CTH

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : นิวคาสเซิล VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล สนาม เซนต์เจมส์ พาร์ค วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 เวลา 19.45น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม อลัน พาร์ดิว กุนซือแฟนชังของ นิวคาสเซิล นัดนี้จะไม่มี ปาปิซ ซิสเซ่ กองหน้าของทีมที่ยังมีปัญหาที่เข่าทำให้ อโยเซ่ เปเรซ น่าจะได้ยืนตำแหน่งหน้าเป้าต่อไป ส่วนในแดนกลาง ชีค ติโอเต้ เจ็บน่องไม่น่าพร้อมลงสนามเช่นเดียวกับ ดาวิเด้ ซานตอน กับ เซียม เด ยอง ขณะที่ ไมค์ วิลเลียมสัน ปราการหลังตัวกลางต้องรอเช็คความฟิต เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล หมดโอกาสใช้งาน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มามาดู ซาโก้, จอน ฟลานาเก้น และ ซูโซ่ ที่ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด รวมไปถึง โฆเซ่ เอนริเก้ ที่อดลงโม่แข้งทีมเก่าเพราะมีอาการเจ็บเข่า ส่วนผู้เล่นตัวหลักที่ถูกพักในเกมแคปปิตอล วัน คัพ นัดกลางสัปดาห์น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ราฮีม สเตอร์ลิง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม นิวคาสเซิล – ครูล, ยานมาต, สตีเว่น เทย์เลอร์, โคลอชชินี่, ดัมเม็ตต์, อานิต้า, โคลแบ็ค, โอแบร์ตอง, มุสซ่า ซิสโซโก้, กุฟฟร็อง, อาโยเซ่ เปเรซ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์สัน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เอ็มเร่ ชาน, เฮนเดอร์สัน, สเตอร์ลิง, ลัลลานา, บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : นิวคาสเซิ่ล เปิดรังเชือด ลิเวอร์พูล นิ่มๆ 1-0
กาเบรียล โอแบร์กต็อง /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 อโยเซ่ เปเรซ น.73 เวลา : 19.45 น. สนาม : สปอร์ต ไดเร็ค อารีน่า ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่เปิดหัวประจำวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล บุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ถึงรัง สปอร์ต ไดเร็ค อารีน่า โดยแมตช์นี้ เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจไม่ส่งคู่ศูนย์หน้าอาชีพลงสนามพร้อมกันเหมือนเกมที่ผ่านแล้ว ต้องมาดูว่าสุดท้าย บีร็อด จะแก้ปัญหายังไงเมื่อไร้คู่หูประสานงานในแดนหน้า เริ่มเกมมาได้แค่ 4 นาที เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นพังประตูก่อนจากลูกยิงของ ปาปิสส์ ซิสเซ่ แต่ไปติดบล็อค มาร์ติน สเคอร์เทล ออกหลังไป นาทีที่ 9 สาลิกาดง เกือบได้จุดโทษ จากจังหวะได้คลึงบอลในกรอบเขตโทษของ มุสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนจะโดน โจ อัลเลน เข้ามาอัดจากข้างหลังจมคว่ำลงไปแต่ อังเดร มาริเนอร์ ใจแข็งไม่ชี้ให้เป็นการฟาวล์ ผ่านมาถึงนาที 20 ถือว่า หงส์แดง ครองบอลได้เยอะกว่า นิวคาสเซิ่ล พอสมควร แต่ก็ยังไร้วี่แววของจังหวะจบสกอร์ หลังจาก ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจส่ง บาโลเตลลี่ ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแบบโดดเดี่ยว นาที 25 เจ้าบ้านโชคร้ายที่ต้องมาเสีย กาเบรียล โอแบร์กต็อง ที่ถือว่าป่วนแนวรับ หงส์แดง ได้ดีที่สุดในเกมนี้ จากอาการบาดเจ็บบริเวณหน้าขา ทำให้ อลัน พาร์ดิว จำเป้นต้องส่งเจ้าหนู โรลันโด้ อารอนส์ ลงมาทำหน้าที่แทน ผ่านไป 30 นาที แทบจะไม่มีจังหวะลุ้นประตูด้วยกันกันทั้งคู่ บอลส่วนใหญ่จะไปอยู่บริเวณกลางสนาม นาที 35 สาลิกาดง ได้ลุ้นขึ้นนำจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เมห์ดี้ อเบอิด ซัดด้วยขวาแต่บอลแฉลบบล็อคกำแพงออกหลังไป เข้าสูนาที 37 "เดอะค็อป" เกือบต้องทำใจหลังจบครึ่งแรก เป็นลูกเตะมุมบอลหลุดมาถึง ซิสโซโก้ ได้ซัดเหน่งๆ บอลพุ่งเข้ากรอบประตู แต่ยังดีที่ เกล็น จอห์นสัน พุ่งโหม่งออกจากเส้นได้แบบหวุดหวิด นาที 44 สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล เริ่มไม่ค่อยดีหลังจาก มาร์ติน สเคอร์เทล โดนใบเหลืองจากการไปทำฟาวล์ ซิสโซโก้ หน้ากรอบเขตโทษ นาที 45 สตีเว่น เทย์เลอร์ โดนใบเหลืองแบบงงๆ หลังจากไปขัดขวางผู้เล่น ลิเวอร์พูล ที่กำลังยืนตั้งกำแพงในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ ปาปิสส์ ซิสเซ่ จะสังหารฟรีคิกแต่ก็ผิดเหลี่ยมโด่งออกหลังไปเยอะ ก่อนจะจบครึ่งแรก! นิวคาสเซิ่ล ยังคงทำได้แค่เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 ทั้งๆที่มีโอกาสจบสกอร์มากกว่า แถม หงส์แดง ได้ลุ้นเจาะตาข่ายพวกเขาแค่ครั้งเดียวตลอด 45 นาที ออกสตาร์ทครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ล ตัดสินใจส่ง อโยเซ่ เปเรซ ลงมาเจาะตาข่าย ลิเวอร์พูล แทน ปาปิสส์ ซิสเซ่ นาที 48 เกล็น จอห์นสัน ทำส้มหล่นหน้ากรอบเขตโทษ หลังเสียบอลพร้อมกับโดนแย่งไป แต่ยังดีที่จังหวะสุดท้าย อารอนส์ นั้นตามไปยิงไม่ทัน นาที 49 มุสซ่า ซิสโซโก้ กระโดดเสียบ โจ อัลเลน คว่ำลงไปหน้ากรอบเขตโทษ พร้อมกับโดน อังเดร มาริเนอร์ แจกใบเหลืองไปตามระเบียบ นาที 62 ดารีล ยานมัต เป็นอีกคนของ สาลิกาดง ที่โดนใบเหลืองหลังจากไปหวด บาโลเตลลี่ แบบไม่สนใจบอลบริเวณกลางสนาม นาที 66 ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด โจ อัลเลน ออกไปพักพร้อมกับส่งตัวรุกอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาแทน ขณะเดียวกันเจ้าบ้านก็มีการขยับเปลี่ยนตัวด้วยการ ถอด แซมมี่ อเมโอบี้ ออกและส่ง ลงมาแทน นาที 70 บอรินี่ ได้ยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษจากการพักบอลมาให้ของ สเตอร์ลิ่ง แต่ทิสทางผิดเหลี่ยมไปหน่อย ทำให้บอลหลุดออกหลังไป GOAL! นาที 73 อโยเซ่ เปเรซ ยิงตูมเดียวจากจังหวะสกัดไม่ขาดของ โมเรโน่ สวนทาง มินโญ่เลต์ เข้าไปไม่พลาดช่วยให้เจ้าบ้านขึ้นนำ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 1-0 นาที 79 แจ็ค โคลแบ็ค โดน อังเดร มาริเนอร์ แจกใบเหลืองหลังจากไปทำฟาวล์ เจอร์ราร์ด และหลังจากนั้น หงส์แดง เปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้าย ส่ง ริคกี้ แลมเบิร์ต ลงมาแทน คูตินโญ่ นาที 89 ลอฟเรน โดนใบเหลืองจากจังหวะไปทำฟาวล์ กาแบลล่า จบเกม!! นิวคาสเซิ่ล เปิดรัง เชือด หงส์ นิ่มๆ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นิวคาสเซิ่ล : ทิม ครูล, ดารีล ยานมัต, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, สตีเว่น เทย์เลอร์, พอล ดัมเมตต์, มุสซ่า ซิสโซโก้, แจ็ค โคลแบ็ค, เมห์ดี้ อเบอิด, กาเบรียล โอแบร์กต็อง, แซมมี่ อเมโอบี้, ปาปิสส์ ซิสเซ่ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, มาริโอ บาโลเตลลี่

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : คริสตัล พาเลซ 3-1 ลิเวอร์พูล
คริสตัล พาเลซ /  พรีเมียร์ลีก / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2557 คริสตัล พาเลซ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.2, 1-1 ดไวท์ เกย์ล น.17, 2-1 โจ เล็ดลี่ย์ น.78, 3-1 ไมล์ เยดินัค น.81 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เฮนโด้ ซัดปิดกล่อง หงส์ เปิดรังเฉือน มวยโลก น้ำลายเหนียว 2-1
คริส บรั้นท์ /  คริสเตียน แกมบัว / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช รายชื่อคนทำประตู : 1-0 อดัม ลัลลาน่า น.45, 1-1 ไซโด้ เบราฮิโน่(จุดโทษ) น.56, 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.61 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่ 7 ของทั้งสองทีม วันนี้ ลิเวอร์พูล ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สถานการณ์ค่อนข้างย่ำแย่หลังไม่ชนะใครมา 4 เกมติด ผิดกับทีมเยือนอย่าง เวสต์บรอมวิช ที่กวาดชัยมา 3 แมตช์รวด กำลังใจมีมากกว่ากันเห็นๆ วันนี้ต้องมาดูว่า "บีร็อด" จะปรับหมากรับมือกับ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ยังไง เพราะศูนย์หน้าตัวเป้า "หงส์แดง" เลือกใช้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ไม่ใช่ มาริโอ บาโลเตลลี่ อย่างที่สื่อคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เริ่มเกมมาได้ 5 นาที ถือว่าทางฝั่งเจ้าบ้านครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูขึ้นนำเลยสักครั้ง นาทีที่ 8 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับอาสาเป็นคนซัดลูกนี้ แต่น่าเสียดายที่ติดบล็อคแล้วออกหลังไป นาที 12 สาวก เดอะค็อป เริ่มหนาวๆร้อนๆ เมื่อ เวสต์บรอมวิช ได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา แต่เปิดเข้าไปก็โดน มินโญเลต์ ออกมาชกทิ้งไว้ได้ นาที 13 หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ อดัม ลัลลาน่า ทะลุขึ้นมาฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจะตบเข้ากลางให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต เข้าชาร์จจ่อๆ แต่สุดท้ายกลับยิงไม่โดน เสียโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย นาที 17 มาร์ติน สเคอร์เทล โดนใบเหลืองแรกของเกม หลังเข้าหนักใส่ ไซโด้ เบราฮิโน่ แบบไม่โดนบอล นาที 19 ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้หลุดไปยิงเหน่งๆครั้งแรก แต่ไม่ผ่านเซฟของ เบน ฟอสเตอร์ นาที 28 สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดนใบเหลืองจากจังหวะใช้แขนคว้าคอ คริสเตียน แกมบัว นาที 29 ใบเหลืองตามมาติดๆ คราวนี้เป็นของทางฝั่งทีมเยือนอย่าง เคร็ก ดอว์สัน ที่ไปเสียบหนักใส่ อดัม ลัลลาน่า นาที 35 เวสต์บรอมวิช เกือบขึ้นนำ หงส์แดง จากจังหวะสวนกลับ เป็นทาง ไซโด้ เบราฮิโน่ ใช้ความคล่องตัวเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทา ก่อนตัดสินใจสับด้วยซ้ายเต็มแข้ง บอลพุ่งแรงเข้ากรอบประตู แต่สุดท้ายโดน มินโญเลต์ บินปัดออกไปได้ นาที 40 ลิเวอร์พูล ตัดบอลได้กลางสนามก่อนจะแทงทะลุมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความเร็วกระชากมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะถวายพานให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต จับเข้าซ้าย แต่พอจะยิงก็ช้าไปแล้ว โดนบล็อคแนวรับทีมเยือนหมดโอกาสลุ้นประตูไปในที่สุด นาที 44  เวสต์บรอมวิช เริ่มได้ลุ้นบ่อยขึ้น สเตฟาน เซสเซยง ยิงไกล แต่ก็ไปตรงตัว ซิมง มินโญเล่ต์ รับเข้าซองไว้ได้สบาย GOAL! นาที 45 อดัม ลัลลาน่า ทะลุเข้ากรอบเขตโทษจากลูกจ่ายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก่อนจะซัดด้วยซ้ายบอลมุดก้นตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำไปแล้ว 1-0 ผู้ตัดสินที่สี่ ทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที และช่วงเหลือที่เหลือทั้งสองยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช 1-0 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง บอลยังอยู่ตรงกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เห็นได้ชัดว่าทางฝั่งทีมเยือนดูจะกล้าเปิดหน้าแลกมากกว่าเดิม หลังโดนนำไปก่อนในช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรก GOAL! นาที 56 เวสต์บรอมวิช ได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษของ ไซโด้ เบราฮิโน่ GOAL! นาที 61 หงส์แดง แก้คืนได้เร็ว จากจังหวะซัดตูมเดียวของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นทาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่จ่ายแบบถวายพานมาให้ในกรอบเขตโทษ นาที 63 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจเปลี่ยนตัวถึง 2 คนโดยถอด ริคกี้ แลมเบิร์ต, ฮาเวียร์ มานกีโญ่ ออกไปพัก และส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่, เกล็น จอห์นสัน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 68 ลงมาแป๊บเดียวได้ลองส่องซะแล้ว สำหรับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ได้ซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่ลูกนี้ผิดเหลี่ยมไปนิด เฉียดเสาสองออกไป นาที 75 ทางฝั่งทีมเยือนยังคงมีโอกาสตีเสมออยู่ทุกนาที คราวนี้เป็นทาง เบราฮิโน่ ได้ขึ้นโขกจ่อในเขตโทษของ ลิเวอร์พูล แต่น่าเสียดายที่บอลเบายังกับปุยนุ่น แบบนี้ ซิมง มินโญเล่ต์ รับสบาย และในเวลาเดียวกัน เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายด้วยการถอด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก พร้อมกับส่ง ลูคัส เลว่า ลงมาแทน นาที 78 บาโลเตลลี่ ทำชิ่งกับ เจอร์ราร์ด สองสามจังหวะก่อนที่ เกรียนโอ้ จะได้กดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ น้ำหนักบอลดีเยี่ยมแต่ทิศทางดันไปตรงตัว เบน ฟอสเตอร์ พุ่งรับเข้าซองได้สบาย นาที 84 โจลีออน เลสค็อตต์ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปฟาวล์ตัดเกมแบบเสียเหลี่ยม ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาที 90 ลูคัส เลว่า ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ มองไม่เห็นเพื่อนมาช่วยก่อนตัดสินใจยิงแต่ก็ข้ามคานออกไปแบบไม่ผิดคาด นาทีสุดท้ายของเวลาการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่สี่ชูป้ายทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่เหลือ หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำอยู่ 2-3 ครั้งแต่สุดท้ายก็พลาด ทำให้จบเกมด้วยสกอร์เดิม ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนชนะ เวสต์บรอมวิช แบบหืดจับ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ริคกี้ แลมเบิร์ต เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, คริสเตียน แกมบัว, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, เซบาสเตียน โปโกโญลี่, เคร็ก การ์ดเนอร์ส, คริส บรั้นท์, แกรม ดอร์แรนส์, เจมส์ มอร์ริสัน, สเตฟาน เซสเซยง, ไซโด้ เบราฮิโน่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS ฮัลล์ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS ฮัลล์ ซิตี้ สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2557 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล อาจจะให้โอกาส มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าเจ้าปัญหาลงสนามเป็นตัวจริงเหมือนเดิมแม้จะมี ริคกี้ แลมเบิร์ต เป็นอีกตัวเลือกก็ตาม ขณะที่ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยังต้องพักยาวต่อไป รวมไปถึง จอน ฟลานาเก้น กับ มามาดู ซาโก้ สตีฟ บรู๊ซ กุนซือ ฮัลล์ จะขาดนักเตะสำคัญอย่าง ไมเคิล ดอว์สัน กับ นิกิชา เยลาวิช เนื่องจากอาการบาดเจ็บอย่างน้อยก็ราวหกสัปดาห์ ส่วนในตำแหน่งผู้รักษาประตู อัลเลน แม็คเกรเกอร์ กับ สตีฟ ฮาร์เปอร์ เจ็บทั้งคู่ ทำให้มือสามอย่าง เอลดิน ยาคูโปวิช จะได้เฝ้าเสาแทน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่, บาโลเตลลี่ ฮัลล์ – ยาคูโปวิช, อเล็กซ์ บรู๊ซ, เจมส์ เชสเตอร์, เคอร์ติซ เดวิส, เอลโมฮามาดี้, ลิเวอร์มอร์, ฮัดเดิลส์ตัน, ดิอาเม่, โรเบิร์ตสัน, เบน อาร์กฟา, อาเบล เฮอร์นันเดซ

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล เวสต์บรอมวิช
ทัศนะ /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม 2014 ลิเวอร์พูล - เวสต์บรอมวิช สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 21.00 น. CTH ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอวิเวอร์ มาเริ่มกันที่ความพร้อมของเจ้าบ้านในเกมนี้กันก่อนฟอร์มล่าสุดทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกถือว่าไม่ดีเอาซะเลย ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย เกมนี้ ร็อดเจอร์ส จะกดดันแน่ๆหากไม่สามารถเก็บ 3 แต้ม ในบ้านเกมนี้ ด้านผู้เล่นที่บาดเจ็บลงเล่นไม่ได้แน่นอนคือ ซาโก้ ฟลานาแกน เกล็น จอห์นสัน โจ อัลเลน เอ็มเร่ ชาน และกองหน้าตัวเก่ง สเตอร์ริดจ์ เกมนี้ เชื่อว่า ร็อดเจอร์ส จะจัดหนักจัดเต็มแน่นอนเพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล ลิเวอร์พูล กลับมา ข้ามมาดูฝั่งทีมเยือน เวสต์บรอมวิช กันบ้างเกมนี้ไม่มีปัญญาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บเลยแม้เเต่รายเดียว และฟอร์ม 2 นัดหลังสุดถือว่าทำกันได้อย่างยอดเยี่ยมยิงได้ 5 ประตู แถมเก็บคลีนชีทได้อีกด้วย เกมนี้เรียกว่าทัพเวสต์บรอมกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ โดยเฉพาะกองหน้าตัวเป้า เบอราฮิโน่ รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, มานกรีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, บาโลเตลลี่ เวสต์บรอม : ฟอสเตอร์, ดอว์สัน, โปคอนโนลี่, เลสคอตต์, โอล์สัน, ดอร์แรนส์, บรันส์, โรบินสัน, การ์ดเนอร์, เซสซิยง, เบอราฮิโน่ การเจอกันนัดล่าสุดเมื่อซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล เปิดบ้านอัด เวสต์บรอม 4-1 แฟนหงส์ท่าหนึ่ง : เกมนี้มันต้องมาแล้ว! ฟันธงหงส์จัดเต็มถล่มมวยโลก 4-0

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ซ้อมเกมรุก!! สิงห์บลู พับสนามเจาะตาข่าย มวยโลก 10 ตัวเบาะๆ 2-0
คริส บรันท์ /  คริส แบร์ด / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 เชลซี 2-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ดิเอโก้ คอสต้า น.11, 2-0 เอเด็น อาซาร์ น.25 เวลา : 22.00 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก กลับมาลงฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังจากหลบทางให้กับโปรแกรมทีมชาติไปราวๆ 2 สัปดาห์ โดย เชลซี ของ โชเซ่ มูรินโญ่ จัดการส่ง ดิเอโก้ คอสต้า ลงส่องตาข่ายผู้มาเยือนอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วเจ้าบ้านจะสามารถเก็บสามแต้มได้ตามหน้าเสื่อคาดการณ์ไว้หรือเปล่า นาทีที่ 5 สิงห์บลูพลาดขึ้นนำแบบเหลือเชื่อสุดๆ จากจังหวะยิงเผาขนของ จอห์น เทอร์รี่ แต่เป็นทาง เบน ฟอสเตอร์ ที่ช่วยเซฟให้สกอร์ทั้งคู่ยังคงเท่ากันอยู่ที่ 0-0 GOAL! นาที 11 ดิเอโก้ คอสต้า สังหารตาข่ายได้อีกแล้ว จากจังหวะแหวกกับดับล้ำหน้า เวสต์บรอมฯ จนทะลุเข้าไปซัดโล่งๆช่วยให้ เชลซี นำเร็วตั้งแต่นาทีที่สิบเอ็ด 1-0  นาที 15 เจ้าบ้านพลาดนำห่าง 2-0 แบบเหลือเชื่อ จากจังหวะยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษของ ออสการ์ แต่ไปติดเซฟ ฟอสเตอร์ กระดอนมาเข้าทาง ดิเอโก้ คอสต้า เข้าชาร์จและติดเซฟ ฟอสเตอร์ อีกครั้ง นาที 19 ดิเอโก้ คอสต้า ทำหมูหก หลังจากเข้าชาร์จด้วยซ้ายจ่อๆแต่บอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว พลาดพาทีมนำห่างสองสกอร์ไปอีกครั้ง GOAL! 25 ประตูที่ 2 ของ สิงห์บลู มาจนได้ จากจังหวะเล่นลูกเตะมุมเร็วของ ฟาเบรกาส จ่ายเรียดมาให้ อาซาร์ วิ่งมารับบอลเสาแรกก่อนจะซัดง่ายๆเข้าไปช่วยให้ สิงห์บลู โอกาสชนะเริ่มสดใสด้วยการนำห่างที่สกอร์ 2-0 นาที 29 เคลาดิโอ ยาค็อบ โดน ลี เมสัน แจกใบแดง จากจังหวะไปย่ำใส่ ดิเอโก้ คอสต้า หน้ากรอบเขตโทษ ผ่านไปถึงนาที 40 รูปเกมของผู้ตามอย่าง "มวยโลก" ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แถมโอกาสโดนส่องเม็ดสามยังมีให้เห็นอยู่หลายครั้ง และการครองบอลก็เป็นของ เชลซี แทบจะทั้งหมด จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช ที่เหลือนักเตะในสนามแค่ 10 คนอยู่ 2-0 เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 2 นาที เนมานย่า มาติช หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมายิงด้วยซ้ายแบบไม่จับ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม สถิติการครองบอล เชลซี เหนือกว่าผู้มาเยือนทุกขุมกำลัง แถมยังครองบอลได้มากถึง 88(เชลซี) ต่อ 12(เวสต์บรอมวิช) เปอร์เซ็น นาที 68 ถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นของเจ้าบ้าน และเล่นเพื่อรอให้หมดเวลาเท่านั้น โดยจังหวะนี้ วิลเลี่ยน ได้เติมขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจสับด้วยขวา น้ำหนักรุนแรงแต่ทิศทางผิดเหลี่ยมเหินข้ามคานออกไป นาที 70 สิงห์บลู ทำเกมได้สวยจากลูกเปิดของ มาติช งัดมาให้ อิวาโนวิช วิ่งสอดขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะตบเข้ากลาง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเพื่อนเข้ามาชาร์จได้ทัน นาที 75 วิลเลี่ยน โดนใบเหลืองหลังไปเข้าหนักใส่ วิสดอม นาที 80 โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่ง โรอิค เรมี่ ลงสนามมาแทน ออสการ์ นาที 84 มูรินโญ่ เปลี่ยนอีกคน ถอด คอสต้า คนทำประตูแรกออก และส่ง ดิดิเยต์ ดร็อกบา ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 86 เชลซีใช้โควต้าเปลี่ยนเป็ยคนสุดท้าย ส่ง รามิเรส ลงมาแทน วิลเลี่ยน ครบ 90 นาทีมีการทดเจ็บเพิ่มอีก 3 นาที ทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายจ่าฝูง เชลซี เก็บ 3 แต้มไปครองได้ตามเป้าพร้อมกับยึดตำแหน่งเบอร์หนึ่งผู้ไร้พ่ายของศึก พรีเมียร์ลีก ได้ต่อไป 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, อังเดร วิสดอม, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, คริส แบร์ด, แกรม ดอร์แรนส์, เคร็ก การ์ดเนอร์ส, เคลาดิโอ ยาค็อบ, คริส บรันท์, สเตฟาน แซสเซอญง, ไซโด้ เบราฮิโน่

CTH ถูกขั้นเทพ อีซี่แพ็กเกจ แค่วันละ 10 บาท
299 บาท /  All For Fun Package / 

“ซีทีเอช” ปล่อยหมัดน็อก..ช็อกราคาความบันเทิง ถูกขั้นเทพ! อีซี่แพ็กเกจ เพียงวันละ 10 บาท CTH - ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) และเป็นผู้นำด้านคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ปล่อยหมัดเด็ด ช็อกราคาความบันเทิงถึงบ้าน ด้วยการส่ง “ อีซี่แพ็กเกจ ” (Easy Package) ถูกขั้นเทพ! ราคา 299 บาท คุ้มค่า ราคาเดียว!!  เรียกว่าจัดหนัก..จัดเต็ม  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ  ลงกล่องเพย์ทีวี (PAY TV ) CTH / PSI / GMMZ จัดกระบวนทัพคอนเท้นต์พรีเมี่ยมบันเทิง เผยโฉม 4 แพ็กเกจความบันเทิงใหม่ ในราคาสุดว๊าว! นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เผยว่า “หลังจากที่บริษัทฯ เดินหน้าเต็มสูบในการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ในช่วงเปิดฤดูกาลของ Barclay Premier League 2014/15 ปรากฏผลตอบกลับมาเป็นอย่างดี บริษัทฯ รุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่  “ อีซี่แพ็กเกจ ” (Easy package) ที่อัดแน่นไปด้วยคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยมแบบจัดหนัก ในราคา 299 บาท คุ้มค่า ราคาเดียว หรือ เพียงแค่ 10 บาทต่อวัน โดยสร้างสรรค์แพ็กเกจตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ทั่วประเทศ  ให้ลูกค้าได้เลือกเติมเต็มความบันเทิง 4 แพ็กด้วยกัน โดยแต่ละแพ็กเกจรวบรวมช่องรายการระดับพรีเมียมคุณภาพล้นจอ จุใจ รับชมได้ไม่อั้น อาทิ ความบันเทิงจากซีรี่ส์สุดฮิต The walking dead, Grimm, Spartacus, Nashville, Scandal, Sleep Hollow, NCIS, The Listener Castles, Desperate Housewives,  และซีรี่ส์ฮอร์โมน-วัยว้าวุ่น, วาไรตี้สุดป็อป We got Married, American’s next top model, Master Chef Junior, Master Chef us, Cupcake War, ภาพยนตร์บอลลีวูด พากย์ไทย 24 ชั่วโมง ทางช่อง Zee Nung และพบกับการอัพเดทมิวสิควิดีโอจากศิลปินชั้นนำตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่อง Channel [V], เต็มอิ่มกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีก้า 2014-15 ลีกเยอรมันชั้นนำ ขวัญใจคอบอล ช่อง Euro Sports, ติดตามเรื่องราวของทีมโปรด อาทิ สโมสรอาร์เซนอล (อังกฤษ) สโมสรรีล มาดริด (สเปน) สโมสรบาร์เซโลน่า (สเปน) และสโมสรเอซี มิลาน(อิตาลี) ทางช่อง Club Channel,มันส์สะใจกับมวยปล้ำที่ดีที่สุดและดังระดับโลก ทางช่อง WWE, ทั้งนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกท็อปอัพในแพ็กที่ชอบ จับคู่ 2 แพ็ก จ่ายเพียง 450บาท หรือ จับเป็นกลุ่ม 3 แพ็ก ราคาเพียง 750 บาท ซึ่งการันตีว่าราคานี้พิเศษสุดๆ สำหรับกลุ่มคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ทางซีทีเอชมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วประเทศเป็นอย่างดี” “ อีซี่แพ็กเกจ ” ราคา 299 บาท ประกอบด้วย 4 แพ็กความบันเทิงสุดคุ้ม ดังนี้ Hollywood Plus Package จัดเต็มฮอลลีวูดขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น! ครบความบันเทิงระดับอินเตอร์ จัดให้หนักๆ ด้วยคอนเท้นต์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ทั้งหนังดังจากออลลีวูด ซีรี่ส์สุดฮิต เติมเต็มความรู้ด้วยสารคดีคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ไม่พลาดแมตช์กีฬาสำคัญๆ ระดับโลก และช่องบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย คัดเฉพาะช่องระดับพรีเมี่ยมจริงๆ จัดหนัก..จัดเต็ม All For Fun Package ยกขบวนความสนุกขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น! เต็มไปด้วยช่องสารคดีดูง่าย ชองบันเทิงแฝงสาระความรู้ ช่องข่าวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ช่องเพลงไทยและสากลสำหรับวัยรุ่น ช่องการ์ตูนสำหรับคุณหนู และช่องคุณภาพอื่นๆ ที่คัดสรรมาให้อย่างมากมาย เพื่อมอบความสุขให้กันแบบยกบ้าน Sports Mania Package สุดยอดกีฬามันส์ขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น!ครบความมันส์เอาใจคนบ้ากีฬาเข้าเส้น ลุ้นสุดๆ กับลีกฟุตบอลชั้นนำทั้งฤดูกาล รวมถึงแมตช์ทีมชาติ มันส์สุดขั้วกับมวยปล้ำ WWE ชมการฟาดฟันแม่ไม้มวยไทยของศึกมวยไทยระดับโลก ดุดัน สมจริง เหมือนชมแบบริงไซค์ เทนนิสแกรนด์สแลม กอล์ฟเมเจอร์ และกีฬามันส์ๆ อีกมากมาย ส่งตรงถึงบ้านคุณ Movies Lover Package อภิมหาหนังดังขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น!ครบรสชาติสำหรับคนคลั่งหนัง คัดมาเฉาพาะหนังคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นหนังทำเงินถล่มจาก Box Office หนังรางวัลออสก้าร์ หนังฮอลลีวูด และบอลลีวูดที่รสจัดจ้านจากแดนภารตะ หนังไทยคุณภาพจากค่ายหนังดัง และหนังหาดูยากจากทั่วโลกอีกมากมาย ครบทุกค่าย ได้ทุกแนว พิเศษสุด! ลูกค้าสามารถเลือกผสมผสานคอนเท้นต์ที่ชอบในอีซี่แพ็กเกจทั้ง 4 แพ็ก เพื่อเติมเต็มความสุขสนุกให้มากยิ่งขึ้น จับคู่ 2 แพ็ก เพียง 450 บาทต่อเดือน หรือ จับเป็นกลุ่ม 3 แพ็ก แค่ 750 บาทต่อเดือน ถูกขั้นเทพ!!!! ราคาพิเศษอย่างนี้ วันนี้ -  30 พ.ย. 2557 เท่านั้น!!! การันตีว่าราคานี้พิเศษสุดๆ สำหรับกลุ่มคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ลูกค้าสอบถามรายละเอียดและขอรับบริการได้สะดวกในช่องทางการขายของCTH ที่ call center 1619, Z Pay TV call center 1629, PSI call 02 730 2999

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 6 นาที 2 เม็ด! เรือใบ ปล่อยสึนามิซัด สิงห์ผยอง ท้ายเกมแบบสุดช้ำ 2-0
คีแรน ริชาร์ดสัน /  ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 แอสตัน วิลล่า 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ยาย่า ตูเร่ น.82, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า เปิดรัง วิลล่า ปาร์ค รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจว่าเจ้าบ้านจะรับเมือยังไงหลังจากพวกเขาฟาดแข้งกับ บิ๊กทีม มาตลอด 3 เกมในลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี และวันนี้จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องมาดูว่างานนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต(แอสตัน วิลล่า) และมานูเอล เปเยกรินี่(แมนฯ ซิตี้) จะทำได้ดีแค่ไหน เริ่มเกมได้ 5 นาที บอลยังอยู่บริเวณกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ดูจะมีลูกล่อลกชนมากกว่า นาที 11 เรือใบสีฟ้า เกือบขึ้นนำจากลูกยิงของ กุน อเกวโล่ ได้ยิงแต่ไปติดบล็อค บอลหลุดมาถึง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ได้หวดด้วยซ้ายเต็มแข้งบอลพุ่งชนเสาออกหลังไปแบบหวุดหวิด ผ่านมาถึง นาที 17 แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เกือบทั้งหมดและค่อยๆต่อเกมกันขึ้นไป โดย "สิงห์ผยอง" ลงไปรับกันลึกและรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกคความเร็วสูง นาที 22 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ! ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ได้ลุยสวนขึ้นมาก่อนจะเปิดตัดไปให้ อันเดรียส ไวมันน์ โฉบเข้ามาจับบอลในกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายบอลแรงจนหลุดไปถึงมือ โจ ฮาร์ท อย่างน่าเสียดาย นาที 28 "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกใส่ทางเจ้าบ้านจนแทบไม่ได้หายใจ จังหวะนี้เป็นทาง โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ อเกวโร่ สบัดหัวโขกไปทางเสาสอง แบร็ด กูซาน หมดสิทธิเซฟไปแล้ว แต่บอลดันหลุดออกหลังไป นาที 34 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจากที่ ซาบาเลต้า ลุยขึ้นมาทางขวาก่อนตัดเข้ากลางให้ เซโก้ อย่างสวย แต่จังหวะจบดันยิงสอยนกตายห้าตัว นาที 41 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำอีกแล้ว และเป็นทาง เอดิน เซโก้ คนเดิมที่ล็อกซ้าย,ขวาจนช้า สุดท้ายจะยิงก็โดนบล็อคผู้เล่น วิลล่า ตามมาสกัดไว้ได้ทัน นาที 45 "เรือใบสีฟ้า" บุกขึ้นมาอีกชุด ครั้งนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดด้วยซ้าย บอลแฉลบแนวรับ "สิงห์ผยอง" ชนหน้าต่างออกไป ผู้ตัดสินเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทีมเยือนระดมยิงเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า อาศัยความเหนีวยันเจ๊า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไรเผ็ดร้อนทันที เป็นจังหวะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเดี่ยวแต่ดันซัดไปชนเสา หลังจากนั้น "สิงห์ผยอง" รีบโต้กลับเร็ว บอลหลุดไปถึง คีแรน ริชาร์ดสัน เข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้างเท้า ปาโบล ซาบาเลต้า สอดตัวเข้ามาบล็อคช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 51 แมนฯ ซิตี้ เริ่มตั้งตัวได้ คราวนี้ โคลารอฟ ดันขึ้นสูง ก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเกือบหลุดเข้าเสาสอง แต่โชคไม่ดีที่น้ำหนักขาดไปนิด สุดท้ายก็หลุดออกหลังไป นาที 56 ทางฝั่งทีมเยือนจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก แฟร์นานดินโญ่ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงมาแทน นาที 61 แอสตัน วิลล่า เปลี่ยนตัวโดยการถอด อันเดรียส ไวมันน์ ออกไปพักและส่ง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่เพิ่งกลับมาหลังหายหน้าไปกับอาการบาดเจ็บร่วมครึ่งปี ลงสนามในแมตช์นี้เป็นครั้งแรก ผ่านไปถึงนาที 70 แมนฯ ซิตี้ โอกาสลุ้นประตูแบบสมควรจะได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบยังไร้คำว่าเฉียบขาดในพจนานุกรม GOAL!นาที 82 ยาย่า ตูเร่ ครองบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจแปรยัดบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ปลดล็อคขึ้นนำ "สิงห์ผยอง" ไปแล้ว 1-0 นาที 84 ดาบิด ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออก และส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน GOAL! นาที 88 หลังจากที่ขึ้นนำ เรือใบสีฟ้า ยังไม่เพลาเกมบุก ไล่นวด วิลล่า ไปเรื่อนจนถึงจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ คลึงบอลนิดๆ ก่อนจะซัดเต็มข้อเข้ามุมไปอย่างเวิล์ดคลาส ช่วยให้ทีมตอกฝาโรงเจ้าบ้านเป็น 2-0 นาที 90 ทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่ทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายแชมป์เก่า เชือดท้ายเกมเจ้าบ้าน วิลล่า ไป 2-0 เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้า รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย, อันเดรียส ไวมันน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, อีเลียกิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 0-0 ฮัลล์ ซิตี้
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 0-0 ฮัลล์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : - เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล : ไม่แพ้ก็บุญ !บลินด์ตะบันท้ายเกมส์ช่วยผีตามเจ๊าแบ็กกี้ส์
ฆวน มาต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2557 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 สเตฟาน แซสเซอญง น.8,1-1 มารูยาน เฟลไลนี่ น.47,2-1 ไซโด้ เบราฮิโน่ น.65, 2-2 ดาลี่ย์ บลินด์ น.87 เวลา: 02.00 น. สนาม: เดอะฮอว์ทอนส์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เปิดรังต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเกมส์เป็นเจ้าบ้านที่เหนือกว่าชัดเจนโดยครองบอลบุกใส่ทีมเยือนแบบไม่กลัว และนาทีที่ 8 เจ้าบ้านก็ได้เฮจนได้ เมื่อ อังเดร วิสดอม ทะลุขึ้นมาทางกราบขวาแล้วไหลบอลเข้าไปตรงกลางให้ สเตฟาน แซสเซอญง ซัดเสียบสามเหลี่ยมชนิด เดเคอา ได้แต่ยืนมองเปฌนประตูให้ เดอะแบ็กกี้ส์ ออกนำ 1-0 จากนั้นนาที 10 ทีมเยือนเกือบได้คืน ดิมาเรีย ตักบอลให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี วิ่งโฉบไปตวัดตามน้ำแต่บอลเบา มายฮิลล์ ล้มตัวปัดทิ้งออกไปได้ นาที 18 ทีมผีแดงเริ่มหาโอกาสตีเสมอได้มากขึ้น เมื่อ ดาลี่ย์ บลินด์วางยาวมาให้ ดิมาเรีย เอาบอลลงแล้วหมุนตัวยิงทันที แต่บอลไม่แรงพอ ผ่านครึ่งชั่วโมง ผีแดงที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังยังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ นาที 32ราฟาเอล จี้บอลเข้าตรงกลาง แล้วไหลต่อให้ ฟานเพอร์ซี่ ก่อนจะออกไปให้ ดิมาเรีย กดด้วยซ้ายเต็มเท้าบอลแรง แต่ตรงตัว มายฮิลล์ทุบออกมาได้ ช่วงท้ายครึ่งหลังลูกทีมของหลุยส์ฟานกัลพยายามบุกหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จบครึ่งแรกเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ขึ้นนำ 1-0 ก่อนเริ่มครึ่งหลัง ฟานกัลส่งมารูยานเฟลไลนี่ ลงมาแทนอันเดร์ เอร์เรร่า ที่ไม่ค่อยสมบรูณ์ และเพียงแค่ 2 นาทีที่ ที่ แข้งชาวเบลเยี่ยมอยู่ในสนามก็สามารถพังประตูตีเสมอให้ทีมได้ทันที เมือ พักอกเอาบอลที่ อังเคล ดิมาเรีย โยนมาจากทางซ้ายลงแล้ว เกี่ยวบอลหนี โปโกโญลี่ แล้วตะบันด้วยขวา บอลพุ่งเสยใต้คานเข้าไปชนิด โบอาซ มายฮิลล์ หมดสิทธิ้ป้องกันเป็นประตูตีให้ปีศาจแดงตามตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกของแข้งค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์นับตั้งแต่ย้ายจากเอฟเวอร์ตันมาร่วมทีมเมื่อฤดูกาลก่อน หลังได้ประตูตีเสมอทีมเยือนเล่นอย่างมั่นใจและพยายามเปืดเกมส์บุกเพื่อหวังเอาประตูแซงนำ แต่เจ้าบ้านยังสติไม่แตกตามไปด้วย และต้านไว้ได้ถึงนาที 60 จากนั้นนาที 65 ทีมเยือนบุกเพลินโดยเฉพาะแผงหลังที่ลอยขึ้นสูงเลยโดน คริส บรันท์ แทงให้ไซโด้ เบราฮิโน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปล่อเป้าผ่าน เดวิด เดเคอา ให้เจ้าบ้านออกนำอีกครัง 2-1 นาที 73 อังเคล ดิมาเรีย โยนบอลให้ ราดาเมล ฟัลเกา ตัวสำรองพักบอลให้ ฟานเพอร์ซี่ซัดไปชนเสา บอลมาเข้าทาง ยานาไซ ซ้ำโล่งๆ แต่บอลข้ามคานออกไปแบบน่าผิดหวัง นาที 87 ปีศาจแดงที่ลุยหนักมาพังประตูตีเสมอเมื่อ ฟัลเกา ไหลบอลคืนให้ ดาลี่ย์ บลินด์ ปั่นโค้งจากนอกกรอบบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสุดเฉียบขาดให้ แมนยูไนเต็ดตามตีเสมอ 2-2 นาที 90 แอชลี่ย์ ยัง เปิดลูกเตะมุมไปเสาไกลกองหลังสกัดไม่ขาดมาเข้าทาง เฟลไลนี่ หมุนตัวยิงตรงตัว มายฮิลล์ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังสองครั้งสองคราว ไล่ตามตีเสมอแบ่งแต้มกับ เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน เจ้าบ้านไปแบบสุดมันส์ 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน รายชื่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน:โบอาซ มายฮิลล์(GK), อังเดร วิสดอม, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, เซบาสเตียง โปโกโญลี่,แกรแฮม ดอร์แรนส์, เจมส์ มอร์ริสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, สเตฟาน แซสเซอญง,คริส บรันท์ ,ไซโด้ เบราฮิโน่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, ราฟาเอล, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิมาเรีย,ฆวน มาต้า, อัตนัน ยานาไซ, โรบิน ฟานเพอร์ซี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก:ปัญหากองหน้าถูกกำจัด!คอสต้าแฮตทริกสิงห์เปิดรังแซงถล่มหงส์ขาวนั่งจ่าฝูง
กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 เชลซี 4-1 สวอนซี ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 จอห์น เทอร์รี่ (เข้าประตูตัวเอง)น.11 , 1-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.45 , 2-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.56 ,3-1 ดิเอโก้ คอสต้าน.67 ,4-1 โรอิก เรมี่ น.81 , 4-2 จอนโจ เชลวี่ย์ น.86 เวลา: 21.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 “สิงห์บลู” เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ ยังฟอร์มดีไม่มีตก โดยเฉพาะ กองหน้าตัวใหม่อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริตแรกบนแผ่นดินอังกฤษ ก่อนจะมาได้ โรอิก เรมี่ กองหน้าตัวใหม่ที่ลงมาเป้นตัวสำรองทำอีกประตู  ช่วยให้ทีมแซงกลับมาเอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ อีกหนึ่งทีมฟอร์มแรงที่ออกตัวด้วยการเก็บชัยชนะมา 3 นัดด้วยไป 4-2 รายชื่อ เชลซี :ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์ , จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช , ออสการ์ ,อังเดร ชูร์เล่ , เชส ฟาเบรกาส, เอแด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า สวอนซี :ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),อังเคล รานเคล, ฆอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์,จอนโจ เชลวี่ย์ , คี ซุง-ยอง ,เนธาน ดายเออร์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์ , บาเฟติมบี้ โกมิส

ผลฟุตบอล : ผมนี่โชว์โง่เลย!สมอลลิ่งเสียค่าโง่ใบแดงเรือใบเปิดบ้านดับผีแดงสิบตัว
กาแอล กลิชี่ /  คริส สมอลลิ่ง / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู :1-0  เซร์คิโอ อเกวโร่ น.63 เวลา : 20.30 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5, ช่่อง 3 ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อนเกม "เรือใบสีฟ้า" โชคร้ายซ้ำสองที่นอกจากจะเสีย ดาบิด ซิลบา ไปกับอาการบาดเจ็บ แถม อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ยังดันมาเจ็บช่วงวอร์มก่อนแข่ง ทำให้ในโผรายชื่อต้องเปลี่ยนมาเป็นทาง กาแอล กลิชี่ ลงทำหน้าที่แทน ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้ฝ่ายไหนจะเป็นผู้ได้รับการชูมือหลับจบ 90 นาที เริ่มเกมมาแค่นาที 7 เจ้าบ้านก็เกือบขึ้นนำจากจังหวะกระชากหนี วาเลนเซีย ของ กุน อเกวโร่ แต่ช็อทปิดบัญชียังทำได้ไม่ดีพอ ตรงตัว เด เคอา รับไว้ได้สบาย 15 นาทีแรกของเกมถือว่า แมนฯ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้เหนืออกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด นิดหหน่อย และจังหวะจบสกอร์ของทั้งสองยังคงน้อยด้วยกันทั้งคู่ นาที 21 "เรือใบ" ไม่ได้ปประตูขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ หลังจาก เฆซุส นาบาส วิ่งตัดหลังพร้อมกับหลุดไปยิงโล่งๆ แต่ เด เคอา ไม่ยอมง่ายๆ ซุปเปอร์เซฟช่วยทีมให้รอดพ้นจากการตกเป็นผู้ตามได้สำเร็จ นาที 28 ดาร์ลี่ย์ บลินด์ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปเข้าบอลผิดเหลี่ยมใส่ ยาย่า ตูเร่ หน้ากรอบเขตโทษพร้อมโดนซัดฟรีคิก แต่ ตูเร่ ก็ทำได้ไม่ดีพอเหินข้ามคานออกไป นาที 31 สมอลลิ่ง โดนใบเหลืองจากการเจตนาขวาง โจ ฮาร์ท ขณะเตะเปิดเกมออกมา นาที 39 สถานการณ์ของ ปีศาจแดง ชักแย่! หลักจาก คริส สมอลลิ่ง พุ่งเสียบ เจมส์ มิลเนอร์ จนตัวรอย ผู้ตัดสินไม่ลังเลสะบัดใบเหลืองที่ 2 เปลี่ยนเป็น ใบแดง ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเล่นแค่ 10 คนตลอดช่วงเวลาที่เหลือ นาที 43 หลุยส์ ฟานกัล แก้เกมด้วยการส่ง ไมเคิล คาร์ริค ลงไปเล่นแทนเจ้าหนู อั๊ดนาน ยานาไซ ครบ 45 นาทีแรกมีการทดเจ็บ 3 นาที แต่ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายเสมอกันไป 0-0 โดยตลอด 45 นาทีในช่วงครึ่งเวลาหลังจากนี้ แมนฯ ซิตี้ จะได้เปรียบตัวผู้เล่น ยูไนเต็ด อยู่ 1 คน กลับมาสู้กันต่อครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านที่เหลือคนมากกว่า เปิดฉาก ลุยใส่ทันที แต่แนวรับผีแดง  ต้านไว้ได้ นาที 53 ทีมของ หลุยส์ฟานกัลตกที่นั่งลำบากอย่างที่สุดเมื่อ มาร์กอส โรโฮ เซนเตอร์ฮาร์ฟอาชีพเพียงคนเดียวในแผงแนวรับได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่จนต้องหามออก เลยจำใจต้องส่ง แพ็ดดี้ แม็คแนร์ เซนเตอร์ดาวรุ่งลงสนามมาแทน  นาที 63 เจ้าบ้านที่หาช่องอยู่นาน ได้ประตูออกนำจนได้ เมื่อ  ยาย่า ตูเร่ แทงบอลทะลุช่องไปให้ กาแอล กลิชี่ หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนที่จะมีเวลา ไหลบอลมาให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ โฉบมายิงแสกหน้า ดาบิด เดเคอา เข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ 1-0 นาที 67 สเตฟาน โยเวติช ได้ลองปั่นจากนอกกรอบ แต่ เดเคอา ยังพุ่งคว้าไว้ได้ นาที 70 การทำเกมส์บุกครั้งแรกในครึ่งหลังของ แมนฯยู ต้องฝากความหวังไว้ที่ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ หัวหอกคนเดียว ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงบอลไต่เส้นหลังแล้วยิงมุมแคบไปติด เซฟของ โจ ฮาร์ท ที่ยืนปิดมุมอยู่ นาที 74 ยาย่า ตูเร่ ไหลบอลตามช่องให้ เฆซุส นาบาส ควบหนี ลุค ชอว์ เข้าไปยิงผ่าน เดเคอา ไปแล้วแต่บอลไปชนเสา นาที 76 ผีแดงเกือบตีเสมอได้ เมื่อ เวนย์ รูนี่ย์ ลากลุยผ่านกองหลังแมนซิตี้ แต่ไม่มีจังหวะยิงไหลบอลให้ ฟานเพอร์ซี่ยิงติดแล้วต้องเขี่ยบอลให้ ดิมาเรีย ได้ยิงด้วยขวา แต่ ฮาร์ท ยังล้มตัวปัดออกไปได้ ช่วงท้ายเกมส์กลายเป็น ทีมเยือนที่เหลือคนน้อยกว่าเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ ช่วงท้ายนาที 88 เจ้าบ้านน่าจะปิด บัญชีได้ เมื่อ ยาย่า ตูเร่ หลอก แม็คแนร์ จนเสียท่าก่อนที่จะปั่น บอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ช่วงท้ายครึ่งแรกไป 1-0 จากประตูชัยของ เซร์คิโอ อเกวโร่ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่, เจมส์ มิลเนอร์, เฟอร์นานโด, ยาย่า ตูเร่, เฆซุส นาบาส, สเตฟาน โยเวติช, เซร์คิโอ อเกวโร่ แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, มาร์กอส โรโฮ, คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, อั๊ดนาน ยานาไซ, ดาร์ลี่ย์ บลินด์, อังเกล ดิ มาเรีย, มารูยาน เฟลไลนี่, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ย้ำแค้น!! จ่ามู ยกพลบุกเชือด หงส์แดง 2-1 ครองจ่าฝูงต่อไปยาวๆ
คูตินโญ่ /  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ลิเวอร์พูล 1-2 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เอ็มเร่ ชาน น.9, 1-1 แกรี่ เคฮิลล์ น.14, 1-2 ดีเอโก้ คอสต้า น.67 เวลา : 19.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกบิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันเสาร์ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อย่าง เชลซี โดยไฮไลท์อยู่ที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ห้องเครื่องกัปตันทีม "หงส์แดง" หลังจากไปลื่นในการพบกันกับ "สิงห์บลู" ช่วงท้ายซีซั่น 2013/14 ทำให้ทีมแพ้และชวดแชมป์ให้ แมนฯ ซิตี้ ไปในที่สุด ต้องมาดูว่า วันนี้ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะสามารถล้างแค้นเด็กๆของ โชเซ่ มูรินโญ่ จากการเจอกันครั้งที่แล้วได้หรือเปล่า เริ่มเกมมาไม่ถึงนาที หงส์แดง เกือบขึ้นนำเร็วจากจังหวะสับไกลของ เอ็มเร่ ชาน แต่ไปแฉลบหน้าขาของ จอห์น เทอร์รี่ ออกหลังไปนิดเดียว GOAL! นาทีที่ 9 เอ็มเร่ ชาน ดันขึ้นสูงก่อนจะสับไกลด้วยเท้าขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบหลัง แกรี่ เคฮิลล์ เสียบตาข่ายอย่างสวยงาม  GOAL! นาที 14 สิงห์บลู ตามตีเสมอได้เร็ว จากการพังตาข่ายของ แกรี่ เคฮิลล์ ยิงยัดมือ มินโญเลต์ เข้าไปโดยต้องใช้เทคโนโลยีโกลด์ไลน์ช่วยในการตัดสิน นาที 19 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ มาริโอ บาโลเตลลี่ ซัดผ่านมือ กูร์ตัวส์ เข้าไปเรียบร้อย แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าทำให้ หงส์แดง ยังไม่ขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะนี้ นาที 27 คูตินโญ่ เลี้ยงลุยมาคนเดียวตั้งแต่กลางสนามถึงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงไกล แต่ก็ไม่ผ่านมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ครึ่งชั่วโมงแรกของเกผ่านไป ถือว่า หงส์แดง เอาบอลมาครองได้มากกว่า ผู้มาเยือนพอสมควร นาที 34 เชลซี สวนกลับได้อันตราย จากจังหวะที่ ออสการ์ ไหลบอลมาทางซ้ายให้ เอแด็น อาซาร์ ยิงเต็มข้อด้วยขวา แต่ เกล็น จอห์นสัน ตามมาบล็อคออกหลังไปได้ นาที 36 เหมือนฉายหนังม้วนเดิม เอแด็น อาซาร์ ได้ซัดเต็มข้อด้วยขวาในกรอบเขตโทษอีกครั้ง และคนที่ช่วย ลิเวอร์พูล ให้รอดจากการโดนนำคือ เกล็น จอห์นสัน คนเดิม นาที 40 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ลุยเดี่ยวเข้ามาในกรอบเขตโทษของ ลิเวอร์พูล ด้วยการผ่าน แนวรับมาถึงสองคน ก่อนที่ เจอร์ราร์ด จะเข้ามาช่วยเคลีย แต่ติดบล็อกบอลพุ่งเข้ากรอบ โชคดีที่ มินโญเลต์ อยู่ตรงนั้นพอดี รับไว้ได้สบาย นาที 43 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปบังทางวิ่งของ รามิเรส ผู้ตัดสินให้ฟาวล์ พร้อมกับแจกใบเหลืองเป็นของแถมให้ด้วย ครึ่งแรกทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ในช่วงเวลาที่เหลือ ทำให้จบ45นาทีไปด้วยสกอร์ 1-1 เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 3 นาที บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โดนใบเหลืองจากจังหวะไปดึง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่กำลังใช้ความเร็วโต้กลับ นาที 50 สิงห์บลู ได้ขึงใส่ ลิเวอร์พูล อยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะเป็น ออสการ์ ได้วางเท้าซัดหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ทิศทางยังไม่ตรงกรอบ นาที 54 โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจถอด รามิเรส ออกไปพัก และส่ง วิลเลี่ยน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 65 บาโลเตลลี่ โดนใบเหลืองจากการไปบังทางวิ่งของ ออสการ์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย พร้อมโดนบอมจากลูกฟรีคิก แต่เปิดเข้าไปก็ยังไม่มีอะไร GOAL! นาที 67 ดีเอโก้ คอสต้า ขยี้ตาข่าย ลิเวอร์พูล จนได้ จากลูกเปิดเข้ามาของ อัซปิลิกวยต้า ก่อนจะได้ซัดตูมเดียวเปลี่ยนโอกาสเป็นประตุให้ทีมขึ้นนำได้สำเร็จ นาที เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมด้วยการถอด คูดินโญ่ และ เอ็มเร่ ชาน ออกไปพัก พร้อมกัยว่ง โจ อัลเลน กับ บอรินี่ ลงมาเล่นแทน นาที 79 หงส์แดง ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายถอด บาโลเตลลี่ ออกและส่ง ริคกี้ แลมเบิร์ต ลงมาแทน นาที 83 ออสการ์ โดนใบเหลือง หลังไปเข้าหนักใส่ เกล็น จอห์นสัน นาที 87 คอสต้า พุ่งเสียบ เกล็น จอห์นสัน สุดท้ายโดนใบเหลืองจากผู้ตัดสิน นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน มีการทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที และไม่มีประตูเพิ่มเติมทำให้ เชลซี บุกมาเก็บ 3 แต้มสำคัญออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, คูตินโญ่, มาริโอ บาโลเตลลี่ เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ เคฮิลล์, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, รามิเรส, ออสการ์, เอแด็น อาซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล 1-0 ลิเวอร์พูล
นิวคาสเซิ่ล /  พรีเมียร์ลีก / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 อโยเซ่ เปเรซ น.73 เวลา : 19.45 น. สนาม : สปอร์ต ไดเร็ค อารีน่า ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : มหกรรมแจกแต้ม!! พาเลซ เปิดรังยำหงส์ท้ายเกม 3-1 เกาะกลุ่มกลางตารางต่อไป
คริสตัล พาเลซ /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2557 คริสตัล พาเลซ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.2, 1-1 ดไวท์ เกย์ล น.17, 2-1 โจ เล็ดลี่ย์ น.78, 3-1 ไมล์ เยดินัค น.81 เวลา : 20.30 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 ของทั้งสองทีมวันนี้ ลิเวอร์พูล ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีหลังจากอันดับรูดลงไปอยู่ที่ 11 ของตารางคะแนน วันนี้ไม่มีชื่อของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่สลัดคราบเดี้ยงกลับมาลงเล่นในแมตช์นี้ไม่ทัน ต้องมาดูว่าเจ้าบ้านอย่าง คริสตัล พาเลซ ที่รั้งรองบ๊วยในปัจจุบัน จะรับมือกับรองแชมป์เก่าจากฤดูกาลที่แล้วได้เยี่ยมแค่ไหน ///// GOAL! นาทีที่ 2 เริ่มมาแค่ไม่นาน ลิเวอร์พูล ได้โจมตีจากการเปิดของ อดัม ลัลลาน่า มาให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต เอาบอลลงพร้อมกับซัดด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม หงส์แดง บุกนำ คริสตัล พาเลว ไปแล้ว 1-0 15 นาทีแรกของเกม ถือว่าผู้มาเยือนอย่าง "หงส์แดง" เอาบอลมาครอง และโจมตีใส่แนวรับได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ก็ยังน้อยด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 17 ยานนิค โบลาซี่ ซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ มินโญเลต์ พุ่งไปชนเสาอย่างจัง! ก่อนจะเด้งมาเข้าทาง ดไวท์ เกย์ล ซ้ำง่ายๆเข้าไปให้เจ้าบ้านตามตีเสมอได้เร็วเป็น 1-1 นาที 28 ลิเวอร์พูล พลาดขึ้นนำอย่างเฉียดฉิวจากจังหวะฟรีคิกบริเวณเกือบกลางสนาม เจอร์ราร์ด โยนยาวเข้ามาถึง ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้ขึ้นโขกแต่บอลผิดเหลี่ยมหลุดออกหลังไป นาที 30 หงส์แดง เกือบโดนทีเด็ดของ ยานนิค โบลาซี่ เล่นงานอีกแล้ว หลังจากโดนกระชากหน้าเขตโทษพร้อมระเบิดแข้งขวาซัดบอลเข้าไปตรงกรอบแต่ยังดีที่ มินโญเลต์ ช่วยเซฟออกหลังไปได้ นาที 34 ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้โขกจังๆในกรอบเขตโทษจากการโยนของ โจ อัลเลน แต่โหม่งลูกนี้ก็ผิดเหลี่ยม ออกหลังไปแบบน่าผิดหวัง นาที 36 พาเลซ ต้องใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเร็วหลังจาก เดเมี่ยน เดลานี่ย์ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาทำหน้าที่แทน ครบ 45 นาที ทดเจ็บ 2 นาที ยังไม่มีประตูเพิ่มทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 //// เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 49 หงส์แดง ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่กดด้วยเท้าขวาแต่บอลก็ลอย โด่งออกไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 52 มาร์ติน สเคอร์เทล โดนใบเหลืองหลังจากไปฟาวล์ตัดเกมใส่ มารูยาน ชามัคห์ บริเวณกลางสนาม นาที 57 เจอร์ราร์ด ได้วิ่งมาตะบันด้วยขวาข้างถนัดหน้ากรอบเขตโทษ แต่ทิศทางยังผิดเหลี่ยมออกไปเเยอะ นาที 61 ฮาเวียร์ มานกีโญ่ โดนใบเหลืองหลังจากไปดึง มารูยาน ชามัคห์ คว่ำลงไปก่อนจะเข้าเขตโทษแค่ก้าวเดียว นาที 70 เจอร์ราร์ด พลาดเสียบอลกลางสนาม ก่อนจะโดนตัดไปจนถึง พันเชี่ยน เปิดยัดเข้ามาให้ โบลาซี่ เข้าชาร์จแต่ มินโญเลต์ ออกมาพุ่งคว้าไว้ได้แบบติดมือ นาที 72 ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด อดัม ลัลลาน่า ออกไปพักและเติมศูนย์หน้าอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 74 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวเป็นคนที่ 2 ด้วยการถอด โจ อัลเลน ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 78 เดยัน ลอฟเรน เสียท่าพลาดให้ ยานนิค โบลาซี่ กระชากบอลมาแล้วจ่ายยัดเข้ากลางให้ โจ เล็ดลี่ย์ โล่งๆรอดขา มินโญเลต์ เข้าไปแบบง่ายดาย ปราสาทเรือนแก้วแซงนำ ลิเวอร์พูลไปแล้ว 2-1 GOAL! นาที 81 มาร์ติน สเคอร์เทล พลาดทำฟาวล์ ผู้เล่น พาเลซ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน ไมล์ เยดินัค สังหารฟรีคิกสุดสวยปริดชีพ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์นำห่าง 3-1 และเวลาที่เหลือ "หงส์แดง" ไม่สามารถแก้คืนมาได้แม้แต่ลูกเดียวทำให้เจ้าคว้าเก็บ 3 แต้มเหนือ "รองแชมป์เก่า" ไปได้ 3-1 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : จูเลี่ยน สเปโรนี่, มาร์ติน เคลลี่, เดเมี่ยน เดลานี่ย์, สกอตต์ แดนน์, โจเอล วอร์ด, โจ เล็ดลี่ย์, ไมล์ เยดินัค, ยานนิค โบลาซี่, เจสัน พันเชี่ยน, มารูยาน ชามัคห์, ดไวท์ เกย์ล ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลาน่า, ริคกี้ แลมเบิร์ต

ผลฟุตบอล :เทพแดนคุ้มครอง! ปืนโตได้เวลเบ็คซัดกู้ชีพไล่เจ๊าเดอะไทเกอร์นาทีท้าย
ซานติ กาซอร์ล่า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 อาร์เซน่อล 2-2 ฮัลล์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.13, 1-1 โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ น.17, 1-2 อเบล เฮอร์นานเดซ น.46, 2-2แดนนี่ เวลเบ็ค น.90 เวลา: 21.00 น. สนาม: เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 3 “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่สภาพทีมไม่ค่อยสมบรูณ์เนื่องจากนักเตะตัวหลักในทีมหลายคนโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เกือบพลาดท่าพ่ายฮัลล์ ซิตี้คาบ้านแต่ยังได้ แดนนี่ เวลเบ็ค ดาวยิงที่ย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยยิงประตูตีเสมอ2-2แบ่งแต้มมาได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ รายชื่อ อาร์เซน่อล :วอยเชียค เชสนี่(GK), เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, นาโช่ มอนเรอัล, คีแรน กิ๊บบ์,แจ็ค วิลเชียร์, มาติเยอ ฟลามินี่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ,แดนนี่ เวลเบ็ค ฮัลล์ ซิตี้ : สตีฟ ฮาร์เปอร์(GK), เจมส์ เชสเตอร์, เคอร์ติส เดวีส, ไมเคิ่ล ดอว์สัน,อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้, ทอม ฮัดเดิลสตัน, เจค ลิเวอร์มอร์, โมฮาเหม็ด ดิยาเม่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา , อเบล เฮอร์นานเดซ

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เกือบไม่รอด ผี 10 ตัวเปิดรังเชือด ขุนค้อนหวิว 2-1
กีย์ เดเมล /  ดาบิด เด เคอา / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาที่ 27 กันยายน 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 เวสต์แฮม รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 เวย์น รูนี่ย์ น.5, 2-0 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.22, 2-1 ดิยาฟรา ซาโก้ น.37 เวลา : 21.00 น. สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 27 กันยายน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ หลุยส์ ฟาน กัล ตัดสินใจส่ง แพ็ดดี้ แม็คแนร์ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟดาวรุ่งลงคุมหลับบ้าน แถมยังทำได้เยี่ยมแทบจะตลอดทั้งเกม โดย "ปีศาจแดง" ได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก เวย์น รูนี่ย์ แค่นาทีที่ 5 ก่อนที่ ฟาน เพอร์ซี่ จะมากดอีก 1 ตุงให้ทีมนำห่างเป็น 2-0 แต่หลังจากนั้นเหมือนทุกอย่างจะเป็นของ "ขุนค้อน" เมื่อ ดิยาฟรา ซาโก้ ยิงตีไข่แตกได้ใน นาที 37 แถมกัปตันทีมอย่าง รูนี่ย์ ยังมาโดนใบแดง นาที 59 อีก แต่สุดท้ายยังดีที่ลูกทีมของ ฟาน กัล สามารถประคองตัวจนครบ 90 นาที ทำให้คว้า 3 แต้มไปครองได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, มาร์กอส โรโฮ, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิ มาเรีย, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ราดาเมล ฟัลเกา เวสต์แฮม : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, มาร์ค โนเบิ้ล, อเล็กซ์ ซง, มอร์แกน อมัลฟิตาโน่, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง

ไฮไลท์ เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ลิเวอร์พูล 1-1 เอฟเวอร์ตัน
ทอฟฟี่ /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาที่ 27 กันยายน 2557 ลิเวอร์พูล 1-1 เอฟเวอร์ตัน รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.65, 1-1 ฟิล จากีลก้า น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล: โกมิสซุปเปอร์ซับ!หงส์ขาวยิงสามนาทีสองเม็ดแซงดับซ่าปืน
กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน /  คี ซุง-ยอง / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 สวอนซี ซิตี้ 2-1 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู: 0-1 อเล็กซิส ซานเชซ น.62  ,1-1 กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน น.74  , 1-2 บาเฟติมบี้ โกมิส น.78 เวลา: 23.00 น. สนาม: ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษคู่สุดท้ายของวันอาทิตย์ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ เปิดรังลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เริ่มเกมส์ ยังแทบไม่มีโอกาสที่จะลุ้นทำประตูกันทั้งคู่ จนถึงนาที 20 เจ้าบ้านได้เสียวก่อนเมื่อ เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ ลองยิงไกลจากฝั่งซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน เชสนี่ เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก ทีมเยือนเพิ่งจะได้โอกาสลุ้นแบบเน้นๆครั้งแรกจากการยิงของ คาลั่ม แชมเบอร์ส แต่ก็โดน ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ปัดทิ้งออกไปได้ จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลังนาที 62 ลูกทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ มาได้ประตูออกนำจนได้ จากจังหวะที่ กาซอร์ล่า ก่อนออกขวาให้ เวลเบ็ค ลากไปเกือบสุดเส้น แล้วจ่ายเข้ากลางถวายพานให้ อเล็กซิส ซานเชซ สอดขึ้นมาแปโล่งๆเข้าไปให้อาร์เซน่อลออกนำไปก่อน 0-1 แต่จากนั้นนาที 75 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันลั่นเมื่อ กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน ซัดฟรีคิกสุดสวยให้ สวอนซีตีเสมอ 1-1 และเสียงดีใจของแฟนเจ้าถิ่นยังไม่ทันจะเงียบลงดี ตัวสำรองอย่าง บาเฟติมบี้ โกมิส ก็สวมบทซุปเปอร์ซับเมื่อขึ้นโขกบอลที่ มอนเตโร่ โยนมาให้จากทางซ้ายเข้าประตูไปให้ หงส์ขาวพลิกแซงนำ 2-1 เวลาที่เหลือ อาร์เซน่อล พยายามเร่งเกมส์รุกอย่างหนัก แต่ก็ตีเสมอไม่สำเร็จ หมดเวลาการแข่งขันสวอนซี ซิตี้ เปิดบ้านแซงเอาชนะผู้มาเยือนไปแบบสนุก 2-1 รายชื่อ สวอนซี ซิตี้: ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),อังเกล รังเกล , ไคล์ บาร์ทลีย์ , แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ , นีล เทย์เลอร์,ทอม แคร์โรลล์ , มาร์วิน เอ็มเนส , คี ซุง ยอง , กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน , เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่,วิลฟรีด โบนี่ อาร์เซน่อล:วอยเชียค เชสนี่(GK),คาลั่ม แชมเบอร์ส , แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ , นาโช่ มอนเรอัล , คีแรน กิ๊บบ์ส,มาติเยอ ฟลามินี่ , อารอน แรมซี่ย์ , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน , อเล็กซิส ซานเชซ , ซานติ กาซอร์ล่า,แดนนี่ เวลเบ็ค