(เอตะ)

บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
บุคคลสำคัญ /  ประวัติศาสตร์ / 

หลังจากที่หลายๆ คนได้ดู ละคร The Rising Sun รอยฝันตะวันเดือด เกิดเป็นที่สนใจมากขึ้นเมื่อฉากหนึ่งในละคร มีรูปของตระกูลโอนิซึกะหลายๆ รุ่นติดอยู่บนฝาผนัง หลายคนจึงสืบหาข้อมูลกันว่าบุคคลในรูปนั้นเป็นใครกันบ้าง ซึ่งปรากฏว่าบุคคลหลายๆ ท่านนั้นเป็น  บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ด้วยกันทั้งนั้น ตามไปดูกันเลยมีใครบ้าง ^^  รู้แล้วว่าตระกูลโอนิซึกะมีที่มาจากไหน ..   บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น  1. คิโดะ ทาคาโยชิ (Kido Takayoshi) เป็นบุตรชายแพทย์ซามูไร  Wada Masakage เป็นรัฐบุรุษญี่ปุ่นในช่วงปลายงาวะและฟื้นฟูเมจิ เมื่อเขาทำงานกับโชกุน เขาใช้นามแฝงว่า Niibori Matsusuke  เค้าคือ 1 ใน 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคปฏิรูปเมจิ ร่วมกับ โอคุโบะ โทชิมิจิ และ ไซโง ทาคาโมริ  ทั้ง 3 จะรู้จักในนามว่า "the Ishin-no-Sanketsu" (สามขุนนางแห่งการฟื้นฟู) เป็นตัวแทนของแคว้นโจชู ที่ร่วมมือกับ แคว้นซัทสึมะ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน โทกุกาว่า และสถาปนารัฐบาลกลางแห่งองค์จักรพรรดิขึ้นมา รวมทั้งการยกเลิกระบบศักดินา และทำการปฏิรูประบบการเมือง การปกครอง ระบบเศรษฐกิจในญี่ปุ่น http://en.wikipedia.org/wiki/Kido_Takayoshi 2. ทาคาสุกิ ชินซาคุ (Takasugi Shinsaku) คนดังแห่งแคว้นโจชู ทาคาสุกิ มีเป้าหมายเดียวกับ คัทซึระ ในการโค่นล้มรัฐบาลโชกุน ฟื้นฟูอำนาจพระจักรพรรดิ แต่ ทาคาสุกิ เลือกใช้วิธีแบบหัวรุนแรง ก่อตั้งกองกองทหารกว่า 300  คน(ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นซามูไร) โดยใช้ชื่อว่า Kiheitai (เรียกแบบเท่ๆ ในกินทามะว่า กองทหารอสุรา) ขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาล (หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ก็คือ มือสังหารในตำนาน Kawakami Gensai ต้นแบบของ ฮิมุระ เคนชิน ใน ซามูไรพเนจร นั่นเอง) http://en.wikipedia.org/wiki/Takasugi_Shinsaku 3. มัตสึไดระ โยชินากะ (Matsudaira Yoshinaga) เป็น ไดเมียว (เจ้าเมือง) แห่งแคว้นเอจิเซน สมัยเอโดะ เขาเป็นหนึ่งใน 4 ขุนนางที่ฉลาดที่สุดของกลุ่ม Bakumatsu http://en.wikipedia.org/wiki/Matsudaira_Yoshinaga 4.  อาจารย์ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (Fukuzawa Yukichi) คนสำคัญด้านการศึกษาของญี่ปุ่น ผู้นำระบบการศึกษาแบบตะวันตกเข้ามาใช้สอนในประเทศ อาจารย์ฟุคุซาวะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนแรกที่นำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกมาสอนให้กับคนญี่ปุ่น โดยตั้งโรงเรียนชื่อ Keio Gijuku ซึ่งในภายหลังได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ(Keio University มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อาจารย์ ฟุคุซาวะ ได้เดินทางไปยุโรป และได้พำนักอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮอลแลนด์ โปรตุเกส และรัสเซีย หลังจากนั้นหนึ่งปีอาจารย์ฟุคุซาวะเดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมกับประสบการณ์ ความรู้ และหนังสือจากประเทศเหล่านั้น อาจารย์ฟุคุซาวะได้มีโอกาสกลับไปที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้งในปี 1867 เพื่อไปเจรจาด้านการทูตที่เมืองวอชิตัน ดี.ซี. เมืองฟิลาเดลเฟีย และเมืองนิวยอร์ค แต่การเดินทางในครั้งนี้อาจารย์มีจุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือการนำเอาหนังสือความรู้ด้านต่างๆกลับประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากอาจารย์เห็นว่าสิ่งที่ทำให้ประเทศตะวันตกเจริญได้ในทุกวันนี้ ก็คือ วิทยาการและเทคโนโลยี ดังนั้นถ้าจะให้ประเทศญี่ปุ่นเจริญทัดเทียมกัน จะต้องพัฒนาคนญี่ปุ่นให้มีความรู้ความสามารถเสียก่อน หลังจากที่อาจารย์ฟุคุซาวะเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา จึงได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนวิทยาการตะวันตกที่ชื่อว่า Keio Gijuku ในช่วงแรกมีผู้ที่สนใจเข้าเรียนประมาณ 100 คน อาจารย์ฟุคุซาวะสอนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งในขณะเดียวกันก็แต่งหนังสือหลายเล่ม โดยเล่มที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ An Encouragement of Learning(学問のすすめ)ไม่เพียงแค่นี้ อาจารย์ฟุคุซาวะยังได้เชิญอาจารย์ชาวต่างประเทศมาสอนเพื่อเพิ่มประการณ์ในการเรียนรู้จากชาวต่างประเทศโดยตรง ต่อมาโรงเรียนนี้จึงได้พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยเคโอ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้าสังเกตุจะเห็นได้ว่า  อาจารย์ ฟุคุซาวะ มีรูปอยู่บนแบ๊งค์หมื่นเยน (10,000 เยน) ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดของธนบัตรญี่ปุ่นด้วยคะ ซึ่งบุคคลบนธนบัตรของญีปุ่นล้วนแต่ไม่ใช่จักรพรรดิหรือผู้มีอำนาจสูงสุดทางการปกครอง แต่กลับเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศญี่ปุ่นในด้านต่างๆ http://anngle.org/th/j-culture/history/fukuzawa_yukichi.html, http://ja.wikipedia.org/wiki/%E7%A6%8F%E6%BE%A4%E8%AB%AD%E5%90%89 5. โอคุมะ ชิเงโนบุ (大隈重信 1838-1922)  โอคุมะ ชิเงโนบุ ท่านเป็นนักการเมืองในจักรวรรดิญี่ปุ่น เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง, เคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2, เป็นผู้สนับสนุนเรื่องของวิทยาศาสตร์ตะวันตกและวัฒนธรรมในญี่ปุ่น อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวาเซดะด้วย http://en.wikipedia.org/wiki/%C5%8Ckuma_Shigenobu 6. ชิโร ไซโง (Shiro Saigo) เกิดในปี 1866 ในประเทศญี่ปุ่นในครอบครัวของซามูไร เป็นศิษย์รุ่นแรกของ ปรมาจารย์คาโน่ จิโกโร่ (Kano Jigoro) ผู้คิดค้นวิชายูโด อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพแห่งโรงฝึกโคโดคัง ผู้คิดค้นท่าทุ่มยามาอาราชิ อีกด้วย ชิโร ไซโง เขายังคงอยู่ในไอดอลญี่ปุ่นที่หนังสือหลายเล่มและภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเกี่ยวกับชีวิตความสำคัญของเขาและความกล้าหาญของเขาในฐานะนักสู้ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com อ่านเพิ่มเติม และขอบคุณที่มา http://pantip.com/topic/32514330,  http://www.samkokview.com/webboard/viewtopic.php?f=9&t=235

เพาะกายไทย ทะลุ8ทองปิดฉากเบ่งกล้ามชิงแชมป์เอเชีย
กฤตกร ทองแสง /  กิตติพงศ์ จันสุวรรณ์ / 

รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ คว้าทองส่งท้ายศึกเบ่งกล้ามชิงแชมป์เอเชีย 48 ที่เกาะมาเก๊า ส่งผลให้ เพาะกายไทย คว้าไปทั้งสิ้น 8 ทอง 6 เงิน 1 ทองแดง โดยนักกีฬาหญิงครองเจ้าเอเชีย ขณะที่นักกีฬาชายครองอันดับ 3 การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเซีย ครั้งที่ 48 หรือศึก "เอเชียน บอดี้บิวดิ้ง แอนด์ ฟิสิค สปอร์ต แชมป์เปี้ยนชิพ" เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่เกาะมาเก๊า ชิงทั้งหมด 9 เหรียญทอง โดย เพาะกายไทย ลงแข่งขันทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วยแอทเทเลติกฟิสิคหญิง ความสูง 160 ซม.ขึ้นไป รุ้งตะวัน จินดาซิงค์, โมเดลหญิง ความสูง 165 ซม.ขึ้นไป เบญจวรรณ ทองสิน, เอเทเลติกชาย ความสูง 175 ซม.ขึ้นไป เดชอดุลย์ ประกอบชาติ, เพาะกายชาย น้ำหนัก 85 กก ผลา มีชัย กับ วุฒิชัย ส่างตุละ และเพาะกายชาย น้ำหนัก 90 กก อภิชัย วันดี ก่อนจะผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้ถึง 5 คน พร้อมกับคว้ามาได้ 1 เหรียญทองจาก รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ รุ่นเอเทเลติกหญิงรุ่นความสูง 160 ซม. คว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ขณะที่อีก 1 เหรียญเงินได้มาจาก โมเดลฟิสิค 165 ซม.ขึ้นไป น้องตูน เบญจวรรณ ทองสิน ส่วนนักกีฬาไทยที่เหลือ เอเทเลติกชาย ความสูง 170 ซม.ขึ้นไป วชิรวิทย์ อุตรี ได้อันดับ 4, เพาะกายชาย น้ำหนัก 90 กก.ชาย เจ้าอาร์ม อภิชัย วันดี เจ้าของเหรียญทองเยาวชนเอเซีย วัย 19 ปี คว้าอันดับ 5 สรุปผลงานนักเพาะกายทีมชาติไทย คว้ามาได้ทั้งสิ้น 8 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ดีกว่าการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียเมื่อปีที่แล้ว ที่โฮจิมินทร์ ประเทศเวียดนาม คว้ามาได้ 7 เหรียญทอง ทำให้สรุปคะแนนรวมทีมหญิง อันดับ 1 ไทย อันดับ 2 เวียดนาม อันดับ 3 มองโกเลีย , ทีมชาย อันดับ 1 อิหร่าน อันดับ 2 เวียดนาม อันดับ 3 ไทย ขณะที่แชมป์ออฟแชมป์เป็นของ คัมบีซ ทามาโซกี้ (อิหร่าน) โดยนักกีฬาที่ได้เหรียญทองในรายการนี้ทั้งหมด 7 คนจะได้ไปร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 5-10 ธ.ค.นี้ ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย รวมกับนักกีฬาที่เป็นตัวยืนอยู่แล้วทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย จีระพันธ์ โป่งคำ, สมคิด สุเมโธเวชกุล, ภาณุพงศ์ ประทีป, สาคร มาตรวังแสง, กิตติพงศ์ จันสุวรรณ์, วิชัย สิงห์ทอง และ อาจารี แท่นทรัพย์ ทั้งหมดเป็น 14 คน รวมกับรุ่นสปอร์ตที่วางตัว ต็อป กฤตกร ทองแสง ไปแข่งขันด้วยเป็น 15 คน

ติ่งคลั่ง! ปีนหน้าต่าง ร้องหา'โดมินจุน' เอเลี่ยนจากต่างดาว
กระโดดตึก /  คลั่งซีรีย์ / 

ติ่งคลั่ง! ปีนหน้าต่าง ร้องหา'โดมินจุน' เอเลี่ยนจากต่างดาว พระเอกหนุ่มในซีรีย์ You Who Came from the Stars วันนี้(30ส.ค.) สำนักข่าวประเทศจีนและเกาหลีใต้รายงานว่า ละครโทรทัศน์ชื่อดังของเกาหลีอย่าง You Who Came from the Stars เกือบกลายเป็นซีรีย์ที่ทำให้เกิดเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อแฟนคลับหญิงสาวชาวจีนคนหนึ่ง เกิดอาการคลั่งไคล้ละครเรื่องนี้ จนตัดสินใจปีนออกไปอยู่นอกหน้าต่างอพาร์ทเมนท์ เพื่อสื่อสารกับ "โดมินจุน" พระเอกในละคร ซึ่งเป็นมนุษย์ต่างดาว ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองฉีฉีฮาร์ มณฑลเฮย์หลงเจียง ประเทศจีน ได้รับแจ้งจากประชาชนย่านที่พักอาศัยว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งปีนออกไปอยู่หน้านอกหน้าต่างชั้นที่ 6 ของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ก่อนจะกรีดร้องตะโกนโวกเวกทั้งภาษาจีนและภาษาต่างประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็พบกับหญิงสาวคนดังกล่าว กำลังกรีดร้องตะโกนและร้องไห้เป็นภาษาเกาหลี อย่างไม่สนใจใครอยู่นอกหน้าต่างอพาร์ทเมนท์ชั้นที่ 6 เธอตะโกนว่า "โอปป้า!" (แปลว่า พี่ชาย ในภาษาเกาหลี) "ฉันรักคุณ!" หรือ "โด-กโยซู ซารางเฮ!!" (แปลว่า ฉันรักคุณ..ศาสตราจารย์โด!) และหญิงสาวยังคงแสดงความคลั่งไคล้อยู่เช่นนั้นราวๆ 10 นาที จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุได้ในที่สุด ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวเกิดความคลั่งละครเกาหลีอย่างหนัก หลังจากที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของประเทศจีนได้ออกอากาศละครเกาหลีเรื่องดัง You Who Came from the Stars ที่นำแสดงโดย คิมซูฮยอน และ ชอนจีฮยอน ซึ่งเป็นละครที่ประสบความสำเร็จไปทั่วเอเชีย โดยเฉพาะที่จีน ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ จนเกิดกระแสคลั่งไคล้อย่างหนัก โดยเฉพาะตัวละคร โดมินจุน พระเอกของเรื่องที่เป็นมนุษย์ต่างดาวหลงรักกับหญิงสาวชาวโลก MThai News

กาเซ็ม เตรียมชงส.บอลอัดฉีดช้างศึก5ล้านหากทะลุตัดเชือกอชก.
กาเซ็ม /  กุนซือจอมตีลังกา / 

ความเคลื่อนไหวของขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมทีมสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 19 ต.ค.-4 ก.ย.57 ซึ่งเวลานี้ มีการเตรียมทีมอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การควบคุมของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ และจะมีโปรแกรมลงอุ่นเครื่องกับ ภูเก็ต เอฟซี วันที่ 3 ก.ย.นี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย.57 ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้พาลูกทีมลงฝึกซ้อมทั้งเช้า และเย็นเช่นเดิม ซึ่งกุนซือจอมตีลังกา เน้นหนักไปในการเล่นเกมรุก และขึ้นเกมริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมจัดตัว 11 ผู้เล่นที่จะทำการลงอุ่นเครื่องกับ ภูเก็ต เอฟซี โดย 11 ผู้เล่นคนแรก ในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ชนินทร์ แซ่เอี๋ยะ (ผู้รักษาประตู),วสันต์ ฮมเสน, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, สุริยา สิงห์มุ้ย, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ภิญโญ อินพินิจ, ชนานันท์ ป้อมบุปผา ทางด้าน กาเซ็ม เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ เตรียมที่จะเข้าพูดคุยขอเงินอัดฉีดกับทางกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพิ่มอีก 5 ล้านบาท หากสามารถทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ โดยก่อนหน้านี้ กาเซ็ม มีการอัดฉีดหากสามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ จะได้รับเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งมาจากเงินส่วนตัว และเพื่อนที่พร้อมใจเข้ามาเป็นสปอร์นเซอร์

เรดแนปป์ ยืนยัน เรมี่ กำลังจะได้เปิดตัวกับ เชลซี
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส /  ฝรั่งเศส / 

แฮร์รี่ เรดแนปป์ กุนซือหน้าง่วงของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ออกมายอมรับว่า โลอิก เรมี่ หัวหอกตัวเก่งกำลังจะได้เป็นสมาชิกใหม่ของ เชลซี เร็วๆนี้ หลังจาก "สิงห์บลู" เพิ่งปล่อย เฟร์นานโด ตอร์เรส ไปอยู่ เอซี มิลาน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ต้องหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้ามาล่าตาข่ายแทนโดย โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกไปที่ดาวยิงทีมชาติ ฝรั่งเศส รายนี้มาเสริมคมในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ เรดแนปป์ ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์ช่วงเที่ยงวันนี้ เขา(เรมี่)กำลังจะถูกใส่ชื่อลงไปในทีมชุด 11 ตัวจริง แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเจ้าตัวกำลังจะย้ายทีมแล้ว" "ผมบอกกับเขาว่ามันยากมากๆสำหรับโอกาสที่จะได้อยู่ต่อ เพราะตอนนี้การเจรจาลุล่วงไปมากแล้ว ผมเองก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทีมเหมือนกัน" เทรนเนอร์ชาว อังกฤษ วัย 67 ปี ตบท้าย

หอยเป๋าฮื้อ อาจมีสารรักษาโรคเริม
นักวิทยาศาสตร์ /  หอยเป๋าฮื้อ / 

นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ค้นพบความลับมหัศจรรย์ของหอยเป๋าฮื้อ ว่าอาจนำมาใช้ผลิตเป็นยารักษาโรคเริมได้ นักวิศวกรรมเคมีและนักไวรัสวิทยาของประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า จากการค้นพบว่า หอยเป๋าฮื้อ ที่เก็บได้จากบริเวณชายฝั่งเก่าแก่ของรัฐแทสมาเนีย อาจมีสรรพคุณต้านเชื้อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคเริมในมนุษย์ได้ โดยเอเดรียน คัทเบิร์ทสัน หนึ่งในทีมนักวิจัยเผยว่า หอยเป๋าฮื้อ นอกจากจะเป็นอาหารยอดนิยมทั่วโลกแล้ว เลือดสีฟ้าสดของมัน ยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อไวรัสเริม ไม่ให้เข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ซึ่งความลับนี้ เคยถูกค้นพบเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว โดยผู้ประกอบการแปรรูปปลาคนหนึ่ง ซึ่งสังเกตเห็นว่าหูดบนมือของเขามีอาการดีขึ้น นอกจากนี้ ปีเตอร์ วาลท์เชฟ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ยังเผยว่า โปรตีนที่มีชื่อว่า ฮีโมไซยานิน มีส่วนยับยั้งเชื้อไวรัสเริม โดยสกัดโปรตีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการที่ไวรัสเริมจะเข้าสู่เซลล์ และในกรณีนี้ก็จะหยุดการติดเชื้อตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ในชั้นนี้ยังเป็นการยับยั้งโรค แต่ไม่ใช่การฆ่าไวรัสทั้งหมด ซึ่ การค้นพบดังกล่าวอาจนำไปสู่การผลิตยาต้านไวรัส เพราะจากการสำรวจ พบว่า มีประชากรชาวออสเตรเลียมากกว่าร้อยละ 70 เป็นโรคเริมบริเวณปากและผิวหนัง และอีกร้อยละ 13 เป็นโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศ แต่ ปีเตอร์ วาลท์เชฟ ยังไม่แน่ใจว่าจะผลิตยาต้านไวรัสออกมาในรูปแบบครีม, สเปรย์ฉีดทางรูจมูก หรือ ยาทาลิ้น สำหรับขั้นตอนต่อไป ก็คือ การสกัดเอาโปรตีนชนิดนี้ออกมาจากตัวหอย โดยทีมวิจัยคาดหวังว่า จะสามารถผลิตยาต้านไวรัสเริม ร่วมกับบริษัทเวชกรรมรายใหญ่ ภายใน 18 เดือนข้างหน้า

ไรอัน พาลเมอร์ ประเดิมนำเดี่ยวกอล์ฟดอยต์ชแบงค์แชมเปียนชิป
กอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ /  คีแกน แบรดลีย์ / 

การแข่งขันกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ เฟดเอ็กซ์ คัพ ซีรีส์ สนามที่ 2 รายการ "ดอยต์ช แบงค์ แชมเปียนชิป" ชิงเงินรางวัลรวม 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 240 ล้านบาท) ณ สนามทีพีซี บอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตต์ส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันคืนวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นการดวลสวิงวันแรก ปรากฏว่า ไรอัน พาลเมอร์ โปรเจ้าถิ่น ออกตัวได้ดีกว่าเพื่อน หวด 9 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี ทำใหจบวันแรกที่สกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ ทะยานเป็นผู้นำร่วม โดยมี คีแกน แบรดลีย์ ตามมาเป็นอันดับที่ 2 สกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ ตามหลัง 2 สโตรก ส่วน เฮนริค สเตนสัน แชมป์เก่าปีที่แล้ว สกอร์จบวันแรกที่ 1 อันเดอร์พาร์ เท่ากับ รอรีย์ แม็คอิลรอย โปรมือ 1 ของโลก รั้งอันดับที่ 26 ร่วม

ประวัติไฮโซสาว แป้ง พลอยวารินทร์ หลานสาวกระทิงแดง
ประวัติคนดัง /  ประวัติดาราวัยรุ่น / 

ณ ตอนนี้คงไม่มีเรื่องใดฮอตไปกว่ากรณีของ ไฮโซสาว แป้ง พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ กับนางร้ายวิก 3 ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่เลิกคบเป็นเพื่อนๆ แถมปะฉะดะกันผ่านอินสตาแกรม จนหลายๆ คนในโลกโซเชียลนั้นเผือกกันมันส์ทีเดียว .. แป้ง พลอยวารินทร์ ใครๆ ก็รู้จักเธอในวงสังคมไฮโซ ทายาทหลายสาวของเรดบูล เราไปติดตามเรื่องราวของ ประวัติไฮโซสาว แป้ง พลอยวารินทร์ หลานสาวกระทิงแดง คนนี้กันคะ ^^  ประวัติไฮโซสาว แป้ง พลอยวารินทร์ หลานสาวกระทิงแดง  แป้ง พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เป็นหลานสาวสุดสวยของ คุณปุ๋ง ดารณี อยู่วิทยา เจ้าแม่เรดบูล ที่รู้จักกันดีในวงสังคม แป้ง พลอยวารินทร์ เป็นลูกสาว ของคุณแม่ปิ๋ม อวิกา แจ้งเจนกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทสยาม ไวเนอรี่ ปัจจุบัน แป้ง พลอยวารินทร์ เรียนคณะ Social Science มหาวิทยาลัยมหิดล (อินเตอร์) แป้ง พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ ใครๆ ก็รู้จักเธอในวงสังคมไฮโซ ทายาทหลายสาวของเรดบูล เธอเป็นที่รู้จักกันในโซเชียลอย่างกว้างขวาง มีคนติดตามเธอกว่าแสนคน และหลายคนยกให้เธอเป็นไอดอลในด้านการแต่งตัว แต่งหน้า ด้วยลุคคุณหนูที่ใส่อะไรก็ดูดีไปหมด อีกทั้งหลายคนยังชื่นชอบการคิดเรื่องการใช้ชีวิตของเธออีกด้วย ไม่ใช่เพราะเกิดมาสวย รวย พร้อมทุกอย่าง แต่เป็นคำอบรมสั่งสอนของพ่อและแม่ตะหาก ^^ เขียนโดย teen.mthai.com เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ที่น่าสนใจ  "34 สาวไฮโซ ทายาทคนดัง"  http://teen.mthai.com/variety/53224.html

การค้า /  การลงทุน / 

เอเจนซีที่ญี่ปุ่นผุดบริการรับจ้างขอโทษ มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ญี่ปุ่นผุดบริการรับจ้างขอโทษ มีบริการหลากหลายรูปแบบ สำหรับผู้ที่ทำผิดพลาดแล้วกลัวการต้องเผชิญหน้าเพื่อขอโทษฝ่ายตรงข้าม สำนักข่าวเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัทเอเจนซีที่ญี่ปุ่นผุดบริการรับจ้างขอโทษ ที่มีบริการหลากหลายรูปแบบสำหรับผู้ที่ทำผิดพลาดแล้วกลัวการต้องเผชิญหน้าเพื่อขอโทษฝ่ายตรงข้าม โดยทางบริษัทไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะต้องการให้ผู้กระทำผิดหลีกเลี่ยงไม่แสดงความรับผิดชอบในความผิดพลาดของตนเองแต่อย่างใด ตัวแทนจากบริการดังกล่าวจะทำหน้าที่ขอโทษแทนลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ เช่น ปลอมเป็นพ่อแม่ของลูกค้าแกล้งบอกให้เลิกรากับคนรักคนปัจจุบันเพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดความสัมพันธ์ได้อย่างแนบเนียน ปลอมเป็นภรรยาโทรศัพท์ไปหาเจ้านายเพื่อลางานให้กับลูกค้า พร้อมกล่าวว่าสามีกำลังป่วย โดยบริษัทที่ให้บริการดังกล่าวยังแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1.บริษัท “ชาไซยะ ไอกะ โปร” บริการแบบเดินทางไปขอโทษตัวต่อตัว สนนราคา 25,000 เยน (ราว7,641 บาท) และบริการโทรศัพท์หรืออีเมลไปขอโทษ ราคา 10,000 เยน (3,056 บาท) 2. บริษัท“โยโกฮามา เบนริยะ นัทจัง” ให้คำปรึกษาในการกล่าวคำขอโทษและให้บริการในร้องไห้พร้อมกล่าวคำขอโทษ มักได้ผลกับผู้ที่ยังโกรธอยู่ 3. บริษัท “นิฮง ชาไซ ไดโกกาโอะ” เล่นละครเป็นคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือพ่อแม่เพื่อกล่าวขอโทษแทนผู้ที่กระทำผิด สนนราคา 3,500 เยน/ชั่วโมง (1,070 บาท/ชั่วโมง) และสามารถใช้บริการยาวนานติดต่อกันได้ถึง 12 ชั่วโมง โดยผู้ที่ทำธุรกิจทางด้านนี้กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัย 20-40 ปี และเหตุผลที่ส่วนใหญ่ต้องขอโทษคือประเด็นเรื่องเงินและการทะเลาะกันระหว่างบุคคล ทั้งนี้ มีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ธุรกิจเหล่านี้กำลังทำลายประสบการร์พื้นฐานที่มนุษย์ควรพบจอในชีวิตและอาจสร้างความยุ่งยากตามมา แต่บริษัทเหล่านี้ก็ออกมากล่าวว่า ยังไม่เคยมีลูกค้าเปิดเผยว่า มีความยุ่งยากตามมาแต่อย่างใด

สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น
ตำนานลี้ลับ /  ประเทศญี่ปุ่น / 

หลายครั้งที่ทีนเอ็มไทนนำเสนอเรื่องราวของ สัตว์ในตำนาน หรือสัตว์ลี้ลับของประเทศญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ฟังกันไปบ้างแล้ว แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยก็มีนำเสนออีกเช่นเคย เกี่ยวกับเจ้า สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น .. ตัวนี้จะแปลกและแกวหแนวกว่าตัวอื่นจนาดไหนไปดูกัน นอกจากนี้  สึจิโนะโกะ ก็ยังไม่เคยมีใครจับตัวได้เลย .. สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น สึจิโนะโกะ (Tsuchinoko : 槌の子) นั้นเป็นสัตว์ลึกลับสัญชาติญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้ถูกยืนยันแน่ชัดว่ามีตัวตนอยู่จริง รูปร่างของมันคล้ายกับงูแต่สั้นและป้อมกว่ามาก ไม่ว่าจะเหนือสุดอย่างฮอกไกโดไปจนถึงใต้สุดอย่างหมู่เกาะทางตอนใต้ ก็มีข่าวออกมาว่าเคยมีผู้พบเห็นสึจิโนะโกะตัวเป็นๆ เรียกได้ว่ามันอาศัยอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นจริงๆ เคยมีรายงานการพบเห็นสึจิโนะโกะอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็บอกว่าจับได้แต่มันหนีไปซะก่อน บางครั้งก็บอกว่าเก็บซากที่ตายของมันเอาไว้แต่หายไปไหนไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้ามองในมุมของคนทั่วๆไป หลักฐานที่แสดงถึงการมีอยู่ของมันเป็นศูนย์ ชื่อว่า “สึจิโนะโกะ” นั้นมาจากภาษาถิ่นของจังหวัดมิเอะ นาระ เกียวโต และตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ส่วนทางตะวันออกของประเทศนั้นนิยมเรียกมันว่า “บาจิเฮบิ” (Bachihebi : バチヘビ) นอกจากนี้มันยังมีชื่อเรียกอีกมากมาย เช่น โนะซึจิ, ทาเทคุริคาเอชิ, สึจินโบะ หรือ สึจิเฮบิ เป็นต้น ตามคำบอกเล่าถึงรูปร่างของผู้ที่เคยพบเห็นมันคือ มันมีรูปร่างคล้ายงูลำตัวยาว 30-80 ซม. ส่วนหัวเป็นทรงสามเหลี่ยมมีขนาดใหญ่ อาจมีเขาเล็กๆอยู่บนหัว 2 อัน ลำตัวอ้วนสั้นท้องแบนและมีปลายหางแหลมออกมา บางครั้งก็มีครีบเล็ๆข้างลำตัว 2 ข้าง ลวดลายคล้ายงู เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเสียงร้องคล้ายแมวขู่และมีพิษ บ้างก็ว่ามันกระโดดได้ไกลหลายเมตรด้วย ลักษณะเด่นๆของสึจิโนะโกะจากผู้ที่เคยพบเจอ 1. เมื่อเทียบกับงูปกติแล้ว ลำตัวจะอ้วนกว่ามาก 2. มีพละกำลังสามารถกระโดดได้ไกล 2 เมตร สูง 5 เมตร (บ้างก็บอกว่าโดดได้ไกลถึง 10 เมตรก็มี) 3. ชอบกินสาเกญี่ปุ่น 4. มีเสียงร้อง “จี” 5. มีความว่องไวเป็นอย่างมาก 6. ร่างกายมีความยืดหยุ่นเคลื่อนไหวคล้ายหนอนคืบ หรืออาจขดตัวให้เป็นวงแล้วกลิ้ง 7. กรนได้ด้วย 8. ชอบกลิ่นหมึกแห้งย่าง เส้นผมที่ถูกเผา และซุปมิโซะ 9. มีพิษร้ายแรง หลักฐานแรกที่กล่าวถึงการมีตัวตนอยู่ของสึจิโนะโกะนั้น อยู่ในยุคโจมง (14,000-300 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ได้มีการค้นพบเครื่องมือที่ทำจากหินที่จังหวัดกิฟุซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับสึจิโนะโกะมาก นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบถ้วยโบราณที่จังหวัดนากาโนะซึ่งถูกวาดลายคล้ายสึจิโนะโกะเช่นกัน รางวัลนำจับ ปี 1992 หมู่บ้านชิกุสะได้เสนอรางวัลนำจับเจ้าสึจิโนะโกะเป็นเงินกว่า 200 ล้านเยนสำหรับผู้จับสึจิโนะโกะได้ตัวเป็นๆ และ 100 ล้านเยนถ้ามันตายแล้ว ปี1989 เมืองมิคาตะได้มีการเสนอรางวัลที่ดิน 330 ตารางเมตรสำหรับใครก็ได้ที่สามารถจับสึจิโนะโกะได้ ปี 2000 มีการประกาศให้รางวัล 3 – 20 ล้านเยน แก่ผู้ที่สามารถจับสึจิโนะโกะมาได้ ปี 2001 ได้มีผู้นำงูดำขนาดใหญ่ที่จับได้มาอ้างว่างูตัวนั้นเป็นสึจิโนะโกะแต่ก็ถูกเปิดโปงในที่สุดว่าไม่ใช่!!! อย่างไรก็ตามจนปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครสามารถคว้ารางวัลได้เลยซักรายเดียว… ข้อมูลการพบเห็น สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น  ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2000 นั้นได้มีรายงานการพบเห็นสึจิโนะโกะที่เมืองโยชิอิ จังหวัดโอคายามะ โดยคุณตาฮิเดกิ ทากาชิมา.. คุณตาได้เล่าว่าในขณะที่กำลังถางวัชพืชออกจากสวนก็ได้พบสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายงูที่มีลำตัวอ้วนสั้นท้องแบนเลื้อยออกมาจากสวน คุณตาพยายามจะจับมันจึงตีมันด้วยเคียว เจ้าสัตว์ตัวนั้นจึงเลื้อยหลบไปที่ลำธารใกล้ๆแล้วหนีไปได้ อย่างไรก็ดีการตีมันครั้งนั้นทำให้มันได้รับบาดเจ็บหนัก ในอีก 4 วันต่อมา (วันที่ 25 พฤษภาคม) คุณยายฮิเดโกะ (ภรรยาคุณตา) ได้พบงูนอนตายอยู่ข้างลำธารเลยนำมันไปฝัง คุณยายอธิบายลักษณะว่า “ มันมีลำตัวมันอ้วนสั้นท้องแบน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่งู ” เมื่อทางเทศบาลเมืองโยชิอิทราบเรื่องจึงส่งเจ้าหน้าที่มาสอบสวนและไปยังที่ที่ฝังเจ้าสึจิโนโกะเอาไว้เพื่อขุดซากไปตรวจสอบ ซึ่งซากของสัตว์ที่คิดว่าเป็นสึจิโนโกะถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยการแพทย์คาวาซากิ  โดยผู้ทำการตรวจสอบคืออาจารย์คุนิยาชิ ซาโต้ ผู้วิเคราะห์สัตว์เลื้อยคลาน หลังจากตรวจสอบอาจารย์ซาโต้ไม่ได้กล่าวว่ามันคืออะไรเพียงแต่พูดว่ามันเป็นสัตว์ประเภทงู หลังจากนั้น 1 เดือนต่อมาก็มีคุณยายอีกคนชื่อมิสึโกะ อาริมะ ได้พบเห็นสึจิโนโกะในขณะที่มันกำลังข้ามแม่น้ำของเช้าของวันที่ 15 มิถุนายน คุณยายได้เล่าว่ารู้สึกประหลาดใจมากและพยายามคิดว่ามันคือตัวอะไรแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร? มันมีรูปร่างเหมือนงูลำตัวอ้วนมีขนาดใหญ่ ส่วนหัวกลมดูเหมือนมันกำลังว่ายเพื่อข้ามแม่น้ำ คุณยายอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่า 80 ปีแต่ก็ไม่เคยเห็นตัวอะไรแบบนี้ในชีวิตเลย พยานที่พบเห็นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ้าสึจิโนะโกะนั้นมีจริงหรือไม่? มันเป็นสัตว์ที่ได้รับยีนยันผ่านคำบอกเล่าของผู้พบเห็นเท่านั้น มันอาจจะเป็นงูที่กินจนอิ่ม หรือเป็นสัตว์อะไรที่พิเศษกว่านั้นก็เป็นได้… ขอบคุณข้อมูล NattraQ anngle.org/th

เมืองทอง - บีจี พร้อมดวลแข้งชิงโล่ห์สมเด็จพระเทพฯ
HEROES FOR HEROES /  กระต่ายแก้ว / 

คุณวิลักษณ์ โหลทอง รองประธานสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พร้อมด้วย คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส และคุณจุตินันท์  ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลแมตช์แห่งศักดิ์ศรี ชิงโล่ห์พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่าง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ครั้งที่ 3 ภายใต้สโลแกน “HEROES FOR HEROES” รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา เพื่อนำเงินรายได้จากการแข่งขันมอบให้กับคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย สนับสนุนการเตรียมทีมนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในการสู้ศึก “เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11” รวมถึง “พาราลิมปิกเกมส์ 2016” โดยคุณวิลักษณ์ โหลทอง กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพแมตซ์การแข่งขันในปีนี้ ภายใต้สโลแกน Heros For Heros รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา ทางเมืองทองฯ ก็จะจัดการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีกับฟุตบอลเกียรติยศครั้งนี้ และภูมิใจอย่างมากกับการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่องซึ่งเราในฐานะแชมป์เก่าก็จะพยายามรักษาโล่ห์พระราชทานให้อยู่ที่เราอีกปีหนึ่งให้ได้ ด้าน คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทุกครั้ง เรามุ่งมั่นและตั้งใจลงแข่งขัน ซึ่งรายการนี้ก็ถือเป็นรายการแข่งขันหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  ซึ่งนอกจากจะชิงโล่ห์พระราชทานอันทรงเกียรติแล้ว ก็ยังเป็นการร่วมสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิกของไทยอีกด้วย เรายืนยันจะพยายามทำให้แชมป์กลับมาอยู่ในมือเราให้ได้ สุดท้ายขอเชิญชวนแฟนฟุตบอลทั้งสองสโมสรเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้มากๆครับ ส่วน คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กล่าวว่า ขอขอบคุณทั้ง 2 สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ และบางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ทำให้ครอบครัวนักกีฬาคนพิการของเราใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่ดูแลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน อยู่กันอย่างเงียบๆ ตอนนี้เราดีใจที่เรารู้สึกว่าครอบครัวเราใหญ่ขึ้น เรามีทั้งครอบครัวเมืองทอง ครอบครัวบีจี ที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเพราะทั้ง 2 ครอบครัวนี้ดูแลเราเป็นอย่างดี การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้นักกีฬาคนพิการในการ ฝึกซ้อมรวมถึงเดินทางไปแข่งขันเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้การดวลแข้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.57 เวลา 18.00 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม บัตรราคา 120, 150 และ350 บาท โดยบัตรราคา 350 บาท รับผ้าพันคอลายทัวร์นาเม้นต์ 1 ผืน มูลค่าผืนละ 250 บาท ฟรีทันที โดยแฟนฟุตบอล และผู้สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และที่หน้าสนามแข่งขัน สำหรับการดวลแข้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งสองสโมสรต่างครองโล่ห์พระราชทานมาแล้วทีมละ 1 ครั้ง โดยในครั้งที่ 1 สเตเดี้ยม บางกอกกล๊าส เอฟซี ชนะจุดโทษ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์รวม 9-8 (หลังเสมอกันในเวลา 2-2) และครั้งที่ 2 เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปได้ 2-1

ยุทธเลิศ สิปปภาค ขอบันทึกความทรงจำแห่งยุคสมัยลงใน
ความทรงจำ /  ตุ๊กแกรักแป้งมาก / 

"การทำหนังของผม เหมือนการเดินออกจากบ้านมาทำงาน ทำโน้น ทำนี่ สนุกไปเรื่อยๆ จนเมื่อเรารู้สึกว่าเราเดินมาไกลมากพอ และหันกลับไปมองที่จุดเริ่มต้น มันเหมือนเรากลับไปนับหนึ่งใหม่ อยากกลับไปหาอดีต ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นเหมือนกัน เราห่างบ้านมานานแล้วคิดถึงบ้าน อารมณ์ของการทำหนังมันเกี่ยวข้องกับยุคสมัย มันเกี่ยวข้องกับโรงเรียนเก่า เพื่อนเก่าๆ คนรักเก่า มันเป็นความหลัง เป็นอาการโหยหาอดีต ที่ทุกคนก็น่าจะเป็น ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นเมื่อไหร่ แต่สำหรับผมมันเป็นเร็ว เหมือนอยู่ดีๆเราก็คิดถึงบรรยากาศเหล่านั้น" - ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับหนัง ตุ๊กแกรักแป้งมาก วันนี้มันถึงจุดที่ผมคิดถึงบ้านเกิด (จ.เลย) แล้วอยากย้อนกลับไปถ่ายหนังที่นั่น ย้อนกลับไปที่ยุคปี 2528-2532 เป็นยุคที่วัยรุ่น ไม่ได้มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีเฟสบุ๊ค ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ แต่สามารถสื่อสารความรักให้เกิดขึ้นได้ มีอารมณ์ร่วมในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในแบบที่ ถ้าเราเอามาเล่าผมคิดว่ามันได้แชร์ยุคสมัยที่น่าจดจำ  ซึ่งปัจจุบันนี้คนในยุคนั้นคงจะเป็นพ่อแม่คนไปหมดแล้ววันนี้เรื่องราวต่างๆ ได้มีโอกาสถ่ายถอดให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นและได้สัมผัสบรรยากาศเหล่านั้น "เชียงคาน" เป็นสถานที่ที่ผมได้ไปเที่ยวและรู้สึกว่าเป็นเมืองที่ไม่ค่อยเปลี่ยน ถึงแม้จะมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเยอะมาก คือมันยังแช่แข็งบรรยากาศเดิมๆไว้ได้อยู่ คนที่ไปเที่ยวเชียงคานเหมือนคนที่คิดถึงอดีต มันเป็นเหมือนศูนย์รวมคนที่คิดถึงอดีต ผมเลยผูกเรื่องให้ ตุ๊กแก (เก้า จิรายุ) เป็นเด็กที่นั่น และมีความผูกพันกับโรงหนัง "เพชรเชียงคาน"  เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ไปดำเนินชีวิตในกรุงเทพฯจนเกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นมากมาย สมัยนั้นแฟชั่นมันจะเป็นแฟชั่นจ๋ามาก เพราะว่าเขาจะทำตามกันทั้งเมือง ใช้ของแบบเดียวกัน ใส่ชุดแบบเดียวกัน ร้านเสื้อผ้าก็จะซื้อที่เดียวกัน ไปเที่ยวที่เดียวกัน เรียกว่ายุคบูติก ที่เที่ยวต้องเป็นพาเลซ คนไหนเที่ยวทุกวันก็จะเจอกันตลอด ต่างจากสมัยนี้ที่จะมีความเป็นตัวตนกันเยอะขึ้น ที่เที่ยวก็จะหลากหลายทั้ง อาร์ ซี เอ ทองหล่อ หลังสวน และอีกหลายๆ ที่ คือมันกระจายไปหมด ผมเลยรู้สึกว่ามันน่าบันทึกไว้ เพราะแฟชั่นคือการทำอะไรตามกัน ทั้งการแต่งตัว ร้องเพลง สถานที่เที่ยว รถซิ่งโหลดเตี้ย  แม้กระทั่งหนังก็ต้องทำหนังเอาใจวัยรุ่นยุคนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องถ่ายทอดเป็นภาพอย่างเดียว ใครที่เกิดทันยุคนั้นถึงจะนึกออก บางอย่างมันเก่าจนไม่มีภาพบันทึกไว้ ภาพนิ่งก็หายากมาก เลยอยากจะเก็บความทรงจำนั้นไว้เป็นภาพให้คนอื่นได้เห็น ผมมองว่าตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่น่าเกลียด คนส่วนใหญ่ต้องเกลียดตุ๊กแก  แต่ผมเชื่อว่าคนที่ได้ดูหนังเรื่อง"ตุ๊กแกรักแป้งมาก" จะลืมความน่าเกลียดของตุ๊กแกไปชั่วขณะ แต่จะกลับมานึกถึงความน่ารักของตุ๊กแกที่เป็นคนแทน ------------------------------------------ ยุทธเลิศ สิปปภาค // Post by Yuthlert Sippapak. --------------------------- ยุทธเลิศ สิปปภาค เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 ในจังหวัดเลย ประเทศไทย จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจบการศึกษาได้ร่วมกับเพื่อนเปิดบริษัทออกเแบบตกแต่งภายใน ชื่อ Zone Design หลังจากทำงานออกแบบได้หนึ่งปีจึงตัดสินใจไปเรียนศิลปะต่อที่ The Art Students League of New York ก่อนจะกลับมากำกับภาพยนตร์ที่เมืองไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผลงานการกำกับภาพยนตร์ 2544    มือปืน/โลก/พระ/จัน (Killer Tattoo) 2546     กุมภาพันธ์ (February) 2546     บุปผาราตรี (Rahtree: Flower of the Night) 2547     สายล่อฟ้า (Pattaya maniac) 2548     บุปผาราตรี เฟส 2 (Rahtree Returns) 2549     กระสือวาเลนไทน์ (Ghost of Valentine) 2550     โกยเถอะเกย์ (Ghost Station) 2551     รัก/สาม/เศร้า ( The Last Moment ) 2551     อีติ๋มตายแน่ (Kill Tim) 2552    บุปผาราตรี 3.1 (Rahtree reborn) 2552     บุปผาราตรี 3.2 (Rahtree revenge) 2553     สามย่าน (Sam-Yan) กำกับร่วมกับ พิง ลำพระเพลิง และ โก๊ะตี๋ อารามบอย 2553     มือปืน/ดาว/พระ/เสาร์ (Saturday killer) 2554     บางกอกกังฟู (Bangkok kung fu) 2554     หมาแก่ อันตราย (Friday killer) 2555     วงจรปิด กำกับร่วมกับ ทิวา เมยไธสง 2556     FATHERLAND ปิตุภูมิพรมแดนแห่งรัก 2557     มือปืน/พระ/อาทิตย์ (Sunday killer) ผลงานการเขียนบทภาพยนตร์ 2544     มือปืน/โลก/พระ/จัน (Killer Tattoo) 2546    กุมภาพันธ์ (February) 2546     บุปผาราตรี (Rahtree: Flower of the Night) 2547    สายล่อฟ้า (Pattaya maniac) 2548     บุปผาราตรี เฟส 2 (Rahtree Returns) 2549    กระสือวาเลนไทน์ (Ghost of Valentine) 2550     โกยเถอะเกย์ (Ghost Station) 2551    รัก/สาม/เศร้า (The last moment) 2552    บุปผาราตรี 3.1 (Rahtree reborn) 2552    บุปผาราตรี 3.2 (Rahtree revenge) 2553    มือปืนดาวพระเสาร์ (Saturday killer) 2554    บางกอกกังฟู (Bangkok kung fu) 2554     หมาแก่ อันตราย (Friday killer) -----------------------------------

สุดท้ายลงเอยกับสิงห์! เรมี่ โยกซบเชลซี เซ็นยาว 4 ปีค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์
ข่าวซื้อขายนักเตะ /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

โรอิก เรมี่ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ได้ย้ายทีมสมใจอยากจนได้ หลังจาก เชลซี ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้คว้าตัว จาก ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการเรียบร้อยด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญากัน 4 ปีด้วยกัน ก่อนหน้านี้แข้งวัย 27 ปีเกือบจะย้ายไปอยู่กับทั้ง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล โดยในรายหลังถึงขนาดไปตรวจร่างกายกันมาแล้ว แต่กลับตรวจไม่ผ่าน สุดท้าย ได้ย้ายไปร่วมงานกับ โจเซ่ มูรินโญ่ ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ แทนที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ถูกปล่อยให้เอซีมิลาน ยืมตัวไปใช้งานสองฤดูกาล

เจ้าพ่อของฟรี! มิลานยืมฟาน กิงเคลจาก เชลซี
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

มาร์โก ฟาน กิงเคล มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ เชลซี ตกลงย้ายไปร่วมทัพ เอซี มิลาน ยักษ์หลับแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ด้วยสัญญายืมตัว กองกลางชาวฮอลแลนด์วัย 21 ปีรายนี้ ย้ายมาร่วมทีม สิงห์บลู เมื่อฤดูกาลก่อนโดยเขามีโอกาสลงเล่นให้ทีมไปเพียงสองเกมก่อนจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาวเกือบตลอดทั้งฤดูกาล ฟาน กิงเคล นับเป็นนักเตะเชลซีรายที่สองที่ เอซี มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ ฟิลิปโป้ อินซากี้ ยืมตัวมาร่วมทีมต่อจาก เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าปืนฝืดชาวสเปน

สปอร์ตเอ็มไทย ใจดีใจปล้ำ แจกฟรีตั๋วเข้าชมเทนนิสมาเลเซียโอเพน2014
ATP WORLD TOUR 250 /  กรุงกัวลาลัมเปอร์ / 

สปอร์ตเอ็มไทย ใจดีแจกบัตรเข้าชมการแข่งขันเทนนิสเอทีพี เวิลด์ทัวร์ (ATP WORLD TOUR 250) รายการ "มาเลเซีย โอเพน 2014" ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 กันยายน 2557 ณ สังเวียนพูทรา สเตเดี้ยม บูกิตจาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดย มาเลเซีย โอเพน 2014 มีนักหวดมือดีของโลกเข้าร่วมมากมาย อาทิ มิลอส ราโอนิค มือ 6 ของโลก (แคนาดา), เคอิ นิชิโคริ มือ 11 ของโลก (ญี่ปุ่น), เออร์เนสต์ กูลบิส มือ 12 ของโลก (ลัตเวีย), ฮวน มาร์ติน เดล โปรโต มือ 13 ของโลก (อาร์เจนตินา) และมาร์เซล กราโนลเลร์ซ มือ 20 ของโลก (สเปน) หากท่านเป็นแฟนเทนนิสตัวจริง สปอร์ตเอ็มไทย ใจดี ใจปล้ำ จัดให้ แจกตั๋วเข้าชมเทนนิส มาเลเซีย โอเพน 2014 (ฟรี) เพื่อให้ท่านได้ไปสัมผัสลีลาของนักเทนนิสระดับโลกอย่างใกล้ชิด ถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24-28 กันยายน 2557 ท่านใดสนใจเพียงแค่ทำตามกติกาง่ายๆ แจ้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน มาที่ sport@mthai.com ได้เลยตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 21 ก.ย.นี้ ตั๋วมีจำนวนจำกัด 20 ใบเท่านั้น 1 ใบ ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น (ย้ำชัดๆ 1 ใบ ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น) รวม 20 ใบ ท่านใดสนใจรีบหน่อยนะครับของฟรีหมดแล้วหมดเลย

ร็อดเจอร์ส หัวใสเตรียมคว้า บัลเดส เบียดมือ1 มินโญ่เลต์ แบบไร้ค่าตัว
จิเนส การ์บาฆาล /  ซิมง มินโญ่เลต์ / 

Daily Star สื่อจากเกาะอังกฤษตีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ วางแผนกระชาก บิคตอร์ บัลเดส อดีตมือกาวของ บาร์เซโลน่า เข้ามาเบียดมือ 1 กับ ซิมง มินโญ่เลต์ นายด่านตัวหลักที่ปัจจุบันยังไม่ไม่มีใครมากดดันตำแหน่ง ผู้รักษาประตูวัย 32 ปี กลายเป็นนักเตะไร้ต้นสังกัดหลังจากหมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังจะตกลงกับทาง โมานาโก ได้แล้ว แต่ดันมาโดนพิษอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าเล่นงานทำให้ดีลต้องล่มลงไปในที่สุด จิเนส การ์บาฆาล เอเย่นต์ส่วนตัวของ บัลเดส ให้สัมภาษณ์กับ Cadena Ser ถึงข่าวการย้ายทีมของเด็กในสังกัดว่า "เขา(บัลเดส)สามารถตกลงกับทีมไหนก็ได้ในตอนนี้ และผมก็มั่นใจด้วยว่าทุกคนจะเห็นเจ้าตัวลงไปเฝ้าเสาให้กับสโมสรระดับ บิ๊กเนม ก่อนช่วงคริสต์มาสแน่นอน"

ตกขบวน! เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ กอดสนับก้นแน่นหลังพลาดย้ายทีมวันสุดท้าย
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมนั่งสำรองยาวหลังพลาดการย้ายทีมในวันสุดท้ายก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ รายงานข่าวระบุว่าในคืนสุดท้ายก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ กองกลางวัย 25 ปีรายนี้พลาดการย้ายไป เอฟเวอร์ตัน หลังทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินพยายามเจรจาต่อรองค่าตัวจาก 7.5 ล้านปอนด์เหลือ 5 ล้านปอนด์ แต่ไม่สำเร็จเพราะทีมปีศาจแดงไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ เกือบได้ย้ายไป แอสตัน วิลล่า ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาที่ 7 ล้านปอนด์แต่ไม่สามารถตกลงเรื่องค่าเหนื่อยที่เอเย่นต์นักเตะที่เรียกมาที่ 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ได้ สำหรับอนาคตในทีมปีศาจแดงของ เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ ส่อแววมืดมนเพราะ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ระดมซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพหลายรายทำให้ยากที่เขาจะเบียดขึ้นมาเป็นตัวจริงในทีม

รวบเมียและลูกสะใภ้ จ้างฆ่าผัวหวังเงินประกัน
จ้างมือปืนฆ่าสามี /  จ้างวานฆ่าหวังเงินประกัน / 

ตำรวจภาค 4 รวบ ภรรยาและลูกสะใภ้ จ้างมือปืนฆ่าสามี อ้างหวังนำเงินประกัน ช่วยลูกชายที่ถูกคุมขัง ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาราชการแทน ผบช.ภาค 4 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผุ้อื่น ประกอบด้วย นางจันทร์เพ็ญ รูปดี อายุ 41 ปี น.ส.ภานุมาศ พลเหลา อายุ 19 ปี ทั้งสองคนเป็นผู้จ้างวาน และ นายอุตะมะ บุพผา อายุ 37 ปี มือปืน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นชาวอำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ทั้งนี้ นายอุตะมะ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิง นายบุญนะ รูปดี อายุ 47 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณปากทางเข้าไร่ยางพาราของตนเอง ในเขต ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ผู้จ้างวานตนคือ นางจันทร์เพ็ญ ภรรยาผู้ตาย และ น.ส.ภานุมาศ ลูกสะใภ้ผู้ตายและเป็นคนจัดหาอาวุธปืนให้ตนด้วย โดยทั้งสองคนบอกตนว่า ต้องการเงินประกันของสามี เพื่อจะนำไปช่วยเหลือลูกชาย ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ภานุมาศ ที่จำคุกอยู่ในเรือนจำในคดียาเสพติด

คริส เคิร์ก เข้าป้ายสวิงดอยต์ชแบงค์ ขึ้นนำเฟดเอ็กซ์คัพซีรีส์
กอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ /  คริส เคิร์ก / 

การแข่งขันกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ เฟดเอ็กซ์ คัพ ซีรีส์ สนามที่ 2 รายการ "ดอยต์ช แบงค์ แชมเปียนชิป" ชิงเงินรางวัลรวม 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 240 ล้านบาท) ณ สนามทีพีซี บอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตต์ส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันคืนวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นการดวลสวิงวันสุดท้าย ปรากฏว่า คริส เคิร์ก โปรเจ้าถิ่น ที่รั้งอันดับที่ 3 ร่วมวันที่ 3 เร่งฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม หวดเพิ่ม 5 อันเดอร์ เข้าวินที่ สกอร์ 15 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ "ดอยต์ช แบงค์ แชมเปียนชิป" ไปครอง พร้อมรับ 4,154 แต้ม ทะยานขึ้นไปครองตำแหน่งผู้นำตาราง เฟดเอ็กซ์ คัพ ขณะที่ รัสเซล เฮนลีย์ จบอันดับที่ 2 ร่วมกับ เจฟฟ์ โอกิลวี และบิลลี ฮอร์สเชล สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ ด้าน รอรีย์ แม็คอิลรอย โปรมือ 1 ของโลก เก็บเพิ่มแค่ 1 อันเดอร์ รวม 11 อันเดอร์พาร์ รั้งอันดับที่ 5 ร่วม โดยตารางคะแนน เฟดเอ็กซ์ คัพ คริส เคิร์ก แซง รอรีย์ แม็คอิลรอย ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงมี 4,154 แต้ม ส่วน แม็คอิลรอย มี 3,335 แต้ม และอันดับ 3 ฮันเตอร์ มาฮาน มี 3,311 แต้ม สำหรับการแข่งขัน เฟดเอ็กซ์ คัพ ซีรีส์ สนามที่ 3 รายการ “บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิป” เริ่มวันที่ 4-7 ก.ย.นี้ ที่สนามเชอร์รี ฮิลล์ คอร์ส

กรมอุทยานฯ ขึ้นค่าเข้าอุทยานใหม่ 31 แห่ง เริ่ม 1 ก.พ. 2558
ขึ้นค่าเข้าอุทยาน /  ท่องเที่ยวไทย / 

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้ออกประกาศกรมอุทยานฯ เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานฯ จำนวน 31 แห่ง โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับค่าเข้าครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีตรัฐมนตรี ทส. ที่ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอัตราค่าเข้าอุทยานฯให้เหมาะสม เนื่องจากไม่ได้มีการปรับราคาเข้าอุทยานฯมานานแล้ว กรมอุทยานฯ ขึ้นค่าเข้าอุทยานใหม่ 31 แห่ง เริ่ม 1 ก.พ. 2558 โดยอัตราที่ได้ออกมานี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการของกรมอุทยานฯ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้พิจารณาถึงความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันที่ได้มีการปรับปรุงสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว คาดว่าจะไม่กระทบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เนื่องจากได้ประกาศล่วงหน้า 6 เดือน และไม่ได้ปรับขึ้นมากจนกระทบกับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ได้กำหนดค่าบริการเรียกเก็บจากเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท จำนวน 9 อุทยาน ประกอบด้วย  1.อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี 2.อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว 3.อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จ.กระบี่ 4.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จ.สตูล 5.อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จ.อุบลราชธานี 6.อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.ยโสธร 7.อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร 8.อุทยานแห่งชาติภูพาน จ.สกลนคร 9.อุทยานแห่งชาติภูลังกา จ.นครพนม อัตราค่าบริการสำหรับชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ 2.อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จ. สุโขทัย 3.อุทยานแห่งชาติแม่เมย จ.ตาก อัตราค่าบริการชาวไทย เด็ก 40 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 1 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ 1.อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี 2.อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี 3.อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 150 ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ 1.อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 2.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี อัตราค่าบริการชาวไทย เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 300 บาท ผู้ใหญ่ 500 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ 1.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.กระบี่ 2.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.กระบี่ อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ 2.อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 400 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย จ.อุบลราชธานี 2.อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 3.อุทยานแห่งชาติพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ อัตราค่าบริการ ชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 300 บาท ผู้ใหญ่ 500 บาท จำนวน 2 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก 2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก อัตราค่าบริการชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 1 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ อัตราค่าบริการ สำหรับชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 150 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท จำนวน 3 แห่ง คือ  1.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 2.อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ 3.อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ขอบคุณข่าวสารจาก news.ch7.com