Angry Birds

คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้! เกี่ยวกับ อารมณ์และความรู้สึก
vocabulary /  คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

คำศัพท์พื้นฐานที่เรามักจะได้ชินและได้พูดกันบ่อยๆ เกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึก ก็คือ Happy,  Sad, Cry เป็นต้น วันนี้เรามาเพิ่มความยากเข้าไปอีกหนึ่งขั้นกันดีกว่า เมื่ออารมณ์และความรู้สึกมากขึ้น เราควรจะใช้คำศัพท์ไหนได้บ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้! เกี่ยวกับ อารมณ์และความรู้สึก คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้! เกี่ยวกับ อารมณ์และความรู้สึก A afraid : เกรงกลัว agitated : ตื่นเต้น,กระวนกระวาย alarmed : ตื่นตระหนก angry : โกรธ, โมโห antsy : ประหม่า,วิตกกังวล anxious : ร้อนใจ,กระวนกระวายใจ apprehensive : เกรงกลัว,หวาดหวั่น ashamed : ละอายใจ awful : น่ากลัว,น่ายำเกรง awkward : เชื่องช้า,อึกอัก B bashful : อาย,เขิน bewildered : เลิกลั่ก,สับสน bitter : ขมขื่น bored  : เบื่อ brave : กล้าหาญ C calm : สงบ,ใจเย็น caring : เอาใจใส่,เป็นห่วง cautious : รอบคอบ,ระมัดระวัง cheerful : ร่าเริง,เบิกบาน comfortable : สบาย,สุขสบาย concerned : กังวล,เป็นห่วง confident : มั่นใจ,เชื่อมั่น confused : สับสน,งงงวย content : อิ่มอกอิ่มใจ critical : ตึงเครียด cross : โกรธ,ฉุนเฉียว curious : อยา่กรู้อยากเห็น cynical : ดูถูก,เหยียดหยาม D depressed : หดหู่,เศร้าซึม delighted : สุขใจ,ปิติยินดี disappointed : ผิดหวัง discouraged : ท้อใจ disgusted : รังเกียจ distressed : คับอกคับใจ disturbed : กระวนกระวายใจ down : เศร้าใจ E eager : กระตือรือร้น edgy : หงุดหงิด embarrassed : เขินอาย encouraged : มีกำลังใจ enraged : เกรี้ยวกราด enthused : กระตือรือร้น exasperated : ฉุนเฉียว excited : ตื่นเต้น exhausted : เมื่อยล้า F fatigued : เหน็ดเหนื่อย fearful : หวั่นเกรง fidgety : หงุดหงิด frightened : ตกใจ frustrated : สิ้นหวัง funny : ตลก,สนุกสนาน furious : กราดเกรี้ยว G gloomy : เศร้าใจ greedy : โลภ,ละโมบ grouchy : หงุดหงิด guilty : รู้สึกผิด H happy : สุขใจ hassled : รบกวน hateful : น่ารังเกียจ helpless : หมดหนทาง hesitant : ลังเล hopeful : เต็มไปด้วยความหวัง horrible : น่าขนลุก hostile : ไม่เป็นมิตร hurt : ช้ำใจ hysterical : รบกวน I impatient : กระวนกระวาย indifferent : ไม่แยแส inferior : น้อยหน้า insecure : ไม่มั่นคง intense : รุนแรง irate : เดือดดาล irked : น่ารำคาญ irritated : ขุ่นเคือง J jealous : อิจฉา jittery : กระวนกระวายใจ joyous : ครื้นเครง L lazy : เกียจคร้าน leery : โกง lonely : โดดเดี่ยว loved : รักใคร่ loving : ซึ่งรักใคร่ M mad : คลั่ง mean : ใจแคบ mischievous : ร้าย miserable : ห่อเหี่ยว moody : หงุดหงิด N nervous : หวาดกลัว nice : น่าคบหา numb : มึนงง 0 overwhelmed : ล้นหลาม P panicky : เสียขวัญ patient : ใจเย็น pessimistic : มองโลกในแง่ร้าย pleased : ยินดี proud : ภาคภูมิใจ puzzled : งงงวย Q queasy : ไม่สบายใจ R reluctant : กระอึกกระอัก resentful : ขุ่นเคือง restless : ร้อนใจ ridiculous : น่าขัน riled : ระคายเคือง S sad : เศร้าใจ safe : ปลอดภัย scared : หวาดหลัว secure : มั่นคง,ปลอดภัย sensitive : ใจน้อย shaky : สั่นคลอน shocked : ผวา shy : เขินอาย silly : โง่เขลา sleepy : งัวเงีย,ง่วงเหงา sorry : เสียใจ stressed : เครียด surprised : ประหลาดใจ suspicious : ไม่ไว้วางใจ sympathetic : เห็นใจ T terrified : หวั่นกลัว tired : เหนื่อย troubled : เป็นทุกข์ U uncomfortable : อึดอัด unsafe : ไม่ปลอดภัย unsettled : หลักลอย upset : อารมณ์เสีย,เสียใจ V vicious : ร้ายกาจ victorious : มีชัย W warm : อบอุ่น weary : เหนื่อย,เมื่อยล้า wonderful : มหัศจรรย์ worried : กระวนกระวายใจ X excited : ตื่นเต้น exhausted : เหนื่อย, อ่อนเพลีย มากๆ Y yucky : แหยะ ขอบคุณข้อมูล www.dek-eng.com , parentingbookmark.com

จัสติน บีเบอร์ ปล่อยแดนซ์เวอร์ชั่น ซิงเกิ้ลล่าสุด Sorry
Justin Bieber /  Purpose / 

หลังจากที่ What Do You Mean? ซิงเปิ้ลเปิดตัวจากอัลบั้มใหม่ของ จัสติน บีเบอร์ ฮิตฟีเวอร์ถล่มทลาย ล่าสุดปล่อยวีดีโอ แดนซ์เวอร์ชั่นของซิงเกิ้ลล่าสุด Sorry มาให้แฟนๆ ได้เต้นตามกันไปพลางๆ ระหว่างรออัลบั้มเต็ม ที่ใช้ชื่อว่า Purpose และสำหรับ แฟนๆของ จัสติน บีเบอร์ ตอนนี้สามารถพรีออเดอร์อัลบั้ม Purpose ได้แล้ววันนี้ ทาง ITunes ซึ่งความพิเศษคือ คุณจะได้เพลง What Do You Mean? เวอร์ชั่น feat. Ariana Grande ไปฟังก่อนใครอีกด้วยนะ เอาเป็นว่า ระหว่างรออัลบั้มเต็ม มาเต้นไปพลางๆก่อน Justin Bieber - Sorry (Dance Video) คลิปโดย Youtube JustinBieberVEVO You gotta go and get Angry at all of my honesty You know I try but I don't do too well with apologies I hope I don't run out of Time could someone call the referee Cause I just need one more shot at forgiveness I know you know that I made those mistakes maybe once or twice And by once or twice I Mean Maybe a couple a hundred times So let me oh let me Redeem oh redeem oh my self tonight Cause I just need one more shot at second chances Yeah Is it too late now to say sorry Cause I’m missing more than just your body Is it too late now to say sorry Yeah I know that I let you down Is it too late to say I'm sorry now I’m sorry yeah Sorry yeah Sorry Yeah I know that I let you down Is it too late to say I’m sorry now I'll take every single piece of the blame If you want me too But you know that there is no innocent one in this game for two I'll go I'll go and then You go you go out and spill the truth Can we both say the words and forget this Yeah Is it too late now to say sorry Cause I’m missing more than just your body Is it too late now to say sorry Yeah I know that I let you down Is it too late to say I'm sorry now I'm not just trying to get you back on me Cause I’m missing more than just your body Is it too late now to say sorry Yeah I know that I let you down Is it too late to say I'm sorry now I’m sorry (yeah) Sorry (oh) Sorry Yeah I know that I let you down Is it too late to say I'm sorry now I’m sorry (yeah) Sorry (oh) Sorry Yeah I know that I let you down Is it too late to say I'm sorry now มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Angry Birds บินขึ้นเป็นจ่าฝูง ขณะที่มาร์เวลยิ้ม Civil War ทะลุพันล้านเหรียญ
Alice Through the Looking Glass /  Angry Birds Movie / 

Angry Birds บินขึ้นเป็นจ่าฝูง ขณะที่มาร์เวลยิ้ม Civil War ทะลุพันล้านเหรียญ เปิดตัวไปได้อย่างสวยงามทีเดียว สำหรับ Red, Chuck และ Bomb ใน Angry Birds Movie ที่เปิดตัวสัปดาห์แรกในบ็อกซ์ออฟฟิศของอเมริกา ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ทำเงินไปแล้ว 39 ล้านเหรียญ แซงหน้าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ใน Captain America: Civil War ซึ่งหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ทำรายได้สัปดาห์นี้เพิ่มอีก 33.1 ล้านเหรียญ ตามมาด้วยเพื่อนบ้านสาวสุดแสบที่จะทำให้คุณไม่ได้พักผ่อนใน Neighbors 2: Sorority Rising ที่เข้ามาเป็นอันดับที่ 3 ของตารางทำเงินไป 21.7 ล้านเหรียญ แม้ Captain America: Civil War จะหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ของสัปดาห์นี้ แต่ก็เป็นสัปดาห์ที่ 3 ที่ยังคงอยู่ในท็อป 3 ของตาราง ทำรายได้รวมทั่วโลกแล้วกว่า 1,053 ล้านเหรียญ กลายเป็นภาพยนตร์ของมาร์เวลเรื่องที่ 4 ที่สามารถทำรายได้แตะหลักพันล้านได้สำเร็จ หลังจากที่ The Avengers, Iron Man 3 และ Avengers: Age of Ultron เคยทำมาแล้วก่อนหน้านี้ และเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดประจำปี 2016 ไปในทันที ขณะที่วัน Memorial Day (วันจันทร์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม) ที่กำลังจะมาถึงนี้ โรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐฯ เตรียมความพร้อมในการปรากฏตัวของเหล่ามิวแทนต์ใน X-Men: Apocalypse และการเดินทางกลับสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกครั้งของอลิซใน Alice Through the Looking Glass ที่จะเข้ามาเขย่าให้บ็อกซ์ออฟฟิศสั่นสะเทือน กัปตันจะยังอยู่ในตารางต่อไปหรือไม่ และเหล่าบรรดานกจะบินรั้งอันดับที่หนึ่งของตารางต่อไปไหวหรือเปล่า สัปดาห์หน้ารู้กัน ดูบทความต้นฉบับ : 'Angry Birds' leads the box office weekend, but 'Civil War' still wins

15 นักธุรกิจรุ่นจิ๋ว ทำให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ!
ต่างประเทศ /  เจ้าของธุรกิจ / 

หลายครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอคนดังในแวดวงต่างๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี, แฟชั่น ที่เขาประสบความสำเร็จ เป็นเจ้าของกิจการ แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 15 นักธุรกิจรุ่นเด็กที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจและสร้างรายได้ให้พวกเขามหาศาล มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันค่ะ สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ! จริงๆ เพียงแต่ขอให้มีความตั้งใจ อดทน .. 15 นักธุรกิจรุ่นจิ๋ว ทำให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ! เรียบเรียง teen.mthai.com 15 นักธุรกิจรุ่นจิ๋ว ทำให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ! 1. เมดิสัน (Madison Robinson) สาวน้อยคนนี้เป็นเจ้าของธุรกิจแบรนด์ Fish-Flops รองเท้าแตะสำหรับเด็กและวัยรุ่น ด้วยวัยเพียง 15 ปี เธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก รองเท้าคู่ละ $25  ของเธอนั้นขายสร้างรายได้ให้เธอมากกว่า $1 Million (OMG!!!!) นั้นทำให้เธอมีเงินเพียงพอเพื่อการศึกษาของเธอ นอกจากนี้เมดิสันยังบริจาครองเท้าแตะจำนวน 20,000 คู่ เพื่อการกุศลอีกด้วย ^^ 2. แมดดี้ (Maddie Bradshaw) ตอนเธออายุ 10 ปี เธออยากตกแต่งล็อตเกอร์ของเธอให้สวยงาม เธอจึงนำฝาขวดเก่าๆ ที่ได้จากลุงมาออกแบบ วาดลวยลายลงไปแล้วก็นมาติดกับแม่เหล็ก หลังจากนั้นเธอก็นำไปติดไว้ที่ล็อคเกอร์ จนเพื่อนๆ เห็นแล้วเกิดอยากได้บ้าง และในตอนนั้นเหมือนจุดประกายให้เธอเริ่มนำฝาเหล่านี้มาทำเป็นเครื่องประดับ จนเมื่อเธออายุ 13 ปี เครื่องประดับจากฝาขวดนี้ขยายเป็นธุรกิจ เธอก่อตั้งบริษัท m3 girl designs (a jewelry company) และใช้ชื่อแบรนด์เครื่องประดับว่า "Snap Caps®" สร้างรายได้ต่อปีให้เธอมากกว่า $1.6 million ขายได้กว่า 60,000 ต่อเดือน ทั้งในอเมริกา, ร้านค้าต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์ 3. สองคนแรกก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว แต่ก็คนนี้ก็ไม่แพ้กัน จูเลียต (Juliath Brindak) สาววัย 16 ปี เป็นเจ้าของเว็บไซต์ missoandfriends.com สำหรับสาววัยรุ่น ที่จะเข้ามาพูดคุยหรือแชร์เรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องในชีวิตประจำวันและเรื่องในโรงเรียน เว็บไซต์ของเธอเป็นที่นิยมมากๆ ในหมู่วัยรุ่นสาวๆ มีคนเข้าชมต่อเดือนกว่า 10 ล้าน คนและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้สร้างรายได้ให้เธอมากกว่า $15 million ไม่ธรมดาเลยใช่ไหมล่ะ! โดยจะมีคาเร็กเตอร์เป็นตัวการ์ตูนชื่อ “Miss O & Friends” เธอได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดตัวการ์ตูนของเธอเองในวัย 10 ปี 4. ลิซซี่ (Lizzie Marie Likness) เธอเริ่มต้นลงมือทำอาหารตั้งแต่ 6 ปี เธอรักและชอบการทำอาหารเพื่อสุขภาพมากๆ เธอได้สร้างเว็บไซต์-บล็อก  ลงวิดีโอ สูตรอาหารต่างๆ แนะนำเพื่อจะช่วยให้เด็กๆ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ก็มี รายการโทรทัศน์ออนไลน์ "Healthy Cooking with Chef Lizzie," ฉายทาง WebMD อีกด้วย เธอได้รับความสนใจจากเด็กๆ และวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก 5. ลีนนา (Leanna Archer) เจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์โฮมเมด ดูแลเส้นผม โดยใช้ชื่อว่า "Leanna’s Hair" ซึ่งสูตรนี้เป็นสูตรเด็ดเคล็ดลับของคุณย่าของเธอนั่นเอง ในครั้งแรกเธอก็ส่งให้เพือนๆ ใช้ และมันก็ดีเกินคาดทำให้หลายคนใจ เธอจึงนำสูตรดูแลเส้นผมนี้สร้างเป็นธุรกิจซะเลย ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเธอนั้นทำมาจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีทำให้ผมเสียใดๆทั้งสิ้น และสิ่งนี้สามารถสร้างรายได้ให้เธอเฉลี่ยน $100,000 ต่อปี 6. แอบบีย์ (Abbey Fleck) เริ่มต้นในปี 1993 ตอนเธออายุ 8 ปี เธอประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ช่วยให้สามารถปรุงรสเบคอนที่ใช้อบในไมโครเวฟ สิ่งนี้ทำให้เธอได้รับความสนใจจากรายการต่างๆ เช่น เคยถูกเชิญไปออกรายการของ The Oprah Winfrey Show ของพิธีกรชื่อดัง โอปราห์ วินฟรีย์ และรายการ Late Show with David Letterman เป็นต้น และสิ่งประดิศฐ์ของเธอนั้นก็ถูกนำมาจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้องตามกฏหมาย พร้อมกับมีบริษัทผลิตอุปกรณ์ชิ้นนี้ออกวางขายด้วย สร้างรายได้นับล้านเหรียญสหรัฐ! 7. โรเบิร์ต (Robert Nay) ในปี 2011 ตอนอายุ 14 ปี เขาได้พัฒนาเกม Bubble Ball, เกมปริศนา (a physics puzzle) ซึ่งสิ่งที่เขาทำนั้นติดอันดับ 1 แอพฯบนชาร์ตของ Apple แทนที่นกขี้โมโหอย่าง Angry Birds ซะด้วย! 8. เจเดนและอมายา (Jaden Wheeler,12 and Amaya Selmon,11) สองพี่น้องเจ้าของธุรกิจรถอาหาร ทั้งคู่ชอบกินนำแข็งใสเป็นอย่างมาก จึงเริ่มคิดทำออกขายโดยครั้งแรกตั้งขายอยู่หน้าบ้านและมันก็ได้ผล เพราะในช่วงฤดูร้อนนั้นน้ำแข็งใสของพวกเขาขายดีมากๆ ทั้งคู่จึงปรึกษาคุณแม่และเริ่มทำกันอย่างจริงจังจนกลายเป็นรถขายน้ำแข็งใส "Kool Kidz Sno Konez" 9. นิค (Nick D'Alessio) หนุ่มน้อยหัวไว วัย 15 ปี สร้างแอพพลิเคชั่นข่าวออนไลน์ ที่แปลกกว่าคนอื่นก็คือ เขาคิดว่าคนสมัยนี้ไม่ชอบอ่านอะไรที่ยาวเกินไป เขาจึงคิดค้นแอพฯ สรุปข่าวสั้นขึ้นมา ซึ่งมันก็ได้ผลดีซะด้วย มันสร้างรายได้ให้เขามากกว่า $30 million.!!! 10. โครี่ (Cory Nieves) วัย 9 ปีคนนี้มีแรงบัลดาลใจตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากจะซื้อรถให้แม่สักคัน เขาจึงเริ่มคิดและขาย โกโก้ร้อน ปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จนจบลงที่ "คุกกี้" เขาตัดสินใจว่าจะทำคุกกี้ที่ดีต่อสุขภาพและจะสร้างเป็นธุรกิจ โครี่และคุณแม่ช่วยกันทำขนมคิดสูตรและทำออกมาจนสำเร็จ เป็นคุกกี้ช็อกโกแลตชิปที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติทั้งหมด แถมอร่อยอีกด้วย ธุรกิจนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แถมโครี่ยังมีคนติดตามในอินสตาแกรมหลายหมื่นคน 11. ไรอัน (Ryan Kelly) หนุ่มน้อยคนนี้เคยปรากฏตัวในรายการ Shark Tank เขานำเสนอธุรกิจอาหารสุนัขโฮมเมด ที่เขาคิดและทำขึ้นมา แน่นอนว่าไรอันได้รับเงินจำนวน $25,000 จากนักลงทุนทั้ง 5 คน เพื่อนำมาลงทุนทำธุรกิจนี้ต่อไป โดยเขายังใช้ชื่อ "Ry's Ruffery" สำหรับธุรกิจนี้ ^^ *Shark Tank รายการที่จะนำผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหรือต้องการขยายธุรกิจ มานำเสนอแผนธุรกิจกับนักลงทุน 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนนี้ล้วนเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมีเงินเป็นพันล้าน  12. เฟรเซอร์ (Fraser Doherty) ในปี 2004 หนุ่มชาวสกอตวัย 14 ปีคนนี้นำสูตรแยมของคุณยายที่เขาคิดว่าทำมาจากผลไม้  100 % นี้มาสร้างเป็นธุรกิจ "SuperJam" ซึ่งหลายปีต่อมาเขาได้กลายเป็นผู้จัดจำหน่ายที่มีอายุน้อยที่สุด (the youngest supplier) และที่สำคัญแยมนี้ก็มีวางขายทั่วโลกแล้ว เจ๋งมาก! 13. มิไคล่า (Mikaila Ulmer) ในวัย 4 ขวบหลังจากที่เธอโดนผึ้งต่อยถึงสองครั้ง เธอไม่กลัวแต่ดันหลงใหลมันซะนี่! เธอเลยคิดอยากทำ น้ำผึ้งผสมมะนาว เธอจึงของสูตรน้ำมะนาวจากคุณยายและนำมาผสมกับน้ำผึ้ง แน่นอนว่าสิ่งนี้สร้างรายได้ให้เธอไม่น้อยทีเดียว โดยเธอใช้ชื่อ "BeeSweet Lemonade" นอกจากนี้เธอยังนำรายได้บางส่วนไปบริจาคให้การกุศลเพื่อช่วยเหลือผึ้ง 14. โมซิอาห์ บริดจส์  (Moziah Bridges) คนนี้เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 เขาสนใจและหลงใหลในแฟชั่นหูกระต่ายสุดๆ โดยจุดเริ่มต้นเมื่อตอนเขาอายุ 9 ขวบ เขาชื่นชอบการแต่งตัวชุดสูทของ คุณพ่อและคุณตาเป็นอย่างมาก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า ต้องไปพบกับบุคคลสำคัญ เขาชื่นชอบมาก และได้ยึดถือมาเป็นแบบการแต่งตัวมาโดยตลอด เขาเริ่มสะสม และคิดอยากลองทำเองจึงไปปรึกษาคุณยายจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ จากนั้น บริดจส์ ก็เริ่มเปิดแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อว่า “Mo’s Bows” ขึ้นเมื่อปี 2011 วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและเว็บไซต์ มีเหล่าดาราชายคนดังต่างเป็นลูกค้าประจำของเจ้าหนูหนุ่มน้อยคนนี้ ซึ่งยอดขายของเขาถล่มทลายมาก ทำกำไรได้กว่า $150,000 (ราว 4.5 ล้านบาท) อ่านต่อ http://teen.mthai.com/variety/79242.html 15. Kiowa Kavovit เหมือนว่าพลาสเตอร์ปิดแผลจะไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อสาวน้อยวัยเพียง 6 ปี ปรากฏในรายการ Shark Tank โดยเธอมีไอเดียเด็ด คิดค้นพลาสเตอร์แบบใช้ป้ายลงบนผิว! เธอตั้งชื่อสิ่งนี้ว่า "Boo Boo Goo" พลาสเตอร์แบบใช้ป้ายนี้เด็กๆ สามารถสนุกไปกับมันได้โดยที่ไม่ต้องร้องไห้ กลัวการทำแผลอีกต่อไป เจ้าสิ่งนี้ไม่มีสารอันตราย ไม่ระคายเคือง แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะหนูน้อยและคุณพ่อได้เข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้พลาสเตอร์แบบป้ายมีให้เลือกหลายสี แล้วก็กันน้ำด้วยนะ ทีนเอ็มไทยเห็นแล้วยังอยากใช้บ้างเลย >,< และหลังจากที่ออกรายการนี้เธอก็ได้รับเงินลงทุน $ 100,000 เจ๋งใช่เล่น! ^^ เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล guff.com

Flynow คอลเลคชั่น The Birds ความหรูหราในแฟชั่นยุค 50S BIFW 2015
BIFW /  BIFW2015 / 

Flynow สยามพารากอน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่นวีค 2015 / BIFW 2015 จากผู้ก่อตั้ง สมชัย ส่งวัฒนา สู่ดีไซน์เนอร์คนสำคัญ ชำนัญ ภักดีสุข ที่ถ่ายทอดแนวคิดผ่านคอลเลคชั่น The Birds ที่นำความหรูหราในแฟชั่นยุค 50S ทั้งเสื้อผ้าสตรีและบุรุษ งดงามทั้งเส้นสาย โครงสร้าง และ รูปทรง ถูกนำมาผสมผสานให้สอดคล้องกัน และงดงามในทุกรายละเอียด เพิ่มความพิเศษที่เนื้อผ้าที่ทอด้วยวิธีสมัยใหม่ ประกอบด้วยเทคนิค Neo Pattern ด้วยโทนสีคลาสสิคที่กำลังมาแรง อย่าง สีแดงเบอร์กันดี และ สีน้ำเงินเข้ม Flynow Flynow รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus Video โดย Men Mthai Team

เมื่อเกมส์เกาหลี Wooparoo ควง Angry Birds ความสนุกบังเกิดเร็วๆนี้
Angry Birds /  Wooparoo / 

เกมส์มือถือตระกูล Wooparoo จากบริษัท NHN Studio629 สัญชาติเกาหลี ประกาศความร่วมมือกับ Rovio Entertainment ผู้พัฒนาเกมส์ Angry Birds เป็นพันธมิตรพัฒนาเกมส์โดยใช้ตัวละครเกมส์ Angry Birds เจาะกลุ่มนักเล่นเกมส์ในแถบเอเซีย และเป็นการร่วมมือครั้งใหญ่ระดับโลก การเซ็นสัญญาความร่วมมือกันนี้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมจุดแข็งของทั้งสองบริษัทอย่างเต็มที่ Rovio จะให้บริการ Angry Birds IP และ NHN Studio629 จะบริหารงานทั้งหมดในขั้นตอนของการพัฒนาเกม ได้แก่ การออกแบบและพัฒนาเกมส์ และระบบการซื้อภายในแอพ รวมถึงให้บริการในเกมส์สำหรับบางประเทศในเอเชีย NHN Studio629 คือผู้พัฒนาและเผยแพร่เกมส์จากเกาหลีที่อยู่เบื้องหลังเกมส์ต่างๆ เช่น Wooparoo Mountain, Wooparoo Saga และ Pokopang หลังจากที่บริษัทได้พิสูจน์ตนเองในฐานะผู้พัฒนาเกมส์ที่มีศักยภาพด้านการแข่งขันในเกาหลีจากเกมส์ Wooparoo Mountain ซึ่งเป็นเกมส์ที่ผู้เล่นชาวเกาหลีชื่นชอบมาตั้งแต่ปี 2013 – ค่ายเกมส์แห่งนี้ก็ขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย โดย Wooparoo Mountain ได้เปิดตัวในประเทศต่างๆ ในเอเชียผ่าน LINE ด้วยชื่อใหม่ว่า LINE เมืองวูปารู และเป็นเกมส์ฟรีที่รั้งอันดับ 1 ใน Google Play และ Apple App Store ของญี่ปุ่นและไต้หวัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะเปิดตัวเกมส์แนว RPG การทำภารกิจที่มีชื่อว่า Heroes Wanted ทั่วโลกในเร็วๆ นี้ ด้าน Rovio Entertainment เป็นบริษัทสื่อความบันเทิงระดับโลก Rovio มีสำนักงานใหญ่ในฟินแลนด์ โดยมีสตูดิโอกระจายอยู่ทั่วโลก และเป็นผู้สร้าง Angry Birds เกมส์บนมือถือที่พลิกวงการและสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก ทุกวันนี้ Angry Birds ไม่ใช่แค่เกมส์ที่มีการดาวน์โหลดสูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ด้านความบันเทิงชื่อดังที่ต่อยอดเป็นแอนิเมชั่น หนังสือ ลิขสิทธิ์ และอีกมากมาย ภาพยนตร์ Angry Birds มีกำหนดจะเปิดตัวในปี 2016

10 ร้านอร่อยบรรยากาศดี๊ดี ยกไปกินทั้งครอบครัวในวันแม่แห่งชาติ
บรรยากาศดี /  ร้านอาหาร / 

วันแม่ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นวันหยุดพวงวันเสาร์ อาทิตย์ เป็นช่วงวันหยุดยาวของคนไทย ก็ถือโอกาสพาไปทานอาหารนอกบ้านกันทั้งครอบครัวเลย เป็นวันที่ลูกหลานมารวมตัวกันเพื่อจะแสดงความรักให้กับคุณแม่ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว วันนี้ Food Mthai มาแนะนำร้านอาหารที่คิดว่าดีและเคยไปรีวิวแล้วได้สัมผัสบรรยากาศที่เหมาะกับมาทานกันยกครอบครัวในวันแม่ปีนี้ กับ 10 ร้านอาหารบรรยากาศดี ยกไปกินทั้งครอบครัว รวม 10 ร้านอาหารบรรยากาศดี ที่จะพาไปฟินกันทั้งครอบครัว ในวันแม่ปีนี้ 1. Mother May I ' ร้าน Mother May I ' ร้าน Mother May I เป็น Glass House ที่ให้บรรยากาศสบายๆ เหมือนทานอาหารฝีมือแม่อยู่กับบ้าน ที่ร้านก็สามารถเลือก นั่งชิว ๆ ได้ ถึง4โซน เช่นอยากนั่งสบายๆ อยู่ใน glass house หรือตอนเย็น อยากจะนั่งชิวๆ แฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน ก็สามารถนั่งชิวในสวนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ได้อีกด้วย ที่ตั้ง : 23 ซอยสุขุมวิท 59 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11.00 – 22.00 น. ติดต่อ : 097-990-5990 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/107066.html -------------------------------------------------------------------- 2. Lee Kitchen ' ร้าน Lee Kitchen ' การตกแต่งร้าน มีความโมเดิร์นทันสมัย และทำให้ร้านน่าเข้า ส่วนมากคนรุ่นนี้พอได้ยินชื่อว่าอาหารจีน ความรู้สึกแรกต้องกลัวและคิดไปเองว่าต้องราคาแพงแน่ๆ เลย และยิ่งเห็นร้านที่มีความเป็นจีนมากๆ  ยิ่งรู้สึกดูหรูหราราคาแพงและจับต้องไม่ได้ ทานไปเกร็งไปและทำตัวไม่ถูกสำหรับคนที่ไม่เคยทานอาหารจีน แต่ที่ ลี คิทเช่น ทำให้คนทุกวัยสามารถเข้าถึงได้ด้วยราคาพอประมาณ และร้านก็ดูทันสมัยมากความเป็นกันเองจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่นั่งทาน ที่ตั้ง : 26/37-8 ซอยประดู่ 1 ถนนจันทน์ตัดใหม่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 14.00 และ เวลา 18.00 - 22.00 น. ติดต่อ : 022131018 , 022131019 , 026788369 , 026838333 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/100972.html -------------------------------------------------------------------- 3. นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ' นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ' “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) หรือ Joe Louis : The Art of Thai Cuisine” ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการ อยู่บริเวณใกล้กับหอนาฬิกา โดยมีแนวคิดจากเรือนงามตามยุคสมัยรัชกาลที่ 5  คือ “เรือนรับรองแห่งสยามประเทศ” เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวและเปิดกว้างในเรื่องของศิลปะไทย ทั้งเรื่องของอาหารและการแสดงในแบบฉบับของ “โจหลุยส์” จัดตั้งโดย ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปินแห่งชาติ  ในทุกๆ เย็นจะมีการเชิดหุ่นเจ้าจุกและเจ้าแกละ ทักทายนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ เอเชียทีค อยู่บริเวณรอบๆ ร้าน สามารถถ่ายรูปเก็บไว้เป็นระลึกได้ แล้วตามมาหยอกล้อลูกค้าภายในร้านตามนิสัยซนๆ ของเจ้าจุกเจ้าแกละ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแก่ผู้มาเยือน ที่ตั้ง : เอเชียทีค : เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (หน้าโกดัง 4) เขต บางคอแหลม จังหวัด กรุงเทพมหานคร เวลาเปิด - ปิด : จันทร์ -พฤหัสฯ 17.00 – 23.00, ศุกร์-อาทิตย์ 17.00 – 24.00 ติดต่อ : 02-108-4000 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/102564.html -------------------------------------------------------------------- 4. Samsen Villa ' ร้าน Samsen Villa ' สามเสนวิลล่า เริ่มก่อตั้งวันที่ 5 กรกฏาคม 2521 จากสาขาดั้งเดิมบริเวณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธฝั่งใต้ จากร้านอาหารไทยเล็กๆ มาจนถึงวันนี้เกือบ 40 ปี ที่คงความอร่อยดั้งเดิมไม่มีเปลี่ยน สามเสนวิลล่าก็ขยายมาได้ 3 สาขา สาขาดั้งเดิมคือสาขา พญาไท กับ สาขาเชียงใหม่ และสาขา ราชพฤกษ์แห่งนี้ การเดินทางก็ไม่มาไม่ยาก วิ่งจากถนนบรมราชชนนีไปทางราชพฤกษ์ผ่านวงเวียนนครอินทร์และตรงยาวๆ ร้านจะอยู่อีกฝั่งสังเกตุดีๆ แล้วกลับรถได้เลย ร้านเป็นร้านสีขาวใหญ่ สวนหน้าร้านและต้นไม้นานาพรรณ ที่ตั้ง : 9/15 หมู่ที่ 5 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.00 - 23.00 น. Last Order 22.30 น. ติดต่อ : 02 594 3980 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/106356.html -------------------------------------------------------------------- 5. Bangkok Seafood Market ' ร้าน Bangkok Seafood Market ' ร้าน Bangkok Seafood Market (บางกอกซีฟู้ดมาร์เก็ต) อาหารทะเลสดๆ มากมายจากฝีมือเชฟที่รังสรรค์ของทะเลสดมาเป็นเมนูที่อร่อยสุดๆ และเมนูอาหารก็หลากหลายให้เลือกสั่ง Bangkok Seafood Market ตั้งอยู่ชั้น 3 ของโครงการ หรือเป็นชั้นดาดฟ้าชั้นบนสุด ร้านจะอยู่ติดริมแม่น้ำ ร้านจะเป็นกระจกตลอดทั้งแนว เพื่อให้เห็นวิวที่สวยงาม ส่วนโซน Outdoor ก็สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นกัน ใครที่ชอบรับลมยามเย็นนั่งด้านนอกได้เลยค่ะ ร้านกว้างโล่งสบาย เป็นแนวยาวตลอดทั้งร้าน ใช้แสงสว่างจากแสงธรรมชาติจากด้านนอกครัวเป็นครัวเปิดให้เห็นเชฟปรุงอาหาร ส่งกลิ่นเย้าย้วนชวนกิน ที่ตั้ง : ชั้น 3 โครงการยอดพิมานริเวอร์วอร์ค (ปากคลองตลาด) 390/17 ถนนบ้านหม้อ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 23.00 น. ติดต่อ : 0-2110-0829, 08-6622-3466, 09-6449-6694 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/112549.html -------------------------------------------------------------------- 6. Vertigo TOO ' ร้าน Vertigo TOO ' อยู่ชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อปบาร์ แต่งต่างจาก Vertigo ที่อยู่ชั้น 61 คือการตกแต่งของร้านเน้นให้บรรยากาศในแบบ โมเดิร์นโคซี่ เป็นเพดานโค้งๆ ประดับด้วยไฟระยิบระยับเหมือนจำลองท้องฟ้ามาให้เราดูกันแบบใกล้ๆ และแสงไฟน้อยๆ ภายในร้าน เป็นบรรกาศที่โรแมนติกเกินกว่าจะบรรยาย เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงเบาๆ ใครอยากสร้างบรรยากาศหรืออยากจะเซอร์ไพรส์คนพิเศษแนะนำให้พาขึ้นไปที่บาร์ชั้นลอยที่เห็นวิวกลางคืนในเมืองกรุง เป็นภาพที่ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ จากที่ไหน ที่ตั้ง : ชั้น 60 สาทรใต้ แขวง ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร 10120 เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน เวลา 17:00 – 01:00 น. ติดต่อ : 02 254 9005 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/111889.html -------------------------------------------------------------------- 7. The Deck by The River ' ร้าน The Deck by The River ' การเดินทางมาไม่ยาก หากนำรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถจอดได้ที่ด้านข้างวัดโพธิ์ ถนนมหาราช ตรงข้ามก็จะเป็นซอยประตูนกยุง เดินมาจนสุดซอยก็จะเจอโรงแรม Arun Residence ซึ่งเป็นที่เดียวกับร้าน The Deck By The River ที่อยู่ด้านบน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ต่างเข้ามาทานอาหารที่ร้านแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย จึงมีทั้งอาหารไทยและอาหารต่างชาติที่รองรับคนทุกสัญชาติ โดยมีเมนูมากกว่า 200 เมนู แม้อาหารจะตกแต่งเพิ่มเติมให้ทันยุคทันสมัย แต่สำหรับตัวตึกแล้วก็ยังคงความเป็นตึกเก่าไว้อยู่ ด้วยที่ความเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโนโปตุกีส เป็นสถาปัตยกรรมโบราณผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก เป็นเอกลักษณ์ที่ดีแบบนี้ให้อยู่คู่กับคนท่าเตียนไปแสนนาน ที่ตั้ง : 36-38 ซอยประตูนกยูง ถนนมหาราช บางกอกใหญ่ , กรุงเทพมหานคร 10200 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน จันทร์ - พฤหัส 11:00 - 22:00 น. , ศุกร์ - อาทิตย์ 11:00 - 23:00 น. ติดต่อ : 02-221-9158 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/109728.html -------------------------------------------------------------------- 8. Humming Birds Kitchen and Garden ' ร้าน Humming Birds Kitchen and Garden ' แวะมาเติมความสดชื่น กับบรรยากาศร้านอาหารร่มรื่นเย็นสบาย อย่าง ฮัมมิ่ง เบิร์ด คิทเช่น & การ์เด้น (Humming Birds Kitchen and Garden) ซึ่งชื่อฮัมมิ่ง เบิร์ด หมายถึง นกที่เล็กที่สุดของโลก เข้ากับตัวร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ออกแบบคล้ายเรือนกระจกรอบด้านที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณระหว่างทานอาหาร โดยร้านตั้งอยู่บริเวณโยธินพัฒนา 3 ใกล้กับเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา โดยคุณชาต อารยะจิติพงษ์ และภรรยา เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจที่อยากจะทำร้านอาหารสไตล์โฮมเมดบรรยากาศอบอุ่น โดยเลือกพื้นที่ถัดจากร้าน บ้านก้ามปู ซึ่งเป็นของคุณพ่อ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ ปลูกร้าน และได้แบ่งร้านนี้ออกเป็น 3 โซน โซนแรกมุมโซฟาสไตล์เก๋ๆ โซนที่ 2 หน้าบาร์ และโซนที่ 3 มุมติดกระจกสามารถมองชมสวนได้ตามความชอบของลูกค้า ที่ตั้ง : 468 ซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา แขวงนวมินทร์ บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240 เวลาเปิด - ปิด : 11.30 - 21.30 น. หยุดทุกวันพุธ ติดต่อ : 095-121-2252 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/109390.html -------------------------------------------------------------------- 9. The summer house project ' ร้าน The summer house project ' The Summer House Project เป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ที่แตกออกมาจาก The Never ซึ่งทั้ง The Never Ending Summer และ The Summer House Project มีคอนเซปต์การแต่งร้านที่คล้ายกัน คือเน้นแบบโปร่ง โล่งสบาย เป็นครัวแบบเปิด โชว์ให้เห็นการทำอาหารที่ปรุงสดใหม่ และตัวร้านยังคงความดั้งเดิมของ เเวร์เฮ้าส์ ดูแล้วมีเสน่ห์สุดๆ นอกจากนี้ที่นั่งรองรับลูกค้ามีทั้งโซนด้านใน นั่งสบาย และโซนด้านนอกนั่งรับลมเย็นๆ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนอาหารจะเป็นสไตล์อาหารฝรั่ง ซึ่งแตกต่างกับ The Never Ending Summer ที่เป็นอาหารไทย ที่ตั้ง : ในโครงการ The Jam Factory(เดอะ แจม แฟคตอรี่) 41/5 ถ.เจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11.00 - 23.00 น. ติดต่อ : 02-861-0953 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/108948.html -------------------------------------------------------------------- 10. The Never Ending Summer ' ร้าน The Never Ending Summer ' ร้าน The Never Ending Summer แห่งนี้ดัดแปลงจากโรงน้ำแข็งเก่าที่ท่าเรือคลองสานในโครงการ The jam factory หากใครมาทางเรือโดยสารยิ่งเดินทางมาง่ายเพราะร้านห่างจากท่าเรือคลองสานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือใครที่ขับรถส่วนตัวมาก็มีที่จอดรถกว้างขวางบริเวณหน้าร้าน ร้านคลาสสิคมากๆ ยังคงเสน่ห์ความเก่าของโรงน้ำแข็ง แค่เพิ่มดีไซน์เข้าไปเพียงเล็กน้อยเช่นเก้าอี้ โต๊ะ และ โคมไฟ ส่วนที่เป็นโครงสร้างของโรงน้ำแข็งก็ปล่อยเปลื่อยไว้ เพดานสูงเปิดโล่งเห็นคานไม้ ตกแต่งน้อยๆ เน้นมุมเล็กๆ ดูตกแต่งไม่เยอะจนเกินไปทำให้ร้านดูเก๋ไปอีกแบบ ที่ตั้ง :  ในโครงการ The Jam Factory(เดอะ แจม แฟคตอรี่) 41/5 ถ.เจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11: 00-23:00 น. ติดต่อ : 02-861-0953, 02-861-0955 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/108552.html --------------------------------------------------------------------

ชมตัวอย่างใหม่ The Angry Birds Movie บำบัดความโกรธ ด้วยความฮาวายป่วง
Angry birds /  Matilda / 

ในที่สุดก็ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มออกมาเสียที สำหรับอนิเมชั่นที่เตรียมเข้ามาโกยเงินจากคุณหนูๆประจำซัมเมอร์นี้อย่าง The Angry Birds Movie หนังที่สร้างมาจากเกมส์ชื่อดังบนไอโฟน ที่ตอนนี้ตัวอนิเมชั่นของมันถึงแม้จะมาช้าไปหน่อย แต่จากตัวอย่างล่าสุดรับรองว่าน่าจะฮาถูกใจทุกเพศทุกวัยไม่น้อย ทั้งเรื่องของการออกแบบตัวละครใหม่ และ ลักษณะเด่นๆที่คอเกมส์ต้องน้ำลายไหล กับผลงานการกำกับของ เคลย์ เคทิส และ เฟอร์กาล เรียลลี่ ที่ได้ทีมนักแสดงมาพากย์เสียงกันอย่างล้นจอทั้ง เจสัน ซูเดกิส, จอช แกด, บิล เฮเดอร์, ปีเตอร์ ดิงค์ลาจ และ แดนนี่ แม็คไบรด์ กับเรื่องราวที่เนื้อเรื่องไม่ต่างอะไรกับเกมส์ต้นฉบับมากนัก เมื่อเหล่าหมูอันธพาลคิดจะมาขโมยไข่ และแย่งที่อยู่จากเหล่าหมู่บ้านนก จึงทำให้ เร้ด และผองเพื่อนต้องลุกขึ้นมาจัดการ และไล่พวกมันออกไป ตัวหนังมีคิวเข้าฉายในไทย 19 พฤษภาคมนี้ สามารถคลิกชมตัวอย่างเต็มได้ที่ด้านบนครับ

อยากอยู่ในสภาวะ #ทิ้งตัว เมื่อเจอ 29 ร้านบรรยากาศโรแมนติกรับวาเลนไทน์
Rooftop /  valentine / 

อยากโดนเป็นเจ้าของ อยากมีคนจับจอง.....วันวาเลนไทน์ใก้ลเข้ามาแล้ว เตรียมเล็งร้านอาหาร บรรยากาศเริ่ดไว้หรือยัง ช่อดอกไม้ก็ต้องมี ร้านบรรยากาศดีก็ต้องมานะจ๊ะ 1.ร้าน Chocolate Ville  “ช็อกโกแลต วิลล์” สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ เราขอยกให้ร้านนี้เป็นร้านแรกที่เพื่อนๆจะนึกถึงเนื่องจากบรรยายกาศสวยงามสไตล์ยุโรป เตรียมช่อดอกไม้สวยๆ และบอกแฟนของคุณเตรียมแต่งตัวให้พร้อม รับรองเซอร์ไพรส์แน่นอนกับช็อกโกแลตวิลเลจแห่งนี้ เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเราหรือวัยกำลังตกหลุมรัก หวานโดนใจเอ็มไทยขอรับประกัน ที่ตั้ง : เกษตรนวมินทร์ 74 – ร่มเกล้า – รามอินทรา เวลา:  เปิด 16.00 – 24.00 น. (ช่วงเวลา 15.30 น.สามารถเข้าไปถ่ายรูปเล่นรอได้) ------------------------------------------ 2. ร้าน Wine I Love You “ไวน์ ไอ เลิฟ ยู”  ร้านสไตล์บิสโทร สุดชิคบรรยากาศดีแสนดี  ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดฮิตสำหรับวาเลนไทน์นี้ ที่เราจะไม่ลืมนำเสนอ มีให้เลือก 4 สาขา สำหรับสาขาที่เราอยากจะแนะนำต้องเป็นสาขา Emquatier, Helix ชั้น 6 อย่างแน่นอน ก็บรรยากาศเห็นวิวรอบเมืองกรุง rooftop สวยซะขนาดนี้จะพลาดไปได้ยังไงละ  กับร้านอาหารอร่อยแถมบรรยากาศดี อย่าลืมเซอร์ไพรส์เล็กๆเป็นดอกกุหลาบแดงดอกโตสักหนึ่งดอก รับรองว่าคนที่คุณรักจะต้องประทันใจอย่างแน่นอน สาขา :  CDC ลาดพร้าว, Groove CTW ชิดลม ,Mega บางนา , Emquatier สุขุมวิท ------------------------------------------ 3. ร้าน The Deck by The River “เดอะ เดค บาย เดอะ ริเวอร์” ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รับความนิยมทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ อยู่ภายในโรงแรมอรุณ เรสซิเด้นท์  หากอยากได้อารมณ์ชิลๆ จะต้องมานั่งช่วงเย็นรับแดดรอชมพระอาทิตย์ตก หรือช่วงค่ำคืนก็สุดแสนโรแมนติก ด้วยริมน้ำของร้านอาหารมีมุมที่ตรงข้ามกับวัดอรุณฯ  พอดิบพอดี  หากเลือกพาไปร้านนี้รำลึกความหลังแล้ว แฟนคุณจะว่าไม่โรแมนติกก็ให้รู้ไป Zone : วัดอรุณฯ – ท่าเตียน – พระนคร เวลา: เปิด 8.00 – 22.00 น. (ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ เปิดถึง 23.00 น.) ------------------------------------------ 4. ร้าน Mr.Jones' Orphanage “มิสเตอร์โจนส์”  ร้านขนมหวาน เบเกอรี่สุดน่ารัก  เปลี่ยนบรรยากาศจากการทานดินเนอร์มื้อหนัก ชวนคนที่คุณรักมาจิบชาร้อนเบาเบาเคล้าเสียงดนตรี และบรรยากาศน่ารักของร้านที่ตกแต่งด้วยโทนไม้สีสว่างพร้อมกันตุ้กตาน้องหมี เลือกเค้ก,มาการอง หรือขนมที่ชอบก็แทนความหวานกันได้แล้วในพิเศษแบบนี้คะ สาขา : Siam Center Fl.3 , Terminal21, CTW, Empire Tower, Mega บางนา และ The mall บางกะปิ เวลา: เปิด 11.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 5. ร้าน Fauchon Paris “โฟชอง ปารีส”  ที่สุดของร้านขนมระดับโลกชื่อดังจากฝรั่งเศส  เรียกว่าเป็นฑูตวัฒนธรรมทางอาหารฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ เพราะรังสรรค์ความลงตัวทั้งวัตถุดิบชั้นเลิศ และตกแต่งอย่างงดงาม ทั้งอาหารคาวและของหวาน  เหมาะที่จะเป็นมื้อพิเศษที่น่าจดจำและประทับใจ หากทานเป็นมื้อหนักก็ถือว่าดื่มด่ำได้อย่างคุ้มค่าและคู่ควร  หากอยากทางของหวานเราแนะนำให้ทาง Afternoon Tea Set ด้วยชาหอมละมุนกับมาการองชั้นเลิศที่กล้าการันตีว่าอร่อยที่สุด รักนี้หวานหอมสุดๆ ดูรีวิวร้าน Fauchon ฉบับเต็มได้ที่: http://food.mthai.com/mafia-food/109423.html สาขา: Siam Paragon, The Emquatier เวลา: เปิด 10.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 6. ร้าน Gram Cafe “แกรม คาร์เฟ่”  ร้านอาหารคาเฟสไตล์อเมริกัน มีเมนูให้เลือกทานมากมาย ที่สำคัญภายในร้านตกแต่งสไตล์บาร์อเมริกันในหนังฝรั่งที่เราเห็นกัน  ไปสัมผัสบรรยากาศคาเฟแบบ All day breakfast กันได้ที่ร้านแกรม คาร์เฟ่ สาขาท่ามหาราชกันนะจ๊ะ แถมทานเสร็จแวะไปถ่ายรูปริมน้ำในโครงการชิลชิล ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบกับวิวริมน้ำเจ้าพระยา ดูรีวิวร้าน Gram Cafe ฉบับเต็มได้ที่: http://food.mthai.com/mafia-food/106923.html Zone : ท่าพระจันทร์ – ท่ามหาราช เวลา : เปิด 10.00 – 21.00 น. ------------------------------------------ 7.ร้าน Grande Piatto ร้านอาหาร Grande Piatto อยู่ที่โครงการเวนิส ดิ ไอริส วัชรพล  ซึ่งเป็นโครงการที่จำลองเมืองเวนิสจากประเทศอิตาลี สวยงามประหนึ่งเป็นเวเนเชียน มาเก๊าเลยทีเดียว  ด้านในเป็น Shopping mall มีร้านอาหารต่างๆ ให้เลือกลองทานมากมาย ทางทีมงานขอเลือกร้านนี้มาให้เพื่อนๆ พาคนที่รู้ใจไปทาง เพราะมีกันถึง 3 สัญชาติทั้ง อิตาเลี่ยน, จีนและขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส จะเป็นยังไงนั้นต้องมาชมรีวิวกัน ดูรีวิวร้าน Grande Piatto เพิ่มเติม : http://food.mthai.com/mafia-food/108119.html Zone: วัชรพล, รามอินทรา, นวมินทร์ เวลา: เปิด 10.00  - 22.00 น. ------------------------------------------ 8. ร้าน Humming Birds “ฮัมมิ่ง เบิร์ด” ร้านอาหารในสวนบรรยากาศน่ารักทำให้ชวนนึกถึงเพลง loving you เหมาะกับคู่รักที่รักธรรมชาติและความร่มรื่น หากใครเป็นแฟนพันธ์แท้ร้านกาแฟบ้านก้ามปู แล้วละก็จะหาร้านนี้ไม่ยากเลยคะ เพราะตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ภายในร้านมีความร่นรื่นจากสวนที่ใช้เชื่อมถึงกันกับบ้านก้ามปู รับรองว่าทานอาหารไปก็ได้ความสดชื่นและเป็นส่วนตัวอีกด้วยคะ ดูรีวิวร้าน The Humming Birds เพิ่มเติมได้ที่ : http://food.mthai.com/mafia-food/109390.html Zone :  โยธินพัฒนา 3 – เลียบด่วนรามอินทรา - ลาดพร้าว เวลา: เปิด 11.30  - 21.30 น. (ร้านปิดทุกวันพุธ) ------------------------------------------ 9.ร้าน บุรีธารา สัมผัสบรรยากาศดินเนอร์สุดแสนโรแมนติกกับโค้งริมน้ำเจ้าพระยา   บุรีธารา ตกแต่งแบบสไตล์ไทยโมเดิร์นมีกลิ่นอายของความเป็นบาหลีผสมอยู่  ภายในโปร่งโล่ง สบาย แต่ก็ดูดี ออกแบบเพื่อให้มองเห็นวิวริมแม่น้ำได้อย่างชัดเจน  ทำให้คุณพลาดทุกห้วงของความทรงจำในคำคืนวาเลนไทน์ ณ ที่แห่งนี้ Zone : พระราม 3 – สาทร – ฝั่งธนฯ เวลา : เปิด 17.00 – 24.00 น. ------------------------------------------ 10. ร้าน In the mood of love สัมผัสกลิ่นอายแห่งรักร้อนแรง กับการตกแต่งร้านโทนสีแดง ผสมผสานความเป็นเซี่ยงไฮ้ ยุค 70’S หรือช่วงได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ทำให้มีความโมเดิร์นและเรียบหรู ผสมผสานความเป็นเอเชียได้อย่างลงตัว การตกแต่งดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูภายในร้านซึ่งเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่น ณ ภายใต้บรรยากาศแห่งนครเซี่ยงไฮ้ “ห้วงแห่งความรัก” Zone : เอกมัย 1 – ทองหล่อ – สุขุมวิท เวลา: เปิด 11.00 – 14.00 น. และ 17.30 – 24.00 น. ------------------------------------------ 11. ร้าน Whale's Belly Restaurant & Bar “เวลส์ เบลลี่” เป็นร้านอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนซีฟู้ด ได้เชฟฝีมือดีจากการแข่งขันเชฟกระทะเหล็กหรือ Iron Chef  เชฟใหม่ อภิรวิต ชาวโพธิ์เอน เจ้าของรางวัล Top 5 Young Rising Star Chef 2014 มาการันตีในเรื่องของรสชาติความอร่อยของอาหารและการรังสรรค์ศิลปะประดับจานอาหาร  ร้านนี้เหมาะสำหรับคู่รักที่ชื่นชอบสีฟ้าเป็นพิเศษ เนื่องจากการออกแบบตกแต่งร้านสื่อถึงปลาวาฬ ท้องทะเลและประกายแสงดาว ให้ความรู้สึกคูลดาวน์ เพลินๆไปในตัวด้วยโทนสีเย็นอย่างสีฟ้าน้ำเงิน เรียกว่าคุณผู้หญิงจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน เราอยากให้คุณลองมาซึมซับกลิ่นอายของท้องทะเลและบรรยากาศโรแมนติก Zone : สุขุมวิท 39 – พร้อมพงษ์ – ทองหล่อ – เอกมัย เวลา: เปิด 17.30 – 23.00 น. ------------------------------------------ 12. ร้าน Red Sky @Centara Grand CTW “Red Sky” เป็นห้องอาหารของโรงแรมเซนทาราแกรนด์ ตั้งอยู่ชั้น 55 ของ Central World เรียกได้ว่าเป็น Rooftop ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ทีเดียวก็ว่าได้ ทำให้เห็นบรรยากาศโดยรอบเมืองของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะยามค่ำคืนได้อย่างสบายตา ด้วยบรรยากาศของ Nightlight ยามราตรีของเมืองกรุงแล้วนั้นหากได้เครื่องดื่มรสชาติดี พร้อมดนตรี Jazz บรรเลงคลอตามเบาเบาเรียกได้ว่าเป็นสุขไม่รู้ลืม ถึงจะไม่ได้เน้นเป็นร้านดินเนอร์จริงจังแต่ก็เรียกน้ำย่อยในเรื่องของบรรยากาศเมืองและความโรแมนติกได้ดีทีเดียว Zone : ราชประสงค์ – ชิดลม –สยาม – ประตูน้ำ เวลา: เปิด 18.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 13.The Roof @38th bar, โรงแรม Mode Sathorn “เดอะ รูฟ แอท 38 บาร์” ตั้งอยู่ที่โรงแรม Mode Sathorn หากใครไม่แน่ใจเกรงว่ารถจะติด ไม่ต้องเป็นกังวลใจ เพราะสำหรับเดอะรูฟ แอท 38 บาร์ตั้งอยู่ใกล้กับบีทีเอสสุรศักดิ์ทำให้เดินทางสะดวกสบายไม่ต้องกลัวพลาดเวลาสำคัญของค่ำคืนแห่งรัก นอกจากได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกและรถวิ่งผ่านไปมาแล้วนั้น คุณยังพลาดไม่ได้กับวิวริมน้ำเจ้าพระยาจากมุมสูงอีกด้วย Zone : สุรศักดิ์ – สาทร – เจริญนคร – ฝั่งธนฯ เวลา : เปิด 17.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 14. ร้าน River Wine “ริเวอร์ ไวน์” ร้านอาหารบรรยากาศสไตล์ Loft สุดแสนโมเดิร์น ด้วยเสน่ห์ของปูนเปลือยและการตกแต่งของไม้ทำให้รับกับสระน้ำและระนาบของแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าหาใครชอบสไตล์ลอฟท์แล้วละก็ต้องอย่าพลาดมาที่นี่ เพราะต้องถูกใจแน่นอนกับริมน้ำและรับประทานอาหารพร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่ร้านริเวอร์ไวน์ เชื่อไหมว่าร้านนี้ตั้งอยู่ปากเกร็ด จ.นนทบุรีแค่นี้เอง Zone : ปากเกร็ด – ชัยพฤกษ์ – นนทบุรี เวลา : เปิด 11.00 – 23.00 น. (กรุณาติดต่อสำรองที่นั่งก่อนเข้าใช้บริการ) ------------------------------------------ 15. ZOOM at Sathorn Sky Bar & Restaurant “ZOOM at Sathorn Sky”  ตั้งอยู่ที่ชั้น 40 โรงแรม Anantara Bangkok Sathorn เรียกได้ว่าเห็นทั้ง 360 องศาของเมืองกรุงฯ คงจะเป็นคำนิยามของ Rooftopแห่งนี้   โดยอาหารที่ร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย  จัดว่าเป็นสถานที่ชมวิวที่สวยที่สุดสำหรับการบอกต่อในหมู่คนที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบ rooftop ของกรุงเทพมหานคร Zone : สาธร – ฝั่งธนฯ – สีลม  -  เจริญนคร เวลา : เปิด 17.30 – 01.00 น. ------------------------------------------ 16. ร้าน Vogue Lounge “โว้ค” นิตยสารชั้นนำถึงกับมาเองกับเลาจน์ที่เรียกได้ว่าเป็นแห่งแรกในโลก  ในคอนเซปต์บาร์สุดหรูแบรนด์ดังระดับโลก หากคุณผู้หญิงคนไหนที่ชื่นชอบแฟชั่นหรือมีความเป็นแฟชั่นนิสต้าแล้วละก็คุณผู้ชายคนต้องพาเธอมาร้านนี้แล้วละคะ เรียกว่าเธอจะชมคุณจนคุณไม่ต้องออกตัวหรือเตรียมเซอร์ไพรส์พิเศษใดๆไว้เลย เพราะได้มาที่นี่ก็ถือว่าพิเศษที่สุดแล้ว Zone : ช่องนนทรี - สาธร- ฝั่งธนฯ – สีลม เวลา :  17.00 – 20.00 น. ------------------------------------------ 17. ร้าน Ad Lib ร้านอาหารสไตล์แคชชวลฟิวชั่น ที่หลีกหนีซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 1 บรรยากาศจะเหมือนส่วนการ์เด้นโปร่ง โล่งสบาย หากแต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นของโทนสีไม้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ประดับตกแต่งอย่างลักเซอรี่ เรียกว่าเรียบง่ายแต่หรูหราไปพร้อมกัน  “Ad Lib” เป็นภาษาลาตินมีความหมายว่า มากกว่าการต้อนรับให้อิสระกับผู้ที่มาพักผ่อนได้รู้สึกปลดปล่อยทุกอิริยาบถที่นี่ Zone : สุขุมวิท 1 – นานา – คลองเตยเหนือ เวลา : เปิด  6.00 – 24.00 น. ------------------------------------------ 18. Blue Sky @Sofitel Centara Grand หลังจากเจอแสงสีแดงจากเร้ดสกาย รอบนี้พากันมาต่อกันที่ “บลู สกาย” ตั้งอยู่ที่โรงแรมโซฟิเทล เซนทารา แกรนด์ (ด้านข้างเซ็นทรัลลาดพร้าว) บรรยากาศการตกแต่งจะให้ความรู้สึกคล้ายกับเร้ดสกาย เพียงแต่ใช้โทนแสงและสีฟ้าแทน ก็ได้ความโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง Zone : ลาดพร้าว – วิภาวดี – จตุจักร เวลา: 18.00 – 02.00 น. ------------------------------------------ 19. ร้าน เวนิส วานิช ร้านอาหารแห่งนี้อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา ทำให้เห็นวิวฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลศิริราชและวัดอรุณฯ ได้อย่างชัดเจน  เหมาะสำหรับพาคนรักอย่างคุณพ่อคุณแม่ หรือครอบครัวมาทานอาหารรับบรรยายกาศริมน้ำก่อนพระอาทิตย์ตก ที่เมืองเวนิส วานิชแห่งนี้ Zone : พระอาทิตย์ – พระนคร –บางลำภู เวลา : เปิด  11.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 20. ร้าน สองฝั่งคลอง “ร้านอาหารสองฝั่งคลอง” ตกแต่งร้านในสไตล์โคโลเนียน มีอิฐสีแดงส้มดึงดูดสายตา ทำให้รู้สึกย้อนยุคแบบวินเทจเบาๆ แถมยังติดอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งร้านอาหารนี้หาได้ไม่ยากตั้งอยู่ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด Zone : ปากเกร็ด – นนทบุรี – แจ้งวัฒนะ เวลา : เปิด 6.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 21. ร้าน Al Majlis “อัล มาจิส” ชื่อนี้คงคุ้นหูกันเป็นอย่างดีในช่วง 5-6 ปีก่อนเนื่องจากเป็นร้านเดียวกับสาขาที่เคยให้บริการที่ทองหล่อ ให้สาวๆไปนั่งจิบชาโมรอคโค หรือชามิ้นท์พร้อมกับขนม วันนี้กลับมาแล้วที่สาขาสุขุมวิทหรืออโศก บรรยากาศดีกว่าเดิมเรียกว่าฟูลออฟชั่นพร้อมของคาวแบบโมรอคโคสไตล์เลยคะ เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากลองร้านแปลกใหม่รับรองว่าชอบแน่นอน Zone : สุขุมวิท – อโศก – พระราม 9 Open :เวลา 11.30 – 24.00 น. (เปิดเวลา 16.00 น.เฉพาะวันอาทิตย์) ------------------------------------------ 22. Octave Rooftop Lounge & Bar “อ็อกเทฟ รูฟท๊อฟ เลาจ์น แอนด์ บาร์” ตั้งอยู่ที่ชั้น 45 ของโรงแรมมาริออท สุขุมวิท 57 ทำให้สามารถเห็นวิวมุมกว้างใจกลางกรุงเทพฯ เพลิดเพลินและอร่อยไปกับอาหาร เคล้าเสียงเพลงและบรรยากาศที่สุดยอดในช่วงเวลาเดียวกัน บรรยากาศดีแบบนี้อย่าลืมช่อดอกไม้สีแดงเล็กๆสักช่อ หรือเซอร์ไพรส์ให้คุณผู้หญิงด้วยนะจ๊ะ Zone : สุขุมวิท 57 – พร้อมพงษ์ – ทองหล่อ – เอกมัย Open : 18.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 23. ร้าน Water Library “วอเตอร์ ไลบรารี่”  สัมผัสรสชาติอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศ ภายในบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกมีให้เลือก 3 สาขา ได้แก่จามจุรีสแควร์, ทองหล่อ และสาขาเซ็นทรัลแอมบาสซี  โดยคอนเซปต์ที่แปลกและเก๋ไก๋นั่นก็คือ จะรวมน้ำแร่จากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่นี่ เรียกว่าหรูหราและราคาสูงพอสมควร แต่หากในค่ำคืนวาเลนไทน์แสนโรแมนติกของคุณต้องการ “อาหารฝรั่งเศสรสเลิศ” ก็ถือว่าสมกับราคาทั้งบรรยากาศ และวัตถุดิบอาหารจานเด็ดของคุณและคู่รัก สาขา :  Central Embassy ชิดลม, จามจุรี สแควร์,ทองหล่อ 12 ------------------------------------------ 24. ร้าน ISSAYA La Patisserie ร้านขนมของเชฟเอียน  กิตติชัย เชฟกะทะเหล็ก  โดนเน้นประดิษฐ์ประดอยเมนูขนมไทยให้เทียบเท่ากับระดับสากลเทียบเท่าขนมชนิดอื่นๆ  อาทิ มาการอง รสไข่เค็ม, ทับทิมกรอบ, ข้าวหอมมะลิ, กระทิงแดง หรือทาร์ตกะทิพร้อมเครื่องเคียง รวมไปถึงเอแคลร์กล้วยหอมละมุน  ความพิเศษแบบไทยผสมผสานขนมฝรั่งเศสจะลงตัวอย่างไร และน่าค้นหาเหมือนช่วงระยะเวลากำลังคบหาดูใจกับคนเราของเราหรือเปล่านั้น ต้องพากันไปลองนะจ๊ะ รับรองว่าไม่เหมือนใคร Zone : The Central Embassy ชิดลม เวลา :  เปิด 10.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 25. ร้าน The Speakeasy The Speakeasy ตั้งอยู่ในโรงแรม Muse Hotel เรียกได้ว่า rooftop ของที่นี่เป็นเสน่ห์แห่งค่ำคืนอันแสนหวาน ทั้งแสงไฟจากวิวทั่วกรุงเทพฯ และแสงไฟสีส้มระเรื่อสุดโรแมนติก  ซึ่งการตกแต่งร้านนั้นได้รับแรงบันดาลใจมากจากนครนิวยอร์คในยุคเก่า ทำให้ผู้ที่มาเยือนสามารถหลงรักสถานที่นี้ได้ตั้งแต่แรกพบ เปรียบประดุจกับรักแรกพบเลยก็เป็นได้ Zone : หลังสวน – ชิดลม – ปทุมวัน เวลา : เปิด  06.00 – 01.00 น. ------------------------------------------ 26. ร้าน Pata Plantation หากใครเคยดูหนังเรื่อง Vampire twilight แล้วจำฉากตอนนางเอกกับพระเอกแต่งงานกันได้นั้น ออกจะอิจฉาไปสักหน่อยว่าชีวิตอะไรจะดี๊ดีขนาดนั้น แต่งในสวนสวยอลังเชียว แต่ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะสวนอลังแบบนั้นก็จำลองอารมณ์มาได้คล้ายกันอยู่ใกล้แค่นี้เอง ปากเกร็ด-ติวานนท์ 56เรียกว่าบรรยากาศดีมาก เบาสบายเหมาะกับคนรักธรรมชาติ เหมือนไปพักผ่อนเขาใหญ่เลยทีเดียว เพราะทั้งแมกไม้ที่ร่มรื่นและพันธุ์ไม้ต่างๆเข้ากันได้อย่างดับการออกแบบของร้าน ดูรีวิวแบบเต็มๆร้าน Pata Plantation ได้ที่ http://food.mthai.com/mafia-food/105681.html Zone : ติวานนท์ 56 -  ปากเกร็ด – แจ้งวัฒนะ – นนทบุรี เวลา : เปิด  8.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 27. ร้าน Audrey Cafe “ออเดรย์ คาเฟ” ร้านของสองพี่น้องคุณโบและแบม ดาราสาวคนสวยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Audrey  hepburn จนมาเป็นร้านออเดรย์คาเฟ่อยากที่เราเห็นกัน อาหารจะเน้นอาหารไทยผสมผสานฝรั่งเศสบ้าง รับรองว่าบรรยากาศร้านสไตล์ผู้ดีอังกฤษ หากแฟนสาวชอบสไตล์นี้หรือเป็นสาวหวาน รับรองว่าเทอจะต้องปลื้มแน่นอน สาขา : Thonglor 11, Siam Center, Central Embassy เวลา : เปิด 11.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 28. ร้าน TWG Tea Salon & Boutique ร้านชาหรูสัญชาติดังระดับโลก ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์  ภายในร้านแต่ละสาขาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ Salon จะไว้สำหรับทานอาหารและดื่มชา และส่วนของ Boutique ที่จะมีสินค้าของทางแบรนด์ TWG หรือชาคุณภาพดีสุดหรูในราคาที่สามารถเอื้อมถึงไว้ให้เลือกสรรที่ชอบ  หากไม่อยากทานหนักเราแนะนำเป็นร้านนี้ จิบน้ำชายามบ่ายบอกรักกันเบาเบาก็เก๋ไปอีกแบบนะจ๊ะ แนะนำว่าให้ลอง 1837 Black Tea  ซึ่งเป็นชาเด่นของทางร้าน สาขา:  The Emquatier, The Emporium, Central Chidlom, Paragon, Airport เวลา : เปิด 10.00 – 22.00 น. ------------------------------------------ 29. ร้าน The Never Ending Summer สัมผัสประสบการณ์อาหารไทยแท้ สุดรัญจวนใจกับรสดั้งเดิม ลองพาคนที่คุณรู้ใจไปลิ้มลองรสชาติสัมผัสของเมนูต้นตำหรับไทยโบราณ บางเมนูนี่เป็นสูตรในวังเลยทีเดียว จะมีเมนูหาทานยากเช่น แตงโมปลาแห้ง, หรือเมนูข้าวตังหน้าตั้ง และเมนูไทยอีกหลายอย่าง บรรยายกาศจะตกแต่งด้วยแมกไม้ แต่โชว์ครัวกึ่งแบบลอฟท์สวยงาม ใครจะเชื่อว่าที่แห่งนี้เป็นโกดังเก่านำมารีโนเวทนะจ๊ะ  บอกเลยว่าหากุหลาบสีขาวสักช่อหรือดอกโตแอบเซอร์ไพรส์แฟนด้วย ปลื้มจนยิ้มแก้มปริแน่นอน ดูรีวิวร้าน The Never Ending Summer ได้ที่ http://food.mthai.com/mafia-food/108552.html Zone :  เจริญนคร – คลองสาน – ฝั่งธนฯ – สาทร เวลา : เปิด 11.00 – 23.00 น.

สองผู้กำกับเปิดใจ! กว่าจะได้แอนิเมชั่นนกโกรธ Angry Birds Movie
Angry Birds Movie /  Clay Kaytis / 

สองผู้กำกับเปิดใจ! กว่าจะได้แอนิเมชั่นนกโกรธ Angry Birds Movie  การจับเกมในมือถือมาสานต่อจินตนาการของผู้ชมให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวบนจอใหญ่นั้น สองผู้กำกับอย่าง เคลย์ เคย์ทิส (Clay Kaytis) และ เฟอร์กัล ไรลีย์ (Fergal Reilly) ได้ทำให้เกิดขึ้นจริงแล้วในภาพยนตร์เรื่อง Angry Birds Movie คาแรคเตอร์ต่าง ๆ ในเกมไม่ว่าจะเป็นนกสายพันธุ์ต่าง ๆ หรือหมูต่างถูกสร้างสรรค์ให้มีที่มาที่ไปมีความตื้นลึกหนาบางในตัวมันเอง และร้อยเรียงเรื่องราวให้กลายเป็นความสนุกสนานต่อเนื่องจากการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี สองผู้กำกับผู้ที่ทำให้เปลี่ยนให้นกในเกมมีชีวิตขึ้นมานั้นได้บอกเล่าความรู้สึกในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ว่า “ผู้คนจะคิดเอาเองว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าหนังเรื่องนี้จะออกมาเป็นอย่างไร เพราะพวกเขาเคยเล่นเกมมาก่อน แต่ความจริงก็คือเรากำลังสร้างสิ่งที่จะทำให้คนประหลาดใจเมื่อพวกเขาได้ดูมัน ในฐานะคนทำหนังแล้วเรากำลังสร้างหนังที่เราอยากจะไปดูครับ ดังนั้นจากพล็อตพื้นฐานของเกม ทีมผู้สร้างก็ได้สร้างเรื่องราวใหม่ขึ้นมา เป็นคอเมดีที่มีตัวละครเป็นพื้นฐาน แน่นอนครับว่า เรด เป็นนกขี้ยัวะ ส่วน ชัค และบอมบ์ ก็มีปัญหาของตัวเอง ในความเป็นจริงคือพวกเขาก็เป็นแค่กลุ่มนกนอกคอกน่ะครับ” “คุณจะแคร์พวกเขาจริง ๆ ไม่เพียงแต่เพราะพวกเขาต้องรับมือกับปัญหาของตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขาต้องเจอปัญหาเรื่องหมูที่หนักหนาสาหัสกว่าด้วย พวกเขาต้องกอบกู้เผ่าพันธุ์ตัวเอง แม้ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มที่ไม่น่าจะถูกเลือกเลยก็ตามครับ   ภารกิจของเรดในการควบคุมความโกรธของตัวเอง เป็นธีมที่ผู้ชมทุกคนสามารถจะเข้าถึงได้ พ่อแม่และลูกทุกคนต่างก็เรียนรู้ที่จะหาทางก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากพวกนั้นในชีวิตของพวกเขาครับ ผมคิดว่าเด็ก ๆ หลายคนจะเข้าใจเรดในตอนที่เขาหาทางที่จะใช้พลังงานนั้นไปในทิศทางที่ถูกที่ควรครับ ในตอนที่ตัวละครเริ่มเป็นรูปเป็นร่างบนแผ่นกระดาษ ก็ถึงเวลาที่ทีมผู้สร้างจะคัดเลือกนักพากย์ที่จะเนรมิตชีวิตให้พวกเขาเหล่านั้นกันต่อครับ” “ตอนที่นักพากย์เข้าห้องบันทึกเสียง พวกเขาก็ถูกพรากจากเครื่องมือทั้งหมดที่พวกเขามี พวกเขาไม่ได้มีรูปร่าง สีหน้าท่าทาง การเคลื่อนไหว หรืออากัปกิริยา รวมทั้งนักแสดงให้แสดงประกบ พวกเขามีเพียงแค่เสียงของตัวเองครับนักแสดงตลกอิมโพรไวซ์เก่ง ๆ อย่าง เจสัน ซูเดคิส, จอช แก็ด, มายา รูดอล์ฟ, แดนนี แม็คไบรด์, คีแกน-ไมเคิล คีย์ หรือ เคท แม็คคินนอน ไม่เพียงแต่สามารถคิดไอเดียคอเมดี้เยี่ยม ๆ ออกมาได้ แต่ในการทำแบบนั้น พวกเขายังทำให้การพากย์เสียงของพวกเขามีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ ซึ่งช่วยทำให้ตัวละครเหล่านี้โลดแล่นมีชีวิตในรูปแบบอนิเมชั่นจริง ๆ ครับ”

Captain America: Civil War ขึ้นสู่ที่ 2 ของภาพยนตร์ทำเงินสูงที่สุดในปี 2016
Avengers: Age of Ultron /  Bad Neighbors 2: Sorority Rising / 

Captain America: Civil War ขึ้นสู่ที่ 2 ของภาพยนตร์ทำเงินสูงที่สุดในปี 2016 ความทุ่มเทของกัปตันในการช่วยเหลือบักกี้ไม่เสียเปล่า เมื่อ Captain America: Civil War ทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 ของภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงที่สุดในปี 2016 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยรายได้กว่า 940 ล้านดอลลาร์ ตามหลังเมืองแห่งสัตว์อย่าง Zootopia ที่เป็นอันดับที่ 1 เพียงแค่ 29 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นรายรับของภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะสามารถขึ้นมาแทนที่ Zootopia ได้อย่างแน่นอน ในขณะที่สุดสัปดาห์นี้ กัปตันน่าจะเจอศึกหนัก (หรือไม่?) เมื่อสองภาพยนตร์คอเมดีอย่าง Bad Neighbors 2: Sorority Rising และ The Nice Guys พร้อมกับแอนิเมชั่นจากเกมชื่อดัง The Angry Birds Movie เข้าฉาย ก่อนหน้านี้ภาพยนตร์จากมาร์เวลสตูดิโอได้ปล่อยภาพยนตร์เข้าฉายในช่วงเดือนพฤษภาคมมาแล้ว อาทิ The Avengers ในปี 2012 Iron Man 3 ในปี 2013 และ Avengers: Age of Ultron ในปี 2015 ซึ่งช่วงท้ายของเดือนพฤษภาคม แต่ละเรื่องก็สามารถทำเงินได้ราว ๆ 400 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว หลังจากนี้ก็คาดได้ว่ากัปตันอเมริกาภาคล่าสุดน่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก 2016 ได้อย่างแน่นอน และลุ้นว่าตัวเลขจะไปสิ้นสุดที่เท่าไรกันแน่ ดูบทความต้นฉบับ : 'Captain America' is the second-biggest movie of the year

เกมส์โหดไม่ได้ทำผู้เล่นก้าวร้าว เกมส์ยากต่างหากคือตัวปัญหา
เกมส์ /  เกมส์คอนโซล

เกมส์ที่มีฉากก้าวร้าว รุนแรง มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้องเคยโดนตราหน้าว่าเป็นเกมส์ที่ส่งเสริมให้คนก้าวร้าว หยาบคายมาโดยตลอด แต่ผลวิจัยหนึ่งได้ออกมาชี้แล้วว่า ความโหดของรูปภาพและเนื้อหาในเกมส์นั้นไม่ได้มีผลต่อความก้าวร้าวของผู้เล่นเลย ความยากของตัวเกมส์ต่างหากที่เป็นปัญหา ยิ่งยากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีผลทำให้คนก้าวร้าวมากขึ้นเท่านั้น หัวร้อนเกมเมอร์เราคุ้นเคยกันดี Andrew Przybylski นักวิจัยจาก University of Oxford และ Richard Ryan นักจิตวิทยาจาก University of Rochesterได้ร่วมมือกันทำวิจัยในหัวข้อ "เกมส์ส่งผลให้ผู้เล่นมีความก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่"  ซึ่งผลการวิจัยนั้นได้ผลที่น่าแปลกใจมากคือ เกมส์ที่มีเนื้อหารุนแรง มีการฆ่าฟัน มีเลือด ไม่ได้ส่งผลต่อความก้าวร้าวของผู้เล่นเสียเท่าไหร่ GTA แม้ภาพและเนื้อหาจะรุนแรง แต่เล่นไม่ยากนะ กลับกันเกมส์ที่มีรูปแบบง่ายๆ น่ารักไม่น่าจะมีพิษมีภัยแต่มีความยากของเกมส์ในระดับสูง ผู้เล่นไม่สามารถผ่านด่านได้ง่ายๆ ยิ่งเล่นยิ่งเฟล จมจ่อมกับด่านเดิมแม้ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม จะส่งผลให้ผู้เล่นมีความก้าวร้าวรุนแรงสูงกว่าเกมส์ที่มีรูปแบบโหดร้ายรุนแรงแต่เคลียร์ได้ง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด "เมื่อไหร่ก็ตามที่เกมส์ไม่เป็นไปตามต้องการ ไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ของเกมส์ได้ดังใจ ผู้เล่นจะเริ่มใแสดงความหงุดหงิดออกมา และไม่ได้เล่นเกมส์เพื่อความสนุกอีกต่อไป กลายเป็นเล่นเกมส์เพื่อเอาชนะ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ใจต้องการ แต่ยิ่งเล่นแล้วยิ่งแพ้มากเท่าไหร่ อาการก้าวร้าวก็ยิ่งแสดงออกมาให้เราได้เห็นกันชัดขึ้น มากขึ้น" Angry birds ง่ายๆ แต่เครียดมาก สรุปได้ว่า ถ้าอยากให้ลูกหลานเล่นเกมส์แล้วไม่ก้าวร้าว ต้องเน้นเกมส์ที่มีโหมดเล่นๆง่ายๆ ไม่เครียด ออกแนวแคชชวลอาจนมีภาพเสียงรุนแรงไปได้แต่เล่นยังไงก็ชนะ จะดีกว่าเอาเกมส์ที่ดูง่าย น่ารัก แต่เล่นยังไงก็ไม่ผ่าน เพราะมันจะทำให้เด็กก้าวร้าวผ่านภาพสวยๆแต่แฝงความยากเอาไว้นี่แหละ ที่มา : Cnet