GAT

GAT PAT 2/2556 ตารางสอบ สนามสอบ
GAT PAT 56 /  ข่าวการศึกษา / 

ตารางสอบ GAT PAT 2/2556 สนามสอบ GAT PAT 2/2556 10 กฏระเบียบการสอบ GAT PAT 2/2556? ข้อปฏิบัติสาหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ประจำปีการศึกษา 2556 ในการสอบทุกวิชา ผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนหรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย ลำยมือชื่อ และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุชัดเจนเท่านั้น โดยจะต้องเป็นบัตรตัวจริงและยังไม่หมดอายุ แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบ และวางไว้ บนโต๊ะที่นั่งสอบ ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ใน บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามำสอบ ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบ ให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็น เป็นรายกรณี อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบี กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบ ได้เท่านั้น (?ห้ามนำกล่องอุปกรณ์เครื่องเขียน กระดำาษ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ สื่อสำรใดๆ อุปกรณ์ที่สามารถบันทึกภาพหรือเสียงได้ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้หรือถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูป ไม้บรรทัด เข้าห้องสอบโดยเด็ดขำด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริต ในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ) ห้ามเปิดหรือทำแบบทดสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขำด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดแบบทดสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายในแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ 6.1 การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลม จะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีเท่านั้น จะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ 6.2 กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด ในกรณีที่ต้องการแก้ไข ให้ใช้ยางลบลบให้สะอาดก่อน จึงระบายวงกลมใหม่เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ ในข้อนี้ ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริต ไม่ว่ากรณีใดๆ สทศ. อาจไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา เมื่อหมดเวลาสอบ ให้ผู้เข้าสอบหยุดทำแบบทดสอบและระบายกระดาษคำตอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บแบบทดสอบและกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบในห้องครบ ทุกคน และอนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบได้ (ห้ามผู้เข้าสอบนำแบบทดสอบและกระดาษคำตอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ ) ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา GAT PAT 2/2556 ตารางสอบ สนามสอบ

สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด คะแนนเฉลี่ย  GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557
GAT PAT 56 /  gat/pat 57 / 

หลังจากที่ >> สทศ. ประกาศผล คะแนน GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557  << ไปแล้ว เรามาดูกันต่อดีกว่าว่า สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด คะแนนเฉลี่ย  GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 แต่ละวิชานั้นเท่าไหร่กันบ้างคะ ^^ คลิ๊ก สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด คะแนนเฉลี่ย  GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 ขอบคุณรูปภาพ http://p-dome.eduzones.com/check-gat-pat-1-57/

10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat
10 อันดับ /  gat/pat 57 / 

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) โดยทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เพื่อย้ำข้อปฏิบัติสำหรับเพื่อนๆ ที่จะเข้าสอบ ดังนี้ 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 1. ในการสอบทุกครั้งผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบและวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ (อย่าลืมตรวจดูบัตรประชาชนด้วยว่า ข้อความและรูป ยังชัดเจนอยู่หรือเปล่าถ้าของใครเลือนลาง มองหน้าไม่ชัดนั่นแปลว่าบัตรประชาชนของเราอาจชำรุด รีบไปทำใหม่ด่วน! เพราะกรรมการผู้คุมสอบอาจตัดสิทธิ์การเข้าสอบ ปรับตก หรือทุจริต เนื่องจากขาดหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตน!) 2. ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็นเป็นรายกรณี 4. อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบีขึ้นไป กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น โดยห้ามนำกล่องใส่อุปกรณ์เข้าห้องสอบ ห้ามนำกระดาษใดๆ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารใดๆ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้ ถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูปและไม้บรรทัดที่มีสูตรต่างๆ เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนถูกปรับตก และทุจริตเพราะเครื่องมือสื่อสารมาแล้ว!!!) 5. ห้ามเปิดหรือทำข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดข้อสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายหน้าปกแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด 6. การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ - การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีขึ้นไปเท่านั้นจะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ - กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในข้อนี้ 7. ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ กรรมการคุมสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้เข้าสอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา 8. ขณะหมดเวลาสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบแล้ว และเมื่ออนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบผู้เข้าสอบจึงจะออกจากห้องสอบได้ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 9. ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ 10. การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชาก็ได้ ขอบคุณ blog.eduzones.com

เปิดช่องพิเศษ นร.สอบ GAT/PAT เลือกผู้ว่าฯกทม.
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

สทศ. ประสาน กกต. ขอจัดช่องด่วนพิเศษให้นักเรียน 2,821 คน ที่ติดสอบ GAT/PAT ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมขยายเวลาพักกลางวันเป็น 11.30-14.00 น. ... -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

สทศ.ยันข้อสอบPAT2วิทย์ไม่มั่ว ชี้มีคำตอบเดียว
ข้อสอบมGAT pat /  สทศ.

สทศ.ข้อสอบ PAT2ไม่มั่ว เผยคำตอบที่ถูกต้องมีเพียงคำตอบเดียว วันที่ 6 มี.ค. จากกรณีที่นักเรียนชั้น ม.6ได้มีการโพสต์ข้อความตั้งกระทู้ถึงความผิดปกติของข้อสอบ PAT2 โดยระบุว่า ข้อสอบส่วนของชีววิทยา มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ ตามหนังสือสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยข้อสอบดังกล่าว มีคำถามว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดที่ทำลายเชื้อโรคด้วยวิธีฟาโกไซโทซิลเป็นหลัก ซึ่งมีตัวเลือก ดังนี้1.อิซิโนโซฟิล 2.เบโซฟิล 3.โมโนไซต์ 4.นิวโทรฟิลล์ ล่าสุดที่ประชุมสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)ได้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ผลสรุปยืนยันและออกประกาศเป็นหนังสือแจ้งว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว มีข้อสอบถูกเพียงข้อเดียว ลงนามประกาศโดย รศ.ดร.สัมพันธ์  พันธุ์พฤษ์ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) MThai News

กำหนดการรับสมัคร ตารางสอบ GAT PAT 7 วิชาสามัญ 2557
7 วิชาสามัญ /  gat/pat 57

กำหนดการรับสมัคร ตารางสอบ GAT PAT 7 วิชาสามัญ 2557 กำหนดการรับสมัครและตาราง  การรับสมัครสอบ GAT/PAT ประจำปี 2557 ตารางสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557  ตารางสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 การรับสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ ประจำปี 2557 กำหนดการรับสมัครและตาราง -ข้อมูล http://blog.eduzones.com/socialdome/115069

เหตุผลเจ๊บจี๊ด ทำไมวัยรุ่น เรียน แล้วต้อง ซิ่ว!
นักศึกษา /  ปัญหาวัยรุ่น / 

ไม่ว่าจะสมัยไหน การศึกษาในรั้ว มหาวิทยาลัย นั้น teen.mthai เชื่อว่าอย่างน้อยในทุกๆปี จะต้องมีปัญหาที่เกี่ยวกับ วัยรุ่น เข้ามามากมายและอีกหนึ่งปัญหาก็คงจะเป็นการ "ซิ่ว" ที่เรียกกันจนติดปาก หลายคนคงสงสัยว่า คนนั้น คนนี้ซิ่วทำไม ทำไมเรียนไม่จบ บางที เหตุผลเจ๊บจี๊ด พวกนี้ก็อาจจะเป็นไปได้นะ ไปลองดูกัน คณะที่ติดก็ไม่ใช่ คณะที่ใช่ก็ไม่ติด เหตุผลนี้มีหลากหลายที่มา แต่บทสรุปที่เหมือนกัน คือได้เรียนในคณะที่ไม่ใช่ เรียนไปแล้วมันไม่ใช่อะพี่ !! ให้ฝืนแค่ไหน ยังไงก็ไม่อยากเรียนอยู่ดี มันเป็นความทรมานลึกๆ ที่เด็กซิ่วทั้งหลายไม่สามารถบอกใครได้ ถึงแม้ว่ามีที่เรียนแต่ก็ไม่มีความสุขอยู่ดี “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” อยากจะออกจากที่นั่นไปทุกนาทีถ้าทำได้ แต่ด้วยความที่เราได้ที่นี่เราก็ต้องเรียน จะไม่เรียนก็ไม่ได้ครอบครัวจะว่ายังไง? จะถูกด่าว่าหยิ่ง ยโส ไม่ดูมันสมองตัวเอง หรือเปล่า และอีกหลายๆ คำที่ต้องทนเก็บไว้ สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแต่ทนเรียนต่อไป และอ่าน GAT PAT ไปด้วยเพื่อเตรียมสอบอีกครั้ง เหนื่อยที่มหาวิทยาลัยด้วย เหนื่อยที่อ่านหนังสือเพิ่มด้วย มีใครจะ เข้าใจบ้างไหม??? ก็มีหลายวิธีที่ทำได้นะ อ่านหนังสือสอบใหม่โดยที่ไม่ต้องออกจากที่เก่า เพราะว่าถ้าอยู่ปี 1 ไม่จำเป็นต้องลาออกเพื่อสอบใหม่ค่ะ คือแต่ละคนก็มีแนวทางต่างกันไป พี่แป้ง เคารพในการตัดสินใจขอน้องนะ แต่ว่าอย่าลืมดูพื้นฐานความเป็นไปได้ด้วย ถ้าความเป็นไปได้ที่ดีกว่านี้ก็ไปโลด แต่ถ้าไม่ดีไปกว่านี้ก็อาจจะเลือกคณะเดียวกันแต่มหาวิทยาลัยอื่นก็ได้ เช่น ม.เอกชน หรือ ม.เปิดของรัฐก็ได้ หรือไม่ก็เรียนที่เดิมให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป ให้คนอื่นเห็นว่า “ฉันก็ทำได้นะ” สำคัญที่กำลังใจ ต้องเข้มแข็งนะ เพราะตัวเองคือคนที่ทำให้ตัวเองเข้มแข็งที่สุด เกียรติภูมิแห่งศักดิ์ศรี ฉันต้องเข้า มหาวิทยาลัยดีมีชื่อเสียง เหตุผลนี้สลับกับเหตุผลแรกเลยค่ะ คือว่าได้คณะที่คิดว่าโอเคแล้วแต่ว่า “ที่ฉันเลือก ต้องได้มหาวิทยาลัยที่ดีกว่านี้ซิ” ซึ่งที่มาของเหตุผลนี้ก็มีที่มาหลายอย่างนะคะ บางคนไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัยนี้เพราะว่าอีกมหาวิทยาลัยมีการเรียนการสอนในคณะนี้ที่ดีกว่า หรือบางคนไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ไกลบ้าน ไม่อยากห่างครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง เจ้าตูบเจ้าด่างก็ว่ากันไปเพราะคิดว่าถ้าไปไกลต้องเป็นโรค Homesick แน่นอน แต่บางคนกลับให้เหตุผลที่ซิ่วเป็นเพราะว่ามหาวิทยาลัยที่ได้ยังไม่มีชื่อเสียงพอ ต้องเข้ามหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับหนึ่งหรือติดท็อปไฟว์ของประเทศไทยให้ได้ <----- โอ้ ไม่นะ ไม่อยากให้คิดแบบนี้เลยเพราะมันเป็นความคิดที่ “ดูถูก” คนอื่นมากๆ เลยค่ะ ทุกคนมีศักดิ์และศรีเท่ากันหมด การที่ดูถูกคนอื่นมันก็คือความคิดที่ไม่เป็นมิตร และอาจจะนำไปสู่แรงกดดันตัวเองมากเกินไป สุดท้ายก็จะสอบไม่ติดที่ไหนเลยก็เป็นได้นะ สอบตรงก็ไม่ได้ แอดมิชชั่นก็ไม่ได้ รอบหลังแอดฯ ก็อดอีก โอ้ยยย !! อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้ สอบตรงก็ตั้งหลายที่ ติดข้อเขียนก็ดันไม่ติดสัมภาษณ์ พอติดก็ดันติดตัวสำรองอีก.....ลุ้นตั้งนานเขาก็ไม่เรียก ต่อไปก็รอบแอดมิชชั่นล่ะ เลือกครบทั้ง 4 อันดับก็ไม่ติดสักอันดับ เหนื่อยละนะ ! ขอรอสอบตรงหลังแอดฯอีกรอบ สุดท้ายก็ไม่ติดสักที่ทำไงดี ที่เรียนก็ไม่มี จะเรียนเอกชนก็ไม่มีคณะที่ใช่ ค่าเทอมแพง ไฮโซเกินไป บลาๆๆ สารพัดเหตุผล จนตอนจบมานั่งชอกช้ำหาทางออกให้ตัวเอง ต้องกลายเป็นเด็กซิ่วทั้งๆ ที่ไม่อยากซิ่ว เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราคงกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราสามารถทำอนาคตให้ดีขึ้นได้ มีหลายทางให้เลือกเลยค่ะ บางคนก็ไปเรียนม.รัฐที่เป็น ม.เปิด บางคนก็เรียนม.เอกชนรอไปก่อน บางคนก็เข้าคอร์สเรียนพิเศษเตรียมตัวกับการสอบรอบใหม่ หรือบางคนก็อยู่บ้านอ่านหนังสือเอง! เลือกได้หลายวิธีเลยค่ะ พี่แป้ง อยากบอกว่าการที่เราไม่ติดที่ไหนเลยไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีศักยภาพ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ขอให้แล้วไป ขอให้น้องๆ อ่านหนังสือ สะสมความรู้ไปเรื่อยๆ ยังไงก็ต้องประสอบความสำเร็จ teen.mthai เชื่อว่าถ้าคนหัวดีแต่ไม่ขยันยังไงก็แพ้คนหัวไม่ดีที่ขยัน เหมือน “เต่ากับกระต่าย” ไงคะ เชื่อมั่นในความพยายามของตัวเองนะคะ ครอบครัวกดดัน ยังไงก็ต้องเปลี่ยน อุตส่าห์ได้คณะที่อยากเรียน มหาวิทยาลัยในฝันทันที   แต่ว่าครอบครัวไม่ยอมรับซะนี่!!!!!  ยังไงเราก็ต้องซิ่วออกมา เราเป็นคนเรียน แต่ว่าที่บ้านเป็นคนจ่ายเงิน ยังไม่ปีกกล้าขาแข็งพอที่จะหาเงินเรียนเองนิ ส่วนเหตุผลที่บ้านอยากให้ซิ่วอาจจะเป็นเพราะว่า จบไปจะทำงานอะไร เรียนหนัก เหนื่อย ดูไม่มีอนาคต ค่าเทอมแพง ไกลบ้าน หรืออื่นๆ อีกหลายเหตุผล อยากจะให้ลองทำความเข้าใจกับที่บ้าน ชี้แจงเหตุผลกันไปเลย สมมติว่าถ้าถามว่าจบไปทำงานอะไร เราก็ต้องหาข้อมูลให้ได้ว่ามีงานอะไรทำได้บ้าง หรือเราเรียนตั้งใจทำงานอะไร พ่อแม่บางคนบอกว่าอาจจะส่งไม่ไหวนะ เราก็ทำเรื่องกู้กยศ.เลย อย่างน้อยแบ่งเบาภาระได้บ้างก็ยังดี ถ้ากู้ไม่ได้ก็ต้องพยายามประหยัดที่สุด หรือหาทางออกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าประชดประชันพ่อแม่นะคะ เพราะถึงแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกค่ะที่อยากเห็นลูกตัวเองลำบากในอนาคต หรือไม่รักลูกตัวเอง เรียนมาตั้งนาน เพื่อนก็ไม่มี คุยกับใครก็ไม่มีใครอยากคุย อันนี้ไม่รู้จะเป็นปัญหา หรือเหตุผลดี แต่ พี่แป้ง ว่ามันเป็นเหตุผลหนึ่งเลยนะที่ตัดสินใจที่จะซิ่ว คือได้คณะที่ชอบ มหาวิทยาลัยที่ใช่ แต่ไม่มีความสุข รู้สึกว่าแตกต่างจากคนอื่นทั่งๆ ที่ก็ห่างกันแค่รุ่นเดียวเอง มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนว่า อยู่ตัวคนเดียว อยากให้คนอื่นยอมรับเรา เข้าหาก็แล้ว ชวนคุยก็แล้วทำไมถึงยังไม่รู้สึกว่ามีเพื่อนสักทีละ หรือบางคนบอกว่าเราก็เป็นเพียงเด็กบ้านนอกคนนึงมาเรียนที่เมืองกรุงรู้สึกว่าสังคมมันแตกต่าง มีแต่ความฉาบฉวย ใส่หน้ากากเข้าหากัน ไม่อยากอยู่แล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เป็นแบบนี้ การที่เรียนคนเดียวในมหาวิทยาลัยที่กว้างขนาดนี้ทำให้รู้สึกว้าเหว่ ถ้าจะเริ่มแก้ก็ต้องเริ่มที่ตัวเราเองนั่นแหละค่ะ ไม่ได้หมายความว่าต้องทำตัวให้เหมือนคนอื่นเพื่อให้คนอื่นยอมรับนะ แต่ว่าต้องเข้มแข็งให้คนอื่นเห็นว่าเราก็ไม่ได้อ่อนแอนะ วิธีที่แก้ได้ คือการเข้าหานั่นแหละ เข้าหาเพื่อนไปเรื่อยๆ teen.mthai เชื่อว่าไม่ได้มีแค่เพื่อนๆคนเดียวที่เป็นแบบนั้น มันต้องมีสักคนบ้างละที่รู้สึกเหมือนกัน ลองหาดูนะคะ  ^_^ ถ้าจะเรียนยากขนาดนี้ ซิ่วให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย เหตุผลนี้เรียกง่า ๆ ว่าเรียนไม่ไหวนั่นเอง เข้าไปเรียนแล้วเพื่อนก็โอเคนะ บรรยากาศก็อยากเรียน แต่เนื้อหาวิชามันยากเกินกว่าจะเข้าใจนี่หน่า หวั่นวิตกว่าจะไม่จบง่ายๆ นะซิ ซิ่วไปหาที่เรียนที่ง่ายกว่านี้ดีกว่า อยากให้เลือกวิธีที่จะซิ่วเป็นทางสุดท้าย ไม่ได้ห้ามนะ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่อยากเรียนมันจะมีแรงบันดาลใจบางอย่างที่ทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะเรียน ลองให้เพื่อนช่วยสอนให้ ไปติวกับเพื่อนดูก่อนนะ บางทีอาจจะยากเฉพาะวิชาที่เราไม่ถนัดก็ได้ ไม่มีใครถนัดไปซะทุกด้านหรอก เอาไว้แบบว่าไม่ไหวจริงๆ เกรดหวิดโดนรีไทร์แน่ๆ ค่อยซิ่วออกมานะคะ พยายามเต็มที่ สู้ตาย (ชูสองนิ้วให้เลย) เพราะไม่รู้ว่าชอบแบบไหน เลยยังไปต่อไม่ได้สักที ง่ายก็คือ ตอนนี้กำลังเคว้งคว้างนั่นเอง จะไปทางไหนดี เราถนัดทางไหน เรียนอะไรที่คิดว่าสามารถเรียนได้โดยมีความสุขด้วย ขอหยุดสักปีค้นหาตัวเองก่อนดีกว่า เฮ้อ เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่หาทางออกยากนะ แนะนำให้เราถามตัวเองว่า “ทำไม?” ให้ลองพยายามหาคำตอบด้วยนะคะ เพราะเราอาจจะได้คำตอบก็ได้ ก็ดีกว่าถามแล้วก็ปล่อยให้มันเป็นคำถามอยู่อย่างนั้น เราก็จะไม่มีวันหาตัวเองเจอหรอกค่ะ ที่มา www.unigang.com

8 ข้อสอบแอดมิชชั่น 2557 ที่ต้องรู้
ข่าวการศึกษา /  เทคนิคการเรียน / 

สำหรับในปี 2556 การแอดมิชชั่นก็คาบเกี่ยวทั้ง ม.5 และ ม.6 เพราะพี่ๆ ม.6 จะเข้าสู่มหาลัยเต็มตัวประมาณเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นน้องๆ ม.5 ก็จะขึ้นมาเป็น ม.6 รับช่วงต่อแอดมิชชั่นรุ่นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าในปีหน้าระบบ แอดมิชชั่น ของไทยก็ยังไม่นิ่งค่ะ ปรับนู่นเปลี่ยนนี่ ให้ได้ลุ้นกันตลอด เกิดมาต้องเรียนก็ว่ายากแล้ว แต่ต้องมาอยู่ในช่วง แอดมิชชั่น นั้นยากกว่า เพราะ?ข้อสอบแอดมิชชั่น 2557 ที่ต้องรู้ ข้อแตกต่างระหว่าง?แอดมิชชั่น ปี 2556 กับ 2557 คะ เรียบเรียง teen.mthai.com อ้างอิง เด็กดี ข้อสอบแอดมิชชั่น?2556 ของ?ม.6 ปีนี้ ตารางแอดมิชชั่นของ ม.6 รุ่นนี้จะไปจบลงเดือน พ.ค. หมายความว่า แม้จะขึ้นปี พ.ศ.2556 แล้ว น้องๆ ม.6 ก็ยังมีภารกิจในการสอบ 7 วิชาสามัญ O-NET GAT/PAT รวมไปถึงการเลือกคณะและสอบสัมภาษณ์ในรอบแอดมิชชั่นกลางอีก แม้จะเหลืออีกไม่กี่ภารกิจ แต่ก็มีจุดเปลี่ยนจนได้ ข้อสอบ O-NET มี 6 ชุด ข้อสอบ O-NET คือข้อสอบที่ ม.6 ทุกคนจะต้องสอบค่ะ และยังใช้วัดมาตรฐานของโรงเรียนด้วย การสอบ O-NET จะเป็นข้อสอบปรนัย หรือ ช้อยส์ ก. ข. ค. ง. จ.( O-NET มี 5 ช้อยส์นะคะ) แลดูเป็นข้อสอบที่เด็กลอกกันได้ง่ายที่สุด เมื่อไม่นานมานี้เลยมีกฎใหม่ออกมา คือ จะทำข้อสอบในแต่ละวิชาเป็น 6 ชุด หมายความว่าใน 1 ห้องสอบ มีที่นั่ง 6 แถว แต่ละแถวจะได้ข้อสอบคนละชุด โดยคำถามจะเหมือนกัน แต่ช้อยส์จะสลับข้อ คราวนี้ลอกกันไม่ได้แน่นอน เริ่มใช้ปีนี้ปีแรกนะ >< อาจารย์คุมสอบ O-NET ไม่ใช่อาจารย์โรงเรียนตัวเอง เกี่ยวกับ O-NET เหมือนเดิม ปกติในการสอบ O-NET จะสอบที่โรงเรียนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ อาจารย์คุมสอบก็จะเป็นอาจารย์ของโรงเรียนนั้นๆ ดังนั้นอาจารย์จะได้คุมสอบโรงเรียนตัวเองเกือบทุกครั้ง ซึ่งมีการร้องเรียนการทุจริตมาทุกปีว่าอาจารย์ในโรงเรียนมักจะช่วยเด็กโรงเรียนตัวเอง เพื่อแก้ปัญหานี้ก็มีกฎใหม่มาพร้อมกับO-NET 6 ชุด นั่นก็คือ ห้ามอาจารย์โรงเรียนคุมสอบนักเรียนตัวเอง ป้องกันการใบ้ข้อสอบ หรือทุจริตอื่นๆ นั่นเอง เภสัช ปรับ PAT2 เป็น 40% เรียกว่าเป็นเรื่องช็อกโฮกๆ ของคนอยากเรียนเภสัชเลยนะคะ ในปีก่อนๆ สัดส่วนที่จะเข้าคณะเภสัชใช้ GAT20% และ PAT2 30% ส่วนใน แอดมิชชั่นปี 56 ปรับใหม่โดยลด GAT เหลือ 10% และเพิ่ม PAT2 เป็น 40% ด้วยเหตุผลว่าคณะนี้เป็นคณะที่ควรมีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ค่อนข้างเยอะ ใครรู้ตัวว่าอยากเข้ารีบปั่น PAT2 รอบ 2 ก็ยังทันนะ และสัดส่วนนี้ก็จะใช้ตลอดไปเลยค่ะ ครุฯ- ศึกษาฯ ใช้ PAT อื่นยื่นได้ จากเดิมที่ใช้ PAT5 กับ GAT รวมกันให้ได้ 50% แต่ปีนี้ปรับเปลี่ยนใหม่ สามารถเลือกใช้ PAT 1 2 3 4 6 7 (เลือก 1 วิชา) มาประกอบเป็นสัดส่วนด้วยก็ได้ ?โดยถ้าใช้ PAT อื่นเข้ามาด้วย สัดส่วนในการยื่นจะประกอบด้วย GPAX 20% O-NET 30% GAT 10% PAT5 20% PAT อื่นๆ อีก 20% เอาจริงๆ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่คะแนน PAT5 ไม่ค่อยดี แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่าการยื่นคะแนนแต่ละรูปแบบในคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ จะแยกจำนวนรับออกจากกันหรือไม่ เพราะถ้าหากยื่นได้หลายรูปแบบ แต่จำนวนรับรวมกันทั้งหมด ก็ต้องแข่งกันเหนื่อยหน่อย เพราะ PAT แต่ละตัวมีความยากง่ายต่างกันค่ะ GPAX สุดป่วนปี 56 เป็นข่าวใหญ่มาพักนึงที่บอกว่า GPAX ปีนี้จะเอาคะแนน O-NET มาถ่วงด้วย 20% เพื่อใช้เข้ามหาวิทยาลัย ถึงกับขนาดว่า ผ.อ.หลายๆ โรงเรียนได้รับจดหมายด่วนแล้วด้วย เล่นเอาน้องๆ ม.6 ถึงกับจิตตกเพราะธรรมดาเกรดก็รุ่งริ่งอยู่แล้ว หากเอา O-NET มาถ่วงอีก กลัวว่าจะไม่มีคะแนนอะไรไปยื่นในแอดมิชชั่นกลาง?แต่ล่าสุดก็ได้รับข้อมูลที่คอนเฟิร์มมาเรียบร้อยแล้วว่า GPAX ที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัยของน้องๆ ม.6 ปีนี้ยังใช้เกรดแบบเดิม คือ ไม่มี O-NET มาถ่วงให้ช้ำใจเล่น แต่ทั้งนี้ในใบเกรดของน้องๆ จะมีเกรดอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเกรดที่ถ่วง O-NET ไว้ 20% เป็นเกรดที่ใช้ประเมินโรงเรียน ดังนั้นน้องๆ อย่าสับสน ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า GPAX ที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัย คือ เกรดที่คิดจากเกรด 6 เทอมเพียงอย่างเดียว แต่ GPAX ที่ใช้จบ ม.6 จะนำ O-NET มาคิดด้วย ข้อสอบแอดมิชชั่น?2557 ของ?ม.6 ปีหน้า ม.6 ปีหน้า ก็คือ น้อง ม.5 ปีนี้ หรือเรียกว่า รุ่นแอดมิชชั่นปี 57 นั่นเอง (รุ่นแอดมิชชั่น นับตามปีที่เราเข้าไปเป็นปี 1 ในมหาวิทยาลัย) ในรุ่นนี้มีบางอย่างที่จะปรับเปลี่ยนไปและได้บอกล่วงหน้ามาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็หวังว่าน้องๆ จะเริ่มเตรียมตัวกันบ้างแล้วนะ เงียบ...สงสัยจะยังไม่เตรียมตัว ฮ่าๆ สอบ GAT PAT เลื่อนตามอาเซียน เมื่ออาเซียนเข้ามา อะไรๆ ก็รู้สึกปรับไปค่อนข้างเยอะ รวมทั้ง ตารางการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2557 จะเริ่มปรับตารางเปิดเทอมในบางมหาวิทยาลัย ช่วงระยะเวลาที่เหลือตั้งแต่มีนาคม(ปิดเทอม ม.6) จนถึงสิงหาคม(เปิดเทอมมหาวิทยาลัย) มันนานเกินไป จึงปรับให้การสอบ GAT PAT ย้ายมาอยู่ช่วงเวลานี้ เพื่อให้มีเวลาอ่านหนังสือเต็มที่ และตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้เต็มที่เหมือนกัน โดยตารางคร่าวๆ มีดังนี้ (ฉบับแก้ไขล่าสุด 23 ธ.ค.) พ.ย.2556 -?สมัครสอบ 7 วิชาสามัญ ( นำคะแนนที่สอบได้ไปยื่นรับตรง ) 7-10 ธ.ค.56 -?สอบ GAT PAT รอบ 1 ม.ค.2557 -?สอบ 7 วิชาสามัญ (สอบตรงมหาวิทยาลัยต่างๆ) ก.พ.2557 - สอบ O-NET ปีการศึกษา 2556 ?(สอบตรงมหาวิทยาลัยต่างๆ) 8-11 มี.ค.57 - สอบ GAT PAT รอบสอง เม.ย.2557 - ประกาศผลสอบ O-NET ปีการศึกษา 2556? พ.ค.2557 - ยืนยันสิทธิ์เคลียริ่งเฮ้าส์ (สำหรับนักเรียนที่สอบตรงติดในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม) ปล.เป็นกำหนดการคร่าวๆ ที่ทางคณะทำงานแอดมิชชั่นฟอรั่มได้สรุปออกมา ปรับสัดส่วนทันตะฯ ใช้ PAT1 ด้วย คณะทันตะฯ ทั่วประเทศจะปรับสัดส่วน แอดมิชชั่นกลางใหม่ จากเดิมใช้ GAT 30% และ PAT2 20% จะเปลี่ยนใหม่เป็น GAT 20% PAT2 20% และ PAT1 10% สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ เพิ่ม PAT1 คณิตศาสตร์เข้ามานั่นเอง อ๊ะจ๊ากกก ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันมาแล้วว่าจะเริ่มใช้ปี 57 เพียงแต่ยังไม่ได้ออกข่าวมาให้เห็นเท่านั้นเอง ซึ่งพี่ๆ แว๊บเอาข่าวมาบอกก็เตรียมตัวกันได้เลยนะคะ มีลุ้นใช้ O-NET ถ่วง GPAX เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากข่าวที่จะใช้ O-NET 20% ถ่วง GPAX เข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ แต่เมื่อรุ่นพี่ ม.6 ปีนี้รอดไปด้วยเหตุผลที่ว่าควรแจ้งล่วงหน้าให้นานกว่านี้และสัดส่วน แอดมิชชั่น ในปัจจุบันก็มี O-NET ถ่วงอยู่แล้ว จึงขอเบรกไว้ก่อน และยังทิ้งท้ายไว้ว่าไม่แน่อาจจะได้ใช้ปีหน้า เพราะฉะนั้น ม.5 ปีนี้เตรียมตัวและเตรียมใจได้เลยว่า ทาง สพฐ.มีโอกาสสูงมากที่จะปรับเกรด GPAX ใหม่ โดยใช้ O-NET เข้ามาถ่วง 20% เพราะเขาได้แจ้งล่วงหน้ามาแล้ว ถือว่ารับทราบ!! ใช้ O-NET ถ่วงแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? บอกได้คำเดียวว่าเกรดของน้องๆ จะลดต่ำลงไปอีก เรียกว่าชีวิตนี้เกรดจะแตะ 3.9 หรือ 4.00 ได้ลำบากขึ้น ก็แค่ต้องทำเกรดให้ได้ 4.00 ทุกวิชาและสอบ O-NET ให้ได้เกิน 90 คะแนนทุกวิชาเท่านั้นเอง - -!! (ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ เพราะถ้าเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่นี้จริง เกรดของน้องๆ ทั่วประเทศก็จะต้องตกลงด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เราคนเดียวค่ะ :) อย่างไรก็ตาม แอดมิชชั่น ปีหน้าก็ต้องตามข่าวนี้กันต่อไปนะคะ ว่าสุดท้ายแล้วหน่วยงานอื่นๆ เค้าเห็นดีเห็นชอบกับเกณฑ์นี้หรือไม่ เพราะถ้าหากเปลี่ยนขึ้นมาจริงๆ สัดส่วนใน แอดมิชชั่น ทั้งหมดก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนอีกครั้ง O_o

เทคนิคพิชิตคณิต ติวเตอร์ระดับประเทศ We By The Brain
We by the brain /  เทคนิคการเรียน

วันนี้ teen.mthai.com ขอเอาใจน้องๆ ด้วยการชวน?ติวเตอร์ชื่อดังด้านคณิตศาสตร์?มาพูดคุยกันแบบเจาะลึก พร้อมเทคนิคและแนวทางการเพิ่มคะแนนวิชาเลขที่น้องๆ หลายคนแอบยี้ให้กลายเป็นเรื่องสนุก และง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย WE CAN ซึ่งเป็น?ห้องเรียนส่วนตัวอัจฉริยะแห่งแรกในประเทศไทย?ที่จะทำให้น้องๆ ไม่พลาดการเรียนการสอนไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ว๊าว... จริงอ่ะ แล้วยังงี้จะเรียนกับพี่ๆ คนไหนถึงจะสนุกกว่ากันล่ะเนี่ย? งั้นเราไปฮา เอ้ย...ไปฟังจาก ทีม We ซึ่งนำโดย พี่ช้าง พี่เอ๋ พี่อั้ม และ พี่กอล์ฟ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันกวดวิชาคณิต-วิทย์ระดับประเทศแห่งนี้กันเลยดีกว่าค่ะ ข้อมูล teen.mthai.com เทคนิคพิชิตคณิต ติวเตอร์ระดับประเทศ We By The Brain จุดเด่นที่ทำ We By The Brain ไม่เหมือนกับโรงเรียนกวดวิชาทั่วไป 1. เป็นโรงเรียนกวดวิชาที่สอนมายาวนานกว่า 26 ปี เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า อาจารย์แต่ละท่านประสบการณ์คับแก้ว มีเทคนิคการสอนเน้นๆ เก็งข้อสอบตรงๆ 2. สอนกันเป็นทีม เพื่อให้ได้เนื้อหาที่ดีที่สุด (หันไปมองชีทพี่ช้าง ห๊า! นั่นชีสใช่มั้ยไม่ใช่กระดาษ กินเลยแล้วกัน) 3. สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน มี WE LOBBY ให้น้องๆ และผู้ปกครองไว้สำหรับนั่งพูดคุยพักผ่อน ทำการบ้าน 4. ล้ำสมัยที่สุดด้วยการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ Cloud Computing ที่ช่วยให้นักเรียนในชั้น WE CAN สามารถกำหนดการเรียนการสอนได้ด้วยตัวเอง คอร์สฮิตสุด Hot แนะนำของ We By The Brain พี่เอ๋ : ภายใต้ชื่อ We By The Brain นี้เราจะมีวิชาเรียนด้วยกันหลายวิชาทั้ง WE MATH, WE PHYSICS, WE PAT 3, WE CHEM, WE O-NET และ WE GAT ด้วย ซึ่งคอร์สที่ฮิตสุดๆ ของเราก็คือ WE MATH หรือวิชาคณิตศาสตร์ ที่จะมีน้องๆ มาเรียนตั้งแต่ม.1 จนถึงคอร์สตะลุยโจทย์เข้าสู่มหาวิทยาลัย ดังนั้น วิชาคณิตศาสตร์ จึงเป็นวิชาที่โรงเรียนกวดวิชาเปิดขึ้นเยอะมาก ถ้าทั่วประเทศนี่อาจจะเป็นพันแห่ง แต่ที่ We By The Brain เรามีนักเรียนที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์นี้มากที่สุดในประเทศ และวัดผลได้จริง น้องๆ อาจจะยังไม่คุ้นกับชื่อ We อยากให้ช่วยอธิบายให้เราฟังนิสนึงค่ะ พี่ช้าง : เรามีชื่อเสียงทางด้านการสอนที่มีคุณภาพทางด้านวิชาการที่เข็มแข็ง และมีนักเรียนที่เรียนกับเรามากมายทั่วทั้งประเทศ และเป็นสถาบันกวดวิชาที่เปิดมาอย่างยาวนานภายใต้ชื่อ The Brain แต่พอเมื่อเราทำการสอนมา 26 ปีแล้วเนี่ย มันก็เหมือนกับเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยหนุ่มสาว ที่กำลังจะก้าวเดินต่อไป เราจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุง เพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียนที่เป็น NEW GENERATION ด้วยการปรับโฉมใหม่เป็น We By The Brain และได้เพิ่มความล้ำสมัยด้วยการนำระบบคอมพิวเตอร์ที่เราเรียกว่า WE CAN 1, WE CAN 2 และ WE CAN 3 มาช่วยสร้างความยืดหยุ่นในเรื่องการเรียนให้กับน้องๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเด็กๆ สามารถวางแผนและควบคุมการเรียนของตัวเองได้ล่วงหน้า ไม่ต้องกลัวจะฟังไม่ทัน หรือขาดเรียนอีกต่อไป แถมถ้ายังไม่เข้าใจ ก็สามารถทวนใหม่หรือฟังซ้ำได้ตามใจชอบอีกด้วย เทคนิคการสอนของทีมติวเตอร์ที่จะทำให้น้องๆ รักคณิตศาสตร์ พี่อั้ม : การทำข้อสอบของเด็กส่วนใหญ่พออ่านโจทย์แล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง พี่ก็จะชี้ให้เด็กเริ่มคิดเป็น คือ ดูก่อนว่าโจทย์ต้องการหาอะไร แล้วค่อยดึงสูตรที่จำเป็นมาใช้ เด็กก็จะเริ่มเข้าใจ แล้วเวลาสอนก็จะทำเหมือนเราเป็นนักเรียนอีกคนในห้องสอบ ก็จะทำไปพร้อมๆ กันกับเด็กเลย การทำข้อสอบมันก็จะมีธรรมชาติในบทแต่ละบท อย่างพี่อั้มสอนเรขาคณิตวิเคราะห์ บางครั้งสอนเด็กม.4 บางทีอาจต้องวาดรูป เพื่อให้เห็นภาพก่อนแล้วค่อยดึงสูตรลัดมาใช้ ข้อสอบเดี๋ยวนี้ออกยากขึ้นและมีเวลาจำกัด พี่ก็จะแนะให้เขาเปิดหาข้อที่ถนัด แล้วทำก่อน ซึ่งจะทำให้น้องเกิดความมั่นใจในการทำข้อสอบคณิตศาสตร์มากขึ้น พี่เอ๋ : ส่วนที่เป็นเนื้อหาวิชาการ พี่จะเลือกวิธีแก้โจทย์ที่ทำให้มันสั้นและเข้าใจง่าย ส่วนบรรยากาศภายในห้องเรียนก็จะใช้วิธีการปล่อยมุขแทรก พูดง่ายๆ คือถ้าเรียนกับพี่ชั่วโมงนี้ต้องได้ฮาแน่นอน แล้วก็จะเล่าเรื่องผี เรื่องขำๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้เด็กๆ สนุกกับบทเรียนยากๆ โดยที่ไม่รู้สึกว่าการเรียนเลขเป็นเรื่องน่าเบื่อเลย พี่กอล์ฟ : สำหรับพี่จะสอนเรขาคณิต ซึ่งเด็กม.ต้นนี่จะมองว่ามันยาก เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่พี่จะทำคือ ขจัดความอคติออกก่อน แล้วก็จะเริ่มปูพื้นฐานจากง่ายไปยาก เขาก็จะเข้าใจแล้วสามารถทำโจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ได้ ส่วนเทคนิคการดึงเด็กของพี่ จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตในรั้วมหา?ลัย เด็กก็จะรู้สึกสนุกแล้วก็มีแรงบันดาลใจอยากเข้ามหา?ลัยให้ได้ พี่ช้าง : สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ วิชาการต้องแน่นก่อน ส่วนการเล่นมุขหรือการเล่าเรื่องนี้จะถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่อาจารย์แต่ละคนก็จะมีไม่เหมือนกัน อย่างพี่นี้จะทำบรรยากาศในห้องให้มันอบอุ่นก่อน เข้าไปแล้วต้องกันเอง อะไรที่วัยรุ่นเขารู้เราต้องรู้ บอยแบนด์เกาหลีมีวงอะไรบ้าง ซีวอน นิชคุณอยู่วงอะไร วงบ่ายสอง วงตีสอง (2PM) พี่รู้หมด ให้รู้สึกว่ายังร่วมสมัยอยู่ (วัยใกล้กัน ฮ่าๆ) พอเรียนสนุกแล้วสมองก็จะเปิด พอสมองเปิดก็จะเข้าใจ และจำสูตรได้ มั่นใจว่าทุกสนามสอบเอาอยู่ ไม่แน่นอกแน่นอน ถ้าได้ลองมาเรียนที่ We By The Brain พี่กอล์ฟ : อย่ามองว่าเราเก่ง ในโลกแคบๆ เราเก่งในโรงเรียนแล้วได้ท็อปเลขแล้ว แต่จริงๆ แล้วในสมรภูมิการสอบ PAT น้องๆ ยังต้องเจอกับคนเก่งๆ อีกมาก เพราะฉะนั้นเด็กที่เก่งอยู่แล้ว เราก็อยากให้มาเปิดโลกทัศน์ อยากให้มาทดลองดู เพราะพี่มั่นใจว่าที่นี่ We By The Brain เราจะมีเทคนิคดีๆ จนทำให้น้องร้อง WOW! ด้วยความเซอร์ไพรส์ เก่งแล้วก็จะเก่งยิ่งขึ้นไปอีกครับ สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากลองเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าในห้องเรียนกับโรงเรียนกวดวิชา We By The Brain ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บนี้เลย WWW.WeByTheBrain.com

สมัครสอบและตรวจผลสอบ GAT/PAT
GAT PAT 56 /  gat/pat 57 / 

สำหรับผู้ที่ต้องการ สมัครสอบและตรวจผลสอบ GAT/PAT สามารถเช็คผลได้ที่ สทศ www.niets.or.th และกดเลือก สมัครสอบ GAT/PAT สำหรับผู้ที่สมัครสอบ GAT/PAT รายใหม่ก็คลิกลงทะเบียน รายใหม่ / สำหรับ ผู้สมัครสอบ GAT/PAT รายเก่า ที่ต้องการสอบถามรหัสผู้ใช้งานหรือรหัสผ่านก็คลิก ผู้สมัครสอบ GAT/PAT รายเก่า หลังจากนั้นก็ลงทะเบียน ใส่รหัส ให้เรียบร้อย พร้อมแล้วไปลุ้นผลกัน สมัครสอบและตรวจผลสอบ GAT/PAT http://www.onetresult.niets.or.th/GPSRegisterWeb/FrmLogin.aspx ลงทะเบียน สมัครสอบ GAT/PAT ( รายใหม่ ) ครั้งแรก กรุณาลงทะเบียน ท่านจะได้รหัสผู้ใช้งานและรหัสผ่าน กรุณาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี http://www.onetresult.niets.or.th/GPSRegisterWeb/Register/FrmVerifyApplicant.aspx ผู้สมัครสอบ GAT/PAT รายเก่า ต้องการสอบถามรหัสผู้ใช้งานหรือรหัสผ่าน http://www.onetresult.niets.or.th/GPSRegisterWeb/Register/FrmEnquireReferenceNo.aspx

ต้องรีบดู! สนาม สอบ GAT PAT 56 ครั้งที่ 1
GAT PAT 56 /  ข่าวการศึกษา / 

ต้องรีบดู! สนาม สอบ GAT PAT 56 ครั้งที่ 1 เฉพาะสำหรับผู้สมัคร สอบ ที่ประสงค์จะ สอบ ใน กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี?ปทุมธานี เท่านั้น?ที่สามารถระบุ โรงเรียน ที่ต้องการไปสอบได้? โดยหลังจากชำระเงินแล้ว และ สถานะการชำระเงินเปลี่ยนเป็นชำระเงินแล้ว ?ผู้สมัคร สอบ สามารถเข้ามาระบุ โรงเรียน ที่ สทศ. เปิดเป็น สนามสอบ ได้ตามที่ที่น้องๆต้องการและสะดวก เปิดระบบการเลือก สนาม สอบ วันที่??2??กรกฎาคม??2555??เวลา??09.00??น. ปิดระบบการเลือก สนาม สอบ วันที่??1??สิงหาคม??2555??เวลา??23.59??น. น้องๆ สามารถ Click ที่ภาพ เพื่อดู?ต้องรีบดู! สนาม สอบ GAT PAT 56 ครั้งที่ 1 ?ต้องรีบดู! สนาม สอบ GAT PAT 56 ครั้งที่ 1 ดาวโหลดไฟล์ สนามสอบ?GAT PAT 56 http://www.niets.or.th/upload-files/uploadfile/11/27843584c2d705487f4e18396c320046.pdf

กพฐ.แจ้ง ไม่เลื่อนสอบGAT/PAT 7-10ธ.ค.
GAT-PAT /  กพฐ. / 

เลขาฯ กพฐ. ยันกำหนดการสอบ GAT/PAT ยังคงเหมือนเดิม ในวันที่ 7-10 ธค.นี้ นาย อภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จัดสอบการทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และการทดสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ หรือ PAT ครั้งที่ 1/2557 ในวันที่ 7 - 10 ธันวาคม 2556 นี้ แต่ขณะนี้มีสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตนจึงเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนที่จะเดินทางไปเข้าสอบในสนามสอบที่ อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม จึงได้ประสานไปยัง รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. พบว่ามีสนามสอบที่ต้องเฝ้าระวัง 4 แห่ง ได้แก่ สนามสอบโรงเรียนวัดบวรนิเวศ มีผู้มีสิทธิ์สอบ 900 คน โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย 1,620 คน โรงเรียนศรีอยุธยา 905 คน และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 2,821 คน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ตนได้หารือกับ ผอ.สทศ. ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า ไม่ควรมีการเลื่อนการสอบ GAT/PAT เนื่องจากจะส่งผลต่อการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้นถ้าหากมีปัญหากับสนามสอบทั้ง 4 แห่งดังกล่าว ก็จะใช้วิธีเปลี่ยนสนามสอบ ซึ่งนักเรียนที่มีรายชื่อเข้าสอบในสนามสอบทั้ง 4 แห่งดังกล่าว ควรจะมีการติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปสอบ ก็อาจเปลี่ยนสนามสอบแต่ถ้าหากเหตุการณ์การชุมนุมยุติลง และสามารถเดินทางได้สะดวกก็จะใช้สนามสอบเดิม โดยนักเรียนสามารถติดตามข่าวสารว่าจะมีการเปลี่ยนสนามสอบหรือไม่ ได้ทางเว็บไซต์ของ สทศ. www.niets.or.th

สทศ.เลื่อนสอบGAT/PATเป็นมี.ค.ปีหน้า
สทศ. /  สอบGAT-PAT / 

สทศ. แจ้งเลื่อนสอบ GAT/PAT ชั้น ม.6 ออกไปเป็นเดือน มี.ค. 57 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีมติเลื่อนการสอบ GAT/PAT ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ออกไป ทั้งการสอบครั้งที่ 1 และ 2 จากเดิมมีกำหนดสอบใน GAT/PAT ครั้งที่ 1 วันที่ 7-10 ธ.ค.นี้ เป็นสอบวันที่ 8-11 มี.ค.57 และประกาศผลวันที่ 24 เม.ย.57 ส่วนการสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2 วันที่ 8-11 มี.ค.57 เลื่อนเป็นวันที่ 26-29 เม.ย.57 คาด ประกาศผลวันที่ 29 พ.ค.57

ปฏิทินการสอบ 2556 การสมัครสอบ กำหนดการสำคัญ
GAT PAT 56 /  o net / 

ปฏิทินการสอบ 2556 การสมัครสอบ กำหนดการสำคัญ สมัครสอบ O-NET สำหรับสายอาชีพหรือเทียบ ม.6 ( 1 พ.ย. 2555 ? 15 ธ.ค. 2555 ) สมัครสอบ GAT -PAT 2/56 ( 12 พ.ย. 2555 ? 10 ธ.ค. 2555 ) สอบ 7 วิชาสามัญ ( 5 ม.ค. 2555 ? 6 ม.ค. 2556 ) สอบ O-NET (ม.6) ( 9 ก.พ. 2556 ? 10 ก.พ. 2556 ) วัน ประกาศผลสอบ 7 วิชาสามัญ ( 11 ก.พ. 2556 ) สอบ GAT-PAT 2/56 ( 2 มี.ค. 2556 ? 5 มี.ค. 2556 ) ประกาศผลสอบ O-NET?ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ( ศุกร์15 มีนาคม 2556 ) ประกาศผลสอบ O-NET ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ( วันพุธ 10 เม.ย. 2013 ) จำหน่ายหนังสือระเบียบการ Admission ( 4 เม.ย. 2556 ? 21 เม.ย. 2556 ) วัน ประกาศผลสอบ GAT-PAT 2/56 ( 10 เม.ย. 2013 ) รับสมัคร Admission ( 11 เม.ย. 2556 ? 21 เม.ย. 2556 ) ชำระเงินค่าสมัคร ( 11 เม.ย. 2556-23 เม.ย. 2556 ) ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิง?tlcthai.com

99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า
นักเรียน /  ปัญหาวัยรุ่น / 

การเลี้ยงดูเด็กสมัยนี้ ผู้ใหญ่ต้องใช้นต้นทุนมาก ทำให้ เด็กๆ (นักเรียน) สะดวกสบายกว่า สมัยก่อนมากๆๆ เพราะผู้ใหญ่ เลี้ยงดู อย่างดี ทั้ง เงินทอง เครื่องแต่งกาย เครื่องอำนวยความสะดวก ครบครัน แต่ผลที่ได้ ไม่ดีอย่างที่หวัง สังเกตุไหมว่า? สังคมไทย ยุคนี้ มักเลี้ยงกันด้วยวัตถุ มากกว่าจิตใจ หรือที่เรียกว่า เจตตคติ การสอนลูกหลาน ทั่งในบ้าน หรือในสังคม เน้นการสั่งสอน (เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยฟัง) มากกว่า การประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ใน โรงเรียน ก็เน้นสร้างภาพว่าเป็นโรงเรียน เด็กมีวินัย ใน เชิง การแต่งกาย และผมเผ้า มากกว่า สอนให้เด็ก รู้จักคิด รับผิดชอบ ประชาธิปไตยก็สอนรูปแบบ มากกว่าเนื้อหาสาระ ปัญหาของวัยรุ่นไทย ผู้ใหญ่ก็ควรกลับมาคิด กัน ว่าเกิดจากใคร ก่อนที่จะสายเกินไป ตาม teen.mthai มาดู 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่านะ !! 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 1.โรงเรียนรัฐบาล เรียนหนัก วันละ 7-8 คาบ 2.เมื่อมีคาบว่าง คุณครูวิชาใดวิชาหนึ่ง มักขอ 3.รร.เอกชน เด็กนักเรียนไม่เคร่งกฏ 4.รร.ที่เก่าแก่ ยึดติดศักดิ์ศรีมากเกินไป บ่มเพาะให้เด็กเป็นศัตรูกับสถาบันอื่น 5.รร.รัฐบาล เข้าแถวหน้าเสาธง ฟัง ผอ.ให้โอวาทก่อนเข้าคาบแรก แต่กินเวลา ไป 10-20 นาที 6.เด็กต้องตากแดด ร้อน หน้ามืดเป็นลม 7.บาง รร. ผิดกฏนิดหน่อย ก็เรียกผู้ปกครอง ทั้งๆที่ควรจะตักเตือนก่อน 8.เด็กไทยขนหนังสือในกระเป๋าเป็นสิบกิโล หลังงอไปโรงเรียน (รวมทั้งนิยายและการ์ตูน หนังสือ**) 9.การบ้าน งานต่างๆ ฝึกให้นักเรียนรับผิดชอบก็จริง แต่สั่งทีเยอะแล้ววันนึง เรียนกี่วิชา ครูคนนึงสั่งกี่อย่าง? เด็กตายห่-า พอดี 10.มา รร. เช้า ลอกการบ้าน แล้วเด็กได้อะไร จากการสั่งงานเยอะ 11.หลับตี 1-2 พิมพ์รายงานส่ง 12.เนื้อหารายงานมาจากอินเตอร์เน็ต หามา ก็อปใส่เวิด ปริ้น เข้าเล่ม ส่ง 13.พรีเซนต์งานโดยการออกมาอ่าน 14.ครูแก่ เกินรับได้ โบราณ 15.คนเก่งไปเรียนหมอ แล้วใครมาเป็นครู? 16.รร.ในไทย แต่งยูนิฟอร์ม ชุดนักเรีย ชุดพละ ชุดลูกเสือ ทั้งที่อากาศร้อนจัด 17.มีเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือเยอะแยะ 18.มีเด็กที่ได้เรียน แต่ไม่อยากเรียน 19.พ่อแม่เสียเงินค่าเรียนพิเศษ มากว่า ค่าเทอม มากเป็นเท่าตัว 20.ต่างประเทศ ปิดเทอม ไปเที่ยว ทำงานพิเศษ ทำกิจกรรม 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 21.เด็กไทยเรียนพิเศษเป็นบ้าเป็นหลัง 22.มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย ไม่ติดใน 100 มหาวิทยาลัยโลก 23. บาง รร.จ่ายค่าเรียนคอมพิวเตอร์ทุกปี แต่ว่า ได้เรียนแค่ ม.1และม.4 = = 24.ครูบางคน การสอนคือการอ่านให้เด็กฟัง 25.ครูบางคน สอนไม่รู้เรื่อง ออกข้อสอบหิน เด็กตก ไม่ยอมให้แก้ 26.ครู ขายของแก่นักเรียน ทำธุรกิจ ทดลองสินค้าในห้องเรียน ตั้งแต่ของ เล็กๆน้อยๆ ยันถึงกิฟฟารีน แอมเวย์ 27.ครูไม่สอน นั่งบ่นเรื่องที่ไม่ในตำรา แต่นักเรียนชอบฟัง(เพราะไม่ได้เรียน) 28.เวลาว่างที่ รร. นร.นั่งนินทาครู 29.ปัจจุบัน ทั่วไปคิดว่า ครู แค่คือ คนที่รับจ้างสอน ไม่ใช่แม่พิมพ์ที่แท้จริง 30.สอนไป ทุก10 นาที โทรศัพท์ดัง 31.ครูใช้เด็กซื้อกับข้าว ซื้อโอเลี้ยง ซื้อส้มตำ 32.ครูสนใจ เด็กที่เรียนพิเศษด้วยมากกว่า 33.ช่องว่างระหว่างครูและเด็ก เยอะมาก เนื่องจากจำนวนเด็กในห้อง เฉลี่ย 50 ขึ้น ครูจำนักเรียนได้ไม่หมด ยิ่งครูแก่ๆก็.... 34.รร. นานาชาติ มีความผูกพัน กับครูที่สอน ทั้ง รร.รักกันดี 35.บางคนเกรด 4.00 สอบไม่ติดก็มี เพราะการศึกษาไทยเก็บคะแนนสอบแค่ 15-30% นอกนั้นงาน การบ้านที่สั่ง 36.ครูบางคนตั้งใจสอน แต่ไม่มีเทคนิค ทำให้เด็กเบื่อที่จะเรียน 37.ความรู้ที่ใช้สอบ มาจากที่เรียนพิเศษ 38.กวดวิชาแต่ละจังหวัดมากกว่า 50 แห่ง 39.ครูบางคนชอบโอ้อวดว่าจบที่นั่น เอกอย่างนี้ ได้เกียรตินิยม แต่สอนไม่รู้เรื่อง 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 40.เด็กในห้องมี 50 คน เก่งสุดๆแค่ 1-2 คน 41.นอกนั้น เรียนๆเล่นๆ เที่ยวๆ 42.เด็ก ม.3 สะกดคำว่า family house ศัพท์อังกฤษง่ายๆไม่ได้ 43.โรงเรียน ประจบผู้ปกครองที่มีเงิน 44.โรงเรียนหญิงล้วน มีทอมดี้เยอะ โรงเรียนชายล้วน มีเกย์ ตุ๊ดเต็ม 45.ต่างประเทศ เรียนวันละ 3-5 ชม. หลังจากนั้นก็สนามบาส สระว่ายน้ำ ห้องดนตรี ไม่ก็กลับบ้าน ทำกิจกรรม ไปอ่านหนังสือเอง 46.ถ้าเด็กเรียนที่ไทย ก็ไปกวดวิชา เรียนเลิก3 -4 ทุ่ม 47.เด็กเที่ยวนั่งรถไฟฟ้าไปสยาม 48.เด็กใส่แว่นเนื่องจากเล่นคอม มากกว่าเรียน 49.ครูคาดหวังกับเด็กห้องคิงเกินไป ทำดีนิดหน่อย ชมเว่อร์ๆ ทำผิดนิดเดียว คือเรื่องคอขาดบาดตาย 50.เอาใจใส่เด็กแต่ละห้องไม่เท่ากัน 51.รร.รัฐ ให้เด็กทำป้าย เดินรณรงค์ยาเสพติด เลือกตั้งฯ ตามนโยบาย ทำเอาหน้าตา รร. เด็กต้องเดิน 2-3กิโล แดดก็ร้อน หน้ามือเป็นลม 52.วิชาอาจารย์ฝรั่ง ดูเหมือนจะมีความสุข จะหลับก็ได้ คุยกันไป แต่ก็เรียน ไม่รู้เรื่อง 53.เด็กไทยอวดฉลาด 54.เด็กไทยตามกระแส แฟชั่น 55.เด็กไทยบ้าเที่ยว บ้าเรียน บ้าใช้เงิน บ้าดารา 56.วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เป็นธรรมดา 57.ท้อง แท้ง ฆ่าตัวตาย ใจแตก ติดยา คือ ปัญหาวัยรุ่นไทยที่แก้ไม่ได้ 58.เด็กส่วนใหญ่ฝันมี รร.ที่กว้าง ต้นไม้ สบายๆ บรรยากาศดี การเรียน สนุก มีกิจกรรมทำ 59.ความ ฝันห่างไกลความจริง รร. อากาศร้อนไม่มีพัดลม เสียงรถที่ถนนดัง ห้องเรียนติดห้องน้ำ ครูสอนก็ดุ แก่ โหดคะแนน น่าเบื่อ ครูลามก 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 60.มีพ่อแม่ บังคับ อนาคตวาแผนให้ลูกเสร็จสรรพ โดยไม่ถามว่าลูกชอบหรือไม่ 61.พ่อแม่ชอบกดดัน ซึ่งความจริงในยุคนี้ การเลี้ยงลูกแบบนี้ หัวโบราณมาก เด็กไทย ฆ่าตัวตายเพราะเครียดเยอะขึ้นทุกปี 62.ไฮโซ ต้องให้ลูกเรียนเอกชน นานาชาติ รร.รัฐสุดโด่งดัง 63.ไปเรียนพิเศษต่างประเทศ ตอนปิดเทอม 64.รู้ ไหม คนต่างชาติคิดว่า วัยรุ่นไทยที่รวย พ่อแม่ คุณทำงานใหญ่โต นักการเมือง นักธุรกิจส่งลุกมาใช้เงิน นั้น เค้าคิดว่า พ่อแม่คุณคอรัปชั่น และคุณทำตัว ไร้สาระ 65.ประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนา แต่เรียกตัวเองว่า กำลังพัฒนา 66.วัยรุ่น ไม่เคารพผู้ใหญ่ ด่าได้ก็ด่า ก็พ่อแม่ฉันยังไม่ว่า คุณเป็นใครมาว่า 67.แต่งตัว ใช้เงิน ซื้อของอวดกัน 68.ตบกันแย่งผู้หญิง ผู้ชาย ทอมดี้ เกย์ 69.มีเพื่อนในชีวิตจริงและสังคมอินเตอร์เน็ต 70.เล่นเกมออนไลน์ เล่นmsn ทุกวัน หลับดึก 71.เที่ยวจัด จนบางวันไม่กลับบ้าน พรุ่งนี้มีสอบ เอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน ที่ห้องน้ำ รร.แล้วเข้าสอบ ก็มี 72.พ่อแม่เลี้ยงลูกดีเกินไป แย่เกินไป โอ๋ลูกเกินไป ด่าลูกเกินไป เด็กเก็บกด 73.เด็กที่ไม่ได้รับการศึกษา มีคุณภาพชีวิตที่แย่ บางคนยอมขายตัวเพือเอา เงินมาเรียนก็มี 74.ครูแนะแนว ตือครูที่เด็กชอบมากที่สุด 75.เด็ก ไทย เกรด 4.00 เอ็นเข้าคณะอินเตอร์ไม่ติด เด็กนานาชาติไม่เก่งเท่า เด็กรัฐบาล แต่นั่งฝนข้อสอบฉลุย เมื่อจะเอ็นเข้าคณะอินเตอร์ 76.ต่างประเทศ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เรียนน้อยกว่าไทย แต่ทำไมฉลาดกว่า มีคุณภาพกว่า? 77.เด็ก คืออนาคตของชาติ แต่มีตัวอย่างบุคคลชั้นนำของประเทศที่เห็นได้ ตามหน้า หนังสือพิมพ์ว่า...แค่ไหน เป็นแบบนี้ คุณยังจะหวังอะไรกับเด็กไทยศตวรรษที่ 21 อย่างเราไหม 78.วัยรุ่นไทยไม่อยากรับรู้เรื่องข่าวสารของประเทศไท ยที่มีแต่อะไรที่ชวนทำ ให้น่าเบื่อ เกิดการแอนตี้ ไม่อยากรู้ 79.เด็กไทยไปโรงเรียน และ มหาวิทยาลัย จากการสำรวจแล้ว พบว่า ปัจจัยคือ เพื่อน เท่านั้น 80.โลกก้าวหน้าไปทุกวัน แต่การศึกษาไทย ยังอยู่กับที่ 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 81. การศึกษาในปัจจุบันทำให้เด็กไทย บ้าเรียนพิเศษ ไปติวที่นั่นที่นี่ สอบ มหาลัยได้ จบมาไม่ได้เอาความรู้มาใช้ มันมีประโยชน์อะไร 82.เด็กห้องเรียนพิเศษ ถ้าไม่แยกรั้วโรงเรียนแล้ว จะอยู่ร่วมกับห้องเรียนปรกติ ไม่ได้ 83.ในโรงเรียน รัฐบาลมีการแบ่งแยกชนชั้น ฝ่าย สี(พวกเสื้อแดง-เหลือง) ทำให้สิ่งไร้สาระพวกนี้มาเป็นเกณท์ให้คะแนนนักเรียน 84.GAT-PAT คือการสอบที่ไม่มีใครตอบได้ว่า สอบทำไม สอบเพื่ออะไร และเด้กจะได้อะไร ใครเป็นคนคิด คิดเพื่อใคร และคิดมาทำไมเพื่ออะไร 85.เด็กนักเรียนห้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นสื่อจะเรียนห นักกว่าห้องเรียนอื่นๆ แต่สอบวัดผลโรงเรียนกลับได้คะแนนน้อยกว่าห้องปรกติ 86. 80% ของผู้ปกครองเด็กไทย อยากให้ลูกเรียนจบเร็วๆ 87.ช่วงชีวิตที่เรียนระดับ มัธยม คือช่วงที่มีความสุขที่สุด 88. นักเรียนที่ผู้ปกครองเลี้ยงปล่อย (ไปเที่ยวได้กับเพื่ อนๆ ไปไหนก็ได้ พ่อแม่ไม่จู้จี้จุกจิกและอื่นๆ) จะใช้ชีวิตในสังคมได้ดีกว่า คนที่พ่อแม่เลี้ยงแบบ ให้อยู่ แต่ในบ้าน 89.เด็กบ้าเรียนมักจะไม่มีเพื่อนแท้และเพื่อนสนิท 90.คนเราเกิดมามีความสามารถต่างกัน แต่การศึกษาในปัจจุบันไม่สนับสนุนความสามารถพิเศษ ของนักเรียน 91.ผุ้ปกครองหลายคน วาดอนาคตให้ลูก และดูถูกสิ่งที่ลูกใฝ่ฝัน 92.ในปัจจุบันมีผู้ปกครองที่ เลือกที่เรียนให้ลูก เลือกอาชีพให้ลูก แม้แต่เลือก คู่ครองให้ยังมี 93.วัยรุ่นมักจะมีแฟนตั้งแต่อายุ 13ปี ขึ้นไป 94.ในปัจจุบันยังมีผู้ปกครองที่หัวโบราณมากกว่าผู้ปก ครองสมัยใหม่ 95.ปัจจุบัน โลกกำลังวิปริต ประเทศไทยในตอนนี้มี ทอม ดี้ และเลสเบี้ยนเยอะมาก ในขณะที่ผู้ชายหลายคนแห้วกับการีท่ผู้หญิงหันไปคบผู้ หญิง 96.มาตรฐานการศึกษาในประเทศไทยคือ พ.ศ. 2544 แต่นี่คือปี 2555 97.ผู้ ปกครองให้ลูกไปเรียนพิเศษ เพียงแค่ไม่ให้เด็กเล่นเกม หารู้ไม่ว่าเสียเงินโดยใช้เหตุ เพราะเด็กบางคนไปเรียนแต่ไม่รับอะไรกลับมาเลย 98.ทุกโรงเรียนในประเทศไทย จะมี 1ใน 10 ที่จะเป็นนักเลง และผู้มีอิทธิพล 99.ในปัจุจบันมีการตีกันและฆ่ากัน ปัจจุยหลักมาจาก แย่งผู้หญิงกัน อ่านดูก็น่าตกใจ แต่ถ้าตั้งสติได้ ก็ต้องยอมรับว่า เด็ก ก็เป็นปุถุชน ต้องมีปัญหา แต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกัน ติดว่าในฐานะที่ที่ รัก กัน ผู้ใหญ่ก็ต้อง หากลวิธี ในการดูแล ขอแต่อย่าลืม หลักการพื้นฐาน ลองใช้อาวุธของโกวเล้งคือ ความรัก มาแก้ไข ความไม่เข้าใจกัน ปัญหาเด็กไทย จะลดลงอย่างแน่นอน เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง candy

ปฏิทินแอดมิชชั่นใหม่ 2557
ข่าวการศึกษา /  แอดมิชชั่น 56 / 

การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ แอดมิชชั่น Admissions เป็นระบบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา นำมาใช้แทนระบบ เอ็นทรานซ์ครั้งแรกในปีพ.ศ.2549 หรือปีการศึกษา 2548?โดยนำผลการเรียนตลอดช่วงชั้นที่ 4 (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) มาใช้คัดเลือก "เพิ่มมากขึ้น" องค์ประกอบในการ สอบแอดมิชชั่น?ปัจจุบันกำหนดให้ใช้ คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร หรือ จีแพ็ก (GPAX) แบบสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต (O-NET) ทดสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ แกท (GAT) ทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ แพท (PAT)? โดยกำหนดการจำหน่วยระเบียบการคัดเลือก ปฏิทินแอดมิชชั่นใหม่ 2557?ในเดือน เม.ย. เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาสัดส่วนค่าคะแนนของคณะ สาขา วิชา ที่เลือกเอาไว้ว่าใช้สัดส่วนค่าคะแนนเท่าไหร่ และผู้เรียนมีคุณสมบัติของคะแนนตรงตามที่คณะ สาขา วิชา ต้องการหรือไม่?จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการรับสมัครในเดือนเดียวกัน เมื่อถึงปีพ.ศ.2558 ประเทศไทยต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเสาหลักที่ 3 " ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน " หมายรวมถึงการศึกษาของชาติสมาชิก?ดังนั้นการเทียบโอนหน่วยกิต แลกเปลี่ยนครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ผลงานการวิจัย และนวัตกรรมการศึกษา จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อทุกชาติมีปฏิทินการเปิดเรียนที่ตรงกัน ดังนั้น อปท.จึงมีมติเลื่อนเปิดภาคการศึกษา ตามกลุ่มประเทศสากล และชาติสมาชิกอาเซียน ในปีการศึกษา 2557?ในการประชุม อปท.ครั้งที่ 4/2555 อธิการบดีจาก 24 สถาบันอุดมศึกษาจึงมีมติปรับ ปฏิทินแอดมิชชั่นใหม่ 2557?ให้สอดรับกับมติเลื่อนเปิดภาคการศึกษา ปฏิทินแอดมิชชั่นใหม่?2557 กำหนดสอบแกท แพท PAT ครั้งที่ 1/2557 เดือน มี.ค. ประกาศผลสอบวันที่ 10 เม.ย. รับสมัครสอบแกท แพท ครั้งที่ 2 วันที่ 5-16 เม.ย. สอบวันที่ 10-13 พ.ค. ประกาศผลสอบวันที่ 7 มิ.ย. จำหน่ายระเบียบการคัดเลือกฯ วันที่ 5-18 มิ.ย. รับสมัครวันที่ 8-18 มิ.ย. ชำระเงินค่าสมัคร 8-20 มิ.ย. ตรวจสอบคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือก 28-30 มิ.ย. ประกาศผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย 4 ก.ค. สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค.? ประกาศผล?ต้นเดือนก.ค.?ก่อนเปิดภาคเรียนในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิง eduzones.com,ข่าวสด

เรียนโรงเรียนนานาชาติในไทยก็เก่งระดับโลกได้
นักเรียน /  เทคนิคการเรียน / 

หลักจากน้อง เรนนี่ ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ เด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ (กรุงเทพ) สามารถทำคะแนนได้เป็นที่ 1 ของโลกในวิชาเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ ก็มีพ่อแม่หลายท่านสงสัยว่า โรงเรียนนานาชาติที่น้องเรนนี่เรียน เขาใช้หลักสูตรอะไร แตกต่างจากโรงเรียนรัฐบาลอย่างไร เพราะอยากส่งลูกไปเรียนมั่ง แต่ก็กลัวสู้เมืองนอกไม่ได้ แล้วถ้าอยากเรียนเก่งเหมือนน้องเรนนี่ต้องเรียนหนักขนาดไหน ตามทีนเอ็มไทยไปฟังจากน้องเรนนี่กันเลยค่ะ .. เรียนโรงเรียนนานาชาติในไทยก็เก่งระดับโลกได้  เรียนโรงเรียนนานาชาติในไทยก็เก่งระดับโลกได้ ความแตกต่างของโรงเรียนนานาชาติกับโรงรียนทั่วไป โรงเรียนมัธยมทั่วไป จะใช้การสอนและการใช้หนังสือตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย โรงเรียนนานาชาติจะมีหลักสูตรใหญ่ ๆ อยู่ 3 หลักสูตร คือ 1.1 หลักสูตร  American English การสอนและใช้หนังสือตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา การเรียกระดับชั้นจะเรียกเป็น Grade 1.2 หลักสูตร สหราชอาณาจักร หรือประเทศอังกฤษ British English จะเน้นภาษาที่ถูกต้องและเน้นการเรียนมากกว่ากิจกรรม 1.3 หลักสูตรสองภาษา Bilingual School ใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของไทย วิชาเรียนเหมือนกัน กับการเรียนมัธยมทั่วไปทุกอย่าง แต่ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า จำนวนนักเรียนในห้อง ถ้าเป็นโรงเรียนนานาชาติจะเรียนประมาณห้องละ 15 คน  ถ้ามีมากกว่านี้ก็ให้เปิดห้องใหม่สอนเลย โรงเรียนนานาชาติ เน้นด้านภาษาอังกฤษ ถ้าเข้าห้องเรียนแล้วห้ามพูดภาษาของตัวเองไม่เน้นการท่องจำ เน้นด้านทักษะในการพูดในการแสดงออก การเรียนรู้ที่ดีเช่น การวิเคราะห์  การแก้ปัญหา และการอยู่ร่วมในสังคม เวลาที่จบหลักสูตรแล้วนักเรียนโรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือไปเข้ามหาวิทยาลัยคณะอินเตอร์เกือบทั้งหมด เพราะไปเข้าในคณะปกติของแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้ เรียนมาไม่เหมือนกัน แต่ถ้าอยากจะเข้าเรียนในระบบปกติของแต่ละมหาวิทยาลัย นักเรียนนานาชาติก็จะต้อง เข้าสอบตามที่ระบบการศึกษาไทยกำหนด GAT ,PAT, ONET ฯลฯ ค่าเทอมก็ต่างกันตรงที่จะแพงกว่าโรงเรียนมัธยมทั่วไป ถ้าเป็นนักศึกษาใหม่ที่ไม่ได้เข้าเรียนมาตั้งแต่อนุบาล ทางโรงเรียนอาจจะบวกเข้าไปอีก  4 แสนบาทต่อชั้น ปัจจุบัน เรนนี่ เรียนอยู่ชั้น ม.5 (Year 12) โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์  ซึ่งในระดับที่เรียนอยู่นี้ จะใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า A-Level โดยเรียนเพียง 3-4 วิชา เลือกวิชาที่สอดคล้องกับสาขาที่ต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบจะต้องสอบข้อสอบกลางให้ผ่าน แล้วเอาเกรดที่ได้ไปยื่นสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนหน้านั้นตอนเรนนี่เรียนอยู่ Year 10-11 ทางโรงเรียนจะใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) ซึ่งเรียน 5-14 วิชา และเมื่อเรียนจบจะต้องสอบวัดระดับความรู้ในระบบนานาชาติของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า การสอบ IGCSE สำหรับหลักสูตรที่ "เรนนี่" เรียน เป็นหลักสูตรของประเทศอังกฤษ ที่ปัจจุบันนอกจากจะใช้ในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือและแคว้นเวลส์ แล้วยังนิยมใช้ในโรงเรียนนานาชาติทั่วโลกอีกด้วย โดยในระดับมัธยมศึกษาจะอยู่ในช่วง Year 7-13โดยเรียงลำดับตามต่อไปนี้ Year 7-9 เน้นเรียนวิชาบังคับของโรงเรียน เช่น ภาษาอังกฤษ คณิต วิทย์ พละศึกษา ดนตรี ศิลปะ และวิชาอื่นๆ รวมประมาณ 10 วิชา Year 10-11 ใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า IGCSE โดยเรียน 5-14 วิชา ซึ่ง 5 วิชาจะต้องเรียนเป็นแบบพื้นฐาน ส่วนที่เหลือ เลือกเรียนเป็นแบบขั้นสูง เมื่อเรียนจบจะต้องสอบข้อสอบกลางให้ผ่าน โดยต้องได้เกรด C ขึ้นไป (เป็นระดับที่น้องเรนนี่ไปสอบและได้คะแนนเป็นที่ 1 ของโลกในวิชาเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ รวมถึงได้คะแนนเป็นที่ 1 ของประเทศไทยในวิชาชีววิทยา เคมี และประวัติศาสตร์) Year 12-13 ใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า A-Level โดยเรียนเพียง 3-4 วิชา เลือกวิชาที่สอดคล้องกับสาขาที่ต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบจะต้องสอบข้อสอบกลางให้ผ่าน แล้วเอาเกรดที่ได้ไปยื่นสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เทคนิคการเรียนเก่งของ เรนนี่ ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ  คนส่วนใหญ่มักจะจำแบบระยะสั้น สอบครั้งหนึ่งก็อ่านทีหนึ่ง แบบนี้มันเป็นความจำระยะสั้นค่ะ พอสอบเสร็จก็ลืมแล้ว แต่ถ้าเกิดเราอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนที่ครูสอนอยู่ทุกวัน ส่วนไหนไม่เข้าใจก็จดโน้ตไปถามครูที่โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วที่โรงเรียนจะไม่ค่อยให้การบ้าน โดยเฉพาะในเด็กโต แต่จะพยายามให้เด็กหาการบ้านเองด้วยการอ่าน สงสัยอะไรให้จด รู้จักตั้งคำถาม เมื่ออ่าน ทบทวน และเกิดคำถามอยู่ตลอด สิ่งที่ได้อ่านก็จะเข้าไปอยู่ในความจำระยะยาว และนำไปใช้ได้ดีขึ้นค่ะ  ยกตัวอย่างการสอบระดับนานาชาติที่ผ่านมา เรนนี่เริ่มอ่านหนังสือสอบประมาณ 3 เดือนก่อนสอบ และอ่านมาเรื่อยๆ จดโน้ตเป็น Mind Map และเวลาอ่าน เรนนี่จะพูดกับตัวเอง ถามเองตอบเอง และก็จะฝึกทำข้อสอบของปีก่อนๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยในเรื่องความจำ และความเข้าใจได้เป็นอย่างดี ก้าวต่อไปของ “เรนนี่” สิ่งที่เรนนี่อยากทำมากที่สุดในอนาคตคือ การได้ทำงานให้องค์กรใหญ่อย่างธนาคารโลก ส่วนเรื่องเรียน ได้มีการวางแผนไว้แล้วว่า หลังจบม.6 จะไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศอังกฤษ "ตอนนี้เรนนี่วางแผนไว้ว่า อยากเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์สาขาเศรษฐศาสตร์หรือไม่ก็วิศวเคมีค่ะ เรนนี่คิดว่า เศรษฐศาสตร์มันเป็นวิชาที่ทำให้เรามองโลกในมุมมองใหม่ เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลังจากเรียนจบก็ต้องดูอีกครั้งนึงค่ะว่า จะทำอาชีพอะไร แต่จริงๆ ก็อยากทำงานให้กระทรวงใหญ่ๆ อย่าง IMFหรือไม่ก็ธนาคารโลกค่ะ"  ข้อมูลจาก นิยตสารแคนดี้

องค์ประกอบ คะแนนแอดมิชชัน 2557 (ปรับใหม่)
Admissions 57 /  gat/pat 57

องค์ประกอบ คะแนนแอดมิชชัน 2557 (ปรับใหม่) ล่าสุด !!! สอท. ได้ออกประกาศเผยแพร่ข้อมูลใน แผ่นพับองค์ประกอบและค่าน้ำหนัก Admissions 2557 แล้ว!!! http://www.cuas.or.th/document/brochouradm57.pdf คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ สัตวแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา GPAX 20% ONET 30% GAT 20% PAT2 30% พยาบาลศาสตร์ เดิม GPAX 20% ONET 30% GAT 30% PAT2 20% ใหม่ GPAX 20% ONET 30% GAT 20% PAT2 30% ทันตแพทยศาสตร์ เดิม GPAX 20% ONET 30% GAT 30% PAT2 20% ใหม่ GPAX 20% ONET 30% GAT 20% PAT1 10% PAT2 20% เภสัชศาสตร์ GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT2 40% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ วิทยาศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT1 10% PAT2 30% เทคโนโลยีสารสนเทศ GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT1 20% PAT2 20% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ GPAX 20% ONET 30% GAT 15% PAT2 15% PAT3 20% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มสถาปัตยกรรมศาสตร์ GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT4 40% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มเกษตรศาสตร์ เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร วนศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT1 10% PAT2 30% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มบริหาร พาณิชยศาสตร์ การบัญชี การท่องเที่ยวและการโรงแรม เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ การบัญชี เศรษฐศาสตร์ GPAX 20% ONET 30% GAT 30% PAT1 20% การท่องเที่ยวและการโรงแรม รูปแบบที่ 1 GPAX 20% ONET 30% GAT 50% รูปแบบที่ 2 GPAX 20% ONET 30% GAT 40% PAT7 10% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ พลศึกษา สุขศึกษา รูปแบบที่ 1 GPAX 20% ONET 30% GAT 20% PAT5 30% รูปแบบที่ 2 GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT5 20% PAT1/2/3/4/6/7(เลือก 1 วิชา) 20% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มศิลปกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ วิจิตรศิลป์ ดุริยางศิลป์ นาฏศิลป์ ศิลปการออกแบบพัสตราภรณ์ ศิลปการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม GPAX 20% ONET 30% GAT 10% PAT4 หรือ PAT6 40% คะแนนแอดมิชชัน 2557 กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ พื้นฐานวิทยาศาสตร์ GPAX 20% ONET 30% GAT 30% PAT1 20% พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 GPAX 20% ONET 30% GAT 50% พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 2 GPAX 20% ONET 30% GAT 30% PAT7 20%