2ขวบ

เช็คสิ๊ๆ เครื่องสำอางหมดอายุกันรึยังเอ่ย
ทายใจวัยรุ่น /  นักศึกษา / 

สำหรับน้องๆ สาวๆ ที่เป็นนิสิต นักศึกษา เคยคิดไหมว่าเครื่องสำอางที่เราใช้แต่งหน้าสวยๆ ไปเรียนกันอยู่ทุกวันนั้น ก็มีวันหมดอายุเหมือนกันน่ะ รู้ยัง!!!  เช็คสิ๊ๆ เครื่องสำอางหมดอายุกันรึยังเอ่ย 2-3 MONTHS MASCARA / ACNE  PADS / NAIL  FILE / LOOFAH 6 MONTHS  TO 1 YEAR LIQUID  EYELINER / LIQUID  FOUNDATION / CONCEALER / EYECREAM / SERUM 1 TO 1.5 YEAR LIP GLOSS / CREAM EYESHADOW / SUNSCREEN / SHOWER  GEL / EYEBROW GEL 2 YEAR LIP AND EYE PENCILS / LIPSTICK / POWDER  FOUNDATION / POWDER  EYESHADOW & BLUSH 3 YEAR BODY LOTION / PERFUME / HAIRSPRAY / CONDITIONER ตอนนี้สาวๆทั้งหลาย ก็พอจะทราบแล้วเครื่องสำอางที่เราใช้แต่งหน้าสวยๆ กันอยู่ทุกวันนั้น ประเภทไหนเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ถึงหมดอายุ เมื่อทราบกับแล้ว ก็อย่าลืมไปตรวจสอบเครื่องสำอางที่ใช้กันอยู่น่ะจ๊ะ จะได้มีใบหน้าที่สวยๆกันถ้วนหน้า ติดตามนิตยสาร Campus Star ได้ที่ https://www.facebook.com/CampusStar

เจนี่ ไม่แคร์!! โดนเม้าท์ โป๊ลดเกรดตัวเอง
เจนี่ เทียนโพธ์สุวรรณ /  เมย์ พิชญ์นาฎ / 

ขึ้นแท่นเจ้าแม่เซ็กซี่!! นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ฟินสุดติ่ง ฟีดแบคถ่ายชุดว่ายน้ำแร๊งส์ ทุบสถิติขาย 2 วันเกลี้ยงแผง!! เมินคนมองถ่ายโป๊เกินลดเกรดตัวเอง ปัดออกมาแข่งกับ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อนซี้ใน แก๊งค์นางฟ้า ยันไม่มีปัญหากัน และงดพูดถึงทางด้านสาว เมย์ พิชญ์นาฏ หลังอีกฝ่ายโพสต์เชียร์สาววุ้น กรณีโพสต์ IG โต้ข่าวขึ้นคอนโดไฮโซ กึ้ง เฉลิมชัย เผยเป็นการเข้าใจผิด และได้มีการเคลียร์กับสื่อดังกล่าวแล้ว เรื่องหัวใจเฉยๆ หมอดูทักปีหน้าเจอเนื้อคู่ ตอนนี้ยังไม่มีคุยกับใคร รับเข็ดจากคราวที่แล้วไม่หาย!! "ฟีดแบคแฟชั่นชุดว่ายน้ำ ก็วันที่ 2 ก็หมดเลย เกลี้ยงเลยค่ะ จริงๆ เจนี่ก็อยากจะให้เห็นว่าความแข็งแรง อย่างงานนี้ค่ะอั้ม(อั้ม อธิชาติ) เขาก็เสนอความแข็งแรง เจนี่ก็อยากจะเสนอความแข็งแรง จริงๆ เจนี่เป็นคนที่ดูแลตัวเองแล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็เป็นหนังสือที่เจนี่บอกเองน่ะค่ะ ว่าอยากจะถ่ายแบบไม่มีรีทัช อยากจะให้เห็นแต่กล้ามจริงๆ ชอบมากค่ะ" "เซ็กซี่ที่สุดแล้วค่ะ ทำลายสถิติค่ะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 3 วันหมดแผง คราวนี้ 2 วันหมดแผง ท่าฉีกขาคนมองแรงเกิน จริงๆ เวลาพี่ใหญ่ถ่ายชุดว่ายน้ำเขาอยากจะให้เรารู้สึกว่า เวลาผู้หญิงออกกำลังกายน่ะค่ะมันจะมีกล้ามเนื้อเล็กๆ หรืออะไรพวกนี้ค่ะ ก็คืออยากจะให้มองว่ามันคือความแข็งแรงจริงๆ" "มีคนเปรียบเทียบกับวุ้นเส้น จริงๆ แล้วตอนแรกคือแบบต่างคนต่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถ่ายชุดว่ายน้ำ พอถ่ายออกมาเสร็จแล้วเหมือนกับแบบเพิ่งรู้กันน่ะค่ะว่าถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆ แล้วมันคนละแบบนะ คือวุ้นเขาจะแบบขาว เซ็กซี่ แต่เจนี่ก็จะแทน คือแบบเวลาคนซื้อเจนี่ก็อยากจะให้คนมองว่าแบบอย่าเอามาเปรียบเทียบกันว่าคนนั้นสวยกว่า หรือคนนี้สวยกว่า ซื้อเพราะว่าเจนี่จะออกอีกแนวนึง จริงๆ มันเห็นค่อนข้างได้ชัดน่ะค่ะเพราะเจนี่จะทำตัวแทน วุ้นก็จะเป็นแนวเซ็กซี่ ขาวค่ะ" "วางแผงชนกัน ไม่ได้ทะเลาะค่ะ ดี ขายหมดทั้งคู่ คนโยงไปกรณี เมย์ พิชญ์ฯ โพสต์เชียร์วุ้นว่าไม่ได้เล่นคุณไสย เจนี่ไม่พูดถึงคนอื่นเนอะ ไม่ได้มีปัญหากับใครค่ะ คนเม้าท์ว่าลดเกรดตัวเอง แล้วแต่คนจะคิดน่ะค่ะ จริงๆ มันก็คือชุดว่ายน้ำน่ะค่ะ ขายหมดเจนี่ก็โอเคแล้ว" "กรณีโพสต์ IG แก้ข่าวขึ้นคอนโดกึ้ง(กึ้ง เฉลิมชัย) ก็เหมือนกับที่ชี้แจงไปคราวที่แล้วน่ะเนอะ ว่าแบบบ้านเจนี่ก็น่าอยู่นะ เจนี่ก็ไม่สบายใจถึงได้ขึ้น IG ไม่ได้คุยกับทางโน้น แต่ก็รู้สึกว่าแบบเจนี่ว่ามันเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมมากกว่า เจนี่ได้คุยกับพี่นิด(นิด อรพรรณ) เพราะตอนนั้นพี่นิดเขาก็ไม่ทราบเพราะอยู่อังกฤษ แต่ก็เขาก็เอาออกให้แล้วค่ะ ก็กลายเป็นการเข้าใจผิดกัน ไม่ติดใจค่ะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป" "ไปทำบุญกับกึ้ง ก็ไปกันเยอะ ตอนนี้จะเป็นช่วงแบบทำบุญเยอะมาก สนิทมากขึ้นไหมจริงๆ เวลาไปก็ไปกันเยอะค่ะ คนจับตาไปด้วยกันอีกแล้ว ไปกันหลายคนค่ะ ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ค่ะ มีข่าวว่าไปทำพิธีเบิกเนตร ก็ไหว้ธรรมดาค่ะ เบิกเนตรคืออะไร ไม่รู้จัก" "หมอช้างบอกว่ากลางปีหน้ามีดวงจะพบเนื้อคู่ เชื่อไหม จริงๆ ก็ชอบดูนะ แต่ก็เชื่อตัวเอง ตั้งตารองานมากกว่า เข็ดเรื่องเก่าๆ ใช่ค่ะ เข็ดค่ะ ไม่มองค่ะ ขอเอางานก่อนดีกว่า ปิดกั้น เพราะว่ารู้สึกว่าถ้าความรักมันไม่ดี เจนี่ก็ต้องเลือกจะรักตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ค่ะ คนเข้ามาคุย ยังค่ะ จริงๆ เจนี่ว่ามันยังไม่พร้อม ด้วยเวลา ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เวลาเจ็บมันเจ็บจริงๆ เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า" เจนี่ กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

สั่งจำคุก1ปี6เดือน 'สุดาทิพย์-โกวิทย์'รุกที่สวนผึ้ง
บุกรุกป่า /  พ.ต.อ.โกวิทย์ / 

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก "สุดาทิพย์-พ.ต.อ.โกวิทย์"อดีตผู้กำกับ ตม. สมุทรสาคร ปรับคนละ 375,000 บาท คดีบุกรุกที่ดินสร้าง "สวนผึ้งรีสอร์ท" วันนี้ (3 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาจำคุก พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล อดีตผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ภรรยา คนละ 3 ปี พร้อมปรับ 750,000 บาท แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมปรับคนละ 375,000บาท ในความผิดฐานร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 จากกรณีระหว่างวันที่ 2 เมษายน 2556 ถึง 20 พฤศจิกายน 2557 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกครอบครองที่ดินบริเวณ "สวนผึ้งรีสอร์ท" หมู่ 2 ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 10 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหายกว่า 495,878 บาท และยังร่วมสร้างฝายปูนเป็นถนนกว้าง 10 เมตร ยาว 50 เมตร เนื้อที่ 500 ตารางวา ล่วงล้ำลำคลอง โดยสวนผึ้งรีสอร์ท เป็นหนึ่งในธุรกิจของ พ ต.อ.โกวิท ม่วงนวล และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล (นามสกุลเดิม อัครพงศ์ปรีชา) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และต่อมาได้มีการขึ้นป้ายประกาศขายกิจการ รวมทั้งรื้อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ส่วนเกินประมาณ 10 ไร่ ที่ถูกร้องเรียนว่ามีการบุกรุก ภายหลังศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก พ.ต.อ.โกวิท และนางสุดาทิพย์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.โกวิท ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ส่วนนางสุดาทิพย์ ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

แรง!! เกาหลีเหนือขู่โจมตีอย่างไร้ความปราณี (ชมคลิป)
ขู่โจมตี /  สหรัฐ / 

เกาหลีเหนือยิงขีปะนาวุธระยะใกล้ 2 ลูกในทะเล และขู่ว่าจะโจมตีอย่างไร้ความปราณีต่อศัตรู ขณะที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯกำลังร่วมซ้อมรบประจำปี ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือเห็นว่าเป็นการเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธ จรวจด และปืนใหญ่อยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ โดยเมื่อวานนี้เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธระยะใกล้ 2 ลูกในทะเล และขู่ว่าจะโจมตีศัตรูอย่างไร้ความปราณี ในช่วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯซึ่งเป็นชาติพันธมิตรกำลังซ้อมรบร่วมกันประจำปี โดยเมื่อวานนี้เป็นการเริ่มต้นการซ้อมรบร่วมกันภายใต้ชื่อ “คีย์ รีซอล์ฟ” และ “โฟล อีเกิ้ล” ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงจากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของประเทศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ลอยไปไกลราว 500 กิโลเมตร ก่อนที่จะตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งทางตะวันออก เกาหลีเหนือเห็นว่าการซ้อมรบร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯเป็นการเตรียมพร้อมในการบุกยึกกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือและกำจักผู้นำสูงสุดของประเทศด้วย และทำให้เกาหลีเหนือต้องออกมาตอบโต้ด้วยคำพูดที่เกรี้ยวกราด แม้ว่าเกาหลีใต้และสหรัฐฯจะยืนยันว่าเป็นการซ้อมเพื่อป้องกันการโจมตีก็ตาม ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านสันติภาพหลายสิบคนชุมนุมกันหน้าสถานทูตสหรัฐฯในกรุงโซลของเกาหลีใต้เพื่อประท้วงต่อต้านการซ้อมรบร่วมกันของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ ด้านนายคิม มินซก โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือจะเผชิญกับการตอบโต้ในทันที หากมีการยั่วยุใดๆเกิดขึ้นอีก ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้น และระบุเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ส่วนญี่ปุ่นประท้วงการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธสองลูก ซึ่งตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของญี่ปุ่น นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเมื่อวานนี้เป็นปัญหาต่อความปลอดภัยต่อเส้นทางเดินเรือและเครื่องบิน และยังละเมิดปฏิญญาเปียงยางที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับความพยายามร่วมกันในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ญี่ปุ่นจึงได้ยื่นหนังสือประท้วงเกาหลีเหนือแล้ว ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธจำนวนมาก จนทำให้เกิดการประท้วงจากเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังเสนอมาตรการหลายอย่างเพื่อลดความตึงเครียดลง แต่เกาหลีใต้ปฏิเสธ โดยระบุว่าเกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเป็นอันดับแรก เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 ถึง 2496 ยุติลงด้วยการหยุดรบชั่วคราว ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ

ปลาปักเป้า กินแล้วตาย ! สงสัยไหมว่าทำไมถึงตาย..อ่านก่อนกินจะได้ไม่ตาย
กินปลา /  กินแล้วตาย / 

ทำไม? กินปลาปักเป้า แล้วถึงตาย  ตอบ : เพราะ ปลาปักเป้า มีพิษร้าย ที่ชื่อ เทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ปลา เป็นอาหารที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นอาหารสุขภาพโดยเฉพาะปลาทะเล แต่ก็ยังมีปลาทะเลบางชนิดที่เราไม่ควรไปข้องแวะด้วยเนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในชั่วข้ามคืนจากสารพิษที่เรียกว่า เทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) เทโทรโดท็อกซิน หรือ เท็ตโทรโดท็อกซิน จัดเป็นสารพิษจากสัตว์ทะเลที่สำคัญ 1 ใน 3 ชนิด ที่จัดว่าเป็นอันตรายมากต่อสุขภาพ โดยส่วนใหญ่จะพบได้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งก็จะรวมประเทศไทยด้วย การเกิดพิษจากเทโทรโดท็อกซินนี้ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุเนื่องมาจากการรับประทานปลาที่มีสารพิษดังกล่าวอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาปักเป้า (Puffer fish หรือ Fugu) จะพบได้บ่อยมากในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากปลาปักเป้าเป็นอาหารจานพิเศษ จะมีบริการลูกค้าในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ถึง มีนาคม และเป็นสาเหตุของการตายจากการรับประทานปลาในญี่ปุ่นได้สูงถึง 100 รายต่อปีในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่หลังจากการกำหนดให้พ่อครัวชาวญี่ปุ่นที่จะปรุงอาหารจานพิเศษต้องได้รับการฝึกการหั่นเตรียมปลาปักเป้าและขึ้นทะเบียนโดยรัฐบาล รายงานการตายก็ลดลงมากจนเหลือเพียงประมาณ 50 รายต่อปี นอกจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก็มีรายงานการตายจากการรับประทานปลาปักเป้าในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย เช่นกัน สำหรับในประเทศไทย เนื้อปลาปักเป้าจะพบมาปะปนจำหน่ายเป็นเนื้อปลาที่แล่แล้วในราคาถูก ในตลาดเรียกกันว่า “ปลาไก่ ซึ่งอวดอ้างกันว่าเป็นปลาเนื้อไม่คาว สุกแล้วเนื้อขาวสวย หรือในรูปผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปอื่นๆ นอกจากนี้ก็ยังอาจพบสารพิษดังกล่าวได้ในในแมงดาและไข่แมงดา กบบางชนิด เป็นต้น ทางหน่วยงานราชการไทยมักจะประชาสัมพันธ์ให้ระมัดระวังอันตรายจากการรับประทานสัตว์ดังกล่าวในช่วงเวลาอันตราย (ออกข่าวเตือนครั้งล่าสุดเมื่อประมาณต้นปี 2554) เนื่องจากปลาเหล่านี้มักจะมีสารพิษสูงในช่วงก่อน และระหว่างฤดูกาลผสมพันธุ์ เทโทรโดท็อกซินจะพบอยู่ตรงส่วนใดของปลา ? ปลาในตระกูล เท็ตตราโอดอนติเด (Tetraodontidae) คือ ปลาปักเป้า (Puffer fish) และปลาที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Toadfish และปลาชนิดอื่นๆ จะพบเทโทรโดท็อกซิน ได้มากน้อยในส่วนต่างๆของปลา โดยจะพบสูงที่สุดในส่วนตับ รังไข่ ลำไส้ และหนังปลา ปลาปักเป้าน้ำจืดบางชนิดก็พบสารพิษนี้ได้เช่นกัน คาดว่าสารพิษนี้เกิดจากการสังเคราะห์โดยแบคทีเรีย หรือสาหร่ายเซลเดียวกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต ที่อยู่กับปลาปักเป้า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการกำจัดส่วนที่มีสารพิษออกจากปลาก่อนใช้รับประทาน มิฉะนั้นก็จะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากเทโทรโดท็อกซิน เป็นสารพิษที่มีผลต่อเนื้อเยื่อประสาท ขัดขวางการแพร่ผ่านของโซเดียมตามช่องทาง (sodium channels) ทำให้เซลล์ประสาททุกส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ต้องกินปลาปักเป้าเท่าไรจึงจะเกิดอาการพิษขึ้น ? ปริมาณปลาที่ทำให้เกิดพิษยังไม่แน่นอนเนื่องจากปลาปักเป้าจะมีเทโทรโดท็อกซิน แตกต่างกัน เฉพาะปริมาณสารพิษนี้เพียง 1-2 มิลลิกรัม ก็ทำให้ถึงตายได้ มีรายงานว่าการรับประทานปลาปักเป้า (ที่มีสารพิษอยู่) ในปริมาณที่น้อยกว่า 50 กรัม (1/2 ขีดตาชั่งในตลาด) ก็ทำให้เกิดอาการพิษได้ อัตราการตายเท่าที่พบในรายงานบางฉบับ คือ ประมาณ ร้อยละ 3 แต่หากรับประทานปลาปักเป้าในปริมาณ 51-100 กรัม (1/2-1 ขีด) อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27 และเมื่อปริมาณที่รับประทานมากกว่า 100 กรัม (1 ขีด) อัตราการตายก็จะเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 50 คือ รอดครึ่ง ตายครึ่ง ไม่คุ้มกัน จะต้มหรือทอดปลาปักเป้าให้สุกมากๆก่อนกิน จะปลอดภัยหรือไม่ ? การให้ความร้อน ไม่ใช่การแก้ปัญหาจากสารพิษนี้ เนื่องจากเทโทรโดท็อกซิน เป็นสารพิษที่ไม่ใช่โปรตีน ละลายน้ำได้ และทนความร้อน (ยกเว้นในสภาวะที่เป็นด่าง) ดังนั้นการต้มหรือผัดก็ไม่ได้ช่วยกำจัดความเป็นพิษไปได้ สารพิษนี้ก็จะยังคงมีอยู่ในอาหารปลาที่ปรุงสุกแล้ว และก่อให้เกิดอาการพิษได้เหมือนก่อนปรุงสุก นานเท่าไรหลังกินปลา ก่อนที่จะเริ่มมีอาการ ? อาการเริ่มแรกเริ่มต้นที่เวลาแตกต่างกัน สามารถเกิดอย่างรวดเร็วตั้งแต่ 15 นาทีหลังการรับประทานอาหารที่มีเทโทรโดท็อกซิน จนถึง 20 ชั่วโมงหลังรับประทาน อาการสามารถจะทรุดหนักลงภายใน 4-24 ชั่วโมง และถึงตายได้ภายในระยะเวลาที่สั้นมาก คือ ภายใน 4-6 ชั่วโมง อาการพิษจากเทโทรโดท็อกซิน มีอะไรบ้าง ? อาการเริ่มแรก เป็นน้อย คือ ริมฝีปากและลิ้นจะเริ่มรู้สึกเหมือนมีเข็มแทงเบาๆ ยิบๆ ถี่ๆ มีอาการชา ตามมาด้วยอาการชาแบบเดียวกันที่หน้า และมือ สำหรับอาการอื่นๆที่เกิดในช่วงแรกๆก็จะมีอาการน้ำลายออกมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียพร้อมด้วยปวดท้อง ขั้นต่อไป เป็นอาการผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว คือ อ่อนแรง หายใจไม่ค่อยออก และพูดลำบาก เมื่ออาการทรุดหนักก็จะเป็นอัมพาตได้อย่างรวดเร็วภายใน 4-24 ชั่วโมง โดยเริ่มที่มือและเท้า ริมฝีปาก ลิ้น ปาก คอหอย กล่องเสียง ตามมาด้วยอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ท้ายที่สุด คือ หัวใจทำงานผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ ความดันตก โคม่า และชัก ผู้ป่วยที่ได้รับพิษสูงมาก อาจจะเข้าสู่อาการโคม่าที่ลึก รูม่านตาขยาย ไม่หดเล็กลงเมื่อถูกแสง หยุดหายใจเป็นช่วงๆ สูญเสียการตอบสนองของสมองทั้งหมด การตายเกิดได้ภายใน 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากเกิดอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจ และการหายใจล้มเหลว สำหรับการฟื้นตัว ในรายที่อาการน้อย อาการจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนรายที่อาการปานกลาง ถึงรุนแรง ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวภายใน 5 วัน (ถ้าไม่ตาย) แต่รายที่อาการรุนแรง อาจใช้เวลานานมากกว่านี้ เมื่อมีอาการ แล้วสงสัยว่าจะได้รับเทโทรโดท็อกซิน จะต้องทำอย่างไร ? เมื่อมีอาการ แล้วสงสัยว่าจะจะได้รับเทโทรโดท็อกซิน ให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด แล้วแจ้งกับแพทย์หรือพยาบาลด้วย ผู้ได้รับสารพิษอาจจะเดินตัวปลิวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการที่น้อย แต่อาการพิษสามารถจะทรุดลงได้อย่างรวดเร็วมากจนไม่รู้สึกตัว รุนแรงถึงตายได้ภายในวันเดียว สำหรับการแก้พิษ ยังไม่มียาแก้พิษสำหรับเทโทรโดท็อกซิน การรักษาพยาบาลทำได้แต่เพียงการล้างท้อง เฝ้าระวังไม่ให้เกิดอาการขาดน้ำและไม่ให้เสียสมดุลของเกลือแร่ และให้ออกซิเจน ดูแลประคับประคองเรื่องการหายใจล้มเหลว กับผลต่อหัวใจ ในรายที่เกิดอาการพิษปานกลางถึงรุนแรง อาจจำเป็นต้องอยู่ในห้อง ไอ ซี ยู เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนจากโคม่า การหายใจล้มเหลว และผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทุกคนที่มีอาการ ควรจะได้รับการดูแลเฝ้าระวังจนกระทั่งช่วงอาการรุนแรงผ่านพ้นไปแล้ว อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือยาช่วยแก้ไขหรือบรรเทาอาการต่างๆโดยเฉพาะการหายใจล้มเหลว จนกว่าจะผ่านพ้นขีดอันตราย แล้วจะทำอย่างไรจึงจะไม่เสี่ยงกับการได้รับเทโทรโดท็อกซิน เมื่อจ่ายตลาด ก็ควรจะซื้อแต่เฉพาะปลาที่เห็นหน้าและรู้จักว่าเป็นปลาอะไร อย่าซื้อปลาแปลกหน้าหรือเนื้อปลาที่แล่แล้ว สำหรับผู้ที่ฝากท้องไว้นอกบ้าน ก็ควรจะสั่งแต่อาหารจานปลาที่มีหน้าอยู่ด้วยในจาน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแมงดาและไข่แมงดาในช่วงเวลาอันตรายด้วย ส่วนการรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแบบต่างๆ จากร้านอาหาร ควรจะอุดหนุนแต่เจ้าประจำที่คุ้นเคยกันดีว่าพิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหาร ท้ายที่สุด ในช่วงเวลาใด หากเห็นข่าวเรื่องผู้ป่วยจากพิษของเทโทรโดท็อกซินถี่เหลือเกินทั้งในโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ก็สมควรจะอดใจ รับประทานแต่หมู เนื้อ ไก่ ฯลฯไปสักระยะ น่าจะดีกว่าเสี่ยงตายแบบไม่รู้ตัว ที่มาข้อมูลจาก www.pharmacy.mahidol.ac.th/

อดีตดารา แฮ็ค ซุ่มแต่งเงียบ!! แฟนนอกวงการ
แฮ็ค รุ่งเรือง /  แฮ็ค แต่งงาน / 

ห่างหายจากวงการไปนานปีเลยทีเดียว!! สำหรับหนุ่ม แฮ็ค รุ่งเรือง อนันตยะ หลายคนอาจคุ้นเคยกับบทชายรักชาย จากละครซีรี่ส์สุดฮิตเรื่อง รักแปดพันเก้า กับคู่จิ้นหนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ ล่าสุดหนุ่ม แฮ็ค ได้สละโสดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีภาพจากใน IG apop_amarintvhd เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ว่าหนุ่ม แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ที่ โรงแรมทองธารินทร์ ใน จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายหญิงไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ทาง Gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะ !! ขอขอบคุณภาพจาก FB @Bongkodchaporn Supunnapob , IG @apop_amarintvhd , สยามบันเทิง แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ แฮ็ค - ภูริ อดีตคู่จิ้น จาก รักแปดพันเก้า แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ แฮ็ค - ปิ่น แฮ็ค - ภูริ อดีตคู่จิ้น จาก รักแปดพันเก้า แฮ็ค - ภูริ อดีตคู่จิ้น จาก รักแปดพันเก้า

รวมสถานที่จัดงาน วันมาฆบูชา 2558 อิ่มบุญทั่วไทย
กิจกรรมทางศาสนา /  ทำบุญ มาฆบูชา / 

วันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชน อีกวันหนึ่ง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม 2558 ขอเชิญชวนชาวพุทธทุกท่าน ไปร่วมทำบุญ ไหว้พระ ฟังธรรม ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่ง travel.mthai.com ได้รวบรวมมาไว้แล้ว ให้ขอให้อิ่มบุญถ้วนหน้า ใน วันมาฆบูชา 2558 นะครับ รวมสถานที่จัดงาน วันมาฆบูชา 2558 อิ่มบุญทั่วไทย 1. ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ในเวลา 07.00 - 09.00 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. จะมีการเทศน์มหาชาติทำนองหลวง 13 กัณฑ์ 1000 พระคาถา โดยพระราชปฏิภาณมุนี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (กัณฑ์ที่ 1), พระมหาสม สุทธิปภาโส และพระมหาสิน ฐิตเมโธ วัดหลักสี่ (กัณฑ์ที่ 2), พระมหายุทธนา คัมภีรจิตโต วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (กัณฑ์ที่ 3 – กัณฑ์ที่ 6), พระครูปลัดสุเทพ สุรเมธี วัดไชโยวรวิหาร (กัณฑ์ที่ 7 – กัณฑ์ที่ 10), พระมหานรา ณัฏฐภาณี วัดศรีประวัติ (กัณฑ์ที่ 11 – กัณฑ์ที่ 13) ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมงานในการบำเพ็ญกุศลในวันมาฆบูชา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวันและเวลาดังกล่าว 2. ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติ เมืองนคร 2558 จ.นครศรีธรรมราช มีการทำบุญตักบาตร บริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เวลา 15.00 น. พิธีอัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทานและแห่ผ้าพระบฏ จากศาลาประดู่หกไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และในภาคค่ำ เวลา 18.00 น. มีพิธีเวียนเทียน ณ บริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมประกอบกิจกรรมต่างๆ ในวันมาฆบูชา ประจำปี 2558 3. เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2558 นี้ ณ พระธาตุบังพวน ภายในเมืองโบราณ เข้าร่วมงานฟรี ตั้งแต่ เวลา15.00 - 20.00 น. โดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้ เวลา 15.00 - 15.30 น. บริการอาหาร ณ โรงทาน เวลา 15.30 - 18.00 น. ฟังพระธรรมเทศนา จากพระธรรมปาโมกข์ เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม ฟังสวดมนต์บทอุปปาตะสันติและพระปริตร โดยพระสงฆ์ 9 รูป เวลา 18.30 - 20.00 น. ร่วมเวียนเทียน ณ พระธาตุบังพวน ซึ่งประดิษฐานพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ภายในงานมีบริการรถราง รับ - ส่ง ฟรี จากบริเวณประตูทางเข้าไปยังพระธาตุบังพวนเพื่อร่วมกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชม กับสถาปัตยกรรมความงดงามของสถานที่ต่างๆ อาทิ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เป็นต้น 4. พุทธมณฑล จ.นครปฐม ภายในงานมีการจัดการปฏิบัติธรรม พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีเวียนเทียน การจัดกิจกรรมด้านส่งเสริมพระพุทธศาสนา การแสดงพระธรรมเทศนา และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สำหรับกำหนดการภายในงาน มีดังนี้ เวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณลานรอบองค์พระประธานพุทธมณฑล เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลประกอบพิธีเวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา 5. วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา เชิญร่วมทำบุญ เทศน์คาถาพันมหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา พิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ... โดยมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฑ์ ภายในวันเดียว จะได้รับอานิสงส์ดังนี้ 1.เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้วจะได้พบพระศรีอาริย์พุทธเจ้าในอนาคต 2.เมื่อดับขันธ์จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติอันมโหฬาร 3.จักไม่ตกนรก เมื่อตายไปแล้ว 4.เมื่อถึงพุทธกาลพระศรีอาริย์พุทธเจ้า เทพบุตร เทพธิดา จะได้จุติลงไปเกิดเป็นมนุษย์ 5.ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา ก็จักได้บรรลุมรรคผล นิพพานเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , amazingthaitour.com / เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ใหม่ อ้าแขนรับมรดกจาก พี่ชม ลุ้น!!! เจ้าหญิงเมืองคานส์ คนต่อไป
ชมพู่ อารยา /  ใหม่ ดาวิกา / 

สวยและรวยมาก สำหรับนางเอกวิกหมอชิต ใหม่ ดาวิกา ที่ช่วงนี้นางกำลังใช้เงินอย่างเปรมมือ ซื้อบ้าน หลังใหญ่ ซื้อรถหรูหรา ลงทุนทำธุรกิจ สร้างร้านอย่างใหญ่โตโอ่อ่าอลังการ ก็แหม...รายรับจากงานโฆษณาเยอะซะขนาดนี้ ก็ต้องไปถอนเงินจากบัญชีเอามาบริหารกันซะหน่อย ยิ่งปีสองปีนี้ดูท่าทางนางน่าจะกวาดงานโฆษณามาได้หลายอีกหลายตัว โดยเฉพาะบรรดางานพรีเซ็นเตอร์ทั้งหลายทั้งปวงของพี่สาวสุดเลิฟอย่าง ชมพู่ อารยา ที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝามีสามีเร็วๆ นี้ ทำให้งานพรีเซ็นเตอร์หลายๆ เจ้าก็คงจะไม่ต่อสัญญากับเธอ และมองหานางเอกคนอื่นๆ ที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แทน ซึ่งสาวใหม่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนางเอกตัวเลือกเบอร์ต้นๆ ที่ทางลูกค้าจะจิ้มเลือกมาใช้งาน แถมผู้จัดการของสาวใหม่ ก็เป็นเพื่อนซี้กับผู้จัดการของสาวชมพู่อีกด้วย ยังไงเดอะแก๊งนี้เขาก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว และอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองคือ เจ้าหญิงเมืองคานส์ ออฟ ไทยแลนด์ ที่สาวชมพู่ครองตำแหน่งนี้มาถึง 2 ปีซ้อน แต่มาปีนี้มีกระแสพูดถึงเยอะมากว่า อาจจะเป็นนางเอกคนอื่นที่ไปแทนสาวชมพู่ ซึ่งสาวใหม่เธอก็มีลุ้นมากๆ ที่จะได้ไปโชว์ตัวในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ คงต้องมาดูกันว่าผลออกมาในปีนี้จะยังคงเป็นสาวชมพู่หรือเปลี่ยนเป็นสาวใหม่ หรือนางเอกคนไหนที่จะได้เหยียบพรมแดงที่โน่น ใหม่ ดาวิกา ชมพู่ อารยา

เปิดตัว แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ หนังรักโดนใจทั้งคนทั้งแมว ทุกเพศทุกวัย
จอนนี่ แมวศุภลักษณ์ /  หนังรัก / 

แล้วในที่สุด แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ภาพยนตร์ที่ออกตัวเอี๊ยดด้วยการให้นิยามว่า "ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก" ที่หาญกล้าจับ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ เหมียวยักษ์หนัก 10 โล ซุปตาร์แมวสุดฮอตแห่งโลกโซเชี่ยลมาเปิดซิงขึ้นจอใหญ่เป็นครั้งแรก ก็ได้เปิดตัวภาพยนตร์รอบพรีเมียร์ให้บรรดาแขกผู้มีเกียรติพี่น้องสื่อมวลชน และเหล่าทาสแมวได้สัมผัสและซึมซับอารมณ์เลิฟๆ เติมเต็มสีสันและรอยยิ้มให้หัวใจทุกดวงเกิดอาการฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวไปเป็นที่เรียบร้อย แถมงานนี้เรียกได้ว่าฟินกันทั้งคอหนังแมวและคอหนังรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งที่ซุปตาร์แมวเข้าฉากกับซุปตาร์คน สมศักดิ์ศรีในฐานะภาพยนตร์อารมณ์ดีประจำปีของ 2 ยักษ์วงการบันเทิงอย่าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ เวิร์คพอยท์พิคเจอร์สจริงๆ ประมาณว่าถ้าต้องการความฮา เท่งโหน่ง จากแก๊งสามช่า ที่ขนขบวนนักแสดงรับเชิญมาสร้างเซอร์ไพรส์อย่างไม่หยุดหย่อนก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ในขณะที่ความป่วนกวนแต่น่ารักสุดๆ ของเหมียวจอนนี่และสารพัดเหมียวที่ตัวแล้วตัวเล่าที่มาร่วมขโมยซีนก็อาจทำให้แฟนๆ ยิ้มกันเหงือกบาน งานนี้ต้องยกนิ้วให้กับ 2 ผู้กำกับ เป้ นฤบดี เวชกรรม ตัวพ่อจากสาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี ที่ใช้ความถนัดเฉพาะตัวทั้งแอบถ่ายขโมยถ่ายเก็บทุกอาการของเจ้าเหมียวได้อย่างน่ารักน่าหยิกพร้อมกับบริหารมุกระดมแก๊กฮาผ่านตัวละครแมวกับคนได้อย่างลงตัวจากฝีมือกำกับของ เท่ง เถิดเทิง แต่ที่จะทำให้หนุ่มสาวคู่รักยิ้มกริ่มออกจากโรงหลังจากลุ้นไปกับความรักสุดมโนจากการแสดงที่เต็มไปด้วยความน่ารัก สดใหม่และเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติของสาวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และหนุ่มเป้อารักษ์ ที่สำคัญจับคู่เข้าขากันได้อย่างลงตัวและอย่าแปลกใจถ้าเกิดว่าจะดูไปพร้อมเกิดอาการจิกเบาะไปตลอดการชมภาพยนตร์ และนี่คือเสียงตอบรับที่เรียกได้ว่าทำเอาทีมงานและนักแสดงหายเหนื่อยกันเลยทีเดียวเพราะยืนยัน นั่งยันและนอนยันว่าแมวกำกับไม่ได้!!! โดยความสนุกสนานเบิกบานใจของงานเปิดตัวภาพยนตร์เริ่มต้นตั้งแต่ การเนรมิต Hipster Street ขึ้นบริเวณชั้น 8 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ภายใต้ไอเดียสุดเก๋ไก๋เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับคอนเซ็ปท์ แคท อ่ะ แว้บ! #การเปิดท้ายบอกรัก กันแบบชื่นมื่นตั้งแต่การรวบรวมบูธน่ารักๆ เอาใจทาสแมวคนรักแมวในงาน รวมไปถึงร่วมฮิปสเตอร์ไปกับการวาดรูปการ์ตูนตัวคุณกับแมว โดยนำรายได้จากการกิจกรรมวาดรูปที่ให้แขกผู้ร่วมงานบริจาคตามศรัทธาไปช่วยเหลือแมวผู้ยากไร้และค่าอาหารแมวจรจัด แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงรักเพราะๆ จากเสียงร้องของวงดนตรีสุดฮิปสเตอร์ Ten to Twelve กันอย่างจุใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเพลง "คิดเหมือนกันรึเปล่า" เพลงประกอบภาพยนตร์ไปในบรรยากาศที่เรียกได้ว่าทั้งเพลินทั้งชิลกันเลยทีเดียว จนกระทั่ง เริ่มต้นงานอย่างเป็นทางการด้วย วิดีโอพรีเซนเทชั่นยืนยันว่า "ไม่ใช่หนังแมวจริงๆ นะ แต่เป็นหนังรักต่างหาก" ก่อนที่เหล่าบรรดานักแสดงหลักจากภาพยนตร์ซึ่งประกอบไปด้วย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า และ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ขึ้นมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันแบบฮากลิ้งด้วยการเปิดใจแบบยกป้ายประมาณว่าจริงหรือไม่ถูกหรือผิดกับความรู้สึกของการร่วมงานกันแบบหนังแมวผสมหนังรัก ก่อนที่ในท้ายที่สุดจะได้รับเกียรติจากบรรดาผู้บริหาร พันธมิตรทางการตลาด และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็น คุณพาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ Managing Director บ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส จำกัด Group CEO บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน), คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จก., คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บ.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัดผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงอาหารแมว Me-O, คุณวราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มประธานกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บ.เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น จก.(มหาชน) รวมไปถึงเหล่านักแสดงสมทบจากภาพยนตร์ที่ช่วยกันสร้างสรรค์และสนับสนุนผลักดันให้ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์หนังรักที่จะทำให้เกิดรอยยิ้มและความสุขในหัวใจของผู้ชมทุกเพศทุกวัยขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกัน ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก ร่วมลุ้นวุ่นรักไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย -------------------------------

เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน
บรมพุทโธ /  พระพุทธรูป / 

ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนคงจะนึกถึงอากาศที่ร้อน ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้พักผ่อนมากนัก แต่ ภูมิภาคนี้ยังมีสิ่งอื่นทดแทนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ภาคอีสานจึงถูกขนานนามว่าเป็น "แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม" ทุกสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวิถีชีวิต และวัดวาอาราม ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปบุกแดนอีสานตอนกลาง ด้วยการพาเที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด เมื่องเกินร้อย ที่มากด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน ก่อนที่เราจะพาคุณไปทัวร์ 3 วัดดัง ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับ Landmark สำคัญแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดกันก่อน นั่นก็คือ "บึงพลาญชัย" ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น และที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ นอกจากนี้ ตรงบริเวณประตูทางเข้า ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ใกล้กันก็เป็นประตูสาเกตนคร  ประตูเมืองของจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อเดิมว่า เมืองสาเกตนคร นั่นเอง พอจะรู้จักเมืองร้อยเอ็ดกันคร่าวๆ แล้ว เราไปเริ่มที่วัดแรกกันเลยดีกว่า นั่นก็คือ ... 1. วัดบูรพาภิราม วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ในเขตเทสบาลเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อวัดหัวรอ มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร บริเวณฐานจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองร้อยเอ็ดอย่างมาก นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต และโรงเรียนปริยัติธรรม อีกด้วย วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 2. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) "วัดป่ากุง" เป็นวัดร้างเก่าแก่มีมาตั้งแต่ปี 2313 และหลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้เข้ามาเป็นผู้นำศรัทธาในการพัฒนาวัด จึงได้ดำเนินการขออนุญาตทางราชการจัดตั้งเป็นวัดขึ้น โดยใช้ชื่อที่ประชาชนร่วมกันสร้างว่า "วัดประชาคมวนาราม" สังกัดคณะธรรมยุตติกนิกาย ในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2508 โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองและบูรณปฏิสังขรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองเป็นต้นมา ภาพด้านบน คือ เจดีย์มหาวีราจริยานุสรณ์ เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึง หลวงปู่ศรี มหาวีโร ส่วนไฮไลท์สำคัญของวัดป่ากุง นั่นคือ มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง) ส่วนที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หินทราย เกิดขึ้นเมื่อคราวพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ.2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์ (บุโรพุทโธ) ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงาม หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟัง และดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโน และนายอนุวัตร บูรณะกร(เป็ด) เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการก่อสร้าง โดยสถานที่ภายนอกและภายในขององค์เจดีย์ได้ก่อสร้างด้วยหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้มีภาพแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีประจำจังหวัดร้อยเอ็ดที่เรียกกันว่า "บุญผะเหวด"         วัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กม. 3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วน พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นเจดีย์สีขาว ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีเหลืองทองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ตัวพระเจดีย์มีความกว้าง ความยาว และความสูง ส่วนละ 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียว เจดีย์ชั้นบนสุดได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เอาไว้ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นพระเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ผสมผสานด้วยศิลปะร่วมสมัย โดยวางโครงสร้างตามแบบพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และพื้นผิวแบบพระธาตุพนม จ.นครพนม         การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด - อำเภอโพนทอง - อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 จะเห็นได้ว่า จังหวัดเล็กๆ ในแถบอีสานตอนกลาง ก็มีแหล่งท่องเที่ยวอันสุดยอดไม่แพ้ภูมิภาคอื่น ต้องลองไปเห็นด้วยตาของคุณเอง แล้วคุณจะหลงรักเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่รู้ตัว ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.สำนักงานขอนแก่น , www.konroiet.com  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

กสทช.จับมืออบต. ปั๊มยอด ลงทะเบียนซิม ในต่างจังหวัด
กสทช. /  ฐากร ตัณฑสิทธิ์ / 

กสทช.จับมืออบต. เร่งกระตุ้นประชาชน ลงทะเบียนซิม ในต่างจังหวัด หลังพบตัวเลขการลงทะเบียนน้อยมาก พร้อมยกเลิกให้ธนาคารกรุงไทยเป็นตัวแทนจดทะเบียน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. เปิดเผยว่า กสทช.ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ประชาชนลงทะเบียนซิมการ์ดผ่านทุกช่องทาง หลังพบยอดลงทะเบียนซิมการ์ดต่างจังหวัดยังไม่เดินเพิ่มขึ้น พร้อมกับยกเลิกให้ธนาคารกรุงไทยเป็นตัวแทนในการลงทะเบียนซิม เพราะคิดค่าบริการเบอร์ละ 20 บาท สูงขึ้นกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ยืนยันว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้การลงทะเบียนซิมระบบเติมเงิน และการลงทะเบียนการใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบบฟรีไว-ไฟเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ปัจจุบันผู้ใช้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น 2 แชะมากขึ้น ดังนั้น หากประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงินทุกคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนให้เสร็จภายในวันที่ 31 ก.ค. 2558 ตามประกาศสำนักงาน กสทช. โดยนับตั้งแต่นี้สำนักงาน กสทช. จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ อาทิ กระทรวงแรงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจะเร่งออกบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงกรมประชาสัมพันธ์ จะเร่งประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงินรีบมาลงทะเบียน ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทุกย่านความถี่ จำนวน 103 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 73.5 ล้านเลขหมาย และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในย่านความถี่อื่นๆ ลดลงเหลือเพียง 29.5 ล้านเลขหมาย ติดตามข่าวสาร 'กสทช.' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าเราพูดถึงคนที่ ฉลาด หรือ อัจฉริยะ ที่สุดในโลก หลายคนก็คงจะนึกถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โยฮันน์ วอล์ฟกัง, เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น มันก็จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาฉลาดมาก มีไอคิวที่สูงถึง 180-225 แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ อัจฉริยะตัวจริง " วิลเลี่ยม ไซดิส " เขามีไอคิวที่สูงกว่าไอน์สไตน์ซะอีก เพราะมี IQ มากถึง 300 เลยทีเดียว เริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 1 ขวบเองอ่ะ!! แต่ความอัจฉริยะของเขานั้นก็ไม่ทำให้เป็นที่จดจำของโลก .. อยากรู้จักเขามากขึ้นแล้วใช่ไหมหล่ะ ตามทีนเอ็มไทยมาเลยค่ะ  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์ วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส (William James Sidis)  เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันเอพริลฟูลเดย์ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่มี IQ สูงที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามี IQ อยู่ระหว่าง 250-300โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าใช้การทดสอบ IQ แบบไหน เขาเริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่เดือน และสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า“Universal Genius” บุคคลที่ถือว่า “ฉลาดทีสุดในจักรวาล”  และถ้าพูดถึง หลุมดำหรือ Black Hole หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส คนนี้เนี่ยแหละ! ที่เป็นคนเขียนพยากรณ์การมีอยู่ของหลุมดำ ในหนังสือฟิสิกส์เล่มแรกของเขา ที่ชื่อ The Animate and the Inanimate ก่อนที่ใครทั้งโลกจะรู้ถึงตัวตนของมันด้วยซ้ำไป .. เจ๋งใช่ไหมหล่ะ ครอบครัวไซดิส (Sidis Family) ปลายศตวรรษที่ 19 บอริสและซาร่าฮ์ ไซดิส (Boris and Sarah Sidis) สองสามีภรรยา ได้อพยพลี้ภัยมายังประเทศอเมริกาเช่นเดียวกับชาวรัสเซียเชื้อสายยิวอีกจำนวนมาก เพียงไม่นานนักทั้งคู่ก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากบอริสเป็นหนึ่งในคนรุ่นแรกๆ ที่พัฒนาการศึกษาวิชาจิตวิทยาและซาร่าฮ์เป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีดีกรีปริญญาทางการแพทย์ในสมัยนั้น บอริสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้งานเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มีความเชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต จิตวิทยากลุ่มและการควบคุมความบ้าคลั่งของฝูงชน 1898, กำเนิด วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ปี 1898 ซาราฮ์ให้กำเนิดบุตรชาย วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส โดยบอริสและซาราฮ์ช่วยกันเลี้ยงดู สอนลูกให้รู้จักตัวอักษรและการผสมคำ เพียงแค่ 6 เดือนวิลเลี่ยมก็สามารถสะกดคำว่า door และเดือนต่อมาสามารถสะกดคำว่า moon เมื่ออายุเพียง 8 เดือน วิลเลี่ยมสามารถใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้ ขณะที่เด็กวัย 1 ขวบส่วนใหญ่จะยังพูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา แต่วิลเลี่ยมสามารถสะกดคำง่ายๆบางคำได้แล้ว วิลเลี่ยมอ่านหนังสือพิมพ์( New York Times) ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน (ขวบครึ่ง) วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ฉายแววอัจฉริยะ! ซาราฮ์เห็นพัฒนาการของลูกที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอจึงลาออกจากงานเพื่อเอาเวลามาสอนลูกของเธอให้เฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้น เมื่อครบรอบวันเกิด 5 ขวบ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเองหลายภาษา วิลเลี่ยมลากเก้าอี้ตัวสูงขึ้นนั่งเคาะแป้นพิมพ์ดีดเขียนจดหมายสั่งซื้อของเล่นส่งถึงห้างสรรพสินค้าเมซี่ย์ด้วยตัวเอง และต่อมาเขาก็ขวนขวายเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆด้วยตัวเองโดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ เช่น ละติน กรีก ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมันและฮิบรู ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรียนไวยากรณ์เมื่ออายุได้ 6 ขวบ วิลเลี่ยมเรียนประถมฯ ต้นเพียง 6 เดือน ก็เข้าเรียนมัธยมฯ ต่อ (การศึกษาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วของเขาไปสะดุดตาสื่อมวลชน จนหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์นำเรื่องราวของเขามาตีพิมพ์) เมื่ออายุ 7 ขวบ สอบผ่าน Harvard Medical School Anatomy Exam เมื่ออายุ 8 ขวบ สอบ Entrance Exam ของ MIT ผ่าน และสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้ เขาสามารถพูดได้ 8 ภาษาคือ ละติน กรีซ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน ฮิบรู เติร์ก และอังกฤษ อีกทั้งยังคิดค้นภาษาใหม่ขึ้นมาโดยการผสมผสานตัวอักษรภาษาละติน กรีซ เยอรมัน และฝรั่งเศส เรียกว่าภาษา เวนเดอร์กู้ด (Vendergood) เมื่ออายุได้ 9 ขวบ พยายามเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเมื่ออายุ 11 ขวบ เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอริส พ่อของไซดิส พยายามส่งเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ถูกปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขายังเด็กเกินไป ยังขาดการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่บอริสไม่ยอมแพ้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร โน้มน้าวให้มหาวิทยาลัยยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าศึกษา ระหว่างรอคอยคำตอบ ไซดิสฆ่าเวลาด้วยการไปเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยทัฟต์ เขาเปิดอ่านหนังสือคณิตศาสตร์ มองหาข้อผิดพลาดในหนังสือ และทำการแก้ไข ค้นหาข้อมูลทฤษฎีต่างๆ ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนไว้และมองหาช่องโหว่ ในช่วงเวลานี้เองไซดิสค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองอีกอย่างคือ เขาสามารถคำนวณในใจบอกได้ว่าวันที่นั้นๆ ของเดือนและปีนั้นๆ เป็นวันอะไรได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นวันในอดีตหรือวันในอนาคต ปี 1909 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพ่ายแพ้ต่อความเก่งกาจของเด็กมหัศจรรย์ยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าเป็นนักศึกษา ทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในเดือนมกราคม 1910 ปีต่อมา วิลเลี่ยม ไซดิส ได้รับเชิญให้บรรยายเรื่อง คณิตศาสตร์ 4 มิติ (Four-DimensionBodies) ต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิและนักศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง ศาสตราจารย์เดเนียล คอมสต็อก จากมหาวิทยาลัย MIT ถึงกับทำนายว่าในอนาคตวิลเลี่ยมจะเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 และวิลเลี่ยมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยมีเกียรตินิยมพ่วงท้ายด้วยวัยเพียง 16 ปี และเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บอสตันเฮราลด์ว่าเขาต้องการมีชีวิตสมบูรณ์แบบด้วยการใช้ชีวิตสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับสังคม อีกทั้งยังสาบานว่าจะไม่แต่งงาน ขอครองพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต เส้นทางชีวิต วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส หลังจบการศึกษา วิลเลี่ยมได้งานเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไรซ์ เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส แต่วิลเลี่ยมสอนอยู่ได้ไม่ถึงปีก็ลาออกเนื่องจากเขาถูกกดดันจากบรรดาลูกศิษย์ที่มีอายุมากกว่าหลายปี วิลเลี่ยมกลับมาลงทะเบียนเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ก็ลาออกก่อนจะจบการศึกษาเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ภาควิชาที่เหมาะกับเขา ปี 1919 วิลเลี่ยมเข้าร่วมชุมนุมประท้วงคัดค้านการเกณฑ์ทหาร การประท้วงครั้งนี้บานปลายเป็นการจลาจล วิลเลี่ยมถูกจับกุมตัว บอริสวิ่งเต้นช่วยลูกชายให้พ้นคุกภายใต้เงื่อนไขควบคุมความประพฤติและกักบริเวณเป็นเวลา 1 ปี หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ วิลเลี่ยมหลบหน้าหลบตาหนีผู้คนไปทำงานเป็นเสมียนตามร้านเล็กๆ เมื่อมีใครจำเขาได้ วิลเลี่ยมก็จะลาออกหนีไปหางานใหม่ แม้วิลเลี่ยมจะเอือมระอากับเรื่องตัวเลขแต่เขาก็ยังคงความหลงใหลในเรื่องภาษา วิลเลี่ยมเรียนรู้ภาษาอื่นๆรวมถึงภาษาท้องถิ่นจนแตกฉานมากถึง 40 ภาษา  บั้นปลายชีวิต  วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส อดีตเด็กอัจฉริยะไม่ได้สุขสบายมีความสุข เขาเสียชีวิตแบบคนอนาถาตามลำพังในห้องเช่าในเมืองบอสตัน ด้วยสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1944 ด้วยวัย 46 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง .. เขาสิ้นลมหายใจโดยไม่มีใครจำเค้าไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของอัจฉริยะอีกเลย เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูลดีๆ SilverFang http://www.online-station.net/entertainment/story/327, http://www.sidis.net, http://en.wikipedia.org/wiki/William_James_Sidis

ธปท.พิมพ์เงิน เพิ่ม! 200-300 ล้านฉบับ - ปี 59
ข่าวเศรษฐกิจ /  ธนาคารแห่งประเทศไทย / 

ธปท.เล็งพิมพ์ธนบัตรใหม่เพิ่ม 1% หรือ 200-300 ล้านฉบับ ปี 59 พร้อม ยืดอายุใช้งานนานขึ้น นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารจัดการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า แนวโน้มการพิมพ์ธนบัตรในปี 2559 ว่า จะมียอดการพิมพ์ประมาณ 2.2 - 2.3 พันล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 200-300 ล้านฉบับ หรือกว่า 1% เทียบจากปีนี้ ที่คาดมียอดพิมพ์ธนบัตรออกใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.1 พันล้านฉบับ โดย ยอดการพิมพ์ธนบัตรในปี 2559 จะสอดคล้อง กับการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้า ภายใต้การขับเคลื่อนการลงทุนของภาครัฐที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอายุการใช้งานของธนบัตรในปัจจุบัน ที่ทนทานและยาวนานขึ้น ปกติการใช้งานธนบัตร 1 ใบ จะมีอายุใช้งานราว 17-18 เดือน หรือราว 1 ปีครึ่งแต่แนวโน้มข้างหน้า อายุการใช้งานของธนบัตรแต่ละใบจะยาวไปถึง 2 ปี ทำให้อนาคต แนวโน้มยอดการพิมพ์แบงก์ (ธนบัตร) ในแต่ละปีจะมีอัตราทรงตัว คือ ไม่ได้เติบโตเหมือนในอดีตที่เคยโต 5-10% เช่นบางปีก่อนหน้านี้ ส่วน ช่วงที่ผ่านมา แนวโน้มยอดพิมพ์ธนบัตรใหม่มีอัตราเติบโตที่ชะลอลง หรือคิดเป็นยอดการพิมพ์ธนบัตรใหม่ที่เข้าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นไม่ถึง 5% สำหรับปีนี้ ยอดการพิมพ์ธนบัตรใหม่ จะอยู่ที่ประมาณ 2.1 พันล้านฉบับ ซึ่งไม่ได้ขยายตัวเมื่อเทียบกับปี′57 ที่มียอดพิมพ์ธนบัตรอยู่ที่ 2.1 พันล้านฉบับ MThai News

คุณคิดยังไง กับทัวร์จีน ที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย สมัยนี้????
ดารา /  บันเทิง / 

ทัวร์จีนอาละวาด! อ.วิโรจน์ ฉะ! เที่ยวไทย ไร้ระเบียบ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง2

ไฮไลท์จัดเต็ม ปราสาทสายฟ้า บุกรัวแซง กว่างโจว2-1ทะยานจ่าฟูงACL
ฟุตบอลไทย /  เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 / 

ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างเรื่องช็อคเอเชียได้อีกครั้ง บุกไปแซงเอาชนะ กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ 2-1 ศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 รอบแบ่ง กลุ่มเอฟ นัดที่ 2

จุดชมซากุระ บนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่ง เกียวโต
Full Bloom /  Ginkakuji / 

ผมเชื่อว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจของนักเดินทางส่วนใหญ่ ที่ฝันถึงเมื่ออยากไปสัมผัสในประเทศญี่ปุ่น นอกจาก ภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแล้ว ต้องมีดอกไม้ที่สวยแต่บอบบางอย่าง ซากุระ อยู่ในใจแน่นอน การไปชมดอกซากุระบานนั้นต้องมีการวางแผนให้แม่นยำ ซึ่งใน เกียวโต นั้น ปกติซากุระจะบานเต็มที่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนและมีเวลาให้พวกเราได้ยลโฉมเพียง 7 วัน ก่อนที่ใบสีเขียวจะผลิออกมาแทนที่ จุดชมซากุระบนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่งเกียวโต หนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่ได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดคงหนีไม่พ้น เกียวโต เมืองหลวงเก่าที่มีวัดวาอาราม และบ้านเรือนแบบโบราณ ที่จะเป็นแบ็คกราวน์เสริมให้การชม ซากุระนั้นเพอร์เฟ็คท์ขึ้นไปอีก สถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับผู้อ่าน ที่จะได้เต็มอิ่มกับซากุระอย่างแน่นอน คือเส้นทางสายนักปราชญ์ หรือ Philosopher's Path ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tetsugaku no michi โดยเส้นทางสายนี้ปูด้วยก้อนหินที่เลียบคลองน้ำใสๆ มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ผู้อ่านจะได้ยลโฉมซากุระที่บานสะพรั่งหลากพันธ์ุตลอดเส้นทาง เส้นทางนี้เริ่มต้นจากวัด Ginkakuji (Silver Pavilion) และไปสิ้นสุดที่วัด นันเซนจิ (Nanzenji) เราสามารถเริ่มต้นการเดินทางโดยนั่งรถเมล์ จากสถานีเกียวโต ด้วยสาย 5 , 17 หรือ 100 โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ด้วยค่ารถเที่ยวละ 230เยน มาลงที่ป้าย Ginkakuji เลย ซึ่งในรถจะมีป้ายบอก พร้อมเสียงประกาศว่ากำลังจะถึงป้ายไหนแล้ว เพราะฉนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะลงผิดป้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายฮิตๆ อย่าง Ginkakuji มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงตามด้วยเยอะแน่นอน สิ่งแรกเห็นหลังจากลงรถเมล์ที่ป้ายแล้ว ก็จะเห็วทิวต้นซากุระผลิดอกรอต้อนรับอยู่ เราก็เดินมุ่งหน้าสู่วัด Ginkakuji เป็นที่แรกในการเริ่มชมซากุระในวันนี้ Ginkakuji Temple หรือ Silver Pavilion (วัดเงิน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก World Cultural Heritage Sites โดย UNESCO เรียบร้อยแล้ว Ginkakuji เป็นวัดนิกายเซน ถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน Ashikaga Yoshimasa หลานชายของท่านโชกุน ที่สร้างวัด Kinkakuji หรือ golden Pavilion (วัดทอง) ซึ่งอาคาร Silver Pavilion (Kannonden) สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้มีสีทอง เป็นอาคาร 2 ชั้น และมีนกฟินิกซ์อยู่บนหลังคาอาคารเช่นเดียวกัน ภายในอาณาบริเวณของวัดนั้น จะมีเนินเขาที่ยังมีต้นไม้ใหญ่คงสภาพความเป็นป่าอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ สามารถมองเห็นวัดได้โดยรอบ รวมถึงทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตที่สวยงานอีกด้วย ในวัดมีสระน้ำกว้างอยู่กลางวัดล้อมรอบด้วยสวนแบบญี่ปุ่น และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ คือลานสวนหินทรายสีเงิน หรือที่เรียกว่า “Sea of Silver Sand” และกรวยหินทราย เรียกว่า “Moon Viewing Platform” ที่สร้างขึ้นเพื่อเมื่อแสงของดวงจันทร์กระทบกับลานหินทรายแสงที่ตกกระทบก็จะสว่างไปทั่วบริเวณหน้าอาคาร Silver Pavilion ทำให้เกิดแสงระยิยระยับสวยงาม แต่ผู้เขียนไม่ได้อยู่ชมในช่วงดึกจึงยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ไหม       หลังจากนั้นก็เดินย้อนออกจากวัด เพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนักปราชญ์ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเส้นทางสายนี้เป็นเดินเท้าเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหิน และเป็นทางเดินเลียบคลองบิวาโกะ ที่มีน้ำใสสะอาด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต ที่มาของชื่อ “ถนนสายนักปราชญ์” นี้ได้มาจาก ในอดีตนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อ Nishida Kitaro มักจะมาเดินสงบจิตใจที่นี่เพื่อให้เกิดสมาธิ ในวันอื่นๆที่ไม่มีซากุระ เส้นทางนี้จะเป็นเพียงทางเดินเลียบคลองอันแสนเงียบสงบที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้เป็นที่สัญจรและพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในช่วงเดือนที่ดอกซากุระบาน ทางเดินเส้นนี้กลับเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่พร้อมใจมาชมความงามของซากุระกว่า 500 ต้นที่ปลูกเลียบไปตามริมคลอง ที่ปกคลุมเส้นทางเดินเส้นนี้ให้กลายเป็นอุโมงค์ซากุระอันแสนงดงาม ในขณะที่มีลมพัดผ่านมา กลีบดอกซากุระก็ปลิวไสวคล้ายกับหิมะ แล้วตกไปยังคลองด้านล่าง จนทำให้คลองกลายเป็นพรมซากุระสีขาวอมชมพู แค่นึกภาพตามก็สุดแสนจะโรแมนติคแล้ว แต่ถ้าใครได้อยู่ตรงนั้นล่ะก็แทบจะอยากให้มีคนจับมือควงแขนกันเดินเลยทีเดียว ตลอดสองข้างทางเดินยังเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ร้านน้ำชา คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมดเก๋ๆ ให้ได้แวะชมแวะดูกันเพลินๆ สวยโรแมนติคซะขนาดนี้ พลาดไม่ได้ที่จะมีศิลปินท้องถิ่นมานั่งวาดภาพวิวเพื่อรังสรรค์เป็นผลงานความทรงจำไว้ในผืนผ้าใบด้วย       เมื่อเพลิดเพลินกับซากุระตามเส้นทางมาจนถึงปลายทางก็จะไปบรรจบกับวัดนันเซนจิ (Nanzen-ji) วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเซนที่มีความสวยงามและสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนสาย Rinzai ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นวังที่ประทับของจักพรรดิคาเมะยะมะ (Kameyama) ด้วยความเลื่อมไสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระองค์จึงทรงยกวังแห่งนี้ให้ก่อตั้งเป็นวัดนันเซ็นจิ ในปีค.ศ. 1291 แม้ว่าชื่อวัดจะเป็นชื่อนันเซ็นจิ แต่ภายในมีวัดแห่งนี้ ยังมีวัดย่อยๆอยู่อีก 12 แห่ง (เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่เพียง 4 แห่ง)   เมื่อเราเดินทางมาถึงวัดแห่งนี้ สิ่งแรกที่จะพบก็คือ Sanmon Gate ประตูไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ สูง 22 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามปราสาทโอซาก้า เมื่อปี ค.ศ. 1615 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเกียวโตได้บนระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ชั้นสองของประตู หลังจากลงมาจากประตู เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะได้พบกับจุดเด่นของวัดอีกอย่าง คือ สะพานส่งน้ำบิวะ (Lake Biwa Aquaduct) สะพานส่งน้ำนี้สร้างขึ้นในสมียเมจิ โดยการเจาะภูเขาเพื่อขนส่งน้ำ และ สินค้าทางน้ำ จากทะเลสาบบิวะมายังเกียวโต ปัจจุบันก็ยังมีน้ำส่งในท่อส่งน้ำอยู่ แต่คนในเมืองเกียวโตไม่ได้ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำแห่งนี้แล้ว นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมี วัดย่อย และ สวนเซนที่มีความสงบ เงียบ และสวยงามชวนให้เกิดสมาธิและสงบจิตใจอีกหลายแห่งให้ได้เข้าไปชมกัน   อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับการมาชมซากุระในเส้นทางนี้คือ Keage Incline หลายคน รวมทั้งผมด้วยเมื่อแรกเห็นเคยคิดว่าเป็นทางรถไฟสายเก่า แต่จริงๆแล้วคือทางรถรางเพื่อลากเรือบรรทุกสินค้าที่ล่องมาตามคลองส่งน้ำบิวะแล้วจะต้องลดระดับลงไปถึง 32 เมตร สู่แม่น้ำกะโมะกะวะ ในสมัยเมจิจึงได้มีการสร้างรางนี้ขึ้นมานั่นเอง โดยรางขนาดใหญ่นี้จะเป็นทางลาดชัน ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นซากุระขนาดใหญ่ ที่ผลิดอกเต็มต้นให้เราได้ใกล้ชิดตลอดสองข้าง จากการสังเกตุพบว่า คู่รักต่างนิยมมาถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้ง ส่วนสาวๆก็นิยมใส่ชุดยูกะตะ มาถ่ายรูปคู่กับซากุระ ทำให้การชมซากุระนั้นได้บรรยากาศไปอีกระดับหนึ่ง   จากจุดเริ่มต้น จนมาถึงปลายทางที่ Keage incline เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางชมซากุระ ที่สามารถใช้เวลาเดินชมแบบชิลๆได้อย่างต่ำครึ่งวันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเดินชมแบบคนเดียวโดยไม่เหงาเพราะความเพลินในการชมซากุระ แต่ถ้าใครมีคู่ก็มาสวีทกับคนรักได้แบบสุดโรแมนติค โดยนำข้าวกล่องมานั่งทานใต้ต้นซากุระด้วยก็ได้ หรือมากับเพื่อนๆก็ได้ความสนุกอีกแบบ ในเกียวโตยังมีสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่ออีกหลายแห่ง ในครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหนสามารถติดตามได้ต่อที่นี่นะครับ ค่าเข้าสถานที่ต่างๆในเส้นทางนี้ วัด Ginkakuji 500yen วัด Nanzenji และวัดย่อยภายใน ประตู Sanmon Gate 500yen วิหาร Hojo 500yen วัด Nanzenin 300yen วัด Konchi-in 400yen วัด Tenjuan 400yen ข้อมูลสถานที่ www.japan-guide.com เรื่อง/ภาพ Tonyken

ดรีมมี่ RUSH สาวขี้อาย น่ารัก น่าค้นหา กับสัดส่วน 38-26-35
rush /  ดรีมมี่ / 

"น้องดรีมมี่" สาวขี้อาย น่ารัก น่าค้นหาคนนี้ ในสไตล์สาวเซ็กซี่อวบอึ๋ม ซึ่งมาพร้อมกับสัดส่วน 38-26-35 มาดูกันว่าแฟชั่นเซ็กซี่ครั้งแรกของเธอกับ RUSH จะมีไม้เด็ดมากระแทกใจแฟนๆ ขนาดไหน อะไรคือตัวจุดประกายที่ทำให้คุณอยากจะมาถ่ายแบบเซ็กซี่? : ก็ปกติเราเป็นคนที่ชอบอะไรที่มันเซ็กซี่ๆ อยุู่แล้วค่ะ รู้สึกว่าผู้หญิงเซ็กซี่เป็นผู้หญิงที่ไม่น่าเบื่อ อย่างเป็นผู้หญิงน่ารักๆ ผสมเซ็กซี่หน่อยๆ ก็โอเคเลย แล้วตัวเองคิดว่าเซ็กซี่แค่นี้พอแล้วหรืออยากจะเซ็กซี่ขึ้นกว่านี้อีก? : ก็อยากจะเซ็กซี่ขึ้นนะคะ ถ้าอะไรที่มันคือการพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ ก็โอเค อย่างเรื่องความเซ็กซี่ของตัวเอง ถ้ามันเพิ่มขึ้นก็จะดีมากเลยค่ะ เคยมีประสบการณ์ถ่ายแบบโดยที่ทีมงานทั้งหมดเป็นผู้ชายไหม? : ครั้งนี้ครั้งแรกเลยค่ะ(หัวเราะ) ก็รู้สึกเขินๆ ค่ะ ก็ใช้วิธีมโนว่าพวกพี่ๆ เป็นเกย์เป็นตุ๊ดแก้เขินไป เคยมีความสัมพันธ์แบบที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนบ้างหรือเปล่า? : เคยมีความรู้สึกแบบนั้นครั้งแรกตอนอายุ 16 ค่ะ ก็ตอนนั้นเป็นเหมือนระยะเวลาที่เรากำลังดูใจกันกับคนที่จะมาเป็นแฟนอยู่ ความรักของเราในตอนนี้? : ความรักของหนูตอนนี้ ก็เป็นประมาณนั้นแหละ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน เพราะว่าก็ยังดูๆ ใจกันอยู่ เหมือนกับว่าเราเพิ่งคบกัน เพิ่งได้คุยได้ทำความรู้จักกัน ผู้ชายเจ้าชู้กับผู้ชายโกหกเก่ง เราเกลียดแบบไหนมากว่ากัน? : โห ไม่ชอบทั้งคู่เลยอ่ะ เพราะปกติก็ไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้และโกหกอยู่แล้ว แต่ก็เคยเจอคนแบบนั้นนะ แล้วเรามีวิธีจัดการกับเขายังไง? : เลิกคบเลย หรือบางครั้งเราอาจจะมีฝากอะไรทิ้งท้ายก่อนเลิก เอาให้เจ็บ เอาให้จำเราจนวันตายเลย (หัวเราะ) วิธีบอกรักผู้ชายแบบแปลกๆ ของคุณ? : ก็สมมุติว่าเราจะไปหาเรื่องเค้าก่อน ไปทะเลาะกับเขาให้เค้าไม่ชอบเรา แต่ตอนเฉลยก็ซื้อดอกกุหลาบหรือของขวัญไปเซอร์ไพรส์เค้า ให้เค้าแปลกใจ แล้วหาสถานที่เซอร์ไพรส์แบบที่มีคนเยอะๆ เลย เคยคุยกับแฟนนานที่สุดกี่ชั่วโมง? :นานสุดของเราก็ 2-3 ชั่วโมง แต่ปกติที่ไม่ติดโทรศัพท์เพราะว่า เราอยากใช้เวลาอยู่กับคนข้างๆ มากกว่า ให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากกว่าโทรศัพท์ สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ RUSH บ้างไหม? : คือการถ่ายแบบครั้งนี้เป็นการถ่ายแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของดรีมเลย ก็ขอฝากผลงานของดรีมไว้ใน RUSH Magazine ฉบับเดือนมีนาคมนี้ด้วยนะคะ ติดตามแฟชั่นเซ็ทอื่นๆ ได้ที่ RUSH#67 March

ภาพชุดแรกจากกองถ่าย พร้อมใบปิดจากหนังบู๊ภาคต่อ London Has Fallen
Brooklyn Finest /  London Has Fallen / 

ในที่สุดก็เผยโฉมออกมาให้เราเห็นกันเสียที หลังจากมีกำหนดฉายในสิ้นปีนี้แล้ว สำหรับ London Has Fallen หนังแอ็คชั่นภาคต่อบุกทำเนียบขาวจาก Olympus Has Fallen ที่ภาคแรกกำกับโดย อันตวน ฟูกัวร์ ส่วนในภาค 2 นี่ได้เปลี่ยนผู้กำกับมาเป็น บาบัค นาจาฟี แทน แต่ว่าในทางด้านนักแสดงจะยังคงกลับมาครบทั้ง 3 นักแสดงนำอย่าง เจอราร์ด บัทเลอร์, แอรอน เอ็คฮาร์ท, มอร์แกน ฟรีแมน ร่วมสมทบโดย ราดาห์ มิทเชลล์ เช่นเคย โดยในตอนนี้ภาพที่ปล่อยออกมาจากกองถ่ายก็แน่นอนว่าต้องเป็นภาพของฉากบู๊ในหนัง ซึ่งดูท่าจะยังคงจัดเต็มด้านการระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบที่คุ้นเคย เช่นกันกับใบปิดแรกจากหนัง ที่เผยให้เห็นถึงการล่มสลายของลอนดอน ที่ในภาคนี้จะดำเนินเรื่องหลังจากภาคแรก ที่ยังคงติดตามเรื่องของ ปธน. ที่รับบทโดย เอ็คฮาร์ท ที่คราวนี้ต้องเดินทางไปลอนดอนเพื่อร่วมงานศพของนายกอังกฤษที่เสียชีวิต แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่รอเขาอยู่ที่งานนั้นคือการรวมตัวของการฆ่าผู้นำทุกประเทศภายในเวลาพริบตา จึงทำให้บอดี้การ์ดของเราอย่าง บัตเลอร์ ต้องออกโรงอีกครั้ง โดยหนังมีกำหนดฉายในไทย 1 ตุลาคมนี้ครับ