CTH

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ส่งแชมป์ให้หงส์! สิงห์บูลพลิกล็อคแมวดำบุกแซงน็อคมูช็อคสถิติไร้พ่ายพัง
ซันเดอร์แลนด์ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557 เชลซี 1–2 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู:0-1 ซามูเอล เอโต้ น.12,1-1 คอนเนอร์ วิคแฮม น.18,1-2 ฟาบิโอ บอรินี่ น.81 (จุดโทษ) เวลา: 23.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ เป็นการพบกันของสองทีมที่มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน “สิงห์บูล” เชลซี เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อต้องการขยับขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงชั่วคราวก่อนที่ลิเวอร์พูล จะลงแข่งขัน ส่วนทางด้าน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ต้องการคะแนนเพื่อดิ้นรนหนีการตกชั้น  นัดนี้ เชลซี ไม่มี ปีเตอร์ เช็ก นายทวารมือหนึ่งของทีมโดยส่ง จอมเก๋าแบบ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ลงมาเฝ้าเสาแทน เริ่มเกมส์นาทีที่ 6 เป็นทีมเยือนซันเดอร์แลนด์ที่ได้ลุ้นก่อน จากบอลยาวของ มานโนเน่ ที่เปิดยาวให้ คอนเนอร์ วิคแฮม พักบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ยิงหลุดกรอบออกไป นาที 12 กองเชียร์เจ้าบ้านในสแตมฟอร์ดบริดจ์ได้เฮกันสนั่นเมื่อ ดาวยิงตัวเก๋า ซามูเอล เอโต้ เบียดเอาชนะ กองหลังทีมเยือนเข้าไปยิงจ่อ ๆ จากลูกเตะมุมที่ วิลเลี่ยนโยนมาให้ เข้าไปให้ เชลซี ออกนำ 1-0 แต่กองเชียร์เจ้าบ้านดีใจกันได้แป๊ปเดียว เจ้าถิ่นก็มาโดนตีเสมอจนได้ ในนาทีที่ 17 ซึ่งเป็นการเสียประตูแรกในรอบ 9 นัดต่อหน้าแฟนที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อ มาร์ค ชวาร์เซอร์ นายทวารตัวสำรองรับบอลที่ มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงไกลไม่อยู่บอลไหลไปตกตรงหน้า คอนเนอร์ วิคแฮม ปราดเข้ามาซ้ำไม่เหลือ เป็นประตูให้ ซันเดอร์แลนด์ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่ 3 ในรอบ 2 นัดของดาวยิงรายนื้  หลังขึ้นนำได้แป๊ปเดียวทำให้ เจ้าบ้านต้องก้มหน้าก้มตาบุกอีกครั้ง นาที 26 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ลากลุยขึ้นมาทางขวาแล้วไหลบอลคืนให้ ออสการ์ ซัดด้วยขวาบอลตรงตัว มานโนเน่  นาที 35 ลูกทีมของบ มูรินโญ่ เกือบจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมเหมือนเดิม คราวนี้เป็น อิวาโนวิช ได้โขก บอลโดน มานโนเน่ ปัดไปชนคาน ก่อนที่ มือกาวชาวอิตาลี จะตามไปคว้าไว้ได้ นาที 40 มานโนเน่ งัดซุปเปอร์เซฟออกมาช่วยทีมได้ถึงสองหนติดๆเมื่อ พุ่งไปรับบอลที่ เนมันย่า มาติช ยิงไกลเอาไว้ได้ในจังหวะแล้วลุกขึ้นมาปัดบอลที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามมาซ้ำได้อีกครั้งหนึ่ง จบครึ่งแรก ซันเดอร์แลนด์ยังเอาตัวรอดจากการบุกหนักของ เชลซี ในช่วงท้ายได้ เสมอกันอยู่ 1-1  เริ่มครึ่งหลัง นาที 48 เชลซีได้จังหวะโต้กลับ อิวาโนวิช จ่ายบอลให้ วิลเลี่ยน ลากบอลจากแดนตัวเองไปจ่ายให้ เอโต้ ปั่นโค้งแบบเน้นๆ แต่เน้นมุมมากเกินไปทำให้บอลหลุดเสาออกไป ครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม เชลซี ครองเกมส์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ยังหาโอกาสสุดท้าย จบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ นาที 74 เฟอร์นันโด ตอร์เรส ตัวสำรองไหลบอลออกไปให้ อังเดร ชูร์เล่ ยิงแฉลบ บอลมาเข้าทาง เดมบ้า บา พยายามหมุนตัวยิง แต่ก็ติด มานโนเน่ นาที 80 กองเชียร์หงส์แดงที่มีเอี่ยวในนัดนี้เต็มๆ ได้เฮเต็มๆเมื่อ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า พลาดท่าเสียบอลให้ โชเซ่ อัลติดอร์ ฉกบอลไปทำให้เจ้าตัวไปทำฟาลว์ในกรอบเขตโทษ ไมค์ดีน เป่าเป็นจุดโทษ และเป็น ฟาบิโอ บอรินี่ นักเตะที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัวมายิงจุดโทษผ่าน ชวาร์เซอร์ เข้าไปแบบใจเย็นให้ แมวดำพลิกแซงนำ 1-2 เวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนักแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ จังหวะเกมส์บุกขาดๆเกินๆกันไปหมด จบเกมส์ เป็น ซันเดอร์แลนด์ทำผลงานสุดเหลือเชื่อ บุกมาเอาชนะ เชลซีถึงรัง 1-2 ยัดเยียดความปราชัยนัดแรกในลีก ของการคุมทีมลงเล่นใน ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์  78 นัด ของ โจเซ่ มูรินโญ่ ลงและช่วยให้ตัวเองมีลุ้นหนีตกชั้น และยังช่วยให้ ลิเวอร์พูลที่มีโปรแกรมบุกไปเยือน นอริช ซิตี้ ในวันพรุ่งนี้ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกในรอบ 24 ปีเข้าไปอีก เพราะมีโอกาสที่จะทิ้งห่าง 5 คะแนนหากเก็บสามแต้มได้ในวันรุ่งขึ้น กับการเหลือโปรแกรมอีกเพียงแค่ 3 นัด รายชื่อ เชลซี: มาร์ค ชวาร์เซอร์ (GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช , รามิเรส , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ออสการ์,วิลเลี่ยน,ซามูเอล เอโต้ ซันเดอร์แลนด์:วิโต้ มานโนเน่(GK), ซานติเอโก้ เบร์จินี่, จอห์น โอเช, เวสต์ บราวน์, มาร์กอส อลอนโซ่, ลี แคทเทอร์โมล์,เซบาสเตียน ลาร์สสัน, แจ๊ค คอลแบ๊ค, ฟาบิโอ บอรินี่, คอนเนอร์ วิคแฮม, อดัม จอห์นสัน

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล เซาธ์แฮมป์ตัน
ก่อนเกม /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 นัดที่ 1 ลิเวอร์พูล - เซาธ์แฮมป์ตัน สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 19.30 น. CTH สเตเดียม 2 ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ทเทนเบิร์ก มาดูความพร้อมของรองแชมป์พรีเมียร์ลีกกันก่อนเกมนี้เป็นเกมประเดิมสนามซีซั่น 2014-15 ต่อหน้าแฟนบอลในสนามแอนฟิลด์ บอกได้เลยว่า ร็อดเจอร์ส สั่งลูกทีมเดินหน้าตั้งแต่นาทีแรกแน่นอน โดยฟอร์มช่วงปรีซีซั่นของ ลิเวอร์พูล ก็ถือว่าทำได้ดีโดยเฉพาะเกมล่าสุดถล่มเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ ไปแบบเละเทะ 4-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้านความพร้อมของนักเตะเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่มี 2 แข้งหน้าหล่ออย่าง ดาเนียล แอ็กเกอร์ และ อดัม ลัลลาน่า แน่นอนเพราะยังบาดเจ็บพักอย่างน้อย 1 เดือนด้วยกันทั้งคู่ ส่วนปีกดาวรุ่งอย่าง มาร์โควิช ต้องรอลุ้นความฟิตก่อนเกมอีกครั้ง ข้ามมาดูความพร้อมของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนเปิดซีซั่น เซาธ์แฮมป์ตัน ปล่อยนักเตะเก่งของทีมออกจากทีมไปเพียบเรียกได้ว่าเหลือตัวหลักจากซีซั่นที่แล้วเพียง ฟอนเต้, ชไนเดอร์แลง และเจย์ โรดริเกซ เท่านั้น ส่วนฟอร์มช่วงปรีซีซั่นนั้นถือว่าดีที่เดียวชนะรวด 4 นัด ก่อนจะมาพลาดท่าพ่าย เลเวอร์คูเซ่น 0-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านความพร้อมของนักเตะเกมนี้กุนซือ โรนัลด์ คูมัน จะหมดสิทธิ์ใช้กองหน้าตัวเก่ง เจย์ โรดริเกซ แน่นอนเพราะยังมีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม สถิติการเจอกันนัดล่าสุด : ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 จากการโหม่งประตูชัยโดย เดยัน ลอฟเรน นาทีที่ 53 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2013 สถิติการเจอกันที่แอนฟิลด์ 5 นัดหลังสุด : ลิเวอร์พูล ชนะ 5 เสมอ 0 แพ้ 2 รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิงโญเล่ต์, มานกีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, คาน, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, สเตอร์ลิ่ง, คูตินโญ่, สเตอร์ริดจ์ เซาธ์แฮมป์ตัน : โบรุค, ไคลน์, ฟอนเต้, ฮูยวิลด์, เบอร์ทรานด์, ชไนเดอร์แลง, เดวิส, วานยาม่า, ทาดิค, รามิเรซ, กัลลาเกอร์ แฟนหงส์ท่านหนึ่ง : หงส์แเดง จะประเดิมสนามด้วยชัยชนะแบบสวยหรูยิงนักบุญ 3 เม็ดเป็นอย่างน้อย

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : นัดแรกก็โดนซะแล้ว!ฟานกัลนำทีมประเดิมเห่ยโดนหงส์ขาวบุกดับ
กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 สวอนซี ซิตี้ ผู้ทำประตู :0-1 คี ซุง ยอง น.28,1-1 เวนย์ รูนี่ย์ น.53,1-2 กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน น.72 เวลา : 18.45น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดประเดิมสนามของฤดูกาลใหม่ โดยคู่แรกเป็น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของกุนซือคนใหม่อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ประเดิมนัดแรกพบกับ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ เริ่มเกมส์ 10 นาทีแรกเจ้าบ้านครองบอลได้เยอะกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสมากนัก นาที 11 กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน กองกลางทีมเยือนได้ลองส่องไกลแต่บอลเบา เข้ามือ เดเคอา นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายบ้างจากลูกยิงไกลของ เวนย์ รูนี่ย์ แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสร้างปัญหาให้ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ นาที 22 หลุยส์ ฟาน กัล จำใจต้องเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก เมื่อ เจสซี่ ลินการ์ด เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง อัตนัน  ยานาไซ ผู้สืบทอดหมายเลข 11 คนใหม่แทน ไรอัน กิ๊กส์ ที่รีไทร์ตัวเอง ไปเป็นผู้ช่วย ลงมาเลนแทน นาที 25 ผีแดงได้ฟรีคิกริมกรอบเขตโทษทางขวา ฆวน มาต้า ซัดเข้าไปตรงกลางประตู ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยังปัดทิ้งออกมาได้ นาที 28 ทีมเยือนบุกขึ้นนำได้ก่อน เมื่อขึ้นเกมส์มาทางขวา กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ไหลบอลเข้ากลางมาให้ คี ซุง ยอง กองกลางทีมชาติเกาหลีใต้เติมขึ้นมายิงเสียบเสาเข้าไปให้ สวอนซี บุกขึ้นนำ 0-1 หลังโดนกระทุ้งประตูออกนำ ปีศาจแดงทำได้แค่ครองบอลแทบไม่ได้บุกกดดัน แนวรับทีมเยือนได้เลย จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง สวอนซี ซิตี้ 0-1  ก่อนเริ่มครึ่งหลัง ฟาน กัล แก้เกมส์ทันทีด้วยการส่ง นานี่ ลงมาแทน ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ที่ไม่มีบทบาทกับเกมส์ นาที 53 เจ้าบ้านที่นวดอยู่พักใหญ่มาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะลุกเตะมุม ที่ฟิล โจนส์ โหม่งผิดเหลี่ยม บอลลอยโด่งมาตกตรง เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีมคนใหม่ที่ตีลังกายิงจ่อๆเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ดตามตีเสมอ 1-1หลังได้ประตูออกนำก็เป็น เจ้าถิ่นที่เดินเครื่องลุยใส่โดยหวัง 3 คะแนนเต็ม นาที 65 เวนย์ รูนี่ย์ ได้ซัดฟรีคิกระยะ 25 หลา ตรงกลางประตู บอลโค้งข้ามกำแพงไปแล้วแต่โชคร้ายไปชนสามเหลยี่มด้านนอกออกไปอย่างไร้โชค นาที 72 กองเชียร์ปีศาจแดงในโรงละครแห่งความในต้องเงียบกริบ เมื่อทีมเยือนได้ประตู ออกนำจากจังหวะที่ฉวยโอกาสเล่นบอลเร็ว แล้ว เวย์น เราท์เลดจ์ ลากขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอลไปเสาไกล โบนี่ ตั้งบอลเข้ากลางมาถึง กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ได้แปจ่อๆจ้องจุดโทษ เดเคอา ปัดบอลไม่ออกบอลปลิ้นเข้าประตูไปให้ สวอนซี ขึ้นนำ 1-2 นาที 84 แอชลี่ย์ ยัง ลากบอลตัดเข้าในแล้วซัดเอง บอลเบาเข้ามือ ฟาเบียนสกี้ เวลาที่เหลือ แมนยู พยายามเดินเครื่องบุกอย่างหนัก แต่ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ หลุนส์ ฟาน กัล ประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยการพ่ายแพ้คาบ้านต่อ สวอนซี ซิตี้ 1-2 ถือเป็นการพ่ายแพ้ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ในนัดเปิดฤดูกาลเป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปีของทีมปีศาจแดงอีกด้วย  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK),ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์,เจสซี่ ลินการ์ด,ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,แอชลี่ย์ ยัง, อันเดร์ เอร์เรร่า,ฆวน มาต้า,เวย์น รูนี่ย์, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, อังเกล รานเกล,จอร์ดี้ อาร์มัต , แอชลี่ย์ วิลเลียมส์,นีล เทย์เลอร์,คี ซุง ยอง, จอนโจ เชลวี่ย์,เวย์น เราท์เลดจ์,กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน,เนธาน ดายเออร์,วิลฟรีด โบนี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คำว่าชนะสะกดอย่างไร! ฟานกัลยังไร้ชัยผีแดงแค่บุกเจ๊าแมวดำ
ซันเดอร์แลนด์ /  ปีศาจแดง / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม 2557 ซันเดอร์แลนด์ 1-1  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู :1-0 ฆวน มาต้า น.17,1-1 แจ๊ค ร็อดเวลล์ น.30 สนาม : สเตเดี้ยม อ๊อฟ ไลท์ เวลา : 22.00 น. ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ที่เปิดตัวหัวทิ่มด้วยการแพ้ สวอนซี คาบ้าน บุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ โดยในนัดนี้ กุนซือชาวดัตช์ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ฟิตสมบรุณ์ลงจับคู่กับ เวนย์ รูนี่ย์ แต่ก็ประสบปัญหานักเตะเจ็บหลายคนอาทิ นักเตะตัวใหม่อย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า และ ลุค ชอว์ ส่วน มาร์กอส โรโฮ ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน  เริ่มเกมส์ผ่าน 15 นาทีเป็นเจ้าบ้านแมวดำที่ทำได้ดีกว่า  แต่แล้วนาที 17 ทีมเยือนที่เป็นรองอย่างชัดเจนกลายเป็นทีมที่ออกนำไปก่อน เมื่อ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ลงมาล้วงบอลเองแล้วไหลต่อไปให้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทางขวา ก่อนที่ปีกไร้ลีลาจะเปิดยัดเข้ากลางให้ ฆวน มาต้า โฉบมาชารจ์จ่อๆเข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 0-1 หลังได้ประตูออกนำ ปีศาจแดงยังไม่ได้แสดงถึงชั้นบอลที่เหนือกว่า และเป็นซันเดอร์แลนด์ที่ค่อยๆ ขยับเกมส์รุกขึ้นมากดดันเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางกราบที่ที่มี วิลเลียม บัคลีย์ ประจำการอยู่ นาที 30 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่  แจ๊ค ร็อดเวลล์ ขึ้นโขกเหน่งๆเข้าไปให้ซันเดอร์แลนด์ตามตีเสมอ 1-1 นาที 32 เวนย์ รูนี่ย์ ได้โอกาสปั่นฟรีคิกบอลเฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น นาที 41 แมวดำโยนบอมบ์เข้าไปหน้าประตู คอนเนอร์ วิคแฮม โขกตั้งให้ สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ จักรยานอากาศหลุดเสาออกไป นาที 43 หลุยส์ ฟาน กัล จำใจต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเมื่อ คริส สมอลลิ่ง บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว เลยต้องส่วกองหลังดาวรุ่งอย่าง ไมเคิล คีน ลงมาเล่นแทน จบครึ่งแรกซันเดอร์แลนด์ยังเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 1-1  ครึ่งหลัง เป็นแมนยูทีมเยือนที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังเจาะไม่เข้าโดยเฉพาะ การโยนจากริมเส้น ที่แอชลี่ย์ ยัง ที่ยังโยนบอลไม่ได้เข้าหัวเพื่อนที่รออยู่หน้าปากประตู นาที 69 ฆวน มาต้า โยนลูกเตะมุมให้ไมเคิล คีนได้โหม่งแต่บอลเบา เข้ามือ วิโต้ มานโนเน่ นาที 74 เซบาสเตียน ลาร์สสัน ปั่นฟรีคิกระยะอันตรายหลุดกรอบออกไป ท้ายครึ่งหลัง แมนยูเปลี่ยนนักเตะอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และ อัตนัน ยานาไซ ลงสนามแทน โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ แต่ก็ไม่สามารถยกระดับเกมส์รุกของทีมได้ เวลาที่เหลือแมนยูครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ไร้ไอเดียในการเข้าทำทำให้หมดเวลา หลุยส์ ฟาน กัล ยังคงต้องเฝ้ารอชัยชนะในนัดแรกของตัวเองในพรีเมียร์ลีกต่อไปเมื่อทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 มีเพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่, แพทริค ฟาน อันโฮลท์, จอห์น โอเช, เวส บราวน์, ซานติเอโก้ เบร์จินี่, ลี แคทเทอร์โมล์, วิลเลียม บัคลีย์, แจ๊ค ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์, คอนเนอร์ วิคแฮม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, คริส สมอลลิ่ง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, ฆวน มาต้า, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, เวย์น รูนี่ย์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS นิวคาสเซิล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล – นิวคาสเซิล สนาม แนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2557 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 2 ความพร้อมทั้งสองทีม นัดสุดท้ายตัดสินทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก มีทางเดียวที่ ลิเวอร์พูล จะเข้าวินคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 24 ปี คือชนะ นิวคาสเซิล ให้ได้และลุ้นให้ แมนฯ ซิตี้ แพ้ เวสต์แฮม สถิติก่อนเกมนี้ เป็นเวลา 20 ปีแล้วที่ ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้ในบ้านให้กับ นิวคาสเซิล เลยรวมทั้งหมด 18 เกมรวด ครั้งสุดท้ายที่ทีมสาลิกาดงบุกมาชนะได้คือปี 1994 สำหรับเกมนี้ บีร็อด จะได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่โดนใบแดงในเกมชนะ แมนฯ ซิตี้ พ้นโทษแบนสามเกมกลับมาลงสนามได้ ฝั่ง อลัน พาร์ดิว กุนซือ นิวคาสเซิล ไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้วแต่เจ้าตัวกำลังถูกกดดันอย่างหนักจากผลงานของทีมที่กำลังย่ำแย่ นัดนี้ทีมเยือนจะไม่มี ปาปริส ซิสเซ่ ที่ผ่าเข่าต้องพักเป็นเดือน เช่นเดียวกับ ลุค เดอ ยอง ที่เจ็บข้อเท้า รวมไปถึง ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา กับ ดาวิเด้ ซานตอน ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, ซาโก้, ฟลานาเก้น, เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, เฮนเดอร์สัน, สเตอร์ลิง, ซัวเรซ, สเตอร์ริดจ์, นิวคาสเซิล – ครูล, เดอบูชี่, วิลเลียมสีน, โคลอชชินี่, ดัมเม็ตต์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อนิต้า, ติโอเต้, กุฟฟร็อง, โลอิค เรมี่, โชล่า อเมโอบี้

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : อาร์เซน่อล 2-1 คริสตัล พาเลซ
คริสตัล พาเลซ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557 อาร์เซน่อล 2-1 คริสตัล พาเลซ รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 เบรเด้ ฮันเกลันด์ น.35, 1-1 โลร็องต์ กอสเซียลนี่ น.45, 2-1 อารอน แรมซี่ย์ น.90+1 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 3 แมตช์เปิดสนามนัดแรกของทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง อาร์เซน่อล โคจรมาพบกับ คริสตัล พาเลซ ที่สถิติก่อนเจอกันเป็นทาง "ปืนใหญ่" สามารถทุบ  "ดิ อีเกิ้ลส์" ตลอดการเจอกันทั้งสามครั้งหลังสุด มาดูกันว่าค่ำคืนนี้ทีมเยือนจะบุกมาล้างอาถรรพ์ได้หรือเปล่า เริ่มเกมมาได้ 5 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ครองบอลมากกว่าผู้มาเยือนนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์ด้วยกันทั้งคู่ 10 นาทีผ่าน ตอนนี้เป็นทาง อาร์เซน่อล ที่ได้เอาบอลมาครองพร้อมหาจังหวะบุกใส่ คริสตัล พาเลซ อยู่ข้างเดียว นาที 13 พาเลซ ได้โต่กลับขึ้นมาบ้าง เป็นทาง เจสัน พันเชี่ยน ที่ได้เปิดด้วยซ้ายข้างถนัดไปให้ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ เข้าชาร์จแต่น่าเสียดายที่บอลแรงไปเข้ามือ เซสนี่ ซะก่อน นาที 20 เกมของ "ปืนใหญ่" เริ่มดูเนือยๆลงไปทำให้ อาร์เซน เวนเกอร์ ต้องออกมากระตุ้นลูกทีมที่ข้างสนาม นาที 25 แม้รูปเกมทั้งคู่จะดูพลัดกันรุกและรับตลอดเวลา แต่ก็แทบจะหาโอกาสยิงประตูกันไม่ได้เลย นาที 29 อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ แจ๊ค วิลเชียร์ ที่ได้ซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลกำลังจะมุดเข้าเสาแรก แต่ จูเลี่ยน สเปโรนี่ พุ่งปัดไว้ได้ทันเวลา สกอร์ยังเจ๊ากันที่ 0-0  GoaL!! นาที 35 คริสตัล พาเลซ ออกนำเจ้าบ้านไปได้ก่อนจากจังหวะเตะมุม เป็นทาง เบรเด้ ฮันเกลันด์ อาศัยลูกใหญ่ ขึ้นโขกเปลี่ยนทางไปยังเสาสองบอลผ่านมือ เซสนี่ มุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม นาที 40 อาร์เซน่อล พยายามโหมบุกใส่คู่แข่งอย่างหนัก แต่ก็ยังหาโอกาศจบสกอร์ได้น้อยมากๆ แถม พาเลซ ยังมีสวนกลับจากผู้เล่นความเร็วสูงหลายคน นาที 42 "ปืนใหญ่" ได้ฟรีคิกบริเวณกรอบเขตโทษฝั่งขวา และเป็นทาง ซานติ กาซอร์ล่า รับอาสาโยนเข้าไป แต่ก็ไม่แม่นพร้อมโดนโขกเคลียออกไปอย่างง่ายดาย นาที 44 คัลลั่ม แชมเบอร์ส ได้ใบเหลืองจากการทำฟาวล์ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ GoaL!! นาที 45 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากลูกฟรีคิกบริเวณเกือบกลางสนามของ อเล็กซิส ซานเชซ โยนเข้าไปตรงจุดนัดพบและ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ มาตามใบส่งพร้อมพุ่งโขกเข้าไปกองก้นตาข่ายอย่างสวยงาม พร้อมจบครึ่งเวลาแรกด้วยผลเสมอกันไป 1-1 เกมครึ่งหลังเริ่มไปได้ 5 นาที เป็นทาง คริสตัล พาเลซ เปิดฉากด้วยการบุกใส่เจ้าบ้าน แต่ยังหาโอกาศจบเหน่งๆไม่ได้ นาที 53 อาร์เซน่อล เปลี่ยนตัวถอด คีแรน กิ๊บส์ ออกและส่ง นาโช่ มอนเรอัล ลงมาแทน นาที 57 ทีมเยือนได้โต้ขึ้นมาเป็นทาง ชามัคห์ ไหลบอลให้ เจสัน พันเชี่ยน ได้ซัดด้วยซ้ายบริเวณหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเบาไปทำให้ วอจเซี้ยค เซสนี่ รับได้สบาย นาที 60 ซานติ กาซอร์ล่า โดนใบเหลืองจากจังหวะไปเสียบ โจ เล็ดลี่ย์ นาที 62 เวนเกอร์ แก้เกมโดยส่ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงสนามมาแทน ยาย่า ซาโนโก้ นาที 68 มารูยาน ชามัคห์ โดนใบเหลืองจากการทำฟาวด์หลายๆครั้งติดกัน นาที 69 อเล็กซิส ซานเชซ ได้ลองยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ ขณะเดียวกัน เวนเกอร์ ได้ตัดสินใจถอด แจ๊ค วิลเชียร์ ออกไปพักและส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มาแทน นาที 71 อาร์เซน่อล ได้บุกต่อเนื่องแถมได้ลุ้นขึ้นนำจากจังหวะ อารอน แรมซี่ย์ ได้ตะบันหน้ากรอบเขตโทษแต่พบอลไม่ผ่านตัว จูเลี่ยน สเปโรนี่ นาที 78 "ปืนใหญ่" ได้ลุ้นประตูจากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ อเล็กซิส ซานเชซ หลอกยิง แต่น่าเสียดายที่บอลเหินค้ามคานออกไป 10 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เจ้าบ้านพยายามโหมบุกอย่างหนัก แต่บรรดาแนวรับ พาเลซ ก็ยังทำหน้าที่ได้ไร้ข้อบกพร่อง นาที 84 ชิรูด์ รับบอลจาก อเล็กซิซ ในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะได้หวดเต็มๆแต่บอลผ่านหน้าปากประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 89 เจสัน พันเชี่ยน โดนเหลืองที่ 2 จากการไปทำฟาวล์ นาโช่ มอนเรอัล ส่งผลให้ทีมต้องเล่นกัน 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ นาที 90 ผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลา 5 นาที GoaL!! นาที 90+1 อารอน แรมซี่ย์ เข้าชาร์จโล่งๆช่วยให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำ คริสตัล พาเลซ เป็นครั้งแรกของเกม แถมยังมีผู้เล่นมากกว่าในสนาม หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซนอล ลงประเดิมสนามนัดแรกด้วยการคว้า 3 คะแนนเหนือ คริสตัล พาเลซ ไปด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : วอจเซี้ยค เซสนี่, มาติเยอ เดอบูชี่, คัลลั่ม แชมเบอร์ส, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, คีแรน กิ๊บส์, อารอน แรมซี่ย์, มิเกล อาร์เตต้า, แจ๊ค วิลเชียร์, อเล็กซิส ซานเชซ, ยาย่า ซาโนโก้, ซานติ กาซอร์ล่า คริสตัล พาเลซ : จูเลี่ยน สเปโรนี่, มาร์ติน เคลลี่, เบรเด้ ฮันเกลันด์, สก็อตต์ แดนน์, โจเอล วอร์ด, เจสัน พันเชี่ยน, ไมล์ เยดินัค, โจ เล็ดลี่ย์, ยานนิค โบลาซี่, มารูยาน ชามัคห์, เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์

ถูกใจคอบอล! ช่อง 3 เฟิร์มถ่าย แดงเดือด พร้อมยิงสดพรีเมียร์ฯ 23 นัด
CTH /  ช่อง 3 / 

ช่อง 3 จับมือ ซีทีเอช ถ่ายทอดสดการแข่งขันศึกลูกหนังพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ จำนวน 23 นัด ผ่านดิจิตอลทีวี 4 ช่องทาง ประเดิมสัปดาห์ที่ 2 ของซีซั่น พร้อมการันตียิงสดศึก แดงเดือด ลิเวอร์พูล เจอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และ นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวการร่วมมือถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ พรีเมียร์ ลีก 2014-15 ภายใต้แคมเปญ “THE STADIUM OF LIVE” โดย นายสุรินทร์ กล่าวว่า ในซีซันนี้ทางช่อง 3 จะร่วมถ่ายทอดสดทั้งสิ้น 23 แมตช์ ผ่านทาง ช่อง 3 ออริจินอล และดิจิตอลทีวี อีก 3 ช่อง คือ ช่อง 3 HD (ช่อง 33), ช่อง 3 SD (ช่อง 28) และ ช่อง 3 แฟมิลี (ช่อง 13) โดยจะมีบิ๊กแมตช์ของทีมชั้นนำรวมถึงศึก แดงเดือด นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 21 มีนาคม 2015  นอกจากนี้ ยังมีรายการ “ไฮไลต์ พรีเมียร์ ลีก” ทุกคืนวันอาทิตย์ ตอนเที่ยงคืนสิบห้านาที (00.15 น.) และจะประเดิมแมตช์แรกวันที่ 23 สิงหาคม นี้ คู่ เอฟเวอร์ตัน พบ อาร์เซนอล ต่อด้วย 31 สิงหาคม สเปอร์ส พบ ลิเวอร์พูล และ 13 กันยายน อาร์เซนอล พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : สะเทือนทั้งเมือง! เรือใบบุกเคี้ยวท็อฟฟี่เบียดหงส์ขึ้นจ่าฝูงส่งโควต้าชปล.ให้ปืน
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เอฟเวอร์ตัน 2-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู:1-0 รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.11,1-1 เซร์คิโออเกวโร่ น.22,1-2 เอดิน เชโก้ น.43,1-3 เอดิน เชโก้ น.47,2-3 โรเมลู ลูกากู น.65 เวลา :23.30 น. สนาม: กูดิสัน ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH stadium 5 ศึกพรีเมียร์ลีก คู่สุดสำคัญของ ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม เอฟเวอร์ตัน เจ้าบ้านที่ยังต้องการ สามคะแนนเพื่อลุ้นไปเล่น แชมปเปี้ยนส์ลีก เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องการเก็บสามคะแนนเพื่อลุ้นแชมป์ และเพื่อขยับขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงด้วยลูกได้เสียที่ดีกว่า กดดัน ลิเวอร์พูล ที่จะลงเตะในคู่มันเดย์ไนท์ กับ คริสตัน พาเลซ  เริ่มต้นเกมส์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดฉากเริ่มต้นได้ดีกว่า นาทีที่ 7 ทีมเยือนได้ลุ้นจากลูกโขกของ ฆาบี การ์เซีย แต่บอลตรงตัว ทิม ฮาวเวิร์ด จากนั้น นาทีที่ 9 เซร์คิโอ อเกวโร่ พลิกบอลแล้วไหลให้ ปาโบล ซาบาเลต้า เติมมายิงข้ามคานไปเยอะ นาที 11 เมืองลิเวอร์พลได้เฮกันทั้งเมือง เมื่อ เลห์ตัน เบนส์ ไหลบอลให้ สตีเว่น เนสมิธ แตะคืนมาให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ กองกลางดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษบรรจงปั่นเน้นๆ บอลโค้งแล้วฮุค เสียบใต้คาน เข้าไปชนิด โจ ฮาร์ท หมดสิทธิ์ เป้นประตูให้ เอฟเวอร์ตันเจ้าบ้าน ออกนำ 1-0 นาที 15 ยาย่า ตูเร่ อาศัยความแข็งแกร่ง ลากลุยในกรอบเขตโทษ แล้วยิง แต่บอลเหินข้ามคานออกไป นาที 22 ทีมเยือน ที่ไม่ออกอาการลนแม้จะตกเป็นฝ่ายตามหลัง ก็มาตามตีเสมอจนได้ จากจังหวะที่ กองหลังเอฟเวอร์ตัน ออกอาการหลวม ปล่อยให้ ตูเร่ แทงบอลให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ หลุดเข้ายิงยัดเสาแรกให้ แมนซิตี้ตามตีเสมอ 1-1 นาที 27 กุน อเกวโร่ คนทำประตูตีเสมอ ไม่สามรถฝืนเล่นต่อไปได้ เพราะเจ็บจากอาการยิง ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือ ซิตี้ จำใจต้องส่ง แฟร์นันดินโญ่ ลงมาเล่นแทน  นาที 43 เป็นทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำให้ ทั้งเมืองลิเวอร์พูล เงียบกริบเมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ โยนบอลมาจากด้านขวาให้ เอดิน เชโก้ ขึ้นโหม่งเช็ดเสียบเสาให้ ทีมเยือนแซงนำ 1-2 นาที 45 เจ้าบ้านขึ้นบอลทางด้านขวา โคลแมน เปิดเข้ากลางให้ โรเมลู ลูกากู ยิงหลุดเป้าไปเยอะ จบครึ่งแรก เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาขึ้นนำ เอฟเวอร์ตัน 1-2 เริ่มครึ่งหลัง นาที 46 เจ้าบ้านโต้กลับได้น่ากลัว เมื่อ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ลากบอลทะลุจากตรงกลาง แล้วจ่ายให้ สตีเว่น เนสมิธ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่บอล ติดเซฟ ด้วยปลายมือของ โจ ฮาร์ท แบบสุดเหลือเชื่อ แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันในเวลาไม่ถึงนาทีในนาที 47 เมื่อ ซามีร์ นาสรี่ ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทางด้านซ้ายแล้วไหลแบบถวายพานให้ เอดิน เชโก้ กระทุ้งจ่อๆ เข้าไปให้ แมนฯซิตี้ บุกมานำห่าง 1-3 ถือเป็นการเริ่มต้นครึ่งหลังได้อย่างยอดเยี่ยม หลังกลับมานำห่างสองกสอร์ แมนซิตี้ผ่อนเกมส์ของตัวเองลงเล็กน้อย  และปล่อยให้เจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองบอล นาที 65 เรือใบเน้นรับจนได้เรื่อง โดย เอฟเวอร์ตัน ออกบอลไปทางซ้าย เบนส์ บรรจงครอสจากริมเส้นมาให้ โรเมลู ลูกากู ทิ้งตัวโหม่ง ชนเสาเข้าไปให้ เจ้าบ้านได้ประตูจุดประกายความหวัง ไล่มาเป็น 3-2 แถมยังโชคดีสองชั้นเมื่อ ยาย่า ตูเร่ กองกลางตัวเก่งของเจ้าบ้านเล่นต่อไม่ไหวเพราะเจ็บ จนต้องส่ง อเล็กซานเดอร์ โคลาลอฟ ลงมาเล่นแทน การนำเพียงแค่สกอร์เดียวทำให้ ลูกทีมของ เปเยกรินี่ กลับมาเล่นในจังหวะของตัวเองอีกครั้ง นาที 70 แมนซิตี้ต่อบอลกันได้สวยแล้ว นาสรี่ จิ้มให้ ปาโบล ซาบาเลต้า หลุดไปยิงติดขาของ ทิม ฮาวเวิร์ด ช่วงท้ายเกมส์ เรือใบสีฟ้า ปรับหมากมาเล่นแบบเน้นการครองบอลมากขึ้น โดยใช้การจ่ายบอลสั้นๆไปทั่วสนามให้ เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายไล่ นาที 87 เคราร์ด เดวโลเฟว ตัวสำรองตัวจิ๊ดเจ้าบ้าน ลากลุยฝ่าแนวรับไปยิงมุมแคบแต่ติด โจ ฮาร์ท ช่วงท้าย เจ้าบ้าน ขึงแนวรับ ซิตี้ ไว้ในแดนตัวเอง และลุยหนักหวังตีเสมอ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หมดเวลา แมนเชสเตอร์  ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน แบบทำให้ เมืองลิเวอร์พูล สั่นสะเทือน เพราะนอกจากสามแต้มของทีมเยือนนัดนี้ทำให้ได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ เพราะมีคะแนนเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่ลูกได้เสียดีกว่า แถมยังทำให้ เอฟเวอร์ตัน หมดสิทธิ์ แซงอาร์เซน่อลไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแน่นอน เพราะมีแต้มตามหลัง 4 คะแนน แต่เหลือเกมส์ให้เล่นอีก 1 นัด แถม ปืนใหญ่ยังมีเกมส์ในมือเหลือถึงสองเกมส์  รายชื่อ เอฟเวอร์ตัน :ทิม ฮาวเวิร์ด(GK),เชมุส โคลแมน, จอห์น สโตนส์, ฟิล จากีลก้า, เลห์ตัน เบนส์,เจมส์ แม็คคาร์ธี่, ลีออน ออสแมน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อันโตลิน อัลคาราซ, สตีเว่น เนสมิธ,โรเมลู ลูกากู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ :โจ ฮาร์ท(GK),ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่,เจมส์ มิลเนอร์, ฆาบี การ์เซีย, ยาย่า ตูเร่, ซามีร์ นาสรี่,เอดิน เชโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : สมราคาเต็งแชมป์!เชสจ่ายสองคอสต้าเปิดซิงสิงห์บุกแซงขย้ำเบิร์นลีย์
ดิเอโก้ คอสต้า /  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ ที่ 19 สิงหาคม 2557 เบิร์นลีย์ 1-3 เชลซี ผู้ทำประตู :1-0สก็อตต์ อาร์ฟิลด์  น.13,1-1 ดิเอโก้ คอสต้า  น.17,1-2 อังเดร ชูร์เล่  น.22,1-3 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช น.33 เวลา: 02.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาลคู่มันเดย์ไนท์ “สิงห์บูล” เชลซี ทีมเต็งแชมป์ บุกไปเยือน น้องใหม่อย่าง เบิร์นลีย์ ทีเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาในรอบ 4 ปี โดยถูกยกให้เป็นเต็งบ๋วยประจำฤดูกาล โดนในนัดนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ตัดสินใจส่ง ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ลงเป็นตัวจริงแทนที่ของ ปีเตอร์ เช็ก และส่งนักเตะใหม่อย่าง เชส ฟาเบรกาส และ ดิเอโก้ คอสต้า ลงเป็นตัวจริง แต่ ฟิลิบเป้ หลุยส์ แบ็กซ้ายที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก้ มาดริด ยังเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น เริ่มเกมส์ เชลซี ที่ตัวผู้เล่นเหนือกว่าเยอะเป็นฝ่ายครองบอลบุกแต่กองหลัง เจ้าบ้านยังคุมโซนได้ดี เลยทำให้ยังเจาะไม่เข้า นาที 14 ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ลงประเดิมสนามให้เชลซีเป็นนัดแรกต้องมาเสียความบริสุทธิ์ไปอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่เจ้าถิ่น หนุนบอลเร็วขึ้นทางซ้าย แม็ตธิว เทย์เลอร์ หลุดไปเปิดบอลเข้ากลางมาให้ สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ จับบอลลงแล้วซัดเสียบมุมเข้าไปแบบเฉียบขาดให้ เบิร์นลีย์ ที่เป็นรองออกนำไปก่อน แต่แล้วนาที 17 เชลซี ก็มาตามเอาคืนได้อย่างทันควัน เมื่อ เชส ฟาเบรกาส ตอกส้นให้ อิวานโนวิช เปิดบอลเข้ากลางแล้วกองหลัง เบิร์นลีย์ สกัดบอลไปชนเสา แล้วเด้งมาเข้าทาง ดิเอโก้ คอสต้า แบบเป็นใจ งานนี้ ดาวยิงค่าตัว 32 ล้านปอนด์ไม่ปล่อยให้โอกาสเปิดซิงหลุดลอยไป โดยซัดด้วยซ้ายเข้าไปให้ เชลซีตามตีเสมอทันควัน 1-1 นาที 22 ทีมเยือนโชว์ฟอร์มได้สมราคาทีมเต็งแชมป์โดยกลับมาแซงนำได้อย่างรวดเร็ว เมื่อต่อบอลกันได้สวย ก่อนที่จะออกไปทางขวาให้ อิวานโนวิช หยอดบอลมาให้ เทพแอสซิสต์อย่าง ฟาเบรกาส ที่รออยู่ตรงหัวกะโหลก หลอกทำท่าจะยิงแต่จ่ายบอลอย่างเหนือชั้นให้ อังเดร ชูร์เล่ สอดมาแปง่ายๆเข้าไป ให้เชลซี แซงนำ 1-2 ผ่าน  30 นาที ลูกทีมของ มูรินโญ่ เริ่มคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด นาที 33 สิงห์บูลได้ประตูเพิ่ม ง่ายๆ จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แบ็กขวาน่องโต สอดมากระโดดแปลูกเตะมุมเข้าไปให้ เชลซี ทีมเยือนแซงนำห่าง 1-3 ท้ายครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เชลซี โชว์ฟอร์มเด็ดบุกขึ้นนำ เบิร์นลีย์ 1-3  ครึ่งหลัง นาที 48 คนพังประตูแรกให้เจ้าบ้านอย่าง สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ ได้จังหวะซัดบอลจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ได้ งัดซุปเปอร์เซฟมาอวด นายใหญ่และแฟนบอล ด้วยการพุ่งปัดบอลทิ้งออกไปได้  จากนั้นเกมส์กลับมาเป็นของ เชลซี ที่ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เร่งจังหวะเข้าทำอะไรมาก เพราะสกอร์นำค่อนข้างห่าง นาที 84 โจเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองคนสุดท้ายด้วยการส่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงขวัญใจแฟนบอลที่ย้ายมาร่วมทีมเป็นครั้งที่ 2 ลงสนามแทน ออสการ์ เรียกเสียงปรบมือดังสั่นจากแฟนบอลสิงห์บูล ที่ตามไปเชียร์  เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “สิงห์บูล” เชลซี โชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็ง แชมป์ด้วยการแซงเอาชนะ เบิร์นลีย์ไป 1-3 ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงตั้งแต่สัปดาห์แรก รายชื่อ เบิร์นลีย์ : ทอม ฮีตัน(GK), คีแรน ทริปเปอร์, เจสัน แช็คเคลล์, ไมเคิ่ล ดัฟฟ์, เบน มี, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์, ดีน มาร์นี่ย์, เดวิด โจนส์, แม็ตธิว เทย์เลอร์, แดนนี่ อิงส์, ลูคัส จัตคีวิช เชลซี : ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK), จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมันย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, เอเด็น อาซาร์, ออสการ์, อังเดร ชูร์เล่, ดิเอโก้ คอสต้า

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : ใครคุมก็เน่า! ผีแดงเจอแมวดำบุกข่วนถึงรัง ยูโรป้าก็ท่าจะไม่ได้ไป
กิ๊กส์ /  ซันเดอร์แลนด์ / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูฯ 0-1 ซันเดอร์แลนด์ ผลศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013ข14 ประจำวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0–1 ซันเดอร์แลนด์ ผู้ทำประตู : 0-1 เซบาสเตียน ลาร์สสัน น.29 สนาม   :  โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้ตัดสิน :  ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ แข่งขันเวลา : 21:00 น. CTH สเตเดี้ยม 1 ถ่ายทอดสด เริ่มเกม แมนฯ ยูฯ เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวา เกมมาถึงนาทีที่ 8 แมนฯ ยูฯ ได้โอกาสทักทายครั้งแรก เมื่อเฟล็ทเชอร์ จ่ายบอลให้กับ ฆวน มาต้า ได้ลองยิงไกลจากฝั่งขวา บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 13 ซันเดอร์แลนด์ ได้ทักทายบ้าง อดัม จอห์นสัน ลากบอลตัดจากด้านริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะยิงบอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียวเท่านั้น อีก 5 นาทีต่อมา หลุยส์ นานี่ได้โอกาสยิงไกลจากเเถวสอง บอลโด่งข้ามคานออกไป นาทีที่ 20 แอชลี่ย์ ยัง เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายมาให้กับปาทริซ เอวร่าได้โหม่งบอลไปตรงตัววีโต้ มานโนเน่ล้มตัวรับไว้ได้ :) แต่อีก 9 นาที่ถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังเดินเกมบุกอยู่ดีๆ โดน ซันเดอร์แลนด์ ตัดบอลได้กลางสนาม คอนเนอร์ วิคแฮม ลากเลี้ยงไปริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดกลับมาหน้ากรอบเขตโทษง่ายๆให้ เซบาสเตียน ลาร์สสัน วิ่งเติมขึ้นมายิงเน้นๆ บอลพุ่งผ่านมือ เด เคอา เข้าไปไม่เหลือซาก ซันเดอร์แลนด์ พลิกล็อคขึ้นนำ แมนฯ ยูฯ 1-0 น.29 เข้าสู่ช่วงท้ายเกม แมนฯ ยูฯ ที่ครองเกมและมีโอกาสบุกมากกว่ายังหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้ โดยเฉพาะ ชิชาริโต้ กับ มาต้า ที่วันนี้ยังไม่มีโอกาสเข้าเป้าสักครั้ง และก็จบครึ่งแรก ซันเดอร์แลนด์ พลิกล็อกบุกมาขึ้นนำ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง แมนยู ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ทำได้เพียงแค่ครองบอลถ่ายไปมาเท่านั้น นาที 50 นานี่ ไขว้ลูกหลังได้สวย ให้ ปาทริซ เอวร่า หลุดไปถึงเส้นหลัง แล้วบรรจงเปิดมาหน้าประตู หมายให้ ฮาเวียร์ ยิงโล่งๆ แต่จังหวะสุดท้าย โดน เวส บราวน์ อดีตเด็กเก่าแหย่ทิ้งไปได้ แมนยู เจ้าบ้านเริ่มบุกกดดันได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยการลงมาของ อัตนัน ยานาไซ ทำให้เกมส์รุกของผีแดง ดูวูบวาบมากขึ้น โดยเจาะทางริมเส้น แบบที่ถนัดแต่จังหวะสุดท้ายเปิดไม่ได้ใกล้เคียง นาที 65 ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชั่วคราว ของแมนยูเทหมดหน้าตักด้วยการ ส่ง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ดาวยิงตังเก่งที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ  และ แดนนี่ เวลเบ็ค ลงมาแทนที่ของ ฆวน มาต้า และ แอชลี่ย์ ยัง นาที 71 เกมส์ของ แมนยูไม่ได้ดีขึ้น และเป็น  เฟลทเชอร์ ที่เสียบอลในแดนตัวเอง แล้วซันเดอร์แลนด์ได้เปิดให้ เอ็มมานูเอล จัคเครินี่ ยิงไปชนเสา แล้ว แจ็ค โคลแบ็ค ซ้ำไม่ตรงกรอบ นาที 73 ฟาน เพอร์ซี่ โฉบมาดีดบอลที่เสาแรกแต่ไม่ตรงกรอบ นาที 76 แดนนี่ เวลเบ็ค ลากตัดเข้าในแล้วยิงบอลข้ามคานออกไปเยอะ นาที 80 แมนยูชวดโอกาสทองที่จะตีเสมอเมื่อ คาร์ริค แทงบอลให้ เอวร่า หลุดไปเปิดบอลให้ ชิชาริโต้ ยิงโล่งๆข้ามคานออกไป นาที 83 แมวดำเกือบปิดกล่องได้อีกครั้ง จากลูกยิงด้วยซ้ายของ ฟาบิโอ บอรินี่ เดเคอา ได้แต่มองแล้ว แต่บอลไปชนคาน  เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง บุกมาเอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์แทร็ฟฟอร์ด 0-1 เป็นการบุกมาชนะครั้งแรกในรอบ 46 ปีโอกาสรอดตกชั้นสดใส พร้อมกับ ทำให้ ฟูแล่ม และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ร่วงตกชั้นทันที ส่วน แมนยู เจ้าบ้าน โอกาสจะแซง สเปอร์ ไปเล่น ยูโรป้า ยังแทบมองไม่เห็น รายชื่อตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, เฟลทเชอร์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, นานี่, มาต้า, แอชลี่ย์ ยัง, ฮาเวียร์ เฮอร์นาเดซ ซันเดอร์แลนด์ : วีโต้ มานโนเน่, ซานติอาโก้ เวียกินี่, จอห์น โอเช, เวส บราวน์, มาร์กอส อลอนโซ่, ลี แคตเทอร์โมล, อดัม จอห์นสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน,  แจ็ค โคลแบ็ค, ฟาบิโอ บอรินี่, คอนเนอร์ วิคแฮม

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : วิลสันเปิดซิงเบิ้ล!ผีส่งท้ายในรังขย้ำฮัลล์คั่วยูโรป้าลีกนัดสุดท้าย
ปีศาจแดง /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ฮัลล์ ซิตี้ ผู้ทำประตู:1-0 เจมส์ วิลสัน น.31,2-0 เจมส์ วิลสัน น.59,2-1 แม็ต ฟลาเย็ต น.62,3-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.86 เวลา :1.45 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายในรังโอลด์แทร็ฟฟอร์ดของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังเหลือลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูโรป้าลีกอยู่ จะพบกับ “เดอะไทเกอร์” ฮัลล์ ซิตี้ ที่รอดตกชั้นแน่นอนแล้ว แต่มีภาระการเข้าชิงฟุตบอลเอฟเอคัพกับ อาร์เซน่อล รออยู่ในวันที่ 17พฤษภาคม นี้ ซึ่งนัดนี้ ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือชั่วคราวของ ผีแดงให้โอกาสดาวรุ่งจากทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปีอย่าง ทอม ลอว์เรนซ์และเจมส์ วิลสัน ลงประเดิมสนามต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง เริ่มเกมส์เพียงแค่ 2 นาที อัตนัน ยานาไซ เปิดบอลไปเสาไกล เฟลไลนี่ โขกชงให้ เจมส์ วิลสัน โฉบมายิงติดบล็อก นาที 15 หลังจากที่ต่อบอลอยู่พักใหญ่ เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้งเมื่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค จ่ายบอลยัดเข้ากลางให้ ทอม ลอว์เรนซ์ พลิกหาจังหวะยิงบอลแฉลบกองหลังทีมเยือนข้ามคานออกไป  นาที 17 เนมันย่า วิดิช กัปตันทีม แมนยู ที่จะย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เพราะหมดสัญญาได้ลงมาเล่นเกมส์ในบ้านนัดส่งท้ายด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ ฟิล โจนส์ ที่บาดเจ็บจากจังหวะที่ปะทะกับ มายนอร์ ฟิเกรัว จนผ่านครึ่งชั่วโมงของเกมส์ไปแล้ว เจ้าบ้านที่ครองบอลได้มากกว่า ก็ยังหาโอกาสไม่ได้มากเท่าที่ควร นาที 31 ผีแดงออกนำจนได้จากลูกตั้งเตะที่ ยานาไซ เปิดยาวไปเสาไกล เฟลไลนี่ โขกชงให้ เจ้าหนูวัย 18 ปีอย่าง เจมส์ วิลสัน ซัดประตูแรกในทีมชุดใหญ่ในการลงเล่นนัดแรกด้วยเท้าซ้ายเข้าไปให้ แมนยู ออกนำ 1-0 หลังได้ประตูออกนำเกมส์รุกของ ผีแดง ก็ยังดูขาดๆเกินๆ จบครึ่งแรก ยังนำอยู่แค่ 1-0  ครึ่งหลัง นาที47 ดาวรุ่งวัย 18 อย่าง เจมส์ วิลสัน ยังคึกไม่หยุดและมีโอกาสได้ยิงอีกครั้งจาก ลูกที่ ยานาไซ เปิดมาให้ แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 50 เกมส์ยังเป็นวันเวย์ของเจ้าบ้าน คราวนี้เป็นโอกาสของ อัตนัน ยานาไซ ที่ซัดไกล แต่โดน เอลดิน ยาคูโปวิช ปัดออกไปได้ นาที 60 เร้ดเดวิลล์ ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ได้เฮกันลั่น จากจังหวะที่ ยานาไซ ลากบอลจี้เข้าหากรอบเขตโทษแล้วจ่ายถวายพานให้ มารูยาน เฟลไลน์นี่ สอดมายิงเหน่งๆ แต่ดันยิงไปติด ยาคูโปวิช แต่บอลมาเข้าทาง เจมส์ วิลสัน ซ้ำจ่อๆเข้าไปเป็นประตูที่สองของเจ้าหนูรายนี้และช่วยให้ แมนยูนำห่าง 2-0 นาที 63 ทีมเยือนมาตีไข่แตกได้จากลูกยิงไกลสุดสวยของ แม็ต ฟลาเย็ต ฮัลล์ ซิตี้ ไล่มาเป็น 2-1 หลังตีไข่แตกได้ เกมส์ของทีมเยือนดูคึกคักขึ้นมาทันตา นาที 69 โควตาสำรองคนสุดท้ายของเจ้าบ้านเป็นของ ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชั่วคราวที่ตัดสินใจส่งตัวเองลงมาเล่น แทนที่ของ ทอม ลอว์เรนซ์ นาที 72 ไรอัน กิ๊กส์ เกือบทำประตูได้ เมื่อ ทำชิ่งกับ คากาวะ แล้วยิง แต่บอลแฉลบ กองหลัง ฮัลล์ ซิตี้ บอลเลยไปเข้ามือ เอลดิน ยาคูโปวิช นาที 79 ฮัลล์ ซิตี้ ทำเกมส์รุกได้น่ากลัว จากริมเส้นทางขวาแล้ว กองหลังแมนยูสกัดมาเข้าทาง เดวิด เมย์เลอร์ ซัดด้วยซ้ายแต่ คราวนี้ ดาวิด เดเคอา ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นสวนกลับเร็ว โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ฝากบอลไปทาง ยานาไซ ที่อยู่ทางขวาแล้ววิ่งเข้าไปรับบอลแล้วยิงด้วยขวาข้างไม่ถนัดบอลข้ามคานออกไป นาที 87 ไรอัน กิ๊กส์ ยังโชว์ไว้ลายเมื่อจ่ายบอลให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หลุดไปยิง แต่จังหวะแรก ติดบล็อก แต่บอลมาเข้าทาง ดาวยิงดัตท์ แมนซัดสวนด้วยขวาเสียบมุม ให้แมนยูหนีห่าง 3-1 ช่วงทดเจ็บ ไรอัน กิ๊กส์ เกือบทำรักษาสถิติยิงประตูในลีกทุกฤดูกาลเข้าไว้ได้ จากลูกฟรีคิกระยะ 35 หลา แต่ เอลดิน ยาคูโปวิช ยังบินปัดออกไปได้ เวลาที่เหลือไม่มี ประตุเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 3-1 ยังได้ลุ้น โควตา ไปยูโรป้า ในนัดส่งท้าย โดยต้องบุกไปชนะ เซาแธมป์ตัน ให้ได้ และแช่งให้ สเปอร์ แพ้ วิลล่า เพื่อแซงสเปอร์ไปอยู่อันดับ 6 ด้วยลูกได้เสีย  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์,อัตนัน ยานาไซ, ไมเคิ่ล คาร์ริค, มารูยาน เฟลไลน์นี่, ชินจิ คากาวะ,ทอม ลอว์เรนซ์, เจมส์ วิลสัน ฮัลล์ ซิตี้ : เอลดิน ยาคูโปวิช(GK),อเล็กซ์ บรูซ, เคอร์ติส เดวิส, มายนอร์ ฟิเกรัว,อาเหม็ด เอล โมฮามาดี้, สตีเฟน ควินน์, โรเเบิร์ต โคเร็น, เดวิด เมย์เลอร์, เลียม โรซีเนียร์,เชน ลอง, จอร์จ บอยด์

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2013-14 ประจำวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า ผู้ทำประตู : 1-0 เอดิน เซโก้ น.64,  2-0 เอดิน เซโก้ น.72, 3-0 โยเวติช น.89, 4-0 ยาย่า ตูเร่ 90 สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ แข่งขันเวลา 01.45 น. CTH สเตเดี้ยม 5 น.ถ่ายทอดสด  เริ่มเกม วิลล่า ทีมเยือนเขี่ยบอลบุกจากขวาไปซ้าย พร้อมกับฝนที่ตกอย่างหนัก ผ่าน 5 นทีแรกเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เดินเกมบุกเข้ายำใหญ่ แอสตัน วิลล่า อยู่ฝ่ายเดียว ชนิดที่ยังไม่เห็น โจ ฮาร์ท บนหน้าจอโทรทัศน์เลยทีเดียว 10 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งได้เลย ส่วน แอสตัน วิลล่า ก็ลงไปแพ็ตเกมรับได้อย่างแน่นอน ที่เกมวันนี้จัดกองหลังมาถึง 5 คน และอีกหนึ่งนาทีถัดมา แบ็กซ้ายของ วิลล่า เข้าเสียบผิดพลาด ซาลาเลต้า ได้กระชากเข้าเขตโทษก่อนปาดเข้ากลางให้ ยาย่า ตูเร่ ได้ตวัดยิงเร็วแต่บอลยังพุ่งไปติดแนวรับ แอสตัน วิลล่า ออกหลังไป 25 นาทีผ่านรูปเกมยังเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ยังขึงเกมบุกอย่างไม่ลดละส่วน แอสตัน วิลล่า ก็ยังเล่นเกมรับกันได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะ เคียแรน คล้าร์ก และ เนธาน เบเกอร์ นาทีที่ 30 แอสตัน วิลล่า ได้จังหวะสวนกลับเร็ว แต่จังหวะจบสกอร์ของ ไวมันส์ ยังไม่เฉียบขาดพอบอลเลยเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น เข้าสู่ช่วงท้ายเกม แมนฯ ซิตี้ เริ่มหมดมุขเจาะแนวรับของ วิลล่า ยังไงก็ไม่เข้าทำได้เพียงเคาะบอลไปมาและยิงไกลเท่านั้น และก็จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังเสมอกับ แอสตัน วิลล่า อยู่ 0-0 ครึ่งหลังเปิดฉากมา นาทีที่ 52 เจ้าถิ่นครองบอลบุกเข้าใส่ต่อเนื่องก่อนมามีลุ้นจากจังหวะเตะมุมที่แนวรับทีมเยือนโหม่งสกัดออกมาไม่ขาดมาเข้าทาง ดาบิด ซิลบา ที่โหม่งชงเข้ามาที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ได้ตีลังกายิงหน้ากรอบ 6 หลากลางประตู แต่ แบร๊ด กูซาน เซฟเอาไว้ได้ นาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกระยะกว่า 30 หลาของ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ที่เข้าไปตะบันด้วยซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพงกำลังเสียบมุมเสาแรก แต่ แบร๊ด กูแซน บินปัดไว้ได้ทัน นาทีที่ 62 เกมผ่านหนึ่งชั่วโมงเจ้าถิ่นพลาดทำประตูขึ้นนำเมื่อ ปาโบล ซาบาเลต้า หักบอลมาให้ เอดิน เชโก้ ได้กดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษทางขวา แต่บอลหลุดเสาแรกออกหลังไป :) นาทีที่ 64 แฟนเจ้าบ้านมาได้เฮจนได้เมื่อ แมนฯ ซิตี้ มาลั่นสกอร์ออกนำ 1-0 โดยเป็นจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา แทงบอลเข้าช่องให้ ปาโบล ซาบาเลต้า เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษทางขวาก่อนผ่านมาที่ เอดิน เชโก้ สอดขึ้นมาแปด้วยขวาที่หน้ากรอบ 6 หลางทางขวาบอลลอดขา แบร๊ด กูซาน จมก้นตาข่าย :) นาทีที่ 72 เจ้าบ้านมาเพิ่มสกอร์เป็น 2-0 เมื่อ ปาโบล ซาบาเลต้า ไหลบอลมาที่ ซามีร์ นาสรี่ ได้สับด้วยซ้ายบริเวณจุดโทษ แต่ แบร๊ด กูซาน เซฟออกมาได้ ทว่าบอลมาเข้าทางปืน เอดิน เชโก้ ได้ซ่ำเหน่งๆเข้าประตูไป :) นาที 89 เจ้าบ้านมาได้ประตูเพิ่มจากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร่ โยกหลอกแข้ง วิลล่า ในเขตโทษก่อนจ่ายบอลให้ สเตฟาน โยเวติช ซัดจากหน้ากรอบเขตโทษเข้ไปตุงตาข่าย แมนฯ ซิตี้ หนี วิลล่า เป็น 3-0 :) นาที 90+3 ยาย่า ตูเร่ โคตรเหนือโชว์เดี่ยวลากจากครึ่งสนามล็อคผ่านหนึ่งแล้วกระซากเข้าเขตโทษก่อนซัดยิงผ่าน แบร็ด กูซาน เข้าประตูไปเป็นไม่เหลือซาก แมนฯ ซิตี้ ถล่ม แอสตัน วิลล่า เป็น 4-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 100 แมนฯ ซิตี้ ในเกมลีกซีซั่นนี้ และที่สำคัญทำแต้มแซง ลิเวอร์พูล 2 แต้มขึ้นไปเป็นจ่าฝูง รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ฆาบี การ์เซีย, ยาย่า ตูเร่, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, ซาเมียร์ นาสรี่, เอดิน เชโก้  แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, แม็ทธิว ลอว์ตัน, รอน ฟลาร์, เนธาน เบเกอร์, เคียแรน คล้าร์ก, คาริม เอล อาห์มาดี้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, อันเดรียส ไวมันน์, จอร์แดน บาวรี่

ผลบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ 4-0 นอริช
นอริช /  ผลบอล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ 4-0 นอริช ผลบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ประจำวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 แมนฯ ยูฯ 4-0 นอริช ผู้ทำประตู : 1-0 รูนี่ย์ (จุดโทษ) น.41, 2-0 รูนี่ย์ น.48, 3-0 มาต้า น.63, 4-0 มาต้า น.71 สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้ตัดสิน : ลี โพรเบิร์ต แข่งขันเวลา 23.30 น. CTH สเตเดียม 1 ถ่ายทอดสด เริ่มเกมนัดแรกของ ไรอัน กิ๊กส์ ในฐานะกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด มาถึงนาทีที่ 9 กลับเป็นทีมเยือนที่ได้ลุ้นจะๆ ก่อน โวล์ฟสวิงเคล หัวหอกตัวเก่ง ได้โขกหน้าปากประตู แต่ ลี โพรเบิร์ต เป่าฟาวล์ เนื่องจากเอามือไปกดหลัง แนวรับเจ้าบ้าน นาทีที่ 13 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เสียวบ้าง ปาทริซ เอวร่า โยนบอลเข้าเขตโทษ กองหลังอาคันตุกะ สกัดไม่ดี มาเข้าทาง วาเลนเซีย ก่อนเจ้าตัวสับด้วยขวาเต็มข้อ แต่ จอห์น รัดดี้ ยังเหนียว ล้มตัวปัดออกหลังไว้ได้ นาทีที่ 23 ผีแดง ได้ลุ้นอีก เอวร่า หลอกจะเปิด ก่อนจ่ายเรียดให้ คางาวะ ในเขตโทษ เจ้าตัวแตะออกซ้าย ก่อนซัดเต็มแรง แต่ เทอร์เนอร์ เซ็นเตอร์นกขมิ้นไม่พลาด สไลด์บล็อกไว้ได้ทัน นาทีที่ 39 ปีศาจแดง ได้เสียวอีกครั้ง ฟิล โจนส์ เตรียมเกมรุก ก่อนตบเข้ากลาง บอลเลยมาเสาสอง คางาวะ ล้มตัวดีดด้วยขวา บอลหลุดกรอบไม่ไกล :) และประตูที่แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด รอคอยก็มาถึงเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ วิทเทเกอร์ ดึง เวลเบ็ค ล้มในเขตโทษ ลี โพรเบิร์ต เป่าฟาวล์ทันที แล้วก็เป็น เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ผีแดงขึ้นนำ 1-0 นาทีที่ 41 หลังจากเสียประตู ทีมเยือน พยายามโต้ตอบ เจ้าบ้านบ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ นอริช ซิตี้ 1-0 :) กลับมาลุยกันต่อในครึ่งหลังได้เพียงสามนาที ผีแดง สกอร์ไหลเป็น 2-0 คากาวะ ผ่านบอลให้ รูนี่ย์ แล้วเจ้าตัวเลี้ยงตัดเข้ากลาง ระยะประมาณ 25 หลา ก่อนปั่นด้วยขวา บอลเสียบเสาสองสุดสวย พร้อมกับเป็นประตูที่ 2 ของพ่อน้องไคในเกมนี้ 6 นาทีถัดมา แมนฯยูฯ บุกหนัก แล้วก็ได้เสียวอีก เอวร่า ทะลุ ทางกราบซ้าย ก่อนตัดสินใจซัดนอกเขตโทษ ติดบล็อก ผู้เล่นนกขมิ้น มาเข้าทาง เวลเบ็ค ก่อนหวดตรงเส้น 18 หลา บอลพุ่งเสียบใต้คาน แต่ รัดดี้ บินปัดทิ้งไว้ได้ ขยับมาอีก 4 นาที ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือชั่วคราว แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแท็คติก เอา ฆวน มาต้า ลงมาแทน เวลเบ็ค ที่เล่นได้ดีพอสมควรในเกมนี้ :) แมนฯ ยูฯ มาได้ลูกสามจนได้จากจังหวะ รูนี่ย์ ตะบันนอกเขตโทษ รัดดี้ ปัดไม่พ้นอันตราย วาเลนเซีย ตามไปเอาบอล ก่อนไหลให้ ฟิล โจนส์ กึ่งยิงกึ่งผ่าน เข้าปากประตู ก่อนที่ มาต้า ตัวสำรอง จะวิ่งชาร์จด้วยซ้ายเข้าไปไม่เหลือ ผีนำขาด 3-0 นาทีที่ 65 กิ๊กส์ นายใหญ่ปีศาจแดง เปลี่ยนอีก เอา คากาวะ ออก แล้วส่ง แอชลี่ย์ ยัง ลงมาเล่นปีกซ้าย :) นาทีที่ 73 แมนฯ ยูฯ ได้อีกลูกจากจังหวะที่ เอวร่า เปิดด้วยซ้าย วาเลนเวีย ตวัดยิงเร็ว ในเขตโทษ ผ่านหน้าปากประตู มาต้า วิ่งเข้ามาโขกเช็ดบางๆ บอลซุกก้นตาข่ายไม่เหลือซาก แมนฯ ยูฯ นำ นอริช ไปไกล เป็น 4-0 มาถึงช่วงท้ายเกม แมนฯ ยูฯ ยังไม่เหลาเกมบุก ได้จังหวะลุ้นประตูอย่างต่อเนื่อง ทั้ง รูนี่ย์ และ มาต้า แต่จังหวะสุดท้ายทั้งคู่ก็ยังไม่เฉียบคมพอพลาดโอกาสทำแฮททริก ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่น เกือบได้เพิ่ม เมื่อ มาต้า แทงให้ ชิชาริโต้ หลุดเดี่ยว แต่เจ้าตัวกลับยิงหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย หมดเวลา แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้าน ถล่ม นอริช ซิตี้ ขาดลอย 4-0 ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของ ไรอัน กิ๊กส์ ชนิดสวยหรู รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมที่ลงสนาม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, เนมานย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์ ,อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ปาทริซ เอวร่า, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เคลฟเวอร์ลี่ย์, คากาวะ, เวลเบ็ค, รูนี่ย์ .  นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้, สตีเว่น วิทเทเกอร์, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, รัสเซล มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน , เลอรอย เฟอร์, ฮาวสัน, เนธาน เร้ดมอนด์, ริคกี้ ฟาน วูล์ฟสวิงเคิ่ล

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เอาสามแต้มไปแจกทีมเก่า! ผีแดงเน่าท็อฟฟี่เปิดบ้านถลุงสบายหัวแม่เท้า
คากาวะ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557 เอฟเวอร์ตัน 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 เลห์ตัน เบนส์ น.28 (จุดโทษ),2-0 เควิน มิราลลัส น.43 เวลา: 22.00 น. สนาม: กูดิสัน พาร์ค ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกคู่สุดท้ายของวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน นัดนี้ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ได้ต้อนรับ อดีตผู้จัดการทีมคนเก่าอย่าง เดวิด มอยส์ ที่พาทีมใหม่ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเยือน กูดิสัน พาร์ค ถิ่นเก่าที่เคยคุมทีมอยู่ถึง 11 ปี เริ่มต้นเกมส์ ทีมเยือน ที่ต้องการสามแต้มเพื่อลุ้นตำแหน่งพื้นที่ไปเล่นฟุตบอล ยุโรปถ้วยเล็ก ยูโรป้าลีก เดินหน้าลุยก่อน แต่ยังไม่มีจังหวะลุ้นประตูออกนำ นาทีที่ 8 เอฟเวอร์ตันได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ กองหลัง แมนยูสกัดบอลมาเข้าทาง  รอส บาร์คลี่ย์ ได้ยิงแต่บอลข้ามคานออกไป เกือบ 20 นาที “ผีแดง” ครองบอลได้มากกว่าก็จริง แต่ยังหาช่องเจาะเข้าไปในแดนของ เอฟเวอร์ตันได้ไม่ถนัดนัก นาที 22 ซิลแว็ง ดิสแต็ง วางบอลจากแดนตัวเองไปให้ หน้าเป้าแบบ โรเมอู ลูกาคู เบียดกับกองหลังแล้วโหม่งชงต่อให้ สตีเฟ่น เนย์สมิธ วิ่งมาซัดโด่งข้ามคาน นาที 26 เจ้าบ้าน เอฟเวอร์ตัน ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ โรเมอู ลูกาคู ยิงบอลไปโดนแขนของ ฟิล โจนส์  มาร์ค แคลทเทนเบิร์ก ที่เคยเป่าให้แมนยูเสียสามจุดโทษในเกมส์เดียวมาแล้ว (นัดแดงเดือด) ไม่รอช้า เป่าให้เป็นจุดโทษทันที และ เลห์ตัน เบนส์ รับหน้าที่สังหารยัดเข้าไปกลางประตู ให้ เอฟเวอร์ตัน ออกนำ 1-0 หลังได้ประตูออกนำ เป็นเอฟเวอร์ตันที่ยิ่งเล่นยิ่งเพิ่มความมั่นใจ และมีโอกาสทำเกมส์รุกสวยๆได้หลายครั้ง นาที 43 แมนยูที่ครองบอลบุกอยู่ดีๆแต่ไม่มีจังหวะจบ โดนเข้าบ้านโต้กลับจนหงายท้องอีกครั้ง โดย เชมุส โคลแมน ไหลบอลตามช่องให้กับ เควิน มิราลลัส หลุดกับดักล้ำหน้าที่มี บุตเนอร์ ห้อยอยู่เข้าไปยิงมุมแคบ ผ่าน ดาบิด เดเคอา เข้าไปให้ เอฟเวอร์ตัน หนีห่าง ผู้มาเยือน 2-0 ท้ายครึ่งแรก โอกาสใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือน เป็นลูกเตะมุมที่ เวนย์ รูนี่ย์ โยนเข้ามาแล้ว แกเร็ธ แบร์รี่ โหม่งผิดเหลี่ยมไปเข้าซอง ทิม ฮาวเวิร์ด จบครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน ออกนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ครึ่งหลังนาที 47 แมนฯ ยูไนเต็ดได้ลุ้นก่อนจากลูกยิงไกลจากแถวสองของ ชินจิ คากาวะ แต่โดน ทิม ฮาวเวิร์ด ล้มตัวเวฟไว้ได้ เล่นไปเล่นมา เอฟเวอร์ตัน ที่สกอร์นำอยู่ รูปเกมส์ก็เหนือกว่าเยอะ นาที 61 โรเมอู ลูกาคู หลุดเข้าไปยิงมุมแคบแต่คราวนี้ เดเคอา ไม่พลาด นาที 79 เวนย์ รูนี่ย์ เล่นได้อย่างนาผิดหวังในนัดนี้พลาดท่าเสียบอลเลยโดนโต้กลับเร็ว และเป็น สตีเฟ่น เนย์สมิธ ได้ยิงด้วยขวาแต่บอลติดปลายมือของ เดเคอา นาที 86 แมนยูน่าจะได้ประตูปลอบใจเมื่อ ชิชาริโต้ พลิกบอลแล้วจ่ายให้ รูนี่ย์ หลุดเดี่ยว แต่ดาวเตะค่าเหนื่อยสามแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ยิงไปติดเซฟ ฮาวเวิร์ด บอลแฉลบข้ามคานออกไป จบเกมส์ “ผีแดง” โชว์ฟอร์มสุดเห่ย บุกพ่าย เอฟเวอร์ตัน 2-0 โดยเจ้าบ้าน ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ยังมีลุ้นเบียดไปเล่น ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกโดยตามหลัง อาร์เซน่อล อันดับสี่อยู่เพียงแค่ คะแนนเดียว ส่วนแมนยู อยู่อันดับที่ 7 แค่ ยูโรป้าลีก ยังยาก  รายชื่อ เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด (GK), เชมุส โคลแมน ,จอน สโตน ,ซิลแว็ง ดิสแต็ง,เลห์ตัน เบนส์ ,เจมส์ แม็คคาร์ธี่ ,แกเร็ธ แบร์รี่ ,เควิน มิราลลัส,รอส บาร์คลี่ย์ ,โรเมอู ลูกาคู, สตีเฟ่น เนย์สมิธ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), ฟิล โจนส์,คริส สมอลลิ่ง,จอนนี่ อีแวนส์, อเล็กซานเดอร์ บุตเนอร์,นานี่, ฆวน มาต้า, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,ไมเคิล คาร์ริค, ชินจิ คากาวะ, เวนย์ รูนี่ย์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เสียวนิดๆ! ชิรูด์โขกโทนปืนใหญ่เปิดรังซิวเวสต์บรอมหวิวส่งท้ายในรัง
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 อาร์เซน่อล 1-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ผู้ทำประตู: 1-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.14 เวลา: 19.30 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่ได้โควตาไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แบบแน่นอนแล้ว ลงเล่นนัดส่งท้ายในลีก ในรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยชัยชนะ แบบหืดจับเล็กน้อย ด้วยการเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไป 1-0 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ ในจังหวะโขกลูกเตะมุมของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ดาวยิงเลือดน้ำหอมของทีม

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนซิตี้ VS แอสตัน วิลล่า
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – แอสตัน วิลล่า สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 01.45น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ มีชะตาแชมป์อยู่ในกำมือตัวเอง ขอเพียงชนะสองเกมสุดท้ายในบ้านก็จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทันทีโดยไม่ต้องสนใจ ลิเวอร์พูล เกมนี้ทีมจะไม่มีกองหน้าคนสำคัญ เซอร์คิโอ อเกวโร่ ที่เจ็บขาหนีบในเกมเจอ เอฟเวอร์ตัน ส่วน ยาย่า ตูเร่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดก่อนก็น่าจะฟิตทันลงสนามรวมไปถึง ดาบิด ซิลบา ด้วย ขณะที่ เฆซุต นาบาส ยังมีอาการเจ็บข้อเท้าและ มาติย่า นาสตาซิค ยังพักยาว พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า ไม่มีอะไรให้ลุ้นเพราะพาทีมอยู่รอดปลอดภัยจากการตกชั้นแน่นอนแล้ว นัดนี้จะไม่มี กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ที่เจ็บเข่า รวมไปถึง โจ เบนเน็ตต์ ที่เจ็บข้อเท้า ส่วน คริสเตียน เบนเทเก้ กองหน้าคนสำคัญพักยาวจากอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย เช่นเดียวกับ ลิบอร์ โคซัค ที่ขาหัก ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, นาสรี่, เซโก้ แอสตัน วิลล่า – กูซาน, โลว์ตัน, ฟลาร์, นาธาน เบเกอร์, คีแรน คลาร์ก, อัลไบรท์ตัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, เดล์ฟ, เบอร์ทรานด์, ไวมันน์, โบเวรี่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน VS แมนซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน – แมนฯ ซิตี้ สนาม กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 3 ฤษภาคม 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน เกมนี้จะได้ ฟิล ยาเกียลก้า คืนสนามหลังจากเจ็บแฮมสตริงพักไปร่วมสิบสัปดาห์ ส่วน ซิลแว็งต์ ดิสแต็ง ต้องรอเช็คอาการ ด้าน แกเร็ธ แบร์รี่ ลงสนามเจอต้นสังกัดไม่ได้ ขณะที่ เลห์ตัน เบนส์ มีปัญหาที่เข่าแต่น่าจะลงเล่นได้ แต่ สตีเว่น พีนาร์ ยังเจ็บอยู่ไม่น่าพร้อมลงเล่น ฝั่ง มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเรือใบ มีข่าวดีคือ ดาบิด ซิลบา จะกลับมามีชื่อในเกมนี้หลังจากเจ็บข้อเท้า ส่วน เฆซุส นาบาส ซึ่งเจ็บข้อเท้าเช่นกันยังไม่พร้อมในเกมนี้ เช่นเดียวกับ มาเตย่า นาสตาซิค ที่เจ็บเข่า ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เอฟเวอร์ตัน – ฮาเวิร์ด, โคลแมน, ยาเกียลก้า, สโตน, เบนส์, ออสแมน, แม็คคาร์ธี่, เดวโลเฟว, บาร์คลี่ย์, แม็คเกียดี้, ลูคาคู แมนซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันดินโญ่, ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH สเตเดี้ยม 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม กุส โปเยต์ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ มีข่าวดีเมื่อสองกองหลัง บิลลี่ โจนส์ กับ ซานติอาโก้ เวอร์จินี ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วน เอมานูเอเล่ เจียคเครินี่ ยังเจ็บขาหนีบต้องพักอีกราวสามสัปดาห์ ขณะที่ในตำแหน่งนายทวาร คอสเทล พานทิลิมอน น่าจะยึดตัวจริงจาก วิโต้ มานโนเน่ ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจในเกมนัดเปิดสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์กอส โรโฮ ปราการหลังตัวใหม่ที่ได้เวิร์ค เพอร์มิตไม่ทันเวลา ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บมีหลายรายทั้ง ลุค ชอว์, ไมเคิล คาร์ริค, จอนนี่ อีแวนส์, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์, เจสเซ่ ลินการ์ด, แดนนี่ เวลเบ็ค, อันแดร์สัน และยังมีที่เจ็บเพิ่มเข้ามาอีกทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อันแดร์ เอร์เรร่า ที่เจ็บข้อเท้าทั้งคู่ แต่ข่าวดีคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ฟิตพร้อมลงเล่น ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิมอน, บิลลี่ โจนส์, เวส บราวน์, จอห์น โอเชีย, ฟาน อันโฮลท์, คัตเตอร์โมล, ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, วิคแค่ม, สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, มาต้า, แอชลี่ย ยัง, คากาวะ, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

GRAMMY ขอพักซื้อขายหุ้นชั่วคราว
GRAMMY /  ตลาดหุ้น / 

GRAMMY ขอพักการซื้อขายชั่วคราว เหตุบอร์ดอยู่ระหว่างตัดสินใจเรื่องสำคัญอาจกระทบโครงสร้างธุรกิจ พร้อมระบุ 22 ก.ค.จับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจ ร่วมธุรกิจกับ CTH นางจิราภรณ์ รุ่งศรีทอง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่(GRAMMY)แจ้งว่า เนื่องด้วยในวันนี้(22 ก.ค.) GRAMMY จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการประกอบธุรกิจของบริษัทและอาจกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป บริษัทฯจึงขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ GRAMMY เป็นการชั่วคราว ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงขึ้นเครื่องหมาย "H" เพื่อระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ GRAMMY เป็นการชั่วคราวสำหรับการซื้อขายรอบบ่ายของวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(23 ก.ค.)ทาง GRAMMY มีกำหนดจัดการแถลงข่าวร่วมกับ บมจ.ซีทีเอช(CTH)ในงาน“Beyond The Best"เพื่อประกาศร่วมมือเป็นพันธมิตรธุรกิจอย่างเป็นทางการสู่ความเป็นหนึ่งในการให้บริการธุรกิจ เพย์ ทีวี โดยนายวิชัย ทองแตง, นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์, นายณัฐวัชร์ วรนพกุล, นายชนวัฒน์ วาจานนท์ ซึ่งเป็นทีมผู้บริหาร จาก CTH รวมทั้งนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, นายกริช ทอมมัส,นางบุษบา ดาวเรือง,นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ซึ่งเป็นทีมผู้บริหารจาก GRAMMY ที่จะร่วมเซ็นสัญญาทางธุรกิจ ล่าสุดหุ้น GRAMMY ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 17.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 1.67% มูลค่าการซื้อขาย 11.58 ล้านบาท MThai News

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ตัดไปอีกหนึ่ง! สิงห์เขี้ยวไม่คมงบนกขมิ้นไม่เขาเจ๊ากร่อย
นอริช ซิตี้ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้ ผู้ทำประตู: เวลา: 22.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดส่งท้าย ในสแตมฟอร์ดบริดจ์ ของ เชลซี ที่ยังแอบลุ้นแชมป์อยู่ลึกๆ เปิดบ้านต้อนรับ นอริช ซิตี้ ที่สถานการณ์การลุ้นหนีตกชั้นยังลูกผี ลูกคนอยู่ และถ้าหากแพ้ ในนัดนี้จะตกชั้นทันที แม้มีโอกาส ทำแต้มเท่า ซันเดอร์แลนด์ แต่ว่า ลูกได้เสียติดลบอยู่เยอะเกินไป เริ่มเกมส์ เชลซี เปิดฉากบุกแบบเนือยๆ และยังไม่มีจังหวะหวาดเสียว นาที 31 เนมานย่า มาติช  ตัดบอลจาก นอริช ได้ที่กลางสนาม แล้วแทงบอลให้  อังเดร ชูร์เล่ ลากบอลตัดเข้ากลางแล้วยิงเน้นๆ แต่บอลชนเสา และไม่มีตัวซ้ำชวดได้โอกาสออกนำอย่างน่าเสียดาย นาที 35 เป็นโอกาสของ อังเดร ชูร์เล่ อีกครั้งคราวนี้ ติดเซฟของ จอห์น รัดดี้ จบครึ่งแรก ยังไม่มีสกอร์ จากทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลัง มูรินโญ่ ต้องแก้เกมส์ด้วยการส่ง เอเด็น อาซาร์ และ ดาวิด ลุยซ์ ลงมาแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และเพียงแค่ 2 นาทีที่ สองตัวสำรองที่ส่งลงมาก็แผลงฤทธิ์ ทันทีเมื่อ อาซาร์ ลากเลื้อยขึ้นทางขวา แล้วจ่ายบอลคืนให้ ลุยซ์ ซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือ รัดดี้ ไปแล้ว แต่โชคร้ายไปชนคานสนั่นหวั่วไหว เกมส์เป็นของ เชลซี ที่เดินหน้าลุยแหลก แต่ก็ไม่มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจะๆ เพราะ ฝ่าแนวรับทีมเยือนไม่ได้ นาที70 นกขมิ้นเกือบน็อค เจ้าบ้าน ได้ เมื่อ โรเบิร์ต สน็อดกราส ได้บอลหลุดขึ้นไปทางขวา แล้วซัดด้วยขวา แต่จังหวะสุดท้าย แกรี่ เคฮิลล์ ตามมาทิ้งตัวสกัดได้ เวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนัก แต่ก็ทำประตูไม่ได้ จบเกมส์ เชลซี ลงเล่นในบ้านนัดสุดท้าย ทำได้เพียงแค่เสมอกับ นอริช ซิตี้  ไร้สกอร์ 0-0 ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของ เชลซี แทบจะหมดลุ้น ส่วน นอริช ได้ 1 คะแนนสุดล้ำค่าไปต่อลมหายใจในการลุ้นหนีตกชั้นต่อไป  รายชื่อ เชลซี : มาร์ค ชวาร์เซอร์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เนมานย่า มาติช ,อันเดง ชูร์เล่, วิลเลี่ยน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์,เดมบา บา นอริช ซิตี้ :จอห์น รัดดี้(GK),รัสเซล มาร์ติน, ไรอัน เบนเน็ตต์, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, สตีเว่น วิทเทเกอร์,อเล็กซ์ เท็ตเตย์ ,โรเบิร์ต สน็อดกราส, แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน, จอนนี่ ฮาวสัน, มาร์ติน โอลส์สัน,โยฮัน เอลมานเดอร์