10สถานที่

รู้ยัง!! ไข้หวัดเจ็บคอหายได้ ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะ /  เจ็บคอ / 

คำถามที่ 1 ยาที่ผู้ใหญ่มักให้เรากินเวลาที่เราเป็นหวัดเจ็บคอมียาอะไรบ้าง แล้วพวกเรารู้ไหมว่ายาแต่ละอย่างต่างกันอย่างไร? - อย่างแรก คือ ยาลดไข้ แก้ปวด เช่น พาราเซตามอล กินเฉพาะเมื่อเป็นไข้หรือปวดหัว ถ้าไม่มีไข้ ไม่ปวดหัว ไม่ต้องกิน ห้ามใช้แอสไพรินในเด็กที่เป็นไข้หวัดอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง - อย่างที่ 2 คือ ยาแก้คัดจมูก ถ้าไม่คัดจมูก ไม่ต้องกิน - ถ้ามีน้ำมูกหรือน้ำมูกไหล ควรเช็ดหรือล้างรูจมูกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรกินยาแก้แพ้เพื่อลดน้ำมูก เพราะจะทำให้น้ำมูกหรือเสมหะข้นเหนียวสั่งออกยาก ทำให้หายใจลำบากมากขึ้น - อย่างที่ 3 คือ ยาปฏิชีวนะ ที่มักเรียกผิดว่าเป็นยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย และมักมีการใช้อย่างผิดๆ โดยเฉพาะในโรคหวัดเจ็บคอ ยากลุ่มนี้ เช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน วันนี้เราจะเรียนรู้เรื่องนี้กัน คำถามที่ 2 ยาแก้อักเสบ กับ ยาปฏิชีวนะ เหมือนกันหรือเปล่า?  - ไม่เหมือนกัน แต่คนจำนวนมากเข้าใจผิดและเรียกสับสน ทำให้ใช้ยาผิด - ยาแก้อักเสบ (ยาต้านการอักเสบ Anti-inflammatory drugs) เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดไข้ แก้ปวด ลดบวมอักเสบ โดยไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน - ส่วนยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีฤทธิ์แก้อักเสบโดยตรง ตัวอย่างเช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน - คนส่วนใหญ่มักเรียกผิดว่า ยาปฏิชีวนะ เป็น ยาแก้อักเสบ เพราะเมื่อติดเชื้อแบคทีเรียแล้วกินยาปฏิชีวนะ ยาจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง เมื่อเชื้อตายไปอาการคออักเสบ (เจ็บคอ คอแดง เป็นหนอง) จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ คนจึงมักเรียกผิดว่าเป็น ยาแก้อักเสบ - การเรียก ยาปฏิชีวนะ ว่ายาแก้อักเสบ จึงทำให้เข้าใจผิด และใช้ยาผิดประเภท เพราะคิดว่าเมื่อมีคออักเสบ ไม่ว่าจะจากสาเหตุใด (เช่น เชื้อไวรัส หรือภูมิแพ้) ต้องใช้ยานี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ควรใช้ คำถามที่ 3 เป็นหวัด เจ็บคอ มีไข้ จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งถูกต้องหรือไม่? - ไม่ถูกต้องและเป็นการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผล เพราะอาการเจ็บคอเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ 1. เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ) 2. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ) - เด็กที่เป็นหวัดเจ็บคอส่วนใหญ่เป็นเพราะติดเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะจึงไม่ทำให้หายป่วย เพราะยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไวรัสไม่ได้ และยังมีโอกาสเสี่ยงอันตรายจากผลข้างเคียงของยา ต่อร่างกายด้วย คำถามที่ 4 จะรู้ได้อย่างไรว่า ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย? - ดูจากภาพนี้ ทางขวามือเป็นการติดเชื้อไวรัส (ซึ่งพบบ่อยกว่า) เจ็บคอส่วนใหญ่ (8 ใน 10 ราย) เกิดจากเชื้อไวรัสมีอาการต่อมทอนซิลบวมแดง คอแดง ซึ่งทำให้เจ็บคอ อาจมีอาการไอร่วมด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะก็หายได้ - ส่วนภาพซ้ายมือ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย (ซึ่งพบน้อยกว่า) จะเห็นว่านอกจากคอแดง ต่อมทอนซิล บวมแดง และเจ็บคอแล้ว ยังมีข้อแตกต่างคือ มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล มีฝ้าสีเทาที่ลิ้น และมักจะคลำพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรโตด้วย และจุดแตกต่างที่สำคัญที่สังเกตได้ง่าย คือ มักจะไม่มีอาการไอ คำถามที่ 5 หวัดเจ็บคอจากเชื้อไวรัส รักษาอย่างไร? - เด็กๆ ทุกคนมีภูมิต้านทานของร่างกายที่เอาชนะเชื้อไวรัสได้อยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ไม่สบาย เราอาจมีอาการเป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ไอ มีน้ำมูกหรือเสมหะ และรู้สึกเพลีย -  ในช่วงเวลานี้ “พระเอกภูมิต้านทาน” กำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัสอยู่ ส่วนยาแก้คัดจมูก และยาลดไข้ คือ “ผู้ช่วยพระเอก” ที่จะทำให้เราทุเลาอาการเหล่านี้ จนกว่าพระเอกจะปราบผู้ร้ายเชื้อไวรัสได้หมดซึ่งมักใช้เวลา 3 – 4 วัน เป็นอย่างน้อย คำถามที่ 6 หวัดเจ็บคอจากเชื้อไวรัส หายเองได้จริงหรือ? - ขณะที่ “พระเอกภูมิต้านทาน” กำลังสู้กับ “ผู้ร้ายเชื้อไวรัส” คุณแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กอย่างพวกเรา คือ “นางเอกคนสำคัญ” เพราะว่าจะต้องดูแลเรามากกว่าเวลาปกติ ด้วยการช่วยเช็ดตัวลดไข้ จัดยาที่จำเป็นและหาอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊ก ให้เรากิน รักษาบริเวณลำคอของเรา ให้อบอุ่น และให้เราดื่มน้ำมากๆ - นอกจากนี้ การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอหรือระคายเคืองในคอของเราได้ - การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ภูมิต้านทานร่างกายของเราแข็งแกร่ง เพียงไม่กี่วัน เชื้อไวรัสหวัดก็ต้องล่าถอยไปเอง คำถามที่ 7 น้ำมูกหรือเสมหะสีเขียวเหลือง แปลว่า ต้องกินยาปฏิชีวนะใช่หรือเปล่า? - ไม่ใช่ เพราะการมีน้ำมูกหรือเสมหะข้นและเป็นสีเหลืองหรือเขียวเพียงประการเดียว ไม่ได้แปลว่า เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือมีอาการแย่ลง - โรคหวัดในระยะใกล้หาย เราจะมีอาการดีขึ้น ปริมาณน้ำมูกจะลดลง แต่ลักษณะของน้ำมูกจะข้นขึ้น และอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวโดยเฉพาะในตอนเช้า ซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เป็นลักษณะอาการของโรคหวัดตามปกติ จึงไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ - นอกจากนี้ คนที่เป็นหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน มักจะไอนานเป็นสัปดาห์ และมีเสมหะ สีเขียวเหลืองได้ โดยไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย - ดังนั้น การมีน้ำมูกหรือเสมหะสีเขียวเหลือง ไม่ได้แปลว่าต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งไป คำถามที่ 8 กินยาปฏิชีวนะ “เผื่อ” ไว้ก่อน ไม่ดีหรือ? - ไม่ดีแน่นอน ไม่ควรทำเป็นอันขาด ถ้าเราเป็นหวัดจากเชื้อไวรัส แล้วไปกินยาปฏิชีวนะซึ่งมีไว้ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เราจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย แต่จะได้รับโทษหรือเสี่ยงอันตรายจากการใช้ยาปฏิชีวนะ - อันตรายจากยาปฏิชีวนะอย่างแรก คือ การแพ้ยา - อันตรายประการที่สอง คือ เชื้อดื้อยา คำถามที่  9 แพ้ยาปฏิชีวนะ มีอันตรายอย่างไร?  - ผู้ที่แพ้ยาอาจมีผื่นขึ้น ถ้าแพ้ยารุนแรงอาจทำให้หายใจไม่ออก ผิวหนังหลุดลอกทั่วตัว เม็ดเลือดแดงแตก ตับอักเสบ เป็นต้น - เด็กๆ ลองอ่านที่ข้างกล่องยาปฏิชีวนะดูจะเห็นคำเตือนว่าเป็น “ยาอันตราย” และเตือนว่า ยานี้อาจทำให้เกิดการแพ้ และอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ - วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะแพ้ยา คือ 1. ใช้ยาเท่าที่จำเป็น ไม่ใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ 2. ถ้าเราเคยแพ้ยาใด เราควรจำชื่อยานั้นให้ได้ หรือจดชื่อยาพกไว้กับตัว 3. บอกแพทย์หรือเภสัชกรว่าเราแพ้ยานี้ เมื่อไปรับการรักษาทุกครั้ง 4. ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยาได้ คำถามที่  10. เชื้อดื้อยา คืออะไร? - ทุกครั้งที่เรากินยาปฏิชีวนะ เชื้อแบคทีเรียที่อ่อนแอจะตายไป ส่วนที่เหลือก็จะก้าวร้าวขึ้น ดุขึ้นมีการกลายพันธุ์ หรือผลิตลูกหลานให้ทนต่อยาปฏิชีวนะ เรียกว่า เชื้อดื้อยา แปลว่า ยาปฏิชีวนะ ชนิดนี้ใช้กับแบคทีเรียเหล่านี้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว - เมื่อเกิดเชื้อดื้อยา ทำให้เราต้องเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งยาใหม่เหล่านี้มักมี อันตรายมากกว่าและมีราคาแพงกว่ายาเดิม - คนที่กินยาปฏิชีวนะบ่อยเกินไป เชื้อโรคก็เริ่มปรับตัวสู้กับยาได้ ต่อไปเวลาเจ็บป่วยก็ไม่มียาใด จัดการกับเชื้อโรคนั้นๆ ได้ คำถามที่  11 ทำไมจึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง หรือแบ่งยากันกิน? - คุณหมอสั่งยาปฏิชีวนะโดยพิจารณาจากน้ำหนักตัว อายุ และอาการของคนไข้ ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด - เราไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง หรือแบ่งยาปฏิชีวนะของเราให้ผู้อื่นกินอย่างเด็ดขาด เพราะมักมีข้อผิดพลาด เช่น 1. ใช้ยาปฏิชีวนะในโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น กินยาปฏิชีวนะรักษาโรคหวัดซึ่งเป็นเชื้อไวรัส 2. ใช้ยาที่ไม่เหมาะสมกับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ เพราะเชื้อแบคทีเรียมีหลายชนิด จึงต้อง เลือกใช้ยาปฏิชีวนะให้เหมาะกับเชื้อแต่ละชนิด 3. ใช้ยาในขนาดต่ำหรือสูงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะยาปฏิชีวนะ 1 ชนิด มีหลายขนาดความแรง 4. ใช้ยาด้วยความถี่ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ยาที่ต้องกินวันละ 3 ครั้ง แต่กินแค่วันละ 2 ครั้ง 5. ใช้ยาด้วยระยะเวลาที่สั้นเกินไปหรือนานเกินไป (ส่วนใหญ่ที่พบ คือ สั้นเกินไป เช่น ยาที่ต้องกินติดต่อกัน 10 วัน แต่กินแค่ 2-3 วัน) - ที่สำคัญ เราไม่รู้ว่าคนอื่นแพ้ยาอะไร หรือมีโรคประจำตัวอะไร การแบ่งยาของเรา ให้เขากินจึงอันตรายมาก ที่มาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ลือหนัก!! Apple เตรียมบล็อค iPhone ห้ามถ่ายรูปหรือวิดิโอในคอนเสิร์ต
apple /  iphone / 

หลายครั้งที่ได้ไปชมคอนเสิร์ตของศิลปินต่างๆ ก็ต้องมีการถ่ายรูปเก็บไว็เป็นที่ระลึกเป็นธรรมดา แต่ก็มีคนบางกลุ่มถึงกับถ่ายวิดิโอนานหลายนาที หรือหนักหน่อยก็ไลฟ์สด ทำให้หลายคนเสียอรรถรสในการดูคอนเสิร์ต และยังบดบังทิศทางการดูคอนเสิร์ตของคนอื่นอีกต่างหาก ทาง Apple เล็งเห็นปัญหานี้ ก็เลยมีแผนการพัฒนาให้โทรรศัพท์ iPhone ที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่สามารถถ่ายรูปได้ การทำงานของมันคือ ถ้ามีผู้ใช้ iPhone หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะถ่ายรูป หรือวิดิโอ มันจะมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาที่หน้าจอทันที และโหมดกล้องนั้นก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ ผ่านการใช้สัญญาณอินฟราเรดควบคุม iPhoneของผู้ใช้ นอกจากนี้ Apple ยังมีแผนที่พัฒนาเพื่อไปใช้สถานที่ที่จำกัดการถ่ายรูปอีกด้วย เช่น โรงภาพยนต์ เป็นต้น แต่ยังไงก็คงต้องรอกันหน่อยกับเทคโนโลยีใหม่นี้ เพราะมันต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา เวลาเปลี่ยน อะไรต่างๆ ก็เปลี่ยน รูปภาพจาก : blog.amandarose, megatrendswatch, factmag

แฟนคลับจีนไม่ปลื้ม เลดี้ กาก้า พบ ดาไลลามะ
Lady Gaga /  ดาไล ลามะ / 

มอนส์เตอร์ตัวแม่ เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) ได้เข้าพบองค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย.) ทั้งยังอัพเดทรูปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวด้วย ทำเอาแฟนคลับชาวจีนหลายคนถึงกับปี๊ดแตก ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์อย่างร้อนแรง "Hope is essential to keep the world going." - His Holiness the Dalai Lama #withcompassion #usmc2016 #kindyouth A photo posted by Lady Gaga (@ladygaga) on Jun 26, 2016 at 7:30am PDT แฟนคลับชาวจีนบางคนถึงกับแสดงความรู้สึกผิดหวังกับไอดอลคนโปรดว่า "ฉันรู้สึกหัวใจแตกสลาย ฉันชอบเธอนะ (เลดี้ กาก้า) มากๆนะ" ขณะที่พวกเกรียนคีย์บอร์ดบางคนก็บอกว่า เลกี้ กาก้า ทำแบบนี้ถือเป็นการไม่เคารพประเทศจีนอย่างถึงที่สุด ก่อนหน้านี้ เซเลน่า โกเมซ (Selena Gomez) ก็เป็นนักร้องสาวอีกคนที่เคยเข้าพบดาไลลามะจนเกิดการวิจารณ์อย่างหนักจากชาวเน็ตจีนเช่นกัน "Kindness is a free currency from a well that will never dry up" -Lady Gaga on why every city can afford kindness go to www.cityofkindness.org READ about its MISSION to save the country and tell your mayor you want to live in a kind city. A photo posted by Lady Gaga (@ladygaga) on Jun 26, 2016 at 10:36am PDT Watch the full video of our live panel on Kindness at The #usmc2016 HERE: http://youtu.be/ikBi_qVJKis A photo posted by Lady Gaga (@ladygaga) on Jun 26, 2016 at 4:02pm PDT มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แด๊กซ์ กลับมาอย่างสมเกียรติ พร้อมกระแส MV กลับตัวกลับใจ
กลับตัวกลับใจ /  ฟองเบียร์ / 

   เปิดไพ่ใบแรกของครึ่งปีหลัง ก็ดูท่าจะเรียกสีสันให้กับวงการดนตรีได้ไม่น้อย สำหรับค่ายเพลง “มี เรคคอร์ด”ที่มีนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง “ฟองเบียร์” นำทัพ ล่าสุดหงายการ์ดใบเด็ดชื่อ “แด๊กซ์ ร็อกไรเดอร์” มาเท่านั้น ก็ทำเอาเหล่าสาวกนับวันรอ ด้วยภาษาง่ายๆแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ และวันนี้ “แด๊กซ์ ร็อกไรเดอร์”กลับมาอีกครั้งในซิงเกิ้ล “กลับตัวกลับใจ” เพลงรักสำนึกดีของคนที่อยากทำเพื่อคนรัก    เปิดซีนแรกด้วยโมเม้นต์ความอ่อนแอของ “แตงโม” ที่ยังไม่ทำใจไม่ได้กับความรักที่ต้องเลิกลา ในสถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆอย่าง “บ้านของเราสองคน” มองไปทางไหน “สาวโม”ก็เห็นภาพวันเวลาเก่าๆที่เคยมีกัน กิจกรรมที่เคยทำร่วมกัน,แมวตัวโปรดที่เคยเป็นสัญลักษณ์แทนความรัก,ของแทนใจที่ทั้งคู่เคยให้กัน ฯ กี่คืนที่ต้องหลับไปพร้อมคราบน้ำตา และต้องผวาตื่นกับภาพฝันร้ายในวันที่ “เขา”เลือกเดินออกจากชีวิตเธอ    ซึ่ง แด๊กซ์ ได้เล่าให้ฟังว่า “สำหรับการทำงานในครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณฟองเบียร์ ตั้งแต่รวมทีมกับพี่ๆซิลลี่ฟูลส์ใหม่ๆ จนสุดท้ายมีโอกาสได้เจอและได้คุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวฟองเบียร์เองเค้าอยากได้ยินสิ่งที่มันขาดไป เค้าอยากได้ยินเสียงที่มันเรียบๆง่ายๆแล้วจริงใจ จนสุดท้ายเบียร์บอกว่าเดี๋ยวผมจะแต่งเพลงให้พี่เพลงนึง ผมเชื่อว่ามันจะเป็นหลายๆสิ่งที่หลายคนคิดถึง และเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยมันจะกลับมาได้ยินอีกครั้งนึงครับ    หลังจากนั้นผมก็อธิบายความเป็นตัวผมให้เบียร์ฟังว่า  ผมเป็นคนพูดง่ายๆนะ ผมมีโอกาสได้ฟังเพลงของเบียร์หลายๆเพลง ซึ่งเค้าเป็นนักแต่งเพลงที่เก่งจริงๆนะครับ ผมบอกเค้าว่า “ผมพูดคำนี้ไม่ได้นะ ผู้ชายรุ่นนี้จะไม่พูดคำนี้ “ พอเห็นเพลงนี้ครั้งแรกคือมันใช่เลยอ่ะ มันใช่ในสิ่งที่ตัวเราเป็น ถือว่าเป็นการทำงานที่เข้าใจทั้งเนื้อเพลง ดนตรี ทุกอย่างเป็นสิ่งที่สื่อสารกันเข้าใจอ่ะครับ    สำหรับผมๆเชื่อว่าเวลาเรารู้จักคนๆนึง เวลาเค้ามาพูดว่า “วันนี้ฉันเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ฉันกลับตัวใหม่แล้วก่อนจะเอ่ยคำนี้ออกมา  ผมเชื่อว่าเค้าต้องไปเจอเหตุผลอะไรดีๆบางอย่าง หรือเหตุผลที่สำคัญมากๆบางอย่างเค้าถึงกล้าเดินออกมาพูดคำนี้ “กลับตัวกลับใจ”ครับ”

รีวิว The Legend of Tarzan : ทุกตำนานย่อมมีการสานต่อ
The Legend of Tarzan /  คริสตอฟ วอลซ์ / 

รีวิว The Legend of Tarzan : ทุกตำนานย่อมมีการสานต่อ เมื่อเอ่ยถึงชื่อของ ทาร์ซาน ภาพของเด็กชายชาวป่าที่เติบโตในทวีปแอฟริกาและได้รับการเลี้ยงดูโดยลิงกอริล่าคงผุดเข้ามาในจินตนาการของใครหลาย ๆ คน (ที่เกิดทัน ^^) จนกระทั่งวันหนึ่งที่ทาร์ซานได้พบรักกับสาวชาวเมืองนามว่า เจน และตัดสินใจเดินทางออกจากป่าเพื่อไปแต่งงานอยู่กินกับเธอที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ The Legend of Tarzan ผลงานการกำกับของ เดวิด เยตส์ คือภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวหลังจากทาร์ซาน (รับบทโดย อเล็กซานเดอร์ ซาร์สการ์ด) กับเจน (รับบทโดย มาร์ก็อต ร็อบบี้ ) แต่งงานกันแล้ว และเป็นระยะเวลานานถึง 8 ปีที่เขาไม่ได้กลับไปเยือนป่าแอฟริกาอีกเลย ชีวิตของเขาในฐานะ จอห์น เคลย์ตันที่ 3 หรือ ลอร์ดเกรย์สโตค คงจะดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป หากไม่มีคนชั่วร้ายที่หมายจะช่วงชิงเพชรและจับชาวพื้นเมืองแอฟริกันไปเป็นทาส งานนี้อดีตเจ้าป่าจึงต้องเดินทางกลับไปยังประเทศคองโกเพื่อปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และที่สำคัญคือเขาต้องทำให้ทันเวลาก่อนที่เขาจะสูญเสียเพื่อนพ้องคนและสัตว์ และอาจรวมถึงภรรยาของเขาอีกด้วย สำหรับหนังวีรบุรุษเจ้าป่าในครั้งนี้ มีข้อสังเกตที่สำคัญคือเป็นเวอร์ชั่นคนแสดง ซึ่งค่อนข้างฉีกจากภาพจำที่เป็นการ์ตูนเมื่อปี ค.ศ. 1999 อีกทั้งเรื่องราวทั้งหมดก็ไม่ได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อย่างโจ่งแจ้ง อาศัยการแฟลชแบ็คย้อนความทรงจำของตัวละครแบบประปรายพอเป็นพิธี ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเป็นหนังภาคแรกและหนังภาคต่อในคราวเดียวกัน ในส่วนของการดำเนินเรื่องถือว่ามีความเป็นเส้นตรงสูง คือมุ่งนำเสนอข้อมูลในปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่ ตัวละครในเรื่อง โดยเฉพาะ ‘ตัวร้าย’ อย่างลีออน รอม (รับบทโดย คริสตอฟ วอลซ์) มีความชัดเจนในเรื่องของเจตนารมณ์ ทำให้ผู้ชมไม่ต้องพินิจพิเคราะห์นัยยะแฝงอะไรมากนัก ในทางกลับกันผู้ชมก็จะสามารถเข้าถึงอรรถรสของฉากป่าเขาลำเนาไพรที่สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการได้อย่างเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น ทางด้านรายละเอียดที่ชวนให้ภาพยนตร์รู้สึกหน่วง ๆ อย่างหนึ่งก็คือ การตีความให้ทาร์ซานเวอร์ชั่นนี้มีลักษณะเป็นคนอมทุกข์อยู่กลาย ๆ เหตุการณ์ในช่วงต้นเรื่องจึงมีความเอื่อยอยู่บ้าง นอกจากนี้ก็จะขอกล่าวถึงอีกหนึ่งตัวร้ายอย่าง มบองก้า (รับบทโดย ไจมอน ฮอนซู) ซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่า ๆ หนึ่งในป่าคองโก และมีความแค้นต่อทาร์ซาน เรียกได้ว่านี่คือตัวละครที่เป็นต้นเหตุให้พระเอกของเรื่องต้องกลับมาที่นี่ ทว่าบทบาทของตัวละครนี้กลับปรากฏตัวออกมาน้อย และลงเอยด้วยบทสรุปเรียบง่ายและรวดเร็วเกินไปสักหน่อย ทั้งนี้ สำหรับสิ่งที่ภาพยนตร์ The Legend of Tarzan ต้องการจะสื่อก็คือแนวคิดเรื่อง A Place We Call Home ซึ่งหมายความว่า ‘บ้าน’ ที่แสนอบอุ่นของเราบางครั้งไม่ได้หมายถึงบ้านหลังโต ๆ มีบริวารรายล้อม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หากแต่เป็นสถานที่สักแห่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ตรงนั้น มีเพื่อนฝูงหรือใครต่อใครที่เข้าใจและพร้อมให้การช่วยเหลือแก่เราในยามคับขันต่างหาก สุดท้าย...ขอให้คะแนนการกลับเข้าป่าของพ่อหนุ่มทาร์ซานไว้ที่ 4/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ยังไม่จบ!!! Lumia 1520 เตรียมคืนชีพพร้อม Windows 10 Mobile
AT&T /  Lumia 1520 / 

หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องราวของ Nokia Lumia อาจจะกลายเป็นเพียงแค่ตำนานไปแล้ว แต่ล่าสุดทาง AT&T ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ในอเมริกานั้น เตรียมปัดฝุ่น Lumia 1520 จอขนาด 6 นิ้ว กลับมาอัพเกรดใส่ Windows 10 Mobile และวางจำหน่ายอีกครั้ง หลังจากที่ Lumia 1520 นั้นเคยวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2013 และหยุดขายไปเมื่อเมษายน 2015 นั้นเอง โดยราคาของเจ้า Nokia Lumia 1520 จอ 6 นิ้วบิ๊กบึ้มนี้ ทาง AT&T จะวางจำหน่ายในราคาเครื่องเปล่าที่ราคา 584 เหรียญสหรัฐ หรือ 20,475 บาท ที่มา www.windowscentral.com

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

SISTAR นำทีมคอนเฟิร์ม เจอกัน! Seoul Prime Concert in Bangkok 2016
DJ Soda /  Kangsom / 

SISTAR, MONSTA X นำทัพศิลปิน ส่งคลิปคอนเฟิร์ม เจอกันในฟรีคอนเสิร์ต Seoul Prime Concert in Bangkok 2016 จัดเต็ม! 7 กรกฏาคมนี้    ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ขนมาเอาใจแฟนๆ เพื่อสร้างสานสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับกรุงเทพมหานครและกรุงโซล ในโอกาสครบรอบ 10 ปีนี้จึงมีการขนความพิเศษ ทั้งจากศิลปินชาวไทย อาทิ แกงส้ม ธนทัต(Kangsom), วง ซีซัน ไฟท์ (Season Five), นนท์ ธนนท์ (Tanont) ร่วมแสดงเวทีเดียวกันกับศิลปินเกาหลี อย่าง วง ซิสตาร์ (Sistar), มอนสตาร์ เอ็กซ์ (Monsta X), ดีเจ โซดา (DJ SODA) มาสร้างความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในฟรีคอนเสิร์ต Seoul Prime Concert in Bangkok 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 กรกฏาคม 2559 ณ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ซึ่งล่าสุดทัพศิลปินทั้งไทยและเกาหลี ก็ได้ส่งคลิปวิดีโอยืนยันถึงความสนุกสนานที่กำลังจะเกิดขึ้นในคอนเสิร์ต Seoul Prime Concert in Bangkok 2016 อย่างแน่นอน สำหรับแฟนเพลงที่ลงทะเบียนรับบัตรคอนเสิร์ต Seoul Prime Concert in Bangkok 2016 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถรับบัตรได้ในวันที่ 2-4 กรกฏาคมนี้ ที่เอ็มควอเทีย ซีนีอาร์ต ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทีย เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. และในช่วงวันหยุด วันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ ในเวลา 10.00 - 20.00 น. และพิเศษ! เพิ่มโอกาสกระจายความสุขให้แก่ผู้ที่พลาดโอกาสได้สิทธิ์รับบัตรในรอบแรก ด้วยการเปิดให้ร่วมสนุกรับบัตรฟรีอีกจำนวน 600 ใบ ผ่านกิจกรรมที่ทางกรุงโซลจัดเตรียมไว้ร่วมสนุก ใน Seoul Secret Booth ในวันที่ 1- 9 กรกฏาคม 2016 ณ ควอเทีย ซีนีอาร์ท ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. สามารถติดตามกติกาการรับบัตรและการร่วมสนุกได้ทางแฟนเพจ FB: ThailandSociety ห้ามพลาด!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Windows 10 Anniversary Update อัพเดทครั้งใหญ่ เริ่มดาวน์โหลด 2 สิงหาคม
Anniversary Update /  microsoft / 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Microsoft ได้ประกาศออกมาว่า Windows 10 Anniversary Update จะปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรีในช่วงซัมเมอร์นั้น ล่าสุดทางเว็บทางการได้ประกาศวันอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่า Windows 10 Anniversary Update จะปล่อยให้ผู้ใช้ทำการอัพเดทได้ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ส่วนใครที่สนใจอยากจะลองใช้ Windows 10 Anniversary Update ก่อนนั้น ทาง Microsoft เปิดรับสมาชิคเข้าโครงการ Windows Insider เพื่อไปทดลองใช้ก่อนอีกด้วย ที่มา http://www.windowscentral.com

10 ไอเดีย แต่งบ้าน Colorful สวยอย่างมีสไตล์
สีพาสเทล /  ห้องหวานๆ

บ้านที่ตกแต่งด้วยสีสดๆ หลากหลายสีจะช่วยให้บ้านดูมีสีสัน มีชีวิตชีวา แต่ถ้าคนเลือกใช้่โทนสีไม่เป็น หรือวางจังหวะของสีไม่ถูก ก็จะทำให้บ้านออกมาลายตาไม่น่าอยู่นะคะ วันนี้ Decor.MThai จึงรวบรวม 10 ไอเดีย แต่งบ้าน Colorful สวยอย่างมีสไตล์ มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ Design BY : Ben Finch Design BY : Stone Creek Builders Design BY : Benenate Design Design BY :DKOR Interiors Inc Design By : Woodward Leach Design Design: Lucy and Company Design By : Sunset Properties of Tampa Bay Design By : Leighton Design Group Design By : Phase 2 Design Photography: Ken Hayden Photography ถ้าเพื่อนๆ อยากได้บ้านที่มีสีสันสดใส อยากใช้สีหลายๆ สี ในการตกแต่งบ้าน ก็ลองนำไอเดียตัวอย่างไปปรับใช้ ตกแต่งบ้านเพื่อนๆ กันดูนะคะ

ห้องนอนคิตตี้ ไอเดียแต่งห้องนอนหวานๆ
คิตตี้ /  ห้องนอนสีชมพู / 

วันนี้ Decor.Mthai ได้รวบรวม ห้องนอนคิตตี้ ไอเดียแต่งห้องนอนหวานๆ มาฝากเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบเจ้าแมวเหมียวแสนน่ารัก “Hello Kitty” ค่ะ การออกแบบตกแต่งห้องนอนให้หวานๆ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้สีชมพูค่ะ เพื่อให้เป็นการไม่เสียเวลาเรามาดู ห้องนอนแสนน่ารักพวกนี้กันดีกว่าค่ะ ห้องนอนคิตตี้ ไอเดียแต่งห้องนอนหวานๆ 1.Adorable Hello Kitty Bedroom 2.Blue Hello Kitty Bedroom 3.Chic Hello Kitty Bedroom 4.Cute customized Hello Kitty bed for girl’s bedroom 5.Cute Hello Kitty Bedroom 6.Cute Hello Kitty wall sticker for girl’s bedroom 7.Cute pink Hello Kitty bedroom design 8.Fun Hello Kitty inspired kid’s bedroom 9.Hello Kitty room decorations with white table and stool 10.Lively Hello Kitty Bedroom 11.Modern  Hello Kitty Twins  Bedroom 12.Pretty pink Hello Kitty bedroom ideas เพื่อนๆ ได้เห็นตัวอย่าง ห้องนอนคิตตี้ สุดแสนน่ารักกันไปแล้ว ใครที่ชื่นชอบเจ้าแมวน้อยตัวนี้คงต้องอยากมีห้องแบบนี้ไว้ในบ้านแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ ถ้าใช่หละก็ลองนำไอเดียนี้ไปตกแต่งห้องนอนของเพื่อนๆ กันดูนะคะ ขอบคุณภาพ : http://rilane.com, http://www.ultimatehomeideas.com

โหดขึ้นหิ้ง! รวม 8 เรื่องน่ารู้ของ ซาดิโอ มาเน่ ปีกค่าตัวแพงคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล
8 สถิติ มาเน่ /  ซาดิโอ มาเน่ / 

ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตาดูฟอร์มในช่วงต้นซีซั่นมากที่สุดในเวลานี้เลยทีเดียว! สำหรับ ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวใหม่ป้ายแดงของ ลิเวอร์พูล หลังจาก "หงส์แดง" ทุ่มงบจำนวน 30-34 ล้านปอนด์ ในการดึงตัวมาร่วมทัพจากสโมสร เซาแธมป์ตัน โดยวันนี้เรามาดูกันว่า 8 สถิติอะไรบ้างที่น่าสนใจสำหรับแข้งเลือด เซเนกัล วัย 24 ปี รายนี้ 8 สุดยอดสถิติของ ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนใหม่ค่าตัวแพงของ ลิเวอร์พูล 1.) ซาดิโอ มาเน่ จะกลายเป็นนักเตะทีมชาติ เซเนกัล คนที่ 3 ที่เล่นให้กับ ลิเวอร์พูล - ก่อนหน้านี้ ซาลิฟ ดิเยา และเอล ฮัดจิ ดิยุฟ ถูกเชราร์ อุลลิเยร์ คว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2002 และต่างเคยเล่นให้ทีมชาติแอฟริกา 2.) มาเน่ เป็นเจ้าของสถิติแฮตทริกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ - กองหน้ารายนี้ทำไป 3 ประตู จากเวลาเพียง 176 วินาทีในเกมกับ แอสตัน วิลลา ในฤดูกาล 2014-15 ความเร็วอันน่าทึ่งนี้ได้ทำลายสถิติ 4 นาที 33 วินาที ของ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตำนานทีม หงส์แดง 3.) มาเน่เคยมาเล่นฟุตบอลในประเทศอังกฤษ ก่อนย้ายมาเซาแธมป์ตันในปี 2014 นักเตะวัย 24 ปีได้ลงสนามให้ทีมชาติของเขาในโอลิมปิก เกมส์ 2012 ในลอนดอน และลงเล่นเกมเสมอทีมสหราชอาณาจักร 1-1 ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดในรอบแบ่งกลุ่ม เซเนกัลผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ในซัมเมอร์นั้น แต่พ่ายต่อเม็กซิโก 4.) แข้งรายนี้เคยผ่านประสบการณ์อื่นๆ ในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ ด้วยการลงเล่นในแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ในปี 2015 เซเนกัลไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ใน เอควาทอเรียล กินี แม้ว่าจะเก็บได้ 4 แต้มจาก 3 เกม มาเน่หวังว่า จะมีส่วนในรายการแอฟคอนที่จะจัดขึ้นในปี 2017 หากกองหน้ารายนี้ช่วยทีมชาติของเขาลงเล่นรอบคัดเลือกรายการนี้ ที่จะจัดในปีหน้าที่ประเทศกาบองในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 5.) นักเตะทีมชาติเซเนกัลเริ่มต้นอาชีพกับ เม็ตซ์ ใน ฝรั่งเศส ทีมจาก ลีก เอิง เป็นจุดเริ่มต้นอาชีพของ ริโกแบร์ ซง อดีตกองหลังหงส์แดงเช่นเดียวกับสตาร์ในพรีเมียร์ลีกอย่าง หลุยส์ ซาฮา, ปาปิส ซิสเซ่, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และโรแบร์ ปิแรส 6.) มาเน่ เป็นดาวซัลโวของ เซาแธมป์ตัน ในฤดูกาลที่สอง และเป็นฤดูกาลสุดท้ายกับสโมสร เขาทำไป 15 ประตูใน 43 เกม ที่ลงเล่นให้ทีมจากชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอังกฤษ ที่จบอันดับ 6 ในพรีเมียร์ลีก 7.) แฟนบอล ลิเวอร์พูล จะไม่รู้สึกแปลกหน้ากับนักเตะที่ทำไปแล้ว 4 ประตู ในการเจอกับสโมสรใหม่ของเขาก่อนหน้านี้ ปีกรายนี้น่าจะทำเพิ่มอีกหนึ่งลูกกับ หงส์แดง หากไม่ถูกเซฟจุดโทษในเกมสุดท้ายที่เจอกับทีมนักบุญ 8.) มาเน่ มีวันคล้ายวันเกิดเดียวกับตำนานผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล เอียน คัลลาแฮน เจ้าของสถิติลงเล่นมากที่สุดตลอดกาลของสโมสรเกิดวันที่ 10 เมษายนเช่นเดียวกับเขา ห่างกัน 50 ปีพอดีกับนักเตะใหม่ที่เซ็นสัญญาย้ายมาร่วมทีม หงส์แดง ที่มา : thailand.liverpoolfc

ละครลูกไม้ไกลต้น , เรื่องย่อลูกไม้ไกลต้น
ละคร ลูกไม้ไกลต้น /  เรื่องย่อละคร ละคร ลูกไม้ไกลต้น / 

บทประพันธ์โดย : โสภี พรรณรายกำกับการแสดงโดย : ปัญญา ชุ่มฤทธิ์ผลิตโดย : บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครลูกไม้ไกลต้น รสา หญิงสาวที่เกิดมาในครอบครัวหาเข้ากินค่ำ ลูกสาวของนางสุภา หญิงม่ายสามีตาย หลังจากที่นายสาน สามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ความเป็นอยู่ก็แย่ลง แต่ด้วยความที่ รสาเป็นคนสู้งาน ขยันขันแข็ง จึงทำให้ครอบครัวผ่านวิกฤตไปได้ ผิดกับ มนัส พี่ชายที่มีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างหน้าตา และนิสัยใจคอ มนัสเป็นพี่ชายที่ไม่เอาไหน เกียจร้าน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ตัวของมนัสเอง ก็แอบมีปมในใจ ถึงความต่างของเขากับน้องสาว ที่เหมือนฟ้ากับเหว รสาสวยสง่านิสัยดี แต่มนัสขี้ริ้วขี้เหล่เกเร มนัสจึงแอบสงสัยมาตลอดว่ารสาไม่ใช่น้องแท้ ๆ เขาพยายามคาดคั้นแม่ให้บอกความจริงเรื่องนี้ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่ต้องการ มนัสติดหนี้พนันบอล จึงไปหลอกแม่ว่ารสากำลังจะถูกเจ้าหนี้นอกระบบอุ้ม เนื่องจากไปลงทุนทำร้านเสื้อกับ บงกช และ มธุรส เพื่อนสนิทแล้วขาดทุน แต่ขอร้องไม่ให้แม่อย่าบอกเรื่องนี้กับรสา เพราะเกรงว่าน้องจะกลัว เขาจะเป็นคนช่วยน้องเอง สุภาเชื่อมนัสสนิทใจแม้จะห่วงรสา แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม จนทำให้ตัวเองล้มป่วย สุภาจึงพยายามรวบรวมเงินเพื่อเอาไปให้มนัสใช้หนี้แทนรสา เหตุการณ์วันนั้นจึงทำให้เธอได้พบแหวนวงหนึ่งที่เคยซุกอยู่ซอกลึกสุดในตู้ แหวนที่กลับมาตอกย้ำอดีตอันแสนเจ็บปวดของเธออีกครั้ง ในอดีต เมื่อยังสาว สุภาเคยทำงานเป็นคนรับใช้บ้าน เฉลิม และ เปรมจิต เจ้าของกิจการอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ด้วยความที่สุภาเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวย จึงเป็นที่ถูกตาต้องใจ เฉลิมมาก เขาจึงออกอุบายหลอกลวงจนสุภาเชื่อและเสียท่ายอมตกเป็นของเขาเพื่อช่วยชีวิต นายสานสามี แต่สุภากลับมารู้ความจริงภายหลัง ว่าเรื่องทั้งหมดที่เฉลิมบอกล้วนเป็นเรื่องโกหก เธอทั้งอับอายและเสียใจน้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่เฉลิมกลับมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอสุภาอย่าคิดมาก และจบปัญหาด้วยการให้แหวนที่ใส่ติดนิ้วมาเป็นค่าทำขวัญ สุภาไม่อาจทนต่อไปได้ จึงตัดสินใจหนี และโชคช่าง เล่นตลกกับเธอ เมื่อมารู้ภายหลังว่าตัวเองตั้งท้อง จึงตัดสินใจว่าเก็บความลับเรื่องเฉลิมนี้ไว้จนวันตาย ละคร ลูกไม้ไกลต้น ด้วยความเป็นห่วงลูกจึงทำให้สุภาป่วยหนัก ความหวังสุดท้ายที่เธอนึกถึงคือ เฉลิม เขาคือคนที่จะช่วยรสาให้พ้นภัยได้ ก่อนที่จะสิ้นใจ จึงได้เรียกรสาไปสั่งความสุดท้าย พร้อมทั้งบอกความลับที่ตั้งใจปิดมาทั้งชีวิตว่า รสาเป็นลูกของคุณเฉลิม และต้องหาแหวนวงนั้นไปแสดงตัวให้ได้ รสาได้ยินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของพ่อสาน การเป็นลูกของเฉลิมหรือไม่ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอคาดหวัง แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ เธอต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีให้แม่ จึงไปหาแหวนตามที่แม่บอก เพื่อเอาไปแสดงว่าคุณเฉลิมทำผิดต่อแม่จริง แต่ก็พบว่าแหวนหายไปแล้ว เพราะมนัสเอาไปเสียก่อน ชานนท์ เป็นบุตรชายของคุณพาณิช เจ้าของกิจการอัญมณีแถวหน้าของประเทศไทย ชานนท์มีความหลังที่ฝังใจมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ คือ ภาพที่กัลยา แม่บังเกิดเกล้าหนีไปกับอรุณ นายช่างผู้ควบคุมการผลิตอัญมณีในโรงงานของบิดา โดยไม่ใยดีกับเสียงร้องให้เรียกหาแม่ของอภิรักษ์ น้องชายวัย 7 ขวบ เลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นพ่อจึงกลายเป็นคนเงียบเหงาเศร้าซึม ภาพอภิรักษ์ร้องไห้โหยหาอกแม่ทุกวันคืน ทำให้ชานนท์ต้องเป็นคนเข้มแข็งกลายเป็นที่พึ่งให้ทั้งพ่อและน้องชายที่ อ่อนแอ เขาบ่มเพาะความเกลียดชังแม่ตลอดมาจนโต และให้สัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้ไปชีวิตของเขาจะต้องอยู่โดยไม่มีแม่ จึงพยายามพูดฝังหัวอภิรักษ์ว่าแม่โหดร้ายที่ทิ้งลูกเล็ก ๆ ไปได้ลงคอ สองคนพี่น้องเติบโตขึ้นมา โดยมีแต่พ่อคนเดียว พ่อผู้ซึ่งครองความเป็นม่ายโดยไม่หาหญิงใหม่มาดามใจ พ่อที่เลี้ยงดูสองพี่น้องมาจนโต ชานนท์พร่ำบอกอภิรักษ์ว่า หากวันใดวันหนึ่งแม่เกิดกลับมาหาเราสองคนพี่น้อง ก็ต้องไม่ให้อภัยและไม่ยอมรับแม่เรื่องนี้กลายเป็นปมฝังใจที่ทำให้เค้ามอง โลกในแง่ร้าย และมีอคติโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะกับผู้หญิง วันหนึ่งขณะที่ชานนท์อยู่ที่บ้าน แม่บ้านมาแจ้งว่ามีหญิงกลางคนมาขอพบอภิรักษ์ ชื่อ กัลยา ชานนท์ออกอาการฉุนเฉียวไม่ให้พบและห้ามคนในบ้านบอกเรื่องนี้กับพาณิชและ อภิรักษ์ พร้อมทั้งออกคำสั่งห้ามเปิดประตูให้กัลยาเด็ดขาด ชานนท์รีบบึ่งรถออกจากบ้าน เขาขับรถผ่านกัลยาที่ยังรออยู่หน้าบ้าน แม้กัลยาจะวิ่งตามเคาะกระจกรถ ชานนท์ก็ไม่ยอมจอด กัลยาเสียใจมาก ส่วนชานนท์ พอพ้นกัลยามา เขาเองก็ต้องจอดรถเพราะต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองไม่ไหว ที่ผสมปนเปทั้งตกใจ แค้นใจ เสียใจ จนแทบจะระเบิดออกมาจากอก กัลยากลับมาบ้านเจอ อรุณ ชายชู้ของเธอ ทั้งคู่วางแผนกันเรื่องที่ต้องพยายามเข้าหาอภิรักษ์ให้ได้ จุดประสงค์ของทั้งคู่คือ เบื่อการทำงาน เกลียดความลำบาก จึงต้องการเอาเงินมาเสวยสุข และทำชีวิตที่ให้สุขสบายขึ้น ชานนท์แอบตามกัลยามาจึงได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่าแท้จริงแล้วกัลยาไม่ได้มา หาเพราะคิดถึงลูกแต่อย่างใด ก็ยิ่งชิงชังกัลยาอย่างเต็มที่ รสาตัดสินใจเข้าไปหาคุณเฉลิมที่บริษัท ตามคำแนะนำของบงกช และมธุรส ไม่ใช่เพื่อจะแสดงตัวเป็นลูกและเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่เธอควรจะได้ รสาไม่เคยต้องการข้องเกี่ยวกับชีวิตแบบเศรษฐีที่เธอไม่คุ้นเคย ละคร ลูกไม้ไกลต้น จุดประสงค์เดียวของรสา คือต้องการให้เฉลิมไปขออโหสิเป็นครั้งสุดท้ายต่อหน้าศพแม่ของเธอ แต่ผิดพลาด...คุณเฉลิมกลับไม่ใส่ใจในสิ่งที่เธอร้องขอสักนิด แต่กลับเห็นรสาเป็นแค่ใครก็ไม่รู้คนนึงที่เข้ามาสร้างเรื่อง เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์จากเศรษฐีอย่างเค้า จริงอยู่เขาจำสุภาได้ แต่รสาไม่มีหลักฐานใด ๆ มาแสดง นอกจากคำพูดกล่าวอ้างลอย ๆ ประกอบกับเฉลิมเป็นคนมีลูกยาก เพราะมีภาวะเกือบเป็นหมันเป็นทุนเดิม ยิ่งทำให้เขาปฏิเสธรสาได้อย่างไม่แยแส รสาจำต้องออกจากบริษัทอัญมณีทองมาด้วยความผิดหวังที่คนเป็นพ่อแสดงท่าที่ไม่ ยอมรับเธอถึงขนาดนี้ ชานนท์ผู้ซึ่งเป็นคนรักของศศิกานต์ ลูกสาวคนเล็กของคุณเฉลิมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชานนท์ระแวงว่ารสาอาจเป็นหนึ่งในขบวนการสิบแปดมงกุฎที่คิดจะมาหลอกเอาเงิน เศรษฐีอย่างเฉลิม ไม่ต่างอะไรกับกัลยาแม่ของเขา ด้วยอคติที่ในใจบวกกับบังเอิญได้ยินรสาคุยโทรศัพท์กับมนัสใจความเหมือนพวก มาตุ้มตุ๋น จึงยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น ชานนท์ตั้งใจว่าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้รสามาหลอกหลวงครอบครัวของศศิกานต์แฟน ตัวเองได้ เปรมจิตเฉลียวใจ เมื่อได้รู้จากวรรณฤดีลูกสาวคนโต ว่ามีคนมาแอบอ้างหลอกว่าเป็นลูกเฉลิม แถมศศิกานต์ยังเปรยว่าหน้าเหมือนคุณพ่อด้วย ทำให้เปรมจิตต์นึกย้อนไปถึงวันที่เธอแอบเห็นเฉลิมออกมาจากห้องของสุภาสาวใช้ หน้าตาสะสวยโดยบังเอิญ จึงไปปรึกษาแม่จัน ญาติผู้ใหญ่ที่เปรมจิตให้มาช่วยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน แม่จันปลอบจนเปรมจิตสบายใจขึ้นว่าเป็นไปไม่ได้เพราะเฉลิมมีลูกยากกว่าจะมี วรรณฤดีกับศศิกานต์ก็พยายามแทบแย่ แต่ศศิกานต์สังหรณ์ว่า รสาอาจเป็นลูกคุณเฉลิมจริง ๆ เพราะเธอรู้สึกถูกชะตาและผูกพันอย่างประหลาดกับรสา ชานนท์ตัดบทไม่ให้คิดและยืนยันว่ารสาต้องเป็นพวก 18 มงกุฎ ส่วนวรรณฤดีก็เริ่มคิดหนัก ด้วยความกลัวว่าจะต้องถูกแบ่งสมบัติของพ่อไปให้คนอื่น ลึก ๆ ในใจ...วรรณฤดีต้องการครอบครองสมบัติทั้งหมดของพ่อแม่แต่เพียงผู้เดียว แม้กระทั่งน้องสาวแท้ ๆ อย่างศศิกานต์ เธอก็ไม่คิดที่จะแบ่งให้ ด้วยความที่เครียดมาก ทำให้เธอกินไม่ได้ นอนไม่หลับ รสาจึงเป็นลมระหว่างข้ามถนน จนเกือบโดนรถของอภิรักษ์ชน อภิรักษ์รีบลงมาช่วย และรู้สึกตกหลุมรักรสาในทันที ชานนท์จำรสาได้ จึงพยายามบอกอภิรักษ์ว่ารสาไม่ใช่คนดี มีเจตนาจะหลอกลวง แต่อภิรักษ์และคุณพานิชกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น และไม่เชื่อสิ่งที่ชานนท์บอก ชานนท์ใช้อำนาจความเป็นพี่สั่งอภิรักษ์ห้ามยุ่งเกี่ยวกับรสาเด็ดขาดเป็นเหตุ ให้มีปากเสียงกัน ทำให้ชานนท์ยิ่งไม่ชอบรสามากขึ้นไปอีก เขาจะไม่ยอมให้รสามาหลอกคนในครอบครัวเค้าเพิ่มเด็ดขาด ชานนท์พยายามสืบเรื่องของรสา ไปเลียบเคียงถามจากบงกช ซึ่งเป็นเลขาของเขา บงกชยืนยันรสาเป็นคนดี แต่ชานนท์กลับคิดว่าบงกชเข้าข้างเพื่อน ตั้งแต่นั้นบงกชพยายามคอยเป็นตัวเชื่อมไม่ให้ชานนท์เข้าใจรสาผิดไปมากกว่า นี้ เฉลิมนั่งรถกับจากงานเลี้ยง บังเอิญรถดับตรงหน้าวัดสตาร์ทไม่ติด เฉลิมจึงเดินเข้าไปในวัด เห็นรูปหน้าศพของสุภา เมื่อกลับถึงบ้านเฉลิมเดินเข้าบ้านไม่พูดจากับใคร เปรมจิตสงสัยจึงไปถามคนขับรถ ทำให้ยิ่งสงสัยว่ารสาต้องเป็นลูกเฉลิมแน่ ๆ ละคร ลูกไม้ไกลต้น เปรมจิตยิ่งกระวนกระวายใจเรื่องรสา จึงไปสืบประวัติรสาตามอินเตอร์เน็ต แต่ไม่พบข้อมูลที่อยากรู้มากนัก เมื่อสบโอกาสจึงแอบนำของเฉลิมและรสาไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความแน่ใจ ผลการตรวจปรากฏว่ารสาเป็นลูกเฉลิมจริง เปรมจิตกลุ้มใจมาก ตัดสินใจเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว และกันทุกคนที่เสนอให้พิสูจน์ดีเอ็นเอของรสา ด้วยการอบกว่าคนระดับเฉลิมไม่จำเป็นต้องลดเกียรติลงไปให้ทำอะไรแบบนั้นให้ เสื่อมเสีย เพราะยังไงรสาก็ไม่ใช่ลูกเฉลิมแน่นอน เปรมจิตหาทางหยุดยั้งเรื่องของรสา ด้วยการเสนอให้เงินหนึ่งล้านบาท ชานนท์เฝ้าคอยดูว่าในที่สุด รสาจะยอมรับเงินหรือไม่ เมื่อรสาไม่รับ เขากลับเชื่อว่าเป็นเพราะรสาหวังสมบัติที่มากกว่านั้นของคุณเฉลิม รสาพยายามชี้แจงถึงความตั้งใจของตน แต่ชานนท์ไม่เชื่อ กัลยา มาหาชานนท์อีก รสาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ ว่าชานนท์ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ากัลยาเป็นแม่ ชานนท์โกรธมาก ห้ามรสาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ และออกคำสั่งให้เธอปิดปากให้สนิท ห้ามบอกใครเด็ดขาดโดยเฉพาะอภิรักษ์ แต่รสาแอบคิดว่าอภิรักษ์ควรมีสิทธิตัดสินใจเองเพราะกัลยาก็เป็นแม่ของ อภิรักษ์เหมือนกัน เธอต่อว่าชานนท์มองคนแต่ในแง่ร้าย เหตุการณ์นี้ทำให้รสาได้รู้จักชานนท์มากขึ้นว่าเขามีบาดแผลคล้าย ๆ กับเธอ เขาไม่ยอมรับแม่ แต่รสา มีพ่อที่ไม่ยอมรับลูก กัลยาหลอกใช้ความเป็นคนดีของรสา เป็นตัวช่วยของเธอ กัลยาเล่นละครทำตัวเป็นคนที่น่าสงสารให้รสาเห็นใจและขอร้องให้รสารับปากว่า จะช่วยพูดกล่อมชานนท์ให้ รสาจำใจรับปากด้วยความสงสาร การที่รสาได้รู้เห็นในเรื่องส่วนตัวล้ำลึกของชานนท์ เป็นสิ่งที่ทำให้ชานนท์เข้ามาใกล้ชิดกับรสามากขึ้น เพราะเธอเป็นคนนอกคนเดียวที่รู้ แม้แต่ศศิกานต์ผู้หญิงพิเศษของเขายังไม่รู้ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทั้งชานนท์และรสาขัดแย้งกันยิ่งขึ้น รสายืนยันที่ว่าลูกจะต้องกตัญญูและให้อภัยแม่ ชานนท์ว่ารสาไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดแต่ไหน ชานนท์กับรสาขัดแย้งกันจนเขาใช้กำลังปล้ำจูบเธอ แต่รสาก็มิได้ขัดขืนทั้งชานนท์และรสารู้สึกพอใจในจูบนั้นทั้งคู่ โดยไม่อยากนึกถึงสาเหตุว่าพอใจเพราะอะไร แล้วจากนั้น ทั้งคู่วิ่งหนีหัวใจตัวเองตลอด โดยอาศัยความขัดแย้งระหว่างกันเป็นเครื่องขวางกั้น ลึก ๆ ศศิกานต์เองรับรู้ได้ว่า ระหว่างชานนท์กับรสาต้องมีอะไรที่ปิดบังเธอและคนอื่นไว้ เพราะหลายครั้งที่เธอจับได้โดยบังเอิญว่าชานนท์ออกไปกับรสา แต่เมื่อเธอแกล้งลองถาม ชานนท์ก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่มีอะไร ถึงแม้เธอจะพูดกับทุกคนว่าเธอเชื่อใจเขา และถ้าชานนท์จะเปลี่ยนใจ เธอก็ตามใจ ไม่อยากได้เขามาแค่ตัว แต่ไม่ได้หัวใจ แต่ลึก ๆ ศศิกานต์แอบหวั่นใจไม่น้อย จนเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับแม่จัน ธัชชัยเห็นแบบนี้ก็แอบดีใจ เพราะความจริงธัชชัยไม่ได้รักวรรณฤดี เขาแอบรักศศิกานต์มาโดยตลอด แต่ที่ต้องแต่งงานกับวรรณฤดีเพราะรู้ว่าเป็นลูกเขยคุณเฉลิมย่อมก้าวหน้าเร็ว กว่าการเป็นพนักงานกินเงินเดือนในบริษัท อย่างที่เค้าเคยเป็นมาก่อนแน่นอน กัลยามาทำบีบน้ำตาอ้อนรสาให้นัดอภิรักษ์ให้ รสาไม่รู้จะทำยังไง แต่ยอมนัดให้เพราะสงสาร เมื่ออภิรักษ์ได้เจอกัลยา ทีแรกอภิรักษ์จำไม่ได้ แต่พอรู้ว่ากัลยาเป็นใคร เขาก็ขับรถพุ่งหนีไปทันทีตามที่ชานนท์เคยสั่งไว้ แล้วสุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง เขาตัดสินใจขับรถกลับมาหาแม่ กัลยาบอกอภิรักษ์ว่าเธอรู้สึกสำนึกผิดแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยไปเจอชานนท์ แต่ชานนท์ใจแข็งมากไม่ยอมรับแม่ อภิรักษ์สงสารแม่ จึงให้เงินและชวนไปบ้าน กัลยาไม่กล้าไปอ้างว่าชานนท์เกลียดแม่ คงไม่อยากให้กลับไปเหยียบกลับบ้านอีก แต่อภิรักษ์กลับบอกว่าช่างพี่นนท์ แต่สำหรับเขายินดีให้แม่เข้าบ้านเสมอ กัลยาอึ้งไปพูดอะไรไม่ออกเลยวิ่งหนีไป อภิรักษ์น้ำตาซึม รสาจึงปลอบใจ อภิรักษ์ขอบคุณรสา ไม่งั้นคงไม่มีวันได้เจอและคุยกับแม่อีก อภิรักษ์กลับไปบอกพ่อว่าอยากขออนุญาตให้แม่เข้ามาในบ้าน พาณิชยอม แต่ชานนท์ขัดขวาง จนเกิดเรื่องทะเลาะกับอภิรักษ์ใหญ่โต ละคร ลูกไม้ไกลต้น อภิรักษ์สารภาพรักกับรสา รสาขอให้เป็นเพื่อนกัน อภิรักษ์ผิดหวังมากจนทำงานไม่ได้ ชานนท์โทษว่าเป็นความผิดของรสา รสาเหลืออดตอกหน้าชานนท์กลับไปบ้างว่าถ้าชานนท์เป็นคนใจกว้างเรื่องยุ่ง ๆ ในครอบครัวเขาก็จะไม่เกิดและให้เขาเคารพความคิดของอภิรักษ์บ้าง อย่าถือว่าตัวเองถูกไปเสียทุกอย่าง เพราะอภิรักษ์พร้อมที่จะอภัยให้แม่ แต่ชานนท์ไม่ยินยอม กัลยาได้เงินมาก็เอาไปใช้จ่ายซื้อของอย่างสุขสบายกับอรุณ การได้เงินมาง่าย ๆ ทำให้ทั้งคู่ไม่คิดที่จะออกไปทำงาน วัน ๆ จึงคิดแต่วางแผนเรื่องรีดไถเงิน คุณเฉลิมไม่สบายมาก แพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคไตพิการ แพทย์ลงความเห็นว่าคุณเฉลิมต้องเปลี่ยนไต แต่ลูกสาวสองคนคือ วรรณฤดีกับศศิกานต์ไม่อาจให้ไตแก่พ่อได้ เพราะเลือดไม่เข้ากัน ศศิกานต์สงสารพ่อจับใจ จึงเสนอหนทางสุดท้ายคือ ให้รสาไปตรวจเลือดดูว่า สามารถให้ไตแก่คุณเฉลิมได้หรือไม่ วรรณฤดีไม่เห็นด้วยและต่อด้านเต็มที่ ในขณะที่คุณเปรมจิตลังเล แต่ด้วยความรักที่มีต่อสามีอย่างมากในที่สุดคุณเปรมจิตก็ตัดสินใจยอมขอร้อง ให้รสามาตรวจเลือด ศศิกานต์ดีใจ ผิดกันกับวรรณฤดีที่ออกตัวคัดค้านเต็มที่ แต่ 1 เสียงคัดค้านของวรรณฤดีก็ไม่สำเร็จ ตั้งแต่คุณเฉลิมป่วย รสาไปเยี่ยมคุณเฉลิมบ่อยครั้ง เห็นสภาพของคุณเฉลิมที่ทรุดโทรมลงผิดตา ตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรจากคุณเฉลิมอีกแล้ว ไม่ต้องการให้คุณเฉลิมไปขอโทษแม่ก็ได้ ขอเพียงแต่ให้คุณเฉลิมหายดีก็พอ วรรณฤดี เริ่มหาทางออกให้กับตัวเองด้วยการบังคับให้ธัชชัยไปตรวจว่าเป็นหมันรึเปล่า เพราะเค้ากับเธอไม่มีหลานให้พ่อเสียที เฉลิมเคยบอกว่าถ้าวรรณฤดีมีหลายชายให้พ่อ พ่อจะแบ่งมรดกให้หลานมากกว่าใครแน่นอน วรรณฤดีขู่ว่าถ้าธัชชัยเป็นหมันเธอจะเลิกกับเขา ธัชชัยอึ้งที่รู้ว่าวรรณฤดีเห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือที่จะทำให้ได้ครอบ ครองมรดกทั้งหมดเท่านั้น มนัส มาสมัครงานเป็นยามที่บริษัทของชานนท์ ต่อมามนัสเอาแหวนที่ขโมยไปมาขายชานนท์เพื่อหาทางรอดจากเจ้าหนี้ ชานนท์จึงรู้ว่านี่คือหลักฐานที่รสาเคยบอกว่ามีแต่ไม่รู้ทำไมไม่เคยนำมาแสดง ชานนท์เอาแหวนให้คุณเฉลิมดู เฉลิมเห็นแหวนก็จำได้ เขากล้ายอมรับกับชานนท์ว่าเคยหลอกหลวงสุภาจริง มาถึงตอนนี้เฉลิมละอายใจมาก แต่แม้รสามีแหวนก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นลูกของเฉลิมรึเปล่า แต่อย่างน้อยทั้งสองคนเริ่มมองรสาในแง่ดีขึ้นว่าเธอไม่ได้พูดลอย ๆ เรื่องเฉลิมทำผิดต่อสุภา เมื่อรสารู้ว่ามนัสเอาแหวนไปขายชานนท์ รสาไปขอซื้อแหวนคืน แต่เธอบอกว่ายังไม่มีเงินก้อนครบแสนตอนนี้ ชานนท์ให้แหวนมาก่อน และบอกรสาว่าคุณเฉลิมเห็นแหวนแล้ว รสาจึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใดที่เธอไปเยี่ยมท่านระยะหลัง ๆ ท่านจึงดีกับเธอขึ้นมาก รสามองเพชรที่แหวนแล้วคิดถึงแม่มากคิดถึงสภาพจิตใจแม่ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ที่ต้องอุ้มท้องลูกของชายอื่นโดยบอกสามีไม่ได้ ความกดดันในใจทำให้รสาหน้ามืดวูบ ชานนท์เข้าประคองเธอไว้ทันก่อนที่จะล้ม ศศิกานต์ซึ่งจะเข้ามาในห้องเห็นเข้าพอดี เธอรีบปิดประตูไปอย่างเงียบเชียบ บัดนี้ ศศิกานต์แน่ใจแล้วว่าชานนท์รักรสาแน่นอน อภิรักษ์ทำใจได้เรื่องรสาไม่รับรักและขอเป็นเพื่อนที่ดีของรสา นัดเธอไปทานข้าวกับคุณกัลยา และพาคุณพาณิชไปด้วย คุณกัลยากับคุณพาณิชได้เจอกัน โดยคุณกัลยาไม่รู้ตัวล่วงหน้า เธออึ้งไปเหมือนกันเมื่อเจอสามีเก่า ความผูกพันใดอื่นของคุณพาณิชต่อคุณกัลยาไม่มีแล้ว นอกจากความห่วงใยว่าเธอจะลำบาก เมื่อทานอาหารเสร็จ พาณิชเซ็นเช็คจ่ายเงินให้คุณกัลยาไปหนึ่งแสนบาท ชานนท์รู้ดีทุกอย่างว่าแม่ต้องการอะไร และเขาก็พิสูจน์ให้รสาเห็นความจริงด้วยการพารสาไปบ้านแม่ ทำให้รสาก็ได้รู้ความจริงด้วยตนเองว่า แท้ที่จริงแล้วคุณกัลยามิได้อาลัยอาวรณ์กับลูก ๆ หรือสามีเก่าเลย เธอต้องการเพียงเงินจุนเจือตัวเองและนายอรุณที่เธอรักมากเท่านั้น รสาเข้าใจชานนท์มากขึ้น แต่เธอก็ยังยืนยันว่า ลูกควรกตัญญูต่อแม่บังเกิดเกล้า ชานนท์ว่ารสาคงอยากเห็นเขาเป็นคงโง่ เขาทำไม่ได้ รสาพยายามพูดโน้มน้าวจิตใจชานนท์ ในขณะเดียวกัน รสาและชานนท์ต่างเปิดใจตนเองต่อกัน และรู้ว่าต่างฝ่ายต่างรักกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำรัก ชานนท์รู้สึกผิดต่อศศิกานต์อย่างมาก อภิรักษ์บอกชานนท์ว่าเขาจะรับคุณกัลยามาที่บ้าน และคาดว่าชานนท์ต้องต่อต้านแน่ แต่ผิดคาด ชานนท์ยินยอม อภิรักษ์แน่ใจทันทีว่าเป็นเพราะรสาที่ทำให้ชานนท์เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อภิรักษ์เจอกับศศิกานต์โดยบังเอิญ จึงได้รู้จากศศิกานต์ว่าชานนท์กับรสารักกัน ศศิกานต์แม้จะเจ็บปวด แต่เห็นด้วยกับอภิรักษ์ว่าควรยินดีกับทั้งสอง ทั้งคู่ตั้งใจว่าจะร่วมมือกันทำให้รสากับชานนท์สมหวัง ธัชชัยเป็นหมันจริง แต่ไม่กล้าบอกวรรณฤดี นุกูลเลยวางแผนสลับเชื้อของเขากับธัชชัย ในวันที่วรรณฤดีกับธัชชัยไปทำกิ๊ฟ เพราะหวังจะได้ส่วนแบ่งมรดก วรรณฤดีตั้งท้องดั่งหวัง จึงคาดคั้นเฉลิมให้เซ็นพินัยกรรมยกสมบัติให้หลานมากกว่าใคร ผลตรวจเลือดของรสาออกมาแล้ว เธอเป็นลูกของคุณเฉลิมจริง และยังสามารถเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิมได้ด้วย ตอนแรกคุณเฉลิมไม่ยอมเปลี่ยนไต เพราะไม่ต้องการเอาเปรียบรสาไปมากกว่านี้ แต่รสากลับพูดจนคุณเฉลิมยอม ศศิกานต์ดีใจต่อน้องสาว ส่วนวรรณฤดีอาละวาดกับคุณเปรมจิตราวบ้าคลั่ง มนัสเมื่อรู้ว่ารสาเป็นลูกของคุณเฉลิมจริงก็ไปหาคุณเฉลิมที่โรงพยาบาล บอกว่าเขาเป็นคนเสียสละไม่ได้เรียนหนังสือเพื่อให้รสามีอนาคต คุณเฉลิมใจอ่อนเซ็นเช็คไปให้ รสารู้เข้าไปต่อว่ามนัสให้เอาเงินมาคืน แต่มนัสใช้ไปหมดแล้ว รสาจึงมาขอร้องไม่ให้คุณเฉลิมทำแบบนี้ แต่คุณเฉลิมบอกว่าจะออกทุนให้มนัสกับอรทัยเปิดร้านขายของชำจะทำได้พึ่งตัว เองได้ วันเผาสุภา คุณเฉลิมมาขออโหสิและขอให้สุภายกโทษให้สัญญาว่าจะดูแลรสาต่อไปอย่างดีที่สุด แล้วให้รสาเรียกเขาว่าพ่อ รสาปลื้มใจจนต้องร้องไห้ออกมาในที่สุดเธอก็กู้ศักดิ์ศรีให้แม่สำเร็จ วรรณฤดีรับไม่ได้กลัวพ่อเปลี่ยนใจแบ่งสมบัติให้รสา จึงคิดกำจัดรสาก่อนผ่าตัดเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิม นุกูลส่งลูกน้องไปวางระเบิดร้านรสา วันที่ร้านระเบิดชานนท์มารับรสาไปข้างนอก รสาจึงรอดหวุดหวิด แต่มธุรสอยู่ร้านจึงโดยระเบิดบาดเจ็บสาหัส ตำรวจสาวมาถึงตัวนุกูล เขาชัดทอดต่อมาถึง ธัชชัยและวรรณฤดี และแฉเรื่องธัชชัยเป็นหมัน วรรณฤดีถึงกับช็อค ผิดหวังทุกเรื่อง จนคุ้มคลั่งทำร้ายตัวเองจนเสียลูกต้องเข้าโรงพยาบาลโรคจิต ธัชชัยและนุกูลเองต่างก็ต้องรับกรรมในคุก รสาผ่าตัดเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิม เมื่อฟื้นขึ้นคนแรกที่รสาเห็นหน้าคือชานนท์ ซึ่งนั่งเฝ้าเธอตลอดเวลา เขาขอเธอแต่งงาน รสา บงกช มธุรสซ่อมร้านแล้วเปิดใหม่ ชานนท์ให้อภัยกัลยาได้ เขายอมพารสา อภิรักษ์ และพาณิช ไปกินข้าวกับกัลยาบ่อย ๆ และให้เงินเดือนกัลยาใช้จ่าย โดยกัลยาก็ยังอยู่กินกับอรุณเหมือนเดิม ชานนท์ขอบคุณรสา เขาเข้าใจแล้วว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่ด้านที่โหดร้าย เขาจะไม่ยอมให้อคติใด ๆ มาบังตาจนเกือบทำให้ชีวิตต้องจมอยู่แต่ในความทุกข์อีกต่อไปแล้ว ติดตามชม ละครลูกไม้ไกลต้น ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ลูกไม้ไกลต้น อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ชานนท์พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสากวิตา รอดเกิด รับบท ศศิกานต์ ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท วรรณฤดีตากเพชร เลขาวิจิตร รับบท อภิรักษ์อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบท เฉลิม

อาการมึนงง ง่วงนอน บนรถแท็กซี่ คืออะไร มาอ่านข้อเท็จจริงจาก วิสัญญีแพทย์หรือหมอดมยา
มึนบนรถแท็กซี่ /  หมอดมยา / 

เรื่องเล่าประเภท ขึ้นรถแท็กซี่แล้ว มี อาการมึนงง ง่วงนอนมากๆ หลับแบบไม่รู้ตัว คืออาการ โดนแท็กซี่มอมยา นั้นเป็นไปได้หรือไม่ ในความเห็นของวิสัญญีแพทย์หรือหมอดมยานั้นบอกว่า "ไม่มีหรอก ถ้ามียาแบบนี้ก็ดี หมอคงทำงานง่ายขึ้นอีกเยอะ" จะเป็นยาอื่นที่หมอดมยาไม่รู้จัก ก็ไม่ควรจะเป็นไปได้ และถึงจะมียาลับจริง แต่ก็ต้องใช้กลไกการนำยาเข้าสู่ร่างกายแบบเดียวกับยาอื่นๆ 1. ปกติจะทำให้คนๆ หนึ่งหลับหรือสลบได้นั้น ทำอย่างไร การออกฤทธิ์ของยานั้นออกฤทธิ์ที่สมอง ยาจำพวกนี้มีโปรตีนตัวรับของยาอยู่ที่สมอง เมื่อยาไปจับกับโปรตีนตัวรับเหล่านี้จะออกฤทธิ์ระงับความรู้สึก เช่น เสริมฤทธิ์การทำงานของ GABA receptor ทำให้เพิ่มระดับของ GABA ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสมอง หรือมีผลต่อ neurotransmitter ทำให้นำกระแสประสาทไม่ดี 2. การมอมยา โดยการรมผ่าน หน้ากากแอร์ นั้น เป็นไปได้หรือไม่ ยาสลบถ้าสูดผ่านจมูกเข้าไป จากนั้นต้องไปที่ปอด ถูกดูดซึมผ่านเส้นเลือดที่ปอด เส้นเลือดจากปอดไหลเวียนผ่านไปที่สมอง ดังนั้นต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว ยาจึงจะไปออกฤทธิ์ที่สมองได้ ยาดมสลบที่มีในปัจจุบัน ถึงใช้ตัวที่ทำให้หลับเร็วที่สุด เปิดด้วยความเข้มข้นสูงที่สุดจากเครื่อง ยังใช้เวลาเป็นนาทีกว่าคนไข้จะสลบ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่ยาที่บอกว่าพ่นมาจากช่องแอร์แท็กซี่จะทำให้หมดสติได้ (โดยที่คนขับไม่เป็นอะไรไปเสียก่อน) 3. การโดนมอมยา มีจริงไหม? ถ้ามียาป้ายให้สลบได้จริง วิสัญญีแพทย์คงทำงานง่ายขึ้นอีกเยอะโดยเฉพาะในกรณีที่พบว่ามีปัญหาในการแทงเส้นเพื่อที่จะให้ยาสลบ เช่น ในคนไข้เด็ก หรือคนไข้ที่อ้วนมากๆ และถ้ายาแปะให้หลับหรือสลบมีจริง มันต้องออกฤทธิ์ซึมผ่านผิวหนังเข้ากระแสเลือด ไปออกฤทธิ์ที่สมอง และผิวหนังของเราประกอบด้วยชั้นต่างๆ ที่สำคัญ 3 ชั้นได้แก่ epidermis, dermis และ subcutaneous ชั้น epidermis เป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับการนำส่งยาไปยังชั้น dermis ซึ่งมีหลอดเลือดและท่อน้ำเหลืองที่สำคัญ สรุปสั้นๆ ได้ว่า 1. ยาพ่นให้สลบจากหน้ากากแอร์ ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากกว่าที่คนเราจะสลบด้วยวิธีนี้ได้ ต้องใช้เวลา เพราะว่าการสูดยาสลบเข้าไป จะต้องมีการดูดซึมของยาจากปอดไปสู่เส้นเลือดปอดหมุนเวียนไปที่สมอง และยาสลบจึงออกฤทธิ์ที่สมองได้ ในทางปฏิบัติทุกวัน ถ้าสูดดมยาสลบที่ความเข้มข้นสูงๆโดยตรงจากเครื่องดมยาสลบ ยังต้องใช้เวลาเป็นนาทีกว่าจะหลับหรือสลบ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่ยาที่บอกว่าพ่นมาจากช่องแอร์แท็กซี่จะทำให้หมดสติได้ โดยที่คนขับไม่เป็นอะไรไปเสียก่อน 2. ยาป้าย ถ้าออกฤทธิ์ผ่านผิวหนังทำให้สลบก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากผิวหนังมีชั้นของผิวหนังที่ทำหน้าที่เป็นปราการกั้นยาตามธรรมชาติ ยาที่จะซึมผ่านไปได้นั้นต้องมีความแรงมาก ใช้เวลานาน ในทางปฏิบัติต้องใช้แผ่นแปะยาแบบพิเศษ กว่ายาจะออกฤทธิ์ก็เป็นชั่วโมง การป้ายยาให้คนสลบจึงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากกว่าจะซึมผ่านผิวหนังไปได้ต้องใช้ยาปริมาณมาก รอระยะเวลานาน อีกทั้งยังควบคุมไม่ได้ด้วย ว่ายาจะออกฤทธิ์แค่ไหน อย่างไร ทั้งนี้ เคยมีบทความจาก หมอแมว ได้เคยพูดถึงกรณี เกี่ยวกับ อาการมึนงง ที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อขึ้นรถแท็กซี่ไว้ได้น่าสนใจ มาลองอ่านกัน ขึ้น TAXI แล้วเกิดอาการมึนงง เกิดจากยาป้ายยาในแท็กซี่หรือเปล่า ?? มีคำถามเกี่ยวยาป้ายในรถแท็กซี่ หรือยาป้ายยาสั่งที่ทำให้คนหลับนั้นมีจริงหรือเปล่า จากประสบการณ์ของบางคนที่เกิดมึนงงหรือมีแม้แต่หลับแบบไม่รู้ตัวในรถแท็กซี่ อาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างนั่งรถแท็กซี่นั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง 1. Carbon monoxide Poisoning อาการที่พบได้บ่อยเวลาหลายๆ คนขึ้นรถแท็กซี่คือ เมื่อขึ้นไปแล้วเกิดอาการเวียนหัวมึนงง อยากจะหลับ พยายามฝืนลืมตาให้ตื่นขึ้นก็แล้ว แต่ว่าก็จะไม่ไหว หลังจากลงจากรถมาแล้วก็มึนๆ งงๆ จำเหตุการณ์ไม่ค่อยชัดเจน ไม่ว่าอาการ เวียนหัว งง ง่วง คลื่นไส้อาเจียน จำเหตุการณ์ไม่ได้ จำหน้าตาคนขับหรือทะเบียนรถไม่ได้ และ หลับไปเป็นวันๆ อาการเหล่านี้เข้าได้กับอาการ "ถูกพิษของก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์" ซึ่งก๊าซตัวนี้เกิดได้จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์รถคันนั้นและเกิดการรั่วซึมเข้ามาทางใดทางหนึ่ง ซึ่งเมื่อก๊าซตัวนี้เข้าไปจับกับเม็ดเลือดแดงจะก่อให้เกิดสารที่เรียกว่า COHb (carboxyhemoglobin) ทำให้เม็ดเลือดนั้นขนส่งออกซิเจนไม่ได้ ร่างกายจะเกิดอาการของการขาดออกซิเจนขึ้นโดยอาการจะไปเกิดที่สมองเป็นอาการดังที่กล่าวมา ในคนปกติในสังคมทั่วไปมีค่า COHb ได้ที่ 1-2% ส่วนในคนที่สัมผัสกับคาร์บอนมอนออกไซด์บ่อยๆเช่น คนที่สูบบุหรี่ ตำรวจจราจร หรือ คนขับรถที่มีรูรั่ว อาจจะมีค่า COHbได้สูงถึง 10% ข้อสงสัยแรก : รถแท็กซี่ก็ดูดี ไม่น่ามีรั่ว คำตอบ : ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์นี้ไม่มีกลิ่นไม่มีสี ถ้ามีรูรั่วเยอะๆ นั่งรถแป๊บเดียวได้กลิ่นควันเสีย คนขับรถคงรู้ตัวและเอาไปซ่อมแล้ว แต่ถ้าหากการรั่วเกิดขึ้นช้าๆ น้อยๆ ในระดับที่เราไม่ได้กลิ่นไอเสียตัวอื่นๆ ร่วมกับเรานั่งรถเป็นระยะทางไกลๆ จะทำให้เกิดอาการได้ ข้อสงสัยสอง : ทำไมคนขับไม่เป็น แต่เราเป็น คำตอบ : คนขับแท็กซี่ขับรถทุกๆ วัน ดังนั้นหากคนขับได้รับคาร์บอนมอนออกไซด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายก็จะมีการปรับตัวช้าๆ โดยการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากเราเอาเลือดคนขับรถที่มีการรั่วของก๊าซนี้ไปตรวจ ก็จะพบว่ามีระดับของ COHb สูงร่วมกับมีความเข้มข้นของเลือดสูงกว่าปกติ 2. เมารถ : กลิ่น อาหาร นอนไม่พอ อาการเมารถหรือ Motion Sickness เป็นอาการที่เกิดจากการที่ระบบประสาทที่ควบคุมการทรงตัวทำงานไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งระบบการทรงตัวของคนเราจะประกอบไปด้วย "ดวงตา - เส้นประสาทที่กล้ามเนื้อ - ระบบประสาทในหู - สมอง" ในการนั่งรถ เรารับรู้ว่ารถเคลื่อนตัวโดยตาเรามองเห็นว่าเราเคลื่อนไปในทิศทางไหน ระบบประสาทกล้ามเนื้อเรารับรู้ว่าเรานั่งยังไงเอนซ้ายขวาแบบไหน ระบบประสาทในหูบอกว่าเรานั่งในมุมใดองศาใด สุดท้าย สมองของเราจะบอกประมวลผลว่าเราไปในทิศแบบไหน กรณีที่เราจะมึนงงเมารถได้ง่ายขึ้นคือ เมื่อเราไม่ใช่คนขับ จะทำให้เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะเคลื่อนต่อไปอย่างไร กล้ามเนื้อและดวงตาจึงปรับตัวไม่ทัน ส่วนคนขับจะรู้ตัวล่วงหน้าก่อนว่ารถจะวิ่งไปมาแบบไหน ดังนั้นจึงไม่งง / เมื่อคนขับขับเร่งและเบรกไม่ดี เบรกกระตุก ออกตัวแรง เล่นคลัตช์ วิ่งฉวัดเฉวียน ทำให้ดวงตาซึ่งกำลังมองไปทางด้านหน้าปรับไม่ทัน รถกระชากไปทางซ้าย กล้ามเนื้อและหูบอกว่าไปทางซ้ายแต่ตายังมองตรง พอส่งสัญญาณไปสมอง สมองก็แปลผลผิด เกิดอาการงง / ถ้ากระจกรถฝ้าหมอกมัว จะทำให้ตาของเราโฟกัสตำแหน่งการมองไม่ได้ ดังนั้นสัญญาณจากตาที่ไปสมองก็จะผิดปกติไป / ถ้ามีสิ่งรบกวนหรือสิ่งที่ทำให้อาเจียนเวียนหัวง่ายขึ้น ไม่ว่ากลิ่นในรถที่เหม็น เสียงรบกวนของเครื่องยนต์ อาหารที่กินก่อนขึ้นรถ (กินมากไปหรือกินอาหารมันๆ) รายการวิทยุเสียงดังๆ จะทำให้เราอาเจียนเวียนหัวได้ง่ายขึ้น / และบางคนอดนอนมาหลายๆวัน พอมาขึ้นรถเบาะนุ่มๆก็หลับ 3. เจอแก๊สทำให้มึน บางคนมีความรู้สึกว่างุนงงง่วงนอนจริงๆ และสงสัยว่าเกิดจากแก๊สทำให้มึน ถ้าเป็นแก๊สแบบฟุ้งกระจายหรือระเหยจริง คนจะใช้คงต้องระวังเพราะว่าถ้าวางไว้ในรถแล้วตัวเองย่อมโดนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิธีที่บอกว่าเปิดกระจก/หันแอร์ไปทางคนนั่ง/หรือว่าออกจากรถไปฉี่ ของพวกนี้ไม่แน่นอนและมีการพูดในเชิงวิทยาศาสตร์มานานแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ เรียบเรียงโดย Health.mthai.com ที่มาบทความจากกระทู้ http://pantip.com/topic/30208405 และ http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/12/X7328809/X7328809.html