CTH

ผลฟุตบอลพรีเมียรลีก : ฟอร์มยังแรง!คอสต้าซัดเปิดสิงห์บูลเปิดถ้ำขย้ำสุนัขจิ้งจอก
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียรลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 2-0 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 ดีเอโก้ คอสต้า น.63, 2-0 เอด็อง อาซาร์ น.77 เวลา : 21.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 “สิงห์บูล” เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ฟอร์มยังคงดีต่อเนื่องเมื่อเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ สองติดต่อกันด้วยการเปิดรังสแตมฟอร์ดบริดจ์ เอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ไป2-0 โดยได้ประตูจาก ศูนย์หน้าตัวใหม่ค่าตัว 32 ล้านปอนด์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ยังพังประตูต่อเนื่อง และมาได้ประตูปิดท้ายจาก เอเด็น อาซาร์ เก็บ 6 คะแนนเต็มขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูงของตาราง รายชื่อ เชลซี :ธิโบต์ คูร์กตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แกรี่ เคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช,เชส ฟาเบรกาส ,อังเดร ชูร์เล่,ออสการ์,เอแด็น ฮาซาร์ด,ดิเอโก้ คอสต้า เลสเตอร์ ซิตี้ :แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK),ริทชี่ เดอ เลต,เลียม มัวร์,เวส มอร์แกน,พอล คอนเชสกี้,ริยาด มาห์เรซ,แอนดี้ คิง ,เชอร์ยูป,เฮอร์ม่อน,เดวิด นิวเจนท์, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คำว่าชนะสะกดอย่างไร! ฟานกัลยังไร้ชัยผีแดงแค่บุกเจ๊าแมวดำ
ซันเดอร์แลนด์ /  ปีศาจแดง / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม 2557 ซันเดอร์แลนด์ 1-1  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู :1-0 ฆวน มาต้า น.17,1-1 แจ๊ค ร็อดเวลล์ น.30 สนาม : สเตเดี้ยม อ๊อฟ ไลท์ เวลา : 22.00 น. ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ที่เปิดตัวหัวทิ่มด้วยการแพ้ สวอนซี คาบ้าน บุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ โดยในนัดนี้ กุนซือชาวดัตช์ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ฟิตสมบรุณ์ลงจับคู่กับ เวนย์ รูนี่ย์ แต่ก็ประสบปัญหานักเตะเจ็บหลายคนอาทิ นักเตะตัวใหม่อย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า และ ลุค ชอว์ ส่วน มาร์กอส โรโฮ ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน  เริ่มเกมส์ผ่าน 15 นาทีเป็นเจ้าบ้านแมวดำที่ทำได้ดีกว่า  แต่แล้วนาที 17 ทีมเยือนที่เป็นรองอย่างชัดเจนกลายเป็นทีมที่ออกนำไปก่อน เมื่อ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ลงมาล้วงบอลเองแล้วไหลต่อไปให้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทางขวา ก่อนที่ปีกไร้ลีลาจะเปิดยัดเข้ากลางให้ ฆวน มาต้า โฉบมาชารจ์จ่อๆเข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 0-1 หลังได้ประตูออกนำ ปีศาจแดงยังไม่ได้แสดงถึงชั้นบอลที่เหนือกว่า และเป็นซันเดอร์แลนด์ที่ค่อยๆ ขยับเกมส์รุกขึ้นมากดดันเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางกราบที่ที่มี วิลเลียม บัคลีย์ ประจำการอยู่ นาที 30 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่  แจ๊ค ร็อดเวลล์ ขึ้นโขกเหน่งๆเข้าไปให้ซันเดอร์แลนด์ตามตีเสมอ 1-1 นาที 32 เวนย์ รูนี่ย์ ได้โอกาสปั่นฟรีคิกบอลเฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น นาที 41 แมวดำโยนบอมบ์เข้าไปหน้าประตู คอนเนอร์ วิคแฮม โขกตั้งให้ สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ จักรยานอากาศหลุดเสาออกไป นาที 43 หลุยส์ ฟาน กัล จำใจต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเมื่อ คริส สมอลลิ่ง บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว เลยต้องส่วกองหลังดาวรุ่งอย่าง ไมเคิล คีน ลงมาเล่นแทน จบครึ่งแรกซันเดอร์แลนด์ยังเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 1-1  ครึ่งหลัง เป็นแมนยูทีมเยือนที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังเจาะไม่เข้าโดยเฉพาะ การโยนจากริมเส้น ที่แอชลี่ย์ ยัง ที่ยังโยนบอลไม่ได้เข้าหัวเพื่อนที่รออยู่หน้าปากประตู นาที 69 ฆวน มาต้า โยนลูกเตะมุมให้ไมเคิล คีนได้โหม่งแต่บอลเบา เข้ามือ วิโต้ มานโนเน่ นาที 74 เซบาสเตียน ลาร์สสัน ปั่นฟรีคิกระยะอันตรายหลุดกรอบออกไป ท้ายครึ่งหลัง แมนยูเปลี่ยนนักเตะอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และ อัตนัน ยานาไซ ลงสนามแทน โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ แต่ก็ไม่สามารถยกระดับเกมส์รุกของทีมได้ เวลาที่เหลือแมนยูครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ไร้ไอเดียในการเข้าทำทำให้หมดเวลา หลุยส์ ฟาน กัล ยังคงต้องเฝ้ารอชัยชนะในนัดแรกของตัวเองในพรีเมียร์ลีกต่อไปเมื่อทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 มีเพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่, แพทริค ฟาน อันโฮลท์, จอห์น โอเช, เวส บราวน์, ซานติเอโก้ เบร์จินี่, ลี แคทเทอร์โมล์, วิลเลียม บัคลีย์, แจ๊ค ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์, คอนเนอร์ วิคแฮม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, คริส สมอลลิ่ง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, ฆวน มาต้า, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, เวย์น รูนี่ย์

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : หงส์ พลาดท่าเปิดรังพ่าย สิงห์ผยอง 0-1
กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ น.9 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือการลงสนามจับคู่กันครั้งแรกของ (อดัม ลัลลานา, ลาซาร์ มาร์โควิช) 2 ปีกจอมพริ้วที่ หงส์แดง กระชากมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ต้องมาดูว่าทั้งคู่จะเล่นได้เข้ากับระบบทีมมากน้อยแค่ไหน ในแมตช์นี้ เริ่มเกม นาทีที่ 3 ลิเวอร์พูล ได้บุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย โมเรโน่ โยนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลไปถึง ลาซาร์ มาร์โควิช กระโดดวอลเลด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป GOAL! นาทีที่ 9 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ กดสกอร์ให้ "สิงห์ผงาด" ออกนำ "หงส์แดง" เจ้าบ้านอย่างรวดเร็ว 1-0 นาที 13 ลิเวอร์พูล ยังทรงไม่สวยเท่าไหร่ เมื่อ อดัม ลัลลาน่า โดนใบเหลืองแรกของเกม แถมฟรีคิกของ แอชลี่ย์ เวสต์วูด ยังเปิดเข้ามาถึง เซนเดอรอส ได้ขึ้นโขกคนเดียว แต่บอลโด่งออกหลังไป นาที 32 หงส์แดง เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะของ คูตินโญ่ ยกบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ มาร์โควิช ถ่ายบอลให้ ลัลลาน่า ได้ยิงแต่โดนบล็อคออกไป นาที 35 แอสตัน วิลล่า ลงไปแพ็คเกมรับกับแทบทั้งทีม แล้วรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกความเร็วสูงที่รอโอกาสฉีกแผงหลัง "หงส์แดง" อยู่แล้ว นาที 40 บอลส่วนใหญ่ยังอยู่บริเวณกลางสนาม เป็นทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล ได้เคาะกันแทบจะฝ่ายเดียวแต่ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้ นาที 43 บาโลเตลลี่ รับบอลจากจังหวะเปิดของ ลอฟเรน พร้อมเคาะให้ ลัลลาน่า ได้วิ่งมาหวดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาไปนิดเดียว นาที 45 บาโลเตลลี่ รับบอลยาวจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจยิงดื้อๆ และบอลแฉลบเกือบพุ่งไปเสียบสามเหลี่ยม โชคร้ายที่บอลหลุดออกไปก่อน ครบ 45 นาทีมีการทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาทีก่อนจะจบลงด้วยสกอร์เดิม ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า เริ่มครึ่งหลังมาได้ 3 นาที ลิเวอร์พุล ได้จากลูกเตะมุม ลัลลาน่า เปิดเข้ามาถึง บาโลเตลลี่ ได้สอดขึ้นมาโหม่งแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 55 รูปเกมก็ยังคงเหมือนเดิม ลิเวอร์พูล เอาบอลมาครองได้ฝ่ายเดียวส่วน แอสตัน วิลล่า ลงไปตั้งรับกันทั้งทีม นาที 60 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมโดยถอด อดัม ลัลลาน่า ออกไปพัก และส่งราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลงไปทำหน้าที่แทน นาที 63 อลัน ฮัตตัน โดนใบเหลืองจากการไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อย่างหนัก นาที 66 สเตอร์ลิ่ง มีจังหวะกระชากไปหน้ากรอบเขตโทษพร้อมตัดสินใจยิงไกลแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 71 ลิเวอร์พูล ถอด บาโลเตลลี่ และมาร์โควิช ออกไปพักและส่ง บอรินี่ กับแลมเบิร์ต ลงมาแทน ส่วน วิลล่า ก็เปลี่ยนเหมือนกัน โดยส่ง ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ลงมาแทน ไวมันน์ นาที 76 โมเรโน่ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปทำฟาวล์ คีแรน ริชาร์ดสัน นาที 79 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม คูตินโญ่ เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ลอฟเรน ขึ้นโหมงแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 81 คูตินโญ่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดผู้เล่น แอสตัน วิลล่า มาทั้งหมดก่อนได้สับด้วยขวาแต่พุ่งไปชนเสาอย่างจัง แถมจังหวะซ้ำของ สเตอร์ลิ่ง ยังไปโดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันออกไปอีก นาที 89 "หงส์แดง" ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะของ คูตินโญ่ ลองส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงแต่เหินข้ามคานออกไปไกล นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! "สิงห์ผยอง" ได้ประตูโทนของ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ในช่วงครึ่งแรกช่วยให้พวกเขาสามารถบุกมาเชือด "หงส์แดง" รองแชมป์เก่า ได้คาถิ่น แอนฟิลด์ 1-0 พร้อมทยานขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของตารางในเวลานี้ได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลานา, ลาซาร์ มาร์โควิช, คูตินโญ่, มาริโอ บาโลเตลลี่ แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วูด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์

GRAMMY ขอพักซื้อขายหุ้นชั่วคราว
GRAMMY /  ตลาดหุ้น / 

GRAMMY ขอพักการซื้อขายชั่วคราว เหตุบอร์ดอยู่ระหว่างตัดสินใจเรื่องสำคัญอาจกระทบโครงสร้างธุรกิจ พร้อมระบุ 22 ก.ค.จับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจ ร่วมธุรกิจกับ CTH นางจิราภรณ์ รุ่งศรีทอง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่(GRAMMY)แจ้งว่า เนื่องด้วยในวันนี้(22 ก.ค.) GRAMMY จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการประกอบธุรกิจของบริษัทและอาจกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป บริษัทฯจึงขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ GRAMMY เป็นการชั่วคราว ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงขึ้นเครื่องหมาย "H" เพื่อระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของ GRAMMY เป็นการชั่วคราวสำหรับการซื้อขายรอบบ่ายของวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(23 ก.ค.)ทาง GRAMMY มีกำหนดจัดการแถลงข่าวร่วมกับ บมจ.ซีทีเอช(CTH)ในงาน“Beyond The Best"เพื่อประกาศร่วมมือเป็นพันธมิตรธุรกิจอย่างเป็นทางการสู่ความเป็นหนึ่งในการให้บริการธุรกิจ เพย์ ทีวี โดยนายวิชัย ทองแตง, นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์, นายณัฐวัชร์ วรนพกุล, นายชนวัฒน์ วาจานนท์ ซึ่งเป็นทีมผู้บริหาร จาก CTH รวมทั้งนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, นายกริช ทอมมัส,นางบุษบา ดาวเรือง,นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ซึ่งเป็นทีมผู้บริหารจาก GRAMMY ที่จะร่วมเซ็นสัญญาทางธุรกิจ ล่าสุดหุ้น GRAMMY ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 17.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 1.67% มูลค่าการซื้อขาย 11.58 ล้านบาท MThai News

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ตัดไปอีกหนึ่ง! สิงห์เขี้ยวไม่คมงบนกขมิ้นไม่เขาเจ๊ากร่อย
นอริช ซิตี้ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้ ผู้ทำประตู: เวลา: 22.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดส่งท้าย ในสแตมฟอร์ดบริดจ์ ของ เชลซี ที่ยังแอบลุ้นแชมป์อยู่ลึกๆ เปิดบ้านต้อนรับ นอริช ซิตี้ ที่สถานการณ์การลุ้นหนีตกชั้นยังลูกผี ลูกคนอยู่ และถ้าหากแพ้ ในนัดนี้จะตกชั้นทันที แม้มีโอกาส ทำแต้มเท่า ซันเดอร์แลนด์ แต่ว่า ลูกได้เสียติดลบอยู่เยอะเกินไป เริ่มเกมส์ เชลซี เปิดฉากบุกแบบเนือยๆ และยังไม่มีจังหวะหวาดเสียว นาที 31 เนมานย่า มาติช  ตัดบอลจาก นอริช ได้ที่กลางสนาม แล้วแทงบอลให้  อังเดร ชูร์เล่ ลากบอลตัดเข้ากลางแล้วยิงเน้นๆ แต่บอลชนเสา และไม่มีตัวซ้ำชวดได้โอกาสออกนำอย่างน่าเสียดาย นาที 35 เป็นโอกาสของ อังเดร ชูร์เล่ อีกครั้งคราวนี้ ติดเซฟของ จอห์น รัดดี้ จบครึ่งแรก ยังไม่มีสกอร์ จากทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลัง มูรินโญ่ ต้องแก้เกมส์ด้วยการส่ง เอเด็น อาซาร์ และ ดาวิด ลุยซ์ ลงมาแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และเพียงแค่ 2 นาทีที่ สองตัวสำรองที่ส่งลงมาก็แผลงฤทธิ์ ทันทีเมื่อ อาซาร์ ลากเลื้อยขึ้นทางขวา แล้วจ่ายบอลคืนให้ ลุยซ์ ซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือ รัดดี้ ไปแล้ว แต่โชคร้ายไปชนคานสนั่นหวั่วไหว เกมส์เป็นของ เชลซี ที่เดินหน้าลุยแหลก แต่ก็ไม่มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจะๆ เพราะ ฝ่าแนวรับทีมเยือนไม่ได้ นาที70 นกขมิ้นเกือบน็อค เจ้าบ้าน ได้ เมื่อ โรเบิร์ต สน็อดกราส ได้บอลหลุดขึ้นไปทางขวา แล้วซัดด้วยขวา แต่จังหวะสุดท้าย แกรี่ เคฮิลล์ ตามมาทิ้งตัวสกัดได้ เวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนัก แต่ก็ทำประตูไม่ได้ จบเกมส์ เชลซี ลงเล่นในบ้านนัดสุดท้าย ทำได้เพียงแค่เสมอกับ นอริช ซิตี้  ไร้สกอร์ 0-0 ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของ เชลซี แทบจะหมดลุ้น ส่วน นอริช ได้ 1 คะแนนสุดล้ำค่าไปต่อลมหายใจในการลุ้นหนีตกชั้นต่อไป  รายชื่อ เชลซี : มาร์ค ชวาร์เซอร์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เนมานย่า มาติช ,อันเดง ชูร์เล่, วิลเลี่ยน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์,เดมบา บา นอริช ซิตี้ :จอห์น รัดดี้(GK),รัสเซล มาร์ติน, ไรอัน เบนเน็ตต์, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, สตีเว่น วิทเทเกอร์,อเล็กซ์ เท็ตเตย์ ,โรเบิร์ต สน็อดกราส, แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน, จอนนี่ ฮาวสัน, มาร์ติน โอลส์สัน,โยฮัน เอลมานเดอร์

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล
คลิป /  ผลบอล / 

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2014-15 ประจำวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2557 แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สเตฟาน โยเวติช น.41, 2-0 สเตฟาน โยเวติช น.55 3-0 กุน อเกวโร่ น.69, 3-1 ปาโบล ซาบาเลต้า (o.g) น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 5

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส VS ลิเวอร์พูล สนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 เวลา 19.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ สเปอร์ส เพิ่งพักผู้เล่นชุดใหญ่ในเกม ยูโรป้าลีก เมื่อกลางสัปดาห์ นัดนี้น่าจะเรียก เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, คริสเตียน อีริคเซ่น, อีริก ลาเมล่า, แดนนี่ โรส คืนสนามทั้งหมด ส่วน อีริค ไดเออร์ จะประจำการแบ็คขวาทดแทน ไคล์ วอล์คเกอร์ ที่ได้รับบาดเจ็บแม้ว่า ไคล์ นอจ์ตัน จะพ้นโทษแบนกลับมาก็ตาม ขณะที่ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ เจ็บคอและแผ่นหลังยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม แต่ เฟเดริโก้ ฟาซิโอ ปราการหลังตัวใหม่น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล น่าจะส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงประเดิมสนามในเกมนี้รวมไปถึง อดัม ลัลลานา ที่หายเจ็บเข่าแล้ว แต่แนวรับของทีมกลับมีปัญหาเมื่อมีนักเตะบาดเจ็บหลายรายทั้ง เกล็น จอห์นสัน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่, โฆเซ่ เอ็นริเก้, มาร์ติน สเคอร์เทล ต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนามทั้งหมด ส่วน จอน ฟลานาเก้น ก็ยังเจ็บอยู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม สเปอร์ส – ยอริส, อีริค ไดเออร์, คาบูล, เฟร์ทองเก้น, แดนนี่ โรส, เอเตียน กาปู, เบนทาเล็บ, ลาเมล่า, อีริคเซ่น, ชาดลี่, อเดบายอร์ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, มานควินโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮ็นเดอร์สัน, ลัลลานา, สเตอร์ลิง, สเตอร์ริดจ์, บาโลเตลลี่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน VS แมนซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน – แมนฯ ซิตี้ สนาม กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 3 ฤษภาคม 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน เกมนี้จะได้ ฟิล ยาเกียลก้า คืนสนามหลังจากเจ็บแฮมสตริงพักไปร่วมสิบสัปดาห์ ส่วน ซิลแว็งต์ ดิสแต็ง ต้องรอเช็คอาการ ด้าน แกเร็ธ แบร์รี่ ลงสนามเจอต้นสังกัดไม่ได้ ขณะที่ เลห์ตัน เบนส์ มีปัญหาที่เข่าแต่น่าจะลงเล่นได้ แต่ สตีเว่น พีนาร์ ยังเจ็บอยู่ไม่น่าพร้อมลงเล่น ฝั่ง มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเรือใบ มีข่าวดีคือ ดาบิด ซิลบา จะกลับมามีชื่อในเกมนี้หลังจากเจ็บข้อเท้า ส่วน เฆซุส นาบาส ซึ่งเจ็บข้อเท้าเช่นกันยังไม่พร้อมในเกมนี้ เช่นเดียวกับ มาเตย่า นาสตาซิค ที่เจ็บเข่า ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม เอฟเวอร์ตัน – ฮาเวิร์ด, โคลแมน, ยาเกียลก้า, สโตน, เบนส์, ออสแมน, แม็คคาร์ธี่, เดวโลเฟว, บาร์คลี่ย์, แม็คเกียดี้, ลูคาคู แมนซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันดินโญ่, ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่

ผลบอลพรีเมียร์ลีก :เกือบเน่าส่งท้าย! ผีแดงได้มาต้าปั่นฟรีคิกเซฟชีพเจ๊านักบุญ
ฆวน มาต้า /  ปีศาจแดง / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เซาแธมป์ตัน 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 1-0 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.27,1-1 ฆวน มาต้า น.54 เวลา: 21.00 น. สนาม: เซนส์แมร์รี่ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่น่าผิดหวัง ด้วยการบุกไปเสมอกับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน 1-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตู ออกนำไปก่อน 1-0 จาก จังหวะหลุดไปยิงของ ริคกี้ แลมเบิร์ต กองหน้าทีมชาติอังกฤษ แต่ ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอในช่วง ครึ่งหลัง จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ฆวน มาต้า จบเกมส์แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ซึ่งบทสรุปฤดูกาลนี้ของ แมนยูแชมป์เก่า จบเพียงแค่อันดับที่ 7 เท่านั้น ไม่ได้โควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรปแม้แต่รายการเล็กอย่างยูโรป้าลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล เซาธ์แฮมป์ตัน
ก่อนเกม /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 นัดที่ 1 ลิเวอร์พูล - เซาธ์แฮมป์ตัน สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 19.30 น. CTH สเตเดียม 2 ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ทเทนเบิร์ก มาดูความพร้อมของรองแชมป์พรีเมียร์ลีกกันก่อนเกมนี้เป็นเกมประเดิมสนามซีซั่น 2014-15 ต่อหน้าแฟนบอลในสนามแอนฟิลด์ บอกได้เลยว่า ร็อดเจอร์ส สั่งลูกทีมเดินหน้าตั้งแต่นาทีแรกแน่นอน โดยฟอร์มช่วงปรีซีซั่นของ ลิเวอร์พูล ก็ถือว่าทำได้ดีโดยเฉพาะเกมล่าสุดถล่มเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ ไปแบบเละเทะ 4-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้านความพร้อมของนักเตะเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่มี 2 แข้งหน้าหล่ออย่าง ดาเนียล แอ็กเกอร์ และ อดัม ลัลลาน่า แน่นอนเพราะยังบาดเจ็บพักอย่างน้อย 1 เดือนด้วยกันทั้งคู่ ส่วนปีกดาวรุ่งอย่าง มาร์โควิช ต้องรอลุ้นความฟิตก่อนเกมอีกครั้ง ข้ามมาดูความพร้อมของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนเปิดซีซั่น เซาธ์แฮมป์ตัน ปล่อยนักเตะเก่งของทีมออกจากทีมไปเพียบเรียกได้ว่าเหลือตัวหลักจากซีซั่นที่แล้วเพียง ฟอนเต้, ชไนเดอร์แลง และเจย์ โรดริเกซ เท่านั้น ส่วนฟอร์มช่วงปรีซีซั่นนั้นถือว่าดีที่เดียวชนะรวด 4 นัด ก่อนจะมาพลาดท่าพ่าย เลเวอร์คูเซ่น 0-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านความพร้อมของนักเตะเกมนี้กุนซือ โรนัลด์ คูมัน จะหมดสิทธิ์ใช้กองหน้าตัวเก่ง เจย์ โรดริเกซ แน่นอนเพราะยังมีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม สถิติการเจอกันนัดล่าสุด : ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 จากการโหม่งประตูชัยโดย เดยัน ลอฟเรน นาทีที่ 53 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2013 สถิติการเจอกันที่แอนฟิลด์ 5 นัดหลังสุด : ลิเวอร์พูล ชนะ 5 เสมอ 0 แพ้ 2 รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิงโญเล่ต์, มานกีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, คาน, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, สเตอร์ลิ่ง, คูตินโญ่, สเตอร์ริดจ์ เซาธ์แฮมป์ตัน : โบรุค, ไคลน์, ฟอนเต้, ฮูยวิลด์, เบอร์ทรานด์, ชไนเดอร์แลง, เดวิส, วานยาม่า, ทาดิค, รามิเรซ, กัลลาเกอร์ แฟนหงส์ท่านหนึ่ง : หงส์แเดง จะประเดิมสนามด้วยชัยชนะแบบสวยหรูยิงนักบุญ 3 เม็ดเป็นอย่างน้อย

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: กันเนอร์ฝันค้าง!เดมิเคลิส โขกตีเจ๊าแบ่งแต้มปืนใหญ่ท้ายเกมส์
ดาบิด ซิลบา /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 อาร์เซน่อล 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.28,1-1 แจ็ค วิลเชียร์ น.64,2-1 อเล็กซิส ซานเชซ น.74,2-2 มาร์ติน เดมิเคลิส น.84 เวลา: 18.45 น. สนาม: เอมิเรตส์สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กลับมาหวดกันอีกครั้งหลังจากที่พักเบรกให้โปรแกรมทีมชาติมา โดยนัดนี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เจ้าบ้าน ที่เปิดบ้านต้อนรับ “แชมป์เก่า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนัดนี้อาร์เซน เวนเกอร์ ส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ศูนย์หน้าตัวใหม่ค่าตัว 16 ล้านปอนด์ลงสนามเป็นตัวจริงทันที ทางด้านทีมเยือนก็มีแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ยืมตัวมาจากนิวยอร์ค ซิตี้เป็นตัวจริงเช่นกัน เริ่มเกมส์ เจ้าบ้านเริ่มต้นได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 11 แดนนี่ เวลเบ็ค เกือบพังประตูแรกในสีเสื้อใหม่ได้ทันที เมื่อ ดาบิด ซิลวา คืนหลังไม่ดีบอลมาเข้าทาง อดีตดาวยิงผีแดงได้หลุดไปชิพแต่โชคร้ายบอลไปชนเสาเด้งมาเข้ามือ โจ ฮาร์ท รุ่นพี่ในทีมชาติอังกฤษ นาที 25 เจมส์ มิลเนอร ได้ลองส่องไกลแต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 28 แชมป์เก่าที่รูปเกมส์เป็นรองมาตลอดแสดงให้เห็นถึงความแน่นอนในเกมส์รุก เมื่อขึ้นมาทางขวาที่ เฆซุส นาบาส ลากมาดึงจังหวะรอให้เพื่อนเติมก่อนที่จะปาดเข้ากลางแบบนิ่มๆไปให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ สอดมาจิ้มผ่านเชสนี่เข้าไปให้ แมนซิตี้ บุกมาขึ้นนำ 0-1 จากนั้นนาที 31 เดอะกันเนอร์ช็อตไปดื้อๆและเกือบโดนเม็ดที่ 2 เมื่อ ปล่อยให้ พาโบล ซาบาเลต้า หลุดไปตวัดบอลย้อนมาให้ ซิลบายิงแต่ติดเซฟของ เชสนี่  นาที 40 กองหลังเรือใบสีฟ้าสกัดบอลไม่ดี มาเข้าทาง โอซิลได้ยิงสวนแต่บอลหลุดข้ามคานออกไปเยอะ จบครึ่งแรกเจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมเยือนอยู่ 0-1 เริ่มครึ่งหลังทั้งสองทีมกลับมาต่อสู้กันด้วยสปีดฟุตบอลที่จัดจ้าน แต่ครึ่งหลัง ก็ยังเป็นอาร์เซน่อล ที่จัดเกมส์บุกชุดใหญ่ใส่ แนวรับทีมเยือนแต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆเกินๆ นาที 58 กาแอล กลิชี่ ทำชิ่งกับ ซิลบาได้สวยและหลุดเข้าไปกระดกผ่าน เชสนี่ไปแล้วแต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 64 กองเชียร์เดอะกันเนอร์ในเอมิรเสต์สเตเดี้ยมได้เฮกันลั่นเมื่อ อารอน แรมซี่ย์ ได้บอลในกรอบเขตโทษทางขวาแล้วดึงจังหวะรอให้ แจ็ค วิลเชียร์ อ้อมหลังมารับบอลแล้วกระชากหนี กลิชี่ เข้าไปชิพมุมแคบผ่าน โจ ฮาร์ท เข้าไปแบบสุดหนือชั้นให้ อาร์เซน่อลตามตีเสมอ 1-1 นาที 75 แนวรับ แมนซิตี้ ที่โดนบดมาแทบจะตลอดครึ่งหลังก็มาเสียประตูเพิ่มอีกจนได้ จากจังหวะที่ แจ็ค วิลเชียร์ โหม่งบอลหนุนไปเข้าทาง อเล็กซิส ซานเชซ ได้จังหวะ วอลเลย์เต็มๆ บอลพุ่งแหวกอากาศเข้าไปซุกที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ให้เจ้าบ้านพลิกแซงขึ้นนำ 2-1 นาที 80 มาติเยอ เดอบูชี่ ลงผิดจังหวะบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ เวนเกอร์ต้องส่ง คาลัม แชมเบอร์ส ลงมาเล่นแทน นาที 84 แมนซิตี้มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์ติน เดมิเคลิส ขึ้นโขกลูกเตะมุมเสียบใต้คานเข้าไปให้แชมป์เก่าตามตีเสมอ 2-2 ช่วงท้ายเกมส์  แมนซิตี้เกือบน็อคเจ้าบ้านลงได้แต่ไม่มีดวงเพราะลูกยิงของ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ และ เอดิน เชโก้ ไปชนเสากันคนละครั้ง จบเกมส์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดบ้าน เสมอกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปแบบสุดมันส์ 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน รายชื่อ อาร์เซน่อล  : วอยเชียค เชสนี่(GK), มาติเยอ เดอบูชี่, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,อารอน แรมซี่ย์, มาติเยอ ฟลามินี,อเล็กซิส ซานเชซ, แจ็ค วิลเชียร์, เมซุต โอซิล,แดนนี่ เวลเบ็ค แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท(GK)พาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่,แฟรงค์ แลมพาร์ด, แฟร์นานดินโญ่ ,เฆซุส นาบาส, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา,เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: สิ้นลายแชมป์เก่า!ดิยุฟโซโล่เดียวซัดชัยพาหม้อบุกจมเรือถึงรัง
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 มาเม่ บิรัม ดิยุฟ น.58 เวลา: 21.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพบกับความพ่ายแพ้แล้ว หลังเพิ่งผ่านศึกพรีเมียร์ลีกไปได้แค่ 3 นัดเพียงเท่านั้น โดยโดนทีเด็ดของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ ที่มี มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกุนซือเก่าของพวกเขาเอง บุกมาเอาชนะถึงรัง เอติฮัดสเตเดี้ยม จาก บิรัม ดิยุฟ ที่ลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท เข้าไป เป็นประตูชัยให้ สโต๊ค ซิตี้ บุกมาเอาชนะ แมนซิตี้ 0-1  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซานญา,แวงซ็อง ก็องปานี,มาร์ติน เดมิเคลิส,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ,ซามีร์ นาสรี,แฟร์นานโด,ยาย่า ตูเร่,ดาบิด ซิลบา,สเตฟาน โยเวติช, กุน อเกวโร สโต๊ค ซิตี้ : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),ฟิล บาร์ดสลี่ย์,ไรอัน ชอว์ครอสส์,มาร์ค วิลสัน,เอริค ปีเตอร์ส,โจนาธาน วอลเตอร์ส,เกล็น วีแลน,สตีเว่น เอ็นซอนซี่,วิคเตอร์ โมเซส,ปีเตอร์ เคร้าช์, บิรัม ดิยุฟ

3 เจ้ากล่องจานดาวเทียมลุยสู้ศึกกล่องดิจิตอลทีวี
CTH /  RS. / 

RS จับมือ CTH เสริมทัพรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกทุ่มงบโฆษณากว่า 100 ล้านบาทหวังเพิ่มยอดขายกล่องจานดาวเทียมกล่องซันบ็อกซ์ ใหม่ CTH หวังโตหลังควบ GmmZ หลังจากที่ CTH เปิดตัวปีแรงในปี 2555 โดยทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในการคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษอย่างเป็นทางการ 3 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2556-2557 จนล่าสุด นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ได้วางเป้าหมายเป็นคู่แข่งสำคัญของ ทรูวิชั่นส์ ให้ได้ด้วยการบุกตลาดกล่องจานดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกแบบรายเดือน โดยเน้นไปที่เนื้อหาการถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์ลีกในรูปแบบ Digital Brodband ใหม่ล่าสุด ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าตอบรับเป็นลูกค้าไม่น้อยกว่า 1 ล้านรายอย่างแน่นอน แต่ด้วยการการลุยเกมส์ในครั้งนี้ทาง CTH ขาดทุนแน่นอน จนล่าสุดได้แก้เกมส์ด้วยการเข้าควบกิจการของ GmmZ แล้วแลกหุ้นกันต่างฝ่ายต่างเสริมเนื้อหาในส่วนที่ขาดระหว่างกัน โดย บริษัท แซท เทรดดิ้ง ในเครื่อ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาถือหุ้น CTH 10% โดย CTH ก็ได้กลายเป็นบริษัทแม่ทันที ส่งผลให้รายการต่างๆในแกรมมี่ต่างพากันออนแอร์ทาง CTH และสารพัดกีฬาจาก CTH ก็ได้เข้าไปเติมเต็มให้ GmmZ  และคาดว่าจะเพิ่มสมาชิกให้  CTH ได้จาก GmmZ เดิมกว่าอีก 1.5 ล้านราย ทำให้ทั้ง2บริษัทได้เปรียบเรื่องโฆษณาและรายได้ที่จะเข้ามาในทันที เพราะมีคอนเทนต์ ที่แข็งแรงอยู่ในกำมือ ทั้งบันเทิง และ กีฬา จึงทำให้ช่องว่างของเนื้อหาลดลง แต่ดูเหมือนว่าการเพิ่มศักยภาพในครั้งนี้ยังไม่พอ CTH ได้เข้าไปยื่นจับมือกับ บริษัท อาร์เอส จำกัด( มหาชน ) มอบคอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกลงไปในกล่องจานดาวเทียมซันบ็อกซ์ ที่มีเพียงฟุตบอลลาลีกา นางพราพรรณ เตชรุ่งชัยกุลได้กว่าไว้ว่า การที่ RS ได้จับมือกับ CTH จะเป็นการต่อยอดธุรกิจ ซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์ ให้เป็นกล่องจานดาวเทียมที่มีมูลค่ามากที่สุดในท้อง ตลาดที่ มีทั้ง พรีเมียร์ลีกและลาลีกาสเปนซึ่งเป็นฟุตบอลลีกใหญ่ถูกใจคนไทยในกล่องจานดาวเทียมเดียว RS ตั้งเป้ายอดขายกับกล่องรุ่นนี้ไว้สูงถึง 1.5 ล้านกล่องภายใน1ปี พร้อมเตรียมลงทุนงบโฆษณากว่า 100 ล้านบาท ผ่านทุกสื่อเบบ 360 องศา การร่วมจับมือกับ CTH ในครั้งนี้เรียกได้ว่าจะเป็นการส่งผลดีของทั้ง2ฝ่าย เพราะลูกค้าแบบอกรับสมาชิกของ CTH เองก็จะได้รับชมบอลลาลีกาสเปนที่เป็นลิขสิทธิ์ของRSอีกด้วยซึ่งจะช่วยหนุ่นให้สมาชิกของCTHเพิ่มขึ้นอีก โดยการร่วมมือการระว่าง RS กับ CTH ครั้งนี้จะเป็นการช่วงลดภาระค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอีดด้วยเพราะ CTH ไม่ได้ผูกมัดการรับชบเพียงแค่ตัวเองเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แถมยังได้รายได้กับการขายลิขสิทธิ์ให้กับพันธมิตรรายอื่นอย่าง RS ได้อีกด้วย ครั้งนี้เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า GmmZ ในมือของ CTH จะเปลี่ยนไปทางทิศทางใด แล้ว RS จะสามารถสร้างปารกฏการณ์ยอดขายกล่องจานดาวเทียมซันบ็อกซ์ได้ดีเหมือนช่วงบอลโลกหรือไม่ หรือจะมีมือที่3ใครเข้ามาอุ้มการถ่ายทอดสดฟุตบอลนี้อีกครั้งเหมือนช่วงบอลโลกที่เคยมีมาแล้ว ต้องติดตามกันต่อไป MThai News

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก :ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! เรือใบไม่พลาดเปิดบ้านต้อนค้อนเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีก
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วัน อาทิตย์ ที่ 11 เมษายน 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 ซาเมียร์ นาสรี่ น.39, 2-0 แว็งซองต์ กอมปานี น.49 เวลา: 21.00 น. สนามแข่งขัน: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาล เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องการเพียงแค่ 1 แต้มจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี เริ่มเกมส์ เจ้าบ้าน เรือใบสีฟ้าขึงเกมส์บุกกดดันแนวรับทีมเยือนได้ก่อน นาทีที่ 10 ปาโบล ซาบาเลต้า เติมเกมส์ขึ้นทางขวาแล้วโยนบอลลึกไปถึงไกลให้ ดาบิด ซิลบา ยิงข้ามคานออกไป นาที 17 เป็นโอกาสของ แมนซิตี้อีกครั้งจากลูกยิงไกลของ เซร์คิโอ้ อเกวโร่ แต่บอลตรงตัว อาเดรียน รับสบาย นาที 20 กองเชียร์แมนซิตี้ ที่เฮติฮัดได้รับข่าวดีจาก แอนฟิลด์ เมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังลิเวอร์พูลสกัดเข้าประตูตัวเอง ให้ นิวคาลเซิ่ล บุกมาออกนำ 0-1 ยิ่งทำให้สถานการณ์ของ แมนซิตี้สดใสขึ้นอีกเป็นกอง  หลังจากกดดันอยู่นาน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มาได้ประตูออกนำอย่างที่ต้องการ ในนาที 38 จากจังหวะยิงไกลของ ซาเมียร์ นาสรี่ ที่ซัดเสียบเสาไกล เข้าไปแบบเฉียบขาดให้ แมนซิตี้ ออกนำ 1-0 ท้ายครึ่งแรก เรือใบเกือบจะหนีห่างอีกลูก จากบอลที่ ยาย่า ตูเร่ ไหลให้ ดาบิด ซิลบา ได้ยิงในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบ แอนดี้ คาร์โรล ชนคาน เด้งออกไป จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เริ่มต้นครึ่งหลัง กองเชียร์ แมนซิตี้ ได้ฉลองกันแบบสุดเหวี่ยง เมื่อทีมรักมาได้ประตูที่สองแบบง่ายดาย จากลูกเตะมุมแล้ว เชโก้ เกี่ยวบอลลงแต่โดน แคร์โรล พยายามเข้าไปแย่งบอลทำให้บอลทะลักไปตกตรงหน้า แวงซองต์ กอมปานี หมุนตัวมาเจอบอลแล้วซัดจ่อๆเข้าไป ให้แมนซิตี้ หนีห่าง 2-0  หลังจากได้ประตูนำห่าง เจ้าบ้านผ่อนเกมส์ลง และปล่อยให้ เวสต์แฮม หายใจหายคอด้วยการพาบอลขึ้นมาบุกบ้าง ส่วนสถานการณ์ของอีกสนาม ลิเวอร์พูลยิงสองประตูรวดแซงนำ นิวคาลเซิ่ล 1-2 จาก ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ และ ดาเนี่ยล สเตเตอร์ริดจ์ สร้างความกดดันเล็กๆให้ แมนซิตี้ นาที 66 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ทำหมูหกเมื่อชารจ์ลูกยิงจ่อ จากบอลที่ซิลบา เปิดมาให้ แต่โดนแป้ก บอลค่อยๆไหลไปเข้ามืออาเดรียน นาที 77 แมนซิตี้ เล่นอย่างผ่อนคลายและทำเกมส์บุกได้สวยเมื่อ นาสรี่ ฝากบอลให้ ยาย่า งัดข้ามแนวรับมาให้ แล้วซัด เต็มข้อ แต่บอลติดเซฟด้วยขาของ อาเดรียน เวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี และเป็นแชมป์ลีกสูงสุด สมัยที่ 4 ของสโมสร และเป็นแชมป์ที่สองในฤดูกาลนี้หลังจากที่ได้แชมป์ลีกคัพมาก่อนหน้านี้  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท (GK),แวงซองต์ กอมปานี,มาร์ติน เดมิเคลิส,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ปาโบล ซาบาเลต้า, ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่,ฆาบี้ การ์เซีย, ซาเมียร์ นาสรี่,เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน, เอดิน เชโก้  เวสต์แฮม ยูไนเต็ด:อาเดรียน(GK),วินสตัน รีด,เจมส์ ทอมกิ้นส์,จอร์จ แม็คคาร์ทนีย์, โจอี้ โอไบรอัน, มาร์ค โนเบิ้ล,โมฮัมเหม็ด ดิยาเม่,สจ๊วต ดาวนิ่ง,เควิน โนแลน,แม็ธธิว เทย์เลอร์,แอนดี้ คาร์โรล  สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-2014 แชมป์: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โควตายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก :แมนเชสเตอร์ ซิตี้,ลิเวอร์พูล,เชลซี และ อาร์เซน่อล โควตายูโรป้าลีก: เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ ตกชั้น: นอริช ซิตี้, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 13 กัยายน 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสดช่อง3, CTH stadium 3 ความพร้อม ก่อนลงสนาม อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล อาจส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงประเดิมสนามในเกมนี้ หลังจากเพิ่งยิงไปสองประตูให้ ทีมชาติอังกฤษ ในเกมที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ แต่จะไม่มี อารอน แรมซี่ย์ ที่เจ็บข้อเท้าจากการเล่นให้ ทีมชาติเวลส์ เมื่อกลางสัปดาห์ ข่าวดีคือจะได้ มิเคล อาร์เตต้า, คีแรนส์ กิ๊บส์ และ ผู้รักษาประตู ดาวิด ออสปิน่า กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึง เมซุต โอซิล ที่มีปัญหาที่ข้อเท้าก็น่าจะลงเล่นได้เช่นกัน ขณะที่ ธีโอ วัลคอตต์, เซิร์จ นาร์บี้ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังต้องพักยาวต่อไป มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ยังต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บของ สเตฟาน โยเวติช ที่มีปัญหาที่แฮมสตริงจากเกมทีมชาติ เช่นเดียวกับ เฟอร์นันโด ที่มีอาการเจ็บขาหนีบ ส่วน เอเลียกิม ม็องกาล่า กองหลังค่าตัวแพงน่าจะได้ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก ขณะที่ ปาโบล ซาบาเลต้า ที่ไม่สมบูรณ์มาจากเกมทีมชาติยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนามอีกครั้ง ผู้เล่นตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – เชสนี่, เดอบูชี่, แมแตร์ซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, กิ๊บส์, อาร์เตต้า, วิลเชียร์, อเล็กซิส ซาเชซ, กาซอร์ล่า, เวลเบ็ค แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซานญ่า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, โคลารอฟ, นาสรี่, ยาย่า, เฟอร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คืนความสุขให้แฟนผี!ปีศาจเรียงหน้ายิงถล่มQPRประเดิมชัยนัดแรก
ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ /  ฆวน มาต้า / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ ผู้ทำประตู:1-0 อังเคล ดิมาเรีย น.24,2-0 อันเดร์ เอร์เรร่า น.35, 3-0 เวนย์ รูนี่ย์ น.44,4-0 ฆวน มาต้า น.58 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทร์ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดซุปเปอร์ซันเดย์ ที่มีการแข่งขันเพียงแค่ คู่เดียวเท่านั้น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังตามหาชัยชนะนัดแรกในลีกไม่เจอ เปิดบ้านต้อนรับ “ทหารเสือราชินี” ควีนปาร์คเรนเจอร์ โดยในนัดนี้ หลุยส์ ฟานกัล ส่งนักเตะใหม่อย่าง มาร์กอส โรโฮ และ ดาลี่ย์ บลินด์ ลงประเดิมสนาม แต่ว่ายังเก็บ ราฟาเมล ฟัลเกา ดาวยิงชาวโคลัมเบีย ที่ย้ายตัวเข้ามาในวันสุดท้ายเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น โดยแนวรุกยังใช้บริการของ อังเคล ดิมาเรีย, ฆวน มาต้า โดยคู่กองหน้าเป็น เวนย์ รูนี่ย์ และ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ เริ่มเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ที่ปรับระบบใหม่ มาใช้กองหลัง 4 คน แบบที่ถนัดเริ่มต้นได้ดีกว่า และเริ่มเดินเครื่องบดใส่แนวรับทีมเยือน นาทีที่ 8 เจ้าบ้านทำเกมส์รุกได้สวยเมื่อ ราฟาเอล จ่ายบอลตัดหลังให้ เอร์เรร่า ที่เติมขึ้นมาตบบอลเข้าตรงกลางให้ ฆวน มาต้า ฉีกออกมายิงด้วยขวาบอลข้ามคานออกไปนิดเดียว นาที24 เจ้าบ้านที่ครองบอลบุกอยู่นาน แต่จังหวะเข้าทำยังไม่ชัดเจน มาได้ประตูออกนำแบบมีโชคเล็กๆ จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 35 หลา อังเคล ดิมาเรีย เจ้าตัวสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดบอลเกาะอังกฤษ เปิดบอลไปเสาไกลแต่แนวรับและ โรเบิร์ต กรีน อ่านจังหวะบอลพลาดปล่อยให้บอลตกพื้นกลายเป็นกระดอนเข้าประตูไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหมายเลข 7 คนใหม่ของทีม ที่ฟอร์มโดดเด่น สร้างโอกาสให้เพื่อนได้อีกครั้งเมื่อ กระชากขึ้นทางซ้ายแล้วเปิดบอลให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ โหม่งข้ามคานออกไป นาที 32 แนวรับผีแดงสื่อสารกันผิดพลาด โดย เดเคอา ออกมากั๊กกับ มาร์กอส โรโฮ บอลหลุดไปถึง แมตต์ ฟิลลิปส์ หมุนมาเจอบอลแล้วยิงทันที แต่ จอนนี่ อีแวนท์ ยังอ่านทางได้ดีมาทิ้งตัวสกัดเอาไว้ได้ นาที 35 กองเชียร์เร้ดเดวิลล์ ได้เฮลั่น เมื่อดาวเตะตัวใหม่อย่าง ดิมาเรีย กระชากบอลไปไหลต่อให้ เวนย์ รูนี่ย์ ในกรอบเขตโทษแล้วยิงไปติดบล็อกกองหลัง แต่ยังไปแย่งมาได้แล้วจิ้มบอลต่อให้ อันเดร์ เอร์เรร่า เติมขึ้นมาตะบันเสียบเสามุมเดิมให้ปีศาจแดงขยับหนีเป็น 2-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก งานในครึ่งหลังของเจ้าบ้านน่าจะง่ายขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า จ่ายบอลให้ เวนย์ รูนี่ย์ จับบอลหนึ่งจังหวะ แล้วหลอกยิงเสาแรก ผ่านมือ โรเบิร์ต กรีนเข้าประตูไปให้ แมนฯยูไนเต็ด นำห่าง 3-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่สามารถส่งกองแช่งไปนอนเก็บแรง รอทำงานพรุ่งนี้ ได้เลยครึ่งหลัง ทีมเยือน ที่แทบจะหาโอกาสบุกไม่ได้ในครึ่งแรก มาได้โอกาสใกล้เคียงที่จะตีไข่แตกเมื่อ อาร์ม็อง ตราโอเร่ ตัวสำรองที่ลงมาใหม่ ลากลุยไปจ่ายให้ นิโก้ ครานชาร์ ซัดเต็มๆ แต่ ดาบิด เดเคอา ยังใช้เท้าแหย่ไปเซฟไว้ได้  นาที 52 ราฟาเอล ทำชิ่งกับเอร์เรร่า หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วจ่ายบอลให้ มาต้า แต่งบอลหาจังหวะแล้วจ่ายสั้นๆให้ รูนี่ย์ แต่กลายเป็นไม่รู้กัน บอลเลยหลุดไปเข้ามือ กรีน นาที 58 แฟนผีที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับการลุกออกจากม้านั่งมาวอร์มของ ราดาเมล ฟัลเกา ต้องหันมาเฮ เมื่อ อังเคล ดิมาเรีย โชว์วิสัยทัศน์ ในการจ่ายบอลเรียดทะลุถึง ฆวน มาต้า ที่มีเวลาเหลือเยอะจนจับบอลแล้วเลือกมุมยิงเน้นๆเสยตาข่ายเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ขโยกนำห่างผู้มาเยือน 4-0 นาที 66 เสียงปรบมือดังกระหึ่มโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล ส่ง ดาวเตะตัวใหม่อย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ลงสนามแทน ฆวน มาต้า และเอา วาเลนเซีย ลงเล่นแทน ราฟาเอล ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในนัดนี้ นาที 83 ดาลี่ย์ บลินด์ลองส่องไกลบอลจะเสียบเสาแต่ โรเบิร์ต กรีน พุ่งไปปัดไว้ได้ แต่บอลไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง ฟัลเกา ปราดเข้าไปยิง แต่ กรีนยังลุกขึ้นมาบล็อกไว้ได้ทัน หมดเวลาการแข่งขัน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสวยงาม ด้วยการเปิดโรงละครแห่งความฝั่นถล่มเอาชนะ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ ไปขาดลอย 4-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), ไทเลอร์ แบล็คเก็ต,จอนนี่ อีแวนท์, มาร์กอส โรโฮ,ราฟาเอล ดาซิลวา, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิมาเรีย, ฆวน มาต้า, เวนย์ รูนี่ย์, โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ควีนปาร์คเรนเจอร์ : โรเบิร์ต กรีน(GK), เมาริซิโอ อิสลา, คลินท์ ฮิลล์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ซานโดร, นิโก้ ครานชาร์, ลีรอย เฟอร์, แมตต์ ฟิลลิปส์ , จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, ชาร์ลี ออสติน

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ยิงกันหูดับตับไหม้! คอสต้าเบิ้ลสิงห์บูลโหดจริงบุกถล่มท็อฟฟี่ถึงรังครึ่งโหล
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เอฟเวอร์ตัน 3-6 เชลซี ผู้ทำประตู :0-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.1,0-2 บรานิลสาฟ อิวานโนวิช น.41-2เควิน มิรัลลาส น.45, 1-3เชมุส โคลแมน น.67(OG), 2-3สตีเว่น เนสมิธ น.69, 2-4เนมานย่า มาติช น.74, 3-4ซามูเอล เอโต้ น.76, 3-5รามิเรส น.77,3-6ดิเอโก้ คอสต้า น.90 เวลา: 21.00 น. สนาม: กูดิสันปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 เริ่มเกมส์เพียงแค่ 36 วินาที เชลซีบุกมาขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เชส ฟาเบรกาส แทงบอลทะลุช่องให้กับ ดิเอโก้ คอสต้า ที่ผ่านความฟิตลงเล่นหลุดเข้าไปซัดลอดขา ทิม ฮาวเวิร์ด ให้เชลซีบุกนำ 0-1  และเป็นประตูที่ 3 จาก 3 นัดติดต่อกันของดาวยิงค่าตัว 32 ล้านปอนด์ จากนั้นนาทีที่ 4 “สิงห์บูล” ทะยานหนีห่างออกไปอีก จากจังหวะที่ กองหลังเจ้าบ้านเช็กล้ำหน้าพลาด ปล่อยให้ บรานิสลาฟ อิวานโนวิช หลุดเข้าไปล่อเป้า ฮาวเวิร์ด ให้ เชลซีหนีห่าง 0-2 ช่วงท้ายครึ่งหลัง เจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันที่บดอย่างหนักมาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ เชมุส โคลแมน เติมขึ้นมาเปิดบอลให้ เควิน มิรัลลาส โหม่งเสียบเสาไกลเข้าไป ให้เอฟเวอร์ตันไล่มา 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง นาที 67 ทีมเยือนได้ประตูหนีห่าง ไปจากความยอดเยี่ยมของ เอเด็น อาซาร์ ที่ลากบอลไปพื้นที่แคบแล้วเปิดเข้ากลางบอลสะกิดปลายสตั๊ดของ เชมุส โคลแมน เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ เชลซี หนีไปเป็น 1-3 แต่แล้วเจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และมาได้คืนทันควันจากลูกที่ ไอเด้น แม็คเกียดี้ จี้เข้ากลางแล้วไหลทะลุช่องให้ สตีเว่น เนสมิธ หลุดเข้าไปดีดผ่าน ครูส์ตัวส์ เข้าไปให้ เอฟเวอร์ตันไล่มา 3-2 จากนั้นนาที 74 เนมันย่า มาติช กอกลางตัวรับของ ทีมเยือนมาพังประตูจากลูกยิงไหลที่เสียบมุมเข้าไป ให้เชลซีนำห่าง 4-2 นาที 76 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮบ้าง เมื่อ เลห์ตัน เบนส์ เปิดฟรีคิกเข้ามาตรงกลางให้ ซามูเอล เอโต้ ดาวเตะตัวใหม่ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงประตูทีมเก่าด้วยการ โขกเสียบมุมเข้าไป ให้ เอฟเวอร์ตันตามมาเป็น 4-3 แต่แนวรับเจ้าบ้านก็หลวมเกินไปปล่อยให้ทีมเยือนถ่างช่องว่างออกไปอีกครั้ง ในอีก 1 นาทีถัดมาเมื่อ มาติช ไหลบอลให้ รามิเรส สอดมาจิ้มผ่าน ทิม ฮาวเวิร์ด ให้เชลซีหนีไปอีก 3-5 และในนาที 89 ดิเอโก้ คอสต้าจะมาเบิ้ลประตูที่ 2 ของตัวเองด้วยการหลุดเข้าไปหลอกยิงผ่าน ฮาวเวิร์ด ให้ เชลซีนำห่าง 3-6 หมดเวลาการแข่งขัน ทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ เก็บชัยชนะได้ 3 นัดรวดด้วยการบุกมาถล่มเอาชนะเอฟเวอร์ตันขาดลอย 3-6 เก็บ 9 คะแนนเต็มนำเป็นจ่าฝูง  รายชื่อ เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด(GK),เชมุส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์,แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, เควิน มิรัลลาส, สตีเว่น เนสมิธ, ไอเด้น แม็คเกียดี้,โรเมลู ลูกากู เชลซี : ธิโบต์ ครูส์ตัวส์ (GK),บรานิสลาฟ อิวานโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช, รามิเรส ,วิลเลี่ยน, เชส ฟาเบรกาส, เอแด็น อาซาร์,ดิเอโก้ คอสต้า

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนซิตี้ VS แอสตัน วิลล่า
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – แอสตัน วิลล่า สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 01.45น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ มีชะตาแชมป์อยู่ในกำมือตัวเอง ขอเพียงชนะสองเกมสุดท้ายในบ้านก็จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทันทีโดยไม่ต้องสนใจ ลิเวอร์พูล เกมนี้ทีมจะไม่มีกองหน้าคนสำคัญ เซอร์คิโอ อเกวโร่ ที่เจ็บขาหนีบในเกมเจอ เอฟเวอร์ตัน ส่วน ยาย่า ตูเร่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดก่อนก็น่าจะฟิตทันลงสนามรวมไปถึง ดาบิด ซิลบา ด้วย ขณะที่ เฆซุต นาบาส ยังมีอาการเจ็บข้อเท้าและ มาติย่า นาสตาซิค ยังพักยาว พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า ไม่มีอะไรให้ลุ้นเพราะพาทีมอยู่รอดปลอดภัยจากการตกชั้นแน่นอนแล้ว นัดนี้จะไม่มี กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ที่เจ็บเข่า รวมไปถึง โจ เบนเน็ตต์ ที่เจ็บข้อเท้า ส่วน คริสเตียน เบนเทเก้ กองหน้าคนสำคัญพักยาวจากอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย เช่นเดียวกับ ลิบอร์ โคซัค ที่ขาหัก ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, นาสรี่, เซโก้ แอสตัน วิลล่า – กูซาน, โลว์ตัน, ฟลาร์, นาธาน เบเกอร์, คีแรน คลาร์ก, อัลไบรท์ตัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, เดล์ฟ, เบอร์ทรานด์, ไวมันน์, โบเวรี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : UCLไม่น่าพลาด! ปืนใหญ่เปิดรังถอนขนสาริกาทิ้งท็อฟฟี่4แต้ม
นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด /  ปืนใหญ่ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2556 อาร์เซน่อล 3-0 นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ น.26,2-0 เมซุต โอซิล น.42,3-0  โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  น.66 เวลา: 02.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 3 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่กำลังไล่บี้โควตา ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เปิดรัง ต้อนรับ “สาลิกาดง” นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ที่เพิ่งได้ กุนซือ อลัน พาร์ดิว กลับมาคุมทีมข้างสนามหลังจากโดนแบนยาว 7 นัดจาก คดีเอาหัวไปโขก เดวิด เมย์เลอร์ นักเตะ ฮัลล์ ซิตี้  เริ่มเกมส์ เจ้าบ้านครองบอลต่อไปมาตามสไตล์ที่ถนัดแต่ยังหาช่องทำอะไรแนวรับทีมเยือนไม่ได้ นาที 17 อาร์เซน่อลขึ้นเกมส์ทางขวา กาซอร์ล่า เปิดบอลเข้ากลาง ทิม ครูล ชกบอลทิ้งมาเข้าทาง เมซุต โอซิล ได้ยิงสวนทันที แต่บอลไม่ตรงกรอบ  นาที 25 เดอะกันเนอร์ ได้เฮ จากจังหวะที่ กาซอร์ล่า เปิดลูกฟรีคิกเข้ามาให้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ เซนเตอร์เลือดน้ำหอมสอดมากระทุ้งบอลเข้าประตูให้ อาร์เซน่อล ออกนำ 1-0 นาที 29 อาร์เซน่อล มาเป็นชุด และเกือบหนีห่างออกไปอีก เมื่อ  ลูคัส โพดอลสกี้ เบียดหาจังหวะโขกลูกเตะมุมจ่อๆ แต่ ทิม ครูล ยังผวาไปปัดทิ้งออกไปได้ ช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 42 เกมส์ครึ่งหลังของ "ปืนใหญ่"น่าจะง่ายขึ้นอีกเป็นกองเมื่อ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิง ติด ครูล สองครั้งซ้อนๆ แต่ เจ้าบ้านยังดวงดีเพราะบอลไหลมาเข้าเท้า โอซิล ยิงจ่อๆเข้าไปให้ อาร์เซน่อล ขยับหนีห่าง 2-0 และเป็นประตูที่ห้าในลีกของ เพลย์เมกเกอร์ ชาวเยอรมันรายนี้ ช่วงทดเจ็บ ซานติ กาซอร์ล่า หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาอย่างจัง แต่ ทิม ครูล ยังพุ่งปัดบอลทิ้งออกไปได้ จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ออกนำ นิวคาลเซิล 2-0 ครึ่งหลัง ก็ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมส์ เดินหน้าลุยเข้าใส่อยู่ข้างเดียว นาที 57 ทีมเยือนได้ลุ้นจากลูกโต้กลับเร็ว มุสซ่า ซิสโซโก้ แทงบอลต่อให้ โยอัน กุฟฟร็อง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดมุมแคบ แต่ยังติดเซฟของ วอยเชียค เชสนี่ ที่ยืนปิดมุมได้ดี นาที 67 เจ้าบ้านส่งแฟนบอลเข้านอนฝันดี เมื่อ แรมซี่ย์ ไหลบอลออกข้างซ้ายให้ โอซิล อ้อมหลังมาเปิดบอลแบบถวายพานไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำแค่ตั้งหัวโขกบอลให้มันเข้าประตูไปให้ อาร์เซน่อล นำห่าง 3-0 นาที 68 สองแข้งเยอรมันประสานงานกันได้สวย เมื่อ โอซิล ที่โดดเด่นอย่างมากในเกมส์นี้ เปิดบอลให้ โพดอลสกี้ ยิงหลุดเสาสองออกไปแค่คืบ ช่วงท้ายเกมส์ เวนเกอร์ เริ่มถอดตัวหลักๆออกมาพักแล้วส่งสำรองลงไปเล่น ทำให้ รูปเกมส์เนือยๆลงไปจนหมดเวลา เป็น อาร์เซน่อล ที่เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ไปแบบสบายเท้า 3-0 ทำแต้มทิ้งห่าง เอฟเวอ์ตัน อันดับที่ 5  ไป 4 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น รายชื่อ อาร์เซน่อล:วอยเชียค เชสนี่(GK),บาการี่ ซานญ่า,แพร์ แมร์เตซัคเคอร์,โลร็องต์ กอสซิแอลนี่,นาโช่ มอนเรอัล,เมซุต โอซิล,มิเกล อาร์เตต้า,อารอน แรมซี่ย์,ลูคัส โพดอลสกี้,ซานติ กาซอร์ล่า, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล(GK),มาติเยอ เดบูชี่, ไมค์ วิลเลียมสัน, ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่, พอล ดัมเม็ตต์,แดน กอสลิ่ง, เฟอร์นอน อานิต้า, ชีค ติโอเต้, โยอัน กุฟฟร็อง,มุสซ่า ซิสโซโก้ ,โลอิก เรมี่

ผลฟุตบอล มันเดย์ไนท์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล
คูตินโญ่ /  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สเตฟาน โยเวติช น.41, 2-0 สเตฟาน โยเวติช น.55 3-0 กุน อเกวโร่ น.69, 3-1 ปาโบล ซาบาเลต้า (o.g) น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ รองแชมป์ ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้ "หงส์แดง" ส่ง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริงด้วย เริ่มเกม! ผ่านมา 5 นาที เป็นทางด้าน "เรือใบสีฟ้า" ที่เอาบอลมาครองได้เกือบจะทั้งหมด โดยผู้เล่น ลิเวอร์พูล ลงไปตั้งรับลึกพร้อมรอสวนกลับจากแนวรุกที่มีความเร็ว นาทีที่ 7 เจ้าบ้านมีโอกาสจาก เอดิน เชโก้ ได้ลองซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังบอลเบาและไม่ตรงกรอบ นาที 9 ลิเวอร์พูล มีโอกาสบ้างจากจังหวะวางบอลยาวของ เจอร์ราร์ด มาให้ สเตอร์ลิ่ง พักบอลลงก่อนจะหันหลังซัดด้วยขวา แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 11 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปแต่ดันไปตรงตัว โจ ฮาร์ท ออกมารับได้สบาย  นาที 15 ยาย่า ตูเร่ ได้ยิงจากแถวสอง นำหนักและทิศทางเยี่ยม แต่ มินโญเล่ต์ ยังทำได้ดี พุ่งเซฟไว้ได้แบบติดมือ นาที 29 ยาย่า ตูเร่ โดนใบเหลืองจากการไปทำฟาวล์ คูตินโญ่ นาที 33 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โยกหลอก ก็องปานี จนหลงก่อนจะกระชากด้วยซ้ายพร้อมยิงแต่น่าเสียดายที่ไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท Goal! นาที 41 สเตฟาน โยเวติช ยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ช่วยให้ แมนซิตี้ ออกนำ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 1-0 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้บุกขึ้นมาเพื่อลุ้นประตูจังหวะสุดท้าย แต่ ยาย่า ตูเร่ เปิดบอลไม่ตรงเพื่อนและออกหลังไป พร้อมกับหมดเวลาการแข่งขั่วงครึ่งเวลาแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 เริ่มครึ่งหลัง ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รับบอลจาก เกล็น จอห์นสัน ในกรอบเขตโทษพร้อมกับได้ดวลเดียวกับ โจ ฮาร์ท และยิงเข้าไปแต่ ไลน์แมน ยกธงล้ำหน้าทำให้สกอร์ยังคงเป็น แมนฯ ซิตี้ นำอยู่ 1-0 นาที 53 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิก และเล่นลูกสูตร เจอร์ราร์ด ตักบอลให้ เฮนเดอร์สัน ในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะจ่ายกลับมาให้เพื่อนโดน ซาบาเลต้า สกัดทิ้งออกไปก่อน Goal! นาที 55 แมนฯ ซิตี้ นำห่าง ลิเวอร์พูล เป็น 2-0 จาก สเตฟาน โยเวติช คนทำประตูแรก เล่นชิ่งกับเพื่อนก่อนจะหลุดเข้ามาได้ยิงในกรอบเขตโทษบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม นาที 59 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ถอด คูตินโญ่ ออกไปพักและส่งปีกตัวใหม่อย่าง ลาซาร์ มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 65 สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะได้ซัดเต็มๆ แต่ติดเซฟ โจ ฮาร์ท ออกไปอย่างเหลือเชื่อ ขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ถอด ซิลบา ออกไปพักและส่ง นาบาส ลงมาแทน Goal! น.69 กุน อเกวโร่ ถูกส่งมาเป็นสำรอง และสัมผัสแรกของเขาคือประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ออกนำ ลิเวอร์พูล ห่างเป็น 3-0 น.74 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวโดยถอด โจ อัลเลน ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน ลงไปแทน Goal! นาที 83 ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-3 จากจังหวะ ซาบาเลต้า ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 90 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าบิด แต่ยังฝืนลุกขึ้นมาเล่นได้ และผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลา 5 นาที หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเชือด ลิเวอร์พูล นิ่มๆ 3-1 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี, ซามีร์ นารี, เฟร์นานโด, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, สเตฟาน โยเวติช, เอดิน เชโก้ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์