CTH

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : กองแช่งคำราม!! จิ้งจอกสยาม เปิดรังเขมือบ ผี 10 ตัว แบบไร้ทางสู้ 5-3
จอนนี่ อีแวนส์ /  ดาบิด เด เคอา / 

รายงานสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557 เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อผู้ทำประตู :  0-1 โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น.13, 0-2 อังเคล ดิ มาเรีย น.16, 1-2 เลโอนาร์โด้ อูยัว น.17, 1-3 อันเดร์ เอร์เรร่า น.57, 2-3 เดวิด นูเจนท์ (จุดโทษ) น.62, 3-3 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ น.64, 4-3 เจมี่ วาร์ดี้ น.79, 5-3 เลโอนาร์โด้ อูยัว (จุดโทษ) น.83 เวลา : 19.30 น. สนาม : คิงพาวเวอร์ สเตเดียม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 1, ช่อง 3 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 5 ของทั้งสองทีม "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือ ถ้าหาก "ปีศาจแดง" สามารถคว้าอย่างน้อยๆ 1 คะแนน พวกเขาจะมีแต้มมากกว่าคูรักคู่แค้นตลอดกาลอย่าาง ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งสะดุดหัวทิ่มไปเมื่อคืนที่ผ่านมา และตำแหน่งจะคงอยู่แบบนั้นอย่างต่ำๆ 1 สัปดาห์แน่นอน เริ่มเกมนาทีที่ 5 เลสเตอร์ ได้ลุ้นจากลูกเปิดของ นูเจนท์ โยเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่โดนสกัดออกหลังไปได้ก่อน เกมผ่านไป 10 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าและเอาบอลเข้าไปบุกในฝั่ง ปีศาจแดง ได้หลายครั้งเหมือนกัน นาที 11 ดิ มาเรีย แทงทะลุช่องมาให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ออกหลังไป GOAL! นาที 13 ราดาเมล ฟัลเกา เลี้ยงลุยขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตักไปให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกจ่อๆในกรอบเขตโทษผ่านตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำเจ้าบ้านไปก่อน 1-0  GOAL! นาที 16 อังเคล ดิ มาเรีย ลุยเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะงัดบอลข้ามหัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปกองที่ก้นตราข่ายอย่างสวยงาม GOAL! นาที 17 "จิ้งจอกสยาม" แก้คืนได้เร็วจากจังหวะโขกของ เลโอนาร์โด้ อูยัว บอลผ่านตัว ดาบิด เด เคอา เข้าไปมุดก้นตาข่ายแบบทันควัน นาที 30 จอนนี่ อีแวนส์ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ คริส สมอลลิ่ง ที่เพิ่งหายเจ็บหลับมาลงไปทำหน้าที่แทน มาถึงนาที 35 เลสเตอร์ ซิตี้ เอาบอลมาครองได้มากกว่าทีมเยือน แถมยังทำเกมรุกใส่ "ปีศาจแดง" ได้มากกว่าแล้ว นาที 41 ดิ มาเรีย ได้โดนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ เป็นทาง เวส มอร์แกน หวดตูมเดียวแต่บอลผิดเหลี่ยมเกือบเข้าประตูตัวเอง นาที 45 ดิ มาเรีย ได้โยนอีกครั้งเป็นทาง ฟัลเกา พร้อมโฉบมาโหม่งแต่น่าเสียดายที่เข้าไม่ถึงในจังหวะสุดท้าย และทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที จบครึ่งแรก! เลสเตอร์ ซิตี้ โดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำด้วยสกอร์ 1-2 เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 49 ราดาเมล ฟัลเกา ได้ซัดย้อยๆในกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ดันไปชนคาน พลาดโอกาสพา แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นนำห่าง 2 สกอร์อย่างน่าเสียดาย GOAL! น.57 อันเดร์ เอร์เรร่า ไขว้ยิงจากจังหวะซัดแถวสองของ ดิ มาเรีย หลอก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ได้สนิทส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ออกนำเจ้าบ้านไปเป็น 3-1 นาที 61 เลสเตอร์ ได้ลูกเตะมุม อูยัว พยายายมโขกชงเข้ามาแต่ไปติดผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด บริเวณใกล้เคียงกับแขนแต่ผู้ตัดสินยังนิ่ง GOAL! นาที 62 เจมี่ วาร์ดี้ โดน ราฟาเอล กระแทกข้างหลังในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล้มลงและผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เป็นทาง เดวิด นูเจนท์ รับหน้าที่สังหาร แล้วก็ไม่พลาด ช่วยให้ เลสเตอร์ ตามมาอีกครั้งเป้น 2-3 GOAL! นาที 64 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ วิ่งมาซัดแถมสองเต็มข้อ บอลผ่าน ดาบิด เด เคอา หายเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม แถมนี่คือประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อ "จิ้งจอกสยาม" นาที 71 เลสเตอร์ แก้เกม ส่ง แอนดี้ คิง ลงมาแทน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่  ผู้ที่ยิงประตูที่ 3 ให้เจ้าบ้านตามตีเสมอ นาที 76 แอนดี้ คิง เกือบพาทีมขึ้นนำหลังมีโอกาซัดเหน่งๆ ดาบิด เด เคอา ขาตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว GOAL! นาที 79 เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดียวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาบิด เด เคอา ก่อนจะยิงเล่นทางเข้าไปช่วยให้ เลสเตอร์ ออกนำ "ปีศาจแดง" เป็นครั้งแรก 4-3 GOAL! นาที 83 เจมี่ วาร์ดี้ ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนที่ เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต จะมาเข้าสกัดจากทางข้างหลัง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ เลโอนาร์โด้ อูยัว รับหน้าที่สังหารไม่พลาด "จิ้งจอกสยาม" ทะยานขึ้นนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเป็น 5-3 นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ทุบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดมันส์ 5-3 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริทชี่ เดอ เลต, เลียม มัวร์, เวส มอร์แกน, พอล คอนเชสกี้, ดาเนียล ดริงค์วอเตอร์, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ดีน แฮมมอนด์, เจมี่ วาร์ดี้, เดวิด นูเจนท์, ลีโอนาโด้ อูยัว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล, จอนนี่ อีแวนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, มาร์กอส โรโฮ, อันเดร์ เอร์เรร่า, ดาร์ลี่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา, เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า
ลิเวอร์พูล /  สิงห์ผยอง / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ น.9 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คำว่าชนะสะกดอย่างไร! ฟานกัลยังไร้ชัยผีแดงแค่บุกเจ๊าแมวดำ
ซันเดอร์แลนด์ /  ปีศาจแดง / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม 2557 ซันเดอร์แลนด์ 1-1  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายชื่อคนทำประตู :1-0 ฆวน มาต้า น.17,1-1 แจ๊ค ร็อดเวลล์ น.30 สนาม : สเตเดี้ยม อ๊อฟ ไลท์ เวลา : 22.00 น. ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 1 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ที่เปิดตัวหัวทิ่มด้วยการแพ้ สวอนซี คาบ้าน บุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ โดยในนัดนี้ กุนซือชาวดัตช์ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ฟิตสมบรุณ์ลงจับคู่กับ เวนย์ รูนี่ย์ แต่ก็ประสบปัญหานักเตะเจ็บหลายคนอาทิ นักเตะตัวใหม่อย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า และ ลุค ชอว์ ส่วน มาร์กอส โรโฮ ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน  เริ่มเกมส์ผ่าน 15 นาทีเป็นเจ้าบ้านแมวดำที่ทำได้ดีกว่า  แต่แล้วนาที 17 ทีมเยือนที่เป็นรองอย่างชัดเจนกลายเป็นทีมที่ออกนำไปก่อน เมื่อ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ลงมาล้วงบอลเองแล้วไหลต่อไปให้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทางขวา ก่อนที่ปีกไร้ลีลาจะเปิดยัดเข้ากลางให้ ฆวน มาต้า โฉบมาชารจ์จ่อๆเข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 0-1 หลังได้ประตูออกนำ ปีศาจแดงยังไม่ได้แสดงถึงชั้นบอลที่เหนือกว่า และเป็นซันเดอร์แลนด์ที่ค่อยๆ ขยับเกมส์รุกขึ้นมากดดันเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางกราบที่ที่มี วิลเลียม บัคลีย์ ประจำการอยู่ นาที 30 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่  แจ๊ค ร็อดเวลล์ ขึ้นโขกเหน่งๆเข้าไปให้ซันเดอร์แลนด์ตามตีเสมอ 1-1 นาที 32 เวนย์ รูนี่ย์ ได้โอกาสปั่นฟรีคิกบอลเฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น นาที 41 แมวดำโยนบอมบ์เข้าไปหน้าประตู คอนเนอร์ วิคแฮม โขกตั้งให้ สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์ จักรยานอากาศหลุดเสาออกไป นาที 43 หลุยส์ ฟาน กัล จำใจต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเมื่อ คริส สมอลลิ่ง บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว เลยต้องส่วกองหลังดาวรุ่งอย่าง ไมเคิล คีน ลงมาเล่นแทน จบครึ่งแรกซันเดอร์แลนด์ยังเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 1-1  ครึ่งหลัง เป็นแมนยูทีมเยือนที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังเจาะไม่เข้าโดยเฉพาะ การโยนจากริมเส้น ที่แอชลี่ย์ ยัง ที่ยังโยนบอลไม่ได้เข้าหัวเพื่อนที่รออยู่หน้าปากประตู นาที 69 ฆวน มาต้า โยนลูกเตะมุมให้ไมเคิล คีนได้โหม่งแต่บอลเบา เข้ามือ วิโต้ มานโนเน่ นาที 74 เซบาสเตียน ลาร์สสัน ปั่นฟรีคิกระยะอันตรายหลุดกรอบออกไป ท้ายครึ่งหลัง แมนยูเปลี่ยนนักเตะอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และ อัตนัน ยานาไซ ลงสนามแทน โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ แต่ก็ไม่สามารถยกระดับเกมส์รุกของทีมได้ เวลาที่เหลือแมนยูครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ไร้ไอเดียในการเข้าทำทำให้หมดเวลา หลุยส์ ฟาน กัล ยังคงต้องเฝ้ารอชัยชนะในนัดแรกของตัวเองในพรีเมียร์ลีกต่อไปเมื่อทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 มีเพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดเท่านั้น รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ซันเดอร์แลนด์ : วิโต้ มานโนเน่, แพทริค ฟาน อันโฮลท์, จอห์น โอเช, เวส บราวน์, ซานติเอโก้ เบร์จินี่, ลี แคทเทอร์โมล์, วิลเลียม บัคลีย์, แจ๊ค ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, สตีเฟ่น เฟล็ทเชอร์, คอนเนอร์ วิคแฮม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, เทย์เลอร์ แบล็คเก็ต, คริส สมอลลิ่ง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, ฆวน มาต้า, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, เวย์น รูนี่ย์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คืนความสุขให้แฟนผี!ปีศาจเรียงหน้ายิงถล่มQPRประเดิมชัยนัดแรก
ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ /  ฆวน มาต้า / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ควีนปาร์ค เรนเจอร์ ผู้ทำประตู:1-0 อังเคล ดิมาเรีย น.24,2-0 อันเดร์ เอร์เรร่า น.35, 3-0 เวนย์ รูนี่ย์ น.44,4-0 ฆวน มาต้า น.58 เวลา: 22.00 น. สนาม: โอลด์แทร์ฟฟอร์ด ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดซุปเปอร์ซันเดย์ ที่มีการแข่งขันเพียงแค่ คู่เดียวเท่านั้น “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังตามหาชัยชนะนัดแรกในลีกไม่เจอ เปิดบ้านต้อนรับ “ทหารเสือราชินี” ควีนปาร์คเรนเจอร์ โดยในนัดนี้ หลุยส์ ฟานกัล ส่งนักเตะใหม่อย่าง มาร์กอส โรโฮ และ ดาลี่ย์ บลินด์ ลงประเดิมสนาม แต่ว่ายังเก็บ ราฟาเมล ฟัลเกา ดาวยิงชาวโคลัมเบีย ที่ย้ายตัวเข้ามาในวันสุดท้ายเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น โดยแนวรุกยังใช้บริการของ อังเคล ดิมาเรีย, ฆวน มาต้า โดยคู่กองหน้าเป็น เวนย์ รูนี่ย์ และ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ เริ่มเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ที่ปรับระบบใหม่ มาใช้กองหลัง 4 คน แบบที่ถนัดเริ่มต้นได้ดีกว่า และเริ่มเดินเครื่องบดใส่แนวรับทีมเยือน นาทีที่ 8 เจ้าบ้านทำเกมส์รุกได้สวยเมื่อ ราฟาเอล จ่ายบอลตัดหลังให้ เอร์เรร่า ที่เติมขึ้นมาตบบอลเข้าตรงกลางให้ ฆวน มาต้า ฉีกออกมายิงด้วยขวาบอลข้ามคานออกไปนิดเดียว นาที24 เจ้าบ้านที่ครองบอลบุกอยู่นาน แต่จังหวะเข้าทำยังไม่ชัดเจน มาได้ประตูออกนำแบบมีโชคเล็กๆ จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 35 หลา อังเคล ดิมาเรีย เจ้าตัวสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดบอลเกาะอังกฤษ เปิดบอลไปเสาไกลแต่แนวรับและ โรเบิร์ต กรีน อ่านจังหวะบอลพลาดปล่อยให้บอลตกพื้นกลายเป็นกระดอนเข้าประตูไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหมายเลข 7 คนใหม่ของทีม ที่ฟอร์มโดดเด่น สร้างโอกาสให้เพื่อนได้อีกครั้งเมื่อ กระชากขึ้นทางซ้ายแล้วเปิดบอลให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ โหม่งข้ามคานออกไป นาที 32 แนวรับผีแดงสื่อสารกันผิดพลาด โดย เดเคอา ออกมากั๊กกับ มาร์กอส โรโฮ บอลหลุดไปถึง แมตต์ ฟิลลิปส์ หมุนมาเจอบอลแล้วยิงทันที แต่ จอนนี่ อีแวนท์ ยังอ่านทางได้ดีมาทิ้งตัวสกัดเอาไว้ได้ นาที 35 กองเชียร์เร้ดเดวิลล์ ได้เฮลั่น เมื่อดาวเตะตัวใหม่อย่าง ดิมาเรีย กระชากบอลไปไหลต่อให้ เวนย์ รูนี่ย์ ในกรอบเขตโทษแล้วยิงไปติดบล็อกกองหลัง แต่ยังไปแย่งมาได้แล้วจิ้มบอลต่อให้ อันเดร์ เอร์เรร่า เติมขึ้นมาตะบันเสียบเสามุมเดิมให้ปีศาจแดงขยับหนีเป็น 2-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก งานในครึ่งหลังของเจ้าบ้านน่าจะง่ายขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า จ่ายบอลให้ เวนย์ รูนี่ย์ จับบอลหนึ่งจังหวะ แล้วหลอกยิงเสาแรก ผ่านมือ โรเบิร์ต กรีนเข้าประตูไปให้ แมนฯยูไนเต็ด นำห่าง 3-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่สามารถส่งกองแช่งไปนอนเก็บแรง รอทำงานพรุ่งนี้ ได้เลยครึ่งหลัง ทีมเยือน ที่แทบจะหาโอกาสบุกไม่ได้ในครึ่งแรก มาได้โอกาสใกล้เคียงที่จะตีไข่แตกเมื่อ อาร์ม็อง ตราโอเร่ ตัวสำรองที่ลงมาใหม่ ลากลุยไปจ่ายให้ นิโก้ ครานชาร์ ซัดเต็มๆ แต่ ดาบิด เดเคอา ยังใช้เท้าแหย่ไปเซฟไว้ได้  นาที 52 ราฟาเอล ทำชิ่งกับเอร์เรร่า หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วจ่ายบอลให้ มาต้า แต่งบอลหาจังหวะแล้วจ่ายสั้นๆให้ รูนี่ย์ แต่กลายเป็นไม่รู้กัน บอลเลยหลุดไปเข้ามือ กรีน นาที 58 แฟนผีที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับการลุกออกจากม้านั่งมาวอร์มของ ราดาเมล ฟัลเกา ต้องหันมาเฮ เมื่อ อังเคล ดิมาเรีย โชว์วิสัยทัศน์ ในการจ่ายบอลเรียดทะลุถึง ฆวน มาต้า ที่มีเวลาเหลือเยอะจนจับบอลแล้วเลือกมุมยิงเน้นๆเสยตาข่ายเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ขโยกนำห่างผู้มาเยือน 4-0 นาที 66 เสียงปรบมือดังกระหึ่มโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล ส่ง ดาวเตะตัวใหม่อย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ลงสนามแทน ฆวน มาต้า และเอา วาเลนเซีย ลงเล่นแทน ราฟาเอล ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในนัดนี้ นาที 83 ดาลี่ย์ บลินด์ลองส่องไกลบอลจะเสียบเสาแต่ โรเบิร์ต กรีน พุ่งไปปัดไว้ได้ แต่บอลไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง ฟัลเกา ปราดเข้าไปยิง แต่ กรีนยังลุกขึ้นมาบล็อกไว้ได้ทัน หมดเวลาการแข่งขัน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสวยงาม ด้วยการเปิดโรงละครแห่งความฝั่นถล่มเอาชนะ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ ไปขาดลอย 4-0 รายชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), ไทเลอร์ แบล็คเก็ต,จอนนี่ อีแวนท์, มาร์กอส โรโฮ,ราฟาเอล ดาซิลวา, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิมาเรีย, ฆวน มาต้า, เวนย์ รูนี่ย์, โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ควีนปาร์คเรนเจอร์ : โรเบิร์ต กรีน(GK), เมาริซิโอ อิสลา, คลินท์ ฮิลล์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ซานโดร, นิโก้ ครานชาร์, ลีรอย เฟอร์, แมตต์ ฟิลลิปส์ , จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, ชาร์ลี ออสติน

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH สเตเดี้ยม 1 ความพร้อม ก่อนลงสนาม กุส โปเยต์ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ มีข่าวดีเมื่อสองกองหลัง บิลลี่ โจนส์ กับ ซานติอาโก้ เวอร์จินี ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วน เอมานูเอเล่ เจียคเครินี่ ยังเจ็บขาหนีบต้องพักอีกราวสามสัปดาห์ ขณะที่ในตำแหน่งนายทวาร คอสเทล พานทิลิมอน น่าจะยึดตัวจริงจาก วิโต้ มานโนเน่ ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจในเกมนัดเปิดสนาม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์กอส โรโฮ ปราการหลังตัวใหม่ที่ได้เวิร์ค เพอร์มิตไม่ทันเวลา ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บมีหลายรายทั้ง ลุค ชอว์, ไมเคิล คาร์ริค, จอนนี่ อีแวนส์, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์, เจสเซ่ ลินการ์ด, แดนนี่ เวลเบ็ค, อันแดร์สัน และยังมีที่เจ็บเพิ่มเข้ามาอีกทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อันแดร์ เอร์เรร่า ที่เจ็บข้อเท้าทั้งคู่ แต่ข่าวดีคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ฟิตพร้อมลงเล่น ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ซันเดอร์แลนด์ – พานทิลิมอน, บิลลี่ โจนส์, เวส บราวน์, จอห์น โอเชีย, ฟาน อันโฮลท์, คัตเตอร์โมล, ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, วิคแค่ม, สตีเว่น เฟล็ตเชอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, สมอลลิ่ง, แบล็คเก็ตต์, วาเลนเซีย, เฟล็ตเชอร์, มาต้า, แอชลี่ย ยัง, คากาวะ, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล สนาม อัพทัน ปาร์ค วันเสาร์ที่ 20 กัยายน 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง3, CTH stadium 2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม แซม อัลลาไดซ์ กุนซือ เวสต์แฮม เกมนี้จะยังไม่มี แอนดี้ แคร์โรว์, เควิน โนแลน, แม็ต จาร์วิส และ โจอี้ โอไบรอัน ส่วน เจมส์ คอลลินส์ ต้องรอเช็คความฟิต ด้านนักเตะใหม่อย่าง อเล็กซ์ ซง ที่ลงสำรองในเกมก่อนน่าจะได้ยืนตัวจริงเกมนี้ แต่ คาร์ล เจนคินสัน กับ มอร์แกน อัลมาฟิตาโน่ น่าจะเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล ได้ข่าวดีเมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล หายเจ็บเข่าแล้ว ต้องลุ้นว่าจะมีชื่อในเกมนี้หรือไม่ รวมไปถึง เกล็น จอห์นสัน ที่กลับมาฟิตอีกครั้ง แต่ข่าวร้ายคือ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จะยังซ้อมไม่ได้จนกว่าจะสัปดาห์หน้า รวมไปถึง โจ อัลเลน กับ เอ็มเร่ ชาน ที่ยังไม่สมบูรณ์ ขณะที่ จอน ฟลานาเก้น ผ่าเข่าต้องพักสองเดือน ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เวสต์แฮม – อาเดรียน, กีย์ เดเมล, วินสตัน รีด, เจมส์ ทอมกินส์, เครสเวลล์, คูยาเต้, มาร์ค โนเบิล, ดาวนิ่ง, ซง, ซาราเต้, เอนเนอร์ วาเลนเซีย ลิเวอน์พูล – มินโญเล่ต์, มานควินโญ่, ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, มาร์โควิช, สเตอร์ลิง, บาโลเตลลี่

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล เวสต์บรอมวิช
ทัศนะ /  พรีวิว / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม 2014 ลิเวอร์พูล - เวสต์บรอมวิช สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 21.00 น. CTH ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอวิเวอร์ มาเริ่มกันที่ความพร้อมของเจ้าบ้านในเกมนี้กันก่อนฟอร์มล่าสุดทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีกถือว่าไม่ดีเอาซะเลย ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย เกมนี้ ร็อดเจอร์ส จะกดดันแน่ๆหากไม่สามารถเก็บ 3 แต้ม ในบ้านเกมนี้ ด้านผู้เล่นที่บาดเจ็บลงเล่นไม่ได้แน่นอนคือ ซาโก้ ฟลานาแกน เกล็น จอห์นสัน โจ อัลเลน เอ็มเร่ ชาน และกองหน้าตัวเก่ง สเตอร์ริดจ์ เกมนี้ เชื่อว่า ร็อดเจอร์ส จะจัดหนักจัดเต็มแน่นอนเพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล ลิเวอร์พูล กลับมา ข้ามมาดูฝั่งทีมเยือน เวสต์บรอมวิช กันบ้างเกมนี้ไม่มีปัญญาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บเลยแม้เเต่รายเดียว และฟอร์ม 2 นัดหลังสุดถือว่าทำกันได้อย่างยอดเยี่ยมยิงได้ 5 ประตู แถมเก็บคลีนชีทได้อีกด้วย เกมนี้เรียกว่าทัพเวสต์บรอมกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดๆ โดยเฉพาะกองหน้าตัวเป้า เบอราฮิโน่ รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, มานกรีโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, บาโลเตลลี่ เวสต์บรอม : ฟอสเตอร์, ดอว์สัน, โปคอนโนลี่, เลสคอตต์, โอล์สัน, ดอร์แรนส์, บรันส์, โรบินสัน, การ์ดเนอร์, เซสซิยง, เบอราฮิโน่ การเจอกันนัดล่าสุดเมื่อซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล เปิดบ้านอัด เวสต์บรอม 4-1 แฟนหงส์ท่าหนึ่ง : เกมนี้มันต้องมาแล้ว! ฟันธงหงส์จัดเต็มถล่มมวยโลก 4-0

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอฟเวอร์ตัน VS อาร์เซนอล สนาม กูดิสัน ปาร์ค วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 เวลา 23.30น. ถ่ายทอดสดช่อง 3, CTH สเตเดี้ยม 3 ก่อนลงสนาม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ เอฟเวอร์ตัน เกมนี้จะได้ ดาร์รอน กิ๊บสัน กองกลางชาวไอริชพร้อมกลับมาลงสนามอีกครั้งหลังจากเจ็บไปร่วมสิบเดือน ส่วน รอสส์ บาร์คลี่ย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งเจ็บเข่าต้องพักยาว ขณะที่ เชมัส โคลแมน มีปัญหาที่แฮมสตริงไม่น่าฟิตพอลงเล่น รวมไปถึง อารูน่า โคเน่ และ ไบรอัน โอเวียโด้ ที่ยังไม่พร้อมลงสนามทั้งคู่ อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล จะไม่มี มิเคล อาร์เตต้า ที่เจ็บข้อเท้า และ โลร็องต์ คอสเซียลนี่ ซึ่งเจ็บเอ็นร้อยหวาย ส่วน ดาวิด ออสปิน่า เจ็บต้นขา คีแรน กิ๊บส์ เจ็บแฮมสตริง อาบู ดิยาร์บี้ เจ็บสะโพก ธีโอ วัลคอตต์ กับ เซิร์จ นาร์บี้ ยังเจ็บเข่าทั้งคู่ รวมไปถึง เรียว มิยาอิชิ ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ แต่ข่าวดีคือสามขุนพล ทีมชาติเยอรมัน อย่าง เมซุต โอซิล, แพร์ แมร์แตซัคเกอร์ และ ลูคัส โพโดลสกี้ น่าจะกลับมามีชื่อเป็นตัวจริงหรือสำรองในเกมนี้ ด้าน ยาย่า ซาโนโก้ ที่มีปัญหาที่แฮมสตริงน่าจะยังฟิตสมบูรณ์ทันลงสนามแต่อาจมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เอฟเวอร์ตัน – ฮาวเวิร์ด, เบนส์, ดิสแต็ง, ยาเกียลก้า, จอห์น สโตนส์, แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แม็คเกียดี้, เนย์สมิธ, พีนาร์, ลูคาคู อาร์เซนอล – เชสนี่, เดอบูชี่, แชมเบอร์ส, แมร์แตซัคเกอร์, มอนเรอัล, ฟลามินี่, วิลเชียร์, แรมซี่ย์, อเล็กซิส ซานเชซ, กาซอร์ล่า, ชิรูด์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก:ปัญหากองหน้าถูกกำจัด!คอสต้าแฮตทริกสิงห์เปิดรังแซงถล่มหงส์ขาวนั่งจ่าฝูง
กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 เชลซี 4-1 สวอนซี ซิตี้ ผู้ทำประตู: 0-1 จอห์น เทอร์รี่ (เข้าประตูตัวเอง)น.11 , 1-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.45 , 2-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.56 ,3-1 ดิเอโก้ คอสต้าน.67 ,4-1 โรอิก เรมี่ น.81 , 4-2 จอนโจ เชลวี่ย์ น.86 เวลา: 21.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 “สิงห์บลู” เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ ยังฟอร์มดีไม่มีตก โดยเฉพาะ กองหน้าตัวใหม่อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริตแรกบนแผ่นดินอังกฤษ ก่อนจะมาได้ โรอิก เรมี่ กองหน้าตัวใหม่ที่ลงมาเป้นตัวสำรองทำอีกประตู  ช่วยให้ทีมแซงกลับมาเอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ อีกหนึ่งทีมฟอร์มแรงที่ออกตัวด้วยการเก็บชัยชนะมา 3 นัดด้วยไป 4-2 รายชื่อ เชลซี :ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์ , จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช , ออสการ์ ,อังเดร ชูร์เล่ , เชส ฟาเบรกาส, เอแด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า สวอนซี :ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK),อังเคล รานเคล, ฆอร์ดี้ อามัต, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์,จอนโจ เชลวี่ย์ , คี ซุง-ยอง ,เนธาน ดายเออร์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เล็ดจ์ , บาเฟติมบี้ โกมิส

ผลฟุตบอล มันเดย์ไนท์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล
คูตินโญ่ /  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557 แมนฯ ซิตี้ 3-1 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 สเตฟาน โยเวติช น.41, 2-0 สเตฟาน โยเวติช น.55 3-0 กุน อเกวโร่ น.69, 3-1 ปาโบล ซาบาเลต้า (o.g) น.83 เวลา : 2.00 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 5 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดมันเดย์ไนท์ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ รองแชมป์ ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้ "หงส์แดง" ส่ง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริงด้วย เริ่มเกม! ผ่านมา 5 นาที เป็นทางด้าน "เรือใบสีฟ้า" ที่เอาบอลมาครองได้เกือบจะทั้งหมด โดยผู้เล่น ลิเวอร์พูล ลงไปตั้งรับลึกพร้อมรอสวนกลับจากแนวรุกที่มีความเร็ว นาทีที่ 7 เจ้าบ้านมีโอกาสจาก เอดิน เชโก้ ได้ลองซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังบอลเบาและไม่ตรงกรอบ นาที 9 ลิเวอร์พูล มีโอกาสบ้างจากจังหวะวางบอลยาวของ เจอร์ราร์ด มาให้ สเตอร์ลิ่ง พักบอลลงก่อนจะหันหลังซัดด้วยขวา แต่บอลไม่ตรงกรอบ นาที 11 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปแต่ดันไปตรงตัว โจ ฮาร์ท ออกมารับได้สบาย  นาที 15 ยาย่า ตูเร่ ได้ยิงจากแถวสอง นำหนักและทิศทางเยี่ยม แต่ มินโญเล่ต์ ยังทำได้ดี พุ่งเซฟไว้ได้แบบติดมือ นาที 29 ยาย่า ตูเร่ โดนใบเหลืองจากการไปทำฟาวล์ คูตินโญ่ นาที 33 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โยกหลอก ก็องปานี จนหลงก่อนจะกระชากด้วยซ้ายพร้อมยิงแต่น่าเสียดายที่ไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท Goal! นาที 41 สเตฟาน โยเวติช ยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ช่วยให้ แมนซิตี้ ออกนำ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 1-0 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้บุกขึ้นมาเพื่อลุ้นประตูจังหวะสุดท้าย แต่ ยาย่า ตูเร่ เปิดบอลไม่ตรงเพื่อนและออกหลังไป พร้อมกับหมดเวลาการแข่งขั่วงครึ่งเวลาแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 เริ่มครึ่งหลัง ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวด้วยกันทั้งคู่ นาที 49 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รับบอลจาก เกล็น จอห์นสัน ในกรอบเขตโทษพร้อมกับได้ดวลเดียวกับ โจ ฮาร์ท และยิงเข้าไปแต่ ไลน์แมน ยกธงล้ำหน้าทำให้สกอร์ยังคงเป็น แมนฯ ซิตี้ นำอยู่ 1-0 นาที 53 ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิก และเล่นลูกสูตร เจอร์ราร์ด ตักบอลให้ เฮนเดอร์สัน ในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะจ่ายกลับมาให้เพื่อนโดน ซาบาเลต้า สกัดทิ้งออกไปก่อน Goal! นาที 55 แมนฯ ซิตี้ นำห่าง ลิเวอร์พูล เป็น 2-0 จาก สเตฟาน โยเวติช คนทำประตูแรก เล่นชิ่งกับเพื่อนก่อนจะหลุดเข้ามาได้ยิงในกรอบเขตโทษบอลมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม นาที 59 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ถอด คูตินโญ่ ออกไปพักและส่งปีกตัวใหม่อย่าง ลาซาร์ มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 65 สเตอร์ริดจ์ หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะได้ซัดเต็มๆ แต่ติดเซฟ โจ ฮาร์ท ออกไปอย่างเหลือเชื่อ ขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ถอด ซิลบา ออกไปพักและส่ง นาบาส ลงมาแทน Goal! น.69 กุน อเกวโร่ ถูกส่งมาเป็นสำรอง และสัมผัสแรกของเขาคือประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ออกนำ ลิเวอร์พูล ห่างเป็น 3-0 น.74 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวโดยถอด โจ อัลเลน ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน ลงไปแทน Goal! นาที 83 ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-3 จากจังหวะ ซาบาเลต้า ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 90 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าบิด แต่ยังฝืนลุกขึ้นมาเล่นได้ และผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลา 5 นาที หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเชือด ลิเวอร์พูล นิ่มๆ 3-1 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แวงซ็อง ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี, ซามีร์ นารี, เฟร์นานโด, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, สเตฟาน โยเวติช, เอดิน เชโก้ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ อัลเลน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เกมเดียว 4 จุดโทษ!! กุน เหมารวดสี่ตุงช่วย เรือใบ ถอนข่นไก่ราบคาบ 4-1
กาแอล กลิชี่ /  คริสเตียน อีริคเซ่น / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-1 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.13, 1-1 คริสเตียน อีริคเซ่น น.15, 2-1 เซร์คิโอ อเกวโร่(จุดโทษ) น.20, 3-1 เซร์คิโอ อเกวโร่(จุดโทษ) น.68, 4-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ น.75  เวลา : 18.45 น. สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 5 ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 8 ของทั้งสองทีม ทางฝั่ง "เรือใบสีฟ้า" วันนี้จำเป็นต้องเก็บ 3 คะแนนเพื่อไล่จี้จ่าฝูงอย่าง เชลซี ที่ทำแต้มทิ้งห่างพวกเขาไปแล้วถึง 5 คะแนน ขณะเดียวกันผู้มาเยือนอย่าง "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็ต้องการคะแนนเพื่อเกาะกลุ่มหัวแถวไม่ให้ใครแซงขึ้นไปได้ง่ายๆเหมือนกัน ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วกลยุติของ มานูเอล เปเยกรินี่ กับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ใครจะทำได้ดีกว่ากันในแมตช์นี้ เริ่มเกมมาได้ 6 นาที สเปอร์มีโอกาสลุ้นขึ้นนำครั้งแรกจากจังหวะยิงไกลของ ไรอัน เมสัน แต่ทิศทางผิดเหลี่ยมออกไปเยอะ นาทีที่ 8 ไก่เดือยทอง เกือบขึ้นนำเจ้าบ้านอีกครั้งจากจังหวะ โซลดาโด้ แทงทะลุเข้ากรอบเขตโทษให้ ไรอัน เมสัน ดวลเดี่ยวกับ โจ ฮาร์ท แต่ช็อตสุดท้ายดันไปติดเซฟมือกาวทีมชาติอังกฤษ ทำให้ยังไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบจากผลการแข่งขัน GOAL! นาทีที่ 13 เรือใบสีฟ้า ออกนำ สเปอร์ ไปก่อน 1-0 จากลูกยิงของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ได้บอลในเขตโทษก่อนจะกระชากด้วยขวาแล้ววัดตูมเดียวบอลมุดก้นตาข่ายในแบบที่ อูโก้ โยริส หมดสิทธิ์เซฟ GOAL! นาที 15 ความผิดพลาดของ เฟอร์นันโด ทำให้ แมนฯ ซิตี้ โดนตีไข่แตกเป็น 1-1 แบบทันควันเมื่อ ไรอัน เมสัน ตัดบอลได้กลางสนามก่อนจะไหลมาให้ คริสเตียน อีริคเซ่น ได้ล่อเต็มแข้งบอลติดขา โจ ฮาร์ท นิดหน่อยแต่ก็ไม่สามารถรักษาประตูเอาไว้ได้ GOAL! นาที 20 เรือใบสีฟ้า ออกนำอีกครั้งจากจุดโทษที่ เอริค ลาเมล่า ไปเข้าข้างหลังใส่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในกรอบเขตโทษ ก่อนผู้ตัดสินจะชี้เป็นการฟาวล์ และผู้รับสังหารก็คือ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซัดเข้าไปไม่พลาด นาที 28 แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนตัวเป้นคนแรกเมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เฟอร์นานดินโญ่ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 32 แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ประตูขึ้นนำลูกที่ 3 อย่างเหลือเชื่อ หลังจากพวกเข้าได้จุดโทษและ เซร์คิโอ อเกวโร่ จะเป็นคนสังหารและลุ้นทำแฮตทริค แต่ยิงไปติดขา อูโก้ โยริส ก่อนบอลจะกระดอนมาให้วอลเล่เต็มๆอีกครั้ง และสุดท้ายน้ำหนักไม่ดีเหินข้ามคานไปอย่างเหลืองเชื่อ นาที 44 สเปอร์ เกือบเสียประตูที่ 3 อีกครั้งหลังจาก เอเตียน กาปู ไปเสียบอลบริเวณกลางสนามแล้วโดนสวนกลับ บอลมาถึง เฆซุส นาบาส ได้หลุดเดี่ยวก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยขวา โยริส ชกบอลปริ้นออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ ก่อนจะจบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ สเปอร์ 2-1 เริ่มครึ่งหลังมาได้ 56 นาที เฆซุส นาบาส โดนใบเหลืองจากจังหวะไปฟาวล์ตัดเกมใส่ผู้เล่น สเปอร์ เวลาผ่านมาถึงนาที 58 เกมสวนกลับของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอันตรายมากๆ คราวนี้เป็นทาง เฆซุส นาบาส ใช้ความเร็วสปีดมาถึงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดด้วยขวา อูโก้ โยริส ยังช่วยเซฟไว้ได้อีกครั้ง นาที 60 สเปอร์ แก้เกมด้วยการส่งสองแนวรุกอย่าง มุสซา เดมเบเล่ และแอนดรอส ทาวน์เซนด์ ลงมาแทน เอเตียน กาปู และเอริค ลาเมล่า นาที 62 ไก่เดือยทอง ไม่ได้ประตูตามตีเสมอ เรือใบสีฟ้า แบบสุดช็อคหลังจากพวกเขาได้จุดโทษ แต่ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ดันพลาดยิงไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท ยังช่วยทีมพลิกสถานการณ์กลับมาไม่ได้  GOAL! นาที 68 แมนฯ ซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะ ฟาซิโอ ไปดึง อเกวโร่ คว่ำลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกฟาวล์ แถมให้ใบแดงกับ ฟาซิโอ อีกด้วย และ กุน อเกวโร่ ก็ลุกขึ้นมาสังหารคราวนี้ไม่พลาด ซัดสวนตัว โยริส ให้ทีมขึ้นนำห่างเป็น 3-1 GOAL! นาที 75 ประตูตามมาเป็นพรวน และเป็นคนเดิม เซร์คิโอ อเกวโร่ โชว์ความเป็นดาวยิงระดับโลกด้วยการโซโล่เม็ดที่ 4 แถมยัดด้วยเท้าซ้ายชนิดที่ โยริส หมดสิทธ์ป้องกัน มาถึงนาที 88 เรือบใบสีฟ้า ยังไม่เพลาการบุก เจมส์ มิลเนอร์ ซัดชนเสาพลาดได้ลูกที่ 5 อย่างเหลือเชื่อ และก็จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มสมราคาแชมป์เก่า ถล่ม "ไก่เดือยทอง" ไปแบบราบคาบ 4-1 คว้าสามแต้มสำคัญมาครองได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, บาการี ซานญา, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่, เฟอร์นันโด, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เฆซุส นาบาส, ดาวิด ซิลบา, เจมส์ มิลเนอร์, เซร์คิโอ อเกวโร่ สเปอร์ : อูโก้ โยริส, เอริค ดายเออร์, ยูเนส กาบูล, เฟเดอริโก ฟาซิโอ, แดนนี่ โรส, ไรอัน เมสัน, เอเตียน กาปู, เอริค ลาเมล่า, คริสเตียน อีริคเซ่น, นาเซอร์ ชาดลี, โรแบร์โต้ โซลดาโด้

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส VS ลิเวอร์พูล สนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 เวลา 19.30น. ถ่ายทอดสดช่อง CTH stadium 2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ สเปอร์ส เพิ่งพักผู้เล่นชุดใหญ่ในเกม ยูโรป้าลีก เมื่อกลางสัปดาห์ นัดนี้น่าจะเรียก เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, คริสเตียน อีริคเซ่น, อีริก ลาเมล่า, แดนนี่ โรส คืนสนามทั้งหมด ส่วน อีริค ไดเออร์ จะประจำการแบ็คขวาทดแทน ไคล์ วอล์คเกอร์ ที่ได้รับบาดเจ็บแม้ว่า ไคล์ นอจ์ตัน จะพ้นโทษแบนกลับมาก็ตาม ขณะที่ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ เจ็บคอและแผ่นหลังยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม แต่ เฟเดริโก้ ฟาซิโอ ปราการหลังตัวใหม่น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล น่าจะส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงประเดิมสนามในเกมนี้รวมไปถึง อดัม ลัลลานา ที่หายเจ็บเข่าแล้ว แต่แนวรับของทีมกลับมีปัญหาเมื่อมีนักเตะบาดเจ็บหลายรายทั้ง เกล็น จอห์นสัน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่, โฆเซ่ เอ็นริเก้, มาร์ติน สเคอร์เทล ต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนามทั้งหมด ส่วน จอน ฟลานาเก้น ก็ยังเจ็บอยู่ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม สเปอร์ส – ยอริส, อีริค ไดเออร์, คาบูล, เฟร์ทองเก้น, แดนนี่ โรส, เอเตียน กาปู, เบนทาเล็บ, ลาเมล่า, อีริคเซ่น, ชาดลี่, อเดบายอร์ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, มานควินโญ่, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮ็นเดอร์สัน, ลัลลานา, สเตอร์ลิง, สเตอร์ริดจ์, บาโลเตลลี่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.8, 0-2 สตีเว่น เจอร์ราร์ด(จุดโทษ) น.49, 0-3 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.60 เวลา : 19.30 น. สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 และช่อง 3SD ศึก พรีเมียร์ลีก ค่ำคืนวันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 คู่ระหว่าง สเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ประเด็นสำคัญสำหรับวันนี้คือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใส่รายชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกคนใหม่ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง น่าสนใจว่ารูปเกมของ "หงส์แดง" จะออกมาเป็นยังไง เพราะแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าเจ้าประจำก็ถูกส่งลงไปเป็นตัวจริงเช่นกัน เริ่มเกม! นาทีที่ 3 สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลให้ บาโลเตลลี่ ได้โขกจ่อๆแต่ไปติดเซฟ อูโก้ ยอริส กระเฉาะออกมาได้ซ้ำก็โดนบล็อคไว้ได้ GOAL! นาทีที่ 8 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะผ่านบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ซัดจ่อๆเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปแล้ว 1-0 นาที 12 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงและเฉียดเสาออกไปนิดเดียว นาที 14 "หงส์แดง" ได้ฟรีคิกทางซ้ายของสนาม เจอร์ราร์ด เปิดเข้าไปกรอบเขตโทษ บาโลเตลลี่ ได้ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 26 โจ อัลเลน โดนใบเหลืองจากจังหวะไปดึง เอริค ลาเมล่า แบบน่าเกลียด นาที 30 บาโลเตลลี่ โชว์ตอกส้นให้ สเตอร์ริดจ์ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดด้วยซ้ายแต่ ยอริส พุ่งเซฟติดมือเลย นาที 31 ยอริส ออกมาตัดบอลพาด ทำให้เหลือแต่ประตูโล่งๆ บาโลเตลลี่ ได้ซัดแต่หลุดกรอบออกไปไกล นาที 37 ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองย้อนหลังกับ มานกีโญ่ แบ็คขวาของ ลิเวอร์พูล นาที 41 ลอฟเรน จ่ายบอลสั้นไปทำให้ อาเดบายอร์ ตัดบอลไปจนถึงกรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตามมากวาดออกไปได้ นาที 42 กองหลัง ลิเวอร์พูล พลาดท่าโดน นาเซอร์ ชาดลี่ ทะลุเข้ามายิงโล่งๆแต่สุดท้ายเป็นทาง มินโญเล่ต์ ที่ช่วยชีวิตเพื่อนไว้ได้ด้วยการเซฟออกหลังไป นาที 44 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม เจอร์ราร์ด เล่นลูกสูตรกับ บาโลเตลลี่ ก่อนจะได้ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 45 ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที หมดเวลา 45 นาทีแรก "หงส์แดง" บุกมานำ "ไก่เดือยทอง" 1-0 จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง GOAL! เริ่มครึ่งหลังมาในนาที 48 เอริก ไดเออร์ ดึง โจ อัลเลน ล้มลงในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกโทษ ผู้รับหน้าที่ยิงเป็น เจอร์ราร์ด ซัดไปซ้ายมือของตัวเองให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง สเปอร์ เป็น 2-0 นาที 54 สเปอร์ ได้ลูกฟรีคิก เอริก ไดเออร์ เติมขึ้นมาโขกเพื่อที่จะแก้ตัว แต่บอลเหินข้ามคายออกไปเยอะ นาที 59 สเปอร์ ถอด อีริคเซ่น,เบนทาเล็บ ออกไปพักและส่ง ทาวน์เซ่นด์,เดมเบเล่ ลงมาแทน GOAL! น.60 อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล โชว์สปีดเลี้ยงจากครึ่งสนามมาถึงหน้าประตูของ สเปอร์ ก่อนจะสับด้วยซ้ายบอลชนเสาเด้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม "หงส์แดง" ออกนำ "ไก่เดือยทอง" ห่างออกไปเป็น 3-0 นาที 61 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจถอด โจ อัลเลน,บาโลเตลลี่ ออกไปพักและส่ง เอ็มเร่ ชาน,มาร์โควิช ลงมาแทน นาที 70 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกหลบผู้เล่น สเปอร์ 3 คนพร้อมกับหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ ทำได้ไม่ดีติดเซฟ ยอริส ไปแบบสบาย นาที 72 สเปอร์ แดนนี่ โรส ออกและส่งแบ็คซ้ายหน้าใหม่อย่าง เบน เดวิส ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 80 ลิเวอร์พูล เล่นแบบครองเกมได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน สเปอร์ เองก็ดูจะถอดใจไปแล้ว นาที 83 สเตอร์ริดจ์ หลอกจะยิงด้วยซ้ายแต่ล็อคมาเข้าขวา พร้อมปั่นโค้งแต่บอลหลุดกรอบไปไกล นาที 85 อาเดบายอร์ ได้หลุดเขาไปในกรอบเขตโทษพร้อมดวลเดี่ยวกับ มินโญเล่ต์ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน นาที 86 ร็อดเจอร์ส ถอดผู้ทำประตูแรกอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกไปพัก และส่ง โชเซ่ เอ็นริเก้ ลงมาแทน นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที หมดเวลาการแข่งขัน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ฉลองการคุมทัพ "หงส์แดง" นัดที่ 100 ด้วยการบุกไปเอาชนะ สเปอร์ คาถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน 3-0 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ ยอริส, เอริก ไดเออร์, ยูเนส คาบูล, แยน แฟร์ตองเก้น, แดนนี่ โรส, เอเตียนน์ กาปู, นาบิล เบนทาเล็บ, นาเซอร์ ชาดลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เอริค ลาเมล่า, เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มาริโอ บาโลเตลลี่

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : เชลซี VS อาร์เซนอล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS อาร์เซนอล สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2557 เวลา 20.05น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium4 ความพร้อม ก่อนลงสนาม โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี พร้อมดัน ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าชาวสเปนลงสนามนัดที่สามในรอบเก้าวันแม้ตัวนักเตะจะมีปัญหาที่แฮมสตริงก็ตาม ส่วน รามิเรส มีอาการเจ็บขาหนีบยังต้องพักต่อ ขณะที่ของแสลงทีมเยือนอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา เจ็บข้อเท้า อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล ยังไม่มี มิเคล อาร์เตต้า กับ อารอน แรมซี่ย์ ที่เจ็บทั้งคู่ ส่วน อาบู ดิยาบี้ มีปัญหาที่สะโพกต้องพักต่อ ขณะที่ มาติเยอ เดอบูชี่ กับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังพักยาว แต่ นาโช่ มอนเรอัล กับ แจ็ค วิลเชียร์ น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นสถิติที่น่ากลัวสำหรับ เวนเกอร์ ที่ไม่เคยเอาชนะ มูรินโญ่ ได้เลยในการคุมทีมเจอกันทั้งหมด 11 ครั้งหลังสุด และการมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ 9 นัดหลังสุดทีมปืนโตเสียประตูทุกนัด ส่วน เชลซี เก็บคลีนชีต 9 จาก 11 นัดหลังสุดในบ้านตัวเอง นอกจากจะต้องจับตาการลงสนามเจอทีมเก่าของ เชส ฟาเบรกาส ในแนวรุกของทั้งสองทีมต่างมีนักเตะฟอร์มแรงทั้งคู่ โดย อาร์เซนอล มี แดนนี่ เวลเบ็ค ที่เพิ่งยิงแฮตทริคให้ทีมในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมแล้วกดไป 6 นัด 6 ประตูทั้งในนามทีมชาติและสโมสร ส่วนดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ถล่มไป 8 ประตูจาก 6 เกมในลีกให้ เชลซี ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เทอร์รี่, เคฮิลล์, อัซปิลิกูเอต้า, มาติช, ฟาเบรกาส, ออสการ์, วิลเลี่ยน, อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า อาร์เซนอล – เชสนี่, แชมเบอร์ส, แมแตร์ซัคเกอร์, คอสเซียลนี่, กิ๊บส์, ฟลามินี่, วิลเชียร์, โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, แชมเบอร์เลน, เวลเบ็ค

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : หงส์ พลาดท่าเปิดรังพ่าย สิงห์ผยอง 0-1
กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ /  คูตินโญ่ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า รายชื่อผู้ทำประตู : 0-1 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ น.9 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสอด : CTH Stadium 2 ศึกพรีเมียร์ลีก ประจำค่ำคืนวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557 ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมตช์นี้คือการลงสนามจับคู่กันครั้งแรกของ (อดัม ลัลลานา, ลาซาร์ มาร์โควิช) 2 ปีกจอมพริ้วที่ หงส์แดง กระชากมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ต้องมาดูว่าทั้งคู่จะเล่นได้เข้ากับระบบทีมมากน้อยแค่ไหน ในแมตช์นี้ เริ่มเกม นาทีที่ 3 ลิเวอร์พูล ได้บุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย โมเรโน่ โยนยาวเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลไปถึง ลาซาร์ มาร์โควิช กระโดดวอลเลด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป GOAL! นาทีที่ 9 กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ กดสกอร์ให้ "สิงห์ผงาด" ออกนำ "หงส์แดง" เจ้าบ้านอย่างรวดเร็ว 1-0 นาที 13 ลิเวอร์พูล ยังทรงไม่สวยเท่าไหร่ เมื่อ อดัม ลัลลาน่า โดนใบเหลืองแรกของเกม แถมฟรีคิกของ แอชลี่ย์ เวสต์วูด ยังเปิดเข้ามาถึง เซนเดอรอส ได้ขึ้นโขกคนเดียว แต่บอลโด่งออกหลังไป นาที 32 หงส์แดง เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะของ คูตินโญ่ ยกบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ มาร์โควิช ถ่ายบอลให้ ลัลลาน่า ได้ยิงแต่โดนบล็อคออกไป นาที 35 แอสตัน วิลล่า ลงไปแพ็คเกมรับกับแทบทั้งทีม แล้วรอสวนกลับจากบรรดาแนวรุกความเร็วสูงที่รอโอกาสฉีกแผงหลัง "หงส์แดง" อยู่แล้ว นาที 40 บอลส่วนใหญ่ยังอยู่บริเวณกลางสนาม เป็นทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล ได้เคาะกันแทบจะฝ่ายเดียวแต่ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้ นาที 43 บาโลเตลลี่ รับบอลจากจังหวะเปิดของ ลอฟเรน พร้อมเคาะให้ ลัลลาน่า ได้วิ่งมาหวดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ น่าเสียดายที่บอลหลุดเสาไปนิดเดียว นาที 45 บาโลเตลลี่ รับบอลยาวจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจยิงดื้อๆ และบอลแฉลบเกือบพุ่งไปเสียบสามเหลี่ยม โชคร้ายที่บอลหลุดออกไปก่อน ครบ 45 นาทีมีการทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาทีก่อนจะจบลงด้วยสกอร์เดิม ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า เริ่มครึ่งหลังมาได้ 3 นาที ลิเวอร์พุล ได้จากลูกเตะมุม ลัลลาน่า เปิดเข้ามาถึง บาโลเตลลี่ ได้สอดขึ้นมาโหม่งแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 55 รูปเกมก็ยังคงเหมือนเดิม ลิเวอร์พูล เอาบอลมาครองได้ฝ่ายเดียวส่วน แอสตัน วิลล่า ลงไปตั้งรับกันทั้งทีม นาที 60 เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส แก้เกมโดยถอด อดัม ลัลลาน่า ออกไปพัก และส่งราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลงไปทำหน้าที่แทน นาที 63 อลัน ฮัตตัน โดนใบเหลืองจากการไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อย่างหนัก นาที 66 สเตอร์ลิ่ง มีจังหวะกระชากไปหน้ากรอบเขตโทษพร้อมตัดสินใจยิงไกลแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาที 71 ลิเวอร์พูล ถอด บาโลเตลลี่ และมาร์โควิช ออกไปพักและส่ง บอรินี่ กับแลมเบิร์ต ลงมาแทน ส่วน วิลล่า ก็เปลี่ยนเหมือนกัน โดยส่ง ชาร์ลส เอ็นซ็อกเบีย ลงมาแทน ไวมันน์ นาที 76 โมเรโน่ โดนใบเหลืองจากจังหวะไปทำฟาวล์ คีแรน ริชาร์ดสัน นาที 79 ลิเวอร์พูล ได้ลูกเตะมุม คูตินโญ่ เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ลอฟเรน ขึ้นโหมงแต่บอลหลุดออกหลังไป นาที 81 คูตินโญ่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลุดผู้เล่น แอสตัน วิลล่า มาทั้งหมดก่อนได้สับด้วยขวาแต่พุ่งไปชนเสาอย่างจัง แถมจังหวะซ้ำของ สเตอร์ลิ่ง ยังไปโดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันออกไปอีก นาที 89 "หงส์แดง" ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะของ คูตินโญ่ ลองส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงแต่เหินข้ามคานออกไปไกล นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที หมดเวลาการแข่งขัน! "สิงห์ผยอง" ได้ประตูโทนของ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ในช่วงครึ่งแรกช่วยให้พวกเขาสามารถบุกมาเชือด "หงส์แดง" รองแชมป์เก่า ได้คาถิ่น แอนฟิลด์ 1-0 พร้อมทยานขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของตารางในเวลานี้ได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลานา, ลาซาร์ มาร์โควิช, คูตินโญ่, มาริโอ บาโลเตลลี่ แอสตัน วิลล่า : แบร็ด กูซาน, อลัน ฮัตตัน, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, อาลี ซิสโซโก้, แอชลี่ย์ เวสต์วูด, ฟาเบียง เดล์ฟ, ทอม เคลเวอร์ลี่ย์, คีแรน ริชาร์ดสัน, อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์

 ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ความคมมันผิดกัน! เรือใบกางใบฉิวบุกถอนขนสาริกาประเดิมสามแต้มเปิดหัว
นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557 นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู :0-1ดาบิด ซิลบา  น.38,0-2 เซร์คิโอ้ อเกวโร่ น.90 เวลา : 22.00 น. สนาม: เซนต์เจมส์พาร์ค ถ่ายทอดสด : CTH stadium 5 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดประเดิมสนามของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าที่บุกไปเยือน “สาลิกาดง” นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด โดย ก่อนเริ่มเกมส์ มีพิธีไว้อาลัยให้กับสองแฟนบอลนิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ผู้โดนสารเที่ยวบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ MH 17 ที่ตกในยูเครน  เริ่มเกมส์ 10 นาทีทีมเยือนครองบอลได้เยอะกว่า นาที 11 ดาบิด ซิลบา จ่ายบอลเข้าตรงกลางให้ ซาเมียร์ นาสรี่ ตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ทิม ครูล ต้องพุ่งปัดทิ้งออกไป ผ่าน 20 นาทีเจ้าถิ่นค่อยๆจับจังหวะเกมส์ของตัวเองได้ และได้โอกาสต่อบอลสู้บ้าง แต่ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้ นาที 38 ทีมแชมป์เก่าแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในแนวรุกเมื่อ ยาย่า ตูเร่ วางบอลให้ เอดิน เชโก้ ถ่างออกไปทางซ้ายแล้วไหลบอลเข้ากลางให้ ดาบิด ซิลบา สอดขึ้นมารับบอลแล้วยิงยัดเสาแรก ผ่าน ทิม ครูล เข้าไปอย่างใจเย็นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกออกนำ 0-1 เวลาที่เหลือของครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก แชมป์เก่า แมนซิตี้ บุกออกนำ นิวคาลเซิล 0-1  ครึ่งหลัง เจ้าบ้านที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังเป็นฝ่ายเปิดเกมส์บุกแลกแบบไม่กลัวศักดิ์ศรีแชมป์เก่า นาที 49 แจ็ค โคลแบ็ค โยนเตะมุมไปเสาไกลให้ โยอัน กูฟฟร็อง เกี่ยวบอลลงแล้วซัดติดเซฟของ โจ ฮาร์ท สองครั้งซ้อนๆ ครึ่งหลังกลายเป็นหนังคนละม้วน โดยเจ้าบ้านที่เป็นรองเดินหน้าลุยเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว จนแมนซิตี้ต้องถอยไปรับกันแน่น นาที 57 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากฟรีคิก แจ็ค โคลแบ็ค คนรับเหมาลูกนิ่ง โยนเข้ากลางให้ พอล ดัมเม็ต โขกหลุดกรอบออกไป  นาที 64 แมนซิตี้ ได้บุกบ้าง โดยได้ลุ้นจากลูกโขกของ เอดิน เชโก้ แต่บอลข้ามคานออกไป ท้ายเกมส์นาที 83 อโยโซ่ เปเรซ ตัวสำรองของ นิวคาลเซิล เกือบเป็นซุปเปอร์ซับ เมื่อลงมาได้บอลจังหวะแรกแล้วยิงบอลติดบล็อกกองหลัง แมนซิตี้ ออกไปแบบได้ลุ้น ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจ้าบ้านมีโอกาสที่จะได้ประตูตีเสมอแต่ก็ไม่เฉียบคมเอง และมาโดนทีเด็ด ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คมกว่าเห็นๆ เมื่อ ตัวสำรองอย่าง เซร์คิโอ้ อเกวโร่ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย จังหวะแรก ทิม ครูล ปัดไว้ได้ แต่บอลไม่พ้นอันตราย และดาวยิงหุ่นมะขามข้อเดียวลุกขึ้นมาซ้ำได้เร็วให้แชมป์เก่าบุกนำ 0-2 หมดเวลา แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองเอาไว้ได้เมื่อ บุกมาเอาชนะ "สาริกา" นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ถึงรัง 0-2 ประเดิมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ด้วยสามคะแนนเต็ม รายชื่อ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล(GK) , ดารีล ยานมัต , ฟูร์นอน อานิต้า , พอล ดัมเม็ต , ไมค์ วิลเลียมสัน , ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ , มุสซ่า ซิสโซโก้, แจ็ค โคลแบ็ค , โยอัน กูฟฟร็อง, เรมี่ คาแบลล่า, เอ็มมานูแอล ริแวร์เย่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท(GK), กาแอล กลิชี่, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่, เฟอร์นันโด, ซาเมียร์ นาสรี่, ดาบิด ซิลบา, สเตฟาน โยเวติช, เอดิน เชโก้

ผลฟุตบอลพรีเมียรลีก : ฟอร์มยังแรง!คอสต้าซัดเปิดสิงห์บูลเปิดถ้ำขย้ำสุนัขจิ้งจอก
ดิเอโก้ คอสต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียรลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เชลซี 2-0 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 ดีเอโก้ คอสต้า น.63, 2-0 เอด็อง อาซาร์ น.77 เวลา : 21.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 4 “สิงห์บูล” เชลซี ของโจเซ่ มูรินโญ่ฟอร์มยังคงดีต่อเนื่องเมื่อเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ สองติดต่อกันด้วยการเปิดรังสแตมฟอร์ดบริดจ์ เอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ไป2-0 โดยได้ประตูจาก ศูนย์หน้าตัวใหม่ค่าตัว 32 ล้านปอนด์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ที่ยังพังประตูต่อเนื่อง และมาได้ประตูปิดท้ายจาก เอเด็น อาซาร์ เก็บ 6 คะแนนเต็มขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูงของตาราง รายชื่อ เชลซี :ธิโบต์ คูร์กตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แกรี่ เคฮิลล์,จอห์น เทอร์รี่,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เนมานย่า มาติช,เชส ฟาเบรกาส ,อังเดร ชูร์เล่,ออสการ์,เอแด็น ฮาซาร์ด,ดิเอโก้ คอสต้า เลสเตอร์ ซิตี้ :แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK),ริทชี่ เดอ เลต,เลียม มัวร์,เวส มอร์แกน,พอล คอนเชสกี้,ริยาด มาห์เรซ,แอนดี้ คิง ,เชอร์ยูป,เฮอร์ม่อน,เดวิด นิวเจนท์, เลโอนาร์โด้ อูยัว

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล แอสตัน วิลล่า
ทัศนะ /  พรีเมียร์ลีก / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ลิเวอร์พูล แอสตัน วิลล่า สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา : 23.30 น. CTH ถ่ายทอดสด ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน มาดูกันที่ความพร้อมของเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล กันก่อนเกมนี้ ร็อดเจอร์ส จะหมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะแน่นอนแล้วถึง 4 รายคือ เกล็น จอน์ห์สัน, จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล และกองหน้าคนสำคัญ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่ข่าวล่าสุดบอกว่ากองหน้าจอมเซิ้งจะพักนานถึง 1 เดือนเลยทีเดียว ส่วน อดัม ลัลลาน่า ที่บาดเจ็บช่วงปรีซีซั่นจะได้เปิดตัวลงสนามเกมนี้กับ ลิเวอร์พูล เป็นเกมแรก ด้านขุมกำลังคนอื่นก็ฟิตสมบูรณ์พร้อม โดยเฉพาะสองแนวรุก มาริโอ บาโลเตลลี่ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ข้ามมาดูผู้มาเยือน แอสตัน วิลล่า กันบ้างเป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ทซีซั่นนี้ได้อย่างร้อยแรงรั้งอยู่ในอันดับ 3 ของตารางคะแนนแข่ง 3 นัดมี 7 แต้ม และเพิ่งเสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งบอกได้เลยว่าเกมรับของ แอสตัน วิลล่า ซีซั่นนี้เหนียวแน่นจริงๆ ด้านสภาพนักเตะเกมนี้ วิลล่า จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เบเตเก้ กองหน้าโป้งเดียวจอดแน่นอนเพราะยังไม่หายจากการบดาเจ็บ ส่วนในรายของ รอน ฟลาร์ ต้องรอลุ้นสภาพความฟิตก่อนเกมอีกที รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, โมเรโน่, ลอฟเรน, ชาโก้, มานกีโญ่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, ลัลลาน่า, คูตินโญ่, สเตอร์ลิ่ง, บาโลเตลลี่ แอสตัน วิลล่า : กูซาน, อาลี ซิสโซโก้, รอน ฟลาร์, เซนเดอรอส, ฮัตตัน, เดลฟ์, ริชาดสัน, เวสต์วู้ด,เอ็นซองซี่, ไวน์แมน, อั๊กบอนลาฮอร์ แฟนหงส์ท่าหนึ่งวิเคราะห์บอล : จากทิศทางของลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านสู่กรุงเทพฯ และดวงจันทร์ที่เต็มดวงเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาล้วนส่งผลให้เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล กุมความได้เปรียบในเกมนี้ ฟันธง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านขยี้ วิลล่า 3-1

ผลฟุตบอล :เทพแดนคุ้มครอง! ปืนโตได้เวลเบ็คซัดกู้ชีพไล่เจ๊าเดอะไทเกอร์นาทีท้าย
ซานติ กาซอร์ล่า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 อาร์เซน่อล 2-2 ฮัลล์ ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.13, 1-1 โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ น.17, 1-2 อเบล เฮอร์นานเดซ น.46, 2-2แดนนี่ เวลเบ็ค น.90 เวลา: 21.00 น. สนาม: เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 3 “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่สภาพทีมไม่ค่อยสมบรูณ์เนื่องจากนักเตะตัวหลักในทีมหลายคนโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เกือบพลาดท่าพ่ายฮัลล์ ซิตี้คาบ้านแต่ยังได้ แดนนี่ เวลเบ็ค ดาวยิงที่ย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยยิงประตูตีเสมอ2-2แบ่งแต้มมาได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ รายชื่อ อาร์เซน่อล :วอยเชียค เชสนี่(GK), เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, นาโช่ มอนเรอัล, คีแรน กิ๊บบ์,แจ็ค วิลเชียร์, มาติเยอ ฟลามินี่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ,แดนนี่ เวลเบ็ค ฮัลล์ ซิตี้ : สตีฟ ฮาร์เปอร์(GK), เจมส์ เชสเตอร์, เคอร์ติส เดวีส, ไมเคิ่ล ดอว์สัน,อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้, ทอม ฮัดเดิลสตัน, เจค ลิเวอร์มอร์, โมฮาเหม็ด ดิยาเม่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา , อเบล เฮอร์นานเดซ

ผลฟุตบอล : ไม่แพ้ก็บุญ !บลินด์ตะบันท้ายเกมส์ช่วยผีตามเจ๊าแบ็กกี้ส์
ฆวน มาต้า /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2557 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 สเตฟาน แซสเซอญง น.8,1-1 มารูยาน เฟลไลนี่ น.47,2-1 ไซโด้ เบราฮิโน่ น.65, 2-2 ดาลี่ย์ บลินด์ น.87 เวลา: 02.00 น. สนาม: เดอะฮอว์ทอนส์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เปิดรังต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเกมส์เป็นเจ้าบ้านที่เหนือกว่าชัดเจนโดยครองบอลบุกใส่ทีมเยือนแบบไม่กลัว และนาทีที่ 8 เจ้าบ้านก็ได้เฮจนได้ เมื่อ อังเดร วิสดอม ทะลุขึ้นมาทางกราบขวาแล้วไหลบอลเข้าไปตรงกลางให้ สเตฟาน แซสเซอญง ซัดเสียบสามเหลี่ยมชนิด เดเคอา ได้แต่ยืนมองเปฌนประตูให้ เดอะแบ็กกี้ส์ ออกนำ 1-0 จากนั้นนาที 10 ทีมเยือนเกือบได้คืน ดิมาเรีย ตักบอลให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี วิ่งโฉบไปตวัดตามน้ำแต่บอลเบา มายฮิลล์ ล้มตัวปัดทิ้งออกไปได้ นาที 18 ทีมผีแดงเริ่มหาโอกาสตีเสมอได้มากขึ้น เมื่อ ดาลี่ย์ บลินด์วางยาวมาให้ ดิมาเรีย เอาบอลลงแล้วหมุนตัวยิงทันที แต่บอลไม่แรงพอ ผ่านครึ่งชั่วโมง ผีแดงที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังยังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ นาที 32ราฟาเอล จี้บอลเข้าตรงกลาง แล้วไหลต่อให้ ฟานเพอร์ซี่ ก่อนจะออกไปให้ ดิมาเรีย กดด้วยซ้ายเต็มเท้าบอลแรง แต่ตรงตัว มายฮิลล์ทุบออกมาได้ ช่วงท้ายครึ่งหลังลูกทีมของหลุยส์ฟานกัลพยายามบุกหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จบครึ่งแรกเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ขึ้นนำ 1-0 ก่อนเริ่มครึ่งหลัง ฟานกัลส่งมารูยานเฟลไลนี่ ลงมาแทนอันเดร์ เอร์เรร่า ที่ไม่ค่อยสมบรูณ์ และเพียงแค่ 2 นาทีที่ ที่ แข้งชาวเบลเยี่ยมอยู่ในสนามก็สามารถพังประตูตีเสมอให้ทีมได้ทันที เมือ พักอกเอาบอลที่ อังเคล ดิมาเรีย โยนมาจากทางซ้ายลงแล้ว เกี่ยวบอลหนี โปโกโญลี่ แล้วตะบันด้วยขวา บอลพุ่งเสยใต้คานเข้าไปชนิด โบอาซ มายฮิลล์ หมดสิทธิ้ป้องกันเป็นประตูตีให้ปีศาจแดงตามตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกของแข้งค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์นับตั้งแต่ย้ายจากเอฟเวอร์ตันมาร่วมทีมเมื่อฤดูกาลก่อน หลังได้ประตูตีเสมอทีมเยือนเล่นอย่างมั่นใจและพยายามเปืดเกมส์บุกเพื่อหวังเอาประตูแซงนำ แต่เจ้าบ้านยังสติไม่แตกตามไปด้วย และต้านไว้ได้ถึงนาที 60 จากนั้นนาที 65 ทีมเยือนบุกเพลินโดยเฉพาะแผงหลังที่ลอยขึ้นสูงเลยโดน คริส บรันท์ แทงให้ไซโด้ เบราฮิโน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปล่อเป้าผ่าน เดวิด เดเคอา ให้เจ้าบ้านออกนำอีกครัง 2-1 นาที 73 อังเคล ดิมาเรีย โยนบอลให้ ราดาเมล ฟัลเกา ตัวสำรองพักบอลให้ ฟานเพอร์ซี่ซัดไปชนเสา บอลมาเข้าทาง ยานาไซ ซ้ำโล่งๆ แต่บอลข้ามคานออกไปแบบน่าผิดหวัง นาที 87 ปีศาจแดงที่ลุยหนักมาพังประตูตีเสมอเมื่อ ฟัลเกา ไหลบอลคืนให้ ดาลี่ย์ บลินด์ ปั่นโค้งจากนอกกรอบบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสุดเฉียบขาดให้ แมนยูไนเต็ดตามตีเสมอ 2-2 นาที 90 แอชลี่ย์ ยัง เปิดลูกเตะมุมไปเสาไกลกองหลังสกัดไม่ขาดมาเข้าทาง เฟลไลนี่ หมุนตัวยิงตรงตัว มายฮิลล์ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังสองครั้งสองคราว ไล่ตามตีเสมอแบ่งแต้มกับ เวสต์บรอมวิชอัลเบี้ยน เจ้าบ้านไปแบบสุดมันส์ 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน รายชื่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน:โบอาซ มายฮิลล์(GK), อังเดร วิสดอม, เคร็ก ดอว์สัน, โจลีออน เลสค็อตต์, เซบาสเตียง โปโกโญลี่,แกรแฮม ดอร์แรนส์, เจมส์ มอร์ริสัน, เคร็ก การ์ดเนอร์, สเตฟาน แซสเซอญง,คริส บรันท์ ,ไซโด้ เบราฮิโน่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, ราฟาเอล, ดาลี่ย์ บลินด์, อันเดร์ เอร์เรร่า, อังเคล ดิมาเรีย,ฆวน มาต้า, อัตนัน ยานาไซ, โรบิน ฟานเพอร์ซี่