CTH

ผลบอล : จบตั้งแต่ครึ่งแรก! อเล็กซิส เบิ้ลสองตุงพาปืน ถลุง มวยโลก เขี่ยเรือหล่นที่4
ปืนใหญ่ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 2-0 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.6, 2-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.38 เวลา : 1.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแข่งตกค้างของ อาร์เซนอล ที่มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนจะเป็น "ปืนใหญ่" ที่สามารถเก็บ 3 คะแนนไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักที่สกอร์ 2-0 ช่วงครึ่งแรก รูปเกมเป็นทาง "ปืนใหญ่" ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน และมาได้ประตูออกนำแต่หัววันจากจังหวะตะบันเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษของ อเล็กซิส ซานเชซ ในนาทีที่ 6 หลังจากนั้นยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่รูปเกมดีกว่าอย่างชัดเจนจนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 38 อาร์เซนอล มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อเล็กซิส ซานเชซ เป็นคนรับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างสุดเฉียบขาด ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นฝ่ายออกนำที่สกอร์ 2-0 ครึ่งหลังแม้ว่า เวสต์บรอมวิช จะเป็นฝ่ายตามหลัง แต่รูปเกมก็ไม่ถึงดีขึ้นมานัก และยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่มีโอกาสจะบวกประตูที่สามเพิ่มได้มากกว่า แต่จะหวะปิดบัญชียังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้สุดท้ายครบ 90 นาที  "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายกำชัยเหนือ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ไปอย่างง่ายดายที่สกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮัมเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, เจมส์ เชสเตอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซานโดร, เจมส์ แม็คคลีน, ไซโด้ เบลาฮิโน่

ผลบอล SAVE LVG!แรซฟอร์ดจัดให้ผีบุกจมเรือขยับช่องUCLห่าง4แต้ม
ฆวน มาต้า /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 0-1 มาร์คัส แรซฟอร์ด น.15 เวลา: 23.00น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 เริ่มเกมส์  นาที 13 เจ้าบ้านได้ทักทายของจากลูกยิงของ เฆซุส นาบาส แต่ติดเซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา  นาทีที่ 15 กลายเป็น ทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อ ฆวน มาต้า แทงบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากบอลผ่าน มาร์ติน เดมิเคลิส เข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท แบบใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ 1-0 นาที 26 เจ้าบ้านโชคร้ายมาเสีย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปจากอาการบาดเจ็บ และต้องส่งเฟอร์นันโด ลงมาแทน ช่วงท้ายครึ่งแรกมีเหตุการณ์วุ่นวานเล็กน้อยเมื่อ  มาร์คัส แรชฟอร์ด โดน มาร์ติน เดมิเคลิส กระแทกล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังเจ้าบ้านเข้ามาต่อว่า เพราะเข้าใจว่าพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษทำให้นักเตะทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาหากันแต่เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี จบครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง นาที 50 มาร์ติน เดมิเคลิส คืนบอลให้ โจ ฮาร์ท ไม่ดีจนเกือบจะโดน มาร์กเซียล สปีดมาฉกบอลทำให้นายทวารทีมชาติอังกฤษ พุ่งมาสไลด์บอลทิ้งและเกิดการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องถอดฮาร์ทก่อนแล้วส่ง วิลลี กาบาเยโร่ นายด่านมือสองลงมาเล่นแทน ครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านพยายามลุยแหลก แต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากประตูชัยของ มาร์คัส แรซฟอร์ด ยังได้ลุ้นโควต้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกต่อไป รายชื่อ แมนเชสเตอร์ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซาญ่า , อีเลียกิม ม็องกาล่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลีชี, แฟร์นันดินโญ่ , เฆซุส นาบาส , ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์กิโอ อเกวโร่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน , คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิ่ล คาร์ริค , มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน , ฆวน มาต้า, เจสเซ่ ลินการ์ด , อองโตนี มาร์กเซียล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : เข้าทาง เลสเตอร์!! หงส์ เปิดแอนฟิลด์ทำศึกสัตว์ปีกเจ๊า ไก่ มันส์หยดติ๋ง
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 1-1 สเปอร์ ผู้ทำประตู : 1-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.51, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.63 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2559 เป็นการพบกันของศึกสัตว์ปีกอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 4 ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากลูกฟรีคิกฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ บอลหลุดมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้วางเท้ายิงแต่ติดบล็อค เควิน วิมเมอร์ แหย่เท้าสะกัดไว้ได้ทันแบบหวุดหวิด นาทีที่ 9 คราวนี้เป็นทีของ สเปอร์ ที่เกือบจะมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะสับด้วยซ้ายของ คริสเตียน อีริคเซ่น แต่บอลยังไม่ผ่านเซฟของ ซิมง มินโญเลต์ ปัดออกไปได้ทันอย่างยอดเยี่ยม ผ่าน 20 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ไล่บีบเพรสซิ่งกันเร็วทั้งสองฝั่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการดวลกันบริเวณกลางสนาม แต่จังหวะหวาดเสียวลุ้นทำประตูเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ดูจะมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย นาที 26 โอกาสทองฝังเพชรของ "ไก่เดือยทอง" มาจากจังหวะหลุดไปยิงของ แฮร์รี่ เคน ยริเวณฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาสองออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาที 36 คราวนี้เป็นโอกาสทองฝังเพชรของ ลิเวอร์พูล บ้าง จากจังหวะที่ คูตินโญ่ จ่ายทะลุช่องมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดเดียวไปสับด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บอลดันไปตรงตัว อูโก้ โยริส พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายครึ่งแรก ถือว่า "หงส์แดง" หวิดจะได้ประตูขึ้นนำหลายต่อหลายครั้ง แต่ อูโก้ โยริส ช่วยเซฟชีวิต สเปอร์ ไว้ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันผู้มาเยือนก็ได้โอกาสลุ้นจากความผิดพลาดส่วนตัวของ มามาดู ซาโก้ อยู่หลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเสมอกัน 0-0 ชนิดที่เกมสู้กันอย่างสนุกสุดมันส์ [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 51 เปิดฉากครึ่งหลังมาได้ไม่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะประสานงานกันของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไหลบอลนิ่มๆให้กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ซัดเน้นๆเล่นทาง บอลผ่านมือ อูโก้ โยริส เข้าไปชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั่วทั้งสนาม แอนฟิลด์ นาที 58 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จากลูกยิงวอลเลย์สุดสวยของ ซอน เฮือง-มิน แต่ทิศทางบอลเฉี่ยวเสาสองหลุดกรอบออกไปแค่นิดเดียว GOAL! นาที 63 และแล้วความเฉียบขาดของ แฮร์รี่ เคน ก็มาเล่นงานแผงหลัง "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากจังหวะหมุนตัวยิงสุดสวย บอลพุ่งผ่านเซฟ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ผ่านมาถึงนาที 75 รูปเกมถือว่าค่อนข้างสูสี ผลัดกันแลกหมัดชนิดที่รูปเกมค่อนข้างเปิด และหวิดจะได้ประตูที่สองด้วยกันทั้งคู่ ช่วงท้ายเกมถือว่าเป็นทางฝั่ง สเปอร์ ที่เร่งเครื่องเพื่อหวังเก็บ 3 แต้มคารัง แอนฟิลด์ แต่สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ยังไม่สามารถเอาชนะ ซิมง มินโญเลต์ ไปได้ ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เสมอกับ สเปอร์ ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนียล ไคลน์, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มูสซ่า เดมเบเล่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เดเล่ อัลลี่, ซอน เฮือง-มิน, แฮร์รี่ เคน

ผลบอล : เม็ดเดียวก็เสียวได้! มอร์แกน โขกนำชัยพา จิ้งจอกสยาม เชือด นักบุญ หนีไก่7แต้ม
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เซาแธมป์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 เวส มอร์แกน น.38 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 เป็นการพบกันระหว่างจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เซาแธมป์ตัน [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเดินเครื่องบุกใส่แผงหลัง "นักบุญแดนใต้" ได้ดีกว่าพอสมควร ขณะที่ทางฝั่งผู้มาเยือนตั้งโซนรับกันค่อนข้างลึก และรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกที่มีความเร็วสูง เกมเดินทางมาถึงนาที 25 ถือว่า เซาแธมป์ตัน เริ่มตั้งเกมมาสู้กับ "จิ้งจอกสยาม" ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นเกมรุกที่เริ่มสร้างความปั่นป่วนให้แผงหลังเจ้าถิ่นได้มากขึ้นเรื่อยๆ นาที 31 "นักบุญแดนใต้" พลาดโอกาสทองฝังเพชรที่จะได้ประตูขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะหลุดเดี่ยวตั้งแต่บริเวณกลางสนามของ ซาดิโอ มาเน่ แต่จังหวะสังหาร ดันไปติดบล็อค แดนนี่ ซิมป์สัน ทั้งๆที่อุตส่าหลบ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จนเหลือแต่ประตูโล่งๆแล้ว GOAL นาที 38 รูปเกมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมดันขึ้นสูงไปโขกเต็มศีรษะ บอลเบียดเสาเข้าไปชนิดที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ หมดสิทธิ์ป้องกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงเป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่ควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้ในกำมือ โดย "นักบุญแดนใต้" อาศัยดักจังหวะและใช้การโยนบอมเข้าไปลุ้นประตูเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกครั้งก็ถูกเคลียสะกัดออกมาได้แทบทั้งหมด ทำให้จบ 45 นาทีแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายออกนำ เซาแธมป์ตัน อยู่ที่ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เซาแธมป์ตัน แก้เกมด้วยการถอด แมตต์ ทาร์เกตต์ ออกไปพักและส่ง ดูซาน ทาดิช ลงมาทำหน้าที่แทน ผ่านมาถึงนาที 60 เลสเตอร์ เกือบมาได้ประตูที่ 2 แบบส้มหล่น จากจังหวะที่ โชเซ่ ฟอนเต้ แหย่เท้าสกัดบอลผิดเหลี่ยม บอลย้อยๆกำลังจะพุ่งลงมาเสียบตาข่าย แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ อาศัยรูปร่างที่สูงใหญ่ลอยตัวปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 70 โอกาสลุ้นเล็กๆของ "นักบุญแดนใต้" ที่จะได้ประตูตีเสมอ มาจากจังหวะ ไรอัน เบอร์ทรานด์ กันขึ้นสูงเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจตะบันเต็มข้อด้วยซ้าย แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมเข้าข้างตาข่ายไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 71 เจ้าบ้านพลาดได้ประตูทิ้งห่างอย่างเหลือเชื่อ หลังจาก เจมี่ วาร์ดี้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดเข้ามาถึง แดนนี่ ซิมป์สัน ได้ซัดโล่งๆหน้าปากประตู ชนิดที่ไม่มีใครมาประกบ แต่ดันยิงไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วงท้ายเกม "นักบุญแดนใต้" พยายามกัดฟันโหมบุกใส่ เลสเตอร์ แบบเต็มสูบ แต่ความยอดเยี่ยมของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ตัดบอลแดนกลางได้ตลอด ทำให้เกมรุกของผู้มาเยือนขาดประสิทธิภาพลงไปเยอะ สุดท้ายเวลาค่อยๆหมดลงไปและจบ 90 นาที "จิ้งจอกสยาม" เก็บ 3 แต้มสำคัญ เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ท่ามกลางเสียงประมือจากแฟนบอลเจ้าบ้านที่เข้ามาเชียร์กันแน่นสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์(GK), เซดริก โซอาเรส, เวอร์กิล ฟาน ไดย์ค, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, วิคเตอร์ วานยาม่า, ยอร์ดี้ คลาซี่, แมตต์ ทาร์เกตต์, สตีเว่น เดวิส, ซาดิโอ มาเน่, กราเซียโน่ เปลเล่

ผลบอล:ยังไม่ยอม!ไก่รัวถล่มผีห้านาทีสามเม็ดตามจิ้งจอกเท่าเดิม
คริสเตียน อีริคเซ่น /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 เดเล่ อัลลี่ น.70 ,2-0 โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ น.74 , 3-0 เอริค ลาเมล่า น.75 เวลา: 22.30 น. สนาม: ไวท์ฮาร์ทเลน ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 (function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1&version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));FT - VIDEO(Premier League): Tottenham Hotspur 3-0 Manchester UnitedAll Goals [HD]Dele Alli 70'Toby Alderweireld 74'Erik Lamela 76'โพสต์โดย Football Goals & Highlights บน 10 เมษายน 2016 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส รองจ่าฝูงยังไม่ยอมให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงทิ้งระยะห่างไป เมื่อเปิดบ้านไล่ถล่ม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 โดยได้ทั้งสามประตู ในระยะเวลาห่างกันแค่ 5 นาที จาก เดเล่ อัลลี่ ,โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ และ เอริค ลาเมล่า ทำให้สเปอร์ส เก็บสามแต้มทำคะแนนตามหลังเลสเตอร์ 7 คะแนนเท่าเดิม โดยเหลือเกมส์ให้เล่นอีก 5 นัด ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน รายชื่อ ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส:ฮูโก้ โยริส(GK),ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดอไวเรลด์, แยน แฟร์ทองเกน, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, เอริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น,แฮร์รี่ เคน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา(GK), ธิโมธี โฟซู-เมนซ่าห์, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ,ไมเคิล คาร์ริค ,ฆวน มาต้า, เจสซี่ย์ ลินการ์ด, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, อองโตนี่ มาร์กซิยาล,มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : ปิดฉากสวยหรู!! ขุนค้อน ส่งท้ายรัง โบลีน กราวนด์ เชือด ผี นอนจมที่5
ขุนค้อน /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เดียฟรา ซาโก้ น.10, 1-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.51, 2-1 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.72, 2-2 มิคาอิล อันโตนิโอ น.76, 3-2 วินสตัน รีด น.80 เวลา : 2.30 น. สนาม : โบลีน กราวนด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559 "ขุนค้อน" เวสต์แฮม มีคิวเล่นในรังเหย้า โบลีน กราวนด์ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไปใช้สนาม โอลิมปิค สเตเดี้ยม ในฤดูกาลหน้า ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังต้องการ 3 แต้มเพื่อขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง ครึ่งแรกเปิดฉากมายังไม่ทันไรแฟนบอล "ขุนค้อน" ก็ได้เฮก่อนจากจังหวะ อารอน เครสส์เวลล์ เติมขึ้นมาเปิดเลียดๆให้กับ เดียฟรา ซาโก้ ซัดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบขา ดาลี่ย์ บลินด์ เข้าไปเสียบมุมเสาชนิดที่ ดาบิด เด เคอา พยายามพุ่งไปปัดสุดตัวก็ไม่สามารถป้องกันลูกนี้เอาไว้ได้ และช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายจังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบขาดพอทำให้จบ 45 นาทีแรกยังคงเป็น เวสต์แฮม ที่เป็นฝ่ายขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมาเพียงแค่ต้นเกม "ปีศาจแดง" ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ซัดจ่อๆหน้าปากประตู หลังจากนั้นเวลาเดินทางมาถึงนาที 72 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล คนเดิมใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดไปถึงสุดเส้นหลังก่อนจะตัดสินใจยิงมุมแคบด้วยซ้ายเข้าไปแบบสุดเฉียบขาดช่วยให้ทีมเป็นฝ่ายพลิกกลับมานำเป็น 2-1 ได้สำเร็จ หลังจากนั้น เวสต์แฮม ก็โหมบุกหนักจนกระทั่งมาได้ประตูตีเสมอจากลูกโขกเหน่งๆของ มิคาอิล อันโตนิโอ (นาที76) ถัดจากนั้นเพียงแค่ 4 นาที "ขุนค้อน" ก็มาได้ประตูชัย จุดเริ่มต้นมาจากลูกฟรีคิก ดิมิทรี่ ปาเยต์ บรรจงเปิดเข้ามาถึง วินสตัน รีด ที่โฉบมาโขก บอลแฉลบตัว ดาลี่ย์ บลินด์ เล็กน้อยก่อนที่ ดาบิด เด เคอา จะปัดไม่ออก บอลปลิ้นเข้าประตูไป ทำให้สุดท้ายเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสนุกสุดมันส์ที่สกอร์ 3-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : ดาร์เรน แรนดอล์ฟ(GK), มิคาอิล อันโตนิโอ, วินสตัน รีด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, มาร์ค โนเบิ้ล, ชีคฮู คูยาเต้, มานูเอล ลานซินี่, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เดียฟรา ซาโก้, แอนดี้ แคร์โรลล์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผลบอล : ขาดกระจุย!! กุน ถลุงแฮตทริกพาเรือใบกระซวกไส้ สิงห์บลู เบียดปืนขึ้นที่3
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 เชลซี 3-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.33, 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.54, 0-3 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.80 เวลา : 23.30 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ เป็นการดวลกันระหว่างแชมป์เก่า เชลซี มีคิวเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ "เรือใบสีฟ้า" จะเป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัย พร้อมกับ 3 แต้มสำคัญกลับบ้านไปในที่สุด ช่วงครึ่งแรกรูปเกมถือว่าสนุกสูสี ผลัดกันเปิดหน้าแรกหมัดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ทำให้ทุกอย่างต้องมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาด และเป็นทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ดีกว่าโดยเฉพาะ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่โชว์ความเป็นยอดดาวยิงตะบันด้วยขวาเน้นๆจากนอกกรอบในนาที 33 บอลพุ่งแรงผ่านมืออันยาวเหยียดของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยวัดกันที่ความเฉียบขาดของบรรดาเกมรุก เนื่องจากทั้งสองทีมเปิดฉากเดินหน้าบุกชนิดที่ไม่มีใครมาเน้นตั้งรับ ซึ่งความเด็ดขาดก็ยังเป็นของทาง "เรือใบสีฟ้า" เหมือนเดิม และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ เจ้าเก่าที่มาเหมาตุงที่ 2 จากจังหวะหลุดไปซัดเน้นๆด้วยขวา ช่วยให้สถานการณ์ของทีมผ่อนคลายลงไปค่อนข้างเยอะ ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯซิตี้ มาได้จุดโทษพร้อมกับใบแดงของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หลังจากไปเสียบ แฟร์นันดินโญ่ ลงไปนอนกองในกรอบเขตโทษ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ อาสากระหน่ำแฮตทริกช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บชัยในรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ไปอย่างขาดลอย 3-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, อับดุล บาบ้า ราห์มาน, จอห์น โอบี มิเกล, เชสก์ ฟาเบรกาส, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, วิลเลี่ยน, ดิเอโก้ คอสต้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโคลัส โอตาเมนดี้, อเล็คซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันดินโญ่, ซาเมียร์ นาสรี, เควิน เดอ บรอยน์, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : โดนทิ้ง 9 แต้ม! เรือ ฝืดทั้งทีมเจ๊าจืด นกขมิ้น ไม่การันตีท็อปโฟร์
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559 นอริช ซิตี้ 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : เวลา : 19.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำสัปดาห์ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ เปิดสนาม แคร์โรว์ โร้ด เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดจืดชืดชนิดไม่มีสกอร์ตลอด 90 นาที ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ของ "เรือใบสีฟ้า" มีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ถึง 9 คะแนน แถมยังนำห่างทีมอับดับ 5 เวสต์แฮม เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้, ไรอัน เบนเน็ต, รัสเซลล์ มาร์ติน, ทิมม์ โคลเซ่, มาร์ติน โอลส์สัน, นาธาน เร้ดมอนส์, แกรี่ โอนีล, โจนาธาน ฮาวสัน, แม็ตต์ จาร์วิส, เวส ฮูลาแฮน, แพทริค แบมฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี่ ซาญ่า, แว็งซองต์ ก็องปานี, นิโกลัส โอตาเมนดี้, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันโด, แฟร์นันดินโญ่, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, วิลเฟร็ด โบนี่, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : วาร์ดี้ โดนแดงเฉย!! จิ้งจอกสยาม หนังเหนียวไล่เจ๊า ขุนค้อน วินาทีสุดท้าย
ขุนค้อน /  คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมี่ วาร์ดี้ น.18, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ (จุดโทษ) น.84, 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ น.86, 2-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรกประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 เป็นการดวลกันของทีมจ่างฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิว เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยครึ่งแรกรูปเกมค่อนข้างสูสี และมาตัดสินกันที่ความเฉียบขาดของการจบสกอร์จากบรรดาแนวรุก ซึ่งก็เป็น "จิ้งจอกสยาม" ที่มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปกระหน่ำด้วยซ้ายเต็มข้อผ่านมือ อาเดรียน เข้าไปอย่างสวยงามตั้งแต่นาที 18 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำอะไรกันได้ โดยเฉพาะ เวสต์แฮม ที่มีโอกาสได้ประตูตีเสมอหลายครั้งเหมือนกัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนที่สกอร์ 1-0 ช่วงครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาที 56 เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ โดน อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ดึงล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มทำให้ต้องแจกใบเหลือง(ที่สอง)เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" เหลือนักเตะเพียงแค่ 10 ในสนาม ช่วงเวลาที่เหลือ เวสต์แฮม โหมบุกหนักเป็นพายุ แต่ประตูตีเสมอกว่าจะมาต้องรอไปถึงช่วงท้ายเกมนาที 84 จากจังหวะ เวส มอร์แกน ไปทำฟาวล์ วินสตัน รี้ด ในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง แอนดี้ แคร์โรลล์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ถัดจากนั้นแค่ 2 นาที "ขุนค้อน" กลับเป็นฝ่ายพลิกแซงจากจังหวะกดเต็มข้อของ อารอน เครสส์เวลล์ บอลผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำก่อนทดเวลาบาดเจ็บที่สกอร์ 2-1 ช่วงทดเจ็บ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไปเบียด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ คว่ำลงไปกองในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นการฟาวล์ สุดท้าย เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้จบเกม "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดดราม่าที่สกอร์ 2-2  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อาเดรียน(GK), วินสตัน รี้ด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคฮู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, เปโดร โอเบียง, มิคาอิล อันโตนิโอ, วิคเตอร์ โมเซส, ดิมิทรี่ ปาเยต์, เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้

ผลบอล : ในบ้านหายห่วง!! หงส์พลังหนุ่ม เปิดแอนฟิลด์ไล่อัด แตน สบายเท้า
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 ลิเวอร์พูล 2-0 วัตฟอร์ด ผู้ทำประตู : 1-0 โจ อัลเลน น.35, 2-0 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.76 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล จัดชุดผสมเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่เอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกทดสอบเกมรับ วัตฟอร์ด ได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบขาดพอ นาที 18 เป็นโอกาสลุ้นพังประตูอีกครั้งของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ต่อบอลกันค่อนข้างนาน และสุดท้ายมาจบลงที่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เติมมายิงไกลด้วยซ้ายข้างถนัด แต่ทิศทางบอลผิดเหลี่ยมลอยโด่งออกหลังไปค่อนข้างเยอะ นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้บุกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ วัตฟอร์ด ลงไปตั้งรับกันค่อนข่างลึกและรอสวนกลับจาก ดีนี่ย์ และอิกาโล่ GOAL! นาที 35 "หงส์แดง" มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะประสานงานกันของ คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกไปให้ โจ อัลเลน วิ่งสอดมาสไลด์ตัวยิงให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดย ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้รีบเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนหลังจากได้ประตูขึ้นนำ สุดท้ายจบ 45 นาที "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม เกมเดินทางครบหนึ่งชั่วโมง ถือว่า วัตฟอร์ด เริ่มได้ครองบอลมากขึ้น แต่จังหวะเดินเกมรุกยังถือว่าทำกันได้ไม่ค่อยแน่นอน และหาโอกาสลุ้นยิงประตูได้ค่อนข้างน้อย นาที 68 ทีมเยือนมีโอกาสทองได้ประตูตีเสมอ หลังมาได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อัลเมน อั๊บดี้ ยิงออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 76 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูผ่อนคลายความกดดันจากจังหวะของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้กดเต็มข้อด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงติดเซฟ เอเรลโญ่ โกเมส เล็กน้อยก่อนจะหลุดเข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็น "หงส์แดง" ที่สามารถเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกด้วยความสดใหม่ของนักเตะพลังหนุ่ม แต่สุดท้ายยังคงไร้ความเฉียบขาดทั้งที่น่าจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้า 3 แต้ม เหนือ วัตฟอร์ด ไปได้แบบสุดมันส์ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส เลว่า, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เชยี่ โอโย่, คริสติย็อง เบนเตเก้ วัตฟอร์ด : เอเรลโญ่ โกเมส(GK), เซบาสเตียน โพเดิ้ล, เคร็ก แคธคาร์ต, มิเกล บริตอส, อิเคชี่ อันย่า, อัลเมน อั๊บดี้, มาริโอ ซัวเรซ, เบ็น วัตสัน, โฆเซ่ ฆูราโด้, ทรอย ดีนี่ย์, โอเดียน อิกาโล่

ผลบอล : จืดสนิทมิตรสหาย! ปืนใหญ่ ลืมใส่กระสุนบุกเจ๊า แมวดำ รั้งที่4ต่ออีกวีค
ซันเดอร์แลนด์ /  ปืนใหญ่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ 0-0 อาร์เซนอล รายชื่อคนทำประตู : เวลา 20.05 น. สนาม : สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 ซันเดอร์แลนด์ ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นมีคิวเปิดสนาม สเตเดี้ยม อ็อฟ ไลท์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล โดยครึ่งเวลาแรก เป็นทาง "ปืนใหญ่" ทำผลงานได้ดีกว่าเจ้าถิ่นพอสมควร และมีจังหวะทำแฮนด์บอลแบบโจ่งแจ้งในกรอบเขตโทษด้วยกันทั้งสองทีม แต่ผู้ตัดสินก็ไม่เป่าให้เป็นจังหวะฟาวล์แต่อย่างใด ทำให้ผ่าน 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ครึ่งหลัง ซันเดอร์แลนด์ ปรับแผนมาสู้กับ อาร์เซนอล ได้ดีพอสมควร แถมยังเป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ปืนใหญ่" ได้หลายต่อหลายชุด และรูปเกมพลิกกลับมาเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่จังหวะปิดบัญชียังไร้ความเฉียบขาดจนกระทั่งเวลาเดินทางไปถึงช่วงท้ายเกม ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้ ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมแบ่งแต้มเจ๊ากันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่(GK), เดอังเดร เย็ดลิน, ลามีน โคเน่, ยูเนส คาบูล, พาทริค ฟาน อันโฮลท์, แยน เคิร์ชฮ็อฟฟ์, วาห์บี้ คาซรี่, ยานน์ เอ็มวิล่า, ลี แค็ตเทอร์โมล, ฟาบิโอ บอรินี่, เจอร์เมน เดโฟ อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล : ตุงเดียวจบ!! มาต้า ซัดชัยพา ผี บุกเชือด นกขมิ้น แต้มจี้เรือห่างคะแนนเดียว
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 นอริช ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า น.72 เวลา : 18.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง นอริช ซิตี้ เปิดสนาม แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยก่อนเกม "ปีศาจแดง" ได้รับข่าวร้ายเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ไปบาดเจ็บตอนวอร์มบริเวณเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่ง อันเดร์ เอร์เรร่า ลงมาทำหน้าที่แทน และดัน เวย์น รูนี่ย์ ขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า [เริ่มเกม] นาทีที่ 4 เจ้าบ้านหวิดจะได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่หัววัน จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ บรรจงเปิดเข้ามาให้ คาเมร่อน เจอโรม ขึ้นโขกเต็มศรีษะแต่บอลดันไปติดขา ดาบิด เด เคอา โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้แบบหวุดหวิด นาที 14 เริ่มเกมมายังไม่ทันไร "ปีศาจแดง" ก็มาได้รับข่าวอีกระลอกเมื่อ มัตเตโอ ดาเมี่ยน ไปได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล จำเป็นต้องส่งเจ้าหนู คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ลงมาเล่นแทน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก รูปเกมส่วนใหญ่เป็นการต่อบอลกันไปมา โดยหาโอกาสจบสกอร์ที่ใกล้เคียงจะเป็นประตูกันได้ค่อนข้างน้อย นาที 37 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นยิงฟรีหน้ากรอบเขตโทษ เมมฟิส เดปาย รับหน้าที่สังหาร แต่บอลไปชนกำแพงออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ก็คือต่างฝ่ายต่างครองบอลหาจังหวะเข้าทำ แต่พอบอลเริ่มเข้าโซนอันตรายก็มักจะพลาดกันง่ายๆ ทำให้จบ 45 นาที นอริช ซิตี้ ยังคงเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ที่สกอร์ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 66 นอริช เริ่มครองบอลเดินหน้าลุยได้เยี่ยม โดยมาได้โอกาสลุ้นพังตาข่าย "ปีศาจแดง" จาก แกรี่ โอนีล แต่จังหวะสับเต็มข้อด้วยขวาบอลดันไต่หลังเท้าปลิ้นออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 72 รูปเกมที่ดูเนือยๆชวนง่วงนอนของทั้งคู่ แต่สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะความผิดพลาดของ เซบาสเตียน บาสซง ก่อนบอลจะหลุดไปถึง เวย์น รูนี่ย์ เลี้ยงเข้าไปในเขตโทษ หลังจากนั้นจ่ายมาให้ ฆวน มาต้า ที่วิ่งสอยเข้ามายิงง่ายๆเข้าไปไม่มีพลาด นาที 85 มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง มีโอกาสพังตาข่ายให้ "ปีศาจแดง" ฝัง นอริช ห่างเป็นสองประตู แต่จังหวะจบสกอร์ยังไร้ความเฉียบขาดหลุดออกหลังไปชนิดไม่ได้ลุ้นทั้งที่ได้ยิงแบบไม่มีคนประกบ ช่วงท้ายเกม "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" พยายามเดินหน้ากดดันใส่แผงหลัง "ปีศาจแดง" แต่ยังคงไม่สามารถทำอันตรายเกมรับผู้มาเยือนได้มากพอ ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที เป็นทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถรักษาสกอร์นำพร้อมกับคว้า 3 แต้มสำคัญเหนือ นอริช ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต, รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, มาร์ติน โอลส์สัน, นาธาน เร้ดมอนด์, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, ร็อบบี้ เบรดี้, เวส ฮูลาแฮน, คาเมร่อน เจอโรม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, มัตเตโอ ดาเมี่ยน, ไมเคิล คาร์ริค, เจสเซ่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสเซ่ ลินการ์ด, เมมฟิส เดปาย, เวย์น รูนี่ย์

ผลบอล : เมอร์ซีย์ไซด์ระอุ!! หงส์แดง เดือดฝั่งเดียวไล่ยำ ทอฟฟี่10ตัว เละเทะคา แอนฟิลด์
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน /  ผลบอล / 

ผลบอล เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ วันพุธที่ 20 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 ดิว็อค โอริกี้ น.43, 2-0 มามาดู ซาโก้ น.45+2, 3-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.60, 4-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.76 เวลา : 2.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ คู่บิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันนี้ เป็นการโคจรมาพบกัยระหว่างสองสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 "หงส์แดง" มาพลาดโอกาสทองฝังเพชร 17 กะรัต อย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า หลุดเดี่ยวไปล่อเป้าเหน่งๆแต่ดันยิงไปติดเซฟ โฆเอล โรเบลส ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกไปแบบหวุดหวิด นาที 12 ทีมเยือนมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะสับไกลของ เควิน มิรัลลาส แต่ยังควบคุมทิศทางไม่ได้ ทำให้บอลลอยโด่งออกหลังไปเยอะพอสมควร ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่า เอฟเวอร์ตัน พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือแม้กระทั้งโอกาสจบสกอร์ ก็ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายถือว่ายังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 43 หลังจากโหมบุกหนักอยู่แทบจะฝ่ายเดียว "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเปิดโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ บอลมาถึง ดิว็อค โอริกี้ ที่ยืนรอโขกเหน่งๆส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีพลาด GOAL! นาที 45+2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้สำเร็จ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ อีกครั้งที่บรรจงตักบอลโด่งๆเข้ามาให้ มามาดู ซาโก้ ตั้งคอรอโขกระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้จบครึ่งแรก "หงส์แดง" เป็นฝ่ายออกนำในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ เหนือเพื่อบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตัน ที่สกอร์ 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แก้เกมด้วยการถอด แกเร็ธ แบร์รี่ ออกไปพักและส่ง มูฮัมเหม็ด เบซิช ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 50 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาจากจังหวะที่ รามิโร่ ฟูเนส โมรี่ โดนใบแดง หลังไปฟาวล์ชนิดรุนแรงใส่ ดิว็อค โอริกี้ จนทำให้ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยมบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สุดท้าย เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 60 และแล้วด้วยผู้เล่นที่เหลือน้อยกว่าของทาง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็ต้านทานเกมรุก ลิเวอร์พูล ไม่ไหว หลังมาโดนบวกเม็ดที่ 3 จากจังหวะ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปเลือกมุมยิงผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 76 เกมรุก "หงส์แดง" ที่บุกใส่แผงหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นพายุก็มาบวกประตูได้เพิ่ใ จากจังหวะยิงไกลสุดสวยและเป็นลูกเก่งของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างเพื่อบ้านไปไกลถึง 4-0 ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายเดินหน้ายำใหญ่ใส่แผงหลัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ฝั่งเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ โฆเอล โรเบลส ได้เพิ่มทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน ไปแบบขาดลอย 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK),นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้ เอฟเวอร์ตัน : โฆเอล โรเบลส(GK), ไบรอัน โอเวียโด้, จอห์น สโตนส์, รามิโร่ ฟูเนส โมรี่, เลย์ตัน เบนส์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เควิน มิรัลลาส, โรเมลู ลูกากู

ผลบอล : ลาก่อน วิลล่า!! แรชฟอร์ด ซัดโทนพาผีส่ง สิงห์ผงาด ตกชั้นสู่ แชมเปี้ยนชิพ
ปีศาจแดง /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 แอสตัน วิลล่า ผู้ทำประตู : 1-0 มาร์คัส แรชฟอร์ด น.32 เวลา : 21.00 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า ทีมบ๊วยของตารางคะแนนในปัจจุบัน [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก รูปเกมเป็นทางฝั่ง "ปีศาจแดง" ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลังผู้มาเยือนตั้งแต่ต้นเกม โดยมีโอกาสลุ้นประตูจากลูกฟรีคิกที่ เมมฟิส เดปาย โยนเข้ามาในกรอบเขตโทษให้กับ มาร์กอส โรโฮ โขกเปลี่ยนทาง แต่บอลผิดเหลี่ยมหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ยังคงเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เดินหน้าลุยแหลกเพื่อประตูขึ้นนำ แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ยังถือว่าทำกันได้ไม่เฉียบขาดพอ ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ทุกอย่างยังคงคล้ายเดิม คือ "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าเข้าทำใส่แผงหลัง แอสตัน วิลล่า โดยเฉพาะการได้ลูกเตะมุมอยู่ฝ่ายเดียวถึง 9 ครั้ง แต่ก็ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไปทำประตูแรกไม่ได้ GOAL! นาที 32 และแล้วความพยายามของ ยูไนเต็ด ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะเติมขึ้นสูงของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก่อนที่จะบรรจงเปิดเลียดพื้นเข้ากลางให้กับเจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดด้วยขวาเน้นๆเข้าไปไม่มีพลาด ท้ายครึ่งแรก "ปีศาจแดง" หวิดจะโดนประตูตีเสมอจากจังหวะ จอร์แดน อายิว ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดไปซัดเน้นๆในกรอบเขตโทษ โชคร้ายที่บอลติดบล็อค ก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกมาได้ทันควัน ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงขึ้นนำ แอสตัน วิลล่า อยู่ที่ 1-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 60 แม้ว่า "สิงห์ผงาด" จะเป็นฝ่ายโดนนำ และต้องการชัยชนะเพื่อความอยู่รอดในเกมนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็ยังปล่อยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลอยู่แทบจะฝั่งเดียว พร้อมกับเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องจนหวิดได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้งหลายครา นาที 79 เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูตอกฝาโลง จากการเล่นลูกสูตรเตะมุมเข้ามาเสาแรก ก่อนที่ ฆวน มาต้า จะซัดตามน้ำแต่บอลไม่ตรงกรอบ และเพื่อนก็ตามมาซ้ำไม่ทัน นาที 84 แอสตัน วิลล่า มาพลาดได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะ รูดี้ เกสเตเด้ วอลเลย์เต็มข้อจากลูกเปิดเตะมุม บอลพุ่งไปชนเสาชนิดที่ ดาบิด เด เคอา ทำได้แค่ใช้สายตาป้องกันแล้วเท่านั้น นาที 85 เป็นอีกครั้งที่ "สิงห์ผงาด" พลาดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ได้ลูกเตะมุมอีกครั้ง คราวนี้ คีแรน คลาร์ก ขึ้นโขกเต็มศรีษะ แต่โดน เด เคอา พุ่งเซฟเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยิงประตูกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บ 3 แต้มต่อหน้าแฟนบอลในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมกับส่ง แอสตัน วิลล่า ลงไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในซีซั่นหน้าอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, ฆวน มาต้า, เมมฟิส เดปาย, เวย์น รูนีย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โจเลออน เลสค็อตต์, คีแรน คลาร์ก, อาลี ซิสโซโก้, แอชลีย์ เวสต์วูด, ไอดริสซ่า กูเอเย่, คีแรน ริชาร์ดสัน, เลอันโดร บากูน่า, สก็อตต์ ซินแคลร์, จอร์แดน อายิว

ผลบอล : จิ้งจอก รอรับแชมป์!! ไก่เดือยทอง หัวทิ่มบ่อเปิดรังเจ๊า มวยโลก ตามเลสเตอร์7แต้ม
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 สเปอร์ 1-1 เวสต์บรอมวิช ผู้ทำประตู : 1-0 เคร็ก ดอว์สัน (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.33, 1-1 เคร็ก ดอว์สัน น.73 เวลา : 2.00 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ รองจ่าฝูงอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีคิวเปิดสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช ก่อนที่จะเจ๊ากันไปแบบสุดมันส์ 1-1 ทำให้ตอนนี้ "ไก่เดือยทอง" มีแต้มตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 คะแนน เท่ากับว่าโปรแกรมที่เหลืออยู่ 3 นัด หาก "จิ้งจอกสยาม" ชนะได้เพียงแค่เกมเดียว(ขอ3แต้ม)จะเป็นแชมป์ฤดูกาลนี้ในทันที ครึ่งแรก ช่วงต้นเกมเป็นทางฝั่ง "ไก่เดือยทอง" ที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนๆด้วยการเดินหน้าพับสนามบุกใส่แผงหลัง เวสต์บรอมวิช ชนิดแทบไม่ให้พักหายใจ และก็มีโอกาสได้ประตูอยู่หลายครั้งแต่ก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา จนกระทั่งเวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 33 เจ้าบ้านก็มาได้ประตูออกนำ จากจังหวะเปิดเตะมุมของ คริสเตียน อีริคเซ่น บรรจงปั่นเข้ามาบอลไปโดน เคร็ก ดอว์สัน ที่เบียดกันกับ แยน แฟร์ต็องเก้น เข้าประตูตัวเองไปอย่างง่ายดาย พร้อมกันจบ 45 นาทีแรกด้วยการขึ้นนำของ สเปอร์ ที่สกอร์ 1-0 ครึ่งหลัง ดูเหมือนว่า "ไก่เดือยทอง" จะผ่อนเกมลงไปเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่ 1 ประตู โดยปล่อยให้ "มวยโลก" มีโอกาสเปิดฉากบุกเพื่อลุ้นประตูตีเสมอ และก็มาทำได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม(นาที73)เปิดเข้ามาถึง เคร็ก ดอว์สัน เทคตัวขึ้นโขกส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แก้ตัวจากที่ทำเข้าประตูตัวเองในครึ่งแรกได้สำเร็จ ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นทีมเยือนที่แม้ว่าจะไม่มีลุ้นอะไรแล้วในฤดูกาลนี้ แต่รูปเกมกลับดูเหนือกว่าเล็กๆ ทำให้จบ 90 นาที สเปอร์ เสมอกับ เวสต์บรอมวิช ในรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ไปด้วยสกอร์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี้ อัลเดร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, มุสซ่า เด็มเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน เวสต์บรอมวิช : โบอาส มายฮิลล์(GK), เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, โยนาส โอล์สสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เจมส์ แม็คคลีน, สเตฟาน เซสเซอย็อง, ซาโลมอน รอนดอน

ผลบอล : ลุ้นแชมป์กันมันส์!! เฮอร์ริเคน รัวสองตุงพาไก่ไล่อัดวิลล่า บี้จิ้งจอกเหลือ2แต้ม
ผลบอล /  วิลล่า ปาร์ค / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 แอสตัน วิลล่า 0-2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผู้ทำประตู : 0-1 แฮร์รี่ เคน น.45, 0-2 แฮร์รี่ เคน น.48 เวลา : 23.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เป็นการโคจรมาพบกันของ แอสตัน วิลล่า เปิดสนาม วิลล่า ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง สเปอร์ โดยรูปเกมก็เป็นไปตามคาด "ไก่เดือยทอง" มีทีเด็ดทีขาดมากกว่า โดยมาได้สองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลังจาก แฮร์รี่ เคน ช่วยให้ทีมปิดบัญชี "สิงห์ผงาด" พร้อมกับเก้บสามแต้มไปฝากแฟนบอลได้ตามคาด แถมตอนนี้คะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่แข่งมากกว่า 1 เกม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน(GK), อลัน ฮัตตัน, โยเรส โอโกเร่, โจเลออน เลสค็อตต์, อาลี ซิสโซโก้, ฌอร์ด็อง เวเรตูต์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, การ์เลส กิล, รูดี้ เกสเตเด้, จอร์แดน อายิว สเปอร์ : อูโก้ โยริส(GK), ไคล์ วอลเกอร์, โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, เควิน วิมเมอร์, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, มุสซ่า เดมเบเล่, อีริค ลาเมล่า, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, แฮร์รี่ เคน

พี่เป็ดฟันธง! :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลVSนิวคาสเซิล
นิวคาสเซิล /  พรีเมียร์ลีก / 

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล - นิวคาสเซิล สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH Stadium 2 ก่อนลงสนาม คาดกันว่าเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดงคงจะเกณฑ์แข้งสำรองลงสนามเกือบทั้งหมดเพื่อพักแข้งหลักไว้บุกไป บียาร์เรอัล ในเกม ยูโรปาลีก รอบตัดเชือกที่รออยู่ในสัปดาห์หน้า ขณะที่สถานการณ์ในลีกตอนนี้คงจะไม่มีอะไรให้น่าลุ้นมากนักเพราะเหลืออีกห้าเกมสุดท้ายหงส์มีคะแนนห่างจากโซนท็อปโฟร์เจ็ดคะแนนและยังมีคู่แข่งแย่งพื้นที่อีกเพียบ เป้าหมายหลักของพวกเขาน่าจะอยู่ที่การคว้าแชมป์ยูโรปาลีกเพื่อเบิกโควต้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้ นัดนี้ลิเวอร์พูล จะไม่มี ดิวอค์ก โอริกี ที่เจ็บข้อเท้ามาในเกมนัดล่าสุด ส่วน มาร์ติน สเคอร์เทล เจ็บขาหนีบต้องรอเช็คอาการ ด้าน คริสติย็อง เบนเตเก้ เจ็บเข่ายังไม่พร้อมลงสนามเช่นเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, โจ โกเมซ, จอร์แดน รอสซิเตอร์, แดนนี่ อิงส์ ที่เจ็บมาก่อนหน้านี้ เกมนี้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น่าจะมีโอกาสได้ยืนหน้าเป้า ส่วน เควิน สจ๊วร์ต, แดนนี่ วอร์ด, แบรด สมิธ, คอนนอร์ แรนแดลล์, เชยี่ โอโจ, โจ อัลเลน และ จอร์แดน ไอบ์ น่าจะได้ลงสนามทั้งหมด ด้าน ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้เคยพาทีมหงส์แดงผงาดเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งหลังตัดสินใจย้ายมาร่วมหัวจมท้ายกับสาลิกาดงด้วยความหวังว่าจะช่วยพาทีมหนีตกชั้นให้ได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะนิวคาสเซิลจมอยู่ท้ายตารางในตำแหน่งรองบ๊วยมีแต้มห่างโซนตกชั้นสองคะแนน ทำให้เกมนี้ราฟาต้องการมีแต้มเป็นอย่างยิ่ง นิวคาสเซิลจะไม่มี ดารีล ยานมัตต์ ที่เจ็บขาหนีบทำให้ เวอร์น่อน อานิต้า จะได้ลงตัวจริงต่อไป ส่วนกัปตันทีม ฟาบิโอ โคลอชชินี่ ก็เจ็บขาหนีบเช่นกันแต่น่าจะได้ เควิน เอ็มแบมบา ที่หายเจ็บทันกลับมายืนแดนหลังแทน พี่เป็ดฟันธง - เจอร์เกน คล็อปป์ พา "หงส์แดง" สอยตาข่ายคู่แข่งจนต้องคลานเข่ามาร้องขอชีวิตให้สาวก "เดอะค็อป" แหกปากลั่น แอนฟิลด์ มา4เม็ดเหนาะๆ จาก3เกมหลังสุดในบ้าน วันนี้ต้องรับมือกับ ป๋าราฟา ที่กลับมาเยือนบ้านเก่าในฐานะผู้ต้องการความอยู่รอด แต่ดูทรง JK คงโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง(เพราะมีเกม ยูโรป้า กลางสัปดาห์รออยู่) เพราะงั้นคืนนี้น่าจะเป็น "ศึกสัตว์ปีก" ที่กระซวกไส้กันไม่ขาด และสุดท้ายเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายดีดนิ้วซิว 3 คะแนน ทำแต้มไล่บี้ผีเหลือ 2 แต้มชัวร์ป๊าบ!! - พี่เป็ดสุดหล่อ ฟันธง หงส์ สอย ราฟา สกอร์คนกันเอง 2-0, 3-1 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล - วอร์ด, สมิธ, โคโล่ ตูเร่, ลูคัส เลว่า, แรนแดลล์, อัลเลน, สจ๊วร์ต, โอโจ, ฟีร์มิโน่, ไอบ์, สเตอร์ริดจ นิวคาสเซิล - ดาร์โลว์ , ดัมเม็ตต์, เอ็มเบมบ้า, อนิต้า , ลาสเซลเลส, ทาวน์เซนด์, โคลแบ็ค ,อาโยเซ่ เปเรซ , ติโอเต้, มุสซ่า ซิสโซโก้ , ปาปิสส์ ซิสเซ่ ผลงานที่เคยพบกัน 5 นัดล่าสุด -06/12/2015 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ลิเวอร์พูล -14/04/2015 ลิเวอร์พูล 2-0 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -01/11/2014 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล -11/05/2014 ลิเวอร์พูล 2-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -19/10/2013 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล ผลงาน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล -19/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน -17/04/2016 บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล -14/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ -10/04/2016 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ -07/04/2016 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-1 ลิเวอร์พูล นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -20/04/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -16/04/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-0 สวอนซี ซิตี้ -09/04/2016 เซาธ์แธมป์ตัน 3-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -02/04/2016 นอริช ซิตี้ 3-2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด -20/03/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 ซันเดอร์แลนด์

ผลบอล : ยังไม่ได้แชมป์! จิ้งจอกสยาม10ตัว บุกแชร์แต้ม ผี พรุ่งนี้ต้องลุ้นแช่ง ไก่
จิ้งจอกสยาม /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล น.8, 1-1 เวส มอร์แกน น.17 เวลา : 20.05 น. สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยความสำคัญของเกมนี้คือถ้าหาก "จิ้งจอกสยาม" เก็บชัยได้จะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครองทันที [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้บุกขึ้นไปลุ้นประตูได้เลย GOAL! นาทีที่ 8 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะซัดจ่อๆของ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" มาทวงประตูตีเสมอได้แบบทันควันจากจังหวะฟรีคิก เปิดเข้ามาถึง เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมขึ้นโขกแบบโถมทั้งตัวส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายช่วงให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง นาที 23 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะหน้ากรอบเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปติดบล็อคก่อนจะถูกเคลียทิ้งออกไปในที่สุด ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย และ "จิ้งจอกสยาม" ก็พร้อมสวนกลับทุกเมื่อที่ตัดบอลได้เช่นกัน ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมกลับมาคู่คี่สูสีหลังจาก เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกม และเดินหน้าลุยใส่แผงหลัง ยูไนเต็ด ได้น่ากลัว แถมยังหวิดจะได้ประตูพลิกแซงอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวลาเดินทางมาถึงนาที 45 ก็ยังไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก "ปีศาจแดง" ยังคงเจ๊า "จิ้งจอกสยาม" อยู่ที่ 1-1 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 เป็นอีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" เกือบจะพลาดท่าให้กับลูกตั้งเตะ หลังจาก เลสเตอร์ ได้เตะมุม และ เลโอนาร์โด้ อูยัว เทคตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ดันควบคุมทิศทางบอลไม่อยู่ทำให้โด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองและผ่านบอลไปมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เลสเตอร์ อยู่นานพอสมควร แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 70 "จิ้งจอกสยาม" มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของ ริย้าด มาห์เรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 คนหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อ บอลตรงกรอบแต่ไม่ห่างตัว ดาบิด เด เคอา ทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด นาที 86 อีกหนึ่งจังหวะสำคัญของเกมเมื่อ ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์ ไปดึงฟาวล์ เมมฟิส เดปาย บริเวณเกือบจะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ เลสเตอร์ ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน ช่วงเวลาที่เหลือ "ปีศาจแดง" เดินหน้าโหมบุกเป็นพายุ แต่ท้ายที่สุดก็ยังฝ่ากำแพงแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" ไปไม่ได้ สุดท้ายจบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 1-1  โดยคืนพรุ่งนี้ นัดมันเดย์ไนท์ ถ้าหาก สเปอร์ บุกไปแพ้ หรือเสมอ เชลซี เท่ากับว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ในทันที เนื่องจากระยะห่างของคะแนนจะไล่กันไม่ทัน แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอยู่แีก 2 นัดก็ตาม (ปัจจุบัน เลสเตอร์ นำ สเปอร์ 8 แต้ม แข่งมากกว่า 1 นัด) รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริย้าด มาห์เรซ, ดาเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เจฟฟรี้ ชลุ๊ปป์, ชินจิ โอกาซากิ, เลโอนาร์โด้ อูยัว

ผลบอล : สามแต้มชิลล์ๆ! หงส์ชุดผสมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบหม้อขาดกระจุย
ช่างปั้นหม้อ /  ผลบอล / 

รายงานสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.8, 1-1 โบยาน เกร์กิช น.22, 2-1 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.32, 3-1 ดิว็อค โอริกี้ น.50, 4-1 ดิว็อค โอริกี้ น.65 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ จัดชุดผสมลงเล่นหลายต่อหลายคน ส่วนหนึ่งน่าจะเก็บตัวไว้รอดวลแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรป้า ลีก เลกสอง ช่วงกลางสัปดาห์นี้ [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่า ลิเวอร์พูล เล่นบีบเพรสซิ่งเร็วตามถนัด และพยายามเดินหน้าบุกทดสอบแผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร GOAL! นาทีที่ 8 "หงส์แดง" มาได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็ว เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเลียดพื้นมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงมุ่งหน้าไปสัมผัสก้นตาข่ายชนิดที่สะใจสาวก "เดอะค็อป" ทั้วทั้งสนาม แอนฟิลด์ ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ สโต๊ค โดนยิงประตูขึ้นนำ ก็ปรับแผนมาเล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการโยนโด่งให้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่อย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์ ขึ้นโขก แต่ก็ยังทำอันตรายแผงหลัง "หงส์แดง" ไม่ได้ GOAL! นาที 22 และแล้ว "ช่างปั้นหม้อ" ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาถึง โบยาน เกร์กิช วิ่งโฉบมาโขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเท่ากันอีกครั้ง GOAL! นาที 32 ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ต้องชื่นชมเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอก เซอร์ดาน ชากิรี่ จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะบรรจงเปิดมาให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเหน่งๆระยะเผาขนเข้าไปไม่พลาด นาที 39 แผงหลัง "หงส์แดง" เกือบเสียท่าให้กับลูกฟรีคิกของ สโต๊ค อีกครั้ง คราวนี้เป็นทาง ไรอัน ชอว์ครอสส์ ได้ขึ้นมาโขก แต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ทำให้บังคับทิศทางบอลไม่ได้ สุดท้ายเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วงท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนพยายามบุกกดดันเกมรับ ลิเวอร์พูล เพื่อทวงประตูตีเสมออีกครั้ง แต่แผงหลัง "หงส์แดง" ยังถือว่ายืนคุมโซน และไล่เพรสซิ่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายนำ สโต๊ค อยู่ที่ 2-1 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอดเจ้าหนู เซยี่ โอโจ้ ออกไปพักและส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 50 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูทิ้งห่าง สโต๊ค เป็น 3-1 และเป็นทาง ดิว็อค โอริกี้ ที่เพิ่งลงมาใหม่ได้โขกเหน่งๆจากการเปิดเข้ามาของ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านมาถึงนาที 60 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลโดยการเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง "ช่างปั้นหม้อ" แถมยังหวิดจะบวกสกอร์เพิ่มได้หลายต่อหลายครั้ง GOAL! นาที 65 "หงส์แดง" มากดเม็ดที่สี่ จากความสามารถเฉพาะตัวของ ดิว็อค โอริกี้ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนจะปั่นโค้งๆบอลพุ่งไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ครองบอลพร้อมกับค่อยๆบุกใส่เกมรับ "ช่างปั้นหม้อ" เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งเกมอะไรมากนัก เนื่องจากสกอร์ที่นำค่อนข้างห่าง ทำให้สุดท้ายเวลาเดินทางมาครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เควิน สจ๊วร์ต, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, เซยี่ โอโจ้, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สโต๊ค ซิตี้ : ยาค็อบ เฮาการ์ด(GK), ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ฌิลแบร์ อิมบูล่า, เจฟฟ์ คาเมร่อน, เซอร์ดาน ชากิรี่, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกร์กิช, ปีเตอร์ เคร้าช์