1/aojvojthemovie

ดราม่า! 40 ปียังไม่จบ อเมริกาเคยส่งคนไปดวงจันทร์
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  นีลอาร์มสตรอง / 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะครบรอบ 46 ปีของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่ยานอะพอลโล11 ของสหรัฐอเมริกา และนีลอาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ ซึ่งต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลทฤษฎีสมคบคิดว่าแท้จริงแล้วอเมริกาจัดฉากตบตาคนทั้งโลก จนกลายเป็นข้อสงสัยว่าเรื่องนี้ไปดวงจันทร์กันจริง ๆ หรือแค่แหกตา MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะขอรวบรวมข้อมูลมาลองให้วิเคราะห์กัน ที่มาของทฤษฎีสมคบคิด อเมริกาไม่เคยส่งคนไปดวงจันทร์ อันที่จริงกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่มีการถกเถียงกันตั้งแต่ปี1970 โดยอ้างว่าภารกิจที่คนทั้งโลกเห็นนั้น มาจากการจัดฉากถ่ายทำ รวมถึงเป็นกระแสที่มาจากหนังเรื่องแคปปิคอร์นวัน ที่ว่าด้วยโครงการลวงของนาซ่าที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ก่อให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมา ถึงแม้ต่อมาจะมีการพิสูจน์ได้จริง ๆ ว่า ยานอะพอลโล11 ไปดวงจันทร์มาแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังมีข้อกล่าวหาที่ว่า ภาพที่เผยแพร่ขณะนีล ปักธงอเมริกานั้นถูกถ่ายทำขึ้นในสตูดิโอ เพื่อความสมบูรณ์แบบในการเป็นโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมต้องไปดวงจันทร์? ในช่วงนั้นเป็นยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แสดงแสนยานุภาพทางด้านความล้ำหน้าของเทคโนโลยีด้วยการส่งยูริ  กาการิน มนุษย์คนแรกไปอวกาศ อเมริกาเลยโชว์เหนือกว่าด้วยการส่งคนไปดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า อเมริกาเป็นเบอร์หนึ่งของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด รวมถึงเป็นจุดเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาชาวโลกที่เพ่งเล็งการบุกโจมตีในสงครามเวียดนามของสหรัฐด้วย โดยโครงการนี้ได้ทำการรวบรวมเงินได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากประชาชนอเมริกา และองค์กรต่าง ๆ ร่วมใจบริจาคแต่หลายคนมองว่าส่วนหนึ่งเงินถูกนำไปใช้ในสงครามเวียดนามด้วย จุดจับผิด และข้อโต้แย้ง  1.ข้อสังเกตที่ว่าภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่มีคุณภาพดีอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าจะถ่ายในอวกาศ ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าได้มีการเลือกภาพถ่ายที่ดีที่สุด นำไปคัดเลือกอีกทีก่อนนำมาเสนอต่อสื่อมวลชน โดยภาพส่วนใหญ่ถูกตัดกรอบ จัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีขึ้น โดยภารกิจนี้ถ่ายด้วย กล้องฮัสเซลแบลดคุณภาพสูงด้วยเลนซ์ไซสส์ที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน  เลยได้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์แบบ 2.ข้อสังเกตสี และแสงเงาผิดปกติซึ่งเงาจากดวงจันทร์ ไม่ควรจะมีมุมเดียวกับเงาของวัตถุบนพื้นโลก ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าต้นแสงมาจากดวงอาทิตย์ และดาวอื่น ๆ ที่ส่องเข้ามาบนดวงจันทร์ ประกอบกับเกิดความกระเจิงเนื่องจากฝุ่นหินบนดวงจันทร์ ทำให้ได้สี และแสงเงาแบบดังกล่าว 3.ข้อสังเกตที่ว่าทำไมมีภาพถ่ายมากเกินไป แทบจะทุก ๆ 15 วินาทีของภารกิจ ซึ่งเกินกว่าคุณภาพของกล้องในยุคนั้นจะทำได้ ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่านักบินอวกาศได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือการถ่ายภาพเป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์การถ่ายภาพ ยังทำให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวก ถึงขนาดที่ถ่ายได้สองภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าดูภาพที่ถ่ายมาจะพบว่า ภาพจำนวนมากถูกถ่ายต่อเนื่องกัน ความเห็นนักวิชาการไทย ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ด้าน  ‘ยานอะพอลโล 11 ไปลงดวงจันทร์มาแล้ว’ แต่มีหลายคนเชื่อตามที่ตั้งข้อสงสัยกันแบบทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ว่าไม่จริง ยานอะพอลโลไม่ได้บินไปถึงดวงจันทร์ มันแค่หนังที่ฮอลลีวู้ดทำขึ้น หลักการแย้งของผมก็คือ ถ้ามันไม่จริง ป่านนี้ทั้งโซเวียต-รัสเซีย ทั้งประเทศ อื่น ๆ ที่มีความสามารถด้านอวกาศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฯลฯ ได้ออกมาแฉ มาถล่มกันเละไปแล้ว สำหรับหลักฐานในการแย้งสำคัญ ก็คือ ภาพจากยาน LRO Lunar Reconnaissance Orbiter ที่โคจรรอบดวงจันทร์ พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ได้ถ่ายภาพยานอะพอลโล 11 ลงดวงจันทร์ Lunar Module ได้ในปี 2012  ซึ่งหากสงสัยสามารถเข้าไปหาดูภาพได้ รวมถึงภาพของอะพอลโลลำอื่น ๆ สำหรับข้อโต้แย้งอื่น ๆ พวกที่ว่าทำไมถ่ายภาพออกมา เงาคนดูผิดปรกติ หรือธงตั้งตรง ไม่ห้อยตก หรือรอยเท้านีล อาร์มสตรอง ชัดเกิน … พวกนี้ทางสมาคมดาราศาสตร์ประเทศไทย ได้อธิบายไว้หมดแล้ว สามารถติดตามอ่านได้ในรายงานพิเศษชื่อ ” เราไปมาแล้วจริงๆ : จับผิดคนจับโกหก” ซึ่งเขียนโดย วิษณุ เอื้อชูเกียรติ MThai News

10 สิ่งง่ายๆที่ผู้ชายแสดงออกไม่เป็น ทำให้แฟนสาวรู้สึกดีได้!
แฟนปากแข็ง /  แฟนไม่โรแมนติก / 

เป็นมั้ยคะที่มี แฟนไม่โรแมนติก เอาซะเลย จะครบรอบ หรือ วันเกิด วันอะไรก็ตาม ไม่เค้ยไม่เคยจะแสดงออกว่ารักหรือมีของมีอะไรมาให้ บางทีเดินด้วยกันก็ไม่หวาน ไม่อะไรสักอย่าง สาวๆคะ หยิบยื่นเรื่องนี้ให้เขาอ่านซะ รับรองว่าสิ่งเหล่านี้เขากล้าทำให้คุณเห็นแน่นอน นี่คือ 10 สิ่งง่ายๆที่ผู้ชายแสดงออกไม่เป็น ทำให้แฟนสาวรู้สึกดีได้! 1.แสดงออกว่า จะเป็นพ่อที่ดีของลูกเธอได้ เล่นกับหมา เล่นกับแมว เจอเด็กที่ไหนก็ทำตัวเป็นคนดีบ้าง เล่นกับเด็กและมีความสุขกับเด็ก เพื่อบอกแฟนกลายๆว่า เฮ้ย เราอยู่กับเด็กได้นะ และเราจะเป็นพ่อที่ดีได้ 2.สนิทกับพ่อแม่ของเธอ แสดงออกว่าคุณแคร์เธอไม่ได้ ก็ไปแสดงออกกับผู้ใหญ่ของเธอแทนสิ คอยดูแล พาไปเที่ยว พาไปกินข้าว ไปหาเป็นประจำ แค่นี้ผู้หญิงก็รับรู้ในความห่วงใยของคุณแล้วล่ะ 3.ทำอัลบั้มรูปเก็บความทรงจำ ของขวัญอาจไม่สำคัญเท่ากับการที่คุณใส่ใจในโมเม้นท์ที่ผ่านมาของกันและกัน อย่าลืมเก็บภาพและคอยพูดถึงอยู่เสมอๆ 4.เมื่อมีเซ็กซ์จงทำให้เธอถึงจุดสุดยอด ถ้าการเทคแคร์ของคุณมันต่ำ แต่เก่งเรื่องบนเตียง ก็อย่าลืมทำให้เธอ "ถึง" ทุกครั้งที่มีเซ็กซ์ อย่าละเลยความรู้สึกของเธอเป็นอันขาด 5.บอกรักแบบธรรมดาๆ ไม่ต้องมีของอะไรเริ่ดหรู แค่แสดงออกว่ารักเธออย่างจริงใจบ้าง 6.วาเลนไทน์ต้องให้ของบ้าง ลองคิดดูว่า คุณเป็นผู้หญิง คุณจะรู้สึกยังไงที่ สาวๆคนอื่นได้ดอกไม้จากแฟนของตัวเอง คอยมาอวด หรือเดินถือกันให้ทั่ว แต่คุณกลับไม่ได้ คุณผู้ชายคะ เสียเวลาสักนิดหน่อย ซื้อแค่ดอกสองดอก เราก็มีความสุขแล้วละ 7.ให้ความเคารพแม่ของตัวเอง การที่ผู้ชายคนนึงให้ความเคารพแม่และดูแลแม่อย่างดีที่หนึ่ง ในสายตาของผู้หญิงทุกคนจะรู้สึกดีและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ 8.พาไปเที่ยว พาเธอไปเที่ยวในที่ๆเธออยากไป คุณเป็นแฟน คุณรู้ดีอยู่แล้วว่า แฟนคุณชอบไปไหนชอบทำอะไร ถ้าไปเที่ยวไกลๆไม่ได้ ก็พาไปเที่ยวใกล้ๆเช่น ห้าง ร้านอาหารอร่อยๆ เดินริมน้ำในยามค่ำคืน 9.จงทำตัวแมน ซ่อมท่อ ซ่อมบ้าน ซ่อมอ่างล้างหน้า ทำกับข้าว ตัดหญ้า คุณอาจจะไม่ใช่เจ้าชายในสายตาเธอ แต่การทำแบบนี้มันแสดงออกว่าคุณพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว 10. ให้ความสำคัญกับเรื่องงานของเธอ เมื่อเธอเครียดเรื่องงาน หรือ ธุรกิจ จงอยู่ฟังอย่างเข้าใจ จงหากิจกรรมทำเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอมีความสุข และอย่าลืมยิ้มให้เธอทุกครั้งที่ไปส่งไปทำงานด้วยนะ  ถ้า แฟนไม่โรแมนติก ก็ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะสาวๆ ถ้าตลอดมาเขาก็ยังคงอยู่เคียงข้างคุณ และไม่ทิ้งคุณไปไหน ถ้าเขาโรแมนติกสุดๆ หวานจ๋อยเรียกพี่ แต่สุดท้ายมาทิ้งกันไป ก็ไม่คุ้มหรอกนะ :D ที่มา thoughtcatalog เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

FTISLAND เตรียมเสิร์ฟเอเชียทัวร์คอนเสิร์ตในเมืองไทย 12 ก.ย. นี้
2015 FTISLAND LIVE [We Will] IN BANGKOK /  Choi JongHoon / 

FTISLAND (เอฟทีไอส์แลนด์) ห้าหนุ่มวงดนตรีฝีมือดีจากแดนกิมจิ คอนเฟิร์มเตรียมเสิร์ฟเอเชียทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบในเมืองไทย 2015 FTISLAND LIVE [We Will] IN BANGKOK 12 กันยายนนี้ วันนี้(31 ก.ค.) ทาง FNC Entertainment ต้นสังกัดของวง FTISLAND และบริษัทผู้จัดฯ บริษัท เฟโอห์ จำกัด (Feoh) ประเทศไทย ได้เปิดเผยความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคอนเสิร์ตของห้าหนุ่มวงดนตรี FTISLAND ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยว่า... ยินดีด้วยกับพรีมาดอนน่าชาวไทย! FNC Entertainment และ Feoh ภูมิใจนำเสนอ 2015 FTISLAND LIVE [We Will] IN BANGKOK เอเชียทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของวงดนตรีเกาหลีฝีมือยอดเยี่ยมที่ทุกคนรอคอย FTISLAND   อีกครั้งที่พวกเขาทั้งห้าสมาชิก FTISLAND จะนำสุดยอดผลงานเพลง และ Live Performance กลับมาระเบิดความมันพร้อมแชร์ช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับแฟนๆ ชาวไทย เตรียมตัวพบกันวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2015 นี้ เวลา 18:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี บัตรราคา 1,800 / 2,800 / 4,000 และ 5,000 บาท   2015 FTISLAND LIVE [We Will] IN BANGKOK 1. วัน - เวลา: วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2558 เวลา 18:00 น. 2. สถานที่: ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี 3. บัตรราคา: 4000 บาท (ยืน/ นั่ง)/ 5,000 บาท / 2,800 บาท / 1,800 บาท 4. วันขายบัตร: วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม 2558 เวลา 10.00 น. 5. ติดต่อสอบถาม: 089-365-2834 6. จำหน่ายบัตร: www.feoh.co.th   ติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตร ‪#‎FTISLANDWEWILLINBKK‬ ได้เร็วๆ นี้ทาง www.feoh.co.th หรือ https://www.facebook.com/FeohThai และ Twitter @FeohThai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อย่าลืมชม
พระจันทร์สีน้ำเงิน /  พระจันทร์เต็มดวง / 

วันนี้ 31 กรกฎาคม อย่าลืมชม จันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หากพลาดต้องรออีก 3 ปี มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในค่ำคืนของวันนี้ (31 ก.ค. 58) จะเกิดปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง แม้ว่าช่วงคืนที่ผ่านมา (วันอาสาฬหบูชา) จะเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม โดยปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงครั้งที่ 2 ของเดือนครั้งนี้เรียกว่า "บลูมูน" (Blue Moon) หรือ "พระจันทร์สีน้ำเงิน" ซึ่งพระจันทร์สีน้ำเงินนี้ มักปรากฏขึ้นทุก ๆ 3 ปี โดยลักษณะของดวงจันทร์ไม่ได้มีสีน้ำเงินตามชื่อ แต่จะมีสีเหลืองนวลปกติ ซึ่งการเกิดพระจันทร์เต็มดวง 2 ครั้งในรอบ 1 เดือนนั้น เป็นเพราะในหนึ่งปีจะมีวันพระจันทร์เต็มดวงอยู่ 12 ครั้ง หรือทุก ๆ เดือน แต่ด้วยวัฏจักรการเต็มดวงที่มีเศษไม่เต็มเดือน (30-31 วัน)จึงทำให้เกิดการสะสม จนในที่สุดก็จะเกิดเดือนหนึ่ง ที่มีพระจันทร์เต็มดวงถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้หากประชาชนคนไทยอยากสัมผัสบรรยากาศดื่มด่ำกับความสวยของพระจันทร์ ก็สามารถติดตามและแหงนมองขึ้นท้องฟ้าได้ทั่วทั้งประเทศไทย และหาพลาดชมในปีนี้ ปี 2561 ก็จะปรากฏให้ชมอีกครั้ง สำหรับแฟน ๆ MThai News หากเก็บภาพสวย ๆ  ของพระจันทร์ในคืนได้ ก็สามารถโพสต์รูปแบ่งปันให้สมาชิกท่านอื่น ๆ  ได้รับชมที่ Facebook @MThaiNews ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

3 สัญญาณอันตราย มันฟ้องว่า ประจำเดือน คุณไม่ปกติแล้วล่ะ
ประจำเดือน /  ปวดท้องเมนส์ / 

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนจะชื่นชมกับช่วงเวลา ประจำเดือน มาว่า " มันช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษที่สุดในชีวิต" หรอกค่ะ ผู้หญิงทุกคน ทุกข์ทรมานกับเวลามีประจำเดือนกันทั้งนั้นล่ะ แต่ถ้าคุณเสียเลือดอย่างบ้าระห่ำในช่วงเวลาดังกล่าว หรือ ปวดท้องเมนส์ จนไม่สามารถลุกขึ้นมาทำอะไรได้เลย ...นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างกับคุณอยู่นะ 1. เสียเลือดหนักมาก การเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 3 ชั่วโมง คือเรื่องปกติค่ะ รวมถึง การที่จะมีก้อนเลือดเป็นลิ่มๆ หนาๆ ออกมาก็ไม่แปลกนะ ปกติดี แล้วอะไรที่ไม่ปกติ? ก็อย่างเช่น ผ้าอนามัยมัน "ชุ่มโชก" ภายในเวลา 1 ชั่วโมง หรือ เร็วกว่านั้น คุณพระ ถ้ามันจะไหลมาราวกับน้ำป่าไหลหลาก หรือ มีก้อนเลือดหนาๆ เป็นจำนวนมาก และยังแถมมีขนาดใหญ่ แล้วล่ะก็ หาหมอเถอะค่ะคุณ การเสียเลือดมาก อาจทำให้คุณเป็นโรคโลหิตจาง ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณเหนื่อยง่าย รู้สึกอ่อนล้า หมดเรี่ยวหมดแรง และ อาการ PMS อื่นๆ อย่างเช่น ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดหัว อาเจียน ตาพร่ามัว ฯลฯ 2.ประจำเดือนมาไม่ปกติ ความเครียด การหักโหมออกกำลังหนักเกินไป รวมทั้ง น้ำหนักที่ขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ....สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ประจำเดือนของคุณมาคลาดเคลื่อน หรือ อาจจะไม่มาเลยก็เป็นได้ค่ะ การไปพบคุณหมอจะทำให้ร่างกายของคุณกลับมาเป็นปกตินะ แต่ถ้าประจำเดือนคุณไม่มานานนับเป็นเดือนๆ นั่นอาจเป็นอาการของโรคถุงน้ำในรังไข่ก็เป็นได้ค่ะ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน ซึ่งจะมีอาการข้างเคียงอย่าง ขนดก น้ำหนักขึ้น ถ้าคุณมีอาการคล้ายๆ อย่างที่กล่าวมา อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปว่า แน่ๆ เลย ฉันต้องเป็นโรคนี้ ไปหาหมอเถอะค่ะ คุณหมอช่วยคุณได้ 3. ปวดประจำเดือน ในระดับกระชากไส้ ผู้หญิงทุกคนมักมีอาการปวดเนื่องจาก มดลูกบีบตัว เป็นปกติ แต่ถ้าคุณปวดท้องเมนส์ จนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงไปทำกิจกรรมใดใดในชีวิตได้เลย ในทุกครั้งที่มีรอบเดือน ... นั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่า กำลังป่วยเป็นโรค เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่ง เกิดจาก เยื่อบุโพรงมดลูก อาจขยายไปเกาะรังไข่ หรือ กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส และหากปล่อยทิ้งไว้ จะทำให้ เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงตามมาจนไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ถ้าจะปวดขนาดนั้น ...หาหมอเถอะค่ะ คุณหมอจะได้ช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง และช่วยรักษาคุณได้ เรื่องสุขภาพ เป็นสิ่งสำคัญ เราไม่ดูแล ไม่รักษา ใครก็มาดูแล รักษาแทนเราไม่ได้นะจ๊ะ เริ่มดูแลตั้งแต่ตอนนี้ คุณภาพชีวิตดีๆ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนะคุณ ที่มาจาก seventeen ภาพประกอบ และ เนื้อหาเรียบเรียงโดย Women MThai Team 

แชร์ด่วน! วัยรุ่นดักวางขวานกลางถนน ทำรถยางแตกก่อนใช้มีดจี้
ขวานกลางถนน /  ดักจี้ / 

แชร์ด่วน! วัยรุ่นดักวางขวานกลางถนน ทำรถยางแตกก่อนใช้มีดจี้ ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความเตือนภัยจากสมาชิกเฟซบุ๊ค คุณโอมล้อซิ่งยางเปอร์เซนต์ ท่าช้าง โคราช โดยเผยว่า เตือนภัยคนที่ขับขี่รถช่วงกลางคืน ซึ่งจากคำบอกเล่าของลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้าน เล่าว่า ช่วงที่กำลังขับรถยนต์วิ่งเส้น อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ช่วงเวลาสักประมานตี 2 ระหว่างขับรถมองไปข้างหน้าจะมีคล้ายถุงขยะหรือเศษพลาสติก จำนวน 2 กอง วางไว้กลางทาง เมื่อมองเห็นก็ได้ขับรถหลีก เพื่อให้รถนั้นไม่เหยียบกับกองเศษถุงพลาสติก พอหลบพ้นแล้ว ได้มีเสียงระเบิดจากยางของล้อหน้าทันที รถเสียการทรงตัวทันที จากยางระเบิด 1 ข้าง แต่ก็ยังมีสติ ควบคุมรถให้ค่อยใหลไปจอดข้างไหล่ทางได้ เมื่อลงมาดูพบว่า ล้อด้านหน้าซ้ายยางแตกระเบิด สิ่งที่ไม่น่าเชื่อกับตาของเขาก็คือ มีขวานปักคาอยู่ที่ยางรถ เจ้าของรถจึงรีบเปลี่ยนล้ออะไหล่ เพราะช่วงนั้นเป็นทางเปลี่ยวและดึกมากด้วย ขณะที่กำลังจะเอาล้ออะใหล่มาเปลี่ยน ได้มีกลุ่มวัยรุ่นขี่มอไซค์ซ้อน 2 จำนวน 2 คัน มาจอดใกล้ ๆ สิ่งที่ไม่คิดก็เกิดขึ้น คือวัยรุ่น 2 คนลงมาจากรถ พร้อมถือมีดสั้นมาจี้ พร้อมบอกว่า "เอาเงิน-เอาทองออกมาให้หมด" แต่โชคดีที่เจ้าของรถเตรียมตัวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คือพกปืนไว้ที่เอวพร้อมรีบหยิบปืนออกมาขู่พวกวัยรุ่นกลุ่มนั้น พอวัยรุ่นกลุ่มนั้นเห็นปืน ก็ได้วิ่งหนีกะเจิงไปคนละทิศคนละทาง หลังจากนั้นเจ้าของรถก็รีบเปลี่ยนล้ออะไหล่รีบกลับบ้าน ช่วงเช้าได้เล่าเรื่องราวให้คนอื่นฟัง แม่ค้าแถว ๆ นั้นก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงนี้โดนมาเยอะ ทางตนจึงฝากทุกท่านที่อ่านโพสต์นี้แล้วให้ระวังตัวกันด้วยหรือช่วยแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้รู้ทันกลุ่มมิจฉาชีพแบบนี้ไว้ด้วย และอยากให้ระมัดระวังช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค โอมล้อซิ่งยางเปอร์เซนต์ ท่าช้าง โคราช

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ที่พร้อมจะก้าวไกล
ช.การช่าง /  ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ / 

ชีวิตที่เรียนรู้และพัฒนาไม่เคยหยุด ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ คนที่เคยผ่านพื้นที่ก่อสร้างคงจะเคยเห็นโลโก้ของ ช.การช่าง โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องเคยเห็นในพื้นที่ของการก่อสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินอย่างแน่นอน หลายคนอาจจะรู้จัก ช.การช่าง ในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย  แต่มีคนอีกไม่น้อยที่รู้จัก ช.การช่าง ผ่านบทสัมภาษณ์ในสื่อต่างๆของผู้บริหารหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองในวงการธุรกิจในฐานะคลื่นลูกใหม่ของ ช.การช่าง ‘ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์’ นับเป็นเวลา 4 ปีแล้วที่เขาได้กลับมาสานต่องานธุรกิจของครอบครัว หลังจากไปศึกษาที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี จนจบปริญญาโทและทำงานด้านการเงินที่ Wall Street ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในหลายส่วน ทั้งส่วนงานของเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ยังมีงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ Investor Relations อีกทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ ที่เขาจะเน้นให้บริษัทเป็นที่รู้จักให้มากขึ้น และสุดท้ายคือส่วนงานด้าน CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่ง Men.MThai ต้องขอยกนิ้วให้กับความสามารถในการทำงานของผู้ชายคนนี้ และครั้งนี้เราได้ขอบุก ช.การช่าง เพื่อสัมภาษณ์ผู้ชายเก่งคนนี้ แผนงานในอนาคตของ ช.การช่าง นโยบายในปัจจุบันคือเราจะเป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเป็นผู้นำในการพัฒนาการลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มันสามารถต่อยอดไปได้อีกหลายสิบปี รัฐบาลเองก็มีนโยบายผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าอีก 10 สายที่จะมีในอนาคต รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอร์เตอร์เวย์ ซึ่งก็ใช้เวลาอีกเป็นสิบปีกว่าจะทำเสร็จสิ้น ยังมีเรื่องอื่นๆที่เราเข้าไปดู อย่างเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา เราก็เข้าไปลงทุนด้วย ซึ่งเรื่องปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ยังจะต้องโตขึ้นไปอีกเยอะ เวลาที่ ช.การช่าง เข้าไปรับเหมาก่อสร้างแล้วมีงานสัมปทาน เราก็จะเข้าประมูลงานบริหารสัมปทานมาด้วย หลังจากนั้นเราก็จะจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อไปบริหารจัดการงานสัมปทานนั้นๆ ปัจจุบันนี้ก็มี บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ บริหารงานทางด่วนขั้นที่ 2  บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ บริหารงานรถไฟใต้ดิน(MRT)  บมจ.น้ำประปาไทย (TTW) เป็นผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  บมจ.ซีเค พาวเวอร์ เป็นธุรกิจไฟฟ้าที่เราไปลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ ก็เป็นธุรกิจต่างๆในกลุ่มบริษัท ช.การช่าง คนทั่วไปจะรู้จักว่า ช.การช่าง ว่าเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตอนนี้เราเลยจะทำการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นว่า ช.การช่าง เป็นผู้ก่อสร้างและพัฒนาด้วย งานในส่วน CSR : Corporate Social Responsibility ก็จะเป็นการช่วยเหลือในด้านวิศวกรรมที่เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่ใกล้ไซต์ก่อสร้าง เพราะถ้าเราเข้าไปทำการก่อสร้างแล้วมีผลกระทบกับพื้นที่นั้น เราก็อยากจะเข้าไปช่วยเหลือสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่นั้นเพื่อที่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มีความรู้สึกที่ดีขึ้น  ก็จะเป็นการสร้างโรงเรียน ซ่อมแซมวัด สร้างถนนในหมู่บ้านให้เดินทางสะดวก  ตอนปีที่เกิดน้ำท่วมเราก็ไปช่วยแจกอาหารข้าวของเครื่องใช้ อย่างปีที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวที่เชียงราย เราก็ไปสร้างโรงเรียนที่นั่น 2 หลัง การกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง มีความกดดันจากคนรอบข้างบ้างหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องปกติครับ เพราะคนก็คาดหวังไว้ที่เราเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นลูกคุณพ่อ (คุณปลิว ตรีวิศวเวทย์) ได้ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่เด็ก เคยได้ทุนเรียนต่อและเคยทำงานที่นิวยอร์ก พอกลับมาทำงานที่นี่เขาก็คงจะคาดหวังไว้กับเราสูง เราก็ต้องพยายามทำให้ได้ แต่ผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ พอเรามีแรงกดดันก็จะทำให้เรากดดันตัวเองเพื่อที่จะทำงานให้ดีขึ้น ผมว่าทุกอย่างในชีวิตเราสามารถทำให้ดีขึ้นได้อีกอยู่แล้ว ความแตกต่างระหว่างการทำงานที่ต่างประเทศกับการกลับมาทำงานของครอบครัว แตกต่างกันอยู่แล้วครับด้วยเนื้องานที่ต่างกัน เมื่อก่อนผมทำงานด้านไฟแนนซ์มาก่อน ตอนนี้มาทำด้านโยธา ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์มันเป็นงานเฉพาะด้าน ดูแลงานเรื่องอนุพันธ์ เป็นพนักงานประจำต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พอกลับมาทำงานที่ ช.การช่าง สโคปงานจะกว้างมาก มีโครงการใหม่ๆที่ต้องศึกษาตลอด มีโครงการลงทุนใหม่ๆที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วม หน้าที่การงานก็ต้องเปลี่ยนไป การทำงานที่เป็นกิจการของครอบครัวก็จะให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของมากกว่าและมีส่วนได้ส่วนเสียในงานมากกว่างานที่เป็นลูกจ้าง ก็จะทุ่มลงไปกับงานมากขึ้น เป็นลูกจ้างกับเป็นเจ้าของกิจการ แบบไหนที่เครียดกว่ากัน เครียดคนละแบบ ตอนที่ทำงานไฟแนนซ์ก็เครียดเพราะเราก็อยากจะมีผลงานที่ดี เป็นการทำงานครั้งแรก เรามีความใฝ่ฝันที่อยากจะทำงานที่ Wall Street พอเรียนจบปุ๊บก็ไปหางานทำที่นั่นเลย พอได้งานทำแล้วก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเราก็ทำได้ดีต้องตั้งใจทำที่สุด ก็มีความเครียดว่าเราจะแซงคนอื่นได้ยังไง เพราะงานไฟแนนซ์ก็มีการแข่งขันสูงอยู่เหมือนกัน ก้าวเข้ามาทำงานบันเทิงได้อย่างไร ตอนที่กลับมาจากอเมริกา มีเพื่อนที่ทำงานเป็นแคสติ้งเขาก็บอกว่ามีงานที่เหมาะกับเรา เขาก็ชวนให้เราไปลองดู เราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะทำงานด้านนี้ได้ ก็เลยลองไปแคสดู แล้วก็ไม่ได้งาน จากนั้นก็ไม่ได้งานอยู่หลายงาน มันก็เหมือนเป็นการทดสอบตัวเองนะว่าเรามีความอดทนมีความพยายามแค่ไหน จนทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าสักวันเราต้องทำให้ได้ พอได้งานก็รู้สึกดีใจมาก โฆษณาชิ้นแรกเป็นโฆษณากาแฟของอินโดนีเซีย ชิ้นแรกที่ออนแอร์ในไทยจะเป็นโฆษณา SB Furniture หลังจากนั้นก็มีสัมภาษณ์ตามนิตยสารต่างๆ เริ่มไปงานสังคมบ้าง จนมาปีที่แล้วมีรายการ Family Secret ของกันตนา เป็นรายการแนวเรียลลิตี้ที่นำเอาทายาทธุรกิจ 7 คนมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของแต่ละคน ทางกันตนาเขาคงเห็นแววในตัวเราว่าน่าจะเล่นละครได้ ก็เรียกมาแคสละครเรื่อง ยัยเป็ดขี้เหร่ Ugly Betty Thailand มีกฎเกณฑ์ในการรับงานบันเทิงยังไง งานบันเทิงที่ทำอยู่สำหรับผมเป็นงานอดิเรกมากกว่า ที่เราทำเพราะว่าเราสนุกเป็นสีสันของชีวิต แต่ถ้ารับทำงานไหนแล้วก็จะตั้งใจทำเต็มที่ เพราะถ้างานออกมาไม่ดีเราก็จะรู้สึกแย่ อย่างแรกที่รับงานคือรู้สึกดีรู้สึกสนุกที่จะทำ อย่างที่สองคือเรื่องภาพลักษณ์ว่าขัดกับภาพลักษณ์ของการเป็นผู้บริหารหรือเปล่า ถามเรื่องครอบครัวบ้าง มีพี่น้องกี่คน มีพี่สาว 1 คน กับ พี่ชาย 1 คน  พี่สาวคนโต ‘พี่หนิง ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ช.การช่าง พี่ชายคนกลาง ‘พี่ปอง คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์’ ตอนนี้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ซีเค พาวเวอร์ ส่วนผมเป็นคนเล็ก ก็จะสนิทกันทั้งหมด พี่ชายกับพี่สาวแม้ว่าจะแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้วแต่บ้านก็จะอยู่ติดกัน บ้านพี่ชายก็สร้างอยู่ในรั้วเดียวกัน ส่วนบ้านพี่สาวก็จะอยู่ใกล้ๆเดินไปหากันได้ เหตุการณ์ที่ประทับใจกับครอบครัว เพิ่งผ่านมาเร็วๆนี้เลยครับเป็นงานบวชพี่ชาย ด้วยความที่ผมไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ทำให้เป็นคนที่ค่อนข้างจะอิสระอยู่ตัวคนเดียวได้ ช่วงที่อยู่อเมริกาก็จะบ้าเรียนมาก พี่ชายพี่สาวแต่งงานก็ติดสอบไม่มีโอกาสได้มาร่วมงาน จนตลอด 4 ปีที่ได้กลับมาอยู่บ้านก็เลยเพิ่งมีโอกาสได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าในช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของพี่ชายพี่สาวเราน่าจะได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย จนได้อยู่ร่วมในงานบวชพี่ชายก็รู้สึกดีและเห็นเลยว่าสีหน้าและแววตาคุณพ่อคุณแม่เขาปลื้มมากๆที่พี่ชายบวชให้คุณแม่ เรารู้สึกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัวมีความสุข คุณพ่อคุณแม่เป็นคนเข้มงวดแค่ไหน ไม่เข้มงวดครับ ที่บ้านค่อนข้างปล่อยให้ลูกเป็นคนเลือกทำในสิ่งที่อยากจะทำ ก็มีเตือนบ้างว่าการตัดสินใจทำอะไรก็จะมีผลที่ตามมา ให้เลือกเดินชีวิตอย่างสมเหตุสมผล อย่างที่ผมไปทำงานด้านบันเทิงต้องคิดตริตรองให้ดีว่าไม่มีผลกระทบในอนาคตข้างหน้าที่เราจะไปทำหน้าที่ผู้บริหารใน ช.การช่าง คำสอนของคุณพ่อคุณแม่ หลักๆจะเป็นเรื่องการเป็นคนนอบน้อมและให้เกียรติผู้ใหญ่ เพราะงานที่เราทำอยู่ก็จะเจอกับบุคคลหลายประเภท ถ้าเรามีความนอบน้อมก็จะทำให้คนอื่นอยากจะร่วมงานกับเรา รักเรา แล้วเรื่องอื่นๆก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี งานอดิเรกยามว่าง เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายถ้าว่างก็จะไปออกกำลังกาย อีกอย่างที่ชอบซึ่งอาจจะดูเนิร์ดๆหน่อยคือชอบเล่นเกมส์ PlayStation เล่นมาตั้งแต่เด็กเลย ซึ่งผมมองว่ามันไม่ใช่แค่ของเล่นแต่เป็นสิ่งเอ็นเตอร์เทนประเภทหนึ่งมันเหมือนดูหนัง ปัจจุบันถ้าเล่น Play 4 จะสามารถใส่ข้อมูลการตัดสินเข้าไปได้ ถ้ามีวันหยุดหลายๆวันจะทำอะไร สิ่งที่ชอบมากคือนอนพัก ถ้ามีเวลาว่างชอบนอนตื่นสายๆ ถ้ามีเวลาว่างมากๆก็จะไปทะเลไปนอนพักไปรีแลกซ์ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน ทะเลที่ชอบไปก็ใกล้ๆอย่างหัวหินปราณบุรี อีกสถานที่ที่ชอบไปก็ที่ญี่ปุ่น ชอบอาหารญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สะอาด มีระบบระเบียบ ทันสมัย สิ่งที่เราภาคภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจว่าตัวเองสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำได้ อย่างเช่นเรื่องเรียนก็เพิ่งจะมาเรียนเก่งตอน ป.6 – ม.1 ก็เลยมาคิดว่าเรามาลองตั้งใจเรียนดูดีกว่า ลองอดทนลองพยายาม อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ไม่หนีเรียน แล้วก็ทำได้ 4.00 ไปเรียนอเมริกาตอนแรกๆก็มีปัญหา เพราะเราเป็นคนเอเชีย เพื่อนเป็นฝรั่งคุยกันเราฟังไม่ทันพูดกันไม่รู้เรื่อง เราก็เป็นเหมือนตัวตลก เลยคิดว่าเราต้องเรียนให้ดีแล้วไม่งั้นจะไม่มีจุดเด่นในชีวิต ก็เลยพยายามเรียน แล้วเราก็ทำได้จนได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่สแตนฟอร์ด ถ้ามีความตั้งใจพยายามก็จะประสบความสำเร็จในทุกอย่างที่ทำ บางอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คิดไม่ฝันว่าจะทำได้ด้วย อย่างเรื่องการแสดงนี่ก็เหมือนกัน พูดได้เลยว่าเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความสามารถไปอยู่หน้ากล้องได้เพราะขี้อายสุดๆถ้าอยู่หน้ากล้องคืออาย ตัวสั่น พูดอะไรไม่ได้เลย อะไรคือสิ่งที่ไม่เพอร์เฟคในตัวเอง คิดว่าปัจจุบันยังมีประสบการณ์การทำงานที่ ช.การช่าง ยังไม่มากพอ ตอนนี้ก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่เรียนรู้งานก่อนที่เราจะสามารถที่จะทำโครงการอะไรขึ้นมาเป็นของตัวเองได้ ซึ่งนั่นคือจุดมุ่งหมายของผมเลยล่ะ ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงที่ต้องผลักดันตัวเองเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานให้แข็งแรงขึ้น ชีวิตใน 5 ปีที่ผ่านมา กับในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เดายากมากนะ เพราะ 5 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบันชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนนั้นเรายังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องตั้งใจทำงานเพื่อที่จะให้เจ้านายประทับใจจะได้มีโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่ง ตอนนั้นอยู่ในช่วงอายุยี่สิบปลายๆที่ยังเที่ยวเล่นใช้ชีวิตของความเป็นหนุ่มโสดในมหานครนิวยอร์ก พอ 5 ปีผ่านมา เรากลับมาที่นี่ เรามีกิจการครอบครัวมีภาระหน้าที่ มีโครงการอีกหลายโครงการที่เราอยากให้ ช.การช่าง เติบโตขึ้นไป และเรายังต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะรุ่นที่ 2 ที่ต้องต่อยอดธุรกิจ อีก 5 ปีข้างหน้าก็ยังเดาไม่ออกครับว่าจะเป็นยังไง หลังจบการสัมภาษณ์กับ คุณโจ้ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์  เขาทำให้ Men.MThai รู้ว่านอกจากเขาจะเป็นคนที่มี IQ สูงแล้ว (ซึ่งเราคาดเดาจากผลการเรียนของเขา) แต่เขายังเป็นคนที่มี EQ สูงอีกด้วย แม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ แต่ตลอดการสัมภาษณ์นั้นบนใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยยิ้มและมีเสียงหัวเราะอยู่บ่อยๆ แต่สิ่งสำคัญที่เรารับรู้ได้คือความพยายามและความมุ่งมั่นและตั้งใจในทุกสิ่งที่ได้ทำ ความต้องการพัฒนาสิ่งที่อยู่ในมือให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก และ Men.MThai มั่นใจอย่างยิ่งว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่เขาจะต้องก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดอย่างแน่นอน เพราะคำว่า “พยายาม” ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนี้ให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง

พ่อ'สิงห์ Sqweez Animal' เผยรู้สึกผิด ช่วยชีวิตลูกไว้ไม่ได้
#RIPsingha /  SQWEEZ ANIMAL / 

ครอบครัวมุสิกพงศ์ ฝากศพ "สิงห์ สควีซ แอนนิมอล" ไว้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 2 วัน ก่อนรับศพทำพิธีเสาร์นี้ ขณะที่พ่อเผยรู้สึกผิด ช่วยชีวิตลูกชายไว้ไม่ได้ วันนี้ (30 ก.ค. 58) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมภรรยา และลูกชาย รวมทั้งนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. เดินทางเข้าติดต่อที่แผนกนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อทำเรื่องฝากศพนายประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือสิงห์ มือกีตาร์วงสควีซ แอนนิมอล หลังจากกระโดดคอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายวีระกานต์ เผยทั้งน้ำตาว่า ขอขอบคุณ และรู้สึกซาบซึ้งใจที่สื่อมวลชนมีน้ำใจต่อครอบครัว วันนี้ได้นำเสื้อผ้าชุดที่ลูกชายชอบมาเปลี่ยนให้ ซึ่งตนไม่เคยทำ แต่ต้องขอฝากศพไว้ก่อน เนื่องจากติดวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ทางวัดธาตุทอง จึงยังไม่สะดวกทำพิธีศพ จากนั้น จะมารับศพในวันเสาร์ (1 สิงหาคม) เวลา 13.00 น. ก่อนรดน้ำศพ เวลา 16.00 น.ในวันเดียวกัน และสวดพระอภิธรรม 3 คืน ก่อนทำพิธีฌาปนกิจ วันอังคารที่ 4 สิงหาคมนี้ นายวีระกานต์ ยังเผยว่า ปกติลูกชายเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยบอกถึงปัญหากับพ่อ เพราะเกรงใจที่ทำงานเยอะ ไม่อยากนำเรื่องยุ่งยากมาให้ ส่วนใหญ่จะปรึกษากับแม่ หลังทราบว่าลูกชายมีปัญหาเรื่องความรักก็คิดว่าจะเคลียร์กันได้ เพราะลูกบอกว่าไม่ได้โกรธกัน ต่อมาตนให้ภรรยาโทรศัพท์ไปบอกลูกชายกลับบ้าน พ่อจะรอที่บ้าน แต่ลูกไม่กลับ ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนที่ไม่เดินทางไปหาลูก ทั้งที่มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้ มารู้ตัวเมื่อสายเกินไปแล้ว ด้านจดหมายที่สิงห์เขียนไว้ก่อนเสียชีวิต มีเนื้อหาระบุว่า รักทุกคนในครอบครัว ชีวิตนี้ได้ออกอัลบั้ม ทำตามความฝันของตัวเอง และยังได้เป็นคนรักของผู้หญิงที่ดีที่สุดคนหนึ่ง รู้สึกภูมิใจ กับชีวิตนี้ที่พอแล้ว ขณะที่ผู้หญิงที่ลูกระบุไว้ซึ่งลูกรักมากก็ได้ติดต่อมาพูดคุย และเดินทางไปที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด เกรงทำให้ผู้หญิงเสียหาย และตัวเองไม่ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ฟินกระจายกับ10 สุดยอดร้าน อาหารทะเล แนวใหม่ในกรุงเทพฯ
seafood /  บุฟเฟต์ / 

ยุคนี้สมัยนี้อะไรก็ต้องเร็ว อะไรต้องสะดวก อยากทำอะไรต้องได้ทำ อยากกินอะไรก็ต้องได้กิน และต้องสะดวกด้วย อย่างเช่น วันนี้เราจะพาคนรักอาหารทะเลสด ๆ ทุกท่านไปสะดวกกิน แบบไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงทะเล และกำลังเป็นเทรนด์อย่างมากในตอนนี้ กับ Seafood แนวใหม่ ที่ยกทะเลมาเสิร์ฟสดๆ กันแล้วถึงกรุงเทพ ร้านไหนดีร้านไหนเด็ดเราตามไปชิมพร้อมๆกันเลยครับ 1. Summer Street อารีย์ ร้านอาหารทะเลสุดชิคที่เป็นเจ้าแรกที่เปิด ในรูปแบบของ  Food Truck ร้าน Summer Street ตั้งอยู่ในย่านอารีย์ ระหว่างซอยอารีย์ 1 และซอยอารีย์ 2 เมนูนั้นก็จะเป็นอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสแซ่บแบบไทย แถมยังมีเมนูพิเศษเป็น อาหารทะเลที่หากินยากมาให้บริการอยู่เสมอ Summer Street เปิดให้บริการ วันจันทร์ - วันเสาร์ หยุดวันอาทิตย์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ใครชอบอาหารทะเล ไม่ควรพลาดครับ ที่อยู่ : ซอยอารีย์ 2 ใกล้ BTS อารีย์ Credit : https://www.facebook.com/pages/SummerStreet/1615933711964393 2. Surf Surf ทาวน์อินทาวน์ ต่อมาที่ร้าน Surf Surf Seafood Goodbeer เป็นอีกหนึ่งร้านซีฟู้ดที่น่าสนใจ นั่งอยู่ริมถนน แต่บรรยากาศร้านเหมือนนั่งอยู่ริมทะเล น่าชวนเพื่อนซี๊มาสังสรรค์ ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ ที่ส่งตรงมาจากแหล่งวัตถุดิบชั้นดีแบบวันต่อวัน ที่ร้านยังมีเบียร์ไทยและเบียร์นอกให้เลือกหลายยี่ห้อ ถูกใจทั้งคนชอบซีฟู้ด ทั้งนักดื่มจริง ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่17.00 - 24.00 น. ที่อยู่ : (ตรงข้าม The Park) พลับพลา , วังทองหลาง , กรุงเทพมหานคร 10312 Credit : https://www.facebook.com/surfsurfseafood ดูรีวิวแบบเต็ม ๆ ได้ที่ : http://food.mthai.com/mafia-food/100679.html 3. A Sea Bar A Sea Bar เป็นอีกหนึ่งร้านที่ชาวซีฟู้ดอย่างเรา ๆ ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่ชอบกุ้ง เพราะที่นี่ มีทั้งกุ้งมังกรตัวโต กุ้งก้ามกราม และกุ้งลายเสือ และยังมีอาหารทะเลสด ๆ อีกมากมายให้เลือกอิ่มอร่อยกัน A Sea Bar เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 15.00-22.00 น. (ปิดทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน) ที่อยู่ : โครงการ อุดมสุข มาร์เก็ต เซ็นเตอร์, ซอยอุดมสุข 58 ถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพ 10260 Credit : https://www.facebook.com/seabar.seafood 4. The Mud 26 ร้านซีฟู้ดสุดเก๋ ดีไซน์ให้คล้ายกับโรงนา ให้บรรยากาศที่แสนสบาย เหมาะสำหรับชวนเพื่อนๆ มานั่งชิวแย่งกันปิ้งแย่งกันกิน The Mud 26 ยังโดดเด่นในเรื่องของ วัตถุดิบของที่สดใหม่ ทั้งไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ น้ำจิ้มก็มีให้เลือกแบบเผ็ดน้อยและเผ็ดมาก ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 17.00 - 23.00 น. ที่อยู่ : 32 ซอย ลาดพร้าว 26 แยก 2-1 แขวง จอมพล เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Credit : https://www.facebook.com/themud26 5. ยกทะเล ซีฟู๊ดบุฟเฟ่ต์ ร้าน Seafood Buffet เอาใจคอ Seafood สายแข็ง ยกทะเล ซีฟู๊ดบุฟเฟ่ต์ มีจุดเด่นตรงใช้วัตถุดิบชั้นดีทั้งใหญ่และสดมาก แถมยังมีเมนูพิเศษในแต่ละวันอีกต่างหาก แล้วสำหรับนักดื่มฟังทางนี้เลยเพราะที่ร้านยังมี เบียร์ให้เลือกถึง 5 แบบ เรียกว่าเป็นสวรรค์ ของทั้ง ซีฟู้ด และ นักดื่มในร้านเดียวกัน  ร้านเปิด เวลา 17:00-23:00 ที่อยู่ : 112 19/112 ซอย ท่าข้าม แขวง แสมดำ เขต บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150 Credit : https://www.facebook.com/yoktalayseafood 6. Mr.Seafood มูฟมาทางฝั่งรามกันบ้าง ที่ซอย รามคำแหง 127 กับร้าน Mr.Seafood บุฟเฟ่ต์ทะเลเผาที่ น่าสนใจตรง จัดของทะเลสดๆ วางให้เลือกอิ่มอร่อยได้จนละลานตา ทั้งปลาหมึก ปูม้า กุ้งก้ามกราม และอาหารทะเลอื่นๆ ให้เลือกเพียบ บุฟเฟต์รวมเครื่องดื่ม และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ร้านเปิดบริการทุกวัน 17.00 – 23.00 น. ที่อยู่ : รามคำแหง แขวง หัวหมาก เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 Credit : https://www.facebook.com/mr.seafood127 7.มังกรซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลปิ้งย่าง แต่งร้านด้วยสีสันสวยงาม บรรยากาศร้านโปร่งโล่งสบาย มีอาหารทะเลสด ๆ ให้เลือกแบบครบเครื่องทั้ง กุ้ง, หอยเชลล์, ปู, ปลาหมึก และยังมีเมนูแบบญี่ปุ่น ปลาแซลมอน ทั้งแบบซาซิมิและแบบย่าง, ยำสาหร่ายและปูอัด นอกเหนืออาหารทะเลยังมีหมูไก่ และของหวาน ของทานเล่น และยังมีเบียร์แบบบุฟเฟต์เสิร์มไม่อั้นอีกด้วย ที่อยู่ : 1394 ตรงข้าม ซ.ประชาสงเคราะห์21 ห้วยขวาง ดินแดง 10400 Credit : https://www.facebook.com/pages/มังกร-ซีฟู้ดส์.../841013329326130 8.อันดามัน บุฟเฟต์ทะเลเผา เสิร์ฟไม่ยั้งกับอาหารทะเลสดใหม่จากร้าน อันดามัน บุฟเฟต์ทะเลเผา ที่มากันครบทั้ง ทั้งกุ้ง กั้ง ปลาหมึก ปู ในแบบบุฟเฟ่ต์ทะเลเผา ในบรรยากาศร้านแบบสบายๆ โซนเอ้าท์ดอร์ มีสระน้ำอยู่ตรงกลาง นั่งกินชิวๆ เหมือนอยู่ในปาร์ตี้ริมสระน้ำ ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00 - 23.00 น ที่อยู่ : หมู่บ้าน อัมรินทร์นิเวศน์ 1 วงเวียนอนุสาวรีย์บางเขน ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220 Credit : https://www.facebook.com/buffettalay 9. เคียงทะเล บุฟเฟต์ทะเลเผา มาถึงอีกหนึ่งร้านแนะนำย่านประชาชื่น กับร้าน เคียงทะเล บุฟเฟต์ทะเเผา ถูกใจคนรักอาหารทะเลอีกหนึ่งร้านแน่นอน ด้วยการเลือกสรรวัตถุดิบ ที่มาจากทะเลสด ๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสุดฟิน แถมบุฟเฟต์ยังรวมเบียร์สดแบบเสิร์ฟไม่อั้น เปิดให้บริการตั้งแต่ 16.30 - 00.00 น. ที่อยู่ 22/9  ประชาชื่น บางซื่อ กทม  10800 Credit : https://www.facebook.com/pages/เคียงทะเล-บุฟเฟต์ทะเลเผา-เบียร์สด-อิ่มไม่อั้น/1576514055945920 10.บางกอกซีวิว เปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปีแล้ว กับร้าน บางกอกซีวิว มีกิมมิคก่อนกินคือ ลูกค้าต้องนั่งเรือหางยาวออกไปประมาณ 15-20 นาที เพื่อไปที่ร้าน ระหว่าง การเดินทางนั้น ท่านจะได้ ท่องเที่ยว และ ชมพื้นที่ ป่าชายเลน ผืนสุดท้ายของกรุงเทพฯ รวมถึงวิถีชีวิตชาวเล ริมสองฝั่งคลอง  ส่วนอาหารของร้านนั้นบอกเลยว่าถูกใจคนรักอาหารทะเล แน่นอน เพราะใช้อาหารทะเลสดๆ  ทำเป็นอาหารจานเด็ดอร่อยถูกใจแน่นอน เปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00 - 21:00 น. ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ที่อยู่ : 74/3 หมู่ 9 ท่าข้าม บางขุนเทียน กทม 10150 Credit : http://www.bangkokseaview.com/  

บก.จร. แจ้งปิดถนนช่วงเช้าซ้อมปั่นจักรยาน 2 ส.ค. นี้
Bike for Mom /  ปั่นจักรยาน / 

แจ้งปิดถนนลานพระราชวังดุสิต ถึงกองพันทหารราบที่ 1 วันที่ 2 ส.ค. ช่วงเช้า ซ้อมปั่นจักรยานกิจกรรม Bike for Mom บก.จร. ประกาศแจ้งข่าว วันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. 58 ทางรัฐบาลได้จัดกิจกรรม Bike for Mom “ปั่นเพื่อแม่” และเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่า มาร่วมในกิจกรรมนี้ เพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อแม่ และแม่ของแผ่นดิน โดยในวันที่ 2 ส.ค. 58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จะมีการซ้อมปั่นจักรยาน ตามเส้นทางจริง ช่วงบริเวณลานพระราชวังดุสิต ถึงกองพันทหารราบที่ 1 (ร.1 พัน.1 รอ.) และตรวจตราความเรียบร้อย พิธีการต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 12.00 น. ซึ่งจะมีรถจักรยานร่วมขบวนประมาณ 1,000 คัน เริ่มเคลื่อนขบวน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจจราจร จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่จะปิดการจราจร ในวันที่ 2 ส.ค. 58 ได้แก่ ช่วงที่ 1 บริเวณรอบลานพระราชวังดุสิต ปิดการจราจร ตั้งแต่เวลา 06.00 - 09.00 น. ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่แยกอู่ทองใน ถึงพระลานพระราชวังดุสิต , ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกวัดเบญจมบพิตร ถึงแยกพล 1 , ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกพระรูปรัชกาลที่ 5 จนถึงแยกสวนมิสกวัน และบริเวณลานพระราชวังดุสิต ช่วงที่ 2 เส้นทางหลักที่ให้เดินรถได้เฉพาะรถจักรยานเท่านั้น ปิดการจราจรตั้งแต่ 08.00 - 12.00 น. เริ่มตั้งแต่ลานพระราชวังดุสิต เลี้ยวซ้ายไปทางถนนศรีอยุธยา ถนนศรีอยุธยา ซ้ายแยกพญาไท ถนนพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกสามเหลี่ยมดินแดง แยกดินแดง ถนนวิภาวดีรังสิต กองพันทหารราบที่ 1 (ร.1 พัน.1 รอ.) (โดยปิดเฉพาะถนนวิภาวดี-รังสิต ฝั่งขาออกเท่านั้นสาหรับขาเข้าใช้เส้นทางได้ปกติ) และจุดเชื่อมต่อ เส้นทางปั่นจักรยาน ห้ามรถทุกชนิดเดินในถนน ตรอก และซอย ก่อนถึงเส้นทางจักรยาน ทางแยก สำหรับประชาชนสามารถใช้ทางด่วน/ทางพิเศษได้ โดยลงด่วนดินแดงแล้วขึ้นทางยกระดับ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 12.00 น. ทั้งนี้ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด จะยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงเวลา ดังกล่าว สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร หมายเลขโทรศัพท์ 1197 หรือ www.trafficpolice.go.th

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

เปิดตำนานความแซ่บ ลิปฯแดงแท่งไหนทาแล้วเผ็ดกว่ากัน ไปดู !
ลิปสติก /  สีแดง

ผู้หญิงกับลิปสติกสีแดงเป็นอะไรที่คลาสสิคและแซ่บสุดอะไรสุด เรามาย้อนดูกันดีกว่าว่าตำนานความแซ่บของแต่ละแบรนด์เริ่มขึ้นตอนไหน ไปดูกันเลย ลิปสติกสีแดงจากแบรนด์ตัวแม่อย่าง Chanel ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924  ซึ่งในตอนนั้นไอเท็มสีแดงทั้งหลายของ Chanel เป็นอะไรที่ฮิตมาก เรียกได้ว่าเป็นไอเท็ม MUST HAVE ของสาวๆ เลยทีเดียว ส่วน Chanel Rouge Allure เบอร์ 99 สี Pirate คือสีแดงสดก็ขึ้นแท่นลิปสติกที่คนนิยมตลอดกาล ทางฝาก Dior ก็ตามมาติดๆ ด้วยการเปิดตัวลิปสติกสีแดงเป็นเฉดสีแรก ในชื่อลิปสติกหมายเลข 9 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นหมายเลข 99 และกลายเป็นมาลิปสติกหมายเลข 999 ในปัจจุบัน ลิปสติกเบอร์ 1 จาก Yves Saint Laurant ก็หนีไม่พ้นสีแดงสด แซ่บสะท้านใจอย่าง Rouge Pur Couture สาวปากแดงจากฝั่งมะกันต่างพร้อมใจกันยกนิ้วให้ Fire & Ice lipstick สีแดงสดจาก Revlon ที่ทางแบรนด์เองก็ชูสีแดงสดเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 จนมาถึงปัจจุบัน ลิปสติกสีแดงไม่ได้มีไว้ทาให้ดูสวยอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะลิปสติกสีแดงของ Elizabeth Arden ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความเข้มแข็งของผู้หญิงในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แถมยังช่วยขับเคลื่อนพลังใจให้อีกด้วยนะ Cr.upyim