CTH

เห็นแชมป์รำไร!! มาห์เรซ ซัดโทนพา จิ้งจอกสยาม เชือดรังแตน นำที่สอง5แต้ม
จิ้งจอกสยาม /  ผลบอล / 

Embed from Getty Images ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 วัตฟอร์ด 0-1 เลสเตอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 ริย้าด มาห์เรซ น.56 เวลา : 00.30 น. สนาม : วิคาเรจ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 โดยเป็นการปะทะกันของ วัตฟอร์ด ได้เปิดรังเหย้า วิคาเรจ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะเป็น "จิ้งจอกสยาม" บุกมาเฉือนชนะไปได้แบบหืดจับ 1-0 โดยรูปเกมถือว่าคู่คี่สูสีกันตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน แต่จังหวะทีเด็ดทีขาดถือว่า "จิ้งจอกสยาม" ดูมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย แต่กว่าประตูแรก และประตูเดียวของเกมจะมาต้องรอไปถึงช่วงครึ่งหลัง(นาที56) จากจังหวะ ริย้าด มาห์เรซ ปีกตัวเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะแตะเข้าเท้าซ้ายข้างถนัด พร้อมกับยิงเล่นทางบอลผ่านเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ตอนนี้ลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ มีคะแนนนำหน้าอันดับ 2 อย่าง สเปอร์ อยู่ 5 แต้มด้วยกัน โดยเหลือโปรแกรมการแข่งขันอีกเพียง 9 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), อแล็ง นียอม, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, เนธาน เอเก้, โชเซ่ โฮเรบาส, มาริโอ ซัวเรซ, เอเตียน กาปู, เบ็น วัตสัน, นอร์ดิน อัมราบัต, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เพชรบ้านแขก ส.สมหมาย Vs กำพลเล็ก พี.เค.แสนชัยฯ 2. เพชรสีนิล คงชูช่วย Vs รักสมหมาย สิทธิ์ปากพนัง 3. ยอดกฤษดา ยุทธชลบุรี Vs ราชสีห์ ไอที2000 4. เสือเพชร ส.เสือเพชร Vs กล้าศึก ศิษย์จ่ากล้า ศึกมวยไทยโตโยต้า เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. เหนือธรณี เดอะเบสท์อุดร Vs เด่นนาโพธิ์ พลิ้ววาโย 2. เพชรสองภาค ศิษย์เจริญทรัพย์ Vs เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่ Vs โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร Vs สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง Vs เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์ Vs เพชรศิลา ศิษย์พนันเชิง 3. โผน เมืองละโว้ Vs เทพวาฤทธิ์ ราไวย์มวยไทย 4. เหลี่ยมเพชร ซินบีมวยไทย Vs ปลื้ม ส.จ.เล็กเมืองนนท์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 14:00 น. 1. ยอดภูหลวง ฮัวโรงน้ำแข็ง Vs มังกรเพชร ส.ก.สุไหงยิม 2. ยอดขุนพล ว.ยืนยง Vs พยัคฆ์หิรัญ ช.ห้าพยัคฆ์ 3. ช้างศึก เกียรติทรงฤทธิ์ Vs โบวี่ ลูกเมืองเพชร 4. แปดแสนเล็ก ราชานนท์ Vs ฉลามศึก ส.ข.วานิชสังข์รอด ศึกไบรท์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. สำออยน้อย ต.ภู่สุวรรณ Vs ซีต้า ช.โชคอำนวย 2. อีสานเขียว หนุ่มพรเทพ Vs นิวลูกรัก อบต.ชิงโค 3. แสงศักดา ศิษย์เจ๊เหมียว Vs ลายพยัคฆ์ พุ่มพันธุ์ม่วง 4. เพชรสาคร เกียรติจำรูญ VS ยุทธชัย สมศักดิ์ก่อสร้าง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. กิตติชัย สาทิศซีดี Vs เพชรไพลิน สิงห์บ้านสร้าง 2. เพชรสายฟ้า ศิษย์นำขบวน Vs ข้าวหอม ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ 3. ปืนกล เล็กนครศรี Vs เด่นหนองพลวง ป.เชิดชัย 4. ลูกบอล ส.ธนาเพชร Vs เพชรคูเมือง ศิษย์นำขบวน ศึกมวยไทยลุมพีนี CTH เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. กึกก้อง ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ Vs ฉลุย นาย่าปาร์คขอนแก่น 2. คมเพชร แฟร์เท็กซ์ Vs แชมป์ พุ่มพันธุ์ม่วง 3. สิงห์ดำ สิงห์นวอาวุธ Vs เพชรซาอุ ลูกเจ้าแม่ไทรทอง 4. อริยะ แฟร์เท็กซ์ Vs เพชรอินทรี เพชร ปตอ. ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ผลบอล : ท็อปโฟร์เลือนราง!! ผี อินเทรนด์เหลือ10ตัวโดน มวยโลก เชือดนิ่ม
ปีศาจแดง /  ผลบอล / 

Embed from Getty Images ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 ซาโลมอน รอนดอน น.66 เวลา : 23.00 น. สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดท้ายของค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 เป็นคิวลงสนามของ เวสต์บรอมวิช ที่เป็นฝ่ายได้เปิดรังเหย้า เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ต้อนรับการมาเยือนของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเกมนี้จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่นาที 27 เมื่อ ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ตัวเก่งของ "ปีศาจแดง" ไปโดนใบเหลืองที่สอง เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ทีมต้องเล่นในสนามเพียงแค่ 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนที่ประตูแรกของเกม และเป็นประตูตัดสินชัยชนะจะมาเกิดขึ้นในนาที 66 จากจังหวะของ ซาโลมอน รอนดอน รับบอลจากการเปิดยัดเข้ามาจากทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะตัดสินใจกดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งเลียดเสียบเสาเข้าไปอย่างงดงาม ทำให้สุดท้าย "มวยโลก" เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบเฉียดฉิว 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, โยนาส โอลส์สัน, เจมส์ เชสเตอร์, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เคลาดิโอ ยาค็อป, เคร็ก การ์ดเนอร์, ซาโลมอน รอนดอน, ไซโด้ เบราฮิโน่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เกอา(GK), มัตเตโอ ดาเมี่ยน, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิล คาร์ริค, อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสเซ่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : ซัดกันครึ่งโหล!! แคร์โรลล์ กระหน่ำแฮตทริก ค้อนเปิดบ้านเจ๊าปืน มันส์หยด
ขุนค้อน /  ปืนใหญ่ / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 อาร์เซนอล ผู้ทำประตู : 0-1 เมซุต โอซิล น.18, 0-2 อเล็กซิส ซานเชซ น.35, 1-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.44, 2-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.45+2, 3-2 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.52, 3-3 โลร็องต์ กอสเชียลนี่ น.70 เวลา : 19.45 น. สนาม : โบลีน กราวด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ลอนดอนดาร์บี้แมตช์" คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "ขุนค้อน" เวสต์แฮม มีคิวเปิดสนาม โบลีน กราวด์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่า "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองได้มากกว่าเจ้าถิ่นอยู่เล็กน้อย แต่จังหวะเข้าทำยังคงดูขาดๆเกินๆ นาที 14 อาร์เซนอล รอดพ้นจากการเสียประตูอย่างหวุดหวิด หลังจากโดนทาง เวสต์แฮม ต่อบอลกันมาอย่างเข้ามารู้ใจ ก่อนจะเปิดมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ จักรยานอากาศ บอลมาเข้าทาง มานูเอล ลานซินี่ โขกระยะเผาขนเข้าไป แต่ไลน์แมนยกธงให้ลูกนี้เป็นจังหวะล้ำหน้า GOAL! นาที 18 หลังจากเปิดหน้าแลกหมัดกันมาสักระยะ เป็นทาง อาร์เซนอล ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เมซุต โอซิล หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้าย บอลผ่านตัว อาเดรียน เข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม หลังจากที่โดนยิงประตูขึ้นนำ "ขุนค้อน" ก็เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกทะลวงแผงหลัง อาร์เซนอล แทบจะฝ่ายเดียว แต่เกมรับ "ปืนใหญ่" ยังถือว่าคุมโซนกันได้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมโจมตีจากจังหวะสวนกลับอยู่ตลอดเวลา GOAL! นาที 35 รูปเกมที่ค่อนข้างสูสี แต่ความเฉียบขาดเป็นของทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จากการเล่นชิงกันของ อเล็กซ์ อิโวบี้ จ่ายมาให้ อเล็กซิส ซานเชซ หลุดไปเลือกมุมยิงให้สถานการณ์ของ "ปืนใหญ่" ลดความกดดันไปค่อนข่างเยอะ GOAL! นาที 44 และแล้วแผงหลังของ "ปืนใหญ่" ก็ต้ายทานเกมรุกของ เวสต์แฮม ไม่อยู่เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ บรรจงเปิดมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ โฉบมาโขกเน้นๆให้ "ขุนค้อน" ไล่ตาม อาร์เซนอล มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เวสต์แฮม มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะที่ แอนดี้ แคร์โรลล์ ซัดไปติดบล็อคแผงหลัง "ปืนใหญ่" ก่อนที่จะกระโดดซัดเน้นๆ บอลแฉลบเล็กน้อยเข้าไปกองที่ก้นตาข่าย ชนิดที่สาวก "ขุนค้อน" ที่เข้ามาเชียร์กันแน่นสนาม โบลีน กราวด์ ได้เฮกันแบบสุดเสียง ก่อนที่จะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 2-2 [เริ่มครังหลัง] เวสต์แฮมแก้เกมด้วยการถอด เจมส์ ทอมกิ้นส์ และส่ง เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 52 เปิดฉากครึ่งหลังมาไม่นาน แผงหลัง "ปืนใหญ่" ก็มาเสียท่าให้กับ แอนดี้ แคร์โรลล์ อีกครั้ง และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว จากจังหวะที่ มิคาอิล อันโตนิโอ เปิดโด่งๆมาให้โขกเต็มศีรษะเข้าไปไม่เหลือซาก นาที 68 อาร์เซนอล พลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะเตะมุม เปิดเข้ามาบอลโดนเคลียมาหน้าปากประตู ก่อนที่ นาโช่ มอนเรอัล จะซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือ อาเดรียน ไปแล้ว แต่ มานูเอล ลานซินี่ สะกัดทิ้งบนเส้นได้อย่างหวุดหวิด GOAL! นาที 70 "ปืนใหญ่" มาทำประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โลร็องต์ กอสเชียลนี่ ตวัดยิงหน้าปากประตู บอลเสยตาข่ายเข้าไปชนิดที่ อาเดรียน หมดสิทธิ์ป้องกัน ช่วงท้ายเกม รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีชนิดที่มีสิทธิเก็บชัยได้ทั้งสองฝั่ง แต่ต้องชื่นชมบรรดาแผงหลังของทั้งสองทีม ที่ถือว่าทำหน้าที่กันได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาระเบียบวินัยเกมรับได้อย่าไร้ข้อบกพร่อง ทำให้จบ 90 นาที เวสต์แฮม เสมอกับ อาร์เซนอล ในศึก "ลอนดอนดาร์บี้แมตช์" ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 3-3 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, มิคาอิล อันโตนิโอ, มานูเอล ลานซินี่, ดิมิทรี่ ปาเย่ต์, แอนดี้ แคร์โรลล์ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค

ผลบอล : คดีพลิก10ตลบ!! นักบุญ ทะลวงสามเม็ดรวดแซงดับ หงส์ น้ำตาท่วมท้ายเกม
นักบุญ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.17, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.21, 1-2 ซาดิโอ มาเน่ น.64, 2-2 กราเซียโน่ เปลเล่ น.83, 3-2 ซาดิโอ มาเน่ น.86 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดสนาม เซนต์ แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่วันนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทำเซอร์ไพรส์เล็กๆด้วยการมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ จอน ฟลานาแกน [เริ่มเกม] เปิดฉากมาแค่ 2 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงไกลของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่ทิศทางบอลลอยโด่งจนหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ ผ่านมาถึงนาทีที่ 8 เจ้าบ้านไม่ได้จุดโทษอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน ไปอัดใส่ด้านหลัน เชน ลอง ในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ชี้ให้จังหวะนี้เป็นลูกฟาลด์แต่อย่างใด 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ผลัดกันเปิดเกมรุกเข้าหากันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่ถนัดนักด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 17 "หงส์แดง" มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ คูตินโญ่ ลากตัดเข้ากลางก่อนจะยิงไกลสุดสวยให้ทีมบุกมานำ เซาแธมป์ตัน ตั้งแต่ต้นเกม GOAL! นาที 21 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่สอง จากการจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ขยับหลอกอยู่กับที่ไปมา ก่อนที่จะสังหารด้วยซ้ายจ่อๆผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 33 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ โจ อัลเลน ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่มี มามาดู ซาโก้ ยืนล้ำหน้า แม้จะไม่โดนบอลก็ตาม แต่ด้วยกฎกติกาใหม่ทำให้ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าจังหวะนี้ไปในที่สุด ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่ารูแเกมของ เซาแธมป์ตัน ยังดูไม่ดีขึ้นจากช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะพยายามเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "หงส์แดง" บ้างแล้วก็ตาม แต่ว่าโอกาสจบสกอร์ยังทำได้ไม่อันตรายเท่าที่ควร ทำให้จบ 45 นาทีแรก เซาแธมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล [เริ่มครึ่งหลัง] กุนซือทั้งสองทีมแก้เกมด้วยการส่งนักเตะตัวสำรองลงไปปรับหมากด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 โอกาสทองฝังเพชรของ เซาแธมป์ตัน ที่จะได้ประตูตีไข่แตก หลังจาก มาร์ติน สเคอร์เทล ไปทำฟาวล์ กราเซียโน่ เปลเล่ ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ ซาดิโอ มาเน่ ดันยิงไปติดเซฟ มินโญ่เลต์ และจะหวะตามซ้ำก็ทำได้ไม่ดี ซัดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! นาที 64 และแล้วความพยายามของ "นักบุญ" ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะของตัวสำรองอย่าง ซาดิโอ มาเน่ กดด้วยซ้ายผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปแบบสุดเฉียบขาด นาที 74 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสได้ประตูนำห่างออกไปอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้หลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา แต่ทิศทางบอลขาดไปเล็กน้อยเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว GOAL! เกมผ่านมาถึงนาที 83 กราเซียโน่ เปลเล่ มาพังตาข่าย "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะพลิกตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงวิ่งไปเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม GOAL! นาที 86 ช่วงเวลาเพียงแค่สามนาที เซาแธมป์ตัน มาได้ประตูแซงนำอย่างเหลือเชื่อ และเป็น ซาดิโอ มาเน่ คนเดิมที่มากระหน่ำด้วยซ้ายเข้าไปให้ "นักบุญ" พลิกแซง ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกของเกมได้สำเร็จ ช่วงท้ายเกม "หงส์แดง" พยายามเดินหน้าเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูคืน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้มือได้สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาที เซาแธมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์(GK), คูโค่ มาร์ติน่า, เวอร์กิล ฟาน ไดย์ค, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ยอร์ดี้ คลาซี่, โอริออล โรเมอู , สตีเว่น เดวิส, ดูซาน ทาดิช, กราเซียโน่ เปลเล่, เชน ลอง ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, จอน เฟลนาแกน, โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล : เข้าทาง เลสเตอร์!! หงส์ เปิดแอนฟิลด์ทำศึกสัตว์ปีกเจ๊า ไก่ มันส์หยดติ๋ง
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 1-1 สเปอร์ ผู้ทำประตู : 1-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.51, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.63 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 เป็นการพบกันของศึกสัตว์ปีกอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 4 ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากลูกฟรีคิกฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ บอลหลุดมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้วางเท้ายิงแต่ติดบล็อค เควิน วิมเมอร์ แหย่เท้าสะกัดไว้ได้ทันแบบหวุดหวิด นาทีที่ 9 คราวนี้เป็นทีของ สเปอร์ ที่เกือบจะมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะสับด้วยซ้ายของ คริสเตียน อีริคเซ่น แต่บอลยังไม่ผ่านเซฟของ ซิมง มินโญเลต์ ปัดออกไปได้ทันอย่างยอดเยี่ยม ผ่าน 20 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ไล่บีบเพรสซิ่งกันเร็วทั้งสองฝั่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการดวลกันบริเวณกลางสนาม แต่จังหวะหวาดเสียวลุ้นทำประตูเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ดูจะมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย นาที 26 โอกาสทองฝังเพชรของ "ไก่เดือยทอง" มาจากจังหวะหลุดไปยิงของ แฮร์รี่ เคน ยริเวณฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาสองออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 36 คราวนี้เป็นโอกาสทองฝังเพชรของ ลิเวอร์พูล บ้าง จากจังหวะที่ คูตินโญ่ จ่ายทะลุช่องมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดเดียวไปสับด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บอลดันไปตรงตัว อูโก้ โยริส พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่า "หงส์แดง" หวิดจะได้ประตูขึ้นนำหลายต่อหลายครั้ง แต่ อูโก้ โยริส ช่วยเซฟชีวิต สเปอร์ ไว้ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันผู้มาเยือนก็ได้โอกาสลุ้นจากความผิดพลาดส่วนตัวของ มามาดู ซาโก้ อยู่หลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเสมอกัน 0-0 ชนิดที่เกมสู้กันอย่างสนุกสุดมันส์ [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 51 เปิดฉากครึ่งหลังมาได้ไม่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะประสานงานกันของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไหลบอลนิ่มๆให้กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ซัดเน้นๆเล่นทาง บอลผ่านมือ อูโก้ โยริส เข้าไปชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั่วทั้งสนาม แอนฟิลด์ นาที 58 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จากลูกยิงวอลเลย์สุดสวยของ ซอน เฮือง-มิน แต่ทิศทางบอลเฉี่ยวเสาสองหลุดกรอบออกไปแค่นิดเดียว GOAL! นาที 63 และแล้วความเฉียบขาดของ แฮร์รี่ เคน ก็มาเล่นงานแผงหลัง "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะหมุนตัวยิงสุดสวย บอลพุ่งผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ผ่านมาถึงนาที 75 รูปเกมถือว่าค่อนข้างสูสี ผลัดกันแลกหมัดชนิดที่รูปเกมค่อนข้างเปิด และหวิดจะได้ประตูที่สองด้วยกันทั้งคู่ ช่วงท้ายเกมถือว่าเป็นทางฝั่ง สเปอร์ ที่เร่งเครื่องเพื่อหวังเก็บ 3 แต้มคารัง แอนฟิลด์ แต่สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ยังไม่สามารถเอาชนะ ซิมง มินโญเลต์ ไปได้ ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เสมอกับ สเปอร์ ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนียล ไคลน์, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มูสซ่า เดมเบเล่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เดเล่ อัลลี่, ซอน เฮือง-มิน, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล SAVE LVG!แรซฟอร์ดจัดให้ผีบุกจมเรือขยับช่องUCLห่าง4แต้ม
ฆวน มาต้า /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 มาร์คัส แรซฟอร์ด น.15 เวลา: 23.00น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 เริ่มเกมส์  นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายของจากลูกยิงของ เฆซุส นาบาส แต่ติดเซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา  นาทีที่ 15 กลายเป็น ทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อ ฆวน มาต้า แทงบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากบอลผ่าน มาร์ติน เดมิเคลิส เข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท แบบใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ 1-0 นาที 26 เจ้าบ้านโชคร้ายมาเสีย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปจากอาการบาดเจ็บ และต้องส่งเฟอร์นันโด ลงมาแทน ช่วงท้ายครึ่งแรกมีเหตุการณ์วุ่นวานเล็กน้อยเมื่อ  มาร์คัส แรชฟอร์ด โดน มาร์ติน เดมิเคลิส กระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังเจ้าบ้านเข้ามาต่อว่า เพราะเข้าใจว่าพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษทำให้นักเตะทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาหากันแต่เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี จบครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง นาที 50 มาร์ติน เดมิเคลิส คืนบอลให้ โจ ฮาร์ท ไม่ดีจนเกือบจะโดน มาร์กเซียล สปีดมาฉกบอลทำให้นายทวารทีมชาติอังกฤษ พุ่งมาสไลด์บอลทิ้งและเกิดการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องถอดฮาร์ทก่อนแล้วส่ง วิลลี กาบาเยโร่ นายด่านมือสองลงมาเล่นแทน ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านพยายามลุยแหลก แต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูชัยของ มาร์คัส แรซฟอร์ด ยังได้ลุ้นโควต้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกต่อไป รายชื่อ แมนเชสเตอร์ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซาญ่า , อีเลียกิม ม็องกาล่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลีชี, แฟร์นันดินโญ่ , เฆซุส นาบาส , ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์กิโอ อเกวโร่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน , คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิ่ล คาร์ริค , มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน , ฆวน มาต้า, เจสเซ่ ลินการ์ด , อองโตนี มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : ขาดกระจุย!! กุน ถลุงแฮตทริกพาเรือใบกระซวกไส้ สิงห์บลู เบียดปืนขึ้นที่3
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 เชลซี 3-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.33, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.54, 0-3 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.80 เวลา : 23.30 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ เป็นการดวลกันระหว่างแชมป์เก่า เชลซี มีคิวเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ "เรือใบสีฟ้า" จะเป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัย พร้อมกับ 3 แต้มสำคัญกลับบ้านไปในที่สุด ช่วงครึ่งแรกรูปเกมถือว่าสนุกสูสี ผลัดกันเปิดหน้าแรกหมัดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ทำให้ทุกอย่างต้องมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาด และเป็นทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ดีกว่าโดยเฉพาะ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่โชว์ความเป็นยอดดาวยิงตะบันด้วยขวาเน้นๆจากนอกกรอบในนาที 33 บอลพุ่งแรงผ่านมืออันยาวเหยียดของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยวัดกันที่ความเฉียบขาดของบรรดาเกมรุก เนื่องจากทั้งสองทีมเปิดฉากเดินหน้าบุกชนิดที่ไม่มีใครมาเน้นตั้งรับ ซึ่งความเด็ดขาดก็ยังเป็นของทาง "เรือใบสีฟ้า" เหมือนเดิม และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ เจ้าเก่าที่มาเหมาตุงที่ 2 จากจังหวะหลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา ช่วยให้สถานการณ์ของทีมผ่อนคลายลงไปค่อนข้างเยอะ ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯซิตี้ มาได้จุดโทษพร้อมกับใบแดงของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หลังจากไปเสียบ แฟร์นันดินโญ่ ลงไปนอนกองในกรอบเขตโทษ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ อาสากระหน่ำแฮตทริกช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บชัยในรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ไปอย่างขาดลอย 3-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, อับดุล บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชสก์ ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, วิลเลี่ยน, ดิเอโก้ คอสต้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโคลัส โอตาเมนดี้, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันดินโญ่, ซาเมียร์ นาสรี, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : สามแต้มชิลล์ๆ! หงส์ชุดผสมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบหม้อขาดกระจุย
ช่างปั้นหม้อ /  ผลบอล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.8, 1-1 โบยาน เกร์กิช น.22, 2-1 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.32, 3-1 ดิว็อค โอริกี้ น.50, 4-1 ดิว็อค โอริกี้ น.65 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ จัดชุดผสมลงเล่นหลายต่อหลายคน ส่วนหนึ่งน่าจะเก็บตัวไว้รอดวลแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรป้า ลีก เลกสอง ช่วงกลางสัปดาห์นี้ [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นบีบเพรสซิ่งเร็วตามถนัด และพยายามเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร GOAL! นาทีที่ 8 "หงส์แดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็ว เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเลียดพื้นมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงมุ่งหน้าไปสัมผัสก้นตาข่ายชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั้วทั้งสนาม แอนฟิลด์ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ สโต๊ค โดนยิงประตูขึ้นนำ ก็ปรับแผนมาเล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการโยนโด่งให้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่อย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ขึ้นโขก แต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลัง "หงส์แดง" ไม่ได้ GOAL! นาที 22 และแล้ว "ช่างปั้นหม้อ" ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาถึง โบยาน เกร์กิช วิ่งโฉบมาโขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง GOAL! นาที 32 ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ต้องชื่นชมเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอก เซอร์ดาน ชากิรี่ จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะบรรจงเปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเหน่งๆระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด นาที 39 แผงหลัง "หงส์แดง" เกือบเสียท่าให้กับลูกฟรีคิกของ สโต๊ค อีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ไรอัน ชอว์ครอสส์ ได้ขึ้นมาโขก แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ทำให้บังคับทิศทางบอลไม่ได้ สุดท้ายเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนพยายามบุกกดดันเกมรับ ลิเวอร์พูล เพื่อทวงประตูตีเสมออีกครั้ง แต่แผงหลัง "หงส์แดง" ยังถือว่ายืนคุมโซน และไล่เพรสซิ่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายนำ สโต๊ค อยู่ที่ 2-1 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอดเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ออกไปพักและส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 50 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูทิ้งห่าง สโต๊ค เป็น 3-1 และเป็นทาง ดิว็อค โอริกี้ ที่เพิ่งลงมาใหม่ได้โขกเหน่งๆจากการเปิดเข้ามาของ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านมาถึงนาที 60 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลโดยการเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" แถมยังหวิดจะบวกสกอร์เพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง GOAL! นาที 65 "หงส์แดง" มากดเม็ดที่สี่ จากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิว็อค โอริกี้ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนจะปั่นโค้งๆบอลพุ่งไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลพร้อมกับค่อยๆบุกใส่เกมรับ "ช่างปั้นหม้อ" เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งเกมอะไรมากนัก เนื่องจากสกอร์ที่นำค่อนข้างห่าง ทำให้สุดท้ายเวลาเดินทางมาครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, เซยี่ โอโจ้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สโต๊ค ซิตี้ : ยาค็อบ เฮาการ์ด(GK), ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เจฟฟ์ คาเมร่อน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกร์กิช, ปีเตอร์ เคร้าช์

ผลบอล : ลุ้นแชมป์กันมันส์!! เฮอร์ริเคน รัวสองตุงพาไก่ไล่อัดวิลล่า บี้จิ้งจอกเหลือ2แต้ม
ผลบอล /  วิลล่า ปาร์ค / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 แอสตัน วิลล่า 0-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.45, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.48 เวลา : 23.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันของ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ โดยรูปเกมก็เป็นไปตามคาด "ไก่เดือยทอง" มีทีเด็ดทีขาดมากกว่า โดยมาได้สองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมปิดบัญชี "สิงห์ผงาด" พร้อมกับเก้บสามแต้มไปฝากแฟนบอลได้ตามคาด แถมตอนนี้คะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่แข่งมากกว่า 1 เกม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, ฌอร์ด็อง เวเรตูต์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, การ์เลส กิล, รูดี้ เกสเตเด้, จอร์แดน อายิว สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล: คิดไม่ออกบอกมาร์กเซียล!ผีแดงเปิดรังเฉือนท็อฟฟี่ฉลองสแตนด์เซอร์บ็อบบี้
ผลบอล /  อองโตนี่ มาร์กเซียล / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู:1-0 อองโตนี่ มาร์กเซียล น.53 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 ก่อนเริ่มเกม มีพิธีการเปิดสแตน์เป็นชื่อเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ดาวยิงสูงสุดของสโมสร เริ่มเกมส์นาที 16 โอกาสแรกของเจ้าบ้านเมื่อ อองโตนี่ มาร์กเซียล เก็บบอลได้ตรงกลางแล้วฝากไปที่ เจสซี่ ลินการ์ด ก่อนที่จะวิ่งมาเอาแล้ว ลากไปยิงบอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น หลังจากนั้นทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่แทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันแบบชัดเจนทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันทีมเยือนครองบอลได้ดีกว่า และบุกได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูออกนำไปก่อน นาที 53 เมื่อโฟซู เมนซ่า  แบ็กตัวสำรองหลุดมาเปิดบอลให้ อองโตนี่ มาร์กเซียล ยิงโล่งๆเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 นาที 55 ท็อฟฟี่เกือบได้ประตูตีเสมอทันควันเมื่อ ฟิล จากีลก้า ได้โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่บอลไปชนคานสนั่น ผีแดงรอดตัวไปแบบมีดวง นาที 83 เป็น ฟิล จากีลก้า ที่ได้ยิงจ่อๆอีกครั้ง คราวนี้ติดเซฟ เดเคอา ท้ายเกม เอฟเวอร์ตันลุยหนักหวังพังประตูตีเสมอ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังยันเอาไว้ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไป 1-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), มาร์กอส โรโฮ , คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อองโตนี่ มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เอฟเวอร์ตัน :โจเอล โรเบลส(GK),เชมัส โคลแมน, จอห์น สโตนส์ , ฟิล จากีลก้า, ไบรอัน โอเวียโด้,เคราร์ด เดวโลเฟว , เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ , ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อารอน เลนน่อน,โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : จิ้งจอกสยามชื่นมื่น!! เลสเตอร์ เปิดบ้านฉลองแชมป์ไล่อัด ทอฟฟี่ หมดสภาพ
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.5, 2-0 แอนดี้ คิง น.33, 3-0 เจมี่ วาร์ดี้ (จุดโทษ) น.65, 3-1 เควิน มิรัลลาส น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 >> คลิก เพื่อชมคลิปนักเตะ เลสเตอร์ รับเหรียญ+ชูถ้วย แชมป์ พรีเมียร์ลีก << ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดฉลองแชมป์ของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีคิวเปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 5 เปิดฉากมายังไม่ทันไรสาวก "จิ้งจอกสยาม" ก็ได้เฮกันลั่นสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อเจ้าบ้านอาศัยจังหวะทุ่มเร็วให้ แอนดี้ คิง บรรจงเปิดเข้ามาหน้าปากประตูให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งที่เพิ่งพ้นโทษแบนเข้าชาร์จเหน่งๆบอลผ่านตัว โจเอล โรเบลส เข้าไปไม่มีพลาด นาทีที่ 10 เจ้าบ้านหวิดได้ประตูที่สองจากจังหวะเปิดด้วยซ้ายของ ริย้าด มาห์เรซ บอลไซด์โค้งมาถึง แอนดี้ คิง โถมเข้ามาโขก แต่โชคร้ายที่บอลดันไปตรงตัว โจเอล โรเบลส ยืนรับไว้ได้สบาย ผ่าน 25 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งคู่สู้กันอย่างอย่างสูสี ผลัดกันเป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับหาโอกาสเจาะตาข่ายฝั่งตรงข้ามได้อย่างใกล้เคียง GOAL! นาที 33 "จิ้งจอกสยาม" ที่กำลังยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจมาพังประตูที่สองของเกมได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากความสามารถเฉพาะตัวของ ริย้าด มาห์เรซ ลากเลื้อยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ เลย์ตัน เบนส์ จะแหย่เท้าสกัดไปเข้าทาง แอนดี้ คิง วิ่งมาซัดเน้นๆส่งบอลจมลงก้นตาข่ายไม่เหลือซาก นาที 40 ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าเป็นทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายมีโอกาสจะได้ประตูที่สามมากกว่าโดนตีไข่แตก เนื่องจากจังหวะบุกสามารถลุ้นจบสกอร์แบบได้น้ำได้เนื้อแทบทุกครั้ง ต่างจาก เอฟเวอร์ตัน ที่ครองบอลมากกว่าเล็กน้อยก็จริง แต่หาโอกาสปิดบัญชีแทบไม่ได้เลย ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านได้ลุ้นฟรีคิกจากการยิงของ ริย้าด มาห์เรซ แต่ซัดไปแฉลบกำแพงและช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำประตูได้เพิ่มทำให้จบ 45 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 60 ครบหนึ่งชั่วโมงของเกม เอฟเวอร์ตัน เริ่มโจมตีแผงหลัง "จิ้งจอกสยาม" ได้อันตรายขึ้นกว่าใน 45 นาทีแรก แต่จังหวะจบสกอร์ยังคงไร้ความเฉียบขาดโดยเฉพาะจังหวะหลุดเดี่ยวของ อูมาร์ นิอาสเซ่ แต่ดันยิงไปติดศรีษะ แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่ออกมายืนนอกกรอบเขตโทษแล้ว GOAL! นาที 65 เลสเตอร์ มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะ แมทธิว เพนนิงตัน ไปทำฟาวล์ เจมี่ วาร์ดี้ ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ วาร์ดี้ จะลุกขึ้นมาสังหารด้วยการซัดเต็มข้อเข้าไปชนิดสะใจแฟนบอล "จิ้งจอกสยาม" ทั่วทั้งสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม นาที 69 เจมี่ วาร์ดี้ เกือบจะมาทำแฮตทริกในวันฉลองแชมป์ได้สำเร็จ จากจังหวะใช้ความเร็ววิ่งไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลติดเซฟ โจเอล โรเบลส ออกไปอย่างเหลือเชื่อ นาที 72 เป็นอีกครั้งที่ วาร์ดี้ พลาดแฮตทริกชนิดเป็นโอกาสทองฝังเพชรเมื่อทีมได้จุดโทษที่สอง แต่คราวนี้เจ้าตัวดันไปอัดเต็มแรงเหมือนเดิมและบอลเหินข้ามตานออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ที่กำลังเริ่มเล่นเหมือนถอดใจ แต่มาได้ เควิน มิรัลลาส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงไปยิงลอดตัว แคสเปอร์ ชไมเคิล เข้าไปตุงตาข่ายในนาที 88 ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝั่งไหนบวกประตูกันได้เพิ่มทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในวันฉลองถ้วยแชมป์ไปด้วยสกอร์ 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, คริสเตียน ฟุคส์, แอนดี้ คิง, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เอฟเวอร์ตัน : โจเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, แมทธิว เพนนิงตัน, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อูมาร์ นิอาสเซ่, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : วาร์ดี้ โดนแดงเฉย!! จิ้งจอกสยาม หนังเหนียวไล่เจ๊า ขุนค้อน วินาทีสุดท้าย
ขุนค้อน /  คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.18, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ (จุดโทษ) น.84, 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ น.86, 2-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เป็นการดวลกันของทีมจ่างฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิว เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยครึ่งแรกรูปเกมค่อนข้างสูสี และมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาดของการจบสกอร์จากบรรดาแนวรุก ซึ่งก็เป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ อาเดรียน เข้าไปอย่างสวยงามตั้งแต่นาที 18 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำอะไรกันได้ โดยเฉพาะ เวสต์แฮม ที่มีโอกาสได้ประตูตีเสมอหลายครั้งเหมือนกัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาที 56 เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ โดน อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ดึงล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มทำให้ต้องแจกใบเหลือง(ที่สอง)เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เหลือนักเตะเพียงแค่ 10 ในสนาม ช่วงเวลาที่เหลือ เวสต์แฮม โหมบุกหนักเป็นพายุ แต่ประตูตีเสมอกว่าจะมาต้องรอไปถึงช่วงท้ายเกมนาที 84 จากจังหวะ เวส มอร์แกน ไปทำฟาวล์ วินสตัน รี้ด ในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง แอนดี้ แคร์โรลล์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ถัดจากนั้นแค่ 2 นาที "ขุนค้อน" กลับเป็นฝ่ายพลิกแซงจากจังหวะกดเต็มข้อของ อารอน เครสส์เวลล์ บอลผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำก่อนทดเวลาบาดเจ็บที่สกอร์ 2-1 ช่วงทดเจ็บ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไปเบียด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คว่ำลงไปกองในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นการฟาวล์ สุดท้าย เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้จบเกม "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดดราม่าที่สกอร์ 2-2  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, เปโดร โอเบียง, มิคาอิล อันโตนิโอ, วิคเตอร์ โมเซส, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ผลบอล: มาต้าฟรีคิกปลิดชีพ!ผีเปิดรังดับแตนจี้ทำแต้มทาบเรือใบ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธที่ 2 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู: 1-0 ฆวน มาต้า น.83 เวลา:03.00 น. สนาม:โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 // FT - VIDEO (Premier League): Manchester United 1-0 Watford FCGoal & Highlights [HD]Juan Mata with a beauty from free-kick. Posted by Football Goals & Highlights on 2 มีนาคม 2016 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ฆวน มาต้า เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปนสวมบทฮีโร่ ซัดประตูชัยจากลูกฟรีคิกในช่วงท้ายเกมส์ช่วยให้เปิดบ้านเฉือนชนะ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ดไป 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญทำแต้มมาเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 4 ที่ออกไปพ่ายลิเวอร์พูลยับ แต่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เด เคอา(GK),กิลเยโม่ วาเรล่า,ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์,ดาลี่ย์ บลินด์,มาร์กอส โรโฮ,มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน,อองโตนี่ มาร์เซียล,ฆวน มาต้า,อันเดร์ เอร์เรร่า,เมมฟิส เดอปาย,มาร์คัส แรชฟอร์ด วัตฟอร์ด:เอเรลโญ่ โกเมส(GK),อัลล็อง นีย็อม,เซบาสเตียน โพรเดิ้ล,มิเกล บริตอส,โฮเซ่ โฮเลบาส,วาลอน เบห์รามี่,เอเตียน กาปู,เบ็น วัตสัน,อัลเมน อับดี้,ทรอย ดีนี่ย์,โอเดี้ยน อิกาโล่

ผลบอล : ราฟา ฉายแสง!! สาลิกา วิ่งลืมตายไล่เจ๊า เรือใบ แบ่งกันไปคนละแต้ม
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 19 เมษายน 2559 นิวคาสเซิล 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.14, 1-1 เวอร์นอน อนิต้า น.31 เวลา : 1.45 น. สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวนัดกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล มีคิวเปิดรังเหย้า เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะเสมอกันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ครึ่งแรกรูปเกมถือว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลังเจ้าบ้านได้มากกว่า จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 14 ทีมเยือนมาได้ลูกฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ามาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ โขกเช็ดผ่านมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อมาดูภาพช้า กุน อเกวโร่ ยืนล้ำหน้าอยู่เยอะพอสมควร แต่หลังจากที่เสียประตู "สาลิกาดง" ก็ยังไม่ถอดใจ พยายามเดินหน้าลุยเพื่อทวงประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จจาก เวอร์นอน อนิต้า เติมขึ้นมาล็อคหลบหนึ่งจังหวะก่อนจะสับด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงเสมอกันอยู่ที่ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมกลับมาคูคี่สูสีและมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำด้วยกันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังถือว่าไม่เฉียบขาดพอด้วยกันทั้งคู่ สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 90 ทดเจ็บอีก 5 นาที ก็ยังไม่มีทีมไหนบวกประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบเกม นิวคาสเซิล เปิดสนาม เซนต์ เจมส์ ปาร์ค แบ่งแต้มกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสมศักดิ์ศรีที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : คาร์ล ดาร์โลว์(GK), เวอร์นอน อนิต้า, ชานเซล เอ็มเบ็มบา, จามาล ลาสเซลเลส, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, แจ็ค โคลแบ็ค, อันดรอส ทาวน์เซ่นด์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อโยเซ่ เปเรซ, ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียควิม ม็องกาล่า, แว็งซองต์ กอมปานี, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันโด, ฟาเบียน เดลฟ์, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล:ยังไม่ยอม!ไก่รัวถล่มผีห้านาทีสามเม็ดตามจิ้งจอกเท่าเดิม
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 เดเล่ อัลลี่ น.70 ,2-0 โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ น.74 , 3-0 เอริค ลาเมล่า น.75 เวลา: 22.30 น. สนาม: ไวท์ฮาร์ทเลน ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 (function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1&version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));FT - VIDEO(Premier League): Tottenham Hotspur 3-0 Manchester UnitedAll Goals [HD]Dele Alli 70'Toby Alderweireld 74'Erik Lamela 76'โพสต์โดย Football Goals & Highlights บน 10 เมษายน 2016 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส รองจ่าฝูงยังไม่ยอมให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงทิ้งระยะห่างไป เมื่อเปิดบ้านไล่ถล่ม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 โดยได้ทั้งสามประตู ในระยะเวลาห่างกันแค่ 5 นาที จาก เดเล่ อัลลี่ ,โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ และ เอริค ลาเมล่า ทำให้สเปอร์ส เก็บสามแต้มทำคะแนนตามหลังเลสเตอร์ 7 คะแนนเท่าเดิม โดยเหลือเกมส์ให้เล่นอีก 5 นัด ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน รายชื่อ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส:ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดอไวเรลด์, แยน แฟร์ทองเกน, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น,แฮร์รี่ เคน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), ธิโมธี โฟซู-เมนซ่าห์, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ,ไมเคิล คาร์ริค ,ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, อองโตนี่ มาร์กซิยาล,มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : คล็อปป์ อินดี้!! หงส์ พลังหนุ่มเปลี่ยน10ตำแหน่ง เฉือนหวิว บอร์นมัธ คาบ้าน
บอร์นมัธ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.41, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.45+2, 1-2 โจชัว คิง น.90+3 เวลา : 19.30 น. สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ มีคิวเปิดสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยไฮไลท์ของเกมคือ เจอร์เกน คล็อปป์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 ตัวจริงแทบจะยกแผง โดยใช้ดาวรุ่งลงมาเล่นเกมนี้เป็นส่วนใหญ่ [เริ่มเกม] เพียงแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะกระหน่ำด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่หนีตัว อาร์เทอร์ โบรุค ทำให้ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างสบาย ผ่าน 10 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งสองทีมไล่บีบเพรสซิ่งกันค่อนข้างเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ครอบครองบอลกันได้นานมากนัก ทำให้ยังมีโอกาสยิงประตูกันค่อนข้างน้อยด้วยกันทั้งสองทีม นาที 20 เจ้าถิ่น มีโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิก แม็ตต์ ริตชี่ บรรจงเปิดด้วยซ้ายเข้ามาให้ ทอมมี่ เอลฟิค เทคตัวขึ้นโขก แต่โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด เซฟไว้ได้ไม่มีพลาด เข้าสู่นาที 35 ถือว่ารูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่บอลจะอยู่บริเวณกลางสนาม และจะไปพลาดทำเสียกันในจังหวะใกล้จะจบสกอร์ ทำให้โอกาสลุ้นยิงมีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะผู้รักษาประตูที่มีงานไม่หนักมากเท่าไหร่ด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 41 และแล้ว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำในช่วงเวลาที่เหมาะสม จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ลูกตอกส้น แต่ไปติดเซฟ อาร์เทอร์ โบรุค ปัดออกมาเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้ยิงระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก GOAL! นาที 45+2 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายก่อนไปพักครึ่งแรก จากจังหวะฟรีคิก จอร์ดอน ไอบ์ ปั่นโค้งๆมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะช่วยให้ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายบุกมานำ บอร์นมัธ ก่อนจบ 45 นาที ด้วยสกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจ้าบ้านแก้เกมด้วยการถอด จูเนียร์ สตานิสลาส ออกไปพัก และส่ง ลูอิส แกรบแบน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 53 ลิเวอร์พูล ไม่ได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่หลุดไปตักบอลผ่านตัว อาร์เทอร์ โบรุค แต่ทิศทางดันไปชนเสา ก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 65 โอกาสทองของ บอร์นมัธ ที่จะได้ประตูตีไข่แตกมาจาก โจชัว คิง ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวผ่าน ลูคัส เลว่า ไปยังสุดเส้นหลัง ก่อนจะได้สังหารด้วยซ้าย แต่บอลยังไปติดเซฟ แดนนี่ วอร์ด ก้มตัวลงรับไว้ได้ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นมีโอกาสเจาะแผงหลัง ลิเวอร์พูล อยู่หลายครั้ง และเกือบจะเป็นประตู 2-3 จังหวะ แต่สุดท้ายก็โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด บินปัดออกไปได้หมดทุกครั้ง GOAL! นาที 90+3 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอร์นมัธ มาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะกระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อของ โจชัว คิง บอลผ่านมือ แดนนี่ วอร์ด ที่พยายามพุ่งสุดตัวเพื่อเซฟลูกนี้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ สุดท้ายจบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะ บอร์นมัธ ถึงสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บอร์นมัธ : อาร์เทอร์ โบรุค(GK), ไซม่อน ฟรานซิส, ทอมมี่ เอลฟิค, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แม็ตต์ ริตชี่, แอนดรูว์ เซอร์มัน, แดน กอสลิ่ง, จูเนียร์ สตานิสลาส, แม็กซ์ เกรเดล, โจชัว คิง ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แบรด สมิธ, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : ตุงเดียวจบ!! มาต้า ซัดชัยพา ผี บุกเชือด นกขมิ้น แต้มจี้เรือห่างคะแนนเดียว
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 นอริช ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า น.72 เวลา : 18.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง นอริช ซิตี้ เปิดสนาม แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยก่อนเกม "ปีศาจแดง" ได้รับข่าวร้ายเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ไปบาดเจ็บตอนวอร์มบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่ง อันเดร์ เอร์เรร่า ลงมาทำหน้าที่แทน และดัน เวย์น รูนี่ย์ ขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า [เริ่มเกม] นาทีที่ 4 เจ้าบ้านหวิดจะได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่หัววัน จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ บรรจงเปิดเข้ามาให้ คาเมร่อน เจอโรม ขึ้นโขกเต็มศรีษะแต่บอลดันไปติดขา ดาบิด เด เคอา โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้แบบหวุดหวิด นาที 14 เริ่มเกมมายังไม่ทันไร "ปีศาจแดง" ก็มาได้รับข่าวอีกระลอกเมื่อ มัตเตโอ ดาเมี่ยน ไปได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่งเจ้าหนู คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ลงมาเล่นแทน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก รูปเกมส่วนใหญ่เป็นการต่อบอลกันไปมา โดยหาโอกาสจบสกอร์ที่ใกล้เคียงจะเป็นประตูกันได้ค่อนข้างน้อย นาที 37 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นยิงฟรีหน้ากรอบเขตโทษ เมมฟิส เดปาย รับหน้าที่สังหาร แต่บอลไปชนกำแพงออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ก็คือต่างฝ่ายต่างครองบอลหาจังหวะเข้าทำ แต่พอบอลเริ่มเข้าโซนอันตรายก็มักจะพลาดกันง่ายๆ ทำให้จบ 45 นาที นอริช ซิตี้ ยังคงเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ที่สกอร์ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 66 นอริช เริ่มครองบอลเดินหน้าลุยได้เยี่ยม โดยมาได้โอกาสลุ้นพังตาข่าย "ปีศาจแดง" จาก แกรี่ โอนีล แต่จังหวะสับเต็มข้อด้วยขวาบอลดันไต่หลังเท้าปลิ้นออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 72 รูปเกมที่ดูเนือยๆชวนง่วงนอนของทั้งคู่ แต่สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความผิดพลาดของ เซบาสเตียน บาสซง ก่อนบอลจะหลุดไปถึง เวย์น รูนี่ย์ เลี้ยงเข้าไปในเขตโทษ หลังจากนั้นจ่ายมาให้ ฆวน มาต้า ที่วิ่งสอยเข้ามายิงง่ายๆเข้าไปไม่มีพลาด นาที 85 มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง มีโอกาสพังตาข่ายให้ "ปีศาจแดง" ฝัง นอริช ห่างเป็นสองประตู แต่จังหวะจบสกอร์ยังไร้ความเฉียบขาดหลุดออกหลังไปชนิดไม่ได้ลุ้นทั้งที่ได้ยิงแบบไม่มีคนประกบ ช่วงท้ายเกม "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" พยายามเดินหน้ากดดันใส่แผงหลัง "ปีศาจแดง" แต่ยังคงไม่สามารถทำอันตรายเกมรับผู้มาเยือนได้มากพอ ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที เป็นทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถรักษาสกอร์นำพร้อมกับคว้า 3 แต้มสำคัญเหนือ นอริช ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต, รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, มาร์ติน โอลส์สัน, นาธาน เร้ดมอนด์, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, ร็อบบี้ เบรดี้, เวส ฮูลาแฮน, คาเมร่อน เจอโรม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, มัตเตโอ ดาเมี่ยน, ไมเคิล คาร์ริค, เจสเซ่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสเซ่ ลินการ์ด, เมมฟิส เดปาย, เวย์น รูนี่ย์