HTC Sensation

Hong Jong Hyun Set to Visit Bangkok in Valentine’s Day 2015
Hong Jong Hyun /  Hong Jong Hyun Be My Valentine Fan Meeting in Bangkok / 

Hong Jong Hyun Set to Visit Bangkok For a Hot Valentine’s Date with Thai Fans, Presented by Cosma Plus’ & ‘Team2S Keep an eye out for this hot Korean idol! The latest male actor and model sensation from South Korea Hong Jong Hyun is an unstoppable rising star. Thanks to his perfectly good looks, charisma, sculpted body, and a variety of distinguished works in the mainstream media, his fan club has expanded dramatically into a big army of most faithful followers. So, get ready for this! Visionary event organizer Cosma Plus, well versed in the heart and mind of Thai fans, has teamed up with South Korea’s Team2S and made an official announcement of Hong Jong Hyun’s first visit to Thailand. Fan girls will get to celebrate Valentine’s Day, February 14, 2015, with the man of their dream at Muang Thai GMM Live House, floor 8, Central World. Fans of Korean entertainment habitually call him Supermodel Gang Hong Jong Hyun as if it was a part of his name. The term came from the 24-year-old and 182-centimeter-tall up and coming actor’s first claim to fame as a male model. He entered show business at the same time as hot idols Kim Woo Bin, Lee Soo Hyuk, Sung Jun and Kim Young Kwang, and they became fast friends. Apart from being one of South Korea’s most famous supermodels, Hong Jong Hyun often takes acting gigs on the side. His noticeable works include starring in sitcom Vampire Idol alongside close friend Kim Woo Bin; co-hosting the chic fashion program STYLE LOG with Lee Soo Hyuk; featuring in music video Falling in Love where he shared the spotlight with four 2NE1 girls; playing an adversary to Lee Dong Wook in drama series Wild Romance; teaming up with Girls’ Generation’s Sooyoung in Dating Agency: Cyrano; then he took his first leading role in drama series Her Lovely Heels starring opposite KARA’s Han Seung-yeon. Earlier this year, Hong Jong Hyun made himself even more memorable as the onscreen husband of Girl’s Day Kim Yura in famed variety show We Got Married. The charming role propelled him into stardom and into fantasy dreams of girls across Asia. Talented and hot, such a perfect combination! Can anyone really bear to miss an opportunity to experience his first visit to Thailand? We think not! Hong Jong Hyun Be My Valentine Fan Meeting in Bangkok will take place on Saturday February 14, 2015, between 5.00 and 7.00 pm, at Muang Thai GMM Live House, floor 8, Central World. Satisfaction guaranteed by South Korea’s Team2S and Cosma Plus Company Limited, the organizer in charge of fan favorite events such as Kim Ki Bum Memory of Love Fan Meeting in Bangkok and After School with Playgirlz Fanmeeting in Bangkok. Devoted fans constantly dreaming of meeting Hong Jong Hyun in person should better fill up their piggybanks as soon as possible. Presale tickets will be available on January 10, 2015. Online sale starts from January 12, 2015, onwards. Inquiries and feedback are welcome at Cosma Plus’ official Facebook fanpage: www.facebook.com/CosmaPlusTH, Twitter account @CosmaPlusTH, and Instagram @CosmaPlus   [[ คลิกเพื่ออ่านข่าวภาษาไทย ]] ฮงจงฮยอน หนุ่มหล่อ จองคิวฉลองวาเลนไทน์กับสาวไทย!! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Arizona Sunshine เกมส์แอคชั่นดงซอมบี้ เติมเต็มความสมจริงทุกขั้น
Arizona Sunshine

Vertigo Games ประกาศเปิดตัวเกมส์ Arizona Sunshine เกมส์แอคชั่นซอมบี้ ต่อสู้เหล่าผู้ติดเชื้อหลังเหตุการณ์ล้างโลก ชูจุดเด่นการเล่นเกมส์ผ่านแว่นตาสามมิติ SteamVR หรือ HTC Vive เตรียมวางขายปี 2015 เฉพาะ PC เท่านั้น เกมส์ Arizona Sunshine ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นผู้รอดชีวิตจากภัยล้างโลกที่ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ ผจญภัยสู่ผืนทะเลทรายความแห้งแล้งในรัฐอริโซน่า แต่ภัยครั้งนี้กลับลุกลามเข้ามาสู่พื้นที่เคยปลอดภัยที่สุด ต่อสู้กับฝูงซอมบี้อันหิวโหย ช่วยเหลือผู้คนที่ยังรอดชีวิต และเอาตัวรอดให้ได้ เกมส์นี้ ผู้เล่นสามารถผจญภัยต่อสู้ตามพื้นที่แห่งต่างๆ หยิบอาวุธประชิดตัวฟาดฟัน หรือเลือกใช้อาวุธปืนและระเบิดยิงหรือทำลายล้าง แบบชนิดที่เลือดสาดต่อหน้าต่อตา จุดเด่นของเกมส์นี้ นอกจากจะมอบความสนุกสนานและความมันส์แล้ว ยังรองรับแว่นตาสามมิติ SteamVR สร้างความสมจริงต่อการเล่นและเพิ่มความตื่นเต้นความสมจริงอีกขั้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังรองรับจอยบังคับของอุปกรณ์ HTC Vive แว่นตาสามมิเพื่อให้ผู้เล่นยิงปืนและบรรจุกระสุนแบบเสมือนสมจริง เกมส์ Arizona Sunshine วางขายปี 2015 PC ดูเพิ่มเติมที่ http://store.steampowered.com/app/342180

ส่องมือถือ-แท็ปเล็ตสุดฮอตกว่า 70 รุ่น ในงาน Thailand Mobile Expo 2016
Thailand Mobile Expo 2016 /  TME 2016 / 

งาน Thailand Mobile Expo 2016 เชื่อว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับใครที่ได้โบนัส อยากได้มือถือใหม่ แต่ยังไม่มีรุ่นโดนๆ ที่น่าสนใจเลย อยากได้รุ่นใหม่ๆ โอกาสมาถึงคุณแล้วครับ เพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะมีงานมือถืองานใหญ่ของประเทศนั่นก็คือ Thailand Mobile Expo 2016 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2559 โดยในงานนี้จะมีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วในต่างประเทศ เริ่มเข้ามาจำหน่ายในงานนี้ รวมถึงมือถือรุ่นก่อนหน้า ก็จะมีการปรับราคาลดลง หรือมีโปร ลดแลกแจกแถม ปล่อยกันในงาน วันนี้เรามีบทความดีๆ จาก Thailand Mobile Expo แนะนำสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในงานกว่า 70 รุ่น เรามาดูกันครับว่าในงานนี้จะมีสมาร์ทโฟน และแก็ตเจ็ตอะไรที่จะมาทำให้เงินในกระเป๋าของเพื่อนๆ สั่นได้บ้าง Samsung Galaxy J2 รุ่นระดับเริ่มต้นของ Samsung เครื่องเล็กกะทัดรัดแต่มีครบทุกอย่าง ด้วยราคาประมาณ 4,xxx บาท มาพร้อมกับหน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 4.7 นิ้ว (qHD) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้านใช้ได้ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส TouchWiz อย่างที่คุ้นเคยกันดี รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ HD และสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง เป็นอีกรุ่นของ Samsung ที่ค่อนข้างสมราคาทีเดียว Galaxy J7 มีงบประมาณสัก 8-9 พันบาท เลือกมือถือหน้าจอขนาดใหญ่แจ่มๆ Galaxy J7 เป็นตัวเลือกที่ดีครับ แสดงผลคมชัดด้วยหน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (HD) ใช้ดู YouTube เล่นเกมดีนักแล เร็วแรงด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 7580) RAM 1.5 GB  รันบน Android 5.1 ทำงานรวดเร็วทันใจ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลาย กล้อง 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายภาพ Selfie ผ่านกล้อง 5 เมกะพิกเซล  รองรับ 4G LTE และมีโปรโมชั่นร่วมกับ Operator ด้วย ลองหาข้อมูลได้เลย Galaxy A5 (2016) ภาคต่อของสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะ Galaxy A5 คาดว่าจะเปิดตัวช่วงงาน Mobile Expo รุ่นนี้อัพเกรดคุณสมบัติสเปค – ดีไซน์จากของเดิมพอสมควร หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลดีเยี่ยม บอดี้โลหะบางเฉียบ ฝาหลังแบบกระจก กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบกันสั่นไหว (OIS) บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับ 4G LTE และเพิ่ม microSD สูงสุด 128 GB ตรงนี้ต้องรอดูตัวจริงครับ ซึ่งจะมีรุ่น Galaxy A7 และ Galaxy A9 ในซีรี่ส์ด้วย Galaxy A7 (2016) สำหรับ Galaxy A7 (2016) เป็นรุ่นระดับกลางของ A-Series หน้าจอขยายใหญ่เป็น 5.5 นิ้ว ชนิดหน้าจอ Super-AMOLED ความละเอียด FHD เท่ากับ Galaxy A5 ชิพประมวลผล Octa-Core + RAM 3 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 (อัพเดทเป็น Android 6.0 ได้) ด้านกล้องใส่มา 13 เมกะพิกเซล  + OIS ถ่ายกลางคืนดีเยี่ยม นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังเพิ่มเป็น 3,300 mAh เชื่อว่าจะเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมครับ รอติดตามได้ Galaxy A8 ถึงจะเปิดตัววางจำหน่ายมาหลายเดือน แต่เรื่องหน้าตา คุณสมบัติภาพรวมถือว่าทันสมัยอยู่กับ Galaxy A8 เอาใจคนชอบหน้าจอใหญ่ๆ Super-AMOLED ขนาด 5.7 นิ้ว ขอบหน้าจอแคบเป็นพิเศษ เพิ่มพื้นที่การแสดงผล / ตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป บอดี้บางเฉียบเพียง 5.9 มิลลิเมตร ถือว่าบางที่สุดเท่าที่ Samsung เคยผลิตมาครับ ชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 5433) + RAM 2 GB จัดว่าแรงเอาเรื่องอยู่ กล้อง 16 เมกะพิกเซล  และแบตเตอรี่ 3,050 mAh เห็นเครื่องบางๆ แบบนี้ใส่ microSD เพิ่มได้นะเออ Galaxy A9 (2016) รุ่นใหญ่ใหม่ล่าสุดของตระกูล Galaxy A คิดว่าเป็นการนำ Galaxy Mega กลับมารีเมคใหม่ ปังกว่าเดิม ! หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 6.0 นิ้ว (FHD) เหมาะกับใช้ดูวิดีโอ – YouTube เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้ดี แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 652 (Octa-Core) + RAM 3 GB เทียบชั้นไฮเอนด์หลายรุ่น บอดี้โลหะ ฝาหลังกระจกสุดหรู กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  พร้อม OIS, กล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล  (F/1.9) เอาใจคนชอบ Selfie เต็มอัตรา เมโมรี่ภายใน 32 GB และแบตเตอรี่ 4,000 mAh  จัดเต็มกว่ารุ่นเรือธงซะอีก ! Galaxy S6 / Galaxy S6 Edge เรือธงแห่งปี 2015 ที่กลายเป็นต้นแบบดีไซน์ของ Samsung หลายรุ่นตอนนี้ หน้าตายังคงสวยงามครับ โดยเฉพาะ Galaxy S6 Edge หน้าจอโค้งขอบทั้ง 2 ด้าน ดีไซน์หรูหรา ขอบบอดี้โลหะ ฝาหลังกระจกเงางาม ติดกล้อง 16 เมกะพิกเซล พร้อม OIS ถ่ายภาพกลางคืนได้ดี แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Exynos 7420 รุ่นท๊อป รองรับวิดีโอความละเอียด 4K, เกมกราฟฟิคสูง เปิดแอพพลิเคชั่นพร้อมกันแบบไม่หน่วง สามารถอัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้เร็วๆ นี้ และหาอุปกรณ์เสริมง่ายมาก คาดว่าในงาน #Mobileexpo จะมีโปรโมชั่นราคาสุดโดนใจ จับจองกันได้ราคาไม่ถึง 20,000 บาท Galaxy Note 5 รุ่นระดับท๊อปของ Samsung ที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยคุณสมบัติครอบจักรวาล พร้อมปากกา S-Pen ใช้งานจดบันทึก วาดภาพ ครอบตัดคอนเทนท์ ส่งผ่าน Social – Cloud ได้ทันที สะดวกมากครับ หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.7 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน, กล้องหลัก 16 เมกะพิกเซล  (F/1.9) พร้อม OIS ถ่ายกลางคืนได้ดี ไม่สั่น ระบบสแกนลายนิ้วมือปุ่ม Home ดีไซน์หรูหรา ฝาหลังกระจกเงาแบบเดียวกับ Galaxy S6 สวยงามโดยเฉพาะสีทอง – สีดำแซฟไฟร์ แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 4 GB ขอบอกลื่นมากจริงๆ เสียดายไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ จึงมีข้อจำกัดความจุที่ 32-64 GB เท่านั้น Galaxy S6 Edge Plus รุ่นใหญ่และราคาแพงที่สุดของ Samsung ณ เวลานี้เลยกับ Galaxy S6 Edge Plus คุณสมบัติภาพรวมเทียบเท่า Galaxy Note 5 โดยเฉพาะสเปคภายใน ชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 4 GB, เมโมรี่ภายใน 32-64 GB ฯลฯ ส่วนที่แตกต่างกันคือหน้าจอครับ Galaxy S6 Edge Plus มาพร้อมกับหน้าจอโค้ง 2 ด้านขนาด 5.7 นิ้ว (ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล) ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งนี้ การใช้งานอาจจะแตกต่างจาก Galaxy Note 5 นิดหน่อย ต้องลองเล่นของจริงก่อนตัดสินใจ และแน่นอนว่ามีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน #Mobileexpo ต้องไม่พลาด ! Galaxy Tab A ช่วงนี้ Tablet จาก Samsung อาจจะออกมาไม่มากนัก แต่ถ้ามองแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ ราคากลางๆ ไว้ใช้งานทั่วไป จดบันทึก คุณสมบัติสเปคไม่ต้องแรงมาก แนะนำ Galaxy Tab A ครับ มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว แสดงผลรูปแบบ 4:3 เหมาะกับการอ่านหน้าเว็บไซต์ / ใช้งานแอพพลิเคชั่นแนวตั้ง รองรับการเขียนด้วยปากกา S-Pen ผ่านแอพพลิเคชั่น S Note เช่นเดียวกับ Galaxy Note ทุกอย่าง ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE และโทรออกได้ด้วย ส่วนราคาต้องรอดูในงานครับ น่าจะมีโปรโมชั่นลดเยอะพอสมควร Galaxy Tab S2 รุ่นระดับท็อปของตระกูล Galaxy Tab คุณสมบัติสเปคแรงเร็ว หน้าจอคมชัดต้อง Galaxy Tab S2 ครับ มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว (ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล) ใช้หน้าจอชนิด Super-AMOLED แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้านสะใจ แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 5433) + RAM 3 GB ลื่นหัวแตกเลยทีเดียว รันบน Android 5.1.1 ตรงนี้อินเตอร์เฟสทาง Samsung ไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากนัก เลยไม่แตกต่างจากบนสมาร์ทโฟนเท่าไหร่ ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอความละเอียด 2K และเมโมรี่ภายใน 32 GB เหลือเฟือเลย แถมเพิ่ม microSD ภายนอกได้อีกด้วย Sony Xperia E4G Dual รุ่นเล็กของ Sony เปิดตัววางจำหน่ายมาหลายเดือน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ตัวเครื่องกะทัดรัด สำหรับ Xperia E4 Dual หน้าจอใหญ่ 4.7 นิ้ว (qHD) พื้นที่แสดงผลค่อนข้างมาก ชิพประมวลผล Quad-Core + RAM 1 GB รันบน Android 4.4.4 ทำงานรวดเร็วดีครับ ด้านกล้องใส่มาให้ 5 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ FHD  ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Play Store และใช้งาน 2 ซิมการ์ด อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่รองรับ 4G LTE นะครับ ดังนั้นราคาขายอาจจะถูกลงพอสมควร คาดว่าจะอยู่ที่ราว 4-5 พันบาทเท่านั้น Xperia M4 Aqua งบประมาณไม่ถึงหมื่นบาท แต่อยากได้มือถือสมาร์ทโฟน Android กันน้ำได้ สามารถจัด Sony Xperia M4 Aqua ได้เลยครับ ออกแบบมาสำหรับกันน้ำเช่นเดียวกับเรือธงของ Sony อื่นๆ พร้อมคุณสมบัติสเปคครบเครื่อง หน้าจอ IPS HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้พอดีๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็ว รองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่น เกม วิดีโอ FHD ได้เป็นอย่างดี รันบน Android 5.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้) ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  และแบตเตอรี่ค่อนข้างอึด แต่มีข้อจำกัดนิดหน่อยคือเมโมรีภายในเพียง 8 GB Xperia C5 Ultra พี่ใหญ่จอยักษ์ของ Sony ที่น่าสนใจมากๆ อีกรุ่นนึงเลยกับ Xperia C5 Ultra โดดเด่นหน้าจอ IPS ขนาด 6.0 นิ้ว (FHD) ขอบหน้าจอแทบไม่เหลือ พื้นที่แสดงผลสูงสุด ทำให้ขนาดบอดี้ไม่ใหญ่มากนัก แม้จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ก็ตาม แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core 1.7GHz (Mediatek MT6752) รันบน Android 5.1.1 ติดกล้องหลัก – กล้องหน้าเท่ากันคือ 13 เมกะพิกเซล  เอาใจขา Selfie เต็มที่ เพราะกล้องหน้ามีไฟ LED แถมออโต้โฟกัสได้อีก ! ราคาไม่แพงครับเพียง 12,990 บาท และคาดว่าจะมีโปรโมชั่นลดราคาในงานด้วย Xperia M5 โมเดลระดับกลางที่ Sony นำเทคโนโลยีกล้องใหม่ (แบบเดียวกับ Xperia Z5) มาใช้ ความละเอียด 21.2 เมกะพิกเซล  โฟกัสเร็วสุดเพียง 0.2 วินาที พร้อมโหมดการใช้งานมากมาย เช่นเดียวกับกล้องหน้า จัดเต็ม 13 เมกะพิกเซล  มีออโต้โฟกัสด้วย สาย Selfie ไม่ควรพลาด บอดี้กะทัดรัดพกพาง่าย ขอบโลหะสวยงาม โดยเฉพาะตัวเครื่องสีทองแบบอลังการสุดๆ หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD), ชิพประมวลผล Octa-Core 2.2 GHz (Mediatek Helio X10) + RAM 3 GB แรงไม่แพ้รุ่นใหญ่ๆ, รันบน Android 5.1.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0) ออฟชั่นครบ สามารถกันน้ำได้ แต่ราคาก็สูงขึ้นมาพอสมควรครับ หากเทียบกับ Xperia M4 รุ่นก่อน Xperia Z5 Compact รอบนี้ Sony เปิดตัว Xperia Z5 ถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน วางจำหน่ายช่วงหลังงาน #mobileexpo ครั้งก่อน ตอนนี้ถึงเวลาจับจองได้ในราคาย่อมเยามากขึ้น สำหรับ Xperia Z5 Compact มีจุดขายคือความแรงเร็ว ประสิทธิภาพสูง ภายใต้บอดี้ขนาดเล็ก หน้าจอ HD ขนาด 4.8 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องพกพาสะดวก, ชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB สะใจมาก รันบน Android 5.1.1 กล้องความละเอียด 23 เมกะพิกเซล  ฟีเจอร์การใช้งานเหมือนบน Xperia Z5 / Z5 Premium ทุกอย่าง ทั้งนี้ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แม้ตัวเครื่องจะเล็กจิ๋ว ^^ รอดูโปรโมชั่นได้ครับ Xperia Z5 รุ่นมาตรฐานของตระกูล Xperia Z5 คุณสมบัติอะไรเหมือนกันหมด ความแรงไม่ต้องพูดถึง บอดี้ขอบโลหะ ฝาหลังกระจกผิวด้าน สวยงามแบบเรียบง่าย หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี คมชัด สว่างเป็นพิเศษ ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ (ใช้งานตามปกติในชีวิตประจำวัน) ลำโพงดัง ฟังเพลงผ่านแอพฯ Walkman ปรับเสียงได้หลายแบบ เมโมรีภายใน 32 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 128 GB น่าจะเป็นรุ่นที่ขายดีสุดในบรรดา 3 รุ่นแล้ว ลองเล่นของจริงที่บูธแล้วตัดสินใจสอยซะ 😀 Xperia Z5 Premium แพงสุดเท่าที่ Sony เคยวางจำหน่ายมาเลยกับ Xperia Z5 Premium เป็นรุ่นแรกของโลกที่ใส่หน้าจอความละเอียด 4K (3840 x 2160) บนสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ การแสดงผลจริงทำได้เฉพาะตอนดูรูปภาพ วิดีโอ และบางแอพฯ ของ Sony เท่านั้นครับ (ใช้งานปกติแสดงผลเพียง Full HD) ด้านดีไซน์เด่นตรงฝาหลังเป็นแบบกระจกเงามาเลย สวยงามมาก ! ขอบโลหะเงา อาจจะเป็นรอยง่ายหน่อย สเปคอื่นๆ เหมือนกับ Xperia Z5 Compact, Xperia Z5 ทุกประการ ทั้งชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB, Android 5.1.1, กล้อง 23 เมกะพิกเซล  ฯลฯ ส่วนราคาวางจำหน่าย 27,990 บาท อาจจะสูงไปบ้าง แต่ในงาน #mobileexpo คุณจ่ายถูกลงแน่นอน รอติดตาม : ) i-mobile i-mobile IQ Z PRO ห้ามพลาดสำหรับ i-mobile IQZ PRO รุ่นแรกของทางค่ายที่มาพร้อมกับกล้องคู่ และนอกจากนั้นมาพร้อมสเปคแบบเรือธง ทั้งหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 × 1080 พิกเซล Full HD Super AMOLED ที่ให้ความสว่างคมชัด ไม่เพียงเท่านั้นยังรองรับดิจิตอลทีวีโดยการเชื่อมต่อกับเสาภายนอกที่แถมมาให้ภายในกล่อง สะดวกกับการใช้งาน 4G รองรับ 2 ซิม แบบไฮบริด รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 64 GB และใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นกับแบตเตอรี่ขนาด 3,500 mAh ด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Quad-core RAM 3 GB และ ROM 32 GB ราคาเปิดตัว 11,900 บาท i-mobile IQ X PRO 2 นอกจากเรื่องของกล้องที่มีความละเอียดถึง 30 ล้านพิกเซล ยังมีฟีเจอร์ของดิจิตอลทีวีอีกด้วย เพียงเสียบเสารับสัญญาณที่ช่อง 3.5 มม. ก็สามารถรับชมได้ทุกที่ โดยไม่ต้องต่อเน็ต บนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว Full HD IPS OGS ไม่เพียงเท่านั้นกับการใช้งานทั้ง 3G และ 4G แบบ 2100/1800 MHz ส่วนสเปคอื่นๆ อาทิ ซีพียู Snapdragon 615 Octa-core 1.5 GHz 64 bit, ROM 32 GB, RAM 3 GB รองรับหน่วยความจำภายนอก 64 GB มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop i-mobile IQ II IQ II สมาร์ทโฟนรุ่นแรกในโครงการ android ONE ที่การันตีการบริการหลังการขายยาวนาน 2 ปี ทั้งการอัพเดทเฟิร์มแวร์จากทาง Google ก่อนใคร และตัวเครื่องจาก i-mobile สัมผัสการใช้งานแบบ Pure Google ที่ใช้งานลื่นไหลในราคาประหยัด ด้วยสเปค Snapdragon 410 Quad-core 1.2 GHz, ROM 16 GB, RAM 1 GB รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 32 GB รองรับ 4G 2100/1800 MHz หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล HD กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI AF และแฟลช ส่วนกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลแบตเตอรี่ 2,500 mAh OPPO Mirror 5 Lite รุ่นระดับราคาเบาๆ ประมาณ 5,xxx บาท แต่ดีไซน์เกินราคากับ Mirror 5 Lite ขอบเมทัลลิคสวยงาม พร้อมฝาหลังแบบกระจก (พลาสติก) กล้องหน้าความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  เอาใจขา Selfie ด้วยฟีเจอร์กล้องหน้าของ OPPO หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (qHD) แสดงผลพอใช้, ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz + RAM 1 GB รันบน Android 5.1 ครอบบน Color OS 2.1 ทำงานรวดเร็ว ออฟชั่นเสริมเยอะ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวไม่รองรับ 4G LTE นะจ๊ะ Mirror 5 อัพเกรดขึ้นมานิดหน่อยคุณจะได้ OPPO Mirror 5 เป็นรุ่นพี่ของ Mirror 5 Lite นั่นเองครับ การดีไซน์เหมือนกันทุกอย่าง ยกเว้นวัสดุภายใน โครงสร้างบอดี้อัลลอยด์ ทนทานกว่าเดิม พร้อมฝาหลังลวดลายแบบ Diamond-Cut อลังการไปอีก โดยเฉพาะสีน้ำเงินเข้ม หน้าจอยังคงใช้ขนาด 5.0 นิ้ว (qHD), ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลมาก, กล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  ถ่ายภาพเร็ว สวย กลางคืนพอใช้ได้ (F/2.0) + กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 2,420 mAh, เมโมรี่ภายใน 16 GB R7 Lite รุ่นระดับกลางของตระกูล R7 Series เน้นดีไซน์บางเฉียบเพียง 6.3 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา แต่ทนทานด้วยวัสดุอลูมิเนียม Unibody, หน้าจอ IPS ขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลค่อนข้างดี ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รองรับการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ลื่นไหล ไม่มีปัญหา, กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมโหมดถ่ายภาพหลากหลาย รวมถึง Ultra-HD ถ่ายภาพ 50 เมกะพิกเซล  ด้วยเทคนิคพิเศษ รองรับระบการชาร์จ VOOC ชาร์จเร็วกว่าปกติ 4 เท่าตัว R7s เพิ่มงบอีก 4 พันบาทจะได้สัมผัส OPPO R7s สมาร์ทโฟน Android RAM 4 GB รุ่นแรกของแบรนด์ มาพร้อมกับหน้าจอ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัดเป็นพิเศษ ขนาดพอดีมือ บอดี้โลหะบางเฉียบเพียง 7 มิลลิเมตร สามารถพกพาได้ไม่ยาก ชิพประมวลผล Snapdragon 615 ดูวิดีโอ Full HD เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้ดี ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล  เช่นเดียวกับ OPPO R7 , รองรับการชาร์จ VOOC เพียง 30 นาที ก็ใช้งานได้เกือบเต็มวันแล้ว รุ่นนี้ต้องลองเล่นครับ เป็นอะไรที่ลงตัวมากจริงๆ มีสี Rose Gold ให้เลือกอีกด้วย R7 Plus รุ่นท๊อปของ R7 Series พิเศษสุดสำหรับคนชอบจอใหญ่ 6.0 นิ้ว (FHD) ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างใหญ่หน่อย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง คุณสมบัติสเปคไม่ต่างจาก R7s มากนัก ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เหมือนกัน ส่วน RAM เหลือ 3 GB, รันบน Android 5.1 กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่จัดเต็ม 4,100 mAh ส่วนราคาจะแพงกว่า OPPO R7s เล็กน้อยคือ 15,990 บาท HTC HTC One E9 ก่อนหน้านี้ HTC ได้วางจำหน่าย One E9+ รุ่นระดับกลางไปพักนึง แต่ราคาก็แอบสูงนิดหน่อย อย่างไรก็ดี ทาง HTC เตรียมนำรุ่น One E9 มาวางจำหน่ายในราคาโดนใจสุดๆ ไม่ถึงหมื่นบาท แต่ได้สเปคคุ้มค่าทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) บางเฉียบแค่ 7.5 มิลลิเมตร กล้องหน้า UltraPixel มุมกว้าง ถ่ายกลางคืนพอไหวแบบไม่ต้องมีไฟ LED, ชิพประมวลผล Octa-Core 2GHz (Mediatek Helio X10) แรงเร็วกำลังดี รุ่นนี้รองรับ 4G LTE และใช้งาน 2 ซิมการ์ด ส่วนราคาจะเคาะเป๊ะๆ เท่าไหร่ต้องรอติดตามช่วงใกล้วันงานครับ HTC One Me เป็นอีกรุ่นที่คาดว่า HTC จะนำมาจำหน่ายในงาน #mobileexpo กับ HTC One Me ใช่ครับมันคือ One M9+ ลดสเปคนั่นเอง เนื่องจากหน้าตาเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ต่างกันแค่บอดี้ปรับมาใช้ Polycarbonate แทนโลหะเท่านั้น หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลคมชัดแม้ที่กลางแจ้ง ชิพประมวลผล  Octa-Core 2.2GHz (Mediatek Helio X10) + RAM 3 GB ลื่นสะใจ รันบนระบบ Android 5.1 สามารถอัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้ ติดกล้องความละเอียด 20 เมกะพิกเซล  กล้องหน้า UltraPixel เลนส์ไวด์เหมาะกับการ Selfie ด้านราคาได้ข่าวว่าหมื่นกลางๆ เอื้อมไม่ยากแน่นอน : ) HTC One A9 รุ่น(เกือบ)เรือธงจาก HTC เปิดตัวช่วงปลายปีก่อน พร้อมกระแสตอบรับค่อนข้างดีในฝั่ง US สำหรับ HTC One A9 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย บางเฉียบ ใช้วัสดุโลหะ Unibody ด้านหน้ามีปุ่ม Home สามารถสแกนลายนิ้วมือ ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมกล้องหน้า UltraPixel แบบ One E9+ ชิพประมวลผล Snapdragon 617 เร็วพอใช้ได้ ใช้งานพื้นฐาน ดูวิดีโอ FHD ถ่ายภาพ เล่นเกมไม่มีปัญหา นอกจากนี้ HTC One A9 ยังเป็นรุ่นแรกๆ ที่รัน Android 6.0 จากโรงงานเลย หวังว่าคงจะได้เล่นตัวจริงในงานนะ Huawei Huawei Y6 รุ่นระดับล่างจาก Huawei ดีไซน์เรียบง่าย น้ำหนักเพียง 125 กรัม พกพาสะดวกสบาย Huawei Y6 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) ขนาดพอดีๆ รองรับการใช้งาน 3G + 2 ซิมการ์ด รันบน Android 5.1 (ครอบด้วย Emotion UI) ออฟชั่นการใช้งานเยอะพอตัว ชิพประมวลผล Quad-Core 1.1GHz  เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปทั้งฟังเพลง ดูหนัง HD เล่นเกมกราฟฟิคกลางๆ ถ่ายภาพผ่านกล้อง 8 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ HD ภาพรวมเป็นรุ่นเล็กของ Huawei ที่สมราคาอยู่เหมือนกัน Huawei P8 Lite จะบอกว่าเป็นอีกโมเดลของ Huawei ที่ได้รับความนิยมข้ามปีกับ P8 Lite รุ่นสเปคสุดคุ้มราคาแค่ 7,xxx บาท กับหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้พอดีมือ, แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Kirin 620) + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส Emotion UI 3.x ใช้งานไม่ยาก กล้องหลักความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอ Full HD, เมโมรี่ภายใน 16 GB สามารถเพิ่ม microSD ภายนอกสูงสุด 64 GB ทั้งนี้แบตเตอรี่อาจจะน้อยไปบ้าง (2,200 mAh) แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีแบตเตอรี่สำรองติดตัวอยู่แล้วล่ะ Huawei G7 Plus รุ่นเกือบไฮเอนด์จาก Huawei ที่วางจำหน่ายช่วงปลายปีที่ผ่านมา อัพเกรดสเปคภายในพร้อมปรับดีไซน์บางส่วนจาก Huawei G7 พอสมควรครับ ดูดีขึ้นมาก ขนาดบอดี้เล็กลง หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลเกือบเต็มขอบทั้งหมด บอดี้โลหะ Unibody สวยงามเป็นพิเศษโดยเฉพาะสีทอง มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล  มีโหมดถ่ายภาพแปลกๆ เยอะเหมือนกัน รันบน Android 5.1 ชิพประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz (Kirin 930) วางใจในความแรงได้ ด้านราคาสนนที่ 12,990 บาท แต่ยังไงก็มีโปรโมชั่นเด็ดๆ แน่นอนครับ Huawei P8 ลืมไม่ได้เลยกับเรือธงปี 2015 ของเค้าดีจริงกับ Huawei P8 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบเพียง 6.4 มิลลิเมตร บอดี้โลหะขัดผิวทราย สวยงามทนทาน หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี กล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล  ว่ากันว่าเป็นรุ่นที่ถ่าย Selfie ดีมากเลยทีเดียว ชิพประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz (Kirin 930) เล่นเกม รันแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลื่นไหล บน Android 5.1 ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบ OIS (ป้องกันเลนส์สั่นไหว) ลดการสั่นของภาพหากถ่ายแสงน้อย – ถ่ายวิดีโอ รุ่นนี้มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่นคือ RAM 2 GB+เมภายใน 16 GB และ RAM 3 GB + เมโมรี่ภายใน 32 GB ตัวหลังจะแพงกว่าและมีเฉพาะสีทองเท่านั้น Huawei P8 Max ขยายให้ใหญ่ขึ้นสุดๆ กับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Huawei อัพเกรดขึ้นอีกขั้น ‘P8 Max’ ไซส์บิ๊กเบิ้มด้วยหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว (FHD) แสดงผลเต็มตาสะใจ เล่นเกม ดูหนังแบบสุดๆ บอดี้โลหะแบบ Unibody ให้สัมผัสทนทานกว่าที่เคย สำหรับฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ + ความแรงไม่ต่างจาก Huawei P8 ครับ เพราะใช้ชิพประมวลผล, ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นเดียวกัน ตรงนี้หลายคนที่ชอบเล่นอะไรบนจอใหญ่ๆ แต่ไม่อยากพก Tablet คงได้คำตอบแล้ว : ) Huawei Mate 8 เพิ่งเปิดตัวล่าสุดต้นเดือนมกราคม 2016 กับเรือธงรุ่นใหม่ ‘Huawei Mate 8’ ภาคต่อของ Ascend Mate 7 ยอดฮิต ยังคงหน้าจอขนาดใหญ่เท่าเดิม 6.0 นิ้ว แสดงผลดีขึ้นเล็กน้อย พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้อยู่ มีการปรับดีไซน์นิดหน่อย ดูเรียบง่ายทันสมัยกว่าเดิม ชิพประมวลผลอัพเป็น Kirin 950 + RAM 3 GB (หรือ 4 GB) เหลือเฟือกับการใช้งานทั่วไปครับ เล่นวิดีโอระดับ 4K พร้อมบันทึกผ่านกล้องหลัก ความละเอียด 16 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 4,000 mAh จัดเต็ม มีระบบ Fast-Charging อีกด้วย ที่เหลือมารอลุ้นว่าราคาจะเปิดตัวบ้านเราเท่าไหร่ Huawei Mediapad M2 10 เปิดตัวพร้อมกับ Huawei Mate 8 แต่เป็นแท็บเล็ตหน้าจอ 10 นิ้วสำหรับ ‘Mediapad M2 10’ หน้าตาเรียบง่าย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลาง รองรับปากกา Stylus (เฉพาะรุ่น RAM 3 GB) สำหรับเขียนหน้าจอคล้ายกลุ่ม Microsoft Surface  สเปคแรงพอใช้ได้ครับ ชิพประมวลผล Octa-Core (Kirin 930) รันบน Android 5.1 บนอินเตอร์เฟส Emotion UI ล่าสุด ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE ได้ แปะกล้องด้านหลัง 13 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 6,660 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้อย่างน้อย 1-2 วัน vivo vivo Y21 น้องเล็กล่าสุดของ vivo เพิ่งวางจำหน่ายสดๆ ก่อนสิ้นปีพอดี เป็นอีกรุ่นที่หลายคนชมว่าซอฟท์แวร์ลื่นมาก แม้จะเป็นรุ่นประหยัด สเปคไม่แรงเร็วเท่าไหร่ กับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว (854 x 480) เครื่องเล็กพกพาง่าย ใช้งานมือเดียวสบาย รันบน Android 5.1 ครอบด้วย Funtouch OS 2.1 ทำงานรวดเร็วครับ รองรับ 3G + 2 ซิมการ์ด ชิพประมวลผล Quad-Core 1GHz + RAM 1 GB พอใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้ดี กล้อง 5 เมกะพิกเซล และมีบอดี้สีทองด้วย รุ่นนี้ 3,990 บาทครับ vivo Y31 อัพราคาอีก 1,000 บาท จะได้รุ่น vivo Y31 หน้าจอขยายขึ้นมานิดนึง 4.7 นิ้ว (HD) แสดงผลดีทีเดียว บอดี้ออกแบบเรียบๆ ฝาหลังเงางาม แต่สีดำจะเป็นรอยง่ายหน่อย ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz เช่นเดียวกับ Y21 รวมถึงซอฟท์แวร์รัน Android 5.1 ลื่นมากบอกเลย ลงแอพพลิเคชั่นเสริมพื้นฐาน โซเชี่ยล ฟังเพลงดูหนังครบ ด้านกล้องอัพเป็น 8 เมกะพิกเซล  กล้องหน้าเลนส์ไวด์ 2 เมกะพิกเซล  รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แต่ไม่รองรับ 4G LTE เลยเป็นข้อจำกัดอย่างนึง ตรงนี้ถ้าต้องการ 4G LTE แนะนำรุ่นถัดไปเลย vivo Y51 เพิ่งวางจำหน่ายก่อนสิ้นปีเช่นกันสำหรับ vivo Y51 ดีไซน์ยังคงเรียบๆ ตามสไตล์แบรนด์นี้ ฝาหลังแบบเงางาม ขอบบอดี้โลหะมีลายเส้นตัดตรง หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (qHD) การแสดงผลพอใช้ได้ ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB รันบน Android 5.1 ยอมรับว่า vivo ปรับแต่งรอมมาลื่นมากๆ ต้องลองเล่นแล้วจะชอบครับ ติดกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  รองรับ 4G LTE + ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กับราคา 6,990 บาท ก็พอสมราคาอยู่ ในงานมีของแถมเยอะ ลองติดตามได้ vivo Y37 กลายเป็นรุ่นยอดนิยมไปแล้ว เพราะอะไรๆ ก็ลงตัวไปหมดกับ vivo Y37 ทั้งความบางเฉียบเพียง 6.8 มิลลิเมตร บอดี้ฝาหลังโลหะ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิว (HD) แสดงผลคมชัด ดูหนัง ดู YouTube เล่นเกมกำลังดี ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB เหมาะกับการใช้งานพื้นฐานทั่วไป รันบน Android Lollipop ทำงานลื่นสบายๆ นอกจากนี้ vivo Y37 ยังติดลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหลัง พร้อมชิพประมวลเสียงแยกอีกด้วย ใครชอบฟังเพลง มีหูฟังดีๆ มาลองได้ ทั้งหมดนี้ราคาเพียง 9,900 บาทเท่านั้นเอง ! vivo X5 Pro อดีตรุ่น(เกือบ)ไฮเอนด์ของ vivo เปิดตัวแรงกลางปีก่อน ล่าสุดลดราคาเหลือหมื่นต้นๆ กับดีไซน์งานประกอบอลังการ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลดีมากๆ อีกรุ่นนึง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รองรับการใช้งานหลากหลาย เล่นกราฟฟิคสวยๆ ได้ดี เปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่หน่วง ส่วนนึงต้องยอมรับว่า vivo ปรับแต่งซอฟท์แวร์มาดีด้วยครับ ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอ Full HD รองรับ 4G LTE  เชื่อว่าหลายคนน่าจะรอสอยอยู่ เพราะราคาตอนนี้เพียง 10,990 บาท vivo X6 | X6 Plus เรือธงรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวก่อนสิ้นปีไม่นาน vivo X6 และ X6 Plus พลิกโฉมดีไซน์ใหม่ โดยเฉพาะด้านหลังคล้าย …แต่ก็ดูดีกว่ารุ่นเดิมครับ บอดี้โลหะแบบ Unibody รอบนี้มีสี Rose Gold ให้เลือกใช้ด้วย สำหรับ vivo X6 ใช้หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน, ชิพประมวลผล Octa-Core 1.7 GHz (Mediatek MT6752) แรงพอตัว + RAM 4 GB ลื่นสะใจไปเลย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล  และชิพประมวลผลเสียงแยก คาดว่าราคาเปิดตัวจะอยู่ในช่วง 13,000 บาท หากคุณคิดว่า vivo X6 ไม่พอก็มี X6 Plus ที่จัดสเปคสูงขึ้นอีกนิด อย่างหน้าจออัพขนาดเป็น 5.7 นิ้ว (FHD) แสดงผลได้เต็มตากว่าเดิม แบตเตอรี่เพิ่มเป็น 3,000 mAH ที่เหลือเหมือน X6 ทุกประการครับ Asus Zenfone Go Asus ปล่อยรุ่นเล็ก ‘Zenfone Go’ วางตลาดปลายปี สเปคอาจจะน่าผิดหวังไปหน่อย เพราะตัดออกจาก Zenfone Laser เยอะพอสมควร ทั้งชิพประมวลผลปรับมาใช้ Quad-Core 1GHz (Mediatek MT6580) ไม่รองรับ 4G LTE และรอมแค่ 8 GB ส่วนอื่นๆ ถือว่าพอได้อยู่ทั้งหน้าจอ IPS ขนาด 5.0 นิ้ว (HD), กล้อง 8 เมกะพิกเซล , รันบน Android 5.1 ออฟชั่นครบ เพิ่ม microSD ได้ ทั้งนี้ ราคาขายที่ 4,990 บาท ค่อนข้างสูงไปนิด แนะนำว่ามาดู Zenfone Laser กันดีกว่า : ) Zenfone Max เชื่อว่าหลายคนน่าจะรอรุ่นนี้อยู่แน่นอน เพราะเป็นอะไรที่ลงตัวมากทั้งดีไซน์รูปแบบใหม่ (ฝาหลังสวยมาก) คุณสมบัติสเปคระดับกลาง พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ! สำหรับ Zenfone Max หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว, ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB รันบน Android 5.1 เช่นเดียวกับ Zenfone Laser ดังนั้นประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ที่เพิ่มเข้ามาคือความจุแบตฯ มหาศาล แบบว่าไม่จำเป็นต้องพก Powerbank เลยหากคุณใช้งานไม่หนักเกินไป แต่ราคาเข้าไทยจะเป็นเท่าไหร่ ต้องรอลุ้นครับ Zenfone Laser 5.5 (ZE550KL) เป็นรุ่นขายดีจริงๆ ตอนนี้ Zenfone Laser 5.5 (ZE550KL) ออกมาทดแทน Zenfone 2 รุ่นเดิมนั่นเอง หน้าจอยังคงเดิมที่ 5.5 นิ้ว (HD) แสดงผลค่อนข้างดี ตัวเครื่องอาจจะใหญ่ไปนิดนึง แต่สามารถจับถือเข้ากับมือได้พอดี ฝาหลังเปลี่ยนเป็นผิวด้านเรียบ ดูแลรักษาไม่ยากครับ ด้านชิพประมวลผลใช้ Snapdragon 410 + RAM 2 GB แรงพอดีในระดับนึง ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบโฟกัสด้วยเลเซอร์ ทำให้โฟกัสภาพได้เร็วขึ้นมาก แบตเตอรี่ 3,000 mAh และรองรับ 2 ซิมการ์ด + 4G LTE เหมือนเดิม Zenfone Selfie (ZD551KL) ขา Selfie ห้ามพลาดเลยทีเดียวกับ Zenfone Selfie เขามาเพื่อสิ่งนี้ ! กล้องหน้าความละเอียดสูง 13 เมกะพิกเซล  มีไฟ LED แถมออโต้โฟกัสอีก หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (FHD) เช่นเดียวกับ Zenfone 2, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ถือว่าจัดของแรงเกินมาตรฐาน รันบน Android Lollipop กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  มีระบบ Laser-AF เหมือน Zenfone Laser ใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับ 4G LTE ครบ ราคาได้ข่าวว่าโปรโมชั่นแรงในงาน #mobileexpo อยากได้เลยแบบนี้ ทั้งกล้องหน้าแจ่ม สเปคแรงสุดคุ้ม 😀 Zenfone 2 Deluxe รุ่นล่างของ Zenfone 2 ตอนนี้คงหาซื้อไม่ค่อยได้แล้ว จะมีก็แต่รุ่นบนๆ กับ Zenfone 2 Deluxe สเปคภาพรวมเหมือนรุ่น RAM 4 GB เกือบทุกอย่าง ทั้งหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว, ชิพประมวลผล Intel Z3590 + RAM 4 GB, กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  (ไม่มี Laser-AF นะจ๊ะ) รองรับ 2 ซิมการ์ด / 4G LTE ฯลฯ ต่างกันแค่เมโมรีภายใน 128 GB ! เยอะมาก แถมเพิ่ม microSD สูงสุดอีก 128 GB และฝาหลังลวดลายพิเศษ (Polygon) แตกต่างจากเวอร์ชั่นปกติ ทั้งนี้ราคาก็สูงขึ้นเช่นกันคือ 11,990 บาท บางทีอาจมีลดราคานิดหน่อยในงาน ต้องลองสอบถามทางบูธอีกครั้ง Zenpad 7.0 (Z370CG) ยุคที่แท็บเล็ต Android ราคาประหยัดเริ่มมีน้อยลง ตอนนี้ Asus Zenpad 7.0 เลยขายดีเป็นพิเศษ กับคุณสมบัติครบเครื่อง ดีไซน์สวยงาม น้ำหนักเบา รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ IPS HD ขนาด 7.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด เหมาะกับใช้งานมัลติมีเดีย แอพพลิเคชั่น แผนที่ ฯลฯ , ชิพประมวลผล Intel Atom X3 + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็วพอใช้ รันบน Android Lollipop กล้องใส่มาให้ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  สามารถใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G + โทรออกเหมือนสมาร์ทโฟน หากคุณต้องการ ควักเงินสัก 5,xxx บาท ก็เป็นเจ้าของได้แล้ว Zenpad 8.0 (Z380KL) อัพราคาอีกนิดจะได้รุ่นที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น ‘Zenpad 8.0’ ตามชื่อรุ่นเลยครับ หน้าจอ HD ขนาด 8.0 นิ้ว แสดงผลค่อนข้างดี ใหญ่กว่ารุ่น 7 นิ้วเล็กน้อย ด้านชิพประมวลผลเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon 410 เพื่อให้รองรับ 4G LTE ได้ รันบน Android Lollipop ออฟชั่นครบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน – อินเตอร์เฟสคล้ายกับบน Zenfone นั่นเอง ด้านกล้องใส่มาให้ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  เอาไว้ถ่ายแก้ขัดขำๆ ได้อยู่ ส่วนราคารุ่นนี้ไม่ถึง 8,000 บาท ลองหาเล่นตัวจริงก่อนตัดสินใจ : ) Lenovo True Lenovo 4G A2010 สงสัยว่าทำไมถึงมีชื่อ True เข้ามาด้วย รุ่นนี้เป็นโมเดลพิเศษที่ทำตลาดร่วมกับ True Move H นั่นเอง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว (854 x 480) ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ถือใช้งานมือเดียวได้ ขณะที่งานประกอบ วัสดุบอดี้ต่างๆ ถือว่าสมราคา ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  มีกล้องหน้าสำหรับ Selfie ด้วย แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Quad-Core (Mediatek MT6735M) + RAM 1 GB ทำงานยังลื่นอยู่ แต่อาจจะลงแอพพลิเคชั่นจำกัดนิดหน่อย เพราะเมโมรีภายในน้อยไปหน่อย True Lenovo 4G Vibe P1m เช่นเดียวกับ A2010 เป็นรุ่นที่ทำโปรโมชั่นร่วมกับ True Move H ค่าเครื่องถูกลงเมื่อสมัครแพ็คเกจรายเดือน รุ่นนี้ออกแบบเรียบง่าย มีปุ่ม Home ด้านล่าง รองรับ 4G LTE / ใช้งาน 2 ซิมการ์ด หน้าจอขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว (HD), ชิพประมวลผล Quad-Core (Mediatek MT6735M) + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 กล้องใส่มาให้ 8 เมกะพิกเซล  ที่สำคัญคือจุดขายแบตเตอรี่ 4,000 mAh ทำให้ Vibe P1 เหมาะกับคนชอบลุยแบบไม่อยากพก Power Bank ในราคาเบาๆ ด้านราคาสนนที่ 4,990 บาท Lenovo A7000 Plus หนึ่งในรุ่นฮิตติดชาร์ทช่วงกลางปี 2015 แม้จะขายผ่านช่องทางออนไลน์ แต่กระแสเค้าแรงจริงๆ จนต้องวางขายตาม Shop ด้วยกับ Lenovo A7000 Plus สเปคจัดเต็มสมราคา ชิพประมวลผล Octa-Core + RAM 2 GB หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) ใหญ่เหลือเฟือสำหรับเล่นเกม ดู YouTube รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด มีระบบเสียง Dolby Mobile เพิ่มอรรถรสเป็นอย่างดี ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล  รันบน Android 5.1 สามารถหาซื้อได้ในราคา 6,290 บาท ถูกมั้ยล่ะครับ Lenovo PHAP Plus อภิมหา Phablet หน้าจอขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว เจาะกลุ่มผู้ชอบเสพคอนเทนท์ ใช้งานแอพพลิเคชั่น เล่นเกมบนหน้าจอยักษ์ ‘Lenovo PhabPlus’ บอดี้โลหะแบบ Unibody เพิ่มความทนทาน สามารถถือด้วยมือเดียวได้ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รันบน Android Lollipop ตอบสนองการใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE, เพิ่ม microSD ภายนอกสูงสุด 128 GB  ราคา 9,900 บาทเท่านั้น Lenovo Vibe P1 ถึงจะเปิดตัวต่างประเทศมาพักนึงแล้ว แต่หน้าตาคุณสมบัติสเปคยังดูดีมาก Lenovo Vibe P1 มีจุดขายหลายอย่าง ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลได้ดี บอดี้โลหะแบบ Unibody พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงปรื้ด 5,000 mAh ! ใช้งานเต็มวันแบบไม่ต้องง้อแบตสำรอง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ลื่นพอตัว รันบน Android 5.1 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลาง และกล้อง 13 เมกะพิกเซล  ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 9,900 บาท ได้ครบทุกอย่างจริงๆ Lenovo Vibe S1 เอาใจคนชอบถ่าย Selfie หนักๆ อีกรุ่นนึง งวดนี้ Lenovo จัดให้เลยกับกล้องหน้า 2 ตัว (8 + 2 เมกะพิกเซล ) นอกจากจะถ่ายภาพดีแล้ว ยังมีลูกเล่นหลากหลายทั้งตัดต่อภาพ Selfie, ปรับความชัดตื้น (DOF) ฯลฯ ขณะที่กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  ด้านดีไซน์มาแบบหรูหราเลย ขอบบอดี้โลหะอลูมิเนียม ฝาหลังผิวกระจกแบบโค้ง สวยงามมาก ! โดยเฉพาะสีทอง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เร็วพอตัว รันบน Android 5.1 รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ดตามมาตรฐาน Lenovo Vibe Shot รุ่นนี้เอาใจคนชอบถ่ายภาพผ่านกล้องหลัก Vibe Shot ดีไซน์คล้ายกล้อง Compact บางเฉียบ สวยงามทนทาน ขอบบอดี้อลูมิเนียม หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3GB รันบน Android 5.1 ใช้งาน 2 ซิมการ์ด / 4G LTE เหมือนกับรุ่น Vibe S1, Vibe P1 ด้านกล้องหลักใส่มาให้ 16 เมกะพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส, ระบบ OIS กันสั่นไหว แฟลช 3 ดวง และโหมด Manual แบบมีปุ่มกดด้วย ตรงนี้จะชอบหรือไม่ต้องลองจับของจริงในงานก่อนได้เลย Lenovo Vibe X3 รุ่นท๊อปไฮเอนด์จาก Lenovo ที่วางจำหน่ายก่อนช่วงสิ้นปี Vibe X3 ดีไซน์รูปแบบใหม่ เน้นสายเอ็นเตอร์เทนต์เต็มที่ ทั้งลำโพงคู่สเตอริโอด้านหน้า ระบบเสียง Dolby Atmos, ชิพประมวลผลเสียงแยก หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD), ชิพประมวลผล Snapdragon 808 + RAM 3 GB แรงเอาเรื่อง รองรับวิดีโอ 4K เล่นเกมกราฟฟิคสูง สตรีมมิ่ง Full HD ลื่นไหล ติดกล้องความละเอียด 21 เมกะพิกเซล  ออฟชั่นเพียบ รองรับสแกนลายนิ้วมือ เมโมรีภายใน 32 GB และแบตเตอรี่ 3,500 mAh ทั้งหมดนี้ Lenovo จัดให้ราคา 15,990 บาท AIS LAVA IRIS 550 น้องเล็กสุดของซีรี่ส์ AIS LAVA 4G รองรับการใช้งาน 4G LTE ในราคาเบาๆ รุ่นนี้สามารถซื้อเครื่องเปล่าได้ครับ หรือถ้าใช้งาน AIS 2G เอามาแลกเครื่องใหม่ (พร้อมเติมเงินตามโปรโมชั่น) ได้ทันที ด้านสเปคหน้าจอ 4.0 นิ้ว, ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz + RAM 1 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 กล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  พร้อมกล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล  สนนราคา 2,490 บาท เอาไว้ใช้งานเป็นเครื่องสำรอง หรือซื้อให้น้องๆ ใช้ก็คุ้มค่าดีครับ LAVA IRIS 750 อัพสเปคขึ้นมานิดหน่อยจะได้ LAVA Iris 750 หน้าจอขยายใหญ่เป็น 4.5 นิ้ว รองรับ 4G LTE / ใช้งาน 2 ซิมการ์ด, กล้องคุณภาพสูงขึ้น ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  + กล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล , แบตเตอรี่ 2,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน อื่นๆ คล้ายกับ LAVA Iris 550 ทั้งชิพประมวลผล Quad-Core รันบน Android 5.1 และมีโปรโมชั่นให้เลือกทั้งแบบเติมเงิน – รายเดือน หรือจะซื้อเป็นเครื่องเปล่าก็ได้เช่นกัน LAVA 4G A1 งบประมาณราวๆ 4,xxx บาท คุณจะได้ LAVA 4G A1 รุ่นกลางคุณสมบัติเริ่ด หน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลมากขึ้น เปิดใช้งานแอพฯ ไม่สะดุด พร้อม ROM 16 GB ลงอะไรได้มากกว่าเดิม รันบน Android 5.1 ติดกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  แถมกล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล  ยังมีไฟ LED ช่วยถ่ายภาพ Selfie ในที่แสงน้อยอีกด้วย ส่วนแบตเตอรี่ความจุ 2,500 mAh สมเหตุสมผลครับ ราคาเพียง 4,590 บาท LAVA 4G A2 รุ่นเรือธงของ LAVA ณ ตอนนี้ ‘LAVA A2’ โดดเด่นทั้งดีไซน์หรู สเปคจัดเต็มมาก ชิพประมวลผล Octa-Core (Mediatek MT6753) + RAM 3 GB ไม่ลื่นหัวแตกให้รู้กันไป หน้าจอ FHD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด รันบน Android 5.1 กล้อง 13 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ Full HD บอดี้บางเพียง 7 มิลลิเมตร พกพาสะดวก คุณสมบัติโดนใจ เคาะราคาเป็นเจ้าของได้ที่ 7,290 บาท หากคุณใช้ระบบเติมเงิน มีค่าโทรฟรีสูงสุด 7,000 บาท หรือโปรรายเดือนเริ่มต้น 249 บาท ตามเงื่อนไข Acer Liquid Z530 รุ่นราคากลางๆ ชุดใหม่ล่าสุดจาก Acer ออกแบบโค้งมน เรียบง่าย ฝาหลังเป็นลวดลายแนวขวาง สามารถจับถือได้ไม่ยากนัก หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลระดับพอใช้ ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็ว ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ดีบน Android 5.1 กล้อง 8 เมกะพิกเซล  มีระบบเสียง DTS เสียบหูฟังแล้วจะได้อารมณ์ไปอีกแบบ รองรับ 4G LTE / 2 ซิมการ์ด รุ่นนี้ราคาไม่ถึง 6,000 บาทครับ Liquid Z630 ภาพรวมของ Acer Liquid Z630 คล้ายกับ Z530 ครับ โดยเฉพาะสเปครวมๆ ดีไซน์ก็แทบจะไม่ต่างกัน จ่ายเพิ่มจากรุ่นเดิม 1,000 บาท คุณจะได้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (จาก 5.0 นิ้ว) และแบตเตอรี่ 4,000 mAh อันนี้คุ้มค่าเพราะใช้งานได้ยาวนาน ไม่ง้อ Power bank รองรับ 4G LTE, 2 ซิมการ์ด เพิ่ม microSD ภายนอกได้ ตรงนี้ถ้าอยากลองตัวจริง เชิญที่บูธ Acer ในงานได้เลย Liquid X2 ชอบลองอะไรแปลกๆ จาก Acer ต้องรุ่นนี้เลยกับ ‘Liquid X2’ ชูจุดขายรองรับ 3 ซิมการ์ดในเครื่องเดียว (ไม่ผิดครับ ใช้งานได้ 3 ซิมจริง) แถมสลับใช้งาน 4G LTE ได้ทั้ง 3 ซิมอีกด้วย (ขณะที่ซิมอื่นสแตนด์บาย 2G), หน้าจอ HD ขนาด 5.5 นิ้ว แสดงผลเต็มตาสุดๆ ดีไซน์สวยแตกต่างจาก Z530, Z630 โดยเฉพาะสีทองค่อนข้างดูดีมาก ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมแบตเตอรี่ 4,000 mAh อึดเอาเรื่อง ทั้งหมดนี้ Acer จัดให้ที่ 9,900 บาท ถือว่าสมราคาทีเดียว ZTE Nubia Z9 Mini รุ่นนี้เป็นน้องเล็กของตระกูล Nubia ซึ่งเป็นกลุ่มระดับไฮเอนด์ของ ZTE หน้าตาสวยงามครับ บอดี้โลหะ ฝาหลังผิวกระจกเงา แบบว่าสวยจริงๆ โดยเฉพาะสีดำเงิน หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติ, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB แรงแบบมาตรฐาน ดูวิดีโอ Full HD เล่นเกมไม่สะดุด รันบน Android 5.1 กล้องหลัก 16 เมกะพิกเซล (F/2.0) คุณภาพสูง พร้อมกล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล ขอบอกว่าโหมดการถ่ายภาพของ ZTE Nubia เค้าไม่ธรรมดา ! แบตเตอรี่อึดพอตัว 2,900 mAh ทั้งหมดนี้ราคาไม่ถึง 10,000 บาท Axon Mini เป็นรุ่นย่อส่วนของ ZTE Axon ตัวใหญ่แต่คุณสมบัติยังครบ ดีไซน์ออกแบบคลาสสิค ดูมีราคา บอดี้โลหะแบบ Unibody หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เช่นเดียวกับ Nubia Z9 Mini แต่เพิ่ม RAM ให้เป็น 3 GB ใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ลื่นไหลกว่าเดิม ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล ออฟชั่นถ่ายภาพเยอะสะใจ รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด ทั้งหมดนี้เพียง 12,990 บาท Blade S7 เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นประเทศแรกๆ เลยที่ได้สัมผัสรุ่นนี้กับ ZTE Blade S7 บางเฉียบแค่ 7.2 มิลลิเมตร เฟรมบอดี้โลหะทนทาน มีสีสันแปลกๆ ให้เลือกอย่างสีเหลือง เด่นมากๆ หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี มีระบบปลดล็อคด้วยการสแกนสายตา ล้ำสุดๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เช่นเดียวกับ Nubia Z9 Mini, Axon Mini + RAM 3 GB พร้อมเมโมรีภายใน 32 GB ใส่ข้อมูลได้เยอะอยู่เหมือนกัน กล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล เช่นเดียวกับกล้องหน้า จัดเต็มมากๆ สามารถลองเล่นพร้อมจับจองได้ภายในงานครับ Axon รุ่นเรือธงของ ZTE ที่วางจำหน่ายมาได้พักใหญ่กับ ZTE Axon ดีไซน์เรียบง่าย หรูหรา ทนทานด้วยวัสดุบอดี้โลหะ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้่ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี ลำโพงคุณภาพสูง รองรับไฟล์เสียงระดับ Hi-Fi, แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB โหดเอาเรื่อง ด้านกล้องมาแบบเลนส์คู่ 13 + 2 ล้านเมกะพิกเซล มีลูกเล่นหลากหลายเช่น จำลองค่า F ในระดับต่างๆ, ถ่ายภาพซ้อน, เปิดชัตเตอร์นานสุดถึง 80 วินาที ฯลฯ รุ่นนี้ราคาจะสูงหน่อย แต่มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงานแน่นอน WIKO Sunset 2 รุ่นราคาถูกที่สุดของ Wiko สนนราคาไม่ถึง 2,000 บาท แต่ออฟชั่นครบตามมาตรฐาน หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว (800 x 480) บอดี้ขนาดเล็กพกพาสะดวก ชิพประมวลผล Quad-Core รันบน Android 4.4 ลงแอพพลิเคชั่นพื้นฐานได้สบายๆ กล้องความละเอียด 2 เมกะพิกเซล และใช้งาน 2 ซิมการ์ด คิดว่าน่าจะมีมาปล่อยในงาน เอาไว้ใช้เป็นเครื่องสำรองก็ดี Pulp น้องเล็กยอดนิยม ออฟชั่นครบมีให้เลือกมากถึง 5 สีสัน ฝาหลังสวยงามแบบลวดลายหนัง หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลพอใช้ได้ รองรับ 3G + 2 ซิมการ์ด ตามมาตรฐาน ชิพประมวลผล Octa-Core 1.4 GHz (Mediatek MT6592) + RAM 2GB การันตีทำงานรวดเร็ว บน Android 5.1 ตอบสนองการฟีเจอร์พื้นฐานครบ กล้อง 13 เมกะพิกเซล ถ่ายวิดีโอ FHD รู้มั้ยว่ารุ่นนี้ขายเพียง 3,xxx บาทเท่านั้น Pulp Fab 4G แน่นอนว่าหลายคนต้องการมือถือ 4G LTE ดังนั้น Wiko จัดให้เลยกับ Pulp Fab 4G พื้นฐานโดยรวมมาจากรุ่น Pulp (3G) นั่นเอง ทั้งดีไซน์การออกแบบ ฟีเจอร์พื้นฐานหน้าจอ 5.0 นิ้ว, กล้อง 13 เมกะพิกเซล รันบน Android 5.1 ฯลฯ ที่เปลี่ยนแปลงก็คือชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB, แบตเตอรี่ 2,820 mAh จ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาทจากรุ่น 3G ต้องลองเล่นตัวจริงในงานก่อนตัดสินใจซะแล้ว Fever รุ่นสุดคุ้มสเปคแรงกำลังดีจาก Wiko หน้าตาเรียบง่าย ออฟชั่นเพียบ หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัดสีสันสวยงาม รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด, ชิพประมวลผล Octa-Core (Mediatek MT6753) + RAM 3 GB ลื่นไหลสะใจ เปิดแอพฯ ไม่สะดุดบน Android 5.1 ลงแอพฯ เล่นเกมกราฟฟิคกลางๆ ถ่ายภาพผ่านกล้อง 13 เมกะพิกเซล พร้อมกล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล ส่วนจะถูกใจหรือไม่ ต้องลองมาสัมผัสในงาน #mobileexpo ณ บูธ Wiko ได้เลย OTHERS LG G4 แม้ว่า LG Mobile (ประเทศไทย) จะยุติการทำตลาดในบ้านเราชั่วคราว แต่ด้านการให้บริการ / ศูนย์ซ่อมยังเปิดปกติครับ งานนี้จึงคาดว่า LG G4 จะปรับราคาทำโปรโมชั่นจาก 17,900 บาท ส่วนจะเหลือเท่าไหร่ แถมอะไรบางต้องรอติดตาม เทียบกับคุณสมบัติสเปคแล้วคุ้มจริงๆ ทั้งหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (2560 x 1440), ชิพประมวลผล Snapdragon 808 + RAM 3 GB, Android 5.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0 เร็วๆ นี้), กล้องความละเอียด 16 เมกะพิกเซล  (F/1.8) พร้อม OIS แบบ Tri-Axis นิ่งมากๆ แม้ถ่ายกลางคืน ฝาหลังแบบหนังแท้ และแบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ iPhone 6s | 6s Plus ไม่แนะนำคงไม่ได้ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus เชื่อว่าต้องมีหลายคนถามมาว่าในงานมีโปรโมชั่นเด็ดๆ มั้ย คำตอบคือมีครับ จาก Operator ทั้ง 3 ค่าย นอกจากจะมีโปรโมชั่นแพ็คเกจ ลดค่าเครื่อง ลดค่าบริการแล้ว ยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิต / ผ่อน 0% ด้วย สามารถ Walk-in ซื้อได้ทันทีครับ ด้านคุณสมบัติคงไม่ต้องพูดถึงมากมาย คงทราบดีอยู่แล้ว ^^ ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องเปล่า หรือไม่ติดสัญญาก็มีจำหน่ายเช่นกัน แต่ซื้อกับโปรแพ็คเกจจะคุ้มกว่ามากครับ iPad Pro เช่นเดียวกับ iPhone อภิมหาแท็บเล็ตจอยักษ์อย่าง iPad Pro ก็มีวางจำหน่ายด้วย อาจจะขายเฉพาะผ่าน Operator 3 ค่าย กับโปรโมชั่นแพ็คเกจ เรื่องคุณสมบัติแบบว่าเริ่ด หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.9 นิ้ว รองรับการใช้งานปากกา Apple Pencil สำหรับงานด้านกราฟฟิค / วาดภาพ โดยเฉพาะ รองรับการตัดต่อ เรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูง จากประสิทธิภาพชิพประมวลผล Apple A9X เทพมากๆ ในระดับอุปกรณ์พกพาด้วยกัน ติดกล้อง iSight 8 เมกะพิกเซล , มีให้เลือกทั้งเวอร์ชั่น WiFi, Cellular ราคาเริ่มต้น 30,900 บาทครับ Microsoft Surface Pro 4 เท่าที่สังเกตหลายคนก็รอสอยแท็บเล็ต Windows 10 ดีไซน์สุดแนวจาก Microsoft ไม่น้อยเลยกับ ‘Surface Pro 4’ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติจัดเต็มแบบ Ultrabook ซีพียู Core M จนถึง Core i7, RAM 4-16 GB, SSD ความจุเริ่มต้น 128-512 GB, หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเขียน – วาดภาพด้วย Surface Pen มีอุปกรณ์เสริมหลากหลาย เช่น Type Cover คีย์บอร์ดแม่เหล็ก ทำหน้าที่เป็น Flip Case ในตัว, เชื่อมต่อจอ Monitor หลักได้ ฯลฯ  ปกติทาง Microsoft + ดีลเลอร์จะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน #mobileexpo ครับ รอติดตามได้ ขอบคุณบทความจาก ThailandMobileExpo

ซานดาร่า 2NE1 นั่งแท่นกรรมการ 'เฟ้นหาบอยแบนด์ฟิลิปปินส์!'
2NE1 /  Pinoy Boyband Superstar / 

ซานดาร่า ปาร์ค แห่งเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 สวมบทบาทใหม่ นั่งแท่นกรรมการรายการบอยแบนด์ปินอย Pinoy Boyband Superstar แม้จะไม่มีผลงานในนามเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 แต่สาวสวย ซานดาร่า ปาร์ค ก็ยังมีงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเธอก็เพิ่งไปทำหน้าที่หนึ่งในคณะกรรมการของ Pinoy Boyband Superstar รายการประกวดร้องเพลงที่มีเป้าหมายเพื่อตามชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติครบ ทั้งเสน่ห์และเสียงร้อง เพื่อขึ้นแท่นสมาชิกบอยแบนด์เบอร์ใหม่ของประเทศฟิลิปปินส์ Int'l Kpop Sensation Sandara Park @krungy21, magbabalik-Pilipinas para sa maging sa judges ng #PinoyBoybandSuperstar pic.twitter.com/2puOIt0nCn — Boyband Superstar (@BoybandPH) August 13, 2016 ครอบครัวของ ซานดาร่า ปาร์ค เคยย้ายไปตั้งรกรากที่ประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่เธอยังเด็ก ซานดาร่า ใช้ชีวิตที่นั่นเป็นระยะเวลาหลายปี นอกจากนั้นยังเริ่มเข้าวงการบันเทิงและมีชื่อเสียงในประเทศฟิลิปปินส์ก่อนที่เธอจะแจ้งเกิดในวงการ K-POP ในฐานะสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 เสียอีก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ ซานดาร่า จะสามารถใช้ภาษาตากาล็อกได้ดีไม่แพ้ภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี รายการ Pinoy Boyband Superstar เป็นรายการประกวดร้องเพลงฟอร์มยักษ์ โดยมี Fremantle Media เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยรายการนี้ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของ Simon Cowell โปรดิวเซอร์ชื่อดังผู้ให้กำเนิดวงบอยแบนด์ระดับโลก อย่าง One Direction... (ซึ่งรายการที่ซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างในประเทศไทยก็คือ La Banda Thailand นั่นเอง) Tapos na ang 1st taping day ng PBS!!! Ang hirap pala magjudge..!!! Pero fun naman! Ang ganda rin ng chemistry namin mga judges 👍🏻 kung gusto nyo kiligin, samahan nyo kami sa taping 😆 goodnight!!! 😴😴😴 A photo posted by Sandara Park (@daraxxi) on Aug 23, 2016 at 8:54am PDT Good job everybody good job!!! #PinoyBoybandSuperstar 👏🏻👏🏻👏🏻 A photo posted by Sandara Park (@daraxxi) on Aug 23, 2016 at 8:47am PDT ATM: Paborito mong Superstars, handa na. #PinoyBoybandSuperstar day 3 taping. Let's go! pic.twitter.com/EgTbDBtB5D — Boyband Superstar (@BoybandPH) August 25, 2016 Boys dapat ganito niyo din mapatili ang girls! Go Aga! @krungy21 @vicegandako @yeng #PinoyBoybandSuperstar pic.twitter.com/50j6TRnXIb — Boyband Superstar (@BoybandPH) August 23, 2016 ข้อมูลและภาพจากรายการ Pinoy Boyband Superstar และ IG: daraxxi มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เปิดตัว HTC One X9 จอ 5.5 นิ้ว สเปคดี ราคาน่าคบหา
Gadgets /  htc / 

เปิดตัว HTC One X9 จอ 5.5 นิ้ว สเปคดี ราคาน่าคบหา เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา HTC One A9 (อ่านรีวิว) ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยที่หลายคนบอกว่า ดีไซน์มันออกไปคล้ายไอโฟนอยู่เหมือนกันนะ ซึ่งมาพร้อมสเปคระดับกลางๆ แต่ราคากลับแรงพอสมควรทีเดียว มาถึงคราวนี้ ทาง HTC ได้ทำอะไรที่ไม่เหมือนที่เคยทำอย่างในอดีต และดูเหมือนมีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิมด้วย นั่นก็คือ การเปิดตัวสมาร์ทโฟน Android ที่มีราคาไม่แพง มีตัวเครื่องเป็นโลหะ แถมยังมีสเปคที่แรงใช้ได้เลย มือถือรุ่นที่ว่านี้คือ HTC One X9 ซึ่งถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสฯที่ผ่านมา โดยมือถือรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ใช้ระบบประมวลผล MediaTex X10, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB (เพิ่มเมมได้ด้วย MicroSD Card) กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าที่มาพร้อมเทคโนโลยี UltraPixel , ตามข้อมูลจาก Engadget HTC One X9 Image: HTC จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ ลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหน้า, รองรับสองซิม แบบนาโนซิมทั้งคู่, และการกลับมาของปุ่มหลัก 3 ปุ่มแบบสัมผัสบนตัวเครื่อง (ซึ่ง HTC One M9 และ A9 สองรุ่นก่อนหน้านี้ไม่มี) HTC One X9 วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีนในราคา 2,399 หยวน หรือประมาณ 13,000 บาท สำหรับราคาเครื่องเปล่า และสำหรับในบ้านเราตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลวันวางจำหน่ายนะครับ ใครแอบสนใจรุ่นนี้ รอติดตามกันให้ดีจ้า ดูบทความต้นฉบับ : HTC One X9 offers a solid set of specs with a more affordable price tag

รีวิว HTC One A9: ร่างโคลนนิ่งไอโฟน ที่รัน Android มีอะไรเจ๋งบ้าง?
Android /  htc / 

ตั้งแต่ที่ผมได้รีวิวสมาร์ทโฟนมา (นอกเหนือจากบางครั้งที่ได้รีวิว แก็ตเจ็ต, ของเล่นเทคโน, และ ... เอ่อ ... ลูกหมา) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมจะพกมือถือติดตัว 2 เครื่องเสมอ ซึ่งก็คือ iPhone 6 เครื่องส่วนตัวของผมเอง และอีกเครื่องคือมือถือ Android OS ที่ผมกำลังรีวิวอยู่ ผมไม่เคยรู้สึกสับสนเวลาพกมือถือ Android กับ iPhone เลยสักครั้งเดียว จนมาถึงคราวที่ได้ทดสอบ HTC One A9 เครื่องนี้แหละ One A9 มีหน้าตาการออกแบบที่แทบจะเหมือน iPhone 6 จนผมมักจะหยิบผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งก็ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะที่คิดแบบนี้ ทุกคนที่ผมเอามือถือทั้งสองเครื่องให้ดูก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเหมือนไอโฟนมาก ยกเว้นก็แต่โลโก้ HTC ที่ด้านหลัง และด้านหน้าเท่านั้นเอง ทางด้านเรื่องของการออกแบบ ทาง HTC ออกมาแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการโคลนนิ่งไอโฟนว่า การออกแบบของ One A9 นี้ พัฒนามาจาก HTC One M7 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2013 และหลังจากนั้น 1 ปี Apple ก็เปิดตัว iPhone 6 ที่มาพร้อมกับบอดี้โลหะ และแทบสัญญานเหมือนกับที่ One M7 มีมาก่อน แต่ข้อแตกต่างของทั้งสองแบรนด์ก็คือ ทั้ง HTC One M7/M8/M9 มาพร้อมกับลำโพง BoomSound ที่ด้านหน้า แต่ไอโฟนไม่มี และไอโฟนมีกระจกหน้าจอที่โค้งมนด้านข้าง ซึ่ง HTC ก็ไม่มีเช่นกัน ซึ่งนอกจากเรื่องดีไซน์ที่คล้ายกันแล้ว เหตุผลที่คุณจะต้องอ่านบทความนี้ก็คือ แล้ว HTC One A9 มีอะไรน่าสนใจบ้างล่ะ ซึ่งหลังจากได้ทดสอบตลอดช่วงเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมบอกได้เลยว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มันดีจริงๆ แต่ยังไม่ดีถึงระดับจะเรือธงในตลาดได้ HTC One A9 (ซ้าย) and iPhone 6 (ขวา). Image: Jhila Farzaneh/Mashable ถ้าวัดกันในเรื่องดีไซน์ ผมชอบการออกแบบของทั้ง iPhone 6 และ One A9 เพราะว่ามันสวยมากทั้งคู่ โดย HTC One A9 มาพร้อมบอดี้ และกรอบโลหะเหมือนกัน มีงานประกอบที่โค้งมนจับง่ายเมื่ออยู่ในมือเหมือนกัน และมีกระจกหน้าจอด้านข้างโค้งเหมือนกัน ปุ่ม Power มีผิวสัมผัสไม่เรียบ คุณจะไม่สับสนกับปุ่มควบคุมเสียงที่อยู่ถัดไปแน่นอน และผมค่อนข้างชอบกับปุ่มโฮมของ One A9 ที่ใช้สแกนลายนิ้วมือได้ แถมยังเหนือกว่า TouchID ของ iPhone 6 เพราะสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ทันที ไม่ต้องเปิดหน้าจอก่อน ทำให้เมื่อวางนิ้วมือบนปุ่มโฺฮม มือถือก็จะปลดล็อคทันที แล้วสิ่งที่ผมไม่ชอบล่ะ? จริงๆ แล้วที่ผมไม่ชอบ อาจไม่ได้เป็นปัญหาของทุกคนก็ได้นะ ซึ่งก็คือพอร์ต Micro USB , ช่องลำโพง และช่องหูฟังที่อยู่ด้านล่างของเครื่อง ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าคุณต้องใช้มันทุกวัน คุณอาจไม่ชอบเหมือนผมก็ได้ HTC One A9 (บน) and iPhone 6 (ล่าง). Image: Jhila Farzaneh/Mashable อย่างไรก็ตาม Katherine Kim หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ HTC บอกกับผมว่า ทีมออกแบบของเธอทุ่มเทการออกแบบให้กับมือถือเครื่องนี้มากเป็นพิเศษ ที่จะทำให้กล้องหลังอยู่ตรงกลางพอดี เช่นเดียวกันกับโลโก้ HTC ที่ด้านหลัง แต่ผมกลับไม่ชอบมันเท่าไหร่ เหมือนกับ iPhone, ที่รัน Android Marshmallow HTC One A9 รัน Android 6.0 Marshmallow ทำงานร่วมกับ HTC Sense Image: Jhila Farzaneh/Mashable ทางด้านของหน้าจอ One A9 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920x1080) ซึ่งหน้าจอไม่ค่อยสว่างเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้ง แต่ถ้าใช้ภายในอาคาร ภาพก็สีสวยสดงดงามไม่มีปัญหา แม้ว่าจะมีแฟนๆ HTC หลายคนบ่นว่า ทำไมไม่อัพความละเอียดหน้าจอให้สูงกว่า Full HD ล่ะ ซึ่งสำหรับผมแล้ว คิดว่าหน้าจอขนาดนี้ ความละเอียดแค่ Full HD ก็ดีเกินพอแล้วล่ะ ในสหรัฐ One A9 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาแทนที่ HTC One M9 รุ่นที่น่าสงสาร แม้จะไม่ได้มีสเปคระดับท็อปก็ตาม ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 617 ไม่สามารถทำคะแนนเทียบเท่ากับเรือธงของค่ายอื่น ที่ใช้ชิป Snapdragon 808 หรือ 810 ได้เลยทั้งทางด้านคะแนน Benchmark หรือการเล่นเกม 3 มิติ แต่ก็แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไปในชีวิตประจำวัน - และไม่มีปัญหาเครื่องร้อน overheat อีกด้วย (ปัญหาใหญ่ของ One M9 เลยทีเดียว) อย่างน้อยก็รองรับการเพิ่มหน่วยความนอกด้วยการ์ด microSD Image: Jhila Farzaneh/Mashable HTC One A9 มาพร้อมความจำภายใน 32GB RAM 3GB (ในบางประเทศอาจขายรุ่นความจำ 16GB RAM 2GB) สำหรับเครื่องที่ผมทดสอบรุ่น RAM 3GB นี้ สามารถรันแอพพร้อมกันได้หลายแอพโดยไม่มีปัญหา และรองรับการเพิ่มหน่วยความจำนอกด้วย microSD Card ได้สูงสุด 2TB ที่เอาจริงๆ แล้วก็ไม่รู้จะมีใครซื้อความจุนี้ไปใช้จริงๆ มั้ยนะ ทางด้านของซอฟท์แวร์ นอกจากมือถือ Nexus แล้ว One A9 เป็นมือถือ Android เครื่องแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดจากกูเกิ้ล Android 6.0 Marshmallow ซึ่งครอบด้วย HTC Sense เหมือนเดิม ซึ่งหากคุณเคยใช้ UI นี้มาแล้ว การใช้ OS ใหม่นี้ก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณแน่นอน วิตเจ็ต Sense Home จะใช้ข้อมูลตำแหน่งของคุณเพื่อแสดงแอพพลิเคชั่นที่แตกต่างกัน สำหรับเวลาที่คุณอยู่บ้าน ที่ทำงาน หรืออยู่ที่อื่นๆ เช่นเดียวกับ One M9 รวมไปถึงมี theme app ให้ใช้ด้วย Theme App ของ HTC ที่ให้คุณเลือกใช้ได้แม้ Android Marshmallow จะเป็นการอัพเดตครั้งใหญ่ของ Google แต่การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะพัฒนาทางด้านระบบการทำงานด้านหลัง โดยฟีเจอร์หลักอย่างเช่น การขออนุญาตการเข้าถึงข้อมูลภายในของแอพต่างๆ และ Google Now On Tap (การกดปุ่มโฮมค้างไว้เพื่อทำการค้นหาข้อมูลต่างๆ ในแอพ) ก็มีให้ใช้แน่นอน แต่อย่างที่ผมเคยบอกไปในรีวิว Nexus 5X และ Nexus 6P การอัพเดตนี้ก็ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าที่ควร รวมไปถึงฟีเจอร์อย่างการปิดการทำงานของบางแอพที่รันอยู่ด้านหลัง เพื่อประหยัดการใช้พลังงานถูกตัดออกไป ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มเวลาการใช้งานให้มากขึ้น (แบตรุ่นนี้คือ 2150mAh) Google Now On Tap ยังดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ Image: Jhila Farzaneh/Mashable แบตเตอรี่ดูจะน้อยกว่าที่คิดมาก จากการทดสอบใช้งาน One A9 ตามปกติ เหมือนกับที่ผมใช้ iPhone 6 แค่ประมาณ 6 โมงเย็นผมก็ต้องรีบหาที่ชาร์จแล้ว ในขณะที่ i6 ผมจะชาร์จเต็ม และถอดสายชาร์จตอน 8 โมงเช้า และเมื่อถึงตอนประมาณ 3-4 ทุ่ม แบตจะเหลือประมาณ 10% แต่อย่างไรก็ตาม HTC ได้ใส่ฟีเจอร์ Quick Charging 3.0 ที่ให้คุณชาร์จแบตไวขึ้น คือชาร์จจาก 0 ถึง 80 % ด้วยเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าแจ่มมาก กล้องถ่ายภาพที่ดูธรรมดา Image: Jhila Farzaneh/Mashable เมื่ออ่านถึงจุดนี้แล้วเพือนๆ อาจคิดว่า One A9 ดูเหมือนว่าจะเป็นมือถือที่โอเคในระดับหนึ่ง แล้วเรื่องของกล้องล่ะ? อย่างที่พวกเราทราบกันว่า รุ่นเรือธงตัวก่อนหน้าอย่าง One M9 มาพร้อมกับกล้องคู่ที่สุดยอดมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ที่นอกจากจะพัฒนาในเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และคุณภาพของภาพ HTC ยังเพิ่มความละเอียดของภาพเข้าไปด้วย แต่เมื่อดูคุณภาพของภาพถ่ายจากกล้อง HTC One A9 ก็ต้องบอกว่า "ดูดีขึ้น แต่ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่" โดยมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 4 ล้าน "UltraPixel" ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นกล้องหลังให้กับ One M7 และ M8 มาแล้ว แต่การถ่ายภาพเซลฟี่กลับ ไม่ดูดี กว่าคู่แข่งอย่าง iPhone 6S, Galaxy S6 และ Nexus 5X ที่ต่างใช้กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล หรือแม้แต่ iPhone 6 ที่มีกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล ก็ยังได้ภาพที่คมกว่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับกล้องหน้าของ One A9 ก็คือ กล้องหน้าที่ใช้เลนส์แบบมุมกว้าง ทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่กับเพื่อนดีขึ้น รวมไปถึงได้ภาพแบ็คกราวด์ที่ดีกว่า   สำหรับกล้องหลัง One A9 มาพร้อมกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีระบบป้องกันภาพสั่นด้วยเลนส์ OIS และไฟแฟลช LED คู่ โดยที่ชิ้นส่วนกล้องมีขนาดใหญ่กว่าบน iPhone 6 แต่ภาพถ่ายกลับไม่แตกต่างจากกันเลย ข้อแตกต่างของกล้องรุ่นนี้เมื่อเทียบกับ i6 มีเพียงตำแหน่งของกล้องที่ย้ายไปอยู่ตรงกึ่งกลางเท่านั้น คุณภาพของภาพค่อนข้างดี แม้สีสันอาจไม่สดอย่างที่ผมชอบเท่าไรนัก ซึ่งภาพถ่ายดูดีมากเมื่อดูภาพจากหน้าจอโทรศัพท์ แต่เมื่อนำภาพขึ้นจอคอมพิวเตอร์แล้ว ภาพดูไม่ดีอย่างที่ควร โดยที่ความคมของภาพดูลดลง รวมไปถึงดูเหมือนว่าบริเวณขอบๆ ภาพจะเบลอด้วย แต่ก็อีกนั่นแหละ คนส่วนใหญ่ยุคนี้คิดว่าดูภาพถ่ายจากมือถือ หรือคอมพิวเตอร์มากกว่ากันล่ะ แน่นอนว่าต้องเป็นสมาร์ทโฟนอยู่แล้วล่ะ ภาพถ่ายความละเอียดเต็ม 13 ล้านพิกเซลจะถูกคร็อปภาพให้มีสุดส่วน 4:3 ในขณะที่ค่าเริ่มต้นแบบ 16:9 จะถ่ายได้ที่ความละเอียด 10ล้านพิกเซล Image: Raymond Wong/Mashable ภาพถ่ายดูค่อนข้างคมชัดเมื่อดูจากหน้าจอ Full HD บน One A9 แต่เมื่อซูมภาพแบบ 100% คุณจะเริ่มเห็นบางจุดที่ไม่คม ลองซูมดูฝุ่นที่อยู่บนตัวของเล่นพวกนี้สิ! Image: Raymond Wong/Mashable ภาพถ่ายในที่แสงน้อยดูเหมือนจะไม่ดีเท่าไหร่ รวมไปถึงการโฟกัสภาพที่ทำได้ค่อนข้างยากในสภาพแสงแบบนี้ ทำให้ภาพออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ภาพถ่ายในที่แสงน้อยของ One A9 ดูไม่แจ่มเท่าไหร่ Image: Raymond Wong/Mashable โหมดการถ่ายภาพที่คาดไม่ถึงที่สุดก็คงเป็นโหมด "โปร" นี่แหละ มันเหมือนกับกล้องบน LG G4 ที่ให้คุณสามารถถ่ายภาพไฟล์ RAW ได้ รวมไปถึงสามารถปรับควบคุมกล้องได้เหมือนกับกล้องโปร ไม่ว่าจะเป็นการปรับ ISO ชัตเตอร์สปีด White Balance รวมไปถึงการชดเชยแสง ซึ่งสำหรับคนที่พอรู้เรื่องการถ่ายภาพแบบโปรอย่างผม ก็ถือว่าฟีเจอร์นี้มันแจ๋วมาก โหมดกล้องโปร HTC One A9 สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ในระดับเบื้องต้นได้เองทั้งหมด ดูเหมือนจะไม่เป็นเรือธงเท่าไหร่ แน่นอนว่าทาง HTC มีสิทธิที่จะบอกว่า HTC เป็นบริษัทผลิตมือถือเจ้าแรกๆ ที่ทำมือถือแบบ Unibody ออกมาสู่ตลาด แต่การเป็นคนแรกอาจไม่สำคัญสำหรับบางคน เพราะจากมุมมองของลูกค้าส่วนใหญ่ HTC One A9 ดูเหมือนจะลอกดีไซน์ของ iPhone 6 เพราะมันดูเหมือนกันเกินไป Image: Jhila Farzaneh/Mashable แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ One A9 เป็นมือถือที่แย่ - แน่นอนว่ามันเป็นมือถือที่ดีเครื่องหนึ่ง แต่ไม่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่าย และประสิทธิภาพการประมวลผล One A9 มีดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม และมีระบบการสแกนลายนิ้วมือที่แจ๋วมาก แต่ด้วยราคา $499.99 (ประมาณ 17,500 บาท) หากคุณเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย คุณจะได้มือถือระดับเรือธงที่น่าจะคุ้มกว่า หรือจะใช้เงิน $499 นั้น ไปเล่นมือถือที่จอใหญ่กว่า และเร็วกว่าอย่าง Google Nexus 6P ที่มีกล้องที่ดีกว่า และรันเพียว Android 6.0 Marshmallow ดูจะเป็นตัวเลือกน่าสนใจมากกว่า สรุป HTC One A9 The Good งานประกอบโลหะสุดพรีเมี่ยม ระบบสแกนลายนิ้วมือที่เร็ว และตอบสนองได้ดี รัน Android 6.0 Marshmallow ทำงานลื่นไหลด้วย RAM ถึง 3GB กล้องโหมด Pro ที่ถ่าน RAW ไฟล์ได้ The Bad ถ่ายในที่แสงน้อยไม่ดีเท่าที่ควร HTC Sense 7 ไม่เวิร์ค แบตน้อยไปหน่อย จอไม่สู้แสงแดดไม่ค่อยได้ Nexus 6P เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในงบ $500 The Bottom Line HTC One A9 มาพร้อมดีไซน์พรีเมี่ยมระดับเรือธง แต่ที่เหลือยังดูธรรมดา Bonus: HTC One A9: A quick tour Video: Noah Throop ดูบทความต้นฉบับ : HTC One A9 review: Is an iPhone clone that runs Android any good?

ทดสอบเปิดแอพในสมาร์ทโฟนหลายๆแอพ มาดูกันเครื่องไหนจะเร็วที่สุด!
iPhone 6 /  Galaxy S5 / 

ทดสอบเปิดแอพหลายๆแอพ พร้อมกันทั้ง 3 เครื่อง โดยทดสอบระหว่าง iPhone 6 ,Galaxy S5 และ HTC One (M8) มาดูกันว่าเครื่องไหนจะเร็วที่สุด

หนุ่มบริษัทเกมส์ทำซึ้ง ขอแฟนสาวแต่งงานผ่านแว่น VR !
HTC Vive /  SteamVR / 

การขอแต่งงานเป็นเรื่องที่เราทำกันไม่บ่อย การขอแต่งงานเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่แล้วทำกันเพียงครั้งเดียว ดังนั้นทางฝั่งฝรั่งเวลาเขาขอแต่งงานกันก็มักจะทำกันให้เว่อร์หรืออลังการมากที่สุด ไม่เว้นแม้แต่ Chandler Murch พนักงานของบริษัทเกม Valve ที่ขอแต่งงานด้วย VR เป็นครั้งแรกของโลก ทำเอาเป็นข่าวใหญ่ของวันไปเลย ภาพจาก Facebook ฝ่ายหญิง Kelly Tortorice VR (Virtual Reality) จะทำให้คนที่สวมอุปกรณ์มองเห็นสิ่งที่ถูกโปรแกรมเอาไว้เป็นสามมิติ ในที่นี้ Chandler Murch ได้ชวนแฟนสาวไปทดสอบแว่น HTC Vive แล้วก็ได้เซอร์ไพรส์เธอด้วยการให้ VR แสดงภาพแหวนแต่งงานออกมาพร้อมทั้งขอเธอแต่งงานทันที ฝ่ายหญิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถอด HTC Vive ออกแล้วเห็นแฟนหนุ่มคุกเข่าพร้อมแหวนแต่งงานจริงๆในมือ เธอไม่ได้ตอบว่า "ตกลง" เฉยๆ เธอตอบเขาไปว่า "ได้สิ ฉันจะแต่งงานกับคุณ" ถือเป็นการขอแต่งงานด้วย VR ที่สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ที่น่าปลื้มใจคือผู้ชายที่ขอเป็นนักพัฒนาของบริษัทเกมส์ด้วยนี่สิ แว่น HTC Vive เป็นอุปกรณ์สวมใส่เพื่อความบันเทิงผ่าน VR บนแพลตฟอร์ม SteamVR ของ Valve ใช้ได้ทั้งดูหนังและเล่นเกมส์ผ่านการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ มีกำหนดการวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2015

ข่าวล่าสุดทาง HTC เตรียมเปิดตัว Sailfish Nexus ในเดือนกันยายนนี้
Android /  htc / 

มีภาพหลุดของ HTC Sailfish Nexus ออกมายั่วกันอีกแล้ว โดยทางสื่อหลายสำนักคาดว่าจะเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้ สเป็คคร่าวๆ ของ HTC Sailfish Nexus จอแสดงผล 5 นิ้ว 1080p ระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat แบตเตอร์รี่ 2270mAh พร้อม RAM 4GB ความจุในเครื่อง 32GB พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมื้ออีกด้วย ที่มา : androidpure

ร่วมสนุกชิงบัตร Cool Celsius Sensation MEN are from MARS WOMEN are From VENUS
Cool Celsius Sensation /  COOL celsius sensation MEN are from MARS Women are from VENUS / 

หมดเขตร่วมสนุกแล้วครับ สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตร Cool Celsius Sensation MEN are from MARS WOMEN are From VENUS จตุพัฒน์ ตั้งเลิศปัญญา ญัตติเวทย์ บุญลาภรัตน์ สริยะ ธรรมสังวาลย์ Piyaboot Wuthisirisart นิรุตติ์ เอี่ยมทอง รับบัตรได้ที่หน้างาน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยทางทีมงานจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง ตามอีเมล์ที่แจ้งไว้ ---------------------------------------------------- คูล เซลเซียส 91.5 จับสองนักร้องเสียงดี บี พีระพัฒน์ และ ลีเดีย กับการร้องเพลงรักหวานซึ้งในรูปแบบเพลงสากลเต็มโชว์ครั้งแรก ใน COOL celsius 91.5 sensation MEN are from MARS Women are from VENUS Be Peerapat vs. Lydia The Battle of Sexes Concert (คูล เซลเซียส 91.5 เซนเซชั่น เมน อาร ฟอร์ม มาร์ส วูเมน อาร ฟอร์ม วีนัส บี พีระพัฒน์ vs.ลิเดีย เดอะ แบทเทิล ออฟ เซ็กส์ คอนเสิร์ต) ในวันที่ 18 ตุลาคม 57 ณ.Crystal Grand Ballroom @ CDC พิเศษสุดๆ สำหรับ สมาชิก มิวสิคเอ็มไทย ร่วมสนุกชิงบัตรชมคอนเสิร์ต Cool Celsius Sensation MEN are from MARS WOMEN are From VENUS จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ใบ) ด้วยการ “แชร์เพลงสากลที่ฟังเมื่อไหร่ก็โดนใจ พร้อมเหตุผล” เขียนคำตอบ พร้อมชื่อ-นามสกุล-อีเมลล์สำหรับการติดต่อกลับไว้ที่คอมเม้นต์ด้านล่าง ร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2557 ประกาศผล 14 ตุลาคม ทาง music.mthai.com และ เฟซบุค MThaimusic

บี-ลีเดีย หวานซึ้งมันส์ครบรส COOL celsius sensation
COOL celsius91.5 sensation MEN are from MARS Women are from VENUS /  Cool Celsius / 

ทั้งหวาน ทั้งซึ้ง ทั้งสนุกกันไปทั่วหน้ากับคอนเสิร์ต COOL celsius91.5 sensation MEN are from MARS Women are from VENUS Be Peerapat vs. Lydia The Battle of Sexes Concert (คูล เซลเซียส 91.5 เซนเซชั่น เมน อาร์ ฟอร์ม มาร์ส วูเมน อาร ฟอร์ม วีนัส บี พีระพัฒน์ vs.ลิเดีย เดอะ แบทเทิล ออฟ เซ็กส์ คอนเสิร์ต)ของคลื่น คูล เซลเซียส 91.5 ซึ่งจัดขึ้นที่ คริสตัล แกรนด์ บอลลูม แอท ซีดีซี มีแฟนเพลงควงคู่ควงแขนกันมาชมอย่างเนื่องแน่น

HTC Desire 10 Pro และ Desire 10 Lifestyle เตรียมเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้
Android /  Desire 10 Lifestyle / 

ไม่ต้องให้รอกันนาน หลังมีภาพหลุดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ HTC ออกสู่สายตาชาวโลก โดยจะแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ Desire 10 Pro และ Desire 10 Lifestyle คาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกันภายในเดือนกันยายนนี้ โดย Desire 10 Lifestyle หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p ระบบปฎิบติการ Android 6.0 Marshmallow (Sense UI) กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล (พร้อม LED flash) ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ส่วน Desire 10 Pro ยังไม่มีสเป็คหลุดออกมา แต่คาดว่าจะเป็นสเป็คสูงกว่ารุ่น Desire 10 Lifestyle แน่นอน ภาพจาก : htcsource

อาการปวด แบบไหน ห้ามนิ่งเฉย มาดูสัญญาณปวด 7 อย่าง ที่ควรรีบพบแพทย์
ปวด /  พบแพทย์ / 

อาการปวด นั้นเกิดขึ้นกับเราได้หลายรูปแบบครับเมื่อวานนี้คุณไปยกของหนักก็ปวด นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไปก็ปวด เป็นหวัดก็ปวด หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด แต่มี อาการปวด บางประเภทครับที่คุณไม่ควรมองข้ามและควรจะปรึกษาแพทย์โดยทันที เพราะ อาการปวดเหล่านั้น มันอาจจะบ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่เราคิดไม่ถึง ดังต่อไปนี้ครับ ปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือปวดสุดๆเท่าที่เคยปวดมาเลยแบบนี้ ต้องพบแพทย์ครับ หากว่าคุณเป็นหวัดแล้วปวดสุด ๆ มันอาจจะมีสาเหตุมาจากไซนัสก็ได้ หากไม่เป็นหวัด ก็อาจจะมีสาเหตุที่รุนแรง เช่น เลือดออกในสมอง เนื้องอกในสมองก็เป็นได้ ซึ่งบางครั้งต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายที่ละเอียด หรือ ต้องใช้เครื่องมือ เช่น CT Scan เพื่อช่วยการวินิจฉัยโรค ปวดหน้าอก อาการปวด หรือแน่น อึดอัด บริเวณหน้าอก คอ ขากรรไกร ไหล่ แขน หรือ ท้อง (Pain or Discomfort in the Chest, Throat, Jaw, Shoulder, Arm, or Abdomen) อาการปวดแถวนี้เป็นได้จากหลายสาเหตุครับ โดยอาการปวดบริเวณหน้าอกอาจจะเกี่ยวเนื่องกับโรคหัวใจได้ แต่ควรระวังว่า ภาวะที่เกิดจากหัวใจนั้น โดยทั่วไปจะแสดงออกมาในรูปของอาการแน่น อึดอัด ไม่สบาย มากกว่าอาการปวด โดยผู้ป่วยโรคหัวใจจะอธิบายไว้ครับว่า เหมือนกับมีช้างมานั่งทับอยู่บนหน้าอกนั่นแหละ ส่วนตำแหน่งที่รู้สึกไม่สบายนั้น มักจะเป็นส่วนบนของหน้าอก คอ ขากรรไกร ไหล่ซ้าย หรือแขนครับ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหงื่อออกท่วมตัว จะเป็นลม หน้าดูซีด แบบนี้ต้องรีบไปรพ.โดยด่วนเลยครับ บางครั้งอาจมีอาการปวดท้องก็มักจะเกิดขึ้นร่วมกันอาการคลื่นไส้ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นอาการของโรคจากทางเดินอาหาร ( GI Distress) จริงๆแล้วเป็นอาการของกล้ามเนื้อหัวใจที่ผนังด้านล่างขาดเลือด แต่สำหรับอาการของผู้หญิงนั้น จะดูยากกว่าเพราะผู้ป่วยมักจะคิดว่าเป็นอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารเช่น ท้องอืด แน่น หรือ ความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง มักไม่ค่อยคิดว่า ตนเองอาจมีโรคหัวใจ ส่วนใหญ่มักจะมีอาการเหนื่อยร่วมด้วย อีกทั้งโอกาสในการเป็นโรคหัวใจจะเพิ่มขึ้นมากในผู้หญิงวัยทอง ดังนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายต้องระมัดระวัง และอย่าไปนิ่งนอนใจเพราะคิดว่าอาการดังกล่าวเป็นเพียงแค่อาหารเป็นพิษเท่านั้น ปวดหลัง อาการปวดหลังส่วนล่างหรือ ระหว่าง สบัก ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะคิดว่าเป็นอาการของข้ออักเสบ (arthritis) กล้ามเนื้ออักเสบ แต่ก็สามารถจะเป็นอย่างอื่นได้อีก รวมทั้งโรคหัวใจ หรือ ปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง (Abdominal problems) ที่เป็นอันตรายอีกอย่างหนึ่งก็คือ Aortic Dissection เส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจมีการแยกชั้น ซึ่งอาการปวดอาจจะเป็นไปในลักษณะ ค่อยๆ ปวดเพิ่มขึ้น หรือ ปวดทันทีทันใดก็ได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงมาก ก็คือ ผู้ที่มีโรคความดันสูง ผู้ที่สูบบุหรี่ และเป็นโรคเบาหวานโรคนี้อันตรายมากเช่นเดียวกัน ต้องรีบไปรพ.โดยด่วน ปวดท้อง อาการปวดท้องอย่างรุนแรง (Severe Abdominal Pain) ถ้าหากไส้ติ่งของคุณยังอยู่ นั่นอาจะเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่สาเหตุของมันอาจจะเป็นอย่างอื่นอีกก็ได้เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ ,ตับอ่อนอักเสบ ,กระเพาะทะลุ ,ลำไส้อุดตัน โดยแต่ละอย่างมีลักษณะที่พอแยกได้ดังนี้ ไส้ติ่งอักเสบ จะปวดท้องด้านขวา ล่าง ต่ำกว่าระดับของสะดือ อาจมีหนาว หรือมีไข้ เบื่ออาหาร กินข้าวไม่ลง ตับอ่อนอักเสบ จะปวดใต้ลิ้นปี่ ร้าวไปหลัง ปวดมากๆ บางคนมีประวัติ ทานเหล้า เบียร์มาเยอะ แต่บางคนก็เกิดจากนิ่วจากถุงน้ำดีหล่นมาอุด พวกนี้จะไม่มีประวัติกินเครื่องดื่ม Alcohol กระเพาะอาหาร พวกนี้ก็จะปวดใต้ลิ้นปี่ ร้าวไปหลังได้คล้ายๆ ตับอ่อนอักเสบ แต่ถ้าแค่กระเพาะอักเสบ อาการจะไม่รุนแรงมาก ปวดเฉพาะลิ้นปี่ ด้านล่างๆจะไม่ปวด คนไข้จะพอเดินได้ แต่ถ้ากระเพาะอาหารทะลุ พวกนี้จะปวดลิ้นปี่รุนแรง มักปวดด้านล่างร่วมด้วย ส่วนใหญ่มักล่างขวา แต่บางทีก็ปวดทั่วท้องเลย มักต้องหามมา เดินไม่ไหว ลำไส้อุดตัน ส่วนใหญ่มักปวดเป็นพักๆ บีบๆ เหมือนอะไรวิ่งเป็นลูกๆในท้อง มีอาการ ไม่ถ่าย ไม่ผายลม มักมีประวัติเคยผ่าตัดช่องท้อง ดังนั้นถ้าปวดท้องรุนแรง ต้องรีบพบแพทย์เลยครับ ปวดขา อาการปวดบริเวณน่อง (calf) ที่จัดว่าอาการปวดบริเวณนี้เป็นอันตรายก็เพราะสาเหตุของมันอาจจะมาจากเส้นเลือดดำอุดตัน (deep vein thrombosis) หรือDVT ก็ได้ โดยเส้นเลือดที่อุดตันนั้น สามารถเกิดขึ้นที่ deep veins ของขาได้ และโรคนี้เกิดขึ้นกับคนอเมริกันมากถึงปีละ 2 ล้านคน แล้ว ซึ่งที่เราอาจเคยได้ยินว่าคนที่นั่งเครื่องบินชั้น Economy Class แล้วเกิดเส้นเลือดดำอุดตัน ก็คือโรคนี้แหละครับ และเมื่อมันเกิดขึ้น มันก็รบกวนการดำเนินชีวิตมากเสียด้วยและสิ่งที่เป็นอันตรายก็คือ ก้อนเลือดเล็ก ๆ ที่อุดตันนั้น สามารถที่จะหลุดออกและไปอุดที่อื่นแทนซึ่งหากเป็นจุดสำคัญ เช่นไปอุดเส้นเลือดในปอดก็เป็นอันตรายถึงชีวิต กลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคอ้วน คนท้อง รวมทั้ง ผู้ที่ต้องเดินทางนั่งอยู่ท่าเดียวนานๆ หรือพวกที่หลังผ่าตัด นอนนานๆ ไม่ค่อยได้ขยับตัว ขยับเขยื่อนร่างกาย บางครั้งอาการจะปรากฏออกมาให้เป็นในรูปของการบวม ตึงที่น่องแต่ไม่ปวด หรือทั้งปวดทั้งบวมบริเวณกล้านเนื้อน่องก็ได้ ไม่เพียงแต่เส้นเลือดดำอุดตันที่อุดตันได้ เส้นเลือดแดงก็สามารถอุดตันได้เช่นเดียวกัน โดยจะมีอาการปวดที่ขา ปวดมาก จะมีอาการขาเย็นร่วมด้วย เย็นแบบรู้สึกได้เลย ขาจะดูซีด แบบนี้ก็ต้องรีบไปรพ.ด่วนเลย ไม่งั้นกล้ามเนื้อจะตาย ปวดเท้า อาการปวดร้อนที่เท้าและขา (Burning Feet or Legs) มีคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจำนวนมากไม่ได้รับการรักษา เพราะบางคนไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว อาการนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งบ่งชี้ในเริ่มแรก โดยจะรู้สึก burning or pins-and-needles sensation ที่เท้าและขา นั่นเป็นการบ่งบอกว่า เกิดความเสียหายขึ้นกับเส้นประสาทเข้าแล้ว ในคนไข้ที่เป็นมากๆ โรคเบาหวานจะทำให้เส้นประสาทเสีย เกิดอาการชาที่เท้าแทน ทำให้คนไข้สามารถเดินเหยียบบุหรี่ได้โดยไม่รู้สึก บางครั้งเกิดเป็นแผลจนเน่าถึงรู้ตัวว่ามีแผลเพราะได้กลิ่นก็มี ปวดแปลกๆ อาการปวดแบบแปลก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ (Vague, Combined, or Medically Unexplained Pains) จริง ๆ แล้วอาการปวดมีหลายแบบ บางคนอาจจะบอกว่า ปวดศีรษะแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ปวดท้องหรือปวดแขน แปลก ๆ อธิบายไม่ถูกหรืออาจจะมีอาการปวดหลายแบบผสมกัน อาการปวด อาจะเป็นอาการเรื้อรัง และ ไม่ได้รุนแรง การอธิบายออกมาไม่ชัดเจนอาจทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจอาการผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีความเครียดดังนั้น ยิ่งถ้าคุณมีความเครียด หรือวิตกกังวลมากเท่าไหร่ ก็ให้พยายามอธิบายความรู้สึกให้มากเข้าไว้ อย่างไรก็ตาม อาจจะมีอาการในลักษณะอื่น ๆ ที่แสดงออกมาอีก และเมื่อไหร่ที่ควรจะมาพบแพทย์ ตัวคุณเองต้องลองสังเกตดูว่า อาการที่เกิดกับตัวคุณนั้นส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันหรือไม่ มันทำให้คุณไม่สามารถทำงานให้ลุล่วงได้หรือเปล่า หรือมันทำให้คุณอยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็ค เช็คให้รู้ว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย ดังนั้น จงอย่านิ่งเงียบและทนปวดอยู่คนเดียวครับ ที่มาข้อมูลจาก นพ.ธเนศ พัวพรพงษ์ http://www.thaiclinic.com/medbible/7pain.html

Review: รีวิว BlackBerry Priv สมาร์ทโฟน BB ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี !!
BlackBerry /  BlackBerry Priv / 

สวัสดี เพื่อนเก่า ถ้าจะให้บอกว่าคิดถึงเธอมั้ย ฉันอาจพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ แต่บอกได้เพียงว่ายังรู้สึกดีเสมอเวลาที่ได้ใช้งานพิมพ์ข้อความบนหน้าจอของเธอ ทุกความรู้สึกเวลานิ้วสัมผัสลงไปบนแป้นพิมพ์ มันรู้สึกคุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะบอกตรงๆ เลยว่า เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ที่ผมยอมแพ้ และหันหลังให้กับคีย์บอร์ดของสมาร์ทโฟน BlackBerry สมาร์ทโฟน BlackBerry เครื่องสุดท้ายที่ผมใช้ก็คือ Bold 9650 ตัวเล็กๆ เหมือนกับมือถือ BB ทั่วไป มาพร้อมหน้าจอขนาดเล็ก และคีย์บอร์ดสุดคลาสสิคแบบ QWERTY ที่ด้านล่าง และก่อนหน้านั้นมือถือของผมก็คือ BlackBerry Torch ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น และคีย์บอร์ดแบบสไลด์ซ่อนได้ ซึ่งผมชอบมาก แต่ในที่สุด ผมก็เหมือนกับหลายๆ คน ที่ทิ้ง BlackBerry ไว้กลางทาง เพราะบริษัทไม่ได้ผลิตสินค้าคุณภาพออกมาเท่าไรนัก รวมไปถึงการตัดสินใจทางด้านการวางแผนกลยุทธที่ไม่ดีเท่าไหร่ BlackBerry Priv รุ่นใหม่ ดีไซน์ภายนอกคล้ายกับมือถือ Android หน้าจอ 5.4 นิ้วทั่วๆ ไป Image: Mashable, Jhila Farzaneh ครั้งแรกที่ผมได้สัมผัส BlackBerry Priv และได้ใช้นิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด ผมก็รู้ได้ทันทีว่า นี้เป็นสัญญานของการสิ้นสุดของการเป็นมือถือสุดแย่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และที่สำคัญ Priv เป็นมือถือ BB เครื่องแรกที่รันระบบปฏิบัติการ Android OS (เวอร์ชั่น Android 5.1.1) และนี่เป็นข่าวที่ดีมากจริงๆ : ช่างเป็นคู่แต่งงานที่แจ่มมาก ในที่สุด BlackBerry ก็ได้ OS ที่คู่ควรซักที นอกจากนี้ Priv ยังมีอะไรที่สมาร์ทโฟน Android จอใหญ่ในตลาดมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาดใหญ่ 5.4 นิ้ว ความละเอียด 2K 2560x1440 พิกเซล ใช้หน้าจอแบบ OLED และมีขอบจอด้านข้างที่โค้งมนเหมือน Samsung Galaxy S6 Edge+ แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากมือถือทั่วไปในตลาด ... หน้าจอของ BlackBerry Priv สามารถสไลด์ขึ้นด้านบนได้ เพื่อเปิดเผยคีย์บอร์ดสุดคลาสสิคของ BlackBerry ด้านใน Image: Mashable, Jhila Farzaneh ภายใต้หน้าจอจะพบกับคีย์บอร์ดแบบปุ่มกดแบบ QWERTY ของ BlackBerry ที่เมื่อต้องการใช้ ก็เพียงสไลด์หน้าจอที่มีระบบ mechanism ผลิตด้วยวัสดุอลูมิเนียม ซึ่งจะทำให้สมาร์ทโฟนมีความยาวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 นิ้วนิดๆ เท่านั้น วัสดุและงานประกอบถูกออกแบบได้อย่างยอดเยี่ยม และดูแข็งแรงจนรู้สึกว่าจะสไลด์ขึ้นลงอีก 1,000 ครั้งก็ไม่พัง ยิ่งไปกว่านั้น ตัวปุ่มคีย์บอร์ดดูเหมือนว่าจะแบนราบมากกว่าคีย์บอร์ดในรุ่นก่อนๆ (ที่เคยผ่านมือผมมา) แต่ฟิลลิ่งตอนพิมพ์ก็ยังรู้สึกไม่แตกต่างจากเดิม ตัวปุ่มกดเป็นชนิดเรืองแสงได้ และด้วยการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เราสามารถพิมพ์แบบไม่ต้องมองแป้นพิมพ์ได้อย่างแม่นยำ (เหมือนที่เคยเป็นเมื่อหลายปีก่อน) การกลับมาของคีย์บอร์ด BB บน Priv เหมือนกับทำให้ความรู้สึกเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง - อย่างน้อยก็สำหรับแฟน BlackBerry ล่ะนะ Image: Mashable, Jhila Farzaneh พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณเคยใช้ BB มาก่อน รับรองว่าคุณต้องชอบคีย์บอร์ดนี้แน่นอน แต่ถ้าไม่ คุณก็อาจจะชอบมันได้ไม่ยาก เพราะอย่างน้อยการใช้คีย์บอร์ดแบบปุ่มกดจริงๆ ก็ทำให้คุณพิมพ์ได้แม่นยำมากกว่าแป้นพิมพ์จำลองบนหน้าจอเป็นไหนๆ More than a keyboard - เป็นมากกว่าคีย์บอร์ด อีกหนึ่งเหตุผลที่จะทำให้คนที่ไม่ใช่แฟน BlackBerry หลงรักแป้นพิมพ์ Priv ก็คือ คีย์บอร์ดนี้สามารถทำงานเป็น Capacitive Touchpad ได้ ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์โปรดของผมในด้านฮาร์ดแวร์ของเครื่องนี้เลย เพียงแค่ใช้นิ้วมือลากผ่านปุ่มคีย์บอร์ดเบาๆ ก็ทำให้คุณสามารถเลื่อนหน้าจอ หรือขยับเคอร์เซอร์บนหน้าจอได้ทันที ผมยอมรับเลยว่า ผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคีย์บอร์ดแบบปุ่มกดนี้เท่าไหร่ บ่อยครั้งที่เวลาผมต้องการพิมพ์ ก็มักจะลืมเลื่อนคีย์บอร์ดออกมาใช้ และพิมพ์แป่นพิมพ์จำลองแบบแต่ก่อนประจำ แต่เชื่อว่าหากใช้ไปนานๆ ก็น่าจะคุ้นชินการพิมพ์ได้ไม่ยาก แม้จะมีคีย์บอร์ดซ่อนอยู่ แต่ Priv ก็ยังเป็นมือถือที่บาง และดูหรูหรา Image: Mashable, Jhila Farzaneh ถึงแม้ว่า BlackBerry Priv จะมีคีย์บอร์ดซ่อนอยู่ด้านล่าง แต่มือถือเครื่องนี้ก็จัดว่าเป็นมือถือที่บางอยู่ดี โดยมีความบางที่ 9.39 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 192.77 กรัม น้ำหนักเท่ากับ iPhone 6s Plus ที่มีหน้าจอใหญ่กว่า Priv นิดหน่อย และเมื่อเทียบน้ำหนักกับ Samsung Galaxy S6 Edge+ ที่มีน้ำหนักเบากว่า แต่การจับถือของ Priv จะจับได้ถนัดมือมากกว่า เพราะมีฝาหลังวัสดุกันลื่น ในขณะที่ S6 Edge+ ฝาหลังเป็นกระจกซึ่งลื่นกว่า และฟีเจอร์ที่เป็นที่นิยมบนมือถือในขณะนี้ นั่นก็คือ กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง มือถือเครื่องนี้มาพร้อมกล้องความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ที่นูนเล็กน้อยที่ด้านหลัง โดยมาพร้อมกับไฟแฟลช LED คู่ (ไฟแฟลชสีขาว และเหลือง) และถัดลงมาอีกหน่อยจะเป็นโลโก้ BlackBerry ที่ด้านบนจะมีรูไมโครโฟน ช่องใส่ซิม และช่องใส่ microSD Card โดยมีความจำภายใน 32GB ส่วนด้านล่างของเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟัง และพอร์ท micro USB สำหรับชาร์จ และเชื่อมต่อข้อมูล BlackBerry Priv มาพร้อมฝาหลังพื้นผิวแบบกันลื่น และกล้องหลัง 18 ล้านพิกเซล นอกจากแป้นพิมพ์ที่ซ่อนอยู่ ตัวเครื่องยังมีปุ่มโลหะขัดเงาอีก 4 ปุ่ม ประกอบด้วย ปุ่ม Power ที่ด้านซ้าย ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และปุ่ม Mute เล็กๆ ระหว่างปุ่มควบคุมเสียงที่ด้านขวา ซึ่งปุ่มแบบนี้ทีแรกผมก็ไม่ค่อยชอบ แต่ใช้ไปนานก็เริ่มชิน ที่ขอบด้านล่าง ใต้ตำแหน่งที่ให้คุณดันหน้าจอขึ้นเพื่อเปิดคีย์บอร์ด จะมีลำโพงที่ให้เสียงที่ดังทีเดียว ซึ่งผมชอบมากทีเดียว เพราะตัวลำโพงจะหันมาที่คุณ ไม่ได้ไปซ้าย หรือขวาเวลาที่คุณถือโทรศัพท์ หรือวางไว้บนโต๊ะ What is a Priv? - ทำไมใช้ชื่อว่า Priv? ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องอื่นๆ เรามาดูเหตุผลของ BlackBerry ดีกว่าครับ ว่าทำไมตั้งชื่อมือถือเครื่องนี้ว่า Priv? Priv หากคุณยังไม่เคยได้ยิน คำนี้มีความหมายมาจากคำว่า "Privilege or Privacy" แล้วแต่คุณจะเลือกคำไหนก็ได้ ซึ่งหมายความว่า มือถือเครื่องนี้จะเป็นมือถือ Android ที่เน้นการใช้งานไปพร้อมกับการรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของคุณ โดยทาง BlackBerry บอกผมว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้ถูกผลิตขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลระบบในการผลิต หน้าจอของ BlackBerry Priv แม้จะมีหน้าตาเหมือนกับมือถือ Android อื่นๆ (ซ้าย และกลาง) แต่ภายในมีระบบการรักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าระวังให้คุณอยู่ (ขวา) Image: BlackBerry, Composite สมาร์ทโฟนเคร่ื่องนี้จะถูกระบบรักษาความปลอดภัยด้วยซอฟท์แวร์ชื่อว่า DTEK ซึ่งจะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลาแบบ real-time และแจ้งให้คุณรู้ว่า ตอนนี้แอพอะไรในเครื่องของคุณกำลังทำงานอยู่ ยกตัวอย่างเช่น คุณจะรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้มีแอพอะไรบ้างที่กำลังดูตำแหน่งของคุณ ดูรายชื่อของคุณ หรือแอพใช้งานกล้องของคุณ โดยคุณสามารถปิดการใช้งาน หรือแม้แต่สามารถถอนการติดตั้งแอพนั้นๆ ได้ด้วย DTEK ได้ทันที อย่างไรก็ตาม กับมือถือที่ได้ชื่อว่าเป็นมือถือที่มีระบบป้องกันสุดยอด แต่กลับไม่มีระบบการล็อคอินที่ทันสมัยอย่าง ระบบสแกนลายนิ้วมือ ระบบจดจำใบหน้า หรือระบบสแกนม่านตาแต่อย่างใด แต่อย่างน้อย BlackBerry Priv ก็ยังรองรับ NFC ที่ใช้งานได้กับ Android Pay และรองรับระบบชาร์จไร้สาย Qi ด้วย (แต่ไม่ให้แท่นชาร์จมานะ) Great screen and OS - หน้าจอ และระบบปฏิบัติการที่ดีมาก BlackBerry Priv ดูภายนอกจะเหมือนว่ามาพร้อม Android 5.0 Lollipop แบบค่อนข้างเพียวทีเดียว (จะอัพเดตเป็น Marshmallow ได้ในอีกไม่เกิน 12 เดือนข้างหน้า) แต่แท้ที่จริงแล้ว ระบบหลายๆ อย่างของ BlackBerry ได้ถูกใส่เอาไว้เพียบ เช่น รูปโลโก้ที่แสดงตอนอัพเดต หรือจะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออย่าง BlackBerry Hub ก็มีเช่นกัน Priv ได้รวมเอาไอเดียจากมือถือหลายๆ เครื่องมาไว้ด้วยกัน ยังจำเรื่องหน้าจอโค้งที่ผมกล่าวไว้ในตอนต้นได้มั้ย? คุณสามารถลากแท็ปชื่อ "Productivity Tab" จากขอบหน้าจอด้านขวา ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมแอพด้านการทำงานต่างๆ ไว้ อย่างเช่น Tasks, Calendar, Contacts และ Email เป็นต้น แต่การที่ระบบ Android OS สามารถดูการแจ้งเตือนต่างๆ ได้จากการดึงแถบการแจ้งเตือนด้านบนลงมา ผมก็ไม่รู้ว่าจะดึงเจ้า Productivity Tab นี้ออกมาใช้ทำไมเหมือนกัน Performance and battery life - ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ ระบบประมวลผลของ Priv จะใช้ CPU Hexa-Coer Snapdragon 808 ความเร็ว 1.4GHz ที่สามารถทำคะแนน Geekbench แบบ single และ multi-core ได้ที่คะแนน 1,132 และ 3,460 คะแนนตามลำดับ ซึ่งยังดูห่างชั้นจาก iPhone 6s Plus อยู่พอสมควร (2,534 และ 4,405 คะแนน) และเมื่อเทียบกับ Samsung Galaxy S6 Edge+ คะแนน multi-core ก็ยังดูน้อยกว่า (1,500 และ 5,037 คะแนน) CPU 6 แกนสมองของ BlackBerry Priv ทำคะแนนได้ค่อนข้างดีเยี่ยม (ขวา) แต่เมื่อเทียบกับ iPhone 6s Plus (ซ้าย) และ  Samsung Galaxy S6 Edge+ (กลาง) ก็ยังถือว่าเป็นรอง Image: Geekbench, Composite แต่อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบการใช้งานทั่วไป BlackBerry Priv เป็นมือถือที่ทำงานรวดเร็ว และตอนสนองได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ท่องเว็บ หรือการดูหนังฟังเพลง แต่เมื่อใช้งานนานๆ คุณจะรู้สึกร้อนที่ฝาหลังอยู่พอสมควร ในด้านของการสิ้นเปลืองพลังงาน แม้ Priv จะมีคีย์บอร์ดแบบแป้นพิมพ์มาให้ แต่มือถือเครื่องนี้ค่อนข้างประหยัดพลังงานทีเดียว โดยสำหรับการใช้งานทั่วไป สามารถใช้งานได้เกือบๆ 2 วันทีเดียวต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นมือถือที่หาได้ยากในปัจจุบัน จนเราก็สงสัยเหมือนกันว่ามันเอาแบตเตอรี่แอบซ่อนไว้ที่ไหนอีกหรือเปล่า Cameras - กล้องถ่ายภาพ BlackBerry Priv อัพเกรดกล้องเป็น 18 ล้านพิกเซล โดยใช้เลนส์จากบริษัทชื่อดังในเยอรมนี Schneider Kreuznach แต่ดูเหมือนว่า Schneider จะไม่ได้ดูแลในเรื่องของคุณภาพของภาพเท่าไหร่นัก ซึ่งแม้ว่าภาพถ่ายในตอนกลางวันจะดูดี แต่เมื่อเทียบภาพถ่ายกับภาพจาก iPhone 6s Plus ที่ใช้ iSight Camera ดูเหมือนว่าการถ่ายภาพในที่แสงน้อย กล้องของ Priv จะยังดูเป็นรองอยู่ กล้องความละเอียด 18 ล้านพิกเซลของ BlackBerry Priv ใช้เทคโนโลยีเลนส์ของบริษัท Schneider Kreuznach Image: Mashable, Jhila Farzaneh กล้องหน้าของ Priv มีความละเอียดเพียงแค่ 2 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่ก็มาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจอย่างเช่น โหมด Panoramic Selfie ที่มีวิธีใช้งานสอนบนจอภาพทันทีเมื่อเลือกโหมดนี้ โดยระบบจะให้คุณหมุนกล้องไปทางขวาและซ้าย ซึ่งระบบนี้ทางด้าน Samsung มีใช้มาประมาณ 2 ปีแล้ว BlackBerry Priv ถ่ายภาพได้ค่อนของแจ๋วเมื่อถ่ายในที่แสงเพียงพอ แต่เมื่อเทียบกับภาพจากกล้อง iPhone 6s Plus ปรากฏว่าภาพของไอโฟนดูคม และสีสันดีกว่า Image: Mashable, Lance Ulanoff, Composite ส่วนด้านการถ่ายภาพเคลื่อนไหว กล้องตัวนี้สามารถถ่ายได้ทั้ง 4K และ Full HD 30 fps รวมไปถึงมีระบบกันภาพสั่นไหวด้วย ซึ่งช่วยได้มากในการถ่ายแบบ action shots แต่แม้ว่า Priv จะถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K ได้ แต่เมื่อเทียบกับวีดีโอแบบ Full HD แล้ว ถ่ายแบบ 1080p จะดูดีกว่า แต่ก็ยังไม่ดีเท่ากล้องของ iPhone 6s Plus เมื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อย BlackBerry Priv ภาพมีน๊อยซ์เยอะกว่า Image: Mashable, Lance Ulanoff, Composite Time for a BlackBerry? - ถึงเวลาของ BlackBerry หรือยัง? หมดข้อสงสัยแน่นอนครับว่า BlackBerry Priv เป็นสมาร์ทโฟนจาก BlackBerry ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความลื่นไหลที่มากกว่ามือถือ Android OS ทั่วไป แบตเตอรี่สุดอึด และมีแป้นพิมพ์สุดคลาสสิคตามสไตล์ BlackBerry DNA ที่แม้ว่าคุณจะใช้มันหรือไม่ แต่ก็ดีกว่าไม่มีแน่นอนล่ะ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณวาง LG G4, HTC One หรือ Samsung Galaxy S4, S5 หรือ S6 เพื่อไปซื้อเครื่องนี้ คุณควรรู้ความจริงเรื่องนี้ก่อนครับว่า BlackBerry อาจไม่ได้สร้างเจ้านี่มาสำหรับคุณก็ได้ครับ มือถือเครื่องนี้ถูกตั้งราคาไว้ที่ $699 (ประมาณ 24,500 บาท) และตอนนี้จัดจำหน่ายเฉพาะกับ AT&T ในสหรัฐ, Carephone Warehouse ในสหราชอาณาจักร และ Rogers ในแคนาดาเท่านั้น และ BlackBerry จะเน้นขายมือถือนี้กับกลุ่มธุรกิจที่ใช้บริการ BlackBerry Enterprise Services (BES) และ กลุ่มที่ต้องการอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูง น่าเสียดายสำหรับราคานิดหน่อย เพราะหาก Priv ขายราคา $299 (ประมาณ 10,500 บาท) รับรองว่าได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน และนั่นแหละจะเรียกว่า BlackBerry ได้กลับมาแล้วจริงๆ สรุป BlackBerry Priv The Good ดีไซน์เรียบหรู คีย์บอร์ด QWERTY สุดเทพ แบตเตอรี่อึดมาก ระบบควบคุมความปลอดภัยดีมาก The Bad ราคาแรง กล้องยังไม่แจ่มเท่าไหร่เมื่อเทียบคู่แข่ง ใช้นานๆ ฝาหลังร้อน The Bottom Line มือถือเครื่องนี้เป็นมือถือ Android OS เครื่องแรกจาก BlackBerry อาจเป็นก้าวแรกของยักษ์หลับจากแคนาดาก็เป็นได้ ดูบทความต้นฉบับ : BlackBerry Priv is the best BlackBerry in a decade

ทดสอบเปิดแอพในสมาร์ทโฟนหลายๆแอพ มาดูกันเครื่องไหนจะเร็วที่สุด!
Apple /  Samsung / 

ทดสอบเปิดแอพหลายๆแอพ พร้อมกันทั้ง 3 เครื่อง โดยทดสอบระหว่าง iPhone 6, Galaxy S5 และ HTC One (M8) มาดูกันว่าเครื่องไหนจะเร็วที่สุด

HTC เปิดตัว Desire 616 รุ่นแปดคอร์ตัวแรกของบริษัท ราคาไม่ถึงหมื่น!
htc /  HTC Desire 616 / 

HTC ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Android OS รุ่นใหม่ HTC Desire 616 ที่เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ราคาไม่ถึงหมื่น ดีไซน์สวย และเป็นรุ่นที่ใช้ CPU แปดคอร์รุ่นแรกของบริษัทด้วย โดยมีสเปคดังนี้เลยครับ สเปค HTC Desire 616 - หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 720p - ใช้ CPU MediaTek MT6592 octa-core 1.4GHz - รัน Android 4.2.2 Jelly Bean - RAM 1GB - หน่วยความจำภายใน 4GB รองรับ microSD Card - กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช ถ่ายวีดีโอ Full HD 1080p - กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล - รองรับสองซิมการ์ด - แบตเตอรี่ 2000mAh สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้ - ตัวเครื่องบาง 9.2 มิลลิเมตร - รองรับฟีเจอร์พิเศษอื่นๆ เช่น Blink Feed หรือ Offline Reading ที่ใช้บันทึกบทความเอาไว้อ่านได้ โดยไม่ต้องใช้เน็ต HTC Desire 616 ถูกวางให้บุกตลาดเอเชียโดยเฉพาะครับ ซึ่งเปิดตัวที่แรกในประเทศจีน และจะเริ่มขายในประเทศอื่นเร็วๆ นี้ และถูกตั้งราคาไว้ที่ $238 หรือประมาณ 7,600 บาท source: thenextweb

รวมรหัสตรวจสอบสมาร์ทโฟน Android OS ทุกยี่ห้อ ควรเทสก่อนจ่ายเงินซื้อ!
asus /  htc / 

แอดไวซ์แนะนำผู้ซื้อสมาร์ทโฟนตรวจสอบเครื่อง ก่อนจ่ายเงินถือเครื่องกลับบ้าน เพียงกดรหัสง่ายๆ รู้ไว้จะได้ไม่พลาด! แอดไวซ์ (Advice) แนะนำลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์ ที่ตกลงปลงใจเลือกสมาร์ทโฟนคู่กายแล้ว ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ทั้งภายนอก รวมไปถึงฮาร์ดแวร์ภายใน เพื่อความมั่นใจว่าได้เครื่องใหม่จริงก่อนจ่ายเงินถือเครื่องเดินออกจากร้าน แล้วอาจไปนั่งเศร้าใจที่หลังได้ วันนี้แอดไวซ์ขอแนะนำว่าเราควรทำอะไรบ้าง ตรวจสอบตัวเครื่องกันสักนิดชีวิตไม่เพลีย:เมื่อได้สมาร์ทโฟนคู่ใจแล้ว อย่าเพียงแต่ตรวจสภาพรอบนอกว่าซีลมาดีและสวยงามแค่นั้น ควรแกะกล่องดูสักนิด ว่าอุปกรณ์ในกล่องมาครบหรือเปล่า รอบตัวเครื่องมีตำหนิ หรือรอย แตก หัก หลุดร่อนหรือไม่, เช็คปุ่มต่างๆ เช่น ปุ่มกดเปิด-ปิด เพิ่ม-ลดเสียง ว่ากดได้เป็นปกติหรือไม่, สติ๊กเกอร์กันรอยอยู่ในสภาพเรียบร้อยและสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน มีฝุ่นหรือฟองอากาศเข้าไปอยู่เยอะหรือไม่ แล้วอย่าลืมเช็ค IMEI กันด้วยนะจ๊ะว่าตรงกับตัวกล่องที่ถืออยู่ในมือหรือเปล่า ใส่ซิม เปิดเครื่อง แล้วลองให้ชัวร์: จัดการใส่ทุกอย่าง ซิมการ์ด ไมโครเอสดี แล้วเปิดเครื่อง ตั้งค่า ตรวจดูหน้าจออย่างละเอียดว่ามีความผิดปกติของ Pixel หรือไม่ สีเพี้ยนหรือเปล่า จากนั้นมาตรวจสอบการรับสัญญาณ ทั้งสัญญาณจากระบบเครือข่าย ลองโทรออกไปหาใครสักคนแล้วจึงไปเช็คต่อที่การรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต และไว-ไฟ ลองล๊อกอินโซเชียล แชทหาเพื่อนสักนิด ท่องโลกออนไลน์สักหน่อย เพื่อความชัวร์ว่าใช้งานอินเตอร์เน็ตได้จริงๆ ต่อด้วยส่วนของกล้องแนะนำว่าควรทดลองทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังถ่ายให้หนัก จัดให้เต็มทุกโหมดที่ตัวเครื่องมี ลองหลายๆ ครั้ง และอย่าลืมเปิดแฟลชเพื่อทดลองในเรื่องของความสว่างด้วยจ้ะ จากนั้นไปต่อกับโหมดบันเทิงด้วยการทดลองลำโพงและหูฟัง อ้อ อย่าลืม เช็คสายชาร์จที่มาพร้อมกับตัวเครื่องด้วยว่าใช้ได้หรือไม่ด้วยนะจ๊ะ *สำคัญสุดๆ เช็คให้ชัวร์กับสภาพความสมบูรณ์ของฮาร์ดแวร์: ทดสอบความเป๊ะของตัวเครื่องให้พร้อมใช้งานก่อนก้าวออกจากร้าน เพียงกดรหัสของเครื่องแต่ละแบรนด์ ก็จะขึ้นเมนูสำหรับทดสอบความสมบูรณ์ของฮาร์ดแวร์ให้ทดสอบได้ทั้ง ความสมบูรณ์ของการแสดงผลสีต่างๆ, ระบบสั่น, การทดสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ, การทำงานของกล้องหน้าและกล้องหลัง, การทำงานของระบบสัมผัส, การทำงานของลำโพงเสียง, การทำงานของระบบอ่านบาร์โค้ด ตามมาตรฐานต่างๆ เป็นต้น เครื่องแต่ละแบรนด์สามารถกดรหัสได้ดังนี้ ASUS Zenfone: .12345+= (ในแอพฯเครื่องคิดเลข) HTC: *#*#3424#*#* HUAWEI: *#*#2846579#*#* หรือ##497613 i-mobile: ปิดเครื่องแล้วกดปุ่มลดเสียง+ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง LENOVO: ####1111# LG: 3845#*หมายเลขรุ่น# OPPO: *#808# SONY Xperia: *#*#7378423#*#* SAMSUNG: *#0*# VIVO: *#558# ลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ จากแอดไวซ์ ผ่านเฟซบุ๊ค แฟนเพจ www.facebook.com/AdviceClubเว็บไซต์ www.advice.co.th หรือโทร 1602

HTC ONE X9 จอ 2K กล้อง 23 ล้าน ราคา 17,000 บาท
htc /  HTC One / 

ก่อนหน้านี้HTC ได้เปิดตัวมือถือระดับกลาง Desire 728 และ Desire 828 กับมือถือระดับ Hi-End ไปคือรุ่น A9 วันนี้มีโปสเตอร์หลุดเลยก็ได้ HTC ONE X9 โดยมีเลขรุ่นคือ E56 มาพร้อมกับระบบประมวลผล Quad-Core Snapdragon 820 ซึ่งคาดว่าจะมาในเดือนมกราคม ปี 2016 โดยหน้าจอความละเอียด 2K ยังไม่ทราบขนาดหน้าจอ  RAM 4 GB หน่วยความจำภายในเลือกได้ระหว่าง 64 GB / 128 GB กล้องหลัง 23 ล้านMP กล้องหน้า 4 ล้านMP Ultra Pixel ตัวเครื่องใช้ Metal เสียงระบบ HTC Boomsound  แบตเตอร์รี่ 3,500 mAh ถอดออกไม่ได้ บางแหล่งข่าวบอกว่ามี RAM 3 GB หน่วยความจำภายใน 32 GB ราคาประหยัดกว่า $472 [17,000 บาท] แต่อย่างไรก็ตาม HTC ONE X9 ยังไม่ได้รับการยืนยันการ HTC เองว่าจะออกรุ่นนี้ตามที่หลุดมาหรือเปล่า Source : phoneradar