Huawei Ascend P6

dtac TriNet Phone สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย Cheetah, Joey, Mousey
Cheetah /  dtac / 

dtac TriNet Phone สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมเชื่อมโยงคนไทยทุกคนผ่านโครงข่ายอัจฉริยะ  ดีแทคเปิดตัว dtac TriNet Phone สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่ กับแนวคิด “สมาร์ทกว่ากับดีแทคสมาร์ทโฟน”  สอดรับวิสัยทัศน์ใหม่ “Internet for All”ด้วยสเป็คสูงกว่า ราคาเบาๆ ที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้บน TriNet - 3 โครงข่ายอัจฉริยะจากดีแทค ชัดกว่า เร็วกว่า บนแบนด์วิธที่กว้างที่สุด  ด้วยแคมเปญรับฟรีค่าเครื่อง พร้อมสุดคุ้มกับแพ็จเกจทั้งโทรและเน็ต รับประกันเครื่องนาน 15 เดือน นายปภาพรต ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารอุปกรณ์สื่อสาร กล่าวว่า “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ dtac TriNet Phone  เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ใหม่“Internet for All” ซึ่งดีแทคมุ่งหวังให้คนไทยทุกคนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและโอกาสต่าง ๆ ที่เท่าเทียมกัน ด้วยสมาร์ทโฟนคุณภาพ พรั่งพร้อมด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ตอบสนองทุกความต้องการด้านการสื่อสารปัจจุบันในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ไม่ล็อกซิม มีให้เลือกถึง 3 รุ่น ตามลักษณะการใช้งาน พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม” dtac TriNet Phone  เป็นผลิตภัณฑ์จากความร่วมมือระหว่างดีแทคและ Huawei ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เครือข่ายชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายกว่า 500 รายใน 140 ประเทศทั่วโลก ในขณะที่การเปิดให้บริการเครือข่าย 3 จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการให้บริการสื่อสารเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3 จี บนคลื่น 2100 ในเมืองไทยมีจำนวนเพียง 20% เท่านั้น ตลาดโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3 จี บนคลื่น 2100 จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก “เมื่อเครือข่ายมีความพร้อมเต็มที่ และตลาดมีศักยภาพการเติบโตที่ชัดเจน จึงเป็นจังหวะที่ดีให้ dtac TriNet Phone เป็นทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคไทย” นายปภาพรตกล่าว dtac TriNet Phone สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่มีให้เลือก 3 รุ่น ตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่าง ประกอบด้วย ชีต้าห์ (Cheetah) หน้าจอกว้าง ถ่ายรูปกริ๊ป – ครบครันด้วยคุณสมบัติด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ ถ่ายภาพและแชร์ภาพได้ทันใจ ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 4.5 นิ้ว IPS ความละเอียด 854 X 480 ระบบประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz  ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้า 0.3 ล้านพิกเซล และหน่วยความจำ 4 GB ราคา 4,590 บาท (รวม VAT) โจอี้ (Joey) โซเชียลจัด ราคาจิ๋ว – ครบเครื่องเรื่องโซเชียล โหลด แชท และแชร์ กับสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว TFT ความละเอียด 480X 320 ระบบประมวลผล 1.0 GHz  ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread กล้อง 2 ล้านพิกเซล  และหน่วยความจำภายใน 512 MB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 32 GB ราคา 2,590 บาท (รวม VAT) เม๊าซี่ (Mousey) แบตอึด เมาท์กระจาย – ดีแทคโฟน 3G สุดคุ้ม ด้วยหน้าจอ 2.4 นิ้ว TFT ความละเอียด 320 X 240 ฟังเพลงผ่านวิทยุ FM โดยไม่ต้องเสียบหูฟัง ใช้เป็นโมเดมเพื่อเชื่อมต่อออนไลน์ได้รวดเร็ว กล้อง 1.3 ล้านพิกเซลพร้อมบันทึกวีดิโอ แบตเตอรีใช้งานนาน 4 ชม. เพิ่มหน่วยความจำMicro SD ได้สูงสุด 16 GB ราคา 1,290 บาท (รวม VAT) แพ็กเกจสุดคุ้มสำหรับ dtac TriNet Phone ฟรี ค่าเครื่อง! เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจ สำหรับลูกค้าแบบรายเดือน - สำหรับรุ่น Cheetah เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ smartphone Cheetah ราคา 999 บาท/เดือน นาน 10 เดือน ใช้เน็ตไม่จำกัด 5GB โทรฟรี 400 นาที Wifi ไม่จำกัด - สำหรับรุ่น Joey เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ smartphone Joey ราคา 799 บาท/เดือน นาน 10 เดือน ใช้เน็ตไม่จำกัด 3GB โทรฟรี 200 นาที WiFi ไม่จำกัด ฟรี ทั้งโทรและเน็ต เท่าราคาเครื่อง! สำหรับลูกค้าเติมแบบเติมเงิน - รับโบนัสค่าโทรฟรี 200 บาท พร้อมอินเทอร์เน็ต 100MB ระยะเวลาการรับสิทธิ สูงสุดนาน 16 เดือน ทั้งนี้ dtac TriNet Phone จะวางจำหน่ายที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ dtac online store เซเว่น อีเลฟเว่น และร้านขายมือถือทั่วประเทศ  สบายใจกับการรับประกันที่มากกว่านานถึง 15 เดือน และการดูแลหลังการขายกับศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ ในการเปิดตัว dtac TriNet Phone ดีแทคได้จัดสรรงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งโฆษณาในสื่อหลักต่าง ๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์ ตลอดจนกิจกรรมการตลาดในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

อินเทล แนะนำโมเด็ม 4G LTE ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัวแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กที่รองรับ 4G
intel /  Intel® XMM™ 7160 / 

ประเด็นข่าว • Samsung GALAXY Tab 3 (10.1) ที่รองรับการเชื่อมต่อ 4G ด้วยโมเด็ม Intel® XMM™ 7160 LTE มีวางจำหน่ายแล้วในทวีปเอเชียและยุโรป • Intel® XMM™ 7160 รองรับการใช้งานแบบมัลติโหมด (2G/3G/4G LTE) ทั้งเสียงและข้อมูลพร้อมกัน และรองรับการเชื่อมต่อกับ LTE ทั่วโลกได้มากถึง 15 คลื่นความถี่ • อินเทลประกาศว่าแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กรุ่นต่างๆ จากแบรนด์ชั้นนำที่มี PCIe M.2 LTE ซึ่งเป็นอุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลแบบไร้สาย จะเริ่มวางจำหน่ายในปี 2557 อินเทลประกาศเปิดตัวโซลูชั่น LTE ที่รองรับ 4G ชนิดมัลติแบนด์ มัลติโหมดออกสู่ตลาด โดยแพลตฟอร์ม Intel® XMM™ 7160 ที่มีอยู่ใน Samsung* GALAXY Tab 3 (10.1) รุ่นที่รองรับ 4G LTE1 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในทวีปเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ อินเทลยังเพิ่มโซลูชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับการเชื่อมต่อ 4G LTE ด้วยการเปิดตัว PCIe (PCI Express) รุ่น M.2 สำหรับแท็บเล็ต อัลตร้าบุ๊ก อุปกรณ์ทูอินวัน รวมถึงอุปกรณ์รับสัญญาณ Intel® SMARTi™ m4G ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับและส่งสัญญาณวิทยุ (RF) ได้ โดยอินเทลคาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไร้สายในตัวอุปกรณ์ได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากขึ้น “เมื่อเครือข่าย LTE มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้งานก็หวังที่จะได้เห็นอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับ 4G ได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็บท้อป อินเทลนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า เพื่อการเชื่อมต่อ LTE ที่มีความเสถียรและรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์พกพาได้หลากหลายรูปแบบ” นายเฮอร์แมน อูล รองประธานองค์กรและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มโมบายล์และ การสื่อสารของอินเทลกล่าว การวางจำหน่ายโซลูชั่น Intel® XMM 7160 นั้น นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการทดสอบการใช้งานข้ามเครือข่ายร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากทวีปเอเชีย ยุโรป และ อเมริกาเหนือ โดย Intel® XMM 7160 ถือเป็นหนึ่งในโซลูชั่น LTE แบบมัลติโหมด มัลติแบนด์ ที่มีขนาดเล็กที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุดสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ต โดยสามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย 2G, 3G และ 4G LTE ได้โดยไม่สะดุด รองรับการเชื่อมต่อ LTE พร้อมกันได้มากถึง 15 คลื่นความถี่ และรองรับ voice-over LTE (VoLTE) นอกจากนี้ ตัวโครงสร้างยังถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการรองรับคลื่นความถี่ RF ซึ่งประมวลอัลกอริธึมแบบเรียล-ไทม์สำหรับ envelope tracking (ET) และ antenna tuning เพื่อให้เป็นโซลูชั่นมัลติแบนด์ที่มีความคุ้มค่า ประหยัดแบตเตอรี่ และสามารถใช้ LTE ระหว่างประเทศได้ทั่วโลกด้วยอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว อินเทลนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการผลิตโมบายล์แพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งได้แก่ เอสโอซี (SoCs) integrated circuits ที่คุ้มต้นทุน ดีไซน์ต้นแบบ และซอฟต์แวร์ที่มีลูกเล่นมากมายซึ่งรองรับทั้ง 2G, 3G และ 4G LTE โดยอินเทลได้เปิดตัวโซลูชั่น LTE มัลติโหมด 2 รุ่นที่พัฒนามาจากแพลตฟอร์ม Intel® XMM 7160 แล้ว เพื่อเตรียมตลาดให้พร้อมสำหรับอุปกรณ์รูปแบบต่างๆ ที่เชื่อมต่อ 4G ในอนาคต LTE โมดูล Intel PCIe M.2 และโซลูชั่น Intel® SMARTi m4G รุ่นใหม่ อินเทล เปิดตัว LTEโมดูล Intel® PCIe M.2 LTE ซึ่งมีขนาดเล็ก ราคาประหยัด ที่มีขนาดมาตรฐานและรองรับมัลติโหมด 2G 3G และ 4G LTE สำหรับอุปกรณ์หลายรูปแบบ โดย Intel® M.2 รองรับการ ดาวน์โหลดความเร็วสูงสุดได้ถึง 100Mbps เมื่อเชื่อมต่อ LTE และรองรับการเชื่อมต่อ LTE ได้มากถึง 15 คลื่นความถี่เพื่อใช้งานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังรองรับ Global Navigation Satellite Systems (GNSS) ฟังก์ชั่นที่พัฒนามาจากโซลูชั่น CG1960 GNSS อีกด้วย ผู้ผลิตรายต่างๆ สามารถนำโมดูล M.2 ไปใช้ในการออกแบบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติการเชื่อมต่อ 4G ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย จึงช่วยลดต้นทุนด้านการออกแบบและตรวจสอบการรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์ และยังช่วยร่นระยะเวลาทำให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ M.2 ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบการทำงานข้ามเครือข่ายระหว่างผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลก โดยอุปกรณ์ที่ใช้ M.2 จะผลิตโดย Huawei*, Sierra Wireless* และ Telit* และจะมีวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ส่วนแท็บเล็ตและ อัลตร้าบุ๊กรุ่นต่างๆ จากผู้ผลิตชั้นนำจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกในปี 2557 ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับและส่งสัญญาณวิทยุ (RF) ได้ โดยอินเทลคาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไร้สายในตัวอุปกรณ์ได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุนมากขึ้น นอกเหนือจาก โมดูล Intel® PCIe M.2 LTE รุ่นใหม่แล้ว อินเทลยังได้ร่วมกับ Murata* <http://www.murata.com/> ในการแนะนำ Intel® SMARTi m4G ซึ่งเป็นโมดูลที่สามารถรับส่งสัญญาณวิทยุที่รวมเอา Intel® SMARTi m4G และ Intel® SMARTi 4G ไปไว้ในแพ็คเกจ LTCC (low temperature co-fired ceramic) ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานคู่กับ Intel® X-GOLD™ 716 ผู้ผลิตจะสามารถออกแบบโซลูชั่นที่มีขนาดเล็กลง ผ่านมาตรฐานข้อกำหนดของผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาในการออกแบบน้อยกว่าเดิม โดยสามารถตัดส่วนประกอบออกไปได้มากกว่าร้อยละ 40 และทำให้แผงวงจรมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมร้อยละ 20 อินเทล คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายโซลูชั่น LTE รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง Intel® XMM™ 7260 ได้ในปี 2557 โดยอุปกรณ์รุ่นดังกล่าวได้เพิ่มคุณสมบัติ LTE ขั้นสูงเข้าไปด้วย เช่น carrier aggregation และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อสำหรับสัญญาณแบบ TD-LTE และ TD-SCDMA ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโซลูชั่นเพื่อการสื่อสารไร้สายจากอินเทล ดูได้ที่ http://www.intel.com/content/www/us/en/wireless-products/mobile-communications.html  

เก็บตกงาน Communic Asia 2011
communic asia /  huawei / 

ผ่านไปแล้วนะครับ กับงานใหญ่ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นงานระดับโลกอีกงานหนึ่ง กับ Communic Asia 2011 และ Broadcast Asia 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองงาน จัดมากพร้อมกันครับ ทำให้ ทีมงาน Mthai หลายชีวิตได้ไปส่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ในงานกันครับ โดยสำหรับ Communic Asia นั้นเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน IT เป็นหลัก ดังนั้นบรรยากาศในงานจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีทั้งในด้านของ อุปกรณ์และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตั้งแต่สายแลน, 3G, มือถือ ไปจนถึงระบบเครื่อง Server เลยทีเดียว โดยงานนี้ จะพาไปชมกลุ่มที่เป็นไฮไลท์เน้นๆ กันนะครับ สำหรับในงานวันแรก ด้วยความที่กลัวไม่ทัน ทีมงานทั้งหมดตื่นกันตั้งแต่ไก่โห่ ( หกโมงเช้าสิงคโปร์เท่ากับตีห้าบ้านเรา) ไปยังสถานที่จัดงานคือ Marina Bay Sand. โดยไปกับรถโดยสารระหว่างงาน Commuic Asia กับ Broadcast Asia 2011 ซึ่งปรากฏว่า "โล่ง!!!" เพราะไปกันก่อนงานเปิด หลังจากที่ได้บัตรเข้างานเรียบร้อยแล้วก็ไปเดิน เดิน แล้วก็เดิน เนื่องจากภายในงานนั้น มีถึง 3 ชั้นด้วยกัน . NFC : Near Field Communications. . สำหรับ Technology ที่พบได้บ่อยมาก ดูมาแรง และน่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็น NFC : Near Field Communication โดยเจ้าตัวนี้ จะพบเห็นได้เยอะทีเดียวในงาน ซึ่งมีหลายค่ายนำเทคโนโลยีของตนเองมาแสดง โดยระบบนี้ เป็นระบบที่สามารถทำให้เราจ่ายเงินในการซื้อสินค้า-บริการได้อย่างสะดวกสบายกว่าการรูดปรื๊ดๆ ด้วยซ้ำ เพียงแค่นำมือถือ ไปแตะใกล้กับจุดสัมผัสของ NFC (ให้นึกถึงการเอาบัตร BTS ไปแตะตรงทางเข้ารถไฟฟ้าเลยครับ) จากนั้นก็กด Ok เท่านั้น ระบบก็จ่ายเงินกันเรียบร้อย ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่งสินค้าที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร ได้เลย เพียงแต่ปัญหาหลักของระบบคือ เจ้าระบบนี้ยังมีต้นทุนสูงอยู่ในแง่ของอุปกรณ์ที่ใช้งาน รวมทั้งมือถืออีกหลายรุ่นที่ยังไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะค่ายใหญ่อย่าง iphone, BB, Nokia ซึ่งในบูทที่เค้านำมาสาธิตให้ดูคือ เป็นปลอกกันกระแทกที่มี NFC พ่วงเข้ามา เพียงแต่ ณ ตอนนี้ ต้นทุนของเจ้าปลอก NFC ของ iphone ที่นำมาแสดงยังมีราคาถึง $80 เลยทีเดียว (เจ้าหน้าที่ประจำบูทยังบอกแบบติดตลกว่า "แล้วจะมี user กี่คนที่ซื้อ" ) คลิปเกี่ยวกับ NFC ในงาน Communic Asia 2011 . จอภาพ หลายแบบ หลากรุ่น หลายขนาด 3D เพียบ!!! . ภายในงานจะมีจอภาพแบบต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกันอย่าง ทีวี - จอภาพ - Projector ที่แสดงผลแบบ 3มิติ ที่จะเห็นได้บ่อย เท่าที่จะบ่อยได้ มีทั้งบริษัทที่มาจากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน โดยแทบทั้งหมดจะแสดงกันเต็มพื้นที่ ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่มากๆ นอกจากนี้ยังมี เจอภาพแบบอื่นๆ อีกเช่น จอภาพแบบใส ที่สามารถมองทะลุผ่านไปเห็นวัตถุที่อยู่ด้านหลังได้ จอภาพแบบใสที่มองทะลุภาพด้านหน้าไปได้ . เป้าหมาย No. 1 ของงาน Nokia N9 เจ้าพระเอกหมายเลขหนึ่งของทีมงานที่ไปเห็นจะหนีไม่พ้นเจ้า Nokia N9 ที่นำมาแสดงในงานให้ได้ลองลูบไล้ Swipe กันเน้นๆ ครับ ซึ่งเจ้า N9 ตัวนี้มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Meego ที่เรียกได้ว่า  Nokia ภูมิใจเสนอมาก สัมผัสได้จากเจ้าหน้าที่ประจำบูทที่คุยกับทีมงาน ซึ่งบินมาจากฟินแลนด์ ถามอะไรตอบได้ แม้กระทั่งถามกันไปว่า แล้วไอ้ Window Phone 7 ล่ะทำไง พี่ท่านก็ตอบมา สรุปใจความได้ว่า ในแนวทางนั้นแล้วแต่ทางทีมบริหาร แต่ที่แน่ๆ Meego, N9 เทพ!!! สรุปคร่าวๆ กับเจ้า Nokia N9 นะครับ สิ่งแรกที่สัมผัส เห็น คือ "มันสวยดีนะ" หน้า Home มีข้อมูลทุกอย่างให้ใช้งาน เสมือนยก Wall ของ Facebook มาใส่ไว้ก็ไม่ปาน ซึ่งเราสามารถจะเห็นข้อมูลกิจกรรม หรือ ข้อความเตือนต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนในหน้า Home  ส่วนรูปร่างหน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลย ต่อมาคือ "ลื่นปรื๊ดดด" เราสามารถตั้งหน้าจอได้หลายๆ หน้าเมื่อดั่ง iphone หรือ android รุ่นต่างๆ เพียงแต่มันสามารถ สลับไปมาระหว่างโปรแกรมได้เนียนกว่า! เช่น เมื่อคุณเปิดคลิป-หนัง ดูอยู่ เพียงแค่เลื่อน เปลี่ยนหน้าจอ หนังที่ดูไว้จะถูกหยุดให้อัติโนมัติ และสามารถเลื่อนกลับมาดูต่อได้ โดยไม่มีกระตุก สะดุดให้เห็น ส่วน Spec อื่นๆ ก็ถือว่า ไม่โดดเด่นมากนักไม่ว่าจะเป็น CPU ความไว 1 Ghz., กล้องความละเอียด 8ล้านพิกเซล กับ เลนซ์ Calr Zeiss, ช่องเสียบ USB ที่สามารถใช้งานเก็บภาพเก็บไฟล์ได้เลย ไม่ต้องผ่าน i-Tunes (ตรึ่งโป๊ะ!! เค้าโฆษณาประมาณๆนี้ ) และแน่นอน มี NFC ให้ด้วย ที่แน่ๆ มันเล่น Angry Birds ได้ลื่นมาก!!! ( เอ๊ะ!! Angry birds มันเป็นตัวทดสอบมือถือกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!? ) คลิปโชว์ Nokia N9 . พระรองอย่าง Huawei MediaPad. . ในงานนอกจากจะมีเจ้า N9 ตัวเป็นๆ มาให้สัมผัสกันแล้ว ยังมีการเปิดตัวของ Tablet จากค่ายหัวเหว่ย ในรุ่น MediaPad ซึ่งบอกว่า เป็น Android Honeycomb รุ่นล่าสุด 3.2 (ในตลาดส่วนใหญ่ยังเป็น 3.0 นะครับ) ซึ่งเป็น Tablet ขนาด 7 นิ้ว CPU ความไว 1.2 Ghz. หลังจากที่ได้ลองสัมผัส จับตัวเป็นๆ ลูบไล้ไปมา พบว่า "Android ก็ยังเป็น Android" เพราะไม่รู้สึกถึงความต่างกับ Tablet ที่เป็น Android จากค่ายอื่นๆเท่าไหร่ ทั้งในแง่ความไว ความนิ่งของการใช้งาน สำหรับ ผู้ใช้งาน Tablet ที่ใช้ OS อย่าง Android ต้องยอมรับกันว่า Rom ที่มาจากศูนย์นั้น มีปัญหาแทบทุกตัว ทุกค่าย เสมอๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับเจ้าตัวนี้ก็เช่นกัน ยังคงพบเห็นอาการ Force Close แว๊บๆ (ในเครื่องข้างๆ) เห็นอาการสะดุดเล็กน้อย ซึ่งหากคาดหวัง ก็คงต้องหวังว่าเมื่อวานตลาดปัญหาของ rom จะนิ่งกว่านี้ หรืออาจหวังไปถึงรอมโมฯ จากที่ต่างๆเช่น CyanogenMod หรือจาก ใน XDAforum เพื่อรีดประสิทธิภาพมากกว่านี้ สรุปง่ายๆ ว่า โดยรวมวัสดุดีตามมาตรฐานของหัวเหว่ย ส่วนรอมยังต้องรอดูว่าจะนิ่งแค่ไหน ( ทำให้เห็นว่า การที่ Samsung ส่งเครื่องต่างๆให้กับทีมพัฒนารอมหลายๆค่ายเป็นเรื่องที่ทำให้เครื่องรุ่นนั้นเกิดความน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม) ส่วนที่ยังกดดันให้หัวเหว่ยยังต้องคิดเพิ่มเติมคือ การที่ Ipad3, iphone5 จะเปิดตัวในปลายปีนี้อีกต่างหาก ดังนั้น หากยังช้า ก็คงยากกก ทั้ง Huawei ทั้ง Nokia . Singapore e-Goverment. . ในบูทใหญ่อีกบูทที่น่าจะเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานไทยได้อย่างดีนั่นคือ Singapore e-Government ซึ่งในปีนี้ ทางรัฐบาลสิงคโปร์ ได้มาแสดงแผนงานของการพัฒนาไปเป็น e-Gov ให้มากขึ้นไปอีก โดยแผนที่นำมาแสดงเป็นเป้าหมายของการพัฒนาในช่วงปี 2011-2015 ซึ่งสรุปได้ว่า ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ จะสามารถเข้าถึงได้ผ่าน Internet ทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งผ่าน มือถือด้วย ซึ่งเป้าหมายดูแล้วชัดเจน และสามารถทำได้จริงๆ หลายส่วนทำไปแล้วและเปิดตัวในงานนี้ เช่น mGov@SG  เป็นเว็บที่เป็น one-stop service ของหน่วยงานรัฐ โดยในงานนี้เรียกได้ว่า เห็นแล้วได้แต่คาดหวังว่า ในบ้านเราจะมีการพัฒนาเข้าสู่ eGov มากกว่าที่เป็นอยู่ (ดูแล้วเรายังตามอยู่อีกหลายต่อหลายขุม) เพราะงานนี้ เจอะเจอคนไทยไม่น้อย ทั้งในงาน หน้างาน บนเครื่อง ซึ่งเห็นหลายๆคน ไปร่วมงานนี้กัน ทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน . Mobile Apps. . ในงานเรียกได้ว่า ตลาดของมือถือโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็น Smart Phone มียกขบวนมาไม่น้อย ซึ่งก็มีค่ายใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่แน่นอนกว่าคือ เหล่าบรรดาที่เป็นบริษัทผู้ผลิต Apps ต่างๆ สำหรับมือถือในกลุ่มนี้มีเห็นได้เยอะ เรียกว่า เติบโตไปตามกระแสของมือถือในกลุ่มนี้เลยทีเดียว ซึ่งในงาน มี Apps ที่แสดงโชว์เทคโนโลยีต่างๆ เรียกว่าจัดเต็มกันมา เช่น เกมส์ตกปลาที่ใช้ระบบของ AR : Augmented Reality , โปรแกรมนำทางต่าง ที่จะเห็นได้เยอะ ซึ่งในส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงนั้น เนื้อหา (Content) ต่างๆ ก้าวข้ามจากแบบเดิมคือ ผ่านทาง SMS ไปสู่ บน Applications แทน ดังนั้นเนื้อหาที่ได้จึงเป็นมากกว่าข้อความ และผู้ใช้งานสามารถเลือกโหลด Apps ที่ต้องการผ่านทาง Apps Store, Market ต่างๆได้ด้วยตัวเอง ............................... ที่เหลือในงาน ก็จะเป็นบูทจากบริษัทต่างๆ เรียกว่าเทคโนโลยีหลายตัวก็คล้ายกัน อย่างเช่น NFC ก็มีจากหลายบูท หลายค่าย, ระบบจอภาพ ทีวี เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ต่างๆ ที่เป็น 3D ก็คล้ายๆกัน อาจจะต่างกันด้วยความ "เนียน" ของภาพที่ดูแล้วหลอกตามาน้อยแค่ไหน สุดท้าย หากหวังว่า ในงานจะมี "Pretty" น่ารักๆ แล้วล่ะก็ เรียกได้ว่า แทบไม่มีเลยทีเดียวครับ น้อยมากๆ เรียกว่า ไม่เน้นกันเลยก็ว่าได้ ................................ คลิปจากงาน Communic Asia 2011 . คลิปเก็บตกจากงาน Broadcast Asia 2011 .

Huawei Honor 6 เปิดตัว CPU แรงกว่า Snap 805 รองรับ LTE Cat.6!
huawei /  Huawei Honor 6 / 

Huawei เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบ และสเปคที่แรงโดนใจ นั่นก็คือ Huawei Honor 6 ซึ่งทางบริษัทหมายมั่นปั้นมือว่าจะออกมาชนกับ Samsung Galaxy S5 และ iPhone 5s เลยทีเดียว โดยมีสเปคดังนี้ สเปค Huawei Honor 6 - หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p ใช้หน้าจอของ JDI ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ แต่ขอบจอบางมาก เพียง 3 มิลลิเมตรเท่านั้น - ใช้ CPU ที่ผลิตเองชื่อ Kirin 920 แบบ Octa-Core (8 แกน) แบบเดียวกับ Exynos ของ Samsung ( Quad-Core Cortex-A15 cores + Quad-Core Cortex-A7) ทำงานร่วมกับ GPU Mali-T624 โดยจุดที่แตกต่างจาก Exynos คือชิปตัวนี้รองรับการเชื่อมต่อ LTE Cat.6 ที่มีความเร็ว downlink 300Mbps - รัน Android 4.4.2 KitKat ทำงานร่วมกับ Emotion UI 2.3 - ทำคะแนน AnTuTu Benchmark แรงกว่า Snapdragon 805 - RAM 3GB - หน่วยความจำภายใน 16 / 32GB รองรับ microSD Card - กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX214, f/2.0 พร้อมไฟแฟลชสองตัว - กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และใช้เทคโนโลยีพิกเซลขนาด 1.4µm นอกจากนี้จุดเด่นของ Huawei Honor 6 ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่าต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยประหยัดพลังงานมากกว่า Samsung Galaxy S5 และรวมไปถึง iPhone 5S ที่สามารถใช้งานได้นานกว่าถึง 2 เท่า และยังมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีขึ้นอีกด้วย ส่วนราคา Huawei Honor 6 เปิดมาที่ $359.90 หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 11,500 บาท ยังคงเป็นราคาที่ดึงดูดเช่นเคยครับสำหรับค่ายนี้ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศเร็วๆ นี้ครับผม source: gsmarena

เปิดตัว Huawei Honor 3C สมาร์ทโฟนราคาประหยัด จอ 5 นิ้่ว กล้อง 8 ล้าน มี 2 ซิม
Honor 3c /  huawei / 

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่(ประเทศไทย) จำกัด เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล Honor “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Honor 3C” ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว สเปคสูงราคาสบายกระเป๋า บางเบา ดีไซน์ล้ำ ชูจุดเด่นถ่ายภาพพร้อมเสียง, เลนส์มาโคร, กล้องหน้าพาโนรามา ซึ่งมีความละเอียดสูงสุดถึง 8 ล้านพิกเซล  นายเฉิน ลุ่ย (Mr. Chen Rui) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยการเปิดตัว Honor 3C สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล Honor โดยหัวเว่ยว่า “วันนี้หัวเว่ยได้นำ Honor 3C สมาร์ทโฟนในตระกูล Honor มาสู่ตลาดเมืองไทย ด้วยสเปคการใช้งานที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปด้วยเซนเซอร์กล้องจากโซนี่ที่ให้ความคมชัดสูง พร้อมฟังก์ชั่นการถ่ายภาพกล้องหน้าแบบพาโนรามา, การถ่ายภาพมาโคร และยังเพิ่มจุดเด่นการถ่ายภาพด้วยระบบถ่ายพร้อมเสียง สำหรับระบบปฏิบัติการของ Honor 3C ได้นำระบบฏิบัติการ Android version 4.2 มาใช้เพื่อสนับสนุนการใช้งานให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมหน่วยประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz และ RAM 2 GB นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย เรียกได้ว่าสเปคเกินราคา โดย Honor 3C ได้เปิดตัวไปแล้วที่ประเทศจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญที่สุดในเอเชีย ซึ่งปีนี้เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งได้รับการตอบรับจากสาวก Android เป็นอย่างดี ซึ่งเราคาดว่าสำหรับตลาดในประเทศไทย เราจะได้รับการตอบรับที่ดีมากเช่นกัน สำหรับราคานั้น เริ่มต้นที่ 7,990 บาท คุณสมบัติเด่นของ Honor 3C คือ หน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ LTPS จอชนิดใหม่ที่กินไฟน้อยลงเพื่อประหยัดพลังงาน และบางกว่าเดิม ความละเอียดสูงถึง 720 p, ระบบปฏิบัติการ Android version 4.2 พร้อม Emotion UI 2.0, RAM 2GB, หน่วยความจำ 8GB รองรับ Micro SD, มีกล้องด้านหลังความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้าความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ด้วยระบบเซนเซอร์จากโซนี่ ไมโครโฟน 2 ตัวพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และสามารถเชื่อมต่อบลูทูธ 4.0 รวมทั้งสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นใน Playstore ที่สามารถให้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กลุ่มธุรกิจหัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์ เป็นหนึ่งในสามกลุ่มธุรกิจหลักของหัวเว่ย ที่มุ่งพัฒนาและจัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประสิทธิภาพสูงให้แก่ลูกค้าในภาคองค์กร ด้วยศักยภาพที่เต็มเปี่ยมในด้านการวิจัยและพัฒนา ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่กว้างขวาง ซึ่งช่วยให้หัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าองค์กรได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหน่วยงานรัฐบาล การขนส่ง พลังงาน การเงิน หรือธุรกิจประเภทอื่นๆ โซลูชั่นของหัวเว่ย เอนเตอร์ไพรส์ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ระบบ UC&C ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ดาต้า เซ็นเตอร์ และแอพพลิเคชั่นเพื่องานอุตสาหกรรมต่างๆ Honor 3C Selling Point • 5” LTPS in–cell HD Display(1280 * 720) • Quad-core chipset with 2G RAM guarantee most fluency performance • Fashion Design with Extreme Compact ( Screen to Body ratio 69%, Frame wide only 2.2mm) • 5 MP Front-facing Camera with 10 level beautiful model • 8MP Sony BSI Camera with 4CM Macro shooting function • 2300 mAh Battery with Huawei patented power saving technology, can last more than one day even for heavy user • Dual Micro Sim card • Emotion UI 2.0 ,more easy to use

Dtac ส่งโปรสุดฮ็อต ลดราคาพิเศษหลายรุ่น ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมของแถมเพียบ
dtac /  Nokia Lumia / 

ดีแทคจัดทัพสมาร์ทโฟน งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 นำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทุกระบบปฏิบัติการ และพิเศษสุด Huawei U2800 และ Aircard Speedy 7.2 DS2 ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษมากมาย ดีแทคนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดร่วมงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศต้อนรับต้นปี “ งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 ” ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษมอบส่วนลดสมาร์ทโฟนราคาพิเศษสุด (เฉพาะรุ่น) พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษมากมาย รวมทั้งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากดีแทค พิเศษ! Samsung Galaxy Grand II ราคา 11,900 บาท พร้อมผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน และ 0 % นาน 20 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และพิเศษสุด Huawei U2800 และ Aircard Speedy 7.2 DS2 ซื้อ 1 แถม 1 เฉพาะงานนี้เท่านั้น สมาร์ทโฟนราคาพิเศษๆ เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ • Sony Xperia E ราคาปกติ 4,990 บาท ราคาพิเศษ 2,890 บาท รับฟรี Sony Xperia Bag มูลค่า 1,290 บาท และ ร่ม Sony มูลค่า 890 บาท • Sony Xperia Z1 ราคาปกติ 20,990 บาท ราคาพิเศษ 18,900 บาท รับฟรี Sony bag มูลค่า 1,290 บาท และ Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • i-Mobile IQ 5.1 Pro ราคาปกติ 5,700 บาท ราคาพิเศษ 4,800 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Black Berry Q10 ราคาปกติ 22,990 บาท ราคาพิเศษ 11,900 บาท รับฟรี Car Bluetooth Stereo Clip มูลค่า 1,990 บาทและ Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Nokia Lumia 925 จากปกติ 13,500 บาท ราคาพิเศษ 10,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • Nokia Lumia 1020 จากปกติ 19,900 บาท ราคาพิเศษ 18,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท และ ลำโพง Jabra Soulmate มูลค่า 5,990 บาท • Nokia Lumia 625 จากปกติ 6,990 บาท ราคาพิเศษ 5,900 บาท รับฟรี Powermax Power Booster 5200 mAh มูลค่า 1,290 บาท • HTC One จากปกติ 17,900 บาท ราคาพิเศษ 15,900 บาท • HTC One Mini จากปกติ 12,500 บาท ราคาพิเศษ 10,500 บาท • Samsung Galaxy Note 10.1 Editon 2014 จากปกติ 20,900 บาท ราคาพิเศษ 19,500 บาท รับฟรี Remax Powerbank 5000 Mah มูลค่า 1,390 บาท • Samsung Galaxy Grand จากปกติ 9,900 บาท ราคาพิเศษ 8,900 บาท รับฟรี Car Bluetooth Stero Clip มูลค่า 1,990 บาท • Samsung Galaxy Note II จากปกติ 15,900 บาท ราคาพิเศษ 13,900 บาท รับฟรี Remax Powerbank 5000 mAh มูลค่า 1,390 บาท และ Case Note II มูลค่า 690 บาท • Dtac TriNet Phone Lion ราคาพิเศษ 5,590 บาท รับฟรี Case มูลค่า 349 บาท • Dtac TriNet Phone Cheetah ราคาพิเศษ 4,290 บาท รับฟรี Case มูลค่า 349 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าดีแทค รับข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ • ฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 1,5OO บาท และติดฟิล์มกันรอยจาก Focus • รับ Cash back จากบัตรเครดิดที่ร่วมรายการ • เมื่อสมัครแพ็กเกจจากดีแทคมูลค่า 350-500 บาท ขึ้นไป รับฟรี Asscessories bag มูลค่า 189 บาท และเมื่อสมัครแพ็กเกจดีแทคมูลค่า 500 บาทขึ้นไปรับฟรี T-Shirt TriNet มูลค่า 349 บาท นอกจากนี้เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนจากดีแทคทุกรุ่นรับแพ็กเกจสุดพิเศษ Smartphone SmartSet 555 จ่ายเพียง 555 บาทต่อเดือน รับโทรฟรีถึง 700 นาที พร้อมใช้อินเทอร์เน็ตและ WiFi ไม่จำกัดนานถึง 2 ปี สิทธิพิเศษนี้มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น พบกับสมาร์ทโฟนอีกมากมายจากดีแทคพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูทดีแทคในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2014 ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

4G ช้าไป Huawei จัดให้ 5G อีก 4 ปี เจอกัน !!
3G /  4g / 

" 5G หนัง HD วิเดียวก็โหลดเสร็จ เจอกันปี 2018 ( ไม่ใช่ที่แห่งนี้!! )"     ในระหว่างที่บ้านนี้เมืองนี้กำลังแตกตื่นกับ 3G อุปทานหมู่ ที่บางครั้งก็หลุดเข้าสู่โหมดตัว E อย่างมิได้นัดหมาย แม้จะอยู่ในพื้นที่ใจกลางพระนคร ที่ก็ไม่น่าจะอับสัญญาณอะไรมากมายอยู่นั้น   ประเทศมหาอำนาจจีนแผ่นดินใหญ่ และค่ายสมาร์ทโฟน Huawei ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาเบาะๆ เบาๆ ว่า " 4G นี่เริ่มจะกากไปแล้วนะพี่น้อง สำหรับสมาร์ทโฟนในอนาคตอีก 4 ปี ต้อง  5G เท่านั้น!! "     ตัวเลข 5G ของหัวเหว่ยถูกทุ่มงบ เพื่อการพัฒนาไปกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กินระยะเวลาในการสร้างเพื่อแล้วเสร็จในอีก 4 ปีข้างหน้า คือปี  2018 อัตราความเร็วอยู่ 10Gbps ซึ่งเร็วกว่า 4G 10 เท่า และเร็วกว่า 3G ถึง 5,000 เท่า ทำให้ดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD ได้เสร็จภายในเวลาเพียง 1 วินาที เท่านั้น   ถือว่าเป็นแรงพลักดันเทคโนโลยีอินเตอร์เนตความเร็วสูงได้ดีทีเดียว เพราะหลังจาก Huawei แถลงข่าว 5G ไปนั้น ด้าน Samsung, Ericsson, ZTE, China Mobile รวมทั้ง รัฐบาลจีนและยุโรป ต่างก็แสดงเจตนารมณ์ร่วมพัฒนา 5G ต่อด้วย เช่นเดียวกัน !!     Source : asia.cnet.

ผุดแบรนด์มือถือชวนจิตตก
Huawai /  huawei

HUAWEI  แบรนด์สมาร์ทโฟนที่คุ้นตาจากแดนมังกร  เปิดแคมเปญโปรโมทบริษัทกันเสียใหม่ ในชื่อ How to pronounce Huawai หรือ สูเจ้าอ่านออกเสียง Huawai ว่าอะไร? เชื่อว่าหลายท่านอ่านออกเสียงว่า หัวเว่ย   ฯลฯ ติดหูกันมาตั้งแต่แรกเริ่มที่แบรนด์เปิดสู่ตลาดโบบายด์ ดูเหมือนพวกเราจะเข้าใจผิดมาตลอด เพราะความจริงแล้วคำอ่านของมัน มีความหมายชวนจิตตกอยู่เหมือนกัน ...  จะอ่านว่าอะไรนั้น?  ไปชมคลิปด้านล่างกันดีกว่า !!   *** HUAWEI - หัวเว่ย หรือ "WA WAY " - ว้าเหว่  มีชื่อเต็มว่า Huawei Technologies  เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน ที่เติบโตมากว่า 25 ปี ก่อตั้ง เมื่อปี 1987 โดยนายเหริน เจิ้งเฟย เมื่อปี 2010 ติดอยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์จูน  ยอดขาย 21.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านเหรียญสหรัฐ . Source By Techxcite

ที่สุดแห่งเดอะโฟน จาก MWC 2012
Ice Cream Sandwich /  MWC 2012

MWC 2012 - ปิดฉากลงไปแล้ว สำหรับงาน MWC 2012  ( Mobile World Congress 2012 ) อีกหนึ่งเวทีครั้งสำคัญต้นปี ที่บรรดาค่ายต่างๆ พาน้องๆ  มาเดินแบบ  พร้อมทั้งหยั่งเชิงคู่แข่ง  ก่อนกลับไปปรับทิศกลยุทธ์หวังพลิกเกม ซึ่งโดยรวมในงานนั้น นอกจากการขโมยซีนของโนเกีย ด้วย 808 แล้ว  น้องๆ ตัวอื่น ก็เรียกสายตาได้แบบพอกรุ่มกริ่ม พริ้มเพรา ให้พอชม้อยตา ชม้ายเนตรกันไป  ตั้งแต่แอนดรอยด์โฟน ที่แน่นอนต้องมาพร้อมกับ OS ภาคบังคับของปี อย่าง Ice cream sandwich และการหักเหลี่ยมเฉือนคม กันด้านฮาร์ดแวร์ จัดหนักเข้าว่า... มีอะไร? โดดเด้งแก่การจับจอง ในไตรมาสหน้าบ้าง... มาชมกันจ๊ะ!! HTC One X เริ่มกันที่ ขวัญใจแม่ยกแอนดรอย์ อย่างค่าย HTC รายงานไปแล้วกับสามใบเถาตระกูลวัน ซึ่ง HTC One X ดูจะเป็นที่สุด ในตระกูล จากขนาดจอ 4.7 นิ้ว (1280 x 720)  Super LCD ได้เครื่องยนตร์ ซีพียู 1.5GHz   quad-core processor มาเป็นตัวแปร ในการขับเร่ง Ice Cream Sandwich พร้อมกันนั้นยังพาเซนเซอร์กล้องมา 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ wide f/2.0 28 มิล.  ช่วยงานภาพยามอับแสงได้ดี ยัด Nvidia Tegra 3  เข้ามา บวกกับ แรม 1GB ก็เป็นที่สุดของค่ายไตรมาสนี้ เลยไปไตรมาสหน้าด้วย... Nokia 808 Pureview เป็นอะไรที่ค้านสายตากรรมการฝ่ายโอเอสอย่างมาก เพราะ Nokia 808 หล่อนรัน Symbian Belle แต่ดันพาเซนเซอร์กล้องปาไปที่ 41 ล้านพิกเซล ต้องยกเครดิตทีมการตลาดโนเกีย สำหรับการดึงโอเอส ที่ใครๆ ส่ายหน้า มารียูช บรรเจิดกว่า โนเกียตระกูลร่างเพชร เกล็ดพลอย ควรค่าแก่ป้าๆ เซเลบ ตีกะบังลม หยิบใช้ไปออกงาน เป็นไหนๆ  ... Nokia 808  มาพร้อม จังหวะงามๆ ที่ค่ายอื่นยังขยับกล้องแบบนับ 1-10 อยู่ ด้วยแหละ!! Nokia 808 Pureview   Fujitsu Quad-core ดูจากนิกเนม Quad-core ซะขนาดนี้ ไม่ต้องบอก ก็คงรู้กัน ว่างานนี้  Fujitsu จะขายอะไรได้ นอกจากซีพียู 4 คอร์ 1.5GHz ( NVIDIA 4-PLUS ) หรือชื่อเดิม Tegra 3 บน   4.6 นิ้ว Full HD 1080p รัน Android 4.0.3  บวก LTE และ กล้อง  13 ล้านพิกเซล ขณะเดียวกันเราอาจได้เห็นสเปกนี้รันมะม่วง ( Windows Phone 7.5  ) ด้วยเช่นกัน LG Optimus 4X HD ดูจากนิกเนม 4X ซะขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าต้องเล่น 4 คอร์ พลัส  วัน 1.5GHz อีกค่าย -_-"  บนจอ 4.7 นิ้ว  IPS screen มาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล และ Ice Cream Sandwich เช่นกัน Panasonic Eluga Power ดูจากนาม Eluga Power แล้วต้องเน้นความแรงใช่ไหมหล่ะ? มันจึงมากับซีพียู dual-core 1.5GHz  บนจอยักษ์ 5 นิ้ว (1280 x 720 ) หน่วยความจำภายใน  8GB และ micro SD card เพิ่มได้ไกล 32GB  มาพร้อม  Ice Cream Sandwich  เช่นกัน  ZTE Era ZTE พาน้องมาเปิดตัวในงาน 8 แจ่ม แต่ ZTE Era ดูจะแจ่มที่สุด ด้วยพาซีพียู  4 คอร์ 1.3GHz Tegra 3   รัน Ice Cream Sandwich  บนร่าง  4.3 นิ้ว ( 960 x 540 ) เข้ามา พร้อมด้วยกล้อง 8 ล้านพิกเซล ฟังก์ชั่น NFC  ลงตลาดกลางไตรมาสสองนี้เอง!! Acer CloudMobile CloudMobile ของเอเซอร์เครื่องนี้การันตี ตำแหน่งงานดีไซน์จาก iF design award 2012 จาก International Forum Design GmbH องค์กรด้านการออกแบบระดับโลกมาแล้ว หันมาดูเครื่องในกัน มันเริ่มต้นด้วย  ซีพียู dual core Qualcomm 1.5GHz 8260A, แรม 1GB จอ 4.3 นิ้ว IPS HD  บาง 8.9 มิล. และรัน Android 4.0 Huawei Ascend D quad Huawei ได้พรีเซ้นต์ Huawei Ascend P1 ที่สุดแห่งความบางไปแล้ว ในงาน CES 2012 ที่ผ่านมา และกับ MWC 2012 เราได้พบกับ Huawei Ascend D quad ... "มันเป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลก " Huawei  กล่าว  พร้อมทั้งพรีเซ้นส์สูตรสำเร็จ ความเร็ว Huawei's own K3V2 processor ที่สปีด 1.2/1.5GHz บนจอ 4.5 นิ้ว 330ppi   (1280 x 720 ) และ กราฟฟิก 32-bit ให้ชม!! Source & Pic By pocket-lint

Review: รีวิว Oppo Find Mirror มือถือ Quad-Core จอ 4.7
OPPO /  Oppo Find Mirror / 

สมาร์ทโฟนทุกวันนี้ นอกจากจะแข่งขันกันในเรื่องฟีเจอร์ ความสามารถพิเศษ ดีไซน์ ความบาง และอื่นๆ เรื่องของราคาและความคุ้มค่าก็สำคัญเช่นกันครับ โดยวันนี้เรามี รีวิว Oppo Find Mirror สมาร์ทโฟนสเปคคุ้มๆ ดีไซน์เก๋ๆ มาฝากให้แฟนๆ MThai ได้ชมกันเช่นเคย ค่าย Oppo ในปีนี้ก็ถือว่าเป็นค่ายที่มาแรงอีกหนึ่งค่าย โดยได้ส่งสมาร์ทโฟนออกมาแล้วหลายรุ่นในทุกๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดบนก็มี Oppo Find 5 สมาร์ทโฟนสเปคแรงในราคาเบาๆ ส่วนตลาดล่างก็มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล เอาเป็นว่า ก่อนอื่นเราต้องขอขอบคุณทาง Oppo ประเทศไทยมากนะครับ ที่ส่งสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาให้เราได้รีวิวกันแบบละเอียดทุกซอก ทุกมุม ว่าแล้วก็ลองไป Design: การออกแบบ Oppo Find Mirror เป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ที่มีดีไซน์ค่อนข้างดีครับ มีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดขนาด HD 1280x720 พิกเซล ถ้าเทียบกับมือถือส่วนมากในตลาดตอนนี้ ที่เทรนด์ค่อนข้างไปทางมือถือจอใหญ่ๆ ส่วนตัวคิดว่ามือถือจอไม่เกิน 5 นิ้วนี่แหละครับกำลังดี ผู้ชาย หรือผู้หญิงถือก็ไม่ดูใหญ่ หรือเล็กเกินไป ยังคงอยู่ที่ด้านหน้านะครับ ด้านบนของหน้าจอจะมีเซ็นเซอร์ต่างๆ ช่องลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีเลนส์มุมกว้างพิเศษ แต่เราจะมาพูดกันเรื่องกล้องอย่างละเอียดอีกครั้งในส่วนของการถ่ายภาพแล้วกันครับ ด้านล่าง มีปุ่มหลักของ Android อยู่ครบถ้วนครับ ประกอบไปด้วย ปุ่มเมนู ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ทั้งหมดเป็นปุ่ม soft key แบบสัมผัสครับผม มาดูแผ่นหลังขาวๆ กันครับ ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชที่ด้านบน และมีช่องไมค์ด้านหลังใกล้ๆ กัน ถัดลงมีโลโก้ Oppo และสุดท้ายเป็นลำโพงนอกที่ด้านล่าง สังเกตุรอบๆ กล้องจะมีขอบสีเงิน เพิ่มความหรูอีกระดับ ด้านล่าง มีช่องไมค์สำหรับสนทนา และช่อง MicroUSB เพื่อชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลผ่านสายดาต้า ด้านบนมีพอร์ตสำหรับเสียบหูฟัง 3.5 มม. มองจากด้านข้างจะเห็นว่ามือถือเครื่องนี้จัดว่าบางมากนะครับ โดยมีความบางอยู่ที 7.3 มิลลิเมตรเท่านั้น ถึงจะไม่บางที่สุดในโลก แต่แค่นี้ก็ถือว่าสวยแล้วครับ และบริเวณขอบด้านข้างตัวเครื่องยังมีขอบเงินเงางามอีก ดูดีทีเดียว ส่วนน้ำหนักของเครื่องก็อยู่ที่ 110 กรัม จัดว่าเบามาก นอกจากนี้ ทางด้านขวาจะมีปุ่มควบคุมเสียงอยู่ด้วย ส่วนทางด้านซ้าย มีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และสำหรับล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ ที่ส่วนตัวคิดว่าปุ่มนิ่มไปนิดนึงครับ ชอบเผลอมือไปโดน แล้วหน้าจอล็อคเองแบบไม่ตั้งใจบ่อยๆ ถัดไปจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดครับ ซึ่งตรงนี้น่าสนใจว่า ตามสเปคบอกว่า "มือถือเครื่องนี้รองรับ 2 ซิมการ์ด" แต่เฮียณัฐหาเท่าไหร่ก็หาช่องใส่ซิม 2 ไม่เจอ ปรากฏว่า ..... (รูปต่อไป) เมื่อใช้ที่จิ้มซิมดึงถาดใส่ซิมการ์ดออกมา ... เห้ย! ซิมการ์ดทั้งสองซิม สามารถใส่ได้บนถาดเดียวเลยนี่หว่า! แนวไปอีกแบบครับ ไอเอาก็หากันตั้งนาน โดย Oppo Find Mirror จะใช้ซิมแบบ MicroSIM ทั้งสองซิมนะครับ ลองนำ iPhone 4 มาวางเทียบขนาดกันครับ จะเห็นว่า Find Mirror บางกว่า iPhone 4 และมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าตามภาพเลย สรุปด้านดีไซน์ Oppo Find Mirror ถือว่าเป็นมือถืองานประกอบค่อนข้างดีนะครับ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก แต่ก็มีการตกแต่งขอบด้วยลูกเล่นขอบเงิน ให้อารมณ์หรูหราขึ้นมาอีกนิด อีกอย่าง มือถือเครื่องนี้ถอดแบตฯ ไม่ได้นะครับ งานประกอบแน่นหนาดีเลยทีเดียว หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p (เท่า Nexus 4) ถือว่าดีมาก ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับ Full HD แต่ก็แสดงผลได้คมชัด ดูหนังชัดเจนดี สีสันของ Oppo ก็ไม่ต้องห่วงอยู่แล้วครับ เพราะใช้เป็นจอ IPS 16 ล้านสี คมชัดไม่เวอร์ น่าจะตอบโจทย์คนอยากได้มือถือขนาดไม่ใหญ่มากได้ดี Performance: ประสิทธิภาพ ต่อไปลองมาดูด้านประสิทธิภาพ การใช้งานของ Oppo Find Mirror กันบ้างครับ Oppo Find Mirror มาพร้อมกับ CPU Quad-Core 1.2GHz, ใส่ RAM มาให้ 1GB มีหน่วยความจำภายใน 16GB เพิ่มเมมไม่ได้นะครับ รองรับ 3G ของทุกเครือข่าย (850/900/2100MHz) ส่วนระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชั่น Android 4.2.1 Jelly Bean เลยครับ กล้องถ่ายภาพ กล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล มีแฟลชส่องสว่างสำหรับถ่ายในที่มืด สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720p, ให้แบตเตอรี่มา 2000mAh, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.0, Wi-Fi, GPS, AGPS มีเซ็นเซอร์ Accelerometer, Ambient light, Digital Compass, Proximity, และ Gyroscope ต่อไปลองไปชมผลทดสอบ Find Mirror ด้วยโปรแกรมทดสอบ และไปดูด้านการใช้งานอื่นๆ กันครับ   ผลทดสอบ AnTuTu ทำคะแนนไปได้ 13271 คะแนน เทียบระดับความแรง Mirror แรงกว่าแท็บเล็ต Nexus 7 แต่เบากว่า Samsung Galaxy S3 รองรับ Multi Touch 10 จุด ส่วนผลทดสอบในด้านกราฟฟิกด้วยโปรแกรม 3DMark ทำไปได้ 1557 คะแนน หน้าโฮมของ Mirror มาแนวสีสันสดใส โดนใจวัยรุ่นแน่นอน เครื่องเล่นเพลงสุดคลาสสิคตัวนี้ เท่ดีครับ เป็น Widget พิเศษของ Oppo ที่มาแบบนี้ทุกเครื่องครับ คือเราสามารถเปิดเครื่องเล่นเพลงบน Widget นี้โดยการแตะลากเข็มด้านข้าง (ไม่รู้จริงๆ ครับว่าเรียกว่าอะไร ใครทราบโปรดชี้แนะ) เอาไปวางบนแผ่นเสียง จากนั้นแผ่นเสียงจะหมุน และเพลงจะเริ่มเล่นทันที ส่วนคุณภาพด้านเสียงเพลง หากฟังเพลงผ่านหูฟัง จัดว่าชิปเสียงของ Mirror เจ๋งมากครับ ให้เสียงค่อนข้างดี แต่น่าเสียดายที่ลำโพงนอก เสียงไม่ค่อยเวิร์คเื่ท่าไหร่ อยู่ในระดับพอฟังได้ แต่อย่างว่า ว่ามือถือเครื่องนี้อาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องเสียงเพลงเืท่าไหร่ จะเน้นเรื่องการออกแบบซะมากกว่า หน้าตาแป้นตัวเลขครับผม ไซส์มาตรฐาน  หน้าตา Play Store ก็เหมือนทั่วไปครับผม สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ได้ตามปกติเลย หน้าตาเปิด Multitasking (แตะปุ่ม Home ค้าง) ใช้วิธีปิดแอพฯ โดยการแตะค้างและปัดไปด้านข้างตามปกติ ส่วนด้านล่างมีการแสดงความจำคงเหลือครับ (ขออภัย ลายน้ำบัง) เมื่อรู้สึกว่าเครื่องช้าๆ อย่าลืมมาปิดแอพฯ ล้างความจำตรงนี้นะฮะ หน้า Home สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ตามสไตล์ Android จะเพิ่ม Widget เปลี่ยน Wallpaper ก็ทำได้ตามต้องการ เราสามารถเลือกเอฟเฟคการเปลี่ยนหน้าจอได้ด้วยครับ ตรงนี้ช่วยให้การใช้งานไม่น่าเบื่อดีครับ  ในหน้าจอรวมแอพฯ แอพฯไหนที่เพิ่งจะโหลดมา และยังไม่เคยเปิดใช้ บนไอคอนแอพฯ จะมีแท็กสีแดง เขียนว่า "New" ประกอบเอาไว้ให้เห็นด้วย แป้นพิมพ์ครับ ทั้งแบบแนวตั้ง และแนวนอน การท่องเว็บก็ทำได้ดี ลื่นไหลใช้ได้ครับ การแสดงผลบนหน้าจอระดับ HD ถือว่าทำได้ดี การปัดหน้าจอขึ้นหรือลง มีอาการหน่วงน้อยมากๆ ลื่นติดนิ้วดีไม่ว่าจะเป็นการซูมเข้า/ออกก็ตาม เล่นเฟสฯ ก็ทำได้ดี ไม่มีปัญหา  เกือบลืม! อีกหนึ่งจุดเด่นที่มองข้ามไม่ได้ก็คือนี่เลยครับ การควบคุมด้วยการเคลื่อนไหว หรือ Motion Control ซึ่ง Oppo Find Mirror จัดมาเพียบตามภาพด้านบนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Flip mute (ตัดเสียงเรียกเข้า หรือแจ้งเตือน เพียงคว่ำหน้าจอ), Auto answer (รับสายเรียกเข้า เพียงยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู), Smart notification (แจ้งเตือนการแจ้งเตือนต่างๆ ที่พลาด เช่น missed call ทันที ที่หยิบมือถือ), Smart sleep (หน้าจอจะไม่ดับ หากกำลังจ้องมองโทรศัพท์อยู่) และอื่นๆ เพียบครับ ลองอ่านดู การเล่นเกม ถือว่าทำได้ดีเช่นกันครับ เล่นเกมได้ลื่นไหลดี CPU Quad-Core ทำงานได้เยี่ยมครับ (แต่ถ้าเกมกราฟฟิกหนักๆ จะมีกระตุกเล็กน้อย) หน้าจอ HD ดูหนัง ดู YouTube สบาย สรุปด้านประสิทธิภาพ การใช้งาน Oppo Find Mirror จัดว่าโอเคมากๆ ครับ ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ที่มีราคาไม่สูง มีจุดเด่นที่ CPU Quad-Core, หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD, กล้อง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช ทั้งหมดนี้ในราคาเพียงแค่หมื่นนิดๆ ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงาน ก็ถือว่าแบตฯ ไม่อึดเท่าไหร่ครับ หากใช้งานทั่วไป เปิดรับสาย, เช็ค Facebook, เปิดเว็บ หรือเล่นเกมบ้างเล็กน้อย อันนี้เช้าถึงเย็นถือว่าทำได้ชิวๆ แต่ถ้าวันไหนเกิดติดเกมไหนขึ้นมา เล่นเกมต่อเนื่องยาวๆ รับรองว่าครึ่งวันได้วิ่งหาที่ชาร์จแน่นอน แต่ ณ จุดนี้ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกสำหรับสมาร์ทโฟนครับ เครื่องไหนก็เป็น Camera: การถ่ายภาพ ต่อไปลองมาดูในเรื่องที่หลายๆ ท่านให้ความสำคัญมากในการจะซื้อมือถือซักเครื่อง คือเรื่องการถ่ายภาพครับ อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Oppo Find Mirror มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช จากที่ทดสอบการถ่ายภาพ เฮียค่อนข้างประทับใจในเรื่องของการโฟกัสนะครับ ทำได้ไวดีใช้ได้ทีเดียว และมีโหมดการถ่ายภาพ และเอฟเฟคต่างๆ ให้ถ่ายภาพเล่นๆ สนุกๆ เยอะใช้ได้ ส่วนกล้องหน้า ส่วนนี้มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และมีความพิเศษตรงที่เป็นเลนส์มุมกว้าง (Ultra Wide Angel) ที่มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพตัวเองด้วยกล้องหน้า โดยเลนส์มุมกว้างจะช่วยเวลาที่คุณถ่ายภาพกับเพื่อนด้วยกล้องหน้า จะสามารถเก็บภาพได้กว้างขึ้น ไม่ต้องเบียดๆ กันถ่ายให้ลำบาก และยังมีโหมดหน้าสวย หรือเอฟเฟคให้ใช้เช่นกัน ส่วนคุณภาพของภาพก็ถือว่าโอเค ตามมาตรฐานกล้องหน้า 2 ล้านทั่วไปครับ ตัวอย่างเอฟเฟคกล้องโลโม่ครับ ใครอยากหน้าเรียวเล็ก, เสริมจมูก, หรือเสริมคาง ไม่ต้องไปคลีนิคเสริมความงามครับ ใช้แอพฯ นี้ได้สบาย แถมฮากว่าด้วย ^^ ต่อไปลองชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Find Mirror กันบ้างครับ Conclusion: สรุป ข้อดี - ดีไซน์โฉบเฉี่ยว บาง น้ำหนักเบา - ลูกเล่น Motion Control เพียบ - รองรับสองซิม (รองรับทุกค่ายในไทย) - กล้องหน้ามุมกว้างถ่ายสะดวก - สเปคคุ้มค่าราคา ข้อสังเกต - ถอดแบตไม่ได้ - เสียงลำโพงนอกเบาไปนิด - เพิ่มเมมไม่ได้ หลังจากที่ได้ทดสอบ ทดลองใช้ Oppo Find Mirror มาเป็นเวลาระยะหนึ่ง สิ่งที่ค่อนข้างประทับใจมากก็คือเรื่องงานประกอบ ดีไซน์ครับ เพราะทำออกมาได้ค่อนข้างดี หน้าจอ 4.7 นิ้วขนาดกำลังน่าใ้ช้ แถมน้ำหนักตัวเครื่องก็เพียงแค่ 110 กรัมเท่านั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นๆ ที่ทำมาตอบโจทย์คนที่อยากได้มือถือสวยๆ แน่นอน แม้เครื่องจะเป็นพลาสติกก็ตาม ส่วนด้านการใช้งานทั่วไป ก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน สเปคเครื่องจัดว่าน่าจะใช้อีก 1-2 ปีได้สบาย กับ CPU Quad-Core ระดับเริ่มต้นตัวนี้, RAM 1GB, แถมใส่ Android 4.2.1 JB มาแล้ว ถือว่าใช้ได้อีกไกล จะเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงก็ทำได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ใครที่มีหลายซิม เครื่องนี้ก็รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม แอบเสียดายนิดหน่อยครับ กับเสียงจากลำโพงนอก ที่ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นที่มาพร้อมกับเครื่องทดสอบหรือเปล่า ผิดกับเสียงจากหูฟัง ที่ดีใช้ได้เลย Oppo Find Mirror เปิดราคาออกมาแล้วครับ คือ 11,990 บาท ราคาถือว่าน่ารักน่าลุ้นครับ โดยเปิดราคาออกมาเท่านี้ก็จะไปชนกับ Huawei Ascend P6, HTC Desire 600, Samsung Galaxy Mega 5.8, Sony Xperia SP, หรือจะเป็น Google Nexus 4 (เครื่องนอก) ครับ ก็มีทั้งรุ่นที่เป็น Quad-Core และ Dual-Core ลองเปรียบเทียบตามความต้องการครับ สุดท้ายนี้ก็ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ครับ ใครมีข้อสงสัย หรือข้อเสนอแนะอะไร สามารถบอกเฮียณัฐได้ทาง Comment ใต้บทความ หรือทาง Facebook MThai Technology ก็ได้เช่นกันครับ สำหรับวันนี้ขอลากันก่อน สวัสดีครับ ^^

Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End มหกรรมช็อปสมาร์ทโฟน ไตรมาส 2 !!
Mobile Expo /  Mobile Expo 2013 / 

  ล่วงเข้ากลางไตรมาส 2 ปีนี้ นับๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานั้น มีน้องๆ สมาร์ทโฟนผุดขึ้นมาให้เลือกกันอยู่เนืองๆ สายแข็งคงหนีไม่พ้นเหล่าแอนดรอยด์ ทั้งตัวแม่อย่าง Samsung Galaxy S4 และ ตระกูล xperia นำทัพโดย sony xperia z นับรวมสายมืดอย่างวินโดวส์โฟน ก็ถูกจดจำผ่านแบรนด์ลูเมีย ที่ท้ายแล้วก็ย่อย segment ลงเจาะตลาดอย่างเมามันส์ สอยยิบๆ กันไป จนเกือบลืมว่าเลขไหนเป็นเรือธง     ส่วนแบรนด์ผลไม้ ที่ยังคงไปได้กับ iPhone 5 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พร้อมปล่อยตัวเลขยอดขายไอโฟน 5 มาเขย่าใจคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง แถมยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีตกหล่น ( แหม่...ก็พี่เล่นขายอย่างเดียว -_-" )   มีตัวเลือกมากมาย ให้ใครที่คิดจะเปลี่ยนมือถือในช่วงนี้ ได้พิจารณากันตามแรงศรัทธา และเหมาะเจาะอย่างมาก หากจะพาร่าง ไปเดินช๊อปพาเหรดงานสมาร์ทโฟน - แท็บเล็ต ปลายเดือนนี้ กับงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ใครสนใจเชิญไปเลือกชมน้องๆ หนูๆ   ในงานกันได้ ตั้งแต่วันที่ 23 - 26 พ.ค. นี้ @ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เดิม สำหรับช่วงนี้ ไปชมไฮไลท์เด็ดดวง ที่จะพบในงานกันก่อนจ๊ะ!! แหะๆ ><"   สมาร์ทโฟน 62 รุ่นใหม่ในงาน Mobile Expo   Samsung Champ Plus Duos ซัมซุงไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Series เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีฟีเจอร์โฟนจอทัชสกรีนใหเลือกใช้สำหรับคนงบน้อยด้วยกับรุ่น Champ Plus Duos หรืออีกชื่อหนึ่งคือ REX2 Sim รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Dual-Standby อัพเดท Social Network บน Facebook, Twitter และ ChatOn ติดกล้อง 2 ล้านพิกเซล หน้าจอ 2.8 นิ้ว สามารถลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Samsung Apps ได้เพิ่มเติม ราคาไม่แพงครับอยู่ที่ 2,190 บาท Samsung Galaxy Young ห่างหายจากสมาร์ทโฟนระดับล่างไปพักใหญ่ งานนี้อาจมีรุ่นใหม่เปิดตัวอย่าง Galaxy Young สเปคอยู่ในระดับปานกลางทั้งหน้าจอ 3.27 นิ้ว ชิปประมวลผล 1 GHz เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปได้ดี ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 พร้อม TouchWiz UX สไตล์เดิม กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด VGA  รองรับการเชื่อมต่อ 3G Wi-Fi GPS ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Google Play Store สำหรับราคาคาดว่าจะเปิดตัวประมาณ 4-5 พันบาท ถือว่าสมเหตุสมผลทีเดียว Samsung Galaxy Fame ขยับอัพงบขึ้นมาอีกนิดจะได้ Galaxy Fame สเปคสูงขึ้นมาอีกนิด ด้วยจุดขายหน้าจอ 3.5 นิ้ว (ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล), ชิปประมวลผล 1 GHz กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส บันทึกวิดีโอความละเอียด VGA รองรับการเชื่อมต่อ 3G, Wi-Fi, GPS, ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Google Play Store ครบเครื่องแบบสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป ด้านราคาคาดว่าจะไม่เกิน 6,000 บาทครับ Samsung Galaxy S III Mini จักรวาลขนาดมินิ แม้จะย่อส่วนจาก Galaxy S III แต่สเปคการใช้งานภายในเรียกว่าดีเกินขนาด ทั้งหน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 4.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1GHz รองรับคอนเทนท์ระดับ HD720p กล้อง 5 ล้านพิคเซล บันทึกวิดิโอ HD สบายๆ รองรับการเชื่อมต่อครบถ้วน ลงแอพพลิเคชั่นผ่าน Play Store และใช้งาน NFC ได้ด้วย ! เครื่องเล็กพกพาสะดวก ตอบโจทย์ฟีเจอร์สุดสมาร์ทขนาดนี้ สนนราคาเพียง 10,900 บาท แถม Flip Cover ของแท้ให้ด้วยนะจ๊ะ Samsung Galaxy Grand Duos มาถึงสมาร์ทโฟนสุดฮิตกระแสแรงตั้งแต่ต้นปี 2013 สำหรับ Galaxy Grand Duos โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.0 นิ้ว เข้าเว็บ ดูหนัง เล่นเกมได้เต็มตายิ่งกว่าเดิม ชิปประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz รองรับคอนเทนท์ต่างๆ ระดับ HD เต็มรูปแบบ กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้งาน 3G, Wi-Fi, GPS เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป แถมรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Always-On) อีกด้วย ทั้งหมดนี้ด้วยราคาเพียง 11,900 บาท ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงได้ขายดิบขายดีขนาดนี้จ้า Samsung ATIV S หากคุณเบื่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ Samsung มีวินโดว์โฟน 8 ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของกันได้กับ “ATIV S” หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 4.8 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz แรงเร็วเหลือเฟือบนโอเอสวินโดว์โฟน 8 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลาย รองรับการใช้งานโซเชี่ยลหลักๆ ครบเครื่อง กล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย และแบตเตอรี่ 2,300 mAh ขอบอกว่าอึดมาก ! ได้ข่าวว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End จะมีโปรโมชั่นแรงๆ ด้วย รอติดตามได้เลย Samsung Galaxy S III ถึงจะมีภาคต่อของอดีตสมาร์ทโฟน Flagship ของปี 2012 วางจำหน่ายแล้วแต่ Galaxy S III ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย หากคุณตามหามือถือแอนดรอยด์สเปคครบ บางเฉียบ จอใหญ่ อัพเดทได้อีกยาว และราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ครับ หน้าจอ HD 4.8 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.4 GHz กล้อง 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 2,100 mAh พร้อมฟีเจอร์เสริมเด็ดๆ เช่น Smart Stay, S-Beam ฯลฯ ตอนนี้มีให้เลือกหลายสีตามความชอบ สนนราคา 17,000 บาทเท่านั้นเอง รอติดตามโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน เผลอๆ อาจจะได้ราคาถูกกว่านี้มากครับ Samsung Galaxy Note 8.0 เปลี่ยนสมุดไดอารี่เล่มใหญ่ของคุณให้เป็นแท็ปเล็ตสุดสมาร์ทกันดีกว่ากับ “Galaxy Note 8.0” น้ำหนักเบาหวิวไม่ถึง 350 กรัม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8.0 นิ้ว รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD สมบูรณ์แบบ เหมาะกับใช้งานดูวิดีโอ เว็บไซต์ หรือใช้จดบันทึกด้วย S Pen ผ่าน Premium Suite ทำตารางนัดหมายผ่าน Awesome Note นอกจากนี้ยังใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้อีกด้วย ! ติดกล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับ 3G ทุกเครือข่าย เพิ่มเมมโมรี่การ์ดสูงสุด 64 GB ทั้งหมดนี้จัดได้ในราคา 15,200 บาท คุ้มจริงๆ Samsung Galaxy Note 2 หากชอบจอใหญ่สะใจ แบตเตอรี่อึดๆ พกพาไม่ยาก แถมใช้เขียนโน่นจดนี่ได้อีก Galaxy Note 2 ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ หน้าจอขนาดใหญ่สะใจ 5.5 นิ้ว เหมาะกับใช้งานด้านมัลติมีเดีย เล่นเบราเซอร์ รวมถึงใช้งานทั่วไปได้ดี ฟีเจอร์จดบันทึก วาดภาพด้วย S Pen ผ่าน Premium Suite มากความสามารถ กล้อง 8 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผล Quad-Core 1.4 GHz แบตเตอรี่ 3,100 mAh อยู่ได้ทั้งวันสบายๆ เป็นเจ้าของได้ในราคา 19,900 บาท ตอนนี้มีสีชมพูให้เลือกด้วยนะครับ แถมเคสลายโน้ต อุดมให้อีกต่างหาก : ) Samsung Galaxy Mega 6.3 บางครั้งสมาร์ทโฟนหน้าจอระดับ 5-5.5 นิ้วยังไม่สะใจมากพอ Samsung เลยจัดให้แบบเต็มเหนี่ยวบน Galaxy Mega 6.3 โหดสุดด้วยหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล, ชิปประมวลผล Exynos 5 Dual 1.7 GHz พร้อมฟีเจอร์เสริมคล้าย Galaxy S4 เช่น Multi-Window, Air Gesture ฯลฯ กล้อง 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3,200 mAh กะใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน รองรับ 3G ทุกเครือข่าย น่าซื้อมาไว้ดูหนัง เล่นเกมจริงๆ ครับ รอดูว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End จะมีมาปรากฏโฉมให้ชมกันหรือไม่ ? Samsung Galaxy S4 สิ้นสุดการรอคอยแล้ววันนี้ ! เมื่อสมาร์ทโฟน Flagship รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคา 21,900 บาท สำหรับ “Galaxy S4” โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมี่ยม บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร หน้าจอ Super-AMOLED FHD ขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน เหมาะกับใช้ดูวิดีโอ เล่นเกม เข้าเว็บไซต์ต่างๆ ฯลฯ พร้อมฟีเจอร์ใหม่เช่น Air Gesture, Air View, Group Play, Optical Reader ฯลฯ ช่วยให้คุณสมาร์ทขึ้นกว่าเดิม ติดกล้อง 13 ล้านพิกเซล ออฟชั่นเพียบ ! รองรับ 3G ทุกเครือข่ายไม่แยกคลื่น แบตเตอรี่ 2,600 mAh และมีให้เลือก 2 สีสัน ไม่ควรพลาดจริงๆ หากคุณชอบนวัตกรรมใหม่บนสมาร์ทโฟน Nokia Asha 210   เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้กับฟีเจอร์โฟน QWERTY สุดสมาร์ทจาก Nokia เหมาะกับผู้ใช้ที่มีงบไม่มากนัก แต่ต้องการมือถือที่สามารถตอบสนองด้าน Social & Messaging ได้ดีไม่แพ้สมาร์ทโฟน รุ่นนี้นอกจากจะพิมพ์มันส์ด้วยแป้นคิวเวอร์ตี้แล้ว ยังสามารถเล่น Twitter, Facebook, WhatsApp รวมถึง Line ฯลฯ ได้อีกต่างหาก ติดกล้อง 2MP มีเวอร์ชั่นรองรับ 2 ซิมการ์ด และเลือกได้ถึง 5 สีสันแสบสุด ราคาไม่แพงครับ ประมาณ 2 พันต้นๆ เท่านั้นเอง Nokia 301     มือถือปัจจุบันส่วนใหญ่กลายเป็นทัชสกรีนไปซะหมด บางท่านอาจจะไม่ชอบเพราะใช้ยากกว่าปุ่มกดคลาสสิค ล่าสุด Nokia นำฟีเจอร์โฟนปุ่มกดมาให้จับจองเป็นเจ้าของกับ Asha 301 สเปคหน้าจอขนาด 2.4 นิ้ว รองรับการใช้งาน 3G เหมาะกับช่วงนี้พอดี ติดกล้อง 3.2 ล้านพิกเซล ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจากบน Nokia Store ได้พอสมควร และมีให้เลือกมากมายถึง 5 สีสันเจ็บๆ คาดว่ารุ่นนี้ราคาประมาณ 2 พันบาทใกล้เคียงกับมือถือ 3G รุ่นล่างหลายรุ่นในตอนนี้ Nokia Lumia 520 กำลังฮิตติดชาร์ทเลยทีเดียวด้วยสเปคภายในเร็วแรงระดับ Dual-Core พร้อมหน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว ทำให้ผู้ใช้สามารถดูหนัง ชมคอนเทนท์ระดับ HD บนวินโดว์โฟนรุ่นประหยัด “Lumia 520” แบบไม่กระตุก ติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ HD แถมมีปุ่มชัตเตอร์ให้ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมมากมายผ่าน Windows Phone Store ที่น่าสนใจคือแอพฯ เสริมต่างๆ จาก Nokia มีให้เลือกใช้เพียบ สนนราคาเพียง 5,850 บาทเท่านั้นเองจ้า Nokia Lumia 620 อัพสเปคขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Lumia 620 ถึงหน้าจอจะเล็กกว่าเดิมนิดหน่อย (3.8 นิ้ว) แต่ได้ฟีเจอร์เพิ่มมาไม่น้อยทั้งกล้องหน้า VGA สำหรับสนทนาผ่าน Video Call, การเชื่อมต่อผ่าน NFC นอกนั้นคล้ายกับวินโดว์โฟน 8 ตระกูล Lumia รุ่นอื่นๆ เช่นชิปประมวลผล Dual-Core 1GHz แอพพลิเคชั่นเสริมจาก Nokia ทั้งหลาย กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับคอนเทนท์ HD เต็มรูปแบบ และแน่นอนว่าเปลี่ยนฝาหลังได้หลากสีทีเดียวครับ ทั้งนี้ราคาอัพจาก Lumia 520 พอสมควรที่ 8,250 บาท ลองตัดสินใจเลือกดูได้เลย ! Nokia Lumia 720 เพิ่งวางขายไม่นานนี้พร้อมกับ Lumia 520 ครับ สำหรับ Lumia 720 โดดเด่นมากเรื่องกล้องหลัก เป็นรุ่นแรกที่รูรับแสงกว้างที่สุดในบรรดามือถือด้วยกัน (F/1.9) ใช้เลนส์ Carl-Zeiss ไวด์ 26 mm ถ่ายภาพมุมกว้างได้ดีทีเดียว หน้าจอ IPS ClearBlack สว่างคมชัด 4.3 นิ้ว บอดี้บางไม่ถึง 10 มิลลิเมตร ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1 GHz แบตเตอรี่อึดสะใจ 2,000 mAh และรองรับ 3G ทุกเครือข่ายอีกด้วย เป็นเจ้าของได้ในราคา 10,900 บาทครับ คุ้มค่าจริงๆ หากคุณชื่นชอบวินโดว์โฟนอยู่แล้ว Nokia Lumia 820 งบไม่พอสอยตัวท็อป Lumia 920 ลองดูรุ่นรองอย่าง Lumia 820 ถือว่าสเปคดีไม่แพ้กัน แม้ว่าจะลดหน้าจอลงมาเหลือ 4.3 นิ้ว (AMOLED ClearBlack) และตัดกล้อง Pureview, ระบบชาร์จไร้สายออกไป แต่คุณสมบัติอื่นๆ ยังอยู่ครบเช่น ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5GHz ระบบปฏิบัติการวินโดว์โฟน 8 พร้อมแอพฯ เสริมจากทาง Nokia ครบวงจรทั้ง Here Maps, Nokia Glam Me ฯลฯ สามารถเพิ่มเมมโมรี่การ์ด MicroSD สูงสุด 32GB แถมเปลี่ยนฝาหลังหลากสีตามใจชอบ สนนราคา 16,600 บาท แน่นอนว่ามีโปรโมชั่นเด็ดของรุ่นนี้ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End รอติดตามได้ Nokia Lumia 920 ถึงจะวางจำหน่ายมาพอสมควรแล้วแต่ Lumia 920 ยังเป็นวินโดว์โฟนที่สเปคดีมากรุ่นนึง เด่นด้วยดีไซน์ลงตัว จับถือได้ง่าย หน้าจอ Puremotion HD ขนาด 4.5 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz แรงเหลือเฟือสำหรับวินโดว์โฟน 8 ครับ ติดกล้อง PureView 8.7 ล้านพิกเซล ลูกเล่นเพียบ คุณภาพการันตีได้ รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่องทั้ง 3G ทุกเครือข่าย, Wi-Fi, GPS, NFC, ฯลฯ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Windows Phone Store และแอพฯ เสริมจาก Nokia อีกเพียบเช่น Here Drive, Here Map ฯลฯ ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 18,900 บาท แถมมีอุปกรณ์เสริมเด็ดๆ อย่างแท่นชาร์จไร้สายให้เลือกใช้งานด้วยจ้า LG Optimus L3 II ถึงจะมาแบบเงียบๆ แต่ถ้าคุณชื่นชอบดีไซน์หรูหราของ LG แล้วน่าสนใจครับ สำหรับ Optimus L3 II ยังคงการออกแบบแนว L-Style ไว้เช่นเดิม พร้อมสเปคอัพเกรดขึ้นเล็กน้อย หน้าจอ 3.2 นิ้ว ชิปประมวลผลแรง 1 GHz รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ติดกล้อง 3 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งาน 3G WiFi GPS ครบในตัว และแบตเตอรี่ 1500 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้ทั้งวัน ราคาเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียง 3990 บาทเท่านั้นเอง  -> 4,190 LG Optimus L7 II เขยิบขึ้นมาอีกหน่อยจะได้ Optimus L7 II โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์แบบ L-Style ขนาดเล็กพอดีมือ และสเปคภายในที่มาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 4.3 นิ้ว แสดงผลได้คมชัดพอใช้ ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง ที่น่าสนใจคือเรื่องแบตเตอรี่ครับ อัดมาเต็มเหนี่ยวที่ 2,460 mAh กะไม่ง้อแบตเตอรี่สำรองเลยทีเดียว คาดว่ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในราคาราวๆ 8,990 บาทครับ LG Optimus L9 ถึงจะเปิดตัวมาหลายเดือนแต่ Optimus L9 ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าไม่น้อย ด้วยดีไซน์สุดหรู บางเฉียบ หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.7 นิ้ว เหมาะกับใช้งานทั่วไป ดูหนัง เล่นเกมได้ดี ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD ได้ด้วย รองรับ 3G ทุกเครือข่าย และแบตเตอรี่ 2,100 mAh ใช้งานได้นานพอตัว ตอนนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 10,900 บาท ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้ : ) LG Nexus 4 ไม่ควรพลาดกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก สำหรับ Nexus 4 สัมผัสประสบการณ์ Pure Android แบบดั้งเดิม ไม่ปรับแต่งใดๆ ทั้งสิ้น หน้าจอ HD 4.7 นิ้วชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 เวอร์ชั่นล่าสุด แถมยังอัพเกรดได้เรื่อยๆ ในอนาคต กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย แต่เมมโมรี่ภายค่อนข้างจำกัดที่ 16 GB ทั้งนี้ราคาก็เย้ายวนไม่น้อยที่ 15,990 บาท สเปคแรงขนาดนี้ แถมดีไซน์ด้านหลังยังแนวได้อีก ใครจะอดใจไหว  Optimus G   อัพเกรดจาก Nexus 4 นิดหน่อยก็จะได้ Optimus G สมาร์ทโฟน Flagship ของ LG ตอนนี้ หน้าจอ True IPS HD+ ขนาด 4.7 นิ้ว คมกริบสีสันไม่จัดจ้านเกินไป รันบนโอเอสแอนดรอยด์ 4.1.2 ลื่นหัวแตกครับ ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro และติดกล้อง 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD ได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ QSlide รันแอพฯ พร้อมกันได้สูงสุดถึง 3 ตัวด้วยกัน ในอนาคตรุ่นนี้สามารถปลดล็อคให้ใช้งาน 4G LTE ได้ หากคุณคิดว่าซื้อมาใช้งานยาวๆ รุ่นนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนกับราคา 17,990 บาทครับ BlackBerry 9220 มีงบน้อยก็แชทกระหน่ำกับเพื่อนๆ ได้ผ่าน BlackBerry 9220 ราคาเพียง 4,990 บาท รองรับการใช้งาน Social Network ครอบคลุมทั้ง Facebook, Twitter, Line, WhatsApp รวมถึง BBM ฯลฯ ระบบอีเมลดีเยี่ยม เหมาะกับใช้งานในองค์กร ติดกล้อง 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ทั้งวัน อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่รองรับ 3G นะครับ แต่ยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi ดังนั้นจึงไว้เหมาะกับเปิดไว้รับข้อความ อีเมลอะไรต่างๆ ซะมากกว่า BlackBerry 9320 จากข้อจำกัดหลายอย่างบน Blackberry 9220 ทั้งไม่รองรับการเชื่อมต่อ 3G ใช้งาน GPS ก็ไม่สะดวก หากมีงบขึ้นมาอีกหน่อย Blackberry 9320 ลงตัวครับทั้งแป้น QWERTY พิมพ์มันส์สะใจ อัพเกรดสเปครองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS เต็มรูปแบบ กล้อง 3.2 ล้านพิคเซล ใช้งานบนระบบ Blackberry OS 7.1 แบตเตอรี่มากพอใช้งานได้ทั้งวัน แน่นอนว่ามี Blackberry Hub ให้คุณอัพเดทโซเชี่ยลกับเพื่อนๆ ตลอดเวลา สำหรับราคาตอนนี้อยู่ที่ 7,990 บาทครับ BlackBerry 9900 ถึงจะออกมาหลายเดือนแล้วแต่ Blackberry 9900 ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าดึงดูดมาก หากคุณชอบ QWERTY พร้อมดีไซน์หรูหรา คลาสสิคในตัว หน้าจอทัช 2.8 นิ้ว แสดงผลคมชัด ชิปประมวลผลความเร็ว 1.2GHz ตอบสนองการใช้งานรวดเร็วทุกฟีเจอร์ รองรับการเชื่อมต่อ 3G WiFi GPS ติดกล้อง 5 ล้านพิคเซล และสนุกกับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คบน Blackberry Hub อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่สามารถอัพเกรดเป็น Blackberry 10 ได้ครับ สนนราคา 15,990 บาท BlackBerry Z10 เพิ่งวางขายไม่นานนี้กับสมาร์ทโฟน BlackBerry 10 รุ่นแรกสำหรับ Z10 อัพเกรดสเปคแรงขึ้นกว่าเดิม หน้าจอ HD 4.2 นิ้ว ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย กล้อง 8 ล้านพิกเซล ฯลฯ ที่น่าสนใจคือระบบ BlackBerry 10 ฟีเจอร์ใหม่เพียบ สามารถนำแอพฯ จาก Android มาลงใช้งานได้ด้วย ! นอกจากนี้บริการ BBM สามารถใช้งานโดยไม่ต้องสมัครโปร BB เพิ่ม ใช้งาน Social ครบวงจรผ่าน BlackBerry Hub งานนี้ใครเบื่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หรือ iOS มาลองของใหม่บน BB10 ก็ดีเหมือนกันครับ สนนราคาที่ 20,900 บาท BlackBerry Q10 ไม่ชอบทัชสกรีนล้วน BlackBerry ก็จัดสมาร์ทโฟนแป้น QWERTY ให้บนรุ่น Q10 สเปคโดยรวมใกล้เคียงกับ Z10 ทั้งโอเอส ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz ต่างกันตรงสไตล์การใช้งาน และหน้าจอลดเหลือ 3.1 นิ้วเท่านั้น รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย Wi-Fi GPS ครบเครื่อง อัพเดทสถานะบนโซเชี่ยลต่างๆ ผ่าน BlackBerry Hub ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล แต่รุ่นนี้อาจจะไม่เหมาะกับดูหนังเท่าไหร่ จากความละเอียดหน้าจอที่น้อย-ผิดอัตราส่วนปกติไปมากครับ คาดว่าจะได้ยลโฉมตัวเป็นๆ ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ลองติดตามให้ดี Sony Xperia E สัมผัสอารยธรรมสมาร์ทโฟน Sony ราคาประหยัดกับ Xperia E ดีไซน์คลาสสิค หน้าจอทัชขนาด 3.2 นิ้ว ชิปประมวลผล 1 GHz รันบนโอเอส Android 4.1.2 รองรับแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลายบน Google Play Store กล้อง 3 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ 1,500 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้ตลอดวัน รองรับ 3G Wi-Fi GPS ครบ ราคาถือว่าถูกทีเดียวครับเพียง 4,990 บาท Sony Xperia L งบไม่เยอะแต่อยากได้สมาร์ทโฟน Sony ระดับกลางดีไซน์สวย ลองดู Xperia L รุ่นใหม่ล่าสุดครับ หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ดีไซน์คล้าย Xperia J โค้งด้านหลัง ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz (Snapdragon 400) กล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ HD ดูหนัง ฟังเพลงผ่านเครื่องเล่น Walkman เล่นเกมสบายๆ ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 โดยรวมแล้วถือว่าอัพเกรดจากรุ่นเดิม (Xperia J) พอสมควรครับ คาดว่าเปิดตัวในราคาหมื่นบาทเศษๆ เท่านั้น Sony Xperia V ถึงจะผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว แต่ถ้าอยากได้สมาร์ทโฟนฟีเจอร์ครบ ดีไซน์คลาสสิค สามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตรในเวลา 30 นาที ตอนนี้ Xperia V คือทางเลือกที่ยังน่าสนใจทีเดียว นอกจากคุณสมบัติกันน้ำแล้ว ยังมาพร้อมกับหน้าจอ HD ขนาด 4.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1.5 GHz ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 กล้อง 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD ฯลฯ ด้านโปรโมชั่นต่างๆ รอเซอร์ไพรส์ในงานดีกว่า รับรองไม่ผิดหวังครับ Sony Xperia TX ถ้าไม่จำเป็นต้องกันน้ำกันฝุ่น ในราคาเท่ากับ Xperia V สามารถดู Xperia TX ได้อีกรุ่นนึง คุณสมบัติโดยรวมคล้ายกันทั้งชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz, ระบบ Android 4.1.2, กล้อง Exmor R 13 ล้านพิกเซล, รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย ฯลฯ แต่ได้หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD ใช้งานมัลติมีเดียได้สะใจกว่าเดิม ทั้งนี้ Xperia TX ไม่กันน้ำนะครับ อิอิ สำหรับราคาอยู่ที่ 14,990 บาท รับรองว่าใน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End มีโปรโมชั่นพิเศษรุ่นนี้แน่นอน Sony Xperia SP รุ่นนี้คือภาคต่อของ Xperia SL นั่นเองครับ ปรับดีไซน์ สเปคภายในดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงแถบไฟ LED สุดเก๋ไว้เหมือนเดิม รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ HD ขนาด 4.6 นิ้ว ระบบ Mobile Bravia Engine 2, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.7 GHz (MSM8960Pro), กล้อง Exmor RS 8 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD เต็มรูปแบบ เครื่องเล่น Walkman เหมาะกับคนรักเสียงฟังเพลง รองรับ 3G ทุกเครือข่าย ที่สำคัญคือจัดเต็มแบตเตอรี่ 2,370 mAh เอาให้ใช้งานได้ทั้งวันเลยทีเดียว รอติดตามได้ในงานครับ เชื่อว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าจะได้รับความนิยมไม่น้อยเลยล่ะ Sony Xperia ZL น้องรองของ Xperia Z ถึงจะไม่ได้กันน้ำกันฝุ่นได้แบบรุ่นพี่ แต่ Xperia ZL ก็ครองสถิติสมาร์ทโฟนที่มีพื้นที่หน้าจอมากที่สุด (ประมาณ 75%) แถมขนาดยังสามารถจับถือใช้งานมือเดียวได้สบายๆ หน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz กล้อง 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Exmor RS ถ่ายเร็วถ่ายดีกว่าเดิม พร้อมรองรับคอนเทนท์ Full HD เต็มรูปแบบ จากราคาที่ย่อมเยากว่า Xperia Z ถึง 2,000 บาท หากคุณไม่จำเป็นต้องเอาแบบว่ากันน้ำ กันฝุ่น จับถือพกพาง่ายหน่อย รุ่นนี้เหมาะเลยครับ Sony Xperia Z เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่กระแสแรงจริงๆ จนได้รับความนิยมล้นหลามจากผู้ใช้ที่ชื่นชอบ Sony เป็นทุนเดิม และผู้ใช้ที่อยากลองของใหม่ สำหรับ Xperia Z โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร ผิวหน้า-หลังเป็นกระจกทั้งหมด กันน้ำได้ลึก 1 เมตรในระยะเวลา 30 นาทีตามมาตรฐาน IP57 หน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz แรงสะใจ พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 กล้อง 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Exmor RS ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 20,990 บาท ทั้งนี้เวอร์ชั่นไทยไม่รองรับ 4G LTE จ้า Sony Xperia Tablet Z Sony ก็มีแท็ปเล็ตครับ ที่ผ่านมาอาจจะเงียบไปหน่อยกับ Tablet S เนื่องจากเอามาขายช้าไปนิด แต่ได้ข่าวว่า Xperia Tablet Z ตัวใหม่จะมาเร็วกว่าที่คุณคิด ! สเปคหน้าจอ Full HD 10.1 นิ้ว, Android 4.1.2, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, กล้อง Exmor RS 8.1 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD ได้ และที่ไม่เหมือนใครก็คือสามารถกันน้ำได้เช่นเดียวกับ Xperia Z ! ใช้บังฝนบังแดดได้สบายครับ :p ตัวบอดี้บางเพียง 6.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 495 กรัม ถือว่าเบามากเมื่อเทียบแท็ปเล็ต 10.1 นิ้วด้วยกัน รอสัมผัสของจริงในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ได้ที่นี่ที่เดียว i-mobile IQ 5.1 ช่วงนี้ไอโมบายเค้ามาแรงจริงๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวแต่ละรุ่น สเปคจัดว่าแรงจริง คุ้มจริงอย่างรุ่น IQ 5.1 ประเดิมด้วยหน้าจอ 5.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 200 (Quad-Core) รองรับคอนเทนท์ระดับ HD ใช้งาน 3G, Wi-F,i GPS ครบเครื่องในตัวเดียว ลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Google Play Store ได้ตามปกติ กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จัดเต็มจริงๆ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ ไว้ก่อน ค่าตัวรุ่นนี้เบาๆ เพียง 6,790 บาท ! i-mobile IQ 9 ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End รอบนี้มีข่าวลือว่า i-mobile เตรียมเผยโฉม Flagship 2 รุ่นใหม่ โดยรุ่นแรกก็คือ IQ 9 นั่นเอง จัดเต็มสเปคหน้าจอ IPS HD ขนาดมหึมา 5.7 นิ้ว พร้อมชิปประมวลผล Quad-Core 1.2 GHZ (MT6589) ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 กล้อง 13 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอระดับ Full HD ดีไซน์สุดหรูบางเฉียบ 8.9 มิลลิเมตร และแบตเตอรี่ 2,600 mAh เหลือแค่ราคาที่ยังไม่ปล่อยออกมาในตอนนี้ รอลุ้นเอาใกล้ๆ งานครับ ถ้าเปิดตัวไม่ถึงหมื่นบาทนี่รับรองว่าบูธแตกแน่นอน i-mobile i-STYLE 7 ตามหาสมาร์ทโฟนสเปคดี ราคาประหยัดแนะนำ i-STYLE 7 จาก i-mobile ครับ ด้วยสเปคระดับ Dual-Core 1 GHz (MT6577) รองรับคอนเทนท์ระดับ HD กล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G แยกคลื่น 850/2100, 900/2100 MHz รันระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 และยังใช้งาน 2 ซิมแบบ Dual-Standby ได้อีกต่างหาก หน้าจอ 4.0 นิ้ว เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปครับ กับราคาสบายกระเป๋าแค่ 3,990 บาท i-mobile IQ 6 จะไม่พูดถึงรุ่นนี้ก็คงไม่ได้กับ IQ 6 รุ่นยอดฮิตที่มีโฆษณาหลายช่องทางให้ชมกัน โดดเด่นด้วยหน้าจอ IPS HD ขนาด 5.0 นิ้ว กระจก Dragontrail สุดทนทาน, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Dual-Standby ติดกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ HD สบายๆ ครับ อย่างไรก็ดี รุ่นนี้อาจจะไม่ลื่นหัวแตกแบบรุ่น Quad-Core ตัวใหม่ๆ ยังไงก็ลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อนะจ๊ะ HTC First สาวก Facebook ไม่ควรพลาดสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ HTC ร่วมมือกับ Facebook พัฒนาขึ้น “HTC First” คือภาคต่อของ ChaCha และ Salsa นำเสนอประสบการณ์การใช้งาน Facebook แบบถึงพริกถึงขิงผ่าน Facebook Home ครอบบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 สเปคภายในใช้หน้าจอ HD 4.3 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 400 กล้อง 5 ล้านพิกเซล (F/2.0) สามารถลงแอพพลิเคชั่นเสริมจาก Google Play Store รวมถึง Social Apps อื่นๆ ได้ไม่มีปัญหา ดีไซน์เรียบง่ายสุดๆ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวยังไม่มีวางจำหน่ายทั่วโลกครับ แต่ก็หวังว่า HTC จะนำมาโชว์ให้เป็นบุญตาในงานนี้ : ) HTC One X+ ถึงจะมีสุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นเหนืออย่าง HTC One ออกมาแล้วแต่ One X+ อดีต Flagship ยังถือว่าน่าสนใจมากทีเดียวจากสเปคภายในไม่ธรรมดา ทั้งหน้าจอ HD 4.7 นิ้ว, บอดี้ Polycarbonate แบบ Unibody, กล้อง 8 ล้านพิกเซล (F/2.0) ระบบเสียง Beats Audio พร้อม Ampifier เมื่อต่อ Output ออกลำโพงแล้วจะฟินขั้นสุด แบตเตอรี่เพียงพอกับการใช้งานทั้งวัน และเมมโมรี่ภายในมากถึง 64 GB เหลือเฟือเลยทีเดียว ด้านราคาเป็นเจ้าของได้ที่ 18,900 บาทครับ HTC Butterfly น้องผีเสื้อสุดสวยมากความสามารถ น่าจะเป็นอีกรุ่นที่สาวๆ ชอบครับจากบอดี้บางเฉียบเพียง 9.1 มิลลิเมตร พร้อมสเปคภายในแรงเอาเรื่อง ทั้งหน้าจอ Full HD 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 สามารถอัพเกรดเป็น Sense 5.0 เร็วๆ นี้ ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD พร้อมระบบเสียง Beats Audio ที่น่าสนใจคือมีสีแดงให้เลือกด้วยครับ สวยดี และสามารถกันน้ำได้ในระดับนึง ค่าตัวรุ่นนี้อยู่ที่ 19,900 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลมากทีเดียว HTC One กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้ Galaxy S4, Xperia Z สำหรับ HTC One สมาร์ทโฟน Flagship รุ่นล่าสุดจาก HTC โดดเด่นในด้านวัสดุลบอดี้อลูมิเนียม Unibody สุดแข็งแกร่ง งานประกอบชั้นเลิศ หน้าจอ Full HD 4.7 นิ้ว เนียนที่สุด ณ ตอนนี้ (468 ppi) อินเตอร์เฟส Sense 5.0 สัมผัสประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ พร้อมฟีเจอร์ BlinkFeed, HTC Zoe ฯลฯ กล้อง UltraPixel 4 MP ถ่ายในที่แสงน้อยดีเยี่ยม รองรับการเชื่อมต่อครบเครื่อง และลำโพงสเตอริโอ ระบบเสียง BoomSound ดังกระหึ่มมีมิติ เหมือนพกเครื่องเสียงมาเอง ทั้งหมดนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 21,900 บาท ! ไม่ต้องจองรับของทันที เฉพาะงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ที่เดียว Huawei Honor 2 ห่างหายจากการเปิดตัวรุ่นใหม่ไปนาน กลับมาคราวนี้แบรนด์อันดับ 4 ของโลกอย่าง Huawei จัดเต็มกับสมาร์ทโฟน Quad-Core ราคาประหยัด “Honor 2” (หรือ U9508) หน้าจอ HD ขนาด 4.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Quad-Core 1.4 GHz ระบบปฏิบัติการ Android 4.0.4 (อัพเกรดเป็น Jelly Bean ได้เร็วๆ นี้) ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ Full HD, ลำโพงสเตอริโอคู่เสียงดังสะใจ รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย และแบตเตอรี่อึดสะใจ 2,150 mAh ใช้งานได้เต็มวัน ราคาสนนที่ 9,900 บาท คุ้มจริงจัง ! Huawei Ascend Mate นอกจาก Galaxy Mega จอยักษ์ยังมีอีกรุ่นจาก Huawei ที่สเปคคล้ายกัน Ascend Mate สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดมหึมาถึง 6.1 นิ้ว ! ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการเล่นเว็บไซต์ ดูหนัง เล่นเกมแบบเต็มตาสุดๆ ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่ายความเร็วสูงสุดถึง 42 Mbps ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ระดับ Full HD เต็มรูปแบบ และแบตเตอรี่จัดเต็ม 4,050 mAh พอๆ กับแท็ปเล็ตขนาดหน้า 7 นิ้วเลยล่ะ คาดว่ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายด้วยราคาไม่ถึง 15,000 บาท ยังไงรอติดตามข่าวคราวกันต่อครับ Huawei Ascend P2 อยากได้สมาร์ทโฟนดีไซน์หรู บางเฉียบ สเปคแรงเร็ว แถมรองรับ LTE ความเร็วสูงสุดในโลกที่ 150 Mbps (ในไทยอีกนานมากคงได้ใช้) มีเพียง Ascend P2 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Huawei เท่านั้นครับ บอดี้บางเพียง 8.4 มิลลิเมตร หน้าจอ HD 4.7 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.5 GHz กล้อง 13 ล้านพิกเซล ลงแอพพลเคชั่นเสริมได้มากมาย น่าสนใจมากครับ อย่างไรก็ดี Huawei Ascend P2 ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายออกมา คาดว่าทาง Huawei จะนำเครื่องมาโชว์ใน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ให้เป็นบุญตาสักหน่อยครับ Acer Iconia B1 แท็ปเล็ตหน้าจอขนาด 7 นิ้ว น้ำหนักเบาพอดีมือ ราคาประหยัดจาก Acer ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะเปิดตัวมาหลายเดือนแล้วก็ตามที นอกจากราคาสุดแสนจะถูก (3,990 บาท) แล้ว ภายในยังมาพร้อมกับคอนเทนท์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กด้วย คล้ายแท็ปเล็ต ป.1 นั่นเอง หรือจะใช้งานด้านมัลติมีเดีย ดูหนัง HD ฟังเพลง ดู YouTube ลงแอพพลิเคชั่นเสริมได้มากมาย บอดี้แข็งแรงทนทาน แต่รองรับเฉพาะการเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น โดยรวมแล้วคงตัดสินใจไม่ยากครับ พบกันในงานนี้แน่นอน Acer Liquid Z2 น้องเล็กสุดในตระกูล Acer Liquid Series แต่สเปคภายในก็จัดว่าน่าใช้ไม่น้อย ชิปประมวลผลความเร็ว 1 GHz หน้าจอทัช 3.5 นิ้วความละเอียด 320 x 480 พิกเซล ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ลงแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ จากบน Google Play Store ทั้งแอพฯ แชท เล่นเกม ยูทิลิตี้เสริมต่างๆ มากมาย ติดกล้อง 3.2 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G, Wi-Fi, GPS ครบเครื่องในตัว ราคารุ่นนี้ถือว่าค่อนข้างถูกครับอยู่ที่ 3,990 บาทเท่านั้นเอง Acer Liquid E1 เพิ่งวางจำหน่ายไม่นานนี้เองกับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางจาก Acer อย่าง “Liquid E1” เน้นมัลติมีเดียเต็มสตรีม ด้วยสเปคหน้าจอ qHD 4.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz รองรับคอนเทนท์ระดับ HD เล่นเกม ดูหนังเต็มหน้าจอ ลำโพงคู่สเตอริโอพร้อมระบบเสียง DTS & Dolby Mobile Plus ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 และกล้อง 5 ล้านพิกเซล รุ่นนี้ราคาไม่ถึงหมื่นบาทครับ หรือจะดูรุ่นถัดไปก็ได้เหมือนกัน หากคุณอยากลองของใหม่ .. Acer Liquid C1 โดยปกติเราจะรู้จัก Intel ในมุมของผู้ผลิตซีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันได้แตกไลน์มาผลิตชิปประมวลผลบนมือถือด้วย Acer Liquid C1 คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่ใช้ชิป Intel ครับ (Intel Z2460) ความเร็ว 1.2 GHz ประมวลผลคอนเทนท์ HD สบายๆ แม้จะเป็น Single Core ก็ตาม (แต่คนละสถาปัตยกรรมกับกลุ่มชิป ARM ที่ใช้บนสมาร์ทโฟนเกือบทั้งหมด) ติดกล้อง 8 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อ 3G Quad band หน้าจอ qHD ขนาด 4.3 นิ้ว ขนาดพอดีมือ พกพาสะดวกสบาย สำหรับราคารุ่นนี้ตัดได้ที่ 9,900 บาทครับ Acer Liquid E2 อัพเกรดจาก Liquid E1 ก็จะเป็น Liquid E2 ที่มาพร้อมกับชิปประมวล Quad-Core 1.2 GHz (MT6589) แรงขึ้นกว่าเดิม ปรับดีไซน์เล็กน้อย หน้าจอขนาดเดิมครับที่ 4.5 นิ้ว ความละเอียด qHD, ระบบเสียง DTS & Dolby Mobile Plus พร้อมลำโพงสเตอริโอคู่ แบตเตอรี่ 2,000 mAh กล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอ HD สบาย ๆ แบตเตอรี่ความุ 2,000 mAh สามารถใช้งานได้ทั้งวัน ทั้งหมดนี้ราคาค่าตัวของ Acer Liquid E2 ไม่ถือว่าแพงนัก 9,900 บาท แต่ยังไม่วางจำหน่ายในนี้จ้า Acer Iconia A1 Acer ต่อยอดแท็ปเล็ตราคาประหยัดสุดขั้ว เอาใจผู้ใช้ระดับล่าง-กลางที่มีงบไม่มากนัก แต่อยากได้ของดีมีแบรนด์ อีกไม่นานเกินรอ เตรียมพบกับ Iconia A1 แอนดรอยด์แท็ปเล็ตสเปคแรงขนาดจอ 7.9 นิ้ว ชิปประมวลผล Quad-Core 1.2GHz กล้อง 5 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อ WiFi สำหรับเล่นอินเตอร์เน็ต โหลดแอพฯต่างๆ แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเปิดตัวในราคาประมาณ 5-6 พันบาทเท่านั้น รอติดตามอัพเดทข่าวคราวของรุ่นนี้ได้เลย หากต้องการ Android Tablet สเปคดีราคาเบาๆ ครับ OPPO Find Piano มาดูสมาร์ทโฟนแบรนด์ OPPO กันบ้างครับกับรุ่นล่างราคาประหยัด Find Piano (R8113) พร้อมสเปคการใช้งานครบในตัว ดีไซน์เรียบง่ายวัสดุดีขึ้นจากรุ่นก่อนๆ หน้าจอ IPS ขนาด 4.0 นิ้ว แสดงผลได้ค่อนข้างดีทีเดียว ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 พร้อม OPPO UI ใช้งานไม่ยาก สีสันสดใส ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz, กล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับคอนเทนท์ระดับ HD 720p รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แถมใช้งาน 3G ได้ทุกเครือข่าย ถือว่าน่าสนใจทีเดียวหากงบไม่มากนัก สำหรับราคารุ่นนี้อยู่ที่ 7,990 บาทเท่านั้นเอง OPPO Find Way รุ่นนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่สาวๆ เพราะมีจุดขายที่กล้องหน้าชั้นเลิศ 5 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Beauty ทำให้หน้าเนียนใส สว่าง ไร้สิวแบบไม่ต้องเมคอัพเลยทีเดียว ตัวเครื่องบางเฉียบ 9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 113 กรัม หน้าจอ qHD ขนาด 4.5 นิ้ว, ชิปประมวลผล Dual-Core 1 GHz เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป ทั้งแชท Line เล่นเกม เข้าเว็บ ดูหนัง HD ฯลฯ กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล รันโอเอส Android 4.1.2 เมมโมรี่ภายใน 16 GB และรองรับ 3G ทุกเครือข่าย ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 10,900 บาท แน่นอนว่าหากคุณชอบมือถือกล้องหน้าแจ่มๆ รุ่นนี้ดีที่สุดแล้วครับ OPPO Find 5 สร้างความฮือฮาไม่น้อยเมื่อ OPPO นำเสนอสมาร์ทโฟน Quad-Core จอ Full HD ขนาด 5 นิ้ว สเปคเท่ารุ่นใหญ่ แต่วางจำหน่ายในราคาเพียง 15,990 บาท ! สำหรับ Find 5 หรือ X909 มาพร้อมกับหน้าจอ Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลสวยงาม สีสันคมชัด, ชิปประมวลผล Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ติดกล้อง 13 MP บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับการใช้งาน 3G ทุกเครือข่าย อย่างไรก็ดี เสียดายที่รุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มเมมโมรี่ภายนอกได้ครับ แต่ก็มีให้เลือก 2 ความจุคือ 16 GB และ 32 GB โดยโมเดล 32 GB ราคาจะสูงกว่า 2,000 บาท มี 2 สีให้เลือก ใครหาสมาร์ทโฟนแรงๆ ราคาสุดคุ้มก็ต้องเป็นรุ่นนี้แล้วล่ะ Asus FonePad ดำเนินรอยตาม Galaxy Tab เป๊ะๆ เป็นแท็ปเล็ตที่สามารถใส่ซิมการ์ด โทรออก ใช้งาน 3G ได้เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7.0 นิ้ว (1280 x 800 พิกเซล) น้ำหนักเพียง 340 กรัม ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ชิปประมวลผล Intel Z2420 1.2 GHz รองรับการเชื่อมต่อ 3G ทุกเครือข่าย กล้อง 3 ล้านพิกเซล และรองรับคอนเทนท์ระดับ HD สบายๆ เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมากครับ เพราะราคาเปิดตัวถูกมาก ! เพียง 7,990 บาทเท่านั้นเอง Asus MemoPad 7 แท็ปเล็ตราคาประหยัดจาก Asus ดีไซน์วัสดุดูดี มีให้เลือกหลากสีสัน มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 ชิปประมวลผล 1 GHz รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เอาไว้ลงแอพพลิเคชั่นเสริม เล่นเน็ต ดูหนัง HD ได้ครับ แบตเตอรี่ถือว่าอึดพอตัว ราคาสนนที่ 4,990 บาท ก็ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่ Asus Nexus 7 แท็ปเล็ต Nexus ในตำนานที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ Pure Google บนหน้าจอขนาด 7.0 นิ้ว สามารถใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G เล่นเน็ต แชทได้ทุกที่ทุกเวลา เมมโมรี่ภายใน 32GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 อัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ได้เรื่อยๆ กล้องหน้า 1.3 ล้านพิคเซล เชื่อมต่อ NFC-Bluetooth และชิปประมวลผล Tegra 3 Quad-Core ราคาจัดได้ที่ 10,900 บาท ถือว่าไม่แพงนะครับ Asus PadFone Infinity สมาร์ทโฟนไฮบริดแท็ปเล็ตรุ่นล่าสุดจาก Asus แรงสุดขั้วด้วยสเปคจัดเต็ม หน้าจอ Super-IPS+ ความละเอียด Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิปประมวลผล Snapdragon 600 ระบบปฎิบัติการ Android 4.2 ติดกล้อง 13 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 2,400 mAh ส่วนตัว Tablet Dock ความสามารถสูงขึ้นกว่าเดิม หน้าจอ Full HD 10.1 นิ้ว, บิ้วท์อินแบตเตอรี่ 5,000 mAh สามารถชาร์จตัวสมาร์ทโฟนขณะเสียบ Dock ได้ด้วย ทั้งนี้ราคาขายอาจจะสูงพอตัวด้วยสเปคจัดเต็ม พร้อม Tablet Dock ในชุดขาย ยังไงก็รอติดตามกำหนดวางจำหน่ายได้เร็วๆ นี้ Sharp AQUOS Phone AQUOS Phone เป็นสมาร์ทโฟนจอ Full HD รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยครับ แต่กระแสดูเงียบๆ ไปหน่อยเลยไม่เป็นที่รู้จักมากนัก สเปคภายในใช้ชิปประมวลผล Snapdragon S4 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 กล้อง 8 ล้านพิกเซล หน้าจอ Sharp IGZO ความละเอียด Full HD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด สวยงามทีเดียว เหมาะกับใช้งานดูหนัง เล่นเกมได้ดี รุ่นนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 16,990 บาท คาดว่าในงานจะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ออกมาแน่นอนครับ iPhone 5 คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากกับสมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดจาก Apple แม้จะวางจำหน่ายมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ส่วนนึงเป็นเพราะการดีไซน์ โอเอส แอพพลิเคชั่นหลากหลาย และยังขายต่อได้ราคาค่อนข้างดีกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่น สเปคภายในมาพร้อมหน้าจอ 4.0 นิ้วความละเอียด HD, ระบบปฎิบัติการ iOS 6.1.3 กล้อง 8 ล้านพิกเซล และรองรับ 4G LTE ในอนาคตอีกด้วย ส่วนราคายังคงเดิมครับ สอบถามโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่ายได้เลย   พื้นที่จัดแสดงบูธต่างๆ ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End   ข้อมูลที่จอดรถและเส้นทางการเดินทางมางาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End   Source : thailandmobileexpo

Review: รีวิว Dtac Cheetah (Huawei Ascend G510) คุ้มที่สุด ในราคา 4,590 บาท!
Android /  Dtac Cheetah / 

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว Tech.MThai ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวสินค้าไอที เทคโนโลยีใหม่ๆ กับ เฮียณัฐ กันอีกแล้วนะครับ วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนที่ได้รับความสนใจมากในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เราจะมา รีวิว Dtac Cheetah หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ HUAWEI Ascend G510 นั่นเอง และที่บอกว่ามือถือเครื่องนี้ได้รับความสนใจมาก นั่นก็เพราะว่าเปิดราคามาเพียง 4,590 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าโดนใจคนชอบช็อปของราคาประหยัดกันเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะไปรีวิว Dtac Cheetah เราต้องขอขอบคุณทาง Dtac มากนะครับ ที่ได้ส่งสมาร์ทโฟน และฟีเจอร์โฟน Dtac TriNet มาให้เรารีวิวกันทั้ง 3 รุ่น รับรองว่าแฟน MThai ได้ติดตามกันทั้ง 3 ตัวแน่ครับ รอให้ทีมงานทดสอบกันก่อน ว่าแล้วก็ไปชมดีไซน์ Cheetah กันก่อนเลยครับ แกะกล่องไปพร้อมๆ กันเลย Design: การออกแบบ ก่อนดูตัวเครื่องด้านใน เราลองมาแกะกล่อง ดูอุปกรณ์ข้างในกันก่อนครับว่ามีอะไรบ้าง ที่สติ๊กเกอร์หน้ากล่องด้านนอก ตัวนี้บอกว่ามาพร้อมกับประกันเยอะถึง 15 เดือนเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า ด้านข้างมีบอกรายละเอียดสเปคของเครื่องครับ ตามนั้นเลย ด้านนี้โปรโมชั่นของทาง Dtac ซื้อเครื่องแถมค่าโทร อุปกรณ์ในกล่องที่แถมมาให้ นอกจากคู่มือและใบรับประกันก็มี ที่ชาร์จ, สายดาต้าหัวเป็น MicroUSB, และหูฟัง หูฟังตัวนี้เป็นแบบนี้ฮะ ดูกันชัดๆ เปิดกล่องมา จะเจอพระเอกของเราอยู่ข้างใน  หน้าจอตอนไม่เปิดเครื่องครับ ตัวนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว แบบ TFT LCD มีความละเอียด 854x480 พิกเซล (218ppi) สำหรับผม ส่วนตัวคิดว่าขนาดประมาณ 4.3 - 4.5 นิ้วนี่แหละขนาดกำลังดี น่าถือ คิดว่าน่าจะเป็นขนาดที่น่าใช้ที่สุด ย้ำว่าความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ^^ ด้านบนมีลำโพงสนทนา, กล้องหน้า, และโลโก้ HUAWEI ด้านล่างมีปุ่มหลัก Android คือ ปุ่ม Back, Home และ ปุ่มเมนูครับ เป็นปุ่มแบบ soft touch เรืองแสงได้  ดูหน้ากันชัดๆ อีกครั้งหน้า สีสันของหน้าจอ อยู่ในระดับพอใช้นะครับ ไม่ได้สดใสมากมายเวอร์ขนาด Samsung อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ เมื่อเทียบกับราคา หน้าจอหลักมาพร้อมกับแอพฯ บริการต่างๆ ของ Dtac ครับ และแน่นอนว่าถ้าใส่ซิมอื่นๆ มันจะใช้ไม่ได้ (ผมลองใส่ซิมทรู มันแจ้งว่าใช้ไม่ได้ครับ 555) ด้านหลังเป็นพลาสติกดำด้าน งานประกอบดูแน่นหนาดีครับ ข้อดีของฝาหลังแบบนี้คือ ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ด้านบนจะเป็นลำโพงนอก, กล้่องหลัก พร้อมไฟแฟลช และตรา Dtac กล้องจะนูนขึ้นมานิดๆ พอเป็นกระษัย ตัวเครื่อง Cheetah จะบาง 9.9 มม. น้ำหนักประมาณ 150 กรัม ด้านล่างไม่มีอะไร มีแต่โลโก้ Huawei อีกครั้งหนึ่ง   ช่อง MicroUSB สำหรับเสียบสายดาต้า และชาร์จไฟจะอยู่ด้านข้าง ถัดไปจะเป็นปุ่มควบคุมเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อคหน้าจอ ส่วนอีกด้านไม่มีปุ่มใดๆ ด้านล่างมีช่องไมค์สนทนา ด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. หรือเสียบ small talk ลองมาเปิดฝาหลังดูเครื่องในกันบ้าง Dtac Cheetah ใช้ซิมการ์ดแบบใหญ่ปกตินะครับ จะใส่ซิมต้องถอดแบตออกก่อน รวมถึงสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย microSD Card ที่ไม่ต้่องถอดแบตก็ใส่ได้ แต่ควรปิดเครื่องก่อนนะ เพื่อป้องกันข้อมูลเสียหาย ถอดฝาหลังมาจะเป็นแบบนี้เลย มาลองเปิดเครื่องกันดีกว่าครับ เปิดมาตอนแรกจะขึ้นโลโก้แบบนี้ พร้อมกับเสียงผิวปากตามสไตล์ Dtac เสียงลั้นออฟฟิศเลย แนะนำว่าตอนเปิดเอามือปิดลำโพงหลังไว้ก็ดีนะ การปลดล็อคหน้าจอ ให้ใช้นิ้วแตะตรงกลางรูปรูกุญแจ และลากนิ้วขึ้นหรือลงครับ หรือจะแตะค้างแล้วลากไปด้านซ้ายเพื่อเข้าเมนูโทรศัพท์ หรือลากไปด้านขวาเพื่อเปิดเมนูข้อความแบบลัดได้ทันที ขนาดตัวเครื่อง พอดีมือคนตัวใหญ่แบบเฮียครับ ^^ สรุปด้านการออกแบบ Dtac Cheetah ถือว่าสอบผ่านนะครับ สำหรับมือถือราคาไม่ถึง 5,000 บาทแบบนี้ งานประกอบถือว่าทำออกมาได้แน่นหนา ถึงแม้ว่าจะมีส่วนประกอบเป็นพลาสติกเป็นหลัก แ่ต่็ก็ทำได้ดูดีไม่แพ้มือถืออินเตอร์แบรนด์ในราคาระดับเดียวกันเลยครับ แถมยังมีหน้าจอขนาดใหญ่ 4.5 นิ้ว จอใหญ่สบายตา เรียกได้ว่าดีกว่ามือถือราคาเหยียบหมื่นบางรุ่นด้วยซ้ำไป (พูดถึงด้านขนาดอย่างเดียวนะครับ ไม่นับเรื่องความละเอียดหน้าจอ และสีสัน ซึ่งก็ตามงบครับ) ส่วนตัวด้านดีไซน์ ผมมองเป็นศิลปะ ผมให้ผ่านครับ ^^ ต่อไปลองมาชมด้านการใช้งาน หรือ Performance กันบ้างครับ Performance: ประสิทธิภาพ สเปคของ Dtac Cheetah ตัวนี้ มาพร้อมกับ CPU Dual-Core 1.2GHz Qualcomm Snapdragon, RAM 512MB (เหลือให้ใช้ประมาณ 400MB), GPU Adreno 203, หน่วยความจำ 4GB เพิ่มได้ด้วย microSD สูงสุด 32GB, กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช ระบบ Auto Focus และถ่ายวีดีโอความละเอียด FWVGA 854x480 พิกเซล, กล้องหน้าความละเอียด VGA (0.3MP), แบตเตอรี่ 1700mAh, รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, GPS, Bluetooth 2.1, DLNA, ระบบเสียง DTS Sound System, และมีวิทยุ FM หน้าจอหลักของ Cheetah จะมาพร้อมกับแอพฯ พิเศษของ Dtac และวิตเจ็ตนาฬิกาด้านบน ลากหน้าจอลงมาดู Notification Center กันบ้าง ตรงนี้จะแสดงการแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงปุ่มลัดสำหรับตั้งค่ามือถืออื่นๆ ด้วย ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ ถ้ากดปุ่ม Home บนตัวเครื่องค้าง จะเป็นการเปิด Task Manager ซึ่งด้านบนจะแสดง RAM ความจำที่ใช้ และเหลืออยู่ แนะนำว่ามั่นเข้ามาลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ที่นี่บ่อยๆ โดยการแตะค้างที่ตัวแอพฯ และปัดนิ้วไปด้านข้างเพื่อปิดโปรแกรมครับ ไม่งั้นถ้าเปิดไว้นาน เครื่องคุณจะค้าง และอืดลงแน่นอน วิตเจ็ตอื่นๆ ก็มีให้เลือกใช้ ลองกดเข้าไปดูกันได้   อันนี้ผมซน อยากรู้เองส่วนตัวว่าถ้าเอาซิม TrueMove H มาใส่ มันจะใช้ได้มั้ย ผลปรากฎว่า ใช้ได้ครับ ตามภาพเลย ^^ แต่ว่า.....(ชมภาพต่อไป) จะไม่สามารถใช้งานบางบริการของ Dtac ได้ครับ แง่ว.. ทดสอบการเข้าเว็บกันหน่อยครับ การเข้าเว็บที่มีข้อมูลเยอะๆ แบบนี้ การเลื่อนหน้าจอถือว่าทำได้ค่อนข้างดี มีกระตุกบ้างเล็กน้อย แป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษแบบสามแถว พิมพ์ได้แม่นดีเลย แป้นพิมพ์ภาษาไทยขนาดมาตรฐาน แต่ไม่ต้องห่วงครับ ใครไม่ชอบแป้นแบบนี้ ไปหาโหลดได้ใน Play Store เพียบเป็นสิบ! ถ้ากลัวมันเล็กไป ก็จับมันนอนซะ ชีวิตไม่ต้องกลัวมืดมน มีไฟฉายให้ใช้ ปรับได้หลายจังหวะ ถ้าชอบฟังเพลงก็ต้องแอพฯ ตัวนี้ครับ Dtac Deezer มีเพลงให้เลือกฟังเพียบ จากทุกค่าย หน้าแอพฯ ของ Cheetah จะไม่เหมือน Android ทั่วไปนะครับ คือคุณสามารถปัดหน้าจอไปทางซ้ายเพื่อเปิดดูหน้ารวมแอพฯ ได้ทันที (อยู่ต่อจากหน้า Home ขวาสุด) ไม่ต้องแตะปุ่ม App Drawer เหมือนมือถือ Android ทั่วไป อันนี้แล้วแต่ชอบครับ แต่ผมชอบแบบแตะปุ่มมากกว่า คงเป็นเพราะ UI ของ Huawei ทำไว้แบบนี้ ^^ ความเร็วในการจับสัญญาน GPS บนแผนที่ ทำได้ไวดีใช้ได้ ต่อไปลองมาดูความสามารถในการประมวลผลกันบ้างครับ ลองเล่นเกม Temple Run 2 ถือว่าลื่นไหลดี ไม่มีปัญหา ลองมาเล่น Fast 6 กันบ้าง อันนี้ต้องบอกตรงๆ ว่ามีกระตุกบ้างเล็กน้อยครับ แต่ก็พอเล่นได้ ผลทดสอบ Benchmark ด้วยโปรแกรม AnTuTu Dtac Cheetah ทำคะแนนได้ 6,220 คะแนน คะแนนอยู่ในระดับไม่สูงมาก เป็นรอง Samsung Galaxy Note ตัวแีรก แต่ก็สูงกว่า Amazon Kindle Fire และ Samsung Galaxy S ตัวแรก ก็ถือว่าโอเคสำหรับมือถือราคาเบาๆ ผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Vellamo ตามภาพด้านบนเลย ทดสอบ Multitouch Dtac Cheetah รองรับ Multitouch 5 จุด ครับ ถ้าไม่ชอบ Theme สามารถโหลดเพิ่มได้ตามสะดวก มีโหมดประหยัดพลังงานให้ใช้นะครับ หากแบตใกล้หมดเปิดใช้ จะได้ใช้แบตได้นานขึ้น หากไม่พอใจขนาดตัวอักษร ก็เพิ่มหรือลดได้ตามสะดวก แป้นโทรศัพท์ ต่อไปเป็นภาพจากแอพฯ ของ Dtac นะครับ ซึ่งมีทั้งเกม และบริการต่างๆ ให้โหลด มีทั้งฟรีและไม่ฟรี   Camera: กล้องถ่ายภาพ ปัจจัยสำคัญสำหรับนักแชะแล้วแชร์ คือกล้องถ่ายภาพครับ มาดูกล้องของตัวนี้กันว่าเป็นยังไงกันบ้าง Dtac Cheetah มาพร้อมกับกล้องหลัก 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีกล้่องหน้าแถมมาให้อีก (ระดับ VGA ถึงจะคุณภาพไม่แจ่มเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าไม่มี) จัดมาให้ขนาดนี้ หาได้ยากในมือถือราคาระดับนี้เลยครับ เอฟเฟคต่างๆ มีให้เลือกใช้มากมาย โหมดการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ หรือพาโนราม่าก็มีให้เลือกใช้ กล้องวีดีโอสามารถถ่ายได้ความละเอียดแค่ VGA ครับ ต่อไปลองชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้่องทั้งกล้องหน้า และหลังกันบ้าง น่าเสียดายที่เรารีวิวกันในหน้าฝน สภาพแสงไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ (คลิ๊กชมภาพใหญ่ได้ครับ) ตัวอย่างการซูมภาพ  ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า Conclusion: สรุป ข้อดี - ราคาประหยัด คุ้มค่ากับสเปค - หน้าจอใหญ่ วัสดุโอเค - กล้องโฟกัสไว (เทียบกับ True Beyond 3G ของคู่แข่ง) มีแฟลช - ลำโพงเสียงดัง ข้อสังเกต - น้ำหนักเยอะไปนิด - เล่นเกมกราฟฟิกหนักๆ มีกระตุกให้เห็น จากที่ทีมงานได้ทดสอบรีวิว Dtac Cheetah หรือ Huawei Ascend G510 ต้องบอกเลยครับ มือถือเึครื่องนี้จัดเป็นมือถือที่คุ้มค่า และมาครบอีกเครื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเีรื่องกล้องที่มาพร้อมไฟแฟลช มีโหมด Auto Focus ที่โฟกัสภาพได้ไว และยังมีกล้องหน้าที่คุณภาพอาจจะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับการใช้งาน Video Call หรือถ่ายภาพเล่นๆ ก็พอได้ ส่วนการใช้งานทั่วไป ดูหนังฟังเพลง ฟังวิทยุ เล่นเน็ต ผ่าน Wi-Fi และ 3G เรื่องแบตเตอรี่ถือว่าอยู่ในระดับทั่วไปครับ คือถ้าเล่นหนักๆ ก็อยู่ไม่ครบวันตามมาตรฐานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน แต่ถ้าเปิดเครื่องสแตนด์บาย รับสายบ้าง เล่นเฟส หรือเกมไม่เยอะเท่าไหร่ อันนี้ก็อยู่ได้ครบวันอยู่ครับ การเล่นเกม ตัวนี้ถึงจะมี CPU เป็น Dual-Core และมี GPU หรือชิปกราฟฟิก แต่ก็รองรับการเล่นเกมกราฟฟิกระดับกลางๆ ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเล่นเกมที่เน้นกราฟฟิกหนักๆ อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะมีอาการกระตุกให้เห็นบ้างครับ และทางด้านความร้อนของเครื่อง ถือว่าอยู่ในระดับรับได้ เล่นเกมนานๆ หลังเครื่องอุ่นนิดๆ เท่านั้น ถ้าถามว่ามือถือเครื่องนี้เหมาะกับใคร เฮียณัฐขอบอกว่า น่าจะเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัด แต่อยากได้มือถือที่มีสเปคระดับโอเค ใช้งานได้ยาวๆ Dtac Cheetah น่าจะตอบโจทย์ได้ดีครับ เพราะว่ามาพร้อมกับ Android 4.1 Jelly Bean ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ โดยเฉพาะการใช้งานทั่วไปเช่น ดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ต เล่นเฟส เล่น Line, Instagram พวกนี้ทำได้ดีหมด ไม่มีปัญหาเลย ขอบอกเลยครับ ในงบประมาณระดับนี้ มือถือเครื่องนี้แหละครับคุ้มสุดจริงๆ ก็จบกันไปนะครับ สำหรับการรีวิว Dtac Cheetah หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจจะซื้อเครื่องรุ่นนี้มาใช้นะครับ หากมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับตัวเครื่อง สามารถสอบถามกันได้นะครับ ยินดีตอบทุกปัญหา (ที่ตอบได้นะครับ 555) วันนี้ก็ต้องขอลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับรีวิวตัวถัดไป จะเป็นอะไรนั้นติดตามชมกันให้ดีครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

รีวิว AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps: เปลี่ยน 3G ให้เป็น WiFi ส่วนตัว
ais /  AIS 3G Pocket WiFi

ปัจจุบันความเร็วอินเตอร์เน็ต 3G มีความเร็วเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมาก ทำให้ 3G เข้ามามีบทความในชีวิตประขำวันของเรามากขึ้น ผมเองเป็นอีกหนึ่งคนที่ขาดเน็ตไม่ได้เลย ถึงแม้ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเล่น แต่ก็จำเป็นต้องมี 3G สแตนบายไว้สำหรับทำงานนอกสถานที่หรือ มีงานด่วนเข้ามาในช่วงที่ผมไม่สามารถเข้าถึง WiFi ได้ หลายครั้งที่ผมต้องแชร์อินเตอร์เน็ต 3G หรือที่เราเรียกกันว่า WiFi Hotspot จากมือถือเพื่อให้ Notebook หรือมือถืออีกเครื่องที่ไม่มีเน็ต สามารถเล่นเน็ตได้ ปัญหาที่เจอไม่ใช่เรื่องความเร็ว 3G แต่เป็นเรื่องความร้อนของมือถือเครื่องที่ปล่อย WiFi Hotspot ที่จะร้อนมากๆ แบตก็หมดเร็ว อุปกรณ์ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผมและอีกหลายๆ คนที่ต้องมักจะใช้ WiFi Hotspot อยู่เป็นประจำก็คือ AIS 3G Pocket WiFi AIS 3G Pocket WiFi จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน คือ AIS 3G Pocket WiFi 21.6 Mbps และ AIS 3G Pocket WiFi 42 Mbps รุ่นที่ผมจะมารีวิวให้ชมกันก็คือตัว 21.6 Mbps ตัวนี้ราคาพิเศษอยู่ที่ 1,499 บาท จากราคาปกติ 1,990 บาท ความสามารถของเจ้า AIS 3G Pocket WiFi นอกจากเรื่องการรองรับความเร็ว 3G สูงสุงถึง 21.6 Mbps แล้ว ยังสามารถแชร์สัญญา WiFi พร้อมกันได้ถึง 10 เครื่องเลยทีเดียว AIS 3G Pocket WiFi มีไฟสถานะแจ้งเตือนการทำงาน อาทิ สัญญาณเครือข่าย, สัญญาณ WiFi, แบตเตอรี่, ข้อความ ปุ่มสำหรับเปิดและปิดเครื่องจะอยู่ขวาสุด การทำงานง่ายมากๆ โดยอาศัยแค่ปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว AIS 3G Pocket WiFi ผลิตโดย Huawei ด้านหลังระบุชัดเจน รุ่นนี้รองรับ 3G สูงสุด 21.6 Mbps ด้านล่างจะมีช่องสำหรับต่อ micro USB 2.0 สำหรับชาร์จแบต และซิงค์ข้อมูลกับคอม อ้อ.... สามารถใส่สายคล้องกับตัว Pocket WiFi ได้ด้วย AIS 3G Pocket WiFi มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-Polymer ที่ถอดเปลี่ยนได้ ความจุ 1500 mAh สามารถใช้งานได้ราวๆ 5 ชั่วโมง ส่วนซิมรองรับซิมขนาดธรรมดา รองรับคลื่น 900/2100 MHz เวลาจะใส่ซิมหรือถอดซิมก็ต้องแกะแบตเตอรี่ออกก่อน ด้านในของฝาหลังและตัวเครื่องจะมีชุดตัวเลข 8 ตัว เรียกว่า WiFi Key ใช้สำหรับเป็น password ค่าเริ่มต้น สามารถใช้รหัสตัวนี้กรอกเข้าใช้งาน แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่อีกที หรือถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราใช้งานไปเกิดลืมรหัสผ่าน ก็สามารถ Reset Password แล้วกรอกตัวเลขชุดนี้เพื่อข้าใช้งานได้อีกครั้งเช่นกัน AIS 3G Pocket WiFi ไม่ต้องเป็นต้องติดตั้ง driver หรือโปรแกรมใดๆ ก่อนใช้งาน (เพราะไม่ใช่ Aircard) แต่ทาง AIS เองก็มีการใส่ driver ของตัว Pocket WiFi มาให้ เผื่อท่านไหนต้องการติดตั้งเพื่อง่ายต่อการเข้าตั้งค่าการใช้งาน Pocket WiFi สำหรับท่านที่ต้องการติดตั้งไดร์เวอร์ก็เพียงแค่ต่อ Pocket WiFi กับคอมพิวเตอร์จากนั้นจะมีไดร์เพิ่มขึ้นมา ในนั้นจะมีไฟล์สำหรับติดตั้งไดร์เวอร์มาให้ก็ทำการติดตั้งได้เลย สำหรับการตั้งค่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเราสามารถตั้งค่าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดคอม ซึ่งวิธีการก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ต่อ WiFi เข้ากับ AIS 3G Pocket WiFi จากนั้นเปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าไปที่ URL: http://ais3gpocketwifi.home/ จะมีหน้าตั้งค่าอย่าง่ายสำหรับมือถือแสดง (หน้าตั้งค่าเวลาเปิดในมือถือกับคอมจะแสดงต่างกัน) นอกจากนั้นยังสามารถดูสถิติการใช้งาน และดูได้ว่าตอนนี้มีเครื่องที่เชื่อมต่อกับ Pocket WiFi อยู่ทั้งหมดกี่เครื่อง จากที่ทดสอบพบว่าสามารถเชื่อมต่อได้มากที่สุด 10 เครื่อง ในหน้าตั้งค่านี้เราสามารถเข้าอ่าน SMS , ส่ง SMS ได้ด้วย นอกจากนั้นเรายังสามารถเปลี่ยนชื่อ WiFi ตามที่เราต้องการ กำหนดรหัสผ่านเข้าใช้งาน WiFi ใหม่ได้เอง แต่ถ้าต้องการตั้งค่ามากกว่านี้ก็ต้องเปิด URL: http://ais3gpocketwifi.home/  ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ถ้าเปิดผ่านคอมก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ ซึ่งเราจะสามารถตั้งค่าการใช้งานที่หลากหลายกว่าเวลาเปิดในมือถือ ถ้าใครพอมีความรู้ทางด้าน Network นิดนึงก็จะสามารถตั้งค่าการใช้งานขั้นสูงได้ เปรียบเสมือนตั้งค่าเร้าเตอร์นั่นแหละครับ ถ้าใครต้องการการใช้งานที่ปลอดภัย หรือกลัวคนอื่นเข้ามาแย่งใช้งานก็สามารถตั้งค่าเพิ่มเติมได้ครับ อย่างที่กล่าวไว้ เหมือนการตั้งค่าในเร้าเตอร์แทบทุกประการ แต่การตั้งค่าตรงนี้ต้องอาศัยควมารู้ทางด้าน Network ประกอบด้วย ถ้าตั้งค่าผิด จะเข้าใช้งานไม่ได้ ถ้าท่านไหนขี้เกียจเปิดคอมก็สามารถตั้งค่าในเบราว์เซอร์ในมือถือ โดยให้เลือกใช้ Desktop site เพียงเท่านี้ก็สามารถแสดงผลการตั้งค่าแบบในคอมแล้วครับ เรื่องความเร็วในการใช้งานจริงก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราใช้งาน ณ ช่วงเวลานั้นๆ ถ้ามีคนใช้ 3G เยอะความเร็วก็จะถูกแชร์กัน ถ้าคนใช้น้อยความเร็วที่เราได้ก็จะสูง เท่าที่ลองทดสอบดู เน็ตจะวิ่งตั้งแต่ 1-14Mbps สำหรับท่านไหนสนใจ ทาง AIS มีโปรโมชั่น ฟรี 3G จำนวน 500MB นาน 1 เดือน ครับ หาซื้อได้แล้ววันนี้ ตาม AIS Shop, Telewiz Shop และร้านค้า IT ทั่วประเทศ ในราคา 1,499 บาท

รีวิว AIS Pocket WIFI ตัวเล็กรอบจัดสารพัดประโยชน์
ais /  AIS Pocket WIFI / 

ได้กลับมารีวิว อุปกรณ์ Network ประเภทพกพาอีกครั้งหลังจากที่หายหน้า หายตากันไปรีวิวแต่พวกอุปกรณ์ตามบ้านมานานครับ คราวนี้เป็น Pocket WIFI จาก AIS ที่ราคาถูกมากๆแถมยังมีการปรับแต่งมาให้ใช้งานง่ายชนิดที่คนไม่รู้เรื่อง IT หรือความเข้าใจด้าน  Network ก็สามารถใช้งานได้สบายๆเลยครับ หลังจากที่ AIS ได้ประกาศ 3G ใหม่ ภายใต้ความถี่ 2100 Mhz ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ ผู้ใช้หลายคนก็อึดอัดทรมานกับ Bandwidth ที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานมานาน ทาง AIS ก็เลยระเบิดพลัง ทั้งโปรโมชั่นและอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ 3G ใหม่กันยกใหญ่ โดยตัวนึงที่น่าสนใจมากก็คือ AIS Pocket WIFI ซึ่งเป็น Wireless Router ขนาดพกพา ซึ่งมีขนาดที่โคตรจะเล็กเอามากๆเลยครับ เหมาะมากสำหรับคนที่พกพาอุปกรณ์หลายๆอย่างไว้กับตัว แต่อยากจะควบคุมค่าใช้จ่ายด้าน Internet ไว้ที่ซิมเดียว ว่ากันตาม Spec ที่เขียนไว้ข้างกล่องเนี่ย เจ้า AIS Pocket WIFI สามารถรองรับความเร็วสูงสุดในการดาวน์โหลดได้ 21.6 Mbps ส่วนขา Upload ได้สูงสุดที่ 5.76 Mbps ส่วน Wireless LAN ก็รองรับมาตรฐาน B/G/N ความเร็วสูงสุด 150 mbps และสามารถรองรับอุปกรณ์ในการเข้ามาต่อเชื่อมได้สูงสุด 10 อุปกรณ์ด้วยกัน (รุ่นทั่วๆไป จะได้แค่ 5 อุปกรณ์ครับ) หน้าตาเล็กกะทัดรัดแบบสุดๆ ขนาดเล็กพอๆกับ Mouse เท่านั้นเอง แต่บางกว่าเยอะ สังเกตดูจะมีโลโก้ของ Huawei อยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง แน่นอนล่ะ เจ้านี่ก็คือ Huawei E5220 ที่ถูกออกแบบเฉพาะมาให้ใช้งานกับเครือข่าย AIS 3G นั่นเองครับ  ไหนๆก็เป็น OEM ของ Huawei E5220 อยู่แล้ว ก็เลยขอภาพขนาดเครื่อง และ น้ำหนักมาจากเว็บของ Huawei ซะเลย น้ำหนักไม่ถึง 30 กรัม รวม Battery แล้วนี่มันพกพาง่ายมากๆครับ ด้านล่างเป็นพอร์ท Micro USB ซึ่งตรงนี้ เราสามารถเสียบกับ Notebook ให้ทำการชาร์จไฟ กลับเข้าไปในตัวมันก็ได้ หรือใครที่ใช้ Android ก็น่าจะมีสายชาร์จที่เป็น Micro USB อยู่แล้ว นำมาชาร์จได้ปกติเลยนะครับ   ด้านบนซ้าย จะมีรูเล็กๆ สามารถร้อยสาย ทำเป็นพวงกุญแจง่ายๆได้ครับ เออ แจ๋วดีแฮะ พวกกุญแจ WIFI Router  พลาสติกที่ใช้ในการทำวัสดุ ก็จะเป็นพลาสติกด้านๆหน่อย จับแล้วไม่ดูกระจอกเลยครับ แต่ห่วงอย่างเดียวคือ ถ้ามือเลอะ ไปจับโดนตัวมันเข้าก็กลัวว่าจะเลอะตามนี่แหละ เพราะพลาสติกด้านพวกนี้มันเปื้อนง่ายมากๆ AIS Pocket WIFI ตัวนี้ใช้ SIM ขนาดปกติ ซึ่งข้างในก็จะมีรายละเอียดของตัว SSID กับ Network Key เอาไว้พร้อมเลย ถ้าเกิดผู้ใช้งานปรับแต่งของพวกนี้ไม่เป็น ก็ไม่ต้องทำอะไรมากครับ ใส่ SIM , เสียบแบทเตอรี่ , เปิดเครื่อง แล้วก็เข้า Network ชื่อที่มันแสดงให้เห็น ก็จบแล้ว Battery ที่มากับ AIS Pocket WIFI มีพลังไฟสะสมทั้งหมด 1,150 mAh ลองทดสอบใช้งานต่อเนื่องโดยต่ออุปกรณ์ ประมาณ 3 เครื่อง ( Notebook ผม , iPhone แล้วก็ ipad Mini) โดยสลับใช้งานกันบ้าง โหลดพร้อมกันบ้าง เปิดเว็บทั่วไป และ ดู Youtube บ้าง สามารถเล่นต่อเนื่องได้ประมาณ 3 ชม. หน่อยๆครับ ส่วนถ้าเปิดๆ ปิดๆ ใช้งานไม่ต่อเนื่องมาก ก็อาจจะใช้งานได้ 1 วันกลับมาถึงบ้านหมดแรงพอดี เอ้า ว่าแล้วก็มาเปิดเครื่องดูเมนูการใช้งานข้างในกันหน่อยดีกว่า ผมจั่วหัวเอาไว้ว่า มันคือ ตัวเล็ก รอบจัด สารพัดประโยชน์ มันหมายถึงอะไรกันแน่ ตอนเปิดเครื่องไฟ LED หน้าเครื่องก็จะแสดงไฟมาทั้งหมด 4 สถานะด้วยกัน นั่นก็คือ - ไฟบอกความแรงของสัญญาณ 3G - ไฟบอกว่า Wireless ทำงานอยู่ - ไฟ Battery - ไฟบอกว่ามี SMS เข้ามา (ผมก็งงตรงนี้แฮะ ทุกที SMS ส่งมาที่อุปกรณ์พวก Router แบบนี้มันจะดูอะไรไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่พวกโทรศัพท์มือถือแล้วจะมีไฟบอกทำไม แต่จริงๆแล้วมันรองรับการดู SMS ที่ส่งมาหาเราด้วยล่ะครับ เมื่อ Login เข้ามาใน AIS Pocket WIFI ผ่านทางหน้า เบราเซอร์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องจำเลข IP Address เพื่อความงงอีกต่อไปเพราะเดี๋ยวนี้พวกอุปกรณ์ Network เค้าจะทำชื่อเฉพาะเพื่อให้เข้ามาจัดการอุปกรณ์ได้ง่ายๆครับ อย่าง AIS Pocket Wifi ตัวนี้ก็สามารถเข้ามาได้ด้วยชื่อ http://ais3gpocketwifi.home/ ครับ - แก้ชื่อ SSID กับ Network Key ได้ง่ายๆ - มีตัวบอกความเร็วสัญญาณ 3G ว่าความแรงเท่าไหร่ เราจะได้ว่า สัญญาณตรงจุดที่เราอยู่มันแย่หรือเปล่า - บอกว่ามี SMS กี่ข้อความ และสามารถอ่านและตอบ รวมถึงส่งจากหน้านี้ได้เลย เฮ้ย เมพ!! - เติมเงินจากบัตรเติมเงินได้เลย เฮ้ย เมพอีกแล้ว สำหรับผู้ใช้งานเบื้องต้น ใช้แค่นี้ก็พอแล้วนะครับ เพราะ เมื่อแกะกล่องมาเสร็จ ก็ยัดซิม แล้วเปิดเครื่อง ก็ใช้งานได้เลย ถ้าอยากแก้ไขชื่อ SSID ก็แค่ Login มาที่หน้านี้แล้วก็แก้ไขชื่อกับ Wireless LAN กับเลือกรหัสผ่านที่ต้องการได้เลย ถ้าเงินในซิมหมดก็ไปซื้อบัตรเติมเงินมากรอก จบ!! แล้วที่ผมจั่วหัวไปว่า มันเป็นตัวเล็ก รอบจัด หลายคนคงสงสัยว่ามันอยู่ตรงไหนฟระ??? ใจเย็นๆครับ ความเจ๋งมันอยู่ที่ “การตั้งค่าแบบละเอียด” ซึ่งตรงนี้มันจะใช้ความรู้ Network ระดับนึงในการ Setup เลย แต่ใครใช้เป็น รับรองว่าสารพัดประโยชน์มากๆครับ   พอเข้ามาในส่วนของการตั้งค่าแบบละเอียด ก็จะมีเมนูพิศดารมาให้เรากดเล่นมากขึ้น ความเจ๋ง รอบจัดอันแรกครับ มันเป็น Wireless Router ที่รองรับความสามารถ WISP นั่นก็คือ รับ Internet ทาง Wireless LAN แล้วมาแชร์ต่อทาง Wireless LAN ต่อได้ เช่นผมไปเจอ AIS Wifi ที่ไหน ผมกดเชื่อมต่อเข้าไปผ่าน AIS Pocket WIFI ตัวนี้ ผมใช้ Internet Account เดียว แต่สามารถแชร์ไปยังอุปกรณ์อืนๆของผมได้หมด   ความเจ๋งอย่างที่ 2 ก็คือ มันมี Firewall แบบง่ายๆในตัว คุณสามารถ กำหนด IP / Port แล้วก็จะอนุญาตหรือจะไม่อนุญาตให้มันผ่านไปได้ก็ได้ครับ   ความเจ๋งอย่างที่ 3 ก็คือ ตัว AIS Pocket WIFI สามารถกำหนด ปริมาณ Data ที่เราใช้งานได้ครับ เช่น ถ้าเราซื้อ Promotion 500Mb ไว้ ถ้าเกิดมันจะตัดบริการให้ทันทีเพื่อป้องกันเราเล่นเกินจาก Promotion ที่เลือกไว้ และความเจ๋งอย่างที่ 4 ก็คือ มันสามารถ ส่ง SMS ผ่านตัวมันได้เลยครับ รองรับภาษาไทยด้วย เออดีแฮะ เผื่อเวลาจะต้องสมัคร หรือ กดบริการเลขอะไรแปลกๆจะได้ไม่ต้องมานั่งแกะซิมแล้วหามือถือยัด เพราะตอนนี้มือถือ รอบตัวก็เป็น Nano Sim กับ Micro SIM หมดแล้ว ปิดท้ายความเจ๋งคือ เจ้า AIS Pocket WIFI ตัวนี้รองรับ SIP ALG ด้วย อันนี้คนที่ไม่ได้ทำงานด้าน Network อาจจะไม่รู้ แต่ตัวนี้จะช่วยให้ระบบ VoIP ที่อยู่หลัง AIS Pocket WIFI สามารถเชื่อมต่อไป Internet ข้างนอกได้อย่างราบรื่นมากขึ้นครับ ปิดท้ายด้วยการทำ Speedtest ซะหน่อย ผมกดทดสอบจาก เอกมัยซอยสี่ ในตัวบ้าน มีสัญญาณประมาณ 3 ขีด ความเร็วที่ทดสอบได้ประมาณ 3.5 / 1.26 mbps ก็เรียกได้ว่า ถึงแม้ไม่ได้เร็วฟ้าผ่า แต่ก็เร็วน้ำตาไหล เพราะไม่ค่อยจะได้เห็นความเร็วระดับนี้ใน 3G บ้านเรานักหรอกครับ ยิ่งในย่านที่มีคนอยู่เยอะๆอย่างเอกมัย สุขุมวิทด้วยเนี่ย ปิดท้ายด้วยราคาครับ AIS Pocket WIFI ตอนนี้ลดราคาเหลือ 1,499 บาท ซื้อแล้วแถม 3G Data ให้ 500MB นาน 1 เดือน และมี AIS Wifi ให้ใช้ได้ไม่จำกัดด้วย (ถ้าจะให้ติ ก็คงเป็นเรื่อง ความเร็วหลังจากที่ FUP หมด มันเหลือแค่ 64kbps นี่แหละครับ น่าจะใช้เยอะหน่อยซัก 128kbps ก็ยังดี) ใครสนใจก็ไปติดต่อได้ที่ศูนย์ AIS เลยครับ เหมาะมากสำหรับคนที่พกพาอุปกรณ์ที่ต้องต่อ Internet เยอะๆ แต่อยากจะควบคุมค่าใช้จ่าย ไม่อยากเปิด Internet หลายๆซิมนะครับ

Huawei เปิดตัว Huawei Tron เครื่องเกมส์ตัวแรกของจีน
Huawei Tron

Huawei ประกาศการผลิตเครื่องเล่นเกมส์ตัวใหม่ Huawei Tron ใช้ระบบปฏิบัติการ Android  เตรียมวางขายกลางปี 2014 กำหนดราคาราว 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) เครื่องเล่นเกมส์ Huawei Tron เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES 2014 เป็นเครื่องเล่นเกมส์เครื่องแรกของประเทศจีนที่ผลิตขึ้นมาเอง โดยมีความต้องการแข่งขันกับเครื่องเล่นเกมส์อย่าง Ouya ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และสามารถเล่นออกผ่านโทรทัศน์ สำหรับเครื่องเล่นเกมส์ดังกล่าวจะใช้หน่วยประมวลผล Tegra 4 จาก NVIDIA แรม 2GB สามารถเลือกเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ 16 GB หรือ 32 GB แบบ Micro-SD ได้ และใช้ Android เวอร์ชั่น 4.2.3 นอกจากนี้ ยังรองรับเกมส์บน Android ด้วยขนาดภาพ 1080p และรองรับวิดีโอแบบ 4K อีกเช่นกัน ส่วนจอยเกมส์มีการออกแบบคล้ายคลึงกับจอยเกมส์ Xbox 360 แต่ว่ามีการเพิ่มแป้นทัชสกรีนเข้ามาด้วย Huawei Tron กำหนดราคาขาย 150 ดอลล่าร์ (ราว 4,500 บาท) วางขายที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรก

Commart 2013 รวมโปรเด็ด
Commart 2013 /  รวมโปร Commart 2013 / 

  หน้าร้อนมาเยือนบ้านนี้เมืองนี้อีกแล้วท่านผู้ชม ร้อนๆ แบบนี้ ไม่มีอะไรจะเหมาะกับเหล่าไอทีกายมากกว่า การไปเดินชมน้องๆ หนูๆ ในงาน Commart Summer Sale 2013     ตั้งแต่วันที่ 21-24 มี.ค.นี้อีกแล้ว ไปพบกันได้ที่เก่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์  เวลาเดิม เริ่ม 10.00 โมงเช้า หลบร้อนช้อปของ คลายเครียด ส่วนจะมีโปรโมชั่นอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ไปชมกันเลยดีกว่าเนาะ .     โปรโมชั่น Commart 2013     1. Satellite Pro L830-2000X (Corei5, No OS, RAM 4GB, HDD 640GB, การ์ดจอแยก) Free : RAM 4GB มูลค่า 1,990 + รับประกันเพิ่มภายในประเทศ 1 ปี มูลค่า 1,390 + Carrying case มูลค่า 1,990.- ราคาปกติ 20,990.-    พิเศษในงาน 17,990.- (รวม VAT แล้ว) 2. ซื้อโน้ตบุ๊กโตชิบา Satellite M840/U940/PortegeR930/Z930 รุ่นที่ร่วมรายการ แถมฟรี !!  ชุดอัพเกรด Windows 8 Pro มูลค่า 6,200 บาท  จำกัด 500 ชุดเท่านั้น ราคา 44,990 บาท (inc. VAT) แถมฟรี Bluetooth Headset มูลค่า 1,590 บาท ราคา 17,990 บาท  (inc. VAT) แถมฟรี Benetton case มูลค่า 3,190 บาท ราคา 12,490 บาท (ราคานี้ไม่รวมจอมอนิเตอร์)  Acer Tablet Product 1.ICONIA | B1  ราคาพิเศษเพียง  3,990.- First Jelly Bean Tablet 7"   2.Iconia W510  16,900Windows tablet, wifi, get coupon to buy Acer docking keyboard at 990 bahts in VAT 3.Iconia W511  20.900Windows tablet, 3G, get coupon to buy Acer docking keyboard at 990 bahts in VAT Acer Smartphone Product 1.Liquid Z2 Duo | Z120 3,990.-First Entry Jelly Bean Dual SIM Smartphone (New Arrival) * 2.Liquid C1 | I 110  9,990.- First Intel Phone free PowerBank มูลค่า 1,390 จำนวนจำกัด Aspire One 756-967BCkk พิเศษสุดลด 50% ซื้อเพียงราคา 4,950.- ( รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ) จากราคาปกติ 9,900 บาท วันละ 50 เครื่อง  ร่วมกิจกรรมที่บูธ Acer เวลา 10.00 น. Acer Notebook Product 1.Aspire E1-471-32344G50Mnks_Glossy Black (NX.M0QST.006) • 2nd Generation Intel® Core i3-2348 Processor   (2.3GHz, 3 MB L3 Cache, DDR3 1333 MHz),   supporting Intel®  Smart Cache • Linpus Linux BE • 4GB DDR3, 500GB HDD, DVD-SuperMulti, Weight 2.25kg. • 14" HD (1366 x 768 pixel)Acer CineCrystal™ LED 16:9 aspect ratio • HDMI™ port with HDCP support • 1 Year International Travel Warranty • 1 ปีประกันภัยอุบัติเหตุ โจรกรรม และก่อการร้าย Special Price 12,900 2.Aspire V5-471G-53334G50Mass_Misty สี Silver  (NX.M5UST.003)   Aspire V5-471G-53334G50Mabb_Airy สี  Blue (NX.M5SST.003)   Aspire V5-471G-53334G50Mauu_Hazy สี Purple (NX.M5WST.003) • 3rd Generation Intel® Core i5-3337M Processor (1.8GHz with Turbo Booster to 2.7Hz, 3 MB L3 Cache, DDR3 1333MHz), supporting Intel®  Smart Cache • Linux • 4GB DDR3, 500GB HDD(Slim Type 7mm.), DVD-SuperMulti, Weight 2.1kg • 14" HD (1366 x 768 pixel)Acer CineCrystal™ LED 16:9 aspect ratio • NVIDIA® GeForce® GT 710M 2GB dedicated graphics memory • HDMI™ port with HDCP support • 2 Years Local and 1 Year International Travel Warranty • 1 ปีประกันภัยอุบัติเหตุ โจรกรรม และก่อการร้าย Special Price 17,900 3. Aspire V5-431P-21174G50Mass_Misty Silver (NX.M7LST.002) • Intel® Pentium® processor B2117U (1.8GHz,2 MB L3 cache,DDR3 1600 MHz), • Genuine Windows® 8 64-bit • 4GB DDR3, 500GB HDD(Slim Type 7mm.), DVD-SuperMulti, Weight 2.1kg. • 14" HD (1366 x 768 pixel) • HDMI™ port with HDCP support • 2 Years Local and 1 Year International Travel Warranty รับเพิ่ม 1 ปีประกันเหตุโจรกรรม Special Price 15,900     ViewSonic ViewPad 10e Android ICS 4.0 Cortex-A8 1GHz 512MB DDR3, 4GB ROM 9.7" IPS LCD 1024x768 pixels multitouch 5 MP with LED Flash HDMI, WiFi 802.11b/g/n, Bluetooth+EDR ปกติ... 6,990.- พิเศษในงาน  4,990.- ALCATEL OneTouch T10 Android ICS 4.0 Cortex-A8 1GHz 7'' LCD (16:9, 800x480) 0.3 MP front camera WiFi 802.11 b/g Promotion: ฟรี!  Huawei 3G AirCard  มูลค่า  1,090.- ปกติ... 4,990.- พิเศษในงาน 3,990.- MSi WindPad Enjoy 7Plus Android ICS 4.0 Cortex-A8 1GHz 7'' LCD (16:9, 800x480) 1GB DDR3, 8GB ROM 0.3 MP front camera WiFi 802.11 b/g/n ปกติ... 4,990.- พิเศษในงาน 2,990.- HUAWEI  E303 HiLink 3G : HSUPA/HSDPA/UMTS  2100/850MHz or 900MHz 2G : EDGE/GPRS/GSM  1900/1800/900/850MHz HSDPA data service of up to 7.2Mbps HSUPA data service of up to 5.76Mbps HiLink: Plug n Surf in 15 Sec. MicroSD Card slot; supported up to 32GB Windows & MAC OS Compatible ปกติ... 1,090.- พิเศษในงาน 699.-     - Win8 (32-bit) - Intel® Clover Trail™ Processor Z2760 (1.8GHz, 2 x 512KB) - Intel® Graphics Media Accelerator - Display 11.6" HD LED Display (1366 x 768) - RAM 2GB DDR2L System Memory at 800MHz - HDD 64GB e.MMC iNAND™ Embedded Flash Drive(Up to 128GB) - Weight 0.744Kg for slate only , 1.49Kg with keyboard - Webcam 2.0MP(Front) / 8.0MP(Rear) - 3G Embedded - S Pen - Battery 2 Cell (30Wh) 28,900.- (include keyboard , รวม VAT แล้ว) Free! กระเป๋าหนัง ATIV smart PC มูลค่า 1,490.- + Micro SD Card 16GB มูลค่า 350.- + 3G Data Package by AIS เดือนละ 50MB นาน 3 เดือน   แบตเตอรี่สำรอง 3,000 mAh USB Output ใช้งานได้สูงสุด 15 ชม. รับประกันการใช้งาน 1 ปี เป็นแบตเตอรี่สำหรับสำหรับชาร์จไฟให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ราคาปกติ   2,390  บ. (รวม Vat 7%)  ราคาพิเศษ  1,890  บ. (รวม Vat 7%)  พิเศษแถมฟรี mMini AC5   (มูลค่า  490 บาท ) บูธ   SVOA   Plenary hall   ( P 28-31  )   กล้องที่ใช้ในบ้านและอาคารสำนักงาน เพื่อดูเหตุการณ์ในเวลาปัจจุบัน เชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและมีสาย ดูผ่าน App ได้ ทั้ง iOS และ Android ปกติ 1,590.- พิเศษ 1,099.- 50 เครื่อง ต่อวัน / รวม Vat ที่บูธ IT City โซน C และ Hall A, JIB โซน C, Banana IT โซน Plaza, Champ Channel โซน C, Speed Computer โซน C   SVOA Discovery Ci5 32000 Intel Core i5-3470 (3.2 GHz) Ram 4 GB DDR3, HDD 500 GB 2 GB VGA Card, 20” LED Monitor ปกติ 18,400.- พิเศษ 16,500.- จนกว่าของจะหมด / ไม่รวม Vat SVOA Discovery Ci7 34000 Intel Core i7-3770 (3.4 GHz) Ram 4 GB DDR3, HDD 1 TB 2 GB VGA Card, 20” LED Monitor ปกติ 23,100.- พิเศษ 20,000.- จนกว่าของจะหมด / ไม่รวม Vat   10 ล้านพิกเซล, LCD 3” บันทึกวิดีโอ Full HD 1920x1080 / 60i ระบบโฟกัสความเร็วสูง มีระบบกันสั่นในตัวเลนส์ ปกติ 13,400.- พิเศษ 11,500.- 5 ตัว ต่อวัน / รวม Vat ที่บูธ Photo Hut Source : commartthailand

Lenovo เล็งลุยตลาดที่ iPhone 5C ทำผิดพลาด !
iPhone 5C /  Lenovo

Lenovo เปิดแผนการตลาด เตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟน ที่ iPhone ไม่สามารถทำได้!? หนึ่งในสิ่งที่น่าแปลกที่สุดสำหรับตลาดเทคโนโลยีในปีนี้ เรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของ Apple ที่ตอนแรกบอกว่าเตรียมลุยตลาดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดด้วย iPhone รุ่นใหม่ แต่ที่สุดแล้ว iPhone 5C ที่เปิดตัวออกมานั้น ก็มีราคาแพงน้อยกว่า iPhone 5S รุ่นท็อปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งๆ ที่ภายในเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า ที่ลดคุณภาพบอดี้ภายนอกเปลี่ยนเป็นพลาสติกเท่านั้น จากบทสัมภาษณ์ของ CEO Lenovo นาย Yang Yuanqing เกี่ยวกับเป้าหมายบริษัท ซึ่งเป้าใหม่ยในตลาดสมาร์ทโฟนของ Lenovo ก็คือ "iPhone is probably not the best-selling product" หรือ เล็งในตลาดที่ iPhone ไม่ใช่สินค้าที่ดีที่สุดนั่นเอง เนื่องจากทั้ง iPhone 5C และ iPhone 5S จะบอกว่าเป็นมือถือราคาถูกก็คงไม่ใช่ Lenovo จึงเล็งเป้าหมายไปที่ตลาดในประเทศจีน และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging market) อย่างอเมริกาใต้, แอฟริกา, และตะวันออกกลาง นอกจาก Lenovo แล้ว อย่าง Huawei, BlackBerry และ Samsung ก็กำลังเล็งเป้าไปที่ตลาดนี้เช่นกัน ซึ่งทาง Lenovo ก็เป็นแบรนด์ที่หลายท่านคุ้นหูกันอยู่แล้ว (โดยเฉพาะในตลาดคอมพิวเตอร์) ก็น่าจะทำให้ Lenovo ติดตลาดได้ไม่ยาก source: bgr

หัวเว่ยเผยโฉมสมาร์ทโฟนใหม่ Ascend P6 ตัวเครื่องบางที่สุดในโลก ราคา 13,990 !
huawei /  Huawei Ascend P6

Huawei ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Ascend P6 ที่บางที่สุดในโลก เพียง 6.18 มิลลิเมตร ในประเทศไทย เปี่ยมสมรรถนะด้วยหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz จอทัชสกรีนแบบ in-cell ความละเอียดสูงขนาด 4.7 นิ้ว กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และฟังก์ชันซอฟท์แวร์ที่โดดเด่นมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้สมาร์ทโฟน Ascend P6 เป็นที่สุดของดีไซน์และการใช้งานอย่างแท้จริง “ผมเชื่อว่า Ascend P6 จะเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามและสะดุดตา กล้องถ่ายรูปที่ให้ภาพคมชัด และระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ของหัวเว่ยเอง” มร. หยาง ชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย กล่าว “สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดในไลน์ Ascend P ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ และเราก็พร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับเทคโนโลยีและงานออกแบบที่ล้ำยุคยิ่งกว่าคู่แข่ง” สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 6.18 มิลลิเมตร และหนักเพียง 118 กรัมเท่านั้น จึงสามารถพกไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือ และยังสวยโฉบเฉี่ยว ดึงดูดสายตาอยู่เสมอ ด้วยวัสดุเมทัลลิก และขอบล่างที่โค้งมน สวยสง่าอย่างเหมาะมือ จอทัชสกรีนความละเอียดสูง ขนาด 4.7 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี in-cell และ MagicTouch เพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อทุกสัมผัส แม้ว่าคุณจะใส่ถุงมืออยู่ก็ตาม ส่วนหน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.5GHz และแบตเตอรี่ขนาด 2000mAh ก็สามารถรับมือกับทุกแอพได้อย่างหายห่วง ไร้กังวลทั้งประสิทธิภาพและความทนทาน บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2.2 นอกจากนี้ Ascend P6 ยังเป็นสมาร์ทโฟนคู่ใจนักถ่ายภาพ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดถึง 5 ล้านพิกเซล ที่ใช้ถ่ายภาพตัวเองได้คมกริบ ก่อนใช้ฟังก์ชันแต่งภาพอัตโนมัติให้สวยใสพร้อมแชร์เพื่อน ในขณะที่กล้องหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI F2.0 ก็สามารถจับภาพคมชัดได้ที่ระยะโฟกัสเพียง 4 เซนติเมตรเท่านั้น พร้อมยังถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p Full HD อีกด้วย เทคโนโลยี IMAGESmart ลิขสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ย จะช่วยปรับแสง สี โฟกัส อย่างละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกช็อตออกมาไม่มีที่ติ ราวกับฝีมือช่างภาพอาชีพ สมาร์ทโฟน Ascend P6 ไม่เพียงครบครันด้วยฟังก์ชัน แต่ยังใช้งานง่าย ด้วยระบบเมนู Emotion UI ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นจากการสำรวจความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 5 ล้านรายทั่วโลก จนออกมาเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวมากมาย อย่างหน้าจอหลัก Uni-Home และ Me Widget ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ฟังก์ชัน SmartReading ที่ให้คุณค้นหาข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา หรือโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามาและจดจำใบหน้าอัตโนมัติ ส่วนเทคโนโลยี Automated Discontinuous Reception (ADRX) และ Quick Power Control (QPC) นวัตกรรมล่าสุดจากหัวเว่ย สามารถช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนขนาดเท่ากัน ส่วนฟังก์ชัน AirSharing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกความต้องการในการใช้งานของคุณ ทั้งในทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Ascend P6 มีให้เลือกทั้งสีดำ ขาว และชมพู พร้อมด้วยเคสสีเข้ากับตัวเครื่อง วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน เจ มาร์ท ทั่วประเทศ ในราคา 13,990 บาท และจะวางจำหน่ายผ่านทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างเอไอเอส ในเร็วๆ นี้