10สถานที่

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Mr. Right คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟ เลิฟ
Anna Kendrick /  Mr. Right / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว ครั้งที่ 864 Mr. Right คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟ เลิฟ Mr. Right คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟ เลิฟ ว่าด้วยเรื่องราวของ มาร์ธา รับบทโดย แอนนา เคนดริก (Anna Kendrick) สาวสวยที่ถูกแฟนทิ้ง ทำให้ตัวเธอสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป จนกระทั่งไปพบกับ ฟรานซิส รับบทโดย แซม ร็อคเวลล์ (Sam Rockwell) ผู้ชายคนใหม่ที่ใช่สำหรับเธอ และดูเหมือนว่าความรักของทั้งคู่จะดำเนินไปได้ด้วยดี ทว่าวันหนึ่งมาร์ธารู้ว่าแฟนหนุ่มคนใหม่รายนี้เป็นนักฆ่ารับจ้าง งานนี้เธอจะหยุดหรือเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อกันแน่ ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2559 โรงภาพยนตร์ SF Cinema City Terminal 21 รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 18.30-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง Mr. Right คู่มหาประลัย นักฆ่าเลิฟ เลิฟ ทั้งหมด 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ กิตติชาติ สิทธิเลิศ กชนิภา รัชเวทย์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) บรรณสรณ์ บัณฑิตก่อปฏิภาณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) กรองทอง วรศิริกุลทรัพย์ สมรัตน์ จิรวณิชย์สกุล จิตติมา ยุทธบรรดล ปฏิพัทธ์ ถาวรศักดิ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณปภัช นิ่มละออ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ดิสทัต ตั้งประเสริฐ อชิตะ พงศ์กรกัมพล (ยืนยันรับสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00 – 20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

Unseen Island ! เกาะมากุย ราชินีแห่งอันดามันเมียนมาร์
Island /  Maceold / 

หากอยากไปเที่ยวทะเล เราก็คงนึกถึงเกาะสมุย กระบี่ มัลดีฟส์ อะไรทำนองนี้ แต่หารู้ไม่ว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง ประเทศพม่าก็มีเกาะสวยน้ำทะเลใสไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนอยู่ที่ฝั่งทะเลอันดามัน ทะเลสีมรกตและป่าที่อุดมสมบูรณ์ของเกาะ Maceold Island หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ เกาะมากุย ซึ่งเป็นเกาะเดียวที่มีรีสอร์ทตั้งอยู่ค่ะ การเดินทางก็สะดวกสบาย สามารถนั่งเรือข้ามไปจากจังหวัดระนองได้เลย ซึ่งเกาะมากุยนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งน้ำทะเลใส ปะการังสวย จนได้ฉายาว่า ราชินีแห่งอันดามันเมียนมาร์ บนเกาะจึงมีรีสอร์ทเพียงรีสอร์ทเดียวเท่านั้นเพื่อคงความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด การท่องเที่ยวก็จะเป็นเชิงนิเวศ ส่องชีวิตของชาวมอแกนบนเกาะที่ส่วนมากจะทำอาชีพประมง บรรยากาศก็จะเงียบสงบ ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติได้เต็มที่ รีสอร์ทที่เกาะมากุยแห่งนี้มีชื่อว่า Myanmar Andaman Resort บรรยากาศรอบที่พักก็จะค่อนข้างส่วนตัว แต่ละห้องก็จะสามารถเดินไปทะเลได้ในเวลา 1 นาทีเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นห้องพักของโรงแรมจะแบ่งเป็นสองประเภท นั่นคือ Superior Cottages (26 ตรม.) และ Suite Chalets (40 ตรม.)  ถึงจะอยู่บนเกาะห่างไกลแผ่นดินใหญ่ โรงแรมก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องอาหาร บาร์ จุดดำน้ำ และมินิสปาไว้บริการทุกท่าน รับรองเมื่อได้ไปแล้วจะไม่โหยหาแสงสีเสียงในเมืองใหญ่เลยค่ะ ยังมีอีก 3 วิธีที่จะสามารถเดินทางไปยังเกาะมากุยได้ นั่นก็คือ ถ้าหากมาจากย่างกุ้งก็จะมีสายการบินบางสายที่ให้บริการไฟลท์ตอนเช้า จากสนามบินย่างกุ้งถึงเมือง Kawthaung หรือเกาะสอง จากนั้นสต๊าฟของโรงแรมจะไปรอรับที่สนามบิน นำท่านเข้าสู่ที่พักโดยสปีดโบ๊ทค่ะ ถ้าหากไปจากกรุงเทพ จะสามารถนั่งรถบัสไปลงจังหวัดระนองหรือสามารถนั่งเครื่องของสายการบินนกแอร์ไปลงระนองก็ได้ จากนั้นจะมีไกด์มารับที่สะพานปลาค่ะ สุดท้ายถ้าหากไปจากภูเก็ต จะมีไกด์ไปรับที่สนามบินและพาไปส่งที่สะพานปลาและไปขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่เกาะสองค่ะ ถึงตอนนี้จะยังไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักเกาะนี้มาก แต่ถ้าต่อไปเราเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ไปที่เกาะมากุยนี้ ก็อย่าไปทำลาย ทิ้งข้าวของ หรือขีดเขียนสถานที่ต่างๆ จะได้มีแหล่งธรรมชาติสวยงามไว้ให้ร่นลูกหลานของเราได้เห็นกันยังไงล่ะค่ะ  ขอบคุณภาพจาก http://www.myanmarandamanresort.com/travel.html

Ariana ส่ง Dangerous Woman ขึ้น #1 รวม 65 ประเทศทั่วโลก!
Ariana Grande /  Dangerous Woman / 

นักร้องสาวร่างเล็กแต่แรงเฟ่อร์! Ariana Grande ส่งอัลบั้มใหม่ Dangerous Woman ทะยานขึ้นอันดับ 1 ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวม 65 ประเทศ!! จะทำอะไรก็มาแรงไปหมด สำหรับซูเปอร์สตาร์สาว Ariana Grande ที่เพิ่งปล่อยอัลบั้ม Dangerous Woman ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม ก็ขึ้นอันดับ 1 บน iTunes ได้ทันที ทั้งในประเทศไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, บราซิล, เม็กซิโก และประเทศอื่นๆทั่วโลกอีกกว่า 65 ประเทศ! เรียกว่าฮอตระเบิดระเบ้อของจริง!! โดยในวันที่สาว Ariana ปล่อยอัลบั้ม เธอก็ได้ไปร้องเพลง Dangerous Woman โชว์สดในรายการ Good Morning America เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังสนั่น นอกจากนี้นักร้องสาวยังเปิดการแสดงสุดพิเศษ Vevo Presents ที่ Angel Orensanz Center ในนิวยอร์ก ร้องเพลงจากอัลบั้มใหม่ชุดนี้ของเธอ ทั้งเพลงชูโรงอย่าง Dangerous Woman รวมทั้ง Be Alright, Let Me Love You, Everyday, Leave Me Lonely และ Side to Side เป็นการแสดงสุดใกล้ชิดที่ทำให้แฟนๆ ประทับใจกันไปถ้วนหน้า พร้อมยังมีวีดิโอ Behind The Scenes น่ารักๆ ให้ชมกันด้วย Ariana Grande - Dangerous Woman (Live On Good Morning America) youtube channel : ArianaGrandePromo Ariana Grande - Be Alright (Vevo Presents) youtube channel : ArianaGrandeVevo Ariana Grande - Let Me Love You (Vevo Presents) youtube channel : ArianaGrandeVevo Ariana Grande - Behind The Scenes (Vevo Presents) youtube channel : ArianaGrandeVevo Dangerous Woman อัลบั้มชุดที่ 3 ของสาว Ariana Grande พร้อมให้ฟังและดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทาง http://umusicth.lnk.to/Mybjl ส่วนซีดีอัลบั้มพร้อมวางจำหน่ายในไทยตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป Track Listing อัลบั้ม Dangerous Woman จาก Ariana Grande 1. Moonlight 2. Dangerous Woman 3. Be Alright 4. Into You 5. Side To Side (feat. Nicki Minaj) 6. Let Me Love You (feat. Lil Wayne) 7. Greedy 8. Leave Me Lonely (feat. Macy Gray) 9. Everyday (feat. Future) 10. Sometimes 11. I Don't Care Deluxe : 12. Bad Decisions 13. Touch It 14. Knew Better / Forever Boy 15. Thinking Bout You มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Canon เปิดตัว EOS 80D ใหม่ พร้อมเลนส์นาโน EF-S 18-135 mm
canon /  dslr / 

แคนนอน เปิดตัว กล้อง DSLR รุ่น New Canon EOS 80D พร้อมเลนส์นาโนตัวใหม่ล่าสุด EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS USM (Nano) ที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ล่าสุด Power Zoom Adapter PZ-E1 โดยกล้อง EOS 80D มาพร้อมฟีเจอร์เด่น เช่น ระบบออโต้โฟกัสแบบ cross type ทั้งหมด 45 จุด ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 6 ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ CMOS ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล และค่า ISO ที่ขยายได้ถึง ISO 25600 New Canon EOS 80D มีระบบออโต้โฟกัส 45 จุด ทั้งหมดเป็นแบบ cross-type แม้ที่ขนาดรูรับแสง f/8 ยังสามารถออโต้โฟกัสแบบ cross-type ได้ 27 จุด นับเป็นก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนหน้าคือ EOS 70D ที่มีระบบออโต้โฟกัสแบบ cross-type 19 จุด ยิ่งไปกว่านั้น ขอบเขตการโฟกัสยังกว้างกว่ารุ่นก่อนทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพิ่มความแม่นยำในการติดตามจับภาพสิ่งที่เคลื่อนไหว และสามารถโฟกัสบริเวณกลางภาพได้ที่ค่าความสว่างต่ำสุดถึง EV-3 ผู้ใช้จึงมั่นใจได้เมื่อใช้งานในสภาพแสงน้อย ระบบออโต้โฟกัส 45 จุดช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้นในการจับภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวแบบคาดเดาไม่ได้ โดยสามารถเลือกเปลี่ยนไปมาระหว่างการโฟกัสที่จุดเดียว โฟกัสบริเวณกว้าง และโฟกัสอัตโนมัติ 45 จุด New Canon EOS 80D มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่าเดิม ด้วยเซนเซอร์ CMOS รุ่นใหม่ ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล ที่ให้ภาพความละเอียดสูงพร้อมรายละเอียดคมชัด ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลภาพ DIGIC 6 ที่รวดเร็ว และการตั้งค่า ISO ได้สูงถึง ISO 16,000 (ขยายได้ถึง 25,600 และขยายสูงสุดได้ที่ 12,800 ในโหมดถ่ายวิดีโอ) ผู้ใช้จึงได้ภาพคุณภาพสูงไม่ว่าจะใช้ในการถ่ายภาพตอนกลางคืน ภาพสัตว์ป่า กีฬา ถ่ายในอาคารโดยไม่ใช้แฟลช และอื่นๆ กล้องรุ่นนี้ยังมีระบบวิเคราะห์ซีนภาพรุ่นใหม่ที่สามารถวิเคราะห์ AF, Auto white Balance และ Auto Exposure เพื่อจัดประเภทของภาพที่จะถ่ายและปรับตั้งค่าระบบต่างๆ ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ เซนเซอร์วัดแสง RGB + IR ความละเอียด 7,560 พิกเซล ของ EOS Scene Analysis สามารถตรวจจับการกะพริบของคลื่นแสงความถี่สูงที่ตามองไม่เห็น สำหรับการถ่ายวิดีโอในสภาพแสงไม่คงที่ New Canon EOS 80D มีฟีเจอร์ HDR ที่ช่วยในการถ่ายภาพที่มีความแตกต่างของแสงมากๆ โดยยังคงรักษารายละเอียดของภาพไว้ได้แม้ถ่ายแบบ Full HD ทั้งนี้ New Canon EOS 80D มาพร้อมเลนส์รุ่นใหม่ คือ EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS USM (Nano)  และอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน โดยเลนส์รุ่นใหม่นี้มีระยะซูมที่หลากหลายและใช้มอเตอร์ Nano ultrasonic (USM) เพื่อการโฟกัสที่ฉับไว เงียบเชียบ และราบรื่นทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ เมื่อใช้ร่วมกับ Power Zoom Adapter PZ-E1 ยิ่งทำให้การซูมเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ควบคุมความเร็วในการซูมได้ถึง 10 ระดับด้วยปุ่มปรับความเร็ว อุปกรณ์เสริมที่เปิดตัวพร้อมกัน คือ Directional Stereo Microphone DM-E1 ใช้ในการรับเสียงระหว่างการถ่ายวิดีโอให้มีคุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น สามารถใช้ร่วมกับ EOS 80D และกล้องตระกูล EOS ทุกรุ่นที่มีฟังก์ชั่นการถ่ายวิดีโอและแจ็คเชื่อมต่อไมโครโฟนภายนอก New Canon EOS 80D พร้อมชุดคิท และเลนส์ EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS USM (Nano) มีจำหน่ายในไทยแล้ววันนี้ ในราคา ดังนี้ EOS 80D body  43,190 บาท EOS 80D w/18-55 STM 48,290 บาท EOS 80D w/18-135 IS USM 58,590 บาท           EOS 80D w/18-200 IS 59,590 บาท EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS USM (Nano) 22,990 บาท

พินาศ 4 แลนด์มาร์ค! เอเลียนไม่ไว้หน้ามนุษย์ในโปสเตอร์ล่าสุดจาก ID4
ID4 /  Independence Day: Resurgence / 

พินาศ 4 แลนด์มาร์ค! เอเลียนไม่ไว้หน้ามนุษย์ ในโปสเตอร์ล่าสุดจาก ID4 ปล่อยออกมาให้ชมกันแล้วสำหรับ 4 โปสเตอร์ล่าสุดจากภาพยนตร์เรื่อง Independence Day: Resurgence ที่แต่ละภาพนั้นเป็นภาพแลนด์มาร์คสำคัญ 4 สถานที่ที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ดันมียานอวกาศของเหล่าเอเลี่ยนอยู่เหนือน่านฟ้า และดูเหมือนว่า 4 สถานที่กำลังพังทลายลงมาอย่างน่าหวั่นใจ ได้แก่ หอนาฬิกาบิ๊กเบน อังกฤษ, อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ สหรัฐอเมริกา, หอไอเฟล ฝรั่งเศส และ มารีน่า เบย์ แซนด์ส สิงค์โปร์

กีกี้ ศักดิ์ นานา คนไทยใน Nürburgring สนามแข่งที่ยากที่สุดในโลก
Nürburgring /  porsche / 

พบกับเรื่องราวของนักแข่งรถอันดับ 1 ของประเทศไทยถึงสาเหตุว่าทำไมเขาจึงเลือกไปแข่งที่ Nürburgring รายการแข่งรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหินที่สุดในโลก วันนั้น มีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ได้ถามผมว่า “พี่กี้คะ ตั้งแต่พี่กี้แข่งมา พี่กี้เคยชนะอะไรบ้างไหมคะ” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมกลับไปบ้าน แล้วเสิร์ชกูเกิ้ลว่า สนามอะไร การแข่งขันอะไร ที่ยากที่สุดในโลก โหดที่สุด เสี่ยงที่สุด และมีคนเสียชีวิตมากที่สุด กูเกิ้ลตอบผมว่า “Nürburgring” เพราะว่าเป็นสนามที่นักแข่งระดับโลกต่างบอกว่ายากกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Nikki Lauda, Stirling Moss และอีกคนหนึ่งคือ Sir Jackie Stewart ที่เขาได้มอบฉายาให้สนามนี้ว่า นรกสีเขียว (The Green Hell)…การที่ผมโดนดูถูกในครั้งนั้น ทำให้ผมเลือกที่จะไปแข่งสนามที่ยากที่สุดในโลกครับ การที่เราจะได้ไปแข่งขันที่ Nürburgring ได้ เราต้องสอบใบขับแข่ง ใบขับแข่งมีสามรูปแบบ คือ ใบขับแข่งประเภท C, B และ A ใบขับแข่งประเภท C จะได้มาจากประเทศเกิดของนักแข่งแต่ละท่าน ที่ลงแข่งการแข่งขันของประเทศนั้นๆ เช่นเมืองไทยก็เป็นงาน Thailand Super Series เป็นต้น ซึ่งเราก็เอาใบขับแข่งประเภท C นี้ ไปสอบเป็น ใบขับแข่งประเภท B ที่สนามแข่งที่เยอรมนี โดยเราจะต้องแข่ง VLN (งานแข่งชิงแชมป์เยอรมัน) อย่างน้อย 3 สนาม และใน 3 สนามนี้ เราจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้ง 3 สนาม และต้องแข่งจนจบการแข่งขันโดยไม่มีการชนหรือรถแข่งมีปัญหา พอเราได้ใบขับแข่งประเภท B แล้ว เราก็จะต้องไปอบรมและสอบข้อเขียน เพื่อที่จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะต้องไปเข้าห้องเรียนสองวัน ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่าน โดยจะต้องผ่านแบบถูกต้อง 100 เปอร์เซนต์ เท่านั้น พอสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ก็จะต้องขับรถแข่งที่เขาเตรียมไว้ให้ในสนามโดยมี Instructor ( ครูสอนซึ่งเป็นนักแข่งมาก่อน ) นั่งไปในรถด้วย เราจะต้องขับรอบสนามทั้งหมด 3 รอบ แล้วทาง Instructor ก็จะให้คะแนนเรา ว่าเราจะสอบผ่านไหม พอเราผ่านสอบปฏิบัตินี้ เราก็จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะสามารถแข่งรายการทุกรายการในประเทศเยอรมนีได้หมด ส่วนการแข่ง ตารางการแข่งขัน จะมี VLN ทั้งหมด 10 สนาม VLN คืองานแข่งชิงแชมป์ประเทศเยอรมนี ใน 10 สนามนี้ 9 ครั้งจะเป็นการแข่ง 4 ชั่วโมง และมี 1 ครั้งที่เป็นแข่ง 6 ชั่วโมง แล้วก็มี Qualification Race ซึ่งแข่ง 6 ชั่วโมง เป็นการแข่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งชิงแชมป์โลกในงาน 24H ซึ่งถึงเราจะได้ใบขับแข่งประเภท A แล้ว ก็จะต้องมาขับในงาน Qualification Race 6 ชั่วโมงนี้ด้วย เพราะมันเป็นงานที่ใช้กฎกติกาและตารางงานเหมือนกับงาน 24H ทุกอย่าง แล้วก็งานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของปีคือ ADAC 24 Hours Rennen Nürburgring ซึ่งงานแข่งนี้ใช้เวลาหลายวันมาก เริ่มจากวันอังคาร เปิดให้ซ้อม วันพุธมี Qualify ตอนกลางคืน วันพฤหัสฯ มี Qualify ตอนกลางวัน วันศุกร์มีงานแข่งงานอื่น เช่น WTCC, Formula 3 และ WEC วันเสาร์เช้ามีแข่ง Classic Cars จากนั้นคิวของพวกเราก็จะเริ่มแข่งกันตอน 4 โมงเย็นวันเสาร์ ยาวไปถึง 4 โมงเย็นวันอาทิตย์ มีรถแข่งเฉลี่ย 250 คัน นักแข่งเกือบ 1,000 คน ทีมของผมเนี่ย เป็นทีม Porsche GetSpeed ครับ ซึ่งเป็นทีมที่ได้สปอนเซอร์มาจาก Porsche ได้การดูแลจาก Porsche มีช่างจากโรงงานมาดูแลตลอด ซึ่งพอเป็นทีมใหญ่ ผู้จัดการทีมและเจ้าของทีม ให้ความจริงจังกับการแข่งมาก เขาควบคุมนักแข่งในเรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การดื่มน้ำ และการซ้อม อาหารที่เราทานทุกมื้อ ทางทีมก็คำนวนปริมาณพลังงานและโปรตีน เพื่อที่ให้เรามีแรงงานพอเพียง ช่วงแข่งเขาจะให้เราทานแต่ soup จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องย่อยอาหารหรือปวดท้อง เราจะได้ทานอาหารเป็นมื้อเต็มๆ แค่มื้อเย็นเท่านั้น น้ำดื่มจะมีเตรียมกระติกให้นักแข่งแต่ละคน ติดชื่อเอาไว้ เป็นน้ำเปล่าผสมกับกลูโคสและวิตามินต่างๆ ซึ่งเป็นน้ำที่เอาไว้สำหรับนักกีฬาวิ่งระดับโลกเขาใช้ดื่มกัน ตอนอยู่ในรถแข่ง ก็จะมีน้ำอีกชนิดหนึ่งเตรียมไว้ให้ เวลาเราขับไปชั่วโมงหนึ่งแล้วเหนื่อยๆ พอมาดื่มน้ำแล้วจะรู้สึกมีแรงขึ้นมาเลย เหมือนได้ดื่ม Energy Drink ส่วนการซ้อม ยกตัวอย่างทีมอื่นเขาก็จะมาซ้อมก่อนแข่งแค่หนึ่งวัน แต่ทีมผม เขาจะปิดสนาม 2 วันเต็ม ก่อนที่จะมีการแข่งขันหนึ่งอาทิตย์ล่วงหน้า ให้นักแข่งในทีมได้ทำการซ้อมได้อย่างเต็มที่ ได้เข้าใจรถอย่างเต็มที่ ได้รู้จักลิมิตรถ สภาพอากาศของสนาม Nürburgring ด้วยมันเป็นสนามที่สูง 350 – 650 เมตร จากน้ำทะเล จุดนี้ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันตลอดเวลาครับ ความหมายคือ บางครั้งเราขับหนึ่งรอบนั้นมีหลายฤดูด้วยกัน บางช่วงก็แดดออก บางช่วงก็เหมือนเป็นน้ำแข็งบางๆ บนพื้นสนาม บางช่วงก็เปียกเหมือนมีฝนตก นั่นคือสิ่งที่ทำให้สนามนี้ขับยากที่สุด เพราะเราจะไม่สามารถเซ็ทรถให้เข้ากับสนามแบบแห้งหรือแบบเปียกอย่างใดอย่าง หนึ่งได้เลย ดังนั้นจึงเป็นงานของคนขับ ที่จะขับรถ คุมรถ ให้เข้ากับสภาพอากาศในสนามในช่วงๆ นั้น ถ้าถามถึงความคุ้นเคยกับสนาม ผมแข่งสนามนี้มาเป็นปีที่ 4 คงไม่กล้าตอบว่าคุ้นเคยมาก แต่ใช้คำว่า ทุกครั้งที่ขับในสนามนี้ จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ กลับมาทุกครั้ง คนที่แข่งที่สนามนี้จะรู้ดีว่า ไม่ว่าคุณจะขับเป็น 1,000 รอบ ไม่มีรอบไหน ที่สนามจะให้ความรู้สึกเหมือนกันเลย หลายท่านถามผมถึง feeling ในการขับ รถ 991 Cup Car ที่ใช้แข่งเป็นรถที่ดีมากครับ Balance ดีมาก, Handling ดีมาก Porsche เป็นรถที่แบบ…ไม่รู้ว่าสร้างด้วยอะไร แต่ไม่รู้สึกว่าเครื่องอยู่หลังแล้ว รู้สึกเหมือนเครื่องอยู่กลาง Understeer นี่แทบไม่มีเลย ผมเคยขับ SLS GT3, Z4 GT3, Lambo GT3 และ 997 GT3R แล้วผมก็คิดว่า 997 GT3R เป็นรถแข่งเกรด GT3 ที่ดีที่สุดแล้ว ครั้งแรกผมคิดว่า 991 cup car นี่ไม่มีทางสู้ได้หรอก แต่พอผมขับแล้วเนี่ย รู้สึกว่า 997 ห่วยไปเลย เพราะว่า Balance น้ำหนักของ 991 นี่ดีเหลือเชื่อ ระบบเบรกนี่คือ โอ้โห! ไม่เคยเจออะไรเบรกดีขนาดนี้มาก่อน สำหรับช่วงล่าง ผมก็ไม่เคยเจอช่วงล่างที่ดีขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน ปกติ Porsche มันจะมีนิสัย Understeer ค่อนข้างง่าย แต่ 991 cup GT3 ไม่มีอาการ Understeer เลย ผมสรุปง่ายๆ เลยละกันครับ ว่า ตั้งแต่ผมแข่งรถมา ผมไม่เคยขับรถแข่งที่ดีขนาดนี้มาก่อน ส่วนการปรับรถให้เข้ากับสนามนั้น รถ 991 cup car ใช้ช่วงล่างมาจากโรงงาน Porsche ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนมัน เราเปลี่ยนได้แค่สปริงเท่านั้น ทางทีมก็จะเซตอัพให้เราทดสอบดูในวันซ้อม แล้วก็ถามความเห็นนักแข่งว่าแบบไหนดีที่สุด ลมยางแบบไหนดีที่สุด Toe/Camber แบบไหนดีที่สุด เขาจะให้เราเลือก แล้วก็จะเซตอัพอันนั้นให้เรา หรือถ้าตัวเลือกที่เขามีนั้นเราไม่ชอบเลย เขาก็จะให้เราบอกอาการรถ แล้วแก้ไขจนกว่าเราขับแล้วรู้สึกเพอร์เฟ็กต์ เพื่อให้รถกับเราเป็นเหมือนชิ้นส่วนเดียวกัน โดยการดูจากเวลาต่อรอบขับเป็นหลัก ว่าเซตอัพแบบไหนทำเวลาได้ดีที่สุด ส่วนยาง ทาง Porsche จะบังคับให้ใช้เหมือนกันหมดทุกทีม คือ Michelin Hard Compound สุดท้ายนั่นคือแผนการขับ สำหรับตัวผมก็คือ เราต้องขับให้เร็วที่สุดและห้ามชน นี่คือคำสั่งที่เราได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้จัดการทีมครับ ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาน่าพอใจไหม? ผมพอใจมากกับผลการแข่งขันสนามแรก แต่เหลืออีก 11 สนาม ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะเลยครับ ข้อมูลภาพจาก : นิตยสาร GTPorsche Thailand  

อร่อยง่ายๆ แบบ Healthy กับไอศกรีมมะม่วง
Healthy /  มะม่วง / 

อร่อยง่ายๆ แบบ Healthy กับไอศกรีมมะม่วง ไอศกรีม หรือหวานเย็นทั่วๆ ไป มักจะมีส่วนประกอบของไขมันและน้ำตาลในปริมาณที่สูงมาก ด้วยน้ำตาลและไขมันสูงนี้เอง ทำให้รสชาติของไอศกรีมหรือหวานเย็น กลมกล่อม หอมหวาน นุ่มลิ้น ยิ่งแช่ให้เย็นจัดๆ หรือทำ เป็นน้ำแข็งไสแล้ว ยิ่งเย็นชื่นฉ่ำเหมาะกับอุณหภูมิของประเทศไทยในขณะนี้จริงๆ แต่สำหรับคนที่ห่วงสุขภาพ ต่อให้ไอศกรีมหรือหวานเย็นจะเหมาะกับสภาพอากาศช่วงนี้ยังไง ก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ใส่ใจตัวเอง แล้วอะไรล่ะ ที่จะตอบโจทย์คนเหล่านี้ได้? ถ้าให้มองหาผลไม้ในบ้านเราก็มีอยู่หลายชนิด แต่ผลไม้ที่เหมาะแก่การนำมาทำเป็นไอศกรีมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "มะม่วง" ที่จะกินในรูปแบบไหนก็อร่อยไปเสียหมด งั้นเราลองมาทำไอศกรีมมะม่วงในแบบ Healthy กันมั่งดีกว่า อร่อยแถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย... ส่วนประกอบ เนื้อมะม่วงสุก (ชนิดใดก็ได้)               175 กรัม นมสด Low fat                                100 กรัม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ชนิดไม่หวาน)    75 กรัม แบะแซ                                            25 กรัม **เพื่อเลี่ยงการเติมน้ำตาล เนื่องจากแบะแซเป็นกลูโคส เมื่อรวมกับมะม่วงสุกที่มีรสชาติหวานอยู่แล้ว แต่เพื่อรสชาติที่ดีเราควรชิมรสก่อนปั่นไอศกรีม เพราะมะม่วงสุกที่เราหามาได้ อาจมีความหวานไม่เท่ากัน หากใครต้องการเติมน้ำตาล สามารถเติมเพิ่มจากสูตรได้ประมาณ 10-15 กรัม** เมื่อเราได้วัตถุดิบครบแล้ว ก็ลงมือทำได้เลย เริ่มจาก นำนมสด แบะแซ น้ำตาล (ในกรณีที่ใส่น้ำตาล) ผสมรวมกัน ขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวพอแบะแซละลาย ยกลงพักไว้ นำเนื้อมะม่วงสุกมาปั่น หรือบดผ่านกระชอน แล้วเทผสมกับโยเกิร์ตให้เข้ากัน นำส่วนผสมในข้อ 2 เทผสมรวมกับข้อ 1 ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้ขึ้นฟูเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเข้าแช่ในช่องแช่แข็งประมาณ 5-6 ชั่วโมง สลับกับการนำออกมาขูด ทำอย่างนี้ประมาณ 4-5 ครั้งก็จะได้ไอศกรีมมะม่วงแสนอร่อยที่ให้แคลอรี่น้อยกันแล้ว **หากใครมีเครื่องทำไอศกรีม เมื่อผสมทุกอย่างเสร็จแล้ว ให้แช่เย็นไว้ 1-2 ชั่วโมง แล้วเทใส่เครื่องทำไอศกรีม ปั่นจนเนื้อไอศกรีม มีลักษณะเกาะตัวกันเป็นก้อน ก็จะได้ไอศกรีมมะม่วงแล้ว** นอกจากวัตถุดิบจะหาง่ายแล้ว วิธีทำก็ไม่ยาก เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาในการทำพอสมควร แถมยังเหมาะที่จะเป็นกิจกรรมทำแก้เบื่อตอนอยู่ที่บ้านด้วย ใครกำลังมองหาไอศกรีมแสนอร่อยแบบ Healthy อยู่ล่ะก็ ลองนำสูตรนี้ไปทำกันดูนะ... เครดิตจาก นิตยสาร @rama ฉบับเดือนพฤษภาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ยิ่งนานยิ่ง(งาน)ดี แมน-เกล หวานกว่าตอนไม่แต่ง!
ข่าว แมน เกล /  แมน เกล สวีท / 

ยังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน สำหรับคู่ของหนุ่ม แมน การิน กับภรรยาสาว เกล เวธกา แม้ว่าเพิ่งจะตบแต่งกันไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้เอง แต่อย่างที่ทราบว่าคู่นี้เค้าอินเลิฟมาราธอนกันกว่า 10 ปี!! และเรื่องเวลาก็ไม่ได้ทำให้ความหวานของคู่นี้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว แถมนับวันก็จะยิ่งมุ้งมิ้งตัวติดกันตลอดเว ยิ่งช่วงนี้ฝ่ายชายเพิ่งจะอวดซิกแพคให้ได้เปรี้ยวปากด้วยแล้ว งานดีขึ้นมาอีกทันที! จุดนี้สาวแท้สาวเทียมมีความอิจ!! สาวเกลเหลื๊อ(เสียงสูง) เกินนนน นี่ล่ะจ่ะคู่รักตัวอย่างของแท้!! เอ้าปรบมือกันสิรออะไร อิอิ แมน - เกล แมน - เกล

เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็สบายๆ คุยกับบอท ผ่าน Facebook ก็จองเที่ยวบินได้
Facebook /  Lifestyle / 

ล่าสุดบริษัท Skyscanner ได้เปิดตัวระบบ flight search ผ่านทาง Facebook Messenger เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวแบบภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อทำให้การบินของคุณง่ายขึ้น จากการที่ต้องนั่งเปิดค้นหาและตัวเลือกต่างๆ ตามตารางเที่ยวบินต่างๆ กลับกลายเป็นแค่สนทนาง่ายๆ คุยกับบอท เพื่อหาเที่ยวบินหรือสถานที่ ที่เราตั้งเป้าหมายว่าจะไปในอนาคตนั่นเอง ซึ่งเราสามารถเข้าไปใช้ได้ที่ m.me/Skyscanner. Image: Skyscanner เริ่มต้นการใช้งานบอทจะถามถึงจุดหมายที่คุณอยากจะไป ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนจริงๆ ก็ให้ตอบว่า ไม่รู้ หรือยังไม่แน่ใจ หลังจากนั้นระบบจะถามว่าคุณจะสามารถบินได้จากที่ไหน หลังจากนั้นทาง Skyscanner จะคำนวนหาค่าที่ผู้คนส่วนใหญ่ในที่ๆ คุณจะบินไปเที่ยวมาเสนอให้คุณ ถ้าตัดสินใจได้ มันก็จะถามว่าคุณอยากจะบินวันไหน กลับวันไหน เพื่อค้นหาเที่ยวบินที่เหมาะสมกับคุณออกมาให้นั่นเอง และถ้าเจ้าบอท ไม่เข้าใจข้อมูลที่คุณป้อนเข้ามา มันจะทำการถามให้คุณตอบอีกทีเพื่อความกระจ่าง และตรงกับความต้องการของผู้บินมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น วันกลับ ควรจะตอบแบบเจาะจงไปเลยว่าจะกลับวันไหน ไม่ใช่ตอบแบบเป็นตัวเลข เช่น บินไป 5 วัน 4 คืน เป็นต้น และเมื่อทำการคุยกับบอทเรียบร้อยแล้ว มันจะคำนวนและนำเสนอเที่ยวบิน และ ราคาออกมาให้เราอย่างเสร็จสับ ที่เหลือเราก็คือจ่ายเงิน สบายๆ ง่ายๆ ไม่ต้องลำบาก เช็คนู่นเช็คนี่เหมือนกับที่เราทำอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง โดยทางบริษัทได้กล่าวถึงจุดประสงค์หลักของการคุยกับบอทว่า เราอยากจะทำให้ผู้ใชงาน ได้รับประสบการณ์ที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ดังนั่นเราจึงคิดค้นฟังค์ชั่นนี้ออกมาตอบสนองผู้บริโภค ดูบทความต้นฉบับ : Now you can chat with a bot on Facebook to plan your next vacation

ฟอร์มดุ! ยัดห่วง ไทย อัด สิงคโปร์ 80-28 ศึก Stankovic Cup 2016
Stankovic Cup /  ทีมชาติไทย / 

ทีมชาติไทย ต้องการชัยชนะในเกมนี้ เพื่อการันตีเข้าชิงชนะเลิศ ที่มีทีมชาติฟิลิปปินส์ไปรออยู่แล้ว ผลปรากฏว่าทีมชาติไทย สามารถเอาชนะ สิงคโปร์ ไปได้แบบไม่ยากเย็น 80-28 การแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน 5th SEABA Stankovic Cup 2016 ประจำวันพุธที่ 25 พ.ค. คู่ที่สอง  ทีมชาติไทย พบกับ สิงคโปร์ ซึ่งทีมชาติไทยต้องการชัยชนะในเกมนี้เพื่อการันตีเข้าชิงฯ กับฟิลิปปินส์ที่เพิ่งการันตีเข้ารอบชิงฯ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ควอเตอร์ 1 ทีมชาติไทย ดูจะเหนือกว่า สิงคโปร์ อยู่เล็กน้อย ในช่วงต้นควอเตอร์ ในขณะที่ สิงคโปร์ มักจะเสียเทิร์นโอเวอร์อยู่เรื่อยๆ ทำให้ทีมชาติไทยนำห่างเป็น 14-5  ก่อนจะทำแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนจบควอเตอร์แรก ทีมชาติไทยออกนำสิงคโปร์ 28-7 ควอเตอร์ 2 ทีมชาติไทย ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ สามารถรีบาวน์จังหวะเข้าทำของสิงคโปร์ แล้วโต้กลับมาทำแต้มได้อยู่ตลอด ประกอบกับการเสียเทิร์นโอเวอร์อยู่บ่อยครั้งของทางฝั่งสิงคโปร์ จบควอเตอร์ที่ 2 ทีมชาติไทย ยังคงนำ สิงคโปร์ 42-10 ควอเตอร์ 3 เริ่มควอเตอร์มา ทีมชาติไทยยังคงความร้อนแรงต่อเนื่อง กระทำสิงคโปร์อยู่ฝ่ายเดียว ทำแต้มหนีห่างสิงคโปร์ และอาศัยการทำสามแต้มจาก ณกรณ์ ใจสนุก ทำให้ทีมชาติไทยนำห่างในควอเตอร์ที่ 3 อยู่ที่ 61-14 ควอเตอร์ 4 สิงคโปร์ เริ่มดูดีขึ้นจากควอเตอร์ที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถตามทีมชาติไทยที่โกยแต้มห่างไปในควอเตอร์ก่อนหน้านี้ จบเกม! ทีมชาติไทย เอาชนะ สิงคโปร์ 80-28 การันตีเข้ารอต้องพบกับทีมชาติบชิงชนะเลิศไปพบกับฟิลิปปินส์ วันเสาร์นี้ โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย ต้องพบกับ ฟิลิปปินส์ เป็นเกมสุดท้าย ในวันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม 2559 ก่อนจะไปเข้าชิงฯ กันเองในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ รายชื่อนักกีฬาทีมชาติไทย: กานต์ณัฐ เสมอใจ, บัณฑิต หลักหาญ, ไพรัช เสกธีระ, จิตรภณ โตเวโรจน์, อรรถพร เลิศมาลัยภรณ์, ปฏิภาณ กล้าหาญ, ณกรณ์ ใจสนุก, ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย, ชิตชัย อนันติ, สุขเดฟ โคเกอร์, ธีรวัฒน์ จันทะจร, ชนะชนม์ กล้าหาญ รายชื่อผู้เล่นสิงคโปร์: Tay Ding Loon, Low Weng Hon, Toh Qing Huang, Ng John Jing Lun, Kwek Wei Meng, Lim Shengyu, Chia Zao Liang Lyon, Tang Andrew Wei Jie, Lim Kelvin Hong Da, Goh Kok Chiang Delvin, Lim Yong, Cheng, Tan Chin Hong

โหดคูณสาม!! 5 เป้าหมายหลักการเสริมทัพของ มูรินโญ่ ประจำซัมเมอร์นี้
10 อันดับ /  5 อันดับ / 

ถ้าได้มาครบทุกคนถือว่าศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้าคงลุ้นแชมป์กันมันส์หยดติ๋งอย่างแน่นอน! เมื่อ footyfeedsonline เปิดเผยรายชื่อ 5 นักเตะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมดึงมาเสริมโหดหากได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งแต่ละคนถือว่ามีดีกรี และก็จัดว่ามีฝีเท้าโหดอยู่พอสมควร.. ส่วนจะใครจะอยู่ในลิสต์รายชื่อกันบ้าง ไปเช็คกันได้เลย!! 5 เป้าหมายหลักการเสริมทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่ ประจำซัมเมอร์นี้ 5. ไคล์ วอล์คเกอร์ (แบ็คขวา) จากสโมสร : สเปอร์ 4. จอห์น สโตนส์ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ) จากสโมสร : เอฟเวอร์ตัน 3. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (มิดฟิลด์ตัวรับ) จากสโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้ 2. เนย์มาร์ (ปีก, ศูนย์หน้า) จากสโมสร : บาร์เซโลน่า 1.ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ศูนย์หน้า) ไรต้นสังกัด (หมดสัญญากับ เปแอสเช)

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น