1/aojvojthemovie

พาณิชย์ จี้จัดระเบียบผู้ค้าตลาดออนไลน์เข้าระบบ
E-Commerce /  กระทรวงพาณิชย์ / 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ สมาคมอี-คอมเมิร์ซไทย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และตลาดกลางอี-คอมเมิร์ซเร่งจัดระเบียบผู้ค้าอี-คอมเมิร์ซเข้าสู่ระบบ โดยจะจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทการซื้อ-ขายออนไลน์ ( อี-คอมเมิร์ซ ) ซึ่งหวังว่าจะสามารถยุติปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจ นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย มาคมผู้ดูแลเว็บไทย และผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) เพื่อเร่งจัดระเบียบผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบและแจ้งเตือนให้ดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ฯ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะแจ้งเตือนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดร้านค้าออนไลน์และยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ฯ ให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ประกอบธุรกิจ ซึ่งหากพบว่าผู้ประกอบการยังคงเมินเฉยไม่ดำเนินการให้ถูกต้องกรมฯ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 อีกทั้งเตรียมขอความร่วมมือจากตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สมาคมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ต่ออายุการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและเว็บไซต์รายนั้นๆ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นนโยบายสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ช่องทางอี-คอมเมิร์ซในการขยายตลาดและขยายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ของไทยที่จะมีช่องทางในการขยายตลาดทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ซที่ได้จดทะเบียน จะได้รับประโยชน์โดยตรง คือ 1) มีตัวตนตามกฎหมายทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือและสร้างโอกาสทางการตลาด 2) ใช้เป็นเอกสารหลักฐานแสดงตัวตนเพื่อทำธุรกรรมทางธุรกิจ เช่น สถาบันการเงิน ฯลฯ 3) ได้รับสิทธิสมัครขอใช้เครื่องหมาย DBD Registered และ DBD Verified ของกรมฯ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและ 4) ได้รับการส่งเสริมและได้รับสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมที่กรมฯ หรือหน่วยงานพันธมิตรของกรมฯ จัดขึ้น MThai News “ขายของออนไลน์” ธุรกิจของคนรุ่นใหม่

CC SHOP ชวนคุณมาดูหนังฟรี!! ต้อนรับวันฮาโลวีน
cc shop /  fan page / 

Celebrates Halloween!! ฮาโลวีนนี้ CC SHOP ชวนคุณมาดูหนังฟรี!! กติกาง่ายๆ แค่ 1. กด Like CC SHOP Thailand Fanpage 2. Share ภาพกิจกรรมนี้ไปที่ Facebook ของตัวคุณเอง และ Capture รูป 3. ส่งรูปมาทาง Inbox ของแฟนเพจพร้อมลงทะเบียน แค่นี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรชมภาพยนตร์จากเครือ Major Cineplex กันแล้วค่ะ (จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง) ร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคมนี้ค่ะ ประกาศรางวัลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ที่เพจ CC SHOP หลัง 18.00 น. เป็นต้นไป ร่วมสนุกได้ 1 แอคเคานท์ต่อ 1 สิทธิ์ สงวนลิขสิทธิ์เฉพาะ Fanpage CC SHOP Thailand เท่านั้นนะคะ

คดีข่มขืนศพ (THE WRATH OF SILENCE) 9/10
หนังจีน

เป็นหนังปี พ ศ 2537 ให้เสียงภาษาไทย : อินทรี ทาเคชิ คาเนชิโร - หยวนหย่งอี้: นําแสดง ต้องขอบคุณไฟล์จาก O Sarakham แห่ง youtube.com 1/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413950364.html 2/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413951572.html 3/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413952872.html 4/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413954157.html 5/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413955821.html 6/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413956646.html 7/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413957861.html 8/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413959183.html 9/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413962673.html 10/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413963918.html

คดีข่มขืนศพ (THE WRATH OF SILENCE) 7/10
หนังจีน

เป็นหนังปี พ ศ 2537 ให้เสียงภาษาไทย : อินทรี ทาเคชิ คาเนชิโร - หยวนหย่งอี้: นําแสดง ต้องขอบคุณไฟล์จาก O Sarakham แห่ง youtube.com 1/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413950364.html 2/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413951572.html 3/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413952872.html 4/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413954157.html 5/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413955821.html 6/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413956646.html 7/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413957861.html 8/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413959183.html 9/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413962673.html 10/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413963918.html

 กนอ.อนุมัตินิคม 6 แห่ง ขยายพื้นที่รับเออีซี
กนอ. /  กนอ.อนุมัตินิคม 6 แห่ง / 

บอร์ด กนอ.อนุมัตินิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง ขยายพื้นที่เพิ่มรวม 4,022 ไร่ เงินลงทุน 6,751 ล้านบาท รองรับการขยายตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558  นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กนอ.เห็นชอบขยายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 6 แห่ง รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4,022 ไร่ งบประมาณทั้งสิ้น 6,751 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก โดยไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 โดยนิคมทั้ง 6 แห่ง เป็นนิคมร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ.กับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอกชน ประกอบด้วย 1.นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยบริษัท อมตะซิตี้ จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ได้ขอขยายพื้นที่เพิ่มประมาณ 2,524 ไร่ จากพื้นที่เดิมที่ได้มีการพัฒนาพื้นที่แล้ว 11,483 ไร่ ขายพื้นที่ไปแล้ว 8,171 ไร่ และยังมีพื้นที่ขายคงเหลือ 874 ไร่ โดยจะใช้วงเงินลงทุนประมาณ 4,842 ล้านบาท คาดว่าจะพัฒนาเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี 2.นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่ประมาณ 631 ไร่ จากพื้นที่โครงการเดิมที่มีอยู่ประมาณ 3,160 ไร่ ใช้วงเงินลงทุนประมาณ 822.92 ล้านบาท 3.นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จังหวัดระยอง บริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท (ระยอง) จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่เพิ่มประมาณ 704 ไร่ จากโครงการเดิมที่มีพื้นที่พัฒนา 9,034 ไร่ และได้ขายหมดแล้ว จึงต้องขอขยายพื้นที่เพิ่มเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และประกอบรถยนต์ โดยใช้วงเงินลงทุน ประมาณ 762 ล้านบาท 4.นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36 จังหวัดระยอง บริษัท ระยอง 2012 จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่เพิ่มประมาณ 49 ไร่ จากพื้นที่โครงการเดิมที่มีอยู่ 1,232 ไร่ โดยวงเงินลงทุนประมาณ 55 ล้านบาท 5.นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บริษัท ซี.เอ.เอส.แอสเซท จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ขอขยายพื้นที่ 83 ไร่ ปัจจุบันนิคมดังกล่าวมีการพัฒนาพื้นที่แล้ว 1,561 ไร่ พื้นที่ขายแล้ว 1,090 ไร่ คงเหลือพื้นที่ขายประมาณ 99 ไร่ โดยการขยายพื้นที่ในครั้งนี้มีวงเงินลงทุนประมาณ 270 ล้านบาท 6.นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จังหวัดระยอง บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัด เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ได้ขออนุญาตจาก กนอ.ในการจัดรูปแปลงที่ดินให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ จำนวน 31 ไร่ ซึ่งยังคงจำนวนพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่สีเขียวจำนวนเท่าเดิม รวมเป็นพื้นที่โครงการทั้งสิ้น 3,198 ไร่ MThai News

รวมเด็ด เศรษฐกิจ MThai 22 ตค.
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

รวมเด็ด เศรษฐกิจ MThai 22 ตค. 1.บิ๊กโปรเจคคมนาคม ใช้เวลา 8 ปี งบ 6.8 หมื่นล้าน คมนาคมเผยบิ๊กโปรเจคเตรียมลงทุนระยะยาว 8 ปี ใช้งบประมาณกว่า 68,000 ล้านบาท (อ่านต่อ) 2.ธ.ก.ส.โอนเงินชาวนาแล้วกว่า 288 ล้าน ธ.ก.ส. โอนเงินอัตราไร่ละ 1,000 บาท ให้ชาวนารวมแล้วกว่า 288 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 23,453 ราย (อ่านต่อ) 3.พลังงาน เปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ 29 แปลง กระทรวงพลังงานพลังงาน เปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ 29 แปลง หวังสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน (อ่านต่อ) 4.พาณิชย์ จี้จัดระเบียบผู้ค้าตลาดออนไลน์เข้าระบบ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ สมาคมอี-คอมเมิร์ซไทย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และตลาดกลางอี-คอมเมิร์ซเร่งจัดระเบียบผู้ค้าอี-คอมเมิร์ซเข้าสู่ระบบ (อ่านต่อ) 5.ส.อ.ท. เผยความเชื่อมั่นภาคอุตฯ ลดลง 2 เดือนติด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯตกตกลงติดต่อกัน จากความกังวลเกี่ยวกับความซบเซาของภาวะเศรษฐกิจ (อ่านต่อ) MThai News

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว Photo by Coffee Blended 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร Photo by Coffee Blended 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by Coffee Blended , eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

หุ้นไทยปิดบวก 6.58 จุด ที่ระดับ 1,532.72 จุด
ข่าวหุ้น /  ดัชนีฯหุ้น / 

วันนี้ตลาดหุ้นไทยปิด ณ เวลา 16.40 น.ที่ 1,532.72 จุด เพิ่มขึ้น 6.58 จุด หรือ 0.43% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 37,264.18 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ที่ดันดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก 1.ADVANC ปิดที่ระดับ 228.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.6659 จุด 2.PTTGC ปิดที่ระดับ 59.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.8843 จุด 3.GLOW ปิดที่ระดับ 97.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.4508 จุด 4.INTUCH ปิดที่ระดับ 72.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.4492 จุด 5.IVL ปิดที่ระดับ 23.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.4316 จุด MThai News

ผลบอลไทย: คูชิดะซัดโทน! ฉลามชลบุกเชือดพลังเอ็มตามหายใจรดต้นคอปราสาท
ฉลามชล /  ชลบุรี เอฟซี / 

ผลฟุตบอลไทย โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:0-1 คาซูโตะ คูชิดะ น.5 เวลา: 18.00 น. สนาม: ราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2 การแข่งขันแย่งแชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกในช่วงโค้งสุดท้ายยังสนุกสุดมันส์เมื่อ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี บุกไปเฉือนเอาชนะ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ของ คาซูโตะ คูชิดะ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะลงเล่น ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แข่งขันในนัดกลางสัปดาห์ วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน รังเหย้าชั่วคราวของ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี ต้อนรับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่ยังต้องการสามแต้มเพื่อเบียดลุ้นแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยในนัดนี้ มาซาฮิโร วาดะ กุนซือชาวปลาดิบของทีมเยือนเปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายตำแหน่งจากนัดที่เอาชนะ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะออย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ, ชลทิตย์ จันทคาม,อดุล หสะโสะ,นูรูล ศรียานเก็ม และ จูเรียโน่ มิเนโร่ แล้วส่งแจ็คกี้ ไดกิเต้ , นิเวส ศิริวงค์, ณัฐพงษ์ สมณะ,ชาคริต บัวทอง และ พิภพ อ่อนโม้ ลงมาประสานงานกับสินทวีชัย หทัยรัตนกุล, สุทธินันท์ พุกหอม,คาซูโตะ คูชิดะ,แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส ,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ติอาโก้ คุนญ่า เริ่มเกมส์เพียงแค่ 4 นาที ฉลามร้ายจากเมืองชลได้ ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อ ณัฐพงษ์ สมณะ ทะลุขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอล ผ่าน ฉัตรชัย ที่ออกมาตัดบอลพลาดไปถึง พิภพ อ่อมโม้ ได้โขก แต่ว่าบอลหลุดกรอบออกไป จากนั้นอีกแค่นาทีเดียว ชลบุรี เอฟซีได้เฮสมใจจนได้ เมื่อแผงหลังพลาดปล่อยให้ พิภพ ฉกบอลแล้วลากลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ กองหลังพยายามสกัดแต่บอลไม่พ้นอันตราย แล้วเป็น คาซูโตะ คูชิดะ ที่จมูกไวปราดเข้าไปยิงบอลเสยตาข่ายเข้าประตูให้ ชลบุรี เอฟซี ออกนำอย่างรวดเร็ว 0-1 นาทีที่ 7 เจ้าบ้าน โอสถสภาได้โอกาสช่องครั้งแรกจากบอลที่ แอนโธนี่ โมเมแนน ไหลบอลคืนมาให้ จักกริช บุญคำซัดแต่ข้ามคานออกไปเยอะ ผ่านไป 10 นาที ยังเป็นชลบุรี เอฟซีที่ครองเกมส์ได้มากกว่า นาที 18 เจ้าบ้านต้องเจาะด้วยการยิงไกลอีกครั้ง จากการยิงของ อภิภู แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ เข้าสู่นาทีที่ 20 พลังเอ็ม เริ่มครองบอลได้มากกว่าแต่ก็ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้าและต้องอาศัยการเจาะด้วยลูกยิงไกลของ แอนโธนี่ โมเมแนน แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะทำให้ สินทวีชัยได้ออกแรงเซฟ ผ่านครึ่งชั่วโมงเต็ม เกมส์กลับมาสูสีกัน และเป็นการสู้กันที่ตรงกลางสนาม นาที 34 ติอาโก้ คุนญ่าถอยมารับบอลต่ำแล้ววางบอลให้ เกริกฤทธิ์ สอดขึ้นไปยิงด้วยซ้ายลักษณะคล้ายๆที่ยิงใส่ ศรีสะเกษ ในนัดที่ผ่านมาแต่คราวนี้บอลไม่ตรงกรอบ เวลาที่เหลือของครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม หมดครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี บุกมาขึ้นนำ โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 ก่อนเริ่มครึ่งหลัง มาซาฮิโร่ วาดะเลยต้องส่ง บวช ตาปลา ฮีโร่จากนัดที่แล้วลงมาเล่นแทน พิภพ อ่อนโม้ ที่ไปปะทะกับกองหลัง โอสถสภาจน ศีรษะแตกเล่นต่อไม่ไหว จากในช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 49 ชลบุรี เอฟซีได้ฟรีคิกทางกราบซ้าย ชาคริต บัวทองหยอดบอลไปเสาแรก บอลเกือบถึงบวร ตาปลา แต่โดนตัวประกบจิ้มทิ้งออกไปก่อน นาที 52 วันใหม่ เศรษฐนันท์ แบ็กซ้ายเจ้าบ้านลองส่องไกลอีกครั้ง คราวนี้ใกลเคียงขึ้นโดยพุ่งหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลัง โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี เป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ นาที 63 ติอาโก้ คุนญ่า พลิ้วหนีสองตัวประกบก่อนลากบอลไปเปิดที่เสาไกล บอลทะลักไปถึง แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส ที่เติมขึ้นมาได้แต่งบอลแล้วยิง บอลหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น นาที 66 เจ้าบ้านใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอที่สุดเมื่อ จักรกริช โยนฟรีคิกลึกไปเสาไกลให้ กฤษดา เก็มเด็น ได้โขกแต่บอลตรงตัว สินทวีชัย นาที 70 ฉลามชลทำเกมส์รุกได้สวย แล้วมาจบที่ เกริกฤทธิ์ โยนบอลให้ตัวสำรองอย่าง เทิดศักดิ์ ทิ้งตัวโหม่งแบบลืมวัย แต่ ฉัตรชัยยังไม่พลาดทิ้งตัวรับไว้ได้ นาที 77 บวร ตาปลา สะกิดบอลให่ ติอาโก้ คุนญ่า โชว์ทักษะงัดบอลแล้วหมุนตัวยิงทันที แต่บอลก็ยังตรงตัว ฉัตรชัย บุตรพรม ช่วงท้ายเกมส์ ชลบุรี เอฟซี ที่นำอยู่พยายามครองบอลเพื่อปิดเกมส์ หมดเวลาการแข่งขัน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี บุกมาเฉือนเอาชนะ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ของ คาซูโตะ คูชิดะ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่จะลงเล่นกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จะลงเล่นกับในเวลา 20.00 น. รายชื่อ โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี : ฉัตรชัย บุตรพรม (GK),วันไหม่ เศรษฐนันท์,โกศวัต ว่องไวลิขิต,มิเชล เจฟเฟอร์สัน,แอนโธนี่ โมเมแนน(แทงเซนี่ ซิปาฮู น.68),เจษฎา พั่วนะคุณมี(C),จักรกริช บุญคำ(คัฟฟ้า บุญมาตุ่น น.79),อภิภู สุนทรพนาเวศ(อันโตนิโอ แวซูร่า น.85),ศราวุฒิ จุตรภัทร,กฤษดา เก็มเด็น และ อารอน ดาซิลวา ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK),นิเวส ศิริวงค์(ชลทิตย์ จันทคาม น.79),สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพงษ์ สมณะ,แจ็คกี้ ไดกิเต้,แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส, คาซูโตะ คูชิดะ,ชาคริต บัวทอง(เทิดศักดิ์ ใจมั่น น.69),เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ติอาโก้ คุนญ่า และ พิภพ อ่อนโม้(บวร ตาปลา น.46)

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์
ประจำเดือน /  มนุษย์เมนส์ / 

มนุษย์เมนส์ เกิดจากธรรมชาติของผู้หญิงที่ต้องเกิดขึ้นทุกเดือน และนับเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายสำหรับสาวๆ แทบทุกคนบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากภาวะภายในร่างการที่กำลังปรับสภาพแล้ว ก็ยังส่งผลถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของคุณเธอที่หงุดหงิด และฉุนเฉียวง่ายจนแผ่รังสีไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย นี่เป็นเรื่องจริง!!! นะคะ เพราะถ้าใครไม่เจอกับตัวอาจไม่เชื่อ ถ้างั้นเราลองมาดู 18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์ กันคะว่าจะมีอะไรบ้าง ที่ต้องเฝ้าระวังในวันมามาก... 18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์  1. ไม่ว่าจะหัวเราะ ไอจาม เคลื่อนไหวทุกท่วงท่า ก็พาเขื่อนแตกเลือดพุ่งไปหมดนะงานนี้ 2. ทำให้การซักผ้าจะยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ กางเกงใน 3. ปวดท้องน้อยเว้ยยยยยย ทรมานโคตร !! 4. อดการจ้ำจี้ชั่วคราว >< 5. ทุกสิ่งรอบตัวสามารถเรียกอารมณ์โกรธและน้ำตาได้มหาศาล ขอย้ำว่า มหาศาล 6. ห่างกันซักพักกับกางเกงสีขาว 7. กินเยอะ เพราะหิวและโคตรหิวและอภิมหาโคตรหิว  8. สิวมาจ่อบนหน้าตามระเบียบ เพิ่มความหงุดหงิด 9. ผลาญทรัพยากรทิชชู่ในห้องน้ำไปมากกว่าที่เคยเป็น 10. ชีวิตนี้มันช่างยากลำบาก อยู่นิ่งไม่ได้ ปวดเมื่อยไปหมด มีใครเข้าใจไหม 11. อ่อนเพลียที่สุดในโลก นอพักแพพ 12. และก็ชอบมาในเวลาเผลอๆ ผ้าอนามัยก็ไม่ได้เตรียม 13. อืด และ บวม และ เซ็ง 14. ถ้าใครใช้อนามัยแบบสอด จะรู้ว่าทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่น่ากลัวสุดขีด 15. ได้ยินเสียงแกะซองผ้าอนามัยชัดเจนกว่าเสียงอื่นๆ   16. ห้ามลืมพาผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ไปไหนด้วยทุกที่ ทุกเวลา 17. ช้อปแหลกตามใจแก้หงุดหงิด จนกระเป๋าฉีก ไม่น่าเกี่ยวแต่หยุดไม่ได้จริงๆ 18. แต่อย่างน้อยก็ไม่ท้องหละฟ่ะ… ข้อมูลและภาพ :  distractify, catdumb

มติสนช.'วิทวัส'นั่งผู้ตรวจฯ 'ดิสทัต'เลขากฤษฎีกา
ดิสทัต /  ผู้ตรวจการแผ่นดิน / 

สนช. มีมติ เห็นชอบ 'พล.อ.วิทวัส' นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะ 'ดิสทัต' เป็นเลขาธิการกฤษฎีกา ด้าน วิป สปช.ชั่วคราว เตรียมหารือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บรรยากาศการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ล่าสุด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน และเห็นชอบให้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะเดียวกัน การประชุมคณะกรรมาธิการประสานงานกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ วิป สปช.ชั่วคราว นัดแรกวันนี้มี นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ว่าที่ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระเพื่อกำหนดทิศทาง พร้อมวางกรอบการทำงานของ สปช. หลังจากนี้ โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อการปฏิรูปที่อาจมีมากกว่า 10 ด้าน และสมาชิก สปช. 1 คน จะรับผิดชอบในกรรมาธิการมากกว่า 1 คณะ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การคัดกรองบุคคลภายนอกเข้าร่วมกรรมาธิการ ซึ่งเป็นไปได้ที่บุคคลภายนอกจะมาจากบุคคลที่ไม่ได้รับการคัดสรรเข้ามาเป็น สปช. 250 คน

สู้ไม่ไหว! เจ้าไมค์ สุริยัน โดนนับพ่ายยุ่นชวดแชมป์โลก
wbc /  ชินสึเกะ / 

สู้ไม่ไหว! เจ้าไมค์ สุริยัน โดนนับพ่ายยุ่นชวดแชมป์โลก "เจ้าไมค์" สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงชาวไทย สู้เชิงมวย ชินซึเกะ ยามานากะ เจ้าของแชมป์แบนตัมเวทชาวญี่ปุ่นไม่ไหว หลังโดนนับถึง 3 ครั้ง และโดนตัดแต้มยก 9 แพ้คะแนน ชวดนำเข็มขัดแชมป์กลับเมืองไทย ศึกชิงแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวท พิกัด 118 ปอนด์ ของสภามวยโลก หรือ "ดับเบิลยูบีซี" ระหว่าง ชินซึเกะ ยามานากะ เจ้าของเข็มขัดแชมป์ พบกับ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงชาวไทย ที่ โยโยกิ ยิมเนเซียม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยยอดกำปั้นไร้พ่ายชาวญี่ปุ่น พกสถิติสุดหรู ชนะ 21 ครั้ง (น็อค 16 ครั้ง) เสมอ 2 ครั้ง ขณะที่กำปั้นชาวไทย ชนะ 37 ครั้ง (น็อค 16 ครั้ง) แพ้ 5 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง เริ่มต้นการชกเป็น "เจ้าไมค์" สุริยัน ที่เดินหน้าสาวเท้าเข้าหาอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็รับหมัดคู่ต่อสู้เต็มๆ เช่นกันเนื่องจากส่วนสูง และช่วงชกของแชมป์โลกชาวญี่ปุ่นเหนือกว่า แต่มาถึงยกที่ 7 กำปั้นไทย ออกจากมุมด้วยความกระตือรือร้นมากขึ้น พร้อมปล่อยเดินเข้าหาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนมีหมัดซ้ายเข้าสู่ลำตัวจนนักชกเจ้าบ้านมีอาการให้เห็นเช่นกัน ก่อนที่จะตั้งหลักได้ พร้อมหลบหลีกการชวนทะเลาะแลกหมัดกัน อย่างไรก็ตามยกที่ทำท่าว่าจะดีของ สุริยัน กลับพลาดช่วงปลายเมื่อโดนหมัดคู่แข่งจนเซลงไปกองกับพื้นเวทีผู้ตัดสินต้องนับถึง 8 ก่อนจะลุกขึ้นมาได้และหมดยกดังกล่าวไป มาถึงยกที่ 8 "เจ้าไมค์" ยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่ไม่ย่อท้อ เดินเอาหน้าเข้าหาพายุหมัดแชมป์โลกต่อ แต่การเดินเข้าหาก็ได้ผลเช่นกัน เมื่อมีหมัดหลุดเข้าหน้าของ ชินซิเกะ ได้บ้าง ก่อนที่นักชกไทยจะโดนหมัดส่งลงไปนั่งกองกับพื้นให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง เข้าสู่ยกที่ 9 นักชกไทย ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินเข้าหา แต่ก็โดนตัดคะแนนจากผู้ตัดสินเมื่อมองว่าการเดินเข้าหาอาจเป็นการใช้หัวพุ่งเข้าชน แถมยังโดนหมัดลงไปให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง ยกที่ 10 ความขยันของนักชกไทย ทำให้แชมป์แดนปลาดิบต้องโผเข้ากอดเช่นกัน การชกในยกที่ 11 สุริยัน ที่รู้ดีว่าคะแนนเป็นรองสุดกู่ยังคงเดินหน้าเข้าหา ขณะที่แชมป์โลกนอกจากจะดักต่อยพร้อมวนหนีแล้ว ยังวนหนีไปรอบๆ ปล่อยนักชกไทยจ้วงหมัดไปแบบไม่เข้าเป้า ยกสุดท้ายกำปั้นไทยพยายามไล่บดต่อไป แต่ก็โดนหมัดชุดจนเจียนไปเจียนอยู่ สุดท้ายจบการชก 12 ยก พร้อมกับการชูมือให้ ชินซึเกะ ยามานากะ ชนะคะแนน พร้อมป้องกันแชมป์โลกไว้ได้ต่อไป เครดิต : ผู้จัดการออนไลน์

สาวจีน เลิกแฟน ประชดรัก นั่งกินไก่ที่ KFC ทั้งอาทิตย์!
ประชดรัก /  สาวโสด / 

สาวๆเคยอกหักแล้วทำอะไรบ้าๆบอๆบ้างมั้ยคะ เช่น กินเยอะมาก ปาร์ตี้ลืมวันลืมคืน ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า หรือเมาแล้วทำอะไรรั่วๆ ที่คาดไม่ถึง วันนี้เรามีไอดอลสาวคนหนึ่งจากประเทศจีน ที่อกหักแล้วไปนั่งซัดไก่ที่ร้านเคเอฟซีเกือบ 1 อาทิตย์!!!! เรียกได้ว่า แหกทุกกฏ ประชดรัก ที่สาวๆเคยทำแน่นอน สาวน้อยนางนี้ มีนามว่า Tan Shen อายุ 26 ปี เศร้าหนักหลังถูกแฟนหนุ่มสะบั้นรัก จึงทิ้งตัวเองในร้านเคเอฟซีเป็นเวลากว่า หนึ่งอาทิตย์ โดยเธอได้เข้าไปอยู่ในร้านกับเหตุผลง่ายๆที่ว่า ไม่อยากจะกลับไปที่อพาร์ทเม้นท์ เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเธอและแฟน ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้หรอกว่า เธอจะครองแชมป์อยู่ในร้านได้นานเป็นอาทิตย์ ขนาดนี้  โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ณ แหล่งอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่สถานีรถไฟในเมือง เฉิงตู ของประเทศจีน พนักงานในร้านได้สังเกตเธอและพบว่าเธอไม่ไปไหนสักที ได้แต่นั่งอยู่ในร้าน จึงเข้าไปสอบถาม เธอก็ให้คำตอบมาว่า " ฉันแค่อยากมีเวลาคิดอะไรหน่อย" และก็สั่งไก่ทอดชุดใหญ่ กับ เฟรนช์ฟรายบิ๊กไซส์ มากินเกือบทั้งสัปดาห์ โดยพนักงานในร้านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ปล่อยให้เธอได้คิด ได้ทำอย่างที่เธอต้องการ แต่เมื่อสื่อท้องถิ่นเข้ามาสัมภาษณ์เธอ เธอก็บอกว่า เธอจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เธอจะขอหนีไปอยู่กับพ่อแม่ของเธออีกเมือง พนักงานในร้าน  Jiang Li Lung บอกว่า " พวกเราในร้านคงจะคิดถึงเธอมาก เพราะเธอทำให้ร้านของเรามีสีสันมากขึ้นจริงๆ" เอาเป็นว่า ถ้าอกหักก็ทำอะไรที่พอดีๆแล้วกันนะคะสาวๆ ให้สบายใจและปลอดภัยกับตัวเองและคนอื่น จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง จะโศกเศร้า หรือทำอะไร ก็ขอให้มีสติคิดให้รอบคอบนะคะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มา Metro.co.uk

7 เหตุผลที่ทำให้สาวๆ อยากกินทั้งที่ไม่หิว
ลดน้ำหนัก /  อยากกินทั้งที่ไม่หิว / 

สาวๆเคยเป็นกันไหมคะ จู่ๆก็อยากกินอะไรไม่รู้ ตลอดเวลา ทั้งที่เพิ่งจะกินข้าวกลางวันจานใหญ่ไปเมื่อตะกี้นี่เอง รู้ไหมคะว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้สาวอยากกินขนาดนั้น เรื่องบางเรื่องบอกเลยว่า ไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นไปได้นะจะบอกให้ 1.ขาดน้ำ ดื่มน้ำมากๆ ไม่เคยทำให้ใครน้ำหนักขึ้น หรือ อ้วนขึ้นค่ะ มีแต่จะดีขึ้นและดีขึ้น ถ้าสาวๆดื่มน้ำน้อย ผลร้ายตามมาแน่นอนค่ะ เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำจะทำให้ร่ายกายสับสนค่ะว่า สรุปนี่ฉันหิวน้ำหรือหิวข้าว หิวขนม อยู่กันแน่ นี่แหละค่ะ จะทำให้สาวๆลุกไปหาอะไรกินแบบงงๆ 2. ดูภาพของกิน เลี่ยงไม่ได้จริงๆกับสาวๆที่บ้าคลั่งโซเชียลเนตเวิร์คเข้าไส้ ไหนจะเฟสบุ้ค อินสตาแกรม นี่เป็นช่องทางที่ทำให้เราได้ดูรูปของกินแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียวแถมแต่ละรูปก็ถ่ายออกมาได้เย้ายวนใจซะ จากการวิจัยของ Journal of Neuroscience ให้ผู้เข้าทดสอบดูภาพอาหารที่สวยงามน่ากินปรากฏว่า ภาพของอาหารสามารถกระตุ้นสมองส่วนกลาง ทำให้กินมากขึ้น !! ใครที่ชอบดูล่ะก็ เลิกได้แล้วนะคะ 3.นอนไม่พอ เพราะฮอร์โมนจะกระตุ้นความอยากอาหารของเราให้รุนแรงขึ้น มากกว่าปกติ ถ้าสาวๆนอนหลับเต็มอิ่ม บอกเลยว่าไม่มีหิวระหว่างมื้อแน่นอน 4.ดูทีวี ดูซีรี่ย์ กินไปดูไป ถ้า คืนไหนอยากผ่อนคลายด้วยการดูทีวี ซีรี่ย์ต่างๆ ขออย่างหนึ่งเถอะค่ะ อย่าได้ซื้อขนมมาตุนเลย ไม่ว่าจะเป็นขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม ป๊อบคอร์น เพราะ การดูหนังจะทำให้เราไม่รู้ปริมาณการกินค่ะ เพราะเราจะดึงความสนใจไปที่การจับจ้องหน้าทีวี ทำให้สาวๆไม่รู้เลยว่า กินไปแล้วเท่าไหร่ อันส่งผลให้น้ำหนักทะยานไปอย่างรวดเร็วรุนแรงแน่นอนจ้า 5.แอลกอฮอล์ ทำร้ายเธอนะ เพราะจะไปชะลอการผลิตฮอร์โมน leptin นั่นเอง ซึ่งมีรายงานบอกว่า คนที่ดื่มมากๆมีผลทำให้ทานเยอะยิ่งขึ้นนะ 6.เครียด ความเครียด ความประหม่า หรือคาดหวังกับสิ่งที่ยังไม่เกิดมากเกินไป จะทำให้ร่างกายผลิต Gherlin ที่ทำให้เราหิวอย่างดุดันมากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่า เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องเครียด ก็ปล่อยวางมันบ้างก็ได้นะจ๊ะสาวๆ 7..กินน้ำตาลมากไป จากการศึกษาในปี 2011 พบว่าการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายมากไป จะทำให้ฮอร์โมนในลำไส้ของเราไม่ปกติ คือ การทำให้ฮอร์โมน leptin ที่เป็นตัวยับยั้งความหิวผลิตได้ช้าลง มากไปกว่านั้น ยังไปเร่งให้ผลิตฮอร์โมน Gherlin ซึ่งเป็นฮอร์โมนไปสั่งงานสมอง บอกว่าเรากำลังหิวอยู่ด้วย นั่นไงสองเด้งเลยนะเธอ ลดน้ำตาลกันด่วนๆ พอคราวนี้รู้แล้วว่าอะไรที่ทำให้ต่อม อยากกินทั้งที่ไม่หิว ของสาวๆดุดันมากยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมนำไปใช้กันให้ถูกต้องนะจ๊ะ จะได้ไม่อ้วนมากตุ๊ต๊ะนะจ๊ะ  ขอบคุณที่มาจาก girlsallaround.com

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414