CTH

หยุดกากซักทีเหอะ!ผีเปิดโรงลิเกต้อนรับเจ้าสัวใช้บริการ ก่อนเกม:แมนฯยูฯVSฟูแล่ม
ทัศนะ /  ปรีวิว / 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯยูฯ-ฟูแล่ม สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH Stadium1 ความพร้อมทั้งสองทีม เดวิด มอยส์ กุนซือผีเกมนี้จะได้เนมานย่า วิดิชพ้นโทษแบนคืนทีม ส่วนฟิล โจนส์ที่น็อคในเกมกับสโต๊คยังต้องรอเช็คความฟิตรวมไปถึงริโอ เฟอร์ดินานด์ที่ต้องตรวจอาการบาดเจ็บที่เข่าแต่ก็มีโอกาสลงสนามได้ทั้งคู่ ส่วนจอนนี่ อีแวนส์เจ็บน่องไม่น่าลงสนามได้ ขณะที่นานี่ยังเจ็บเข่า ด้านในแนวรุกเวย์น รูนี่ย์ โรบิน ฟาน เพอร์ซี และฆวน มาต้าน่าจะยืนเป็นตัวหลักเหมือนเดิม โดยมีอัดนาน ยานาไซจ์เพิ่มเข้ามา อดีตโค้ชของทีมปีศาจแดงเรเน่ มูเลนสตีน กุนซือฟูแล่ม เตรียมพร้อมส่งคอนสแตนตินอส มิโตรกลู กองหน้าตัวใหม่ชาวกรีซลงสนามและอาจรวมไปถึงจอนนี่ ไฮติงก้าด้วย ขณะที่ลูอิส โฮลท์บี้กับคลินท์ เดมพ์ซี่ย์ก็พร้อมลงประสานงานเกมรุกเช่นกัน ส่วนคีแรน ริชาร์ดสันที่เจ็บข้อเท้าและชาช่า รีเธอร์ที่เจ็บน่องกลับมาพร้อมลงเล่นอีกครั้ง ด้านนักเตะที่ไม่พร้อมมียอห์น อาร์เน่ รีเซ่เจ็บแฮมสตริง นีล เอเธอริดจ์เจ็บต้นขา แม็ทธิว บริกส์เจ็บขาหนีบ ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ราฟาเอล, วิดิช, สมอลลิ่ง, เอฟร่า, ฟิล โจนส์, คาร์ริค, ยานาไซจ์, รูนี่ย์, มาต้า, ฟาน เพอร์ซี ฟูแล่ม – สเตเคเลนเบิร์ก, รีเธอร์, เบิร์น, ฮังเกลันด์, ริชาร์ดสัน, ควิสต์, โฮลท์บี้, ปาร์คเกอร์, ซิดเวลล์, เดมพ์ซี่ย์, มิโตรกลู

เส้นทางแชมป์!หงส์รอขยี้แมวจี้สิงห์แต้มเดียว วิเคราะห์บอล : ลิเวอร์พูลVSซันเดอร์แลนด์
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล – ซันเดอร์แลนด์ สนามแอนฟิลด์ คืนวันพุธที่ 26 มีนาคม 2557 เวลา 02.45น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH สเตเดี้ยม2 ความพร้อมทั้งสองทีม บีร็อดน่าจะสบายใจได้เพราะลิเวอร์พูลไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่ม มีเพียงแค่โฆเซ่ เอนริเก้กับเซบาสเตียน โคอาเตสที่เจ็บเข่าอยู่แล้วและยังต้องพักต่อ ส่วนลูคัส เลว่าที่เจ็บเข่ากับมามาดู ซาโก้ก็ฟิตสมบูรณ์แล้ว ด้านกุส โปเยต์ เกมนี้ไม่สามารถใช้งานฟาบิโอ บอรินี่ที่ยืมตัวมาจากลิเวอร์พูลได้เนื่องจากกฎห้ามลงสนามพบต้นสังกัดเก่า ส่วนกองหน้าอย่างสตีเว่น เฟล็ตเชอร์เจ็บข้อเท้าทำให้ต้องเรียกคอร์นอร์ วิคแค่มกลับมาจากการยืมตัว ด้านวาเลนติน โรเบิร์จต้องรอเช็คความฟิต มาร์กอส อลอนโซ่ถูกแบน คีราน เวสต์วู้ดนายประตูยังมีอาการบาดเจ็บ ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, แอ็กเกอร์, ฟลานาเก้น, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, สเตอร์ลิง, ซัวเรส, สเตอร์ริดจ์ ซันเดอร์แลนด์ – มานโนเน่, แบรดลี่ย์, โอเชีย, เวส บราวน์, คอลแบ็ค, บริดคัตต์, คี ซุง ยอง, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, อัลทิดอร์, จัคเครินี่

ยิงตามราคา!RVPจุดโทษเบิกร่องรูนี่ย์ซัดสุดติ่งผีแดงบุกซิวพาเลซ
คริสตัน พาเลซ /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ ลีก คริสตัล พาเลซ 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 คริสตัน พาเลซ 0-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1 โรบิน ฟานเพอร์ซี่ย น.62 (จุดโทษ), 0-2 เวนย์ รูนี่ย์ น.69 เวลาแข่งขัน : 00.30 น. สนามแข่งขัน: เซลเฮิร์ท พาร์ค ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่สุดท้ายของวันเสาร์ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้พักมาเต็มๆ และเดินทางไปเก็บตัวที่ดูไบ นอกจากนี้ยังจัดการต่อสัญญากับ เวนย์ รูนี่ย์ ดาวยิงตัวเก่ง ออกไปอีก 5 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ บุกเยือนรังเซลเฮิร์ท พาร์ค ของคริสตัน พาเลซ เริ่มเกมส์ นาทีที่ 8 เจ้าหนู อัตนัน ยานาไซ ประสานงานกับ ฟานเพอร์ซี่ย์ได้สวยก่อนได้จบสกอร์ด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบออกไป ผ่าน 15 นาทีลูกทีมของ เดวิด มอยส์ เริ่มคุมเกมส์เอาไว้ได้ ด้วยการได้ต่อบอลสั้นๆในแดนของพาเลซ และส่งบอลเข้าไปในตาข่ายได้หนึ่งครั้งจากลูกยิงของ ยานาไซ แต่ถูกจับแฮนด์บอลไปก่อน นาที 25 แมนยูเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ รูนี่ย์ เก็บบอลที่กองหลัง พาเลซ สกัดออกมาแล้วชิพไปเสาไกลบอลผ่านมือ จูเลียน สเปโรนี่ ไปแล้วแต่ยังมี เดเมียน เดลานีย์ ที่ยืนคุมเสาอยู่โหม่งสกัดออกไปได้ นาที 27 ปราสาทเรือนแก้ว ตอบโต้ด้วยลูดกลางอากาศแบบที่ถนัดและเกือบเล่นงานผีแดงได้ จากลูกโหม่งของโจนาธาน พาร์ บอลแฉลบกองหลังทีมเยือน แต่เดเคอา ยังไวพุ่งไปปัดบอลที่เสาแรกออกไปได้ นาที 33 มารูยาน ชามัคห์ ได้โขกแต่บอลเบา เดเคอา รับสบาย นาที 41 เวนย์ รูนี่ย์ หาจังหวะยิงไกลแต่บอลตรงตัว สเปโรนี่  นาที 42 ผีแดงใกล้เคียงกับโอกาสขึ้นนำที่สุดเมื่อ ฟานเพอร์ซี่ย์ ไหลบอลให้ มารูยาน เฟลไลนี่ยิงจากระยะ 10 หลาข้ามคานออกไปซะงั้น จบครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลังเป็นเจ้าบ้านที่ลุยก่อน นาที 48 เจสัน ปันเชียน หลุดเข้าไปยิงติด เดเคอา ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลังเกมส์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้เหนือกว่ามาก แต่มาได้จุดโทษในนาที 60 จากจังหวะที่ มารูยาน ชามัคห์ ที่ลงมาช่วยเกมส์รับไป สกัด ปาทริซ เอฟร่า ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันทีและ ฟานเพอร์ซี่ย์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำ พาเลซ 1-0  นาที 65 แมนยูเล่นด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น และประสานงานเกมส์รุกได้สวยจนเกือบได้ประตูเพิ่ม เมื่อ รูนี่ย์ ชิ่งกับ มาต้า ก่อนกองกลางสเปนจะดึงบอลกลับหลังให้ เฟลไลนี่ยิง แต่สเปโรนี่ ยังพุ่งรับได้ นาที 66 เจ้าบ้านเกือบเอาคืนได้ เมื่อ แมนยูไปเสียบอลที่กลางสนามแล้ว คาเมรอน เจอโรม ตัวสำรองยิงแบบปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษ ดาบิด เดเคอา โชว์ซุปเปอร์เซฟ พุ่งไปปัดช่วยเซฟหน้าที่การงานให้ เดวิด มอยส์  นาที 69 เวนย์ รูนี่ย์ แสดงให้เห็นว่าทำไมควรได้สัญญาฉบับใหม่สุดแพงเมื่อ วอลเลย์บอลที่ เอฟร่า เปิดมาให้ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูให้ ผีแดงหนีห่าง 0-2 จากนั้นอีกอึดใจ แชมป์เก่าเกือบหนีไปอีกจากจังหวะโต้กลับเร็วเมื่อ ยานาไซ แทงให้ ฟานเพอร์ซี่ย์ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายชนคานอย่างจัง เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด คลายความกดดันลงไปได้บ้างเมื่อบุกไปเอาชนะ คริสตัน พาเลซ 0-2  รายชื่อนักเตะ คริสตัน พาเลซ: จูเลียน สเปโรนี่ (GK), โจเอล วอร์ด , สกอตต์ แดนน์ , เดเมียน เดลานีย์ , โจนาธาน พาร์ , เกล็นน์ มัวร์เรย์ , ไมล์ เยดินัด , เจสัน ปันเชียน , ทอม อินซ์ , โจ เลดลีย์ ,มารูอาน ชามัคห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เดเคอา (GK), คริส สมอลลิ่ง, ริโอ เฟอร์ดินานด์ , เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอฟร่า ,ไมเคิ่ล คาร์ริค, มารูยาน เฟลไลน์นี่, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์ , อัดนัน ยานาไซ ,โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : นัดที่พันของเจ๊ป่นปี้!ปืนสิบตัวเละเป็นโจ๊กปั่นสิงห์บูลขยี้ครึ่งโลห
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 6–0 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู: 1-0 ซามูเอล เอโต้ น.4,2-0 อังเดร ชูร์เล่ น.6,3-0 เอเด็น อาซาร์ น.17(จุดโทษ),4-0 ออสการ์ น.42,5-0 ออสการ์ น.67,6-0 โมฮัมเหม็ด ซาลาห์  น.70 เวลา: 19.45 น. สนาม:สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกคู่ลอนดอนดาร์บี้ ที่สองทีมที่กำลังบี้ลุ้นแชมป์ ต้องมาพบกัน โดย เชลซี ของ มูรินโญ่ ที่นำจ่าฝูง จะพบกับ อาร์เซน่อล ของ เวนเกอร์ ที่จะคุมทีมเป็นนัดที่ 1,000 พอดี เริ่มเกมส์ อาร์เซน่อล ได้โอกาส ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ โธมัส โรซิคกี้ แทงบอลทะลุช่องให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟด้วยปลายมือของ ปีเตอร์ เช็ก และหลังจากนั้นแค่อึดใจ เชลซี โต้กลับเร็ว อังเดร ชูร์เล่ ลากเลื้อยขึ้นมาถึงตรงกลางก่อนไหลบอลให้ ซามูเอล เอโต้ ที่บรรจงล็อคบอลเข้าซ้ายแล้วปั่นเน้นๆเสียบมุมเข้าไปอย่างเฉียบขาดเป็นประตูให้เจ้าบ้านออกนำตั้งแต่นาทีที่ 5 จากนั้น อาร์เซน่อล พลาดท่าเสียบอลกลางสนามอีก คราวนี้ มาติช ฉกบอลให้ อังเดร ชูร์เล่ ลากเข้าไปยิงดื้อๆ ส่งบอลเข้าไปซุกตาข่าย ให้เชลซี หนีห่าง 2-0 อย่างรวดเร็วเพียง 6 นาทีเท่านั้น นาทีที่ 8 เจ้าบ้านได้รับข่าวร้ายเมื่อ เอโต้ ดาวยิงตัวเก่งบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว โจเซ่ มูรินโญ่ เลยจำใจต้องส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ลงมาเล่นแทน  นาที 17 สถานการณ์ของทีมเยือนย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อ ตอร์เรส ล็อคบอลคืนให้กับ อาซาร์ ได้ยิงจ่อๆ บอลผ่าน เชสนี่ไปแล้ว แต่ยังมี อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ไปช่วยคุมเส้นสวมวิญญาณ นายทวารพุ่งปัดบอลทิ้งไปหน้าตาเฉย ทำให้ อังเคร มาริเนอร์ เป่าเป็นจุดโทษให้เชลซี แต่ดันไปให้ใบแดงไล่ คีแรน กิ๊บส์ ที่ไม่เกี่ยวอะไรเลยออกจากสนาม ซะอย่างงั้น แต่อย่างไรก็ตาม เอเด็น อาซาร์ไม่สนใจ จับบอลเอาไปยิงเข้าไปให้ เจ้าถิ่นนำขาด 3-0 ตั้งแต่ต้นเกมส์ แถมได้เปรียบตัวผู้เล่นอีกด้วย นาที 30 วอยเชียค เชสนี่ งัดซุปเปอร์เซฟออกมาช่วยไม่ให้สภาพทีมแย่ไปกว่านี้ด้วยการพุ่งปัดลูกยิงไกล แล้วแฉลบของ ดาวิด ลุยซ์ ออกไป เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมส์เป็นของ สิงโตลอนดอน ชนิด เบ็ดเสร็จ โดยครองบอลอยู่ตลอด แต่ไม่ได้เร่งเกมส์ ในจังหวะเข้าทำโดยเน้นไม่ให้เสียบอลซึ่งเป็นสไตล์ที่ มูรินโญ่ และลูกทีมค่อนข้างถนัดอยู่แล้ว นาที 42 ต้องบอกว่า ปืนโตเละเป็นโจ๊กปั่นเมื่อ แผงหลังพลาดปล่อยให้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส หลุดขึ้นไปทางขวาแล้วเปิดบอลเข้ากลางให้ ออสการ์ สอดขึ้นมา แปบอลเสยตาข่ายด้านบนเข้าไปให้ เชลซี ถลุง อาร์เซน่อล มันส์เท้า 4-0 ทั้งๆที่ยังไม่จบครึ่งแรก ครึ่งหลัง อาการของ ปืนใหญ่ ยังไม่ดีขึ้น และเกือบโดนบวกเพิ่มอีก ในนาที 47 เมื่อ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ลากลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะยิงโดนสกัดไว้ได้ แต่บอลมาเข้าทาง ดาวิด ลุยซ์ ตามไปซ้ำแต่บอลติด เชสนี่ ออกหลัง นาที 60 อาร์เซน่อลมีลุ้นเอาคืนบ้าง จากลูกยิงของ ซานติ กาซอร์ล่า แต่จังหวะยิงบดเกินไปทำให้บอลหลุดจากเสาไกลออกไปเยอะ ช่วงครึ่งหลัง เชลซี ของ มูรินโญ่ ผ่อนเกมส์ลงอย่างเห็นได้ชัด นาที 66 ออสการ์ มาเบิ้ลประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมส์จนได้จากลูกยิงไกล จากระยะประมาณ 20 หลาบอลตกพื้นหนึ่งจังหวะเด้งข้ามตัว เชสนี่เข้าไปให้เชลซีนำห่าง 5-0 นาที 70 เนมันย่า มาติช ตักบอลข้ามแนวรับให้ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์  แข้งใหม่ของทีม หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิงแบบเน้นๆให้ เชลซี ขยับหนีเป็น 6-0 นาที 80 อังเดร ชูร์เล่ ได้ส่องไกลแต่บอลไม่ตรงกรอบ ช่วงท้ายเกมส์ เชลซี ปล่อยให้อาร์เซน่อลครองบอลบุก แต่ 10 คนของ ทีมเยือนก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยิงไกล ซึ่งก็ไม่ผ่าน ปีเตอร์ เช็กไปได้ง่ายๆ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มให้ นัดที่ 1,000 ของ เวนเกอร์ เละไปกว่านี้ จบเกมส์ เชลซี เปิดบ้านถล่มเอาชนะ อาร์เซน่อลไปด้วยสกอร์เหลือเชื่อ 6-0 ถือเป็นการแพ้ยับเยินที่สุดของอาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้อีกด้วย  เชลซี: ปีเตอร์ เช็ก(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แกร์รี่ แคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,เซซาร์ อัสปิลิกูเอต้า,ดาวิด ลุยซ์,เนมันย่า มาติช, อังเดร ชูร์เล่, ออสการ์,เอเด็น อาซาร์,ซามูเอล เอโต้ อาร์เซน่อล:วอยเชียค เชสนี่(GK),บาการี่ ซานญ่า,แพร์ แมร์เตซัคเคอร์,โลร็องต์ กอสซิแอลนี่,คีแรน กิ๊บส์,อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน,มิเกล อาร์เตต้า,โธมัส โรซิคกี้,ลูคัส โพดอลสกี้,ซานติ กาซอร์ล่า, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี - ซันเดอร์แลนด์
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เชลซี – ซันเดอร์แลนด์ สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 4 ความพร้อมทั้งสองทีม เกมนี้ เชลซี ต้องสามแต้มเท่านั้นเพื่อกลับไปเป็นจ่าฝูงและกดดัน ลิเวอร์พูล ที่จะลงเตะพรุ่งนี้ โฆเซ่ มูรินโญ่ จะไม่มี เอเด็น อาซาร์ ที่เจ็บน่องในเกมกับ สวอนซี เมื่อสัปดาห์ก่อน และอาจจะพลาดการลงสนามเจอกับ แอตเลติโก้ มาดริด ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอังคารด้วย ส่วน เด็มบา บา ที่ช่วยทีมยิงประตูชัยมาแล้วสองเกมน่าจะได้รับโอกาสยืนเป็นตัวจริง ขณะที่ แอชลี่ย์ โคล น่าจะได้ลงสนามในเกมนี้เนื่องจาก มูรินโญ่ ต้องการเรียกความฟิตก่อนเกมเจอ แอต มาดริด เพราะ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โดนแบนในถ้วยยุโรปและโคลน่าจะได้ลงสนามต่อเนื่องในเกมวันอังคารนี้ กุส โปเยต์ บอส ซันเดอร์แลนด์ ไม่สามารถใช้งาน ฟิล แบรดลี่ยที่ติดโทษแบนได้ ส่วน คี ซุง ยอง กับ คีแรน เวสต์วู้ด ยังเจ็บอยู่ ขณะที่ สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ กับ การ์ลอส กูเอย่า ต้องรอเช็คความฟิต ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – เช็ก, อิวาโนวิช, เทอร์รี่, เคฮิลล์, แอชลี่ย โคล, มาติช, แลมพาร์ด, ซาลาห์, ออสการ์, วิลเลี่ยน, บา ซันเดอร์แลนด์ – มานโนเน่, เวร์กินี่, โอเชีย, เวส บราวน์, มาร์กอส อลองโซ่, คัตเตอร์โมล, อดัม จอห์นสัน, โคลแบ็ค, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, จัคเครินี่, วิคแค่ม

ผลบอลพรีเมียร์ลีก เกมรับไม่สน! เหยินโหดสลัดกดแฮททริคหงส์แดงบุกถล่มคาร์ดิฟฟ์ 6-3
คาร์ดิฟฟ์ /  ผลบอล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก คาร์ดิฟฟ์ 3-6 ลิเวอร์พูล ผลบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ประจำวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2557 คาร์ดิฟฟ์ 3-6 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 จอร์ดอน มัทช์ น.9, 1-1 ซัวเรซ น.16, 2-1 แคมป์เบลล์ น.26, 2-2 สเคอร์เทล น.41, 2-3 สเคอร์เทล น.54, 2-4 ซัวเรซ น.60, 2-5 สเตอร์ริดจ์ น.75, 3-5 จอร์ดอน มัทช์ น.86, 3-6 ซัวเรซ น.90+5 สนาม : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : นีล สวาร์บริค แข่งขันเวลา : 22.00 น. CTH สเตเดียม 2 ถ่ายทอดสด เริ่มเกม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวา และนาทีที่ 3 เป็นคาร์ดิฟฟ์ เจ้าบ้านที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะเตะมุุมสกัดบอลกันไม่ขาด บอลเ้ด้งมาเข้าทาง เควิน แคเธอรีน ได้กลับตัววอลเลย์เต็มเท้าแต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย :) เกมมาถึงนาทีที่ 9 โจ อัลเลน เสียบอลที่กลางสนาม ฟาบิโอ แทงบอลขึ้นหน้าให้ แคมป์เบลล์ ก่อนจะแตะหลบ ฟลานาแกน เข้าเขตโทษ ก่อนไหลนิ่มๆให้ จอร์ดอน มัทช์ ซัดด้วยซ้ายบอลโค้งเสียบโค้นเสาหมดสิทธิที่ มิงโญเล่ต์ จะเซฟไว้ได้ทัน คาร์ดิฟฟ์ ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล ไปก่อน 1-0 :) และจังหวะขึ้นเกมนาทีที่ 16 ของ ลิเวอร์พูล ทำได้สวยเมื่อกองกลาง ลิเวอร์พูล แทงบอลตัดหลังแนวรับ คาร์ดิฟฟ์ ให้ เกล็น จอห์นสัน หลุดกับดัีกล้ำหน้า ก่อนปาดมาที่เสาแรก ซัวเรซ จมูกไว้เข้ามายิงเน้นๆ ไม่เหลือซาก ลิเวอร์พูล ตีเสมอ คาร์ดิฟฟ์ เป็น 1-1 :) อีก 10 นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล ประกบตัวผิดพลาด ฟาบิโอ ทุ่มบอลง่ายๆ ให้ มัทช์ แตะบอลหนึ่งจังหวะก่อนแทงบอลทะลุช่ิองให้ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ สปีดหนีแนวรับ ลิเวอร์พูล เข้าไปล่อเป้ากับก่อนจะยิงยัดเข้าไปไม่เหลือ คาร์ดิฟฟ์ นำ ลิเวอร์พูล อีกครั้งเ้ป็น 2-1 น.26 :) เกมดำเนินมาถึงช่วงท้ายเกม นาทีที่ 41 ลิเวอร์พูล มาตามเสมอได้อีกครั้ง เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด โหม่งบอลออกข้างให้ คูตินโญ่ เปิดบอลจากริมสนามฝั่งขวามาที่หน้าประตู มาร์ติน สเคอร์เทล เ้ท้าไวจิ้มบอลเข้าประตูไม่เหลือ หงส์แดง ตามเสมอ คาร์ดิฟฟ์ เป็น 2-2 และช่วงเวลาที่ีเหลือ ก็ไม่มีจังหวะหวาดเสียวเพิ่มเติม จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอกับ คาร์ดิฟฟ์ อยู่ 2-2 :) มาลุยต่อกันครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เริ่มเขี่ยบุกจากซ้ายไปขวา นาทีที่ 50 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นครั้งแรกจากลูกฟรีคิกของ ซัวเรซ แต่ลูกนี้ยิงไม่ดีพอแฉลบออกหลัง และลูกเตะมุมจังหวะต่อมา คูตินโญ่ โยนบอลมาที่จุดนัดพบและเป็น สเคอร์เทล วิ่งหนีตัวประกบขึ้นโหม่งเฉือนๆ บอลเด้งพื้นเสียบเสาสอง ลิเวอร์พูล พลิกแซง คาร์ดิฟฟ์ เป็น 3-2 น.54 :) หลังได้ประตูขึ้นนำครั้งแรกของเกม ลิเวอร์พูล ก็ดีมีราศีขึ้นมาทันทีก่อนจะม่ได้ประตูหนีเป็น 4-2 จากจังหวะที่ เกล็น จอห์นสัน ได้เติมขึ้นมาทางกราบขวาเปิดเลียดเข้าเขตโทษแนวรับ คาร์ดิฟฟ์ เคลียร์บอลไม่ขาดบอลเลยมาเข้าเท้า สเตอร์ริดจ์ ก่อนตอกลูกส้นเร็วให้ ซัวเรซ วิ่งเข้ามากดด้วยซ้ายเน้นๆ ไม่พลาด นาทีที่ 60 :) เกมรุก ลิเวอร์พูล ยังร้อนแรงต่อไปในนาทีที่ 75 เกล็น จอห์นสัน วางบอลยาวให้ ซัวเรซ สลัดหนีแนวรับ คาร์ดิฟฟ์ ก่อนปาดบอลเข้ากลางมาที่จุดนัดพบ สเตอร์ริดจ์ เข้ามายิงเ้น้นๆ ระยะเผาขนไม่เหลือซาก ลิเวอร์พูล 5-2 คาร์ดิฟฟ์ :) มาถึงช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล ที่เปิดเกมบุกแบบไม่สนหลังบ้านก็มาโดนจังหวะโต้กลับ จอร์ดอน มัทช์ ได้ขึ้นเน้นๆ แบบไร้ตัวประกบ คาร์ดิฟฟ์ ไล่ ลิเวอร์พูล มาเป็น 3-5 น.86 :) และในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูล ยังไม่เลิกบุก หลุยส์ ซัวเรซ ได้บอลหลุดเดี่ยวจากการเบิ้ลยาวของ สเคอร์เทล เข้าไปล่อเป้ากับนายทวาร คาร์ดิฟฟ์ และก็ไม่พลาดซัดเน้นๆ ลิเวอร์พูล นำเป็น 6-3และก็ จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ สุดมันส์ 6-3  รั้งอันดับ 2 มี 65 แต้ม ตามหลังเชลซี 4 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด เหมือนเดิม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ : เดวิด มาร์แชลล์, ฟาบิโอ ดา ซิลวา, สตีเว่น คอลเกอร์, เควิน แคเธอรีน, คาล่า, ดีแคลน จอห์น, แกรี่ เมเดล, คิม โบ กวอง, จอร์ดอน มัทช์, เคร็ก เบลามี่, เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มิงโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, จอน ฟลานาแกน, ดาเนียล แอ็กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, หลุยส์ ซัวเรซ, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

ลุ้นนำฝูงต่อ!มูนำทัพสิงห์คึกคักบุกรังแบ็กกี้ส์ ก่อนเกม:เวสต์บรอมฯVSเชลซี
ทัศนะ /  ปรีวิว / 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เวสต์บรอมฯ-เชลซี สนามเดอะ ฮอว์ธอร์น คืนวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 03.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 4 ความพร้อมทั้งสองทีม โจเซ่ มูรินโญ่ ยืนยันว่านัดนี้ทีมจะยังไม่มีจอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมที่เจ็บกล้ามเนื้อยังต้องพักต่ออีกหนึ่งนัด ส่วนเฟอร์นันโด ตอร์เรสจะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งหลังจากเจ็บไปร่วมสามสัปดาห์ ขณะที่มาร์โก ฟาน กิงเคลยังพักยาว เปเป้ เมล กุนซือชาวสเปน จะยังหมดสิทธิ์ใช้งานนิโคลาส อเนลก้า โยนาส โอลส์สัน และสเตฟาน เซสเซยง ส่วนบิลลี่ โจนส์ยังต้องรอเช็คความฟิต ขณะที่ธิย์วี่ ไบฟูม่า นักเตะใหม่ที่ยิงประตูได้ในเกมกับพาเลซน่าจะได้ลงเป็นตัวจริง ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เวสต์บรอมฯ – ฟอสเตอร์, เดลานี่, แม็คออลี่ย์, เคร็ก ดอว์สัน, ริดจ์เวลล์, บรันท์, มูลัมบู, ไบฟูม่า, เจมส์ มอร์ริสัน, เบราฮิโน, อนิเชเบ้ เชลซี – เช็ก, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, ลุยซ์, อัสปิลิกูเอต้า, แลมพาร์ด, รามิเรส, อาซาร์, ออสการ์, ชูร์เล่, ตอร์เรส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลุ้นตัวเกร็ง!!! หงส์ยังเฉียบเปิดบ้านเชือดแมวดำหวิว
ซันเดอร์แลนด์ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-1 ซันเดอร์แลนด์ ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013-14 วันพุธที่ 26 มีนาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู : 1-0 เจอร์ราร์ด น.36, 2-0 สเตอร์ริดจ์ น.48, 2-1 กี ชอง-ยง น.76 สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา 03.00 น. CTH Stadium 2 ถ่ายทอดสด เริ่มเกมมา 6 นาที ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นก่อนจากฟรีคิกระยะหวังผลของ หลุยส์ ซัวเรซ แต่บอลโค้งข้ามคานออกไป แต่จากนั้นบอลเล่นอยู่กลางสนามเป็นส่วนใหญ่ กว่าจะได้เสียวอีกครั้งต้องรอ นาที 33 หลุยส์ ซัวเรซ พาบอลจากด้านขวาก่อนสับไกยิงแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว :) นาที 36 เจ้าบ้านได้ฟรีคิกจาก หลุยส์ ซัวเรซ ที่โดนเสียบล้มลงหน้าปากประตู ก่อนที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารพา ลิเวอร์พูล ออกนำ 1-0 ส่วน ซันเดอร์แลนด์ เกือบตีเสมอได้ นาที 42 คอนเนอร์ วิคแฮม ยิงบอลแฉลบขากองหลังแต่ ซิมง มิโญเลต์ ยังไม่เผลอปัดทิ้งได้ จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 1-0 :) ครึ่งหลังไม่ต้องรอนาน นาที 48 หงส์แดง หนีเป็น 2-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จ่ายสั้นๆให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ล็อกหาช่องแล้วยิงแฉลบขากองหลังทีมเยือนเข้าประตู จากนั้น ขณะที่ ซันเดอร์แลนด์ นาที 65 เกือบตีไข่แตกไล่มาจากลูกยิงเหน่งๆของ อดัม จอห์นสัน แต่ ซิมง มิโญเลต์ รับติดมือ :) แต่แล้ว นาที 76 แมวดำ กลับตีไข่แตกได้ 1-2 จังหวะลูกเตะมุมของ อดัม จอห์นสัน แล้วเป็น กี ซุง ยอง สลัดหนีตัวประกบทิ้งตัวโหม่งไล่ตามมา ต่อมา นาที 80 เจ้าบ้านได้ลูกฟรีคิกอีกครั้ง แต่ หลุยส์ ซัวเรซ ยังวางเท้าไม่ดีปั่นบอลข้ามคานออกไปแบบน่าเสียดาย ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ซันเดอร์แลนด์ บุกหนักหวังตีเสมอแต่สุดท้ายไม่สำเร็จ จบเกม ลิเวอร์พูล เฉือนชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 68 แต้ม ขยับขึ้นมาอยู่รองจ่าฝูง และตามหลัง เชลซี เหลือแค่แต้มเดียวแล้ว รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์, จอน ฟลานาแกน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, หลุยส์ ซัวเรซ, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ซันเดอร์แลนด์  : วิโต้ มานโนเน่, ฟิล บาร์ดสลี่ย์, เวส บราวน์, จอห์น โอเช, แจ็ค โคลแบ็ค, กี ชอง-ยง, เลียม บริดคัตต์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, โจซี่ อัลติดอร์, เอมานูเอเล่ จัคเครินี่

ถ้วยนี้พี่ไม่เอา!ผีเตรียมพักตัวหลักฉะสาลิกา วิเคราะห์บอล:นิวคาสเซิลVSแมนฯยูฯ
11ตัวจริง /  กีฬา / 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล – แมนฯ ยูฯ สนามสปอร์ตไดเร็ค อารีน่า วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2557 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสดช่องCTH stadium 1 ความพร้อมทั้งสองทีม เดวิด มอยส์ เตรียมโรเตชั่นนักเตะชุดใหญ่เพื่อเตรียมทีมไว้บุกไปรังบาเยิร์น มิวนิคในพุธหน้า แต่ยังหมดสิทธิ์ใช้งานโรบิน ฟาน เพอร์ซีที่ยังบาดเจ็บ ส่วนจอนนี่ อีแวนส์กับคริส สมอลลิ่งยังต้องรอเช็คอาการ ส่วนราฟาเอลที่เจ็บไม่หนักแต่ไม่มีชื่อในเกมเสมอบาเยิร์นน่าจะกลับมาเป็นตัวจริงในนัดนี้รวมไปถึงปาทริซ เอฟร่าที่ไม่ได้ลงเพราะติดโทษแบนก็คงจะกลับมาเป็น11ตัวแรกเช่นกัน ส่วนตัวหลักอย่างเวยน์ รูนี่ย์กับไมเคิล คาร์ริคคงจะได้พักในนัดนี้ ฝั่งอลัน พาร์ดิว กุนซือสาลิกาดงต้องขาดมุสซ่า ซิสโซโก้ที่เจ็บต้นขาคาดว่าจะพักราวสามสัปดาห์ ส่วนโลอิค เรมี่, มาติเยอ เดอบูชี่ และทิม ครูลยังไม่พร้อมลงสนาม ขณะที่กาเบรียล โอแบร์ตองต้องรอเช็คความฟิต ส่วนแซมมี่ อเมโอบี้ที่เจ็บเข่าสามารถกลับมาซ้อมได้แล้ว ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม นิวคาสเซิล – เอลเลียต, เอ็มบิว่า, วิลเลียมสัน, โคลอชชินี่, ซานตอน, ติโอเต้, อานิต้า, เบน อาร์กฟา, ลุค เดอ ยอง, กุฟฟร็อง, ปาปิซ ซิสเซ่ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ราฟาเอล, วิดิช, ฟิล โจนส์, เอฟร่า, เฟล็ตเชอร์, เคล็ฟเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, มาต้า, ยานาไซจ์, ชิชาริโต้

นาทีนี้ไม่มีกลัวใคร!หงส์แดงคึกคักรับหงส์ขาว ก่อนเกม:ลิเวอร์พูลVSสวอนซี
11ตัวจริง /  ก่อนลงสนาม / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล-สวอนซี สนามแอนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 20.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium2 ความพร้อมทั้งสองทีม บีร็อดใช้สิบเอ็ดตัวจริงมาสี่เกมรวดก่อนจะมาเปลี่ยนนัดแพ้อาร์เซนอล เกมนี้เตรียมเรียกกองกลางคนสำคัญจอร์แดน เฮนเดอร์สันกลับมายืนตัวจริงหลังถูกพักในเกมเอฟเอคัพ รวมไปถึงเกล็น จอห์นสันที่หายเจ็บเข่าแล้วน่าจะได้กลับมาประจำการแบ็คขวาเหมือนเดิม ขณะที่โคโล่ ตูเร่กับดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ต้องแย่งชิงตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่จะมายืนคูมาร์ติน สเคอร์เทล ส่วนมามาดู ซาโก้เจ็บแฮมสตริง ลูคัส เลว่าเจ็บเอ็นหัวเข่า เซบาสเตรยน โคอาเตสเจ็บเข่า และโฆเซ่ เอ็นริเก้เจ็บเข่าไม่น่าจะลงได้ทั้งหมด แกร์รี่ มองค์ กุนซือใหม่สวอนซี น่าจะส่งจอนโจ้ เชลวี่ลงเจอทีมเก่าหลังจากหายเจ็บแฮมสตริงกลับมาลงเล่นได้ในเกมเจอนาโปลี ขณะที่ปาโบล เฮอร์นันเดซกับนาธาน ดายเออร์ที่เจ็บถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดก่อนยังต้องรอเช็คอาการอีกคครั้ง ส่วนมิชูเจ็บข้อเท้ายังพักยาว ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, แอ็กเกอร์, อาลี ซิสโซโก้, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, สเตอร์ลิง, ซัวเรส, สเตอร์ริดจ์ สวอนซี – ฟอร์ม, รังเคล, ชิโก้ ฟลอเรส, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, เบน เดวิส, เดอ กุซมันน์, บริตตัน, เอ็มเนส, เชลวี่, เร้าท์เลดจ์, โบนี่

ชัชชาติหลีกไป!หงส์แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีเปิดบ้านขยี้ปืนแหลกเป็นจุณ
LIVERPOOL FC – Win a trip to Anfield /  meet&greet / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:1-0 มาร์ติน สเคอร์เทล น.1,2-0 มาร์ติน สเคอร์เทล น.10, 3-0 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.16,4-0 ดาเนี่ยล สเตอร์ดริดจ์ น.19,5-0 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.51, 5-1มิเกล อาร์เตต้า น.69 (จุดโทษ) เวลาแข่งขัน: 19.45 น. สนาม: แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium2 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่ซุปเปอร์บิ๊กแมตท์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยอดทีมขวัญใจมหาชน ทีมอันดับที่ 4 เปิดรังแอนฟิลด์ สุดขลัง ต้อนรับการมาเยือนของ จ่าฝูง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่กำลังเข้าสู่ช่วงโปรแกรมนรก หลังจบจากนัดนี้ ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และกลับมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล อีกครั้งในบอลถ้วยเอฟเอคัพ และ ปิดท้ายด้วยการเจอกะ บาเยิร์น มิวนิค โคตรรทีมจากเมืองเบียร์ โดยในนัดนี้ โมโน กรุ๊ปเจ้าของลิขสิทธิ์คอนเทนส์ บนมือถือ จากสโมสรลิเวอร์พูลแห่งแรกและเดียวในประเทศไทย  ได้พาผู้โชคดี จากแคมเปญ Liverpool FC Win A Trip To Anfield เข้าไปร่วมชมเกมส์ถึงขอบสนามอีกด้วย เริ่มเกมส์ ยังไม่ทันจะถึงนาทีดี ทีมเยือนยังไม่ทันจะตั้งตัวกันติด ก็มาเสียประตูอย่างรวดเร็วเพียงแค่จังหวะเข้าทำครั้งแรกของเจ้าบ้าน เมื่อ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เปิดฟรีคิกจากกราบซ้ายไปให้ มาร์ติน สเคอร์เทล โฉบมาแหย่เท้ายิงจ่อๆเข้าไปประตูไปให้ ลิเวอร์พูลออกนำแต่หัววัน 1-0 นาทีที่ 8 อาร์เซน่อลเกือบได้ประตูตีเสมอแบบมีโชคเมื่อ วิลเชียร์ วางบอลลึกเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้ว ซิมง มิโญเลต์ ชกบอลไม่ขาดเกือบมาเข้าทาง นาโช่ มอนเรอัล ที่เติมขึ้นมาแต่ สเคอร์เทล หันมาเจอบอลพอดีเลยหวดทิ้งไปได้ เกมส์แลกกันอย่างมันส์ตั้งแต่ต้นเกมส์ นาทีที่ 9 ดาเนี่ยล สเตอร์ดริดจ์ แทงบอลให้ จอน ฟลานาเก้น อ้อมหลังมายิงติดเซฟ วอยเซียค เชสนี่ จากนั้นจังหวะต่อเนื่อง เดอะค็อปได้เฮจนได้เมื่อ สตีเฟ่นเจอร์ราร์ด คนเดิมเปิดให้ มาร์ติน สเคอร์เทล โหม่งเล่นทางย้อยๆเสียบคานเข้าประตูไปให้ ลิเวอร์พูลหนีห่างเป็น 2-0 ดูเหมือนแนวรับ ปืนใหญ่จะตั้งตัวไม่ติด เมื่อเสียสองประตูอย่างรวดเร็ว นาที 13 สตีวี่จี ไหลลูกเตะมุมมาให้ หลุยส์ ซัวเรส จับบอลไม่ดีบอลเด้งขึ้นมา แต่กลายเป็นตั้งบอลยิงแบบวอลเลย์เต็มข้อ บอลพุ่งแหวกอากาศไปชนคานอย่างจัง แต่มาเข้าทางตัวซ้ำแบบ โคโล่  ตูเร่ ยิงออกไปแบบหมูหก นาที 16 ไม่รู้ลิเวอร์พูลเจ้าบ้านไปกินอะไรมา ขึ้นฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ โดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปแย่งบอลจาก โอซิล มาที่กลางสนามก่อนลากไปจ่ายให้ หลุยส์ ซัวเรส แทงนิ่มๆให้ราฮีม สเตอร์ลิ่ง สอดขึ้นมาจิ้มแบบนิ่มๆ ให้หงส์แดงเริงร่านำห่าง 3-0 จากนั้นนาที 19 ดูเหมือนเกมส์จะจบลงแบบสมบรูณ์แบบ ตั้งแต่ยังไม่ถึง 20 นาทีดี เมื่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทงบอลให้ ดาเนี่ยล สเตอร์ดริดจ์ หลุดเดี่ยวเข้าไปเลือกมุมยิงแบบเลือดเย็นให้ ลิเวอร์พูลนำขาด 4-0 ผ่านครึ่งชั่วโมง อาร์เซน่อลได้หายใจหายคอบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาสลุ้นตีไข่แตก จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ฟอร์มโคตรเทพ นำห่าง อาร์เซน่อล 4-0 ทิ้งงานหนักงานใหญ่ให้ อาร์เซน เวนเกอร์ แก้เกมส์อย่างหนักในครึ่งหลัง เริ่มครึ่งหลัง หงส์แดงแรงฤทธิ์ เจ้าบ้านไม่เปิดโอกาสให้ ปืนใหญ่กลับมาได้ เมื่อหนีห่างไปอีก นาที 51 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อาศัยสปีดที่สึดจัดจ้านฉีกแนวรับ อาร์เซน่อล ที่ลอยสูงหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงติดเซฟของ เชสนี่ แต่บอลก็ยิงเด้งมาเข้าทางดาวรุ่ง วัย 19 ปีคราวนี้ซ้ำไม่เหลือ ลิเวอร์พูลยำใหญ่ 5-0 นาที 57 ซิมง มิโญเลต์ นายด่านหงส์แดงเพิ่งจะได้ออกแรงเซฟแบบจริงๆจังจาก จากลูกยิงไกลของอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แต่ก็พุ่งรับไว้ได้สบาย  นาที 69 อาร์เซน่อลได้ประตูปลอบใจ จากจุดโทษที่ เจอร์ราร์ด ไปเสียบโดน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์แลน ล้มลงแล้ว มิเกล อาร์เตต้า รับหน้ายิงสังหารเข้าไปให้ อาร์เซน่อล ตีไข่แตกไล่มาห่าง 5-1 นาที 72 อาร์เตต้า เกือบเบิ้ลประตูที่สองเมื่อ ปั่นฟรีคิกอ้อมกำแพงแล้วแต่ มิโญเลต์ ยังพุ่งไปปัดออกไปได้ด้วยปลายมือ นาที 85 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มีหลุดแฮตทริกจังหวะที่หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ เชสนี่ ที่ช่วยไม่ให้เดอะกันเนอร์อับอายมากกว่า นี้ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านล้างแค้น อาร์เซน่อล ชนิดทบต้นทบดอกด้วยการถล่มเอาชนะ 5-1  รายชื่อนักเตะ ลิเวอร์พูล: ซิมง มิโญเลต์(GK),จอน ฟลานาเก้น, มาร์ติน สเคอร์เทล, โคโล่ ตูเร่, อาลี ซิสโซโก้, จอร์แดนเฮนเดอร์สัน,สตีเฟ่นเจอร์ราร์ด,คูตินโญ่,ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, หลุยส์ ซัวเรส,ดาเนี่ยล สเตอร์ดริดจ์ อาร์เซน่อล:วอยเซียค เชสนี่(GK),บาการี่ ซาญ่า , โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ , แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ , นาโช่ มอนเรอัล,มิเกล อาร์เตต้า , แจ็ค วิลเชียร์ , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน , เมซุต โอซิล , ซานติ กาซอร์ล่า , โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลุ้นเหนื่อย! บา ฮีโร่อีกแล้วซัดชัยให้สิงห์บูลบุกเฉือนหงส์ขาวสิบตัว
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557 สวอนซี ซิตี้ 0-1 เชลซี ผู้ทำประตู:0-1 เดมบ้า บา น.67 เวลา: 22.07 น. สนาม: ลิเบอร์ตี้ สตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 เชลซี ที่เพิ่งผ่านเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ลีกมาได้แบบสุดระทึก ด้วยการเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-0 บุกไปเยือน สวอนซี ซิตี้ นัดนี้ต้องการ สามแต้มเป็นที่สุด เพื่อไล่จี้ติด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มน่าขนลุกด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปก่อนหน้านี้ เริ่มเกมส์ นาทีที่ 5 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เพื่อได้เฮดังๆก่อนเมื่อ บรานิสลาฟ อิวานโนวิช ปราการหลังหน่องโตหลุดขึ้นไปเปิดบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สอดขึ้นมายิงเน้นๆ แต่เมสซี่ อียิปต์ ยิงชนโคนเสาออกไป อย่างน่าเสียดาย  นาที 13 เจ้าบ้านก็เกือบได้เฮบ้าง จากลูกโขกของตัวหอกตัวอันตรายอย่าง วินเฟร็ด โบนี่ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังไม่ยอมเสียซิงพุ่งไปปัดทิ้งออกไปได้ นาที 15 “หงส์ขาว” งานเข้าเต็มๆเมื่อ ชิโก้ ฟลอเรส โดนใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม ทำให้ เสียเปรียบตัวผู้เล่นตั้งแต่หัววัน แต่เชลซี ที่คนมากกว่า ก็ไม่ได้แสดงความเหนือกว่าออกมาให้เห็น ผ่าน ครึ่งชั่วโมงไปแล้วก็ไม่ได้กดดัน เจ้าบ้านได้มากไปกว่า ช่วงต้นเกมส์ เป็นเพราะ สวอนซี ที่เหลือคนน้อยกว่า เลยต้องถอยมาตั้งรับแบบจริงจังมากขึ้นทำให้ เชลซี เจาะยากขึ้นเข้าไปอีก นาที 40 อิวานโนวิช ได้โขกลูกเตะมุม แต่ก็ข้ามคานออกไป หมดครึ่งแรก สวอนซี ที่เสียเปรียบตัวผู้เล่น ยังต้านเชลซีไว้ได้ เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เกมส์รุกของ “สิงห์บูล” ดูดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่งสองตัวรุกอย่าง ซามูเอล เอโต้ และ ออสการ์ ลงมาแทน รามิเรส และ อังเดร์ ชูร์เล่ นาที 55 ฮีโร่จากนัดที่แล้วอย่าง เดมบ้า บาได้โหม่งบอลที่ อิวานโนวิช โยนมาให้จากริมเส้น แต่ดาวเตะเซเนกัล โหม่งเช็ดบางเกินไปทำให้บอลหลุดกรอบออกไป นาที 57 ทีมเยือนน่าจะออกนำอย่างที่สุดเมื่อแอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ สกัดบอลมาโดน เอโต้ บอลตกตรงหน้า ดาวยิงเลือดหมอผี แต่ดันยิงหลุดกรอบออกไปซะอย่างนั้น นาที 60 สวอนซี ตอบโต้บ้าง จากลูกโหม่งของ โบนี่ แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 67 ทีมเยือนออกนำจนได้ จากจังหวะที่แผงหลัง สวอนซี ดันขึ้นสูง เลยเจอ หนุนบอลให้ เดมบ้า บา หลุดเข้าไปยิงแฉลบ  แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ เชลซี ออกนำ 0-1 หลังได้ประตูขึ้นนำแล้ว เชลซีก็ยังพยายามบุกต่อไป แต่ก็ยังบวกประตูที่สองเพิ่มไม่ได้ จากจังหวะสุดท้ายที่ขาดๆเกินๆ นาที 84 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลากลุยแล้วปาดมาให้ เอโต้ ตวัดยิงแต่บอลไม่ตรงกรอบ จนแล้วจนรอด เชลซีก็ยิงประตูเพิ่มไม่ได้ แต่ก็ยังดีพอที่จะเก็บสามแต้ม ด้วยการบุกมาเฉือนชนะ สวอนซี ซิตี้ 0-1 เก็บสามคะแนนเกาะติดการเบียดลุ้นแชมป์ต่อไป  รายชื่อ สวอนซี ซิตี้:มิเชล ฟอร์ม(GK),อังเคล รานเคล,ชิโก้ ฟลอเรส,แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์,เบน เดวิส, ลีออน บริตตัน,จอนโจ เชลวี่ย์ , นาธาน ดายเออร์,ปาโบล เฮอร์นานเดซ,เวย์น เราท์เลดจ์, วิลเฟร็ด โบนี่ เชลซี:ปีเตอร์ เช็ก(GK), บรานิสลาฟ อิวานโนวิช,แกรี่ เคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช,รามิเรส ,โมฮาเหม็ด ซาลาห์,วิลเลี่ยน,อังเดร์ ชูร์เล่ ,เดมบ้า บา

นัดก่อนยังหลอกหลอน!ผีสั่นสู้เปิดรังรับมือเรือใบ วิเคราะห์บอล:แมนฯยูฯVSแมนฯซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ – แมนฯ ซิตี้ สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คืนวันอังคาร 25 มีนาคม 2557 เวลา 02.45 น. ถ่ายทอดสดช่อง cth stadium 1 ความพร้อมทั้งสองทีม เดวิด มอยส์ มีปัญหาขาดแคลนนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์จนต้องจับไมเคิล คาร์ริคไปยืนกองหลังในเกมที่ชนะเวสต์แฮม 2-0 จนล่าสุดมอยส์ยังไม่ยืนยันความฟิตของจอนนี่ อีแวนส์กับคริส สมอลลิ่ง ส่วนเนมานย่า วิดิชก็ติดโทษแบน แต่น่าจะได้ริโอ เฟอร์ดินานด์กลับมาพร้อมลงสนามโดยจะจับคู่กับฟิล โจนส์ในเกมนี้ ขณะที่ในแนวรุกโรบิน ฟาน เพอร์ซีเจ็บต้นขา ทำให้เวย์น รูนี่ย์ต้องไปยืนศูนย์หน้าตามเดิม ด้านมานูเอล เปเยกรินี่ ยังไม่มีเซอร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บแฮมสตริงกับมาติย่า นาสตาซิคที่เจ็บเข่ารวมไปถึงไมกาห์ ริชาร์ดส์ด้วย แต่จะได้แว็งซองต์ ก็อมปานีพ้นโทษแบนกลับมา เกมนี้เอดิน เซโก้อาจจะได้ยืนหน้าเป้าแทนอัลวาโร่ เนเกรโด้ที่ปืนฝืดในช่วงหลังๆ ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ราฟาเอล, เฟอร์ดินานด์, ฟิล โจนส์, เอฟร่า, เฟลไลนี่, คาร์ริค, กิ๊กส์, วาเลนเซีย, มาต้า, รูนี่ย์ แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, คลิชี่, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า, นาบาส, ซิลบา, นาสรี่, เซโก้

อาซาร์แฮตทริก!สิงห์บูลตะปบสาริกานิ่มขึ้นจ่าฝูง,เรือแค่เจ๊านกขมิ้น
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เชลซี 3-0 นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 1-0 เอเด็น อาซาร์ น.27 ,2-0 เอเด็น อาซาร์ น.34,3-0 -0 เอเด็น อาซาร์ น.63 เวลาแข่งขัน: 22.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 จ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนมืออีกครั้ง หลังจากที่ อาร์เซน่อล ออกไปโดน ลิเวอร์พูลถล่มแหลก 5-1 คล้อยหลัง เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ ที่ลงแข่งที่หลัง ไม่พลาด สามารถเก็บสามคะแนนเต็มได้ด้วยการเปิดบ้านถล่มเอาชนะ “สาลิกาดง” นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-0 จากผลงานการทำแฮตทริกของ เอเด็น อาซาร์ ปีกชาวเบลเยี่ยมที่กำลังฟอร์แรง ส่งผลให้ “สิงห์บูล” ขยับขึ้นไปนั่งจ่าฝูง ด้วยการมี 56 คะแนน +++++++++++++++++++++++++++++++++ ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 นอริช ซิตี้ 0-0แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: - เวลาแข่งขัน: 22.00 น. สนาม: แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มสะดุด พลาดโอกาสเก็บสามคะแนน เต็มไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อออกไปทำได้แค่เสมอกับ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้แบบไม่มีสกอร์ 0-0 ทั้งๆที่นัดแรกที่เจอกัน ลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ เปิดบ้านถล่มมาถึง 7-0 

เหนียวทั้งคู่!ปืนนัดผีกระสุนด้านเจ๊ากันไปไข่ไม่แตก
คากาวะ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 อาร์เซน่อล 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: เวลาแข่งขัน: 02.45น. สนามแข่งขัน: เอมิเรสสเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด:CTH Stadium 3 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดกลางสัปดาห์สองทีมที่กำลังฟอร์มระส่ำ โดยอาร์เซน่อลเจ้าบ้านเพิ่งออกไปโดน ลิเวอร์พูล ถล่มมายับ เปิดบ้านรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยู่อันดับที่ 7 ของตาราง สำหรับนัดนี้ทั้งคู่ต่างต้องการสามแต้มเป็นอย่างยิ่งเพราะ “ปืนใหญ่” ต้องการกลับไปเป็นจ่าฝูงด้วยการแซงหน้าเชลซี ที่สะดุดเสมอกับ เวสต์บรอมวิช ส่วน “ผีแดง” ต้องการสามแต้มเพื่อหลุดติดท็อปโฟร์ เริ่มเกมส์แค่นาทีแรก โรบิน ฟานเพอร์ซี่ย์เกือบทำแสบกับทีมเก่าอีกครั้งเมื่อไปฉกบอลจาก อาร์เตต้า มาได้ก่อนลากบอลเข้าไปเดี่ยวๆ แต่ดาวยิงเลือดดัตช์ยิงได้น่าผิดหวัง บอลเบาเชสนี่ล้มตัวรับสบาย นาทีที่ 4 เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้างจากลูกเตะมุมที่ เมซุต โอซิล โยนลูกเตะมุมมาให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โขกหลุดกรอบออกไป ผ่าน 20 นาทีแรกบอลของ แมนยูค่อนข้างสะเปะสะปะ และขาดความแม่นยำบวกกับคู่ศูนย์หน้าเก็บบอลไม่ได้ทำให้ เจ้าบ้าน อาร์เซน่อลครองเกมส์ได้หนือกว่าและค่อยๆขยับโอกาสลุ้นมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นาที 34 ซานติ กาซอร์ล่าเปิดบอลจากกราบขวาให้  คีแรน กิ๊บบ์ส สอดมาโขกแต่บอลเบา เข้ามือ ดาบิด เดเคอา จบครึ่งแรกทั้งคู่ยังเกร็งๆ ทำให้ยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลังผีแดงทีมเยือนเริ่มต้นได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายเดินเรื่องบุกเข้าใส่ก่อน นาที 52 เวนย์ รูนี่ย์ เปิดลูกเตะมุมเข้ามากลางประตู วอยเชียค เชสนี่ ชกสกัดมาเข้าทาง ฆวน มาต้า ยิงสวนทันทีแต่บอลหลุดกรอบไปไม่ได้ลุ้น นาที 61 เดอะกันเนอร์เกือบได้เฮกันลั่นเมื่อ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่โฉบมาโขกลูกเตะมุม บอลผ่านเดเคอาไปแล้ว แต่ยังโชคดีที่มีอันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่ยืนคุมเสาอยู่สกัดออกมาจากเส้นประตูช่วย แมนฯยูไนเต็ดให้รอดพ้นการเสียประตูไปได้ นาที 79 แมนยูฉวยโอกาสโต้กลับจากจังหวะที่ คาร์ริค ไปแย่งบอลได้ที่กลางสนามแล้ว แทงต่อให้ เวนย์ รูนี่ย์ หลุดไปเปิดบอลไปเสาไกลให้ ฟานเพอร์ซี่ย์โขกแต่บอลติดเซฟปลายมือของ เชสนี่ ชนคานเด้งออกไป นาที 83 ปืนใหญ่เกือบปล่อยหมัดน็อคเมื่อ แอชลี่ย์ ยัง ตัวสำรองสกัดบอลมั่วจนได้เรื่อง บอลเข้าทาง โอซิล ดีดต่อให้ กาซอร์ล่า ยิงเน้นๆที่เสาแรก แต่ ดาบิด เดเคอา ไม่ปล่อยให้ เชสนี่ โชว์ซุปเปอร์เซฟอยู่คนเดียว เมื่อพุ่งไปปัดบอลทิ้งออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ นาที 90 กาซอร์ล่า คนเดิมหาช่องยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่เดเคอา ยังไม่พลาด หมดเวลาการแข่งขัน ไม่มีทีมไหนทำอะไรกันได้ เสมอกันไป 0-0 แบ่งกันทีมละ 1 คะแนน โดยอาร์เซน่อล ชวดโอกาสที่จะแซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูงส่วนแมนยูรั้งที่ 7 ต่อไป รายชื่อนักเตะ อาร์เซน่อล: วอยเชียค เชสนี่(GK),บาการี่ ซานญ่า, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, คีแรน กิ๊บบ์ส,มิเกล อาร์เตต้า, แจ๊ค วิลเชียร์ , โทมัส โรซิคสกี้, เมซุต โอซิล, ซานติ กาซอร์ล่า,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา,ราฟาเอล ดา ซิลวา, คริส สมอลลิ่ง, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า,ไมเคิ่ล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ , อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้ ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013-14 ประจำวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2557 ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 สเตอร์ลิ่ง น.6, 2-0 สเคอร์เทล น.26, 2-1 ซิลบา น.56, 2-2 เกล็น จอห์นสัน (สกัดเข้าประตูตัวเอง) น.62, 3-2 คูตินโญ่ น.77 สนามแข่งขัน : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 19.37 น. CTH 2 ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ทเทิร์นเบิร์ก เริ่มเกม ลิเวอร์พูล เขี่ยลูกบุกจากซ้ายไปขวา 5 นาทีผ่าน ทั้งสองทีมยังกันได้อย่างสูสี โดยเกมส่วนใหญ่เล่นกันที่บริเวณกลางสนาม :) และในจังหวะถัดมา แมนฯ ซิตี้ เสียบอลกลางสนาม เฮนเดอร์สัน จ่ายให้ ซัวเรซ มาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายบอลตัดแนวรับ แมนฯ ซิตี้ ให้ สเตอร์ลิ่ง หลุดเข้าเขตโทษก่อนที่แนวรุกวัย 18 ปี จะโชว์ความเยือกเย็น แตะหลบ ก็อมปานี และ โจ ฮาร์ท และจบด้วยการกระแทกบอลเข้าประตูไปง่ายๆ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 6 15 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ต้องเสียหัวใจสำคัญของแดนกลางเมื่อ ยาย่า ตูเร่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ เปเญกรินี่ ต้องส่งเอา ฆาร์บี้ การ์เซีย ลงไปเล่นแทนในตำแหน่งกองกลาง มาถึงนาทีที่่ 25 ลิเวอร์พูล น่าจะได้ประตูนำห่างเมื่อ คูตินโญ่ โยนลูกเตะทางฝั่งขวาให้ เจอร์ราร์ด ได้ขึ้นโขกเน้นๆ แบบไร้ตัวประกบแต่ โจ ฮาร์ท ยังไวบินปัดบอลออกหลังไปได้แบบเหลือเชื่อ :) และจังหวะต่อเนื่อง ลิเวอร์พูล เตะมุมอีกครั้ง เจอร์ราร์ด เปิดเตะมุมมาที่จุดนัดพบที่เสาแรก มาร์ติน สเคอร์เทล วิ่งโฉบมาโหม่งเช็ดบอลพุ่งเสียบคานอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล นำห่าง แมนฯ ซิตี้ เป็น 2-0 น.26 35 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ เริ่มครองบอลและเก็บบอลสร้างจังหวะเกมบุกได้ดีขึ้นแต่จังหวะสุดท้าย แมนฯ ซิตี้ ยังไม่เฉียบคมพ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ใช้จังหวะสวนกลับเข้าทำ แมนฯ ซิตี้ ได้อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ 4 แนวรุก คูตินโญ่ สเตอร์ลิ่ง ซัวเรซ และ สเตอร์ริดจ์ เรียกได้ว่าหวาดเสียวทุกครั้งที่เข้ากรอบเขตโทษ เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล กลับมาครองเข้าเจาะแนวรับ แมนฯ ซิตี้ ได้อีกครั้ง ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็ดูรีบเร่งจ่ายบอลง่ายๆเสียกันหมด แต่มาถึงช่วงทดเจ็บ แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้ประตูตีไข่แตกเหลือเกินเมื่อ เฟอร์นานดินโญ่ ได้จังหวะกดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษบอลกำลังจะพุ่งเสียบเสาแต่ มิโญเล่ต์ ไวเหลือเชื่อพุ่งปัดบอลออกหลังไปได้แบบเหลือเชื่อ และก็จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ฟอร์มฮ็อตเหลือเกินนำ แมนฯ ซิตี้ อยู่ 2-0 จากการยิงของ สเตอร์ลิ่ง และ สเคอร์เทล เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวาและทั้งสองทีมก็ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวแต่อย่างใด ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมเหมือนในครึ่งแรก นาทีที่ 50 เปเญกรีนี่ ปรับเปลี่ยนแทคติกเอา นายาส ออกแล้วส่งเอา เจมส์ มิลเนอร์ ลงไปเล่นแทน :) และหลังจากการเปลี่ยนตัวของ แมนฯ ซิตี้ ก็เป็นผลเมื่อ เกล็น จอห์นสัน เสียบอลที่กลางสนาม นาสรี่ แทงบอลออกทางขวา มิลเนอร์ แตะหลบ ฟลานาแกน เข้าเขตโทษอย่างง่ายก่อนปาดเข้ากลางให้ ซิลบา เข้าชาร์จเน้นๆ ไม่เหลือซาก แมนฯ ซิตี้ ไล่ ลิเวอร์พูล เป็น 1-2 น.56 :) และในนาทีที่ 62 แมนฯ ซิตี้ ที่เดินหน้าบุกกดดันแนวรับ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่องโดยใช้ ซิลบา และ นาสรี่ ใช้ทักษะทำชิ่งเข้าเขตโทษก่อนที่ ซิลบา จะได้จังหวะสับเน้นๆ บอลไปโดน เกล็น จอห์นสัน เปลี่ยนทางเข้าประตูไป แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ นาทีที่ 67 แมนฯ ซิตี้ สบโอกาสที่แนวรับ ลิเวอร์พูล กำลังเสียสมาธิส่งเอา กุน อเกวโร่ มาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน เชโก้ 75 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ที่มี กุน อเกวโร่ แนวรุกนั้นดูดีขึ้นเป็นกองแต่จังหวะจบสกอร์ของ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คมพอ :) และในจังหวะต่อมา ลิเวอร์พูล ได้จังหวะทุ่มทางฝั่งขวา เกล็น จอห์นสัน ทุ่มมาที่เสาแรก คลิชี่ โหม่งสกัดไม่ขาดบอลโด่งเข้าเขตโทษกระดอนมาถึง ก็อมปานี เตะสกัดไม่ดีบอลเลยมาเข้าทาง คูตินโญ่ ยื่นโล่งๆที่บริเวณจุดโทษได้กดด้วยขวาเต็มๆบอลพุ่งเสียบเสา ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ อีกครั้งเป็น 3-2 น.77 80 นาทีผ่าน ลิเวอร์พูล ลงไปแพ็คเกมเเน่นอย่างชัดเจนปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ขึงเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่แนวรับ ลิเวอร์พูล ก็ยังเหนียวแน่นอยู่ และช่วงท้ายเกมทดเจ็บ 5 นาที เฮนเดอร์สัน ต้องมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเมื่อ เฮนเดอร์สัน จับบอลพลาดบอลกระดอนเข้าทาง นาสรี่ ก่อนจะตัดสินใจพุ่งเสียบอย่างน่าเกียจเปิดปุ่มสตั๊ด มาร์ค แคล็ทเทิร์นเบิร์ก ควักใบแดงออกจากสนามทันที และก็จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ไปแบบสุดระทึก 3-2 รั้งจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มี 77 แต้ม นำห่าง แมนฯ ซิตี้ 7 แต้ม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, ฟลานาแกน, ชาโก้, สเคอร์เทล, เจอร์ราร์ด เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, ซัวเรซ, สเตอร์ริดจ์ สำรอง : โจนส์, ตูเร่, แอ็กเกอร์, อัสปาส, โมเสส, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, คลิชี่, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, นาบาส. ดาบิด ซิลบา, นาสรี่, เชโก้ สำรอง : พานติลิมอน, เลสคอตต์, โคลารอฟ, ฆาบี้ การ์เซีย, มิลเนอร์, เนเกรโด้, กุน อเกวโร่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : คราวนี้ไม่พลาด! เรือใบเปิดบ้านกระซวกเวสต์บรอมตามหงส์ 6 แต้ม
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ผู้ทำประตู: 1-0 ปาโบล ซาบาเลต้า น.3,2-0 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.9,2-1 เกรแฮม ดอร์แรนส์ น.16 เวลา: 02.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สถานการณ์หลังชนฝา ต้องเก็บชัยชนะเท่านั้น เปิดบ้านพบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เริ่มต้นเกมส์ไปเพียงแค่ 3 นาทีเจ้าถิ่นออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ปาโบล ซาบาเลต้า ตามซ้ำลูกยิงของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ด้วยการพุ่งโหม่งเข้าประตูไปช่วยให้ เจ้าบ้านออกนำ 1-0 จากนั้นเพียงแค่ นาทีที่ 9 สกอร์ของเจ้าบ้านก็ไหลมาเทมาเมื่อ กุน อเกวโร่ ฉวยโอกาสซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษบอลโค้งเสียบมุมเข้าไปแบบเฉียบขาดให้ แมนซิตี้ หนีห่าง 2-0 จากนั้นเหมือนเกมส์จะง่าย แต่ทีมเยือนไม่ยอมง่ายๆ ไล่ตามตีไข่แตกทันควันในนาทีที่ 16 จากบอลโต้กลับเร็วที่ทะลุมาตรงกลาง เกรแฮม ดอร์แรนส์ เกี่ยวบอลที่ สเตฟาน แซสเซญง แทงมาให้ เข้าไปยิงแบบเหนือชั้นให้เวสต์บรอม ตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 เกมส์ทำท่าจะเป็นของทีมเยือนอยู่พักใหญ่ๆ แต่ไม่มีประตูตามมาทำให้ แมนซิตี้ ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดทำประตูหนีห่างอีกครั้งในนาที 35 โดยเป็น มาร์ติน เดมิเคลิส ที่สอดขึ้นมายิงง่ายๆจากลูกเตะมุมให้ แมนซิตี้ นำ 3-1 จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลังเล่นมาได้ 67 นาที แฟนบอลเรือใบหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อ ดาบิด ซิลบา ปีกตัวเก่งของทีมได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาเล่นแทน เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่พลาดทำแต้มหล่น เปิดบ้าน เอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-1 ทำคะแนนไล่จี้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงมาเหลือ 6 คะแนน โดยยังเหลือการแข่งขันในมืออีก 1 นัด รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ :โจ ฮาร์ท(GK),ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ กอมปานี , มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่,ดาบิด ซิลบา, แฟร์นันดินโญ่, ฆาบี การ์เซีย,เซร์คิโอ อเกวโร่ , ซามีร์ นาสรี่ , เอดิเช โก้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน: เบน ฟอสเตอร์(GK),บิลลี่ โจนส์,เคร็ก ดอว์สัน , โยนัสส์ โอล์สสัน, เลียม ริดจ์เวลล์, ยุสซูฟ มูลุมบู, เกรแฮม ดอร์แรนส์, มอร์แกน อมัลฟิตาโน่, สเตฟาน แซสเซญง, คริส บรันท์, มาเตจ วีดร้า

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก นอริช - ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นอริช – ลิเวอร์พูล สนาม แคร์โรว์ โร้ด วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2557 เวลา 18.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH สเตเดี้ยม 2 ความพร้อมทั้งสองทีม บีร็อด กุนซือ หงส์แดง เกมนี้จะต้องรอเช็คอาการของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เจ็บแฮมสตริงในเกมเจอ แมนฯ ซิตี้ ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ติดโทษแบนสามเกมจากเกมนี้เช่นกัน ส่วน โฆเซ่ เอนริเก้ ยังพักยาว นีล อดัมส์ กุนซือใหม่นอริช จะได้ เซบาสเตียน บาสซง กัปตันทีมกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังเจ็บในเกมที่แพ้ ฟูแล่ม สัปดาห์ก่อน รวมไปถึง ลีรอย เฟอร์ ที่มีอาการเจ็บเล็กๆ น้อยๆ น่าจะลงเล่นได้ปกติ ส่วน เอ็ลเลี่ยต เบนเน็ตต์ เจ็บเข่ายังไม่น่าจะพร้อมลงสนาม ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม นอริช – รัดดี้, วิทเทคเกอร์, ไมเคิล เทอร์เนอร์, บาสซง, มาร์ติน โอลส์สัน, สน็อดกราส, เฟอร์, แบรดลี่ย์ จอห์นสัน, ฮาวสัน, เร้ดมอนด์, ฮูเปอร์ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, ซาโก้, ฟลานาเก้น, เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, คูตินโญ่, สเตอร์ลืง, ซัวเรส, โมเซส

เฮือกสุดท้าย!ปืนอยากลุ้นแชมป์ต้องจมเรือ วิเคราะห์บอล:อาร์เซนอลVSแมนฯซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล – แมนฯ ซิตี้ สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม คืนวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2557 เวลา 00.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 3 ความพร้อมทั้งสองทีม อาร์เซน เวนเกอร์ มีข่าวดีเล็กๆ เมื่อไม่มีนักเตะอาร์เซนอลเจ็บเพิ่มแต่ตัวที่ยังเจ็บอยู่ก็ยังไม่กลับมาเช่นกัน โดยอารอน แรมซี่ย์กับนาโช่ มอนเรอัลน่าจะกลับมาลงซ้อมได้ในสัปดาห์หน้า ขณะที่โธมัส เฟร์มาเล่นจะได้จับคู่กับแพร์ แมร์แตซัคเกอร์เหมือนเดิมเพราะโลร็องต์ คอสเซียลนี่ยังเจ็บอยู่ ส่วนเมซุต โอซิล แจ็ค วิลเชียร์ ธีโอ วัลคอตต์ยังเจ็บอยู่ ฝั่งมานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือชาวชิลี ยังไม่มีเซอร์คิโอ อเกวโร่ที่ยังเจ็บแฮมสตริง ขณะที่เนมานย่า นาสตาซิคเจ็บเข่า ส่วนดาบิด ซิลบาที่เจ็บข้อเท้าในเกมชนะแมนฯ ยูฯ น่าจะฟิตทันลงสนามในนัดนี้ ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – เชสนี่, ซานญ่า, แมร์แตซัคเกอร์, เฟร์มาเล่น, กิ๊บส์, อาร์เตต้า, ฟลามินี่, โรซิคกี้, กาซอร์ล่า, โรซิคกี้, ชิรูด์ แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็มปานี, เดมิเคลิส, คลิชี่, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า, นาบาส, ดาบิดซิลบา, นาสรี่, เซโก้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ส่งแชมป์ให้หงส์! สิงห์บูลพลิกล็อคแมวดำบุกแซงน็อคมูช็อคสถิติไร้พ่ายพัง
ซันเดอร์แลนด์ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557 เชลซี 1–2 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู:0-1 ซามูเอล เอโต้ น.12,1-1 คอนเนอร์ วิคแฮม น.18,1-2 ฟาบิโอ บอรินี่ น.81 (จุดโทษ) เวลา: 23.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ เป็นการพบกันของสองทีมที่มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน “สิงห์บูล” เชลซี เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อต้องการขยับขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงชั่วคราวก่อนที่ลิเวอร์พูล จะลงแข่งขัน ส่วนทางด้าน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ต้องการคะแนนเพื่อดิ้นรนหนีการตกชั้น  นัดนี้ เชลซี ไม่มี ปีเตอร์ เช็ก นายทวารมือหนึ่งของทีมโดยส่ง จอมเก๋าแบบ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ลงมาเฝ้าเสาแทน เริ่มเกมส์นาทีที่ 6 เป็นทีมเยือนซันเดอร์แลนด์ที่ได้ลุ้นก่อน จากบอลยาวของ มานโนเน่ ที่เปิดยาวให้ คอนเนอร์ วิคแฮม พักบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ยิงหลุดกรอบออกไป นาที 12 กองเชียร์เจ้าบ้านในสแตมฟอร์ดบริดจ์ได้เฮกันสนั่นเมื่อ ดาวยิงตัวเก๋า ซามูเอล เอโต้ เบียดเอาชนะ กองหลังทีมเยือนเข้าไปยิงจ่อ ๆ จากลูกเตะมุมที่ วิลเลี่ยนโยนมาให้ เข้าไปให้ เชลซี ออกนำ 1-0 แต่กองเชียร์เจ้าบ้านดีใจกันได้แป๊ปเดียว เจ้าถิ่นก็มาโดนตีเสมอจนได้ ในนาทีที่ 17 ซึ่งเป็นการเสียประตูแรกในรอบ 9 นัดต่อหน้าแฟนที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อ มาร์ค ชวาร์เซอร์ นายทวารตัวสำรองรับบอลที่ มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงไกลไม่อยู่บอลไหลไปตกตรงหน้า คอนเนอร์ วิคแฮม ปราดเข้ามาซ้ำไม่เหลือ เป็นประตูให้ ซันเดอร์แลนด์ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่ 3 ในรอบ 2 นัดของดาวยิงรายนื้  หลังขึ้นนำได้แป๊ปเดียวทำให้ เจ้าบ้านต้องก้มหน้าก้มตาบุกอีกครั้ง นาที 26 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ลากลุยขึ้นมาทางขวาแล้วไหลบอลคืนให้ ออสการ์ ซัดด้วยขวาบอลตรงตัว มานโนเน่  นาที 35 ลูกทีมของบ มูรินโญ่ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมเหมือนเดิม คราวนี้เป็น อิวาโนวิช ได้โขก บอลโดน มานโนเน่ ปัดไปชนคาน ก่อนที่ มือกาวชาวอิตาลี จะตามไปคว้าไว้ได้ นาที 40 มานโนเน่ งัดซุปเปอร์เซฟออกมาช่วยทีมได้ถึงสองหนติดๆเมื่อ พุ่งไปรับบอลที่ เนมันย่า มาติช ยิงไกลเอาไว้ได้ในจังหวะแล้วลุกขึ้นมาปัดบอลที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามมาซ้ำได้อีกครั้งหนึ่ง จบครึ่งแรก ซันเดอร์แลนด์ยังเอาตัวรอดจากการบุกหนักของ เชลซี ในช่วงท้ายได้ เสมอกันอยู่ 1-1  เริ่มครึ่งหลัง นาที 48 เชลซีได้จังหวะโต้กลับ อิวาโนวิช จ่ายบอลให้ วิลเลี่ยน ลากบอลจากแดนตัวเองไปจ่ายให้ เอโต้ ปั่นโค้งแบบเน้นๆ แต่เน้นมุมมากเกินไปทำให้บอลหลุดเสาออกไป ครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม เชลซี ครองเกมส์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ยังหาโอกาสสุดท้าย จบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ นาที 74 เฟอร์นันโด ตอร์เรส ตัวสำรองไหลบอลออกไปให้ อังเดร ชูร์เล่ ยิงแฉลบ บอลมาเข้าทาง เดมบ้า บา พยายามหมุนตัวยิง แต่ก็ติด มานโนเน่ นาที 80 กองเชียร์หงส์แดงที่มีเอี่ยวในนัดนี้เต็มๆ ได้เฮเต็มๆเมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า พลาดท่าเสียบอลให้ โชเซ่ อัลติดอร์ ฉกบอลไปทำให้เจ้าตัวไปทำฟาลว์ในกรอบเขตโทษ ไมค์ดีน เป่าเป็นจุดโทษ และเป็น ฟาบิโอ บอรินี่ นักเตะที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัวมายิงจุดโทษผ่าน ชวาร์เซอร์ เข้าไปแบบใจเย็นให้ แมวดำพลิกแซงนำ 1-2 เวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนักแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ จังหวะเกมส์บุกขาดๆเกินๆกันไปหมด จบเกมส์ เป็น ซันเดอร์แลนด์ทำผลงานสุดเหลือเชื่อ บุกมาเอาชนะ เชลซีถึงรัง 1-2 ยัดเยียดความปราชัยนัดแรกในลีก ของการคุมทีมลงเล่นใน ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์  78 นัด ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ลงและช่วยให้ตัวเองมีลุ้นหนีตกชั้น และยังช่วยให้ ลิเวอร์พูลที่มีโปรแกรมบุกไปเยือน นอริช ซิตี้ ในวันพรุ่งนี้ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกในรอบ 24 ปีเข้าไปอีก เพราะมีโอกาสที่จะทิ้งห่าง 5 คะแนนหากเก็บสามแต้มได้ในวันรุ่งขึ้น กับการเหลือโปรแกรมอีกเพียงแค่ 3 นัด รายชื่อ เชลซี: มาร์ค ชวาร์เซอร์ (GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช , รามิเรส , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ออสการ์,วิลเลี่ยน,ซามูเอล เอโต้ ซันเดอร์แลนด์:วิโต้ มานโนเน่(GK), ซานติเอโก้ เบร์จินี่, จอห์น โอเช, เวสต์ บราวน์, มาร์กอส อลอนโซ่, ลี แคทเทอร์โมล์,เซบาสเตียน ลาร์สสัน, แจ๊ค คอลแบ๊ค, ฟาบิโอ บอรินี่, คอนเนอร์ วิคแฮม, อดัม จอห์นสัน