Huawei Ascend P6

Lenovo เล็งลุยตลาดที่ iPhone 5C ทำผิดพลาด !
iPhone 5C /  Lenovo

Lenovo เปิดแผนการตลาด เตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟน ที่ iPhone ไม่สามารถทำได้!? หนึ่งในสิ่งที่น่าแปลกที่สุดสำหรับตลาดเทคโนโลยีในปีนี้ เรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของ Apple ที่ตอนแรกบอกว่าเตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดด้วย iPhone รุ่นใหม่ แต่ที่สุดแล้ว iPhone 5C ที่เปิดตัวออกมานั้น ก็มีราคาแพงน้อยกว่า iPhone 5S รุ่นท็อปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งๆ ที่ภายในเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า ที่ลดคุณภาพบอดี้ภายนอกเปลี่ยนเป็นพลาสติกเท่านั้น จากบทสัมภาษณ์ของ CEO Lenovo นาย Yang Yuanqing เกี่ยวกับเป้าหมายบริษัท ซึ่งเป้าใหม่ยในตลาดสมาร์ทโฟนของ Lenovo ก็คือ "iPhone is probably not the best-selling product" หรือ เล็งในตลาดที่ iPhone ไม่ใช่สินค้าที่ดีที่สุดนั่นเอง เนื่องจากทั้ง iPhone 5C และ iPhone 5S จะบอกว่าเป็นมือถือราคาถูกก็คงไม่ใช่ Lenovo จึงเล็งเป้าหมายไปที่ตลาดในประเทศจีน และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging market) อย่างอเมริกาใต้, แอฟริกา, และตะวันออกกลาง นอกจาก Lenovo แล้ว อย่าง Huawei, BlackBerry และ Samsung ก็กำลังเล็งเป้าไปที่ตลาดนี้เช่นกัน ซึ่งทาง Lenovo ก็เป็นแบรนด์ที่หลายท่านคุ้นหูกันอยู่แล้ว (โดยเฉพาะในตลาดคอมพิวเตอร์) ก็น่าจะทำให้ Lenovo ติดตลาดได้ไม่ยาก source: bgr

Review: รีวิว Dtac Joey (Huawei Y210) สมาร์ทโฟนรุ่นประหยัด แจ่มทั้งแชต และโทร!
Dtac Trinet Phone Joey /  Review / 

ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่บรรดาน้องๆ นักเรียน นักศึกษาโชคดีกันมากนะครับ ถ้าเทียบกับราคามือถือสมัยเฮียณัฐเด็กๆ แต่ก่อนมือถือเครื่องนึงราคา 2-3 หมื่น แถมยังทำอะไรได้ไม่มาก ได้แค่จอขาวดำ โทรเข้า/โทรออก อย่างเก่งๆ ก็มีเกมงูให้เล่น และเครื่องก็ไม่ใช่ขอตัวเองนะครับ มือถือแพงมาก ไม่มีเงินซื้อ ต้องต่อคิวยืมเพื่อนเล่น (เพื่อนคนไหนโหดๆ มีเก็บค่าเช่าเล่นด้วย 555+) สมัยนี้แค่มีเงินไม่ถึง 2 พันนิดๆ ก็สามารถซื้อสมาร์ทโฟนได้แล้ว เช่นรุ่นนี้เป็นต้นครับ Dtac Joey ตัวนี้เลย วันนี้ก็เป็นวันดีอีกวันครับ ที่ทาง Dtac ใจดี ให้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดเครื่องนี้มาให้ทีมงาน MThai Technology ได้รีวิวกัน โดยมาทำความรู้จักมือถือเครื่องนี้กันคร่าวๆ ดีกว่าครับ Dtac Joey เนี่ย เป็นสมาร์ทโฟนที่ผลิตโดยบริษัท Huawei จากประเทศจีน แต่ถึงจะเป็นแบรนด์จากแดนมังกร ก็เป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพนะครับ ไม่ใช่แบรนด์ไก่กา โดยชื่อรุ่นจริงๆ จะมีชื่อว่า Huawei Y210 ซึ่งทาง Dtac ไปซื้อมาติดแบรนด์เป็นของ Dtac เอง และเพื่อความมั่นใจ ทาง Dtac ยังเพิ่มประกันจากปกติ 12 เดือน เพิ่มให้เป็น 15 เดือน หากมีปัญหา สามารถเข้าศูนย์ได้ทันที ว่าแล้วก็ไปชม รีวิว Dtac Joey กันในด้าน Design กันก่อนเช่นเคยครับ Design: การออกแบบ Dtac Trinet Phone Joey (ขอเรียกชื่อเต็มๆ ซักที ^^) มาพร้อมกับตัวเครื่องขนาดเล็กน่ารัก หน้าจอแสดงผลขนาด 3.5 นิ้ว ใช้หน้าจอชนิด TFT Capacitive Touchscreen ความละเอียด 480x320 พิกเซล มีตัวเครื่องบาง 12.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 120 กรัม มีแบตเตอรี่ 1700mAh ตามสเปคบอกว่ารองรับการใช้งานต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง มาเริ่มกันตั้งแต่แกะกล่องเลยฮะ หน้ากล่องมีราคาค่าตัว รวมถึงประกันบอกเอาไว้ชัดเจน โดย Dtac Joey มีราคาอยู่ที่ 2,590 บาท แถมเพิ่มประกันเป็น 15 เดือนด้วย ชื่อจริงของเครื่องคือ Huawei Y210 ตามนี้เลย เปิดกล่องออกมาแล้ววว ตัวเครื่องขนาดนี้เลย ไม่ใหญ่มาก สามารถใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียว อุปกรณ์ในกล่องมีดังนี้ครับ ประกอบไปด้วยที่ชาร์จ, แบตเตอรี่, สายดาต้า สำหรับโอนถ่ายข้อมูล และชาร์จ, ชุดหูฟัง ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น หูฟังเป็นแบบนี้เลย คุณภาพเสียงก็ถือว่าโอเค สนทนาชัดเจนดี ต่อไปลองมาแกะตัวเครื่อง เพื่อใส่แบตฯ กันบ้าง วิธีใส่แบตเตอรี่ก็ไม่ยากครับ ใช้นิ้วงัดที่ช่องนี้ขึ้นมา จากนั้นก็ค่อยแกะรอบๆ เครื่อง ถอดมาแล้วเป็นแบบนี้เลย ชนิดของซิมเป็นซิมขนาดใหญ่ มาตรฐานนะครับ Dtac Joey รองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วย microSD Card นะครับ สามารถใส่ได้ที่นี่เลย ซึ่งรองรับสูงสุด 32GB ส่วนแบตเตอรี่ ตัวนี้มีความจุ 1700mAh เป็นแบบ Li-ion ต่อไปลองมาดูตัวเครื่องรอบๆ กัน Joey มาพร้อมหน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 480x320 พิกเซล วัสดุเป็นพลาสติกล้วน งานประกอบแน่นหนา ไม่กรอบแกรบ ด้านล่างมีปุ่มหลักของ Android คือปุ่ม ย้อนกลับ, Home และ เมนู เป็นปุ่มแบบสัมผัส ถัดลงมา เป็นช่องไมค์สนทนา ด้านบนมีโลโก้ Huawei พร้อมลำโพงสนทนา ด้านขวาของตัวเครื่อง จะมีปุ่ม Volume Control สำหรับปรับระดับเสียง ด้านซ้าย มีช่องเสียบสายดาต้า สำหรับโอนถ่ายข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ เช่น ภาพถ่าย หรือเพลง และใช้สำหรับเสียบสายชาร์จด้วย ด้านบนมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง หรือปลดล็อคหน้าจอ และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, โลโก้ Dtac และ Huawei และสุดท้ายเป็นช่องลำโพงนอก เมื่อเปิดเครื่องในครั้งแรก อาจจะต้องลงทะเบียนโดยใช้บัญชีของ Google (Gmail) ก่อนนะครับ ใครยังไม่มีต้องสมัครก่อนถึงจะใช้อุปกรณ์ Android ได้นะฮะ ที่หน้าจอ Lock Screen ผู้ใช้สามารถปลดล็อคได้โดยการแตะค้างไว้ที่รูปแม่กุญแจ จากนั้นลากนิ้วไปทางขวา ซึ่งในหน้านี้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่เมนูอื่นๆ ได้ทันที เช่น ลากไปด้านบนเพื่อเปิดแอพฯ โทรศัพท์, ลากไปด้านซ้าย เพื่อเปิดแอพฯ ข้อความ หรือสามารถเปิดกล้องได้ทันที โดยลากนิ้วลงด้านล่าง สำหรับดีไซน์ของ Dtac Joey เราเองต้องยอมรับเลยว่าอาจจะดูธรรมดา วัสดุเป็นพลาสติก ซึ่งก็เหมาะสมกับมือถือราคาประมาณนี้ ต่อไปลองไปดูด้านการใช้งานบ้างครับ Performance: ประสิทธิภาพ Dtac Joey หรือ Huawei Y210 ใช้ CPU Single-Core ความเร็ว 1GHz Qualcomm Snapdragon, GPU Adreno 200, มี RAM 256MB (เหลือให้ใช้ประมาณ 173MB), หน่วยความจำภายใน 512MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32GB, รองรับ 3G ความถี่ 850/1800/2100MHz (ไม่รองรับ 900 ของ AIS แต่ใช้ 2100MHz ได้), รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth 2.1, GPS, A-GPS, USB 2.0, และที่สำคัญ มี FM Radio ด้วยฮะ ต่อไปลองมาชมผลการทดสอบเครื่องด้วยโปรแกรมต่างๆ และการใช้งานอื่นๆ กันครับ หน้า Home หรือหน้าจอหลักของ Joey จะมาพร้อมกับแอพฯ พิเศษจาก Dtac รองรับการใช้งานด้านความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเีรื่องของเกม, เพลง, MV หรืออื่นๆ เพียบ แป้นพิมพ์โทรศัพท์ ขนาดตัวเลขไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ กำลังพออ่านได้สะดวก แป้นพิมพ์ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ ส่วนตัวนะครับ สำหรับคนนิ้วใหญ่ ต้องบอกเลยว่าแอบเล็กไปนิดหนึ่งสำหรับการพิมพ์ในแนวตั้ง แต่ถ้าพิมพ์ในแนวนอนจะไม่มีปัญหา สังเกตุว่า UI ของ Dtac Joey จะใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไปมากกว่า Dtac Cheetah (รีวิว) นะครับ คือมีหน้ารวมแอพฯ แยกแอพฯ ทั้งหมดจากหน้า Home แต่ Cheetah ถ้าจะเปิดหน้ารวมแอพฯ จะต้องปัดหน้า Home ไปด้านขวาจนสุดจึงจะเป็นหน้ารวมแอพฯ ตรงนี้ผมชอบ UI ของ Joey มากกว่าแฮะ ^^ ตรงนี้ก็ชอบเป็นการส่วนตัวอีกแล้ว คือมาพร้อมกับ วิทยุ FM ครับ แต่ต้องเสียบหูฟังก่อนนะครับถึงจะใช้ได้ เอาไว้ฟังผลบอล หรือรายการวิทยุต่างๆ ได้ฮะ รองรับ Multi-touch 2 จุด ผลทดสอบ AnTuTu ทำคะแนนได้ไม่สูงเท่าไหร่ครับ อยู่ที่ 2,434 คะแนน ผลทดสอบ Vellamo ก็อยู่ในระดับสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น หน้าจอบริเวณการแจ้งเตือน ก็เหมือนกับมือถือ Android 2.3 ทั่วไป หากกลัวแบตตอรี่จะหมดไว Joey มีโหมดประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ครับ โดยจะปิดการใช้งานที่สิ้นเปลืองพลังงานทั้งหมด เพื่อให้รับสายได้นานที่สุด สรุปด้่านประสิทธิภาพ Dtac Joey น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนไว้ใช้งานทั่วไป เน้นแชต Social Network เป็นหลัก เช่น Facebook, Line, WhatsApp หรือ Instagram ก็ทำได้ไม่มีปัญหา แต่มือถือเครื่องนี้จะไม่เหมาะทันทีกับคนที่จะเอาไปเล่นเกมกราฟฟิกหนักๆ แรงๆ เพราะว่าใช้ CPU แบบ Single-Core เท่านั้น และมี RAM แค่ 256MB แ่ต่ถ้าหากเล่นเกมทั่วไป ที่ไม่เน้นกราฟฟิกเช่น Angry Birds, หรือไืพ่เท็กซัส อันนี้เล่นได้สบาย หายห่วง Camera: การถ่ายภาพ ด้านการถ่ายภาพ Dtac Joey มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ไม่ีมี Auto Focus ไม่มีแฟลชสำหรับถ่ายที่แสงน้อย และไม่มีกล้องหน้าครับ แต่จะมีโหมดเอฟเฟคถ่ายภาพต่างๆ มาให้เลือกใช้ และสามารถซูมแบบ Digital Zoom ได้ 4 เท่า ความละเอียดเลือกได้สูงสุด 2 ล้านพิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพได้ มีเอฟเฟคการถ่ายภาพเบื้องต้นให้เล่นครับ (แต่เชื่อเถอะว่า คุณก็ต้องไปใช้เอฟเฟคของ Instagram หรือ Camera 360 เองอยู่ดี ^^) สามารถซูมแบบ Digital ได้ 4 เท่า ลองชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องกันครับ (สามารถคลิ๊กเพื่อชมภาพใหญ่ได้) สรุปด้านการถ่ายภาพนะครับ ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหากล้องบนมือถือที่มีคุณภาพดีๆ ถ่ายเพื่อเอาไปประกวดแล้วล่ะก็ มือถือเครื่องนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่ เพราะคุณภาพกล้องของ Dtac Joey จัดว่าอยู่ในระดับถ่ายเล่นๆ ครับ ถ่ายแล้วเอาไปแต่งภาพด้วยแอพฯ แล้วเอาขึ้น Facebook อะไรทำนองนั้นมากกว่า จัดว่าอยู่ในระดับที่พอใช้สำหรับมือถือราคาประหยัด Conclusion: สรุป ข้อดี - เป็นมือถือ Social ราคาประหยัด - ขนาดเล็ก พกพาสะดวก - ประกันเยอะ (15 เดือน) - ซื้อพร้อมโปรฯ จาก Dtac จะคุ้มมาก - รองรับ 3G และ Wi-Fi ข้อสังเกต - เล่นเกมหนักๆ ไม่เหมาะ - อุปกรณ์เสริมหายาก - ไม่รองรับ 3G เครือข่าย 900MHz ของ AIS จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่นครับในราคาประมาณนี้ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้จะเป็นเรื่องความคุ้มค่าด้านราคา กับการใช้งานด้าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook Twitter Line และอื่นๆ รวมถึงด้วยความที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทำให้มีความยืดหยุ่นด้านการใช้งานสูง สามารถโหลดแอพฯ จาก Play Store มาใช้ได้มากมายทั้งแอพฯ เกม และแอพฯ Lifestyle ต่างๆ และจากที่ทดลองใช้ Joey มาได้ระยะหนึ่ง แบตเตอรี่ความจุ 1700mAh เนี่ย ถ้าใช้งานแบบประหยัดๆ ไม่ใช้งานหนักมาก ก็สามารถอยู่ได้จนครบวันครับ แต่ถ้าเล่นแบบหนักๆ ทั้งเกม ทั้ง Wi-Fi ล่ะก็ ครึ่งวันก็หมดตามมาตรฐานสมาร์ทโฟนทั่วไปครับ (ราคา 2 หมื่นกว่า เล่นหนักๆ ก็ไปไม่ครบวันเช่นกันฮะ) สรุปแล้ว มือถือเครื่องนี้เหมาะกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมือใหม่ หรือนักเรียน นักศึกษา ที่มีงบประมาณจำกัด แต่ก็อยากจะอินเทรนด์เล่น Line หรือ Facebook กับเพื่อนได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ ตัวนี้จัดว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มมากครับ เพราะว่าตอบรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ทั้งเล่นเน็ต เล่นแชต ดูหนังฟังเพลงได้แบบไม่น้อยหน้าใคร ในงบประมาณประหยัดสุดๆ สำหรับวันนี้เฮียณัฐก็ต้องขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะครับ แล้วติดตามการรีวิวกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า ที่นี่ที่เดิมครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ ^^

4G ช้าไป Huawei จัดให้ 5G อีก 4 ปี เจอกัน !!
3G /  4g / 

" 5G หนัง HD วิเดียวก็โหลดเสร็จ เจอกันปี 2018 ( ไม่ใช่ที่แห่งนี้!! )"     ในระหว่างที่บ้านนี้เมืองนี้กำลังแตกตื่นกับ 3G อุปทานหมู่ ที่บางครั้งก็หลุดเข้าสู่โหมดตัว E อย่างมิได้นัดหมาย แม้จะอยู่ในพื้นที่ใจกลางพระนคร ที่ก็ไม่น่าจะอับสัญญาณอะไรมากมายอยู่นั้น   ประเทศมหาอำนาจจีนแผ่นดินใหญ่ และค่ายสมาร์ทโฟน Huawei ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาเบาะๆ เบาๆ ว่า " 4G นี่เริ่มจะกากไปแล้วนะพี่น้อง สำหรับสมาร์ทโฟนในอนาคตอีก 4 ปี ต้อง  5G เท่านั้น!! "     ตัวเลข 5G ของหัวเหว่ยถูกทุ่มงบ เพื่อการพัฒนาไปกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กินระยะเวลาในการสร้างเพื่อแล้วเสร็จในอีก 4 ปีข้างหน้า คือปี  2018 อัตราความเร็วอยู่ 10Gbps ซึ่งเร็วกว่า 4G 10 เท่า และเร็วกว่า 3G ถึง 5,000 เท่า ทำให้ดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD ได้เสร็จภายในเวลาเพียง 1 วินาที เท่านั้น   ถือว่าเป็นแรงพลักดันเทคโนโลยีอินเตอร์เนตความเร็วสูงได้ดีทีเดียว เพราะหลังจาก Huawei แถลงข่าว 5G ไปนั้น ด้าน Samsung, Ericsson, ZTE, China Mobile รวมทั้ง รัฐบาลจีนและยุโรป ต่างก็แสดงเจตนารมณ์ร่วมพัฒนา 5G ต่อด้วย เช่นเดียวกัน !!     Source : asia.cnet.

Samsung Galaxy Note III จะเปิดตัว 2013 ด้วยขนาด 6.3 นิ้ว ?
Galaxy Note /  Galaxy Note II / 

  น้องโน๊ต 2 เพิ่งจะ launch ไปไม่นานนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวจากแดนโสม Korea Times ก็ดันไปได้ข้อมูลสดใหม่ออกมาว่า Galaxy Note III ที่มีแปลนจะเปิดตัวปี 2013 นั้น จะมาด้วยขนาดหน้าจอสุดจะเวอร์ที่ 6.3 นิ้ว และเรียกมันว่าเป็น Phablet ลูกครึ่งแท็บเล็ตสมาร์ทโฟน   นอกจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแล้ว ดูเหมือนแซมซังจะยังไม่สะใจกับส่วนแบ่งตลาด เลยจะพาแคตตาล๊อคใหม่เข้าสู่วงการ ผ่านความสำเร็จอย่างงดงามของกาแล็กซี่โน๊ตใน 2 รุ่น  ที่ผ่านมา ซึ่งจะต่อยอดด้วย Galaxy Note III หรือ Phablet ที่ขนาด 6.3 นิ้ว ที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยจากแท็บเล็ตขนาดเล็ก 7 นิ้ว กับ กาแล็กซี่โน๊ต 2 ที่ 5.5 นิ้ว   ขณะที่หลายฝ่ายกัลวลว่าแม้ Galaxy Note 3 หรือจะเรียกว่าฟาเบทอะไรนั้น จะยังคงจัดอยู่ในหมวดของสมาร์ทโฟน แต่มันจะดูใหญ่ไปไหม? สำหรับการพกพา และใช้ด้วยมือข้างเดียว รวมถึงอาจกระทบต่อความละเอียดหน้าจอ , แบตเตอรี่ แต่ที่แน่นอนทางผู้ผลิตอย่าง Huawei ก็ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้แล้ว ถึงความเป็นไปได้สำหรับสมาร์ทโฟน 6.1 นิ้ว ของพวกเค้า!!     Samsung Galaxy Note3   หน้าจอ OLED ขนาด 6.3 นิ้ว แรม 3 GB ซีพียู 8 คอร์ Samsung Exynos next-gen     Source : BGR

Review: รีวิว Oppo Find Mirror มือถือ Quad-Core จอ 4.7
OPPO /  Oppo Find Mirror / 

สมาร์ทโฟนทุกวันนี้ นอกจากจะแข่งขันกันในเรื่องฟีเจอร์ ความสามารถพิเศษ ดีไซน์ ความบาง และอื่นๆ เรื่องของราคาและความคุ้มค่าก็สำคัญเช่นกันครับ โดยวันนี้เรามี รีวิว Oppo Find Mirror สมาร์ทโฟนสเปคคุ้มๆ ดีไซน์เก๋ๆ มาฝากให้แฟนๆ MThai ได้ชมกันเช่นเคย ค่าย Oppo ในปีนี้ก็ถือว่าเป็นค่ายที่มาแรงอีกหนึ่งค่าย โดยได้ส่งสมาร์ทโฟนออกมาแล้วหลายรุ่นในทุกๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดบนก็มี Oppo Find 5 สมาร์ทโฟนสเปคแรงในราคาเบาๆ ส่วนตลาดล่างก็มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล เอาเป็นว่า ก่อนอื่นเราต้องขอขอบคุณทาง Oppo ประเทศไทยมากนะครับ ที่ส่งสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาให้เราได้รีวิวกันแบบละเอียดทุกซอก ทุกมุม ว่าแล้วก็ลองไป Design: การออกแบบ Oppo Find Mirror เป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ที่มีดีไซน์ค่อนข้างดีครับ มีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดขนาด HD 1280x720 พิกเซล ถ้าเทียบกับมือถือส่วนมากในตลาดตอนนี้ ที่เทรนด์ค่อนข้างไปทางมือถือจอใหญ่ๆ ส่วนตัวคิดว่ามือถือจอไม่เกิน 5 นิ้วนี่แหละครับกำลังดี ผู้ชาย หรือผู้หญิงถือก็ไม่ดูใหญ่ หรือเล็กเกินไป ยังคงอยู่ที่ด้านหน้านะครับ ด้านบนของหน้าจอจะมีเซ็นเซอร์ต่างๆ ช่องลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีเลนส์มุมกว้างพิเศษ แต่เราจะมาพูดกันเรื่องกล้องอย่างละเอียดอีกครั้งในส่วนของการถ่ายภาพแล้วกันครับ ด้านล่าง มีปุ่มหลักของ Android อยู่ครบถ้วนครับ ประกอบไปด้วย ปุ่มเมนู ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ทั้งหมดเป็นปุ่ม soft key แบบสัมผัสครับผม มาดูแผ่นหลังขาวๆ กันครับ ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชที่ด้านบน และมีช่องไมค์ด้านหลังใกล้ๆ กัน ถัดลงมีโลโก้ Oppo และสุดท้ายเป็นลำโพงนอกที่ด้านล่าง สังเกตุรอบๆ กล้องจะมีขอบสีเงิน เพิ่มความหรูอีกระดับ ด้านล่าง มีช่องไมค์สำหรับสนทนา และช่อง MicroUSB เพื่อชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลผ่านสายดาต้า ด้านบนมีพอร์ตสำหรับเสียบหูฟัง 3.5 มม. มองจากด้านข้างจะเห็นว่ามือถือเครื่องนี้จัดว่าบางมากนะครับ โดยมีความบางอยู่ที 7.3 มิลลิเมตรเท่านั้น ถึงจะไม่บางที่สุดในโลก แต่แค่นี้ก็ถือว่าสวยแล้วครับ และบริเวณขอบด้านข้างตัวเครื่องยังมีขอบเงินเงางามอีก ดูดีทีเดียว ส่วนน้ำหนักของเครื่องก็อยู่ที่ 110 กรัม จัดว่าเบามาก นอกจากนี้ ทางด้านขวาจะมีปุ่มควบคุมเสียงอยู่ด้วย ส่วนทางด้านซ้าย มีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และสำหรับล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ ที่ส่วนตัวคิดว่าปุ่มนิ่มไปนิดนึงครับ ชอบเผลอมือไปโดน แล้วหน้าจอล็อคเองแบบไม่ตั้งใจบ่อยๆ ถัดไปจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดครับ ซึ่งตรงนี้น่าสนใจว่า ตามสเปคบอกว่า "มือถือเครื่องนี้รองรับ 2 ซิมการ์ด" แต่เฮียณัฐหาเท่าไหร่ก็หาช่องใส่ซิม 2 ไม่เจอ ปรากฏว่า ..... (รูปต่อไป) เมื่อใช้ที่จิ้มซิมดึงถาดใส่ซิมการ์ดออกมา ... เห้ย! ซิมการ์ดทั้งสองซิม สามารถใส่ได้บนถาดเดียวเลยนี่หว่า! แนวไปอีกแบบครับ ไอเอาก็หากันตั้งนาน โดย Oppo Find Mirror จะใช้ซิมแบบ MicroSIM ทั้งสองซิมนะครับ ลองนำ iPhone 4 มาวางเทียบขนาดกันครับ จะเห็นว่า Find Mirror บางกว่า iPhone 4 และมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าตามภาพเลย สรุปด้านดีไซน์ Oppo Find Mirror ถือว่าเป็นมือถืองานประกอบค่อนข้างดีนะครับ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก แต่ก็มีการตกแต่งขอบด้วยลูกเล่นขอบเงิน ให้อารมณ์หรูหราขึ้นมาอีกนิด อีกอย่าง มือถือเครื่องนี้ถอดแบตฯ ไม่ได้นะครับ งานประกอบแน่นหนาดีเลยทีเดียว หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p (เท่า Nexus 4) ถือว่าดีมาก ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับ Full HD แต่ก็แสดงผลได้คมชัด ดูหนังชัดเจนดี สีสันของ Oppo ก็ไม่ต้องห่วงอยู่แล้วครับ เพราะใช้เป็นจอ IPS 16 ล้านสี คมชัดไม่เวอร์ น่าจะตอบโจทย์คนอยากได้มือถือขนาดไม่ใหญ่มากได้ดี Performance: ประสิทธิภาพ ต่อไปลองมาดูด้านประสิทธิภาพ การใช้งานของ Oppo Find Mirror กันบ้างครับ Oppo Find Mirror มาพร้อมกับ CPU Quad-Core 1.2GHz, ใส่ RAM มาให้ 1GB มีหน่วยความจำภายใน 16GB เพิ่มเมมไม่ได้นะครับ รองรับ 3G ของทุกเครือข่าย (850/900/2100MHz) ส่วนระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชั่น Android 4.2.1 Jelly Bean เลยครับ กล้องถ่ายภาพ กล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล มีแฟลชส่องสว่างสำหรับถ่ายในที่มืด สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720p, ให้แบตเตอรี่มา 2000mAh, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.0, Wi-Fi, GPS, AGPS มีเซ็นเซอร์ Accelerometer, Ambient light, Digital Compass, Proximity, และ Gyroscope ต่อไปลองไปชมผลทดสอบ Find Mirror ด้วยโปรแกรมทดสอบ และไปดูด้านการใช้งานอื่นๆ กันครับ   ผลทดสอบ AnTuTu ทำคะแนนไปได้ 13271 คะแนน เทียบระดับความแรง Mirror แรงกว่าแท็บเล็ต Nexus 7 แต่เบากว่า Samsung Galaxy S3 รองรับ Multi Touch 10 จุด ส่วนผลทดสอบในด้านกราฟฟิกด้วยโปรแกรม 3DMark ทำไปได้ 1557 คะแนน หน้าโฮมของ Mirror มาแนวสีสันสดใส โดนใจวัยรุ่นแน่นอน เครื่องเล่นเพลงสุดคลาสสิคตัวนี้ เท่ดีครับ เป็น Widget พิเศษของ Oppo ที่มาแบบนี้ทุกเครื่องครับ คือเราสามารถเปิดเครื่องเล่นเพลงบน Widget นี้โดยการแตะลากเข็มด้านข้าง (ไม่รู้จริงๆ ครับว่าเรียกว่าอะไร ใครทราบโปรดชี้แนะ) เอาไปวางบนแผ่นเสียง จากนั้นแผ่นเสียงจะหมุน และเพลงจะเริ่มเล่นทันที ส่วนคุณภาพด้านเสียงเพลง หากฟังเพลงผ่านหูฟัง จัดว่าชิปเสียงของ Mirror เจ๋งมากครับ ให้เสียงค่อนข้างดี แต่น่าเสียดายที่ลำโพงนอก เสียงไม่ค่อยเวิร์คเื่ท่าไหร่ อยู่ในระดับพอฟังได้ แต่อย่างว่า ว่ามือถือเครื่องนี้อาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องเสียงเพลงเืท่าไหร่ จะเน้นเรื่องการออกแบบซะมากกว่า หน้าตาแป้นตัวเลขครับผม ไซส์มาตรฐาน  หน้าตา Play Store ก็เหมือนทั่วไปครับผม สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ได้ตามปกติเลย หน้าตาเปิด Multitasking (แตะปุ่ม Home ค้าง) ใช้วิธีปิดแอพฯ โดยการแตะค้างและปัดไปด้านข้างตามปกติ ส่วนด้านล่างมีการแสดงความจำคงเหลือครับ (ขออภัย ลายน้ำบัง) เมื่อรู้สึกว่าเครื่องช้าๆ อย่าลืมมาปิดแอพฯ ล้างความจำตรงนี้นะฮะ หน้า Home สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ตามสไตล์ Android จะเพิ่ม Widget เปลี่ยน Wallpaper ก็ทำได้ตามต้องการ เราสามารถเลือกเอฟเฟคการเปลี่ยนหน้าจอได้ด้วยครับ ตรงนี้ช่วยให้การใช้งานไม่น่าเบื่อดีครับ  ในหน้าจอรวมแอพฯ แอพฯไหนที่เพิ่งจะโหลดมา และยังไม่เคยเปิดใช้ บนไอคอนแอพฯ จะมีแท็กสีแดง เขียนว่า "New" ประกอบเอาไว้ให้เห็นด้วย แป้นพิมพ์ครับ ทั้งแบบแนวตั้ง และแนวนอน การท่องเว็บก็ทำได้ดี ลื่นไหลใช้ได้ครับ การแสดงผลบนหน้าจอระดับ HD ถือว่าทำได้ดี การปัดหน้าจอขึ้นหรือลง มีอาการหน่วงน้อยมากๆ ลื่นติดนิ้วดีไม่ว่าจะเป็นการซูมเข้า/ออกก็ตาม เล่นเฟสฯ ก็ทำได้ดี ไม่มีปัญหา  เกือบลืม! อีกหนึ่งจุดเด่นที่มองข้ามไม่ได้ก็คือนี่เลยครับ การควบคุมด้วยการเคลื่อนไหว หรือ Motion Control ซึ่ง Oppo Find Mirror จัดมาเพียบตามภาพด้านบนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Flip mute (ตัดเสียงเรียกเข้า หรือแจ้งเตือน เพียงคว่ำหน้าจอ), Auto answer (รับสายเรียกเข้า เพียงยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู), Smart notification (แจ้งเตือนการแจ้งเตือนต่างๆ ที่พลาด เช่น missed call ทันที ที่หยิบมือถือ), Smart sleep (หน้าจอจะไม่ดับ หากกำลังจ้องมองโทรศัพท์อยู่) และอื่นๆ เพียบครับ ลองอ่านดู การเล่นเกม ถือว่าทำได้ดีเช่นกันครับ เล่นเกมได้ลื่นไหลดี CPU Quad-Core ทำงานได้เยี่ยมครับ (แต่ถ้าเกมกราฟฟิกหนักๆ จะมีกระตุกเล็กน้อย) หน้าจอ HD ดูหนัง ดู YouTube สบาย สรุปด้านประสิทธิภาพ การใช้งาน Oppo Find Mirror จัดว่าโอเคมากๆ ครับ ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ที่มีราคาไม่สูง มีจุดเด่นที่ CPU Quad-Core, หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD, กล้อง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช ทั้งหมดนี้ในราคาเพียงแค่หมื่นนิดๆ ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงาน ก็ถือว่าแบตฯ ไม่อึดเท่าไหร่ครับ หากใช้งานทั่วไป เปิดรับสาย, เช็ค Facebook, เปิดเว็บ หรือเล่นเกมบ้างเล็กน้อย อันนี้เช้าถึงเย็นถือว่าทำได้ชิวๆ แต่ถ้าวันไหนเกิดติดเกมไหนขึ้นมา เล่นเกมต่อเนื่องยาวๆ รับรองว่าครึ่งวันได้วิ่งหาที่ชาร์จแน่นอน แต่ ณ จุดนี้ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกสำหรับสมาร์ทโฟนครับ เครื่องไหนก็เป็น Camera: การถ่ายภาพ ต่อไปลองมาดูในเรื่องที่หลายๆ ท่านให้ความสำคัญมากในการจะซื้อมือถือซักเครื่อง คือเรื่องการถ่ายภาพครับ อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Oppo Find Mirror มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช จากที่ทดสอบการถ่ายภาพ เฮียค่อนข้างประทับใจในเรื่องของการโฟกัสนะครับ ทำได้ไวดีใช้ได้ทีเดียว และมีโหมดการถ่ายภาพ และเอฟเฟคต่างๆ ให้ถ่ายภาพเล่นๆ สนุกๆ เยอะใช้ได้ ส่วนกล้องหน้า ส่วนนี้มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และมีความพิเศษตรงที่เป็นเลนส์มุมกว้าง (Ultra Wide Angel) ที่มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพตัวเองด้วยกล้องหน้า โดยเลนส์มุมกว้างจะช่วยเวลาที่คุณถ่ายภาพกับเพื่อนด้วยกล้องหน้า จะสามารถเก็บภาพได้กว้างขึ้น ไม่ต้องเบียดๆ กันถ่ายให้ลำบาก และยังมีโหมดหน้าสวย หรือเอฟเฟคให้ใช้เช่นกัน ส่วนคุณภาพของภาพก็ถือว่าโอเค ตามมาตรฐานกล้องหน้า 2 ล้านทั่วไปครับ ตัวอย่างเอฟเฟคกล้องโลโม่ครับ ใครอยากหน้าเรียวเล็ก, เสริมจมูก, หรือเสริมคาง ไม่ต้องไปคลีนิคเสริมความงามครับ ใช้แอพฯ นี้ได้สบาย แถมฮากว่าด้วย ^^ ต่อไปลองชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Find Mirror กันบ้างครับ Conclusion: สรุป ข้อดี - ดีไซน์โฉบเฉี่ยว บาง น้ำหนักเบา - ลูกเล่น Motion Control เพียบ - รองรับสองซิม (รองรับทุกค่ายในไทย) - กล้องหน้ามุมกว้างถ่ายสะดวก - สเปคคุ้มค่าราคา ข้อสังเกต - ถอดแบตไม่ได้ - เสียงลำโพงนอกเบาไปนิด - เพิ่มเมมไม่ได้ หลังจากที่ได้ทดสอบ ทดลองใช้ Oppo Find Mirror มาเป็นเวลาระยะหนึ่ง สิ่งที่ค่อนข้างประทับใจมากก็คือเรื่องงานประกอบ ดีไซน์ครับ เพราะทำออกมาได้ค่อนข้างดี หน้าจอ 4.7 นิ้วขนาดกำลังน่าใ้ช้ แถมน้ำหนักตัวเครื่องก็เพียงแค่ 110 กรัมเท่านั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นๆ ที่ทำมาตอบโจทย์คนที่อยากได้มือถือสวยๆ แน่นอน แม้เครื่องจะเป็นพลาสติกก็ตาม ส่วนด้านการใช้งานทั่วไป ก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน สเปคเครื่องจัดว่าน่าจะใช้อีก 1-2 ปีได้สบาย กับ CPU Quad-Core ระดับเริ่มต้นตัวนี้, RAM 1GB, แถมใส่ Android 4.2.1 JB มาแล้ว ถือว่าใช้ได้อีกไกล จะเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงก็ทำได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ใครที่มีหลายซิม เครื่องนี้ก็รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม แอบเสียดายนิดหน่อยครับ กับเสียงจากลำโพงนอก ที่ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นที่มาพร้อมกับเครื่องทดสอบหรือเปล่า ผิดกับเสียงจากหูฟัง ที่ดีใช้ได้เลย Oppo Find Mirror เปิดราคาออกมาแล้วครับ คือ 11,990 บาท ราคาถือว่าน่ารักน่าลุ้นครับ โดยเปิดราคาออกมาเท่านี้ก็จะไปชนกับ Huawei Ascend P6, HTC Desire 600, Samsung Galaxy Mega 5.8, Sony Xperia SP, หรือจะเป็น Google Nexus 4 (เครื่องนอก) ครับ ก็มีทั้งรุ่นที่เป็น Quad-Core และ Dual-Core ลองเปรียบเทียบตามความต้องการครับ สุดท้ายนี้ก็ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ครับ ใครมีข้อสงสัย หรือข้อเสนอแนะอะไร สามารถบอกเฮียณัฐได้ทาง Comment ใต้บทความ หรือทาง Facebook MThai Technology ก็ได้เช่นกันครับ สำหรับวันนี้ขอลากันก่อน สวัสดีครับ ^^

เปิดคัมภีร์ 98 รุ่น ตะลุยงาน mobile expo วาเลนไทน์นี้ ที่ศูนย์ฯสิริกิติ์
Thailand Mobile Expo 2014 /  TME2014 / 

กลับมาพบกันอีกครั้งกับ Thailand Mobile Expo 2014 มหกรรมมือถือครั้งยิ่งใหญ่ประเดิมศักราชใหม่ปีม้า 2557 แม้จะผ่านช่วงปีใหม่เพียง 1 เดือน แต่วงการมือถือบ้านเราเรียกว่าร้อนแรงทีเดียว จากการเปิดตัวสมาร์ทโฟน – แท็บเล็ตหลากหลายรุ่นจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสตัวจริงก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมโปรโมชั่นเสริมระดับตำนาน ลดแลกแจกแถมไม่อั้น นอกจากนี้ ยังมี Gadget Zone นำเสนออุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ! สำหรับวันนี้เรามาชม 98 มือถือ-แท็บเล็ตที่น่าสนใจภายในงานกันครับ ขอบอกว่าบางรุ่นเปิดตัวและวางจำหน่ายครั้งแรกเลยทีเดียว สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจซื้อได้เลย : ) Samsung Galaxy Pocket Neo สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์จาก Samsung ครบเครื่องในราคาไม่ถึง 3,000 บาท กับหน้าจอขนาด 3.0 นิ้ว ขนาดเล็กกะทัดรัด มีหลากสีสันให้เลือก ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz รองรับการใช้งานโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค แอพพลิเคชั่นหลากหลาย ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล มีวิทยุ FM เครื่องเล่นเพลง เพิ่มเมมโมรี่การ์ดภายนอกได้ นอกจากนี้ยังรองรับ 3G WiFi GPS หากคุณเล็งสมาร์ทโฟนเครื่องแรก รุ่นนี้เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยครับ แม้ว่าจะมีรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกันให้เลือกอีกเพียบ Galaxy Fame อัพเกรดระดับสูงขึ้นมาหน่อยจะเป็น Galaxy Fame มีจุดขายหลักตรงรองรับการเชื่อมต่อ NFC สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น หูฟังไร้สาย, ลำโพง รวมถึงระบบ Rabbit Card ที่เพิ่งโปรโมทไปไม่นานนี้ สเปคภายในมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล รองรับ 3G WiFi GPS ครบในตัว นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมจาก Samsung เช่น Galaxy Gift ไว้แลกของกิน ส่วนลดฟรีจากร้านค้าที่ร่วมรายการ และอื่นๆ ต้องลองเล่นตัวจริงจ้า Galaxy Ace 3 ภาคต่อของรุ่นสุดคุ้มในตระกูล Galaxy Ace Series โดดเด่นด้วยสเปคระดับ Dual-Core พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 บนหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Google Play Store ถ่ายภาพผ่านกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด HD ได้ด้วย นอกนั้นก็มีเครื่องเล่นเพลง วิทยุ FM หรือบริการเสริมต่างๆ จาก Samsung ที่คุณไม่ควรพลาด กับราคาค่าตัวประมาณ 6 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง ! Galaxy Win Duos เพิ่มเงินอีกหน่อยคุณจะได้สมาร์ทโฟน Quad-Core รุ่นฮิตจาก Samsung อย่าง Galaxy Win Duos หน้าจอใหญ่ 4.7 นิ้ว ดูอะไรได้ชัดขึ้นเยอะ ลงเกมไว้เล่นบนมือถือ หรือชมซีรี่ส์เรื่องโปรดผ่านวิดีโอสตรีมมิ่งบน Youtube ก็ทำได้บนรุ่นนี้ครับ ติดกล้องความละอียด 8 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่ 2,000 มิลลิแอมป์ เพียงพอกับการใช้งานเต็มวันโดยชาร์จแบตเต็มครั้งเดียว ที่สำคัญ Galaxy Win Duos ยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกด้วย เหมาะกับคนชอบโทร ชอบเล่นเน็ต อาจจะแยกโปรโมชั่นละ 1 ซิมไปเลยก็ดีเหมือนกัน Galaxy Grand 2 หากคุณกำลังหาซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในงบไม่เกิน 12,000 บาท Galaxy Grand 2 จาก Samsung คือตัวเลือกอันดับแรกๆ เลยทีเดียวครับ ภาคต่อของ Galaxy Grand รุ่นนี้โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ครบเครื่อง หน้าจอ HD ขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon 400 Quad-core เร็วแรง รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ลื่นไหล มีฟีเจอร์เสริมต่างๆ มากมายเช่น My Magazine สำหรับติดตามข่าวสาร, S Translate แปลภาษาพร้อมตัวอย่างประโยคที่จำเป็น ฯลฯ ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล ฝาหลังแบบ Faux-Leather แบบเดียวกับ Galaxy Note 3 และรองรับ 2 ซิมการ์ด แค่นี้ก็คุ้มเหลือเชื่อแล้วล่ะ Galaxy Note 2 ถึงจะเปิดตัวมาปีกว่าๆ แต่เรื่องความคุ้มค่าคุ้มราคายังต้องยกให้ Galaxy Note 2 จากราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก แต่ได้สเปคครบเครื่องทั้งหน้าจอ HD 5.5 นิ้ว รองรับการใช้งาน S-Pen พร้อมฟีเจอร์เสริมบนแอพพลิเคชั่น S Note และอื่นๆ ชิปประมวลผล Quad-Core 1.6 GHz ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่อึดกระหน่ำ 3,100 mAh และอัพเกรดเป็น Android 4.3 รวมถึง 4.4 Kitkat ได้ในอนาคต ยืนยันเลยว่าซื้อแล้วจะไม่เสียดายครับ Galaxy S4 สุดยอดรุ่นอมตะแห่งปี 2013 แม้ว่าจะมีข่าวคราวของทายาทออกมาบ่อยครั้ง แต่ Galaxy S4 ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม กับสเปคภายในอันลงตัวทั้งหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้ใช้านมือเดียวได้สบายๆ ชิปประมวลผล Exynos 5 Octa-core RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ จะเล่นเกม ดูหนังตามใจชอบ การเชื่อมต่อครบเครื่อง ใช้งาน WiFi Direct ส่งข้อมูลฉับไว หรือ NFC ไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมง่ายดาย ติดกล้องความละเอียด 13 ล้านพิคเซล ถ่ายวิดีโอ Full HD ตัวเครื่องมีให้เลือกหลากสีสันครับ รวมถึง Crystal Edition ฝาหลังประดับคริสตัล มีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดนะคร้าบ Galaxy Note 3 ที่สุดของสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นปัจจุบันสำหรับ Galaxy Note 3 ครบเครื่องทุกฟีเจอร์ รวมของดีทุกอย่างในตัวทั้งแอพพลิเคชั่น บริการเสริม สิทธิพิเศษต่างๆ จาก Samsung โดดเด่นด้วยสเปคหน้าจอ Full HD ขนาด 5.7 นิ้ว สามารถใช้ S-Pen เขียน, จดบันทึก, วาดภาพบนหน้าจอผ่าน S-Note หรือแอพพลิเคชั่นที่รองรับได้เลย พร้อม Air Command ชุดเมนูลัดเมื่อคุณใช้ S-Pen จ่อบนหน้าจอ สะดวกสบายมากขึ้น เร็วแรงขั้นสุดด้วยชิปประมวลผล Exynos 5420 ส่วนระบบปฏิบัติการ ล่าสุดสามารถอัพเกรดเป็น Android 4.4 Kitkat ได้แล้ว ทำงานเร็วขึ้นเยอะเลยทีเดียว กล้องด้านหลัง 13 ล้านพิคเซล ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง รุ่นท็อปแบบนี้ลองติดตามโปรโมชั่นภายในงานครับ รับประกันความแซ่บ ! Galaxy Tab 3 7.0 แท็บเล็ตจอ 7 นิ้วราคาสบายกระเป๋าในตระกูล Galaxy Tab ให้คุณสามารถใช้งานทั่วไป เข้าเว็บไซต์ เล่นเกม ดูซี่รี่ส์ ใช้งานแอบพลิเคชั่นบนจอยักษ์ ขนาดพกพาสะดวกใส่กระเป๋าถือได้สบาย สามารถใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งาน 3G และโทรออกได้เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน เรียกว่าซื้อเครื่องเดียวได้ถึง 2 ชนิดอุปกรณ์ในตัว สเปคภายในใช้ชิปประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 แม้จะไม่แรงเท่าไหร่แต่ก็ตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานครบเครื่องครับ ติดกล้อง 3 ล้านพิคเซล ทั้งหมดนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในงบไม่ถึง 10,000 บาทเท่านั้นเอง Galaxy Tab 3 8.0 ขยับขึ้นมาจากแท็บเล็ตจอ 7 นิ้วก็จะได้ Galaxy Tab 3 8.0 รุ่นนี้เน้นความบางเฉียบเพียง 7.1 มิลลิเมตร เรียกว่าบางกว่าสมุดโน้ตซะอีก หน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และใช้ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz โดยรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการแท็บเล็ตบางๆ ไว้ใช้งานทั่วไป พกพาง่าย ส่วนราคาอยู่ในระดับหมื่นต้นๆ ครับ Galaxy Tab 3 10.1 ถ้าคิดว่าแท็บเล็ตจอ 7 นิ้วไม่พอสามารถอัพเกรดเป็นรุ่น 10.1 นิ้ว พร้อมสเปคที่แรงขึ้นได้เลยกับ Galaxy Tab 3 10.1 เป็นโมเดลแรกที่ใช้ชิปประมวลผลจาก Intel ถือว่าแรงเร็วกำลังดี พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ลงอะไรเพิ่มได้มากมาย ที่น่าสนใจคือหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะกับการดูหนัง เล่นเกม เปิดเว็บไซต์ อ่านหนังสือดิจิตอล (E-Book) ฯลฯ ได้เต็มตากว่าบนสมาร์ทโฟน บอดี้บางเฉียบเพียง 8 มิลลิเมตร เทียบได้กับสมุดวาดเขียนขนาดใหญ่ จึงพกพาใส่กระเป๋าไม่ยากนัก ติดกล้องไว้ถ่ายภาพขำๆ 3 ล้านพิคเซล ส่วนกล้องหน้า 1.3 ล้านพิคเซล ใช้สนทนาทางวิดีโอเป็นหลัก รุ่นนี้น่าจะมีโปรโมชั่น-ราคาเร้าใจในงาน ต้องลองติดตามให้ดีๆ Galaxy Note 10.1 2014 Edition หากจะพูดถึงแท็บเล็ต Android ที่มีคุณสมบัติระดับสูงในตลาดมีไม่กี่รุ่นเท่านั้นโดย Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ก็เป็นหนึ่งในนั้น จากสเปคหน้าจอความละเอียด 2560 x 1600 พิคเซล สูงกว่าระดับ Full HD แสดงผลคมชัดสุดยอด ถึงขนาดหน้าจอจะ 10.1 นิ้วก็ตาม รองรับการอินพุทด้วย S-Pen พร้อมฟีเจอร์แบบเดียวกับบน Galaxy Note 3 เหมาะกับใช้จดบันทึก หรือวาดภาพ เทียบกับกระดานขนาดใหญ่ได้เลย ชิปประมวลผล Exynos 5420 รองรับการใช้งานทุกรูปแบบสบายๆ ครับ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล บอดี้ด้านหลังแบบ Faux-Leather ให้สัมผัสดีกว่าเดิม นอกจากนี้ยังใส่ซิมการ์ดโทรออก (แนะนำให้ใช้หูฟังบลูทูธ) ใช้งาน 3G ได้อีกต่างหาก สนนราคา 20,900 บาท … คิดว่าคงตัดสินใจไม่ยากนะครับ : ) Nokia Asha 503 พบกับ Nokia Asha สมาร์ทโฟนโฉมใหม่ Asha 503 ดีไซน์คล้ายมีกรอบคริสตัลล้อมรอบ หน้าจอทัชสกรีนขนาด 3.0 นิ้ว พร้อมเมนู Asha UI ใช้งานง่ายตามแบบฉบับ Nokia มีแอพพลิเคชั่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คภายในเช่น Twitter, Facebook รวมถึง Line สามารถล็อกอินใช้งานได้ทันที รองรับ 2 ซิมการ์ด ใช้ 3G WiFi เล่นเน็ตทุกที่ทุกเวลา ติดกล้อง 3 ล้านพิคเซล และมีบอดี้หลากสีสันให้เลือกเช่นเคย Lumia 525 ภาคต่อของวินโดว์โฟนรุ่นประหยัด Lumia 520 อัพเกรดสเปคแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz รองรับคอนเทนท์ HD ทั้งเกม วิดีโอ ฯลฯ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Windows Phone Store ปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานมากมาย กล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล ถ่ายวิดีโอ HD ได้ด้วย และมีให้เลือกหลากหลายสีสัน เปลี่ยนฝาหลังตามใจชอบ ด้านราคาต้องรอติดตามครับ คาดว่างบ 5 พันบาทก็สอยได้แล้ว Lumia 625 วินโดว์โฟนจอใหญ่ 4.7 นิ้วจาก Nokia สำหรับ Lumia 625 มีจุดขายตรงหน้าจอใหญ่ เหมาะกับใช้งานแอพพลิเคชั่น มัลติมีเดียเต็มตายิ่งขึ้น ด้วยราคาเพียง 6,990 บาท กับสเปคชิปประมวลผล Dual-Core รองรับคอนเทนท์ HD ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD 720p แชร์ลง Youtube หรือโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่นๆ ได้ แบตเตอรี่อึดสะใจ เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน และเช่นเดียวกับ Nokia Lumia หลายรุ่นคือสามารถเปลี่ยนฝาหลังได้หลากสีสันครับ คิดว่าหลายคนคงชื่นชอบ : ) Lumia 925 อดีตสมาร์ทโฟน Flagship ของ Nokia มาพร้อมกับคุณสมบัติกล้อง PureView ความละเอียด 8.7 ล้านพิคเซล ถ่ายภาพผ่าน Nokia Camera ปรับแต่งฟีเจอร์มากมาย บอดี้โลหะอลูมิเนียม บางไม่ถึง 10 มิลลิเมตร หน้าจอขนาดใหญ่ 4.5 นิ้ว แสดงผลคมชัดแม้อยู่กลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมจาก Nokia ให้เลือกใช้งานหลายตัวเช่น Here Maps, Here Drive ฯลฯ เป็นต้น ถามว่าคุ้มราคามั้ยตอนนี้ บอกได้เลยว่าน่าสนใจทีเดียว เพราะราคาปรับลงมาค่อนข้างมาก เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบกล้องแจ่มๆ บนมือถือ แต่มีงบไม่มากนักก็ลองเล่นรุ่นนี้ได้เลย Lumia 1320 ใครชอบสมาร์ทโฟนจอยักษ์ไม่ควรพลาดกับวินโดว์โฟนจอยักษ์ Lumia 1320 ครั้งแรกของ Nokia ที่นำเสนอ Phablet หน้าจอ HD 6.0 นิ้วในราคาประหยัด ชิปประมวลผล Snapdragon 400 รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD เต็มรูปแบบ ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล ถ่ายภาพผ่าน Nokia Camera แชร์ลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คสบายๆ ครับ รองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Nokia หลากหลายเช่น Cinemagraph ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเฉพาะส่วน, ReFocus เลือกจุดโฟกัสบนภาพได้อิสระ, Here Maps – Here Drive ดูแผนที่นำทาง ฯลฯ ทั้งหมดนี้สนนราคาเพียง 11,500 บาทเท่านั้นเอง ! Lumia 1020 ตำนานแห่งกล้องเทพบนสมาร์ทโฟน คงต้องยกให้ Lumia 1020 อย่างไม่ต้องสงสัย หลายคนถึงกับใช้งานแทนกล้องคอมแพคหรือ DSLR เลยทีเดียว โดดเด่นเทคโนโลยี PureView เซ็นเซอร์ 41 ล้านพิคเซล ภายใต้บอดี้พกพาสะดวก ใช้งานบน Nokia Camera ปรับแต่งได้หลากลาย นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นเสริมเพื่อถ่ายภาพอีกหลายตัวครับ เช่น Glam Me ใช้ถ่ายภาพ Selfie, Camera360 ฯลฯ และมีบริการเสริมจาก Nokia แบบเดียวกับ Lumia หลายรุ่นที่ผ่านมา หน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว แสดงผลได้คมชัดแม้ในที่กล้างแจ้ง ราคาอาจจะแพงสักหน่อย เนื่องจากเทคโนโลยีกล้องที่ไม่เหมือนใคร แต่ถ้าคุณชอบถ่ายภาพด้วยมือถือแล้ว รับรองไม่ผิดหวังครับ Lumia 1520 วินโดว์โฟนรุ่นเรือธงในปัจจุบัน มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD ขนาดยักษ์ 6.0 นิ้ว ตอบสนองการใช้งานครบเครื่อง จะดูหนัง วิดีโอ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เข้าเว็บไซต์ หรือจะเล่นเกมก็ทำได้ครบ สเปคจัดเต็มใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 800 เช่นเดียวกับ Flagship จากแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ติดกล้องเทคโนโลยี PureView ความละเอียด 20 ล้านพิคเซล ขอบอกว่าแจ่มมาก ! รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง รวมถึง 4G LTE นอกจากนี้ยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายได้อีก ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์ในเครื่องเดียว กับราคา 22,900 บาท รอติดตามโปรโมชั่นเด็ดภายในได้เลย จัดหนักแน่นอนจ้า LG Optimus L1 II น้องเล็กสุดในตระกูลสมาร์ทโฟนจาก LG กับราคาที่ถือว่าถูกกว่าฟีเจอร์โฟนบางรุ่นซะอีก Optimus L1 II มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.0 นิ้ว ขนาดเล็กพกพาสะดวก รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 สามารถลงแอพพลิเคชั่นจากบน Google Play Store ได้เช่นเดียวกับมือถือแอนดรอยด์ทั่วไป ตืดกล้อง 2 ล้านพิคเซล ถ่ายภาพแชร์ลงโซเชี่ยลตามสะดวก รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบเครื่อง หากต้องการสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในงบแบบ 2 พันมีทอน คุณได้รับสิทธินั้นเดี๋ยวนี้ ! เพราะ Optimus L1 II ราคาแค่ 1,990 บาทเท่านั้นเองครับ แถมมีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator อีกต่างหาก Optimus L3 II อัพเกรดจาก Optimus L1 II ก็จะเป็น Optimus L3 II ดีไซน์หรูหราขึ้นเล็กน้อย หน้าจอขนาด 3.2 นิ้ว ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป รองรับ 3G WiFi GPS ลงแอพพลิเคชั่นเสริมได้หลากหลาย ติดกล้องความละเอียด 3 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่เพียงพอใช้งานได้ตลอดวัน ด้านราคาสามารถจัดได้ที่ 3,490 บาท มีสีดำกับสีขาวให้เลือกจ้า Optimus L7 II ถึงจะวางจำหน่ายมานานพอสมควรแต่ Optimus L7 II ยังคงจุดขายในด้านแบตเตอรี่อึดสะใจ ใช้งานได้ถึง 2 วันต่อการชาร์จครั้งเดียว กับสเปคหน้าจอ 4.3 นิ้ว ชิปประมวลผลระดับ Dual-Core ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลายจากบน Google Play Store เหมาะกับซื้อมาใช้งานทั่วไป โทรออกรับสาย ลงโน่นนี่ใช้งานนิดหน่อย แต่ถ้าต้องการสเปคสูงกว่าตอนนี้มีรุ่นอื่นๆ ให้เลือกเพียบครับ Nexus 5 สมาร์ทโฟน Pure Google ฮิตติดอันดับโลก จากการร่วมมือพัฒนาระหว่าง Google กับ LG สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 Kitkat เวอร์ชั่นล่าสุด และได้อัพเดทก่อนใครหากมีเวอร์ชั่นใหม่เปิดตัว สเปคหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon 800 แรงเร็วสะใจ ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล เลนส์ป้องกันการสั่นไหว ทั้งนี้แบตเตอรี่อาจจะน้อยไปหน่อยแต่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging) ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ เป็นอีกรุ่นนึงที่คาดว่าจะมีโปรโมชั่นในงาน Thailand Mobile Expo 2014 รอติดตามได้ LG G2 เชื่อว่าหลายคนน่าจะชื่นชอบ LG G2 สมาร์ทโฟน Flagship ที่ได้รับคำชมจากหลายสำนักทั่วโลก จากความลงตัวทั้งดีไซน์ พร้อมสเปคภายในระดับสูงทั้งหน้าจอ Full HD 5.2 นิ้ว ขอบบางเฉียบ แสดงผลได้เต็มพื้นที่, ชิปประมวลผล Snapdragon 800 ตอบสนองการใช้งานทุกฟีเจอร์ลื่นไหล, กล้อง 13 ล้านพิคเซล โฟกัส 9 จุด เลนส์ป้องกันการสั่นไหว, รองรับการใช้งาน 4G LTE และแบตเตอรี่ 3,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวันสบายๆ นอกจากนี้ยังปฏิบัติการดีไซน์โดยมีปุ่มกดด้านหลัง ส่วนราคาขอบอกว่าคุ้มสุดๆ ที่ 17,900 บาท และแน่นอนว่าในงานโปรโมชั่นจัดเต็มสุดๆ ไม่ควรพลาด ! LG G Flex งานนี้อาจมีลุ้นสัมผัสนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก LG G Flex ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอโค้ง (Flexible) ขนาด 6.0 นิ้ว ตัวเครื่องสามารถงอได้ บอดี้ทนทานต่อรอยขีดข่วนด้วยคุณสมบัติ Self-Heal ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 800 ติดกล้อง 13 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่อึดขึ้นกว่าเดิม (3,500 mAh) และมีฟีเจอร์อื่นๆ คล้ายคลึงกับ LG G2 ครับ อย่างไรก็ดี รุ่นนี้อาจมีราคาแพงพอตัวเพราะใช้หน้าจอเทคโนโลยีใหม่ หากชอบใช้มือถือดีไซน์แปลกตาไม่เหมือนใคร เล็ง LG G Flex ไว้ก็แจ๋วนะคร้าบ Lenovo A269i แอนดรอยด์รุ่นเล็กราคาประหยัดจาก Lenovo ดีไซน์เรียบง่ายพร้อมสเปคระดับ Dual-Core หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มวัน อย่างไรก็ดี ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.6 อาจจะเก่าไปหน่อยสำหรับตอนนี้ และไม่รองรับแอพพลิเคชั่นบางตัว ก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดนึง แต่ราคาน่าสนใจครับหากคุณไม่ซีเรียส เพียง 2,190 บาท ลองเล่นของจริงก่อนตัดสินใจซื้อนะจ๊ะ A369i ในงบ 2,990 บาท ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หลายรุ่นที่วางจำหน่ายราคานี้ หนึ่งในนั้นก็คือ Lenovo A369i ภาคต่อของ A390 รุ่นฮิต โดดเด่นด้วยสเปคระดับ Dual-Core หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS พร้อมรองรับ 2 ซิมการ์ด สแตนด์บายคู่ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Google Play Store มีเครื่องเล่นเพลง วิดีโอ วิทยุครบ ราคาเท่านี้เรียกว่าได้ทุกอย่างจริงๆ A516 อัพสเปคขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Lenovo A516 หน้าจออัพใหญ่ขึ้นเป็น 4.5 นิ้ว ส่วนชิปประมวลผลยังคง Dual-Core เช่นเดิม ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล ถ่ายวิดีโออัพลงโซเชี่ยล หรือเก็บไว้ชมภายในเครื่อง รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง พร้อมรองรับ 2 ซิมการ์ด แบตเตอรี่ 2,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน รุ่นนี้ไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก นอกจากราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ประมาณ 4,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง S650 รุ่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบจอใหญ่คมชัด สเปคแรงระดับ Quad-Core สำหรับ Lenovo S650 คมชัดเต็มตากับหน้าจอ qHD 4.7 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core รันบนแอนดรอยด์ 4.2.2 พร้อมอินเตอร์เฟสใหม่ ปรับแต่งธีมได้ตามต้องการ เมมโมรี่ภายใน 8 GB เพิ่ม MicroSD ภายนอกสูงสุด 32 GB ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD และรองรับ 2 ซิมการ์ด ดีไซน์ภายนอกสวยงามทีเดียว เน้นสีเงินตัดโครเมี่ยมเป็นหลัก ด้านราคาค่าตัวไม่ถึง 7 พันบาท ลองตัดสินใจดูได้ครับ หากมองหาสมาร์ทโฟนระดับกลางไว้ใช้งาน A850 ขยับขึ้นมาอีกนิดคุณจะได้สมาร์ทโฟนจอยักษ์ 5.5 นิ้ว ในราคาไม่ถึง 8,000 บาทกับ Lenovo A850 ชิปประมวลผล Quad-Core แบตเตอรี่ 2,250 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวันสบายๆ รองรับ 2 ซิมการ์ด เชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบตามสูตร อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ลดกล้องเหลือ 5 ล้านพิคเซล และเมมโมรี่ภายในเหลือ 4 GB เมื่อเทียบกับ Lenovo S650 ทั้งนี้ถ้าอยากได้มือถือจอเบิ้มแต่งบไม่เยอะ Lenovo A850 ยังคงน่าใช้อยู่ครับ P780 รุ่นนี้ส่วนตัวแนะนำอย่างยิ่งครับ หากต้องการสมาร์ทโฟนที่แบตเตอรี่อึดสุดยอด ชนิดว่าใช้งาน 2-3 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง สำหรับ Lenovo P780 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูง 4,000 mAh ภายใต้บอดี้บางเพียง 10 มิลลิเมตรเท่านั้น หน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHz ตอบสนองการใช้งานทุกฟีเจอร์สบายๆ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ฝาหลังเป็นอลูมิเนียมทนทาน น้ำหนักไม่มากนัก ภาพรวมแล้วรุ่นนี้มีดีที่ความจุแบตเตอรี่ แบบว่าไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่สำรองเลยทีเดียว ! S930 Lenovo S930 เพิ่งวางจำหน่ายไม่นานนี้กับสเปคระดับ Quad-Core แจ่มกว่าใครด้วยหน้าจอ HD ขนาด 6.0 นิ้ว ใหญ่เต็มตาสุดๆ เหมาะกับโยนซีรี่ส์ไว้ดูระหว่างเดินทาง ดู Youtube เล่นเกมแข่งรถ หรือใช้งานเป็น Navigator ติดหน้ารถก็ดีไม่น้อย ลำโพงสเตอริโอคู่เสียงดังสะใจ มีฟีเจอร์พื้นฐานครบทั้งเครื่องเล่นเพลง วิทยุ รองรับ 2 ซิมการ์ด ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่อึด 3,000 mAh เห็นแบบนี้เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก กำแบงค์พันสิบใบเหลือทอนกลับบ้านจ้า S960 Vibe X ล้ำสไตล์สุดหรูกับสมาร์ทโฟนบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตร – Lenovo Vibe X โดดเด่นด้วยการออกแบบโค้งเว้า บางเบา แต่สเปคภายในไม่ธรรมดา ทั้งหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core รันบน Android 4.2.2 อินเตอร์เฟสใหม่ล่าสุด มีเมนู Gesture & Motion อำนวยความสะดวกระหว่างใช้งาน ติดกล้องความละเอียด 13 ล้านพิคเซล จัดเต็มถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้เพิ่มเมมโมรี่ภายนอกไม่ได้ ต้องบริหารพื้นที่ภายในกันหน่อยล่ะครับ K900 ส่วนตัวคิดว่าเป็นรุ่นดีที่สุดเท่าที่ Lenovo เคยทำมาเลยทีเดียวกับ Lenovo K900 บอดี้บางเฉียบ 6.9 มิลลิเมตร วัสดุบอดี้อลูมิเนียมสุดทนทาน ดีไซน์เหลี่ยมเรียบหรู หน้าจอ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว แสดงผลคมชัดมุมมองกว้าง ชิปประมวลผล Intel ความเร็ว 2 GHz RAM 2 GB จิ้มปุ๊ปติดปั๊บ กล้อง 13 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับ 3G ทุกเครือข่าย และมีให้คุณเลือก 2 ความจุคือ 16 และ 32 GB เห็นว่ามีรุ่นพิเศษบอดี้สีส้มกับเทาด้วย มีโปรโมชั่นพิเศษแน่นอนครับ ลองติดตามภายในได้เลย ! K910L Vibe Z รุ่นท็อปตัวล่าสุดจาก Lenovo พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo 2014 กับคุณสมบัติขั้นเทพ ทั้งหน้าจอ Full HD 5.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon 800 รองรับ 4G LTE เต็มรูปแบบ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 พร้อมเมนู Gesture & Motion หลากหลายรูปแบบ ติดกล้อง 13 ล้านพิคเซล ขอบอกว่าถ่ายดีมากๆ ! ผ่าน Lenovo Camera มีลูกเล่นมหาศาลทั้งเอฟเฟค / ฉาก / เลนส์ หรือโหมดขั้นสูง ฯลฯ แบตเตอรี่ 3,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน สามารถจัดการการใช้พลังงานได้ผ่านแอพฯ Power Management ทั้งนี้เรื่องราคารอติดตามใกล้ๆ วันงาน แซ่บแบบซื้ดดดดแน่นอน A3000 เพิ่งเปิดตัวเมื่อก่อนสิ้นปี 2013 ต้องยอมรับเลยว่าไอเดียออกแบบเค้าดีจริงๆ กับ Lenovo Yoga Tablet 8 รูปทรงแปลกตา แต่มีจุดขายตรงขาตั้งพับได้ด้านท้าย สำหรับตั้งแท็บเล็ตแนวนอน และสามารถจับถือได้สะดวกยิ่งขึ้น เหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการดูหนัง พิมพ์งาน เข้าเว็บไซต์ หรือจะถืออ่านหนังสือ เอกสารไปด้วยก็ทำได้ ค่อนข้างอเนกประสงค์สุดๆ หน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล พร้อมใส่ซิมการ์ดเล่น 3G, รองรับ WiFi GPS และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 ค่าตัวไม่ถึงหมื่นบาทครับ ลองไปสัมผัสในงานแล้วจะตัดสินใจได้ไม่ยาก Yoga Tablet 10 นอกจากมีไซส์ 8 นิ้วให้เลือกใช้แล้ว Lenovo ยังมี Yoga Tablet 10 สำหรับคนชอบจอใหญ่อีกด้วย สเปคภาพรวมเท่ากันครับทั้งชิปประมวลผล Quad-Core, Android 4.2, กล้อง 5 ล้านพิคเซล ใส่ซิมการ์ดได้ จะต่างกันก็ตรงหน้าจอ, แบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น ฯลฯ และมีคีย์บอร์ดไร้สายให้คุณใช้พิมพ์เอกสารนอกสถานที่ พร้อมช่องสอดเพื่อจัดเก็บโดยง่าย มีแถมในชุดขายฟรี ! ส่วนลักษณะรูปแบบการใช้งานเหมือนโมเดล 8 นิ้วทุกอย่าง อันนี้ต้องลองไปเล่นตัวจริงแล้วจะตรัสรู้ได้ทันทีครับ OPPO Find Muse เริ่มจากโมเดลล่างสุดของแบรนด์อย่าง Find Muse เห็นราคาเบาๆ แบบนี้สเปคภายในไม่ธรรมดา ทั้งรองรับ 2 ซิมการ์ด ใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว แสดงผลคมชัดกำลังดี ติดกล้องความละเอียด 3 ล้านพิคเซล มีโหมด Lomo ให้ใช้งานด้วย ชิปประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz เพียงพอกับการใช้งานฟีเจอร์เสริม แอพพลิเคชั่นทั่วไปสบายๆ นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง Dirac HD ฟังเพลงได้แจ่มขึ้นอีกต่างหาก ราคา 3,990 บาท เชื่อว่าต้องมองไว้เป็นตัวเลือกแน่นอน R831 Neo รุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO เพิ่งวางจำหน่ายสดๆ ร้อนๆ เอาใจคนชอบสมาร์ทโฟนขนาดพอดีมือ หน้าจอ 4.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ครอบด้วย Color OS จุดขายหลักอยู่ที่ตรงนี้ครับ เพราะใช้งาน Gesture สั่งงานได้เยอะทีเดียว ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล สามารถดูหนัง ฟังเพลง ลงแอพพลิเคชั่นเสริม ฯลฯ ส่วนตัวชอบสีขาวครับ หรือจะเลือกสีดำก็ได้เหมือนกัน กับราคา 5,990 บาท มีโปรโมชั่นพิเศษในงานให้ติดตามด้วยนะ Find Clover จะว่าไปแล้วรุ่นนี้ยังคุ้มค่าอยู่ดี แม้จะวางจำหน่ายมาหลายเดือนแล้วสำหรับ OPPO Find Clover ด้วยสเปคระดับ Quad-Core 1.2 GHz รองรับคอนเทนท์ HD เต็มรูปแบบ หน้าจอ IPS LCD ขนาด 4.3 นิ้ว สีสันคมชัดเป็นธรรมชาติ ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดและ 3G ทุกเครือข่าย รุ่นนี้อาจจะมีของเล่นไม่เยอะ แต่ราคาค่อนข้างน่าสนใจครับเพียง 6,990 บาท แน่นอนว่ามีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม ต้องลองมาท้าพิสูจน์ด้วยตัวเองจ้า Find 5 Mini เทรนด์มินิ หรือการนำสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปมาย่อส่วน ลดสเปคแล้วใส่ Mini ต่อท้ายกำลังมาแรง เช่นเดียวกับ OPPO Find 5 ก็ถูกนำมาปรับปรุงใหม่เป็น Find 5 Mini สเปคหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด qHD สามารถใส่ถุงมือสัมผัสหน้าจอได้, ชิปประมวลผล Quad-Core รองรับคอนเทนท์ HD ลงเกมบน Google Play Store เล่นได้ลื่นไหลทีเดียว ลำโพงสเตอริโอด้านล่างเสียงดังฟังชัด ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล จากที่ได้ทดสอบพบว่าถ่ายภาพกลางคืน – สภาพแสงปกติได้แจ่มเหลือเชื่อครับ แถมมีโหมด Beauty ด้วย รองรับ 2 ซิมการ์ด และเปิดตัวในราคา 8,990 บาท Find Way S หน้าจอ HD ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว แบตอึดสุด 3,000 mAh และกล้องหน้าระดับเทวดา คือคุณสมบัติเด่นของ Find Way S ที่คุณต้องไม่พลาดครับ รุ่นนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผล Quad-Core แรงพอใช้งานแอพพลิเคชั่นหลายตัวพร้อมกัน จะเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ฟังเพลง เล่นเกมกราฟฟิคสูงก็ทำได้ดี ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กล้องหลัก 8 ล้านพิคเซล และกล้องหน้า 5 ล้านพิคเซล มีโหมด Beauty 3.0 ไม่ต้องพึ่งแอพฯ อื่นก็สวย/หล่อได้ทันใจภายใน 10 วินาที สามารถลองเครื่องจริงก่อนตัดสินใจซื้อได้ในงานนะครับ Find 5 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบ 1 ปี ถามว่า OPPO Find 5 ยังน่าใช้มั้ย ? คำตอบคือก็ยังน่าสนใจอยู่ ด้วยสเปคจอ Full HD 5.0 นิ้ว ดีไซน์คลาสสิคทนทาน กล้องเทพ 13 ล้านพิคเซล ถ่ายที่แสงน้อยได้ดี ระบบเสียง Dirac HD รองรับ 3G ทุกเครือข่าย ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro ถึงจะไม่แรงสุด ณ ตอนนี้ แต่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปแน่นอน อย่างไรก็ดี เมมโมรี่ภายในของ OPPO Find 5 มีให้เลือก 2 ความจุคือ 16 และ 32 GB ซึ่งราคาจะต่างกันพอสมควร แน่นอนว่าถ้าอยากประหยัดเงิน ได้ของแถมกลับบ้าน ต้องรอติดตามโปรเด็ดๆ ภายใน Thailand Mobile Expo 2014 เท่านั้น N1 เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีก่อนกับสมาร์ทโฟน Android รุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งเลนส์กล้องแบบหมุนได้ 206 องศาบน OPPO N1 คุณสามารถสร้างภาพถ่ายมุมมองแปลกๆ จากบนรุ่นนี้ได้ไม่ยาก ความละเอียด 13 ล้านพิคเซล พร้อมโหมดการถ่ายภาพหลากหลาย นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอ Full HD ขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว ใหญ่มหึมาเลยทีเดียว บอดี้ทนทาน ขอบโลหะ รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย พร้อมรันบน Android 4.2.2 ครอบด้วย Color OS มีลูกเล่นเยอะจนเล่นไม่หมด ทั้งนี้ราคาอาจจะสูงสักหน่อยที่ 19,900 บาท แต่ต้องยอมรับเลยว่ากล้องเค้าแปลก แหวกแนวไม่เหมือนใครจริงๆ R1 สมาร์ทโฟนรุ่นกลางจาก OPPO ภายใต้ชื่อ R1 ก็เตรียมเปิดตัวในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ซึ่งราคา ณ เวลาที่กำลังเขียนอยู่นี้ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะหมื่นต้นๆ ทางทีมงานได้มีโอกาสได้สัมผัสแล้ว บอกได้คำเดียวว่างานประกอบเนี๊ยบมาก วัสดุด้านหน้า ด้านหลังทำจากกระจกดูหรูหราสวยงาม สเป็คเครื่องคร่าวๆ ใช้ CPU Quad-core ความเร็ว 1.3 GHz หน้าจอ 5 นิ้ว หน่วยความจำภายใน 16 GB กล้อง 8 ล้านพิกเซล ถ้าอยากได้ของขวัญในระดับกลางๆ แต่ดีไซน์สวยหรูแบบนี้ต้องรุ่นนี้รุ่นเดียว HTC Desire 500 สมาร์ทโฟนรุ่นกลางในงบไม่ถึง 10,000 บาทจาก HTC ดีไซน์โค้งเว้า ขนาดพอดีมือ หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ครอบด้วย Sense UI ทำงานได้รวดเร็ว ฟีเจอร์ BlinkFeed ช่วยให้คุณติดตามข่าวสาร อัพเดทโซเชี่ยลได้อย่างรวดเร็ว กล้อง 8 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด HD 720p ที่สำคัญยังมีระบบเสียง Beat Audio อีกด้วย ฟังเพลงแจ่มเลยล่ะครับ Desire 601 Dual SIM รุ่นใหม่ล่าสุดของ HTC เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นภาคต่อของ Desire 600 ปรับดีไซน์คล้าย HTC One มีลำโพงคู่สเตอริโอด้านหน้า หน้าจอ qHD ขนาด 4.5 นิ้ว แสดงผลได้ดีทีเดียว รุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดครับ ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ครอบ Sense UI เช่นเดียวกับ Desire 500 ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ Full HD 1080p กับราคาเปิดตัวหมื่นนิดๆ One Mini น้องเล็กสุดในตระกูล HTC One ถูกนำเสนอในรูปแบบมินิ โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์เดียวกับ HTC One ทุกประการ รวมถึงการใช้วัสดุบอดี้โลหะ ให้สัมผัสทนทานแม้ตัวเครื่องจะเล็กก็ตาม หน้าจอ HD ขนาด 4.3 นิ้ว คมชัด สว่าง สัมผัสแม่นยำ ชิปประมวลผล Snapdragon 400 ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์การใช้งาน รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ครอบ Sense UI ใหม่ รอบนี้สามารถปิด BlinkFeed ได้หากไม่ต้องการ กล้อง UltraPixel ถ่ายแสงน้อยได้ดีมาก ออฟชั่นแบบเดียวกับรุ่นใหญ่เป๊ะ นอกจากนี้ยังรองรับ 4G LTE อีกด้วย ! ทั้งหมดนี้ 14,990 บาท และมีโปรโมชั่นร่วมกับ Operator ด้วยครับ HTC One รุ่นในตำนานของ HTC ถึงจะเปิดตัวมาเกือบ 1 ปีแต่ยังคงความแข็งแกร่งด้วยวัสดุโลหะ Uniboby ทั้งตัว ลำโพงสเตอริโอ Boomsound พร้อมกล้อง UltraPixel รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD ขนาด 4.7 นิ้ว รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 และสามารถอัพเกรดเป็น Android 4.4 Kitkat ได้เร็วๆ นี้ ชิปประมวลผล Snapdragon 600 เพียงพอกับการใช้งานปกติ ฟีเจอร์ภายในจัดเต็ม รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง รวมถึง NFC แต่ไม่รองรับ 4G LTE ที่น่าสนใจคือโปรโมชั่นในงาน คาดว่าดีลเลอร์มีจัดหนักอย่างแน่นอน ใครชอบมือถือบอดี้แกร่งๆ ต้องสอย ! One Max พี่ใหญ่สุดของ HTC One และเป็นรุ่น Flagship ในปัจจุบัน แม้ว่าสเปคจะไม่แรงเท่ารุ่น-แบรนด์อื่นๆ แต่จุดขายสำคัญเหมือน HTC One ครับ ทั้งลำโพงสเตอริโอด้านหน้า กล้อง UltraPixel ออฟชั่นเสริมทั้งรีโมทคอนโทรล, BlinkFeed ฯลฯ และที่เพิ่มขึ้นมาคือหน้าจอ Full HD ขนาดมหึมา 5.9 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 3,300 mAh และการรองรับ 4G LTE ในตัว ขณะที่บอดี้ยังคงเป็นโลหะส่วนใหญ่ แถมถอดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนซิมการ์ด – ใส่ MicroSD ได้แล้ว ถือว่าครบเครื่องสมบูรณ์ เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ทั้งนี้ราคาจัดว่าเปิดตัวสูงใช้ได้ แต่ก็มีโปรโมชั่นจาก Operator หรือดีลเลอร์ต่างๆ มาชดเชย อันนี้ต้องติดตามต่อในงานครับ Asus FonePad 7 เชื่อเถอะว่านี่คือแท็บเล็ต Android 7 นิ้วที่มีประสิทธิภาพ เทียบกับราคาแล้วคุ้มที่สุดแล้วกับ Asus FonePad 7 ด้วยสเปคหน้าจอ HD ขนาด 7.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Intel Z2560 1.6 GHz รัน Android 4.3 พร้อมใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย และโทรออกได้แบบ Galaxy Tab ! ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ใช้ยาวทั้งวันได้สบายๆ ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอื่นต่อ ราคาเริ่มต้นที่ 6,900 บาท (8 GB) และมีรุ่น 16 GB สำหรับคนชอบเมมโมรี่ภายในเยอะขึ้น ทั้งคู่เพิ่ม MicroSD ได้จ้า MemoPad 8 รุ่นนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เมื่อเทียบกับ FondPad ที่มีผู้ใช้สนใจมากกว่า สำหรับ MemoPad 8 โดดเด่นด้วยขนาดหน้าจอ 8.0 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 พิคเซล เหมาะกับใช้ดูหนัง เล่นเกม ใช้งานทั่วไปได้ดี ชิปประมวลผล Quad-Core 1.6 GHz รันบน Android 4.2.2 ระบบเสียง SonicMaster และกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล มีบอดี้ให้เลือกหลากสีสันครับ สำหรับราคาเปิดตัวที่ 6,900 บาท แต่มีเฉพาะรุ่น WiFi-only FonePad Note 6 เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจหากคุณหาสมาร์ทโฟนจอใหญ่ เขียนหน้าจอได้แบบ Galaxy Note แต่ราคาไม่แพง ต้องดู Asus FonePad Note 6 ครับ เร็วแรงด้วยชิปประมวลผล Intel Z2580 (2 GHz) รันบน Android 4.3 พร้อมฟีเจอร์การเขียนหน้าจอด้วย Stylus เทคโนโลยีจาก Wacom บนหน้าจอขนาดใหญ่ 6.0 นิ้ว ลำโพงสเตอริโอคู่ และกล้อง 8 ล้านพิคเซล ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย แบตเตอรี่ 3,200 mAh ใช้งานเต็มวันสบายๆ ความสามารถเยอะแบบนี้ ราคาแค่ 13,500 บาทเท่านั้นเองครับ Transformer Book T100 นานๆ ทีจะเห็นแท็บเล็ต Windows สุดคุ้ม ราคาโดนแบบไม่ต้องคิดมาก สำหรับ Asus Transformer Book T100 โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว บอดี้บางเฉียบ ใช้ชิปประมวลผล Intel Z3740 (Bay Trail) รันวินโดว์ 8.1 ตัวเต็ม ลงโปรแกรมเสริมได้เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ทุกประการ พร้อม Office ตัวเต็มใช้งานฟรี แบตเตอรี่อยู่ได้นานสุด 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในชุดขายแถม Keyboard Dock ให้ฟรีครับ สนนราคาเพียง 12,900 บาท หากคุณซื้อมาทำงานซะอย่าง แทบไม่ต้องลังเลเลย Nexus 7 (2nd Gen) หาแท็บเล็ตหน้าจอคมชัด Full HD ในขนาด 7 นิ้ว คงมีรุ่นนี้ที่แจ่มสุดแล้ว Nexus 7 (2nd Gen) โดดเด่นด้วยความเป็น Nexus รันระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 เวอร์ชั่นล่าสุด และอัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ๆ ก่อนใครในอนาคต ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซลด้านหลัง ขนาดบอดี้พกพาง่าย น้ำหนักไม่ถึง 300 กรัม ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 600 พร้อมรองรับ NFC, ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging) นอกจากนี้ยังใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE ได้อีกด้วย ส่วนราคารอดูในงานดีกว่า ผมว่ามีลดแลกแจกแถมเยอะ  Acer Liquid Z3s เปิดศักราชใหม่ด้วยสมาร์ทโฟนราคาประหยัด Liquid Z3s จาก Acer ต่อยอดความฮิตสุดขั้วด้วยราคาเพียง 2,590 บาท แต่ได้สเปคจัดหนักทั้งหน้าจอ 3.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Google Play Store นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Quick Mode ปรับหน้า Home screen ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน เช่น เด็ก, ผู้สูงอายุ ที่อาจจะไม่ชินกับอินเตอร์เฟส Android ตัวเต็ม รองรับ 3G WiFi GPS และอัพเกรดกล้องเป็น 5 ล้านพิคเซล ภายในชุดขายมีเคสฝาพับแถมให้ด้วยนะ : ) Liquid Z5 เพิ่งเปิดตัวพร้อมกับ Liquid Z3s เน้นจอใหญ่สะใจกว่า 5.0 นิ้ว พร้อมดีไซน์ดูดี ลำโพงสเคอริโอคู่ มีปุ่มลัดด้านหลังสำหรับเข้าแอพพลิเคชั่นต่างๆ ชิปประมวลผล Dual-Core 1.3 GHz เล่นโซเชี่ยล ดู Youtube ไม่สะดุด ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 4,790 บาท มีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ด้วยนะครับ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ Liquid E2 รุ่นนี้อาจจะไม่ถูกพูดถึงมากเท่าไหร่ แต่ด้วยราคา 5,990 บาทกับสเปต Quad-Core หน้าจอ qHD 4.5 นิ้ว ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ 2,000 mAh ของ Acer Liquid E2 ทำให้ค่อนข้างน่าสนใจ หากคุณกำลังหามือถือระดับกลางๆ ใช้งานสักตัว รองรับ 3G WiFi GPS รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 มีฟีเจอร์การใช้งานเหมือนกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป ต้องไปสัมผัสด้วยตัวคุณเองจ้า Liquid S1 คนชอบจอใหญ่ไม่ควรพลาดกับ Acer Liquid S1 หน้าจอใหญ่สะใจ 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD พร้อมชิปประมวลผล Quad-Core ตอบสนองการใช้งานครอบคลุมทุกฟีเจอร์ ระบบเสียง DTS ใช้ฟังเพลง ดูหนังผ่านหูฟังได้ดี ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ Full HD เต็มรูปแบบ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 เป็นอีกรุ่นที่ฟังก์ชั่นครบ จอใหญ่ และเหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบจอใหญ่ ราคาไม่แพงครับ Iconia B1-721 แท็บเล็ต Android ราคาประหยัดจาก Acer ขนาดหน้าจอ 7.0 นิ้ว ภาพรวมสเปคระดับ Dual-Core 1.3 GHz รันบน Android 4.2 และติดกล้อง VGA ลงแอพพลิเคชั่นเสริมภายนอกได้มหาศาล เล่นเกมทั่วไป ดู Youtube หรือโหลดวิดีโอมาชมบนแท็บเล็ตก็ได้เช่นกัน รุ่นนี้คาดว่าจะได้เจอกันในงานครับ กับราคาเปิดตัวที่ไม่ต้องตัดสินใจให้นานเลยล่ะ Iconia W3 นอกจากแท็บเล็ต Android ยังมีแท็บเล็ต Windows 8 ให้คุณเลือกใช้งานด้วย สำหรับ Acer Iconia W3 ถึงจะเปิดตัวมาหลายเดือนแล้ว แต่เรื่องฟีเจอร์การใช้งานจัดว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ทั้งโปรแกรมออฟฟิศตัวเต็ม ขนาดพกพาสะดวก พร้อม Keyboard Dock แม้ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล และเชื่อมต่อ WiFi + Bluetooth ครบเครื่อง ล่าสุดเห็นว่าราคาไม่ถึง 10,000 บาท !! น่าติดตามว่าในงานโปรจะแรงกว่านี้มั้ย ? Iconia W4 เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ กับ Iconia W4 แท็บเล็ตวินโดว์ 8.1 โมเดลล่าสุดจาก Acer หน้าจอ IPS LCD ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลคมชัดกำลังดี ชิปประมวลผล Intel Quad-Core (Bay Trail) แรงกว่า ประหยัดแบตเตอรี่กว่าเดิม ใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมง ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล ดีไซน์พรีเมี่ยม โดยเฉพาะด้านหลังมาแบบเมทัลลิคเลย สำหรับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายบ้านเรามีแบบเดียวคือ 3G+WiFi, 64 GB ราคา 16,990 บาท Sony Xperia E สัมผัสสมาร์ทโฟน Sony ราคาเบาๆ มีรุ่นเดียวในตอนนี้ Xperia E มาพร้อมกับหน้าจอ 3.5 นิ้ว ออกแบบทรงเหลี่ยม สีดำล้วน ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Google Play Store ไม่จำกัด ติดกล้อง 3 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มวัน นอกจากนี้ยังรองรับ 3G WiFi GPS ด้วย และมีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย ! Xperia M อัพสเปคขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Xperia M สมาร์ทโฟนตัวเล็กแต่สเปคแรงพอตัว หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว รองรับมัลติทัช ชิปประมวลผล Dual-Core รันบน Android 4.1.2 ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล ดีไซน์คลาสสิค ด้านหลังโค้งเล็กน้อย มีให้เลือกหลายสีสันครับ นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่น 2 ซิมการ์ดด้วย ราคาแพงกว่าเล็กน้อย นอกจากรุ่นนี้ยังมี Xperia L อีกรุ่นที่วางจำหน่ายในราคาช่วงเดียวกัน แล้วแต่จะเลือกครับ Xperia C เป็นโมเดลแรกของ Sony ที่ใช้ชิปประมวลผล Quad-Core จาก Mediatek ถือว่าแรงดีในระดับนึง Xperia C มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ดูหนังเล่นเกม เล่นแอพพลิเคชั่นเต็มตากว่าที่เคย รองรับ 2 ซิมการ์ด ใช้งาน 3G WiFi GPS ครบเครื่อง เครื่องเล่นเพลง Walkman รองรับคอนเทนท์ Full HD ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่อึดพอใช้งานทั้งวันสบายๆ รุ่นนี้สนนราคา 8,990 บาท และน่าจะมีโปรโมชั่นลดราคาเด็ดๆ ภายในงานแน่นอน Xperia Z สุดยอดสมาร์ทโฟน Android อีกรุ่นที่ยังได้รับความนิยม จากดีไซน์แนว Omni-Balance ของ Sony และสเปคภายในยังคงแจ่มอยู่ Xperia Z มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว บอดี้กระจกด้านหลังสุดหรู ติดกล้องความละเอียด 13 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย ทั้ง 3G WiFi รวมถึง NFC เพิ่มเมมโมรี่การ์ดภายนอกได้ เครื่องเล่น Walkman ระบบเสียง Clear Audio เชื่อว่าหลายคนไม่ผิดหวัง นอกจากนี้ยังรองรับการอัพเดทเป็น Android 4.4 เร็วๆ นี้อีกต่างหาก Xperia Z1 ภาคต่อของสมาร์ทโฟนรุ่นเดอะ Xperia Z1 อัพเกรดสเปคจากเดิม ปรับปรุงวัสดุดีไซน์เล็กน้อย รุ่นนี้บอดี้ขอบโลหะทนทานกว่าเดิม สามารถกันน้ำ กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP57 หน้าจอ Triluminos 5.0 นิ้ว แสดงผลดีกว่าเดิมมาก ติดกล้อง 20.7 ล้านพิคเซล พร้อมโหมดใช้งานกล้องใหม่ๆ หลากหลาย ชิปประมวลผล Snapdragon 800 แรงสะใจ รันบน Android 4.3 สามารถอัพเกรดเป็น Android 4.4 ได้เร็วๆ นี้ รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง ทั้งนี้ Xperia Z1 เครื่องศูนย์ไม่รองรับ 4G LTE นะครับ หากต้องการใช้งานคงต้องดูเป็นเครื่องนอกแทน Xperia Z Ultra ครั้งแรกของ Sony ที่นำเสนอสมาร์ทโฟนหน้าจอยักษ์ขนาด 6.44 นิ้ว ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน Xperia Z Ultra บางเฉียบเพียง 6.5 มิลลิเมตร บอดี้ขอบโลหะ กันน้ำกันฝุ่น ด้านหลังเป็นผิวกระจกเช่นเดียวกับ Xperia Z1 เช่นเดียวกับสเปคภายในแทบจะเหมือนกัน ทั้งชิปประมวลผล Snapdragon 800, ฟีเจอร์เสริมภายใน ฯลฯ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล พอใช้งานทั่วไปสบายๆ สำหรับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายในไทยไม่รองรับ 4G LTE เช่นเคย แต่เพิ่งปรับราคาลงมาเหลือ 19,900 บาท และน่าจะมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมในงานแน่นอนครับ Xperia Tablet Z แท็บเล็ตดีไซน์หรู บางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตร หน้าจอขนาดใหญ่ 10.1 นิ้วจาก Sony ยังรอให้คุณมาจับจองเป็นเจ้าของได้อยู่ครับ เร็วแรงด้วยชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซลไว้ถ่ายขำๆ บอดี้ผิวหลังเป็นกระจกทั้งหมด สวยงามแต่ต้องดูแลรักษามากหน่อย ลงแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ ผ่าน Google Play Store และใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE, 3G ออนไลน์นอกสถานที่ตามสะดวก ล่าสุดราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท แต่ในงานจะมีโปรโมชั่นหนักหน่วงขนาดไหนต้องรอลุ้นจ้า Sony SmartWatch 2 อุปกรณ์เสริม SmartWatch 2 จาก Sony ให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถรับสาย ดูอีเมลข้อความแจ้งเตือน แม้กระทั่งใช้เป็น Viewfinder ในโหมดกล้อง (ผ่านแอพพลิเคชั่นเสริม) ก็ทำได้ มีปลั๊กอินให้เลือกโหลดบน Google Play Store หลายตัว ที่น่าสนใจคือดีไซน์เรียบง่าย ทนทาน มาพร้อมกับสายโลหะ หรือเปลี่ยนสายเป็นรูปแบบอื่นๆ ตามใจชอบ สำหรับ Sony SmartWatch 2 รองรับบนสมาร์ทโฟน Android 4.0+ ขึ้นไปทุกรุ่น ถึงจะไม่ได้ใช้ Sony ก็สามารถซื้อไปใช้งานได้นะครับ สนนราคาเพียง 4,990 บาทเท่านั้นเอง i-mobile i-STYLE 2.4 สมาร์ทโฟนราคาประหยัดจาก i-mobile เอาใจคนงบน้อย 2,990 บาท แต่ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม ลงแอพพลิเคชั่นเสริมทั่วไปจากบน Google Play Store ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล รองรับ 3G WiFi GPS และใช้งาน 2 ซิมการ์ด ที่น่าสนใจคือมีให้เลือกหลากหลายสีสัน งานนี้เลือกได้ตามใจชอบเลยจ้า i-STYLE 7.5 เพิ่มงบอีกหน่อยจะได้ i-STYLE 7.5 หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 4.5 นิ้ว และน่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Android สเปค Quad-Core ที่ค่าตัวถูกที่สุดอีกด้วย รันบน Android 4.2.2 ฟีเจอร์พื้นฐานครบเครื่อง ลงแอพพลิเคชั่นเซเชี่ยล ยูทิลิตี้ต่างๆ ใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับ 3G และแบตเตอรี่ 1,800 mAh ภาพรวมลูกเล่นอาจจะไม่เยอะ แต่สเปคจัดหนักจริงๆ เมื่อเทียบกับราคาแล้วไม่ต้องคิดมากเลยครับ เพียง 3,990 บาท มีให้เลือกทั้ง 3G คลื่น 850 และ 900 MHz ตามเครือข่ายที่คุณใช้งานอยู่ IQ 6.3 ส่วนตัวคิดว่า i-mobile IQ 6.3 จะกลายเป็นรุ่นขวัญใจมหาชนในเร็วๆ นี้ จากคุณสมบัติภายในที่คุณมิอาจปฏิเสธได้ ทั้งหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 400 Quad รองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้เป็นอย่างดี, กล้อง 8 ล้านพิคเซล บลูทูธ 4.0 รันบน Android 4.3 และพีคสุดด้วยความจุแบตเตอรี่ 3,000 mAh !! เยอะสะใจ ไม่ง้อ Power Bank เลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ราคาเพียง 6,990 บาทจ้า IQ 9.1 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตระกูล IQ 9 สเปคสูงพอตัว สำหรับ IQ 9.1 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz ติดกล้องความละเอียด 18 ล้านพิคเซล พร้อมกล้องหน้า 8 ล้านพิคเซล บอดี้โลหะด้านหลัง ให้ความรู้สึกทนทานกำลังดี เมมโมรี่ภายใน 16 GB แต่ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD ภายนอกได้ครับ ทั้งนี้ถ้าอยากได้จอใหญ่กว่า IQ 9.1 ลองดู IQ 9.2 รุ่นต่อไปได้เลย IQ 9.2 รุ่นนี้เหมาะกับคนชอบจอใหญ่ครับ จัดให้เต็มๆ ถึง 6.0 นิ้ว ความละเอียด HD เหมาะกับใช้งานทุกประเภท ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz รองรับแอพพลิเคชั่นเสริมทั่วไป เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้สบาย ติดกล้องความละเอียด 18 ล้านพิคเซล แบตเตอรี่ 2,600 mAh รองรับ 2 ซิมการ์ด และเพิ่ม MicroSD สูงสุด 32 GB ภาพรวมสเปคอาจจะคล้าย IQ 9.1 แต่รุ่นนี้เพิ่มเมมการ์ดได้ แจ๋วตรงนี้แหละครับ IQ X2 หากคุณไม่ชอบสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ แต่อยากได้สเปคดีในราคาไม่แพงนัก i-mobile IQ X2 ตอบโจทย์คุณได้ ด้วยหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz บอดี้บางเฉียบไม่ถึง 9 มิลลิเมตร พร้อมกล้อง 18 ล้านพิคเซล สามารถเพิ่ม MicroSD ภายนอกได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอสวย สเปตระดับกลาง พกพาง่าย และถูก ราคาไม่ถึง 9,000 บาทครับ รอดูโปรโมชั่นในงานแล้วจะตัดสินใจได้ไม่ยาก IQ X Bliz ไอโมบายนำเสนอความพรีเมี่ยมที่คุณสัมผัสได้บน i-mobile IQ X Bliz โดดเด่นด้วยบอดี้โลหะบางเพียง 7.1 มิลลิเมตร หน้าจอ Full HD ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว แสดงผลคมชัด เหมาะกับใช้ดูหนัง HD เล่นเกม ดูรูปภาพ แบบว่าแจ่มมาก ติดกล้อง 18 ล้านพิคเซล กล้องหน้า 8 ล้าน พร้อมเมมโมรี่ภายใน 32 GB ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz + RAM 2 GB สำหรับราคาเปิดตัวอยู่ที 11,500 บาท จะชอบหรือไม่ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง ! IQ X Octo เป็นไปได้ไม่น้อยที่ i-mobile จะนำสมาร์ทโฟนชิปประมวลผล 8 แกนจาก Mediatek รุ่นแรกมาโชว์ในงานครั้งแรกกับ IQ X Octo ด้วยคุณสมบัติหน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว, RAM 2 GB เปิดแอพพลิเคชั่นได้มากขึ้นแบบไม่มีสะดุด ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ติดกล้อง 18 ล้านพิคเซล รองรับ 2 ซิมการ์ด และเมมโมรี่ภายใน 32 GB เหลือเฟือหากคุณไม่ได้ใช้งานอะไรมากมาย Huawei Ascend Y320 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาประหยัดจาก Huawei ตัวนี้ก็น่าสนใจครับ หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core ดีไซน์เรียบง่าย ติดกล้อง 2 ล้านพิคเซล พร้อมรัน Android 4.2.2 ครอบด้วย Emotion UI รองรับ 3G เชื่อมต่อ WiFi GPS และราคาเปิดตัวเพียง 2,790 บาท ตัดสินใจไม่ยากแต่ก็มีตัวเลือกอื่นๆ ในระดับราคานี้อีกเพียบ ต้องลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อครับ Ascend Y511 อัพงบขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Ascend Y511 หน้าจอไซส์ใหญ่ 4.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core กล้องอัพเป็น 3 ล้านพิคเซล ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 และรองรับ 3G 900/2100 MHz แบตเตอรี่ 1,730 mAh เพียงพอใช้งานได้เต็มวัน พร้อมยูทีลิตี้จาก Huawei เช่น แอพพลิเคชั่น Backup ฯลฯ กับราคาค่าตัวเพียง 3,490 บาทเท่านั้นเอง Ascend G610 สัมผัสสมาร์ทโฟน Quad-Core จาก Huawei ราคาสบายกระเป๋ากับ Ascend G610 หน้าจอขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว ดีไซน์โค้งมน พกพาไม่ยากนัก ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดีโอ HD รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และแบตเตอรี่อึดใช้งานได้ตลอดวัน กับราคา 5,990 บาท เป็นตัวเลือกที่ดีอีกรุ่นเลยทีเดียว Ascend G700 รุ่นระดับกลางจาก Huawei มาพร้อมกับดีไซน์คลาสสิค น่าสนใจตรงที่หน้าจอ HD 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด ชิปประมวลผล Quad-Core และใส่RAMมาให้ 2 GB เปิดแอพพลิเคชั่นได้ลื่นไหลมากขึ้น ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล สามารถถ่ายวิดีโอ Full HD ได้ และรัน Android 4.2.2 ครอบ Emotion UI มีลูกเล่นมากพอสมควร ด้านราคาสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียงไม่ถึง 8,000 บาท Ascend Mate คงไม่มีใครปฏิเสธครับว่า Huawei Ascend Mate คือสมาร์ทโฟนสเปคแรง จอ HD ขนาดใหญ่ 6.1 นิ้วที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุดแบบไร้คู่แข่งกับราคา 7,990 บาท มาพร้อมกับชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz รองรับ 3G ทุกเครือข่าย บอดี้แข็งแกร่งทนทาน และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ 4,050 mAh คือพีคสุด แทบไม่ต้องง้อแบตเตอรี่สำรองเลยล่ะ ส่วนตัวแนะนำ Ascend Mate หากคุณมองหามือถือจอใหญ่ สเปคดี แบตอึด และไม่แคร์ว่าต้องเป็นรุ่นใหม่ครับ Ascend P6 ณ ปัจจุบัน Ascend P6 จาก Huawei ยังติดอันดับต้นๆ ของสมาร์ทโฟนบางเฉียบ ด้วยความบางเพียง 6.2 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาหวิว 120 กรัม สเปคหน้าจอ HD 4.7 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz RAM 2 GB เปิดแอพพลิเคชั่นลื่นไหลไม่สะดุด รองรับคอนเทนท์ Full HD ติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล ถ่ายที่แสงน้อยค่อนข้างดีทีเดียว แบตเตอรี่ 2,000 mAh ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะอัดอยู่ภายใต้บอดี้บางๆ แบบนี้ได้ โดยราคาสามารถเป็นเจ้าของได้ที่ 11,900 บาท Alcatel Alcatel OneTouch Magic สมาร์ทโฟนระดับล่างจาก Alcatel สเปคมาตรฐานตามระดับราคา 2,990 บาท หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core 1.3 GHz รันบน Android 4.2.2 ครอบด้วยหน้า Home แบบเฉพาะของ Alcatel ซึ่งใช้งานง่าย ติดกล้อง 3.2 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ดีไซน์เรียบง่าย สำหรับโมเดลที่วางจำหน่ายรองรับเฉพาะ 3G คลื่น 850/2100 MHz เท่านั้นจ้า Alcatel Idol Mini บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร ดีไซน์คลาสสิคเรียบง่ายสำหรับ Alcatel Idol Mini มาพร้อมกับชิปรปะมวลผล Dual-Core 1.3 GHz หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ขนาดเล็กพกพาสะดวก น้ำหนักเบาเพียง 96 กรัม !! ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ 1,700 mAh น่าจะเพียงพอกับการใช้งานเต็มวันครับ ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 5 พันบาท Alcatel Idol X รุ่นท็อปตัวล่าสุด Alcatel Idol X มีจุดขายด้านความบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาหวิว แต่สเปคภายในจัดว่าค่อนข้างดีทีเดียว กับหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz RAM 2 GB, กล้อง 13 ล้านพิคเซล ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 และเมมโมรี่ภายใน 16 GB รองรับ 2 ซิมการ์ด แต่ราคาเปิดตัวอาจจะสูงนิดนึงที่ 12,990 บาท ต้องรอดูโปรโมชั่นเสริมภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ต้องมีลดราคาแน่นอน Alcatel OneTouch Hero ถูกนำเสนอเป็นโมเดลล่าสุดของปีนี้จาก Alcatel วางจำหน่ายครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ครับ รุ่นนี้มีจุดขายที่หน้าจอขนาดมหึมา 6.0 นิ้ว ความละเอียด Full HD ส่วนตัวชอบคุณภาพการแสดงผลอยู่ในระดับดีมาก พร้อมสามารถอินพุทด้วย Stylus สำหรับวาดภาพ หรือจดบันทึกบนแอพพลิเคชั่นเสริมพิเศษ อย่างไรก็ดี Alcatel One Touch Hero ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีจาก Wacom เรื่องความแม่นยำอาจจะไม่ดีเท่ากลุ่ม Galaxy Note ใช้ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz, รันบน Android 4.2.2 ติดกล้อง 13 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ 3,400 mAh เยอะสะใจไปเลย หากคุณซื้อในงานก็จะมีบลูทูธโฟน – เคสฝาพับไฟ LED แถมให้ด้วยนะจ๊ะ Cherry Mobile Sonic 2.0 สมาร์ทโฟน Android รุ่นเล็กล่าสุดจาก Cherry Mobile ราคาเพียง 3 พันนิดๆ ได้สเปคระดับ Dual-Core พร้อมหน้าจอ 4.0 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบเครื่อง และกล้อง 5 ล้านพิคเซล ส่วนแบตเตอรี่อาจจะน้อยไปหน่อยที่ 1,400 mAh ต้องลองไปสัมผัสตัวจริงในงานก่อนตัดสินใจจ้า Flare S รุ่นนี้หลายคนน่าจะชอบตรงการออกแบบโค้งเว้าด้านหลัง ทำให้การจับถือทำได้ง่ายขึ้น กับหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz ถือว่าเป็นรุ่นราคาประหยัดที่ให้สเปคแรงดีทีเดียว รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2 ดูหนังฟังเพลงเล่นเกมได้สบายๆ พร้อมกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล และรองรับ 2 ซิมการ์ด ราคาขอบอกว่าใช้ได้เลยครับ ประมาณ 4 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง Hero รุ่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะสเปคอัพเกรดจาก Sonic 2.0 พอสมควรทั้งหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด qHD, ชิปประมวลผล Quad-Core รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ ได้หลากหลาย บอดี้สีสันแสบตา และติดกล้อง 8 ล้านพิคเซล สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาประมาณ 4 พันบาทครับ Cosmos X อัพงบขึ้นมาอีกหน่อยจะได้สมาร์ทโฟนตัวแรงจาก Cherry Mobile อย่าง Cosmos X มาพร้อมกับหน้าจอ Super-AMOLED HD 4.7 นิ้ว แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน จัดเต็มกล้อง 18 ล้านพิคเซล พร้อมกล้องหน้า 8 ล้านพิคเซล รองรับการใช้งาน 3G และใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด ชิปประมวลผล Quad-Core รองรับคอนเทนท์ HD เต็มรูปแบบ สำหรับดีไซน์เรียบง่าย ควบคุมผ่านปุ่ม On-Screen มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงานแน่นอนครับ รอติดตามได้เลย dtac Lion 5.0 HD สมาร์ทโฟนราคาประหยัดจาก dtac โดดเด่นด้วยสเปคหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ครบเครื่อง รันบน Android 4.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Google Play Store เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป ติดกล้องความละเอียด 8 ล้านพิคเซล และแบตเตอรี่ 2,500 mAh พอใช้งานได้ตลอดวัน เรื่องโปรโมชั่นคงไม่พ้นซื้อพ่วงแพคเกจ ลดราคาเยอะทีเดียวครับ Apple Apple iPad Air แท็บเล็ตจอใหญ่ 9.7 นิ้ว เล็กลง บางลง พึ่งวางจำหน่ายในบ้านเราเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง ใช้ซีพียูแบบใหม่ที่ประมวลผลภาพกราฟฟิคได้เร็วขึ้นด้วยชิพ Apple A7 หน้าจอคมชัดด้วยจอภาพแบบ Retina Display เหมือนกับรุ่นก่อน กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้าสำหรับถ่ายรูปแบบ Facetime มีให้เลือกทั้งแบบ Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular เช่นเคย มีให้เลือกทั้งสีขาว และสีเทาดำ iPad Mini with Retina Display แท็บเล็ตรุ่นฮิต iPad Mini หน้าจอ Retina Display พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 มีโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ค่ายต่างๆ เรื่องคุณสมบัติภายในเร็วแรงเหมือน iPhone 5s ใช้ชิปประมวลผล Apple A7 รันบนระบบปฏิบัติการ iOS 7 ลงแอพพลิเคชั่นได้มหาศาลจาก App Store รวมถึงคอนเทนท์มัลติมีเดียจาก iTunes ทั้งนี้โมเดลที่วางจำหน่ายมีเฉพาะ Cellular ทุกความจุ ทุกสี เลือกได้ตามต้องการ iPhone 5s มีคำถามเกี่ยวกับไอโฟนในงาน Thailand Mobile Expo 2014 ว่าจะมีจำหน่ายหรือไม่ ? คำตอบคือมีครับ ทุกไซส์ ทุกสี พร้อมโปรโมชั่นเสริมจาก Operator ที่ร่วมรายการ ด้านสเปคภายในคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก หน้าจอ HD ขนาด 4.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Apple A7 เร็วแรงสมฐานะ รองรับการใช้งาน 4G LTE พร้อมกล้อง 8 ล้านพิคเซล แฟลชทูโทนไว้ถ่ายที่แสงน้อย ฯลฯ งวดนี้ใครจะสอยไอโฟนลองมาที่งานได้ครับ มีให้เลือกซื้อแน่นอน iPhone 5c สัมผัสไอโฟนรูปแบบใหม่ หลากหลายสีสันกับ iPhone 5c กับสเปคเทียบเท่า iPhone 5 เดิมทั้งชิปประมวลผล Apple A6, หน้าจอ HD 4.0 นิ้ว, กล้อง 8 ล้านพิคเซล (แต่ไม่มีแฟลชทูโทนแบบ 5s นะจ๊ะ) รันบนระบบ iOS7 และคาดว่าจะสามารถเวอร์ชั่นใหม่ได้เรื่อยๆ สำหรับเรื่องโปรโมชั่นต้องรอลุ้นในงานครับ รุ่นนี้ยังไงต้องจัดหนักแน่นอน ทั้งแพคเกจเสริม สิทธิพิเศษต่างๆ ติดตามได้เลย ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าจุใจแบบสุดๆ กับสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 จากหลากแบรนด์ชั้นนำ และยังมีอีกมากมายครับที่ไม่ได้หยิบมาแนะนำ เอาเป็นว่าแค่นี้ก็เลือกกันไม่ถูกแล้ว :p นอกจากนี้ยังมีโซน Wearable Gadget ให้คุณได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดบนอุปกรณ์สวมใส่ พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกอื่นๆ สำหรับมหกรรม Thailand Mobile Expo 2014 จัดตั้งแต่วันที่ 13-16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ข่าวว่าตรงกับวันวาเลนไทน์ด้วย จะควงคู่มาซื้อมือถือใหม่ติดมือกลับบ้านก็แจ๋วดีนะเออ : ) ขอบคุณบทความดีๆ จาก thailandmobileexpo

หัวเว่ยเผยโฉมสมาร์ทโฟนใหม่ Ascend P6 ตัวเครื่องบางที่สุดในโลก ราคา 13,990 !
huawei /  Huawei Ascend P6

Huawei ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Ascend P6 ที่บางที่สุดในโลก เพียง 6.18 มิลลิเมตร ในประเทศไทย เปี่ยมสมรรถนะด้วยหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz จอทัชสกรีนแบบ in-cell ความละเอียดสูงขนาด 4.7 นิ้ว กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และฟังก์ชันซอฟท์แวร์ที่โดดเด่นมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้สมาร์ทโฟน Ascend P6 เป็นที่สุดของดีไซน์และการใช้งานอย่างแท้จริง “ผมเชื่อว่า Ascend P6 จะเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามและสะดุดตา กล้องถ่ายรูปที่ให้ภาพคมชัด และระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ของหัวเว่ยเอง” มร. หยาง ชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย กล่าว “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดในไลน์ Ascend P ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ และเราก็พร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับเทคโนโลยีและงานออกแบบที่ล้ำยุคยิ่งกว่าคู่แข่ง” สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 6.18 มิลลิเมตร และหนักเพียง 118 กรัมเท่านั้น จึงสามารถพกไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือ และยังสวยโฉบเฉี่ยว ดึงดูดสายตาอยู่เสมอ ด้วยวัสดุเมทัลลิก และขอบล่างที่โค้งมน สวยสง่าอย่างเหมาะมือ จอทัชสกรีนความละเอียดสูง ขนาด 4.7 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี in-cell และ MagicTouch เพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อทุกสัมผัส แม้ว่าคุณจะใส่ถุงมืออยู่ก็ตาม ส่วนหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz และแบตเตอรี่ขนาด 2000mAh ก็สามารถรับมือกับทุกแอพได้อย่างหายห่วง ไร้กังวลทั้งประสิทธิภาพและความทนทาน บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2.2 นอกจากนี้ Ascend P6 ยังเป็นสมาร์ทโฟนคู่ใจนักถ่ายภาพ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดถึง 5 ล้านพิกเซล ที่ใช้ถ่ายภาพตัวเองได้คมกริบ ก่อนใช้ฟังก์ชันแต่งภาพอัตโนมัติให้สวยใสพร้อมแชร์เพื่อน ในขณะที่กล้องหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI F2.0 ก็สามารถจับภาพคมชัดได้ที่ระยะโฟกัสเพียง 4 เซนติเมตรเท่านั้น พร้อมยังถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p Full HD อีกด้วย เทคโนโลยี IMAGESmart ลิขสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ย จะช่วยปรับแสง สี โฟกัส อย่างละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกช็อตออกมาไม่มีที่ติ ราวกับฝีมือช่างภาพอาชีพ สมาร์ทโฟน Ascend P6 ไม่เพียงครบครันด้วยฟังก์ชัน แต่ยังใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นจากการสำรวจความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 5 ล้านรายทั่วโลก จนออกมาเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวมากมาย อย่างหน้าจอหลัก Uni-Home และ Me Widget ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ฟังก์ชัน SmartReading ที่ให้คุณค้นหาข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา หรือโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามาและจดจำใบหน้าอัตโนมัติ ส่วนเทคโนโลยี Automated Discontinuous Reception (ADRX) และ Quick Power Control (QPC) นวัตกรรมล่าสุดจากหัวเว่ย สามารถช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนขนาดเท่ากัน ส่วนฟังก์ชัน AirSharing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกความต้องการในการใช้งานของคุณ ทั้งในทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีให้เลือกทั้งสีดำ ขาว และชมพู พร้อมด้วยเคสสีเข้ากับตัวเครื่อง วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน เจ มาร์ท ทั่วประเทศ ในราคา 13,990 บาท และจะวางจำหน่ายผ่านทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างเอไอเอส ในเร็วๆ นี้  

Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End มหกรรมช็อปสมาร์ทโฟน ไตรมาส 2 !!
Mobile Expo /  Mobile Expo 2013 / 

  ล่วงเข้ากลางไตรมาส 2 ปีนี้ นับๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานั้น มีน้องๆ สมาร์ทโฟนผุดขึ้นมาให้เลือกกันอยู่เนืองๆ สายแข็งคงหนีไม่พ้นเหล่าแอนดรอยด์ ทั้งตัวแม่อย่าง Samsung Galaxy S4 และ ตระกูล xperia นำทัพโดย sony xperia z นับรวมสายมืดอย่างวินโดวส์โฟน ก็ถูกจดจำผ่านแบรนด์ลูเมีย ที่ท้ายแล้วก็ย่อย segment ลงเจาะตลาดอย่างเมามันส์ สอยยิบๆ กันไป จนเกือบลืมว่าเลขไหนเป็นเรือธง     ส่วนแบรนด์ผลไม้ ที่ยังคงไปได้กับ iPhone 5 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พร้อมปล่อยตัวเลขยอดขายไอโฟน 5 มาเขย่าใจคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง แถมยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีตกหล่น ( แหม่...ก็พี่เล่นขายอย่างเดียว -_-" )   มีตัวเลือกมากมาย ให้ใครที่คิดจะเปลี่ยนมือถือในช่วงนี้ ได้พิจารณากันตามแรงศรัทธา และเหมาะเจาะอย่างมาก หากจะพาร่าง ไปเดินช๊อปพาเหรดงานสมาร์ทโฟน - แท็บเล็ต ปลายเดือนนี้ กับงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ใครสนใจเชิญไปเลือกชมน้องๆ หนูๆ   ในงานกันได้ ตั้งแต่วันที่ 23 - 26 พ.ค. นี้ @ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เดิม สำหรับช่วงนี้ ไปชมไฮไลท์เด็ดดวง ที่จะพบในงานกันก่อนจ๊ะ!! แหะๆ ><"   สมาร์ทโฟน 62 รุ่นใหม่ในงาน Mobile Expo   Samsung Champ Plus Duos ซัมซุงไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Series เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีฟีเจอร์โฟนจอทัชสกรีนใหเลือกใช้สำหรับคนงบน้อยด้วยกับรุ่น Champ Plus Duos หรืออีกชื่อหนึ่งคือ REX2 Sim รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Dual-Standby อัพเดท Social Network บน Facebook, Twitter และ ChatOn ติดกล้อง 2 ล้านพิกเซล หน้าจอ 2.8 นิ้ว สามารถลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Samsung Apps ได้เพิ่มเติม ราคาไม่แพงครับอยู่ที่ 2,190 บาท Samsung Galaxy Young ห่างหายจากสมาร์ทโฟนระดับล่างไปพักใหญ่ งานนี้อาจมีรุ่นใหม่เปิดตัวอย่าง Galaxy Young สเปคอยู่ในระดับปานกลางทั้งหน้าจอ 3.27 นิ้ว ชิปประมวลผล 1 GHz เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปได้ดี ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 พร้อม TouchWiz UX สไตล์เดิม กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด VGA  รองรับการเชื่อมต่อ 3G Wi-Fi GPS ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Google Play Store สำหรับราคาคาดว่าจะเปิดตัวประมาณ 4-5 พันบาท ถือว่าสมเหตุสมผลทีเดียว Samsung Galaxy Fame ขยับอัพงบขึ้นมาอีกนิดจะได้ Galaxy Fame สเปคสูงขึ้นมาอีกนิด ด้วยจุดขายหน้าจอ 3.5 นิ้ว (ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล), ชิปประมวลผล 1 GHz กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส บันทึกวิดีโอความละเอียด VGA รองรับการเชื่อมต่อ 3G, Wi-Fi, GPS, ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Google Play Store ครบเครื่องแบบสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป ด้านราคาคาดว่าจะไม่เกิน 6,000 บาทครับ Samsung Galaxy S III Mini จักรวาลขนาดมินิ แม้จะย่อส่วนจาก Galaxy S III แต่สเปคการใช้งานภายในเรียกว่าดีเกินขนาด ทั้งหน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 4.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1GHz รองรับคอนเทนท์ระดับ HD720p กล้อง 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดิโอ HD สบายๆ รองรับการเชื่อมต่อครบถ้วน ลงแอพพลิเคชั่นผ่าน Play Store และใช้งาน NFC ได้ด้วย ! เครื่องเล็กพกพาสะดวก ตอบโจทย์ฟีเจอร์สุดสมาร์ทขนาดนี้ สนนราคาเพียง 10,900 บาท แถม Flip Cover ของแท้ให้ด้วยนะจ๊ะ Samsung Galaxy Grand Duos มาถึงสมาร์ทโฟนสุดฮิตกระแสแรงตั้งแต่ต้นปี 2013 สำหรับ Galaxy Grand Duos โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.0 นิ้ว เข้าเว็บ ดูหนัง เล่นเกมได้เต็มตายิ่งกว่าเดิม ชิปประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz รองรับคอนเทนท์ต่างๆ ระดับ HD เต็มรูปแบบ กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้งาน 3G, Wi-Fi, GPS เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป แถมรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Always-On) อีกด้วย ทั้งหมดนี้ด้วยราคาเพียง 11,900 บาท ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงได้ขายดิบขายดีขนาดนี้จ้า Samsung ATIV S หากคุณเบื่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ Samsung มีวินโดว์โฟน 8 ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของกันได้กับ “ATIV S” หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 4.8 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz แรงเร็วเหลือเฟือบนโอเอสวินโดว์โฟน 8 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลาย รองรับการใช้งานโซเชี่ยลหลักๆ ครบเครื่อง กล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย และแบตเตอรี่ 2,300 mAh ขอบอกว่าอึดมาก ! ได้ข่าวว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End จะมีโปรโมชั่นแรงๆ ด้วย รอติดตามได้เลย Samsung Galaxy S III ถึงจะมีภาคต่อของอดีตสมาร์ทโฟน Flagship ของปี 2012 วางจำหน่ายแล้วแต่ Galaxy S III ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย หากคุณตามหามือถือแอนดรอยด์สเปคครบ บางเฉียบ จอใหญ่ อัพเดทได้อีกยาว และราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ครับ หน้าจอ HD 4.8 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.4 GHz กล้อง 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 2,100 mAh พร้อมฟีเจอร์เสริมเด็ดๆ เช่น Smart Stay, S-Beam ฯลฯ ตอนนี้มีให้เลือกหลายสีตามความชอบ สนนราคา 17,000 บาทเท่านั้นเอง รอติดตามโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน เผลอๆ อาจจะได้ราคาถูกกว่านี้มากครับ Samsung Galaxy Note 8.0 เปลี่ยนสมุดไดอารี่เล่มใหญ่ของคุณให้เป็นแท็ปเล็ตสุดสมาร์ทกันดีกว่ากับ “Galaxy Note 8.0” น้ำหนักเบาหวิวไม่ถึง 350 กรัม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8.0 นิ้ว รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD สมบูรณ์แบบ เหมาะกับใช้งานดูวิดีโอ เว็บไซต์ หรือใช้จดบันทึกด้วย S Pen ผ่าน Premium Suite ทำตารางนัดหมายผ่าน Awesome Note นอกจากนี้ยังใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้อีกด้วย ! ติดกล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับ 3G ทุกเครือข่าย เพิ่มเมมโมรี่การ์ดสูงสุด 64 GB ทั้งหมดนี้จัดได้ในราคา 15,200 บาท คุ้มจริงๆ Samsung Galaxy Note 2 หากชอบจอใหญ่สะใจ แบตเตอรี่อึดๆ พกพาไม่ยาก แถมใช้เขียนโน่นจดนี่ได้อีก Galaxy Note 2 ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ หน้าจอขนาดใหญ่สะใจ 5.5 นิ้ว เหมาะกับใช้งานด้านมัลติมีเดีย เล่นเบราเซอร์ รวมถึงใช้งานทั่วไปได้ดี ฟีเจอร์จดบันทึก วาดภาพด้วย S Pen ผ่าน Premium Suite มากความสามารถ กล้อง 8 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผล Quad-Core 1.4 GHz แบตเตอรี่ 3,100 mAh อยู่ได้ทั้งวันสบายๆ เป็นเจ้าของได้ในราคา 19,900 บาท ตอนนี้มีสีชมพูให้เลือกด้วยนะครับ แถมเคสลายโน้ต อุดมให้อีกต่างหาก : ) Samsung Galaxy Mega 6.3 บางครั้งสมาร์ทโฟนหน้าจอระดับ 5-5.5 นิ้วยังไม่สะใจมากพอ Samsung เลยจัดให้แบบเต็มเหนี่ยวบน Galaxy Mega 6.3 โหดสุดด้วยหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล, ชิปประมวลผล Exynos 5 Dual 1.7 GHz พร้อมฟีเจอร์เสริมคล้าย Galaxy S4 เช่น Multi-Window, Air Gesture ฯลฯ กล้อง 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3,200 mAh กะใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน รองรับ 3G ทุกเครือข่าย น่าซื้อมาไว้ดูหนัง เล่นเกมจริงๆ ครับ รอดูว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End จะมีมาปรากฏโฉมให้ชมกันหรือไม่ ? Samsung Galaxy S4 สิ้นสุดการรอคอยแล้ววันนี้ ! เมื่อสมาร์ทโฟน Flagship รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคา 21,900 บาท สำหรับ “Galaxy S4” โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมี่ยม บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร หน้าจอ Super-AMOLED FHD ขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน เหมาะกับใช้ดูวิดีโอ เล่นเกม เข้าเว็บไซต์ต่างๆ ฯลฯ พร้อมฟีเจอร์ใหม่เช่น Air Gesture, Air View, Group Play, Optical Reader ฯลฯ ช่วยให้คุณสมาร์ทขึ้นกว่าเดิม ติดกล้อง 13 ล้านพิกเซล ออฟชั่นเพียบ ! รองรับ 3G ทุกเครือข่ายไม่แยกคลื่น แบตเตอรี่ 2,600 mAh และมีให้เลือก 2 สีสัน ไม่ควรพลาดจริงๆ หากคุณชอบนวัตกรรมใหม่บนสมาร์ทโฟน Nokia Asha 210   เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้กับฟีเจอร์โฟน QWERTY สุดสมาร์ทจาก Nokia เหมาะกับผู้ใช้ที่มีงบไม่มากนัก แต่ต้องการมือถือที่สามารถตอบสนองด้าน Social & Messaging ได้ดีไม่แพ้สมาร์ทโฟน รุ่นนี้นอกจากจะพิมพ์มันส์ด้วยแป้นคิวเวอร์ตี้แล้ว ยังสามารถเล่น Twitter, Facebook, WhatsApp รวมถึง Line ฯลฯ ได้อีกต่างหาก ติดกล้อง 2MP มีเวอร์ชั่นรองรับ 2 ซิมการ์ด และเลือกได้ถึง 5 สีสันแสบสุด ราคาไม่แพงครับ ประมาณ 2 พันต้นๆ เท่านั้นเอง Nokia 301     มือถือปัจจุบันส่วนใหญ่กลายเป็นทัชสกรีนไปซะหมด บางท่านอาจจะไม่ชอบเพราะใช้ยากกว่าปุ่มกดคลาสสิค ล่าสุด Nokia นำฟีเจอร์โฟนปุ่มกดมาให้จับจองเป็นเจ้าของกับ Asha 301 สเปคหน้าจอขนาด 2.4 นิ้ว รองรับการใช้งาน 3G เหมาะกับช่วงนี้พอดี ติดกล้อง 3.2 ล้านพิกเซล ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Nokia Store ได้พอสมควร และมีให้เลือกมากมายถึง 5 สีสันเจ็บๆ คาดว่ารุ่นนี้ราคาประมาณ 2 พันบาทใกล้เคียงกับมือถือ 3G รุ่นล่างหลายรุ่นในตอนนี้ Nokia Lumia 520 กำลังฮิตติดชาร์ทเลยทีเดียวด้วยสเปคภายในเร็วแรงระดับ Dual-Core พร้อมหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ทำให้ผู้ใช้สามารถดูหนัง ชมคอนเทนท์ระดับ HD บนวินโดว์โฟนรุ่นประหยัด “Lumia 520” แบบไม่กระตุก ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ HD แถมมีปุ่มชัตเตอร์ให้ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมมากมายผ่าน Windows Phone Store ที่น่าสนใจคือแอพฯ เสริมต่างๆ จาก Nokia มีให้เลือกใช้เพียบ สนนราคาเพียง 5,850 บาทเท่านั้นเองจ้า Nokia Lumia 620 อัพสเปคขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Lumia 620 ถึงหน้าจอจะเล็กกว่าเดิมนิดหน่อย (3.8 นิ้ว) แต่ได้ฟีเจอร์เพิ่มมาไม่น้อยทั้งกล้องหน้า VGA สำหรับสนทนาผ่าน Video Call, การเชื่อมต่อผ่าน NFC นอกนั้นคล้ายกับวินโดว์โฟน 8 ตระกูล Lumia รุ่นอื่นๆ เช่นชิปประมวลผล Dual-Core 1GHz แอพพลิเคชั่นเสริมจาก Nokia ทั้งหลาย กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับคอนเทนท์ HD เต็มรูปแบบ และแน่นอนว่าเปลี่ยนฝาหลังได้หลากสีทีเดียวครับ ทั้งนี้ราคาอัพจาก Lumia 520 พอสมควรที่ 8,250 บาท ลองตัดสินใจเลือกดูได้เลย ! Nokia Lumia 720 เพิ่งวางขายไม่นานนี้พร้อมกับ Lumia 520 ครับ สำหรับ Lumia 720 โดดเด่นมากเรื่องกล้องหลัก เป็นรุ่นแรกที่รูรับแสงกว้างที่สุดในบรรดามือถือด้วยกัน (F/1.9) ใช้เลนส์ Carl-Zeiss ไวด์ 26 mm ถ่ายภาพมุมกว้างได้ดีทีเดียว หน้าจอ IPS ClearBlack สว่างคมชัด 4.3 นิ้ว บอดี้บางไม่ถึง 10 มิลลิเมตร ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1 GHz แบตเตอรี่อึดสะใจ 2,000 mAh และรองรับ 3G ทุกเครือข่ายอีกด้วย เป็นเจ้าของได้ในราคา 10,900 บาทครับ คุ้มค่าจริงๆ หากคุณชื่นชอบวินโดว์โฟนอยู่แล้ว Nokia Lumia 820 งบไม่พอสอยตัวท็อป Lumia 920 ลองดูรุ่นรองอย่าง Lumia 820 ถือว่าสเปคดีไม่แพ้กัน แม้ว่าจะลดหน้าจอลงมาเหลือ 4.3 นิ้ว (AMOLED ClearBlack) และตัดกล้อง Pureview, ระบบชาร์จไร้สายออกไป แต่คุณสมบัติอื่นๆ ยังอยู่ครบเช่น ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5GHz ระบบปฏิบัติการวินโดว์โฟน 8 พร้อมแอพฯ เสริมจากทาง Nokia ครบวงจรทั้ง Here Maps, Nokia Glam Me ฯลฯ สามารถเพิ่มเมมโมรี่การ์ด MicroSD สูงสุด 32GB แถมเปลี่ยนฝาหลังหลากสีตามใจชอบ สนนราคา 16,600 บาท แน่นอนว่ามีโปรโมชั่นเด็ดของรุ่นนี้ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End รอติดตามได้ Nokia Lumia 920 ถึงจะวางจำหน่ายมาพอสมควรแล้วแต่ Lumia 920 ยังเป็นวินโดว์โฟนที่สเปคดีมากรุ่นนึง เด่นด้วยดีไซน์ลงตัว จับถือได้ง่าย หน้าจอ Puremotion HD ขนาด 4.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz แรงเหลือเฟือสำหรับวินโดว์โฟน 8 ครับ ติดกล้อง PureView 8.7 ล้านพิกเซล ลูกเล่นเพียบ คุณภาพการันตีได้ รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่องทั้ง 3G ทุกเครือข่าย, Wi-Fi, GPS, NFC, ฯลฯ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Windows Phone Store และแอพฯ เสริมจาก Nokia อีกเพียบเช่น Here Drive, Here Map ฯลฯ ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 18,900 บาท แถมมีอุปกรณ์เสริมเด็ดๆ อย่างแท่นชาร์จไร้สายให้เลือกใช้งานด้วยจ้า LG Optimus L3 II ถึงจะมาแบบเงียบๆ แต่ถ้าคุณชื่นชอบดีไซน์หรูหราของ LG แล้วน่าสนใจครับ สำหรับ Optimus L3 II ยังคงการออกแบบแนว L-Style ไว้เช่นเดิม พร้อมสเปคอัพเกรดขึ้นเล็กน้อย หน้าจอ 3.2 นิ้ว ชิปประมวลผลแรง 1 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ติดกล้อง 3 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งาน 3G WiFi GPS ครบในตัว และแบตเตอรี่ 1500 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้ทั้งวัน ราคาเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียง 3990 บาทเท่านั้นเอง  -> 4,190 LG Optimus L7 II เขยิบขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Optimus L7 II โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์แบบ L-Style ขนาดเล็กพอดีมือ และสเปคภายในที่มาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 4.3 นิ้ว แสดงผลได้คมชัดพอใช้ ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง ที่น่าสนใจคือเรื่องแบตเตอรี่ครับ อัดมาเต็มเหนี่ยวที่ 2,460 mAh กะไม่ง้อแบตเตอรี่สำรองเลยทีเดียว คาดว่ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในราคาราวๆ 8,990 บาทครับ LG Optimus L9 ถึงจะเปิดตัวมาหลายเดือนแต่ Optimus L9 ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าไม่น้อย ด้วยดีไซน์สุดหรู บางเฉียบ หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.7 นิ้ว เหมาะกับใช้งานทั่วไป ดูหนัง เล่นเกมได้ดี ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD ได้ด้วย รองรับ 3G ทุกเครือข่าย และแบตเตอรี่ 2,100 mAh ใช้งานได้นานพอตัว ตอนนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 10,900 บาท ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้ : ) LG Nexus 4 ไม่ควรพลาดกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก สำหรับ Nexus 4 สัมผัสประสบการณ์ Pure Android แบบดั้งเดิม ไม่ปรับแต่งใดๆ ทั้งสิ้น หน้าจอ HD 4.7 นิ้วชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 เวอร์ชั่นล่าสุด แถมยังอัพเกรดได้เรื่อยๆ ในอนาคต กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย แต่เมมโมรี่ภายค่อนข้างจำกัดที่ 16 GB ทั้งนี้ราคาก็เย้ายวนไม่น้อยที่ 15,990 บาท สเปคแรงขนาดนี้ แถมดีไซน์ด้านหลังยังแนวได้อีก ใครจะอดใจไหว  Optimus G   อัพเกรดจาก Nexus 4 นิดหน่อยก็จะได้ Optimus G สมาร์ทโฟน Flagship ของ LG ตอนนี้ หน้าจอ True IPS HD+ ขนาด 4.7 นิ้ว คมกริบสีสันไม่จัดจ้านเกินไป รันบนโอเอสแอนดรอยด์ 4.1.2 ลื่นหัวแตกครับ ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro และติดกล้อง 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD ได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ QSlide รันแอพฯ พร้อมกันได้สูงสุดถึง 3 ตัวด้วยกัน ในอนาคตรุ่นนี้สามารถปลดล็อคให้ใช้งาน 4G LTE ได้ หากคุณคิดว่าซื้อมาใช้งานยาวๆ รุ่นนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนกับราคา 17,990 บาทครับ BlackBerry 9220 มีงบน้อยก็แชทกระหน่ำกับเพื่อนๆ ได้ผ่าน BlackBerry 9220 ราคาเพียง 4,990 บาท รองรับการใช้งาน Social Network ครอบคลุมทั้ง Facebook, Twitter, Line, WhatsApp รวมถึง BBM ฯลฯ ระบบอีเมลดีเยี่ยม เหมาะกับใช้งานในองค์กร ติดกล้อง 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ทั้งวัน อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่รองรับ 3G นะครับ แต่ยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi ดังนั้นจึงไว้เหมาะกับเปิดไว้รับข้อความ อีเมลอะไรต่างๆ ซะมากกว่า BlackBerry 9320 จากข้อจำกัดหลายอย่างบน Blackberry 9220 ทั้งไม่รองรับการเชื่อมต่อ 3G ใช้งาน GPS ก็ไม่สะดวก หากมีงบขึ้นมาอีกหน่อย Blackberry 9320 ลงตัวครับทั้งแป้น QWERTY พิมพ์มันส์สะใจ อัพเกรดสเปครองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS เต็มรูปแบบ กล้อง 3.2 ล้านพิคเซล ใช้งานบนระบบ Blackberry OS 7.1 แบตเตอรี่มากพอใช้งานได้ทั้งวัน แน่นอนว่ามี Blackberry Hub ให้คุณอัพเดทโซเชี่ยลกับเพื่อนๆ ตลอดเวลา สำหรับราคาตอนนี้อยู่ที่ 7,990 บาทครับ BlackBerry 9900 ถึงจะออกมาหลายเดือนแล้วแต่ Blackberry 9900 ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าดึงดูดมาก หากคุณชอบ QWERTY พร้อมดีไซน์หรูหรา คลาสสิคในตัว หน้าจอทัช 2.8 นิ้ว แสดงผลคมชัด ชิปประมวลผลความเร็ว 1.2GHz ตอบสนองการใช้งานรวดเร็วทุกฟีเจอร์ รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และสนุกกับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คบน Blackberry Hub อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่สามารถอัพเกรดเป็น Blackberry 10 ได้ครับ สนนราคา 15,990 บาท BlackBerry Z10 เพิ่งวางขายไม่นานนี้กับสมาร์ทโฟน BlackBerry 10 รุ่นแรกสำหรับ Z10 อัพเกรดสเปคแรงขึ้นกว่าเดิม หน้าจอ HD 4.2 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย กล้อง 8 ล้านพิกเซล ฯลฯ ที่น่าสนใจคือระบบ BlackBerry 10 ฟีเจอร์ใหม่เพียบ สามารถนำแอพฯ จาก Android มาลงใช้งานได้ด้วย ! นอกจากนี้บริการ BBM สามารถใช้งานโดยไม่ต้องสมัครโปร BB เพิ่ม ใช้งาน Social ครบวงจรผ่าน BlackBerry Hub งานนี้ใครเบื่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หรือ iOS มาลองของใหม่บน BB10 ก็ดีเหมือนกันครับ สนนราคาที่ 20,900 บาท BlackBerry Q10 ไม่ชอบทัชสกรีนล้วน BlackBerry ก็จัดสมาร์ทโฟนแป้น QWERTY ให้บนรุ่น Q10 สเปคโดยรวมใกล้เคียงกับ Z10 ทั้งโอเอส ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz ต่างกันตรงสไตล์การใช้งาน และหน้าจอลดเหลือ 3.1 นิ้วเท่านั้น รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย Wi-Fi GPS ครบเครื่อง อัพเดทสถานะบนโซเชี่ยลต่างๆ ผ่าน BlackBerry Hub ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล แต่รุ่นนี้อาจจะไม่เหมาะกับดูหนังเท่าไหร่ จากความละเอียดหน้าจอที่น้อย-ผิดอัตราส่วนปกติไปมากครับ คาดว่าจะได้ยลโฉมตัวเป็นๆ ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ลองติดตามให้ดี Sony Xperia E สัมผัสอารยธรรมสมาร์ทโฟน Sony ราคาประหยัดกับ Xperia E ดีไซน์คลาสสิค หน้าจอทัชขนาด 3.2 นิ้ว ชิปประมวลผล 1 GHz รันบนโอเอส Android 4.1.2 รองรับแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลายบน Google Play Store กล้อง 3 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ 1,500 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้ตลอดวัน รองรับ 3G Wi-Fi GPS ครบ ราคาถือว่าถูกทีเดียวครับเพียง 4,990 บาท Sony Xperia L งบไม่เยอะแต่อยากได้สมาร์ทโฟน Sony ระดับกลางดีไซน์สวย ลองดู Xperia L รุ่นใหม่ล่าสุดครับ หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ดีไซน์คล้าย Xperia J โค้งด้านหลัง ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz (Snapdragon 400) กล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ HD ดูหนัง ฟังเพลงผ่านเครื่องเล่น Walkman เล่นเกมสบายๆ ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 โดยรวมแล้วถือว่าอัพเกรดจากรุ่นเดิม (Xperia J) พอสมควรครับ คาดว่าเปิดตัวในราคาหมื่นบาทเศษๆ เท่านั้น Sony Xperia V ถึงจะผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว แต่ถ้าอยากได้สมาร์ทโฟนฟีเจอร์ครบ ดีไซน์คลาสสิค สามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตรในเวลา 30 นาที ตอนนี้ Xperia V คือทางเลือกที่ยังน่าสนใจทีเดียว นอกจากคุณสมบัติกันน้ำแล้ว ยังมาพร้อมกับหน้าจอ HD ขนาด 4.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 กล้อง 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD ฯลฯ ด้านโปรโมชั่นต่างๆ รอเซอร์ไพรส์ในงานดีกว่า รับรองไม่ผิดหวังครับ Sony Xperia TX ถ้าไม่จำเป็นต้องกันน้ำกันฝุ่น ในราคาเท่ากับ Xperia V สามารถดู Xperia TX ได้อีกรุ่นนึง คุณสมบัติโดยรวมคล้ายกันทั้งชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz, ระบบ Android 4.1.2, กล้อง Exmor R 13 ล้านพิกเซล, รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย ฯลฯ แต่ได้หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD ใช้งานมัลติมีเดียได้สะใจกว่าเดิม ทั้งนี้ Xperia TX ไม่กันน้ำนะครับ อิอิ สำหรับราคาอยู่ที่ 14,990 บาท รับรองว่าใน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End มีโปรโมชั่นพิเศษรุ่นนี้แน่นอน Sony Xperia SP รุ่นนี้คือภาคต่อของ Xperia SL นั่นเองครับ ปรับดีไซน์ สเปคภายในดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงแถบไฟ LED สุดเก๋ไว้เหมือนเดิม รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ HD ขนาด 4.6 นิ้ว ระบบ Mobile Bravia Engine 2, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.7 GHz (MSM8960Pro), กล้อง Exmor RS 8 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD เต็มรูปแบบ เครื่องเล่น Walkman เหมาะกับคนรักเสียงฟังเพลง รองรับ 3G ทุกเครือข่าย ที่สำคัญคือจัดเต็มแบตเตอรี่ 2,370 mAh เอาให้ใช้งานได้ทั้งวันเลยทีเดียว รอติดตามได้ในงานครับ เชื่อว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าจะได้รับความนิยมไม่น้อยเลยล่ะ Sony Xperia ZL น้องรองของ Xperia Z ถึงจะไม่ได้กันน้ำกันฝุ่นได้แบบรุ่นพี่ แต่ Xperia ZL ก็ครองสถิติสมาร์ทโฟนที่มีพื้นที่หน้าจอมากที่สุด (ประมาณ 75%) แถมขนาดยังสามารถจับถือใช้งานมือเดียวได้สบายๆ หน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz กล้อง 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Exmor RS ถ่ายเร็วถ่ายดีกว่าเดิม พร้อมรองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ จากราคาที่ย่อมเยากว่า Xperia Z ถึง 2,000 บาท หากคุณไม่จำเป็นต้องเอาแบบว่ากันน้ำ กันฝุ่น จับถือพกพาง่ายหน่อย รุ่นนี้เหมาะเลยครับ Sony Xperia Z เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่กระแสแรงจริงๆ จนได้รับความนิยมล้นหลามจากผู้ใช้ที่ชื่นชอบ Sony เป็นทุนเดิม และผู้ใช้ที่อยากลองของใหม่ สำหรับ Xperia Z โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร ผิวหน้า-หลังเป็นกระจกทั้งหมด กันน้ำได้ลึก 1 เมตรในระยะเวลา 30 นาทีตามมาตรฐาน IP57 หน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz แรงสะใจ พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 กล้อง 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Exmor RS ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 20,990 บาท ทั้งนี้เวอร์ชั่นไทยไม่รองรับ 4G LTE จ้า Sony Xperia Tablet Z Sony ก็มีแท็ปเล็ตครับ ที่ผ่านมาอาจจะเงียบไปหน่อยกับ Tablet S เนื่องจากเอามาขายช้าไปนิด แต่ได้ข่าวว่า Xperia Tablet Z ตัวใหม่จะมาเร็วกว่าที่คุณคิด ! สเปคหน้าจอ Full HD 10.1 นิ้ว, Android 4.1.2, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, กล้อง Exmor RS 8.1 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD ได้ และที่ไม่เหมือนใครก็คือสามารถกันน้ำได้เช่นเดียวกับ Xperia Z ! ใช้บังฝนบังแดดได้สบายครับ :p ตัวบอดี้บางเพียง 6.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 495 กรัม ถือว่าเบามากเมื่อเทียบแท็ปเล็ต 10.1 นิ้วด้วยกัน รอสัมผัสของจริงในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ได้ที่นี่ที่เดียว i-mobile IQ 5.1 ช่วงนี้ไอโมบายเค้ามาแรงจริงๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวแต่ละรุ่น สเปคจัดว่าแรงจริง คุ้มจริงอย่างรุ่น IQ 5.1 ประเดิมด้วยหน้าจอ 5.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 200 (Quad-Core) รองรับคอนเทนท์ระดับ HD ใช้งาน 3G, Wi-F,i GPS ครบเครื่องในตัวเดียว ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Google Play Store ได้ตามปกติ กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จัดเต็มจริงๆ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ ไว้ก่อน ค่าตัวรุ่นนี้เบาๆ เพียง 6,790 บาท ! i-mobile IQ 9 ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End รอบนี้มีข่าวลือว่า i-mobile เตรียมเผยโฉม Flagship 2 รุ่นใหม่ โดยรุ่นแรกก็คือ IQ 9 นั่นเอง จัดเต็มสเปคหน้าจอ IPS HD ขนาดมหึมา 5.7 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHZ (MT6589) ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 กล้อง 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอระดับ Full HD ดีไซน์สุดหรูบางเฉียบ 8.9 มิลลิเมตร และแบตเตอรี่ 2,600 mAh เหลือแค่ราคาที่ยังไม่ปล่อยออกมาในตอนนี้ รอลุ้นเอาใกล้ๆ งานครับ ถ้าเปิดตัวไม่ถึงหมื่นบาทนี่รับรองว่าบูธแตกแน่นอน i-mobile i-STYLE 7 ตามหาสมาร์ทโฟนสเปคดี ราคาประหยัดแนะนำ i-STYLE 7 จาก i-mobile ครับ ด้วยสเปคระดับ Dual-Core 1 GHz (MT6577) รองรับคอนเทนท์ระดับ HD กล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G แยกคลื่น 850/2100, 900/2100 MHz รันระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 และยังใช้งาน 2 ซิมแบบ Dual-Standby ได้อีกต่างหาก หน้าจอ 4.0 นิ้ว เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปครับ กับราคาสบายกระเป๋าแค่ 3,990 บาท i-mobile IQ 6 จะไม่พูดถึงรุ่นนี้ก็คงไม่ได้กับ IQ 6 รุ่นยอดฮิตที่มีโฆษณาหลายช่องทางให้ชมกัน โดดเด่นด้วยหน้าจอ IPS HD ขนาด 5.0 นิ้ว กระจก Dragontrail สุดทนทาน, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Dual-Standby ติดกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ HD สบายๆ ครับ อย่างไรก็ดี รุ่นนี้อาจจะไม่ลื่นหัวแตกแบบรุ่น Quad-Core ตัวใหม่ๆ ยังไงก็ลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อนะจ๊ะ HTC First สาวก Facebook ไม่ควรพลาดสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ HTC ร่วมมือกับ Facebook พัฒนาขึ้น “HTC First” คือภาคต่อของ ChaCha และ Salsa นำเสนอประสบการณ์การใช้งาน Facebook แบบถึงพริกถึงขิงผ่าน Facebook Home ครอบบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 สเปคภายในใช้หน้าจอ HD 4.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 400 กล้อง 5 ล้านพิกเซล (F/2.0) สามารถลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Google Play Store รวมถึง Social Apps อื่นๆ ได้ไม่มีปัญหา ดีไซน์เรียบง่ายสุดๆ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวยังไม่มีวางจำหน่ายทั่วโลกครับ แต่ก็หวังว่า HTC จะนำมาโชว์ให้เป็นบุญตาในงานนี้ : ) HTC One X+ ถึงจะมีสุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นเหนืออย่าง HTC One ออกมาแล้วแต่ One X+ อดีต Flagship ยังถือว่าน่าสนใจมากทีเดียวจากสเปคภายในไม่ธรรมดา ทั้งหน้าจอ HD 4.7 นิ้ว, บอดี้ Polycarbonate แบบ Unibody, กล้อง 8 ล้านพิกเซล (F/2.0) ระบบเสียง Beats Audio พร้อม Ampifier เมื่อต่อ Output ออกลำโพงแล้วจะฟินขั้นสุด แบตเตอรี่เพียงพอกับการใช้งานทั้งวัน และเมมโมรี่ภายในมากถึง 64 GB เหลือเฟือเลยทีเดียว ด้านราคาเป็นเจ้าของได้ที่ 18,900 บาทครับ HTC Butterfly น้องผีเสื้อสุดสวยมากความสามารถ น่าจะเป็นอีกรุ่นที่สาวๆ ชอบครับจากบอดี้บางเฉียบเพียง 9.1 มิลลิเมตร พร้อมสเปคภายในแรงเอาเรื่อง ทั้งหน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 สามารถอัพเกรดเป็น Sense 5.0 เร็วๆ นี้ ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD พร้อมระบบเสียง Beats Audio ที่น่าสนใจคือมีสีแดงให้เลือกด้วยครับ สวยดี และสามารถกันน้ำได้ในระดับนึง ค่าตัวรุ่นนี้อยู่ที่ 19,900 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลมากทีเดียว HTC One กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้ Galaxy S4, Xperia Z สำหรับ HTC One สมาร์ทโฟน Flagship รุ่นล่าสุดจาก HTC โดดเด่นในด้านวัสดุลบอดี้อลูมิเนียม Unibody สุดแข็งแกร่ง งานประกอบชั้นเลิศ หน้าจอ Full HD 4.7 นิ้ว เนียนที่สุด ณ ตอนนี้ (468 ppi) อินเตอร์เฟส Sense 5.0 สัมผัสประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ พร้อมฟีเจอร์ BlinkFeed, HTC Zoe ฯลฯ กล้อง UltraPixel 4 MP ถ่ายในที่แสงน้อยดีเยี่ยม รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง และลำโพงสเตอริโอ ระบบเสียง BoomSound ดังกระหึ่มมีมิติ เหมือนพกเครื่องเสียงมาเอง ทั้งหมดนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 21,900 บาท ! ไม่ต้องจองรับของทันที เฉพาะงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ที่เดียว Huawei Honor 2 ห่างหายจากการเปิดตัวรุ่นใหม่ไปนาน กลับมาคราวนี้แบรนด์อันดับ 4 ของโลกอย่าง Huawei จัดเต็มกับสมาร์ทโฟน Quad-Core ราคาประหยัด “Honor 2” (หรือ U9508) หน้าจอ HD ขนาด 4.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.4 GHz ระบบปฏิบัติการ Android 4.0.4 (อัพเกรดเป็น Jelly Bean ได้เร็วๆ นี้) ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD, ลำโพงสเตอริโอคู่เสียงดังสะใจ รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย และแบตเตอรี่อึดสะใจ 2,150 mAh ใช้งานได้เต็มวัน ราคาสนนที่ 9,900 บาท คุ้มจริงจัง ! Huawei Ascend Mate นอกจาก Galaxy Mega จอยักษ์ยังมีอีกรุ่นจาก Huawei ที่สเปคคล้ายกัน Ascend Mate สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดมหึมาถึง 6.1 นิ้ว ! ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการเล่นเว็บไซต์ ดูหนัง เล่นเกมแบบเต็มตาสุดๆ ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่ายความเร็วสูงสุดถึง 42 Mbps ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD เต็มรูปแบบ และแบตเตอรี่จัดเต็ม 4,050 mAh พอๆ กับแท็ปเล็ตขนาดหน้า 7 นิ้วเลยล่ะ คาดว่ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายด้วยราคาไม่ถึง 15,000 บาท ยังไงรอติดตามข่าวคราวกันต่อครับ Huawei Ascend P2 อยากได้สมาร์ทโฟนดีไซน์หรู บางเฉียบ สเปคแรงเร็ว แถมรองรับ LTE ความเร็วสูงสุดในโลกที่ 150 Mbps (ในไทยอีกนานมากคงได้ใช้) มีเพียง Ascend P2 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Huawei เท่านั้นครับ บอดี้บางเพียง 8.4 มิลลิเมตร หน้าจอ HD 4.7 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz กล้อง 13 ล้านพิกเซล ลงแอพพลเคชั่นเสริมได้มากมาย น่าสนใจมากครับ อย่างไรก็ดี Huawei Ascend P2 ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายออกมา คาดว่าทาง Huawei จะนำเครื่องมาโชว์ใน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ให้เป็นบุญตาสักหน่อยครับ Acer Iconia B1 แท็ปเล็ตหน้าจอขนาด 7 นิ้ว น้ำหนักเบาพอดีมือ ราคาประหยัดจาก Acer ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะเปิดตัวมาหลายเดือนแล้วก็ตามที นอกจากราคาสุดแสนจะถูก (3,990 บาท) แล้ว ภายในยังมาพร้อมกับคอนเทนท์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กด้วย คล้ายแท็ปเล็ต ป.1 นั่นเอง หรือจะใช้งานด้านมัลติมีเดีย ดูหนัง HD ฟังเพลง ดู YouTube ลงแอพพลิเคชั่นเสริมได้มากมาย บอดี้แข็งแรงทนทาน แต่รองรับเฉพาะการเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น โดยรวมแล้วคงตัดสินใจไม่ยากครับ พบกันในงานนี้แน่นอน Acer Liquid Z2 น้องเล็กสุดในตระกูล Acer Liquid Series แต่สเปคภายในก็จัดว่าน่าใช้ไม่น้อย ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz หน้าจอทัช 3.5 นิ้วความละเอียด 320 x 480 พิกเซล ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ จากบน Google Play Store ทั้งแอพฯ แชท เล่นเกม ยูทิลิตี้เสริมต่างๆ มากมาย ติดกล้อง 3.2 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G, Wi-Fi, GPS ครบเครื่องในตัว ราคารุ่นนี้ถือว่าค่อนข้างถูกครับอยู่ที่ 3,990 บาทเท่านั้นเอง Acer Liquid E1 เพิ่งวางจำหน่ายไม่นานนี้เองกับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางจาก Acer อย่าง “Liquid E1” เน้นมัลติมีเดียเต็มสตรีม ด้วยสเปคหน้าจอ qHD 4.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz รองรับคอนเทนท์ระดับ HD เล่นเกม ดูหนังเต็มหน้าจอ ลำโพงคู่สเตอริโอพร้อมระบบเสียง DTS & Dolby Mobile Plus ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 และกล้อง 5 ล้านพิกเซล รุ่นนี้ราคาไม่ถึงหมื่นบาทครับ หรือจะดูรุ่นถัดไปก็ได้เหมือนกัน หากคุณอยากลองของใหม่ .. Acer Liquid C1 โดยปกติเราจะรู้จัก Intel ในมุมของผู้ผลิตซีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันได้แตกไลน์มาผลิตชิปประมวลผลบนมือถือด้วย Acer Liquid C1 คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่ใช้ชิป Intel ครับ (Intel Z2460) ความเร็ว 1.2 GHz ประมวลผลคอนเทนท์ HD สบายๆ แม้จะเป็น Single Core ก็ตาม (แต่คนละสถาปัตยกรรมกับกลุ่มชิป ARM ที่ใช้บนสมาร์ทโฟนเกือบทั้งหมด) ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G Quad band หน้าจอ qHD ขนาด 4.3 นิ้ว ขนาดพอดีมือ พกพาสะดวกสบาย สำหรับราคารุ่นนี้ตัดได้ที่ 9,900 บาทครับ Acer Liquid E2 อัพเกรดจาก Liquid E1 ก็จะเป็น Liquid E2 ที่มาพร้อมกับชิปประมวล Quad-Core 1.2 GHz (MT6589) แรงขึ้นกว่าเดิม ปรับดีไซน์เล็กน้อย หน้าจอขนาดเดิมครับที่ 4.5 นิ้ว ความละเอียด qHD, ระบบเสียง DTS & Dolby Mobile Plus พร้อมลำโพงสเตอริโอคู่ แบตเตอรี่ 2,000 mAh กล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ HD สบาย ๆ แบตเตอรี่ความุ 2,000 mAh สามารถใช้งานได้ทั้งวัน ทั้งหมดนี้ราคาค่าตัวของ Acer Liquid E2 ไม่ถือว่าแพงนัก 9,900 บาท แต่ยังไม่วางจำหน่ายในนี้จ้า Acer Iconia A1 Acer ต่อยอดแท็ปเล็ตราคาประหยัดสุดขั้ว เอาใจผู้ใช้ระดับล่าง-กลางที่มีงบไม่มากนัก แต่อยากได้ของดีมีแบรนด์ อีกไม่นานเกินรอ เตรียมพบกับ Iconia A1 แอนดรอยด์แท็ปเล็ตสเปคแรงขนาดจอ 7.9 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2GHz กล้อง 5 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อ WiFi สำหรับเล่นอินเตอร์เน็ต โหลดแอพฯต่างๆ แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเปิดตัวในราคาประมาณ 5-6 พันบาทเท่านั้น รอติดตามอัพเดทข่าวคราวของรุ่นนี้ได้เลย หากต้องการ Android Tablet สเปคดีราคาเบาๆ ครับ OPPO Find Piano มาดูสมาร์ทโฟนแบรนด์ OPPO กันบ้างครับกับรุ่นล่างราคาประหยัด Find Piano (R8113) พร้อมสเปคการใช้งานครบในตัว ดีไซน์เรียบง่ายวัสดุดีขึ้นจากรุ่นก่อนๆ หน้าจอ IPS ขนาด 4.0 นิ้ว แสดงผลได้ค่อนข้างดีทีเดียว ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 พร้อม OPPO UI ใช้งานไม่ยาก สีสันสดใส ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz, กล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ระดับ HD 720p รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แถมใช้งาน 3G ได้ทุกเครือข่าย ถือว่าน่าสนใจทีเดียวหากงบไม่มากนัก สำหรับราคารุ่นนี้อยู่ที่ 7,990 บาทเท่านั้นเอง OPPO Find Way รุ่นนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่สาวๆ เพราะมีจุดขายที่กล้องหน้าชั้นเลิศ 5 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Beauty ทำให้หน้าเนียนใส สว่าง ไร้สิวแบบไม่ต้องเมคอัพเลยทีเดียว ตัวเครื่องบางเฉียบ 9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 113 กรัม หน้าจอ qHD ขนาด 4.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป ทั้งแชท Line เล่นเกม เข้าเว็บ ดูหนัง HD ฯลฯ กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล รันโอเอส Android 4.1.2 เมมโมรี่ภายใน 16 GB และรองรับ 3G ทุกเครือข่าย ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 10,900 บาท แน่นอนว่าหากคุณชอบมือถือกล้องหน้าแจ่มๆ รุ่นนี้ดีที่สุดแล้วครับ OPPO Find 5 สร้างความฮือฮาไม่น้อยเมื่อ OPPO นำเสนอสมาร์ทโฟน Quad-Core จอ Full HD ขนาด 5 นิ้ว สเปคเท่ารุ่นใหญ่ แต่วางจำหน่ายในราคาเพียง 15,990 บาท ! สำหรับ Find 5 หรือ X909 มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลสวยงาม สีสันคมชัด, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ติดกล้อง 13 MP บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย อย่างไรก็ดี เสียดายที่รุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มเมมโมรี่ภายนอกได้ครับ แต่ก็มีให้เลือก 2 ความจุคือ 16 GB และ 32 GB โดยโมเดล 32 GB ราคาจะสูงกว่า 2,000 บาท มี 2 สีให้เลือก ใครหาสมาร์ทโฟนแรงๆ ราคาสุดคุ้มก็ต้องเป็นรุ่นนี้แล้วล่ะ Asus FonePad ดำเนินรอยตาม Galaxy Tab เป๊ะๆ เป็นแท็ปเล็ตที่สามารถใส่ซิมการ์ด โทรออก ใช้งาน 3G ได้เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7.0 นิ้ว (1280 x 800 พิกเซล) น้ำหนักเพียง 340 กรัม ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ชิปประมวลผล Intel Z2420 1.2 GHz รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย กล้อง 3 ล้านพิกเซล และรองรับคอนเทนท์ระดับ HD สบายๆ เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมากครับ เพราะราคาเปิดตัวถูกมาก ! เพียง 7,990 บาทเท่านั้นเอง Asus MemoPad 7 แท็ปเล็ตราคาประหยัดจาก Asus ดีไซน์วัสดุดูดี มีให้เลือกหลากสีสัน มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ชิปประมวลผล 1 GHz รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เอาไว้ลงแอพพลิเคชั่นเสริม เล่นเน็ต ดูหนัง HD ได้ครับ แบตเตอรี่ถือว่าอึดพอตัว ราคาสนนที่ 4,990 บาท ก็ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่ Asus Nexus 7 แท็ปเล็ต Nexus ในตำนานที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ Pure Google บนหน้าจอขนาด 7.0 นิ้ว สามารถใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G เล่นเน็ต แชทได้ทุกที่ทุกเวลา เมมโมรี่ภายใน 32GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 อัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ได้เรื่อยๆ กล้องหน้า 1.3 ล้านพิคเซล เชื่อมต่อ NFC-Bluetooth และชิปประมวลผล Tegra 3 Quad-Core ราคาจัดได้ที่ 10,900 บาท ถือว่าไม่แพงนะครับ Asus PadFone Infinity สมาร์ทโฟนไฮบริดแท็ปเล็ตรุ่นล่าสุดจาก Asus แรงสุดขั้วด้วยสเปคจัดเต็ม หน้าจอ Super-IPS+ ความละเอียด Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 600 ระบบปฎิบัติการ Android 4.2 ติดกล้อง 13 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 2,400 mAh ส่วนตัว Tablet Dock ความสามารถสูงขึ้นกว่าเดิม หน้าจอ Full HD 10.1 นิ้ว, บิ้วท์อินแบตเตอรี่ 5,000 mAh สามารถชาร์จตัวสมาร์ทโฟนขณะเสียบ Dock ได้ด้วย ทั้งนี้ราคาขายอาจจะสูงพอตัวด้วยสเปคจัดเต็ม พร้อม Tablet Dock ในชุดขาย ยังไงก็รอติดตามกำหนดวางจำหน่ายได้เร็วๆ นี้ Sharp AQUOS Phone AQUOS Phone เป็นสมาร์ทโฟนจอ Full HD รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยครับ แต่กระแสดูเงียบๆ ไปหน่อยเลยไม่เป็นที่รู้จักมากนัก สเปคภายในใช้ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 กล้อง 8 ล้านพิกเซล หน้าจอ Sharp IGZO ความละเอียด Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด สวยงามทีเดียว เหมาะกับใช้งานดูหนัง เล่นเกมได้ดี รุ่นนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 16,990 บาท คาดว่าในงานจะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ออกมาแน่นอนครับ iPhone 5 คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากกับสมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดจาก Apple แม้จะวางจำหน่ายมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ส่วนนึงเป็นเพราะการดีไซน์ โอเอส แอพพลิเคชั่นหลากหลาย และยังขายต่อได้ราคาค่อนข้างดีกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่น สเปคภายในมาพร้อมหน้าจอ 4.0 นิ้วความละเอียด HD, ระบบปฎิบัติการ iOS 6.1.3 กล้อง 8 ล้านพิกเซล และรองรับ 4G LTE ในอนาคตอีกด้วย ส่วนราคายังคงเดิมครับ สอบถามโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่ายได้เลย   พื้นที่จัดแสดงบูธต่างๆ ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End   ข้อมูลที่จอดรถและเส้นทางการเดินทางมางาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End   Source : thailandmobileexpo

Dtac ส่งโปรสุดฮ็อต ลดราคาพิเศษหลายรุ่น ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมของแถมเพียบ
dtac /  Nokia Lumia / 

ดีแทคจัดทัพสมาร์ทโฟน งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 นำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทุกระบบปฏิบัติการ และพิเศษสุด Huawei U2800 และ Aircard Speedy 7.2 DS2 ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษมากมาย ดีแทคนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดร่วมงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศต้อนรับต้นปี “ งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 ” ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษมอบส่วนลดสมาร์ทโฟนราคาพิเศษสุด (เฉพาะรุ่น) พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษมากมาย รวมทั้งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากดีแทค พิเศษ! Samsung Galaxy Grand II ราคา 11,900 บาท พร้อมผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน และ 0 % นาน 20 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และพิเศษสุด Huawei U2800 และ Aircard Speedy 7.2 DS2 ซื้อ 1 แถม 1 เฉพาะงานนี้เท่านั้น สมาร์ทโฟนราคาพิเศษๆ เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ • Sony Xperia E ราคาปกติ 4,990 บาท ราคาพิเศษ 2,890 บาท รับฟรี Sony Xperia Bag มูลค่า 1,290 บาท และ ร่ม Sony มูลค่า 890 บาท • Sony Xperia Z1 ราคาปกติ 20,990 บาท ราคาพิเศษ 18,900 บาท รับฟรี Sony bag มูลค่า 1,290 บาท และ Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • i-Mobile IQ 5.1 Pro ราคาปกติ 5,700 บาท ราคาพิเศษ 4,800 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Black Berry Q10 ราคาปกติ 22,990 บาท ราคาพิเศษ 11,900 บาท รับฟรี Car Bluetooth Stereo Clip มูลค่า 1,990 บาทและ Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Nokia Lumia 925 จากปกติ 13,500 บาท ราคาพิเศษ 10,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Nokia Lumia 1020 จากปกติ 19,900 บาท ราคาพิเศษ 18,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท และ ลำโพง Jabra Soulmate มูลค่า 5,990 บาท • Nokia Lumia 625 จากปกติ 6,990 บาท ราคาพิเศษ 5,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • HTC One จากปกติ 17,900 บาท ราคาพิเศษ 15,900 บาท • HTC One Mini จากปกติ 12,500 บาท ราคาพิเศษ 10,500 บาท • Samsung Galaxy Note 10.1 Editon 2014 จากปกติ 20,900 บาท ราคาพิเศษ 19,500 บาท รับฟรี Remax Powerbank 5000 Mah มูลค่า 1,390 บาท • Samsung Galaxy Grand จากปกติ 9,900 บาท ราคาพิเศษ 8,900 บาท รับฟรี Car Bluetooth Stero Clip มูลค่า 1,990 บาท • Samsung Galaxy Note II จากปกติ 15,900 บาท ราคาพิเศษ 13,900 บาท รับฟรี Remax Powerbank 5000 mAh มูลค่า 1,390 บาท และ Case Note II มูลค่า 690 บาท • Dtac TriNet Phone Lion ราคาพิเศษ 5,590 บาท รับฟรี Case มูลค่า 349 บาท • Dtac TriNet Phone Cheetah ราคาพิเศษ 4,290 บาท รับฟรี Case มูลค่า 349 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าดีแทค รับข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ • ฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 1,5OO บาท และติดฟิล์มกันรอยจาก Focus • รับ Cash back จากบัตรเครดิดที่ร่วมรายการ • เมื่อสมัครแพ็กเกจจากดีแทคมูลค่า 350-500 บาท ขึ้นไป รับฟรี Asscessories bag มูลค่า 189 บาท และเมื่อสมัครแพ็กเกจดีแทคมูลค่า 500 บาทขึ้นไปรับฟรี T-Shirt TriNet มูลค่า 349 บาท นอกจากนี้เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนจากดีแทคทุกรุ่นรับแพ็กเกจสุดพิเศษ Smartphone SmartSet 555 จ่ายเพียง 555 บาทต่อเดือน รับโทรฟรีถึง 700 นาที พร้อมใช้อินเทอร์เน็ตและ WiFi ไม่จำกัดนานถึง 2 ปี สิทธิพิเศษนี้มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น พบกับสมาร์ทโฟนอีกมากมายจากดีแทคพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูทดีแทคในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รีวิว AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps: เปลี่ยน 3G ให้เป็น WiFi ส่วนตัว
ais /  AIS 3G Pocket WiFi

ปัจจุบันความเร็วอินเตอร์เน็ต 3G มีความเร็วเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมาก ทำให้ 3G เข้ามามีบทความในชีวิตประขำวันของเรามากขึ้น ผมเองเป็นอีกหนึ่งคนที่ขาดเน็ตไม่ได้เลย ถึงแม้ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเล่น แต่ก็จำเป็นต้องมี 3G สแตนบายไว้สำหรับทำงานนอกสถานที่หรือ มีงานด่วนเข้ามาในช่วงที่ผมไม่สามารถเข้าถึง WiFi ได้ หลายครั้งที่ผมต้องแชร์อินเตอร์เน็ต 3G หรือที่เราเรียกกันว่า WiFi Hotspot จากมือถือเพื่อให้ Notebook หรือมือถืออีกเครื่องที่ไม่มีเน็ต สามารถเล่นเน็ตได้ ปัญหาที่เจอไม่ใช่เรื่องความเร็ว 3G แต่เป็นเรื่องความร้อนของมือถือเครื่องที่ปล่อย WiFi Hotspot ที่จะร้อนมากๆ แบตก็หมดเร็ว อุปกรณ์ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผมและอีกหลายๆ คนที่ต้องมักจะใช้ WiFi Hotspot อยู่เป็นประจำก็คือ AIS 3G Pocket WiFi AIS 3G Pocket WiFi จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน คือ AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps และ AIS 3G Pocket WiFi 42 Mbps รุ่นที่ผมจะมารีวิวให้ชมกันก็คือตัว 21.6 Mbps ตัวนี้ราคาพิเศษอยู่ที่ 1,499 บาท จากราคาปกติ 1,990 บาท ความสามารถของเจ้า AIS 3G Pocket WiFi นอกจากเรื่องการรองรับความเร็ว 3G สูงสุงถึง 21.6 Mbps แล้ว ยังสามารถแชร์สัญญา WiFi พร้อมกันได้ถึง 10 เครื่องเลยทีเดียว AIS 3G Pocket WiFi มีไฟสถานะแจ้งเตือนการทำงาน อาทิ สัญญาณเครือข่าย, สัญญาณ WiFi, แบตเตอรี่, ข้อความ ปุ่มสำหรับเปิดและปิดเครื่องจะอยู่ขวาสุด การทำงานง่ายมากๆ โดยอาศัยแค่ปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว AIS 3G Pocket WiFi ผลิตโดย Huawei ด้านหลังระบุชัดเจน รุ่นนี้รองรับ 3G สูงสุด 21.6 Mbps ด้านล่างจะมีช่องสำหรับต่อ micro USB 2.0 สำหรับชาร์จแบต และซิงค์ข้อมูลกับคอม อ้อ.... สามารถใส่สายคล้องกับตัว Pocket WiFi ได้ด้วย AIS 3G Pocket WiFi มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-Polymer ที่ถอดเปลี่ยนได้ ความจุ 1500 mAh สามารถใช้งานได้ราวๆ 5 ชั่วโมง ส่วนซิมรองรับซิมขนาดธรรมดา รองรับคลื่น 900/2100 MHz เวลาจะใส่ซิมหรือถอดซิมก็ต้องแกะแบตเตอรี่ออกก่อน ด้านในของฝาหลังและตัวเครื่องจะมีชุดตัวเลข 8 ตัว เรียกว่า WiFi Key ใช้สำหรับเป็น password ค่าเริ่มต้น สามารถใช้รหัสตัวนี้กรอกเข้าใช้งาน แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่อีกที หรือถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราใช้งานไปเกิดลืมรหัสผ่าน ก็สามารถ Reset Password แล้วกรอกตัวเลขชุดนี้เพื่อข้าใช้งานได้อีกครั้งเช่นกัน AIS 3G Pocket WiFi ไม่ต้องเป็นต้องติดตั้ง driver หรือโปรแกรมใดๆ ก่อนใช้งาน (เพราะไม่ใช่ Aircard) แต่ทาง AIS เองก็มีการใส่ driver ของตัว Pocket WiFi มาให้ เผื่อท่านไหนต้องการติดตั้งเพื่อง่ายต่อการเข้าตั้งค่าการใช้งาน Pocket WiFi สำหรับท่านที่ต้องการติดตั้งไดร์เวอร์ก็เพียงแค่ต่อ Pocket WiFi กับคอมพิวเตอร์จากนั้นจะมีไดร์เพิ่มขึ้นมา ในนั้นจะมีไฟล์สำหรับติดตั้งไดร์เวอร์มาให้ก็ทำการติดตั้งได้เลย สำหรับการตั้งค่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเราสามารถตั้งค่าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดคอม ซึ่งวิธีการก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ต่อ WiFi เข้ากับ AIS 3G Pocket WiFi จากนั้นเปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าไปที่ URL: http://ais3gpocketwifi.home/ จะมีหน้าตั้งค่าอย่าง่ายสำหรับมือถือแสดง (หน้าตั้งค่าเวลาเปิดในมือถือกับคอมจะแสดงต่างกัน) นอกจากนั้นยังสามารถดูสถิติการใช้งาน และดูได้ว่าตอนนี้มีเครื่องที่เชื่อมต่อกับ Pocket WiFi อยู่ทั้งหมดกี่เครื่อง จากที่ทดสอบพบว่าสามารถเชื่อมต่อได้มากที่สุด 10 เครื่อง ในหน้าตั้งค่านี้เราสามารถเข้าอ่าน SMS , ส่ง SMS ได้ด้วย นอกจากนั้นเรายังสามารถเปลี่ยนชื่อ WiFi ตามที่เราต้องการ กำหนดรหัสผ่านเข้าใช้งาน WiFi ใหม่ได้เอง แต่ถ้าต้องการตั้งค่ามากกว่านี้ก็ต้องเปิด URL: http://ais3gpocketwifi.home/  ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ถ้าเปิดผ่านคอมก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ ซึ่งเราจะสามารถตั้งค่าการใช้งานที่หลากหลายกว่าเวลาเปิดในมือถือ ถ้าใครพอมีความรู้ทางด้าน Network นิดนึงก็จะสามารถตั้งค่าการใช้งานขั้นสูงได้ เปรียบเสมือนตั้งค่าเร้าเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าใครต้องการการใช้งานที่ปลอดภัย หรือกลัวคนอื่นเข้ามาแย่งใช้งานก็สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ครับ อย่างที่กล่าวไว้ เหมือนการตั้งค่าในเร้าเตอร์แทบทุกประการ แต่การตั้งค่าตรงนี้ต้องอาศัยควมารู้ทางด้าน Network ประกอบด้วย ถ้าตั้งค่าผิด จะเข้าใช้งานไม่ได้ ถ้าท่านไหนขี้เกียจเปิดคอมก็สามารถตั้งค่าในเบราว์เซอร์ในมือถือ โดยให้เลือกใช้ Desktop site เพียงเท่านี้ก็สามารถแสดงผลการตั้งค่าแบบในคอมแล้วครับ เรื่องความเร็วในการใช้งานจริงก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราใช้งาน ณ ช่วงเวลานั้นๆ ถ้ามีคนใช้ 3G เยอะความเร็วก็จะถูกแชร์กัน ถ้าคนใช้น้อยความเร็วที่เราได้ก็จะสูง เท่าที่ลองทดสอบดู เน็ตจะวิ่งตั้งแต่ 1-14Mbps สำหรับท่านไหนสนใจ ทาง AIS มีโปรโมชั่น ฟรี 3G จำนวน 500MB นาน 1 เดือน ครับ หาซื้อได้แล้ววันนี้ ตาม AIS Shop, Telewiz Shop และร้านค้า IT ทั่วประเทศ ในราคา 1,499 บาท

Huawei Ascend P2 เทพแห่ง 4G LTE สปีดสุดในโลก 150Mbps !!
4g /  Ascend P2 / 

  ขณะที่ค่ายน้อยใหญ่ กำลังบิ๊วงานกล้องสมาร์ทโฟน ให้ใกล้เคียงกับ DSLR มากที่สุด เท่าที่จะโมดิฟรายด์กันได้ ค่ายจีนแผ่นดินใหญ่ ก็พา Huawei Ascend P2 ออกมาเปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2013 ที่บาเซโลน่า  พร้อมนิยามลูกหม้อ ตัวนี้ว่าเป็น " เทพแห่ง 4G " !!   เทพแห่ง 4G ตัวนี้อัดโมเดม LTE Cat 4 เข้ามา เพื่องานดาวน์โหลดที่สูงถึง 150Mbps เป็นตัวเลขที่โอเปอร์เรเตอร์ฝั่งสหราชอาณาจักรเท่านั้น สามารถออกมาคอนเฟิร์มได้ว่า Ascend P2 ดาวน์โหลดด้วยความเร็วระดับนี้ได้จริง   ขณะที่การเข้าถึงดาต้าอย่างสายฟ้าแล่บนี้ จะถูกขับเคลื่อนด้วยซีพียู quad-core 1.5GHz processor ที่หัวเหว่ยโมขึ้นเอง แรมจัดมาที่ 1GB นำเสนอผ่านจอ Gorilla Glass 2 ขนาด 4.7 นิ้ว (315ppi) รัน Android 4.1 Jelly Bean จะลงตลาดในไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้ เปิดราคายุโรปไว้ที่ €399 ราว  16,000 บาท .     Huawei Ascend P2   หน้าจอ IPS  4.7 นิ้ว Gorilla Glass 2 ซีพียู quad-core 1.5GHz processor แรม 1GB กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล รองรับ LTE Cat 4 ดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps แบตเตอรี่ 2420 mAh พร้อมเทคโนโลยี ประหยัดพลังงาน 25% ลงตลาดไตรมาส 2 ในยุโรป ราคา €399 ราว  16,000 บาท      Source & Pics : pocket-lint 

อามิตตาพุทธ หลุด OPPO 6.65 mm บางสุดในโลกหล้า!!
Find 3 /  OPPO / 

OPPO 6.65 mm - OPPO เพิ่งปล่อย Find 3 ลงตลาดได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนการชิมลางตลาดแอนดรอยด์จะถูกปาก  เพราะท่ามกลางข่าวหลุดลอย ของตัว Samsung Galaxy S III และเจ้าอื่นๆ ที่เน้นไปอัดกันทีซีพียู 4 คอร์ แหล่งข่าวจากจีน 花朵3GS ก็ปล่อยภาพ android ตัวใหม่ของ OPPO ที่มาพร้อมกับความบางเพียง 6.65 มิลลิเมตรเท่านั้น ชนะเจ้า Huawei Ascend P1 S ที่หนามากกว่า0.03 มิลลิเมตร ไปได้อย่างฉิวๆ ขณะที่หลายคนสงสัยว่ามันใช่ OPPO จริงหรือเปล่า เมื่อซูมเข้าไปส่อง UI ใกล้ๆ หน้าตาของมันไม่ผิดจาก OPPO Find ตัวพี่ นอกจากนี้ ดูเหมือนมันยังมาพร้อมกับ  หน้าจอ gorilla glass  อีกด้วย งานนี้ไม่รู้ว่าเรือธงค่ายอื่นๆ จะหนาวๆ ร้อนๆ กับน้องบางเฉียบที่สุดในโลกหล้า ตัวนี้บ้างหรือเปล่านะ ? Source By Engadget China ,  droidsans , mxphone

MediaPad 7 นิ้ว แอนดรอยด์ 3.2 เครื่องแรกของโลก!!
Android Honeycomb 3.2 /  Google I/O / 

หลังจากโลกไอทีต่างกรำศึกแท็บเล๊ตอย่างหนักหน่วง  หันไปทางไหนก็เจอ เหลี่ยม บาง เหลี่ยม แบน จนเริ่มเลียน หลังการเปิดตัว แอนดรอย์  Ice cream Sandwich  (4.0) ในงาน Google I/O เมื่อต้นเดือน พลันวงการดรอยด์เริ่มค่อยๆ ซาลงประปราย  เพราะนั่นเป็นไซเลนจากกูเกิลถึงเหล่าผู้ผผลิต ให้เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับฮาร์ดแวร์ใหม่เพื่อรองรับ 4.0 กันได้แล้ว แต่วันนี้ทางฝากของ Huawei จากจีน ผุดบางสิ่งอย่างเรียกสายตาชาวดรอยด์ คั่นเวลารอกินไอศกริมแซนวิช กับ "MediaPad 7 นิ้ว"  ที่มาพร้อมระบบปฎิบัติ "Android Honeycomb 3.2" เครื่องแรกของโลก  โดยทำการเปิดตัววันนี้เอง ณ งาน  CommunicAsia ในสิงคโปร์ สำหรับสเปกประกอบด้วยซีพียู dual - core  Qualcomm ความเร็ว 1.2 GHz,  จอ IPS capacitive ประมวลผลพิกเซลเท่ากับ 217 ต่อนิ้ว, ระบบ GPS, กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 5 ล้านพิเซล, สัญญาณ Wi-Fi (802.11n)  ความยาวแบตเตอรี่ 6 ชั่วโมง Huawei MediaPad 7 นิ้ว พาขนาดความบางมาที่ 10.5  มม. หนัก 390 กรัม หรือประมาณ 0.86 ปอนด์ พร้อมด้วยฟีเจอร์การถ่ายวีดีโอ  1080p กับ HSPA+ (High Speed Packet Access) ที่  14.4Mbps และ 3G , ความจำภายใน 8GB พร้อมรองรับ microSD , Bluetooth, และ พอร์ต  HDMI  MediaPad จะลงสนามแท้บเล๊ตในช่วงไตรมาสหน้ากับราคาที่ 17,000 โดยประมาณ!! * Specs* Android Honeycomb 3.2 OS 7-inch IPS LCD capacitive touchscreen 10.5mm (0.4 inches) slim, ~390g weight (0.86 pounds) 1.3 MP front-facing camera, 5 MP auto focus rear facing camera with HD video recording capabilities HSPA+ 14.4 Mbps, WiFi 11n Dual-core 1.2GHz Qualcomm processor Over 6 hours battery life 1080P full HD playback and HDMI port Flash 10.3 Source By Akibaharanews

เก็บตกงาน Communic Asia 2011
communic asia /  huawei / 

ผ่านไปแล้วนะครับ กับงานใหญ่ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นงานระดับโลกอีกงานหนึ่ง กับ Communic Asia 2011 และ Broadcast Asia 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองงาน จัดมากพร้อมกันครับ ทำให้ ทีมงาน Mthai หลายชีวิตได้ไปส่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ในงานกันครับ โดยสำหรับ Communic Asia นั้นเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน IT เป็นหลัก ดังนั้นบรรยากาศในงานจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีทั้งในด้านของ อุปกรณ์และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตั้งแต่สายแลน, 3G, มือถือ ไปจนถึงระบบเครื่อง Server เลยทีเดียว โดยงานนี้ จะพาไปชมกลุ่มที่เป็นไฮไลท์เน้นๆ กันนะครับ สำหรับในงานวันแรก ด้วยความที่กลัวไม่ทัน ทีมงานทั้งหมดตื่นกันตั้งแต่ไก่โห่ ( หกโมงเช้าสิงคโปร์เท่ากับตีห้าบ้านเรา) ไปยังสถานที่จัดงานคือ Marina Bay Sand. โดยไปกับรถโดยสารระหว่างงาน Commuic Asia กับ Broadcast Asia 2011 ซึ่งปรากฏว่า "โล่ง!!!" เพราะไปกันก่อนงานเปิด หลังจากที่ได้บัตรเข้างานเรียบร้อยแล้วก็ไปเดิน เดิน แล้วก็เดิน เนื่องจากภายในงานนั้น มีถึง 3 ชั้นด้วยกัน . NFC : Near Field Communications. . สำหรับ Technology ที่พบได้บ่อยมาก ดูมาแรง และน่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็น NFC : Near Field Communication โดยเจ้าตัวนี้ จะพบเห็นได้เยอะทีเดียวในงาน ซึ่งมีหลายค่ายนำเทคโนโลยีของตนเองมาแสดง โดยระบบนี้ เป็นระบบที่สามารถทำให้เราจ่ายเงินในการซื้อสินค้า-บริการได้อย่างสะดวกสบายกว่าการรูดปรื๊ดๆ ด้วยซ้ำ เพียงแค่นำมือถือ ไปแตะใกล้กับจุดสัมผัสของ NFC (ให้นึกถึงการเอาบัตร BTS ไปแตะตรงทางเข้ารถไฟฟ้าเลยครับ) จากนั้นก็กด Ok เท่านั้น ระบบก็จ่ายเงินกันเรียบร้อย ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่งสินค้าที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร ได้เลย เพียงแต่ปัญหาหลักของระบบคือ เจ้าระบบนี้ยังมีต้นทุนสูงอยู่ในแง่ของอุปกรณ์ที่ใช้งาน รวมทั้งมือถืออีกหลายรุ่นที่ยังไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะค่ายใหญ่อย่าง iphone, BB, Nokia ซึ่งในบูทที่เค้านำมาสาธิตให้ดูคือ เป็นปลอกกันกระแทกที่มี NFC พ่วงเข้ามา เพียงแต่ ณ ตอนนี้ ต้นทุนของเจ้าปลอก NFC ของ iphone ที่นำมาแสดงยังมีราคาถึง $80 เลยทีเดียว (เจ้าหน้าที่ประจำบูทยังบอกแบบติดตลกว่า "แล้วจะมี user กี่คนที่ซื้อ" ) คลิปเกี่ยวกับ NFC ในงาน Communic Asia 2011 . จอภาพ หลายแบบ หลากรุ่น หลายขนาด 3D เพียบ!!! . ภายในงานจะมีจอภาพแบบต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกันอย่าง ทีวี - จอภาพ - Projector ที่แสดงผลแบบ 3มิติ ที่จะเห็นได้บ่อย เท่าที่จะบ่อยได้ มีทั้งบริษัทที่มาจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน โดยแทบทั้งหมดจะแสดงกันเต็มพื้นที่ ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่มากๆ นอกจากนี้ยังมี เจอภาพแบบอื่นๆ อีกเช่น จอภาพแบบใส ที่สามารถมองทะลุผ่านไปเห็นวัตถุที่อยู่ด้านหลังได้ จอภาพแบบใสที่มองทะลุภาพด้านหน้าไปได้ . เป้าหมาย No. 1 ของงาน Nokia N9 เจ้าพระเอกหมายเลขหนึ่งของทีมงานที่ไปเห็นจะหนีไม่พ้นเจ้า Nokia N9 ที่นำมาแสดงในงานให้ได้ลองลูบไล้ Swipe กันเน้นๆ ครับ ซึ่งเจ้า N9 ตัวนี้มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Meego ที่เรียกได้ว่า  Nokia ภูมิใจเสนอมาก สัมผัสได้จากเจ้าหน้าที่ประจำบูทที่คุยกับทีมงาน ซึ่งบินมาจากฟินแลนด์ ถามอะไรตอบได้ แม้กระทั่งถามกันไปว่า แล้วไอ้ Window Phone 7 ล่ะทำไง พี่ท่านก็ตอบมา สรุปใจความได้ว่า ในแนวทางนั้นแล้วแต่ทางทีมบริหาร แต่ที่แน่ๆ Meego, N9 เทพ!!! สรุปคร่าวๆ กับเจ้า Nokia N9 นะครับ สิ่งแรกที่สัมผัส เห็น คือ "มันสวยดีนะ" หน้า Home มีข้อมูลทุกอย่างให้ใช้งาน เสมือนยก Wall ของ Facebook มาใส่ไว้ก็ไม่ปาน ซึ่งเราสามารถจะเห็นข้อมูลกิจกรรม หรือ ข้อความเตือนต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนในหน้า Home  ส่วนรูปร่างหน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลย ต่อมาคือ "ลื่นปรื๊ดดด" เราสามารถตั้งหน้าจอได้หลายๆ หน้าเมื่อดั่ง iphone หรือ android รุ่นต่างๆ เพียงแต่มันสามารถ สลับไปมาระหว่างโปรแกรมได้เนียนกว่า! เช่น เมื่อคุณเปิดคลิป-หนัง ดูอยู่ เพียงแค่เลื่อน เปลี่ยนหน้าจอ หนังที่ดูไว้จะถูกหยุดให้อัติโนมัติ และสามารถเลื่อนกลับมาดูต่อได้ โดยไม่มีกระตุก สะดุดให้เห็น ส่วน Spec อื่นๆ ก็ถือว่า ไม่โดดเด่นมากนักไม่ว่าจะเป็น CPU ความไว 1 Ghz., กล้องความละเอียด 8ล้านพิกเซล กับ เลนซ์ Calr Zeiss, ช่องเสียบ USB ที่สามารถใช้งานเก็บภาพเก็บไฟล์ได้เลย ไม่ต้องผ่าน i-Tunes (ตรึ่งโป๊ะ!! เค้าโฆษณาประมาณๆนี้ ) และแน่นอน มี NFC ให้ด้วย ที่แน่ๆ มันเล่น Angry Birds ได้ลื่นมาก!!! ( เอ๊ะ!! Angry birds มันเป็นตัวทดสอบมือถือกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!? ) คลิปโชว์ Nokia N9 . พระรองอย่าง Huawei MediaPad. . ในงานนอกจากจะมีเจ้า N9 ตัวเป็นๆ มาให้สัมผัสกันแล้ว ยังมีการเปิดตัวของ Tablet จากค่ายหัวเหว่ย ในรุ่น MediaPad ซึ่งบอกว่า เป็น Android Honeycomb รุ่นล่าสุด 3.2 (ในตลาดส่วนใหญ่ยังเป็น 3.0 นะครับ) ซึ่งเป็น Tablet ขนาด 7 นิ้ว CPU ความไว 1.2 Ghz. หลังจากที่ได้ลองสัมผัส จับตัวเป็นๆ ลูบไล้ไปมา พบว่า "Android ก็ยังเป็น Android" เพราะไม่รู้สึกถึงความต่างกับ Tablet ที่เป็น Android จากค่ายอื่นๆเท่าไหร่ ทั้งในแง่ความไว ความนิ่งของการใช้งาน สำหรับ ผู้ใช้งาน Tablet ที่ใช้ OS อย่าง Android ต้องยอมรับกันว่า Rom ที่มาจากศูนย์นั้น มีปัญหาแทบทุกตัว ทุกค่าย เสมอๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับเจ้าตัวนี้ก็เช่นกัน ยังคงพบเห็นอาการ Force Close แว๊บๆ (ในเครื่องข้างๆ) เห็นอาการสะดุดเล็กน้อย ซึ่งหากคาดหวัง ก็คงต้องหวังว่าเมื่อวานตลาดปัญหาของ rom จะนิ่งกว่านี้ หรืออาจหวังไปถึงรอมโมฯ จากที่ต่างๆเช่น CyanogenMod หรือจาก ใน XDAforum เพื่อรีดประสิทธิภาพมากกว่านี้ สรุปง่ายๆ ว่า โดยรวมวัสดุดีตามมาตรฐานของหัวเหว่ย ส่วนรอมยังต้องรอดูว่าจะนิ่งแค่ไหน ( ทำให้เห็นว่า การที่ Samsung ส่งเครื่องต่างๆให้กับทีมพัฒนารอมหลายๆค่ายเป็นเรื่องที่ทำให้เครื่องรุ่นนั้นเกิดความน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม) ส่วนที่ยังกดดันให้หัวเหว่ยยังต้องคิดเพิ่มเติมคือ การที่ Ipad3, iphone5 จะเปิดตัวในปลายปีนี้อีกต่างหาก ดังนั้น หากยังช้า ก็คงยากกก ทั้ง Huawei ทั้ง Nokia . Singapore e-Goverment. . ในบูทใหญ่อีกบูทที่น่าจะเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานไทยได้อย่างดีนั่นคือ Singapore e-Government ซึ่งในปีนี้ ทางรัฐบาลสิงคโปร์ ได้มาแสดงแผนงานของการพัฒนาไปเป็น e-Gov ให้มากขึ้นไปอีก โดยแผนที่นำมาแสดงเป็นเป้าหมายของการพัฒนาในช่วงปี 2011-2015 ซึ่งสรุปได้ว่า ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ จะสามารถเข้าถึงได้ผ่าน Internet ทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งผ่าน มือถือด้วย ซึ่งเป้าหมายดูแล้วชัดเจน และสามารถทำได้จริงๆ หลายส่วนทำไปแล้วและเปิดตัวในงานนี้ เช่น mGov@SG  เป็นเว็บที่เป็น one-stop service ของหน่วยงานรัฐ โดยในงานนี้เรียกได้ว่า เห็นแล้วได้แต่คาดหวังว่า ในบ้านเราจะมีการพัฒนาเข้าสู่ eGov มากกว่าที่เป็นอยู่ (ดูแล้วเรายังตามอยู่อีกหลายต่อหลายขุม) เพราะงานนี้ เจอะเจอคนไทยไม่น้อย ทั้งในงาน หน้างาน บนเครื่อง ซึ่งเห็นหลายๆคน ไปร่วมงานนี้กัน ทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน . Mobile Apps. . ในงานเรียกได้ว่า ตลาดของมือถือโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็น Smart Phone มียกขบวนมาไม่น้อย ซึ่งก็มีค่ายใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่แน่นอนกว่าคือ เหล่าบรรดาที่เป็นบริษัทผู้ผลิต Apps ต่างๆ สำหรับมือถือในกลุ่มนี้มีเห็นได้เยอะ เรียกว่า เติบโตไปตามกระแสของมือถือในกลุ่มนี้เลยทีเดียว ซึ่งในงาน มี Apps ที่แสดงโชว์เทคโนโลยีต่างๆ เรียกว่าจัดเต็มกันมา เช่น เกมส์ตกปลาที่ใช้ระบบของ AR : Augmented Reality , โปรแกรมนำทางต่าง ที่จะเห็นได้เยอะ ซึ่งในส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงนั้น เนื้อหา (Content) ต่างๆ ก้าวข้ามจากแบบเดิมคือ ผ่านทาง SMS ไปสู่ บน Applications แทน ดังนั้นเนื้อหาที่ได้จึงเป็นมากกว่าข้อความ และผู้ใช้งานสามารถเลือกโหลด Apps ที่ต้องการผ่านทาง Apps Store, Market ต่างๆได้ด้วยตัวเอง ............................... ที่เหลือในงาน ก็จะเป็นบูทจากบริษัทต่างๆ เรียกว่าเทคโนโลยีหลายตัวก็คล้ายกัน อย่างเช่น NFC ก็มีจากหลายบูท หลายค่าย, ระบบจอภาพ ทีวี เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ต่างๆ ที่เป็น 3D ก็คล้ายๆกัน อาจจะต่างกันด้วยความ "เนียน" ของภาพที่ดูแล้วหลอกตามาน้อยแค่ไหน สุดท้าย หากหวังว่า ในงานจะมี "Pretty" น่ารักๆ แล้วล่ะก็ เรียกได้ว่า แทบไม่มีเลยทีเดียวครับ น้อยมากๆ เรียกว่า ไม่เน้นกันเลยก็ว่าได้ ................................ คลิปจากงาน Communic Asia 2011 . คลิปเก็บตกจากงาน Broadcast Asia 2011 .

Huawei เปิดตัว Huawei Tron เครื่องเกมส์ตัวแรกของจีน
Huawei Tron

Huawei ประกาศการผลิตเครื่องเล่นเกมส์ตัวใหม่ Huawei Tron ใช้ระบบปฏิบัติการ Android  เตรียมวางขายกลางปี 2014 กำหนดราคาราว 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) เครื่องเล่นเกมส์ Huawei Tron เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES 2014 เป็นเครื่องเล่นเกมส์เครื่องแรกของประเทศจีนที่ผลิตขึ้นมาเอง โดยมีความต้องการแข่งขันกับเครื่องเล่นเกมส์อย่าง Ouya ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และสามารถเล่นออกผ่านโทรทัศน์ สำหรับเครื่องเล่นเกมส์ดังกล่าวจะใช้หน่วยประมวลผล Tegra 4 จาก NVIDIA แรม 2GB สามารถเลือกเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ 16 GB หรือ 32 GB แบบ Micro-SD ได้ และใช้ Android เวอร์ชั่น 4.2.3 นอกจากนี้ ยังรองรับเกมส์บน Android ด้วยขนาดภาพ 1080p และรองรับวิดีโอแบบ 4K อีกเช่นกัน ส่วนจอยเกมส์มีการออกแบบคล้ายคลึงกับจอยเกมส์ Xbox 360 แต่ว่ามีการเพิ่มแป้นทัชสกรีนเข้ามาด้วย Huawei Tron กำหนดราคาขาย 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) วางขายที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรก

นักวิจัยอังกฤษ เดินหน้าศึกษา 5G แล้ว
4G /  5G / 

MThai News: เว็บไซต์ ubergizmo.com เผยรายงานการเริ่มศึกษา เทคโนโลยี 5G ของนักวิจัยจาก University of Surrey ซึ่งร่วมมือกับค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่หลายๆค่าย เช่น Huawei, Samsung, Telefonica Europe และ Fujitsu Laboratories Europe ที่เรียกขานกันว่า "ศูนย์วิจัย 5G (the 5G Centre)" ขณะที่ 4G เพิ่งจะขยายตัวสู่สังคมวงกว้างไปเมื่อไม่นานนี้ ทั้งนี้ศาสตราจารย์ Rahim Tafazolli ได้แสดงความเห็นถึงการพัฒนา 5G ว่า การเติบโตของแอพพลิเคชั่นใหม่ที่ใช้ทำงานบนเครือข่ายพัฒนาไปรวดเร็วมาก การมีอปกรณ์มือถือมากขึ้น ความต้องการเข้าอินเตอร์เน็ตก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งอัตรา data traffic ที่เติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนของทิศทางการศึกษา 5G ที่แน่นอนดังนั้นต้องติดตามต่อไปว่าเมื่อไหร่เทคโนโลยี 5G จะเห็นผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรม Mthai News

ฟอร์จูน จัดอันดับ บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก ประจำปี 2012
นิตยสารฟอร์จูน /  บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก

(ขอบคุณภาพจาก techcitement.com) ฟอร์จูน จัดอันดับ บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก ประจำปี 2012 เฮย์กรุ๊ป  บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกด้านการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร ร่วมกับนิตยสาร "ฟอร์จูน" จัดอันดับ "บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของโลก" ประจำปี 2012 ได้แก่ อันดับ 1 Apple (ครองแชมป์ตั้งแต่ปีที่แล้ว) อันดับ 2 Google (รองแชมป์ปีที่แล้ว) อันดับ 3 Amazon.com (ขึ้นมาจากอันดับ 7) อันดับ 4 Coca-Cola (ขึ้นมาจากอันดับ 6) อันดับ 5 IBM (ขึ้นมาจากอันดับ 12) อันดับ 6 Fedex อันดับ 7 Berkshire Hathaway อันดับ 8 Starbucks อันดับ 9 Procter & Gamble อันดับ 10 Southwest Airlines อันดับ 11 McDonald′s อันดับ 12 Johnson & Johnson อันดับ 13 Walt Disney อันดับ 14 BMW อันดับ 15 General Electric อันดับ 16 American Express อันดับ 17 Microsoft อันดับ 18 3M อันดับ 19 Caterpillar อันดับ 20 Costco Wholesale ส่วนบริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 Toyota Motor อันดับ 2 Canon อันดับ 3 Samsung Electronics อันดับ 4 Sony อันดับ 5 Panasonic อันดับ 6 Huawei Technologies อันดับ 7 China Mobile Communications อันดับ 8 LG Electronics อันดับ 9 Cathay Pacific Airways อันดับ 10 BHP Billiton Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

Commart 2013 รวมโปรเด็ด
Commart 2013 /  รวมโปร Commart 2013 / 

  หน้าร้อนมาเยือนบ้านนี้เมืองนี้อีกแล้วท่านผู้ชม ร้อนๆ แบบนี้ ไม่มีอะไรจะเหมาะกับเหล่าไอทีกายมากกว่า การไปเดินชมน้องๆ หนูๆ ในงาน Commart Summer Sale 2013     ตั้งแต่วันที่ 21-24 มี.ค.นี้อีกแล้ว ไปพบกันได้ที่เก่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์  เวลาเดิม เริ่ม 10.00 โมงเช้า หลบร้อนช้อปของ คลายเครียด ส่วนจะมีโปรโมชั่นอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ไปชมกันเลยดีกว่าเนาะ .     โปรโมชั่น Commart 2013     1. Satellite Pro L830-2000X (Corei5, No OS, RAM 4GB, HDD 640GB, การ์ดจอแยก) Free : RAM 4GB มูลค่า 1,990 + รับประกันเพิ่มภายในประเทศ 1 ปี มูลค่า 1,390 + Carrying case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 20,990.-    พิเศษในงาน 17,990.- (รวม VAT แล้ว) 2. ซื้อโน้ตบุ๊กโตชิบา Satellite M840/U940/PortegeR930/Z930 รุ่นที่ร่วมรายการ แถมฟรี !!  ชุดอัพเกรด Windows 8 Pro มูลค่า 6,200 บาท  จำกัด 500 ชุดเท่านั้น ราคา 44,990 บาท (inc. VAT) แถมฟรี Bluetooth Headset มูลค่า 1,590 บาท ราคา 17,990 บาท  (inc. VAT) แถมฟรี Benetton case มูลค่า 3,190 บาท ราคา 12,490 บาท (ราคานี้ไม่รวมจอมอนิเตอร์)  Acer Tablet Product 1.ICONIA | B1  ราคาพิเศษเพียง  3,990.- First Jelly Bean Tablet 7"   2.Iconia W510  16,900Windows tablet, wifi, get coupon to buy Acer docking keyboard at 990 bahts in VAT 3.Iconia W511  20.900Windows tablet, 3G, get coupon to buy Acer docking keyboard at 990 bahts in VAT Acer Smartphone Product 1.Liquid Z2 Duo | Z120 3,990.-First Entry Jelly Bean Dual SIM Smartphone (New Arrival) * 2.Liquid C1 | I 110  9,990.- First Intel Phone free PowerBank มูลค่า 1,390 จำนวนจำกัด Aspire One 756-967BCkk พิเศษสุดลด 50% ซื้อเพียงราคา 4,950.- ( รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ) จากราคาปกติ 9,900 บาท วันละ 50 เครื่อง  ร่วมกิจกรรมที่บูธ Acer เวลา 10.00 น. Acer Notebook Product 1.Aspire E1-471-32344G50Mnks_Glossy Black (NX.M0QST.006) • 2nd Generation Intel® Core i3-2348 Processor   (2.3GHz, 3 MB L3 Cache, DDR3 1333 MHz),   supporting Intel®  Smart Cache • Linpus Linux BE • 4GB DDR3, 500GB HDD, DVD-SuperMulti, Weight 2.25kg. • 14" HD (1366 x 768 pixel)Acer CineCrystal™ LED 16:9 aspect ratio • HDMI™ port with HDCP support • 1 Year International Travel Warranty • 1 ปีประกันภัยอุบัติเหตุ โจรกรรม และก่อการร้าย Special Price 12,900 2.Aspire V5-471G-53334G50Mass_Misty สี Silver  (NX.M5UST.003)   Aspire V5-471G-53334G50Mabb_Airy สี  Blue (NX.M5SST.003)   Aspire V5-471G-53334G50Mauu_Hazy สี Purple (NX.M5WST.003) • 3rd Generation Intel® Core i5-3337M Processor (1.8GHz with Turbo Booster to 2.7Hz, 3 MB L3 Cache, DDR3 1333MHz), supporting Intel®  Smart Cache • Linux • 4GB DDR3, 500GB HDD(Slim Type 7mm.), DVD-SuperMulti, Weight 2.1kg • 14" HD (1366 x 768 pixel)Acer CineCrystal™ LED 16:9 aspect ratio • NVIDIA® GeForce® GT 710M 2GB dedicated graphics memory • HDMI™ port with HDCP support • 2 Years Local and 1 Year International Travel Warranty • 1 ปีประกันภัยอุบัติเหตุ โจรกรรม และก่อการร้าย Special Price 17,900 3. Aspire V5-431P-21174G50Mass_Misty Silver (NX.M7LST.002) • Intel® Pentium® processor B2117U (1.8GHz,2 MB L3 cache,DDR3 1600 MHz), • Genuine Windows® 8 64-bit • 4GB DDR3, 500GB HDD(Slim Type 7mm.), DVD-SuperMulti, Weight 2.1kg. • 14" HD (1366 x 768 pixel) • HDMI™ port with HDCP support • 2 Years Local and 1 Year International Travel Warranty รับเพิ่ม 1 ปีประกันเหตุโจรกรรม Special Price 15,900     ViewSonic ViewPad 10e Android ICS 4.0 Cortex-A8 1GHz 512MB DDR3, 4GB ROM 9.7" IPS LCD 1024x768 pixels multitouch 5 MP with LED Flash HDMI, WiFi 802.11b/g/n, Bluetooth+EDR ปกติ... 6,990.- พิเศษในงาน  4,990.- ALCATEL OneTouch T10 Android ICS 4.0 Cortex-A8 1GHz 7'' LCD (16:9, 800x480) 0.3 MP front camera WiFi 802.11 b/g Promotion: ฟรี!  Huawei 3G AirCard  มูลค่า  1,090.- ปกติ... 4,990.- พิเศษในงาน 3,990.- MSi WindPad Enjoy 7Plus Android ICS 4.0 Cortex-A8 1GHz 7'' LCD (16:9, 800x480) 1GB DDR3, 8GB ROM 0.3 MP front camera WiFi 802.11 b/g/n ปกติ... 4,990.- พิเศษในงาน 2,990.- HUAWEI  E303 HiLink 3G : HSUPA/HSDPA/UMTS  2100/850MHz or 900MHz 2G : EDGE/GPRS/GSM  1900/1800/900/850MHz HSDPA data service of up to 7.2Mbps HSUPA data service of up to 5.76Mbps HiLink: Plug n Surf in 15 Sec. MicroSD Card slot; supported up to 32GB Windows & MAC OS Compatible ปกติ... 1,090.- พิเศษในงาน 699.-     - Win8 (32-bit) - Intel® Clover Trail™ Processor Z2760 (1.8GHz, 2 x 512KB) - Intel® Graphics Media Accelerator - Display 11.6" HD LED Display (1366 x 768) - RAM 2GB DDR2L System Memory at 800MHz - HDD 64GB e.MMC iNAND™ Embedded Flash Drive(Up to 128GB) - Weight 0.744Kg for slate only , 1.49Kg with keyboard - Webcam 2.0MP(Front) / 8.0MP(Rear) - 3G Embedded - S Pen - Battery 2 Cell (30Wh) 28,900.- (include keyboard , รวม VAT แล้ว) Free! กระเป๋าหนัง ATIV smart PC มูลค่า 1,490.- + Micro SD Card 16GB มูลค่า 350.- + 3G Data Package by AIS เดือนละ 50MB นาน 3 เดือน   แบตเตอรี่สำรอง 3,000 mAh USB Output ใช้งานได้สูงสุด 15 ชม. รับประกันการใช้งาน 1 ปี เป็นแบตเตอรี่สำหรับสำหรับชาร์จไฟให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ราคาปกติ   2,390  บ. (รวม Vat 7%)  ราคาพิเศษ  1,890  บ. (รวม Vat 7%)  พิเศษแถมฟรี mMini AC5   (มูลค่า  490 บาท ) บูธ   SVOA   Plenary hall   ( P 28-31  )   กล้องที่ใช้ในบ้านและอาคารสำนักงาน เพื่อดูเหตุการณ์ในเวลาปัจจุบัน เชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและมีสาย ดูผ่าน App ได้ ทั้ง iOS และ Android ปกติ 1,590.- พิเศษ 1,099.- 50 เครื่อง ต่อวัน / รวม Vat ที่บูธ IT City โซน C และ Hall A, JIB โซน C, Banana IT โซน Plaza, Champ Channel โซน C, Speed Computer โซน C   SVOA Discovery Ci5 32000 Intel Core i5-3470 (3.2 GHz) Ram 4 GB DDR3, HDD 500 GB 2 GB VGA Card, 20” LED Monitor ปกติ 18,400.- พิเศษ 16,500.- จนกว่าของจะหมด / ไม่รวม Vat SVOA Discovery Ci7 34000 Intel Core i7-3770 (3.4 GHz) Ram 4 GB DDR3, HDD 1 TB 2 GB VGA Card, 20” LED Monitor ปกติ 23,100.- พิเศษ 20,000.- จนกว่าของจะหมด / ไม่รวม Vat   10 ล้านพิกเซล, LCD 3” บันทึกวิดีโอ Full HD 1920x1080 / 60i ระบบโฟกัสความเร็วสูง มีระบบกันสั่นในตัวเลนส์ ปกติ 13,400.- พิเศษ 11,500.- 5 ตัว ต่อวัน / รวม Vat ที่บูธ Photo Hut Source : commartthailand

เริ่มต้นการปฏิวัติออนไลน์กับลาซาด้าวันที่ 11/11
Lazada /  ปฏิวัติออนไลน์

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะพบกับแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีนำมาให้คุณถึงที่โดยลาซาด้า ร่วมด้วยร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด และการสนับสนุนจากหุ้นส่วนหลากหลายภาค เพื่อให้คุณได้ดีลช้อปปิ้งที่ดีที่สุดที่ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย อ้างอิงจาก Cyber Monday ของสหรัฐฯ – อีเว้นท์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีโดยเว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดัง ลาซาด้า ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ประกาศเริ่มต้นการปฏิวัติออนไลน์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 การปฏิวัติออนไลน์ แคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของลาซาด้านับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทมา โดยแคมเปญนี้จะจัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม แนวคิดของแคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวัน Cyber Monday วันช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันจันทร์หลังวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) แคมเปญการปฏิวัติออนไลน์นี้จะประกอบไปด้วยข้อเสนอพิเศษ เกมส์ และโปรโมชั่นสินค้าแบรนด์เนมลดราคามากมายๆจากบริษัทในเครือของลาซาด้า อาทิ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์อย่าง Sony และ Canon, สินค้าสุขภาพและความงาม, เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Electrolux, มือถือและแท็บเล็ตแบรนด์ดัง เช่นแบรนด์ i-Mobile, Huawei, Lenovo และอื่นๆอีกมากมายโดยจะดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ นอกจากนี้ลาซาด้ายังจับมือร่วมกับ 2 เว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังประกอบด้วย ZALORA และ FOODPANDA เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น คุณริคาโด บาซิเล กรรมการผู้จัดการของบริษัทลาซาด้ากล่าวว่า “วิสัยทัศน์หลักของลาซาด้าคือการมอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปออนไลน์ที่เหนือชั้นให้กับกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ทางเราได้เลือกสรรเฉพาะแต่สิ่งดีๆให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศด้วยราคาที่เป็นธรรม แคมเปญการปฏิวัติออนไลน์นี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลองช้อปปิ้งออนไลน์ อนึ่งเพื่อปฏิวัติระบบอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยด้วย และด้วยความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากหุ้นส่วนของลาซาด้าอย่างเช่น ผู้ผลิตสินค้า, สถาบันการเงิน, บริษัทโทรคมนาคม แคมเปญนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแคมเปญออนไลน์ที่น่าตื่นเต้นสุดๆแล้วตอนนี้!” รายละเอียดของการปฏิวัติออนไลน์ • ในวันเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ (วันที่ 11/11) ลาซาด้าได้มอบ 11 ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการช้อปทุกหมวดหมู่สินค้า สลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ช้อปเป็นรายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้า - 5 ทุ่ม ลูกค้าผู้โชคดีลำดับที่ 111 ของแต่ละชั่วโมงจะได้ของรางวัลพิเศษ ในขณะที่ลูกค้าผู้โชคดีที่สุดลำดับที่ 1,111 จะได้รางวัลที่พิเศษสุดของวัน • ในแต่ละสัปดาห์ ลาซาด้าจะมีการจัดดีลข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชั่นลดราคาในทุกหมวดหมู่สินค้า นับตั้งแต่สินค้าประเภทมือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป ไปจนถึงแฟชั่น และสินค้าในหมวดสุขภาพและความงาม • ในวันสิ้นสุดแคมเปญ (วันที่ 12/12) โปรโมชั่นของลาซาด้าจะมีกลไกเหมือนกับวันที่ 11/11 แต่จะกระหน่ำลดราคาของสินค้ามากขึ้น • รางวัลพิเศษอื่นๆจะถูกมอบให้กับผู้ที่มียอดซื้อสินค้าสูงสุดและผู้ชนะในแต่ละเกม • มีการจัดรายการลดราคาสินค้ามากกว่า 40,000 รายการบนหน้าเว็ปไซต์ลาซาด้า The Affiliate Rally สำหรับท่านที่มีเว็บไซต์ หรือ บล็อค เป็นของตนเอง ท่าน่สามารถร่วมกิจกรรม Affiliate Rally เพื่อชนะรางวัลเพิ่มเติมได้ดังนี้ : • สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ Lazada Affiliate (http://www.lazada.co.th/affiliate) • ทางเราจะทำการแจ้งรายละเอียดของรางวัล กฏและกติกาของการแข่งขันให้ท่านทราบผ่านอีเมล์ • ร่วมโฆษณาโดยการส่งผู้เข้าชมจากเว็บไซต์ของคุณมาที่หน้า Online Revolution นี้ • ดูผลคะแนนแบบ real time และประกาศผลผู้ชนะวันที่ 15/01/2014 หุ้นส่วนและผู้สนับสนุน ลาซาด้าได้ขยายกลุ่มหุ้นส่วนไปในหลายๆบริษัทและหลายๆแบรนด์ในอุตสาหกรรมทุกประเภทเพื่อทำให้แคมเปญนี้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ หุ้นส่วนและแบรนด์ที่สนับสนุนประกอบด้วย: • ด้านสื่อ: Yahoo!, คลื่นวิทยุ 103Like FM • สถาบันการเงิน: วีซ่า และธนาคารต่างๆ เช่น ธนาคารยูโอบี ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ • แบรนด์: Lenovo, Sony, Fujifilm, Canon, Bosch, Clarte, Lesasha, Electrolux, Nestle (Dolcegusto), Olay’s, Brand’s, Seoul Secrets และ Mamy Poko ลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากเครือข่ายหุ้นส่วนของลาซาด้าในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากลาซาด้าจะได้รับส่วนลดในรูปแบบของบัตรส่วนลดจาก Zalora และ บัตรส่วนลดรับประทานอาหารจาก Foodpanda