(เอตะ)

ติ่ง ดีทูบี ทะลักสยาม ต้อนรับ D2B Encore Concert 2015
D2B Encore Concert 2015 /  ดีทูบี อังกอร์ คอนเสิร์ต 2015 / 

<ฮาสุดๆ คลิปสัมภาษณ์แรก ต้อนรับ D2B Encore Concert 2015> แถลงข่าวเปิดตัวอย่างป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่แห่งปี “มหัศจรรย์...ความคิดถึง D2B Encore Concert 2015” ท่ามกลางพี่ๆ สื่อมวลชน และแฟนคลับมาให้กำลังใจนับร้อยชีวิต นอกจากนี้ คุณพ่ออุดม - คุณแม่ยุพา กิตติกรเจริญ” คุณพ่อคุณแม่ของ ‘บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ’ ยังมาให้กำลังใจติดขอบเวที ณ ลานเอเทรียม สยามเซ็นเตอร์ เริ่มต้นบรรยากาศมหัศจรรย์ เมื่อพิธีกร “แนน-กัญดา ศรีธรรมูปถัมภ์” กล่าวเปิดงานเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับด้วย เมโลดี้เพลงที่เราคุ้นหูกันอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพลง อาทิ “ไม่มีเธอวันนั้น ไม่มีฉันวันนี้ / ซ่า (สั่นๆ)” มากระตุกความทรงจำ “เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ความทรงจำ” ให้แฟนคลับที่มาร่วมงานได้ฟินกันก่อนใคร จากนั้น “คุณสุกฤช สุขสกุลวัฒน์”ผู้อำนวยการสายงาน Music content management ,“คุณ ภัทราวดี พิทยกุล” ผู้อำนวยการสายงาน คอนเสิร์ต และอีเว้นท์ และ “พี่แหม่ม-พัชริดา วัฒนา” เจ้าหน้าที่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาศิลปิน ขึ้นมาพูดคุยถึงที่มาที่ไปของการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ หลังจากนั้นถึงคิว 2 หนุ่ม “แดน-บีม” ปรากฏตัวออกมาด้วยลุคสไตล์เกาหลีเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ สนั่น ลานเอเทรียม สยามเซ็นเตอร์ พร้อมพูดถึงความมหัศจรรย์แรกด้วยการรีมายด์ชุดจากหลากหลายอัลบั้ม และโชว์แสงสีเสียงอลังการ พร้อมการกลับมาของ “บิ๊ก” ในรูปแบบที่เต็มอิ่มและฟินมากกว่าเดิมก่อนปิดท้ายภาพความประทับใจกับเหล่าแฟนคลับให้ได้ฟิน เมื่อ 2 หนุ่ม “แดน-บีม” ขอเซลฟิ่กับเหล่าแฟนคลับนับร้อยชีวิตอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง “ครั้งนี้พวกเรา ดีทูบี เตรียมเซอร์ไพร์สชุดใหญ่มาฝากแฟนๆ แบบเต็มจัดหนักด้วยการรีมายด์ชุดคอนเซ็ปต์ ตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก และอีกหลากหลายอัลบั้มที่แฟนๆจะได้รีมายด์ความคิดถึงแบบเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีชุดพิเศษ ยูกาตะ ที่ใช้สำหรับขึ้นคอนเสิร์ต พร้อมโชว์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โปรดักชั่นยิ่งใหญ่ สุดอลังการ และเซอร์ไพร์สสุดพิเศษที่จะมาเขย่าหัวใจแฟนๆ เต็มอิ่มตลอด 3 ชั่วโมงเต็มครับ” แดน ดีทูบี กล่าว “คอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งนี้พวกเราทำการบ้านกันหนักมาก ตั้งใจทุ่มเทไม่ว่าจะเป็นการเลือกเพลงหลายๆ เพลง เพื่อให้แฟนๆ ได้เต็มอิ่มกับการโชว์สมบูรณ์แบบที่สุด รวมถึงไฮไลท์การกลับมาของ บิ๊ก ในรูปแบบที่แตกต่างทุกคนต้องตะลึง นำมาใส่แต่ละช่วงโชว์บนเวทีที่ทุกคนคาดไม่ถึงแน่นอน อยากให้ทุกคนได้เซอร์ไพร์สไปด้วยกันครับ” บีม ดีทูบี กล่าวเสริม แฟนคลับดีทูบีตัวจริงไม่ควรพลาด!!! ร่วมสร้างความมหัศจรรย์ไปด้วยกัน ในคอนเสิร์ต “มหัศจรรย์...ความคิดถึง ดีทูบี อังกอร์ คอนเสิร์ต 2015”  ในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 เวลา 19.00 น. ณ. อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี รอบเดียวเท่านั้น บัตรราคา 5,000/4,000/3,000/2,500/1,500/1,000 บาท เปิดจำหน่ายบัตรวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ไทยทิคเก็ทเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com **พิเศษ!! สำหรับบัตร VIP ราคา 5,000 บาท จำกัดเพียง 500 ที่นั่งเท่านั้น ทุกที่นั่งจะได้รับ Gift Set แสนมหัศจรรย์ สำหรับคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น** มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

9 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์!
จัดอันดับ /  ดาราไทย

ปัจจุบันนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น เรื่องของเพศที่ 3 4 5 ก็ได้มีการยอมรับมากขึ้น เช่นเดียวกับ นักร้อง-นักแสดง ในวงการบันเทิง หลายคนที่กล้าเปิดใจและยอมรับกับทุกคนว่าเขาไม่ใช่ชายจริงหรือหญิงแท้ และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพศไหนก็ตามแต่เขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เราได้ดู ได้สนุกสนานไปพร้อมๆ กับพวกเขา วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 9 ดาราชาย(สวย) ที่ขอบอกเลยว่า ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์! ค้าาา .. 8 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์!  เรียบเรียงโดย teen.mthai ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ 8 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์! เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วัยรุ่นยุคก่อนคงจะรู้จักกันดีในฐานะที่ขุ่นแม่เอกกี้นั้น เคยเป็นนักร้อง สมาชิกบอยแบนด์วง UHT (พ.ศ. 2537) เวลาผ่านไปขุ่นแม่เอกกี้ก็เป็นดีเจที่คลื่นกรีนเวฟ และยังคงทำงานในวงการอยู่ รวมถึงละครที่เพิ่งจบไป แอบรักออนไลน์ เขาออกมาเปิดใจกับทุกคนว่ามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ซึ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนที่ชื่นชอบหรือคนอื่นๆ ชื่นชอบเขารักเขาน้อยลงเลย ล่าสุดในอินสตาแกรมขุ่นแม่เอกกี้จัดเต็ม หน้า ผม ชุด แต่งเป็นหญิงเต็มตัว ในแว๊บแรกแทบจำไม่ได้ เพราะสวยเว่อร์วังอลังการ! ส่วนงานชิ้นนี้จะเปแ็นอะไรคงต้องรอติดตามกันนะคะ ^^ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ อีกหนึ่งนักร้องเสียงดี แห่งค่ายเพลงรัก LoveIs ที่ได้ออกมาประกาศว่ามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่นั้นก็ไม่ทำให้หลายคนเลิกรักขุ่นแม่เบน น้ำเสียง อารมณ์ตอนร้องเพลงนั้นยังเพราะจับใจ แถมเมื่อได้เปิดเผยตัวเองให้หลายคนได้รู้ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขเวลาได้ฟังเพลงที่เขาร้อง ได้ฟังมุกตลกๆ สนุกจะตาย ^^ ล่าสุดกับผลงาน ซีรีส์คลับฟรายเดย์ ตอน ความลับของมิ้นกับมิว บอกเลยว่า ขุ่นแม่เบนทำให้ใครหลายๆ คนที่ดูนั้นมีความสุขมากๆ ชอบที่สุดตอนใส่ชุดเซเลอร์มูน >,< และก็เรียกน้ำตาได้มากไม่แพ้กันในฉากสุดเศร้า ปรบมือรัวค้า .... อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์  เจ๊อ๊อฟ ปองศักดิ์ อีกหนึ่งนักร้องเสียงดี จากการประกวดเวที AF ปี 1 มีผลงานเพลงออกมามากมาย เช่น จากคนรักเก่า, หยุดไม่ได้ ขาดใจ, คำถามที่ต้องตอบ, แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเพลงเหล่านี้เป็นที่ยอดฮิตของบรรดาวัยรุ่นทุกเพศทุกวัย เพราะเจ๊อ๊อฟร้องได้กรีดหัวใจแบบสุดๆ ภายหลังเจ๊ออ๊ฟก็ได้ออกมาเปิดใจยอมรับว่าเป็นเกย์ ซึ่งแฟนคลับก็เรียกมีคำนำหน้าให้ว่า เจ๊ ซะเลย เวลาไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหนจะเห้นเจ๊อ๊อฟเต้ฒที่ทุกเวลาที และที่ฮอตก็คือ นางชอบเต้นเพลงของ นิว-จิ๋ว เริ่ดมาก! มาดามมด หลายคนจะรู้จักนาง ในการเป็นพิธีกรของรายการ ภาษา plaza ทางช่อง เพลย์ แชนแนล ซึ่งรายการล้วนมีทั้งสาระ และความเป็นเทิง(มาก!) จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีผลงานอื่นอีกมากมายในด้านความตลก รวมถึงมาดามมดมีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโซเซียล นับได้ว่าเป็น เน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามและชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย อีกคนหนึ่งเลยทีเดียว การันตีด้วยรางวัล "ผู้มีอิทธิพลต่อภาษาแสลงทางอินเทอร์เน็ตที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด" จากงาน MThai Top Talk-About 2012 และ รางวัล Crow Love Like Awards 2013 สาขาพิธีกรความคิด/สร้างสรรค์ ยอดเยี่ยม >,< ส่วนเรื่องเรียนนั้นไม่ต้องบรรยายมาก สวย(สะ สะ สวย?) และเก่งเว่อร์! จบจาก มัธยมศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนศิลป์-คำนวณ จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง ปัจจุบัน เป็นพิธีกรและนักแสดง สังกัด จีทีเอช ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นาธาน โอมาน  หลังจากที่เจอมรสุมรุมเร้ามานาน จนได้ฉายาว่า จอมลวงโลก จอมมโน คราวนี้นางกลับมาพร้อมกับลุคใหม่ แต่งหญิง จัดเต็มไม่แคร์เวิลด์ รวมถึงแฟชั่นคิ้วที่บอกเลยว่า 3 มิตินั้นน้อยไป! อีกทั้งนางยังบอกอีกว่า เพราะคิ้ว 4 มิติที่ชี้โด่ชี้เด่ไม่รู้ทิศรู้ทางของนางนี่แหละ ทำในนางได้ดี สมหวังในความรัก .. กำลังแต่งงานกับหนุ่มนอกวงการ มีธุรกิจพันล้านเลยทีเดียว >,< ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ขุ่นแม่สายแอ๊บแบ๊ว! สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แล้วเข้าทำงานในฐานะนักจัดรายการวิทยุ 94 EFM โดยเริ่มจากการอ่านข่าวประจำรายการ แฉแต่เช้า ร่วมกับดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ และดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ในวันพฤหัส, ศุกร์ และ เสาร์ จนได้รับฉายาว่า ฉายา นุ้ย แฉแต่เช้า ตามชื่อรายการ อีกทั้งยังพากย์เสียง แสดงภาพยนตร์และทางละครไปด้วย ดีเจบุ๊คโก๊ะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล อีกหนึ่งดีเจคู่หูคู่ซี้ ดีเจนุ้ย เดี๋ยวนี้ขุ่นแม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สวยขึ้น ดูเป๊ะเว่อร์! ซึ่งนางออกมาเปิดใจยอมรับว่า เก็บตังบินไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี มาด้วย ตั้งแต่ไรผมไปจนถึงใบหน้า มีโปรเจคเข้าคอร์สลดน้ำหนัก ศึกษาระดับอุดมศึกษาที่คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตั้งแต่ปีหนึ่งเริ่มทำงานเป็นตัวประกอบ และได้แสดงเป็นตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ จากนั้นได้เข้าร่วมรายการ คุณลิขิต ที่ค้นหาดาวตลก ได้ที่ 2 พอศึกษาจบได้มาเป็นนักข่าวบันเทิงที่ไทยคม และทำงานช่องทรูอินไซด์ ชื่อรายการ เอนเตอร์เทนเมาท์วีกลี หลังรายการยกเลิกไป ก็ได้ทำเดโมกับเอไทม์ จนได้มาเป็นดีเจที่อีเอฟเอ็ม เทยเที่ยวไทย :  ป๋อมแป๋ม กอล์ฟ ก๊อตจิ  "เทย เที่ยว ไทย"  เป็นรายการท่องเที่ยวในรูปแบบไลฟ์สไตล์ของกะเทย ที่มีคนดูเป็นจำนวนมากรายการหนึ่ง ออกอากาศทางแบงแชนแนลและอัปโหลดวิดีโอลงยูทูบทางช่อง ดำเนินรายการโดย ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร, กอล์ฟ กิติพัทธ์ ชลารักษ์ และ ก๊อตจิ ทัชชกร บุญลัภยานันท์ รายการที่จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ในประเทศ รวมถึงความสนุกสนานของทั้ง 3 พิธีกร ได้เห้นมุกตลกใหม่ๆ อยู่เสมอ รับรองว่าใครดูแล้วจะต้องติดใจ ^^ ดีเจเจ๊แหม่ม วินัย สุขแสวง  ขอปิดท้ายด้วยขุ่นแม่แซ่บลืม! อีกคน ดีเจเจ๊แหม่ม ดีเจคลื่น กรีนเวฟ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมานาน จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต รางวัลที่เคยได้รับ Brand Ambassador ปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ถ้าพูดถึงเรื่องศัลยกรรม ดีเจเจ๊แหม่มก็ได้ออกมายอมรับมาทำศัลยกรรมหลายอย่างซึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ก็ทำให้ชีวิตของเจ๊ดีขึ้นด้วย ^^ ทุ่มเงินเป็นล้าน เริ่มจากการปลูกถ่ายเส้นผม ทำจมูก ทำคาง ใบหน้าเรียว รวมถึงการร้อยไหม ฟิลเลอร์ ทำออกมาแล้วหน้าเด็กลงเยอะมว๊ากค่ะ! ปัจจุบันก็ได้แต่งงานกับแฟนหนุ่มนอกวงการ "บอย" ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ^^  เรียบเรียงโดย teen.mthai ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

คดีหมิ่นเบื้องสูง /  ซื้อที่ดิน / 

28 ก.พ.58 เวลา 15.30 น. จากกรณี ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขออำนาจศาลอาญา ฝากขังระหว่างการสอบสวนผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ล่าสุด  ลูกชายของ นายบุญธรรม ได้ยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจาก ผู้ต้องหาถูกจับตามหมายจับ อีกทั้ง พนักงานสอบสวน คัดค้านการประกันตัว และคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและพฤติการณ์ทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อเข้าใจว่าการออกเอกสารสิทธิ์เชื่อมโยงกับองค์รัชทายาท หากปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี ประกอบกับต้องสอบพยานอีกหลายปาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว นายบุญธรรม ส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป  ตร.ควบคุมตัว 'ป๋าชื่น บุญธรรม' ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงหลอกประชาชนซื้อที่ดิน ฝากขังที่ศาลอาญาผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกัน เกรงหลบหนี 28 ก.พ.58 ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังระหว่างการสอบสวนผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี แต่ต้องรอคำสั่งศาล พิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่ จากการสืบสวน พบว่า นายบุญธรรม มีพฤติการณ์ แอบอ้างเบื้องสูงและหลอกลวงประชาชน เพื่อซื้อที่ดินนิคมสร้างตนเองลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อมกว่า 500 ไร่ ใน ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ น้องชายของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยติดต่อขอซื้อที่ดินทั้งที่พื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ขอบคุณภาพ krobkruakao MThai News 

กทม. สั่งล้มโครงการขายถุงยางในโรงเรียน - สวนสาธารณะ
กทม. /  ตู้ขายถุงยาง

ล้มแล้วโครงการขายถุงยางในโรงเรียน - สวนสาธารณะ ของ กทม. หลังหลายฝ่ายชี้ไม่เหมาะสม เป็นการส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางเพศมากเกินไป จากกรณีที่ กทม. ได้เสนอให้มีการติดตั้งเครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยในโรงเรียน และสวนสาธารณะในพื้นที่ เพื่อหวังให้เยาวชนได้เรียนรู้วิธีป้องกันโรคเอดส์และคุมกำเนิดนั้น ล่าสุดทางกทม. ได้ยุติล้มโครงการดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายแพทย์พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าการล้มเลิกโครงการดังกล่าว เป็นเพราะผู้ปกครองนักเรียน และอาจารย์ต่างออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วัยเรียนเกินไป ดังนั้นเพื่อความเหมาะสมทางกทม.จึงได้ยุติโครงการดังกล่าว พร้อมกันนี้กทม.ยังได้นำตู้ขายถุงยางอนามัยที่ติดตั้งในสวนสาธารณะของ กทม. จำนวน 2 แห่งออกอีกด้วย หลังประชาชนที่มาออกกำลังกายคัดค้าน และมองว่าไม่เหมาะสม และสนับสนุนให้ทำกิจกรรมทางเพศมากเกินไปด้วยเช่นกัน MThai News

บุญธรรม บุญเทพประทาน /  ป๋าชื่น / 

"ป๋าชื่น" เจ้าของโคลอนเซ่พระราม9 เดินทางเข้ามอบตัวกับผบ.ตร. พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา ชี้ไม่เคยแอบอ้างสถาบัน ด้านตำรวจคุมตัวสอบเพิ่มที่กองปราบ นายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือ ป๋าชื่น กรรมการบริษัทบ้านชุมทองจำกัด และบริษัทเขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด เดินทางเข้ามอบตัวกับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกออกหมายจับในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 จากกรณีหลอกลวงประชาชนเพื่อซื้อที่ดินนิคมสร้างตนเอง ลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อม ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยนายบุญธรรม ได้ให้การปฏิเสธว่า ตนเองไม่เคยแอบอ้างสถาบัน โดยการได้มาซึ่งที่ดินบริเวณนี้ เนื่องจากอยากได้ที่ดินบริเวณเขาใหญ่ ซึ่งมีอากาศดี เป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลกมาจัดสรรขายเพื่อเก็งกำไร โดยมีนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว มาเสนอขายให้ ในราคาไร่ละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งตนเองเห็นว่ามีราคาถูก และทำเลดี จึงตัดสินใจซื้อและนำไปจัดสรรขายต่อไร่ละ 6-7 แสนบาท หรือบางแปลงมีราคาสูงถึงหลักล้าน โดยตนจะซื้อที่ดินต่อเมื่อ มีโฉนดถูกต้องเท่านั้น โดยไม่เคยไปบังคับข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่ และไม่ทราบว่านายเสฏฐวุฒิ ใช้วิธีใดถึงได้เอกสารสิทธิ์มา จากนั้นตนได้ไปโอนที่ดิน ที่กรมที่ดิน ซึ่งมีการโอนสิทธิ์ได้ตามปกติ จึงไม่ได้สงสัยอะไร ก่อนนำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรแบ่งขาย ต่อมาพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีความสนิทสนมกันส่วนตัว มาเห็นพื้นที่ดังกล่าว จึงสนใจขอแบ่งซื้อ และได้ขายให้ราคาไร่ละไม่เกิน 2 แสนบาท ต่อมาพล.ต.โท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทราบเรื่อง จึงอยากซื้อที่ดินบริเวณนี้ด้วย ทั้งนี้นายบุญธรรม ยอมรับว่าเคยได้ยินพล.ต.ต.โกวิทย์ พูดคุยกันในกลุ่มว่าต้องการซื้อที่ดินดังกล่าวเพื่อนำไปสร้างวัง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายบุญธรรมไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบปราม ต่อไป ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

มิ้นท์ มณฑล บอกเคล็ดลับ จัด เครื่องสำอาง ชิ้นเด็ด สำหรับ สาวนักเดินทาง
จัดเครื่องสำอาง /  นักเดินทาง / 

วิธีจัด เครื่องสำอางชิ้นเด็ด สำหรับสาวนักเดินทาง By มิ้นท์ มณฑล เจ้าของบล็อกและผู้เขียนหนังสือ I Roam Alone การได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ พบเจอสิ่งใหม่ และการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ให้เรามองเห็นโลกใบใหญ่ใบนี้ในมุมมองที่แตกต่างออกไป ทุกการเดินทางมีเรื่องเล่า มีความประทับใจ และถือเป็นการค้นหาแรงบันดาลใจ เป็นการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด จึงไม่แปลกที่สาวๆ สมัยนี้จะหันมาแพ็คกระเป๋าแล้วออกเดินทาง ด้วยข้อมูลข่าวสารที่หาได้ง่ายๆ จากอินเทอร์เน็ต เทรนด์การท่องเที่ยวของสาวรุ่นใหม่อย่างเราจึงเน้นการเดินทางด้วยตัวเองแบบไม่ง้อทัวร์ ทั้งหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว จองที่พัก ตั๋วรถไฟ เครื่องบิน ก็เลือกได้ตามใจ ไหนจะข้อมูลดีๆ จากบล็อกเกอร์ที่มารีวิวเพื่อการเตรียมตัว การแบกกระเป๋าเพื่อออกไปแตะขอบฟ้า เดินทางช้าๆ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ อาหาร ผู้คน วัฒนธรรม ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อออกเดินทาง การถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพประทับใจถือเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ ทั้งถ่ายเซลฟี่หรือถ่ายกับวิว ผู้หญิงอย่างเราเรื่องความสวยไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนมุมไหนของโลกยังไงก็ต้องสวยไว้ก่อน ไหนจะต้องเดินทาง ไหนจะต้องสวย ต้องอัพโหลดรูปลงโซเชียลมีเดีย ไปเที่ยวทั้งทีจะปล่อยให้โทรมคงไม่ได้ แต่จะจัดกระเป๋าอย่างไรให้น้ำหนักเบาและเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองแต่ก็ครบครันไม่ขาดตกอุปกรณ์จำเป็น สาวนักเดินทางไอดอลของสาวๆ หลายๆ คน มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล เจ้าของบล็อกและผู้เขียนหนังสือ I Roam Alone ที่เดินทางมาแล้วกว่า 50 ประเทศในวัยเพียง 27 ปี มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางและเคล็ดลับการจัดกระเป๋าให้ฟังว่า “มิ้นท์เป็นนักเดินทางและรักการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ จุดมุ่งหมายสำคัญที่เขียนบล็อกนี้คือ อยากให้สาวๆ ได้เห็นภาพว่าการเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวเป็นอย่างไร ต้องระวังอะไรบ้าง แต่งตัวอย่างไร นอนอย่างไร เผื่อว่าใครตัดสินใจแบกเป้เดินทางคนเดียว อย่างน้อยก็พอจะมีข้อมูล มีคำปรึกษา มีเคล็ดลับที่ได้แบ่งปันไว้ ซึ่งการเดินทางแต่ละครั้งของมินท์การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญ การจัดกระเป๋าต้องนำสิ่งของที่จำเป็นกับทริปนั้นๆ ไปให้ครบ เสื้อผ้าต้องเหมาะกับสภาพอากาศ แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะสัมภาระที่มากและหนักเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง การดูแลผิวพรรณและผิวหน้าระหว่างการเดินทางก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากสวยดูดี แม้จะเป็น ทริปปีนเขา เข้าป่า มิ้นท์ก็จะแอบแพ็คเครื่องสำอางที่เป็นคีย์พีซสำคัญไปด้วย มิ้นท์ชอบใช้ ซีซี ครีม ที่ให้ความเรียบเนียนปกปิด ช่วยปกป้องแสงแดดและมลภาวะ พร้อมช่วยบำรุงผิวในขั้นตอนเดียว แล้วเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าด้วยเพรซด์ พาวเดอร์ ริมฝีปากก็เช่นเดียวกับผิวหน้าที่ต้องการการบำรุง มิ้นท์เลือกใช้ลิปบาล์มที่ช่วยปกป้องและบำรุงริมฝีปาก และปิดท้ายด้วยการเพิ่มสีสันให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอสส์สีที่ดูเป็นธรรมชาติ เพียงแค่ 4 ชิ้นนี้ ก็สามารถเสริมความมั่นใจเวลาที่ต้องโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดียเพื่อแชร์ประสบการณ์และความประทับใจให้เพื่อนๆ ได้ร่วมสัมผัส” ริค ดิเช็คคา เมคอัพอาร์ทิสต์ระดับโลกแบรนด์อาร์ทิสทรี แนะนำสาวๆ นักเดินทางว่า ด้วยสภาพอากาศ แสงแดด ฝุ่นละอองที่ต้องพบเจอระหว่างการเดินทาง เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ การเกิดกระและจุดด่างดำบนใบหน้า ดังนั้นตัวช่วยที่จะทำให้สาวนักเดินทางมีผิวหน้าเรียบเนียน ถ่ายรูปได้สวยโดยไม่ต้องพึ่งแอพพลิเคชั่น ควรต้องใช้เครื่องสำอางที่ให้การปกปิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ติดทนนาน พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดสีผิวที่หมองคล้ำและจุดด่างดำ และเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง ควรเลือกเครื่องสำอางที่ช่วยบำรุงผิวกระจ่างใสในขั้นตอนเดียว และที่สำคัญต้องอ่อนโยนและเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน ไม่ทำให้เกิดสิว เพราะระหว่างการเดินทางผิวหน้าจะอ่อนแอจากสภาพอากาศและเวลาที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเคล็ดลับง่ายๆ ในการแต่งสวยช่วงเดินทาง และเพื่อความสะดวกในการพกพา ริคแนะนำมัสต์แฮฟไอเท็ม (Must Have Item) ที่สาวๆ ต้องพกใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วยทุกทริปได้แก่ 1. อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ อิลลูมิเนทติ้ง ซีซี ครีม เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ ซีซี ครีม ที่ปรับสีผิวให้สว่างใสขึ้น พร้อมเตรียมผิวให้เรียบเนียน เพื่อผิวสวยกระจ่างใสอย่างไร้ที่ติ เนื้อครีมเนียน ให้การปกปิดแบบธรรมชาติถึงปานกลาง ติดทนนาน ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้เกิดสิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน ผ่านการทดสอบอาการแพ้ทางผิวหนัง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว 2. อาร์ทิสทรี เอ็กแซ็คท์ ฟิต เพรซด์ พาวเดอร์ แป้งอัดแข็งที่ให้สีผิวสวยแบบแมทท์อย่างเป็นธรรมชาติ ป้องกันและควบคุมความมัน ช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใสตลอดวัน 3. อาร์ทิสทรี ซิกเนเจอร์ คัลเลอร์ เชียร์ ลิปสติก สีเคลียร์ บาล์ม (สีใส) สูตรผลิตภัณฑ์มีค่าเอสพีเอฟ 15 ให้การปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวีและมลภาวะแวดล้อม ช่วยบำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น 4. อาร์ทิสทรี ลิป กลอสส์ สีพิ้งค์ บลอสซัม เพิ่มสีสันให้ริมฝีปากด้วยเนื้อลิปเนียนนุ่มให้ความเบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะ เพียงแค่ 4 ชิ้นเด็ดนี้รับรองว่าสาวๆ นักเดินทางจะสวยใสดูเปล่งประกายแบบ 3 มิติ ในทุกๆ ทริปเลยทีเดียว มิ้นท์ I Roam Alone ฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงสาวๆ ที่ต้องการออกเดินทางว่า “ถ้าคุณอยากเดินทางและมีแรงบันดาลใจ อย่าปล่อยให้โอกาสในการมองเห็นสิ่งสวยงามนั้นหลุดลอยไป สิ่งที่คุณต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับการเดินทางนอกเหนือจากสัมภาระนั่นก็คือ เงิน เวลา สุขภาพ และความกล้า กล้าที่จะออกเดินทางด้วยสติและสัญชาตญาณ เมื่อคุณมีทุกอย่างพร้อม โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายใบนี้ก็ไม่ใหญ่เกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเรา” เรื่องโดย Women Mthai Team

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ  จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว  จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ  โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน มาพักอาศัยอยู่วัดเพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน  ญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล มีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน  ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว  หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  จึงมีมติให้ อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ และเป็นเรื่องดัง กรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น  โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง MThai News 

ใบเฟิร์น ขอเป็นเจ๊ดัน แจ้งเกิดพระเอก เนตั้น ในหนังรักสุดแนว 2538 อัลเทอร์มาจีบ
2538 อัลเทอร์มาจีบ /  หนังโรแมนติก / 

โด่งดังจากภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารั กและยังคงความแรงต่อเนื่องไม่มีหยุด สำหรับนางเอกสาวหน้าใส ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มาคราวนี้ขอทำหน้าที่เจ๊ดัน แจ้งเกิดพระเอกใหม่ เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์ หลานชายสุดหล่อของ ธัญญาเรศ รามณรงค์ ซึ่งร่วมงานกันในหนังรักได้ใจคนทุกยุค 2538 อัลเทอร์มาจีบ จากค่าย โมโนพิคเจอร์ โดย ใบเฟิร์น รับบทเป็น "ส้ม" สาวยุคอัลเทอร์ เปิดเผย จริงใจ สดใส หวานนิดเปรี้ยวหน่อยสมชื่อ  ส่วน เนตั้น รับบท "ก้อง" วัยรุ่นยุคดิจิตอล ที่หลุดกลับไปในปี 2538 ยุคอัลเทอร์เนทีฟเฟื่องฟู และแล้วความรักระหว่าง สาวยุคเพลงเราโดด กับ หนุ่มยุคเพลงดาวน์โหลด จึงเกิดขึ้น เนตั้น เปิดใจถึงการทำงานกับใบเฟิร์นว่า "เจอกันครั้งแรกผมค่อนข้างเกร็ง เพราะได้ยินมาว่าใบเฟิร์นเขาเก่ง แสดงดี แถมแฟนคลับยังเพียบ เขาก็เลยพยายามเข้ามาพูดคุยให้สนิทกันจะได้หายเกร็ง ก็ช่วยได้เยอะครับ ยิ่งตอนหลังพอเข้าฉากซีนอารมณ์ด้วยกัน ต้องขอบคุณใบเฟิร์นเลย ที่ช่วยส่งอารมณ์ให้ผมเต็มที่ ปลื้มมากที่ได้ใบเฟิร์นเป็นนางเอกคนแรกของผม" ด้านเจ๊ดัน ใบเฟิร์น เล่าถึงเนตั้นว่า "จริงๆไม่ถึงกับเป็นเจ๊ดันหรอกค่ะ  เพราะเนตั้นเองเขามีพื้นฐานที่ดีและมีความตั้งใจเกินร้อยอยู่แล้ว มีแววว่าจะไปได้ไกล เวลาเฟิร์นเจอใคร ก็มักจะเชียร์เขาให้ ว่านี่พระเอกใหม่ของเฟิร์น คอยจับตาดูความสามารถให้ดีๆ หล่อ น่ารัก แล้วยังเก่งอีกด้วยนะ ต้องรีบกรี๊ดกันก่อน สาวๆจะแย่งกันกรี๊ด" ภาพยนตร์ 2538 อัลเทอร์มาจีบ นำแสดงโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์, แวน ชนินทร์ จิตปรีดา, โฟน ชลกาญจน์ พวงน้อย, อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา และ แหม่ม วิชุดา พินดั้ม  กำกับโดย เสือ ยรรยง คุรุอังกูร ชวนมาจีบกันในจังหวะอัลเทอร์ ไปกับ 2538 อัลเทอร์มาจีบ ในวันที่ 19 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 2538 อัลเทอร์มาจีบ ได้ที่นี่เลย ------------------------------

เลียวนาร์ด นิมอย สป็อกแห่ง Star Trek เสียชีวิตด้วยวัย 83
leonard nimoy /  leonard nimoy spock / 

ข่าวเศร้าของแฟนๆ หนังและซีรี่ส์ชุด Star Trek ครับ เลียวนาร์ด นิมอย นักแสดงและผู้กำกับซึ่งโด่งดังจากบทบาทของสป็อก มนุษย์ชาวดาววัลคัลและต้นเรือประจำยานเอ็นเตอร์ไพรส์ในหนังและซีรี่ส์ชุดนี้ฉบับดั้งเดิมได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 83 ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากอาการป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ลุกลามจนถึงระยะสุดท้าย นิมอยประกาศว่าเขาเป็นโรคนี้เมื่อปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่จัดในวัยหนุ่ม นิมอยเริ่มต้นอาชีพด้านการแสดงด้วยการเป็นครูสอนการแสดงและนักแสดงหนังเกรดบีในยุค 50 ก่อนที่จะเป็นที่จดจำจากซีรี่ส์ Star Trek ในยุค 60 ซึ่งนิมอยรู้ดีถึงบทบาทที่เป็นภาพติดตัวของเขาจากการเขียนหนังสืออัตชีวประวัติ 2 เล่ม คือ “I Am Not Spock” ในปี 1977 และ “I Am Spock” ในปี 1995 นอกจากด้านการแสดงแล้ว นิมอยยังเคยกำกับหนังหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นหนังเล็กๆ และก็ยังเคยกำกับหนังสตาร์เทร์ก 2 ภาค คือ “Star Trek III: The Search for Spock” (1984) และ “Star Trek IV: The Voyage Home” (1986) แต่ที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็คงเป็นผลงานกำกับเรื่อง“Three Men and a Baby” (1987) บทบาทการแสดงช่วงท้ายๆ ในชีวิตของเขาคงเป็นซีรี่ส์ชุด Fringe และการให้เสียงตัวละครใน Transformers: Dark of the Moon และการหวนกลับมารับบทรับเชิญเป็นสป็อกวัยชราในหนัง Star Trek และ Star Trek Into Darkness ที่เป็นสองภาคล่าสุดจากการกำกับของเจ.เจ. เอบรามส์ นิมอยยังเป็นผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์สม่ำเสมอครับ ข้อความสุดท้ายที่เขียนลงในทวิตเตอร์ก็คือเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เชียนว่า “ชีวิตเป็นดังสวน ช่วงเวลาที่ดีที่สุด เรามีมันได้ แต่เก็บรักษาไว้ไม่ได้ เว้นแต่ในความทรงจำ” และลงท้ายด้วย “LLAP” ซึ่งย่อจาก “Live Long and Prosper.” (ขอให้ชีวิตยืนยาวและรุ่งเรือง) คำพูดประจำตัวละครสป็อกของเขาในหนังชุด Star Trek A life is like a garden. Perfect moments can be had, but not preserved, except in memory. LLAP — Leonard Nimoy (@TheRealNimoy) February 23, 2015 นิมอยเคยกล่าวไว้ถึงชีวิตของเขาว่า “ถ้าให้ผมเลือก ถ้าผมต้องเป็นคนอื่น ผมขอเป็นสป็อก” ที่มา jediyuth.com

ตะลุย9ประเทศ'เออีซี'ครบทุกเรื่องเศรษฐกิจ เเค่คลิกเดียว!
AEC ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ASEAN Economic Community /  ประชาคมอาเซียน / 

เตรียมตัวเข้าสู่ เออีซี  กันได้เเล้วนะพี่น้อง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะรู้เเค่ใน เบื้องต้นเท่านั้น ว่าการเปิดประชาคมอาเซียน นั้นเป็นการรวมตัวของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ บรูไน และการรวมตัวกันในครั้งนี้ ก็จะทำให้เกิดความเข้มแข็งในด้านต่าง ๆ "โดยเฉพาะ ด้านเศรษฐกิจ อาทิ เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน สร้างขีดความสามามารถทางเศรษฐกิจ สร้างความเท่าเทียมในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และ การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก" ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น เป็นสิ่งที่ส่งผลดี ต่อประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น โอกาสทางการค้า การส่งออก โอกาสการลงทุน เพิ่มพูนขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ใหhมีอำนาจการต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลก เเละยังเป็นการ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาคมโลก รวมถึง ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศได้อีกด้วย เพราะอะไรนั่นหรือ ก็เพราะ เออีซี  มีตั้ง 10 ประเทศ และด้านภูมิศาสตร์ ที่มีความได้เปรียบ จากทรัพยากรพื้นฐานของเเต่ละประเทศ รวมถึงเดินเครื่องด้วยประชากรเกือบ 500 ล้านคน ดังนั้นถือว่าเป็นเศรษฐกิจภูมิภาคขนาดใหญ่ การที่เราจับมือกันนั้นก็เพื่อทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งในด้านต่าง ๆ มากขึ้น เหตุนี้เอง อาเซียน จึงกลายสภาพเป็น เออีซี  ในที่สุด โดยจะก่อตั้งอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2558 เลื่อนเข้ามาจากเดิมคือ พ.ศ. 2563 เเต่ก่อนที่จะเข้าไปเป็น ครอบครัวเดียวกัน เราคงอยากรู้จัก เพื่อนบ้าน ให้ดีก่อนใช่ไหม "วันนี้ MThai News จะพาเพื่อนๆมาเปิดโผเว็บไซต์ยอดนิยม ของทั้ง 9 ประเทศ เพื่อศึกษาข้อมูล ก่อนการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน ที่จะทำให้เราสามารถ ลัดเลาะไปรู้จักเหตุบ้านการณ์เมือง ระบบเศรษฐกิจพื้นฐาน พร้อมทั้งข่าวสารบ้านเมืองที่น่าสนใจ ก่อนเข้าเป็น เออีซี  " 1. ประเทศมาเลเซีย หาข้อมูลได้ที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ www.kln.gov.my ข้อมูลข่าวสารทั่วไปสามารถติดตามได้ที่ www.themalaysianinsider.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวชั้นนำของมาเลเซีย เพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจมาเลเซีย 2.ประเทศฟิลิปปินส์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ให้ความรู้ตลอดจนส่งเสริมการค้าและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน www.boi.gov.ph กรมการค้าและอุตสาหกรรม www.dti.gov.ph/dti ติดตามข่าวสารของฟิลิปปินส์ได้ที่ www.manilastandardtoday.com 3.ประเทศอินโดนีเซีย หน่วยงานที่สามารถให้คำปรึกษาด้านการต่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศที่สนใจทำธุรกิจ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ www.kemlu.go.id เว็บไซต์ติดตามข่าวสารบ้านเมืองของอินโดนีเซียได้ www.thejakartapost.com 4.ประเทศสิงคโปร์ มีหน่วยงานที่จะคอยดูแลพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ อาทิ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม www.mti.gov.sg เว็บไซต์ข่าวของสิงคโปร์คือ www.straitstimes.com 5.ประเทศบรูไน หน่วยงานที่ประสานข้อมูลกับหน่วยงานประจำประเทศบรูไนดารุสซาลาม กับประเทศอื่นเพื่อการค้าการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมระหว่างกัน เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรพื้นฐาน www.industry.gov.bn กระทรวงการต่างประเทศและการค้า www.mofat.gov.bn เว็บไซต์สำหรับหาข้อมูลข่าวสารของประเทศบรูไนดารุสซาลาม www.bt.com.bn/en 6.ประเทศลาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุน และภาคอุตสาหกรรมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของลาว เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ www.moic.gov.la สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว www.laocci.com  ข่าวสารเพื่อรับทราบความเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน สปป.ลาว www.lao.voanews.com หรือ www.vientianetimes.org.la เป็นต้น 7.ประเทศกัมพูชา หน่วยงานหลักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทราบข้อมูลข่าวสารและศึกษาสถานการณ์การค้าและการทำธุรกิจในกัมพูชา และข้อมูลการลงทุน เช่น กระทรวงพาณิชย์ www.moc.gov.kh คณะกรรมการการลงทุน www.cambodiainvestment.gov.kh เว็บไซต์เพื่อการศึกษาข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ประจำวันของกัมพูชา www.phnompenhpost.com 8.ประเทศเวียดนาม มีหน่วยงานเชื่อมความสัมพันธ์ให้แก่ทั้งสองประเทศรวมถึงประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าการลงทุน ตลอดจนการให้ข้อมูล และคำปรึกษาเพื่อการติดต่อธุรกิจระหว่างประเทศสถานทูตไทยในเวียดนาม www.thaiembassy.org/Hanoi เว็บไซต์ข่าวของเวียดนาม www.vietnamnews.vn  9.ประเทศพม่า อีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตามอง เนื่องจากเพิ่งมีการเปิดประเทศจึงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยที่จะลงทุนในพม่าจึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างดีเพื่อแข่งขันกับนักลงทุนจากทั่วโลก โดยสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ กรมการค้าการลงทุนสหภาพพม่า www.investinmyanmar.com อ่านข่าวสารความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ทางบ้านเมืองและเศรษฐกิจทางเว็บไซต์ข่าว www.mmtimes.com และ www.mizzima.com ของประเทศพม่า "ใครสนใจประเทศไหนก็สามารถ คลิกไปที่ลิ้งค์ ได้เลย  ก้หวังว่าวันนี้ ข้อมูลต่างๆที่ MThai News รวบรวมมาให้อ่านในวันนี้ ก็น่าจะเป็นประโยช์นต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย ส่วนคราวหน้าหากมี่อะไรหน้าสนใจอีก จะนำมาอัพเดจให้ได้ติดตามกันอีก" MThai News

CC Cream ปรับสีผิวให้ดูเปล่งประกายแบบ 3 มิติ ล่าสุดจาก อาร์ทิสทรี
CC Cream /  กันแดด / 

อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ อิลลูมิเนทติ้ง ซีซี ครีม เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ ซีซี ครีม ปรับสีผิวให้ดูเปล่งประกายแบบ 3 มิติ เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีจากแอมเวย์ แนะนำ ซีซี ครีม เพื่อผิวเรียบเนียน กระจ่างใสแบบ 3 มิติ “อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ อิลลูมิเนทติ้ง ซีซี ครีม เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ (Artistry Ideal Radiance Illuminating CC Cream SPF 50 UVA/UVB PA+++)” ให้การปกปิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ และช่วยปกปิดริ้วรอย ติดทนนาน พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ลดความเสี่ยงจากการเกิดสีผิวที่หมองคล้ำและจุดด่างดำ พร้อมบำรุงผิวกระจ่างใสในขั้นตอนเดียว ... อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ อิลลูมิเนทติ้ง ซีซี ครีม เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม มัลติ-ไดเมนชันนัล ฟินิชชิง คอมเพล็กซ์ และนวัตกรรม คัลเลอร์-คอนโทรล พิกเมนต์ ช่วยปรับสีผิวให้เนียนเรียบและให้การปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมส่วนผสมสำหรับบำรุงผิว อาทิ มัลติ ฟลอรา เบลนด์ ให้ความชุ่มชื้น เพิร์ล โปรตีน ช่วยบำรุงผิวให้เปล่งประกาย ลดความเสี่ยงจากการเกิดจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ผลกระทบจากอนุมูลอิสระและอันตรายจากมลภาวะแวดล้อม ... อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ อิลลูมิเนทติ้ง ซีซี ครีม เอสพีเอฟ 50 ยูวีเอ/ยูวีบี พีเอ+++ ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคาสมาชิก 1,569 บาท และราคาขายปลีก 1,850 บาท

โจรสลัดโซมาเลีย ปล่อยคนไทย 4 คนหลังถูกจับนาน 5 ปี
ตัวประกัน /  ปล่อยคนไทย / 

โจรสลัดโซมาเลีย ยอมปล่อยตัวประมงไทย 4 คนที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับเป็นตัวประกันมาเกือบ 5 ปี เอเอฟพี รายงานอ้างนายโอมาร์ ชีค อาลี เจ้าหน้าที่รัฐบาลเขตปกครองตนเองรัฐกัลมูดัก ทางภาคกลางของโซมาเลียว่า ชาวประมงไทย 4 คนที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับเป็นตัวประกันมาเกือบ 5 ปีได้รับการปล่อยตัวเมื่อวานนี้ ระบุว่าเจ้าหน้าที่โซมาเลียได้ไปรับคนไทย 4 คนจากท้องถิ่นห่างไกลแห่งหนึ่ง เพิ่มเติมว่าทั้ง 4 คนได้โทรศัพท์พูดคุยกับญาติในประเทศไทยและร่ำให้ หลังได้รับการปล่อยตัว สำหรับประมงทั้ง 4 คนเป็นหนึ่งในลูกเรือ 24 คนที่ถูกจับกุมไปเมื่อเดือนเมษายน 2553 เมื่อโจรสลัดปล้นเรือประมงเอฟวี พรานทะเล 12 ซึ่งติดธงชาติไต้หวัน การจับกุมตัวไว้เกือบ 5 ปีถือว่ายาวนานที่สุดเท่าที่โจรสลัดเคยจับมา ด้านชาวบ้านในเมืองกาลคาโย ที่ตั้งของเขตปกครองตนเองนั้นกล่าวว่ามีการจ่ายค่าไถ่ให้แก่โจรสลัด 150,000 ดอลลาร์ แต่รายงานนั้นไม่อาจตรวจสอบได้อย่างเป็นกลาง ด้านนายโมฮัมเหม็ด อับดี นักธุรกิจในเมืองกาลคาโย ซึ่งทราบเรื่องการเจรจาต่อรองให้ปล่อยตัวประกันระบุว่าโจรสลัดรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องให้อาหารและดูแลตัวประกัน ส่งผลให้โจรสลัดติดหนี้สินจำนวนมาก หลังยึดเรือมาได้แล้ว เรือเอฟวี พรานทะเลถูกใช้เป็นเรือหลักของกลุ่มโจรสลัดในการตระเวนปล้นเรือในน่านน้ำที่อยู่ห่างไกลก่อนจะล่มกลางทะเลเมื่อเดือนกรกฏาคม 2554 ส่วนลูกเรือถูกนำขึ้นฝั่ง ในจำนวนลูกเรือทั้ง 24 คน เสียชีวิต 6 คนจากอาการเจ็บป่วยระหว่างถูกควบคุมตัว ส่วนลูกเรือชาวเมียนมาร์อีก 14 คนได้รับการปล่อยตัวให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐปุนท์แลนด์ ทางภาคเหนือของโซมาเลียเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 และได้รับการช่วยเหลือส่งกลับประเทศโดยโครงการช่วยเหลือตัวประกันของสำนัก งานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ส่วนตัวประกันอีก 26 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ สำหรับการจี้เรือที่นอกชายฝั่งของโซมาเลียเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อปี 2554 มี 237 กรณีที่น่าจะเกิดจากการลงมือของโจรสลัดโซมาเลียและจี้เรือได้สำเร็จ 28 ลำ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  จส.100

เฟอร์รินโญ่! 7 เหตุผลที่ มูรินโญ่ จะกลายเป็น เฟอร์กี้
มูรินโญ่ /  เชลซี / 

หากจะกล่าวถึงผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องมีชื่อ โฆเซ่ มูรินโญ่ ผุดออกมาจากหัวเป็นอันดับต้นๆแน่นอน แต่นอกเหนือจากฝีไม้ลายมือที่ถูกยอมรับกันในวงการแล้ว ด้านจิตวิทยา ลีลาการพูด ทัศนะคติ ความคิด การตอบโต้สื่อ และบุคลิกความเป็นผู้นำ มูรินโญ่ นั้นถูกสื่อเมืองผู้ดีหยิบยกไปเทียบกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่ามีความใกล้เคียงกับกุนซือชาวสก็อตต์ เท่าที่ลิสต์และจับใจความมาได้มีอยู่ 7 เหตุผลหลักๆที่จะส่งให้ มูรินโญ่ ก้าวไปเทียบความเกรียงไกรเหมือนกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ภายใต้การคุมทีม เชลซี ซึ่งในซีซั่นนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นสู่ยุค มูรินโญ่ แบบเต็มตัวไล่กวาดแชมป์แบบต่อเนื่อง 1. แทคติกด้านมืด : เป็นภาพที่เราเห็นบ่อยครั้งเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นรองหรือกำลังถูกคู่แข่งกดดัน แฟนบอลจะเห็นเหล่าบรรดาแข่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเข้าไปต่อว่าและตำหนิการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินบ่อยครั้ง และแน่นอน มูรินโญ่ ก็ใช้วิธีนี้กับลูกทีมอยู่ 2. เจ้าพ่อสื่อตัวจริง : คุณมักจะเห็นคำถามแรงแบบกระแทกใจจากสื่ออังกฤษต่อ เฟอร์กี้ แต่เรื่องพวกนั้นไม่สามารถทำอะไร เฟอร์กี้ ได้และคุณก็จะเห็นการตอบคำถามที่พวกสื่อต้องอึ้ง และแน่นอนเรื่องการตอกกลับสื่อ มูรินโญ่ ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นคำพูด มาดกวนๆ ที่เค้าตั้งใจตอกกลับพวกนักข่าวปากมาก 3. สูตรสำเร็จการจิกกัด : เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือที่ปากจัดใช่ย่อยเค้ามักด่ากุนซือคู่แข่งแบบแสบๆคันๆ จิกกัดให้เจ็บถึงทรวงมาแล้วหลายต่อหลายคน เหมือนกับว่าโลกนี้ ข้านี่เก่งที่สุด และในปัจจุบันจะมีใครบ้างที่มีความทะนงตนแบบนั้นนอกจาก มูรินโญ่ 4. สุดยอดกุนซือแห่งการกระตุ้น : ลองนึกภาพ เฟอร์กูสัน ยืนข้างสนามเมื่อถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เฟอร์กี้ จะเต็มไปด้วยพลัง เสียงตะคอก พร้อมกับมือไม้ที่จะชี้หน้าด่าลูกทีมตลอดช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งบุคลิกแบบนั้น จะเห็นได้ในตัว มูรินโญ่ แบบไม่มีผิดเพี้ยน 5. คู่รักคู่แค้นกับผู้ตัดสินที่ 4 : ถึงแม้จะอยู่ที่ข้างสนามแต่ เฟอร์กี้ ก็สามารถด่าและกดดันผู้ช่วยผู้ตัดสินในสะเทือนไปถึงผู้ตัดสินในสนามได้ อาจจะเพราะด้วยที่ เฟอร์กูสัน อยู่ในวงการมานานเป็นที่เกรงใจของ เอฟเอ ซึ่งแน่นอนเรื่องเหล่านี้นักข่าวในอังกฤษทราบดีแต่หาหลังฐานไม่ได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าว มูรินโญ่ กำลังเริ่มเรียนรู้และดูมีทิศทางที่ดีเลยทีเดียว 6. มีคำด่าเด็ดๆเจ็บๆอยู่เสมอ : เฟอร์กูสัน ทราบถึงทฤษฎีเกมฟุตบอลหรือเรียกได้ว่าเป็นปราชญ์ด้านฟุตบอล โดยเฉาะการต่อว่าเรื่องแทคติกของกุนซือคู่แข่งที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่กับเขา และหากย้อนไปเมื่อหลายซีซั่นก่อน มูรินโญ่ เคยด่า อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าเป็น "พวกเชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว" มาแล้วเรียกได้ว่าเจ็บจี๊ดแบบไม่มีวันลืมแน่อน 7. กระหายในชัยชนะ : เรื่องง่ายๆที่ใครกูรู้ว่าทั้งสองกุนซือกวาดแชมป์มากมาย มีรางวัลความสำเร็จการันตีมานับไม่ถ้วน ทั้งคู่มีความกระหายในชัยชนะตลอดเวลา เชื่อเลยว่าหาก เฟอร์กูสัน ยังไม่วางมือส่งไม้ต่อให้ เดวิด มอยส์ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมีแชมป์ติดมือแน่ๆ แต่ ณ ช่วงเวลานี้ยุคสมัยแห่งของ เฟอร์กูสัน จบลงแล้ว และผู้เทียบชั้นที่ใกล้เคียงที่สุดคงนี้ไม่พ้น โฆเซ่ มูรินโญ่ อย่างแน่นอน

5 โรงแรมสุดครีเอท ฉีกกฎออกจากกรอบเดิม
ที่พัก /  รีสอร์ทสวย / 

ท่านคงเคยเห็นเหล่าโรงแรมสุดแปลกจากทั่วโลกกันมาบ้าง ซึ่งนับวันก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางแห่งก็ออกแบบด้วยแนวคิดสุดสร้างสรรค์ สร้างตุดเด่นให้กับตัวเอง จนเป็นที่ดึงดูดจากนักท่องเที่ยว ให้อยากมาเยือนดูสักครั้ง และวันนี้ travel.mthai.com ได้รวบรวม 5 โรงแรมสุดครีเอท ใหม่ล่าสุดของโลก ที่จะพาคุณลอยล่องเหนือจินตนาการ กับที่พักที่คุณแทบจะไม่มีดอกาสสัมผัสได้ในชีวิตจริง จะเจ๋งแค่ไหน ต้องดู 5 โรงแรมสุดครีเอท ฉีกกฎออกจากกรอบเดิม 1. ยีราฟ เมเนอร์ ประเทศเคนยา ที่ประเทศเคนย่า โรงแรมนี้จะพาคุณไปอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบซาฟารี คุณจะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ ด้วยการป้อนอาหารจากทางหน้าต่างของห้องอาหาร เจ้ายีราฟ จะทำให้คุณหลงรักอย่างแน่นอน 2. ฟรี สปิริต สเฟียร์ส ประเทศแคนาดา โรงแรมสุดอินดี้แห่งนี้ ตั้งอยู่บนเกาะแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ด้วยห้องพักทรงกลม ตระหง่านอยู่บนต้นไม้คล้ายรังนก ให้คุณได้สัมผัสอิสระ ใกล้ชิดกับผืนป่า และสูดอากาศอันบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด 3. ไอซ์ โฮเทล ประเทศสวีเดน  โรงแรมน้ำแข็ง แห่งประเทศสวีเดน แน่นอนว่าทั้งโรงแรมทำจากประติมากรรมน้ำแข็งสุดยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องพัก ล็อบบี้ บาร์ ห้องอาหาร ต่างเป็นน้ำแข็งทั้งสิ้น แถมยังมีที่จัดเลี้ยงสำหรับงานแต่งงานอีกด้วย เก๋มาก หนาวมาก 4. ปาลาซิโอ เดอ ซาล ประเทศโบลิเวีย โรงแรมเกลือ แห่งประเทศโบลิเวีย เนื่องด้วยที่ตั้งของโรงแรม เป็นเหมือนหาดนาเกลือกว้างใหญ่ไกลลิบตา ซึ่งมีชื่อเสียงอยู่แล้ว ทำให้เกิดการปิ๊งไอเดีย สร้างโรงแรมจากเกลือ ทั้งผนัง เฟอร์นิเจอร์ แทบทุกอย่างมันคือ เกลือ !! 5. คารอสตา พริซัน โฮเทล ประเทศลัตเวีย ประเทศเล็กๆ ในแถบยุโรปตะวันออกอย่าง ลัตเวีย ได้ซ่อนโรงแรมสุดแปลกเอาไว้ ที่จะจำลองจองจำคุณในธีมนักโทษ ทั้งภายนอกและภายในถูกออกแบบให้เป็นคุก พร้อมต้อนรับคุณด้วยกิจกรรมของนักโทษไว้อย่างครบครัน ดูเพิ่มเติมจากวิดีโอ ได้เลย .. ที่มา : Mono 29   /   เรียบเรียงโดย : Travel MThai

นายเจ๋งจริง! บิ๊กเน ซูฮก มาเชนา ดาวยิงป้ายแดงปราสาทสายฟ้า
กวางโจว อาร์แอนด์เอฟ /  กิลแบร์โต มาเชนา / 

ความเคลื่อนไหวของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เตรียมตัวลงทำศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 พบ กวางโจว อาร์แอนด์เอฟ ในวันที่ 3 มีนาคม 2558 ล่าสุด บิ๊กเน เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกมายกย่อง กิลแบร์โต มาเชนา สามารถตอบโจทย์แฟนบอลปราสาทสายฟ้า ว่าทำไมถึงการปล่อย คาร์เมโล กอนซาเลซ ได้แล้ว โดย มาเชนา หัวหอกชาวบราซิลวัย 30 ปี ย้ายจากหังโจว กรีนทาวน์ ในไชนิส ซูเปอร์ลีก มาร่วมทัพ ปราสาทสายฟ้า ในซีซั่น 2015 โดยเจ้าตัวเหมาทำ 2 ประตูในเกมลีกนัดเปิดซีซั่นพาทีมชนะ การท่าเรือ เอฟซี 2-0 และล่าสุดเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ก็ยังพังประตูที่ 2 ให้ทีมชนะ ซองนัม เอฟซี 2-1 สำหรับผมวันนี้ มาเชนา ก็คงตอบโจทย์แฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคน ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปล่อยตัว คาร์เมโล กอนซาเลซ ซึ่งในเกมกับ ซองนัม เอฟซี ที่ผ่านมาก็คงจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี "ฟอร์มของ มาเชนา ในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ เป็นความแตกต่างที่ทำให้เห็นแล้วว่า ถ้าจะเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ความแข็งแกร่ง การเล่นกับเกาหลี การเล่นกับทีมในแชมเปี้ยนส์ ลีก แท็กติกในการเล่น ทักษะในการครองบอล การไปกับบอล และสปีดบอลต้องสมบูรณ์แบบ ซึ่งมาเชนา ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นที่น่าพอใจมากๆ" "หาก มาเชน่า ยังสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้แบบนี้ต่อไป ก็คิดว่าเขาจะเป็นกำลังหลักของเราในการไลล่าแชมป์ทุกเป้าหมายในปีนี้" บิ๊กเน กล่าวทิ้งท้าย

ประวัติเจมี่ ดอร์แนน - คริสเตียน เกรย์ Fifty Shades of Grey
Fifty Shades of Grey /  jamie dornan / 

เชื่อเลยว่าตอนนี้คงไม่มีหนุ่มคนไหนที่ทำให้สาวๆ ใจละลายและเพ้อหาได้เท่า คริสเตียน เกรย์ (Christian Grey) นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง หล่อ รวย ซิกแพค เนื้อแน่นๆ คนนี้อีกแล้ว (แม่เจ้า!) จากภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades of Grey รับบทโดย เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) นายแบบและนักแสดงสุดแซ่บคนนี้ เอาหล่ะอย่ารอช้า เราไปทำความรู้จักเจมี่ให้มากขึ้นกันหน่อยดีกว่า ^^ ประวัติเจมี่ ดอร์แนน - คริสเตียน เกรย์ Fifty Shades of Grey ประวัติเจมี่ ดอร์แนน - คริสเตียน เกรย์ Fifty Shades of Grey เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) หรือชื่อจริงว่า James Dornan เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1982 นายแบบ นักแสดง และนักดนตรี ชาวไอริช ปัจจุบันแต่งงานกับ Amelia Warner (ตั้งแต่ปี 2556) มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ชื่อ Dulcie ^^ เจมี่ ดอร์แนน เกิดที่ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ตอนอยู่ที่ Belfast (บ้านเกิด) เขาเริ่มเล่นดนตรี เขียนเพลง ร้องเพลง ตั้งค่ายเพลงเองซะด้วย แนวเพลงอินดี้ ไอริชโฟล์ค มีชื่อวงว่า"Sons of Jim" มาจากพ่อของเจมี่ชื่อ Jim นั่นเอง เจมี่เล่นดนตรีกว่า 5 ปี ก็เริ่มมีชื่อเสียง คนรู้จักพอสมควร เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย เจมี่ ดอร์แนน เจอแจ็คพอต! โมเดลลิ่งตาดีทาบทามให้เขาลองไปถ่ายแบบ ซึ่งตอนนั้นเขาอายุได้ 19 ปี หลังจากถ่ายแบบในไอร์แลนด์ได้ผ่านไป 2 ปีเริ่มมีคนรู้จักเจมี่มากขึ้น เอเจนซี่ที่เขาสังกัดอยู่ ก็ส่งเขาไปถ่ายแบบที่ นิวยอร์ค เพราะทางสังกัดคิดว่าเขาน่าจะไปได้ไกลกับการเป็นนายแบบ เมื่อก้าวสู่มหานครนิวยอร์ค เจมี่ ก็มีงานถ่ายแบบ มากขึ้น! ล้วนแต่เป็นงานชิ้นใหญ่ๆ ทั้งนั้น ได้ทำงานกับนางแบบระดับโลกหลายต่อหลายคน รวมถึงได้ร่วมงานกับดาราฮอลลีวูดด้วย จนพีคสุดในปี 2003 เจมี่ก็กลายเป็น Supermodel นายแบบที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ฮอตแบบถล่มถลายไปทั่วอังกฤษ ยุโรป และสหรัฐฯ วงการแฟชั่นถึงกับตั้งฉายาให้ว่า"Kate Moss ผู้ชาย" นางแบบระดับโลกที่ เจมี่ ดอร์แนน เคยร่วมงานด้วยนั้น เช่น Kate Moss นางแบบชื่อดังอังกฤษ(คนนี้เคยควงด้วย >,<), Gisele Bundchen นางแบบชื่อดังบราซิล, Natalia Vodianova นางแบบชื่อดังชาวรัสเซีย, Anja Rubik นางแบบชื่อดังชาวโปแลนด์, Malgosia Bela นางแบบชื่อดังชาวโปแลนด์ ในปี 2003 หลังจากที่ดังเปรี้ยงเป็นพลุแตก เจมี่ ดอร์แนน ก็ได้ถ่ายแบบร่วมกับนักแสดงสาว คีร์รา ไนท์ลีย์ (นางเอก ภ. Begin Again) ถ่ายโฆษณาคู่กัน และหลังจากนั้นก็เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อ กว่า 2 ปีแล้วก็เลิกกันในปี 2005  >,< จนปี 2006 เจมี่ได้งานถ่ายแบบกางเกงยีนส์ Calvin Klein คู่กับ Kate Moss นางแบบดังขวัญใจคนทั่วโลก ก็เลยได้ปิ๊งปั๊งกันนิดหน่อย เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) เริ่มต้นในเส้นทาง นักแสดง ฮอลลีวูด หลังจากที่ เจมี่ ได้เลิกรากับ คีร์รา แต่ทั้งคู่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน  คีร์ราแนะนำให้เจมี่รู้จักกับผู้จัดการเธอ ทำให้เจมี่ได้เริ่มก้าวเข้ามาในวงการฮอลลีวูด ได้เล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2006 "Marie Antoinette" รับบทเป็น Count Axel Fersen ได้เล่นกับนางเอกไอ้แมงมุม Kirsten Dunst ซึ่งเรื่องนั้นก็ทำให้เขาเริ่มเป้นที่รู้จัก และเริ่มมีผลงานภาพยนตร์ตามมาอีกหลายเรื่อง ในเส้นทางฮอลลีวูดนั้น ยายของเจมี่ "Greer Garson" เป็นนางเอกกฮอลลีวู้ดชื่อดังในอดีตซะด้วย คุณยายเคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ดารานำหญิงยอดเยี่ยมตั้ง 7 ครั้ง และเคยเป็นผู้ชนะครั้งนึง คุณยายเสียตอนปี 1996 ผลงาน เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan)  โฆษณานาฬิกาข้อมือ D&G เป็นต้น นายแบบชุดชั้นในให้กับแบรนด์ชั้นนำ Calvin Klein, Armani, Christian Dior เป็นต้น ถ่ายแบบนิตยสารชื่อดังมากมาย เช่น Vouge เป็นต้น นายแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย แบรนด์ชั้นนำ ELLE, H&M, Massimo Dutti, Hogan เป็นต้น ภาพยนตร์ Marie Antoinette ( 2006 ) ภาพยนตร์ The Wreck ภาพยนตร์ Beyond The Rave (2008) ภาพยนตร์ Shadows in the Sun (2009) ซีรีส์ Once Upon a Time (2011) ซีรีส์  The Fall (2013)  New Worlds (2014)  ภาพยนตร์ Racing Hearts (2013) ภาพยนตร์เบลเยียม ประกบแอนโธนี เฮดและแม็กซ์ เพอร์คิส เข้าฉายในยุโรปปี 2014 ในซีรีส์ "Once Upon a Time" : ซีรีส์อเมริกาเรื่องแรกของเขา ดอร์แนนได้รับบทนายอำเภอเกรแฮม (Graham Humbert) และนายพราน เล่นทั้ง 3 ซีซั่นเลยนะ ประกบจินนิเฟอร์ กู๊ดวิน, เจนนิเฟอร์ มอร์ริสันและโรเบิร์ต คาร์ไลล์ ในในซีรีส์อาชญากรรมต่อเนื่อง "The Fall" ทางช่อง BBC เปิดตัวในปี 2013 : เจมี่ ดอร์แนน รับบท ฆาตรกรต่อเนื่อง และเขาแสดงได้ดีมากจนหลายคนพูดถึง ชื่นชมเขาเป็นจำนวนมาก! ซึ่งแสดงร่วมกับ กิลเลียน แอนเดอร์สัน ในเรื่องนี้ด้วย The Fall เป็นดรามาที่มีเรตติ้งสูงสุดสำหรับสถานีในรอบแปดปีและจากเรื่องนี้ เจมี่ ดอร์แนน ก็ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลบาฟตา เทเลวิชัน อวอร์ดสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, สองรางวัลไอริช ฟิล์ม แอนด์ เทเลวิชัน อวอร์ดสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทโทรทัศน์, รางวัลดาราดาวรุ่งของสมาพันธ์ภาพยนตร์ไอริช และรางวัลแจ้งเกิดจากสมาพันธ์สื่อมวลชนบรอดคาสติ้ง ธรรมดาซะที่ไหน! >,< นอกจากนี้ The Fall ซีซั้น 2 ได้ออกฉายในฤดูใบไม้ผลิปี 2014 ในอังกฤษ และในเดือนมกราคม ในอเมริกา ในต้นปีที่ผ่านมาแล้ว หลังจากนี้เขาได้แสดงมินิซีรีส์ทางแชนแนล โฟร์ เรื่อง New Worlds ฉายในอังกฤษ ปี 2014 ที่ผ่านมา ดรามาอิงประวัติศาสตร์ ล่าสุด เขายังเพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The 9th Life of Louis Drax ประกบแอรอน พอลและซาราห์ กาดอน และเมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้รับบทนำ แพท ควินแลนในภาพยนตร์โดยพาราเลล ฟิล์มส์เรื่อง The Siege of Jadotville อีกด้วย! แหม คุณพ่อลูกหนึ่งนี่ฮอตซะจริงๆ >,< เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) รับบท คริสเตียน เกรย์ (Christian Grey) Fifty Shades of Grey หลังจาก ชาร์ลี ฮันแนม ถอนตัวจากการรับบทนำฝ่ายชายไป ก็ได้ เจมี่ ดอร์แนน นักแสดงหนุ่มไอริช ซึ่งเป็นที่รู้จักงานถ่ายแบบและงานแสดงทางโทรทัศน์มารับบท คริสเตียน เกรย์ และเขามีเคมีเข้ากับ ดาโกต้า จอห์นสัน ได้ดีเยี่ยม .. ส่วนที่มีข่าวออกมาว่า เจมี่ จะไม่รับเล่นบท คริสเตียน เกรย์ ในภาค Fifty Shades of Darker (ภาค2) เพราะเนื่องจากภรรยาสุดที่รัก Amelia Warner ไม่ปลื้ม! นั้น ทางเจมี่ ออกมาบอกกับสื่อแล้วว่า เขายังจะรับเล่นเรื่องนี้ต่อ และภรรยาสนับสนุนการแสดงของเขาเต็มที่ แบบนี้สาวๆ ก็สบายใจได้แล้วนะจ๊ะ! เรียบเรียง teen.mthai.com 

Special Force 2 แนะนำโหมดเกมส์กับสุดยอดภารกิจหลากหลาย
Special Force 2 /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Special Force 2 ได้แนะนำโหมดเกมส์กับสุดยอดภารกิจหลากหลาย พร้อมระเบิดความมันส์แบบไม่มีสิ้นสุดด้วยโหมดการเล่นที่มีรูปแบบแตกต่างกัน 1. Death Match (โหมดลุยเดี่ยว) -การเล่นรูปแบบเดี่ยว (ลุยเดียวใช้ความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆ) -ทำคะแนนสูงสุดเป็นฝ่ายชนะ -ผู้เล่นสูงสุด 16 คน 2. Team Death Match(โหมดทีม) -การเล่นรูปแบบทีม -แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย (ฝ่ายตั้งรับ/ฝ่ายบุก) -ยิงต่อสู้กัน โดยขึ้นอยู่กับความสามารถ และควาสามัคคีของทีม -ทีมที่ทำคะแนนสูงสุดเป็นฝ่ายชนะ -ผู้เล่นสูงสุดฝ่ายละ 8 คน (ในหนึ่งห้องมีผู้เล่นรวม 2 ฝ่าย 16 คน) 3. Sabotage(โหมดทีมวางระเบิด) -การเล่นรูปแบบทีม -แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย (ฝ่ายวางระเบิด/ฝ่ายกู้ระเบิด) ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ -หรือเอาชนะด้วยการกำจัดศัตรูฝ่ายตรงข้ามให้หมด -หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จเช่นกัน คือ การกำจัดศัตรูฝ่ายตรงข้ามให้หมด -ผู้เล่นสูงสุดฝ่ายละ 8 คน (ในหนึ่งห้องมีผู้เล่นรวม 2 ฝ่าย 16 คน) 4. Capture The Flag(โหมดยึดธง) -การเล่นรูปแบบทีม -แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย -แต่ละทีมต้องทำหน้าที่ยึดธงตามจุดต่างๆ ภายในแผนที่ -ยึดครองธงได้มาก คะแนนก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเร็ว -ทีมที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นฝ่ายชนะ -ผู้เล่นสูงสุดฝ่ายละ 8 คน (ในหนึ่งห้องมีผู้เล่นรวม 2 ฝ่าย 16 คน) 5. Seizure (โหมดชิงวัตถุเป้าหมาย) -การเล่นรูปแบบทีม -แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย (ฝ่ายแย่งชิงวัตถุเป้าหมาย/ฝ่ายป้องกันวัตถุเป้าหมาย) ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ -หรือเอาชนะด้วยการกำจัดศัตรูฝ่ายตรงข้ามให้หมด -ผู้เล่นสูงสุดฝ่ายละ 8 คน (ในหนึ่งห้องมีผู้เล่นรวม 2 ฝ่าย 16 คน) 6. Escape(โหมดลบหนี) -การเล่นรูปแบบทีม -แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย (ฝ่ายหาทางหลบหนี/ฝ่ายป้องกัน) ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ -หรือเอาชนะด้วยการกำจัดศัตรูฝ่ายตรงข้ามให้หมด -ผู้เล่นสูงสุดฝ่ายละ 8 คน (ในหนึ่งห้องมีผู้เล่นรวม 2 ฝ่าย 16 คน) 7. Sniper Match(โหมดสไนเปอร์) -การเล่นรูปแบบทีม -แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย -โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องยิงต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ประเภทสไนเปอร์เท่านั้น -ทีมที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นฝ่ายชนะ -ผู้เล่นสูงสุดฝ่ายละ 8 คน (ในหนึ่งห้องมีผู้เล่นรวม 2 ฝ่าย 16 คน) 8. Xanthid(โหมดเอเลี่ยน) -การเล่นที่ต้องใช้ความร่วมมือของผู้เล่นทุกคน -โดยวิธีที่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ 2 แบบ 1.ยิงเอเลี่ยนให้หมด และเอาชีวิตรอด 2. ยิงเอเลี่ยนให้หมด เอาชีวิตรอดและเครื่องส่งสัญญาน