CTH

ผลฟุตบอล : 2เม็ด2นาที!! จิ้งจอกสยาม ตายยากบุกรังแอนฟิลด์เจ๊า หงส์ สุดมันส์ 2-2
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  ซิมง มินโญเล่ต์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-2 เลสเตอร์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.17, 2-0 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.40, 1-2 เดวิด นูเจ้นท์ น.58, 2-2 เจฟฟรี่ย์ ชลุ๊ปป์ น.60 เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีกแมตช์แรกของปี 2558 สำหรับ ลิเวอร์พูล คืนนี้มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนเกมทั้งสองทีมเพิ่งจะโชว์ฟอร์มแจ่ม เชือดคู่แข่งพร้อมคว้า 3 แต้มมานอนกอดได้ด้วยกันทั้งคู่ ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วคืนนี้ใครจะเป็นผู้กำชัยต้อนรับปีแพะไปได้สำเร็จ เริ่มเกม! นาทีที่ 2 ทีมเยือนเกือบนำเร็วจากจังหวะยิงฟรีคิกของ ริย๊าด มาห์เรซ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลพุ่งแบบโค้งๆแล้วไปชนเสากระดอนออกมาก่อนจะโดนเคลียทิ้งออกไปอย่างน่าเสียดาย 10 นาทีแรกของเกม ถือว่า หงส์แดง ยังทำเกมแบบที่ถนัดไม่ได้ และส่วนใหญ่จะเป็นการดวลกัน บริเวณกลางสนาม นาที 12 จิ้งจอกสยาม พลาดขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ เป็นทาง ริย๊าด มาห์เรซ คนเดิมที่มีโอกาสซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่บอลผิดเหลี่ยมโด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย เกมผ่านไป 15 นาที ถือว่า เลสเตอร์ ทำได้ดีกว่าเจ้าบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล พอสมควร แถมยังมีโอกาสลุ้นจบสกอร์อยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายยังไม่เฉียบขาดพอ GOAL! นาที 17 ลิเวอร์พูล ได้จุดโทษปัญหา หลังจากภาพช้า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เปิดไปโดนหน้าของ เวส มอร์แกน แต่ผู้ตัดสินไมค์ โจนส์ ชี้ให้เป็นจุดโทษ และสตีเว่น เจอร์ราร์ด สังหารไม่พลาดช่วยให้ หงส์แดง ขึ้นนำ จิ้งจอกสยามไปแล้ว 1-0 นาที 21 ลูคัส เลว่า โดนใบเหลืองจากจังหวะไปพุ่งเสียบใส่ผู้เล่น เลสเตอร์ หนักเกินกว่าเหตุ นาที 27 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะเติมเกมของ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ก่อนจะเปิดหักเข้ากลางให้ อดัม ลัลลาน่า ขึ้นโขกเต็มๆแต่ทิศทางบอลไม่ตรงกรอบ พร้อมกับโด่งออกหลังไป นาที 36 มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้ โดน ไมค์ โจนส์ แจกใบเหลือง หลังจากไปเข้าด้านหลังใส่เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาที 37 เลสเตอร์ ต้องใช้โควต้าเปลี่ยนตัวตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกหลังจาก แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง เดวิด นูเจนท์ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 40 แดนนี่ ซิมป์สัน ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนที่สตีเว่น เจอร์ราร์ด คนเดิมจะเป็นคนรับหน้าที่สังหาร แล้วก็ไม่พลาด ทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เลสเตอร์ ห่างออกไปเป็น 2-0 จบครึ่งแรก! ถือว่าจุดเปลี่ยนอยู่ที่จุดโทษปัญหาลูกแรก ทำให้ทัพ จิ้งจอกสยาม เล่นยากขึ้น ต้องมาดูว่าครึ่งเวลาหลัง ไนเจล เพียร์สัน จะแก้เกมมารับมือกับสถานการณ์ที่กำลังตกเป็นรองยังไง เริ่มครึ่งหลัง! ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 55 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนแรกด้วยการถอด อดัม ลัลลาน่า ที่มีอาการบาดเจ็บ และส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ GOAL! นาที 58 จิ้งจอกสยาม ตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะกังฟูคิกของ เดวิด นูเจ้นท์ GOAL! นาที 60 เลสเตอร์ ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จจากลูกยิงของ เจฟฟรี่ย์ ชลุ๊ปป์ ซัดด้วยซ้ายบอลผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ทุกอย่างเท่ากันหมด นาที 67 เลสเตอร์ ตัดสินใจส่ง เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ ลงมาเล่นแทน ดีน แฮมม่อนด์ นาที 72 ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด ลูคัส เลว่า ออกไปพัก และส่ง ลาซาร์ มาร์โควิช ลงไปทำหน้าที่แทน นาที 74 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่3อย่างน่าเสียดาย เป็นทาง ฟาบิโอ บอรินี่ ที่ได้สับด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมโด่งออกหลังไปแค่นิดเดียว นาที 85 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้าย ส่ง ริคกี้ แลมเบิร์ต ลงมาแทน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นาที 90 เจอร์ราร์ด โดนใบเหลืองหลังไปทำฟาวผู้เล่น เลสเตอร์ หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา จบเกม!! "จิ้งจอกสยาม" สวมหัวใจสิงห์ พลิกกลับมาเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 แบ่งกันไปคนละ 1 คะแนนในที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, โคโล่ ตูเร่, มามาดู ซาโก้, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, สตีเว่น จอร์ราร์ด, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อดัม ลัลลาน่า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เลสเตอร์ ซิตี้ : เบน ฮาเมอร์, แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, เจฟฟรี่ย์ ชลุ๊ปป์, เจมี่ วาร์ดี้, แมทธิว เจมส์, ริทชี่ เด เลต, แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์, ดีน แฮมม่อนด์, ริย๊าด มาห์เรซ

ผลบอล: สังเวยกุน! ตูเร่กดโทษพาเรือใบเปิดบ้านเคี้ยวท็อฟฟี่จี้สิงห์แค่ 3 แต้ม
ซามูเอล เอโต้ /  ซาเมียร์ นาสรี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เอฟเวอร์ตัน ผู้ทำประตู: 1-0 ยาย่า ตูเร่ (จุดโทษ) น.24 เวลา: 22.00 น. สนาม : เอติฮัดสเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาศัยช่วงที่เชลซีจ่าฝูงสะดุดพลาดท่าออกไปแพ้ นิวคาลเซิ่ล เมื่อช่วงหัวค่ำทำแต้มไล่จี้ขึ้นมาเหลือเพียงแค่ 3 คะแนนเมื่อ เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไปได้ 1-0 เก็บชัยชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 จากประตูชัยลูกจุดโทษของ ยาย่า ตูเร่ แต่ต้องมาโชคร้ายเสีย เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ดาวยิงคนสำคัญของทีม และดาวซัลโวของทีมในตอนนี้ไปตั้งแต่ต้นเกมส์เพราะอาการบาดเจ็บ ต้องติดตามลุ้นกันต่อไปว่า ดาวยิงฟ้าขาวจะต้องพักรักษาตัวนานขนาดไหน รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ :โจ ฮาร์ท(GK),พาโบล ซาบาเลต้า, เอเลียควิม ม็องกาล่า , มาร์ติน เดมิเคลิส , กาแอล กลิชี่, ยาย่า ตูเร่ , แฟร์นานโด , เฆซุส นาบาส , ซาเมียร์ นาสรี่ , เจมส์ มิลเนอร์ ,เซร์คิโอ อเกวโร่ เอฟเวอร์ตัน:ทิม ฮาวเวิร์ด(GK), โทนี่ ฮิบเบิร์ต , ฟิล จากีลก้า , ซิลแว็ง ดิสแต็ง , เลห์ตัน เบนส์,มูฮาเหม็ด เบซิช , แกเร็ธ แบร์รี่ , เควิน มิรัลลาส , โรเมอู ลูกาคู , เชมัส โคลแมน,ซามูเอล เอโต้

ผลฟุตบอล: ชิรูด์ควงกาซอร์ล่าซัดเบิ้ล!ปืนโตเปิดรังถล่มสาริกากระจุย
ชีค ติโอเต้ /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2557 อาร์เซน่อล 4-1 นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.15,2-0 ซานติ กาซอร์ล่า น.55,3-0 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.58,3-1 อาโยเซ่ เปเรซ น.63,4-1 ซานติ กาซอร์ล่า น.88(จุดโทษ) เวลา: 00.30 น. สนาม: เอมิเรสต์สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษคู่สุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดรังเอมิเรสต์สเตเดี้ยมต้อนรับการมาเยือนของ “สาลิกาดง” นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมส์ เจ้าบ้านอาร์เซน่อล เปิดฉากลุยใส่ก่อนทันที ด้วยสปีดอันจัดจ้านในแนวรุกแต่ยังหาโอกาสจบสกอร์เน้นๆไม่ได้ นาที 8 โอกาสลุ้นครั้งแรกของเจ้าบ้านก็ใกล้เคียงจะได้ประตูออกนำทันทีเมื่อ ซานติ กาซอร์ล่า เปิดลูกเตะมุมมาให้ แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ โขกชนคาน แต่แล้วนาที 15 เจ้าบ้านมาออกนำจนได้ เมื่อ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แทงบอลออกไปทางขวาให้ อเล็กซิส ซานเชซ เติมขึ้นมาแล้วเปิดเข้ากลางเป็น ชิรูด์ เองที่สอดมาโขกจมตาข่ายให้อาร์เซน่อลออกนำ 1-0 นาที 18 ปืนโตน่าจะขยับหนีออกไปอีกเมื่อ แดนนี่ เวลเบ็ค วิ่งเบียดเอาชนะ ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ ก่อนจะโชว์ความเหนือชั้นด้วยการชิพบอลข้ามหัวแจ็ค อัลน์วิค เข้าไปแต่ ลี เมสัน ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจังหวะฟาลว์ไปก่อน นาที 31 ก็ยังคงเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่เปิดเกมส์รุกใส่แบบเมามันส์ คราวนี้  อเล็กซิส ซานเชซ ยกบอลให้ แดนนี่ เวลเบ็ค สอดทะลุขึนมาตวัดยิงบอลถากเสาออกไปแบบได้ลุ้น  นาที 33 นิวคาลเซิลชวดโอกาสทองที่จะตีเสมอเมื่อ โยฮัน กรุฟฟรองค์ ขึ้นโขกลูกฟรีคิกไปติดเซฟของ เชสนี่ บอลมาเข้าทาง ซิสเซ่ ได้ยิงจ่อๆก็ยังติดเชสนี่ที่นอนขวางอยู่  จบครึ่งแรกเป็น อาร์เซน่อล ที่ออกนำ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด 1-0  เริ่มครึ่งหลังเกมส์กลับมาสูสีกันอีกครั้ง นาที 54 ความเฉียบขาดในเกมส์รุกของเจ้าบ้านสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงให้กับเกมส์นี้ เมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ โชว์สเต็ป ดึงจังหวะจ่ายบอลให้ ซานติ กาซอร์ล่า สอดมาเกี่ยวบอลแล้ว ชิพข้ามตัว แจ็ค อัลน์วิค เข้าไปแบบหนือชั้นให้ อาร์เซน่อล นำห่าง 2-0  และในอีก 4 นาทีถัดมา อาร์เซน่อลได้ประตูเพิ่มอีก เมื่อขึ้นบอลทางขวาที่ เอคตอร์ เบเยริน แบ็กดาวรุ่งยัดบอลเข้าตรงกลางให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ดีดเสยตาข่ายเข้าไปให้เจ้าบ้านขยับหนีห่าง 3-0 แต่ทีมเยือนยังไม่ยอมง่ายๆและมาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกโหม่งเช็ดของ อาโยเซ่ เปเรซ ให้ทีมไล่มาเป็น 3-1 ช่วงเวลาที่เหลือ นิวคาลเซิล ที่ได้ประตู จุดประกายความหวังพยายามลุยหนัก แต่ก็มาเสียจุดโทษ เมื่อ พอล ดัมเม็ตต์ ไปกระแทก แดนนี่ เวลเบ็คล้มลงในกรอบเขตโทษ ลี เมสัน ไม่ลังเลที่จะให้เป็นจุดโทษ และ  ซานติ กาซอร์ล่า รับหน้าที่สังหารด้วยการชิพนิ่มๆเข้าไปตรงกลางประตูให้ อาร์เซน่อล หนีไปอีกครั้งเป็น 4-1 หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มดุด้วยการเปิดบ้านถล่มเอาชนะ นิวคาลเซิลไปขาดลอย 4-1 รายชื่อ อาร์เซน่อล: วอยเชียค เชสนี่(GK), เอคตอร์ เบเยริน, มาติเย่อ เดอบูชี่, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, คีแรน กิ๊บบ์ส, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, มาติเย่อ ฟลามินี่ ,ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ, แดนนี่ เวลเบ็ค,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด:แจ็ค อัลน์วิค(GK),ดารีล ยันมาต, ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่, ไมค์ วิลเลียมสัน, พอล ดัมเม็ตต์, แซมมี่ อเมโอบี้, แจ็ค โคลแบ็ค, ชีค ติโอเต้, โยฮัน กรุฟฟรองค์, ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ่, อาโยเซ่ เปเรซ

ผลฟุตบอล : จ่าฝูงร่วม!! ไก่ ท็อปฟอร์ม เปิดรังถล่มแนวรับสิงห์บลูกระจุย 5 เม็ด
คริสเตียน อีริคเซ่น /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2558 สเปอร์ 5-3 เชลซี รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ดีเอโก้ คอสต้า น.18, 1-1 แฮร์รี่ เคน น.30, 2-1 แดนนี่ โรส น.44, 3-1 อันดรอส ทาวน์เซ่น น.45+4, 4-1 แฮร์รี่ เคน น.52, 4-2 เอเด็น อาซาร์ น.61, 5-2 นาเซอร์ ชาดลี่ น.78, 5-3 จอห์น เทอร์รี่ น.87 เวลา : 00.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 พรีเมียร์ลีกแมตช์ประเดิมปี 2558 ของจ่าฝูงอย่าง เชลซี มีคิวลงทำศึก ดาร์บีแมตช์แห่งกรุงลอนดอน โดยบุกไปเยือนรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก่อนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จะพาลูกทีมกลับออกมาด้วยผลการแข่งขันที่ช็อคโลก หลังโดนถล่มตาข่ายถึงห้าประตูด้วยกัน สุดท้าย "ไก่เดือยทอง" ของดีจริงเปิดรังเชือด "สิงห์บลู" ไปได้แบบสุดมันส์ 5-3 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ : อูโก้ โยริส, ไคล์ วอล์คเกอร์, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ้, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, ไรอัน เมสัน, นาบิล เบ็นทาเล็บ, อันดรอส ทาวน์เซ่น, คริสเตียน อีริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี่, แฮร์รี่ เคน เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า

ผลฟุตบอล: ที่3นะรู้ยัง!RVPเบิ้ลผีแดงฟอร์มสุนัขไม่รับประทานบุกดับนักบุญ
กราเซียโน่ เปลเล่ /  ฆวน มาต้า / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เซาแธมป์ตัน 1-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1 โรบิน ฟานเพอร์ซี่ น.12,1-1 กราเซียโน่ เปลเล่ น.31,1-2 โรบิน ฟานเพอร์ซี่  น.71 เวลา: 03.00 น. สนาม: เซนต์แมร์รี่ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มกำลังลงตัว บุกไปเยือน “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน เริ่มเกมส์ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันทั้งสองทีม นาที 12 โชเซ่ ฟอนเต้ ส่งคืนหลังไม่ดูตาม้าตาเรือว่ามี โรบิน ฟานเพอร์ซี่ รอฉกบอลอยู่ เลยทำให้หอกชาวดัตช์ ขโมยลูกบอลไปยิงลอดขา เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์ ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกขึ้นนำ 0-1 จากความผิดพลาดง่ายเหลือเชื่อของเจ้าบ้าน นาที 15 ปัญหาเดิมๆของ แมนยูไนเต็ด กลับมาหลอนอีกครั้งเมื่อ คริส สมอลลิ่ง บาดเจ็บจนเลนต่อไม่ไหว ทำให้ หลุยส์ฟานกัล ต้องส่ง จอนนี่ อีแวนส์ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บยาวมาลงสนามเป็นตัวสำรอง นาที 26 เซาแธมป์ตันทำเกมส์รุกได้สวยโดย มายะ โยชิดะ ออกบอลมาทางซ้ายให้ ดูซาน ทาดิช ฉีกออกมารับบอลแล้วจ่ายเข้ากลางให้ กราเซียโน่ เปลเล่ ยิงที่เสาแรก แต่นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของ แมนยูไนเต็ด อย่าง ดาบิด เดเคอา ยังล้มตัวรับไว้ได้สบาย  นาที31 เจ้าบ้านที่คุมเกมส์อยู่ตลอดมาพังประตูตีเสมอจนได้ จากจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โดนสตีเว่น เดวิสตัดบอลที่กลางสนาม แล้วกองหลังเจ้าบ้านเคลียร์บอลกันไม่ขาด บอลมาเข้าทาง  ยิงเสยตาข่ายเข้าไปแบบเฉียบขาดให้เซาแธมป์ตันตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายครึ่งแรก แมนยูได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ ฟานเพอร์ซี่แต่บอลเข้าข้างหน้าต่าง จบครึ่งแรก เซาแธมป์ตันเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เริ่มครึ่งหลังรูปเกมส์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังไม่ดีขึ้น นาที 51 จอนนี่ อีแวนส์ เสียบอลง่ายๆในแดนตัวเองแล้ว ดูซาน ทาดิช ได้บอลทางซ้ายแล้วหยอดให้ เชน ลอง ที่สอดขึ้นมาโหม่ง แต่บอลไปติดดาบิด เดเคอา ขยับมาปิดมุม ก่อนที่ โรโฮ จะช่วยสกัดทิ้ง นาที 71 ปีศาจแดงที่เกมส์เป็นรองพลิกขึ้นนำอีกครั้งเมื่อได้ฟรีคิก ทางฝั่งซ้าย เวนย์ รูนี่ย์ รับหน้าที่โยนเข้าไปเสาไกลแล้ว โรบิน ฟานเพอร์ซี่ โฉบมาดีดบอลเข้าประตูให้ แมนยู ขึ้นนำอีกครั้ง 1-2 นาที 76 เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูตีเสมอแบบทันควัน เมื่อ กราเซียโน่ เปลเล่ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้าย แต่ยังติดปลายมือของ ดาบิด เดเคอา นาที 84 กองเชียร์ปีศาจแดงได้เสียววาบเมื่อ เนธาเนี่ยล ไคลน์ ได้เก็บตกบอลที่แถวสองก่อนที่จะตะบันด้วยขวาบอลโค้งหลุดเสาออกไปแบบมีลุ้น เวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะนัดที่ 5 ติดต่อกันด้วยการบุกมาเอาชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ไปแบบหืดขึ้นคอ 1-2 ขยับขึ้นไปรั้งอยู่ที่ 3 ของตาราง ตามหลัง เชลซี จ่าฝูงอยู่ 8 คะแนน โดยนัดต่อไปจะเล่นในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดพบกับ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม รายชื่อ เซาแธมป์ตัน:เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์(GK), เนธาเนี่ยล ไคลน์,มายะ โยชิดะ, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, สตีเว่น เดวิส, วิคเตอร์ วานยาม่า, ดูซาน ทาดิช,เชน ลอง, กราเซียโน่ เปลเล่, ซาดิโอ มาเน่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), แพ็ดดี้ แม็คแนร์, มาร์กอส โรโฮ, คริส สมอลลิ่ง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, แอชลี่ย์ ยัง, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า, เวนย์ รูนี่ย์, โรบิน ฟานเพอร์ซี่

ผลบอล:มาแรงจริง! แคร์โรลล์ซัดเบิ้ลขุนค้อนเปิดบ้านทุบหงส์ขาวทะยานขึ้นที่3
กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน /  คี ซุง-ยอง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ 7 ธันวาคม 2557 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 สวอนซี ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 วิลเฟร็ด โบนี่ น.19, 1-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.41,2-1 แอนดี้ แคร์โรลล์ น.66 ,3-1 ดิอาฟรา ซาโก้ น.87 เวลา: 20.30 น. สนาม: โบลีย์น กราวด์ ถ่ายทอดสด: CTH stadium 1 "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยังฟอร์มแรงดีไม่มีตก เมื่อล่าสุดเปิดบ้านแซงเอาชนะ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ไป 3-1 โดยได้สองประตูจากหัวหอกร่างยักษ์อย่าง แอนดี้ คาร์โรลล์ ทำให้ทีมของแซม อัลลาไดซ์ ทะยานขึ้นไปเกาะอยู่บนอันดับที่ 3 ของตารางศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังจากผ่านการแข่งขันไป 15 นัด รายชื่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด: อาเดรียน(GK),คาร์ล เจนกินสัน, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์,อเล็กซ์ ซง, ชีคู คูยาเต้, เควิน โนแลน, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ,แอนดี้ แคร์โรลล์ สวอนซี ซิตี้: ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),อังเคล รังเคล, ไคล์ บาร์ทลี่ย์, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, แจ๊ซซ์ ริชาร์ดส์, คี ซุง-ยอง, ลีออน บริตตัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ ,วิลเฟร็ด โบนี่

ผลบอลสด : จืดสนิท!! หงส์ เปิดรังเจ๊า แมวดำ โนสกอร์ ยึดพื้นที่กลางตารางต่อไป
คอนเนอร์ วิคแฮม /  คอสเทล พันติลิม่อน / 

ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 ลิเวอร์พูล 0-0 ซันเดอร์แลนด์ รายชื่อคนทำประตู : เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 โปรแกรม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 15 ของ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ ก่อนเกมลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซิวชัยสองเกมรวด ทำให้อันดับขยับขึ้นมาอยูที่ 8 ของตาราง ต้องมาดูกันว่าวันนี้ "แมวดำ" จะแก้ตัวหลังจากเพิ่งแพ้ แมนฯ ซิตี้ แบบเละเทะ 1-4 เมื่อแมตช์ที่ผ่านมาได้หรือเปล่า เริ่มเกม! 10 นาทีแรก ถือว่าผู้มาเยือน เตรียมทีมมารับมือกับเจ้าบ้านได้ดีพอสมควร เพราะถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล ยังหาโอกาสจบเหน่งๆไม่ได้เลย นาที 16 ฆอร์ดี โกเมซ เกือบพา ซันเดอร์แลนด์ ขึ้นนำจากลูกยิงไกลแต่ก็ผิดเหลี่ยมและไม่ตรงกรอบ ผ่านมาถึงนาที 20 ซันเดอร์แลนด์ มีสถิติครองบอลเหนือกว่า ลิเวอร์พูล ไปแล้ว นาที 23 อดัม ลัลลาน่า เปิดเข้ามาให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้ขึ้นโขก แต่ไม่ถนัดบอลเบาและโด่งออกหลังไป นาที 33 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความเร็วลากเลื้อยขึ้นมาบริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดเข้ากลางแต่ไปโดนบล็อค และคอสเทล พันติลิม่อน ออกมาคว้าไว้ได้สบาย นาที 41 ซานติอาโก้ เวอร์จินี่ โดนใบเหลืองย้อนหลังจากจังหวะไปดึง ราฮีม สเตอร์ลิ่่ง ที่กำลังจะเปิดเกมรุก ก่อนจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึงเกมใส่ ซันเดอร์แลนด์ อยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้ได้ สุดท้าย หงส์แดง ยังทำได้แค่เสมอ แมวดำ 0-0 พร้อมสถิติยิงไม่เข้ากรอบกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ///// เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัว นาที 51 ลูคัส เป็นนักเตะคนแรกของ ลิเวอร์พูล ที่โดนใบเหลืองในเกมนี้จากจังหวะไปตัดฟาวล์เกมโต้กลับของ ฆอร์ดี้ โกเมซ นาที 53 แมวดำ พลาดขึ้นนำแบบหวุดหวิด จากลูกเตะมุมเปิดเข้ามา แลมเบิร์ต โขกเช็ดบอลหลุดมาถึง คอนเนอร์ วิคแฮม ตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อนำหนักรุนแรงใช้ได้แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมออกไปเยอะ นาที 55 คอนเนอร์ วิคแฮม เกือบพังตาข่าย ลิเวอร์พูล ได้อีกแล้ว คราวนี้พักบอลลงในกรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจยิงด้วยขวามุมเดิม แต่ไปแฉลบขา เกล็น จอห์นสัน หลุดออกหลังไป นาที 57 ลิเวอร์พูล ไม่รูจะเจาะกำแพงแนวรับของผู้มาเยือนยังไง จังหวะนี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลองยิงไกลแต่ก็โด่งออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 59 เลียม บริดคัตต์ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปขวางทางวิ่งของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่กำลังจะหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ นาที 63 ลูคัส เลว่า ได้วิ่งมาวางเท้าซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่ คอสเทล พันติลิม่อน ยังทำได้เยี่ยม เซฟไว้ได้ทั้งสองมือ นาที 67 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมด้วยการส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลงมาทำหน้าที่แทน อดัม ลัลลาน่า นาที 69 ซันเดอร์แลนด์ เปลี่ยนตัวรวดเดียวถึงสองคน ถอด โจซี่ อัลติดอร์,เซบาสเตียน ลาร์สสัน ออกไปพักและส่ง ลี แคตเทอร์โมล และริคกี้ อัลวาเรซ เกมผ่านมาถึงนาที 75 ถือว่าเกมรุกของ ลิเวอร์ เริ่มดีขึ้นหลังจากการลงสนามของ เจอร์ราร์ด แต่ ซันเดอร์แลนด์ ก็ลงไปรับและรอสวนกลับอยู่ตลอดเวลา นาที 78 หงส์แดง เปลี่ยนตัวผุ้เล่นเป็นคนที่สอง ส่ง ลาซาร์ มาร์โควิช ลงมาแทน คูตินโญ่ คณะเดียวกันทางด้าน ซันเดอร์แลนด์ ก็เปลี่ยนตัวเช่นกัน ถอด อดัม จอห์นสัน ออกไปพักและส่ง วิลล์ บัคลีย์ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 80 วิลล์ บัคลีย์ ที่เพิ่งลงมาโดนใบเหลือง หลังจากไปฟาวล์ใส่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ บริเวณฝั่งซ้ายของสนาม นาที 81 ฆอร์ดี้ โกเมซ ได้ซัดด้วยซ้ายข้างถนัดบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่ มินโญเลต์ ยังทำได้เยี่ยม กระโดดซุปเปอร์เซฟออกไปแบบเหลือเชื่อ ก่อนหมดเวลา ลิเวอร์พูล พยายามโหมบุกหนักแต่ยังทำอะไรปราการหลัง ซันเดอร์แลนด์ ไม่ได้ สุดท้ายกอดคอเจ๊ากันไป 0-0 สถานการณ์ของ หงส์แดง ยังคงอยู่กลางตารางต่อไป 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, โคโล่ ตูเร่, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อดัม ลัลลาน่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริคกี้ แลมเบิร์ต ซันเดอร์แลนด์ : คอสเทล พันติลิม่อน, ซานติเอโก้ เบร์จินี่, เวส บราวน์, จอห์น โอเช, อองโตนี เรเวแยร์, ฆอร์ดี โกเมซ, อดัม จอห์นสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, เลียม บริดคัตต์, คอนเนอร์ วิคแฮม, โจซี่ อัลติดอร์

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS นิวคาสเซิล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด VS เชลซี สนาม เซ้นต์ เตมส์ พาร์ค วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 เวลา 19.45น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium4 ก่อนลงสนาม เชลซี ยังคงสถิติไร้พ่ายในลีก 14 เกม แต่หากนับรวมทุกถ้วย ผ่านไป 23 นัดแล้วที่พวกเขายังไม่แพ้ใคร ความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดคือการโดน แอตเลติโก้ มาดริด เผด็จศึก 3-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ที่น่าสนใจคือ โฆเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่เคยคุมทีม เชลซี ชนะในลีกที่สนามเซ้นต์ เจมส์ พาร์ค ได้เลย ลูกทีมของกุนซือชาวโปรตุเกสทำได้ดีที่สุดคือเสมอสองนัดและแพ้สองนัดให้กับ นิวคาสเซิล ความพร้อม ทั้งสองทีม อลัน พาร์ดิว กุนซือ นิวคาสเซิล จะได้ มุสซ่า ซิสโซโก้ และ แจ็ค โคลแบ็ค พ้นโทษแบนกลับมา ส่วนกัปตันทีม ฟาบริซิโอ โคล็อชชินี่ ยังมีอาการเจ็บน่องไม่น่าจะถูกส่งลงสนาม ขณะที่รายอื่นๆ ไมค์ วิลเลี่ยมสัน, ดาริล ยานมัต และ แซมมี่ อาเมโอบี้ ต้องรอเช็คความฟิต โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี จะได้ ดิเอโก้ คอสต้า พ้นโทษแบนกลับมาแต่จะขาด เนมานย่า มาติช ที่ติดโทษแบนแทน ส่วน แกรี่ เคฮิลล์ ที่มีอาการน็อคน่าจะลงเล่นได้ไม่มีปัญหา ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม นิวคาสเซิล – เอลเลียต, ยานมัต. สตีเว่น เทย์เลอร์, ดัมเม็ตต์, ไฮดาร่า, อาบีด, โคลแบ็ค, คาเบลล่า, มุสซ่า ซิสโซโก้, กุฟฟรองค์, ปาปริส ซิสเซ่ เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, มิเคล, ฟาเบรกาส, วิลเลี่ยน, ออสการ์, อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า

ผลฟุตบอล: กระชับพื้นที่UCL!ปืนใหญ่บุกแตกทัพเรือขยับรั้งที่ 5
กาแอล กลิชี /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู:0-1 ซานติ กาซอร์ล่า น.24 (จุดโทษ),0-2 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  น.66 เวลา: 23.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เริ่มเกมส์ผ่าน 15 นาทีแรกรูปเกมส์ของทั้งสองทีมยังดูเกร็งๆ และไม่ค่อยมีจังหวะหวาดเสียวกันทั้งสองฝ่าย นาที 18 อาร์เซน่อลได้ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ใช้ความเร็วกระชากผ่าน กาแอล กลิชี แล้วเปิดบอลไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่โฉบมาโขกที่เสาแรก แต่บอลยังติด แวงซองต์ กอมปานี ที่ตามมาบล็อกไว้ได้ทัน นาที 24 กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เฮก่อน จากจังหวะที่ นาโช่ มอนเรอัล แบ็กซ้ายเติมเกมส์ขึ้นสูงแล้วทำชิ่งกับ ชิรูด์ก่อนหลุดเข้าไปถูก แวงซองต์ กอมปานี เหนี่ยวล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษทันที และ ซานติ กาซอร์ล่า รับหน้าที่ยิงเสียบมุมขวามือเข้าไป แม้ โจ ฮาร์ท จะพุ่งไปถูกทางแต่ก็ไม่ถึง เป็นประตูให้อาร์เซน่อล บุกนำ 0-1  ผ่านครึ่งชั่วโมงก็แล้วเจ้าถิ่นตกเป็นรองทั้งรูปเกมส์ และสกอร์  ช่วงท้ายครึ่งแรกแชมป์เก่าเดินเครื่องบุกมากขึ้นแต่ก็หาจังหวะยิงเน้นๆไม่ได้ จบครึ่งแรก ตามหลังอาร์เซน่อลอยู่ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง มานูเอล เปเยกรินี่ ถอดเอา เจมส์ มิลเนอร์ ออกแล้วส่ง สเตฟาน โยเวติช ลงเล่นแทน นาที 47 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ ดาวยิงเลือดฟ้าขาวของเจ้าบ้านได้ลั่นไกเป็นครั้งแรก ร้อนถึง ดาวิด ออสปิน่า ต้องออกแรงปัดทิ้ง ครึ่งหลังแมนซิตี้ รูปเกมส์ดีขึ้นผิดหูผิดตา และเป็นฝ่ายเปิดเกมส์รุก หวังทวงประตูคืนอย่างเมามันส์ นาที 55 เรือใบสีฟ้าบุกเพลินเลยโดนโต้กลับ ชิรูด์ ไหลบอลออกทางซ้ายให้ อารอน แรมซี่ย์ จับบอลแล้วยิงหลุดกรอบออกไป  นาที 66 แมนซิตี้ ที่โหมบุกชุดใหญ่มีเข่าออ่นเมื่อ ปืนใหญ่หนีห่างออกไปจากลูกตั้งเตะ ซานติ กาซอร์ล่า หยอดบอลไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบมาโขกเช็ดินิ่มๆให้ ทีมเยือนขยับหนี 0-2 เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซน่อล ที่นำอยู่ถอยลงไปตั้งรับแล้วปล่อยให้ แมนซิตี้ โหมเกมส์รุกเข้าใส่ จนหมดเวลาไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการบุกมาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงรัง 0-2 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของตารางห่างจากโซนพื้นที่ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแค่ 1 คะแนนเท่านั้น รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้:โจ ฮาร์ท(GK),พาโบล ซาบาเลต้า, แวงซองต์ กอมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี,แฟร์นานดินโญ่, แฟร์นานโด ,เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ้ อเกวโร่ กุน อาร์เซน่อล: ดาวิด ออสปิน่า(GK),เอ็คตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตชัคเกอร์, โลร็องต์ ก็อสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล,อารอน แรมซี่ย์, ฟร็องซัวส์ โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อเล็กซิส ซานเชซ

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก สโต๊ค ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สโต๊ค ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม บริทาเนีย สเตเดี้ยม วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2558 เวลา 19.45น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม สะดุดออกผลเสมอในเกมบุกออกไปเยือน สเปอร์ส 0-0 แต่ผลงานโดยรวมของ แมนฯ ยูฯ ก็ยังถือว่าทำได้ดี พวกเขาไม่แพ้ใครในเก้าเกมหลังสุด โดยชนะไปถึงเจ็ดนัดแต่ในเกมเยือนพวกเขาชนะแค่สองจาก 11 นัดในลีก และในเกมกับ สเปอร์ส ทาง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือทีมปีศาจแดงยังทำเซอร์ไพรซ์ส่งนักเตะชุดเดิมลงสนามแม้จะได้พักเต็มๆ แค่วันเดียว ส่วน สโต๊ค ซิตี้ ฤดูกาลก่อนพิชิต แมนฯ ยูฯ ได้ 2-1 ที่สนามแห่งนี้ นับเป็นชัยชนะนัดเดียวจากการเจอกัน 13 เกมใน พรีเมียร์ลีก ขณะที่ผลงานในการเจอกับทีมยักษ์ใหญ่ฤดูกาลนี้ถือว่าลูกทีมของ มาร์ค ฮิวจ์ ทำได้ดีพอสมควรเพราะพวกเขาชนะทั้ง อาร์เซนอล และ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว เกมนี้ มาร์ค ฮิวจ์ ต้องรอเช็คความฟิตของ โบยาน แนวรุกคนสำคัญที่มีอาการเจ็บแฮมสตริงจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมกับเวสต์บรอมนัดก่อน แต่ยังไม่มี ฟิล แบรดส์ลี่ย์ ที่เจ็บข้อเท้า ส่วน สตีฟ ซิดเวลล์, ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ และ วิคเตอร์ โมเซซ ยังเจ็บหมด ด้าน หลุยส์ ฟาน กัล ยังต้องรอเช็คอาการ อังเคล ดิ มาเรีย แม้จะหายเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้ว ส่วน อัดนาน ยานาไซจ์ และ อันเดร เอร์เรร่า พร้อมลงเล่นหลังหายจากอาการป่วยแล้ว ขณะที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย มีอาการเจ็บขาหนีบเล็กน้อยแต่ไม่น่ามีปัญหาความฟิต ส่วน ดาลี่ย์ บลินด์, มารูยาน เฟลไลนี่ และ มาร์กอส โรโฮ ยังเจ็บอยู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม สโต๊ค – เบโกวิช, เจฟฟ์ คาเมรอน, ชอว์ครอส, มูเนียซ่า, อีริค ปีเตอร์ส, วีแลน, เอ็นซองซี่, โจนาธาน วอลเตอร์ส, โบยาน, อาร์เนาโตวิช, บิรัม ดิยุฟ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, วาเลนเซีย, ฟิล โจนส์, แม็คแนร์, สมอลลิ่ง, แอชลี่ย์ ยัง, คาร์ริค, รูนี่ย์, มาต้า, ฟาน เพอร์ซี, ฟัลเกา

ผลฟุตบอล:โหดร้าย! สิงห์บูลโคตรดุบุกถล่มหงส์ขาวไร้ปราณี5 เม็ด
ดิเอโก้ คอสต้า /  นาธาน ดายเออร์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2557 สวอนซี ซิตี้ 0-5 เชลซี ผู้ทำประตู: 0-1 ออสการ์ น.1, 0-2 ดิเอโก้ คอสต้า น.20,0-3ดิเอโก้ คอสต้า น.34,0-4 ออสการ์ น.35,0-5 อังเดร ชูร์เล น.80 เวลา: 22.00 น. สนาม: ลิเบอร์ตี้สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 จ่าฝูง เชลซี งัดฟอร์มสุดโหดออกมาโชว์ เมื่อบุกไปถล่มเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ แบบขาดลอย 0-5 โดยได้ประตูนำห่างตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกถึง 0-4 ทำแต้มฉีกหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะลงสนามกับอาร์เซน่อลพรุ่งนี้ไปก่อน 5 คะแนน รายชื่อ สวอนซี ซิตี้: ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),ดไวท์ เทียนดาลลี่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์,ทอม แคร์โรลล์,กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ,นาธาน ดายเออร์,เวย์น เราท์เล็ดจ์,เนลสัน โอลิเวร่า,บาเฟติมบี้ โกมิส เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, คูร์ท ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, ฟิลิเป้ หลุยส์,เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช , วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอแด็น ฮาซาร์ด,ดิเอโก้ คอสต้า

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า 0-2 ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558 แอสตัน วิลล่า 0-2 ลิเวอร์พูล รายชื่อคนทำประตู : 0-1 ฟาบิโอ บอรินี่ น.24, 0-2 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.79 เวลา : 22.00 น. สนาม : วิลล่า ปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557 เวลา 19.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม สเปอร์ส กำลังฟอร์มแรงชนะรวดในสี่เกมหลังสุดและเป็นการชนะใน พรีเมียร์ลีก สามนัด ขณะที่ผลงานการเจอกับ แมนฯ ยูฯ สี่นัดหลังสุดทีมไก่เดือยทองไม่พบกับความพ่ายแพ้เลย อย่างไรก็ตามทีมปีศาจแดงฟอร์มแรงไม่แพ้กัน ผลงานแปดเกมหลังสุด เสมอนัดเดียวนอกนั้นชนะรวด ส่วน เวย์น รูนี่ย์ อยู่ในช่วงพีคกดไป 11 ประตูจาก 13 นัดทั้งในเกมทีมชาติและสโมสร เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ สเปอร์ส เกมนี้จะได้ ฮูโก้ ยอริส ยืนเฝ้าเสาแม้จะปะทะกับนักเตะ เลสเตอร์ จนเลือดกบปากในนัดก่อน ส่วน ไรอัน เมสัน ที่เจ็บข้อเท้าน่าจะฟิตทันลงเป็นตัวจริงในนัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ เกมนี้ต้องรอเช็คอาการของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บบริเวณเชิงกรานในการฝึกซ้อม ส่วน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อัดนาน ยานาไซจ์ ป่วยทั้งคู่ไม่น่าจะลงสนามได้ ข่าวดีคือ ลุค ชอว์ ที่เจ็บข้อเท้ากลับมาลงซ้อมได้และฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง แต่ ดาลี่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ และ อันเดร เอร์เรร่า ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม สเปอร์ส – ยอริส, ไคล วอคเกอร์, ฟาซิโอ, เฟร์ทองเก้น, เบน เดวิส, เบนทาเลบ, ไรอัน เมสัน, ลาเมล่า, คริสเตียน อีริคเซ่น, ชาดลี่, แฮร์รี่ เคน แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, จอนนี่ อีแวนส์, ราฟาเอล, เฟล็ตเชอร์, คาร์ริค, ลุค ชอว์, รูนี่ย์, เจมส์ วิลสัน, ฟัลเกา

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์ VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์ VS ลิเวอร์พูล สนาม เทิร์ฟ มัวร์ วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม ในเกมก่อน ลิเวอร์พูล รอดตายราวปาฏิหาริย์หลัง มาร์ติน สเคอร์เทล โขกประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บในเกมที่หงส์แดงสิบตัวเปิดบ้านเสมอ อาร์เซนอล 2-2 แม้บีร็อดจะประกาศพาพาทีมจบท็อปโฟร์ให้ได้ในซีซั่นนี้ แต่ตอนนี้พวกเขามีแค่ 22 คะแนนจากการลงเล่น 17 นัดซึ่งสถิติชี้ว่า ด้วยสถานะแบบนี้ไม่เคยมีทีมใดใน พรีเมียร์ลีก จบฤดูกาลสูงกว่าอันดับ 6 ฝั่ง เบิร์นลี่ย์ อาการดูดีขึ้นมาจากช่วงต้นฤดูกาลจนพวกเขาสามารถขยับหนีตำแหน่งบ๊วยได้สำเร็จ ปัจจุบันรั้งอันดับ 18 ของตาราง ทีมน้องใหม่มีปัญหาในแนวรุกพอสมควร พวกเขายิงได้แค่ 12 ประตูจาก 17 เกมมากกว่า แอสตัน วิลล่า ที่ยิงได้น้อยที่สุดในลีกอยู่ลูกเดียว ฌอน ไดซ์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ จะได้ แซม โวคส์ กองหน้าชองทีมกลับมาฟิตอีกครั้งหลังจากเจ็บไปตั้งแต่มีนาคมแต่ยังไม่น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในนัดนี้ รวมถึง แม็ต เทย์เลอร์ ที่จะกลับมาจากอาการเจ็บเอ็นร้อยหวาย แต่ ไมเคิล ดัฟฟ์ และ สตีเฟ่น วอร์ด ยังคงมีอาการบาดเจ็บต้องรอเช็คความฟิต เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล นัดนี้จะได้ มาริโอ บาโลเตลลี่ พ้นโทษแบนกรณีเหยียดเชื้อชาติกลับมา แต่ ฟาบิโอ บอรินี่ โดนแบนแทนจากใบแดงในนัดก่อน ส่วน โจ อัลเลน เจ็บเข่าคงไม่มีชื่อในเกมนี้ เช่นเดียวกับ เดยาน ลอฟเรน และ เกล็น จอห์นสัน ที่ยังไม่ฟิตพอที่จะลงสนาม ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลี่ย์ – ฮีตัน, ทริปปิเอร์, ไมเคิล ดัฟฟ์, แช็คเคลล์, เบน มี, จอร์จ บอยด์, มาร์นี่ย์, เดวิด โจนส์, อาร์ฟิลด์, แอชลี่ย์ บาร์นส, แดนนี่ อิงค์ส ลิเวอร์พูล – แบรด โจนส์, โคโล่ ตูเร่, สเคอร์เทล, มามาดู ซาโก้, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลว่า, มาร์โควิช, ลัลลานา, สเตอร์ลิง, คูตินโญ่

ผลบอล : จ่ามูพาสิงห์บลู เชือดเดอะไทเกอร์ส10ตัว 2-0 รักษาสถิติเข้าวินในบ้าน100%
จอห์น เทอร์รี่ /  จอห์น โอบี มิเกล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2557 เชลซี 2-0 ฮัลล์ ซิตี้ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เอเด็น อาซาร์ น.7, 2-0 ดีเอโก้ คอสต้า น.68 เวลา : 22.00 น. สนาม :  สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 16 ของฤดูกาล2014/15 คืนนี้เต็งแชมป์ เชลซี มีคิวเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "เดอะ ไทเกอร์ส" ฮัลล์ ซิตี้ นาทีนี้ต้องบอกเลยว่าโมเมนตัมทุกอย่างเอนไปทางฝั่งเจ้าบ้าน และมีเปอร์เซ็นสูงที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จะพาลูกทีมเก็บชัยในบ้านเป็นนัดที่ 8 ติดต่อกัน ต้องมาดูว่า สตีฟ บรูซ จะวางแผนมารับมือกับจ่าฝูงของกลุ่มได้เยี่ยมแค่ไหน เริ่มเกม!! GOAL! นาทีที่ 7 สิงห์บลู ออกสตาร์ทได้เยี่ยมหลังเอาบอบมาครองได้เกือบจะทั้งหมด และจังหวะนี้ ออสการ์ เปิดด้วยขวาเข้ามาถึง เอเดน อาซาร์ ได้โขกเหน่งๆในกรอบเขตโทษช่วยให้ เชลซี ออกนำ ฮัลล์ ซิตี้ ไปแล้ว 1-0 นาทีที่ 10 "เดอะ ไทเกอร์ส" ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวเร็วหลังจาก ไมเคิ่ล ดอว์สัน เซ็นเตอร์ฮาร์ฟของทีมมีอาการบาดเจ็บจนต้องส่ง อเล็กซ์ บรูซ ลงมาเล่นแทน นาที 15 ทอม ฮัดเดิลสตัน โดนเหลืองแรกของเกมหลังจากไปเข้าหนักใส่ ออสการ์ บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษฮัลล์ นาที 26 เดวิด เมย์เลอร์ ในโดนใบเหลืองหลังจากไปเจตนาทำแฮนด์บอลในกรอบเขตฌทษของทางฝั่งเจ้าบ้าน นาที 31 วิลเลี่ยน โดนใบเหลืองหลังจากไปพุ่งล้ม และเป็นเหลืองแรกของทางฝั่งเชลซี นาที 38 แกรี่ เคฮิลล์ เป็นนักเตะ เชลซี คนที่สองที่โดนใบเหลืองหลังจากจังหวะไปเสียบโหดใส่ โซเน่ อลูโก้ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ เกมผ่านมาถึงนาที 40 ถือว่าหลังจากขึ้นนำ เชลซี ดูจะผ่อนเกมรุกลงไปอย่างเห็นได้ชัดโดยเน้นไปที่การครองบอลบริเวณกลางสนามเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ทีมเยือนเริ่มหาโอกาสจบสกอร์ได้มากจังหวะขึ้น จบครึ่งแรก! เจ้าถิ่น เชลซี นำ ฮัลล์ ซิตี้ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวกันทั้งสองทีม นาที 52 ทีมเยือนเกือบทำช็อคเจ้าบ้านด้วยการตีเสมอจากจังหวะสับไกลหน้ากรอบเขตโทษของ เจค ลิเวอร์มอร์ แต่น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว นาที 57 อเล็กซ์ บรูซ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองเสียบหนักใส่ วิลเลี่ยน สุดท้ายโดนผู้ตัดสินแจกใบเหลืองไปตามระเบียบ นาที 58 ดีเอโก้ คอสต้า โดนใบเหลืองหลังจากไปพุ่งล้มเพื่อเรียกฟรีคิกแต่ผู้ตัดสินไม่หลงกล นาที 60 หลังจากเกมเริ่มระอุมาซักระยะ คราวนี้ ฮัลล์ ซิตี้ ที่นอกจากสกอร์ตกเป็นรอง ยังต้องมาเสียเปรียบตัวผู้เล่นอีกเกือบๆครึ่งชั่วโมงหลังจาก ทอม ฮัดเดิลสตัน เปิดปุ่มย่ำใส่ ฟิลิเป้ หลุยส์ ทำให้ คริส ฟอยด์ ผู้ตัดสินในแมตช์นี้ไม่มีทางเลือกแจก ใบแดง โดยตรงทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวมีใบเหลืองติดตัวมาก่อนแล้วด้วย นาที 64 สตีฟ บรูซ แก้เกมด้วยการตัดสินใจถอด โซเน่ อลูโก้ ออกไปพักและส่ง ร็อบบี้ เบรดี้ ลงไปทำหน้าที่แทน นาที 66 อีกหนึ่งใบเหลืองของ ฮัลล์ ซิตี้ จังหวะของ เจมส์ เชสเตอร์ ใช้เข่าดักใส่ ออสการ์ บริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ GOAL! นาที 68 หลังจากไล่นวดอยู่นาน สิงห์บลู ก็เจาะแนวรับ 10 ตัวของทีมเยือนได้สำเร็จ จากจังหวะทำเกมของ เอเดน อาซาร์ ก่อนจะไหลด้วยซ้ายให้ ดีเอโก้ คอสต้า ซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษบอลค่อยๆไหลผ่านตัว อัลลัน แม็คเกรเกอร์ กลิ้งเข้าไปนอนก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย นาที 74 "เดอะ ไทเกอร์ส" ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายด้วยการส่ง แกสตัน รามิเรซ ลงไปแทน นิกิช่า เยลาวิช นาที 78 โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่งหัวหอกเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งรายด้วยการส่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงไปแทน ออสการ์ นาที 80 เชลซี ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวอีกครั้งคราวนี้ส่ง อังเดร ชูร์เล่ ลงไปแทน วิลเลี่ยน นาที 81 จ่ามู ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวจนครบหลังส่ง รามิเรส ลงไปทน จอห์น โอบี มิเกล นาที 88 ฮัลล์ มีลุ้นได้ประตูปรอบใจจากจังหวะซัดฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของ ร็อบบี้ เบรดี้ แต่ก็แฉลบกำแพงออกหลังไป ก่อนหมดเวลาการแข่งขัน! โชเซ่ มูรินโญ่ ยังทำได้ตามเป้าเปิดรังคว่ำ ฮัลล์ ซิตี้ ไปได้ 2-0 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, ฟิลิเป้ หลุยส์, จอห์น โอบี มิเกล, เนมานย่า มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า ฮัลล์ ซิตี้ : อัลลัน แม็คเกรเกอร์, เจมส์ เชสเตอร์, ไมเคิ่ล ดอว์สัน, เคอร์ติส เดวี่ส์, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้, เจค ลิเวอร์มอร์, ทอม ฮัดเดิลสตัน, เดวิด เมย์เลอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, นิกิช่า เยลาวิช, โซเน่ อลูโก้

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 0-0 ซันเดอร์แลนด์
ซันเดอร์แลนด์ /  พรีเมียร์ลีก / 

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 ลิเวอร์พูล 0-0 ซันเดอร์แลนด์ รายชื่อคนทำประตู : เวลา : 22.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

Tools วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS อาร์เซนอล สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium5 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เจอกันทีไรยิงกันกระจุยเกือบตลอด สถิติการพบกันเจ็ดเกมหลังสุดของทีมเรือใบกับปืนโต ทั้งสองทีมยิงรวมกันถึง 28 ประตู สำหรับสถิติในบ้านของ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมของ มานูเอล เปเยกรินี ยอดเยี่ยมมาก พวกเขาชนะไปถึง 25 นัดจาก 29 นัด และเสมอ 2 แพ้ 2 ส่วน อาร์เซน เวนเกอร์ คุมทีม อาร์เซนอล แพ้แค่นัดเดียวจากหกเกมหลังและชนะไปถึงห้า ขณะที่ อเล็กซิส ซานเชซ ฟอร์มยังแรง ทำไป 12 ประตู 7 แอสซิสต์ เป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมถึง 19 ประตูมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ขณะที่ เซอร์คิโอ อเกวโร่ ตามมาที่สองมีส่วนร่วม 17 ลูก แมนฯ ซิตี้ เกมนี้ยังไม่มี ซามีร์ นาสรี่ ที่ต้องพักราวสามสัปดาห์เนื่องจากเจ็บน่อง ขณะที่ เอดิน เซโก้ ยังต้องรอเช็คความฟิต ส่วน เซอร์คิโอ อเกวโร่ กับ แว็งซองต์ ก็อมปานี น่าจะกลับมามีชื่อในนัดนี้หลังถูกพักในนัดก่อนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ที่ไม่มีชื่อแน่ๆ คือ ยาย่า ตูเร่ กับ แข้งใหม่ วิลฟรีด โบนี่ ที่เดินทางไปทำศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ อาร์เซนอล โชคร้ายเมื่อต้องเสีย มาติเยอ เดอบูชี่ กับ มิเกล อาร์เตต้า ที่พักยาวสามเดือน ส่วน คีแรน กิ๊บส์ ต้องรอเช็คอาการเจ็บที่เท้า แต่คาดว่าน่าจะได้ คาลัม แชมเบอร์ส ที่มีอาการป่วยกลับมาฟิตอีกครั้ง ส่วน เมซุต โอซิล ที่กลับมาสมบูรณ์เต็มร้อยยังไม่แน่ว่าจะเบียดลงตัวตำแหน่งตัวจริงได้หรือไม่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, เฟอร์นันโด, เฟอร์นันดินโญ่, นาบาส, ดาบิด ซิลบา, มิลเนอร์, อเกวโร่ อาร์เซนอล – ออสปิน่า, เบเยริน, แมร์แตซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, มอนเรอัล, โกเกอแลง, แรมซี่ย์, แชมเบอร์เลน, กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ, ชิรูด์

ผลฟุตบอล: ปีใหม่หม้อไม่แตก!ฟัลเกาซัดช่วยผีบุกเจ๊าช่างปั้นหม้อ
ฆวน มาต้า /  ปีเตอร์ เคร้าช์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 สโต๊ค ซิตี้ 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 ไรอัน ชอว์ครอสส์  น.2,1-1 ราดาเมล ฟัลเกา น.26 เวลา: 19.45 น. สนาม: บริทาเนีย ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดต้อนรับปีใหม่ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ เริ่มเกมส์ไปได้แค่ 2 นาทีเจ้าบ้านได้เฮก่อนเพียงแค่การบุกครั้งแรก เมื่อ มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช โยนลูกเตะมุมจากทางขวาไปตรงกลางให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ โขกชงมาเข้าทางให้ ไรอัน ชอว์ครอสส์ ที่เป็นอดีตเด็กปั้นแมนยู ตวัดยิงทีมเก่าแบบจ่อๆเป็นประตูให้ สโต๊ค ซิตี้ ออกนำ 1-0 ผ่าน 10 นาทีรูปเกมส์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตกเป็นตามหลังตั้งแต่ต้นเกมส์ ยังทำเกมส์รุกไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันแม้ว่าจะครองบอลได้เยอะกว่า นาที 18 แมนยูได้ฟรีคิกทางซ้ายระยะประมาณ 28 หลา เวนย์ รูนี่ย์ รับหน้าที่ปั่นเองแต่ยิงหลุดกรอบออกไปเยอะ นาที 19 จอนนี่ อีแวนส์ พลาดง่ายๆเมื่อปล่อยให้บอลตกพื้นแล้วโดน มาเม่ บิราม ดิยูฟ แซงมาข้างหลังแล้วฉกบอลได้ก่อนที่จะไปดวลเดี่ยวกับ ดาบิด เดเคอา แต่ว่าอดีตเด็กเก่าอีกคนของผีแดงยิงหลุดกรอบออกไปเยอะ นาที 26 แมนฯยูไนเต็ด มาตามเอาคืนได้จากลูกเตะมุมเหมือนกัน จากการเปืดของ รูนี่ย์ แล้ว คาร์ริค โขกเช็ดไปเข้าทาง ราดาเมล ฟัลเกา ที่ยืนอยู่ตรงนั้นชาร์จจ่อๆเข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตามตีเสมอ 1-1 หลังโดนตีเสมอ สโต๊ค ซิตี้ เจ้าบ้านกลับมาเปิดเกมส์รุกมาขึ้น แต่ยังหาโอกาสแบบชัดเจนไม่ได้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1 กลับมาลุยต่อครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังหาจังหวะเจาะแนวรับสโต๊คไม่ได้ นาที 60 แมนยู ได้ฟรีคิกทางด้านขวา ฆวน มาต้า เปิดบอลเข้าไปตรงกลาง ฟิล โจนส์ เซนเตอร์ฮาร์ฟ ขึ้นมาโขกแต่บอลเบา เบโกวิช รับสบาย นาที 67 ฆวน มาต้า ตักบอลให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ พักอกเอาบอลลงแล้วยิงแบบดีดๆ เป็นโอกาสยิงครั้งแรกของหอกชาวดัตช์ในนัดนี้ แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 68 สโต๊ค กดดันหนัก และเกือบออกนำเมื่อ ปีเตอร์ เคร้าช์ โขกลูกฟรีคิกจาก อาร์เนาโตวิชไปชนเสาแบบจังๆ นาที 78 อัตนัน ยานาไซ ตัวสำรอง ได้จังหวะเปิดบอลให้ ฟานเพอร์ซี่ โฉบมายิงที่เสาแรก แต่บอลหลุดกรอบออกไป นาที 90 ช่างปั้นหม้อโต้กลับเร็ว อุสซาม่า อัสไซดี้ ตัวสำรองลากไปยิงบอลเบา เดเคอา รับสบาย เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกมส์ สโต๊ค ซิตี้ เปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไป 1-1 ยืดสถิติไร้พ่ายในลีกออกเป็น 10 นัด ทำให้ช่วงบ็อกซิ่งเดย์เก็บได้แค่ 5 คะแนนจาก 9 คะแนนเต็มเท่านั้น รายชื่อ สโต๊ค ซิตี้:อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),เอริค ปีเตอร์ส, ไรอัน ชอว์ครอสส์, เจฟฟ์ คาเมรอน, มาร์ช มูเนซ่า มาร์ติเนซ, เกล็นน์ วีแลน, สตีเว่น เอ็นซอนซี่, มาเม่ บิราม ดิยูฟ, มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช, โจนาธาน วอลเตอร์ส,ปีเตอร์ เคร้าช์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, จอนนี่ อีแวนส์ , แอชลี่ย์ ยัง, ลุ๊ค ชอว์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เวนย์ รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, ,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ราดาเมล ฟัลเกา

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล สนาม โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 เวลา 20.30น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1, ไทยรัฐทีวี ก่อนลงสนาม แมนฯ ยูฯ ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ชนะมาห้าเกมรวดใน พรีเมียร์ลัก แม้จะเฉียดฉิวมาหลายนัดโดยเฉพาะนัดหลังสุดที่บุกไปชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งทีมปีศาจแดงมีโอกาสยิงเข้ากรอบแค่สามครั้ง ตรงกรอบสองครั้งเป็นประตูทั้งสองครั้งนับว่าเป็นโอกาสยิงที่น้อยที่สุดในเกมลีกของ แมนฯ ยูฯ นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติเมื่อปี 2003 รวมไปถึงรูปเกมที่ไม่ได้เหนือกว่าทีมนักบุญเลยสถิติบอกว่า แมนฯ ยูฯ มีโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งแค่หกครั้งต่างกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่มีโอกาสถึง 32 ครั้ง ฝั่ง ลิเวอร์พูล ของ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส ในฐานะรองแชมป์ฤดูกาลก่อนฟอร์มยังย่ำแย่เพิ่งร่วงตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังบุกไปเสมอ บาเซิล 1-1 เมื่อกลางสัปดาห์ ผลงานในลีกรั้งอันดับเก้าของตารางมีแต้มตามหลัง แมนฯ ยูฯ เจ็ดคะแนน แต่ผลงานเฮ้ดทูเฮ้ดซีซั่นก่อนพวกเขาทำได้ดีกว่าปีศาจแดงเพราะ ลิเวอร์พูล สามารถชนะได้ทั้งเกมเหย้าเกมเยือน ความพร้อม ทั้งสองทีม ฟาน กัล อาจต้องส่ง จอนนี่ อีแวนส์ ลงตัวจริงหลัง คริส สมอลลิ่ง ได้รับบาดเจ็บในเกมกับนักบุญ ส่วน ฟิล โจนส์ กับ ราฟาเอล กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งหลังพักไปร่วมสองเดือน แต่ อังเคล ดิ มาเรีย, ดาลี่ย์ บลินด์ และ ลุค ชอว์ ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด เกมนี้ ไมเคิล คาร์ริค น่าจะถูกถอยไปยืนกองหลังอีกครั้ง บีร็อด จะได้ มาริโอ บาโลเตลลี่ กลับมาจากอาการบาดเจ็บแม้ยังไม่ฟิตเต็มร้อย ส่วน อดัม ลัลลาน่า กับ โคโล่ ตูเร่ แม้จะมีอาการเจ็บเล็กน้อยแต่คงลงสนามได้ไม่มีปัญหา ส่วนนักเตะความหวังอย่าง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยังคงต้องพักยาวต่อไป ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, อีแวนส์, คาร์ริค, โรโฮ, วาเลนเซีย, เฟลไลนี่, เอร์เรร่า, แอชลี่ย์ ยัง, มาต้า, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, โคโล่, สเคอร์เทล, โมเรโน่, ลูคัส, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, คูตินโญ่, สเตอร์ลิง, แลมเบิร์ต สถิติที่น่าสนใจ - ทั้งสองทีมเจอกันมาทั้งหมด 191 นัด แมนฯ ยูฯ ชนะ 75 ครั้ง ลิเวอร์พูล 64 ครั้ง เสมอ 51 ครั้ง - แมนฯ ยูฯ ชนะเกมแดงเดือด 10 จาก 12 นัดหลังสุดที่โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด - แมนฯ ยูฯ ทำสถิติชนะห้านัดรวดเป็นครั้งแรกนับแต่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ - สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นนักเตะในฐานะทีมเยือนที่ทำประตูใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรรเมียร์ลีก คือ 5 ประตู - ลิเวอร์พูล เสีย 13 ประตูในฐานะทีมเยือนเฉลี่ย 1.87 ประตูต่อนัด มีทีมเดียวในลีกที่แย่กว่าคือ คิวพีอาร์

หมอเสริฐ แชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 2557 รวยขึ้นเกือบ 6 หมื่นล.
ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ /  ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ / 

จัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย 2557  "น.พ.ปราเสริฐ" แห่งโรงพยาบาลกรุงเทพ ขึ้นแท่นแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 2557 "ทองมา" บิ๊กพฤกษา ขยับนั่งอันดับ 2  ส่วนอันดับ 3  เป็นเจ้าพ่อบีทีเอส  "คีรี กาญจนพาสน์" การจัด อันดับเศรษฐีหุ้นไทย ปี 2557  ซึ่ง วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาในปีนี้นับเป็นปีที่ 21 แล้ว ภาพรวมของเศรษฐีหุ้นไทยในปี 2557 ซึ่งวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2557 จำนวน 6,473 ราย มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมทั้งสิ้น 1,831,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 รวม 571,731 ล้านบาท หรือ 45.39% สำหรับผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธันวาคม 2557 ปรากฏว่า ตำแหน่งแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2557 ได้แก่ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยถือครองหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวมมูลค่า 57,909.48 ล้านบาท รวยขึ้น 21,313.28 ล้านบาท หรือ 58.24% ซึ่งเป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 2 สำหรับหุ้นที่ถือครอง ประกอบด้วย หุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่หมอเสริฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 20.19% รวมมูลค่า 57,866.71 ล้านบาท นอกจากนี้ยังถือหุ้น บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) ในสัดส่วน 0.79% มูลค่า 42.77 ล้านบาท เศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ได้แก่ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) หลังจากร่วงลงไปอยู่อันดับ 5 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าหุ้น PS ที่ถือครองในสัดส่วน 54.59% รวมมูลค่า 41,579.50 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 16,126.15 ล้านบาท หรือ 63.36% เนื่องจากราคาหุ้น PS ได้ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 34.25 บาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นวันที่ใช้คำนวณมูลค่าความมั่งคั่งของเศรษฐีหุ้นในปีนี้ จากที่หล่นไปแตะ 19.50 บาท เมื่อปีที่แล้ว โดยราคาปรับขึ้นมา 14.50 บาท หรือ 75.64% เศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 3 ในปีนี้ เป็นของ คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) โดยร่วงลงมาจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว หุ้นที่คีรีถือครองรวมมูลค่าทั้งสิ้น 39,200.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,980.24 ล้านบาท หรือ 14.55% ประกอบด้วย หุ้น BTS ในสัดส่วน 32.58% มูลค่า 38,811.65 ล้านบาท หุ้น บมจ.แสนสิริ (SIRI) 0.6% มูลค่า 129.92 ล้านบาท และหุ้น บมจ.วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย ( VGI) 0.54% มูลค่า 258.46 ล้านบาท ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย อดีตกรรมการผู้จัดการ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผันตัวไปเป็นเจ้าของกิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในชื่อ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) กระโดดขึ้นมาเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 จากอันดับ 10 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้นรวมมูลค่า 36,565.50 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้นถึง 26,429.71ล้านบาท หรือ 260.76% ประกอบด้วยหุ้น EA ในสัดส่วน 40.47% มูลค่า 36,533.78 ล้านบาท และหุ้น บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) อีก 0.94% มูลค่า 31.72 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปีนี้ อดีตแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 7 ปีซ้อน อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หล่นจากอันดับ 4 ลงมาอยู่อันดับ 5 โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 24,788.62 ล้านบาท ลดลง 952.14 ล้านบาท หรือ 3.70% ประกอบด้วย หุ้น บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) 22.07% มูลค่า 24,779.45 ล้านบาท และ บมจ.แมนดาริน โฮเต็ล (MANRIN) 1.36% มูลค่า 9.16ล้านบาท เศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 6 ในปีนี้ ขยับขึ้นจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ นิติ โอสถานุเคราะห์ ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 24,020.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,396.59 ล้านบาท หรือ 28.98% นอกจากนิติจะเป็นทายาทของอาณาจักรโอสถสภาแล้ว ยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีพอร์ตการถือหุ้นมากถึง 14 บริษัท ซึ่งราคาหุ้นส่วนใหญ่ในพอร์ตได้ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนแทบทั้งสิ้น ด้าน วิชัย ทองแตง เจ้าพ่อเคเบิลยักษ์ใหญ่แบรนด์ CTH ร่วงจากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้วมาเป็นเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 7 ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 20,294.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.46 ล้านบาท หรือ 0.82% ประกอบด้วยหุ้น BGH ในสัดส่วน 6.71% มูลค่า 19,235.87 ล้านบาท หุ้น บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) 7.23% มูลค่า 454.59 ล้านบาท หุ้น บมจ.ปุ๋ยเอ็นเอฟซี (NFC) 8.04% มูลค่า 272 ล้านบาท และหุ้น บมจ.อาร์พีซี (RPC) 21.40% มูลค่า 332.31 ล้านบาท เศรษฐีหุ้นอันดับ 8 ปีนี้ ตกเป็นของเศรษฐีหุ้นหน้าใหม่อย่าง หทัย ศิริวิริยะกุล เจ้าของอาณาจักรน้ำตาลที่มีโรงงานใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลอันดับ 3 ของประเทศ ในชื่อ บมจ.เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) โดยถือครองหุ้น KTIS สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในสัดส่วน 42.82% รวมมูลค่า 18,678.85 ล้านบาท ทั้งนี้ KTIS ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเริ่มเข้าเทรดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 โดยราคาหุ้นปรับขึ้นมายืนที่ 12 บาท เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2557 จากราคาจองที่ 10 บาท ส่งผลให้ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นในทันทีที่เข้าตลาดฯ ซึ่งนอกจากหทัยแล้วยังมีทายาทในตระกูลศิริวิริยะกุล พาเหรดเข้ามาติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยในปีนี้อีกหลายคน ส่วน พิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ร่วงลงไปจากอันดับ 3 ในปีที่แล้วมาอยู่อันดับ 9 ในปีนี้ โดยถือครองหุ้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 16,560.72 ล้านบาท ลดลง 9,921.27 ล้านบาท หรือ 37.46% ประกอบด้วย หุ้น บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ในสัดส่วน 71.87% มูลค่า 4,205.60 ล้านบาท และ หุ้น JAS 25.84% มูลค่า 12,355.11 ล้านบาท และปีนี้ เจ้าของอาณาจักร ไมเนอร์ กรุ๊ป วิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค หรือที่รู้จักกันในนาม บิล ไฮเนกี้ ร่วงมาอยู่ในอันดับ 10 จากอันดับ 8 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 13,061.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,860.74 ล้านบาท หรือ 16.61% ประกอบด้วย หุ้น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) 8.55% มูลค่า 12,660.44 ล้านบาท และหุ้น บมจ.คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) (CNT) ในสัดส่วน 6.61% มูลค่า 400.92 ล้านาท สำหรับอันดับเศรษฐีหุ้นของสองสาวทายาทอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าปีนี้อันดับจะลดลงแต่มูลค่าหุ้นที่ถือครองกลับเพิ่มสูงขึ้นจากราคาหุ้น บมจ.เอสซี แอสเซท (SC) ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.90 บาท ณ 30 กันยายน 2557 โดยลูกสาวคนเล็ก แพทองธาร ชินวัตร หล่นจากอันดับ 64 มาอยู่อันดับ 82 ถือหุ้น บมจ.เอสซี แอสเซท (SC) 29.11% มูลค่า 4,215.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 545.32 ล้านบาท หรือ 14.86% และลูกสาวคนกลาง พิณทองทา ชินวัตร หล่นจากอันดับ 66 มาอยู่อันดับ 84 ถือหุ้น SC 28.17% มูลค่า 4,079.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 527.72 ล้านบาท หรือ 14.86% ทั้งนี้หลังจากที่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัลได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ก้าวเข้ามาครองแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยไปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ จิราธิวัฒน์ ก็ยังรักษาแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยไว้ได้อีกเป็นปีที่ 2 โดยเครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 32 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 69,391.88 ล้านบาท มั่งคั่งเพิ่มขึ้น 2,603.99 ล้านบาท หรือ 3.90% ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 ได้แก่ ตระกูลปราสาททองโอสถ ของ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แชมป์เศรษฐีหุ้นไทยในปีนี้ โดยเมื่อรวมกับสองทายาท ปรมาภรณ์ และ พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ถือครองหุ้นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 65,314.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23,247.03 ล้านบาท หรือ 55.26% กลับมาติด Top 5 ตระกูลเศรษฐีหุ้นได้อีกครั้งในปีนี้ สำหรับ ตระกูลวิจิตรพงศ์พันธุ์ โดยขึ้นมาเป็นตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 หลังจากตกไปอยู่อันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว โดย ทองมาและทิพย์สุดา พร้อมด้วยลูกสาวทั้งสองคน คือ มาลินี และ ชัญญา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 50,313.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,887.40 ล้านบาท หรือ 65.36% ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ได้แก่ ตระกูลกาญจนพาสน์ โดย 5 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ คีรี อนันต์ ชัยสิทธิ์ สาคร และ ซุยพาง กาญจนพาสน์ ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 49,393.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,126.15 ล้านบาท หรือ 19.69% และตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ ตระกูลทองแตง ที่ครอบครัวทองแตง ได้แก่ วิชัย นงลักษณ์ วิอร อติคุณ อัฐ และ อิทธิ ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 44,082.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,489.30 ล้านบาท หรือ 44.09% สำหรับแชมป์เก่า ตระกูลมาลีนนท์ ที่ครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานถึง 14 ปี มาในปีนี้ ตกลงไปอยู่อันดับ 6 โดยถือครองหุ้นรวมมูลค่า 40,640.26 ล้านบาท ลดลง 8,482.18 ล้านบาท หรือ 17.27% เนื่องจากราคาหุ้น บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) ที่เครือญาติมาลีนนท์ถือครอง ปรับลดลงจาก 56.75 บาท มาอยู่ที่ 47 บาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 ลดลง 9.75 บาท หรือ 17.18% ขอบคุณข้อมูลจาก น.ส.พ. ฐานเศรษฐกิจ MThai News