Chill FM 89

Google เปิดตัว Pixel และ Pixel XL สมาร์ทโฟนที่ได้คะแนนกล้องดีที่สุดในโลก!!
google /  Pixel / 

หลังจากที่มีทั้งภาพและสเปคหลุดมาก่อนหน้านี้ ล่าสุดทาง Google ได้ทำการเปิดตัว Pixel และ Pixel XL สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาเรียบร้อย โดนในงานเปิดตัวนั้นเป็นไปด้วยความเรียบง่าย แต่ตื่นตาเอาเรื่องเลยทีเดียวเพราะในงานได้ทำการเปิดผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ใหม่เพียบ แต่เราจะไปดูกับไฮไลท์เจ้า Pixel เครื่องนี้กันก่อนเลยดีกว่าว่ามีอะไรใหม่บ้าง Pixel เครื่องนี้จะมาพร้อมระบบ Android 7.0 Nougat และโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Automatic Update ที่จะทำการดาวน์โหลดพร้อมทั้งติดตั้งซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ให้เองโดยอัตโนมัติ โดยเจ้า Pixel เครื่องนี้จะมาพร้อม Google Assistant ที่สามารถถามคำถามและสั่งงานต่างๆ ได้เหมือนมี Google พร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่ข้างๆ เพียงกดปุ่มโฮมข้างไว้ หรือพูดว่า Google OK ส่วนกล้องของ Pixel นั้นเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ Google มากเพราะได้รับเรตติ้งจาก DxOMark ถึง 89 เป็นเรตที่สูงสุดของสมาร์ทโฟน และยังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสมาร์โฟนรุ่นอื่น กล้องของ Pixel นั้นมาพร้อม f 2.0 ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ที่มีโหลด Smartburst ที่จะถ่ายภาพติดต่อกันหลายๆ ภาพ ด้วยการกดปุ่มชัตเตอร์ค้างและจะเลือกภาพที่ดีที่สุดให้ ส่วนในโหมดวีดีโอก็มาพร้อมฟีเจอร์กันสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างโดดเด่นมาก และด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลที่ Google มีให้อย่างไม่จำกัดบน Google Photo สำหรับรูปภาพและวิดีโอนั้นจึงไม่ต้องลบความทรงจำเก่าทิ้งเลย เรื่องของแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้ชาร์จไฟแบบเร่งด่วน ที่ชาร์จ USB Type-C จะชาร์จไฟแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ถึง 7 ชั่วโมงในเวลาเพียง 15 นาที สเปคของ Google Pixel ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat  ขนาดหน้าจอ 5.0 นิ้ว แสดงผล AMOLED Full HD (1920x1080) สำหรับ Pixel และ 5.5 นิ้ว แสดงผล AMOLED QHD (2560 x 1440) สำหรับ Pixel XL กล้องหลัง 12.3 ล้านพิกเซล F 2.0 กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล CUP ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 821 หน่วยประมวลผล Quad-Core 64 บิต 2.15 Ghz + 1.6 Ghz RAM 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 32 GB และ 128 GB ความจุแบตเตอรี่ 2,770 mAh สำหรับ Pixel และ 3,450 mAh สำหรับ Pixel XL พอร์ต USB-C เสียบได้ 2 ด้าน สำหรับ Pixel และ Pixel XL จะมาพร้อมกัน 3 สี คือ สีดำ Quite Black สีเงิน Very Silver และสีน้ำเงิน Really Blue โดยราคาเปิดมาที่ 649 เหรียญ หรือประมาณ 22,700 บาท

บีบหัวใจ... อ๊อฟ ปองศักดิ์ เผยนาทีประกาศจากสำนักพระราชวัง
อ๊อฟ ปองศักดิ์

    นับเป็นความโศกเศร้าอันใหญ่หลวงของปวงชนชาวไทย ที่ได้ทราบข่าวจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว ในวันที่ 13 ต.ค.59 เวลา 15.52น. สิริพระชนมพรรษา 89 นับเป็นความสูญเสียที่พสกนิกรชาวไทยโศกเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้ ดารานักแสดง และศิลปินทั้งวงการบันเทิงไทย ต่างโพสต์ความรู้สึกที่มีต่อในหลวงด้วยความอาลัยยิ่ง รวมไปถึงนักร้องอย่าง อ๊อฟ ปองศักดิ์ ที่ขอเล่าถึงช่วงนาทีที่ได้ทราบข่าว ก่อนที่จะมีการแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ที่ฟังแล้วช่างบีบหัวใจคนไทยทุกคนเหลือเกิน ซึ่งหนุ่มอ๊อฟได้เล่าว่า... "วันนี้ในระหว่างแต่งหน้าเพื่อเตรียมตัวไปงานกาล่าละครเวทีลอดลายมังกร นึกครึ้มอะไรไม่รู้นั่งสไลด์โทรศัพท์มือถือดู เห็นข่าวลือที่แชร์อยู่เยอะมาก ทั้งข่าว ทั้งคนโพสท์รูปและข้อความต่างๆ เป็นช่วงเวลาประมาณ 3โมงกว่าๆ ช่วงเวลานั้นแม่ได้เดินทางไปตลาด ระหว่างที่ซื้อผักจากโครงการหลวง ก็มีผู้หญิงคนนึงกำลังจะจ่ายเงินจากการซื้อผักถุงใหญ่มากๆจำนวนหลายถุง อยู่ดีๆผู้หญิงคนนั้นก็รับโทรศัพท์จากคุณหญิงท่านหนึ่งแล้วก็ร้องไห้ มือสั่น อยู่หน้าแผงขายผักโครงการหลวง พี่เจ้าของแผงถามว่าเป็นอะไร นางหันไปกล่าวกับเจ้าของแผงและแม่เราตามข่าวลือที่หนาหูมาก แม่เราคิดในใจ "อย่ามาพูดเล่นนะ ห้ามพูดแบบนี้ ถ้าไม่หยุดพูดจะตบจิงๆนะ" ด้วยความหวาดกลัวสิ่งที่ผู้หญิงท่านนั้นพูด แม่ยังไม่ทันซื้อของเส็ด ก็รีบกลับบ้านมา ระหว่างทางแม่เราต้องผ่านกรมทหาร ก็เห็นทหารกลัดปลอกแขนสีดำไว้ที่แขนทุกนาย แม่เลยรีบเข้าบ้านมาด้วยท่าทางรีบร้อนและน้ำตาไหล เรากับแม่และช่างแต่งหน้าก็พยายามไม่มองหน้ากัน ต่างคนต่างกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ได้แต่บอกกันว่า "มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น รอแถลงจากพระราชสำนัก เพื่อความแน่ใจกันดีกว่า" แต่งหน้าเส็ดทุกคนก็เงียบ ฝืนยิ้มว่ามันเป็นเพียงข่าวลือ ทันใดนั้นก็มีแจ้งมาว่างดงานกาล่าละครเวที เราและแม่น้ำตาไหลพร้อมกันอย่างหนัก พร้อมเปิดทีวีรอการแถลงจากสำนักพระราชวังอย่างใจจดใจจ่อ เย็นวันนี้อาหารน่าทานมากแต่ทำไมทานไม่ลง รสชาติไม่อร่อยเหมือนดังที่เคย และเวลา 19.00 ของวันที่ 13ตุลาคม แค่ประโยคที่ขึ้นหน้าจอทีวีว่า "แถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง" เป็นสีดำ และผู้ประกาศแต่งชุดสูทเต็มยศสีดำ เรากับแม่น้ำตาไหล ปล่อยโฮออกมาพร้อมกัน แบบไม่หยุด และพูดออกมาพร้อมกันว่า "มันมาถึงวันนี้จริงๆแล้วใช่มั๊ย?" หลังจากนั้นก็มีแถลงการณ์จากท่านนายก ตอนนั้นฟังไม่ได้ศัพท์อะไรมากมาย ตัดภาพมาอีกทีเป็นภาพบันทึกการทรงงานของในหลวง และพระราชกรณียกิจต่างๆที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทย ตอนนั้นแหล่ะที่เรากับแม่เปลี่ยนจากการร้องไห้เพราะเสียใจ เป็นร้องไห้เพราะตื้นตันในสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อพวกเราชาวไทย แม่บอกว่า "จริงๆแล้วพระองค์ท่านทรงงานหนักมาตลอดชีวิต ก่อนที่ลูกจะเกิดอีกด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นลูกควรดีใจที่ลูกได้เกิดมาอยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน และผืนแผ่นดินที่มีพระองค์ท่านปกป้อง ปกครอง" และหากย้อนไปในวัยเด็ก เพราะแม่เราปลูกฝังให้เราดูข่าวในพระราชสำนัก เราจึงได้มีโอกาสเห็นพระองค์ทรงงานหนัก และนั่นแหล่ะ ทำให้เราและครอบครัวของเรา และรวมถึงประชาชนชาวไทย รักพระองค์ท่าน 13-10-59 เป็นอีกหนึ่งวันในความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นายปองศักดิ์ รัตนพงษ์ และ ครอบครัว ขอส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย"

น้ำตาหลั่งไหลไม่หยุด!! ท็อป ดารณีนุช เล่าความมุ่งมั่น “ฉันจะไปกราบพ่อที่ศิริราช”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว /  ท็อป ดารณีนุช / 

  นับเป็นความโศกเศร้าอันใหญ่หลวงของปวงชนชาวไทย ที่ได้ทราบข่าวจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว ในวันที่ 13 ต.ค.59 เวลา 15.52น. สิริพระชนมพรรษา 89 ซึ่งก่อนหน้านี้มีพสกนิกรชาวไทยจำนวนมากที่หลั่งไหลเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อมาแสดงความจงรักภักดีและสวดมนต์ตั้งจิตอธิษฐาน หลังจากทราบข่าวอาการพระประชวรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนักแสดงสาว ท็อป ดารณีนุช ที่ตั้งใจปั่นจักรยานมาจากบ้านย่านสุขุมวิท 101 เพื่อเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช โดย ท็อป ดารณีนุช ได้เล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างการเดินทาง ซึ่งตนได้ทราบข่าวการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย จนต้องหลั่งน้ำตาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อับอายว่า   “วันนี้ฉันได้ขี่จักรยานไปกราบลาพ่อหลวงที่ฉันรัก รถบนถนนหนาแน่นมาก ต้องขี่อย่างระมัดระวังคอยขี่หลบหลุมบนถนนและฝาท่อ อุปสรรคแค่นี้สำหรับฉันมันน้อยนิดเพราะเป้าหมายของฉันคือพระองค์ท่าน ขอให้ได้กราบลาท่านให้ใกล้ที่สุดเป็นพอ ตอนขี่ลงสะพานพระปิ่นเกล้าฯฉันเห็นแถลงการณ์ในจอทีวีบนรถตู้ เลยแวะข้างทางและได้เห็นคนในร้านปาดน้ำตา ด้านหน้ามีตำรวจยืนอยู่ ฉันถามว่าแถลงแล้วใช่ไม๊? ทุกคนพยักหน้า เหมือนใครมากระชากหัวใจน้ำตาฉันไหลไม่หยุด ฉันสะอื้นจากในอกอย่างไม่อับอายแต่ฉันหยุดไม่ได้ รู้แต่ต้องออกขี่จักรยานต่อไปเพื่อจะข้ามสะพานอรุณอัมรินทร์ เพราะอีกนิดเดียวฉันก็จะได้กราบท่านแล้ว ขี่มาถึงตีนสะพานคุณตำรวจก็ปิดถนนตรงทางขึ้นสะพาน แต่คุณตำรวจอนุญาตให้เดินขึ้นกระไดตรงทางเดินเท้าข้ามไปได้ ฉันจึงลงแบกจักรยานข้ามไปศิริราช ลงถึงตีนสะพานฝั่งศิริราชก็ปิดไฟหน้าลงเข็นเข้าไป โชคดีที่เจอที่จอดจักรยานคันสุดท้ายฉันผูกโซ่ไว้แล้วเดินงงๆฝ่าฝูงชนเข้าไป ผู้คนหนาแน่นตาแดงบ้าง ร้องไห้บ้าง หลายคนเข้ามากอดให้กำลังใจ จากนั้นฉันเดินไปหาพี่ต่าย ไปนั่งรอรับเสด็จ มีขบวนรถพระที่นั่งขบวนเดียวที่แล่นออกไป คุณตำรวจบอกหมดแล้ว จะไม่มีขบวนใดๆแล้ว ฉันจึงแยกกับพี่ต่ายเดินไปหน้าตึก100ปีและหาจุดที่ใกล้พระองค์ท่านที่สุดก้มลงกราบลา ตั้งจิตอธิษฐานขอน้อมถวายบุญกุศลที่เคยทำมาทุกภพทุกชาติแด่พระองค์ท่าน ขอพระองค์ท่านสมปรารถนาไม่ว่าท่านจะปรารถนาสวรรค์สมบัติหรือนิพพานสมบัติ และหากมีบุญวาสนาก็ขอให้เกิดมาได้เป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ขากลับฉันท่องในใจเพียงว่า"ในหลวงของแผ่นดิน "ฉันนึกคำอะไรไม่ออกเลย เพราะทั้งชีวิตและแผ่นดินนี้เป็นของพระองค์ท่านจริงๆ ฉันรู้แต่ว่าฉันรักในหลวงด้วยดวงใจ”   นอกจากนั้น ท็อป ดารณีนุช ยังได้เชิญชวนให้คนไทยทั้งประเทศ ยึดคำสอนของพ่อหลวง "พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ปฏิบัติตาม และนำมาสอนลูกหลาน พร้อมกับช่วยกันแชร์คำสอนของพ่อหลวงอีกด้วย!! ขอบคุณภาพจาก IG topdaraneenute                

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์

รับเหมาติดตั้งระบบอัคคีภัย ออกแบบพร้อมติดตั้ง ระบบดับเพลิง FM-200,Co2 System, Fire Alarm,Fire Pump, เดินท่อสปริงเกอร์

สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์

สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์ รับเหมาระบบอัคคีภัย ออกแบบพร้อมติดตั้งระบบดับเพลิง FM-200,Co2 System,Fire Alarm,Fire Pump เดินท่อสปริงเกอร์ ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานทั่วไป โทร.087-690-4489