Huawei Ascend P6

Huawei เปิดตัว Huawei Tron เครื่องเกมส์ตัวแรกของจีน
Huawei Tron

Huawei ประกาศการผลิตเครื่องเล่นเกมส์ตัวใหม่ Huawei Tron ใช้ระบบปฏิบัติการ Android  เตรียมวางขายกลางปี 2014 กำหนดราคาราว 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) เครื่องเล่นเกมส์ Huawei Tron เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES 2014 เป็นเครื่องเล่นเกมส์เครื่องแรกของประเทศจีนที่ผลิตขึ้นมาเอง โดยมีความต้องการแข่งขันกับเครื่องเล่นเกมส์อย่าง Ouya ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และสามารถเล่นออกผ่านโทรทัศน์ สำหรับเครื่องเล่นเกมส์ดังกล่าวจะใช้หน่วยประมวลผล Tegra 4 จาก NVIDIA แรม 2GB สามารถเลือกเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ 16 GB หรือ 32 GB แบบ Micro-SD ได้ และใช้ Android เวอร์ชั่น 4.2.3 นอกจากนี้ ยังรองรับเกมส์บน Android ด้วยขนาดภาพ 1080p และรองรับวิดีโอแบบ 4K อีกเช่นกัน ส่วนจอยเกมส์มีการออกแบบคล้ายคลึงกับจอยเกมส์ Xbox 360 แต่ว่ามีการเพิ่มแป้นทัชสกรีนเข้ามาด้วย Huawei Tron กำหนดราคาขาย 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) วางขายที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรก

เปิดตัว Huawei Honor 3C สมาร์ทโฟนราคาประหยัด จอ 5 นิ้่ว กล้อง 8 ล้าน มี 2 ซิม
Honor 3c /  huawei / 

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่(ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Honor “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Honor 3C” ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว สเปคสูงราคาสบายกระเป๋า บางเบา ดีไซน์ล้ำ ชูจุดเด่นถ่ายภาพพร้อมเสียง, เลนส์มาโคร, กล้องหน้าพาโนรามา ซึ่งมีความละเอียดสูงสุดถึง 8 ล้านพิกเซล  นายเฉิน ลุ่ย (Mr. Chen Rui) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยการเปิดตัว Honor 3C สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล Honor โดยหัวเว่ยว่า “วันนี้หัวเว่ยได้นำ Honor 3C สมาร์ทโฟนในตระกูล Honor มาสู่ตลาดเมืองไทย ด้วยสเปคการใช้งานที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปด้วยเซนเซอร์กล้องจากโซนี่ที่ให้ความคมชัดสูง พร้อมฟังก์ชั่นการถ่ายภาพกล้องหน้าแบบพาโนรามา, การถ่ายภาพมาโคร และยังเพิ่มจุดเด่นการถ่ายภาพด้วยระบบถ่ายพร้อมเสียง สำหรับระบบปฏิบัติการของ Honor 3C ได้นำระบบฏิบัติการ Android version 4.2 มาใช้เพื่อสนับสนุนการใช้งานให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมหน่วยประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz และ RAM 2 GB นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย เรียกได้ว่าสเปคเกินราคา โดย Honor 3C ได้เปิดตัวไปแล้วที่ประเทศจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญที่สุดในเอเชีย ซึ่งปีนี้เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งได้รับการตอบรับจากสาวก Android เป็นอย่างดี ซึ่งเราคาดว่าสำหรับตลาดในประเทศไทย เราจะได้รับการตอบรับที่ดีมากเช่นกัน สำหรับราคานั้น เริ่มต้นที่ 7,990 บาท คุณสมบัติเด่นของ Honor 3C คือ หน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ LTPS จอชนิดใหม่ที่กินไฟน้อยลงเพื่อประหยัดพลังงาน และบางกว่าเดิม ความละเอียดสูงถึง 720 p, ระบบปฏิบัติการ Android version 4.2 พร้อม Emotion UI 2.0, RAM 2GB, หน่วยความจำ 8GB รองรับ Micro SD, มีกล้องด้านหลังความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้าความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ด้วยระบบเซนเซอร์จากโซนี่ ไมโครโฟน 2 ตัวพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และสามารถเชื่อมต่อบลูทูธ 4.0 รวมทั้งสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นใน Playstore ที่สามารถให้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กลุ่มธุรกิจหัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์ เป็นหนึ่งในสามกลุ่มธุรกิจหลักของหัวเว่ย ที่มุ่งพัฒนาและจัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประสิทธิภาพสูงให้แก่ลูกค้าในภาคองค์กร ด้วยศักยภาพที่เต็มเปี่ยมในด้านการวิจัยและพัฒนา ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่กว้างขวาง ซึ่งช่วยให้หัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าองค์กรได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหน่วยงานรัฐบาล การขนส่ง พลังงาน การเงิน หรือธุรกิจประเภทอื่นๆ โซลูชั่นของหัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ระบบ UC&C ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ดาต้า เซ็นเตอร์ และแอพพลิเคชั่นเพื่องานอุตสาหกรรมต่างๆ Honor 3C Selling Point • 5” LTPS in–cell HD Display(1280 * 720) • Quad-core chipset with 2G RAM guarantee most fluency performance • Fashion Design with Extreme Compact ( Screen to Body ratio 69%, Frame wide only 2.2mm) • 5 MP Front-facing Camera with 10 level beautiful model • 8MP Sony BSI Camera with 4CM Macro shooting function • 2300 mAh Battery with Huawei patented power saving technology, can last more than one day even for heavy user • Dual Micro Sim card • Emotion UI 2.0 ,more easy to use

รีวิว AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps: เปลี่ยน 3G ให้เป็น WiFi ส่วนตัว
ais /  AIS 3G Pocket WiFi

ปัจจุบันความเร็วอินเตอร์เน็ต 3G มีความเร็วเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมาก ทำให้ 3G เข้ามามีบทความในชีวิตประขำวันของเรามากขึ้น ผมเองเป็นอีกหนึ่งคนที่ขาดเน็ตไม่ได้เลย ถึงแม้ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเล่น แต่ก็จำเป็นต้องมี 3G สแตนบายไว้สำหรับทำงานนอกสถานที่หรือ มีงานด่วนเข้ามาในช่วงที่ผมไม่สามารถเข้าถึง WiFi ได้ หลายครั้งที่ผมต้องแชร์อินเตอร์เน็ต 3G หรือที่เราเรียกกันว่า WiFi Hotspot จากมือถือเพื่อให้ Notebook หรือมือถืออีกเครื่องที่ไม่มีเน็ต สามารถเล่นเน็ตได้ ปัญหาที่เจอไม่ใช่เรื่องความเร็ว 3G แต่เป็นเรื่องความร้อนของมือถือเครื่องที่ปล่อย WiFi Hotspot ที่จะร้อนมากๆ แบตก็หมดเร็ว อุปกรณ์ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผมและอีกหลายๆ คนที่ต้องมักจะใช้ WiFi Hotspot อยู่เป็นประจำก็คือ AIS 3G Pocket WiFi AIS 3G Pocket WiFi จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน คือ AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps และ AIS 3G Pocket WiFi 42 Mbps รุ่นที่ผมจะมารีวิวให้ชมกันก็คือตัว 21.6 Mbps ตัวนี้ราคาพิเศษอยู่ที่ 1,499 บาท จากราคาปกติ 1,990 บาท ความสามารถของเจ้า AIS 3G Pocket WiFi นอกจากเรื่องการรองรับความเร็ว 3G สูงสุงถึง 21.6 Mbps แล้ว ยังสามารถแชร์สัญญา WiFi พร้อมกันได้ถึง 10 เครื่องเลยทีเดียว AIS 3G Pocket WiFi มีไฟสถานะแจ้งเตือนการทำงาน อาทิ สัญญาณเครือข่าย, สัญญาณ WiFi, แบตเตอรี่, ข้อความ ปุ่มสำหรับเปิดและปิดเครื่องจะอยู่ขวาสุด การทำงานง่ายมากๆ โดยอาศัยแค่ปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว AIS 3G Pocket WiFi ผลิตโดย Huawei ด้านหลังระบุชัดเจน รุ่นนี้รองรับ 3G สูงสุด 21.6 Mbps ด้านล่างจะมีช่องสำหรับต่อ micro USB 2.0 สำหรับชาร์จแบต และซิงค์ข้อมูลกับคอม อ้อ.... สามารถใส่สายคล้องกับตัว Pocket WiFi ได้ด้วย AIS 3G Pocket WiFi มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-Polymer ที่ถอดเปลี่ยนได้ ความจุ 1500 mAh สามารถใช้งานได้ราวๆ 5 ชั่วโมง ส่วนซิมรองรับซิมขนาดธรรมดา รองรับคลื่น 900/2100 MHz เวลาจะใส่ซิมหรือถอดซิมก็ต้องแกะแบตเตอรี่ออกก่อน ด้านในของฝาหลังและตัวเครื่องจะมีชุดตัวเลข 8 ตัว เรียกว่า WiFi Key ใช้สำหรับเป็น password ค่าเริ่มต้น สามารถใช้รหัสตัวนี้กรอกเข้าใช้งาน แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่อีกที หรือถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราใช้งานไปเกิดลืมรหัสผ่าน ก็สามารถ Reset Password แล้วกรอกตัวเลขชุดนี้เพื่อข้าใช้งานได้อีกครั้งเช่นกัน AIS 3G Pocket WiFi ไม่ต้องเป็นต้องติดตั้ง driver หรือโปรแกรมใดๆ ก่อนใช้งาน (เพราะไม่ใช่ Aircard) แต่ทาง AIS เองก็มีการใส่ driver ของตัว Pocket WiFi มาให้ เผื่อท่านไหนต้องการติดตั้งเพื่อง่ายต่อการเข้าตั้งค่าการใช้งาน Pocket WiFi สำหรับท่านที่ต้องการติดตั้งไดร์เวอร์ก็เพียงแค่ต่อ Pocket WiFi กับคอมพิวเตอร์จากนั้นจะมีไดร์เพิ่มขึ้นมา ในนั้นจะมีไฟล์สำหรับติดตั้งไดร์เวอร์มาให้ก็ทำการติดตั้งได้เลย สำหรับการตั้งค่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเราสามารถตั้งค่าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดคอม ซึ่งวิธีการก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ต่อ WiFi เข้ากับ AIS 3G Pocket WiFi จากนั้นเปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าไปที่ URL: http://ais3gpocketwifi.home/ จะมีหน้าตั้งค่าอย่าง่ายสำหรับมือถือแสดง (หน้าตั้งค่าเวลาเปิดในมือถือกับคอมจะแสดงต่างกัน) นอกจากนั้นยังสามารถดูสถิติการใช้งาน และดูได้ว่าตอนนี้มีเครื่องที่เชื่อมต่อกับ Pocket WiFi อยู่ทั้งหมดกี่เครื่อง จากที่ทดสอบพบว่าสามารถเชื่อมต่อได้มากที่สุด 10 เครื่อง ในหน้าตั้งค่านี้เราสามารถเข้าอ่าน SMS , ส่ง SMS ได้ด้วย นอกจากนั้นเรายังสามารถเปลี่ยนชื่อ WiFi ตามที่เราต้องการ กำหนดรหัสผ่านเข้าใช้งาน WiFi ใหม่ได้เอง แต่ถ้าต้องการตั้งค่ามากกว่านี้ก็ต้องเปิด URL: http://ais3gpocketwifi.home/  ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ถ้าเปิดผ่านคอมก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ ซึ่งเราจะสามารถตั้งค่าการใช้งานที่หลากหลายกว่าเวลาเปิดในมือถือ ถ้าใครพอมีความรู้ทางด้าน Network นิดนึงก็จะสามารถตั้งค่าการใช้งานขั้นสูงได้ เปรียบเสมือนตั้งค่าเร้าเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าใครต้องการการใช้งานที่ปลอดภัย หรือกลัวคนอื่นเข้ามาแย่งใช้งานก็สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ครับ อย่างที่กล่าวไว้ เหมือนการตั้งค่าในเร้าเตอร์แทบทุกประการ แต่การตั้งค่าตรงนี้ต้องอาศัยควมารู้ทางด้าน Network ประกอบด้วย ถ้าตั้งค่าผิด จะเข้าใช้งานไม่ได้ ถ้าท่านไหนขี้เกียจเปิดคอมก็สามารถตั้งค่าในเบราว์เซอร์ในมือถือ โดยให้เลือกใช้ Desktop site เพียงเท่านี้ก็สามารถแสดงผลการตั้งค่าแบบในคอมแล้วครับ เรื่องความเร็วในการใช้งานจริงก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราใช้งาน ณ ช่วงเวลานั้นๆ ถ้ามีคนใช้ 3G เยอะความเร็วก็จะถูกแชร์กัน ถ้าคนใช้น้อยความเร็วที่เราได้ก็จะสูง เท่าที่ลองทดสอบดู เน็ตจะวิ่งตั้งแต่ 1-14Mbps สำหรับท่านไหนสนใจ ทาง AIS มีโปรโมชั่น ฟรี 3G จำนวน 500MB นาน 1 เดือน ครับ หาซื้อได้แล้ววันนี้ ตาม AIS Shop, Telewiz Shop และร้านค้า IT ทั่วประเทศ ในราคา 1,499 บาท

Lenovo เล็งลุยตลาดที่ iPhone 5C ทำผิดพลาด !
iPhone 5C /  Lenovo

Lenovo เปิดแผนการตลาด เตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟน ที่ iPhone ไม่สามารถทำได้!? หนึ่งในสิ่งที่น่าแปลกที่สุดสำหรับตลาดเทคโนโลยีในปีนี้ เรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของ Apple ที่ตอนแรกบอกว่าเตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดด้วย iPhone รุ่นใหม่ แต่ที่สุดแล้ว iPhone 5C ที่เปิดตัวออกมานั้น ก็มีราคาแพงน้อยกว่า iPhone 5S รุ่นท็อปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งๆ ที่ภายในเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า ที่ลดคุณภาพบอดี้ภายนอกเปลี่ยนเป็นพลาสติกเท่านั้น จากบทสัมภาษณ์ของ CEO Lenovo นาย Yang Yuanqing เกี่ยวกับเป้าหมายบริษัท ซึ่งเป้าใหม่ยในตลาดสมาร์ทโฟนของ Lenovo ก็คือ "iPhone is probably not the best-selling product" หรือ เล็งในตลาดที่ iPhone ไม่ใช่สินค้าที่ดีที่สุดนั่นเอง เนื่องจากทั้ง iPhone 5C และ iPhone 5S จะบอกว่าเป็นมือถือราคาถูกก็คงไม่ใช่ Lenovo จึงเล็งเป้าหมายไปที่ตลาดในประเทศจีน และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging market) อย่างอเมริกาใต้, แอฟริกา, และตะวันออกกลาง นอกจาก Lenovo แล้ว อย่าง Huawei, BlackBerry และ Samsung ก็กำลังเล็งเป้าไปที่ตลาดนี้เช่นกัน ซึ่งทาง Lenovo ก็เป็นแบรนด์ที่หลายท่านคุ้นหูกันอยู่แล้ว (โดยเฉพาะในตลาดคอมพิวเตอร์) ก็น่าจะทำให้ Lenovo ติดตลาดได้ไม่ยาก source: bgr

ผุดแบรนด์มือถือชวนจิตตก
Huawai /  huawei

HUAWEI  แบรนด์สมาร์ทโฟนที่คุ้นตาจากแดนมังกร  เปิดแคมเปญโปรโมทบริษัทกันเสียใหม่ ในชื่อ How to pronounce Huawai หรือ สูเจ้าอ่านออกเสียง Huawai ว่าอะไร? เชื่อว่าหลายท่านอ่านออกเสียงว่า หัวเว่ย   ฯลฯ ติดหูกันมาตั้งแต่แรกเริ่มที่แบรนด์เปิดสู่ตลาดโบบายด์ ดูเหมือนพวกเราจะเข้าใจผิดมาตลอด เพราะความจริงแล้วคำอ่านของมัน มีความหมายชวนจิตตกอยู่เหมือนกัน ...  จะอ่านว่าอะไรนั้น?  ไปชมคลิปด้านล่างกันดีกว่า !!   *** HUAWEI - หัวเว่ย หรือ "WA WAY " - ว้าเหว่  มีชื่อเต็มว่า Huawei Technologies  เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน ที่เติบโตมากว่า 25 ปี ก่อตั้ง เมื่อปี 1987 โดยนายเหริน เจิ้งเฟย เมื่อปี 2010 ติดอยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน  ยอดขาย 21.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านเหรียญสหรัฐ . Source By Techxcite

น้ำชา ชีรณัฐ เคลียร์คิว ร่วมแคมเปญ หัวเว่ย สุดคึกคัก
huawei /  น้ำชา ชีรณัฐ / 

นักร้องสาวสุด HOT “น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์” ปลดล็อคคิวละคร ปลีกตัวมาร่วมกิจกรรมพิเศษร่วมกับ หัวเว่ย ภายใต้แคมเปญ “HUAWEI Unlock Happiness Possibilities: ปลดรหัสความสุข สนุกได้ทุกวัน” โดยมี คุณเมธี สุขมาก ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (ที่ 4 จากซ้าย) คุณฤทัยกาญจน์ หอประเสริฐกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกการตลาด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) และคุณอุเทน สำราญรัมย์ ผู้จัดการช๊อบ เจมาร์ท สยามพารากอน (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมบรรดาแฟนคลับ และผู้ใช้มือถือหัวเว่ยให้การตอบรับร่วมเล่นเกมส์ รับของรางวัลพิเศษอย่างคับคั่ง ณ ร้าน Jaymart ชั้น สยาม พารากอน เมื่อวันก่อน สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ *460*99*1#โทร และผู้ที่เป็นเจ้าของ Huawei ทุกรุ่นรับสิทธิพิเศษ VIP Guest กด*460*99*เลขที่ IMEI ของเครื่อง # โทรออก ร่วมลงทะเบียนเล่นเกมส์ และลุ้นเป็นผู้โชคดีได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2557 ประกาศผลผ่านทาง http://www.facebook.com/HuaweiDeviceThailand

MediaPad 7 นิ้ว แอนดรอยด์ 3.2 เครื่องแรกของโลก!!
Android Honeycomb 3.2 /  Google I/O / 

หลังจากโลกไอทีต่างกรำศึกแท็บเล๊ตอย่างหนักหน่วง  หันไปทางไหนก็เจอ เหลี่ยม บาง เหลี่ยม แบน จนเริ่มเลียน หลังการเปิดตัว แอนดรอย์  Ice cream Sandwich  (4.0) ในงาน Google I/O เมื่อต้นเดือน พลันวงการดรอยด์เริ่มค่อยๆ ซาลงประปราย  เพราะนั่นเป็นไซเลนจากกูเกิลถึงเหล่าผู้ผผลิต ให้เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับฮาร์ดแวร์ใหม่เพื่อรองรับ 4.0 กันได้แล้ว แต่วันนี้ทางฝากของ Huawei จากจีน ผุดบางสิ่งอย่างเรียกสายตาชาวดรอยด์ คั่นเวลารอกินไอศกริมแซนวิช กับ "MediaPad 7 นิ้ว"  ที่มาพร้อมระบบปฎิบัติ "Android Honeycomb 3.2" เครื่องแรกของโลก  โดยทำการเปิดตัววันนี้เอง ณ งาน  CommunicAsia ในสิงคโปร์ สำหรับสเปกประกอบด้วยซีพียู dual - core  Qualcomm ความเร็ว 1.2 GHz,  จอ IPS capacitive ประมวลผลพิกเซลเท่ากับ 217 ต่อนิ้ว, ระบบ GPS, กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 5 ล้านพิเซล, สัญญาณ Wi-Fi (802.11n)  ความยาวแบตเตอรี่ 6 ชั่วโมง Huawei MediaPad 7 นิ้ว พาขนาดความบางมาที่ 10.5  มม. หนัก 390 กรัม หรือประมาณ 0.86 ปอนด์ พร้อมด้วยฟีเจอร์การถ่ายวีดีโอ  1080p กับ HSPA+ (High Speed Packet Access) ที่  14.4Mbps และ 3G , ความจำภายใน 8GB พร้อมรองรับ microSD , Bluetooth, และ พอร์ต  HDMI  MediaPad จะลงสนามแท้บเล๊ตในช่วงไตรมาสหน้ากับราคาที่ 17,000 โดยประมาณ!! * Specs* Android Honeycomb 3.2 OS 7-inch IPS LCD capacitive touchscreen 10.5mm (0.4 inches) slim, ~390g weight (0.86 pounds) 1.3 MP front-facing camera, 5 MP auto focus rear facing camera with HD video recording capabilities HSPA+ 14.4 Mbps, WiFi 11n Dual-core 1.2GHz Qualcomm processor Over 6 hours battery life 1080P full HD playback and HDMI port Flash 10.3 Source By Akibaharanews

อินเทล แนะนำโมเด็ม 4G LTE ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัวแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กที่รองรับ 4G
intel /  Intel® XMM™ 7160 / 

ประเด็นข่าว • Samsung GALAXY Tab 3 (10.1) ที่รองรับการเชื่อมต่อ 4G ด้วยโมเด็ม Intel® XMM™ 7160 LTE มีวางจำหน่ายแล้วในทวีปเอเชียและยุโรป • Intel® XMM™ 7160 รองรับการใช้งานแบบมัลติโหมด (2G/3G/4G LTE) ทั้งเสียงและข้อมูลพร้อมกัน และรองรับการเชื่อมต่อกับ LTE ทั่วโลกได้มากถึง 15 คลื่นความถี่ • อินเทลประกาศว่าแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กรุ่นต่างๆ จากแบรนด์ชั้นนำที่มี PCIe M.2 LTE ซึ่งเป็นอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลแบบไร้สาย จะเริ่มวางจำหน่ายในปี 2557 อินเทลประกาศเปิดตัวโซลูชั่น LTE ที่รองรับ 4G ชนิดมัลติแบนด์ มัลติโหมดออกสู่ตลาด โดยแพลตฟอร์ม Intel® XMM™ 7160 ที่มีอยู่ใน Samsung* GALAXY Tab 3 (10.1) รุ่นที่รองรับ 4G LTE1 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในทวีปเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ อินเทลยังเพิ่มโซลูชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับการเชื่อมต่อ 4G LTE ด้วยการเปิดตัว PCIe (PCI Express) รุ่น M.2 สำหรับแท็บเล็ต อัลตร้าบุ๊ก อุปกรณ์ทูอินวัน รวมถึงอุปกรณ์รับสัญญาณ Intel® SMARTi™ m4G ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับและส่งสัญญาณวิทยุ (RF) ได้ โดยอินเทลคาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไร้สายในตัวอุปกรณ์ได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากขึ้น “เมื่อเครือข่าย LTE มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้งานก็หวังที่จะได้เห็นอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับ 4G ได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็บท้อป อินเทลนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า เพื่อการเชื่อมต่อ LTE ที่มีความเสถียรและรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์พกพาได้หลากหลายรูปแบบ” นายเฮอร์แมน อูล รองประธานองค์กรและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มโมบายล์และ การสื่อสารของอินเทลกล่าว การวางจำหน่ายโซลูชั่น Intel® XMM 7160 นั้น นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการทดสอบการใช้งานข้ามเครือข่ายร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากทวีปเอเชีย ยุโรป และ อเมริกาเหนือ โดย Intel® XMM 7160 ถือเป็นหนึ่งในโซลูชั่น LTE แบบมัลติโหมด มัลติแบนด์ ที่มีขนาดเล็กที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุดสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ต โดยสามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย 2G, 3G และ 4G LTE ได้โดยไม่สะดุด รองรับการเชื่อมต่อ LTE พร้อมกันได้มากถึง 15 คลื่นความถี่ และรองรับ voice-over LTE (VoLTE) นอกจากนี้ ตัวโครงสร้างยังถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการรองรับคลื่นความถี่ RF ซึ่งประมวลอัลกอริธึมแบบเรียล-ไทม์สำหรับ envelope tracking (ET) และ antenna tuning เพื่อให้เป็นโซลูชั่นมัลติแบนด์ที่มีความคุ้มค่า ประหยัดแบตเตอรี่ และสามารถใช้ LTE ระหว่างประเทศได้ทั่วโลกด้วยอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว อินเทลนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการผลิตโมบายล์แพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งได้แก่ เอสโอซี (SoCs) integrated circuits ที่คุ้มต้นทุน ดีไซน์ต้นแบบ และซอฟต์แวร์ที่มีลูกเล่นมากมายซึ่งรองรับทั้ง 2G, 3G และ 4G LTE โดยอินเทลได้เปิดตัวโซลูชั่น LTE มัลติโหมด 2 รุ่นที่พัฒนามาจากแพลตฟอร์ม Intel® XMM 7160 แล้ว เพื่อเตรียมตลาดให้พร้อมสำหรับอุปกรณ์รูปแบบต่างๆ ที่เชื่อมต่อ 4G ในอนาคต LTE โมดูล Intel PCIe M.2 และโซลูชั่น Intel® SMARTi m4G รุ่นใหม่ อินเทล เปิดตัว LTEโมดูล Intel® PCIe M.2 LTE ซึ่งมีขนาดเล็ก ราคาประหยัด ที่มีขนาดมาตรฐานและรองรับมัลติโหมด 2G 3G และ 4G LTE สำหรับอุปกรณ์หลายรูปแบบ โดย Intel® M.2 รองรับการ ดาวน์โหลดความเร็วสูงสุดได้ถึง 100Mbps เมื่อเชื่อมต่อ LTE และรองรับการเชื่อมต่อ LTE ได้มากถึง 15 คลื่นความถี่เพื่อใช้งานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังรองรับ Global Navigation Satellite Systems (GNSS) ฟังก์ชั่นที่พัฒนามาจากโซลูชั่น CG1960 GNSS อีกด้วย ผู้ผลิตรายต่างๆ สามารถนำโมดูล M.2 ไปใช้ในการออกแบบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการเชื่อมต่อ 4G ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย จึงช่วยลดต้นทุนด้านการออกแบบและตรวจสอบการรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์ และยังช่วยร่นระยะเวลาทำให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ M.2 ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบการทำงานข้ามเครือข่ายระหว่างผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลก โดยอุปกรณ์ที่ใช้ M.2 จะผลิตโดย Huawei*, Sierra Wireless* และ Telit* และจะมีวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ส่วนแท็บเล็ตและ อัลตร้าบุ๊กรุ่นต่างๆ จากผู้ผลิตชั้นนำจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกในปี 2557 ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับและส่งสัญญาณวิทยุ (RF) ได้ โดยอินเทลคาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไร้สายในตัวอุปกรณ์ได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากขึ้น นอกเหนือจาก โมดูล Intel® PCIe M.2 LTE รุ่นใหม่แล้ว อินเทลยังได้ร่วมกับ Murata* <http://www.murata.com/> ในการแนะนำ Intel® SMARTi m4G ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับส่งสัญญาณวิทยุที่รวมเอา Intel® SMARTi m4G และ Intel® SMARTi 4G ไปไว้ในแพ็คเกจ LTCC (low temperature co-fired ceramic) ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานคู่กับ Intel® X-GOLD™ 716 ผู้ผลิตจะสามารถออกแบบโซลูชั่นที่มีขนาดเล็กลง ผ่านมาตรฐานข้อกำหนดของผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาในการออกแบบน้อยกว่าเดิม โดยสามารถตัดส่วนประกอบออกไปได้มากกว่าร้อยละ 40 และทำให้แผงวงจรมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมร้อยละ 20 อินเทล คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายโซลูชั่น LTE รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง Intel® XMM™ 7260 ได้ในปี 2557 โดยอุปกรณ์รุ่นดังกล่าวได้เพิ่มคุณสมบัติ LTE ขั้นสูงเข้าไปด้วย เช่น carrier aggregation และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อสำหรับสัญญาณแบบ TD-LTE และ TD-SCDMA ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโซลูชั่นเพื่อการสื่อสารไร้สายจากอินเทล ดูได้ที่ http://www.intel.com/content/www/us/en/wireless-products/mobile-communications.html  

4G ช้าไป Huawei จัดให้ 5G อีก 4 ปี เจอกัน !!
3G /  4g / 

" 5G หนัง HD วิเดียวก็โหลดเสร็จ เจอกันปี 2018 ( ไม่ใช่ที่แห่งนี้!! )"     ในระหว่างที่บ้านนี้เมืองนี้กำลังแตกตื่นกับ 3G อุปทานหมู่ ที่บางครั้งก็หลุดเข้าสู่โหมดตัว E อย่างมิได้นัดหมาย แม้จะอยู่ในพื้นที่ใจกลางพระนคร ที่ก็ไม่น่าจะอับสัญญาณอะไรมากมายอยู่นั้น   ประเทศมหาอำนาจจีนแผ่นดินใหญ่ และค่ายสมาร์ทโฟน Huawei ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาเบาะๆ เบาๆ ว่า " 4G นี่เริ่มจะกากไปแล้วนะพี่น้อง สำหรับสมาร์ทโฟนในอนาคตอีก 4 ปี ต้อง  5G เท่านั้น!! "     ตัวเลข 5G ของหัวเหว่ยถูกทุ่มงบ เพื่อการพัฒนาไปกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กินระยะเวลาในการสร้างเพื่อแล้วเสร็จในอีก 4 ปีข้างหน้า คือปี  2018 อัตราความเร็วอยู่ 10Gbps ซึ่งเร็วกว่า 4G 10 เท่า และเร็วกว่า 3G ถึง 5,000 เท่า ทำให้ดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD ได้เสร็จภายในเวลาเพียง 1 วินาที เท่านั้น   ถือว่าเป็นแรงพลักดันเทคโนโลยีอินเตอร์เนตความเร็วสูงได้ดีทีเดียว เพราะหลังจาก Huawei แถลงข่าว 5G ไปนั้น ด้าน Samsung, Ericsson, ZTE, China Mobile รวมทั้ง รัฐบาลจีนและยุโรป ต่างก็แสดงเจตนารมณ์ร่วมพัฒนา 5G ต่อด้วย เช่นเดียวกัน !!     Source : asia.cnet.

Huawei Ascend P2 เทพแห่ง 4G LTE สปีดสุดในโลก 150Mbps !!
4g /  Ascend P2 / 

  ขณะที่ค่ายน้อยใหญ่ กำลังบิ๊วงานกล้องสมาร์ทโฟน ให้ใกล้เคียงกับ DSLR มากที่สุด เท่าที่จะโมดิฟรายด์กันได้ ค่ายจีนแผ่นดินใหญ่ ก็พา Huawei Ascend P2 ออกมาเปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2013 ที่บาเซโลน่า  พร้อมนิยามลูกหม้อ ตัวนี้ว่าเป็น " เทพแห่ง 4G " !!   เทพแห่ง 4G ตัวนี้อัดโมเดม LTE Cat 4 เข้ามา เพื่องานดาวน์โหลดที่สูงถึง 150Mbps เป็นตัวเลขที่โอเปอร์เรเตอร์ฝั่งสหราชอาณาจักรเท่านั้น สามารถออกมาคอนเฟิร์มได้ว่า Ascend P2 ดาวน์โหลดด้วยความเร็วระดับนี้ได้จริง   ขณะที่การเข้าถึงดาต้าอย่างสายฟ้าแล่บนี้ จะถูกขับเคลื่อนด้วยซีพียู quad-core 1.5GHz processor ที่หัวเหว่ยโมขึ้นเอง แรมจัดมาที่ 1GB นำเสนอผ่านจอ Gorilla Glass 2 ขนาด 4.7 นิ้ว (315ppi) รัน Android 4.1 Jelly Bean จะลงตลาดในไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้ เปิดราคายุโรปไว้ที่ €399 ราว  16,000 บาท .     Huawei Ascend P2   หน้าจอ IPS  4.7 นิ้ว Gorilla Glass 2 ซีพียู quad-core 1.5GHz processor แรม 1GB กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล รองรับ LTE Cat 4 ดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps แบตเตอรี่ 2420 mAh พร้อมเทคโนโลยี ประหยัดพลังงาน 25% ลงตลาดไตรมาส 2 ในยุโรป ราคา €399 ราว  16,000 บาท      Source & Pics : pocket-lint 

ที่สุดแห่งเดอะโฟน จาก MWC 2012
Ice Cream Sandwich /  MWC 2012

MWC 2012 - ปิดฉากลงไปแล้ว สำหรับงาน MWC 2012  ( Mobile World Congress 2012 ) อีกหนึ่งเวทีครั้งสำคัญต้นปี ที่บรรดาค่ายต่างๆ พาน้องๆ  มาเดินแบบ  พร้อมทั้งหยั่งเชิงคู่แข่ง  ก่อนกลับไปปรับทิศกลยุทธ์หวังพลิกเกม ซึ่งโดยรวมในงานนั้น นอกจากการขโมยซีนของโนเกีย ด้วย 808 แล้ว  น้องๆ ตัวอื่น ก็เรียกสายตาได้แบบพอกรุ่มกริ่ม พริ้มเพรา ให้พอชม้อยตา ชม้ายเนตรกันไป  ตั้งแต่แอนดรอยด์โฟน ที่แน่นอนต้องมาพร้อมกับ OS ภาคบังคับของปี อย่าง Ice cream sandwich และการหักเหลี่ยมเฉือนคม กันด้านฮาร์ดแวร์ จัดหนักเข้าว่า... มีอะไร? โดดเด้งแก่การจับจอง ในไตรมาสหน้าบ้าง... มาชมกันจ๊ะ!! HTC One X เริ่มกันที่ ขวัญใจแม่ยกแอนดรอย์ อย่างค่าย HTC รายงานไปแล้วกับสามใบเถาตระกูลวัน ซึ่ง HTC One X ดูจะเป็นที่สุด ในตระกูล จากขนาดจอ 4.7 นิ้ว (1280 x 720)  Super LCD ได้เครื่องยนตร์ ซีพียู 1.5GHz   quad-core processor มาเป็นตัวแปร ในการขับเร่ง Ice Cream Sandwich พร้อมกันนั้นยังพาเซนเซอร์กล้องมา 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ wide f/2.0 28 มิล.  ช่วยงานภาพยามอับแสงได้ดี ยัด Nvidia Tegra 3  เข้ามา บวกกับ แรม 1GB ก็เป็นที่สุดของค่ายไตรมาสนี้ เลยไปไตรมาสหน้าด้วย... Nokia 808 Pureview เป็นอะไรที่ค้านสายตากรรมการฝ่ายโอเอสอย่างมาก เพราะ Nokia 808 หล่อนรัน Symbian Belle แต่ดันพาเซนเซอร์กล้องปาไปที่ 41 ล้านพิกเซล ต้องยกเครดิตทีมการตลาดโนเกีย สำหรับการดึงโอเอส ที่ใครๆ ส่ายหน้า มารียูช บรรเจิดกว่า โนเกียตระกูลร่างเพชร เกล็ดพลอย ควรค่าแก่ป้าๆ เซเลบ ตีกะบังลม หยิบใช้ไปออกงาน เป็นไหนๆ  ... Nokia 808  มาพร้อม จังหวะงามๆ ที่ค่ายอื่นยังขยับกล้องแบบนับ 1-10 อยู่ ด้วยแหละ!! Nokia 808 Pureview   Fujitsu Quad-core ดูจากนิกเนม Quad-core ซะขนาดนี้ ไม่ต้องบอก ก็คงรู้กัน ว่างานนี้  Fujitsu จะขายอะไรได้ นอกจากซีพียู 4 คอร์ 1.5GHz ( NVIDIA 4-PLUS ) หรือชื่อเดิม Tegra 3 บน   4.6 นิ้ว Full HD 1080p รัน Android 4.0.3  บวก LTE และ กล้อง  13 ล้านพิกเซล ขณะเดียวกันเราอาจได้เห็นสเปกนี้รันมะม่วง ( Windows Phone 7.5  ) ด้วยเช่นกัน LG Optimus 4X HD ดูจากนิกเนม 4X ซะขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าต้องเล่น 4 คอร์ พลัส  วัน 1.5GHz อีกค่าย -_-"  บนจอ 4.7 นิ้ว  IPS screen มาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล และ Ice Cream Sandwich เช่นกัน Panasonic Eluga Power ดูจากนาม Eluga Power แล้วต้องเน้นความแรงใช่ไหมหล่ะ? มันจึงมากับซีพียู dual-core 1.5GHz  บนจอยักษ์ 5 นิ้ว (1280 x 720 ) หน่วยความจำภายใน  8GB และ micro SD card เพิ่มได้ไกล 32GB  มาพร้อม  Ice Cream Sandwich  เช่นกัน  ZTE Era ZTE พาน้องมาเปิดตัวในงาน 8 แจ่ม แต่ ZTE Era ดูจะแจ่มที่สุด ด้วยพาซีพียู  4 คอร์ 1.3GHz Tegra 3   รัน Ice Cream Sandwich  บนร่าง  4.3 นิ้ว ( 960 x 540 ) เข้ามา พร้อมด้วยกล้อง 8 ล้านพิกเซล ฟังก์ชั่น NFC  ลงตลาดกลางไตรมาสสองนี้เอง!! Acer CloudMobile CloudMobile ของเอเซอร์เครื่องนี้การันตี ตำแหน่งงานดีไซน์จาก iF design award 2012 จาก International Forum Design GmbH องค์กรด้านการออกแบบระดับโลกมาแล้ว หันมาดูเครื่องในกัน มันเริ่มต้นด้วย  ซีพียู dual core Qualcomm 1.5GHz 8260A, แรม 1GB จอ 4.3 นิ้ว IPS HD  บาง 8.9 มิล. และรัน Android 4.0 Huawei Ascend D quad Huawei ได้พรีเซ้นต์ Huawei Ascend P1 ที่สุดแห่งความบางไปแล้ว ในงาน CES 2012 ที่ผ่านมา และกับ MWC 2012 เราได้พบกับ Huawei Ascend D quad ... "มันเป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลก " Huawei  กล่าว  พร้อมทั้งพรีเซ้นส์สูตรสำเร็จ ความเร็ว Huawei's own K3V2 processor ที่สปีด 1.2/1.5GHz บนจอ 4.5 นิ้ว 330ppi   (1280 x 720 ) และ กราฟฟิก 32-bit ให้ชม!! Source & Pic By pocket-lint

เก็บตกงาน Communic Asia 2011
communic asia /  huawei / 

ผ่านไปแล้วนะครับ กับงานใหญ่ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นงานระดับโลกอีกงานหนึ่ง กับ Communic Asia 2011 และ Broadcast Asia 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองงาน จัดมากพร้อมกันครับ ทำให้ ทีมงาน Mthai หลายชีวิตได้ไปส่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ในงานกันครับ โดยสำหรับ Communic Asia นั้นเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน IT เป็นหลัก ดังนั้นบรรยากาศในงานจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีทั้งในด้านของ อุปกรณ์และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตั้งแต่สายแลน, 3G, มือถือ ไปจนถึงระบบเครื่อง Server เลยทีเดียว โดยงานนี้ จะพาไปชมกลุ่มที่เป็นไฮไลท์เน้นๆ กันนะครับ สำหรับในงานวันแรก ด้วยความที่กลัวไม่ทัน ทีมงานทั้งหมดตื่นกันตั้งแต่ไก่โห่ ( หกโมงเช้าสิงคโปร์เท่ากับตีห้าบ้านเรา) ไปยังสถานที่จัดงานคือ Marina Bay Sand. โดยไปกับรถโดยสารระหว่างงาน Commuic Asia กับ Broadcast Asia 2011 ซึ่งปรากฏว่า "โล่ง!!!" เพราะไปกันก่อนงานเปิด หลังจากที่ได้บัตรเข้างานเรียบร้อยแล้วก็ไปเดิน เดิน แล้วก็เดิน เนื่องจากภายในงานนั้น มีถึง 3 ชั้นด้วยกัน . NFC : Near Field Communications. . สำหรับ Technology ที่พบได้บ่อยมาก ดูมาแรง และน่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็น NFC : Near Field Communication โดยเจ้าตัวนี้ จะพบเห็นได้เยอะทีเดียวในงาน ซึ่งมีหลายค่ายนำเทคโนโลยีของตนเองมาแสดง โดยระบบนี้ เป็นระบบที่สามารถทำให้เราจ่ายเงินในการซื้อสินค้า-บริการได้อย่างสะดวกสบายกว่าการรูดปรื๊ดๆ ด้วยซ้ำ เพียงแค่นำมือถือ ไปแตะใกล้กับจุดสัมผัสของ NFC (ให้นึกถึงการเอาบัตร BTS ไปแตะตรงทางเข้ารถไฟฟ้าเลยครับ) จากนั้นก็กด Ok เท่านั้น ระบบก็จ่ายเงินกันเรียบร้อย ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่งสินค้าที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร ได้เลย เพียงแต่ปัญหาหลักของระบบคือ เจ้าระบบนี้ยังมีต้นทุนสูงอยู่ในแง่ของอุปกรณ์ที่ใช้งาน รวมทั้งมือถืออีกหลายรุ่นที่ยังไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะค่ายใหญ่อย่าง iphone, BB, Nokia ซึ่งในบูทที่เค้านำมาสาธิตให้ดูคือ เป็นปลอกกันกระแทกที่มี NFC พ่วงเข้ามา เพียงแต่ ณ ตอนนี้ ต้นทุนของเจ้าปลอก NFC ของ iphone ที่นำมาแสดงยังมีราคาถึง $80 เลยทีเดียว (เจ้าหน้าที่ประจำบูทยังบอกแบบติดตลกว่า "แล้วจะมี user กี่คนที่ซื้อ" ) คลิปเกี่ยวกับ NFC ในงาน Communic Asia 2011 . จอภาพ หลายแบบ หลากรุ่น หลายขนาด 3D เพียบ!!! . ภายในงานจะมีจอภาพแบบต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกันอย่าง ทีวี - จอภาพ - Projector ที่แสดงผลแบบ 3มิติ ที่จะเห็นได้บ่อย เท่าที่จะบ่อยได้ มีทั้งบริษัทที่มาจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน โดยแทบทั้งหมดจะแสดงกันเต็มพื้นที่ ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่มากๆ นอกจากนี้ยังมี เจอภาพแบบอื่นๆ อีกเช่น จอภาพแบบใส ที่สามารถมองทะลุผ่านไปเห็นวัตถุที่อยู่ด้านหลังได้ จอภาพแบบใสที่มองทะลุภาพด้านหน้าไปได้ . เป้าหมาย No. 1 ของงาน Nokia N9 เจ้าพระเอกหมายเลขหนึ่งของทีมงานที่ไปเห็นจะหนีไม่พ้นเจ้า Nokia N9 ที่นำมาแสดงในงานให้ได้ลองลูบไล้ Swipe กันเน้นๆ ครับ ซึ่งเจ้า N9 ตัวนี้มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Meego ที่เรียกได้ว่า  Nokia ภูมิใจเสนอมาก สัมผัสได้จากเจ้าหน้าที่ประจำบูทที่คุยกับทีมงาน ซึ่งบินมาจากฟินแลนด์ ถามอะไรตอบได้ แม้กระทั่งถามกันไปว่า แล้วไอ้ Window Phone 7 ล่ะทำไง พี่ท่านก็ตอบมา สรุปใจความได้ว่า ในแนวทางนั้นแล้วแต่ทางทีมบริหาร แต่ที่แน่ๆ Meego, N9 เทพ!!! สรุปคร่าวๆ กับเจ้า Nokia N9 นะครับ สิ่งแรกที่สัมผัส เห็น คือ "มันสวยดีนะ" หน้า Home มีข้อมูลทุกอย่างให้ใช้งาน เสมือนยก Wall ของ Facebook มาใส่ไว้ก็ไม่ปาน ซึ่งเราสามารถจะเห็นข้อมูลกิจกรรม หรือ ข้อความเตือนต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนในหน้า Home  ส่วนรูปร่างหน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลย ต่อมาคือ "ลื่นปรื๊ดดด" เราสามารถตั้งหน้าจอได้หลายๆ หน้าเมื่อดั่ง iphone หรือ android รุ่นต่างๆ เพียงแต่มันสามารถ สลับไปมาระหว่างโปรแกรมได้เนียนกว่า! เช่น เมื่อคุณเปิดคลิป-หนัง ดูอยู่ เพียงแค่เลื่อน เปลี่ยนหน้าจอ หนังที่ดูไว้จะถูกหยุดให้อัติโนมัติ และสามารถเลื่อนกลับมาดูต่อได้ โดยไม่มีกระตุก สะดุดให้เห็น ส่วน Spec อื่นๆ ก็ถือว่า ไม่โดดเด่นมากนักไม่ว่าจะเป็น CPU ความไว 1 Ghz., กล้องความละเอียด 8ล้านพิกเซล กับ เลนซ์ Calr Zeiss, ช่องเสียบ USB ที่สามารถใช้งานเก็บภาพเก็บไฟล์ได้เลย ไม่ต้องผ่าน i-Tunes (ตรึ่งโป๊ะ!! เค้าโฆษณาประมาณๆนี้ ) และแน่นอน มี NFC ให้ด้วย ที่แน่ๆ มันเล่น Angry Birds ได้ลื่นมาก!!! ( เอ๊ะ!! Angry birds มันเป็นตัวทดสอบมือถือกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!? ) คลิปโชว์ Nokia N9 . พระรองอย่าง Huawei MediaPad. . ในงานนอกจากจะมีเจ้า N9 ตัวเป็นๆ มาให้สัมผัสกันแล้ว ยังมีการเปิดตัวของ Tablet จากค่ายหัวเหว่ย ในรุ่น MediaPad ซึ่งบอกว่า เป็น Android Honeycomb รุ่นล่าสุด 3.2 (ในตลาดส่วนใหญ่ยังเป็น 3.0 นะครับ) ซึ่งเป็น Tablet ขนาด 7 นิ้ว CPU ความไว 1.2 Ghz. หลังจากที่ได้ลองสัมผัส จับตัวเป็นๆ ลูบไล้ไปมา พบว่า "Android ก็ยังเป็น Android" เพราะไม่รู้สึกถึงความต่างกับ Tablet ที่เป็น Android จากค่ายอื่นๆเท่าไหร่ ทั้งในแง่ความไว ความนิ่งของการใช้งาน สำหรับ ผู้ใช้งาน Tablet ที่ใช้ OS อย่าง Android ต้องยอมรับกันว่า Rom ที่มาจากศูนย์นั้น มีปัญหาแทบทุกตัว ทุกค่าย เสมอๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับเจ้าตัวนี้ก็เช่นกัน ยังคงพบเห็นอาการ Force Close แว๊บๆ (ในเครื่องข้างๆ) เห็นอาการสะดุดเล็กน้อย ซึ่งหากคาดหวัง ก็คงต้องหวังว่าเมื่อวานตลาดปัญหาของ rom จะนิ่งกว่านี้ หรืออาจหวังไปถึงรอมโมฯ จากที่ต่างๆเช่น CyanogenMod หรือจาก ใน XDAforum เพื่อรีดประสิทธิภาพมากกว่านี้ สรุปง่ายๆ ว่า โดยรวมวัสดุดีตามมาตรฐานของหัวเหว่ย ส่วนรอมยังต้องรอดูว่าจะนิ่งแค่ไหน ( ทำให้เห็นว่า การที่ Samsung ส่งเครื่องต่างๆให้กับทีมพัฒนารอมหลายๆค่ายเป็นเรื่องที่ทำให้เครื่องรุ่นนั้นเกิดความน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม) ส่วนที่ยังกดดันให้หัวเหว่ยยังต้องคิดเพิ่มเติมคือ การที่ Ipad3, iphone5 จะเปิดตัวในปลายปีนี้อีกต่างหาก ดังนั้น หากยังช้า ก็คงยากกก ทั้ง Huawei ทั้ง Nokia . Singapore e-Goverment. . ในบูทใหญ่อีกบูทที่น่าจะเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานไทยได้อย่างดีนั่นคือ Singapore e-Government ซึ่งในปีนี้ ทางรัฐบาลสิงคโปร์ ได้มาแสดงแผนงานของการพัฒนาไปเป็น e-Gov ให้มากขึ้นไปอีก โดยแผนที่นำมาแสดงเป็นเป้าหมายของการพัฒนาในช่วงปี 2011-2015 ซึ่งสรุปได้ว่า ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ จะสามารถเข้าถึงได้ผ่าน Internet ทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งผ่าน มือถือด้วย ซึ่งเป้าหมายดูแล้วชัดเจน และสามารถทำได้จริงๆ หลายส่วนทำไปแล้วและเปิดตัวในงานนี้ เช่น mGov@SG  เป็นเว็บที่เป็น one-stop service ของหน่วยงานรัฐ โดยในงานนี้เรียกได้ว่า เห็นแล้วได้แต่คาดหวังว่า ในบ้านเราจะมีการพัฒนาเข้าสู่ eGov มากกว่าที่เป็นอยู่ (ดูแล้วเรายังตามอยู่อีกหลายต่อหลายขุม) เพราะงานนี้ เจอะเจอคนไทยไม่น้อย ทั้งในงาน หน้างาน บนเครื่อง ซึ่งเห็นหลายๆคน ไปร่วมงานนี้กัน ทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน . Mobile Apps. . ในงานเรียกได้ว่า ตลาดของมือถือโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็น Smart Phone มียกขบวนมาไม่น้อย ซึ่งก็มีค่ายใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่แน่นอนกว่าคือ เหล่าบรรดาที่เป็นบริษัทผู้ผลิต Apps ต่างๆ สำหรับมือถือในกลุ่มนี้มีเห็นได้เยอะ เรียกว่า เติบโตไปตามกระแสของมือถือในกลุ่มนี้เลยทีเดียว ซึ่งในงาน มี Apps ที่แสดงโชว์เทคโนโลยีต่างๆ เรียกว่าจัดเต็มกันมา เช่น เกมส์ตกปลาที่ใช้ระบบของ AR : Augmented Reality , โปรแกรมนำทางต่าง ที่จะเห็นได้เยอะ ซึ่งในส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงนั้น เนื้อหา (Content) ต่างๆ ก้าวข้ามจากแบบเดิมคือ ผ่านทาง SMS ไปสู่ บน Applications แทน ดังนั้นเนื้อหาที่ได้จึงเป็นมากกว่าข้อความ และผู้ใช้งานสามารถเลือกโหลด Apps ที่ต้องการผ่านทาง Apps Store, Market ต่างๆได้ด้วยตัวเอง ............................... ที่เหลือในงาน ก็จะเป็นบูทจากบริษัทต่างๆ เรียกว่าเทคโนโลยีหลายตัวก็คล้ายกัน อย่างเช่น NFC ก็มีจากหลายบูท หลายค่าย, ระบบจอภาพ ทีวี เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ต่างๆ ที่เป็น 3D ก็คล้ายๆกัน อาจจะต่างกันด้วยความ "เนียน" ของภาพที่ดูแล้วหลอกตามาน้อยแค่ไหน สุดท้าย หากหวังว่า ในงานจะมี "Pretty" น่ารักๆ แล้วล่ะก็ เรียกได้ว่า แทบไม่มีเลยทีเดียวครับ น้อยมากๆ เรียกว่า ไม่เน้นกันเลยก็ว่าได้ ................................ คลิปจากงาน Communic Asia 2011 . คลิปเก็บตกจากงาน Broadcast Asia 2011 .

3BB Up Speed จาก 3 Mb เป็น 4Mb ในราคาเดิม 590 บาท
3bb /  4mb / 

3BB (ทรี บรอดแบนด์) Up Speed ความเร็วขั้นต่ำเพิ่มเป็น 4 Mb ในราคาเดิมหวังดึงลูกค้าไว้ หลังคู่แข่งดั๊มพ์ราคาสู้ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เริ่มออนแอร์ 18 ธันวาคม เป็นต้นไป ถือเป็นผู้นำตลาดอินเทอร์เน็ตที่สร้างมาตรฐานความเร็วใหม่อย่างแท้จริง ตั้งแต่การปรับมาตรฐานความเร็วขั้นต่ำ 2 Mb — 3 Mb จนถึงปัจจุบันที่ 4 Mb ในราคา 590 บาท นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทจัสมิน กล่าวว่าหลังจากที่ 3BB (ทรี บรอดแบนด์)ได้ Up Speed ความเร็วของบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตให้กับลูกค้าจาก 2 Mb. เป็น 3 Mb. เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้สร้างความตื่นตัวเป็นอย่างมาก ทำให้คู่แข่งทั้งหมดทยอยปรับราคาลงมาใกล้เคียงกับ 3BB (ทรี บรอดแบนด์) บริษัทฯจึงใช้กลยุทธ์การ Up Speed อีกครั้งเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ไม่ให้ Switch ไปใช้บริการของคู่แข่ง นอกจากนั้นการ Up Speed ในครั้งนี้ยังเสมือนเป็นของขวัญปีใหม่ที่มอบให้ลูกค้าทั้งหมดของ 3BB (ทรี บรอดแบนด์) ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ เรามอบให้ได้ทั้งหมดที่ความเร็ว 4 Mb ในราคาคงเดิม โดย 3BB (ทรี บรอดแบนด์) ได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ขึ้น ชื่อชุด “สัญญา” ความยาว 30 วินาที เพื่อสื่อสาร Message การเพิ่มความเร็วครั้งนี้ไปยังลูกค้าของ3BB (ทรี บรอดแบนด์) สำหรับลูกค้าใหม่ด้วยกลยุทธ์นี้น่าจะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจขอใช้บริการของ เราแทนบริการจากคู่แข่งอย่างแน่นอน เพราะด้วยราคาที่เท่ากัน แต่ได้ความเร็วที่มากกว่านับว่าคุ้มค่ามากในสภาวะเศรษฐกิจเช่นปัจจุบันนี้ สำหรับลูกค้าเก่า เราก็ไม่เคยทอดทิ้งโดยบริษัทจะดำเนินการปรับให้ทันที รวมถึงจะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากลูกค้าแต่อย่างใด บริษัทฯ จะดำเนินการปรับความเร็วให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1530 หรือ www.3bb.co.th “ตลาดบรอดแบนด์ในประเทศขณะนี้ถือว่าขยายตัวเร็วมาก ในส่วนของบริษัทฯมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในแต่ละเดือนมีลูกค้าใหม่ประมาณ 2 หมื่นราย คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีลูกค้าทั่วประเทศจำนวน 5.7 แสนราย ส่วนด้านการลงทุนนั้น เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทฯได้ซื้ออุปกรณ์โครงข่ายมูลค่ากว่า 1,350 ล้านบาทจากหัวเว่ย (Huawei) เพื่อพัฒนาโครงข่ายให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้บริการ 3BB (ทรี บรอดแบนด์) ทั่วประเทศ การลงทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีอันทันสมัยเพื่อตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าและสามารถรองรับการให้บริการที่เพิ่มมากขึ้นโดยบริษัท มีเป้าหมายลูกค้าใช้บริการจำนวน 1 ล้านพอร์ตภายในปี 2553” นายพิชญ์กล่าว มารู้จักกับพรีเซ็นเตอร์ของ 3BB กันนิว : หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์นิวค่ะ เป็นคนที่พูดเก่ง แต่ต้องสนิทแล้วนะคะ และมองโลกในแง่ดี ชอบหาเรื่องขำๆมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง เป็นคนง่ายๆสบายๆไม่เรื่องมาก นิวจะโดนบ่นเรื่องอ้วนตลอด เพราะเป็นคนที่กินเก่ง ชอบกินตลอดเวลา แต่พอฮึดขึ้นมาจริงๆ นิวก็หักห้ามใจไม่กินได้ค่ะ นิวจะดูเป็นลูกคุณหนูมาก เพราะป๊าจะคอยขับรถรับส่งตลอด เพราะนิวเรียนมศว.นครนายก ปี 1 ต้องไปเรียน และอยู่หอที่โน่น ป๊าเลยเป็นห่วงเพราะไกลหูไกลตา แบบว่าลูกสาวสวยไง ตอนนี้ขึ้นปี 2 ก็ได้มาเรียนที่มศว.กรุงเทพ แต่ป๊าก็จะคอยรับส่งเหมือนเดิม เรียกว่าไม่ให้คลาดสายตาชื่อ- นามสกุล หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ชื่อเล่น นิวอายุ 19 ปีเชื้อชาติ / สัญชาติ ศาสนาไทย / ไทย / พุทธส่วนสูง / น้ำหนัก 172 am./55 kg.สัดส่วน 33-25-35สีตา / สีผม น้ำตาลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒน์ผลงาน- ถ่ายนิตยสารแฟชั่น- เดินแบบ LG ที่เกาหลี ที่มา : www.yenta4.com

Review: รีวิว Oppo Find Mirror มือถือ Quad-Core จอ 4.7
OPPO /  Oppo Find Mirror / 

สมาร์ทโฟนทุกวันนี้ นอกจากจะแข่งขันกันในเรื่องฟีเจอร์ ความสามารถพิเศษ ดีไซน์ ความบาง และอื่นๆ เรื่องของราคาและความคุ้มค่าก็สำคัญเช่นกันครับ โดยวันนี้เรามี รีวิว Oppo Find Mirror สมาร์ทโฟนสเปคคุ้มๆ ดีไซน์เก๋ๆ มาฝากให้แฟนๆ MThai ได้ชมกันเช่นเคย ค่าย Oppo ในปีนี้ก็ถือว่าเป็นค่ายที่มาแรงอีกหนึ่งค่าย โดยได้ส่งสมาร์ทโฟนออกมาแล้วหลายรุ่นในทุกๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดบนก็มี Oppo Find 5 สมาร์ทโฟนสเปคแรงในราคาเบาๆ ส่วนตลาดล่างก็มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล เอาเป็นว่า ก่อนอื่นเราต้องขอขอบคุณทาง Oppo ประเทศไทยมากนะครับ ที่ส่งสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาให้เราได้รีวิวกันแบบละเอียดทุกซอก ทุกมุม ว่าแล้วก็ลองไป Design: การออกแบบ Oppo Find Mirror เป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ที่มีดีไซน์ค่อนข้างดีครับ มีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดขนาด HD 1280x720 พิกเซล ถ้าเทียบกับมือถือส่วนมากในตลาดตอนนี้ ที่เทรนด์ค่อนข้างไปทางมือถือจอใหญ่ๆ ส่วนตัวคิดว่ามือถือจอไม่เกิน 5 นิ้วนี่แหละครับกำลังดี ผู้ชาย หรือผู้หญิงถือก็ไม่ดูใหญ่ หรือเล็กเกินไป ยังคงอยู่ที่ด้านหน้านะครับ ด้านบนของหน้าจอจะมีเซ็นเซอร์ต่างๆ ช่องลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีเลนส์มุมกว้างพิเศษ แต่เราจะมาพูดกันเรื่องกล้องอย่างละเอียดอีกครั้งในส่วนของการถ่ายภาพแล้วกันครับ ด้านล่าง มีปุ่มหลักของ Android อยู่ครบถ้วนครับ ประกอบไปด้วย ปุ่มเมนู ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ทั้งหมดเป็นปุ่ม soft key แบบสัมผัสครับผม มาดูแผ่นหลังขาวๆ กันครับ ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชที่ด้านบน และมีช่องไมค์ด้านหลังใกล้ๆ กัน ถัดลงมีโลโก้ Oppo และสุดท้ายเป็นลำโพงนอกที่ด้านล่าง สังเกตุรอบๆ กล้องจะมีขอบสีเงิน เพิ่มความหรูอีกระดับ ด้านล่าง มีช่องไมค์สำหรับสนทนา และช่อง MicroUSB เพื่อชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลผ่านสายดาต้า ด้านบนมีพอร์ตสำหรับเสียบหูฟัง 3.5 มม. มองจากด้านข้างจะเห็นว่ามือถือเครื่องนี้จัดว่าบางมากนะครับ โดยมีความบางอยู่ที 7.3 มิลลิเมตรเท่านั้น ถึงจะไม่บางที่สุดในโลก แต่แค่นี้ก็ถือว่าสวยแล้วครับ และบริเวณขอบด้านข้างตัวเครื่องยังมีขอบเงินเงางามอีก ดูดีทีเดียว ส่วนน้ำหนักของเครื่องก็อยู่ที่ 110 กรัม จัดว่าเบามาก นอกจากนี้ ทางด้านขวาจะมีปุ่มควบคุมเสียงอยู่ด้วย ส่วนทางด้านซ้าย มีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และสำหรับล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ ที่ส่วนตัวคิดว่าปุ่มนิ่มไปนิดนึงครับ ชอบเผลอมือไปโดน แล้วหน้าจอล็อคเองแบบไม่ตั้งใจบ่อยๆ ถัดไปจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดครับ ซึ่งตรงนี้น่าสนใจว่า ตามสเปคบอกว่า "มือถือเครื่องนี้รองรับ 2 ซิมการ์ด" แต่เฮียณัฐหาเท่าไหร่ก็หาช่องใส่ซิม 2 ไม่เจอ ปรากฏว่า ..... (รูปต่อไป) เมื่อใช้ที่จิ้มซิมดึงถาดใส่ซิมการ์ดออกมา ... เห้ย! ซิมการ์ดทั้งสองซิม สามารถใส่ได้บนถาดเดียวเลยนี่หว่า! แนวไปอีกแบบครับ ไอเอาก็หากันตั้งนาน โดย Oppo Find Mirror จะใช้ซิมแบบ MicroSIM ทั้งสองซิมนะครับ ลองนำ iPhone 4 มาวางเทียบขนาดกันครับ จะเห็นว่า Find Mirror บางกว่า iPhone 4 และมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าตามภาพเลย สรุปด้านดีไซน์ Oppo Find Mirror ถือว่าเป็นมือถืองานประกอบค่อนข้างดีนะครับ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก แต่ก็มีการตกแต่งขอบด้วยลูกเล่นขอบเงิน ให้อารมณ์หรูหราขึ้นมาอีกนิด อีกอย่าง มือถือเครื่องนี้ถอดแบตฯ ไม่ได้นะครับ งานประกอบแน่นหนาดีเลยทีเดียว หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p (เท่า Nexus 4) ถือว่าดีมาก ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับ Full HD แต่ก็แสดงผลได้คมชัด ดูหนังชัดเจนดี สีสันของ Oppo ก็ไม่ต้องห่วงอยู่แล้วครับ เพราะใช้เป็นจอ IPS 16 ล้านสี คมชัดไม่เวอร์ น่าจะตอบโจทย์คนอยากได้มือถือขนาดไม่ใหญ่มากได้ดี Performance: ประสิทธิภาพ ต่อไปลองมาดูด้านประสิทธิภาพ การใช้งานของ Oppo Find Mirror กันบ้างครับ Oppo Find Mirror มาพร้อมกับ CPU Quad-Core 1.2GHz, ใส่ RAM มาให้ 1GB มีหน่วยความจำภายใน 16GB เพิ่มเมมไม่ได้นะครับ รองรับ 3G ของทุกเครือข่าย (850/900/2100MHz) ส่วนระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชั่น Android 4.2.1 Jelly Bean เลยครับ กล้องถ่ายภาพ กล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล มีแฟลชส่องสว่างสำหรับถ่ายในที่มืด สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720p, ให้แบตเตอรี่มา 2000mAh, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.0, Wi-Fi, GPS, AGPS มีเซ็นเซอร์ Accelerometer, Ambient light, Digital Compass, Proximity, และ Gyroscope ต่อไปลองไปชมผลทดสอบ Find Mirror ด้วยโปรแกรมทดสอบ และไปดูด้านการใช้งานอื่นๆ กันครับ   ผลทดสอบ AnTuTu ทำคะแนนไปได้ 13271 คะแนน เทียบระดับความแรง Mirror แรงกว่าแท็บเล็ต Nexus 7 แต่เบากว่า Samsung Galaxy S3 รองรับ Multi Touch 10 จุด ส่วนผลทดสอบในด้านกราฟฟิกด้วยโปรแกรม 3DMark ทำไปได้ 1557 คะแนน หน้าโฮมของ Mirror มาแนวสีสันสดใส โดนใจวัยรุ่นแน่นอน เครื่องเล่นเพลงสุดคลาสสิคตัวนี้ เท่ดีครับ เป็น Widget พิเศษของ Oppo ที่มาแบบนี้ทุกเครื่องครับ คือเราสามารถเปิดเครื่องเล่นเพลงบน Widget นี้โดยการแตะลากเข็มด้านข้าง (ไม่รู้จริงๆ ครับว่าเรียกว่าอะไร ใครทราบโปรดชี้แนะ) เอาไปวางบนแผ่นเสียง จากนั้นแผ่นเสียงจะหมุน และเพลงจะเริ่มเล่นทันที ส่วนคุณภาพด้านเสียงเพลง หากฟังเพลงผ่านหูฟัง จัดว่าชิปเสียงของ Mirror เจ๋งมากครับ ให้เสียงค่อนข้างดี แต่น่าเสียดายที่ลำโพงนอก เสียงไม่ค่อยเวิร์คเื่ท่าไหร่ อยู่ในระดับพอฟังได้ แต่อย่างว่า ว่ามือถือเครื่องนี้อาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องเสียงเพลงเืท่าไหร่ จะเน้นเรื่องการออกแบบซะมากกว่า หน้าตาแป้นตัวเลขครับผม ไซส์มาตรฐาน  หน้าตา Play Store ก็เหมือนทั่วไปครับผม สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ได้ตามปกติเลย หน้าตาเปิด Multitasking (แตะปุ่ม Home ค้าง) ใช้วิธีปิดแอพฯ โดยการแตะค้างและปัดไปด้านข้างตามปกติ ส่วนด้านล่างมีการแสดงความจำคงเหลือครับ (ขออภัย ลายน้ำบัง) เมื่อรู้สึกว่าเครื่องช้าๆ อย่าลืมมาปิดแอพฯ ล้างความจำตรงนี้นะฮะ หน้า Home สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ตามสไตล์ Android จะเพิ่ม Widget เปลี่ยน Wallpaper ก็ทำได้ตามต้องการ เราสามารถเลือกเอฟเฟคการเปลี่ยนหน้าจอได้ด้วยครับ ตรงนี้ช่วยให้การใช้งานไม่น่าเบื่อดีครับ  ในหน้าจอรวมแอพฯ แอพฯไหนที่เพิ่งจะโหลดมา และยังไม่เคยเปิดใช้ บนไอคอนแอพฯ จะมีแท็กสีแดง เขียนว่า "New" ประกอบเอาไว้ให้เห็นด้วย แป้นพิมพ์ครับ ทั้งแบบแนวตั้ง และแนวนอน การท่องเว็บก็ทำได้ดี ลื่นไหลใช้ได้ครับ การแสดงผลบนหน้าจอระดับ HD ถือว่าทำได้ดี การปัดหน้าจอขึ้นหรือลง มีอาการหน่วงน้อยมากๆ ลื่นติดนิ้วดีไม่ว่าจะเป็นการซูมเข้า/ออกก็ตาม เล่นเฟสฯ ก็ทำได้ดี ไม่มีปัญหา  เกือบลืม! อีกหนึ่งจุดเด่นที่มองข้ามไม่ได้ก็คือนี่เลยครับ การควบคุมด้วยการเคลื่อนไหว หรือ Motion Control ซึ่ง Oppo Find Mirror จัดมาเพียบตามภาพด้านบนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Flip mute (ตัดเสียงเรียกเข้า หรือแจ้งเตือน เพียงคว่ำหน้าจอ), Auto answer (รับสายเรียกเข้า เพียงยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู), Smart notification (แจ้งเตือนการแจ้งเตือนต่างๆ ที่พลาด เช่น missed call ทันที ที่หยิบมือถือ), Smart sleep (หน้าจอจะไม่ดับ หากกำลังจ้องมองโทรศัพท์อยู่) และอื่นๆ เพียบครับ ลองอ่านดู การเล่นเกม ถือว่าทำได้ดีเช่นกันครับ เล่นเกมได้ลื่นไหลดี CPU Quad-Core ทำงานได้เยี่ยมครับ (แต่ถ้าเกมกราฟฟิกหนักๆ จะมีกระตุกเล็กน้อย) หน้าจอ HD ดูหนัง ดู YouTube สบาย สรุปด้านประสิทธิภาพ การใช้งาน Oppo Find Mirror จัดว่าโอเคมากๆ ครับ ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ที่มีราคาไม่สูง มีจุดเด่นที่ CPU Quad-Core, หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD, กล้อง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช ทั้งหมดนี้ในราคาเพียงแค่หมื่นนิดๆ ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงาน ก็ถือว่าแบตฯ ไม่อึดเท่าไหร่ครับ หากใช้งานทั่วไป เปิดรับสาย, เช็ค Facebook, เปิดเว็บ หรือเล่นเกมบ้างเล็กน้อย อันนี้เช้าถึงเย็นถือว่าทำได้ชิวๆ แต่ถ้าวันไหนเกิดติดเกมไหนขึ้นมา เล่นเกมต่อเนื่องยาวๆ รับรองว่าครึ่งวันได้วิ่งหาที่ชาร์จแน่นอน แต่ ณ จุดนี้ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกสำหรับสมาร์ทโฟนครับ เครื่องไหนก็เป็น Camera: การถ่ายภาพ ต่อไปลองมาดูในเรื่องที่หลายๆ ท่านให้ความสำคัญมากในการจะซื้อมือถือซักเครื่อง คือเรื่องการถ่ายภาพครับ อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Oppo Find Mirror มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช จากที่ทดสอบการถ่ายภาพ เฮียค่อนข้างประทับใจในเรื่องของการโฟกัสนะครับ ทำได้ไวดีใช้ได้ทีเดียว และมีโหมดการถ่ายภาพ และเอฟเฟคต่างๆ ให้ถ่ายภาพเล่นๆ สนุกๆ เยอะใช้ได้ ส่วนกล้องหน้า ส่วนนี้มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และมีความพิเศษตรงที่เป็นเลนส์มุมกว้าง (Ultra Wide Angel) ที่มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพตัวเองด้วยกล้องหน้า โดยเลนส์มุมกว้างจะช่วยเวลาที่คุณถ่ายภาพกับเพื่อนด้วยกล้องหน้า จะสามารถเก็บภาพได้กว้างขึ้น ไม่ต้องเบียดๆ กันถ่ายให้ลำบาก และยังมีโหมดหน้าสวย หรือเอฟเฟคให้ใช้เช่นกัน ส่วนคุณภาพของภาพก็ถือว่าโอเค ตามมาตรฐานกล้องหน้า 2 ล้านทั่วไปครับ ตัวอย่างเอฟเฟคกล้องโลโม่ครับ ใครอยากหน้าเรียวเล็ก, เสริมจมูก, หรือเสริมคาง ไม่ต้องไปคลีนิคเสริมความงามครับ ใช้แอพฯ นี้ได้สบาย แถมฮากว่าด้วย ^^ ต่อไปลองชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Find Mirror กันบ้างครับ Conclusion: สรุป ข้อดี - ดีไซน์โฉบเฉี่ยว บาง น้ำหนักเบา - ลูกเล่น Motion Control เพียบ - รองรับสองซิม (รองรับทุกค่ายในไทย) - กล้องหน้ามุมกว้างถ่ายสะดวก - สเปคคุ้มค่าราคา ข้อสังเกต - ถอดแบตไม่ได้ - เสียงลำโพงนอกเบาไปนิด - เพิ่มเมมไม่ได้ หลังจากที่ได้ทดสอบ ทดลองใช้ Oppo Find Mirror มาเป็นเวลาระยะหนึ่ง สิ่งที่ค่อนข้างประทับใจมากก็คือเรื่องงานประกอบ ดีไซน์ครับ เพราะทำออกมาได้ค่อนข้างดี หน้าจอ 4.7 นิ้วขนาดกำลังน่าใ้ช้ แถมน้ำหนักตัวเครื่องก็เพียงแค่ 110 กรัมเท่านั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นๆ ที่ทำมาตอบโจทย์คนที่อยากได้มือถือสวยๆ แน่นอน แม้เครื่องจะเป็นพลาสติกก็ตาม ส่วนด้านการใช้งานทั่วไป ก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน สเปคเครื่องจัดว่าน่าจะใช้อีก 1-2 ปีได้สบาย กับ CPU Quad-Core ระดับเริ่มต้นตัวนี้, RAM 1GB, แถมใส่ Android 4.2.1 JB มาแล้ว ถือว่าใช้ได้อีกไกล จะเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงก็ทำได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ใครที่มีหลายซิม เครื่องนี้ก็รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม แอบเสียดายนิดหน่อยครับ กับเสียงจากลำโพงนอก ที่ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นที่มาพร้อมกับเครื่องทดสอบหรือเปล่า ผิดกับเสียงจากหูฟัง ที่ดีใช้ได้เลย Oppo Find Mirror เปิดราคาออกมาแล้วครับ คือ 11,990 บาท ราคาถือว่าน่ารักน่าลุ้นครับ โดยเปิดราคาออกมาเท่านี้ก็จะไปชนกับ Huawei Ascend P6, HTC Desire 600, Samsung Galaxy Mega 5.8, Sony Xperia SP, หรือจะเป็น Google Nexus 4 (เครื่องนอก) ครับ ก็มีทั้งรุ่นที่เป็น Quad-Core และ Dual-Core ลองเปรียบเทียบตามความต้องการครับ สุดท้ายนี้ก็ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ครับ ใครมีข้อสงสัย หรือข้อเสนอแนะอะไร สามารถบอกเฮียณัฐได้ทาง Comment ใต้บทความ หรือทาง Facebook MThai Technology ก็ได้เช่นกันครับ สำหรับวันนี้ขอลากันก่อน สวัสดีครับ ^^

อามิตตาพุทธ หลุด OPPO 6.65 mm บางสุดในโลกหล้า!!
Find 3 /  OPPO / 

OPPO 6.65 mm - OPPO เพิ่งปล่อย Find 3 ลงตลาดได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนการชิมลางตลาดแอนดรอยด์จะถูกปาก  เพราะท่ามกลางข่าวหลุดลอย ของตัว Samsung Galaxy S III และเจ้าอื่นๆ ที่เน้นไปอัดกันทีซีพียู 4 คอร์ แหล่งข่าวจากจีน 花朵3GS ก็ปล่อยภาพ android ตัวใหม่ของ OPPO ที่มาพร้อมกับความบางเพียง 6.65 มิลลิเมตรเท่านั้น ชนะเจ้า Huawei Ascend P1 S ที่หนามากกว่า0.03 มิลลิเมตร ไปได้อย่างฉิวๆ ขณะที่หลายคนสงสัยว่ามันใช่ OPPO จริงหรือเปล่า เมื่อซูมเข้าไปส่อง UI ใกล้ๆ หน้าตาของมันไม่ผิดจาก OPPO Find ตัวพี่ นอกจากนี้ ดูเหมือนมันยังมาพร้อมกับ  หน้าจอ gorilla glass  อีกด้วย งานนี้ไม่รู้ว่าเรือธงค่ายอื่นๆ จะหนาวๆ ร้อนๆ กับน้องบางเฉียบที่สุดในโลกหล้า ตัวนี้บ้างหรือเปล่านะ ? Source By Engadget China ,  droidsans , mxphone

เริ่มต้นการปฏิวัติออนไลน์กับลาซาด้าวันที่ 11/11
Lazada /  ปฏิวัติออนไลน์

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะพบกับแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีนำมาให้คุณถึงที่โดยลาซาด้า ร่วมด้วยร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด และการสนับสนุนจากหุ้นส่วนหลากหลายภาค เพื่อให้คุณได้ดีลช้อปปิ้งที่ดีที่สุดที่ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย อ้างอิงจาก Cyber Monday ของสหรัฐฯ – อีเว้นท์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีโดยเว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดัง ลาซาด้า ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ประกาศเริ่มต้นการปฏิวัติออนไลน์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 การปฏิวัติออนไลน์ แคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของลาซาด้านับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทมา โดยแคมเปญนี้จะจัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม แนวคิดของแคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวัน Cyber Monday วันช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันจันทร์หลังวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) แคมเปญการปฏิวัติออนไลน์นี้จะประกอบไปด้วยข้อเสนอพิเศษ เกมส์ และโปรโมชั่นสินค้าแบรนด์เนมลดราคามากมายๆจากบริษัทในเครือของลาซาด้า อาทิ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์อย่าง Sony และ Canon, สินค้าสุขภาพและความงาม, เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Electrolux, มือถือและแท็บเล็ตแบรนด์ดัง เช่นแบรนด์ i-Mobile, Huawei, Lenovo และอื่นๆอีกมากมายโดยจะดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ นอกจากนี้ลาซาด้ายังจับมือร่วมกับ 2 เว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังประกอบด้วย ZALORA และ FOODPANDA เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น คุณริคาโด บาซิเล กรรมการผู้จัดการของบริษัทลาซาด้ากล่าวว่า “วิสัยทัศน์หลักของลาซาด้าคือการมอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปออนไลน์ที่เหนือชั้นให้กับกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ทางเราได้เลือกสรรเฉพาะแต่สิ่งดีๆให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศด้วยราคาที่เป็นธรรม แคมเปญการปฏิวัติออนไลน์นี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลองช้อปปิ้งออนไลน์ อนึ่งเพื่อปฏิวัติระบบอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยด้วย และด้วยความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากหุ้นส่วนของลาซาด้าอย่างเช่น ผู้ผลิตสินค้า, สถาบันการเงิน, บริษัทโทรคมนาคม แคมเปญนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแคมเปญออนไลน์ที่น่าตื่นเต้นสุดๆแล้วตอนนี้!” รายละเอียดของการปฏิวัติออนไลน์ • ในวันเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ (วันที่ 11/11) ลาซาด้าได้มอบ 11 ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการช้อปทุกหมวดหมู่สินค้า สลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ช้อปเป็นรายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้า - 5 ทุ่ม ลูกค้าผู้โชคดีลำดับที่ 111 ของแต่ละชั่วโมงจะได้ของรางวัลพิเศษ ในขณะที่ลูกค้าผู้โชคดีที่สุดลำดับที่ 1,111 จะได้รางวัลที่พิเศษสุดของวัน • ในแต่ละสัปดาห์ ลาซาด้าจะมีการจัดดีลข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชั่นลดราคาในทุกหมวดหมู่สินค้า นับตั้งแต่สินค้าประเภทมือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป ไปจนถึงแฟชั่น และสินค้าในหมวดสุขภาพและความงาม • ในวันสิ้นสุดแคมเปญ (วันที่ 12/12) โปรโมชั่นของลาซาด้าจะมีกลไกเหมือนกับวันที่ 11/11 แต่จะกระหน่ำลดราคาของสินค้ามากขึ้น • รางวัลพิเศษอื่นๆจะถูกมอบให้กับผู้ที่มียอดซื้อสินค้าสูงสุดและผู้ชนะในแต่ละเกม • มีการจัดรายการลดราคาสินค้ามากกว่า 40,000 รายการบนหน้าเว็ปไซต์ลาซาด้า The Affiliate Rally สำหรับท่านที่มีเว็บไซต์ หรือ บล็อค เป็นของตนเอง ท่าน่สามารถร่วมกิจกรรม Affiliate Rally เพื่อชนะรางวัลเพิ่มเติมได้ดังนี้ : • สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ Lazada Affiliate (http://www.lazada.co.th/affiliate) • ทางเราจะทำการแจ้งรายละเอียดของรางวัล กฏและกติกาของการแข่งขันให้ท่านทราบผ่านอีเมล์ • ร่วมโฆษณาโดยการส่งผู้เข้าชมจากเว็บไซต์ของคุณมาที่หน้า Online Revolution นี้ • ดูผลคะแนนแบบ real time และประกาศผลผู้ชนะวันที่ 15/01/2014 หุ้นส่วนและผู้สนับสนุน ลาซาด้าได้ขยายกลุ่มหุ้นส่วนไปในหลายๆบริษัทและหลายๆแบรนด์ในอุตสาหกรรมทุกประเภทเพื่อทำให้แคมเปญนี้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ หุ้นส่วนและแบรนด์ที่สนับสนุนประกอบด้วย: • ด้านสื่อ: Yahoo!, คลื่นวิทยุ 103Like FM • สถาบันการเงิน: วีซ่า และธนาคารต่างๆ เช่น ธนาคารยูโอบี ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ • แบรนด์: Lenovo, Sony, Fujifilm, Canon, Bosch, Clarte, Lesasha, Electrolux, Nestle (Dolcegusto), Olay’s, Brand’s, Seoul Secrets และ Mamy Poko ลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากเครือข่ายหุ้นส่วนของลาซาด้าในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากลาซาด้าจะได้รับส่วนลดในรูปแบบของบัตรส่วนลดจาก Zalora และ บัตรส่วนลดรับประทานอาหารจาก Foodpanda

Samsung Galaxy Note III จะเปิดตัว 2013 ด้วยขนาด 6.3 นิ้ว ?
Galaxy Note /  Galaxy Note II / 

  น้องโน๊ต 2 เพิ่งจะ launch ไปไม่นานนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจากแดนโสม Korea Times ก็ดันไปได้ข้อมูลสดใหม่ออกมาว่า Galaxy Note III ที่มีแปลนจะเปิดตัวปี 2013 นั้น จะมาด้วยขนาดหน้าจอสุดจะเวอร์ที่ 6.3 นิ้ว และเรียกมันว่าเป็น Phablet ลูกครึ่งแท็บเล็ตสมาร์ทโฟน   นอกจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแล้ว ดูเหมือนแซมซังจะยังไม่สะใจกับส่วนแบ่งตลาด เลยจะพาแคตตาล๊อคใหม่เข้าสู่วงการ ผ่านความสำเร็จอย่างงดงามของกาแล็กซี่โน๊ตใน 2 รุ่น  ที่ผ่านมา ซึ่งจะต่อยอดด้วย Galaxy Note III หรือ Phablet ที่ขนาด 6.3 นิ้ว ที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยจากแท็บเล็ตขนาดเล็ก 7 นิ้ว กับ กาแล็กซี่โน๊ต 2 ที่ 5.5 นิ้ว   ขณะที่หลายฝ่ายกัลวลว่าแม้ Galaxy Note 3 หรือจะเรียกว่าฟาเบทอะไรนั้น จะยังคงจัดอยู่ในหมวดของสมาร์ทโฟน แต่มันจะดูใหญ่ไปไหม? สำหรับการพกพา และใช้ด้วยมือข้างเดียว รวมถึงอาจกระทบต่อความละเอียดหน้าจอ , แบตเตอรี่ แต่ที่แน่นอนทางผู้ผลิตอย่าง Huawei ก็ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้แล้ว ถึงความเป็นไปได้สำหรับสมาร์ทโฟน 6.1 นิ้ว ของพวกเค้า!!     Samsung Galaxy Note3   หน้าจอ OLED ขนาด 6.3 นิ้ว แรม 3 GB ซีพียู 8 คอร์ Samsung Exynos next-gen     Source : BGR

หัวเว่ยเผยโฉมสมาร์ทโฟนใหม่ Ascend P6 ตัวเครื่องบางที่สุดในโลก ราคา 13,990 !
huawei /  Huawei Ascend P6

Huawei ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Ascend P6 ที่บางที่สุดในโลก เพียง 6.18 มิลลิเมตร ในประเทศไทย เปี่ยมสมรรถนะด้วยหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz จอทัชสกรีนแบบ in-cell ความละเอียดสูงขนาด 4.7 นิ้ว กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และฟังก์ชันซอฟท์แวร์ที่โดดเด่นมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้สมาร์ทโฟน Ascend P6 เป็นที่สุดของดีไซน์และการใช้งานอย่างแท้จริง “ผมเชื่อว่า Ascend P6 จะเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามและสะดุดตา กล้องถ่ายรูปที่ให้ภาพคมชัด และระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ของหัวเว่ยเอง” มร. หยาง ชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย กล่าว “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดในไลน์ Ascend P ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ และเราก็พร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับเทคโนโลยีและงานออกแบบที่ล้ำยุคยิ่งกว่าคู่แข่ง” สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 6.18 มิลลิเมตร และหนักเพียง 118 กรัมเท่านั้น จึงสามารถพกไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือ และยังสวยโฉบเฉี่ยว ดึงดูดสายตาอยู่เสมอ ด้วยวัสดุเมทัลลิก และขอบล่างที่โค้งมน สวยสง่าอย่างเหมาะมือ จอทัชสกรีนความละเอียดสูง ขนาด 4.7 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี in-cell และ MagicTouch เพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อทุกสัมผัส แม้ว่าคุณจะใส่ถุงมืออยู่ก็ตาม ส่วนหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz และแบตเตอรี่ขนาด 2000mAh ก็สามารถรับมือกับทุกแอพได้อย่างหายห่วง ไร้กังวลทั้งประสิทธิภาพและความทนทาน บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2.2 นอกจากนี้ Ascend P6 ยังเป็นสมาร์ทโฟนคู่ใจนักถ่ายภาพ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดถึง 5 ล้านพิกเซล ที่ใช้ถ่ายภาพตัวเองได้คมกริบ ก่อนใช้ฟังก์ชันแต่งภาพอัตโนมัติให้สวยใสพร้อมแชร์เพื่อน ในขณะที่กล้องหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI F2.0 ก็สามารถจับภาพคมชัดได้ที่ระยะโฟกัสเพียง 4 เซนติเมตรเท่านั้น พร้อมยังถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p Full HD อีกด้วย เทคโนโลยี IMAGESmart ลิขสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ย จะช่วยปรับแสง สี โฟกัส อย่างละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกช็อตออกมาไม่มีที่ติ ราวกับฝีมือช่างภาพอาชีพ สมาร์ทโฟน Ascend P6 ไม่เพียงครบครันด้วยฟังก์ชัน แต่ยังใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นจากการสำรวจความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 5 ล้านรายทั่วโลก จนออกมาเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวมากมาย อย่างหน้าจอหลัก Uni-Home และ Me Widget ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ฟังก์ชัน SmartReading ที่ให้คุณค้นหาข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา หรือโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามาและจดจำใบหน้าอัตโนมัติ ส่วนเทคโนโลยี Automated Discontinuous Reception (ADRX) และ Quick Power Control (QPC) นวัตกรรมล่าสุดจากหัวเว่ย สามารถช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนขนาดเท่ากัน ส่วนฟังก์ชัน AirSharing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกความต้องการในการใช้งานของคุณ ทั้งในทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีให้เลือกทั้งสีดำ ขาว และชมพู พร้อมด้วยเคสสีเข้ากับตัวเครื่อง วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน เจ มาร์ท ทั่วประเทศ ในราคา 13,990 บาท และจะวางจำหน่ายผ่านทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างเอไอเอส ในเร็วๆ นี้  

ฟอร์จูน จัดอันดับ บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก ประจำปี 2012
นิตยสารฟอร์จูน /  บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก

(ขอบคุณภาพจาก techcitement.com) ฟอร์จูน จัดอันดับ บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก ประจำปี 2012 เฮย์กรุ๊ป  บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกด้านการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร ร่วมกับนิตยสาร "ฟอร์จูน" จัดอันดับ "บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก" ประจำปี 2012 ได้แก่ อันดับ 1 Apple (ครองแชมป์ตั้งแต่ปีที่แล้ว) อันดับ 2 Google (รองแชมป์ปีที่แล้ว) อันดับ 3 Amazon.com (ขึ้นมาจากอันดับ 7) อันดับ 4 Coca-Cola (ขึ้นมาจากอันดับ 6) อันดับ 5 IBM (ขึ้นมาจากอันดับ 12) อันดับ 6 Fedex อันดับ 7 Berkshire Hathaway อันดับ 8 Starbucks อันดับ 9 Procter & Gamble อันดับ 10 Southwest Airlines อันดับ 11 McDonald′s อันดับ 12 Johnson & Johnson อันดับ 13 Walt Disney อันดับ 14 BMW อันดับ 15 General Electric อันดับ 16 American Express อันดับ 17 Microsoft อันดับ 18 3M อันดับ 19 Caterpillar อันดับ 20 Costco Wholesale ส่วนบริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 Toyota Motor อันดับ 2 Canon อันดับ 3 Samsung Electronics อันดับ 4 Sony อันดับ 5 Panasonic อันดับ 6 Huawei Technologies อันดับ 7 China Mobile Communications อันดับ 8 LG Electronics อันดับ 9 Cathay Pacific Airways อันดับ 10 BHP Billiton Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com