10สถานที่

เอาฮา? สมศักดิ์ เจียมฯโพสต์ถาม ควรกดไลค์เพจมันแกวมั้ย
ข่าวล่าสุด /  มันแกว / 

เอาฮา? สมศักดิ์ เจียมฯโพสต์ถาม ควรกดไลค์ เพจน้องมันแกวมั้ย วันนี้(24 พ.ย.) จากกรณีที่“น้องมันแกว”หรือ น.ส.รุ่งตะวัน ชัยหา เน็ตไอดอลชื่อดัง  เจ้าของฉายานมคุณธรรม โพสต์เฟซบุ๊คแสดงจุดยืนต่อต้านคัดค้านการรัฐประหารอย่างชัดเจนสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ ล่าสุดเฟซบุ๊คของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บุคคลตามหมายเรียกของคสช.แต่อยู่ระหว่างการลี้ภัยโดยไม่เปิดเผยสถานที่และเงียบหายไปนานกว่าเดือน ได้โพสต์ถามว่าควรกดไลค์ติดตามข่าวสารจากมันแกวมั้ย ? โดยเผยว่า "...อืม กำลังชั่งใจว่า จะกด like เพจคุณ "มันแกว" อะไรนั่่นหรือเปล่า พอดีเห็นมีหลายคนบอกว่า เธอออกมาเขียนต้านรัฐประหาร มีเพื่อนท่านหนึ่งอุตส่าห์ส่ง links ให้ ผมก็ลองกดไปดู แต่่อ่านไม่ได้ ทั้งๆที่เพื่อนท่านนั้นลองกดดู กระทู้ก็ยังอยู่ สงสัยเพราะเธอตั้งให้คนที่กด like เท่านั้น จึงดูได้ กระทู้น่าสนใจมากพอให้กด like เพจ เพื่อเข้าไปดูไหม ใครอ่านแล้วบ้าง?..." ทั้งนี้ข้อความที่น้องมันแกวโพสต์ที่ถูกพูดถึงนั้นมีเนื้อหาว่า ไม่มีสีเสื้อ ไม่ไช่เสื้อแดง แต่เกลียดรัฐประหาร ได้มั้ย?  นิทานกัดลูกแอปเปิ้ล เห็นคนตีกันแย่งกันกินแอปเปิ้ล มนุษย์คนนึงแสร้งเป็นพระเอกบอกมาช่วยเคลียให้สมานฉัน กัดแอปเปิ้ล ฝั่งละคำเป่าหูบอกเพื่อให้ได้เท่ากัน เพื่อความสงบสุขยุติธรรม กัดกินฝั่งละคำ เพื่อให้สองฝั่งได้แอปเปิ้ลเท่ากัน กินจนพุงปลิ้น กว่าไอสองฝั่งมันจะรู้ตัว…แอปเปิ้ลก็หมดแล้ว MThai News

จับได้แล้ว! อาร์เซนอล เตรียมลงโทษแฟนบอลสาดไวน์ใส่นักเตะผี
ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ /  ปีศาจแดง / 

ดูท่าแฟนบอลรายนี้ไม่น่าจะรอด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับแฟนบอลของ อาร์เซนอล ที่ทำงามหน้าเอาไวส์ไปสาดใส่ผู้เล่นที่ม้านั้งสำรองของ ปีศาจแดง และ ปืนใหญ่ เตรียมลงโทษแบบจัดหนักซะด้วย ควันหลงเกมส์บิ๊กแมตซ์ที่ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น เกิดเรื่องที่ข้างสนามฝั่งม้านั่งสำรองของ ทีมเยื่อนขึ้น เมื่อมีแฟนบอลของ เดอะกันเนอร์ส ได้เอาไวส์แดง มาสาดใส่เหล่านักเตะตัวสำรองของ ปีศาจแดง จนเกิดมีปากมีเสียงกันขึ้น โดยมี ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เป็นหัวนำ เนื่องจากไม่พอใจเอามากๆ รายงานแจ้งว่า มีการใช้คำพูดที่รุ่นแรงในการตอบโต้กันด้วย และล่าสุดนั้นโฆษก อาร์เซนอล ก็ได้เผยว่า เจ้าหน้าที่หน้าตำรวจสามารถจับแฟนบอลรายนี้ได้แล้ว และสโมสรก็กำลังติดตามผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิด หากพบว่าแฟนบอลรายนี้ทำผิดจริง ก็จะทำการลงโทษสถานหนักโดยการห้ามเข้าสนามแบบไม่มีกำหนดเลยทันที

ระวังเงิบ! ภาพดอลล่าร์มหาศาลเป็นภาพเก่า ไม่ใช่ของพงศ์พัฒน์
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ระวังเงิบ! เงินดอลล่าร์มหาศาลเป็นภาพเก่า ไม่ใช่ของพงศ์พัฒน์ จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพแบงค์ดอลล่าร์จำนวนมหาศาลบรรจุในกระเป๋าเดินทางร่วม10ใบ โดยอ้างว่ายึดมาจากการตรวจค้นบ้านของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.ซึ่งกำลังจะเตรียมเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อน ล่าสุดทีมข่าว MThai News ได้ทำการตรวจสอบที่มาของภาพดังกล่าวพบว่าเป็นภาพเก่าเมื่อวันที่ 24 พ.ต.2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคดีที่ กองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าตรวจค้นแหล่งแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศต้องสงสัย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร รวม 6 จุด ซึ่งคาดว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมือง และมวลชนที่เคลื่อนไหวชุมนุมก่อนการรัฐประหารซึ่งได้มีการยึดเอกสาร เงินสด และเงินสกุลต่างประเทศ มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ควรมีการตรวจสอบที่มาของภาพอย่างชัดเจนและใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดการเข้าใจผิดให้กับบุคคลอื่นได้ MThai News

บึ้มพลีชีพสนามวอลเลย์ฯอัฟกันดับ45เจ็บอื้อ
ข่าวล่าสุด /  ระเบิดฆ่าตัวตาย / 

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางสนามแข่งขันวอลเลย์บอล ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน เสียชีวิตอย่างน้อย 45 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ระหว่างการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เขตจังหวัด ในเขตยาห์ยาคิล จังหวัดปักติกา ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 45ราย บาดเจ็บมากกว่าครึ่งร้อย ทั้งนี้ การแข่งขันรายการดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก รวมถึงข้าราชการจังหวัดและผู้กำกับการตำรวจ ซึ่งผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในอาการสาหัส ด้าน นายอัตตัลเลาะห์ ฟาซลี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปักติกา เปิดเผยว่า คนร้ายได้เดินเข้าไปปะปนกับฝูงชนก่อนจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย เมื่อช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ขณะที่ทางจังหวัดได้ขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากรัฐบาลกลาง เพื่อประสานส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่กรุงคาบูลแล้ว จังหวัดปักติกา มีพรมแดนติดกับปากีสถาน และถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เกิดเหตุรุนแรงมากที่สุด จากกลุ่มนักรบตาลีบัน เพื่อต่อต้านรัฐบาลอัฟกานิสถาน ขณะที่เหตุโจมตีดังกล่าว นับเป็นหนึ่งในเหตุที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของปีนี้ ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่ นายอัชราฟ กานี เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของประเทศ

เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน
Freeman Ranch /  เรื่องน่ารู้

รับรองว่าขนลุกแน่นอน กับ เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน เชื่อว่าถ้าเพื่อนๆ ได้เห็นภาพต้องคิดว่านี้ มันคือฉากในซีรี่ย์ฝรั่งเรื่องดังอย่าง The Walking dead หรือเปล่า หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่เกิดคดีอาชญากรรมหลายครั้ง หรือสุสานทิ้งศพ แต่ขอบอกว่านี้ไม่ได้จัดฉาก แต่เป็เนรื่องจริง ศพจริงล้วนๆ เลย เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว อย่ารอช้าไปติดตามเรื่องราวนี้กันเลยดีกว่า เรื่องจริงชวนหลอน Body Farm ฟาร์มสยองที่มีแต่ศพนอนเกลื่อน ฟาร์มที่นี้ไม่เหมือนฟาร์มอื่นๆ ที่ใช้ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ แต่มันคือ Body Farm สถานที่ที่น่าสยอง โดยที่นี่ถูกเรียกว่า ‘Freeman Ranch’ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านมานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยเท็กซัส เพื่อเป็นข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ หลังจากเสียชีวิต โดยสิ่งที่พวกเขาทำก็คือ ‘วิจัยกระบวนการเน่าเปื่อยของร่างมนุษย์’ ซึ่งตลอดระยะการทดลองจะมีศพที่ถูกบริจาคนำมาปล่อยไว้ที่นี่ ซึ่งสิ่งที่นักวิจัยในศูนย์แห่งนี้เฝ้าสังเกตก็คือ พวกเขาจะดูว่าในแต่ละสภาพอากาศ ศพจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่ศพตัวไหนเน่าเปื่อยจนหมด นักวิจัยก็จะต้องเคลียร์ศพออกด้วยมือตัวเอง นอกจากนี้สิ่งที่ดูแปลกๆอีกอย่างก็คือ ศพแต่ละร่างต้องห่อคลุมไว้ด้วยกรงเหล็ก เพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตอื่นมารบกวน ในระยะแรกนักวิจัยเผยว่าแบคทีเรียในร่างกายมนุษย์จะค่อยๆปล่อยแก๊สออกมา และพวกมันก็กินคาร์บอนในร่างกายศพไปด้วย และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้เกิดกระบวนการเน่าเปื่อย ซึ่งพอผ่านไปนานเข้าเรื่อยๆศพก็จะค่อยๆเน่าเปื่อยจนหมดไปเอง นี่คือลักษณะของศพที่ผ่านการเน่าเปื่อยมาจนสิ้นสุดกระบวนการ และถูกนำออกมาจากกรงแล้ว นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยแห่งนี้ยังมีระบบการป้องกันภัยแน่นหนาอีกด้วย แต่นักวิจัยเผยว่าโชคดีที่ไม่มีคนโรคจิตรายใดกล้าบุกเข้ามาในนี้เลย และขอเสริมความรู้ไว้นิดนึงว่าฟาร์มในลักษณะที่ทดลองกับร่างมนุษย์อาจผิดกฏหมายในบางประเทศ อาทิ ประเทศทางแถบโซนยุโรปเป็นต้นจ้ะ เป็นยังไงคะ เห็นภาพแบบนี้แล้ว กล้าเข้าไปในสถานที่แบบนี้ยามค่ำคืนหรือเปล่า??? ข้อมูลและภาพ : catdumb

ตร.เตรียมคุมตัว'พงศ์พัฒน์'และพวกฝากขังศาลอาญา
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

พนักงานสอบสวน เตรียมคุมตัว "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กับพวก ฝากขังศาลอาญา เช้าวันนี้ - สื่อเฝ้าติดตาม บรรยากาศที่ศาลอาญา รัชดา ในช่วงเช้าวันนี้ (07.30 น.) มีผู้สื่อข่าว ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างชาติจำนวนมาก เฝ้าติดตามสถานการณ์การควบคุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อม พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 8 ราย หลัง ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือน รวม 10 ราย ในความผิด 5 ข้อหา คือ หมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับและจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ ทั้งนี้ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด โดยแยกควบคุมตัวไว้ตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ใกล้ศาลอาญา โดยพนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวมาขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก ในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลอาญา พร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณทางเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหา ใต้ถุนศาลอาญา

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

หนาวนี้ ระวัง! โรคปอดบวม
ปอดบวม /  ปอดอักเสบ / 

เข้าสู่ฤดูหนาวเป็นที่เรียบร้อย หลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มมีลมหนาวมาเยือนให้รู้สึกเย็นกายเย็นใจกันบ้างแล้ว แต่อีกสิ่งที่มาพร้อมกับลมหนาวก็คือ ‘โรคภัยไข้เจ็บ’ ซึ่งโรคที่พบได้บ่อยในช่วงนี้คือ ‘โรคปอดบวม’ อาจดูเหมือนจะเป็นโรคที่หลายคนไม่ได้ให้ความสนใจกันมากนัก แต่รู้หรือไม่ว่า โรคชนิดนี้อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ‘โรคปวดบวม’เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อ ‘สเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี’  เป็นสาเหตุหลักของ โรคปอดบวม และยังเป็นเชื้ออันตรายที่ก่อให้เกิดกลุ่มโรครุนแรงอย่างโรค ไอ พี ดี ได้อีกด้วย โดยพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งพบประมาณ 30-40% ของ โรคปอดบวม ในเด็ก อีกทั้งยังมีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ และบี ส่วนเชื้ออื่นๆ ที่พบได้ในผู้สูงอายุและโรคประจำตัวเรื้อรัง จะเป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ อาการของ โรคปอดบวม ศ.นพ.ธีระพงษ์ บอกเพิ่มเติมว่า หากสังเกตว่ามีอาการไข้มากกว่า 3 วัน ไอนานและรุนแรง เริ่มมีอาการหอบเหนื่อย จะเป็นระยะเริ่มแรกของ โรคปอดบวม โดยหากผู้ป่วยมีอาการไข้ ไอ หรือมีเสมหะ ในระยะต่อมา เสมหะจะเป็นหนอง ในรายที่มีอาการรุนแรง จะเป็นหนองในเยื่อหุ้มปอด และเจ็บหน้าอก ส่วนบางรายที่ติดเชื้อรุนแรง จะมีความดันโลหิตต่ำ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ สถานการณ์ โรคปอดบวม ในไทย ปัจจุบันประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกมีผู้สูงอายุมากขึ้น และมีผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังมากขึ้น ยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการป่วย โรคปอดบวม มากขึ้น ปัจจุบันพบผู้ป่วย โรคปอดบวม ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60-65 ปี โดยเฉลี่ยมีผู้ป่วยประมาณ 100-200 คน ต่อประชากร 1 แสนคน และอัตราการเสียชีวิตจะพบบ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว สำหรับอนาคตในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประชากรผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน โดยผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวด้วยแล้ว ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็น โรคปอดบวม และเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มอื่นด้วย โรคปอดบวม ดูแลรักษาอย่างไร วิธีการดูแลรักษา หากโรคไม่รุนแรงมากนักจะให้ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านไวรัสในการรักษา แต่สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอย่าง เจ็บหน้าอก มีหนองในเยื่อหุ้มปอด หรือบางรายมีเชื้อเข้าในกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการช็อก และบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นมีเชื้อขึ้นไปที่สมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มในสมองอักเสบและเสียชีวิตได้ ซึ่งกลุ่มนี้มักจะพบบ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เมื่อรู้ว่าเป็น โรคปอดบวม โรคต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็ว ส่วนวิธีป้องกันคือ ต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่  เนื่องจากจะเป็นเหตุนำให้ป่วยเป็น โรคปอดบวม ได้ “นอกจากนี้ ยังสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และ โรคปอดบวม ซึ่งฉีดป้องกันได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว” ศ.นพ.ธีระพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย เรื่องโดย พิมพ์ชนก ศรเพชร Team Content www.thaihealth.or.th

เรื่องใหญ่! ออกหมายจับ 'พงศ์พัฒน์-โกวิทย์' ผิดร้ายแรง ฟอกเงิน-ม.112
ตำรวจ /  พ.ต.อ. โกวิทย์ ม่วงนวล / 

 ออกหมายจับ 'พงศ์พัฒน์-โกวิทย์' ผิดร้ายแรง ฟอกเงิน-ม.112 วานนี้(22พ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ให้ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน.และ พ.ต.อ. โกวิทย์ ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร ตำรวจชั้นประทวน พร้อมพลเรือน ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับสินบนหรือประโยชน์อื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 149 ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งหมดตามคำร้องของ ผบช.น. แล้ว ทั้งนี้มีการรายงานเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ก่อนหน้านี้นายตำรวจที่มีชื่อตามหมายจับ ได้ถูกคำสั่งย้ายพ้นตำแหน่งไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  รวมถึง พ.ต.อ. อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (ผบก.1 ป.) ซึ่งเพิ่งมีรายงานข่าวเสียชีวิตเนื่องจากตกจากที่สูงด้วย สำหรับหมายจับดังกล่าวออกแล้ว มีรายนามดังนี้ 1. พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ข้อหา ป.อาญา ม.112 (หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ), ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ), พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ 2. พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ข้อหาเหมือนกับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ 3. พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ข้อหา ป.อาญา ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ) 4. พ.ต.อ. วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ข้อหา ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ) 5. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา (เจ้าหน้าที่ขับรถ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์) ข้อหา ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ) 6. ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง ข้อหา ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ) 7. พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ข้อหา ม.7.1 ร่วมกันก่นสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ พ.ศ. 2484 ม.54, 55 7.2 ร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ม.117,183 8. นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ข้อหาเดียวกับ พ.ต.อ.โกวิทย์ 9. นางสวงค์ มุ่งเที่ยง ข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ม.19, 47 10. นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ข้อหาเดียวกับนางสวงค์ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

ด่ายับ คลิปมนุษย์ป้า ไล่คนปูเสื่อริมหาด บอก
ตรัง /  ทะเลเป็นหน้าบ้าน / 

ด่ายับ คลิปมนุษย์ป้า ไล่คนปูเสื่อริมหาด บอก "ทะเลเป็นหน้าบ้านแก" วันนี้(23 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปมนุษย์ป้าท่านหนึ่งที่เดินออกมาไล่ไม่ให้นักท่องเที่ยวปูเสื่อที่ชายหาดริมทะเล โดยบอกว่าชายหาดดังกล่าวเป็นพื้นที่หน้าบ้านของตนและได้เข้ามาทำสะอาดเก็บกวาดเป็นประจำ หากจะมานั่งต้องสั่งอาหารจากร้านของป้าก่อน สร้างความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณชายหาดดังกล่าวถือเป็นที่สาธารณะ ไม่มีใครเป็นเจ้าของจึงได้หยิบโทรศัพท์มาอัดคลิปเพื่อนำมาประจานลงโซเชียล ซึ่งคุณป้าในคลิปได้บอกว่าถ่ายเลยไม่กลัวหรอกและท้าให้นำไปเผยแพร่ด้วย หลังจากที่คลิปนี้ถูกแชร์บนเฟซบุ๊คมีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนบ้าง โดยมีคนบอกว่าสถานที่ดังกล่าวคือบริเวณ หาดปากเมง จังหวัดตรัง ซึ่งเมื่อก่อน จุดตรงนั้นเป็นที่นั่งของลูกค้าที่ร้านต่างๆมาจับจองกัน แต่เมื่อ คสช. เข้ามา พื้นที่ตรงนี้ก็โดนย้ายหายไปหมด และถือเป็นที่สาธารณะ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่าแม้จะมีการเข้ามาจัดระเบียบของทางทหารแต่ไม่ใช่ว่าทุกหาดจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเข้มงวดกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว MThai News

รวมสถานที่จัดงานและกิจกรรมวันพ่อ ปี 2557
กิจกรรมวันพ่อ /  วันพ่อ / 

ใกล้จะถึงวันพ่อแห่งชาติแล้ว ช่วงเวลาอันแสนสุขของปวงชนชาวไทย ที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาถึงแล้ว ซึ่งในปีนี้ พระองค์จะเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา และแน่นอน ปีนี้จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เช่นเคย ซึ่งก็มีหลากหลายสถานที่ให้คุณได้พาคุณพ่อและครอบไปเที่ยวชม Travel.mthai.com ขอรวบรวมสถานที่จัดงานและกิจกรรมวันพ่อ ปี 2557 มาให้ครับ รวมสถานที่จัดงานและกิจกรรมวันพ่อ ปี 2557 1. ชมไฟเฉลิมพระเกียรติ์ ถนนราชดำเนิน  เป็นสถานหลักในการจัดงานวัดพ่อเป็นประจำทุกปี ถนนราชดำเนินในช่วงเวลานั้น จะประดับประดาไปด้วยไฟระยิบระยับ งดงามอร่ามไปทั้งถนน เหมาะกับการไปเดินถ่ายรูปเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในค่ำคื่นวันที่ 5 ธันวาคม จะมีการจุดเทียนชัยภวายพระพร ณ ท้องสนามหลวง อย่าลืมพาคุณพ่อและครอบครัวไปเที่ยวกันนะครับ 2. งานพรรณไม้งามอร่าม ณ สวนหลวง ร.9 งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 – 10 ธันวาคม 2557 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ภายในงานจัดให้มีการแสดงไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ นิทรรศการประวัติสวนหลวง ร.9 นิทรรศการศิลปะประดิษฐ์ การแสดงความสามารถของสุนัข ฯลฯ ท่านใดสนใจก็พาคุณพ่อและครอบครัวไปเที่ยวกันได้ครับ 3. ธันวาพาพ่อเที่ยว : เชิญพ่อชวนเพื่อนเที่ยวประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ จัดคาราวานรถยนต์ท่องเที่ยว “ธันวาพาพ่อเที่ยว : เชิญพ่อชวนเพื่อนเที่ยวประจวบฯ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ชมธรรมชาติอันงดงามของหาดทรายชายทะเลอ่าวมะนาว อำเภอเมืองประจวบฯ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมื่อครั้งทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเพื่อผ่านไปสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นการจัดเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัว แบบเพื่อน แบบเครือญาติ เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพันในครอบครัว และสร้างมิตรภาพความเป็นกันเองระหว่างผู้รักการขับรถยนต์ท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสมัครได้ทุกวัน ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 ที่ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 0 32513 885, 0 32513 871 อีเมล์ tatprachuap@tat.or.th 4. เที่ยววันพ่อ ที่สวนนงนุช พัทยา สวนนงนุชพัทยา เปิดให้คุณได้พาคุณพ่อและครอบครัว เข้าชมแบบฟรีๆ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 น่าไปเที่ยวจังนะครับ ได้ไปพักผ่อนนอกกรุงเทพฯ แถมยังไม่ไกลมาก ภายในสวนนงนุชก็มีทั้งสวนสัตว์ สวนดอกไม้ ให้คุณและครอบครัว ได้มีวันหยุดอันแสนพิเศษร่วมกัน  5. Run for the King 2014 (วิ่งหุ้มเกราะ) สวนลุมพินี กิจกรรมเดิน - วิ่งการกุศล วันที่ 5 ธันวาคม " Run for the King 2014 (วิ่งหุ้มเกราะ)" เพื่อจัดหารายได้จัดหาเสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะจัดงานในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2557 เวลา 05.40 น. ณ ลานตะวันยิ้ม สวนลุมพินี พบกับกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลโดยกล้วยน้ำไทมูลนิธิ และโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ร่วมกันแสดงพลังความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการวิ่งควอเตอร์มาราธอนระยะนทาง 11 กม. และเดินเฉลิมพระเกียรติ์ 1.5 กม. โดยในปีนี้เราจะนำรายได้จากการจัดการแข่งขันไประดมทุนจัดหาเสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกว่าได้ทั้งสุขภาพ และได้ทั้งบุญเลยนะครับ หากสนใจ สามารถสมัครวิ่งออนไลน์ได้ที่ kluaynamthai.com ยังไงวันพ่อที่จะถึงนี้ อย่าลืมพาคุณพ่อและครอบครัวไปเที่ยวนะครับ ทั้งนี้กิจกรรมและสถานที่ต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ก่อนเดินทางไป กรุณาสอบถามข้อมูลของแต่ละที่อีกครั้งนะครับ เรียบเรียงโดย : Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : hamanan.com, nongnoochgardenpattaya.com,tiewpakklang.com

สุดเหี้ยม! กลุ่มติดอาวุธ 'อัล-ชาบาบ' ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย
กลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบาบ /  ข่าวล่าสุด / 

กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย หลังถูกกองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้โดยสารรถบัสในภาคเหนือของประเทศเคนยา ขณะที่รถกำลังเดินทางไปยังกรุงไนโรบี กลุ่มมือปืนได้เข้าสกัดให้จอดที่เขตมันเดรา ซึ่งไม่ไกลจากชายแดนประเทศโซมาเลียนัก ในรายงานระบุว่ามือปืนจะคัดแยกชาวมุสลิมออกจากหมู่ผู้โดยสารด้วยการให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ผู้ที่อ่านไม่ได้จะถูกยิงที่ศีรษะ นาย อาห์เหม็ด มาฮัต หนึ่งในผู้โดยสารบนรถบัสที่เกิดเหตุ  เปิดเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า รถบัสบรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 60 คน ถูกกลุ่มือปืนประมาณ 10 คน โจมตีเมื่อช่วงวันเสาร์ แม้คนขับพยายามจะเร่งความเร็วเมื่อหลบหนี แต่รถกลับติดหล่มเนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมามีฝนตกหนัก กลุ่มมือปืนสั่งให้ผู้โดยสารลงจากรถบัสและทำการคัดแยกชาวโซมาเลียโดยการบังคับให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน หากใครอ่านไม่ได้จะถูกสั่งให้นอนลงกับพื้น จากนั้นมือปืนจะยิงที่ศีรษะทีละคน แต่ก็มีชาวโซมาเลียบางคนถูกยิงเพราะพยายามเกลี้ยกล่อมให้มือปืนไว้ชีวิตผู้ที่ไม่ใช่ชาวโซมาเลีย หลังเกิดเหตุ กลุ่มอัล-ชาบาบ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขาว่า พวกเขาก่อเหตุโจมตีรถบัสในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นที่กองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านสภากาชาดแห่งประเทศเคนยา เผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพยายามเก็บศพผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงต่างส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามล่าตัวกลุ่มมือปืน MThai News

โหมโรงศึกจ้าวลูกหนังอาเซียน!ทำเนียบแชมป์ อาเซียนคัพ
จ้าวฟุตบอลอาเซียน /  ช้างศึก / 

เวลานี้เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลเมืองไทยกำลังตั้งตารอ การก้าวขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ในการไล่ล่าจ้าวแห่งวงการฟุตบอลอาเซียน อย่างการแข่งขันอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ อาเซียนคัพ หรือที่ทุกวันนี้เรียกกันว่า ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ก่อนหน้านี้คนไทยรู้จักในชื่อการแข่งขันไทเกอร์คัพ ซึ่งเป็นชื่อของผู้ให้สนับสนุนการแข่งขัน จะมีการบรรเลงเพลงแข้งทุกๆ 2 ปี มาถึงปีนี้การแข่งชิงจ้าวฟุตบอลอาเซียน ก็เดินทางมาถึงครั้งที่ 10 พอดิบพอดี เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรในการแข่งขันก็แล้วแต่ วันนี้จะมาเปิดทำเนียบแชมป์ทั้ง 9 ครั้งก่อนหน้านี้ของ อาเซียนคัพ ให้แฟนๆลูกหนัง และแฟนกีฬาได้รับทราบกัน อาเซียนคัพ จัดการฟาดแข้งขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2539 มีทีมชาติสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งแชมป์ครั้งแรกถูกเปิดซิงโดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่นัดชิงชนะเลิศเชือด เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 1-0 จากการซัลโวของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดาวยิงจอมตีลังกา ให้หลัง 2 ปี จากการคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ถึงครา เหงียน เวียดนาม รับอาสาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ทำได้เพียงแค่อันดับที่ 4 เท่านั้นด้วยการแพ้จุดโทษ อิเหนา อินโดนีเซีย 5-4 (เสมอในเวลา3-3) ส่วนแชมป์กลายเป็นดราม่าเมื่อ ลอดช่อง สิงคโปร์ พลิกล็อกเอาชนะ เจ้าภาพ เหงียน เวียดนาม ไปได้ 1-0 จากนั้นพ.ศ.2543 ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อ ช่างศึก กรุยทางเข้าไปคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการต้อนเอาชนะ ชวา อินโดนีเซีย ไปได้ 4-1 จากการซัดแฮตทริกของ พี่โย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ และอีก 1 ดอกของ น้าตุ๊ก ทนงศักดิ์ ประจักกะตา มาถึงครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมกันคือสิงคโปร์ กับ อินโดนีเซีย ซึ่งครั้งนี้ก็ยังคงเป็นครั้งที่ยอดเยี่ยมของวงการลูกหนังไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้อย่างสุดติ่งด้วยการเอาชนะจุดโทษ เจ้าภาพร่วม อินโดนีเซีย ในนัดชิงดำ 4-2 (เสมอในเวลา 2-2) ทีมชาติไทย ได้ ประตูจาก ชูเกียรติ หนูสลุง และเทิดศักดิ์ ใจมั่น เมื่อจบ อาเซียนคัพ ครั้งที่ 4 เหมือนทุกอย่างวงการบอลไทยจะดูดี เพราะคว้าแชมป์ได้มากที่ 3 ครั้ง จาก 4 ครั้งที่มีการแข่งขัน แต่หลังจากวันนั้นมาจนวันนี้กว่า 12 ขวบปี ช้างศึก ทีมชาติไทย มิเคยได้แชมป์อีกเลย ทำได้เพียงเข้าชิง 2 ครั้งจากอีก 5 ครั้งหลังสุด ซึ่งเปลี่ยนการแข่งขันนีดชิงมาเล่นแบบเหย้าเยือน โดยปีพ.ศ.2547 สิงคโปร์ ก็ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ด้วยการเอาชนะ อินโดนีเซีย 2 นัดสกอร์รวม 5-2 ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ตกรอบแรกไปอย่างน่าผิดหวัง เมื่อมาถึงการแข่งขันครั้งที่ 6 ซึ่งครั้งนี้ช่วงห่างปีการแข่งขันนั้นเป็น 3 ปี จากที่จะต้องแข่งปีพ.ศ.2549 ต้องมาแข่งในปี 2550 แทนโดยมี ประเทศไทย กับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็โคจรมาพบกันเองในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นทีมชาติสิงคโปร์ ที่ป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยเทียบเท่า ช้างศึก ทีมชาติไทย โดย ลอดช่อง เอาชนะ ช้างศึก ไปได้ 3-2 เมื่อรวมสกอร์ 2 นัด จากนั้นปีเดียวการแข่งขัน อาเซียนคัพ ครั้งที่ 7 ก็บังเกิดขึ้น ไทย กับ อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพร่วม โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เวลานั้นเริ่มดันดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เพียบ ก็ไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ไม่อาจจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ได้ หลังจากเกมชิงดำนัดแรกแพ้ เวียดนาม คาบ้าน 2-1 ก่อนจะบุกไปทำได้แค่เสมอ 1-1 ยังคงต้องรอแชมป์ใบที่ 4 ต่อไป เมื่อมาถึงปีพ.ศ.2553 ทีมชาติไทย มีอันต้องตกรอบแรกอีกครั้ง แบบไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย เสมอ ลาว 2-2, เสมอ มาเลเซีย 0-0 และแพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ส่วนแชมป์ตกเป็นของ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่เอาชนะ อินโดนีเซีย สกอร์รวม 2 นัด 4-2 และครั้งที่ 9 ประเทศไทย และมาเลเซีย รับหน้าเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ทีมชาติไทย ผลงานดีตั้งแต่ต้น รอบแรกชนะรวด 3 เกม ก่อนที่รอบรองจะไปเอาชนะ มาเลเซีย สกอร์รวม 2 นัด 3-1 มาถึงตรงนี้แฟนบอลไทยทุกคนหมายมั่นว่าผลงานดีแบบนี้น่าจะได้แชมป์ครั้งที่ 4 เสียที่ และคู่ต่อกรในรอบชิงดำ ไม่ใช่ใครที่ไหนคือ สิงคโปร์ ที่หมายมั่นจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้เช่นกัน เมื่อเกมชิงเกมแรกมาถึง ช้างศึก โดน ลอดช่อง บุกมาอัดคาบ้านถึง 3-1 แต่แฟนบอลก็ยังคาดหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ในเกมที่ 2 ซึ่งปาฏิหาริย์กไม่มีจริงทีมชาติไทย สามารถบุกไปชนะได้จริง 1-0 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ทำให้สรุปทั้งหมดทั้งมวล 9 ครั้งที่ผ่านมา สิงคโปร์ คว้าแชมป์ไปได้ 4 ครั้ง ตามมาด้วย ทีมชาติไทย 3 ครั้ง เวียดนาม และมาเลเซีย อีกทีมละ 1 หน ครั้งนี้มาลุ้นกันว่า ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เป็นสายเลือดใหม่ ภายใต้การนำทีมชอง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะคว้าแชมป์ครั้งที่ 4 ได้หรือไม่  ติดตามกันต่อไป

มอยส์ คุมโซเซียดาดนัดแรกทำกุนซือคู่แข่งโดนไล่ออกจากสนาม
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เดวิด มอยส์ อดีตกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมการคุมทีมนัดแรกในสเปนด้วยการพาทีม เรอัล โซเซียดาด บุกไปเสมอ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า 0-0 นับเป็นคลีนชีตเกมลาลีก้านัดแรกในรอบเจ็ดเดือนของ โซเซียดาด การเก็บหนึ่งแต้มในนัดนี้ทำให้ทีมของ มอยส์ มี 10 คะแนนจากการลงสนาม 12 นัด อยู่อันดับ 14 ของตารางคะแนน เกมนี้ยังมีไฮไลท์ที่ บิคตอร์ เฟอร์นันเดซ กุนซือทีมเจ้าบ้านโดนไล่ออกจากสนามหลังไปโวยวายใส่ มอยส์ เนื่องจากกุนซือชาวสก็อตติชรายนี้เข้าไปกดดันผู้ตัดสินในเหตุการณ์ที่นักเตะเดปอร์ฯ ถูกจับล้ำหน้า

สธ.เตือนระวังตัวไรอ่อนหลังเที่ยวป่าพาหะนำโรค
ข่าววันนี้ /  เตือนระวังตัวไรอ่อน / 

ปลัด สธ. เผย เที่ยวป่าระวังตัวไรอ่อนติดมากับเสื้อผ้า นำมาสู่โรคติดต่อหลายโรค บางโรคถึงแก่ชีวิตได้ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว ประชาชนมักนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในป่า เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ แนะนำประชาชนให้ระมัดระวังคือโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือไข้รากสาดใหญ่ โรคนี้เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด ส่วนใหญ่จะถูกกัดบริเวณในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณ ร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะชอบอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต กระจ้อน หรือคนที่เดินผ่านไปมา เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 - 16 พฤศจิกายน 2557 ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 รายรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบ ร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้ ในการป้องกันโรคนี้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด ควรสวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำให้สะอาด และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้

สายป่าน-บัว สุดอิน แต่งงานเลิฟซีน ประกบปากโชว์ ใน 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  จูบ / 

ภาพยนตร์รักโรแมนติก ดราม่า ที่พาหัวใจคุณชัดเจนในความรักมากขึ้น กับเรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร นำเสนอความรักของ หญิง กับ หญิง ผลงานกำกับโดย อรุณศักดิ์ อ่องลออ ที่แม้จะดูเป็นหนังรักโรแมนติกทั่วไป แต่ความต่างของหนังเรื่องนี้ ได้หยิบยกประเด็นในมาตรากฎหมาย 1448 ที่ว่าด้วย "การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อ ชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้" เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นการเล่าเรื่องความรักในรูปแบบที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแห่งโลกความเป็นจริง ซึ่งปัจจุบันการแต่งงานกับเพศเดียวกัน ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายบ้านเรานั่นเอง 1448 รักเรา..ของใคร นำแสดงโดย สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข และ บัว อิสซาเบล่า เลเต้ ที่มาประกบคู่กันครั้งแรก แถมเรายังจะได้เห็นสาวสวยทั้งคู่ ใส่ชุดเจ้าสาวเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกันในเรื่องนี้อีกด้วย ด้านสาว บัว อิสซาเบล่า ถึงกับเอ่ยปากทั้งปลื้มทั้งชอบ และประทับใจฉากแต่งงานมาก ซึ่งเล่าถึงที่มาฉากรักยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า "เมื่อความรักสุกงอม เราจึงแต่งงานกัน แพทรักกับพิมมาก ถ้าคนที่รักกันก็อยากจะทำอะไรให้ถูกต้องตามประเพณี ถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เราก็ให้เกียรติแฟนของเรา" บัว อิสซาเบล่า เผยอีกว่า"เป็นวันที่มีความสุขที่ได้แต่งงาน แต่ก็มีความทุกข์ที่พ่อแม่เราไม่มา คือต้องเล่นหลายอารมณ์ คือหน้าระหว่างเดินก็ต้องมีความสุขที่ฝันเราเป็นจริง ผู้หญิงที่เรารักเขาก็รักเรา แต่งงานกับเราด้วย แต่พอมองไปไม่มีญาติเรามาเลย ต้องเล่นด้วยสายตาทั้งหมด ต้องชื่นชมสายป่าน ส่งอารมณ์มาถึงเราได้อย่างดีเยี่ยม น้ำตาไหลออกมา พอเราเห็นเราก็ยิ่งร้องไห้ การแสดงมันไหลไปหมดเลย ตอนนั้นเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของแพทจริงๆ มันอินมาก" ด้าน สายป่าน อภิญญา ก็อินกับคาแรคเตอร์ของ "พิม" ไม่แพ้สาวบัวเช่นกัน ขอเปิดใจเล่าถึงเลิฟซีนจุ๊บปากที่มาจากความรู้สึกของการแสดงจริงๆในครั้งนี้ว่า "ฉากแต่งงานค่อนข้างเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่มากประมาณหนึ่ง เพราะว่าใส่ชุดแต่งงานแล้วทั้งสองคนเป็นเจ้าสาวทั้งคู่ แล้วเพื่อนร่วมงานเยอะมาก เป็นฉากที่เราตื้นตันที่สุด เพราะว่าสิ่งที่เราต่อสู้มาทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้ เพื่อให้ได้อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ โดยไม่ได้เกี่ยงว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งเป็นฉากที่ใหญ่มาสำหรับป่าน ด้วยชุดเจ้าสาวที่มันอีรุงตุงนัง สถานที่จัดเป็นสวนสาธารณะที่มีแต่หญ้า มีรองเท้าส้นสูง และชุดที่มีหางปลาลากยาว มันก็ยากแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลายคนก็ให้กำลังใจ คนดูที่มาเข้าฉากส่วนใหญ่ก็เป็นคนรู้จัก เป็นคนในกองถ่าย ก็มาช่วยๆ กัน เขาก็ปลาบปลื้มกับฉากนี้ รวมถึงตัวป่านเองด้วย เป็นฉากที่ตั้งใจเต็มที่ แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดี เป็นฉากหนึ่งในความทรงจำด้วยค่ะ" "ฉากนี้ถ้าพูดถึงการจูบกัน น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายเลยที่ป่านนึกถึง เพราะว่ามันมาตามความรู้สึก ความรู้สึกจริงๆ คือความตื้นตันที่เราทำสำเร็จแล้ว เพราะมาถึงจุดนี้ที่ได้แต่งงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นการจูบมันคือท้ายเทคเลยด้วย ความรู้สึกการแสดงในตอนนั้น เรารักกันมาก เราอยากจูบกับคนคนนี้ อยากอยู่กับคนคนนี้ไปตลอดชีวิต เราก็ไม่ได้รู้สึกเขินอาย เพราะว่าเป็นความรู้สึกที่อยากทำจริงๆ พี่ตั๊ก ผู้กำกับ ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องจูบกัน ถ้าจูบได้ก็ดี แต่ถ้าเกิดความรู้สึกไม่ได้อยากจูบอยากร้องไห้ คือเลือกทางใดทางหนึ่ง สรุปแล้วสุดท้ายความรู้สึกของป่านมาทั้งสองแบบ อยากจูบแล้วร้องไห้ไปด้วย หรืออยากร้องไห้แล้วจูบไปด้วย อย่างที่บอกว่าป่านไม่ได้ฟิกการแสดงว่าต้องทำอะไรบ้างในฉากนี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายแล้วป่านจับความรู้สึกขึ้นระหว่างเทคจริงๆ เราอยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ทำ เพราะว่าพี่ตั๊กเขาเปิดอยู่แล้ว เราแชร์กัน แล้วมันเป็นความรู้สึกที่มาจากอินเนอร์จริงๆ เขาไม่ได้บังคับว่าต้องทำอะไร" สายป่าน อภิญญา ปิดท้าย ดื่มด่ำกับความรักของ เธอ กับ เธอ เรียนรู้ความรัก ที่ไม่ต้องการเหตุผล และจะพาหัวใจของคุณชัดเจนในรักแท้ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ----------------------------