CTH

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน VS ลิเวอร์พูล สนาม เซ้นต์ แมรี่ วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 23.15น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม กระชับพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เข้ามาอย่างรวดเร็วสำหรับพลพรรคหงส์แดงที่ฟอร์มดีวันดีคืน 17 นัดหลังสุดแพ้แค่เกมเดียวและเป็นทีมเดียวใน พรีเมียร์ลีก ที่ยังไม่พบความพ่ายแพ้เลยนับตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ ตอนนี้พวกเขามีแต้มตามหลังทีมนักบุญอันดับสี่แค่สี่คะแนน นัดนี้ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส น่าจะส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้หลังหายเจ็บเท้าและลงมาเป็นตัวสำรองในเกม ยูโรป้า ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ แต่จะไม่มีกัปตันทีม สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เจ็บแฮมสตริง ฝั่ง เซาธ์แฮมป์ตัน ยังคงยืนระยะรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ได้อย่างเหนียวแน่น ฤดูกาลนี้พวกเขาเสียประตูไปแค่ 17 ลูกน้อยที่สุดใน พรีเมียร์ลีก และยังมีสถิติการเล่นเกมรับที่ยอดเยี่ยมให้โอกาสคู่แข่งยิงตรงกรอบแค่ 66 ครั้งน้อยที่สุดในลีกเช่นกัน โรนัลด์ คูมัน กุนซือนักบุญมีข่าวดีเมื่อจะได้ มอร์แกน ชไนเดอร์แลง และ เชน ลอง กลับคืนทีมหลังหายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน แม็ต ทาร์เก็ตต์ ต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ แต่ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เจย์ ร็อดริเกซ, เอ็มมานูเอล มายูก้า, ไรอัล เบอร์ทรานด์ ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เซาธ์แฮมป์ตัน – ฟอร์สเตอร์, นาธาน ไคลน์, ฟอนเต้, การ์ดอส, มายะ โยชิดะ, วานยาม่า, ชไนเดอร์แลง, ซาดิโอ่ มาเน่, วอร์ด-พราวส์, เอลเยโร่ เอเลีย, เปลเล่ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้, จอร์แดน อิเบ, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่, มาร์โควิช, สเตอร์ริดจ์, สเตอร์ลิง

ผลฟุตบอล : ชิรูด์เบิกร่อง!ปืนโตเปิดบ้านทุบท็อฟฟี่ทวงที่สามคืนจากผี
ซานติ กาซอร์ล่า /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558 อาร์เซน่อล 2-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู:1-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.39,2-0 โธมัส โรซิคกี้ น.89 สนาม: เอมิเรสต์สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทวงอันดับที่ 3 คืนจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ เมื่อเปิดรังเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เอาชนะ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 จากประตูของ โอวิลิเย่ร์ ชิรูด์ และตัวสำรองอย่าง โธมัส โรซิคกี้ รายชื่อ อาร์เซน่อล:ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอคตอร์ เบเยริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, คีแรน กิ๊บส์, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เอฟเวอร์ตัน:ทิม ฮาวเวิร์ด(GK),เชมุส โคลแมน, จอห์น สโตนส์, ฟิล จากีลก้า, ลุค การ์บัตต์,เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, มูฮาเหม็ด เบซิช,เควิน มิรัลลาส, โรเมอู ลูกากู, รอส บาร์คลี่ย์

ผลฟุตบอล : ไกลเท่าเดิม! สิงห์บูลเปิดรังเจ๊าเรือใบรักษาระยะห่าง5แต้มเหมือนเดิม
จอห์น เทอร์รี่ /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2558 เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 โรอิก เรมี่ น.41,1-1 ดาบิด ซิลบา น.45 เวลา: 00.30น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: ช่อง3,CTH ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ จ่าฝูงเชลซี ที่จะไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงตัวเก่งที่โดนแบน 3 นัดจากการไปย่ำใส่ เอ็มเร่ ชาน นักเตะลิเวอร์พูล ในฟุตบอลถ้วยแคปิตอลวันคัพ แถม เชส ฟาเบรกาส กองกลางจอมจ่ายก็บาดเจ็บลงสนามไม่ได้เช่นกัน ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมเยือนที่เปนรองจ่าฝูงตามหลัง 5 แต้มไม่มี ยาย่า ตูเร่ และกองหน้าตัวใหม่อย่าง วินเฟร็ด โบนี่ ที่ไปแข่งฟุตบอลแอฟริกันเนชั่นคัพ เริ่มเกมส์เพียงแค่ นาทีที่ 7 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อแฟร์นันดินโญ่ หลุดเข้าเขตโทษทางด้านขวาแล้วยิงทันทีบอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกไป โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนต้องรอถึงนาที 24 เซร์คิโอ อเกวโร่ กระชากบอลหนีเคิร์ต ซูม่า แล้วยิงไปติด ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ผ่านครึ่งชั่วโมง รองจ่าฝูงแบบ แมนซิตี้ดีกว่านิดๆ และนาที 33 เรือใบน่าจะกางใบแล่นฉิวได้เมื่อ กุน หลุดเข้าไปยิงหลุดเสาออกไป นาที 42 เจ้าบ้านที่เป็นรองอยู่เกือบจะตลอดพลิกออกนำได้เมื่อเอเด็น อาซาร์ กระชากไปมุมแคบแล้วเปิดบอลให้ โรอิก เรมี่ กองหน้าตัวสำรองที่ไดลงแทน คอสต้า แปดเหน่งๆเข้าไปให้เชลซีนำ 1-0 แต่แมน ซิตี้ เป็นฝ่านตามหลังแค่ไม่นาน และมาตามทวงคืนได้ในเวลาที่เหมาะสมสุดๆ ในนาที 45 จากความผิดพลาดของ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ออกไปตัดบอลพลาดแล้วบอลทะลักไปถึง กุน อเกวโร่ ได้จับบอลแล้วยิงสวนทันที บอลพุ่งไปทาง ดาวิด ซิลบา ที่ยืนอยู่แถวนั้นแหย่เท้า ส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง เชลซี กลับมาเน่นเพื่อความชัวร์มากขึ้นเพราะต้องการแค่ผลเสมอเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ ทำให้เล่นแบบรัดกุมมากขึ้น จบเกมส์ เชลซี จ่าฝูงเปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 1-1 รักษาระยะห่างเอาไว้เท่าเดิมที่ 5 แต้ม รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เคิร์ต ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,รามิเรส, เนมันย่า มาติช ,วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์,โลอิก เรมี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GKI),บาการี่ ซานญ่า, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่,แฟร์นันดินโญ่, แฟร์นันโด, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์,เซร์คิโอ อเกวโร่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เซาธ์แฮมป์ตัน
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เซาธ์แฮมป์ตัน สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2558 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม ฟอร์มของ แมนฯ ยูฯ ยังไม่แพ้ใครสิบเกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก ส่วนสถิติการดวลกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมผีแดงไม่พบความพ่ายแพ้เลยในแปดเกมหลัง นัดนี้ยังมีความหมายสำหรับ แมนฯ ยูฯ หากว่าชนะพวกเขาจะทำแต้มฉีกหนีทีมเยือนออกไปเป็นสี่คะแนนแต่หากแพ้ขึ้นมาทีมนักบุญจะขึ้นมาอยู่ในอันดับสามแทนทันที โดยสี่เกมหลังสุดในลีกของ เซาธ์แฮมป์ตัน ยังไม่แพ้ใครทั้งที่ก่อนหน้านี้แพ้รวดมาสี่เกมติด หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ เพิ่งจะเซ็นสัญญาคว้าตัว บิคตอร์ บัลเดส อดีตประตูบาร์ซ่ามาร่วมทีม น่าจะแฮปปี้ที่สุดนับตั้งแต่คุมทีมมาเมื่อได้นักเตะตัวหลักที่บาดเจ็บกลับมาเกือบครบทีมทั้ง อังเคล ดิ มาเรีย, ราฟาเอล, ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฮ, ดาลี่ย์ บลินด์, มารูยาน เฟลไลนี่ และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ขาดเพียง แอชลี่ย์ ยัง ที่ยังเจ็บแฮมสตริง โรนัลด์ คูมัน กุนซือ เซาธ์แฮมป์ตัน นัดนี้สามารถส่ง เอลเยโร่ เอเลีย ปีกชาวฮอลแลนด์ที่ยืมมาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ลงสนามได้ทันที อีกข่าวดี นาธาน ไคลน์ กับ แจ็ค คอร์ก หายเจ็บกลับมาได้ ส่วน มายะ โยชิดะ ติดภารกิจเล่นทีมชาติ เช่นเดียวกับ ซาดิโอ มาเน่ ที่มีงานรับใช้ชาติรวมถึงมีอาการเจ็บน่องน่าจะพักเป็นเดือน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, อีแวนส์, วาเลนเซีย, คาร์ริค, รูนี่ย์, ดิ มาเรีย, มาต้า, ฟัลเกา, ฟาน เพอร์ซี เซาธ์แฮมป์ตัน – ฟอร์สเตอร์, ไคลน์, อัลเดอร์ไวเรลด์, ฟอนเต้, เบอร์ทรานด์, ชไนเดอร์แลง, วานยาม่า, สตีเว่น เดวิส, ทาดิช, เชน ลอง, เปลเล่

ผลฟุตบอล:โหดร้าย! สิงห์บูลโคตรดุบุกถล่มหงส์ขาวไร้ปราณี5 เม็ด
ดิเอโก้ คอสต้า /  นาธาน ดายเออร์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2557 สวอนซี ซิตี้ 0-5 เชลซี ผู้ทำประตู: 0-1 ออสการ์ น.1, 0-2 ดิเอโก้ คอสต้า น.20,0-3ดิเอโก้ คอสต้า น.34,0-4 ออสการ์ น.35,0-5 อังเดร ชูร์เล น.80 เวลา: 22.00 น. สนาม: ลิเบอร์ตี้สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 จ่าฝูง เชลซี งัดฟอร์มสุดโหดออกมาโชว์ เมื่อบุกไปถล่มเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ แบบขาดลอย 0-5 โดยได้ประตูนำห่างตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกถึง 0-4 ทำแต้มฉีกหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะลงสนามกับอาร์เซน่อลพรุ่งนี้ไปก่อน 5 คะแนน รายชื่อ สวอนซี ซิตี้: ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),ดไวท์ เทียนดาลลี่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์,ทอม แคร์โรลล์,กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ,นาธาน ดายเออร์,เวย์น เราท์เล็ดจ์,เนลสัน โอลิเวร่า,บาเฟติมบี้ โกมิส เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, คูร์ท ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, ฟิลิเป้ หลุยส์,เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช , วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอแด็น ฮาซาร์ด,ดิเอโก้ คอสต้า

ผลฟุตบอล :มันเป็นงึกๆงักๆ!ผีแดงฟอร์มตะกุกตะกักเปิดรังดับเบิร์นลี่ย์ทวงที่ 3 คืน
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาลี่ย์ บลินด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 เบิร์นลี่ย์ ผู้ทำประตู:1-0 คริส สมอลลิ่ง น.6,1-1 แดนนี่ อิงส์ น.12, 2-1 คริส สมอลลิ่ง น.45,3-1 โรบิน ฟานเพอร์ซี่ น.82(จุดโทษ) เวลา: 02.45 น. สนาม: โอลด์แทร์ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 เริ่มเกมส์เพียงแค่ 2 นาทีอดีตเด็กเก่าอย่าง ไมเคิล คีน เกือบพังประตูทีมเก่าได้ เมื่อขึ้นโขกลูกเตะมุมหลุดกรอบออกไป นาทีที่ 5 เจ้าบ้านได้โอกาสทักทายครั้งแรก จากลูกยิงไกลของ แพ็ดดี้ แมค์แนร์ ทำเอา ทอม ฮีตัน ต้องออกแรงปัดทิ้ง จากนั้นเจ้าบ้านต้องเปลี่ยนเอา ฟิล โจนส์ ที่บาดเจ็บออกแล้วเอา คริส สมอลลิ่ง ลงมาเล่นแทน และการสัมผัสบอลครั้งแรกของตัวสำรองคนแรกก็ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ออกนำทันทีเมื่อ กองหลังทีมชาติอังกฤษ จะได้โหม่งบอลที่ ฟัลเกา โหม่งชงมาบอลย้อยข้ามหัว ฮีตันเข้าประตูให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 นาทีที่ 9 เบิร์นลี่ย์ เกือบได้คืนเมื่อ ไมเคิล ไคท์ลี่ย์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟดาบิด เดเคอา นาที 12 กองเชียร์เจ้าบ้านต้องเงียบกริบเมื่อทีมเยือนมาตามตีเสมอได้ทันควัน จากจังหวะเติมเกมส์ของ คีแรน ทริพเพียร์ แบ็กขวาที่เปิดบอลผ่านหน้า สมอลลิ่ง มาให้ แดนนี่ อิงส์ พุ่งโหม่งตุงตาข่ายไม่เหลือซากให้ เบิร์นลี่ย์ตามตีเสมอ 1-1 หลังได้ประตูตีเสมอเหมือนทีมเยือนจะไม่กลัวเจ้าบ้าน และเป็นฝ่ายเปิดเกมส์รุกใส่จนปั่นป่วนไปหมด ผ่านครึ่งชั่วโมงแผงกองกลางแบบ ไดมอนด์ของ หลุยส์ ฟานกัล อย่างว่าแต่คายพิษสงอะไรไม่ได้ เรียกว่าไม่มีโอกาสจะได้ขับเคลื่อนทีมด้วยการพาบอลไปเกินเส้นครึ่งสนามไปกดดันทีมเยือนได้เลยแม้แต่น้อย นาที 37 แมนยูต้องเปลี่ยนตัวสำรองอีกคน เพราะ ดาลี่ย์ บลินด์ คิ้วแตกฝืนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ได้โอกาสลงมาเล่นแทน ทีมเยือนยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ต่อเนื่อง นาที 43 ไมเคิล ไคท์ลี่ย์ หยอดบอลให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ สอดมายิงหลุดกรอบ แต่ช่วงท้ายครึ่งแรกกลับเป็นเจ้าบ้านที่รูปเกมส์เป็นรองแต่มาได้ประตูขึ้นนำในช่วงเวลาสุดสำคัญจากลูกเตะมุมแล้ว ดิมาเรีย เก็บบอลได้ที่ริมเส้นทางขวาก่อนบรรจงหยอดมาให้ คริส สมอลลิ่ง โถมขึ้นโขกเสียบเสาเข้าไป กลายเป็น ประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก และทำให้สมอลลิ่ง มีลุ้นแฮตทริกซะอย่างนั้น กลับมาลุยต่อครึ่งหลัง  หลุยส์ ฟานกัล เหมือนจะรู้ว่าหมากไดมอนด์ที่ให้กองกลางหุบมากองกันตรงกลางสนามจะไม่ค่อยเวิร์กเลยจัดการขยับเอา อังเคล ดิมาเรีย และ อัตนัน ยานาไซ ออกมาทางริมเส้นมากขึ้นทำให้รูปเกมส์เจ้าถิ่นดูดีขึ้นมาเล็กน้อย นาที 79 กองหลังปีศาจแดงสกัดบอลกันไม่ขาดดี บอลมาเข้าทาง ไมเคิล ไคท์ลี่ย์ได้ยิงบอลแฉลบกองหลังหลุดกรอบออกไป นาที 80 เจ้าบ้านฉวยโอกาสโต้กลับเร็ว อังเคล ดิมาเรีย ลากบอลขึ้นมาทางซ้าย แล้วโดนสกอตต์ อาร์ฟิลด์ ขวางล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันทีซึ่งเป็นลูกจุดโทษลูกแรกในฤดูกาลนี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วก็เป็น โรบิน ฟานเพอร์ซี่ สังหารเข้าไปให้ ผีแดงหนีห่าง 3-1 นาที 87 แมนยูน่าจะได้เพิ่มอีก เมื่อ แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ลุยขึ้นทางขวาแล้วเปิดบอลทะลักมาถึง อังเคล ดิมาเรีย เกี่ยวบอลไว้แล้วซัดติดฮีตัน บอลมาเข้าทาง ยานาไซ ได้ยิงด้วยซ้ายคราวนี้ผ่าน ฮีตัน แต่ยังไปติดตัวคุมเส้น เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ทีมรองบ๊วยไปแบบทุลักทุเล เก็บสามแต้มขยับไปรั้งตำแหน่งที่ 3 รายชื่อ รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :ดาบิด เด เคอา(GK),แพ็ดดี้ แม็คแนร์, ฟิล โจนส์, จอนนี่ อีแวนส์, มาร์กอส โรโฮ,เวย์น รูนี่ย์ , ดาลี่ย์ บลินด์, อัตนัน ยานาไซ, อังเคล ดิ มาเรีย,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ , ราดาเมล ฟัลเกา เบิร์นลี่ย์:ทอม ฮีตัน(GK),คีแรน ทริพเพียร์, ไมเคิ่ล คีน, เจสัน แช็คเคลล์, เบน มี,จอร์จ บอยด์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, ไมเคิ่ล ไคท์ลี่ย์,แอชลี่ย์ บาร์นส์, แดนนี่ อิงส์

ผลฟุตบอล: กระชับพื้นที่UCL!ปืนใหญ่บุกแตกทัพเรือขยับรั้งที่ 5
กาแอล กลิชี /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:0-1 ซานติ กาซอร์ล่า น.24 (จุดโทษ),0-2 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  น.66 เวลา: 23.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เริ่มเกมส์ผ่าน 15 นาทีแรกรูปเกมส์ของทั้งสองทีมยังดูเกร็งๆ และไม่ค่อยมีจังหวะหวาดเสียวกันทั้งสองฝ่าย นาที 18 อาร์เซน่อลได้ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ใช้ความเร็วกระชากผ่าน กาแอล กลิชี แล้วเปิดบอลไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่โฉบมาโขกที่เสาแรก แต่บอลยังติด แวงซองต์ กอมปานี ที่ตามมาบล็อกไว้ได้ทัน นาที 24 กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เฮก่อน จากจังหวะที่ นาโช่ มอนเรอัล แบ็กซ้ายเติมเกมส์ขึ้นสูงแล้วทำชิ่งกับ ชิรูด์ก่อนหลุดเข้าไปถูก แวงซองต์ กอมปานี เหนี่ยวล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษทันที และ ซานติ กาซอร์ล่า รับหน้าที่ยิงเสียบมุมขวามือเข้าไป แม้ โจ ฮาร์ท จะพุ่งไปถูกทางแต่ก็ไม่ถึง เป็นประตูให้อาร์เซน่อล บุกนำ 0-1  ผ่านครึ่งชั่วโมงก็แล้วเจ้าถิ่นตกเป็นรองทั้งรูปเกมส์ และสกอร์  ช่วงท้ายครึ่งแรกแชมป์เก่าเดินเครื่องบุกมากขึ้นแต่ก็หาจังหวะยิงเน้นๆไม่ได้ จบครึ่งแรก ตามหลังอาร์เซน่อลอยู่ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง มานูเอล เปเยกรินี่ ถอดเอา เจมส์ มิลเนอร์ ออกแล้วส่ง สเตฟาน โยเวติช ลงเล่นแทน นาที 47 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ดาวยิงเลือดฟ้าขาวของเจ้าบ้านได้ลั่นไกเป็นครั้งแรก ร้อนถึง ดาวิด ออสปิน่า ต้องออกแรงปัดทิ้ง ครึ่งหลังแมนซิตี้ รูปเกมส์ดีขึ้นผิดหูผิดตา และเป็นฝ่ายเปิดเกมส์รุก หวังทวงประตูคืนอย่างเมามันส์ นาที 55 เรือใบสีฟ้าบุกเพลินเลยโดนโต้กลับ ชิรูด์ ไหลบอลออกทางซ้ายให้ อารอน แรมซี่ย์ จับบอลแล้วยิงหลุดกรอบออกไป  นาที 66 แมนซิตี้ ที่โหมบุกชุดใหญ่มีเข่าออ่นเมื่อ ปืนใหญ่หนีห่างออกไปจากลูกตั้งเตะ ซานติ กาซอร์ล่า หยอดบอลไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบมาโขกเช็ดินิ่มๆให้ ทีมเยือนขยับหนี 0-2 เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซน่อล ที่นำอยู่ถอยลงไปตั้งรับแล้วปล่อยให้ แมนซิตี้ โหมเกมส์รุกเข้าใส่ จนหมดเวลาไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการบุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงรัง 0-2 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของตารางห่างจากโซนพื้นที่ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแค่ 1 คะแนนเท่านั้น รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท(GK),พาโบล ซาบาเลต้า, แวงซองต์ กอมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี,แฟร์นานดินโญ่, แฟร์นานโด ,เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ้ อเกวโร่ กุน อาร์เซน่อล: ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตชัคเกอร์, โลร็องต์ ก็อสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,อารอน แรมซี่ย์, ฟร็องซัวส์ โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อเล็กซิส ซานเชซ

ผลฟุตบอล : จ่าฝูงร่วม!! ไก่ ท็อปฟอร์ม เปิดรังถล่มแนวรับสิงห์บลูกระจุย 5 เม็ด
คริสเตียน อีริคเซ่น /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2558 สเปอร์ 5-3 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ดีเอโก้ คอสต้า น.18, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.30, 2-1 แดนนี่ โรส น.44, 3-1 อันดรอส ทาวน์เซ่น น.45+4, 4-1 แฮร์รี่ เคน น.52, 4-2 เอเด็น อาซาร์ น.61, 5-2 นาเซอร์ ชาดลี่ น.78, 5-3 จอห์น เทอร์รี่ น.87 เวลา : 00.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 พรีเมียร์ลีกแมตช์ประเดิมปี 2558 ของจ่าฝูงอย่าง เชลซี มีคิวลงทำศึก ดาร์บีแมตช์แห่งกรุงลอนดอน โดยบุกไปเยือนรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก่อนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จะพาลูกทีมกลับออกมาด้วยผลการแข่งขันที่ช็อคโลก หลังโดนถล่มตาข่ายถึงห้าประตูด้วยกัน สุดท้าย "ไก่เดือยทอง" ของดีจริงเปิดรังเชือด "สิงห์บลู" ไปได้แบบสุดมันส์ 5-3 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส, ไคล์ วอล์คเกอร์, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ้, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, ไรอัน เมสัน, นาบิล เบ็นทาเล็บ, อันดรอส ทาวน์เซ่น, คริสเตียน อีริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี่, แฮร์รี่ เคน เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า

ผลฟุตบอล : หงส์เริงร่า!! บีร็อด พาทีมเผาโบสถ์นักบุญ 2-0 แต้มไล่จี้ผี2คะแนน
กราเซียโน่ เปลเล่ /  จอร์ดอน ไอบ์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 เซาแธมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.3, 0-2 ราฮีม สเตอร์ลิง น.73 เวลา : 23.15 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ เซาแธมป์ตัน เปิดรัง เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของรองแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ไฮไลท์สำคัญของเกมอยู่ที่การกลับมาเยือนถิ่นเก่าของ อดัม ลัลลาน่า และเดยัน ลอฟเรน ที่ได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะพา "หงส์แดง" ทำสถิติไร้พ่ายในลีกเป็นเกมที่10ติดต่อกันได้หรือเปล่า [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 3 หงส์แดง ตีปีกขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะสับไกลเต็มข้อของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ บอลพุ่งไปชนคานบนก่อนจะกระดอนพื้นตกลงมาเสียบตาข่ายไปอย่างสุดสวย นาที 12 นักบุญ ได้ลุ้นตีเสมอจากลูกฟรีคิกฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ รับอาสาเปิดเข้ามา แต่ให้น้ำหนักแรงไปหน่อย บอลลอยโด่งไม่ถึงเพื่อนที่ยืนรอโขกเลยแม้แต่คนเดียว ผ่านไปถึงนาที 20 ถือว่าเกมค่อนข้างเปิดแลกกันอย่างสนุก เป็นทางเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าพอสมควร โดยทาง หงส์แดง รอสวนหลับจากบรรดาแข้งตัวจี๊ดที่รอเผาเครื่องแนวรับ นักบุญแดนใต้ อยู่ตลอดเวลา นาที 32 ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อจจะโดน โชเซ่ ฟอนเต้ เสียบทั้งคนทั้งบอลแต่ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ยังนิ่งไม่ให้เป็นลูกจุดโทษ นาที 43 เดยัน ลอฟเรน โดน เควิน เฟรนด์ สะบัดใบเหลืองใส่หลังจากพุ่งเสียบ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ บริเวณกลางสนามแบบไม่โดนบอล นาที 44 เอลเยโร่ เอเลีย พลาดพา นักบุญ ตีเสมอแบบสุดช็อค!! หลังจากได้หลุดเดียวไปดวลกับ ซิมง มินโญเลต์ แต่กระดกบอลไม่ผ่านตัวมือกาวชาว เบลเยี่ยม สุดท้ายโดนเคลียทิ้งออกไปในที่สุด [จบครึ่งแรก] เป็น 45 นาทีที่สู้กันได้สนุก โดนทางเจ้าบ้านหวิดจะได้ลูกจุดโทษหลายครั้ง แต่ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ยังไม่ให้แม้แต่จังหวะเดียว รูปเกมถือว่าค่อนข้างเปิด และลแกกันแบบหมัดต่อหมัด น่าสนใจว่าครึ่งหลังกุนซือทั้งสองฝั่งจะวางหมากมารับมือกับอีก 45 นาทีที่เหลือยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] เทรนเนอร์ทั้งสองทีมแก้เกมโดยทางฝั่ง เซาแธมป์ตัน ส่ง มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ลงมาแทน สตีเว่น เดวิส ส่วน หงส์แดง ถอด ลาซาร์ มาร์โควิช ออกไปพักและให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 56 โรนัลด์ คูมัน ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนที่สองด้วยการส่ง ซาดิโอ มาเน่ ลงไปแทนเจ้าหนู เจมส์ วอร์ด-พราวส์ นาที 62 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจส่งดาวยิงตัวเก่งอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาเล่นแทน อดัม ลัลลาน่า GOAL! นาที 73 แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ เคลียบอลไม่ดีมาเข้าทางเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ซัดด้วยขวา เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เซฟไม่อยู่ บอลหลุดเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายไม่เหลือซาก [จมเกม] ลิเวอร์พูล เก็บ 3 แต้มสุดสำคัญออกมาจากโบสถ์ เซนต์ แมรี่ส์ ได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มีคะแนนไล่จี้อันดับ 4 ของตารางอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือแค่ 2 คะแนนเท่านั้น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, โชเซ่ ฟอนเต้, มายะ โยชิดะ, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, วิคเตอร์ วานยาม่า, สตีเว่น เดวิส, ฟิลิป ยูริซิช, เอลเยโร่ เอเลีย, กราเซียโน่ เปลเล่ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, จอร์ดอน ไอบ์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ลาซาร์ มาร์โควิช, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิง

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 สเปอร์
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ลิเวอร์พูล 3-2 สเปอร์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ลาซาร์ มาร์โควิช น.15, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.26, 2-1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.53, 2-2 มุสซ่า เดมเบเล่ น.61, 3-2 มาริโอ บาโลเตลลี่ น.83 เวลา : 3.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล - สเปอร์ส
พรีวิว /  พรีเมียร์ลีก / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ลิเวอร์พูล – ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส สนาม แอนฟิลด์ เวลา: 03.00 น. ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 2 เพิ่งจะได้พักกันแค่ไม่กี่วัน ศึกพรีเมียร์ลีก กลับมาฟาดแข้งนัดกลางสัปดาห์กันอีกแล้ว คราวนี้เป็นศึกสัตว์ปี “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งเสมอกับเอฟเวอร์ตัน คู่แค้นร่วมเมอร์ซี่ย์ไซด์มาแบบไร้สกอร์ เปิดรัง แอนฟิลด์พบกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส ที่เพิ่งจะดับซ่า อริร่วมลอนดอนเหนืออย่างอาร์เซน่อลมาได้ ซึ่งหากนัดนี้สเปอร์สชนะจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 3 เป็นการชั่วคราวทันที สภาพทีมโดยรวมของเจ้าบ้าน ถือว่าเกือบจะดี แต่เสียดายที่ ลูคัส เลว่า ที่ระยะหลังยึดตำแหน่งตัวจริงกับทีมได้ต่อเนื่องดันบาดเจ็บจากนัดก่อนและข่าวว่าจะต้องพักยาวถึง 1 เดือน นอกจากนี้ ฟลานาเก้น และ ลัลลานา ก็ยังไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บส่วนคนอื่นๆอยู่กับครบ งานนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็น่าจะใช้ระบบกองหลัง 3 ตัวที่เริ่มลงล็อคขึ้นเรื่อยๆต่อไป ซึ่งแผงหลังถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงเป็นหน้าเดิมๆ เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล และ มามาดู ซาโก้ วิงแบ็คทางซ้าย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ส่วนทางขวาอาจจะเป็นเจ้าหนู จอร์แดน ไอบ์ ที่ฉายฟอร์มแจ่มนัดที่ผ่านมา แดนกลาง โจ อัลเลน จะได้โอกาสแทน ลูคัส เล่นร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอสัน ซึ่งสตีเฟ่น เจอร์รารด์คงนั่งดูน้องเล่นไปก่อนส่วนแนวรุก คูตินโญ่, สเตอร์ลิง และ สเตอร์ริดจ์ น่าจะออกสตาร์ททันที ส่วนทีมเยือนของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ฟอร์ม 5 นัดหลังในลีกถือว่าดีเพราะชนะได้ถึง 4 และแพ้เพียงแค่ นัดเดียวจากการออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ เท่านั้น และในส่วนของผู้เล่น ไม่มีรายงานนักเตะบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนแต่อย่างใด ถือเป็นโชคดีของกุนซืออย่างแท้จริง นัดนี้ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์คงยึดผู้เล่นชุดที่ปราบปืนโตมาได้คู่เซนเตอร์ เอริค ไดเออร์จับคู่กับ แยน แฟร์ต็องเก้น แบ็กขวาซ้าย ไคล์ วอลเกอร์ และ แดนนี่ โรส คู่กลางรับ นาบิล เบนทาเล็บจับคู่กับ ไรอัน เมสัน และมี มุสซ่า เดมเบเล่ คุมจังหวะอีกที ส่วนเกมส์รุกเป็นหน้าที่ของ คริสเตียน อิริคเซ่น กับเอริค ลาเมร่า กองหน้าเป้าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แฮร์รี่ เคน ที่ฟอร์มดีวันดีคืน รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล: ซิมง มิโญเล่ต์(GK),เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้,จอร์แดน ไอบ์, จอร์แดน เฮนเดอสัน, โจ อัลเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส: ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์ ,เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, นาบิล เบนทาเล็บ, ไรอัน เมสัน , เอริค ลาเมล่า, คริสเตียน เอริคเซ่น, มุสซ่า เดมเบเล่,แฮร์รี่ เคน ติช เต ฉ่อ (แม่นระดับพระกาฬ) : เกมนี้ ลิเวอร์พูล จะเจอกับงานหนักแน่นอนแนวรุกของ สเปอร์ส อย่าง แฮร์รี่ เคน กำลังร้อนแรงและมั่นใจมาก ฟันธง ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เสมอกับ สเปอร์ส แบบสนุก 2-2

ผลฟุตบอล :อยู่อ่ะไหนไอ้ทีมที่ว่าดี!เชลวี่ย์ตะบันพาหงส์ขาวย้ำแค้นผีอีกรอบ
กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน /  คี ซุง-ยอง / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 สวอนซี ซิตี้ 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1 อันเอร์ เอร์เรร่า น.28,1-1 คี ซุง ยอง น.30,2-1 จอนโจ้ เชลวี่ย์ น.72 เวลา: 22.00 น. สนาม: ลิเบอร์ตี้สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่สนามลิเบอร์ตี้สเตเดี้ยม “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยการพบกันนัดแรก เป็นสวอนซี ที่ทำแสบได้ก่อน ด้วยการบุกไปเอาชนะ แมนยูถึงรังในนัดเปิดสนาม  เริ่มเกมส์แค่ 5 นาทีเจ้าบ้านเกือบได้ประตูออกนำ จากจังหวะที่ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน เปิดลูกเตะมุมไปให้ บาเฟติมบี้ โกมิส โขกเต็มๆศีรษะ บอลผ่านมือ ดาบิด เดเคอา ไปแล้วแต่ อันเอร์ เอร์เรร่า ที่ยืนคุมเส้นอยู่ยังสกัดออกมาได้เยี่ยม สัญญาณโกลไลน์ยังไม่ดัง ทำให้ทีมเยือนรอดตัวไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ผ่าน 10 นาทีแรก แมนฯยูไนเต็ด ยังตั้งเกมส์ของตัวเองไม่ติด นาที 15 อังเคล ดิมาเรีย เปิดลูกฟรีคิกไปหน้าประตู บอลทะลักไปถึง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ เก็บบอลได้แล้วยิงยัดมุมแคบบอลแฉลบออกไป นาที 16 ก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่า นีล เทย์เลอร์ หลุดขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอลเข้ากลางให้ เวย์น เราท์เล็ดจ์ หมุนตัวยิงบอลตรงตัว เดเคอา นาที 26 อังเคล ดิมาเรีย คนคุมจังหวะเกมส์รุกวันนี้แทงบอลทะลุช่องให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ พลิกยิงด้วยขวาบอลพุ่งหลุดกรอบไปไกล นาที 28 ผีแดงออกนำจนได้ จากการต่อบอลที่สวยงาม แล้ว อังเคล ดิมาเรียไหลบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า วางเท้ายิงเน้นๆเสียบมุมเข้าไปให้ แมนฯยูบุกขึ้นนำ0-1 แต่กองเชียร์ทีมเยือนยังไม่ทันจะเงียบเสียงเฮ เจ้าบ้านมาตามตีเสมอได้ทันควัน นาที 38 จอนโจ้ เชลวี่ย์ วางตัดแนวรับไปให้ คีซุงยองสอดมาชารจ์เหน่งๆเข้าไปให้ สวอนซีตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก สวอนซี ซิตี้ เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ 1-1 เริ่มครึ่งหลังมาแค่ 3 นาที เหมือนภาพเดจาวู ประตูตีเสมอของ สวอนซี เมื่อ เชลวี่ย์ ได้เปิดจากทางซ้าย แล้ว คี ซุง ยอง เจ้าเดิมแอบสอดตัดหน้ากองหลังมายิง แต่คราวนี้ เดเคอา ปราดออกมาบล็อกได้ทัน นาที 59 แอชลี่ย์ ยัง ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงไปแทน ลุค ชอว์ เปิดบอลให้ เวนย์ รูนี่ย์ จับยาวไปเข้าทางฟานเพอร์ซี่ ยิงแบบดีดๆ หลุดเสาออกไป  นาที68 แมนเชสเตอร  ยูไนเต็ด กดดันอย่างต่อเนื่องด้วยลูกโด่ง เฟลไลนี่ โขกชงให้ บลินด์ ตวัดยิงบอลโดนไม่เต็ม  นาที 72ผีแดงที่บุกอยู่ดีๆ มาโดนทีเด็ดลูกยิงไกลของ จอนโจ้ เชลวี่ย์ ซัดไปแฉลบ บาเฟติมบี้ โกมิส เปลี่ยนทางแสกหน้า ดาบิด เดเคอา เข้าไปให้ สวอนซีแซงนำ 2-1 เวลาที่เหลือ แมนยูกลายเป็นทำอะไรดูลนลานไปหมด และพยายามจะโยนเข้าใส่อย่างเดียว แต่กองหน้าเก็บบอลกันไม่ได้เลย จบเกมส์ สวอนซี ซิตี้ ย้ำแค้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการเอาชนะได้ทั้งเหย้าและเยือนด้วยสกอร์เดียวกันที่ 2-1ทั้งสองนัด รายชื่อ สวอนซี ซิตี้ :ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),ไคล์ นอห์ตัน, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์,แจ็ค คอร์ก, คี ซุง-ยอง ,เวย์น เราท์เล็ดจ์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, จอนโจ้ เชลวี่ย์,บาเฟติมบี้ โกมิส แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), ลุค ชอว์, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, ดาลี่ย์ บลินด์, มารูยาน เฟลไลนี่, อันเอร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิมาเรีย, เวนย์ รูนี่ย์, โรบิน ฟานเพอร์ซี่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ VS ลิเวอร์พูล สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2558 เวลา 19.45น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ทั้งสองทีม กุส โปเยต์ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ คุมทีมชนะแค่เกมเดียวจาก 10 นัดหลังสุดและเสมอไปถึง 11 นัดจาก 20 เกมในลีก โดยเกมนี้ทีมจะไม่มี ลี คัตเตอร์โมล ที่เจ็บขาหนีบ ส่วน แจ็ค ร็อดเวลล์ ต้องรอเช็คความฟิตเพราะอาการเจ็บแฮมสตริง แต่ แอนโธนี่ เรเวลลิเยร์ ที่เจ็บน่องน่าจะฟิตทันลงสนาม ส่วน เซบาสเตียน โคอาเตส ลงไม่ได้เนื่องจากเจอกับทีมต้นสังกัด เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล ในรอบ 8 นัดหลังแพ้ไปแค่นัดเดียวให้กับ แมนฯ ยูฯ นัดนี้อาจจะไม่มี อดัม ลัลลาน่า ที่เจ็บน่องรวมถึง โคโล่ ตูเร่ ที่เดินทางไปทำศึกแอฟิกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์กับทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ส่วน โจ อัลเลน, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ฆาเบียร์ มานกิโญ่, เกล็น จอห์นสัน, จอน ฟลานาเก้น, แบรด โจนส์ ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิม่อน, เวอร์จินี่, จอห์น โอเช, เวส บราวน์, บิลลี่ โจนส์, บริดคัตต์, อดัม จอห์นสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, วิคเค่ม, เทย์เลอร์-เฟล็ตเชอร์ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลว่า, โมเรโน่, มาร์โควิช, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า 0-2 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558 แอสตัน วิลล่า 0-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ฟาบิโอ บอรินี่ น.24, 0-2 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.79 เวลา : 22.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ซันเดอร์แลนด์
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ซันเดอร์แลนด์ สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม การพลาดท่าแพ้ สวอนซี เมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้ทีมปีศาจแดงร่วงมาอยู่ที่สี่ของตารางคะแนน ขณะที่การลุ้นแย่งตำแหน่งท็อปโฟร์เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไล่ตั้งแต่ทีมอันดับสามถึงเจ็ด อาร์เซนอล, แมนฯ ยูฯ, เซาธ์แฮมป์ตัน, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส มีแต้มห่างกันอันดับละคะแนน เกมนัดก่อน หลุยส์ ฟาน กัล โดนวิจารณ์ค่อนข้างเยอะแม้จะมีการปรับเปลี่ยนทีมตามเสียงเรียกร้องของแฟนบอลแต่ผลการแข่งขันก็ออกมาน่าผิดหวัง นัดนี้ทีมผีแดงได้เล่นในบ้านแต่จะไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่เจ็บข้อเท้าอาจต้องพักยาว แต่จะได้ เจมส์ วิลสัน กองหน้าดาวรุ่งกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งหลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน ไมเคิล คาร์ริค สามารถกลับมาลงซ้อมได้แล้วแต่ความฟิตยังไม่เต็มร้อย ฝั่งทีมแมวดำฤดูกาลก่อนบุกมาเก็บชัยได้ 1-0 ที่สนามแห่งนี้แต่ในเก้าเกมหลังสุดพวกเขาฟอร์มไม่ดีนักเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียว สถานการณ์ล่าสุดพวกเขามีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่สามคะแนน กุสตาโว โปเยต์ กุนซือของทีมต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่นหลังได้ เจอร์เมน เดโฟ นักเตะตัวความหวังมาร่วมทัพเพื่อหวังเค้นประสิทธิภาพของดาวยิงรายนี้ออกมาให้ได้มากที่สุด เกมนี้ทีมเยือนจะไม่มี เอ็มมานูเอล จัคเครินี่ ที่ส่อแววปิดเทอมยาวทั้งฤดูกาลหลังเข้ารับการผ่าตัดที่ข้อเท้า รวมไปถึง บิลลี่ โจนส์ ที่เจ็บข้อเท้า แจ็ค ร็อดเวลล์ ที่เจ็บขาหนีบ ส่วน วิล บัคลี่ย์ ยังต้องรอเช็คความฟิต ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, วาเลนเซีย, ฟิล โจนส์, โรโฮ, ลุค ชอว์, เอร์เรร่า, บลินด์, ดิ มาเรีย, เฟลไลนี่, รูนี่ย์, ฟัลเกา ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิมอน, เรเวแยร์, โอเช, เวส บราวน์, ฟาน อานโฮล์ท, คัตเตอร์โมล, ริคาร์โด้ อัลบาเรซ, ฆอร์ดี้ โกเมซ, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, เดโฟ

ผลฟุตบอล : ตาข่ายไหม้!! ปืนโหด เปิดรังถลุงวิลล่าเละเทะ5เม็ด
การ์ลอส ซานเชซ /  การ์เลส กิล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 อาร์เซน่อล 5-0 แอสตัน วิลล่า รายชื่อคนทำประตู : 1-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.8, 2-0 เมซุต โอซิล น.56, 3-0 ธีโอ วัลค็อตต์ น.63, 4-0 ซานติ การ์ซอร์ล่า(จุดโทษ) น.75, 5-0 เฮคเตอร์ เบลเลริน น.90+2 เวลา : 20.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ คู่แรก "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ได้โอกาสเฝ้ารัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของคู่แข่งจากเมือง เบอร์มิ่งแฮม อย่าง แอสตัน วิลล่า ต้องมาดูว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะวางหมากมารับมือกับผู้มาเยือนที่กำลังกระหาย 3 คะแนนในแมตช์นี้ยังไง /////[เริ่มเกม] นาทีที่ 6 เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนจากจังหวะสับแถวสองของ อารอน แรมซี่ย์ โชคร้ายที่ทิศทางบอล GOAL! นาทีที่ 8 จากจังหวะแทงทะลุช่องของ เมซุต โอซิล ให้กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หลุดเข้าไปส่องเหน่งๆ บอลสวนตัว แบร็ด กูซาน เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างงดงาม เกมผ่านมาถึงนาที 20 ถือว่า ปืนใหญ่ ยังคงเดินหน้าและเป็นฝ่ายเข้าทำได้มากกว่า แอสตัน วิลล่า พอสมควร โดยทางทีมเยือนอาศัยจังหวะสวนกลับ แต่ทุกครั้งก็โดนแนวรับเจ้าบ้านดักไว้ได้ตลอด นาที 26 อาร์เซน่อล โชคร้ายสุดๆที่พลาดนำห่างเป็น 2-0 หลังจาก ซานติ การ์ซอร์ล่า ตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แบร็ด กูซาน หมดสิทธิ์ไปแล้ว แต่บอลดันชนเสาก่อนโดนเคลียทิ้งออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 30 เมซุต โอซิล ทำชิ่งกับ ซานติ การ์ซอร์ล่า กันแค่สองคนก่อนจะเป็นการจบของ โอซิล ตะบันด้วยซ้ายเข้าไป แต่ไลน์แมนดันมาแย่งซีนด้วยการยกธงให้จังหวะนี้เป็นลูกล้ำหน้า นาที 45+1 ก่อนจบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า ได้โจมตีใส่แนวรับ ปืนใหญ่ ด้วยลูกฟรีคิกแลัเตะมุม แต่ก็ยังจบสกอร์ไม่ได้ ทำให้หมดครึ่งเวลาแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ แอสตัน วิลล่า 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวทั้งสองทีม GOAL! นาที 56 ผ่านมาไม่ทันไร สิงห์ผงาด โดนโดนเม็ดสองซะแล้ว จากจังหวะซัดด้วยซ้ายของ เมซุต โอซิล เท่ากับว่าแมตช์นี้เจ้าตัว ยิง 1 และแอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 1 ครั้งไปแล้ว GOAL! นาที 63 แนวรับ แอสตัน วิลล่า ยังป่วนไม่เลิก หลังโดนความเร็วของตัวรุก ปืนใหญ่ เจาะจนยับ ครั้งนี้เป็น ธีโอ วัลค็อตต์ หวดด้วยขวาเข้าไปไม่พลาด นาที 66 สิงห์ผงาดแก้เกมด้วยการถอดรวดเดียวสองตัว ทอม เคลเวอร์ลี่ย์,อันเดรส ไวมันน์ ออก และให้ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์,สก็อต ซินแคลร์ ลงไปเล่นแทน  นาที 70 อาร์แซน เวนเกอร์ ใช้ควต้าเปลี่ยนตัวถึงสองคนเช่นกัน ส่ง โทมัส โรซิคกี้,ชูบา อัคปอม ลงมาแทน ธีโอ วัลค็อตต์ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ GOAL! นาที 75 เจ้าหนู อัคปอม ที่เพิ่งลงไปใหม่ช่วยให้ทีมได้จุดโทษ และเป็นทาง ซานติ การ์ซอร์ล่า สังหารเข้าไปไม่พลาดช่วยให้ทีมขึ้นนำขาดกระจุยเป็น4-0 นาที 88 ปินใหญ่ หวิดได้เม็ด 5 หลังต่อบอลกลางสนามอยู่หลายนาที ก่อนที่ นาโช่ มอนเรอัล จะเติมมายิง แต่บอลดันเหินข้างคานออกไปแบบหวุดหวิด GOAL! นาที 90+2 ช่วงจดเจ็บเจ้าหนู เฮคเตอร์ เบลเลริน เติมขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ และมีโอกาสได้แปรด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบเสาสองเข้าไปอย่างงดงาม พร้อมกับจบเกมลงไปด้วยการพาทีมตามหลังอันดับ 3 อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 1 คะแนน ของ อาร์แซน เวนเกอร์ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เฮคเตอร์ เบลเลริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, อารอน แรมซี่ย์, ฟรองซิส ค็อกโกแล็ง, ซานติ การ์ซอร์ล่า, ธีโอ วัลค็อตต์, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เมซุต โอซิล แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, คีแรน คลากส์, โยเรส โอโกเร่, คีแรน ริชาร์ดสัน, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, การ์ลอส ซานเชซ, ฟาเบียน เดลฟ์, อันเดรส ไวมันน์, คริสติย็อง เบนเตเก้, การ์เลส กิล

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก สวอนซี VS แมนฯ ยูฯ
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก สวอนซี VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ตกอยู่ในภาวะวิกฤติศรัทธาสำหรับ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือผีแดงที่ช่วงนี้ทำอะไรก็ผิดโดนถล่มอยู่คนเดียวทั้งที่ผลงานของทีมในช่วงหลังก็ไม่ได้ขี้เหร่ ใน 19 นัดหลังสุด รวมทุกรายการชนะ 13 เสมอ 5 แพ้ 1 เก็บได้ 34 จาก 45 คะแนนในลีก เป็นทีมที่โกยคะแนนมากที่สุดในลีกในช่วงเวลาดังกล่าว ตอนนี้รั้งอันดับสามของตารางคะแนนและยังได้เข้ารอบแปดทีมบอลถ้วย เอฟเอ คัพ ฝั่ง แกร์รี่ มองค์ กุนซือหงส์ขาวหลังเสียดาวยิงคนสำคัญ วิลฟรีด โบนี่ ให้ แมนฯ ซิตี้ ไปลูกทีมก็สกอร์ฝืดอย่างชัดเจน ในห้าเกมหลังสุดยิงได้แค่สามประตูแต่ สวอนซี ทีมนี้แหละที่ฤดูกาลนี้ยัดเยียดความพ่ายแพ้ในนัดเปิดสนามให้ทีมปีศาจแดงมาแล้วถึงถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมนี้ แมนฯ ยูฯ จะได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงชาวดัตช์กลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังพลาดการลงช่วยทีมในเกม เอฟเอ คัพ กับ เพรสตัน เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน ไมเคิล คาร์ริค ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บ สวอนซี เจ้าบ้านจะได้ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน พ้นโทษแบนกลับมา รวมไปถึง เวย์น เร้าท์เลดจ์ กับ มาร์วิน เอมเนส ที่กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งหลังได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ ไคลย์ บาร์ทลี่ย์ เจ็บเข่าต้องพักยาวราวหกสัปดาห์ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม สวอนซี – ฟาเบียนสกี้, ไคลย์ นอจ์ตัน, เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, คี ซุง ยอง, เชลวี่, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, ซิกูร์ดส์สัน, นาธาน ดายเออร์, โกมิส แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, โรโฮ, ลุค ชอว์, เอร์เรร่า, บลินด์, ดิ มาเรีย, เฟลไลนี่, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

Tools วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS อาร์เซนอล สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium5 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เจอกันทีไรยิงกันกระจุยเกือบตลอด สถิติการพบกันเจ็ดเกมหลังสุดของทีมเรือใบกับปืนโต ทั้งสองทีมยิงรวมกันถึง 28 ประตู สำหรับสถิติในบ้านของ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมของ มานูเอล เปเยกรินี ยอดเยี่ยมมาก พวกเขาชนะไปถึง 25 นัดจาก 29 นัด และเสมอ 2 แพ้ 2 ส่วน อาร์เซน เวนเกอร์ คุมทีม อาร์เซนอล แพ้แค่นัดเดียวจากหกเกมหลังและชนะไปถึงห้า ขณะที่ อเล็กซิส ซานเชซ ฟอร์มยังแรง ทำไป 12 ประตู 7 แอสซิสต์ เป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมถึง 19 ประตูมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ขณะที่ เซอร์คิโอ อเกวโร่ ตามมาที่สองมีส่วนร่วม 17 ลูก แมนฯ ซิตี้ เกมนี้ยังไม่มี ซามีร์ นาสรี่ ที่ต้องพักราวสามสัปดาห์เนื่องจากเจ็บน่อง ขณะที่ เอดิน เซโก้ ยังต้องรอเช็คความฟิต ส่วน เซอร์คิโอ อเกวโร่ กับ แว็งซองต์ ก็อมปานี น่าจะกลับมามีชื่อในนัดนี้หลังถูกพักในนัดก่อนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ที่ไม่มีชื่อแน่ๆ คือ ยาย่า ตูเร่ กับ แข้งใหม่ วิลฟรีด โบนี่ ที่เดินทางไปทำศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ อาร์เซนอล โชคร้ายเมื่อต้องเสีย มาติเยอ เดอบูชี่ กับ มิเกล อาร์เตต้า ที่พักยาวสามเดือน ส่วน คีแรน กิ๊บส์ ต้องรอเช็คอาการเจ็บที่เท้า แต่คาดว่าน่าจะได้ คาลัม แชมเบอร์ส ที่มีอาการป่วยกลับมาฟิตอีกครั้ง ส่วน เมซุต โอซิล ที่กลับมาสมบูรณ์เต็มร้อยยังไม่แน่ว่าจะเบียดลงตัวตำแหน่งตัวจริงได้หรือไม่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, เฟอร์นันโด, เฟอร์นันดินโญ่, นาบาส, ดาบิด ซิลบา, มิลเนอร์, อเกวโร่ อาร์เซนอล – ออสปิน่า, เบเยริน, แมร์แตซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, มอนเรอัล, โกเกอแลง, แรมซี่ย์, แชมเบอร์เลน, กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ, ชิรูด์

ผลฟุตบอล : เริ่มสะดุด!! สิงห์บลู บุกยันเจ๊านักบุญ10ตัว 1-1 ซิวจ่าฝูงส่งท้ายปี2557
กราเซียโน่ เปลเล่ /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557 เซาแธมป์ตัน 1-1 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ซาดิโอ มาเน่ น.17, 1-1 เอเด็น อาซาร์ น.45+1 เวลา : 21.05 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกลับมาลงสนามอีกครั้งหลังจากได้พักแค่ไม่กี่วัน โดยเป็นการโคจรมาพบกันของสองทีมจากโซนหัวตาราง เซาแธมป์ตัน สถานการณ์ก่อนเกมจำเป็นต้องเก็บ 3 คะแนนเพื่อเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ต่อไปให้ได้ ขณะเดียวกัน เชลซี ที่เป็นฝ่ายบุกมาเยือนก็ต้องเน้นเพื่อทำแต้มหนีห่าง แมนฯ ซิตี้ ที่ทำคะแนนตามมาแบบติดๆต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้กำชัยในแมตช์นี้ไปได้สำเร็จ ///// เริ่มเกมมาได้ 10 นาที ถือว่าลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เดินเกมได้เยี่ยมกว่าเจ้าบ้านพอสมควร แถมเอาบอลไปป้วนเปี้ยนหน้าเขตโทษ เซาแธมป์ตัน หลายครั้ง แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้ นาที 14 แฟนบอลนักบุญแดนใต่เกือบได้เฮ! จากจังหวะของ โชเซ่ ฟอนเต้ ได้ชาร์จจ่อๆหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่ต้องชม จอห์น เทอร์รี่ ที่ตามประกบติดทำให้ลูกยิงของ ฟอนเต้ยังทำได้ไม่ถนัด GOAL! นาที 17 ดูซาน ทาดิช แอสซิสต์ให้ ซาดิโอ มาเน่ ใช้ความเร็วฉีกแผงหลัง เชลซี หลุดเดี่ยวไปกระดกบอลข้ามหัว ธีโบต์ กูร์ตัว เข้าไปแบบเยือกเย็น เซาแธมป์ตัน ขึ้นนำไปแล้ว 1-0 เกมผ่านมาถึงนาที 30 หลังจาก สิงห์บลู โดนเจาะตาข่ายก็เดินเกมรุกแบบพับสนามใส่แนวรับนุกบุญทันที แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว นาที 31 เนมันย่า มาติช โดนใบเหลืองหลังจากใบฟาวล์ตัดเกมบริเวณกลางสนาม GOAL! นาที 45+1 จากโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวของ เชลซี เป็นทาง เอเด็น อาซาร์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวฝ่าด่านแนวรับ เซาแธมป์ตัน ไปยิงในกรอบเขตโทษให้ สิงห์บลู ไล่เจ๊า นักบุญแดนใต้ ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-1 เริ่มครึ่งหลัง! โชเซ่ มูรินโญ่ แก้เกมด้วยการถอด อังเดร ชูร์เล่ ออกไปพักและส่ง วิลเลี่ยน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 55 เชส ฟาเบรกาส โดนใบเหลืองหลังจากผู้ตัดสินมองว่าไปพุ่งล้มเพื่อเอาจุดโทษ นาที 57 มายะ โยชิดะ โดนใบเหลือง จากการไปเข้าด้านหลังใส่ เอเด็น อาซาร์ บริเวณกลางสนาม นาที 58 เซาแธมป์ตัน เปลี่ยนตัวเป็นคนแรกถอด ดูซาน ทาดิช ออกไปพักและส่ง เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ลงมาเล่นแทน นาที 60 เซลซีเกือบพลิกขึ้นนำจากจังหวะสับด้วยซ้ายของ เอเด็น อาซาร์ แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว เกมผ่านมาถึงนาที 80 ถือว่ารูปเกมของ เชลี ยังดูได้เปรียบกว่าทางฝั่งเจ้าบ้านพอสมควร หลังเอาบอลมาครองและเดินเกมรุกได้ต่อเนื่องมากกว่า นาที 88 มอร์แกน ชไนเดอร์แลง โดนใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ต้องเล่นแค่ 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที ทุกอย่างเป็นของ เชลซี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถฝ่าด่านแนวรับเข้าไปทำประตูได้ ทำให้เจ๊ากันไป 1-1 แบ่งกันคนละหนึ่งคะแนน 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, โชเซ่ ฟอนเต้, มายะ โยชิดะ, แมทท์ ทาร์เกทท์, สตีเว่น เดวิส, วิคเตอร์ วานยาม่า, มอร์แกน ชไนเดอร์แลง, ซาดิโอ มาเน่, ดูซาน ทาดิช, กราเซียโน่ เปลเล่ เชลซี : ธีโบต์ กูร์ตัว, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, ฟิลิเป้ หลุยส์, จอห์น โอบี มิเกล, เนมันย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, อังเดร ชูร์เล่, เอเด็น อาซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม แอนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 เวลา 19.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เกมสำคัญของทีมเรือใบสีฟ้าหากชนะจำทำแต้มจี้ติด เชลซี จ่าฝูงเหลือแค่สองคะแนนเท่านั้น แต่จากสถิติชี้ว่า แอนฟิลด์ คือสนามอาถรรพ์ของ แมนฯ ซิตี้ โดยแท้เพราะเป็นสถานที่แห่งเดียวที่พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยนับตั้งแต่ ชีคมานซูร์ เทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2008 นับถอยหลังไปอีกรวมแล้ว 26 เกมที่ทีมเรือใบไปเยือน แอนฟิลด์พวกเขาชนะแค่เกมเดียว ส่วน ลิเวอร์พูล พลาดท่าร่วงถ้วย ยูโรป้าลีก มาเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาหลังดวลจุดโทษแพ้ให้กับ เบซิคตัส แต่สถิติใน พรีเมียร์ลีก ยังคงยอดเยี่ยมสิบนัดหลังสุดไม่แพ้ให้กับทีมใดหรือนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่เป็นต้นมา เกมนี้ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส น่าจะส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงตัวจริงหลังถูกพักในนัดกลางสัปดาห์ที่ไปเยือนตุรกีแต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าอีกครั้ง ขณะที่ เกล็น จอห์นสัน น่าจะผ่านความฟิตหลังเพิ่งหายป่วย ส่วน ลาซาร์ มาร์โควิช พ้นโทษแบนกลับมาอีกครั้ง มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือเรือใบสีฟ้า จะได้กลับมาใช้งาน ยาย่า ตูเร่ ได้อีกครั้งหลังพลาดการลงสนามเจอ บาร์ซ่า เพราะติดโทษแบน ส่วน วิลฟรีด โบนี่ น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมแรกหลังถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองเมื่อสัปดาห์ก่อน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มแร่ ชาน, สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้, มาร์โควิช, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, โมแรโน่, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่, สเตอร์ริดจ์ แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ม็องกาล่า, ก็อมปานี, คลิชี่, นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, โบนี่, อเกวโร่