CTH

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ผลบอล : ไกลเท่าเดิม!! โอกาซากิ จักรยานอากาศพาจิ้งจอกเชือดสาลิกา ประเดิมราฟา
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 ชินจิ โอกาซากิ น.25 เวลา : 3.00 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างจ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล โดยเกมนี้ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การประเดิมคุมทัพ "สาลิกาดง" เป็นนัดแรกของ ราฟาเอล เบนิเตซ ก่อนที่จะเป็น "จิ้งจอกสยาม" สามารถเก็บ 3 คะแนน ไปด้วยสกอร์ 1-0 จากการยิงจักรยานอากาศอย่างสุดสวยของ ชินจิ โอกาซากิ ทำให้อันดับในตารางคะแนนตอนนี้ลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังคงนำห่าง สเปอร์ ถึง 5 คะแนน และเหลือโปรแกรมในลีกอีกเพียง 8 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริยาด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ นิวคาสเซิล : ร็อบ เอลเลียต(GK), ดารีล ยานมาต, จามาล ลาสเซลเลส, สตีเว่น เทย์เลอร์, เวอร์นอน อานิต้า, แจ็ค โคลแบ็ค, จอนโจ้ เชลวี่ย์, มุสซ่า ซิสโซโก้, จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม, อโยเซ่ เปเรซ, อเล็กซานดรา มิโตรวิช

ผลบอล : คดีพลิก10ตลบ!! นักบุญ ทะลวงสามเม็ดรวดแซงดับ หงส์ น้ำตาท่วมท้ายเกม
นักบุญ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.17, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.21, 1-2 ซาดิโอ มาเน่ น.64, 2-2 กราเซียโน่ เปลเล่ น.83, 3-2 ซาดิโอ มาเน่ น.86 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดสนาม เซนต์ แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่วันนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทำเซอร์ไพรส์เล็กๆด้วยการมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ จอน ฟลานาแกน [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่ 2 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงไกลของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่ทิศทางบอลลอยโด่งจนหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ ผ่านมาถึงนาทีที่ 8 เจ้าบ้านไม่ได้จุดโทษอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน ไปอัดใส่ด้านหลัน เชน ลอง ในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ชี้ให้จังหวะนี้เป็นลูกฟาลด์แต่อย่างใด 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ผลัดกันเปิดเกมรุกเข้าหากันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่ถนัดนักด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 17 "หงส์แดง" มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ คูตินโญ่ ลากตัดเข้ากลางก่อนจะยิงไกลสุดสวยให้ทีมบุกมานำ เซาแธมป์ตัน ตั้งแต่ต้นเกม GOAL! นาที 21 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่สอง จากการจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ขยับหลอกอยู่กับที่ไปมา ก่อนที่จะสังหารด้วยซ้ายจ่อๆผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 33 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ โจ อัลเลน ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่มี มามาดู ซาโก้ ยืนล้ำหน้า แม้จะไม่โดนบอลก็ตาม แต่ด้วยกฎกติกาใหม่ทำให้ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าจังหวะนี้ไปในที่สุด ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่ารูแเกมของ เซาแธมป์ตัน ยังดูไม่ดีขึ้นจากช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะพยายามเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "หงส์แดง" บ้างแล้วก็ตาม แต่ว่าโอกาสจบสกอร์ยังทำได้ไม่อันตรายเท่าที่ควร ทำให้จบ 45 นาทีแรก เซาแธมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล [เริ่มครึ่งหลัง] กุนซือทั้งสองทีมแก้เกมด้วยการส่งนักเตะตัวสำรองลงไปปรับหมากด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 โอกาสทองฝังเพชรของ เซาแธมป์ตัน ที่จะได้ประตูตีไข่แตก หลังจาก มาร์ติน สเคอร์เทล ไปทำฟาวล์ กราเซียโน่ เปลเล่ ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ ซาดิโอ มาเน่ ดันยิงไปติดเซฟ มินโญ่เลต์ และจะหวะตามซ้ำก็ทำได้ไม่ดี ซัดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! นาที 64 และแล้วความพยายามของ "นักบุญ" ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะของตัวสำรองอย่าง ซาดิโอ มาเน่ กดด้วยซ้ายผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบสุดเฉียบขาด นาที 74 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสได้ประตูนำห่างออกไปอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้หลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา แต่ทิศทางบอลขาดไปเล็กน้อยเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว GOAL! เกมผ่านมาถึงนาที 83 กราเซียโน่ เปลเล่ มาพังตาข่าย "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะพลิกตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงวิ่งไปเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม GOAL! นาที 86 ช่วงเวลาเพียงแค่สามนาที เซาแธมป์ตัน มาได้ประตูแซงนำอย่างเหลือเชื่อ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ คนเดิมที่มากระหน่ำด้วยซ้ายเข้าไปให้ "นักบุญ" พลิกแซง ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกของเกมได้สำเร็จ ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้มือได้สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาที เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์(GK), คูโค่ มาร์ติน่า, เวอร์กิล ฟาน ไดย์ค, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ยอร์ดี้ คลาซี่, โอริออล โรเมอู , สตีเว่น เดวิส, ดูซาน ทาดิช, กราเซียโน่ เปลเล่, เชน ลอง ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, จอน เฟลนาแกน, โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล: คิดไม่ออกบอกมาร์กเซียล!ผีแดงเปิดรังเฉือนท็อฟฟี่ฉลองสแตนด์เซอร์บ็อบบี้
ผลบอล /  อองโตนี่ มาร์กเซียล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู:1-0 อองโตนี่ มาร์กเซียล น.53 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 ก่อนเริ่มเกม มีพิธีการเปิดสแตน์เป็นชื่อเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ดาวยิงสูงสุดของสโมสร เริ่มเกมส์นาที 16 โอกาสแรกของเจ้าบ้านเมื่อ อองโตนี่ มาร์กเซียล เก็บบอลได้ตรงกลางแล้วฝากไปที่ เจสซี่ ลินการ์ด ก่อนที่จะวิ่งมาเอาแล้ว ลากไปยิงบอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น หลังจากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่แทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันแบบชัดเจนทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันทีมเยือนครองบอลได้ดีกว่า และบุกได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูออกนำไปก่อน นาที 53 เมื่อโฟซู เมนซ่า  แบ็กตัวสำรองหลุดมาเปิดบอลให้ อองโตนี่ มาร์กเซียล ยิงโล่งๆเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 นาที 55 ท็อฟฟี่เกือบได้ประตูตีเสมอทันควันเมื่อ ฟิล จากีลก้า ได้โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่บอลไปชนคานสนั่น ผีแดงรอดตัวไปแบบมีดวง นาที 83 เป็น ฟิล จากีลก้า ที่ได้ยิงจ่อๆอีกครั้ง คราวนี้ติดเซฟ เดเคอา ท้ายเกม เอฟเวอร์ตันลุยหนักหวังพังประตูตีเสมอ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังยันเอาไว้ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไป 1-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), มาร์กอส โรโฮ , คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เอฟเวอร์ตัน :โจเอล โรเบลส(GK),เชมัส โคลแมน, จอห์น สโตนส์ , ฟิล จากีลก้า, ไบรอัน โอเวียโด้,เคราร์ด เดวโลเฟว , เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ , ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อารอน เลนน่อน,โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : เกาะติดท็อปโฟร์!! นาสรี่ คืนชีพซัดปิดกล่องพา เรือใบ พลิกแซง มวยโลก หืด
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 0-1 สเตฟาน เซสเซยง น.6, 1-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ (จุดโทษ) น.19, 2-1 ซาเมียร์ นาสรี่ น.66 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ช่วงครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียงแค่นาทีที่ 6 เวสต์บรอมวิช สร้างเซอร์ไพรส์ให้สาวก "เรือใบสีฟ้า" นั่งกัดเล็บกันทั้งสนาม เมื่อ สเตฟาน เซสเซยง ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะวางเท้าซัดเต็มแรง บอลพุ่งผ่านตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปนอนจมก้นตาข่ายชนิดที่หมดสิทธิ์ป้องกัน หลังจากนั้น แมนฯ ซิตี้ โหมบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน และก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะจุดโทษที่ เซสเซยง ไปหวดใส่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ร่วงลงไปกองกับพื้น(นาที19) และเป็นทาง เซร์คิโอ อเกวโร่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้จบ 45 แรก เจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่ครองบอลพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "มวยโลก" อย่างต่อเนื่อง แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอให้เปลี่ยนตัวหลักอย่าง ยาย่า ตูเร่ และเควิน เดอ บรอยน์ ลงมา จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 66 เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงติดบล็อคสองครั้งสองครา ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง ซาเมียร์ นาสรี่ ซัดระยะเผาขนเข้าไป และเป็นประตูที่ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ยังคงรั้งตำแหน่งท็อปโฟร์ต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, แฟร์นันโด, ฟาเบียน เดลฟ์, เฆซุส นาบาส, ซาเมียร์ นาสรี่, เซร์คิโอ อเกวโร่, วิลเฟร็ด โบนี่ เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, จอนนี่ อีแวนส์, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, เจมส์ เชสเตอร์, ซานโดร, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซยง, เจมส์ แม็คคลีน, ไซโด้ เบราฮิโน่, ซาโลมอน รอนดอน

ผลบอล : คล็อปป์ อินดี้!! หงส์ พลังหนุ่มเปลี่ยน10ตำแหน่ง เฉือนหวิว บอร์นมัธ คาบ้าน
บอร์นมัธ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.41, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.45+2, 1-2 โจชัว คิง น.90+3 เวลา : 19.30 น. สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ มีคิวเปิดสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยไฮไลท์ของเกมคือ เจอร์เกน คล็อปป์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 ตัวจริงแทบจะยกแผง โดยใช้ดาวรุ่งลงมาเล่นเกมนี้เป็นส่วนใหญ่ [เริ่มเกม] เพียงแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะกระหน่ำด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่หนีตัว อาร์เทอร์ โบรุค ทำให้ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างสบาย ผ่าน 10 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งสองทีมไล่บีบเพรสซิ่งกันค่อนข้างเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ครอบครองบอลกันได้นานมากนัก ทำให้ยังมีโอกาสยิงประตูกันค่อนข้างน้อยด้วยกันทั้งสองทีม นาที 20 เจ้าถิ่น มีโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิก แม็ตต์ ริตชี่ บรรจงเปิดด้วยซ้ายเข้ามาให้ ทอมมี่ เอลฟิค เทคตัวขึ้นโขก แต่โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด เซฟไว้ได้ไม่มีพลาด เข้าสู่นาที 35 ถือว่ารูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่บอลจะอยู่บริเวณกลางสนาม และจะไปพลาดทำเสียกันในจังหวะใกล้จะจบสกอร์ ทำให้โอกาสลุ้นยิงมีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะผู้รักษาประตูที่มีงานไม่หนักมากเท่าไหร่ด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 41 และแล้ว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำในช่วงเวลาที่เหมาะสม จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ลูกตอกส้น แต่ไปติดเซฟ อาร์เทอร์ โบรุค ปัดออกมาเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้ยิงระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก GOAL! นาที 45+2 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายก่อนไปพักครึ่งแรก จากจังหวะฟรีคิก จอร์ดอน ไอบ์ ปั่นโค้งๆมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะช่วยให้ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายบุกมานำ บอร์นมัธ ก่อนจบ 45 นาที ด้วยสกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจ้าบ้านแก้เกมด้วยการถอด จูเนียร์ สตานิสลาส ออกไปพัก และส่ง ลูอิส แกรบแบน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 53 ลิเวอร์พูล ไม่ได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่หลุดไปตักบอลผ่านตัว อาร์เทอร์ โบรุค แต่ทิศทางดันไปชนเสา ก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 65 โอกาสทองของ บอร์นมัธ ที่จะได้ประตูตีไข่แตกมาจาก โจชัว คิง ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวผ่าน ลูคัส เลว่า ไปยังสุดเส้นหลัง ก่อนจะได้สังหารด้วยซ้าย แต่บอลยังไปติดเซฟ แดนนี่ วอร์ด ก้มตัวลงรับไว้ได้ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นมีโอกาสเจาะแผงหลัง ลิเวอร์พูล อยู่หลายครั้ง และเกือบจะเป็นประตู 2-3 จังหวะ แต่สุดท้ายก็โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด บินปัดออกไปได้หมดทุกครั้ง GOAL! นาที 90+3 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอร์นมัธ มาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะกระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อของ โจชัว คิง บอลผ่านมือ แดนนี่ วอร์ด ที่พยายามพุ่งสุดตัวเพื่อเซฟลูกนี้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ สุดท้ายจบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะ บอร์นมัธ ถึงสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บอร์นมัธ : อาร์เทอร์ โบรุค(GK), ไซม่อน ฟรานซิส, ทอมมี่ เอลฟิค, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แม็ตต์ ริตชี่, แอนดรูว์ เซอร์มัน, แดน กอสลิ่ง, จูเนียร์ สตานิสลาส, แม็กซ์ เกรเดล, โจชัว คิง ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แบรด สมิธ, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : เมอร์ซีย์ไซด์ระอุ!! หงส์แดง เดือดฝั่งเดียวไล่ยำ ทอฟฟี่10ตัว เละเทะคา แอนฟิลด์
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน /  ผลบอล / 

ผลบอล เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 ดิว็อค โอริกี้ น.43, 2-0 มามาดู ซาโก้ น.45+2, 3-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.60, 4-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.76 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันนี้ เป็นการโคจรมาพบกัยระหว่างสองสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 "หงส์แดง" มาพลาดโอกาสทองฝังเพชร 17 กะรัต อย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า หลุดเดี่ยวไปล่อเป้าเหน่งๆแต่ดันยิงไปติดเซฟ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกไปแบบหวุดหวิด นาที 12 ทีมเยือนมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะสับไกลของ เควิน มิรัลลาส แต่ยังควบคุมทิศทางไม่ได้ ทำให้บอลลอยโด่งออกหลังไปเยอะพอสมควร ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่า เอฟเวอร์ตัน พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือแม้กระทั้งโอกาสจบสกอร์ ก็ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายถือว่ายังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 43 หลังจากโหมบุกหนักอยู่แทบจะฝ่ายเดียว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเปิดโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ บอลมาถึง ดิว็อค โอริกี้ ที่ยืนรอโขกเหน่งๆส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีพลาด GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้สำเร็จ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ อีกครั้งที่บรรจงตักบอลโด่งๆเข้ามาให้ มามาดู ซาโก้ ตั้งคอรอโขกระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้จบครึ่งแรก "หงส์แดง" เป็นฝ่ายออกนำในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ เหนือเพื่อบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แก้เกมด้วยการถอด แกเร็ธ แบร์รี่ ออกไปพักและส่ง มูฮัมเหม็ด เบซิช ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 50 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาจากจังหวะที่ รามิโร่ ฟูเนส โมรี่ โดนใบแดง หลังไปฟาวล์ชนิดรุนแรงใส่ ดิว็อค โอริกี้ จนทำให้ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยมบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สุดท้าย เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 60 และแล้วด้วยผู้เล่นที่เหลือน้อยกว่าของทาง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็ต้านทานเกมรุก ลิเวอร์พูล ไม่ไหว หลังมาโดนบวกเม็ดที่ 3 จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปเลือกมุมยิงผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 76 เกมรุก "หงส์แดง" ที่บุกใส่แผงหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นพายุก็มาบวกประตูได้เพิ่ใ จากจังหวะยิงไกลสุดสวยและเป็นลูกเก่งของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างเพื่อบ้านไปไกลถึง 4-0 ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเดินหน้ายำใหญ่ใส่แผงหลัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ฝั่งเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK),นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้ เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เควิน มิรัลลาส, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : โบลาซี่ กดเต็มแข้ง!! ปืนใหญ่ เฝ้าบ้านได้แค่เจ๊า พาเลซ อดแซงเรือขึ้นที่3
คริสตัล พาเลซ /  ปราสาทเรือนแก้ว / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-1 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45+1, 1-1 ยานนิค โบลาซี่ น.81 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตารางคะแนน เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ก่อนที่จะเป็น "ปราสาทเรือนแก้ว" มาได้ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งเวลาแรกเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ พาเลซ เป็นระลอก แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอจนถึงช่วงทดเจ็บจากจังหวะ อเล็กซิส ซานเชซ โขกย้อยๆผ่านตัว เวย์น เฮนเนสซี่ เข้าไป ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยการขึ้นนำของ อาร์เซนอล ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งเวลาหลังยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบดักจังหวะครองบอลพร้อมกับค่อยๆต่อบอลเจาะแผงหลัง คริสตัล พาเลซ เพื่อเข้าไปทะลวงตาข่ายลดความกดดัน แต่ด้วยการที่ไร้ความเฉียบขาดทำให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงท้ายเกม จนกระทั่งมาโดน "ปราสาทเรือนแก้ว" อาศัยทีเด็ดจากลูกโต้กลับ ซึ่งเป็นทาง ยานนิค โบลาซี่ ปีกตัวเก่งของทีมได้ยิงเต็มข้อ บอลผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมไหนยิงประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เสมอกับ คริสตัล พาเลซ ไปแบบสุดมันส์ที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซี่(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, ไมค์ เยดินัค, โยฮัน กาบาย, โจ เล็ดลีย์, เจสัน พันเชียน, ยานนิค โบลาซี่, คอนนอร์ วิคแฮม

ผลบอล:ยังไม่ยอม!ไก่รัวถล่มผีห้านาทีสามเม็ดตามจิ้งจอกเท่าเดิม
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 เดเล่ อัลลี่ น.70 ,2-0 โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ น.74 , 3-0 เอริค ลาเมล่า น.75 เวลา: 22.30 น. สนาม: ไวท์ฮาร์ทเลน ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 (function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1&version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));FT - VIDEO(Premier League): Tottenham Hotspur 3-0 Manchester UnitedAll Goals [HD]Dele Alli 70'Toby Alderweireld 74'Erik Lamela 76'โพสต์โดย Football Goals & Highlights บน 10 เมษายน 2016 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส รองจ่าฝูงยังไม่ยอมให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงทิ้งระยะห่างไป เมื่อเปิดบ้านไล่ถล่ม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 โดยได้ทั้งสามประตู ในระยะเวลาห่างกันแค่ 5 นาที จาก เดเล่ อัลลี่ ,โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ และ เอริค ลาเมล่า ทำให้สเปอร์ส เก็บสามแต้มทำคะแนนตามหลังเลสเตอร์ 7 คะแนนเท่าเดิม โดยเหลือเกมส์ให้เล่นอีก 5 นัด ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน รายชื่อ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส:ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดอไวเรลด์, แยน แฟร์ทองเกน, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น,แฮร์รี่ เคน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), ธิโมธี โฟซู-เมนซ่าห์, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ,ไมเคิล คาร์ริค ,ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, อองโตนี่ มาร์กซิยาล,มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : ซัดกันครึ่งโหล!! แคร์โรลล์ กระหน่ำแฮตทริก ค้อนเปิดบ้านเจ๊าปืน มันส์หยด
ขุนค้อน /  ปืนใหญ่ / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 อาร์เซนอล ผู้ทำประตู : 0-1 เมซุต โอซิล น.18, 0-2 อเล็กซิส ซานเชซ น.35, 1-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.44, 2-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.45+2, 3-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.52, 3-3 โลร็องต์ กอสเชียลนี่ น.70 เวลา : 19.45 น. สนาม : โบลีน กราวด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ลอนดอนดาร์บี้แมตช์" คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "ขุนค้อน" เวสต์แฮม มีคิวเปิดสนาม โบลีน กราวด์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่า "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองได้มากกว่าเจ้าถิ่นอยู่เล็กน้อย แต่จังหวะเข้าทำยังคงดูขาดๆเกินๆ นาที 14 อาร์เซนอล รอดพ้นจากการเสียประตูอย่างหวุดหวิด หลังจากโดนทาง เวสต์แฮม ต่อบอลกันมาอย่างเข้ามารู้ใจ ก่อนจะเปิดมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ จักรยานอากาศ บอลมาเข้าทาง มานูเอล ลานซินี่ โขกระยะเผาขนเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงให้ลูกนี้เป็นจังหวะล้ำหน้า GOAL! นาที 18 หลังจากเปิดหน้าแลกหมัดกันมาสักระยะ เป็นทาง อาร์เซนอล ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เมซุต โอซิล หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้าย บอลผ่านตัว อาเดรียน เข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม หลังจากที่โดนยิงประตูขึ้นนำ "ขุนค้อน" ก็เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกทะลวงแผงหลัง อาร์เซนอล แทบจะฝ่ายเดียว แต่เกมรับ "ปืนใหญ่" ยังถือว่าคุมโซนกันได้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมโจมตีจากจังหวะสวนกลับอยู่ตลอดเวลา GOAL! นาที 35 รูปเกมที่ค่อนข้างสูสี แต่ความเฉียบขาดเป็นของทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จากการเล่นชิงกันของ อเล็กซ์ อิโวบี้ จ่ายมาให้ อเล็กซิส ซานเชซ หลุดไปเลือกมุมยิงให้สถานการณ์ของ "ปืนใหญ่" ลดความกดดันไปค่อนข่างเยอะ GOAL! นาที 44 และแล้วแผงหลังของ "ปืนใหญ่" ก็ต้ายทานเกมรุกของ เวสต์แฮม ไม่อยู่เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ บรรจงเปิดมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ โฉบมาโขกเน้นๆให้ "ขุนค้อน" ไล่ตาม อาร์เซนอล มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เวสต์แฮม มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะที่ แอนดี้ แคร์โรลล์ ซัดไปติดบล็อคแผงหลัง "ปืนใหญ่" ก่อนที่จะกระโดดซัดเน้นๆ บอลแฉลบเล็กน้อยเข้าไปกองที่ก้นตาข่าย ชนิดที่สาวก "ขุนค้อน" ที่เข้ามาเชียร์กันแน่นสนาม โบลีน กราวด์ ได้เฮกันแบบสุดเสียง ก่อนที่จะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 2-2 [เริ่มครังหลัง] เวสต์แฮมแก้เกมด้วยการถอด เจมส์ ทอมกิ้นส์ และส่ง เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 52 เปิดฉากครึ่งหลังมาไม่นาน แผงหลัง "ปืนใหญ่" ก็มาเสียท่าให้กับ แอนดี้ แคร์โรลล์ อีกครั้ง และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว จากจังหวะที่ มิคาอิล อันโตนิโอ เปิดโด่งๆมาให้โขกเต็มศีรษะเข้าไปไม่เหลือซาก นาที 68 อาร์เซนอล พลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะเตะมุม เปิดเข้ามาบอลโดนเคลียมาหน้าปากประตู ก่อนที่ นาโช่ มอนเรอัล จะซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือ อาเดรียน ไปแล้ว แต่ มานูเอล ลานซินี่ สะกัดทิ้งบนเส้นได้อย่างหวุดหวิด GOAL! นาที 70 "ปืนใหญ่" มาทำประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โลร็องต์ กอสเชียลนี่ ตวัดยิงหน้าปากประตู บอลเสยตาข่ายเข้าไปชนิดที่ อาเดรียน หมดสิทธิ์ป้องกัน ช่วงท้ายเกม รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีชนิดที่มีสิทธิเก็บชัยได้ทั้งสองฝั่ง แต่ต้องชื่นชมบรรดาแผงหลังของทั้งสองทีม ที่ถือว่าทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาระเบียบวินัยเกมรับได้อย่าไร้ข้อบกพร่อง ทำให้จบ 90 นาที เวสต์แฮม เสมอกับ อาร์เซนอล ในศึก "ลอนดอนดาร์บี้แมตช์" ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 3-3 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, มิคาอิล อันโตนิโอ, มานูเอล ลานซินี่, ดิมิทรี่ ปาเย่ต์, แอนดี้ แคร์โรลล์ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค

ผลบอล : ขาด วาร์ดี้ ไม่มีผล!! จิ้งจอกสยาม ท็อปฟอร์มถลกหนัง หงส์ขาว ทิ้งไก่8แต้ม
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 4-0 สวอนซี รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ริย้าด มาห์เรซ น.10, 2-0 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.30, 3-0 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.60, 4-0 มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.85 เวลา 22.15 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์ขาว" สวอนซี [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เปิดฉากมาถือว่าเป็นทาง "หงส์ขาว" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าทดสอบแผงหลังเจ้าถิ่นอยู่พักใหญ่ แต่แนวรับ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังทำหน้าที่กันได้เยี่ยมสกัดลูกอันตรายออกไปได้ทุกจังหวะ GOAL! นาทีที่ 10 "จิ้งจอกสยาม" มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ เตะบอลไปติด ริย้าด มาห์เรซ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน มาห์เรซ ฉกบอลเข้าไปกระหน่ำด้วยซ้ายไปทางเสาแรก บอลผ่านมือ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าไปสัมผัสกับก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่าน 20 นาทีแรก รูปเกมกลับมาเป็นทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินเครื่องลุยใส่แผงหลัง "หงส์ขาว" ได้แบบต่อเนื่อง แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา และไม่เฉียบขาดเท่าที่ควร GOAL! นาที 30 เลสเตอร์ มาได้ประตูทิ้งห่าง "หงส์ขาว" เป็น 2-0 จากจังหวะฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของสนาม ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ เปิดโด่งเข้ามาถึง เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะ บอลพุ่งไปเสียบมุมขวาของปากประตูอย่างสวยสดงดงาม นาที 42 "หงส์ขาว" เกือบจะได้ประตูตีไข่แตกจากลูกฟรีคิก กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน รับหน้าที่สังหารแต่บอลไม่ผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ช่วงเวลาที่เหลือ สวอนซี พยายามเดินหน้าลุยแหลกเพื่อเจาะประตูตีไข่แตกแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "จิ้งจอกสยาม" ได้สำเร็จ สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงขึ้นนำอยู่ที่ 2-0 [ครึ่งหลัง] สวอนซี แก้เกมด้วยการส่ง อัลแบร์โต้ ปาลอสคี่ และเจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ ลงมาทำหน้าที่แทน เลรอย เฟอร์ และเวย์น เราท์เล็ดจ์ GOAL! นาที 60 "จิ้งจอกสยาม" มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะหลุดของ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ที่ตอนแรกดูเหมือนจะขาดๆเกินๆ แต่สุดท้ายยังสามารถไหลบอลไปให้ เลโอนาร์โด้ อูยัว พุ่งมาชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่มีพลาด ช่วงเวลาที่เหลือดูเหมือน สวอนซี จะเริ่มถอดใจจนกระทั่งมาโดนตัวสำรองอย่าง มาร์ค อัลไบรท์ตัน มาปิดฉากประตูสุดท้ายในนาที 85 ช่วยให้ "จิ้งจอกสยาม" เปิดมหกรรมยำใหญ่ใส่ "หงส์ขาว" ไปแบบเละเทะถึง 4-0 ทำให้ตอนนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ทำแต้มทิ้งห่าง สเปอร์ ไปไกลถึง 8 คะแนน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรีย์ ชลุปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), อังเกล รังเกล, เฟเดริโก้ เฟร์นันเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, เลรอย เฟอร์, แจ็ค คอร์ค, ลีออน บริตตัน, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์, จอร์แดน อายิว

ผลบอล : หวิดคาบ้าน!! เบนเตเก้ โขกทดเจ็บ หงส์เปิดแอนฟิลด์ไล่เจ๊าสิงห์ แบ่งกันคนละแต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 1-1 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 เอเด็น อาซาร์ น.32, 1-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.90+2 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์นัดตกค้างกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รับหน้าที่สังหาร แต่ซัดผิดเหลี่ยมทำให้บอลลอยโด่งหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ 10 นาทีแรก รูปเกมถือว่าสู้กันได้อย่างสนุกผลัดกันเปิดหน้าบุกสวนกันไปมา แต่จัวหวะจบสกอร์เป็นทางเจ้าบ้านที่หาโอกาสยิงและหวิดได้ประตูขึ้นนำมากกว่า GOAL! นาที 32 รูปเกมที่ค่อนข้างสูสีกันแต่ เชลซี มาสร้างความแตกต่างได้จากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆของ เอเด็น อาซาร์ กระชากหลบผู้เล่น ลิเวอร์พูล เข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยสดงดงาม ชนิดที่ ซิมง มินโญเลต์ หมดสิทธิ์ป้องกัน นาที 39 ซิมง มินโญเลต์ เกือบแจกส้มผลโตให้กับ "สิงห์บลู" จากจังหวะออกมาตัดบอลแล้วชะงักทำให้เป็นโอกาสทองของ เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่ได้ซัดเหน่งๆแต่ดันลื่นทำให้บอลหลุดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ท้ายครึ่งแรก แม้ว่า เชลซี จะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนแต่รูปเกมก็ยังไม่มีฝั่งไหนที่เป็นต่อแบบชัดเจน สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก เชลซี ยังคงเป็นฝ่ายบุกมานำ ลิเวอร์พูล อยู่ที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 50 ลิเวอร์พูล มีลุ้นเล็กๆที่จะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลักไก่ยิงไกลจากครึ่งสนาม แต่บอลผิดเหลี่ยมห่างเป้าไปค่อนข้างเยอะ นาที 61 "หงส์แดง" มาพลาดได้ประตูตีเสมอสองครั้งติดๆจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยิงไปติดซูเปอร์เซฟ อัสเมียร์ เบโกวิช ถัดจากนั้นไม่นาน โคโล่ ตูเร่ ได้โหม่งจ่อๆแต่บอลไม่มีน้ำหนักทำให้ เบโกวิช รับไว้ได้สบาย นาที 80 รูปเกมเป็นทางเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและพับสนามบุกใส่แผงหลัง เชลซี ที่ลงไปตั้งรับกันลึก และรอสวนกลับ โดยหวิดได้ประตูที่สองของเกมด้วยกันทั้งสองทีม GOAL! นาที 90+2 รูปเกมทำท่าว่า "สิงห์บลู" จะเป็นฝ่ายคว้าสามแต้มกลับบ้านไปอีกไม่กี่อึดใจ แต่ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากสองตัวสำรองอย่าง เซยี่ โอโจ้ เปิดโด่งเข้ากลางมาถึง อัสเมียร์ เบโกวิช ปัดบอลมาเข้าทาง คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกนิ่มๆระยะเผาขนเข้าไป ทำให้สุดท้าย "หงส์แดง" เป็นฝ่ายตามตีเสมอ เชลซี 1-1 แบ่งกันไปคนละหนึ่งคะแนนในที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โคโล่ ตูเร่, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลานา, ฟิลิเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เชลซี : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล, บาบา ราห์มาน, เชสก์ ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, เปโดร, วิลเลี่ยน, เอเด็น อาซาร์, เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เพชรบ้านแขก ส.สมหมาย Vs กำพลเล็ก พี.เค.แสนชัยฯ 2. เพชรสีนิล คงชูช่วย Vs รักสมหมาย สิทธิ์ปากพนัง 3. ยอดกฤษดา ยุทธชลบุรี Vs ราชสีห์ ไอที2000 4. เสือเพชร ส.เสือเพชร Vs กล้าศึก ศิษย์จ่ากล้า ศึกมวยไทยโตโยต้า เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. เหนือธรณี เดอะเบสท์อุดร Vs เด่นนาโพธิ์ พลิ้ววาโย 2. เพชรสองภาค ศิษย์เจริญทรัพย์ Vs เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ Vs โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร Vs สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง Vs เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ Vs เพชรศิลา ศิษย์พนันเชิง 3. โผน เมืองละโว้ Vs เทพวาฤทธิ์ ราไวย์มวยไทย 4. เหลี่ยมเพชร ซินบีมวยไทย Vs ปลื้ม ส.จ.เล็กเมืองนนท์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 14:00 น. 1. ยอดภูหลวง ฮัวโรงน้ำแข็ง Vs มังกรเพชร ส.ก.สุไหงยิม 2. ยอดขุนพล ว.ยืนยง Vs พยัคฆ์หิรัญ ช.ห้าพยัคฆ์ 3. ช้างศึก เกียรติทรงฤทธิ์ Vs โบวี่ ลูกเมืองเพชร 4. แปดแสนเล็ก ราชานนท์ Vs ฉลามศึก ส.ข.วานิชสังข์รอด ศึกไบรท์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. สำออยน้อย ต.ภู่สุวรรณ Vs ซีต้า ช.โชคอำนวย 2. อีสานเขียว หนุ่มพรเทพ Vs นิวลูกรัก อบต.ชิงโค 3. แสงศักดา ศิษย์เจ๊เหมียว Vs ลายพยัคฆ์ พุ่มพันธุ์ม่วง 4. เพชรสาคร เกียรติจำรูญ VS ยุทธชัย สมศักดิ์ก่อสร้าง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. กิตติชัย สาทิศซีดี Vs เพชรไพลิน สิงห์บ้านสร้าง 2. เพชรสายฟ้า ศิษย์นำขบวน Vs ข้าวหอม ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ 3. ปืนกล เล็กนครศรี Vs เด่นหนองพลวง ป.เชิดชัย 4. ลูกบอล ส.ธนาเพชร Vs เพชรคูเมือง ศิษย์นำขบวน ศึกมวยไทยลุมพีนี CTH เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. กึกก้อง ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ Vs ฉลุย นาย่าปาร์คขอนแก่น 2. คมเพชร แฟร์เท็กซ์ Vs แชมป์ พุ่มพันธุ์ม่วง 3. สิงห์ดำ สิงห์นวอาวุธ Vs เพชรซาอุ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง 4. อริยะ แฟร์เท็กซ์ Vs เพชรอินทรี เพชร ปตอ. ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ผลบอล : ในบ้านหายห่วง!! หงส์พลังหนุ่ม เปิดแอนฟิลด์ไล่อัด แตน สบายเท้า
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 2-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู : 1-0 โจ อัลเลน น.35, 2-0 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.76 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล จัดชุดผสมเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่เอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ วัตฟอร์ด ได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอ นาที 18 เป็นโอกาสลุ้นพังประตูอีกครั้งของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ต่อบอลกันค่อนข้างนาน และสุดท้ายมาจบลงที่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เติมมายิงไกลด้วยซ้ายข้างถนัด แต่ทิศทางบอลผิดเหลี่ยมลอยโด่งออกหลังไปค่อนข้างเยอะ นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้บุกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ วัตฟอร์ด ลงไปตั้งรับกันค่อนข่างลึกและรอสวนกลับจาก ดีนี่ย์ และอิกาโล่ GOAL! นาที 35 "หงส์แดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะประสานงานกันของ คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกไปให้ โจ อัลเลน วิ่งสอดมาสไลด์ตัวยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดย ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้รีบเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนหลังจากได้ประตูขึ้นนำ สุดท้ายจบ 45 นาที "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม เกมเดินทางครบหนึ่งชั่วโมง ถือว่า วัตฟอร์ด เริ่มได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะเดินเกมรุกยังถือว่าทำกันได้ไม่ค่อยแน่นอน และหาโอกาสลุ้นยิงประตูได้ค่อนข้างน้อย นาที 68 ทีมเยือนมีโอกาสทองได้ประตูตีเสมอ หลังมาได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อัลเมน อั๊บดี้ ยิงออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 76 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายความกดดันจากจังหวะของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้กดเต็มข้อด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงติดเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เล็กน้อยก่อนจะหลุดเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่สามารถเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกด้วยความสดใหม่ของนักเตะพลังหนุ่ม แต่สุดท้ายยังคงไร้ความเฉียบขาดทั้งที่น่าจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้า 3 แต้ม เหนือ วัตฟอร์ด ไปได้แบบสุดมันส์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส เลว่า, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโย่, คริสติย็อง เบนเตเก้ วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), เซบาสเตียน โพเดิ้ล, เคร็ก แคธคาร์ต, มิเกล บริตอส, อิเคชี่ อันย่า, อัลเมน อั๊บดี้, มาริโอ ซัวเรซ, เบ็น วัตสัน, โฆเซ่ ฆูราโด้, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว