GAT

เผย 27 มหาวิทยาลัยเตรียมรับมือการสอบ U-NET
u-net /  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / 

กระแสครึกโครมอีกครั้งเมื่อ สทศ. จัดตั้งการสอบ U-NET หรือการวัดความรู้เด็กป.ตรีก่อนเรียนจบ แต่เรื่องนี้ก็มีเสียงคัดค้านจากนักศึกษามหาวิทยาลัย และคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆออกมาให้ถึงเหตุผลที่ไม่สมควรจะมีการสอบ U-NET สมควรให้เป็นเรื่องพิจารณาจากบริษัทที่รับเข้าทำงานเองมากกว่า .. แต่ล่าสุด สทศ. ก็ยังคงยืนยันว่าการสอบนี้ต้องดำเนินการต่อและไม่สามารถถอยหลังได้อีกแล้ว อีกทั้งยังติดต่อไปยังตามมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่อยู่ในสังกัด สกอ. โดยถ้ามหาวิทยาลัยไหนตอบรับ และเห็นสมควรว่าต้องสอบ U-NET  นั้นหมายถึงนักเรียน นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ชั้นปีสุดท้ายนั้นต้องสอบ U-NET ทุกคน .. เผย 27 มหาวิทยาลัยเตรียมรับมือการสอบ U-NET เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai   เผย 27 มหาวิทยาลัยเตรียมรับมือการสอบ U-NET ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการตกลงการสอบ U-NET นี้ แต่นักศึกษาและมหาวิทยาลัยที่ไม่เห็นด้วยก็ยังคงคัดค้านกันต่อ โดยเพื่อนๆ เห็นในข่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นั้นตั้งจุดยืนคัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่และออกอากาศอย่างเป็นทางการ ต่อมาทาง สทศ. ออกมาให้ข้อมูลว่า นักศึกษาเข้าใจเรื่องการสอบนี้ผิดไป โดยให้เหตุผลไว้ว่า การสอบ U-NET นั้นไม่ซ้ำซ้อน, ไม่เสียค่าใช้จ่าย และเป็นข้อสอบที่ไม่บังคับในการสอบ (ฟังดูงงๆแห๊ะ!) โดย รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ออกมาชี้แจงประเด็นของการสอบ U-NET ไว้หลายประเด็นด้วยกัน เช่น -  การสอบ U-NET เป็นนโยบายของรัฐที่มีเป้าหมาย ต้องการทำให้ทุกคนมีความเสมอภาค ได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน ภายใต้คุณภาพเท่าเทียมกัน -  สอบ U-NET ต้องเสียค่าใช้จ่าย! การสอบของเรามีหลายระบบ อย่าง GAT-PAT คือการสอบเพื่อเข้าศึกษาต่อ ซึ่งเป็นเรื่องของรายบุคคล ผู้สมัครต้องสมัครสอบและเสียค่าใช้จ่ายเอง แต่การสอบ U-NET นั้นไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นทางมหาวิทยาลัยจะจัดการเอง - การบังคับ สมัครสอบ! สทศ. ไม่ได้บังคับสอบและก็ไม่ต้องสมัคร GAT-PAT  เราต้องสมัครเอง แต่ระบบ U-NET จะเหมือนกับระบบของ O-NET และ V-NET ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นต้นสังกัดจะเป็นผู้ส่งประเมินให้ทาง สทศ. เอง โดยที่นักศึกษาไม่ต้องสมัครสอบ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกระแส การสอบ U-NET  นี้กันต่อคะ มาดู 27 มหาวิทยาลัย เตรียมรับมือการสอบ U-NET ครั้งนี้กันดีกว่าว่า ทาง สทศ. นั้นติดต่อทางมหาวิทยาลัยแห่งไหนไปบ้าง.. รู้จักกันหน่อย >> U-NET คืออะไร  << เผย 27 มหาวิทยาลัยเตรียมรับมือการสอบ U-NET จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

8 ข้อสอบแอดมิชชั่น 2557 ที่ต้องรู้
ข่าวการศึกษา /  เทคนิคการเรียน / 

สำหรับในปี 2556 การแอดมิชชั่นก็คาบเกี่ยวทั้ง ม.5 และ ม.6 เพราะพี่ๆ ม.6 จะเข้าสู่มหาลัยเต็มตัวประมาณเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นน้องๆ ม.5 ก็จะขึ้นมาเป็น ม.6 รับช่วงต่อแอดมิชชั่นรุ่นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าในปีหน้าระบบ แอดมิชชั่น ของไทยก็ยังไม่นิ่งค่ะ ปรับนู่นเปลี่ยนนี่ ให้ได้ลุ้นกันตลอด เกิดมาต้องเรียนก็ว่ายากแล้ว แต่ต้องมาอยู่ในช่วง แอดมิชชั่น นั้นยากกว่า เพราะ?ข้อสอบแอดมิชชั่น 2557 ที่ต้องรู้ ข้อแตกต่างระหว่าง?แอดมิชชั่น ปี 2556 กับ 2557 คะ เรียบเรียง teen.mthai.com อ้างอิง เด็กดี ข้อสอบแอดมิชชั่น?2556 ของ?ม.6 ปีนี้ ตารางแอดมิชชั่นของ ม.6 รุ่นนี้จะไปจบลงเดือน พ.ค. หมายความว่า แม้จะขึ้นปี พ.ศ.2556 แล้ว น้องๆ ม.6 ก็ยังมีภารกิจในการสอบ 7 วิชาสามัญ O-NET GAT/PAT รวมไปถึงการเลือกคณะและสอบสัมภาษณ์ในรอบแอดมิชชั่นกลางอีก แม้จะเหลืออีกไม่กี่ภารกิจ แต่ก็มีจุดเปลี่ยนจนได้ ข้อสอบ O-NET มี 6 ชุด ข้อสอบ O-NET คือข้อสอบที่ ม.6 ทุกคนจะต้องสอบค่ะ และยังใช้วัดมาตรฐานของโรงเรียนด้วย การสอบ O-NET จะเป็นข้อสอบปรนัย หรือ ช้อยส์ ก. ข. ค. ง. จ.( O-NET มี 5 ช้อยส์นะคะ) แลดูเป็นข้อสอบที่เด็กลอกกันได้ง่ายที่สุด เมื่อไม่นานมานี้เลยมีกฎใหม่ออกมา คือ จะทำข้อสอบในแต่ละวิชาเป็น 6 ชุด หมายความว่าใน 1 ห้องสอบ มีที่นั่ง 6 แถว แต่ละแถวจะได้ข้อสอบคนละชุด โดยคำถามจะเหมือนกัน แต่ช้อยส์จะสลับข้อ คราวนี้ลอกกันไม่ได้แน่นอน เริ่มใช้ปีนี้ปีแรกนะ >< อาจารย์คุมสอบ O-NET ไม่ใช่อาจารย์โรงเรียนตัวเอง เกี่ยวกับ O-NET เหมือนเดิม ปกติในการสอบ O-NET จะสอบที่โรงเรียนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ อาจารย์คุมสอบก็จะเป็นอาจารย์ของโรงเรียนนั้นๆ ดังนั้นอาจารย์จะได้คุมสอบโรงเรียนตัวเองเกือบทุกครั้ง ซึ่งมีการร้องเรียนการทุจริตมาทุกปีว่าอาจารย์ในโรงเรียนมักจะช่วยเด็กโรงเรียนตัวเอง เพื่อแก้ปัญหานี้ก็มีกฎใหม่มาพร้อมกับO-NET 6 ชุด นั่นก็คือ ห้ามอาจารย์โรงเรียนคุมสอบนักเรียนตัวเอง ป้องกันการใบ้ข้อสอบ หรือทุจริตอื่นๆ นั่นเอง เภสัช ปรับ PAT2 เป็น 40% เรียกว่าเป็นเรื่องช็อกโฮกๆ ของคนอยากเรียนเภสัชเลยนะคะ ในปีก่อนๆ สัดส่วนที่จะเข้าคณะเภสัชใช้ GAT20% และ PAT2 30% ส่วนใน แอดมิชชั่นปี 56 ปรับใหม่โดยลด GAT เหลือ 10% และเพิ่ม PAT2 เป็น 40% ด้วยเหตุผลว่าคณะนี้เป็นคณะที่ควรมีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ค่อนข้างเยอะ ใครรู้ตัวว่าอยากเข้ารีบปั่น PAT2 รอบ 2 ก็ยังทันนะ และสัดส่วนนี้ก็จะใช้ตลอดไปเลยค่ะ ครุฯ- ศึกษาฯ ใช้ PAT อื่นยื่นได้ จากเดิมที่ใช้ PAT5 กับ GAT รวมกันให้ได้ 50% แต่ปีนี้ปรับเปลี่ยนใหม่ สามารถเลือกใช้ PAT 1 2 3 4 6 7 (เลือก 1 วิชา) มาประกอบเป็นสัดส่วนด้วยก็ได้ ?โดยถ้าใช้ PAT อื่นเข้ามาด้วย สัดส่วนในการยื่นจะประกอบด้วย GPAX 20% O-NET 30% GAT 10% PAT5 20% PAT อื่นๆ อีก 20% เอาจริงๆ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่คะแนน PAT5 ไม่ค่อยดี แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่าการยื่นคะแนนแต่ละรูปแบบในคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ จะแยกจำนวนรับออกจากกันหรือไม่ เพราะถ้าหากยื่นได้หลายรูปแบบ แต่จำนวนรับรวมกันทั้งหมด ก็ต้องแข่งกันเหนื่อยหน่อย เพราะ PAT แต่ละตัวมีความยากง่ายต่างกันค่ะ GPAX สุดป่วนปี 56 เป็นข่าวใหญ่มาพักนึงที่บอกว่า GPAX ปีนี้จะเอาคะแนน O-NET มาถ่วงด้วย 20% เพื่อใช้เข้ามหาวิทยาลัย ถึงกับขนาดว่า ผ.อ.หลายๆ โรงเรียนได้รับจดหมายด่วนแล้วด้วย เล่นเอาน้องๆ ม.6 ถึงกับจิตตกเพราะธรรมดาเกรดก็รุ่งริ่งอยู่แล้ว หากเอา O-NET มาถ่วงอีก กลัวว่าจะไม่มีคะแนนอะไรไปยื่นในแอดมิชชั่นกลาง?แต่ล่าสุดก็ได้รับข้อมูลที่คอนเฟิร์มมาเรียบร้อยแล้วว่า GPAX ที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัยของน้องๆ ม.6 ปีนี้ยังใช้เกรดแบบเดิม คือ ไม่มี O-NET มาถ่วงให้ช้ำใจเล่น แต่ทั้งนี้ในใบเกรดของน้องๆ จะมีเกรดอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเกรดที่ถ่วง O-NET ไว้ 20% เป็นเกรดที่ใช้ประเมินโรงเรียน ดังนั้นน้องๆ อย่าสับสน ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า GPAX ที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัย คือ เกรดที่คิดจากเกรด 6 เทอมเพียงอย่างเดียว แต่ GPAX ที่ใช้จบ ม.6 จะนำ O-NET มาคิดด้วย ข้อสอบแอดมิชชั่น?2557 ของ?ม.6 ปีหน้า ม.6 ปีหน้า ก็คือ น้อง ม.5 ปีนี้ หรือเรียกว่า รุ่นแอดมิชชั่นปี 57 นั่นเอง (รุ่นแอดมิชชั่น นับตามปีที่เราเข้าไปเป็นปี 1 ในมหาวิทยาลัย) ในรุ่นนี้มีบางอย่างที่จะปรับเปลี่ยนไปและได้บอกล่วงหน้ามาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็หวังว่าน้องๆ จะเริ่มเตรียมตัวกันบ้างแล้วนะ เงียบ...สงสัยจะยังไม่เตรียมตัว ฮ่าๆ สอบ GAT PAT เลื่อนตามอาเซียน เมื่ออาเซียนเข้ามา อะไรๆ ก็รู้สึกปรับไปค่อนข้างเยอะ รวมทั้ง ตารางการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2557 จะเริ่มปรับตารางเปิดเทอมในบางมหาวิทยาลัย ช่วงระยะเวลาที่เหลือตั้งแต่มีนาคม(ปิดเทอม ม.6) จนถึงสิงหาคม(เปิดเทอมมหาวิทยาลัย) มันนานเกินไป จึงปรับให้การสอบ GAT PAT ย้ายมาอยู่ช่วงเวลานี้ เพื่อให้มีเวลาอ่านหนังสือเต็มที่ และตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้เต็มที่เหมือนกัน โดยตารางคร่าวๆ มีดังนี้ (ฉบับแก้ไขล่าสุด 23 ธ.ค.) พ.ย.2556 -?สมัครสอบ 7 วิชาสามัญ ( นำคะแนนที่สอบได้ไปยื่นรับตรง ) 7-10 ธ.ค.56 -?สอบ GAT PAT รอบ 1 ม.ค.2557 -?สอบ 7 วิชาสามัญ (สอบตรงมหาวิทยาลัยต่างๆ) ก.พ.2557 - สอบ O-NET ปีการศึกษา 2556 ?(สอบตรงมหาวิทยาลัยต่างๆ) 8-11 มี.ค.57 - สอบ GAT PAT รอบสอง เม.ย.2557 - ประกาศผลสอบ O-NET ปีการศึกษา 2556? พ.ค.2557 - ยืนยันสิทธิ์เคลียริ่งเฮ้าส์ (สำหรับนักเรียนที่สอบตรงติดในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม) ปล.เป็นกำหนดการคร่าวๆ ที่ทางคณะทำงานแอดมิชชั่นฟอรั่มได้สรุปออกมา ปรับสัดส่วนทันตะฯ ใช้ PAT1 ด้วย คณะทันตะฯ ทั่วประเทศจะปรับสัดส่วน แอดมิชชั่นกลางใหม่ จากเดิมใช้ GAT 30% และ PAT2 20% จะเปลี่ยนใหม่เป็น GAT 20% PAT2 20% และ PAT1 10% สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ เพิ่ม PAT1 คณิตศาสตร์เข้ามานั่นเอง อ๊ะจ๊ากกก ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันมาแล้วว่าจะเริ่มใช้ปี 57 เพียงแต่ยังไม่ได้ออกข่าวมาให้เห็นเท่านั้นเอง ซึ่งพี่ๆ แว๊บเอาข่าวมาบอกก็เตรียมตัวกันได้เลยนะคะ มีลุ้นใช้ O-NET ถ่วง GPAX เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากข่าวที่จะใช้ O-NET 20% ถ่วง GPAX เข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ แต่เมื่อรุ่นพี่ ม.6 ปีนี้รอดไปด้วยเหตุผลที่ว่าควรแจ้งล่วงหน้าให้นานกว่านี้และสัดส่วน แอดมิชชั่น ในปัจจุบันก็มี O-NET ถ่วงอยู่แล้ว จึงขอเบรกไว้ก่อน และยังทิ้งท้ายไว้ว่าไม่แน่อาจจะได้ใช้ปีหน้า เพราะฉะนั้น ม.5 ปีนี้เตรียมตัวและเตรียมใจได้เลยว่า ทาง สพฐ.มีโอกาสสูงมากที่จะปรับเกรด GPAX ใหม่ โดยใช้ O-NET เข้ามาถ่วง 20% เพราะเขาได้แจ้งล่วงหน้ามาแล้ว ถือว่ารับทราบ!! ใช้ O-NET ถ่วงแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? บอกได้คำเดียวว่าเกรดของน้องๆ จะลดต่ำลงไปอีก เรียกว่าชีวิตนี้เกรดจะแตะ 3.9 หรือ 4.00 ได้ลำบากขึ้น ก็แค่ต้องทำเกรดให้ได้ 4.00 ทุกวิชาและสอบ O-NET ให้ได้เกิน 90 คะแนนทุกวิชาเท่านั้นเอง - -!! (ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ เพราะถ้าเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่นี้จริง เกรดของน้องๆ ทั่วประเทศก็จะต้องตกลงด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เราคนเดียวค่ะ :) อย่างไรก็ตาม แอดมิชชั่น ปีหน้าก็ต้องตามข่าวนี้กันต่อไปนะคะ ว่าสุดท้ายแล้วหน่วยงานอื่นๆ เค้าเห็นดีเห็นชอบกับเกณฑ์นี้หรือไม่ เพราะถ้าหากเปลี่ยนขึ้นมาจริงๆ สัดส่วนใน แอดมิชชั่น ทั้งหมดก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนอีกครั้ง O_o

เทคนิคการทำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆ
GAT /  ข้อสอบ / 

เทคนิคการทำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ อย่างง่ายๆ โดย AC'CESS SCHOOL อ.ชัชชัย ตั้งธรรม ที่จะช่วยเพื่อนๆ น้องๆสอบ GAT ภาษาอังกฤษ ผ่าน 140 คะแนนได้ง่ายๆ .. เทคนิคการทำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆ เทคนิคการทำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษอย่างง่ายๆ เทคนิคการทำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ อย่างง่ายๆ ตอนที่ : 1 เทคนิคการทำข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด! https://www.youtube.com/playlist?list=PLWK43GuBoyB7v6qYXQRU5wLXKbkN2PA5b

ปฏิทินการสอบ 2556 การสมัครสอบ กำหนดการสำคัญ
GAT PAT 56 /  o net / 

ปฏิทินการสอบ 2556 การสมัครสอบ กำหนดการสำคัญ สมัครสอบ O-NET สำหรับสายอาชีพหรือเทียบ ม.6 ( 1 พ.ย. 2555 ? 15 ธ.ค. 2555 ) สมัครสอบ GAT -PAT 2/56 ( 12 พ.ย. 2555 ? 10 ธ.ค. 2555 ) สอบ 7 วิชาสามัญ ( 5 ม.ค. 2555 ? 6 ม.ค. 2556 ) สอบ O-NET (ม.6) ( 9 ก.พ. 2556 ? 10 ก.พ. 2556 ) วัน ประกาศผลสอบ 7 วิชาสามัญ ( 11 ก.พ. 2556 ) สอบ GAT-PAT 2/56 ( 2 มี.ค. 2556 ? 5 มี.ค. 2556 ) ประกาศผลสอบ O-NET?ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ( ศุกร์15 มีนาคม 2556 ) ประกาศผลสอบ O-NET ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ( วันพุธ 10 เม.ย. 2013 ) จำหน่ายหนังสือระเบียบการ Admission ( 4 เม.ย. 2556 ? 21 เม.ย. 2556 ) วัน ประกาศผลสอบ GAT-PAT 2/56 ( 10 เม.ย. 2013 ) รับสมัคร Admission ( 11 เม.ย. 2556 ? 21 เม.ย. 2556 ) ชำระเงินค่าสมัคร ( 11 เม.ย. 2556-23 เม.ย. 2556 ) ข้อมูล teen.mthai.com อ้างอิง?tlcthai.com

เผยผลสอบ GAT/PAT ค่าเฉลี่ยทุกวิชาไม่ถึงครึ่ง
GAT /  PAT

นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า สทศ.ประกาศผลการสอบแบบวัดความถนัดทั่วไป(GAT) และแบบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ(PAT) ครั้งที่ 1/2556 แล้ว   คะแนนการสอบ GAT คะแนนเต็ม 300 คะแนน มีผู้เข้าสอบ จำนวน 323,912 คน คะแนนเฉลี่ย 114.30 ต่ำสุด 2.00 สูงสุด 297.50 ช่วงที่มีผู้ทำคะแนนมากที่สุด 30.01-60.00 จำนวน 70,548 คน แบ่งเป็น - GAT1 คะแนนเต็ม 150 คะแนน มีผู้เข้าสอบ จำนวน 323,030 คน คะแนนเฉลี่ย 65.23 ต่ำสุด 2.00 สูงสุด 150.00 ช่วงที่มีผู้ทำคะแนนมากที่สุด 0.00-30.00 จำนวน 100,512 คน - GAT2 คะแนนเต็ม 150 คะแนน มีผู้เข้าสอบ จำนวน 323,829 คน คะแนนเฉลี่ย 49.07 ต่ำสุด 2.50 สูงสุด 150.00 ช่วงที่มีผู้ทำคะแนนมากที่สุด 30.01-60.00 จำนวน 221,245 คน ส่วน คะแนนการสอบ PAT คะแนนเต็มวิชาละ 300 คะแนน แบ่งเป็น - PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ สอบ 243,851 คน คะแนนเฉลี่ย 40.61 ต่ำสุด 5.00 สูงสุด 300.00 มากสุด 30.01-60.00 จำนวน 135,864 คน - PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ สอบ 200,313 คน คะแนนเฉลี่ย 86.20  ต่ำสุด 9.00 สูงสุด 234.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 123,299 คน - PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ สอบ 51,238 คน คะแนนเฉลี่ย 91.11 ต่ำสุด 16.00 สูงสุด 276.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 21,101 คน - PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ สอบ 20,290 คน คะแนนเฉลี่ย 58.07 ต่ำสุด 3.00 สูงสุด 232.00 มากสุด 30.01-60.00 จำนวน 7,147  คน - PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู สอบ 211,477 คน  คะแนนเฉลี่ย 127.31 ต่ำสุด 2.00 สูงสุด 242.00 มากสุด 120.01-150.00 จำนวน 86,808 คน - PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ สอบ 32,799 คน คะแนนเฉลี่ย 109.88 ต่ำสุด 10.00 สูงสุด 212.50 มากสุด 90.01-120.00  จำนวน 14,451 คน - PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส สอบ 7,781 คน คะแนนเฉลี่ย 84.83 ต่ำสุด 33.00 สูงสุด 267.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 5,087 คน - PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน สอบ 2,798 คน คะแนนเฉลี่ย 87.52 ต่ำสุด 39.00 สูงสุด 291.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 1,873 คน - PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น สอบ 6,522 คน คะแนนเฉลี่ย 90.84 ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 294.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 3,941 คน - PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน สอบ 15,341 คน คะแนนเฉลี่ย 81.24 ต่ำสุด 12.00 สูงสุด 291.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 10,340 คน - PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ สอบ 2,666 คน คะแนนเฉลี่ย 88.24 ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 264.00 มากสุด 60.01-90.00 จำนวน 1,552 คน และ - PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี สอบ 4,071 คน คะแนนเฉลี่ย 97.63 ต่ำสุด 42.00 สูงสุด 291.00 มากสุด 90.01-120.00 จำนวน 2,010 คน ทั้งนี้ พบว่า ค่าเฉลี่ยของทุกวิชาพบว่า มีค่าเฉลี่ยไม่ถึง 50% ของคะแนนเต็ม ผลการวิเคราะห์ข้อสอบ พบว่า ข้อสอบค่อนข้างยาก เพราะเป็นข้อสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อ จึงยากกว่าข้อสอบปกติ ซึ่งคะแนนเฉลี่ยที่ไม่ถึงครึ่งนั้น ก็ไม่แตกต่างกับปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของ GAT 1 มีผู้เข้าสอบได้คะแนนในช่วงคะแนน 0.00-30.00 ถึง 100,512 คนนั้น สาเหตุอาจเป็นเพราะข้อสอบ GAT 1 เป็นการคิดวิเคราะห์แก้โจทย์ปัญหา ซึ่งทาง สทศ.จะได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้ สพฐ. เพื่อเร่งพัฒนา และปรับปรุงวิธีการสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นต่อไป MThai News

บทสรุป Admissions 2557
7 วิชาสามัญ /  Admissions 57 / 

บทสรุป Admissions 2557 ปฏิทินการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย 2557 http://teen.mthai.com/education/65664.html ตารางสอบ GAT/PAT 2557 ตารางสอบ O-Net 2557 ตารางสอบ วิชาสามัญ 7 วิชา  ตารางสอบ ระบบเคลียริ่งเฮาส์ (Clearinghouse) ปฏิทิน Admissions 2557   8 ข้อสอบแอดมิชชั่น 2557 ที่ต้องรู้ http://teen.mthai.com/education/57751.html ข้อสอบ O-NET มี 6 ชุด อาจารย์คุมสอบ O-NET ไม่ใช่อาจารย์โรงเรียนตัวเอง เภสัช ปรับ PAT2 เป็น 40% ครุฯ- ศึกษาฯ ใช้ PAT อื่นยื่นได้ GPAX สุดป่วนปี 56 ข้อสอบแอดมิชชั่น 2557 ของม.6 ปีหน้า สอบ GAT PAT เลื่อนตามอาเซียน ปรับสัดส่วนทันตะฯ ใช้ PAT1 ด้วย มีลุ้นใช้ O-NET ถ่วง GPAX  องค์ประกอบ คะแนนแอดมิชชั่น 2557 (ปรับใหม่) http://teen.mthai.com/education/66596.html GPAX , ONET , GAT ,PAT1/2/3/4/6/7  บทสรุป Admissions 2557

99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า
นักเรียน /  ปัญหาวัยรุ่น / 

การเลี้ยงดูเด็กสมัยนี้ ผู้ใหญ่ต้องใช้นต้นทุนมาก ทำให้ เด็กๆ (นักเรียน) สะดวกสบายกว่า สมัยก่อนมากๆๆ เพราะผู้ใหญ่ เลี้ยงดู อย่างดี ทั้ง เงินทอง เครื่องแต่งกาย เครื่องอำนวยความสะดวก ครบครัน แต่ผลที่ได้ ไม่ดีอย่างที่หวัง สังเกตุไหมว่า? สังคมไทย ยุคนี้ มักเลี้ยงกันด้วยวัตถุ มากกว่าจิตใจ หรือที่เรียกว่า เจตตคติ การสอนลูกหลาน ทั่งในบ้าน หรือในสังคม เน้นการสั่งสอน (เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยฟัง) มากกว่า การประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ใน โรงเรียน ก็เน้นสร้างภาพว่าเป็นโรงเรียน เด็กมีวินัย ใน เชิง การแต่งกาย และผมเผ้า มากกว่า สอนให้เด็ก รู้จักคิด รับผิดชอบ ประชาธิปไตยก็สอนรูปแบบ มากกว่าเนื้อหาสาระ ปัญหาของวัยรุ่นไทย ผู้ใหญ่ก็ควรกลับมาคิด กัน ว่าเกิดจากใคร ก่อนที่จะสายเกินไป ตาม teen.mthai มาดู 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่านะ !! 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 1.โรงเรียนรัฐบาล เรียนหนัก วันละ 7-8 คาบ 2.เมื่อมีคาบว่าง คุณครูวิชาใดวิชาหนึ่ง มักขอ 3.รร.เอกชน เด็กนักเรียนไม่เคร่งกฏ 4.รร.ที่เก่าแก่ ยึดติดศักดิ์ศรีมากเกินไป บ่มเพาะให้เด็กเป็นศัตรูกับสถาบันอื่น 5.รร.รัฐบาล เข้าแถวหน้าเสาธง ฟัง ผอ.ให้โอวาทก่อนเข้าคาบแรก แต่กินเวลา ไป 10-20 นาที 6.เด็กต้องตากแดด ร้อน หน้ามืดเป็นลม 7.บาง รร. ผิดกฏนิดหน่อย ก็เรียกผู้ปกครอง ทั้งๆที่ควรจะตักเตือนก่อน 8.เด็กไทยขนหนังสือในกระเป๋าเป็นสิบกิโล หลังงอไปโรงเรียน (รวมทั้งนิยายและการ์ตูน หนังสือ**) 9.การบ้าน งานต่างๆ ฝึกให้นักเรียนรับผิดชอบก็จริง แต่สั่งทีเยอะแล้ววันนึง เรียนกี่วิชา ครูคนนึงสั่งกี่อย่าง? เด็กตายห่-า พอดี 10.มา รร. เช้า ลอกการบ้าน แล้วเด็กได้อะไร จากการสั่งงานเยอะ 11.หลับตี 1-2 พิมพ์รายงานส่ง 12.เนื้อหารายงานมาจากอินเตอร์เน็ต หามา ก็อปใส่เวิด ปริ้น เข้าเล่ม ส่ง 13.พรีเซนต์งานโดยการออกมาอ่าน 14.ครูแก่ เกินรับได้ โบราณ 15.คนเก่งไปเรียนหมอ แล้วใครมาเป็นครู? 16.รร.ในไทย แต่งยูนิฟอร์ม ชุดนักเรีย ชุดพละ ชุดลูกเสือ ทั้งที่อากาศร้อนจัด 17.มีเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือเยอะแยะ 18.มีเด็กที่ได้เรียน แต่ไม่อยากเรียน 19.พ่อแม่เสียเงินค่าเรียนพิเศษ มากว่า ค่าเทอม มากเป็นเท่าตัว 20.ต่างประเทศ ปิดเทอม ไปเที่ยว ทำงานพิเศษ ทำกิจกรรม 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 21.เด็กไทยเรียนพิเศษเป็นบ้าเป็นหลัง 22.มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย ไม่ติดใน 100 มหาวิทยาลัยโลก 23. บาง รร.จ่ายค่าเรียนคอมพิวเตอร์ทุกปี แต่ว่า ได้เรียนแค่ ม.1และม.4 = = 24.ครูบางคน การสอนคือการอ่านให้เด็กฟัง 25.ครูบางคน สอนไม่รู้เรื่อง ออกข้อสอบหิน เด็กตก ไม่ยอมให้แก้ 26.ครู ขายของแก่นักเรียน ทำธุรกิจ ทดลองสินค้าในห้องเรียน ตั้งแต่ของ เล็กๆน้อยๆ ยันถึงกิฟฟารีน แอมเวย์ 27.ครูไม่สอน นั่งบ่นเรื่องที่ไม่ในตำรา แต่นักเรียนชอบฟัง(เพราะไม่ได้เรียน) 28.เวลาว่างที่ รร. นร.นั่งนินทาครู 29.ปัจจุบัน ทั่วไปคิดว่า ครู แค่คือ คนที่รับจ้างสอน ไม่ใช่แม่พิมพ์ที่แท้จริง 30.สอนไป ทุก10 นาที โทรศัพท์ดัง 31.ครูใช้เด็กซื้อกับข้าว ซื้อโอเลี้ยง ซื้อส้มตำ 32.ครูสนใจ เด็กที่เรียนพิเศษด้วยมากกว่า 33.ช่องว่างระหว่างครูและเด็ก เยอะมาก เนื่องจากจำนวนเด็กในห้อง เฉลี่ย 50 ขึ้น ครูจำนักเรียนได้ไม่หมด ยิ่งครูแก่ๆก็.... 34.รร. นานาชาติ มีความผูกพัน กับครูที่สอน ทั้ง รร.รักกันดี 35.บางคนเกรด 4.00 สอบไม่ติดก็มี เพราะการศึกษาไทยเก็บคะแนนสอบแค่ 15-30% นอกนั้นงาน การบ้านที่สั่ง 36.ครูบางคนตั้งใจสอน แต่ไม่มีเทคนิค ทำให้เด็กเบื่อที่จะเรียน 37.ความรู้ที่ใช้สอบ มาจากที่เรียนพิเศษ 38.กวดวิชาแต่ละจังหวัดมากกว่า 50 แห่ง 39.ครูบางคนชอบโอ้อวดว่าจบที่นั่น เอกอย่างนี้ ได้เกียรตินิยม แต่สอนไม่รู้เรื่อง 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 40.เด็กในห้องมี 50 คน เก่งสุดๆแค่ 1-2 คน 41.นอกนั้น เรียนๆเล่นๆ เที่ยวๆ 42.เด็ก ม.3 สะกดคำว่า family house ศัพท์อังกฤษง่ายๆไม่ได้ 43.โรงเรียน ประจบผู้ปกครองที่มีเงิน 44.โรงเรียนหญิงล้วน มีทอมดี้เยอะ โรงเรียนชายล้วน มีเกย์ ตุ๊ดเต็ม 45.ต่างประเทศ เรียนวันละ 3-5 ชม. หลังจากนั้นก็สนามบาส สระว่ายน้ำ ห้องดนตรี ไม่ก็กลับบ้าน ทำกิจกรรม ไปอ่านหนังสือเอง 46.ถ้าเด็กเรียนที่ไทย ก็ไปกวดวิชา เรียนเลิก3 -4 ทุ่ม 47.เด็กเที่ยวนั่งรถไฟฟ้าไปสยาม 48.เด็กใส่แว่นเนื่องจากเล่นคอม มากกว่าเรียน 49.ครูคาดหวังกับเด็กห้องคิงเกินไป ทำดีนิดหน่อย ชมเว่อร์ๆ ทำผิดนิดเดียว คือเรื่องคอขาดบาดตาย 50.เอาใจใส่เด็กแต่ละห้องไม่เท่ากัน 51.รร.รัฐ ให้เด็กทำป้าย เดินรณรงค์ยาเสพติด เลือกตั้งฯ ตามนโยบาย ทำเอาหน้าตา รร. เด็กต้องเดิน 2-3กิโล แดดก็ร้อน หน้ามือเป็นลม 52.วิชาอาจารย์ฝรั่ง ดูเหมือนจะมีความสุข จะหลับก็ได้ คุยกันไป แต่ก็เรียน ไม่รู้เรื่อง 53.เด็กไทยอวดฉลาด 54.เด็กไทยตามกระแส แฟชั่น 55.เด็กไทยบ้าเที่ยว บ้าเรียน บ้าใช้เงิน บ้าดารา 56.วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เป็นธรรมดา 57.ท้อง แท้ง ฆ่าตัวตาย ใจแตก ติดยา คือ ปัญหาวัยรุ่นไทยที่แก้ไม่ได้ 58.เด็กส่วนใหญ่ฝันมี รร.ที่กว้าง ต้นไม้ สบายๆ บรรยากาศดี การเรียน สนุก มีกิจกรรมทำ 59.ความ ฝันห่างไกลความจริง รร. อากาศร้อนไม่มีพัดลม เสียงรถที่ถนนดัง ห้องเรียนติดห้องน้ำ ครูสอนก็ดุ แก่ โหดคะแนน น่าเบื่อ ครูลามก 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 60.มีพ่อแม่ บังคับ อนาคตวาแผนให้ลูกเสร็จสรรพ โดยไม่ถามว่าลูกชอบหรือไม่ 61.พ่อแม่ชอบกดดัน ซึ่งความจริงในยุคนี้ การเลี้ยงลูกแบบนี้ หัวโบราณมาก เด็กไทย ฆ่าตัวตายเพราะเครียดเยอะขึ้นทุกปี 62.ไฮโซ ต้องให้ลูกเรียนเอกชน นานาชาติ รร.รัฐสุดโด่งดัง 63.ไปเรียนพิเศษต่างประเทศ ตอนปิดเทอม 64.รู้ ไหม คนต่างชาติคิดว่า วัยรุ่นไทยที่รวย พ่อแม่ คุณทำงานใหญ่โต นักการเมือง นักธุรกิจส่งลุกมาใช้เงิน นั้น เค้าคิดว่า พ่อแม่คุณคอรัปชั่น และคุณทำตัว ไร้สาระ 65.ประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนา แต่เรียกตัวเองว่า กำลังพัฒนา 66.วัยรุ่น ไม่เคารพผู้ใหญ่ ด่าได้ก็ด่า ก็พ่อแม่ฉันยังไม่ว่า คุณเป็นใครมาว่า 67.แต่งตัว ใช้เงิน ซื้อของอวดกัน 68.ตบกันแย่งผู้หญิง ผู้ชาย ทอมดี้ เกย์ 69.มีเพื่อนในชีวิตจริงและสังคมอินเตอร์เน็ต 70.เล่นเกมออนไลน์ เล่นmsn ทุกวัน หลับดึก 71.เที่ยวจัด จนบางวันไม่กลับบ้าน พรุ่งนี้มีสอบ เอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน ที่ห้องน้ำ รร.แล้วเข้าสอบ ก็มี 72.พ่อแม่เลี้ยงลูกดีเกินไป แย่เกินไป โอ๋ลูกเกินไป ด่าลูกเกินไป เด็กเก็บกด 73.เด็กที่ไม่ได้รับการศึกษา มีคุณภาพชีวิตที่แย่ บางคนยอมขายตัวเพือเอา เงินมาเรียนก็มี 74.ครูแนะแนว ตือครูที่เด็กชอบมากที่สุด 75.เด็ก ไทย เกรด 4.00 เอ็นเข้าคณะอินเตอร์ไม่ติด เด็กนานาชาติไม่เก่งเท่า เด็กรัฐบาล แต่นั่งฝนข้อสอบฉลุย เมื่อจะเอ็นเข้าคณะอินเตอร์ 76.ต่างประเทศ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เรียนน้อยกว่าไทย แต่ทำไมฉลาดกว่า มีคุณภาพกว่า? 77.เด็ก คืออนาคตของชาติ แต่มีตัวอย่างบุคคลชั้นนำของประเทศที่เห็นได้ ตามหน้า หนังสือพิมพ์ว่า...แค่ไหน เป็นแบบนี้ คุณยังจะหวังอะไรกับเด็กไทยศตวรรษที่ 21 อย่างเราไหม 78.วัยรุ่นไทยไม่อยากรับรู้เรื่องข่าวสารของประเทศไท ยที่มีแต่อะไรที่ชวนทำ ให้น่าเบื่อ เกิดการแอนตี้ ไม่อยากรู้ 79.เด็กไทยไปโรงเรียน และ มหาวิทยาลัย จากการสำรวจแล้ว พบว่า ปัจจัยคือ เพื่อน เท่านั้น 80.โลกก้าวหน้าไปทุกวัน แต่การศึกษาไทย ยังอยู่กับที่ 99 ปัญหาเด็กนักเรียนไทย เป็นแบบนี้จริงรึเปล่า 81. การศึกษาในปัจจุบันทำให้เด็กไทย บ้าเรียนพิเศษ ไปติวที่นั่นที่นี่ สอบ มหาลัยได้ จบมาไม่ได้เอาความรู้มาใช้ มันมีประโยชน์อะไร 82.เด็กห้องเรียนพิเศษ ถ้าไม่แยกรั้วโรงเรียนแล้ว จะอยู่ร่วมกับห้องเรียนปรกติ ไม่ได้ 83.ในโรงเรียน รัฐบาลมีการแบ่งแยกชนชั้น ฝ่าย สี(พวกเสื้อแดง-เหลือง) ทำให้สิ่งไร้สาระพวกนี้มาเป็นเกณท์ให้คะแนนนักเรียน 84.GAT-PAT คือการสอบที่ไม่มีใครตอบได้ว่า สอบทำไม สอบเพื่ออะไร และเด้กจะได้อะไร ใครเป็นคนคิด คิดเพื่อใคร และคิดมาทำไมเพื่ออะไร 85.เด็กนักเรียนห้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นสื่อจะเรียนห นักกว่าห้องเรียนอื่นๆ แต่สอบวัดผลโรงเรียนกลับได้คะแนนน้อยกว่าห้องปรกติ 86. 80% ของผู้ปกครองเด็กไทย อยากให้ลูกเรียนจบเร็วๆ 87.ช่วงชีวิตที่เรียนระดับ มัธยม คือช่วงที่มีความสุขที่สุด 88. นักเรียนที่ผู้ปกครองเลี้ยงปล่อย (ไปเที่ยวได้กับเพื่ อนๆ ไปไหนก็ได้ พ่อแม่ไม่จู้จี้จุกจิกและอื่นๆ) จะใช้ชีวิตในสังคมได้ดีกว่า คนที่พ่อแม่เลี้ยงแบบ ให้อยู่ แต่ในบ้าน 89.เด็กบ้าเรียนมักจะไม่มีเพื่อนแท้และเพื่อนสนิท 90.คนเราเกิดมามีความสามารถต่างกัน แต่การศึกษาในปัจจุบันไม่สนับสนุนความสามารถพิเศษ ของนักเรียน 91.ผุ้ปกครองหลายคน วาดอนาคตให้ลูก และดูถูกสิ่งที่ลูกใฝ่ฝัน 92.ในปัจจุบันมีผู้ปกครองที่ เลือกที่เรียนให้ลูก เลือกอาชีพให้ลูก แม้แต่เลือก คู่ครองให้ยังมี 93.วัยรุ่นมักจะมีแฟนตั้งแต่อายุ 13ปี ขึ้นไป 94.ในปัจจุบันยังมีผู้ปกครองที่หัวโบราณมากกว่าผู้ปก ครองสมัยใหม่ 95.ปัจจุบัน โลกกำลังวิปริต ประเทศไทยในตอนนี้มี ทอม ดี้ และเลสเบี้ยนเยอะมาก ในขณะที่ผู้ชายหลายคนแห้วกับการีท่ผู้หญิงหันไปคบผู้ หญิง 96.มาตรฐานการศึกษาในประเทศไทยคือ พ.ศ. 2544 แต่นี่คือปี 2555 97.ผู้ ปกครองให้ลูกไปเรียนพิเศษ เพียงแค่ไม่ให้เด็กเล่นเกม หารู้ไม่ว่าเสียเงินโดยใช้เหตุ เพราะเด็กบางคนไปเรียนแต่ไม่รับอะไรกลับมาเลย 98.ทุกโรงเรียนในประเทศไทย จะมี 1ใน 10 ที่จะเป็นนักเลง และผู้มีอิทธิพล 99.ในปัจุจบันมีการตีกันและฆ่ากัน ปัจจุยหลักมาจาก แย่งผู้หญิงกัน อ่านดูก็น่าตกใจ แต่ถ้าตั้งสติได้ ก็ต้องยอมรับว่า เด็ก ก็เป็นปุถุชน ต้องมีปัญหา แต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกัน ติดว่าในฐานะที่ที่ รัก กัน ผู้ใหญ่ก็ต้อง หากลวิธี ในการดูแล ขอแต่อย่าลืม หลักการพื้นฐาน ลองใช้อาวุธของโกวเล้งคือ ความรัก มาแก้ไข ความไม่เข้าใจกัน ปัญหาเด็กไทย จะลดลงอย่างแน่นอน เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง candy

บรรยากาศงานมหกรรมการศึกษา Eduzones Expo 2014
ข่าวการศึกษา /  นักเรียน / 

ผ่านไปแล้วค่ะ สำหรับงานมหกรรมการศึกษา Eduzones Expo 2014  Future focus ชี้ ชัด อนาคต เลือกคณะที่ใช่ สู่อาชีพที่ชอบ ในวันที่ 3-4 มิ.ย. 57  ปีที่ 10 สำหรับนักเรียน ม.ปลาย จัดขึ้นที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ที่งานนี้ได้รวบรวม มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย มาร่วมออกบูท ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ทั้งการรับตรง Admissions นอกจากนั้นยังมีข้อมูลน่าสนใจอีกมากมาย พร้อมทั้งบทสัมภาษณ์ความรู้สึกของน้องๆ ที่มาร่วมงาน และคำปรึกษาที่พี่ๆ แต่ละคณะมหาวิทยาลัยฝากถึงน้องๆ ที่กำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ทีนเอ็มไทยได้รวบรวมทั้งหมดไว้ให้น้องๆ ที่อาจพลาดโอกาสไปร่วมงานนี้ ได้รู้พร้อมๆ กันค่ะ...บรรยากาศงานมหกรรมการศึกษา Eduzones Expo 2014 บรรยากาศงานมหกรรมการศึกษา Eduzones Expo 2014 ภายในงานหกรรมการศึกษา Eduzones Expo 2014  เลือกคณะที่ใช่ สู่อาชีพที่ชอบ ในวันที่ 3-4 มิ.ย. มีน้องๆ มาร่วมงานอย่างคึกคัก อัดแน่นเต็มฮอล์ลเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากกับโซนต่างๆ เช่น โซนเก็งคะแนนสูงต่ำและแนวโน้มความนิยมคณะยอดฮิต แอดมิชชันส์ 57, เทคนิคจัดอันดับเลือกคณะ Admission’57 จัด 4 อันดับอย่างไรไม่ให้พลาด, ทิศทางคณะสาขาอาชีพในอนาคตเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน, 10 อันดับอาชีพสายวิทย์ การันตีรายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน, เคล็ดลับสอบตรงอย่างไรให้ติดสาขาแห่งอนาคต, โชว์สุดยอดนวัตกรรมด้านการศึกษา ห้องเรียนแห่งอนาคต แนะนำการพัฒนา 4 ทักษะที่เด็กไทยต้องเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันในอนาคต, Work Shop สาขา อาชีพแห่งอนาคต พบห้องปฎิบัติการ ฝึกทดลองเรียนจากเครื่องมือจริง และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายให้น้องๆ แต่ละโรงเรียนได้ร่วมสนุก รับของรางวัล ที่บูธของแต่ละมหาวิทยาลัยจัด และโซนที่ดูจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ โซนรับคำปรึกษาการเลือกคณะและศึกษาต่อจากพี่ๆ แต่ละคณะ มหาวิทยาลัย ที่มีน้องๆ ต่อคิวรอรับคำปรึกษากันอย่างมาก ทีมงานทีนเอ็มไทยไม่รอช้า ขอเข้าไปสัมภาษณ์พี่ๆ ถึงข้อมูลที่น้องๆ มัธยมส่วนใหญ่อยากรู้ และการให้คำแนะนำแก่น้องๆ ว่าจะเป็นอย่างไร เริ่มจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ชื่อ นางสาว กนกวรรณ มุตตามระ ชื่อเล่น กลอย อายุ 19 ปี เรียนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ปี 2 เกรด 3.50 ส่วนใหญ่น้องที่มาขอคำปรึกษากับเรา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง ค่ะ ส่วนใหญ่น้องๆ เขาจะถามว่า คณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร แล้วก็ความเป็นอยู่ในคณะเป็นยังไง จบไปทำอะไรได้บ้าง และก็คะแนนที่ใช้ ใช้อะไรบ้าง คะแนนสูงสุดต่ำสุดของคณะเป็นยังไง และก็จะถามว่าน้องเขามีคะแนนอยู่ประมาณนี้ เขาจะเข้าเรียนได้ไหม และให้คำปรึกษากับน้องๆ เขาไปว่าอย่างไรบ้าง เราก็จะบอกไปว่า คณะเทคโนโลยีสารสนเทศเนี่ย มีทั้งหมดสี่แขนก ก็คือ software engineering, network, multimedia, business intelligence แต่ละแขนกจะเรียนต่างกันไป แต่เราจะได้เลือกตอนขึ้นปี 3 ซึ่งเราจะได้เรียนพื้นฐานทั้งหมดแล้ว ก็จะทำให้น้องๆ รู้ตัวแล้วว่า เราชอบอะไรไม่ชอบอะไร แล้วก็จะมีถามเรื่องคะแนนสูงสุดต่ำสุดของคณะ IT จะอยู่ที่ 14,000-17,000 ค่ะ งานอะไรในอนาคต สำหรับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับงานที่สามารถทำได้ในอนาคตก็อยู่ที่ว่า น้องๆ เลือกเรียนแขนกไหน อย่าง software engineering ก็จะเป็นเกี่ยวกับโปรแกรมทั้งหมด การสร้างโปรแกรม ทดสอบโปรแกรม network การวางโครงข่าย การวางระบบของอินเตอร์เน็ต multimedia จะเป็นการสร้างโปรแกรมเพื่อนำไปสร้างสื่อ และ business intelligence เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจโดยใช้สารสนเทศ อยากให้ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากจะมาเข้าคณะนี้ ค่ะ คณะนี้ก็เป็นคณะที่มีแขนกความรู้ที่แตกออกมาจากการเรียนม.ปลายมาก ถ้าเราไม่ชอบจริงๆ อย่าฝืนเรียน เพราะว่ามันจะไปไม่รอด พอโตขึ้นเรียนมากขึ้น ยิ่งไม่เหมือนอะไรที่เราเรียนมา มันจะยิ่งยากขึ้นๆ รุ่นพี่มหาวิทยาลัยศิลปากร ชื่อ นางสาว นวพร มีน้อย ชื่อเล่น มิว อายุ 20 ปี เรียนคณะอักษรศาสตร์ เอกปรัชญา มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 2 เกรด 3.34 ส่วนใหญ่น้องที่มาขอคำปรึกษากับเรา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง น้องๆ ที่มาถามส่วนใหญ่ จะถามคณะนี้เรียนยังไง การสอบเข้าใช้คะแนนอะไรบ้าง จบไปทำงานอะไร ประมาณนี้ค่ะ และให้คำปรึกษากับน้องๆ เขาไปว่าอย่างไรบ้าง ถ้าเริ่มจากเข้าด้วยคะแนน เราต้องดูก่อนว่าน้องจะมาเป็นรับตรง หรือแอดมินชั่น แอดมินชั่นก็คือ เราก็จะบอกคะแนนไปว่ารับ GAT/PAT เท่าไร แล้วก็ถ้าเป็นรับตรงเข้ามา เราก็บอกว่า รับตรงของเราเนี่ยมีแบบเป็นโควต้า ต้องสอบอะไรบ้าง อย่างรุ่นเราใช้จิตวิทยาสามัญเข้ามา เราก็ต้องสอบวิชาเฉพาะของมหาวิทยาลัยของคณะ เพื่อนำไปยื่น งานอะไรในอนาคต สำหรับคณะอักษรศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์จบมา ก็จะทำงานเกี่ยวกับหนังสือ นิตยสาร สำนักพิมพ์ กองบรรรณาธิการ เป็นไกด์ หรือ ล่าม ประสานงาน ได้หลายภาษาค่ะ อยากให้ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากจะมาเข้าคณะนี้ สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนคณะอักษรศาสตร์อย่างน้อยก็ต้องสู้ๆ มันเข้าได้แน่ๆ มันไม่ได้ยาก เราแค่ต้องตั้งใจ ต้องสู้กับมันให้เต็มที่เลยเพราะว่าที่เราเรียนมาทั้งหมด เนี่ยมันไม่ใช่แค่เอามาตัดสินวันสอบแค่วันเดียว แต่เราต้องใช้มัน ใช้ชีวิตกับมหาวิทยาลัยไปอีกตั้ง 4 ปี เราก็ต้องคิดให้ดีๆ ทำมันออกมาให้ดีที่สุด รุ่นพี่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ชื่อ นางสาว ชนิกานต์ กล่อมฤกษ์ ชื่อเล่น นัท อายุ 19 ปี เรียน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เกรด 2.75 ส่วนใหญ่น้องที่มาขอคำปรึกษากับเรา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง น้องๆ ก็จะถามว่ายากไหม เข้าคณะนี้เรียนยากไหม แล้วก็ใช้คะแนนยื่นสูงไหม ซึ่งน้องๆ ส่วนใหญ่อยากเข้า คณะอุตสาหกรรมเกษตร ฟู้ดซายด์ Food Science จะเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ รองมาก็จะเป็น Food Engineering คณะอุตสาหกรรมเกษตร-สาขาวิศวกรรมอาหาร และก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ packaging กับวิทยาการสิ่งทอ งานอะไรในอนาคต สำหรับคณะอุตสาหกรรมเกษตร ส่วนใหญ่จะถามประมาณว่าจบมาแล้วหนูจะมีงานทำไหม จบมาจำเป็นต้องทำในโรงงานอย่างเดียวหรือเปล่า ที่อื่นได้ไหม ทำเองได้หรือเปล่า ซึ่งเราก็ให้คำปรึกษาไปว่า ไม่จำเป็นต้องทำในโรงงานค่ะ ทำสายการบินก็ทำได้ หรือเปิดธุรกิจของตัวเองก็ทำได้เหมือนกัน ธุรกิจที่เกี่ยวกับการทำอาหารก็ทำได้เกือบทุกอย่าง อยากให้ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากจะมาเข้าคณะนี้ ก็สำหรับน้องๆ ที่สนใจลองมาดูที่ม.เกษตร ได้ค่ะ เรียนไม่ได้ยากอย่างที่คิด รุ่นพี่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อ นางสาว นิธิวดี โท้เฉื่อย ชื่อเล่น จ๋า อายุ 21 ปี เรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2 เกรด 3.10 ส่วนใหญ่น้องที่มาขอคำปรึกษากับเรา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง มีหลายอย่างเลยค่ะ หลักๆ ก็คือจะถามว่า ใช้คะแนนยื่นไปอย่างไง มีรับแบบไหนบ้าง แล็วก็ถามว่าเกี่ยวกับสาขาวิชาที่จะเรียนในนั้นว่ามีสาขาวิชาอะไรให้เลือกบ้าง และก็เรียนจบไปแล้วจะทำอะไร และให้คำปรึกษากับน้องๆ เขาไปว่าอย่างไรบ้าง คืออักษรศาสตร์ จุฬาฯ อย่างรับตรง ก็จะเน้นเรื่องภาษาเยอะมากๆ ถ้าใครเรียนสายภาษามา ก็ต้องยื่นรับตรง เพราะว่าอย่างตอนรอบแอดมินชั่นเขาจะรับน้อย และก็แล้วแต่ Pat เลขด้วย ซึ่งเด็กศิลป์ภาษาก็จะเสียเปรียบมาก ความยากง่ายของคณะอักษรศาสตร์จุฬา ยากมากค่ะ ก็คือที่คณะเนี่ยจะเน้นให้เรารู้ลึกมากในสาขาที่เราเลือก อย่างถ้าเราเลือกประวัติศาสตร์ เราก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์ ถ้าใครถามเรื่องประวัติศาสตร์รอบโลกมา เราก็ต้องตอบได้ แต่ว่าทางคณะก็จะให้เราเลือกเองตามความสนใจ อย่างสมมุติว่าเราสนใจประวัติศาสตร์ไทย เราก็สามารถจะเรียนประวัติศาสตร์ไทยเป็นพิเศษเฉพาะได้หรือว่าเราสนใจจะเรียนวรรณกรรมอังกฤษเป็นพิเศษก็สามารถเลือกเรียนได้ อยากให้ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากจะมาเข้าคณะนี้ อยากให้น้องๆ สู้ๆ ฝันให้ไกลก็ต้องไปให้ถึง อย่ายอมแพ้ค่ะ คณะสุดท้าย รุ่นพี่จาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อ นางสาว ณัฐญาณ์ ซื่อตรงตระกูล ชื่อเล่น กุ๊กกิ๊ก อายุ 20 ปี เรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2 เกรด 3.70 ส่วนใหญ่น้องที่มาขอคำปรึกษากับเรา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง น้องๆ ที่มาถามส่วนใหญ่ในวันนี้ ก็จะเป็นเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบเข้า ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อ่านหนังสืออย่างไงและก็จะมีถามบ้างว่าเรียนหนักไหม เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ความยากง่ายของคณะในการเรียน ในส่วนตัวแล้วคิดว่า ก็ค่อนข้างยาก แต่ถ้ามันเป็นอะไรที่เราชอบ หรือถนัดเนี่ย มันก็จะเป็นอะไรที่เราทำได้ดี เพราะไม่ว่าจะเรียนคณะไหน มันก็มีความหนักและความยากของตัวเองทั้งนั้น ทุกคณะก็ยากหมดแหละ แต่อยู่ที่ว่าเราสนใจหรือว่าเราชอบมันหรือเปล่า งานอะไรในอนาคต สำหรับคณะทันตแพทยศาสตร์ จบมาแล้วส่วนใหญ่อาชีพสายงาน ก็คือ ทันตแพทย์ ก็จะมีหลายหน่วยงานให้ทำ อาจจะอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐ หรือว่าในกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ ก็มีสายงานที่หลากหลาย ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอทำฟันอย่างเดียวก็ได้ค่ะ อยากให้ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากจะมาเข้าคณะนี้ สำหรับน้องๆ ที่อยากเข้าคณะทันตแพทย์ ก็ขอให้ตั้งใจอ่านหนังสือแล้วกัน เพราะว่าคณะนี้ก็เป็นคณะที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ในส่วนตัวพี่คิดว่า ถ้าการเตรียมตัวของเรามันดีแล้วการวางแผนดี ยังไงเราก็สู้คนอื่นได้ค่ะ เป็นยังไงกันบ้างค่ะ สำหรับคำปรึกษาจากพี่ๆ แต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัย ที่มอบให้ คราวนี้เรามาดูความรู้สึกของน้องๆ ที่มาร่วมงานกันบ้างดีกว่า ว่าเขารู้สึกอย่างไรบ้าง ชื่อ นาย ภวินท์ ผกายมาศกุล ชื่อเล่น วิน เรียนเตรียมอุดมศึกษา ม.6 เกรด 3.40 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร วันนี้ผมมาดูคณะแพทยศาสตร์กับสัตวแพทย์ของจุฬาฯ ครับ ได้ลองคุยขอคำปรึกษากับพี่ๆ บ้างหรือยัง ขอคำแนะนำแล้วครับ เรื่องเกณฑ์การเข้า และก็เรื่องเกรดการใช้เข้าศึกษา 1. ชื่อ เสต็ฟเฟ้นนี่ ดาวเวทย์ ชื่อเล่น ซินดี้ ลูกครึ่งอังกฤษ โรงเรียนดรุณพัฒน์ ม.6 เรียน สายวิทย์-คณิต เกรด 3.83 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร สนใจการบิน ของม.รังสิต เหตุผลที่อยากเข้าคณะนี้ อยากเป็นนักบิน เพราะเป็นคนชอบเที่ยวอะคะ แบบอยากเห็นโลกกว้าง ได้ลองคุยขอคำปรึกษากับพี่ๆ บ้างหรือยัง ค่ะ ก็เข้าไปคุยเข้าไปสอบถามว่า สอบเข้าอย่างไรบ้าง พี่เขาให้คำปรึกษาว่ายังไงบ้าง พี่เขาก็บอกว่ามีสอบสัมภาษณ์อย่างเดียว แล้วก็เข้าได้เลย มีสำรองของรัฐบาลไหม อยากเรียนอะไร จริงๆ อยากเข้าการบินพลเรือนด้วย รองจากการบิน คงเป็น บริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ค่ะ   2. ชื่อ นางสาว ทอฝัน ลิลิตธนทรัพย์ ชื่อเล่น ซันนี่ โรงเรียนดรุณพัฒน์ ม.6 เกรด 3.87 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร อยากเรียนคณะทันตแพทย์ ของรังสิต รองมาก็คือ มศว. กับ ม.เชียงใหม่ ค่ะ ได้ลองคุยขอคำปรึกษากับพี่ๆ บ้างหรือยัง วันนี้ก็มาสอบถามข้อมูล ค่าเทอม และก็ต้องสอบอะไรบ้าง พี่เขาให้คำปรึกษาอะไรบ้าง พี่ก็เขาแนะนำว่า มีตัวอะไรบ้างที่ต้องใช้ในการสอบ และต้องเตรียมตัวอย่างไร บรรยากาศงานในวันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง คนเยอะมาก มีโรงเรียนมาเยอะ แต่ก็มีแนะแนวสถาบันเยอะดี คราวหน้าอยากให้จัดฮอล์ลที่ใหญ่กว่านี้อีก   3. ชื่อ นางสาว ปัณฑิตา การโคกกรวด ชื่อเล่น ปันปัน โรงเรียนดรุณพัฒน์ ม.6 เกรด 3.30 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร อยากเข้าคณะวิทยศาสตร์ ม.รังสิต พี่เขาให้คำปรึกษาอะไรบ้าง พี่เขาก็แนะนำดีมากค่ะ ว่าจะเข้ายังไง และพวกพี่ๆ เขาก็เป็นกันเอง ตลกดีด้วย   4. ชื่อ นางสาว พิชญ์ ภักดิ์วิไลเกียรติ ชื่อเล่น พิชญ์ โรงเรียนดรุณพัฒน์ ม.6 เกรด 3.97 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร อยากเข้าคณะบัญชี ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และก็ดูการเรียนต่อต่างประเทศพ่วงไปด้วย ได้ลองคุยขอคำปรึกษากับพี่ๆ บ้างหรือยัง คนเยอะมากเลยไม่ได้มีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษา แต่ก็หยิบโปรชัวร์มาศึกษาดูเอง และก็ลองเล่นในส่วนของแนะแนวข้อสอบสมาร์ทวัน ก็ดีค่ะ บรรยากาศงานในวันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ก็ชอบนะคะ คือมันหลากหลายดี มีทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัยอินเตอร์มา แล้วทำให้เราแบบมีทางเลือกมากขึ้น ชื่อ นางสาว ชัญญลักษณ์ พุทธรักษา ชื่อเล่น มิ้ว โรงเรียนราชินีบูรณะ นครปฐม สายวิทย์ เกรด 2.75 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ ได้ลองคุยขอคำปรึกษากับพี่ๆ บ้างหรือยัง พี่เขาก็พูดบอกข้อมูลมาเยอะอะค่ะ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรพี่เข้ามาก เพราะพี่เขาอธิบายดี เขาก็แนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดคณะดีมาก แล้วพี่เขาให้คำปรึกษาอย่างไรบ้าง ก็ให้เตรียมตัว อย่างเช่น อ่านหนังสือ แล้วก็ให้ลองจัดสรรเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ บรรยากาศงานในวันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง สนุกค่ะ ครึกครื้นดี ได้เจอเพื่อนใหม่ แล้วก็ได้เจอพี่ๆ มหา’ลัยต่างๆ ที่มาให้คำปรึกษา ชื่อ นางสาว วนมน ทับเที่ยง ชื่อเล่น เนย โรงเรียนหนองเสือวิทยาลัย ปทุมธานี สายวิทย์-คณิต เกรด 2.98 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร อยากเรียนคณะสถาปัตย์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร พบจบแล้วก็อยากทำงานสถาปนิกค่ะ ชื่อ นาย ญาณะกร วิทยะสุนทร ชื่อเล่น พี โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา ปทุมธานี ม.6 สายศิลป์-จีน เกรด 3.63 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร สนใจคณะศิลปศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็คณะบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครับ ได้ลองคุยขอคำปรึกษากับพี่ๆ บ้างหรือยัง ขอคำปรึกษาพี่เขาแล้วครับ พี่เขาก็บอกแนวทางมาแล้วบ้าง และก็แจ้งรายละเอียดให้ติดตามเว็บไซด์เพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์และแนวทางอีกทางเลือกหนึ่งว่าเราจะเดินไปทางไหน บรรยากาศงานในวันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง งานในวันนี้คึกคักดีครับ คนเยอะ อัดแน่น เต็มไปด้วยความตั้งใจของทุกคนที่จะมาดูมหาวิทยาลัยที่เขาอยากจะเข้ากันอะครับ และมันก็เป็นข้อดีของที่นี่ด้วย เพราะทำให้ทุกคนรู้ว่าเด็กไทยมีความสนใจในการเข้ามหาวิทยาลัยมากขนาดไหนครับ ชื่อ นาย ปวริศ ไชยชินวรวัฒน์ ชื่อเล่น ป็อป โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม ม.6 สายศิลป์-คำนวน เกรด 2.62 สนใจอยากเรียนต่อคณะอะไร สนใจคณะบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) วันนี้ได้ขอคำปรึกษาอะไรพี่ๆ เขาบ้างไหม ได้ครับ ก็ได้ทราบว่าเปิดวันไหน รับสมัครวันไหน และก็ดูของจุฬาอินเตอร์ และม.ธรรมศาสตร์ด้วย เขาก็แจ้งว่าเราต้องสอบอะไร ใช้คะแนนเท่าไร เกณฑ์การรับสมัคร และจำนวนคนที่เขารับได้เท่าไรครับ     เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/ หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

สทศ.ยันข้อสอบPAT2วิทย์ไม่มั่ว ชี้มีคำตอบเดียว
ข้อสอบมGAT pat /  สทศ.

สทศ.ข้อสอบ PAT2ไม่มั่ว เผยคำตอบที่ถูกต้องมีเพียงคำตอบเดียว วันที่ 6 มี.ค. จากกรณีที่นักเรียนชั้น ม.6ได้มีการโพสต์ข้อความตั้งกระทู้ถึงความผิดปกติของข้อสอบ PAT2 โดยระบุว่า ข้อสอบส่วนของชีววิทยา มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ ตามหนังสือสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยข้อสอบดังกล่าว มีคำถามว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดที่ทำลายเชื้อโรคด้วยวิธีฟาโกไซโทซิลเป็นหลัก ซึ่งมีตัวเลือก ดังนี้1.อิซิโนโซฟิล 2.เบโซฟิล 3.โมโนไซต์ 4.นิวโทรฟิลล์ ล่าสุดที่ประชุมสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)ได้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ผลสรุปยืนยันและออกประกาศเป็นหนังสือแจ้งว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว มีข้อสอบถูกเพียงข้อเดียว ลงนามประกาศโดย รศ.ดร.สัมพันธ์  พันธุ์พฤษ์ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) MThai News

10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat
10 อันดับ /  gat/pat 57 / 

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบในการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) โดยทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เพื่อย้ำข้อปฏิบัติสำหรับเพื่อนๆ ที่จะเข้าสอบ ดังนี้ 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 10 เรื่องต้องรู้ก่อนสอบ Gat Pat 1. ในการสอบทุกครั้งผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบและวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ (อย่าลืมตรวจดูบัตรประชาชนด้วยว่า ข้อความและรูป ยังชัดเจนอยู่หรือเปล่าถ้าของใครเลือนลาง มองหน้าไม่ชัดนั่นแปลว่าบัตรประชาชนของเราอาจชำรุด รีบไปทำใหม่ด่วน! เพราะกรรมการผู้คุมสอบอาจตัดสิทธิ์การเข้าสอบ ปรับตก หรือทุจริต เนื่องจากขาดหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงตัวตน!) 2. ห้ามขีดเขียนข้อความ หรือทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่าย หรือตัวผู้เข้าสอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการทุจริตในการสอบ 3. ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มสอบผ่านไปแล้วสามสิบนาที และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบทุกคนออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ หากมีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการตามเหตุจำเป็นเป็นรายกรณี 4. อนุญาตให้นำเฉพาะปากกา ดินสอดำสองบีขึ้นไป กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น โดยห้ามนำกล่องใส่อุปกรณ์เข้าห้องสอบ ห้ามนำกระดาษใดๆ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารใดๆ พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ช่วยคิดคำนวณ นาฬิกาที่ใช้คำนวณได้ ถ่ายรูปได้ กล้องถ่ายรูปและไม้บรรทัดที่มีสูตรต่างๆ เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ และหากเกิดการสูญหายจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะมีเพื่อนๆ หลายคนถูกปรับตก และทุจริตเพราะเครื่องมือสื่อสารมาแล้ว!!!) 5. ห้ามเปิดหรือทำข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดข้อสอบได้ และให้ผู้เข้าสอบทุกคนอ่านคำอธิบายหน้าปกแบบทดสอบอย่างละเอียดและรอบคอบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแบบทดสอบแต่ละวิชาอย่างเคร่งครัด 6. การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ - การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ จะต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้ และจะต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้มสองบีขึ้นไปเท่านั้นจะใช้ดินสอที่จางกว่ากำหนดหรือใช้ดินสอสีอื่น หรือปากกาไม่ได้ - กระดาษคำตอบจะต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใด เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้น สทศ. จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลการตรวจกระดาษคำตอบของเครื่องตรวจกระดาษคำตอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในข้อนี้ 7. ห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการทุจริตในการสอบ ถ้ามีการทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ กรรมการคุมสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้เข้าสอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา 8. ขณะหมดเวลาสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะได้เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบแล้ว และเมื่ออนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบผู้เข้าสอบจึงจะออกจากห้องสอบได้ และห้ามนำแบบทดสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 9. ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ 10. การฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของประกาศนี้ สทศ.อาจจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษคำตอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชาก็ได้ ขอบคุณ blog.eduzones.com

รับตรง โครงการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 2557
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ /  รับตรง

รับตรง โครงการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 2557 รับจำนวน 90 คน คุณสมบัติ - สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 - GPAX 2.50 ขึ้นไป - มีคะเเนนสอบวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง คะแนน TOEFL (Internet-based) ไม่ต่ำกว่า 70 หรือ คะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 5.5 หรือ คะแนน SAT I (Critical Reading) ไม่ต่ำกว่า 470 หรือ คะแนน TU-GAT ไม่ต่ำกว่า 500 - รายระเอียดเพิ่มเติ่ม (ตามไฟล์เเนบ) กำหนดการ รับสมัครระหว่าง 13 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์ 2557 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ 28 กุมภาพันธ์ 2557 สอบ 1 มีนาคม 2557 สอบสัมภาษณ์ 1 มีนาคม 2557 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา 25 มีนาคม 2557 ยืนยันสิทธิ์ 26 มีนาคม 2557 สามารถ Download รายละเอียดเพิ่มเติมรจากไฟล์แนบด้านล่าง http://www.reg.kmitl.ac.th/directEnt/applyRule.php เอกสารประกอบข่าว : โครงการสื่อสารภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะศิลปศาสตร์ 2557.pdf http://enn.co.th/uploads/contents/20140109133152_1.pdf

นักเรียนม.6 ร้อง ข้อสอบ PAT2 วิทยาศาสตร์มั่ว มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ
GATPAT /  ข้อสอบ

นักเรียนม.6 ร้อง ข้อสอบ PAT2 วิทยาศาสตร์มั่ว มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ ประธาน สทศ.เผยยังไม่ได้รับรายงาน จากกรณีที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)ได้จัดการทดสอบแบบวัดความถนัดทั่วไปและแบบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ(GAT/PAT)ครั้งที่2 ปี 2556 ในวันที่ 2- 5 มี.ค. หลังจากการสอบได้มีนักเรียนชั้น ม.6 รายหนึ่งโพสต์ข้อความตั้งกระทู้ถึงความผิดปกติของข้อสอบ PAT2 ผ่านเว็บไซต์ www.dek-d.com ว่า ข้อสอบ PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ที่สอบเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมาในช่วงเช้า พบว่า คำถามในพาร์ทวิชาชีววิทยาข้อที่ถามว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดที่ทำลายเชื้อโรคด้วยวิธีฟาโกไซโทซิลเป็นหลัก ซึ่งมีตัวเลือก ดังนี้ 1.อิซิโนโซฟิล 2.เบโซฟิล 3.โมโนไซต์ 4.นิวโทรฟิลล์ ซึ่งมีคำตอบที่ถูกต้อง 2 ข้อ คือ ข้อ 3.โมโนไซต์ และ 4.นิวโทรฟิลล์ โดยระบุว่าอ้างอิงตามหนังสือสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ นักเรียนได้เรียกร้องให้ สทศ.ออกมาชี้แจง ด้านนายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)เผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานจาก ผู้อำนวยการ สทศ.ซึ่งต้องให้ทางคณะกรรมการออกข้อสอบกลับไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อสอบอีกครั้ง และหากมีข้อสอบผิดพลาดจริง ทาง สทศ.ได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่แล้ว โดยอาจจะยกประโยชน์ให้แก่นักเรียน โดยนักเรียนที่ตอบคำตอบในข้อที่ถูกข้อใดข้อหนึ่ง หรือตอบทั้ง 2 ข้อก็จะได้คะแนน Mthai News

สทศ.เลื่อนสอบGAT/PATเป็นมี.ค.ปีหน้า
สทศ. /  สอบGAT-PAT / 

สทศ. แจ้งเลื่อนสอบ GAT/PAT ชั้น ม.6 ออกไปเป็นเดือน มี.ค. 57 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีมติเลื่อนการสอบ GAT/PAT ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ออกไป ทั้งการสอบครั้งที่ 1 และ 2 จากเดิมมีกำหนดสอบใน GAT/PAT ครั้งที่ 1 วันที่ 7-10 ธ.ค.นี้ เป็นสอบวันที่ 8-11 มี.ค.57 และประกาศผลวันที่ 24 เม.ย.57 ส่วนการสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2 วันที่ 8-11 มี.ค.57 เลื่อนเป็นวันที่ 26-29 เม.ย.57 คาด ประกาศผลวันที่ 29 พ.ค.57

เทคนิคพิชิตคณิต ติวเตอร์ระดับประเทศ We By The Brain
We by the brain /  เทคนิคการเรียน

วันนี้ teen.mthai.com ขอเอาใจน้องๆ ด้วยการชวน?ติวเตอร์ชื่อดังด้านคณิตศาสตร์?มาพูดคุยกันแบบเจาะลึก พร้อมเทคนิคและแนวทางการเพิ่มคะแนนวิชาเลขที่น้องๆ หลายคนแอบยี้ให้กลายเป็นเรื่องสนุก และง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย WE CAN ซึ่งเป็น?ห้องเรียนส่วนตัวอัจฉริยะแห่งแรกในประเทศไทย?ที่จะทำให้น้องๆ ไม่พลาดการเรียนการสอนไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ว๊าว... จริงอ่ะ แล้วยังงี้จะเรียนกับพี่ๆ คนไหนถึงจะสนุกกว่ากันล่ะเนี่ย? งั้นเราไปฮา เอ้ย...ไปฟังจาก ทีม We ซึ่งนำโดย พี่ช้าง พี่เอ๋ พี่อั้ม และ พี่กอล์ฟ อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันกวดวิชาคณิต-วิทย์ระดับประเทศแห่งนี้กันเลยดีกว่าค่ะ ข้อมูล teen.mthai.com เทคนิคพิชิตคณิต ติวเตอร์ระดับประเทศ We By The Brain จุดเด่นที่ทำ We By The Brain ไม่เหมือนกับโรงเรียนกวดวิชาทั่วไป 1. เป็นโรงเรียนกวดวิชาที่สอนมายาวนานกว่า 26 ปี เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า อาจารย์แต่ละท่านประสบการณ์คับแก้ว มีเทคนิคการสอนเน้นๆ เก็งข้อสอบตรงๆ 2. สอนกันเป็นทีม เพื่อให้ได้เนื้อหาที่ดีที่สุด (หันไปมองชีทพี่ช้าง ห๊า! นั่นชีสใช่มั้ยไม่ใช่กระดาษ กินเลยแล้วกัน) 3. สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน มี WE LOBBY ให้น้องๆ และผู้ปกครองไว้สำหรับนั่งพูดคุยพักผ่อน ทำการบ้าน 4. ล้ำสมัยที่สุดด้วยการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ Cloud Computing ที่ช่วยให้นักเรียนในชั้น WE CAN สามารถกำหนดการเรียนการสอนได้ด้วยตัวเอง คอร์สฮิตสุด Hot แนะนำของ We By The Brain พี่เอ๋ : ภายใต้ชื่อ We By The Brain นี้เราจะมีวิชาเรียนด้วยกันหลายวิชาทั้ง WE MATH, WE PHYSICS, WE PAT 3, WE CHEM, WE O-NET และ WE GAT ด้วย ซึ่งคอร์สที่ฮิตสุดๆ ของเราก็คือ WE MATH หรือวิชาคณิตศาสตร์ ที่จะมีน้องๆ มาเรียนตั้งแต่ม.1 จนถึงคอร์สตะลุยโจทย์เข้าสู่มหาวิทยาลัย ดังนั้น วิชาคณิตศาสตร์ จึงเป็นวิชาที่โรงเรียนกวดวิชาเปิดขึ้นเยอะมาก ถ้าทั่วประเทศนี่อาจจะเป็นพันแห่ง แต่ที่ We By The Brain เรามีนักเรียนที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์นี้มากที่สุดในประเทศ และวัดผลได้จริง น้องๆ อาจจะยังไม่คุ้นกับชื่อ We อยากให้ช่วยอธิบายให้เราฟังนิสนึงค่ะ พี่ช้าง : เรามีชื่อเสียงทางด้านการสอนที่มีคุณภาพทางด้านวิชาการที่เข็มแข็ง และมีนักเรียนที่เรียนกับเรามากมายทั่วทั้งประเทศ และเป็นสถาบันกวดวิชาที่เปิดมาอย่างยาวนานภายใต้ชื่อ The Brain แต่พอเมื่อเราทำการสอนมา 26 ปีแล้วเนี่ย มันก็เหมือนกับเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยหนุ่มสาว ที่กำลังจะก้าวเดินต่อไป เราจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุง เพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียนที่เป็น NEW GENERATION ด้วยการปรับโฉมใหม่เป็น We By The Brain และได้เพิ่มความล้ำสมัยด้วยการนำระบบคอมพิวเตอร์ที่เราเรียกว่า WE CAN 1, WE CAN 2 และ WE CAN 3 มาช่วยสร้างความยืดหยุ่นในเรื่องการเรียนให้กับน้องๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเด็กๆ สามารถวางแผนและควบคุมการเรียนของตัวเองได้ล่วงหน้า ไม่ต้องกลัวจะฟังไม่ทัน หรือขาดเรียนอีกต่อไป แถมถ้ายังไม่เข้าใจ ก็สามารถทวนใหม่หรือฟังซ้ำได้ตามใจชอบอีกด้วย เทคนิคการสอนของทีมติวเตอร์ที่จะทำให้น้องๆ รักคณิตศาสตร์ พี่อั้ม : การทำข้อสอบของเด็กส่วนใหญ่พออ่านโจทย์แล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง พี่ก็จะชี้ให้เด็กเริ่มคิดเป็น คือ ดูก่อนว่าโจทย์ต้องการหาอะไร แล้วค่อยดึงสูตรที่จำเป็นมาใช้ เด็กก็จะเริ่มเข้าใจ แล้วเวลาสอนก็จะทำเหมือนเราเป็นนักเรียนอีกคนในห้องสอบ ก็จะทำไปพร้อมๆ กันกับเด็กเลย การทำข้อสอบมันก็จะมีธรรมชาติในบทแต่ละบท อย่างพี่อั้มสอนเรขาคณิตวิเคราะห์ บางครั้งสอนเด็กม.4 บางทีอาจต้องวาดรูป เพื่อให้เห็นภาพก่อนแล้วค่อยดึงสูตรลัดมาใช้ ข้อสอบเดี๋ยวนี้ออกยากขึ้นและมีเวลาจำกัด พี่ก็จะแนะให้เขาเปิดหาข้อที่ถนัด แล้วทำก่อน ซึ่งจะทำให้น้องเกิดความมั่นใจในการทำข้อสอบคณิตศาสตร์มากขึ้น พี่เอ๋ : ส่วนที่เป็นเนื้อหาวิชาการ พี่จะเลือกวิธีแก้โจทย์ที่ทำให้มันสั้นและเข้าใจง่าย ส่วนบรรยากาศภายในห้องเรียนก็จะใช้วิธีการปล่อยมุขแทรก พูดง่ายๆ คือถ้าเรียนกับพี่ชั่วโมงนี้ต้องได้ฮาแน่นอน แล้วก็จะเล่าเรื่องผี เรื่องขำๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้เด็กๆ สนุกกับบทเรียนยากๆ โดยที่ไม่รู้สึกว่าการเรียนเลขเป็นเรื่องน่าเบื่อเลย พี่กอล์ฟ : สำหรับพี่จะสอนเรขาคณิต ซึ่งเด็กม.ต้นนี่จะมองว่ามันยาก เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่พี่จะทำคือ ขจัดความอคติออกก่อน แล้วก็จะเริ่มปูพื้นฐานจากง่ายไปยาก เขาก็จะเข้าใจแล้วสามารถทำโจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ได้ ส่วนเทคนิคการดึงเด็กของพี่ จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตในรั้วมหา?ลัย เด็กก็จะรู้สึกสนุกแล้วก็มีแรงบันดาลใจอยากเข้ามหา?ลัยให้ได้ พี่ช้าง : สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ วิชาการต้องแน่นก่อน ส่วนการเล่นมุขหรือการเล่าเรื่องนี้จะถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่อาจารย์แต่ละคนก็จะมีไม่เหมือนกัน อย่างพี่นี้จะทำบรรยากาศในห้องให้มันอบอุ่นก่อน เข้าไปแล้วต้องกันเอง อะไรที่วัยรุ่นเขารู้เราต้องรู้ บอยแบนด์เกาหลีมีวงอะไรบ้าง ซีวอน นิชคุณอยู่วงอะไร วงบ่ายสอง วงตีสอง (2PM) พี่รู้หมด ให้รู้สึกว่ายังร่วมสมัยอยู่ (วัยใกล้กัน ฮ่าๆ) พอเรียนสนุกแล้วสมองก็จะเปิด พอสมองเปิดก็จะเข้าใจ และจำสูตรได้ มั่นใจว่าทุกสนามสอบเอาอยู่ ไม่แน่นอกแน่นอน ถ้าได้ลองมาเรียนที่ We By The Brain พี่กอล์ฟ : อย่ามองว่าเราเก่ง ในโลกแคบๆ เราเก่งในโรงเรียนแล้วได้ท็อปเลขแล้ว แต่จริงๆ แล้วในสมรภูมิการสอบ PAT น้องๆ ยังต้องเจอกับคนเก่งๆ อีกมาก เพราะฉะนั้นเด็กที่เก่งอยู่แล้ว เราก็อยากให้มาเปิดโลกทัศน์ อยากให้มาทดลองดู เพราะพี่มั่นใจว่าที่นี่ We By The Brain เราจะมีเทคนิคดีๆ จนทำให้น้องร้อง WOW! ด้วยความเซอร์ไพรส์ เก่งแล้วก็จะเก่งยิ่งขึ้นไปอีกครับ สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากลองเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าในห้องเรียนกับโรงเรียนกวดวิชา We By The Brain ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บนี้เลย WWW.WeByTheBrain.com

สมัครสอบและตรวจผลสอบ GAT/PAT
GAT PAT 56 /  gat/pat 57 / 

สำหรับผู้ที่ต้องการ สมัครสอบและตรวจผลสอบ GAT/PAT สามารถเช็คผลได้ที่ สทศ www.niets.or.th และกดเลือก สมัครสอบ GAT/PAT สำหรับผู้ที่สมัครสอบ GAT/PAT รายใหม่ก็คลิกลงทะเบียน รายใหม่ / สำหรับ ผู้สมัครสอบ GAT/PAT รายเก่า ที่ต้องการสอบถามรหัสผู้ใช้งานหรือรหัสผ่านก็คลิก ผู้สมัครสอบ GAT/PAT รายเก่า หลังจากนั้นก็ลงทะเบียน ใส่รหัส ให้เรียบร้อย พร้อมแล้วไปลุ้นผลกัน สมัครสอบและตรวจผลสอบ GAT/PAT http://www.onetresult.niets.or.th/GPSRegisterWeb/FrmLogin.aspx ลงทะเบียน สมัครสอบ GAT/PAT ( รายใหม่ ) ครั้งแรก กรุณาลงทะเบียน ท่านจะได้รหัสผู้ใช้งานและรหัสผ่าน กรุณาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี http://www.onetresult.niets.or.th/GPSRegisterWeb/Register/FrmVerifyApplicant.aspx ผู้สมัครสอบ GAT/PAT รายเก่า ต้องการสอบถามรหัสผู้ใช้งานหรือรหัสผ่าน http://www.onetresult.niets.or.th/GPSRegisterWeb/Register/FrmEnquireReferenceNo.aspx

สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด คะแนนเฉลี่ย  GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557
GAT PAT 56 /  gat/pat 57 / 

หลังจากที่ >> สทศ. ประกาศผล คะแนน GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557  << ไปแล้ว เรามาดูกันต่อดีกว่าว่า สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด คะแนนเฉลี่ย  GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 แต่ละวิชานั้นเท่าไหร่กันบ้างคะ ^^ คลิ๊ก สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด คะแนนเฉลี่ย  GAT/PAT ครั้งที่ 1/2557 ขอบคุณรูปภาพ http://p-dome.eduzones.com/check-gat-pat-1-57/

สทศ.ปรับเวลาสอบ GAT/PAT ให้นร.ได้ใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯกทม.
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

สทศ. สั่ง ปรับเวลาสอบ GAT/PAT จาก 13.00-16.00 น. เป็น 14.00-17.00 น. เพื่อให้นักเรียน ประมาณ 2,800 คน ไปใช้สิทธิ์ เลือกผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 3 มี.ค. 56 นี้-----------------------ขอบคุณข่าวจาก