10สถานที่

วิธีบริหารดวงตา เพื่อ สุขภาพตา สำหรับคนที่ต้องจ้องคอมเกินวันละ 8 ชั่วโมง
จ้องคอม /  จ้องจอ / 

มนุษย์เรามีเวลาเฉลี่ยบนโลก 20,000 กว่าวัน และต้องใช้งานสายตาทุกวันตลอดอายุขัย เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่นตอนเช้าจนกระทั่งหลับตานอนตอนกลางคืน ตาของเราเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่สุดของมนุษย์ เพื่อให้เรามองเห็นตนเองและผู้อื่น อ่านหนังสือ ขีดเขียน เสพย์สื่อ ทีวี ศิลปะ ภาพยนตร์ เดินทาง ขับรถ มองเห็นโลกกว้าง เมื่อเดินทางท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์อย่างสุดจะประเมินค่าได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนเราอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ ลองสังเกตดูว่าในหนึ่งวัน คนเราใช้สายตาจ้องจอสมาร์ทโฟน จอคอมพิวเตอร์ บางทีอาจจะมากกว่าเวลาที่เราใช้มองสิ่งแวดล้อมรอบกายเสียอีก ในแต่ละวันเราใช้งานสายตาอย่างหนักหน่วง จนเกิดอาการ “ล้า” หรือ “ปวดตา” ซึ่งเป็นสัญญาณร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตาอย่างที่เราคาดไม่ถึง อาทิ ปัญหาสายตาสั้น - ยาวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดหัวเพราะตาเชื่อมกับสมองโดยตรง ใช้ตามากก็ใช้สมองประมวลผลสิ่งที่เห็นมากเป็นเงาตามตัว เพราะตื่นมาอย่างแรก เราก็ต้องใช้สายตา จนกระทั่งกลับเข้านอน ตาก็เป็นอวัยวะสุดท้ายที่จะบอกกับเราว่า ‘วันนี้หมดไปอีกหนึ่งวันแล้วนะ’ 6 – 8 ชั่วโมงนั่นจึงถือเป็นเวลาพักผ่อนของสายตา อีก 16 – 18 ชั่วโมงที่เราใช้งานสายตากันแบบไม่ได้พักอีกครั้ง เป็นอย่างนี้ไปจนเราหมดอายุขัย คิดดูว่าคนเราใช้สายตากันหนักขนาดไหน หันมาให้ความสำคัญกับการดูแล “ตา” กันซักหน่อย เพื่อให้ใช้งานได้ในระยะยาวและอยู่กับเราได้อีกนาน จ้องจอนานเกินไป เสี่ยงเป็น คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม แพทย์หญิงอุษณีย์ เหรียญประยูร จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสายตา ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬา ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อธิบายว่า “ในปัจจุบัน มีประชากรที่มีปัญหาจากการใช้สายตาจ้องจอนานเกินไปประมาณ 60 ล้านคนทั่วโลก และพบปัญหานี้ได้ร้อยละ 75-90 ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันประชาชนนิยมการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและความบันเทิง ทำให้จักษุแพทย์ตรวจพบปัญหาสุขภาพสายตาที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องจอเป็นเวลานานได้บ่อยขึ้นและพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศ ทุกช่วงอายุ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) หรือ ซีวีเอส (CVS) คือกลุ่มอาการทางตาที่สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์และการใช้สายตามองจอระยะใกล้เป็นระยะเวลานาน อาการประกอบด้วย ปวดศีรษะ ตาแห้ง เคืองตา เมื่อยล้าตา มองภาพไม่ชัด ตาแดง น้ำตาไหล เห็นภาพซ้อน ความสามารถในการปรับโฟกัสช้าลง และการมองเห็นสีเปลี่ยนไป อาการดังกล่าวมักจะเริ่มเมื่อผู้ป่วยใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลาสองถึงสามชั่วโมง และจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่หยุดหรือพักการใช้สายตา” “เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา สุขภาพตา ที่เกิดจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 20 นาที ด้วยการมองไปที่ไกลจากคอมพิวเตอร์ 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากตาอย่างน้อย 20 - 24 นิ้ว ปรับมุมของจอให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 14 - 20 องศา ปรับตำแหน่งของจอเพื่อลดแสงสะท้อน ใช้ผลิตภัณฑ์หรือหน้าจอที่ช่วยลดแสงสะท้อน ปรับความสว่างของจอและห้องให้เหมาะสม กระพริบตาถี่ขึ้น ประมาณ 10-15 ครั้งต่อนาที โดยต้องกระพริบตาให้เปลือกตาปิดสนิท หากเริ่มมีอาการของปัญหาสุขภาพสายตาข้างต้น ควรไปพบจักษุแพทย์” แพทย์หญิงอุษณีย์ กล่าวเสริม ถึงจะหลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ แต่ก็สามารถดูแลสายตาของเราเองได้ง่ายๆ แค่เลือกใช้จอมอนิเตอร์โค้งเพื่อทำให้การหักเหของแสงจากสภาพแวดล้อมรอบๆ สะท้อนสู่สายตาลดลง ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา ช่วยถนอมสายตา เพื่อรักษาดวงตาให้เรามองโลกสวยได้อีกนานๆ

Apple ปล่อยอัพเดท iOS 10.0.2 แก้ปัญหาตัวควบคุมเสียงของหูฟังไม่ทำงาน
apple /  iOS 10 / 

วันนี้ทาง Apple ได้ทำการปล่อยอัพเดท iOS 10.0.2 ออกมาเรียบร้อยแล้วนะครับ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงความเสถียรของ iPhone หรือ iPad โดยได้ทำการแก้ไขปัญหาหลักๆ 2 อย่างด้วยกัน คือ 1. จัดการปัญหาที่อาจทำให้ตัวควบคุมเสียงของหูฟังไม่ทำงานชั่วคราว 2. แก้ไขปัญหาที่ทำให้แอพรูปภาพของผู้ใช้บางรายปิดการทำงานเมื่อเปิดใช้คลังรูปภาพ iCloud โดยผู้ใช้สามารถทำการอัพเดทได้แล้ว โดยเข้าไปที่ Settings > General > Software Updates ซึ่งขนาดไฟล์อยู่ที่ 52.6 MB 

7 นางฟ้ามาเฟีย ตัวแม่ ของวงการที่ใครก็ขยาดกับฤทธิ์เดช
นางฟ้ามาเฟีย /  เพื่อนซี้ / 

   ถ้าพูดถึงความสวยคงไม่ใครกล้าปฏิเสธว่าเหล่า7 นางฟ้าเหล่านี้ไม่สวยไม่แซบหรอกใช่มะ และถ้าเป็นความแรงไม่ยอมคนก็ยังคงเป็นพวกเธออีกเช่นเคยที่งานนี้เราขอยกตำแหน่งนางฟ้ามาเฟียให้กับพวกเธอ ทั้ง7 เลยล่ะกันถ้าใครได้เป็นเพื่อนซี้กับพวกเธอเหล่านี้ไปไหนรับรองว่าต้องปลอดภัยมีคนคุ้มครองอย่างแน่นอนหุหุหุ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์     ความแรงระดับ10 ต้องยกให้นางเลยทีเดียวสำหรับสาวพลอย เฌอมาลย์ เพราะใครอย่าได้หือหรือมีเรื่องกับนางโดยเด็ดขาดไม่งั้นแหลกรานกันไปเลยทีเดียว ถึงก่อนหน้านี้นางจะโดนสื่อหลายสำนักแบน เพราะทนกับพฤติกรรมที่ไม่ไว้หน้าสื่อ ไม่ให้เกีรยติสื่อหลายสำนักก็ตาม แต่ด้วยความที่นางเป็นนักแสดงคุณภาพเบอร์ต้นๆ ของวงการเลยทำให้นางเริ่ดเชิดๆ อยู่ได้ไม่แคร์สื่อหรือแคร์ใครหน้าไหน อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา     ดีกรีความแรงของสาวอั้ม พัชราภา ตัวแม่ของวงการนั้น ถึงจะเบอร์แรงไม่เท่ากับพลอย เฌอมาลย์ เพราะนางเป็นคนที่น่ารักเฟรนลี่กับทุกคน เลยไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็รักและชื่นชมนางด้วยกันทั้งนั้น แต่บางเรื่องที่นางเห็นว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่โดนใครก็ตามที่โจมตี นางและเพื่อนๆ ของนาง ๆ ก็จะออกโรงปกป้องตัวเองสุดฤทธิ์ เช่นกัน เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพื่อนๆรวมถึงคนที่รู้จักสาวอั้ม ต่างก็พากันหลงรักสาวอั้มได้มากมายขนาดนี้ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์     เป็นสาวสวยที่ต้องสตรองอยู่ตลอดเวลา เพราะสาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ นางก็เป็นหนึ่งในนางฟ้าที่มีเรื่องไม่ได้หยุดเช่นกัน เพราะหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งนี่สาวเจนี่นางเข้าไปยึดพื้นที่ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวดีๆ รวมไปถึงเรื่องราวที่นางต้องเสียใจถึงขนาดหลบไปเลียแผลใจที่ต่างประเทศและกลับมาอีกครั้งแบบสวยๆ ไม่แคร์ใคร เมย์ พิชญ์นาฎ เมย์ พิชญ์นาฎ     เก๋ๆ กับความแซบต้องยกให้นางเลยเต็มๆ กับเมย์ พิชญ์นาฎ เรียกว่าดีกรีความแรงของนางมีมาตั้งแต่สมัยแรกๆที่นางก้าวเข้ามาในวงการแล้ว โดยเฉพาะเรื่องผู้ ที่นางจะยอมไม่ได้เลยที่มีคนจ้องจับตาดูถึงเรื่องราวความรัก เพราะนางคอนฟิร์มว่านางก็ผิดหวังกับเรื่องรักมาเยอะแล้วเวลาเจอคนดีๆ นางก็อยากจะแฮปปี้มีความสุขบ้าง หนิง ปณิตา หนิง ปณิตา     สมแล้วกับฉายาเมียตลาด สำหรับอดีตเจ้าแม่ศัลยกรรม อย่างหนิง ปณิตา เพราะความแสบของนางเรียกว่าแรงได้โล่ห์ไม่แพ้ใครในโลกาเลยทีเดียว ใครอย่าได้หลงมามีเรื่องกับนางเด็ดขาด ไม่งั้นนางตามจิกไปถึงชาติหน้าเลยทีเดียว ดูได้จากกรณีที่ผ่านๆ ถึงแม้เรื่องจะจบไปนานแล้วแต่หนิงไม่จบจร้า... แตงโม นิดา แตงโม นิดา     สาวสวยหลุดโลกอย่างแตงโม นิดา ก็เป็นอีกคนที่มีพฤติกรรมผีเข้าผีออก แต่ที่แน่ๆ พฤติกรรมที่ไม่ยอมคนตรงไปตรงมาของนางก็ทำให้คนจดจำนางได้ดีอีกเช่นกัน และถึงก่อนหน้านี้นางก็เคยเป็นอีกคนที่ถูกบรรดาสื่อหลายสำนักแบน เพราะความเหลิงในความโด่งดังรวมถึงชื่อเสียงเลยทำให้นางไม่แคร์ใครในโลกนี้นอกจากตัวเอง บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา     สาวสวยสุดมั่นดีกรีนางสาวไทยอย่างดร. บุ๋ม ปนัดดา จัดว่าเป็นสาวเก่ง สาวมั่นตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง เห็นสวยหวานยิ้มหยาดเยิ้มตามแบบฉบับนางงามเยี่ยงนี้ แต่ถ้าใครแหยมมาพูดจาไม่ดีเข้าหูนางล่ะก็ เป็นอันได้เรื่อง…สาวเจ้าสวนกลับแบบชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีแอ๊บกันเลยทีเดียว ยิ่งตอนนี้สาวบุ๋มนางเดินหน้าช่วยเหลือสังคมเต็มพิกัดสวยใจดีขนาดนี้ใครๆ ก็รักเนอะ

ชาวเน็ตรุมทัก ออม-เก้า ถ้าจะเหมือนกันขนาดนี้..!?
ออม สุชาร์ /  เก้า สุภัสสรา / 

        เพราะสวยวันสวยคืนจนถูกจับผิดเรื่องศัลยกรรมอยู่บ่อยๆ สำหรับนางเอกสาว ออม สุชาร์ ที่ถูกทักว่าหน้าตาและพัฒนาการความสวยเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ล่าสุด สาวออม แชะภาพร่วมเฟรมกับ 2 สาว เต้ย จรินทร์พร และ เก้า สุภัสสรา ในงานครบรอบ 10 ปี เสื้อผ้าแบรนด์ดังอย่าง POEM ทำเอาแฟนๆ ถึงกับตกใจ! เพราะทุกคนโฟกัสที่ สาวออม กับ สาวเก้า และต่างคอมเม้นท์ว่าทั้งคู่หน้าตาคล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก ทั้งเสื้อผ้า โครงหน้า เมคอัพและมุมกล้องที่ทำให้เหมือนกันอย่างกับฝาแฝดขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าถูกทักแบบนี้สองสาวเค้าจะว่ายังไงกันบ้าง แต่บอกเลยว่างานนี้สวยคู่จ้าาาาา!!     ขอบคุณภาพจาก IG @aom_sushar, supassra_sp และ ใต้เตียงดารา      เต้ย-เก้า-ออม   เต้ย-เก้า-ออม   ออม-เก้า   ออม-เก้า   เก้า-ออม   คอมเม้นท์แฟนๆ    คอมเม้นท์แฟนๆ    ออม-เก้า   ออม-เก้า   ออม-เก้า  

10 อาหาร ทำฟันเหลือง เลิกกินซะ!!
ทำร้ายฟัน /  ฟอกฟันขาว / 

ใครๆก็คงอยากมีฟันขาว ยิ้มสวยๆ ใช่ไหม แต่คุณรู้ไหมว่า การฟอกสีฟันบ่อยๆไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะมันจะยิ่งทำให้ฟันกร่อนลงไป หรือการรับประทานอาหารบางชนิด ก็ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ ฟันเหลือง แบบที่เราไม่รู้ตัว วันนี้ Health Mthai ขอแนะนำ 10 อาหารที่เมื่อกินเข้าไปแล้ว ฟันเรารับเต็มๆ ไม่ต้องคิดมาก แค่ลองจินตนาการว่า เมื่อมันหกใส่เสื้อสีขาวของเรา ก็ซักออกยากเหลือเกิน นั่นล่ะ..มันคล้ายๆกับลักษณะที่จะเกิดขึ้นบนฟันของเราเช่นกัน 1.ไวน์แดงหรือไวน์ขาว ไม่ใช่เฉพาะแค่ไวน์แดงเท่านั้นที่ร้ายกาจ แต่ไวน์ขาว ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ฟันขาวๆ ของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ด้วย ดังนั้นหลังจากดื่มไวน์ ควรดื่มน้ำตามเพื่อช่วยลดไม่ให้แทนนินและ โพลีฟีน ที่อยู่ในไวน์เกาะฟันเรา 2.กาแฟ คุณไม่สามารถป้องกันฟันขาวๆ ของคุณจากกาแฟได้แน่ๆ อยู่แล้ว แต่ทางออกเดียวที่มีก็คือ เติมนมลงในกาแฟของคุณเพิ่ม จะได้ลดความเข้มข้นของกาแฟลง ถ้ามันจะไม่ทำให้กาแฟถ้วยโปรดของคุณเสียรสชาติล่ะ 3.ชา ชาดำนี่มีอนุภาพร้ายแรงไม่ต่างจากกาแฟเลยทีเดียว และเผลอๆ อาจให้ผลลัพท์กับฟันขาวๆของคุณได้มากกว่าซะด้วยซ้ำ 4.น้ำส้มสายชู การทานสลัดที่มีน้ำส้มสายชูเป็นส่วนผสมในน้ำสลัด บางทีก็อาจทำให้กัดสารเคลือบฟันขาวของคุณออกไปได้โดยไม่รู้ตัว 5.แกงกระหรี่ รสชาติของมันยอดเยี่ยมใช่ไหมล่ะ แต่รู้ไหมสีของแกงจะทำให้ฟันของคุณเหลืองโดดเด่นขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งขึ้นถ้าคุณหลงระเริงในเครื่องเทศที่แปลกใหม่เหล่านี้ตลอดเวลา 6.ซอสมะเขือเทศ ใครสามารถเลี่ยงไม่ทานซอสมะเขือเทศได้ล่ะ มันแทบจะปรากฎอยู่ในอาหารเกือบทุกมื้อ มะเขือเทศมีสารบางอย่างที่มีความเป็นกรดสูง ซึ่งหากคุณเพิ่งฟอกสีฟันมา มันจะกัดสีฟันให้กร่อนลงได้ 7.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่, แบล็กและบลูเบอร์รี่ เต็มไปด้วยวิตามินที่ดีต่อสุขภาพและชีวิตเพิ่มสารอาหารอื่น ๆปัญหาเดียวก็คือว่า พวกมันเป็นผลไม้ที่สีจัด และมีแนวโน้มว่าสีเหล่านั้นอาจเกาะติดฟันคุณได้อย่างมาก ดังนั้นครั้งต่อไปหลังจากที่กินผลเบอร์รี่ ก็อย่าลืมดื่มน้ำตามด้วย 8.น้ำอัดลม (โคล่า) ปัญหาอยู่ที่สีเข้มของน้ำอัดลม โดยเฉพาะหากมันมีความเย็นมาก ฟันจะมีแนวโน้มที่จะหดตัว และทำให้มีรูพรุนมากขึ้น ก็จะทำให้มันดูดซับสีเข้าไปที่ฟันแบบเต็มๆ เช่นเดียวกันกับ เครื่องดื่มร้อน อย่าง ชา กาแฟ เช่นกัน 9.ซอสถั่วเหลือง คุณอาจจะต้อง จำกัดปริมาณของซอสถั่วเหลือง ถ้าคุณต้องการที่จะทำให้ฟันของคุณขาว เพราะในซอสถั่วเหลืองในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การหมักถั่วเหลือง แต่ยังมีการเติมกรดไฮโดรคลอริก เข้าไปเพื่อทำให้มันเร็วขึ้น และแน่นอน มันมาพร้อมกับการทำร้ายฟันขาวๆของเรา 10.บีทรูท บีทรูทจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินต่อร่างกายและผิวพรรณ แต่มันต้องแลกมาด้วยสีแดงเข้มที่จะทำให้เกิดคราบฟันชนิดที่ล้างด้วยน้ำเปล่าอาจไม่พอ ต้องใช้การแปรงฟันหลังทานบีทรูท เพื่อช่วยลดการกัดกล่อนสีฟัน เรียบเรียงโดย Health.Mthai.com ที่มาเนื้อหาจาก www.lifehack.org

miami bazaar bangpu /  ที่เที่ยวบางปู / 

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ริมทะเลบางปู "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" จ. สมุทรปราการ เป็นจุดนัดพบ นัดเที่ยวที่มีครบ ทั้ง ของกิน ของช้อป เสื้อผ้า ของใช้ เรียกว่าถูกใจทุกคนทุกครอบครัวเป็นแน่ แถมยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" ริมทะเลบางปู จ.สมุทรปราการ "ไมอามี่ บาซาร์ บางปู" เป็นอาณาจักรความสุข ไลฟ์สไตล์มอลล์ ความสนุกครบวงจรแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางปู บนเนื้อที่กว่า 35 ไร่ ตอบรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งร้านอาหาร ร้านนั่งเล่นชื่อดัง ให้คุณสังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนแบบสบายๆ พร้อมทั้งร้านค้าแฟชั่นสุดทันสมัย และซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมง ให้คุณช้อปปิ้งได้อย่างเพลิดเพลินตลอดวัน ในวันธรรมดา เปิด จันทร์ - พฤหัส ไม่มีตลาดแต่ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านอื่นอีกหลายร้านส่วนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นั้น จัดเต็ม มีลานเบียร์ นั่งเล่น รับลม ชิลๆได้เลย เรียกได้ว่า กิน ช้อป เที่ยว ที่เดียวครบ ชิงช้าสวรรค์ หรือ Miami Eye เปิดให้ขึ้นได้ชมวิวแบบ 360 องศา เปิดให้ขึ้นทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 17:00 น. เป็นต้นไป ในส่วนของตลาดนัด จะมี ทุกวันอังคาร พฤหัส อาทิตย์ เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งจะอยู่แถวลานน้ำพุโพไชดอน มีของขายหลากหลายชนิด ทั้งมือหนึ่ง มือสอง ของชิคๆ คูลๆ เพียบ โซนร้านค้า ร้านขายของต่างๆในไมอามี่ บางปู ตาแข็งคาเฟ่ ร้านกาแฟ ที่ตั้งอยู่ในไมอามี่ บาซาร์ บางปู โซน C บรรยากาศสุดชิค ตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์แนวๆและลวดลายผนังอาร์ตๆ มีมุมสวยๆให้เลือกนั่งและถ่ายรุปมากมาย แบบชิลล์ พร้อมทานกาแฟถ้วยโปรดที่ทางร้านคัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดี ร้าน U-Cupcoffe ที่ถูกขนานนามว่า "ฮิปสเตอร์ต้องมา! ร้านกาแฟสุดเท่ในไมอามี่ บาซาร์ บางปู อยู่ที่โซน B อยู่ตรงข้ามกับเทควันโด " ร้าน Chic Case & Phone" จำหน่าย เคสโทรศัพท์ และ แท๊บเลตฟรุ้งฟริ๊ง แผนที่: ไมอามี่ บาซ่าร์ บางปู: ต.บางปู อ.เมือง จ. สมุทรปราการ เดินทางสะดวกสบาย ด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าไปทางสมุทรปราการ  สุดทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุขุมวิทสายเก่า จนถึงกิโลเมตรที่ 37 ก่อนสถานตากอากาศบางปูเพียง 7 กิโลเมตร มีที่จอดรถ เบอร์โทร: 090 559 6667  ขอบคุณ miami bazaar bangpu

โรคงูสวัด จากคำบอกเล่าประสบการณ์ผู้ป่วย เริ่มมีเพียงอาการวิงเวียนและปวดเมื่อยตามตัว
งูสวัด /  ตุ่มน้ำ / 

การดูแลสุขภาพให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สูงวัย เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นและภูมิคุ้มกันทางร่างกายที่อ่อนแอลงจึงทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยโรคที่เกิดกับผู้สูงวัยตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไปนั้นพบได้หลากหลายและเสี่ยงต่อการเกิดอาการแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคงูสวัดที่ถึงแม้จะฟังดูคุ้นหูแต่แฝงด้วยภัยร้ายที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสและอาการแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นหากเรารู้จักที่มาที่ไปของโรคนี้พร้อมทั้งวิธีป้องกันจะสามารถทำให้ผู้สูงอายุห่างไกลจากความเจ็บป่วยจากโรคนี้ได้ หากว่าผู้สูงอายุต้องเผชิญกับโรคนี้แล้ว การดูแลตัวเองและการได้รับการดูแลจากคนในครอบครัวก็เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ เพราะโรคนี้มีผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ อาจารย์ พญ. อรพิชญา ไกรฤทธิ์ หน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่หลบซ่อนอยู่ในปมประสาทใต้ผิวหนังหลังจากมีการติดเชื้อชนิดนี้ครั้งแรก โดยเชื้อไวรัสจะแฝงตัวอยู่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนเมื่อใดที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะจากการที่อายุมากขึ้น เชื้อที่แฝงตัวอยู่จะกระจายตัวตามปมประสาททำให้เส้นประสาทถูกทำลาย โดยจะแสดงอาการออกมาเป็นผื่นแดงและตุ่มน้ำใสๆ เรียงตัวเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท ซึ่งผู้ป่วยจะต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการที่ตามมา นั่นคืออาการปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณผิวหนัง แม้บางครั้งถูกสัมผัสเพียงเบาๆ ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันโดยตรง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการนอนได้ ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า 1 ใน 3 ของประชากรที่มีอายุถึง 80 ปีเคยเป็นโรคงูสวัดมาแล้ว และความชุกของโรคงูสวัดจะพบมากขึ้นอย่างชัดเจนในประชากรที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป ซึ่งผู้สูงวัยกลุ่มดังกล่าวจะมีโอกาสเป็นโรคงูสวัดได้มากกว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ถึง 2 เท่า ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคงูสวัดนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง โดยยิ่งมีอายุมากจะยิ่งเป็นรุนแรงและนานขึ้น เช่น อาการปวดตามแนวเส้นประสาทเรื้อรังแม้ผื่นได้รับการรักษาจนหายแล้ว หรือ Post Herpetic Neuralgia (PHN) ซึ่งมักมีอาการปวดลึกๆ เรื้อรังเป็นเวลานานซึ่งอาจยาวนานเป็นปีได้ และอาจมีไข้ร่วมด้วย โดยพบได้บ่อยถึงร้อยละ 60 ของผู้ป่วยเป็นงูสวัดที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ในผู้สูงวัยอาจเกิดขึ้นบริเวณดวงตา ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงจนทำให้ตาบอด หรือหากงูสวัดขึ้นบริเวณหูด้านนอกหรือแก้วหู อาจทำให้ใบหน้าซีกนั้นๆ เกิดอัมพาต ปากเบี้ยว หรือไม่สามารถหลับตาข้างนั้นให้สนิทได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากติดเชื้องูสวัดชนิดแพร่กระจายออกนอกแนวเส้นประสาท เชื้อไวรัสอาจกระจายเข้าสู่สมองและอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ตับ ปอด หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ความรุนแรงและการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสงูสวัดภายในร่างกายนั้นยิ่งทวีคูณตามอายุ ดังนั้น แนวทางการป้องกันโรคงูสวัดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เริ่มจากการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด ซึ่งจากการศึกษาการใช้วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด พบว่าสามารถลดความเสี่ยงของโรคได้ร้อยละ 70 ในผู้มีอายุระหว่าง 50-59 ปี และร้อยละ 50 ในผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้งช่วยลดอุบัติการณ์ของอาการปวดตามแนวเส้นประสาทเรื้อรังได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้สูงวัยในประเทศไทยเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ซึ่งยังเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรผู้สูงอายุทั้งประเทศ นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเป็นการฉีดเพียงครั้งเดียวเพื่อเสรอมสร้างเกราะป้องกันให้แก่โรคนี้ ผู้สูงอายุสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน เช่น การล้างมือให้สะอาด และรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งแนะนำให้ผู้สูงวัยหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนแออัด อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี และรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ คุณกุลนิติ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ผู้มีประสบการณ์จาก โรคงูสวัด เผยว่า ก่อนจะทราบว่าตัวเองเป็นโรคงูสวัดก็มีเพียงอาการวิงเวียนและปวดเมื่อยตามตัว แต่ความเจ็บปวดมันเจ็บแปลบไปจนถึงหัวใจและสังเกตเห็นผื่นแดงขึ่นตามลำคอ แขนข้างซ้ายและที่หลัง จึงรีบไปพบแพทย์ ช่วงที่เป็นงูสวัดรู้สึกเจ็บปวดมากจนไม่อยากขยับร่างกาย เพราะต้องทนกับอาการปวดแสบปวดร้อนคล้ายถูกไฟไหม้อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน จึงนอนไม่ค่อยหลับเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ช่วงที่พักรักษาตัวรู้สึกเบื่ออาหาร ท้อแท้ อารมณ์แปรปรวนง่าย และไม่ค่อยอยากออกไปข้างนอกหรือพบเจอใคร เพราะกังวลไม่รู้ว่าอาการปวดแปลบๆ เสียวๆ จะกลับมาอีกเมื่อไหร่ นอกจากนี้ ในบางช่วงยังมีอาการปวดศีรษะ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวบ่อยๆ ซึ่งความเจ็บปวดจากโรคงูสวัดทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ผู้ที่ไม่เคยประสบกับตัวเองอาจจะไม่เข้าใจว่างูสวัดสามารถส่งผลกระทบแสนสาหัสทางร่างกายและจิตใจได้ขนาดไหน จึงขอแนะนำให้ผู้สูงอายุทุกท่านเข้ารับการฉัดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอันแสนทรมาน คุณกุลนิติ ยังเล่าว่า ดิฉันโชคดีที่มีกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้างตลอดระยะเวลาที่พักรักษาตัวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ลูกๆ หลานๆ และทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดที่คอยดูแลให้กำลังใจตลอดเวลา ทำให้ดิฉันสามารถก้าวผ่านประสบการณ์แสนทุกข์ทรมานของโรคูสวัดได้อย่างไม่ยากลำบากมากนัก เมื่อหายจากโรคงูสวัด ดิฉันก็พยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบหลัก 5 หมู่ตลอดมา และหาเวลาออกกำลังกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอทุกวัน ที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ มีการปรับเวลาเข้านอนให้เร็วขึ้น นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้ว ก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพทางใจด้วย เพราะถ้าจิตใจเราแจ่มใสร่างกายและภูมิคุ้มกันเราก็จะดีตามไปด้วย การมองโลกไม่แง่ดี หมั่นหากิจกรรมสนุกๆทำเพื่อไม่ให้เบื่อ เป็นการช่วยเพิ่มดรรชนีความสุขให้แก่ตนเอง และยิ่งได้ทำกิจกรรมกับครอบครัวก็ยิ่งช่วยเติมเต็มความสุขได้อีกคะ

26 แดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก สวยอย่างน่าประหลาดใจ!
มหัศจรรย์ /  รอบโลก / 

โลกอันกว้างใหญ่ ยังมีอะไรให้เราค้นหาเสมอ เช่นเดียวกับสถานที่เหล่านี้ ได้เห็นแค่ภาพก็ถือเป็นบุญตา ประดับสมอง ว่าบนดาวเคราะห์ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน มี "ดินแดนมหัศจรรย์" ที่สวยได้อย่างน่าประหลาดใจขนาดนี้เชียวหรือ 26 แดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก 1. Lucca, Tuscany, Italy 2. Pulpit Rock, Norway 3. Blue Cave, Zakynthos Island, Greece 4. Skaftafeli, Iceland 5. Plitvice Lakes National Park, Croatia 6. Jiuzhaigou National Park, China 7. Four Seasons Hotel, Bora Bora 8. Paterswoldse Meer, Netherlands 9. Marble caves, Chile 10. Ice Canyon, Greenland 11. Moraine Lake, Canada 12. Benteng Chittorgarh, India   13. Capilano Suspension Bridge, Canada 14. Riomaggiore, Italy 15. Mount Roraima, Venezuela 16. Multnomah Falls, Oregon, United States of America 17. Petra, Jordania 18. Sanyou Cave, China 19. Seljalandsfoss, Iceland 20. Sky lanterns festival, Thailand         "ประเพณียี่เป็ง" ของบ้านเราก็ติดอันดับด้วย อาจไม่ได้สวยน่าทึ่งด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ แต่มหัศจรรย์ด้วยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม 21. Marqueyssac gardens, France 22. Alesund, Norway 26 แดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก 23. Keukenhof, Netherlands 24. Coyote Buttes slope, Arizona, USA 25. Seychelles 26. East Iceland ----------------------------------------------------------------- 26 แดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก ที่มา: http://www.jacobw.com

อิจฉาไปสิ! 10 อันดับ ประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

การได้ออกไปเที่ยว พักผ่อน ชาร์ตร่างกาย ชั่งรู้สึกดีจริงๆ! แต่ว่าการได้ไปเที่ยวแต่ละครั้งนั้น เราก็ต้องเตรียมตัวกันนาน ไหนจะต้องขอเจ้านายลาหยุด ซึ่งแต่ละที่ก็มีลิมิตวันหยุดไม่เท่ากัน วันนี้ Travel.mthai เลยหาข้อมูล 10 อันดับ ประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก มาให้อ่าน จนอิจฉากันไปเลย!!! อิจฉาไปสิ! 10 อันดับ ประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก 10 อันดับ ประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดในโลก นี้ เป็นการรวมวันหยุดลาพักร้อน และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อันดับ 10 ประเทศเกาหลีใต้ และเนเธอร์แลนด์ มีวันหยุดถึง 27 วัน อันดับ 9 ประเทศอังกฤษ มีวันหยุดถึง 28 วัน อันดับ 8 ประเทศอาเจนติน่า เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ มีวันหยุดถึง 29 วัน อันดับ 7 ประเทศออสเตรเลีย มีวันหยุดถึง 30 วัน อันดับ 6 ประเทศนิวซีแลนด์ มีวันหยุดถึง 31 วัน อันดับ 5 ประเทศโคลัมเบีย มีวันหยุดถึง 33 วัน อันดับ 4 ประเทศสเปน เดนมาร์ก มีวันหยุดถึง 34 วัน อันดับ 3 ประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส และบราซิล มีวันหยุดถึง 35 วัน อันดับ 2 ประเทศอิตาลี และสวีเดน มีวันหยุดถึง36 วัน อันดับ 1 ประเทศรัสเซีย มีวันหยุดถึง 40 วัน

Lady Gaga เผยรายชื่อเพลงจากอัลบั้มใหม่ Joanne
Entertainment /  Joanne / 

Lady Gaga เผยรายชื่อเพลงในอัลบั้มใหม่ Joanne ทั้งเวอร์ชั่น standard และ deluxe ให้แฟนๆ ได้ยล ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ในภาพรายชื่อเพลงทั้งหมด จะเห็นว่าเพลง Joanne ถูกใช้ตัวอักษรที่แตกต่างไปจากรายชื่อเพลงอื่นๆ ซึ่งนั่นคือฟ้อนต์ลายมือของคุณป้า Joanne บุคคลซึ่ง Lady Gaga ต้องการทำอัลบั้มชุดนี้เพื่อทริบิ้วต์แก่เธอ อย่างที่นักร้องสาวเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับเพลง Hey Girl นั้น Lady Gaga ยังได้ Florence Welch มาร่วมงานด้วย ซึ่งถือเป็นศิลปินรับเชิญเพียงคนเดียวในอัลบั้มใหม่ชุดนี้ของสาวกาก้า โดยในอัลบั้ม Joanne เวอร์ชั่น deluxe จะมีการเพิ่มเพลง Grigio Girls, Just Another Day และอีกหนึ่งเวอร์ชั่นของเพลง Angel Down ให้แฟนๆ ได้เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น LADY GAGA / #JOANNE / OCT 21 DELUXE & STANDARD TRACKLISTS + CD LABEL pic.twitter.com/E4qwmZZCx1 — Lady Gaga (@ladygaga) September 23, 2016 รายชื่อเพลงจากอัลบั้ม Joanne ของ Lady Gaga 1. Diamond Heart 2. A-YO 3. Joanne 4. John Wayne 5. Dancin’ in Circles 6. Perfect Illusion 7. Million Reasons 8. Sinner’s Prayer 9. Come to Mama 10. Hey Girl (feat. Florence Welch) 11. Angel Down เวอร์ชั่น Deluxe 12. Grigio Girls 13. Just Another Day 14. Angel Down (Work Tape) ดูบทความต้นฉบับ : Lady Gaga shares track list for 'Joanne'

แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวอาเซียน / 

อีกไม่นานเกินรอ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม เพราะแต่ละแห่งก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปแอบส่องเมืองน่าเที่ยว ใน 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ว่าแต่ละแห่งมีสถานที่ใดโดดเด่น และน่าสนใจกันบ้าง แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ไม่นับติมอร์ เลสเต (แต่ทางเราก็จะขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ด้วย) 1. เมียนมาร์ มหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวดากอง แลนด์มาร์กสำคัญของเมียนมาร์ ตั้งอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่า โดดเด่นด้วยเจดีย์ใหญ่สีทองอร่าม เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาร์เลยก็ว่าได้ พุกาม พุกาม เมืองแห่งทะเลเจดีย์ เต็มไปด้วยเจดีย์ และวัดเก่าแก่ ตั้งเรียงรายละลานตา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ อีกทั้งยังมีเทศกาลบอลลูนให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิวของเมืองแบบ 360 องศา อีกด้วย 2. สปป. ลาว วังเวียง วังเวียง เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองลาว เพราะเต็มไปด้วยหุบเขา ถ้ำ สายน้ำ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติในรูปแบบการผจญภัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่สวยงามที่สุดของเมืองหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตกและสามารถเลาะข้างน้ำตกไปชมน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้ 3. กัมพูชา  อังกอร์วัด อังกอร์วัด คือสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างในปี พ.ศ.1650 ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรคลาสสิก และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ นครวัด-นครธม ปราสาทบายน ปราสาทบายน ปราสาทที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอาณาจักรขอม สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ. 1730 ปราสาทบายน เป็นศาสนสถานของพระพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน มีรูปสลักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รอบปราสาท มี ทั้งหมด 54 ยอด 216 หน้า 4. เวียดนาม ฮาลอง เบย์ สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากจะได้ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันสุดยอดแล้ว คุณจะได้พบกับกิจกรรมผจญภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีนหน้าผา หรือพายเรือคายัค ซาปา เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เต็มไปด้วยนาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา คนชอบถ่ายภาพจะต้องถูกใจแน่นอน อีกทั้งยังได้สัมผัสวิถีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย 5. มาเลเซีย  ปีนัง เกาะปีนัง เป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตก และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ซาบาห์ ซาบาห์เป็นหนึ่งในสองรัฐของมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง และมีทรัพยากรทางทะเลที่สวยงามและสมบูรณ์มาก โดยมีโกตาคินาบาลู เป็นเมืองหลวงของรัฐ 6. สิงคโปร์ มารีนา เบย์ แซนด์ มารีน่า เบย์ แซนด์ โรงแรมระดับ 5 ดาว ได้ชื่อว่าอลังการที่สุดในสิงคโปร์ จำนวนห้องพักกว่า 2500 ห้อง ในความสูง 57 ชั้น โดยมีจุดเด่นอยู่บนชั้นดาดฟ้า Skypark ที่มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ยาวถึง 150 เมตร และใกล้ๆ กันมี ไนท์คลับ สุดฮิป ไว้ให้บริการด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สนุกพร้อมกับชมวิวทั้งเมืองในยามค่ำคืน ชางงี บีช ปาร์ค ชางงี บีช ปาร์ค คือสวนสาธารณะริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นปิกนิกและสนุกกับการตกปลา ว่ายน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เป็นต้น เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบหากเทียบกับแหล่งอื่น ๆ ของสิงคโปร์ 7. บรูไน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดอันเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ 3 พระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1958 พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน มัสยิดนี้มีความวิจิตรงดงามจนได้ชื่อว่า "มินิ ทัชมาฮาล" 8. ฟิลิปปินส์  ช็อคโกแลตฮิลส์ ช็อคโกแลตฮิลส์ ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา คือเนินเขาลูกย่อม ๆ ทรงกรวยคว่ำ ที่มีลักษณะค่อนข้างสมมาตร เรียงกันเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50 ตารางกิโลเมตร คาดว่ามีจำนวน 1,260 ถึง 1,776 ลูก ความสูงโดยเฉลี่ยของเนินเหล่านี้อยู่ที่ 30-50 เมตร เป็นภาพที่แสนมหัศจรรย์ เกาะโบราไกย์ โบราไกย์ คือเกาะหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางทิศใต้ประมาณ 315 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่ออย่างมาก โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2012 เกาะแห่งนี้ได้รับการโหวตจากนิตยสารทราเวล + เลเชอร์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว  นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่สงบเงียบและเป็นแหล่งบันเทิงยามราตรีที่ยอดเยี่ยม อีกด้วย 9. อินโดนีเซีย วิหารอูลันดานูบราตัน บาหลี วิหารอูลันดานูบราตัน ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู รวมทั้งอุทิศแด่เทวี ดานู เทพยแห่งสายน้ำ ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่รียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมากมักปรากฏอยู่ในภาพถ่ายโฆษณาการท่องเที่ยวของบาหลีเสมอ ภูเขาไฟโบรโม่ ภูเขาไฟโบรโม่ ได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย 10. ติมอร์ เลสเต กรุงดีลี ติมอร์ เลสเต เป็นประเทศที่เพิ่งประกาศเอการาชได้ประมาณสิบปีที่ผ่านมา เคยตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย มีเมืองหลวงชื่อว่ากรุงดีลี เป็นเมืองติดทะเล อารมณ์เหมือนหาดชะอำ หรือหัวหินบ้านเรา นอกจากมีชายหาดที่ยาวแล้ว ยังมีท่าเรือที่เป็นช่องทางการส่งสินค้าเข้ามาในประเทศนี้ด้วย ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : wikipedia  ,  www.oceansmile.com ภาพส่วนของเมียนมาร์ โดยคุณ : Soravee Radwongwate เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai