10สถานที่

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง (ทีนิวส์..ทูไนท์) ประจำวันที่ 22-10-57
ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง /  สมพร หลงจิ / 

รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2557 ดำเนินรายการโดยวันเฉลิม จันทรากุล,สมพร หลงจิ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 22.00น.-24.00น.

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

6 อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกันใน หน้าหนาว
วิธีดูแลตัวเอง /  หน้าหนาว / 

โรคไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ จมูกและคอ โรคนี้มักพบมากใน หน้าหนาว เพราะความชื้นต่ำและอากาศเย็น เกิดขึ้นได้จากการสูดดมอากาศที่มีเชื้อเข้าไป การคลุกคลีกับผู้ป่วยและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เมื่อได้รับเชื้อไข้หวัดเข้าไปจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คัดจมูก มีน้ำมูก จาม มีอาการไอจากการอักเสบของหลอดคอและอาจมีไข้ต่ำ โรคไข้หวัดจะมีระยะเวลาประมาณ 3-5 วัน แต่อาจมีอาการไอและน้ำมูกต่อเนื่องนานอีก 2-3 สัปดาห์ สำหรับ 6 เมนูที่รับประทานแล้ว ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อรับการเปลี่ยนผ่านจากปลายฝนต้นหนาว มีดังนี้ 1. อาหารรสเผ็ดร้อนจากพริกและเครื่องเทศ เช่น พริก หอม กระเทียม พริกไทย ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ กระชาย ใบกะเพรา แมงลักหรือแม้แต่สมุนไพรต่าง ๆ ที่ช่วยลดอาการคัดจมูก เช่น ใบโหระพา อบเชย กานพลู นำมาประกอบอาหาร จำพวกแกงร้อน ๆ เช่น ต้มยำไก่ จะช่วยทำให้หายใจโล่งขึ้น ปรับสมดุลภายในร่างกายให้ปกติ 2. การดื่มน้ำมาก ๆ หรือการดื่มน้ำอุ่น วันละไม่ต่ำกว่า 8 แก้วแทนการดื่มกาแฟหรือน้ำอัดลม ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ลดอาการไข้หวัดได้ ช่วยให้ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารชุ่มชื้นขึ้น เสมหะถูกขับออกง่ายและยังยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสได้อีกด้วย โดยเครื่องดื่มที่นิยมดื่มนั้น เช่น น้ำขิง โดยนำขิงสับ 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 2-3 กลีบ แช่ในน้ำเดือด 5-10 นาที แล้วชงเป็นชาดื่ม มีสรรพคุณช่วยขับเหงื่อ ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานคล่องขึ้น ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และบรรเทาอาการข้ออักเสบได้อีกด้วย 3. ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก อาการไอ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น อาจเติมผักหลายสีเพิ่มประโยชน์จากสารแอนติออกซิแดนต์ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง 4. สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีนหรือวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคออกจากร่างกาย หรือเลือกรับประทานผักผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียว ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น ซึ่งหาซื้อได้ง่ายและประหยัดกว่าการรับประทานวิตามินจากยา 5. หัวหอมและกระเทียม กระเทียมช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัดได้อย่างดี โดยนำกระเทียม 1 กลีบเล็กมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วใช้ช้อนบี้ให้แตก เติมน้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วเติมน้ำผึ้งและมะนาวลงไป ดื่มวันละ 2 ถ้วย จะช่วยลดอาการหวัดให้เบาบางลง หรือตำหัวหอมใส่ถ้วยแล้วดมช่วยให้หายใจโล่งขึ้นได้ 6. โยเกิร์ต ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเสริมสร้างสารแอนติบอดี้บางชนิด โดยเลือกรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่มีชีวิตอยู่ จะได้รับประโยชน์อย่างเต็ม นอกจากนั้นแล้ว ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง อากาศหนาวก็ควรสวมเสื้อผ้าที่สามารถกันหนาวได้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคไข้หวัดที่อาจเกิดขึ้นแต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกวิธี ขอบคุณที่มาจาก : เว็บไซต์เดลินิวส์

สุขทุกวัน7วัน7กูรู วันที่ 06 10 2014 อาจารย์ชยโร ภิกขุ
ความสุข /  รับอรุณ / 

ฟังให้เกิดปัญญาและนำชีวิตให้เป็นสุข

ชมพู่ ก่อนบ่าย เปิดตัวแฟนใหม่ ยันชายแท้ไม่ใช่ทอม!!
ชมพู่ ก่อนบ่าย /  ชมพู่ ก่อนบ่าย แฟนใหม่

กลับมาสดใสร่าเริงหัวใจสีชมพูอีกครั้ง!! สำหรับดาราสาวอารมณ์ดี ชมพู่ ก่อนบ่าย ที่ตอนนี้เธอกำลังอินเลิฟกับหนุ่มรุ่นน้องนอกวงการมาได้ 3 เดือนหลังรู้จักกันมากว่า 10 ปี แม้จะเคยลงภาพคู่แบบไม่เห็นหน้าจนหลายคนเฝ้าติดตามว่าเป็นใครกันแน่!! ล่าสุด สาวชมพู่ ยอมโพสต์ภาพหวานให้เห็นกันชัดๆ กับแฟนหนุ่มนอกวงการสุดเท่ลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความว่า "ยิ่งปิดคนก็ยิ่งอยากรู้ #ก็เปิดซะเลย #ผู้ชายนะจ๊ะไม่ใช่ทอม #จบข่าว" และหนุ่มคนนี้เองที่ตามติดไปเฝ้า สาวชมพู่ ถ่ายแบบเซ็กซี่ถึงริมทะเลภูเก็ต เปิดตัวซะหวานเจี๊ยบขนาดนี้...น่าอิจฉาซ๊าาา!! ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่

สู้ไม่ไหว! เจ้าไมค์ สุริยัน โดนนับพ่ายยุ่นชวดแชมป์โลก
wbc /  ชินสึเกะ / 

สู้ไม่ไหว! เจ้าไมค์ สุริยัน โดนนับพ่ายยุ่นชวดแชมป์โลก "เจ้าไมค์" สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงชาวไทย สู้เชิงมวย ชินซึเกะ ยามานากะ เจ้าของแชมป์แบนตัมเวทชาวญี่ปุ่นไม่ไหว หลังโดนนับถึง 3 ครั้ง และโดนตัดแต้มยก 9 แพ้คะแนน ชวดนำเข็มขัดแชมป์กลับเมืองไทย ศึกชิงแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวท พิกัด 118 ปอนด์ ของสภามวยโลก หรือ "ดับเบิลยูบีซี" ระหว่าง ชินซึเกะ ยามานากะ เจ้าของเข็มขัดแชมป์ พบกับ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงชาวไทย ที่ โยโยกิ ยิมเนเซียม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยยอดกำปั้นไร้พ่ายชาวญี่ปุ่น พกสถิติสุดหรู ชนะ 21 ครั้ง (น็อค 16 ครั้ง) เสมอ 2 ครั้ง ขณะที่กำปั้นชาวไทย ชนะ 37 ครั้ง (น็อค 16 ครั้ง) แพ้ 5 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง เริ่มต้นการชกเป็น "เจ้าไมค์" สุริยัน ที่เดินหน้าสาวเท้าเข้าหาอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็รับหมัดคู่ต่อสู้เต็มๆ เช่นกันเนื่องจากส่วนสูง และช่วงชกของแชมป์โลกชาวญี่ปุ่นเหนือกว่า แต่มาถึงยกที่ 7 กำปั้นไทย ออกจากมุมด้วยความกระตือรือร้นมากขึ้น พร้อมปล่อยเดินเข้าหาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนมีหมัดซ้ายเข้าสู่ลำตัวจนนักชกเจ้าบ้านมีอาการให้เห็นเช่นกัน ก่อนที่จะตั้งหลักได้ พร้อมหลบหลีกการชวนทะเลาะแลกหมัดกัน อย่างไรก็ตามยกที่ทำท่าว่าจะดีของ สุริยัน กลับพลาดช่วงปลายเมื่อโดนหมัดคู่แข่งจนเซลงไปกองกับพื้นเวทีผู้ตัดสินต้องนับถึง 8 ก่อนจะลุกขึ้นมาได้และหมดยกดังกล่าวไป มาถึงยกที่ 8 "เจ้าไมค์" ยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่ไม่ย่อท้อ เดินเอาหน้าเข้าหาพายุหมัดแชมป์โลกต่อ แต่การเดินเข้าหาก็ได้ผลเช่นกัน เมื่อมีหมัดหลุดเข้าหน้าของ ชินซิเกะ ได้บ้าง ก่อนที่นักชกไทยจะโดนหมัดส่งลงไปนั่งกองกับพื้นให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง เข้าสู่ยกที่ 9 นักชกไทย ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินเข้าหา แต่ก็โดนตัดคะแนนจากผู้ตัดสินเมื่อมองว่าการเดินเข้าหาอาจเป็นการใช้หัวพุ่งเข้าชน แถมยังโดนหมัดลงไปให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง ยกที่ 10 ความขยันของนักชกไทย ทำให้แชมป์แดนปลาดิบต้องโผเข้ากอดเช่นกัน การชกในยกที่ 11 สุริยัน ที่รู้ดีว่าคะแนนเป็นรองสุดกู่ยังคงเดินหน้าเข้าหา ขณะที่แชมป์โลกนอกจากจะดักต่อยพร้อมวนหนีแล้ว ยังวนหนีไปรอบๆ ปล่อยนักชกไทยจ้วงหมัดไปแบบไม่เข้าเป้า ยกสุดท้ายกำปั้นไทยพยายามไล่บดต่อไป แต่ก็โดนหมัดชุดจนเจียนไปเจียนอยู่ สุดท้ายจบการชก 12 ยก พร้อมกับการชูมือให้ ชินซึเกะ ยามานากะ ชนะคะแนน พร้อมป้องกันแชมป์โลกไว้ได้ต่อไป เครดิต : ผู้จัดการออนไลน์

หนูน้อย7ขวบตกบ่อน้ำลึก8ม.รอดปาฏิหาริย์
ตกบ่อน้ำลึก /  พิษณุโลก ตพบ่อลึก8เมตรรอด / 

หนูน้อย 7 ขวบ เมืองพิษณุโลก ดวงแข็งตกบ่อน้ำบาดาลลึก 8 เมตร รอดปาฏิหาริย์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุเด็กพลัดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล ใกล้เคียงตลาดสดบึงพระ หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นป่ารกชัด พบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน กำลังช่วยกันใช้เชือกโรยตัวลงไปช่วยเหลือเด็กที่ตกลงไปอยู่ก้นบ่อ โดยเด็กร้องไห้พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงใช้ผ้ามัดกับตัวเด็ก ก่อนช่วยกันอุ้มและดึงขึ้นมาด้านบนปากบ่ออย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงลุ้นเอาใจช่วยของชาวบ้าน ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.สมศักดิ์ สมศรี หรือ น้องฟลุ๊ค อายุ 7 ขวบ อยู่บ้านพักเลขที่ 47 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นักเรียนโรงเรียนวัดบึงพระ สภาพเนื้อตัวเปียกปอนและเปรอะเปื้อนดินโคลน และมีบาดแผลถลอกตามร่างกายและที่นิ้วมือข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ชาวบ้านได้ช่วยกันพยุงตัวพาไปล้างเนื้อล้างตัวจนเอี่ยมสะอาด จากการสอบถาม นางชมพู ปุญญฤทธิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 381/3 หมู่ 3 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นผู้พบเด็กคนแรก เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังตากผ้าอยู่ข้างบ้านนั้น ได้ยินคล้ายเสียงเด็กร้องไห้และร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมาจากบ่อน้ำบาดาลข้างบ้านพัก ซึ่งเป็นบ่อน้ำบาดาลที่เลิกใช้งานแล้ว จึงเดินไปดูก็พบว่ามีเด็กตกลงไปอยู่ที่ก้นบ่อ แต่โชคยังดีที่ด้านล่างบ่อมีไม้วางพาดกั้นไว้ ทำให้เด็กไม่จมน้ำ ซึ่งปกติบ่อน้ำจุดนี้จะมีแผ่นกระเบื้องปิดอยู่ แต่เด็กอาจจะไม่ทราบจึงเข้าไปเล่น แล้วพลาดไปเหยียบจนกระเบื้องแตกจนร่วงตกลงไป จากนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

O.T. ผี Overtime : รักดอกจึงหยอกเล่น
O.T. ผี Overtime /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

เตรียมตัวเตรียมใจตั้งแต่ทราบข้อมูลว่า O.T. ผี Overtime คือภาคต่อฉบับที่ขยายเป็หนังยาวของ โอที หนึ่งในตอนสั้นๆ ของภาพยนตร์ "ตีสาม" เรื่องก่อนหน้านี้ ซึ่งเน้นหนักไปทางขายความหักมุม สยองน้อยหน่อย ตลกมากหน่อย และห่างไกลจากความเป็นเหตุเป็นผล และตัวละครที่มีน้ำหนักทางจิตใจของความเป็นมนุษย์ เพราะลูกล่อลูกชนในหนัง ล้วนเกิดจากตัวละครที่มีลักษณะเหมือนตัวการ์ตูน โอเวอร์แอ็คติ้ง จนบางครั้งรู้สึกกเหมือนกำลังดูละครซิทคอมอยู่อย่างไงอย่างงั้น ดังนั้น เมื่อได้เห็นทั้งหมดนี้ตั้งแต่ก่อนจะดูหนังฉบับเต็ม จึงควรคิดซะว่าไปนั่งเสพความบันเทิง เอะอะมะเทิ่ง มากกว่าจะไปตื่นตะลึงกับพล็อตเรื่อง หรือสยองจนขนลุกขนพอง O.T. ผี Overtime เล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้ว ที่สองบอส การัน และที แกล้งลูกน้องจนตกบันไดซี้ม่องเท่ง แถโดนผีกลับมาหลอกในลิฟท์ ทำให้ประสาทหลอน เดี้ยงเป็นคนไข้อยู่โรงพยาบาล ร้อนถึง บดินทร์ หุ้นส่วนหลักอีกคน ที่ต้องกลับมาแก้สถานการณ์ ก่อนเพื่อนจะพาลพาทั้งออฟฟิศล่มจม โดยรับงานใหม่จาก อั้น รุ่นน้องคู่แค้นที่มาจ้างจัดงานแต่งงาน ในโรงแรมที่ผีดุสุดๆ แต่งานนี้ยังไงก็ต้องรับไว้ เพราะค่าตอบแทนมหาศาลมันจะช่วยต่อชีวิตให้ออฟฟิศได้ และก็ยังไม่วาย บอสตัวแสบก็หาเรื่องแกล้งคนอีกจนได้ คงไม่ถือว่าเป็นสปอยส์ ถ้าจะบอกว่าตอนต้นของหนังนั้น ได้ย้อนให้เราดูเหตุการณ์ในภาคก่อนแบบสรุปคร่าวๆ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเคยชมภาคก่อนมาแล้วหรือไม่ ก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับ O.T. ผี Overtime ที่เน้นขายความสยองขำขัน ก็สามารถทำได้ดีในระดับที่สอบผ่าน ไม่น่ายี้หรือง่วงเหงาหาวนอน และลูกล่อลูกชน การหักมุมพลิกกลับไปกลับมา ก็ทำให้คนดูได้เดากันไปเรื่อยเปื่อยได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า คือผีจริง หรือผีปลอม กันแน่ แต่อย่างไรก็ตาม การประเคนมุขหักมุมนี้ แบบย้ำไปย้ำมาจนมากเกินงามเกือบตลอดทั้งเรื่องนั้น ก็ทำให้รู้สึกลุ้นตามตัวละครไปได้แค่ไม่เกิน 2-3 ครั้งแรกเท่านั้น ต่อจากนั้นการหลอกไม่หยุดของหนัง ซึ่งย้ำคิดย้ำทำจนแทบจะออกมาเป็นรูปแบบตายตัว และส่งผลให้อยากละความสนใจ ไม่อินังขังขอบกับความเป็นความตายของตัวละครอีกต่อไป และปล่อยให้มุขเฝื่อนๆ และแอ็คติ้งของตัวละคร ทยอยทำงานไปตามหน้าที่ของมัน ในด้านของความสยองขวัญนั้น O.T. ผี Overtime ที่ดูจะมีลีลาการเล่าที่แปลกกว่าหนังผีทั่วไป จนน่าจะมีมุขหลอกหลอนอะไรแปลกใหม่ให้เล่นมากมาย แต่หนังก็ยังพาไปไม่ไกลถึงจุดนั้น และยังคงเล่นตามสูตรความตุ้งแช่! อยู่อย่างหลีกหนีไม่พ้นไปไหน ผีสางวิญญาณเฮี้ยนในเรื่อง (ไม่ว่าของจริง หรือของปลอม) จึงหนักไปทางชวนนขำในการแสดงออก มากกว่าจะไปกลัวกดดันประสาท และทำให้หนังเอนเอียงมาทางคอมเมดี้จนเกือบ 100 เปอร์เซนต์เลยเสียด้วยซ้ำไป แต่ถึงกระนั้น  O.T. ผี Overtime ก็ยังจัดว่าห่างไกลจากหนังที่ทำแบบชุ่ยๆ ด้วยคุณภาพของโปรดักชั่นที่แสดงออกถึงความใส่ใจในระดับหนึ่ง ก็ทำให้หนังไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ และสามารถมอบความบันเทิงแบบเต็มสูบ โดยแทบไม่ต้องไปมองหาเนื้อหาสาระอะไรให้ปวดกบาล ได้แบบเรื่อยๆ ตามอัตภาพ แต่ไม่ได้สะเทือนขวัญ ชวนกรี๊ด จนดูแล้วกลับไปเลิกแกล้งคนอื่นเป็นการถาวร แต่หนักไปทางเห็นดีเห็นงาม กับการแกล้งเพื่อนให้ได้อาย หลอนตาตั้ง ก่อนจะหันไปเฉลยอย่างอารมณ์ดีว่า รักดอกจึงหยอกเล่นนะเพื่อนเสียมากกว่า เพราะการแกล้งกันมันสนุกขำขัน มากกว่าจะมัวหันไปสำนึกผิด อย่างที่มนุษย์สามัญมักจะเป็นในตอนจบเรื่อง เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter -------------------------------

แอร์เอเชียเปิดบินต่อรถ สะดวกคุ้มสู่ 2 สวรรค์ทะเลใต้
airasia /  แอร์เอเชีย

สายการบินแอร์เอเชียเปิดบริการบินประหยัด เชื่อมรถสะดวกสู่ 2 เส้นทางใหม่ จากกรุงเทพฯ ลงเครื่องที่นครศรีธรรมราช เชื่อมต่อสู่เมืองขนอม ซึ่งติด 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเอเชีย และกรุงเทพฯ ลงเครื่องที่กระบี่ เชื่อมต่อรถสู่เขาหลัก พังงา เพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน เชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวปลายปี จองสะดวกพร้อมโปรโมชั่นประหยัด กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-ขนอม เริ่มต้นที่ 1,080 บาท กรุงเทพ-กระบี่-เขาหลัก เริ่มต้นที่ 1,340 บาท จองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคม เดินทางตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2557 – 30 เมษายน 2558 ผ่าน AirAsia.com แอร์เอเชียเปิดบินต่อรถ สะดวกคุ้มสู่ 2 สวรรค์ทะเลใต้ “ขนอม” นครศรีธรรมราช และ “เขาหลัก” พังงา ต้อนรับฤดูท่องเที่ยวอันดามัน นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า แอร์เอเชียได้สร้างเครือข่ายบินที่สะดวกสบายราคาประหยัดทั่วประเทศ พร้อมบริการบิน ต่อรถ ต่อเรือ สู่เมืองท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับทุกคน ซึ่งล่าสุดเพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีที่ทะเลอันดามันของประเทศไทย ซึ่งติดอันดับต้นๆ ของโลกและเอเชีย เราจึงเปิดบริการเที่ยวบินพร้อมรถรับส่ง จากกรุงเทพฯ สู่ 2 เส้นทางใหม่คือ “กรุงเทพฯ-ขนอม” จังหวัดนครศรีธรรมราช และ “กรุงเทพฯ-เขาหลัก” จังหวัดพังงา “ขนอม” เป็นเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสามารถเดินทางสะดวกจากสนามบินต่อด้วยรถตู้ซึ่งบริการใหม่ของแอร์เอเชีย โดยรถตู้ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ท่านจะได้สัมผัสกับ หาดขนอมและเขาหินพับผ้ามหัศจรรย์ทางธรรมชาติกลางทะเล สำหรับเส้นทาง “เขาหลัก” จังหวัดพังงา สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯสู่สนามบินกระบี่และต่อด้วยรถตู้สู่เขาหลัก เพื่อสัมผัสหาดทรายขาวละเอียด และสามารถต่อไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ หรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน “เราเชื่อว่าบริการ City Transfer และ Island Transfer ที่เปิดให้บริการจะช่วยตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทำให้ได้รับความสะดวกสบาย ในราคาที่สมเหตุสมผล และมั่นใจว่าเส้นทางใหม่สู่ขนอมและเขาหลัก จะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะหลั่งไหลมาเที่ยวทะเลอันดามันในช่วงปลายปีนี้” นายทัศพลกล่าว ทั้งนี้สำหรับโปรโมชั่นเปิดตัว กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-ขนอม เริ่มต้นที่ 1,080 บาท กรุงเทพ-กระบี่-เขาหลัก เริ่มต้นที่ 1,340 บาท สามารถจองได้ตั้งแต่ 20 – 26 ตุลาคม เดินทางตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2557 – 30 เมษายน 2558 ปัจจุบันแอร์เอเชียมีบริการเที่ยวบินพร้อมรถและเรือรับส่ง (Island Transfer) สู่เกาะต่างๆ ในภาคใต้ คือ เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะลันตา เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ เกาะไหง เกาะยาวน้อย และเกาะเต่า และเที่ยวบินพร้อมรถรับส่ง (City transfer) จากกรุงเทพฯ สู่ เมืองปาย(ลงเครื่องที่เชียงใหม่) สุโขทัย(ลงเครื่องที่พิษณุโลก) ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ (ลงเครื่องที่ขอนแก่น) มุกดาหาร(ลงเครื่องที่นครพนมหรือสกลนคร) โดยขนอมและเขาหลัก เป็น 2 ปลายทางล่าสุดที่เปิดให้บริการสำรองที่นั่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2557

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง / 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่อยู่คู่ประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี เป็นอาคารสองชั้นจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสที่มีความสวยงามและสมจริง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ และกลุ่มศิลปินไทย ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองการปั้นกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยภายในอาคารมีการจัดแสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น โซนแรก คือ ห้องจัดแสดงพระอริยสงฆ์ ซึ่งได้แก่ พระครูภาวนารังษี, พระธรรมญาณมุนี, พระโพธิญาณเถร, ครูบาชัยวงศาพัฒนา, หลวงจีนคณาณัติจีนพรต, พระมงคลเทพมุนี, พระราชสังวราภิมณฑ์, พระสุพรหมยานเถร, พระนิโรธรังสีคัมภีร์ปัญญาจารย์, หลวงพ่อเกษม, สมเด็จพระพุฒาจารย์, พระครูวิมลคุณากร, พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์, พระอาจารย์มั่น, ครูบาศรีวิชัย ปั้นได้เหมือนจริงมาก ห้องแสดงต่อไปซึ่งถือเป็นไฮไลด์ของที่นี่ ห้องจัดแสดงพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์พระบรมราชจักรีวงค์ รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ล่ะ ห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องจัดแสดงพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทยนั่นเอง ภายในห้องนี้ประกอบไปด้วยประราชประวัติและ พระกรณียกิจต่างๆ และภาพงานพระราชพิธีสุดท้าย ส่วนห้องจัดแสดงต่อไป เป็นห้องหุ่นชุดครอบครัวไทย เป็นห้องแสดงสุดท้ายสำหรับห้องจัดแสดงชั้นล่าง ซึ่งเดินไป เดินมาจะมาออกที่ ด้านหน้าทางเข้า พวกเราก็เดินขึ้นชั้นสองกันต่อ ซึ่งห้องจัดแสดงชั้นบนแรกสุดจะเป็นการ จัดแสดงชุด 3 ครูไทยได้แก่ ครูจวงจันทร์ จันทร์คณา (บรมครูพรานบูรพ์) ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน เดินเข้าไปตามทางเดินเรื่อยๆ ห้องแสดงหุ่นชุดต่อไปคือ ชุด 3 บุคคลสำคัญของโลก ซึ่งได้แก่ มหาตมา คานธี, อับราฮัม ลินคอล์น, เซอร์ วินสตัน เชอรชิล เป็นต้น คานธีเป็นนักการเมืองที่ได้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศ จากการปกครองของอังกฤษทำให้โลก ต้องจดจำคานธี ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "มหาตมา" แปลว่า ผู้มีจิตใจ สูงส่ง เป็นบิดาแห่งประชาชนชาติอินเดีย อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา "รัฐบาลของ ประชาชนโดย "เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นวีรบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งทั้งสามท่านมีบทบาททางด้านการเมืองในแต่ละประเทศ ห้องจัดแสดงชุดต่อไปเป็น ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่องการละเล่นของไทย ได้แก่ การเล่นรีรีข้าวสาร การเล่น แมงมุม การเล่นจ้ำจี้ การเล่นขี่ม้าช้างชนกัน และการเล่นหัวล้านชนกันห้องต่อไปที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ จากเด็กๆ ก็เห็นจะเป็นชุดวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ห้องนี้เหมือนห้องรวมดาววรรณคดี สุนทรภู่เลยล่ะสุนทรภู่กวีเอกของโลก มีชื่อเสียงในด้านสำนวนกลอนเป็นที่เลืองลือจนได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูกลอนแปด และได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นกวีที่มีจินตนาการกว้างไกล สร้างโครงเรื่องและเนื้อหา ของนิทานได้น่าสนใจ และชวนติดตาม สุนทรภู่ได้รับประกาศเกียรติคุณให้เป็นกวีของโลก จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมอีกด้วย ห้องจัดแสดงชุดสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นโซนไฮไลด์ของชั้นบนก็คงจะเป็นชุดเลิกทาส "Slavery in Thailand" ทาสในรัชกาลที่ 5 ข้อมูลทั่วไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เปิดเข้าชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 - 17.30 น. วันเสาร์- อาทิตย์ ,วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักศึกษาในเครื่องแบบ 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034 332 607 และ 034 332 109 การเดินทาง 1.รถยนต์ส่วนตัว จากสะพานปิ่นเกล้า ใช้เส้นทางถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านชุมทางต่างระดับพุทธมณฑล ตรงไปข้ามสะพานข้าม แม่น้ำนครชัยศรีอีกราว 3 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยทางขวามือ 2.โดยสารสาธารณะ รถประจำทาง นั่งรถสายกรุงเทพฯ - นครปฐม (สายใหม่) ที่สายใต้ใหม่ ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย รถตู้ข้าง โลตัส ปิ่นเกล้า สาย กรุงเทพฯ - นครปฐม ลงหน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม ภาพจาก คุณ  naniana   http://picpost.mthai.com/view/76836 ที่มา  http://picpost.mthai.com/view/76836

5 ทรงผมของสาวๆ ที่ผู้ชายช๊อบชอบ
10 อันดับ /  ความสวยความงาม / 

ผู้ชายแต่ละคนนั้นชอบผู้หญิงคนละแบบแตกต่างกันไป และรู้ไหมว่ามีส่วนหนึ่งที่ผู้ชายชอบมองผู้หญิงมากที่สุดอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ ผมของสาวๆ นั่นเองคะ แต่ละคนก็จะชอบผู้หญิงผมสั้น ผู้หญิงผมยาว, ผมหยิก .. แต่มีทรงผมเบสิคที่ผู้ชายชอบมากทึ่สุด อยากรู้ไหมทรงไหนบ้าง ^^ 5 ทรงผมของสาวๆ ที่ผู้ชายช๊อบชอบ 5 ทรงผมของสาวๆ ที่ผู้ชายช๊อบชอบ 1. ทรงผมหยิกแบบอ่อนๆ ซึ่งในการทำผมทรงนี้ มีความเหมาะสมกับคนที่มีผมน้อย ผมบางเบา แต่เมื่อไปทำการดัดผมมาแล้ว ผมอาจะไม่ค่อยเป็นทรงสวยสักเท่าไหร่นัก เราอาจจะปัดทรงผมของเราเพื่อช่วยให้ทรงผมของเรานั้น เข้าทรงดีขึ้นมาได้ โดยที่ไม่ต้องใส่สเปรย์ลงไปที่ผม ก็สามารถมีทรงผมที่ออกมาสวยได้ รับรองว่า หนุ่มเห็นแล้วจะหลงรักเลยล่ะ 2. ผมตรงแบบธรรมดา ในการทำผมแบบคนที่มีเส้นผมตรงสวย แบบธรรมชาตินั้น ก็จะสวยดีอยู่แล้ว เพียงแค่เราทำให้ผมของเรานั้น มีความตรงสวยไปแบบธรรมชาติแค่ไดตรงธรรมดาด้วยตัวเองก็เพียงพอแล้ว ก็สามารถสวยได้แล้วล่ะ 3. ทรงแบบหัวยุ่งๆเหมือนกำลังพึ่งตื่นนอน ด้วยทรงผมนี้ จะช่วยให้สาวๆแลดูมีเสน่ห์ขึ้นมาได้เพราะว่าทรงผมนี้ เราสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ก็จะออกมามีทรงผมที่สวย ขึ้นมาได้ อีกด้วย 4. ทรงรวบหางม้า ซึ่งทรงนี้มีความเหมาะสำหรับคนที่เป็นคนขี้ร้อน ที่สามารถ ทำเองได้ง่าย เพียงแค่รวบผมเป็นหางม้าสูงๆ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ และออกมาเป็นทรงผมที่ทำได้ง่ายแล้วออกมาดูดี ด้วยล่ะ 5. ทรงแบบธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องไปดัดแปลงอะไรมากมาย ก็สามารถมีทรงผมที่สวยและดูดีถูกใจหนุ่มๆที่พบเจอได้แล้วล่ะเพียงเท่านี้ทรงผมสวยๆ ก็จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับสาวๆ มากขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ