CTH

ผลบอล : เกาะติดท็อปโฟร์!! นาสรี่ คืนชีพซัดปิดกล่องพา เรือใบ พลิกแซง มวยโลก หืด
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 0-1 สเตฟาน เซสเซยง น.6, 1-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ (จุดโทษ) น.19, 2-1 ซาเมียร์ นาสรี่ น.66 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ช่วงครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียงแค่นาทีที่ 6 เวสต์บรอมวิช สร้างเซอร์ไพรส์ให้สาวก "เรือใบสีฟ้า" นั่งกัดเล็บกันทั้งสนาม เมื่อ สเตฟาน เซสเซยง ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะวางเท้าซัดเต็มแรง บอลพุ่งผ่านตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปนอนจมก้นตาข่ายชนิดที่หมดสิทธิ์ป้องกัน หลังจากนั้น แมนฯ ซิตี้ โหมบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน และก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะจุดโทษที่ เซสเซยง ไปหวดใส่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ร่วงลงไปกองกับพื้น(นาที19) และเป็นทาง เซร์คิโอ อเกวโร่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้จบ 45 แรก เจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่ครองบอลพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "มวยโลก" อย่างต่อเนื่อง แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอให้เปลี่ยนตัวหลักอย่าง ยาย่า ตูเร่ และเควิน เดอ บรอยน์ ลงมา จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 66 เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงติดบล็อคสองครั้งสองครา ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง ซาเมียร์ นาสรี่ ซัดระยะเผาขนเข้าไป และเป็นประตูที่ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ยังคงรั้งตำแหน่งท็อปโฟร์ต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, แฟร์นันโด, ฟาเบียน เดลฟ์, เฆซุส นาบาส, ซาเมียร์ นาสรี่, เซร์คิโอ อเกวโร่, วิลเฟร็ด โบนี่ เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, จอนนี่ อีแวนส์, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, เจมส์ เชสเตอร์, ซานโดร, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซยง, เจมส์ แม็คคลีน, ไซโด้ เบราฮิโน่, ซาโลมอน รอนดอน

ผลบอล:ยังไม่ยอม!ไก่รัวถล่มผีห้านาทีสามเม็ดตามจิ้งจอกเท่าเดิม
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 เดเล่ อัลลี่ น.70 ,2-0 โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ น.74 , 3-0 เอริค ลาเมล่า น.75 เวลา: 22.30 น. สนาม: ไวท์ฮาร์ทเลน ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 (function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1&version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));FT - VIDEO(Premier League): Tottenham Hotspur 3-0 Manchester UnitedAll Goals [HD]Dele Alli 70'Toby Alderweireld 74'Erik Lamela 76'โพสต์โดย Football Goals & Highlights บน 10 เมษายน 2016 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส รองจ่าฝูงยังไม่ยอมให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงทิ้งระยะห่างไป เมื่อเปิดบ้านไล่ถล่ม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 โดยได้ทั้งสามประตู ในระยะเวลาห่างกันแค่ 5 นาที จาก เดเล่ อัลลี่ ,โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ และ เอริค ลาเมล่า ทำให้สเปอร์ส เก็บสามแต้มทำคะแนนตามหลังเลสเตอร์ 7 คะแนนเท่าเดิม โดยเหลือเกมส์ให้เล่นอีก 5 นัด ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน รายชื่อ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส:ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดอไวเรลด์, แยน แฟร์ทองเกน, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น,แฮร์รี่ เคน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), ธิโมธี โฟซู-เมนซ่าห์, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ,ไมเคิล คาร์ริค ,ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, อองโตนี่ มาร์กซิยาล,มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : เละเทะตามฟอร์ม! สิงห์เปิดซิง ปาโต้ กระซวกจุดโทษไล่ยำ วิลล่า ยับเยินคาบ้าน
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 แอสตัน วิลล่า 0-4 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.26, 0-2 อเล็กซานเดร ปาโต้ (จุดโทษ) น.45+3, 0-3 เปโดร โรดริเกซ น.46, 0-4 เปโดร โรดริเกซ น.59 เวลา : 18.45 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี โดยไฮไลท์ของเกมอยู่ที่การลงประเดิมสนามของ อเล็กซานเดร ปาโต้ ที่ได้ลงมาแทน โลอิก เรมี่ หลังได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นเกม ก่อนที่จะเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม และสังหารประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินครามของ "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมเก็บชัยไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้นถึง 4-0 ช่วงครึ่งแรก ถือว่าทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน และค่อยๆเดินเครื่องเจาะกำแพงแนวรับของ แอสตัน วิลล่า จนกระทั่งมาสำเร็จเอาในนาที 26 จากจังหวะที่เจ้าหนู รูเบน ลอฟตัส-ชีค วิ่งมาซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นเล็กน้อยก่อนจะผ่านมือ แบร็ด กูซาน เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์ผงาด" พยายามใช้ลูกฮึดเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถฝ่าด่านแผงหลัง "สิงห์บลู" ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาโดน ปาโต้ เรียกจุดโทษ ให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไปไม่มีพลาด ทำให้สกอร์หลังจบ 45 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง เชลซี ที่บุกมานำ แอสตัน วิลล่า ถึงถิ่น วิลล่า ปาร์ค 2-0 เริ่มครึ่งหลังยังไม่ทันครบ 1 นาที เชลซี ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากการประสานงานของบรรดาแนวรุกจนกระทั่งมาปิดท้ายด้วยลูกยิงอันเฉียบขาดของ เปโดร โรดริเกซ. ถัดจากนั้นไม่นานเป็นทาง เปโดร คนเดิม ที่มาซ้ำลูกยิงของ ปาโต้ บวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมทิ้งห่างเจ้าบ้านถึง 4-0 ช่วงท้ายเกม สถานการณ์ของ แอสตัน วิลล่า ย่ำแย่หนักลงกว่าเดิม หลังจากที่ อลัน ฮัตตัน โดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง แต่สุดท้ายแล้ว "สิงห์บลู" ก็ไม่ได้เร่งเกมทำให้จบ 90 นาที เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ "สิงห์ผงาด" คารัง วิลล่า ปาร์ค ได้ถึง 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, การ์ลอส ซานเชส, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, การ์เลส กิล, จอร์แดน อายิว, รูดี้ เกสเตด เชลซี : ติโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แม็ตต์ มิอัซก้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชส ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, เคนเนดี้, โลอิก เรมี่

ผลบอล : สามแต้มชิลล์ๆ! หงส์ชุดผสมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบหม้อขาดกระจุย
ช่างปั้นหม้อ /  ผลบอล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.8, 1-1 โบยาน เกร์กิช น.22, 2-1 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.32, 3-1 ดิว็อค โอริกี้ น.50, 4-1 ดิว็อค โอริกี้ น.65 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ จัดชุดผสมลงเล่นหลายต่อหลายคน ส่วนหนึ่งน่าจะเก็บตัวไว้รอดวลแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรป้า ลีก เลกสอง ช่วงกลางสัปดาห์นี้ [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นบีบเพรสซิ่งเร็วตามถนัด และพยายามเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร GOAL! นาทีที่ 8 "หงส์แดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็ว เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเลียดพื้นมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงมุ่งหน้าไปสัมผัสก้นตาข่ายชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั้วทั้งสนาม แอนฟิลด์ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ สโต๊ค โดนยิงประตูขึ้นนำ ก็ปรับแผนมาเล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการโยนโด่งให้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่อย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ขึ้นโขก แต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลัง "หงส์แดง" ไม่ได้ GOAL! นาที 22 และแล้ว "ช่างปั้นหม้อ" ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาถึง โบยาน เกร์กิช วิ่งโฉบมาโขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง GOAL! นาที 32 ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ต้องชื่นชมเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอก เซอร์ดาน ชากิรี่ จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะบรรจงเปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเหน่งๆระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด นาที 39 แผงหลัง "หงส์แดง" เกือบเสียท่าให้กับลูกฟรีคิกของ สโต๊ค อีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ไรอัน ชอว์ครอสส์ ได้ขึ้นมาโขก แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ทำให้บังคับทิศทางบอลไม่ได้ สุดท้ายเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนพยายามบุกกดดันเกมรับ ลิเวอร์พูล เพื่อทวงประตูตีเสมออีกครั้ง แต่แผงหลัง "หงส์แดง" ยังถือว่ายืนคุมโซน และไล่เพรสซิ่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายนำ สโต๊ค อยู่ที่ 2-1 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอดเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ออกไปพักและส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 50 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูทิ้งห่าง สโต๊ค เป็น 3-1 และเป็นทาง ดิว็อค โอริกี้ ที่เพิ่งลงมาใหม่ได้โขกเหน่งๆจากการเปิดเข้ามาของ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านมาถึงนาที 60 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลโดยการเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" แถมยังหวิดจะบวกสกอร์เพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง GOAL! นาที 65 "หงส์แดง" มากดเม็ดที่สี่ จากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิว็อค โอริกี้ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนจะปั่นโค้งๆบอลพุ่งไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลพร้อมกับค่อยๆบุกใส่เกมรับ "ช่างปั้นหม้อ" เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งเกมอะไรมากนัก เนื่องจากสกอร์ที่นำค่อนข้างห่าง ทำให้สุดท้ายเวลาเดินทางมาครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, เซยี่ โอโจ้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สโต๊ค ซิตี้ : ยาค็อบ เฮาการ์ด(GK), ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เจฟฟ์ คาเมร่อน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกร์กิช, ปีเตอร์ เคร้าช์

ผลบอล : จิ้งจอกสยามชื่นมื่น!! เลสเตอร์ เปิดบ้านฉลองแชมป์ไล่อัด ทอฟฟี่ หมดสภาพ
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.5, 2-0 แอนดี้ คิง น.33, 3-0 เจมี่ วาร์ดี้ (จุดโทษ) น.65, 3-1 เควิน มิรัลลาส น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 >> คลิก เพื่อชมคลิปนักเตะ เลสเตอร์ รับเหรียญ+ชูถ้วย แชมป์ พรีเมียร์ลีก << ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดฉลองแชมป์ของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีคิวเปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 5 เปิดฉากมายังไม่ทันไรสาวก "จิ้งจอกสยาม" ก็ได้เฮกันลั่นสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อเจ้าบ้านอาศัยจังหวะทุ่มเร็วให้ แอนดี้ คิง บรรจงเปิดเข้ามาหน้าปากประตูให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งที่เพิ่งพ้นโทษแบนเข้าชาร์จเหน่งๆบอลผ่านตัว โจเอล โรเบลส เข้าไปไม่มีพลาด นาทีที่ 10 เจ้าบ้านหวิดได้ประตูที่สองจากจังหวะเปิดด้วยซ้ายของ ริย้าด มาห์เรซ บอลไซด์โค้งมาถึง แอนดี้ คิง โถมเข้ามาโขก แต่โชคร้ายที่บอลดันไปตรงตัว โจเอล โรเบลส ยืนรับไว้ได้สบาย ผ่าน 25 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งคู่สู้กันอย่างอย่างสูสี ผลัดกันเป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับหาโอกาสเจาะตาข่ายฝั่งตรงข้ามได้อย่างใกล้เคียง GOAL! นาที 33 "จิ้งจอกสยาม" ที่กำลังยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจมาพังประตูที่สองของเกมได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากความสามารถเฉพาะตัวของ ริย้าด มาห์เรซ ลากเลื้อยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ เลย์ตัน เบนส์ จะแหย่เท้าสกัดไปเข้าทาง แอนดี้ คิง วิ่งมาซัดเน้นๆส่งบอลจมลงก้นตาข่ายไม่เหลือซาก นาที 40 ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าเป็นทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายมีโอกาสจะได้ประตูที่สามมากกว่าโดนตีไข่แตก เนื่องจากจังหวะบุกสามารถลุ้นจบสกอร์แบบได้น้ำได้เนื้อแทบทุกครั้ง ต่างจาก เอฟเวอร์ตัน ที่ครองบอลมากกว่าเล็กน้อยก็จริง แต่หาโอกาสปิดบัญชีแทบไม่ได้เลย ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านได้ลุ้นฟรีคิกจากการยิงของ ริย้าด มาห์เรซ แต่ซัดไปแฉลบกำแพงและช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำประตูได้เพิ่มทำให้จบ 45 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 60 ครบหนึ่งชั่วโมงของเกม เอฟเวอร์ตัน เริ่มโจมตีแผงหลัง "จิ้งจอกสยาม" ได้อันตรายขึ้นกว่าใน 45 นาทีแรก แต่จังหวะจบสกอร์ยังคงไร้ความเฉียบขาดโดยเฉพาะจังหวะหลุดเดี่ยวของ อูมาร์ นิอาสเซ่ แต่ดันยิงไปติดศรีษะ แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่ออกมายืนนอกกรอบเขตโทษแล้ว GOAL! นาที 65 เลสเตอร์ มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะ แมทธิว เพนนิงตัน ไปทำฟาวล์ เจมี่ วาร์ดี้ ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ วาร์ดี้ จะลุกขึ้นมาสังหารด้วยการซัดเต็มข้อเข้าไปชนิดสะใจแฟนบอล "จิ้งจอกสยาม" ทั่วทั้งสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม นาที 69 เจมี่ วาร์ดี้ เกือบจะมาทำแฮตทริกในวันฉลองแชมป์ได้สำเร็จ จากจังหวะใช้ความเร็ววิ่งไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลติดเซฟ โจเอล โรเบลส ออกไปอย่างเหลือเชื่อ นาที 72 เป็นอีกครั้งที่ วาร์ดี้ พลาดแฮตทริกชนิดเป็นโอกาสทองฝังเพชรเมื่อทีมได้จุดโทษที่สอง แต่คราวนี้เจ้าตัวดันไปอัดเต็มแรงเหมือนเดิมและบอลเหินข้ามตานออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ที่กำลังเริ่มเล่นเหมือนถอดใจ แต่มาได้ เควิน มิรัลลาส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงไปยิงลอดตัว แคสเปอร์ ชไมเคิล เข้าไปตุงตาข่ายในนาที 88 ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝั่งไหนบวกประตูกันได้เพิ่มทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในวันฉลองถ้วยแชมป์ไปด้วยสกอร์ 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, คริสเตียน ฟุคส์, แอนดี้ คิง, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เอฟเวอร์ตัน : โจเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, แมทธิว เพนนิงตัน, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อูมาร์ นิอาสเซ่, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : เปิดซิง อิโวบี้!! ปืนใหญ่ ซัดแต่ไก่โห่ไล่อัด ทอฟฟี่ คารัง กูดิสัน ปาร์ค
กูดิสัน ปาร์ค /  ทอฟฟี่สีน้ำเงิน / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 เอฟเวอร์ตัน 0-2 อาร์เซนอล ผู้ทำประตู : 0-1 แดนนี่ เวลเบ็ค น.7, 0-2 อเล็กซ์ อิโวบี้ น.42 เวลา : 19.45 น. สนาม : กูดิสัน ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดสนามประจำค่ำคืนวัน เสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน ได้เปิดรังเหย้า กูดิสัน ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เปิดฉากมาถือว่ารูปเกมเล่นกันค่อนข้างเร็ว และเปิดหน้าแลกกันแบบหมัดต่อหมัดด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาทีที่ 7 "ปืนใหญ่" มาได้ประตูนำเร็ว จากจังหวะแทงทะลุช่องของ อเล็กซิส ซานเชซ ให้กับ แดนนี่ เวลเบ็ค หลุดไปแตะหลบ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะยิงนิ่มๆเข้าไปให้ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายได้ประตูที่ต้องการตั้งแต่ต้นเกม ผ่านมาถึงนาที 20 หลังจากที่ เอฟเวอร์ตัน โดนยิงประตูขึ้นนำก็ดูท่ารูปเกมจะชะงักลงไป แถมยังปล่อยให้ "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลังอยู่พักใหญ่ แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอที่จะส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ไปได้ ผ่านครึ่งช่วงโมงแรกของเกม ยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายเดินหน้าครองบอลบุกใส่แนวรับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เหมือนเดิม โดยทางเจ้าถิ่นพยายามอาศัยจังหวะสวนกลับจากบรรดาตัวรุกความเร็วสูง แต่ที่ผ่านยังทำอันตรายเกมรับ "ปืนใหญ่" ได้ไม่มากนัก GOAL! นาที 42 สถานการณ์ของเจ้าบ้านเริ่มแย่หนักไปกว่าเดิม หลังมาโดนเจ้าหนู อเล็กซ์ อิโวบี้ ใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งหลุดเดี่ยวไปประหน่ำด้วยขวา บอลลอดขา โฆเอล โรเบลส เข้าไปอย่างง่ายดาย [จบครึ่งแรก] เอฟเวอร์ตัน 0-2 อาร์เซนอล [เริ่มครึ่งหลัง] เอฟเวอร์ตัน แก้เกมด้วยการส่ง จอห์น สโตนส์ ลงไปทำหน้าที่แทน มูฮาเหม็ด เบซิช ผ่านมาถึงนาที 70 เจ้าบ้านเริ่มบีบเกมเร็ว และพยายามเดินหน้าบุกเพื่อทวงประตูตีไข่แตก แต่เกมรับ "ปืนใหญ่" วันนี้ยังคงทำงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการโจมตีของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ได้แทบทุกจังหวะ นาที 83 อาร์เซนอล เกือบมาได้ประตูที่สามจากการเปิดเตะมุมเข้ามาถึง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โขกบอลเข้าไปจมก้นตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์จากจังหวะ อเล็กซ์ อิโวบี้ เข้าไปเบียดหนักใส่ ฟิล จากีลก้า ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าบ้านดูเริ่มจะถอดใจลงไป เนื่องจากเวลาที่มีค่อนข้างจำกัด แถมวันนี้นักเตะ "ปืนใหญ่" โชว์ฟอร์มเข้าได้ฝักเป็นพิเศษ ทำให้จบ 90 นาที เอฟเวอร์ตัน แพ้ให้กับ อาร์เซนอล ไปด้วยสกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), เซมุส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, มูฮาเหม็ด เบซิช, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, โรเมลู ลูกากู อาร์เซนอล : ดาปิด ออสปิน่า(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซ์ อิโวบี้, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, แดนนี่ เวลเบ็ค

ผลบอล SAVE LVG!แรซฟอร์ดจัดให้ผีบุกจมเรือขยับช่องUCLห่าง4แต้ม
ฆวน มาต้า /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 มาร์คัส แรซฟอร์ด น.15 เวลา: 23.00น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 เริ่มเกมส์  นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายของจากลูกยิงของ เฆซุส นาบาส แต่ติดเซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา  นาทีที่ 15 กลายเป็น ทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อ ฆวน มาต้า แทงบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากบอลผ่าน มาร์ติน เดมิเคลิส เข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท แบบใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ 1-0 นาที 26 เจ้าบ้านโชคร้ายมาเสีย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปจากอาการบาดเจ็บ และต้องส่งเฟอร์นันโด ลงมาแทน ช่วงท้ายครึ่งแรกมีเหตุการณ์วุ่นวานเล็กน้อยเมื่อ  มาร์คัส แรชฟอร์ด โดน มาร์ติน เดมิเคลิส กระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังเจ้าบ้านเข้ามาต่อว่า เพราะเข้าใจว่าพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษทำให้นักเตะทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาหากันแต่เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี จบครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง นาที 50 มาร์ติน เดมิเคลิส คืนบอลให้ โจ ฮาร์ท ไม่ดีจนเกือบจะโดน มาร์กเซียล สปีดมาฉกบอลทำให้นายทวารทีมชาติอังกฤษ พุ่งมาสไลด์บอลทิ้งและเกิดการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องถอดฮาร์ทก่อนแล้วส่ง วิลลี กาบาเยโร่ นายด่านมือสองลงมาเล่นแทน ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านพยายามลุยแหลก แต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูชัยของ มาร์คัส แรซฟอร์ด ยังได้ลุ้นโควต้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกต่อไป รายชื่อ แมนเชสเตอร์ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซาญ่า , อีเลียกิม ม็องกาล่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลีชี, แฟร์นันดินโญ่ , เฆซุส นาบาส , ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์กิโอ อเกวโร่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน , คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิ่ล คาร์ริค , มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน , ฆวน มาต้า, เจสเซ่ ลินการ์ด , อองโตนี มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : ทีเด็ด..ราฟา!! สาลิกา หนังเหนียวตามก่อน2เม็ด บุกแชร์แต้ม หงส์ คาแอนฟิลด์
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 2-2 นิวคาสเซิล ผู้ทำประตู : 1-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.2, 2-0 อดัม ลัลลาน่า น.30, 2-1 ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่ น.48, 2-2 แจ็ค โคลแบ็ค น.66 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ที่มีอดีตกุนซือ "หงส์แดง" อย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ พาทีมกลับมาเยือนรังเก่าอีกครั้ง โดยก่อนเกมมีข่าวน่าตกใจว่า มามาดู ซาโก้ กองหลังตัวหลักของทางเจ้าถิ่นไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นทำให้ต้องโดนสั่งแบนจากทางสโมสรไปชั่วคราว [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 2 สาวก "เดอะค็อป" ใน แอนฟิลด์ ได้เฮตั้งแต่หัววัน หลังจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ความเฉียบขาดด้วยการพลิกตัวซัดด้วยซ้ายข้างถนัด บอลผ่านมือของ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกหวังได้เม็ดสอง แต่บรรดาแนวรับของ นิวคาสเซิล ยังทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยม GOAL! นาที 30 ด้วยรูปเกมที่ดูเหนือกว่าอย่างชัดเจนของ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูที่สองไปตามคาด จากจังหวะซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลโค้งเข้าไปเสียบตาข่ายอย่างสุดสวยช่วยให้เจ้าบ้านทิ้งห่าง "สาลิกาดง" ที่กำลังหนีตกชั้นไปแล้ว 2-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก แม้ว่า นิวคาสเซิล จะพยายามกัดฟันเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ลิเวอร์พูล แต่แนวรับเจ้าถิ่นยังถือว่าคุมโซนกันได้อย่างแข็งแกร่ง แถมจังหวะสังหารตาข่ายของ "สาลิกาดง" ก็ยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ราฟาเอล เบนิเตซ แก้เกมด้วยการถอด อโยเซ่ เปเรซ ออกไปพักและส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 48 รูปเกมทำท่าว่าจะสนุกขึ้นกว่าในครึ่งเวลาแรก หลังจาก นิวคาสเซิล มาได้ประตูตีไข่แตกอย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดส่วนตัวของ ซิมง มินโญเลต์ ที่ออกมาตัดบอลพลาดจนโดน ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่ โขกลงโทษเข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 59 ลิเวอร์พูล เกือบมาดับความหวังของ นิวคาสเซิล ได้สำเร็จ จากจังหวะ โจ อัลเลน สบัดหัวโขกในกรอบเขตโทษ บอลไปติดเซฟ คาร์ล ดาร์โลว์ ก่อนที่ โรแบร์โต่ เฟอร์มิโน่ จะซ้ำจ่อๆเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว GOAL! นาที 66 "สาลิกาดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะสวนกลับ แจ็ค โคลแบ็ค สอดมายิงในกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบขา เดยัน ลอฟเลน ผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบไม่เหลือซาก ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเพื่อทวงประตูขึ้นนำอีกครั้ง แต่คราวนี้เกมรับ "สาลิกาดง" ไม่มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นเหมือนในครึ่งเวลาแรก สุดท้ายไม่มีฝั่งไหนบวกประตูกันได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาทีเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 2-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเล่, เดยัน ลอฟเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ็วร์ต, ลูคัส เลว่า, โจ อัลเลน, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : คาร์ล ดาร์โลว์(GK), เวอร์นอน อนิต้า, ชานเซล เอ็มเบ็มบา, จามาล ลาสเซลเลส, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, แจ็ค โคลแบ็ค, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อโยเซ่ เปเรซ, ปาปิสส์ เด็มบา ซิสเซ่

ผลบอล : วาร์ดี้ โดนแดงเฉย!! จิ้งจอกสยาม หนังเหนียวไล่เจ๊า ขุนค้อน วินาทีสุดท้าย
ขุนค้อน /  คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.18, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ (จุดโทษ) น.84, 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ น.86, 2-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เป็นการดวลกันของทีมจ่างฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิว เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยครึ่งแรกรูปเกมค่อนข้างสูสี และมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาดของการจบสกอร์จากบรรดาแนวรุก ซึ่งก็เป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ อาเดรียน เข้าไปอย่างสวยงามตั้งแต่นาที 18 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำอะไรกันได้ โดยเฉพาะ เวสต์แฮม ที่มีโอกาสได้ประตูตีเสมอหลายครั้งเหมือนกัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาที 56 เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ โดน อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ดึงล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มทำให้ต้องแจกใบเหลือง(ที่สอง)เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เหลือนักเตะเพียงแค่ 10 ในสนาม ช่วงเวลาที่เหลือ เวสต์แฮม โหมบุกหนักเป็นพายุ แต่ประตูตีเสมอกว่าจะมาต้องรอไปถึงช่วงท้ายเกมนาที 84 จากจังหวะ เวส มอร์แกน ไปทำฟาวล์ วินสตัน รี้ด ในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง แอนดี้ แคร์โรลล์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ถัดจากนั้นแค่ 2 นาที "ขุนค้อน" กลับเป็นฝ่ายพลิกแซงจากจังหวะกดเต็มข้อของ อารอน เครสส์เวลล์ บอลผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำก่อนทดเวลาบาดเจ็บที่สกอร์ 2-1 ช่วงทดเจ็บ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไปเบียด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คว่ำลงไปกองในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นการฟาวล์ สุดท้าย เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้จบเกม "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดดราม่าที่สกอร์ 2-2  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, เปโดร โอเบียง, มิคาอิล อันโตนิโอ, วิคเตอร์ โมเซส, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ส่งเด็กไปโดนอัด!! อายิว เหมาสองพา หงส์ขาว ไล่ยำ หงส์แดง10ตัว หมดสภาพ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 อังเดร อายิว น.20, 2-0 แจ็ค คอร์ก น.33, 2-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.65, 3-1 อังเดร อายิว น.67 เวลา : 18.00 น. สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ เปิดศึกสัตว์ปีกในรัง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก มีโอกาสลุ้นจบสกอร์แบบจะแจ้งเพียงแค่ครั้งเดียว โดยเป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ จอร์ดอน ไอบ์ เปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เอี้ยวตัวยิง แต่ไม่ค่อยถนัดทำให้บอลไม่มีน้ำหนัก และหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ นาที 13 กลับมาเป็นทาง สวอนซี ที่ได้ลุ้นจบสกอร์มากถึง 3-4 ครั้ง แต่ยังคงไร้ความเฉียบขาด และไม่ผ่านมือของเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด GOAL! นาที 20 หลังจากได้โหมบุกอยู่พักใหญ่ "หงส์ขาว" ก็มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมเปิดเข้ามาถึง อังเดร อายิว ได้โขกระยะเผาขนให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0 ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่าการครองบอลค่อนข้างสูสี แต่จังหวะลุ้นทำประตูเป็นทาง "หงส์ขาว" ที่เป็นจบสกอร์ได้นำได้เนื้อกว่า แถมยังหวิดได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน GOAL! นาที 33 และแล้วประตูที่ 2 ของ สวอนซี ก็ไหลมาเหมือนสายฝน เมื่อ แจ็ค คอร์ก ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงปั่นไซด์ บอลหนีมือ แดนนี่ วอร์ด เลี้ยวเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม ท้ายครึ่งแรก รูปเกมถือว่าทั้งสองทีมเสียบอลกันง่ายเนื่องจากฝนที่ตกลงมาค่อนข้างหนักทำให้ควบคุมบอลกันไม่ค่อยอยู่ด้วยกันทั้งสองทีม สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์ได้เพิ่ม และเป็นทาง สวอนซี ที่ยังคงรักษาสกอร์ออกนำอยู่ที่ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอด เปโดร ชิริเบย่า และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก และส่ง ลูคัส เลว่า กับคริสติย็อง เบนเตเก้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 65 หลังพับสนามบุกหนักอยู่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเตะมุม คริสติย็อง เบนเตเก้ โฉบมาโขกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ตาม สวอนซี มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 67 แฟนบอลเจ้าบ้านได้กลับมาเฮเต็มเสียงอีกครั้ง และเป็นทาง อังเดร อายิว คนเดิมที่ได้ซัดเหน่งๆท่ามกลางดงแข้งนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่เข้ามารายล้อมส่งบอลเข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย นาที 76 สถานการณ์ของ "หงส์แดง" แย่หนักกว่าเดิม หลังจากเจ้าหนู แบร็ด สมิธ ไปโดนใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดงทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ หลังจาก "หงส์แดง" มีผู้เล่นน้อยกว่าก็แทบจะไม่ได้บุกขึ้นไปลุ้นประตู ทำให้เวลาค่อยๆหมดลงไปจนกระทั่งครบ 90 นาทีรวมช่วงทดเจ็บ เป็นทางฝั่ง สวอนซี เก็บชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 10 ตัว ไปได้แบบขาดลอย 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), อังเคล รังเกล, จอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, เลออน บริตตัน, แจ็ค คอร์ก, กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, เวย์น เราท์เลดจ์, อังเดร อายิว ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, แบร็ด สมิธ, เควิน สจ็วร์ต, เปโดร ชิริเบย่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : ไกลเท่าเดิม!! โอกาซากิ จักรยานอากาศพาจิ้งจอกเชือดสาลิกา ประเดิมราฟา
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 ชินจิ โอกาซากิ น.25 เวลา : 3.00 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างจ่าฝูง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล โดยเกมนี้ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การประเดิมคุมทัพ "สาลิกาดง" เป็นนัดแรกของ ราฟาเอล เบนิเตซ ก่อนที่จะเป็น "จิ้งจอกสยาม" สามารถเก็บ 3 คะแนน ไปด้วยสกอร์ 1-0 จากการยิงจักรยานอากาศอย่างสุดสวยของ ชินจิ โอกาซากิ ทำให้อันดับในตารางคะแนนตอนนี้ลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังคงนำห่าง สเปอร์ ถึง 5 คะแนน และเหลือโปรแกรมในลีกอีกเพียง 8 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริยาด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ นิวคาสเซิล : ร็อบ เอลเลียต(GK), ดารีล ยานมาต, จามาล ลาสเซลเลส, สตีเว่น เทย์เลอร์, เวอร์นอน อานิต้า, แจ็ค โคลแบ็ค, จอนโจ้ เชลวี่ย์, มุสซ่า ซิสโซโก้, จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม, อโยเซ่ เปเรซ, อเล็กซานดรา มิโตรวิช

ผลบอล : หวิดคาบ้าน!! เบนเตเก้ โขกทดเจ็บ หงส์เปิดแอนฟิลด์ไล่เจ๊าสิงห์ แบ่งกันคนละแต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 1-1 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 เอเด็น อาซาร์ น.32, 1-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.90+2 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์นัดตกค้างกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รับหน้าที่สังหาร แต่ซัดผิดเหลี่ยมทำให้บอลลอยโด่งหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ 10 นาทีแรก รูปเกมถือว่าสู้กันได้อย่างสนุกผลัดกันเปิดหน้าบุกสวนกันไปมา แต่จัวหวะจบสกอร์เป็นทางเจ้าบ้านที่หาโอกาสยิงและหวิดได้ประตูขึ้นนำมากกว่า GOAL! นาที 32 รูปเกมที่ค่อนข้างสูสีกันแต่ เชลซี มาสร้างความแตกต่างได้จากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆของ เอเด็น อาซาร์ กระชากหลบผู้เล่น ลิเวอร์พูล เข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยสดงดงาม ชนิดที่ ซิมง มินโญเลต์ หมดสิทธิ์ป้องกัน นาที 39 ซิมง มินโญเลต์ เกือบแจกส้มผลโตให้กับ "สิงห์บลู" จากจังหวะออกมาตัดบอลแล้วชะงักทำให้เป็นโอกาสทองของ เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่ได้ซัดเหน่งๆแต่ดันลื่นทำให้บอลหลุดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ท้ายครึ่งแรก แม้ว่า เชลซี จะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนแต่รูปเกมก็ยังไม่มีฝั่งไหนที่เป็นต่อแบบชัดเจน สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก เชลซี ยังคงเป็นฝ่ายบุกมานำ ลิเวอร์พูล อยู่ที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 50 ลิเวอร์พูล มีลุ้นเล็กๆที่จะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลักไก่ยิงไกลจากครึ่งสนาม แต่บอลผิดเหลี่ยมห่างเป้าไปค่อนข้างเยอะ นาที 61 "หงส์แดง" มาพลาดได้ประตูตีเสมอสองครั้งติดๆจาก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยิงไปติดซูเปอร์เซฟ อัสเมียร์ เบโกวิช ถัดจากนั้นไม่นาน โคโล่ ตูเร่ ได้โหม่งจ่อๆแต่บอลไม่มีน้ำหนักทำให้ เบโกวิช รับไว้ได้สบาย นาที 80 รูปเกมเป็นทางเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและพับสนามบุกใส่แผงหลัง เชลซี ที่ลงไปตั้งรับกันลึก และรอสวนกลับ โดยหวิดได้ประตูที่สองของเกมด้วยกันทั้งสองทีม GOAL! นาที 90+2 รูปเกมทำท่าว่า "สิงห์บลู" จะเป็นฝ่ายคว้าสามแต้มกลับบ้านไปอีกไม่กี่อึดใจ แต่ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากสองตัวสำรองอย่าง เซยี่ โอโจ้ เปิดโด่งเข้ากลางมาถึง อัสเมียร์ เบโกวิช ปัดบอลมาเข้าทาง คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกนิ่มๆระยะเผาขนเข้าไป ทำให้สุดท้าย "หงส์แดง" เป็นฝ่ายตามตีเสมอ เชลซี 1-1 แบ่งกันไปคนละหนึ่งคะแนนในที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โคโล่ ตูเร่, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลานา, ฟิลิเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เชลซี : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น โอบี มิเกล, บาบา ราห์มาน, เชสก์ ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, เปโดร, วิลเลี่ยน, เอเด็น อาซาร์, เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่

ผลบอล : เมอร์ซีย์ไซด์ระอุ!! หงส์แดง เดือดฝั่งเดียวไล่ยำ ทอฟฟี่10ตัว เละเทะคา แอนฟิลด์
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน /  ผลบอล / 

ผลบอล เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 ดิว็อค โอริกี้ น.43, 2-0 มามาดู ซาโก้ น.45+2, 3-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.60, 4-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.76 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันนี้ เป็นการโคจรมาพบกัยระหว่างสองสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 "หงส์แดง" มาพลาดโอกาสทองฝังเพชร 17 กะรัต อย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า หลุดเดี่ยวไปล่อเป้าเหน่งๆแต่ดันยิงไปติดเซฟ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกไปแบบหวุดหวิด นาที 12 ทีมเยือนมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะสับไกลของ เควิน มิรัลลาส แต่ยังควบคุมทิศทางไม่ได้ ทำให้บอลลอยโด่งออกหลังไปเยอะพอสมควร ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่า เอฟเวอร์ตัน พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือแม้กระทั้งโอกาสจบสกอร์ ก็ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายถือว่ายังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 43 หลังจากโหมบุกหนักอยู่แทบจะฝ่ายเดียว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเปิดโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ บอลมาถึง ดิว็อค โอริกี้ ที่ยืนรอโขกเหน่งๆส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีพลาด GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้สำเร็จ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ อีกครั้งที่บรรจงตักบอลโด่งๆเข้ามาให้ มามาดู ซาโก้ ตั้งคอรอโขกระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้จบครึ่งแรก "หงส์แดง" เป็นฝ่ายออกนำในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ เหนือเพื่อบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แก้เกมด้วยการถอด แกเร็ธ แบร์รี่ ออกไปพักและส่ง มูฮัมเหม็ด เบซิช ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 50 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาจากจังหวะที่ รามิโร่ ฟูเนส โมรี่ โดนใบแดง หลังไปฟาวล์ชนิดรุนแรงใส่ ดิว็อค โอริกี้ จนทำให้ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยมบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สุดท้าย เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 60 และแล้วด้วยผู้เล่นที่เหลือน้อยกว่าของทาง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็ต้านทานเกมรุก ลิเวอร์พูล ไม่ไหว หลังมาโดนบวกเม็ดที่ 3 จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปเลือกมุมยิงผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 76 เกมรุก "หงส์แดง" ที่บุกใส่แผงหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นพายุก็มาบวกประตูได้เพิ่ใ จากจังหวะยิงไกลสุดสวยและเป็นลูกเก่งของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างเพื่อบ้านไปไกลถึง 4-0 ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเดินหน้ายำใหญ่ใส่แผงหลัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ฝั่งเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK),นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้ เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เควิน มิรัลลาส, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : ลุ้นแชมป์กันมันส์!! เฮอร์ริเคน รัวสองตุงพาไก่ไล่อัดวิลล่า บี้จิ้งจอกเหลือ2แต้ม
ผลบอล /  วิลล่า ปาร์ค / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 แอสตัน วิลล่า 0-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.45, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.48 เวลา : 23.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันของ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ โดยรูปเกมก็เป็นไปตามคาด "ไก่เดือยทอง" มีทีเด็ดทีขาดมากกว่า โดยมาได้สองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมปิดบัญชี "สิงห์ผงาด" พร้อมกับเก้บสามแต้มไปฝากแฟนบอลได้ตามคาด แถมตอนนี้คะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่แข่งมากกว่า 1 เกม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, ฌอร์ด็อง เวเรตูต์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, การ์เลส กิล, รูดี้ เกสเตเด้, จอร์แดน อายิว สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล ดาร์เมียนตะบันงาม!ผีเปิดรังเชือดพาเลซจี้ปืนแต้มเดียว
คริสตัน พาเลซ /  ฆวน มาต้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู:1-0 ดาร์เมียน เดอลานี่ย์  น.4  (เข้าประตูตัวเอง),2-0 มัตเตโอ ดาร์เมียน น.55 เวลา: 02.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังรักษาความหวังในการลุ้นท็อปโฟร์ของตัวเองไว้ได้ เมื่อเปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 โดยเจ้าบ้านได้ประตูนำตั้งแต่ต้นเกมจากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ ดาร์เมียน เดอลานี่ย์ จากนั้นช่วงต้นครึ่งหลัง มัตเตโอ ดาร์เมียน แบ็ครูปหล่อตะบันเต็มข้อให้ทีมนำห่าง 2-0 ก่อนเอาชนะไปด้วยสกอร์นี้ ทำให้ลูกทีมของหลุยส์ ฟานกัล เก็บสามแต้มทำคะแนนไล่ตาม อาร์เซน่อล ทีมอันดับที่ 4 อยู่ 1 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 1 นัด สำหรับนัดต่อไปจะลงเล่นฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศกับ เอฟเวอร์ตัน ที่เวมลี่ย์ ในวันเสาร์ที่ 23 เมษายน รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),ดาลี่ย์ บลินด์, คริส สมอลลิ่ง, อันโตนีโอ วาเลนเซีย, มัตเตโอ ดาร์เมียน,มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน,เวนย์ รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด คริสตัล พาเลซ: จูเลี่ยน สเปโรนี่(GK),อาเดรียน มาเรียอัปป้า,ดาร์เมียน เดอลานี่ย์, มาร์ติน เคลลี่,ปาเป้ โซอารี่,โยฮัน กาบาย,ไมค์ เจดินัค, อี ซุงยอง,บาการี่ ซาโก้,วินเฟรด ซาฮา,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์