CTH

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ผลบอล ดาร์เมียนตะบันงาม!ผีเปิดรังเชือดพาเลซจี้ปืนแต้มเดียว
คริสตัน พาเลซ /  ฆวน มาต้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู:1-0 ดาร์เมียน เดอลานี่ย์  น.4  (เข้าประตูตัวเอง),2-0 มัตเตโอ ดาร์เมียน น.55 เวลา: 02.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังรักษาความหวังในการลุ้นท็อปโฟร์ของตัวเองไว้ได้ เมื่อเปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 โดยเจ้าบ้านได้ประตูนำตั้งแต่ต้นเกมจากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ ดาร์เมียน เดอลานี่ย์ จากนั้นช่วงต้นครึ่งหลัง มัตเตโอ ดาร์เมียน แบ็ครูปหล่อตะบันเต็มข้อให้ทีมนำห่าง 2-0 ก่อนเอาชนะไปด้วยสกอร์นี้ ทำให้ลูกทีมของหลุยส์ ฟานกัล เก็บสามแต้มทำคะแนนไล่ตาม อาร์เซน่อล ทีมอันดับที่ 4 อยู่ 1 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 1 นัด สำหรับนัดต่อไปจะลงเล่นฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศกับ เอฟเวอร์ตัน ที่เวมลี่ย์ ในวันเสาร์ที่ 23 เมษายน รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),ดาลี่ย์ บลินด์, คริส สมอลลิ่ง, อันโตนีโอ วาเลนเซีย, มัตเตโอ ดาร์เมียน,มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน,เวนย์ รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด คริสตัล พาเลซ: จูเลี่ยน สเปโรนี่(GK),อาเดรียน มาเรียอัปป้า,ดาร์เมียน เดอลานี่ย์, มาร์ติน เคลลี่,ปาเป้ โซอารี่,โยฮัน กาบาย,ไมค์ เจดินัค, อี ซุงยอง,บาการี่ ซาโก้,วินเฟรด ซาฮา,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์

ผลบอล : ลุ้นแชมป์กันมันส์!! เฮอร์ริเคน รัวสองตุงพาไก่ไล่อัดวิลล่า บี้จิ้งจอกเหลือ2แต้ม
ผลบอล /  วิลล่า ปาร์ค / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 แอสตัน วิลล่า 0-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.45, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.48 เวลา : 23.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันของ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ โดยรูปเกมก็เป็นไปตามคาด "ไก่เดือยทอง" มีทีเด็ดทีขาดมากกว่า โดยมาได้สองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมปิดบัญชี "สิงห์ผงาด" พร้อมกับเก้บสามแต้มไปฝากแฟนบอลได้ตามคาด แถมตอนนี้คะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่แข่งมากกว่า 1 เกม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, ฌอร์ด็อง เวเรตูต์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, การ์เลส กิล, รูดี้ เกสเตเด้, จอร์แดน อายิว สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เพชรบ้านแขก ส.สมหมาย Vs กำพลเล็ก พี.เค.แสนชัยฯ 2. เพชรสีนิล คงชูช่วย Vs รักสมหมาย สิทธิ์ปากพนัง 3. ยอดกฤษดา ยุทธชลบุรี Vs ราชสีห์ ไอที2000 4. เสือเพชร ส.เสือเพชร Vs กล้าศึก ศิษย์จ่ากล้า ศึกมวยไทยโตโยต้า เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. เหนือธรณี เดอะเบสท์อุดร Vs เด่นนาโพธิ์ พลิ้ววาโย 2. เพชรสองภาค ศิษย์เจริญทรัพย์ Vs เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ Vs โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร Vs สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง Vs เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ Vs เพชรศิลา ศิษย์พนันเชิง 3. โผน เมืองละโว้ Vs เทพวาฤทธิ์ ราไวย์มวยไทย 4. เหลี่ยมเพชร ซินบีมวยไทย Vs ปลื้ม ส.จ.เล็กเมืองนนท์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 14:00 น. 1. ยอดภูหลวง ฮัวโรงน้ำแข็ง Vs มังกรเพชร ส.ก.สุไหงยิม 2. ยอดขุนพล ว.ยืนยง Vs พยัคฆ์หิรัญ ช.ห้าพยัคฆ์ 3. ช้างศึก เกียรติทรงฤทธิ์ Vs โบวี่ ลูกเมืองเพชร 4. แปดแสนเล็ก ราชานนท์ Vs ฉลามศึก ส.ข.วานิชสังข์รอด ศึกไบรท์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. สำออยน้อย ต.ภู่สุวรรณ Vs ซีต้า ช.โชคอำนวย 2. อีสานเขียว หนุ่มพรเทพ Vs นิวลูกรัก อบต.ชิงโค 3. แสงศักดา ศิษย์เจ๊เหมียว Vs ลายพยัคฆ์ พุ่มพันธุ์ม่วง 4. เพชรสาคร เกียรติจำรูญ VS ยุทธชัย สมศักดิ์ก่อสร้าง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. กิตติชัย สาทิศซีดี Vs เพชรไพลิน สิงห์บ้านสร้าง 2. เพชรสายฟ้า ศิษย์นำขบวน Vs ข้าวหอม ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ 3. ปืนกล เล็กนครศรี Vs เด่นหนองพลวง ป.เชิดชัย 4. ลูกบอล ส.ธนาเพชร Vs เพชรคูเมือง ศิษย์นำขบวน ศึกมวยไทยลุมพีนี CTH เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. กึกก้อง ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ Vs ฉลุย นาย่าปาร์คขอนแก่น 2. คมเพชร แฟร์เท็กซ์ Vs แชมป์ พุ่มพันธุ์ม่วง 3. สิงห์ดำ สิงห์นวอาวุธ Vs เพชรซาอุ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง 4. อริยะ แฟร์เท็กซ์ Vs เพชรอินทรี เพชร ปตอ. ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ผลบอล : ชนะอีกแล้ว!! วาร์ดี้ เหมาสองเม็ดพา จิ้งจอกสยาม บุกเชือด แมวดำ ทิ้งไก่10แต้ม
จิ้งจอกสยาม /  ซันเดอร์แลนด์ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-2 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เจมี่ วาร์ดี้ น.66, 0-2 เจมี่ วาร์ดี้ น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างทีมหนีตกชั้นอย่าง ซันเดอร์แลนด์ เปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูง "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่งผู้มาเยือนที่เป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง ซันเดอร์แลนด์ แทบจะฝ่ายเดียว โดยทาง "แมวดำ" เน้นลงไปตั้งรับกันลึก และรอสวนกลับ แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนมีโอกาสได้ลุ้นจบสกอร์แม้แต่ครั้งเดียว นาที 15 เป็นโอกาสทองของ "จิ้งจอกสยาม" ที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษจากลูกเปิดเตะมุม แต่ไม่สามารถควบคุมทิศทางบอลได้ สุดท้ายหลุดเสาสองออกหลังไปแค่นิดเดียว ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทางฝั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีโอกาสเข้าทำ และหวิดจะได้ประตูขึ้นนำมากกว่า "แมวดำ" พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชีถือว่ายังคงไม่เฉียบขาดพอ นาที 44 ทายครึ่งแรก เลสเตอร์ หวิดจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ชินจิ โอกาซากิ หลุดขึ้นมาฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะบรรจงเปิดให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ เอี้ยวตัวซัดด้วยซ้าย โชคร้ายที่โดนบอลผิดเหลี่ยมทำให้ไม่มีน้ำหนัก และถูกสกัดออกไปได้แบบหวุดหวิด ช่วงทดเจ็บ รูปเกมกลับมาเปิดหน้าแลกกันแบบหมัดต่อหมัด หวิดได้ประตูขึ้นนำด้วยกันทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะ ซันเดอร์แลนด์ ที่ได้ยิงจาก ฟาบิโอ บอรินี่ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังล้มตัวเซฟไว้ได้ไม่มีพลาด สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงทำอะไรกันไม่ได้ สกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 59 โอกาสเน้นๆอีกครั้งของ "จิ้งจอกสยาม" ที่หวิดจะได้ประตูนำ จุดเริ่มต้นมาจาก ริย้าด มาห์เรซ เลี้ยงบอลไปถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจะไหลบอลเลียดพื้นมาให้ แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ วิ่งมาแปเล่นทาง แต่น้ำหนักเบาไปทำให้ วิโต้ มานโนเน่ ล้มตัวรับไว้ได้สบาย GOAL! นาที 66 และแล้วความเฉียบขาดของ เจมี่ วาร์ดี้ ก็มาเผาเครื่องแผงหลัง ซันเดอร์แลนด์ ได้สำเร็จ จากจังหวะวางบอลยาวสุดแม่นยำของ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ มาให้ วาร์ดี้ จะหลุดไปซัดด้วยขวา บอลผ่านตัว วิโต้ มานโนเน่ เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างคมกริบ ผ่านมาถึงนาที 82 ซันเดอร์แลนด์ พลาดได้ประตูตีเสมออย่างไม่น่าเชื่อ หลังจาก แจ็ค ร็อดเวลล์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ได้ยิงแบบโล่งๆชนิดที่มีเวลาเป็นวัน แต่กลับซัดใต้บอลทำให้ลูกมันเหินข้ามคานหลุดออกหลังไปแบบสุดช็อค ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แม้ว่า "จิ้งจอกสยาม" จะได้ประตูออกนำ แต่ก็ยังเป็นฝ่ายมีโอกาสได้ประตูที่ 2 อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่จังหวะจบสกอร์โดน วิโต้ มานโนเน่ โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้ทุกรูปแบบ GOAL! ทดเจ็บนาทีที่ 5 เจมี่ วาร์ดี้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวมาเบิ้ลประตูที่สองของตัวเอง จากจังหวะแตะหลบ มานโนเน่ ทำให้เหลือแต่ประตูโล่งๆ แล้วก็ซัดนิ่มๆเข้าไปไม่มีพลาด สุดท้ายหมดเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บชัยในรัง สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ของ ซันเดอร์แลนด์ พร้อมกับทำแต้มทิ้งห่างทีมอันดับ 2 อย่าง สเปอร์ ถึง 10 คะแนน (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเตอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

ผลบอล : เละเทะตามฟอร์ม! สิงห์เปิดซิง ปาโต้ กระซวกจุดโทษไล่ยำ วิลล่า ยับเยินคาบ้าน
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 แอสตัน วิลล่า 0-4 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.26, 0-2 อเล็กซานเดร ปาโต้ (จุดโทษ) น.45+3, 0-3 เปโดร โรดริเกซ น.46, 0-4 เปโดร โรดริเกซ น.59 เวลา : 18.45 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี โดยไฮไลท์ของเกมอยู่ที่การลงประเดิมสนามของ อเล็กซานเดร ปาโต้ ที่ได้ลงมาแทน โลอิก เรมี่ หลังได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นเกม ก่อนที่จะเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม และสังหารประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินครามของ "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมเก็บชัยไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้นถึง 4-0 ช่วงครึ่งแรก ถือว่าทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน และค่อยๆเดินเครื่องเจาะกำแพงแนวรับของ แอสตัน วิลล่า จนกระทั่งมาสำเร็จเอาในนาที 26 จากจังหวะที่เจ้าหนู รูเบน ลอฟตัส-ชีค วิ่งมาซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเล็กน้อยก่อนจะผ่านมือ แบร็ด กูซาน เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์ผงาด" พยายามใช้ลูกฮึดเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาโดน ปาโต้ เรียกจุดโทษ ให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้สกอร์หลังจบ 45 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง เชลซี ที่บุกมานำ แอสตัน วิลล่า ถึงถิ่น วิลล่า ปาร์ค 2-0 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันครบ 1 นาที เชลซี ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากการประสานงานของบรรดาแนวรุกจนกระทั่งมาปิดท้ายด้วยลูกยิงอันเฉียบขาดของ เปโดร โรดริเกซ. ถัดจากนั้นไม่นานเป็นทาง เปโดร คนเดิม ที่มาซ้ำลูกยิงของ ปาโต้ บวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมทิ้งห่างเจ้าบ้านถึง 4-0 ช่วงท้ายเกม สถานการณ์ของ แอสตัน วิลล่า ย่ำแย่หนักลงกว่าเดิม หลังจากที่ อลัน ฮัตตัน โดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง แต่สุดท้ายแล้ว "สิงห์บลู" ก็ไม่ได้เร่งเกมทำให้จบ 90 นาที เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ "สิงห์ผงาด" คารัง วิลล่า ปาร์ค ได้ถึง 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, การ์ลอส ซานเชส, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, การ์เลส กิล, จอร์แดน อายิว, รูดี้ เกสเตด เชลซี : ติโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แม็ตต์ มิอัซก้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชส ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, เคนเนดี้, โลอิก เรมี่

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ผลบอล : ในบ้านหายห่วง!! หงส์พลังหนุ่ม เปิดแอนฟิลด์ไล่อัด แตน สบายเท้า
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 2-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู : 1-0 โจ อัลเลน น.35, 2-0 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.76 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล จัดชุดผสมเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่เอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ วัตฟอร์ด ได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอ นาที 18 เป็นโอกาสลุ้นพังประตูอีกครั้งของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ต่อบอลกันค่อนข้างนาน และสุดท้ายมาจบลงที่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เติมมายิงไกลด้วยซ้ายข้างถนัด แต่ทิศทางบอลผิดเหลี่ยมลอยโด่งออกหลังไปค่อนข้างเยอะ นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้บุกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ วัตฟอร์ด ลงไปตั้งรับกันค่อนข่างลึกและรอสวนกลับจาก ดีนี่ย์ และอิกาโล่ GOAL! นาที 35 "หงส์แดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะประสานงานกันของ คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกไปให้ โจ อัลเลน วิ่งสอดมาสไลด์ตัวยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดย ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้รีบเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนหลังจากได้ประตูขึ้นนำ สุดท้ายจบ 45 นาที "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม เกมเดินทางครบหนึ่งชั่วโมง ถือว่า วัตฟอร์ด เริ่มได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะเดินเกมรุกยังถือว่าทำกันได้ไม่ค่อยแน่นอน และหาโอกาสลุ้นยิงประตูได้ค่อนข้างน้อย นาที 68 ทีมเยือนมีโอกาสทองได้ประตูตีเสมอ หลังมาได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อัลเมน อั๊บดี้ ยิงออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 76 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายความกดดันจากจังหวะของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้กดเต็มข้อด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงติดเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เล็กน้อยก่อนจะหลุดเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่สามารถเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกด้วยความสดใหม่ของนักเตะพลังหนุ่ม แต่สุดท้ายยังคงไร้ความเฉียบขาดทั้งที่น่าจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้า 3 แต้ม เหนือ วัตฟอร์ด ไปได้แบบสุดมันส์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส เลว่า, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโย่, คริสติย็อง เบนเตเก้ วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), เซบาสเตียน โพเดิ้ล, เคร็ก แคธคาร์ต, มิเกล บริตอส, อิเคชี่ อันย่า, อัลเมน อั๊บดี้, มาริโอ ซัวเรซ, เบ็น วัตสัน, โฆเซ่ ฆูราโด้, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่

ผลบอล : เม็ดเดียวก็เสียวได้! มอร์แกน โขกนำชัยพา จิ้งจอกสยาม เชือด นักบุญ หนีไก่7แต้ม
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เซาแธมป์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 เวส มอร์แกน น.38 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 เป็นการพบกันระหว่างจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เซาแธมป์ตัน [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเดินเครื่องบุกใส่แผงหลัง "นักบุญแดนใต้" ได้ดีกว่าพอสมควร ขณะที่ทางฝั่งผู้มาเยือนตั้งโซนรับกันค่อนข้างลึก และรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกที่มีความเร็วสูง เกมเดินทางมาถึงนาที 25 ถือว่า เซาแธมป์ตัน เริ่มตั้งเกมมาสู้กับ "จิ้งจอกสยาม" ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นเกมรุกที่เริ่มสร้างความปั่นป่วนให้แผงหลังเจ้าถิ่นได้มากขึ้นเรื่อยๆ นาที 31 "นักบุญแดนใต้" พลาดโอกาสทองฝังเพชรที่จะได้ประตูขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะหลุดเดี่ยวตั้งแต่บริเวณกลางสนามของ ซาดิโอ มาเน่ แต่จังหวะสังหาร ดันไปติดบล็อค แดนนี่ ซิมป์สัน ทั้งๆที่อุตส่าหลบ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จนเหลือแต่ประตูโล่งๆแล้ว GOAL นาที 38 รูปเกมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมดันขึ้นสูงไปโขกเต็มศีรษะ บอลเบียดเสาเข้าไปชนิดที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ หมดสิทธิ์ป้องกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงเป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่ควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้ในกำมือ โดย "นักบุญแดนใต้" อาศัยดักจังหวะและใช้การโยนบอมเข้าไปลุ้นประตูเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกครั้งก็ถูกเคลียสะกัดออกมาได้แทบทั้งหมด ทำให้จบ 45 นาทีแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายออกนำ เซาแธมป์ตัน อยู่ที่ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เซาแธมป์ตัน แก้เกมด้วยการถอด แมตต์ ทาร์เกตต์ ออกไปพักและส่ง ดูซาน ทาดิช ลงมาทำหน้าที่แทน ผ่านมาถึงนาที 60 เลสเตอร์ เกือบมาได้ประตูที่ 2 แบบส้มหล่น จากจังหวะที่ โชเซ่ ฟอนเต้ แหย่เท้าสกัดบอลผิดเหลี่ยม บอลย้อยๆกำลังจะพุ่งลงมาเสียบตาข่าย แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ อาศัยรูปร่างที่สูงใหญ่ลอยตัวปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 70 โอกาสลุ้นเล็กๆของ "นักบุญแดนใต้" ที่จะได้ประตูตีเสมอ มาจากจังหวะ ไรอัน เบอร์ทรานด์ กันขึ้นสูงเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจตะบันเต็มข้อด้วยซ้าย แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมเข้าข้างตาข่ายไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 71 เจ้าบ้านพลาดได้ประตูทิ้งห่างอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก เจมี่ วาร์ดี้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดเข้ามาถึง แดนนี่ ซิมป์สัน ได้ซัดโล่งๆหน้าปากประตู ชนิดที่ไม่มีใครมาประกบ แต่ดันยิงไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วงท้ายเกม "นักบุญแดนใต้" พยายามกัดฟันโหมบุกใส่ เลสเตอร์ แบบเต็มสูบ แต่ความยอดเยี่ยมของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ตัดบอลแดนกลางได้ตลอด ทำให้เกมรุกของผู้มาเยือนขาดประสิทธิภาพลงไปเยอะ สุดท้ายเวลาค่อยๆหมดลงไปและจบ 90 นาที "จิ้งจอกสยาม" เก็บ 3 แต้มสำคัญ เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ท่ามกลางเสียงประมือจากแฟนบอลเจ้าบ้านที่เข้ามาเชียร์กันแน่นสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์(GK), เซดริก โซอาเรส, เวอร์กิล ฟาน ไดย์ค, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, วิคเตอร์ วานยาม่า, ยอร์ดี้ คลาซี่, แมตต์ ทาร์เกตต์, สตีเว่น เดวิส, ซาดิโอ มาเน่, กราเซียโน่ เปลเล่

ผลบอล: คิดไม่ออกบอกมาร์กเซียล!ผีแดงเปิดรังเฉือนท็อฟฟี่ฉลองสแตนด์เซอร์บ็อบบี้
ผลบอล /  อองโตนี่ มาร์กเซียล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู:1-0 อองโตนี่ มาร์กเซียล น.53 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 ก่อนเริ่มเกม มีพิธีการเปิดสแตน์เป็นชื่อเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ดาวยิงสูงสุดของสโมสร เริ่มเกมส์นาที 16 โอกาสแรกของเจ้าบ้านเมื่อ อองโตนี่ มาร์กเซียล เก็บบอลได้ตรงกลางแล้วฝากไปที่ เจสซี่ ลินการ์ด ก่อนที่จะวิ่งมาเอาแล้ว ลากไปยิงบอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น หลังจากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่แทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันแบบชัดเจนทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันทีมเยือนครองบอลได้ดีกว่า และบุกได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูออกนำไปก่อน นาที 53 เมื่อโฟซู เมนซ่า  แบ็กตัวสำรองหลุดมาเปิดบอลให้ อองโตนี่ มาร์กเซียล ยิงโล่งๆเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 นาที 55 ท็อฟฟี่เกือบได้ประตูตีเสมอทันควันเมื่อ ฟิล จากีลก้า ได้โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่บอลไปชนคานสนั่น ผีแดงรอดตัวไปแบบมีดวง นาที 83 เป็น ฟิล จากีลก้า ที่ได้ยิงจ่อๆอีกครั้ง คราวนี้ติดเซฟ เดเคอา ท้ายเกม เอฟเวอร์ตันลุยหนักหวังพังประตูตีเสมอ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังยันเอาไว้ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไป 1-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), มาร์กอส โรโฮ , คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เอฟเวอร์ตัน :โจเอล โรเบลส(GK),เชมัส โคลแมน, จอห์น สโตนส์ , ฟิล จากีลก้า, ไบรอัน โอเวียโด้,เคราร์ด เดวโลเฟว , เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ , ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อารอน เลนน่อน,โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : จิ้งจอก เสียวสันหลัง! เคน,อัลลี ช่วยกันเบิ้ลพาไก่ไล่ทุบหม้อ เละเทะคาบ้าน
ช่างปั้นหม้อ /  บริทานเนีย สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559 สโต๊ค ซิตี้ 0-4 สเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.9, 0-2 เดเล่ อัลลี น.67, 0-3 แฮร์รี่ เคน น.71, 0-4 เดเล่ อัลลี น.82 เวลา : 2.00 น. สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ เปิดสนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ สเปอร์ โดยไฮไลท์สำคัญของเกมนี้อยู่ที่การคว้า 3 แต้มของ "ไก่เดือยทอง" ทำให้ตอนนี้แต้มตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น ครึ่งแรก เปิดฉากมาเพียงแค่ไม่กี่นาที "ไก่เดือยทอง" ก็มาได้ประตูที่ต้องการตั้งแต่หัววัน จากจังหวะ แฮร์รี่ เคน โชว์ความเฉียบขาดซัดเน้นๆตั้งแต่ 9 นาทีแรก และหลังจากนั้นยังคงเป็นทีมเยือนที่หวิดได้ประตูขึ้นนำหลายต่อหลายครั้งโดยเฉพาะจังหวะ คริสเตียน อีริคเซ่น ซัดไปชนคาน แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครทำประตูได้เพิ่มทำให้จบ 45 นาทีแรก สเปอร์ ยังคงขึ้นนำ สโต๊ค ซิตี้ อยู่ที่ 1-0 ครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น สเปอร์ ที่เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการครองบอลหรือโอกาสจบสกอร์ โดยมาได้ประตูที่สองในนาที 67 จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ เดเล่ อัลลี ไปยิงผ่านตัว เชย์ กิฟเว่น เข้าไปอย่างเหนือชั้น หลังจากนั้นนาที 71 แฮร์รี่ เคน ก็มายิงประตูที่สองให้กับตัวเอง และปิดท้ายด้วย เดเล่ อัลลี คนเดิมเบิ้ลเม็ดสองให้กับตัวเอง พร้อมกับพา "ไก่เดือยทอง" ไล่ยำ "ช่างปั้นหม้อ" คาถิ่น บริทานเนีย สเตเดี้ยม ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สโต๊ค ซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น(GK), มาร์ค มูเนียซ่า, ไรอัน ชอว์ครอสส์, เจฟฟ์ คาเมรอน, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เกล็นน์ วีแลน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, โบยาน เกอร์กิช สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! สิงห์ รัวสองเม็ดตีเจ๊า ไก่ ส่ง เลสเตอร์ เป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2559 เชลซี 2-2 สเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.35, 0-2 ซอน เฮือง มิน น.44, 1-2 แกรี่ เคฮิลล์ น.58, 2-2 เอเด็น อาซาร์ น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เวอร์ชั่นลอนดอนดาร์บี้แมตช์ เป็นการพบกันระหว่างแชมป์เก่า เชลซี ได้เปิดรังเหย้า สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ สเปอร์ ก่อนจะจบลงไปด้วยผลเสมอกันไปด้วยสกอร์ 2-2 ส่งผลให้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ตกเป็นของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ไปในที่สุด ครึ่งเวลาแรก รูปเกมถือว่าคู่คี่สูสีผลัดกันเปิดหน้าแลกหมัดวัดความเฉียบคมกันอย่างดุเดือด และเป็นทาง สเปอร์ ที่มาได้ประตูที่ต้องการไปก่อนจากจังหวะหลุดไปล็อคหลบผ่าน อัสเมียร์ เบโกวิช ของ แฮร์รี่ เคน ก่อนจะยิงนิ่มๆเข้าไปไม่มีพลาดหลังจากนั้นช่วงท้ายครึ่งแรก "ไก่เดือยทอง" มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้จาก ซอน เฮือง มิน ที่ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ พร้อมกับแปบอลเลียดพื้นส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกไปด้วยการขึ้นนำของผู้มาเยือนที่สกอร์ 2-0 ช่วงต้นครึ่งหลัง กุส ฮิดดิ้งค์ แก้เกมด้วยการส่ง เอเด็น อาซาร์ ลงมาทำหน้าที่แทน เปโดร จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 58 "สิงห์บลู" มาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเตะมุม บอลหลุดมาถึง แกรี่ เคฮิลล์ ก่อนจะดีดบอลด้วยซ้ายให้สกอร์กลับมาสูสีกันอีกครั้งที่ 2-1 หลังจากนั้นเวลาเดินทางมาถึงช่วงท้ายเกม อาซาร์ มาเป็นฮีโร่ให้กับ เชลซี รวมไปถึง เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยกันยิงปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยสดงดงาม หลังจากนั้นรูปเกมค่อนข้างดุเดือดชนิดใบเหลืองปลิวว่อนทั้งสนามก่อนที่จะสุดท้ายจะไม่มีฝั่งไหนยิงประตูกันได้เพิ่ม และเสมอกันไปด้วยสกอร์ 2-2 ทำให้ แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 เป็นของ "จิ้งจอกสยาม" ไปในที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, จอห์น โอบี มิเกล, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, เปโดร, ดิเอโก้ คอสต้า สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, อีริค ลาเมล่า, คริสเตียน อีริคเซ่น, ซอน เฮือง มิน, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล : ขาด วาร์ดี้ ไม่มีผล!! จิ้งจอกสยาม ท็อปฟอร์มถลกหนัง หงส์ขาว ทิ้งไก่8แต้ม
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 4-0 สวอนซี รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ริย้าด มาห์เรซ น.10, 2-0 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.30, 3-0 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.60, 4-0 มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.85 เวลา 22.15 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์ขาว" สวอนซี [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เปิดฉากมาถือว่าเป็นทาง "หงส์ขาว" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าทดสอบแผงหลังเจ้าถิ่นอยู่พักใหญ่ แต่แนวรับ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังทำหน้าที่กันได้เยี่ยมสกัดลูกอันตรายออกไปได้ทุกจังหวะ GOAL! นาทีที่ 10 "จิ้งจอกสยาม" มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ เตะบอลไปติด ริย้าด มาห์เรซ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน มาห์เรซ ฉกบอลเข้าไปกระหน่ำด้วยซ้ายไปทางเสาแรก บอลผ่านมือ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าไปสัมผัสกับก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่าน 20 นาทีแรก รูปเกมกลับมาเป็นทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินเครื่องลุยใส่แผงหลัง "หงส์ขาว" ได้แบบต่อเนื่อง แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา และไม่เฉียบขาดเท่าที่ควร GOAL! นาที 30 เลสเตอร์ มาได้ประตูทิ้งห่าง "หงส์ขาว" เป็น 2-0 จากจังหวะฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของสนาม ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ เปิดโด่งเข้ามาถึง เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะ บอลพุ่งไปเสียบมุมขวาของปากประตูอย่างสวยสดงดงาม นาที 42 "หงส์ขาว" เกือบจะได้ประตูตีไข่แตกจากลูกฟรีคิก กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน รับหน้าที่สังหารแต่บอลไม่ผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ช่วงเวลาที่เหลือ สวอนซี พยายามเดินหน้าลุยแหลกเพื่อเจาะประตูตีไข่แตกแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "จิ้งจอกสยาม" ได้สำเร็จ สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงขึ้นนำอยู่ที่ 2-0 [ครึ่งหลัง] สวอนซี แก้เกมด้วยการส่ง อัลแบร์โต้ ปาลอสคี่ และเจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ ลงมาทำหน้าที่แทน เลรอย เฟอร์ และเวย์น เราท์เล็ดจ์ GOAL! นาที 60 "จิ้งจอกสยาม" มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะหลุดของ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ที่ตอนแรกดูเหมือนจะขาดๆเกินๆ แต่สุดท้ายยังสามารถไหลบอลไปให้ เลโอนาร์โด้ อูยัว พุ่งมาชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่มีพลาด ช่วงเวลาที่เหลือดูเหมือน สวอนซี จะเริ่มถอดใจจนกระทั่งมาโดนตัวสำรองอย่าง มาร์ค อัลไบรท์ตัน มาปิดฉากประตูสุดท้ายในนาที 85 ช่วยให้ "จิ้งจอกสยาม" เปิดมหกรรมยำใหญ่ใส่ "หงส์ขาว" ไปแบบเละเทะถึง 4-0 ทำให้ตอนนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ทำแต้มทิ้งห่าง สเปอร์ ไปไกลถึง 8 คะแนน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรีย์ ชลุปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), อังเกล รังเกล, เฟเดริโก้ เฟร์นันเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, เลรอย เฟอร์, แจ็ค คอร์ค, ลีออน บริตตัน, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์, จอร์แดน อายิว

ผลบอล : จิ้งจอก รอรับแชมป์!! ไก่เดือยทอง หัวทิ่มบ่อเปิดรังเจ๊า มวยโลก ตามเลสเตอร์7แต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 สเปอร์ 1-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 เคร็ก ดอว์สัน (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.33, 1-1 เคร็ก ดอว์สัน น.73 เวลา : 2.00 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ รองจ่าฝูงอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีคิวเปิดสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนที่จะเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ทำให้ตอนนี้ "ไก่เดือยทอง" มีแต้มตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 คะแนน เท่ากับว่าโปรแกรมที่เหลืออยู่ 3 นัด หาก "จิ้งจอกสยาม" ชนะได้เพียงแค่เกมเดียว(ขอ3แต้ม)จะเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ในทันที ครึ่งแรก ช่วงต้นเกมเป็นทางฝั่ง "ไก่เดือยทอง" ที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนๆด้วยการเดินหน้าพับสนามบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ชนิดแทบไม่ให้พักหายใจ และก็มีโอกาสได้ประตูอยู่หลายครั้งแต่ก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา จนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 33 เจ้าบ้านก็มาได้ประตูออกนำ จากจังหวะเปิดเตะมุมของ คริสเตียน อีริคเซ่น บรรจงปั่นเข้ามาบอลไปโดน เคร็ก ดอว์สัน ที่เบียดกันกับ แยน แฟร์ต็องเก้น เข้าประตูตัวเองไปอย่างง่ายดาย พร้อมกันจบ 45 นาทีแรกด้วยการขึ้นนำของ สเปอร์ ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งหลัง ดูเหมือนว่า "ไก่เดือยทอง" จะผ่อนเกมลงไปเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่ 1 ประตู โดยปล่อยให้ "มวยโลก" มีโอกาสเปิดฉากบุกเพื่อลุ้นประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม(นาที73)เปิดเข้ามาถึง เคร็ก ดอว์สัน เทคตัวขึ้นโขกส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แก้ตัวจากที่ทำเข้าประตูตัวเองในครึ่งแรกได้สำเร็จ ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นทีมเยือนที่แม้ว่าจะไม่มีลุ้นอะไรแล้วในฤดูกาลนี้ แต่รูปเกมกลับดูเหนือกว่าเล็กๆ ทำให้จบ 90 นาที สเปอร์ เสมอกับ เวสต์บรอมวิช ในรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ไปด้วยสกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน เวสต์บรอมวิช : โบอาส มายฮิลล์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, โยนาส โอล์สสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เจมส์ แม็คคลีน, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซาโลมอน รอนดอน

ผลบอล : โบลาซี่ กดเต็มแข้ง!! ปืนใหญ่ เฝ้าบ้านได้แค่เจ๊า พาเลซ อดแซงเรือขึ้นที่3
คริสตัล พาเลซ /  ปราสาทเรือนแก้ว / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-1 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45+1, 1-1 ยานนิค โบลาซี่ น.81 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตารางคะแนน เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ก่อนที่จะเป็น "ปราสาทเรือนแก้ว" มาได้ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งเวลาแรกเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ พาเลซ เป็นระลอก แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอจนถึงช่วงทดเจ็บจากจังหวะ อเล็กซิส ซานเชซ โขกย้อยๆผ่านตัว เวย์น เฮนเนสซี่ เข้าไป ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยการขึ้นนำของ อาร์เซนอล ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งเวลาหลังยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบดักจังหวะครองบอลพร้อมกับค่อยๆต่อบอลเจาะแผงหลัง คริสตัล พาเลซ เพื่อเข้าไปทะลวงตาข่ายลดความกดดัน แต่ด้วยการที่ไร้ความเฉียบขาดทำให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงท้ายเกม จนกระทั่งมาโดน "ปราสาทเรือนแก้ว" อาศัยทีเด็ดจากลูกโต้กลับ ซึ่งเป็นทาง ยานนิค โบลาซี่ ปีกตัวเก่งของทีมได้ยิงเต็มข้อ บอลผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมไหนยิงประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เสมอกับ คริสตัล พาเลซ ไปแบบสุดมันส์ที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซี่(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, ไมค์ เยดินัค, โยฮัน กาบาย, โจ เล็ดลีย์, เจสัน พันเชียน, ยานนิค โบลาซี่, คอนนอร์ วิคแฮม

ผลบอล : ไกลเท่าเดิม!! โอกาซากิ จักรยานอากาศพาจิ้งจอกเชือดสาลิกา ประเดิมราฟา
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 ชินจิ โอกาซากิ น.25 เวลา : 3.00 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างจ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล โดยเกมนี้ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การประเดิมคุมทัพ "สาลิกาดง" เป็นนัดแรกของ ราฟาเอล เบนิเตซ ก่อนที่จะเป็น "จิ้งจอกสยาม" สามารถเก็บ 3 คะแนน ไปด้วยสกอร์ 1-0 จากการยิงจักรยานอากาศอย่างสุดสวยของ ชินจิ โอกาซากิ ทำให้อันดับในตารางคะแนนตอนนี้ลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังคงนำห่าง สเปอร์ ถึง 5 คะแนน และเหลือโปรแกรมในลีกอีกเพียง 8 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริยาด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ นิวคาสเซิล : ร็อบ เอลเลียต(GK), ดารีล ยานมาต, จามาล ลาสเซลเลส, สตีเว่น เทย์เลอร์, เวอร์นอน อานิต้า, แจ็ค โคลแบ็ค, จอนโจ้ เชลวี่ย์, มุสซ่า ซิสโซโก้, จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม, อโยเซ่ เปเรซ, อเล็กซานดรา มิโตรวิช

ผลบอล : คล็อปป์ อินดี้!! หงส์ พลังหนุ่มเปลี่ยน10ตำแหน่ง เฉือนหวิว บอร์นมัธ คาบ้าน
บอร์นมัธ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.41, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.45+2, 1-2 โจชัว คิง น.90+3 เวลา : 19.30 น. สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ มีคิวเปิดสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยไฮไลท์ของเกมคือ เจอร์เกน คล็อปป์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 ตัวจริงแทบจะยกแผง โดยใช้ดาวรุ่งลงมาเล่นเกมนี้เป็นส่วนใหญ่ [เริ่มเกม] เพียงแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะกระหน่ำด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่หนีตัว อาร์เทอร์ โบรุค ทำให้ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างสบาย ผ่าน 10 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งสองทีมไล่บีบเพรสซิ่งกันค่อนข้างเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ครอบครองบอลกันได้นานมากนัก ทำให้ยังมีโอกาสยิงประตูกันค่อนข้างน้อยด้วยกันทั้งสองทีม นาที 20 เจ้าถิ่น มีโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิก แม็ตต์ ริตชี่ บรรจงเปิดด้วยซ้ายเข้ามาให้ ทอมมี่ เอลฟิค เทคตัวขึ้นโขก แต่โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด เซฟไว้ได้ไม่มีพลาด เข้าสู่นาที 35 ถือว่ารูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่บอลจะอยู่บริเวณกลางสนาม และจะไปพลาดทำเสียกันในจังหวะใกล้จะจบสกอร์ ทำให้โอกาสลุ้นยิงมีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะผู้รักษาประตูที่มีงานไม่หนักมากเท่าไหร่ด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 41 และแล้ว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำในช่วงเวลาที่เหมาะสม จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ลูกตอกส้น แต่ไปติดเซฟ อาร์เทอร์ โบรุค ปัดออกมาเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้ยิงระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก GOAL! นาที 45+2 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายก่อนไปพักครึ่งแรก จากจังหวะฟรีคิก จอร์ดอน ไอบ์ ปั่นโค้งๆมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะช่วยให้ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายบุกมานำ บอร์นมัธ ก่อนจบ 45 นาที ด้วยสกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจ้าบ้านแก้เกมด้วยการถอด จูเนียร์ สตานิสลาส ออกไปพัก และส่ง ลูอิส แกรบแบน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 53 ลิเวอร์พูล ไม่ได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่หลุดไปตักบอลผ่านตัว อาร์เทอร์ โบรุค แต่ทิศทางดันไปชนเสา ก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 65 โอกาสทองของ บอร์นมัธ ที่จะได้ประตูตีไข่แตกมาจาก โจชัว คิง ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวผ่าน ลูคัส เลว่า ไปยังสุดเส้นหลัง ก่อนจะได้สังหารด้วยซ้าย แต่บอลยังไปติดเซฟ แดนนี่ วอร์ด ก้มตัวลงรับไว้ได้ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นมีโอกาสเจาะแผงหลัง ลิเวอร์พูล อยู่หลายครั้ง และเกือบจะเป็นประตู 2-3 จังหวะ แต่สุดท้ายก็โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด บินปัดออกไปได้หมดทุกครั้ง GOAL! นาที 90+3 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอร์นมัธ มาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะกระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อของ โจชัว คิง บอลผ่านมือ แดนนี่ วอร์ด ที่พยายามพุ่งสุดตัวเพื่อเซฟลูกนี้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ สุดท้ายจบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะ บอร์นมัธ ถึงสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บอร์นมัธ : อาร์เทอร์ โบรุค(GK), ไซม่อน ฟรานซิส, ทอมมี่ เอลฟิค, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แม็ตต์ ริตชี่, แอนดรูว์ เซอร์มัน, แดน กอสลิ่ง, จูเนียร์ สตานิสลาส, แม็กซ์ เกรเดล, โจชัว คิง ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แบรด สมิธ, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์