CTH

ผลฟุตบอล : เหนื่อยทุกนัด! หงส์โคตรหืดเฉือนหวิวคิวพีอาร์10ตัวท้ายเกม
ข่าวลิเวอร์พูล /  คลิ้นท์ ฮิลล์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-1 ควีนส์ปาร์ค รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.19, 1-1 เลรอย เฟอร์ น.73, 2-1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.87 เวลา : 21.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 35 ของ ลิเวอร์พูล ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำผลงานได้น่าผิดหวังอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกมที่แพ้ แอสตัน วิลล่า อกหักอดเข้าชิง เอฟเอ คัพ เป็นต้นมา "หงส์แดง" ยังไม่เคยเจอกับคำว่า "ชนะ" เลยแม้แต่แมตช์เดียว ซ้ำร้ายยังยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลยสักลูก โดยแมตช์นี้มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น น่าสนใจว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร หลังจากฟอร์มระยะหลังของทั้งสองทีมไม่ถึงกับดีด้วยกันทั้งคู่ [เริ่มเกม] 48 วินาทีแรก ทีมเยือนทำเอาสาวก หงส์แดง ช็อคทั้งสนาม หลังจากได้ลูกเตะมุมและ เลรอย เฟอร์ กระทุ้งบอลมุดก้นตาข่าย แต่น่าเสียดายที่จังหวะเปิดบอลหลุดเส้นหลังออกไปก่อนแค่นิดเดียว นาทีที่ 8 แนวรับ ลิเวอร์พูล เกือบรั่วอีกแล้ว และเป็นจังหวะเปิดเตะมุมเหมือนเดิม บอลมาเข้าทาง สตีเว่น คอลเกอร์ ได้กระหน่ำด้วยขวา โชคร้ายที่บอลหลุดเสาสองออกไปแค่นิดเดียว นาที 13 โอกาสลุ้นทำประตูครั้งของ ลิเวอร์พูล มาจากลูกยิงไกลของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่หวดจังหวะนี้บอลหลุดกรอบออกไปชนิดแทบไม่ได้ลุ้น นาที 16 หงส์แดง เริ่มได้ลุ้นเจาะตาข่ายทีมเยือนมากขึ้น คราวนี้เป็นทีของ ริคกี้ แลมเบิร์ต ที่วันนี้ได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง หลุดขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะสังหารด้วยขวาแต่บอลตรงตัว โรเบิร์ต กรีน ก้มตัวรับไว้ได้ นาที 18 สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดนเหลืองแรก หลังจากไปอัดใส่ เลรอย เฟอร์ บริเวณกลางสนาม GOAL! นาที 19 หลังจากเดินเกมรุกอยู่พักใหญ่ ลิเวอร์พูล ได้ประตูออกนำจากการสังหารด้วยขวาในกรอบเขตโทษของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ผ่านตัว โรเบิร์ต กรีน ที่ยืนขาตายเข้าไปอย่างสวยงาม เกมผ่านมาถึงนาที 33 เดอะค็อป ใน แอนฟิลด์ ถึงกับลุกฮือ! หลังจากเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดด้วยขวาบอลผ่านตัว โรเบิร์ต กรีน เข้าไปกองก้นตาข่าย แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าทำให้ หงส์แดง ยังคงนำอยู่ที่ 1-0 เหมือนเดิม นาที 40 เจ้าบ้านหวิดได้ประตูที่สองจากลูกฟรีคิกของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ปั่นด้วยขวาบอลโค้งข้ามกำแพงมาแบบพอดิบพอดี แต่ โรเบิร์ต กรีน ซุปเปอร์เซฟพุ่งสุดตัวบินปัดออกไปได้ [จบครึ่งแรก] หลังจากตั้งเกมติด ลิเวอร์พูล ก็สามารถเล่นเกมตามแบบที่ตัวเองถนัด และเดินหน้าไล่ทุบทีมเยือนแทบจะฝ่ายเดียว โดน คิวพีอาร์ ลงไปตั้งรับกันลึก และพยามยามตอบโต้จากจังหวะสวนกลับ แต่ยังทำอะไรปราการด่านสุดท้ายของ หงส์แดง ไม่ได้ ทำให้ครึ่งแรกลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคงกุมความได้เปรียบอยู่ 1 ประตู ต้องมาดูกันว่า 45 นาทีที่เหลือทีมเยือนจะปรับหมากมารับมือกับสถานการณ์ที่กำลังตกเป็นรองยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 50 สาวก เดอะค็อป ถึงกับกุมขมับกันทั้ง แอนฟิลด์ หลังจาก อดัม ลัลลาน่า หลุดเดี่ยวไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายแต่บอลออกข้างไปแบบสุดช็อค นาที 54 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่สองแบบโคตรช็อคอีกแล้ว จากจังหวะ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดอย่างสวยไปให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซัดจ่อๆเพียงไม่กี่หลา แต่ดันยิงเหินข้ามคานออกไปแบบไม่น่าเชื่อ GOAL! นาที 73 หลังจากหวิดโดนถลุงจากลูกตั้งแต่หลายครั้ง แนวรับ ลิเวอร์พูล ก็มาพังจนได้ จากลูกเตะมุมบอลหลุดมาถึง เลรอย เฟอร์ ตวัดด้วยขวาเน้นๆ บอลเข้าไปกองก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย นาที 79 ลิเวอร์พูล ได้ลูกจุดโทษ หลังจาก เนดุม โอนูโอฮา ไปดึง สเคอร์เทล หงายท้องลงไปกองในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหาร แต่ดันยิงไปติดเซฟของ โรเบิร์ต กรีน บินปัดออกไปได้ นาที 82 สถานการณ์ของ คิวพีอาร์ ชักไม่ค่อยสู้ดี หลังจาก เนดุม โอนูโอฮา ที่ทำพลาดเสียจุดโทษมาโดนเหลืองที่สอง เปลี่ยนเป็นใบแดง ทำให้ทีมเยือนต้องเล่นในสนามแค่ 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ GOAL! นาที 87 สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแก้ตัวหลังจากพลาดจุดโทษได้สำเร็จ จากลูกโขกสบัดบอลพุ่งเสียบเสาสองชนิด โรเบิร์ต กรีน หมดสิทธิ์เซฟ [จบเกม] หงส์แดง เปิดรัง แอนฟิลด์ เก็บ 3 คะแนนเหนือ ควีนส์ปาร์ค แรนเจอร์ส 10 ตัวไปแบบลิ้นห้อย 2-1 โดยเกมถัดไป พวกเขาต้องบุกไปเยือนรัง สแตมฟอร์ดบริดจ์ ของ เชลซี น่าสนใจว่าลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมแค่ไหน หลังจากผลงานระยะหลังต้องบอกว่ากว่าจะชนะได้ ถึงกับหืดจับแทบทุกเกม  11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลาน่า, ริคกี้ แลมเบิร์ต ควีนส์ปาร์ค แรนเจอร์ส : โรเบิร์ต กรีน, เนดุม โอนูโอฮา, สตีเว่น คอลเกอร์, ริชาร์ด ดันน์, คลิ้นท์ ฮิลล์, แม็ตต์ ฟิลลิปส์, ซานโดร, โจอี้ บาร์ตัน, เลรอย เฟอร์, คาร์ล เฮนรี่, ชาร์ลี ออสติน

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.11, 1-1 เอดิน เชโก้ น.25, 2-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75 เวลา : 19.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS ควีนส์ปาร์ค
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS ควีนส์ปาร์ต เรนเจอร์ส สนาม แอนฟิลด์ วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ความฝันของ ลิเวอร์พูล ในการไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าหลุดลอยไปไกลหลังบุกออกไปพ่าย ฮัลล์ เมื่อกลางสัปดาห์ทำให้ หงส์แดง มีแต้มตามหลังทีมอันดับสี่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เจ็ดคะแนนแม้เกมล่าสุดพลพรรค ผีแดง จะบุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน มาแบบเละเทะ 3-0 แต่พวกเขาขอแค่ชนะสองจากสี่เกมที่เหลือก็จะรับประกันตำแหน่งท็อปโฟร์แน่นอน โอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้าของ ลิเวอร์พูล คงอยู่ที่การรักษาตำแหน่งอันดับห้าเพื่อเอาโควต้าไปเล่นถ้วย ยูโรป้าลีก ซึ่งต้องแข่งขันกับ สเปอร์ส และ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ทำคะแนนไล่จี้มาติดๆ ขณะที่ คิวพีอาร์ ในตำแหน่งรองบ๊วย โอกาสร่วงไปเล่น ลีกแชมเปี้ยยนชิพ สูงมากเพราะมีแต้มห่างโซนปลอดภัยสี่คะแนน เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหงส์แดง จะได้ ลูคัส เลว่า คืนจากอาการเจ็บต้นขา แต่คงจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เจ็บสะโพกจนอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วน มาริโอ บาโลเตลลี่ เจ็บเท้า มามาดู ซาโก้ มีปัญหาที่แฮมสตริง ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น ผ่าเข่าต้องพักยาวอย่างน้อยหกเดือน คริส แรมซี่ย์ กุนซือคิวพีอาร์ ต้องรอเช็คความฟิตของ บ็อบบี้ ซาโมร่า ที่เจ็บสะโพก ส่วน เลรอย เฟอร์ ที่เจ็บเข่าน่าจะฟิตทันลงสนามหลังได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมก่อน ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ร่างกายยังไม่น่าจะสมบูรณ์แม้จะกลับมาลงซ้อมได้แล้ว ส่วน เอดูอาร์โด้ วาร์กัส กับ อเลฮานโดร ฟาอูร์ลิน เจ็บทั้งคู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, ลอฟเรน, สเคอร์เทล, โมเรโน่, โจ อัลเลน, ลูคัส เลว่า, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่ คิวพีอาร์ – กรีน, อิสล่า, ริชาร์ด ดันน์, คอลเกอร์, ยุน ซุค ยอง, แม็ทธิว ฟิลลิปส์, ซานโดร, โจอี้ บาร์ตัน, คาร์ล เฮนรี่, ซาโมร่า, ชาร์ลี ออสติน

ผลบอล: เอ้าฉลองสิครับ!อาซาร์บอดโทษแต่แก้ตัวซัดพาสิงห์ดับพาเลซซิวแชมป์เรียบร้อย
คริสตัล พาเลซ /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เชลซี 1-0 คริสตัล พาเลซ ผู้ทำประตู: 1-0 เอเด็น อาซาร์ น.44 เวลา: 19.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH stadium 4 ก่อนลงเล่นนัดนี้ เชลซี จ่าฝูงต้องการอีกแค่ 3 คะแนนจาก 4 นัดที่เหลือเพื่อเป็นแชมป์ และหากเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ในนัดนี้ได้ก็จะได้ปิดซอยฉลองแชมป์กันทันที  ท้ายครึ่งแรกนาที 44 เจ้าบ้านได้จุดโทษจากจังหวะที่  อาซาร์ โดน เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ หวดล้มลง และก็เป็นดาวเตะชาวเบลเยี่ยมที่ลุกขึ้นมายิงเอง แต่บอลไปติดเซฟของ ฮูเลียน สเปโรนี่ แต่โชคยังเข้าทางบอลยังเด้งมาเข้าทาง ได้โหม่งซ้ำคราวนี้ไม่เหลือ เป็นประตูให้ เชลซี ขึ้นนำ1-0 และจบครึ่งแรกครึ่งหลังไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปครองเป็นที่เรียบร้อยแม้จะเหลืออีก 3 นัดให้เล่นก็ตาม  รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช ,ฮวน กวาดราโด้, วิลเลี่ยน, เอแด็น อาซาร์,ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา คริสตัล พาลซ:ฮูเลียน สเปโรนี่(GK),อาเดรียน มาเรียปป้า, สก็อตต์ แดนน์, เดเมี่ยน เดลานี่ย์, โจเอล วอร์ด,เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, โจ เลดลี่ย์, จอร์ดอน มัตช์,เจสัน พันเชียน, ยานนิค โบลาซี่, วิลฟรีด ซาฮา

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2557 อาร์เซน่อล 4-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เอคเตอร์ เบเยริน น.37,2-0 เมซุต โอซิล น.40,3-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.45, 3-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(จุดโทษ) น.76, 4-1 โอริวิเยร์ ชิรูด์ น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3

ผลฟุตบอล : คูตินโญ่ซัดงามหยด!! หงส์เปิดบ้านแตกทัพเรือเก็บสถิติไร้พ่าย11นัดซ้อน
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  ซามีร์ นาสรี / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.11, 1-1 เอดิน เชโก้ น.25, 2-1 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75 เวลา : 19.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำวันอาทิตย์ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยแมตช์นี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจเก็บศูนย์หน้าทั้ง 4 รายไม่ว่าจะเป็น แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่, ริคกี้ แลมเบิร์ต และฟาบิโอ บอรินี่ ไว้เป็นตัวเลือกสำรองข้างสนามหลังจากกลำศึกหนักบนเวที ยูโรป้า ลีก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา น่าสนใจว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายไหนจะกุม 3 คะแนนอันล้ำค่านี้ไปได้หลังจบ 90 นาที หรือจะกอดคอแบ่งแต้มกันไปในที่สุด [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก ถือว่าทั้งคู่ไล่เพลสซิ่งเร็วเมื่ออีกฝ่ายได้ครองบอล โดยส่วนใหญ่จะเป็นการสู้กันแดนกลางของสนาม นาทีที่ 8 อดัม ลัลลาน่า หลุดขึ้นไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะไปจิ้มด้วยขวาแต่ยังไม่ผ่านเซฟของ โจ ฮาร์ท GOAL! นาที 11 แผงหลังเรือใบสีฟ้า โดนทีเด็ดจากลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบตาข่ายไปอย่างสุดสวยชนิดที่ โจ ฮาร์ท บินปัดแต่ก็หมดสิทธิเซฟ เกมผ่านมาถึงนาที 21 หงส์แดง มีลุ้นเม็ดสองจากจังหวะลากเดี่ยวขึ้นมาทางกราบซ้ายของ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ก่อนจะตัดเข้ากลางพร้อมตะบันด้วยเท้าขวาข้างไม่ถนัด บอลผิดเหลี่ยมโด่งออกหลังห่างเป้าไปเยอะ GOAL! นาที 25 หลังจากโดนนำไม่นาน เรือใบสีฟ้า เจาะตาข่าย หงส์แดง ได้สำเร็จจากจังหวะแอสซิสต์ของ เซร์คิโอ อเกวโร่ จ่ายไปให้ เอดิน เชโก้ ได้บอลในกรอบเขตโทษก่อนจะหวดด้วยขวาบอลผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปจมก้นตาข่ายไม่เหลือซาก นาที 35 เจ้าบ้านพลาดพลิกขึ้นนำอีกครั้งอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาของ อดัม ลัลลาน่า ก่อนจะตวัดด้วยขวาบอลผ่านมือ โจ ฮาร์ท ไปแล้ว แต่ทิศทางดันเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 43 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้สับด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ น้ำหนักรุนแรงใช้ได้แต่บอลไปตรงตัว โจ ฮาร์ท รับไว้ได้สบาย นาที 45+1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปเล่นมากจังหวะในกรอบเขตโทษจากจะได้ยิงง่ายๆ แต่สุดท้ายจังหวะจวนตัวต้องรีบหวนด้วยขวา บอลค่อนข้างเบาทำให้ โข ฮาร์ท พุ่งรับไว้ได้สบาย [จบครึ่งแรก] ถือว่าเป็นแมตช์แห่งคุณภาพอย่างแท้จริง ไม่มีฝั่งไหนมาเล่นเน้นตั้งรับพร้อมเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก น่าสนใจว่าครึ่งหลังเทรนเนอร์ทั้งสองทีมจะปรับหมากมารับมือกับ 45 นาทีที่เหลือในครึ่งเวลาหลังยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วนกันทั้งสองทีม นาที 46 เปิดฉากครึ่งหลังมาไม่ถึงนาที เรือใบสีฟ้า เกือบพลิกขึ้นนำจากจังหวะโขกของ เซร์คิโอ อเกวโร่ โชคร้ายที่ห่างเป้าไปหน่อย เหินข้ามคานหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 52 หงส์แดง พลาดขึ้นนำอย่างเหลือ หลังจาก อดัม ลัลลาน่า เปิดยัดเข้ากลางให้เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วิ่งเข้ามาชาร์จ แต่จังหวะสุดท้ายทำได้ไม่ถนัดบอลหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 57 ซิตี้ เปลี่ยนตัวเป็นคนแรกด้วยการถอดคนทำประตูอย่าง เอดิน เชโก้ ออกไปพักและส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาทำหน้าที่แทน ผ่านมาถึงนาที 70 ถือว่ารูปเกมของ ลิเวอร์พูล เริ่มดูดีกว่าผู้มาเยือนพอสมควร แถมจังหวะเข้าทำก็ดูอันตรายมากกว่า เรือบใบสีฟ้า ที่ดูจะผ่อนเกมลงไปแล้วด้วย GOAL! นาที 75 หลังจากลุยอยู่นาน หงส์แดง ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะสับไกลด้วยขวาของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ บอลผ่านมือ โจ ฮาร์ท ที่พยายามบินปัดแต่ไม่ถึงสุกท้ายลูกพุ่งมุดก้นตาข่ายไปอย่างงดงงาม นาที 87 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ โจ ฮาร์ท แต่จังหวะสังหารดันยิงพลาด บอลหลุดเสาสองออกไปแบบเหลือเชื่อ [จบเกม] ลิเวอร์พูล ได้ประตูสุดสวยของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ช่วยให้ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ เชือดแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 2-1 เก็บ 3 คะแนนสุดสำคัญ ทำให้ หงส์แดง ทยานขึ้นไปอยู่อันดับ 5 ของตาราง แซงหน้า เซาแธมป์ตัน แถมยังทำสถิติไร้พ่ายในลีก 11 นัดติดต่อกันอีกด้วย 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, ลาซาร์ มาร์โควิช, โจ อัลเลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อดัม ลัลลาน่า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, เอเลียกิม ม็องกาล่า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ซามีร์ นาสรี, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันดินโญ, ดาบิด ซิลบา, เอดิน เชโก้, เซร์คิโอ อเกวโร่

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนเชสแตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2558 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสด CTH stadium4 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ก่อนเกมนี้จะเริ่มหลายคนเชื่อกันว่าหาก แมนฯ ยูฯ สามารถบุกมาเก็บชัยเหนือ เชลซี ได้พวกเขาก็ยังจะอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อไปแม้โดยปฏิบัติแล้วโอกาสคว้าแชมป์จะยากมากก็ตาม ส่วนทีมสิงห์บลูผลงานในลีกไม่แพ้ใครในบ้านมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ยกเว้นในถ้วยเอฟเอคัพที่ถูก แบรดฟอร์ด ทีมรองบ่อนเขี่ยร่วงตกรอบ ส่วนสถิติการเจอกับทีมปีศาจแดงในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 12 นัดหลังสุดพวกเขาแพ้แค่เกมเดียวในปี 2012 สรุปว่าตอนนี้พวกเขาขออีกเพียง 11 แต้มจาก 7 เกมที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ทันที โฆเซ่ มูรินโญ่ จะยังไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า ที่เจ็บแฮมสตริงแต่ยังหวังจะได้ ลออิค เรมี่ กลับมาจากการเจ็บน่อง ส่วนผู้เล่นคนอื่นยังอยู่ครบ ฝั่ง หลุยส์ ฟาน กัล เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ไมเคิล คาร์ริค, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์ และ ดาลี่ย์ บลินด์ ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ยังติดโทษแบนต่อไปทำให้มีนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์เหลือเพียง คริส สมอลลิ่ง, แพดดี้ แม็คแนร์ และ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, มาติช, วิลเลี่ยน, ฟาเบรกาส, อาซาร์,ดร็อกบา แมนฯ ยูฯ - เด เคอา,วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, แม็คแนร์. ลุค ชอว์, เอร์เรร่า, มาต้า, เฟลไลนี่, ดิ มาเรีย, แอชลี่ย์ ยัง, รูนี่ย์

ผลฟุตบอล ป้องกันแชมป์ริบหรี่!เรือใบบุกโดนพาเลซปราบตามสิงห์9แต้ม
กาแอล กลิชี่ /  คริสตัล พาเลซ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2558 คริสตัล พาเลซ 2-1 แมนเชสเตอร์ซิตี้ ผู้ทำประตู:1-0 เกล็น เมอร์เรย์ น.34, 2-0 เจสัน พันเชี่ยล น.48, 2-1 ยาย่า ตูเร่ น.78 เวลา: 02.00 น. สนาม: เซลเฮิร์ทพาร์ค ถ่าทอดสด: CTH Stadium 5 ดูแล้วสถานการณ์ในการลุ้นแชมป์จะไปเข้าทางจ่าฝูงเชลซีแบบสุดๆ เมื่อแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดท่าออกไปพ่าย คริสตัลพาเลซ 2-1 จากการพังประตูของ เกล็น เมอร์เรย์ ในนาที 34 และ ฟรีคิกสุดสวยของ เจสัน พันเชี่ยล ในนาที 48 ส่วนทีมเยือนตีไข่แตกจากลูกยิงไกลของ ยาย่า ตูเร่ แต่ก็ไล่ไม่ทัน ทำให้”เรือใบสีฟ้า”มีคะแนนตามหลัง เชลซี 9 คะแนน แถมยังลงเล่นมากกว่า 1 นัด รายชื่อ คริสตัล พาเลซ:จูเลียน สเปโรนี่(GK), โจเอล วอร์ด,สก็อตต์ แดนน์ , เดเมียน เดลานีย์,มาร์ติน เคลลี่,โจ เล็ดลีย์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, วิลฟรีด ซาฮา , เจสัน พันเชี่ยล, ยานนิค โบลาซี่,เกล็น เมอร์เรย์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซานญ่า, แว็งซองต์ กอมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส , กาแอล กลิชี่, เฆซุส นาบาส , แฟร์นานดินโญ่ ,ยาย่า ตูเร่,ดาบิด ซิลบา, เอดิน เซโก้ ,เซร์คิโอ อเกวโร่

ผลฟุตบอล : เดี๋ยวจะขาดเกิน!! นักบุญบุกชะลอแต้มสิงห์บลู ยืนค้ำหัวเรือ6คะแนน
จอห์น เทอร์รี่ /  ซาดิโอ มาเน่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558 เชลซี 1-1 เซาแธมป์ตัน รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ดิเอโก้ คอสต้า น.11, 1-1 ดูซาน ทาดิช(จุดโทษ) น.19 เวลา : 20.30 น. สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึก พรีเมียร์ลีก คู่เปิดหัวประจำวันอาทิตย์ เชลซี ได้โอกาสเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "นักบุญแดนใต้" เซาแธมป์ตัน ก่อนเกม "สิงห์บลู" เพิ่งอกหักร่วงตกรอบ UCL มาหมาดๆ แต่ก็ยังได้รับข่าวดีเมื่อคู่แข่งแย่งแชมป์หนึ่งเดียวอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สะดุดพ่ายในลีก 2 เกมซ้อน ต้องมาดูว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะสามารถพาทีมเก็บชัยเพื่อทำแต้มจ่อถ้วย พรีเมียร์ลีก ต่อหน้าแฟนๆได้หรือเปล่า ///// [เริ่มเกม] 10 นาทีแรก ถือว่าเกมรุกของเจ้าบ้านดูจะอันตรายกว่าผู้มาเยือนพอสมควร โดยเฉพาะบรรดาปีกทั้งสองฝั่ง GOAL! นาที 11 ดิเอโก้ คอสต้า ขึ้นโขกเหน่งๆบอลผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปจมก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ สิงหบลู ทะยานนำ เซาแธมป์ตัน ไปแล้ว 1-0 GOAL! นาที 19 นักบุญ ไล่เจ๊า เชลซี ได้สำเร็จจากจังหวะจุดโทษที่ เนมันย่า มาติช ไปเสียฟาวและเป็นทาง ดูซาน ทาดิช กระทุ้งเข้าไปไม่พลาด เกมผ่านมาถึงนาที 30 หลังจาก เชลซี โดนเจาะประตูตีเสมอถือว่าทางฝั่ง เซาแธมป์ตัน เล่นได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน แถมยังหวิดได้ประตูแซงนำถึง 2-3 ครั้งเลยด้วย นาที 34 นักบุญ เกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากการปั่นด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษของ ซาดิโอ มาเน่ แต่บอลติดเซฟ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ กระโดดรับไว้ได้ทั้งสองมือ [จบครึ่งแรก] หลังจากที่ เซาแธมป์ตัน ได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษ ถือว่าลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน ครองเกมและสู้กับ เชลซี แบบไม่ตกเป็นรอง แถมยังเกือบจะขึ้นนำอยู่หลายจังหวะ แต่เจ้าบ้านยังโชคดีที่มี ธิโบต์ กูร์ตัวส์ คอยเซฟช่วยชีวิตทีมได้ตลอดเวลา น่าสนใจว่าครึ่งหลัง โชเซ่ มูรินโญ่ จะปรับหมากมารับมือกับกองทัพ นักบุญแดนใต้ ที่กำลังได้ใจแบบสุดๆยังไง [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งสองทีม นาที 47 นักบุญ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะเล่นสองจังหวะและเป็นทาง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ตะบันด้วยขวา บอลพุ่งเข้าหากรอบประตู แต่ยังโดน ธิโบต์ กูร์ตัวส์ กระโดดปัดด้วยมือขวาข้างเดียวออกไป ผ่านมาถึงนาที 60 ถือว่าทั้งสองทีมไม่ห่วงเรื่องรูปเกมด้วยกันทั้งคู่โดยเปิดหน้าแรกกันแบบหมัดต่อหมัด แถมยังหวิดจะได้ประตูด้วยกันทั้งสองฝั่ง นาที 72 เชลซี พลาดได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งแบบเหลือเชื่อหลังจาก เอเด็น อาซาร์ ได้ซ้ำจ่อๆหน้ากอบเขตโทษฝั่งขวา น่าเสียดายที่บอลไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ วิ่งมาปิดเสาแรกได้เร็ว นาที 75 ออสการ์ พลาดพา สิงห์บลู ออกนำแบบหวุดหวิด จากจังหวะหลุดเข้ามาในเขตโทษ ก่อนจะสับด้วยซ้าย และบอลก็ไม่ไปไหน นอกจากติดเซฟ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ปัดออกไปได้อีกครั้ง นาที 90 จอห์น เทอร์รี่ ได้ลุ้นพาทีมขึ้นนำถึงสองครั้ง จังหวะแรกติดบล็อคก่อนจะซ้ำแล้วหลุดกรอบออกไปไกล [จบเกม] เชลซี ทำได้แค่เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสมอ เซาแธมป์ตัน 1-1 โดยทั้งสองประตูมาจากช่วงครึ่งแรก ทำให้ตอนนี้ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำแต้มทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 6 คะแนนแต่แข้งน้อยกว่า 1 นัด 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิล, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, เนมันย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า เซาแธมป์ตัน : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, โชเซ่ ฟอนเต้, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, มอร์กก็อง ชไนเดอร์แลง, วิคเตอร์ วานยาม่า, สตีเว่น เดวิส, ซาดิโอ มาเน่, ดูซาน ทาดิช, เชน ลอง

ผลบอล: กุนนักฆ่าไก่!เรือใบบุกเชือดไก่ดับฝันUCLแทบมอด
คริสเตียน เอริคเซ่น /  ดาบิด ซิลบา / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส 0-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.29 เวลา: 22.00น. สนาม: ไวท์ฮาร์ทเลน ถ่ายทอดสด: CTH stadium 5 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า บุกไปเฉือนเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส 0-1 จากประตูชัยของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงร่างตันชาวอาร์เจนไตน์ ทำให้ แมนซิตี้ ขยับไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง ส่วน สเปอร์ส โอกาสลุ้นไปยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกยากเย็นขึ้นอีกเมื่อตามหลัง แมนฯยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 4 อยู่ 7 คะแนนในขณะที่เหลืออีก 3 นัด แถมมีลิเวอร์พูลขวางหน้าอยู่อีกทีม รายชื่อ ท็อตแนมฮอทสเปอร์ส: ฮูโก้ โยริส(GK),เอริค ดายเออร์, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส,ไรอัน เมสัน , นาบิล เบนทาเล็บ, เอริค ลาเมล่า, คริสเตียน เอริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี่,แฮร์รี่ เคน แมนเชสเตอร์ ซิตี้: โจ ฮาร์ท(GK),ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, เอเลียควิม ม็องกาล่า, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ,แฟร้งค์ แลมพาร์ด, แฟร์นานโด, แฟร์นันดินโญ่,เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ อเกวโร่

จางกึนซอก นำทีมรายการอาหารสุดแซบจากเกาหลี บุก Channel M
Channel M /  Jang Geun Suk / 

จางกึนซอก นำทีมรายการอาหารสุดแซบจากเกาหลี 3 Meals A Day : Fishing Village (ซีซั่น2) และ What Shall We Eat Today? บุกออกอากาศช่อง Channel M จางกึนซอก ชาซึงวอน ยูแฮจิน แปลงโฉมเป็นหนุ่มประมง!! ร่วมปฏิบัติภารกิจสุดแซบ ใน 3 Meals A Day : Fishing Village (ซีซั่น2) รายการเรียลลิตี้ 3 Meals A Day กลับมาให้บรรดาสาวกแดนกิมจิได้ลุ้นไปกับสามหนุ่มในซีซั่น 2 : Fishing Village ที่เหล่าเซเลบบริตี้หนุ่ม อย่าง ชาซึงวอน, ยูแฮจิน และ จางกึนซอก ที่รวมตัวกันเฉพาะกิจพาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ของพวกเขา กับภารกิจการเอาตัวรอดในหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะเล็กๆ ของเมืองมันแจ ด้วยโจทย์ที่พวกเขาต้องค้นหาและใช้วัตถุดิบที่มีอยู่บนเกาะมาทำอาหารเพื่อใช้ประทังชีวิตเท่านั้น งานนี้เจ้าชายแห่งเอเชีย อย่าง จางกึนซอก ถึงกับโอดครวญว่า “การใช้ชีวิตบนเกาะในครั้งนี้เรียกว่าผมดูโทรมสุดๆ แต่โชคดีที่มีพี่ชายทั้งสองคน ชาซึงวอน และ ยูแฮจิน มาอยู่ด้วยกัน เลยทำให้ผมสามารถสนุกเหมือนผมอยู่ที่บ้านเลย ถ้าให้ผมอยู่คนเดียวในสภาพที่มองกระจกแล้วเห็นตัวเองในสภาพนี้ มีหวังแฟนๆ คงต้องเห็นตัวตนของผมอีกด้านนึงแน่นอน (หัวเราะ)” พวกเขาจะผ่านภารกิจนี้สำเร็จไปได้หรือไม่? สาวกของสามหนุ่มมาร่วมลุ้นไปพร้อมกันได้ทุกวันเสาร์ เวลา 3 ทุ่มตรง ทางช่อง Channel M ในแพลตฟอร์ม CTH 125/128 เริ่มปฏิบัติภารกิจพร้อมเพรียงกันในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้ What Shall We Eat Today? รายการสำหรับคนที่ยังคิดไม่ออกว่า วันนี้จะกินอะไรดี? สองหนุ่มเพื่อนซี้จากแดนกิมจิ ชินดงยอบ และ ซองชีคยอง ที่หลงใหลในการเสาะหาเมนูเด็ด จะอาสาพาไปชิมของดี ของอร่อย กับเมนูสุดแสนจะคุ้นเคย ใครๆ ก็สามารถเข้าครัวทำได้แบบง่ายๆ พร้อมแนะนำวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงให้เป็นเมนูสุดพิเศษ บวกกับเคล็ดลับดี๊ดีที่จะชวนให้คุณไม่เบื่อในการคิดเมนูแต่ละวันอีกต่อไป! ติดตามความอร่อยได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลาดี๊ดี 19:30 น. ทางช่อง Channel M ในแพลตฟอร์ม CTH 125/128 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ผลบอล พรีเมียร์ลีก :ท็อปโฟร์ชักไม่ชัวร์!RVPบอดโทษผีโดนเวสต์บรอมบุกฝังคารังเน่าสามนัดติด
คริส สมอลลิ่ง /  ฆวน มาต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ผู้ทำประตู: 0-1 คริส บรันท์  น.63 เวลา: 23.30 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium เริ่มเกมส์ช่วงต้นยังไม่มีโอกาสสร้างจังหวะหวาดเสียวกันมากนัก นาทีที่ 5 เสียงปรบมือดังกึกก้องโรงละครแห่งความฝันพร้อมเสียงตะโกนเสียงชื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังที่เพิ่งสูญเสียภรรยา ไปด้วยโรคมะเร็ง ถึงนาทีที่ 10 เจ้าบ้านยังทำได้แค่ขวางบอลไปมาตามแนวยาวของสนามเท่านั้น นาที 14 เคร็ก การ์ดเนอร์ เปิดลูกเตะมุมเข้ามากลางประตูให้ โจลีออน เลสค็อตต์ โขกตรงตัว ดาบิด เดเคอา นาที 15 โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ที่หายหน้าไปนานจากอาการบาดเจ็บได้ พลิกยิงตรงกรอบเขตโทษแต่ โบอาซ มายฮิลล์ ล้มตัวปัดเข้าทาง ยัง พยาพยามจะซ้ำก็ช้าเกินไป จากนั้นนาที 16 RVP ได้โอกาสอีกครั้งแต่ก็เบาเกินไป นาที 19 ฟานเพอร์ซี่ หาโอกาสได้เพิ่มอีกครั้ง จากบอลที่ แอชลี่ย์ ยัง ปาดมาให้ คราวนี้หลุดเสาแรกออกไป ครบครึ่งชั่วโมง ผีแดงเจ้าบ้านก็ทำได้แค่ถ่ายบอลไปมาเท่านั้น นาที 45 เจ้าบ้านโจมตีขึ้นทางขวา โรบิน ฟานเพอร์ซี่ สะกิดบอลให้ อันโตนีโอ วาเลนเซีย เปิดยัดไปติดหน้าอก มายฮิลล์  เด้งมาถึง อันเดร์ เอร์เรร่าที่เสาสองวิ่งมายิงสวนทันที บอลหลุดกรอบไปไกล จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเจาะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ผู้มาเยือนไม่เข้า เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง นาที 48 เวนย์ รูนี่ย์ ลองส่องไกลบอลเบา มายฮิลล์ รับสบาย ครบหนึ่ชั่วโมงเต็ม เกมส์รุกเจ้าบ้านดูไร้ไอเดีย ไม่มีจังหวะสร้างสรรค์เกมส์เข้าทำเอาดื้อๆ นาที 64 กองเชียร์เจ้าถิ่นเงียบกริบเมื่อ ทีมเยือนได้ประตูออกนำก่อนจากลูกฟรีคิกที่  คริส บรันท์ ซัดไปแฉลบ โยนัส โอลส์สัน เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ เวสต์บรอมวิช บุกขึ้นนำ 0-1 นาที 73 เจ้าบ้านชวดโอกาสที่จะได้ประตูตีเสมอเมื่อ ได้ลูกจุดโทษ แล้ว โรบิน ฟานเพอร์ซี่ รับหน้าที่ยิงไปติดเซฟของ โบอาซ มายฮิลล์ เดาทางถูกพั่งไปปัดทิ้งออกไปได้ นาที 89 หลังจากที่เจ้าบ้านพยายามลุยอย่างหนัก ก็มาเกือบได้ประตูตีเสมอจาก โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ที่ ได้ยิงจากนอกกรอบแต่ มายฮิลล์ ยังพุ่งไปปัดไว้ได้ ช่วงทดเจ็บ โบอาซ มายฮิลล์ ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟ ช่วยชีวิตทีมเยือนไว้ได้อีกครั้งเมื่อกระโดดปัด ลูกยิงไกลของ อังเคล ดิมาเรีย เอาไว้ได้อีก จบเกมส์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน บุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน 0-1 ทำให้สถานการณ์การลุ้นท็อปโฟร์ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกลับมาเบียดกันสนุกอีกครั้ง เมื่อ แมนฯยูไนเต็ด ถูกลิเวร์พูล ไล่จี้มาเหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้นในอีก 3 นัดที่เหลือ รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์, มารูยาน เฟลไลนี่, แอชลี่ย์ ยัง,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน:โบอาซ มายฮิลล์(GK),เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, โจลีออน เลสค็อตต์, คริส บรันท์,เคร็ก การ์ดเนอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, โยนัส โอลส์สัน,ยูสซูฟ มูลูมบู , ไซโด้ เบราฮิโน่

ผลฟุตบอล : ชิรูด์เบิกร่อง!ปืนโตเปิดบ้านทุบท็อฟฟี่ทวงที่สามคืนจากผี
ซานติ กาซอร์ล่า /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558 อาร์เซน่อล 2-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู:1-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.39,2-0 โธมัส โรซิคกี้ น.89 สนาม: เอมิเรสต์สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทวงอันดับที่ 3 คืนจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ เมื่อเปิดรังเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เอาชนะ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 จากประตูของ โอวิลิเย่ร์ ชิรูด์ และตัวสำรองอย่าง โธมัส โรซิคกี้ รายชื่อ อาร์เซน่อล:ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอคตอร์ เบเยริน, กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, คีแรน กิ๊บส์, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เอฟเวอร์ตัน:ทิม ฮาวเวิร์ด(GK),เชมุส โคลแมน, จอห์น สโตนส์, ฟิล จากีลก้า, ลุค การ์บัตต์,เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, มูฮาเหม็ด เบซิช,เควิน มิรัลลาส, โรเมอู ลูกากู, รอส บาร์คลี่ย์

ผลฟุตบอล : เคาท์ดาวน์แชมป์ลีก!! สิงห์บลูไล่ทุบจิ้งจอก รอชูถ้วยแมตช์หน้า
คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 29 เมษายน 2557 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-3 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 1-0 มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.45+3, 1-1 ดิดิเยร์ ดร็อกบา น.48, 1-2 จอห์น เทอร์รี่ น.79, 1-3 รามิเรส น.83 เวลา : 1.45 น. สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์กลางสัปดาห์ของเต็มแชมป์อย่าง เชลซี ที่มีคิวบุกไปเยือนรัง คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมนี้เจ้าบ้านได้ประตูนำก่อนในช่วงท้ายครึ่งแรกจากการยิงของ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ต่อจากนั้นในครึ่งหลัง "สิงห์บลู" โชว์ฟอร์มสมราคาว่าที่แชมป์ลีก หลังจากไล่ถลุงแนวรับ "จิ้งจอกสยาม" ถึงสามเม็ด พร้อมกับเก็บ 3 คะแนนไปได้แบบสบายแฮร์ ส่งผลให้แมตช์ต่อไปหาก โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมเก็บซิวชัยเหนือ คริสตัล พาเลซ ได้สำเร็จ พวกเขาจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในทันที 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล, มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, โรเบิร์ต ฮูธ, เวส มอร์แกน, พอล คอนเชสกี้, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ดาเนียล ดริงค์วอเตอร์, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, แอนดี้ คิง, เลโอนาร์โด้ อูยัว, เจมี่ วาร์ดี้ เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, เชสก์ ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช, รามิเรส, วิลเลี่ยน, เอเด็น อาซาร์, ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฮัลล์ ซิตี้ 1-0 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 28 เมษายน 2557 ฮัลล์ 1-0 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 1-0 ไมเคิล ดอว์สัน น.37 เวลา : 1.45 น. สนาม : เคซี สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เวสต์บรอมฯ VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน VS ลิเวอร์พูล สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์น วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 21.00น. ถ่ายทอดสด CTH stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม หลังจากโดน แอสตัน วิลล่า เขี่ยตกรอบตัดเชือก เอฟเอคัพ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดเยอะสำหรับ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้เพราะความหวังเดียวและความหวังสุดท้ายคือการโกยแต้มเพื่อทำอันดับไปเล่น ยูฟ่า แชมปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าให้ได้ สถานการณ์ปัจจุบันพวกเขาแข่งน้อยกว่า แมนฯ ซิตี้ ทีมอันดับสี่อยู่หนึ่งนัด รวมแล้วหงส์มีเกมเหลืออยู่หกนัดกับแต้มตามหลังเรือใบเจ็ดคะแนน ก็ยังพอมีความหวังลุ้นท็อปโฟร์อยู่พอสมควร ส่วน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่กำลังลาทีมไปหากได้ลงสนามนัดนี้จะเป็นนัดที่ 500 ของเขาในสีเสื้อหงส์แดงพอดิบพอดี ฝั่ง เวสต์บรอมวิช โอกาสอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงมากเพราะมีแต้มเหนือโซนตกชั้นอยู่พอสมควร ขณะที่ โทนี่ พูลิส คุมทีมมา 23 ปียังไม่เคยทำทีมใดตกชั้น ส่วนสถิติการคุมทีมเจอกับ ลิเวอร์พูล นั้น พูลิส ไม่เคยทำทีมใดแพ้ทีมหงส์แดงคาบ้านเลย เกมนี้ เวสต์บรอมวิช จะไม่มี ยุสซุฟ มูลุมบู ที่ติดโทษแบน ส่วน อันเดร วิสดอม ที่ยืมตัวมาลงสนามพบต้นสังกัดไม่ได้ แต่จะได้ เคร็ก ดอว์สัน กลับมาจากฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ด้าน เบรนเดน ร็อดเจอร์ส ยังไม่สามารถใช้งาน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มามาดู ซาโก้ และ ลูคัส เลว่า ที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วน อดัม ลัลลาน่า ที่เจ็บขาหนีบกับ จอน ฟลานาเก้น ที่เจ็บเข่าสามารถกลับมาลงซ้อมได้แล้วแต่ยังต้องรอเช็คความฟิตทั้งคู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เวสต์บรอมฯ – มายฮิลล์, คริส บรันท์, เลสคอตต์, แม็คออลี่ย์, โยนาส โอลส์สัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, คัลลั่ม แม็คมานามาน, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, เจมส์ มอร์ริสัน, อานิเชเบ้, เบราฮิโน่ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, จอร์แดน ไอบ์, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, โมเรโน่, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่

ผลบอล :จับถ้วยไว้หนึ่งมือ!สิงห์บูลบุกจอดรถบัสเจ๊าปืนโตโนสกอร์
จอห์น เทอร์รี่ /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2558 อาร์เซน่อล 0-0 เชลซี ผู้ทำประตู: เวลา: 22.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ไทยรัฐทีวี, CTH Stadium 3 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดลอนดอนดาร์บี้แมตท์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “สิงห์บูล” เชลซี ที่กำลังจ่อแชมป์สุดๆ เพราะต้องการอีกเพียงแค่ 6 แต้มจาก 6 นัดที่เหลือ และถ้าในนัดนี้เอาเก็บสามแต้มได้ และ สามารถบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ที่ คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม  ในนัดตกค้างวันที่ 29 เมษายนนี้ ลูกทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ จะได้ฉลองแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ทันที เริ่มเกมส์ ผ่าน 10 นาทีแรกทั้งสองทีมแทบไม่มีโอกาส ได้ลุ้นประตูกัน นาที 15 เชส ฟาเบรกาส วางบอลยาวไปให้ ออสการ์ หลุดเข้าไปกระดกบอลผ่าน ดาบิด ออสปิน่า ไปแล้วแต่โดนชนอย่างจังล้มลงเล่นต่อไม่ได้ ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ฟาลว์ทำให้ โจเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการฉุนจัด  นาที 37 เชลซี ที่เป็นฝ่ายปล่อยให้ อาร์เซน่อล ครองบอลบุกแล้วค่อยๆ ต่อเกมส์โต้กลับขึ้นมาเกือบออกนำอีกครั้งเมื่อ วิลเลี่ยน แทงบอลให้ รามิเรส ยิงแต่บอลเบา ออสปิน่า ล้มตัวคว้าไว้ได้ นาที 41 อาร์เซน่อลที่ ครองเกมส์บุกอย่ตลอดได้ลุ้นจากลูกยิงด้วยขวาของ เมซุต โอซิล แต่บอลตรง  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เกมส์ก็ยังเกร็งๆกันอยู่ นาที 55 เอเด็น อาซาร์ ลองยิงไกลแต่บอลหลุดออกไปไม่ลุ้นอะไรเลย นาที 65 เชลซีที่นานๆขึ้นมาแต่ละที แต่ก็ได้จบสกอร์ตลอด คราวนี้ วิลเลี่ยน ไหลบอลให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ตัวสำรองที่ลงมาในช่วงครึ่งหลังได้ยิง แต่ก็เบาเกินไป นาที 68 ซานติ กาซอร์ล่า เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปกลางประตู คูร์ตัวส์ ชกบอลมาตกตรงหน้า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เซนเตอร์ฮาร์ฟที่เติมไปเล่นเกมส์รุกได้ยิงสวนทันทีแต่บอลมาตรงกรอบ เข้าสู่ช่วงท้ายเกมส์โอกาสของทั้งคู่ค่อนข้างน้อยอยู่ แม้ อาร์เซน เวนเกอร์ จะพยายามปรับแท็คติกเน้นเกมส์รุกมากขึ้นแต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนไม่ได้ เวลาที่เหลือ อาร์เซน่อล พยายามเร่งแต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ เชลซี จ่อแชมป์เข้าไปอีกก้าว เมื่อบุกมาเอาผลเสมอกับ อาร์เซน่อลไป 0-0 ขออีกเพียงแค่ 6 แต้มจาก 5 นัดที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ไปครองได้ทันที รายชื่อ อาร์เซน่อล:ดาบิด ออสปิน่า(GK), เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า ,อาร่อน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, รามิเรส, ออสการ์, วิลเลี่ยน,เอแด็น ฮาซาร์ด

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม แอนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 เวลา 19.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เกมสำคัญของทีมเรือใบสีฟ้าหากชนะจำทำแต้มจี้ติด เชลซี จ่าฝูงเหลือแค่สองคะแนนเท่านั้น แต่จากสถิติชี้ว่า แอนฟิลด์ คือสนามอาถรรพ์ของ แมนฯ ซิตี้ โดยแท้เพราะเป็นสถานที่แห่งเดียวที่พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยนับตั้งแต่ ชีคมานซูร์ เทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2008 นับถอยหลังไปอีกรวมแล้ว 26 เกมที่ทีมเรือใบไปเยือน แอนฟิลด์พวกเขาชนะแค่เกมเดียว ส่วน ลิเวอร์พูล พลาดท่าร่วงถ้วย ยูโรป้าลีก มาเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาหลังดวลจุดโทษแพ้ให้กับ เบซิคตัส แต่สถิติใน พรีเมียร์ลีก ยังคงยอดเยี่ยมสิบนัดหลังสุดไม่แพ้ให้กับทีมใดหรือนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่เป็นต้นมา เกมนี้ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส น่าจะส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงตัวจริงหลังถูกพักในนัดกลางสัปดาห์ที่ไปเยือนตุรกีแต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าอีกครั้ง ขณะที่ เกล็น จอห์นสัน น่าจะผ่านความฟิตหลังเพิ่งหายป่วย ส่วน ลาซาร์ มาร์โควิช พ้นโทษแบนกลับมาอีกครั้ง มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือเรือใบสีฟ้า จะได้กลับมาใช้งาน ยาย่า ตูเร่ ได้อีกครั้งหลังพลาดการลงสนามเจอ บาร์ซ่า เพราะติดโทษแบน ส่วน วิลฟรีด โบนี่ น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมแรกหลังถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองเมื่อสัปดาห์ก่อน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เอ็มแร่ ชาน, สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้, มาร์โควิช, เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, โมแรโน่, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่, สเตอร์ริดจ์ แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ม็องกาล่า, ก็อมปานี, คลิชี่, นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, โบนี่, อเกวโร่

ผลฟุตบอล : เจ๊ผ่อนคลาย!! ปืนบุกเชือดเบิร์นลีย์กระชับพื้นที่สิงห์บลู4แต้ม
คีแรน ทริปเปียร์ /  จอร์จ บอยด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2557 เบิร์นลีย์ 0-1 อาร์เซน่อล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 อารอน แรมซี่ น.12 เวลา : 23.30 น. สนาม : เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีกคู่ปิดท้ายค่ำคืนวันเสาร์ที่ 11 เมษายน อาร์เซน่อล ยกพลบุกไปเยือนรัง เทิร์ฟ มัวร์ ของ เบิร์นลีย์ บทสรุปของเกมนี้คือลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงโชว์ฟอร์มได้เหนือกว่าทางเจ้าบ้านอยู่หลายขุม ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล และจังหวะจบสกอร์ ทำให้สุดท้ายกองทัพ "ปืนใหญ่" สามารถกลับออกมาด้วยผลการแข่งขันที่ต้องการ คือชัยชนะเหนือเจ้าบ้าน 1-0 ได้ประตูโทนจาก อารอน แรมซีย์ ซัดด้วยขวาเข้าไปตั้งแต่นาทีที่ 12 ทำให้สถานการณ์บนตารางคะแนนตอนนี้พวกเขาตามหลังจ่าฝูง เชลซี เพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น แต่แข่งมากกว่าถึง 2 นัดด้วยกัน 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เบิร์นลีย์ : ทอม ฮีตัน, คีแรน ทริปเปียร์, ไมเคิล ดัฟฟ์, เจสัน แชคเคลล์, เบน มี, จอร์จ บอยด์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, แอชลีย์ บาร์นส์, แซม โว๊คส์, แดนนี่ อิงส์ อาร์เซน่อล : ดาวิด ออสปิน่า, เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, นาโช มอนเรอัล, ฟรานซิส ค็อกโกแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ, อารอน แรมซี่, เมซุต โอซิล, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ VS สเปอร์ส
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ทั้งสองทีม ทั้งสองทีมหมดลุ้นไปแล้วในบอลถ้วยเหลือแค่เพียงการชิงตำแหน่งท็อปโฟร์ใน พรีเมียร์ลีก เพื่อคว้าตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้ โดย แมนฯ ยูฯ เพิ่งถูก อาร์เซนอล เขี่ยร่วงรอบแปดทีม เอฟเอ คัพ มา ส่วน สเปอร์ส อกหักในนัดชิง แคปปิตอล วัน คัพ หลังพ่ายให้ เชลซี ขณะที่ในถ้วย ยูโรป้าลีก ก็ร่วงไปก่อนหน้านี้แล้ว สถิติเจอกันห้าเกมหลังสุดของทั้งคู่ ทีมปีศาจแดงไม่สามารถเอาชนะได้เลย(แพ้2 เสมอ3) สเปอร์ส ยังทำสถิติยอดเยี่ยมไม่แพ้ทีมใดในบ้าน26นัดหลังสุด นัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ยังคงไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่เจ็บข้อเท้า ขณะที่ มาร์กอส โรโฮ ต้องรอเช็คความฟิตหลังบาดเจ็บในเกมเอฟเอคัพกับปืนโต รวมไปถึง แอชลี่ย์ ยัง ที่ต้องรอทดสอบความฟิตเช่นกัน ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ กับ อังเคล ดิ มาเรีย ติดโทษแบนทั้งคู่ ฝั่ง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเลย โดยมี แฮร์รี่ เคน ดาวยิงฟอร์มแรงที่เพิ่งได้รับรางวัลดาวเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนฟิตพร้อมลงล่าตาข่าย ตัวจริง ที่คาดว่าจจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ราฟาเอล, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, คาร์ริค, แอชลี่ย์ ยัง, ยานาไซจ์, เฟลไลนี่, เจมส์ วิลสัน, รูนี่ย์ สเปอร์ส – ยอริส, ไคล วอล์คเกอร์, อีริค ไดเออร์, เฟร์ทองเก้น, แดนนี่ โรส, เบนทาเลบ, ไรอัน เมสัน, ทาวน์เซ่น, อีริคเซ่น, ชาดลี่, เคน