CTH

ผลฟุตบอล : ฟื้นจากหลุม! RVP ตะบันทดเจ็บผีแดงไล่เจ๊าสิงห์สิบตัวสุดมันส์
ฆวน มาต้า /  ดาลี่ย์ บลินด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เชลซี ผู้ทำประตู:0-1 ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา น.53,1-1 โรบิน ฟานเพอร์ซี่ น.90+4 เวลา :23.00 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแมตท์ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มยังทรงๆ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี จ่าฝูงที่พกสถิติไร้พ่ายมาด้วย โดยในนัดนี้ หลุยส์ ฟานกัลกุนซือเจ้าบ้าน หมดสิทธิ์ใช้งาน เวนย์ รูนี่ย์ ที่ยังติดโทษแบนและ ราดาเมล ฟัลเกา ที่เจ็บตอนซ้อม ส่วนทีมเยือนของ โจเซ่ มูรินโญ่ ก็ยังไม่ได้ดาวยิงฟอร์มแรงอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ยังไม่หายเจ็บ นอกจากนี้ โรอิก เรมี่ ก็เจ็บเพิ่มเติมจากศึกแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ไปอีกคน เริ่มเกมส์ 3 นาทีเจ้าถิ่นทักทายก่อนได้อย่างน่ากลัว โดยขึ้นบอลทางซ้าย อัตนัน ยานาไซ เปิดบอลจากริมเส้นให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่  แต่งบอลต่อให้ ฆวน มาต้า ที่ได้ลงเจอกับทีมเก่า ตวัดบอลต่อให้ อังเคล ดิมาเรีย วอลเลย์ตามน้ำแต่ คุมบอลไม่ดี บอลไต่หลังเท้าข้ามคานออกไป ผ่าน 15 นาทีของเกมส์ทั้งสองฝ่ายยังเกร็งๆกันอยู่ และไม่ค่อยมีโอกาสแบบชัดเจนมากนัก นาที 23 แมนยูไนเต็ดโต้กลับเร็ว ฟานเพอร์ซี่ พักบอลแล้วจ่ายให้ อัตนัน ยานาไซ ก่อนที่ปีกชาวเบลเยียมจะไหลตามช่องให้ ฟานเพอร์ซี่ สอดตามช่องไปซัดแต่ยังติด  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ออกมาปิดมุมได้เร็ว จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจ โอกาสครั้งที่สองของดาวยิงชาวดัตช์ที่วันนี้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน เวนย์ รูนี่ย์ ที่ติดโทษแบนเป็นนัดสุดท้าย ก็มาถึงเมื่อ อังเคล ดิมาเรีย โยนบอลจากกราบซ้ายไปให้โขกเช็ด แต่ก็ยังติดเซฟของ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ นาที 40 มาร์กอส โรโฮ โขกสกัดบอลไม่ดี ออสการ์ ตามไปเก็บไว้ได้แล้วจ่ายคืนมาให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ตั้งป้อมซัดเน้นๆ แต่ยังติดเซฟด้วยขาของ ดาบิด เดเคอา จากนั้นนาที 41 จังหวะสวนกลับของทีมผีแดง  ฆวน มาต้า ไหลบอลออกไปให้ ยานาไซ ที่ว์ฟอร์มได้โดดเด่น ในนัดนี้ จับบอลลากเข้าหากรอบเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบออกไป จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลังนาที 51 จังหวะขลุกขลิกหน้าประตู คริส สมอลลิ่ง ที่เติมขึ้นไปเล่นลูกเตะมุมพักบอลได้แล้วไหลให้ มารูยาน เฟลไลนี่ ยิงแบบดีดๆบอลหลุดกรอบออกไป นาที 52 เอเด็น อาซาร์ ทำชิ่งกับดิดิเย่ร์  ดร็อกบา แล้วหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะเลือกมุมยิงๆเน้นๆ แต่ ดาบิด เดเคอา งัดซุปเปอร์เซฟออกมาช่วยทีมไว้ได้ แต่จากนั้นจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุมของทีมเยือน เชส ฟาเบรกาส โยนมาเสาแรกให้  ดิดิเย่ร์  ดร็อกบา โฉบมาโหม่งเช็ดเสียบเสาแรกเข้าไปให้เชลซีบุกขึ้นนำ 0-1 นาที 76 ลุค ชอว์ เล่นกับ ดิมาเรีย ที่ริมกราบซ้ายแล้วลากตัดเข้าในไปจ่ายให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ได้ยิงมุมแคบแต่ก็ยังติด คูร์ตัวส์ จากนั้นนาที 77 อัตนัน ยานาไซ รับบอลที่ ราฟาเอล ไหลตามช่องให้แล้วลากตัดเข้ากลางแล้วพยายามซัดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลไม่ตรงกรอบ ช่วงท้ายเกมส์ เชลซีถอยลงไปรับลึกปล่อยให้ แมนยูหาช่องเจาะ แต่ก็ทำได้เพียงแค่โยนจากแนวหลังซึ่งเซนเตอร์ของทีมเยือนสามารถสกัดกั้นไว้ได้หมด เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 แต้มทำท่าจะเป็นของ "สิงห์บูล"อยู่แล้ว แต่ว่า มาเสียฟรีคิกในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายแล้ว บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม แล้วเป็นอังเคล ดิมาเรีย ที่รับหน้าที่โยนเข้าไปตรง มารูยาน เฟลไลนี่ ขึ้นโขกเต็มๆแต่  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟพุ่งปัดบอลไว้ได้แต่บอลไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อ เป็นประตูช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ตามมาแบ่งแต้มกับ เชลซีไปแบบสุดดราม่า 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน และทำให้ระยะห่างของทั้งสองทีมยังอยู่ที่ 10 คะแนนเหมือนเดิม รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), ราฟาเอล, มาร์กอส โรโฮ, คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์, อัตนัน ยานาไซ, อังเคล ดิมาเรีย, มายูยาน เฟลไลนี่, ฆวน มาต้า, โรบิน ฟานเพอร์ซี่ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, ฟิลิเป้ หลุยส์,เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส ,วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์,ดิดิเยร์ ดร็อกบา

CTH ถูกขั้นเทพ อีซี่แพ็กเกจ แค่วันละ 10 บาท
299 บาท /  All For Fun Package / 

“ซีทีเอช” ปล่อยหมัดน็อก..ช็อกราคาความบันเทิง ถูกขั้นเทพ! อีซี่แพ็กเกจ เพียงวันละ 10 บาท CTH - ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) และเป็นผู้นำด้านคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ปล่อยหมัดเด็ด ช็อกราคาความบันเทิงถึงบ้าน ด้วยการส่ง “ อีซี่แพ็กเกจ ” (Easy Package) ถูกขั้นเทพ! ราคา 299 บาท คุ้มค่า ราคาเดียว!!  เรียกว่าจัดหนัก..จัดเต็ม  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ  ลงกล่องเพย์ทีวี (PAY TV ) CTH / PSI / GMMZ จัดกระบวนทัพคอนเท้นต์พรีเมี่ยมบันเทิง เผยโฉม 4 แพ็กเกจความบันเทิงใหม่ ในราคาสุดว๊าว! นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เผยว่า “หลังจากที่บริษัทฯ เดินหน้าเต็มสูบในการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ในช่วงเปิดฤดูกาลของ Barclay Premier League 2014/15 ปรากฏผลตอบกลับมาเป็นอย่างดี บริษัทฯ รุกตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่  “ อีซี่แพ็กเกจ ” (Easy package) ที่อัดแน่นไปด้วยคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยมแบบจัดหนัก ในราคา 299 บาท คุ้มค่า ราคาเดียว หรือ เพียงแค่ 10 บาทต่อวัน โดยสร้างสรรค์แพ็กเกจตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ทั่วประเทศ  ให้ลูกค้าได้เลือกเติมเต็มความบันเทิง 4 แพ็กด้วยกัน โดยแต่ละแพ็กเกจรวบรวมช่องรายการระดับพรีเมียมคุณภาพล้นจอ จุใจ รับชมได้ไม่อั้น อาทิ ความบันเทิงจากซีรี่ส์สุดฮิต The walking dead, Grimm, Spartacus, Nashville, Scandal, Sleep Hollow, NCIS, The Listener Castles, Desperate Housewives,  และซีรี่ส์ฮอร์โมน-วัยว้าวุ่น, วาไรตี้สุดป็อป We got Married, American’s next top model, Master Chef Junior, Master Chef us, Cupcake War, ภาพยนตร์บอลลีวูด พากย์ไทย 24 ชั่วโมง ทางช่อง Zee Nung และพบกับการอัพเดทมิวสิควิดีโอจากศิลปินชั้นนำตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่อง Channel [V], เต็มอิ่มกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีก้า 2014-15 ลีกเยอรมันชั้นนำ ขวัญใจคอบอล ช่อง Euro Sports, ติดตามเรื่องราวของทีมโปรด อาทิ สโมสรอาร์เซนอล (อังกฤษ) สโมสรรีล มาดริด (สเปน) สโมสรบาร์เซโลน่า (สเปน) และสโมสรเอซี มิลาน(อิตาลี) ทางช่อง Club Channel,มันส์สะใจกับมวยปล้ำที่ดีที่สุดและดังระดับโลก ทางช่อง WWE, ทั้งนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกท็อปอัพในแพ็กที่ชอบ จับคู่ 2 แพ็ก จ่ายเพียง 450บาท หรือ จับเป็นกลุ่ม 3 แพ็ก ราคาเพียง 750 บาท ซึ่งการันตีว่าราคานี้พิเศษสุดๆ สำหรับกลุ่มคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ทางซีทีเอชมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วประเทศเป็นอย่างดี” “ อีซี่แพ็กเกจ ” ราคา 299 บาท ประกอบด้วย 4 แพ็กความบันเทิงสุดคุ้ม ดังนี้ Hollywood Plus Package จัดเต็มฮอลลีวูดขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น! ครบความบันเทิงระดับอินเตอร์ จัดให้หนักๆ ด้วยคอนเท้นต์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ทั้งหนังดังจากออลลีวูด ซีรี่ส์สุดฮิต เติมเต็มความรู้ด้วยสารคดีคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ไม่พลาดแมตช์กีฬาสำคัญๆ ระดับโลก และช่องบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย คัดเฉพาะช่องระดับพรีเมี่ยมจริงๆ จัดหนัก..จัดเต็ม All For Fun Package ยกขบวนความสนุกขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น! เต็มไปด้วยช่องสารคดีดูง่าย ชองบันเทิงแฝงสาระความรู้ ช่องข่าวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ช่องเพลงไทยและสากลสำหรับวัยรุ่น ช่องการ์ตูนสำหรับคุณหนู และช่องคุณภาพอื่นๆ ที่คัดสรรมาให้อย่างมากมาย เพื่อมอบความสุขให้กันแบบยกบ้าน Sports Mania Package สุดยอดกีฬามันส์ขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น!ครบความมันส์เอาใจคนบ้ากีฬาเข้าเส้น ลุ้นสุดๆ กับลีกฟุตบอลชั้นนำทั้งฤดูกาล รวมถึงแมตช์ทีมชาติ มันส์สุดขั้วกับมวยปล้ำ WWE ชมการฟาดฟันแม่ไม้มวยไทยของศึกมวยไทยระดับโลก ดุดัน สมจริง เหมือนชมแบบริงไซค์ เทนนิสแกรนด์สแลม กอล์ฟเมเจอร์ และกีฬามันส์ๆ อีกมากมาย ส่งตรงถึงบ้านคุณ Movies Lover Package อภิมหาหนังดังขั้นเทพ วันละสิบบาทเท่านั้น!ครบรสชาติสำหรับคนคลั่งหนัง คัดมาเฉาพาะหนังคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นหนังทำเงินถล่มจาก Box Office หนังรางวัลออสก้าร์ หนังฮอลลีวูด และบอลลีวูดที่รสจัดจ้านจากแดนภารตะ หนังไทยคุณภาพจากค่ายหนังดัง และหนังหาดูยากจากทั่วโลกอีกมากมาย ครบทุกค่าย ได้ทุกแนว พิเศษสุด! ลูกค้าสามารถเลือกผสมผสานคอนเท้นต์ที่ชอบในอีซี่แพ็กเกจทั้ง 4 แพ็ก เพื่อเติมเต็มความสุขสนุกให้มากยิ่งขึ้น จับคู่ 2 แพ็ก เพียง 450 บาทต่อเดือน หรือ จับเป็นกลุ่ม 3 แพ็ก แค่ 750 บาทต่อเดือน ถูกขั้นเทพ!!!! ราคาพิเศษอย่างนี้ วันนี้ -  30 พ.ย. 2557 เท่านั้น!!! การันตีว่าราคานี้พิเศษสุดๆ สำหรับกลุ่มคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยม ลูกค้าสอบถามรายละเอียดและขอรับบริการได้สะดวกในช่องทางการขายของCTH ที่ call center 1619, Z Pay TV call center 1629, PSI call 02 730 2999

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : โคตรดราม่าท้ายเกม!! คิวพีอาร์ ซัดตัวเอง 2 เม็ด ยื่น 3 แต้มให้ หงส์ ในวิสุดท้าย
ควีนส์ปาร์ค /  คาร์ล เฮนรี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 ควีนส์ปาร์ค 2-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ริชาร์ด ดันน์ (เข้าประตูตัวเอง) น.68, 1-1 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส น.87, 1-2 คูตินโญ่ น.90, 2-2 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส น.90+2, 2-3 สตีเว่น คอลเกอร์ (เข้าประตูตัวเอง) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : ลอฟตัส โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก คู่แรกประจำวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มยังไม่คงเว้นคงวา บุกมาเยือน ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมบ๊วยของตาราง ต้องมาดูกันว่า เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส จะแก้ปัญหาแนวรุกที่กำลังฝืดยังไง เพราะก่อนเกมพวกเขาเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่า แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงตัวความหวังดันมาเจ็บเพิ่ม แถมยังอาดชวดลงช่วยทีมต่อไปอีกนานถึงหนึ่งเดือน เริ่มเกมมาในนาทีที่ 9 ลิเวอร์พูล เกือบโดนขึ้นนำซะแล้ว จากจังหวะ ชาร์ลี ออสติน สลัด มาร์ติน สเคอร์เทล ได้แบบงงๆ ก่อนจะหลุดเข้าไปดวลเดียวกับ ซิมง มินโญเลต์ แต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่ดีพอ ยิงติดหน้าต่างออกหลังไป เกมโดยรวม 20 นาทีแรก ถือว่าฟอร์มของ "หงส์แดง" ยังไม่กระเตื้อง ผ่านบอลกันขาดๆเกินๆ และโอกาสลุ้นประตูยังแทบจะไม่มีให้เห็นเลย นาที 28 ฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง และเกือบจะโดนขึ้นนำจากจังหวะวิ่งมาซัดโล่งๆ ในเขตโทษของ เลรอย เฟอร์ น้ำหนักรุนแรงมาแต่ทิศทางดันเหินจนไปชัดคานออกหลังแบบเหลือเชื่อสุดๆ นาที 31 คราวนี้ หงส์แดง ได้ลุ้นขึ้นนำบ้างจากลูกถนัดของ จีเจ หักเข้าซ้ายแล้วยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่กดสูตรไม่ติด บอลเฉียดเสาแรกออกไป นาที 34 ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูอย่างเหลือเชื่ออีกแล้ว และเป็น เลรอย เฟอร์ คนเดิมที่ได้ขึ้นโขกเอาชนะชนะ มินโญเลต์ ไปแล้ว แต่ว่าบอลดันชนคานและกระเด้งออกมาขลุกขลิกบนเส้นหน้าปากประตู ก่อนที่ เกล็น จอห์นสัน จะมาเซฟชีวิตด้วยการเคลียทิ้งออกไปได้ เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาแรก ถือว่า ควีนส์ปาร์ค โชว์ฟอร์มได้ดีกว่าผู้มาเยือนแบบชัดเจน แถมได้ลุ้นขึ้นนำแบบจังๆอย่างน้อยๆ 2 ประตูแล้ว แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะเพลาเกมบุกใส่แนวรับ ลิเวอร์พูล เลยด้วย นาที 44 โอกาสจังๆของ ลิเวอร์พูล ครั้งแรกเพิ่งมาในครั้งหลัง จาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้บรรจงกดด้วยขวา แต่น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาสองออกไปแบบเฉียดฉิว ก่อนที่สุดท้ายจะจบครึ่งแรกด้วยผลเสมอกันไป 0-0 ยังไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบผลการแข่งขันก่อนเริ่มครึ่งหลัง ออกสตาร์ทครึ่งหลังมาได้แค่ 2 นาที อาการของ ลิเวอร์พูล ยังคงทรุดต่อเนื่อง หลังจากที่ ซานโดร ได้กดเต็มข้อในกรอบเขตโทษ แต่ มินโญเลต์ พุ่งเซฟช่วยให้ทีมรอดตายได้อย่างเหลือเชื่อ นาที 55 เป็นอีกครั้งที่แฟนบอล เดอะค็อป ต้องใจหายแบบต่อเนื่อง หลังจาก ชาร์ลี ออสติน ได้หลุดขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา พร้อมกับตัดสินใจกดเต็มข้อ บอลผ่านหน้าประตูออกหลังไปแบบหวุดหวิด นาที 60 คิวพีอาร์ เปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลังจาก ซานโดร มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง อาร์กมอง ตราโอเร่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 61 ไม่รู้ หงส์แดง ทำบุญมาด้วยอะไร จากจังหวะของ บาโลเตลลี่ ได้ซัดเหน่งๆแบบไม่มีตัวประกบในกรอบเขตโทษ แต่ดันไปหวดใต้บอลเหินข้ามคานออกไปแบบช็อคแฟน "เดอะค็อป" ทั้งโลก!! นาที 66 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมด้วยการถอด อดัม ลัลลาน่า และเอ้มเร่ ชาน ออกไปพัก และส่ง โจ อัลเลน กับ คูตินโญ่ ลงมาเล่นแทน GOAL! นาที 68 ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำเจ้าบ้านเรียบร้อย จากจังหวะเปิดยัดเข้ามาแล้ว ริชาร์ด ดันน์ พังประตูตัวเองช่วยให้ หงส์แดง ตีปีกออกนำไปก่อน 1-0 ผ่านมาถึงนาที 78 หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำเกมของ ลิเวอร์พูล ก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน มีโอกาสผ่านบอลไปป้วนเปี้ยนหน้าปากประตูของ ควีนส์ปาร์ค แบบต่อเนื่องทีเดียว นาที 79 คิวพีอาร์ เปลี่ยนอีกคน เป็นทาง บ็อบบี้ ซาโมร่า ที่เจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ลงมาแทน GOAL! นาที 87 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ก็ถือป็นตัวที่เด็ดของ เจ้าบ้านทีเดียวหลังเจ้าตัวลงมาระเบิดตาข่ายให้ทีมตีเสมอท้ายเกม ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-1  GOAL! นาที 90 ทางฝั่ง หงส์แดง ยังไม่ยอมง่ายๆ คูตินโญ่ ที่ลงมาเป็นสำรอง ตะบันด้วยขวาในกรอบเขตโทษ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ ควีนส์ปาร์ค อีกครั้งเป็น 2-1 และครึ่งหลังทดเวลาบาดเจ็บกัน 4 นาที GOAL! นาที 90+2 ใครจะเชื่อว่า ควีนส์ปารค์ จะสามารถสร้างปาฎิหารย์ด้วยการโขกในช่วงต่อเวลาของ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส GOAL! นาที 90+5 อะไรจะดราม่าปานนั้น เมื่อวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ลิเวอร์พูล จะมาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ สตีเว่น คอลเกอร์ ปราการหลังตัวเก่งทำเข้าประตูตัวเองช่วยให้ "หงส์แดง" ของ เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส คว้า 3 คะแนนกลับไปแบบช็อคแฟนบอลเจ้าบ้าน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ควีนส์ปาร์ค : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์, เนดุม โอนูโอฮา, ริชาร์ด ดันน์, สตีเว่น คอลเกอร์, ยุน ซุค-ยอง, เมาริซิโอ อิสลา, คาร์ล เฮนรี่, ซานโดร, เลรอย เฟอร์, บ็อบบี้ ซาโมร่า, ชาร์ลี ออสติน ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, โชเซ่ เอ็นริเก้, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลานา, มาริโอ บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เกือบไม่รอด ผี 10 ตัวเปิดรังเชือด ขุนค้อนหวิว 2-1
กีย์ เดเมล /  ดาบิด เด เคอา / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาที่ 27 กันยายน 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 เวสต์แฮม รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 เวย์น รูนี่ย์ น.5, 2-0 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.22, 2-1 ดิยาฟรา ซาโก้ น.37 เวลา : 21.00 น. สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 27 กันยายน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ หลุยส์ ฟาน กัล ตัดสินใจส่ง แพ็ดดี้ แม็คแนร์ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟดาวรุ่งลงคุมหลับบ้าน แถมยังทำได้เยี่ยมแทบจะตลอดทั้งเกม โดย "ปีศาจแดง" ได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก เวย์น รูนี่ย์ แค่นาทีที่ 5 ก่อนที่ ฟาน เพอร์ซี่ จะมากดอีก 1 ตุงให้ทีมนำห่างเป็น 2-0 แต่หลังจากนั้นเหมือนทุกอย่างจะเป็นของ "ขุนค้อน" เมื่อ ดิยาฟรา ซาโก้ ยิงตีไข่แตกได้ใน นาที 37 แถมกัปตันทีมอย่าง รูนี่ย์ ยังมาโดนใบแดง นาที 59 อีก แต่สุดท้ายยังดีที่ลูกทีมของ ฟาน กัล สามารถประคองตัวจนครบ 90 นาที ทำให้คว้า 3 แต้มไปครองได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล ดา ซิลวา, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, มาร์กอส โรโฮ, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิ มาเรีย, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ราดาเมล ฟัลเกา เวสต์แฮม : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, มาร์ค โนเบิ้ล, อเล็กซ์ ซง, มอร์แกน อมัลฟิตาโน่, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  พรีเมียร์ลีก / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช รายชื่อคนทำประตู : 1-0  เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 อาร์เซน่อล
ผลฟุตบอล /  ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 อาร์เซน่อล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 อเล็กซิส ซานเชซ น.20, 1-1 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.22 เวลา : 22.00 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 3 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายประจำสัปดาห์ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล โดยทาง "จิ้งจอกสยาม" ใส่ชื่อ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ มิดฟิลด์ตัวเก๋าคนใหม่อยู่บนม้านั่งสำรองในแมตช์นี้ด้วย เริ่มเกม! นาทีที่ 6 ลิชชี่ เดอ เล็ท ลากเลี้อยเข้ามาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะเปิดให้ เลโอนาร์โด้ อูยัว แต่จับบอลไม่ดี ทำให้เสียโอกาสทำประตูไป นาทีที่ 10 เป็นทางทีมเยือน ที่ได้ครองบอลมากกว่า โดยทางฝั่งเจ้าบ้านพยายามแพ็คเกมรับและหาจังหวะสวนกลับ นาที 11 มีจังหวะปะทะกันของ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ กับโลร็องต์ กอสเซียลนี่ แต่คนที่ดูจะอาการหนักคือ กอสเซียลนี่ เพราะมีแผลแตกด้วย นาที 18 ริยาด มาห์เรซ มีโอกาสซัดเหน่งๆหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียด และหลุดเสาออกไปนิดเดียว พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 20 อาร์เซน่อล ขึ้นนำจากจังหวะ กาซอร์ล่า ตักบอลให้ ซาโนโก้ ยิงแบบไม่ค่อยถนัดบอลมาเข้าทาง อเล็กซิส ซานเชซ ซัดเข้าไปไม่เหลือช่วยให้ "ปืนใหญ่" ออกนำไปก่อน 1-0 GOAL! นาที 22 เจ้าบ้านไม่ยอมง่ายๆ เป็นทาง เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ลุยขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะเปิดให้ เลโอนาร์โด้ อูยัว โขกจ่อๆบอลมุดตาข่ายเข้าไปไม่เหลือช่วยให้ "จิ้งจอกสยาม" ตามตีเสมอทันควัน 1-1 นาที 33 อาร์เซน่อล ได้ฟรีคิก เป็นทาง เมซุต โอซิล รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้าย แต่บอลไปติดกำแพงพร้อมจังหวะตามน้ำนิดหน่อยแต่ก็ไม่เป็นประตู นาที 39 อาร์เซน่อล ได้บุกขึ้นมา เป็นจังหวะของ ยาย่า ซาโนโก้ ได้ดวลกับ เวส มอร์แกน หน้ากรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจยิงง่ายๆทำให้ติดบล็อคออกไป นาที 45 ผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที นาที 45+3 ริยาด มาห์เรซ ได้เลี้ยงจี้มาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะได้กดด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงแต่ไปตรงตัว วอยเชค เชสนี่ รับไว้ได้สบาย หมดเวลาการแข่งขัน 45 นาทีแรก เลสเตอร์ เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 นาที 46 เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่กี่วินาที เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนจากจังหวะเปิดทางซ้ายไปถึง เดวิด นูเจนท์ วิ่งโฉบมาโหม่ง แต่ไม่ถนัด และไม่ได้ลุ้นในเวลาเดียวกัน นาที 49 ยาย่า ซาโนโก้ หลุดขเามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะตัดสินใจวอลเล่เต็มกำลัง แต่บอลผิดเหลี่ยมแถมไม่ได้ลุ้นเลย นาที 51 ปืนใหญ่เกือบขึ้นนำจากจังหวะของ อเล็กซิส ซานเชซ จ่ายไปให้ ซานติ กาซอร์ล่า หลุดไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายพร้อมได้ยิง แต่บอลหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 53 เลสเตอร์ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะของ เลโอนาร์โด้ อูยัว ได้ดวลเดียวๆกับ วอยเชค เชสนี่ แต่ยิงไม่ตรงกรอบออกหลังไปแบบไม่น่าเชื่อ นาที 57 ซาโนโก้ รับบอลมาจาก มอนเรอัล พร้อมได้ดวลเดียวกับ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่จังหวะจบดันไปยิงตรงตัวทำให้พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำ นาที 61 เลสเตอร์ สวนขึ้นมาได้น่ากลัว จาก 3 ประสาน มาห์เรซ, อูยัว และไปจบที่ นูเจนท์ แต่เสียดายที่จังหวะสุดท้ายยิงไปติดบล็อค นาที 64 "จิ้งจอกสยาม" เปลี่ยนตัวเป็นคนแรกส่ง มาร์ค อัลไบรท์ตัน ลงมาแทน ริยาด มาห์เรซ นาที 70 เลสเตอร์ เปลี่ยนตัวเป็นคนที่ 2 โดยส่ง เจมี่ วาร์ดี้ ลงมาทำหน้าที่แทน เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ นาที 76 เลสเตอร์ ถอด เลโอนาร์โด้ อูยัว ที่ดูเหมือนจะมีอาการบาดเจ็บออกไปพัก และส่ง แดเนี่ยล ดริ้งค์วอเตอร์ ลงมาในสนาม ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ก็ถอด กาซอร์ล่า,ซาโนโก้ พร้อมกับส่ง อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน,โพดอลสกี้ ลงมาแทน นาที 83 เจมี่ วาร์ดี้ หลบผู้เล่น อาร์เซน่อล สองคนบริเวณกลางสนามก่อนจะเล่นชิ่งกับ นูเจนท์ พร้อมหลุดเข้าไปยิง แต่ เชสนี่ ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟช่วยทีมเอาไว้ได้ นาที 90 ผู้ตัดสินที่สี่ ชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! "จิ้งจอกสยาม" เปิดรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ตีเจ๊า "ปืนใหญ่" ด้วยสกอร์ 1-1 พร้อมกับแบ่งกันไปคนละ 1 คะแนน รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ลิชชี่ เดอ เล็ท, เวส มอร์แกน, เลียม มัวร์, พอล คอนเชสกี้, ริยาด มาห์เรซ, ดีน แฮมมอนด์, แอนดี้ คิง, เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์, เดวิด นูเจนท์, เลโอนาร์โด้ อูยัว อาร์เซนอล : วอยเชค เชสนี่, มาติเยอ เดอบูชี่, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, มาติเยอ ฟลามินี่, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, ซานติ กาซอร์ล่า, ยาย่า ซาโนโก้

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH สเตเดี้ยม 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม กุส โปเยต์ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ มีข่าวดีเมื่อสองกองหลัง บิลลี่ โจนส์ กับ ซานติอาโก้ เวอร์จินี ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วน เอมานูเอเล่ เจียคเครินี่ ยังเจ็บขาหนีบต้องพักอีกราวสามสัปดาห์ ขณะที่ในตำแหน่งนายทวาร คอสเทล พานทิลิมอน น่าจะยึดตัวจริงจาก วิโต้ มานโนเน่ ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจในเกมนัดเปิดสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์กอส โรโฮ ปราการหลังตัวใหม่ที่ได้เวิร์ค เพอร์มิตไม่ทันเวลา ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บมีหลายรายทั้ง ลุค ชอว์, ไมเคิล คาร์ริค, จอนนี่ อีแวนส์, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์, เจสเซ่ ลินการ์ด, แดนนี่ เวลเบ็ค, อันแดร์สัน และยังมีที่เจ็บเพิ่มเข้ามาอีกทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อันแดร์ เอร์เรร่า ที่เจ็บข้อเท้าทั้งคู่ แต่ข่าวดีคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ฟิตพร้อมลงเล่น ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิมอน, บิลลี่ โจนส์, เวส บราวน์, จอห์น โอเชีย, ฟาน อันโฮลท์, คัตเตอร์โมล, ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, วิคแค่ม, สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, มาต้า, แอชลี่ย ยัง, คากาวะ, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูฯ VS เชลซี
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เชลซี สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ เกมนี้น่าจะได้ อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บต้นขากลับมาลงสนามได้ทันเช่นเดียวกับ อันเดร เอรร์เรร่า ขณะที่ ไมเคิล คาร์ริค กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ส่วน อันโตนิโอ วาเลนเซีย, จอนนี่ อีแวนส์, แพดดี้ แม็คแนร์ ยังไม่น่าจะพร้อมลงสนามทั้งหมด ด้าน เวย์น รูนี่ย์ ยังคงติดโทษแบนต่อ โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี บอกก่อนเกมว่า ดิเอโก้ คอสต้า น่าจะไม่พร้อมในเกมนี้เนื่องจากมีปัญหาที่แฮมสตริง ขณะที่ โลอิก เรมี่ ก็ยังเจ็บอยู่ ด้าน เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า ติดโทษแบนทำให้ ฟิลิเป้ ลุยซ์ น่าจะประเดิมตัวจริงนัดแรกในลีก และยังมีข่าวดีคือ จอห์น โอบิ มิเคล, อันเดร ชูร์เล่, รามิเรส กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง สถิติที่น่าสนใจ - เชลซี เป็นทีมเดียวในลีกที่ชนะได้มากกว่า แมนฯ ยูฯ ในเกมพรีเมียร์ลีกทุกครั้งที่เคยเจอกันมา (ชนะ15 ครั้ง แพ้13ครั้ง) - ผ่านไปแปดเกม แมนฯ ยูฯ ในฤดูกาลนี้มีแต้มมากกว่าฤดูกาลก่อนภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ แค่คะแนนเดียว - ในปีนี้จาก 11 นัดในลีกที่แมนฯ ยูฯ มีสกอร์ตามหลังคู่แข่งในช่วงพักครึ่ง พวกเขาไม่เคยกลับมาชนะได้เลย (เสมอ 3 แพ้ 8) - เชลซี ยังไม่เคยแพ้ใครในลีกฤดูกาลนี้และยิงประตูคู่แข่งได้ทุกนัด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ราฟาเอล, ฟิล โจนส์, โรโฮ, ลุค ชอว์, บลินด์, เอร์เรร่า, ดิ มาเรีย, มาต้า, ฟาน เพอร์ซี, ฟัลเกา เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, ฟิลิเป้ ลุยซ์, มาติช, ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, อาซาร์, ชูร์เล่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : กองแช่งคำราม!! จิ้งจอกสยาม เปิดรังเขมือบ ผี 10 ตัว แบบไร้ทางสู้ 5-3
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาบิด เด เคอา / 

รายงานสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อผู้ทำประตู :  0-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.13, 0-2 อังเคล ดิ มาเรีย น.16, 1-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.17, 1-3 อันเดร์ เอร์เรร่า น.57, 2-3 เดวิด นูเจนท์ (จุดโทษ) น.62, 3-3 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ น.64, 4-3 เจมี่ วาร์ดี้ น.79, 5-3 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.83 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 1, ช่อง 3 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 5 ของทั้งสองทีม "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือ ถ้าหาก "ปีศาจแดง" สามารถคว้าอย่างน้อยๆ 1 คะแนน พวกเขาจะมีแต้มมากกว่าคูรักคู่แค้นตลอดกาลอย่าาง ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งสะดุดหัวทิ่มไปเมื่อคืนที่ผ่านมา และตำแหน่งจะคงอยู่แบบนั้นอย่างต่ำๆ 1 สัปดาห์แน่นอน เริ่มเกมนาทีที่ 5 เลสเตอร์ ได้ลุ้นจากลูกเปิดของ นูเจนท์ โยเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่โดนสกัดออกหลังไปได้ก่อน เกมผ่านไป 10 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าและเอาบอลเข้าไปบุกในฝั่ง ปีศาจแดง ได้หลายครั้งเหมือนกัน นาที 11 ดิ มาเรีย แทงทะลุช่องมาให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ออกหลังไป GOAL! นาที 13 ราดาเมล ฟัลเกา เลี้ยงลุยขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตักไปให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกจ่อๆในกรอบเขตโทษผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำเจ้าบ้านไปก่อน 1-0  GOAL! นาที 16 อังเคล ดิ มาเรีย ลุยเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะงัดบอลข้ามหัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตราข่ายอย่างสวยงาม GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" แก้คืนได้เร็วจากจังหวะโขกของ เลโอนาร์โด้ อูยัว บอลผ่านตัว ดาบิด เด เคอา เข้าไปมุดก้นตาข่ายแบบทันควัน นาที 30 จอนนี่ อีแวนส์ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ คริส สมอลลิ่ง ที่เพิ่งหายเจ็บหลับมาลงไปทำหน้าที่แทน มาถึงนาที 35 เลสเตอร์ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้มากกว่าทีมเยือน แถมยังทำเกมรุกใส่ "ปีศาจแดง" ได้มากกว่าแล้ว นาที 41 ดิ มาเรีย ได้โดนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ เป็นทาง เวส มอร์แกน หวดตูมเดียวแต่บอลผิดเหลี่ยมเกือบเข้าประตูตัวเอง นาที 45 ดิ มาเรีย ได้โยนอีกครั้งเป็นทาง ฟัลเกา พร้อมโฉบมาโหม่งแต่น่าเสียดายที่เข้าไม่ถึงในจังหวะสุดท้าย และทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที จบครึ่งแรก! เลสเตอร์ ซิตี้ โดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำด้วยสกอร์ 1-2 เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 49 ราดาเมล ฟัลเกา ได้ซัดย้อยๆในกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ดันไปชนคาน พลาดโอกาสพา แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นนำห่าง 2 สกอร์อย่างน่าเสียดาย GOAL! น.57 อันเดร์ เอร์เรร่า ไขว้ยิงจากจังหวะซัดแถวสองของ ดิ มาเรีย หลอก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ได้สนิทส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ออกนำเจ้าบ้านไปเป็น 3-1 นาที 61 เลสเตอร์ ได้ลูกเตะมุม อูยัว พยายายมโขกชงเข้ามาแต่ไปติดผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด บริเวณใกล้เคียงกับแขนแต่ผู้ตัดสินยังนิ่ง GOAL! นาที 62 เจมี่ วาร์ดี้ โดน ราฟาเอล กระแทกข้างหลังในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล้มลงและผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เป็นทาง เดวิด นูเจนท์ รับหน้าที่สังหาร แล้วก็ไม่พลาด ช่วยให้ เลสเตอร์ ตามมาอีกครั้งเป้น 2-3 GOAL! นาที 64 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ วิ่งมาซัดแถมสองเต็มข้อ บอลผ่าน ดาบิด เด เคอา หายเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม แถมนี่คือประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อ "จิ้งจอกสยาม" นาที 71 เลสเตอร์ แก้เกม ส่ง แอนดี้ คิง ลงมาแทน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่  ผู้ที่ยิงประตูที่ 3 ให้เจ้าบ้านตามตีเสมอ นาที 76 แอนดี้ คิง เกือบพาทีมขึ้นนำหลังมีโอกาซัดเหน่งๆ ดาบิด เด เคอา ขาตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว GOAL! นาที 79 เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดียวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาบิด เด เคอา ก่อนจะยิงเล่นทางเข้าไปช่วยให้ เลสเตอร์ ออกนำ "ปีศาจแดง" เป็นครั้งแรก 4-3 GOAL! นาที 83 เจมี่ วาร์ดี้ ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนที่ เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต จะมาเข้าสกัดจากทางข้างหลัง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารไม่พลาด "จิ้งจอกสยาม" ทะยานขึ้นนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเป็น 5-3 นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ทุบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดมันส์ 5-3 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริทชี่ เดอ เลต, เลียม มัวร์, เวส มอร์แกน, พอล คอนเชสกี้, ดาเนียล ดริงค์วอเตอร์, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ดีน แฮมมอนด์, เจมี่ วาร์ดี้, เดวิด นูเจนท์, ลีโอนาโด้ อูยัว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล, จอนนี่ อีแวนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, มาร์กอส โรโฮ, อันเดร์ เอร์เรร่า, ดาร์ลี่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล เวสต์บรอมวิช
ทัศนะ /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม 2014 ลิเวอร์พูล - เวสต์บรอมวิช สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 21.00 น. CTH ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอวิเวอร์ มาเริ่มกันที่ความพร้อมของเจ้าบ้านในเกมนี้กันก่อนฟอร์มล่าสุดทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกถือว่าไม่ดีเอาซะเลย ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย เกมนี้ ร็อดเจอร์ส จะกดดันแน่ๆหากไม่สามารถเก็บ 3 แต้ม ในบ้านเกมนี้ ด้านผู้เล่นที่บาดเจ็บลงเล่นไม่ได้แน่นอนคือ ซาโก้ ฟลานาแกน เกล็น จอห์นสัน โจ อัลเลน เอ็มเร่ ชาน และกองหน้าตัวเก่ง สเตอร์ริดจ์ เกมนี้ เชื่อว่า ร็อดเจอร์ส จะจัดหนักจัดเต็มแน่นอนเพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล ลิเวอร์พูล กลับมา ข้ามมาดูฝั่งทีมเยือน เวสต์บรอมวิช กันบ้างเกมนี้ไม่มีปัญญาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บเลยแม้เเต่รายเดียว และฟอร์ม 2 นัดหลังสุดถือว่าทำกันได้อย่างยอดเยี่ยมยิงได้ 5 ประตู แถมเก็บคลีนชีทได้อีกด้วย เกมนี้เรียกว่าทัพเวสต์บรอมกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ โดยเฉพาะกองหน้าตัวเป้า เบอราฮิโน่ รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, มานกรีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, บาโลเตลลี่ เวสต์บรอม : ฟอสเตอร์, ดอว์สัน, โปคอนโนลี่, เลสคอตต์, โอล์สัน, ดอร์แรนส์, บรันส์, โรบินสัน, การ์ดเนอร์, เซสซิยง, เบอราฮิโน่ การเจอกันนัดล่าสุดเมื่อซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล เปิดบ้านอัด เวสต์บรอม 4-1 แฟนหงส์ท่าหนึ่ง : เกมนี้มันต้องมาแล้ว! ฟันธงหงส์จัดเต็มถล่มมวยโลก 4-0

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ควีนส์ปาร์ค 2-3 ลิเวอร์พูล
ควีนส์ปาร์ค /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 ควีนส์ปาร์ค 2-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ริชาร์ด ดันน์ (เข้าประตูตัวเอง) น.68, 1-1 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส น.87, 1-2 คูตินโญ่ น.90, 2-2 เอดูอาร์โด้ วาร์กัส น.90+2, 2-3 สตีเว่น คอลเกอร์ (เข้าประตูตัวเอง) น.90+5 เวลา : 19.30 น. สนาม : ลอฟตัส โร้ด ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 13 กัยายน 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสดช่อง3, CTH stadium 3 ความพร้อม ก่อนลงสนาม อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล อาจส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงประเดิมสนามในเกมนี้ หลังจากเพิ่งยิงไปสองประตูให้ ทีมชาติอังกฤษ ในเกมที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ แต่จะไม่มี อารอน แรมซี่ย์ ที่เจ็บข้อเท้าจากการเล่นให้ ทีมชาติเวลส์ เมื่อกลางสัปดาห์ ข่าวดีคือจะได้ มิเคล อาร์เตต้า, คีแรนส์ กิ๊บส์ และ ผู้รักษาประตู ดาวิด ออสปิน่า กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึง เมซุต โอซิล ที่มีปัญหาที่ข้อเท้าก็น่าจะลงเล่นได้เช่นกัน ขณะที่ ธีโอ วัลคอตต์, เซิร์จ นาร์บี้ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังต้องพักยาวต่อไป มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ยังต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บของ สเตฟาน โยเวติช ที่มีปัญหาที่แฮมสตริงจากเกมทีมชาติ เช่นเดียวกับ เฟอร์นันโด ที่มีอาการเจ็บขาหนีบ ส่วน เอเลียกิม ม็องกาล่า กองหลังค่าตัวแพงน่าจะได้ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก ขณะที่ ปาโบล ซาบาเลต้า ที่ไม่สมบูรณ์มาจากเกมทีมชาติยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนามอีกครั้ง ผู้เล่นตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – เชสนี่, เดอบูชี่, แมแตร์ซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, กิ๊บส์, อาร์เตต้า, วิลเชียร์, อเล็กซิส ซาเชซ, กาซอร์ล่า, เวลเบ็ค แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซานญ่า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, โคลารอฟ, นาสรี่, ยาย่า, เฟอร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูฯ VS ควีนส์ปาร์ค
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสดช่อง CTh stadium 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้เตรียมส่งนักเตะใหม่ลงประเดิมสนามหลายรายทั้ง ราดาเมล ฟัลเกา, มาร์กอส โรโฮ, ดาลี่ย์ บลินด์ และ ลุค ชอว์ แต่ ฟิล โจนส์ อาจต้องพักราวหนึ่งเดือนหลังจากเจ็บแฮมสตริงในเกมรับใช้ทีมชาติอังกฤษ รวมไปถึง คริส สมอลลิ่ง, ไมเคิล คาร์ริค, แอชลี่ย์ ยัง, เจซเซ่ ลินการ์ด, เจมส์ วิลสัน, รีซ เจมส์ และ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ยังเจ็บอยู่ ส่วน อันเดร์ เอร์รเร่า กับ ราฟาเอล กำลังเร่งเรียกความฟิตและน่าจะพร้อมทันเกมนี้ ขณะที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี มีข่าวลือว่าเจ็บข้อเท้าและไม่น่าจะมีชื่อในนัดนี้ ฝั่ง แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ กุนซือ คิวพีอาร์ น่าจะส่งแข้งใหม่คือ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส, นิโก้ ครานชาร์ และ ซานโดร ลงประเดิมสนาม ส่วน โจอี้ บาร์ตัน มีอาการเจ็บแฮมสตริงต้องรอเช็คความฟิต แต่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ น่าจะได้ลงสนามเจอทีมเก่า ขณะที่ อเลฮานโดร ฟาอูร์ลิน ยังต้องพักยาวต่อไป ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, อีแวนส์, โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย, เอร์เรร่า, ดิ มาเรีย, ลุค ชอว์, มาต้า, รูนี่ย์, ฟัลเกา คิวพีอาร์ – โรเบิร์ต กรีน, อิสล่า, คอลเกอร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, คลินท์ ฮิลล์, แม็ทธิว ฟิลลิปส์, ครานชาร์, ซานโดร, อเดล ทารับต์, ลีรอย เฟอร์, เอดูอาร์โด้ วาร์กัส

ไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล สนาม อัพทัน ปาร์ค วันเสาร์ที่ 20 กัยายน 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง3, CTH stadium 2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม แซม อัลลาไดซ์ กุนซือ เวสต์แฮม เกมนี้จะยังไม่มี แอนดี้ แคร์โรว์, เควิน โนแลน, แม็ต จาร์วิส และ โจอี้ โอไบรอัน ส่วน เจมส์ คอลลินส์ ต้องรอเช็คความฟิต ด้านนักเตะใหม่อย่าง อเล็กซ์ ซง ที่ลงสำรองในเกมก่อนน่าจะได้ยืนตัวจริงเกมนี้ แต่ คาร์ล เจนคินสัน กับ มอร์แกน อัลมาฟิตาโน่ น่าจะเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล ได้ข่าวดีเมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล หายเจ็บเข่าแล้ว ต้องลุ้นว่าจะมีชื่อในเกมนี้หรือไม่ รวมไปถึง เกล็น จอห์นสัน ที่กลับมาฟิตอีกครั้ง แต่ข่าวร้ายคือ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จะยังซ้อมไม่ได้จนกว่าจะสัปดาห์หน้า รวมไปถึง โจ อัลเลน กับ เอ็มเร่ ชาน ที่ยังไม่สมบูรณ์ ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น ผ่าเข่าต้องพักสองเดือน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เวสต์แฮม – อาเดรียน, กีย์ เดเมล, วินสตัน รีด, เจมส์ ทอมกินส์, เครสเวลล์, คูยาเต้, มาร์ค โนเบิล, ดาวนิ่ง, ซง, ซาราเต้, เอนเนอร์ วาเลนเซีย ลิเวอน์พูล – มินโญเล่ต์, มานควินโญ่, ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, มาร์โควิช, สเตอร์ลิง, บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD ศึก พรีเมียร์ลีก ค่ำคืนวันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 คู่ระหว่าง สเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ประเด็นสำคัญสำหรับวันนี้คือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใส่รายชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง น่าสนใจว่ารูปเกมของ "หงส์แดง" จะออกมาเป็นยังไง เพราะแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าเจ้าประจำก็ถูกส่งลงไปเป็นตัวจริงเช่นกัน เริ่มเกม! นาทีที่ 3 สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลให้ บาโลเตลลี่ ได้โขกจ่อๆแต่ไปติดเซฟ อูโก้ ยอริส กระเฉาะออกมาได้ซ้ำก็โดนบล็อคไว้ได้ GOAL! นาทีที่ 8 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะผ่านบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ซัดจ่อๆเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปแล้ว 1-0 นาที 12 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงและเฉียดเสาออกไปนิดเดียว นาที 14 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางซ้ายของสนาม เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปกรอบเขตโทษ บาโลเตลลี่ ได้ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 26 โจ อัลเลน โดนใบเหลืองจากจังหวะไปดึง เอริค ลาเมล่า แบบน่าเกลียด นาที 30 บาโลเตลลี่ โชว์ตอกส้นให้ สเตอร์ริดจ์ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดด้วยซ้ายแต่ ยอริส พุ่งเซฟติดมือเลย นาที 31 ยอริส ออกมาตัดบอลพาด ทำให้เหลือแต่ประตูโล่งๆ บาโลเตลลี่ ได้ซัดแต่หลุดกรอบออกไปไกล นาที 37 ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองย้อนหลังกับ มานกีโญ่ แบ็คขวาของ ลิเวอร์พูล นาที 41 ลอฟเรน จ่ายบอลสั้นไปทำให้ อาเดบายอร์ ตัดบอลไปจนถึงกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตามมากวาดออกไปได้ นาที 42 กองหลัง ลิเวอร์พูล พลาดท่าโดน นาเซอร์ ชาดลี่ ทะลุเข้ามายิงโล่งๆแต่สุดท้ายเป็นทาง มินโญเล่ต์ ที่ช่วยชีวิตเพื่อนไว้ได้ด้วยการเซฟออกหลังไป นาที 44 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม เจอร์ราร์ด เล่นลูกสูตรกับ บาโลเตลลี่ ก่อนจะได้ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 45 ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที หมดเวลา 45 นาทีแรก "หงส์แดง" บุกมานำ "ไก่เดือยทอง" 1-0 จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง GOAL! เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 48 เอริก ไดเออร์ ดึง โจ อัลเลน ล้มลงในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกโทษ ผู้รับหน้าที่ยิงเป็น เจอร์ราร์ด ซัดไปซ้ายมือของตัวเองให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง สเปอร์ เป็น 2-0 นาที 54 สเปอร์ ได้ลูกฟรีคิก เอริก ไดเออร์ เติมขึ้นมาโขกเพื่อที่จะแก้ตัว แต่บอลเหินข้ามคายออกไปเยอะ นาที 59 สเปอร์ ถอด อีริคเซ่น,เบนทาเล็บ ออกไปพักและส่ง ทาวน์เซ่นด์,เดมเบเล่ ลงมาแทน GOAL! น.60 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล โชว์สปีดเลี้ยงจากครึ่งสนามมาถึงหน้าประตูของ สเปอร์ ก่อนจะสับด้วยซ้ายบอลชนเสาเด้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำ "ไก่เดือยทอง" ห่างออกไปเป็น 3-0 นาที 61 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด โจ อัลเลน,บาโลเตลลี่ ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน,มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 70 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกหลบผู้เล่น สเปอร์ 3 คนพร้อมกับหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ทำได้ไม่ดีติดเซฟ ยอริส ไปแบบสบาย นาที 72 สเปอร์ แดนนี่ โรส ออกและส่งแบ็คซ้ายหน้าใหม่อย่าง เบน เดวิส ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 80 ลิเวอร์พูล เล่นแบบครองเกมได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน สเปอร์ เองก็ดูจะถอดใจไปแล้ว นาที 83 สเตอร์ริดจ์ หลอกจะยิงด้วยซ้ายแต่ล็อคมาเข้าขวา พร้อมปั่นโค้งแต่บอลหลุดกรอบไปไกล นาที 85 อาเดบายอร์ ได้หลุดเขาไปในกรอบเขตโทษพร้อมดวลเดี่ยวกับ มินโญเล่ต์ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน นาที 86 ร็อดเจอร์ส ถอดผู้ทำประตูแรกอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกไปพัก และส่ง โชเซ่ เอ็นริเก้ ลงมาแทน นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที หมดเวลาการแข่งขัน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ฉลองการคุมทัพ "หงส์แดง" นัดที่ 100 ด้วยการบุกไปเอาชนะ สเปอร์ คาถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน 3-0 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ ยอริส, เอริก ไดเออร์, ยูเนส คาบูล, แยน แฟร์ตองเก้น, แดนนี่ โรส, เอเตียนน์ กาปู, นาบิล เบนทาเล็บ, นาเซอร์ ชาดลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เอริค ลาเมล่า, เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : คิวพีอาร์ VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สVS ลิเวอร์พูล สนาม ลอฟตัส โร้ด วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2557 เวลา 19.30น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ กุนซือ คิวพีอาร์ มีปัญหาหนักที่แผงกองกลางเมื่อจะหมดโอกาสใช้งาน โจอี้ บาร์ตัน กับ จอร์แดน มัทช์ ที่เจ็บแฮมสตริงทั้งคู่ ส่วน นิโก้ ครานชาร์ นิ้วเท้าหักอาจต้องฉีดยาชาลงสนาม อเลฮานโดร ฟาอูลิน ยังต้องพักยาว เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล ต้องกุมขมับเมื่อ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงคนสำคัญเจ็บน่องต้องพักอีกประมาณหนึ่งเดือน เกมนี้อาจได้เห็น ฟาบิโอ บอรินี่ ลงสนามแทน แต่ข่าวดีคือจะได้ โจ อัลเลน, เอ็มเร่ ชาน, เดยัน ลอฟเรน กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ส่วน ลาซาร์ มาร์โควิช ต้องรอเช็คความฟิต ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น กับ ซูโซ่ ยังต้องพักต่อ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม คิวพีอาร์ – กรีน, อิสล่า, คอลเกอร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, อาร์กมองด์ ตราโอเร่, ฮอยเล็ตต์, ลีรอย เฟอร์, ซานโดร, คาร์ล อองรี, ครานชาร์, ชาร์ลี ออสติน ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, ลูคัส, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, สเตอร์ลิง, บอรินี่, บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เฮนโด้ ซัดปิดกล่อง หงส์ เปิดรังเฉือน มวยโลก น้ำลายเหนียว 2-1
คริส บรั้นท์ /  คริสเตียน แกมบัว / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 เวสต์บรอมวิช รายชื่อคนทำประตู : 1-0 อดัม ลัลลาน่า น.45, 1-1 ไซโด้ เบราฮิโน่(จุดโทษ) น.56, 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.61 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่ 7 ของทั้งสองทีม วันนี้ ลิเวอร์พูล ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สถานการณ์ค่อนข้างย่ำแย่หลังไม่ชนะใครมา 4 เกมติด ผิดกับทีมเยือนอย่าง เวสต์บรอมวิช ที่กวาดชัยมา 3 แมตช์รวด กำลังใจมีมากกว่ากันเห็นๆ วันนี้ต้องมาดูว่า "บีร็อด" จะปรับหมากรับมือกับ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ยังไง เพราะศูนย์หน้าตัวเป้า "หงส์แดง" เลือกใช้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ไม่ใช่ มาริโอ บาโลเตลลี่ อย่างที่สื่อคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เริ่มเกมมาได้ 5 นาที ถือว่าทางฝั่งเจ้าบ้านครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูขึ้นนำเลยสักครั้ง นาทีที่ 8 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับอาสาเป็นคนซัดลูกนี้ แต่น่าเสียดายที่ติดบล็อคแล้วออกหลังไป นาที 12 สาวก เดอะค็อป เริ่มหนาวๆร้อนๆ เมื่อ เวสต์บรอมวิช ได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา แต่เปิดเข้าไปก็โดน มินโญเลต์ ออกมาชกทิ้งไว้ได้ นาที 13 หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ อดัม ลัลลาน่า ทะลุขึ้นมาฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจะตบเข้ากลางให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต เข้าชาร์จจ่อๆ แต่สุดท้ายกลับยิงไม่โดน เสียโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย นาที 17 มาร์ติน สเคอร์เทล โดนใบเหลืองแรกของเกม หลังเข้าหนักใส่ ไซโด้ เบราฮิโน่ แบบไม่โดนบอล นาที 19 ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้หลุดไปยิงเหน่งๆครั้งแรก แต่ไม่ผ่านเซฟของ เบน ฟอสเตอร์ นาที 28 สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดนใบเหลืองจากจังหวะใช้แขนคว้าคอ คริสเตียน แกมบัว นาที 29 ใบเหลืองตามมาติดๆ คราวนี้เป็นของทางฝั่งทีมเยือนอย่าง เคร็ก ดอว์สัน ที่ไปเสียบหนักใส่ อดัม ลัลลาน่า นาที 35 เวสต์บรอมวิช เกือบขึ้นนำ หงส์แดง จากจังหวะสวนกลับ เป็นทาง ไซโด้ เบราฮิโน่ ใช้ความคล่องตัวเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทา ก่อนตัดสินใจสับด้วยซ้ายเต็มแข้ง บอลพุ่งแรงเข้ากรอบประตู แต่สุดท้ายโดน มินโญเลต์ บินปัดออกไปได้ นาที 40 ลิเวอร์พูล ตัดบอลได้กลางสนามก่อนจะแทงทะลุมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความเร็วกระชากมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะถวายพานให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต จับเข้าซ้าย แต่พอจะยิงก็ช้าไปแล้ว โดนบล็อคแนวรับทีมเยือนหมดโอกาสลุ้นประตูไปในที่สุด นาที 44  เวสต์บรอมวิช เริ่มได้ลุ้นบ่อยขึ้น สเตฟาน เซสเซยง ยิงไกล แต่ก็ไปตรงตัว ซิมง มินโญเล่ต์ รับเข้าซองไว้ได้สบาย GOAL! นาที 45 อดัม ลัลลาน่า ทะลุเข้ากรอบเขตโทษจากลูกจ่ายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก่อนจะซัดด้วยซ้ายบอลมุดก้นตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำไปแล้ว 1-0 ผู้ตัดสินที่สี่ ทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที และช่วงเหลือที่เหลือทั้งสองยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เวสต์บรอมวิช 1-0 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง บอลยังอยู่ตรงกลางสนามซะส่วนใหญ่ แต่เห็นได้ชัดว่าทางฝั่งทีมเยือนดูจะกล้าเปิดหน้าแลกมากกว่าเดิม หลังโดนนำไปก่อนในช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรก GOAL! นาที 56 เวสต์บรอมวิช ได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษของ ไซโด้ เบราฮิโน่ GOAL! นาที 61 หงส์แดง แก้คืนได้เร็ว จากจังหวะซัดตูมเดียวของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นทาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่จ่ายแบบถวายพานมาให้ในกรอบเขตโทษ นาที 63 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจเปลี่ยนตัวถึง 2 คนโดยถอด ริคกี้ แลมเบิร์ต, ฮาเวียร์ มานกีโญ่ ออกไปพัก และส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่, เกล็น จอห์นสัน ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 68 ลงมาแป๊บเดียวได้ลองส่องซะแล้ว สำหรับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ได้ซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่ลูกนี้ผิดเหลี่ยมไปนิด เฉียดเสาสองออกไป นาที 75 ทางฝั่งทีมเยือนยังคงมีโอกาสตีเสมออยู่ทุกนาที คราวนี้เป็นทาง เบราฮิโน่ ได้ขึ้นโขกจ่อในเขตโทษของ ลิเวอร์พูล แต่น่าเสียดายที่บอลเบายังกับปุยนุ่น แบบนี้ ซิมง มินโญเล่ต์ รับสบาย และในเวลาเดียวกัน เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายด้วยการถอด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกไปพัก พร้อมกับส่ง ลูคัส เลว่า ลงมาแทน นาที 78 บาโลเตลลี่ ทำชิ่งกับ เจอร์ราร์ด สองสามจังหวะก่อนที่ เกรียนโอ้ จะได้กดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ น้ำหนักบอลดีเยี่ยมแต่ทิศทางดันไปตรงตัว เบน ฟอสเตอร์ พุ่งรับเข้าซองได้สบาย นาที 84 โจลีออน เลสค็อตต์ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปฟาวล์ตัดเกมแบบเสียเหลี่ยม ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาที 90 ลูคัส เลว่า ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ มองไม่เห็นเพื่อนมาช่วยก่อนตัดสินใจยิงแต่ก็ข้ามคานออกไปแบบไม่ผิดคาด นาทีสุดท้ายของเวลาการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่สี่ชูป้ายทดเจ็บ 4 นาที เวลาที่เหลือ หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำอยู่ 2-3 ครั้งแต่สุดท้ายก็พลาด ทำให้จบเกมด้วยสกอร์เดิม ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนชนะ เวสต์บรอมวิช แบบหืดจับ 2-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ริคกี้ แลมเบิร์ต เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, คริสเตียน แกมบัว, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, เซบาสเตียน โปโกโญลี่, เคร็ก การ์ดเนอร์ส, คริส บรั้นท์, แกรม ดอร์แรนส์, เจมส์ มอร์ริสัน, สเตฟาน เซสเซยง, ไซโด้ เบราฮิโน่

ไฮไลท์ เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ลิเวอร์พูล 1-1 เอฟเวอร์ตัน
ทอฟฟี่ /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาที่ 27 กันยายน 2557 ลิเวอร์พูล 1-1 เอฟเวอร์ตัน รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.65, 1-1 ฟิล จากีลก้า น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส ลิเวอร์พูล
ก่อนเกม /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส ลิเวอร์พูล วิเคราะห์บอลพรเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 สเปอร์ส - ลิเวอร์พูล สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์ แข่งขันเวลา : 19.30 น. CTH ถ่ายทอดสด มาดูกันที่ความพร้อมของลูกทีม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือคนเก่งของ สเปอร์ส กัน เกมนี้น่าจะส่งกองหลังตัวอย่าง เฟเดริโก ฟาซิโอ เซ็นเตอร์แบ็กเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว มาจับคู่กับ แฟร์ทองเก้น แน่นอนว่าแนวรับ สเปอร์ ชุดนี้ โปเช็ตติโน่ คัดสรรมาอย่างแจ่ม ส่วนนักเตะที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บลงเล่นเกมนี้ไม่ได้แน่นอนคือ ไคล์ วอล์คเกอร์ ด้านแนวรุกก็ถือว่าจัดจ้าน 2 นัดกดไปแล้ว 5 ประตู โดยเฉพาะ อเดบายอร์ และแบ็กขวาตัวเติ่มอย่าง อิริก ไดเออร์ ข้ามมาดูทีมขวัญใจชาวไทย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หลังจากเปิดประเดิมพ่ายแพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เกมนี้ก็ต้องมาเจอศึกหนักอีกครั้งด้วยการบุกไปเยือน สเปอร์ส ภายใต้โค้ชคนใหม่ที่ทำให้ สเปอร์ส แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้านความพร้อมของนักเตะ ลิเวอร์พูล จะไม่มี แอ็กเกอร์ แน่นอน ส่วน ทางด้าน อดัม ลัลลาน่า ที่บาดเจ็บมาจากช่วงปรีซีซั่นน่าจะเป็นตัวเลือกที่ม้านั่งสำรองไปก่อน แต่ไฮไลท์ในเกมนี้อยู่กองหน้าตัวใหม่ของ ลิเวอร์พูล "เกรียนโอ้" มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ ร็อดเจอร์ส การันตีว่าจะส่งลงยืนเป็นหน้าเป้ากับ สเตอร์ริดจ์ แน่นอน รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมที่คาดว่าจะได้ลงสนาม สเปอร์ส : ญาริส, ไดเออร์, ฟาซิโอ, แฟร์ทองเก้น, แดนนี่ โรส, เบนทาเลป, กาปู, ชาดลี่, อิริคเซ่น, ลาเมล่า, อเดบายอร์ ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, มานกีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ คาน, สเตอร์ลิ่ง, สเตอร์ริดจ์, บาโลเตลลี่ แฟนหงส์ท่านหนึ่ง : เกมนี้ออกได้สามหน้าแต่เชื่อเถอะครับเกมนี้ เกรียนโอ้ จะสร้างเซอร์ไพรส์