปลงตัวร้ายจากราชินีให้กลายเป็นนางฟ้าใจร้ายและเวอร์ชันนี้ก็ใกล้เคียงกับการตีความของดิสนีย์มากที่สุด นอกจากนี้ เปอร์โรลยังได้เพิ่มเติมเรื่องของเจ้าชายรูปงาม ผู้ที่สามารถทำลายคำสาปด้วยจุมพิต เข้าไปอีกด้วย 3. มาเลฟิเซนต์เป็นตัวละครดิสนีย์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์อนิเมชันปี 1959 เรื่อง “Sleeping Beauty” ที่ใช้เวลาสร้างนาน 10 ปี และทุนสร้าง 6 ล้านเหรียญ มันเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างมากที่สุดเท่าที่สตูดิโอเคยสร้างมาจนถึงตอนนั้น 4. “Maleficent” เริ่มต้นการถ่ายทำในวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2012 ในไพน์วู้ด สตูดิโอส์ ที่เลื่องชื่อของอังกฤษ และเป็นที่ที่การถ่ายทำส่วนใหญ่เกิดขึ้น พวกเขาใช้เวลาห้าเดือนในการถ่ายทำในหกซาวน์สเตจ และพื้นที่หลายพันหลาในโรงถ่ายและบริเวณคอกม้า 5. กองถ่ายเรื่องนี้มีฉากที่สร้างขึ้นจริงที่พิเศษสุดหลายฉาก ผู้ออกแบบงานสร้าง แกรี ฟรีแมนและดีแลน โคล รวมถึงนักตกแต่งฉาก ลี แซนเดลส์ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับโรเบิร์ต สตรอมเบิร์กในการสร้างแบ็คดร็อปภายในและภายนอกที่คู่ควรกับการถ่ายทำที่ยิ่งใหญ่นี้ มีฉากที่ถูกสร้างขึ้นประมาณ 40 ฉาก ตั้งแต่ห้อง 12 ตารางฟุตไปจนถึงห้องโถงใหญ่ขนาด 5,000 ตารางฟุต 6. ปราสาทในเรื่องเป็นการจำลองทั้งภายในและภายนอกมาจากปราสาทในภาพยนตร์อนิเมชันปี 1959 มันมีสเกลที่ยิ่งใหญ่ด้วยพื้นหินอ่อน อุปกรณ์และแผ่นปิดพื้นผิวจากศตวรรษที่ 16 ทุกที่ประดับประดาไปด้วยของโบราณ ฉากนี้ใช้เวลาสร้าง 14 สัปดาห์ ใช้คนงานประมาณ 250 ชีวิต และใช้แผนกศิลป์จำนวนประมาณ 20 คน 7. ริค เบเกอร์เจ้าของเจ็ดรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เป็นผู้ควบคุมทีมสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ เมคอัพ ซึ่งรับผิดชอบดูแลส่วนเขาและชิ้นส่วนเทียมตรงแก้มของแองเจลินา โจลี รวมถึงเมคอัพพิเศษของตัวละครด้วย 8. เบเกอร์และทีมงานของเขาได้สร้างเขาสามแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ใกล้เคียงกับลุคของตัวการ์ตูนมาเลฟิเซนต์ด้วย ส่วนเขาของสร้างจากเรซินหล่อยูรีเธน ซึ่งน้ำหนักเบาและทนทาน ในการทำให้ชิ้นส่วนเทียมทั้งหมดของแองเจลินารับกับมุมใบหน้าของเธอ ทีมงานจะต้องหล่อแบบศีรษะของเธอ แล้วค่อยเสริมส่วนขากรรไกรและหูที่เป็นยางเข้าไปตามเหลี่ยมมุมนั้น สำหรับแองเจลินา โจลี กระบวนการสำหรับการติดชิ้นส่วนเทียมทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงในช่วงเช้า 9. ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แอนนา บี. เชพเพิร์ดไม่เคยเจอความท้าทายแบบในภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนเลย นอกเหนือจากการที่เธอต้องปรับเปลี่ยนแบบดีไซน์ของเธอระหว่างโลกเทพนิยายและโลกมนุษย์ ยังมีเสื้อผ้ามากมายหลากหลายประเภทภายในทั้งสองโลกที่เธอจะต้องสร้างขึ้น โดยรวมแล้ว เธอและทีมงานของเธอต้องตัดเย็บชุดกว่า 2,000 ชุดด้วยมือ 10. ผู้ดูแลอุปกรณ์ประกอบฉาก เดวิด บัลโฟร์ได้จำลองเครื่องปั่นด้ายขึ้นมาหลายสิบเครื่องสำหรับฉากในเรื่อง ที่กษัตริย์สั่งห้ามไม่ให้มีเครื่องปั่นด้ายในอาณาจักร เครื่องปั่นด้ายเป็นองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องในตำนานเจ้าหญิงนิทรา นับตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงยุคใหม่ เข็มปั่นด้ายหรือเศษของด้ายที่ปั่นออกมาเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าหญิงนิทราทุกองค์หลับใหลภายใต้คำสาป 11. แซม ไรลีย์ ผู้รับบท เดียวัล ที่เปลี่ยนร่างได้ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหว ที่ช่วยเหลือเขาในการศึกษาการเคลื่อนไหวของอีกา ไรลีย์ยอมรับว่าการฝึกฝนหลายชั่วโมงนั้นเป็นช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาระหว่างการเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิ่งไปรอบห้อง พร้อมกระพือปีกและส่งเสียงร้องกาๆ ไปด้วย การสวมคอนแท็คเลนส์ที่ทำให้ดวงตาของเขาเป็นสีดำ และการติดขนนกที่ผม ทำให้เดียวัลมีองค์ประกอบของสัตว์มีปีกแม้แต่ในเวลาที่เขาอยู่ในร่างมนุษย์ก็ตาม 12. กระท่อมมุงหลังคาที่กลายเป็นบ้านในวัยเด็กของออโรราถูกสร้างขึ้นที่ลานด้านหลังของไพน์วู้ด สตูดิโอส์ในลอนดอน กระท่อมหลังนี้มีโครงสร้างที่ทำจากท่อนซุง และหลังคามุงกระเบื้องที่มุงโดยช่างมุงหลังคาจริงๆ ด้วยมือ มีช่างมุงหลังคาที่ทำงานเต็มเวลาประมาณ 1,000 คนในอังกฤษ แต่การมุงหลังคากลายเป็นที่นิยมอีกครั้งเพราะความสนใจที่สาธารณชนมีต่อการอนุรักษ์อาคาเก่าและใช้วัสดุสร้างบ้านที่ยั่งยืนมากขึ้น 13. แองเจลินาทำงานร่วมกับช่างทำหมวกเพื่อออกแบบส่วนติดศีรษะที่เธอสวมในภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อซ่อนเขาของเธอ มีส่วนประดับศีรษะหกแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งรวมถึงลุคซัมเมอร์หนังงู และลุคตอนพิธีล้างบาปกำเนิด ด้วยเขาที่ปกคลุมไปด้วยหนังนาปา ประดับประดาด้วยหนังปลากระเบน 14. มีการใช้เพอร์ฟอร์มานซ์ แคปเจอร์สำหรับนางฟ้าทั้งสามองค์ (อิเมลดา สตอนตัน, จูโน เทมเปิล, เลสลีย์ แมนวิลล์) ในตอนที่พวกเธออยู่ในร่างความสูง 21 นิ้วตามปกติ เพื่อบันทึกทุกอากัปกิริยาของพวกเธอ ทีมงานวิชวล เอฟเฟ็กต์ใช้ตัวบอกตำแหน่ง 150 จุดบนใบหน้าของแต่ละคน เพื่อบันทึกสีหน้าของพวกเธอไปใช้ในตัวละคร CG ตัวละครที่ตลกขบขันเหล่านี้ถูกล้อเลียนนิดๆ เวลาอยู่ในร่าง 21 นิ้ว ด้วยหัวที่โตขึ้น ดวงตาใหญ่ขึ้น และรูปร่างตามธรรมชาติของพวกเธอก็ถูกทำให้โอเวอร์ขึ้น เพื่อที่พวกเธอจะไม่ได้เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ถูกหดให้เหลือ 21 นิ้ว “มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ” 12 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ประกาศ รายชื่อผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015
2015 Oscar nominations /  รายชื่อผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 / 

รายชื่อผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 ดูคลิปวีดีโอบรรยากาศตอนประกาศรายชื่อ มี สองพาร์ท ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 มาแรงสุดคือ เบิร์ดแมน และ แกรนด์บูดาเปสต์ ดูรายชื่อด้านล่างเลยครับ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม American Sniper (Warner Bros.) Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (Fox Searchlight) Boyhood (IFC Films) The Grand Budapest Hotel (Fox Searchlight) The Imitation Game (The Weinstein Company) Selma (Paramount Pictures) The Theory of Everything (Focus Features) Whiplash (Sony Picture Classics) ผู้กำกับยอดเยี่ยม อเลฮานโดร กอนซาเลซ อิญาร์ริตู - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์ - Boyhood เบนเนตต์ มิลเลอร์ - Foxcatcher เวส แอนเดอร์สัน - The Grand Budapest Hotel มอร์เทน ทิลดัม - The Imitation Game นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สตีฟ แคร์เรลล์ – Foxcatcher แบรดลี่ย์ คูเปอร์ – American Sniper เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตต์ – The Imitation Game ไมเคิล คีตัน - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) เอ๊ดดี้ เรดเมย์น - The Theory of Everything นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม มาริยง โกติยาร์ – Two Days, One Night เฟลิซิตี้ โจนส์ – The Theory of Everything จูลี่แอนน์ มัวร์ - Still Alice โรซามันด์ ไพค์ - Gone Girl รีส วิเธอร์สปูน - Wild นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม โรเบิร์ต ดูวัลล์ - The Judge อีธาน ฮอว์ค - Boyhood เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) มาร์ค รัฟฟาโร่ - Foxcatcher เจ.เค. ซิมมอนส์ - Whiplash นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม แพทริเซีย อาร์เคตต์ - Boyhood ลอรา เดิร์น - Wild เคียรา ไนท์ลีย์ - The Imitation Game เอมม่า สโตน– Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) เมอรีล สตรีฟ  - Into the Woods บทดัดแปลงยอดเยี่ยม American Sniper, Written by Jason Hall The Imitation Game, Written by Graham Moore Inherent Vice, Written by Paul Thomas Anderson The Theory of Everything, Written by Anthony McCarten Whiplash, Written by Damien Chazelle บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance), Written by Alejandro G. Iñárritu, Alexander Dinelaris, Nicolas Giacobone, Armando Bo Boyhood, Written by Richard Linklater Foxcatcher, Written by Dan Futterman and E. Max Frye The Grand Budapest Hotel, Written by Wes Anderson Nightcrawler, Written by Dan Gilroy ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม Ida (Music Box Films), Poland, Pawel Pawlikowski Leviathan (Sony Pictures Classics), Russia, Andrey Zvyagintsev Tangerines, Estonia, Zaza Urushadze Timbuktu (Cohen Media Group), Mauritania, Abderrahmane Sissako Wild Tales (Sony Pictures Classics), Argentina, Damián Szifrón ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม Big Hero 6 (Walt Disney Pictures) The Boxtrolls (Focus Features) How to Train a Dragon 2 (DreamWorks Animation) Song of the Sea (GKIDS) The Tale of the Princess Kaguya (GKIDS) ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม The Grand Budapest Hotel Production Design: Adam Stockhausen; Set Decoration: Anna Pinnock The Imitation Game Interstellar Into the Woods Mr. Turner กำกับภาพยอดเยี่ยม Emmanuel Lubezki - Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) Robert Yeoman - The Grand Budapest Hotel Lukasz Zal and Ryszard Lenczewski - Ida Dick Pope - Mr. Turner Roger Deakins - Unbroken เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม Milena Canonero - The Grand Budapest Hotel Mark Bridges - Inherent Vice Colleen Atwood - Into the Woods Anna B. Sheppard and Jane Clive - Maleficent Jacqueline Durran - Mr. Turner ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม Joel Cox and Gary D. Roach - American Sniper Sandra Adair - Boyhood Barney Pilling - The Grand Budapest Hotel William Goldenberg - The Imitation Game Tom Cross - Whiplash ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม Citizenfour (RADiUS-TWC) Finding Vivian Maier (Sundance Selects) Last Days in Vietnam The Salt of the Earth  (Sony Pictures Classics) Virunga (Netflix) แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม Bill Corso and Dennis Liddiard – Foxcatcher Frances Hannon and Mark Coulier - The Grand Budapest Hotel Elizabeth Yianni-Georgiou and David White - Guardians of the Galaxy ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม Alexandre Desplat - The Grand Budapest Hotel Alexandre Desplat - The Imitation Game Hans Zimmer - Interstellar Gary Yershon - Mr. Turner Jóhann Jóhannsson - The Theory of Everything เพลงประกอบยอดเยี่ยม “Everything is Awesome” from The Lego Movie “Glory” from Selma “Grateful” from Beyond the Lights “I’m Going to Miss You” from Glenn Campbell… I’ll Be Me “Lost Stars” from Begin Again ผสมเสียงยอดเยี่ยม American Sniper Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) Interstellar Unbroken Whiplash ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม American Sniper Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) The Hobbit: The Battle of the Five Armies Interstellar Unbroken วิชวล เอฟเฟกต์ ยอดเยี่ยม Captain America: The Winter Soldier Dawn of the Planet of the Apes, Guardians of the Galaxy, Interstellar X-Men: Days of Future Past สารคดีสั้นยอดเยี่ยม Crisis Hotline: Veterans Press 1 – Ellen Goosenberg Kent and Dana Perry Joanna – Aneta Kopacz Our Curse - Tomasz Sliwinski and Maciej Slesicki The Reaper (La Parka) – Gabriel Serra Arguello White Earth – J. Christian Jensen อนิเมชั่นสั้นยอดเยี่ยม The Bigger Picture – Daisy Jacobs and Christopher Hees The Dam Keeper – Robert Kondo and Dice Tsutsumi Feast – Patrick Osborne and Kristina Reed Me and My Moulton – Torill Kove A Single Life – Joris Oprins หนังสั้นยอดเยี่ยม Aya – Oded Binnun and Mihal Brezis Boogaloo and Graham – Michael Lennox and Ronan Blaney Butter Lamp (La Lampe Au Beurre De Yak) – Hu Wei and Julien Féret Parvaneh – Talkhon Hamzavi and Stefan Eichenberger The Phone Call – Mat Kirkby and James Lucas ----------------------- ที่มา http://oscar.go.com/

เอมม่า วัตสัน ยืนยัน รับบท นางเอก ใน Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของดิสนี่ย์
Beauty and The Beast /  Disney / 

จัดได้ว่าเป็นข่าวที่ไม่ได้เซอร์ไพรส์มากเท่าไหร่นัก เพราะมันก็ลือกันให้หนาหูมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันเสียที สำหรับโปรเจคต์ฉบับคนแสดงของหนัง Beauty and the Beast ของค่าย ดิสนี่ย์ ที่มีชื่อผู้กำกับ บิล คอนดอน จาก The Twilight Saga: Breaking Dawn นั่งแท่นกำกับอยู่​ ซึ่งตอนนี้ทางนักแสดงสาวอย่าง เอมม่า วัตสัน ก็ได้ยืนยันแล้วว่าเธอจะรับบทเป็น เจ้าหญิงโฉมงาม นางเอกของเรื่องนี้ครับ ซึ่งหลังจากเธอเคยปฏิเสธที่จะรับบทนำในหนังคนแสดงเรื่องนี้เวอร์ชั่นของ กิลเลอโม เดล โทโร่ ไปเมื่อนานมาแล้ว เธอก็ได้ตัดสินใหม่เพื่อมาร่วมงานกับอีกโปรเจคนึงของดิสนี่ย์แทน ซึ่งในฉบับของดิสนี่ย์นี้มี สตีเฟ่น ชอปสกี้ ผกก. The Perks of Being Wallflower ที่เคยกำกับเธอมาแล้ว มานั่งแทนมือเขียนบทอยู่นั่นเองครับ โดยเธอได้ยืนยันข่าวนี้ด้วยการโพสลงเฟซบุคส่วนตัวของเธอตามข้อความด้านล่าง โดยตอนนี้ตัวหนัง Beauty and the Beast ฉบับนี้ยังไม่มีการประกาศรายชื่อนักแสดงคนอื่นๆเป็นที่แน่นอน โดยเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจคือ หนังจะเลือกใครมารับบทเป็น เจ้าชายอสูร กันครับ โดยการมาของ Beauty and the Beast ก็ทำให้นี่เป็นหนังที่ดิสนี่ย์หยิบเอาเทพนิยายมาทำเป็นหนังคนแสดงเรื่องที่ 5 แล้ว ต่อจากทั้ง Alice in Wonderland, Maleficent, Cinderella และรวมถึง The Jungle Book ที่มีคิวกำลังเข้าฉาย 2016 อีกด้วยครับ สำหรับใครที่เป็นแฟนๆของ เอมม่า วัตสัน ก็เตรียมรอได้เลยเร็วๆนี้ครับ

Disney's Maleficent Trailer 2
Disney's /  Maleficent / 

Disney's Maleficent Trailer 2

ทั่วโลกต้องตะลึง Young Ones แอ็คชั่นไซไฟ สุดครีเอทเข้มข้น!
Creative Sci-fi /  Young Ones / 

หากโลกนี้ เกิดเหตุการณ์ที่น้ำสิ้นโลก! จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกนี้ไม่มีน้ำเหลืออีกต่อไป! เตรียมพบกับภาพยนตร์แปลกใหม่ที่สุดแห่งปี กับ Young Ones ภาพยนตร์แนว Creative Sci-fi ทางเลือกใหม่ของภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟที่ไม่เหมือนใคร โดยฝีมือผู้กำกับ เจค พัลโทรว์ น้องชายของนักแสดงสาวมากฝีมือ กวินเนธ พัลโทรว์ Young ones คือภาพยนตร์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของทุกสิ่งให้ออกมาใหม่ สุดล้ำ และมาแรงมากในขณะนี้ โดยได้นักแสดงนำขวัญใจวัยรุ่นสุดฮอต อย่าง นิโคลัส ฮอลท์ จาก Warm Bodies และ แอล แฟนนิ่ง สาวสวยจาก Maleficent ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่และพลิกคาแรกเตอร์ให้กับคนดู ได้พบกับความตื่นเต้นยิ่งกว่าที่เคย อีกทั้งภาพยนตร์ยังมีจุดเด่นทางด้านเทคนิคการสร้าง ที่ทำให้ภาพยนตร์ดูมีสไตล์ โดดเด่น และสวยงาม ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีภาพสวยที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง เรื่องราวของ Young ones เกี่ยวกับโลกอนาคต ในวันที่น้ำกำลังจะหมดไปจากโลก ท่ามกลางแผ่นดินที่แห้งเหือด ฝุ่นผงตลบอบอวล และโจรร้ายที่ชุกชุม เออร์เนสต์ โฮล์ม (ไมเคิล แชนนอน) ใช้ชีวิตอย่างยากแค้นกับลูก 2 คน เจอโรม (โคดี้ สมิธ แมคฟี) และ แมรี่ (แอล แฟนนิง) ด้วยเป้าหมายในชีวิตที่จะทำทุกวิถีทาง ให้ที่ดินของเขาฟื้นคืนจากความแห้งแล้งเพื่อดำรงชีวิตรอดต่อไปให้ได้ แต่แล้วชายหนุ่ม เฟลม เลเวอร์ (นิโคลัส ฮอลท์) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับแผนการที่จะยึดครองที่ดินของเออร์เนสท์ จนนำไปสู่เหตุการณ์สุดเข้มข้น เพื่อครอบครองแหล่งน้ำที่มีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ เมื่อ "น้ำ" กลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดบนโลกใบนี้ จะเป็นอย่างไรถ้าทุกคนต่างแย่งชิงเพื่อให้ได้ครอบครองมัน พบกับ Young Ones เมืองเดือด วัยระอุ ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณตื่นเต้นลุ้นระทึก ไปกับความแปลกใหม่ที่จะได้พบ 4 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ Young Ones ได้ที่นี่เลย ----------------------------