Huawei Ascend P6

น้ำชา ชีรณัฐ เคลียร์คิว ร่วมแคมเปญ หัวเว่ย สุดคึกคัก
huawei /  น้ำชา ชีรณัฐ / 

นักร้องสาวสุด HOT “น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์” ปลดล็อคคิวละคร ปลีกตัวมาร่วมกิจกรรมพิเศษร่วมกับ หัวเว่ย ภายใต้แคมเปญ “HUAWEI Unlock Happiness Possibilities: ปลดรหัสความสุข สนุกได้ทุกวัน” โดยมี คุณเมธี สุขมาก ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (ที่ 4 จากซ้าย) คุณฤทัยกาญจน์ หอประเสริฐกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกการตลาด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) และคุณอุเทน สำราญรัมย์ ผู้จัดการช๊อบ เจมาร์ท สยามพารากอน (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมบรรดาแฟนคลับ และผู้ใช้มือถือหัวเว่ยให้การตอบรับร่วมเล่นเกมส์ รับของรางวัลพิเศษอย่างคับคั่ง ณ ร้าน Jaymart ชั้น สยาม พารากอน เมื่อวันก่อน สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ *460*99*1#โทร และผู้ที่เป็นเจ้าของ Huawei ทุกรุ่นรับสิทธิพิเศษ VIP Guest กด*460*99*เลขที่ IMEI ของเครื่อง # โทรออก ร่วมลงทะเบียนเล่นเกมส์ และลุ้นเป็นผู้โชคดีได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2557 ประกาศผลผ่านทาง http://www.facebook.com/HuaweiDeviceThailand

รีวิว AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps: เปลี่ยน 3G ให้เป็น WiFi ส่วนตัว
ais /  AIS 3G Pocket WiFi

ปัจจุบันความเร็วอินเตอร์เน็ต 3G มีความเร็วเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมาก ทำให้ 3G เข้ามามีบทความในชีวิตประขำวันของเรามากขึ้น ผมเองเป็นอีกหนึ่งคนที่ขาดเน็ตไม่ได้เลย ถึงแม้ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเล่น แต่ก็จำเป็นต้องมี 3G สแตนบายไว้สำหรับทำงานนอกสถานที่หรือ มีงานด่วนเข้ามาในช่วงที่ผมไม่สามารถเข้าถึง WiFi ได้ หลายครั้งที่ผมต้องแชร์อินเตอร์เน็ต 3G หรือที่เราเรียกกันว่า WiFi Hotspot จากมือถือเพื่อให้ Notebook หรือมือถืออีกเครื่องที่ไม่มีเน็ต สามารถเล่นเน็ตได้ ปัญหาที่เจอไม่ใช่เรื่องความเร็ว 3G แต่เป็นเรื่องความร้อนของมือถือเครื่องที่ปล่อย WiFi Hotspot ที่จะร้อนมากๆ แบตก็หมดเร็ว อุปกรณ์ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผมและอีกหลายๆ คนที่ต้องมักจะใช้ WiFi Hotspot อยู่เป็นประจำก็คือ AIS 3G Pocket WiFi AIS 3G Pocket WiFi จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน คือ AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps และ AIS 3G Pocket WiFi 42 Mbps รุ่นที่ผมจะมารีวิวให้ชมกันก็คือตัว 21.6 Mbps ตัวนี้ราคาพิเศษอยู่ที่ 1,499 บาท จากราคาปกติ 1,990 บาท ความสามารถของเจ้า AIS 3G Pocket WiFi นอกจากเรื่องการรองรับความเร็ว 3G สูงสุงถึง 21.6 Mbps แล้ว ยังสามารถแชร์สัญญา WiFi พร้อมกันได้ถึง 10 เครื่องเลยทีเดียว AIS 3G Pocket WiFi มีไฟสถานะแจ้งเตือนการทำงาน อาทิ สัญญาณเครือข่าย, สัญญาณ WiFi, แบตเตอรี่, ข้อความ ปุ่มสำหรับเปิดและปิดเครื่องจะอยู่ขวาสุด การทำงานง่ายมากๆ โดยอาศัยแค่ปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว AIS 3G Pocket WiFi ผลิตโดย Huawei ด้านหลังระบุชัดเจน รุ่นนี้รองรับ 3G สูงสุด 21.6 Mbps ด้านล่างจะมีช่องสำหรับต่อ micro USB 2.0 สำหรับชาร์จแบต และซิงค์ข้อมูลกับคอม อ้อ.... สามารถใส่สายคล้องกับตัว Pocket WiFi ได้ด้วย AIS 3G Pocket WiFi มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-Polymer ที่ถอดเปลี่ยนได้ ความจุ 1500 mAh สามารถใช้งานได้ราวๆ 5 ชั่วโมง ส่วนซิมรองรับซิมขนาดธรรมดา รองรับคลื่น 900/2100 MHz เวลาจะใส่ซิมหรือถอดซิมก็ต้องแกะแบตเตอรี่ออกก่อน ด้านในของฝาหลังและตัวเครื่องจะมีชุดตัวเลข 8 ตัว เรียกว่า WiFi Key ใช้สำหรับเป็น password ค่าเริ่มต้น สามารถใช้รหัสตัวนี้กรอกเข้าใช้งาน แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่อีกที หรือถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราใช้งานไปเกิดลืมรหัสผ่าน ก็สามารถ Reset Password แล้วกรอกตัวเลขชุดนี้เพื่อข้าใช้งานได้อีกครั้งเช่นกัน AIS 3G Pocket WiFi ไม่ต้องเป็นต้องติดตั้ง driver หรือโปรแกรมใดๆ ก่อนใช้งาน (เพราะไม่ใช่ Aircard) แต่ทาง AIS เองก็มีการใส่ driver ของตัว Pocket WiFi มาให้ เผื่อท่านไหนต้องการติดตั้งเพื่อง่ายต่อการเข้าตั้งค่าการใช้งาน Pocket WiFi สำหรับท่านที่ต้องการติดตั้งไดร์เวอร์ก็เพียงแค่ต่อ Pocket WiFi กับคอมพิวเตอร์จากนั้นจะมีไดร์เพิ่มขึ้นมา ในนั้นจะมีไฟล์สำหรับติดตั้งไดร์เวอร์มาให้ก็ทำการติดตั้งได้เลย สำหรับการตั้งค่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเราสามารถตั้งค่าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดคอม ซึ่งวิธีการก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ต่อ WiFi เข้ากับ AIS 3G Pocket WiFi จากนั้นเปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าไปที่ URL: http://ais3gpocketwifi.home/ จะมีหน้าตั้งค่าอย่าง่ายสำหรับมือถือแสดง (หน้าตั้งค่าเวลาเปิดในมือถือกับคอมจะแสดงต่างกัน) นอกจากนั้นยังสามารถดูสถิติการใช้งาน และดูได้ว่าตอนนี้มีเครื่องที่เชื่อมต่อกับ Pocket WiFi อยู่ทั้งหมดกี่เครื่อง จากที่ทดสอบพบว่าสามารถเชื่อมต่อได้มากที่สุด 10 เครื่อง ในหน้าตั้งค่านี้เราสามารถเข้าอ่าน SMS , ส่ง SMS ได้ด้วย นอกจากนั้นเรายังสามารถเปลี่ยนชื่อ WiFi ตามที่เราต้องการ กำหนดรหัสผ่านเข้าใช้งาน WiFi ใหม่ได้เอง แต่ถ้าต้องการตั้งค่ามากกว่านี้ก็ต้องเปิด URL: http://ais3gpocketwifi.home/  ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ถ้าเปิดผ่านคอมก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ ซึ่งเราจะสามารถตั้งค่าการใช้งานที่หลากหลายกว่าเวลาเปิดในมือถือ ถ้าใครพอมีความรู้ทางด้าน Network นิดนึงก็จะสามารถตั้งค่าการใช้งานขั้นสูงได้ เปรียบเสมือนตั้งค่าเร้าเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าใครต้องการการใช้งานที่ปลอดภัย หรือกลัวคนอื่นเข้ามาแย่งใช้งานก็สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ครับ อย่างที่กล่าวไว้ เหมือนการตั้งค่าในเร้าเตอร์แทบทุกประการ แต่การตั้งค่าตรงนี้ต้องอาศัยควมารู้ทางด้าน Network ประกอบด้วย ถ้าตั้งค่าผิด จะเข้าใช้งานไม่ได้ ถ้าท่านไหนขี้เกียจเปิดคอมก็สามารถตั้งค่าในเบราว์เซอร์ในมือถือ โดยให้เลือกใช้ Desktop site เพียงเท่านี้ก็สามารถแสดงผลการตั้งค่าแบบในคอมแล้วครับ เรื่องความเร็วในการใช้งานจริงก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราใช้งาน ณ ช่วงเวลานั้นๆ ถ้ามีคนใช้ 3G เยอะความเร็วก็จะถูกแชร์กัน ถ้าคนใช้น้อยความเร็วที่เราได้ก็จะสูง เท่าที่ลองทดสอบดู เน็ตจะวิ่งตั้งแต่ 1-14Mbps สำหรับท่านไหนสนใจ ทาง AIS มีโปรโมชั่น ฟรี 3G จำนวน 500MB นาน 1 เดือน ครับ หาซื้อได้แล้ววันนี้ ตาม AIS Shop, Telewiz Shop และร้านค้า IT ทั่วประเทศ ในราคา 1,499 บาท

เปิดตัว Huawei Honor 3C สมาร์ทโฟนราคาประหยัด จอ 5 นิ้่ว กล้อง 8 ล้าน มี 2 ซิม
Honor 3c /  huawei / 

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่(ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Honor “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Honor 3C” ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว สเปคสูงราคาสบายกระเป๋า บางเบา ดีไซน์ล้ำ ชูจุดเด่นถ่ายภาพพร้อมเสียง, เลนส์มาโคร, กล้องหน้าพาโนรามา ซึ่งมีความละเอียดสูงสุดถึง 8 ล้านพิกเซล  นายเฉิน ลุ่ย (Mr. Chen Rui) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยการเปิดตัว Honor 3C สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล Honor โดยหัวเว่ยว่า “วันนี้หัวเว่ยได้นำ Honor 3C สมาร์ทโฟนในตระกูล Honor มาสู่ตลาดเมืองไทย ด้วยสเปคการใช้งานที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปด้วยเซนเซอร์กล้องจากโซนี่ที่ให้ความคมชัดสูง พร้อมฟังก์ชั่นการถ่ายภาพกล้องหน้าแบบพาโนรามา, การถ่ายภาพมาโคร และยังเพิ่มจุดเด่นการถ่ายภาพด้วยระบบถ่ายพร้อมเสียง สำหรับระบบปฏิบัติการของ Honor 3C ได้นำระบบฏิบัติการ Android version 4.2 มาใช้เพื่อสนับสนุนการใช้งานให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมหน่วยประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz และ RAM 2 GB นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย เรียกได้ว่าสเปคเกินราคา โดย Honor 3C ได้เปิดตัวไปแล้วที่ประเทศจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญที่สุดในเอเชีย ซึ่งปีนี้เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งได้รับการตอบรับจากสาวก Android เป็นอย่างดี ซึ่งเราคาดว่าสำหรับตลาดในประเทศไทย เราจะได้รับการตอบรับที่ดีมากเช่นกัน สำหรับราคานั้น เริ่มต้นที่ 7,990 บาท คุณสมบัติเด่นของ Honor 3C คือ หน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ LTPS จอชนิดใหม่ที่กินไฟน้อยลงเพื่อประหยัดพลังงาน และบางกว่าเดิม ความละเอียดสูงถึง 720 p, ระบบปฏิบัติการ Android version 4.2 พร้อม Emotion UI 2.0, RAM 2GB, หน่วยความจำ 8GB รองรับ Micro SD, มีกล้องด้านหลังความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้าความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ด้วยระบบเซนเซอร์จากโซนี่ ไมโครโฟน 2 ตัวพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และสามารถเชื่อมต่อบลูทูธ 4.0 รวมทั้งสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นใน Playstore ที่สามารถให้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กลุ่มธุรกิจหัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์ เป็นหนึ่งในสามกลุ่มธุรกิจหลักของหัวเว่ย ที่มุ่งพัฒนาและจัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประสิทธิภาพสูงให้แก่ลูกค้าในภาคองค์กร ด้วยศักยภาพที่เต็มเปี่ยมในด้านการวิจัยและพัฒนา ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่กว้างขวาง ซึ่งช่วยให้หัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าองค์กรได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหน่วยงานรัฐบาล การขนส่ง พลังงาน การเงิน หรือธุรกิจประเภทอื่นๆ โซลูชั่นของหัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ระบบ UC&C ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ดาต้า เซ็นเตอร์ และแอพพลิเคชั่นเพื่องานอุตสาหกรรมต่างๆ Honor 3C Selling Point • 5” LTPS in–cell HD Display(1280 * 720) • Quad-core chipset with 2G RAM guarantee most fluency performance • Fashion Design with Extreme Compact ( Screen to Body ratio 69%, Frame wide only 2.2mm) • 5 MP Front-facing Camera with 10 level beautiful model • 8MP Sony BSI Camera with 4CM Macro shooting function • 2300 mAh Battery with Huawei patented power saving technology, can last more than one day even for heavy user • Dual Micro Sim card • Emotion UI 2.0 ,more easy to use

เริ่มต้นการปฏิวัติออนไลน์กับลาซาด้าวันที่ 11/11
Lazada /  ปฏิวัติออนไลน์

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะพบกับแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีนำมาให้คุณถึงที่โดยลาซาด้า ร่วมด้วยร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด และการสนับสนุนจากหุ้นส่วนหลากหลายภาค เพื่อให้คุณได้ดีลช้อปปิ้งที่ดีที่สุดที่ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย อ้างอิงจาก Cyber Monday ของสหรัฐฯ – อีเว้นท์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีโดยเว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดัง ลาซาด้า ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ประกาศเริ่มต้นการปฏิวัติออนไลน์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 การปฏิวัติออนไลน์ แคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของลาซาด้านับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทมา โดยแคมเปญนี้จะจัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม แนวคิดของแคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวัน Cyber Monday วันช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันจันทร์หลังวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) แคมเปญการปฏิวัติออนไลน์นี้จะประกอบไปด้วยข้อเสนอพิเศษ เกมส์ และโปรโมชั่นสินค้าแบรนด์เนมลดราคามากมายๆจากบริษัทในเครือของลาซาด้า อาทิ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์อย่าง Sony และ Canon, สินค้าสุขภาพและความงาม, เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Electrolux, มือถือและแท็บเล็ตแบรนด์ดัง เช่นแบรนด์ i-Mobile, Huawei, Lenovo และอื่นๆอีกมากมายโดยจะดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ นอกจากนี้ลาซาด้ายังจับมือร่วมกับ 2 เว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังประกอบด้วย ZALORA และ FOODPANDA เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น คุณริคาโด บาซิเล กรรมการผู้จัดการของบริษัทลาซาด้ากล่าวว่า “วิสัยทัศน์หลักของลาซาด้าคือการมอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปออนไลน์ที่เหนือชั้นให้กับกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ทางเราได้เลือกสรรเฉพาะแต่สิ่งดีๆให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศด้วยราคาที่เป็นธรรม แคมเปญการปฏิวัติออนไลน์นี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลองช้อปปิ้งออนไลน์ อนึ่งเพื่อปฏิวัติระบบอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยด้วย และด้วยความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากหุ้นส่วนของลาซาด้าอย่างเช่น ผู้ผลิตสินค้า, สถาบันการเงิน, บริษัทโทรคมนาคม แคมเปญนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแคมเปญออนไลน์ที่น่าตื่นเต้นสุดๆแล้วตอนนี้!” รายละเอียดของการปฏิวัติออนไลน์ • ในวันเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ (วันที่ 11/11) ลาซาด้าได้มอบ 11 ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการช้อปทุกหมวดหมู่สินค้า สลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ช้อปเป็นรายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้า - 5 ทุ่ม ลูกค้าผู้โชคดีลำดับที่ 111 ของแต่ละชั่วโมงจะได้ของรางวัลพิเศษ ในขณะที่ลูกค้าผู้โชคดีที่สุดลำดับที่ 1,111 จะได้รางวัลที่พิเศษสุดของวัน • ในแต่ละสัปดาห์ ลาซาด้าจะมีการจัดดีลข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชั่นลดราคาในทุกหมวดหมู่สินค้า นับตั้งแต่สินค้าประเภทมือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป ไปจนถึงแฟชั่น และสินค้าในหมวดสุขภาพและความงาม • ในวันสิ้นสุดแคมเปญ (วันที่ 12/12) โปรโมชั่นของลาซาด้าจะมีกลไกเหมือนกับวันที่ 11/11 แต่จะกระหน่ำลดราคาของสินค้ามากขึ้น • รางวัลพิเศษอื่นๆจะถูกมอบให้กับผู้ที่มียอดซื้อสินค้าสูงสุดและผู้ชนะในแต่ละเกม • มีการจัดรายการลดราคาสินค้ามากกว่า 40,000 รายการบนหน้าเว็ปไซต์ลาซาด้า The Affiliate Rally สำหรับท่านที่มีเว็บไซต์ หรือ บล็อค เป็นของตนเอง ท่าน่สามารถร่วมกิจกรรม Affiliate Rally เพื่อชนะรางวัลเพิ่มเติมได้ดังนี้ : • สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ Lazada Affiliate (http://www.lazada.co.th/affiliate) • ทางเราจะทำการแจ้งรายละเอียดของรางวัล กฏและกติกาของการแข่งขันให้ท่านทราบผ่านอีเมล์ • ร่วมโฆษณาโดยการส่งผู้เข้าชมจากเว็บไซต์ของคุณมาที่หน้า Online Revolution นี้ • ดูผลคะแนนแบบ real time และประกาศผลผู้ชนะวันที่ 15/01/2014 หุ้นส่วนและผู้สนับสนุน ลาซาด้าได้ขยายกลุ่มหุ้นส่วนไปในหลายๆบริษัทและหลายๆแบรนด์ในอุตสาหกรรมทุกประเภทเพื่อทำให้แคมเปญนี้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ หุ้นส่วนและแบรนด์ที่สนับสนุนประกอบด้วย: • ด้านสื่อ: Yahoo!, คลื่นวิทยุ 103Like FM • สถาบันการเงิน: วีซ่า และธนาคารต่างๆ เช่น ธนาคารยูโอบี ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ • แบรนด์: Lenovo, Sony, Fujifilm, Canon, Bosch, Clarte, Lesasha, Electrolux, Nestle (Dolcegusto), Olay’s, Brand’s, Seoul Secrets และ Mamy Poko ลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากเครือข่ายหุ้นส่วนของลาซาด้าในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากลาซาด้าจะได้รับส่วนลดในรูปแบบของบัตรส่วนลดจาก Zalora และ บัตรส่วนลดรับประทานอาหารจาก Foodpanda

อินเทล แนะนำโมเด็ม 4G LTE ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัวแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กที่รองรับ 4G
intel /  Intel® XMM™ 7160 / 

ประเด็นข่าว • Samsung GALAXY Tab 3 (10.1) ที่รองรับการเชื่อมต่อ 4G ด้วยโมเด็ม Intel® XMM™ 7160 LTE มีวางจำหน่ายแล้วในทวีปเอเชียและยุโรป • Intel® XMM™ 7160 รองรับการใช้งานแบบมัลติโหมด (2G/3G/4G LTE) ทั้งเสียงและข้อมูลพร้อมกัน และรองรับการเชื่อมต่อกับ LTE ทั่วโลกได้มากถึง 15 คลื่นความถี่ • อินเทลประกาศว่าแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กรุ่นต่างๆ จากแบรนด์ชั้นนำที่มี PCIe M.2 LTE ซึ่งเป็นอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลแบบไร้สาย จะเริ่มวางจำหน่ายในปี 2557 อินเทลประกาศเปิดตัวโซลูชั่น LTE ที่รองรับ 4G ชนิดมัลติแบนด์ มัลติโหมดออกสู่ตลาด โดยแพลตฟอร์ม Intel® XMM™ 7160 ที่มีอยู่ใน Samsung* GALAXY Tab 3 (10.1) รุ่นที่รองรับ 4G LTE1 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในทวีปเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ อินเทลยังเพิ่มโซลูชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับการเชื่อมต่อ 4G LTE ด้วยการเปิดตัว PCIe (PCI Express) รุ่น M.2 สำหรับแท็บเล็ต อัลตร้าบุ๊ก อุปกรณ์ทูอินวัน รวมถึงอุปกรณ์รับสัญญาณ Intel® SMARTi™ m4G ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับและส่งสัญญาณวิทยุ (RF) ได้ โดยอินเทลคาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไร้สายในตัวอุปกรณ์ได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากขึ้น “เมื่อเครือข่าย LTE มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้งานก็หวังที่จะได้เห็นอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับ 4G ได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็บท้อป อินเทลนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า เพื่อการเชื่อมต่อ LTE ที่มีความเสถียรและรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์พกพาได้หลากหลายรูปแบบ” นายเฮอร์แมน อูล รองประธานองค์กรและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มโมบายล์และ การสื่อสารของอินเทลกล่าว การวางจำหน่ายโซลูชั่น Intel® XMM 7160 นั้น นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการทดสอบการใช้งานข้ามเครือข่ายร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากทวีปเอเชีย ยุโรป และ อเมริกาเหนือ โดย Intel® XMM 7160 ถือเป็นหนึ่งในโซลูชั่น LTE แบบมัลติโหมด มัลติแบนด์ ที่มีขนาดเล็กที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุดสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ต โดยสามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย 2G, 3G และ 4G LTE ได้โดยไม่สะดุด รองรับการเชื่อมต่อ LTE พร้อมกันได้มากถึง 15 คลื่นความถี่ และรองรับ voice-over LTE (VoLTE) นอกจากนี้ ตัวโครงสร้างยังถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการรองรับคลื่นความถี่ RF ซึ่งประมวลอัลกอริธึมแบบเรียล-ไทม์สำหรับ envelope tracking (ET) และ antenna tuning เพื่อให้เป็นโซลูชั่นมัลติแบนด์ที่มีความคุ้มค่า ประหยัดแบตเตอรี่ และสามารถใช้ LTE ระหว่างประเทศได้ทั่วโลกด้วยอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว อินเทลนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการผลิตโมบายล์แพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งได้แก่ เอสโอซี (SoCs) integrated circuits ที่คุ้มต้นทุน ดีไซน์ต้นแบบ และซอฟต์แวร์ที่มีลูกเล่นมากมายซึ่งรองรับทั้ง 2G, 3G และ 4G LTE โดยอินเทลได้เปิดตัวโซลูชั่น LTE มัลติโหมด 2 รุ่นที่พัฒนามาจากแพลตฟอร์ม Intel® XMM 7160 แล้ว เพื่อเตรียมตลาดให้พร้อมสำหรับอุปกรณ์รูปแบบต่างๆ ที่เชื่อมต่อ 4G ในอนาคต LTE โมดูล Intel PCIe M.2 และโซลูชั่น Intel® SMARTi m4G รุ่นใหม่ อินเทล เปิดตัว LTEโมดูล Intel® PCIe M.2 LTE ซึ่งมีขนาดเล็ก ราคาประหยัด ที่มีขนาดมาตรฐานและรองรับมัลติโหมด 2G 3G และ 4G LTE สำหรับอุปกรณ์หลายรูปแบบ โดย Intel® M.2 รองรับการ ดาวน์โหลดความเร็วสูงสุดได้ถึง 100Mbps เมื่อเชื่อมต่อ LTE และรองรับการเชื่อมต่อ LTE ได้มากถึง 15 คลื่นความถี่เพื่อใช้งานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังรองรับ Global Navigation Satellite Systems (GNSS) ฟังก์ชั่นที่พัฒนามาจากโซลูชั่น CG1960 GNSS อีกด้วย ผู้ผลิตรายต่างๆ สามารถนำโมดูล M.2 ไปใช้ในการออกแบบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการเชื่อมต่อ 4G ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย จึงช่วยลดต้นทุนด้านการออกแบบและตรวจสอบการรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์ และยังช่วยร่นระยะเวลาทำให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ M.2 ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบการทำงานข้ามเครือข่ายระหว่างผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลก โดยอุปกรณ์ที่ใช้ M.2 จะผลิตโดย Huawei*, Sierra Wireless* และ Telit* และจะมีวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ส่วนแท็บเล็ตและ อัลตร้าบุ๊กรุ่นต่างๆ จากผู้ผลิตชั้นนำจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกในปี 2557 ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับและส่งสัญญาณวิทยุ (RF) ได้ โดยอินเทลคาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไร้สายในตัวอุปกรณ์ได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากขึ้น นอกเหนือจาก โมดูล Intel® PCIe M.2 LTE รุ่นใหม่แล้ว อินเทลยังได้ร่วมกับ Murata* <http://www.murata.com/> ในการแนะนำ Intel® SMARTi m4G ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับส่งสัญญาณวิทยุที่รวมเอา Intel® SMARTi m4G และ Intel® SMARTi 4G ไปไว้ในแพ็คเกจ LTCC (low temperature co-fired ceramic) ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานคู่กับ Intel® X-GOLD™ 716 ผู้ผลิตจะสามารถออกแบบโซลูชั่นที่มีขนาดเล็กลง ผ่านมาตรฐานข้อกำหนดของผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาในการออกแบบน้อยกว่าเดิม โดยสามารถตัดส่วนประกอบออกไปได้มากกว่าร้อยละ 40 และทำให้แผงวงจรมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมร้อยละ 20 อินเทล คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายโซลูชั่น LTE รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง Intel® XMM™ 7260 ได้ในปี 2557 โดยอุปกรณ์รุ่นดังกล่าวได้เพิ่มคุณสมบัติ LTE ขั้นสูงเข้าไปด้วย เช่น carrier aggregation และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อสำหรับสัญญาณแบบ TD-LTE และ TD-SCDMA ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโซลูชั่นเพื่อการสื่อสารไร้สายจากอินเทล ดูได้ที่ http://www.intel.com/content/www/us/en/wireless-products/mobile-communications.html  

Review: รีวิว Dtac Joey (Huawei Y210) สมาร์ทโฟนรุ่นประหยัด แจ่มทั้งแชต และโทร!
Dtac Trinet Phone Joey /  Review / 

ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่บรรดาน้องๆ นักเรียน นักศึกษาโชคดีกันมากนะครับ ถ้าเทียบกับราคามือถือสมัยเฮียณัฐเด็กๆ แต่ก่อนมือถือเครื่องนึงราคา 2-3 หมื่น แถมยังทำอะไรได้ไม่มาก ได้แค่จอขาวดำ โทรเข้า/โทรออก อย่างเก่งๆ ก็มีเกมงูให้เล่น และเครื่องก็ไม่ใช่ขอตัวเองนะครับ มือถือแพงมาก ไม่มีเงินซื้อ ต้องต่อคิวยืมเพื่อนเล่น (เพื่อนคนไหนโหดๆ มีเก็บค่าเช่าเล่นด้วย 555+) สมัยนี้แค่มีเงินไม่ถึง 2 พันนิดๆ ก็สามารถซื้อสมาร์ทโฟนได้แล้ว เช่นรุ่นนี้เป็นต้นครับ Dtac Joey ตัวนี้เลย วันนี้ก็เป็นวันดีอีกวันครับ ที่ทาง Dtac ใจดี ให้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดเครื่องนี้มาให้ทีมงาน MThai Technology ได้รีวิวกัน โดยมาทำความรู้จักมือถือเครื่องนี้กันคร่าวๆ ดีกว่าครับ Dtac Joey เนี่ย เป็นสมาร์ทโฟนที่ผลิตโดยบริษัท Huawei จากประเทศจีน แต่ถึงจะเป็นแบรนด์จากแดนมังกร ก็เป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพนะครับ ไม่ใช่แบรนด์ไก่กา โดยชื่อรุ่นจริงๆ จะมีชื่อว่า Huawei Y210 ซึ่งทาง Dtac ไปซื้อมาติดแบรนด์เป็นของ Dtac เอง และเพื่อความมั่นใจ ทาง Dtac ยังเพิ่มประกันจากปกติ 12 เดือน เพิ่มให้เป็น 15 เดือน หากมีปัญหา สามารถเข้าศูนย์ได้ทันที ว่าแล้วก็ไปชม รีวิว Dtac Joey กันในด้าน Design กันก่อนเช่นเคยครับ Design: การออกแบบ Dtac Trinet Phone Joey (ขอเรียกชื่อเต็มๆ ซักที ^^) มาพร้อมกับตัวเครื่องขนาดเล็กน่ารัก หน้าจอแสดงผลขนาด 3.5 นิ้ว ใช้หน้าจอชนิด TFT Capacitive Touchscreen ความละเอียด 480x320 พิกเซล มีตัวเครื่องบาง 12.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 120 กรัม มีแบตเตอรี่ 1700mAh ตามสเปคบอกว่ารองรับการใช้งานต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง มาเริ่มกันตั้งแต่แกะกล่องเลยฮะ หน้ากล่องมีราคาค่าตัว รวมถึงประกันบอกเอาไว้ชัดเจน โดย Dtac Joey มีราคาอยู่ที่ 2,590 บาท แถมเพิ่มประกันเป็น 15 เดือนด้วย ชื่อจริงของเครื่องคือ Huawei Y210 ตามนี้เลย เปิดกล่องออกมาแล้ววว ตัวเครื่องขนาดนี้เลย ไม่ใหญ่มาก สามารถใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียว อุปกรณ์ในกล่องมีดังนี้ครับ ประกอบไปด้วยที่ชาร์จ, แบตเตอรี่, สายดาต้า สำหรับโอนถ่ายข้อมูล และชาร์จ, ชุดหูฟัง ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น หูฟังเป็นแบบนี้เลย คุณภาพเสียงก็ถือว่าโอเค สนทนาชัดเจนดี ต่อไปลองมาแกะตัวเครื่อง เพื่อใส่แบตฯ กันบ้าง วิธีใส่แบตเตอรี่ก็ไม่ยากครับ ใช้นิ้วงัดที่ช่องนี้ขึ้นมา จากนั้นก็ค่อยแกะรอบๆ เครื่อง ถอดมาแล้วเป็นแบบนี้เลย ชนิดของซิมเป็นซิมขนาดใหญ่ มาตรฐานนะครับ Dtac Joey รองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วย microSD Card นะครับ สามารถใส่ได้ที่นี่เลย ซึ่งรองรับสูงสุด 32GB ส่วนแบตเตอรี่ ตัวนี้มีความจุ 1700mAh เป็นแบบ Li-ion ต่อไปลองมาดูตัวเครื่องรอบๆ กัน Joey มาพร้อมหน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 480x320 พิกเซล วัสดุเป็นพลาสติกล้วน งานประกอบแน่นหนา ไม่กรอบแกรบ ด้านล่างมีปุ่มหลักของ Android คือปุ่ม ย้อนกลับ, Home และ เมนู เป็นปุ่มแบบสัมผัส ถัดลงมา เป็นช่องไมค์สนทนา ด้านบนมีโลโก้ Huawei พร้อมลำโพงสนทนา ด้านขวาของตัวเครื่อง จะมีปุ่ม Volume Control สำหรับปรับระดับเสียง ด้านซ้าย มีช่องเสียบสายดาต้า สำหรับโอนถ่ายข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ เช่น ภาพถ่าย หรือเพลง และใช้สำหรับเสียบสายชาร์จด้วย ด้านบนมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง หรือปลดล็อคหน้าจอ และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, โลโก้ Dtac และ Huawei และสุดท้ายเป็นช่องลำโพงนอก เมื่อเปิดเครื่องในครั้งแรก อาจจะต้องลงทะเบียนโดยใช้บัญชีของ Google (Gmail) ก่อนนะครับ ใครยังไม่มีต้องสมัครก่อนถึงจะใช้อุปกรณ์ Android ได้นะฮะ ที่หน้าจอ Lock Screen ผู้ใช้สามารถปลดล็อคได้โดยการแตะค้างไว้ที่รูปแม่กุญแจ จากนั้นลากนิ้วไปทางขวา ซึ่งในหน้านี้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่เมนูอื่นๆ ได้ทันที เช่น ลากไปด้านบนเพื่อเปิดแอพฯ โทรศัพท์, ลากไปด้านซ้าย เพื่อเปิดแอพฯ ข้อความ หรือสามารถเปิดกล้องได้ทันที โดยลากนิ้วลงด้านล่าง สำหรับดีไซน์ของ Dtac Joey เราเองต้องยอมรับเลยว่าอาจจะดูธรรมดา วัสดุเป็นพลาสติก ซึ่งก็เหมาะสมกับมือถือราคาประมาณนี้ ต่อไปลองไปดูด้านการใช้งานบ้างครับ Performance: ประสิทธิภาพ Dtac Joey หรือ Huawei Y210 ใช้ CPU Single-Core ความเร็ว 1GHz Qualcomm Snapdragon, GPU Adreno 200, มี RAM 256MB (เหลือให้ใช้ประมาณ 173MB), หน่วยความจำภายใน 512MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32GB, รองรับ 3G ความถี่ 850/1800/2100MHz (ไม่รองรับ 900 ของ AIS แต่ใช้ 2100MHz ได้), รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth 2.1, GPS, A-GPS, USB 2.0, และที่สำคัญ มี FM Radio ด้วยฮะ ต่อไปลองมาชมผลการทดสอบเครื่องด้วยโปรแกรมต่างๆ และการใช้งานอื่นๆ กันครับ หน้า Home หรือหน้าจอหลักของ Joey จะมาพร้อมกับแอพฯ พิเศษจาก Dtac รองรับการใช้งานด้านความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเีรื่องของเกม, เพลง, MV หรืออื่นๆ เพียบ แป้นพิมพ์โทรศัพท์ ขนาดตัวเลขไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ กำลังพออ่านได้สะดวก แป้นพิมพ์ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ ส่วนตัวนะครับ สำหรับคนนิ้วใหญ่ ต้องบอกเลยว่าแอบเล็กไปนิดหนึ่งสำหรับการพิมพ์ในแนวตั้ง แต่ถ้าพิมพ์ในแนวนอนจะไม่มีปัญหา สังเกตุว่า UI ของ Dtac Joey จะใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไปมากกว่า Dtac Cheetah (รีวิว) นะครับ คือมีหน้ารวมแอพฯ แยกแอพฯ ทั้งหมดจากหน้า Home แต่ Cheetah ถ้าจะเปิดหน้ารวมแอพฯ จะต้องปัดหน้า Home ไปด้านขวาจนสุดจึงจะเป็นหน้ารวมแอพฯ ตรงนี้ผมชอบ UI ของ Joey มากกว่าแฮะ ^^ ตรงนี้ก็ชอบเป็นการส่วนตัวอีกแล้ว คือมาพร้อมกับ วิทยุ FM ครับ แต่ต้องเสียบหูฟังก่อนนะครับถึงจะใช้ได้ เอาไว้ฟังผลบอล หรือรายการวิทยุต่างๆ ได้ฮะ รองรับ Multi-touch 2 จุด ผลทดสอบ AnTuTu ทำคะแนนได้ไม่สูงเท่าไหร่ครับ อยู่ที่ 2,434 คะแนน ผลทดสอบ Vellamo ก็อยู่ในระดับสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น หน้าจอบริเวณการแจ้งเตือน ก็เหมือนกับมือถือ Android 2.3 ทั่วไป หากกลัวแบตตอรี่จะหมดไว Joey มีโหมดประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ครับ โดยจะปิดการใช้งานที่สิ้นเปลืองพลังงานทั้งหมด เพื่อให้รับสายได้นานที่สุด สรุปด้่านประสิทธิภาพ Dtac Joey น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนไว้ใช้งานทั่วไป เน้นแชต Social Network เป็นหลัก เช่น Facebook, Line, WhatsApp หรือ Instagram ก็ทำได้ไม่มีปัญหา แต่มือถือเครื่องนี้จะไม่เหมาะทันทีกับคนที่จะเอาไปเล่นเกมกราฟฟิกหนักๆ แรงๆ เพราะว่าใช้ CPU แบบ Single-Core เท่านั้น และมี RAM แค่ 256MB แ่ต่ถ้าหากเล่นเกมทั่วไป ที่ไม่เน้นกราฟฟิกเช่น Angry Birds, หรือไืพ่เท็กซัส อันนี้เล่นได้สบาย หายห่วง Camera: การถ่ายภาพ ด้านการถ่ายภาพ Dtac Joey มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ไม่ีมี Auto Focus ไม่มีแฟลชสำหรับถ่ายที่แสงน้อย และไม่มีกล้องหน้าครับ แต่จะมีโหมดเอฟเฟคถ่ายภาพต่างๆ มาให้เลือกใช้ และสามารถซูมแบบ Digital Zoom ได้ 4 เท่า ความละเอียดเลือกได้สูงสุด 2 ล้านพิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพได้ มีเอฟเฟคการถ่ายภาพเบื้องต้นให้เล่นครับ (แต่เชื่อเถอะว่า คุณก็ต้องไปใช้เอฟเฟคของ Instagram หรือ Camera 360 เองอยู่ดี ^^) สามารถซูมแบบ Digital ได้ 4 เท่า ลองชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องกันครับ (สามารถคลิ๊กเพื่อชมภาพใหญ่ได้) สรุปด้านการถ่ายภาพนะครับ ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหากล้องบนมือถือที่มีคุณภาพดีๆ ถ่ายเพื่อเอาไปประกวดแล้วล่ะก็ มือถือเครื่องนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่ เพราะคุณภาพกล้องของ Dtac Joey จัดว่าอยู่ในระดับถ่ายเล่นๆ ครับ ถ่ายแล้วเอาไปแต่งภาพด้วยแอพฯ แล้วเอาขึ้น Facebook อะไรทำนองนั้นมากกว่า จัดว่าอยู่ในระดับที่พอใช้สำหรับมือถือราคาประหยัด Conclusion: สรุป ข้อดี - เป็นมือถือ Social ราคาประหยัด - ขนาดเล็ก พกพาสะดวก - ประกันเยอะ (15 เดือน) - ซื้อพร้อมโปรฯ จาก Dtac จะคุ้มมาก - รองรับ 3G และ Wi-Fi ข้อสังเกต - เล่นเกมหนักๆ ไม่เหมาะ - อุปกรณ์เสริมหายาก - ไม่รองรับ 3G เครือข่าย 900MHz ของ AIS จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่นครับในราคาประมาณนี้ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้จะเป็นเรื่องความคุ้มค่าด้านราคา กับการใช้งานด้าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook Twitter Line และอื่นๆ รวมถึงด้วยความที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทำให้มีความยืดหยุ่นด้านการใช้งานสูง สามารถโหลดแอพฯ จาก Play Store มาใช้ได้มากมายทั้งแอพฯ เกม และแอพฯ Lifestyle ต่างๆ และจากที่ทดลองใช้ Joey มาได้ระยะหนึ่ง แบตเตอรี่ความจุ 1700mAh เนี่ย ถ้าใช้งานแบบประหยัดๆ ไม่ใช้งานหนักมาก ก็สามารถอยู่ได้จนครบวันครับ แต่ถ้าเล่นแบบหนักๆ ทั้งเกม ทั้ง Wi-Fi ล่ะก็ ครึ่งวันก็หมดตามมาตรฐานสมาร์ทโฟนทั่วไปครับ (ราคา 2 หมื่นกว่า เล่นหนักๆ ก็ไปไม่ครบวันเช่นกันฮะ) สรุปแล้ว มือถือเครื่องนี้เหมาะกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมือใหม่ หรือนักเรียน นักศึกษา ที่มีงบประมาณจำกัด แต่ก็อยากจะอินเทรนด์เล่น Line หรือ Facebook กับเพื่อนได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ ตัวนี้จัดว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มมากครับ เพราะว่าตอบรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ทั้งเล่นเน็ต เล่นแชต ดูหนังฟังเพลงได้แบบไม่น้อยหน้าใคร ในงบประมาณประหยัดสุดๆ สำหรับวันนี้เฮียณัฐก็ต้องขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะครับ แล้วติดตามการรีวิวกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า ที่นี่ที่เดิมครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ ^^

Huawei เปิดตัว Huawei Tron เครื่องเกมส์ตัวแรกของจีน
Huawei Tron

Huawei ประกาศการผลิตเครื่องเล่นเกมส์ตัวใหม่ Huawei Tron ใช้ระบบปฏิบัติการ Android  เตรียมวางขายกลางปี 2014 กำหนดราคาราว 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) เครื่องเล่นเกมส์ Huawei Tron เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES 2014 เป็นเครื่องเล่นเกมส์เครื่องแรกของประเทศจีนที่ผลิตขึ้นมาเอง โดยมีความต้องการแข่งขันกับเครื่องเล่นเกมส์อย่าง Ouya ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และสามารถเล่นออกผ่านโทรทัศน์ สำหรับเครื่องเล่นเกมส์ดังกล่าวจะใช้หน่วยประมวลผล Tegra 4 จาก NVIDIA แรม 2GB สามารถเลือกเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ 16 GB หรือ 32 GB แบบ Micro-SD ได้ และใช้ Android เวอร์ชั่น 4.2.3 นอกจากนี้ ยังรองรับเกมส์บน Android ด้วยขนาดภาพ 1080p และรองรับวิดีโอแบบ 4K อีกเช่นกัน ส่วนจอยเกมส์มีการออกแบบคล้ายคลึงกับจอยเกมส์ Xbox 360 แต่ว่ามีการเพิ่มแป้นทัชสกรีนเข้ามาด้วย Huawei Tron กำหนดราคาขาย 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) วางขายที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรก

ที่สุดแห่งเดอะโฟน จาก MWC 2012
Ice Cream Sandwich /  MWC 2012

MWC 2012 - ปิดฉากลงไปแล้ว สำหรับงาน MWC 2012  ( Mobile World Congress 2012 ) อีกหนึ่งเวทีครั้งสำคัญต้นปี ที่บรรดาค่ายต่างๆ พาน้องๆ  มาเดินแบบ  พร้อมทั้งหยั่งเชิงคู่แข่ง  ก่อนกลับไปปรับทิศกลยุทธ์หวังพลิกเกม ซึ่งโดยรวมในงานนั้น นอกจากการขโมยซีนของโนเกีย ด้วย 808 แล้ว  น้องๆ ตัวอื่น ก็เรียกสายตาได้แบบพอกรุ่มกริ่ม พริ้มเพรา ให้พอชม้อยตา ชม้ายเนตรกันไป  ตั้งแต่แอนดรอยด์โฟน ที่แน่นอนต้องมาพร้อมกับ OS ภาคบังคับของปี อย่าง Ice cream sandwich และการหักเหลี่ยมเฉือนคม กันด้านฮาร์ดแวร์ จัดหนักเข้าว่า... มีอะไร? โดดเด้งแก่การจับจอง ในไตรมาสหน้าบ้าง... มาชมกันจ๊ะ!! HTC One X เริ่มกันที่ ขวัญใจแม่ยกแอนดรอย์ อย่างค่าย HTC รายงานไปแล้วกับสามใบเถาตระกูลวัน ซึ่ง HTC One X ดูจะเป็นที่สุด ในตระกูล จากขนาดจอ 4.7 นิ้ว (1280 x 720)  Super LCD ได้เครื่องยนตร์ ซีพียู 1.5GHz   quad-core processor มาเป็นตัวแปร ในการขับเร่ง Ice Cream Sandwich พร้อมกันนั้นยังพาเซนเซอร์กล้องมา 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ wide f/2.0 28 มิล.  ช่วยงานภาพยามอับแสงได้ดี ยัด Nvidia Tegra 3  เข้ามา บวกกับ แรม 1GB ก็เป็นที่สุดของค่ายไตรมาสนี้ เลยไปไตรมาสหน้าด้วย... Nokia 808 Pureview เป็นอะไรที่ค้านสายตากรรมการฝ่ายโอเอสอย่างมาก เพราะ Nokia 808 หล่อนรัน Symbian Belle แต่ดันพาเซนเซอร์กล้องปาไปที่ 41 ล้านพิกเซล ต้องยกเครดิตทีมการตลาดโนเกีย สำหรับการดึงโอเอส ที่ใครๆ ส่ายหน้า มารียูช บรรเจิดกว่า โนเกียตระกูลร่างเพชร เกล็ดพลอย ควรค่าแก่ป้าๆ เซเลบ ตีกะบังลม หยิบใช้ไปออกงาน เป็นไหนๆ  ... Nokia 808  มาพร้อม จังหวะงามๆ ที่ค่ายอื่นยังขยับกล้องแบบนับ 1-10 อยู่ ด้วยแหละ!! Nokia 808 Pureview   Fujitsu Quad-core ดูจากนิกเนม Quad-core ซะขนาดนี้ ไม่ต้องบอก ก็คงรู้กัน ว่างานนี้  Fujitsu จะขายอะไรได้ นอกจากซีพียู 4 คอร์ 1.5GHz ( NVIDIA 4-PLUS ) หรือชื่อเดิม Tegra 3 บน   4.6 นิ้ว Full HD 1080p รัน Android 4.0.3  บวก LTE และ กล้อง  13 ล้านพิกเซล ขณะเดียวกันเราอาจได้เห็นสเปกนี้รันมะม่วง ( Windows Phone 7.5  ) ด้วยเช่นกัน LG Optimus 4X HD ดูจากนิกเนม 4X ซะขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าต้องเล่น 4 คอร์ พลัส  วัน 1.5GHz อีกค่าย -_-"  บนจอ 4.7 นิ้ว  IPS screen มาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล และ Ice Cream Sandwich เช่นกัน Panasonic Eluga Power ดูจากนาม Eluga Power แล้วต้องเน้นความแรงใช่ไหมหล่ะ? มันจึงมากับซีพียู dual-core 1.5GHz  บนจอยักษ์ 5 นิ้ว (1280 x 720 ) หน่วยความจำภายใน  8GB และ micro SD card เพิ่มได้ไกล 32GB  มาพร้อม  Ice Cream Sandwich  เช่นกัน  ZTE Era ZTE พาน้องมาเปิดตัวในงาน 8 แจ่ม แต่ ZTE Era ดูจะแจ่มที่สุด ด้วยพาซีพียู  4 คอร์ 1.3GHz Tegra 3   รัน Ice Cream Sandwich  บนร่าง  4.3 นิ้ว ( 960 x 540 ) เข้ามา พร้อมด้วยกล้อง 8 ล้านพิกเซล ฟังก์ชั่น NFC  ลงตลาดกลางไตรมาสสองนี้เอง!! Acer CloudMobile CloudMobile ของเอเซอร์เครื่องนี้การันตี ตำแหน่งงานดีไซน์จาก iF design award 2012 จาก International Forum Design GmbH องค์กรด้านการออกแบบระดับโลกมาแล้ว หันมาดูเครื่องในกัน มันเริ่มต้นด้วย  ซีพียู dual core Qualcomm 1.5GHz 8260A, แรม 1GB จอ 4.3 นิ้ว IPS HD  บาง 8.9 มิล. และรัน Android 4.0 Huawei Ascend D quad Huawei ได้พรีเซ้นต์ Huawei Ascend P1 ที่สุดแห่งความบางไปแล้ว ในงาน CES 2012 ที่ผ่านมา และกับ MWC 2012 เราได้พบกับ Huawei Ascend D quad ... "มันเป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลก " Huawei  กล่าว  พร้อมทั้งพรีเซ้นส์สูตรสำเร็จ ความเร็ว Huawei's own K3V2 processor ที่สปีด 1.2/1.5GHz บนจอ 4.5 นิ้ว 330ppi   (1280 x 720 ) และ กราฟฟิก 32-bit ให้ชม!! Source & Pic By pocket-lint

เปิดคัมภีร์ 98 รุ่น ตะลุยงาน mobile expo วาเลนไทน์นี้ ที่ศูนย์ฯสิริกิติ์
Thailand Mobile Expo 2014 /  TME2014 / 

กลับมาพบกันอีกครั้งกับ Thailand Mobile Expo 2014 มหกรรมมือถือครั้งยิ่งใหญ่ประเดิมศักราชใหม่ปีม้า 2557 แม้จะผ่านช่วงปีใหม่เพียง 1 เดือน แต่วงการมือถือบ้านเราเรียกว่าร้อนแรงทีเดียว จากการเปิดตัวสมาร์ทโฟน – แท็บเล็ตหลากหลายรุ่นจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสตัวจริงก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมโปรโมชั่นเสริมระดับตำนาน ลดแลกแจกแถมไม่อั้น นอกจากนี้ ยังมี Gadget Zone นำเสนออุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ! สำหรับวันนี้เรามาชม 98 มือถือ-แท็บเล็ตที่น่าสนใจภายในงานกันครับ ขอบอกว่าบางรุ่นเปิดตัวและวางจำหน่ายครั้งแรกเลยทีเดียว สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจซื้อได้เลย : ) Samsung Galaxy Pocket Neo สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์จาก Samsung ครบเครื่องในราคาไม่ถึง 3,000 บาท กับหน้าจอขนาด 3.0 นิ้ว ขนาดเล็กกะทัดรัด มีหลากสีสันให้เลือก ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz รองรับการใช้งานโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค แอพพลิเคชั่นหลากหลาย ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล มีวิทยุ FM เครื่องเล่นเพลง เพิ่มเมมโมรี่การ์ดภายนอกได้ นอกจากนี้ยังรองรับ 3G WiFi GPS หากคุณเล็งสมาร์ทโฟนเครื่องแรก รุ่นนี้เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยครับ แม้ว่าจะมีรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกันให้เลือกอีกเพียบ Galaxy Fame อัพเกรดระดับสูงขึ้นมาหน่อยจะเป็น Galaxy Fame มีจุดขายหลักตรงรองรับการเชื่อมต่อ NFC สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น หูฟังไร้สาย, ลำโพง รวมถึงระบบ Rabbit Card ที่เพิ่งโปรโมทไปไม่นานนี้ สเปคภายในมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล รองรับ 3G WiFi GPS ครบในตัว นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมจาก Samsung เช่น Galaxy Gift ไว้แลกของกิน ส่วนลดฟรีจากร้านค้าที่ร่วมรายการ และอื่นๆ ต้องลองเล่นตัวจริงจ้า Galaxy Ace 3 ภาคต่อของรุ่นสุดคุ้มในตระกูล Galaxy Ace Series โดดเด่นด้วยสเปคระดับ Dual-Core พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 บนหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Google Play Store ถ่ายภาพผ่านกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด HD ได้ด้วย นอกนั้นก็มีเครื่องเล่นเพลง วิทยุ FM หรือบริการเสริมต่างๆ จาก Samsung ที่คุณไม่ควรพลาด กับราคาค่าตัวประมาณ 6 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง ! Galaxy Win Duos เพิ่มเงินอีกหน่อยคุณจะได้สมาร์ทโฟน Quad-Core รุ่นฮิตจาก Samsung อย่าง Galaxy Win Duos หน้าจอใหญ่ 4.7 นิ้ว ดูอะไรได้ชัดขึ้นเยอะ ลงเกมไว้เล่นบนมือถือ หรือชมซีรี่ส์เรื่องโปรดผ่านวิดีโอสตรีมมิ่งบน Youtube ก็ทำได้บนรุ่นนี้ครับ ติดกล้องความละอียด 8 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่ 2,000 มิลลิแอมป์ เพียงพอกับการใช้งานเต็มวันโดยชาร์จแบตเต็มครั้งเดียว ที่สำคัญ Galaxy Win Duos ยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกด้วย เหมาะกับคนชอบโทร ชอบเล่นเน็ต อาจจะแยกโปรโมชั่นละ 1 ซิมไปเลยก็ดีเหมือนกัน Galaxy Grand 2 หากคุณกำลังหาซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในงบไม่เกิน 12,000 บาท Galaxy Grand 2 จาก Samsung คือตัวเลือกอันดับแรกๆ เลยทีเดียวครับ ภาคต่อของ Galaxy Grand รุ่นนี้โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ครบเครื่อง หน้าจอ HD ขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon 400 Quad-core เร็วแรง รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ลื่นไหล มีฟีเจอร์เสริมต่างๆ มากมายเช่น My Magazine สำหรับติดตามข่าวสาร, S Translate แปลภาษาพร้อมตัวอย่างประโยคที่จำเป็น ฯลฯ ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล ฝาหลังแบบ Faux-Leather แบบเดียวกับ Galaxy Note 3 และรองรับ 2 ซิมการ์ด แค่นี้ก็คุ้มเหลือเชื่อแล้วล่ะ Galaxy Note 2 ถึงจะเปิดตัวมาปีกว่าๆ แต่เรื่องความคุ้มค่าคุ้มราคายังต้องยกให้ Galaxy Note 2 จากราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก แต่ได้สเปคครบเครื่องทั้งหน้าจอ HD 5.5 นิ้ว รองรับการใช้งาน S-Pen พร้อมฟีเจอร์เสริมบนแอพพลิเคชั่น S Note และอื่นๆ ชิปประมวลผล Quad-Core 1.6 GHz ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่อึดกระหน่ำ 3,100 mAh และอัพเกรดเป็น Android 4.3 รวมถึง 4.4 Kitkat ได้ในอนาคต ยืนยันเลยว่าซื้อแล้วจะไม่เสียดายครับ Galaxy S4 สุดยอดรุ่นอมตะแห่งปี 2013 แม้ว่าจะมีข่าวคราวของทายาทออกมาบ่อยครั้ง แต่ Galaxy S4 ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม กับสเปคภายในอันลงตัวทั้งหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้ใช้านมือเดียวได้สบายๆ ชิปประมวลผล Exynos 5 Octa-core RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ จะเล่นเกม ดูหนังตามใจชอบ การเชื่อมต่อครบเครื่อง ใช้งาน WiFi Direct ส่งข้อมูลฉับไว หรือ NFC ไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมง่ายดาย ติดกล้องความละเอียด 13 ล้านพิคเซล ถ่ายวิดีโอ Full HD ตัวเครื่องมีให้เลือกหลากสีสันครับ รวมถึง Crystal Edition ฝาหลังประดับคริสตัล มีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดนะคร้าบ Galaxy Note 3 ที่สุดของสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นปัจจุบันสำหรับ Galaxy Note 3 ครบเครื่องทุกฟีเจอร์ รวมของดีทุกอย่างในตัวทั้งแอพพลิเคชั่น บริการเสริม สิทธิพิเศษต่างๆ จาก Samsung โดดเด่นด้วยสเปคหน้าจอ Full HD ขนาด 5.7 นิ้ว สามารถใช้ S-Pen เขียน, จดบันทึก, วาดภาพบนหน้าจอผ่าน S-Note หรือแอพพลิเคชั่นที่รองรับได้เลย พร้อม Air Command ชุดเมนูลัดเมื่อคุณใช้ S-Pen จ่อบนหน้าจอ สะดวกสบายมากขึ้น เร็วแรงขั้นสุดด้วยชิปประมวลผล Exynos 5420 ส่วนระบบปฏิบัติการ ล่าสุดสามารถอัพเกรดเป็น Android 4.4 Kitkat ได้แล้ว ทำงานเร็วขึ้นเยอะเลยทีเดียว กล้องด้านหลัง 13 ล้านพิคเซล ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง รุ่นท็อปแบบนี้ลองติดตามโปรโมชั่นภายในงานครับ รับประกันความแซ่บ ! Galaxy Tab 3 7.0 แท็บเล็ตจอ 7 นิ้วราคาสบายกระเป๋าในตระกูล Galaxy Tab ให้คุณสามารถใช้งานทั่วไป เข้าเว็บไซต์ เล่นเกม ดูซี่รี่ส์ ใช้งานแอบพลิเคชั่นบนจอยักษ์ ขนาดพกพาสะดวกใส่กระเป๋าถือได้สบาย สามารถใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 3G และโทรออกได้เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน เรียกว่าซื้อเครื่องเดียวได้ถึง 2 ชนิดอุปกรณ์ในตัว สเปคภายในใช้ชิปประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 แม้จะไม่แรงเท่าไหร่แต่ก็ตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานครบเครื่องครับ ติดกล้อง 3 ล้านพิคเซล ทั้งหมดนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในงบไม่ถึง 10,000 บาทเท่านั้นเอง Galaxy Tab 3 8.0 ขยับขึ้นมาจากแท็บเล็ตจอ 7 นิ้วก็จะได้ Galaxy Tab 3 8.0 รุ่นนี้เน้นความบางเฉียบเพียง 7.1 มิลลิเมตร เรียกว่าบางกว่าสมุดโน้ตซะอีก หน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และใช้ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz โดยรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการแท็บเล็ตบางๆ ไว้ใช้งานทั่วไป พกพาง่าย ส่วนราคาอยู่ในระดับหมื่นต้นๆ ครับ Galaxy Tab 3 10.1 ถ้าคิดว่าแท็บเล็ตจอ 7 นิ้วไม่พอสามารถอัพเกรดเป็นรุ่น 10.1 นิ้ว พร้อมสเปคที่แรงขึ้นได้เลยกับ Galaxy Tab 3 10.1 เป็นโมเดลแรกที่ใช้ชิปประมวลผลจาก Intel ถือว่าแรงเร็วกำลังดี พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ลงอะไรเพิ่มได้มากมาย ที่น่าสนใจคือหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะกับการดูหนัง เล่นเกม เปิดเว็บไซต์ อ่านหนังสือดิจิตอล (E-Book) ฯลฯ ได้เต็มตากว่าบนสมาร์ทโฟน บอดี้บางเฉียบเพียง 8 มิลลิเมตร เทียบได้กับสมุดวาดเขียนขนาดใหญ่ จึงพกพาใส่กระเป๋าไม่ยากนัก ติดกล้องไว้ถ่ายภาพขำๆ 3 ล้านพิคเซล ส่วนกล้องหน้า 1.3 ล้านพิคเซล ใช้สนทนาทางวิดีโอเป็นหลัก รุ่นนี้น่าจะมีโปรโมชั่น-ราคาเร้าใจในงาน ต้องลองติดตามให้ดีๆ Galaxy Note 10.1 2014 Edition หากจะพูดถึงแท็บเล็ต Android ที่มีคุณสมบัติระดับสูงในตลาดมีไม่กี่รุ่นเท่านั้นโดย Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ก็เป็นหนึ่งในนั้น จากสเปคหน้าจอความละเอียด 2560 x 1600 พิคเซล สูงกว่าระดับ Full HD แสดงผลคมชัดสุดยอด ถึงขนาดหน้าจอจะ 10.1 นิ้วก็ตาม รองรับการอินพุทด้วย S-Pen พร้อมฟีเจอร์แบบเดียวกับบน Galaxy Note 3 เหมาะกับใช้จดบันทึก หรือวาดภาพ เทียบกับกระดานขนาดใหญ่ได้เลย ชิปประมวลผล Exynos 5420 รองรับการใช้งานทุกรูปแบบสบายๆ ครับ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล บอดี้ด้านหลังแบบ Faux-Leather ให้สัมผัสดีกว่าเดิม นอกจากนี้ยังใส่ซิมการ์ดโทรออก (แนะนำให้ใช้หูฟังบลูทูธ) ใช้งาน 3G ได้อีกต่างหาก สนนราคา 20,900 บาท … คิดว่าคงตัดสินใจไม่ยากนะครับ : ) Nokia Asha 503 พบกับ Nokia Asha สมาร์ทโฟนโฉมใหม่ Asha 503 ดีไซน์คล้ายมีกรอบคริสตัลล้อมรอบ หน้าจอทัชสกรีนขนาด 3.0 นิ้ว พร้อมเมนู Asha UI ใช้งานง่ายตามแบบฉบับ Nokia มีแอพพลิเคชั่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คภายในเช่น Twitter, Facebook รวมถึง Line สามารถล็อกอินใช้งานได้ทันที รองรับ 2 ซิมการ์ด ใช้ 3G WiFi เล่นเน็ตทุกที่ทุกเวลา ติดกล้อง 3 ล้านพิคเซล และมีบอดี้หลากสีสันให้เลือกเช่นเคย Lumia 525 ภาคต่อของวินโดว์โฟนรุ่นประหยัด Lumia 520 อัพเกรดสเปคแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz รองรับคอนเทนท์ HD ทั้งเกม วิดีโอ ฯลฯ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Windows Phone Store ปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานมากมาย กล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล ถ่ายวิดีโอ HD ได้ด้วย และมีให้เลือกหลากหลายสีสัน เปลี่ยนฝาหลังตามใจชอบ ด้านราคาต้องรอติดตามครับ คาดว่างบ 5 พันบาทก็สอยได้แล้ว Lumia 625 วินโดว์โฟนจอใหญ่ 4.7 นิ้วจาก Nokia สำหรับ Lumia 625 มีจุดขายตรงหน้าจอใหญ่ เหมาะกับใช้งานแอพพลิเคชั่น มัลติมีเดียเต็มตายิ่งขึ้น ด้วยราคาเพียง 6,990 บาท กับสเปคชิปประมวลผล Dual-Core รองรับคอนเทนท์ HD ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD 720p แชร์ลง Youtube หรือโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่นๆ ได้ แบตเตอรี่อึดสะใจ เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน และเช่นเดียวกับ Nokia Lumia หลายรุ่นคือสามารถเปลี่ยนฝาหลังได้หลากสีสันครับ คิดว่าหลายคนคงชื่นชอบ : ) Lumia 925 อดีตสมาร์ทโฟน Flagship ของ Nokia มาพร้อมกับคุณสมบัติกล้อง PureView ความละเอียด 8.7 ล้านพิคเซล ถ่ายภาพผ่าน Nokia Camera ปรับแต่งฟีเจอร์มากมาย บอดี้โลหะอลูมิเนียม บางไม่ถึง 10 มิลลิเมตร หน้าจอขนาดใหญ่ 4.5 นิ้ว แสดงผลคมชัดแม้อยู่กลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมจาก Nokia ให้เลือกใช้งานหลายตัวเช่น Here Maps, Here Drive ฯลฯ เป็นต้น ถามว่าคุ้มราคามั้ยตอนนี้ บอกได้เลยว่าน่าสนใจทีเดียว เพราะราคาปรับลงมาค่อนข้างมาก เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบกล้องแจ่มๆ บนมือถือ แต่มีงบไม่มากนักก็ลองเล่นรุ่นนี้ได้เลย Lumia 1320 ใครชอบสมาร์ทโฟนจอยักษ์ไม่ควรพลาดกับวินโดว์โฟนจอยักษ์ Lumia 1320 ครั้งแรกของ Nokia ที่นำเสนอ Phablet หน้าจอ HD 6.0 นิ้วในราคาประหยัด ชิปประมวลผล Snapdragon 400 รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD เต็มรูปแบบ ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล ถ่ายภาพผ่าน Nokia Camera แชร์ลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คสบายๆ ครับ รองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Nokia หลากหลายเช่น Cinemagraph ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเฉพาะส่วน, ReFocus เลือกจุดโฟกัสบนภาพได้อิสระ, Here Maps – Here Drive ดูแผนที่นำทาง ฯลฯ ทั้งหมดนี้สนนราคาเพียง 11,500 บาทเท่านั้นเอง ! Lumia 1020 ตำนานแห่งกล้องเทพบนสมาร์ทโฟน คงต้องยกให้ Lumia 1020 อย่างไม่ต้องสงสัย หลายคนถึงกับใช้งานแทนกล้องคอมแพคหรือ DSLR เลยทีเดียว โดดเด่นเทคโนโลยี PureView เซ็นเซอร์ 41 ล้านพิคเซล ภายใต้บอดี้พกพาสะดวก ใช้งานบน Nokia Camera ปรับแต่งได้หลากลาย นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นเสริมเพื่อถ่ายภาพอีกหลายตัวครับ เช่น Glam Me ใช้ถ่ายภาพ Selfie, Camera360 ฯลฯ และมีบริการเสริมจาก Nokia แบบเดียวกับ Lumia หลายรุ่นที่ผ่านมา หน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว แสดงผลได้คมชัดแม้ในที่กล้างแจ้ง ราคาอาจจะแพงสักหน่อย เนื่องจากเทคโนโลยีกล้องที่ไม่เหมือนใคร แต่ถ้าคุณชอบถ่ายภาพด้วยมือถือแล้ว รับรองไม่ผิดหวังครับ Lumia 1520 วินโดว์โฟนรุ่นเรือธงในปัจจุบัน มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD ขนาดยักษ์ 6.0 นิ้ว ตอบสนองการใช้งานครบเครื่อง จะดูหนัง วิดีโอ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เข้าเว็บไซต์ หรือจะเล่นเกมก็ทำได้ครบ สเปคจัดเต็มใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 800 เช่นเดียวกับ Flagship จากแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ติดกล้องเทคโนโลยี PureView ความละเอียด 20 ล้านพิคเซล ขอบอกว่าแจ่มมาก ! รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง รวมถึง 4G LTE นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายได้อีก ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์ในเครื่องเดียว กับราคา 22,900 บาท รอติดตามโปรโมชั่นเด็ดภายในได้เลย จัดหนักแน่นอนจ้า LG Optimus L1 II น้องเล็กสุดในตระกูลสมาร์ทโฟนจาก LG กับราคาที่ถือว่าถูกกว่าฟีเจอร์โฟนบางรุ่นซะอีก Optimus L1 II มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.0 นิ้ว ขนาดเล็กพกพาสะดวก รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 สามารถลงแอพพลิเคชั่นจากบน Google Play Store ได้เช่นเดียวกับมือถือแอนดรอยด์ทั่วไป ตืดกล้อง 2 ล้านพิคเซล ถ่ายภาพแชร์ลงโซเชี่ยลตามสะดวก รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบเครื่อง หากต้องการสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในงบแบบ 2 พันมีทอน คุณได้รับสิทธินั้นเดี๋ยวนี้ ! เพราะ Optimus L1 II ราคาแค่ 1,990 บาทเท่านั้นเองครับ แถมมีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator อีกต่างหาก Optimus L3 II อัพเกรดจาก Optimus L1 II ก็จะเป็น Optimus L3 II ดีไซน์หรูหราขึ้นเล็กน้อย หน้าจอขนาด 3.2 นิ้ว ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป รองรับ 3G WiFi GPS ลงแอพพลิเคชั่นเสริมได้หลากหลาย ติดกล้องความละเอียด 3 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่เพียงพอใช้งานได้ตลอดวัน ด้านราคาสามารถจัดได้ที่ 3,490 บาท มีสีดำกับสีขาวให้เลือกจ้า Optimus L7 II ถึงจะวางจำหน่ายมานานพอสมควรแต่ Optimus L7 II ยังคงจุดขายในด้านแบตเตอรี่อึดสะใจ ใช้งานได้ถึง 2 วันต่อการชาร์จครั้งเดียว กับสเปคหน้าจอ 4.3 นิ้ว ชิปประมวลผลระดับ Dual-Core ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลายจากบน Google Play Store เหมาะกับซื้อมาใช้งานทั่วไป โทรออกรับสาย ลงโน่นนี่ใช้งานนิดหน่อย แต่ถ้าต้องการสเปคสูงกว่าตอนนี้มีรุ่นอื่นๆ ให้เลือกเพียบครับ Nexus 5 สมาร์ทโฟน Pure Google ฮิตติดอันดับโลก จากการร่วมมือพัฒนาระหว่าง Google กับ LG สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 Kitkat เวอร์ชั่นล่าสุด และได้อัพเดทก่อนใครหากมีเวอร์ชั่นใหม่เปิดตัว สเปคหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon 800 แรงเร็วสะใจ ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล เลนส์ป้องกันการสั่นไหว ทั้งนี้แบตเตอรี่อาจจะน้อยไปหน่อยแต่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging) ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ เป็นอีกรุ่นนึงที่คาดว่าจะมีโปรโมชั่นในงาน Thailand Mobile Expo 2014 รอติดตามได้ LG G2 เชื่อว่าหลายคนน่าจะชื่นชอบ LG G2 สมาร์ทโฟน Flagship ที่ได้รับคำชมจากหลายสำนักทั่วโลก จากความลงตัวทั้งดีไซน์ พร้อมสเปคภายในระดับสูงทั้งหน้าจอ Full HD 5.2 นิ้ว ขอบบางเฉียบ แสดงผลได้เต็มพื้นที่, ชิปประมวลผล Snapdragon 800 ตอบสนองการใช้งานทุกฟีเจอร์ลื่นไหล, กล้อง 13 ล้านพิคเซล โฟกัส 9 จุด เลนส์ป้องกันการสั่นไหว, รองรับการใช้งาน 4G LTE และแบตเตอรี่ 3,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวันสบายๆ นอกจากนี้ยังปฏิบัติการดีไซน์โดยมีปุ่มกดด้านหลัง ส่วนราคาขอบอกว่าคุ้มสุดๆ ที่ 17,900 บาท และแน่นอนว่าในงานโปรโมชั่นจัดเต็มสุดๆ ไม่ควรพลาด ! LG G Flex งานนี้อาจมีลุ้นสัมผัสนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก LG G Flex ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอโค้ง (Flexible) ขนาด 6.0 นิ้ว ตัวเครื่องสามารถงอได้ บอดี้ทนทานต่อรอยขีดข่วนด้วยคุณสมบัติ Self-Heal ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 800 ติดกล้อง 13 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่อึดขึ้นกว่าเดิม (3,500 mAh) และมีฟีเจอร์อื่นๆ คล้ายคลึงกับ LG G2 ครับ อย่างไรก็ดี รุ่นนี้อาจมีราคาแพงพอตัวเพราะใช้หน้าจอเทคโนโลยีใหม่ หากชอบใช้มือถือดีไซน์แปลกตาไม่เหมือนใคร เล็ง LG G Flex ไว้ก็แจ๋วนะคร้าบ Lenovo A269i แอนดรอยด์รุ่นเล็กราคาประหยัดจาก Lenovo ดีไซน์เรียบง่ายพร้อมสเปคระดับ Dual-Core หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มวัน อย่างไรก็ดี ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.6 อาจจะเก่าไปหน่อยสำหรับตอนนี้ และไม่รองรับแอพพลิเคชั่นบางตัว ก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดนึง แต่ราคาน่าสนใจครับหากคุณไม่ซีเรียส เพียง 2,190 บาท ลองเล่นของจริงก่อนตัดสินใจซื้อนะจ๊ะ A369i ในงบ 2,990 บาท ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หลายรุ่นที่วางจำหน่ายราคานี้ หนึ่งในนั้นก็คือ Lenovo A369i ภาคต่อของ A390 รุ่นฮิต โดดเด่นด้วยสเปคระดับ Dual-Core หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS พร้อมรองรับ 2 ซิมการ์ด สแตนด์บายคู่ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Google Play Store มีเครื่องเล่นเพลง วิดีโอ วิทยุครบ ราคาเท่านี้เรียกว่าได้ทุกอย่างจริงๆ A516 อัพสเปคขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Lenovo A516 หน้าจออัพใหญ่ขึ้นเป็น 4.5 นิ้ว ส่วนชิปประมวลผลยังคง Dual-Core เช่นเดิม ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล ถ่ายวิดีโออัพลงโซเชี่ยล หรือเก็บไว้ชมภายในเครื่อง รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง พร้อมรองรับ 2 ซิมการ์ด แบตเตอรี่ 2,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน รุ่นนี้ไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก นอกจากราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ประมาณ 4,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง S650 รุ่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบจอใหญ่คมชัด สเปคแรงระดับ Quad-Core สำหรับ Lenovo S650 คมชัดเต็มตากับหน้าจอ qHD 4.7 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core รันบนแอนดรอยด์ 4.2.2 พร้อมอินเตอร์เฟสใหม่ ปรับแต่งธีมได้ตามต้องการ เมมโมรี่ภายใน 8 GB เพิ่ม MicroSD ภายนอกสูงสุด 32 GB ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD และรองรับ 2 ซิมการ์ด ดีไซน์ภายนอกสวยงามทีเดียว เน้นสีเงินตัดโครเมี่ยมเป็นหลัก ด้านราคาค่าตัวไม่ถึง 7 พันบาท ลองตัดสินใจดูได้ครับ หากมองหาสมาร์ทโฟนระดับกลางไว้ใช้งาน A850 ขยับขึ้นมาอีกนิดคุณจะได้สมาร์ทโฟนจอยักษ์ 5.5 นิ้ว ในราคาไม่ถึง 8,000 บาทกับ Lenovo A850 ชิปประมวลผล Quad-Core แบตเตอรี่ 2,250 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวันสบายๆ รองรับ 2 ซิมการ์ด เชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบตามสูตร อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ลดกล้องเหลือ 5 ล้านพิคเซล และเมมโมรี่ภายในเหลือ 4 GB เมื่อเทียบกับ Lenovo S650 ทั้งนี้ถ้าอยากได้มือถือจอเบิ้มแต่งบไม่เยอะ Lenovo A850 ยังคงน่าใช้อยู่ครับ P780 รุ่นนี้ส่วนตัวแนะนำอย่างยิ่งครับ หากต้องการสมาร์ทโฟนที่แบตเตอรี่อึดสุดยอด ชนิดว่าใช้งาน 2-3 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สำหรับ Lenovo P780 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูง 4,000 mAh ภายใต้บอดี้บางเพียง 10 มิลลิเมตรเท่านั้น หน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHz ตอบสนองการใช้งานทุกฟีเจอร์สบายๆ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ฝาหลังเป็นอลูมิเนียมทนทาน น้ำหนักไม่มากนัก ภาพรวมแล้วรุ่นนี้มีดีที่ความจุแบตเตอรี่ แบบว่าไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่สำรองเลยทีเดียว ! S930 Lenovo S930 เพิ่งวางจำหน่ายไม่นานนี้กับสเปคระดับ Quad-Core แจ่มกว่าใครด้วยหน้าจอ HD ขนาด 6.0 นิ้ว ใหญ่เต็มตาสุดๆ เหมาะกับโยนซีรี่ส์ไว้ดูระหว่างเดินทาง ดู Youtube เล่นเกมแข่งรถ หรือใช้งานเป็น Navigator ติดหน้ารถก็ดีไม่น้อย ลำโพงสเตอริโอคู่เสียงดังสะใจ มีฟีเจอร์พื้นฐานครบทั้งเครื่องเล่นเพลง วิทยุ รองรับ 2 ซิมการ์ด ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่อึด 3,000 mAh เห็นแบบนี้เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก กำแบงค์พันสิบใบเหลือทอนกลับบ้านจ้า S960 Vibe X ล้ำสไตล์สุดหรูกับสมาร์ทโฟนบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตร – Lenovo Vibe X โดดเด่นด้วยการออกแบบโค้งเว้า บางเบา แต่สเปคภายในไม่ธรรมดา ทั้งหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core รันบน Android 4.2.2 อินเตอร์เฟสใหม่ล่าสุด มีเมนู Gesture & Motion อำนวยความสะดวกระหว่างใช้งาน ติดกล้องความละเอียด 13 ล้านพิคเซล จัดเต็มถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้เพิ่มเมมโมรี่ภายนอกไม่ได้ ต้องบริหารพื้นที่ภายในกันหน่อยล่ะครับ K900 ส่วนตัวคิดว่าเป็นรุ่นดีที่สุดเท่าที่ Lenovo เคยทำมาเลยทีเดียวกับ Lenovo K900 บอดี้บางเฉียบ 6.9 มิลลิเมตร วัสดุบอดี้อลูมิเนียมสุดทนทาน ดีไซน์เหลี่ยมเรียบหรู หน้าจอ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว แสดงผลคมชัดมุมมองกว้าง ชิปประมวลผล Intel ความเร็ว 2 GHz RAM 2 GB จิ้มปุ๊ปติดปั๊บ กล้อง 13 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับ 3G ทุกเครือข่าย และมีให้คุณเลือก 2 ความจุคือ 16 และ 32 GB เห็นว่ามีรุ่นพิเศษบอดี้สีส้มกับเทาด้วย มีโปรโมชั่นพิเศษแน่นอนครับ ลองติดตามภายในได้เลย ! K910L Vibe Z รุ่นท็อปตัวล่าสุดจาก Lenovo พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo 2014 กับคุณสมบัติขั้นเทพ ทั้งหน้าจอ Full HD 5.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon 800 รองรับ 4G LTE เต็มรูปแบบ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 พร้อมเมนู Gesture & Motion หลากหลายรูปแบบ ติดกล้อง 13 ล้านพิคเซล ขอบอกว่าถ่ายดีมากๆ ! ผ่าน Lenovo Camera มีลูกเล่นมหาศาลทั้งเอฟเฟค / ฉาก / เลนส์ หรือโหมดขั้นสูง ฯลฯ แบตเตอรี่ 3,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน สามารถจัดการการใช้พลังงานได้ผ่านแอพฯ Power Management ทั้งนี้เรื่องราคารอติดตามใกล้ๆ วันงาน แซ่บแบบซื้ดดดดแน่นอน A3000 เพิ่งเปิดตัวเมื่อก่อนสิ้นปี 2013 ต้องยอมรับเลยว่าไอเดียออกแบบเค้าดีจริงๆ กับ Lenovo Yoga Tablet 8 รูปทรงแปลกตา แต่มีจุดขายตรงขาตั้งพับได้ด้านท้าย สำหรับตั้งแท็บเล็ตแนวนอน และสามารถจับถือได้สะดวกยิ่งขึ้น เหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการดูหนัง พิมพ์งาน เข้าเว็บไซต์ หรือจะถืออ่านหนังสือ เอกสารไปด้วยก็ทำได้ ค่อนข้างอเนกประสงค์สุดๆ หน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล พร้อมใส่ซิมการ์ดเล่น 3G, รองรับ WiFi GPS และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 ค่าตัวไม่ถึงหมื่นบาทครับ ลองไปสัมผัสในงานแล้วจะตัดสินใจได้ไม่ยาก Yoga Tablet 10 นอกจากมีไซส์ 8 นิ้วให้เลือกใช้แล้ว Lenovo ยังมี Yoga Tablet 10 สำหรับคนชอบจอใหญ่อีกด้วย สเปคภาพรวมเท่ากันครับทั้งชิปประมวลผล Quad-Core, Android 4.2, กล้อง 5 ล้านพิคเซล ใส่ซิมการ์ดได้ จะต่างกันก็ตรงหน้าจอ, แบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น ฯลฯ และมีคีย์บอร์ดไร้สายให้คุณใช้พิมพ์เอกสารนอกสถานที่ พร้อมช่องสอดเพื่อจัดเก็บโดยง่าย มีแถมในชุดขายฟรี ! ส่วนลักษณะรูปแบบการใช้งานเหมือนโมเดล 8 นิ้วทุกอย่าง อันนี้ต้องลองไปเล่นตัวจริงแล้วจะตรัสรู้ได้ทันทีครับ OPPO Find Muse เริ่มจากโมเดลล่างสุดของแบรนด์อย่าง Find Muse เห็นราคาเบาๆ แบบนี้สเปคภายในไม่ธรรมดา ทั้งรองรับ 2 ซิมการ์ด ใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว แสดงผลคมชัดกำลังดี ติดกล้องความละเอียด 3 ล้านพิคเซล มีโหมด Lomo ให้ใช้งานด้วย ชิปประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz เพียงพอกับการใช้งานฟีเจอร์เสริม แอพพลิเคชั่นทั่วไปสบายๆ นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง Dirac HD ฟังเพลงได้แจ่มขึ้นอีกต่างหาก ราคา 3,990 บาท เชื่อว่าต้องมองไว้เป็นตัวเลือกแน่นอน R831 Neo รุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO เพิ่งวางจำหน่ายสดๆ ร้อนๆ เอาใจคนชอบสมาร์ทโฟนขนาดพอดีมือ หน้าจอ 4.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ครอบด้วย Color OS จุดขายหลักอยู่ที่ตรงนี้ครับ เพราะใช้งาน Gesture สั่งงานได้เยอะทีเดียว ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล สามารถดูหนัง ฟังเพลง ลงแอพพลิเคชั่นเสริม ฯลฯ ส่วนตัวชอบสีขาวครับ หรือจะเลือกสีดำก็ได้เหมือนกัน กับราคา 5,990 บาท มีโปรโมชั่นพิเศษในงานให้ติดตามด้วยนะ Find Clover จะว่าไปแล้วรุ่นนี้ยังคุ้มค่าอยู่ดี แม้จะวางจำหน่ายมาหลายเดือนแล้วสำหรับ OPPO Find Clover ด้วยสเปคระดับ Quad-Core 1.2 GHz รองรับคอนเทนท์ HD เต็มรูปแบบ หน้าจอ IPS LCD ขนาด 4.3 นิ้ว สีสันคมชัดเป็นธรรมชาติ ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดและ 3G ทุกเครือข่าย รุ่นนี้อาจจะมีของเล่นไม่เยอะ แต่ราคาค่อนข้างน่าสนใจครับเพียง 6,990 บาท แน่นอนว่ามีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม ต้องลองมาท้าพิสูจน์ด้วยตัวเองจ้า Find 5 Mini เทรนด์มินิ หรือการนำสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปมาย่อส่วน ลดสเปคแล้วใส่ Mini ต่อท้ายกำลังมาแรง เช่นเดียวกับ OPPO Find 5 ก็ถูกนำมาปรับปรุงใหม่เป็น Find 5 Mini สเปคหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด qHD สามารถใส่ถุงมือสัมผัสหน้าจอได้, ชิปประมวลผล Quad-Core รองรับคอนเทนท์ HD ลงเกมบน Google Play Store เล่นได้ลื่นไหลทีเดียว ลำโพงสเตอริโอด้านล่างเสียงดังฟังชัด ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล จากที่ได้ทดสอบพบว่าถ่ายภาพกลางคืน – สภาพแสงปกติได้แจ่มเหลือเชื่อครับ แถมมีโหมด Beauty ด้วย รองรับ 2 ซิมการ์ด และเปิดตัวในราคา 8,990 บาท Find Way S หน้าจอ HD ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว แบตอึดสุด 3,000 mAh และกล้องหน้าระดับเทวดา คือคุณสมบัติเด่นของ Find Way S ที่คุณต้องไม่พลาดครับ รุ่นนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผล Quad-Core แรงพอใช้งานแอพพลิเคชั่นหลายตัวพร้อมกัน จะเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ฟังเพลง เล่นเกมกราฟฟิคสูงก็ทำได้ดี ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กล้องหลัก 8 ล้านพิคเซล และกล้องหน้า 5 ล้านพิคเซล มีโหมด Beauty 3.0 ไม่ต้องพึ่งแอพฯ อื่นก็สวย/หล่อได้ทันใจภายใน 10 วินาที สามารถลองเครื่องจริงก่อนตัดสินใจซื้อได้ในงานนะครับ Find 5 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบ 1 ปี ถามว่า OPPO Find 5 ยังน่าใช้มั้ย ? คำตอบคือก็ยังน่าสนใจอยู่ ด้วยสเปคจอ Full HD 5.0 นิ้ว ดีไซน์คลาสสิคทนทาน กล้องเทพ 13 ล้านพิคเซล ถ่ายที่แสงน้อยได้ดี ระบบเสียง Dirac HD รองรับ 3G ทุกเครือข่าย ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro ถึงจะไม่แรงสุด ณ ตอนนี้ แต่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปแน่นอน อย่างไรก็ดี เมมโมรี่ภายในของ OPPO Find 5 มีให้เลือก 2 ความจุคือ 16 และ 32 GB ซึ่งราคาจะต่างกันพอสมควร แน่นอนว่าถ้าอยากประหยัดเงิน ได้ของแถมกลับบ้าน ต้องรอติดตามโปรเด็ดๆ ภายใน Thailand Mobile Expo 2014 เท่านั้น N1 เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีก่อนกับสมาร์ทโฟน Android รุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งเลนส์กล้องแบบหมุนได้ 206 องศาบน OPPO N1 คุณสามารถสร้างภาพถ่ายมุมมองแปลกๆ จากบนรุ่นนี้ได้ไม่ยาก ความละเอียด 13 ล้านพิคเซล พร้อมโหมดการถ่ายภาพหลากหลาย นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอ Full HD ขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว ใหญ่มหึมาเลยทีเดียว บอดี้ทนทาน ขอบโลหะ รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย พร้อมรันบน Android 4.2.2 ครอบด้วย Color OS มีลูกเล่นเยอะจนเล่นไม่หมด ทั้งนี้ราคาอาจจะสูงสักหน่อยที่ 19,900 บาท แต่ต้องยอมรับเลยว่ากล้องเค้าแปลก แหวกแนวไม่เหมือนใครจริงๆ R1 สมาร์ทโฟนรุ่นกลางจาก OPPO ภายใต้ชื่อ R1 ก็เตรียมเปิดตัวในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ซึ่งราคา ณ เวลาที่กำลังเขียนอยู่นี้ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะหมื่นต้นๆ ทางทีมงานได้มีโอกาสได้สัมผัสแล้ว บอกได้คำเดียวว่างานประกอบเนี๊ยบมาก วัสดุด้านหน้า ด้านหลังทำจากกระจกดูหรูหราสวยงาม สเป็คเครื่องคร่าวๆ ใช้ CPU Quad-core ความเร็ว 1.3 GHz หน้าจอ 5 นิ้ว หน่วยความจำภายใน 16 GB กล้อง 8 ล้านพิกเซล ถ้าอยากได้ของขวัญในระดับกลางๆ แต่ดีไซน์สวยหรูแบบนี้ต้องรุ่นนี้รุ่นเดียว HTC Desire 500 สมาร์ทโฟนรุ่นกลางในงบไม่ถึง 10,000 บาทจาก HTC ดีไซน์โค้งเว้า ขนาดพอดีมือ หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ครอบด้วย Sense UI ทำงานได้รวดเร็ว ฟีเจอร์ BlinkFeed ช่วยให้คุณติดตามข่าวสาร อัพเดทโซเชี่ยลได้อย่างรวดเร็ว กล้อง 8 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด HD 720p ที่สำคัญยังมีระบบเสียง Beat Audio อีกด้วย ฟังเพลงแจ่มเลยล่ะครับ Desire 601 Dual SIM รุ่นใหม่ล่าสุดของ HTC เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นภาคต่อของ Desire 600 ปรับดีไซน์คล้าย HTC One มีลำโพงคู่สเตอริโอด้านหน้า หน้าจอ qHD ขนาด 4.5 นิ้ว แสดงผลได้ดีทีเดียว รุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดครับ ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ครอบ Sense UI เช่นเดียวกับ Desire 500 ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ Full HD 1080p กับราคาเปิดตัวหมื่นนิดๆ One Mini น้องเล็กสุดในตระกูล HTC One ถูกนำเสนอในรูปแบบมินิ โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์เดียวกับ HTC One ทุกประการ รวมถึงการใช้วัสดุบอดี้โลหะ ให้สัมผัสทนทานแม้ตัวเครื่องจะเล็กก็ตาม หน้าจอ HD ขนาด 4.3 นิ้ว คมชัด สว่าง สัมผัสแม่นยำ ชิปประมวลผล Snapdragon 400 ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์การใช้งาน รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ครอบ Sense UI ใหม่ รอบนี้สามารถปิด BlinkFeed ได้หากไม่ต้องการ กล้อง UltraPixel ถ่ายแสงน้อยได้ดีมาก ออฟชั่นแบบเดียวกับรุ่นใหญ่เป๊ะ นอกจากนี้ยังรองรับ 4G LTE อีกด้วย ! ทั้งหมดนี้ 14,990 บาท และมีโปรโมชั่นร่วมกับ Operator ด้วยครับ HTC One รุ่นในตำนานของ HTC ถึงจะเปิดตัวมาเกือบ 1 ปีแต่ยังคงความแข็งแกร่งด้วยวัสดุโลหะ Uniboby ทั้งตัว ลำโพงสเตอริโอ Boomsound พร้อมกล้อง UltraPixel รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD ขนาด 4.7 นิ้ว รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 และสามารถอัพเกรดเป็น Android 4.4 Kitkat ได้เร็วๆ นี้ ชิปประมวลผล Snapdragon 600 เพียงพอกับการใช้งานปกติ ฟีเจอร์ภายในจัดเต็ม รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง รวมถึง NFC แต่ไม่รองรับ 4G LTE ที่น่าสนใจคือโปรโมชั่นในงาน คาดว่าดีลเลอร์มีจัดหนักอย่างแน่นอน ใครชอบมือถือบอดี้แกร่งๆ ต้องสอย ! One Max พี่ใหญ่สุดของ HTC One และเป็นรุ่น Flagship ในปัจจุบัน แม้ว่าสเปคจะไม่แรงเท่ารุ่น-แบรนด์อื่นๆ แต่จุดขายสำคัญเหมือน HTC One ครับ ทั้งลำโพงสเตอริโอด้านหน้า กล้อง UltraPixel ออฟชั่นเสริมทั้งรีโมทคอนโทรล, BlinkFeed ฯลฯ และที่เพิ่มขึ้นมาคือหน้าจอ Full HD ขนาดมหึมา 5.9 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 3,300 mAh และการรองรับ 4G LTE ในตัว ขณะที่บอดี้ยังคงเป็นโลหะส่วนใหญ่ แถมถอดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนซิมการ์ด – ใส่ MicroSD ได้แล้ว ถือว่าครบเครื่องสมบูรณ์ เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ทั้งนี้ราคาจัดว่าเปิดตัวสูงใช้ได้ แต่ก็มีโปรโมชั่นจาก Operator หรือดีลเลอร์ต่างๆ มาชดเชย อันนี้ต้องติดตามต่อในงานครับ Asus FonePad 7 เชื่อเถอะว่านี่คือแท็บเล็ต Android 7 นิ้วที่มีประสิทธิภาพ เทียบกับราคาแล้วคุ้มที่สุดแล้วกับ Asus FonePad 7 ด้วยสเปคหน้าจอ HD ขนาด 7.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Intel Z2560 1.6 GHz รัน Android 4.3 พร้อมใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย และโทรออกได้แบบ Galaxy Tab ! ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ใช้ยาวทั้งวันได้สบายๆ ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอื่นต่อ ราคาเริ่มต้นที่ 6,900 บาท (8 GB) และมีรุ่น 16 GB สำหรับคนชอบเมมโมรี่ภายในเยอะขึ้น ทั้งคู่เพิ่ม MicroSD ได้จ้า MemoPad 8 รุ่นนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เมื่อเทียบกับ FondPad ที่มีผู้ใช้สนใจมากกว่า สำหรับ MemoPad 8 โดดเด่นด้วยขนาดหน้าจอ 8.0 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 พิคเซล เหมาะกับใช้ดูหนัง เล่นเกม ใช้งานทั่วไปได้ดี ชิปประมวลผล Quad-Core 1.6 GHz รันบน Android 4.2.2 ระบบเสียง SonicMaster และกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล มีบอดี้ให้เลือกหลากสีสันครับ สำหรับราคาเปิดตัวที่ 6,900 บาท แต่มีเฉพาะรุ่น WiFi-only FonePad Note 6 เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจหากคุณหาสมาร์ทโฟนจอใหญ่ เขียนหน้าจอได้แบบ Galaxy Note แต่ราคาไม่แพง ต้องดู Asus FonePad Note 6 ครับ เร็วแรงด้วยชิปประมวลผล Intel Z2580 (2 GHz) รันบน Android 4.3 พร้อมฟีเจอร์การเขียนหน้าจอด้วย Stylus เทคโนโลยีจาก Wacom บนหน้าจอขนาดใหญ่ 6.0 นิ้ว ลำโพงสเตอริโอคู่ และกล้อง 8 ล้านพิคเซล ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย แบตเตอรี่ 3,200 mAh ใช้งานเต็มวันสบายๆ ความสามารถเยอะแบบนี้ ราคาแค่ 13,500 บาทเท่านั้นเองครับ Transformer Book T100 นานๆ ทีจะเห็นแท็บเล็ต Windows สุดคุ้ม ราคาโดนแบบไม่ต้องคิดมาก สำหรับ Asus Transformer Book T100 โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว บอดี้บางเฉียบ ใช้ชิปประมวลผล Intel Z3740 (Bay Trail) รันวินโดว์ 8.1 ตัวเต็ม ลงโปรแกรมเสริมได้เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ทุกประการ พร้อม Office ตัวเต็มใช้งานฟรี แบตเตอรี่อยู่ได้นานสุด 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในชุดขายแถม Keyboard Dock ให้ฟรีครับ สนนราคาเพียง 12,900 บาท หากคุณซื้อมาทำงานซะอย่าง แทบไม่ต้องลังเลเลย Nexus 7 (2nd Gen) หาแท็บเล็ตหน้าจอคมชัด Full HD ในขนาด 7 นิ้ว คงมีรุ่นนี้ที่แจ่มสุดแล้ว Nexus 7 (2nd Gen) โดดเด่นด้วยความเป็น Nexus รันระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 เวอร์ชั่นล่าสุด และอัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ๆ ก่อนใครในอนาคต ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซลด้านหลัง ขนาดบอดี้พกพาง่าย น้ำหนักไม่ถึง 300 กรัม ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 600 พร้อมรองรับ NFC, ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging) นอกจากนี้ยังใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE ได้อีกด้วย ส่วนราคารอดูในงานดีกว่า ผมว่ามีลดแลกแจกแถมเยอะ  Acer Liquid Z3s เปิดศักราชใหม่ด้วยสมาร์ทโฟนราคาประหยัด Liquid Z3s จาก Acer ต่อยอดความฮิตสุดขั้วด้วยราคาเพียง 2,590 บาท แต่ได้สเปคจัดหนักทั้งหน้าจอ 3.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Google Play Store นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Quick Mode ปรับหน้า Home screen ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน เช่น เด็ก, ผู้สูงอายุ ที่อาจจะไม่ชินกับอินเตอร์เฟส Android ตัวเต็ม รองรับ 3G WiFi GPS และอัพเกรดกล้องเป็น 5 ล้านพิคเซล ภายในชุดขายมีเคสฝาพับแถมให้ด้วยนะ : ) Liquid Z5 เพิ่งเปิดตัวพร้อมกับ Liquid Z3s เน้นจอใหญ่สะใจกว่า 5.0 นิ้ว พร้อมดีไซน์ดูดี ลำโพงสเคอริโอคู่ มีปุ่มลัดด้านหลังสำหรับเข้าแอพพลิเคชั่นต่างๆ ชิปประมวลผล Dual-Core 1.3 GHz เล่นโซเชี่ยล ดู Youtube ไม่สะดุด ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 4,790 บาท มีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ด้วยนะครับ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ Liquid E2 รุ่นนี้อาจจะไม่ถูกพูดถึงมากเท่าไหร่ แต่ด้วยราคา 5,990 บาทกับสเปต Quad-Core หน้าจอ qHD 4.5 นิ้ว ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ 2,000 mAh ของ Acer Liquid E2 ทำให้ค่อนข้างน่าสนใจ หากคุณกำลังหามือถือระดับกลางๆ ใช้งานสักตัว รองรับ 3G WiFi GPS รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 มีฟีเจอร์การใช้งานเหมือนกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป ต้องไปสัมผัสด้วยตัวคุณเองจ้า Liquid S1 คนชอบจอใหญ่ไม่ควรพลาดกับ Acer Liquid S1 หน้าจอใหญ่สะใจ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD พร้อมชิปประมวลผล Quad-Core ตอบสนองการใช้งานครอบคลุมทุกฟีเจอร์ ระบบเสียง DTS ใช้ฟังเพลง ดูหนังผ่านหูฟังได้ดี ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ Full HD เต็มรูปแบบ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 เป็นอีกรุ่นที่ฟังก์ชั่นครบ จอใหญ่ และเหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบจอใหญ่ ราคาไม่แพงครับ Iconia B1-721 แท็บเล็ต Android ราคาประหยัดจาก Acer ขนาดหน้าจอ 7.0 นิ้ว ภาพรวมสเปคระดับ Dual-Core 1.3 GHz รันบน Android 4.2 และติดกล้อง VGA ลงแอพพลิเคชั่นเสริมภายนอกได้มหาศาล เล่นเกมทั่วไป ดู Youtube หรือโหลดวิดีโอมาชมบนแท็บเล็ตก็ได้เช่นกัน รุ่นนี้คาดว่าจะได้เจอกันในงานครับ กับราคาเปิดตัวที่ไม่ต้องตัดสินใจให้นานเลยล่ะ Iconia W3 นอกจากแท็บเล็ต Android ยังมีแท็บเล็ต Windows 8 ให้คุณเลือกใช้งานด้วย สำหรับ Acer Iconia W3 ถึงจะเปิดตัวมาหลายเดือนแล้ว แต่เรื่องฟีเจอร์การใช้งานจัดว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ทั้งโปรแกรมออฟฟิศตัวเต็ม ขนาดพกพาสะดวก พร้อม Keyboard Dock แม้ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล และเชื่อมต่อ WiFi + Bluetooth ครบเครื่อง ล่าสุดเห็นว่าราคาไม่ถึง 10,000 บาท !! น่าติดตามว่าในงานโปรจะแรงกว่านี้มั้ย ? Iconia W4 เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ กับ Iconia W4 แท็บเล็ตวินโดว์ 8.1 โมเดลล่าสุดจาก Acer หน้าจอ IPS LCD ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลคมชัดกำลังดี ชิปประมวลผล Intel Quad-Core (Bay Trail) แรงกว่า ประหยัดแบตเตอรี่กว่าเดิม ใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมง ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล ดีไซน์พรีเมี่ยม โดยเฉพาะด้านหลังมาแบบเมทัลลิคเลย สำหรับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายบ้านเรามีแบบเดียวคือ 3G+WiFi, 64 GB ราคา 16,990 บาท Sony Xperia E สัมผัสสมาร์ทโฟน Sony ราคาเบาๆ มีรุ่นเดียวในตอนนี้ Xperia E มาพร้อมกับหน้าจอ 3.5 นิ้ว ออกแบบทรงเหลี่ยม สีดำล้วน ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Google Play Store ไม่จำกัด ติดกล้อง 3 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มวัน นอกจากนี้ยังรองรับ 3G WiFi GPS ด้วย และมีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย ! Xperia M อัพสเปคขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Xperia M สมาร์ทโฟนตัวเล็กแต่สเปคแรงพอตัว หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว รองรับมัลติทัช ชิปประมวลผล Dual-Core รันบน Android 4.1.2 ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล ดีไซน์คลาสสิค ด้านหลังโค้งเล็กน้อย มีให้เลือกหลายสีสันครับ นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่น 2 ซิมการ์ดด้วย ราคาแพงกว่าเล็กน้อย นอกจากรุ่นนี้ยังมี Xperia L อีกรุ่นที่วางจำหน่ายในราคาช่วงเดียวกัน แล้วแต่จะเลือกครับ Xperia C เป็นโมเดลแรกของ Sony ที่ใช้ชิปประมวลผล Quad-Core จาก Mediatek ถือว่าแรงดีในระดับนึง Xperia C มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ดูหนังเล่นเกม เล่นแอพพลิเคชั่นเต็มตากว่าที่เคย รองรับ 2 ซิมการ์ด ใช้งาน 3G WiFi GPS ครบเครื่อง เครื่องเล่นเพลง Walkman รองรับคอนเทนท์ Full HD ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่อึดพอใช้งานทั้งวันสบายๆ รุ่นนี้สนนราคา 8,990 บาท และน่าจะมีโปรโมชั่นลดราคาเด็ดๆ ภายในงานแน่นอน Xperia Z สุดยอดสมาร์ทโฟน Android อีกรุ่นที่ยังได้รับความนิยม จากดีไซน์แนว Omni-Balance ของ Sony และสเปคภายในยังคงแจ่มอยู่ Xperia Z มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว บอดี้กระจกด้านหลังสุดหรู ติดกล้องความละเอียด 13 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย ทั้ง 3G WiFi รวมถึง NFC เพิ่มเมมโมรี่การ์ดภายนอกได้ เครื่องเล่น Walkman ระบบเสียง Clear Audio เชื่อว่าหลายคนไม่ผิดหวัง นอกจากนี้ยังรองรับการอัพเดทเป็น Android 4.4 เร็วๆ นี้อีกต่างหาก Xperia Z1 ภาคต่อของสมาร์ทโฟนรุ่นเดอะ Xperia Z1 อัพเกรดสเปคจากเดิม ปรับปรุงวัสดุดีไซน์เล็กน้อย รุ่นนี้บอดี้ขอบโลหะทนทานกว่าเดิม สามารถกันน้ำ กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP57 หน้าจอ Triluminos 5.0 นิ้ว แสดงผลดีกว่าเดิมมาก ติดกล้อง 20.7 ล้านพิคเซล พร้อมโหมดใช้งานกล้องใหม่ๆ หลากหลาย ชิปประมวลผล Snapdragon 800 แรงสะใจ รันบน Android 4.3 สามารถอัพเกรดเป็น Android 4.4 ได้เร็วๆ นี้ รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง ทั้งนี้ Xperia Z1 เครื่องศูนย์ไม่รองรับ 4G LTE นะครับ หากต้องการใช้งานคงต้องดูเป็นเครื่องนอกแทน Xperia Z Ultra ครั้งแรกของ Sony ที่นำเสนอสมาร์ทโฟนหน้าจอยักษ์ขนาด 6.44 นิ้ว ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน Xperia Z Ultra บางเฉียบเพียง 6.5 มิลลิเมตร บอดี้ขอบโลหะ กันน้ำกันฝุ่น ด้านหลังเป็นผิวกระจกเช่นเดียวกับ Xperia Z1 เช่นเดียวกับสเปคภายในแทบจะเหมือนกัน ทั้งชิปประมวลผล Snapdragon 800, ฟีเจอร์เสริมภายใน ฯลฯ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล พอใช้งานทั่วไปสบายๆ สำหรับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายในไทยไม่รองรับ 4G LTE เช่นเคย แต่เพิ่งปรับราคาลงมาเหลือ 19,900 บาท และน่าจะมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมในงานแน่นอนครับ Xperia Tablet Z แท็บเล็ตดีไซน์หรู บางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตร หน้าจอขนาดใหญ่ 10.1 นิ้วจาก Sony ยังรอให้คุณมาจับจองเป็นเจ้าของได้อยู่ครับ เร็วแรงด้วยชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซลไว้ถ่ายขำๆ บอดี้ผิวหลังเป็นกระจกทั้งหมด สวยงามแต่ต้องดูแลรักษามากหน่อย ลงแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ ผ่าน Google Play Store และใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE, 3G ออนไลน์นอกสถานที่ตามสะดวก ล่าสุดราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท แต่ในงานจะมีโปรโมชั่นหนักหน่วงขนาดไหนต้องรอลุ้นจ้า Sony SmartWatch 2 อุปกรณ์เสริม SmartWatch 2 จาก Sony ให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถรับสาย ดูอีเมลข้อความแจ้งเตือน แม้กระทั่งใช้เป็น Viewfinder ในโหมดกล้อง (ผ่านแอพพลิเคชั่นเสริม) ก็ทำได้ มีปลั๊กอินให้เลือกโหลดบน Google Play Store หลายตัว ที่น่าสนใจคือดีไซน์เรียบง่าย ทนทาน มาพร้อมกับสายโลหะ หรือเปลี่ยนสายเป็นรูปแบบอื่นๆ ตามใจชอบ สำหรับ Sony SmartWatch 2 รองรับบนสมาร์ทโฟน Android 4.0+ ขึ้นไปทุกรุ่น ถึงจะไม่ได้ใช้ Sony ก็สามารถซื้อไปใช้งานได้นะครับ สนนราคาเพียง 4,990 บาทเท่านั้นเอง i-mobile i-STYLE 2.4 สมาร์ทโฟนราคาประหยัดจาก i-mobile เอาใจคนงบน้อย 2,990 บาท แต่ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม ลงแอพพลิเคชั่นเสริมทั่วไปจากบน Google Play Store ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล รองรับ 3G WiFi GPS และใช้งาน 2 ซิมการ์ด ที่น่าสนใจคือมีให้เลือกหลากหลายสีสัน งานนี้เลือกได้ตามใจชอบเลยจ้า i-STYLE 7.5 เพิ่มงบอีกหน่อยจะได้ i-STYLE 7.5 หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 4.5 นิ้ว และน่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Android สเปค Quad-Core ที่ค่าตัวถูกที่สุดอีกด้วย รันบน Android 4.2.2 ฟีเจอร์พื้นฐานครบเครื่อง ลงแอพพลิเคชั่นเซเชี่ยล ยูทิลิตี้ต่างๆ ใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับ 3G และแบตเตอรี่ 1,800 mAh ภาพรวมลูกเล่นอาจจะไม่เยอะ แต่สเปคจัดหนักจริงๆ เมื่อเทียบกับราคาแล้วไม่ต้องคิดมากเลยครับ เพียง 3,990 บาท มีให้เลือกทั้ง 3G คลื่น 850 และ 900 MHz ตามเครือข่ายที่คุณใช้งานอยู่ IQ 6.3 ส่วนตัวคิดว่า i-mobile IQ 6.3 จะกลายเป็นรุ่นขวัญใจมหาชนในเร็วๆ นี้ จากคุณสมบัติภายในที่คุณมิอาจปฏิเสธได้ ทั้งหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 400 Quad รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้เป็นอย่างดี, กล้อง 8 ล้านพิคเซล บลูทูธ 4.0 รันบน Android 4.3 และพีคสุดด้วยความจุแบตเตอรี่ 3,000 mAh !! เยอะสะใจ ไม่ง้อ Power Bank เลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ราคาเพียง 6,990 บาทจ้า IQ 9.1 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตระกูล IQ 9 สเปคสูงพอตัว สำหรับ IQ 9.1 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz ติดกล้องความละเอียด 18 ล้านพิคเซล พร้อมกล้องหน้า 8 ล้านพิคเซล บอดี้โลหะด้านหลัง ให้ความรู้สึกทนทานกำลังดี เมมโมรี่ภายใน 16 GB แต่ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD ภายนอกได้ครับ ทั้งนี้ถ้าอยากได้จอใหญ่กว่า IQ 9.1 ลองดู IQ 9.2 รุ่นต่อไปได้เลย IQ 9.2 รุ่นนี้เหมาะกับคนชอบจอใหญ่ครับ จัดให้เต็มๆ ถึง 6.0 นิ้ว ความละเอียด HD เหมาะกับใช้งานทุกประเภท ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz รองรับแอพพลิเคชั่นเสริมทั่วไป เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้สบาย ติดกล้องความละเอียด 18 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่ 2,600 mAh รองรับ 2 ซิมการ์ด และเพิ่ม MicroSD สูงสุด 32 GB ภาพรวมสเปคอาจจะคล้าย IQ 9.1 แต่รุ่นนี้เพิ่มเมมการ์ดได้ แจ๋วตรงนี้แหละครับ IQ X2 หากคุณไม่ชอบสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ แต่อยากได้สเปคดีในราคาไม่แพงนัก i-mobile IQ X2 ตอบโจทย์คุณได้ ด้วยหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz บอดี้บางเฉียบไม่ถึง 9 มิลลิเมตร พร้อมกล้อง 18 ล้านพิคเซล สามารถเพิ่ม MicroSD ภายนอกได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอสวย สเปตระดับกลาง พกพาง่าย และถูก ราคาไม่ถึง 9,000 บาทครับ รอดูโปรโมชั่นในงานแล้วจะตัดสินใจได้ไม่ยาก IQ X Bliz ไอโมบายนำเสนอความพรีเมี่ยมที่คุณสัมผัสได้บน i-mobile IQ X Bliz โดดเด่นด้วยบอดี้โลหะบางเพียง 7.1 มิลลิเมตร หน้าจอ Full HD ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว แสดงผลคมชัด เหมาะกับใช้ดูหนัง HD เล่นเกม ดูรูปภาพ แบบว่าแจ่มมาก ติดกล้อง 18 ล้านพิคเซล กล้องหน้า 8 ล้าน พร้อมเมมโมรี่ภายใน 32 GB ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz + RAM 2 GB สำหรับราคาเปิดตัวอยู่ที 11,500 บาท จะชอบหรือไม่ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง ! IQ X Octo เป็นไปได้ไม่น้อยที่ i-mobile จะนำสมาร์ทโฟนชิปประมวลผล 8 แกนจาก Mediatek รุ่นแรกมาโชว์ในงานครั้งแรกกับ IQ X Octo ด้วยคุณสมบัติหน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว, RAM 2 GB เปิดแอพพลิเคชั่นได้มากขึ้นแบบไม่มีสะดุด ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ติดกล้อง 18 ล้านพิคเซล รองรับ 2 ซิมการ์ด และเมมโมรี่ภายใน 32 GB เหลือเฟือหากคุณไม่ได้ใช้งานอะไรมากมาย Huawei Ascend Y320 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาประหยัดจาก Huawei ตัวนี้ก็น่าสนใจครับ หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core ดีไซน์เรียบง่าย ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล พร้อมรัน Android 4.2.2 ครอบด้วย Emotion UI รองรับ 3G เชื่อมต่อ WiFi GPS และราคาเปิดตัวเพียง 2,790 บาท ตัดสินใจไม่ยากแต่ก็มีตัวเลือกอื่นๆ ในระดับราคานี้อีกเพียบ ต้องลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อครับ Ascend Y511 อัพงบขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Ascend Y511 หน้าจอไซส์ใหญ่ 4.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core กล้องอัพเป็น 3 ล้านพิคเซล ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 และรองรับ 3G 900/2100 MHz แบตเตอรี่ 1,730 mAh เพียงพอใช้งานได้เต็มวัน พร้อมยูทีลิตี้จาก Huawei เช่น แอพพลิเคชั่น Backup ฯลฯ กับราคาค่าตัวเพียง 3,490 บาทเท่านั้นเอง Ascend G610 สัมผัสสมาร์ทโฟน Quad-Core จาก Huawei ราคาสบายกระเป๋ากับ Ascend G610 หน้าจอขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว ดีไซน์โค้งมน พกพาไม่ยากนัก ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และแบตเตอรี่อึดใช้งานได้ตลอดวัน กับราคา 5,990 บาท เป็นตัวเลือกที่ดีอีกรุ่นเลยทีเดียว Ascend G700 รุ่นระดับกลางจาก Huawei มาพร้อมกับดีไซน์คลาสสิค น่าสนใจตรงที่หน้าจอ HD 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด ชิปประมวลผล Quad-Core และใส่RAMมาให้ 2 GB เปิดแอพพลิเคชั่นได้ลื่นไหลมากขึ้น ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล สามารถถ่ายวิดีโอ Full HD ได้ และรัน Android 4.2.2 ครอบ Emotion UI มีลูกเล่นมากพอสมควร ด้านราคาสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงไม่ถึง 8,000 บาท Ascend Mate คงไม่มีใครปฏิเสธครับว่า Huawei Ascend Mate คือสมาร์ทโฟนสเปคแรง จอ HD ขนาดใหญ่ 6.1 นิ้วที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุดแบบไร้คู่แข่งกับราคา 7,990 บาท มาพร้อมกับชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz รองรับ 3G ทุกเครือข่าย บอดี้แข็งแกร่งทนทาน และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ 4,050 mAh คือพีคสุด แทบไม่ต้องง้อแบตเตอรี่สำรองเลยล่ะ ส่วนตัวแนะนำ Ascend Mate หากคุณมองหามือถือจอใหญ่ สเปคดี แบตอึด และไม่แคร์ว่าต้องเป็นรุ่นใหม่ครับ Ascend P6 ณ ปัจจุบัน Ascend P6 จาก Huawei ยังติดอันดับต้นๆ ของสมาร์ทโฟนบางเฉียบ ด้วยความบางเพียง 6.2 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาหวิว 120 กรัม สเปคหน้าจอ HD 4.7 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz RAM 2 GB เปิดแอพพลิเคชั่นลื่นไหลไม่สะดุด รองรับคอนเทนท์ Full HD ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล ถ่ายที่แสงน้อยค่อนข้างดีทีเดียว แบตเตอรี่ 2,000 mAh ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะอัดอยู่ภายใต้บอดี้บางๆ แบบนี้ได้ โดยราคาสามารถเป็นเจ้าของได้ที่ 11,900 บาท Alcatel Alcatel OneTouch Magic สมาร์ทโฟนระดับล่างจาก Alcatel สเปคมาตรฐานตามระดับราคา 2,990 บาท หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core 1.3 GHz รันบน Android 4.2.2 ครอบด้วยหน้า Home แบบเฉพาะของ Alcatel ซึ่งใช้งานง่าย ติดกล้อง 3.2 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ดีไซน์เรียบง่าย สำหรับโมเดลที่วางจำหน่ายรองรับเฉพาะ 3G คลื่น 850/2100 MHz เท่านั้นจ้า Alcatel Idol Mini บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร ดีไซน์คลาสสิคเรียบง่ายสำหรับ Alcatel Idol Mini มาพร้อมกับชิปรปะมวลผล Dual-Core 1.3 GHz หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ขนาดเล็กพกพาสะดวก น้ำหนักเบาเพียง 96 กรัม !! ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ 1,700 mAh น่าจะเพียงพอกับการใช้งานเต็มวันครับ ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 5 พันบาท Alcatel Idol X รุ่นท็อปตัวล่าสุด Alcatel Idol X มีจุดขายด้านความบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาหวิว แต่สเปคภายในจัดว่าค่อนข้างดีทีเดียว กับหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz RAM 2 GB, กล้อง 13 ล้านพิคเซล ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 และเมมโมรี่ภายใน 16 GB รองรับ 2 ซิมการ์ด แต่ราคาเปิดตัวอาจจะสูงนิดนึงที่ 12,990 บาท ต้องรอดูโปรโมชั่นเสริมภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ต้องมีลดราคาแน่นอน Alcatel OneTouch Hero ถูกนำเสนอเป็นโมเดลล่าสุดของปีนี้จาก Alcatel วางจำหน่ายครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ครับ รุ่นนี้มีจุดขายที่หน้าจอขนาดมหึมา 6.0 นิ้ว ความละเอียด Full HD ส่วนตัวชอบคุณภาพการแสดงผลอยู่ในระดับดีมาก พร้อมสามารถอินพุทด้วย Stylus สำหรับวาดภาพ หรือจดบันทึกบนแอพพลิเคชั่นเสริมพิเศษ อย่างไรก็ดี Alcatel One Touch Hero ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีจาก Wacom เรื่องความแม่นยำอาจจะไม่ดีเท่ากลุ่ม Galaxy Note ใช้ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz, รันบน Android 4.2.2 ติดกล้อง 13 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ 3,400 mAh เยอะสะใจไปเลย หากคุณซื้อในงานก็จะมีบลูทูธโฟน – เคสฝาพับไฟ LED แถมให้ด้วยนะจ๊ะ Cherry Mobile Sonic 2.0 สมาร์ทโฟน Android รุ่นเล็กล่าสุดจาก Cherry Mobile ราคาเพียง 3 พันนิดๆ ได้สเปคระดับ Dual-Core พร้อมหน้าจอ 4.0 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบเครื่อง และกล้อง 5 ล้านพิคเซล ส่วนแบตเตอรี่อาจจะน้อยไปหน่อยที่ 1,400 mAh ต้องลองไปสัมผัสตัวจริงในงานก่อนตัดสินใจจ้า Flare S รุ่นนี้หลายคนน่าจะชอบตรงการออกแบบโค้งเว้าด้านหลัง ทำให้การจับถือทำได้ง่ายขึ้น กับหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz ถือว่าเป็นรุ่นราคาประหยัดที่ให้สเปคแรงดีทีเดียว รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 ดูหนังฟังเพลงเล่นเกมได้สบายๆ พร้อมกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ราคาขอบอกว่าใช้ได้เลยครับ ประมาณ 4 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง Hero รุ่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะสเปคอัพเกรดจาก Sonic 2.0 พอสมควรทั้งหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด qHD, ชิปประมวลผล Quad-Core รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ ได้หลากหลาย บอดี้สีสันแสบตา และติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาประมาณ 4 พันบาทครับ Cosmos X อัพงบขึ้นมาอีกหน่อยจะได้สมาร์ทโฟนตัวแรงจาก Cherry Mobile อย่าง Cosmos X มาพร้อมกับหน้าจอ Super-AMOLED HD 4.7 นิ้ว แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน จัดเต็มกล้อง 18 ล้านพิคเซล พร้อมกล้องหน้า 8 ล้านพิคเซล รองรับการใช้งาน 3G และใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด ชิปประมวลผล Quad-Core รองรับคอนเทนท์ HD เต็มรูปแบบ สำหรับดีไซน์เรียบง่าย ควบคุมผ่านปุ่ม On-Screen มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงานแน่นอนครับ รอติดตามได้เลย dtac Lion 5.0 HD สมาร์ทโฟนราคาประหยัดจาก dtac โดดเด่นด้วยสเปคหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบเครื่อง รันบน Android 4.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Google Play Store เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ 2,500 mAh พอใช้งานได้ตลอดวัน เรื่องโปรโมชั่นคงไม่พ้นซื้อพ่วงแพคเกจ ลดราคาเยอะทีเดียวครับ Apple Apple iPad Air แท็บเล็ตจอใหญ่ 9.7 นิ้ว เล็กลง บางลง พึ่งวางจำหน่ายในบ้านเราเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง ใช้ซีพียูแบบใหม่ที่ประมวลผลภาพกราฟฟิคได้เร็วขึ้นด้วยชิพ Apple A7 หน้าจอคมชัดด้วยจอภาพแบบ Retina Display เหมือนกับรุ่นก่อน กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้าสำหรับถ่ายรูปแบบ Facetime มีให้เลือกทั้งแบบ Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular เช่นเคย มีให้เลือกทั้งสีขาว และสีเทาดำ iPad Mini with Retina Display แท็บเล็ตรุ่นฮิต iPad Mini หน้าจอ Retina Display พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 มีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ค่ายต่างๆ เรื่องคุณสมบัติภายในเร็วแรงเหมือน iPhone 5s ใช้ชิปประมวลผล Apple A7 รันบนระบบปฏิบัติการ iOS 7 ลงแอพพลิเคชั่นได้มหาศาลจาก App Store รวมถึงคอนเทนท์มัลติมีเดียจาก iTunes ทั้งนี้โมเดลที่วางจำหน่ายมีเฉพาะ Cellular ทุกความจุ ทุกสี เลือกได้ตามต้องการ iPhone 5s มีคำถามเกี่ยวกับไอโฟนในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ว่าจะมีจำหน่ายหรือไม่ ? คำตอบคือมีครับ ทุกไซส์ ทุกสี พร้อมโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ที่ร่วมรายการ ด้านสเปคภายในคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก หน้าจอ HD ขนาด 4.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Apple A7 เร็วแรงสมฐานะ รองรับการใช้งาน 4G LTE พร้อมกล้อง 8 ล้านพิคเซล แฟลชทูโทนไว้ถ่ายที่แสงน้อย ฯลฯ งวดนี้ใครจะสอยไอโฟนลองมาที่งานได้ครับ มีให้เลือกซื้อแน่นอน iPhone 5c สัมผัสไอโฟนรูปแบบใหม่ หลากหลายสีสันกับ iPhone 5c กับสเปคเทียบเท่า iPhone 5 เดิมทั้งชิปประมวลผล Apple A6, หน้าจอ HD 4.0 นิ้ว, กล้อง 8 ล้านพิคเซล (แต่ไม่มีแฟลชทูโทนแบบ 5s นะจ๊ะ) รันบนระบบ iOS7 และคาดว่าจะสามารถเวอร์ชั่นใหม่ได้เรื่อยๆ สำหรับเรื่องโปรโมชั่นต้องรอลุ้นในงานครับ รุ่นนี้ยังไงต้องจัดหนักแน่นอน ทั้งแพคเกจเสริม สิทธิพิเศษต่างๆ ติดตามได้เลย ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าจุใจแบบสุดๆ กับสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 จากหลากแบรนด์ชั้นนำ และยังมีอีกมากมายครับที่ไม่ได้หยิบมาแนะนำ เอาเป็นว่าแค่นี้ก็เลือกกันไม่ถูกแล้ว :p นอกจากนี้ยังมีโซน Wearable Gadget ให้คุณได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดบนอุปกรณ์สวมใส่ พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกอื่นๆ สำหรับมหกรรม Thailand Mobile Expo 2014 จัดตั้งแต่วันที่ 13-16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ข่าวว่าตรงกับวันวาเลนไทน์ด้วย จะควงคู่มาซื้อมือถือใหม่ติดมือกลับบ้านก็แจ๋วดีนะเออ : ) ขอบคุณบทความดีๆ จาก thailandmobileexpo

ฟอร์จูน จัดอันดับ บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก ประจำปี 2012
นิตยสารฟอร์จูน /  บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก

(ขอบคุณภาพจาก techcitement.com) ฟอร์จูน จัดอันดับ บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก ประจำปี 2012 เฮย์กรุ๊ป  บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกด้านการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร ร่วมกับนิตยสาร "ฟอร์จูน" จัดอันดับ "บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก" ประจำปี 2012 ได้แก่ อันดับ 1 Apple (ครองแชมป์ตั้งแต่ปีที่แล้ว) อันดับ 2 Google (รองแชมป์ปีที่แล้ว) อันดับ 3 Amazon.com (ขึ้นมาจากอันดับ 7) อันดับ 4 Coca-Cola (ขึ้นมาจากอันดับ 6) อันดับ 5 IBM (ขึ้นมาจากอันดับ 12) อันดับ 6 Fedex อันดับ 7 Berkshire Hathaway อันดับ 8 Starbucks อันดับ 9 Procter & Gamble อันดับ 10 Southwest Airlines อันดับ 11 McDonald′s อันดับ 12 Johnson & Johnson อันดับ 13 Walt Disney อันดับ 14 BMW อันดับ 15 General Electric อันดับ 16 American Express อันดับ 17 Microsoft อันดับ 18 3M อันดับ 19 Caterpillar อันดับ 20 Costco Wholesale ส่วนบริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 Toyota Motor อันดับ 2 Canon อันดับ 3 Samsung Electronics อันดับ 4 Sony อันดับ 5 Panasonic อันดับ 6 Huawei Technologies อันดับ 7 China Mobile Communications อันดับ 8 LG Electronics อันดับ 9 Cathay Pacific Airways อันดับ 10 BHP Billiton Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

Samsung Galaxy Note III จะเปิดตัว 2013 ด้วยขนาด 6.3 นิ้ว ?
Galaxy Note /  Galaxy Note II / 

  น้องโน๊ต 2 เพิ่งจะ launch ไปไม่นานนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจากแดนโสม Korea Times ก็ดันไปได้ข้อมูลสดใหม่ออกมาว่า Galaxy Note III ที่มีแปลนจะเปิดตัวปี 2013 นั้น จะมาด้วยขนาดหน้าจอสุดจะเวอร์ที่ 6.3 นิ้ว และเรียกมันว่าเป็น Phablet ลูกครึ่งแท็บเล็ตสมาร์ทโฟน   นอกจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแล้ว ดูเหมือนแซมซังจะยังไม่สะใจกับส่วนแบ่งตลาด เลยจะพาแคตตาล๊อคใหม่เข้าสู่วงการ ผ่านความสำเร็จอย่างงดงามของกาแล็กซี่โน๊ตใน 2 รุ่น  ที่ผ่านมา ซึ่งจะต่อยอดด้วย Galaxy Note III หรือ Phablet ที่ขนาด 6.3 นิ้ว ที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยจากแท็บเล็ตขนาดเล็ก 7 นิ้ว กับ กาแล็กซี่โน๊ต 2 ที่ 5.5 นิ้ว   ขณะที่หลายฝ่ายกัลวลว่าแม้ Galaxy Note 3 หรือจะเรียกว่าฟาเบทอะไรนั้น จะยังคงจัดอยู่ในหมวดของสมาร์ทโฟน แต่มันจะดูใหญ่ไปไหม? สำหรับการพกพา และใช้ด้วยมือข้างเดียว รวมถึงอาจกระทบต่อความละเอียดหน้าจอ , แบตเตอรี่ แต่ที่แน่นอนทางผู้ผลิตอย่าง Huawei ก็ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้แล้ว ถึงความเป็นไปได้สำหรับสมาร์ทโฟน 6.1 นิ้ว ของพวกเค้า!!     Samsung Galaxy Note3   หน้าจอ OLED ขนาด 6.3 นิ้ว แรม 3 GB ซีพียู 8 คอร์ Samsung Exynos next-gen     Source : BGR

Dtac ส่งโปรสุดฮ็อต ลดราคาพิเศษหลายรุ่น ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมของแถมเพียบ
dtac /  Nokia Lumia / 

ดีแทคจัดทัพสมาร์ทโฟน งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 นำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทุกระบบปฏิบัติการ และพิเศษสุด Huawei U2800 และ Aircard Speedy 7.2 DS2 ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษมากมาย ดีแทคนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดร่วมงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศต้อนรับต้นปี “ งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 ” ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษมอบส่วนลดสมาร์ทโฟนราคาพิเศษสุด (เฉพาะรุ่น) พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษมากมาย รวมทั้งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากดีแทค พิเศษ! Samsung Galaxy Grand II ราคา 11,900 บาท พร้อมผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน และ 0 % นาน 20 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และพิเศษสุด Huawei U2800 และ Aircard Speedy 7.2 DS2 ซื้อ 1 แถม 1 เฉพาะงานนี้เท่านั้น สมาร์ทโฟนราคาพิเศษๆ เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ • Sony Xperia E ราคาปกติ 4,990 บาท ราคาพิเศษ 2,890 บาท รับฟรี Sony Xperia Bag มูลค่า 1,290 บาท และ ร่ม Sony มูลค่า 890 บาท • Sony Xperia Z1 ราคาปกติ 20,990 บาท ราคาพิเศษ 18,900 บาท รับฟรี Sony bag มูลค่า 1,290 บาท และ Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • i-Mobile IQ 5.1 Pro ราคาปกติ 5,700 บาท ราคาพิเศษ 4,800 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Black Berry Q10 ราคาปกติ 22,990 บาท ราคาพิเศษ 11,900 บาท รับฟรี Car Bluetooth Stereo Clip มูลค่า 1,990 บาทและ Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Nokia Lumia 925 จากปกติ 13,500 บาท ราคาพิเศษ 10,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Nokia Lumia 1020 จากปกติ 19,900 บาท ราคาพิเศษ 18,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท และ ลำโพง Jabra Soulmate มูลค่า 5,990 บาท • Nokia Lumia 625 จากปกติ 6,990 บาท ราคาพิเศษ 5,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • HTC One จากปกติ 17,900 บาท ราคาพิเศษ 15,900 บาท • HTC One Mini จากปกติ 12,500 บาท ราคาพิเศษ 10,500 บาท • Samsung Galaxy Note 10.1 Editon 2014 จากปกติ 20,900 บาท ราคาพิเศษ 19,500 บาท รับฟรี Remax Powerbank 5000 Mah มูลค่า 1,390 บาท • Samsung Galaxy Grand จากปกติ 9,900 บาท ราคาพิเศษ 8,900 บาท รับฟรี Car Bluetooth Stero Clip มูลค่า 1,990 บาท • Samsung Galaxy Note II จากปกติ 15,900 บาท ราคาพิเศษ 13,900 บาท รับฟรี Remax Powerbank 5000 mAh มูลค่า 1,390 บาท และ Case Note II มูลค่า 690 บาท • Dtac TriNet Phone Lion ราคาพิเศษ 5,590 บาท รับฟรี Case มูลค่า 349 บาท • Dtac TriNet Phone Cheetah ราคาพิเศษ 4,290 บาท รับฟรี Case มูลค่า 349 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าดีแทค รับข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ • ฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 1,5OO บาท และติดฟิล์มกันรอยจาก Focus • รับ Cash back จากบัตรเครดิดที่ร่วมรายการ • เมื่อสมัครแพ็กเกจจากดีแทคมูลค่า 350-500 บาท ขึ้นไป รับฟรี Asscessories bag มูลค่า 189 บาท และเมื่อสมัครแพ็กเกจดีแทคมูลค่า 500 บาทขึ้นไปรับฟรี T-Shirt TriNet มูลค่า 349 บาท นอกจากนี้เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนจากดีแทคทุกรุ่นรับแพ็กเกจสุดพิเศษ Smartphone SmartSet 555 จ่ายเพียง 555 บาทต่อเดือน รับโทรฟรีถึง 700 นาที พร้อมใช้อินเทอร์เน็ตและ WiFi ไม่จำกัดนานถึง 2 ปี สิทธิพิเศษนี้มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น พบกับสมาร์ทโฟนอีกมากมายจากดีแทคพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูทดีแทคในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หัวเว่ยเผยโฉมสมาร์ทโฟนใหม่ Ascend P6 ตัวเครื่องบางที่สุดในโลก ราคา 13,990 !
huawei /  Huawei Ascend P6

Huawei ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Ascend P6 ที่บางที่สุดในโลก เพียง 6.18 มิลลิเมตร ในประเทศไทย เปี่ยมสมรรถนะด้วยหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz จอทัชสกรีนแบบ in-cell ความละเอียดสูงขนาด 4.7 นิ้ว กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และฟังก์ชันซอฟท์แวร์ที่โดดเด่นมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้สมาร์ทโฟน Ascend P6 เป็นที่สุดของดีไซน์และการใช้งานอย่างแท้จริง “ผมเชื่อว่า Ascend P6 จะเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามและสะดุดตา กล้องถ่ายรูปที่ให้ภาพคมชัด และระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ของหัวเว่ยเอง” มร. หยาง ชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย กล่าว “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดในไลน์ Ascend P ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ และเราก็พร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับเทคโนโลยีและงานออกแบบที่ล้ำยุคยิ่งกว่าคู่แข่ง” สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 6.18 มิลลิเมตร และหนักเพียง 118 กรัมเท่านั้น จึงสามารถพกไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือ และยังสวยโฉบเฉี่ยว ดึงดูดสายตาอยู่เสมอ ด้วยวัสดุเมทัลลิก และขอบล่างที่โค้งมน สวยสง่าอย่างเหมาะมือ จอทัชสกรีนความละเอียดสูง ขนาด 4.7 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี in-cell และ MagicTouch เพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อทุกสัมผัส แม้ว่าคุณจะใส่ถุงมืออยู่ก็ตาม ส่วนหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz และแบตเตอรี่ขนาด 2000mAh ก็สามารถรับมือกับทุกแอพได้อย่างหายห่วง ไร้กังวลทั้งประสิทธิภาพและความทนทาน บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2.2 นอกจากนี้ Ascend P6 ยังเป็นสมาร์ทโฟนคู่ใจนักถ่ายภาพ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดถึง 5 ล้านพิกเซล ที่ใช้ถ่ายภาพตัวเองได้คมกริบ ก่อนใช้ฟังก์ชันแต่งภาพอัตโนมัติให้สวยใสพร้อมแชร์เพื่อน ในขณะที่กล้องหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI F2.0 ก็สามารถจับภาพคมชัดได้ที่ระยะโฟกัสเพียง 4 เซนติเมตรเท่านั้น พร้อมยังถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p Full HD อีกด้วย เทคโนโลยี IMAGESmart ลิขสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ย จะช่วยปรับแสง สี โฟกัส อย่างละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกช็อตออกมาไม่มีที่ติ ราวกับฝีมือช่างภาพอาชีพ สมาร์ทโฟน Ascend P6 ไม่เพียงครบครันด้วยฟังก์ชัน แต่ยังใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นจากการสำรวจความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 5 ล้านรายทั่วโลก จนออกมาเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวมากมาย อย่างหน้าจอหลัก Uni-Home และ Me Widget ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ฟังก์ชัน SmartReading ที่ให้คุณค้นหาข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา หรือโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามาและจดจำใบหน้าอัตโนมัติ ส่วนเทคโนโลยี Automated Discontinuous Reception (ADRX) และ Quick Power Control (QPC) นวัตกรรมล่าสุดจากหัวเว่ย สามารถช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนขนาดเท่ากัน ส่วนฟังก์ชัน AirSharing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกความต้องการในการใช้งานของคุณ ทั้งในทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีให้เลือกทั้งสีดำ ขาว และชมพู พร้อมด้วยเคสสีเข้ากับตัวเครื่อง วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน เจ มาร์ท ทั่วประเทศ ในราคา 13,990 บาท และจะวางจำหน่ายผ่านทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างเอไอเอส ในเร็วๆ นี้  

นักวิจัยอังกฤษ เดินหน้าศึกษา 5G แล้ว
4G /  5G / 

MThai News: เว็บไซต์ ubergizmo.com เผยรายงานการเริ่มศึกษา เทคโนโลยี 5G ของนักวิจัยจาก University of Surrey ซึ่งร่วมมือกับค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่หลายๆค่าย เช่น Huawei, Samsung, Telefonica Europe และ Fujitsu Laboratories Europe ที่เรียกขานกันว่า "ศูนย์วิจัย 5G (the 5G Centre)" ขณะที่ 4G เพิ่งจะขยายตัวสู่สังคมวงกว้างไปเมื่อไม่นานนี้ ทั้งนี้ศาสตราจารย์ Rahim Tafazolli ได้แสดงความเห็นถึงการพัฒนา 5G ว่า การเติบโตของแอพพลิเคชั่นใหม่ที่ใช้ทำงานบนเครือข่ายพัฒนาไปรวดเร็วมาก การมีอปกรณ์มือถือมากขึ้น ความต้องการเข้าอินเตอร์เน็ตก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งอัตรา data traffic ที่เติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนของทิศทางการศึกษา 5G ที่แน่นอนดังนั้นต้องติดตามต่อไปว่าเมื่อไหร่เทคโนโลยี 5G จะเห็นผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรม Mthai News

4G ช้าไป Huawei จัดให้ 5G อีก 4 ปี เจอกัน !!
3G /  4g / 

" 5G หนัง HD วิเดียวก็โหลดเสร็จ เจอกันปี 2018 ( ไม่ใช่ที่แห่งนี้!! )"     ในระหว่างที่บ้านนี้เมืองนี้กำลังแตกตื่นกับ 3G อุปทานหมู่ ที่บางครั้งก็หลุดเข้าสู่โหมดตัว E อย่างมิได้นัดหมาย แม้จะอยู่ในพื้นที่ใจกลางพระนคร ที่ก็ไม่น่าจะอับสัญญาณอะไรมากมายอยู่นั้น   ประเทศมหาอำนาจจีนแผ่นดินใหญ่ และค่ายสมาร์ทโฟน Huawei ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาเบาะๆ เบาๆ ว่า " 4G นี่เริ่มจะกากไปแล้วนะพี่น้อง สำหรับสมาร์ทโฟนในอนาคตอีก 4 ปี ต้อง  5G เท่านั้น!! "     ตัวเลข 5G ของหัวเหว่ยถูกทุ่มงบ เพื่อการพัฒนาไปกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กินระยะเวลาในการสร้างเพื่อแล้วเสร็จในอีก 4 ปีข้างหน้า คือปี  2018 อัตราความเร็วอยู่ 10Gbps ซึ่งเร็วกว่า 4G 10 เท่า และเร็วกว่า 3G ถึง 5,000 เท่า ทำให้ดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD ได้เสร็จภายในเวลาเพียง 1 วินาที เท่านั้น   ถือว่าเป็นแรงพลักดันเทคโนโลยีอินเตอร์เนตความเร็วสูงได้ดีทีเดียว เพราะหลังจาก Huawei แถลงข่าว 5G ไปนั้น ด้าน Samsung, Ericsson, ZTE, China Mobile รวมทั้ง รัฐบาลจีนและยุโรป ต่างก็แสดงเจตนารมณ์ร่วมพัฒนา 5G ต่อด้วย เช่นเดียวกัน !!     Source : asia.cnet.

อามิตตาพุทธ หลุด OPPO 6.65 mm บางสุดในโลกหล้า!!
Find 3 /  OPPO / 

OPPO 6.65 mm - OPPO เพิ่งปล่อย Find 3 ลงตลาดได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนการชิมลางตลาดแอนดรอยด์จะถูกปาก  เพราะท่ามกลางข่าวหลุดลอย ของตัว Samsung Galaxy S III และเจ้าอื่นๆ ที่เน้นไปอัดกันทีซีพียู 4 คอร์ แหล่งข่าวจากจีน 花朵3GS ก็ปล่อยภาพ android ตัวใหม่ของ OPPO ที่มาพร้อมกับความบางเพียง 6.65 มิลลิเมตรเท่านั้น ชนะเจ้า Huawei Ascend P1 S ที่หนามากกว่า0.03 มิลลิเมตร ไปได้อย่างฉิวๆ ขณะที่หลายคนสงสัยว่ามันใช่ OPPO จริงหรือเปล่า เมื่อซูมเข้าไปส่อง UI ใกล้ๆ หน้าตาของมันไม่ผิดจาก OPPO Find ตัวพี่ นอกจากนี้ ดูเหมือนมันยังมาพร้อมกับ  หน้าจอ gorilla glass  อีกด้วย งานนี้ไม่รู้ว่าเรือธงค่ายอื่นๆ จะหนาวๆ ร้อนๆ กับน้องบางเฉียบที่สุดในโลกหล้า ตัวนี้บ้างหรือเปล่านะ ? Source By Engadget China ,  droidsans , mxphone

เก็บตกงาน Communic Asia 2011
communic asia /  huawei / 

ผ่านไปแล้วนะครับ กับงานใหญ่ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นงานระดับโลกอีกงานหนึ่ง กับ Communic Asia 2011 และ Broadcast Asia 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองงาน จัดมากพร้อมกันครับ ทำให้ ทีมงาน Mthai หลายชีวิตได้ไปส่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ในงานกันครับ โดยสำหรับ Communic Asia นั้นเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน IT เป็นหลัก ดังนั้นบรรยากาศในงานจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีทั้งในด้านของ อุปกรณ์และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตั้งแต่สายแลน, 3G, มือถือ ไปจนถึงระบบเครื่อง Server เลยทีเดียว โดยงานนี้ จะพาไปชมกลุ่มที่เป็นไฮไลท์เน้นๆ กันนะครับ สำหรับในงานวันแรก ด้วยความที่กลัวไม่ทัน ทีมงานทั้งหมดตื่นกันตั้งแต่ไก่โห่ ( หกโมงเช้าสิงคโปร์เท่ากับตีห้าบ้านเรา) ไปยังสถานที่จัดงานคือ Marina Bay Sand. โดยไปกับรถโดยสารระหว่างงาน Commuic Asia กับ Broadcast Asia 2011 ซึ่งปรากฏว่า "โล่ง!!!" เพราะไปกันก่อนงานเปิด หลังจากที่ได้บัตรเข้างานเรียบร้อยแล้วก็ไปเดิน เดิน แล้วก็เดิน เนื่องจากภายในงานนั้น มีถึง 3 ชั้นด้วยกัน . NFC : Near Field Communications. . สำหรับ Technology ที่พบได้บ่อยมาก ดูมาแรง และน่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็น NFC : Near Field Communication โดยเจ้าตัวนี้ จะพบเห็นได้เยอะทีเดียวในงาน ซึ่งมีหลายค่ายนำเทคโนโลยีของตนเองมาแสดง โดยระบบนี้ เป็นระบบที่สามารถทำให้เราจ่ายเงินในการซื้อสินค้า-บริการได้อย่างสะดวกสบายกว่าการรูดปรื๊ดๆ ด้วยซ้ำ เพียงแค่นำมือถือ ไปแตะใกล้กับจุดสัมผัสของ NFC (ให้นึกถึงการเอาบัตร BTS ไปแตะตรงทางเข้ารถไฟฟ้าเลยครับ) จากนั้นก็กด Ok เท่านั้น ระบบก็จ่ายเงินกันเรียบร้อย ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่งสินค้าที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร ได้เลย เพียงแต่ปัญหาหลักของระบบคือ เจ้าระบบนี้ยังมีต้นทุนสูงอยู่ในแง่ของอุปกรณ์ที่ใช้งาน รวมทั้งมือถืออีกหลายรุ่นที่ยังไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะค่ายใหญ่อย่าง iphone, BB, Nokia ซึ่งในบูทที่เค้านำมาสาธิตให้ดูคือ เป็นปลอกกันกระแทกที่มี NFC พ่วงเข้ามา เพียงแต่ ณ ตอนนี้ ต้นทุนของเจ้าปลอก NFC ของ iphone ที่นำมาแสดงยังมีราคาถึง $80 เลยทีเดียว (เจ้าหน้าที่ประจำบูทยังบอกแบบติดตลกว่า "แล้วจะมี user กี่คนที่ซื้อ" ) คลิปเกี่ยวกับ NFC ในงาน Communic Asia 2011 . จอภาพ หลายแบบ หลากรุ่น หลายขนาด 3D เพียบ!!! . ภายในงานจะมีจอภาพแบบต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกันอย่าง ทีวี - จอภาพ - Projector ที่แสดงผลแบบ 3มิติ ที่จะเห็นได้บ่อย เท่าที่จะบ่อยได้ มีทั้งบริษัทที่มาจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน โดยแทบทั้งหมดจะแสดงกันเต็มพื้นที่ ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่มากๆ นอกจากนี้ยังมี เจอภาพแบบอื่นๆ อีกเช่น จอภาพแบบใส ที่สามารถมองทะลุผ่านไปเห็นวัตถุที่อยู่ด้านหลังได้ จอภาพแบบใสที่มองทะลุภาพด้านหน้าไปได้ . เป้าหมาย No. 1 ของงาน Nokia N9 เจ้าพระเอกหมายเลขหนึ่งของทีมงานที่ไปเห็นจะหนีไม่พ้นเจ้า Nokia N9 ที่นำมาแสดงในงานให้ได้ลองลูบไล้ Swipe กันเน้นๆ ครับ ซึ่งเจ้า N9 ตัวนี้มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Meego ที่เรียกได้ว่า  Nokia ภูมิใจเสนอมาก สัมผัสได้จากเจ้าหน้าที่ประจำบูทที่คุยกับทีมงาน ซึ่งบินมาจากฟินแลนด์ ถามอะไรตอบได้ แม้กระทั่งถามกันไปว่า แล้วไอ้ Window Phone 7 ล่ะทำไง พี่ท่านก็ตอบมา สรุปใจความได้ว่า ในแนวทางนั้นแล้วแต่ทางทีมบริหาร แต่ที่แน่ๆ Meego, N9 เทพ!!! สรุปคร่าวๆ กับเจ้า Nokia N9 นะครับ สิ่งแรกที่สัมผัส เห็น คือ "มันสวยดีนะ" หน้า Home มีข้อมูลทุกอย่างให้ใช้งาน เสมือนยก Wall ของ Facebook มาใส่ไว้ก็ไม่ปาน ซึ่งเราสามารถจะเห็นข้อมูลกิจกรรม หรือ ข้อความเตือนต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนในหน้า Home  ส่วนรูปร่างหน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลย ต่อมาคือ "ลื่นปรื๊ดดด" เราสามารถตั้งหน้าจอได้หลายๆ หน้าเมื่อดั่ง iphone หรือ android รุ่นต่างๆ เพียงแต่มันสามารถ สลับไปมาระหว่างโปรแกรมได้เนียนกว่า! เช่น เมื่อคุณเปิดคลิป-หนัง ดูอยู่ เพียงแค่เลื่อน เปลี่ยนหน้าจอ หนังที่ดูไว้จะถูกหยุดให้อัติโนมัติ และสามารถเลื่อนกลับมาดูต่อได้ โดยไม่มีกระตุก สะดุดให้เห็น ส่วน Spec อื่นๆ ก็ถือว่า ไม่โดดเด่นมากนักไม่ว่าจะเป็น CPU ความไว 1 Ghz., กล้องความละเอียด 8ล้านพิกเซล กับ เลนซ์ Calr Zeiss, ช่องเสียบ USB ที่สามารถใช้งานเก็บภาพเก็บไฟล์ได้เลย ไม่ต้องผ่าน i-Tunes (ตรึ่งโป๊ะ!! เค้าโฆษณาประมาณๆนี้ ) และแน่นอน มี NFC ให้ด้วย ที่แน่ๆ มันเล่น Angry Birds ได้ลื่นมาก!!! ( เอ๊ะ!! Angry birds มันเป็นตัวทดสอบมือถือกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!? ) คลิปโชว์ Nokia N9 . พระรองอย่าง Huawei MediaPad. . ในงานนอกจากจะมีเจ้า N9 ตัวเป็นๆ มาให้สัมผัสกันแล้ว ยังมีการเปิดตัวของ Tablet จากค่ายหัวเหว่ย ในรุ่น MediaPad ซึ่งบอกว่า เป็น Android Honeycomb รุ่นล่าสุด 3.2 (ในตลาดส่วนใหญ่ยังเป็น 3.0 นะครับ) ซึ่งเป็น Tablet ขนาด 7 นิ้ว CPU ความไว 1.2 Ghz. หลังจากที่ได้ลองสัมผัส จับตัวเป็นๆ ลูบไล้ไปมา พบว่า "Android ก็ยังเป็น Android" เพราะไม่รู้สึกถึงความต่างกับ Tablet ที่เป็น Android จากค่ายอื่นๆเท่าไหร่ ทั้งในแง่ความไว ความนิ่งของการใช้งาน สำหรับ ผู้ใช้งาน Tablet ที่ใช้ OS อย่าง Android ต้องยอมรับกันว่า Rom ที่มาจากศูนย์นั้น มีปัญหาแทบทุกตัว ทุกค่าย เสมอๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับเจ้าตัวนี้ก็เช่นกัน ยังคงพบเห็นอาการ Force Close แว๊บๆ (ในเครื่องข้างๆ) เห็นอาการสะดุดเล็กน้อย ซึ่งหากคาดหวัง ก็คงต้องหวังว่าเมื่อวานตลาดปัญหาของ rom จะนิ่งกว่านี้ หรืออาจหวังไปถึงรอมโมฯ จากที่ต่างๆเช่น CyanogenMod หรือจาก ใน XDAforum เพื่อรีดประสิทธิภาพมากกว่านี้ สรุปง่ายๆ ว่า โดยรวมวัสดุดีตามมาตรฐานของหัวเหว่ย ส่วนรอมยังต้องรอดูว่าจะนิ่งแค่ไหน ( ทำให้เห็นว่า การที่ Samsung ส่งเครื่องต่างๆให้กับทีมพัฒนารอมหลายๆค่ายเป็นเรื่องที่ทำให้เครื่องรุ่นนั้นเกิดความน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม) ส่วนที่ยังกดดันให้หัวเหว่ยยังต้องคิดเพิ่มเติมคือ การที่ Ipad3, iphone5 จะเปิดตัวในปลายปีนี้อีกต่างหาก ดังนั้น หากยังช้า ก็คงยากกก ทั้ง Huawei ทั้ง Nokia . Singapore e-Goverment. . ในบูทใหญ่อีกบูทที่น่าจะเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานไทยได้อย่างดีนั่นคือ Singapore e-Government ซึ่งในปีนี้ ทางรัฐบาลสิงคโปร์ ได้มาแสดงแผนงานของการพัฒนาไปเป็น e-Gov ให้มากขึ้นไปอีก โดยแผนที่นำมาแสดงเป็นเป้าหมายของการพัฒนาในช่วงปี 2011-2015 ซึ่งสรุปได้ว่า ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ จะสามารถเข้าถึงได้ผ่าน Internet ทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งผ่าน มือถือด้วย ซึ่งเป้าหมายดูแล้วชัดเจน และสามารถทำได้จริงๆ หลายส่วนทำไปแล้วและเปิดตัวในงานนี้ เช่น mGov@SG  เป็นเว็บที่เป็น one-stop service ของหน่วยงานรัฐ โดยในงานนี้เรียกได้ว่า เห็นแล้วได้แต่คาดหวังว่า ในบ้านเราจะมีการพัฒนาเข้าสู่ eGov มากกว่าที่เป็นอยู่ (ดูแล้วเรายังตามอยู่อีกหลายต่อหลายขุม) เพราะงานนี้ เจอะเจอคนไทยไม่น้อย ทั้งในงาน หน้างาน บนเครื่อง ซึ่งเห็นหลายๆคน ไปร่วมงานนี้กัน ทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน . Mobile Apps. . ในงานเรียกได้ว่า ตลาดของมือถือโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็น Smart Phone มียกขบวนมาไม่น้อย ซึ่งก็มีค่ายใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่แน่นอนกว่าคือ เหล่าบรรดาที่เป็นบริษัทผู้ผลิต Apps ต่างๆ สำหรับมือถือในกลุ่มนี้มีเห็นได้เยอะ เรียกว่า เติบโตไปตามกระแสของมือถือในกลุ่มนี้เลยทีเดียว ซึ่งในงาน มี Apps ที่แสดงโชว์เทคโนโลยีต่างๆ เรียกว่าจัดเต็มกันมา เช่น เกมส์ตกปลาที่ใช้ระบบของ AR : Augmented Reality , โปรแกรมนำทางต่าง ที่จะเห็นได้เยอะ ซึ่งในส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงนั้น เนื้อหา (Content) ต่างๆ ก้าวข้ามจากแบบเดิมคือ ผ่านทาง SMS ไปสู่ บน Applications แทน ดังนั้นเนื้อหาที่ได้จึงเป็นมากกว่าข้อความ และผู้ใช้งานสามารถเลือกโหลด Apps ที่ต้องการผ่านทาง Apps Store, Market ต่างๆได้ด้วยตัวเอง ............................... ที่เหลือในงาน ก็จะเป็นบูทจากบริษัทต่างๆ เรียกว่าเทคโนโลยีหลายตัวก็คล้ายกัน อย่างเช่น NFC ก็มีจากหลายบูท หลายค่าย, ระบบจอภาพ ทีวี เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ต่างๆ ที่เป็น 3D ก็คล้ายๆกัน อาจจะต่างกันด้วยความ "เนียน" ของภาพที่ดูแล้วหลอกตามาน้อยแค่ไหน สุดท้าย หากหวังว่า ในงานจะมี "Pretty" น่ารักๆ แล้วล่ะก็ เรียกได้ว่า แทบไม่มีเลยทีเดียวครับ น้อยมากๆ เรียกว่า ไม่เน้นกันเลยก็ว่าได้ ................................ คลิปจากงาน Communic Asia 2011 . คลิปเก็บตกจากงาน Broadcast Asia 2011 .

Huawei Honor 6 เปิดตัว CPU แรงกว่า Snap 805 รองรับ LTE Cat.6!
huawei /  Huawei Honor 6 / 

Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบ และสเปคที่แรงโดนใจ นั่นก็คือ Huawei Honor 6 ซึ่งทางบริษัทหมายมั่นปั้นมือว่าจะออกมาชนกับ Samsung Galaxy S5 และ iPhone 5s เลยทีเดียว โดยมีสเปคดังนี้ สเปค Huawei Honor 6 - หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p ใช้หน้าจอของ JDI ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ แต่ขอบจอบางมาก เพียง 3 มิลลิเมตรเท่านั้น - ใช้ CPU ที่ผลิตเองชื่อ Kirin 920 แบบ Octa-Core (8 แกน) แบบเดียวกับ Exynos ของ Samsung ( Quad-Core Cortex-A15 cores + Quad-Core Cortex-A7) ทำงานร่วมกับ GPU Mali-T624 โดยจุดที่แตกต่างจาก Exynos คือชิปตัวนี้รองรับการเชื่อมต่อ LTE Cat.6 ที่มีความเร็ว downlink 300Mbps - รัน Android 4.4.2 KitKat ทำงานร่วมกับ Emotion UI 2.3 - ทำคะแนน AnTuTu Benchmark แรงกว่า Snapdragon 805 - RAM 3GB - หน่วยความจำภายใน 16 / 32GB รองรับ microSD Card - กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX214, f/2.0 พร้อมไฟแฟลชสองตัว - กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และใช้เทคโนโลยีพิกเซลขนาด 1.4µm นอกจากนี้จุดเด่นของ Huawei Honor 6 ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่าต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยประหยัดพลังงานมากกว่า Samsung Galaxy S5 และรวมไปถึง iPhone 5S ที่สามารถใช้งานได้นานกว่าถึง 2 เท่า และยังมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย ส่วนราคา Huawei Honor 6 เปิดมาที่ $359.90 หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 11,500 บาท ยังคงเป็นราคาที่ดึงดูดเช่นเคยครับสำหรับค่ายนี้ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศเร็วๆ นี้ครับผม source: gsmarena