CTH

ซัดกันระเบิดเถิดเทิง!! หงส์แดง พลิกนรกแซง นกขมิ้น ทดเจ็บนาทีสุดท้าย 5-4
นอริช ซิตี้ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559 นอริช ซิตี้ 4-5 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 0-1 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.18, 1-1 ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ น.28, 2-1 สตีเว่น เนย์สมิธ น.41, 3-1 เวสลีย์ ฮูลาแฮน(จุดโทษ) น.54, 3-2 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.55, 3-3 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ น.63, 3-4 เจมส์ มิลเนอร์ น.75, 4-4 เซบาสเตียน บาสซง น.90+2, 4-5 อดัม ลัลลาน่า น.90+5 เวลา : 19.45 น. สนาม : แคร์โรว์ โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดสนามประจำวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559 นอริช ซิตี้(อันดับ 16 ของตาราง) มีคิวเปิดรัง แคร์โรว์ โร้ด ต้อนรับการมาเยือนของทีมดันอับ 9 ของตาราง อย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ กลับมาใช้ขุมกำลังชุดหลักหลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งจัดดาวรุ่งเต็มทีมลงไปทำศึก ลีก คัพ ในนัดที่ผ่านมา [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าทั้งสองทีมไล่บีบกดดันกันเร็วตั้งแต่เริ่มเสียงสัญญาณนกหวีด และเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่เดินหน้าครองเกมได้ดีกว่า "หงส์แดง" พอสมควร GOAL! นาที 18 โอกาสนานๆจะได้บุกมาทีของ ลิเวอร์พูล แต่ก็มีประสิทธิภาพไม่น้อย ต้องชมตั้งแต่จังหวะจ่ายของ เจมส์ มิลเนอร์ ไหลมาให้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยิงแฉลบเข้าเสาสองให้ "หงส์แดง" บุกมานำไปได้ก่อน 1-0 นาที 21 ลิเวอร์พูล เกือบมาได้ประตูที่สองจากจังหวะ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ จ่ายทะลุช่องมาให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดนกองหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" วิ่งตามมาเสียบออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด นาที 25 โอกาสจะแจ้งอีกครั้งของผู้มาเยือน มาจากจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ โดยเล่นลูกสูตรไหลมาให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กระหน่ำด้วยซ้าย แต่บอลออกหลังไซส์ก้อยหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 28 เจ้าบ้านมาตามตีเสมอได้ทันควัน จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุมขลุกคลิกกันไปมา ก่อนที่สุดท้ายบอลจะออกมาหน้ากรอบเขตโทษ และ เกรแฮม ดอร์แรนส์ โขกยัดมาให้ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ ตอกส้นเข้าไปอย่างเหนือชั้นให้ นอริช ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จเป็น 1-1 นาที 40 หลังจากที่เจ้าถิ่นได้ประตูตีเสมอ ก็เดินหน้าเปิดตำรารุกใส่แผงหลัง "หงส์แดง" จนหวิดได้ประตูอยู่หลายครั้งโดยเฉพาะลูกเปิดเตะมุม GOAL! นาที 41 และแล้วคนที่ คล็อปป์ เตือนลูกทีมว่าให้ควรระวังก็มาแผลงฤทธิ์ได้สำเร็จ โดยเป็นจังหวะของ สตีเว่น เนย์สมิธ วิ่งตัดหลังหลุดมายิงผ่านเซฟของ ซิมง มินโญเลต์ บอลพุ่งไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสุดเฉียบขาด จบครึ่งแรก! นอริช พลิกแซง ลิเวอร์พูล ช่วงท้ายครึ่งแรกได้เป็น 2-1 ต้องมาดูกันว่าช่วงเวลาที่เหลือ เจอร์เกน คล็อปป์ จะปรับหมากมารับมือกับสถานการณ์เป็นรองยังไง [ครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 54 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ไปอัดฟาลด์หนักๆใส่ สตีเว่น เนย์สมิธ ถึงสองครั้งสองครา ก่อนที่ผู้ตัดสินจะชี้ให้เป็นจุดโทษ และเวสลีย์ ฮูลาแฮน กดด้วยซ้ายเข้าไปไม่พลาด GOAL! นาที 55 ถัดจากนั้นมาแค่นาทีเดียว "หงส์แดง" ได้ประตูจุดประกายความหวังจากมิดฟิลด์กัปตันทีม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขึ้นไปยิงโล่งๆด้วยขวาผ่านมือ ดีแคลน รัดด์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 70 โมเมนตั้มเกมตอนนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นของทางฝั่ง ลิเวอร์พูล หลังจากที่เดินหน้าบุกแหลก แถมยังเกือบได้ประตูขึ้นนำอยู่หลายครั้ง GOAL! และแล้วความพยายามของ ลิเวอร์พูล ก็มาประสบความสำเร็จเอาในนาที 75 จากความขยันที่มาพร้อมกับความผิดพลาดของ รัสเซลล์ มาร์ติน ที่จ่ายบอลคืนหลังสั้นเกินไปกลายเป็นหลุดเดี่ยวให้กับ มิลเนอร์ หลุดไปเลือกมุมยิงเหน่งๆให้ "หงส์แดง" พลิกแซงได้อีกครั้งเป็น 4-3 ผ่านมาถึงนาที 90 ผู้ตัดสินที่ 4 ตกป้ายทดเวลาบาดเจ็บนานถึง 5 นาที GOAL! นาที 90+2 ดราม่าบังเกิด!! เมื่อปราการหลังอย่าง เซบาสเตียน บาสซง ฉวยโอกาสจากลูกฟรีคิกโยนมาจากแดนตัวเอง กระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อชนิดที่ มินโญเลต์ หมดปัญญาเซฟ GOAL! นาที 90+5 อะไรจะดราม่าปานนั้น!! เมื่อ อดัม ลัลลาน่า ปีกที่ลงมาเป็นตัวสำรองสวมบทวูปเปอร์ซับเตัวจริง หลังมีโอกาสยิงบอลกดลงพื้นทำให้ยากต่อการที่ประตูอย่าง ดีแคลน รัดด์ จะสามารถเซฟไว้ได้ ทำให้สุดท้านเป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่บุกมาเอาชนะ นอริช ซิตี้ เก็บ 3 แต้มกลับบ้านไปได้อย่างสุดหืดจับ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นอริช ซิตี้ : ดีแคลน รัดด์(GK), ไอโว ปินโต้, รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, ร๊อบบี้ เบรดี้, เวสลีย์ ฮูลาแฮน, เกรแฮม ดอร์แรนส์, จอนนี่ ฮาวสัน, นาธาน เร้ดม่อนด์, สตีเว่น เนย์สมิธ, ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล่ ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

ผลบอล : เละกว่านี้มีอีกไหม? นักบุญเปิดโบสถ์สวดปืนกระบอกแตก กลับบ้านหมดสภาพ
นักบุญ /  บ็อกซิ่งเดย์ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เซาแธมป์ตัน 4-0 อาร์เซนอล ผู้ทำประตู : 1-0 คูโค่ มาร์ติน่า น.19, 2-0 เชน ลอง น.55, 3-0 โชเซ่ ฟอนเต้ น.69, 4-0 เชน ลอง น.90+2 เวลา : 2.45 น. สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โปรแกรมนัด บ็อกซิ่งเดย์ คู่สุดท้ายประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2558 โดยเป็นการเจอกันระหว่าง เซาแธมป์ตัน ได้เปิดรัง เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ก่อนที่กองทัพ "นักบุญแดนใต้" จะเป็นฝ่ายเก็บชัยไปอย่างท่วมท้นที่สกอร์ 4-0 โดยรูปเกมในครึ่งแรกถือว่าทั้งคู่สู้กันได้อย่างสูสี แต่เมื่อเวลาเดินทางมาถึงนาที 19 "ปืนใหญ่" กลับชะตาขาด หลังมาโดนลูกยิงปลิดชีพสุดสวยของ คูโค่ มาร์ติน่า แบ็คขวาตัวอะไหล่ที่เพิ่งได้ประเดิมสนามในฐานะตัวจริงเป็นครั้งแรก ยิงให้ "นักบุญ" ขึ้นนำไปก่อน 1-0 พร้อมกับจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้ ซึ่งรูปเกมทางฝั่งเจ้าบ้านก็ดูไม่ได้เป็นรองซะด้วย เริ่มครึ่งหลัง ยังคงเป็นทางเจ้าถิ่นที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ กล้าเปิดหน้าโจมตีแลกกันกับ อาร์เซนอล อย่างสนุก แถมความเด็ดทีขาดยังมาเป็นของ เซาแธมป์ตัน ที่มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จากจังหวะ ซาดิโอ มาเน่ จ่ายถวายพานให้กับ เชน ลอง ซัดจ่อๆเข้าไปไม่พลาด หลังจากนั้นประตูของ "นักบุญ" ก็ไหลเป็นสายน้ำ โดยมาได้เพิ่มอีก 2 ตุงจากลูกโขกของ โชเซ่ ฟอนเต้ และปิดท้ายด้วย เชน ลอง มาเบิ้ลประตูที่สองให้ตัวเองในช่วงทดเจ็บส่งผลให้ เซาแธมป์ตัน ซิวชัยเหนือกองทัพ "ปืนใหญ่" ด้วยสกอร์มโหฬารถึง 4-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เซาแธมป์ตัน : มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก, คูโค่ มาร์ติน่า, โชเซ่ ฟอนเต้, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ยอร์ดี้ คลาซี่, วิคเตอร์ วานยาม่า, สตีเว่น เดวิส, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, ซาดิโอ มาเน่, เชน ลอง อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก, เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ คอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, มาติเยอ ฟลามินี่, อารอน แรมซี่ย์, เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์, เมซุต โอซิล, ธีโอ วัลค็อตต์, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลบอล : บัลลังก์สะเทือน!! เรือขนทัพบุกโดนหม้อทุบเสีย 3 แต้มไปแบบเอกฉันท์
ช่างปั้นหม้อ /  บริทานเนีย สเตเดี้ยม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558 สโต๊ค 2-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.7, 2-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.15 เวลา : 19.45 น. สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เปิดหัวประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2558 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของตารางได้เปรียบเพียงแต่ลูกได้เสียต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีแต้มเท่ากัน 29 คะแนน โดย "เรือใบสีฟ้า" มีคิวบุกไปเยือนรัง บริทานเนีย สเตเดี้ยม ของ สโต๊ค ซิตี้ ต้องมาดูกันว่า มานูเอล เปเยกรินี่ จะสามารถพาลูกทีมเก็บชัยขึ้นนำเป็นจ่าฝูงต่ออีกสัปดาห์ได้หรือเปล่า [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางฝั่งผู้มาเยือนที่เอาบอลมาครองและต่อบอลกันในแดนของ สโต๊ค ได้มากว่า โดยทางเจ้าบ้านอาศัยจังหวะสวนกลับจากบรรดาเกมรุกตั๊วจี๊ดที่คอยโอกาสเผาเครื่องแผงหลัง "เรือใบสีฟ้า" อยู่ตลอดเวลา GOAL! นาทีที่ 7 และแล้วการวางหมากของ มาร์ค ฮิวจ์ ก็ประสบความสำเร็จ จากความสามารถเฉพาะตัวของ เซอร์ดาน ชากิรี่ หลบผู้เล่น ซิตี้ ถึง 2 คนก่อนจะเปิดเข้ากลางถวายพานมาให้ มาร์โก อาร์เนาโตวิช เข้าชาร์จเหน่งๆบอลสวนตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปไม่มีพลาด นาที 14 "เรือใบสีฟ้า" หวิดได้ประตูตีเสมอจากจังหวะ เควิน เดอ บรอยน์ แตะหลบ ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์ อย่างเหนือชั้น ก่อนจะได้ซัดเต็มๆ แต่ไปติดเซฟ แจ็ค บัตแลนด์ ทุบบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด GOAL! นาที 15 เกมรับที่ล่าช้าของ "เรือใบสีฟ้า" โดนจรวดทางเลียบอย่าง มาร์โก อาร์เนาโตวิช คนทำประตูแรกหลุดไปซัดเหน่งๆบอลผ่านตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปกองที่ก้นตาข่ายแบบสะใจแฟนๆ "ช่างปั้นหม้อ" ที่เข้ามาเชียร์ในสนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม อย่างหนาตา เกมผ่านมาถึงนาที 30 ถึงตรงนี้ต้อบอกว่าเจ้าถิ่นยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ กล้าเปิดเกมรุกแลกใส่จ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนิดไม่เป็นลอง แถมยังมีโอกาสได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งเหมือนกัน นาที 37 มาร์โก อาร์เนาโตวิช เกือบสร้างความหนักใจให้แนวรับ ซิตี้ ได้อีกครั้ง หลังจากได้ยืนโขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษ โชคร้ายที่น้ำหนักขาดไปนิดเดียวบอลเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังชนิดที่ โจ ฮาร์ท ขาตายไปแล้ว นาที 43 กลายเป็น สโต๊ค ที่เป็นต่อ แมนฯ ซิตี้ ด้วยจำนวนสกอร์ยังไม่พอ แถมรูปเกมยังดูเหนือกว่าชัดเจนเมื่อ เซอร์ดาน ชากิรี่ ไหลทะลุช่องไปให้ มาร์โก อาร์เนาโตวิช หลุดเข้าไปลุ้นแฮตทริกกับ โจ ฮาร์ท แต่ดันซัดไปชนเสา ก่อนที่บอลจะกระดอนกลับมาหา โจ ฮาร์ท ตามมารับไว้ได้แบบหวุดหวิด [จบครึ่งแรก] ถือว่า สโต๊ค ซิตี้ วางหมากมาได้น่าเซอร์ไพร์เพราะสู้กับเต็งแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แบบไม่เป็นรองแถมยังมีโอกาสลุ้นเม็ดที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายคราอีกด้วย ต้องมาดูว่าช่วงเวลาที่เหลือ มานูเอล เอเยกรินี่ จะปรับหมากมารับมือกับ "ช่างปั้นหม้อ" ที่กำลังคึกเป็นม้าในเวลานี้ยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทังสองทีม ผ่านมาถึงนาที 62 มานูเอล เปเยกรินี่ เทหน้าตัก แก้เกมด้วยการทะยอยส่งสำรองลงมาจบครบ 3 คนแต่หัววัน แต่ดูแล้วรูปเกมยังคงไม่กระเตื้อง แถมยังหวิดจะโดนประตูที่ 3 อยู่บ่อยครั้งเหมือนเดิม ผ่านมาถึงนาที 75 บรรดาเกมรุก "เรือใบสีฟ้า" พยายามกัดฟันเดินหน้าทวงประตูคืนอย่างน้อยๆ 1 ตุงก็ยังดี ทว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถฝ่าด่านกำแพงแนวรับของ "ช่างปั้นหม้อ" ที่วันนี้มารับเหนียวเป็นพิเศษไปได้ 10 นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านรับพลังงานจากเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่ บริทานเนีย สเตเดี้ยม ไม่เล่นตั้งรับ พร้อมกับเดินหน้ากล้าบุกแลกกับ แมนฯ ซิตี้ ที่กำลังกระหายประตูเบิกร่องเพื่อฟื้นคืนชีพ แต่ด้วยความที่ไม่ว่าบอลจะไปทางไหนก็ดูจะทันกันไปซะหมด ทำให้สุดท้ายแล้ว [จบเกม!!] สโต๊ค ซิตี้ สามารถรักษาสกอร์ขึ้นนำจากในครึ่งเวลาแรกได้ เอาชนะจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แบบสุดมันส์ 2-0  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สโต๊ค ซิตี้ : แจ็ค บัตแลนด์, เกล็น จอห์นสัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, เกล็นน์ วีแลน, เจฟฟ์ คาเมรอน, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, อิบราฮิม อเฟลลาย, เซอร์ดาน ชากิรี่, โบยาน เกอร์กิซ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี่ ซาญ่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, แฟร์นานโด, แฟร์นานดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, วิลฟรีด โบนี่

ผลบอล: อยากจะขยี้ตา!ผีแดงฟอร์มสดเปิดรังรัวถล่มหม้อ
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 เจสซี่ ลินการ์ด น.14,2-0 อองโตนี่ มาร์กเซียล น.23,3-0 เวนย์ รูนี่ย์ น.53 เวลา: 03.00 น. สนาม:โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 // FT - VIDEO (Premier League): Manchester United 3-0 Stoke City Football ClubAll Goals [HD] Posted by Football Goals & Highlights on 2 กุมภาพันธ์ 2016 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดกลางสัปดาห์ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มเด็ดดวงเหลือเชื่อจนแฟนผีอยากจะขยี้ตาตัวเอง เมื่อเปิดบ้านเอาชนะ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ ไปขาดลอย 3-0 โดยได้ประตูเบิกร่องจาก เจสซี่ ลินการ์ด ในนาที 14 จากนั้น อองโตนี่ มาร์กเซียล จะซัดประตูสุดสวยให้ทีมนำห่าง 2-0 ในนาที 23 และครึ่งหลังนาที 53 เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีมมาพังประตูปิดกล่องให้ทีมเอาชนะท่วมท้น 3-0 ทำแต้มตามหลัง อาร์เซน่อลที่ 4 มาเหลือเพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),ดาลี่ย์ บลินด์, คริส สมอลลิ่ง,คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน, มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน,ไมเคิล คาร์ริค,มารูยาน เฟลไลนี่,เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อองโตนี่ มาร์กเซียล, เวนย์ รูนี่ย์ สโต๊คซิตี้:แจ็ค บัตแลนด์(GK),เกล็น จอห์นสัน,ฟิลิปป์ โวลล์ไชด์.มาร์ก มูเนียซ่า,เอริค ปีเตอร์ส,เกล็นน์ วีแลน,อิบราฮิม อเฟลลาย.จอน วอลเตอร์ส,โบยาน เกร์กิช.มาร์โก อาร์เนาโตวิช,ปีเตอร์ เคราช์

ผลบอล : ยิง2เข้า2!! ปืนคมกริบปลิดชีพเรือใบไล่บี้จิ้งจอกห่างแค่2แต้ม
ปืนใหญ่ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558 อาร์เซนอล 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 ธีโอ วัลคอตต์ น.33, 2-0 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น.45+1, 2-1 ยาย่า ตูเร่ น.82 เวลา : 3.00 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ในค่ำคืน มันเดย์ไนท์ อาร์เซนอล เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เชือด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสนุกสุดมันส์ 2-1 ช่วยให้สถานการณ์ของ "ปืนใหญ่" ทำแต้มไล่บี้จ่าฝูงห่างเพียง 2 แต้มเท่านั้น โดยครึ่งแรก เป็นทาง "เรือใบสีฟ้า" ที่เอาบอลมาครอง พร้อมกับเดินหน้าบุกแหลกตั้งแต่วินาทีแรก แต่ก็ไม่สามารถสร้างความลำบากใจให้กับ ปีเตอร์ เช็ก ได้มากเท่าที่ควร จนเวลาร่วงเลยมาถึงนาที 33 อาร์เซนอล เพิ่งจะมีโอกาสลุ้นพังประตูครั้งแรก และก็มาสำเร็จจาก ธีโอ วัลคอตต์ ปั่นด้วยขวางามหยดย้อยบอลพุ่งแรงผ่านเซฟ โจ ฮาร์ท เข้าไปตุงตาข่ายแบบสุดสวยให้เจ้าถิ่น ออกนำไปก่อน 1-0 /// หลังจากนั้นยังคงเป็น แมนฯซิตี้ ที่เดินหน้าเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ไม่สามารถสร้างโอกาสได้มากพอ จนเวลาผ่านมาถึงช่วงทดเจ็บ "ปืนใหญ่" มีโอกาสลุ้นทำประตูเป็นครั้งที่สองของเกม และนำมาซึ่งประตูสำคัญเมื่อ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กระหน่ำด้วยซ้ายส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้เจ้าบ้านนำห่าง "เรือใบสีฟ้า" ก่อนจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 2-0 (เท่ากับว่า อาร์เซนอล ได้ 2 ประตู จากโอกาสยิงเพียง 2 ครั้งในครึ่งเวลาแรก) กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง รูปเกมค่อนข้างสูสี แต่ฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าต้องบอกว่าเป็นทาง อาร์เซนอล โดยหวิดจะได้ประตูที่ 3 อยู่หลายครั้งหลายครา แต่ก็ทำได้แค่เสียว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงนาที 82 ยาย่า ตูเร่ ปลุกความหวังให้ชาว "เรือใบสีฟ้า" ได้สำเร็จจากจังหวะแปด้วยซ้ายสุดเหนือชั้น แต่ช่วงเวลาที่เหลือผู้มาเยือนไม่สามารถกู้ประตูคืนอีกลูกได้สำเร็จ ทำให้ "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายกำชัยไปด้วยสกอร์ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก, เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ คอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, มาติเยอ ฟลามินี่, อารอน แรมซี่ย์, ธีโอ วัลคอตต์, เมซุต โอซิล, โจเอล แคมป์เบลล์, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี่ ซาญ่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, แฟร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ฟาเบียน เดลฟ์, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล : จ่าฝูงเปลี่ยนมือ!! โอซิล ทั้งยิงทั้งจ่ายพาปืนเชือดบอร์นมัธ ส่งท้ายปี
บอร์นมัธ /  บ็อกซิ่งเดย์ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558 อาร์เซนอล 2-0 บอร์นมัธ ผู้ทำประตู : 1-0 กาเบรียล เปาลิสต้า น.27, 2-0 เมซุต โอซิล น.63 สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดต่อเนื่องจากศึก บ็อกซิ่งเดย์ เป็นคิวลงสนามของทาง อาร์เซนอล ที่ได้กลับมาเล่นในบ้านรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ โดยเงื่อนไขก่อนเกมถ้าหาก "ปืนใหญ่" สามารถเก็บชัยได้ในนัดนี้จะทยานขึ้นไปเป็นจ่าฝูงทันที และลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ทำได้สำเร็จด้วยการสังหารผู้มาเยือนไปด้วยสกอร์ 2-0 ///// ช่วงครึ่งแรก ถือว่า "ปืนใหญ่" ออกสตาร์ทได้ผิดฟอร์มเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าชัดเจน แต่ก็หาจังหวะลุ้นจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึงนาที 27 จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม เมซุต โอซิล เจ้าเก่าปั่นโค้งมาให้ กาเบรียล เปาลิสต้า วิ่งโฉบมาโขกเข้าไปไม่มีพลาด และถือเป็นการยิงตรงกรอบครั้งแรกในเกมนี้ของ อาร์เซนอล พร้อมกับจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลัง ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่ดูดีกว่าเล็กน้อยด้วยศักยภาพของตัวนักเตะ จนมาได้ประตูเพิ่มความผ่อนคลายในนาที 63 จากจังหวะต่อบอลกันอย่างสุดสวยของ เมซุต โอซิล และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก่อนที่ โอซิล จะเป็นคนหลุดไปแปนิ่มๆสวนตัว อาร์เทอร์ โบรุค เข้าไปไม่พลาด หลังจากนั้น "ปืนใหญ่" ที่ได้เล่นในบ้านอาศัยแรงเชียร์จากสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ที่เข้ามาเชียร์กันแน่นสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รักษาไปจนครบ 90 นาที พร้อมกับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวด้วยการมีแต้มนำ เลสเตอร์ อยู่ 1 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก, เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, กาเบรียล เปาลิสต้า, คีแรน กิ๊บส์, คาลัม แชมเบอร์ส, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซ์ อ็อกเล็ด-เชมเบอร์เลน, เมซุต โอซิล, ธีโอ วัลค็อตต์, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ บอร์นมัธ : อาร์เทอร์ โบรุค, อดัม สมิธ, ไซม่อน ฟรานซิส, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แอนดรูว์ เซอร์มัน, แมต ริชชี่, แดน กอสลิ่ง, แฮร์รี่ อาร์เทอร์, มาร์ค พุช, โจชัว คิง

6แต้มไป-กลับ!! รูน กดเต็มข้อพาผี บุกย้ำแค้นหงส์ เงียบสงัดแอนฟิลด์
ปีศาจแดง /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ศึกแดงเดือด วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559 ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 0-1 เวย์น รูนี่ย์ น.78  เวลา : 21.05 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2, PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "แดงเดือด" ที่แฟนฟุตบอลรอคอย เป็นการพบกันระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของคู่อริตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ลิเวอร์พูล มีโอกาสจะแจ้งครั้งแรกของเกม จากจังหวะของ ลูคัส เลว่า วางบอลยาวมาให้ อดัม ลัลลาน่า หลุดไปโขกติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ก่อนที่ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ จะตามมายิงหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมถือว่าทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่ครองบอล และหาโอกาสทำประตูได้มากกว่า แต่โดยรวมก็ยังถือว่ายังไม่มีโอกาสพังตาข่ายกันมากนัก นาที 30 "ปีศาจแดง" เพิ่งจะมีโอกาสลุ้นครั้งแรกของเกมจากจังหวะ อันเดร เอร์เรร่า ยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่ดันยิงผิดเหลี่ยมหลุดออกหลังไปค่อนข้างเยอะ เกมผ่านมาถึงนาที 40 ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าทางฝั่งเจ้าถิ่นเหนือกว่าอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือจังหวะการทำประตู โดยทาง ยูไนเต็ด ลงไปตั้งรับกันลึกและใช้อาวุธเด็ดจากการสวนกลับ แต่ก็ยังฝ่าด่านปราการหลัง "หงส์แดง" เข้าไปทะลวงตาข่ายไม่ได้ สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกของศึก "แดงเดือด" ลิเวอร์พูล ปะทะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเสมอกันที่สกอร์ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 50 ลิเวอร์พูล มีโอกาสทองฝังเพชรจากจังหวะที่ เอ็มเร่ ชาน กระชากไปกดด้วยซ้าย บอลแฉลบขา ดาบิด เด เคอา เปลี่ยนทางหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 56 คราวนี้เป็นโอกาสจะแจ้งของ " ปีศาจแดง" อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล กระหน่ำด้วยซ้ายเต็มขอมุมแคบ บอลผ่านตัว ซิมง มินโญเลต์ ไปแล้ว แต่ทิศทางหลุดเสาสองออกหลังไปอย่างเฉียดฉิว GOAL! นาที 78 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุม เปิดเข้ามาถึง มารูยาน เฟลไลนี่ ขึ้นโขกท่ามกลางผู้เล่น ลิเวอร์พูล ในเขตโทษ บอลพุ่งไปชนคาน ก่อนจะมาเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อเข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำ ลิเวอร์พูล 1-0 [จบเกม] การยิงเข้ากรอบครั้งแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพียงพอต่อการคว้า 3 แต้มกลับบ้านเมื่อ "หงส์แดง" ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ในช่วงเวลาที่เหลือ ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล เพิ่มสถิติพา "ปีศาจแดง" คว้าชัยเหนือ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันไปแล้ว รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลาน่า ,โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาเมี่ยน, มารูยาน เฟลไลนี่, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, เจสเซ่ ลินการ์ด, อันเดร เอร์เรร่า, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, เวย์น รูนี่ย์

ผลบอล : เจอเก่งก็เก่งตาม! เบนเตเก้ ซุปเปอร์ซับพาหงส์เปิดบ้านโค่นจิ้งจอกสยาม
จิ้งจอกสยาม /  ผลบอล / 

>> เช็คผลบอลสด ที่นี่ << ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ลิเวอร์พูล 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.63 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด บ็อกซิงเดย์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้รับผลการแข่งขันที่ต้องการไปครอง [เริ่มเกม] นาทีที่ 3 เป็นทางเจ้าบ้านที่ได้โอกาสทีกทายก่อนจากจังหวะที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลากตัดเข้ากลาง ก่อนที่จะลองสับด้วยขวา แต่บอลโค้งไม่พอหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ผ่าน 10 นาทีแรก เป็นทางเจ้าบ้านที่ดูจะเป็นต่อ ด้วยการครองบอลที่มากกว่า และหาโอกาสพังตาข่ายได้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้ นาที 16 "หงส์แดง" เกือบมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากโอกาสหลุดไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาของ อดัม ลัลลาน่า ก่อนจะตัดสินใจสับเต็มข้อ แต่บอลพลาดเป้าหลุดเสาออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 24 ลิเวอร์พูล หวิดจะมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้เป็นทีของ ดิว็อค โอริกี้ ที่ได้หลุดไปซัดมุมแคบในกรอบเขตฝั่งซ้าย แต่สุดท้ายก็ยังไม่ผ่านเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิล ล้มตัวรับไว้ได้อย่างหวุดหวิด เกมผ่านมาถึงนาที 38 เจอร์เกน คล็อปป์ ได้รับข่าวร้าย เมื่อ ดิว็อค โอริกี้ ที่กำลังทำผลงานได้ดี ดันมาเจ็บจนไม่สามารถฝืนเล่นต่อไหว ทำให้ต้องส่ง คริสติย็อง เบนเตเก้ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 42 ปราการหลัง "หงส์แดง" ที่กำลังทำได้ดีเกือบจะมาโดนพิษสงของ ริยาด มาห์เรซ หลังจากได้สับเต็มข้อด้วยซ้าย แต่มาโดน ซิมง มินโญเลต์ ทุบบอลออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด [จบครึ่งแรก] ถือว่า ลิเวอร์พูล มีรูปเกมที่ดีกว่า "จิ้งจอกสยาม" พอสมควร แต่ก็ยังไม่สามารถพังประตูกันได้ทำให้เจ๊ากันไป 0-0 ต้องมาดูกันว่าช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งหลัง ใครจะเป็นฝ่ายได้ผลการแข่งขันที่ต้องการไปครอง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม ผ่านมาถึงนาที 60 ถือว่า ลิเวอร์พูล ควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างมาไว้ได้ในกำมือ โดยทาง "จิ้งจอกสยาม" ลงไปตั้งรับกันทั้งทีม และอาศัยอาวุธเด็ดจากการเล่นสวนกลับ GOAL! นาที 63 หลังจากพับสนามบุกอยู่นาน "หงส์แดง" ก็มาได้ประตูที่ต้องการจากจังหวะ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่เงียบมาทั้งเกม จ่ายเข้ากลางมาให้ คริสติย็อง เบนเตเก้ วิ่งมายิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายให้ ลิเวอร์พูล ออกนำ เลสเตอร์ 1-0 นาที 74 เลสเตอร์ ไม่ได้ประตูตีเสมออย่างเหลือเชื่อ เป็นโอกาสของ นาธาน ไดเออร์ ได้ตวัดยิงจ่อๆ แต่ ซิมง มินโญเลต์ ช่วยเซฟลูกนี้ไว้อย่างหวุดหวิด นาที 84 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เกือบจะมาฝัง เลสเตอร์ ได้ในช่วงท้ายเกม หลังจากได้วางเท้ายิงเหน่งๆชนิดที่ แคสเปอร์ ชไมเคิล ยืนขาตายไปแล้ว แต่บอลดันเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว [จบเกม] ลิเวอร์พูล สามารถรักษาสกอร์นำเพียงลูกเดียวไว้ได้จนครบ 90 ทำให้เอาชนะ เลสเตอร์ ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ดิว็อค โอริกี้ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล, แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริยาด มาห์เรซ, แอนดี้ คิงส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้

จัดอันดับเศรษฐีหุ้นปี 2558 'หมอเสริฐ' ครองแชมป์ 3ปี ซ้อน
ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ /  วารสารการเงินธนาคาร / 

แชมป์เศรษฐีหุ้นปี 2558 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ครองแชมป์ติดต่อกัน 3 ปี ขณะที่ นายพิชญ์ โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บมจ.จัสมิน คว้าอันดับที่ 9 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2558 วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย ประจำปี 2558 ซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 แล้ว โดยวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2558 จำนวน 6,712 ราย ซึ่งพบว่ามีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมทั้งสิ้น 1,801,432 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 รวม 29,961 ล้านบาท หรือ 1.64% ผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยปี 2558 มีดังนี้ อันดับ 1.นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นการครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยในปีนี้ หมอเสริฐถือครองหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวมมูลค่า 62,365.18 ล้านบาท รวยขึ้น 4,455.70 ล้านบาท หรือ 7.69% อันดับ 2. คือ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมมูลค่า 35,280.09 ล้านบาท ลดลง 6,299.41 ล้านบาท หรือ 15.15% อันดับ 3. นายสมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของกิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในชื่อ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 32,495.74 ล้านบาท ลดลงไป 4,069.75 ล้านบาท หรือ 11.13% อันดับ 4. คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) หุ้นที่คีรีถือครองรวมมูลค่าทั้งสิ้น 32,209.11 ล้านบาท ลดลง 6,990.91 ล้านบาท อันดับ 5. อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 23,026.65 ล้านบาท ลดลง 1,761.96 ล้านบาท อันดับ 6. นางยุพิน ธีระโกเมน เจ้าของอาณาจักรธุรกิจแบรนด์สุกี้ MK ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 20,970.10 ล้านบาท อันดับ 7. นายวิชัย ทองแตง เจ้าพ่อเคเบิลยักษ์ใหญ่แบรนด์ CTH ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 20,431.39 ล้านบาท อันดับ 8. นายนิติ โอสถานุเคราะห์ ทายาทโอสถสภา ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 19,871.66 ล้านบาท อันดับ 9. นายพิชญ์ โพธารามิก ทายาทของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 18,491.78 ล้านบาท อันดับ 10. นางปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ทายาทหมอเสริฐ ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 13,846.15 ล้านบาท สำหรับแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยปี 2558 ได้แก่ อันดับ 1. ตระกูลปราสาททองโอสถ ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรก โดยสร้างสถิติความมั่งคั่งสูงสุดถึง 88,086.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ถึง 22,771.37 ล้านบาท หรือ 34.86% เกิดจากการนำ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) หรือบางกอกแอร์เวย์ส จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ 6 เครือญาติในตระกูล นำโดย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และภรรยาวัลลีย์ ปราสาททองโอสถ รวมทั้งทายาทอย่าง พุฒิพงศ์ สมฤทัย-อาริญา และ ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ รวยขึ้นในพริบตา อันดับ 2. ตระกูลจิราธิวัฒน์ แชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้น 2 ปีซ้อน ปีนี้หล่นไปอยู่อันดับ 2 โดยเครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 44 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 58,548.92 ล้านบาท ลดลง 10,842.96 ล้านบาท หรือ 15.63% อันดับ 3. ตระกูลกาญจนพาสน์ โดย 5 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ คีรี อนันต์ กวิน ชัยสิทธิ์ สาคร กาญจนพาสน์ ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 45,052.90 ล้านบาท ลดลง 4,340.87 ล้านบาท หรือ 8.79% อันดับ 4. ตระกูลวิจิตรพงศ์พันธ์ โดยทองมาและทิพย์สุดา พร้อมด้วยลูกสาวทั้งสองคน คือ มาลินี และชัญญา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ถือครองหุ้น บมจ.พฤกษา (PS) รวมกันเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 42,611.34 ล้านบาท ลดลง 7,701.91 ล้านบาท หรือ 15.31% และตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ ตระกูลทองแตง ที่ครอบครัวทองแตง ได้แก่ วิชัย เพชรัตน์ วิอร อัฐ อติคุณ และอิทธิ ทองแตง ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 41,653.59 ล้านบาท ลดลง 2,428.77 ล้านบาท หรือ 5.51% ขอบคุณข้อมูลจาก  moneyandbanking ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผลบอล :สะเทือนปฐพี!จิ้งจอกโคตรเก่งบุกบอมบ์เรือฉีกฝูงโด่งหกแต้ม
ชินจิ โอกาซากิ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 โรเบิร์ต ฮูธ น.3,0-2 ริยาด มาห์เรซ น.49,0-3 โรเบิร์ต ฮูธ น.60,1-3 เซร์คิโอ่ อเกวโร่ น.87 เวลา: 19.45 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 // FT - VIDEO (Premier League): Manchester City FC 1-3 Leicester City Football ClubAll Goals [HD] Posted by Football Goals & Highlights on 6 กุมภาพันธ์ 2016 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแมตท์เพราะเป็นการพบกันของ จ่าฝูงและรองจ่าฝูง เริ่มเกมส์ไปได้แค่ 3 นาที กองเชียร์เรือใบสีฟ้าต้องนั่งเงียบกริบเมื่อ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำได้ก่อน เมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดฟรีคิกจากริมกรอบเขตโทษเข้ามาให้โรเบิร์ต ฮูธ เซนเตอร์ชาวเยอรมัน เบียดเอาชนะ มาร์ติน เดมิเคลิส แล้วยิงเข้าไปให้ ทีมเยือนบุกนำไว 0-1 หลังจากโดนกระตุกหนวด แมนซิตี้ พยายามเปิดหน้าลุยอย่างหนัก แต่ว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มาตั้งรับและโต้กลับได้น่ากลัวยังยันไว้ได้ จบครึ่งแรก ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ บุกขึ้นนำ 0-1 เริ่มครึ่งหลังนาที 49 เป็นเลสเตอร์ ที่เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ต้องยกเครดิตให้ความสุดยอดของ ริยาด มาห์เรซ เมื่อยกบอลหนีผู้เล่นของ แมนซิตี้แล้ว ลากเข้าไปยิงหักข้อเสียบเสาแรกชนิดที่ว่า โจ ฮาร์ท ได้แต่ยืนมองเท่านั้น นาที 60 กลายเป็นทีมเยือนที่ขยับนำห่างไปอีกครั้ง จากลูกเตะมุม และเป็น โรเบิร์ต ฮูธ เซนเตอร์ร่างยักษ์ที่โถมขึ้นมาโขกเสียบใต้คานเข้าไปให้ เลสเตอร์ นำห่าง 0-3 ช่วงท้ายเกมส์ นาที 87 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีไข่แตกจุดประกายความหวังเล็กๆ จากการซัดของ เซร์คิโอ่ อเกวโร่ ให้ทีมไล่มาเป็น 1-3 เวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแกร่งเหลือเชื่อเมื่อบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ได้ถึงรัง 0-3 นำจ่าฝูงโด่ง 6 คะแนน รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, มาร์ติน เดมิเคลิส, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ,แฟร์นานดินโญ่, ฟาเบียน เดลฟ์ ,ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์คิโอ อเกวโร่ เลสเตอร์ ซิตี้:แคสเปอร์ ชไมเคิล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์,ริยาด มาห์เรซ, แดนนี ดริงค์วอเตอร์, เอนโกโล่ กองเต้, มาร์ค อัลไบรห์ตัน,ชินจิ โอกาซากิ , เจมี่ วาร์ดี้

ผลบอล : โคตรหักมุม! เรือพลิกชะตาซัดทดเจ็บเชือดหงส์ขาวครองบัลลังก์จ่าฝูง
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 สวอนซี ผู้ทำประตู : 1-0 วิลเฟร็ด โบนี่ น.26, 1-1 บาเฟติมบี้ โกมิส น.90, 2-1 ยาย่า ตูเร่ น.90+2 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาเปิดฉากฟาดแข้งเป็นเกมที่ 16 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยได้เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ สวอนซี ซึ่งก่อนแข่ง "เรือใบสีฟ้า" รั้งอันดับ 3 ของตาราง ถ้าหากชนะนัดนี้จะขึ้นไปเป็นจ่าฝูงทันทีเนื่องจากมีลูกได้เสียเป็นต่อ เลสเตอร์ ที่มีคะแนนเท่ากัน และ ซิตี้ แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ช่วงครึ่งแรกถือว่ารูปเกมค่อนข้างเงียบสนิท มีโอกาสลุ้นประตูกันค่อนข้างน้อยนิด แต่จังหวะจะแจ้งต้องยกให้ทางฝั่ง "หงส์ขาว" ที่ได้หลุดไปดวลเดี่ยวกับ โจ ฮาร์ท แต่จังหวะสังหารตาข่ายของ เวย์น เราท์เล็ดจ์ ดันไปติดเซฟ พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่เวลาจะผ่านไปถึงนาที 26 "เรือใบสีฟ้า" ได้ลูกเตะมุม เฆซุส นาบาส รับหน้าที่เปิดเข้ามาถึง วิลเฟร็ด โบนี่ วิ่งโถมเข้ามาโขกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกนำไปก่อน 1-0 ก่อนที่รูปเกมจะกลับมาเล่นกันช้าๆเหมือนเดิม และค่อยๆจบ 45 นาทีแรกลงไปด้วย ซิตี้ เป็นฝ่ายรักษาสกอร์ขึ้นนำไปได้ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเนือยๆคิดว่าจะจบลงไปแบบจืดชืด แต่จุดพีคของเกมมาเริ่มเอาในนาที 90 เมื่อ บาเฟติมบี้ โกมิส ที่ลงมาเป็นตังสำรองหลุดไปตะบันเต็มข้อด้วยขวาส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แบบช็อคแฟน "เรือใบสีฟ้า" ที่ถือว่าเข้ามาชมทีมรักกันอย่างบางตา ช่วยให้ สวอนซี ตามตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่จะเป็นแฟนๆของทางฝั่ง "หงส์ขาว" ที่ต้องมาเดินคอตกไปตามๆกันเมื่อ ยาย่า ตูเร่ กระหน่ำด้วยซ้ายบอลไปแฉลบหลังพวกเดียวกันนิดหน่อย ก่อนจะเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่าย หลังจากนั้นไม่นานผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวหมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 แต้มสำคัญ ทำอันดับทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี่ ซาญ่า, อีเลียกิม ม็องกาล่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, กาแอล กลิชี่, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นานดินโญ่, เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, วิลเฟร็ด โบนี่ สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, อังเคล รังเคล, เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ, แอชลีย์ วิลเลียมส์, นีล เทย์เลอร์, ลีออน บริตตัน, แจ็ค คอร์ก, คี ซุง ยอง, กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์, อังเดร อายิว

ผลบอล: ช็อกตาตั้ง!สิงห์ยังทรุดโดนบอร์นมัธบุกปราบถึงรัง
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2558 เชลซี 0-1 บอร์นมัธ ผู้ทำประตู: 0-1 เกล็น เมอร์รี่ย์ น.86 เวลา: 00.30 น. สนาม:สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 “สิงหูบูล” เชลซี ทีมแชมป์เก่า  ที่แม้จะได้ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ นายทวารมือหนึ่งของทีมทีหายจากอาการบาดเจ็บ ที่ไปผ่าตัดรักษาเอ็นหัวเข่ามากว่า 3 เดือน ยังไม่ฟื้นจากอาการฟอร์มหลุด ล่าสุดโดน บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่บุกมายัดเยียดความปราชัยถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ 0-1 จากประตูชัยของ เกล็น เมอร์รี่ย์ ตัวสำรองในช่วงท้ายเกมส์ ทำให้ทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ พ่ายแพ้เป็นนัดที่ 8 ของฤดูกาลแล้วหลังจากเล่นไปได้แค่ 15 นัดเท่านั้น  รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช , เคิร์ท ซูม่า , แกรี่ เคฮิลล์ , อับดุล ราห์มาน บาบ้า(เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ น.83),เนมันย่า มาติช , เชส ฟาเบรกาส(โอลิก เรมี่ น.83) , วิลเลี่ยน , ออสการ์(ดิเอโก้ คอสต้า น.45) , เปโดร โรดริเกซ, เอเดน อาซาร์ บอร์นมัธ:อาร์เธอร์ โบรุค(GK) อดัม สมิธ , ไซม่อน ฟรานซิส , สตีฟ คุก , ชาร์ลี แดเนี่ยลส์,แม็ท ริทชี่ย์ , แอนดรูว์ เซอร์แมน , แดน กอสลิ่ง , จูเนียร์ สตานิสลาส,โจชัว คิง(เกล็นน์ เมอร์รีย์ น.80) , แฮร์รี่ อาร์เทอร์

ผลบอล: โคม่าหนัก!สิงห์ไร้เงามูข้างสนามบุกโดนหม้อทุบพ่ายในลีกสามนัดรวด
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2558 สโต๊ค ซิตี้ 1-0 เชลซี ผู้ทำประตู: 1-0 มาร์โก้ อนาโตวิช น.53 เวลา:00.30 น. สนาม: บริทาเนียสเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 "สิงห์บูล" เชลซี ฟอร์มยังโคม่าหนัก เมื่อแพ้ในลีกเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นนัดที่ 7 จากการเล่น 12  หลังบุกไปพ่าย สโต๊ค ซิตี้ 1-0 จากประตูชัยของ มาร์โก้ อนาโตวิช และนัดนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีมโดนเอฟเอสั่งแบนห้ามเข้ามาในสนามอีกด้วย รายชื่อ สโต๊ค ซิตี้:แจ็ค บัตแลนด์(GK),เกล็น จอห์นสัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ฟิลิปป์ โวลล์สไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, ชาร์ลี อดัม (อิบราฮิม อเฟลลาย น.79), เกล็นน์ วีแลน ,เซอร์ดาน ชาคิรี่(มาเม่ บิรัม ดิยุฟ น.82), โบยาน เกร์กิช (เจฟฟ์ คาเมรอน น.71), มาร์โก อาร์เนาโตวิช,โจนาธาน วอลเตอร์ส เชลซี:อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),บาบา ราห์มาน (เชส ฟาเบรกาส น.70), เคิร์ต ซูม่า , จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,รามิเรส (โลอิก เรมี่ น.77), เนมานย่า มาติช ,วิลเลี่ยน, เปโดร โรดริเกซ( ออสการ์ น.70) , เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า

ผลบอล : กินกันไม่ลง!! จิ้งจอกสยาม เปิดรังเจ๊าเรือโนสกอร์ แต้มทาบจ่าฝูงส่งท้ายปี
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จิ้งจอกสยาม / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เลสเตอร์ ซิตี้ 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : เวลา : 2.45 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ใหญ่เกมเดียวประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2558 เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยทาง "จิ้งจอกสยาม" ถือว่ามีจ่าฝูงเป็นเดิมพันหากสามารถคว่ำ "เรือใบสีฟ้า" ลงได้ในเกมนี้ ขณะเดียวกันลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ ก่อนแข่งอันดับร่วงลงไปอยู่ที่ 4 ของตาราง และถ้าหากเก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้ในวันนี้จะทำให้พวกเขาขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูง พร้อมกับทำแต้มจี้ อาร์เซนอล เหลือเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ///// [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี แม้ว่าจะผลัดกันรุกรับอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังหาโอกาสลุ้นทำประตูได้ค่อนข้างน้อยด้วยกันทั้งคู่ นาที 18 แมนฯ ซิตี้ เกือบจะบุกมานำตั้งแต่ยังไม่ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก จากจังหวะของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความเร็วเลี้ยงหลุดมาทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายหักเข้ากลางให้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมากดด้วยขวา บอลติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทุบออกไปได้ทันแบบหวุดหวิด นาที 25 เป็นโอกาสของทางเจ้าบ้านที่มาได้ความสามารถเฉพาะตัวของ ริย้าด มาห์เรซ เลี้ยงตัดเข้าหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจสับด้วยซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งแรงเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียวเท่านั้น ผ่านมาถึงนาที 30 ถือเป็นนาทีทองของทาง "เรือใบสีฟ้า" ที่ได้โอกาสบุกโจมตีใส่แผงหลัง "จิ้งจอกสยาม" อยู่ชุดใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเจาะกำแพงแนวรับของ เลสเตอร์ เข้าไปทะลวงตาข่ายได้สำเร็จ นาที 40 โอกาสทองฝังเพชรของ เลสเตอร์ มาติดๆกันถึงสองครั้งสองครา มาร์ค อัลไบรจ์ตัน วิ่งมาล้มตัวยิงโล่งๆจากการเปิดสุดเฉียบของ คริสเตียน ฟุคส์ แต่บอลดันไปติดหน้าต่างอย่างน่าเสียดาย ถัดจากนั้นไม่นาน แฟร์นานดินโญ่ พลาดเสียบอลให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปซัดล่อเป้าใส่ โจ ฮาร์ท โชคร้ายที่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก! เลสเตอร์ ยังคงเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 ด้วยรูปเกมที่สนุกสุดมันส์ [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม 70 นาทีผ่าน ถือว่าทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสมศักดิ์ศรีทีมหัวตาราง พรีเมียร์ลีก โดยโอกาสจบสกอร์ยังคงเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่มีมากกว่า แต่ก็ถือว่า แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม นาที 77 แฟนบอลเจ้าบ้านเกือบได้เฮ! จากจังหวะฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ริย้าด มาห์เรซ เล่นลูกสูตรเขี่ยบอลสั้นๆไปให้กับ คริสเตียน ฟุคส์ กระหน่ำเต็มข้อด้วยซ้าย วิถีของบอลกำลังจะพุ่งไปเสียบตาข่าย แต่สุดท้ายเป็นทาง โจ ฮาร์ท กระโดดปัดไว้ได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด จบเกม! เลสเตอร์ เปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เจ๊า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 ชนิดรูปเกมถือว่าค่อนข้างสนุกพอสมควร รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ก็อกคาน อินแลร์, แดเนี่ยล ดริงค์วอเตอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์ค อัลไบรจ์ตัน, ริย้าด มาห์เรซ, เจมี่ วาร์ดี้ แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี่ ซาญ่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอเลียกวิม ม็องกาล่า, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นานดินโญ่, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลบอล พอดีคำ!ลินการ์ดปั่นโค้งๆผีแดงเปิดรังหลอนแบ็กกี้ส์
คริส สมอลลิ่ง /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ผู้ทำประตู:1-0 เจซี่ ลินการ์ด น.52,2-0 ฆวน มาต้า น.90(จุดโทษ) เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 เริ่มครึ่งแรกเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่มีโอกาสใกล้เคียงเพียงแค่ครั้งเดียวจากจังหวะการพลิกยิงของ อองโตนี่ มาร์กเซียล ในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ก็ติดเซฟของ โบอาซ มายฮิลล์ นายทวารเวสต์บรอม จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอย่างจืดชืด 0-0 ครึ่งหลัง นาที 54 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮจนได้ เมื่อ อองโตนี่ มาร์กเซียล โยนบอลจากทางซ้ายกองหลังโขกมาเข้าทาง เจซี่ ลินการ์ด จับบอลแล้วปั่นโค้งๆเสียบเสาไกลเข้าไป ให้แมนฯยู เจ้าบ้านออกนำ 1-0 ท้ายเกมส์นาที 90 ผีแดงได้ประตูแถมจากจังหวะสวนกลับ อองโตนี่ มาร์กเซียล ใช้ความเร็วกระชากจน แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ ต้องเสียบคว่ำทำให้ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษของเจ้าบ้าน และ ฆวน มาต้า สังหารเข้าไปไม่เหลือให้ ปีศาจแดงนำห่าง 2-0  หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์บรอมวิช 2-0 เป็นการยิงได้ 2 ประตูครั้งแรกในรอบ 8 นัดนับตั้งแต่ ผีแดงบุกไปชนะเอฟเวอร์ตัน 0-3 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :ดาบิด เด เคอา(GK),แอชลี่ย์ ยัง, ดาลี่ย์ บลินด์ , คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ , ไมเคิ่ล คาร์ริค, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ , ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์, เจสเซ่ ลินการ์ด,อองโตนี่ มาร์กเซียล เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน: โบอาซ มายฮิลล์(GK),เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, คริส บรั้นท์,เจมส์ มอร์ริสัน , เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เจมส์ แม็คคลีน, สเตฟาน เซสเซญง,ซาโลม่อน รอนดอน

ผลบอล : จบกัน..งานปาร์ตี้!! หงส์ผิดฟอร์มบุกโดนสาลิกาเชือดนิ่มในบ้าน
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558 นิวคาสเซิล 2-0 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 มาร์ติน สเคอร์เทล (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.69, 2-0 จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม น.90+2 เวลา : 23.00 น. สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่เดียวประจำค่ำคืนวัน อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม ลิเวอร์พูล มีคิวบุกไปเยือนรัง เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของ นิวคาสเซิล โดยก่อนเกมทางฝั่งเจ้าบ้านสถานการณ์ค่อนข้างลำบาก หลังจากตกลงไปอยู่อันดับ 19 ของตารางคะแนน ขณะเดียวกัน "หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ไล่บดเอาชนะคู่แข่งได้ 4 เกมติดต่อกัน ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วฝั่งไหนจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการไปครอง [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก รูปเกมเป็นทางฝั่งผู้มาเยือนที่ไล่เพรสซิ่งเร็วเอาบอลมาครองได้มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ในช่วงต้นเกมยังมีค่อนข้างน้อย ผ่านมาถึงนาที 21 ลิเวอร์พูล มาพลาดได้ประตูจากโอกาสทองฝังเพชร จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุม โมเรโน่ เปิดเข้ามาบอลขลุกขลิกก่อนจะหลุดมาเข้าทาง คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้ชาร์จจ่อๆบอลพุ่งหลุดออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ 5 นาทีสุดท้าย รูปเกมยังคงค่อนข้างสูสี และนิวคาสเซิล เริ่มจะมีโอกาสได้ลุ้นทำประตูโดย ปาปิสส์ ซิสเซ่ หลุดไปดวลตัวๆกับ มาร์ติน สเคอร์เทล แต่ดันไปเล่นมาจังหวะสุดท้ายแนวรับ ลิเวอร์พูล ลงมาช่วยกันสะกัดไว้ได้ทัน นาที 44 สาลิกาดง มาพลาดโอกาสสำคัญของเกมไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากได้ลูกเตะมุม ชานเซล เอ็มเบมบา ขึ้นโขกเหน่งๆบอลลอยโด่งหลุดออกหลังไปแบบหวุดหวิด [จบครึ่งแรก] ทั้งสองทีมยังคงเล่นกันค่อนข้างอึดอัด และหาโอกาสยิงกันได้น้อยมากๆ สุดท้ายจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0 ต้องมาดูกันว่า 45 นาทีที่เหลือกุนซือของทั้งสองทีมจะวางกลยุทธเด็ดแบบไหนมาลุยกันต่อในช่วงครึ่งหลัง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม ผ่านมาถึงนาที 51 เจ้าถิ่นได้ลุ้นทักทายก่อน จากโอกาสของ จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม ที่ได้ซัดจากจังหวะจ่ายตัดเข้ามาของเพื่อนร่วมทีม แต่ยิงไปก็เบาและทิศทางผิดเหลี่ยมไปเยอะ GOAL! ผ่านมาถึงนาที 69 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม หลุดมาฝั่งขวาก่อนจะเปิดยัดเข้ากลางแล้วโดน มาร์ติน สเคอร์เทล แหย่เท้ามาสกัดและบอลเปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายสวนตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปอย่างง่ายดาย นาที 79 หงส์แดง โดนพิษผู้ตัดสินเล่นงานเมื่อ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ หลุดไปพังตาข่ายได้อย่างงดงาม แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า และพอมาดูภาพช้าจัดเห็นได้ชัดว่า โมเรโน่ ไม่ได้ล้ำหน้าแต่อย่างใด ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูล พยายามไล่บีมกดดันเพื่อทวงประตูคืน แต่ก็ไม่สามารถบุกกดดันแผงหลัง "สาลิกาดง" ได้มากพอ  GOAL! นาที 90+2 ปิดกล่องอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับกองทัพ "สาลิกาดง" มาได้จากจังหวะสวนกลับที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ จุดเริ่มต้นจาก มุสซ่า ซิสโซโก้ ผ่านบอลไปให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม หลุดไปซัดเหน่งๆบอลผ่านตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปให้ นิวคาสเซิล บดชนะ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : ร็อบ เอลเลียต, ดารีล ยานมัต, ชานเซล เอ็มเบมบา, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, พอล ดัมเม็ตต์, แจ็ค โคลแบ็ค, วูร์นอน อนิต้า, มุสซ่า ซิสโซโก้, จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม, เซียม เดอ ย็อง, ปาปิสส์ ซิสเซ่ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, โจ อัลเลน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์ดอน ไอบ์, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, คริสติย็อง เบนเตเก้

ผลบอล วันดวงซวย!ปืนโตยิงตัวเองแถมบอดโทษบุกโดนเวสต์บรอมแซงดับ
คีแรน กิ๊บบ์ส /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2558 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:0-1 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.28, 1-1 เจมส์ มอร์ริสัน น.35, 2-1 มิเกล อาร์เตต้า น.40(เข้าประตูตัวเอง) เวลา: 22.00 น. สนาม: เดอะฮอว์ทอนส์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ดวงแตกสุดๆ เมื่อบุกไปพ่าย เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 โดยเสียทั้ง ฟร็องซิส โกเกอเล็ง ที่บาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกมส์ แล้วตัวสำรองที่ลงมาแทนอย่าง มิเกล อาร์เตต้าร์ สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง แถมในช่วงท้ายเกมส์ ได้จุดโทษ แล้ว ซานติ กาซอร์ล่า ลื่นตอนจังหวะยิงทำให้บอลข้ามคานออกไป รายชื่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน:โบอาซ มายฮิลล์(GK),เคร็ก ดอว์สัน, โยนาส โอลส์สัน, จอนนี่ อีแวนส์, คริส บรันท์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ,เจมส์ มอร์ริสัน, สเตฟาน แซสเซอญง, เจมส์ แม็คคลีน,ซาโลม่อน รอนดอน อาร์เซน่อล:ปีเตอร์ เช็ก(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, อิ๊กนาซิโอ มอนเรอัล, ซานติ กาซอร์ล่า, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง,อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, คีแรน กิ๊บบ์ส,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ลิเวอร์พูล 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 คริสติย็อง เบนเตเก้ น.63 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลบอล : 3แต้มเซ่น กุน!! เรือเปิดรังสังหารนักบุญ ขึ้นจ่าฝูงชั่งคราว
นักบุญ /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เซาท์แธมป์ตัน ผู้ทำประตู : 1-0 เควิน เดอ บรอยด์ น.9, 2-0 ฟาเบียน เดลฟ์ น.20, 2-1 เชน ลอง น.49, 3-1 อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ น.69 เวลา : 22.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ ประจำฤดูกาล 2015/16 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เซาท์แธมป์ตัน โดยนัดที่ผ่านมาเป็นที่จำกันได้ว่า "เรือใบสีฟ้า" เพิ่งจะพ่าย ลิเวอร์พูล แบบเละเทะถึง 4-1 ต้องมาดูกันว่า มานูเอล เปเยกรินี่ จะสามารถกู้หน้าคืนจากเกมที่แล้วได้หรือเปล่า เริ่มครึ่งแรกเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เล่นเอาใจแฟนบอล โถมบุกทดสอบแนวรับ "นักบุญแดนใต้" ตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาณนกหวีด และมาได้ประตูออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 9 เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จ่ายถวายพานให้กับ เควิน เดอ บรอยด์ เข้าชาร์จ่อๆเข้าไปไม่พลาด ก่อนที่เด็กใหม่อีกคนอย่าง ฟาเบียน เดล์ฟ จะมากระทุ้งประตูได้เช่นกัน จากโอกาสสับด้วยซ้ายข้างถนัดหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบเล็กน้อยทำให้ มาเท่น สเตเคเลนเบิร์ก ไม่สามารถป้องกันลูกนี้พร้อมกับปล่อยให้ "เรือใบสีฟ้า" นำห่างเป็น 2-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลังเจ้าบ้านมาได้ฮึดจากลูกโขกของ เชน ลอง ในนาที 49 ก่อนที่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ จะมาดับความหวังกองเชียร์ "นักบุญ" ด้วยการกระหน่ำเต็มข้อโล่งๆในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ช่วงให้ แมนฯซิตี้ เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไปด้วยสกอร์ 3-1 ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว ด้วยการมีคะแนน 29 แต้ม รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : วิลลี่ กาบาเญโร่, บาการี่ ซาญ่า, มาร์ติน เดมิเคลิส, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นานดินโญ่, เควิน เดอ บรอยด์, ฟาเบียน เดลฟ์, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์กิโอ อกูเอโร่ เซาแธมป์ตัน : มาเท่น สเตเคเลนเบิร์ก, มายะ โยชิดะ, โชเซ่ ฟอนเต้, เวียร์กิล ฟาน ไดย์ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์, โอริโอล โรเมอู, วิคเตอร์ วานยาม่า, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, สตีเว่น เดวิส, ซาดิโอ มาเน่, เชน ลอง

ผลบอล : ไม่ชนะใคร7นัดติด!! เดปาย โขกถวายพาน ผีอาการหนักบุกพ่ายหม้อประเดิมบ็อกซิงเดย์
ช่างปั้นหม้อ /  บริทานเนีย สเตเดี้ยม / 

>> เช็คผลบอลสด ที่นี่ << ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558 สโต๊ค 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 1-0 โบยาน เกอร์กิซ น.19, 2-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช น.26 เวลา : 19.45 น. สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบ็อกซิงเดย์คู่แรกประจำสัปดาห์ สโต๊ค ซิตี้ เปิดสนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางความกดดันอย่างหนักสำหรับสถานการณ์ของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่กำลังพาทีมทำผลงานได้ขัดใจแฟนในหลายนัดหลัง ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการไปครองหลังจากจบ 90 นาที [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก เป็นทางเจ้าบ้านที่ทำเกมได้ดีกว่า โดยเฉพาะการบีบกดดันเอาบอลมาครอง พร้อมกับมีโอกาสลุ้นทำประตูจากลูกเตะมุม และฟรีคิก แบบรอบด้าน แต่จังหวะปิดบัญชียังถือว่าไม่เฉียบคมพอ GOAL! นาที 19 กองทัพ "ช่างปั้นหม้อ" มาได้ประตูจากความผิดพลาดส่วนตัวล้วนๆของ เมมฟิส เดปาย ที่โขกคืนผู้รักษาประตูเบาเกินไป บอลไม่มีน้ำหนักทำให้ เกล็น จอห์นสัน ตัดไปได้ พร้อมกับจ่ายถวายพานมาให้ โบยาน เกอร์กิซ ได้ซัดเหน่งๆ ให้แฟนบอลเจ้าถิ่นเปล่งเสียงคำรามทั่วทั้งสนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม  GOAL! นาที 26 หลังจากที่เสียประตูไปไม่นาน ดูท่าแผงหลัง ยูไนเต็ด จะเสียสมาธิกันไปหมด เพราะมาโดนฟรีคิกบอลกระดอนมาถึง มาร์โก อาร์เนาโตวิช ได้ซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงชนิดที่ ดาบิด เด เคอา พยายามบินไปป้องกันสุดตัว แต่ก็ไม่สามารถเซฟลูกนี้ไว้ได้ นาที 36 เจ้าบ้านมาพลาดได้ประตูที่ 3 อย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ มาร์โก อาร์เนาโตวิช หลุดเดี่ยวไปกระหน่ำด้วยเท้าขวา บอลผ่านตัว ดาบิด เด เคอา ไปเรียบร้อย แต่โชคร้ายที่ทิศทางไม่ตรงกรอบ หลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ช่วง 5 นาทีสุดท้าย "ปีศาจแดง" พยายามเดินหน้าเพื่อทวงประตูคืนก่อนจะพักครึ่งเวลา แต่ก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา และยังคงตามหลัง สโต๊ค หลังผ่าน 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 2-0 ซึ่งถือเป็นผลที่พลิกล็อคพอสมควร [เริ่มครึ่งหลัง] หลุยส์ ฟาน กัล แก้เกมด้วยการส่ง เวย์น รูนีย์ ลงมาแทน เมมฟิส เดปาย ขณะเดียวกัน "ช่างปั้นหม้อ" ก็ปรับหมากด้วยการถอด เกล็น วีแลน และส่ง มาร์โก ฟาน กิงเคล ลงมาเล่นแทน ผ่านมาถึงนาที 60 รูปเกมโดยรวมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีขึ้นมาเล็กน้อย พยายามเอาบอลมาป้วนเปี้ยนหน้าปากประตู สโต๊ค ได้หลายครั้ง แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้ นาที 64 "ปีศาจแดง" มาพลาดได้ประตูตีไข่แตกแบบสุดช็อค จากจังหวะที่ เวย์น รูนีย์ จ่ายบอลหักเข้ากลางมาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ ซัดเหน่งๆ แต่โดน แจ็ค บัตแลนด์ โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ ผ่านมาถึงนาที 75 รูปเกมยังแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม โดย แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าตาหาประตูแรก แต่บรรดาเกมรับของ สโต๊ค ซิตี้ ยังถือว่าทำงานกันได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง [จบเกม!] สโต๊ค ซิตี้ สามารถรักษาสกอร์นำห่างได้อย่างเหนียวแน่นจนครบ 90 นาที เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมันส์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สโต๊ค ซิตี้ : แจ็ค บัตแลนด์, เกล็น จอห์นสัน, ไรอัน ชอว์ครอส, ฟิลิปป์ วอลส์ไชด์, เอริค ปีเตอร์ส, เจฟฟ์ คาเมรอน, เกล็น วีแลน, เซอร์ดาน ชากิรี่, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, อิบราฮิม อเฟลลาย, โบยาน เกอร์กิซ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, แอชลี่ย์ ยัง, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, ไมเคิล คาร์ริค, มารูยาน เฟลไลนี่, ฆวน มาต้า, อังเดร เอเรร่า, เมมฟิส เดอปาย, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล