CTH

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล : ปิดฉากสวยหรู!! ขุนค้อน ส่งท้ายรัง โบลีน กราวนด์ เชือด ผี นอนจมที่5
ขุนค้อน /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เดียฟรา ซาโก้ น.10, 1-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.51, 2-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.72, 2-2 มิคาอิล อันโตนิโอ น.76, 3-2 วินสตัน รีด น.80 เวลา : 2.30 น. สนาม : โบลีน กราวนด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 "ขุนค้อน" เวสต์แฮม มีคิวเล่นในรังเหย้า โบลีน กราวนด์ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไปใช้สนาม โอลิมปิค สเตเดี้ยม ในฤดูกาลหน้า ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังต้องการ 3 แต้มเพื่อขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง ครึ่งแรกเปิดฉากมายังไม่ทันไรแฟนบอล "ขุนค้อน" ก็ได้เฮก่อนจากจังหวะ อารอน เครสส์เวลล์ เติมขึ้นมาเปิดเลียดๆให้กับ เดียฟรา ซาโก้ ซัดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบขา ดาลี่ย์ บลินด์ เข้าไปเสียบมุมเสาชนิดที่ ดาบิด เด เคอา พยายามพุ่งไปปัดสุดตัวก็ไม่สามารถป้องกันลูกนี้เอาไว้ได้ และช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบขาดพอทำให้จบ 45 นาทีแรกยังคงเป็น เวสต์แฮม ที่เป็นฝ่ายขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมาเพียงแค่ต้นเกม "ปีศาจแดง" ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ซัดจ่อๆหน้าปากประตู หลังจากนั้นเวลาเดินทางมาถึงนาที 72 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล คนเดิมใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดไปถึงสุดเส้นหลังก่อนจะตัดสินใจยิงมุมแคบด้วยซ้ายเข้าไปแบบสุดเฉียบขาดช่วยให้ทีมเป็นฝ่ายพลิกกลับมานำเป็น 2-1 ได้สำเร็จ หลังจากนั้น เวสต์แฮม ก็โหมบุกหนักจนกระทั่งมาได้ประตูตีเสมอจากลูกโขกเหน่งๆของ มิคาอิล อันโตนิโอ (นาที76) ถัดจากนั้นเพียงแค่ 4 นาที "ขุนค้อน" ก็มาได้ประตูชัย จุดเริ่มต้นมาจากลูกฟรีคิก ดิมิทรี่ ปาเยต์ บรรจงเปิดเข้ามาถึง วินสตัน รีด ที่โฉบมาโขก บอลแฉลบตัว ดาลี่ย์ บลินด์ เล็กน้อยก่อนที่ ดาบิด เด เคอา จะปัดไม่ออก บอลปลิ้นเข้าประตูไป ทำให้สุดท้ายเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสนุกสุดมันส์ที่สกอร์ 3-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : ดาร์เรน แรนดอล์ฟ(GK), มิคาอิล อันโตนิโอ, วินสตัน รีด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, มาร์ค โนเบิ้ล, ชีคฮู คูยาเต้, มานูเอล ลานซินี่, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เดียฟรา ซาโก้, แอนดี้ แคร์โรลล์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล SAVE LVG!แรซฟอร์ดจัดให้ผีบุกจมเรือขยับช่องUCLห่าง4แต้ม
ฆวน มาต้า /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 มาร์คัส แรซฟอร์ด น.15 เวลา: 23.00น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 เริ่มเกมส์  นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายของจากลูกยิงของ เฆซุส นาบาส แต่ติดเซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา  นาทีที่ 15 กลายเป็น ทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อ ฆวน มาต้า แทงบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากบอลผ่าน มาร์ติน เดมิเคลิส เข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท แบบใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ 1-0 นาที 26 เจ้าบ้านโชคร้ายมาเสีย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปจากอาการบาดเจ็บ และต้องส่งเฟอร์นันโด ลงมาแทน ช่วงท้ายครึ่งแรกมีเหตุการณ์วุ่นวานเล็กน้อยเมื่อ  มาร์คัส แรชฟอร์ด โดน มาร์ติน เดมิเคลิส กระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังเจ้าบ้านเข้ามาต่อว่า เพราะเข้าใจว่าพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษทำให้นักเตะทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาหากันแต่เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี จบครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง นาที 50 มาร์ติน เดมิเคลิส คืนบอลให้ โจ ฮาร์ท ไม่ดีจนเกือบจะโดน มาร์กเซียล สปีดมาฉกบอลทำให้นายทวารทีมชาติอังกฤษ พุ่งมาสไลด์บอลทิ้งและเกิดการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องถอดฮาร์ทก่อนแล้วส่ง วิลลี กาบาเยโร่ นายด่านมือสองลงมาเล่นแทน ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านพยายามลุยแหลก แต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูชัยของ มาร์คัส แรซฟอร์ด ยังได้ลุ้นโควต้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกต่อไป รายชื่อ แมนเชสเตอร์ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซาญ่า , อีเลียกิม ม็องกาล่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลีชี, แฟร์นันดินโญ่ , เฆซุส นาบาส , ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์กิโอ อเกวโร่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน , คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิ่ล คาร์ริค , มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน , ฆวน มาต้า, เจสเซ่ ลินการ์ด , อองโตนี มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ส่งเด็กไปโดนอัด!! อายิว เหมาสองพา หงส์ขาว ไล่ยำ หงส์แดง10ตัว หมดสภาพ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 อังเดร อายิว น.20, 2-0 แจ็ค คอร์ก น.33, 2-1 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.65, 3-1 อังเดร อายิว น.67 เวลา : 18.00 น. สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 สวอนซี ซิตี้ เปิดศึกสัตว์ปีกในรัง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก มีโอกาสลุ้นจบสกอร์แบบจะแจ้งเพียงแค่ครั้งเดียว โดยเป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ จอร์ดอน ไอบ์ เปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เอี้ยวตัวยิง แต่ไม่ค่อยถนัดทำให้บอลไม่มีน้ำหนัก และหลุดกรอบออกไปค่อนข้างเยอะ นาที 13 กลับมาเป็นทาง สวอนซี ที่ได้ลุ้นจบสกอร์มากถึง 3-4 ครั้ง แต่ยังคงไร้ความเฉียบขาด และไม่ผ่านมือของเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด GOAL! นาที 20 หลังจากได้โหมบุกอยู่พักใหญ่ "หงส์ขาว" ก็มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมเปิดเข้ามาถึง อังเดร อายิว ได้โขกระยะเผาขนให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0 ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่าการครองบอลค่อนข้างสูสี แต่จังหวะลุ้นทำประตูเป็นทาง "หงส์ขาว" ที่เป็นจบสกอร์ได้นำได้เนื้อกว่า แถมยังหวิดได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน GOAL! นาที 33 และแล้วประตูที่ 2 ของ สวอนซี ก็ไหลมาเหมือนสายฝน เมื่อ แจ็ค คอร์ก ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงยิงปั่นไซด์ บอลหนีมือ แดนนี่ วอร์ด เลี้ยวเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม ท้ายครึ่งแรก รูปเกมถือว่าทั้งสองทีมเสียบอลกันง่ายเนื่องจากฝนที่ตกลงมาค่อนข้างหนักทำให้ควบคุมบอลกันไม่ค่อยอยู่ด้วยกันทั้งสองทีม สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์ได้เพิ่ม และเป็นทาง สวอนซี ที่ยังคงรักษาสกอร์ออกนำอยู่ที่ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอด เปโดร ชิริเบย่า และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก และส่ง ลูคัส เลว่า กับคริสติย็อง เบนเตเก้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 65 หลังพับสนามบุกหนักอยู่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกเตะมุม คริสติย็อง เบนเตเก้ โฉบมาโขกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ตาม สวอนซี มาเป็น 2-1 GOAL! นาที 67 แฟนบอลเจ้าบ้านได้กลับมาเฮเต็มเสียงอีกครั้ง และเป็นทาง อังเดร อายิว คนเดิมที่ได้ซัดเหน่งๆท่ามกลางดงแข้งนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่เข้ามารายล้อมส่งบอลเข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย นาที 76 สถานการณ์ของ "หงส์แดง" แย่หนักกว่าเดิม หลังจากเจ้าหนู แบร็ด สมิธ ไปโดนใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดงทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ หลังจาก "หงส์แดง" มีผู้เล่นน้อยกว่าก็แทบจะไม่ได้บุกขึ้นไปลุ้นประตู ทำให้เวลาค่อยๆหมดลงไปจนกระทั่งครบ 90 นาทีรวมช่วงทดเจ็บ เป็นทางฝั่ง สวอนซี เก็บชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 10 ตัว ไปได้แบบขาดลอย 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), อังเคล รังเกล, จอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, เลออน บริตตัน, แจ็ค คอร์ก, กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, เวย์น เราท์เลดจ์, อังเดร อายิว ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, แบร็ด สมิธ, เควิน สจ็วร์ต, เปโดร ชิริเบย่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : คล็อปป์ อินดี้!! หงส์ พลังหนุ่มเปลี่ยน10ตำแหน่ง เฉือนหวิว บอร์นมัธ คาบ้าน
บอร์นมัธ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.41, 0-2 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.45+2, 1-2 โจชัว คิง น.90+3 เวลา : 19.30 น. สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 บอร์นมัธ มีคิวเปิดสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยไฮไลท์ของเกมคือ เจอร์เกน คล็อปป์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่น 11 ตัวจริงแทบจะยกแผง โดยใช้ดาวรุ่งลงมาเล่นเกมนี้เป็นส่วนใหญ่ [เริ่มเกม] เพียงแค่นาทีที่ 2 "หงส์แดง" เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนจากจังหวะกระหน่ำด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่หนีตัว อาร์เทอร์ โบรุค ทำให้ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างสบาย ผ่าน 10 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งสองทีมไล่บีบเพรสซิ่งกันค่อนข้างเร็ว และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ครอบครองบอลกันได้นานมากนัก ทำให้ยังมีโอกาสยิงประตูกันค่อนข้างน้อยด้วยกันทั้งสองทีม นาที 20 เจ้าถิ่น มีโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิก แม็ตต์ ริตชี่ บรรจงเปิดด้วยซ้ายเข้ามาให้ ทอมมี่ เอลฟิค เทคตัวขึ้นโขก แต่โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด เซฟไว้ได้ไม่มีพลาด เข้าสู่นาที 35 ถือว่ารูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่บอลจะอยู่บริเวณกลางสนาม และจะไปพลาดทำเสียกันในจังหวะใกล้จะจบสกอร์ ทำให้โอกาสลุ้นยิงมีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะผู้รักษาประตูที่มีงานไม่หนักมากเท่าไหร่ด้วยกันทั้งคู่ GOAL! นาที 41 และแล้ว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำในช่วงเวลาที่เหมาะสม จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โชว์ลูกตอกส้น แต่ไปติดเซฟ อาร์เทอร์ โบรุค ปัดออกมาเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้ยิงระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก GOAL! นาที 45+2 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายก่อนไปพักครึ่งแรก จากจังหวะฟรีคิก จอร์ดอน ไอบ์ ปั่นโค้งๆมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เทคตัวขึ้นโขกเต็มศรีษะช่วยให้ "หงส์แดง" เป็นฝ่ายบุกมานำ บอร์นมัธ ก่อนจบ 45 นาที ด้วยสกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจ้าบ้านแก้เกมด้วยการถอด จูเนียร์ สตานิสลาส ออกไปพัก และส่ง ลูอิส แกรบแบน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 53 ลิเวอร์พูล ไม่ได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่หลุดไปตักบอลผ่านตัว อาร์เทอร์ โบรุค แต่ทิศทางดันไปชนเสา ก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 65 โอกาสทองของ บอร์นมัธ ที่จะได้ประตูตีไข่แตกมาจาก โจชัว คิง ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวผ่าน ลูคัส เลว่า ไปยังสุดเส้นหลัง ก่อนจะได้สังหารด้วยซ้าย แต่บอลยังไปติดเซฟ แดนนี่ วอร์ด ก้มตัวลงรับไว้ได้ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นมีโอกาสเจาะแผงหลัง ลิเวอร์พูล อยู่หลายครั้ง และเกือบจะเป็นประตู 2-3 จังหวะ แต่สุดท้ายก็โดนเจ้าหนู แดนนี่ วอร์ด บินปัดออกไปได้หมดทุกครั้ง GOAL! นาที 90+3 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บอร์นมัธ มาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะกระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อของ โจชัว คิง บอลผ่านมือ แดนนี่ วอร์ด ที่พยายามพุ่งสุดตัวเพื่อเซฟลูกนี้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไว้ได้ สุดท้ายจบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะ บอร์นมัธ ถึงสนาม วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บอร์นมัธ : อาร์เทอร์ โบรุค(GK), ไซม่อน ฟรานซิส, ทอมมี่ เอลฟิค, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แม็ตต์ ริตชี่, แอนดรูว์ เซอร์มัน, แดน กอสลิ่ง, จูเนียร์ สตานิสลาส, แม็กซ์ เกรเดล, โจชัว คิง ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), คอนเนอร์ แรนดอลล์, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แบรด สมิธ, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เชยี่ โอโจ้, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลบอล : สามแต้มชิลล์ๆ! หงส์ชุดผสมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบหม้อขาดกระจุย
ช่างปั้นหม้อ /  ผลบอล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.8, 1-1 โบยาน เกร์กิช น.22, 2-1 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.32, 3-1 ดิว็อค โอริกี้ น.50, 4-1 ดิว็อค โอริกี้ น.65 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ จัดชุดผสมลงเล่นหลายต่อหลายคน ส่วนหนึ่งน่าจะเก็บตัวไว้รอดวลแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรป้า ลีก เลกสอง ช่วงกลางสัปดาห์นี้ [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นบีบเพรสซิ่งเร็วตามถนัด และพยายามเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร GOAL! นาทีที่ 8 "หงส์แดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็ว เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเลียดพื้นมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงมุ่งหน้าไปสัมผัสก้นตาข่ายชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั้วทั้งสนาม แอนฟิลด์ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ สโต๊ค โดนยิงประตูขึ้นนำ ก็ปรับแผนมาเล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการโยนโด่งให้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่อย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ขึ้นโขก แต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลัง "หงส์แดง" ไม่ได้ GOAL! นาที 22 และแล้ว "ช่างปั้นหม้อ" ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาถึง โบยาน เกร์กิช วิ่งโฉบมาโขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง GOAL! นาที 32 ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ต้องชื่นชมเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอก เซอร์ดาน ชากิรี่ จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะบรรจงเปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเหน่งๆระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด นาที 39 แผงหลัง "หงส์แดง" เกือบเสียท่าให้กับลูกฟรีคิกของ สโต๊ค อีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ไรอัน ชอว์ครอสส์ ได้ขึ้นมาโขก แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ทำให้บังคับทิศทางบอลไม่ได้ สุดท้ายเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนพยายามบุกกดดันเกมรับ ลิเวอร์พูล เพื่อทวงประตูตีเสมออีกครั้ง แต่แผงหลัง "หงส์แดง" ยังถือว่ายืนคุมโซน และไล่เพรสซิ่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายนำ สโต๊ค อยู่ที่ 2-1 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอดเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ออกไปพักและส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 50 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูทิ้งห่าง สโต๊ค เป็น 3-1 และเป็นทาง ดิว็อค โอริกี้ ที่เพิ่งลงมาใหม่ได้โขกเหน่งๆจากการเปิดเข้ามาของ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านมาถึงนาที 60 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลโดยการเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" แถมยังหวิดจะบวกสกอร์เพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง GOAL! นาที 65 "หงส์แดง" มากดเม็ดที่สี่ จากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิว็อค โอริกี้ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนจะปั่นโค้งๆบอลพุ่งไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลพร้อมกับค่อยๆบุกใส่เกมรับ "ช่างปั้นหม้อ" เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งเกมอะไรมากนัก เนื่องจากสกอร์ที่นำค่อนข้างห่าง ทำให้สุดท้ายเวลาเดินทางมาครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, เซยี่ โอโจ้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สโต๊ค ซิตี้ : ยาค็อบ เฮาการ์ด(GK), ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เจฟฟ์ คาเมร่อน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกร์กิช, ปีเตอร์ เคร้าช์

ผลบอล: จับถ้วยแชมป์ไปครึ่งใบ! จิ้งจอก ฮอทต่อเนื่องบุกเชือด พาเลซ ทิ้งไก่8แต้ม
คริสตัล พาเลซ /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559 คริสตัล พาเลซ 0-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 ริย้าด มาห์เรซ น.34 เวลา : 22.00 น. สนาม : เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสำคัญของ เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวบุกรัง เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ของ คริสตัล พาเลซ ก่อนจะกลับออกมาด้วย 3 คะแนนสำคัญ โดยประตูแรก และเป็นลูกเดียวของเกมนี้เกิดขึ้นในนาที 34 จากลูกยิงของ ริย้าด มาห์เรซ ช่วยให้ตอนนี้ "จิ้งจอกสยาม" มีคะแนน 66 แต้ม นำห่างอันดับ 2 อย่าง สเปอร์ ถึง 8 คะแนนด้วยกัน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซี่(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, โยอัน กาบาย, ไมค์ เยดินัค, โจ เล็ดลี่ย์, ยานนิค โบลาซี่, วิลฟรีด ซาฮา, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

ผลบอล : จบตั้งแต่ครึ่งแรก! อเล็กซิส เบิ้ลสองตุงพาปืน ถลุง มวยโลก เขี่ยเรือหล่นที่4
ปืนใหญ่ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 2-0 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.6, 2-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.38 เวลา : 1.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแข่งตกค้างของ อาร์เซนอล ที่มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนจะเป็น "ปืนใหญ่" ที่สามารถเก็บ 3 คะแนนไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักที่สกอร์ 2-0 ช่วงครึ่งแรก รูปเกมเป็นทาง "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน และมาได้ประตูออกนำแต่หัววันจากจังหวะตะบันเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษของ อเล็กซิส ซานเชซ ในนาทีที่ 6 หลังจากนั้นยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่รูปเกมดีกว่าอย่างชัดเจนจนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 38 อาร์เซนอล มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อเล็กซิส ซานเชซ เป็นคนรับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างสุดเฉียบขาด ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นฝ่ายออกนำที่สกอร์ 2-0 ครึ่งหลังแม้ว่า เวสต์บรอมวิช จะเป็นฝ่ายตามหลัง แต่รูปเกมก็ไม่ถึงดีขึ้นมานัก และยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่มีโอกาสจะบวกประตูที่สามเพิ่มได้มากกว่า แต่จะหวะปิดบัญชียังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้สุดท้ายครบ 90 นาที  "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายกำชัยเหนือ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ไปอย่างง่ายดายที่สกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮัมเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, เจมส์ เชสเตอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซานโดร, เจมส์ แม็คคลีน, ไซโด้ เบลาฮิโน่

ผลบอล: มาต้าฟรีคิกปลิดชีพ!ผีเปิดรังดับแตนจี้ทำแต้มทาบเรือใบ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธที่ 2 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู: 1-0 ฆวน มาต้า น.83 เวลา:03.00 น. สนาม:โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 // FT - VIDEO (Premier League): Manchester United 1-0 Watford FCGoal & Highlights [HD]Juan Mata with a beauty from free-kick. Posted by Football Goals & Highlights on 2 มีนาคม 2016 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ฆวน มาต้า เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปนสวมบทฮีโร่ ซัดประตูชัยจากลูกฟรีคิกในช่วงท้ายเกมส์ช่วยให้เปิดบ้านเฉือนชนะ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ดไป 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญทำแต้มมาเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 4 ที่ออกไปพ่ายลิเวอร์พูลยับ แต่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เด เคอา(GK),กิลเยโม่ วาเรล่า,ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์,ดาลี่ย์ บลินด์,มาร์กอส โรโฮ,มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน,อองโตนี่ มาร์เซียล,ฆวน มาต้า,อันเดร์ เอร์เรร่า,เมมฟิส เดอปาย,มาร์คัส แรชฟอร์ด วัตฟอร์ด:เอเรลโญ่ โกเมส(GK),อัลล็อง นีย็อม,เซบาสเตียน โพรเดิ้ล,มิเกล บริตอส,โฮเซ่ โฮเลบาส,วาลอน เบห์รามี่,เอเตียน กาปู,เบ็น วัตสัน,อัลเมน อับดี้,ทรอย ดีนี่ย์,โอเดี้ยน อิกาโล่

ผลบอล : ราฟา ฉายแสง!! สาลิกา วิ่งลืมตายไล่เจ๊า เรือใบ แบ่งกันไปคนละแต้ม
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 19 เมษายน 2559 นิวคาสเซิล 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.14, 1-1 เวอร์นอน อนิต้า น.31 เวลา : 1.45 น. สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวนัดกลางสัปดาห์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล มีคิวเปิดรังเหย้า เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะเสมอกันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ครึ่งแรกรูปเกมถือว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลังเจ้าบ้านได้มากกว่า จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 14 ทีมเยือนมาได้ลูกฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ บรรจงเปิดเข้ามาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ โขกเช็ดผ่านมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เข้าไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อมาดูภาพช้า กุน อเกวโร่ ยืนล้ำหน้าอยู่เยอะพอสมควร แต่หลังจากที่เสียประตู "สาลิกาดง" ก็ยังไม่ถอดใจ พยายามเดินหน้าลุยเพื่อทวงประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จจาก เวอร์นอน อนิต้า เติมขึ้นมาล็อคหลบหนึ่งจังหวะก่อนจะสับด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงเสมอกันอยู่ที่ 1-1 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมกลับมาคูคี่สูสีและมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำด้วยกันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังถือว่าไม่เฉียบขาดพอด้วยกันทั้งคู่ สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 90 ทดเจ็บอีก 5 นาที ก็ยังไม่มีทีมไหนบวกประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบเกม นิวคาสเซิล เปิดสนาม เซนต์ เจมส์ ปาร์ค แบ่งแต้มกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสมศักดิ์ศรีที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : คาร์ล ดาร์โลว์(GK), เวอร์นอน อนิต้า, ชานเซล เอ็มเบ็มบา, จามาล ลาสเซลเลส, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, แจ็ค โคลแบ็ค, อันดรอส ทาวน์เซ่นด์, มุสซ่า ซิสโซโก้, อโยเซ่ เปเรซ, ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียควิม ม็องกาล่า, แว็งซองต์ กอมปานี, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันโด, ฟาเบียน เดลฟ์, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : จิ้งจอกสยามชื่นมื่น!! เลสเตอร์ เปิดบ้านฉลองแชมป์ไล่อัด ทอฟฟี่ หมดสภาพ
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.5, 2-0 แอนดี้ คิง น.33, 3-0 เจมี่ วาร์ดี้ (จุดโทษ) น.65, 3-1 เควิน มิรัลลาส น.88 เวลา : 23.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 >> คลิก เพื่อชมคลิปนักเตะ เลสเตอร์ รับเหรียญ+ชูถ้วย แชมป์ พรีเมียร์ลีก << ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดฉลองแชมป์ของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีคิวเปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] GOAL! นาทีที่ 5 เปิดฉากมายังไม่ทันไรสาวก "จิ้งจอกสยาม" ก็ได้เฮกันลั่นสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อเจ้าบ้านอาศัยจังหวะทุ่มเร็วให้ แอนดี้ คิง บรรจงเปิดเข้ามาหน้าปากประตูให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งที่เพิ่งพ้นโทษแบนเข้าชาร์จเหน่งๆบอลผ่านตัว โจเอล โรเบลส เข้าไปไม่มีพลาด นาทีที่ 10 เจ้าบ้านหวิดได้ประตูที่สองจากจังหวะเปิดด้วยซ้ายของ ริย้าด มาห์เรซ บอลไซด์โค้งมาถึง แอนดี้ คิง โถมเข้ามาโขก แต่โชคร้ายที่บอลดันไปตรงตัว โจเอล โรเบลส ยืนรับไว้ได้สบาย ผ่าน 25 นาทีแรกของเกม ถือว่าทั้งคู่สู้กันอย่างอย่างสูสี ผลัดกันเป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับหาโอกาสเจาะตาข่ายฝั่งตรงข้ามได้อย่างใกล้เคียง GOAL! นาที 33 "จิ้งจอกสยาม" ที่กำลังยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจมาพังประตูที่สองของเกมได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากความสามารถเฉพาะตัวของ ริย้าด มาห์เรซ ลากเลื้อยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ เลย์ตัน เบนส์ จะแหย่เท้าสกัดไปเข้าทาง แอนดี้ คิง วิ่งมาซัดเน้นๆส่งบอลจมลงก้นตาข่ายไม่เหลือซาก นาที 40 ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าเป็นทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายมีโอกาสจะได้ประตูที่สามมากกว่าโดนตีไข่แตก เนื่องจากจังหวะบุกสามารถลุ้นจบสกอร์แบบได้น้ำได้เนื้อแทบทุกครั้ง ต่างจาก เอฟเวอร์ตัน ที่ครองบอลมากกว่าเล็กน้อยก็จริง แต่หาโอกาสปิดบัญชีแทบไม่ได้เลย ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านได้ลุ้นฟรีคิกจากการยิงของ ริย้าด มาห์เรซ แต่ซัดไปแฉลบกำแพงและช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำประตูได้เพิ่มทำให้จบ 45 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 60 ครบหนึ่งชั่วโมงของเกม เอฟเวอร์ตัน เริ่มโจมตีแผงหลัง "จิ้งจอกสยาม" ได้อันตรายขึ้นกว่าใน 45 นาทีแรก แต่จังหวะจบสกอร์ยังคงไร้ความเฉียบขาดโดยเฉพาะจังหวะหลุดเดี่ยวของ อูมาร์ นิอาสเซ่ แต่ดันยิงไปติดศรีษะ แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่ออกมายืนนอกกรอบเขตโทษแล้ว GOAL! นาที 65 เลสเตอร์ มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะ แมทธิว เพนนิงตัน ไปทำฟาวล์ เจมี่ วาร์ดี้ ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ วาร์ดี้ จะลุกขึ้นมาสังหารด้วยการซัดเต็มข้อเข้าไปชนิดสะใจแฟนบอล "จิ้งจอกสยาม" ทั่วทั้งสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม นาที 69 เจมี่ วาร์ดี้ เกือบจะมาทำแฮตทริกในวันฉลองแชมป์ได้สำเร็จ จากจังหวะใช้ความเร็ววิ่งไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลติดเซฟ โจเอล โรเบลส ออกไปอย่างเหลือเชื่อ นาที 72 เป็นอีกครั้งที่ วาร์ดี้ พลาดแฮตทริกชนิดเป็นโอกาสทองฝังเพชรเมื่อทีมได้จุดโทษที่สอง แต่คราวนี้เจ้าตัวดันไปอัดเต็มแรงเหมือนเดิมและบอลเหินข้ามตานออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น GOAL! "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ที่กำลังเริ่มเล่นเหมือนถอดใจ แต่มาได้ เควิน มิรัลลาส ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงไปยิงลอดตัว แคสเปอร์ ชไมเคิล เข้าไปตุงตาข่ายในนาที 88 ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝั่งไหนบวกประตูกันได้เพิ่มทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในวันฉลองถ้วยแชมป์ไปด้วยสกอร์ 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, คริสเตียน ฟุคส์, แอนดี้ คิง, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เอฟเวอร์ตัน : โจเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, แมทธิว เพนนิงตัน, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อูมาร์ นิอาสเซ่, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : ชนะอีกแล้ว!! วาร์ดี้ เหมาสองเม็ดพา จิ้งจอกสยาม บุกเชือด แมวดำ ทิ้งไก่10แต้ม
จิ้งจอกสยาม /  ซันเดอร์แลนด์ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-2 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เจมี่ วาร์ดี้ น.66, 0-2 เจมี่ วาร์ดี้ น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างทีมหนีตกชั้นอย่าง ซันเดอร์แลนด์ เปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูง "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่งผู้มาเยือนที่เป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง ซันเดอร์แลนด์ แทบจะฝ่ายเดียว โดยทาง "แมวดำ" เน้นลงไปตั้งรับกันลึก และรอสวนกลับ แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนมีโอกาสได้ลุ้นจบสกอร์แม้แต่ครั้งเดียว นาที 15 เป็นโอกาสทองของ "จิ้งจอกสยาม" ที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษจากลูกเปิดเตะมุม แต่ไม่สามารถควบคุมทิศทางบอลได้ สุดท้ายหลุดเสาสองออกหลังไปแค่นิดเดียว ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทางฝั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีโอกาสเข้าทำ และหวิดจะได้ประตูขึ้นนำมากกว่า "แมวดำ" พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชีถือว่ายังคงไม่เฉียบขาดพอ นาที 44 ทายครึ่งแรก เลสเตอร์ หวิดจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ชินจิ โอกาซากิ หลุดขึ้นมาฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะบรรจงเปิดให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ เอี้ยวตัวซัดด้วยซ้าย โชคร้ายที่โดนบอลผิดเหลี่ยมทำให้ไม่มีน้ำหนัก และถูกสกัดออกไปได้แบบหวุดหวิด ช่วงทดเจ็บ รูปเกมกลับมาเปิดหน้าแลกกันแบบหมัดต่อหมัด หวิดได้ประตูขึ้นนำด้วยกันทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะ ซันเดอร์แลนด์ ที่ได้ยิงจาก ฟาบิโอ บอรินี่ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังล้มตัวเซฟไว้ได้ไม่มีพลาด สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงทำอะไรกันไม่ได้ สกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 59 โอกาสเน้นๆอีกครั้งของ "จิ้งจอกสยาม" ที่หวิดจะได้ประตูนำ จุดเริ่มต้นมาจาก ริย้าด มาห์เรซ เลี้ยงบอลไปถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจะไหลบอลเลียดพื้นมาให้ แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ วิ่งมาแปเล่นทาง แต่น้ำหนักเบาไปทำให้ วิโต้ มานโนเน่ ล้มตัวรับไว้ได้สบาย GOAL! นาที 66 และแล้วความเฉียบขาดของ เจมี่ วาร์ดี้ ก็มาเผาเครื่องแผงหลัง ซันเดอร์แลนด์ ได้สำเร็จ จากจังหวะวางบอลยาวสุดแม่นยำของ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ มาให้ วาร์ดี้ จะหลุดไปซัดด้วยขวา บอลผ่านตัว วิโต้ มานโนเน่ เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างคมกริบ ผ่านมาถึงนาที 82 ซันเดอร์แลนด์ พลาดได้ประตูตีเสมออย่างไม่น่าเชื่อ หลังจาก แจ็ค ร็อดเวลล์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ได้ยิงแบบโล่งๆชนิดที่มีเวลาเป็นวัน แต่กลับซัดใต้บอลทำให้ลูกมันเหินข้ามคานหลุดออกหลังไปแบบสุดช็อค ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แม้ว่า "จิ้งจอกสยาม" จะได้ประตูออกนำ แต่ก็ยังเป็นฝ่ายมีโอกาสได้ประตูที่ 2 อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่จังหวะจบสกอร์โดน วิโต้ มานโนเน่ โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้ทุกรูปแบบ GOAL! ทดเจ็บนาทีที่ 5 เจมี่ วาร์ดี้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวมาเบิ้ลประตูที่สองของตัวเอง จากจังหวะแตะหลบ มานโนเน่ ทำให้เหลือแต่ประตูโล่งๆ แล้วก็ซัดนิ่มๆเข้าไปไม่มีพลาด สุดท้ายหมดเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บชัยในรัง สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ของ ซันเดอร์แลนด์ พร้อมกับทำแต้มทิ้งห่างทีมอันดับ 2 อย่าง สเปอร์ ถึง 10 คะแนน (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเตอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

ผลบอล : จิ้งจอก รอรับแชมป์!! ไก่เดือยทอง หัวทิ่มบ่อเปิดรังเจ๊า มวยโลก ตามเลสเตอร์7แต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 สเปอร์ 1-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 เคร็ก ดอว์สัน (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.33, 1-1 เคร็ก ดอว์สัน น.73 เวลา : 2.00 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ รองจ่าฝูงอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีคิวเปิดสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนที่จะเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ทำให้ตอนนี้ "ไก่เดือยทอง" มีแต้มตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 คะแนน เท่ากับว่าโปรแกรมที่เหลืออยู่ 3 นัด หาก "จิ้งจอกสยาม" ชนะได้เพียงแค่เกมเดียว(ขอ3แต้ม)จะเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ในทันที ครึ่งแรก ช่วงต้นเกมเป็นทางฝั่ง "ไก่เดือยทอง" ที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนๆด้วยการเดินหน้าพับสนามบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ชนิดแทบไม่ให้พักหายใจ และก็มีโอกาสได้ประตูอยู่หลายครั้งแต่ก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา จนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 33 เจ้าบ้านก็มาได้ประตูออกนำ จากจังหวะเปิดเตะมุมของ คริสเตียน อีริคเซ่น บรรจงปั่นเข้ามาบอลไปโดน เคร็ก ดอว์สัน ที่เบียดกันกับ แยน แฟร์ต็องเก้น เข้าประตูตัวเองไปอย่างง่ายดาย พร้อมกันจบ 45 นาทีแรกด้วยการขึ้นนำของ สเปอร์ ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งหลัง ดูเหมือนว่า "ไก่เดือยทอง" จะผ่อนเกมลงไปเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่ 1 ประตู โดยปล่อยให้ "มวยโลก" มีโอกาสเปิดฉากบุกเพื่อลุ้นประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม(นาที73)เปิดเข้ามาถึง เคร็ก ดอว์สัน เทคตัวขึ้นโขกส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แก้ตัวจากที่ทำเข้าประตูตัวเองในครึ่งแรกได้สำเร็จ ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นทีมเยือนที่แม้ว่าจะไม่มีลุ้นอะไรแล้วในฤดูกาลนี้ แต่รูปเกมกลับดูเหนือกว่าเล็กๆ ทำให้จบ 90 นาที สเปอร์ เสมอกับ เวสต์บรอมวิช ในรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ไปด้วยสกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน เวสต์บรอมวิช : โบอาส มายฮิลล์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, โยนาส โอล์สสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เจมส์ แม็คคลีน, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซาโลมอน รอนดอน

เห็นแชมป์รำไร!! มาห์เรซ ซัดโทนพา จิ้งจอกสยาม เชือดรังแตน นำที่สอง5แต้ม
จิ้งจอกสยาม /  ผลบอล / 

Embed from Getty Images ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 วัตฟอร์ด 0-1 เลสเตอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 ริย้าด มาห์เรซ น.56 เวลา : 00.30 น. สนาม : วิคาเรจ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 โดยเป็นการปะทะกันของ วัตฟอร์ด ได้เปิดรังเหย้า วิคาเรจ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะเป็น "จิ้งจอกสยาม" บุกมาเฉือนชนะไปได้แบบหืดจับ 1-0 โดยรูปเกมถือว่าคู่คี่สูสีกันตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน แต่จังหวะทีเด็ดทีขาดถือว่า "จิ้งจอกสยาม" ดูมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย แต่กว่าประตูแรก และประตูเดียวของเกมจะมาต้องรอไปถึงช่วงครึ่งหลัง(นาที56) จากจังหวะ ริย้าด มาห์เรซ ปีกตัวเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะแตะเข้าเท้าซ้ายข้างถนัด พร้อมกับยิงเล่นทางบอลผ่านเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ตอนนี้ลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ มีคะแนนนำหน้าอันดับ 2 อย่าง สเปอร์ อยู่ 5 แต้มด้วยกัน โดยเหลือโปรแกรมการแข่งขันอีกเพียง 9 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), อแล็ง นียอม, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, เนธาน เอเก้, โชเซ่ โฮเรบาส, มาริโอ ซัวเรซ, เอเตียน กาปู, เบ็น วัตสัน, นอร์ดิน อัมราบัต, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ริย้าด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

ผลบอล : ในบ้านหายห่วง!! หงส์พลังหนุ่ม เปิดแอนฟิลด์ไล่อัด แตน สบายเท้า
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 2-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู : 1-0 โจ อัลเลน น.35, 2-0 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.76 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล จัดชุดผสมเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่เอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ วัตฟอร์ด ได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอ นาที 18 เป็นโอกาสลุ้นพังประตูอีกครั้งของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ต่อบอลกันค่อนข้างนาน และสุดท้ายมาจบลงที่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เติมมายิงไกลด้วยซ้ายข้างถนัด แต่ทิศทางบอลผิดเหลี่ยมลอยโด่งออกหลังไปค่อนข้างเยอะ นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้บุกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ วัตฟอร์ด ลงไปตั้งรับกันค่อนข่างลึกและรอสวนกลับจาก ดีนี่ย์ และอิกาโล่ GOAL! นาที 35 "หงส์แดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะประสานงานกันของ คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกไปให้ โจ อัลเลน วิ่งสอดมาสไลด์ตัวยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดย ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้รีบเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนหลังจากได้ประตูขึ้นนำ สุดท้ายจบ 45 นาที "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม เกมเดินทางครบหนึ่งชั่วโมง ถือว่า วัตฟอร์ด เริ่มได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะเดินเกมรุกยังถือว่าทำกันได้ไม่ค่อยแน่นอน และหาโอกาสลุ้นยิงประตูได้ค่อนข้างน้อย นาที 68 ทีมเยือนมีโอกาสทองได้ประตูตีเสมอ หลังมาได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อัลเมน อั๊บดี้ ยิงออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 76 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายความกดดันจากจังหวะของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้กดเต็มข้อด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงติดเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เล็กน้อยก่อนจะหลุดเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่สามารถเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกด้วยความสดใหม่ของนักเตะพลังหนุ่ม แต่สุดท้ายยังคงไร้ความเฉียบขาดทั้งที่น่าจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้า 3 แต้ม เหนือ วัตฟอร์ด ไปได้แบบสุดมันส์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส เลว่า, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโย่, คริสติย็อง เบนเตเก้ วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), เซบาสเตียน โพเดิ้ล, เคร็ก แคธคาร์ต, มิเกล บริตอส, อิเคชี่ อันย่า, อัลเมน อั๊บดี้, มาริโอ ซัวเรซ, เบ็น วัตสัน, โฆเซ่ ฆูราโด้, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่

ผลบอล : โบลาซี่ กดเต็มแข้ง!! ปืนใหญ่ เฝ้าบ้านได้แค่เจ๊า พาเลซ อดแซงเรือขึ้นที่3
คริสตัล พาเลซ /  ปราสาทเรือนแก้ว / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-1 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45+1, 1-1 ยานนิค โบลาซี่ น.81 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตารางคะแนน เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ก่อนที่จะเป็น "ปราสาทเรือนแก้ว" มาได้ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปด้วยสกอร์ 1-1 ช่วงครึ่งเวลาแรกเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ พาเลซ เป็นระลอก แต่กว่าจะมาได้ประตูขึ้นนำต้องรอจนถึงช่วงทดเจ็บจากจังหวะ อเล็กซิส ซานเชซ โขกย้อยๆผ่านตัว เวย์น เฮนเนสซี่ เข้าไป ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยการขึ้นนำของ อาร์เซนอล ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งเวลาหลังยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบดักจังหวะครองบอลพร้อมกับค่อยๆต่อบอลเจาะแผงหลัง คริสตัล พาเลซ เพื่อเข้าไปทะลวงตาข่ายลดความกดดัน แต่ด้วยการที่ไร้ความเฉียบขาดทำให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงท้ายเกม จนกระทั่งมาโดน "ปราสาทเรือนแก้ว" อาศัยทีเด็ดจากลูกโต้กลับ ซึ่งเป็นทาง ยานนิค โบลาซี่ ปีกตัวเก่งของทีมได้ยิงเต็มข้อ บอลผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมไหนยิงประตูกันได้เพิ่ม ทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เสมอกับ คริสตัล พาเลซ ไปแบบสุดมันส์ที่สกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, แดนนี่ เวลเบ็ค คริสตัล พาเลซ : เวย์น เฮนเนสซี่(GK), โจเอล วอร์ด, สก๊อต แดน, ดาเมี่ยน เดลานี่, ปาเป้ ซูอาเร่, ไมค์ เยดินัค, โยฮัน กาบาย, โจ เล็ดลีย์, เจสัน พันเชียน, ยานนิค โบลาซี่, คอนนอร์ วิคแฮม

ผลบอล : เมอร์ซีย์ไซด์ระอุ!! หงส์แดง เดือดฝั่งเดียวไล่ยำ ทอฟฟี่10ตัว เละเทะคา แอนฟิลด์
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน /  ผลบอล / 

ผลบอล เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 ดิว็อค โอริกี้ น.43, 2-0 มามาดู ซาโก้ น.45+2, 3-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.60, 4-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.76 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันนี้ เป็นการโคจรมาพบกัยระหว่างสองสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 "หงส์แดง" มาพลาดโอกาสทองฝังเพชร 17 กะรัต อย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า หลุดเดี่ยวไปล่อเป้าเหน่งๆแต่ดันยิงไปติดเซฟ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกไปแบบหวุดหวิด นาที 12 ทีมเยือนมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะสับไกลของ เควิน มิรัลลาส แต่ยังควบคุมทิศทางไม่ได้ ทำให้บอลลอยโด่งออกหลังไปเยอะพอสมควร ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่า เอฟเวอร์ตัน พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือแม้กระทั้งโอกาสจบสกอร์ ก็ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายถือว่ายังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 43 หลังจากโหมบุกหนักอยู่แทบจะฝ่ายเดียว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเปิดโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ บอลมาถึง ดิว็อค โอริกี้ ที่ยืนรอโขกเหน่งๆส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีพลาด GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้สำเร็จ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ อีกครั้งที่บรรจงตักบอลโด่งๆเข้ามาให้ มามาดู ซาโก้ ตั้งคอรอโขกระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้จบครึ่งแรก "หงส์แดง" เป็นฝ่ายออกนำในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ เหนือเพื่อบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แก้เกมด้วยการถอด แกเร็ธ แบร์รี่ ออกไปพักและส่ง มูฮัมเหม็ด เบซิช ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 50 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาจากจังหวะที่ รามิโร่ ฟูเนส โมรี่ โดนใบแดง หลังไปฟาวล์ชนิดรุนแรงใส่ ดิว็อค โอริกี้ จนทำให้ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยมบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สุดท้าย เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 60 และแล้วด้วยผู้เล่นที่เหลือน้อยกว่าของทาง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็ต้านทานเกมรุก ลิเวอร์พูล ไม่ไหว หลังมาโดนบวกเม็ดที่ 3 จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปเลือกมุมยิงผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 76 เกมรุก "หงส์แดง" ที่บุกใส่แผงหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นพายุก็มาบวกประตูได้เพิ่ใ จากจังหวะยิงไกลสุดสวยและเป็นลูกเก่งของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างเพื่อบ้านไปไกลถึง 4-0 ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเดินหน้ายำใหญ่ใส่แผงหลัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ฝั่งเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK),นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้ เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เควิน มิรัลลาส, โรเมลู ลูกากู