CTH

ผลบอล : ขาดกระจุย!! กุน ถลุงแฮตทริกพาเรือใบกระซวกไส้ สิงห์บลู เบียดปืนขึ้นที่3
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 เชลซี 3-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.33, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.54, 0-3 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.80 เวลา : 23.30 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ เป็นการดวลกันระหว่างแชมป์เก่า เชลซี มีคิวเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ "เรือใบสีฟ้า" จะเป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัย พร้อมกับ 3 แต้มสำคัญกลับบ้านไปในที่สุด ช่วงครึ่งแรกรูปเกมถือว่าสนุกสูสี ผลัดกันเปิดหน้าแรกหมัดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ทำให้ทุกอย่างต้องมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาด และเป็นทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ดีกว่าโดยเฉพาะ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่โชว์ความเป็นยอดดาวยิงตะบันด้วยขวาเน้นๆจากนอกกรอบในนาที 33 บอลพุ่งแรงผ่านมืออันยาวเหยียดของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยวัดกันที่ความเฉียบขาดของบรรดาเกมรุก เนื่องจากทั้งสองทีมเปิดฉากเดินหน้าบุกชนิดที่ไม่มีใครมาเน้นตั้งรับ ซึ่งความเด็ดขาดก็ยังเป็นของทาง "เรือใบสีฟ้า" เหมือนเดิม และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ เจ้าเก่าที่มาเหมาตุงที่ 2 จากจังหวะหลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา ช่วยให้สถานการณ์ของทีมผ่อนคลายลงไปค่อนข้างเยอะ ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯซิตี้ มาได้จุดโทษพร้อมกับใบแดงของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หลังจากไปเสียบ แฟร์นันดินโญ่ ลงไปนอนกองในกรอบเขตโทษ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ อาสากระหน่ำแฮตทริกช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บชัยในรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ไปอย่างขาดลอย 3-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, อับดุล บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชสก์ ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, วิลเลี่ยน, ดิเอโก้ คอสต้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโคลัส โอตาเมนดี้, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันดินโญ่, ซาเมียร์ นาสรี, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : วาร์ดี้ โดนแดงเฉย!! จิ้งจอกสยาม หนังเหนียวไล่เจ๊า ขุนค้อน วินาทีสุดท้าย
ขุนค้อน /  คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.18, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ (จุดโทษ) น.84, 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ น.86, 2-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เป็นการดวลกันของทีมจ่างฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิว เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยครึ่งแรกรูปเกมค่อนข้างสูสี และมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาดของการจบสกอร์จากบรรดาแนวรุก ซึ่งก็เป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ อาเดรียน เข้าไปอย่างสวยงามตั้งแต่นาที 18 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำอะไรกันได้ โดยเฉพาะ เวสต์แฮม ที่มีโอกาสได้ประตูตีเสมอหลายครั้งเหมือนกัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาที 56 เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ โดน อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ดึงล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มทำให้ต้องแจกใบเหลือง(ที่สอง)เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เหลือนักเตะเพียงแค่ 10 ในสนาม ช่วงเวลาที่เหลือ เวสต์แฮม โหมบุกหนักเป็นพายุ แต่ประตูตีเสมอกว่าจะมาต้องรอไปถึงช่วงท้ายเกมนาที 84 จากจังหวะ เวส มอร์แกน ไปทำฟาวล์ วินสตัน รี้ด ในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง แอนดี้ แคร์โรลล์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ถัดจากนั้นแค่ 2 นาที "ขุนค้อน" กลับเป็นฝ่ายพลิกแซงจากจังหวะกดเต็มข้อของ อารอน เครสส์เวลล์ บอลผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำก่อนทดเวลาบาดเจ็บที่สกอร์ 2-1 ช่วงทดเจ็บ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไปเบียด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คว่ำลงไปกองในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นการฟาวล์ สุดท้าย เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้จบเกม "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดดราม่าที่สกอร์ 2-2  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, เปโดร โอเบียง, มิคาอิล อันโตนิโอ, วิคเตอร์ โมเซส, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้

พี่เป็ดฟันธง! :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลVSนิวคาสเซิล
นิวคาสเซิล /  พรีเมียร์ลีก / 

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล - นิวคาสเซิล สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH Stadium 2 ก่อนลงสนาม คาดกันว่าเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดงคงจะเกณฑ์แข้งสำรองลงสนามเกือบทั้งหมดเพื่อพักแข้งหลักไว้บุกไป บียาร์เรอัล ในเกม ยูโรปาลีก รอบตัดเชือกที่รออยู่ในสัปดาห์หน้า ขณะที่สถานการณ์ในลีกตอนนี้คงจะไม่มีอะไรให้น่าลุ้นมากนักเพราะเหลืออีกห้าเกมสุดท้ายหงส์มีคะแนนห่างจากโซนท็อปโฟร์เจ็ดคะแนนและยังมีคู่แข่งแย่งพื้นที่อีกเพียบ เป้าหมายหลักของพวกเขาน่าจะอยู่ที่การคว้าแชมป์ยูโรปาลีกเพื่อเบิกโควต้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้ นัดนี้ลิเวอร์พูล จะไม่มี ดิวอค์ก โอริกี ที่เจ็บข้อเท้ามาในเกมนัดล่าสุด ส่วน มาร์ติน สเคอร์เทล เจ็บขาหนีบต้องรอเช็คอาการ ด้าน คริสติย็อง เบนเตเก้ เจ็บเข่ายังไม่พร้อมลงสนามเช่นเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, โจ โกเมซ, จอร์แดน รอสซิเตอร์, แดนนี่ อิงส์ ที่เจ็บมาก่อนหน้านี้ เกมนี้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น่าจะมีโอกาสได้ยืนหน้าเป้า ส่วน เควิน สจ๊วร์ต, แดนนี่ วอร์ด, แบรด สมิธ, คอนนอร์ แรนแดลล์, เชยี่ โอโจ, โจ อัลเลน และ จอร์แดน ไอบ์ น่าจะได้ลงสนามทั้งหมด ด้าน ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้เคยพาทีมหงส์แดงผงาดเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งหลังตัดสินใจย้ายมาร่วมหัวจมท้ายกับสาลิกาดงด้วยความหวังว่าจะช่วยพาทีมหนีตกชั้นให้ได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะนิวคาสเซิลจมอยู่ท้ายตารางในตำแหน่งรองบ๊วยมีแต้มห่างโซนตกชั้นสองคะแนน ทำให้เกมนี้ราฟาต้องการมีแต้มเป็นอย่างยิ่ง นิวคาสเซิลจะไม่มี ดารีล ยานมัตต์ ที่เจ็บขาหนีบทำให้ เวอร์น่อน อานิต้า จะได้ลงตัวจริงต่อไป ส่วนกัปตันทีม ฟาบิโอ โคลอชชินี่ ก็เจ็บขาหนีบเช่นกันแต่น่าจะได้ เควิน เอ็มแบมบา ที่หายเจ็บทันกลับมายืนแดนหลังแทน พี่เป็ดฟันธง - เจอร์เกน คล็อปป์ พา "หงส์แดง" สอยตาข่ายคู่แข่งจนต้องคลานเข่ามาร้องขอชีวิตให้สาวก "เดอะค็อป" แหกปากลั่น แอนฟิลด์ มา4เม็ดเหนาะๆ จาก3เกมหลังสุดในบ้าน วันนี้ต้องรับมือกับ ป๋าราฟา ที่กลับมาเยือนบ้านเก่าในฐานะผู้ต้องการความอยู่รอด แต่ดูทรง JK คงโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง(เพราะมีเกม ยูโรป้า กลางสัปดาห์รออยู่) เพราะงั้นคืนนี้น่าจะเป็น "ศึกสัตว์ปีก" ที่กระซวกไส้กันไม่ขาด และสุดท้ายเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายดีดนิ้วซิว 3 คะแนน ทำแต้มไล่บี้ผีเหลือ 2 แต้มชัวร์ป๊าบ!! - พี่เป็ดสุดหล่อ ฟันธง หงส์ สอย ราฟา สกอร์คนกันเอง 2-0, 3-1 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล - วอร์ด, สมิธ, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แรนแดลล์, อัลเลน, สจ๊วร์ต, โอโจ, ฟีร์มิโน่, ไอบ์, สเตอร์ริดจ นิวคาสเซิล - ดาร์โลว์ , ดัมเม็ตต์, เอ็มเบมบ้า, อนิต้า , ลาสเซลเลส, ทาวน์เซนด์, โคลแบ็ค ,อาโยเซ่ เปเรซ , ติโอเต้, มุสซ่า ซิสโซโก้ , ปาปิสส์ ซิสเซ่ ผลงานที่เคยพบกัน 5 นัดล่าสุด -06/12/2015 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ลิเวอร์พูล -14/04/2015 ลิเวอร์พูล 2-0 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -01/11/2014 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล -11/05/2014 ลิเวอร์พูล 2-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -19/10/2013 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล ผลงาน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล -19/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน -17/04/2016 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล -14/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ -10/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ -07/04/2016 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-1 ลิเวอร์พูล นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -20/04/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -16/04/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-0 สวอนซี ซิตี้ -09/04/2016 เซาธ์แธมป์ตัน 3-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -02/04/2016 นอริช ซิตี้ 3-2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -20/03/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 ซันเดอร์แลนด์

ผลบอล : ปิดฉากสวยหรู!! ขุนค้อน ส่งท้ายรัง โบลีน กราวนด์ เชือด ผี นอนจมที่5
ขุนค้อน /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เดียฟรา ซาโก้ น.10, 1-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.51, 2-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.72, 2-2 มิคาอิล อันโตนิโอ น.76, 3-2 วินสตัน รีด น.80 เวลา : 2.30 น. สนาม : โบลีน กราวนด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 "ขุนค้อน" เวสต์แฮม มีคิวเล่นในรังเหย้า โบลีน กราวนด์ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไปใช้สนาม โอลิมปิค สเตเดี้ยม ในฤดูกาลหน้า ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังต้องการ 3 แต้มเพื่อขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง ครึ่งแรกเปิดฉากมายังไม่ทันไรแฟนบอล "ขุนค้อน" ก็ได้เฮก่อนจากจังหวะ อารอน เครสส์เวลล์ เติมขึ้นมาเปิดเลียดๆให้กับ เดียฟรา ซาโก้ ซัดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบขา ดาลี่ย์ บลินด์ เข้าไปเสียบมุมเสาชนิดที่ ดาบิด เด เคอา พยายามพุ่งไปปัดสุดตัวก็ไม่สามารถป้องกันลูกนี้เอาไว้ได้ และช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบขาดพอทำให้จบ 45 นาทีแรกยังคงเป็น เวสต์แฮม ที่เป็นฝ่ายขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมาเพียงแค่ต้นเกม "ปีศาจแดง" ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ซัดจ่อๆหน้าปากประตู หลังจากนั้นเวลาเดินทางมาถึงนาที 72 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล คนเดิมใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดไปถึงสุดเส้นหลังก่อนจะตัดสินใจยิงมุมแคบด้วยซ้ายเข้าไปแบบสุดเฉียบขาดช่วยให้ทีมเป็นฝ่ายพลิกกลับมานำเป็น 2-1 ได้สำเร็จ หลังจากนั้น เวสต์แฮม ก็โหมบุกหนักจนกระทั่งมาได้ประตูตีเสมอจากลูกโขกเหน่งๆของ มิคาอิล อันโตนิโอ (นาที76) ถัดจากนั้นเพียงแค่ 4 นาที "ขุนค้อน" ก็มาได้ประตูชัย จุดเริ่มต้นมาจากลูกฟรีคิก ดิมิทรี่ ปาเยต์ บรรจงเปิดเข้ามาถึง วินสตัน รีด ที่โฉบมาโขก บอลแฉลบตัว ดาลี่ย์ บลินด์ เล็กน้อยก่อนที่ ดาบิด เด เคอา จะปัดไม่ออก บอลปลิ้นเข้าประตูไป ทำให้สุดท้ายเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสนุกสุดมันส์ที่สกอร์ 3-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : ดาร์เรน แรนดอล์ฟ(GK), มิคาอิล อันโตนิโอ, วินสตัน รีด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, มาร์ค โนเบิ้ล, ชีคฮู คูยาเต้, มานูเอล ลานซินี่, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เดียฟรา ซาโก้, แอนดี้ แคร์โรลล์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : หวิดคาบ้าน!! เบนเตเก้ โขกทดเจ็บ หงส์เปิดแอนฟิลด์ไล่เจ๊าสิงห์ แบ่งกันคนละแต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 1-1 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 เอเด็น อาซาร์ น.32, 1-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.90+2 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์นัดตกค้างกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รับหน้าที่สังหาร แต่ซัดผิดเหลี่ยมทำให้บอลลอยโด่งหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ 10 นาทีแรก รูปเกมถือว่าสู้กันได้อย่างสนุกผลัดกันเปิดหน้าบุกสวนกันไปมา แต่จัวหวะจบสกอร์เป็นทางเจ้าบ้านที่หาโอกาสยิงและหวิดได้ประตูขึ้นนำมากกว่า GOAL! นาที 32 รูปเกมที่ค่อนข้างสูสีกันแต่ เชลซี มาสร้างความแตกต่างได้จากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆของ เอเด็น อาซาร์ กระชากหลบผู้เล่น ลิเวอร์พูล เข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยสดงดงาม ชนิดที่ ซิมง มินโญเลต์ หมดสิทธิ์ป้องกัน นาที 39 ซิมง มินโญเลต์ เกือบแจกส้มผลโตให้กับ "สิงห์บลู" จากจังหวะออกมาตัดบอลแล้วชะงักทำให้เป็นโอกาสทองของ เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่ได้ซัดเหน่งๆแต่ดันลื่นทำให้บอลหลุดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ท้ายครึ่งแรก แม้ว่า เชลซี จะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนแต่รูปเกมก็ยังไม่มีฝั่งไหนที่เป็นต่อแบบชัดเจน สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก เชลซี ยังคงเป็นฝ่ายบุกมานำ ลิเวอร์พูล อยู่ที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 50 ลิเวอร์พูล มีลุ้นเล็กๆที่จะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลักไก่ยิงไกลจากครึ่งสนาม แต่บอลผิดเหลี่ยมห่างเป้าไปค่อนข้างเยอะ นาที 61 "หงส์แดง" มาพลาดได้ประตูตีเสมอสองครั้งติดๆจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยิงไปติดซูเปอร์เซฟ อัสเมียร์ เบโกวิช ถัดจากนั้นไม่นาน โคโล่ ตูเร่ ได้โหม่งจ่อๆแต่บอลไม่มีน้ำหนักทำให้ เบโกวิช รับไว้ได้สบาย นาที 80 รูปเกมเป็นทางเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและพับสนามบุกใส่แผงหลัง เชลซี ที่ลงไปตั้งรับกันลึก และรอสวนกลับ โดยหวิดได้ประตูที่สองของเกมด้วยกันทั้งสองทีม GOAL! นาที 90+2 รูปเกมทำท่าว่า "สิงห์บลู" จะเป็นฝ่ายคว้าสามแต้มกลับบ้านไปอีกไม่กี่อึดใจ แต่ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากสองตัวสำรองอย่าง เซยี่ โอโจ้ เปิดโด่งเข้ากลางมาถึง อัสเมียร์ เบโกวิช ปัดบอลมาเข้าทาง คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกนิ่มๆระยะเผาขนเข้าไป ทำให้สุดท้าย "หงส์แดง" เป็นฝ่ายตามตีเสมอ เชลซี 1-1 แบ่งกันไปคนละหนึ่งคะแนนในที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โคโล่ ตูเร่, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลานา, ฟิลิเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เชลซี : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล, บาบา ราห์มาน, เชสก์ ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, เปโดร, วิลเลี่ยน, เอเด็น อาซาร์, เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่

ผลบอล: คิดไม่ออกบอกมาร์กเซียล!ผีแดงเปิดรังเฉือนท็อฟฟี่ฉลองสแตนด์เซอร์บ็อบบี้
ผลบอล /  อองโตนี่ มาร์กเซียล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู:1-0 อองโตนี่ มาร์กเซียล น.53 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 ก่อนเริ่มเกม มีพิธีการเปิดสแตน์เป็นชื่อเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ดาวยิงสูงสุดของสโมสร เริ่มเกมส์นาที 16 โอกาสแรกของเจ้าบ้านเมื่อ อองโตนี่ มาร์กเซียล เก็บบอลได้ตรงกลางแล้วฝากไปที่ เจสซี่ ลินการ์ด ก่อนที่จะวิ่งมาเอาแล้ว ลากไปยิงบอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น หลังจากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่แทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันแบบชัดเจนทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันทีมเยือนครองบอลได้ดีกว่า และบุกได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูออกนำไปก่อน นาที 53 เมื่อโฟซู เมนซ่า  แบ็กตัวสำรองหลุดมาเปิดบอลให้ อองโตนี่ มาร์กเซียล ยิงโล่งๆเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 นาที 55 ท็อฟฟี่เกือบได้ประตูตีเสมอทันควันเมื่อ ฟิล จากีลก้า ได้โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่บอลไปชนคานสนั่น ผีแดงรอดตัวไปแบบมีดวง นาที 83 เป็น ฟิล จากีลก้า ที่ได้ยิงจ่อๆอีกครั้ง คราวนี้ติดเซฟ เดเคอา ท้ายเกม เอฟเวอร์ตันลุยหนักหวังพังประตูตีเสมอ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังยันเอาไว้ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไป 1-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), มาร์กอส โรโฮ , คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เอฟเวอร์ตัน :โจเอล โรเบลส(GK),เชมัส โคลแมน, จอห์น สโตนส์ , ฟิล จากีลก้า, ไบรอัน โอเวียโด้,เคราร์ด เดวโลเฟว , เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ , ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อารอน เลนน่อน,โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : คล็อปป์ อินดี้!! หงส์ พลังหนุ่มเปลี่ยน10ตำแหน่ง เฉือนหวิว บอร์นมัธ คาบ้าน
บอร์นมัธ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.41, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.45+2, 1-2 โจชัว คิง น.90+3 เวลา : 19.30 น. สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ มีคิวเปิดสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยไฮไลท์ของเกมคือ เจอร์เกน คล็อปป์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 ตัวจริงแทบจะยกแผง โดยใช้ดาวรุ่งลงมาเล่นเกมนี้เป็นส่วนใหญ่ [เริ่มเกม] เพียงแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะกระหน่ำด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่หนีตัว อาร์เทอร์ โบรุค ทำให้ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างสบาย ผ่าน 10 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งสองทีมไล่บีบเพรสซิ่งกันค่อนข้างเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ครอบครองบอลกันได้นานมากนัก ทำให้ยังมีโอกาสยิงประตูกันค่อนข้างน้อยด้วยกันทั้งสองทีม นาที 20 เจ้าถิ่น มีโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิก แม็ตต์ ริตชี่ บรรจงเปิดด้วยซ้ายเข้ามาให้ ทอมมี่ เอลฟิค เทคตัวขึ้นโขก แต่โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด เซฟไว้ได้ไม่มีพลาด เข้าสู่นาที 35 ถือว่ารูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่บอลจะอยู่บริเวณกลางสนาม และจะไปพลาดทำเสียกันในจังหวะใกล้จะจบสกอร์ ทำให้โอกาสลุ้นยิงมีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะผู้รักษาประตูที่มีงานไม่หนักมากเท่าไหร่ด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 41 และแล้ว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำในช่วงเวลาที่เหมาะสม จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ลูกตอกส้น แต่ไปติดเซฟ อาร์เทอร์ โบรุค ปัดออกมาเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้ยิงระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก GOAL! นาที 45+2 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายก่อนไปพักครึ่งแรก จากจังหวะฟรีคิก จอร์ดอน ไอบ์ ปั่นโค้งๆมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะช่วยให้ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายบุกมานำ บอร์นมัธ ก่อนจบ 45 นาที ด้วยสกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจ้าบ้านแก้เกมด้วยการถอด จูเนียร์ สตานิสลาส ออกไปพัก และส่ง ลูอิส แกรบแบน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 53 ลิเวอร์พูล ไม่ได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่หลุดไปตักบอลผ่านตัว อาร์เทอร์ โบรุค แต่ทิศทางดันไปชนเสา ก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 65 โอกาสทองของ บอร์นมัธ ที่จะได้ประตูตีไข่แตกมาจาก โจชัว คิง ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวผ่าน ลูคัส เลว่า ไปยังสุดเส้นหลัง ก่อนจะได้สังหารด้วยซ้าย แต่บอลยังไปติดเซฟ แดนนี่ วอร์ด ก้มตัวลงรับไว้ได้ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นมีโอกาสเจาะแผงหลัง ลิเวอร์พูล อยู่หลายครั้ง และเกือบจะเป็นประตู 2-3 จังหวะ แต่สุดท้ายก็โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด บินปัดออกไปได้หมดทุกครั้ง GOAL! นาที 90+3 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอร์นมัธ มาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะกระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อของ โจชัว คิง บอลผ่านมือ แดนนี่ วอร์ด ที่พยายามพุ่งสุดตัวเพื่อเซฟลูกนี้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ สุดท้ายจบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะ บอร์นมัธ ถึงสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บอร์นมัธ : อาร์เทอร์ โบรุค(GK), ไซม่อน ฟรานซิส, ทอมมี่ เอลฟิค, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แม็ตต์ ริตชี่, แอนดรูว์ เซอร์มัน, แดน กอสลิ่ง, จูเนียร์ สตานิสลาส, แม็กซ์ เกรเดล, โจชัว คิง ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แบรด สมิธ, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : ซัดกันครึ่งโหล!! แคร์โรลล์ กระหน่ำแฮตทริก ค้อนเปิดบ้านเจ๊าปืน มันส์หยด
ขุนค้อน /  ปืนใหญ่ / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 อาร์เซนอล ผู้ทำประตู : 0-1 เมซุต โอซิล น.18, 0-2 อเล็กซิส ซานเชซ น.35, 1-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.44, 2-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.45+2, 3-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.52, 3-3 โลร็องต์ กอสเชียลนี่ น.70 เวลา : 19.45 น. สนาม : โบลีน กราวด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ลอนดอนดาร์บี้แมตช์" คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "ขุนค้อน" เวสต์แฮม มีคิวเปิดสนาม โบลีน กราวด์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่า "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองได้มากกว่าเจ้าถิ่นอยู่เล็กน้อย แต่จังหวะเข้าทำยังคงดูขาดๆเกินๆ นาที 14 อาร์เซนอล รอดพ้นจากการเสียประตูอย่างหวุดหวิด หลังจากโดนทาง เวสต์แฮม ต่อบอลกันมาอย่างเข้ามารู้ใจ ก่อนจะเปิดมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ จักรยานอากาศ บอลมาเข้าทาง มานูเอล ลานซินี่ โขกระยะเผาขนเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงให้ลูกนี้เป็นจังหวะล้ำหน้า GOAL! นาที 18 หลังจากเปิดหน้าแลกหมัดกันมาสักระยะ เป็นทาง อาร์เซนอล ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เมซุต โอซิล หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้าย บอลผ่านตัว อาเดรียน เข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม หลังจากที่โดนยิงประตูขึ้นนำ "ขุนค้อน" ก็เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกทะลวงแผงหลัง อาร์เซนอล แทบจะฝ่ายเดียว แต่เกมรับ "ปืนใหญ่" ยังถือว่าคุมโซนกันได้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมโจมตีจากจังหวะสวนกลับอยู่ตลอดเวลา GOAL! นาที 35 รูปเกมที่ค่อนข้างสูสี แต่ความเฉียบขาดเป็นของทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จากการเล่นชิงกันของ อเล็กซ์ อิโวบี้ จ่ายมาให้ อเล็กซิส ซานเชซ หลุดไปเลือกมุมยิงให้สถานการณ์ของ "ปืนใหญ่" ลดความกดดันไปค่อนข่างเยอะ GOAL! นาที 44 และแล้วแผงหลังของ "ปืนใหญ่" ก็ต้ายทานเกมรุกของ เวสต์แฮม ไม่อยู่เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ บรรจงเปิดมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ โฉบมาโขกเน้นๆให้ "ขุนค้อน" ไล่ตาม อาร์เซนอล มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เวสต์แฮม มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะที่ แอนดี้ แคร์โรลล์ ซัดไปติดบล็อคแผงหลัง "ปืนใหญ่" ก่อนที่จะกระโดดซัดเน้นๆ บอลแฉลบเล็กน้อยเข้าไปกองที่ก้นตาข่าย ชนิดที่สาวก "ขุนค้อน" ที่เข้ามาเชียร์กันแน่นสนาม โบลีน กราวด์ ได้เฮกันแบบสุดเสียง ก่อนที่จะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 2-2 [เริ่มครังหลัง] เวสต์แฮมแก้เกมด้วยการถอด เจมส์ ทอมกิ้นส์ และส่ง เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 52 เปิดฉากครึ่งหลังมาไม่นาน แผงหลัง "ปืนใหญ่" ก็มาเสียท่าให้กับ แอนดี้ แคร์โรลล์ อีกครั้ง และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว จากจังหวะที่ มิคาอิล อันโตนิโอ เปิดโด่งๆมาให้โขกเต็มศีรษะเข้าไปไม่เหลือซาก นาที 68 อาร์เซนอล พลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะเตะมุม เปิดเข้ามาบอลโดนเคลียมาหน้าปากประตู ก่อนที่ นาโช่ มอนเรอัล จะซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือ อาเดรียน ไปแล้ว แต่ มานูเอล ลานซินี่ สะกัดทิ้งบนเส้นได้อย่างหวุดหวิด GOAL! นาที 70 "ปืนใหญ่" มาทำประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โลร็องต์ กอสเชียลนี่ ตวัดยิงหน้าปากประตู บอลเสยตาข่ายเข้าไปชนิดที่ อาเดรียน หมดสิทธิ์ป้องกัน ช่วงท้ายเกม รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีชนิดที่มีสิทธิเก็บชัยได้ทั้งสองฝั่ง แต่ต้องชื่นชมบรรดาแผงหลังของทั้งสองทีม ที่ถือว่าทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาระเบียบวินัยเกมรับได้อย่าไร้ข้อบกพร่อง ทำให้จบ 90 นาที เวสต์แฮม เสมอกับ อาร์เซนอล ในศึก "ลอนดอนดาร์บี้แมตช์" ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 3-3 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, มิคาอิล อันโตนิโอ, มานูเอล ลานซินี่, ดิมิทรี่ ปาเย่ต์, แอนดี้ แคร์โรลล์ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค

ผลบอล : จิ้งจอก เสียวสันหลัง! เคน,อัลลี ช่วยกันเบิ้ลพาไก่ไล่ทุบหม้อ เละเทะคาบ้าน
ช่างปั้นหม้อ /  บริทานเนีย สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559 สโต๊ค ซิตี้ 0-4 สเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.9, 0-2 เดเล่ อัลลี น.67, 0-3 แฮร์รี่ เคน น.71, 0-4 เดเล่ อัลลี น.82 เวลา : 2.00 น. สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ เปิดสนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ สเปอร์ โดยไฮไลท์สำคัญของเกมนี้อยู่ที่การคว้า 3 แต้มของ "ไก่เดือยทอง" ทำให้ตอนนี้แต้มตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น ครึ่งแรก เปิดฉากมาเพียงแค่ไม่กี่นาที "ไก่เดือยทอง" ก็มาได้ประตูที่ต้องการตั้งแต่หัววัน จากจังหวะ แฮร์รี่ เคน โชว์ความเฉียบขาดซัดเน้นๆตั้งแต่ 9 นาทีแรก และหลังจากนั้นยังคงเป็นทีมเยือนที่หวิดได้ประตูขึ้นนำหลายต่อหลายครั้งโดยเฉพาะจังหวะ คริสเตียน อีริคเซ่น ซัดไปชนคาน แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครทำประตูได้เพิ่มทำให้จบ 45 นาทีแรก สเปอร์ ยังคงขึ้นนำ สโต๊ค ซิตี้ อยู่ที่ 1-0 ครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น สเปอร์ ที่เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการครองบอลหรือโอกาสจบสกอร์ โดยมาได้ประตูที่สองในนาที 67 จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ เดเล่ อัลลี ไปยิงผ่านตัว เชย์ กิฟเว่น เข้าไปอย่างเหนือชั้น หลังจากนั้นนาที 71 แฮร์รี่ เคน ก็มายิงประตูที่สองให้กับตัวเอง และปิดท้ายด้วย เดเล่ อัลลี คนเดิมเบิ้ลเม็ดสองให้กับตัวเอง พร้อมกับพา "ไก่เดือยทอง" ไล่ยำ "ช่างปั้นหม้อ" คาถิ่น บริทานเนีย สเตเดี้ยม ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สโต๊ค ซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น(GK), มาร์ค มูเนียซ่า, ไรอัน ชอว์ครอสส์, เจฟฟ์ คาเมรอน, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เกล็นน์ วีแลน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, โบยาน เกอร์กิช สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ส่งเด็กไปโดนอัด!! อายิว เหมาสองพา หงส์ขาว ไล่ยำ หงส์แดง10ตัว หมดสภาพ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 อังเดร อายิว น.20, 2-0 แจ็ค คอร์ก น.33, 2-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.65, 3-1 อังเดร อายิว น.67 เวลา : 18.00 น. สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ เปิดศึกสัตว์ปีกในรัง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก มีโอกาสลุ้นจบสกอร์แบบจะแจ้งเพียงแค่ครั้งเดียว โดยเป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ จอร์ดอน ไอบ์ เปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เอี้ยวตัวยิง แต่ไม่ค่อยถนัดทำให้บอลไม่มีน้ำหนัก และหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ นาที 13 กลับมาเป็นทาง สวอนซี ที่ได้ลุ้นจบสกอร์มากถึง 3-4 ครั้ง แต่ยังคงไร้ความเฉียบขาด และไม่ผ่านมือของเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด GOAL! นาที 20 หลังจากได้โหมบุกอยู่พักใหญ่ "หงส์ขาว" ก็มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมเปิดเข้ามาถึง อังเดร อายิว ได้โขกระยะเผาขนให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0 ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่าการครองบอลค่อนข้างสูสี แต่จังหวะลุ้นทำประตูเป็นทาง "หงส์ขาว" ที่เป็นจบสกอร์ได้นำได้เนื้อกว่า แถมยังหวิดได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน GOAL! นาที 33 และแล้วประตูที่ 2 ของ สวอนซี ก็ไหลมาเหมือนสายฝน เมื่อ แจ็ค คอร์ก ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงปั่นไซด์ บอลหนีมือ แดนนี่ วอร์ด เลี้ยวเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม ท้ายครึ่งแรก รูปเกมถือว่าทั้งสองทีมเสียบอลกันง่ายเนื่องจากฝนที่ตกลงมาค่อนข้างหนักทำให้ควบคุมบอลกันไม่ค่อยอยู่ด้วยกันทั้งสองทีม สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์ได้เพิ่ม และเป็นทาง สวอนซี ที่ยังคงรักษาสกอร์ออกนำอยู่ที่ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอด เปโดร ชิริเบย่า และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก และส่ง ลูคัส เลว่า กับคริสติย็อง เบนเตเก้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 65 หลังพับสนามบุกหนักอยู่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเตะมุม คริสติย็อง เบนเตเก้ โฉบมาโขกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ตาม สวอนซี มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 67 แฟนบอลเจ้าบ้านได้กลับมาเฮเต็มเสียงอีกครั้ง และเป็นทาง อังเดร อายิว คนเดิมที่ได้ซัดเหน่งๆท่ามกลางดงแข้งนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่เข้ามารายล้อมส่งบอลเข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย นาที 76 สถานการณ์ของ "หงส์แดง" แย่หนักกว่าเดิม หลังจากเจ้าหนู แบร็ด สมิธ ไปโดนใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดงทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ หลังจาก "หงส์แดง" มีผู้เล่นน้อยกว่าก็แทบจะไม่ได้บุกขึ้นไปลุ้นประตู ทำให้เวลาค่อยๆหมดลงไปจนกระทั่งครบ 90 นาทีรวมช่วงทดเจ็บ เป็นทางฝั่ง สวอนซี เก็บชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 10 ตัว ไปได้แบบขาดลอย 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), อังเคล รังเกล, จอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, เลออน บริตตัน, แจ็ค คอร์ก, กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, เวย์น เราท์เลดจ์, อังเดร อายิว ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, แบร็ด สมิธ, เควิน สจ็วร์ต, เปโดร ชิริเบย่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เพชรบ้านแขก ส.สมหมาย Vs กำพลเล็ก พี.เค.แสนชัยฯ 2. เพชรสีนิล คงชูช่วย Vs รักสมหมาย สิทธิ์ปากพนัง 3. ยอดกฤษดา ยุทธชลบุรี Vs ราชสีห์ ไอที2000 4. เสือเพชร ส.เสือเพชร Vs กล้าศึก ศิษย์จ่ากล้า ศึกมวยไทยโตโยต้า เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. เหนือธรณี เดอะเบสท์อุดร Vs เด่นนาโพธิ์ พลิ้ววาโย 2. เพชรสองภาค ศิษย์เจริญทรัพย์ Vs เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ Vs โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร Vs สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง Vs เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ Vs เพชรศิลา ศิษย์พนันเชิง 3. โผน เมืองละโว้ Vs เทพวาฤทธิ์ ราไวย์มวยไทย 4. เหลี่ยมเพชร ซินบีมวยไทย Vs ปลื้ม ส.จ.เล็กเมืองนนท์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 14:00 น. 1. ยอดภูหลวง ฮัวโรงน้ำแข็ง Vs มังกรเพชร ส.ก.สุไหงยิม 2. ยอดขุนพล ว.ยืนยง Vs พยัคฆ์หิรัญ ช.ห้าพยัคฆ์ 3. ช้างศึก เกียรติทรงฤทธิ์ Vs โบวี่ ลูกเมืองเพชร 4. แปดแสนเล็ก ราชานนท์ Vs ฉลามศึก ส.ข.วานิชสังข์รอด ศึกไบรท์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. สำออยน้อย ต.ภู่สุวรรณ Vs ซีต้า ช.โชคอำนวย 2. อีสานเขียว หนุ่มพรเทพ Vs นิวลูกรัก อบต.ชิงโค 3. แสงศักดา ศิษย์เจ๊เหมียว Vs ลายพยัคฆ์ พุ่มพันธุ์ม่วง 4. เพชรสาคร เกียรติจำรูญ VS ยุทธชัย สมศักดิ์ก่อสร้าง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. กิตติชัย สาทิศซีดี Vs เพชรไพลิน สิงห์บ้านสร้าง 2. เพชรสายฟ้า ศิษย์นำขบวน Vs ข้าวหอม ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ 3. ปืนกล เล็กนครศรี Vs เด่นหนองพลวง ป.เชิดชัย 4. ลูกบอล ส.ธนาเพชร Vs เพชรคูเมือง ศิษย์นำขบวน ศึกมวยไทยลุมพีนี CTH เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. กึกก้อง ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ Vs ฉลุย นาย่าปาร์คขอนแก่น 2. คมเพชร แฟร์เท็กซ์ Vs แชมป์ พุ่มพันธุ์ม่วง 3. สิงห์ดำ สิงห์นวอาวุธ Vs เพชรซาอุ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง 4. อริยะ แฟร์เท็กซ์ Vs เพชรอินทรี เพชร ปตอ. ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ผลบอล : สามแต้มชิลล์ๆ! หงส์ชุดผสมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบหม้อขาดกระจุย
ช่างปั้นหม้อ /  ผลบอล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.8, 1-1 โบยาน เกร์กิช น.22, 2-1 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.32, 3-1 ดิว็อค โอริกี้ น.50, 4-1 ดิว็อค โอริกี้ น.65 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ จัดชุดผสมลงเล่นหลายต่อหลายคน ส่วนหนึ่งน่าจะเก็บตัวไว้รอดวลแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรป้า ลีก เลกสอง ช่วงกลางสัปดาห์นี้ [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นบีบเพรสซิ่งเร็วตามถนัด และพยายามเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร GOAL! นาทีที่ 8 "หงส์แดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็ว เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเลียดพื้นมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงมุ่งหน้าไปสัมผัสก้นตาข่ายชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั้วทั้งสนาม แอนฟิลด์ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ สโต๊ค โดนยิงประตูขึ้นนำ ก็ปรับแผนมาเล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการโยนโด่งให้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่อย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ขึ้นโขก แต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลัง "หงส์แดง" ไม่ได้ GOAL! นาที 22 และแล้ว "ช่างปั้นหม้อ" ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาถึง โบยาน เกร์กิช วิ่งโฉบมาโขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง GOAL! นาที 32 ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ต้องชื่นชมเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอก เซอร์ดาน ชากิรี่ จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะบรรจงเปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเหน่งๆระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด นาที 39 แผงหลัง "หงส์แดง" เกือบเสียท่าให้กับลูกฟรีคิกของ สโต๊ค อีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ไรอัน ชอว์ครอสส์ ได้ขึ้นมาโขก แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ทำให้บังคับทิศทางบอลไม่ได้ สุดท้ายเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนพยายามบุกกดดันเกมรับ ลิเวอร์พูล เพื่อทวงประตูตีเสมออีกครั้ง แต่แผงหลัง "หงส์แดง" ยังถือว่ายืนคุมโซน และไล่เพรสซิ่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายนำ สโต๊ค อยู่ที่ 2-1 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอดเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ออกไปพักและส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 50 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูทิ้งห่าง สโต๊ค เป็น 3-1 และเป็นทาง ดิว็อค โอริกี้ ที่เพิ่งลงมาใหม่ได้โขกเหน่งๆจากการเปิดเข้ามาของ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านมาถึงนาที 60 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลโดยการเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" แถมยังหวิดจะบวกสกอร์เพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง GOAL! นาที 65 "หงส์แดง" มากดเม็ดที่สี่ จากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิว็อค โอริกี้ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนจะปั่นโค้งๆบอลพุ่งไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลพร้อมกับค่อยๆบุกใส่เกมรับ "ช่างปั้นหม้อ" เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งเกมอะไรมากนัก เนื่องจากสกอร์ที่นำค่อนข้างห่าง ทำให้สุดท้ายเวลาเดินทางมาครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, เซยี่ โอโจ้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สโต๊ค ซิตี้ : ยาค็อบ เฮาการ์ด(GK), ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เจฟฟ์ คาเมร่อน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกร์กิช, ปีเตอร์ เคร้าช์

ผลบอล : เละเทะตามฟอร์ม! สิงห์เปิดซิง ปาโต้ กระซวกจุดโทษไล่ยำ วิลล่า ยับเยินคาบ้าน
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 แอสตัน วิลล่า 0-4 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.26, 0-2 อเล็กซานเดร ปาโต้ (จุดโทษ) น.45+3, 0-3 เปโดร โรดริเกซ น.46, 0-4 เปโดร โรดริเกซ น.59 เวลา : 18.45 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี โดยไฮไลท์ของเกมอยู่ที่การลงประเดิมสนามของ อเล็กซานเดร ปาโต้ ที่ได้ลงมาแทน โลอิก เรมี่ หลังได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นเกม ก่อนที่จะเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม และสังหารประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินครามของ "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมเก็บชัยไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้นถึง 4-0 ช่วงครึ่งแรก ถือว่าทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน และค่อยๆเดินเครื่องเจาะกำแพงแนวรับของ แอสตัน วิลล่า จนกระทั่งมาสำเร็จเอาในนาที 26 จากจังหวะที่เจ้าหนู รูเบน ลอฟตัส-ชีค วิ่งมาซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเล็กน้อยก่อนจะผ่านมือ แบร็ด กูซาน เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์ผงาด" พยายามใช้ลูกฮึดเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาโดน ปาโต้ เรียกจุดโทษ ให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้สกอร์หลังจบ 45 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง เชลซี ที่บุกมานำ แอสตัน วิลล่า ถึงถิ่น วิลล่า ปาร์ค 2-0 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันครบ 1 นาที เชลซี ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากการประสานงานของบรรดาแนวรุกจนกระทั่งมาปิดท้ายด้วยลูกยิงอันเฉียบขาดของ เปโดร โรดริเกซ. ถัดจากนั้นไม่นานเป็นทาง เปโดร คนเดิม ที่มาซ้ำลูกยิงของ ปาโต้ บวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมทิ้งห่างเจ้าบ้านถึง 4-0 ช่วงท้ายเกม สถานการณ์ของ แอสตัน วิลล่า ย่ำแย่หนักลงกว่าเดิม หลังจากที่ อลัน ฮัตตัน โดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง แต่สุดท้ายแล้ว "สิงห์บลู" ก็ไม่ได้เร่งเกมทำให้จบ 90 นาที เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ "สิงห์ผงาด" คารัง วิลล่า ปาร์ค ได้ถึง 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, การ์ลอส ซานเชส, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, การ์เลส กิล, จอร์แดน อายิว, รูดี้ เกสเตด เชลซี : ติโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แม็ตต์ มิอัซก้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชส ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, เคนเนดี้, โลอิก เรมี่

ผลบอล : เข้าทาง เลสเตอร์!! หงส์ เปิดแอนฟิลด์ทำศึกสัตว์ปีกเจ๊า ไก่ มันส์หยดติ๋ง
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 1-1 สเปอร์ ผู้ทำประตู : 1-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.51, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.63 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 เป็นการพบกันของศึกสัตว์ปีกอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 4 ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากลูกฟรีคิกฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ บอลหลุดมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้วางเท้ายิงแต่ติดบล็อค เควิน วิมเมอร์ แหย่เท้าสะกัดไว้ได้ทันแบบหวุดหวิด นาทีที่ 9 คราวนี้เป็นทีของ สเปอร์ ที่เกือบจะมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะสับด้วยซ้ายของ คริสเตียน อีริคเซ่น แต่บอลยังไม่ผ่านเซฟของ ซิมง มินโญเลต์ ปัดออกไปได้ทันอย่างยอดเยี่ยม ผ่าน 20 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ไล่บีบเพรสซิ่งกันเร็วทั้งสองฝั่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการดวลกันบริเวณกลางสนาม แต่จังหวะหวาดเสียวลุ้นทำประตูเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ดูจะมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย นาที 26 โอกาสทองฝังเพชรของ "ไก่เดือยทอง" มาจากจังหวะหลุดไปยิงของ แฮร์รี่ เคน ยริเวณฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาสองออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 36 คราวนี้เป็นโอกาสทองฝังเพชรของ ลิเวอร์พูล บ้าง จากจังหวะที่ คูตินโญ่ จ่ายทะลุช่องมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดเดียวไปสับด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บอลดันไปตรงตัว อูโก้ โยริส พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่า "หงส์แดง" หวิดจะได้ประตูขึ้นนำหลายต่อหลายครั้ง แต่ อูโก้ โยริส ช่วยเซฟชีวิต สเปอร์ ไว้ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันผู้มาเยือนก็ได้โอกาสลุ้นจากความผิดพลาดส่วนตัวของ มามาดู ซาโก้ อยู่หลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเสมอกัน 0-0 ชนิดที่เกมสู้กันอย่างสนุกสุดมันส์ [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 51 เปิดฉากครึ่งหลังมาได้ไม่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะประสานงานกันของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไหลบอลนิ่มๆให้กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ซัดเน้นๆเล่นทาง บอลผ่านมือ อูโก้ โยริส เข้าไปชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั่วทั้งสนาม แอนฟิลด์ นาที 58 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จากลูกยิงวอลเลย์สุดสวยของ ซอน เฮือง-มิน แต่ทิศทางบอลเฉี่ยวเสาสองหลุดกรอบออกไปแค่นิดเดียว GOAL! นาที 63 และแล้วความเฉียบขาดของ แฮร์รี่ เคน ก็มาเล่นงานแผงหลัง "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะหมุนตัวยิงสุดสวย บอลพุ่งผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ผ่านมาถึงนาที 75 รูปเกมถือว่าค่อนข้างสูสี ผลัดกันแลกหมัดชนิดที่รูปเกมค่อนข้างเปิด และหวิดจะได้ประตูที่สองด้วยกันทั้งคู่ ช่วงท้ายเกมถือว่าเป็นทางฝั่ง สเปอร์ ที่เร่งเครื่องเพื่อหวังเก็บ 3 แต้มคารัง แอนฟิลด์ แต่สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ยังไม่สามารถเอาชนะ ซิมง มินโญเลต์ ไปได้ ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เสมอกับ สเปอร์ ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนียล ไคลน์, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มูสซ่า เดมเบเล่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เดเล่ อัลลี่, ซอน เฮือง-มิน, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล: จับถ้วยแชมป์ไปครึ่งใบ! จิ้งจอก ฮอทต่อเนื่องบุกเชือด พาเลซ ทิ้งไก่8แต้ม
คริสตัล พาเลซ /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 คริสตัล พาเลซ 0-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 ริย้าด มาห์เรซ น.34 เวลา : 22.00 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสำคัญของ เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวบุกรัง เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ของ คริสตัล พาเลซ ก่อนจะกลับออกมาด้วย 3 คะแนนสำคัญ โดยประตูแรก และเป็นลูกเดียวของเกมนี้เกิดขึ้นในนาที 34 จากลูกยิงของ ริย้าด มาห์เรซ ช่วยให้ตอนนี้ "จิ้งจอกสยาม" มีคะแนน 66 แต้ม นำห่างอันดับ 2 อย่าง สเปอร์ ถึง 8 คะแนนด้วยกัน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซี่(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, โยอัน กาบาย, ไมค์ เยดินัค, โจ เล็ดลี่ย์, ยานนิค โบลาซี่, วิลฟรีด ซาฮา, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

ผลบอล:ยังไม่ยอม!ไก่รัวถล่มผีห้านาทีสามเม็ดตามจิ้งจอกเท่าเดิม
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 เดเล่ อัลลี่ น.70 ,2-0 โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ น.74 , 3-0 เอริค ลาเมล่า น.75 เวลา: 22.30 น. สนาม: ไวท์ฮาร์ทเลน ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 (function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1&version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));FT - VIDEO(Premier League): Tottenham Hotspur 3-0 Manchester UnitedAll Goals [HD]Dele Alli 70'Toby Alderweireld 74'Erik Lamela 76'โพสต์โดย Football Goals & Highlights บน 10 เมษายน 2016 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส รองจ่าฝูงยังไม่ยอมให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงทิ้งระยะห่างไป เมื่อเปิดบ้านไล่ถล่ม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 โดยได้ทั้งสามประตู ในระยะเวลาห่างกันแค่ 5 นาที จาก เดเล่ อัลลี่ ,โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ และ เอริค ลาเมล่า ทำให้สเปอร์ส เก็บสามแต้มทำคะแนนตามหลังเลสเตอร์ 7 คะแนนเท่าเดิม โดยเหลือเกมส์ให้เล่นอีก 5 นัด ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน รายชื่อ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส:ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดอไวเรลด์, แยน แฟร์ทองเกน, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น,แฮร์รี่ เคน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), ธิโมธี โฟซู-เมนซ่าห์, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ,ไมเคิล คาร์ริค ,ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, อองโตนี่ มาร์กซิยาล,มาร์คัส แรชฟอร์ด