CTH

ผลบอล : ลุ้นแชมป์กันมันส์!! เฮอร์ริเคน รัวสองตุงพาไก่ไล่อัดวิลล่า บี้จิ้งจอกเหลือ2แต้ม
ผลบอล /  วิลล่า ปาร์ค / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 แอสตัน วิลล่า 0-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.45, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.48 เวลา : 23.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันของ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ โดยรูปเกมก็เป็นไปตามคาด "ไก่เดือยทอง" มีทีเด็ดทีขาดมากกว่า โดยมาได้สองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมปิดบัญชี "สิงห์ผงาด" พร้อมกับเก้บสามแต้มไปฝากแฟนบอลได้ตามคาด แถมตอนนี้คะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่แข่งมากกว่า 1 เกม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, ฌอร์ด็อง เวเรตูต์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, การ์เลส กิล, รูดี้ เกสเตเด้, จอร์แดน อายิว สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล : สามแต้มชิลล์ๆ! หงส์ชุดผสมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบหม้อขาดกระจุย
ช่างปั้นหม้อ /  ผลบอล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.8, 1-1 โบยาน เกร์กิช น.22, 2-1 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.32, 3-1 ดิว็อค โอริกี้ น.50, 4-1 ดิว็อค โอริกี้ น.65 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ จัดชุดผสมลงเล่นหลายต่อหลายคน ส่วนหนึ่งน่าจะเก็บตัวไว้รอดวลแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรป้า ลีก เลกสอง ช่วงกลางสัปดาห์นี้ [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นบีบเพรสซิ่งเร็วตามถนัด และพยายามเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร GOAL! นาทีที่ 8 "หงส์แดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็ว เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเลียดพื้นมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงมุ่งหน้าไปสัมผัสก้นตาข่ายชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั้วทั้งสนาม แอนฟิลด์ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ สโต๊ค โดนยิงประตูขึ้นนำ ก็ปรับแผนมาเล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการโยนโด่งให้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่อย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ขึ้นโขก แต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลัง "หงส์แดง" ไม่ได้ GOAL! นาที 22 และแล้ว "ช่างปั้นหม้อ" ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาถึง โบยาน เกร์กิช วิ่งโฉบมาโขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง GOAL! นาที 32 ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ต้องชื่นชมเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอก เซอร์ดาน ชากิรี่ จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะบรรจงเปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเหน่งๆระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด นาที 39 แผงหลัง "หงส์แดง" เกือบเสียท่าให้กับลูกฟรีคิกของ สโต๊ค อีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ไรอัน ชอว์ครอสส์ ได้ขึ้นมาโขก แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ทำให้บังคับทิศทางบอลไม่ได้ สุดท้ายเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนพยายามบุกกดดันเกมรับ ลิเวอร์พูล เพื่อทวงประตูตีเสมออีกครั้ง แต่แผงหลัง "หงส์แดง" ยังถือว่ายืนคุมโซน และไล่เพรสซิ่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายนำ สโต๊ค อยู่ที่ 2-1 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอดเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ออกไปพักและส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 50 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูทิ้งห่าง สโต๊ค เป็น 3-1 และเป็นทาง ดิว็อค โอริกี้ ที่เพิ่งลงมาใหม่ได้โขกเหน่งๆจากการเปิดเข้ามาของ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านมาถึงนาที 60 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลโดยการเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" แถมยังหวิดจะบวกสกอร์เพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง GOAL! นาที 65 "หงส์แดง" มากดเม็ดที่สี่ จากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิว็อค โอริกี้ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนจะปั่นโค้งๆบอลพุ่งไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลพร้อมกับค่อยๆบุกใส่เกมรับ "ช่างปั้นหม้อ" เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งเกมอะไรมากนัก เนื่องจากสกอร์ที่นำค่อนข้างห่าง ทำให้สุดท้ายเวลาเดินทางมาครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, เซยี่ โอโจ้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สโต๊ค ซิตี้ : ยาค็อบ เฮาการ์ด(GK), ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เจฟฟ์ คาเมร่อน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกร์กิช, ปีเตอร์ เคร้าช์

ผลบอล : ตุงเดียวจบ!! มาต้า ซัดชัยพา ผี บุกเชือด นกขมิ้น แต้มจี้เรือห่างคะแนนเดียว
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 นอริช ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า น.72 เวลา : 18.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง นอริช ซิตี้ เปิดสนาม แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยก่อนเกม "ปีศาจแดง" ได้รับข่าวร้ายเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ไปบาดเจ็บตอนวอร์มบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่ง อันเดร์ เอร์เรร่า ลงมาทำหน้าที่แทน และดัน เวย์น รูนี่ย์ ขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า [เริ่มเกม] นาทีที่ 4 เจ้าบ้านหวิดจะได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่หัววัน จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ บรรจงเปิดเข้ามาให้ คาเมร่อน เจอโรม ขึ้นโขกเต็มศรีษะแต่บอลดันไปติดขา ดาบิด เด เคอา โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้แบบหวุดหวิด นาที 14 เริ่มเกมมายังไม่ทันไร "ปีศาจแดง" ก็มาได้รับข่าวอีกระลอกเมื่อ มัตเตโอ ดาเมี่ยน ไปได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่งเจ้าหนู คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ลงมาเล่นแทน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก รูปเกมส่วนใหญ่เป็นการต่อบอลกันไปมา โดยหาโอกาสจบสกอร์ที่ใกล้เคียงจะเป็นประตูกันได้ค่อนข้างน้อย นาที 37 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นยิงฟรีหน้ากรอบเขตโทษ เมมฟิส เดปาย รับหน้าที่สังหาร แต่บอลไปชนกำแพงออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ก็คือต่างฝ่ายต่างครองบอลหาจังหวะเข้าทำ แต่พอบอลเริ่มเข้าโซนอันตรายก็มักจะพลาดกันง่ายๆ ทำให้จบ 45 นาที นอริช ซิตี้ ยังคงเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ที่สกอร์ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 66 นอริช เริ่มครองบอลเดินหน้าลุยได้เยี่ยม โดยมาได้โอกาสลุ้นพังตาข่าย "ปีศาจแดง" จาก แกรี่ โอนีล แต่จังหวะสับเต็มข้อด้วยขวาบอลดันไต่หลังเท้าปลิ้นออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 72 รูปเกมที่ดูเนือยๆชวนง่วงนอนของทั้งคู่ แต่สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความผิดพลาดของ เซบาสเตียน บาสซง ก่อนบอลจะหลุดไปถึง เวย์น รูนี่ย์ เลี้ยงเข้าไปในเขตโทษ หลังจากนั้นจ่ายมาให้ ฆวน มาต้า ที่วิ่งสอยเข้ามายิงง่ายๆเข้าไปไม่มีพลาด นาที 85 มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง มีโอกาสพังตาข่ายให้ "ปีศาจแดง" ฝัง นอริช ห่างเป็นสองประตู แต่จังหวะจบสกอร์ยังไร้ความเฉียบขาดหลุดออกหลังไปชนิดไม่ได้ลุ้นทั้งที่ได้ยิงแบบไม่มีคนประกบ ช่วงท้ายเกม "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" พยายามเดินหน้ากดดันใส่แผงหลัง "ปีศาจแดง" แต่ยังคงไม่สามารถทำอันตรายเกมรับผู้มาเยือนได้มากพอ ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที เป็นทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถรักษาสกอร์นำพร้อมกับคว้า 3 แต้มสำคัญเหนือ นอริช ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต, รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, มาร์ติน โอลส์สัน, นาธาน เร้ดมอนด์, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, ร็อบบี้ เบรดี้, เวส ฮูลาแฮน, คาเมร่อน เจอโรม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, มัตเตโอ ดาเมี่ยน, ไมเคิล คาร์ริค, เจสเซ่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสเซ่ ลินการ์ด, เมมฟิส เดปาย, เวย์น รูนี่ย์

ผลบอล : เฮแต่ไก่โห่! เคนเนดี้ ซัด39วิ พาสิงห์เฉือนหืดนกขมิ้น พุ่งครึ่งบนตาราง
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 1 มีนาคม 2559 นอริช ซิตี้ 1-2 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 เคนเนดี้ น.1, 0-2 ดิเอโก้ คอสต้า น.45+1, 1-2 นาธาน เร้ดมอนส์ น.68 เวลา : 2.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันของ นอริช ซิตี้ ที่ได้เปิดรัง แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง เชลซี โดยก่อนเกมทางฝั่ง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" สถานการณ์ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากแต้มเท่ากับ นิวคาสเซิล(อันดับ18) ดีกว่าเพียงแค่ลูกได้เสีย แถม "สาลิกาดง" ยังเหลือโปรแกรมในมืออีกหนึ่งนัดอีกด้วย โดยเกมนี้จบลงไปด้วยชัยชนะของ "สิงห์บลู" ที่สกอร์ 2-1 โดยพวกเขามาได้ประตูตั้งแต่ 39 วินาทีแรกซึ่งเป็นสถิติเร็วสุดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ จากเจ้าหนู เคนเนดี้ ก่อนที่จะผ่านไปถึงช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ดิเอโก้ คอสต้า หลุดไปยิง(ภาพช้าล้ำหน้า)ให้ เชลซี ทิ้งห่าง นอริช ไปเป็น 2-0 แต่พอมาช่วงครึ่งหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" พยายามกัดฟันสู้จนมาทวงประตูตีไข่แตกได้คืนจาก เนธาน เร้ดมอนด์ ปิดบัญชีมุมแคบผ่านเซฟ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปอย่างสวยงาม หลังจากนั้น นอริช พยายามเดินหน้าลุยแหลกแต่ไม่สามารถฝ่าด่านแนวรับ เชลซี ไปได้ ทำให้พ่ายไปด้วยสกอร์ 2-1 สถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้นยังคงย่ำแย่ต่อไป รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, ไรอัน เบ็นเน็ตต์, รัสเซลล์ มาร์ติน, ทิมม์ โคลเซ่, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนส์, อเล็กซานเดอร์ เท็ตเทย์, โจนาธาน ฮาวสัน, สตีเว่น เนสมิธ, คาเมรอน เจอโรม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, เนมันย่า มาติช, เชสก์ ฟาเบรกาส, จอห์น โอบิ มิเกล, วิลเลี่ยน, เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่, เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า

พี่เป็ดฟันธง! :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลVSนิวคาสเซิล
นิวคาสเซิล /  พรีเมียร์ลีก / 

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล - นิวคาสเซิล สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH Stadium 2 ก่อนลงสนาม คาดกันว่าเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดงคงจะเกณฑ์แข้งสำรองลงสนามเกือบทั้งหมดเพื่อพักแข้งหลักไว้บุกไป บียาร์เรอัล ในเกม ยูโรปาลีก รอบตัดเชือกที่รออยู่ในสัปดาห์หน้า ขณะที่สถานการณ์ในลีกตอนนี้คงจะไม่มีอะไรให้น่าลุ้นมากนักเพราะเหลืออีกห้าเกมสุดท้ายหงส์มีคะแนนห่างจากโซนท็อปโฟร์เจ็ดคะแนนและยังมีคู่แข่งแย่งพื้นที่อีกเพียบ เป้าหมายหลักของพวกเขาน่าจะอยู่ที่การคว้าแชมป์ยูโรปาลีกเพื่อเบิกโควต้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้ นัดนี้ลิเวอร์พูล จะไม่มี ดิวอค์ก โอริกี ที่เจ็บข้อเท้ามาในเกมนัดล่าสุด ส่วน มาร์ติน สเคอร์เทล เจ็บขาหนีบต้องรอเช็คอาการ ด้าน คริสติย็อง เบนเตเก้ เจ็บเข่ายังไม่พร้อมลงสนามเช่นเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, โจ โกเมซ, จอร์แดน รอสซิเตอร์, แดนนี่ อิงส์ ที่เจ็บมาก่อนหน้านี้ เกมนี้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น่าจะมีโอกาสได้ยืนหน้าเป้า ส่วน เควิน สจ๊วร์ต, แดนนี่ วอร์ด, แบรด สมิธ, คอนนอร์ แรนแดลล์, เชยี่ โอโจ, โจ อัลเลน และ จอร์แดน ไอบ์ น่าจะได้ลงสนามทั้งหมด ด้าน ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้เคยพาทีมหงส์แดงผงาดเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งหลังตัดสินใจย้ายมาร่วมหัวจมท้ายกับสาลิกาดงด้วยความหวังว่าจะช่วยพาทีมหนีตกชั้นให้ได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะนิวคาสเซิลจมอยู่ท้ายตารางในตำแหน่งรองบ๊วยมีแต้มห่างโซนตกชั้นสองคะแนน ทำให้เกมนี้ราฟาต้องการมีแต้มเป็นอย่างยิ่ง นิวคาสเซิลจะไม่มี ดารีล ยานมัตต์ ที่เจ็บขาหนีบทำให้ เวอร์น่อน อานิต้า จะได้ลงตัวจริงต่อไป ส่วนกัปตันทีม ฟาบิโอ โคลอชชินี่ ก็เจ็บขาหนีบเช่นกันแต่น่าจะได้ เควิน เอ็มแบมบา ที่หายเจ็บทันกลับมายืนแดนหลังแทน พี่เป็ดฟันธง - เจอร์เกน คล็อปป์ พา "หงส์แดง" สอยตาข่ายคู่แข่งจนต้องคลานเข่ามาร้องขอชีวิตให้สาวก "เดอะค็อป" แหกปากลั่น แอนฟิลด์ มา4เม็ดเหนาะๆ จาก3เกมหลังสุดในบ้าน วันนี้ต้องรับมือกับ ป๋าราฟา ที่กลับมาเยือนบ้านเก่าในฐานะผู้ต้องการความอยู่รอด แต่ดูทรง JK คงโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง(เพราะมีเกม ยูโรป้า กลางสัปดาห์รออยู่) เพราะงั้นคืนนี้น่าจะเป็น "ศึกสัตว์ปีก" ที่กระซวกไส้กันไม่ขาด และสุดท้ายเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายดีดนิ้วซิว 3 คะแนน ทำแต้มไล่บี้ผีเหลือ 2 แต้มชัวร์ป๊าบ!! - พี่เป็ดสุดหล่อ ฟันธง หงส์ สอย ราฟา สกอร์คนกันเอง 2-0, 3-1 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล - วอร์ด, สมิธ, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แรนแดลล์, อัลเลน, สจ๊วร์ต, โอโจ, ฟีร์มิโน่, ไอบ์, สเตอร์ริดจ นิวคาสเซิล - ดาร์โลว์ , ดัมเม็ตต์, เอ็มเบมบ้า, อนิต้า , ลาสเซลเลส, ทาวน์เซนด์, โคลแบ็ค ,อาโยเซ่ เปเรซ , ติโอเต้, มุสซ่า ซิสโซโก้ , ปาปิสส์ ซิสเซ่ ผลงานที่เคยพบกัน 5 นัดล่าสุด -06/12/2015 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ลิเวอร์พูล -14/04/2015 ลิเวอร์พูล 2-0 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -01/11/2014 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล -11/05/2014 ลิเวอร์พูล 2-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -19/10/2013 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล ผลงาน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล -19/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน -17/04/2016 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล -14/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ -10/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ -07/04/2016 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-1 ลิเวอร์พูล นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -20/04/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -16/04/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-0 สวอนซี ซิตี้ -09/04/2016 เซาธ์แธมป์ตัน 3-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -02/04/2016 นอริช ซิตี้ 3-2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -20/03/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 ซันเดอร์แลนด์

ผลบอล : จิ้งจอก รอรับแชมป์!! ไก่เดือยทอง หัวทิ่มบ่อเปิดรังเจ๊า มวยโลก ตามเลสเตอร์7แต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 สเปอร์ 1-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 เคร็ก ดอว์สัน (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.33, 1-1 เคร็ก ดอว์สัน น.73 เวลา : 2.00 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ รองจ่าฝูงอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีคิวเปิดสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนที่จะเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ทำให้ตอนนี้ "ไก่เดือยทอง" มีแต้มตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 คะแนน เท่ากับว่าโปรแกรมที่เหลืออยู่ 3 นัด หาก "จิ้งจอกสยาม" ชนะได้เพียงแค่เกมเดียว(ขอ3แต้ม)จะเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ในทันที ครึ่งแรก ช่วงต้นเกมเป็นทางฝั่ง "ไก่เดือยทอง" ที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนๆด้วยการเดินหน้าพับสนามบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ชนิดแทบไม่ให้พักหายใจ และก็มีโอกาสได้ประตูอยู่หลายครั้งแต่ก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา จนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 33 เจ้าบ้านก็มาได้ประตูออกนำ จากจังหวะเปิดเตะมุมของ คริสเตียน อีริคเซ่น บรรจงปั่นเข้ามาบอลไปโดน เคร็ก ดอว์สัน ที่เบียดกันกับ แยน แฟร์ต็องเก้น เข้าประตูตัวเองไปอย่างง่ายดาย พร้อมกันจบ 45 นาทีแรกด้วยการขึ้นนำของ สเปอร์ ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งหลัง ดูเหมือนว่า "ไก่เดือยทอง" จะผ่อนเกมลงไปเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่ 1 ประตู โดยปล่อยให้ "มวยโลก" มีโอกาสเปิดฉากบุกเพื่อลุ้นประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม(นาที73)เปิดเข้ามาถึง เคร็ก ดอว์สัน เทคตัวขึ้นโขกส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แก้ตัวจากที่ทำเข้าประตูตัวเองในครึ่งแรกได้สำเร็จ ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นทีมเยือนที่แม้ว่าจะไม่มีลุ้นอะไรแล้วในฤดูกาลนี้ แต่รูปเกมกลับดูเหนือกว่าเล็กๆ ทำให้จบ 90 นาที สเปอร์ เสมอกับ เวสต์บรอมวิช ในรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ไปด้วยสกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน เวสต์บรอมวิช : โบอาส มายฮิลล์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, โยนาส โอล์สสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เจมส์ แม็คคลีน, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซาโลมอน รอนดอน

ผลบอล : โบลาซี่ กดเต็มแข้ง!! ปืนใหญ่ เฝ้าบ้านได้แค่เจ๊า พาเลซ อดแซงเรือขึ้นที่3
คริสตัล พาเลซ /  ปราสาทเรือนแก้ว / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-1 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45+1, 1-1 ยานนิค โบลาซี่ น.81 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตารางคะแนน เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ก่อนที่จะเป็น "ปราสาทเรือนแก้ว" มาได้ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งเวลาแรกเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ พาเลซ เป็นระลอก แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอจนถึงช่วงทดเจ็บจากจังหวะ อเล็กซิส ซานเชซ โขกย้อยๆผ่านตัว เวย์น เฮนเนสซี่ เข้าไป ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยการขึ้นนำของ อาร์เซนอล ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งเวลาหลังยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบดักจังหวะครองบอลพร้อมกับค่อยๆต่อบอลเจาะแผงหลัง คริสตัล พาเลซ เพื่อเข้าไปทะลวงตาข่ายลดความกดดัน แต่ด้วยการที่ไร้ความเฉียบขาดทำให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงท้ายเกม จนกระทั่งมาโดน "ปราสาทเรือนแก้ว" อาศัยทีเด็ดจากลูกโต้กลับ ซึ่งเป็นทาง ยานนิค โบลาซี่ ปีกตัวเก่งของทีมได้ยิงเต็มข้อ บอลผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมไหนยิงประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เสมอกับ คริสตัล พาเลซ ไปแบบสุดมันส์ที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซี่(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, ไมค์ เยดินัค, โยฮัน กาบาย, โจ เล็ดลีย์, เจสัน พันเชียน, ยานนิค โบลาซี่, คอนนอร์ วิคแฮม

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล : เละเทะตามฟอร์ม! สิงห์เปิดซิง ปาโต้ กระซวกจุดโทษไล่ยำ วิลล่า ยับเยินคาบ้าน
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 แอสตัน วิลล่า 0-4 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.26, 0-2 อเล็กซานเดร ปาโต้ (จุดโทษ) น.45+3, 0-3 เปโดร โรดริเกซ น.46, 0-4 เปโดร โรดริเกซ น.59 เวลา : 18.45 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี โดยไฮไลท์ของเกมอยู่ที่การลงประเดิมสนามของ อเล็กซานเดร ปาโต้ ที่ได้ลงมาแทน โลอิก เรมี่ หลังได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นเกม ก่อนที่จะเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม และสังหารประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินครามของ "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมเก็บชัยไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้นถึง 4-0 ช่วงครึ่งแรก ถือว่าทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน และค่อยๆเดินเครื่องเจาะกำแพงแนวรับของ แอสตัน วิลล่า จนกระทั่งมาสำเร็จเอาในนาที 26 จากจังหวะที่เจ้าหนู รูเบน ลอฟตัส-ชีค วิ่งมาซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเล็กน้อยก่อนจะผ่านมือ แบร็ด กูซาน เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์ผงาด" พยายามใช้ลูกฮึดเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาโดน ปาโต้ เรียกจุดโทษ ให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้สกอร์หลังจบ 45 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง เชลซี ที่บุกมานำ แอสตัน วิลล่า ถึงถิ่น วิลล่า ปาร์ค 2-0 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันครบ 1 นาที เชลซี ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากการประสานงานของบรรดาแนวรุกจนกระทั่งมาปิดท้ายด้วยลูกยิงอันเฉียบขาดของ เปโดร โรดริเกซ. ถัดจากนั้นไม่นานเป็นทาง เปโดร คนเดิม ที่มาซ้ำลูกยิงของ ปาโต้ บวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมทิ้งห่างเจ้าบ้านถึง 4-0 ช่วงท้ายเกม สถานการณ์ของ แอสตัน วิลล่า ย่ำแย่หนักลงกว่าเดิม หลังจากที่ อลัน ฮัตตัน โดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง แต่สุดท้ายแล้ว "สิงห์บลู" ก็ไม่ได้เร่งเกมทำให้จบ 90 นาที เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ "สิงห์ผงาด" คารัง วิลล่า ปาร์ค ได้ถึง 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, การ์ลอส ซานเชส, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, การ์เลส กิล, จอร์แดน อายิว, รูดี้ เกสเตด เชลซี : ติโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แม็ตต์ มิอัซก้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชส ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, เคนเนดี้, โลอิก เรมี่

ผลบอล : ทีเด็ด..ราฟา!! สาลิกา หนังเหนียวตามก่อน2เม็ด บุกแชร์แต้ม หงส์ คาแอนฟิลด์
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 2-2 นิวคาสเซิล ผู้ทำประตู : 1-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.2, 2-0 อดัม ลัลลาน่า น.30, 2-1 ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่ น.48, 2-2 แจ็ค โคลแบ็ค น.66 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ที่มีอดีตกุนซือ "หงส์แดง" อย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ พาทีมกลับมาเยือนรังเก่าอีกครั้ง โดยก่อนเกมมีข่าวน่าตกใจว่า มามาดู ซาโก้ กองหลังตัวหลักของทางเจ้าถิ่นไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นทำให้ต้องโดนสั่งแบนจากทางสโมสรไปชั่วคราว [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 2 สาวก "เดอะค็อป" ใน แอนฟิลด์ ได้เฮตั้งแต่หัววัน หลังจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ความเฉียบขาดด้วยการพลิกตัวซัดด้วยซ้ายข้างถนัด บอลผ่านมือของ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกหวังได้เม็ดสอง แต่บรรดาแนวรับของ นิวคาสเซิล ยังทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยม GOAL! นาที 30 ด้วยรูปเกมที่ดูเหนือกว่าอย่างชัดเจนของ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูที่สองไปตามคาด จากจังหวะซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลโค้งเข้าไปเสียบตาข่ายอย่างสุดสวยช่วยให้เจ้าบ้านทิ้งห่าง "สาลิกาดง" ที่กำลังหนีตกชั้นไปแล้ว 2-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก แม้ว่า นิวคาสเซิล จะพยายามกัดฟันเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ลิเวอร์พูล แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังถือว่าคุมโซนกันได้อย่างแข็งแกร่ง แถมจังหวะสังหารตาข่ายของ "สาลิกาดง" ก็ยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ราฟาเอล เบนิเตซ แก้เกมด้วยการถอด อโยเซ่ เปเรซ ออกไปพักและส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 48 รูปเกมทำท่าว่าจะสนุกขึ้นกว่าในครึ่งเวลาแรก หลังจาก นิวคาสเซิล มาได้ประตูตีไข่แตกอย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดส่วนตัวของ ซิมง มินโญเลต์ ที่ออกมาตัดบอลพลาดจนโดน ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่ โขกลงโทษเข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 59 ลิเวอร์พูล เกือบมาดับความหวังของ นิวคาสเซิล ได้สำเร็จ จากจังหวะ โจ อัลเลน สบัดหัวโขกในกรอบเขตโทษ บอลไปติดเซฟ คาร์ล ดาร์โลว์ ก่อนที่ โรแบร์โต่ เฟอร์มิโน่ จะซ้ำจ่อๆเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว GOAL! นาที 66 "สาลิกาดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะสวนกลับ แจ็ค โคลแบ็ค สอดมายิงในกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบขา เดยัน ลอฟเลน ผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบไม่เหลือซาก ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเพื่อทวงประตูขึ้นนำอีกครั้ง แต่คราวนี้เกมรับ "สาลิกาดง" ไม่มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นเหมือนในครึ่งเวลาแรก สุดท้ายไม่มีฝั่งไหนบวกประตูกันได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาทีเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 2-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเล่, เดยัน ลอฟเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ็วร์ต, ลูคัส เลว่า, โจ อัลเลน, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : คาร์ล ดาร์โลว์(GK), เวอร์นอน อนิต้า, ชานเซล เอ็มเบ็มบา, จามาล ลาสเซลเลส, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, แจ็ค โคลแบ็ค, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อโยเซ่ เปเรซ, ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่

ผลบอล : จบตั้งแต่ครึ่งแรก! อเล็กซิส เบิ้ลสองตุงพาปืน ถลุง มวยโลก เขี่ยเรือหล่นที่4
ปืนใหญ่ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 2-0 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.6, 2-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.38 เวลา : 1.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแข่งตกค้างของ อาร์เซนอล ที่มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนจะเป็น "ปืนใหญ่" ที่สามารถเก็บ 3 คะแนนไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักที่สกอร์ 2-0 ช่วงครึ่งแรก รูปเกมเป็นทาง "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน และมาได้ประตูออกนำแต่หัววันจากจังหวะตะบันเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษของ อเล็กซิส ซานเชซ ในนาทีที่ 6 หลังจากนั้นยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่รูปเกมดีกว่าอย่างชัดเจนจนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 38 อาร์เซนอล มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อเล็กซิส ซานเชซ เป็นคนรับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างสุดเฉียบขาด ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นฝ่ายออกนำที่สกอร์ 2-0 ครึ่งหลังแม้ว่า เวสต์บรอมวิช จะเป็นฝ่ายตามหลัง แต่รูปเกมก็ไม่ถึงดีขึ้นมานัก และยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่มีโอกาสจะบวกประตูที่สามเพิ่มได้มากกว่า แต่จะหวะปิดบัญชียังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้สุดท้ายครบ 90 นาที  "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายกำชัยเหนือ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ไปอย่างง่ายดายที่สกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮัมเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, เจมส์ เชสเตอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซานโดร, เจมส์ แม็คคลีน, ไซโด้ เบลาฮิโน่

ผลบอล : วาร์ดี้ โดนแดงเฉย!! จิ้งจอกสยาม หนังเหนียวไล่เจ๊า ขุนค้อน วินาทีสุดท้าย
ขุนค้อน /  คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.18, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ (จุดโทษ) น.84, 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ น.86, 2-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เป็นการดวลกันของทีมจ่างฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิว เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยครึ่งแรกรูปเกมค่อนข้างสูสี และมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาดของการจบสกอร์จากบรรดาแนวรุก ซึ่งก็เป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ อาเดรียน เข้าไปอย่างสวยงามตั้งแต่นาที 18 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำอะไรกันได้ โดยเฉพาะ เวสต์แฮม ที่มีโอกาสได้ประตูตีเสมอหลายครั้งเหมือนกัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาที 56 เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ โดน อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ดึงล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มทำให้ต้องแจกใบเหลือง(ที่สอง)เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เหลือนักเตะเพียงแค่ 10 ในสนาม ช่วงเวลาที่เหลือ เวสต์แฮม โหมบุกหนักเป็นพายุ แต่ประตูตีเสมอกว่าจะมาต้องรอไปถึงช่วงท้ายเกมนาที 84 จากจังหวะ เวส มอร์แกน ไปทำฟาวล์ วินสตัน รี้ด ในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง แอนดี้ แคร์โรลล์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ถัดจากนั้นแค่ 2 นาที "ขุนค้อน" กลับเป็นฝ่ายพลิกแซงจากจังหวะกดเต็มข้อของ อารอน เครสส์เวลล์ บอลผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำก่อนทดเวลาบาดเจ็บที่สกอร์ 2-1 ช่วงทดเจ็บ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไปเบียด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คว่ำลงไปกองในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นการฟาวล์ สุดท้าย เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้จบเกม "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดดราม่าที่สกอร์ 2-2  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, เปโดร โอเบียง, มิคาอิล อันโตนิโอ, วิคเตอร์ โมเซส, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้

ผลบอล SAVE LVG!แรซฟอร์ดจัดให้ผีบุกจมเรือขยับช่องUCLห่าง4แต้ม
ฆวน มาต้า /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 มาร์คัส แรซฟอร์ด น.15 เวลา: 23.00น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 เริ่มเกมส์  นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายของจากลูกยิงของ เฆซุส นาบาส แต่ติดเซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา  นาทีที่ 15 กลายเป็น ทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อ ฆวน มาต้า แทงบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากบอลผ่าน มาร์ติน เดมิเคลิส เข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท แบบใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ 1-0 นาที 26 เจ้าบ้านโชคร้ายมาเสีย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปจากอาการบาดเจ็บ และต้องส่งเฟอร์นันโด ลงมาแทน ช่วงท้ายครึ่งแรกมีเหตุการณ์วุ่นวานเล็กน้อยเมื่อ  มาร์คัส แรชฟอร์ด โดน มาร์ติน เดมิเคลิส กระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังเจ้าบ้านเข้ามาต่อว่า เพราะเข้าใจว่าพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษทำให้นักเตะทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาหากันแต่เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี จบครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง นาที 50 มาร์ติน เดมิเคลิส คืนบอลให้ โจ ฮาร์ท ไม่ดีจนเกือบจะโดน มาร์กเซียล สปีดมาฉกบอลทำให้นายทวารทีมชาติอังกฤษ พุ่งมาสไลด์บอลทิ้งและเกิดการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องถอดฮาร์ทก่อนแล้วส่ง วิลลี กาบาเยโร่ นายด่านมือสองลงมาเล่นแทน ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านพยายามลุยแหลก แต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูชัยของ มาร์คัส แรซฟอร์ด ยังได้ลุ้นโควต้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกต่อไป รายชื่อ แมนเชสเตอร์ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซาญ่า , อีเลียกิม ม็องกาล่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลีชี, แฟร์นันดินโญ่ , เฆซุส นาบาส , ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์กิโอ อเกวโร่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน , คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิ่ล คาร์ริค , มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน , ฆวน มาต้า, เจสเซ่ ลินการ์ด , อองโตนี มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : คดีพลิก10ตลบ!! นักบุญ ทะลวงสามเม็ดรวดแซงดับ หงส์ น้ำตาท่วมท้ายเกม
นักบุญ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.17, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.21, 1-2 ซาดิโอ มาเน่ น.64, 2-2 กราเซียโน่ เปลเล่ น.83, 3-2 ซาดิโอ มาเน่ น.86 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดสนาม เซนต์ แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่วันนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทำเซอร์ไพรส์เล็กๆด้วยการมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ จอน ฟลานาแกน [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่ 2 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงไกลของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่ทิศทางบอลลอยโด่งจนหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ ผ่านมาถึงนาทีที่ 8 เจ้าบ้านไม่ได้จุดโทษอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน ไปอัดใส่ด้านหลัน เชน ลอง ในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ชี้ให้จังหวะนี้เป็นลูกฟาลด์แต่อย่างใด 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ผลัดกันเปิดเกมรุกเข้าหากันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่ถนัดนักด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 17 "หงส์แดง" มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ คูตินโญ่ ลากตัดเข้ากลางก่อนจะยิงไกลสุดสวยให้ทีมบุกมานำ เซาแธมป์ตัน ตั้งแต่ต้นเกม GOAL! นาที 21 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่สอง จากการจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ขยับหลอกอยู่กับที่ไปมา ก่อนที่จะสังหารด้วยซ้ายจ่อๆผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 33 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ โจ อัลเลน ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่มี มามาดู ซาโก้ ยืนล้ำหน้า แม้จะไม่โดนบอลก็ตาม แต่ด้วยกฎกติกาใหม่ทำให้ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าจังหวะนี้ไปในที่สุด ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่ารูแเกมของ เซาแธมป์ตัน ยังดูไม่ดีขึ้นจากช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะพยายามเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "หงส์แดง" บ้างแล้วก็ตาม แต่ว่าโอกาสจบสกอร์ยังทำได้ไม่อันตรายเท่าที่ควร ทำให้จบ 45 นาทีแรก เซาแธมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล [เริ่มครึ่งหลัง] กุนซือทั้งสองทีมแก้เกมด้วยการส่งนักเตะตัวสำรองลงไปปรับหมากด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 โอกาสทองฝังเพชรของ เซาแธมป์ตัน ที่จะได้ประตูตีไข่แตก หลังจาก มาร์ติน สเคอร์เทล ไปทำฟาวล์ กราเซียโน่ เปลเล่ ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ ซาดิโอ มาเน่ ดันยิงไปติดเซฟ มินโญ่เลต์ และจะหวะตามซ้ำก็ทำได้ไม่ดี ซัดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! นาที 64 และแล้วความพยายามของ "นักบุญ" ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะของตัวสำรองอย่าง ซาดิโอ มาเน่ กดด้วยซ้ายผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบสุดเฉียบขาด นาที 74 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสได้ประตูนำห่างออกไปอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้หลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา แต่ทิศทางบอลขาดไปเล็กน้อยเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว GOAL! เกมผ่านมาถึงนาที 83 กราเซียโน่ เปลเล่ มาพังตาข่าย "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะพลิกตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงวิ่งไปเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม GOAL! นาที 86 ช่วงเวลาเพียงแค่สามนาที เซาแธมป์ตัน มาได้ประตูแซงนำอย่างเหลือเชื่อ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ คนเดิมที่มากระหน่ำด้วยซ้ายเข้าไปให้ "นักบุญ" พลิกแซง ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกของเกมได้สำเร็จ ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้มือได้สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาที เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์(GK), คูโค่ มาร์ติน่า, เวอร์กิล ฟาน ไดย์ค, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ยอร์ดี้ คลาซี่, โอริออล โรเมอู , สตีเว่น เดวิส, ดูซาน ทาดิช, กราเซียโน่ เปลเล่, เชน ลอง ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, จอน เฟลนาแกน, โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ผลบอล : ขาดกระจุย!! กุน ถลุงแฮตทริกพาเรือใบกระซวกไส้ สิงห์บลู เบียดปืนขึ้นที่3
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 เชลซี 3-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.33, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.54, 0-3 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.80 เวลา : 23.30 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ เป็นการดวลกันระหว่างแชมป์เก่า เชลซี มีคิวเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ "เรือใบสีฟ้า" จะเป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัย พร้อมกับ 3 แต้มสำคัญกลับบ้านไปในที่สุด ช่วงครึ่งแรกรูปเกมถือว่าสนุกสูสี ผลัดกันเปิดหน้าแรกหมัดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ทำให้ทุกอย่างต้องมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาด และเป็นทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ดีกว่าโดยเฉพาะ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่โชว์ความเป็นยอดดาวยิงตะบันด้วยขวาเน้นๆจากนอกกรอบในนาที 33 บอลพุ่งแรงผ่านมืออันยาวเหยียดของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยวัดกันที่ความเฉียบขาดของบรรดาเกมรุก เนื่องจากทั้งสองทีมเปิดฉากเดินหน้าบุกชนิดที่ไม่มีใครมาเน้นตั้งรับ ซึ่งความเด็ดขาดก็ยังเป็นของทาง "เรือใบสีฟ้า" เหมือนเดิม และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ เจ้าเก่าที่มาเหมาตุงที่ 2 จากจังหวะหลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา ช่วยให้สถานการณ์ของทีมผ่อนคลายลงไปค่อนข้างเยอะ ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯซิตี้ มาได้จุดโทษพร้อมกับใบแดงของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หลังจากไปเสียบ แฟร์นันดินโญ่ ลงไปนอนกองในกรอบเขตโทษ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ อาสากระหน่ำแฮตทริกช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บชัยในรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ไปอย่างขาดลอย 3-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, อับดุล บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชสก์ ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, วิลเลี่ยน, ดิเอโก้ คอสต้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโคลัส โอตาเมนดี้, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันดินโญ่, ซาเมียร์ นาสรี, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : เกาะติดท็อปโฟร์!! นาสรี่ คืนชีพซัดปิดกล่องพา เรือใบ พลิกแซง มวยโลก หืด
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 0-1 สเตฟาน เซสเซยง น.6, 1-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ (จุดโทษ) น.19, 2-1 ซาเมียร์ นาสรี่ น.66 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ช่วงครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียงแค่นาทีที่ 6 เวสต์บรอมวิช สร้างเซอร์ไพรส์ให้สาวก "เรือใบสีฟ้า" นั่งกัดเล็บกันทั้งสนาม เมื่อ สเตฟาน เซสเซยง ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะวางเท้าซัดเต็มแรง บอลพุ่งผ่านตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปนอนจมก้นตาข่ายชนิดที่หมดสิทธิ์ป้องกัน หลังจากนั้น แมนฯ ซิตี้ โหมบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน และก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะจุดโทษที่ เซสเซยง ไปหวดใส่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ร่วงลงไปกองกับพื้น(นาที19) และเป็นทาง เซร์คิโอ อเกวโร่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้จบ 45 แรก เจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่ครองบอลพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "มวยโลก" อย่างต่อเนื่อง แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอให้เปลี่ยนตัวหลักอย่าง ยาย่า ตูเร่ และเควิน เดอ บรอยน์ ลงมา จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 66 เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงติดบล็อคสองครั้งสองครา ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง ซาเมียร์ นาสรี่ ซัดระยะเผาขนเข้าไป และเป็นประตูที่ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ยังคงรั้งตำแหน่งท็อปโฟร์ต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, แฟร์นันโด, ฟาเบียน เดลฟ์, เฆซุส นาบาส, ซาเมียร์ นาสรี่, เซร์คิโอ อเกวโร่, วิลเฟร็ด โบนี่ เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, จอนนี่ อีแวนส์, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, เจมส์ เชสเตอร์, ซานโดร, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซยง, เจมส์ แม็คคลีน, ไซโด้ เบราฮิโน่, ซาโลมอน รอนดอน

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ผลบอล : เปิดซิง อิโวบี้!! ปืนใหญ่ ซัดแต่ไก่โห่ไล่อัด ทอฟฟี่ คารัง กูดิสัน ปาร์ค
กูดิสัน ปาร์ค /  ทอฟฟี่สีน้ำเงิน / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 เอฟเวอร์ตัน 0-2 อาร์เซนอล ผู้ทำประตู : 0-1 แดนนี่ เวลเบ็ค น.7, 0-2 อเล็กซ์ อิโวบี้ น.42 เวลา : 19.45 น. สนาม : กูดิสัน ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดสนามประจำค่ำคืนวัน เสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน ได้เปิดรังเหย้า กูดิสัน ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เปิดฉากมาถือว่ารูปเกมเล่นกันค่อนข้างเร็ว และเปิดหน้าแลกกันแบบหมัดต่อหมัดด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาทีที่ 7 "ปืนใหญ่" มาได้ประตูนำเร็ว จากจังหวะแทงทะลุช่องของ อเล็กซิส ซานเชซ ให้กับ แดนนี่ เวลเบ็ค หลุดไปแตะหลบ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะยิงนิ่มๆเข้าไปให้ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายได้ประตูที่ต้องการตั้งแต่ต้นเกม ผ่านมาถึงนาที 20 หลังจากที่ เอฟเวอร์ตัน โดนยิงประตูขึ้นนำก็ดูท่ารูปเกมจะชะงักลงไป แถมยังปล่อยให้ "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลังอยู่พักใหญ่ แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอที่จะส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ไปได้ ผ่านครึ่งช่วงโมงแรกของเกม ยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายเดินหน้าครองบอลบุกใส่แนวรับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เหมือนเดิม โดยทางเจ้าถิ่นพยายามอาศัยจังหวะสวนกลับจากบรรดาตัวรุกความเร็วสูง แต่ที่ผ่านยังทำอันตรายเกมรับ "ปืนใหญ่" ได้ไม่มากนัก GOAL! นาที 42 สถานการณ์ของเจ้าบ้านเริ่มแย่หนักไปกว่าเดิม หลังมาโดนเจ้าหนู อเล็กซ์ อิโวบี้ ใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งหลุดเดี่ยวไปประหน่ำด้วยขวา บอลลอดขา โฆเอล โรเบลส เข้าไปอย่างง่ายดาย [จบครึ่งแรก] เอฟเวอร์ตัน 0-2 อาร์เซนอล [เริ่มครึ่งหลัง] เอฟเวอร์ตัน แก้เกมด้วยการส่ง จอห์น สโตนส์ ลงไปทำหน้าที่แทน มูฮาเหม็ด เบซิช ผ่านมาถึงนาที 70 เจ้าบ้านเริ่มบีบเกมเร็ว และพยายามเดินหน้าบุกเพื่อทวงประตูตีไข่แตก แต่เกมรับ "ปืนใหญ่" วันนี้ยังคงทำงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการโจมตีของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ได้แทบทุกจังหวะ นาที 83 อาร์เซนอล เกือบมาได้ประตูที่สามจากการเปิดเตะมุมเข้ามาถึง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โขกบอลเข้าไปจมก้นตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์จากจังหวะ อเล็กซ์ อิโวบี้ เข้าไปเบียดหนักใส่ ฟิล จากีลก้า ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าบ้านดูเริ่มจะถอดใจลงไป เนื่องจากเวลาที่มีค่อนข้างจำกัด แถมวันนี้นักเตะ "ปืนใหญ่" โชว์ฟอร์มเข้าได้ฝักเป็นพิเศษ ทำให้จบ 90 นาที เอฟเวอร์ตัน แพ้ให้กับ อาร์เซนอล ไปด้วยสกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), เซมุส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, มูฮาเหม็ด เบซิช, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, โรเมลู ลูกากู อาร์เซนอล : ดาปิด ออสปิน่า(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซ์ อิโวบี้, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, แดนนี่ เวลเบ็ค

ผลบอล : บิ๊กเบน คัมแบ็ค!! หงส์10ตัวกระหน่ำสองตุงพลิกเชือด พาเลซ วิสุดท้าย
คริสตัล พาเลซ /  ปราสาทเรือนแก้ว / 

Embed from Getty Images ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 คริสตัล พาเลซ 1-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 โจ เล็ดลีย์ น.48, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.72, 1-2 คริสติย็อง เบนเตเก้(จุดโทษ) น.90+6 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คริสตัล พาเลซ เปิดสนาม เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของทีมขวัญใจมหาชนอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 7 เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะสวนกลับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ จ่ายเลียดๆมาให้ ยานนิค โบลาซี่ วิ่งมาล้มตัวยิง แต่บอลไปติดเซฟ ซิมง มินโญเลต์ มือกาวเบอร์หนึ่งของ ลิเวอร์พูล ป้องกันเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ นาที 11 แม้ว่า "หงส์แดง" จะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่โอกาสสวนกลับของเจ้าบ้านก็ถือว่าอันตราย และเกือบจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน โดยคราวนี้มาโดน เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ขึ้นโขกเต็มๆชนิดที่ ซิมง มินโญเลต์ หมดสิทธิ์เซฟไปแล้ว แต่บอลดันไปชนคานก่อนจะถูกเคลียทิ้งไปแบบหวุดหวิด ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ถือว่าการครองบอลเป็นของ ลิเวอร์พูล แต่จังหวะจบสกอร์เป็นทาง คริสตัล พาเลซ ที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน นาที 33 "หงส์แดง" มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เจมส์ มิลเนอร์ รับหน้าที่สังหาร แต่บอลไปแฉลบกำแพงและออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยโอกาสเข้าทำของทั้งสองทีมมีแค่จังหวะหวาดเสียวเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเท่านั้น ทำให้จบ 45 นาทีแรก คริสตัล พาเลซ ยังคงเสมอกับ ลิเวอร์พูล อยู่ที่สกอร์ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 48 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันไร คริสตัล พาเลซ มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ โจ เล็ดลีย์ เก็บตกแถวของตะบันเต็มแข้งผ่านเซฟของ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปชนิดที่แฟนบอลเจ้าบ้าน เฮกันลั่นสนาม เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค นาที 62 สถานการณ์ของ "หงส์แดง" แย่หนักกว่าเดิม เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ไปโดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดงทำให้ทีมต้องเล่น 10 คนในสนามสำหรับช่วงเวลาที่เหลือ GOAL! นาที 72 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะส้มหล่น และเป็นความผิดพลาดส่วนตัวของ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ ที่ดันหวดบอลไปเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ก่อนจะโดนลงโทษด้วยการสังหารเข้าไปไม่มีพลาด นาที 87 "หงส์แดง" พลาดโอกาสพลิกขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ตะบันด้วยซ้ายเต็มแรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปชนเสาเสียงดังสนั่น ทำให้สกอร์ของทั้งสองทีมยังคงเท่ากันที่ 1-1 GOAL! นาที 90 (ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ) ลิเวอร์พูล มาได้ประตูชัยชนิดที่ไม่มีเวลาให้ "ปราสาทเรือนแก้ว" ได้แก้ตัว เมื่อ คริสติย็อง เบนเตเก้ ลงมาเป็นซูเปอร์ซับเรียกจุดโทษให้ทีมได้ แม้ว่าจะค้านสายตาแฟนบอล พาเลซ ก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปอย่างเลือดเย็น ช่วยให้ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายพลิกแซง คริสตัล พาเลซ พร้อมกับเก็บ 3 แต้มกลับไปอย่างเหลือเชื่อ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, โยฮัน กาบาย, ไมค์ เยดินัค, วิลฟรีด ซาฮา, โจ เล็ดลีย์, ยานนิค โบลาซี่, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), จอน ฟลานาแกน, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้