CTH

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : หงส์ พลาดท่าเปิดรังพ่าย สิงห์ผยอง 0-1
กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ น.9 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือการลงสนามจับคู่กันครั้งแรกของ (อดัม ลัลลานา, ลาซาร์ มาร์โควิช) 2 ปีกจอมพริ้วที่ หงส์แดง กระชากมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ต้องมาดูว่าทั้งคู่จะเล่นได้เข้ากับระบบทีมมากน้อยแค่ไหน ในแมตช์นี้ เริ่มเกม นาทีที่ 3 ลิเวอร์พูล ได้บุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย โมเรโน่ โยนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลไปถึง ลาซาร์ มาร์โควิช กระโดดวอลเลด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป GOAL! นาทีที่ 9 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ กดสกอร์ให้ "สิงห์ผงาด" ออกนำ "หงส์แดง" เจ้าบ้านอย่างรวดเร็ว 1-0 นาที 13 ลิเวอร์พูล ยังทรงไม่สวยเท่าไหร่ เมื่อ อดัม ลัลลาน่า โดนใบเหลืองแรกของเกม แถมฟรีคิกของ แอชลี่ย์ เวสต์วูด ยังเปิดเข้ามาถึง เซนเดอรอส ได้ขึ้นโขกคนเดียว แต่บอลโด่งออกหลังไป นาที 32 หงส์แดง เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะของ คูตินโญ่ ยกบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ มาร์โควิช ถ่ายบอลให้ ลัลลาน่า ได้ยิงแต่โดนบล็อคออกไป นาที 35 แอสตัน วิลล่า ลงไปแพ็คเกมรับกับแทบทั้งทีม แล้วรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกความเร็วสูงที่รอโอกาสฉีกแผงหลัง "หงส์แดง" อยู่แล้ว นาที 40 บอลส่วนใหญ่ยังอยู่บริเวณกลางสนาม เป็นทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล ได้เคาะกันแทบจะฝ่ายเดียวแต่ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้ นาที 43 บาโลเตลลี่ รับบอลจากจังหวะเปิดของ ลอฟเรน พร้อมเคาะให้ ลัลลาน่า ได้วิ่งมาหวดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาไปนิดเดียว นาที 45 บาโลเตลลี่ รับบอลยาวจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจยิงดื้อๆ และบอลแฉลบเกือบพุ่งไปเสียบสามเหลี่ยม โชคร้ายที่บอลหลุดออกไปก่อน ครบ 45 นาทีมีการทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาทีก่อนจะจบลงด้วยสกอร์เดิม ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า เริ่มครึ่งหลังมาได้ 3 นาที ลิเวอร์พุล ได้จากลูกเตะมุม ลัลลาน่า เปิดเข้ามาถึง บาโลเตลลี่ ได้สอดขึ้นมาโหม่งแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 55 รูปเกมก็ยังคงเหมือนเดิม ลิเวอร์พูล เอาบอลมาครองได้ฝ่ายเดียวส่วน แอสตัน วิลล่า ลงไปตั้งรับกันทั้งทีม นาที 60 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมโดยถอด อดัม ลัลลาน่า ออกไปพัก และส่งราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลงไปทำหน้าที่แทน นาที 63 อลัน ฮัตตัน โดนใบเหลืองจากการไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อย่างหนัก นาที 66 สเตอร์ลิ่ง มีจังหวะกระชากไปหน้ากรอบเขตโทษพร้อมตัดสินใจยิงไกลแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 71 ลิเวอร์พูล ถอด บาโลเตลลี่ และมาร์โควิช ออกไปพักและส่ง บอรินี่ กับแลมเบิร์ต ลงมาแทน ส่วน วิลล่า ก็เปลี่ยนเหมือนกัน โดยส่ง ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ลงมาแทน ไวมันน์ นาที 76 โมเรโน่ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปทำฟาวล์ คีแรน ริชาร์ดสัน นาที 79 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม คูตินโญ่ เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ลอฟเรน ขึ้นโหมงแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 81 คูตินโญ่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดผู้เล่น แอสตัน วิลล่า มาทั้งหมดก่อนได้สับด้วยขวาแต่พุ่งไปชนเสาอย่างจัง แถมจังหวะซ้ำของ สเตอร์ลิ่ง ยังไปโดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันออกไปอีก นาที 89 "หงส์แดง" ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะของ คูตินโญ่ ลองส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงแต่เหินข้ามคานออกไปไกล นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! "สิงห์ผยอง" ได้ประตูโทนของ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ในช่วงครึ่งแรกช่วยให้พวกเขาสามารถบุกมาเชือด "หงส์แดง" รองแชมป์เก่า ได้คาถิ่น แอนฟิลด์ 1-0 พร้อมทยานขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของตารางในเวลานี้ได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลานา, ลาซาร์ มาร์โควิช, คูตินโญ่, มาริโอ บาโลเตลลี่ แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วูด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันเสาร์ที่ 13 กัยายน 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสดช่อง3, CTH stadium 3 ความพร้อม ก่อนลงสนาม อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล อาจส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงประเดิมสนามในเกมนี้ หลังจากเพิ่งยิงไปสองประตูให้ ทีมชาติอังกฤษ ในเกมที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ แต่จะไม่มี อารอน แรมซี่ย์ ที่เจ็บข้อเท้าจากการเล่นให้ ทีมชาติเวลส์ เมื่อกลางสัปดาห์ ข่าวดีคือจะได้ มิเคล อาร์เตต้า, คีแรนส์ กิ๊บส์ และ ผู้รักษาประตู ดาวิด ออสปิน่า กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึง เมซุต โอซิล ที่มีปัญหาที่ข้อเท้าก็น่าจะลงเล่นได้เช่นกัน ขณะที่ ธีโอ วัลคอตต์, เซิร์จ นาร์บี้ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังต้องพักยาวต่อไป มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ยังต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บของ สเตฟาน โยเวติช ที่มีปัญหาที่แฮมสตริงจากเกมทีมชาติ เช่นเดียวกับ เฟอร์นันโด ที่มีอาการเจ็บขาหนีบ ส่วน เอเลียกิม ม็องกาล่า กองหลังค่าตัวแพงน่าจะได้ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก ขณะที่ ปาโบล ซาบาเลต้า ที่ไม่สมบูรณ์มาจากเกมทีมชาติยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนามอีกครั้ง ผู้เล่นตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – เชสนี่, เดอบูชี่, แมแตร์ซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, กิ๊บส์, อาร์เตต้า, วิลเชียร์, อเล็กซิส ซาเชซ, กาซอร์ล่า, เวลเบ็ค แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซานญ่า, เดมิเคลิส, ก็อมปานี, โคลารอฟ, นาสรี่, ยาย่า, เฟอร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, เซโก้, อเกวโร่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอฟเวอร์ตัน VS อาร์เซนอล สนาม กูดิสัน ปาร์ค วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง 3, CTH สเตเดี้ยม 3 ก่อนลงสนาม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน เกมนี้จะได้ ดาร์รอน กิ๊บสัน กองกลางชาวไอริชพร้อมกลับมาลงสนามอีกครั้งหลังจากเจ็บไปร่วมสิบเดือน ส่วน รอสส์ บาร์คลี่ย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งเจ็บเข่าต้องพักยาว ขณะที่ เชมัส โคลแมน มีปัญหาที่แฮมสตริงไม่น่าฟิตพอลงเล่น รวมไปถึง อารูน่า โคเน่ และ ไบรอัน โอเวียโด้ ที่ยังไม่พร้อมลงสนามทั้งคู่ อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล จะไม่มี มิเคล อาร์เตต้า ที่เจ็บข้อเท้า และ โลร็องต์ คอสเซียลนี่ ซึ่งเจ็บเอ็นร้อยหวาย ส่วน ดาวิด ออสปิน่า เจ็บต้นขา คีแรน กิ๊บส์ เจ็บแฮมสตริง อาบู ดิยาร์บี้ เจ็บสะโพก ธีโอ วัลคอตต์ กับ เซิร์จ นาร์บี้ ยังเจ็บเข่าทั้งคู่ รวมไปถึง เรียว มิยาอิชิ ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ แต่ข่าวดีคือสามขุนพล ทีมชาติเยอรมัน อย่าง เมซุต โอซิล, แพร์ แมร์แตซัคเกอร์ และ ลูคัส โพโดลสกี้ น่าจะกลับมามีชื่อเป็นตัวจริงหรือสำรองในเกมนี้ ด้าน ยาย่า ซาโนโก้ ที่มีปัญหาที่แฮมสตริงน่าจะยังฟิตสมบูรณ์ทันลงสนามแต่อาจมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เอฟเวอร์ตัน – ฮาวเวิร์ด, เบนส์, ดิสแต็ง, ยาเกียลก้า, จอห์น สโตนส์, แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แม็คเกียดี้, เนย์สมิธ, พีนาร์, ลูคาคู อาร์เซนอล – เชสนี่, เดอบูชี่, แชมเบอร์ส, แมร์แตซัคเกอร์, มอนเรอัล, ฟลามินี่, วิลเชียร์, แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, กาซอร์ล่า, ชิรูด์

ไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง /  ลิเวอร์พูล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD

ค่ายอื่นมีร้อง! CTH ให้บริการอินเตอร์เน็ต ควบพรีเมียร์ลีก เริ่มต้น 599 บาท!
CTH /  CTH Internet / 

หลายท่านอาจรู้จัก CTH ในนามของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League อังกฤษ แต่ล่าสุดทาง CTH เตรียมกระโดดลงสู่ตลาดผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแล้วครับ ด้วยจุดเด่นอยู่ที่การให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงควบคู่ไปกับการให้บริการเพย์ทีวีในราคาที่คุ้มสุดๆ รวมไปถึงมีคอนเท้นต์อื่นๆ อีกมากมายในชื่อ CTH Internet โดย CTH Internet นี้จะให้บริการทางเลือกสำหรับลูกค้า 5 ราคาด้วยกัน รายละเอียดดังนี้ 1. อินเตอร์เน็ตความเร็ว 10 Mbps + CTH Mini Pack (270HD)ราคา 599 บาท 2. อินเตอร์เน็ตความเร็ว 15 Mbps + CTH Big Family (450HD)ราคา 799 บาท 3. อินเตอร์เน็ตความเร็ว 20 Mbps + CTH Big Family (450HD)ราคา 899 บาท 4. อินเตอร์เน็ตความเร็ว 20 Mbps + CTH Quality Pack (650HD)ราคา 1,199 บาท 5. อินเตอร์เน็ตความเร็ว 20 Mbps + CTH Super Premium Pack (999HD)ราคา 1,499 บาท โดยการเริ่มโครงการนี้ จะเริ่มนำร่องโครงการแรกที่ฝั่งธนบุรี ย่านปิ่นเกล้ากระจายตัวออกไป เฟสแรกครอบคลุม 14 โครงการ ทั้งอาคารสูง เช่น LPN ปิ่นเกล้า, Common Wealth ปิ่นเกล้า และหมู่บ้านแนวราบ เริ่มให้บริการตั้งเป้าวันที่ 15 มิถุนายนนี้ครับ” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ CTH call center 1619 คาดว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหลายเจ้า เจอบริการอินเตอร์เน็ตพร้อมกับถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเข้าไปแบบนี้ ต้องมีสะเทือนเหมือนกันครับ source: thannews.th.com

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล เซาธ์แฮมป์ตัน
ก่อนเกม /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 นัดที่ 1 ลิเวอร์พูล - เซาธ์แฮมป์ตัน สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 19.30 น. CTH สเตเดียม 2 ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ทเทนเบิร์ก มาดูความพร้อมของรองแชมป์พรีเมียร์ลีกกันก่อนเกมนี้เป็นเกมประเดิมสนามซีซั่น 2014-15 ต่อหน้าแฟนบอลในสนามแอนฟิลด์ บอกได้เลยว่า ร็อดเจอร์ส สั่งลูกทีมเดินหน้าตั้งแต่นาทีแรกแน่นอน โดยฟอร์มช่วงปรีซีซั่นของ ลิเวอร์พูล ก็ถือว่าทำได้ดีโดยเฉพาะเกมล่าสุดถล่มเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ ไปแบบเละเทะ 4-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้านความพร้อมของนักเตะเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่มี 2 แข้งหน้าหล่ออย่าง ดาเนียล แอ็กเกอร์ และ อดัม ลัลลาน่า แน่นอนเพราะยังบาดเจ็บพักอย่างน้อย 1 เดือนด้วยกันทั้งคู่ ส่วนปีกดาวรุ่งอย่าง มาร์โควิช ต้องรอลุ้นความฟิตก่อนเกมอีกครั้ง ข้ามมาดูความพร้อมของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนเปิดซีซั่น เซาธ์แฮมป์ตัน ปล่อยนักเตะเก่งของทีมออกจากทีมไปเพียบเรียกได้ว่าเหลือตัวหลักจากซีซั่นที่แล้วเพียง ฟอนเต้, ชไนเดอร์แลง และเจย์ โรดริเกซ เท่านั้น ส่วนฟอร์มช่วงปรีซีซั่นนั้นถือว่าดีที่เดียวชนะรวด 4 นัด ก่อนจะมาพลาดท่าพ่าย เลเวอร์คูเซ่น 0-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านความพร้อมของนักเตะเกมนี้กุนซือ โรนัลด์ คูมัน จะหมดสิทธิ์ใช้กองหน้าตัวเก่ง เจย์ โรดริเกซ แน่นอนเพราะยังมีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม สถิติการเจอกันนัดล่าสุด : ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 จากการโหม่งประตูชัยโดย เดยัน ลอฟเรน นาทีที่ 53 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2013 สถิติการเจอกันที่แอนฟิลด์ 5 นัดหลังสุด : ลิเวอร์พูล ชนะ 5 เสมอ 0 แพ้ 2 รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิงโญเล่ต์, มานกีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, คาน, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, สเตอร์ลิ่ง, คูตินโญ่, สเตอร์ริดจ์ เซาธ์แฮมป์ตัน : โบรุค, ไคลน์, ฟอนเต้, ฮูยวิลด์, เบอร์ทรานด์, ชไนเดอร์แลง, เดวิส, วานยาม่า, ทาดิค, รามิเรซ, กัลลาเกอร์ แฟนหงส์ท่านหนึ่ง : หงส์แเดง จะประเดิมสนามด้วยชัยชนะแบบสวยหรูยิงนักบุญ 3 เม็ดเป็นอย่างน้อย

3 เจ้ากล่องจานดาวเทียมลุยสู้ศึกกล่องดิจิตอลทีวี
CTH /  RS. / 

RS จับมือ CTH เสริมทัพรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกทุ่มงบโฆษณากว่า 100 ล้านบาทหวังเพิ่มยอดขายกล่องจานดาวเทียมกล่องซันบ็อกซ์ ใหม่ CTH หวังโตหลังควบ GmmZ หลังจากที่ CTH เปิดตัวปีแรงในปี 2555 โดยทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในการคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษอย่างเป็นทางการ 3 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2556-2557 จนล่าสุด นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ได้วางเป้าหมายเป็นคู่แข่งสำคัญของ ทรูวิชั่นส์ ให้ได้ด้วยการบุกตลาดกล่องจานดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกแบบรายเดือน โดยเน้นไปที่เนื้อหาการถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์ลีกในรูปแบบ Digital Brodband ใหม่ล่าสุด ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าตอบรับเป็นลูกค้าไม่น้อยกว่า 1 ล้านรายอย่างแน่นอน แต่ด้วยการการลุยเกมส์ในครั้งนี้ทาง CTH ขาดทุนแน่นอน จนล่าสุดได้แก้เกมส์ด้วยการเข้าควบกิจการของ GmmZ แล้วแลกหุ้นกันต่างฝ่ายต่างเสริมเนื้อหาในส่วนที่ขาดระหว่างกัน โดย บริษัท แซท เทรดดิ้ง ในเครื่อ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาถือหุ้น CTH 10% โดย CTH ก็ได้กลายเป็นบริษัทแม่ทันที ส่งผลให้รายการต่างๆในแกรมมี่ต่างพากันออนแอร์ทาง CTH และสารพัดกีฬาจาก CTH ก็ได้เข้าไปเติมเต็มให้ GmmZ  และคาดว่าจะเพิ่มสมาชิกให้  CTH ได้จาก GmmZ เดิมกว่าอีก 1.5 ล้านราย ทำให้ทั้ง2บริษัทได้เปรียบเรื่องโฆษณาและรายได้ที่จะเข้ามาในทันที เพราะมีคอนเทนต์ ที่แข็งแรงอยู่ในกำมือ ทั้งบันเทิง และ กีฬา จึงทำให้ช่องว่างของเนื้อหาลดลง แต่ดูเหมือนว่าการเพิ่มศักยภาพในครั้งนี้ยังไม่พอ CTH ได้เข้าไปยื่นจับมือกับ บริษัท อาร์เอส จำกัด( มหาชน ) มอบคอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกลงไปในกล่องจานดาวเทียมซันบ็อกซ์ ที่มีเพียงฟุตบอลลาลีกา นางพราพรรณ เตชรุ่งชัยกุลได้กว่าไว้ว่า การที่ RS ได้จับมือกับ CTH จะเป็นการต่อยอดธุรกิจ ซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์ ให้เป็นกล่องจานดาวเทียมที่มีมูลค่ามากที่สุดในท้อง ตลาดที่ มีทั้ง พรีเมียร์ลีกและลาลีกาสเปนซึ่งเป็นฟุตบอลลีกใหญ่ถูกใจคนไทยในกล่องจานดาวเทียมเดียว RS ตั้งเป้ายอดขายกับกล่องรุ่นนี้ไว้สูงถึง 1.5 ล้านกล่องภายใน1ปี พร้อมเตรียมลงทุนงบโฆษณากว่า 100 ล้านบาท ผ่านทุกสื่อเบบ 360 องศา การร่วมจับมือกับ CTH ในครั้งนี้เรียกได้ว่าจะเป็นการส่งผลดีของทั้ง2ฝ่าย เพราะลูกค้าแบบอกรับสมาชิกของ CTH เองก็จะได้รับชมบอลลาลีกาสเปนที่เป็นลิขสิทธิ์ของRSอีกด้วยซึ่งจะช่วยหนุ่นให้สมาชิกของCTHเพิ่มขึ้นอีก โดยการร่วมมือการระว่าง RS กับ CTH ครั้งนี้จะเป็นการช่วงลดภาระค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอีดด้วยเพราะ CTH ไม่ได้ผูกมัดการรับชบเพียงแค่ตัวเองเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แถมยังได้รายได้กับการขายลิขสิทธิ์ให้กับพันธมิตรรายอื่นอย่าง RS ได้อีกด้วย ครั้งนี้เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า GmmZ ในมือของ CTH จะเปลี่ยนไปทางทิศทางใด แล้ว RS จะสามารถสร้างปารกฏการณ์ยอดขายกล่องจานดาวเทียมซันบ็อกซ์ได้ดีเหมือนช่วงบอลโลกหรือไม่ หรือจะมีมือที่3ใครเข้ามาอุ้มการถ่ายทอดสดฟุตบอลนี้อีกครั้งเหมือนช่วงบอลโลกที่เคยมีมาแล้ว ต้องติดตามกันต่อไป MThai News

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล
คลิป /  ผลบอล / 

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2014-15 ประจำวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2557 แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สเตฟาน โยเวติช น.41, 2-0 สเตฟาน โยเวติช น.55 3-0 กุน อเกวโร่ น.69, 3-1 ปาโบล ซาบาเลต้า (o.g) น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 5

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แมนซิตี้ VS แอสตัน วิลล่า
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – แอสตัน วิลล่า สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 01.45น. ถ่ายทอดสด ช่องcth stadium5 ความพร้อมทั้งสองทีม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ มีชะตาแชมป์อยู่ในกำมือตัวเอง ขอเพียงชนะสองเกมสุดท้ายในบ้านก็จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทันทีโดยไม่ต้องสนใจ ลิเวอร์พูล เกมนี้ทีมจะไม่มีกองหน้าคนสำคัญ เซอร์คิโอ อเกวโร่ ที่เจ็บขาหนีบในเกมเจอ เอฟเวอร์ตัน ส่วน ยาย่า ตูเร่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในนัดก่อนก็น่าจะฟิตทันลงสนามรวมไปถึง ดาบิด ซิลบา ด้วย ขณะที่ เฆซุต นาบาส ยังมีอาการเจ็บข้อเท้าและ มาติย่า นาสตาซิค ยังพักยาว พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า ไม่มีอะไรให้ลุ้นเพราะพาทีมอยู่รอดปลอดภัยจากการตกชั้นแน่นอนแล้ว นัดนี้จะไม่มี กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ที่เจ็บเข่า รวมไปถึง โจ เบนเน็ตต์ ที่เจ็บข้อเท้า ส่วน คริสเตียน เบนเทเก้ กองหน้าคนสำคัญพักยาวจากอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย เช่นเดียวกับ ลิบอร์ โคซัค ที่ขาหัก ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, เดมิเคลิส, โคลารอฟ, เฟอร์นันดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, นาสรี่, เซโก้ แอสตัน วิลล่า – กูซาน, โลว์ตัน, ฟลาร์, นาธาน เบเกอร์, คีแรน คลาร์ก, อัลไบรท์ตัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, เดล์ฟ, เบอร์ทรานด์, ไวมันน์, โบเวรี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : สมราคาเต็งแชมป์!เชสจ่ายสองคอสต้าเปิดซิงสิงห์บุกแซงขย้ำเบิร์นลีย์
ดิเอโก้ คอสต้า /  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ ที่ 19 สิงหาคม 2557 เบิร์นลีย์ 1-3 เชลซี ผู้ทำประตู :1-0สก็อตต์ อาร์ฟิลด์  น.13,1-1 ดิเอโก้ คอสต้า  น.17,1-2 อังเดร ชูร์เล่  น.22,1-3 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช น.33 เวลา: 02.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาลคู่มันเดย์ไนท์ “สิงห์บูล” เชลซี ทีมเต็งแชมป์ บุกไปเยือน น้องใหม่อย่าง เบิร์นลีย์ ทีเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาในรอบ 4 ปี โดยถูกยกให้เป็นเต็งบ๋วยประจำฤดูกาล โดนในนัดนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ตัดสินใจส่ง ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ลงเป็นตัวจริงแทนที่ของ ปีเตอร์ เช็ก และส่งนักเตะใหม่อย่าง เชส ฟาเบรกาส และ ดิเอโก้ คอสต้า ลงเป็นตัวจริง แต่ ฟิลิบเป้ หลุยส์ แบ็กซ้ายที่ย้ายมาจาก แอตเลติโก้ มาดริด ยังเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น เริ่มเกมส์ เชลซี ที่ตัวผู้เล่นเหนือกว่าเยอะเป็นฝ่ายครองบอลบุกแต่กองหลัง เจ้าบ้านยังคุมโซนได้ดี เลยทำให้ยังเจาะไม่เข้า นาที 14 ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ที่ลงประเดิมสนามให้เชลซีเป็นนัดแรกต้องมาเสียความบริสุทธิ์ไปอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่เจ้าถิ่น หนุนบอลเร็วขึ้นทางซ้าย แม็ตธิว เทย์เลอร์ หลุดไปเปิดบอลเข้ากลางมาให้ สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ จับบอลลงแล้วซัดเสียบมุมเข้าไปแบบเฉียบขาดให้ เบิร์นลีย์ ที่เป็นรองออกนำไปก่อน แต่แล้วนาที 17 เชลซี ก็มาตามเอาคืนได้อย่างทันควัน เมื่อ เชส ฟาเบรกาส ตอกส้นให้ อิวานโนวิช เปิดบอลเข้ากลางแล้วกองหลัง เบิร์นลีย์ สกัดบอลไปชนเสา แล้วเด้งมาเข้าทาง ดิเอโก้ คอสต้า แบบเป็นใจ งานนี้ ดาวยิงค่าตัว 32 ล้านปอนด์ไม่ปล่อยให้โอกาสเปิดซิงหลุดลอยไป โดยซัดด้วยซ้ายเข้าไปให้ เชลซีตามตีเสมอทันควัน 1-1 นาที 22 ทีมเยือนโชว์ฟอร์มได้สมราคาทีมเต็งแชมป์โดยกลับมาแซงนำได้อย่างรวดเร็ว เมื่อต่อบอลกันได้สวย ก่อนที่จะออกไปทางขวาให้ อิวานโนวิช หยอดบอลมาให้ เทพแอสซิสต์อย่าง ฟาเบรกาส ที่รออยู่ตรงหัวกะโหลก หลอกทำท่าจะยิงแต่จ่ายบอลอย่างเหนือชั้นให้ อังเดร ชูร์เล่ สอดมาแปง่ายๆเข้าไป ให้เชลซี แซงนำ 1-2 ผ่าน  30 นาที ลูกทีมของ มูรินโญ่ เริ่มคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด นาที 33 สิงห์บูลได้ประตูเพิ่ม ง่ายๆ จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แบ็กขวาน่องโต สอดมากระโดดแปลูกเตะมุมเข้าไปให้ เชลซี ทีมเยือนแซงนำห่าง 1-3 ท้ายครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เชลซี โชว์ฟอร์มเด็ดบุกขึ้นนำ เบิร์นลีย์ 1-3  ครึ่งหลัง นาที 48 คนพังประตูแรกให้เจ้าบ้านอย่าง สก็อตต์ อาร์ฟิลด์ ได้จังหวะซัดบอลจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ได้ งัดซุปเปอร์เซฟมาอวด นายใหญ่และแฟนบอล ด้วยการพุ่งปัดบอลทิ้งออกไปได้  จากนั้นเกมส์กลับมาเป็นของ เชลซี ที่ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เร่งจังหวะเข้าทำอะไรมาก เพราะสกอร์นำค่อนข้างห่าง นาที 84 โจเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองคนสุดท้ายด้วยการส่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงขวัญใจแฟนบอลที่ย้ายมาร่วมทีมเป็นครั้งที่ 2 ลงสนามแทน ออสการ์ เรียกเสียงปรบมือดังสั่นจากแฟนบอลสิงห์บูล ที่ตามไปเชียร์  เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “สิงห์บูล” เชลซี โชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็ง แชมป์ด้วยการแซงเอาชนะ เบิร์นลีย์ไป 1-3 ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงตั้งแต่สัปดาห์แรก รายชื่อ เบิร์นลีย์ : ทอม ฮีตัน(GK), คีแรน ทริปเปอร์, เจสัน แช็คเคลล์, ไมเคิ่ล ดัฟฟ์, เบน มี, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์, ดีน มาร์นี่ย์, เดวิด โจนส์, แม็ตธิว เทย์เลอร์, แดนนี่ อิงส์, ลูคัส จัตคีวิช เชลซี : ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK), จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมันย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, เอเด็น อาซาร์, ออสการ์, อังเดร ชูร์เล่, ดิเอโก้ คอสต้า

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : หงส์ เปิดรังเจ๊า ทอฟฟี่ 1-1 จากีลก้า ซัดทดเจ็บครึ่งหลัง
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  จอห์น สโตนส์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาที่ 27 กันยายน 2557 ลิเวอร์พูล 1-1 เอฟเวอร์ตัน รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.65, 1-1 ฟิล จากีลก้า น.90+1 เวลา : 18.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด CTH Stadium 2 ศึก เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของเพื่อนบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตัน สิ่งที่น่าสนใจคือสถานการณ์ก่อนเกมของทั้งสองทีมทำอันดับในลีกค่อนข้างแย่พอๆกัน แถม "หงส์แดง" ยังไม่มีชื่อของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงตัวเก่งที่ไม่ผ่านความฟิตลงมาในเกมนี้อีกด้วย ต้องมาดูว่า เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส จะทำได้ดีกับ ดาร์บี้แมตช์ หนนี้มากแค่ไหน เริ่มเกมมาแค่นาทีแรก ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกจาก อดัม ลัลลาน่า โดน แกเร็ธ แบร์รี่ เสียบหงายท้องหน้ากรอบเขตโทษ แถมไปบ่นผู้ตัดสินสุดท้ายได้รับใบเหลืองไปครอง นาทีที่ 6 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความคล่องตัวลากเลื้อยจากทางซ้ายของกรอบเขตโทษพร้อมได้ยิงแต่บอลยังเบาและตรงตัวทิม ฮาวเวิร์ด นาทีที่ 8 เจ้าบ้าน ไม่ได้จุดโทษจากจังหวะยิงของ บาโลเตลลี่ ผ่านมาถึงนาที 21 หงส์แดง ได้ลุ้นทำประตูอีกครั้งจากจังหวะของ สเตอร์ลิ่ง กระชากเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะตบเข้ามาตรงกลางให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ เกรียนโอ้ ดันจับบอลไม่ดีทำให้จังหวะจะยิงก็แทบไม่เหลือแล้ว นาที 26 เอฟเวอร์ตัน เกือบขึ้นนำ จากการลุยเข้ามาของ เลห์ตัน เบนส์ ทางฝั่งซ้าย ก่อนจะตบเข้าไปตรงกลาง บอลผ่าน มินโญเลต์ ไปแล้วแต่สุดท้าย ลอฟเรน ยังมาช่วยเคลียออกไปได้ นาที 31 เควิน มิรัลลาส เจ็บเองจากจังหวะวิ่งไปเปิดในกรอบเขตโทษ สุดท้ายเล่นไม่ไหวทำให้ ไอเด้น แม็คเกียดี้ ต้องลงมาแทน นาที 34 เป็นทาง เอฟเวอร์ตัน ได้ลุ้นอีกครั้ง โรเมลู ลูกากู ได้ซัดนิ่มๆหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเบามากทำให้ มินโญเลต์ นอนคว้าไว้ได้ นาที 38 ลิเวอร์พูล เล่นกันอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ เอฟเวอร์ตัน สุดท้ายเป็น บาโลเตลลี่ ที่ได้ยิงไกลแต่ผิดเหลี่ยมแถมยังเบาไปอีก นาที 40 บาโลเตลลี่ ได้ยิงไกลอีกครั้ง แต่คราวนี้ไปติดแนวรับทีมเยือนช่วยให้ทีมได้ลูกเตะมุม ลัลลาน่า เปิดเข้ามาก็ไม่ได้ลุ้นอะไร นาที 44 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตัดบอลได้กลางสนามก่อนจ่ายทะลุช่องไปให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หลุดเข้าไปยิงเหน่งๆ แต่ ทิม ฮาวเวิร์ด ปฎิเสธการขึ้นนำครั้งนี้ออกไป ครึ่งแรกทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที ก่อนผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดยาว ครึ่งเวลาแรก ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 48 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วางบอลให้ ลาซาร์ มาร์โควิช ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายก่อนจะยิงโดน  จอห์น สโตนส์ เข้ามากระแทก สุดท้ายก็เสียบอลไป นาที 53 เจ้าบ้านเล่นเร็วจากลูกเตะมุม สเตอร์ลิ่ง ตัดบอลเข้ากรอบเขตโทษกะจะให้ ลอฟเรน โถมมาโหม่งเต็มๆ แต่ตรงนั้นมี บาโลเตลลี่ ยืนอยู่ ทำให้เหมือนทำลายจังหวะพวกเดียวกันเอง นาที 60 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด ลาซาร์ มาร์โควิช ที่วันนี้ยังดูเงียบๆออกไปพัก และส่ง คูตินโญ่ ลงมาแทน นาที 62 เอฟเวอร์ตัน ได้ลุ้นขึ้นนำจากจังหวะยิงของ สตีเว่น เนย์สมิธ ลองส่องหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว ซิมง มินโญเลต์ รับไว้ได้สบาย GOAL! นาที 65 มีสกอร์แรกของเกมแล้ว เป็นทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่ได้ฟรีคิกและเป็นทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ปั่นเข้าไปแบบงามหยดย้อย ช่วงให้ หงส์แดง ออกนำทีมเยือนไปแล้ว 1-0 นาที 67 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความเร็วหนีผู้เล่น เอฟเวอร์ตัน มาได้ ก่อนจะตัดสินใจเปิดยัดเข้ากลางให้ บาโลเตลลี่ ได้ซัดเหน่งๆบอลเช็ดคานออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 73 โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ แก้เกมด้วยการถอด โทนี่ ฮิบเบิร์ต ออกไปพักและส่งดาวรุ่งอย่าง ไทอัส บราวนิ่ง ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 80 เอฟเวอร์ตัน เปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายโดยการถอด มูฮาเหม็ด เบซิช ออกไปพักและส่งศูนย์หน้าอย่าง ซามูเอล เอโต้ ลงมาเพิ่มความอันตรายในเกมรุก นาที 81 ลงมาก็ได้ลองยิงเลย สำหรับ ซามูเอล เอโต้ ที่ลุ้นพังตาข่ายเจ้าบ้านจากจังหวะส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษแต่น่าเสียดายที่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล 5 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ทีมเยือนเอาบอลได้เกือบทั้งหมด ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ลงไปตั้งรับกันแทบจะทั้งทีม นาที 87 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด มาริโอ บาโลเตลลี่ ออกไปพักและส่ง ริคกี้ แลมเบิร์ต ลงมารับหน้าที่แทน GOAL! นาที 90+1 ฟิล จากีลก้า เซ็นเตอร์แบ็คกัปตันทีมเติมขึ้นมายิงไกลสุดสวยช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน ตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 ก่อนที่ผู้ตัดสินจะทดเจ็บไปถึงนาทีที่ 3 แล้ะเป่านกหวีดหมดเวลา หงส์แดง เปิดรัง แอนฟิลด์ ทำได้แค่เจ๊า ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ด้วยสกอร์ 1-1 แบ่งกันไปคนละแต้มสำหรับ "เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" คู่เปิดหัวรายการวันนี้ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลาซาร์ มาร์โควิช, อดัม ลัลลานา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, มาริโอ บาโลเตลลี่ เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด, โทนี่ ฮิบเบิร์ต, จอห์น สโตนส์, ฟิล จากีลก้า, เลห์ตัน เบนส์ , เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่, มูฮาเหม็ด เบซิช, สตีเว่น เนย์สมิธ, โรเมลู ลูกากู, เควิน มิรัลลาส

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูฯ VS สวอนซี
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS สวอนซี สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2557 เวลา 18.45น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH Stadium 1 ก่อนลงสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ ประเดิมคุมทีมอย่างเป็นทางการเกมแรก นัดนี้กุนซือชาวดัตช์น่าจะมาในระบบ 3-5-2 เหมือนเดิมแต่จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายดาวรุ่งที่มีอาการเจ็บแฮมสตริงต้องพักอย่างน้อยหนึ่งเดือน ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ที่พลาดเกมอุ่นเครื่องกับ บาเลนเซีย เมื่อวันอังคารไม่น่าจะฟิตทันลงสนามในเกมนี้เช่นเดียวกับ ไมเคิล คาร์ริค, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ราฟาเอล และ อันแดร์สัน ส่วน โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ แดนนี่ เวลเบ็ค ต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนามแต่ไม่น่าจะพร้อมทั้งคู่ โอกาสจึงตกเป็นของ ชิชาริโต้ กองหน้าชาวเม็กซิกัน ขณะที่ อันแดร์ เอร์เรร่า กองกลางตัวใหม่ชาวสเปนพร้อมลงประเดิมสนามในนัดนี้ แกรี่ มองค์ กุนซือ สวอนซี เกมนี้จะได้ นาธาน ดายเออร์ ที่เจ็บเท้าผ่านความฟิตลงสนามแม้จะไม่มีชื่อในเกมอุ่นเครื่องกับ บียาร์เรอัล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ เวย์น เร้าท์เลดจ์ ที่ไม่มีชื่อในเกมดังกล่าวเพราะเพิ่งไปเฝ้าลูกชายเกิดใหม่ก็น่าจะได้ลงตัวจริงในนัดนี้ด้วย แต่ ลีออน บริตตัน, เจย์ ฟูลตัน และ มาร์วิน เอมเนส ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด ส่วนนักเตะที่เพิ่งเซ็นมาร่วมทีมอย่าง ลูคัส ฟาเบียนสกี้ กับ เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ น่าจะได้ลงเล่น รวมไปถึงลูกหม้อเก่าอย่าง กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน แต่ บาเฟติมี่ โกมิส หน้าเป้าตัวใหม่น่าจะเป็นได้แค่ตัวสำรอง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์, แอชลี่ย์ ยัง, เฟล็ตเชอร์, เอร์เรร่า, รีซ เจมส์, มาต้า, รูนี่ย์, ชิชาริโต้ สวอนซี – ฟาเบียนสกี้, รานเคล, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, ฆอร์ดี้ อามัต, นีล เทย์เลอร์, กานาส, เชลวี่, นาธาน ดายเออร์, ซิกูร์ดส์สัน, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, โบนี่

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : วิลสันเปิดซิงเบิ้ล!ผีส่งท้ายในรังขย้ำฮัลล์คั่วยูโรป้าลีกนัดสุดท้าย
ปีศาจแดง /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ฮัลล์ ซิตี้ ผู้ทำประตู:1-0 เจมส์ วิลสัน น.31,2-0 เจมส์ วิลสัน น.59,2-1 แม็ต ฟลาเย็ต น.62,3-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.86 เวลา :1.45 น. สนาม: โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายในรังโอลด์แทร็ฟฟอร์ดของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังเหลือลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูโรป้าลีกอยู่ จะพบกับ “เดอะไทเกอร์” ฮัลล์ ซิตี้ ที่รอดตกชั้นแน่นอนแล้ว แต่มีภาระการเข้าชิงฟุตบอลเอฟเอคัพกับ อาร์เซน่อล รออยู่ในวันที่ 17พฤษภาคม นี้ ซึ่งนัดนี้ ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือชั่วคราวของ ผีแดงให้โอกาสดาวรุ่งจากทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปีอย่าง ทอม ลอว์เรนซ์และเจมส์ วิลสัน ลงประเดิมสนามต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง เริ่มเกมส์เพียงแค่ 2 นาที อัตนัน ยานาไซ เปิดบอลไปเสาไกล เฟลไลนี่ โขกชงให้ เจมส์ วิลสัน โฉบมายิงติดบล็อก นาที 15 หลังจากที่ต่อบอลอยู่พักใหญ่ เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้งเมื่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค จ่ายบอลยัดเข้ากลางให้ ทอม ลอว์เรนซ์ พลิกหาจังหวะยิงบอลแฉลบกองหลังทีมเยือนข้ามคานออกไป  นาที 17 เนมันย่า วิดิช กัปตันทีม แมนยู ที่จะย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เพราะหมดสัญญาได้ลงมาเล่นเกมส์ในบ้านนัดส่งท้ายด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ ฟิล โจนส์ ที่บาดเจ็บจากจังหวะที่ปะทะกับ มายนอร์ ฟิเกรัว จนผ่านครึ่งชั่วโมงของเกมส์ไปแล้ว เจ้าบ้านที่ครองบอลได้มากกว่า ก็ยังหาโอกาสไม่ได้มากเท่าที่ควร นาที 31 ผีแดงออกนำจนได้จากลูกตั้งเตะที่ ยานาไซ เปิดยาวไปเสาไกล เฟลไลนี่ โขกชงให้ เจ้าหนูวัย 18 ปีอย่าง เจมส์ วิลสัน ซัดประตูแรกในทีมชุดใหญ่ในการลงเล่นนัดแรกด้วยเท้าซ้ายเข้าไปให้ แมนยู ออกนำ 1-0 หลังได้ประตูออกนำเกมส์รุกของ ผีแดง ก็ยังดูขาดๆเกินๆ จบครึ่งแรก ยังนำอยู่แค่ 1-0  ครึ่งหลัง นาที47 ดาวรุ่งวัย 18 อย่าง เจมส์ วิลสัน ยังคึกไม่หยุดและมีโอกาสได้ยิงอีกครั้งจาก ลูกที่ ยานาไซ เปิดมาให้ แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 50 เกมส์ยังเป็นวันเวย์ของเจ้าบ้าน คราวนี้เป็นโอกาสของ อัตนัน ยานาไซ ที่ซัดไกล แต่โดน เอลดิน ยาคูโปวิช ปัดออกไปได้ นาที 60 เร้ดเดวิลล์ ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ได้เฮกันลั่น จากจังหวะที่ ยานาไซ ลากบอลจี้เข้าหากรอบเขตโทษแล้วจ่ายถวายพานให้ มารูยาน เฟลไลน์นี่ สอดมายิงเหน่งๆ แต่ดันยิงไปติด ยาคูโปวิช แต่บอลมาเข้าทาง เจมส์ วิลสัน ซ้ำจ่อๆเข้าไปเป็นประตูที่สองของเจ้าหนูรายนี้และช่วยให้ แมนยูนำห่าง 2-0 นาที 63 ทีมเยือนมาตีไข่แตกได้จากลูกยิงไกลสุดสวยของ แม็ต ฟลาเย็ต ฮัลล์ ซิตี้ ไล่มาเป็น 2-1 หลังตีไข่แตกได้ เกมส์ของทีมเยือนดูคึกคักขึ้นมาทันตา นาที 69 โควตาสำรองคนสุดท้ายของเจ้าบ้านเป็นของ ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชั่วคราวที่ตัดสินใจส่งตัวเองลงมาเล่น แทนที่ของ ทอม ลอว์เรนซ์ นาที 72 ไรอัน กิ๊กส์ เกือบทำประตูได้ เมื่อ ทำชิ่งกับ คากาวะ แล้วยิง แต่บอลแฉลบ กองหลัง ฮัลล์ ซิตี้ บอลเลยไปเข้ามือ เอลดิน ยาคูโปวิช นาที 79 ฮัลล์ ซิตี้ ทำเกมส์รุกได้น่ากลัว จากริมเส้นทางขวาแล้ว กองหลังแมนยูสกัดมาเข้าทาง เดวิด เมย์เลอร์ ซัดด้วยซ้ายแต่ คราวนี้ ดาวิด เดเคอา ไม่พลาด นาที 80 เจ้าถิ่นสวนกลับเร็ว โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ฝากบอลไปทาง ยานาไซ ที่อยู่ทางขวาแล้ววิ่งเข้าไปรับบอลแล้วยิงด้วยขวาข้างไม่ถนัดบอลข้ามคานออกไป นาที 87 ไรอัน กิ๊กส์ ยังโชว์ไว้ลายเมื่อจ่ายบอลให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หลุดไปยิง แต่จังหวะแรก ติดบล็อก แต่บอลมาเข้าทาง ดาวยิงดัตท์ แมนซัดสวนด้วยขวาเสียบมุม ให้แมนยูหนีห่าง 3-1 ช่วงทดเจ็บ ไรอัน กิ๊กส์ เกือบทำรักษาสถิติยิงประตูในลีกทุกฤดูกาลเข้าไว้ได้ จากลูกฟรีคิกระยะ 35 หลา แต่ เอลดิน ยาคูโปวิช ยังบินปัดออกไปได้ เวลาที่เหลือไม่มี ประตุเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 3-1 ยังได้ลุ้น โควตา ไปยูโรป้า ในนัดส่งท้าย โดยต้องบุกไปชนะ เซาแธมป์ตัน ให้ได้ และแช่งให้ สเปอร์ แพ้ วิลล่า เพื่อแซงสเปอร์ไปอยู่อันดับ 6 ด้วยลูกได้เสีย  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK),อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์,อัตนัน ยานาไซ, ไมเคิ่ล คาร์ริค, มารูยาน เฟลไลน์นี่, ชินจิ คากาวะ,ทอม ลอว์เรนซ์, เจมส์ วิลสัน ฮัลล์ ซิตี้ : เอลดิน ยาคูโปวิช(GK),อเล็กซ์ บรูซ, เคอร์ติส เดวิส, มายนอร์ ฟิเกรัว,อาเหม็ด เอล โมฮามาดี้, สตีเฟน ควินน์, โรเเบิร์ต โคเร็น, เดวิด เมย์เลอร์, เลียม โรซีเนียร์,เชน ลอง, จอร์จ บอยด์

ผลบอลพรีเมียร์ลีก :เกือบเน่าส่งท้าย! ผีแดงได้มาต้าปั่นฟรีคิกเซฟชีพเจ๊านักบุญ
ฆวน มาต้า /  ปีศาจแดง / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เซาแธมป์ตัน 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: 1-0 ริคกี้ แลมเบิร์ต น.27,1-1 ฆวน มาต้า น.54 เวลา: 21.00 น. สนาม: เซนส์แมร์รี่ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่น่าผิดหวัง ด้วยการบุกไปเสมอกับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน 1-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตู ออกนำไปก่อน 1-0 จาก จังหวะหลุดไปยิงของ ริคกี้ แลมเบิร์ต กองหน้าทีมชาติอังกฤษ แต่ ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอในช่วง ครึ่งหลัง จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ฆวน มาต้า จบเกมส์แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ซึ่งบทสรุปฤดูกาลนี้ของ แมนยูแชมป์เก่า จบเพียงแค่อันดับที่ 7 เท่านั้น ไม่ได้โควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรปแม้แต่รายการเล็กอย่างยูโรป้าลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี

ผลฟุตบอล มันเดย์ไนท์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล
คูตินโญ่ /  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สเตฟาน โยเวติช น.41, 2-0 สเตฟาน โยเวติช น.55 3-0 กุน อเกวโร่ น.69, 3-1 ปาโบล ซาบาเลต้า (o.g) น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ รองแชมป์ ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้ "หงส์แดง" ส่ง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริงด้วย เริ่มเกม! ผ่านมา 5 นาที เป็นทางด้าน "เรือใบสีฟ้า" ที่เอาบอลมาครองได้เกือบจะทั้งหมด โดยผู้เล่น ลิเวอร์พูล ลงไปตั้งรับลึกพร้อมรอสวนกลับจากแนวรุกที่มีความเร็ว นาทีที่ 7 เจ้าบ้านมีโอกาสจาก เอดิน เชโก้ ได้ลองซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังบอลเบาและไม่ตรงกรอบ นาที 9 ลิเวอร์พูล มีโอกาสบ้างจากจังหวะวางบอลยาวของ เจอร์ราร์ด มาให้ สเตอร์ลิ่ง พักบอลลงก่อนจะหันหลังซัดด้วยขวา แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 11 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปแต่ดันไปตรงตัว โจ ฮาร์ท ออกมารับได้สบาย  นาที 15 ยาย่า ตูเร่ ได้ยิงจากแถวสอง นำหนักและทิศทางเยี่ยม แต่ มินโญเล่ต์ ยังทำได้ดี พุ่งเซฟไว้ได้แบบติดมือ นาที 29 ยาย่า ตูเร่ โดนใบเหลืองจากการไปทำฟาวล์ คูตินโญ่ นาที 33 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โยกหลอก ก็องปานี จนหลงก่อนจะกระชากด้วยซ้ายพร้อมยิงแต่น่าเสียดายที่ไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท Goal! นาที 41 สเตฟาน โยเวติช ยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ช่วยให้ แมนซิตี้ ออกนำ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 1-0 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้บุกขึ้นมาเพื่อลุ้นประตูจังหวะสุดท้าย แต่ ยาย่า ตูเร่ เปิดบอลไม่ตรงเพื่อนและออกหลังไป พร้อมกับหมดเวลาการแข่งขั่วงครึ่งเวลาแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 เริ่มครึ่งหลัง ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รับบอลจาก เกล็น จอห์นสัน ในกรอบเขตโทษพร้อมกับได้ดวลเดียวกับ โจ ฮาร์ท และยิงเข้าไปแต่ ไลน์แมน ยกธงล้ำหน้าทำให้สกอร์ยังคงเป็น แมนฯ ซิตี้ นำอยู่ 1-0 นาที 53 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิก และเล่นลูกสูตร เจอร์ราร์ด ตักบอลให้ เฮนเดอร์สัน ในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะจ่ายกลับมาให้เพื่อนโดน ซาบาเลต้า สกัดทิ้งออกไปก่อน Goal! นาที 55 แมนฯ ซิตี้ นำห่าง ลิเวอร์พูล เป็น 2-0 จาก สเตฟาน โยเวติช คนทำประตูแรก เล่นชิ่งกับเพื่อนก่อนจะหลุดเข้ามาได้ยิงในกรอบเขตโทษบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม นาที 59 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ถอด คูตินโญ่ ออกไปพักและส่งปีกตัวใหม่อย่าง ลาซาร์ มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 65 สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะได้ซัดเต็มๆ แต่ติดเซฟ โจ ฮาร์ท ออกไปอย่างเหลือเชื่อ ขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ถอด ซิลบา ออกไปพักและส่ง นาบาส ลงมาแทน Goal! น.69 กุน อเกวโร่ ถูกส่งมาเป็นสำรอง และสัมผัสแรกของเขาคือประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ออกนำ ลิเวอร์พูล ห่างเป็น 3-0 น.74 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวโดยถอด โจ อัลเลน ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน ลงไปแทน Goal! นาที 83 ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-3 จากจังหวะ ซาบาเลต้า ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 90 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าบิด แต่ยังฝืนลุกขึ้นมาเล่นได้ และผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลา 5 นาที หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเชือด ลิเวอร์พูล นิ่มๆ 3-1 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี, ซามีร์ นารี, เฟร์นานโด, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, สเตฟาน โยเวติช, เอดิน เชโก้ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ตัดไปอีกหนึ่ง! สิงห์เขี้ยวไม่คมงบนกขมิ้นไม่เขาเจ๊ากร่อย
นอริช ซิตี้ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้ ผู้ทำประตู: เวลา: 22.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดส่งท้าย ในสแตมฟอร์ดบริดจ์ ของ เชลซี ที่ยังแอบลุ้นแชมป์อยู่ลึกๆ เปิดบ้านต้อนรับ นอริช ซิตี้ ที่สถานการณ์การลุ้นหนีตกชั้นยังลูกผี ลูกคนอยู่ และถ้าหากแพ้ ในนัดนี้จะตกชั้นทันที แม้มีโอกาส ทำแต้มเท่า ซันเดอร์แลนด์ แต่ว่า ลูกได้เสียติดลบอยู่เยอะเกินไป เริ่มเกมส์ เชลซี เปิดฉากบุกแบบเนือยๆ และยังไม่มีจังหวะหวาดเสียว นาที 31 เนมานย่า มาติช  ตัดบอลจาก นอริช ได้ที่กลางสนาม แล้วแทงบอลให้  อังเดร ชูร์เล่ ลากบอลตัดเข้ากลางแล้วยิงเน้นๆ แต่บอลชนเสา และไม่มีตัวซ้ำชวดได้โอกาสออกนำอย่างน่าเสียดาย นาที 35 เป็นโอกาสของ อังเดร ชูร์เล่ อีกครั้งคราวนี้ ติดเซฟของ จอห์น รัดดี้ จบครึ่งแรก ยังไม่มีสกอร์ จากทั้งสองทีม เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลัง มูรินโญ่ ต้องแก้เกมส์ด้วยการส่ง เอเด็น อาซาร์ และ ดาวิด ลุยซ์ ลงมาแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และเพียงแค่ 2 นาทีที่ สองตัวสำรองที่ส่งลงมาก็แผลงฤทธิ์ ทันทีเมื่อ อาซาร์ ลากเลื้อยขึ้นทางขวา แล้วจ่ายบอลคืนให้ ลุยซ์ ซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือ รัดดี้ ไปแล้ว แต่โชคร้ายไปชนคานสนั่นหวั่วไหว เกมส์เป็นของ เชลซี ที่เดินหน้าลุยแหลก แต่ก็ไม่มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจะๆ เพราะ ฝ่าแนวรับทีมเยือนไม่ได้ นาที70 นกขมิ้นเกือบน็อค เจ้าบ้าน ได้ เมื่อ โรเบิร์ต สน็อดกราส ได้บอลหลุดขึ้นไปทางขวา แล้วซัดด้วยขวา แต่จังหวะสุดท้าย แกรี่ เคฮิลล์ ตามมาทิ้งตัวสกัดได้ เวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนัก แต่ก็ทำประตูไม่ได้ จบเกมส์ เชลซี ลงเล่นในบ้านนัดสุดท้าย ทำได้เพียงแค่เสมอกับ นอริช ซิตี้  ไร้สกอร์ 0-0 ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของ เชลซี แทบจะหมดลุ้น ส่วน นอริช ได้ 1 คะแนนสุดล้ำค่าไปต่อลมหายใจในการลุ้นหนีตกชั้นต่อไป  รายชื่อ เชลซี : มาร์ค ชวาร์เซอร์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เนมานย่า มาติช ,อันเดง ชูร์เล่, วิลเลี่ยน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์,เดมบา บา นอริช ซิตี้ :จอห์น รัดดี้(GK),รัสเซล มาร์ติน, ไรอัน เบนเน็ตต์, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, สตีเว่น วิทเทเกอร์,อเล็กซ์ เท็ตเตย์ ,โรเบิร์ต สน็อดกราส, แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน, จอนนี่ ฮาวสัน, มาร์ติน โอลส์สัน,โยฮัน เอลมานเดอร์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: สิ้นลายแชมป์เก่า!ดิยุฟโซโล่เดียวซัดชัยพาหม้อบุกจมเรือถึงรัง
ผลบอล /  ผลบอลคืนนี้ / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 สโต๊ค ซิตี้ ผู้ทำประตู : 0-1 มาเม่ บิรัม ดิยุฟ น.58 เวลา: 21.00 น. สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพบกับความพ่ายแพ้แล้ว หลังเพิ่งผ่านศึกพรีเมียร์ลีกไปได้แค่ 3 นัดเพียงเท่านั้น โดยโดนทีเด็ดของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ ที่มี มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกุนซือเก่าของพวกเขาเอง บุกมาเอาชนะถึงรัง เอติฮัดสเตเดี้ยม จาก บิรัม ดิยุฟ ที่ลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงผ่านโจ ฮาร์ท เข้าไป เป็นประตูชัยให้ สโต๊ค ซิตี้ บุกมาเอาชนะ แมนซิตี้ 0-1  รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK),บาการี่ ซานญา,แวงซ็อง ก็องปานี,มาร์ติน เดมิเคลิส,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ,ซามีร์ นาสรี,แฟร์นานโด,ยาย่า ตูเร่,ดาบิด ซิลบา,สเตฟาน โยเวติช, กุน อเกวโร สโต๊ค ซิตี้ : อัสเมียร์ เบโกวิช(GK),ฟิล บาร์ดสลี่ย์,ไรอัน ชอว์ครอสส์,มาร์ค วิลสัน,เอริค ปีเตอร์ส,โจนาธาน วอลเตอร์ส,เกล็น วีแลน,สตีเว่น เอ็นซอนซี่,วิคเตอร์ โมเซส,ปีเตอร์ เคร้าช์, บิรัม ดิยุฟ

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล แอสตัน วิลล่า
ทัศนะ /  พรีเมียร์ลีก / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ลิเวอร์พูล แอสตัน วิลล่า สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 23.30 น. CTH ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน มาดูกันที่ความพร้อมของเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล กันก่อนเกมนี้ ร็อดเจอร์ส จะหมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะแน่นอนแล้วถึง 4 รายคือ เกล็น จอน์ห์สัน, จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล และกองหน้าคนสำคัญ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่ข่าวล่าสุดบอกว่ากองหน้าจอมเซิ้งจะพักนานถึง 1 เดือนเลยทีเดียว ส่วน อดัม ลัลลาน่า ที่บาดเจ็บช่วงปรีซีซั่นจะได้เปิดตัวลงสนามเกมนี้กับ ลิเวอร์พูล เป็นเกมแรก ด้านขุมกำลังคนอื่นก็ฟิตสมบูรณ์พร้อม โดยเฉพาะสองแนวรุก มาริโอ บาโลเตลลี่ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ข้ามมาดูผู้มาเยือน แอสตัน วิลล่า กันบ้างเป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ทซีซั่นนี้ได้อย่างร้อยแรงรั้งอยู่ในอันดับ 3 ของตารางคะแนนแข่ง 3 นัดมี 7 แต้ม และเพิ่งเสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งบอกได้เลยว่าเกมรับของ แอสตัน วิลล่า ซีซั่นนี้เหนียวแน่นจริงๆ ด้านสภาพนักเตะเกมนี้ วิลล่า จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เบเตเก้ กองหน้าโป้งเดียวจอดแน่นอนเพราะยังไม่หายจากการบดาเจ็บ ส่วนในรายของ รอน ฟลาร์ ต้องรอลุ้นสภาพความฟิตก่อนเกมอีกที รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, โมเรโน่, ลอฟเรน, ชาโก้, มานกีโญ่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, บาโลเตลลี่ แอสตัน วิลล่า : กูซาน, อาลี ซิสโซโก้, รอน ฟลาร์, เซนเดอรอส, ฮัตตัน, เดลฟ์, ริชาดสัน, เวสต์วู้ด,เอ็นซองซี่, ไวน์แมน, อั๊กบอนลาฮอร์ แฟนหงส์ท่าหนึ่งวิเคราะห์บอล : จากทิศทางของลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านสู่กรุงเทพฯ และดวงจันทร์ที่เต็มดวงเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาล้วนส่งผลให้เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล กุมความได้เปรียบในเกมนี้ ฟันธง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านขยี้ วิลล่า 3-1

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ยิงกันหูดับตับไหม้! คอสต้าเบิ้ลสิงห์บูลโหดจริงบุกถล่มท็อฟฟี่ถึงรังครึ่งโหล
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เอฟเวอร์ตัน 3-6 เชลซี ผู้ทำประตู :0-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.1,0-2 บรานิลสาฟ อิวานโนวิช น.41-2เควิน มิรัลลาส น.45, 1-3เชมุส โคลแมน น.67(OG), 2-3สตีเว่น เนสมิธ น.69, 2-4เนมานย่า มาติช น.74, 3-4ซามูเอล เอโต้ น.76, 3-5รามิเรส น.77,3-6ดิเอโก้ คอสต้า น.90 เวลา: 21.00 น. สนาม: กูดิสันปาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 เริ่มเกมส์เพียงแค่ 36 วินาที เชลซีบุกมาขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เชส ฟาเบรกาส แทงบอลทะลุช่องให้กับ ดิเอโก้ คอสต้า ที่ผ่านความฟิตลงเล่นหลุดเข้าไปซัดลอดขา ทิม ฮาวเวิร์ด ให้เชลซีบุกนำ 0-1  และเป็นประตูที่ 3 จาก 3 นัดติดต่อกันของดาวยิงค่าตัว 32 ล้านปอนด์ จากนั้นนาทีที่ 4 “สิงห์บูล” ทะยานหนีห่างออกไปอีก จากจังหวะที่ กองหลังเจ้าบ้านเช็กล้ำหน้าพลาด ปล่อยให้ บรานิสลาฟ อิวานโนวิช หลุดเข้าไปล่อเป้า ฮาวเวิร์ด ให้ เชลซีหนีห่าง 0-2 ช่วงท้ายครึ่งหลัง เจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันที่บดอย่างหนักมาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ เชมุส โคลแมน เติมขึ้นมาเปิดบอลให้ เควิน มิรัลลาส โหม่งเสียบเสาไกลเข้าไป ให้เอฟเวอร์ตันไล่มา 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง นาที 67 ทีมเยือนได้ประตูหนีห่าง ไปจากความยอดเยี่ยมของ เอเด็น อาซาร์ ที่ลากบอลไปพื้นที่แคบแล้วเปิดเข้ากลางบอลสะกิดปลายสตั๊ดของ เชมุส โคลแมน เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้ เชลซี หนีไปเป็น 1-3 แต่แล้วเจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และมาได้คืนทันควันจากลูกที่ ไอเด้น แม็คเกียดี้ จี้เข้ากลางแล้วไหลทะลุช่องให้ สตีเว่น เนสมิธ หลุดเข้าไปดีดผ่าน ครูส์ตัวส์ เข้าไปให้ เอฟเวอร์ตันไล่มา 3-2 จากนั้นนาที 74 เนมันย่า มาติช กอกลางตัวรับของ ทีมเยือนมาพังประตูจากลูกยิงไหลที่เสียบมุมเข้าไป ให้เชลซีนำห่าง 4-2 นาที 76 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮบ้าง เมื่อ เลห์ตัน เบนส์ เปิดฟรีคิกเข้ามาตรงกลางให้ ซามูเอล เอโต้ ดาวเตะตัวใหม่ที่ลงมาเป็นตัวสำรองยิงประตูทีมเก่าด้วยการ โขกเสียบมุมเข้าไป ให้ เอฟเวอร์ตันตามมาเป็น 4-3 แต่แนวรับเจ้าบ้านก็หลวมเกินไปปล่อยให้ทีมเยือนถ่างช่องว่างออกไปอีกครั้ง ในอีก 1 นาทีถัดมาเมื่อ มาติช ไหลบอลให้ รามิเรส สอดมาจิ้มผ่าน ทิม ฮาวเวิร์ด ให้เชลซีหนีไปอีก 3-5 และในนาที 89 ดิเอโก้ คอสต้าจะมาเบิ้ลประตูที่ 2 ของตัวเองด้วยการหลุดเข้าไปหลอกยิงผ่าน ฮาวเวิร์ด ให้ เชลซีนำห่าง 3-6 หมดเวลาการแข่งขัน ทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ เก็บชัยชนะได้ 3 นัดรวดด้วยการบุกมาถล่มเอาชนะเอฟเวอร์ตันขาดลอย 3-6 เก็บ 9 คะแนนเต็มนำเป็นจ่าฝูง  รายชื่อ เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด(GK),เชมุส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์,แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, เควิน มิรัลลาส, สตีเว่น เนสมิธ, ไอเด้น แม็คเกียดี้,โรเมลู ลูกากู เชลซี : ธิโบต์ ครูส์ตัวส์ (GK),บรานิสลาฟ อิวานโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช, รามิเรส ,วิลเลี่ยน, เชส ฟาเบรกาส, เอแด็น อาซาร์,ดิเอโก้ คอสต้า

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

ผลบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2013-14 ประจำวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 แอสตัน วิลล่า ผู้ทำประตู : 1-0 เอดิน เซโก้ น.64,  2-0 เอดิน เซโก้ น.72, 3-0 โยเวติช น.89, 4-0 ยาย่า ตูเร่ 90 สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ แข่งขันเวลา 01.45 น. CTH สเตเดี้ยม 5 น.ถ่ายทอดสด  เริ่มเกม วิลล่า ทีมเยือนเขี่ยบอลบุกจากขวาไปซ้าย พร้อมกับฝนที่ตกอย่างหนัก ผ่าน 5 นทีแรกเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เดินเกมบุกเข้ายำใหญ่ แอสตัน วิลล่า อยู่ฝ่ายเดียว ชนิดที่ยังไม่เห็น โจ ฮาร์ท บนหน้าจอโทรทัศน์เลยทีเดียว 10 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งได้เลย ส่วน แอสตัน วิลล่า ก็ลงไปแพ็ตเกมรับได้อย่างแน่นอน ที่เกมวันนี้จัดกองหลังมาถึง 5 คน และอีกหนึ่งนาทีถัดมา แบ็กซ้ายของ วิลล่า เข้าเสียบผิดพลาด ซาลาเลต้า ได้กระชากเข้าเขตโทษก่อนปาดเข้ากลางให้ ยาย่า ตูเร่ ได้ตวัดยิงเร็วแต่บอลยังพุ่งไปติดแนวรับ แอสตัน วิลล่า ออกหลังไป 25 นาทีผ่านรูปเกมยังเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ยังขึงเกมบุกอย่างไม่ลดละส่วน แอสตัน วิลล่า ก็ยังเล่นเกมรับกันได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะ เคียแรน คล้าร์ก และ เนธาน เบเกอร์ นาทีที่ 30 แอสตัน วิลล่า ได้จังหวะสวนกลับเร็ว แต่จังหวะจบสกอร์ของ ไวมันส์ ยังไม่เฉียบขาดพอบอลเลยเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น เข้าสู่ช่วงท้ายเกม แมนฯ ซิตี้ เริ่มหมดมุขเจาะแนวรับของ วิลล่า ยังไงก็ไม่เข้าทำได้เพียงเคาะบอลไปมาและยิงไกลเท่านั้น และก็จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังเสมอกับ แอสตัน วิลล่า อยู่ 0-0 ครึ่งหลังเปิดฉากมา นาทีที่ 52 เจ้าถิ่นครองบอลบุกเข้าใส่ต่อเนื่องก่อนมามีลุ้นจากจังหวะเตะมุมที่แนวรับทีมเยือนโหม่งสกัดออกมาไม่ขาดมาเข้าทาง ดาบิด ซิลบา ที่โหม่งชงเข้ามาที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ได้ตีลังกายิงหน้ากรอบ 6 หลากลางประตู แต่ แบร๊ด กูซาน เซฟเอาไว้ได้ นาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกระยะกว่า 30 หลาของ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ที่เข้าไปตะบันด้วยซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพงกำลังเสียบมุมเสาแรก แต่ แบร๊ด กูแซน บินปัดไว้ได้ทัน นาทีที่ 62 เกมผ่านหนึ่งชั่วโมงเจ้าถิ่นพลาดทำประตูขึ้นนำเมื่อ ปาโบล ซาบาเลต้า หักบอลมาให้ เอดิน เชโก้ ได้กดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษทางขวา แต่บอลหลุดเสาแรกออกหลังไป :) นาทีที่ 64 แฟนเจ้าบ้านมาได้เฮจนได้เมื่อ แมนฯ ซิตี้ มาลั่นสกอร์ออกนำ 1-0 โดยเป็นจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา แทงบอลเข้าช่องให้ ปาโบล ซาบาเลต้า เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษทางขวาก่อนผ่านมาที่ เอดิน เชโก้ สอดขึ้นมาแปด้วยขวาที่หน้ากรอบ 6 หลางทางขวาบอลลอดขา แบร๊ด กูซาน จมก้นตาข่าย :) นาทีที่ 72 เจ้าบ้านมาเพิ่มสกอร์เป็น 2-0 เมื่อ ปาโบล ซาบาเลต้า ไหลบอลมาที่ ซามีร์ นาสรี่ ได้สับด้วยซ้ายบริเวณจุดโทษ แต่ แบร๊ด กูซาน เซฟออกมาได้ ทว่าบอลมาเข้าทางปืน เอดิน เชโก้ ได้ซ่ำเหน่งๆเข้าประตูไป :) นาที 89 เจ้าบ้านมาได้ประตูเพิ่มจากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร่ โยกหลอกแข้ง วิลล่า ในเขตโทษก่อนจ่ายบอลให้ สเตฟาน โยเวติช ซัดจากหน้ากรอบเขตโทษเข้ไปตุงตาข่าย แมนฯ ซิตี้ หนี วิลล่า เป็น 3-0 :) นาที 90+3 ยาย่า ตูเร่ โคตรเหนือโชว์เดี่ยวลากจากครึ่งสนามล็อคผ่านหนึ่งแล้วกระซากเข้าเขตโทษก่อนซัดยิงผ่าน แบร็ด กูซาน เข้าประตูไปเป็นไม่เหลือซาก แมนฯ ซิตี้ ถล่ม แอสตัน วิลล่า เป็น 4-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 100 แมนฯ ซิตี้ ในเกมลีกซีซั่นนี้ และที่สำคัญทำแต้มแซง ลิเวอร์พูล 2 แต้มขึ้นไปเป็นจ่าฝูง รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ฆาบี การ์เซีย, ยาย่า ตูเร่, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, ซาเมียร์ นาสรี่, เอดิน เชโก้  แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, แม็ทธิว ลอว์ตัน, รอน ฟลาร์, เนธาน เบเกอร์, เคียแรน คล้าร์ก, คาริม เอล อาห์มาดี้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, อันเดรียส ไวมันน์, จอร์แดน บาวรี่