CTH

ไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS เวสต์บรอมวิช
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล เพิ่งพาทีมบุกไปแพ้ บาเซิล ที่สวิตเซอร์แลนด์มา 1-0 เมื่อกลางสัปดาห์ ส่วนผลงานในลีกของรองแชมป์เก่าฤดูกาลก่อนสามนัดหลังสุดยังไม่ชนะใครเลย เกมนี้ทีมหงส์แดงต้องรอเช็คความฟิตของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าความหวังของทีมว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่ ขณะที่ โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, จอน ฟลานาเก้น, มามาดู ซาโก้ และ เกล็น จอห์นสัน ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด อลัน เออร์ไวน์ กุนซือ เวสต์บรอมฯ จะหมดสิทธิ์ใช้งานแบ็คขวา อันเดร วิสดอม ที่ไม่สามารถลงสนามเจอต้นสังกัดได้ทำให้ คริสเตียน กัมบัว น่าจะได้ลงทำหน้าที่แทน ส่วน ซิลเวสเตร วาเลร่า ปีกชาวโปรตุเกสยังไม่พร้อมและอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อน ขณะที่ บราวน์ อิเดเย่ กับ วิคเตอร์ อนิเชเบ่ ยังเจ็บอยู่ทั้งคู่ แต่จะได้ คริส แบรด์ กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งหลังจากอาการป่วย 11ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, มานควิโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเนโร่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, มาร์โควิช, บาโลเตลลี่, สเตอร์ลิง เวสต์บรอมฯ – ฟอสเตอร์, กัมบัว, เคร็ก ดอว์สัน, เลสคอตต์, เดวิดสัน, เจทส์ มอร์ริสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, ดอร์เรนส์, เซสเซยอง, บรันท์, เบราฮิโน่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เบิร์นลี่ย์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม เทิร์ฟ มัวร์ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ จะกลับมาใช้ผู้เล่นชุดหลักที่ถูกพักในเกม แคปปิตอล วัน คัพ กับ เชฟฟิล์ด เว้นส์เดย์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อย่างผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ทอม ฮีตัน ปราการหลัง ไมเคิล ดัฟฟ์ และ แดนนี่ อิงส์ กองหน้าของทีม ส่วน แซม โวคส์ ศูนย์หน้าอีกรายยังไม่พร้อมลงสนามเพราะมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า หหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมส่ง อังเคล ดิ มาเรีย ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าลงสนาม ส่วน มาร์กอส โรโฮ กองหลังสัญชาติเดียวกันยังคงต้องรอเวิร์ค เพอร์มิตต่อไป ขณะที่ คริส สมอลลิ่ง มีอาการเจ็บขาหนีบต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม ส่วนนักเตะที่ยังได้รับบาดเจ็บมี ชินจิ คากาวะ, อันเดร์ เอร์เรร่า, ลุค ชอว์, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิล คาร์ริค, เจซเซ่ ลินการ์ด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลี่ย์ – ฮีตัน, ทริปปิแอร์, ไมเคิล ดัฟฟ์, แช็คเคลล์, เบน มี, อาร์ฟิลด์, มาร์นี่ย์, เดวิด โจนส์, แม็ตธิว เทย์เลอร์, อิงส์, จุตคีวิคซ์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, จอนนี่ อีแวนส์, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, ดิ มาเรีย, แอชลี่ย์ ยัง, มาต้า, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH สเตเดี้ยม 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม กุส โปเยต์ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ มีข่าวดีเมื่อสองกองหลัง บิลลี่ โจนส์ กับ ซานติอาโก้ เวอร์จินี ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วน เอมานูเอเล่ เจียคเครินี่ ยังเจ็บขาหนีบต้องพักอีกราวสามสัปดาห์ ขณะที่ในตำแหน่งนายทวาร คอสเทล พานทิลิมอน น่าจะยึดตัวจริงจาก วิโต้ มานโนเน่ ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจในเกมนัดเปิดสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์กอส โรโฮ ปราการหลังตัวใหม่ที่ได้เวิร์ค เพอร์มิตไม่ทันเวลา ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บมีหลายรายทั้ง ลุค ชอว์, ไมเคิล คาร์ริค, จอนนี่ อีแวนส์, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์, เจสเซ่ ลินการ์ด, แดนนี่ เวลเบ็ค, อันแดร์สัน และยังมีที่เจ็บเพิ่มเข้ามาอีกทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อันแดร์ เอร์เรร่า ที่เจ็บข้อเท้าทั้งคู่ แต่ข่าวดีคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ฟิตพร้อมลงเล่น ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิมอน, บิลลี่ โจนส์, เวส บราวน์, จอห์น โอเชีย, ฟาน อันโฮลท์, คัตเตอร์โมล, ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, วิคแค่ม, สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, มาต้า, แอชลี่ย ยัง, คากาวะ, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ VS สเปอร์ส
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้VS ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium5 ความพร้อม ก่อนลงสนาม มานูเอล เปเยกรินี เกมนี้จะไม่มี เอเลียกิม ม็องกาลา ปราการหลังชาวฝรั่งเศสที่เจ็บต้นขา และต้องเช็คความฟิต ยาย่า ตูเร่ ที่เหนื่อยมาจากเกมทีมชาติ ส่วน เฟอร์นันโด น่าจะได้ยืนคุมแดนกลางเพราะ เฟอร์นันดินโญ่ มีอาการเจ็บแฮมสตริงเช่นเดียวกับ ซามีร์ นาสรี่ ที่ต้องพักยาว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ สเปอร์ส ต้องรอเช็คความฟิตของ ฮูโก้ ยอริส และ นาเซอร์ ชาดลี่ ที่เจ็บมาจากเกมทีมชาติทั้งคู่และต้องรอเช็คความฟิต เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และ นาบิล เบนทาเลบ ที่ล้ามาจากการรับใช้ชาติ ส่วน ไคล นอท์ตัน กับ ไคล วอล์คเกอร์ ยังต้องพักยาวข้างสนามต่อไป ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, คลิชี่, มิลเนอร์, แลมพาร์ด, เฟอร์นันโด, ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่ สเปอร์ส – ยอริส, ไดเออร์, คาบูล, เฟร์ทองเก้น, โรส, เอเตียน-กาปู, ไรอัน เมสัน, ลาเมล่า, อีริคเซ่น, ชาดลี่, อเดบายอร์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก:ปัญหากองหน้าถูกกำจัด!คอสต้าแฮตทริกสิงห์เปิดรังแซงถล่มหงส์ขาวนั่งจ่าฝูง
กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 เชลซี 4-1 สวอนซี ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 จอห์น เทอร์รี่ (เข้าประตูตัวเอง)น.11 , 1-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.45 , 2-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.56 ,3-1 ดิเอโก้ คอสต้าน.67 ,4-1 โรอิก เรมี่ น.81 , 4-2 จอนโจ เชลวี่ย์ น.86 เวลา: 21.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 “สิงห์บลู” เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ ยังฟอร์มดีไม่มีตก โดยเฉพาะ กองหน้าตัวใหม่อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริตแรกบนแผ่นดินอังกฤษ ก่อนจะมาได้ โรอิก เรมี่ กองหน้าตัวใหม่ที่ลงมาเป้นตัวสำรองทำอีกประตู  ช่วยให้ทีมแซงกลับมาเอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ อีกหนึ่งทีมฟอร์มแรงที่ออกตัวด้วยการเก็บชัยชนะมา 3 นัดด้วยไป 4-2 รายชื่อ เชลซี :ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์ , จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช , ออสการ์ ,อังเดร ชูร์เล่ , เชส ฟาเบรกาส, เอแด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า สวอนซี :ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),อังเคล รานเคล, ฆอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์,จอนโจ เชลวี่ย์ , คี ซุง-ยอง ,เนธาน ดายเออร์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์ , บาเฟติมบี้ โกมิส

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : สิ้นลายแชมป์เก่า!! ขุนค้อน เปิดบ้านพิฆาต เรือใบ 2-1
กาแอล กลิชี่ /  คาร์ล เจนกินสัน / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2557 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ น.21, 2-0 เดียฟรา ซาโก้ น.75, 2-1 ดาบิด ซิลบา น.77 เวลา : 18.45 น. สนาม : โบลีน กราวด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาเตะกันอีกครั้งโดยคู่เปิดหัววันนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว มีคิวบุกเยือนรัง โบลีน กราวด์ ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่กำลังโชว์ฟอร์มแกร่งจนทะยานขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ของตาราง น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะเปิดตำรารูปแบบไหนมารับมือกับลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ ในวันนี้ เริ่มเกมมาได้แค่ 5 นาที เรือใบสีฟ้า เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะซัดฟรีคิกของ ดาบิด ซิลบา ได้ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่น้ำหนักแรงไปหน่อยบอลเหินข้ามคานออกไปแบบหวุดหวิด ผ่านมา 15 นาที รูปเกมถือว่าผู้มาเยือนอย่าง ซิตี้ พาบอลไปป้วนเปี้ยนหน้าปากประตู เวสต์แฮม ได้หลายครั้ง แถมยังมีจังหวะจบสกอร์ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นลูกขึ้นนำได้ GOAL! นาที 21 "ขุนค้อน" ออกนำ "เรือใบ" 1-0 จากจังหวะหลุดเข้ามาในเขตโทษของ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย ก่อนจะหักเข้ากลางให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ ซัดจ่อๆไม่พลาด ช่วยให้แฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮกันไปก่อน เกมผ่านมา 30 นาที หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ มีหลายครั้งเหมือนกันที่พวกเขาเกือบจะกดเม็ด 2 ได้สำเร็จ แต่จังหวะสุดท้ายน้ำหนักยังขาดๆเกินๆ ทำให้พลาดโอกาสไป นาที 38 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นตีเสมอจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของ ยาย่า ตูเร่ แต่ดันยิงไปติดกำแพง บอลกระเฉาะออกมาได้ซ้ำอีกทีด้วยซ้ายก็ยังไม่ผ่านแนวรับ "ขุนค้อน" อยู่ดี นาที 44 แวงซ็อง ก็องปานี เซ็นเตอร์ฮาร์ฟกัปตันทีม เรือใบสีฟ้า โดนใบเหลืองจากการเข้าหนักใส่ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยผลที่เซอร์ไพรส์เล็กๆ เวสต์แฮม ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่กี่นาที อเล็ก ซง โดนใบเหลืองจากจังหวะลื่นล้มแล้วไปทำแฮนด์บอล นาที 53 เวสต์แฮม ไม่ขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ หลังจากที่พวกเขาได้ฟรีคิก เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย ซัดด้วยขวาแฉลบกำแพง หลุดมาถึง อเล็ก ซง ไขว้เปิดให้เพื่อน และเป็นทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ซัดเหน่งๆบอลหลุดเสาออกไปแบบน่าผิดหวังสุดๆ นาที 66 แซม อัลลาไดซ์ เปลี่ยนตัวด้วยการถอด มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ ออกและส่ง ชีคฮู คูยาเต้ ลงมาแทน นาที 74 เรือใบสีฟ้า ไม่ได้ประตูตีเสมอแบบเหลือเชื่อ หลังจาก ยาย่า ตูเร่ ได้ซัดด้วยขวา บอลชนคานเด้งออกหลังไปเลย GOAL! นาที 75 เวสต์แฮม นำห่าง แมนฯ ซิตี้ เป็น 2-0 จากลูกโขกทรงพลังของ เดียฟรา ซาโก้ อัดเข้าไปใส่ โจ ฮาร์ท ควักออกมาจากปากประตู แต่บอลเลยเส้นไปแล้ว GOAL! นาที 77 "เรือใบสีฟ้า" ไม่ยอมง่ายๆ ดาบิด ซิลบา ซัดด้วยซ้ายให้ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ ฝื้นขึ้นมาได้อีกเฮือกช่วง 10 นาทีเศษของเกม ช่วงเวลาที่เหลือ ทีมเยือนโหมบุกใส่เจ้าบ้านเป็นพายุแต่สุดท้ายก็เจาะแนวรับขุนค้อนไม่ได้ จบเกม เวสต์แฮม โคตรแกร่งเปิดบ้านเชือดแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน, คาร์ล เจนกินสัน, วินส์ตัน รีด, เจมส์ คอลลินส์, อารอน เครสเวลล์, มาร์ค โนเบิล, อเล็กซานเดอร์ ซง, มอร์แกน อมัลฟิตาโน่, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย, เดียฟรา ซาโก้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อิเลียกิม ม็องกาล่า, กาแอล กลิชี่, เฆซุส นาบาส, เฟอร์นันโด, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เชโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูฯ VS เชลซี
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เชลซี สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ เกมนี้น่าจะได้ อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บต้นขากลับมาลงสนามได้ทันเช่นเดียวกับ อันเดร เอรร์เรร่า ขณะที่ ไมเคิล คาร์ริค กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ส่วน อันโตนิโอ วาเลนเซีย, จอนนี่ อีแวนส์, แพดดี้ แม็คแนร์ ยังไม่น่าจะพร้อมลงสนามทั้งหมด ด้าน เวย์น รูนี่ย์ ยังคงติดโทษแบนต่อ โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี บอกก่อนเกมว่า ดิเอโก้ คอสต้า น่าจะไม่พร้อมในเกมนี้เนื่องจากมีปัญหาที่แฮมสตริง ขณะที่ โลอิก เรมี่ ก็ยังเจ็บอยู่ ด้าน เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า ติดโทษแบนทำให้ ฟิลิเป้ ลุยซ์ น่าจะประเดิมตัวจริงนัดแรกในลีก และยังมีข่าวดีคือ จอห์น โอบิ มิเคล, อันเดร ชูร์เล่, รามิเรส กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง สถิติที่น่าสนใจ - เชลซี เป็นทีมเดียวในลีกที่ชนะได้มากกว่า แมนฯ ยูฯ ในเกมพรีเมียร์ลีกทุกครั้งที่เคยเจอกันมา (ชนะ15 ครั้ง แพ้13ครั้ง) - ผ่านไปแปดเกม แมนฯ ยูฯ ในฤดูกาลนี้มีแต้มมากกว่าฤดูกาลก่อนภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ แค่คะแนนเดียว - ในปีนี้จาก 11 นัดในลีกที่แมนฯ ยูฯ มีสกอร์ตามหลังคู่แข่งในช่วงพักครึ่ง พวกเขาไม่เคยกลับมาชนะได้เลย (เสมอ 3 แพ้ 8) - เชลซี ยังไม่เคยแพ้ใครในลีกฤดูกาลนี้และยิงประตูคู่แข่งได้ทุกนัด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ราฟาเอล, ฟิล โจนส์, โรโฮ, ลุค ชอว์, บลินด์, เอร์เรร่า, ดิ มาเรีย, มาต้า, ฟาน เพอร์ซี, ฟัลเกา เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, ฟิลิเป้ ลุยซ์, มาติช, ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, อาซาร์, ชูร์เล่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูฯ VS ควีนส์ปาร์ค
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTh stadium 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้เตรียมส่งนักเตะใหม่ลงประเดิมสนามหลายรายทั้ง ราดาเมล ฟัลเกา, มาร์กอส โรโฮ, ดาลี่ย์ บลินด์ และ ลุค ชอว์ แต่ ฟิล โจนส์ อาจต้องพักราวหนึ่งเดือนหลังจากเจ็บแฮมสตริงในเกมรับใช้ทีมชาติอังกฤษ รวมไปถึง คริส สมอลลิ่ง, ไมเคิล คาร์ริค, แอชลี่ย์ ยัง, เจซเซ่ ลินการ์ด, เจมส์ วิลสัน, รีซ เจมส์ และ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ยังเจ็บอยู่ ส่วน อันเดร์ เอร์รเร่า กับ ราฟาเอล กำลังเร่งเรียกความฟิตและน่าจะพร้อมทันเกมนี้ ขณะที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี มีข่าวลือว่าเจ็บข้อเท้าและไม่น่าจะมีชื่อในนัดนี้ ฝั่ง แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ กุนซือ คิวพีอาร์ น่าจะส่งแข้งใหม่คือ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส, นิโก้ ครานชาร์ และ ซานโดร ลงประเดิมสนาม ส่วน โจอี้ บาร์ตัน มีอาการเจ็บแฮมสตริงต้องรอเช็คความฟิต แต่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ น่าจะได้ลงสนามเจอทีมเก่า ขณะที่ อเลฮานโดร ฟาอูร์ลิน ยังต้องพักยาวต่อไป ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, อีแวนส์, โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย, เอร์เรร่า, ดิ มาเรีย, ลุค ชอว์, มาต้า, รูนี่ย์, ฟัลเกา คิวพีอาร์ – โรเบิร์ต กรีน, อิสล่า, คอลเกอร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, คลินท์ ฮิลล์, แม็ทธิว ฟิลลิปส์, ครานชาร์, ซานโดร, อเดล ทารับต์, ลีรอย เฟอร์, เอดูอาร์โด้ วาร์กัส

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล สนาม อัพทัน ปาร์ค วันเสาร์ที่ 20 กัยายน 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง3, CTH stadium 2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม แซม อัลลาไดซ์ กุนซือ เวสต์แฮม เกมนี้จะยังไม่มี แอนดี้ แคร์โรว์, เควิน โนแลน, แม็ต จาร์วิส และ โจอี้ โอไบรอัน ส่วน เจมส์ คอลลินส์ ต้องรอเช็คความฟิต ด้านนักเตะใหม่อย่าง อเล็กซ์ ซง ที่ลงสำรองในเกมก่อนน่าจะได้ยืนตัวจริงเกมนี้ แต่ คาร์ล เจนคินสัน กับ มอร์แกน อัลมาฟิตาโน่ น่าจะเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล ได้ข่าวดีเมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล หายเจ็บเข่าแล้ว ต้องลุ้นว่าจะมีชื่อในเกมนี้หรือไม่ รวมไปถึง เกล็น จอห์นสัน ที่กลับมาฟิตอีกครั้ง แต่ข่าวร้ายคือ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จะยังซ้อมไม่ได้จนกว่าจะสัปดาห์หน้า รวมไปถึง โจ อัลเลน กับ เอ็มเร่ ชาน ที่ยังไม่สมบูรณ์ ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น ผ่าเข่าต้องพักสองเดือน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เวสต์แฮม – อาเดรียน, กีย์ เดเมล, วินสตัน รีด, เจมส์ ทอมกินส์, เครสเวลล์, คูยาเต้, มาร์ค โนเบิล, ดาวนิ่ง, ซง, ซาราเต้, เอนเนอร์ วาเลนเซีย ลิเวอน์พูล – มินโญเล่ต์, มานควินโญ่, ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, มาร์โควิช, สเตอร์ลิง, บาโลเตลลี่

CTH ถูกขั้นเทพ อีซี่แพ็กเกจ แค่วันละ 10 บาท
299 บาท /  All For Fun Package / 

“ซีทีเอช” ปล่อยหมัดน็อก..ช็อกราคาความบันเทิง ถูกขั้นเทพ! อีซี่แพ็กเกจ เพียงวันละ 10 บาท CTH - ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) และเป็นผู้นำด้านคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ปล่อยหมัดเด็ด ช็อกราคาความบันเทิงถึงบ้าน ด้วยการส่ง “ อีซี่แพ็กเกจ ” (Easy Package) ถูกขั้นเทพ! ราคา 299 บาท คุ้มค่า ราคาเดียว!!  เรียกว่าจัดหนัก..จัดเต็ม  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ  ลงกล่องเพย์ทีวี (PAY TV ) CTH / PSI / GMMZ จัดกระบวนทัพคอนเท้นต์พรีเมี่ยมบันเทิง เผยโฉม 4 แพ็กเกจความบันเทิงใหม่ ในราคาสุดว๊าว! นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เผยว่า “หลังจากที่บริษัทฯ เดินหน้าเต็มสูบในการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ในช่วงเปิดฤดูกาลของ Barclay Premier League 2014/15 ปรากฏผลตอบกลับมาเป็นอย่างดี บริษัทฯ รุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่  “ อีซี่แพ็กเกจ ” (Easy package) ที่อัดแน่นไปด้วยคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยมแบบจัดหนัก ในราคา 299 บาท คุ้มค่า ราคาเดียว หรือ เพียงแค่ 10 บาทต่อวัน โดยสร้างสรรค์แพ็กเกจตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ทั่วประเทศ  ให้ลูกค้าได้เลือกเติมเต็มความบันเทิง 4 แพ็กด้วยกัน โดยแต่ละแพ็กเกจรวบรวมช่องรายการระดับพรีเมียมคุณภาพล้นจอ จุใจ รับชมได้ไม่อั้น อาทิ ความบันเทิงจากซีรี่ส์สุดฮิต The walking dead, Grimm, Spartacus, Nashville, Scandal, Sleep Hollow, NCIS, The Listener Castles, Desperate Housewives,  และซีรี่ส์ฮอร์โมน-วัยว้าวุ่น, วาไรตี้สุดป็อป We got Married, American’s next top model, Master Chef Junior, Master Chef us, Cupcake War, ภาพยนตร์บอลลีวูด พากย์ไทย 24 ชั่วโมง ทางช่อง Zee Nung และพบกับการอัพเดทมิวสิควิดีโอจากศิลปินชั้นนำตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่อง Channel [V], เต็มอิ่มกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีก้า 2014-15 ลีกเยอรมันชั้นนำ ขวัญใจคอบอล ช่อง Euro Sports, ติดตามเรื่องราวของทีมโปรด อาทิ สโมสรอาร์เซนอล (อังกฤษ) สโมสรรีล มาดริด (สเปน) สโมสรบาร์เซโลน่า (สเปน) และสโมสรเอซี มิลาน(อิตาลี) ทางช่อง Club Channel,มันส์สะใจกับมวยปล้ำที่ดีที่สุดและดังระดับโลก ทางช่อง WWE, ทั้งนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกท็อปอัพในแพ็กที่ชอบ จับคู่ 2 แพ็ก จ่ายเพียง 450บาท หรือ จับเป็นกลุ่ม 3 แพ็ก ราคาเพียง 750 บาท ซึ่งการันตีว่าราคานี้พิเศษสุดๆ สำหรับกลุ่มคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ทางซีทีเอชมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วประเทศเป็นอย่างดี” “ อีซี่แพ็กเกจ ” ราคา 299 บาท ประกอบด้วย 4 แพ็กความบันเทิงสุดคุ้ม ดังนี้ Hollywood Plus Package จัดเต็มฮอลลีวูดขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น! ครบความบันเทิงระดับอินเตอร์ จัดให้หนักๆ ด้วยคอนเท้นต์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ทั้งหนังดังจากออลลีวูด ซีรี่ส์สุดฮิต เติมเต็มความรู้ด้วยสารคดีคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ไม่พลาดแมตช์กีฬาสำคัญๆ ระดับโลก และช่องบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย คัดเฉพาะช่องระดับพรีเมี่ยมจริงๆ จัดหนัก..จัดเต็ม All For Fun Package ยกขบวนความสนุกขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น! เต็มไปด้วยช่องสารคดีดูง่าย ชองบันเทิงแฝงสาระความรู้ ช่องข่าวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ช่องเพลงไทยและสากลสำหรับวัยรุ่น ช่องการ์ตูนสำหรับคุณหนู และช่องคุณภาพอื่นๆ ที่คัดสรรมาให้อย่างมากมาย เพื่อมอบความสุขให้กันแบบยกบ้าน Sports Mania Package สุดยอดกีฬามันส์ขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น!ครบความมันส์เอาใจคนบ้ากีฬาเข้าเส้น ลุ้นสุดๆ กับลีกฟุตบอลชั้นนำทั้งฤดูกาล รวมถึงแมตช์ทีมชาติ มันส์สุดขั้วกับมวยปล้ำ WWE ชมการฟาดฟันแม่ไม้มวยไทยของศึกมวยไทยระดับโลก ดุดัน สมจริง เหมือนชมแบบริงไซค์ เทนนิสแกรนด์สแลม กอล์ฟเมเจอร์ และกีฬามันส์ๆ อีกมากมาย ส่งตรงถึงบ้านคุณ Movies Lover Package อภิมหาหนังดังขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น!ครบรสชาติสำหรับคนคลั่งหนัง คัดมาเฉาพาะหนังคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นหนังทำเงินถล่มจาก Box Office หนังรางวัลออสก้าร์ หนังฮอลลีวูด และบอลลีวูดที่รสจัดจ้านจากแดนภารตะ หนังไทยคุณภาพจากค่ายหนังดัง และหนังหาดูยากจากทั่วโลกอีกมากมาย ครบทุกค่าย ได้ทุกแนว พิเศษสุด! ลูกค้าสามารถเลือกผสมผสานคอนเท้นต์ที่ชอบในอีซี่แพ็กเกจทั้ง 4 แพ็ก เพื่อเติมเต็มความสุขสนุกให้มากยิ่งขึ้น จับคู่ 2 แพ็ก เพียง 450 บาทต่อเดือน หรือ จับเป็นกลุ่ม 3 แพ็ก แค่ 750 บาทต่อเดือน ถูกขั้นเทพ!!!! ราคาพิเศษอย่างนี้ วันนี้ -  30 พ.ย. 2557 เท่านั้น!!! การันตีว่าราคานี้พิเศษสุดๆ สำหรับกลุ่มคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ลูกค้าสอบถามรายละเอียดและขอรับบริการได้สะดวกในช่องทางการขายของCTH ที่ call center 1619, Z Pay TV call center 1629, PSI call 02 730 2999

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : กองแช่งคำราม!! จิ้งจอกสยาม เปิดรังเขมือบ ผี 10 ตัว แบบไร้ทางสู้ 5-3
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาบิด เด เคอา / 

รายงานสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อผู้ทำประตู :  0-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.13, 0-2 อังเคล ดิ มาเรีย น.16, 1-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.17, 1-3 อันเดร์ เอร์เรร่า น.57, 2-3 เดวิด นูเจนท์ (จุดโทษ) น.62, 3-3 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ น.64, 4-3 เจมี่ วาร์ดี้ น.79, 5-3 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.83 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 1, ช่อง 3 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 5 ของทั้งสองทีม "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือ ถ้าหาก "ปีศาจแดง" สามารถคว้าอย่างน้อยๆ 1 คะแนน พวกเขาจะมีแต้มมากกว่าคูรักคู่แค้นตลอดกาลอย่าาง ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งสะดุดหัวทิ่มไปเมื่อคืนที่ผ่านมา และตำแหน่งจะคงอยู่แบบนั้นอย่างต่ำๆ 1 สัปดาห์แน่นอน เริ่มเกมนาทีที่ 5 เลสเตอร์ ได้ลุ้นจากลูกเปิดของ นูเจนท์ โยเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่โดนสกัดออกหลังไปได้ก่อน เกมผ่านไป 10 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าและเอาบอลเข้าไปบุกในฝั่ง ปีศาจแดง ได้หลายครั้งเหมือนกัน นาที 11 ดิ มาเรีย แทงทะลุช่องมาให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ออกหลังไป GOAL! นาที 13 ราดาเมล ฟัลเกา เลี้ยงลุยขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตักไปให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกจ่อๆในกรอบเขตโทษผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำเจ้าบ้านไปก่อน 1-0  GOAL! นาที 16 อังเคล ดิ มาเรีย ลุยเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะงัดบอลข้ามหัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตราข่ายอย่างสวยงาม GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" แก้คืนได้เร็วจากจังหวะโขกของ เลโอนาร์โด้ อูยัว บอลผ่านตัว ดาบิด เด เคอา เข้าไปมุดก้นตาข่ายแบบทันควัน นาที 30 จอนนี่ อีแวนส์ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ คริส สมอลลิ่ง ที่เพิ่งหายเจ็บหลับมาลงไปทำหน้าที่แทน มาถึงนาที 35 เลสเตอร์ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้มากกว่าทีมเยือน แถมยังทำเกมรุกใส่ "ปีศาจแดง" ได้มากกว่าแล้ว นาที 41 ดิ มาเรีย ได้โดนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ เป็นทาง เวส มอร์แกน หวดตูมเดียวแต่บอลผิดเหลี่ยมเกือบเข้าประตูตัวเอง นาที 45 ดิ มาเรีย ได้โยนอีกครั้งเป็นทาง ฟัลเกา พร้อมโฉบมาโหม่งแต่น่าเสียดายที่เข้าไม่ถึงในจังหวะสุดท้าย และทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที จบครึ่งแรก! เลสเตอร์ ซิตี้ โดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำด้วยสกอร์ 1-2 เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 49 ราดาเมล ฟัลเกา ได้ซัดย้อยๆในกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ดันไปชนคาน พลาดโอกาสพา แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นนำห่าง 2 สกอร์อย่างน่าเสียดาย GOAL! น.57 อันเดร์ เอร์เรร่า ไขว้ยิงจากจังหวะซัดแถวสองของ ดิ มาเรีย หลอก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ได้สนิทส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ออกนำเจ้าบ้านไปเป็น 3-1 นาที 61 เลสเตอร์ ได้ลูกเตะมุม อูยัว พยายายมโขกชงเข้ามาแต่ไปติดผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด บริเวณใกล้เคียงกับแขนแต่ผู้ตัดสินยังนิ่ง GOAL! นาที 62 เจมี่ วาร์ดี้ โดน ราฟาเอล กระแทกข้างหลังในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล้มลงและผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เป็นทาง เดวิด นูเจนท์ รับหน้าที่สังหาร แล้วก็ไม่พลาด ช่วยให้ เลสเตอร์ ตามมาอีกครั้งเป้น 2-3 GOAL! นาที 64 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ วิ่งมาซัดแถมสองเต็มข้อ บอลผ่าน ดาบิด เด เคอา หายเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม แถมนี่คือประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อ "จิ้งจอกสยาม" นาที 71 เลสเตอร์ แก้เกม ส่ง แอนดี้ คิง ลงมาแทน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่  ผู้ที่ยิงประตูที่ 3 ให้เจ้าบ้านตามตีเสมอ นาที 76 แอนดี้ คิง เกือบพาทีมขึ้นนำหลังมีโอกาซัดเหน่งๆ ดาบิด เด เคอา ขาตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว GOAL! นาที 79 เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดียวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาบิด เด เคอา ก่อนจะยิงเล่นทางเข้าไปช่วยให้ เลสเตอร์ ออกนำ "ปีศาจแดง" เป็นครั้งแรก 4-3 GOAL! นาที 83 เจมี่ วาร์ดี้ ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนที่ เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต จะมาเข้าสกัดจากทางข้างหลัง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารไม่พลาด "จิ้งจอกสยาม" ทะยานขึ้นนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเป็น 5-3 นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ทุบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดมันส์ 5-3 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริทชี่ เดอ เลต, เลียม มัวร์, เวส มอร์แกน, พอล คอนเชสกี้, ดาเนียล ดริงค์วอเตอร์, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ดีน แฮมมอนด์, เจมี่ วาร์ดี้, เดวิด นูเจนท์, ลีโอนาโด้ อูยัว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล, จอนนี่ อีแวนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, มาร์กอส โรโฮ, อันเดร์ เอร์เรร่า, ดาร์ลี่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : โคตรดราม่าท้ายเกม!! คิวพีอาร์ ซัดตัวเอง 2 เม็ด ยื่น 3 แต้มให้ หงส์ ในวิสุดท้าย
ควีนส์ปาร์ค /  คาร์ล เฮนรี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 ควีนส์ปาร์ค 2-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ริชาร์ด ดันน์ (เข้าประตูตัวเอง) น.68, 1-1 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส น.87, 1-2 คูตินโญ่ น.90, 2-2 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส น.90+2, 2-3 สตีเว่น คอลเกอร์ (เข้าประตูตัวเอง) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : ลอฟตัส โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มยังไม่คงเว้นคงวา บุกมาเยือน ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมบ๊วยของตาราง ต้องมาดูกันว่า เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส จะแก้ปัญหาแนวรุกที่กำลังฝืดยังไง เพราะก่อนเกมพวกเขาเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่า แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงตัวความหวังดันมาเจ็บเพิ่ม แถมยังอาดชวดลงช่วยทีมต่อไปอีกนานถึงหนึ่งเดือน เริ่มเกมมาในนาทีที่ 9 ลิเวอร์พูล เกือบโดนขึ้นนำซะแล้ว จากจังหวะ ชาร์ลี ออสติน สลัด มาร์ติน สเคอร์เทล ได้แบบงงๆ ก่อนจะหลุดเข้าไปดวลเดียวกับ ซิมง มินโญเลต์ แต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่ดีพอ ยิงติดหน้าต่างออกหลังไป เกมโดยรวม 20 นาทีแรก ถือว่าฟอร์มของ "หงส์แดง" ยังไม่กระเตื้อง ผ่านบอลกันขาดๆเกินๆ และโอกาสลุ้นประตูยังแทบจะไม่มีให้เห็นเลย นาที 28 ฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง และเกือบจะโดนขึ้นนำจากจังหวะวิ่งมาซัดโล่งๆ ในเขตโทษของ เลรอย เฟอร์ น้ำหนักรุนแรงมาแต่ทิศทางดันเหินจนไปชัดคานออกหลังแบบเหลือเชื่อสุดๆ นาที 31 คราวนี้ หงส์แดง ได้ลุ้นขึ้นนำบ้างจากลูกถนัดของ จีเจ หักเข้าซ้ายแล้วยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่กดสูตรไม่ติด บอลเฉียดเสาแรกออกไป นาที 34 ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูอย่างเหลือเชื่ออีกแล้ว และเป็น เลรอย เฟอร์ คนเดิมที่ได้ขึ้นโขกเอาชนะชนะ มินโญเลต์ ไปแล้ว แต่ว่าบอลดันชนคานและกระเด้งออกมาขลุกขลิกบนเส้นหน้าปากประตู ก่อนที่ เกล็น จอห์นสัน จะมาเซฟชีวิตด้วยการเคลียทิ้งออกไปได้ เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาแรก ถือว่า ควีนส์ปาร์ค โชว์ฟอร์มได้ดีกว่าผู้มาเยือนแบบชัดเจน แถมได้ลุ้นขึ้นนำแบบจังๆอย่างน้อยๆ 2 ประตูแล้ว แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะเพลาเกมบุกใส่แนวรับ ลิเวอร์พูล เลยด้วย นาที 44 โอกาสจังๆของ ลิเวอร์พูล ครั้งแรกเพิ่งมาในครั้งหลัง จาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้บรรจงกดด้วยขวา แต่น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาสองออกไปแบบเฉียดฉิว ก่อนที่สุดท้ายจะจบครึ่งแรกด้วยผลเสมอกันไป 0-0 ยังไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบผลการแข่งขันก่อนเริ่มครึ่งหลัง ออกสตาร์ทครึ่งหลังมาได้แค่ 2 นาที อาการของ ลิเวอร์พูล ยังคงทรุดต่อเนื่อง หลังจากที่ ซานโดร ได้กดเต็มข้อในกรอบเขตโทษ แต่ มินโญเลต์ พุ่งเซฟช่วยให้ทีมรอดตายได้อย่างเหลือเชื่อ นาที 55 เป็นอีกครั้งที่แฟนบอล เดอะค็อป ต้องใจหายแบบต่อเนื่อง หลังจาก ชาร์ลี ออสติน ได้หลุดขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา พร้อมกับตัดสินใจกดเต็มข้อ บอลผ่านหน้าประตูออกหลังไปแบบหวุดหวิด นาที 60 คิวพีอาร์ เปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก ซานโดร มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง อาร์กมอง ตราโอเร่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 61 ไม่รู้ หงส์แดง ทำบุญมาด้วยอะไร จากจังหวะของ บาโลเตลลี่ ได้ซัดเหน่งๆแบบไม่มีตัวประกบในกรอบเขตโทษ แต่ดันไปหวดใต้บอลเหินข้ามคานออกไปแบบช็อคแฟน "เดอะค็อป" ทั้งโลก!! นาที 66 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมด้วยการถอด อดัม ลัลลาน่า และเอ้มเร่ ชาน ออกไปพัก และส่ง โจ อัลเลน กับ คูตินโญ่ ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 68 ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำเจ้าบ้านเรียบร้อย จากจังหวะเปิดยัดเข้ามาแล้ว ริชาร์ด ดันน์ พังประตูตัวเองช่วยให้ หงส์แดง ตีปีกออกนำไปก่อน 1-0 ผ่านมาถึงนาที 78 หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำเกมของ ลิเวอร์พูล ก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน มีโอกาสผ่านบอลไปป้วนเปี้ยนหน้าปากประตูของ ควีนส์ปาร์ค แบบต่อเนื่องทีเดียว นาที 79 คิวพีอาร์ เปลี่ยนอีกคน เป็นทาง บ็อบบี้ ซาโมร่า ที่เจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ลงมาแทน GOAL! นาที 87 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ก็ถือป็นตัวที่เด็ดของ เจ้าบ้านทีเดียวหลังเจ้าตัวลงมาระเบิดตาข่ายให้ทีมตีเสมอท้ายเกม ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-1  GOAL! นาที 90 ทางฝั่ง หงส์แดง ยังไม่ยอมง่ายๆ คูตินโญ่ ที่ลงมาเป็นสำรอง ตะบันด้วยขวาในกรอบเขตโทษ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ ควีนส์ปาร์ค อีกครั้งเป็น 2-1 และครึ่งหลังทดเวลาบาดเจ็บกัน 4 นาที GOAL! นาที 90+2 ใครจะเชื่อว่า ควีนส์ปารค์ จะสามารถสร้างปาฎิหารย์ด้วยการโขกในช่วงต่อเวลาของ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส GOAL! นาที 90+5 อะไรจะดราม่าปานนั้น เมื่อวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ลิเวอร์พูล จะมาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ สตีเว่น คอลเกอร์ ปราการหลังตัวเก่งทำเข้าประตูตัวเองช่วยให้ "หงส์แดง" ของ เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส คว้า 3 คะแนนกลับไปแบบช็อคแฟนบอลเจ้าบ้าน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ควีนส์ปาร์ค : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์, เนดุม โอนูโอฮา, ริชาร์ด ดันน์, สตีเว่น คอลเกอร์, ยุน ซุค-ยอง, เมาริซิโอ อิสลา, คาร์ล เฮนรี่, ซานโดร, เลรอย เฟอร์, บ็อบบี้ ซาโมร่า, ชาร์ลี ออสติน ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, โชเซ่ เอ็นริเก้, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลานา, มาริโอ บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เกมเดียว 4 จุดโทษ!! กุน เหมารวดสี่ตุงช่วย เรือใบ ถอนข่นไก่ราบคาบ 4-1
กาแอล กลิชี่ /  คริสเตียน อีริคเซ่น / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-1 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.13, 1-1 คริสเตียน อีริคเซ่น น.15, 2-1 เซร์คิโอ อเกวโร่(จุดโทษ) น.20, 3-1 เซร์คิโอ อเกวโร่(จุดโทษ) น.68, 4-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.75  เวลา : 18.45 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ของทั้งสองทีม ทางฝั่ง "เรือใบสีฟ้า" วันนี้จำเป็นต้องเก็บ 3 คะแนนเพื่อไล่จี้จ่าฝูงอย่าง เชลซี ที่ทำแต้มทิ้งห่างพวกเขาไปแล้วถึง 5 คะแนน ขณะเดียวกันผู้มาเยือนอย่าง "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็ต้องการคะแนนเพื่อเกาะกลุ่มหัวแถวไม่ให้ใครแซงขึ้นไปได้ง่ายๆเหมือนกัน ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วกลยุติของ มานูเอล เปเยกรินี่ กับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ใครจะทำได้ดีกว่ากันในแมตช์นี้ เริ่มเกมมาได้ 6 นาที สเปอร์มีโอกาสลุ้นขึ้นนำครั้งแรกจากจังหวะยิงไกลของ ไรอัน เมสัน แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมออกไปเยอะ นาทีที่ 8 ไก่เดือยทอง เกือบขึ้นนำเจ้าบ้านอีกครั้งจากจังหวะ โซลดาโด้ แทงทะลุเข้ากรอบเขตโทษให้ ไรอัน เมสัน ดวลเดี่ยวกับ โจ ฮาร์ท แต่ช็อตสุดท้ายดันไปติดเซฟมือกาวทีมชาติอังกฤษ ทำให้ยังไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบจากผลการแข่งขัน GOAL! นาทีที่ 13 เรือใบสีฟ้า ออกนำ สเปอร์ ไปก่อน 1-0 จากลูกยิงของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ได้บอลในเขตโทษก่อนจะกระชากด้วยขวาแล้ววัดตูมเดียวบอลมุดก้นตาข่ายในแบบที่ อูโก้ โยริส หมดสิทธิ์เซฟ GOAL! นาที 15 ความผิดพลาดของ เฟอร์นันโด ทำให้ แมนฯ ซิตี้ โดนตีไข่แตกเป็น 1-1 แบบทันควันเมื่อ ไรอัน เมสัน ตัดบอลได้กลางสนามก่อนจะไหลมาให้ คริสเตียน อีริคเซ่น ได้ล่อเต็มแข้งบอลติดขา โจ ฮาร์ท นิดหน่อยแต่ก็ไม่สามารถรักษาประตูเอาไว้ได้ GOAL! นาที 20 เรือใบสีฟ้า ออกนำอีกครั้งจากจุดโทษที่ เอริค ลาเมล่า ไปเข้าข้างหลังใส่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในกรอบเขตโทษ ก่อนผู้ตัดสินจะชี้เป็นการฟาวล์ และผู้รับสังหารก็คือ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซัดเข้าไปไม่พลาด นาที 28 แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนตัวเป้นคนแรกเมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เฟอร์นานดินโญ่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 32 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำลูกที่ 3 อย่างเหลือเชื่อ หลังจากพวกเข้าได้จุดโทษและ เซร์คิโอ อเกวโร่ จะเป็นคนสังหารและลุ้นทำแฮตทริค แต่ยิงไปติดขา อูโก้ โยริส ก่อนบอลจะกระดอนมาให้วอลเล่เต็มๆอีกครั้ง และสุดท้ายน้ำหนักไม่ดีเหินข้ามคานไปอย่างเหลืองเชื่อ นาที 44 สเปอร์ เกือบเสียประตูที่ 3 อีกครั้งหลังจาก เอเตียน กาปู ไปเสียบอลบริเวณกลางสนามแล้วโดนสวนกลับ บอลมาถึง เฆซุส นาบาส ได้หลุดเดี่ยวก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยขวา โยริส ชกบอลปริ้นออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ ก่อนจะจบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ สเปอร์ 2-1 เริ่มครึ่งหลังมาได้ 56 นาที เฆซุส นาบาส โดนใบเหลืองจากจังหวะไปฟาวล์ตัดเกมใส่ผู้เล่น สเปอร์ เวลาผ่านมาถึงนาที 58 เกมสวนกลับของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอันตรายมากๆ คราวนี้เป็นทาง เฆซุส นาบาส ใช้ความเร็วสปีดมาถึงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดด้วยขวา อูโก้ โยริส ยังช่วยเซฟไว้ได้อีกครั้ง นาที 60 สเปอร์ แก้เกมด้วยการส่งสองแนวรุกอย่าง มุสซา เดมเบเล่ และแอนดรอส ทาวน์เซนด์ ลงมาแทน เอเตียน กาปู และเอริค ลาเมล่า นาที 62 ไก่เดือยทอง ไม่ได้ประตูตามตีเสมอ เรือใบสีฟ้า แบบสุดช็อคหลังจากพวกเขาได้จุดโทษ แต่ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ดันพลาดยิงไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท ยังช่วยทีมพลิกสถานการณ์กลับมาไม่ได้  GOAL! นาที 68 แมนฯ ซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะ ฟาซิโอ ไปดึง อเกวโร่ คว่ำลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกฟาวล์ แถมให้ใบแดงกับ ฟาซิโอ อีกด้วย และ กุน อเกวโร่ ก็ลุกขึ้นมาสังหารคราวนี้ไม่พลาด ซัดสวนตัว โยริส ให้ทีมขึ้นนำห่างเป็น 3-1 GOAL! นาที 75 ประตูตามมาเป็นพรวน และเป็นคนเดิม เซร์คิโอ อเกวโร่ โชว์ความเป็นดาวยิงระดับโลกด้วยการโซโล่เม็ดที่ 4 แถมยัดด้วยเท้าซ้ายชนิดที่ โยริส หมดสิทธ์ป้องกัน มาถึงนาที 88 เรือบใบสีฟ้า ยังไม่เพลาการบุก เจมส์ มิลเนอร์ ซัดชนเสาพลาดได้ลูกที่ 5 อย่างเหลือเชื่อ และก็จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มสมราคาแชมป์เก่า ถล่ม "ไก่เดือยทอง" ไปแบบราบคาบ 4-1 คว้าสามแต้มสำคัญมาครองได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี ซานญา, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่, เฟอร์นันโด, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เฆซุส นาบาส, ดาวิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ อเกวโร่ สเปอร์ : อูโก้ โยริส, เอริค ดายเออร์, ยูเนส กาบูล, เฟเดอริโก ฟาซิโอ, แดนนี่ โรส, ไรอัน เมสัน, เอเตียน กาปู, เอริค ลาเมล่า, คริสเตียน อีริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี, โรแบร์โต้ โซลดาโด้

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD ศึก พรีเมียร์ลีก ค่ำคืนวันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 คู่ระหว่าง สเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ประเด็นสำคัญสำหรับวันนี้คือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใส่รายชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง น่าสนใจว่ารูปเกมของ "หงส์แดง" จะออกมาเป็นยังไง เพราะแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าเจ้าประจำก็ถูกส่งลงไปเป็นตัวจริงเช่นกัน เริ่มเกม! นาทีที่ 3 สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลให้ บาโลเตลลี่ ได้โขกจ่อๆแต่ไปติดเซฟ อูโก้ ยอริส กระเฉาะออกมาได้ซ้ำก็โดนบล็อคไว้ได้ GOAL! นาทีที่ 8 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะผ่านบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ซัดจ่อๆเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปแล้ว 1-0 นาที 12 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงและเฉียดเสาออกไปนิดเดียว นาที 14 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางซ้ายของสนาม เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปกรอบเขตโทษ บาโลเตลลี่ ได้ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 26 โจ อัลเลน โดนใบเหลืองจากจังหวะไปดึง เอริค ลาเมล่า แบบน่าเกลียด นาที 30 บาโลเตลลี่ โชว์ตอกส้นให้ สเตอร์ริดจ์ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดด้วยซ้ายแต่ ยอริส พุ่งเซฟติดมือเลย นาที 31 ยอริส ออกมาตัดบอลพาด ทำให้เหลือแต่ประตูโล่งๆ บาโลเตลลี่ ได้ซัดแต่หลุดกรอบออกไปไกล นาที 37 ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองย้อนหลังกับ มานกีโญ่ แบ็คขวาของ ลิเวอร์พูล นาที 41 ลอฟเรน จ่ายบอลสั้นไปทำให้ อาเดบายอร์ ตัดบอลไปจนถึงกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตามมากวาดออกไปได้ นาที 42 กองหลัง ลิเวอร์พูล พลาดท่าโดน นาเซอร์ ชาดลี่ ทะลุเข้ามายิงโล่งๆแต่สุดท้ายเป็นทาง มินโญเล่ต์ ที่ช่วยชีวิตเพื่อนไว้ได้ด้วยการเซฟออกหลังไป นาที 44 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม เจอร์ราร์ด เล่นลูกสูตรกับ บาโลเตลลี่ ก่อนจะได้ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 45 ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที หมดเวลา 45 นาทีแรก "หงส์แดง" บุกมานำ "ไก่เดือยทอง" 1-0 จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง GOAL! เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 48 เอริก ไดเออร์ ดึง โจ อัลเลน ล้มลงในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกโทษ ผู้รับหน้าที่ยิงเป็น เจอร์ราร์ด ซัดไปซ้ายมือของตัวเองให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง สเปอร์ เป็น 2-0 นาที 54 สเปอร์ ได้ลูกฟรีคิก เอริก ไดเออร์ เติมขึ้นมาโขกเพื่อที่จะแก้ตัว แต่บอลเหินข้ามคายออกไปเยอะ นาที 59 สเปอร์ ถอด อีริคเซ่น,เบนทาเล็บ ออกไปพักและส่ง ทาวน์เซ่นด์,เดมเบเล่ ลงมาแทน GOAL! น.60 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล โชว์สปีดเลี้ยงจากครึ่งสนามมาถึงหน้าประตูของ สเปอร์ ก่อนจะสับด้วยซ้ายบอลชนเสาเด้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำ "ไก่เดือยทอง" ห่างออกไปเป็น 3-0 นาที 61 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด โจ อัลเลน,บาโลเตลลี่ ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน,มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 70 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกหลบผู้เล่น สเปอร์ 3 คนพร้อมกับหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ทำได้ไม่ดีติดเซฟ ยอริส ไปแบบสบาย นาที 72 สเปอร์ แดนนี่ โรส ออกและส่งแบ็คซ้ายหน้าใหม่อย่าง เบน เดวิส ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 80 ลิเวอร์พูล เล่นแบบครองเกมได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน สเปอร์ เองก็ดูจะถอดใจไปแล้ว นาที 83 สเตอร์ริดจ์ หลอกจะยิงด้วยซ้ายแต่ล็อคมาเข้าขวา พร้อมปั่นโค้งแต่บอลหลุดกรอบไปไกล นาที 85 อาเดบายอร์ ได้หลุดเขาไปในกรอบเขตโทษพร้อมดวลเดี่ยวกับ มินโญเล่ต์ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน นาที 86 ร็อดเจอร์ส ถอดผู้ทำประตูแรกอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกไปพัก และส่ง โชเซ่ เอ็นริเก้ ลงมาแทน นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที หมดเวลาการแข่งขัน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ฉลองการคุมทัพ "หงส์แดง" นัดที่ 100 ด้วยการบุกไปเอาชนะ สเปอร์ คาถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน 3-0 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ ยอริส, เอริก ไดเออร์, ยูเนส คาบูล, แยน แฟร์ตองเก้น, แดนนี่ โรส, เอเตียนน์ กาปู, นาบิล เบนทาเล็บ, นาเซอร์ ชาดลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เอริค ลาเมล่า, เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอลพรีเมียรลีก : ฟอร์มยังแรง!คอสต้าซัดเปิดสิงห์บูลเปิดถ้ำขย้ำสุนัขจิ้งจอก
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียรลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 2-0 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 ดีเอโก้ คอสต้า น.63, 2-0 เอด็อง อาซาร์ น.77 เวลา : 21.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 “สิงห์บูล” เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ฟอร์มยังคงดีต่อเนื่องเมื่อเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ สองติดต่อกันด้วยการเปิดรังสแตมฟอร์ดบริดจ์ เอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ไป2-0 โดยได้ประตูจาก ศูนย์หน้าตัวใหม่ค่าตัว 32 ล้านปอนด์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ยังพังประตูต่อเนื่อง และมาได้ประตูปิดท้ายจาก เอเด็น อาซาร์ เก็บ 6 คะแนนเต็มขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูงของตาราง รายชื่อ เชลซี :ธิโบต์ คูร์กตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แกรี่ เคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช,เชส ฟาเบรกาส ,อังเดร ชูร์เล่,ออสการ์,เอแด็น ฮาซาร์ด,ดิเอโก้ คอสต้า เลสเตอร์ ซิตี้ :แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK),ริทชี่ เดอ เลต,เลียม มัวร์,เวส มอร์แกน,พอล คอนเชสกี้,ริยาด มาห์เรซ,แอนดี้ คิง ,เชอร์ยูป,เฮอร์ม่อน,เดวิด นิวเจนท์, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  พรีเมียร์ลีก / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช รายชื่อคนทำประตู : 1-0  เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เฮนโด้ ซัดปิดกล่อง หงส์ เปิดรังเฉือน มวยโลก น้ำลายเหนียว 2-1
คริส บรั้นท์ /  คริสเตียน แกมบัว / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช รายชื่อคนทำประตู : 1-0 อดัม ลัลลาน่า น.45, 1-1 ไซโด้ เบราฮิโน่(จุดโทษ) น.56, 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.61 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่ 7 ของทั้งสองทีม วันนี้ ลิเวอร์พูล ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สถานการณ์ค่อนข้างย่ำแย่หลังไม่ชนะใครมา 4 เกมติด ผิดกับทีมเยือนอย่าง เวสต์บรอมวิช ที่กวาดชัยมา 3 แมตช์รวด กำลังใจมีมากกว่ากันเห็นๆ วันนี้ต้องมาดูว่า "บีร็อด" จะปรับหมากรับมือกับ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ยังไง เพราะศูนย์หน้าตัวเป้า "หงส์แดง" เลือกใช้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ไม่ใช่ มาริโอ บาโลเตลลี่ อย่างที่สื่อคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เริ่มเกมมาได้ 5 นาที ถือว่าทางฝั่งเจ้าบ้านครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูขึ้นนำเลยสักครั้ง นาทีที่ 8 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับอาสาเป็นคนซัดลูกนี้ แต่น่าเสียดายที่ติดบล็อคแล้วออกหลังไป นาที 12 สาวก เดอะค็อป เริ่มหนาวๆร้อนๆ เมื่อ เวสต์บรอมวิช ได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา แต่เปิดเข้าไปก็โดน มินโญเลต์ ออกมาชกทิ้งไว้ได้ นาที 13 หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ อดัม ลัลลาน่า ทะลุขึ้นมาฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจะตบเข้ากลางให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต เข้าชาร์จจ่อๆ แต่สุดท้ายกลับยิงไม่โดน เสียโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย นาที 17 มาร์ติน สเคอร์เทล โดนใบเหลืองแรกของเกม หลังเข้าหนักใส่ ไซโด้ เบราฮิโน่ แบบไม่โดนบอล นาที 19 ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้หลุดไปยิงเหน่งๆครั้งแรก แต่ไม่ผ่านเซฟของ เบน ฟอสเตอร์ นาที 28 สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดนใบเหลืองจากจังหวะใช้แขนคว้าคอ คริสเตียน แกมบัว นาที 29 ใบเหลืองตามมาติดๆ คราวนี้เป็นของทางฝั่งทีมเยือนอย่าง เคร็ก ดอว์สัน ที่ไปเสียบหนักใส่ อดัม ลัลลาน่า นาที 35 เวสต์บรอมวิช เกือบขึ้นนำ หงส์แดง จากจังหวะสวนกลับ เป็นทาง ไซโด้ เบราฮิโน่ ใช้ความคล่องตัวเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทา ก่อนตัดสินใจสับด้วยซ้ายเต็มแข้ง บอลพุ่งแรงเข้ากรอบประตู แต่สุดท้ายโดน มินโญเลต์ บินปัดออกไปได้ นาที 40 ลิเวอร์พูล ตัดบอลได้กลางสนามก่อนจะแทงทะลุมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความเร็วกระชากมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะถวายพานให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต จับเข้าซ้าย แต่พอจะยิงก็ช้าไปแล้ว โดนบล็อคแนวรับทีมเยือนหมดโอกาสลุ้นประตูไปในที่สุด นาที 44  เวสต์บรอมวิช เริ่มได้ลุ้นบ่อยขึ้น สเตฟาน เซสเซยง ยิงไกล แต่ก็ไปตรงตัว ซิมง มินโญเล่ต์ รับเข้าซองไว้ได้สบาย GOAL! นาที 45 อดัม ลัลลาน่า ทะลุเข้ากรอบเขตโทษจากลูกจ่ายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก่อนจะซัดด้วยซ้ายบอลมุดก้นตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำไปแล้ว 1-0 ผู้ตัดสินที่สี่ ทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที และช่วงเหลือที่เหลือทั้งสองยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช 1-0 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง บอลยังอยู่ตรงกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เห็นได้ชัดว่าทางฝั่งทีมเยือนดูจะกล้าเปิดหน้าแลกมากกว่าเดิม หลังโดนนำไปก่อนในช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรก GOAL! นาที 56 เวสต์บรอมวิช ได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษของ ไซโด้ เบราฮิโน่ GOAL! นาที 61 หงส์แดง แก้คืนได้เร็ว จากจังหวะซัดตูมเดียวของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นทาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่จ่ายแบบถวายพานมาให้ในกรอบเขตโทษ นาที 63 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจเปลี่ยนตัวถึง 2 คนโดยถอด ริคกี้ แลมเบิร์ต, ฮาเวียร์ มานกีโญ่ ออกไปพัก และส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่, เกล็น จอห์นสัน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 68 ลงมาแป๊บเดียวได้ลองส่องซะแล้ว สำหรับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ได้ซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่ลูกนี้ผิดเหลี่ยมไปนิด เฉียดเสาสองออกไป นาที 75 ทางฝั่งทีมเยือนยังคงมีโอกาสตีเสมออยู่ทุกนาที คราวนี้เป็นทาง เบราฮิโน่ ได้ขึ้นโขกจ่อในเขตโทษของ ลิเวอร์พูล แต่น่าเสียดายที่บอลเบายังกับปุยนุ่น แบบนี้ ซิมง มินโญเล่ต์ รับสบาย และในเวลาเดียวกัน เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายด้วยการถอด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก พร้อมกับส่ง ลูคัส เลว่า ลงมาแทน นาที 78 บาโลเตลลี่ ทำชิ่งกับ เจอร์ราร์ด สองสามจังหวะก่อนที่ เกรียนโอ้ จะได้กดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ น้ำหนักบอลดีเยี่ยมแต่ทิศทางดันไปตรงตัว เบน ฟอสเตอร์ พุ่งรับเข้าซองได้สบาย นาที 84 โจลีออน เลสค็อตต์ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปฟาวล์ตัดเกมแบบเสียเหลี่ยม ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาที 90 ลูคัส เลว่า ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ มองไม่เห็นเพื่อนมาช่วยก่อนตัดสินใจยิงแต่ก็ข้ามคานออกไปแบบไม่ผิดคาด นาทีสุดท้ายของเวลาการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่สี่ชูป้ายทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่เหลือ หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำอยู่ 2-3 ครั้งแต่สุดท้ายก็พลาด ทำให้จบเกมด้วยสกอร์เดิม ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนชนะ เวสต์บรอมวิช แบบหืดจับ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ริคกี้ แลมเบิร์ต เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, คริสเตียน แกมบัว, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, เซบาสเตียน โปโกโญลี่, เคร็ก การ์ดเนอร์ส, คริส บรั้นท์, แกรม ดอร์แรนส์, เจมส์ มอร์ริสัน, สเตฟาน เซสเซยง, ไซโด้ เบราฮิโน่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เกือบไม่รอด ผี 10 ตัวเปิดรังเชือด ขุนค้อนหวิว 2-1
กีย์ เดเมล /  ดาบิด เด เคอา / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาที่ 27 กันยายน 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 เวสต์แฮม รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 เวย์น รูนี่ย์ น.5, 2-0 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.22, 2-1 ดิยาฟรา ซาโก้ น.37 เวลา : 21.00 น. สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 27 กันยายน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ หลุยส์ ฟาน กัล ตัดสินใจส่ง แพ็ดดี้ แม็คแนร์ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟดาวรุ่งลงคุมหลับบ้าน แถมยังทำได้เยี่ยมแทบจะตลอดทั้งเกม โดย "ปีศาจแดง" ได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก เวย์น รูนี่ย์ แค่นาทีที่ 5 ก่อนที่ ฟาน เพอร์ซี่ จะมากดอีก 1 ตุงให้ทีมนำห่างเป็น 2-0 แต่หลังจากนั้นเหมือนทุกอย่างจะเป็นของ "ขุนค้อน" เมื่อ ดิยาฟรา ซาโก้ ยิงตีไข่แตกได้ใน นาที 37 แถมกัปตันทีมอย่าง รูนี่ย์ ยังมาโดนใบแดง นาที 59 อีก แต่สุดท้ายยังดีที่ลูกทีมของ ฟาน กัล สามารถประคองตัวจนครบ 90 นาที ทำให้คว้า 3 แต้มไปครองได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, มาร์กอส โรโฮ, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิ มาเรีย, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ราดาเมล ฟัลเกา เวสต์แฮม : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, มาร์ค โนเบิ้ล, อเล็กซ์ ซง, มอร์แกน อมัลฟิตาโน่, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง