(เอตะ)

มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
ที่พักธรรมชาติ /  ที่พักปราณบุรี / 

ถ้าใครอยากหาที่พักผ่อน ได้ฟีลแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง Travel.mthai มี 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ ที่มาแรงในตอนนี้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้ซึบซับกับบรรยากาศดีๆ สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ และชาร์จแบตร่างกายได้แบบเต็มที่แน่นอน ^^ มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ 1. The Birder’s Lodge เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา รีสอร์ทสุดฮิปสำหรับคนชอบชิว บ้านไม้สไตล์กระท่อมแบบยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางกลางป่าไม้และขุนเขา ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด ณ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ไม่ไกลจากกรุงเทพนี่เองค่ะ ซึ่งที่นี้เป็นที่พักแห่งใหม่เปิดได้ไม่นาน ตอบโจทย์ผู้เข้าพักไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัวได้อย่างลงตัว! ที่ตั้ง : 282 หมู่ 10 ตำบลหมูสี ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียด : https://www.facebook.com/thebirderslodge/ สอบถามและจองบ้านพักได้ที่ : 081-645-4252 , 044-300-185 รีวิวเพื่มเติม : The Birder’s Lodge ที่พักสุดชิค สำหรับคนชอบชิว ณ เขาใหญ่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 2. บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ (baan rai i arun) อำเภอ กะเปอร์ ระนอง หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ ที่อยู่ : ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง เบอร์โทรศัพท์ : 096-9382981 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanraiiarun รีวิวเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/blog/135054.html ------------------------------------------------------------------------------------------------ 3. ลาเอนาตู (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 4. สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านต้นไม้ (Tree House) เป็นโฮมสเตย์ โดยมีลุงสุขกับป้าผงเป็นเจ้าของ หลายคนที่ได้มาพักที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการบริการของที่นี่มากๆ คุณลุงคุณป้าใจดีและเป็นกันเอง ดูแลอย่างอบอุ่น ^^ ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ คือ บ้านต้นไม้ เป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและแบบรวม ชั้นล่างจะเป็นที่นั่ง ที่กินข้าว ดื่มชากาแฟ มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือได้สบายๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องพัก , บ้านต้นไม้ หลังเล็ก สร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆ บ้านทั้ง 2 แบบนี้จะมองเห็นวิวภูเขา ต้นไม้สีเขียวแบบเต็มอิ่ม ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าหนาว จะได้สัมผัสหมอก อากาศเย็นสบาย และ บ้านริมลำธาร จะตั้งอยู่ติดลำธาร สัมผัสธรรมชาติและวิวสวยไปอีกแบบ ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : บ้านต้นไม้ แม่แมะ เชียงดาว อีเมลล์ : treehousemaemae@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ – การจองที่พัก : 081-111-5154, 053-317-090, 086-117-0434 รีวิวเพิ่มเติม : สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 5. แทนรัก ทะเลหมอก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่พักบรรยากาศดี ใกล้จุดชมวิวทะเลหมอก ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และทุ่งแสลงหลวง มีห้องพักสไตล์โรงแรม 20 ห้องให้บริการ มีร้านกาแฟและอาหาร มีจุดชมวิวทะเลหมอก และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยและบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์นอน ที่อยู่ : ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เบอร์โทรศัพท์ : 087-0207014,081-6332434 เว็บไซต์ : http://www.tanrak.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 6. บ้านสวนจันทิตา (Baan Suan Chanthita) จังหวัดอุทัยธานี มีคุณป้าจันทิตาและคุณลุงไพศาลเป็นเจ้าของ คุณลุงเล่าว่าแต่ก่อนที่ตรงนี้เป็นบ่อปลา ต่อมาก็เริ่มถมที่และปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ทุกต้นที่นี่คุณลุงไพศาลเป็นคนปลูกเองทั้งหมด ใช้เวลาเกือบ 30 ปี! เมื่อนำพื้นที่ตรงนี้มาทำเป็นโฮมสเตย์ ก็สร้างโดยการปลูกแทรกตามต้นไม้ โดยไม่ตัดต้นใดทิ้งแม้แต่ต้นเดียว ^^ บ้านสวนจันทิตา เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เชื่อมต่อกันทั้งหมด 4 หลัง ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะอยากให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านฌปร่งสบาย เน้นเจาะหน้ารอบบ้านแบบให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามาด้วย อีกทั้งโดยรอบๆ บรรยากาศร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด และที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าอยากมาพักผ่อนที่นี่ต้องจองล่วงหน้ากันยาวสักหน่อย ^^ ที่อยู่ : 32/9 หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เบอร์โทรศัพท์ : 081 144 1988 เว็บไซต์ : bansuanchantita.weebly.com , www.facebook.com/bansuanchantita ------------------------------------------------------------------------------------------------ 7. ภูลังกา รีสอร์ท (Phu Lang Ka Resort) จังหวัดพะเยา ภูลังกา รีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยว รีสอร์ทแบบบ้านไม้ตั้งอยู่บนเนินเขาของวนอุทยานภูลังกา ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มองเห็นวิวเขาหินปูนและแอ่งที่อยู่ด้านล่าง ทะเลหมอกสวยๆ ได้แบบเต็มอิ่ม อีกทั้งมีจุดไฮไลท์ตรงที่ชมพระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท เมื่อแสงส่องลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด เรียกได้ว่า เป็นที่พักหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านของจริง ที่อยู่ : 125 หมู่ 4 ตำบล ผาช้างน้อย อำเภอ ปง จังหวัด พะเยา 56140 เบอร์โทรศัพท์ : 086-1910291 , 081-0232421 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhulangkaResort/ รีวิวเพิ่มเติม : ภูลังกา รีสอร์ท ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน , เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ------------------------------------------------------------------------------------------------ 8. บ้านหว่าญ่า บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ------------------------------------------------------------------------------------------------ 9. ไร่แสงอรุณ รีสอร์ท (Rai Saeng Arun Resort) จ.เชียงราย คุณจะได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทที่พัก ซึ่งจัดสร้างและตกแต่งโดย วัสดุที่เรียบง่ายจากธรรมชาติ บ้านพักทุกหลังซ่อนตัวในแนวไม้และป่าไผ่ กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งที่ตั้งของที่พักนั้นจะทำให้คุณได้พักผ่อนและได้สัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ได้เต็มตา ที่อยู่ : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ : 096 565 9495 เว็บไซต์ : http://www.raisaengarun.com/

เคล็ดลับดีๆ กับการใช้ Mobile Banking ให้ปลอดภัย
Mobile Banking /  Promptpay / 

ถ้าพูดถึง Mobile Banking หรือ การทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน นี่คือหนึ่งในนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาแล้วทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ เราไม่ต้องต่อคิวโอนเงินหน้าตู้เอทีเอ็มหรือเข้าธนาคารเพื่อทำธุระเรื่องการเงินแบบเล็กๆ น้อยๆ อีกต่อไป เพราะทั้งหมดนี้สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่นโมบายล์แบงค์กิ้งของแต่ละธนาคารเพียงแค่นิ้วสัมผัสบนสมาร์ทโฟน แต่ความสะดวกสบายและรวดเร็วนี้ ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงในการโดนขโมยข้อมูลหรือแม้กระทั่งการขโมยเงินในบัญชีได้จากการขาดความระมัดระวัง บทความนี้ ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจ G-Security ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยในโลกไซเบอร์จากกลุ่มบริษัท จีเอเบิล ได้มาให้คำแนะนำสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรระวังสำหรับการใช้งานโมบายล์แบงค์กิ้งเพื่อปกป้องข้อมูลและเงินของเราให้ปลอดภัยสิ่งที่ควรทำ ในกรณีที่เข้าใช้งานด้วยชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน ควรตั้งรหัสผ่านในการเข้าใช้งานที่มีอักขระพิเศษ (!, @ $, %) ผสมด้วยตัวอักษรตัวใหญ่หรือเล็กและตัวเลขที่มีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร หรือใช้รหัสผ่านที่มีความยาว 15 ตัวอักษรขึ้นไป เช่น การใช้คำหรือวลี มาประกอบขึ้นเป็นประโยคยาวๆ ไม่ควรใช้ข้อมูลส่วนตัวมาเป็นส่วนหนึ่งของรหัสผ่านเช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขวันเดือนปีเกิด เป็นต้น ไม่บอกรหัสผ่านให้ผู้อื่นทราบ ไม่ละเมิดระบบความปลอดภัยของโทรศัพท์ เช่น การ Jailbreak หรือ Root เครื่อง ไม่ตั้งรหัสผ่านของโมบายล์แบงค์กิ้งให้เหมือนกับรหัสผ่านของอีเมล์ เมื่อใช้งานเสร็จต้องทำการ Log out ออกจากโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นโมบายล์แบงค์กิ้งทุกครั้ง ตั้งค่าการใช้งานให้ทำการแจ้งเตือนทุกครั้งที่เข้าใช้บริการโมบายล์แบงค์กิ้ง ไม่คลิกลิงค์จาก E-mail หรือ SMS ที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาจากธนาคารหรือแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่ควรระวัง ตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้ทำการติดตั้งโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นโมบายล์แบงค์กิ้ง จากแหล่งที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เช่น App Store หรือ Google Play หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของธนาคารที่ใช้บริการ และควรตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาโปรแกรมว่าเป็นของธนาคารด้วย หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ WIFI สาธารณะ เมื่อจะใช้งานโมบายล์แบงค์กิ้ง หลีกเลี่ยงการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่รู้แหล่งที่มาหรือไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งอาจจะเป็นโปรแกรมที่มีการทำงานแบบไม่พึงประสงค์ เช่น การดักจับสิ่งที่พิมพ์ (Keylogger) หรือ การขโมยข้อมูลบนเครื่องโทรศัพท์ เป็นต้น ทำการปกป้องข้อมูลส่วนตัวด้วยการไม่เก็บชื่อ Username Password หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขบัญชีธนาคารไว้ในโทรศัพท์ หรือถ้าจำเป็นต้องเก็บให้ ทำการป้องกันการเข้าถึงจากบุคคลอื่นด้วยการใส่รหัสผ่านหรือทำการเข้ารหัสข้อมูล เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการใช้งาน โมบายล์แบงค์กิ้งควรใช้งานอย่างไม่ประมาทและทำตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย สวยแค่ไหนต้องไปดู!
unseen thailand /  จัดอันดับ / 

เมืองไทยนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ โดดเด่นในเรื่องของศาสนาและวัฒนธรรม มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามานานหลายร้อยปี ในเมืองไทยนั้นมีวัดวาอารามเป็นจำนวนมาก ให้ผู้คนเข้าไปกราบไหว้ ถือศีล หรือปฏิบัติธรรม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และสั่งสอนให้เราเป็นคนดี วันนี้เราได้รวบรวม 30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย มาให้ชมกัน สวยแค่ไหนต้องไปดู! แต่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะเมืองไทยยังมีวีดที่สวยงามและน่าอัศจรรย์อีกหลายที่ทีเดียว 30 วัด UNSEEN ในเมืองไทย สวยแค่ไหนต้องไปดู! 1. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ หรือ วัดหลวงพ่อคูณ จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่ใน ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วิหารเทพวิทยาคม เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ 30 ไร่ งานสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนไว้ทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม แห่งแรกในประเทศไทย องค์วิหารเป็นลักษณะทรงกลม มีทั้งหมด 4 ชั้น ได้แก่ สะพานพญานาค, ซุ้มประตูบารมีทั้ง 4 ทิศ (ซุ้มพระอินทร์ ซุ้มพระยม ซุ้มพระพิรุณ และซุ้มพระกุเวร (ท้าวเวสสุวรรณ)), เสารอบอาคาร เป็นเสาที่บรรจุภพชาติที่พระพุทธเจ้าถือกำเนิดทั้ง 523 ชาติไว้รอบๆ ด้านผนังรอบนอกนำเสนอจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง “ทศชาติชาดก” เป็นจิตรกรรมเขียนสีแผ่นเซรามิก 2. วัดสิรินธรวราราม (ภูพร้าว) จ.อุบลราชธานี ได้รับขนานนามว่า "วัดเรืองแสง" คือ เมื่อแสงพลบค่ำ จะปรากฏภาพ "ต้นไม้เรืองแสง" เป็นสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ ภาพจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถ เวลาที่เหมาะสมในการชม คือ 18.00-20.00 น. ตัวภาพต้นไม้จะคล้ายกับที่เคยเห็นในวัดเชียทองที่หลวงพระบาง แต่ศิลปินผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ใส่ไอเดียลงไปในผลงานจนเกิดความงดงามแบบนี้ นอกจากนี้แล้ววัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน 3. โบสถ์สีทอง วัดปากน้ำโจ้โล้ จ.ฉะเชิงเทรา ชมพระอุโบสถหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ทาสีทองทั้งหลัง งดงามตระการตา ทั้งภายนอกและภายใน และมีเรือโบราณ สมัยสมเด็จพระจ้าตากสินมหาราชได้รับชัยชนะ จึงทรงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย 4. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ความโดดเด่นอลังการที่ไม่เหมือนใครนอกจากทิวทัศน์สวยๆ ของทะเลภูเขารายรอบและทะเลหมอกสีขาว ก็คือ สีสันสดใสอันเกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทอง ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงามเมื่อยามต้องแสงแดดทั่วทั้งอาณาบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การไปเยือน นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” พระพุทธรูปสีขาวซ้อนกัน 5 องค์นั่งซ้อนกันบนฐานดอกบัว มีความใหญ่โตโอ่อ่า ทำให้เกิดภาพอันงดงามแบบหาที่ไหนไม่ได้ ด้วยทัศนียภาพรอบด้านเต็มไปด้วยขุนเขาและเมฆหมอก 5. วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร หรือ เขาชีจรรย์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บริเวณหน้าผาเขาชีจรรย์ จะพบ แกะสลักรอยพระพุทธรูป “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” แกะสลักด้วยเลเซอร์ บนหน้าผาหินปูนใหญ่ที่สุดในโลก ประดับด้วยโมเสกสีทอง สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครองราชย์ฯ 50 ปี 6. วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร วัดถ้ำผาแด่น เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บนเทือกเขา มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม อีกทั้งยังมี "หินเทพ" งานแกะสลักหินทรายที่ขึ้นชื่อ อยู่บนเทือกเขาภูพาน เป็นจุดชมวิวตัวเมืองสกลนคร และทะเลสาบหนองหาน ชมประติมากรรมจากฝีมือมนุษย์ ที่แกะสลักหินภูเขาธรรมดา ให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ 7. วัดหลวงพ่ออุตตมะ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หรือ วัดวังก์วิเวการาม มีโลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเปรียบเสมือน "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" อยู่ภายในปราสาทเก้ายอด ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของผู้คนหลายเชื้อชาติ ที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี 8. เศียรพระพุทธรูปใต้ต้นโพธิ์ - วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดที่เก่าแก่ ที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีซากปรีกหักพังของวิหาร เจดีย์ ให้เราได้เห็นกันอยู่ อีกทั้งมี เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปี ที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากของต้นโพธิ์ เป็นภาพที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาชมความมหัศจรรย์นี้ 9. ปราสาททองคำ - วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี หรือ วัดจันทาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของ เมืองอุทัยธานี จากวัดเล็กๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีเพียงพระอุโบสถขนาดเล็ก ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติด้วยฝีมือพื้นบ้าน ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่และมีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นมา มี ปราสาททองคำ ที่สวยงาม เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีความวิจิตรงดงามประณีตมากๆ ส่วนต่างๆ ของปราสาทตกแต่งด้วยทองคำเปลว ติดกระจก บานหน้าต่างและประตูด้านใน เขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี มี 3 ชั้น 37 ยอดปราสาท พื้นที่ภายในปราสาทจะใช้เป็นสถานที่เป็นพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวายวัด แต่ในปัจจุบันบริเวณภายในยังคงเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน  10. วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ เป็นสถานวิปัสสนากรรมฐาน มี "พระธุตังคเจดีย์" เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ ทุกองค์มีพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุไว้ในผอบทอง เงิน นาก สัญลักษณ์แห่ง “ธุดงควัตร 13 ข้อ” และอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช ภาพจากแฟนเพจ: Sabtarin Eos www.facebook.com/sabtarin.wimolrat 11. วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เป็นรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย พุทธสถานท่ามกลางธรรมชาติ สถานที่ปฏิบัติธรรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กำเนิดขึ้นจากการตระหนักถึง คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย 12. พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน จ.ลำพูน ที่ บ้านน้ำพุ ต.ป่าสัก อ.เมือง บนดอยถ้ำหิน โดยจำลองพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า และสร้างองค์พระธาตุไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่บนหน้าผา บริเวณใกล้ๆ กัน มีรอยหินที่เชื่อกันว่า เป็นรอยพระพุทธบาทประทับอยู่ 13. พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม อ.หนองพอก ติดอันดับ 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสวยงามของพระมหาเจดีย์ ที่ผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะภาคอีสาน 14. ถ้ำเขาหลวง จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเพชรบุรี ซึ่งมีถ้ำสำคัญอยู่ 4 ที่คือ ถ้ำเขาย้อย ถ้ำเขาบันไดอิฐ ถ้ำเขาเตาหม้อ และถ้ำเขาหลวง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์อันสำคัญยิ่ง ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างถวาย ชมลำแสงสวยงาม ที่ส่องลงมาจากปล่องแสงเพดานถ้ำ 15. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง มีเจดีย์ประดิษฐานบนยอดเขา มากกว่า 10 องค์ บนภูเขาสูงเสียดฟ้า ล้อมรอบด้วยทิวเขาสูง ภายในบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สร้างด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี เป็นจุดชมวิว 360 องศา 16. วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย วัดร่องขุ่น ถอดแบบมาจากวัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน ออกแบบและก่อสร้างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจมากจาก 3 สิ่งคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งการสร้างวัดแห่งนี้ยังมีความหมายทุกชิ้นงาน อาทิ ตัวอุโบสถเป็นสีขาวสะอาดตา สื่อความหมายว่า พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า, สะพาน หมายถึง การเดินข้ามจากวัฏสงสารสู่พุทธภูมิ, ขี้ยว หรือ ปากพญามาร หมายถึง กิเลสในใจ, สันของสะพานมีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16, กึ่งกลางของสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมรุ, ดอกบัวทิพย์ 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ และบันไดทางขึ้น มี 3 ขั้น แทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 17. วัดศรีชุม จ.สุโขทัย วัดที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ทางด้านสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ เรื่องราวการสู้รบของกองทัพพระนเรศวร ที่ปลุกใจและรวมคน ณ ที่แห่งนี้ ว่ากันว่ามีอุโมงค์ลับ ขึ้นไปที่ด้านหลังองค์พระอจนะ(พระพูดได้) 18. วัดพระศรีอารย์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี อุโบสถทองคำร้อยล้าน งดงามยิ่งใหญ่อลังการ ใช้เวลาก่อสร้างนาน 37 ปี แสดงถึงพลังแห่งศรัทธาของชาวราชบุรี ที่มีต่อพระพุทธศาสนา และกราบไหว้พระศรีอารย์ พระพุทธรูปคู่วัด พระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ 19. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่บนเขาธงชัย บริเวณวัดทางสาย ต.เขาธงชัย อ.บางสะพาน เป็นสถาปัตยกรรมไทยอันยอดเยี่ยม บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ และเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ของชายหาดบ้านกรูด มองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา 20. อุโบสถติดอักษรเบรลล์ วัดเขาย้อย จ.เพชรบุรี เป็นอุโบสถแห่งแรก ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงได้ โดยมีทางขึ้นวิลแชร์ จัดสร้างอักษรเบรลล์ และปูนปั้นประดับ ที่ให้ผู้พิการทางสายตา ศึกษาเรื่องราวที่แฝงไปด้วยความงามทั้งทางโลกและทางธรรม 21. อุโบสถสแตนเลส จ.ราชบุรี ที่ วัดโพธิ์รัตนาราม อ.บ้านโป่ง เป็นอุโบสถหลังที่ 2 ของเมืองไทยที่หุ้มด้วยสแตนเลสทั้งหลัง (หลังแรกอยู่ที่ วัดป่าลำขาแข้ง จ.กาญจนบุรี) ชาวบ้านมักเรียก “วัดโพธิ์คู่” เพราะสมัยก่อนมีต้นโพธิ์ขึ้นคู่กันอยู่หลายคู่ 22. อุทยานพระพุทธศาสนา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ที่กำลังก่อสร้าง มีพระพุทธรูปจำนวนมาก ริมแม่น้ำตาปี ถนนสายเอเชีย อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งใครต่างๆ เรียกขานสถานที่แห่งนี้ว่า "วัดนิรนาม" แห่งใหม่ในเมืองใต้ เมื่อเข้ามาสัมผัส จะได้รับรู้ได้ถึงความสงบ 23. บรมพุทโธ (เจดีย์หินทราย) จ.ร้อยเอ็ด ที่ วัดป่ากุง อ.ศรีสมเด็จ จำลองมาจาก "บรมพุทโธ" ประเทศอินโดนีเซีย สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงาม สถาปัตยกรรมชั้นนำ 1 ใน 7 ของโลก สร้างจากหินทรายธรรมชาติ มี 7 ชั้น แกะสลักเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา 24. พระวิหารสีฟ้า วัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย เป็นศิลปะประยุกต์ ที่มีเอกลักษณ์สวยงามแปลกตา ใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้า ฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ 25. วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อกว่า 600 ปี มาแล้ว ในอดีตป็นสวนดอกไม้ (ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน รวมพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และพระประยูรญาติ สร้างขึ้นโดย พญากือนา กษัตริย์ลำดับที่ 6 ของราชวงศ์มังราย เพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากสุโขทัย และยังเป็นพระธาตุคู่แฝด กับพระธาตุดอยสุเทพอีกด้วย 26. วัดซับไพเราะ จ.เพชรบูรณ์ นมัสการ "พระพุทธสิกขีองค์ปฐมบรมจักรพรรดิ์" ที่ วัดซับไพเราะ ถ้ำแก้วผางามตะปะสี ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน ซึ่งเป็นวัดป่าติดภูเขา เงียบสงบ บริเวณทางขึ้นถ้ำของวัด ปรากฏมีเพชรพญานาคราชฝังอยู่ในหิน 27. วิหารแก้ววัดม่วง จ.อ่างทอง มีการประดับด้วยกระจกแก้ว ทั้งภายในและภายนอกทั้งหลังภายในวิหารแก้ว ได้เทหล่อทองเหลือง สร้างรูปเหมือน พระเกจิอาจารย์ดังทั่วประเทศ จำนวน 50 องค์ ประดิษฐานอยู่รอบในวิหารแก้ว 28. พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จ.สกลนคร หรือ "พระเจดีย์ตรัสรู้ " ที่ วัดถ้ำพวง (วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม) อ.ส่องดาว ด้านนอกของเจดีย์ มีพระพุทธรูป องค์เล็ก-องค์ใหญ่ เรียงตามผนัง จนถึงโคนยอดประมาณ 200 กว่าองค์ ด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 29. วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง โบสถ์ร้างโบราณ มี 3 ห้อง ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่คือ หลวงพ่อวันดี หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข โบสถ์ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ 4 ด้าน ช่วยพยุงตัวโบสถ์เอาไว้ และปกคลุมให้ร่มเงา มาเป็นระยะเวลานาน 30. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เมื่อยามแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในถ้ำ พลับพลาที่ประทับจะเรืองรองงดงาม ช่วงที่สวยที่สุดคือ เวลา 10.30-11.30 น. เที่ยวได้ตลอดทั้งปี  ขอบคุณข้อมูล Unseen Tour Thailand เรียบเรียง Travel.mthai  

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

เก่ง ธชย ขอโทษ! แต่งกลอนฉ่อยเหน็บผู้ใหญ่ ไม่เจตนาลบหลู่วัฒนธรรม
เก่ง ธชย /  เก่ง เดอะวอยซ์ / 

สืบเนื่องมาจากประเด็นดราม่าถึงความไม่เหมาะสมของ MV เพลงเที่ยวไทยมีเฮ โดยมี เก่ง ธชย หรือ เก่ง เดอะวอยซ์ เป็นหนึ่งในผู้แสดงนำ โดยต่อมา เก่ง ได้แต่งกลอนฉ่อยโพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวข้อความว่า ">>ฉ่อย ธชย คิดเองเออเองไม่ได้ว่าใคร<<เมื่อฉันจะไป ไม่มีใคร เห็นหัวพอมีรางวัลมายั่ว แล้วดีใจเรียกเข้าไปพบ ชื่นชม ยินดีน้องจะให้พี่ ช่วยอะไรตัวผม ฝันว่า อยากทำอย่างนี้เออพี่ว่ามันก็ดี แล้วนี่มันก็ใช่จัดฉากเสร็จสิ้น บินกลับรังแล้วฝันตูก็พัง ใช่ไหมงานใหม่ เข้ามา ไปเอาหน้าต่อแล้วก็หลอก ให้รอ ต่อไปจนโปรเจคใหม่ เขาบอกว่าทศกัณฐ์นั้นหนา จะเที่ยวไทยอยู่กรุงลงกา ราชธานีเบื่อหน่ายเต็มที นารีเมรัยอยากกินหนมครก แบบแคะเองจักกะยางปั่งเล่ง สบายใจจะเเข่งโกคราส ขี่ม้าชมทะเลเล่นว่าวก็เฮ ฮาไปพอเข้าตา ไดโนเสาร์ เต่าล้านปีมาบอกทำอย่างนี้ ใช้ไม่ได้พระเกียรติยศ แผ่ไพศาลต้องทรง คชาชาญ สิยิ่งใหญ่ไอ้ขะหนมครก ไม่ให้แคะเองบริวารจะประเคน มาเสริฟให้จารีต แบบแผน ประเพณีต้องอย่างโน้น ต้องอย่างนี้ จำไว้ขุดกันเข้ามา ทั้งรุ่นย่ารุ่นปู่แม่ครู้ แม่ครู ผู้ใหญ่เบื่อหน่ายเต็มทน คนล้าหลังโลกมัน แคบจัง รู้ไหมไทยจะไปยังไง เดินหน้าถอยหลังวัฒนธรรมจะพัง รู้ไว้ตายไปเอาไปด้วย นะคุณปู่คุณย่าหนูจะช่วยพา ไปเผาให้เอชาฯ" ซึ่งหลายคนมองว่ากลอนฉ่อยบทนี้ตั้งใจแต่งขึ้นมาเพื่อเหน็บผู้ใหญ่ที่คัดค้าน MV เพลงเที่ยวไทยมีเฮ เปรียบเป็นพวกล้าหลังเหมือนไดโนเสาร์เต่าล้านปี โดยล่าสุด เก่ง ธชย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ขอโทษอย่างบริสุทธิ์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า... "จากกรณีโพสต์กลอนฉ่อยเมื่อ 2 วันที่แล้ว เก่งขอกล่าวคำว่า "ขอโทษ" อย่างบริสุทธิ์ใจครับ ขอโทษต่อสังคมที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างเช่นนั้นออกไป และขออนุญาตเรียนมา ณ ทีนี้ว่า เก่งไม่ได้มีเจตนาที่จะคิดลบหลู่วัฒนธรรมดั้งเดิม หรือครูผู้ใหญ่ท่านใดๆ ทั้งสิ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากอารมณ์และความกดดันที่เก่งได้รับมาจากทุกทาง และสะสมเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดกระเเส MV ที่เพิ่มขึ้นมา ส่งผลให้ตัดสินใจทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยและไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ ผมควรควบคุมอารมณ์ และ ทำความเข้าใจแง่มุมต่างๆ ให้มากกว่านี้ สุดท้ายนี้เก่งขอโทษกับทุกๆ ความหวังดีที่เคยมอบให้เก่งมา ขอโทษที่ทำให้ใครหลายๆ คนผิดหวังครับ ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ครับ นอกจาก คำว่า "ขอโทษ" อย่างบริสุทธิ์ใจครับ" ข้อความจาก เก่ง ธชย ขอบคุณภาพจาก FB :: ธชย ประทุมวรรณ, เก่ง ธชย ประทุมวรรณ-Tachaya เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย

พาราด็อกซ์ เซอร์ไพร้ส์ x2 เพลงภาคต่อฤดูร้อน - อัลบั้มใหม่ 52 เพลงรวด!!!!
before sunrise after sunset /  Paradox / 

    ปล่อยให้แฟนๆ รอคอยเมื่อไรจะได้ฟังเพลงใหม่จากวงร็อกแฟนตาซีสุดแนวอย่าง PARADOX (พาราด็อกซ์) ซักที เพราะถึงแม้จะได้เจอ 4 หนุ่ม “ต้า, สอง, โจอี้, บิ๊ก” จากค่าย genie records ตามงานคอนเสิร์ต แต่หลายคนก็ยังอยากได้ยินเพลงใหม่ๆ ของพวกเขาบ้าง เพราะว่างเว้นมากว่า 5 ปีแล้ว     ล่าสุด ในปีนี้ ต้า อิทธิพงศ์ หรือ ต้า พาราด็อกซ์ นักร้องนำหน้าเด็กขวัญใจแม่ยกออกมาประกาศดัง ๆ ให้รู้ว่า พาราด็อกซ์จะดับเบิ้ลความสุขให้แฟนคลับด้วยการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เพลง “ฤดูฝน” (14 ก.ย.) พร้อมวางแผงอัลบั้มใหม่ “before sunrise after sunset” (7 ต.ค.) ไปในคราวเดียว จะมีความพิเศษยังไงบ้างไปฟัง ต้า เล่าดีกว่า     “เราไม่มีอัลบั้มใหม่มา 5 ปีแล้ว แต่เราก็ทำเพลงเก็บไว้เรื่อย ๆ จนปีนี้จังหวะดีเราก็นำเพลงทั้งหมดมารวมเป็นอัลบั้มใหม่ชื่อ before sunrise after sunset (บีฟอร์ ซันไรส์ อาฟเตอร์ ซันเซ็ท) เป็นอัลบั้มที่พิเศษสุด ๆ ทำเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นรันนัมเบอร์ 0001-3500 ข้างในมีซีดี เพลง 3 แผ่น 52 เพลง / โปสเตอร์ / บุ๊คเล็ท / การ์ดพลัง ซึ่งใครที่มีอัลบั้มชุดนี้ในมือจะได้รับสิทธิ์เข้างานมินิคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม before sunrise after sunset ที่จะจัดวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม นี้ ที่ GMM STUDIO ชั้น 1 ทันที!! ตอนนี้เปิดพรีออร์เดอร์แล้วทาง www.genie-merch.com , www.gmmshops.com , www.boomerangshop.com และที่ร้านบูมเมอแรงทุกสาขา     ส่วนซิงเกิ้ลเปิดตัวเราเลือกเพลง ฤดูฝน เป็นภาคต่อของเพลง ฤดูร้อน ตามที่แฟนเพลงเคยบอกว่าให้ทำเพลงฤดูอื่นบ้าง 555 พูดถึงคนที่ค่อนข้างเศร้า เหงา โดดเดี่ยว นึกถึงแฟนเก่า พอฝนตกเลยเกิดความรู้สึกงั้นก็เดินตากฝนไปเลยให้มันสะใจ ไอเดียเพลงนี้เริ่มจากการเล่นกีต้าร์โปร่งฮัมเพลง ฤดร้อน เอ๊ะ งั้นทำเพลงภาคต่อดีกว่า เพลงนี้เป็นสัญญาณบอกถึงแฟนเพลงเก่า ๆ ที่อาจจะห่างหายจากการติดตามวงพาราด็อกซ์ไปว่าให้กลับมาได้แล้วเพราะพวกเรากลับมาแล้ว ขณะที่แฟนเพลงใหม่ก็สามารถซึมซับไปกับพวกเราได้โดยใช้เพลงฤดูฝนเป็นตัวแทนของการเริ่มใหม่ในความรู้สึกเดิม ๆ คือความสนุก ความครีเอท ความคิดสร้างสรรค์     ส่วนมิวสิควิดิโอ ผกก.คือ คุณเสือ - พิชย จรัสบุญประชา อยากจะให้เห็นอารมณ์คนเหงา ทุกอย่างมันเลยจะพาไปที่เรื่องอารมณ์ ความอ้างว้าง ความคิดถึง ความทรงจำ โดยถ่ายทอดความรู้สึกผ่านพระเอก-นางเอก ความพิเศษอีกอย่างคือจะทำเอ็มวีออกมา 2 เวอร์ชั่นในมุมมองของผู้ชายและของผู้หญิง ส่วนวงพาราด็อกซ์ขอเล่นดนตรีเน้นภาพสโลว์อยู่ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตก ต้องใช้รถน้ำถึง 2 คันแล้วก็ถ่ายกันทั้งคืน พอกลับบ้านไปไม่สบายเลยครับ ฝากติดตามเอ็มวีเพลง ฤดูฝน ได้พร้อมกัน 14 กันยายน นี้ ทุกช่องทางการรับชม หรือดาวน์โหลดเพลงฟังได้ที่ *1230024 ครับ” ต้า พาราด็อกซ์ กล่าว

หนุมานชวนเที่ยว จ.ลพบุรี ตะลุยเมืองลิง ใก้ลกรุงฯ
ท่องเที่ยวไทย /  หนุมานเที่ยวลพบุรี / 

หลังจากที่ ทศกัณฐ์ ชวนเที่ยวทั่วไทย กันไปแล้ว งานนี้ขอ หนุมาน ตามไปด้วยคน! ซึ่งถ้านึกถึงเมืองลพบุรี หลายคนก็คงนึกถึง ลิง กันแน่นอน นี่จึงเป็นที่มาไอเดียเจ๋งๆ โดยการแต่งโขนหนุมาน ตะลุยเมืองลิง กันซะเลย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย อีกทางหนึ่ง เห็นแล้วก็อยากออกไปเที่ยวตามเลยล่ะ ^^ หนุมานชวนเที่ยว จ.ลพบุรี ตะลุยเมืองลิง ใก้ลกรุงฯ เฟสบุ๊ค เอพี โฟโตมิวสิค โฟโต ได้โพสต์ภาพ ใส่ชุดโขนหนุมาน ออกไปถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองลพบุรี เช่น ที่พระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ วงเวียนสระแก้ว สถานีรถไฟลพบุรี อีกทั้งเซลฟี่น่ารักๆ เล่นกับลิง ทักทายคนเมือง ทำให้เห็นความน่ารักของเมืองลพบุรี และสถานที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งเมื่อโพสต์ไปแล้วก็เป็นที่สนใจ ผู้คนต่างกดไลค์และแชร์กันเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียล อีกทั้ง เจ้าของ เฟสบุ๊ค เอพี โฟโตมิวสิค โฟโต ตอนแรกแค่จะถ่ายรูปหนุมานกับฉากสีดำเท่านั่น แต่เกิดไอเดียอยากถ่ายหนุมานตามสถานที่ต่างๆ จึงคิดถึงเมืองลพบุรี และที่ถ่ายภาพนั้นแค่ต้องการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ชวนคนออกมาท่องเที่ยวไทย อีกทั้งอยากให้เด็กรุ่นหลังได้รู้จักตัวละครไทยมากขึ้น จ. ลพบุรีนั้น เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลาง เดินทางไปมาสะดวกเพราะไม่ไกลจากรุงเทพมากนัก และเป็นจังหวัดที่มีลิงเยอะมากๆ จังหวัดหนึ่ง ซึ่งลิงที่มาอยู่ในเมืองลพบุรี น่าจะเป็นลิงที่มากับพระนางเจ้าจามเทวีจากทางภาคเหนือเมื่อ  1,335 ปีก่อน โดยสุเทวะฤาษี ได้สร้างแพยนต์ ส่งเจ้าหญิงจามเทวี จากทางภาคเหนือของไทย ลงมาตามลำน้ำมาถึงกรุงละโว้ (จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน ) และพระเจ้าจักวัติผู้ครองกรุงละโว้ ได้รับเจ้าหญิงเป็นราชธิดา  จากตำนานได้เล่าว่า  พระสุเทวะฤาษีได้ให้พญากากะวานรพร้อมด้วยบริวารจำนวน  35  ตัวโดยสารแพมาด้วย เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงจามเทวีเกี่ยวกับการกินการอยู่  เป็นบริวารและหาอาหารตลอดจนรักษาความปลอดภัยให้แก่เจ้าหญิงในระหว่างเดินทาง  จึงน่าเชื่อได้ว่า ต้นตะกูลของลิงลพบุรีในปัจจุบันนั้น น่าจะสืบเชื้อสายมาจากพญากากะวานรและบริวารทั้ง  35  ตัวนั้นเป็นแน่แท้ ที่มาอยู่ในปี  พ ศ  1190 ซึ่งสถานที่ที่หนุมานไปถ่ายทำนั้น หลักๆอยู่ตรงใจกลางเมือง นั่นก็คือ พระปรางค์สามยอด มีลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกัน3 องค์ โครงสร้างของปราสาททำจากศิลาแลงฉาบปูน ใครสนใจอยากไปเที่ยวถ่ายรูปสวยๆแบบนี้ได้เลย วันเปิดทำการ : วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลาเปิดทำการ : 06.00 - 18.00 ถัดมาไม่ไกลจากพระปรางค์สามยอด จะมีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน บริเวณนี้ถือเป็นอีกจุดที่หนุมานไปเก็บภาพ เห็นบรรยากาศด้านหลังรถไฟกำลังวิ่งผ่าน สวยงามทีเดียว ซึ่งตรงบริเวณสถานีรถไฟลพบุรีนั้น ถือเป็นกิโลเมตรที่  132.81 ซึ่งมีสถานีข้างเคียงคือ ด้านเหนือ สถานีท่าแค และ ด้านใต้ สถานีบ้านป่าหวาย กำหนดเวลาขบวนรถ สถานีรถไฟลพบุรี มี 2 แบบคือ "เที่ยวขึ้น" ไป เชียงใหม่ และ "เที่ยวล่อง" ไป กรุงเทพสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางและเวลาเดินรถไฟ ที่เบอร์ 036-411022 (24 ชม.) คำขวัญประจำ จังหวัดลพบุรี วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์ ขอบคุณรูปภาพ : Facebook เอพี โฟโตมิวสิค โฟโต มิวสิก (https://www.facebook.com/profile.php?id=100003109459134)