CTH

ผลบอล: เอ้าฉลองสิครับ!อาซาร์บอดโทษแต่แก้ตัวซัดพาสิงห์ดับพาเลซซิวแชมป์เรียบร้อย
คริสตัล พาเลซ /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เชลซี 1-0 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู: 1-0 เอเด็น อาซาร์ น.44 เวลา: 19.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH stadium 4 ก่อนลงเล่นนัดนี้ เชลซี จ่าฝูงต้องการอีกแค่ 3 คะแนนจาก 4 นัดที่เหลือเพื่อเป็นแชมป์ และหากเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ในนัดนี้ได้ก็จะได้ปิดซอยฉลองแชมป์กันทันที  ท้ายครึ่งแรกนาที 44 เจ้าบ้านได้จุดโทษจากจังหวะที่  อาซาร์ โดน เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ หวดล้มลง และก็เป็นดาวเตะชาวเบลเยี่ยมที่ลุกขึ้นมายิงเอง แต่บอลไปติดเซฟของ ฮูเลียน สเปโรนี่ แต่โชคยังเข้าทางบอลยังเด้งมาเข้าทาง ได้โหม่งซ้ำคราวนี้ไม่เหลือ เป็นประตูให้ เชลซี ขึ้นนำ1-0 และจบครึ่งแรกครึ่งหลังไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปครองเป็นที่เรียบร้อยแม้จะเหลืออีก 3 นัดให้เล่นก็ตาม  รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช ,ฮวน กวาดราโด้, วิลเลี่ยน, เอแด็น อาซาร์,ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา คริสตัล พาลซ:ฮูเลียน สเปโรนี่(GK),อาเดรียน มาเรียปป้า, สก็อตต์ แดนน์, เดเมี่ยน เดลานี่ย์, โจเอล วอร์ด,เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, โจ เลดลี่ย์, จอร์ดอน มัตช์,เจสัน พันเชียน, ยานนิค โบลาซี่, วิลฟรีด ซาฮา

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-0 นิวคาสเซิล
นิวคาสเซิล /  พรีเมียร์ลีก / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ วันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2557 ลิเวอร์พูล 2-0 นิวคาสเซิล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.9, 2-0 โจ อัลเลน น.70 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium1 ก่อนลงสนาม ก่อนลงสนามเกมเดือด ดาร์บี้เมืองแมนเชสเตอร์ ที่เป็นต่ออยู่พอสมควรคือทีม แมนฯ ยูฯ ที่กำลังฟอร์มแรงชนะรวดใน พรีเมียร์ลีก มาแล้วห้านัด เป้าหมายของพวกเขาขยับขึ้นมาจากการคว้าโควต้าท็อปโฟร์เปลี่ยนมาเป็นการพยายามเข้าป้ายในฐานะรองแชมป์ให้ได้ ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มรูดน่าใจหายจากที่เคยขับเคี่ยวแย่งชิงแชมป์กับ เชลซี แต่ตอนนี้ถูกทำแต้มทิ้งห่างออกไปจนแทบจะหมดโอกาสไปเรียบร้อยแล้ว แถมผลงานการออกไปเยือนสามเกมหลังสุดในลีกพวกเขาแพ้รวดทุกนัด ทีมปีศาจแดงภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล เริ่มหาระบบการเล่นที่ลงตัวเจอและน่าจะยึดระบบ 4-1-4-1 เป็นหลัก ขณะที่นักเตะหลายคนเริ่มคุ้นกับตำแหน่งประจำอย่าง ดาลี่ย์ บลินด์ ที่ทำผลงานในตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ดี ส่วน ไมเคิล คาร์ริค เล่นกลางรับโดยมี อันเดร เอร์เรร่า กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ยืนข้างหน้า ขณะที่ ฆวน มาต้า กับ แอชลี่ย์ ยัง คอยทำเกมด้านข้าง ส่วนทีมเรือใบสีฟ้ามีกุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ คุมทัพมาเยือนรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลายฝ่ายเชื่อว่าผู้จัดการทีมเชื้อสายชิลีรายนี้กำลังจะชะตาใกล้ขาดเพราะผลงานทีมกำลังดิ่งลงเหวไปเรื่อยๆ เกจิบางสำนักชี้ว่า เปเยฯ เริ่มจะหมดมุกในการทำทีมแล้วขณะที่คู่ต่อสู้เริ่มจับทางแนวทางการเล่นของทีมเรือใบสีฟ้าได้ แม้ผลงานเกมดาร์บี้สี่นัดหลังสุดกับทีมผีแดงจะเป็นฝั่ง แมนฯ ซิตี้ ที่กำชัยได้ตลอดแต่งานนี้สื่อยังให้เจ้าบ้านเป็นต่ออยู่พอสมควร ความพร้อมนักเตะ เกมนี้ แมนฯ ยูฯ จะไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่หายเจ็บข้อเท้ากลับมาแล้วแต่ยังไม่น่าจะฟิตทันลงสนามนัดนี้ ส่วน คริส สมอลลิ่ง ยังต้องรอเช็คความฟิต ขณะที่ ลุค ชอว์ ยังเจ็บแฮมสตริงอยู่ และ จอนนี่ อีแวนส์ ติดโทษแบน ด้าน แมนฯ ซิตี้ ต้องรอเช็คคความฟิตของ แวงซ็องต์ กอมปานี กัปตันทีมชาวเบเยี่ยมที่เจ็บแฮมสตริง ส่วน วิลฟรีด โบนี่ เจ็บเข่าและข้อเท้ายังไม่พร้อมลงเล่น ด้าน สเตฟาน โยเวติช และ เดดริช โบยาต้า เจ็บอยู่ทั้งคู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, วาเลนเซีย, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, บลินด์, คาร์ริค, มาต้า, เฟลไลนี่, เอร์เรร่า, แอชลี่ย์ ยัง, รูนี่ย์ แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาแลต้า, กอมปานี, เดมิเคลิส, คลิชี่, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า, มิลเนอร์, ซิลบา, นาบาส, อเกวโร่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS เชลซี
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS เชลซี สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium3 ความพร้อม ก่อนลงสนาม การลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้จะจบช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับเกมนัดนี้แม้ในทางปฏิบัติถึง อาร์เซนอล จะสามารถพิชิต เชลซี ได้แต่ก็คงยากอยู่ดีที่จะพลิกแซงทีมสิงห์บลูเข้าป้ายคว้าแชมป์ลีกได้เพราะก่อนลงสนามทั้งสองทีมมีแต้มห่างกันถึงสิบคะแนนขณะที่เหลือเกมแข่งขันอีกหกนัด สำหรับสถิติการดวลกันของทั้งสองทีม อาร์เซนอล เป็นรอง เชลซี ชัดเจน ในการเจอกัน 12 เกมหลังสุดทีมปืนใหญ่ชนะคู่อริได้เพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือของพวกเขายังไม่เคยคุมปืนเอาชนะทีมของ โฆเซ่ มูรินโญ่ ได้เลย (เสมอ 5 แพ้ 7) ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของเกมนี้คือ เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีมเก่าของปืนโตที่ได้กลับมาเหยียบถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และอาจมีโอกาสลงสนามฟาดฟันกับต้นสังกัดเดิมต่อหน้าแฟนบอลของ อาร์เซนอล ในนัดนี้ เกมนี้เจ้าบ้านต้องรอเช็คอาการของ แพร์ แมร์แตซัคเกอร์ ที่เจ็บข้อเท้าจากเกมเอฟเอคัพกับ เรดดิ้ง ทำให้ กาเบรียล เปาลิสต้า น่าจะได้ลงทำหน้าที่แทน ส่วน มิเคล อาร์เตต้า ยังเจ็บข้อเท้า อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เจ็บขาหนีบ ฝั่ง เชลซี มีปัญหาที่ศูนย์หน้าเพราะต้องรอเช็คความฟิตของ ดิเอโก้ คอสต้า ที่เจ็บแฮมสตริง ขณะที่ ลออิก เรมี่ เจ็บน่อง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา มีอาการเจ็บข้อเท้าเล็กน้อย ทำให้ ดอมินิค ซอลานเก้ กองหน้าดาวรุ่งอาจมีชื่อในนัดนี้ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – ออสปิน่า, เบเยริน, กาเบรียล, คอสเซียลนี่, มอนเรอัล, โคเกอแลง, กาซอร์ล่า, แรมซี่ย์, โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, ชิรูด์ เชลซี – กุร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรซ, เนมานย่า มาติช, วิลเลี่ยน, ฟาเบรกาส, อาซาร์, ดร็อกบา

ผลฟุตบอล : เกือบยางแตก!! ปืนมหาอุตม์บุกซิว3แต้มจากรังสาลิกาสุดหืด
กาเบรียล เปาลิสต้า /  คาลัม แชมเบอร์ส / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2557 นิวคาสเซิล 1-2 อาร์เซน่อล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.24, 0-2 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.28, 1-2 มุสซ่า ซิสโซโก้ น.48 เวลา : 22.00 น. สนาม : เซ้นต์ เจมส์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกพรีเมียร์ลีกแมตช์ที่ 30 ของ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือนรัง เซ้นต์ เจมส์ ปาร์ค ของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ก่อนเกม อาร์แซน เวนเกอร์ จำเป็นต้องบุกมาเก็บ 3 คะแนนเพื่อทำแต้มหนีห่าง แมนเชเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ที่เตรียมตัดแต้มกันเองในวันพรุ่งนี้ ต้องมาดูว่ากองทัพ ปืนใหญ่ จะยกพลกลับออกไปด้วยผลงานที่สวยหรูหรือเปล่า ///// [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าทั้งสองเปิดเกมบุกสวนกันไปมาอย่างสนุก และเป็นทางฝั่ง อาร์เซน่อล ที่ดูเหมือนจะครองบอลได้แหลือมกว่าอยู่นิดๆ แต่ติดแค่จังหวะจบสกอร์ ที่ยังหาโอกาสแบบเหน่งๆไม่ได้ เกมผ่านมาถึงนาที 22 ทีมเยือนเพิ่งจะมีโอกาสเกิบขึ้นนำจากจังหวะแตะหลบ ทิม ครูล ของ อารอน แรมซี่ย์ แต่สุดท้ายบอลแรงและหลุดออกหลังอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 24 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นฮีโร่ช่วยให้ อาร์เซน่อล บุกนำ นิวคาสเซิล 1-0 จากจังหวะแทฃด้วยเข่าบอลผ่านมือ ทิม ครูล เข้าไปตุงตาข่าย ตั้งแต่ยังไม่ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก GOAL! นาที 28 ประตูที่ 2 ตามมาติดๆ และเป็นเจ้าเก่าเจ้าเดิมอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้โขกจากลูกเตะมุมของ ซานติ กาซอร์ล่า ผ่านมาถึงนาที 38 เจ้าบ้านเริ่มเปิดเกมรุกวัดค่าพลังกับแนวรับ อาร์เซน่อล แต่จังหวะสุดท้ายยังดูขาดๆเกินๆ และพลาดโอกาสปิดบัญชีไปในที่สุด [จบครึ่งแรก] รูปเกมถือว่าแนวรุกของทั้งสองฝั่งคือคำตอบของ2ประตูที่เกิดขึ้นในเกม โดยนิวคาสเซิลมักจะขาดๆเกินๆในจังหวะสุดท้าย ขณะเดียวกันวันนี้ อาร์เซน่อล โชคดี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ผีเข้า โดนบอลเป็นตุง ทำให้ช่วงครึ่งหลังฝั่งเจ้าบ้านจะเล่นกันได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องเร่งเคลื่องบุกเพราะทิ้งห่างจำนวนประตูอยู่2ลูกด้วยกัน [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 48 มุสซ่า ซิสโซโก้ ปลุกเสียงเชียร์สาวก ทูนอาร์มี ในรัง เซ้นต์ เจมส์ ปาร์ค ให้กลับมากระหึ่มอีกครั้งหลังจากได้ตะบันโล่งๆในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงชนิด ดาบิด ออสปิน่า หมดสิทธิ์เซฟ นาที 61 สาลิกาดง พลาดได้ประตูตามตีเสมอแบบสุดช็อค! หลังจาก โยฮัน กรุฟฟอง ได้บอลคนเดียวในกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจยิงแบบฉีดยา แต่ควบคุมทิศทางไม่ได้ บอลไปตรงตัว ดาบิด ออสปิน่า ก้มตัวรับไว้ได้สบาย นาที 64 ปืนใหญ่ รอดตัวจากการเสียลูกตีเสมออย่างเหลือเชื่อ หลังจาก มุสซ่า ซิสโซโก้ โขกเสยเช็ดจ่อๆ บอลเปลี่ยนทางเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ห่างตัว ออสปิน่า ปัดออกไปได้แบบเฉียดฉิว ผ่านมาถึงนาที 75 รูปเกมของ นิวคาสเซิล ดีผิดหูผิดตาจากครึ่งแรกแบบชัดเจน หลังจากไล่ถลุงแนวรับ ปืนใหญ่ ได้บ่อยครั้ง จะขาดแค่จังหวะจบสกอร์ที่ยังไม่คมพอ นาที 84 อาร์เซน่อล โชคดีที่ไม่โดนตีเสมอหลังจาก อโยเซ่ เปเรซ ลากมาตะบันด้วยขวา บอลแฉลบกำลังจะมุดก้นตาข่าย แต่ ออสปิน่า ยังไวพอ ใช้ขาเซฟช่วยทีมรอดตายได้อย่างหวุดหวิด [จบเกม] และแล้วลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็สามารถเก็บ 3 คะแนนออกมาจากรัง เซ้นต์ เจมส์ ปาร์ค ได้สำเร็จโดนบุกอยู่ฝ่ายเดียวในช่วงครึ่งหลังจนแทบไม่ได้ลืมหูลืมตา ทว่าสุดท้ายสามารถซิวชัยแบบสุดหืดทำแต้มทิ้งห่างผู้ตาม(อันดับ4)อยู่4คะแนน 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล, ไรอัน เทย์เลอร์, ไมค์ วิลเลี่ยมสัน, ดารีล ยานมัต, แจ็ค โคลแบ็ค, มุสซ่า ซิสโซโก้, เวอร์น่อน อนิต้า, โยฮัน กรุฟฟอง, เรมี่ กาเบลล่า, แซมมี่ อเมโอบี้, อโยเซ่ เปเรซ อาร์เซน่อล : ดาบิด ออสปิน่า, คาลัม แชมเบอร์ส, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแลง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ, อารอน แรมซี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลฟุตบอล : โป้งเดียวจอด!! ฮัลล์เปิดรังฝังเขี้ยวหงส์ดับโอกาสลุ้นท็อปโฟร์
ข่าวลิเวอร์พูล /  จอร์ดอน ไอบ์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 28 เมษายน 2557 ฮัลล์ 1-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ไมเคิล ดอว์สัน น.37 เวลา : 1.45 น. สนาม : เคซี สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดตกค้างของ ลิเวอร์พูล ที่กำลังลุ้นคั่วอันดับ 4 ในช่วงโค้งสุดท้าย มีคิวบุกเยือนรัง เคซี สเตเดี้ยม ของ "เดอะ ไทเกอร์ส" ฮัลล์ ซิตี้ โดยแมตช์นี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กัดฟันส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกปืนฝืดลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริงเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน และถ้าหาก "หงส์แดง" สามารถกำชัยในแมตช์นี้ได้ ลูกทีมของ "บีร็อด" จะทำแต้มไล่บี้คูอริตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อันดับ4) เหลือแค่ 4 คะแนนทันที [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 3 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นส่องตาข่ายจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ยิงไปก็แฉลบกำแพงออกหลังแบบไม่ได้ลุ้น นาทีที่ 7 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำเร็วจากจังหวะกระโดดโขกเหน่งๆหน้าปากประตูของ ดาเม่ เอ็นดอย โชคร้ายที่ ซิมง มินโญเลต์ ยังไม่เผลอกระโดดเซฟช่วงทีมเอาไว้ได้ เกมผ่านมาถึงนาที 20 หงส์แดง หวิดออกนำจากลูกเตะมุม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นลูกสูตรเปิดเลียดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ คูตินโญ่ จะวิ่งมาตวัดยิง แต่ดันไปตรงตัว สตีฟ ฮาร์เปอร์ กระโดดทุบออกไปได้ทันเวลา นาที 25 ไม่รู้ว่าแฟนๆ เดอะค็อป จะว่ายังไง? หลังจาก มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงอินดี้ มีโอกาสจบสกอร์ แต่ดันตอกส้นง่ายๆบอลไปตรงตัว สตีฟ ฮาร์เปอร์ ก้อมตัวรับไว้ได้สบาย นาที 27 ฮัลล์ พลาดขึ้นนำแบบสุดช็อคอีกแล้ว หลังจากได้ยิงจ่อๆถึงสองครั้งสองครา แต่ยังไม่ผ่านมือของทาง ซิมง มินโญเลต์ ที่ฤดูกาลนี้เก็บคลีนชีทไปแล้ว 14 ครั้งด้วยกัน GOAL! นาที 37 ลิเวอร์พูล โดนทีเด็ดจากลูกโขกของ ไมเคิล ดอว์สัน ที่ได้กระโดดโหม่งเต็มๆบอลเลี้ยวผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม [จบครึ่งแรก] เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่แม้ว่าจะครองบอลมากกว่า แต่จังหวะเดินเกมรุกมาแต่ละครั้ง ถือว่าเฉียบขาดกว่า ลิเวอร์พูล อยู่หลายขุม โดยทาง สตีฟ ฮาร์เปอร์ ยังไม่ได้ป้องกันลูกยากๆตลอด 45 นาทีแรกเลย [เริ่มครึ่งหลัง] เทรนเนอร์ทั้งสองทีมยังไม่มีฝั่งไหนขอใช้โควต้าเปลี่ยนตัว หนึ่งชั่วโมงแรกของเกม หงส์แดง ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะทวงประตูคืนได้ หลังจากต่อบอลกันไปมาในฝั่งตัวเองและบริเวณสนามเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บอลไม่ค่อยขึ้นไปข้างหน้า และโอกาสจบสกอร์ก็น้อยเหลือเชื่อ นาที 63 จังหวะจบเหน่งๆของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เกือบพา ลิเวอร์พูล ตีเสมอ หลังจากได้ฮาร์ฟวอลเล่ด้วยซ้าย แต่โดนทาง สตีฟ ฮาร์เปอร์ โชว์ซุปเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้ นาที 64 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อยู่เฉยไม่ได้ จำเป็นต้องส่ง 2 แนวรุกอย่าง อดัม ลัลลาน่า และริคกี้ แลมเบิร์ต ลงมาทำหน้าที่แทน จอร์ดอน ไอบ์ และมาริโอ บาโลเตลลี่ นาที 86 อดัม ลัลลาน่า ที่เพิ่งลงไปใหม่ ได้โอกาสสับด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่บอลโค้งไม่พอออกหลังไปแค่นิดเดียว เกมเข้าสู่นาทีสุดท้าย ฮัลล์ เกือบได้ประตูตอกฝาโลง หลังจาก ทอม ฮัดเดิลสตัน ได้โอกาสลองยิงไกลนอกกรอบ บอลพุ่งแรงปานจรวด แต่ทิศทางห่างเป้าไปแค่นิดเดียว สุดท้ายบอลหลุดออกหลังไป [จบเกม] ถึงตรงนี้แทบจะพูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่า หงส์แดง คงจะหมดลุ้นโควต้า ยูฟ้า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าร้อยเปอร์เซ็นแล้ว หลังจากทำแต้มห่างอันดับ 4 อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7 แต้ม โดยมีโปรแกรมแข่งเท่ากัน 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ฮัลล์ ซิตี้ : สตีฟ ฮาร์เปอร์, ไมเคิล ดอว์สัน, เจมส์ เชสเตอร์, พอล แม็คเชน, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้, เจค ลิเวอร์มอร์, ทอม ฮัดเดิลสตัน, สตีเฟ่น ควินน์, ร็อบบี้ เบรดี้, โซเน่ อลูโก้, ดาเม่ เอ็นดอย ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, มาริโอ บาโลเตลลี่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2558 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด CTH stadium4 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ก่อนเกมนี้จะเริ่มหลายคนเชื่อกันว่าหาก แมนฯ ยูฯ สามารถบุกมาเก็บชัยเหนือ เชลซี ได้พวกเขาก็ยังจะอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อไปแม้โดยปฏิบัติแล้วโอกาสคว้าแชมป์จะยากมากก็ตาม ส่วนทีมสิงห์บลูผลงานในลีกไม่แพ้ใครในบ้านมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ยกเว้นในถ้วยเอฟเอคัพที่ถูก แบรดฟอร์ด ทีมรองบ่อนเขี่ยร่วงตกรอบ ส่วนสถิติการเจอกับทีมปีศาจแดงในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 12 นัดหลังสุดพวกเขาแพ้แค่เกมเดียวในปี 2012 สรุปว่าตอนนี้พวกเขาขออีกเพียง 11 แต้มจาก 7 เกมที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ทันที โฆเซ่ มูรินโญ่ จะยังไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า ที่เจ็บแฮมสตริงแต่ยังหวังจะได้ ลออิค เรมี่ กลับมาจากการเจ็บน่อง ส่วนผู้เล่นคนอื่นยังอยู่ครบ ฝั่ง หลุยส์ ฟาน กัล เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ไมเคิล คาร์ริค, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์ และ ดาลี่ย์ บลินด์ ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ยังติดโทษแบนต่อไปทำให้มีนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์เหลือเพียง คริส สมอลลิ่ง, แพดดี้ แม็คแนร์ และ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, มาติช, วิลเลี่ยน, ฟาเบรกาส, อาซาร์,ดร็อกบา แมนฯ ยูฯ - เด เคอา,วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, แม็คแนร์. ลุค ชอว์, เอร์เรร่า, มาต้า, เฟลไลนี่, ดิ มาเรีย, แอชลี่ย์ ยัง, รูนี่ย์

ผลบอล: ดีกันคนละครึ่ง!ผีแดงได้แค่เจ๊าปืนโตแทบหมดลุ้นชิงที่3
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นนัดส่งท้ายโรงละครแห่งความฝันในฤดูกาลนี้เสมอกับ อาร์เซน่อลไป 1-1 ทำให้มีคะแนนตามหลังทีมปืนใหญ่ 2 แต้ม ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:1-0 อันเดร์ เอร์เรร่า น.30,1-1 ไทเลอร์ แบล็กเก็ต น.83 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตท์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ลงเล่นในบ้านเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล เริ่มเกมส์ นาทีที่ 6 แอชลี่ย์ ยัง ที่ยังยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างเหนียวแน่นจาก อังเคล ดิมาเรีย ปีกค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษได้จังหวะลากบอลตัดเข้าใน แล้วลองยิงบอลหลุดกรอบออกไป ผ่าน 10 นาทีแรกเจ้าบ้านเริ่มต้นได้อย่างคึกคักกว่าอย่างเห็นได้ชัด และครองบอลบุกซะเป็นส่วนใหญ่ นาที 14 ฆวน มาต้า ได้ปั่นฟรีคิกตรงริมกรอบเขตโทษบอลผ่านกำแพงแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด ออสปิน่า ล้มตัวนรับสบาย นาที 23 ฟิล โจนส์ เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆเมื่อลื่นล้มเสียท่า เสียบอลให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่ยังเก็บงานด้วยการพุ่งเอาหัวไปโหม่งบอลทำลายจังหวะไว้ได้ นาที 30 กองเชียร์ผีแดงได้เฮกันก่อน แอชลี่ย์ ยังลากเลื้อยขึ้นทางซ้ายแล้วตักบอลข้ามแนวรับมาให้ อันเดร์ เอร์เรร่า วางเท้ายิงเน้นๆยัดเสาแรกเข้าไปให้ แมนยูไนเต็ดออกนำ 1-0 ช่วงครึ่งแรกแนวรุกของ อาร์เซน่อล แทบจะไม่ได้สร้างปัญญาให้กับ เจ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย นาที 45 เจ้าถิ่นน่าจะได้เพิ่มอีกลูกเมื่อ หลอกเล่นลูกสูตร ฟรีคิก ไหลย้อนมาให้ ดาลี่ย์ บลินด์ สืบเท้าเข้าไปปั่นเน้นๆ บอลโค้งทำท่าจะเสียบเสาแต่บอลไปโดนพวกเดียวกันแบบ คริส สมอลลิ่ง เด้งออกไป จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำอาร์เซน่อล 1-0   ครึ่งหลัง นาที 50 ทีมเยือนได้โอกาสลั่นไกครั้งแรกจากการ วอลเลย์ของ อเล็กซิส ซานเชซ แต่หลุดกรอบไปเยอะ ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลัง เจ้าบ้านเริ่มบุกไม่ค่อยขึ้น และเป็นอาร์เซน่อลที่ค่อยต่อเกมส์ขึ้นมาเรื่อยๆ นาที 63 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ พลิกบอลในกรอบเขตโทษได้สวยแล้วพยายามยิงเล่นทาง แต่ ดาบิด เดเคอา อ่านเกมส์ดี วิ่งออกมาปิดมุมและใช้ขาบล็อกได้ทัน  นาที 70 อาร์เซน่อล ใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอเมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ ตักบอลไปให้ อารอน แรมซี่ย์ แต่งบอลหลบดาบิด เดแคอา ไปแล้วแต่ มาร์กอส โรโฮ ยังตามไปหวดทิ้งได้ทัน นาที 72 วิคตอร์ บัลเดส นายทวารที่เซ็นสัญญามาตั้งแต่เดือนมกราคมได้โอกาสลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรก แทนที่ ของดาบิด เดเคอา ที่บาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออก นาที 82 อาร์เซน่อล กลับมาตามตีเสมอได้ โอซิล วางบอลมาให้ ธีโอ วัลคอตต์ ตัวสำรอง จับบอลลง แล้วพยายามจะเปิดแต่บอลแฉลบ ไทเลอร์ แบล็กเก็ต ตัวสำรองอีกคนของแมนยู เปลี่ยนทางผ่าน บัลเดส เข้าประตูไปให้ทีมเยือนตีเสมอ 1-1 นาที 87 อันโตนีโอ วาเลนเซีย วางบอลข้ามมาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ โขกชงให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ยิงด้วยขวาข้ามคานออกไป หมดเวลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นนัดส่งท้ายโรงละครแห่งความฝันด้วยการเสมอกับ อาร์เซน่อลไป 1-1 ทำให้มีคะแนนตามหลังทีมปืนใหญ่ 2 แต้มเท่าเดิมในขณะที่เหลืออีก 1 นัดให้เล่น ส่วนอาร์เซน่อลยังมีเกมส์ในมืออีก 2 นัด รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เด เคอา(GK),อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ,ดาลีย์ บลินด์,ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, มารูยาน เฟลไลนี่, แอชลี่ย์ ยัง,ราดาเมล ฟัลเกา อาร์เซน่อล: ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อารอน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล หวานกรุบ!อเล็กซิส ยิงเบิ้ลปืนใหญ่บุกหักเขี้ยวเดอะไทเกอร์
ซานติ กาซอร์ล่า /  ดาเม่ เอ็นดอย / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ที่ 4พฤษภาคม 2558 ฮัลล์ ซิตี้ 1-3 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู: 0-1 อเล็กซิส ซานเชซ น.28,0-2 อารอร แรมซี่ย์ น.45 ,0-3 อเล็กซิส ซานเชซ น.33 ,1-3สตีเฟ่น ควินน์ น.56 เวลา: 01.45 น. สนาม: เคซี สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 3 “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ได้ อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะทีมชาติชิลี เหมาคนเดียวสองประตูจาก ลูกฟรีคิกในนาที 28 และการหลุดไปยิงโล่งๆในช่วงท้ายครึ่งแรก บวกกับอีกหนึ่งประตูของ อารอน แรมซี่ย์ ในนาที 33ส่วนเจ้าบ้านมาตีไข่แตกได้จากลูกโขกของ สตีเฟ่น ควินน์ ในนาที 56 จบเกมส์ อาร์เซน่อล บุกชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 1-3 ทำแต้มเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง แต่ลูกได้เสียเป็นรอง แต่ยังมีเกมส์ในมือเหลืออีก 1 นัด รายชื่อ ฮัลล์ ซิตี้:สตีฟ ฮาร์เปอร์(GK),เจมส์ เชสเตอร์, ไมเคิ่ล ดอว์สัน, พอล แม็คเชน,อาห์เหม็ด เอลโมฮามาดี้, เจ็ค ลิเวอร์มอร์, ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน, สตีเฟ่น ควินน์, ร็อบบี้ เบรดี้,ดาเม่ เอ็นดอย, โซเน่ อลูโก้ อาร์เซน่อล: ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,ซานติ กาซอร์ล่า, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, อาร่อน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก สโต๊ค ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก สโต๊ค ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล สนาม บริทาเนีย สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2558 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium2 ความพร้อม ทั้งสองทีม เกม พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาลรวมไปถึงแมตช์อำลาเกาะอังกฤษของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ขณะที่มีโควต้า ยูโรป้าลีก เป็นเดิมพันด้วย ขอแค่ ลิเวอร์พูล ชนะเกมนี้ก็จะได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าทันที เงื่อนไขเดียวที่จะทำให้พวกเขาพลาดโควต้าคือการจบอันดับเจ็ด ซึ่งพลพรรคหงส์แดงต้องไม่ชนะเกมนี้ขณะที่ เซาธ์แฮมป์ตัน กับ สเปอร์ส ชนะทั้งคู่ ฝั่ง สโต๊ค ซิตี้ จบอันดับเก้าในลีกแน่นอนส่วนสถิติการเจอกับหงส์แดงสามเกมหลังสุดทีมช่างปั้นหม้อแพ้รวด เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล หากเกมนี้ส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลงเป็นตัวจริงจะเป็นนัดที่ 710 ในสีเสื้อหงส์แดงพอดิบพอดี ส่วน ราฮีม สเตอร์ลิง ที่อนาคตกับสโมสรยังไม่แน่นอนบีร็อดยังยืนยันจะให้โอกาสเขาลงสนาม ขณะที่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังไม่น่าฟิตสำหรับเกมนี้ มามาดู ซาโก้ ต้องรอเช็คความ ฟิต ส่วน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ พักยาวไปแล้ว มาร์ค ฮิวจ์ กุนซือ สโต๊ค ซิตี้ น่าจะให้โอกาสนายทวาร อัสมีร์ เบโกวิช ลงเป็นตัวจริงแทน แจ็ค บัตแลนด์ ส่วน โบยาน ยังเจ็บยาว สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ อยู่ระหว่างรักษาอาการเจ็บหลัง ขณะที่ ปีเตอร์ เคร้าช์ กับ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ มีปัญหาเรื่องความฟิต รวมไปถึง วิคตอร์ โมเซซ ที่กำลังเรียกความฟิตหลังเจ็บแฮมสตริง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม สโต๊ค - เบโกวิช, เจฟฟ์ คาเมรอน, ชอว์ครอสส์, วอลล์ไชด์, อีริค ปีเตอร์ส, เอ็นซองซี่, เกล็นน์ วีแลน, จอน วอลเตอร์ส, อาร์เนาโตวิช, เมเม่ บิรัม ดิยุฟ, โมเซซ ลิเวอร์พูล - มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, จอร์แดน ไอบ์,  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, โมเรโน่, คูตินโญ่, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่เปิดรังพาแมวดำฉลองรอดตกชั้น
ซันเดอร์แลนด์ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดรองสุดท้ายของ อาร์เซน่อล เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำได้แค่เสมอผู้มาเยือนอย่าง ซันเดอร์แลนด์ ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 โดยตลอดทั้งเกมลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เดินหน้าลุยแหลกแต่เจาะกำแพงแนวรับ "แมวดำ" ไม่ได้ทำให้สุดท้ายแบ่งกันไปคนละ 1 แต้มแบบจืดสนิท ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2558 อาร์เซน่อล 0-0 ซันเดอร์แลนด์ รายชื่อคนทำประตู : เวลา : 1.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 จากผลการแข่งขันคืนนี้ทำให้กองทัพ "แมวดำ" รอดพ้นจากโซนตกชั้นได้สำเร็จ และการันตีการอยู่รอดบนเวที พรีเมียร์ลีก เป็นที่แน่นอนแล้วในซีซั่นหน้า ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ยังคงถลุงตาข่ายในบ้านไม่ได้ 3 เกมติดต่อกัน โดยนัดสุดท้าย "ปืนใหญ่" มีคิวเฝ้ารัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อีกครั้ง ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ส่วน ซันเดอร์แลนด์ ต้องไปเจิกระดูกชิ้นโตอย่าง เชลซี แชมป์ฤดูกาลนี้ที่ครองจ่าฝูงแบบม้วนเดียวจบในยุคการทำทีมคำรบสองของ โชเซ่ มูรินโญ่  11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, คีแรน กิบบ์ส, ซานติ กาซอร์ล่า, แจ็ค วิลเชียร์, อารอน แรมซีย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซันเดอร์แลนด์ : คอสเทล ปันติลิม่อน, บิลลี่ โจนส์, เซบาสเตียน โคอาเตส, จอห์น โอเช, แพทริค ฟาน อันโฮลท์, อดัม จอห์นสัน, ลี แคตเทอร์โมล, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, เจอร์เมน เดโฟ, แดนนี่ แกรเฮม, คอนเนอร์ วิคแฮม

ผลฟุตบอล: อดัมยิงเกินครึ่งสนาม!เรมี่ฮีโร่ซัดชัยพาสิงห์ทุบหม้อหวิว
จอห์น เทอร์รี่ /  บรานิสลาฟ อิวาโนวิช / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 เชลซี 2-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 เอเด็น อาซาร์ น.38 (จุดโทษ), 1-1 ชาร์ลี อดัม น.44,2-1 โรอิก เรมี่ น.6 เวลา: 23.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH stadium 4 “สิงห์บูล” เชลซี ทีมจ่าฝูงยังคงรักษาระยะห่างบนตารางพรีเมียร์ลีกต่อไปเมื่อเปิดบ้านเอาชนะ "ช่างปั้นหม้อ"สโต๊ค ซิตี้ ไป 2-1 โดยได้ประตูออกนำจาก จุดโทษของ เอเด็น อาซาร์ แต่ ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอจากลูกยิงไกลเกินครึ่งสนามแบบเหนือคาดของ ชาร์ลี อดัม ก่อนหมดครึ่งแรก แต่แล้ว โรอิก เรมี่ ที่สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยให้ทีมเก็บสามคะแนนเต็มเป็นนัดที่สองติดต่อกัน รายชื่อ เชลซี: ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอแด็น ฮาซาร์ด,โรอิก เรมี่ สโต๊ค ซิตี้: อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),เจฟฟ์ คาเมร่อน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, มาร์ค วิลสัน, ฟิลลิป วอลล์สชีด์,ชาร์ลี อดัม, สตีเว่น เอ็นซอนซี่ , เกล็นน์ วีแลน, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, โจนาธาน วอลเตอร์ส,มาเม่ บิรัม ดิยุฟ

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2557 อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เอคเตอร์ เบเยริน น.37,2-0 เมซุต โอซิล น.40,3-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45, 3-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(จุดโทษ) น.76, 4-1 โอริวิเยร์ ชิรูด์ น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS ลิเวอร์พูล สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสด CTH stadium3 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ความฝันไป แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าของทีมหงส์แดงเริ่มยากลำบากเมื่อเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดพวกเขาแพ้ให้กับทีมคู่อริอย่าง แมนฯ ยูฯ คารังแอนฟิลด์ทำให้มีแต้มตามหลังโซนท็อปโฟร์ห้าคะแนนขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกแค่แปดเกมและนัดนี้ยังต้องมาเจอทีมที่กำลังฟอร์มฮ็อตอย่างปืนโตด้วย แถม ลิเวอร์พูล ยังมีเกมกลางสัปดาห์รออยู่ในถ้วยเอฟเอคัพ รอบแปดทีมที่จะพบกับ แบล็คเบิร์น นอกจากนี้ยังมีข่าวที่ไม่ค่อยดีนักว่าจบฤดูกาลนี้สโมสรอาจจะต้องเสียกำลังหลักในทีมอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง หลังจากตกลงเรื่องสัญญากันไม่ได้ ฝั่ง อาร์เซนอล เครื่องกำลังร้อนเต็มที่ สถิติสิบนัดหลังสุดในลีกพวกเขาเก็บชัยได้ถึงเก้านัด ทำแต้มจี้ติดรองจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ เหลือแค่คะแนนเดียว ขณะที่สิ้นเดือนนี้มีเกมใหญ่รออยู่คือการเปิดบ้านพบกับ เชลซี เกมนี้ อาร์เซน เวนเกอร์ ต้องรอเช็คความฟิตของ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่มีอาการเจ็บเข่า ขณะที่ แจ็ค วิลเชียร์ ต้องลุ้นว่าจะมีชื่อในนัดนี้มั้ยหลังหายเจ็บกลับมาลงซ้อมได้แล้ว รวมไปถึง มิเคล อาร์เตต้า, มาติเยอ เดอบูชี่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ อาบู ดิยาบี้ พวกนี้กลับมาซ้อมได้หมดแล้วแต่ยังไม่พร้อมลงเล่นเพราะต้องรอเรียกความฟิตต่อไป ด้าน เบรนเดน ร็อดเจอร์ส จะไม่มีทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่ติดโทษแบนจากเกมแดงเดือด ขณะที่ อดัม ลัลลาน่า เจ็บขาหนีบ แต่น่าจะได้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หายเจ็บสะโพกกลับมา เช่นเดียวกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่น่าจะหายเจ็บนิ้วเท้ากลับมาได้ทัน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – ออสปิน่า, เบเยริน, แมร์แตซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, มอนเรอัล, โคเกอแลง, แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, โอซิล, กาซอร์ล่า, ชิรูด์ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, โคโล่ ตูเร่, มามาดู ซาโก้, มาร์โควิช, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, โมเรโน่, สเตอร์ลิง, สเตอร์ริดจ์, คูตินโญ่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2558 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด CTH stadium2 ความพร้อม ทั้งสองทีม เกมที่มีความหมายทางใจต่อแฟนบอล หงส์แดง เพราะจะเป็นนัดสุดท้ายในสนาม แอนฟิลด์ ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ลิเวอร์พูล หลังผ่านชีวิตค้าแข้งที่โชกโชนมาตลอด 17 ปีลงสนามกว่า 700 เกมให้ทีม กองกลางชาวอังกฤษวัย 34 ปีตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งในอเมริกากับทีม แอลเอ กาแล็คซี่ ในฤดูกาลหน้า ส่วนนัดสุดท้ายของซีซั่นทีมหงส์แดงจะออกไปเยือนบ้าน สโต๊ค ซิตี้ เป็นสังเวียนสุดท้าย สำหรับนัดก่อนที่บุกไปเสมอกับ เชลซี 1-1 เจอร์ราร์ด ถูกเปลี่ยนตัวออกและได้รับการยืนปรบมือจากแฟนบอลสิงห์บลูแต่เจ้าตัวไม่ค่อยจะแฮปปี้นักเหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลังเพราะเขาถูกแฟน เชลซี ล้อเลียนมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมแต่นัดนี้เขาคงจะได้รับการอำลาอย่างอบอุ่นจากแฟนบอลหงส์แดงแน่นอน เจอร์ราร์ด จะได้รับการปรบมือและตั้งแถวเกียรติยศจากนักเตะก่อนลงสนาม เกมนี้เขาน่าจะได้เป็นตัวจริงและได้คุมแดนกลางร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขณะที่กุนซือ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส ได้ มามาดู ซาโก้ กลับมาลงซ้อมหลังเจ็บแฮมสตริงไปร่วมห้าสัปดาห์แต่คงจะไม่ถูกเสี่ยงส่งลงสนามในนัดนี้ ส่วน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ผ่าสะโพกพักยาวไปแล้ว ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล - มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, ลูคัส เลว่า, เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่ คริสตัล พาเลซ - สเปโรนี่, โจเอล วอร์ด, สก็อตต์ แดน, เดลานี่, ซูอาเร่, เจดินัค, ปันเชี่ยน, แม็คอาร์เธอร์, วิลฟรีด ซาฮา, เกล็น เมอร์เรย์, โบลาซี่

ผลบอล :จับถ้วยไว้หนึ่งมือ!สิงห์บูลบุกจอดรถบัสเจ๊าปืนโตโนสกอร์
จอห์น เทอร์รี่ /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2558 อาร์เซน่อล 0-0 เชลซี ผู้ทำประตู: เวลา: 22.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ไทยรัฐทีวี, CTH Stadium 3 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดลอนดอนดาร์บี้แมตท์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “สิงห์บูล” เชลซี ที่กำลังจ่อแชมป์สุดๆ เพราะต้องการอีกเพียงแค่ 6 แต้มจาก 6 นัดที่เหลือ และถ้าในนัดนี้เอาเก็บสามแต้มได้ และ สามารถบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ที่ คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม  ในนัดตกค้างวันที่ 29 เมษายนนี้ ลูกทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ จะได้ฉลองแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ทันที เริ่มเกมส์ ผ่าน 10 นาทีแรกทั้งสองทีมแทบไม่มีโอกาส ได้ลุ้นประตูกัน นาที 15 เชส ฟาเบรกาส วางบอลยาวไปให้ ออสการ์ หลุดเข้าไปกระดกบอลผ่าน ดาบิด ออสปิน่า ไปแล้วแต่โดนชนอย่างจังล้มลงเล่นต่อไม่ได้ ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ฟาลว์ทำให้ โจเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการฉุนจัด  นาที 37 เชลซี ที่เป็นฝ่ายปล่อยให้ อาร์เซน่อล ครองบอลบุกแล้วค่อยๆ ต่อเกมส์โต้กลับขึ้นมาเกือบออกนำอีกครั้งเมื่อ วิลเลี่ยน แทงบอลให้ รามิเรส ยิงแต่บอลเบา ออสปิน่า ล้มตัวคว้าไว้ได้ นาที 41 อาร์เซน่อลที่ ครองเกมส์บุกอย่ตลอดได้ลุ้นจากลูกยิงด้วยขวาของ เมซุต โอซิล แต่บอลตรง  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เกมส์ก็ยังเกร็งๆกันอยู่ นาที 55 เอเด็น อาซาร์ ลองยิงไกลแต่บอลหลุดออกไปไม่ลุ้นอะไรเลย นาที 65 เชลซีที่นานๆขึ้นมาแต่ละที แต่ก็ได้จบสกอร์ตลอด คราวนี้ วิลเลี่ยน ไหลบอลให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ตัวสำรองที่ลงมาในช่วงครึ่งหลังได้ยิง แต่ก็เบาเกินไป นาที 68 ซานติ กาซอร์ล่า เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปกลางประตู คูร์ตัวส์ ชกบอลมาตกตรงหน้า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เซนเตอร์ฮาร์ฟที่เติมไปเล่นเกมส์รุกได้ยิงสวนทันทีแต่บอลมาตรงกรอบ เข้าสู่ช่วงท้ายเกมส์โอกาสของทั้งคู่ค่อนข้างน้อยอยู่ แม้ อาร์เซน เวนเกอร์ จะพยายามปรับแท็คติกเน้นเกมส์รุกมากขึ้นแต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนไม่ได้ เวลาที่เหลือ อาร์เซน่อล พยายามเร่งแต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ เชลซี จ่อแชมป์เข้าไปอีกก้าว เมื่อบุกมาเอาผลเสมอกับ อาร์เซน่อลไป 0-0 ขออีกเพียงแค่ 6 แต้มจาก 5 นัดที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ไปครองได้ทันที รายชื่อ อาร์เซน่อล:ดาบิด ออสปิน่า(GK), เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า ,อาร่อน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, รามิเรส, ออสการ์, วิลเลี่ยน,เอแด็น ฮาซาร์ด

ต้องพึ่งโกลไลน์! โกมิส ฮีโร่สวอนซีโขกอัดปืนใหญ่กระบอกแตกท้ายเกม
ผลบอลคืนนี้ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2558 อาร์เซน่อล 0-1 สวอนซี ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 บาเฟติมบี้ โกมิส น.85 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกมันเดย์ไนท์คู่ระหว่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่การันตีอันดับ ท็อปโฟร์ บนตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้แน่นอนแล้วมีคิวเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ สวอนซี โดยแมตช์นี้หากลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เก็บ 3 แต้มได้สำเร็จพวกเขาจะทำคะแนนขึ้นไปเทียบเท่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 ทันที แถมยังแข่งน้องกว่าอีก 1 นัดด้วยกัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่ 3 นาที กองทัพปืนใหญ่ครองบอลและเดินเครื่องลุยตั้งแต่ผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดเขี่ยบอล โดยจังหวะลุ้นประตูครั้งแรกของเกมเป็นทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ลุ้นจากลูกโขกในกรอบเขตโทษ โชคร้ายที่บอลเหินข้ามคานหลุดออกไปแบบเฉียดฉิว นาที 12 เจ้าบ้านมีโอกาสทะลวงตาข่ายทีมเยือนอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา และเป็นทาง เมซุต โอซิล รับอาสาปั่นด้วยซ้าย แต่ซัดไปติดพวกเดียวกันเองอย่าง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 19 เป็นโอกาสของผู้มาเยือนอย่าง หงส์ขาว ได้ลุ้นเจาะตาข่ายบ้างจากจังหวะสับไกลของ จอนโจ้ เชลวีย์ ที่ตวัดยิงด้วยซ้ายแต่บอลยังเบาและไปตรงตัว ดาวิด ออสปิน่า เซฟไว้ได้สบาย ผ่านครึ่งชั่วโมงแรงของเกม ถือว่า แกรี่ มังค์ เตรียมทีมมารับมือกับ อาร์เซน่อล ได้ค่อนข้างเยี่ยมโดยสั่งการให้ลูกทีมลงไปแพ็คเกมรับให้แน่น และรอสวนกลับจากผู้เล่นบริเวณริมเส้นที่มีความเร็วสูงอย่าง นาธาน ดายเออร์, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ นาที 38 จอนโจ้ เชลวีย์ โดน เควิน เฟรนด์ แจกใบเหลืองหลังจากไปเสียบหนักใส่ อเล็กซิส ซานเชซ บริเวณกลางสนาม นาที 42 ช่วงท้ายครึ่งแรก อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูออกนำจากจังหวะสังหารด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แต่ยังให้น้ำหนักแรงเกินไปหน่อย สุดท้ายบอลหลุดเสาแรกออกไปแค่ปลายผม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หงส์ขาว หวิดได้ประตูขึ้นนำหลังจาก เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ ฉกบอลได้จาก เอ็คตอร์ เบเยริน ก่อนจะกระชากขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษพร้อมตะบันด้วยขวาเต็มแรง แต่ทิศทางหลุดกรอบออกไปแค่นิดเดียว จบครึ่งแรก! สวอนซี วางหมากมาได้ค่อนข้างเยี่ยม โดยปิดโอกาสการเจาะตาข่ายของ อาร์เซน่อล ไม่ให้มีจังหวะซัดประตูได้ถนัดสักเท่าไหร่สำหรับ 45 นาทีแรก [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 51 เจ้าถิ่นหวิดขึ้นนำแบบเฉียดฉิวอีกกครั้งหลังจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้เข้าชาร์จบริเวณกรอบ5หรา แต่สุดท้ายยังโดนแนวรับ สวอนซี ตามมาบล็อคได้ทันในวินาทีสุดท้าย เกมผ่านมาถึงนาที 70 แผงหลังของ หงส์ขาว ยังคงโซนรับกันได้อย่างแข็งแกร่ง และทางฝั่ง ปืนใหญ่ พยายามเดินหน้าบดขยี้ให้หนักกว่าเดิม แต่ก็ยังคงหาโอกาสปิดบัญชีแบบเหน่งๆไม่ได้ นาที 75 อาร์เซน่อล ไม่ได้ประตูขึ้นนำแบบสุดช็อค หลังจาก นาโช่ มอนเรอัล หลุดขึ้นมาในกรอบเขตโทษ พร้อมกับตวัดยิงเหน่งๆ แต่ดันไปติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ตะปปออกหลังไปได้ GOAL! นาที 85 แนวรับปืนใหญ่พังพินาศหลังจากโดน บาเฟติมบี้ โกมิส ที่ลงมาเป็นตังสำรองขึ้นโขกเต็มศรีษะดาวิด ออสปิน่า เซฟได้แต่บอลข้ามเส้นไปเรียบร้อยเมื่อผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ เช็คจากเทคโนโลยีโกลไลน์บนนาฬิกาข้อมือ นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน อาร์เซน่อล พยายามเร่งบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน แต่สุดท้ายต้องชื่นชมแผงแนวรับ หงส์ขาว ที่ทำได้เยี่ยมตลอด 90 นาที ทำให้ลูกทีมของ แกรี่ มังค์ เก็บ 3 คะแนนออกมาจากรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้แบบล็อคถล่ม! 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกโกแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อารอน แรมซีย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, อังเคล รังเกล, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอชลีย์ วิลเลียมส์, นีล เทย์เลอร์, คี ซุง ยอง, แจ็ค คอร์ก, จอนโจ้ เชลวีย์, นาธาน ดายเออร์, กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่

ผลฟุตบอล : ไกลเท่าเดิม! เชสก์ซัดท้ายเกมสิงห์เชือดคิวพีอาร์หนีปืน7แต้ม
คลิ้นท์ ฮิลล์ /  ควีนส์ปาร์ค / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2557 ควีนส์ปาร์ค 0-1 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 0-1 เชสก์ ฟาเบรกาส น.88 เวลา : 19.30 น. สนาม : ลอฟตัส โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีกประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน จ่าฝูง และเต็งแชมป์อย่าง เชลซี บุกไปเยือนรัง ลอฟตัส โร้ด ของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ตลอดทั้งเกม "สิงห์บลู" แทบจะหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้ แต่ด้วยความเฉียบขาดของ เชสก์ ฟาเบรกาส มายิงช่วยทีมได้ในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก ขยับเข้าใกล้รัง สแตมฟอร์ดบริดจ์ มากขึ้นทุกขณะ หลังทำแต้มห่างอันดับ 2 อย่าง อาร์เซน่อล ไปไกลถึง 7 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่าอีก 1 นัด 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ควีนส์ปาร์ค : โรเบิร์ต กรีน, เมาริซิโอ อิสล่า, เนดุม โอนูโอฮา, สตีเวน คอลเกอร์, คลิ้นท์ ฮิลล์, แม็ตต์ ฟิลลิปส์, โจอี้ บาร์ตัน, ซานโดร, คาร์ล เฮนรี่, ชาร์ลี ออสติน, บ็อบบี้ ซาโมร่า เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, เนมันย่า มาติช, วิลเลี่ยน, เชสก์ ฟาเบรกาส, เอเด็น อาซาร์, ดิดิเยร์ ดร็อกบา

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS ควีนส์ปาร์ค
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS ควีนส์ปาร์ต เรนเจอร์ส สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ความฝันของ ลิเวอร์พูล ในการไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าหลุดลอยไปไกลหลังบุกออกไปพ่าย ฮัลล์ เมื่อกลางสัปดาห์ทำให้ หงส์แดง มีแต้มตามหลังทีมอันดับสี่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เจ็ดคะแนนแม้เกมล่าสุดพลพรรค ผีแดง จะบุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน มาแบบเละเทะ 3-0 แต่พวกเขาขอแค่ชนะสองจากสี่เกมที่เหลือก็จะรับประกันตำแหน่งท็อปโฟร์แน่นอน โอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้าของ ลิเวอร์พูล คงอยู่ที่การรักษาตำแหน่งอันดับห้าเพื่อเอาโควต้าไปเล่นถ้วย ยูโรป้าลีก ซึ่งต้องแข่งขันกับ สเปอร์ส และ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ทำคะแนนไล่จี้มาติดๆ ขณะที่ คิวพีอาร์ ในตำแหน่งรองบ๊วย โอกาสร่วงไปเล่น ลีกแชมเปี้ยยนชิพ สูงมากเพราะมีแต้มห่างโซนปลอดภัยสี่คะแนน เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหงส์แดง จะได้ ลูคัส เลว่า คืนจากอาการเจ็บต้นขา แต่คงจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เจ็บสะโพกจนอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วน มาริโอ บาโลเตลลี่ เจ็บเท้า มามาดู ซาโก้ มีปัญหาที่แฮมสตริง ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น ผ่าเข่าต้องพักยาวอย่างน้อยหกเดือน คริส แรมซี่ย์ กุนซือคิวพีอาร์ ต้องรอเช็คความฟิตของ บ็อบบี้ ซาโมร่า ที่เจ็บสะโพก ส่วน เลรอย เฟอร์ ที่เจ็บเข่าน่าจะฟิตทันลงสนามหลังได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมก่อน ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ร่างกายยังไม่น่าจะสมบูรณ์แม้จะกลับมาลงซ้อมได้แล้ว ส่วน เอดูอาร์โด้ วาร์กัส กับ อเลฮานโดร ฟาอูร์ลิน เจ็บทั้งคู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, ลอฟเรน, สเคอร์เทล, โมเรโน่, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่ คิวพีอาร์ – กรีน, อิสล่า, ริชาร์ด ดันน์, คอลเกอร์, ยุน ซุค ยอง, แม็ทธิว ฟิลลิปส์, ซานโดร, โจอี้ บาร์ตัน, คาร์ล เฮนรี่, ซาโมร่า, ชาร์ลี ออสติน

ผลฟุตบอล : UCLแค่เอื้อม! ผีลิ้นห้อยเฉือนหวิวพาเลซฉีกหงส์ห่าง7แต้ม
คริส สมอลลิ่ง /  คริสตัล พาเลซ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 คริสตัล พาเลซ 1-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า(จุดโทษ) น.19, 1-1 เจสัน พันเชียน น.57, 1-2 มารูยาน เฟลไลนี่ น.78 เวลา : 23.30 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกบิ๊กแมตช์ประจำวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ของตารางที่ไม่ชนะใครมา 3 นัดติด แถมยังยิงใครไม่ได้ใน 3 เกมหลัง มีคิวบุกไปเยือนรัง เซเฮิร์สท์ ปาร์ค สนามเหย้าของ คริสตัล พาเลซ โดยแมตช์นี้ลูกทีมของ หลุยส์ ฟานกัล จำเป็นต้องเก็บ 3 แต้มสำคัญในคืนนี้ให้ได้ หากต้องการหนีห่างทีมตามอย่าง ลิเวอร์พูล เพื่อโอกาสในการยึดพื้นที่บน เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ///// [เริ่มเกม] นาทีที่ 5 ปีศาจแดง ได้ทักทายก่อนจากจังหวะเปิดลูกเตะมุม แต่โยนเข้ามาก็ยังทำอันตรายแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ นาทีที่ 8 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดได้ประตูขึ้นนำแบบสุดช็อค! จากจังหวะยิงไกลด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดของ ดาลีย์ บลินด์ แต่โดน จูเลี่ยน สเปโรนี่ พุ่งปัดสุดปลายมือบอลชนเสาแฉลบออกหลังไปอย่างหวุดหวิด เกมผ่านมาถึงนาที 15 ถือว่าโอกาสจบสกอร์ของทั้งคู่ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะต่อบอลกันไปมาบริเวณกลางสนาม และเป็นทาง ยูไนเต็ด ที่ทำได้ดีกว่าอยู่เล็กน้อย GOAL! นาที 19 ปีศาจแดง ได้ฤกษ์ออกนำเจ้าถิ่นจากลูกจุดโทษ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะ แอชลี่ย์ ยัง เปิดไปโดนกึ่งแขนกึ่งหัวไหล่ของ สกอตต์ แดนน์ ก่อนที่ ไมเคิล โอลิเวอร์ จะตัดสินใจชี้ให้เป็นจุดโทษและ ฆวน มาต้า รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือซาก ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก แม้ว่าเจ้าบ้านจะโดนนำ แต่พวกเขายังไม่เร่งที่จะเอาประตูคืน โดยทางฝั่ง ปีศาจแดง ยังคงครองบอลได้เยอะและพยายามหาจังหวะจบสกอร์ลูกที่สอง นาที 40 แมนฯยูฯ ต้องใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเร็ว หลังจาก ลุค ชอว์ มีแผลแตกจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ ฟานกัล จำเป็นต้องส่ง จอนนี่ อีแวนส์ ลงมาเล่นแทนในช่วงเวลาที่เหลือ จบครึ่งแรก! รูปเกมถือว่าค่อนข้างสูสี แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่จังหวะจุดโทษของ ยูไนเต็ด ทำให้ตอนนี้ทีมเยือนนำอยู่ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนที่สอง หลังจาก เวย์น รูนี่ย์ ที่มีอาการบาดเจ็บในช่วงครึ่งแรกทำให้ หลุยส์ ฟานกัล จำเป็นต้องส่ง ราดาเมล ฟานกัล ลงมารับหน้าที่แทน GOAL! นาที 57 แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดนทีเด็ดของเจ้าบ้านจากลูกฟรีคิกโดย เจสัน พันเชียน ตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบกำแพงเปลี่ยนทางเล็กน้อยสวนตัว เด เคอา เข้าไปแบบสะใจแฟนบอล พาเลซ ทั้งสนาม นาที 71 เจ้าบ้านพลาดพลิกขึ้นนำแบบสุดช็อค หลังจาก เกล็นน์ เมอร์เรย์ ได้ซัดจ่อยิ่งกว่าจ่อ แต่ดันยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ออกไปแบบเหลือเชื่อ GOAL! นาที 78 ปีศาจแดง ได้ประตูออกนำอีกครั้ง จากการทำพลาดของ จูเลี่ยน สเปโรนี่ ที่ออกมาตัดบอลพลาดชนพวกเดียวกันลงไปกองกับพื้น สุดท้ายบอลมาตกใส่หัว มารูยาน เฟลไลนี่ โขกเข้าไปนิ่มๆอย่างง่ายดาย เข้าสู่ช่วง5นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านเป็นฝ่ายเดินเกมรุกใส่แนวรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเต็มสูบ โดยกองหลัง ปีศาจแดง มีจังหวะพลาดให้เห็นบ้าง แต่สุดท้ายแล้วจังหวะจบสกอร์ก็ยังไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา จบเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บ 3 แต้มสุดสำคัญได้สำเร็จ ทำให้สถานการณ์บนตารางคะแนนตอนนี้พวกเขานำห่างอันดับ 5 อย่าง ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 7 คะแนนแต่แข่งเยอะกว่า 1 นัด และถ้าพรุ่งนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี พวกเขาจะได้เข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าทันที 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : จูเลี่ยน สเปโรนี่, โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, ดาเมี่ยน เดลานีย์, ปาเป้ ซูอาเร่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, โจ เล็ดลีย์, วิลเฟร็ด ซาฮา, ไมล์ เยดินัค, ยานนิค โบลาซี่, เกล็นน์ เมอร์เรย์ แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, ดาลีย์ บลินด์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่, อันเดร์ เอร์เรร่า, แอชลี่ย์ ยัง, เวย์น รูนี่ย์