CTH

ผลฟุตบอล : ไกลเท่าเดิม! เชสก์ซัดท้ายเกมสิงห์เชือดคิวพีอาร์หนีปืน7แต้ม
คลิ้นท์ ฮิลล์ /  ควีนส์ปาร์ค / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2557 ควีนส์ปาร์ค 0-1 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 0-1 เชสก์ ฟาเบรกาส น.88 เวลา : 19.30 น. สนาม : ลอฟตัส โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีกประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน จ่าฝูง และเต็งแชมป์อย่าง เชลซี บุกไปเยือนรัง ลอฟตัส โร้ด ของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ตลอดทั้งเกม "สิงห์บลู" แทบจะหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้ แต่ด้วยความเฉียบขาดของ เชสก์ ฟาเบรกาส มายิงช่วยทีมได้ในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก ขยับเข้าใกล้รัง สแตมฟอร์ดบริดจ์ มากขึ้นทุกขณะ หลังทำแต้มห่างอันดับ 2 อย่าง อาร์เซน่อล ไปไกลถึง 7 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่าอีก 1 นัด 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ควีนส์ปาร์ค : โรเบิร์ต กรีน, เมาริซิโอ อิสล่า, เนดุม โอนูโอฮา, สตีเวน คอลเกอร์, คลิ้นท์ ฮิลล์, แม็ตต์ ฟิลลิปส์, โจอี้ บาร์ตัน, ซานโดร, คาร์ล เฮนรี่, ชาร์ลี ออสติน, บ็อบบี้ ซาโมร่า เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, เนมันย่า มาติช, วิลเลี่ยน, เชสก์ ฟาเบรกาส, เอเด็น อาซาร์, ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สโต๊ค ซิตี้ 6-1 ลิเวอร์พูล
ลาลีกา /  สโต๊ค ซิตี้ 6-1 ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2558 สโต๊ค ซิตี้ 6-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 มาเม่ บิรัม ดิยุฟ น.22, 2-0 มาเม่ บิรัม ดิยุฟ น.26, 3-0 โจนาธาน วอลเตอร์ส น.30, 4-0 ชาร์ลี อดัม น.41, 5-0 สตีเว่น เอ็นซองซี่ น.45, 5-1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.70, 6-1 ปีเตอร์ เคราช์ น.86 เวลา : 21.00 น. สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล : อาการล่อแล่!! หงส์พับสนามเจ๊ารถบัสมวยโลก จ่อวืดท็อปโฟร์
ข่าวลิเวอร์พูล /  คริส บรั้นท์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2557 เวสต์บรอมวิช 0-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : เวลา : 21.00 น. สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 กลับมาตะบันแข้งกันอีกครั้งสำหรับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2014/15 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งอกหักอดเข้าชิงถ้วย เอฟเอ คัพ มาหมาดๆมีคิวบุกไปเยือนรัง เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ของ เวสต์บรอมวิช โดยวันนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เลือกที่จะให้โอกาสกับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง แถมกัปตันทีมอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยังได้ทำสถิติลงเล่นครบ 500 เกมในพรีเมียร์ลีกสำหรับค่ำคืนวันนี้ด้วย ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วฝั่งไหนจะเป็นฝ่ายกำชัยไปได้ในเวลา 90 นาที [เริ่มเกม] ผ่านมา 6 นาที โอกาสลุ้นแบบจะจะครั้งแรกเป็นของทางฝั่งเจ้าบ้าน เริ่มต้นมาจากลูกฟรีคิกสุดท้ายเป็น เคร็ก การ์ดเนอร์ ที่ได้ตะบันด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ โชคร้ายที่บอลหลุดกรอบ และตัวตามซ้ำก็ปิดบัญชีไม่โดนบอล เกมผ่านมา 10 นาที ถือว่า หงส์แดง เอาบอลมาครองและเดินเกมรุกไได้ดีกว่า เวสต์บรอมฯ พอสมควร แต่โอกาสจบสกอร์ยังมีไม่เยอะเท่าที่ควร นาที 12 เกรียนโอ้ เกือบพาหงส์แดงตีปีกขึ้นนำหลังจากได้กระหน่ำด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปติดแขนแนวรับ เดอะ แบ็กกี้ส์ แต่ผู้ตัดสิน โรเจอร์ อีสต์ ยังนิ่งไม่ให้เป็นลูกจุดโทษ เวลาเดินทางมาถึงนาที 27 มาริโอ บาโลเตลลี่ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นขึ้นนำจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็นทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับอาสาปั่นด้วยขวา บอลพุ่งแรงแต่เสยข้ามคานออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 40 แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะครองบอลได้มากกว่าและเดินเกมบุกใส่ เดอะ แบ็กกี้ส์ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปมา และไม่ได้หวาดเสียวพอที่จะลุ้นเป็นประตู [จบครึ่งแรก] หงส์แดง ที่มี บาโลเตลลี่ ยืนเป็นหน้าเป้ายังคงไร้ความอันตรายเหมือนเดิม หลังจากเจ้าบ้านลงไปตั้งรับกันทั้งทีม และไม่รีบในทุกๆจังหวะ ทำให้ 45 นาทีแรก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ถึงกับต้องลงไปนั่งกับพื้นเพราะลูกทีมยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม ผ่านมาถึงนาที 54 ทัพมวยโลกนานๆทีจะได้ลุ้นขึ้นนำ และก็มาจากจังหวะตั้งเตะเหมือนเดิม โดยเป็นลูกฟรีคิกโยนยาวมาถึง แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ ขึ้นโขกแต่บอลผิดเหลี่ยมหลุดเสาออกหลังไป นาที 56 เป็นโอกาสที่ ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นขึ้นนำและยิงตรงกรอบเป็นครั้งแรก เริ่มต้นจาก บาโลเตลลี่ ยิงไปติดบล็อคในกรอบเขตโทษ ก่อนที่บอลจะหลุดมาถึง คูตินโญ่ ซ้ำแถวสอง บอลกระดอนออกมาถึง เฮนเดอร์สัน ชาร์จจ่อๆ แต่ดันไปติดเซฟ โบอาส มายฮิลล์ ออกไป นาที 63 หงส์แดง พลาดขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะลากเลื้อยสุดมันส์ของเจ้าหนู จอร์ดอน ไอบ์ สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ซัดด้วยซ้ายไปชนคานดังสนั่น พลาดพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย นาที 64 เวสต์บรอมวิช เกือบทะยานขึ้นนำจากจังหวะผิดพลาดส่วนบุคคลของ มาร์ติน สเคอร์เทล จนทำให้ เจมส์ มอร์ริสัน ได้ขึ้นโขกจ่อๆ ยังดีที่ มินโญเลต์ กระโดดปัดปลายมือ บอลไม่พ้นอันตราย และสุดท้าย เดยัน ลอฟเรน วิ่งมาเคลียช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 80 เหลืออีกสิบนาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าลุยแหลกเหมือนเดิม แต่ปัญหาหลักคือไม่สามารถเจาะกำแพงแนวรับของ เวสต์บรอมวิช ไปดวลกับ โบอาส มายฮิลล์ ไม่ได้ [จบเกม] หมด 90 นาทีชนิดแกงจืดเรียกทวดสำหรับแมตช์ฉลองครบ 500 นัดของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดยทาง ลิเวอร์พูล ครองบอลและเดินเกมรุกเข้าหาเจ้าบ้านได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ ทำให้สุดท้ายกอดคอแบ่งกันไปคนละ 1 แต้มแบบไร้ประตู 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน : โบอาส มายฮิลล์, เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, โจลีออน เลสค็อตต์, คริส บรั้นท์, เคร็ก การ์ดเนอร์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, เจมส์ มอร์ริสัน, วิคเตอร์ อนิเชเบ้, ไซโด้ เบราฮิโน่ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, จอร์ดอน ไอบ์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, มาริโอ บาโลเตลลี่

ต้องพึ่งโกลไลน์! โกมิส ฮีโร่สวอนซีโขกอัดปืนใหญ่กระบอกแตกท้ายเกม
ผลบอลคืนนี้ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2558 อาร์เซน่อล 0-1 สวอนซี ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 บาเฟติมบี้ โกมิส น.85 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกมันเดย์ไนท์คู่ระหว่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่การันตีอันดับ ท็อปโฟร์ บนตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้แน่นอนแล้วมีคิวเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ สวอนซี โดยแมตช์นี้หากลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เก็บ 3 แต้มได้สำเร็จพวกเขาจะทำคะแนนขึ้นไปเทียบเท่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 ทันที แถมยังแข่งน้องกว่าอีก 1 นัดด้วยกัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่ 3 นาที กองทัพปืนใหญ่ครองบอลและเดินเครื่องลุยตั้งแต่ผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดเขี่ยบอล โดยจังหวะลุ้นประตูครั้งแรกของเกมเป็นทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ลุ้นจากลูกโขกในกรอบเขตโทษ โชคร้ายที่บอลเหินข้ามคานหลุดออกไปแบบเฉียดฉิว นาที 12 เจ้าบ้านมีโอกาสทะลวงตาข่ายทีมเยือนอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา และเป็นทาง เมซุต โอซิล รับอาสาปั่นด้วยซ้าย แต่ซัดไปติดพวกเดียวกันเองอย่าง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 19 เป็นโอกาสของผู้มาเยือนอย่าง หงส์ขาว ได้ลุ้นเจาะตาข่ายบ้างจากจังหวะสับไกลของ จอนโจ้ เชลวีย์ ที่ตวัดยิงด้วยซ้ายแต่บอลยังเบาและไปตรงตัว ดาวิด ออสปิน่า เซฟไว้ได้สบาย ผ่านครึ่งชั่วโมงแรงของเกม ถือว่า แกรี่ มังค์ เตรียมทีมมารับมือกับ อาร์เซน่อล ได้ค่อนข้างเยี่ยมโดยสั่งการให้ลูกทีมลงไปแพ็คเกมรับให้แน่น และรอสวนกลับจากผู้เล่นบริเวณริมเส้นที่มีความเร็วสูงอย่าง นาธาน ดายเออร์, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ นาที 38 จอนโจ้ เชลวีย์ โดน เควิน เฟรนด์ แจกใบเหลืองหลังจากไปเสียบหนักใส่ อเล็กซิส ซานเชซ บริเวณกลางสนาม นาที 42 ช่วงท้ายครึ่งแรก อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูออกนำจากจังหวะสังหารด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แต่ยังให้น้ำหนักแรงเกินไปหน่อย สุดท้ายบอลหลุดเสาแรกออกไปแค่ปลายผม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หงส์ขาว หวิดได้ประตูขึ้นนำหลังจาก เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ ฉกบอลได้จาก เอ็คตอร์ เบเยริน ก่อนจะกระชากขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษพร้อมตะบันด้วยขวาเต็มแรง แต่ทิศทางหลุดกรอบออกไปแค่นิดเดียว จบครึ่งแรก! สวอนซี วางหมากมาได้ค่อนข้างเยี่ยม โดยปิดโอกาสการเจาะตาข่ายของ อาร์เซน่อล ไม่ให้มีจังหวะซัดประตูได้ถนัดสักเท่าไหร่สำหรับ 45 นาทีแรก [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 51 เจ้าถิ่นหวิดขึ้นนำแบบเฉียดฉิวอีกกครั้งหลังจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้เข้าชาร์จบริเวณกรอบ5หรา แต่สุดท้ายยังโดนแนวรับ สวอนซี ตามมาบล็อคได้ทันในวินาทีสุดท้าย เกมผ่านมาถึงนาที 70 แผงหลังของ หงส์ขาว ยังคงโซนรับกันได้อย่างแข็งแกร่ง และทางฝั่ง ปืนใหญ่ พยายามเดินหน้าบดขยี้ให้หนักกว่าเดิม แต่ก็ยังคงหาโอกาสปิดบัญชีแบบเหน่งๆไม่ได้ นาที 75 อาร์เซน่อล ไม่ได้ประตูขึ้นนำแบบสุดช็อค หลังจาก นาโช่ มอนเรอัล หลุดขึ้นมาในกรอบเขตโทษ พร้อมกับตวัดยิงเหน่งๆ แต่ดันไปติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ตะปปออกหลังไปได้ GOAL! นาที 85 แนวรับปืนใหญ่พังพินาศหลังจากโดน บาเฟติมบี้ โกมิส ที่ลงมาเป็นตังสำรองขึ้นโขกเต็มศรีษะดาวิด ออสปิน่า เซฟได้แต่บอลข้ามเส้นไปเรียบร้อยเมื่อผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ เช็คจากเทคโนโลยีโกลไลน์บนนาฬิกาข้อมือ นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน อาร์เซน่อล พยายามเร่งบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน แต่สุดท้ายต้องชื่นชมแผงแนวรับ หงส์ขาว ที่ทำได้เยี่ยมตลอด 90 นาที ทำให้ลูกทีมของ แกรี่ มังค์ เก็บ 3 คะแนนออกมาจากรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้แบบล็อคถล่ม! 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกโกแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อารอน แรมซีย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, อังเคล รังเกล, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอชลีย์ วิลเลียมส์, นีล เทย์เลอร์, คี ซุง ยอง, แจ็ค คอร์ก, จอนโจ้ เชลวีย์, นาธาน ดายเออร์, กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่

มารู้จัก Tanner Foust นักดริฟท์ระดับเทพ สตั๊นท์แมนในหนัง THE Fast...
ดริฟท์ /  นักแข่งรถ / 

หลังจากฝีมือการดริฟท์ระดับเทพสะท้านไปเข้าตาทีมงานรายการ Top Gear USA เข้าทำให้แทนเนอร์โฟสต์(Tanner Foust) ถูกวางตัวให้มารับหน้าที่ 1 ใน 3 พิธีกรดำเนินรายการรถที่ดังที่สุดในโลกอย่าง Top Gear เวอร์ชั่นอเมริกัน เพื่อชูโรงสูบฉีดความมันให้ทะลุมาตรวัด ด้วยดีกรีแชมป์นักแข่งรถหลายประเภททั้ง Formula Drift  Championship, U.S. Rallycross Champion, X Games Gold Medals และอีกมากมาย พ่วงด้วยการเป็นสตั๊นท์แมนในฉากขับรถสุดหวาดเสียวให้กับหนังแอคชั่นดังหลายเรื่อง อย่าง Fast and The Furious 3: Tokyo Drift งานนี้แทนเนอร์ขอขนประสบการณ์ในวงการนักซิ่งกว่า 10 ปีมารับหน้าที่พิธีกรเปลี่ยนความเร็วให้กลายเป็นความมันบนหน้าจอใน Top Gear USA season 4 ทุกวันอังคารเวลา 20.00 น. เริ่ม 2 มิถุนายนนี้ช่อง KIX (ทางTOT iptv 257 และCTH 83) 1.จากนักแข่งรถระดับแชมป์โลกสู่พิธีกรรายการ Top Gear USA บอกได้เลยว่าสุดยอดมากครับ กับการเป็นส่วนหนึ่งของ Top Gear USA รายการที่คนรักรถและความเร็วทั่วโลกต่างชื่นชอบ ผมว่ามันเป็นงานที่ดีที่สุดในโลกเลยนะ ที่ให้คนรักความเร็วอย่างผม ได้มาเล่นมาลองรถเจ๋งๆหลากหลายรุ่นร่วมกับก๊วนเพื่อนพิธีกรอีก 2 ท่าน เวลาทำงานเลยเหมือนกลุ่มเพื่อนนัดมาทำอะไรเจ๋งๆร่วมกันเลยล่ะ 2.อุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตการขับรถ ครั้งหนึ่งผมขับแรลลี่แล้วเกิดเสียหลักทำให้รถพุ่งออกหน้าผาลึกทำให้หัวผมกระแทกอย่างแรง เหตุการณ์นี้ทำให้ผมคิดได้ว่า การเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ควรมีอีโก้ ว่าตัวเองเก่งหรือบังคับได้ทุกอย่าง เมื่อเริ่มเหยียบคันเร่งนั่นคือสิ่งไม่คาดฝันครั้งใหม่อาจรออยู่ข้างหน้า หากเกิดความผิดพลาดก็ต้องยอมรับและเรียนรู้อะไรจากมันให้ได้ 3.เป็นนักแข่งรถระดับแชมป์ตัวพ่อแบบนี้สิ่งที่ท้าทายที่สุดของการเป็นสตั๊นท์แมนคืออะไร ความปลอดภัยคือสิ่งที่น่ากังวลและท้าทายที่สุด เวลาแข่งรถ เรายังอยู่ท่ามกลางนักแข่งรถที่มีประสบการณ์ด้วยกัน แต่การเป็นสตั๊นท์ในภาพยนตร์ คุณต้องทำสิ่งที่เสี่ยงตายท่ามกลางนักแสดงร่วมและทีมงานต่อหน้ากล้อง ซึ่งพวกเขาอาจจะไม่มีทักษะเรื่องพวกนี้เลยก็ได้ อย่างตอนผมถ่ายทำ Tokyo Drift ผมต้องแข่งแบบยกล้อข้างแต่เข็มขัดนิรภัยดันเกิดไม่ทำงานดื้อๆซะอย่างนั้นมันอันตรายมาก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่จะโค ตะ ระมันเลยล่ะ 4.เหตุการณ์ใดในรายการที่ทำให้เทพอย่างคุณสันหลังวาบ โอ้โห มากมายเกินกว่าที่คุณคาดคิดแน่ๆ โดยเฉพาะในซีซั่น4 ที่พวกคุณกำลังจะได้ดู มีตอนหนึ่งพวกเราต้องพยายามขับเรือข้ามทะเลสาบ Ontario โดยมีผมกับอดัมแข่งกัน แต่เรือดันจมกลางทะเลสาบ ตอนนั้นผมกับอดัมเกือบจมน้ำจริงๆ แต่ก็ช่วยเหลือกันได้ทันเวลา เอาจริงๆพวกเราก็โดนตำรวจเพ่งเล็งกันหลายครั้งระหว่างถ่ายทำรายการเหมือนกันนะ เพราะหลายครั้งมันช่างอันตรายซะเหลือเกิน 5.ระหว่างแรลลี่ ดริฟท์ติ้ง และการเป็นพิธีกรรายการนี้ อะไรที่คุณตื่นเต้นและรู้สึกมันไปกับมันที่สุด ผมตื่นเต้นกับทุกๆอย่างที่ผมทำ ตอนแข่ง ผมได้แต่มองไปข้างหน้า เพื่อที่จะได้กลับไปทำพิธีกรรายการ เมื่อถ่ายทำเสร็จผมก็จะตื่นเต้นที่จะได้ไปถ่ายหนังเรื่องต่อไป เรียกได้ว่าผมตื่นเต้นกับสิ่งต่อไปที่ผมกำลังจะทำเสมอน่ะ 6.แชมป์นักแข่งอย่างคุณคงสะสมซูเปอร์คาร์ที่บ้านไว้หลายคันเลยล่ะสิ ผมรักรถก็จริง แต่มีอยู่แค่ 3 คัน 3 คันนี้บอกทุกอย่างในชีวิตผมได้ดี คันแรกคือ  Porsche Turbo ปี 2001 เครื่อง 750 แรงม้า บ่งบอกความเป็นนักแข่งรถของผม คันที่สองคือ  Ford Raptor เป็นรถกระบะคันใหญ่ เพราะผมอยู่ใกล้ชายหาดก็เลยต้องใช้รถที่ผมจะสามารถดูแลครอบครัวของผมได้ทั้งหมด ส่วนอีกคันเป็นรถเก่าของพ่อผม มันทำให้ผมนึกถึงพ่อเสมอและคอยเตือนให้รู้ว่าเราเป็นใคร 7.ในเมืองไทยมีถนนดีๆให้คุณได้มาแข่งรถมากมาย คุณจะเลือกรถรุ่นใดมาโชว์ความเป็นตัวคุณให้คนไทยได้เห็น ต้อง Porsche เท่านั้น! ผมคือแฟนตัวยงของ Porsche เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองตัวตนผมเลยนะ ไม่ว่าจะความเร็วที่เข้าขาและเทคโนโลยีที่เข้ากับการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน หรือ แม้แต่กับบนเลนแข่ง 8.คุณว่าทุกวันนี้รถอเมริกันเปลี่ยนไปอย่างไร ในช่วง 5 ปีหลังมานี่ เราได้เห็นการก้าวใหญ่ของรถอเมริกัน บริษัทรถอเมริกันได้จับมือพัฒนาเทคโนโลยีกับบริษัทรถยุโรป เราเลยได้เห็นรถอเมริกันที่มีเทคโนโลยีไม่ต่างจากรถยุโรป ไม่ว่าจะเครื่องยนต์หรือดีไซน์ หรือไม่ก็กับบริษัทรถของจีนที่ได้มาร่วมกันสร้างความหลากหลายทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นไปอีก 9.เห็นว่าคุณเป็นสตั๊นท์ในหนังแอคชั่นหลายเรื่อง รวมถึง Fast and The Furious: Tokyo Drift เมื่อหลายปีก่อน หากได้เล่นเป็นตัวเองใน Fast 8 คุณจะหยิบเอาทักษะแข่งรถใดมาโชว์ Rallycrossผมว่ามันเป็นการแข่งรถที่แปลกเอาการอยู่ ผมจะเลือก Beetle มาโชว์ในหนัง เพราะเป็นรถที่เล็กกะทัดรัด ดูไม่มีพิษภัย แต่กลับซ่อนสมรรถนะที่โหดใช่ย่อย เพราะทั้งสไลด์ได้ กระโดดข้ามได้ และก็เร็วอย่าบอกใคร ถ้าได้เอามันไปโชว์ Rallycrossในหนัง ต้องเตะตาคนดูแน่เลย 10. หัวใจของการขับรถเร็วคืออะไร อาจจะฟังดูแปลก สำหรับผมมันคือ “การควบคุมสายตา” เพราะมันคือศูนย์กลางและจุดเริ่มต้นของการขับรถ เราต้องบังคับ ควบคุมและคาดการณ์ทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า หากควบคุมสายตาไม่ดีจะไม่สามารถขับรถได้เร็วและปลอดภัยได้เลย

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS ควีนส์ปาร์ค
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS ควีนส์ปาร์ต เรนเจอร์ส สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ความฝันของ ลิเวอร์พูล ในการไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าหลุดลอยไปไกลหลังบุกออกไปพ่าย ฮัลล์ เมื่อกลางสัปดาห์ทำให้ หงส์แดง มีแต้มตามหลังทีมอันดับสี่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เจ็ดคะแนนแม้เกมล่าสุดพลพรรค ผีแดง จะบุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน มาแบบเละเทะ 3-0 แต่พวกเขาขอแค่ชนะสองจากสี่เกมที่เหลือก็จะรับประกันตำแหน่งท็อปโฟร์แน่นอน โอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้าของ ลิเวอร์พูล คงอยู่ที่การรักษาตำแหน่งอันดับห้าเพื่อเอาโควต้าไปเล่นถ้วย ยูโรป้าลีก ซึ่งต้องแข่งขันกับ สเปอร์ส และ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ทำคะแนนไล่จี้มาติดๆ ขณะที่ คิวพีอาร์ ในตำแหน่งรองบ๊วย โอกาสร่วงไปเล่น ลีกแชมเปี้ยยนชิพ สูงมากเพราะมีแต้มห่างโซนปลอดภัยสี่คะแนน เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหงส์แดง จะได้ ลูคัส เลว่า คืนจากอาการเจ็บต้นขา แต่คงจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เจ็บสะโพกจนอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วน มาริโอ บาโลเตลลี่ เจ็บเท้า มามาดู ซาโก้ มีปัญหาที่แฮมสตริง ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น ผ่าเข่าต้องพักยาวอย่างน้อยหกเดือน คริส แรมซี่ย์ กุนซือคิวพีอาร์ ต้องรอเช็คความฟิตของ บ็อบบี้ ซาโมร่า ที่เจ็บสะโพก ส่วน เลรอย เฟอร์ ที่เจ็บเข่าน่าจะฟิตทันลงสนามหลังได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมก่อน ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ร่างกายยังไม่น่าจะสมบูรณ์แม้จะกลับมาลงซ้อมได้แล้ว ส่วน เอดูอาร์โด้ วาร์กัส กับ อเลฮานโดร ฟาอูร์ลิน เจ็บทั้งคู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, ลอฟเรน, สเคอร์เทล, โมเรโน่, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่ คิวพีอาร์ – กรีน, อิสล่า, ริชาร์ด ดันน์, คอลเกอร์, ยุน ซุค ยอง, แม็ทธิว ฟิลลิปส์, ซานโดร, โจอี้ บาร์ตัน, คาร์ล เฮนรี่, ซาโมร่า, ชาร์ลี ออสติน

โคตรน่ารักเลย! ลูกแก้ว ศรีกานต์ สาวหน้าใสสไตล์ญี่ปุ่น
คณะรัฐศาสตร์ /  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / 

สะดุดตามากๆ! ลูกแก้ว ศรีกานต์ บัณฑิตสาวหน้าใสจากรั้วจามจุรี คนนี้มองผ่านแว๊บแรกนึกว่าสาวญี่ปุ่นที่ไหนซะอีก .. ก่อนหน้านี้ถ้าใครได้ดู MV เพลง "พูดไม่ค่อยถูก" ของวง AB Normal ก็คงจะเห็นเธอคนนี้แน่นอน ถึงแม้เรียนจบแล้วแต่หน้าตาก็ยังเหมือนเด็กอายุ 16 ไม่มีผิด ยิ่งตัดผมสั้น-ใส่ชุดคอซองยิ่งเด็กเข้าไปอีก นอกจากนี้สาวลูกแก้วยังผ่านผลงานโฆษณา พิธีกร ถ่ายแบบ รวมถึงเป็นศิลปินฝึกหัดเกิร์ลกรุ๊ป GMM Grammy ด้วย >,< เราไปทำความรู้จักเธอกันเลยดีกว่า โคตรน่ารักเลย! ลูกแก้ว ศรีกานต์ สาวหน้าใสสไตล์ญี่ปุ่น โคตรน่ารักเลย! ลูกแก้ว ศรีกานต์ สาวหน้าใสสไตล์ญี่ปุ่น ลูกแก้ว ศรีกานต์ แค่เห็นหน้าก็ทำเอาหนุ่มๆ ใจละลายกันซะแล้ว เห็นหน้าตาหวานๆ ลุคแบ๊วๆ ใสๆ แบบนี้แต่ความจริงแล้ว สาวลูกแก้วบอกว่าตัวเองออกแนวห้าวๆ แก่นๆ ซะมากกว่า และเพื่อนๆ ก็ชอบบอกว่าติงต๊องปัญญาอ่อน ซะงั้น >,< เห็นยิ้มเก่งๆ แบบนี้แน่นอนว่าลูกแก้วเป็นสาวเฟรนลี่ ร่าเริง และยังเป็นคนตรงไปตรงมา ซะด้วย ชื่อ-นามสกุล : ศรีกานต์ นาคะวิสุทธิ์ ชื่อเล่น : ลูกแก้ว ส่วนสูง : 160 เซนติเมตร การศึกษา: ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความสามารถพิเศษ : พิธีกรภาษาอังกฤษ เล่นกีฬา เชียร์ลีดเดอร์ งานอดิเรก : ออกกำลังกาย ดูหนัง จัดห้อง อ่านหนังสือ สเป็คผู้ชาย : นิสัยดี ไม่เจ้าชู้ ชอบหุ่นนักกีฬา สูงๆ เข้มๆ หล่อๆ >,< ความใฝ่ฝัน : ผู้ประกาศข่าวภาษาอังกฤษ นักร้อง นักแสดง วันว่างสบายๆ : ชอบวาดรูป หรือไม่ก็ฟิตเนส ฉายาประจำตัว! : ลูกเกรียน, ลูกลิง เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยเกรียนและไม่ซนเท่าไหร่เล้ยยย มีน้องชาย 1 คน : ชื่อ กานต์ เป็นศิลปิน "กันกานต์" ค่ายแกรมมี่ facebook : https://www.facebook.com/lukgalsrikarn instagram : @lukgal ผลงานที่ผ่านมา ศิลปินฝึกหัดเกิร์ลกรุ๊ป GMM Grammy ค่ายครัวซอง วง Sound Cream พิธีกรรายการ IT, X4 Social Trends และ Midnight Report สองภาษา ช่อง MONO29 พิธีกรรายการ Be My Guest ช่อง NBT World (ภาษาอังกฤษ) สัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจในวงการแฟชั่น นางเอก MV พูดไม่ค่อยถูก AB Normal โฆษณา MyMint Choc, Vitamilk, Ootoya, Macdonald's, I-Mobile, Fitne, MeetnLunch, Ch5 Newspack โฆษณา Vitamilk Double Black, Ootoya, Macdonald's, I-Mobile, Toyota, MeetnLunch, Party มิวสิควิดีโอ เพลง บังคับ, เพลง นิทรา ว่าน-ธนกฤต ,เพลง อย่ายอมนะ โจอี้บอย, เพลง ถ้าเรารักกันมากพอ และเพลงพูดไม่ค่อยถูกของวง AB Normal DoubleA Brand Ambassador ถ่ายแบบแฟชั่น ฝากติดตามเร็วๆ นี้ Sitcom "Dr. Love" ทางเคเบิ้ล CTH ภาพยนตร์รักกุ๊กกิ๊ก Focus My Girl โฆษณา TVC FITNE Girl group Singing Project under GMM Grammy label (Croissong) ลูกแก้วบอกว่า คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้นตอนที่เล่น เอ็มวีเพลง พูดไม่ค่อยถูกของวง AB Normal และหลังจากนั้นก็มีแฟนคลับเข้ามาติดตามเรามากขึ้นและได้เล่นโฆษณา ได้รับงานหลากหลายมากขึ้น ตอนนี้เราเป็นไอดอลให้กับสาวๆ หลายคน ส่วนตัวลูกแก้วก็มีไอดอลเหมือนกันนะ คุณพ่อ นั่นเอง คุณพ่อจะคอยสอนเวลาทำอะไรก็ตั้งใจทำให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด แล้วก็สอนอีกว่าอย่าตัดสินใครที่ภายนอก ส่วนเรื่องการเรียนที่ลูกแก้วเลือกเรียน คณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็เพราะอยากเป็นผู้ประกาศข่าวภาษาอังกฤษ แล้วก็อยากฝึกทักษะภาษาอังกฤษด้วย เพราะเวลาพูดภาษาไทย เพื่อนจะบอกว่าไม่ค่อยรู้เรื่อง และค่อนข้างมีการแข่งขันสูง แต่ก็จะฝึกฝนตัวเองไปเรื่อย ๆ เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ : https://www.facebook.com/lukgalsrikarnnakavisut/, @takoyakiphoto, https://www.facebook.com/takoyakiphoto/

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2557 อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เอคเตอร์ เบเยริน น.37,2-0 เมซุต โอซิล น.40,3-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45, 3-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(จุดโทษ) น.76, 4-1 โอริวิเยร์ ชิรูด์ น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS ลิเวอร์พูล สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสด CTH stadium3 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ความฝันไป แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าของทีมหงส์แดงเริ่มยากลำบากเมื่อเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดพวกเขาแพ้ให้กับทีมคู่อริอย่าง แมนฯ ยูฯ คารังแอนฟิลด์ทำให้มีแต้มตามหลังโซนท็อปโฟร์ห้าคะแนนขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกแค่แปดเกมและนัดนี้ยังต้องมาเจอทีมที่กำลังฟอร์มฮ็อตอย่างปืนโตด้วย แถม ลิเวอร์พูล ยังมีเกมกลางสัปดาห์รออยู่ในถ้วยเอฟเอคัพ รอบแปดทีมที่จะพบกับ แบล็คเบิร์น นอกจากนี้ยังมีข่าวที่ไม่ค่อยดีนักว่าจบฤดูกาลนี้สโมสรอาจจะต้องเสียกำลังหลักในทีมอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง หลังจากตกลงเรื่องสัญญากันไม่ได้ ฝั่ง อาร์เซนอล เครื่องกำลังร้อนเต็มที่ สถิติสิบนัดหลังสุดในลีกพวกเขาเก็บชัยได้ถึงเก้านัด ทำแต้มจี้ติดรองจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ เหลือแค่คะแนนเดียว ขณะที่สิ้นเดือนนี้มีเกมใหญ่รออยู่คือการเปิดบ้านพบกับ เชลซี เกมนี้ อาร์เซน เวนเกอร์ ต้องรอเช็คความฟิตของ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่มีอาการเจ็บเข่า ขณะที่ แจ็ค วิลเชียร์ ต้องลุ้นว่าจะมีชื่อในนัดนี้มั้ยหลังหายเจ็บกลับมาลงซ้อมได้แล้ว รวมไปถึง มิเคล อาร์เตต้า, มาติเยอ เดอบูชี่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ อาบู ดิยาบี้ พวกนี้กลับมาซ้อมได้หมดแล้วแต่ยังไม่พร้อมลงเล่นเพราะต้องรอเรียกความฟิตต่อไป ด้าน เบรนเดน ร็อดเจอร์ส จะไม่มีทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่ติดโทษแบนจากเกมแดงเดือด ขณะที่ อดัม ลัลลาน่า เจ็บขาหนีบ แต่น่าจะได้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หายเจ็บสะโพกกลับมา เช่นเดียวกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่น่าจะหายเจ็บนิ้วเท้ากลับมาได้ทัน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – ออสปิน่า, เบเยริน, แมร์แตซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, มอนเรอัล, โคเกอแลง, แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, โอซิล, กาซอร์ล่า, ชิรูด์ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, โคโล่ ตูเร่, มามาดู ซาโก้, มาร์โควิช, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, โมเรโน่, สเตอร์ลิง, สเตอร์ริดจ์, คูตินโญ่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2558 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด CTH stadium4 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ก่อนเกมนี้จะเริ่มหลายคนเชื่อกันว่าหาก แมนฯ ยูฯ สามารถบุกมาเก็บชัยเหนือ เชลซี ได้พวกเขาก็ยังจะอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อไปแม้โดยปฏิบัติแล้วโอกาสคว้าแชมป์จะยากมากก็ตาม ส่วนทีมสิงห์บลูผลงานในลีกไม่แพ้ใครในบ้านมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ยกเว้นในถ้วยเอฟเอคัพที่ถูก แบรดฟอร์ด ทีมรองบ่อนเขี่ยร่วงตกรอบ ส่วนสถิติการเจอกับทีมปีศาจแดงในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 12 นัดหลังสุดพวกเขาแพ้แค่เกมเดียวในปี 2012 สรุปว่าตอนนี้พวกเขาขออีกเพียง 11 แต้มจาก 7 เกมที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ทันที โฆเซ่ มูรินโญ่ จะยังไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า ที่เจ็บแฮมสตริงแต่ยังหวังจะได้ ลออิค เรมี่ กลับมาจากการเจ็บน่อง ส่วนผู้เล่นคนอื่นยังอยู่ครบ ฝั่ง หลุยส์ ฟาน กัล เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ไมเคิล คาร์ริค, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์ และ ดาลี่ย์ บลินด์ ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ยังติดโทษแบนต่อไปทำให้มีนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์เหลือเพียง คริส สมอลลิ่ง, แพดดี้ แม็คแนร์ และ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, มาติช, วิลเลี่ยน, ฟาเบรกาส, อาซาร์,ดร็อกบา แมนฯ ยูฯ - เด เคอา,วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, แม็คแนร์. ลุค ชอว์, เอร์เรร่า, มาต้า, เฟลไลนี่, ดิ มาเรีย, แอชลี่ย์ ยัง, รูนี่ย์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ VS แมนฯ ยูฯ
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม เซลเฮิรส์ท พาร์ค วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด CTH stadium1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ทีมปีศาจแดง ทำท่าจะได้โควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แบบสบายๆ ไม่ต้องมาลุ้นถึงช่วงสองสามเกมสุดท้ายของฤดูกาลแต่สถานการณ์ก็พลิกผันจนได้เพราะความพ่ายแพ้สามเกมรวดแบบไร้สกอร์ให้กับ เชลซี, เอฟเวอร์ตัน และ เวสต์บรอมฯ แถมยังมีแมตช์ใหญ่กับ อาร์เซนอล รออยู่ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามหากเกมนี้พวกเขาเอาชนะทีมปราสาทเรือนแก้วและในวันอาทิตย์ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับห้าเกิดบุกไปพ่าย เชลซี โควต้าไปฟุตบอลยุโรปจะตกเป็นของ แมนฯ ยูฯ ทันที ส่วน คริสตัล พาเลซ หลังได้ อลัน พาร์ดิว เข้ามาคุมทีมในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาผลงานก็ดีขึ้นทันทีจากทีมที่เคยอยู่ในอันดับ 18 ตอนนี้พวกเขาอยู่รอดปลอดภัยได้เล่น พรีเมียร์ลีก ต่อไปในฤดูกาลหน้าแน่นอนแม้ผลงานล่าสุดจะแพ้ในลีกมาสามเกมรวด หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือผีแดงบอกก่อนเกมว่ามีนักเตะเป็นไข้กันหลายคนแต่นัดนี้น่าจะได้ ฟิล โจนส์ กลับมาลงสนามได้อีกครั้งแต่ ราฟาเอล, ลุค ชอว์, จอนนี่ อีแวนส์, มาร์กอส โรโฮ ยังมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ ไมเคิล คาร์ริค เจ็บปิดเทอมฤดูกาลนี้ไปเรียบร้อย ส่วน โรบิน ฟาน เพอร์ซี น่าจะได้ยืนเป็นหน้าเป้าอีกนัดแม้เกมก่อนจะซัดจุดโทษพลาดก็ตาม ฝั่งเจ้าบ้านนัดนี้น่าจะส่ง เกล็น เมอร์เรย์, มาร์ติน เคลลี่, ไมล์ เจดินัค กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ส่วน เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ กับ มารูยาน ชามัคห์ เจ็บแฮมสตริงทั้งคู่น่าจะยังไม่พร้อมกับเกมนี้แต่ก็ใกล้คืนสนามเต็มทีเช่นเดียวกับ เจอโรม โธมัส ที่เจ็บข้อเท้า ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม พาเลซ – สเปโรนี่, มาร์ติน เคลลี่, ริชาร์ด ดันน์, เดลานี่, วอร์ด, เจดินัค, แม็คอาร์เธอร์, โบลาซี่, ปันเชี่ยน, ซาฮา, เมอร์เรย์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, บลินด์, ดิ มาเรีย, เอร์เรร่า, รูนี่ย์, เฟลไลนี่, แอชลี่ย์ ยัง, ฟาน เพอร์ซี

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS ลิเวอร์พูล สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด ช่อง3 ,CTH stadium4 ความพร้อม ทั้งสองทีม เชลซี เพิ่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปแบบไม่เป็นทางการไปสดๆ ร้อนๆ หลังทำแต้มนำโด่งจนขาดลอย ส่วน ลิเวอร์พูล ยังมีความหวังในโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดท่าก่อน เกมนี้นักเตะทีมเยือนต้องตั้งแถวเพื่อรอปรบมือเป็นเกียรติแก่นักเตะทีมแชมป์ก่อนเดินลงสู่สนามด้วย ก่อนเกม โฆเซ่ มูรินโญ่ มีสถิติคุมทีมเจอกับ ลิเวอร์พูล ในลีก 11 เกม ชนะถึงแปดและแพ้แค่ครั้งเดียว ส่วนหงส์แดงภายใต้การคุมทัพของ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส ที่เริ่มจะเก้าอี้ร้อนเพิ่งเก็บชัยจาก คิวพีอาร์ ได้เมื่อสัปดาห์ก่อนแต่สองเกมหน้านี้พวกเขาเสมอกับ เวสต์บรอมฯ และแพ้ให้กับ ฮัลล์ ทำให้พลาดโอกาสทองในการไล่จี้ทีมปีศาจแดงที่พลาดท่าแพ้รวดสามนัดในลีก ส่วนทีมสิงห์บลูเก็บชัยได้หกจากเจ็ดเกมหลังสุดในลีกและเก็บคลีนชีตไปแล้ว 17 นัดมากกว่าทุกทีมในลีก พวกเขากำลังบันทึกสถิติครองจ่าฝูงยาวนานที่สุดในลึกคือ 274 วันซึ่งจะเกิดขึ้นในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ เกมนี้เจ้าบ้านอาจไม่เสี่ยงส่ง ดิเอโก้ คอสต้า ที่มีปัญหาที่แฮมสตริงลงสนาม แต่ ออสการ์ ที่เจ็บต้นขาปิดเทอมฤดูกาลนี้ไปเรียบร้อย ขณะที่ รามิเรส มีอาการป่วยต้องรอเช็คอาการอีกครั้ง ส่วนบรรดานักเตะตัวสำรองอย่าง เคิร์ท ซูม่า, ฟิลิเป ลุยซ์, ปีเตอร์ เช็ก อาจจะได้ลงสนามในเกมนี้ ฝั่งทีมเยือนยืนยันแล้วว่า ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เพิ่งผ่าตัดสะโพกต้องพักยาวถึงเดือนกันยายน ขณะที่ มามาดู ซาโก้ เจ็บแฮมสตริงต้องพักต่อ ส่วน มาริโอ บาโลเตลลี่ สามารถกลับมาลงซ้อมได้แล้วหลังหายจากอาการเจ็บที่เท้าเช่นเดียวกับ ลูคัส เลว่า ที่น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, เคิร์ท ซูม่า, มาติช, วิลเลี่ยน, ฟาเบรกาส, อาซาร์, ลออิก เรมี่ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, โมเรโน่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, เอ็มเร่ ชาน, เจอร์ราร์ด, ลูคัส, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่

ผลฟุตบอล : เละเป็นโจ๊ก! ทอฟฟี่เปิดรังเผาหลังบ้านผี ต่อความหวังหงส์ลุ้นที่4
กูดิสัน ปาร์ค /  ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2557 เอฟเวอร์ตัน 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ น.5, 2-0 จอห์น สโตนส์ น.35, 3-0 เควิน มิรัลลาส น.74 เวลา : 19.30 น. สนาม : กูดิสัน ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวบุกไปเยือนรัง กูดิสัน ปาร์ค สนามเหย้าของ เอฟเวอร์ตัน ก่อนเกม "ปีศาจแดง" หล่นไปรั้งอันดับ 4 ของตารางทำให้วันนี้พวดเขาจำเป็นต้องซิว 3 แต้มเพื่อหนีจากการไปเล่นเพลย์ออฟ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว หลุยส์ ฟาน กัล จะพาลูกทีมกลับออกมาด้วยรอยยิ้ม หรือน้ำตา /// [เริ่มเกม] 5 นาทีแรกถือว่าทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันแบบหมัดต่อหมัด หวิดจะเสียประตูเร็วด้วยกันทั้งสองทีม GOAL! และแล้วแนวรับ ปีศาจแดงก็พังจนได้ จากจังหวะของ เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ หลุดการสกัดจาก แพ็ดดี้ แม็คแนร์ เข้าไปกระหน่ำตุงตาข่ายให้เจ้าบ้านออกนำตั้งแต่นาทีที่ 5 นาทีที่ 7 มารูยาน เฟลไลนี่ พลาดซัดตาข่ายทีมเก่าแบบสุดช็อค หลังจากได้หลุดเดียวขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงด้วยขวา บอลลอยโด่งออกหลังชนิดแฟนผีที่ตามมาเชียร์ใน กูดิสัน ปาร์ค เซ็งไปตามๆกัน ผ่านมาถึงนาที 16 แมนฯยู เพิ่งจะได้มีโอกาสตีไข่แตกแบบเหน่งๆครั้งแรก จากจังหวะเติมขึ้นมาซัดแถวสองของ ดารีย์ บลินด์ แต่ก็ยังไม่ผ่านเซฟของ ทิม ฮาวเวิร์ด ล้มตัวรับไว้ได้สบาย นาที 27 รูปเกมยังคงสวนหมัดผลัดกันรุกรับไปมาเหมือนเดิม แต่จังหวะนี้เป็นโอกาสของ โรเมลู ลูกากู ที่ได้ส่องด้วยซ้ายข้างถนัดหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลดันไปตรงตัว เด เคอา รับเข้าซองได้สบาย GOAL! นาที 35 สถานการณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ลำบากหนักกว่าเดิม หลังจากมาโดนทีเด็ดจากลูกเตะมุมของ เอฟเวอร์ตัน และเป็นทาง จอห์น สโตนส์ ที่วิ่งเข้ามาโขกเต็มๆให้ ทอฟฟี่ ขยี้ตาข่าย ปีศาจแดง ไปได้แล้ว2เม็ด เกมผ่านมาถึงนาที 40 แม้ว่า ยูไนเต็ด จะเอาบอลมาครองได้มากกว่าเจ้าบ้านชัดเจน แต่ก็ยังหาจังหวะเจาะแนวรับ เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้ แถมจังหวะสวนของ ทอฟฟี่ ยังอันตรายจนเก็บได้ประตูที่3อยู่หลายครั้งเหมือนกัน [จบครึ่งแรก] ถือว่าแผนการเล่นที่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ วางมาในครึ่งแรกทำเอาลูกทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล เมาหมัดและเสียท่าไปแล้วถึงสองครั้ง น่าสนใจว่า ปีศาจแดง จะกลับมายังไง หลังจากได้ครองบอลแต่หาโอกาสปิดบัญชีได้ค่อนข้างน้อย [เริ่มครึ่งหลัง] แมนฯยูไนเต็ด ตัดสินใจถอด มารูยาน เฟลไลนี่ ออกไปพักและส่ง ราดาเมล ฟานกัล ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 60 เข้าไปแล้ว ทีมเยือนยังคงไม่มีทีท่าว่าจะได้ประตูตีไข่แตกหลังได้ครองบอลไปมา แต่ก็ไม่ผ่านกำแพงแนวรับของ ทอฟฟี่ ที่ไล่บีบเพรสซิ่งอยู่ตลอดเวลา 20 นาทีสุดท้าย ปีศาจแดง ใช้การโจมตีจากลูกยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ และทุกครั้งที่ได้โอกาสจะยิงไปติดบล็อคแนวรับ เอฟเวอร์ตัน แทบทุกครั้ง GOAL! นาที 74 และแล้วหลังบ้าน แมนฯยูไนเต็ด ก็มาโดนเม็ด3จนได้ จากจังหวะยิงของ เควิน มิรัลลาส ที่ได้หลุดเดี่ยวไปล่อเป้า ดาบิด เด เคอา นาที 85 เอฟเวอร์ตัน พลาดได้เม็ด 4 อย่างเหลือเชื่อ จากลูกยิงไกลของ เควิน มิรัลลาส แต่ไปติดเซฟ เด เคอา ช่วยทีมให้ไม่โดนเยอะกว่านี้ไว้ได้ [จบเกม] เอฟเวอร์ตัน เปิดสนาม กูดิสัน ปาร์ค บดขยี้ "ปีศาจแดง" ไปได้ชนิดไร้ทางสู้ 3-0 ทำให้ตอนนี้ทีมเพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล ต้องรีบมาขอบคุณ "ทอฟฟี่" โดยด่วนที่ช่วยต่อลมหายใจในการลุ้นท็อปโฟร์ออกไปได้ โดยปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคะแนนนำ "หงส์แดง" อยู่ 7 แต้ม แต่แข่งมากกว่าอยู่ 1 นัด 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด, เชมุส โคลแมน, จอห์น สโตนส์, ฟิล จากีลก้า, เลย์ตัน เบนส์, อารอน เลนน่อน, เจมส์ แม็คคาร์ธีย์, แกเร็ธ แบร์รี่, รอสส์ บาร์คลีย์, ลีออน ออสแมน, โรเมลู ลูกากู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, ลุค ชอว์, ดารีย์ บลินด์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่, อันเดร์ เอร์เรร่า, แอชลี่ย์ ยัง, เวย์น รูนี่ย์

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เวสต์บรอมวิช 0-0 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2557 เวสต์บรอมวิช 0-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : เวลา : 21.00 น. สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลบอล: ไม่เหลือมาดแชมป์!ตะเพิดเชสสิงห์บุกโดนเวสต์บรอมรัวยับ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2558 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 เชลซี ผู้ทำประตู: 1-0 ไซโด้ เบราฮิโน่ น.8,2-0 ไซโด้ เบราฮิโน่ น.46(จุดโทษ),3-0 คริส บรันท์ น.60 เวลา: 02.00 น. สนาม:เดอะฮอว์ทอนส์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 “สิงห์บูล” เชลซี ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 29 เพราะ เชส ฟาเบรกาส โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังวะไปเตะบอลอัดหัวของ คริส บรันท์ เลยทำให้ไม่เหลือมาดของแชมป์ เมื่อบุกไปโดน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนถล่มเอาชนะไป 3-0 จากผลงานการซัดสองประตูของ ไซโด้ เบราฮิโน่ และอีกเม้กจาก คริส บรันท์ รายชื่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน:โบอาส มายฮิลล์(GK),เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลีย์,โยนาส โอลส์สัน, โจลีออน เลสคอตต์ , คัลลัม แม็คมานามาน ,เจมส์ มอร์ริสัน , ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,เคลาดิโอ ยาค็อบ, คริส บรันท์ ,ไซโด้ เบราฮิโน่ เชลซี:ธิโบต์ คูร์กตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,ฟิลิเป้ ลุยส์,รูเบน ลอฟตัส ชีค , เนมันย่า มาติช,โลอิค เรมี่ ,เชส ฟาเบรกัส ,เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า

ผลฟุตบอล : UCLแค่เอื้อม! ผีลิ้นห้อยเฉือนหวิวพาเลซฉีกหงส์ห่าง7แต้ม
คริส สมอลลิ่ง /  คริสตัล พาเลซ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 คริสตัล พาเลซ 1-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า(จุดโทษ) น.19, 1-1 เจสัน พันเชียน น.57, 1-2 มารูยาน เฟลไลนี่ น.78 เวลา : 23.30 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกบิ๊กแมตช์ประจำวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ของตารางที่ไม่ชนะใครมา 3 นัดติด แถมยังยิงใครไม่ได้ใน 3 เกมหลัง มีคิวบุกไปเยือนรัง เซเฮิร์สท์ ปาร์ค สนามเหย้าของ คริสตัล พาเลซ โดยแมตช์นี้ลูกทีมของ หลุยส์ ฟานกัล จำเป็นต้องเก็บ 3 แต้มสำคัญในคืนนี้ให้ได้ หากต้องการหนีห่างทีมตามอย่าง ลิเวอร์พูล เพื่อโอกาสในการยึดพื้นที่บน เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ///// [เริ่มเกม] นาทีที่ 5 ปีศาจแดง ได้ทักทายก่อนจากจังหวะเปิดลูกเตะมุม แต่โยนเข้ามาก็ยังทำอันตรายแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ นาทีที่ 8 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดได้ประตูขึ้นนำแบบสุดช็อค! จากจังหวะยิงไกลด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดของ ดาลีย์ บลินด์ แต่โดน จูเลี่ยน สเปโรนี่ พุ่งปัดสุดปลายมือบอลชนเสาแฉลบออกหลังไปอย่างหวุดหวิด เกมผ่านมาถึงนาที 15 ถือว่าโอกาสจบสกอร์ของทั้งคู่ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะต่อบอลกันไปมาบริเวณกลางสนาม และเป็นทาง ยูไนเต็ด ที่ทำได้ดีกว่าอยู่เล็กน้อย GOAL! นาที 19 ปีศาจแดง ได้ฤกษ์ออกนำเจ้าถิ่นจากลูกจุดโทษ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะ แอชลี่ย์ ยัง เปิดไปโดนกึ่งแขนกึ่งหัวไหล่ของ สกอตต์ แดนน์ ก่อนที่ ไมเคิล โอลิเวอร์ จะตัดสินใจชี้ให้เป็นจุดโทษและ ฆวน มาต้า รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือซาก ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก แม้ว่าเจ้าบ้านจะโดนนำ แต่พวกเขายังไม่เร่งที่จะเอาประตูคืน โดยทางฝั่ง ปีศาจแดง ยังคงครองบอลได้เยอะและพยายามหาจังหวะจบสกอร์ลูกที่สอง นาที 40 แมนฯยูฯ ต้องใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเร็ว หลังจาก ลุค ชอว์ มีแผลแตกจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ ฟานกัล จำเป็นต้องส่ง จอนนี่ อีแวนส์ ลงมาเล่นแทนในช่วงเวลาที่เหลือ จบครึ่งแรก! รูปเกมถือว่าค่อนข้างสูสี แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่จังหวะจุดโทษของ ยูไนเต็ด ทำให้ตอนนี้ทีมเยือนนำอยู่ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนที่สอง หลังจาก เวย์น รูนี่ย์ ที่มีอาการบาดเจ็บในช่วงครึ่งแรกทำให้ หลุยส์ ฟานกัล จำเป็นต้องส่ง ราดาเมล ฟานกัล ลงมารับหน้าที่แทน GOAL! นาที 57 แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดนทีเด็ดของเจ้าบ้านจากลูกฟรีคิกโดย เจสัน พันเชียน ตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบกำแพงเปลี่ยนทางเล็กน้อยสวนตัว เด เคอา เข้าไปแบบสะใจแฟนบอล พาเลซ ทั้งสนาม นาที 71 เจ้าบ้านพลาดพลิกขึ้นนำแบบสุดช็อค หลังจาก เกล็นน์ เมอร์เรย์ ได้ซัดจ่อยิ่งกว่าจ่อ แต่ดันยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ออกไปแบบเหลือเชื่อ GOAL! นาที 78 ปีศาจแดง ได้ประตูออกนำอีกครั้ง จากการทำพลาดของ จูเลี่ยน สเปโรนี่ ที่ออกมาตัดบอลพลาดชนพวกเดียวกันลงไปกองกับพื้น สุดท้ายบอลมาตกใส่หัว มารูยาน เฟลไลนี่ โขกเข้าไปนิ่มๆอย่างง่ายดาย เข้าสู่ช่วง5นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านเป็นฝ่ายเดินเกมรุกใส่แนวรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเต็มสูบ โดยกองหลัง ปีศาจแดง มีจังหวะพลาดให้เห็นบ้าง แต่สุดท้ายแล้วจังหวะจบสกอร์ก็ยังไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา จบเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บ 3 แต้มสุดสำคัญได้สำเร็จ ทำให้สถานการณ์บนตารางคะแนนตอนนี้พวกเขานำห่างอันดับ 5 อย่าง ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 7 คะแนนแต่แข่งเยอะกว่า 1 นัด และถ้าพรุ่งนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี พวกเขาจะได้เข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าทันที 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : จูเลี่ยน สเปโรนี่, โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, ดาเมี่ยน เดลานีย์, ปาเป้ ซูอาเร่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, โจ เล็ดลีย์, วิลเฟร็ด ซาฮา, ไมล์ เยดินัค, ยานนิค โบลาซี่, เกล็นน์ เมอร์เรย์ แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, ดาลีย์ บลินด์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่, อันเดร์ เอร์เรร่า, แอชลี่ย์ ยัง, เวย์น รูนี่ย์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS อาร์เซนอล สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม หากเกมนี้ทีม ปีศาจแดง เปิดบ้านอัดทีม ปืนใหญ่ ได้สำเร็จจะแซงขึ้นไปอยู่อันดับสามทันที โดยก่อนเกม แมนฯ ยูฯ มีแต้มตามหลัง อาร์เซนอล แค่สองคะแนนและแข่งมากกว่าหนึ่งนัด การได้อันดับสามจะช่วยประกันว่าทีมจะได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า ขณะที่ทีมอันดับสี่ต้องไปลุ้นเตะเกมเพลย์ออฟสองนัดเหย้าเยือนซึ่งอาจโชคไม่ดีต้องจับไปเจอกับทีมสายแข็งของลีกอื่นอย่าง บาเลนเซีย หรือ ชัคตาร์ โดเนตส์ค สำหรับ แมนฯ ยูฯ เพิ่งฟิ้นตัวในเกมก่อนที่บุกไปอัด คริสตัล พาเลซ 2-1 หลังจากแพ้รวดมาสามนัด ผิดกับ อาร์เซนอล ที่นัดล่าสุดฟอร์มหลุดแพ้เกมแรกในรอบสามเดือนหลังถูก สวอนซี เฉือนคาบ้าน 1-0 แต่พวกเขายังมีลุ้นตำแหน่งรองจ่าฝูงเพราะตาม แมนฯ ซิตี้ อยู่แค่สามคะแนนและแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด สถิติการพบกันเจ็ดเกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก ทีม ปีศาจแดง ชนะห้า เสมอสอง ไม่แพ้เลย ถ้านับย้อนกลับไป 12 เกม พวกเขาแพ้ อาร์เซนอล แค่นัดเดียวซึ่งต้องย้อนกลับไปในปี 2006 แต่ในเกม เอฟเอคัพ ฤดูกาลนี้เป็นทีม ปืนใหญ่ ที่เขี่ย แมนฯ ยูฯ ตกรอบแปดทีมมาแล้ว หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ นัดนี้จะไม่มี เวย์น รูนี่ย์ และ ลุค ชอว์ ที่บาดเจ็บรวมไปถึง ไมเคิล คาร์ริค กับ ราฟาเอล ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ต้องรอเช็คความฟิต แต่จะได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี, อังเคล ดิ มาเรีย, มาร์กอส โรโฮ กลับมาพร้อมลงสนาม ด้าน อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล หมดสิทธิ์ใช้งาน แดนนี่ เวลเบ็ค ที่เจ็บเข่า รวมไปถึึง มาติเยอ เดอบูชี่ แต่น่าจะได้ อารอน แรมซี่ย์ คืนทีมหลังจากกลับมาลงซ้อมได้แล้ว ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ - เด เคอา, วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, บลินด์, มาต้า, เอร์เรร่า, เฟลไลนี่, แอชลี่ย์ ยัง, ฟาน เพอร์ซี, ฟัลเกา อาร์เซนอล - ออสปิน่า, มอนเรอัล, แมร์แตซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, เบเยริน, โคเกอแลง, กาซอร์ล่า, อารอน แรมซี่ย์, โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, ชิรูด์

ผลฟุตบอล: อดัมยิงเกินครึ่งสนาม!เรมี่ฮีโร่ซัดชัยพาสิงห์ทุบหม้อหวิว
จอห์น เทอร์รี่ /  บรานิสลาฟ อิวาโนวิช / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 เชลซี 2-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 เอเด็น อาซาร์ น.38 (จุดโทษ), 1-1 ชาร์ลี อดัม น.44,2-1 โรอิก เรมี่ น.6 เวลา: 23.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH stadium 4 “สิงห์บูล” เชลซี ทีมจ่าฝูงยังคงรักษาระยะห่างบนตารางพรีเมียร์ลีกต่อไปเมื่อเปิดบ้านเอาชนะ "ช่างปั้นหม้อ"สโต๊ค ซิตี้ ไป 2-1 โดยได้ประตูออกนำจาก จุดโทษของ เอเด็น อาซาร์ แต่ ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอจากลูกยิงไกลเกินครึ่งสนามแบบเหนือคาดของ ชาร์ลี อดัม ก่อนหมดครึ่งแรก แต่แล้ว โรอิก เรมี่ ที่สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยให้ทีมเก็บสามคะแนนเต็มเป็นนัดที่สองติดต่อกัน รายชื่อ เชลซี: ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอแด็น ฮาซาร์ด,โรอิก เรมี่ สโต๊ค ซิตี้: อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),เจฟฟ์ คาเมร่อน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, มาร์ค วิลสัน, ฟิลลิป วอลล์สชีด์,ชาร์ลี อดัม, สตีเว่น เอ็นซอนซี่ , เกล็นน์ วีแลน, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์, โจนาธาน วอลเตอร์ส,มาเม่ บิรัม ดิยุฟ

ผลฟุตบอล : เจ๊ผ่อนคลาย!! ปืนบุกเชือดเบิร์นลีย์กระชับพื้นที่สิงห์บลู4แต้ม
คีแรน ทริปเปียร์ /  จอร์จ บอยด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2557 เบิร์นลีย์ 0-1 อาร์เซน่อล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 อารอน แรมซี่ น.12 เวลา : 23.30 น. สนาม : เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีกคู่ปิดท้ายค่ำคืนวันเสาร์ที่ 11 เมษายน อาร์เซน่อล ยกพลบุกไปเยือนรัง เทิร์ฟ มัวร์ ของ เบิร์นลีย์ บทสรุปของเกมนี้คือลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงโชว์ฟอร์มได้เหนือกว่าทางเจ้าบ้านอยู่หลายขุม ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล และจังหวะจบสกอร์ ทำให้สุดท้ายกองทัพ "ปืนใหญ่" สามารถกลับออกมาด้วยผลการแข่งขันที่ต้องการ คือชัยชนะเหนือเจ้าบ้าน 1-0 ได้ประตูโทนจาก อารอน แรมซีย์ ซัดด้วยขวาเข้าไปตั้งแต่นาทีที่ 12 ทำให้สถานการณ์บนตารางคะแนนตอนนี้พวกเขาตามหลังจ่าฝูง เชลซี เพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น แต่แข่งมากกว่าถึง 2 นัดด้วยกัน 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เบิร์นลีย์ : ทอม ฮีตัน, คีแรน ทริปเปียร์, ไมเคิล ดัฟฟ์, เจสัน แชคเคลล์, เบน มี, จอร์จ บอยด์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, แอชลีย์ บาร์นส์, แซม โว๊คส์, แดนนี่ อิงส์ อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกโกแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ, อารอน แรมซี่, เมซุต โอซิล, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลฟุตบอล : ยิ่งกว่ายับ! หงส์10ตัวบุกโดนปืนถลุงใส้แตก ส่อแววแป๊กท็อปโฟร์
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  ซานติ การ์ซอล่า / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2557 อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เอคเตอร์ เบเยริน น.37,2-0 เมซุต โอซิล น.40,3-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45, 3-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(จุดโทษ) น.76, 4-1 โอริวิเยร์ ชิรูด์ น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกบิ๊กแมตช์คู่เปิดหัวของเวที พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล ที่กำลังฟอร์มแจ่มปัจจุบันรั้งอันดับ3ของตาราง เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล อันดับ 5 โดยแมตช์นี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จำเป็นต้องพาลูกทีมบุกมาเก็บ3แต้มเต็มให้ได้ เนื่องจากคะแนนบนตารางชักเริ่มห่าง หลังพ่าย "ปีศาจแดง" มาในแมตช์ "แดงเดือด" เกมล่าสุด ต้องมาดูว่า "หงส์แดง" จะบุกมาเค้นฟอร์มเก่งได้มากแค่ไหนเมื่อต้องมารับแข้งกับขุนพล "ปืนใหญ่" ที่กำลังเล่นอย่างมั่นใจ [เริ่มเกมส์] นาทีที่ 4 ลิเวอร์พูลเกือบเสียประตู จากจังหวะ โคโล่ ตูเร่ โดนฉกบอลไปดื้อๆแล้ว แรมซี่ย์ ได้ยิงจ่อๆ มิโญเล่ต์ ปัดได้ แต่บอลหลุดมือ การ์ซอล่า กำลังจะซ้ำ แต่ ตูเร่ ตามมาแก้ตัว สกัดออกหลังไปอย่างหวุดหวิด ผ่าน 15 นาที ทีมเยือน ลิเวอร์พูลเริ่มกดดันได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ นาที 19 หงส์แดงน่าจะได้ประตูออกนำ เมื่อ ลาซาร์ มาร์โควิช หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วปาดบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แต่ปีกตัวจิ๊ดแหย่เท้าไม่ถึงบอลปล่อยให้โอกาสออกนำหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย นาที 21 ยังเป็นทีมเยือนที่ลุยขึ้นมาเรื่อยๆ คราวนี้ขึ้นมาทางซ้าย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ไหลบอลเข้ากลางให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จับบอลแล้วยิงหลุดเสาแรกออกไป นาที 24ลาซาร์ มาร์โควิช ไหลบอลเร็วให้  ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความคล่องพลิ้วหลบ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ แล้วยิงหักข้อแต่บอลหลุดเสาออกไป นาที 37 กลายเป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมส์ได้น้อยกว่า ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อ อารอน แรมซี่ย์ จ่ายบอลต่อให้  เอคเตอร์ เบเยริน หลุดเข้าไปล็อคบอลเข้าซ้ายแล้วปั่นเน้นๆ ผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปอย่างสวยงาม แต่แล้ว นาที 40 ลิเวอร์พูลช็อตไปดื้อๆ เมื่อมาโดน ทีเด็ดจากลูกฟรีคิกของ เมซุต โอซิล ที่ปั่นเสียบมุมเดิมเข้าไปให้อาร์เซน่อลนำห่าง 2-0 นาที 45 ต้องบอกว่าสถานการณ์ในครึ่งหลังของทีมเยือนเจองานหนักยิ่งกว่าเข็นครกยักษ์ขึ้นภูเขา เมื่อ พลาดท่าปล่อยให้ อเล็กซิส ซานเชซ ได้จังหวะตะบันบอลแหวกอากาศเป็นจรวด เสียบใต้คานเข้าไปให้ อาร์เซน่อลนำห่าง 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่เจ้าบ้านนำขาดลอย 3-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด ลาซาร์ มาร์โควิช ออกไปพักและส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าตัวเก่งลงมาทำหน้าที่แทน นาที 55 หงส์แดง เกือบโดนเม็ด4 จากจังหวะ โอริวิเยร์ ชิรูด์ ได้ขึ้นโขกเต็มๆในกรอบเขตโทษ แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังทำได้เยี่ยมซุปเปอร์เซฟช่วยทีมไม่ให้สถานการณ์แย่กว่านี้ไปได้ เกมผ่านมาถึงนาที 70 ถือว่าเจ้าบ้านเริ่มผ่อนเกมและลงไปตั้งรับกันค่อนข้างลึก ปล่อยให้ ลิเวอร์พูล เดินเกมรุกใส่แบบต่อเนื่องแต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้ นาที 76 เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง โดน เอคเตอร์ เบเยริน เสียบคว่ำลงไปกองในเขตโทษก่อนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะรับหน้าที่สังหารผ่านเซฟของ ดาวิด ออสปิน่า เข้าไปให้ทีมไล่ตามมาห่างๆเป็น 1-3 นาที 84 สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ดิ่งเหวหนักกว่าเดิมหลังจาก เอ็มเร่ ชาน ไปเสียบด้านหลังใส่ แดนนี่ เวลเบ็ค สุดท้ายโดนเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้เพื่อนต้องเล่นในสนามแค่10คนในช่วงเวลาที่เหลือ นาที 90+1 โอริวิเยร์ ชิรูด์ มาซัดด้วยขวาปิดกล่องให้กองทัพ ปืนใหญ่ เปิดบ้านถลุง หงส์แดง รองแชมป์จากซีซั่นที่แล้วไปแบบขาดลอย 4-1 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอคเตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแลง, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, ซานติ การ์ซอล่า, โอริวิเยร์ ชิรูด์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เอ็มเร่ ชาน, โคโล่ ตูเร่, มามาดู ซาโก้, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ลาซาร์ มาร์โควิช, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง