2ขวบ

5 สัญญาณ ผู้ชายคนนั้น ยังไม่ใช่สำหรับเรา
ความรักวัยรุ่น /  ปัญหาวัยรุ่น

5 สัญญาณ ผู้ชายคนนั้น ยังไม่ใช่สำหรับเรา คุณเคยสังเกตแฟนหนุ่มที่เราคบอยู่กันบ้างไหมคะ ว่าจริงๆ แล้วเขานั้น คือคนที่ใช่สำหรับเราแล้วหรือยัง? และที่เรายังคบกับเขาอยู่นี่เพราะความรักหรือการฝืน เพราะคุณเองนั้นกลัวการที่จะอยู่คนเดียวกันแน่ เรื่องนี้ต้องคิดวิเคราะห์ให้ดีๆ เลยนะคะ โดยเริ่มจาก 5 สัญญาณต่อไปนี้กันก่อนเลย... 5 สัญญาณ ผู้ชายคนนั้น ยังไม่ใช่สำหรับเรา 1. เขารับไม่ได้กับอดีตที่ผ่านมาของคุณ ทุกคนล้วนมีอดีตกันทั้งนั้น บางคนอาจมีแฟนเก่ามาแล้วหลายคน หรือบางคนอาจจะเคยเจอเรื่องไม่ดีในอดีตผ่านมานับไม่ถ้วน ซึ่งแน่นอนว่าทั้งเขาและคุณต่างก็ต้องมีอดีตที่ผ่านมาเหมือนกัน ต่อให้คุณรับเรื่องราวแย่ๆ ที่เคยผ่านมาของเขาได้สบายๆ แต่ถ้าฝ่ายเขามีปัญหากับสิ่งที่ผ่านไปแล้วเหล่านั้นมาก นั่นก็เป็นสัญญาณแล้วล่ะว่าชีวิตคู่ของคุณจะไม่ราบรื่นแน่ เพราะถึงเขาจะอยู่กับคุณ แต่ก็จะมีปัญหากับเรื่องที่ผ่านไปแล้วตลอดเวลา 2. เขาเห็นแก่ตัวมากกับกิจกรรมบนเตียง ไม่ยอมอยู่ข้างล่างเด็ดขาด อยากได้อะไรต้องได้ อยากทำอะไรคุณต้องยอมทุกอย่าง ถึงจะฟังดูเป็นการแลกเปลี่ยนของความรักนะ แต่อย่าลืมว่าเซ็กส์ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าคุณและเขาเกิดมาคู่กัน และถ้ามันทำให้คุณรู้สึกอึดอัดมากกว่ามีความสุข ก็ถึงเวลาต้องเลือกแล้วล่ะ 3.เขาเกรี้ยวกราดทุกครั้งที่คุณแสดงความเห็นหรือแสดงอารมณ์ที่เขาไม่ชอบ การแสดงอารมณ์โมโหร้ายของผู้ชายนั้น เป้นเรื่องที่พอทำความเข้าใจได้กับบางเรื่องที่เขาไม่ชอบและไม่อยากจะทนกับมัน แต่ถ้าอารมณ์แบบนั้น เกิดขึ้นทุกครั้งที่คุณพยายามแสดงความเห้นในเรื่องบางเรื่อง หรือโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อคุณแสดงอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างออกมานั่นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งเลยว่าเขาจะไม่มีวันยอมรับฟังหรือทนกับสิ่งที่คุณทำเด็ดขาด และถ้าคุณคิดจะอยู่กับเขาต่อไป ก็ต้องห้ามทำสิ่งเหล่านั้นออกมา 4. เขาหยาบคายกับคุณทุกที่ทุกเวลา ความรักของหลายๆ คนมักเริ่มมากจากการเป้นเพื่อนที่สามารถพูดจาแรงๆ ใส่กันโดยไม่มีความเกรงใจ ซึ่งแน่นอนว่า บางคู่อาจจะยอมรับได้ กับการใช้ภาษาวาจาแบบนั้น แต่ก็มีบางคู่ที่รับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้ และถ้าคุณคือคนหนึ่งที่รุ้สึกเช่นนั้น และไม่สามารถห้ามการใช้ภาษาหยาบๆ ของเขาได้ก็ถึงเวลาถามตัวเองแล้วละว่า คุณทนได้ไหมที่จะให้เขาพูดกับคุณแบบนั้น 5. เชื่อความรุ้สึกแรกของตัวเอง ความรักอาจทำให้คุณตาบอดจนมองไม่เห็นสัญญาณที่บอกไปก่อนหน้านี้ แต่คุณไม่มีวันซ่อนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาคนนั้นได้แน่ ฉะนั้นเชื่อความรู้สึก แรกของตัวคุณเองเถอะ ว่าคุณคิดยังไงกับสิ่งที่เขาแสดงออกมา เพราะนั้นคือ คำตอบสุดท้ายสำหรับคุณแล้ว ข้อมูล spokedark

เฟเดอเรอร์ ยังแจ๋วแซงดับ กราโนลแลร์ส/ชาราโปวา ร่วงUSโอเพน
กิลส์ ซิมง /  คาโรไลน์ วอซเนียคกี / 

การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม รายการสุดท้ายของปี "ยูเอส โอเพน" ชิงเงินรางวัลรวม 38.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,149 ล้านบาท) ณ สังเวียนฟลัชชิง เมโดว์ส มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 31 ส.ค.57 (ตามเวลาไทย) เป็นการดวลกันรอบที่ 3 ประเภทชายเดี่ยว โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อดีตนักหวดมือ 1 ของโลก ดีกรีแกนด์สแลม 17 สมัย พบ มาร์เซล กราโนลแลร์ส นักหวดสเปน โดยเกมต้องหยุดชั่วคราว เพราะมีฝนตกลง หลัง เฟเดอร์เรอร์ พ่ายไปก่อนในเซ็ตแรก 4-6 เมื่อกลับมาเล่นใหม่ อดีตมือ 1 ของโลกชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก็มาคืนฟอล์มเก่งไล่ต้อนเอาชนะไปได้ 6-1, 6-1, 6-1 ทำให้ เฟเดอเรอร์ ชนะไป 3-1 เซ็ต ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ โรเบร์โต เบาติสตา อีกหนึ่งนักหวดสเปน ส่วน กิลส์ ซิมง จากฝรั่งเสส ไล่อัด ดาบิด เฟร์เรร์ ไปได้ 3-1 เซ็ต 6-3, 3-6, 6-1, 6-3 ผ่านเข้าไปชนกับ มาริน ซีลิช จากโครเอเชีย ขณะที่ประเภทหญิงเดี่ยว รอบ 16 คนสุดท้าย คาโรไลน์ วอซเนียคกี พลิกล็อกดับ นางฟ้ามาเรีย มาเรีย ชาราโปวา ไปได้ 2-1 เซต 6-4, 2-6, 6-2

เมืองทอง - บีจี พร้อมดวลแข้งชิงโล่ห์สมเด็จพระเทพฯ
HEROES FOR HEROES /  กระต่ายแก้ว / 

คุณวิลักษณ์ โหลทอง รองประธานสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พร้อมด้วย คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส และคุณจุตินันท์  ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลแมตช์แห่งศักดิ์ศรี ชิงโล่ห์พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่าง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ครั้งที่ 3 ภายใต้สโลแกน “HEROES FOR HEROES” รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา เพื่อนำเงินรายได้จากการแข่งขันมอบให้กับคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย สนับสนุนการเตรียมทีมนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในการสู้ศึก “เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11” รวมถึง “พาราลิมปิกเกมส์ 2016” โดยคุณวิลักษณ์ โหลทอง กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพแมตซ์การแข่งขันในปีนี้ ภายใต้สโลแกน Heros For Heros รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา ทางเมืองทองฯ ก็จะจัดการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีกับฟุตบอลเกียรติยศครั้งนี้ และภูมิใจอย่างมากกับการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่องซึ่งเราในฐานะแชมป์เก่าก็จะพยายามรักษาโล่ห์พระราชทานให้อยู่ที่เราอีกปีหนึ่งให้ได้ ด้าน คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทุกครั้ง เรามุ่งมั่นและตั้งใจลงแข่งขัน ซึ่งรายการนี้ก็ถือเป็นรายการแข่งขันหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  ซึ่งนอกจากจะชิงโล่ห์พระราชทานอันทรงเกียรติแล้ว ก็ยังเป็นการร่วมสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิกของไทยอีกด้วย เรายืนยันจะพยายามทำให้แชมป์กลับมาอยู่ในมือเราให้ได้ สุดท้ายขอเชิญชวนแฟนฟุตบอลทั้งสองสโมสรเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้มากๆครับ ส่วน คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กล่าวว่า ขอขอบคุณทั้ง 2 สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ และบางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ทำให้ครอบครัวนักกีฬาคนพิการของเราใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่ดูแลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน อยู่กันอย่างเงียบๆ ตอนนี้เราดีใจที่เรารู้สึกว่าครอบครัวเราใหญ่ขึ้น เรามีทั้งครอบครัวเมืองทอง ครอบครัวบีจี ที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเพราะทั้ง 2 ครอบครัวนี้ดูแลเราเป็นอย่างดี การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้นักกีฬาคนพิการในการ ฝึกซ้อมรวมถึงเดินทางไปแข่งขันเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้การดวลแข้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.57 เวลา 18.00 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม บัตรราคา 120, 150 และ350 บาท โดยบัตรราคา 350 บาท รับผ้าพันคอลายทัวร์นาเม้นต์ 1 ผืน มูลค่าผืนละ 250 บาท ฟรีทันที โดยแฟนฟุตบอล และผู้สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และที่หน้าสนามแข่งขัน สำหรับการดวลแข้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งสองสโมสรต่างครองโล่ห์พระราชทานมาแล้วทีมละ 1 ครั้ง โดยในครั้งที่ 1 สเตเดี้ยม บางกอกกล๊าส เอฟซี ชนะจุดโทษ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์รวม 9-8 (หลังเสมอกันในเวลา 2-2) และครั้งที่ 2 เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปได้ 2-1

มติ กสท. ยุติ ช่อง3 ออกอากาศแบบ ฟรีทีวี ตั้งแต่ 2 ก.ย.นี้เป็นต้นไป
กสท /  ช่อง3 / 

ที่ประชุม กสท. มีมติให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยุติการทำหน้าที่เป็นโทรทัศน์ทั่วไประดับชาติ ตั้งแต่ 2 ก.ย.2557 เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กสท. ได้มีมติให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท. สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นโทรทัศน์ทั่วไประดับชาติ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.) เป็นต้นไป โดยตั้งแต่เวลา 0.00 ของคืนนี้ ผู้ให้บริการทีวีดาวเทียม , เคเบิลทีวี , ไอพีทีวีทุกราย ต้องนำช่อง 3 อนาล็อค ออกจากระบบ ซึ่งถ้าผู้ให้บริการรายใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ ถือว่ามีความผิดฐานทำผิดกฎการให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอลเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ ช่อง 3 อนาล็อคยังสามารถออกอากาศผ่านระบบอนาล็อค ที่คลื่นความถี่ UHF ช่อง 32 ได้ตามปกติจนกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือสามารถยื่นคำร้องขอออกอากาศผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น ทีวีดิจิทัล ที่ บจก.บีอีซีมัลติมีเดีย เป็นผู้รับใบอนุญาตได้ตามปกติ เพียงแต่ทางสถานีจะต้องทำตามกฎกติกาของแต่ละช่องทางตามที่ กสทช. ได้กำหนดไว้ สำหรับกรณีนี้ เป็นเรื่องที่บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้บริหารและดำเนินการใน ช่อง 3 อสมท ได้ยื่นฟ้องร้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง และ คสช. เพื่อขอความคุ้มครองให้ช่อง 3 อนาล็อค สามารถออกอากาศผ่านระบบจานดาวเทียม , เคเบิลทีวี , ไอพีทีวีได้ตามปกติ หลังจากที่ผ่านการคุ้มครองขั้นต้น 100 วัน (เริ่มนับตั้งแต่ 25 พ.ค. และจะหมดเวลาในคืนวันนี้) ตามกฎการให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอล เป็นการทั่วไป หรือ Must Carry MThai News

เก๋งซิ่งฝ่าไฟแดงชน จยย.2ผัวเมียดับคาที่
พิษณุโลก /  อุบัติเหตุ / 

เกิดเหตุ รถเก๋งป้ายแดงฝ่าไฟแดง ชนรถจักรยานยนต์ 2 สามีภรรยา กำลังไปจ่ายตลาด เสียชีวิตคาที่ ร.ต.ท.สาลี ดวงปุระ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตใกล้แยกบ้านคลอง ถ.สิงหวัฒน์ เมืองพิษณุโลก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อ จ.ส.อ.วีระ สิงห์คง อายุ 70 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กลางถนน ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กก-4671 พิษณุโลก ล้มอยู่กลางถนน สภาพถูกชนบริเวณด้านท้าย และห่างออกไปอีกประมาณ 10 เมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอีก 1 ราย  นางรังษิยา สิงห์คง อายุ 64 ปี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบป้ายทะเบียนของรถยนต์คู่กรณี เป็นรถเก๋ง ฟอร์ด สีบรอนซ์ เลขทะเบียนป้ายแดง ก-2514 พิษณุโลก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างออกไปประมาณ 500 เมตร พบรถเก๋งคันดังกล่าว สภาพด้านหน้าพังยับ หม้อน้ำแตก ไม่สามารถขับต่อไปได้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าผู้ตายเป็นสามีภรรยากันและกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อของที่ตลาด เช้าในตัวเมืองพิษณุโลก แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกรถเก๋งพุ่งชนท้ายอย่างจัง จนทำให้ทั้ง 2 เสียชีวิต ส่วนด้านผู้ขับขี่รถเก๋งคู่กรณียังไม่ทราบแน่ชัด มีเพียง 1 ใน 3 คน ที่มากับรถเก๋งคันดังกล่าวเกิดเป็นลม จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง คือ Mr.CHE PRAIDE ANYE อายุ 25 ปี สัญชาติแคนาดา ซึ่งจะเชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด มาสอบสวนอีกครั้ง

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1)
ข่าววันนี้ /  คณะรัฐมนตรี / 

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2488 อายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 ปี 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 ปี 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน.2 รอ.) ปี 32 เป็นผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ปี 39 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ในปี 40 ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ปี 41 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ปี 43 และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารบก ปี 47 เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับนางวิภาดา สีตบุตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 65 เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 21 ผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.), ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พ.ศ.2545, รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ปี 47, เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ปี 49, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ปี 51, รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2552, แม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2553, เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ปี 55, รองผู้บัญชาการทหารบก ปี 56   เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับนางเพ็ญลักษณ์ ปฏิมาประกร (บุนนาค) จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 ตท.12 และ จปร.23 ร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90)   เกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2493 อายุ 64 ปี สมรสกับนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย นายดอนจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรับทุน ก.พ.เรียนต่อสหรัฐอเมริกา UCLA (ป.ตรีและโท) Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University (ป.โท) เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเป็นทูตใหญ่ประจำในหลายประเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2494 อายุ 63 ปี สมรสกับนางวัชราภรณ์ เครืองาม มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายวิชญะ เครืองาม จบการศึกษาคณะนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระดับปริญญาโท Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการโดยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานทางการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2535 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และได้เข้าทำงานการเมืองอีกครั้งในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2545 โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย ต่อมาหลังการรัฐประหาร ปี 49 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ด้วย   เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2490 อายุ 67 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เริ่มทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2487 อายุ 70 ปี สมรสกับนางอรชุมา ยุทธวงศ์ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับปริญญาตรีเคมี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยลอนดอน และปริญญาเอกสาขาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" และได้รับการยกย่องเป็น "นักวิทยาศาสตร์อาวุโส" เคยเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2499 อายุ 58 ปี จบโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นจึงติดตามครอบครัวไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ณ โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ และปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Brigham Young University สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเข้ารับราชการในกองทัพบก ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัดส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นยศร้อยเอก จากนั้นได้โอนย้ายมารับราชการ สังกัดกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯปทุมธานี และรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ต่อมาในเดือนพ.ค. 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 10 (ชช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ว่าฯนครปฐม ในปี 2552 ต่อมาในปี 2553 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ จนปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และในปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   อายุ 60 ปี เคยผ่านงานที่สำคัญของหน่วยข่าวกรอง อาทิ ทำงานปฏิบัติการที่ประเทศกัมพูชา ปฏิบัติงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านงานด้านการรักษาความปลอดภัย ผ่านงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานการบริหารในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ   เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2492 สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อนายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และ น.ส.วิมลิน เผ่าจินดา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 นั้น ได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย 19 ก.ย. 49 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 50   เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี สมรสกับนางต้องฤดี มากบุญ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 17 ในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอตาลสุม จ.อุบลราชธานี ปี 31 และย้ายสลับระหว่างตำแหน่งนายอำเภอและเป็นผู้อำนวยการกอง จนกระทั่งปี 2539 ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นในปี 40 เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร ลพบุรี นครสวรรค์ มุกดาหาร ตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯยโสธร ปี 45 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 48 และผู้ว่าฯนครราชสีมา ปี 50 กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 52   เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2498 สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอู่ทอง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับราชการตำแหน่งหลักของกองทัพบก ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ทั้ง 3 กรม ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนขึ้นสู่ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผบ.หน่วย ฉก.เพชราวุธ เป็นทหารหน่วยแรกนอก ทภ.4 ที่ไปปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 และเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญเพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางบูรพาพยัคฆ์   เกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2497 ชาวนครพนม อายุ 59 ปี สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ มีบุตรชาย 1 คน จบมัธยมโรงเรียนเทเวศร์ศึกษา เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 29 จบปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนครพนม เริ่มต้นชีวิตราชการ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ย้ายเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม เป็น สวป.เมืองมุกดาหาร สว.สภ.กิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สว.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร, เป็นหัวหน้าแผนก 3 ยุทธการ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี, รอง ผกก.อก.ตชด.ภาค 1, รอง ผกก.2 สสน.ตชด., อาจารย์ภาควิชาทหารและทหารฝึก ร.ร.นรต., รอง ผบก.รร.นรต., รอง ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ผบก.จร., ผู้ช่วย ผบช.น., รอง ผบช.น., ผบช.ภ.3, ก่อนลงใต้เป็น ผบช.ภ.9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นำทัพกองกำลังตำรวจในภารกิจดับไฟใต้ กระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปรึกษา (สบ 10), รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก่อนเป็น ผบ.ตร.ในเดือน ต.ค. 55 และถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯหลังปฏิวัติ 22 พ.ค. 57   เกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับ พล.ต.หญิง อัญรัช สาริกัลยะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาจากเหล่า "ทหารช่าง" และถือเป็น "ขุนศึก" ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ-การเงิน มากที่สุดคนหนึ่งของกองทัพบก ตำแหน่งสำคัญ เจ้ากรมการเงินทหารบก รองปลัดบัญชีทหารบก ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายส่งกำลังบำรุง รอง เสธ.ทบ. ก่อนขยับขึ้นพลเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ แล้วก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.เคยเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5   จบการศึกษาปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศ Syracuse University, U.S.A รับราชการในกระทรวงพาณิชย์หลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานบริหาร หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ   เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ศ.2498 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาเอก ด้านนโยบายและการจัดการสาธารณะจาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งทั้งหน่วยงานของรัฐและระดับมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรรมการผู้คุณวุฒิในสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กรรมการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย และที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนโยบายและแผน มจธ. โดยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ของประเทศไทย   เกิดวันที่ 7 ก.ย. 2497 อายุ 59 ปี สมรสกับ นางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตร 2 คน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) ของ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน โดยเป็นอาจารย์หัวหน้าวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทบ. และผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. ผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการ ทบ. และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง คสช. ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557   เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2497 อายุ 60 ปี สมรสกับ นางจินตนา จั่นตอง มีบุตร 2 คน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13), โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 20 (นรอ.20), วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 48 (วปรอ.48) และสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จากสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย เช่น ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการ ทอ. ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงบอนน์ รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงปารีส รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงโรม เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ทอ. ในปี 2552 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งงเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทอ. ในปี 2554 และรับตำแหน่งผู้บัญชาการ ทอ.ในปี 2555 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2) MThai News

6 สิ่งที่ส่งผลกับ ฮอร์โมน ของสาวๆ
การกิน /  สุขภาพ / 

หลายครั้งที่สาวๆรู้สึกเครียด ว้าวุ่นใจ แบบไม่รู้สาเหตุ ฮอร์โมน อาจเป็นหนึ่งสาเหตุหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อ การกิน น้ำหนัก  ความต้องการทางเพศ และอื่นๆ ตามปกติแล้ว คุณไม่มีทางรู้ระดับ ฮอร์โมน ในร่างกายคุณ.. แต่มีอยู่ 6 สิ่งค่ะ ที่จะทำให้ระดับ ฮอร์โมน ของคุณตะเหลิดเปิดเปิง และส่งผลต่อร่างกายของคุณแน่นอน 1. กินขนมผสมน้ำตาลมากไป การกินขนมที่ผสมน้ำตาลจำนวนมากจะทำให้คุณอ้วน และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายของคุณต่อต้าน  ฮอร์โมน อินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด)  2. เครียดในตอนดึก ระดับ ฮอร์โมน คอร์ติซอล จะลดลงในตอนกลางคืน ซึ่งฮอร์โทมนนี้จะช่วยให้คุณหลับสบาย แต่ถ้าคุณมีความตึงเครียดตอนดึกบ่อยๆ จะทำให้ระดับ ฮอร์โมน คอร์ติซอลขึ้นๆลงๆ 3.ไม่ยอมนอน นอนไม่หลับในตอนกลางคืน เมื่อคุณอดหลับอดนอนจะทำให้ระดับคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น และทำร้ายระบบน้ำตาลในเลือด  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกหิวและอยากกินอาหาร Junk Food ซึ่งทำให้อ้วนขึ้นได้ง่าย 4.กินกาแฟตอนบ่ายแก่ๆ การกินกาแฟตอนบ่ายแก่ๆ จะส่งผลให้ คุณไม่อยากนอนและกระวนกระวาย ในตอนกลางคืน พีงระลึกไว้เสมอว่า ควรทานกาแฟในช่วงเช้า หรือก่อนบ่าย 3 โมงเย็นเท่านั้น 5.ออกกำลังกายไม่ต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอ   ฮอร์โมน เอนโดรฟิน หรือ ฮอร์โมน แห่งความสุข จะหลั่งเมื่อคุณออกกำลังกาย หากคุณเป็นคนชอบออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฮอร์โมนนี้จะทำให้สาวๆ มีความกระปรี้กระเปร่าและพร้อมจะทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างสม่ำเสมอ  6.ปรนเปรอความสุขช่วงก่อนมีประจำเดือน ด้วยของหวาน  ถ้าคุณทานของหวานหรือน้ำตาลมากๆ จะส่งผลกับช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้คุณกลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวมากยิ่งขึ้น อยากกินต้องได้กิน ทางที่ดี ควรหาวิธีอื่นในการปรนเปรอตัวเอง เช่นไปเที่ยว ไปออกกำลัง พบปะเพื่อนฝูง หรือทำอะไรที่ผ่อนคลาย แทนดีกว่านะจ๊ะ     

ระทึก! ตะโกนเตือนคู่รักเล่นน้ำ เจอปลาฉลาม แต่พวกเขาไม่ได้ยิน
คลิป /  ปลาฉลาม / 

ระทึก! ตะโกนเตือนคู่รักเล่นน้ำ เจอปลาฉลาม แต่พวกเขาไม่ได้ยิน วันนี้(1 ก.ย.)สำนักข่าวนิวยอร์กเดลี่ รายงานว่า ที่ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุการณ์ระทึกบริเวณชายหาดซิลเว่อร์ ใกล้กับฟอร์ตวอลตันบีช เมื่ออยู่ดีๆ ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในตึกสูงของรีสอร์ทริมชายหาด ได้ตะโกนเตือนภัยคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังเล่นน้ำทะเลให้รีบขึ้นจากน้ำทะเล เนื่องจากพวกเขามองเห็นปลาฉลาม แต่2นักท่องเที่ยวกลับไม่ได้ยินเสียงพวกเขาที่ตะโกนจนกระทั่งปลาฉลามตัวดังกล่าวว่ายเข้ามาใกล้มากขึ้น แต่โชคดีของพวกเขาที่มันเปลี่ยนเป้าหมายไปงับปลาใกล้ๆก่อน ทำให้แรงน้ำกระเพื่อมจน2คู่รักที่อยู่ตรงนั้นรู้สึกตัว โชคดีที่น้ำบริเวณนั้นตื้นทำให้พวกเขารีบวิ่งขึ้นจากน้ำทันทีและปลอดภัยอย่างหวุดหวิด ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวมีการถ่ายคลิปนาทีระทึกได้ทั้งหมด  และคลิปถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา MThai News

กิจกรรม สวยทุกมิล…มิลเล่ สวยปั๊ป…รับปุ๊ป ลุ้นรับของรางวัลสุดอลังการ
กิจกรรม /  มิลเล่ / 

กิจกรรม สวยทุกมิล…มิลเล่ สวยปั๊ป…รับปุ๊ป เล่นง่ายๆแค่ถ่ายรูปคู่กับผลิตภัณฑ์มิลเล่ชิ้นใดก็ได้แล้วมาลุ้นรับของรางวัลสุดอลังการ อย่างกระเป๋าแบรนด์เนม กล้องฟรุ้งฟริ้ง และ iPhone 6 แจกทุกเดือนรวมกว่า 30 รางวัล วิธีการร่วมสนุก 1. ถ่ายรูปคุณเองคู่กับเครื่องสำอางมิลเล่ชิ้นใดก็ได้ 2. โพสภาพใน Mille Fanpage หรือทาง Instagram ทางใดทางหนึ่งก็ได้ 3. Hashtag ใต้ภาพว่า #MilleBeaute #ilovemille@mille_beaute 4. กรรมการสุ่มจับผู้โชคดีทุกเดือนรวมจำนวน 33 รางวัล ของรางวัล จับรางวัลวันที่ 30 กันยายน 57 : กระเป๋าแบรนด์เนมมูลค่า 32,000 บาท จำนวน 1 รางวัล จับรางวัลวันที่ 31 ตุลาคม 57 : กล้องฟรุ้งฟริ้ง Casio EX-TR35 มูลค่า 39,000 บาท จำนวน 1 รางวัล จับรางวัลวันที่ 30 พฤศจิกายน 57 : โทรศัพท์มือถือ iPhone6* มูลค่า 23,900 บาท แจก Mille Gift Set มูลค่า 2,000 บาท เดือนละ 10 รางวัล รวมจำนวน 30 รางวัล ระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนถึง 30 พฤศจิกายน 2557 ติดตามกิจกรรมสนุกๆกับมิลเล่ได้ที่ FACEBOOK : https://www.facebook.com/MilleBeaute INSTAGRAM : http://instagram.com/mille_beaute YOUTUBE : https://www.youtube.com/user/MilleBeaute

อั้ม ผุดผลิตภัณฑ์ความงาม ยัน! ไม่ทับรอย แอมป์
อั้ม พัชราภา /  อั้ม แอมป์ / 

นางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา แย้มธุรกิจครีมกันแดดใกล้เสร็จ บอกไม่ทับรอบผลิตภัณฑ์ของ แอมป์ พิธาน แฟนหนุ่ม ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองใช้ รอวางขายก่อนค่อยเปิดตัว ส่วนกรณีร่วมโครงการ Ice Bucket Challenge เผยรับคำท้าเพราะทาง ไฮโซณัฐ ณัฐพล จะสมทบทุนทำบุญเพิ่มให้อีกคนละ 1 แสนบาท จึงตัดสินใจทำคู่แอมป์ อุบจำนวนเงินบริจาค "ธุรกิจใกล้แล้วค่ะ ใกล้แล้ว ก็ไปถ่ายรูปที่ทะเลมา ไปถ่ายละครมาสามวันแล้วก็ไปถ่ายรูปอีกวันนึงอย่างเนี้ยะ รูปร่างใกล้มาแล้วค่ะ ใกล้เสร็จแล้วค่ะ มันต้องรอนานนิดนึง ชุดว่ายน้ำไม่ใช่ค่ะอันนั้นใส่เองค่ะ ก็เป็นครีมอะไรอย่างนี้ค่ะบอกได้ไม่ได้มีอะไรปิดบัง เปิดตัวคงอีกนานน่ะค่ะขายก่อน แตกต่างจากของแอมป์ไหมคืออั้มบอกได้เลยว่าของอั้มเป็นกันแดดค่ะ แอมป์ก็มีของเขาครบวงจรของอั้มเป็นกันแดด จริงๆ แล้วทดลองเองมาประมาณ 4-5 เดือนแล้วค่ะ" "จริงๆ คนท้ามาเยอะมาก เยอะกว่านี้ด้วยได้โทรมาแต่เราก็ปฏิเสธไป ก็ต้องขอโทษคนที่ปฏิเสธไปด้วยนะคะ ส่วนน้องๆ ที่ท้ามาแล้วตอนแรกก็ไม่อยากทำ อยากบริจาคอย่างเดียวน่ะค่ะ แต่นัฐเพื่อนอั้ม ณัฐพลน่ะเขาบอกว่าถ้าทำจะให้อีกแสนนึง ถ้าแอมป์ทำจะให้อีกแสนนึงเลย เพื่อจะสมทบไปบริจาคค่ะ ก็เลยเออตัดสินใจถ้าเราไม่ทำโอกาส 2 แสนเนี่ยมันก็เลยต้องหายไปอย่างนี้ แต่อาทิตย์หน้าจะบอกว่าทำที่ไหนนะคะ เพิ่งกลับมายังนึกไม่ออกเบิกเงินก็ไม่ทันอย่างนี้ ก็ไม่เยอะตามกำลังที่เราทำได้ค่ะ" อั้ม กล่าว อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม - แอมป์ อั้ม - ไฮโซณัฐ

10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ
ข้อควรรู้ /  น้ำตก / 

น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี มีชั้นน้ำตกสวยงามหลากหลายชั้น ใครที่ไปก็ย่อมอยากไปเที่ยวให้ครบทุกชั้น และนี่คือ 10 ข้อควรรู้ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดชมความงามทุกจุด และเต็มอิ่มกับอรรถรสในการเที่ยวครับ 10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ 1. ทานอาหารให้อิ่มก่อนไปถึงหน้าอุทยาน - ร้านอาหารที่หน้าอุทยานเองก็มีแต่รสชาติและราคาอาจไม่ถูกใจเสียเท่าไหร่ แนะนำว่าควรกินอาหารในตัวเมืองให้เรียยบร้อยก่อนเดินทางไปที่น้ำตก 2. ออกให้เช้าเข้าไว้ - ถึงเช้ากว่าบรรยากาศดีกว่า อากาศสดชื่นกว่า และที่สำคัญอากาศไม่ร้อนด้วย 3. หลีกเลี่ยงการไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณในช่วงหน้าฝน - หน้าฝนบางครั้งทางอุทยานจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หากเป็นไปได้ควรเลือกไปเที่ยวหน้าร้อนหน้าหนาวดีกว่า จะได้เข้าชมได้แน่ๆ 4. ฟิตร่างกายให้พร้อม - 7 ชั้นของน้ำตกเอราวัณ ระยะทางอาจไม่ไกลมาก แต่ความชันของภูเขาเรียกได้ว่าโหดอยู่ ใครที่ร่างกายไม่แข็งแรงอาจจอดแค่ ชั้น 3 ชั้น 4 ได้ 5. หากมานั่งปิคนิคกับครอบครัว หยุดที่ ชั้น 2 ก็พอ - ชั้นสองของน้ำตกเอราวัณมีชื่อว่า วังมัจฉา ชั้นนี้บรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งพัก ชมวิวกินลม ถ้าพาพ่อแก่แม่เฒ่ามาด้วย พักอยุ่ที่ชั้นนี้เวิร์คสุดครับ 6. อุทยานจะเชิญให้คนเดินลงตั้งแต่บ่าย 4 โมง - เพื่อความปลอดภัยทางอุทยานจะไล่นักท่องเที่ยวลงจากน้ำตกชั้นบนๆตั้งแต่บ่าย 4 โมง ถ้า 4 โมงตรงเป๋ง ถึงชั้น 6 เราก็จะโดนไล่หลับไม่ให้ไปถึงชั้น 7 7. จากข้อ 6 เราควรเริ่มเดินขึ้นตั้งแต่ 13.00-14.00 น. - อย่าประมาทว่าระยะทางไม่ไกล ความชันจะทำให้เราเหนื่อยและต้องพักบ่อย ไหนจะยังต้องเอาเวลามาถ่ายรูปอีก ถ้าเป็นได้บ่ายโมงก็ควรสตาร์ทได้แล้ว แต่ถ้ามั่นใจในความไว บ่าย 2 ก็ยังทันอยู่นะ 8. เตรียมตัวรับการปีนป่าย - หลังจากชั้น 4 ไป เราจะเปชิญกับน้ำตกแท้ๆ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ควรแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงที่สุด เพื่อความสะดวกในการไต่หิน และ ขอนไม้ 9. พกอาหารรองท้องติดรถไว้ - หลังจากเราเที่ยวเสร็จ 7 ชั้น ลงรถมา เราจะเหนื่อยและหิวโฮก การมีช๊อกโกแลตบาร์ติดรถไว้จะช่วยบรรเทาความหิวและพลังงานที่เสียไปได้เยอะ เพราะถว่าเราจะกลับถึงตัวเมืองมันกินเวลาโขอยู่ อาจหมดแรงเป็นลมกันได้ 10. ขับรถกลับบ้านก่อนมืด - อย่าอยู่บนเขานานเพราะยิ่งดึกทางยิ่งเปลี่ยวและอันตราย ยิ่งไม่ชำนาญทางยิ่งควรกลับในขณะที่ฟ้ายังสว่างอยู่จะดีที่สุดครับ เรียบเรียงโดย Travel.mthai.com

โบรกฯประสานเสียง หุ้นไทยวันนี้บวกต่อ จากปัจจัยนปท. และตปท.หนุน
ข่าววันนี้ /  ข่าวเศรษฐกิจ / 

2 โบรกฯประสานเสียง หุ้นไทยบวกต่อ จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนุน ขณะที่ในประเทศได้แรงหนุนจาก ครม.ประยุทธ์ 1 รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ หม่อมอุ๋ย เป็นรองนายกฯ สมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ถึงแม้ว่าตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทยังแข็งค่า ทำให้เงินต่างชาติมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าต่อไป โดยตลาดยังคงมีความคาดหวังในเชิงบวกว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีฯหุ้นไทยจะปรับขึ้น โดยนักลงทุนมีมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจไทยหลัง ครม. ประยุทธ์ 1 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ววานนี้ โดยมีมือเศรษฐกิจ ได้แก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (รองนายกฯ) และ นายสมหมาย ภาษี (รมว.คลัง) ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีรายละเอียดของนโยบายกระทรวงหลักๆ ออกมา ทำให้ภาพรวมดัชนีฯหุ้นไทยยังแกว่งตัวบวกต่อได้ และให้เป้าดัชนีฯ เดือนกันยายน ที่ 1,600 จุด MThai News

เพาะกายไทย ทะลุ8ทองปิดฉากเบ่งกล้ามชิงแชมป์เอเชีย
กฤตกร ทองแสง /  กิตติพงศ์ จันสุวรรณ์ / 

รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ คว้าทองส่งท้ายศึกเบ่งกล้ามชิงแชมป์เอเชีย 48 ที่เกาะมาเก๊า ส่งผลให้ เพาะกายไทย คว้าไปทั้งสิ้น 8 ทอง 6 เงิน 1 ทองแดง โดยนักกีฬาหญิงครองเจ้าเอเชีย ขณะที่นักกีฬาชายครองอันดับ 3 การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเซีย ครั้งที่ 48 หรือศึก "เอเชียน บอดี้บิวดิ้ง แอนด์ ฟิสิค สปอร์ต แชมป์เปี้ยนชิพ" เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่เกาะมาเก๊า ชิงทั้งหมด 9 เหรียญทอง โดย เพาะกายไทย ลงแข่งขันทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วยแอทเทเลติกฟิสิคหญิง ความสูง 160 ซม.ขึ้นไป รุ้งตะวัน จินดาซิงค์, โมเดลหญิง ความสูง 165 ซม.ขึ้นไป เบญจวรรณ ทองสิน, เอเทเลติกชาย ความสูง 175 ซม.ขึ้นไป เดชอดุลย์ ประกอบชาติ, เพาะกายชาย น้ำหนัก 85 กก ผลา มีชัย กับ วุฒิชัย ส่างตุละ และเพาะกายชาย น้ำหนัก 90 กก อภิชัย วันดี ก่อนจะผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้ถึง 5 คน พร้อมกับคว้ามาได้ 1 เหรียญทองจาก รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ รุ่นเอเทเลติกหญิงรุ่นความสูง 160 ซม. คว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ขณะที่อีก 1 เหรียญเงินได้มาจาก โมเดลฟิสิค 165 ซม.ขึ้นไป น้องตูน เบญจวรรณ ทองสิน ส่วนนักกีฬาไทยที่เหลือ เอเทเลติกชาย ความสูง 170 ซม.ขึ้นไป วชิรวิทย์ อุตรี ได้อันดับ 4, เพาะกายชาย น้ำหนัก 90 กก.ชาย เจ้าอาร์ม อภิชัย วันดี เจ้าของเหรียญทองเยาวชนเอเซีย วัย 19 ปี คว้าอันดับ 5 สรุปผลงานนักเพาะกายทีมชาติไทย คว้ามาได้ทั้งสิ้น 8 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ดีกว่าการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียเมื่อปีที่แล้ว ที่โฮจิมินทร์ ประเทศเวียดนาม คว้ามาได้ 7 เหรียญทอง ทำให้สรุปคะแนนรวมทีมหญิง อันดับ 1 ไทย อันดับ 2 เวียดนาม อันดับ 3 มองโกเลีย , ทีมชาย อันดับ 1 อิหร่าน อันดับ 2 เวียดนาม อันดับ 3 ไทย ขณะที่แชมป์ออฟแชมป์เป็นของ คัมบีซ ทามาโซกี้ (อิหร่าน) โดยนักกีฬาที่ได้เหรียญทองในรายการนี้ทั้งหมด 7 คนจะได้ไปร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 5-10 ธ.ค.นี้ ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย รวมกับนักกีฬาที่เป็นตัวยืนอยู่แล้วทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย จีระพันธ์ โป่งคำ, สมคิด สุเมโธเวชกุล, ภาณุพงศ์ ประทีป, สาคร มาตรวังแสง, กิตติพงศ์ จันสุวรรณ์, วิชัย สิงห์ทอง และ อาจารี แท่นทรัพย์ ทั้งหมดเป็น 14 คน รวมกับรุ่นสปอร์ตที่วางตัว ต็อป กฤตกร ทองแสง ไปแข่งขันด้วยเป็น 15 คน

ยิ่งขาดแคลนคนผลิตสกอร์อยู่! ผีชั่งใจส่ง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ขึ้นเขียงผ่าเข่า
ข่าวซื้อขายนักเตะ /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

เมโทร สื่อในประเทศอังกฤษเผยว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเจอปัญหาใหญ่ให้ต้องขบคิดอีกครั้งเมื่ออาจจะต้องส่งตัว โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ดาวยิงฟลายอิ้งดัตช์แมนไปผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่าให้หายขาด โดยดาวยิงวัย 31 ปีได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าตั้งแต่เดือนกุมพาพันธ์ ในนัดที่เอาชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็ได้เลื่อนการผ่าตัดรักษาตัวออกไปเพราะว่า เกรงจะไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติฮอลแลนด์ จนทำให้ต้องลงเล่นด้วยสภาพที่ไม่สมบรูณ์เต็มร้อยมาตลอด โดยหาก แมนยูต้องการจะใช้งานนักเตะแบบเต็มที่จะต้องส่งตัวไปผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ และอาจจะต้องพักรักษาและอดช่วยทีมไปพักใหญ่ๆ สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ หลุยส์ ฟาน กัล ทำผลงานออกสตาร์ทศึกพรีเมียร์ลีกได้อย่างย่ำแย่เมื่อยังชนะใครไม่เป็นและเก็บได้เพียงแค่ 2 คะแนนจาก 3 นัดเท่านั้น และยิงประตูได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น

รวบ 3 สาวแสบฉกนาฬิกาหรู ซ่อนในของสงวน
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

ตำรวจลาสเวกัส รวบ 3 สาวแสบลวงนักพนันอินเดีย ขโมยนาฬิกาหรูซ่อนในของสงวน เผยพฤติกรรมตีสนิทเหยื่อ ก่อนหลอกขึ้นห้องรูดทรัพย์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจลาสเวกัสสามารถรวบตัว 3 สาวแสบตระเวนลักทรัพย์นักท่องเที่ยว รวมถึงนักพนันในพื้นที่ โดยล่าสุดตีสนิทกับ 2 นักพนันอินเดีย ก่อนจะหลอกขึ้นห้อง และมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ หลังจากนั้นจัดการรูดทรัพย์หลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจทีได้เข้าจับกุม เปิดเผยว่า 3 สาวแสบที่ถูกจับกุม คือ นางสาวเบรียนนา วอร์เรน วัย 23 ปี นางสาวทรินิตี้ เคนนาร์ด วัย 23 ปี และนางสาวชาร์เมลลา ทริกส์ โดยทั้ง 3 สาวได้ร่วมกันรูดทรัพย์ 2 นักพนันอินเดีย เป็นเครื่องประดับหลายรายการ หนึ่งในนั้นมีนาฬิกาหรูยี่ห้อ 'โรเล็กซ์' 2 เรือนมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ซึ่งหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ แล้วจัดการรูดทรัพย์ เหยื่อชายรายหนึ่งรู้ตัวและได้ทำการแจ้งตำรวจ ก่อนเจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมได้ขณะที่ยังไม่ได้ออกจากโรงแรม และสิ่งที่ตำรวจใช้มัดตัวทั้ง 3 คน คือภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้ง 3 ออกจากห้องของเหยื่อเพื่อหลบหนีออกจากโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้นภาพวงจรปิดยังแสดงให้เห็นว่าระหว่างที่หลบหนี 2 ใน 3 โจรสาวได้นั่งลงก่อนใส่นาฬิกาหรูที่พวกเธอขโมยมาเข้าไปในอวัยวะเพศ !!! สุดท้ายคนร้ายสาวทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาย่องเบา สมรู้ร่วมคิดกันลักขโมย และสมรู้ร่วมคิดกันหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น MThai News

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ชาวเมืองผู้ดี จัดการแข่งขันประจำปี ฟุตบอลกลางพายุ
กลอสเตอร์เชอร์ /  คอทส์เวิล์ด / 

นี่คือศึก ฟุตบอลกลางพายุ ที่สนามหญ้าอันสวยงาม และเขียวขจี จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เมื่อชาวเมือง ผู้ดี จัดการแข่งขันฟุตบอลประจำปี ที่เหล่าบรรดานักเตะจะลงสนามก็ต่อเมื่อ พายุ! ได้เข้ามาเยือนแล้วเท่านั้น ฟุตบอลแบบปรกติ เต็มที่ก็จะลงเล่นในสนามที่เปียกชุ่ม แต่ไม่ใช่ที่ คอทส์เวิล์ด(เมืองชนบทที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของทัศนียภาพ) แห่งนี้แน่นอน การแข่งขัน(สุดประหลาด)ครั้งมีสโมสรส่งเข้าประกวดอยู่ 2 ทีม พวกเขากล้าลงทุนลุยน้ำที่เย็นยะเยือก เพื่อให้ได้มีส่วนร่วมกับประเพณีที่จัดขึ้นทุกๆปีในหมู่บ้าน "เบอร์ตัน ออน เดอะ วอเตอร์" มณฑล กลอสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ ศึกครั้งนี้มีเวลาให้ 30 นาที ในการถล่มประตูของอีกฝ่าย ซึ่ง 2 สโมสรที่ส่งลงแข่งก็ไม่ใช่ใครหน้าใหน เป็นทีมพี่ทีมน้องอย่าง เบอร์ตัน โรเวอร์ส ทีม1 ปะทะ เบอร์ตัน โรเวอร์ส ทีม2 นั่นเอง นอกจากนั้นยังมีแฟนบอลนับร้อยที่ตามมาเชียร์ภายใต้เสื้อกันฝนถึงขอบสนามโดยไม่เกรงกลัวต่อสภาพดินฟ้าอากาศเลยด้วย