CTH

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล : โดนทิ้ง 9 แต้ม! เรือ ฝืดทั้งทีมเจ๊าจืด นกขมิ้น ไม่การันตีท็อปโฟร์
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559 นอริช ซิตี้ 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : เวลา : 19.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ เปิดสนาม แคร์โรว์ โร้ด เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดจืดชืดชนิดไม่มีสกอร์ตลอด 90 นาที ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ของ "เรือใบสีฟ้า" มีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ถึง 9 คะแนน แถมยังนำห่างทีมอับดับ 5 เวสต์แฮม เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้, ไรอัน เบนเน็ต, รัสเซลล์ มาร์ติน, ทิมม์ โคลเซ่, มาร์ติน โอลส์สัน, นาธาน เร้ดมอนส์, แกรี่ โอนีล, โจนาธาน ฮาวสัน, แม็ตต์ จาร์วิส, เวส ฮูลาแฮน, แพทริค แบมฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี่ ซาญ่า, แว็งซองต์ ก็องปานี, นิโกลัส โอตาเมนดี้, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันโด, แฟร์นันดินโญ่, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, วิลเฟร็ด โบนี่, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : ลาก่อน วิลล่า!! แรชฟอร์ด ซัดโทนพาผีส่ง สิงห์ผงาด ตกชั้นสู่ แชมเปี้ยนชิพ
ปีศาจแดง /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 แอสตัน วิลล่า ผู้ทำประตู : 1-0 มาร์คัส แรชฟอร์ด น.32 เวลา : 21.00 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า ทีมบ๊วยของตารางคะแนนในปัจจุบัน [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก รูปเกมเป็นทางฝั่ง "ปีศาจแดง" ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนตั้งแต่ต้นเกม โดยมีโอกาสลุ้นประตูจากลูกฟรีคิกที่ เมมฟิส เดปาย โยนเข้ามาในกรอบเขตโทษให้กับ มาร์กอส โรโฮ โขกเปลี่ยนทาง แต่บอลผิดเหลี่ยมหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ยังคงเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เดินหน้าลุยแหลกเพื่อประตูขึ้นนำ แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ยังถือว่าทำกันได้ไม่เฉียบขาดพอ ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ทุกอย่างยังคงคล้ายเดิม คือ "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าเข้าทำใส่แผงหลัง แอสตัน วิลล่า โดยเฉพาะการได้ลูกเตะมุมอยู่ฝ่ายเดียวถึง 9 ครั้ง แต่ก็ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไปทำประตูแรกไม่ได้ GOAL! นาที 32 และแล้วความพยายามของ ยูไนเต็ด ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะเติมขึ้นสูงของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก่อนที่จะบรรจงเปิดเลียดพื้นเข้ากลางให้กับเจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดด้วยขวาเน้นๆเข้าไปไม่มีพลาด ท้ายครึ่งแรก "ปีศาจแดง" หวิดจะโดนประตูตีเสมอจากจังหวะ จอร์แดน อายิว ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดไปซัดเน้นๆในกรอบเขตโทษ โชคร้ายที่บอลติดบล็อค ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกมาได้ทันควัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงขึ้นนำ แอสตัน วิลล่า อยู่ที่ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 60 แม้ว่า "สิงห์ผงาด" จะเป็นฝ่ายโดนนำ และต้องการชัยชนะเพื่อความอยู่รอดในเกมนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็ยังปล่อยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลอยู่แทบจะฝั่งเดียว พร้อมกับเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องจนหวิดได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้งหลายครา นาที 79 เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูตอกฝาโลง จากการเล่นลูกสูตรเตะมุมเข้ามาเสาแรก ก่อนที่ ฆวน มาต้า จะซัดตามน้ำแต่บอลไม่ตรงกรอบ และเพื่อนก็ตามมาซ้ำไม่ทัน นาที 84 แอสตัน วิลล่า มาพลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะ รูดี้ เกสเตเด้ วอลเลย์เต็มข้อจากลูกเปิดเตะมุม บอลพุ่งไปชนเสาชนิดที่ ดาบิด เด เคอา ทำได้แค่ใช้สายตาป้องกันแล้วเท่านั้น นาที 85 เป็นอีกครั้งที่ "สิงห์ผงาด" พลาดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ได้ลูกเตะมุมอีกครั้ง คราวนี้ คีแรน คลาร์ก ขึ้นโขกเต็มศรีษะ แต่โดน เด เคอา พุ่งเซฟเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยิงประตูกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บ 3 แต้มต่อหน้าแฟนบอลในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมกับส่ง แอสตัน วิลล่า ลงไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในซีซั่นหน้าอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, ฆวน มาต้า, เมมฟิส เดปาย, เวย์น รูนีย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โจเลออน เลสค็อตต์, คีแรน คลาร์ก, อาลี ซิสโซโก้, แอชลีย์ เวสต์วูด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, คีแรน ริชาร์ดสัน, เลอันโดร บากูน่า, สก็อตต์ ซินแคลร์, จอร์แดน อายิว

ผลบอล : เอาคืนทบต้นทบดอก! ปืนใหญ่ เปิดรังรัวกระสุนยำ แตน เละเป็นโจ๊ก
ปืนใหญ่ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 4-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.4, 2-0 อเล็กซ์ อิโวบี้ น.38, 3-0 เอ็คตอร์ เบเยริน น.48, 4-0 ธีโอ วัลค็อตต์ น.90 เวลา : 21.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด โดยไฮไลท์สำคัญของเกมนี้อยู่ที่การพบกันนัดล่าสุดเป็นทางฝั่ง "แตนอาละวาด" บุกมาเขี่ย "ปืนใหญ่" ตกรอบบนเวที เอฟเอ คัพ คาบ้านด้วยสกอร์ 2-1 แต่วันนี้ ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ แก้มือได้สำเร็จด้วยการไล่ยำผู้มาเยือนไปแบบขาดกระจุยถึง 4-0 รูปเกมในครึ่งเวลาแรก เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่มีโอกาสครองบอลมากกว่า แถมยังดาหน้าบุกใส่แผงหลัง วัตฟอร์ด ตั้งแต่นาทีแรกของเกม จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาทีที่ 4 อเล็กซิส ซานเชซ มากระทุ้งประตูต่อหน้าสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ตั้งแต่ต้นเกม หลังจากนั้นยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ทำได้ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือจังหวะการเข้าทำที่เหนือกว่าอย่างกว่าชัดเจน และในนาที 38 อาร์เซนอล มาได้ประตูผ่อนคลายความกดดันจากเจ้าหนู อเล็กซ์ อิโวบี้ ซัดเน้นๆเข้าไป ช่วยให้จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายขึ้นนำ "แตนอาละวาด" ถึง 2-0 ช่วงครึ่งแม้ว่า วัตฟอร์ด จะพยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวผู้เล่นมารับมือกับความร้อนแรงของ "ปืนใหญ่" แต่ก็ไม่ได้ผล! เมื่อเวลาผ่านมาเพียง 3 นาที (นาที 48) เอ็คตอร์ เบเยริน ดันขึ้นสูงก่อนจะมีจังหวะกดด้วยซ้าย บอลไปแฉลบแผงหลังผู้มาเยือนเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย. ช่วงเวลาที่เหลือ "แตนอาละวาด" พยายามกัดฟันเดินหน้าเพื่อทวงประตูคืน แต่ทำยังไงก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ ดาวิด ออสปิน่า ได้สำเร็จ จนกระทั่งนาที 90 ธีโอ วัลค็อตต์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองซัดจ่อๆให้ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดรังไล่ทุบ วัตฟอร์ด ไปได้แบบขาดลอยที่สกอร์ 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ดาวิด ออสปิน่า(GK), เอ็คตอร์ เบเยริน, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, กาเบรียล เปาลิสต้า, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรองซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซ์ อิโวบี้, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, แดนนี่ เวลเบ็ค วัตฟอร์ด : อูเรลโญ่ โกเมส(GK), อลัน นียม, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, เคร็ก แคธคาร์ท, นาธาน อาเก้, มาริโอ ซัวเรซ, อัลเมน อับดี้, เบน วัตสัน, ทรอย ดีนี่ย์, เอเตียน กาปู, โอเดียน อิกาโล่

ผลบอล : เละเทะตามฟอร์ม! สิงห์เปิดซิง ปาโต้ กระซวกจุดโทษไล่ยำ วิลล่า ยับเยินคาบ้าน
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 แอสตัน วิลล่า 0-4 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.26, 0-2 อเล็กซานเดร ปาโต้ (จุดโทษ) น.45+3, 0-3 เปโดร โรดริเกซ น.46, 0-4 เปโดร โรดริเกซ น.59 เวลา : 18.45 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี โดยไฮไลท์ของเกมอยู่ที่การลงประเดิมสนามของ อเล็กซานเดร ปาโต้ ที่ได้ลงมาแทน โลอิก เรมี่ หลังได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นเกม ก่อนที่จะเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม และสังหารประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินครามของ "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมเก็บชัยไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้นถึง 4-0 ช่วงครึ่งแรก ถือว่าทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน และค่อยๆเดินเครื่องเจาะกำแพงแนวรับของ แอสตัน วิลล่า จนกระทั่งมาสำเร็จเอาในนาที 26 จากจังหวะที่เจ้าหนู รูเบน ลอฟตัส-ชีค วิ่งมาซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเล็กน้อยก่อนจะผ่านมือ แบร็ด กูซาน เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์ผงาด" พยายามใช้ลูกฮึดเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาโดน ปาโต้ เรียกจุดโทษ ให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้สกอร์หลังจบ 45 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง เชลซี ที่บุกมานำ แอสตัน วิลล่า ถึงถิ่น วิลล่า ปาร์ค 2-0 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันครบ 1 นาที เชลซี ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากการประสานงานของบรรดาแนวรุกจนกระทั่งมาปิดท้ายด้วยลูกยิงอันเฉียบขาดของ เปโดร โรดริเกซ. ถัดจากนั้นไม่นานเป็นทาง เปโดร คนเดิม ที่มาซ้ำลูกยิงของ ปาโต้ บวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมทิ้งห่างเจ้าบ้านถึง 4-0 ช่วงท้ายเกม สถานการณ์ของ แอสตัน วิลล่า ย่ำแย่หนักลงกว่าเดิม หลังจากที่ อลัน ฮัตตัน โดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง แต่สุดท้ายแล้ว "สิงห์บลู" ก็ไม่ได้เร่งเกมทำให้จบ 90 นาที เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ "สิงห์ผงาด" คารัง วิลล่า ปาร์ค ได้ถึง 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, การ์ลอส ซานเชส, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, การ์เลส กิล, จอร์แดน อายิว, รูดี้ เกสเตด เชลซี : ติโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แม็ตต์ มิอัซก้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชส ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, เคนเนดี้, โลอิก เรมี่

ส่งเด็กไปโดนอัด!! อายิว เหมาสองพา หงส์ขาว ไล่ยำ หงส์แดง10ตัว หมดสภาพ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 อังเดร อายิว น.20, 2-0 แจ็ค คอร์ก น.33, 2-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.65, 3-1 อังเดร อายิว น.67 เวลา : 18.00 น. สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ เปิดศึกสัตว์ปีกในรัง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก มีโอกาสลุ้นจบสกอร์แบบจะแจ้งเพียงแค่ครั้งเดียว โดยเป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ จอร์ดอน ไอบ์ เปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เอี้ยวตัวยิง แต่ไม่ค่อยถนัดทำให้บอลไม่มีน้ำหนัก และหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ นาที 13 กลับมาเป็นทาง สวอนซี ที่ได้ลุ้นจบสกอร์มากถึง 3-4 ครั้ง แต่ยังคงไร้ความเฉียบขาด และไม่ผ่านมือของเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด GOAL! นาที 20 หลังจากได้โหมบุกอยู่พักใหญ่ "หงส์ขาว" ก็มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมเปิดเข้ามาถึง อังเดร อายิว ได้โขกระยะเผาขนให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0 ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่าการครองบอลค่อนข้างสูสี แต่จังหวะลุ้นทำประตูเป็นทาง "หงส์ขาว" ที่เป็นจบสกอร์ได้นำได้เนื้อกว่า แถมยังหวิดได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน GOAL! นาที 33 และแล้วประตูที่ 2 ของ สวอนซี ก็ไหลมาเหมือนสายฝน เมื่อ แจ็ค คอร์ก ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงปั่นไซด์ บอลหนีมือ แดนนี่ วอร์ด เลี้ยวเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม ท้ายครึ่งแรก รูปเกมถือว่าทั้งสองทีมเสียบอลกันง่ายเนื่องจากฝนที่ตกลงมาค่อนข้างหนักทำให้ควบคุมบอลกันไม่ค่อยอยู่ด้วยกันทั้งสองทีม สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์ได้เพิ่ม และเป็นทาง สวอนซี ที่ยังคงรักษาสกอร์ออกนำอยู่ที่ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอด เปโดร ชิริเบย่า และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก และส่ง ลูคัส เลว่า กับคริสติย็อง เบนเตเก้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 65 หลังพับสนามบุกหนักอยู่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเตะมุม คริสติย็อง เบนเตเก้ โฉบมาโขกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ตาม สวอนซี มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 67 แฟนบอลเจ้าบ้านได้กลับมาเฮเต็มเสียงอีกครั้ง และเป็นทาง อังเดร อายิว คนเดิมที่ได้ซัดเหน่งๆท่ามกลางดงแข้งนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่เข้ามารายล้อมส่งบอลเข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย นาที 76 สถานการณ์ของ "หงส์แดง" แย่หนักกว่าเดิม หลังจากเจ้าหนู แบร็ด สมิธ ไปโดนใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดงทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ หลังจาก "หงส์แดง" มีผู้เล่นน้อยกว่าก็แทบจะไม่ได้บุกขึ้นไปลุ้นประตู ทำให้เวลาค่อยๆหมดลงไปจนกระทั่งครบ 90 นาทีรวมช่วงทดเจ็บ เป็นทางฝั่ง สวอนซี เก็บชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 10 ตัว ไปได้แบบขาดลอย 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), อังเคล รังเกล, จอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, เลออน บริตตัน, แจ็ค คอร์ก, กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, เวย์น เราท์เลดจ์, อังเดร อายิว ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, แบร็ด สมิธ, เควิน สจ็วร์ต, เปโดร ชิริเบย่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : ลุ้นแชมป์กันมันส์!! เฮอร์ริเคน รัวสองตุงพาไก่ไล่อัดวิลล่า บี้จิ้งจอกเหลือ2แต้ม
ผลบอล /  วิลล่า ปาร์ค / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 แอสตัน วิลล่า 0-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.45, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.48 เวลา : 23.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันของ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ โดยรูปเกมก็เป็นไปตามคาด "ไก่เดือยทอง" มีทีเด็ดทีขาดมากกว่า โดยมาได้สองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมปิดบัญชี "สิงห์ผงาด" พร้อมกับเก้บสามแต้มไปฝากแฟนบอลได้ตามคาด แถมตอนนี้คะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่แข่งมากกว่า 1 เกม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, ฌอร์ด็อง เวเรตูต์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, การ์เลส กิล, รูดี้ เกสเตเด้, จอร์แดน อายิว สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ผลบอล : ในบ้านหายห่วง!! หงส์พลังหนุ่ม เปิดแอนฟิลด์ไล่อัด แตน สบายเท้า
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 2-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู : 1-0 โจ อัลเลน น.35, 2-0 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.76 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล จัดชุดผสมเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่เอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ วัตฟอร์ด ได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอ นาที 18 เป็นโอกาสลุ้นพังประตูอีกครั้งของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ต่อบอลกันค่อนข้างนาน และสุดท้ายมาจบลงที่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เติมมายิงไกลด้วยซ้ายข้างถนัด แต่ทิศทางบอลผิดเหลี่ยมลอยโด่งออกหลังไปค่อนข้างเยอะ นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้บุกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ วัตฟอร์ด ลงไปตั้งรับกันค่อนข่างลึกและรอสวนกลับจาก ดีนี่ย์ และอิกาโล่ GOAL! นาที 35 "หงส์แดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะประสานงานกันของ คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกไปให้ โจ อัลเลน วิ่งสอดมาสไลด์ตัวยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดย ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้รีบเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนหลังจากได้ประตูขึ้นนำ สุดท้ายจบ 45 นาที "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม เกมเดินทางครบหนึ่งชั่วโมง ถือว่า วัตฟอร์ด เริ่มได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะเดินเกมรุกยังถือว่าทำกันได้ไม่ค่อยแน่นอน และหาโอกาสลุ้นยิงประตูได้ค่อนข้างน้อย นาที 68 ทีมเยือนมีโอกาสทองได้ประตูตีเสมอ หลังมาได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อัลเมน อั๊บดี้ ยิงออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 76 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายความกดดันจากจังหวะของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้กดเต็มข้อด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงติดเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เล็กน้อยก่อนจะหลุดเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่สามารถเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกด้วยความสดใหม่ของนักเตะพลังหนุ่ม แต่สุดท้ายยังคงไร้ความเฉียบขาดทั้งที่น่าจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้า 3 แต้ม เหนือ วัตฟอร์ด ไปได้แบบสุดมันส์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส เลว่า, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโย่, คริสติย็อง เบนเตเก้ วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), เซบาสเตียน โพเดิ้ล, เคร็ก แคธคาร์ต, มิเกล บริตอส, อิเคชี่ อันย่า, อัลเมน อั๊บดี้, มาริโอ ซัวเรซ, เบ็น วัตสัน, โฆเซ่ ฆูราโด้, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่

ผลบอล : วาร์ดี้ โดนแดงเฉย!! จิ้งจอกสยาม หนังเหนียวไล่เจ๊า ขุนค้อน วินาทีสุดท้าย
ขุนค้อน /  คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.18, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ (จุดโทษ) น.84, 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ น.86, 2-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เป็นการดวลกันของทีมจ่างฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิว เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยครึ่งแรกรูปเกมค่อนข้างสูสี และมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาดของการจบสกอร์จากบรรดาแนวรุก ซึ่งก็เป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ อาเดรียน เข้าไปอย่างสวยงามตั้งแต่นาที 18 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำอะไรกันได้ โดยเฉพาะ เวสต์แฮม ที่มีโอกาสได้ประตูตีเสมอหลายครั้งเหมือนกัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาที 56 เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ โดน อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ดึงล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มทำให้ต้องแจกใบเหลือง(ที่สอง)เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เหลือนักเตะเพียงแค่ 10 ในสนาม ช่วงเวลาที่เหลือ เวสต์แฮม โหมบุกหนักเป็นพายุ แต่ประตูตีเสมอกว่าจะมาต้องรอไปถึงช่วงท้ายเกมนาที 84 จากจังหวะ เวส มอร์แกน ไปทำฟาวล์ วินสตัน รี้ด ในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง แอนดี้ แคร์โรลล์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ถัดจากนั้นแค่ 2 นาที "ขุนค้อน" กลับเป็นฝ่ายพลิกแซงจากจังหวะกดเต็มข้อของ อารอน เครสส์เวลล์ บอลผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำก่อนทดเวลาบาดเจ็บที่สกอร์ 2-1 ช่วงทดเจ็บ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไปเบียด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คว่ำลงไปกองในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นการฟาวล์ สุดท้าย เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้จบเกม "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดดราม่าที่สกอร์ 2-2  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, เปโดร โอเบียง, มิคาอิล อันโตนิโอ, วิคเตอร์ โมเซส, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้

ผลบอล : เมอร์ซีย์ไซด์ระอุ!! หงส์แดง เดือดฝั่งเดียวไล่ยำ ทอฟฟี่10ตัว เละเทะคา แอนฟิลด์
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน /  ผลบอล / 

ผลบอล เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 ดิว็อค โอริกี้ น.43, 2-0 มามาดู ซาโก้ น.45+2, 3-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.60, 4-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.76 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันนี้ เป็นการโคจรมาพบกัยระหว่างสองสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 "หงส์แดง" มาพลาดโอกาสทองฝังเพชร 17 กะรัต อย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า หลุดเดี่ยวไปล่อเป้าเหน่งๆแต่ดันยิงไปติดเซฟ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกไปแบบหวุดหวิด นาที 12 ทีมเยือนมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะสับไกลของ เควิน มิรัลลาส แต่ยังควบคุมทิศทางไม่ได้ ทำให้บอลลอยโด่งออกหลังไปเยอะพอสมควร ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่า เอฟเวอร์ตัน พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือแม้กระทั้งโอกาสจบสกอร์ ก็ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายถือว่ายังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 43 หลังจากโหมบุกหนักอยู่แทบจะฝ่ายเดียว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเปิดโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ บอลมาถึง ดิว็อค โอริกี้ ที่ยืนรอโขกเหน่งๆส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีพลาด GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้สำเร็จ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ อีกครั้งที่บรรจงตักบอลโด่งๆเข้ามาให้ มามาดู ซาโก้ ตั้งคอรอโขกระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้จบครึ่งแรก "หงส์แดง" เป็นฝ่ายออกนำในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ เหนือเพื่อบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แก้เกมด้วยการถอด แกเร็ธ แบร์รี่ ออกไปพักและส่ง มูฮัมเหม็ด เบซิช ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 50 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาจากจังหวะที่ รามิโร่ ฟูเนส โมรี่ โดนใบแดง หลังไปฟาวล์ชนิดรุนแรงใส่ ดิว็อค โอริกี้ จนทำให้ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยมบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สุดท้าย เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 60 และแล้วด้วยผู้เล่นที่เหลือน้อยกว่าของทาง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็ต้านทานเกมรุก ลิเวอร์พูล ไม่ไหว หลังมาโดนบวกเม็ดที่ 3 จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปเลือกมุมยิงผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 76 เกมรุก "หงส์แดง" ที่บุกใส่แผงหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นพายุก็มาบวกประตูได้เพิ่ใ จากจังหวะยิงไกลสุดสวยและเป็นลูกเก่งของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างเพื่อบ้านไปไกลถึง 4-0 ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเดินหน้ายำใหญ่ใส่แผงหลัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ฝั่งเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK),นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้ เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เควิน มิรัลลาส, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : ทีเด็ด..ราฟา!! สาลิกา หนังเหนียวตามก่อน2เม็ด บุกแชร์แต้ม หงส์ คาแอนฟิลด์
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 2-2 นิวคาสเซิล ผู้ทำประตู : 1-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.2, 2-0 อดัม ลัลลาน่า น.30, 2-1 ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่ น.48, 2-2 แจ็ค โคลแบ็ค น.66 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ที่มีอดีตกุนซือ "หงส์แดง" อย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ พาทีมกลับมาเยือนรังเก่าอีกครั้ง โดยก่อนเกมมีข่าวน่าตกใจว่า มามาดู ซาโก้ กองหลังตัวหลักของทางเจ้าถิ่นไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นทำให้ต้องโดนสั่งแบนจากทางสโมสรไปชั่วคราว [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 2 สาวก "เดอะค็อป" ใน แอนฟิลด์ ได้เฮตั้งแต่หัววัน หลังจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ความเฉียบขาดด้วยการพลิกตัวซัดด้วยซ้ายข้างถนัด บอลผ่านมือของ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกหวังได้เม็ดสอง แต่บรรดาแนวรับของ นิวคาสเซิล ยังทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยม GOAL! นาที 30 ด้วยรูปเกมที่ดูเหนือกว่าอย่างชัดเจนของ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูที่สองไปตามคาด จากจังหวะซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลโค้งเข้าไปเสียบตาข่ายอย่างสุดสวยช่วยให้เจ้าบ้านทิ้งห่าง "สาลิกาดง" ที่กำลังหนีตกชั้นไปแล้ว 2-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก แม้ว่า นิวคาสเซิล จะพยายามกัดฟันเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ลิเวอร์พูล แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังถือว่าคุมโซนกันได้อย่างแข็งแกร่ง แถมจังหวะสังหารตาข่ายของ "สาลิกาดง" ก็ยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ราฟาเอล เบนิเตซ แก้เกมด้วยการถอด อโยเซ่ เปเรซ ออกไปพักและส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 48 รูปเกมทำท่าว่าจะสนุกขึ้นกว่าในครึ่งเวลาแรก หลังจาก นิวคาสเซิล มาได้ประตูตีไข่แตกอย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดส่วนตัวของ ซิมง มินโญเลต์ ที่ออกมาตัดบอลพลาดจนโดน ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่ โขกลงโทษเข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 59 ลิเวอร์พูล เกือบมาดับความหวังของ นิวคาสเซิล ได้สำเร็จ จากจังหวะ โจ อัลเลน สบัดหัวโขกในกรอบเขตโทษ บอลไปติดเซฟ คาร์ล ดาร์โลว์ ก่อนที่ โรแบร์โต่ เฟอร์มิโน่ จะซ้ำจ่อๆเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว GOAL! นาที 66 "สาลิกาดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะสวนกลับ แจ็ค โคลแบ็ค สอดมายิงในกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบขา เดยัน ลอฟเลน ผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบไม่เหลือซาก ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเพื่อทวงประตูขึ้นนำอีกครั้ง แต่คราวนี้เกมรับ "สาลิกาดง" ไม่มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นเหมือนในครึ่งเวลาแรก สุดท้ายไม่มีฝั่งไหนบวกประตูกันได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาทีเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 2-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเล่, เดยัน ลอฟเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ็วร์ต, ลูคัส เลว่า, โจ อัลเลน, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : คาร์ล ดาร์โลว์(GK), เวอร์นอน อนิต้า, ชานเซล เอ็มเบ็มบา, จามาล ลาสเซลเลส, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, แจ็ค โคลแบ็ค, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อโยเซ่ เปเรซ, ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ผลบอล : คดีพลิก10ตลบ!! นักบุญ ทะลวงสามเม็ดรวดแซงดับ หงส์ น้ำตาท่วมท้ายเกม
นักบุญ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.17, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.21, 1-2 ซาดิโอ มาเน่ น.64, 2-2 กราเซียโน่ เปลเล่ น.83, 3-2 ซาดิโอ มาเน่ น.86 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดสนาม เซนต์ แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่วันนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทำเซอร์ไพรส์เล็กๆด้วยการมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ จอน ฟลานาแกน [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่ 2 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงไกลของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่ทิศทางบอลลอยโด่งจนหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ ผ่านมาถึงนาทีที่ 8 เจ้าบ้านไม่ได้จุดโทษอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน ไปอัดใส่ด้านหลัน เชน ลอง ในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ชี้ให้จังหวะนี้เป็นลูกฟาลด์แต่อย่างใด 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ผลัดกันเปิดเกมรุกเข้าหากันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่ถนัดนักด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 17 "หงส์แดง" มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ คูตินโญ่ ลากตัดเข้ากลางก่อนจะยิงไกลสุดสวยให้ทีมบุกมานำ เซาแธมป์ตัน ตั้งแต่ต้นเกม GOAL! นาที 21 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่สอง จากการจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ขยับหลอกอยู่กับที่ไปมา ก่อนที่จะสังหารด้วยซ้ายจ่อๆผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 33 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ โจ อัลเลน ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่มี มามาดู ซาโก้ ยืนล้ำหน้า แม้จะไม่โดนบอลก็ตาม แต่ด้วยกฎกติกาใหม่ทำให้ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าจังหวะนี้ไปในที่สุด ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่ารูแเกมของ เซาแธมป์ตัน ยังดูไม่ดีขึ้นจากช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะพยายามเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "หงส์แดง" บ้างแล้วก็ตาม แต่ว่าโอกาสจบสกอร์ยังทำได้ไม่อันตรายเท่าที่ควร ทำให้จบ 45 นาทีแรก เซาแธมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล [เริ่มครึ่งหลัง] กุนซือทั้งสองทีมแก้เกมด้วยการส่งนักเตะตัวสำรองลงไปปรับหมากด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 โอกาสทองฝังเพชรของ เซาแธมป์ตัน ที่จะได้ประตูตีไข่แตก หลังจาก มาร์ติน สเคอร์เทล ไปทำฟาวล์ กราเซียโน่ เปลเล่ ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ ซาดิโอ มาเน่ ดันยิงไปติดเซฟ มินโญ่เลต์ และจะหวะตามซ้ำก็ทำได้ไม่ดี ซัดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! นาที 64 และแล้วความพยายามของ "นักบุญ" ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะของตัวสำรองอย่าง ซาดิโอ มาเน่ กดด้วยซ้ายผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบสุดเฉียบขาด นาที 74 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสได้ประตูนำห่างออกไปอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้หลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา แต่ทิศทางบอลขาดไปเล็กน้อยเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว GOAL! เกมผ่านมาถึงนาที 83 กราเซียโน่ เปลเล่ มาพังตาข่าย "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะพลิกตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงวิ่งไปเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม GOAL! นาที 86 ช่วงเวลาเพียงแค่สามนาที เซาแธมป์ตัน มาได้ประตูแซงนำอย่างเหลือเชื่อ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ คนเดิมที่มากระหน่ำด้วยซ้ายเข้าไปให้ "นักบุญ" พลิกแซง ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกของเกมได้สำเร็จ ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้มือได้สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาที เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์(GK), คูโค่ มาร์ติน่า, เวอร์กิล ฟาน ไดย์ค, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ยอร์ดี้ คลาซี่, โอริออล โรเมอู , สตีเว่น เดวิส, ดูซาน ทาดิช, กราเซียโน่ เปลเล่, เชน ลอง ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, จอน เฟลนาแกน, โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : ราฟา ฉายแสง!! สาลิกา วิ่งลืมตายไล่เจ๊า เรือใบ แบ่งกันไปคนละแต้ม
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 19 เมษายน 2559 นิวคาสเซิล 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.14, 1-1 เวอร์นอน อนิต้า น.31 เวลา : 1.45 น. สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวนัดกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล มีคิวเปิดรังเหย้า เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะเสมอกันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ครึ่งแรกรูปเกมถือว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลังเจ้าบ้านได้มากกว่า จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 14 ทีมเยือนมาได้ลูกฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ามาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ โขกเช็ดผ่านมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อมาดูภาพช้า กุน อเกวโร่ ยืนล้ำหน้าอยู่เยอะพอสมควร แต่หลังจากที่เสียประตู "สาลิกาดง" ก็ยังไม่ถอดใจ พยายามเดินหน้าลุยเพื่อทวงประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จจาก เวอร์นอน อนิต้า เติมขึ้นมาล็อคหลบหนึ่งจังหวะก่อนจะสับด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงเสมอกันอยู่ที่ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมกลับมาคูคี่สูสีและมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำด้วยกันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังถือว่าไม่เฉียบขาดพอด้วยกันทั้งคู่ สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 90 ทดเจ็บอีก 5 นาที ก็ยังไม่มีทีมไหนบวกประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบเกม นิวคาสเซิล เปิดสนาม เซนต์ เจมส์ ปาร์ค แบ่งแต้มกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสมศักดิ์ศรีที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : คาร์ล ดาร์โลว์(GK), เวอร์นอน อนิต้า, ชานเซล เอ็มเบ็มบา, จามาล ลาสเซลเลส, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, แจ็ค โคลแบ็ค, อันดรอส ทาวน์เซ่นด์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อโยเซ่ เปเรซ, ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียควิม ม็องกาล่า, แว็งซองต์ กอมปานี, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันโด, ฟาเบียน เดลฟ์, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : ตุงเดียวจบ!! มาต้า ซัดชัยพา ผี บุกเชือด นกขมิ้น แต้มจี้เรือห่างคะแนนเดียว
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 นอริช ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า น.72 เวลา : 18.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง นอริช ซิตี้ เปิดสนาม แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยก่อนเกม "ปีศาจแดง" ได้รับข่าวร้ายเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ไปบาดเจ็บตอนวอร์มบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่ง อันเดร์ เอร์เรร่า ลงมาทำหน้าที่แทน และดัน เวย์น รูนี่ย์ ขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า [เริ่มเกม] นาทีที่ 4 เจ้าบ้านหวิดจะได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่หัววัน จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ บรรจงเปิดเข้ามาให้ คาเมร่อน เจอโรม ขึ้นโขกเต็มศรีษะแต่บอลดันไปติดขา ดาบิด เด เคอา โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้แบบหวุดหวิด นาที 14 เริ่มเกมมายังไม่ทันไร "ปีศาจแดง" ก็มาได้รับข่าวอีกระลอกเมื่อ มัตเตโอ ดาเมี่ยน ไปได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่งเจ้าหนู คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ลงมาเล่นแทน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก รูปเกมส่วนใหญ่เป็นการต่อบอลกันไปมา โดยหาโอกาสจบสกอร์ที่ใกล้เคียงจะเป็นประตูกันได้ค่อนข้างน้อย นาที 37 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นยิงฟรีหน้ากรอบเขตโทษ เมมฟิส เดปาย รับหน้าที่สังหาร แต่บอลไปชนกำแพงออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ก็คือต่างฝ่ายต่างครองบอลหาจังหวะเข้าทำ แต่พอบอลเริ่มเข้าโซนอันตรายก็มักจะพลาดกันง่ายๆ ทำให้จบ 45 นาที นอริช ซิตี้ ยังคงเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ที่สกอร์ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 66 นอริช เริ่มครองบอลเดินหน้าลุยได้เยี่ยม โดยมาได้โอกาสลุ้นพังตาข่าย "ปีศาจแดง" จาก แกรี่ โอนีล แต่จังหวะสับเต็มข้อด้วยขวาบอลดันไต่หลังเท้าปลิ้นออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 72 รูปเกมที่ดูเนือยๆชวนง่วงนอนของทั้งคู่ แต่สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความผิดพลาดของ เซบาสเตียน บาสซง ก่อนบอลจะหลุดไปถึง เวย์น รูนี่ย์ เลี้ยงเข้าไปในเขตโทษ หลังจากนั้นจ่ายมาให้ ฆวน มาต้า ที่วิ่งสอยเข้ามายิงง่ายๆเข้าไปไม่มีพลาด นาที 85 มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง มีโอกาสพังตาข่ายให้ "ปีศาจแดง" ฝัง นอริช ห่างเป็นสองประตู แต่จังหวะจบสกอร์ยังไร้ความเฉียบขาดหลุดออกหลังไปชนิดไม่ได้ลุ้นทั้งที่ได้ยิงแบบไม่มีคนประกบ ช่วงท้ายเกม "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" พยายามเดินหน้ากดดันใส่แผงหลัง "ปีศาจแดง" แต่ยังคงไม่สามารถทำอันตรายเกมรับผู้มาเยือนได้มากพอ ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที เป็นทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถรักษาสกอร์นำพร้อมกับคว้า 3 แต้มสำคัญเหนือ นอริช ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต, รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, มาร์ติน โอลส์สัน, นาธาน เร้ดมอนด์, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, ร็อบบี้ เบรดี้, เวส ฮูลาแฮน, คาเมร่อน เจอโรม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, มัตเตโอ ดาเมี่ยน, ไมเคิล คาร์ริค, เจสเซ่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสเซ่ ลินการ์ด, เมมฟิส เดปาย, เวย์น รูนี่ย์