10สถานที่

เร่าร้อนมาก! นิโคลัส ฮอลต์ จัดเต็มเลิฟซีนคู่ คริสเตน สจ๊วต ในภาพยนตร์ Equals
Equals /  Kristen Stewart / 

เร่าร้อนมาก! นิโคลัส ฮอลต์ จัดเต็มเลิฟซีนคู่ คริสเทน สจ๊วต ในภาพยนตร์ Equals ผลงานล่าสุดของแวมไพร์สาวสวยแห่งโลกทไวไลท์อย่าง คริสเทน สจ๊วต (Kristen Stewart) ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยแรงขับดันในเรื่องของอารมณ์แห่งความรัก ต้องกลับกลายมาเป็นตัวละครใหม่ที่ต้องบังคับจิตใจให้ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ในบท “นีอา” ในภาพยนตร์เรื่อง Equals โดยจับคู่กับพระเอกมาดหล่อหน้าคมอย่าง นิโคลัส ฮอลต์ (Nicholas Hoult) ที่ก่อนหน้านี้เคยมีผลภาพยนตร์เรื่อง Mad Max: Fury Road มาแล้ว งานนี้เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงการแสดงในฉากเลิฟซีนกับสาวคริสเตนว่า “มันเป็นฉากระหว่างผมกับคริสเทน แต่ผมจะไม่เล่านะว่าเกิดอะไรขึ้นในฉากบ้าง ผมบอกได้แค่ว่าเป็นฉากที่ถ่ายทำยากที่สุดเลย เพราะตัวผมเองก็ไม่เคยเล่นเลิฟซีนที่เร่าร้อนขนาดนี้มาก่อน แถมวิธีการถ่ายทำยังแปลกใหม่ด้วย เดรคจะปล่อยผมกับคริสเทนไว้ในห้อง มีเพียงคนอัดเสียงกับตากล้องอยู่ด้วย แล้วปล่อยให้เราเล่นไปตามใจชอบเลย ผมจำไม่ได้ว่าเราเล่นอยู่นาน 20-30 นาที หรือเป็นชั่วโมง โดยที่เดรคจะคอยดูจากจอมอนิเตอร์อยู่ข้างนอก และแวะเข้ามาบอกเราเป็นครั้งคราวว่าต้องการอะไรเพิ่ม จากนั้นก็ปล่อยให้ผมกับคริสเทนเล่นต่อไป ตอนได้ดูฉากนี้ครั้งแรก มันแปลกมาก ผมรู้สึกว่า “เฮ้ นิค ในจอนั่นมันนายนี่หว่า ทำอะไรอยู่น่ะ” แล้วก็เขินจนไม่กล้าดูต่อเลยครับ มันแปลกมากจริง ๆ แต่มานั่งนึกดูอีกที มันก็เป็นฉากที่ถ่ายทำออกมาได้สมจริงมาก มันเป็นฉากที่ความรักทั้งอบอวล พุ่งพล่าน สมจริงสุด ๆ ครับ” Equal ว่าด้วยเรื่องราวของโลกในยุคอนาคตที่มนุษย์ถูกตัดต่อพันธุกรรมให้กลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ โดยปรับเปลี่ยนให้มนุษย์ปราศจากความรู้สึกใด ๆ ไร้ซึ่งความรุนแรง ไม่แบ่งแยกชนชั้น กลายเป็นสังคมที่ “เท่าเทียมกัน” ความสมบูรณ์ไม่มีในโลก เมื่อมีโรคที่เรียกว่า SOS (Switched on Syndrome) โรคที่ทำให้มนุษย์มีอารมณ์และความรู้สึก ผู้ที่เป็นโรคนี้จะถูกส่งไปที่สถานบำบัดและไม่เคยมีใครได้กลับมา ซึ่ง “ไซลัส” รับบทโดย นิโคลัส ฮอลต์ (Nicholas Hoult) และ “นีอา” รับบทโดย คริสเทน สจ๊วต (Kristen Stewart) เมื่อทั้งสองได้พบกันก็ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกต่อกันได้ นำพาอันตรายที่ไม่คาดคิดมาเยือนคนทั้งคู่ การเสี่ยงกับทุกอย่างเพื่อให้รู้สึกอะไรบางอย่างคือสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ

โรคูส์ มิสซ์ เขาคือบอดี้การ์ดคนสุดท้ายของฮิตเลอร์
บอดี้การ์ดฮิตเลอร์ /  ประวัติศาสตร์ / 

ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอเรื่องราวของ ผู้หญิงคนสุดท้าย! รอดตายจากการเป็นนักชิมอาหารให้ฮิตเลอร์ แต่ทราบหรือไม่ว่า ยังมีบอดี้การ์ดในสมัยฮิตเลอร์ ก็คือ โรคูส์ มิสซ์ Rochus Misch ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นบอดี้การ์ดคนสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่จวบจนอายุ 96 ปี และเสียชีวิตลงด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเขาคนนี้คือหนึ่งในผู้ที่อยู่ร่วมในที่หลบภัยใต้ดินเดียวกันกับผู้นำนาซี ที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฮิตเลอร์ปิดฉากสุดท้ายในชีวิตของเขาด้วยการฆ่าตัวตาย ไม่กี่วันก่อนการยอมจำนนของเยอรมนี อีกด้วย โรคูส์ มิสซ์ เขาคือบอดี้การ์ดคนสุดท้ายของฮิตเลอร์ โรคูส์ มิสซ์ Rochus Misch เกิดในไซลีเซีย ซึ่งปัจจุบันนี้คือส่วนหนึ่งของโปแลนด์ เขาฝึกเป็นช่างทาสีบ้านก่อนที่จะมาเข้าร่วมหน่วยเอสเอส (SS) และนับจากปี 1940 เป็นต้นมา เขาก็ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในบอดีการ์ดส่วนตัวของฮิตเลอร์ เขากลับมาจับงานทาสีอีกครั้งหลังจากผ่านชีวิตในเรือนจำ เมื่อปี 2005 ในการให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี มิสซ์ได้อธิบายว่า เขาได้เห็นฉากสุดท้ายในชีวิตของผู้นำนาซีและภรรยา เอวา เบราน์ อย่างไร ในที่หลบภัยลึกใต้กรุงเบอร์ลินที่พินาศย่อยยับ มิสซ์ ได้เล่าว่า ตอนนั้นฮิตเลอร์กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะโดยฟุบตัวลงไปข้างหน้า ส่วน เอวา เบราน์ ก็ยืนอยู่ไกล้ๆ ถัดจากเขา และเขาเห็นฉากนั้นด้วยตาตัวเอง จำได้ว่าท่านกล่าวอำลาที่ทางเดินยาวในอาคารและเดินเข้าไปในห้อง ท่านกล่าวว่าท่านไม่อยากให้ใครมารบกวน โดยฮิตเลอร์ส่งยาพิษให้เบราน์ ภรรยาที่มีความสมัครใจอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็จ่อปืนที่ศีรษะตัวเองแล้วลั่นไก นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าศพของทั้งคู่คงตกอยู่ในกองเพลิงและถูกเผาไปในที่สุด ก่อนหน้าที่ ฮิตเลอร์ จะยิงตัวตาย มีเหล่าบรรดาผู้บังคับบัญชาต่างต้องการให้ฮิตเลอร์ลี้ภัยออกไป แต่ฮิตเลอร์กลับตอบว่าไม่ จะขอยืดหยัดที่จะอยู่ในเบอร์ลินต่อไป สองวันหลังจากนั้น มิสซ์ ในวัย 27 ปี คือหนึ่งในกลุ่มคนชุดสุดท้ายที่หลบหนีออกมาจากที่หลบภัย ที่ซึ่งเขาได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ควบคุมดูแลการสื่อสารทางโทรศัพท์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 1945 วันเดียวกับที่กองทัพโซเวียตโหมบุกสำนักงานเสนาบดีในกรุงเบอร์ลิน เขาถูกกองทัพโซเวียตนำตัวไปเป็นเชลยศึกและถูกจับคุมขังในคาซัคสถานและไซบีเรียจนถึงปี 1953 นอกจากนี้ เขายังได้บอกต่อเว็บไซต์ข่าวสปีเกลออนไลน์ว่า ครั้งแรกที่เขาได้พบท่านผู้นำนั้น เขาคิดว่า ท่านไม่ได้เป็นอสูรร้าย ท่านไม่ได้เป็นยอดมนุษย์แต่อย่างใด ท่านนั่งอยู่ตรงกันข้ามกับผมอย่างเป็นสุภาพบุรุษธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เพรียบพร้อม และกล่าววาาจาอย่างสุภาพอ่อนโยน ข้อมูลและภาพจาก manager, bbc

ว้าว !! 12 สาวร้อนปรอทแตก กับลีลาการล้างรถสุดเซ็กซี่
เซ็กซี่ /  โชว์ล้างรถ / 

     วันนี้เราขอรวบรวมความเซ็กซี่ของบรรดาสาวในวงการที่ลุกขึ้นมาโชว์ลีลาการล้างรถกันสักหน่อย เพราะคาดว่าต่อไปพวกเธอเหล่านี้หลายคน คงจะลุกขึ้นมาโชว์ลีลาความเซ็กซี่จนปรอทแตกไม่ได้แล้ว เพราะเกรงใจคุณสามีและครอบครัว แต่เชื่อเหอะว่าถ้าพวกShe ทั้ง12 คนลุกขึ้นเปิดคาร์แคร์ล้างรถเมื่อไหร่บรรดาลูกค้าหนุ่มๆ ต้องแวะเวียนมาใช้บริการกันอุ่นหนาฝาคลั่งอย่างแน่นอน หุหุหุ เป้ย ปานวาด  เป้ย ปานวาด เป้ย ปานวาด                เรียกว่าสาวเป้ย ปานวาด คือต้นตำรับเจ้าแม่การล้างรถเลยทีเดียวเพราะหลังจากที่นางออกมาโชว์ลีลาการล้างรถก็มีสาวแท้สาวเทียมหลายคนทยอยออกมาโชว์ลีลาสุดร้อนแรงกันเป็นแถว แต่พอ SHE แต่งงานมีน้องโปรดปุ๊บก็ปิดตำนานความเซ็กซี่ไปในทันที ก็คงเหลือไว้แต่ภาพความเซ็กซี่ในอดีตเท่านั้น กระแต ศุภัคษร กระแต ศุภัคษร กระแต ศุภัคษร           คุณแม่มือใหม่อย่างสาวกระแต ศุภัคษร ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เรียกว่าต้องปิดตำนานความเซ็กซี่อย่างถาวรจริงๆสักที เพราะเชื่อว่าต่อไปถ้า SHE ลุกขึ้นมาสลัดผ้าล้างรถโชว์อีกล่ะก็ คุณสามีอย่างหนุ่มหลุยส์คงต้องอุ้มลูกสาวน้องเจ้าขา ออกมาค้อนตาเขียวอย่างแน่นอน ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา      ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเซ็กซี่ไปซะทุกอย่างสำหรับปู ไปรยา ก่อนหน้านี้สาวปู นางก็เคยออกมาวาดลวดลายโชว์ลีลาการล้างรถกับเขา เหมือนกัน แต่เชื่อเหอะว่าต่อไปคงจะยากที่จะได้เห็นเพราะหวานใจอย่างหนุ่มโน้ต วิเศษ เขาหวงสาวปูจะตายเพราะช่วงนี้หนุ่มโน้ตควงสาวปูไปวิ่งมาราธอนกับเข้าฟิตเนสซะมากกว่าที่จะให้ออกไปโชว์ล้างรถอ่ะสิ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ      สาวสวยเซ็กซี่อย่างเมย์ พิชญ์นาฏ ก็เคยโชว์ลีลาการล้างรถสุดเซ็กซี่กับเขาเหมือนกันแต่ถ้าเป็นสมัยนี้รับรองว่ายากที่เราจะได้เห็นลีลาการล้างรถสุดเซ็กซี่จากสาวเมย์ เพราะตอนนี้SHE กำลังอัพลุคให้ดูไฮโซ เพื่อธุรกิจที่ She กำลังทำอยู่ อุ้ม ลักขณา อุ้ม ลักขณา อุ้ม ลักขณา     ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไปสาวอุ้ม ลักขณา ก็เป็นสาวที่ขยันโชว์ความเซ็กซี่อยู่ตลอดเวลาจนถึงตอนนี้ที่นางกำลังจะเป็นว่าที่แม่เลี้ยงที่เชียงใหม่ก็ตาม แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังคงติดตราตรึงใจกับลีลาการล้างรถของSHEอย่างแน่นอนจริงมะ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์    ถึงแม้ตอนนี้จะหายหน้าไปพักใหญ่ตั้งแต่ผันไปเป็นนักแสดงอิสระสำหรับสาวนก อุษณีย์ แต่เชื่อเหอะว่าหลายคนยังจำภาพลีลาการล้างรถที่สุดแสนจะความเซ็กซี่ของนางได้อย่างแน่นอนเพราะShe เป็นสาวอีกคนที่หนุ่มๆ ต่างเรียกร้องอยากเห็นShe วาดลวดลายในการโชว์การล้างรถอยู่ตลอดเวลา ใหม่ สุคนธวา ใหม่ สุคนธวา     ดูเหมือนตอนนี้จะลดดีกรีความเซ็กซี่ลงไปมากแล้วสำหรับสาวใหม่ สุคนธวา แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเชื่อเหอะSHE ต้องติด1ใน10ของโผลสาวเซ็กซี่อย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนมีงานล้างรถที่ไหน ชื่อของสาวใหม่นี่แหละมาเป็นอันดับต้นๆ เลยจริงปะ นาตาลี เดวิส       ถึงแม้ว่าสาวนาตาลี เดวิส SHE จะอวบอึ๋มยังไงนางก็ยังเซ็กซี่น่าหยิกไม่แพ้คนอื่นเลยจริงโดยเฉพาะลีลาการล้างรถของ SHE ที่บอกได้คำเดียวว่าสุดยอด ปาย สิตางต์ ปาย สิตางต์       สาวสวยสุดเซ็กซี่ที่มาพร้อมกับความสามารถทางการแสดงที่ล้นเหลืออย่าง ปาย สิตางค์ ที่เมื่อไหร่ Sheกลับมาอวดหุ่นสวยพร้อมกับโชว์ลีลาการล้างรถ ก็มักจะทำให้หนุ่มๆ หลายคนได้มองตาค้างอย่างแน่นอน หมิว สิริลภัส หมิว สิริลภัส    เป็นอีกหนึ่งสาวถ้ามีการโชว์ลีลาการล้างรถเมื่อไหร่จะได้เห็นหน้าคาดตาของ SHE สำหรับสาวหมิว สิริลภัสเพราะความเซ็กซี่ไม่เป็นรองใครจริงๆ โถ..ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถมัดใจหนุ่มเป้ วงมายด์ ได้อยู่หมัดหรอกจริงมั้ย ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์    มันเป็นการแสดงจริงๆ คร้า..สำหรับว่าที่คุณแม่ป้ายแดงอย่างสาวลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ที่ก่อนหน้านี้ She ได้มีช็อตเด็ดโชว์ลีลาความเซ็กซี่ให้ได้เห็นในละครสุดฮอต ระบำดวงดาว เพราะหลังจากนี้เชื่อเหอะเราจะไม่มีโอกาสได้เห็นช็อตเด็ดอย่างนี้อย่างแน่นอน เพราะถ้า SHE คลอดลูกเมื่อไหร่ ก็จะต้องหันไปทำหน้าที่แม่และศรีภรรยาที่น่ารักของหนุ่มแมทธิว แล้วล่ะ กิ๊บซี่ วนิดา กิ๊บซี่ วนิดา     เรียกว่าทำเอาฮือฮาไปตามๆ กันเมื่อสาวกิ๊บซี่ วนิดา โชว์ลีลาการล้างรถสุดเซ็กซี่ในซีรีส์ เพื่อนรัก เพื่อนร้าย จนหนุ่มๆ หลายมองจนน้ำลายไหลย้อยไปตามๆ กัน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่สาวกิ๊บซี่นางจะยอมลุกมาโชว์ลีลาการล้างรถอย่างเป็นจริงเป็นจังตามงานอีเว้นต์อีกสักครั้งถึง2 ครั้ง

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

The Forest หนังไทยต้นทุนต่ำได้เข้าฉายเทศกาลหนังอูดีน ฟาร์ อีสต์
The Forest /  ธนพล คำคุณขำ / 

ต้องถือว่าเป็นภาพยนตร์ม้ามือ เทียบเท่าภาพยนตร์ดัง ต้นทุนสูงได้เลยทีเดียว สำหรับภาพยนตร์ เรื่อง ป่า หรือ The Forest ภาพยนตร์ภาษาอีสานต้นทุนต่ำสร้างจากทีมงานเพียงสองคนรวมถึงนักแสดงเด็กหน้าใหม่ ที่การันตรีฝีมือด้วยการได้รับการคัดเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เอเชียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก อย่าง เทศกาลภาพยนตร์อูดีน ฟาร์ อีสต์ โดยเทศกาลนี้จัดต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 18 แล้ว ซึ่งในปีนี้มีภาพยนตร์ไทยสามเรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายได้แก่ "ฟรีแลนซ์" จากค่ายจีทีเอชที่ผู้ชมชาวไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว ต่อด้วย "รุ่นพี่" ภาพยนตร์สยองขวัญโรแมนติกจากค่าย M๓๙ และสำหรับภาพยนตร์อีกเรื่องที่เป็นตัวแทนของไทย คือ "ป่า" ภาพยนตร์ไทยทุนสร้างต่ำที่ได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก ซึ่งภาพยนตร์ทั้งเรื่องถ่ายทำในภาคอีสานระหว่งจังหวัดอุดรธานี และสกลนคร อีกทั้งยังใช้ภาษาอีสานในการดำเนินเรื่องประมาณ 50% ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการฉายในเทศกาลหนังซิเนเควสต์ (Cinequest) ในเมืองซานโฮเซ่ เมื่อต้นเดือนมีนาคม และได้รับคำชื่นชมว่าเป็น 'ผลงานชิ้นโบแดง' พร้อม 'การถ่ายทำที่สยองขวัญอย่างงดงามและการเล่าเรื่องสุดคลาสสิค' ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความงดงามของดินแดนอีสานในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีนักแสดงชาวตะวันตก และบอกเล่าเรื่องผีในแบบไทยๆ แต่ผู้กำกับของเรื่องเป็นชาวอังกฤษ คุณพอล สปาเรีย (Paul Spurrier) ได้ย้ายมาประเทศไทยเมื่อสิบปีที่แล้วเพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่อง 'ผี' และเป็นชาวต่างชาติรายแรกที่กำกับภาพยนตร์ภาษาไทย เรื่อง 'ผี' ได้เข้าฉายในกว่าสามสิบประเทศทั่วโลกและทำให้ภาพยนตร์สยองขวัญไทยเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก พอลกล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกคนรู้จักกรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่และสถานที่สวยงามอื่นๆ แต่ผมอยากโชว์ส่วนอื่นๆของเมืองไทยที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสปรากฏในภาพยนตร์ และที่สำคัญไปกว่านั้น ผมอยากแสดงให้เห็นถึงสปิริตของคนอีสาน' นักแสดงหลักของเรื่องสองราย คือ เด็กหญิงวรรณษา วินทวงศ์ อายุ 9 ขวบและเด็กชายธนพล คำคุณขำ อายุ 12 ปี ได้รับการคัดเลือกจากคุณพอลและคุณจิริยา หลังใช้เวลาสองสัปดาห์ในการเฟ้นหาตัวนักแสดงจากโรงเรียนท้องถิ่นในพื้นที่ มีนักเรียนกว่า 400 รายที่เข้ารับการสัมภาษณ์ และน้องวรรณษาและธนพลผ่านการคัดเลือก ทั้งสองคนอาศัยอยู่ใกล้ๆกับสถานที่ถ่ายทำในจังหวัดอุดรธานีและไม่เคยแสดงมาก่อน ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ คุณพ่อของน้องทั้งสองอยู่เป็นเพื่อนและช่วยในการถ่ายภาพยนตร์ ผลงานของทั้งคู่ได้รับการชื่นชมจากเทศกาลหนังนานาชาติปาล์มบีชเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและนักวิจารณ์ได้ยกย่องว่าการแสดงของทั้งคู่ “เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง”

เที่ยวอินโดฯ
ที่เที่ยวอินโดนีเซีย /  ภูเขาไฟโบรโม่

อินโดนีเชีย เป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่หลายที่ สถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เช่น เกาะบาหลี (Bali), วัดบุโรพุทโธ (Borobudur), โทราจาแลนด์ (Torajaland), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปมากๆ ก็คือ ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกของเกาะชวา โดยเพจเฟสบุ๊ค Coundsheck's journey. จะพาเราไปแอดเวนเจอร์กัน งานนี้นอกจากจะได้ชมภูเขาไฟแล้ว ยังนั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก อีกด้วย เที่ยวอินโดฯ "East Java" หมู่เกาะชวา ชมภูเขาไฟ นั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดติ่ง! บอกไปอินโดฯ ใครๆก็นึกว่าไปบาหลี แต่คราวนี้เราขอออกนอกเมือง พาทุกคนไป East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออก แหล่งที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังระเบิดได้ พร้อมภูมิทัศน์สุดเซอเรียล งานนี้เรานั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดตั้งกะเที่ยวมาา ถึงดูลุย แต่ไปฟอลโล่วกันได้ไม่ยากแน่นอน อ้ะ พร้อมล้ะ ลุย!!! ทริปนี้เริ่มจากเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ Surabaya (สุราบายาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโด) เพื่อพบคนขับรถที่เราดีลไว้ตั้งแต่แรก (ซึ่งวิธีดีลจะบอกท้ายโพสน้ะ) เพื่อขับรถยาว 5 ชม. ออกจากสุราบายาไปถึงจุดหมายแรกของเรา นั่นก้คือโบรโม่! กว่าจะไปถึงโบรโม่ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วมากเพราะวันต่อมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 เพือขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตื่นปุ้ปรีบขึ้นรถขับคลุกคลุกคลุก ขึ้นเขา penanjakan mountain ซึ่งเราจะสามารถเห็นภูเขาพีคๆ ทั้งหมดของแถบนี้ได้จากบนเขาแห่งนี้ ขับวกไปวนมา ประมาน 45 นาที เราเริ่มรู้สึกได้ว่าปริมาณรถรอบตัวนี่หนาแน่นมาก และด้วยความที่เราตื่นสาย จุดชมวิวยอดฮิตรถติด! 5555 คนขับจึงพาเราเดินเลาะเข้าป่า ไปยังจุดชมวิวอีกที่ที่มีชื่อว่า kingkong view, รอพระอาทิตย์กันไปสาม ชม. แสงเริ่มมา พอพระอาทิตย์ขึ้นมาชนยอดเขาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โหหหหหหหหหหห รู้แล้วทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น ดีมากกกกกกกกกกก และนี่คือสิ่งที่ทำให้เรายอมตื่นสายขึ้นมาบนนี้ ที่เห็นตรงหน้าคือภูเขา Batok ส่วนที่พ้นควันม้วนๆ นั่นแหละคือ Bromo Bromo เป็นหนึ่งในภูเขาที่ยัง active บนเกาะชวา เลยไม่แปลกที่พ่นควันปุ๋ยๆ พร้อมระเบิดได้ (ถ้าจำไม่ผิด โบรโม่ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว) พระอาทิตย์เป็นลำๆๆๆๆๆ ใครชอบถ่ายรูปเวอร์วังเก็บแลนด์สเคปอลัง น่าจะชอบ เราลงจากจุดชมวิว ไปกันต่อ ลืมบอกไปว่า ในช่วงที่เราเที่ยวไปทั่วเขตโบรโม่ เราจะใช้รถจี๊ป เพราะสามารถลุยกับพื้นที่ได้มากกว่ารถกึ่งๆ รถตู้ที่เรานั่งมา แถวนี้เลยเต็มไปด้วยรถจี๊ปหลายร้อยคัน ชอบมาก สนุกกกก ตื่นเต้นมากก ไม่เคยนั่ง 5555555 เรามาจอดรถที่ลาดดินสีเทากว้างๆ ด้านหน้าของโบรโม่ คาดว่าที่เป็นสีนี้เพราะดินตะกอนภูเขาไฟ เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมปากปล่องถูเขาไฟแบบใกล้ชิดกัน ตรงลานนี้นอกจากจะมีรถจี๊ปแล่นไปมา ยังมีม้าจำนวนมาก รอพาเราขึ้นไปที่โบรโม่ เพราะจากตรงนี้ ต้องเดินทางอีก 3 กิโลแหนะ แน่นอนมาถึงแล้วใครมันจะเดิน เราเลือกขี่ม้าในราคา 100000 รูปี หรือราวๆ 250 บาท โดยจะมีคนจูงเราและน้อง(ม้า) เดินผ่านโตรกเขาต่างๆเพื่อไปถึงฐานของโบรโม่ ตอนแรกเกร็งมาก ปีนนู่นปีนนี่กลัวน้องเจ็บ แต่คนจูงเราบอก น้องโอเคคคคคคค  ที่เชิงภูเขามีม้าจำนวนมากที่รอนักท่องเที่ยวลงมาจากเขาเพื่อขี่กลับไปที่รถจี๊ป คนจูงม้าของเราชื่อ Sandi ให้การ์ดชื่อเค้ากะเราไว้ บอกว่าปีนขึ้นไป ละลงมาให้เรียกเค้าน้ะ เด่วเค้าพาม้ามารับเรากลับ เมื่อมองกลับไปก็รู้ว่าน้องม้าพาเราผ่านด่านภูมิประเทศยุบยับมาไกลมั่กกก นี่คือบรรไดที่เราต้องปีนไปอีกต่อเพื่อให้ถึงปากปล่องของโบรโม่ สังเกตุว่าคนเยอะมาก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่ามาล้ะจะเปลี่ยว บางคนก็ไม่ปีนบันได ปีนเอาเองสดๆเลย และเมื่อปีนไปถึง นี่คือปากปล่องของโบรโม่ในตำนานนนนนน โอ่ย ตื่นเต้นน้ะ กลัวระเบิดด้วย 555555555 นี่คือร่องรอยจากการประทุ แน่นอนที่เป็นเส้นๆคืออดีตทางไหลของลาวาจากโบรโม่นั่นเอง  บนปากปล่องมีสันเล็กๆให้เราเดินสำรวจรอบปากปล่องได้ด้วยน้ะ ใครปีนได้ระดับไหน สำรวจกันตามสบายเลยยย  ภูมิประเทศเมื่อมองจากปากปล่องง ที่เห้นเป็นเหมือนอาคิเต็กเจอร์อะไรบางอย่าง นั่นคือวัดฮินดู วัดเดียวของแถวนี้เลย ข้างๆเราคือ Batok ภูเขาที่เราเห็นจากจุดชมวิวนั่นเอง คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องการไหว้เทพเจ้า จึงมีคนขายดอกไม้ เพื่อใช้สักการะ เห็นคนซื้อไป เพื่อโยนลงไปในปากปล่องเพื่อบูชาเทพ ตามความเชื่อของอินดู ไกด์เราบอกว่าดอกไม้พวกนี้อยุ่ได้ 5 ปีโดยไม่เหี่ยวน้ะ  จากโบรโม่ เรานั่งรถจี๊ปไปทุ่งหญ้าลับด้านหลังกันต่อ ใครจะรู้ว่ามีทุ่งหญ้าเขียว วิวเวอร์วังมาซ่อนอยู่หลังภูเขาไฟที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ราบสีเทาขนาดยักษ์  เหมือนวาร์ปมาอยู่ที่ไหนซักที่ที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอินโด  รถจี๊ปบางคันนั่งบนหลังคาได้ เจ๋งอ้ะ อยากเล่นบ้าง น่าสนุก ถ่ายรูปไปเรื่อยเจอกลุ่มควันสีขาวขนาดยักษ์ลอยมา มันไม่ใช่ควันอะไรหรอก แต่มันคือเมฆ! แบบเดียวกะเมฆที่ลอยบนท้องฟ้าเลย ที่ี่เป็นที่ราบสูง สูงมากระดับเมฆวิ่งเล่นได้นั่นแหละ เราเลยบอกคขับให้ขับรถไปหากลุ่มเมฆ นี่คือวิวตอนเราอยู่ข้างในนั้น คือแบบ เซอร์เรียลมาก จอดรถลงไปถ่ายรูปสิครัช รออะไร 555555555 เซอร์เรียลจริงน้ะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอไรงี้ นี่คือรถเรากะคนขับรถชื่ออีวาน อีวานบอกว่า อ้ะๆ แกรๆ เราต้องไปต่อน้ะ จอดตรงนี้นานๆ อาจมีใครวิ่งฝ่าหมอกมาชนเราได้น้ะ 5555555 เราบอกลาโบรโม่ ขับรถลงเขาเพื่อมาแวะที่ Madakaripura น้ำตกอีกที่ที่พีคไม่แพ้กัน เริ่มจากเดินจากปากทางเข้าไปกิโลกว่าๆเราจะเห็นเส้นสีขาวอยู่ลิบๆ  ล้ะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่มีเพิงไว้ให้นั่ง ให้หลบฝน ให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย เพราะแถวนี้ชื้น ฝนตกเป็นปรกติ เราใส่เสื้อกันฝน เดินสวนไปตามน้ำตกเล็กๆเพื่อขึ้นไปต้นทางน้ำ อ้ะนี่ไงเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายล้ะ  ที่ใส่เสื้อกันฝน ฝนไม่ได้ตกแต่อย่างใด แต่เราต้องลอดน้ำตกอื่นๆเข้ามา! กว่าจะมาถึงตรงนี้ ขออถัยไม่มีรูปลอดน้ำตก เพราะมันเสี่ยงเกินกว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายจริงๆ สงสารเราหน่อย 55555555555  คือรอบๆดีมากกกกกก ฟินมากกกกกก รูปไม่สามารถเล่าความเซอเรียลและยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้จริงๆ แต่ขอให้มา เชื่อเรา (เสื้อกันฝนกะรองเท้าแตะมีขายตรงทางเข้าด้วยน้ะ 25-30 บาท ไม่แพงเลย) ออกจากน้ำตก เราขับรถอีก 7 ชั่วโมง เลียบทะเล ลงไปทางใต้เพื่อไปภูเขาไฟ มิชชั่นของเราอีกลูกคือ Kawha Ijen! เราขับรถมาถึงเขตของ Ijen ก็เป็นเวลาดึกอีกแล้วตามสไตล์ แต่พีคกว่าคือ พรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นเขาตอนตี 1! งานนี้เราบอกเลยว่า ขอให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อม ! ตั้งแต่ตี 1 เราเดินขึ้นเขาพร้อมด้วยเพื่อนมากมาย เดินขึ้นเนินชันไม่ต่ำกว่า 40 องศา เป็นระยะทางประมาน 3-4 กิโล (แต่เดินจริงโครตไกล อย่าไปเชื่อ) บอกเลยว่าเหนื่อยสลบ เราเดินสลับพักหลายรอบสุดๆ อ้วกไป 1 รอบ (จริงๆ) จะตายมาก กว่าจะผ่านทางชันมหาโหดมาเป็นทางที่ไม่ชันมาก เรียบๆ ช่วงใกล้ถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาเจอกลุ่มควัน และทะเลสาปสีฟ้าข้างหน้า คือแบบ โอ้ยยยยย ยอมมมมมมมม คุ้มมากกกกกก สลบบบบ แต่ก่อนอิเจี้ยนยังไม่มีทะเลสาป แต่พอผ่านการระเบิดครั้งล่าสุดมา อยู่ดีดีก็เปิดเป็นทะเลสาปสีฟ้าขึ้นปากปล่องอิเจี้ยน  เนื่องจากอยากเห็นทะเลสาปใกล้ๆ เลยปีนตามทางคนเหมืองลงไปด้านล่าง ของภูเขาไฟ สวยมั้ยล่าาาาาาาาาาา สลบบบ นอกโลกมากกกก เข้าใกล้ได้อีกจึ๋งนึง ควันกำมะถันเริ่มเปลี่ยนทิศมาทางเรา เลยต้องปีนกลับขึ้นมาด้านบน ต้องบอกก่อนว่าที่อิเจี้ยนนี่ เป็นเหมืองแร่กำมะถันด้วย ถ้าเราปีนลงไป อาจโดนรมควันกำมะถันตาย ควันเริ่มเปลี่ยนทิศไล่หลังมา นี่คือเพื่อนร่วมทริปที่ยังยืนหยัดเก็บภาพจนนาทีสุดท้าย ตัดมานาทีต่อมา พวกเรากำลังกินน้ำ หาผ้าปิดปาก เพราะควันจากกำมะถันสูดเข้าไปแล้วแสบคอมาก แสบตานิดๆด้วย ปีนขึ้นมาด้านบนให้พ้นกลุ่มควัน นี่คือไกด์ผู้นำเราปีนเขาและปีนลงไปข้างล่างด้วย ถามเราตลอดตอนขึ้นเขาว่าโอเคมั้ย คือตอนปีนนี่ น้องไม่โอเคคคคค พูดเลยยยยยย นักท่องเที่ยวเพียบ เซอร์เรียลสุด นี่ดาวอังคารรึเปล่า หรือดาว dr.mann ในอินเตอร์สเตลล่า ต้นไม้ใบไม่แถวๆนั้นเป็นสีเทาๆ ไม่รู้เกิดจากใครเผา หรือเอฟเฟคจากภูเขาไฟ (สรุปอาจจะเกิดจากกำมะถัน >,<) พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราขึ้นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราอดดู บลูเฟรม ไปตามระเบียบ (ลาวาสีฟ้า ที่เราต้องมาให้ถูกช่วงเวลาคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และยังมีแสงจันทร์เท่านั้น เราถึงจะเห็น) สวยสลบ เหมือนหิมะ แต่ไม่ใช่ ถ่ายรูปจนพอใจ เราก็เดินลงจากยอดเขา เจอพี่คนนี่ นั่งกินกาแฟและพรินเกิ้ล อยู่ข้างทาง ชิลมากกกกกกก มันต้องแบบนี่เซ่ ระหว่างทางก็มีพี่ๆชาวเหมืองเดินสวนไปสวนมา ขนแร่กำมะถันไปขายตลอด  ตรงกลางทางจะมีจุดให้นั่งพัก ขายบะหมี่ pop mie นี่แหละ คือถึงจุดนี้รู้ตัวว่าหิวล้ะ ต้องจัดหน่อย การมาอินโดคำฮิตที่ควรรู้เลย คือ AYAM แปลว่า ไก่ 55555 คำอื่นๆที่น่าจะรู้ คือ NASI = ข้าว, GORENG = ผัด, AYAM = ไก่, MIE = หมี่  คนที่ลงมาจากเขาเค้าก็จะมานั่งพักกัน ก่อนเดินลงต่อไป เราใช้เวลา ชม กว่าๆ ลงมาถึงตีนเขา แต่ตอนขึ้นนี่ สาม ชม เลยน้ะะะ เอาซี่ คนเรา เราบอกลาอิเจี้ยน ขับรถยาวๆ 10 ชม. กลับสุราบายา จบทริปโดยสมบูรณ์ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือพาร์ทนี้ยาวมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ข้อมูลอื่นๆ วิธีติดต่อรถและไกด์ : เราใช้เอเจนซี่ชื่อ Tommy ด้วยการอีเมล์ไปสอบถาม และพิมพ์แพลนการเดินทางของเราไปให้ทอมมี่ เพื่อจองรถและไกด์ จากนั้นทอมมี่ก็จะนัดวัน ที่เราจะมา แล้วเค้าจะมารับเราถึงสนามบิน ขับรถพาเราไปในทุกที่เบื้องต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเราตกคนละประมาน 2 ล้านรูปี / คน (ประมาณ 5000 บาท) ติดต่อได้ตามอีเมลนี่เลย Tommy(blueisland_024@yahoo.com) ปล. จากอิเจี้ยน เราสามารถไปบาหลีต่อได้ด้วยน้ะ คนขับรถจะพาเราไปถึงท่าเรือเลยแหละ ปล2. ใครงงตรงไหน อินบ้อกซ์มาถามได้เลย ยินดี ขอบคุณข้อมูล และรุปภาพจาก https://www.facebook.com/coundsheckjourney/ ติดตามทริปท่องเที่ยวสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/coundsheckjourney/

เฟโอห์ เสิร์ฟเซอร์ไพรส์! พา iKON จัดคอนเสิร์ตในเมืองไทย!!
B.I /  BOBBY / 

เฟโอห์ ผงาดจับมือ YG. คว้าวงนี้ที่รอคอย! เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ ครั้งแรกในเมืองไทยกับ 7 หนุ่ม ไอคอน (iKON) กลับมาสร้างสรรค์ผลงานชั้นดีที่ทำเอาแฟนคลับสายเกาหลีฮือฮากันยกใหญ่อีกครั้ง! สำหรับ บริษัท เฟโอห์ จำกัด (Feoh Co.,Ltd.) ผู้จัดคอนเสิร์ตระดับคุณภาพของบ้านเราอีกรายซึ่งเคยฝากผลงานดีเด่นไว้มากมายไม่ว่าจะเป็น CNBLUE 2012 ASIA TOUR CONCERT BLUESTORM IN BANGKOK, 2012 FTISLAND CONCERT PLAY! FTISLAND IN BANGKOK หรืองานสเกลยักษ์ระดับสนามราชมังคลากีฬาสถานอย่าง ONE ASIA TOUR 2012 ‘M COUNTDOWN’ Smile-Thailand เรื่อยมาจนถึงงาน 2015 FTISLAND LIVE [We Will] IN BANGKOK และเมื่อต้นปีนี้เองกับคอนเสิร์ต 2016 CNBLUE LIVE [COME TOGETHER] IN BANGKOK โพรไฟล์ดีและฝีมือแน่นขนาดนี้จึงไม่แปลกที่จะคว้างานโดนๆ มาฝากแฟนคลับชาวไทยได้ฟินกันเสมอๆ!... ยิ่งล่าสุดประกาศโครมใหญ่อย่างเป็นทางการพร้อมต้นสังกัดเกาหลี วายจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (YG Entertainment) ในการคว้า 7 หนุ่มวง ไอคอน (iKON) มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกกับคอนเสิร์ต ไอคอนเสิร์ต 2016 ‘โชว์ไทม์ ทัวร์’ อิน แบงคอก (iKONCERT 2016 'SHOWTIME TOUR' IN BANGKOK) ก็ส่งผลให้แฮชแท็ก #iKONCERTinBANGKOK พุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งของเทรนด์ฮิตประจำวันในสังคมทวิตเตอร์อย่างรวดเร็วทันควัน!! iKON - 덤앤더머(DUMB&DUMBER) M/V youtube channel : iKON iKON - 왜 또(WHAT'S WRONG?) M/V youtube channel : iKON แม้นี่จะเป็นครั้งแรกในเมืองไทยของ iKON แต่พวกเขาไม่ใช่วงหน้าใหม่เลยในหมู่แฟนคลับไอดอลเกาหลีบ้านเรา นี่คือศิลปินที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นเป็นกลุ่มเป็นก้อนขนาดมหึมาชื่อว่า ไอคอนิก (iKONIC : ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับของวง iKON) ซึ่งตั้งจิตตั้งใจรอคอยโอกาสได้เจอตัวเป็นๆ ในถิ่นไทยมานานนับปี มาดูว่าหนุ่มๆ ทั้งเจ็ดคนที่ประกอบด้วย บีไอ (B.I - หัวหน้าวง), บ๊อบบี้ (BOBBY), จินฮวาน (JINHWAN), จุนฮเว (JUNHOE), ยุนฮยอง (YUNHYEONG), ดงฮยอก (DONGHYUK) และ ชานอู (CHANWOO) นั้นมีดีขนาดไหน?... พวกเขาเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟนเพลงตั้งแต่เหล่าสมาชิกเข้าร่วมแข่งขันในรายการแนว Survival อย่าง WIN : WHO IS NEXT ปี 2013 และในปีต่อมากับรายการ MIX & MATCH รวมทั้งการร่วมแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดแร็พเปอร์แห่งประเทศเกาหลีใต้ Show Me the Money ซีซั่น 3 ของ บีไอ และ บ๊อบบี้ ซึ่งความสำเร็จของ บ๊อบบี้ ที่สามารถคว้าแชมป์ของรายการมาได้ ทำให้ iKON มีกลุ่มแฟนคลับทั้งในและนอกประเทศเกาหลีใต้จำนวนมหาศาล รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง การร่วมงานกับศิลปินรุ่นพี่ในงานโชว์ งานเพลง แสดงมิวสิควิดีโอ ยังมีผลงานถ่ายแบบและพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้สื่อสัญชาติอเมริกันหัวใหญ่อย่าง Billboard ประกาศให้ iKON เป็นหนึ่งใน 'ศิลปินเกาหลีที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2015' และ iKON ยังเป็นเพียงวงเดียวที่ติดโผทั้งที่พวกเขายังไม่ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการในวงการเพลงเลยด้วยซ้ำ! สรรพคุณ ไอคอน (iKON) ยังมีอีกเยอะ! เก็บไว้อัพเดทต่อโอกาสหน้าคือดี!! เอาเป็นว่าโอกาสนี้ ไม่ควรพลาดกันนะเหล่าไอคอนิกและแฟนคลับสาย K-POP ทั้งวงการ... กับคอนเสิร์ต ไอคอนเสิร์ต 2016 ‘โชว์ไทม์ ทัวร์’ อิน แบงคอก (iKONCERT 2016 'SHOWTIME TOUR' IN BANGKOK) ซึ่ง บริษัท เฟโอห์ จำกัด (Feoh Co.,Ltd.) ผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้เขามีเวลาให้เก็บเงินรอกันยาวๆ หนึ่งเดือนเต็มนับจากวันนี้ ก่อนเปิดขายบัตรรอบพรีเซล ในวันที่ 4 และ 5 มิถุนายน 2559 อยู่จังหวัดไหนทั่วไทยก็จองได้เท่าเทียมกันทางเว็บไซต์ www.feoh.co.th บัตรราคา 1,800 / 2,800 / 3,800 / 4,800 นั่ง / 4,800 ยืน และ 5,800 บาท จองบัตรเสร็จรอพบกันวันแสดง เสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2559 เวลา 18:00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี ** ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดทั้งมวลได้ที่ https://www.facebook.com/FeohThai และ Twitter @FeohThai มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มีทดเเทน! “ซิโก้” ยันดึงเเข้งหน้าใหม่ฟอร์มดีติดทัพช้างศึกลุยคิงส์คัพ
คิงส์คัพ /  ซิโก้ / 

นายใหญ่ทัพช้างศึกยืนยันเตรียมดึงนักเตะหน้าใหม่เข้ามาติดทีมชาติไทย ทดเเทนตัวหลักที่ยังมีอาการบาดเจ็บลุยศึกฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อร่วมเเสดงความยินดีกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเข้าหารือกับ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเเละเคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมในการขอความช่วยเหลือของทีมชาติไทยในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย โดยเฮดโค้ชช้างศึก เปิดเผยข้ามทวีปว่า “ตอนนี้คงต้องรอให้พิธีการฉลองเเชมป์เสร็จสิ้นไปก่อน จากนั้นก็จะเรียนถามทาง คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ว่าจะส่งทีมงานส่วนใดเข้ามาช่วยได้บ้างเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในรอบ 12 ทีมสุดท้าย” “ส่วนในการเตรียมความพร้อมคิงส์คัพ ผมกลับไปวันที่ 10 พ.ค.นี้ ก็จะปรึกษากับทีมงานทันทีเพื่อประกาศเรียกผู้เล่นเข้ามาติดทีม ซึ่งครั้งนี้อาจจะมีเเข้งหน้าใหม่ที่ทำผลงานในลีกได้ดีเข้ามาติดทีมด้วย เพราะเวลานี้ตัวหลักก็มีอยู่หลายรายที่ยังมีอาการบาดเจ็บกันอยู่” “โค้ชซิโก้” กล่าว

20 ไอเดียแต่งบ้าน ราคาประหยัด! งบน้อยก็มีห้องสวยได้
ราคาประหยัด /  ไอเดียแต่งบ้าน

ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้ ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ทำให้ข้าวของอย่างอื่นแพงตามไปด้วย อยากจะหนีความวุ่นวายภายนอกมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ตามประสาคนรักบ้าน อยู่บ้านก็ต้องอยากแต่งบ้านเป็นธรรมดา เรามีไอเดียในการแต่งบ้านแบบประหยัด ที่จะช่วยทำให้บ้านยังคงเป็นสถานที่พิเศษที่พร้อมจะรองรับคุณในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ประหยัดด้วยไอเดีย 20 ไอเดียแต่งบ้าน ราคาประหยัด แต่งบ้านด้วย วอลเปเปอร์ 1. เปลี่ยนสีบนผนัง การทาสีผนังบ้านใหม่ นับเป็นวิธีแต่งบ้านที่ง่าย ประหยัด และได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง ลงทุนแค่สีน้ำพลาสติกสีสวยๆ กับแปรงทาสีอีกสักอันราคารวมกันไม่เท่าไหร่ มาจัดการเปลี่ยนผนังเก่าสีหมองในบ้านให้ดูสวยสดใสขึ้น เท่านี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ในบ้านได้ ด้วยราคาแบบสบายกระเป๋า 2. เก็บสายไฟในท่อ การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งทีก็ต้องทุบผนัง เสียสตางค์และเสียเวลา ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม 3. ปรับแสงปรับอารมณ์ เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆไป โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสีราคาเพียงปลอกละ 10 บาทซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เพียงเท่านี้ก็จะได้หลอดไฟสีสวยไว้ใช้ตกแต่งและสร้างบรรยากาศของบ้านได้ในราคาถูกและช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดนีออน 4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่น หรือติดม่านกั้นแทนบานตู้ เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงินค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้ ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ ปรับเปลี่ยนได้ 5. หนึ่งชิ้นหลายหน้าที่ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนหน้าที่การใช้งานได้อย่างเช่น โซฟาเบด ที่สามารถใช้นั่งหรือปรับเป็นเตียงนอนได้ ราคาต่อชิ้นอาจจะแพงกว่าสักหน่อย แต่ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายก็ช่วยให้คุณประหยัดได้กว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น 6. ยืดได้หดได้ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบที่สามารถ ปรับเปลี่ยนขนาด ย่อขยาย ยืดหด วางต่อ หรือซ้อนชั้นกันได้ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งงบประมาณและพื้นที่ใช้สอย 7. เคลื่อนที่ได้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อย่างโต๊ะที่มีล้อเลื่อน จะช่วยให้เราสลับตำแหน่งและการใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น โต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก เลื่อนไปใช้งานในครัวเมื่อต้องทำอาหารมื้อใหญ่ วิธีนี้ช่วยประหยัดไปได้ตั้งครึ่ง แต่งบ้านอย่างมีแผน 8. วางแผนก่อนเพื่อเห็นภาพรวม เหมือนมืออาชีพที่ต้องเขียนแบบแปลน ก่อนจะเริ่มตกแต่งคุณเองควรเขียนแบบแปลนหรือแผนการตกแต่งทั้งหมด เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง เช่น ควรทาสีผนังให้เรียบร้อยก่อนเก็บงานที่พื้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนต้องทำงานซ้ำซ้อน ซึ่งส่งผลต่อสตางค์ในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน 9. แต่งบ้านทีละระยะ การแต่งบ้านให้เสร็จลุล่วงในคราวเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ ลองแบ่งงานตกแต่งบ้านทั้งหมด(ตามแผนที่คุณวางไว้) ออกเป็นช่วงๆโดยให้ระยะแรกเป็นส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน แล้วดำเนินการทีละขั้นตอน เมื่อระยะแรกจบอาจทิ้งช่วงเก็บสตางค์สักพัก จากนั้นจึงเริ่มช่วงต่อไป กว่าจะเสร็จอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่เพื่อไม่ให้คุณต้องรับภาระหนักเกินไป และยังเป็นการให้เวลาตัวคุณสรรหาของที่ถูกใจจริงๆอีกด้วย ภาพจาก stylemepretty 10. ซื้อช่วงลดราคาถูกกว่าเยอะ ร้านขายของแต่งบ้านเกือบทุกร้านจะมีช่วงลดกระหน่ำประจำปี โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆอย่าง Modernform Index Habitat ikea ซึ่งหากเราอดใจรอซื้อในช่วงลดราคา ก็จะได้ของดีที่ราคาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่ใช้งบเยอะอย่าง ที่นอน โซฟา เตียง หรือตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆด้วย แต่คุณอาจต้องจดบันทึกสักหน่อยว่าร้านที่คุณไปเล็งๆของไว้นั้น เขาลดราคากันช่วงไหน เดือนไหนของปี บางที่ลดปีละ 2 หน เพื่อปีถัดไปคุณจะได้วางแผนการช็อป(และเตรียมเก็บเงิน)ได้พอดี และต้องตาดีพอจะเลือกของ คนละเวลา คนละสถานที่ แล้วนำมาเข้าชุดกันได้ DIY ทำเองก็ได้ไม่ต้องซื้อ 11. วอลล์เปเปอร์ทำมือ วอลล์เปเปอร์ที่กำลังอินเทรนด์ ช่วยให้ผนังบ้านคุณดูน่าสนใจทีเดียว แต่ราคาก็สูงเช่นกัน แล้วถ้าลองทำเองล่ะ โดยใช้แผ่นแฟ้มพลาสติกฉลุลาย(ลอกจากในหนังสือแต่งบ้านก็ได้)ใช้เป็นแบบ แล้วนำไปพ่นสีสเปย์หรือทาสีที่ต่างจากผนัง ให้สีลอดส่วนที่ฉลุลงไปบนผนังจนเกิดเป็นลวดลายบนผนัง เพียงเท่านี้คุณจะได้วอลล์เปเปอร์ลายสวยไม่ซ้ำใครในราคาสุดประหยัด 12. สวยด้วยผ้า ไปเดินเลือกผ้าลายสวยราคาไม่แพงสักผืนจากพาหุรัด นำมาบวกกับไอเดียและฝีมือเย็บปักถักร้อยของคุณ ก็สามารถใช้ทำของตกแต่งบ้านอย่างง่ายๆในราคาแสนถูก โดยนำมาใช้เย็บเป็นปลอกหมอน หรือทำเป็นเบาะรองนั่ง ช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก่าของคุณให้ดูสวยน่าใช้ยิ่งขึ้น 13. ใช้ผ้าซ่อนความเก่า เก้าอี้นั่งที่ดูเก่าและเชย หรือโซฟาสมัยคุณยายที่ขาดแล้ว หากยังไม่มีสตางค์เอาไปซ่อมหรือซื้อของใหม่ ลองเย็บผ้าคลุมดูไหม โดยเลือกผ้าลายสวยที่ชอบเย็บให้ได้รูปทรง แล้วสวมทับลงไปปิดบังความเก่า และใช้งบน้อยมาก ใครที่นึกวิธีทำไม่ออก เราแนะให้ไปดูหนังสือ Sott Furnishings ของสำนักพิมพ์บ้านและสวน มีไอเดียเกี่ยวกับผ้าและแพตเทิร์นให้ทำตามมากมาย บางอย่างใช้แทนกันได้ 14. สมมุติว่าเป็นไม้ ม่านปรับแสงไม้ขาดแผ่นกว้าง 2 นิ้วกำลังเป็นที่นิยม ช่วยให้บ้านมีอารมณ์สบายแบบรีสอร์ท แต่ราคาค่อนข้างสูง คุณอาจเลือกใช้ม่านปรับแสงที่ทำจากอะลูมิเนียมแทน โดยเลือกขนาดของแผ่นม่านให้เท่ากัน ขึงด้วยแถบผ้าสีเข้มๆ เช่น สีดำหรือสีน้ำตาล ก็จะได้ม่านปรับแสงที่ดูดีแต่ราคาถูกกว่าเยอะ 15. สมมุติว่าเป็นโต๊ะ กล่อง ลัง หรือกระเป๋าเดินทาง แทนที่จะใช้เก็บของแล้ววางซ่อนอยู่มุมห้องเพียงอย่างเดียว เมื่อนำมาวางซ้อนกันยังสามารถใช้ทำเป็นโต๊ะกลาง หรือโต๊ะวางของอย่างง่ายๆ ช่วยประหยัดเหมือนได้เฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม 16. สมมุติว่าเป็นผนัง ถ้าคุณจำเป็นต้องแบ่ง ส่วนของห้องเพิ่ม แต่ยังไม่มีสตางค์พอที่จะทำผนังเบา ลองทำราวเพื่อแขวนผ้าม่านขนาดยาวแทน โดยเลือกให้ขนาดของแผ่นผ้าม่านเท่ากัน นอกจากจะราคาถูกกว่าแล้วยังสามารถรูดม่านเก็บได้เมื่อต้องการเปิดพื้นที่โล่ง หรือปรับเปลี่ยนลายผ้าได้ไม่ยากด้วย 17. วงกบสีดำ ดูเหมือนแพง แทนที่ต้องใช้วงกบ UPVC หรือวงกบไม้ที่ราคาสูง วงกบอะลูมิเนียมสีดำก็ดูเท่ ดูดีได้ ราคาก็ถูกกว่ากันเยอะ แถมเข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ เป็นทางเลือกที่สถาปนิกนิยมเลือกใช้ เพราะประตูหน้าต่างแบบเรียบๆ กับกรอบสีเข้ม จะช่วยให้บ้านคุณดูดีขึ้นได้เกินราคา Mix &Match ประหยัดกว่า 18. เรียบไว้ก่อน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่เราต้องใช้ไปอีกนาน อย่างโซฟา หรือโต๊ะรับประทานอาหาร ควรเลือกซื้อแบบและสีเรียบๆไว้ก่อน เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบนั้นเข้ากับอะไรก็ได้ แถมดูไม่น่าเบื่อง่ายหรือล้าสมัย ช่วยให้การซื้อของอื่นๆที่อยู่รายรอบง่ายดายขึ้น และประหยัดงบไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ 19. แต่งแบบไม่ยึดติด การเลือกแต่งบ้านโดยไม่ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง เช่น การเลือกใช้เก้าอี้คละแบบสำหรับชุดประทานอาหาร บางตัวอาจราคาถูก บางตัวอาจมีราคาสักหน่อย แต่เลือกให้เข้ากันได้ ก็ช่วยประหยัดได้มากกว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบยกชุด 20. เสียตรงไหนเปลี่ยนตรงนั้น ข้อดีของการแต่งบ้าน Mix&Match อีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อของบางชิ้นชำรุดเสียหาย เราก็สามารถเปลี่ยนหรือซ่อมใหม่ได้เฉพาะตัวที่เสีย ไม่ต้องเปลี่ยนหรือซ่อมทั้งชุด ประหยัดไปได้เยอะ ภาพประกอบจาก www.sheknows.com