Maleficent

Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ

12 มิถุนายน 2557 นี้ แฟนๆชาวดิสนีย์ห้ามพลาดกับ Maleficent ในระบบ 4 มิติในโรง4DX

ดิสนี่ย์ วางแผนสร้าง Beauty and the Beast ฉบับคนแสดง
Beauty and The Beast /  Disney / 

หลังจากความสำเร็จของ Oz the Great and Powerful มันก็คงจะไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่นัก ที่ดิสนี่ย์จะออกมาประกาศแล้วว่าพวกเขากำลังสร้างหนังฉบับคนแสดงของ Beauty and the Beast ออกมา โดยใช้มือเขียนบทจากหนังเรื่องล่าสุดของ แดนนี่ บอยล์ อย่าง Trance เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของ อสูรและเจ้าหญิง ออกมาในโทนที่มืดม่น และ มีชีวิตจิตใจ ซึ่งทางดิสนี่ย์จะตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ว่า The Beast โดยตัวหนังในตอนนี้ยังมีการวางมือแค่ คนเขียนบท แต่ยังไม่ได้วางตัวทั้ง นักแสดง และ ผู้กำกับ ซึ่งท้ายสุดแล้วเราต้องมารอดูกันว่า Beauty and the Beast ฉบับของดิสนี่ย์ หรือ ฉบับของ กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่ ที่ได้ เอมม่า วัตสัน มาเป็นนางเอกนั้นจะครองใจคนดู และ นักวิจารณ์กันแน่ โดยนอกจาก Beauty and the Beast ดิสนี่ย์ก็มีแผนที่จะหยิบเอาการ์ตูนคลาสสิคมาเป็นคนแสดงอีก 2 เรื่อง นั้นก็คือ Cinderella ที่มีข่าวว่า เอมม่า วัตสัน อาจจะรับบทนำอีกเช่นกัน รวมไปถึง เจ้าหญิงนิทรา อย่าง Sleeping Beauty ที่มีคิวออกฉายในปีหน้า โดยใช้ชื่อหนังว่า Maleficent โดยมี แองเจลีน่า โจลี่ มารับบทเป็นแม่มดใจร้ายนั้นเอง

นิโคล่า พลาทซ์ จาก The Last Airbender อาจจะได้สวมบทเป็นนางเอกใน Transformers 4
Maleficent /  Michael Bay / 

หลังจากได้ มาร์ค วอลเบิร์ก ไปรับบทเป็นคุณพ่อของนางเอกตัวเด่นของเรื่องกันไปแล้ว กับหนังภาคต่อ หุ่นยนต์ยักษ์ถล่มเมืองอย่าง Transformers 4 มาในคราวนี้ก็ถึงการคัดเลือกนางเอก และ พระเอก คู่ขวัญของเรื่องกันแล้ว ก่อนที่ตัวหนังจะเริ่มถ่ายทำกันปีหน้า เพื่อให้เข้าฉายทันปี 2014 ซึ่งหวยก็ได้ออกที่นักแสดงสาวอย่าง นิโคล่า พลาทซ์ ที่ ไมเคิล เบย์ กำลังคัดเลือกตัว มีสิทธิ์ว่าจะได้เป็นนางเอกของเรื่อง ที่เราคงจะได้คุ้นหน้าคุ้นตาเธอกันมาแล้วในปี 2010 กับหนังอภิมหาสี่ธาตุ จอมราชันย์ ิอย่าง The Last Airbender เพราะตอนนั้นเธอก็ถึงขั้นได้รับบทเป็นนางเอกเช่นกัน ซึ่งตัวละครที่เธอจะรับบทเป็นนั้น จะเป็นตัวละครวัยรุ่นสาว เปรี้ยวปราว มีแฟนหนุ่มเป็นสิงห์มอไซด์ ที่จะไปเกี่ยวข้องกับเหล่าหุ่นยนต์ได้อย่างไรต้องรอคำตอบกันอีกทีในปี 2014 ซึ่งทางด้านตัวบทของ ชายหนุ่มสิงห์มอไซด์ ก็ตกเป็นของนักแสดงหน้าใหม่เช่นเดียวกัน กับ เบรนตั้น ธเวส ชายหนุ่มจากหนังภาคต่ออย่าง Blue Lagoon : The Awaking ที่เป็นหนังลงดีวีดี ที่กำลังอยู่ในช่วงคัดตัว และอาจจะมีสิทธิ์ได้สูง เนื่องจากล่าสุดเขาก็กำลังเล่นหนังประคู่กับ แองเจลี่น่า โจลี่ ใน Maleficent ซึ่งเราต้องมารอดูกันอีกที ว่าการที่ ไมเคิล เบย์ จะปรับตัวละครหลักให้กลายเป็นผู้หญิง จะนำเอาเรื่องราวของ หุ่นยนต์ ไปเกี่ยวข้องอย่างไร ติดตามหาคำตอบได้ กรกฏาคม ปี 2014 ครับ

สอนแต่งหน้าเป็นนางฟ้าปีศาจ มาเลฟิเซนต์ MALEFICENT
MALEFICENT กำเนิดนางฟ้าปีศาจ /  สอนแต่งหน้า / 

เกาะกระแสภาพยนต์ มาเลฟิเซนต์ MALEFICENT กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ด้วยการMakeup (เมคอัพ) เลือนแบบการแต่งหน้าของ แม่มดมาเลฟิเซนต์ MALEFICENT หรือ แองเจลิน่า โจลี่ นั่นเอง ที่สร้างความฮือฮา อย่างมากในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพชายหนุ่มหน้าคม แปลงโฉมจนสะพรึง! ฟังแบบนี้แล้วน่าสนใจไหมคะ หากสาวๆ คนไหนที่อยากเปลี่ยนลุค อยากแต่งหน้าแบบใหม่ๆ อัพภาพลงไอจี ไม่อยากตกเทรนด์ละก็ วันนี้เรามาติดตามกับวิธี...สอนแต่งหน้าเป็นนางฟ้าปีศาจ มาเลฟิเซนต์ MALEFICENT กันค่ะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com สอนแต่งหน้าเป็นนางฟ้าปีศาจ มาเลฟิเซนต์ MALEFICENT สำหรับคลิปการสอนแต่งหน้าเป็นนางฟ้าปีศาจ มาเลฟิเซนต์ MALEFICENT นั้นเป็นของ ไจ๋ ซีร่า ซึ่งนางแต่งได้เป๊ะ ทั้งโครงหน้า เฉดดิ้ง สีปากแดงแรงฤทธิ์ บวกกับอินเนอร์แบบจัดเต็มจนเหมือนแองเจลิน่า โจลี่ตัวจริงมากๆ สาวๆ สามารถแต่งหน้าตามเทคนิคเธอได้ ดังนี้ Youtube จาก Sira Soda

ดิสนีย์ ประกาศสร้าง
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์  ประกาศว่า ได้เดินหน้าการสร้างภาพยนตร์เรื่อง MALEFICENT “มาเลฟิเซนท์” เมื่อวันพุธที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) นำแสดงโดย นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์  “แองเจลินา โจลี่” กำกับการแสดงโดย “โรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก” เจ้าของ 2 รางวัลออสการ์สาขาผู้ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ( “อวตาร”, “อลิซในแดนมหัศจรรย์”)   ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับเป็นครั้งแรกของเขา อำนวยการสร้างโดย โจ รอธ “เมลิฟิเซนท์” เขียนบทโดย ลินดา วูลเวอร์ตัน (“เดอะ ไลอ้อน คิง”, “บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสท์”) และ อำนวยการสร้างบริหารโดย แองเจลิน่า โจลี,  ดอน ฮานน์, แมทท์ สมิธ, และ พาลาค พาเทล ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ   ชาลล์โต คอปลีย์ (ดิสทริกท์ 9), แอลล์ แฟนนิ่ง (ซูเปอร์ 8), และ แซม ไรลีย์ (ออน เดอะ โรด),  จูโน เทมเปิล (อโทนเมนท์)  และ เลสลีย์ แมนวิลล์ (ซีเครท แอนด์ ไลส์) ภาพยนตร์เล่าถึงเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของ “มาเลฟิเซนท์”  สุดยอดตัวร้าย  ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ ดิสนีย์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิคปี 1959 เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (สลีปปิ้ง บิวตี้) ภาพยนตร์จะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจและทำให้เธอเคียดแค้นทารกน้อยที่ชื่อ “ออโรร่า” ทีมงานเบื้องหลังฝีมือดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วย ดีน เซมเลอร์  มือถ่ายภาพเจ้าของรางวัลออสการ์  (“แดนซ์เซส วิธ วูลฟ์”,  “อิน เดอะ แลนด์ ออฟ บลัด แอนด์ ฮันนี่”), นักออกแบบงานสร้าง แกรี่ ฟรีแมน (“เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน”,   “เดอะ บรอน ซูพรีเมซี”),  ออกแบบเสื้อผ้าโดยดีไซน์เนอร์ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ แอนนา บี. เชปเพิร์ด (“ชินด์เลอร์ส ลิสท์”, “เดอะ เปียนิสต์”), และเมคอัพ อาร์ติสท์ เจ้าของ 7 รางวัลออสการ์ ริค เบเกอร์ (“แพลนเนท ออฟ ดิ เอปป์”, “เมน อิน แบล็ค”)  “มาเลฟิเซนท์” มีกำหนดเข้าฉาย  วันที่ 14 มีนาคม 2557  ในระบบ 3 มิติ --------------------------------------

แอลล์ แฟนนิ่ง และ ไมเคิล แชนน่อน ปกป้องน้ำบนแผ่นดินแล้ง ตย.ใหม่ Young Ones
Young Ones /  ขาดน้ำ / 

หลังจากเคยปล่อยทีเซอร์สั้นๆออกมายั่วน้ำลาย มาคราวนี้มาถึงตัวอย่างเต็มฉบับแรกกันแล้ว สำหรับหนัง ทริลเลอร์ ไซไฟ อย่าง Young Ones ที่ขนเอานักแสดงคุณภาพมาคับจอทั้งแม่หนู แอลล์ แฟนนิ่ง จาก Maleficent, ไมเคิล แชนน่อน และรวมไปถึงหนุ่มฮ็อตอย่าง นิโคลัส ฮอลท์ ที่จะมารับบทเป็นตัวร้ายของเรื่องนี้ด้วย ซึ่งตย.ใหม่ก็เผยให้เห็นฟุตเทจใหม่ๆเพียบ พร้อมทั้งหนังยังมีกำหนดฉายบ้านเราแล้วด้วยในช่วงปลายปีนี้ครับ หนังเป็นเรื่องราวของพ่อบ้านชาวไร่นายนึง ที่แผ่นดินของเขานั่นมีน้ำไว้เป็นครอบครองให้พอประทังชีวิตครอบครัวได้ แต่แล้วการมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า ที่นอกจากจะมาขโมยหัวใจของลูกสาวเขาไป ยังจะมาเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการน้ำอีกด้วย จึงทำให้เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องครอบครัว และน้ำของเขาไว้

แจ็ค เรย์นอร์ จะประกบมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ใน Transformers 4 เนื้อเรื่องจะตามหลังภาคสาม 4 ปี
Maleficent /  Michael Bay / 

write essay for meหลังจากมีการทดสอบบทนักแสดงดาวรุ่งชาย 3-4 คน ที่จะมาสมทบมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ใน Transformers 4 ผู้กำกับไมเคิล เบย์ ก็ได้คนที่เขาต้องการที่สุดแล้ว และประกาศออกมาผ่านทางเว็บบอร์ดของเขาว่า แจ็ค เรย์นอร์ คือนักแสดงหนุ่มคนนั้นครับ เบย์เขียนข้อความลงในเว็บไซต์เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมาว่า “ผม เพิ่งจ้างยอดนักแสดงหน้าใหม่สำหรับหนัง Transformers ที่จะมาประชันกับมาร์ค วอห์ลเบิร์ก เขาคือแจ็ค เรย์นอร์ เด็กหนุ่มชาวไอริชที่เดินทางมาอเมริกาโดยมีเงินติดกระเป๋าเพียง 30 เหรียญ ช่างกล้าไม่เบา พูดจริงๆนะ ใครกล้าทำแบบนั้นกันบ้าง อย่างไรก็ตาม ผมเจอเขาในหนังไอริชเล็กๆ ทียอดเยี่ยมเรื่อง What Richard Did เด็กคนนี้เป็นนักแสดงของจริง“ การประกาศนี้เป็นการยืนยันตามข่าวลือเมื่อเดือนที่แล้วว่าเรย์นอร์ได้รับการเสนอให้รับบทใน Transformers 4 เพราะเบย์ประทับใจในการแสดงของเขาจาก What Richard did ครับ และนอกจากประกาศเรื่องนักแสดงแล้ว เบย์ยังเผยรายละเอียดสำคัญของ Transformers 4 ด้วย ว่า “Transformers 4 ไม่ใช่การยกเครื่องใหม่ (reboot) คำคำนั้นพูดกันไปทั่วในอินเตอร์เน็ต หนังเรื่องนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 4 ปี หลังจากสงครามในชิคาโก เรื่องราวเป็นการส่งผ่านต่อโดยธรรมชาติ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องใช้นักแสดงชุดใหม่“ เบย์แย้มอีกด้วยว่า Transformers 4 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของไตรภาคใหม่ “Transformers 4 จะรู้สึกแตกต่างจากสามภาคก่อนหน้านี้ เรากำลังเข้าสู่ไตรภาคใหม่“ รายละเอียดเพิ่มเติมยังเป็นความลับอยู่ครับ แต่ที่แน่ๆก็คือหนังจะออกฉายในสหรัฐมิถุนายน 2014 ส่วนใครที่สงสัยว่า What Richard Did เป็นหนังยังไง ทำไมเบย์ถึงถูกใจเรย์นอร์จากเรื่องนี้ ผมแนบคลิปตัวอย่างหนังมาให้ชมด้านบน ที่มา : Jediyuth.wordpress.com jfdghjhthit45

ทิม เบอร์ตัน งานเข้า!
Maleficent /  sleeping beauty / 

ผู้กำกับเด็กแนว ทิม เบอร์ตัน เตรียมต่อยอดความความสำเร็จจาก Alice in Wonderland เมื่อได้รับไฟเขียวจากสตูดิโอ "ดิสนีย์" ให้ฟอร์มทีมเขียนบทภาพยนตร์ ปัดฝุ่นภาพยนตร์อนิเมชั่นสุดคลาสสิคที่เด็กๆ ทั่วโลกหลงรัก อย่าง "เจ้าหญิงนิทรา" (Sleeping Beauty) อ๊ะๆ เค้าว่า เวอร์ชั่นนี้ใช้คนแสดง เช่นเดียวกับ Alice In Wonderland และที่สำคัญจะเป็นการเล่าเรื่องใหม่ในมุมมองของ ราชินีแม่มดใจร้าย "เมลิฟิเซ้นท์" ซะด้วย เมลิฟิเซ้นท์ "Maleficent" คือ ตัวละครฝ่ายร้ายระดับตำนานตัวแม่ ที่น่าสะพรึงกลัวตลอดกาล จากทำเนียบตัวละครของดิสนีย์ เธอเป็นราชินีแม่มด ร่างสูง ผิวกายสีเขียว มีเขาบนศีรษะ และสามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ แถมเสื้อผ้าหน้าผมของเธอ ยังติดอันดับความนิยมชุดแฟนซีสุดฮิตงานฮัลโลวีนอีกด้วย เมลิฟิเซ้นท์ ปรากฏตัวบนแผ่นฟิล์มครั้งแรก เมื่อ 51 ปีที่แล้ว (ค.ส. 1959) ในเจ้าหญิงนิทรา ขาเม้าท์ยังเล่าต่อว่า โปรเจ็คต์ "เมลิฟิเซ้นท์" นี้ ดิสนีย์ประเคนให้ ทิม เบอร์ตัน ตั้งแต่ Alice In Wonderland ยังอยู่ในห้องตัดต่อ แต่สายภายในดิสนีย์ให้การเสริมว่า แม้ว่าดิสนีย์จะไฟเขียว แต่ทิม เบอร์ตัน และทีมเขียนบทยังไม่เข้าไปเซ็นสัญญา แล้วเราจะได้ดูมั้ยเนี่ย? ที่มา : http://www.heatvisionblog.com/2010/03/disney-alice-scribe-team-for-film-about-sleeping-beautys-evil-queen-exclusive.html

14เกร็ดที่คุณอาจยังไม่รู้ จาก
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปีศาจ / 

14เกร็ดที่คุณอาจไม่รู้ จาก "มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" แต่เราอยากจะให้คุณรู้หล่ะ 1. “Maleficent” มีเสน่ห์คลาสสิกที่สืบทอดมาจากตำนานเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อต่างๆ กันประมาณกว่า 400 ปี งานเขียนยุคเริ่มแรกของเรื่องราวนี้สามารถสาวกลับไปถึงนิยายฝรั่งเศสเรื่อง “Perceforest” (ไม่รู้ชื่อผู้เขียน) ที่เขียนขึ้นในปี 1527 2. ในปี 1697 เรื่องราว “The Beauty Asleep in the Woods” ถูกตีพิมพ์โดยชาร์ลส์ เปอร์โรล ในหนังสือเรื่อง “The Tales of Mother Goose” ของเขา เขาเปลี่ยนแปลงตัวร้ายจากราชินีให้กลายเป็นนางฟ้าใจร้ายและเวอร์ชันนี้ก็ใกล้เคียงกับการตีความของดิสนีย์มากที่สุด นอกจากนี้ เปอร์โรลยังได้เพิ่มเติมเรื่องของเจ้าชายรูปงาม ผู้ที่สามารถทำลายคำสาปด้วยจุมพิต เข้าไปอีกด้วย 3. มาเลฟิเซนต์เป็นตัวละครดิสนีย์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์อนิเมชันปี 1959 เรื่อง “Sleeping Beauty” ที่ใช้เวลาสร้างนาน 10 ปี และทุนสร้าง 6 ล้านเหรียญ มันเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างมากที่สุดเท่าที่สตูดิโอเคยสร้างมาจนถึงตอนนั้น 4. “Maleficent” เริ่มต้นการถ่ายทำในวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2012 ในไพน์วู้ด สตูดิโอส์ ที่เลื่องชื่อของอังกฤษ และเป็นที่ที่การถ่ายทำส่วนใหญ่เกิดขึ้น พวกเขาใช้เวลาห้าเดือนในการถ่ายทำในหกซาวน์สเตจ และพื้นที่หลายพันหลาในโรงถ่ายและบริเวณคอกม้า 5. กองถ่ายเรื่องนี้มีฉากที่สร้างขึ้นจริงที่พิเศษสุดหลายฉาก ผู้ออกแบบงานสร้าง แกรี ฟรีแมนและดีแลน โคล รวมถึงนักตกแต่งฉาก ลี แซนเดลส์ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับโรเบิร์ต สตรอมเบิร์กในการสร้างแบ็คดร็อปภายในและภายนอกที่คู่ควรกับการถ่ายทำที่ยิ่งใหญ่นี้ มีฉากที่ถูกสร้างขึ้นประมาณ 40 ฉาก ตั้งแต่ห้อง 12 ตารางฟุตไปจนถึงห้องโถงใหญ่ขนาด 5,000 ตารางฟุต 6. ปราสาทในเรื่องเป็นการจำลองทั้งภายในและภายนอกมาจากปราสาทในภาพยนตร์อนิเมชันปี 1959 มันมีสเกลที่ยิ่งใหญ่ด้วยพื้นหินอ่อน อุปกรณ์และแผ่นปิดพื้นผิวจากศตวรรษที่ 16 ทุกที่ประดับประดาไปด้วยของโบราณ ฉากนี้ใช้เวลาสร้าง 14 สัปดาห์ ใช้คนงานประมาณ 250 ชีวิต และใช้แผนกศิลป์จำนวนประมาณ 20 คน 7. ริค เบเกอร์เจ้าของเจ็ดรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เป็นผู้ควบคุมทีมสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ เมคอัพ ซึ่งรับผิดชอบดูแลส่วนเขาและชิ้นส่วนเทียมตรงแก้มของแองเจลินา โจลี รวมถึงเมคอัพพิเศษของตัวละครด้วย 8. เบเกอร์และทีมงานของเขาได้สร้างเขาสามแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ใกล้เคียงกับลุคของตัวการ์ตูนมาเลฟิเซนต์ด้วย ส่วนเขาของสร้างจากเรซินหล่อยูรีเธน ซึ่งน้ำหนักเบาและทนทาน ในการทำให้ชิ้นส่วนเทียมทั้งหมดของแองเจลินารับกับมุมใบหน้าของเธอ ทีมงานจะต้องหล่อแบบศีรษะของเธอ แล้วค่อยเสริมส่วนขากรรไกรและหูที่เป็นยางเข้าไปตามเหลี่ยมมุมนั้น สำหรับแองเจลินา โจลี กระบวนการสำหรับการติดชิ้นส่วนเทียมทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงในช่วงเช้า 9. ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แอนนา บี. เชพเพิร์ดไม่เคยเจอความท้าทายแบบในภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนเลย นอกเหนือจากการที่เธอต้องปรับเปลี่ยนแบบดีไซน์ของเธอระหว่างโลกเทพนิยายและโลกมนุษย์ ยังมีเสื้อผ้ามากมายหลากหลายประเภทภายในทั้งสองโลกที่เธอจะต้องสร้างขึ้น โดยรวมแล้ว เธอและทีมงานของเธอต้องตัดเย็บชุดกว่า 2,000 ชุดด้วยมือ 10. ผู้ดูแลอุปกรณ์ประกอบฉาก เดวิด บัลโฟร์ได้จำลองเครื่องปั่นด้ายขึ้นมาหลายสิบเครื่องสำหรับฉากในเรื่อง ที่กษัตริย์สั่งห้ามไม่ให้มีเครื่องปั่นด้ายในอาณาจักร เครื่องปั่นด้ายเป็นองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องในตำนานเจ้าหญิงนิทรา นับตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงยุคใหม่ เข็มปั่นด้ายหรือเศษของด้ายที่ปั่นออกมาเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าหญิงนิทราทุกองค์หลับใหลภายใต้คำสาป 11. แซม ไรลีย์ ผู้รับบท เดียวัล ที่เปลี่ยนร่างได้ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหว ที่ช่วยเหลือเขาในการศึกษาการเคลื่อนไหวของอีกา ไรลีย์ยอมรับว่าการฝึกฝนหลายชั่วโมงนั้นเป็นช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาระหว่างการเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิ่งไปรอบห้อง พร้อมกระพือปีกและส่งเสียงร้องกาๆ ไปด้วย การสวมคอนแท็คเลนส์ที่ทำให้ดวงตาของเขาเป็นสีดำ และการติดขนนกที่ผม ทำให้เดียวัลมีองค์ประกอบของสัตว์มีปีกแม้แต่ในเวลาที่เขาอยู่ในร่างมนุษย์ก็ตาม 12. กระท่อมมุงหลังคาที่กลายเป็นบ้านในวัยเด็กของออโรราถูกสร้างขึ้นที่ลานด้านหลังของไพน์วู้ด สตูดิโอส์ในลอนดอน กระท่อมหลังนี้มีโครงสร้างที่ทำจากท่อนซุง และหลังคามุงกระเบื้องที่มุงโดยช่างมุงหลังคาจริงๆ ด้วยมือ มีช่างมุงหลังคาที่ทำงานเต็มเวลาประมาณ 1,000 คนในอังกฤษ แต่การมุงหลังคากลายเป็นที่นิยมอีกครั้งเพราะความสนใจที่สาธารณชนมีต่อการอนุรักษ์อาคาเก่าและใช้วัสดุสร้างบ้านที่ยั่งยืนมากขึ้น 13. แองเจลินาทำงานร่วมกับช่างทำหมวกเพื่อออกแบบส่วนติดศีรษะที่เธอสวมในภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อซ่อนเขาของเธอ มีส่วนประดับศีรษะหกแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งรวมถึงลุคซัมเมอร์หนังงู และลุคตอนพิธีล้างบาปกำเนิด ด้วยเขาที่ปกคลุมไปด้วยหนังนาปา ประดับประดาด้วยหนังปลากระเบน 14. มีการใช้เพอร์ฟอร์มานซ์ แคปเจอร์สำหรับนางฟ้าทั้งสามองค์ (อิเมลดา สตอนตัน, จูโน เทมเปิล, เลสลีย์ แมนวิลล์) ในตอนที่พวกเธออยู่ในร่างความสูง 21 นิ้วตามปกติ เพื่อบันทึกทุกอากัปกิริยาของพวกเธอ ทีมงานวิชวล เอฟเฟ็กต์ใช้ตัวบอกตำแหน่ง 150 จุดบนใบหน้าของแต่ละคน เพื่อบันทึกสีหน้าของพวกเธอไปใช้ในตัวละคร CG ตัวละครที่ตลกขบขันเหล่านี้ถูกล้อเลียนนิดๆ เวลาอยู่ในร่าง 21 นิ้ว ด้วยหัวที่โตขึ้น ดวงตาใหญ่ขึ้น และรูปร่างตามธรรมชาติของพวกเธอก็ถูกทำให้โอเวอร์ขึ้น เพื่อที่พวกเธอจะไม่ได้เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ถูกหดให้เหลือ 21 นิ้ว “มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ” 12 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ไมเคิล แชนน่อน ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องน้ำหยดสุดท้าย ในตย.แรก Young Ones
Young Ones /  ขาดน้ำ / 

มาอีกแล้วกับเรื่องราวหลังโลกสลาย แต่คราวนี้เป็นโลกที่ขาดน้ำ ในตัวอย่างแรกจาก Young Ones ของผู้กำกับ เจค พัลโทรว จาก The Good Night ที่ตัวอย่างแรกที่เผยออกมาก็ตัดต่อได้แปลกหน้า มีกลิ่นไอของความเป็นหนังทริลเลอร์ และ แอ็คชั่น ดราม่า คลุกเคล้าได้อย่างลงตัว หนังมีนักแสดงแถวหน้าทั้ง ไมเคิล แชนน่อน, นิโคลัส ฮออล์, โคดี้ สมิธ แม็คฟี่ และ แอลล์ แฟนนิ่ง ที่เพิ่งเห็นหน้าตากันไปใน Maleficent นั่นเองครับ โดยนอกจากนี้หนังยังมีใบปิดแรกเผยออกมาให้ชมกันด้วย หนังเป็นเรื่องราวของพ่อบ้านชาวไร่นายนึง ที่แผ่นดินของเขานั่นมีน้ำไว้เป็นครอบครองให้พอประทังชีวิตครอบครัวได้ แต่แล้วการมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า ที่นอกจากจะมาขโมยหัวใจของลูกสาวเขาไป ยังจะมาเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการน้ำอีกด้วย จึงทำให้เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องครอบครัว และน้ำของเขาไว้ หนังมีกำหนดฉายในอเมริกาปลายปีนี้ ส่วนบ้านเราก็อาจจะได้เข้าฉายครับ

18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย
10 อันดับ /  ดาราวัยรุ่น / 

ภาพยนตร์ที่เราดูกันตอนเด็กๆนั้น ก็มักจะเห็นดาราเด็กฮอลีวู้ดเยอะแยะมากมาย หน้าตาน่ารัก ^^ วันนี้ teen.mthai 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย โตแล้วสวยทุกคน อยากรู้ว่ามีใครบ้างไปชมกันเลยคะ ^^ แล้วครั้งหน้าอย่าลืมติดตาม ดาราเด็กฮอลลีวูดฝ่ายผู้ชาย กันต่อนะคะ .. เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย ^^ 1. ดาโกตา แฟนนิ่ง (Dakota Fanning - อายุ 19 ปี)  คนแรกคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สาวน้อย ดาโกตา แฟนนิ่ง ที่มีแววสวยตั้งแต่เด็ก เธอโด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award และยังได้รับรางวัลการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก  ดาโกตา แฟนนิง เข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 5 ปี โดยแสดงภาพยนตร์โฆษณา และรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ซีรีส์ ER, CSI เป็นต้น ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ ในเรื่อง I am Sam , เมื่ออายุ 7 ปี ดาโกตาแสดงบทนำในซีรีส์ Taken , ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบัน คือภาพยนตร์ War of the Worlds (2005) , ภาพยนตร์ Charlotte's Web และล่าสุดกับภาพยนตร์ The Twilight นั่นเอง ^^ 2.  เอ็มมา วัตสัน (Emma Charlotte Duerre Watson - อายุ 23 ปี)  สาวน้อยผู้โด่งดังจากภาพยนตร์ทีมีคนเฝ้าติดตามชมมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง คือ Harry Potter ซึ่งรับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์  เธอเริ่มแสดงภ.ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ปี จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และรายได้กว่า 10 ล้านปอนด์ เธอเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 5 รางวัลจากการแสดงใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เธอชนะรางวัล Young Artist Award สำหรับนักแสดงนำที่เป็นเยาวชน ภาพยนตร์ที่วัตสันแสดงนอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องแรกคือ บัลเลต ชูส์ (Ballet Shoes) วัตสันได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ The Tale of Despereaux ที่ออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เธอพากย์เสียงเป็นเจ้าหญิงพี 3. คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) สาวสวยผู้โด่งดังเป็นพลุแตกจาก แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight) อาชีพนักแสดงของคริสเตนเริ่มต้นเมื่อเธออายุได้ 8 ขวบใน The Thirteen Year ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของ ดิสนี่ย์ แชลแนล หลังจากนั้น คริสเตน ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์อิสระเรื่อง The Safety of Objects ซึ่งเธอรับบทเป็น ลูกสาวผู้เป็นทอมของมารดาผู้โดดเดี่ยวและมีปัญหา หลังจากนั้น สจ๊วตได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฮอลีวูดเรื่อง Panic Room และผลตอบรับในขณะนั้นดีมาก หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Panic Room สจ๊วตได้เล่นในภาพยนตร์อีกหลานนเรื่องเช่น Zathura, In the Land of Women, The Messengers, Catch That Kid, และ Into the Wild ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 บริษัทหนัง Submit Entertainment ประกาศว่า คริสเตน สจ๊วต จะรับบทเป็น อิซาเบลล่า'เบลล่า'สวอน ในภาพยนตร์เรื่อง Twilight จากบทประพันธ์ขายดีที่สุดของ สเตฟานี่ เมเยอร์ นิยายในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างแวมไพร์ เธอรักกับพระเอกของเรื่อง โรเบิร์ต แพททินสัน ได้ไม่กี่ปีก็ต้องจบความสัมพันธ์ลง เมื่อเธอแอบมีใจให้กับผู้กำกับเรื่อง Snow White ที่เธอรับบทแสดงนำ 4. แมคเคนซี่ ฟอย (Mackenzie Foy) แมคเคนซี่เป็นผู้มีผมยาวนัยน์ตาสวยเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ด้วยการเป็นนางแบบโฆษณาให้แบรนด์ดังอย่าง Polo Ralph Lauren, Gap และ The Walt Disney Company จากนั้นจึงเริ่มมีงานแสดงเมื่อปี พ.ศ.2552 กับบทบาทเล็กๆ ในซีรีส์เรื่อง "′Til Death" และหลังจากนั้นก็ได้รับบทบาทในซีรีส์อีกหลายเรื่อง ก่อนจะได้รับบทที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักเธอในภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ "Twilight" 5.  จอร์จี เฮนเลย์ (Georgie Henley - 18 ปี) จอร์จี เฮนเลย์ หรือที่ใครๆรู้จักเธอในชื่ของ "ลูซี่" จอร์จี เป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์สุดอมตะ 7 เล่มเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย (NARNIA) รับบทเป็นน้องสาวคนสุดท้องชื่อว่าลูซี่ หลังจากนั้น  เธอได้รับงานละครเรื่อง Babes in the Wood และในปี 2005 (2548) เธอได้รับรางวัลจากสถาบันโพนิกฟิลม์คลิติกส์ ตำแหน่ง "Best Performance by a Youth in a Lead or Supporting Role - Female" ในเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย : ราชสีห์ แม่มด และตู้พิศวง 6.  แอนนาโซเฟีย ร็อบ (Annasophia Robb - 21 ปี) แอนนาโซเฟีย ร็อบ เพื่อนๆจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากภาพยนตร์เรื่อง ชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต  (Charlie and the Chocolate Factory) หลังจากเข้าร่วมในโฆษณา McDonald ของ Anna เริ่มอาชีพด้วยการแสดงบทบาทเล็ก ๆ ในตอน" Number one fan "ใน TV series ของDrake & Josh บทบาทที่สำคัญเป็นครั้งแรกของเธอใน"Samantha : An American Girl Holiday" แต่ในปี 2005 เธอก้าวเข้าสู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่มีสองเรื่องที่ดัดแปลงจากนวนิยายเด็กชื่อดังของ บทบาทของโอปอลในหนัง"Because of Winn-Dixie"ของเธอและยังปรากฏเป็น Violet Beauregarde ในภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory  สองเรื่องนี้มีความสำเร็จด้วยรายได้สูงจากสำนักงาน Box Office และทั่วโลก ต่อมาในปี 2006 เธอพักการแสดงและได้พากย์เสียงเรื่อง "Phantom Danny" เธอยังร้องเพลงในเรื่องนี้อีกด้วย "Keep Your Mind Wide Open"และวิดีโอเพลงนี้มาออกอากาศซ้ำใน Disney Channel เพลงอันดับที่ 90 ที่จัดขึ้นใน Billboard Hot 100 ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จเดียว ต่อมา Anna ได้แสดงอีกครั้งเรื่อง"The Reaping" พร้อมกับ "Spy School" และ "Jumper" (เธอเล่นเป็น Millie ตอนเด็ก) และหนังดราม่าเรื่อง "Wild Travel" และ "Have Dreams. ในหนัง"Sleepwalking" เธอได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิตยสาร Time 7. อิซาเบล เฟอร์แมน (Isabelle Fuhrman - 17 ปี ) อิซาเบลล์ เฟอร์แมน เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน เธอเป็นเป็นที่รู้จักในบทบาทของเอสเธอร์ จากภาพยนตร์เรื่องออร์แฟน เด็กนรก เรื่องนี้หลานคนคงจะจำเธอในบทโรคจิตไปอีกนาน ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับบทหนึ่งในนักแสดง Hunger Games อิซาเบลล์เกิดเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 ในกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. แต่เติบโตใน แอตแลนตา, ประเทศจอร์เจีย แม่ของเธอเป็นนักข่าวที่อพยพมาจากสหภาพโซเวียต และได้ทำงานให้กับCNN พ่อของเธอเป็นผู้สมัครทางการเมืองและอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ เธอมีพี่สาวซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง อิซาเบลล์อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย 8. ดาโกต้า บลู ริชาร์ด ( Dakota blue richards - 20 ปี) ดาโกต้า บลู ริชาร์ด เป็นนักแสดงนำเด็กในเรื่อง อภินิหารเข็มทิศทองคำ (GOLDEN COMPASS) รับบทเป็น ไลล่า เบลลาควา และภาพยนตร์เรื่อง The Secret Of Moonacre อภินิหารมนตรามหัศจรรย์ 9. เดเวห์ เชส (Daveigh Chase) ในปี 2002 เธอได้รับบทพากย์เสียงในการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง ลีโล่ แอนด์ สติชท์ (Lilo & Stitch) โดยเธอพากย์เป็นลีโล่ สาวน้อยที่บังเอิญเจอกับสัตว์ประหลาดอย่างสติทช์แต่แล้วก็ได้กลายเป็นเพื่อนรักกัน ต่อมาได้แสดงในบทบาทของ มาร่า มอร์แกน ในภาพยนตร์เรื่อง The Ring และเรื่องนี้ทำให้หลายๆคนรู้จักเธอมากขึ้น 10. Kiernan Shipka นักแสดงเด็กอายุเพียง 15 ปี เธอมีชื่อเสียงจากการเล่นซีรีส์  Mad Men เธอยังเป็นซุปเปอร์โมเดลตั้งแต่เล็กๆอีกด้วย 11. เอมิลี่ เจน บราวน์นิ่ง  (Emily Jane Browning) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้คนรู้จักเอมิลี่ คือ ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หรือThe Lemony Snicket’s A Series of Unfortunate Events (2004) โดยประกบคู่กับนักแสดงชั้นนำอย่าง จิม แครี่ , Ghost Ship เรือผีในปี 2002 และที่โด่งดังที่สุดของเธออีกหนึ่งเรื่อง Sucker Punch หรือ อีหนูดุ นั่นเอง ^^ เริ่มชีวิตการแสดงของเธอด้วยการรับบทในหนังที่ฉายทางทีวีเรื่อง The Echo of Thunder โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนของพ่อที่มีธุรกิจในแวดวงบันเทิง ซึ่งเขาได้เห็นการแสดงในแบบแปลกๆ ของเธอในโรงเรียน และดึงเธอเข้าสู่เส้นทางการแสดง หลังจากนั้นหลานปีเธอก็มีผลงานมากมาย เช่น High Flyers , Thunderstone , Something In The Air, Darkness Falls, Ned Kelly , Stranded , The Uninvited 12. โคลอี มอเรตซ์ (Chloë Grace Moretz - 17 ปี) เป็นที่รู้จักจากเรื่อง (500) Days of Summer และในเรื่อง Diary of a Wimpy Kid เธอยังรับบทเป็น ฮิต-เกิร์ล ในหนังแนวซูเปอร์ฮีโรในปี 2010 เรื่อง Kick-Ass ในภาคแรกและภาค 2 และจะรับบทแอบบี้ ใน Let Me In เริ่มงานสายบันเทิงตั้งแต่อายุ 5 ขวบในนิวยอร์กซิตี้ กับงานนางแบบประจำโครงการรณรงค์ระดับชาติต่างๆ ซึ่งพบเห็นได้ตามสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ต่อมาเล่นดราม่าเรื่อง “The Guardian” ทางช่อง CBS ไม่นานนัก บทบาทแรกในจอเงินก็มาถึงมือเธอ ในหนังนอกกระแสเรื่อง The Heart of the Beholder ต่อมาจึงจับจองบทนำใน The Amityville Horror ฉบับรีเมกโดย ไมเคิล เบย์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นที่กล่าวขาน 13.  แอล แฟนนิง (Elle Fanning - 16 ปี) เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นน้องสาวของ ดาโกตา แฟนนิ่งเองคะ แอล เริ่มเลิ่นภาพยนตร์เมื่ออายุ 2 ขวบเรื่อง i am sam แอล รับบทเป็น Lucy เมื่อตอนอายุ 2 ขวบ ส่วดาโกตารับบทเป็น lucy ตอนโตขึ้นมา ต่อมาแสดงภาพยตร์อีกหลายเรื่อง เช่น  Super8, We Bought a Zoo, Ginger & Rosa, Yong ones ล่าสุดในปี 2014 นี้ หลายคนคงตั้งตารอภาพยนตร์เรื่อง Maleficent ที่นางเอกเซ็กซี่ตลอดการอย่าง แองเจลีน่า โจลี ที่ครั้งนี้มารับบทเป็น แม่มดร้าย โดย แอล รับบทเป็นเจ้าหญิงออโรร่า Princess Aurora ในบทสัมภาษณ์ elle บอกว่า เธอต้องใช้จินตนาการ สูงมากในการแสดงเนื่องจากในห้องถ่ายทำนั้นมีเพียงแค่กระดาษสีเขียวเท่านั้น ที่เธอต้องทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต 14.  เคิร์สเตน ดันสท์  (Kirsten Dunst) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกตลอดกาลของฮอลลีวูด เคิร์สเตน เริ่มอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 7 ปี ในหนังเรื่องแรก New York Stories ซึ่งเธอก็ได้รับงานต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น โฆษณา, ละคร, โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ต่อมาในปี 1994 เธอแสดงใน Little Women ร่วมกับวิโนนา ไรเดอร์และแคลร์ เดนส์ ในปีเดียวกันเธอแสดงใน Interview with the Vampire ของแอน ไรซ์ ร่วมแสดงกับทอม ครูซและแบรด พิตต์ ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอยัง ในหนังครอบครัวเรื่อง Jumanji ร่วมกับโรบิน วิลเลียมส์ จากนั้นเธอก็ได้หนังแอนิเมชันเรื่อง Anastasia ของดิสนีย์ และได้แสดงใน เรื่อง Wag The Dog ร่วมกับ ดัสติน ฮอฟแมน และ โรเบิร์ต เดอนิโร, ในปี 1998 ได้แสดงเรื่อง Small Soldiers , ต่อมาแสดงในหนังเบาสมองเรื่อง Dick และ Drop Dead Gorgeous และ The Virgin Suicidesรวมถึงแสดงในหนังเชียร์ลีดเดอร์ใน Bring It On จนได้แสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในภาพยนตร์สไปเดอร์แมน รับบทเป็น แมรี เจน วัตสัน โดยเธอประกบคู่กับ โทบีย์ แม็คไกวร์ ผู้มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไอ้แมงมุม 15. คริสตินา ริชชี (Christina Ricci)  มีชื่อเสียงครั้งแรกจากบทเวดส์เดย์ แอดดัมส์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family (1991) รวมถึงภาคต่อ Addams Family Values (1993) ภาพยนตร์ที่เธอแสดงมีตั้งแต่ภาพยนตร์แนวอาร์ต อย่างเช่น The Ice Storm (1997) หรือหนังดราม่า Monster (2004) หนังตลกนอกกระแสอย่าง The Opposite of Sex (1998) ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และยังมีผลงานภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Sleepy Hollow (1999) ริชชีผันตัวจากนักแสดงเด็กไปเป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น จนถึงนักแสดงผู้ใหญ่ และเธอยังมีบริษัทผลิตงานของตัวเอง ที่ชื่อ Blaspheme Films ที่มีผลงานอย่าง Pumpkin และ Prozac Nation เธอยังแสดงภาพยนตร์เรื่อง Black Snake Moan (2007) และ Penelope (2008) และยังแสดงภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อง Speed Racer ในปี 2008 16. Alexa Vega เธอเป็นทั้งนักแสดงและนักน้อง เธอชื่นชอบการร้องเพลง ภาพยนตร์ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักนั่นก็คือ SPY KIDS รับบทเป็น คาร์เมน คอร์เตซ เด็กผู้หญิงที่มีพ่อ-แม่เป็นสายลับสุดเจ๋ง , From Prada to Nada (2011) รับบทเป็น แมรี โดมินเกซ 17. ฮิลารี ดัฟ (Hilary Duff) นางเอกขวัญใจวัยรุ่นตลอดกาล ฮิลารี ดัฟ หลายคนจะรู้จักเธอจากภาพยนตร์วันรุ่น กุ๊กกิ๊ก น่ารัก หลายๆเรื่อง อีกทั้งเสียงร้องที่น่าหลงใหล หลังจากที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยการแสดงบทนำในละครทางโทรทัศน์ Lizzie McGuire ทางช่อง Disney เธอก็มาสู่ผลงานอาชีพบนจอเงินอย่าง Cheaper by the Dozen , The Lizzie McGuire Movie และ A Cinderella Story (2004) เธอยังเดินทางบนสายอาชีพนักร้องอีกด้วย โดยสามารถทำยอดขายอัลบั้มของเธอได้กว่า 13 ล้านแผ่นทั่วโลก และมี 4 แผ่นเสียงทองคำขาว (RIAA certified-platinum albums) เป็นเครื่องการันตี อัลบั้มแรกของเธอ Metamorphosis สามารถทำยอดขายอัลบั้มถล่มทลายอีกด้วย ในปี 2012 เธอได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกกับสามี ไมค์ คอมรี ชื่อว่า ลูกา ครูซ คอมรี แต่ต่อมาในปี 2014 เธอได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับสามี ไมค์ คอมรี ที่เดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจและแยกทางกัน 18. ดรูว์ แบร์รีมอร์ (Drew Barrymore) เธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลแบร์รีมอร์ ครอบครัวนักแสดง เริ่มการแสดงตั้งแต่อายุได้ 11 เดือน แบร์รีมอร์มีผลงานภาพยนตร์บนจอใหญ่ครั้งแรกในเรื่อง Altered States ในปี 1980 หลังจากนั้นแสดงในบทแจ้งเกิดใน E.T. the Extra-Terrestrial ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงเด็กที่เป็นที่รู้จักมาที่สุดคนหนึ่ง ในปี 1995 เธอก่อตั้งบริษัทโปรดักชันที่ชื่อ ฟลาวเวอร์ฟิล์มส ที่มีผลงานสร้างเรื่องแรกคือ Never Been Kissedที่เธอร่วมแสดงด้วยในปี 1999 และมีผลงานการสร้างภายใต้ชื่อเธออย่างเรื่อง Charlie's Angels, 50 First Dates, และ Music and Lyrics เช่นเดียวกับหนังคัลต์ที่ชื่อ Donnie Darko โครงการล่าสุดของเธอเช่น He's Just Not That into You, Beverly Hills Chihuahua, และ Everybody's Fineเธอยังมีชื่ออยู่บนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม และยังได้ขึ้นปากนิตยสารพีเพิลปี 2007 ฉบับ 100 สิ่งสวยงามที่สุด แบร์รีมอร์ เป็นทูตต่อต้านความหิวโหยให้กับ United Nations World Food Programme (WFP) เธอยังได้บริจาคเงินกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับโครงการ ในปี 2007 เธอเป็นนางแบบให้กับ CoverGirl และเป็นโฆษกให้กับเครื่องสำอางให้กับไลน์ใหม่ล่าสุดของอัญมณีกุชชี 19. เอเรียนา ริชาร์ดส (Ariana Richards) โด่งดังจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง  Jurassic Park และยังทำให้เธอได้รับรางวัลอีกมากมาย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลโดย wikipedia

รองเท้าแก้วนี่เป็นของใครหนอ ในทีเซอร์แรกและใบปิด Cinderella ฉบับคนแสดง
Cinderella /  Downton Abbey / 

ในขณะที่หนังเทพนิยายคนแสดงอย่าง Maleficent ของ ดิสนี่ย์ กำลังจ่อคิวเข้าฉาย ทางค่ายก็ได้ปล่อยทีเซอร์และใบปิดเรียกน้ำย่อย ของหนังเทพนิยายคนแสดงเรื่องต่อไปอย่าง Cinderella ออกมาให้ชมกันแล้ว โดยทางด้านนักแสดงยังแข็งเหมือนเดิม เพราะอุดมไปด้วยนักแสดงแถวหน้าทั้ง เคท บลันเชตต์, ลิลี่ เจมส์, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ และ สเตลแลน สคาร์สการ์ด หนังเป็นเรื่องราวของ "ซินเดอเรลล่า" ได้เดินตามรอยชีวิตของ เอลล่า (ลิลี่ เจมส์) สาวน้อยที่พ่อผู้เป็นพ่อค้าของเธอได้แต่งงานใหม่หลังจากการสูญเสียแม่ของเธอ ด้วยความที่อยากจะให้กำลังใจพ่ออันเป็นที่­รัก ของเธอ เอลล่าให้การต้อนรับแม่เลี้ยงคนใหม่ (เคท บลันเชตต์) และลูกเลี้ยงของเธอ -- อนาสตาเซีย (ฮอลิเดย์ เกรนเจอร์) และ ดริสเซลล่า (โซฟี แมคชีร่า) สู่บ้านของเธอแต่เมื่อพ่อของเอลล่าได้ด่วน­จากไปอย่างกะทันหัน เธอพบว่าตัวเองได้ตกอยู่ภายใต้ความดูแลของ­ครอบครัวใหม่ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและโหด­ร้าย สุดท้ายเธอได้กลายเป็นเพียงคนรับใช้สาวที่ร่างกายเต็มไปด้วยขี้เถ้าและถูกเปลี่ยนชื่­อ เป็น ซินเดอเรลล่า เอลล่าเริ่มหมดสิ้นความหวัง แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้ เธอตั้งใจที่จะรักษาคำพูดสุดท้ายของแม่ ที่บอกให้เธอมี "ความกล้าหาญและจิตใจที่ดี" เธอจะไม่ยอมแพ้ต่อความสิ้นหวังหรือเหยียดห­ยามคนที่มารังแกเธอ และเมื่อเธอได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มี­เสน่ห์ ภาย ในป่า โดย ที่ไม่รู้มาก่อนว่าเขาคนนั้นคือเจ้าชาย หรือแม้แต่กระทั่งเป็นคนในราชสำนัก เอลล่ารู้สึกเหมือนได้พบกับจิตใจอันดีงาม โชคชะตาของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อราชวัง­ได้ประกาศเชิญให้หญิงสาวทั่วราชอาณาจักรมา­เข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ ความหวังของเอลล่าส่องประกายอีกครั้งกับกา­รที่จะได้พบกับ คิท เจ้าเสน่ห์ (ริชาร์ด แมดเดน) แต่แม่เลี้ยงของเธอกลับไม่อนุญาตให้เธอไปร­่วมงานและทำลายชุดไปงานเลี้ยงของเธอเป็นเส­ี่ ยงๆ แต่ด้วยข้อดีของเทพนิยาย ความช่วยเหลือจึงมาทันเวลา เมื่อสตรีขอทานผู้ใจดี (เฮเลน่า บอนแฮม-คาร์เตอร์) ได้ก้าวเข้ามาพร้อมกับฟักทองและหนูอีกสองส­ามตัว ที่จะเปลี่ยนชีวิตของซินเดอเรลล่าไปตลอดกา­ล

แองเจลิน่า โจลี่ เป็นนางมารร้ายร่ายมนต์ดำ ในตัวอย่างแรกจาก Maleficent
Maleficent /  sleeping beauty / 

ปล่อยตัวอย่างแรก พร้อมกับใบปิดออกมาแล้ว กับหนังฟอร์มยักษ์แห่งซัมเมอร์ปี 2014 กับ Maleficent ของผกก. โรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก ที่หันมาเล่าเรื่องผ่านตัวร้าย มาเลฟิเซนต์ จาก Sleeping Beauty หลังจากเล่าผ่านตัวละครเจ้าหญิงมาเยอะแล้ว นี่จะเป็นหนังที่เล่าผ่านตัวละครนางมารแม่มดร้าย ที่มี แองเจลีน่า โจลี่ มารับบทให้ ซึ่งจากตย.แรกก็จัดได้ว่าดูดีมากทีเดียว โดยภาพยนตร์เล่าถึงเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยของ ‘มาเลฟิเซนท์’ สุดยอดตัวร้าย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ ดิสนีย์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิคปี 1959 เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (สลีปปิ้ง บิวตี้) ภาพยนตร์จะเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจและทำให้เธอ เคียดแค้นทารกน้อยที่ชื่อ “ออโรร่า” ทีมงานเบื้องหลังฝีมือดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วย ดีน เซมเลอร์ มือถ่ายภาพเจ้าของรางวัลออสการ์ (‘แดนซ์เซส วิธ วูลฟ์’,'อิน เดอะ แลนด์ ออฟ บลัด แอนด์ ฮันนี่’), นักออกแบบงานสร้าง แกรี่ ฟรีแมน (‘เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน’,'เดอะ บรอน ซูพรีเมซี’), ออกแบบเสื้อผ้าโดยดีไซน์เนอร์ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ แอนนา บี. เชปเพิร์ด (‘ชินด์เลอร์ส ลิสท์’, ‘เดอะ เปียนิสต์’), และรวมไปถึง เมคอัพ อาร์ติสท์ เจ้าของ 7 รางวัลออสการ์ ริค เบเกอร์ อีกด้วย หนังมีกำหนดฉายในไทย 29 พฤษภาคม 2014 ครับ

แบรด พิตต์ ต่อยไม่ยั้งพิธีกรจอมฉาวหลังบุกชกหน้าขณะร่วมงานเปิดตัวหนังพร้อมโจลี่
Maleficent /  กำเนิดนางฟ้าปิศาจ / 

แบรด พิตต์ ต่อยไม่ยั้งพิธีกรจอมฉาวหลังบุกชกหน้าขณะร่วมงานเปิดตัวหนังพร้อมโจลี่ 30 พฤษภาคม 2557 “แบรด พิตต์” ต่อยไม่ยั้งพิธีกรจอมฉาวหลังบุกชกหน้าขณะร่วมงานเปิดตัวหนังพร้อม “โจลี” “แบรด พิตต์” นักแสดงชื่อดังที่ไปร่วมเดินพรมแดงให้กำลังใจ “แองเจลินา โจลี” เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องใหม่ Maleficent งานนี้เจ้าตัวเจอพิธีกรสุดฉาวจอมอำ “วิทัลลี ซีเดียค” พยายามต่อยหน้า เจ้าตัวสุดยัวะกระหน่ำต่อยกลับไม่ยั้ง ตามรายงานระบุว่า ระหว่างที่แบรด พิตต์ กำลังพบปะแฟนๆ พร้อมกับแจกลายเซ็นให้กับแฟนคลับที่มารอยลโฉม จู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้าฝ่าฝูงชนพยายามปล่อยหมัดเข้าใส่แบรด พิตต์ แต่โดนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคว้าตัวไว้ได้ โดยทราบภายหลังว่าชายคนดังกล่าวคือ วิทัลลี ซีเดียค พิธีกรจอมอำ ซึ่งขณะที่ วิทัลลี ถูกจับตัวได้ แบรด พิตต์ ก็สวนกลับใส่เขาไปหลายรอบ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่กันตัวออกไปหวิดบานปลาย โดยงานนี้ แบรด พิตต์ นักแสดงวัย 50 ปี ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ซึ่งโชคดีที่ขณะเกิดเหตุแองเจลินา โจลี คู่หมั้นสาวไม่ได้อยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่กำลังแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ ที่อยู่ถัดออกไป รวมถึงบรรดาลูกๆ ของทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่ในบริเวณดังกล่าวเช่นกัน โดยฝ่ายวิทัลลี ซีเดียค พิธีกรจอมอำวัย 25 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ได้ก็ถูกจับใส่กุญแจมือและพาออกจากงานไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าโชคดีที่แบรด พิตต์ ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงและเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัววิทัลลี ไว้ได้ทัน โดยเขาถูกตั้งข้อหาในประเภทลหุโทษ และเตรียมส่งดำเนินคดีต่อศาลแล้ว โดยเขาต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 20,000 เหรียญด้วย โดยก่อนเกิดเหตุแองเจลินา โจลี เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ด้วยว่าโรงภาพยนตร์ El Capitan เป็นเหมือนโรงภาพยนตร์สำหรับครอบครัวของเธอ “แปลกมาก คือปกติเราจะมา El Capitan โดยพาลูกๆ มาดูหนัง มันเป็นโรงภาพยนตร์ที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเด็กๆ มาที่นี่เพื่อมางานเปิดตัวหนังของแม่” โดยหลังเกิดเหตุทุกคนมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยจอห์น วอยจ์ พ่อของแองเจลินา โจลี ที่มาให้กำลังใจลูกสาวก็พยายามดูแลหลานๆ และรีบพาเด็กๆ รวมตัวกันเนื่องจากหวั่นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม นับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิทัลดี ซีเดียค พิธีกรจอมอำก่อเหตุฉาว โดยก่อนหน้านี้เขาเคยป่วนงานพรมแดงและคนดังมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยที่เป็นข่าวใหญ่ก็ตอนที่เขาพยายามจะจูบวิล สมิธ แต่โดนวิล สมิธ ตบหน้าสั่งสอน และเขายังเคยขึ้นไปบนเวทีแกรมมี่ขณะ อเดล นักร้องชื่อดังขึ้นรับรางวัลในสาขานักร้องเพลงป๊อปยอดเยี่ยม โดยเจนนิเฟอร์ โลเปซ ผู้เชิญรางวัลรู้ทันจึงรีบส่งสัญญาณให้เขากลับเข้าหลังเวที จนถูกรวบตัวนอนคุกในเวลาต่อมา สำหรับ นักข่าวจอมเพี้ยนชาวยูเครนไม่หลาบไม่จำจริงๆ สำหรับ วิทัลลี ซีเดียค นักข่าวหนุ่มวัย 25 ชาวยูเครน ผู้เคยตกเป็นข่าวฉาวหลายต่อหลายครั้งหลังก่อวีรกรรมคุกคามเหล่าศิลปินดาราดังระดับโลกกลางที่สาธารณะ ทั้งนี้ วีรกรรมฉาวโฉ่ของวิทัลลีเป็นที่เลื่องลือมานาน ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุมาแล้ว ด้วยการพยายามบุกเข้าไปแย่งรางวัลของนักร้องสาวชาวอังกฤษ อเดล บนเวทีแกรมมีอะวอร์ด รวมถึงพยายามจะจูบพระเอกหนุ่ม วิลล์ สมิธ วิ่งเข้าไปกอดขาแบรดลีย์ คูเปอร์และลีโอนาร์โอ ดิคาปริโอ และมุดใต้กระโปรงนักแสดงสาว อเมริกา แฟร์เรร่า ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2014

นักแสดงนำยกให้
Brenton Thwaites /  Karen Gillan / 

ด้วยเครดิตทีมสร้างจาก Insidious และ Paranormal Activity  ผนวกกับเสียงวิจารณ์ที่ชื่นชมภาพยนตร์ “Oculus : ส่องให้เห็นผี” ก็ทำให้หนังผีสุดสะพรึงเรื่องนี้ เตรียมขึ้นแท่นหนังผีแห่งปี  เพียงเท่านี้ยังไม่พอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงนำดาวรุ่งพุ่งแรงของฮอลลีวู้ดมาร่วมนำแสดงด้วย โดยทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูมิใจสุดๆที่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น “คาเรน กิลแลน” ผู้ที่มารับบท “เคย์ลี่” พี่สาวของครอบครัวที่ต้องเผชิญชะตากรรมน่าสะพรึงจากกระจกหลอนบานนี้ โดย คาเรน เป็นนักแสดงที่แจ้งเกิดจากซีรี่ย์ชื่อดังของอเมริกาอย่าง Dr.Who  และกำลังจะมีผลงานในหนังซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวลเรื่อง Guardian of the Galaxy คาเรน เปิดใจว่า “ทันทีที่ฉันอ่านบทเรื่องนี้จบ ฉันรู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ แต่ฉันต้องได้มีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้ ฉันเลยทุ่มเทและพยายามแคสติ้งเพื่อให้ได้บทนำนี้มา  ฉันทึ่งกับแนวทางที่ผู้กำกับใช้เล่าเรื่อง มันไม่เหมือนหนังผีเรื่องไหนเลยที่ฉันเคยดูมา มันยอดเยี่ยมและน่ากลัว” ส่วนนักแสดงที่มารับบทสำคัญอีก 1 คนได้แก่ “เบรนตัน ทเวทส์”  รับบท “ทิม”  น้องชายของครอบครัว ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆาตกรรมพ่อและแม่ของตนเอง  สำหรับ เบรนตัน หลังจากภาพยนตร์ oculus ความสามารถด้านการแสดงบวกกับหน้าตาอันหล่อเหลามีเสน่ห์ทำให้เขากำลังจะมีผลงานใหม่ ในภาพยนตร์ Maleficent ที่ได้แสดงร่วมกับ แองเจลิน่า โจลี่  ซึ่ง เบรนตัน พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมคิดว่าความน่ากลัวของหนังเรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่ฉากความสยองหรือตัวผี มันคือทุกๆอย่างรวมกัน ทั้งบรรยากาศ ตัวละคร เรื่องราว มีสไตล์การเล่าเรื่องที่สดใหม่และแปลกกว่าหนังสยองขวัญทั่วไป” “Oculus : ส่องให้เห็นผี” เรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่เกิดเหตุการณ์คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญขึ้นในบ้าน พ่อและแม่เสียชีวิต ส่วนลูกชายคนเล็ก ถูกตัดสินว่าเป็นฆาตกร...อีก 10 ปีต่อมา เมื่อลูกชายคนเล็กถูกปล่อยตัวออกมา เขาและพี่สาว ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านหลังนั้น พร้อมพิสูจน์หาฆาตกรตัวจริงที่ไม่เคยมีใครเชื่อมาก่อน โดยเงื่อนงำทั้งหมดอยู่ที่ “กระจกโบราณ” ในบ้านหลังนั้น เปิดรอบพิเศษชวนมาส่องให้สะพรึงก่อนใคร 1 - 7 พฤษภาคม สองทุ่มเป็นต้นไป ฉายจริง 8 พฤษภาคม สิ่งที่คุณจะได้เห็น มันจะคอยตามหลอกหลอนคุณ...ทั้งชีวิต

เอ็มมา วัตสัน อาจเป็น Cinderella ประชันเคต แบลนเชตต์ ที่รับบทแม่เลี้ยงใจร้าย
Cinderella /  ซินเดอร์เรล่า / 

หลังจากได้เคนเนธ บรานาห์ มารับหน้าที่กำกับ Cinderella แทนมาร์ค โรมาเน็ก ที่ถอนตัวออกไปอันเนื่องจากความเห็นแตกต่างกันด้านความคิดสร้างสรรค์ ดิสนี่ย์ก็เดินหน้าต่อในการคัดเลือกนักแสดงหญิงที่จะมาสวมรองเท้าแก้วในหนัง เรื่องนี้ครับ และรายงานล่าสุดจากวาไรตี้บอกว่าเอ็มมา วัตสัน กำลังอยู่ในระหว่างเจรจาเพื่อการณ์นี้ ในรายงานบอกว่านักแสดงสาวที่โด่งดังจากบทเฮอร์ไมโอนี แกรนเจอร์ จากหนังชุด Harry Potter ยังไม่ได้บทมาครองแบบเต็มตัว แต่ก็ยังในขั้นตอนเจรจาเบื้องต้นซึ่งแปลว่ามีโอกาสราว 90% แล้วครับ ที่เธอจะมารับบทเป็นนางซินในฉบับตีความใหม่ ที่จะเผชิญแม่เลี้ยงใจร้ายที่รับบทโดยเคต แบลนเชตต์ และได้ร่วมงานกับบรานาห์ในฐานะนักแสดงกับผู้กำกับเป็นครั้งแรก หลังจากเคยร่วมงานกันในฐานะนักแสดงจาก Harry Potter and the Chamber of Secrets และ My Week with Marilyn หนังเทพนิยายเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในโครงการหนังที่ดิสนี่ย์สร้างหลังจากประสบความสำเร็จด้านรายได้จาก Alice in Wonderland ทำให้มีการสร้างเรื่องอื่นตามมาอีกเช่น Oz: The Great and Powerful ของผู้กำกับแซม ไรมี่ ที่กำลังจะเข้าฉาย และ Maleficent ที่แอนเจลีนา โจลี มารับบทนางร้ายจากเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วัตสันเกี่ยวข้องกับโครงการหนังว่าด้วยซินเดอเรลลา ครับ เมื่อปี 2009 เธอถูกทาบทามให้รับบทนี้ในฉบับหนังเพลงที่มาริลิน แมนสัน จะกำกับและเขียนบท แต่ดูเหมือนว่าโครงการหนังเงียบหายไป สำหรับผลงานเรื่องอื่นๆ ของวัตสันที่กำลังจะตามมาก็ได้แก่ Noah ของแดเรน แอรอนอฟสกี้, หนังตลกโลกแตก This is the End ของเซ็ธ โรเกน, The Bling Ring ของโซเฟีย คอปโปล่า และหนังชีวิต Your Voice in My Head ที่เดิมที ผู้กำกับเดวิด เยตส์ จะกำกับ แต่ทิ้งโครงการหนังไปเมื่อปีที่แล้วครับ ขอบคุณข้อมูลจาก เจไดยุทธ

Hercules : อย่ามโน ตำนานเทพ
GOD /  Herculus / 

หลังจากเคยมีเวอร์ชั่นที่รีบเร่งออกมาให้ชมกันไปก่อนแล้วต้นปี กับ The Legend of Hercules ที่ดูเหมือนจะไม่ถูกปากคอหนังสักเท่าไหร่นัก มาถึงกลางปีนี้ก็ได้เวลาสำหรับ เฮอร์คิวลีส ที่เขาบอกว่าเป็นของจริงกันเสียที กับฉบับหนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญ ที่มี เดอะ ร็อค มาแสดงนำ ใน Hercules นี่เอง อภิมหาภาพยนตร์แอ็คชันผจญภัยแห่งปี 2014 โดยพาราเมาท์ พิคเจอร์ส นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน หรือ เดอะร็อค นักแสดงขวัญใจมหาชน ซึ่งมีผลงานภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในปี 2013 รับบท เฮอร์คิวลีส วีรบุรุษแห่งกรีก ผู้ทรงพลังมหาศาล ซึ่งได้รับว่าจ้างจากราชาแห่งเธรส เป็นผู้ฝึกสอนกองทัพทหารให้เป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ ไร้ความปรานีและกระหายสงคราม  นอกจากนี้ ยังได้นักแสดงอย่าง เอียน แม็คเชน, รูฟัส ซีเวล, โจเซฟ ไฟน์, ปีเตอร์ มุลแลน และ จอห์น เฮิร์ท ร่วมแสดงด้วย หนังกำกับการแสดงโดย แบรท เร็ตเนอร์ ผู้กำกับ ขาบู๊ จาก X-Men: The Last Stand และ Rush Hour ซึ่งใครที่ได้ดูหนังของตา เร็ตเนอร์ นี่ ก็คงจะพอจับทางเขาได้ตั้งแต่ Rush Hour หรือการรับหน้าที่ครั้งใหญ่ใน X-Men กันแล้ว ว่าเขานี่แหละที่เปรียบเสมือนกับพ่อครัวที่ทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็นนอกจาก ฟาสต์ฟู้ด ที่เปรียบเช่นนั้นเพราะหนังของเขามักออกมาเพื่อขายความบันเทิง ด้วยพล็อตพื้นฐานง่ายๆ เข้าใจในระดับกล้วยไม่ต้องปลอก ซึ่งใน Hercules ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาก็ไม่ได้ต่างจากเรื่องอื่นๆสักเท่าไหร่นัก ที่ยังมามุ่งเน้นขายความบันเทิงอย่างเดียว โดยไม่ต้องสนใจอะไรกันอีกต่อไปแล้ว โดยถ้าจะให้พูดถึงข้อดีนอกจากฉากแอ็คชั่นที่ทำออกมาดูเพลินๆตามสไตล์หนังแอ็คชั่นของตา เร็ตเนอร์ แก ก็คงเป็นการที่กล้าตีความตำนานใหม่ (ซึ่งดูเหมือนจะฮิตเหลือเกินช่วงนี้ เพราะล่าสุดก็เพิ่งเจอกันไปใน Maleficent) ของ เฮอร์คิวลีส ที่ตัวหนังให้ความอธิบาย และกล้าหักดิบถึงตำนานของ เฮอร์คิวลีส ได้อย่างไม่ไว้หน้าทั้งฉบับที่เพิ่งฉายไป และการ์ตูนที่ดิสนี่ย์เคยเอาไปสร้างไว้ โดยน่าจะถูกใจคอหนังที่ชอบสไตล์แปลกใหม่ และไม่ซ้ำซาก โดยการรับบท เฮอร์คิวลีส ของ เดอะ ร็อค ก็จัดได้ว่าเป็นอีกข้อดีของหนัง เพราะเขาสามารถสร้างสรรค์ตัวละครด้วยร่างกายที่กำยำได้อย่างไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน แต่กระนั้นแล้วถึงแม้ว่าหนังจะหักดิบตำนาน และมีฉากแอ็คชั่นสนุกๆมากลมกล่อม สิ่งที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับ เฮอร์คิวลีส ก็คงหนีไม่พ้นตัวเรื่องที่ดูง่ายเกินไปนี่แหละ ซึ่งสำหรับใครที่ต้องการดูแต่ฉากแอ็คชั่นก็แน่นอนว่าหนังตอบสนองให้ได้ แต่สำหรับคอหนังที่ต้องการในด้านอื่นๆด้วยแล้ว ตัวบทของ Hercules สอบตกโดยสิ้นเชิง มีทั้งความเชย ง่ายดาย และ ตื้นเขิน ไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่นธรรมดาๆทั่วไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะการวางปมตัวละครของ เฮอร์คิวลีส เกี่ยวกับเบื้องหลังที่คลี่คลายง่ายแสนง่าย เช่นกันกับเรื่องราวหักมุมที่ยังกับหนังที่สร้างตั้งแต่สมัยยุค 80 เสียได้ ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบหนังแอ็คชั่นดูง่าย กินกล้วยไม่ต้องปลอก Hercules ตอบสนองให้คุณได้แน่นอน แต่ถ้าใครที่หวังจะเห็นอะไรมากกว่านั้น ก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกัน ป.ล. ระบบ IMAX 3D ของ เฮอร์คิวลีส อาจจะออกมาไม่เต็มจอ แต่ต้องขอชื่นชมระบบ 3D ของหนัง ที่สร้างมิติทั้งฉากที่ต้องการเล่นกับคนดู และฉากธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ได้ทำออกมาลวกๆอย่างที่คิด และอาจจะช่วยเสริมรสชาติในด้านฉากแอ็คชั่นมากขึ้นไปอีกด้วยนะ เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

คอลเลกชั่น ขวด น้ำหอม ดีไซน์เก๋ เห็นแล้วอยากจิร้อง กรี๊ดดดด!
ขวดน้ำหอม /  คอลเลกชั่น / 

    ขวด น้ำหอม ดีไซน์เก๋ แปลกตา ที่เห็นอยู่นี้ เป็นผลงานสุดสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ตัวการ์ตูนวายร้าย ดิสนีย์ โดยศิลปิน (แฟนคลับคนรักการ์ตูนดิสนีย์) ต้องการดีไซน์แพคเกจขวด น้ำหอม ให้โดดเด่นสะดุดตา ไปจากขวดน้ำหอมรูปทรงเบสิกทั่วไป  ซึ่งศิลปินไม่เพียงนำเอา คาแรกเตอร์หรือเอกลักษณ์เฉพาะของตัวการ์ตูนวายร้ายเหล่านี้ มาเป็นต้นแบบในการออกแบบขวด น้ำหอม นี้เท่านั้น แต่การดีไซน์ รูปทรงขวด น้ำหอม นี้ยังดูเตะตา และ สร้างความยูนีคให้กับขวด อีกด้วย  Maleficent จากการ์ตูน เรื่อง เจ้าหญิงนิทรา Ursula จากการ์ตูน เงือกน้อยผจญภัยThe Evil Queen จากการ์ตูนเรื่อง สโนว์ไวท์ Queen of Hearts  จากการ์ตูนเรื่อง อลิซ ในดินแดนมหัศจรรย์ Cruella de Vil  จากการ์ตูนเรื่อง 101 ดัลเมเชี่ยน ทรามวัย กับไอ้ด่าง    เห็นขวดน้ำหอม ดีไซน์เก๋ๆ แบบนี้แล้ว เชื่อว่า สาวๆ หลายคนต้องอยากครอบครอง น้ำหอม คอลเลกชั่นรวมเหล่าวายร้ายดิสนีย์ กันอย่างแน่นอนใช่ไหมละคร้าาา ^^ เรียบเรียงโดย…Women Mthai Team ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก…cartoonbrew

ออกหมายจับ มือแทงนักร้องวงอเวจีดับ หลังโพสต์FB ตั้งใจฆ่า
วงอเวจี /  ออกหมายจับ / 

จากกรณีที่นายสามองค์ ไตรศรัทธา อายุ 36 ปี นักร้องนำและมือเบส ฉายา"อเวจี"ของวงเซอร์เรนเดอร์ ออฟ ดิวินิตี้(Surrender of Divinity) วงร็อคแนวแบล็คเมทัล(Black Metal)ชื่อดัง ถูกแทงเสียชีวิตในบ้านพักของตนเอง โดยผู้ก่อเหตุคือนายปราการ หาญพันธุ์บุษกร หรือ สัน แฟนเพลง ล่าสุดวานนี้ (11 ม.ค.)  พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ สว.สส.สน.สายไหม เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุมัติหมายจับ นายปราการ แล้ว ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา" ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข้อความจากเฟสบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Maleficent Meditation ซึ่งระบุว่าเจตนาฆ่านายสามองค์  เนื่องจากเป็นผู้ที่ทำลัทธิซาตานให้แปดเปื้อน จึงอยากจะฆ่าให้ตาย โดยจากการตรวจสอบพบว่าเฟสบุ๊กดังกล่าวเป็นของนายปราการจริง MThai News