CTH

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-0 เบิร์นลี่ย์
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 4 มีนาคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-0 เบิร์นลี่ย์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.29, 2-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.51 เวลา : 3.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล: ยังเก็บส้มหล่นท้ายเกมส์!ผีแดงบุกเฉือนสาริกาหืดยึดที่ 4ต่อ
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาลี่ย์ บลินด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธที่ 4 มีนาคม 2557 นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 แอชลี่ย์ ยัง น.89 เวลา: 02.45 น. สนาม: เซนต์เจมส์พาร์ค ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนัดกลางสัปดาห์ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 4 ที่เริ่มโดน ลิเวอร์พูล ทีมอันดับที่ 5 กดดัน เข้ามาด้วยระยะห่างแค่ 2 แต้มเท่านั้น บุกไปเยือน นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งหากลูกทีมของ หลุยส์  ฟานกัล ไม่ชนะ และ ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะ เบิร์ลี่ย์ได้ ทีมปีศาจแดงจะถูกเขี่ยร่วงจากพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกทันที เริ่มเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองเกมส์ได้มากกว่าแต่ในนาทีที่7 เจ้าบ้านน่าจะได้จุดโทษจากจังหวะที่ คริส สมอลลิ่ง ไปหวดใส่เอ็มมานูแอล ริวิแยร์ ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินยังเฉย นาที 14 แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นบอลมาทางซ้าย เวนย์ รูนี่ย์ พักบอลก่อนไหลให้ โรโฮ สะกิดต่อให้ เอร์เรร่า ยิงบอลติดไซด์ก้อยหลุดกรอบออกไป นาที 25 ผีแดงใกล้เคียงจะได้ประตูออกนำ เมื่อ ดิมาเรีย ไหลบอลเข้าตรงกลาง แอชลี่ย์ ยัง จับไม่อยู่บอลหลุดไปถึง เวนย์  รูนี่ย์ ที่ยืนเหมือนจะล้ำหน้าอยู่ได้พลิกยิงแบบชิพๆ บอลหลุดกรอบออกไป นาที 30 ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ เสียท่าลื่นล้มตรงกรอบเขตโทษปล่อยให้ อังเคล ดิมาเรีย ฉกบอลเอาไปจ่ายให้รูนี่ย์ แต่ ดาวยิงร่างอวบจับบอลไม่ดี เลยโดน ทิม ครูล ออกมาขวางทางไว้ได้นาที 42 อันโตนีโอ วาเลนเซีย หลุดขึ้นมาทางขวาแล้วตักบอลไปเสาไกลให้ เฟลไลนี่ ตั้งคอโหม่งเต็มๆ แต่ ครูล ยังทุบออกมาได้ จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลังนาที 47 ทีมเยือนทักทายก่อน จากลูกยิงไกลของ มาร์กอส โรโฮ บอลหลุดกรบออกไปแบบได้ลุ้น นาที 48 เจ้าบ้านก็เกือบได้ประตูออกนำเหมือนกัน จากลูกฟรีคิกที่ ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ เติมมาโขกตั้งให้ เอ็มมานูแอล ริวิแยร์ ได้หลุดมาจิ้มจ่อๆระยะไม่ถึง 3 หลาแต่ ดาบิด เดเคอา ยังยืนตำแหน่งได้เยี่ยมและบล็อกบอลช่วยชีวิตผีแดงไว้ได้ นาที 53 โอกาสที่ แมนยู จะได้ประตูออกนำ ไม่มีครั้งไหนใกล้กว่านี้แล้ว เมื่อ อังเคล ดิมาเรีย ตักบอลให้ มารูยาน เฟลไลนี่ พักอกแล้วพลิกยิงติดเซฟ ทิม ครูล บอลมาตกที่หน้า แอชลี่ย์ ยัง ไม่ยอมยิงจังหวะแรก ก่อนแต่งบอลแล้วยิงติดเซฟนายทวารชาวฮอลแลนด์อีก นาที 58 อังเคล ดิมาเรีย ที่เสียบอลบ่อยครั้ง โดนถอดออกกลางคันอีกแล้ว โดย หลุยส์ ฟานกัล  ส่ง อัตนัน ยานาไซ ลงมาเล่นแทน นาที 64 เสียงปรบมือดังกึกก้องสนามเซนต์เจมส์พาร์ค เมื่อ นิวคาลเซิ่ล ถอดเอา ไรอัน เทย์เลอร์ แล้วส่ง โจนาส กูเตียร์เรซ ที่หายป่วยจากโรคมะเร็งที่อัณฑะกลับมาลงสนาม ในรอบกว่าสองปี  นาที 68 อันเดร์ เอร์เรร่า พลาดเสียบอลให้ อโยเซ่ เปเรซ ลากจี้ไปจ่ายให้ ปาปิสส์ ซิสเซ่ ยิงหลุดกรอบออกไป นาที 72 แอชลี่ย์ ยัง เลื้อยขึ้นทางซ้ายแล้วตักบอลไปเสาไกลให้ เวนย์ รูนี่ย์ เทคตัวขึ้นโขกเต็มๆ แต่ ครูล ก็ยังทิ้งตัวปัดออกไปได้ทัน นาที 89 เกมส์ที่ทำท่าจะจบลงที่ผลเสมอ กลับเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ประตูออกนำไปแบบโชคช่วย จากความขยันของ เวนย์ รูนี่ย์ ที่ลากลุยเข้าในกรอบเขตโทษ แล้วไล่ให้ ทิม ครูล เตะบอลทิ้งไปติด แอชลี่ย์ ยัง ที่ยืนดักอยู่ในกรอบเขตโทษ จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วยิงเบียดเสาเข้าไปให้ แมนยู ขึ้นนำ 0-1 เปนประตูแรกของ ยัง ในรอบกว่า 13 เดือนแต่หลังจากนั้นนาทีเดียว นิวคาลเซิล เกือบเอาคืนได้ทันควันเมื่อ มุสซ่า ซิสโซโก้ ครอสบอลให้ ปาปิสส์ ซิสเซ่ โขก บอลเกือบเสียบเสาสองอยู่แล้ว แต่ ดาบิด เดเคอา ก็งัดซุปเปอร์เซฟมาช่วยทีมไว้ได้เช่นเคย จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะเกมส์เยือนได้เป็นนัดที่ 4 ด้วยการบุกไปเอาชนะ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ดแบบ โชคช่วย 0-1จากประตูชัยของ แอชลี่ย์ ยัง ในช่วงท้ายเกมส์ ยังยึดอันดับ 4 ต่อไปได้อีก 1 สัปดาห์  รายชื่อ นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด:ทิม ครูล(GK),ดาริล ยันมาต, ไมค์ วิลเลียมสัน, ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่, ไรอัน เทย์เลอร์, กาเบรียล โอแบร์กต็อง, เมห์ดี้ อาเบด, มุสซ่า ซิสโซโก้, แซมมี่ อเมโอบี้,ปาปิสส์ ซิสเซ่, เอ็มมานูแอล ริวิแยร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย,คริส สมอลลิ่ง,จอนนี่ อีแวนส์,มาร์กอส โรโฮ, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิมาเรีย,แอชลี่ย์ ยัง, มารูยาน เฟลไลนี่, เวนย์ รูนี่ย์  

ผลฟุตบอล : น็อคท้ายเกม!! แฮร์รี่ เคน ฮีโร่เหมาสองดับอนาถปืนสุดเจ็บแสบ
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ซานติ การ์ซอร์ล่า / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 อาร์เซน่อล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 เมซุต โอซิล น.11, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.56, 2-1 แฮร์รี่ เคน น.86 เวลา : 19.45 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุ่งลอนดอน เป็นการโคจรมาฟาดแข้งกันระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้โอกาสเปิดบ้านรับการมาเยือนของบิ๊กทีมอย่าง อาร์เซน่อล ก่อนเกมทัพ "ปืนใหญ่" ฟอร์มค่อนข้างแจ่มหลังกวาดชัยมา5นัดรวด(เสียแค่2ประตู) น่าสนใจว่าศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายเก็บ 3 คะแนน หลังเสียงนกหวีดครบ90นาที [เริ่มเกม] นาทีที่ 5 แฮร์รี่ เคน เกือบพา ไก่เดือยทอง ทะยานนำ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ต้นเกม หลังได้ซัดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่ดันมาโดน ดาวิด ออสปิน่า ซุปเปอร์เซฟด้วยปลายนิ้วออกไปได้ GOAL! นาที 11 จากความเร็วของ แดนนี่ เวลเบ็ค กระชากผ่าน แดนนี่ โรส ทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดหักเข้ามา ชิรูด์ ยิงไม่ถนัด บอลไปเข้าทาง โอซิล ซัดเปรี้ยงเดียวผ่านมือ อูโก้ โยริส เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายแบบสุดเฉียบขาด เกมผ่านมาถึงนาที 25 ถือว่าเจ้าบ้านเดินเครื่องบุกใส่แนวรับ ปืนใหญ่ ค่อนข้างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางกราบซ้ายที่มี แดนนี่ โรส วิ่งทะลุมาถึงหน้าเขตโทษของ อาร์เซน่อล อยู่บ่อยครั้ง นาที 36 แฮร์รี่ เคน โดนเหลืองแรกของเกม หลังไปเข้าโหดใส่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ [จบครึ่งแรก] หลังจากไล่นวดอยู่นาน แต่ทาง สเปอร์ ยังไม่เฉียบขาดพอ เพราะจากสถิติ "ไก่เดือยทอง" มีโอกาสยิงไปถึง 11 ครั้ง ต่างจาก อาร์เซน่อล ที่ได้สับ 2 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้1ลูก น่าสนใจว่าครึ่งหลัง มาริซิโอ โปเชตติโน่ จะปรับหมากให้ลูกทีมในช่วงครึ่งหลังยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวทั้งสองทีม GOAL! นาที 56 ไก่เดือยทอง ไล่เจ๊า อาร์เซน่อล ได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะเตะมุม สุดท้ายบอลหลุดมาถึง แฮร์รี่ เคน ซัดเลียดๆเข้าไปไม่มีพลาด เกมผ่านมาถึงนาที 70 หลังจากได้ประตูตีเสมอ ทางฝั่ง สเปอร์ ยังคงเดินหน้าลุยต่อเพื่อหวัง 3 คะแนน แถมยังเกือบจะทำได้อยู่หลายครั้ง GOAL! นาที 86 แฮร์รี่ เคน คนเดิมเป็นฮีโร่ให้ ไก่เดือยทอง หลังขึ้นโขกในกรอบเขตโทษ บอลมุ่งหน้าไปยังเสาสอง ก่อนจะหายเข้าไปกองก้นตาข่ายแบบสวยงาม [จบเกม] มาริซิโอ โปเชตติโน่ ปรับหมากมาอย่างเหนือชั้น ในครึ่งหลัง สุดท้าย สเปอร์ สามารถโค่น อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไปได้แบบเจ็บแสบช่วงท้ายเกม 2-1 แถมยังทำแต้มแซงไปอยู้อันดับ 4 ชั่วคราวเรียบร้อยแล้วด้วย 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส, ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค ไดเออร์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, นาบิล เบ็นทาเล็บ, ไรอัน เมสัน, อีริค ลาเมล่า, มุสซ่า เดมเบเล่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เฮคเตอร์ เบลเลริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, อารอน แรมซี่ย์, ฟรานซิส ค็อกโกแล็ง, ซานติ การ์ซอร์ล่า, แดนนี่ เวลเบ็ค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เมซุต โอซิล

ผลฟุตบอล : ไกลเท่าเดิม! สิงห์บูลเปิดรังเจ๊าเรือใบรักษาระยะห่าง5แต้มเหมือนเดิม
จอห์น เทอร์รี่ /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2558 เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 โรอิก เรมี่ น.41,1-1 ดาบิด ซิลบา น.45 เวลา: 00.30น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: ช่อง3,CTH ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ จ่าฝูงเชลซี ที่จะไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงตัวเก่งที่โดนแบน 3 นัดจากการไปย่ำใส่ เอ็มเร่ ชาน นักเตะลิเวอร์พูล ในฟุตบอลถ้วยแคปิตอลวันคัพ แถม เชส ฟาเบรกาส กองกลางจอมจ่ายก็บาดเจ็บลงสนามไม่ได้เช่นกัน ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมเยือนที่เปนรองจ่าฝูงตามหลัง 5 แต้มไม่มี ยาย่า ตูเร่ และกองหน้าตัวใหม่อย่าง วินเฟร็ด โบนี่ ที่ไปแข่งฟุตบอลแอฟริกันเนชั่นคัพ เริ่มเกมส์เพียงแค่ นาทีที่ 7 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อแฟร์นันดินโญ่ หลุดเข้าเขตโทษทางด้านขวาแล้วยิงทันทีบอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกไป โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนต้องรอถึงนาที 24 เซร์คิโอ อเกวโร่ กระชากบอลหนีเคิร์ต ซูม่า แล้วยิงไปติด ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ผ่านครึ่งชั่วโมง รองจ่าฝูงแบบ แมนซิตี้ดีกว่านิดๆ และนาที 33 เรือใบน่าจะกางใบแล่นฉิวได้เมื่อ กุน หลุดเข้าไปยิงหลุดเสาออกไป นาที 42 เจ้าบ้านที่เป็นรองอยู่เกือบจะตลอดพลิกออกนำได้เมื่อเอเด็น อาซาร์ กระชากไปมุมแคบแล้วเปิดบอลให้ โรอิก เรมี่ กองหน้าตัวสำรองที่ไดลงแทน คอสต้า แปดเหน่งๆเข้าไปให้เชลซีนำ 1-0 แต่แมน ซิตี้ เป็นฝ่านตามหลังแค่ไม่นาน และมาตามทวงคืนได้ในเวลาที่เหมาะสมสุดๆ ในนาที 45 จากความผิดพลาดของ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ออกไปตัดบอลพลาดแล้วบอลทะลักไปถึง กุน อเกวโร่ ได้จับบอลแล้วยิงสวนทันที บอลพุ่งไปทาง ดาวิด ซิลบา ที่ยืนอยู่แถวนั้นแหย่เท้า ส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง เชลซี กลับมาเน่นเพื่อความชัวร์มากขึ้นเพราะต้องการแค่ผลเสมอเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ ทำให้เล่นแบบรัดกุมมากขึ้น จบเกมส์ เชลซี จ่าฝูงเปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 1-1 รักษาระยะห่างเอาไว้เท่าเดิมที่ 5 แต้ม รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เคิร์ต ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,รามิเรส, เนมันย่า มาติช ,วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์,โลอิก เรมี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GKI),บาการี่ ซานญ่า, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่,แฟร์นันดินโญ่, แฟร์นันโด, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์,เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลฟุตบอล : ยิงเป็นคนเดียว!! เคนกดสองไก่ไล่จิกคิวพีอาร์แต้มตามผีแค่3คะแนน
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ควีนส์ปาร์ค / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2558 ควีนส์ปาร์ค 1-2 สเปอร์ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.34, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.68, 1-2 ซานโดร น.75 เวลา : 22.00 น. สนาม : ลอฟตัส โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดตกค้างของทีมกำลังลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บุกไปเยือนรัง ลอฟตัส โร้ด สังเวียนเหย้าของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส โดยแมตช์นี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ส่ง แฮร์รี่ เคน หัวหอกตัวเก่งลงล่าตาข่ายในฐานะ 11 ตัวจริง และเจ้าหนุ่มว่าที่ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษวัย 21 ปี ก็ไม่ทำให่แฟนๆ "ไก่เดือยทอง" ผิดหวัง หลังตะบันคนเดียวสองเม็ดช่วยให้ทีมซิวชัยเหนือ "ทหารเสือราชินี" 2-1 ทำให้ตารางคะแนนล่าสุดอันดับไล่ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ที่4) อยู่แค่ 3 แต้มเท่านั้น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ควีนส์ปาร์ค : โรเบิร์ต กรีน, เนดุม โอนูโอฮา, ริโอ เฟอร์ดินานด์, สตีเว่น คอลเกอร์, ยุน ซุก-ยอง, เมาริซิโอ อิสล่า, แม็ตต์ ฟิลลิปส์, คาร์ล เฮนรี่, ซานโดร, ชาร์ลี ออสติน, บ็อบบี้ ซาโมร่า สเปอร์ : อูโก้ โยริส, ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค ไดเออร์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เบน เดวีส์, นาบิล เบนทาเล็บ, ไรอัน เมสัน, อันดรอส ทาวน์เซนด์, คริสเตียน อีริคเซ่น, นาเซอร์ ช๊าดลี่, แฮร์รี่ เคน

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2558 เวลา 00.30น. ถ่ายทอดสด ช่อง3, cth stadium4 ความพร้อม ทั้งสองทีม เกมสำคัญของสองทีมหัวตาราง พรีเมียร์ลีก ที่มีผลสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ หากทีมสิงห์บลูชนะจะยืดระยะห่างรองจ่าฝูงเรือใบสีฟ้าออกไปเป็นแปดคะแนนแต่หากทีมเยือนสามารถบุกมาชนะได้ ระยะห่างจะเหลือเพียงสองแต้มเท่านั้น สถิติในลีกชี้ว่า แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้แค่ 2 เกม และแพ้ไปถึง 11 เสมอ 4 ก่อนลงสนามทีมเรือใบเพิ่งถูกเขี่ยร่วงถ้วยเอฟเอ คัพมาหมาดๆ หลังพ่าย มิดเดิลสโบร์ห คาบ้าน 2-0 แต่สถิตินอกบ้านของพวกเขายังไม่แพ้ทีมใดเจ็ดนัดรวดตั้งแต่ตุลาคมปีก่อน แม้สามเกมหลังสุดพวกเขาจะฟอร์มไม่ดีนักและยังไม่ชนะทีมใดเลยก็ตาม ส่วน เชลซี เพิ่งเปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล มาได้ 1-0 ในเกมตัดเชือก แคปปิตอล วัน คัพ แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาเพิ่งถูก แบรดฟอร์ด เขี่ยร่วงตกรอบเอฟเอ คัพมาแบบสุดช็อค 4-2 ส่วนสถิติเล่นเกมเหย้าในลีกของพวกเขายังยอดเยี่ยมเสียไปแค่สามประตูจาก 10 เกม และเก็บคลีนชีตได้ถึงแปดนัด ก่อนลงสนาม โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี นัดนี้จะไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าคนสำคัญที่ถูกแบนสามเกมหลังไปเล่นรุนแรงเกิดกว่าเหตุในเกม แคปปิตอล วัน คัพ กับ ลิเวอร์พูล รวมไปถึงผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บในเกมดังกล่าวอย่าง เชส ฟาเบรกาส กับ ฟิลิเป้ ลุยซ์ ไม่น่าจะมีชื่อในเกมนี้ ส่วน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่เจ็บเช่นกันต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ จะไม่มีหัวใจสำคัญของทีมอย่าง ยาย่า ตูเร่ ที่ติดภารกิจรับใช้ชาติกับ ไอวอรี่ โคสต์ ในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ รวมไปถึง วิลฟรีด โบนี่ กองหน้าตัวใหม่ ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตเด็กเก่าเจ้าถิ่นมีโอกาสได้ลงสนามเจอทีมเก่าในนัดนี้หากได้รับโอกาสจากกุนซือ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, อาซาร์, ดร็อกบา แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, ม็องกาล่า, คลิชี่, เฟอร์นันโด, เฟอร์นันดินโญ่, นาบาส, ซิลบา, มิลเนอร์, อเกวโร่

วิเคราะห์บอล: ลิเวอร์พูล – ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส
คริสเตียน เอริคเซ่น /  จอร์แดน เฮนเดอสัน / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ลิเวอร์พูล – ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส สนาม แอนฟิลด์ เวลา: 03.00 น. ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 2 เพิ่งจะได้พักกันแค่ไม่กี่วัน ศึกพรีเมียร์ลีก กลับมาฟาดแข้งนัดกลางสัปดาห์กันอีกแล้ว คราวนี้เป็นศึกสัตว์ปี “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งเสมอกับเอฟเวอร์ตัน คู่แค้นร่วมเมอร์ซี่ย์ไซด์มาแบบไร้สกอร์ เปิดรัง แอนฟิลด์พบกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส ที่เพิ่งจะดับซ่า อริร่วมลอนดอนเหนืออย่างอาร์เซน่อลมาได้ ซึ่งหากนัดนี้สเปอร์สชนะจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 3 เป็นการชั่วคราวทันที สภาพทีมโดยรวมของเจ้าบ้าน ถือว่าเกือบจะดี แต่เสียดายที่ ลูคัส เลว่า ที่ระยะหลังยึดตำแหน่งตัวจริงกับทีมได้ต่อเนื่องดันบาดเจ็บจากนัดก่อนและข่าวว่าจะต้องพักยาวถึง 1 เดือน นอกจากนี้ ฟลานาเก้น และ ลัลลานา ก็ยังไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บส่วนคนอื่นๆอยู่กับครบ งานนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็น่าจะใช้ระบบกองหลัง 3 ตัวที่เริ่มลงล็อคขึ้นเรื่อยๆต่อไป ซึ่งแผงหลังถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงเป็นหน้าเดิมๆ เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล และ มามาดู ซาโก้ วิงแบ็คทางซ้าย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ส่วนทางขวาอาจจะเป็นเจ้าหนู จอร์แดน ไอบ์ ที่ฉายฟอร์มแจ่มนัดที่ผ่านมา แดนกลาง โจ อัลเลน จะได้โอกาสแทน ลูคัส เล่นร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอสัน ซึ่งสตีเฟ่น เจอร์รารด์คงนั่งดูน้องเล่นไปก่อนส่วนแนวรุก คูตินโญ่, สเตอร์ลิง และ สเตอร์ริดจ์ น่าจะออกสตาร์ททันที ส่วนทีมเยือนของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ฟอร์ม 5 นัดหลังในลีกถือว่าดีเพราะชนะได้ถึง 4 และแพ้เพียงแค่ นัดเดียวจากการออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ เท่านั้น และในส่วนของผู้เล่น ไม่มีรายงานนักเตะบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนแต่อย่างใด ถือเป็นโชคดีของกุนซืออย่างแท้จริง นัดนี้ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์คงยึดผู้เล่นชุดที่ปราบปืนโตมาได้คู่เซนเตอร์ เอริค ไดเออร์จับคู่กับ แยน แฟร์ต็องเก้น แบ็กขวาซ้าย ไคล์ วอลเกอร์ และ แดนนี่ โรส คู่กลางรับ นาบิล เบนทาเล็บจับคู่กับ ไรอัน เมสัน และมี มุสซ่า เดมเบเล่ คุมจังหวะอีกที ส่วนเกมส์รุกเป็นหน้าที่ของ คริสเตียน อิริคเซ่น กับเอริค ลาเมร่า กองหน้าเป้าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แฮร์รี่ เคน ที่ฟอร์มดีวันดีคืน รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล: ซิมง มิโญเล่ต์(GK),เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้,จอร์แดน ไอบ์, จอร์แดน เฮนเดอสัน, โจ อัลเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส: ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์ ,เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, นาบิล เบนทาเล็บ, ไรอัน เมสัน , เอริค ลาเมล่า, คริสเตียน เอริคเซ่น, มุสซ่า เดมเบเล่,แฮร์รี่ เคน

ผลฟุตบอล :ง่ายดายเหลือเชื่อ!ผีแดงเปิดรังน็อคเอ้าท์ไก่กอดที่สี่ไว้แน่น
คริส สมอลลิ่ง /  คริสเตียน เอริคเซ่น / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส ผู้ทำประตู:1-0 มารูยาน เฟลไลนี่ น.8,2-0 ไมเคิล คาร์ริค น.18,3-0 เวนย์ รูนี่ย์ น.33 เวลา: 23.00 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 เริ่มเกมส์ไปแค่ 2 นาที ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูที่ได้บอลจากการคืนหลังมากที่สุดในลีกเก็บสถิติของตัวเองเพิ่มอีก 4 ครั้ง และครั้งที่ 4 ฟิล โจนส์ คืนไม่ดีบอลเกือบจะเข้าประตูตัวเองดีที่ เดเคอา สกัดทิ้งออกไปได้ทัน นาทีที่ 8 เจ้าบ้านได้เฮก่อน เมื่อ ไมเคิล คาร์ริค เห็นช่องในแนวรับของสเปอร์ส เลยแทงบอลต่อให้ มารูยาน เฟลไลนี่ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายเสียบมุมเข้าไปอย่างใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 ผ่าน 10 นาทีแรก เจ้าบ้านที่ออกนำเร็ว ครองเกมสืได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน นาที 18 เจ้าบ้านหนีห่างออกไปอีก จากลูกเตะมุม มารูยาน เฟลไลนี่ พยายามโหม่งทำประตูแต่โดนนาเซอร์ ชาดลี่ สกัดแต่บอลมาเข้าทาง ไมเคิล คาร์ริค ตั้งคอโหม่งเสียบมุมเข้าไปให้ แมนยูหนี 2-0 ผ่าน 25 นาที แดนกลางของเจ้าบ้านเป็นฝ่ายคุมจังหวะได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 30 เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แก้เกมส์เร็วทันทีโดดยถอดเอา แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ที่แทบไม่มีบทบาทออกแล้วส่ง มุสซ่า เดมเบเล่ ลงมาเล่นแทน  นาที 33 นาบิล เบนทาเล็บ จ่ายบอลคืนหลังไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยโดน เวนย์ รูนี่ย์ ฉกบอลไปแล้วลากบอลผ่าน 3 แนวรับสเปอร์ส ไปยิงผ่าน ฮูโก้ โยริส เข้าไปให้ ปีศาจแดงหนีห่าง 3-0 ท้ายครึ่งแรก เวนย์ รูนี่ย์ ลากบอลตัดเข้ากลางแล้วยิงหลุดเสาออกไป จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ออกนำสเปอร์ส 3-0 กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง เกมส์ชองเจ้าถิ่นที่นำห่างอยู่ดูจะเนือยลงไปเล็กน้อย ทำให้สเปอร์ส ได้ต่อเกมส์รุกขึ้นมาบ้าง นาที 55 ไรอัน เมสัน ได้ยิงหักข้อหลุดเสาออกไปแทบจะเป็นโอกาสครั้งแรกของทีมไก่เดือยทองในนัดนี้  นาที 64 แมนยูขึ้นมาทางซ้าย ดาลี่ย์ บลินด์ ที่รับบอลจาก ฟิล โจนส์ แล้วตักบอลข้ามไปเสาไกลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า เอาบอลลงแล้วยิงติดหน้าต่างออกไป  ช่วงท้ายเกมส์ นาทีที่ 80 หัวหอกค่าเหนื่อยแพง ที่เพิ่งลงไปเล่นกับทีมสำรองอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ได้ลงสนามแทนที่ของ มารูยาน เฟลไลนี่ นาที 88 แฮร์รี่ เคน หัวหอกฟอร์มแรงที่วันนี้เงียบเป็นพิเศษได้หลุดไปยิงแต่ก็ติด เซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส เป็นครั้งแรกในรอบ 5 นัดหลังสุด ไปแบบง่ายดายเหลือเชื่อ 3-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เด เคอา(GK),อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, แอชลี่ย์ ยัง,อันเดร์ เอร์เรร่า, ไมเคิล คาร์ริค, ดาลี่ย์ บลินด์ ,ฆวน มาต้า,มารูยาน เฟลไลนี่, เวย์น รูนี่ย์ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส: ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค ดายเออร์, ยาน แฟร์ต็องเกน, แดนนี่ โรส, นาบิล เบนทาเล็บ, ไรอัน เมสัน ,แอนดรอส ทาวน์เซนด์, คริสเตียน เอริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี่, แฮร์รี่ เคน

จางกึนซอก นำทีมรายการอาหารสุดแซบจากเกาหลี บุก Channel M
Channel M /  Jang Geun Suk / 

จางกึนซอก นำทีมรายการอาหารสุดแซบจากเกาหลี 3 Meals A Day : Fishing Village (ซีซั่น2) และ What Shall We Eat Today? บุกออกอากาศช่อง Channel M จางกึนซอก ชาซึงวอน ยูแฮจิน แปลงโฉมเป็นหนุ่มประมง!! ร่วมปฏิบัติภารกิจสุดแซบ ใน 3 Meals A Day : Fishing Village (ซีซั่น2) รายการเรียลลิตี้ 3 Meals A Day กลับมาให้บรรดาสาวกแดนกิมจิได้ลุ้นไปกับสามหนุ่มในซีซั่น 2 : Fishing Village ที่เหล่าเซเลบบริตี้หนุ่ม อย่าง ชาซึงวอน, ยูแฮจิน และ จางกึนซอก ที่รวมตัวกันเฉพาะกิจพาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ของพวกเขา กับภารกิจการเอาตัวรอดในหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะเล็กๆ ของเมืองมันแจ ด้วยโจทย์ที่พวกเขาต้องค้นหาและใช้วัตถุดิบที่มีอยู่บนเกาะมาทำอาหารเพื่อใช้ประทังชีวิตเท่านั้น งานนี้เจ้าชายแห่งเอเชีย อย่าง จางกึนซอก ถึงกับโอดครวญว่า “การใช้ชีวิตบนเกาะในครั้งนี้เรียกว่าผมดูโทรมสุดๆ แต่โชคดีที่มีพี่ชายทั้งสองคน ชาซึงวอน และ ยูแฮจิน มาอยู่ด้วยกัน เลยทำให้ผมสามารถสนุกเหมือนผมอยู่ที่บ้านเลย ถ้าให้ผมอยู่คนเดียวในสภาพที่มองกระจกแล้วเห็นตัวเองในสภาพนี้ มีหวังแฟนๆ คงต้องเห็นตัวตนของผมอีกด้านนึงแน่นอน (หัวเราะ)” พวกเขาจะผ่านภารกิจนี้สำเร็จไปได้หรือไม่? สาวกของสามหนุ่มมาร่วมลุ้นไปพร้อมกันได้ทุกวันเสาร์ เวลา 3 ทุ่มตรง ทางช่อง Channel M ในแพลตฟอร์ม CTH 125/128 เริ่มปฏิบัติภารกิจพร้อมเพรียงกันในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้ What Shall We Eat Today? รายการสำหรับคนที่ยังคิดไม่ออกว่า วันนี้จะกินอะไรดี? สองหนุ่มเพื่อนซี้จากแดนกิมจิ ชินดงยอบ และ ซองชีคยอง ที่หลงใหลในการเสาะหาเมนูเด็ด จะอาสาพาไปชิมของดี ของอร่อย กับเมนูสุดแสนจะคุ้นเคย ใครๆ ก็สามารถเข้าครัวทำได้แบบง่ายๆ พร้อมแนะนำวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงให้เป็นเมนูสุดพิเศษ บวกกับเคล็ดลับดี๊ดีที่จะชวนให้คุณไม่เบื่อในการคิดเมนูแต่ละวันอีกต่อไป! ติดตามความอร่อยได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลาดี๊ดี 19:30 น. ทางช่อง Channel M ในแพลตฟอร์ม CTH 125/128 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ผลฟุตบอล : เดี๋ยวจะขาดเกิน!! นักบุญบุกชะลอแต้มสิงห์บลู ยืนค้ำหัวเรือ6คะแนน
จอห์น เทอร์รี่ /  ซาดิโอ มาเน่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558 เชลซี 1-1 เซาแธมป์ตัน รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ดิเอโก้ คอสต้า น.11, 1-1 ดูซาน ทาดิช(จุดโทษ) น.19 เวลา : 20.30 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึก พรีเมียร์ลีก คู่เปิดหัวประจำวันอาทิตย์ เชลซี ได้โอกาสเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "นักบุญแดนใต้" เซาแธมป์ตัน ก่อนเกม "สิงห์บลู" เพิ่งอกหักร่วงตกรอบ UCL มาหมาดๆ แต่ก็ยังได้รับข่าวดีเมื่อคู่แข่งแย่งแชมป์หนึ่งเดียวอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สะดุดพ่ายในลีก 2 เกมซ้อน ต้องมาดูว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะสามารถพาทีมเก็บชัยเพื่อทำแต้มจ่อถ้วย พรีเมียร์ลีก ต่อหน้าแฟนๆได้หรือเปล่า ///// [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าเกมรุกของเจ้าบ้านดูจะอันตรายกว่าผู้มาเยือนพอสมควร โดยเฉพาะบรรดาปีกทั้งสองฝั่ง GOAL! นาที 11 ดิเอโก้ คอสต้า ขึ้นโขกเหน่งๆบอลผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปจมก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ สิงหบลู ทะยานนำ เซาแธมป์ตัน ไปแล้ว 1-0 GOAL! นาที 19 นักบุญ ไล่เจ๊า เชลซี ได้สำเร็จจากจังหวะจุดโทษที่ เนมันย่า มาติช ไปเสียฟาวและเป็นทาง ดูซาน ทาดิช กระทุ้งเข้าไปไม่พลาด เกมผ่านมาถึงนาที 30 หลังจาก เชลซี โดนเจาะประตูตีเสมอถือว่าทางฝั่ง เซาแธมป์ตัน เล่นได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน แถมยังหวิดได้ประตูแซงนำถึง 2-3 ครั้งเลยด้วย นาที 34 นักบุญ เกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากการปั่นด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษของ ซาดิโอ มาเน่ แต่บอลติดเซฟ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ กระโดดรับไว้ได้ทั้งสองมือ [จบครึ่งแรก] หลังจากที่ เซาแธมป์ตัน ได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษ ถือว่าลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน ครองเกมและสู้กับ เชลซี แบบไม่ตกเป็นรอง แถมยังเกือบจะขึ้นนำอยู่หลายจังหวะ แต่เจ้าบ้านยังโชคดีที่มี ธิโบต์ กูร์ตัวส์ คอยเซฟช่วยชีวิตทีมได้ตลอดเวลา น่าสนใจว่าครึ่งหลัง โชเซ่ มูรินโญ่ จะปรับหมากมารับมือกับกองทัพ นักบุญแดนใต้ ที่กำลังได้ใจแบบสุดๆยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 47 นักบุญ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะเล่นสองจังหวะและเป็นทาง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ตะบันด้วยขวา บอลพุ่งเข้าหากรอบประตู แต่ยังโดน ธิโบต์ กูร์ตัวส์ กระโดดปัดด้วยมือขวาข้างเดียวออกไป ผ่านมาถึงนาที 60 ถือว่าทั้งสองทีมไม่ห่วงเรื่องรูปเกมด้วยกันทั้งคู่โดยเปิดหน้าแรกกันแบบหมัดต่อหมัด แถมยังหวิดจะได้ประตูด้วยกันทั้งสองฝั่ง นาที 72 เชลซี พลาดได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งแบบเหลือเชื่อหลังจาก เอเด็น อาซาร์ ได้ซ้ำจ่อๆหน้ากอบเขตโทษฝั่งขวา น่าเสียดายที่บอลไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ วิ่งมาปิดเสาแรกได้เร็ว นาที 75 ออสการ์ พลาดพา สิงห์บลู ออกนำแบบหวุดหวิด จากจังหวะหลุดเข้ามาในเขตโทษ ก่อนจะสับด้วยซ้าย และบอลก็ไม่ไปไหน นอกจากติดเซฟ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ปัดออกไปได้อีกครั้ง นาที 90 จอห์น เทอร์รี่ ได้ลุ้นพาทีมขึ้นนำถึงสองครั้ง จังหวะแรกติดบล็อคก่อนจะซ้ำแล้วหลุดกรอบออกไปไกล [จบเกม] เชลซี ทำได้แค่เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสมอ เซาแธมป์ตัน 1-1 โดยทั้งสองประตูมาจากช่วงครึ่งแรก ทำให้ตอนนี้ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำแต้มทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 6 คะแนนแต่แข้งน้อยกว่า 1 นัด 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิล, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, เนมันย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, โชเซ่ ฟอนเต้, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, มอร์กก็อง ชไนเดอร์แลง, วิคเตอร์ วานยาม่า, สตีเว่น เดวิส, ซาดิโอ มาเน่, ดูซาน ทาดิช, เชน ลอง

ผลฟุตบอล : หงส์เริงร่า!! บีร็อด พาทีมเผาโบสถ์นักบุญ 2-0 แต้มไล่จี้ผี2คะแนน
กราเซียโน่ เปลเล่ /  จอร์ดอน ไอบ์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 เซาแธมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.3, 0-2 ราฮีม สเตอร์ลิง น.73 เวลา : 23.15 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ เซาแธมป์ตัน เปิดรัง เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของรองแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ไฮไลท์สำคัญของเกมอยู่ที่การกลับมาเยือนถิ่นเก่าของ อดัม ลัลลาน่า และเดยัน ลอฟเรน ที่ได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะพา "หงส์แดง" ทำสถิติไร้พ่ายในลีกเป็นเกมที่10ติดต่อกันได้หรือเปล่า [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 3 หงส์แดง ตีปีกขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะสับไกลเต็มข้อของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ บอลพุ่งไปชนคานบนก่อนจะกระดอนพื้นตกลงมาเสียบตาข่ายไปอย่างสุดสวย นาที 12 นักบุญ ได้ลุ้นตีเสมอจากลูกฟรีคิกฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ รับอาสาเปิดเข้ามา แต่ให้น้ำหนักแรงไปหน่อย บอลลอยโด่งไม่ถึงเพื่อนที่ยืนรอโขกเลยแม้แต่คนเดียว ผ่านไปถึงนาที 20 ถือว่าเกมค่อนข้างเปิดแลกกันอย่างสนุก เป็นทางเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าพอสมควร โดยทาง หงส์แดง รอสวนหลับจากบรรดาแข้งตัวจี๊ดที่รอเผาเครื่องแนวรับ นักบุญแดนใต้ อยู่ตลอดเวลา นาที 32 ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อจจะโดน โชเซ่ ฟอนเต้ เสียบทั้งคนทั้งบอลแต่ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ยังนิ่งไม่ให้เป็นลูกจุดโทษ นาที 43 เดยัน ลอฟเรน โดน เควิน เฟรนด์ สะบัดใบเหลืองใส่หลังจากพุ่งเสียบ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ บริเวณกลางสนามแบบไม่โดนบอล นาที 44 เอลเยโร่ เอเลีย พลาดพา นักบุญ ตีเสมอแบบสุดช็อค!! หลังจากได้หลุดเดียวไปดวลกับ ซิมง มินโญเลต์ แต่กระดกบอลไม่ผ่านตัวมือกาวชาว เบลเยี่ยม สุดท้ายโดนเคลียทิ้งออกไปในที่สุด [จบครึ่งแรก] เป็น 45 นาทีที่สู้กันได้สนุก โดนทางเจ้าบ้านหวิดจะได้ลูกจุดโทษหลายครั้ง แต่ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ยังไม่ให้แม้แต่จังหวะเดียว รูปเกมถือว่าค่อนข้างเปิด และลแกกันแบบหมัดต่อหมัด น่าสนใจว่าครึ่งหลังกุนซือทั้งสองฝั่งจะวางหมากมารับมือกับอีก 45 นาทีที่เหลือยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] เทรนเนอร์ทั้งสองทีมแก้เกมโดยทางฝั่ง เซาแธมป์ตัน ส่ง มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ลงมาแทน สตีเว่น เดวิส ส่วน หงส์แดง ถอด ลาซาร์ มาร์โควิช ออกไปพักและให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 56 โรนัลด์ คูมัน ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนที่สองด้วยการส่ง ซาดิโอ มาเน่ ลงไปแทนเจ้าหนู เจมส์ วอร์ด-พราวส์ นาที 62 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจส่งดาวยิงตัวเก่งอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาเล่นแทน อดัม ลัลลาน่า GOAL! นาที 73 แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ เคลียบอลไม่ดีมาเข้าทางเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ซัดด้วยขวา เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เซฟไม่อยู่ บอลหลุดเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายไม่เหลือซาก [จมเกม] ลิเวอร์พูล เก็บ 3 แต้มสุดสำคัญออกมาจากโบสถ์ เซนต์ แมรี่ส์ ได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มีคะแนนไล่จี้อันดับ 4 ของตารางอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือแค่ 2 คะแนนเท่านั้น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, โชเซ่ ฟอนเต้, มายะ โยชิดะ, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, วิคเตอร์ วานยาม่า, สตีเว่น เดวิส, ฟิลิป ยูริซิช, เอลเยโร่ เอเลีย, กราเซียโน่ เปลเล่ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, จอร์ดอน ไอบ์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ลาซาร์ มาร์โควิช, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผลฟุตบอล :มันเป็นงึกๆงักๆ!ผีแดงฟอร์มตะกุกตะกักเปิดรังดับเบิร์นลี่ย์ทวงที่ 3 คืน
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาลี่ย์ บลินด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 เบิร์นลี่ย์ ผู้ทำประตู:1-0 คริส สมอลลิ่ง น.6,1-1 แดนนี่ อิงส์ น.12, 2-1 คริส สมอลลิ่ง น.45,3-1 โรบิน ฟานเพอร์ซี่ น.82(จุดโทษ) เวลา: 02.45 น. สนาม: โอลด์แทร์ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 เริ่มเกมส์เพียงแค่ 2 นาทีอดีตเด็กเก่าอย่าง ไมเคิล คีน เกือบพังประตูทีมเก่าได้ เมื่อขึ้นโขกลูกเตะมุมหลุดกรอบออกไป นาทีที่ 5 เจ้าบ้านได้โอกาสทักทายครั้งแรก จากลูกยิงไกลของ แพ็ดดี้ แมค์แนร์ ทำเอา ทอม ฮีตัน ต้องออกแรงปัดทิ้ง จากนั้นเจ้าบ้านต้องเปลี่ยนเอา ฟิล โจนส์ ที่บาดเจ็บออกแล้วเอา คริส สมอลลิ่ง ลงมาเล่นแทน และการสัมผัสบอลครั้งแรกของตัวสำรองคนแรกก็ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ออกนำทันทีเมื่อ กองหลังทีมชาติอังกฤษ จะได้โหม่งบอลที่ ฟัลเกา โหม่งชงมาบอลย้อยข้ามหัว ฮีตันเข้าประตูให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 นาทีที่ 9 เบิร์นลี่ย์ เกือบได้คืนเมื่อ ไมเคิล ไคท์ลี่ย์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟดาบิด เดเคอา นาที 12 กองเชียร์เจ้าบ้านต้องเงียบกริบเมื่อทีมเยือนมาตามตีเสมอได้ทันควัน จากจังหวะเติมเกมส์ของ คีแรน ทริพเพียร์ แบ็กขวาที่เปิดบอลผ่านหน้า สมอลลิ่ง มาให้ แดนนี่ อิงส์ พุ่งโหม่งตุงตาข่ายไม่เหลือซากให้ เบิร์นลี่ย์ตามตีเสมอ 1-1 หลังได้ประตูตีเสมอเหมือนทีมเยือนจะไม่กลัวเจ้าบ้าน และเป็นฝ่ายเปิดเกมส์รุกใส่จนปั่นป่วนไปหมด ผ่านครึ่งชั่วโมงแผงกองกลางแบบ ไดมอนด์ของ หลุยส์ ฟานกัล อย่างว่าแต่คายพิษสงอะไรไม่ได้ เรียกว่าไม่มีโอกาสจะได้ขับเคลื่อนทีมด้วยการพาบอลไปเกินเส้นครึ่งสนามไปกดดันทีมเยือนได้เลยแม้แต่น้อย นาที 37 แมนยูต้องเปลี่ยนตัวสำรองอีกคน เพราะ ดาลี่ย์ บลินด์ คิ้วแตกฝืนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ได้โอกาสลงมาเล่นแทน ทีมเยือนยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ต่อเนื่อง นาที 43 ไมเคิล ไคท์ลี่ย์ หยอดบอลให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ สอดมายิงหลุดกรอบ แต่ช่วงท้ายครึ่งแรกกลับเป็นเจ้าบ้านที่รูปเกมส์เป็นรองแต่มาได้ประตูขึ้นนำในช่วงเวลาสุดสำคัญจากลูกเตะมุมแล้ว ดิมาเรีย เก็บบอลได้ที่ริมเส้นทางขวาก่อนบรรจงหยอดมาให้ คริส สมอลลิ่ง โถมขึ้นโขกเสียบเสาเข้าไป กลายเป็น ประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก และทำให้สมอลลิ่ง มีลุ้นแฮตทริกซะอย่างนั้น กลับมาลุยต่อครึ่งหลัง  หลุยส์ ฟานกัล เหมือนจะรู้ว่าหมากไดมอนด์ที่ให้กองกลางหุบมากองกันตรงกลางสนามจะไม่ค่อยเวิร์กเลยจัดการขยับเอา อังเคล ดิมาเรีย และ อัตนัน ยานาไซ ออกมาทางริมเส้นมากขึ้นทำให้รูปเกมส์เจ้าถิ่นดูดีขึ้นมาเล็กน้อย นาที 79 กองหลังปีศาจแดงสกัดบอลกันไม่ขาดดี บอลมาเข้าทาง ไมเคิล ไคท์ลี่ย์ได้ยิงบอลแฉลบกองหลังหลุดกรอบออกไป นาที 80 เจ้าบ้านฉวยโอกาสโต้กลับเร็ว อังเคล ดิมาเรีย ลากบอลขึ้นมาทางซ้าย แล้วโดนสกอตต์ อาร์ฟิลด์ ขวางล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันทีซึ่งเป็นลูกจุดโทษลูกแรกในฤดูกาลนี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วก็เป็น โรบิน ฟานเพอร์ซี่ สังหารเข้าไปให้ ผีแดงหนีห่าง 3-1 นาที 87 แมนยูน่าจะได้เพิ่มอีก เมื่อ แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ลุยขึ้นทางขวาแล้วเปิดบอลทะลักมาถึง อังเคล ดิมาเรีย เกี่ยวบอลไว้แล้วซัดติดฮีตัน บอลมาเข้าทาง ยานาไซ ได้ยิงด้วยซ้ายคราวนี้ผ่าน ฮีตัน แต่ยังไปติดตัวคุมเส้น เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ทีมรองบ๊วยไปแบบทุลักทุเล เก็บสามแต้มขยับไปรั้งตำแหน่งที่ 3 รายชื่อ รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :ดาบิด เด เคอา(GK),แพ็ดดี้ แม็คแนร์, ฟิล โจนส์, จอนนี่ อีแวนส์, มาร์กอส โรโฮ,เวย์น รูนี่ย์ , ดาลี่ย์ บลินด์, อัตนัน ยานาไซ, อังเคล ดิ มาเรีย,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ , ราดาเมล ฟัลเกา เบิร์นลี่ย์:ทอม ฮีตัน(GK),คีแรน ทริพเพียร์, ไมเคิ่ล คีน, เจสัน แช็คเคลล์, เบน มี,จอร์จ บอยด์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, ไมเคิ่ล ไคท์ลี่ย์,แอชลี่ย์ บาร์นส์, แดนนี่ อิงส์

ผลฟุตบอล : เจิดหมดห่วง!! กัปตันเฮนโด้ ยิง1จ่าย1ช่วยหงส์ผงาดไร้พ่าย12นัด
คีแรน ทริปเปียร์ /  จอร์จ บอยด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 4 มีนาคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-0 เบิร์นลี่ย์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.29, 2-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.51 เวลา : 3.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดกลางสับดาห์ ลิเวอร์พูล ที่กำลังโชว์ฟอร์มสุดเถื่อนไร้พ่ายมา11นัดซ้อนเปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ เบิร์นลีย์ โดยแมตช์นี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กลับมาประจำการตำแหน่งในฐานะ11ตัวจริงอีกครั้ง ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว "หงส์แดง" จะยังคงร้อนแรงได้เหมือนแมตช์ที่ผ่านมากับ ซิตี้ ได้หรือเปล่า [เริ่มเกม] วินาทีที่ 26 ลิเวอร์พูล ต่อเกมกันมาอย่างสวย และจบด้วยการตะบันด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แต่ ทอม ฮีตัน ยังไม่พลาด กระโดดปัดช่วย เบิร์นลีย์ รอดพ้นจังหวะนี้ไปได้แบบเฉียดฉิว นาทีที่ 4 หงส์แดง หวิดขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้เป็นลูกเตะมุมเปิดเข้ามาถึงหัว เฮนเดอร์สัน โขกเต็มๆแต่บอลโด่งข้ามคานไปแบบไม่ได้ลุ้น เกมผ่านมาถึงนาที 15 เจ้าบ้านครองบอลพร้อมกับเข้าทำได้มากว่าชัดเจน แต่จังหวะจบเหน่งๆที่น่าจะเป็นประตูยังแทบไม่มี นาที 19 ทีมเยือนได้ลุ้นจบสกอร์บ้างจาก สกอตต์ อาร์ฟิลด์ แต่บอลเบิร์ดหลุดออกข้ามคานไปไกล นาที 24 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เกือบเป็นพระเอกให้ ลิเวอร์พูล อีกแล้วหลังจากได้แปเน้นๆหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน ทอม ฮีตัน พุ่งปัดออกไปได้แบบเฉียดฉิว GOAL! นาที 29 หลังจากขย่มอยู่นาน หงส์แดง มาได้ประตูขึ้นนำจากการระเบิดแข้งขวาของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บอลพุ่งเสียตาข่ายไปอย่างงดงาม นาที 43 คูตินโญ่ คิลเลอร์พาสให้ สเตอร์ริดจ์ หลุดเดี่ยว พร้อมกันได้ซัดด้วยซ้าย แต่ก็ยังไม่ผ่านตัว ทอม ฮีตัน ซุปเปอร์เซฟลูกนี้เอาไว้ได้ [จบครึ่งแรก] ถือว่า 45 นาทีแรกของเจ้าบ้าน หงส์แดง ดูแกร่งกว่าผู้มาเยือนมากพอสมควร ขาดแค่จังหวะความเฉียบขาดเล็กๆน้อยๆที่ทำให้ เครื่องจักรสีแดง ไม่นำห่างมากกว่า1ประตู ต้องมาดูกันว่าครึ่งหลังเทรนเนอร์ทั้งสองฝั่งจะปรับจูนแผนการเล่นยังไงสำหรับการรับมือกับช่วงเวลาที่เหลือ [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 48 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้โอกาสยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลยังเบา ทอม ฮีตัน เซฟไว้ได้สบาย GOAL! นาที 51 จอร์แดน เฮนเดอน์สัน แอสซิสต์สุดสวยให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเสียบตาข่ายช่วย หงส์แดง นำห่าง เบิร์นลีย์ 2-0 เกมผ่านมาถึงนาที 70 หงส์แดง ได้เตะมุมฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รับหน้าที่เปิด แต่ไม่แม่นเข้ามือ ทอม ฮีตัน คว้าไว้ได้สบาย เกมผ่านมาถึงนาที 80 ลิเวอร์พูล ยังคงเดินเกมได้เหนือกว่าผู้มาเยือนทุกประการ โดยทางฝั่ง เบิร์นลีย์ ค่อนข้างเสียบอลง่าย และลงไปอยู่ในแดนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ [จบเกม] หงส์แดง ยังคงร้อนแรงด้วยการเก็บชัยเหนือ เบิร์นลีย์ ไปแบบชิลล์ๆ 2-0 ได้ประตูจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สอยคนละตุงเพิ่มสถิติให้ ลิเวอร์พูล ไม่พบกับความพ่ายแพ้บนเวที พรีเมียร์ลีก ไปแล้วทั้งหมด 12 นัดรวด แต่อันดับยังคงที่เพราะบรรดาทีมหัวตารางเก็บชัยได้รวดไม่มีใครพลาดเลยแม้แต่ทีมเดียว 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เบิร์นลี่ย์ : ทอม ฮีตัน, คีแรน ทริปเปียร์, ไมเคิล คีน, เจสัน แช็คเคลล์, เบน มี, จอร์จ บอยด์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, ไมเคิ่ล ไคท์ลี่ย์, แอชลี่ย์ บาร์นส์, แดนนี่ อิ้งส์

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 เอฟเวอร์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : เวลา : 00.30 น. สนาม : กูดิสัน ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล :อิวาโนวิชซัดกองหน้ายังอาย!สิงห์บูลบุกดับสิงห์ผยองทิ้งเรือ7แต้ม
การ์เลส คิล /  กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 แอสตัน วิลล่า 1-2 เชลซี ผู้ทำประตู:0-1 เอเด็น อาซาร์ น.8,1-1 โยเรส โอโกเร่ น.48,1-2 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช น.66 เวลา: 22.00 น. สนาม: วิลล่าพาร์ค ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่วิลล่า พาร์ค แอสตันวิลล่า เปิดบ้านรับ เชลซี ที่มีสถิติไม่ค่อยดีนักในการมาเล่นที่สนามแห่งนี้ แถมยังอดใช้งาน เชส ฟาเบรกาสที่บาดเจ็บ และ ดิเอโก้ คอสต้า ที่ยังติดโทษแบนอยู่ เริ่มเกมส์เพียงแค่ 8 นาทีทีมเยือนทะยานออกนำอย่างรวดเร็วเมื่อ ออสการ์ ทะลุขึ้นมาทางขวาแล้วดึงจังหวะไหลให้ เอเด็น อาซาร์ โฉบมาแปง่ายๆให้เชลซีออกนำ 0-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลังนาที 48 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันลั่นเมื่อทีมรักลั่นสกอร์ในรังได้แล้ว หลังจากยิงไม่ได้ตั้งแต่นัดที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ20 ธันวาคมปีก่อน เมื่อ การ์เลส คิล พลิ้วหนีแนวรับเชลซี แล้วคอรสบอลเข้ามากลางประตูให้ โยเรส โอโกเร่ เซนเตอร์ฮาร์ฟโฉบมาโขกจมตาข่ายให้เจ้าบ้านตามตีเสมอ 1-1 หลังได้ประตูตีเสมอเจ้าบ้านเหมือนจะได้ใจโหมบุกใส่ทีมเยือนหมายจะเอาประตูขึ้นนำ แต่ในนาที 66 ทีมเยือนมาออกนำได้อีกครั้ง จากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ลุยขึ้นทางซ้าย บอลถูก โยเรส โอโกเร่ ตัวทำประตูที่เสียหลักสกัดบอลไม่ขาดมาเข้าทาง อัซปิลิกวยต้า หนุนบอลเข้ากลางไปให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช วอลเลย์ด้วยซ้ายชนิดกองหน้ายังต้องอาย บอลพุ่งเสียเสา กูซาน ได้แต่เหลียวมองไปสุดฟ้าไกล บอลตุงตาข่ายให้ สิงห์บูลกลับมานำ 1-2 นาที 78 โจเซ่ มูรินโญ่ ส่ง ฮวน กวาดราโด้ ดาวเตะตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากฟิออเรนติน่า เมื่อช่วงตลาดเปิดเดือนมกราคมลงสนามมาแทนที่ของ วิลเลี่ยน เวลาที่เหลือ แอสตัน วิลล่าพยายามเร่งเกมส์เพื่อจะเอาคืนแต่ก็ไม่สำเร็จ จบเกมส์ โจเซ่ มูรินโญ่ พาลูกทีมบุกมาเก็บสามแต้มสุดล้ำค่าได้ ด้วยการเอาชนะ แอสตัน วิลล่าไป 1-2 เก็บสามคะแนนฉีกหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงที่ไปสะดุดเสมอกับ ฮัลล์ซิตี้ ในบ้านของตัวเองทำให้ระยะห่างถูกยืดออกไปเป็น 7 แต้ม รายชื่อ แอสตัน วิลล่า:แบร็ด กูซาน(GK),อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, เคียแรน คล้าร์ก, อาลี ซิสโซโก้,ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, ฟาเบียน เดลฟ์, แอชลีย์ เวสต์วูด,การ์เลส คิล, กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์, อันเดรียส ไวมันน์ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์ , จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,รามิเรส, เนมานย่า มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอแด็น ฮาซาร์ด,ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 สเปอร์
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ลิเวอร์พูล 3-2 สเปอร์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ลาซาร์ มาร์โควิช น.15, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.26, 2-1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.53, 2-2 มุสซ่า เดมเบเล่ น.61, 3-2 มาริโอ บาโลเตลลี่ น.83 เวลา : 3.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล : กองแช่งปวดตับ! เฮนโด้ซัดพิศดาร หงส์มากับดวงคว่ำสวอนซี1-0หน้าตาเฉย
กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน /  คี ซุง ยอง / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2558 สวอนซี 0-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.68  เวลา : 3.00 น. สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ "หงส์ขาว" สวอนซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไฮไลท์อยู่ที่การกับมาพบทีมเก่าของ จอนโจ้ เชลวี่ย์(สวอนซี) และโจ อัลเลน(ลิเวอร์พูล) โดยก่อนเกม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศกร้าวว่าต้องการ 23 คะแนนจากการลงเล่น 10 นัดที่เหลือใน พรีเมียร์ลีก เพื่อการันตีการผ่านไปแก้มือบนเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ต้องมาดูว่าค่ำคืนวันนี้ "บีร็อด" จะทำได้อย่างที่พูดไว้หรือเปล่า [เริ่มเกม] นาทีที่ 2 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นตีปีกขึ้นนำ จากจังหวะเปิดเตะมุมของ คูตินโญ่ มาถึง สเคอร์เทล ได้โขก แต่ก็ผิดเหลี่ยมออกหลังไป นาทีที่ 6 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วันนี้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม โดนใบเหลืองตั้งแต่ต้นเกม หลังจากเสียบหนักใส่ นีล เทย์เลอร์ บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ นาทีที่ 8 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสสับไกลครั้งแรก จากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษหวดด้วยขวาแต่ทิษท้างพลาดเป้าไปเยอะ สุดท้ายบอลหลุดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไร เกมผ่านมาถึงนาที 20 ถือว่าแทบจะไม่เห็นการต่อบอลสวยๆของ ลิเวอร์พูล เลย ส่วนใหญ่จะออกบอลแล้วพลาด หรือทำเสียง่ายๆกันเอง นาที 26 หงส์แดง โดนเหลืองใบที่ 2 หลังจากเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปฟาวล์ตัดเกมใส่ เวย์น เราท์เล็ดจ์ ที่กำลังจะสวนกลับบริเวณกลางสนาม นาที 31 หงส์ขาว พลาดขึ้นนำเพราะซุปเปอร์เซฟของ ซิมง มินโญเลต์ หลังจาก บาเฟติมบี้ โกมิส ได้ตะบันเต็มแข้งหน้ากรอบเขตโทษ แต่โดนมือกาวชาว เบลเยี่ยม ปฎิเสธจังหวะนี้ไป นาที 38 สวอนซี เกือบขึ้นนำอีกแล้ว จากจังหวะหมุนตัวยิงของ กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน โชคร้ายที่บอลดันผิดเหลี่ยมโด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย [จบครึ่งแรก] ถือว่า แกรี่ มังค์ วางหมากมาได้เยี่ยมกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อยู่หลายขุมใน 45 นาทีแรก หลังจากเปอร์เซ็นการครองบอล และการเข้าทำ สวอนซี ดูเหนือกว่าผู้มาเยือนที่กำลังลุ้นติด Top4 แทบจะทุกอย่าง น่าสนใจว่าต้นครึ่งหลัง หงส์แดง จะปรับหมากมารับมือกับฟอร์มที่ร้อนแรงของเจ้าบ้านในค่ำคืนนี้ยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 56 หงส์แดง เริ่มได้บุกใส่เกมรับ สวอนซี แบบต่อเนื่อง จังหวะนี้เป็นทาง เฮนเดอร์สัน ที่ได้วางเท้าสับไกลหน้ากรอบเขตโทษ โชคร้ายที่บอลไปแฉลบแนวรับ หงส์ขาว ปลิ้นออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 58 กองเชียร์ เดอะค็อป ที่อยู่หลังประตูเกือบได้เฮ!! หลังจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปาดเข้ากลางมาให้ คูตินโญ่ เข้าชาร์จเหน่งๆ แต่ยังโดน ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ปัดออกด้วยมือซ้ายแค่ข้างเดียว นาที 64 บีร็อด แก้เกมด้วยการถอด อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ออกมาพักและส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมตัวจริงที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงไปเล่นแทน GOAL! นาที 68 หงส์แดง ทะยานนำ หงส์ขาว ได้สำเร็จจากลูกสกัดของ จอร์ดี้ อามัต มาโดนขา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พุ่งเข้าไปตุงตาข่ายแบบงงแฟนบอลทั้งสนาม ผ่านมาถึงนาที 75 เกมของ ลิเวอร์พูล ดูไหลลื่นและนิ่งขึ้นหลังจากที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ ส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลงมาบันชาแกมแดนกลาง นาที 90+4 ช่วงทดเจ็บ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ พลาดพา หงส์แดง ได้ประตูปิดกล่องแบบสุดช็อค หลังจากได้ซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเป็นเส้นตรงก่อนจะชนเสาเด้งออกไป [จบเกม] ลิเวอร์พูล บุกมาเก็บ 3 คะแนนจาก ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ของสวอนซี ไปได้แบบโชคช่วย จากลูกสกัดโดนขาของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พุ่งน้างตัว ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าไปนอนกองที่ก้นตาข่าย สุดท้ายโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคงอยู่ในเส้นทางต่อไป 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, ไคล์ นอห์ตัน, จอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, คี ซุง ยอง, แจ็ค คอร์ก, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, จอนโจ้ เชลวี่ย์, เวย์น เราท์เล็ดจ์, บาเฟติมบี้ โกมิส ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล VS อาร์เซนอล สนาม เซ้นต์ เจมส์ ปาร์ค วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium3 ก่อนลงสนาม ฟอร์มดีสุดๆ สำหรับ อาร์เซนอล ห้านัดหลังสุดชนะรวดทุกนัด รวมแล้ว 15 นัดหลังสุดพวกเขาชนะ 13 นัดแพ้แค่ 2 เกมและในรอบสิบปีหลังทีมปืนโตไม่เคยแพ้ นิวคาสเซิล ในบ้านเลยแถมหกเกมหลังสุดในสนามแห่งนี้พวกเขาชนะมารวดทุกนัด ก่อนลงสนาม อาร์เซนอล มีแต้มตามหลัง แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูงแค่คะแนนเดียว โดยลูกทีมของ อาร์เซน เวนเกอร์ กำลังฟอร์มดีสุดๆ ในแนวรุก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กดไปแล้ว 8 ประตูจาก 11 นัดหลังสุด ส่วน อเล็กซิส ซานเชซ ยิงไปแล้วรวม 19 ประตู ด้าน จอห์น คาร์เวอร์ กุนซือของ นิวคาสเซิล ทำทีมแพ้มาสองนัดติดแล้ว เกมนี้ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบนยาวเป็นหางว่าว ทำให้ตอนนี้พวกเขามีนักเตะชุดใหญ่เหลือไว้ใช้งานเพียงแค่ 13 คนเท่านั้น เกมนี้ นิวคาสเซิล จะไม่มี ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่ กัปตันทีมที่ติดโทษแบนสามนัด รวมไปถึง ปาปริซ ซิสเซ่ ขณะที่ผู้เล่นที่บาดเจ็บมี เซียม เดอ ยอง, โลแรนโด้ อารอนส์, สตีเว่น เทย์เลอร์, โรเบิร์ต เอลเลี่ยต, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, เมห์ดี้ อเบอิด ส่วน มัสซาดิโอ ไฮดาร่า ต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม ส่วนทีมเยือนไม่มีปัญหาผู้เล่นเจ็บเพิ่ม แต่จะได้ โธมัส โรซิคกี้ หายป่วยกลับมา ขณะที่ มิเคล อาร์เตต้า, มาติเยอ เดอบูชี่, แจ็ค วิลเชียร์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม นิวคาสเซิล – ทิม ครูล, ไรอัน เทย์เลอร์, ไมค์ วิลเลียมสัน, ยานมัตต์, โคลแบ็ค, มุสซ่า ซิสโซโก้, อนิต้า, โอแบร์ตอง, กาเบลล่า, แซมมี่ อาโมเอบี้, ริวิแยร์ อาร์เซนอล – ออสปิน่า, เบเยริน, แมร์แตซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, มอนเรอัล, โคเกอแลง, กาซอร์ล่า, อเล็กซิซ ซานเชซ, โอซิล, เวลเบ็ค, ชิรูด์

ผลฟุตบอล : ปล่อยที่4เขาแย่งกัน! ปืนเปิดรังกระหน่ำค้อนยับ ยึดที่3ต่ออีกวีค
ขุนค้อน /  คาลัม แชมเบอร์ส / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2558 อาร์เซน่อล 3-0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู : 1-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.45+1, 2-0 อารอน แรมซี่ย์ น.81, 3-0 มาติเยอ ฟลามินี น.84 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงลอนดอน อาร์เซน่อล ปืนรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พบกับคู้แค้นร่วมเมืองอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนเกมสถิติทั้งคู่ถือว่า "ปืนใหญ่" เหนือกว่าผู้มาเยือนแทบจะทุกอณู ต้องมาดูว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะพาลูกทีมเก็บ 3 แต้มเพื่อเกาะติดตำแหน่งท็อปโฟร์ต่อไปได้หรือเปล่า ///// [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าทั้งคู่เปิดหน้าแลกแบบหมัดต่อหมัด แต่ดูประสิทธิภาพการเข้าทำต้องยกให้เจ้าบ้านที่ดูจะวูบวาบกว่าเกมรุกของผู้มาเยือนเล็กน้อย นาที 15 ปืนใหญ่ เกือบตีปีกขึ้นนำหลังจาก อเล็กซิส ซานเชซ โขกกดลงพื้น บอลมุ่งหน้าเข้าหาประตู แต่ อาเดรียน กระโดดซุปเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้ นาที 22 ขุนค้อน เกือบช็อคแฟน เดอะกันเนอร์ส หลังจาก แมตต์ จาร์วิส หลุดขึ้นมาก่อนจะเปิดด้วยซ้ายให้ เควิน โนแลน วอลเล่เต็มข้อ แต่ไปติดเซฟของ ดาวิด ออสปิน่า ช่วยชีวิตปืนใหญ่เอาไว้ได้ก่อนบอลจะมุดตาข่าย นาที 27 อาร์เซน่อล โชคร้ายไม่ได้ประตูขึ้นนำหลังจาก อารอน แรมซี่ย์ กระโดดตีเข่าซ้าย บอลย้อยๆกำลังจะมุดคานบน แต่ อาเดรียน ยังคงยอดเยี่ยมบินปัดออกไปได้ในวินาทีสุดท้าย นาที 33 แฟนบอล เดอะกันเนอร์ส ต้องเฮเก้อีกแล้ว จากจังหวะที่ อารอน แรมซี่ย์ คิลเลอร์พาสสุดสวยให้ ธีโอ วัลค็อตต์ หลุดเดี่ยว ก่อนจะได้ซัดแต่บอลตรงตัว อาเดรียน เซฟช่วยทีมไว้ได้ง่ายๆเพราะบอลตรงตัว นาที 43 อาร์เซน่อล พลาดได้เม็ดแรกแบบสุดช็อค หลังจาก เมซุต โอซิล ซัดเต็มๆไปติดเซฟ อาเดรียน ก่อนบอลจะหลุดมาถึง ธีโอ วัลค็อตต์ ฝั่งขวาของปากประตู แต่ดันยิงไปชนคานออกหลังแบบเหลือเชื่อ GOAL! นาที 45+1 หลังจากไล่ถลุงอยู่นาน ปืนใหญ่ ออกนำ ขุนค้อน ได้สำเร็จ จากลูกยิงของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ สับด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้าสามเหลี่ยมไปอย่างงดงาม [จบครึ่งแรก] อาร์เซน่อล มาได้ประตูในช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ ช่วยให้จบครึ่งแรก อาร์แซน เวนเกอร์ พาลูกทีมบุกนำ เวสต์แฮม อยู่ 1-0 น่าสนใจว่า แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือทีมเยือนจะปรับหมากมารับมือกับทัพ ปืนใหญ่ ที่เหนือกว่าทุกชั้นเชิงใน 45 นาทีแรกยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] นาที 55 สจ็วร์ต ดาวนิ่ง ใช้ความคล่องหลุดเข้ามายิงในกรอบเขตโทษ แต่โชคร้ายที่บอลไปติดบล็อค แมร์เตซัคเกอร์ พลาดโอกาสพาทีมตีเสมออย่างน่าเสียดาย นาที 60 มีการเปลี่ยนตัวผู้ตัดสินกันเกิดขึ้น หลังจากผู้ตัดสิน คริส ฟอย มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบ ทำให้ต้องส่ง แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ลงมาทำหน้าที่แทน ถือว่าเรียกเสียยงฮือฮาจากแฟนๆในสนามได้เยอะทีเดียว นาที 68 เจ้าบ้านหวิดได้เม็ดสอง จากจังหวะต่อบอลกันสวย สุดท้ายเป็นทาง อารอน แรมซี่ย์ ที่เอี้ยวตัวซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาสองออกไปแค่นิดเดียว GOAL! นาที 81 สาวก เดอะกันเนอร์ส ได้โล่งใจกันทั้งสนาม หลังจาก อารอน แรมซี่ย์ กระทุ้งด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ บอลสวนตัว อาเดรียน เข้าไปแตะก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 84 มาติเยอ ฟลามินี ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง เข้าชาร์จจ่อๆปิดกล่องให้ทัพ ปืนใหญ่ ซิวชัยแทบจะ100%หลังออกนำไป 3 เม็ด และเวลาเหลืออีกไม่มาก [จบเกม] อาร์แซน เวนเกอร์ พาลูกทีมเก็บชัยตามเป้าได้สำเร็จ สถาณีต่อไปของทัพ ปืนใหญ่ ก็คือแมตช์ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ โมนาโก ช่วงกลางสัปดาห์ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, คาลัม แชมเบอร์ส, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส กอเกอแล็ง, อารอน แรมซี่ย์, ธีโอ วัลค็อตต์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เวสต์แฮม : อาเดรียน, โจอี้ โอไบรอัน , เจมส์ คอลลินส์, ชี้กคู คูยาเต้, อารอน เครสส์เวลล์, อเล็กซ์ ซง, มาร์ค โนเบิล, เควิน โนแลน, แมตต์ จาร์วิส, สจ็วร์ต ดาวนิ่ง, เดียฟรา ซาโก้

ผลฟุตบอล: กระชับพื้นที่UCL!ปืนใหญ่บุกแตกทัพเรือขยับรั้งที่ 5
กาแอล กลิชี /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:0-1 ซานติ กาซอร์ล่า น.24 (จุดโทษ),0-2 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  น.66 เวลา: 23.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เริ่มเกมส์ผ่าน 15 นาทีแรกรูปเกมส์ของทั้งสองทีมยังดูเกร็งๆ และไม่ค่อยมีจังหวะหวาดเสียวกันทั้งสองฝ่าย นาที 18 อาร์เซน่อลได้ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ใช้ความเร็วกระชากผ่าน กาแอล กลิชี แล้วเปิดบอลไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่โฉบมาโขกที่เสาแรก แต่บอลยังติด แวงซองต์ กอมปานี ที่ตามมาบล็อกไว้ได้ทัน นาที 24 กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เฮก่อน จากจังหวะที่ นาโช่ มอนเรอัล แบ็กซ้ายเติมเกมส์ขึ้นสูงแล้วทำชิ่งกับ ชิรูด์ก่อนหลุดเข้าไปถูก แวงซองต์ กอมปานี เหนี่ยวล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษทันที และ ซานติ กาซอร์ล่า รับหน้าที่ยิงเสียบมุมขวามือเข้าไป แม้ โจ ฮาร์ท จะพุ่งไปถูกทางแต่ก็ไม่ถึง เป็นประตูให้อาร์เซน่อล บุกนำ 0-1  ผ่านครึ่งชั่วโมงก็แล้วเจ้าถิ่นตกเป็นรองทั้งรูปเกมส์ และสกอร์  ช่วงท้ายครึ่งแรกแชมป์เก่าเดินเครื่องบุกมากขึ้นแต่ก็หาจังหวะยิงเน้นๆไม่ได้ จบครึ่งแรก ตามหลังอาร์เซน่อลอยู่ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง มานูเอล เปเยกรินี่ ถอดเอา เจมส์ มิลเนอร์ ออกแล้วส่ง สเตฟาน โยเวติช ลงเล่นแทน นาที 47 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ดาวยิงเลือดฟ้าขาวของเจ้าบ้านได้ลั่นไกเป็นครั้งแรก ร้อนถึง ดาวิด ออสปิน่า ต้องออกแรงปัดทิ้ง ครึ่งหลังแมนซิตี้ รูปเกมส์ดีขึ้นผิดหูผิดตา และเป็นฝ่ายเปิดเกมส์รุก หวังทวงประตูคืนอย่างเมามันส์ นาที 55 เรือใบสีฟ้าบุกเพลินเลยโดนโต้กลับ ชิรูด์ ไหลบอลออกทางซ้ายให้ อารอน แรมซี่ย์ จับบอลแล้วยิงหลุดกรอบออกไป  นาที 66 แมนซิตี้ ที่โหมบุกชุดใหญ่มีเข่าออ่นเมื่อ ปืนใหญ่หนีห่างออกไปจากลูกตั้งเตะ ซานติ กาซอร์ล่า หยอดบอลไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบมาโขกเช็ดินิ่มๆให้ ทีมเยือนขยับหนี 0-2 เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซน่อล ที่นำอยู่ถอยลงไปตั้งรับแล้วปล่อยให้ แมนซิตี้ โหมเกมส์รุกเข้าใส่ จนหมดเวลาไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการบุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงรัง 0-2 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของตารางห่างจากโซนพื้นที่ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแค่ 1 คะแนนเท่านั้น รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท(GK),พาโบล ซาบาเลต้า, แวงซองต์ กอมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี,แฟร์นานดินโญ่, แฟร์นานโด ,เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ้ อเกวโร่ กุน อาร์เซน่อล: ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตชัคเกอร์, โลร็องต์ ก็อสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,อารอน แรมซี่ย์, ฟร็องซัวส์ โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อเล็กซิส ซานเชซ