CTH

ผลบอลพรีเมียร์ลีก เจิดพลาดมหันต์! สิงห์บุกอัดหงส์ 2-0 แชมป์พรีเมียร์ยังเปิดกว้าง
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0-2 เชลซี ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557 ลิเวอร์พูล 0 - 2 เชลซี ผู้ทำประตู: 0-1 เดมบ้า บา น.45,0-2 วิลเลี่ยน น.90+2 สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา 20.05 CTH 2 ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็คกินสัน เริ่มเกม เชลซี บุกจากซ้ายไปขวาโดยในเกมนี้ เชลซี มีเงือนไขเดียวคือต้องชนะ ลิเวอร์พูล ให้ได้หากยังต้องการอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้ ส่วน ลิเวอร์พูล ขอแค่ผลเสมอก็ถือว่าไม่เสียหาย และจังหวะทักทายแบบจะเเจ้งครั้งแรกเป็นทางด้าน เชลซี จากการยิงแถวสองหน้ากรอบเขตโทษ แอชลี่ย์ โคล ได้กดด้วยซ้ายเต็มๆ บอลพุ่งแรงเข้ากรอบ แต่ มิโญเล่ต์ ยังไวบินปัดบอลออกไปได้ และนาทีที่ 11 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสลุ้นประตูบ้างจากการขึ้นเกมทางฝั่งขวา ซัวเรซ ลากเลี้ยงก่อนโยนไปเสาสองให้ คูตินโญ่ แปเน้นๆ แต่ไม่ตรงกรบ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย และโอกาสถัดมายังเป็น ลิเวอร์พูล คราวนี้เป็น ชาโก้ ที่ได้ยิงจ่อหน้าปากประตูแต่กลับยิงเหินข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้น 20 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ทำเกมได้ดีกว่าทั้งการครองบอลและจังหวะเข้าทำ ส่วน เชลซี ก็เน้นเกมรับและสวนกลับ แต่จังหวะสุดยังไม่เฉียบคมพอ ทั้ง เดมบ้า บา ชูร์เล่ และ ซาลาห์ นาทีที่ 38 เชลซีน่าจะได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ซาลาห์ ได้จังหวะสับไกบอลพุ่งไปโดนมือ จอน ฟลานาแกน เต็มๆ แต่ มาร์ติน แอ็ตคินสัน นิ่ง ลิเวอร์พูล รอดตัวการเสียจุดโทษแบบหวุดหวิด :) เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าเปิดเกมบุกใส่ เชลซี อย่างต่อเนื่อง แต่เกมรับของลูกทีม มูรินโญ่ ก็เหนียวแน่นอนสุดๆ และเมื่อมาถึงช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เจอร์ราร์ด ผิดพลาดลื่นบริเวณกลางสนามถูก เดมบ้า บา ฉกบอลจากเท้าเลี้ยงลุยเข้าเขตโทษก่อนยิงสวนตัว มิโญเล่ต์ เข้าไปไม่เหลือซาก เชลซี บุกขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 ก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว เริ่มเกมครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ได้เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวา ช่วงต้นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ เชลซี อย่างเดียว แต่วันนี้ ซัวเรซ ยังทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน นาทีที่ 57 ลิเวอร์พูล ปรับเปลี่ยนแทคติกถอดเอา ลูคัส เลว่า ออกแล้วส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงไปเสริมอีกคนหมายจะเอาประตูตีเสมอให้เร็วที่สุด  60 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูล ยังก้นหน้าก้มตาบุกลูกเดียว และอีกนาทีถัดมา เจอร์ราร์ด หมายจะแก้ตัวได้โอกาสยิงไกลจากนอกกรอบบอลพุ่งแรง แต่ ชวาร์เซอร์ ยังไม่มีข้อผิดพลาดรับบอลเข้าซองไว้ได้ไม่มีปัญหา 70 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูล เริ่มจะหมดมุข ทั้งลูกบอม ลูกเลี้ยงเจาะ และยิงไกล ก็ยังไม่สามารถทำประตูตีเสมอ เชลซี ได้ ส่วนลูกทีม มูรินโญ่ ก็ลงไปแพ็คเกมอย่างแน่หนาทิ้ง เดมบา บ้า ไว้ที่แดนหน้าเพียงคนเดียว นาทีที่ 77 มูรินโญ่ ปรับเปลี่ยนแทคติกเน้นเกมรับแบบเต็มรูปแบบถอดเอา ชูร์เล่ ออกแล้วส่ง แกรี่ เคฮิลล์ ลงไปเสริมแนวรับอีกคน นาทีที่ 80 ร็อดเจอน์ส อยู่ไม่ได้เช่นกันถอดแนวรับอย่าง ฟลานาแกน ออกแล้วส่งกองหน้าชาวสเปนอย่าง อัสปาส ไปเสริมเกมบุกอีกคนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีกองหน้าถึง 3 ตัวแล้ว เข้าสู่ช่วงท้ายเกมเสียงโฮแฟนบอล ลิเวอร์พูล ดังสนั่นเมื่อ มูรินดญ่ ตัดสินใจถอดเอา เดมบ้า บา ออกแล้วส่ง เฟอร์นานโด ตอร์เรส ลงไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน :) ถัดมานาที 90+2 "สิงห์บลูส์" ปิดกล่องสำเร็จ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ได้โอกาสหลุดเดี่ยวจังหวะโต้กลับตีคู่มากับ วิลเลียน ชนิดล่อเป้ากับ มิโญ่เล่ต์ แบบเดี่ยวก่อนไหลให้กองกลางบราซิเลียน ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายไปแบบสบายๆ จบเกม เชลซี เอาชนะไป 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 78 แต้ม จาก 36 นัด ตาม ลิเวอร์พูล 2 แต้ม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, มามาดู ชาโก้, จอน ฟลานาแกน, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า, คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, หลุยส์ ซัวเรซ สำรอง : แบรด โจน, โคโล่ ตูเร่, แอ็กเกอร์, อัลแบร์โต้, อัสปาส, สเตอร์ริดจ์, ซิสโซโก้ เชลซี : มาร์ค ชวาร์เซอร์, เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า, อิวาโนวิช, โทมัส คาลาส, แอชลี่ย์ โคล, มิเกล, มาติช, ซาลาห์, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ชูร์เล่, เดมบ้า บา สำรอง : ตอร์เรส, ฟาน กิงเกล, วิลเลี่ยน, แกรี่ เคฮิลล์, เอเก้, ฮิลาริโอ, เบเกอร์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน VS แมนซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน – แมนฯ ซิตี้ สนาม กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 3 ฤษภาคม 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน เกมนี้จะได้ ฟิล ยาเกียลก้า คืนสนามหลังจากเจ็บแฮมสตริงพักไปร่วมสิบสัปดาห์ ส่วน ซิลแว็งต์ ดิสแต็ง ต้องรอเช็คอาการ ด้าน แกเร็ธ แบร์รี่ ลงสนามเจอต้นสังกัดไม่ได้ ขณะที่ เลห์ตัน เบนส์ มีปัญหาที่เข่าแต่น่าจะลงเล่นได้ แต่ สตีเว่น พีนาร์ ยังเจ็บอยู่ไม่น่าพร้อมลงเล่น ฝั่ง มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเรือใบ มีข่าวดีคือ ดาบิด ซิลบา จะกลับมามีชื่อในเกมนี้หลังจากเจ็บข้อเท้า ส่วน เฆซุส นาบาส ซึ่งเจ็บข้อเท้าเช่นกันยังไม่พร้อมในเกมนี้ เช่นเดียวกับ มาเตย่า นาสตาซิค ที่เจ็บเข่า ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เอฟเวอร์ตัน – ฮาเวิร์ด, โคลแมน, ยาเกียลก้า, สโตน, เบนส์, ออสแมน, แม็คคาร์ธี่, เดวโลเฟว, บาร์คลี่ย์, แม็คเกียดี้, ลูคาคู แมนซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันดินโญ่, ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนซิตี้ VS แอสตัน วิลล่า
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – แอสตัน วิลล่า สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 01.45น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ มีชะตาแชมป์อยู่ในกำมือตัวเอง ขอเพียงชนะสองเกมสุดท้ายในบ้านก็จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทันทีโดยไม่ต้องสนใจ ลิเวอร์พูล เกมนี้ทีมจะไม่มีกองหน้าคนสำคัญ เซอร์คิโอ อเกวโร่ ที่เจ็บขาหนีบในเกมเจอ เอฟเวอร์ตัน ส่วน ยาย่า ตูเร่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดก่อนก็น่าจะฟิตทันลงสนามรวมไปถึง ดาบิด ซิลบา ด้วย ขณะที่ เฆซุต นาบาส ยังมีอาการเจ็บข้อเท้าและ มาติย่า นาสตาซิค ยังพักยาว พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า ไม่มีอะไรให้ลุ้นเพราะพาทีมอยู่รอดปลอดภัยจากการตกชั้นแน่นอนแล้ว นัดนี้จะไม่มี กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ที่เจ็บเข่า รวมไปถึง โจ เบนเน็ตต์ ที่เจ็บข้อเท้า ส่วน คริสเตียน เบนเทเก้ กองหน้าคนสำคัญพักยาวจากอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย เช่นเดียวกับ ลิบอร์ โคซัค ที่ขาหัก ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, นาสรี่, เซโก้ แอสตัน วิลล่า – กูซาน, โลว์ตัน, ฟลาร์, นาธาน เบเกอร์, คีแรน คลาร์ก, อัลไบรท์ตัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, เดล์ฟ, เบอร์ทรานด์, ไวมันน์, โบเวรี่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH สเตเดี้ยม 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม กุส โปเยต์ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ มีข่าวดีเมื่อสองกองหลัง บิลลี่ โจนส์ กับ ซานติอาโก้ เวอร์จินี ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วน เอมานูเอเล่ เจียคเครินี่ ยังเจ็บขาหนีบต้องพักอีกราวสามสัปดาห์ ขณะที่ในตำแหน่งนายทวาร คอสเทล พานทิลิมอน น่าจะยึดตัวจริงจาก วิโต้ มานโนเน่ ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจในเกมนัดเปิดสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์กอส โรโฮ ปราการหลังตัวใหม่ที่ได้เวิร์ค เพอร์มิตไม่ทันเวลา ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บมีหลายรายทั้ง ลุค ชอว์, ไมเคิล คาร์ริค, จอนนี่ อีแวนส์, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์, เจสเซ่ ลินการ์ด, แดนนี่ เวลเบ็ค, อันแดร์สัน และยังมีที่เจ็บเพิ่มเข้ามาอีกทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อันแดร์ เอร์เรร่า ที่เจ็บข้อเท้าทั้งคู่ แต่ข่าวดีคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ฟิตพร้อมลงเล่น ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิมอน, บิลลี่ โจนส์, เวส บราวน์, จอห์น โอเชีย, ฟาน อันโฮลท์, คัตเตอร์โมล, ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, วิคแค่ม, สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, มาต้า, แอชลี่ย ยัง, คากาวะ, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก :แค่เจ๊าก็จุก! เรือเกือบเน่าไล่เจ๊าแมวดำท้ายเกมส์โดนหงส์ทิ้งห่างหกแต้ม
ซันเดอร์แลนด์ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 16 เมษายน 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู: แฟร์นันดินโญ่ น.2, 1-1 คอนเนอร์ วิคแฮม น.73, คอนเนอร์ วิคแฮม น.83, ซาเมียร์ นาสรี่ น.88 เวลา: 01.45 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดตกค้าง เป็นการพบกันของทีมที่ต้องการสามคะแนนเต็มทั้งคู่ โดย “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการเก็บสามแต้มเพื่อทำแต้มไล่บี้กับ  ลิเวอร์พูล และ เชลซี ส่วน ซันเดอร์แลนด์ ทีมบ๋วยก็ต้องการคะแนนเพื่อดิ้นรนหนีการตกชั้น เริ่มเกมส์ เจ้าบ้านออกนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกมส์นาทีที่ 2 จาก แฟร์นันดินโญ่ ทำให้อะไรๆดูเหมือนจะง่ายไปหมด แต่แล้วทีมเยือนก็มาช็อคเจ้าบ้านเมื่อ คอนเนอร์ วิคแฮม ตัวสำรองของ ซันเดอร์แลนด์ลงมายิงคนเดียวสองประตูให้ทีมพลิกแซง นำ แต่ แมนฯซิตี้ ยังหนังเหนียวมาไล่ตีเสมอได้ในช่วงท้ายจาก ซาเมียร์ นาสรี่ จบเกมส์แบ่งแต้มกันด้วยการเสมอกันไป 2-2 ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน และตามหลัง เชลซีรองจ่าฝูงอยู่ 4 คะแนน โดยยังเหลือเกมส์ในมืออีกหนึ่งนัด ส่วนซันเดอร์แลนด์ยังอยู่อันดับสุดท้ายเหมือนเดิม +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 16 เมษายน 2557 เอฟเวอร์ตัน 2-3 คริสตัน พาเลซ ผู้ทำประตู: 0-1 เจสัน พันเชี่ยล น.23,0-2 สก็อตต์ แดน น.49,1-2 สตีเฟ่น เนย์สมิธ น.61,1-3 คาเมรอน เจอโรม น.73, 2-3 เควิน มิรัลลาส น.86 เวลา: 01.45 น. สนาม: กูดิสัน พาร์ค ถ่ายทอดสด: CTH stadium 4 สำหรับผลอีกคู่ เอฟเวอร์ตัน ฟอร์มสะดุด พ่ายคารังให้กับ คริสตัน พาเลซ 2-3 ทำให้โดน "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล แซงยึดพื้นที่โควต้ายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกไปแล้วในตอนนี้

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตึ้ VS ลิเวอร์พูล สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2557 เวลา 02.00น. ถ่ายทอดสด CTH สเตเดี้ยม 5 ความพร้อม ก่อนลงสนาม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้จะไม่มี เอเลียกิม ม็องกาล่า ปราการหลังชาวฝรั่งเศสที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ขณะที่ ปาโบล ซาบาเลต้า และ บาการี่ ซานญ่า สองผู้เล่นแบ็คขวากลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ทำให้ กาเอล คลิชี่ และ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ จะต้องกลับไปแย่งชิงตำแหน่งแบ็คซ้ายกันอีกครั้ง ส่วนในแนวรุก อัลบาโร่ เนเกรโด้ ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อ ขณะที่ กุน อเกวโร่ ยังฟิตไม่เต็มที่ ทำให้ สเตฟาน โยเวติช และ เอดิน เซโก้ น่าจะได้จับคู่กันต่ออีกเกม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล น่าจะส่ง ลาซาร์ มาร์โควิช ดาวเตะชาวเซอร์เบียลงประเดิมสนามในนัดนี้ รวมไปถึงแข้งใหม่อีกรายคือ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายชาวสเปนซึ่งน่าจะเบียด เกล็น จอห์นสัน หลุดจากตำแหน่งตัวจริง ขณะที่ อดัม ลัลลาน่า ยังไม่ฟิตสมบูรณ์เช่นเดียวกับ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ ฟาบิโอ บอรินี่ และ จอน ฟลานาเก้น ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, คลิชี่, เฟอร์นันโด เรเกซ, นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, โยเวติช, เซโก้ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, มันควินโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, ลูคัส, เฮนเดอร์สัน, มาร์โควิช, สเตอร์ลิง, สเตอร์ริดจ์

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : ใครคุมก็เน่า! ผีแดงเจอแมวดำบุกข่วนถึงรัง ยูโรป้าก็ท่าจะไม่ได้ไป
กิ๊กส์ /  ซันเดอร์แลนด์ / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูฯ 0-1 ซันเดอร์แลนด์ ผลศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013ข14 ประจำวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0–1 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู : 0-1 เซบาสเตียน ลาร์สสัน น.29 สนาม   :  โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้ตัดสิน :  ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ แข่งขันเวลา : 21:00 น. CTH สเตเดี้ยม 1 ถ่ายทอดสด เริ่มเกม แมนฯ ยูฯ เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวา เกมมาถึงนาทีที่ 8 แมนฯ ยูฯ ได้โอกาสทักทายครั้งแรก เมื่อเฟล็ทเชอร์ จ่ายบอลให้กับ ฆวน มาต้า ได้ลองยิงไกลจากฝั่งขวา บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 13 ซันเดอร์แลนด์ ได้ทักทายบ้าง อดัม จอห์นสัน ลากบอลตัดจากด้านริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะยิงบอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียวเท่านั้น อีก 5 นาทีต่อมา หลุยส์ นานี่ได้โอกาสยิงไกลจากเเถวสอง บอลโด่งข้ามคานออกไป นาทีที่ 20 แอชลี่ย์ ยัง เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายมาให้กับปาทริซ เอวร่าได้โหม่งบอลไปตรงตัววีโต้ มานโนเน่ล้มตัวรับไว้ได้ :) แต่อีก 9 นาที่ถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังเดินเกมบุกอยู่ดีๆ โดน ซันเดอร์แลนด์ ตัดบอลได้กลางสนาม คอนเนอร์ วิคแฮม ลากเลี้ยงไปริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดกลับมาหน้ากรอบเขตโทษง่ายๆให้ เซบาสเตียน ลาร์สสัน วิ่งเติมขึ้นมายิงเน้นๆ บอลพุ่งผ่านมือ เด เคอา เข้าไปไม่เหลือซาก ซันเดอร์แลนด์ พลิกล็อคขึ้นนำ แมนฯ ยูฯ 1-0 น.29 เข้าสู่ช่วงท้ายเกม แมนฯ ยูฯ ที่ครองเกมและมีโอกาสบุกมากกว่ายังหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้ โดยเฉพาะ ชิชาริโต้ กับ มาต้า ที่วันนี้ยังไม่มีโอกาสเข้าเป้าสักครั้ง และก็จบครึ่งแรก ซันเดอร์แลนด์ พลิกล็อกบุกมาขึ้นนำ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง แมนยู ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ทำได้เพียงแค่ครองบอลถ่ายไปมาเท่านั้น นาที 50 นานี่ ไขว้ลูกหลังได้สวย ให้ ปาทริซ เอวร่า หลุดไปถึงเส้นหลัง แล้วบรรจงเปิดมาหน้าประตู หมายให้ ฮาเวียร์ ยิงโล่งๆ แต่จังหวะสุดท้าย โดน เวส บราวน์ อดีตเด็กเก่าแหย่ทิ้งไปได้ แมนยู เจ้าบ้านเริ่มบุกกดดันได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยการลงมาของ อัตนัน ยานาไซ ทำให้เกมส์รุกของผีแดง ดูวูบวาบมากขึ้น โดยเจาะทางริมเส้น แบบที่ถนัดแต่จังหวะสุดท้ายเปิดไม่ได้ใกล้เคียง นาที 65 ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชั่วคราว ของแมนยูเทหมดหน้าตักด้วยการ ส่ง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ดาวยิงตังเก่งที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ  และ แดนนี่ เวลเบ็ค ลงมาแทนที่ของ ฆวน มาต้า และ แอชลี่ย์ ยัง นาที 71 เกมส์ของ แมนยูไม่ได้ดีขึ้น และเป็น  เฟลทเชอร์ ที่เสียบอลในแดนตัวเอง แล้วซันเดอร์แลนด์ได้เปิดให้ เอ็มมานูเอล จัคเครินี่ ยิงไปชนเสา แล้ว แจ็ค โคลแบ็ค ซ้ำไม่ตรงกรอบ นาที 73 ฟาน เพอร์ซี่ โฉบมาดีดบอลที่เสาแรกแต่ไม่ตรงกรอบ นาที 76 แดนนี่ เวลเบ็ค ลากตัดเข้าในแล้วยิงบอลข้ามคานออกไปเยอะ นาที 80 แมนยูชวดโอกาสทองที่จะตีเสมอเมื่อ คาร์ริค แทงบอลให้ เอวร่า หลุดไปเปิดบอลให้ ชิชาริโต้ ยิงโล่งๆข้ามคานออกไป นาที 83 แมวดำเกือบปิดกล่องได้อีกครั้ง จากลูกยิงด้วยซ้ายของ ฟาบิโอ บอรินี่ เดเคอา ได้แต่มองแล้ว แต่บอลไปชนคาน  เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง บุกมาเอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์แทร็ฟฟอร์ด 0-1 เป็นการบุกมาชนะครั้งแรกในรอบ 46 ปีโอกาสรอดตกชั้นสดใส พร้อมกับ ทำให้ ฟูแล่ม และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ร่วงตกชั้นทันที ส่วน แมนยู เจ้าบ้าน โอกาสจะแซง สเปอร์ ไปเล่น ยูโรป้า ยังแทบมองไม่เห็น รายชื่อตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, เฟลทเชอร์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, นานี่, มาต้า, แอชลี่ย์ ยัง, ฮาเวียร์ เฮอร์นาเดซ ซันเดอร์แลนด์ : วีโต้ มานโนเน่, ซานติอาโก้ เวียกินี่, จอห์น โอเช, เวส บราวน์, มาร์กอส อลอนโซ่, ลี แคตเทอร์โมล, อดัม จอห์นสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน,  แจ็ค โคลแบ็ค, ฟาบิโอ บอรินี่, คอนเนอร์ วิคแฮม

 ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ความคมมันผิดกัน! เรือใบกางใบฉิวบุกถอนขนสาริกาประเดิมสามแต้มเปิดหัว
นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557 นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู :0-1ดาบิด ซิลบา  น.38,0-2 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ น.90 เวลา : 22.00 น. สนาม: เซนต์เจมส์พาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH stadium 5 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดประเดิมสนามของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าที่บุกไปเยือน “สาลิกาดง” นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด โดย ก่อนเริ่มเกมส์ มีพิธีไว้อาลัยให้กับสองแฟนบอลนิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ผู้โดนสารเที่ยวบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ MH 17 ที่ตกในยูเครน  เริ่มเกมส์ 10 นาทีทีมเยือนครองบอลได้เยอะกว่า นาที 11 ดาบิด ซิลบา จ่ายบอลเข้าตรงกลางให้ ซาเมียร์ นาสรี่ ตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ทิม ครูล ต้องพุ่งปัดทิ้งออกไป ผ่าน 20 นาทีเจ้าถิ่นค่อยๆจับจังหวะเกมส์ของตัวเองได้ และได้โอกาสต่อบอลสู้บ้าง แต่ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้ นาที 38 ทีมแชมป์เก่าแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในแนวรุกเมื่อ ยาย่า ตูเร่ วางบอลให้ เอดิน เชโก้ ถ่างออกไปทางซ้ายแล้วไหลบอลเข้ากลางให้ ดาบิด ซิลบา สอดขึ้นมารับบอลแล้วยิงยัดเสาแรก ผ่าน ทิม ครูล เข้าไปอย่างใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกออกนำ 0-1 เวลาที่เหลือของครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก แชมป์เก่า แมนซิตี้ บุกออกนำ นิวคาลเซิล 0-1  ครึ่งหลัง เจ้าบ้านที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังเป็นฝ่ายเปิดเกมส์บุกแลกแบบไม่กลัวศักดิ์ศรีแชมป์เก่า นาที 49 แจ็ค โคลแบ็ค โยนเตะมุมไปเสาไกลให้ โยอัน กูฟฟร็อง เกี่ยวบอลลงแล้วซัดติดเซฟของ โจ ฮาร์ท สองครั้งซ้อนๆ ครึ่งหลังกลายเป็นหนังคนละม้วน โดยเจ้าบ้านที่เป็นรองเดินหน้าลุยเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว จนแมนซิตี้ต้องถอยไปรับกันแน่น นาที 57 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากฟรีคิก แจ็ค โคลแบ็ค คนรับเหมาลูกนิ่ง โยนเข้ากลางให้ พอล ดัมเม็ต โขกหลุดกรอบออกไป  นาที 64 แมนซิตี้ ได้บุกบ้าง โดยได้ลุ้นจากลูกโขกของ เอดิน เชโก้ แต่บอลข้ามคานออกไป ท้ายเกมส์นาที 83 อโยโซ่ เปเรซ ตัวสำรองของ นิวคาลเซิล เกือบเป็นซุปเปอร์ซับ เมื่อลงมาได้บอลจังหวะแรกแล้วยิงบอลติดบล็อกกองหลัง แมนซิตี้ ออกไปแบบได้ลุ้น ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจ้าบ้านมีโอกาสที่จะได้ประตูตีเสมอแต่ก็ไม่เฉียบคมเอง และมาโดนทีเด็ด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คมกว่าเห็นๆ เมื่อ ตัวสำรองอย่าง เซร์คิโอ้ อเกวโร่ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย จังหวะแรก ทิม ครูล ปัดไว้ได้ แต่บอลไม่พ้นอันตราย และดาวยิงหุ่นมะขามข้อเดียวลุกขึ้นมาซ้ำได้เร็วให้แชมป์เก่าบุกนำ 0-2 หมดเวลา แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองเอาไว้ได้เมื่อ บุกมาเอาชนะ "สาริกา" นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ถึงรัง 0-2 ประเดิมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ด้วยสามคะแนนเต็ม รายชื่อ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล(GK) , ดารีล ยานมัต , ฟูร์นอน อานิต้า , พอล ดัมเม็ต , ไมค์ วิลเลียมสัน , ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ , มุสซ่า ซิสโซโก้, แจ็ค โคลแบ็ค , โยอัน กูฟฟร็อง, เรมี่ คาแบลล่า, เอ็มมานูแอล ริแวร์เย่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), กาแอล กลิชี่, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันโด, ซาเมียร์ นาสรี่, ดาบิด ซิลบา, สเตฟาน โยเวติช, เอดิน เชโก้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก :ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! เรือใบไม่พลาดเปิดบ้านต้อนค้อนเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีก
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วัน อาทิตย์ ที่ 11 เมษายน 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 ซาเมียร์ นาสรี่ น.39, 2-0 แว็งซองต์ กอมปานี น.49 เวลา: 21.00 น. สนามแข่งขัน: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาล เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการเพียงแค่ 1 แต้มจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี เริ่มเกมส์ เจ้าบ้าน เรือใบสีฟ้าขึงเกมส์บุกกดดันแนวรับทีมเยือนได้ก่อน นาทีที่ 10 ปาโบล ซาบาเลต้า เติมเกมส์ขึ้นทางขวาแล้วโยนบอลลึกไปถึงไกลให้ ดาบิด ซิลบา ยิงข้ามคานออกไป นาที 17 เป็นโอกาสของ แมนซิตี้อีกครั้งจากลูกยิงไกลของ เซร์คิโอ้ อเกวโร่ แต่บอลตรงตัว อาเดรียน รับสบาย นาที 20 กองเชียร์แมนซิตี้ ที่เฮติฮัดได้รับข่าวดีจาก แอนฟิลด์ เมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังลิเวอร์พูลสกัดเข้าประตูตัวเอง ให้ นิวคาลเซิ่ล บุกมาออกนำ 0-1 ยิ่งทำให้สถานการณ์ของ แมนซิตี้สดใสขึ้นอีกเป็นกอง  หลังจากกดดันอยู่นาน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มาได้ประตูออกนำอย่างที่ต้องการ ในนาที 38 จากจังหวะยิงไกลของ ซาเมียร์ นาสรี่ ที่ซัดเสียบเสาไกล เข้าไปแบบเฉียบขาดให้ แมนซิตี้ ออกนำ 1-0 ท้ายครึ่งแรก เรือใบเกือบจะหนีห่างอีกลูก จากบอลที่ ยาย่า ตูเร่ ไหลให้ ดาบิด ซิลบา ได้ยิงในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบ แอนดี้ คาร์โรล ชนคาน เด้งออกไป จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เริ่มต้นครึ่งหลัง กองเชียร์ แมนซิตี้ ได้ฉลองกันแบบสุดเหวี่ยง เมื่อทีมรักมาได้ประตูที่สองแบบง่ายดาย จากลูกเตะมุมแล้ว เชโก้ เกี่ยวบอลลงแต่โดน แคร์โรล พยายามเข้าไปแย่งบอลทำให้บอลทะลักไปตกตรงหน้า แวงซองต์ กอมปานี หมุนตัวมาเจอบอลแล้วซัดจ่อๆเข้าไป ให้แมนซิตี้ หนีห่าง 2-0  หลังจากได้ประตูนำห่าง เจ้าบ้านผ่อนเกมส์ลง และปล่อยให้ เวสต์แฮม หายใจหายคอด้วยการพาบอลขึ้นมาบุกบ้าง ส่วนสถานการณ์ของอีกสนาม ลิเวอร์พูลยิงสองประตูรวดแซงนำ นิวคาลเซิ่ล 1-2 จาก ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ และ ดาเนี่ยล สเตเตอร์ริดจ์ สร้างความกดดันเล็กๆให้ แมนซิตี้ นาที 66 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ทำหมูหกเมื่อชารจ์ลูกยิงจ่อ จากบอลที่ซิลบา เปิดมาให้ แต่โดนแป้ก บอลค่อยๆไหลไปเข้ามืออาเดรียน นาที 77 แมนซิตี้ เล่นอย่างผ่อนคลายและทำเกมส์บุกได้สวยเมื่อ นาสรี่ ฝากบอลให้ ยาย่า งัดข้ามแนวรับมาให้ แล้วซัด เต็มข้อ แต่บอลติดเซฟด้วยขาของ อาเดรียน เวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี และเป็นแชมป์ลีกสูงสุด สมัยที่ 4 ของสโมสร และเป็นแชมป์ที่สองในฤดูกาลนี้หลังจากที่ได้แชมป์ลีกคัพมาก่อนหน้านี้  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท (GK),แวงซองต์ กอมปานี,มาร์ติน เดมิเคลิส,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ปาโบล ซาบาเลต้า, ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่,ฆาบี้ การ์เซีย, ซาเมียร์ นาสรี่,เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน, เอดิน เชโก้  เวสต์แฮม ยูไนเต็ด:อาเดรียน(GK),วินสตัน รีด,เจมส์ ทอมกิ้นส์,จอร์จ แม็คคาร์ทนีย์, โจอี้ โอไบรอัน, มาร์ค โนเบิ้ล,โมฮัมเหม็ด ดิยาเม่,สจ๊วต ดาวนิ่ง,เควิน โนแลน,แม็ธธิว เทย์เลอร์,แอนดี้ คาร์โรล  สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-2014 แชมป์: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โควตายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก :แมนเชสเตอร์ ซิตี้,ลิเวอร์พูล,เชลซี และ อาร์เซน่อล โควตายูโรป้าลีก: เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ ตกชั้น: นอริช ซิตี้, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลุ้นเหนื่อย! บา ฮีโร่อีกแล้วซัดชัยให้สิงห์บูลบุกเฉือนหงส์ขาวสิบตัว
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557 สวอนซี ซิตี้ 0-1 เชลซี ผู้ทำประตู:0-1 เดมบ้า บา น.67 เวลา: 22.07 น. สนาม: ลิเบอร์ตี้ สตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 เชลซี ที่เพิ่งผ่านเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ลีกมาได้แบบสุดระทึก ด้วยการเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-0 บุกไปเยือน สวอนซี ซิตี้ นัดนี้ต้องการ สามแต้มเป็นที่สุด เพื่อไล่จี้ติด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มน่าขนลุกด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปก่อนหน้านี้ เริ่มเกมส์ นาทีที่ 5 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เพื่อได้เฮดังๆก่อนเมื่อ บรานิสลาฟ อิวานโนวิช ปราการหลังหน่องโตหลุดขึ้นไปเปิดบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สอดขึ้นมายิงเน้นๆ แต่เมสซี่ อียิปต์ ยิงชนโคนเสาออกไป อย่างน่าเสียดาย  นาที 13 เจ้าบ้านก็เกือบได้เฮบ้าง จากลูกโขกของตัวหอกตัวอันตรายอย่าง วินเฟร็ด โบนี่ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังไม่ยอมเสียซิงพุ่งไปปัดทิ้งออกไปได้ นาที 15 “หงส์ขาว” งานเข้าเต็มๆเมื่อ ชิโก้ ฟลอเรส โดนใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม ทำให้ เสียเปรียบตัวผู้เล่นตั้งแต่หัววัน แต่เชลซี ที่คนมากกว่า ก็ไม่ได้แสดงความเหนือกว่าออกมาให้เห็น ผ่าน ครึ่งชั่วโมงไปแล้วก็ไม่ได้กดดัน เจ้าบ้านได้มากไปกว่า ช่วงต้นเกมส์ เป็นเพราะ สวอนซี ที่เหลือคนน้อยกว่า เลยต้องถอยมาตั้งรับแบบจริงจังมากขึ้นทำให้ เชลซี เจาะยากขึ้นเข้าไปอีก นาที 40 อิวานโนวิช ได้โขกลูกเตะมุม แต่ก็ข้ามคานออกไป หมดครึ่งแรก สวอนซี ที่เสียเปรียบตัวผู้เล่น ยังต้านเชลซีไว้ได้ เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เกมส์รุกของ “สิงห์บูล” ดูดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่งสองตัวรุกอย่าง ซามูเอล เอโต้ และ ออสการ์ ลงมาแทน รามิเรส และ อังเดร์ ชูร์เล่ นาที 55 ฮีโร่จากนัดที่แล้วอย่าง เดมบ้า บาได้โหม่งบอลที่ อิวานโนวิช โยนมาให้จากริมเส้น แต่ดาวเตะเซเนกัล โหม่งเช็ดบางเกินไปทำให้บอลหลุดกรอบออกไป นาที 57 ทีมเยือนน่าจะออกนำอย่างที่สุดเมื่อแอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ สกัดบอลมาโดน เอโต้ บอลตกตรงหน้า ดาวยิงเลือดหมอผี แต่ดันยิงหลุดกรอบออกไปซะอย่างนั้น นาที 60 สวอนซี ตอบโต้บ้าง จากลูกโหม่งของ โบนี่ แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 67 ทีมเยือนออกนำจนได้ จากจังหวะที่แผงหลัง สวอนซี ดันขึ้นสูง เลยเจอ หนุนบอลให้ เดมบ้า บา หลุดเข้าไปยิงแฉลบ  แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ เชลซี ออกนำ 0-1 หลังได้ประตูขึ้นนำแล้ว เชลซีก็ยังพยายามบุกต่อไป แต่ก็ยังบวกประตูที่สองเพิ่มไม่ได้ จากจังหวะสุดท้ายที่ขาดๆเกินๆ นาที 84 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลากลุยแล้วปาดมาให้ เอโต้ ตวัดยิงแต่บอลไม่ตรงกรอบ จนแล้วจนรอด เชลซีก็ยิงประตูเพิ่มไม่ได้ แต่ก็ยังดีพอที่จะเก็บสามแต้ม ด้วยการบุกมาเฉือนชนะ สวอนซี ซิตี้ 0-1 เก็บสามคะแนนเกาะติดการเบียดลุ้นแชมป์ต่อไป  รายชื่อ สวอนซี ซิตี้:มิเชล ฟอร์ม(GK),อังเคล รานเคล,ชิโก้ ฟลอเรส,แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์,เบน เดวิส, ลีออน บริตตัน,จอนโจ เชลวี่ย์ , นาธาน ดายเออร์,ปาโบล เฮอร์นานเดซ,เวย์น เราท์เลดจ์, วิลเฟร็ด โบนี่ เชลซี:ปีเตอร์ เช็ก(GK), บรานิสลาฟ อิวานโนวิช,แกรี่ เคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช,รามิเรส ,โมฮาเหม็ด ซาลาห์,วิลเลี่ยน,อังเดร์ ชูร์เล่ ,เดมบ้า บา

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : นัดแรกก็โดนซะแล้ว!ฟานกัลนำทีมประเดิมเห่ยโดนหงส์ขาวบุกดับ
กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 สวอนซี ซิตี้ ผู้ทำประตู :0-1 คี ซุง ยอง น.28,1-1 เวนย์ รูนี่ย์ น.53,1-2 กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน น.72 เวลา : 18.45น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดประเดิมสนามของฤดูกาลใหม่ โดยคู่แรกเป็น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของกุนซือคนใหม่อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ประเดิมนัดแรกพบกับ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ เริ่มเกมส์ 10 นาทีแรกเจ้าบ้านครองบอลได้เยอะกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสมากนัก นาที 11 กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน กองกลางทีมเยือนได้ลองส่องไกลแต่บอลเบา เข้ามือ เดเคอา นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายบ้างจากลูกยิงไกลของ เวนย์ รูนี่ย์ แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสร้างปัญหาให้ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ นาที 22 หลุยส์ ฟาน กัล จำใจต้องเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก เมื่อ เจสซี่ ลินการ์ด เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง อัตนัน  ยานาไซ ผู้สืบทอดหมายเลข 11 คนใหม่แทน ไรอัน กิ๊กส์ ที่รีไทร์ตัวเอง ไปเป็นผู้ช่วย ลงมาเลนแทน นาที 25 ผีแดงได้ฟรีคิกริมกรอบเขตโทษทางขวา ฆวน มาต้า ซัดเข้าไปตรงกลางประตู ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยังปัดทิ้งออกมาได้ นาที 28 ทีมเยือนบุกขึ้นนำได้ก่อน เมื่อขึ้นเกมส์มาทางขวา กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ไหลบอลเข้ากลางมาให้ คี ซุง ยอง กองกลางทีมชาติเกาหลีใต้เติมขึ้นมายิงเสียบเสาเข้าไปให้ สวอนซี บุกขึ้นนำ 0-1 หลังโดนกระทุ้งประตูออกนำ ปีศาจแดงทำได้แค่ครองบอลแทบไม่ได้บุกกดดัน แนวรับทีมเยือนได้เลย จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง สวอนซี ซิตี้ 0-1  ก่อนเริ่มครึ่งหลัง ฟาน กัล แก้เกมส์ทันทีด้วยการส่ง นานี่ ลงมาแทน ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ที่ไม่มีบทบาทกับเกมส์ นาที 53 เจ้าบ้านที่นวดอยู่พักใหญ่มาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะลุกเตะมุม ที่ฟิล โจนส์ โหม่งผิดเหลี่ยม บอลลอยโด่งมาตกตรง เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีมคนใหม่ที่ตีลังกายิงจ่อๆเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ดตามตีเสมอ 1-1หลังได้ประตูออกนำก็เป็น เจ้าถิ่นที่เดินเครื่องลุยใส่โดยหวัง 3 คะแนนเต็ม นาที 65 เวนย์ รูนี่ย์ ได้ซัดฟรีคิกระยะ 25 หลา ตรงกลางประตู บอลโค้งข้ามกำแพงไปแล้วแต่โชคร้ายไปชนสามเหลยี่มด้านนอกออกไปอย่างไร้โชค นาที 72 กองเชียร์ปีศาจแดงในโรงละครแห่งความในต้องเงียบกริบ เมื่อทีมเยือนได้ประตู ออกนำจากจังหวะที่ฉวยโอกาสเล่นบอลเร็ว แล้ว เวย์น เราท์เลดจ์ ลากขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอลไปเสาไกล โบนี่ ตั้งบอลเข้ากลางมาถึง กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ได้แปจ่อๆจ้องจุดโทษ เดเคอา ปัดบอลไม่ออกบอลปลิ้นเข้าประตูไปให้ สวอนซี ขึ้นนำ 1-2 นาที 84 แอชลี่ย์ ยัง ลากบอลตัดเข้าในแล้วซัดเอง บอลเบาเข้ามือ ฟาเบียนสกี้ เวลาที่เหลือ แมนยู พยายามเดินเครื่องบุกอย่างหนัก แต่ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ หลุนส์ ฟาน กัล ประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยการพ่ายแพ้คาบ้านต่อ สวอนซี ซิตี้ 1-2 ถือเป็นการพ่ายแพ้ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ในนัดเปิดฤดูกาลเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปีของทีมปีศาจแดงอีกด้วย  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK),ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์,เจสซี่ ลินการ์ด,ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,แอชลี่ย์ ยัง, อันเดร์ เอร์เรร่า,ฆวน มาต้า,เวย์น รูนี่ย์, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, อังเกล รานเกล,จอร์ดี้ อาร์มัต , แอชลี่ย์ วิลเลียมส์,นีล เทย์เลอร์,คี ซุง ยอง, จอนโจ เชลวี่ย์,เวย์น เราท์เลดจ์,กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน,เนธาน ดายเออร์,วิลฟรีด โบนี่

ผลบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ 4-0 นอริช
นอริช /  ผลบอล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ 4-0 นอริช ผลบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ประจำวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 แมนฯ ยูฯ 4-0 นอริช ผู้ทำประตู : 1-0 รูนี่ย์ (จุดโทษ) น.41, 2-0 รูนี่ย์ น.48, 3-0 มาต้า น.63, 4-0 มาต้า น.71 สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้ตัดสิน : ลี โพรเบิร์ต แข่งขันเวลา 23.30 น. CTH สเตเดียม 1 ถ่ายทอดสด เริ่มเกมนัดแรกของ ไรอัน กิ๊กส์ ในฐานะกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด มาถึงนาทีที่ 9 กลับเป็นทีมเยือนที่ได้ลุ้นจะๆ ก่อน โวล์ฟสวิงเคล หัวหอกตัวเก่ง ได้โขกหน้าปากประตู แต่ ลี โพรเบิร์ต เป่าฟาวล์ เนื่องจากเอามือไปกดหลัง แนวรับเจ้าบ้าน นาทีที่ 13 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เสียวบ้าง ปาทริซ เอวร่า โยนบอลเข้าเขตโทษ กองหลังอาคันตุกะ สกัดไม่ดี มาเข้าทาง วาเลนเซีย ก่อนเจ้าตัวสับด้วยขวาเต็มข้อ แต่ จอห์น รัดดี้ ยังเหนียว ล้มตัวปัดออกหลังไว้ได้ นาทีที่ 23 ผีแดง ได้ลุ้นอีก เอวร่า หลอกจะเปิด ก่อนจ่ายเรียดให้ คางาวะ ในเขตโทษ เจ้าตัวแตะออกซ้าย ก่อนซัดเต็มแรง แต่ เทอร์เนอร์ เซ็นเตอร์นกขมิ้นไม่พลาด สไลด์บล็อกไว้ได้ทัน นาทีที่ 39 ปีศาจแดง ได้เสียวอีกครั้ง ฟิล โจนส์ เตรียมเกมรุก ก่อนตบเข้ากลาง บอลเลยมาเสาสอง คางาวะ ล้มตัวดีดด้วยขวา บอลหลุดกรอบไม่ไกล :) และประตูที่แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด รอคอยก็มาถึงเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ วิทเทเกอร์ ดึง เวลเบ็ค ล้มในเขตโทษ ลี โพรเบิร์ต เป่าฟาวล์ทันที แล้วก็เป็น เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ผีแดงขึ้นนำ 1-0 นาทีที่ 41 หลังจากเสียประตู ทีมเยือน พยายามโต้ตอบ เจ้าบ้านบ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ นอริช ซิตี้ 1-0 :) กลับมาลุยกันต่อในครึ่งหลังได้เพียงสามนาที ผีแดง สกอร์ไหลเป็น 2-0 คากาวะ ผ่านบอลให้ รูนี่ย์ แล้วเจ้าตัวเลี้ยงตัดเข้ากลาง ระยะประมาณ 25 หลา ก่อนปั่นด้วยขวา บอลเสียบเสาสองสุดสวย พร้อมกับเป็นประตูที่ 2 ของพ่อน้องไคในเกมนี้ 6 นาทีถัดมา แมนฯยูฯ บุกหนัก แล้วก็ได้เสียวอีก เอวร่า ทะลุ ทางกราบซ้าย ก่อนตัดสินใจซัดนอกเขตโทษ ติดบล็อก ผู้เล่นนกขมิ้น มาเข้าทาง เวลเบ็ค ก่อนหวดตรงเส้น 18 หลา บอลพุ่งเสียบใต้คาน แต่ รัดดี้ บินปัดทิ้งไว้ได้ ขยับมาอีก 4 นาที ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือชั่วคราว แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแท็คติก เอา ฆวน มาต้า ลงมาแทน เวลเบ็ค ที่เล่นได้ดีพอสมควรในเกมนี้ :) แมนฯ ยูฯ มาได้ลูกสามจนได้จากจังหวะ รูนี่ย์ ตะบันนอกเขตโทษ รัดดี้ ปัดไม่พ้นอันตราย วาเลนเซีย ตามไปเอาบอล ก่อนไหลให้ ฟิล โจนส์ กึ่งยิงกึ่งผ่าน เข้าปากประตู ก่อนที่ มาต้า ตัวสำรอง จะวิ่งชาร์จด้วยซ้ายเข้าไปไม่เหลือ ผีนำขาด 3-0 นาทีที่ 65 กิ๊กส์ นายใหญ่ปีศาจแดง เปลี่ยนอีก เอา คากาวะ ออก แล้วส่ง แอชลี่ย์ ยัง ลงมาเล่นปีกซ้าย :) นาทีที่ 73 แมนฯ ยูฯ ได้อีกลูกจากจังหวะที่ เอวร่า เปิดด้วยซ้าย วาเลนเวีย ตวัดยิงเร็ว ในเขตโทษ ผ่านหน้าปากประตู มาต้า วิ่งเข้ามาโขกเช็ดบางๆ บอลซุกก้นตาข่ายไม่เหลือซาก แมนฯ ยูฯ นำ นอริช ไปไกล เป็น 4-0 มาถึงช่วงท้ายเกม แมนฯ ยูฯ ยังไม่เหลาเกมบุก ได้จังหวะลุ้นประตูอย่างต่อเนื่อง ทั้ง รูนี่ย์ และ มาต้า แต่จังหวะสุดท้ายทั้งคู่ก็ยังไม่เฉียบคมพอพลาดโอกาสทำแฮททริก ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่น เกือบได้เพิ่ม เมื่อ มาต้า แทงให้ ชิชาริโต้ หลุดเดี่ยว แต่เจ้าตัวกลับยิงหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย หมดเวลา แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้าน ถล่ม นอริช ซิตี้ ขาดลอย 4-0 ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของ ไรอัน กิ๊กส์ ชนิดสวยหรู รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมที่ลงสนาม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, เนมานย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์ ,อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ปาทริซ เอวร่า, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เคลฟเวอร์ลี่ย์, คากาวะ, เวลเบ็ค, รูนี่ย์ .  นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้, สตีเว่น วิทเทเกอร์, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, รัสเซล มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน , เลอรอย เฟอร์, ฮาวสัน, เนธาน เร้ดมอนด์, ริคกี้ ฟาน วูล์ฟสวิงเคิ่ล

GRAMMY ขอพักซื้อขายหุ้นชั่วคราว
GRAMMY /  ตลาดหุ้น / 

GRAMMY ขอพักการซื้อขายชั่วคราว เหตุบอร์ดอยู่ระหว่างตัดสินใจเรื่องสำคัญอาจกระทบโครงสร้างธุรกิจ พร้อมระบุ 22 ก.ค.จับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจ ร่วมธุรกิจกับ CTH นางจิราภรณ์ รุ่งศรีทอง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่(GRAMMY)แจ้งว่า เนื่องด้วยในวันนี้(22 ก.ค.) GRAMMY จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการประกอบธุรกิจของบริษัทและอาจกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป บริษัทฯจึงขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ GRAMMY เป็นการชั่วคราว ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงขึ้นเครื่องหมาย "H" เพื่อระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ GRAMMY เป็นการชั่วคราวสำหรับการซื้อขายรอบบ่ายของวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(23 ก.ค.)ทาง GRAMMY มีกำหนดจัดการแถลงข่าวร่วมกับ บมจ.ซีทีเอช(CTH)ในงาน“Beyond The Best"เพื่อประกาศร่วมมือเป็นพันธมิตรธุรกิจอย่างเป็นทางการสู่ความเป็นหนึ่งในการให้บริการธุรกิจ เพย์ ทีวี โดยนายวิชัย ทองแตง, นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์, นายณัฐวัชร์ วรนพกุล, นายชนวัฒน์ วาจานนท์ ซึ่งเป็นทีมผู้บริหาร จาก CTH รวมทั้งนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, นายกริช ทอมมัส,นางบุษบา ดาวเรือง,นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ซึ่งเป็นทีมผู้บริหารจาก GRAMMY ที่จะร่วมเซ็นสัญญาทางธุรกิจ ล่าสุดหุ้น GRAMMY ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 17.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 1.67% มูลค่าการซื้อขาย 11.58 ล้านบาท MThai News

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2013-14 ประจำวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า ผู้ทำประตู : 1-0 เอดิน เซโก้ น.64,  2-0 เอดิน เซโก้ น.72, 3-0 โยเวติช น.89, 4-0 ยาย่า ตูเร่ 90 สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ แข่งขันเวลา 01.45 น. CTH สเตเดี้ยม 5 น.ถ่ายทอดสด  เริ่มเกม วิลล่า ทีมเยือนเขี่ยบอลบุกจากขวาไปซ้าย พร้อมกับฝนที่ตกอย่างหนัก ผ่าน 5 นทีแรกเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เดินเกมบุกเข้ายำใหญ่ แอสตัน วิลล่า อยู่ฝ่ายเดียว ชนิดที่ยังไม่เห็น โจ ฮาร์ท บนหน้าจอโทรทัศน์เลยทีเดียว 10 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งได้เลย ส่วน แอสตัน วิลล่า ก็ลงไปแพ็ตเกมรับได้อย่างแน่นอน ที่เกมวันนี้จัดกองหลังมาถึง 5 คน และอีกหนึ่งนาทีถัดมา แบ็กซ้ายของ วิลล่า เข้าเสียบผิดพลาด ซาลาเลต้า ได้กระชากเข้าเขตโทษก่อนปาดเข้ากลางให้ ยาย่า ตูเร่ ได้ตวัดยิงเร็วแต่บอลยังพุ่งไปติดแนวรับ แอสตัน วิลล่า ออกหลังไป 25 นาทีผ่านรูปเกมยังเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ยังขึงเกมบุกอย่างไม่ลดละส่วน แอสตัน วิลล่า ก็ยังเล่นเกมรับกันได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะ เคียแรน คล้าร์ก และ เนธาน เบเกอร์ นาทีที่ 30 แอสตัน วิลล่า ได้จังหวะสวนกลับเร็ว แต่จังหวะจบสกอร์ของ ไวมันส์ ยังไม่เฉียบขาดพอบอลเลยเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น เข้าสู่ช่วงท้ายเกม แมนฯ ซิตี้ เริ่มหมดมุขเจาะแนวรับของ วิลล่า ยังไงก็ไม่เข้าทำได้เพียงเคาะบอลไปมาและยิงไกลเท่านั้น และก็จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังเสมอกับ แอสตัน วิลล่า อยู่ 0-0 ครึ่งหลังเปิดฉากมา นาทีที่ 52 เจ้าถิ่นครองบอลบุกเข้าใส่ต่อเนื่องก่อนมามีลุ้นจากจังหวะเตะมุมที่แนวรับทีมเยือนโหม่งสกัดออกมาไม่ขาดมาเข้าทาง ดาบิด ซิลบา ที่โหม่งชงเข้ามาที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ได้ตีลังกายิงหน้ากรอบ 6 หลากลางประตู แต่ แบร๊ด กูซาน เซฟเอาไว้ได้ นาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกระยะกว่า 30 หลาของ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ที่เข้าไปตะบันด้วยซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพงกำลังเสียบมุมเสาแรก แต่ แบร๊ด กูแซน บินปัดไว้ได้ทัน นาทีที่ 62 เกมผ่านหนึ่งชั่วโมงเจ้าถิ่นพลาดทำประตูขึ้นนำเมื่อ ปาโบล ซาบาเลต้า หักบอลมาให้ เอดิน เชโก้ ได้กดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษทางขวา แต่บอลหลุดเสาแรกออกหลังไป :) นาทีที่ 64 แฟนเจ้าบ้านมาได้เฮจนได้เมื่อ แมนฯ ซิตี้ มาลั่นสกอร์ออกนำ 1-0 โดยเป็นจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา แทงบอลเข้าช่องให้ ปาโบล ซาบาเลต้า เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษทางขวาก่อนผ่านมาที่ เอดิน เชโก้ สอดขึ้นมาแปด้วยขวาที่หน้ากรอบ 6 หลางทางขวาบอลลอดขา แบร๊ด กูซาน จมก้นตาข่าย :) นาทีที่ 72 เจ้าบ้านมาเพิ่มสกอร์เป็น 2-0 เมื่อ ปาโบล ซาบาเลต้า ไหลบอลมาที่ ซามีร์ นาสรี่ ได้สับด้วยซ้ายบริเวณจุดโทษ แต่ แบร๊ด กูซาน เซฟออกมาได้ ทว่าบอลมาเข้าทางปืน เอดิน เชโก้ ได้ซ่ำเหน่งๆเข้าประตูไป :) นาที 89 เจ้าบ้านมาได้ประตูเพิ่มจากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร่ โยกหลอกแข้ง วิลล่า ในเขตโทษก่อนจ่ายบอลให้ สเตฟาน โยเวติช ซัดจากหน้ากรอบเขตโทษเข้ไปตุงตาข่าย แมนฯ ซิตี้ หนี วิลล่า เป็น 3-0 :) นาที 90+3 ยาย่า ตูเร่ โคตรเหนือโชว์เดี่ยวลากจากครึ่งสนามล็อคผ่านหนึ่งแล้วกระซากเข้าเขตโทษก่อนซัดยิงผ่าน แบร็ด กูซาน เข้าประตูไปเป็นไม่เหลือซาก แมนฯ ซิตี้ ถล่ม แอสตัน วิลล่า เป็น 4-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 100 แมนฯ ซิตี้ ในเกมลีกซีซั่นนี้ และที่สำคัญทำแต้มแซง ลิเวอร์พูล 2 แต้มขึ้นไปเป็นจ่าฝูง รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ฆาบี การ์เซีย, ยาย่า ตูเร่, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, ซาเมียร์ นาสรี่, เอดิน เชโก้  แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, แม็ทธิว ลอว์ตัน, รอน ฟลาร์, เนธาน เบเกอร์, เคียแรน คล้าร์ก, คาริม เอล อาห์มาดี้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, อันเดรียส ไวมันน์, จอร์แดน บาวรี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้ ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013-14 ประจำวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2557 ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 สเตอร์ลิ่ง น.6, 2-0 สเคอร์เทล น.26, 2-1 ซิลบา น.56, 2-2 เกล็น จอห์นสัน (สกัดเข้าประตูตัวเอง) น.62, 3-2 คูตินโญ่ น.77 สนามแข่งขัน : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 19.37 น. CTH 2 ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ทเทิร์นเบิร์ก เริ่มเกม ลิเวอร์พูล เขี่ยลูกบุกจากซ้ายไปขวา 5 นาทีผ่าน ทั้งสองทีมยังกันได้อย่างสูสี โดยเกมส่วนใหญ่เล่นกันที่บริเวณกลางสนาม :) และในจังหวะถัดมา แมนฯ ซิตี้ เสียบอลกลางสนาม เฮนเดอร์สัน จ่ายให้ ซัวเรซ มาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายบอลตัดแนวรับ แมนฯ ซิตี้ ให้ สเตอร์ลิ่ง หลุดเข้าเขตโทษก่อนที่แนวรุกวัย 18 ปี จะโชว์ความเยือกเย็น แตะหลบ ก็อมปานี และ โจ ฮาร์ท และจบด้วยการกระแทกบอลเข้าประตูไปง่ายๆ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 6 15 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ต้องเสียหัวใจสำคัญของแดนกลางเมื่อ ยาย่า ตูเร่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ เปเญกรินี่ ต้องส่งเอา ฆาร์บี้ การ์เซีย ลงไปเล่นแทนในตำแหน่งกองกลาง มาถึงนาทีที่่ 25 ลิเวอร์พูล น่าจะได้ประตูนำห่างเมื่อ คูตินโญ่ โยนลูกเตะทางฝั่งขวาให้ เจอร์ราร์ด ได้ขึ้นโขกเน้นๆ แบบไร้ตัวประกบแต่ โจ ฮาร์ท ยังไวบินปัดบอลออกหลังไปได้แบบเหลือเชื่อ :) และจังหวะต่อเนื่อง ลิเวอร์พูล เตะมุมอีกครั้ง เจอร์ราร์ด เปิดเตะมุมมาที่จุดนัดพบที่เสาแรก มาร์ติน สเคอร์เทล วิ่งโฉบมาโหม่งเช็ดบอลพุ่งเสียบคานอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล นำห่าง แมนฯ ซิตี้ เป็น 2-0 น.26 35 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ เริ่มครองบอลและเก็บบอลสร้างจังหวะเกมบุกได้ดีขึ้นแต่จังหวะสุดท้าย แมนฯ ซิตี้ ยังไม่เฉียบคมพ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ใช้จังหวะสวนกลับเข้าทำ แมนฯ ซิตี้ ได้อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ 4 แนวรุก คูตินโญ่ สเตอร์ลิ่ง ซัวเรซ และ สเตอร์ริดจ์ เรียกได้ว่าหวาดเสียวทุกครั้งที่เข้ากรอบเขตโทษ เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล กลับมาครองเข้าเจาะแนวรับ แมนฯ ซิตี้ ได้อีกครั้ง ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็ดูรีบเร่งจ่ายบอลง่ายๆเสียกันหมด แต่มาถึงช่วงทดเจ็บ แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้ประตูตีไข่แตกเหลือเกินเมื่อ เฟอร์นานดินโญ่ ได้จังหวะกดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษบอลกำลังจะพุ่งเสียบเสาแต่ มิโญเล่ต์ ไวเหลือเชื่อพุ่งปัดบอลออกหลังไปได้แบบเหลือเชื่อ และก็จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ฟอร์มฮ็อตเหลือเกินนำ แมนฯ ซิตี้ อยู่ 2-0 จากการยิงของ สเตอร์ลิ่ง และ สเคอร์เทล เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวาและทั้งสองทีมก็ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวแต่อย่างใด ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมเหมือนในครึ่งแรก นาทีที่ 50 เปเญกรีนี่ ปรับเปลี่ยนแทคติกเอา นายาส ออกแล้วส่งเอา เจมส์ มิลเนอร์ ลงไปเล่นแทน :) และหลังจากการเปลี่ยนตัวของ แมนฯ ซิตี้ ก็เป็นผลเมื่อ เกล็น จอห์นสัน เสียบอลที่กลางสนาม นาสรี่ แทงบอลออกทางขวา มิลเนอร์ แตะหลบ ฟลานาแกน เข้าเขตโทษอย่างง่ายก่อนปาดเข้ากลางให้ ซิลบา เข้าชาร์จเน้นๆ ไม่เหลือซาก แมนฯ ซิตี้ ไล่ ลิเวอร์พูล เป็น 1-2 น.56 :) และในนาทีที่ 62 แมนฯ ซิตี้ ที่เดินหน้าบุกกดดันแนวรับ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่องโดยใช้ ซิลบา และ นาสรี่ ใช้ทักษะทำชิ่งเข้าเขตโทษก่อนที่ ซิลบา จะได้จังหวะสับเน้นๆ บอลไปโดน เกล็น จอห์นสัน เปลี่ยนทางเข้าประตูไป แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ นาทีที่ 67 แมนฯ ซิตี้ สบโอกาสที่แนวรับ ลิเวอร์พูล กำลังเสียสมาธิส่งเอา กุน อเกวโร่ มาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน เชโก้ 75 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ที่มี กุน อเกวโร่ แนวรุกนั้นดูดีขึ้นเป็นกองแต่จังหวะจบสกอร์ของ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คมพอ :) และในจังหวะต่อมา ลิเวอร์พูล ได้จังหวะทุ่มทางฝั่งขวา เกล็น จอห์นสัน ทุ่มมาที่เสาแรก คลิชี่ โหม่งสกัดไม่ขาดบอลโด่งเข้าเขตโทษกระดอนมาถึง ก็อมปานี เตะสกัดไม่ดีบอลเลยมาเข้าทาง คูตินโญ่ ยื่นโล่งๆที่บริเวณจุดโทษได้กดด้วยขวาเต็มๆบอลพุ่งเสียบเสา ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ อีกครั้งเป็น 3-2 น.77 80 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูล ลงไปแพ็คเกมเเน่นอย่างชัดเจนปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ขึงเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่แนวรับ ลิเวอร์พูล ก็ยังเหนียวแน่นอยู่ และช่วงท้ายเกมทดเจ็บ 5 นาที เฮนเดอร์สัน ต้องมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเมื่อ เฮนเดอร์สัน จับบอลพลาดบอลกระดอนเข้าทาง นาสรี่ ก่อนจะตัดสินใจพุ่งเสียบอย่างน่าเกียจเปิดปุ่มสตั๊ด มาร์ค แคล็ทเทิร์นเบิร์ก ควักใบแดงออกจากสนามทันที และก็จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ไปแบบสุดระทึก 3-2 รั้งจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มี 77 แต้ม นำห่าง แมนฯ ซิตี้ 7 แต้ม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, ฟลานาแกน, ชาโก้, สเคอร์เทล, เจอร์ราร์ด เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, ซัวเรซ, สเตอร์ริดจ์ สำรอง : โจนส์, ตูเร่, แอ็กเกอร์, อัสปาส, โมเสส, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, คลิชี่, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, นาบาส. ดาบิด ซิลบา, นาสรี่, เชโก้ สำรอง : พานติลิมอน, เลสคอตต์, โคลารอฟ, ฆาบี้ การ์เซีย, มิลเนอร์, เนเกรโด้, กุน อเกวโร่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS เซาธ์แฮมป์ตัน
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล VS เซาธ์แฮมป์ตัน สนาม แอนฟิลด์ วันอาทืตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 เวลา 19.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH Stadium 2 ก่อนลงสนาม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล เกมนี้จะไม่มี ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ กับ จอน ฟลานาเก้น สองปราการหลังที่เจ็บเข่าทั้งคู่ เช่นเดียวกับ ลาซาร์ มาโควิช นักเตะใหม่จาก เบนฟิก้า ที่เจ็บข้อเท้าแต่คาดว่าน่าจะกลับมาลงซ้อมได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนอีกสองแข้งใหม่ เอ็มเร่ คาน กับ ฮาเวียร์ มันควินโญ่ น่าจะมีชื่อเป็นตัวจริง ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน พร้อมลงสนามเจอทีมเก่าและ ริคกี้ แลมเบิร์ต พร้อมสแตนบายในบทบาทตัวสำรอง แต่ อดัม ลัลลาน่า ยังมีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมลงเล่น โรนัลด์ คูมัน กุนซือใหม่ เซาธ์แฮมป์ตัน เกมนี้น่าจะส่งนักเตะใหม่ลงสนามหลายรายโดยเลือกจาก เฟร์เซอร์ ฟอสเตอร์, เชน ลอง, กราเซียโน่ เปลเล่, ดูซาน ทาดิช, ไรอัน เบอร์ทรานด์ และ ซาฟีร์ ไทแดร์ แต่แนวรับตัวใหม่ ฟลอริน การ์ดอส ยังเจ็บแฮมสตริง ขณะที่ มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ที่มีข่าวว่ากำลังจะย้ายทีมออกไปอาจไม่มีชื่อในเกมนี้ ส่วน เจย์ โรดริเกซ แนวรุกคนสำคัญยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, มันควินโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ คาน, คูตินโญ่, สเตอร์ลิง, สเตอร์ริดจ์ เซาธ์แฮมป์ตัน – ฟอสเตอร์, นาธาน ไคลน์, ฟอนเต้, มายะ โยชิดะ, เบอร์ทรานด์, วานยาม่า, แจ็ค คอร์ก, ไทแดร์, สตีเว่น เดวิส, ทาดิช, เปลเล่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี - ซันเดอร์แลนด์
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เชลซี – ซันเดอร์แลนด์ สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 4 ความพร้อมทั้งสองทีม เกมนี้ เชลซี ต้องสามแต้มเท่านั้นเพื่อกลับไปเป็นจ่าฝูงและกดดัน ลิเวอร์พูล ที่จะลงเตะพรุ่งนี้ โฆเซ่ มูรินโญ่ จะไม่มี เอเด็น อาซาร์ ที่เจ็บน่องในเกมกับ สวอนซี เมื่อสัปดาห์ก่อน และอาจจะพลาดการลงสนามเจอกับ แอตเลติโก้ มาดริด ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอังคารด้วย ส่วน เด็มบา บา ที่ช่วยทีมยิงประตูชัยมาแล้วสองเกมน่าจะได้รับโอกาสยืนเป็นตัวจริง ขณะที่ แอชลี่ย์ โคล น่าจะได้ลงสนามในเกมนี้เนื่องจาก มูรินโญ่ ต้องการเรียกความฟิตก่อนเกมเจอ แอต มาดริด เพราะ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โดนแบนในถ้วยยุโรปและโคลน่าจะได้ลงสนามต่อเนื่องในเกมวันอังคารนี้ กุส โปเยต์ บอส ซันเดอร์แลนด์ ไม่สามารถใช้งาน ฟิล แบรดลี่ยที่ติดโทษแบนได้ ส่วน คี ซุง ยอง กับ คีแรน เวสต์วู้ด ยังเจ็บอยู่ ขณะที่ สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ กับ การ์ลอส กูเอย่า ต้องรอเช็คความฟิต ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – เช็ก, อิวาโนวิช, เทอร์รี่, เคฮิลล์, แอชลี่ย โคล, มาติช, แลมพาร์ด, ซาลาห์, ออสการ์, วิลเลี่ยน, บา ซันเดอร์แลนด์ – มานโนเน่, เวร์กินี่, โอเชีย, เวส บราวน์, มาร์กอส อลองโซ่, คัตเตอร์โมล, อดัม จอห์นสัน, โคลแบ็ค, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, จัคเครินี่, วิคแค่ม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ส่งแชมป์ให้หงส์! สิงห์บูลพลิกล็อคแมวดำบุกแซงน็อคมูช็อคสถิติไร้พ่ายพัง
ซันเดอร์แลนด์ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557 เชลซี 1–2 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู:0-1 ซามูเอล เอโต้ น.12,1-1 คอนเนอร์ วิคแฮม น.18,1-2 ฟาบิโอ บอรินี่ น.81 (จุดโทษ) เวลา: 23.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ เป็นการพบกันของสองทีมที่มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน “สิงห์บูล” เชลซี เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อต้องการขยับขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงชั่วคราวก่อนที่ลิเวอร์พูล จะลงแข่งขัน ส่วนทางด้าน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ต้องการคะแนนเพื่อดิ้นรนหนีการตกชั้น  นัดนี้ เชลซี ไม่มี ปีเตอร์ เช็ก นายทวารมือหนึ่งของทีมโดยส่ง จอมเก๋าแบบ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ลงมาเฝ้าเสาแทน เริ่มเกมส์นาทีที่ 6 เป็นทีมเยือนซันเดอร์แลนด์ที่ได้ลุ้นก่อน จากบอลยาวของ มานโนเน่ ที่เปิดยาวให้ คอนเนอร์ วิคแฮม พักบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ยิงหลุดกรอบออกไป นาที 12 กองเชียร์เจ้าบ้านในสแตมฟอร์ดบริดจ์ได้เฮกันสนั่นเมื่อ ดาวยิงตัวเก๋า ซามูเอล เอโต้ เบียดเอาชนะ กองหลังทีมเยือนเข้าไปยิงจ่อ ๆ จากลูกเตะมุมที่ วิลเลี่ยนโยนมาให้ เข้าไปให้ เชลซี ออกนำ 1-0 แต่กองเชียร์เจ้าบ้านดีใจกันได้แป๊ปเดียว เจ้าถิ่นก็มาโดนตีเสมอจนได้ ในนาทีที่ 17 ซึ่งเป็นการเสียประตูแรกในรอบ 9 นัดต่อหน้าแฟนที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อ มาร์ค ชวาร์เซอร์ นายทวารตัวสำรองรับบอลที่ มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงไกลไม่อยู่บอลไหลไปตกตรงหน้า คอนเนอร์ วิคแฮม ปราดเข้ามาซ้ำไม่เหลือ เป็นประตูให้ ซันเดอร์แลนด์ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่ 3 ในรอบ 2 นัดของดาวยิงรายนื้  หลังขึ้นนำได้แป๊ปเดียวทำให้ เจ้าบ้านต้องก้มหน้าก้มตาบุกอีกครั้ง นาที 26 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ลากลุยขึ้นมาทางขวาแล้วไหลบอลคืนให้ ออสการ์ ซัดด้วยขวาบอลตรงตัว มานโนเน่  นาที 35 ลูกทีมของบ มูรินโญ่ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมเหมือนเดิม คราวนี้เป็น อิวาโนวิช ได้โขก บอลโดน มานโนเน่ ปัดไปชนคาน ก่อนที่ มือกาวชาวอิตาลี จะตามไปคว้าไว้ได้ นาที 40 มานโนเน่ งัดซุปเปอร์เซฟออกมาช่วยทีมได้ถึงสองหนติดๆเมื่อ พุ่งไปรับบอลที่ เนมันย่า มาติช ยิงไกลเอาไว้ได้ในจังหวะแล้วลุกขึ้นมาปัดบอลที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามมาซ้ำได้อีกครั้งหนึ่ง จบครึ่งแรก ซันเดอร์แลนด์ยังเอาตัวรอดจากการบุกหนักของ เชลซี ในช่วงท้ายได้ เสมอกันอยู่ 1-1  เริ่มครึ่งหลัง นาที 48 เชลซีได้จังหวะโต้กลับ อิวาโนวิช จ่ายบอลให้ วิลเลี่ยน ลากบอลจากแดนตัวเองไปจ่ายให้ เอโต้ ปั่นโค้งแบบเน้นๆ แต่เน้นมุมมากเกินไปทำให้บอลหลุดเสาออกไป ครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม เชลซี ครองเกมส์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ยังหาโอกาสสุดท้าย จบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ นาที 74 เฟอร์นันโด ตอร์เรส ตัวสำรองไหลบอลออกไปให้ อังเดร ชูร์เล่ ยิงแฉลบ บอลมาเข้าทาง เดมบ้า บา พยายามหมุนตัวยิง แต่ก็ติด มานโนเน่ นาที 80 กองเชียร์หงส์แดงที่มีเอี่ยวในนัดนี้เต็มๆ ได้เฮเต็มๆเมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า พลาดท่าเสียบอลให้ โชเซ่ อัลติดอร์ ฉกบอลไปทำให้เจ้าตัวไปทำฟาลว์ในกรอบเขตโทษ ไมค์ดีน เป่าเป็นจุดโทษ และเป็น ฟาบิโอ บอรินี่ นักเตะที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัวมายิงจุดโทษผ่าน ชวาร์เซอร์ เข้าไปแบบใจเย็นให้ แมวดำพลิกแซงนำ 1-2 เวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนักแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ จังหวะเกมส์บุกขาดๆเกินๆกันไปหมด จบเกมส์ เป็น ซันเดอร์แลนด์ทำผลงานสุดเหลือเชื่อ บุกมาเอาชนะ เชลซีถึงรัง 1-2 ยัดเยียดความปราชัยนัดแรกในลีก ของการคุมทีมลงเล่นใน ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์  78 นัด ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ลงและช่วยให้ตัวเองมีลุ้นหนีตกชั้น และยังช่วยให้ ลิเวอร์พูลที่มีโปรแกรมบุกไปเยือน นอริช ซิตี้ ในวันพรุ่งนี้ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกในรอบ 24 ปีเข้าไปอีก เพราะมีโอกาสที่จะทิ้งห่าง 5 คะแนนหากเก็บสามแต้มได้ในวันรุ่งขึ้น กับการเหลือโปรแกรมอีกเพียงแค่ 3 นัด รายชื่อ เชลซี: มาร์ค ชวาร์เซอร์ (GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช , รามิเรส , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ออสการ์,วิลเลี่ยน,ซามูเอล เอโต้ ซันเดอร์แลนด์:วิโต้ มานโนเน่(GK), ซานติเอโก้ เบร์จินี่, จอห์น โอเช, เวสต์ บราวน์, มาร์กอส อลอนโซ่, ลี แคทเทอร์โมล์,เซบาสเตียน ลาร์สสัน, แจ๊ค คอลแบ๊ค, ฟาบิโอ บอรินี่, คอนเนอร์ วิคแฮม, อดัม จอห์นสัน

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล
คลิป /  ผลบอล / 

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2014-15 ประจำวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2557 แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สเตฟาน โยเวติช น.41, 2-0 สเตฟาน โยเวติช น.55 3-0 กุน อเกวโร่ น.69, 3-1 ปาโบล ซาบาเลต้า (o.g) น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 5

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : สมราคาเต็งแชมป์!เชสจ่ายสองคอสต้าเปิดซิงสิงห์บุกแซงขย้ำเบิร์นลีย์
ดิเอโก้ คอสต้า /  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ ที่ 19 สิงหาคม 2557 เบิร์นลีย์ 1-3 เชลซี ผู้ทำประตู :1-0สก็อตต์ อาร์ฟิลด์  น.13,1-1 ดิเอโก้ คอสต้า  น.17,1-2 อังเดร ชูร์เล่  น.22,1-3 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช น.33 เวลา: 02.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาลคู่มันเดย์ไนท์ “สิงห์บูล” เชลซี ทีมเต็งแชมป์ บุกไปเยือน น้องใหม่อย่าง เบิร์นลีย์ ทีเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาในรอบ 4 ปี โดยถูกยกให้เป็นเต็งบ๋วยประจำฤดูกาล โดนในนัดนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ตัดสินใจส่ง ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ลงเป็นตัวจริงแทนที่ของ ปีเตอร์ เช็ก และส่งนักเตะใหม่อย่าง เชส ฟาเบรกาส และ ดิเอโก้ คอสต้า ลงเป็นตัวจริง แต่ ฟิลิบเป้ หลุยส์ แบ็กซ้ายที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก้ มาดริด ยังเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น เริ่มเกมส์ เชลซี ที่ตัวผู้เล่นเหนือกว่าเยอะเป็นฝ่ายครองบอลบุกแต่กองหลัง เจ้าบ้านยังคุมโซนได้ดี เลยทำให้ยังเจาะไม่เข้า นาที 14 ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ลงประเดิมสนามให้เชลซีเป็นนัดแรกต้องมาเสียความบริสุทธิ์ไปอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่เจ้าถิ่น หนุนบอลเร็วขึ้นทางซ้าย แม็ตธิว เทย์เลอร์ หลุดไปเปิดบอลเข้ากลางมาให้ สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ จับบอลลงแล้วซัดเสียบมุมเข้าไปแบบเฉียบขาดให้ เบิร์นลีย์ ที่เป็นรองออกนำไปก่อน แต่แล้วนาที 17 เชลซี ก็มาตามเอาคืนได้อย่างทันควัน เมื่อ เชส ฟาเบรกาส ตอกส้นให้ อิวานโนวิช เปิดบอลเข้ากลางแล้วกองหลัง เบิร์นลีย์ สกัดบอลไปชนเสา แล้วเด้งมาเข้าทาง ดิเอโก้ คอสต้า แบบเป็นใจ งานนี้ ดาวยิงค่าตัว 32 ล้านปอนด์ไม่ปล่อยให้โอกาสเปิดซิงหลุดลอยไป โดยซัดด้วยซ้ายเข้าไปให้ เชลซีตามตีเสมอทันควัน 1-1 นาที 22 ทีมเยือนโชว์ฟอร์มได้สมราคาทีมเต็งแชมป์โดยกลับมาแซงนำได้อย่างรวดเร็ว เมื่อต่อบอลกันได้สวย ก่อนที่จะออกไปทางขวาให้ อิวานโนวิช หยอดบอลมาให้ เทพแอสซิสต์อย่าง ฟาเบรกาส ที่รออยู่ตรงหัวกะโหลก หลอกทำท่าจะยิงแต่จ่ายบอลอย่างเหนือชั้นให้ อังเดร ชูร์เล่ สอดมาแปง่ายๆเข้าไป ให้เชลซี แซงนำ 1-2 ผ่าน  30 นาที ลูกทีมของ มูรินโญ่ เริ่มคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด นาที 33 สิงห์บูลได้ประตูเพิ่ม ง่ายๆ จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แบ็กขวาน่องโต สอดมากระโดดแปลูกเตะมุมเข้าไปให้ เชลซี ทีมเยือนแซงนำห่าง 1-3 ท้ายครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เชลซี โชว์ฟอร์มเด็ดบุกขึ้นนำ เบิร์นลีย์ 1-3  ครึ่งหลัง นาที 48 คนพังประตูแรกให้เจ้าบ้านอย่าง สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ ได้จังหวะซัดบอลจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ได้ งัดซุปเปอร์เซฟมาอวด นายใหญ่และแฟนบอล ด้วยการพุ่งปัดบอลทิ้งออกไปได้  จากนั้นเกมส์กลับมาเป็นของ เชลซี ที่ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เร่งจังหวะเข้าทำอะไรมาก เพราะสกอร์นำค่อนข้างห่าง นาที 84 โจเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองคนสุดท้ายด้วยการส่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงขวัญใจแฟนบอลที่ย้ายมาร่วมทีมเป็นครั้งที่ 2 ลงสนามแทน ออสการ์ เรียกเสียงปรบมือดังสั่นจากแฟนบอลสิงห์บูล ที่ตามไปเชียร์  เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “สิงห์บูล” เชลซี โชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็ง แชมป์ด้วยการแซงเอาชนะ เบิร์นลีย์ไป 1-3 ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงตั้งแต่สัปดาห์แรก รายชื่อ เบิร์นลีย์ : ทอม ฮีตัน(GK), คีแรน ทริปเปอร์, เจสัน แช็คเคลล์, ไมเคิ่ล ดัฟฟ์, เบน มี, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์, ดีน มาร์นี่ย์, เดวิด โจนส์, แม็ตธิว เทย์เลอร์, แดนนี่ อิงส์, ลูคัส จัตคีวิช เชลซี : ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK), จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมันย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, เอเด็น อาซาร์, ออสการ์, อังเดร ชูร์เล่, ดิเอโก้ คอสต้า