Huawei Ascend P6

Review: รีวิว Huawei Mate S แอนดรอยด์เครื่องแรกที่มี 3D touch
3D Touch /  huawei / 

ก่อนหน้าที่ Apple จะเปิดตัวเทคโนโลยี 3D Touch ที่มาพร้อมกับ iPhone 6s หนึ่งสัปดาห์ Huawei ก็ทำเรื่องที่น่าสนใจขึ้น ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นแรก ที่มาพร้อมกับหน้าจอแยกแรงกดหน้าจอได้ออกมา สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นมีชื่อว่า Huawei Mate S รุ่นท็อปของบริษัทรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดเจ๋งของไอโฟน 6s แต่เปิดตัวก่อนไอโฟนซะอีก รวมไปถึงยังมีสเปคแรงกว่ามือถือเรือธงหลายรุ่นในตลาดอีกด้วย แต่พอเอาเข้าจริงก็ดูเหมือนจะเป็นแค่การตลาดเท่านั้น เพราะใน Mate S เอาเข้าจริง แม้จะเปิดตัวก่อน แต่เวลาการวางขายจริงกลับวางขายพอๆ กันกับ iPhone 6s รวมไปถึงในรุ่นกลางลงมา ความจุ 32GB และ 64GB เวอร์ชั่นที่ขายทั่วโลกก็ไม่มีเทคโนโลยี  3D touch ของ Huawei มาให้ใช้ด้วย (ขอใส่คำว่า 3D touch เป็น t ตัวเล็ก เพื่อให้แตกต่างจากแอปเปิ้ลก็แล้วกัน) ส่วนรุ่นแพง รุ่น 128GB ที่มี 3D touch ก็ดันวางขายเฉพาะในประเทศจีน โดยที่ยังไม่ขายในประเทศอื่นในตอนนี้ ซึ่งหัวเว่ยบอกว่ารุ่นนี้จะวางขายในประเทศ Switzerland, Spain, Germany, Italy, UK และในตะวันออกกลาง ในช่วงปลายเดือนธันวาคมจนดึงต้นเดือนมกราคม ผมมีโอกาสได้ทดลองใช้ Huawei Mate S ทั้งสองรุ่นครับ ทั้งตัว 32GB ที่ไม่มี 3D touch และรุ่น 128GB รุ่นพี่ที่มีระบบแยกแรงกดบนหน้าจอ ซึ่งนอกจากเรื่องหน้าจอ และความจุ ทั้งสองเครื่องมีสเปคอื่นๆ เหมือนกันหมด ดังนั้นผมจะรีวิวทั้งสองเครื่องเป็นเครื่องเดียวกัน ส่วนอะไรที่แตกต่างจะพูดถึงทีหลังก็แล้วกัน (ข้อควรรู้: ZTE Axon mini เป็นสมาร์ทโฟนที่มี 3D touch เช่นกัน แต่ถูกเผยข้อมูลก่อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และตอนนี้วางขายแล้ว) ฟีเจอร์ (เกือบ) จัดเต็ม ในขณะที่มือถือจากหัวเว่ยถูกมองว่าเป็นมือถือที่มาพร้อมสเปคที่ดีมากเมื่อเทียบกับราคา (คล้ายกับมือถือจากจีนยี่ห้ออื่นๆ) แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าหัวเว่ยจะยังขาดอะไรอีกหลายอย่าง อย่างเช่น ความแตกต่าง การออกแบบ หรืออาจจะเป็นฟีเจอร์พิเศษเฉพาะตัวเหมือนกับ Samsung ที่มีมือถือหน้าจอโค้ง หรือ LG ที่มีระบบกล้องโฟกัสไว Laser-Focus ในส่วนของฟีเจอร์ ดูเหมือนว่า Huawei Mate S จะมีอะไรที่ต้องเพิ่มเติมไม่มากนัก ผู้ใช้อาจจะต้องทำความคุ้นเคยกับอินเตอร์เฟส EMUI ซักหน่อย และยังใช้ Android 5.1.1 อยู่ Image: Stan Schroeder/Mashable Huawei Mate S มาพร้อมกับสเปคที่ตามผู้นำเจ้าอื่นๆ ทันแล้ว และเป็นไปได้ที่อาจจะแอบนำค่ายอื่นเล็กๆ ด้วย โดยมาพร้อมกับระบบประมวลผล Huawei Kirin 935 SoC แปดแกนสมอง RAM 3GB หน่วยความจำให้เลือก 32/64/128GB หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p โดยใช้หน้าจอแบบ AMOLED (ใช่แล้วครับ หน้าจอยังไม่ใช่ 4K หรือแม้แต่ 2K แต่อย่างไรก็ตาม หน้าจอ Full HD ก็ประหยัดแบตเตอรี่กว่าแน่นอน) กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล จริงๆ แล้วถ้าวัดกันในเรื่องของสเปค ดูเหมือนว่า Mate S ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียวครับ บอดี้โลหะแบบ unibody ก็มา ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ทำงานได้รวดเร็ว ก็มา หน้าจอกันรอย Gorilla Glass 4 ที่ขอบจอโค้งนิดๆ แบบ 2.5D ก็มา แต่มีเพียง 2 อย่างเท่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะเป็นข้อสังเกตเล็กๆ ก็คือ แบตเตอรี่แค่ 2700mAh และไม่ได้มาพร้อม Android 6.0 Marshmallow แต่มาพร้อม Android 5.1.1 จากในกล่องเท่านั้น Huawei Mate S มี 4 สีให้เลือก คือ สีทอง Luxurious Gold, เทา Titanium Grey, เหลืองอ่อน Mystic Champagne และแน่นอนครับ ชมพู Rose Gold ต้องมาแน่นอน จากภาพด้านบน เครื่องบนคือสีเทา ส่วนเครื่องล่างเป็นสีชมพู Image: Stan Schroeder/Mashable โดยรวมด้านการออกแบบต้องบอกว่าเป็นมือถือที่ดูดีมากทีเดียว โดยเฉพาะหากคุณชอบมือถือสีสไตล์ metallic ในแบบที่กำลังฮิตในปัจจุบัน ฝาหลังที่ออกแบบให้โค้งเล็กน้อยถือจับได้กระชับเข้ากับมือได้ดี แม้จะลื่นนิดๆ ก็เถอะ รวมไปถึงขอบข้างหน้าจอที่บางมาก ทำให้มือถือดูเหมือนจะเล็ก และถือได้ถนัดกว่า iPhone 6s พอสมควร ด้านงานประกอบถือว่าดีมาก ใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นมือถือเกรดพรีเมี่ยมแน่นอน แล้วด้านการใช้งานล่ะแจ่มมั้ย? ทางด้านของซอฟท์แวร์ Huawei ใส่ EMUI ครอบระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เอาไว้ ซึ่งหากคุณเคยเล่นมือถือหัวเว่ย P8 มาก่อน บอกได้เลยว่าไม่ต่างกันเลย และอาจพูดได้ว่า มันเป็นมือถือแอนดรอยด์ที่ให้ความรู้สึกเหมือน iOS ที่คุณอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อทำความรู้จัก แต่พอสนิทกันแล้ว ก็ใช้ได้สบายเลยล่ะ ที่ต้องชมอีกอย่าง คือต้องขอบคุณนักพัฒนาระบบ EMUI ที่ขยันปรับปรุงระบบบ่อยมาก ทำให้ผมไม่รู้สึกเลยว่าใช้ OS เวอร์ชั่นไม่ได้ใหม่ล่าสุดอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าผมจะอยากได้ Marshmallow มากกว่า โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า Doze ที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงานในมือถือ แต่ผมก็รู้สึกมีความสุขที่ได้ใช้ซอฟท์แวร์บน Mate S อยู่ดี ในการใช้งานทั่วไป มือถือเครื่องนี้ทำงานได้เร็ว และตอบสนองดีทีเดียว - ที่แม้อาจจะไม่ได้เร็วเท่าไอโฟน หรือ Samsung Galaxy S6 แต่ก็ไม่เคยหน่วงจนทำให้ผมรำคาญเลยสักครั้ง และแน่นอนว่ามือถือ Android พอใช้ไปสักพัก และพอโหลดแอพลงไปเยอะๆ ก็อาจจะเจอปัญหาหน่วงบ้าง แต่กับ Mate S ที่ผมใช้งาน 1 เดือนเต็มๆ กับรุ่น 32GB (รุ่น 128GB ต้องคืนไปก่อน) พบว่ามือถือเครื่องนี้ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลย แม้ผมจะโหลดแอพที่ผมใช้อยู่เป็นประจำลงไปแล้วก็ตาม ทางด้านการถ่ายภาพ กล้องบนมือถือเครื่องนี้ ใช้กล้องตัวเดียวกันกับ Huawei P8 ที่มาพร้อมกล้อง 13 ล้านพิกเซล ซึ่งผมประทับใจกับกล้องของมันมากๆ และสุดท้ายหลังจากได้ทดสอบ แม้แบตเตอรี่จะให้มาแค่ 2700mAh ไม่ถึง 3000 แต่ผมก็ไม่รู้สึกผิดหวังกับมันเลย ผมสามารถใช้งานได้ 2 วันเต็มๆ ด้วยการชาร์จเพียง 1 ครั้ง โดยการใช้งานของผมจะไม่เน้นการเล่นเกม หรือโทรศัพท์เท่าไรนัก ผมจะเล่นพวกโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างพวก Facebook และอื่นๆ เป็นหลัก นอกจากนี้ผมยังทดสอบแบตเตอรี่ด้วย Geekbench 3 ซึ่งสามารถใช้งานแบบ runtime ได้นาน 6 ชั่วโมง 48 นาที ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่ค่อนข้างดี และได้คะแนนไป 4,052 คะแนน น้อยกว่า iPhone 6S Plus นิดเดียว (4,110 คะแนน) และมากกว่า Samsung Galaxy S6 (4,029 คะแนน) อีกด้วย สรุปด้านแบตเตอรี่ ต้องบอกว่าแจ่มมากจริงๆ Image: Stan Schroeder/Mashable รายละเอียดที่เหลือร้าย ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนหลายรุ่นมาพร้อมกับสเปคที่เกือบจะเหมือนกันทุกค่าย ซึ่งหากจะวัดกันจริงๆ คงต้องไปดูกันในเรื่องของฟีเจอร์พิเศษที่ทำให้มือถือเครื่องนั้นๆ แตกต่าง Huawei Mate S มาพร้อมกล่องแพ็คเกจสี่เหลี่ยมสีดำ (และสีดำทองสำหรับรุ่น 128GB) ซึ่งในกล่องมีตัวโทรศัพท์ ที่ชาร์จ สาย USB หูฟังที่ใส่มาในกล่องของตัวเอง และเคสหนัง เรียกได้ว่าครบพร้อมใช้เลยทีเดียว ทางด้านฟีเจอร์พิเศษที่น่าสนใจของมือถือเครื่องยังมีอีกครับ นั่นก็คือ ระบบสแกนลายนิ้วมือที่มีประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิมนอกจากจะใช้ปลดล็อคหน้าจอ ยกตัวอย่างเช่น ตั้งค่าให้ตัวสแกนลายนิ้วมือสามารถเลื่อนอ่านแถบการแจ้งเตือนได้ รวมไปถึง สามารถแตะสองครั้ง เพื่อลบการแจ้งเตือนทั้งหมด นอกจากนี้ Huawei ยังใส่ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Knuckle 2.0 ที่ให้คุณเปิดแอพที่ต้องการ ด้วยการวาดสัญลักษณ์บนหน้าจอด้วยข้อนิ้วด้านนอก (ส่วนที่ยื่นออกมาของนิ้ว เวลางอนิ้ว) หรือใช้ข้อนิ้วเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อแคปหน้าจอ ใช่แล้ว เราคงเคยเห็นบางฟีเจอร์เหล่านี้จากที่ไหนสักแห่ง แต่มือถือเรือธงของหัวเว่ยตัวนี้ใส่ฟีเจอร์เหล่านี้มาให้ทั้งหมด ซึ่งบอกตรงๆ ตอนที่ผมทดลองใช้งานมือถือเครื่องนี้ ผมใช้งานจริงเพียงบางฟีเจอร์เท่านั้น ซึ่งบางอย่างผมแทบไม่ได้ใช้เลย แต่อย่างไรก็ตาม การที่มีฟีเจอร์พิเศษที่น่าสนใจหลายอย่างก็ดีกว่าไม่มีนั่นแหละ ทางด้านหน้าจอ ... หน้าจอ 5.5 นิ้วของ Huawei Mate S น่าจะเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของมือถือเครื่องนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่หัวเว่ยเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ AMOLED ซึ่งหมายถึงภาพบนหน้าจอจะแสดงสีสันที่ดีเท่ากันเสมอ ไม่ว่าจะมองด้วยมุมมองไหนก็ตาม สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นหน้าจอที่ดีทีเดียว แต่หากเทียบกับ iPhone 6 ผมว่าหน้าจอของ Mate S ดูจะมืดกว่าเล็กน้อย และสีขาวบนไอโฟนดูจะขาวกว่าอีกด้วย แต่หากเทียบกับ Huawei P8 ที่ใช้หน้าจอ LCD IPS ที่มาพร้อมความละเอียด Full HD เท่ากัน หน้าจอของ Mate S จะดูดีกว่านิดหน่อย สีสันดูสดใสมากกว่า และมุมมองดีกว่าเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นความจำ 128GB ของ Mate S จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีรับรู้แรงกดที่แตกต่างบนหน้าจอได้ (ที่ตอนแรกหัวเว่ยเรียกว่า Force Touch แต่ตอนนี้เรียกว่า 3D touch) ที่ใช้งานได้เหมือนกับที่อยู่บน iPhone 6S เลยครับ มันสามารถทำงานได้ดีมากกับแอพของหัวเว่ยเองที่ถูกออกแบบให้สามารถรองรับกับฟีเจอร์นี้ และมันทำงานได้แม่นยำมาก ถึงตอนนี้ ดูเหมือนกับว่าหัวเว่ยก็ไม่ได้สนใจกับ 3D touch เท่าไหร่นัก เพราะการสัมผัสหน้าจอส่วนใหญ่บน Mate S ก็แทบไม่ได้ทำให้ฟีเจอร์นี้ทำงานเลย เพราะว่ามีไม่กี่แอพเท่านั้นที่รองรับการใช้งานฟีเจอร์นี้แม้ว่ามันจะสามารถทำงานได้ดีก็ตาม แต่มีอย่างหนึ่งที่มันสามารถใช้ทำงานได้ดีก็คือ สามารถใช้ซูมเข้า และซูมรูปภาพนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทางหัวเว่ยส่งรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์ที่ใช้ 3D touch ในอนาคตมาให้ผมด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเปิดเมนูพิเศษด้วยการกดบนไอคอนแอพ (เหมือนกับ Quick Actions ของ iPhone 6S) และฟีเจอร์ Magic Corners ซึ่งคือการเปิดแอพที่เลือกไว้ด้วยการกดบางตำแหน่งของหน้าจอแรงๆ แม้จะดูเหมือนว่า 3D Touch ของไอโฟนจะดูล้ำหน้ากว่า แต่ในอนาคตคาดว่าหัวเว่ยก็จะตามหลังไอโฟนมาติดๆ เช่นกัน แต่ก็ยังไม่มีการระบุวันเวลาแน่ชัดสำหรับการอัพเดตแต่อย่างใด สรุป เทคโนโลยีการรับรู้แรงกดที่แตกต่างกันของ Mate S นี้ แม้ผมอาจจะยังไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ด้วยความเร็วในการทำงาน การดีไซน์ที่สวยงาม งานประกอบระดับพรีเมี่ยม และฟีเจอร์พิเศษที่จัดเต็ม ทำให้โดยรวมผมค่อนข้างประทับใจกับมือถือเครื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม มือถือหลายรุ่นจากผู้ผลิตจากจีน อย่างเช่น จาก Huawei, Lenovo, ZTE และ Xiaomi ดูเหมือนว่าจะดูมีภาษีดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับแบรนด์จากเกาหลีอย่าง Samsung หรือ LG รวมไปถึงเริ่มเข้าใกล้กับ Apple iPhone เข้าไปเรื่อยๆ และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผมเลือกซื้อมือถือเครื่องไหนก็ตาม ก็คือเรื่องของราคาครับ โดย Huawei Mate S เครื่องนี้ดูเหมือนว่าราคาจะถูกตั้งมาแรงไปซักหน่อย โดย Mate S รุ่น 32GB รุ่นล่างสุด ถูกตั้งราคาไว้ที่  649 ยูโร หรือประมาณ 25,500 บาท และราคา 699 ยูโร และ 792 ยูโร สำหรับรุ่น 64GB และ 128GB (มี 3D touch) ตามลำดับ (หรือประมาณ 27,500 และ 29,990 บาท) ซึ่งจากราคานี้ ผมคิดว่ามันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้นะ แต่ก็ดูเหมือนจะโกหกเกินไป หากจะบอกว่าในงบนี้ไม่มีมือถือรุ่นไหนที่น่าซื้อแล้ว Huawei Mate S (หัวเว่ย เมท เอส) The Good ข้อดี สเปคระดับท็อปคลาส งานประกอบขั้นเทพ กล้องแจ่ม ระบบรับรู้แรงกดสุดเท่ The Bad ข้อสังเกต ราคาแรง ระบบรับรู้แรงกดยังไม่ค่อยมีแอพให้ใช้ The Bottom Line Huawei Mate S จัดเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ดีมาก  โดดเด่นด้วยงานประกอบที่สวยงามขั้นเทพ และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถทำเทคโนโลยี 3D touch ไปใช้ได้คุ้มค่าเท่าไหร่ และราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่ง อาจจะดูแรงไปนิด ดูบทความต้นฉบับ : Huawei Mate S review: The first Android with '3D touch' has plenty of power

Huawei G9 Plus วางจำหน่ายที่ประเทศจีนแล้วเรียบร้อย
G9 PlusI /  huawei / 

เปิดตัวมาอีกแล้วสำหรับ Huawei ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากจีน กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Huawei G9 Plus พร้อมจอแสดงผล Full HD 1080p ขนาด 5.5 นิ้ว ระบบปฎิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ความจำ RAM 3-4 GB บวกกับ ROM 32 - 64 GB กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ใครที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้แล้ว ที่มา : vmall

เปิดตัว Huawei Mate 8 และ GR5 สองรุ่น สองสไตล์ เกรดพรีเมี่ยม
huawei /  Huawei Mate 8 / 

เปิดประสบการณ์และสัมผัสประสิทธิภาพเหนือชั้นกับ Huawei Mate 8 นำเสนอเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่ล้ำหน้าที่สุดของโลกพร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิป 2 รุ่นเจาะกลุ่มนักธุรกิจและวัยรุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ปเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิป 2 รุ่นล่าสุด Huawei Mate 8 และ Huawei GR5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ห้องรอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากกว่า 500 คนจาก 11 ประเทศ และบรรดาสื่อมวลชนอีกคับคั่งผู้เข้าร่วมงานยังได้พบกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ของหัวเว่ย ได้แก่ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ นักแสดงชายดาวรุ่งของเมืองไทยและ วุต หม่อน ชเว ยี่ ดาราสาวชื่อดังของเมียนมาร์ ร่วมด้วย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ซึ่งมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีสุดล้ำระดับโลกจากสมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นล่าสุดเพื่อตอบรับกิจกรรมไลฟ์สไตล์และเสริมคล่องตัวธุรกิจสไตส์ใหม่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หัวเว่ยเติบโตอย่างรวดเร็วและครองตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มร.โทมัส หลิว ประธานบริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ในปี 2015 ที่ผ่านมา หัวเว่ยทุบสถิติด้วยอัตราการเติบโตทางธุรกิจที่สูงถึง 70% และพร้อมรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในปี 2015 เรามีรายรับถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์และจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนได้มากกว่า 108 ล้านเครื่องทั่วโลก ทำให้หัวเว่ยก้าวสู่สถานะแบรนด์ชั้นนำอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับโลกอย่างภาคภูมิ” จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้หัวเว่ยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพที่มีความโดดเด่นและถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของตลาดสมาร์ทโฟนทุกกลุ่มและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยมได้อย่างตรงจุด โดยHuawei Mate 8 ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนชั้นยอดที่มีการทำงานได้อย่างดีเยี่ยมพร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ตอบสนองการทำงานแบบ “ธุรกิจแนวใหม่ (The New Style of Business)” ของนักธุรกิจมืออาชีพในปัจจุบันได้อย่างดี ส่วนHuawei GR5 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลG series ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ กล้องความคมชัดสูง และจอแสดงผลที่ดีเยี่ยมซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Huawei Mate 8 สุดยอดแห่งการออกแบบเพื่อการทำงานและประสิทธิภาพระดับพรีเมี่ยม เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์อันทรงพลังHuawei Mate 8เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ชิปรุ่นKirin 950 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลเพื่อเสริมศักยภาพการทำงานของสมาร์ทโฟนได้เร็วที่สุดในโลก โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลให้ทำงานได้เต็ม 100% และหน่วยประมวลผลกราฟฟิกได้ถึง 125% รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้มากถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบกับชิปรุ่น Kirin 925 ซึ่ง Huawei Mate 8ใช้แกนประมวลผลแบบ 8แกน (Octacore)แบ่งเป็น A72 2.3 GHz processors 4 แกน และ A53 1.8 GHz processors อีก 4 แกน โดยแยกการทำงานของหน่วยประมวลผลแต่ละชุดอย่างสมดุลและสอดคล้องกับการใช้งาน ด้วยแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงความจุถึง 4,000 มิลลิแอมป์ ทำให้ Huawei Mate 8สามารถใช้งานได้นานถึง 2 วันเมื่อใช้งานตามปกติ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีการชาร์จไฟความเร็วสูง ทำให้ชาร์จไฟเพียง 30 นาทีก็ใช้งานสมาร์ทโฟนได้นานถึง 1 วัน และโดยปกติผู้ใช้งานHuawei Mate 8 สามารถใช้งานได้นานถึง 2.36 วัน และได้นาน 1.65 วัน เมื่อใช้งานอย่างหนักหน่วง ส่วนในเรื่องของความร้อนตัวเครื่อง Huawei Mate 8มีกลไกจัดการกับความร้อนถึง 6 ระดับ ทำให้สามารถกระจายความร้อนระหว่างการใช้งานได้ดีกว่า ผู้ใช้งานจึงมีประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่เปี่ยมประสิทธิภาพและสะดวกสบาย โดยใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยกว่าที่เคย ดีไซน์หรูหราสวยสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด Huawei Mate 8 มอบดีไซน์ที่สวยงามหรูหราในทุกมุมมอง พร้อมจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว ด้วยอัตราส่วนขนาดจอแสดงผลต่อขนาดตัวเครื่องที่83% ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนทีดูทันสมัยและพกพาง่ายโดยยังคงมีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่แบบเต็มประสิทธิภาพ ตัวเครื่องประกอบด้วยวัสดุกระจกตัดขอบแบบ Diamond Cut 2.5D และอลูมิเนียมเกรดเดียวกับยานอวกาศ เพื่อผสานความงดงามแบบไร้ที่ติเข้ากับสัมผัสการใช้งานที่คล่องตัว ยกระดับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมี่ยมได้ตามต้องการ Huawei Mate 8 นำเสนอเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือรุ่นใหม่และระบบปกป้องข้อมูลสำคัญที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเซ็นเซอร์รุ่นใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบุลักษณะบนพื้นที่สแกนมากกว่าเดิม 10% นอกจากนี้ การแมตช์แรงเสียดทานจากลายนิ้วมือยังทำงานบนระบบรักษาความปลอดภัยถึง 3 ชั้น ผู้ใช้จึงมั่นใจในการรักษาข้อมูลได้มากกว่า อีกทั้งเซ็นเซอร์ยังสามารถปลดล็อคสำหรับผู้ใช้งานได้เร็วขึ้นถึง 100% ด้วยการทำงานบนอินเตอร์เฟซของหัวเว่ยรุ่น EMUI 4.0 บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Marshmallow 6.0 ทำให้ผู้ใช้งาน Huawei Mate 8สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานและสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบจัดเรียงข้อมูลอัตโนมัติที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง ช่วยให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง Huawei Mate 8รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในช่องความถี่ที่มากกว่าสมาร์ทโฟนแบบสองซิมรุ่นอื่นๆ โดยรองรับคลื่นความถี่แบบ 2G 4 ช่วง คลื่นความถี่แบบ 3G 9 ช่วง และ คลื่นความถี่แบบ 4G 18 ช่วง ใน 217 ประเทศทั่วโลก โดยตั้งค่าผู้ให้บริการเครือข่ายได้ถึง 1,334 แบบ ทำให้ Huawei Mate 8 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกอย่างแท้จริง Huawei GR5 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพสำหรับคนรุ่นใหม่ Huawei GR5 นำเสนอเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือรุ่นที่ 2 เพื่อการปลดล็อคที่รวดเร็วและควบคุมการทำงานขั้นสูงได้อย่างฉับไว ชาญฉลาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสแกนได้ทั้งในขณะที่มือแห้งและเปียก ด้วยระบบการระบุลักษณะแบบ 360 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทุกฟังก์ชั่นของสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกรวดเร็วและง่ายดายในทุกสถานการณ์ Huawei GR5 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่สำหรับวัยรุ่น หัวเว่ยปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยม และแบ่งกลุ่มเป้าหมายของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพที่แตกต่างกัน โดย Huawei Mate 8 คือสมาร์ทโฟนเพื่อเสริมความคล่องตัวสำหรับการทำงานตามแนวคิด “ธุรกิจแนวใหม่ (The New Style of Business)” ส่วน Huawei GR5 เป็นโมเดลแฟล็กชิพรุ่นใหม่สำหรับวัยรุ่นผู้หลงใหลในเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ในการดำเนินงานตามกลยุทธ์การเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น (ซึ่งผู้บริโภคมีการรับรู้ถึงแบรนด์หัวเว่ยมากขึ้น 28% ในปี 2015) หัวเว่ยจึงยินดีต้อนรับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกหัวเว่ยประเทศไทยในฐานะ โปรดักท์แอมบาสเดอร์ Huawei Mate 8โดยจะทำงานร่วมกับ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ ต่อไป หัวเว่ยมอบหมายดาราหนุ่ม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นำเสนอสมาร์ทโฟน Huawei Mate 8 ผ่านการใช้งานตามแนวคิด “ธุรกิจแนวใหม่ (The New Style of Business)” ในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพรอบด้านของสมาร์ทโฟน พร้อมเปิดตัว Huawei Mate 8เป็นสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปพรีเมี่ยมรุ่นแรกของปี 2016 สำหรับตลาดเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้

Finger Scan ระบบสแกนลายนิ้วมือบนมือถือ ทำให้ชีวิตยุคดิจิทัลง่ายขึ้นได้อย่างไร
Finger Scan /  huawei / 

Finger Scan ระบบสแกนลายนิ้วมือบนมือถือ ทำให้ชีวิตยุคดิจิทัลง่ายขึ้นได้อย่างไร เทรนด์ของสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน ได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้คนในยุคนี้ ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วจากสมาร์ทโฟนคู่ใจ และหากคุณเป็นคนที่อยากใช้สมาร์ทโฟนที่ทันสมัย ซึ่งยุคนี้หากเป็นมือถือรุ่นท็อปๆ แล้ว ก็เรียกได้ว่าจะขาดไม่ได้เลยครับ สำหรับระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นฟีเจอร์พิเศษในการใช้งาน ช่วยให้ชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้นหัวเว่ย ผู้ผลิตแอนดรอยด์สมาร์ทโฟนอันดับสองของโลก จึงได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Finger Scan มาใช้ใน หัวเว่ย จี เจ็ด พลัส (Huawei G7 Plus) เพื่อให้สาวกแอนดรอยด์ได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า เพราะระบบสแกนลายนิ้วมือของหัวเว่ย ไม่ใช่มีไว้แค่ปลดล็อคหน้าจอเท่านั้นนะครับ ทางนักพัฒนายังเพิ่มความสามารถพิเศษอื่นๆ เข้าไปอีกมากมาย ซึ่งเราจะมาแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักกันครับว่า ระบบสแกนลายนิ้วมือบนมือถือ ทำให้ชีวิตยุคดิจิทัลง่ายขึ้นได้อย่างไร หัวเว่ย จี เจ็ด พลัส โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Finger Scan ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยการติดตั้ง Scanner ไว้ที่ด้านหลังของเครื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคสมาร์ทโฟนคู่ใจได้ในเวลาเพียง 0.5 วินาที ซึ่งถือว่าไวมากเมื่อเทียบกับระบบของคู่แข่ง รวมไปถึงระบบสแกนลายนิ้วมือนี้ สามารถสแกนได้ทันทีแม้ในเวลาที่หน้าจอไม่ได้เปิดใช้งาน อีกทั้งยังมีตัวสแกนที่มีการตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถสแกนนิ้วได้ 360 องศา ไม่ว่าจะสแกนนิ้วจากมุมไหนก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ปุ่มนี้เพื่อ รับสายโทรเข้า เพราะด้วยการออกแบบที่ลงตัว และการวางตำแหน่งของตัวสแกนที่เหมาะสม ทำให้เราสามารถรับสายเรียกเข้าได้แบบสมาร์ทสุดๆ รวมไปถึงเรายังใช้ในการ เลือกดู Notification bar หรือเลื่อนดูภาพใน Gallery โดยใช้การเลื่อนนิ้วบนตัวสแกน แล้วควบคุมเหมือนทัชแพดบนโน้ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่ง ที่ขาดไม่ได้สำหรับยุคนี้เลยก็คือ ใช้สำหรับกดชัตเตอร์ถ่ายรูปได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง ทำได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมโหมด Fast Fingerprint Shooting ที่สามารถถ่ายภาพด่วนทันใจคิดด้วยตัวสแกนนิ้ว ที่ทำงานร่วมกับระบบกันภาพสั่นไหว ทำให้แม้จะอยู่บนรถ หรือเดินอยู่ก็สามารถเก็บภาพความประทับใจได้คมชัดไม่มีสะดุด ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ก็ตามให้ชีวิตของหนุ่มสาวชาวดิจิทัลง่ายเสมือนมีเพื่อนที่รู้ใจอยู่ข้างกาย ตามคอนเซ็ปต์เพราะชีวิตพลาดไม่ได้แม้แต่ช็อตเดียวนอกจากฟังก์ชั่นเด่นโดนใจแล้ว หัวเว่ย จี เจ็ด พลัส ยังมีดีไซน์ที่เรียบหรูดูดีด้วยตัวเครื่องแบบ Unibody ไร้รอยต่อที่มาพร้อมกับหน้าจอ Gorilla Glass ที่ช่วยกันรอยขีดข่วนจากการใช้งานช่วยให้พกพาได้อย่างมั่นใจไร้กังวล นอกจากเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Finger Scan แล้วหัวเว่ย จี เจ็ด พลัส ยังมาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจ เช่นโหมด Good Food สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอาหาร และโหมด Make Up ที่ช่วยให้สาวๆถ่ายรูปออกมาได้สวย ฟรุ้งฟริ้ง ได้แม้ตอนไม่แต่งหน้า ส่วนทางด้านของสเปคของรุ่นนี้ก็จัดว่าไม่ธรรมดาทีเดียวครับ โดยรุ่นนี้มีสเปคดังนี้เลย สเปค Huawei G7 Plus – หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ Full HD 1080p และใช้หน้าจอ IPS ชัดใสแบบ 2.5D – CPU Qualcomm MSM8939 Snapdragon 616 Octa-Core 1.5GHz + 1.2GHz – RAM 3GB – หน่วยความจำภายใน 32GB และเพิ่มเมมนอกได้สูงสุด 128GB – รัน Android 5.1 ทำงานร่วมกับ EMUI 3.1 – รองรับ 2 ซิมการ์ด และ 4G LTE – กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล Auto Focus + Dual-tone Flash – กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล – แบตเตอรี่ 3000mAh – บาง 7.5 มิลลิเมตร – น้ำหนัก 167 กรัม เรียกได้ว่าสเปคระดับนี้ ใช้งานง่ายลื่นไหลไม่มีสะดุดแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็น CPU แปดแกนสมองจาก Qualcomm Snapdragon, RAM ที่ให้มาถึง 3GB หน่วยความจำภายใน 32GB แถมยังเพิ่มเมมนอกได้อีก รวมไปถึงยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 3000mAh ทำให้สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างจุใจไร้กังวล นวัตกรรมสุดล้ำจาก หัวเว่ย จี เจ็ด พลัส ที่มีมาให้เลือกทั้งสีขาว และ สีดำ สามารถหาซื้อได้แล้วที่ หัวเว่ย แบรนด์ช็อปและตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ ในราคาเพียง 12,990 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับสเปคและนวัตกรรมสุดล้ำแล้วถือว่าราคาคุ้มค่ามากๆ

Huawei สาธิตเทคโนโลยีชาร์จแบบใหม่ ไวโคตรๆ
Charge /  huawei / 

ถ้าพูดเทคโนโลยีการชาร์จไวปกติครึ่งชั่วโมงเต็มแบตเตอรี่แล้วแต่ความจุกันไป ทาง Huawei ได้สาธิตเทคโนโลยีการชาร์จที่บอกได้เลยไวโคตรๆ คลิปแรก 2 นาที แบต 68 % คลิปที่สอง ชาร์จ 48 % ใน 5 นาที อย่างไรก็ตาม Huawei ยังไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของแบตเตอรี่มากนัก โดยใช้ heteroatoms [อะตอม] ในการเร่งความเร็วในการชาร์จโดยไม่มีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้ยังเป็นรูปแบบตัวทดลอง ถ้าชาร์จเร็วแบบนี้รอของจริงคงสบายน่าดูครับ แหล่งข้อมูล dpreview

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน
commart /  Commart Comtech 2015 / 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน "คอมมาร์ต คอมเทค 2015"  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) โดยมี นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารจากบริษัทไอซีทีชั้นนำเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเทคโนโลยีอันทันสมัยที่นำมาแสดงภายในงานครั้งนี้ นางเอื้อมพร ปัญญาใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ต คอมเทค 2015 กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่งานคอมมาร์ตได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ผู้บริโภค มาพบกับผู้ให้บริการและจำหน่ายสินค้าไอซีที ช่วยให้เกิดการซื้อขาย สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ซึ่งเป็นพลังส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไอซีทีไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2558” “ตลอดปีนี้ งานคอมมาร์ตได้มีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับตลาดและสภาวะเศรษฐกิจเรื่อยมา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพันธมิตรธุรกิจ ผู้ประกอบการไอซีทีไทยหลากหลายแบรนด์ ในขณะที่งานในปีหน้า ทางผู้จัดงานกำลังเตรียมสรรหาสิ่งใหม่ มาพัฒนาให้รูปแบบของงานดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยส่งเสริมให้วงการไอซีทีบ้านเรายังคงแข็งแกร่ง เป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่อไป” นางเอื้อมพรกล่าว ด้านนายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อและดิจิทัล บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาพรวมในการจัดงานคอมมาร์ต คอมเทค 2015 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart Entertainment & Smart Solution” ซึ่งเป็นช่วงจังหวะของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสำคัญของไทยพอดี เช่น การเปิดตัว intel Core 6 Generation การเปิดตัว Windows 10 ของ Microsoft และการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4G ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ปัจจัยสำคัญเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยให้เกิดดีมานด์ในการจับจ่ายสินค้ากลุ่มไอซีทีมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ต้องทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ในช่วงนี้ ผู้บริโภคเองก็มองหาสินค้าที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งแน่นอนว่างานคอมมาร์ต คอมเทค เป็นงานแรกๆ ที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงบริการต่างๆ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดตรงนี้ก่อนใคร ส่วนไฮไลท์ของงานที่เราต้องสรรหามาให้กับผู้เข้าชมงานได้ประทับใจทุกครั้งก็ยังมีเช่นเคย โดยส่วนของ Smart Entertainment มีการแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับความบันเทิงที่แรกและที่เดียวในเมืองไทย มาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด อาทิ เครื่องชมภาพยนตร์ 9 มิติ เครื่องเดียวในเมืองไทย ที่บูธ J.I.B, โน้ตบุ๊กสั่งงานด้วยท่าทาง ซึ่งเป็นเทคโนโลยี RealSense ใหม่ล่าสุดจาก intel, สัมผัส Microsoft Surface Pro 4 ตัวแรกในเมืองไทย, ASUS ZenWatch 2 เปิดโชว์ ครั้งแรกในเมืองไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแข่งขันกีฬา eSports เกม League of Legends หาตัวแทนไปชิงแชมป์ที่เกาหลี โดย Garena รวมถึงกิจกรรม Smart Workshop ที่มีประโยชน์กับผู้เข้าชมงาน อาทิ How to “Hack Facebook” แฮกเฟซบุ๊ก รู้ทัน ป้องกันได้!, สร้างขุมทรัพย์ผ่าน YouTube ทำได้จริง และ Startup ยุคใหม่ เขียนแผนธุรกิจโดนใจ ได้เงินทุน เป็นต้น ในส่วน Smart Solution ครั้งนี้มีการนำเสนอโซลูชันระดับองค์กร เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น โดยได้ร่วมกับพันธมิตรด้านไอซีทีขององค์กรระดับชาติ อาทิ ANET, BOL, EMC, NCB และ HUAWEI นำเสนอ โซลูชันไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของการใช้ระบบคลาวด์ต่างๆ การให้คำปรึกษาการแบ็กอัพข้อมูลภายในองค์กร การตรวจเช็คเครดิตบูโรฟรี การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการทำระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์สำหรับองค์กรจากผู้เชี่ยวชาญ” นายพรชัย กล่าวปิดท้าย งาน “คอมมาร์ต คอมเทค 2015” จัดขึ้นในวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ทั้งนี้ภายในงานครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรธุรกิจเข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีภายในงานมากมาย อาทิ Advice, ASUS, ANET, BOL, CSC, Dell, EMC, EPSON, Garena, HOLLYWOOD HD, HUAWEI, intel, IT CITY, J.I.B COMPUTER, Lenovo, MSI, SIS, SPEED COMPUTER, SPVi และ SVOA

รีวิว Huawei G8 (G7Plus) สมาร์ทโฟนระดับกลางจาก Huawei
huawei /  Huawei G7Plus / 

สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงโทรศัพท์มือถือจากจีนที่กำลังมาแรงผมว่า Huawei เป็นมือถือที่เป็นตัวเลือกในระดับหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งวันนี้ทาง Mthai Technology มารีวิวโทรศัพท์มือถือจากจีน Huawei G8 หรือ G7 Plus โทรศัพท์สมาร์ทโฟนระดับกลาง ราคาไม่ได้แพงเว่อร์เท่าไหร่และสเปคก็น่าจับใจใครหลายๆคน บางครั้งมองผ่านๆก็นึกว่าไอโฟนเหมือนกันนะเนี่ยเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยครับ การออกแบบตัวเครื่อง Huawei G8 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางมีขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1080*1920 พิกเซล (401PPI) จอใหญ่ใช้ได้ทำให้ต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งาน One Hand UI ด้วย ตัวเครื่องประกอบด้วยโลหะ แต่เบา มีอักษร Huawei อยู่ส่วนท้ายของจอ ด้านหลังเครื่องมีเซนเซอร์สแกนนิ้วอยู่ถัดลงมาจากกล้องถ่ายภาพ เอาไว้ใช้สแกนเข้าเครื่องได้โดยไม่ต้องกดปุ่มpower ก่อนด้วย ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง ช่องเสียบ micro-usb และลำโพงอยู่ด้านล่างของตัวเครื่อง ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มลด/เพิ่มเสียง อยู่ด้านข้าง ส่วนของการแกะกล่องเรามีคลิปให้ชมกันครับ ประสิทธิภาพการใช้งาน  สเปคของ Huawei G8 OS: Android 5.1 Lollipop with Huawei Emotion UI หน้าจอ: 5.5นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p CPU: Snapdragon 615 Octa-core GPU: Adreno 405 RAM: 2GB/3GB หน่วยความจำภายใน: รุ่น RAM 2GB: 16GB รองรับ microSD สูงสุด 64GB รุ่น RAM 3GB: 32GB รองรับ microSD สูงสุด 64GB กล้องหลัง: 13MP with PureCel sensor และ dual-LED แฟลช กล้องหน้า: 5MP แบตเตอรี่: 3,000mAh รองรับ 4G LTE รองรับสองซิม เซนเซอร์สแกนนิ้วมือ น้ำหนัก 167 กรัม เป็นสเปคระดับกลางที่อัดแน่นมาเยอะมากๆเหมือนกันนะครับ ได้คะแนนจาก Antutu ไป 32,439 ไม่เลวเลยทีเดียวครับ ฟีเจอร์การถ่ายภาพ กล้องหลังมีขนาด 13 ล้าน ออโต้โฟกัส 4160 x 3120 พิกเซล มีโหมด Panorama โหมด Best Photo กดรูปมา 20 รูปแล้วเลือกภาพที่ดีที่สุดมา มี HDR มี Audio Note ถ่ายภาพแนบเสียงด้วย กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลซึ่งเวลาเซลฟีจะมีช่องมองเล็กด้านบนให้มองเพื่อตัดปัญหาถ่ายรูปแล้วไม่มองกล้อง อันนี้ชอบเลยครับ กล้องหน้ามีโหมด Beauty หน้าเนียนด้วยครับ ภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Huawei G8 ตัวอย่างการถ่ายวิดีโอจากกล้อง Huawei G8 แบตเตอรี่ แบตเตอรี่มีขนาด 3000 mAh อยู่ได้สบายๆ มีโหมด Ultra สำหรับประหยัดแบตเตอรี่เป็นโหมดขาวดำ หน้าตาการใช้งาน User Interface แถบแจ้งเตือน แถบ Shortcuts มี Themes ให้ใช้งานหลากหลาย หน้าจอ Wallpaper มีฟีเจอร์ Shake to Change ไว้สำหรับเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความจำเจ สวยงามดีครับ ในส่วนของ Motion Control มีโหมด Flip เพื่อปิดเสียง Shake เขย่าเพื่อจัดเรียงไออคน Double Touch แตะจอ2ครั้งเพื่อเปิดจอ  และ Draw วาดตัวอักษรเพื่อเปิดแอพตามแต่เราจะตั้งค่า การเล่นอินเตอร์เน็ตเข้าเว็บต่างๆ ใช้งานได้ดี เข้าเว็บ พิมพ์คียบอร์ดไทยกับภาษาอังกฤษ ไม่มีปัญหา ใช้ Google Keyboard การเล่นเกมส์และดูหนัง เล่นเกมส์ Modern Combat 5 ได้สบายๆเลย ไหลลื่นครับ ดู Trailer 1080 P จาก Youtube สบายเลย สรุป  จากการใช้งาน Huawei G8 หรือ G7 Plus  เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าใช้ระดับนึงเลย ด้วยราคา 12,990 บาทถือว่าไม่น่าเกลียดกับสเปคที่ได้รับ รูปแบบใช้งานง่าย ดีไซน์สวยงามทั้งเครื่องและกล่อง ระบบสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคเครื่องโดยไม่ต้องกดปุ่มเปิดก่อน  กล้องหน้าถ่ายเซลฟี่เนียนมาก กล้องหลังถ่ายรูปดี  UIสวยงามหลากหลาย ข้อเสียก็มี ตัวเครื่องที่เป็นMetal เป็นรอยได้ง่าย ถ้าใส่กระเป๋าก็ระวังขูดกันด้วย เล่นเกมส์นานๆตัวเครื่องร้อน HUAWEI G8 หรือ G7 Plus ราคา 12,990 บาท

Huawei Mate 9 จะใช้กล้องคู่เลนส์ Leica พร้อมระบบกันสั่น OIS
huawei /  Huawei Mate 9 / 

ดูเหมือนจะเป็นการตามรอย P9 กันมาเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดมีแหล่งข่าวต่างประเทศเผยข้อมูลเกี่ยวกับ Huawei Mate 9 ที่จะใช้กล้องคู่จาก Leica เหมือนกับ P9 ที่เคยสร้างชื่อมาแล้ว โดยกล้องคู่ของ Mate 9 จะยังคงเหมือน P9 คือเลนส์นึงจะเป็นเลนส์ ขาว-ดำ และอีกเลนส์เป็นเลนส์สี แต่ด้วยความพิเศษกว่าครั้งนี้มันจะมาพร้อมระบบกันสั่น OIS อีกด้วย นับเป็นข่าวที่น่าสนใจจริงๆ จะมาพร้อมกล้องคู่เลนส์ Leica กล้องที่เคยสร้างชื่อให้กับ P9 มาแล้วแต่ใส่ระบบกันสั่นแบบ iPhone 7 Plus นั่งรอกันได้เลย ที่มา www.gsmarena.com

Huawei Y3II เอนดรอยด์ราคาประหยัด เพียง 3,090 บาทเท่านั้น
huawei /  Huawei Y3II / 

ทยอยเปิดตัวในบ้านเราเรื่อยๆ แล้ว สำหรับเอนดรอยด์ตัวใหม่จาก Huawei ในครั้งนี้ เราขอแนะนำ Huawei Y3II สามารถรองรับเครือข่าย 3G และ 4G ได้ พร้อมจอแสดงผลขนาด 4.5 นิ้ว โดย Android 5.1 Lollipop พื้นที่ภายใน 8 GB กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล โดย Huawei Y3II มีออกมาให้เลือกกันถึง 5 สี กับราคาเพียง 3,090 บาทเท่านั้น ฟังก์ชัน Easy Key ที่ใช้งานได้ง่าย Huawei Y3 II จะสว่างทันทีเมื่อมีสายเรียกเข้า ระบบการแจ้งเตือนด้วยการสั่นพร้อมสีสันที่สดใส มีให้เลือกถึง 5 สี รูปภาพจาก : huawei

ภาพหลุด Huawei Mate 8 มาแล้ว
huawei /  Huawei Mate 8 / 

็จากกำหนดการ Huawei Mate 8 จะเปิดตัววันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ แต่ตอนนี้ได้ภาพหลุดมาก่อนแล้ว โดยคาดการณ์ว่ากล้องหลังใช้เซนเซอร์ขนาด 20.7ล้านเมกะพิกเซลแต่ไม่แน่ใจว่าบริษัทไหนผลิตเซนเซอร์นี้  Huawei Mate 8 มี 2 ขนาดความละเอียดด้วยกัน แบบ 1080 P กับ 1440 P หน้าจอขนาด 6 นิ้ว 2 ความจุ RAM 3 GB ความจำ 32 GB และ RAM 4 GB ความจุ 128 GB ทั้งสองรุ่นรองรับ Micro SD เพิ่มเติมได้  แบตเตอรี่มีขนาด 4100 mAh ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 3GB RAM model: 3299 yuan (18,550 บาท) 4GB RAM model: 3899 yuan (21,950 บาท) ก็รอดูกันไปว่าวันที่ 26 พฤศจิกายนจะเป็นไปตามข่าวที่ออกมาหรือเปล่านะครับกับ Huawei Mate 8 แหล่งข้อมูล xiaomitoday

Huawei ยกทัพสมาร์ทโฟน 5 รุ่นดัง 9 Plus, P9 นำทีม จัดโปร 0% สูงสุด 18 เดือน
GR 5 /  hauwei / 

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ผู้ผลิตแอนดรอยด์สมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลก ขนทัพสมาร์ทโฟน HuaweiP9 Plus / P9 / P9 Lite / Mate 8 และ GR5 มาให้ครอบครองกันแบบฟินๆ ไปเลย ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ ผ่อน 0% ทุกรุ่น นานสูงสุดถึง 18 เดือน ร่วมกับบัตรเครดิต วีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ของธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ พบกับกองทัพสมาร์ทโฟนจากหัวเว่ย และโปรโมชั่นสุดคุ้ม ได้แล้ววันนี้ ที่หัวเว่ยแบรนด์ชอป และตัวแทนจำหน่ายหัวเว่ยทั่วประเทศ บัตรเครดิต KBANK, SCB และ กรุงศรีฯ ระยะเวลาการผ่อน 0% 10 เดือน สำหรับรุ่น P9, Plus P9, P9 Lite, Mate 8, GR 5 บัตรเครดิตกรุงศรีฯ First Choice ระยะการผ่อน 0% 18 เดือน สำหรับรุ่น P9 Plus, P9 และ 0% 10 เดือน สำหรับรุ่น P9 Lite, Mate 8, GR 5

รีวิว Huawei P9 พิสูจน์พลังกล้องคู่เลนส์ Leica จากการใช้งานจริง
huawei /  Huawei P9 / 

หลังจากคราวที่แล้วเราทำการแกะกล่อง Huawei P9 ให้เห็นกันชัดๆ ไปแล้ว มาคราวนี้เราจะมาทดสอบการใช้งานจริงๆ ถึงความสามารถที่อัดแน่นมาของ P9 เครื่องนี้กัน บอกเลยว่าตื่นเต้นตั้งแต่ได้เครื่องมาแล้ว เพราะจะได้พิสูจน์พลังที่ใครต่อใครก็อยากรู้กัน ว่าเจ้ากล้องคู่ Leica ที่เป็นจุดเด่นของเขานั้น มันเจ๋งแค่ไหนลองไปดูกันเลย มาเริ่มจากรูปลักษณ์กันก่อนเลย Huawei P9 เครื่องนี้มาพร้อมกระจกด้านหน้าขอบโค้งนิดๆ ดูแปลกตาดี ตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีบรอนด์เทารับกับด้านหน้าที่เป็นสีขาวให้ความรู้สึกหรูหรามากๆ (ที่ขายในไทยมีทั้งหมด 3 สี) ตัวเครื่องขึ้นรูปด้วยเหล็กชิ้นเดียวตอบรับกับกระจกขอบโค้งด้านหน้าให้ความรู้สึกกระชับมือดีจริงๆ และด้านหลังมาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ใช้สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งใช้สั่งงานฟังก์ชั่นหลากหลาย ทั้งปลดล็อกเครื่อง, ถ่ายภาพ, รับสาย เป็นต้น อีกส่วนที่โดดเด่นมากจากด้านหลังก็เห็นจะเป็นเจ้าเลนส์ 2 ตัวจากกล้องคู่ พร้อมตัวหนังสือ Leica Summarit H 1.2.2/27 ASPH ที่ดูน่าสนใจมากใช้ได้เลยครับ Huawei P9 มาพร้อม Android เวอร์ชั่น 6.0, CPU HiSilicon Kirin 955 8-core 2.5 GHz และ 1.8 GHz, Ram 3 GB, เนื้อที่เก็บข้อมูล 32 GB รองรับการทำงานแบบ 2 ซิม แต่เครื่องนี้ไม่สามารถใช้งาน 3G หรือ 4G LTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม จะใช้งานได้ทีละซิม ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว ดูสะดวกและเข้าใจง่ายไม่ว่าจะเป็นปุ่มโฮมหรือปุ่มย้อนกลับ หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียด Full HD 1080p ให้ความรู้ที่คมชัดสวยและให้สีที่ค่อนข้างตรงมาก และอีกจุดนึงที่อยากจะเน้นนะครับ สายชาร์ตเป็นพอร์ต USB-C ซึ่งค่อนข้างแปลกและไม่เหมือนใครในตลาดปัจจุบันนี้ เพราะงั้นจะไปบ้านเพื่อนก็ควรจะพกสายชาร์ตไปด้วยเป็นการดีครับ ทีนี้ก็มาว่ากันด้วยเรื่องกล้องที่หลายๆ คนสนใจกัน บอกเลยครับว่าผมและบรรดาช่างภาพที่รู้จักก็ตื่นตากันสุดๆ เพราะมันเป็นเลนส์ Leica นั้นเอง งั้นจะขอเริ่มจากกล้องคู่ด้านหลังก่อนเลย ที่มาพร้อมความละเอียด 12 ล้านพิเซล โดยเลนส์ตัวหนึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายภาพขาว-ดำ ส่วนอีกตัวถ่ายภาพสีตามปกติ ภาพจากกล้องหลัง ส่วนจุดเด่นที่ประทับใจมากๆ นั้นก็เห็นจะเป็นตรงที่สามารถปรับรูรับแสงได้ถึง F 0.95 ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Huawei ผสมกับพลังของเลนส์ Leica ทำให้ภาพที่ได้นั้นอย่างกับมืออาชีพมาถ่ายเองเลยทีเดียวครับ ตรงนี้ชอบมากๆ ส่วนโหมดถ่ายภาพอื่นๆ นั้นมีให้เล่นมากมายเรียกว่าเลือกเล่นได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว ภาพจากกล้องหน้า สองรูปนี้ไม่ได้ปรับหน้าสวยเลยด้วยซ้ำ ใสดีจริงๆ ส่วนกล้องหน้านั้นมาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิเซล และโหมดหน้าสวยที่สามารถปรับได้ 10 ระดับ แบบที่ถูกใจนักเซลฟี่ทั้งหลายรับประกันว่าภาพที่ได้นั้นออกมาสวยสะใจแน่นอน ส่วนที่ผมชอบมากๆ ในกล้องหน้าของ Huawei P9 เครื่องนี้ นอกจากเซนเซอร์ด้านหลังที่ใช้กดถ่ายภาพได้สะดวกแล้ว ก็เป็นเห็นจะเป็นโหมด จับภาพรอยยิ้ม ตรงนี้บันเทิงมากครับ โดยมันจะกดชัตเตอร์เมื่อเรายิ้ม ทำเอาผมและเพื่อนยิ้มกันหน้าบานหัวเราะกันไม่หยุดเลยทีเดียว ฮ่าๆ ไปเดินเล่นงาน EDM มาพอดี ถ่ายภาพกลางคืนก็ออกมาค่อนข้างใช้ได้เลย สุดท้ายอยากบอกเลยครับว่า Huawei P9 เครื่องนี้เป็นสมาร์ทโฟนอีกเครื่องที่ประทับใจมาก จนอยากจะเสียตังซื้อเลยทีเดียว จากพลังของกล้อง Leica ที่ได้ลองทดสอบและสัมผัสกับมันบอกเลยว่าประทับใจมากๆ ร่วมไปถึงพลังของ CPU นั้นก็ทำออกมาได้ดีมาก หน้าจอคมชัดสวยจนไม่อยากจะละสายตาเลยทีเดียวครับ และด้วยราคา 16,990 บาท แค่กล้อง Leica นั้นก็คุ้มแล้วครับ เป็นสมาร์ทโฟนอีกเครื่องที่คุ้มค่าน่าเสียตังให้จริงๆ

Pretty Mobile Expo 2016 ชมพริตตี้ ดูมือถือ เพลินๆ
mobile /  Pretty / 

เริ่มขึ้นแล้วนะครับกับ Thailand Mobile Expo 2016 ที่ค่ายโทรศัพท์ต่างๆ ขนตัวเก่งมาอวดกัน และที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย ก็เห็นจะเป็นน้องๆ พริตตี้ Pretty Mobile Expo 2016 ที่แต่ละค่ายขนความน่ารักมาเพื่องานนี้โดย เราเดินเคลิ้มมาทั้งวัน ก็อดไม่ได้ที่จะเก็บมาฝากชาว Tech.MThai กัน ลองไปดูกันเลยดีกว่าครับ Jaymart มาแน่นๆ น้องขนม น้องจา น้องหยก สาวๆ จากบูธซัมซุง น้องเอมี่ พริตตี้ WIKO AIS ก็มา true ก็ดี VIVO แน่นๆ HUAWEI สวยคมๆ

หัวเว่ย ประกาศเปิดจอง Huawei P9 ในงาน Thailand Mobile Expo 2016
huawei /  Huawei P9 / 

เป็นกระแสอย่างต่อเนื่องสำหรับ Huawei P9 ที่ชูจุดเด่นด้วยกล้องคู่ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ระดับโลกอย่างไลก้า ล่าสุด Huawei ประกาศเปิดจองสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวในงาน Thailand Mobile Expo 2016 ระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤษภาคม 2559 พร้อมร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ งานนี้มีลุ้นว่ายอดจองจะถล่มทลายแค่ไหน แถมวงในยังกระซิบอีกว่าในงาน TME นี้ หัวเว่ยจัดเต็มยกขบวนสมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดไม่ว่าจะเป็น Huawei Mate 8, GR5, G7 Plus, และ P8 Series จัดเต็ม ณ เพนนารี่ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รวม 10 สุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งปี 2015
Huawei Mate S /  iPhone 6s / 

รวม 10 สุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งปี 2015 โดย MThai Technology ปีเก่าก็กำลังจะผ่านไป ปีใหม่ก็กำลังจะเข้ามานะครับ ซึ่งในปี 2015 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ มีสมาร์ทโฟนมากมายหลายรุ่นจากหลายค่ายที่เปิดตัว พร้อมกับการฟาดฟันสเปค และฟีเจอร์พิเศษกันเต็มที่ ซึ่งก็เช่นเคยเหมือนกันทุกปีครับ ทางทีมงาน MThai Technology ได้รวมรวบสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งปี 2015 เอาไว้ทั้งหมด 10 รุ่น ที่เราคิดว่าเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับความโดดเด่นจริงๆ ในปีนี้ ลองมาดูกันครับว่าจะมีมือถือรุ่นในใจของเพื่อนๆ หรือไม่ อันดับ 10 - Sony Xperia Z5 เปิดตัวมาด้วยสุดยอดมือถือกันน้ำอย่าง Sony Xperia Z5 ที่รุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับสเปคที่ทันสมัย ทิ่งห่าง Z3+ ที่เปิดตัวไปไม่กี่เดือนก่อนหน้าอย่างขาดรอย รวมไปถึงมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 23 ล้านพิกเซล ที่แม้จะภาพถ่ายจะมีคุณภาพเยี่ยม แต่อาจเป็นเพราะการจัดการซอฟท์แวร์ที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงอาจทำให้การถ่ายภาพมีอาการหน่วงบ้างเป็นบางครั้ง นอกจากนี้ฟีเจอร์พิเศษของ Sony ที่ให้มาตลอดอย่างเช่น การเป็นมือถือที่กันน้ำกันฝุ่น ก็ยังมีมาอย่างครบถ้วน รุ่นนี้จึงเป็นอันดับ 10 ในมือถือที่เราแนะนำในปีนี้ครับ อันดับ 9 - Huawei Mate S นี้คือสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดของหัวเว่ยในตอนนี้ครับ โดดเด่นด้วยงานประกอบระดับพรีเมี่ยม และหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วที่ใช้จอ AMOLED เป็นครั้งแรกของหัวเว่ย และยังเป็นหน้าจอที่ใช้เทคโนโลยี 3D Touch รองรับแรงกดที่แตกต่างกัน (เหมือนบน iPhone 6s) ทำให้มือถือทางฝั่ง Android ไม่น้อยหน้า iOS ทางด้านเทคโนโลยีนี้ด้วย เลยทำให้รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าใช้ของปีนี้เลย อันดับ 8 - LG G4 ถือว่าฟอร์มตกพอสมควร สำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล G ของทางฝั่ง LG ที่ก่อนหน้านี้มักจะอยู่ในอันดับต้นๆ ของทุกโพลเสมอ แต่มาถึงรุ่น LG G4 ที่ดันพลาด (หรืออาจจะอยากแหวกแนว) ทำมือถือฝาหลังเป็นหนังออกมาในขณะที่ตลาดกำลังเห่อมือถือสไตล์โลหะกันหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตามถ้าวัดกันในเรื่องความแรงแล้วล่ะก็ G4 ก็ไม่ยอมน้อยหน้าใครเช่นกัน รวมไปถึงหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 2K QHD และแบตเตอรี่ที่สามารถถอดได้ จึงเหมาะกับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว อันดับ 7 - Nexus 5X แม้จะมาในชื่อ Google Nexus แต่ผู้ผลิต Nexus 5X ก็ยังคงเป็น LG เจ้าประจำ ที่รอบนี้ได้นำจุดเด่นของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน อย่างเช่น ที่สแกนลายนิ้วมือใส่ลงมาในมือถือตระกูล Nexus ทำให้มือถือเครื่องนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สาวกเพียวแอนดรอยด์ผู้เสพติดความลื่นไหลได้กำเงินรอซื้อเลยทีเดียว และถ้าหากจะแข่งกันในเรื่องของการอัพเดต OS เวอร์ชั่นใหม่ก่อนใครแล้วล่ะก็ รับรองว่าไม่มีแจ๋วเกินตระกูล Nexus นี้อีกแล้วแน่นอน อันดับ 6 - Apple iPhone 6S Plus ซีรีย์มือถือตระกูลจอใหญ่บิ๊กเบิ้มจากแอปเปิ้ลที่มาคราวนี้พกพาเทคโนโลยี 3D Touch มาให้สาวกได้เล่นกันด้วย รวมไปถึงในรุ่นนี้ยังอัพสเปคให้แรงขึ้นอีกหลายเท่าตัว โดยเฉพาะ RAM ที่มี 2GB ซะที มีกล้องที่ถ่ายวีดีโอระดับ 4K ได้ แถมมีโหมด Live Photos ที่เพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายภาพได้เยอะทีเดียว ใครที่อยากได้มือถือจอใหญ่ และใช้ iOS รับรองว่ารุ่นนี้จะเป็นหนึ่งในใจคุณอยู่แล้วล่ะ อันดับ 5 - Samsung Galaxy S6 edge+ หากคุณชื่นชอบ Samsung Galaxy S6 edge แต่หน้าจอมันยังไม่ใหญ่สะใจ คุณคงต้องมองตัวนี้เลย กับ Samsung Galaxy S6 edge+ ที่ยัดหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วมาให้เลย และตัวเครื่องก็ยังดูไม่ใหญ่อีกด้วย พร้อมทั้งหน้าจอด้านข้างที่โค้งงอ ทำให้มีลูกเล่นมากมาย (จากเดิมที่เยอะจนจะจำไม่หมดอยู่แล้ว) มาให้เราได้ใช้กันอีก รวมไปถึงทางด้านกล้องที่หลายคนบอกว่ากล้องของตัวนี้ จัดเป็นกล้องบนมือถือที่ดีที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียว ตามสโลแกนที่ว่า "เราถ่ายได้ คุณก็ถ่ายได้" นั่นแหละ อันดับ 4 - OnePlus 2 แม้รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ 2 ของค่าย OnePlus ซึ่งเป็นค่ายมือถือเจ้าใหม่ ที่ตั้งเป้าว่าจะทำมือถือที่สเปคดีโคตร ในราคาที่สะเทือนทั้งตลาด มาในรุ่นนี้ก็ยังเช่นเคย เพราะ OnePlus 2 มาพร้อมกับสเปคที่ไม่ทำให้ใครผิดหวัง รวมไปถึงงานประกอบสุดเนี๊ยบ มีที่สแกนลายนิ้วมือ แถมยังรันอยู่บน Android ที่ครอบด้วย OxygenOS สุดลื่นไหล มือถือที่มาพร้อมสเปคระดับท็อป แต่ราคาระดับกลางแบบนี้ ใครมันจะไม่อยากได้กันล่ะ อันดับ 3 - Nexus 6P สมาร์ทโฟน Nexus 6P เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่กูเกิ้ลเปิดตัวมาพร้อมกับ 5X โดยรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่สเปคสูงกว่าที่ผลิตโดย Huawei ที่ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Google เลือกผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนมาเป็นผู้ผลิต Nexus ซึ่งเชื่อได้เลยว่ามือถือรุ่นนี้ต้องมีดี และไม่ธรรมดาแน่นอน ซึ่งนอกจากสเปคระดับท็อป และมาพร้อมกับสิทธิ์การอัพเดต Android OS เวอร์ชั่นใหม่ก่อนใครแล้ว Nexus 6P ยังมาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพที่คุณภาพสูงมาก เรียกได้ว่าลงตัวทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์เลยทีเดียว อันดับ 2 - Apple iPhone 6S โดดเด่น และเป็นผู้นำทางด้านดีไซน์เสมอสำหรับ Apple ที่มาคราวนี้ได้ส่ง iPhone 6S สีใหม่ ที่เรียกได้ว่า ตรงใจตลาดสุดๆ เพราะยอดขาย iPhone 6S (รวมไปถึง 6S Plus ด้วยนะ) สีชมพู Rose Gold ขาดตลาดไปเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว จนมีคำพูดที่ว่า "ถ้าไม่ได้ใช้ไอโฟนสีชมพู มันก็เหมือนไม่ได้ใช้รุ่นใหม่นั่นแหละ" ซึ่งแม้จะไม่ได้ถูกตามนั้นทั้งหมด แต่มันก็เป็นเรื่องจริงนะ เพราะดีไซน์มันเหมือนกับไอโฟนรุ่นก่อนหน้าทุกอย่างเลย หากไม่ลองเล่นดูรับรองว่าโคตรเซียนมือถือแค่ไหนก็ดูไม่ออกถ้าไม่ดูเรื่องสี นอกจากการดีไซน์ iPhone 6S ที่สวยงามแล้ว ด้านสเปคก็ถือว่ารุ่นนี้เป็นไอโฟนที่ดีที่สุดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลที่อัพเกรดสุดแรง หน้าจอ 3D Touch กล้องถ่ายภาพความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมาย รวมไปถึงกล้องหน้าที่ใช้หน้าจอแทนไฟแฟลชเพื่อให้หน้าไม่มืดเวลาถ่ายเซลฟี่ ก็นั่นล่ะครับ "ถ้าไม่ใช่ไอโฟน ก็ไม่ใช่ไอโฟน" พูดทำไมไม่รู้ งงเหมือนกัน อิอิกำ อันดับ 1 - Samsung Galaxy S6 (หรือ S6 edge) Samsung Galaxy S6 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนที่มาถูกทางมากๆ ครับที่หันหลังให้มือถือพลาสติก และมาทำมือถือรุ่นเรือธงให้มีบอดี้เป็นโลหะทั้งตัวแบบ Unibody โดยที่ด้านหน้า และด้านหลังเป็นกระจกกันรอย Gorilla Glass ยิ่งช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับมือถือเครื่องนี้ยิ่งขึ้นไปอีก ในส่วนของหน้าจอ ก็ยังคงโดดเด่นด้วยหน้าจอแบบ Super AMOLED สีสดใส สีดำดำเข้ม หน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว แต่มีความละเอียดสูงระดับ Quad HD ทำให้ภาพมีความคมสุดๆ รวมไปถึงทางด้านขุมพลังก็ไม่ธรรมดา เพราะใช้ชิป Exynos Octa-Core ทำงานร่วมกับ RAM 3GB ซึ่งหากให้มองข้อเสีย (สำหรับบางคน) ของรุ่นนี้ก็คือไม่สามารถถอดแบตได้ และเพิ่มหน่วยความจำภายนอกไม่ได้ ด้านกล้องของ Galaxy S6 ก็ยอดเยี่ยมไปแพ้กันครับ ด้วยกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมโหมดการถ่ายภาพให้เล่นมากมาย กล้องหน้าเลนส์มุมกว้าง ทำให้ถ่ายภาพเซลฟี่หมู่ได้ง่ายมาก และไม่รวมระบบสแกนลายนิ้วมือที่ก็มีมาให้ใช้ไม่ต่างจากรุ่นเรือธงค่ายอื่นๆ ทำให้ในปีนี้ Samsung Galaxy S6 เป็นมือถือรุ่นที่น่าใช้ที่สุดแห่งปีไปครอง เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับ 10 อันดับมือถือยอดเยี่ยมแห่งปีที่ MThai Technology จัดกันในวันนี้ ไม่รู้จะตรงใจเพื่อนๆ กันหรือเปล่านะฮะ หากเพื่อนๆ มีรุ่นไหนในใจ และคิดว่าควรอยู่ในอันดับด้วย ลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ที่ด้านล่างเลยครับ แล้วพบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ :) thanks pics from pocketlint

ไทยคลาสสิค! มาดูภายถ่ายวิถีเมืองกรุง ของ อนันดา, อาย กมลเนตร, อเล็ก ธีรเดช
ที่เที่ยวกรุงเทพ /  ภาพถ่าย

มาดู แกลอรี่ภาพถ่าย ของเหล่าดารากัน! พวกเขาถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านมือถือ Huawei ซึ่งถ่ายออกมาได้สวยและสื่อความหมาย ความเป็นไทยคลาสสิค วิถีชีวิต และผู้คนในแต่ละที่ได้ดีมากๆ โดยในที่นี่มีทั้ง อนันดา, อาย กมลเนตร, อเล็ก ธีรเดช, ยิปซี คีรติ, ภูผา เตชะณรงค์ เป็นต้น ไทยคลาสสิค! มาดูภายถ่ายวิถีเมืองกรุง ของ อนันดา, อาย กมลเนตร, อเล็ก ธีรเดช MONOCHROME SENSOR By ANANDA EVERINGHAM PROFESSIONAL BOKEH By  EYE KAMOLNED RGB SENSOR-By PUPAA TAECHANARONG MONOCHROME SENSOR By ALEK TEERADETCH PROFESSIONAL BOKEH By GYPSY KEERATI ขอบคุณที่มา https://th.huaweip9gallery.com/

Huawei MediaPad M3 พร้อมออกวางจำหน่ายปลายเดือนกันยายนนี้
Android /  huawei / 

เผยโฉมออกมาให้เห็นกันแล้วสำหรับแท็ปเล็ตตัวล่าสุดของ Huawei ในชื่อรุ่น MediaPad M3 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow กล้อง 8 ล้านพิกเซลทั้งหน้า และหลัง มีขนาด 215.5 x 124.2 x 7.3 มิลลิเมตร หน้าจอกว้าง 8.4 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล RAM 4 GB พื้นที่ภายในมี 2 รุ่น 32GB/64GB สามารถเพิ่มได้ถึง 128GB ผ่าน microSD card โดยราคาของ Huawei MediaPad M3 รุ่นปกติจะอยู่ที่ 349 ยูโร ไปจนถึง 449 ยูโรตัวท็อปของรุ่นนี้ จะมีมาให้เลือกเพียง 2 สี คือ สีทอง และสีเงิน คาดว่าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการปลายเดือนกันยายนนี้ ที่มา : huawei