(เอตะ)

หนังเข้าใหม่ 30 ก.ค. รับวันหยุดยาว อัศวินออกไปปฏิบัติการซ่าส์อย่างเฟี้ยวต็อด
Last Knights /  Mission: Impossible Rogue Nation / 

พฤหัสบดี 30 กรกฏาคม ตรงกับวันหยุดยาวของบางท่านนะครับ วันอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา เป็นโอกาสดีที่จะงดเหล้า แล้วชวนกันมาเข้าโรงหนังแทน หนังเข้าใหม่ สัปดาห์นี้ไม่แน่นนัก มี4เรื่อง แต่จะมีเรื่องใดบ้าง มาดูกันครับ Last Knights ล่าล้างทรชน Last Knights บอกเล่าเรื่องราวของอัศวินผู้ตกอับและ ความจงรักภักดี ต่อศาสตราจารย์ที่ช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงย่ำแย่ในชีวิตของเขา ซึ่งหนังได้เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลัก คือ หัวหน้านักรบอัศวิน เรเดน (ไคลฟ์ โอเว่น) และพรรคพวกของเขาที่ต้องต่อสู้กับ เกซ่า มอท ผู้ปกครองอันแสนเลวทราม เพื่อที่จะแก้แค้นให้กับการตายที่ไม่เป็นธรรมของผู้นำที่พวกเขาเคารพรัก ลอร์ด บาร์ทอค (มอร์แกน ฟรีแมน) ได้ยอดฝีมืออย่าง ไคล์ฟ โอเว่น โคจรมาพบ มอร์แกน ฟรีแมน ในหนังยุคสงครามอัศวิน โดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่นจากหนัง Casshern และ Goemon คาซูอากิ คิริยะ เป็นอีกหนึ่งหนังที่น่าสนใจของสัปดาห์นี้ ----------------------------- The Road Within ออกไปซ่าส์ให้สุดโลก เรื่องราวของวินเซนต์ (โรเบิร์ต ชีฮัน) ชายหนุ่มที่ป่วยเป็นโรคทูเร็ตต์ แถมแม่ก็พลันมาด่วนจากไป เขาจึงต้องไปอยู่กับพ่อที่แยกกันอยู่ แต่พ่อกลับส่งเขาไปรักษาในคลีนิค ที่นั่นเขาได้พบเพื่อนร่วมห้อง อเล็กซ์ (เดฟ พาเทล) ที่ป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ และหลงรักกับ มาเรีย (โซอี้ คราวิทซ์ จาก Divergent) หญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคกลัวอ้วน เรื่องราวชักจะบานปลายไปกันใหญ่ เมื่อพวกตัดสินใจขโมยรถของ ดร. มีอา โรส นายแพทย์ที่รักษาพวกเขา และออกไปผจญภัยกับโลกครั้งใหม่ที่พวกเขาไม่เคยคิดลองมาก่อน นี่จึงเป็นภาพยนตร์รวมพลคนป่วยแต่หัวใจเกินร้อย และพร้อมสร้างแรงบันดาลใจกับทุกคนขึ้นอีกครั้ง หนังเล็กๆแนวลงไปสำรวจภาวะของผู้ป่วย และครอบครัวของผู้ป่วย โรดมูฟวี่แบบไม่จุใจนัก แต่มีประเด็นที่เราจะต้องเรียนรู้ความเจ็บปวดซึ่งกันและกัน ----------------------------- เลิฟเฮี้ยวเฟี้ยวต๊อด “เลิฟเฮี้ยว เฟี้ยวต๊อด” ภาพยนตร์โรแมนติก-คอมาดี้ เรื่องราวของ “ต๊อด” หนุ่มหล่อหน้าตาดีมีดีกรีหล่อขั้นเทพ  สาวเห็นเป็นต้องเหลียวหลังเมื่อบวกกับลีลาคารมคมคาย ผู้ชายอย่าง “ต๊อด”คือหนุ่มในฝันของสาวๆทั้งหลาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า เมื่อครั้งยังเล็ก”ผู้หญิง”ได้เคยสร้างปมเอาไว้ให้กับหัวใจดวงน้อยๆของเขา แฟนๆของแก๊งค์ มอ6/5 พลาดไม่ได้ และเราเหลือผู้กำกับที่ทำหนังรักวัยรุ่นมัธยมเหลือไม่กี่คนแล้วนะ อ่อ น้องโยชิกะเทยคนสวยเธอเล่นด้วยนะ ----------------------------- Mission: Impossible Rogue Nation มิชชั่น: อิมพอสสิเบิ้ล ปฎิบัติการรัฐอำพราง ในภาพยนตร์เรื่อง “Mission: Impossible – Rogue Nation” ภาคที่ 5 ของภาพยนตร์แอ็คชั่นทริลเลอร์ที่น่าตื่นเต้นที่สุด หน่วยงานจารกรรมลับสุดยอดที่รู้จักในชื่อ ไอเอ็มเอฟ กำลังลุกเป็นไฟ พวกเขาต้องเผชิญกับการถูกยกเลิกหน่วยงาน แม้ในเวลานั้นจะมีภัยคุกคามโลกที่หวาดกลัวที่สุดสุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด ภัยคุกคามดังกล่าวคือ เดอะซินดิเคท  ซึ่งเป็นกลุ่มสายลับที่ผ่านการฝึกมาอย่างหนัก สายลับเหล่านี้ต่างทรยศประเทศชาติของตนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยพวกเขาตั้งใจที่จะทลายความมั่นคงของรากฐานแห่งความศิวิไลซ์ เดอะซินดิเคทคือชื่อที่ในหมู่สายลับลือกันมานาน แต่ อีธาน ฮันท์ เพิ่งจะได้ค้นพบความจริงที่ไม่พึงประสงค์ว่ารัฐอำพรางแห่งนี้ไม่เพียงแต่มีอยู่จริง แต่พวกเขายังเป็นเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดคนทั้งโลกถ้าเขาไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ซีไอเอไม่ยอมเชื่อ ทีมของอีธานเองก็ถูกคุกคาม แต่อีธานจะไม่มีวันหันหลังให้กับงานเสี่ยงตายที่มีเดิมพันสูงเช่นนี้แน่นอน ทอม ครูซ กลับมาแล้วในบท อีธาน ฮันท์ ครั้งนี้เขาต้องเผชิญภารกิจเป็นไปไม่ได้ที่น่าหวั่นเกรงที่สุด เป็นหนังแฟรนไชส์ของยุคเรา ที่ไม่ควรจะพลาดเป็นอย่างยิ่ง แถมยังคารวะมิชชั่นภาคก่อนๆ

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้สร้างไบเบิ้ลการแต่งตัวของชายไทย
asava /  ผู้ชายต้นแบบ / 

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ Asava และ ASV ปริญญา, Greyhound, Theatre, Legend และ Soda แบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าชั้นครูที่หมูเลือกหยิบจับมาผสมรวมให้เข้ากับตัวเอง และสร้างสไตล์ให้จัดจ้าน เสนอความคลั่งไฮแฟชั่นและเสื้อผ้าเปี่ยมคาแร็กเตอร์ สำหรับเขาแล้วสไตล์จะชัดเจนได้ต้องออกมาจากตัวตน จากการทำซ้ำๆ (แต่ไม่น่าเบื่อ) หมู พลพัฒน์ ยึดความเป็นตัวเองชัดเจน ทำจนกลายเป็นอัตลักษณ์ มากกว่านั้นเขาตั้งชื่อแบรนด์ Asava ไว้ในหัวตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ เขาใช้เวลาฟูมฟักแบรนด์จนปัจจุบัน Asava ขึ้นทำเนียบแฟชั่นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่เน้นความโก้หรูและเปี่ยมไปด้วยรสนิยม Asava ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้งภายใต้นิยาม Timeless Elegance มากกว่านั้นเขายังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society-BFS) สมาคมแฟชั่นเดียวของประเทศที่เขาตั้งใจจะหยิบยื่น Fashion Inspiration ส่งต่อแก่ดีไซเนอร์รุ่นต่อๆไปให้ได้มากที่สุด ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากหน้ากระดาษ “ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วสื่อหรือเรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่นหาแทบไม่มี นิตยสารลลนาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เดียวที่เราจับต้องได้” ช่วงเวลาวัยรุ่นของเขาจึงสนุกกับการแต่งตัว เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าสไตล์คือวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน สไตล์คือผลพวงของภาพสะท้อนของการใช้ชีวิต แบรนด์ Asava ถูกตั้งรอไว้ในหัวของเขาตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ“ทุกเช้าตื่นมาจะคิดอยู่เสมอวันนี้จะแต่งตัวอย่างไรดี จะผสมสี เลือกแพตเทิร์นให้เข้ากับตัวเอง” ครั้นเมื่อตัวตนของเราเปลี่ยนสไตล์ก็เปลี่ยนตาม แต่สิ่งสำคัญคือต้องมี ‘แก่น’ ที่จะเติบโตไปพร้อมๆกัน ปัจจุบันหลายคู่สีที่ใช้ในคอลเล็กชั่นของ Asava และ ASV ก็เป็นสีที่หมู-พลพัฒน์หลงใหลมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอะไรเลย หลังจบอนุปริญญาด้านแฟชั่นจาก Parsons School of Design ที่มหานครนิวยอร์ก งานแรกที่ได้ทำและก้าวเข้ามาใกล้ความฝันมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 หมู-พลพัฒน์เข้าไปเป็นเด็กฝึกงานกับ Marc Jacobs เขาได้ลองทำในสิ่งที่เด็กฝึกงานเขาทำกันอย่างการซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์และรับ-ส่งของตัวอย่างที่โรงงาน เนื้องานที่ทำนั้นเขายอมรับว่าไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็มๆคือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จุดประกายความฝันให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโลกแฟชั่น ขณะเดียวกันมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาอยากจะทำอยากจะตื่นขึ้นมามีชีวิตทุกวันก็คือบรรยากาศของถนนแฟชั่นสายนี้ ถ้าเราไม่เริ่มมันจะไม่เกิด เมื่อเขากลับมาเมืองไทยเขาเริ่มต้นทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงกระนั้นความหลงใหลทางด้านแฟชั่นก็ยังคุกรุ่นอยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเขาเข้าใจเรื่องนี้มาตลอดได้เอื้อนเอ่ยเปิดโอกาสให้เขาได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก หมู พลพัฒน์ จึงได้เริ่มต้นตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตเลิกปาร์ตี้ เลิกแอลกอฮอล์หันมาทุ่มเทให้กับแฟชั่นอย่างจริงจัง พลังงานจากโลกที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างชัดเจนต่อกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์จนเกิด Asava ขึ้น จากทีมงานเพียง 4 คนในห้องเช่าเล็กๆที่มีเพียงจักรเย็บผ้า 2 ตัว โต๊ะ 2 ตัว และโคมไฟเก่าๆเพื่อเตรียมงานคอลเล็กชั่นแรก S/S 2008 ที่ต่อมาได้ขยับขยายขึ้นเป็นแบรนด์ Asava และ ASV ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ เขาให้คำตอบแฝงจริตกับพวกเราไว้ด้วยว่า “‘ความโด่งดัง’ ไม่ใช่โจทย์หรือคำตอบของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญคือการทำแบรนด์ของตัวเองและการทำให้ทีมงานรู้สึกศรัทธาในชิ้นงานเพื่อให้คนอื่นยอมรับไปด้วย ความสมดุลที่มีค่าในเชิงพาณิชย์และในเชิงจิตวิญญาณของคนทำงานเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังเสมอ” ติดตาม เรื่องราวของ fashion influencers ทั้ง 30 ท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการแฟชั่น วงการบันเทิงและใกล้เคียง อาทิ กบ-เมนาท นันทขว้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, ชำนิ ทิพย์มณี, เซียน-นภดล โชตะสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, อิศร์ อุปอินทร์, ศิริชัย ทหรานนท์, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เอเลี่ยน-กัญญานัท บำรุงพงศ์ ฯลฯ รวมถึง fashion influencers ระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ชื่อและผลงานยังเป็นที่จดจำอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่, ลำยงค์ บุญยรัตพันธ์, สุวรรณี สุคนธา, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ และทินกร อัศวรักษ์  ซึ่งต่างมีจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่เปลี่ยนเขาเหล่านั้นจากคนธรรมดาให้ กลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ในงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการ รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ทั้งการมองเห็น การรับรู้ รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ของคุณในการรับชม ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม – 2 สิงหาคม 2558 และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558

เลิกหวัง!ผีแห้วหนักมาก รามอส จ่อขยายสัญญาฉบับใหม่ราชัน
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  พรีเมียร์ลีก / 

เซร์คิโอ้ รามอส ปราการหลังที่ตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะทำให้ทีมดังจากพรีเมียร์ลีกแห้วรับประทานเต็มๆ เพราะมีรายงานว่าเตรียมเข้าไปคุยสัญญาฉบับใหม่กับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด เร็วๆนี้ มาร์ก้าสื่อดังในสเปน รายงานว่า เซนเตอร์ฮาร์ฟวัน 28 ปีที่ตกเป็นข่าวพัวพันในการเสริมทีมของ หลุยส์ ฟานกัล ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พร้อมทุ่มเงินก้อนโตกว่า 60 ล้านยูโร สำหรับดีลนี้ น่าจะไม่มีความเป็นไปได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อ รามอส เตรียมที่จะเข้าไปพูดคุยกับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรถึงเรื่องการขยายสัญญาของตัวเองในถิ่น ซานติเอโก้เบอร์นาเบวออกไปอีก และอย่างที่ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ เรอัล มาดริด เลยออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า “รามอสเป็นนักเตะของเรา และเขาเป็นคนสำคัญ” “ผมอยากเห็นเขาเล่นให้เราตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล ผมคิดว่าเขาคือคนสำคัญในทีมของเรา” “ผมยืนยัน 100 เปอร์เซ็นให้เข้าใจทุกฝ่ายว่า รามอสจะอยู่กับเราที่นี่”

ช่างภาพนิตยสารดัง เปิดนิทรรศการภาพแม่บ้านเหยื่อทารุณกรรม
ทารุณกรรม /  เอเชีย / 

รวมภาพถ่ายแม่บ้านเหยื่อทารุณกรรมในเอเชีย ทั้งถูกราดด้วยน้ำร้อน เฆี่ยนตี และขู่ฆ่า หลังช่างภาพหนุ่มจากนิตยสารดังเก็บภาพรวมก่อนจัดเป็นนิทรรศการ หวังผลักดันให้มีการหามาตรการป้องสิทธิ นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของการทารุณกรรมทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นกับแรงงานแม่บ้านต่างชาติในเอเชีย และตะวันออกกลาง นิทรรศการภาพถ่ายประจำปีของฮ่องกง มีการจัดแสดงภาพถ่ายของสตีฟ แม็คเคอรี่ ช่างภาพคนดังจากนิตยสาร เนชันแนลจีโอกราฟฟิก ซึ่งตีแผ่ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวเหล่านี้ ซูซี่ สาวใช้ชาวอินโดนีเซียที่เคยถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย เล่าว่า นายจ้างของเธออนุญาตให้เข้านอนในเวลา 6 โมงเช้า ถึง 10 โมงเช้า เธอจึงได้พักผ่อนเพียง 4 ชั่วโมงต่อวัน และที่สำคัญเธอเคยถูกเฆี่ยนตี ถูกทุบตี และถูกเตะหลายครั้ง จนมีบาดแผลเต็มตัว เธอรู้สึกกลัวมาก แต่ก็ไม่สามารถหนีได้ เพราะเจ้านายไม่ยอมปล่อยให้เธอออกจากบ้านเลย เรื่องราวของซูซี่ แม่บ้านชาวอินโดนีเซีย ได้ถูกนำมาในตีแผ่นิทรรศการครั้งนี้ด้วย ซูซี่เคยถูกทารุณกรรม และถูกข่มขู่โดยนางหลอ หวัน-ต่ง นายจ้างชาวฮ่องกง ซูซี่บอกว่า เธอเดินทางมายังฮ่องกงเพื่อหารายได้เลี้ยงดูลูกชาย แต่ก็กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปหาลูกอีก นางหลอขู่ว่าจะเฆี่ยนตีเธอจนตาย และจะตามไปทำร้ายครอบครัวเธอด้วย เธอไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่เธอรัก จึงยอมทำตามทุกอย่าง สิ่งที่เธอได้รับคือการปฏิบัติเยี่ยงทาส หลังจากทนทรมานมาตลอด 1 ปี ซูซี่ก็หลบหนีได้สำเร็จ แต่นายจ้างของเธอ ยังคงไม่เลิกทารุณกรรมแม่บ้าน ซึ่งเหยื่อรายถัดมาคือ เออร์เวียน่า ผู้มาจากอินโดนีเซียเช่นเดียวกับซูซี่ เธอถูกทารุณกรรมนานหลายเดือน จนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วในที่สุด นางหลอถูกตัดสินจำคุก 6 ปี จากความผิดหลายข้อหา แต่ยังมีผู้ใช้แรงงานอีกมาก ที่เผชิญความโหดร้ายแบบนี้ และยังไม่ได้รับความยุติธรรม เอลิซาเบธ ถัง จากสมาพันธ์แรงงานแม่บ้านสากล กล่าวว่า อาชีพแม่บ้าน เป็นอาชีพที่เผชิญกับการกดขี่ข่มเหงมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะเป็นชนกลุ่มน้อย หรือผู้อพยพย้ายถิ่น และไม่ค่อยมีคนให้สำคัญกับพวกเขา ทั้งนี้ในนิทรรศการมีการจัดแสดงภาพของคนไทยด้วย โดยเฉพาะนางสุมาศรี ซึ่งถูกเจ้านายชาวมาเลเซียราดน้ำร้อนใส่หลัง จนเป็นแผลพุพอง ส่วนนี่คือภาพเป็นของนางศรีทัก แม่บ้านที่เคยทำงานในไต้หวัน และถูกเจ้านายใช้ส้อมโลหะอังไฟนาบบนผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีภาพของฮาร์ยาติน ผู้เคยทำงานในซาอุดิอาระเบีย และถูกเจ้านายใช้ท่อนเหล็กตีเข้าที่ศรีษะ ส่งผลให้ตาบอดตลอดชีวิต เหยื่ออีกรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ปวิตตรา ก็เคยถูกเจ้านายชาวโอมานล่วงละเมิดทางเพศและตั้งครรภ์ แค่นั้นไม่พอ เธอยังต้องโทษจำคุก 5 เดือน จากข้อหายั่วยวนเจ้านาย โดยคาเรน เอมมอนส์ ผู้จัดนิทรรศการ กล่าวว่า เธออยากให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่หญิงสาวเหล่านี้ต้องเผชิญ เธอต้องการส่งสารไปถึงคนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ และต้องการส่งข้อความไปยังนายจ้างเหล่านี้ว่า พวกเขากำลังถูกจับตา และทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เป้าหมายหลักของนิทรรศการภาพถ่ายนี้ คือให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นภายในบ้าน และผลักดันให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปกป้องสิทธิและคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่แม่บ้านต่างชาติ ที่เดินทางมาเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

10 ข้อดีของการฝันกลางวันที่คุณเองอาจคาดไม่ถึง
ข้อดีของการฝันกลางวัน /  บริหารสมอง / 

การ ฝันกลางวัน นั้น คือการสร้าง จินตนาการที่แบบเห็นภาพที่สวยงาม ที่หลายคนต่างมองว่ามันเพ้อเจ้อ ลมแล้งๆ ไร้สาระ สู้ไปลงมือทำเลยไม่ดีกว่าหรอ อันที่จริงนั่นเป็นเรื่องที่ถูกค่ะ แต่คุณไม่ควรมองข้ามว่าการฝันกลางวันนั้นเป็นเรื่องที่เพ้อเจ้อนะ เพราะความจริงแล้วการ "ฝันกลางวัน" นั้นให้อะไรกับคุณได้มากกว่าที่คุณคิด 1.บริหารสมอง นักประสาทวิทยา  Dr Muireann Irish กล่าวว่าการฝันกลางวันนั้น เป็นการใช้สมองอย่างหนักเช่นกันนะ เพราะเป็นการใช้เรื่องราวในอดีต ต่อยอดไปยังอนาคต ซึ่งเป็นความคิดที่สุดจะซับซ้อนเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่ามนุษย์เป็นเพียงสปีชี่ย์เดียวในโลกที่มีความสามารถนี้ โดยเมื่อคุณฝันกลางวัน จะส่งผลกับสมองทางด้านกายภาพโดยตรง 2. พักสมองในเวลาเดียวกัน มีระบบหลักๆในสมองสองอย่าง คือ การตัดสินใจและวิเคราะห์ และ การเชื่อมโยงความรู้สึก การฝันกลางวันเป็นการใช้ระบบสองอย่างนี้แบบเปิดปิด ทำให้ได้พักและได้ใช้ในเวลาเดียวกัน 3. คุณจะค้นพบด้านสร้างสรรค์ในตัวเอง คนที่มีชื่อเสียงเรื่องความสร้างสรรค์ หรือ พวกครีเอทีฟนั้น ส่วนใหญ่ก็มีแนวคิดจากการฝันกลางวันกันทั้งนั้นแหละค่ะ เนื่องจากเวลาเราฝันกลางวัน จิตใจของเราจะท่องเที่ยวไปยังส่วนต่างๆของระบบสมองและเลือกที่จะเก็บข้อมูลจำนวนทีละนิดละน้อยและนำมาเชื่อมโยงกัน ซึ่งการเชื่อโยงนี้มักจะลงเอยด้วยการสร้างสิ่งใหม่ๆ และไอเดียเจ๋งๆ 4.คุณจะได้ฝึกความเข้าใจคนอื่น เปิดใจ และเข้าใจ นอกจากจะฝันกลางวันเรื่องของตัวเองแล้ว บางทีเรายังฝันกลางวันไปถึงความรู้สึกของคนอื่นอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็ฯสิ่งที่คุณคิดล่วงหน้าไปเองแต่คุณรู้ไหมว่า มันทำให้คุณฝึกความคิดไปแล้วว่า คุณจะเข้าใจคนอื่นอย่างไร  จะสื่อสารอย่างไร 5.คุณจะรู้สึกได้ความรักจากคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าการฝันกลางวันยังทำให้คุณรู้สึกถึงความรักของคนรอบข้างได้มากขึ้นด้วย โดยการฝันกลางวันที่เรียกว่า Approach-oriented จะเกี่ยวกับการมองแต่ด้านดีๆและหลีกหนีเรื่องราวแย่ๆ 6. ช่วยในการจดจำ การจดจำในสมองนั้น จะมีการเก็บ และนำมาใช่ โดยผลการวิจัยล่าสุดของ University of Wisconsin และ  the Max Planck Institute for Human Cognitive and Brain Science เผยว่า การฝันกลางวันนั้นส่งผลกับการจดจำอีกด้วย 7.พัฒนาศักยภาพในการสร้างสรรค์ เมื่อเราฝันกลางวัน เราจะพยายามคิดแต่เรื่องดีๆและสร้างสรรค์ ทำให้ความสามารถในการทำงานและการใช้ชีวิตเป็นไปในด้านบวกมากขึ้น 8.สุขภาพดี การฝันกลางวันคือการสะกดจิตตัวเองแบบอ่อนๆ และทำให้คุณมีความเครียดน้อยลงอีกด้วย ทำให้หลับได้ดียิ่งขึ้น ไม่ซีเรียสจนเกินไป 9.ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น เมื่อสมองไม่เมื่อยล้า สมองจะมีความพร้อมในการทำงาน และ มีการจดจ่อที่ดียิ่งขึ้น ไม่วอกแวกหรือกังวล เมื่อพร้อม อย่าลืมตั้งเป้าหมายและพาสมองลุยไปพร้อมกับคุณ 10.สำคัญที่สุด คุณจะมีความสุขยิ่งขึ้น ที่พูดมาทั้งหมดทั้งมวล สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การที่เรามีความสุขนั้นเอง เพราะเมื่อเรามีความหวังและมีความฝัน จะทำให้เรามีความสุขและรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้นไปด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด การฝันกลางวันนั้นก็ควรอยู่ในขอบเขตที่พอดิบพอดี ไม่มากจนทำให้คุณเสียงานเสียการ และก็อย่าลืมลงมือทำและอย่าปล่อยให้มันกลายเป็นแค่ฝันกลางวันเพียงอย่างเดียวล่ะคะ ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ธ.กรุงไทยแจ้งปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ 9ส.ค.เที่ยงคืน-ตี3
ธนาคารกรุงไทย /  ปรับปรุงระบบ / 

ธนาคารกรุงไทย แจ้งปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว 9 ส.ค.นี้ เวลา00.00 น.-03.00 น. ส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการได้ในบางประเภท วันที่ 28 ก.ค. นางศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารจำเป็นต้องปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.นี้ ระหว่างเวลา 00.00 น.-03.00 น. เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการขยายตัวของลูกค้าและธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยกระดับคุณภาพบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าของธนาคาร ไม่สามารถใช้บริการบางประเภท ได้แก่ บริการฝากถอนเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มและเอดีเอ็ม, การเบิกเงินหรือซื้อสินค้าด้วยบัตรเดบิต, KTB netbank, KTB Corporate Online, KTB Contact Center เฉพาะบริการตรวจสอบบัญชี, KTB BIZ Payment เฉพาะบริการตรวจสอบการยินยอมหักบัญชีเพื่อชำระค่าบริการ รวมทั้ง Booth Exchange ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นชั่วคราวในครั้งนี้ หากลูกค้ามีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า หมายเลข 02 111 1111 ที่มา voicetv ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News

ก็เด็กป๋าเอง! มูรินโญ ยก อาซาร์ เหนือกว่า เจ็ทโด้
คริสเตียโน โรนัลโด้ /  ราชันชุดขาว / 

งานนี้อวยกันเองไม่มีกั๊กเลย สำหรับนายใหญ่ เซลซี อย่าง โจเซ่ มูรินโญ ที่อวยเด็กในสังกัด เอเดน อาซาร์ ถึงขนาดยกว่า เหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ โจเซ่ มูรินโญ กุนซือวัย 52 ปี ของ สิงห์บลู เชลซี ได้กล่าวชื่นชม เอเดน อาซาร์ ลูกทีมของตนเอง ว่ามีฝีเท้าอยู่ในระดับเดียวกันกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ จอมทัพของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด และเมื่อเทียบกับผลงานเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น อาร์ซาร์ โชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า โรนัลโด้ เห็นๆ โดย มูรินโญ ได้กล่าวว่า "ฤดูกาลที่ผ่านมา โรนัลโด้ ยอดเยี่ยม เขายิงประตูได้มากมายจนน่าเหลือเชื่อ แต่ในมุมของผม นักฟุตบอลที่ดีต้องให้ทีมมาก่อนเสมอนั่นคือสิ่งที่สำคัญ ถ้าวัดจากฤดูกาลที่ผ่านมา เอเดน อาซาร์ ดีกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ถึงแม้ว่า โรนัลโด จะยิงประตูมากถึง 61 ลูกก็ตาม แต่สุดท้ายฟุตบอลก็ตัดสินกันด้วยการคว้าแชมป์อยู่ดี"

ไร้ที่ยืน! ไร้ที่ยืน! เกรียนโอ้ หมดอนาคตหลังร็อดเจอร์สแจงชัด
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  พรีเมียร์ลีก / 

น่าจะหมดอนาคตกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการแล้วสำรับ เกรียนโอ้ มาริโอ บาโลเตเลลี่ ดาวยิงชาวอิตาเลี่ยน ที่โดน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดชื่อออกจากการอุ่นเครื่องปรีซีซั่นจนเกลี้ยง เดลี่มิเรอร์สื่อดังในแดนผู้ดีรายงานว่า ดาวยิงทีมชาติอิตาลี ถูก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทีมเรียกไปคุยเป็นการส่วนตัว ว่าจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมอีกแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ ก็ถูกตัดชื่อออกจากการมาทัวร์ปรีซีซั่นที่ประเทศไทย,ออสเตรเลีย, มาเลเซีย และ ฮ่องกง รวมไปถึง ในนัดที่จะไปทัวร์ฟินแลนด์ เพื่อลงสนามกับ เอชเจเค เฮลซิงกิ และกลับมาลงสนามกับ สวีนดอน ทาวน์ โดยดาวยิงค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ที่ทำประตูให้ทีในลีกได้แค่ 1 ลูกตลอดทั้งซีซั่น ที่ผ่านมาได้ร่วมฝึกซ้อมกับสองแข้งที่น่าจะโดนโละออกจากทีมอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ และ โฮเซ่ เอ็นริเก้ หลังถูกตัดชื่อออกจากทีมที่ออกทัวร์ก่อนถูกเรียกไปบอกข่าวร้ายในที่สุด

ลือสนั่น !! ขุดพบ 'กะโหลกเอเลี่ยน' ใกล้สโตนเฮนจ์ อายุ 6 พันปี
กะโหลกเอเลี่ยน /  รัสเซีย / 

พบกะโหลกปริศนา ในยุคโบราณ บริเวณสโตนเฮนจ์ อนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในประเทศรัสเซีย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอายุเก่าแก่กว่า 4,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช วานนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน การขุดพบกะโหลกปริศนา ในยุคโบราณ บริเวณสโตนเฮนจ์ อนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี ในประเทศรัสเซีย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอายุเก่าแก่กว่า 4,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ หัวกะโหลกของโครงกระดูกดังกล่าว มีความแตกต่างไปจากหัวกระโหลกของมนุษย์ทั่วๆไป โดยได้มีการแสดงความคิดเห็นว่ากะโหลกนี้อาจเป็นของมนุษย์ต่างดาว ขณะที่บางฝ่ายให้ความเห็นว่าเป็นหัวกะโหลกมนุษย์ของชนเผ่าแปลกพิเศษ ทั้งนี้ทั้งนั้น กะโหลกที่พบ มีความคล้ายคลึงกับกะโหลกมนุษย์แต่มีลักษณะยาวกว่า รูปร่างเหมือนไข่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านยูเอฟโอ ให้ความสนใจกับกะโหลกิ้นนี้และยืนยันว่านี่เป็นหลักฐานของมนุษย์ต่างดาวที่เคยมาเยือนโลกครั้งหนึ่ง ส่วนทางด้านนักโบราณคดีได้ยืนยันว่าหัวกะโหลกนี้เป็นของมนุษย์เพศหญิงเมื่อ 4,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชหัวกะโหลกนี้จึงมีความยาวกว่ากะโหลกมนุษย์ในปัจจุบัน โดยนักวิจัยนามว่า มาเรีย มากุโรวา ได้เปิดเผยผ่าน สื่อ 'รัสเซีย เอสเอส' กะโหลกนี้ถูกเก็บรักษาสภาพไว้เป็นอย่างดี และอาจจะเป็นมนุษย์ของเผ่าที่อาศัยในบริเวณเมืองอาเคม ใกล้เมืองเชลยาบินสก์ ในภาคกลางของรัสเซีย ซึ่งเผ่านี้มีประเพณีผูกศีรษะผู้ที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ เพื่อให้ศีรษะยาวผิดรูปทรง เนื่องจากเป็นประเพณีประจำชนเผ่า อย่างไรก็ตามจากความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์ คาดการณ์ว่าหัวกะโหลกศีรษะชิ้นนี อาจจะมาจากมนุษย์ในช่วงศตวรรษที่ 2 หรือ 3 ของคริสตกาล ทั้งนี้ เชื่อว่าสโตนเฮนจ์ของรัสเซียถูกสร้างราว 4,000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนบริเวณแถบอาเคมถูกค้นพบในปี 1987 และกลายเป็นโบราณสถานสำคัญสำหรับการศึกษายุคสำริด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา mirror

แจก..คาถาเสี่ยงโชค ! ไว้ท่องก่อนหยิบซื้อหวย
คาถา /  คาถาเสี่ยงโชค / 

บทสวดนี้เป็นบทของการเสี่ยงทายทุกชนิด!! หรือหากซื้อล็อตเตอรี่ก็ควรสวด คาถาเสี่ยงโชค ก่อนแล้วหยิบขึ้นมา หากใจท่านแน่วแน่จริง จะเป็นผลแก่ท่านดังที่อธิษฐาน สวดทั้งหมด 7 จบ อินทะยะสัง เทวะยะสัง พรหมะยะสัง มะหาพรหมะยะสัง อิสียะสัง มะหาอิสียะสัง มุนียะสัง มะหามุนียะสัง ปุริสะยะสัง มะหาปุริสะยะสัง จักกะวัตติยะสัง มะหาจักกะวัตติยะสัง พุทธะยะสัง ปัจเจกะพุทธะยะสัง อะระหันตะยะสัง สัพพะสิทธิวิชชาจะระณะยะสัง สัพพะโลกาธิปะติญาณะยะสัง สัพพะโลกะจะริยะญาณะยะสัง เอเตนะ ยะเสนะ เอเตนะ สัจจะวะจะเนนะ มะมะ สุวัตถิ โหตุ มัยหัง สะวาหายะ นะโม พุทธัสสะ นะโม ธัมมัสสะ นะโม สังฆัสสะ เสยยะถีทัง หุรูหุรู สะวาหายะ ฯ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com

สิ้นบุญแล้ว อับดุล กาลาม บิดาขีปนาวุธภารตะอดีตผู้นำอินเดีย
ตาย /  นักวิทยาศาสตร์ / 

อับดุล กาลาม อดีตประธานาธิบดีแห่งแดนภารตะ ผู้นำโครงการทางด้านวิทยาศาสตร์ เสียชีวิตแล้วในวัย 83 ปี ขณะสอนหนังสืออยู่ที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง วานนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว การถึงอสัญกรรมของนาย นายเอ.พี.เจ. อับดุล กาลาม อดีตผู้นำประเทศชาวมุสลิม ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 11 แห่ง อินเดียและนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าของประเทศ ผู้ได้รับฉายาบิดาแห่งโครงการขีปนาวุธในประเทศ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลในด้านการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของอินเดีย ด้วยวัย 83 ปี รายงานระบุว่า นายกาลาม ล้มลงขณะสอนหนังสืออยู่ที่สถาบันบริหารแห่งหนึ่งในเมืองซิลลอง ซึ่งนายจอห์น ไซโล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้ ขณะที่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่ง อินเดีนออกแถลงการณ์ว่า นายกาลาม เป็นคนชาญฉลาดอย่างมากและตนเรียนรู้หลายสิ่งจากเขา พร้อมทั้งประกาศ ให้ประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันไว้อาลัยเป็นระยะเวลา 7 วัน พร้อมกันนี้ นายกาลาม เป็นผู้ทีมีใจรักในเพลงคลาสสิก ทั้งยังมีความสามารถในการแต่งเพลงภาษาทมิฬ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ของอุทิศตัวให้การศึกษา ในบทบาทการเป็นวิทยากร และอาจารย์ ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม นอกจากบทบาทในด้านการพัฒนาอาวุธของนายกาลามแล้ว เขายังมีส่วนสำคัญ ในการสร้างดาวเทียม และโครงการทางด้านอวกาศ ส่งผลให้ประเทศอินเดียประสบความสำเร็จในการพัฒนายานพาหนะสู่ระบบสุริยะอีกด้วย ทว่า ร่างของอดีตประธานาธิบดีกาลาม จะถูกลอยแม่น้ำในกรุงนิวเดลีภายในวันอังคารนี้ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  qz

สุดยอด! ตร. กางเกงตัวเดียว วิ่งไล่จับโจรงัดกุฏิพระ
ข่าวตำรวจ /  งัดกุฏิ / 

สุดยอด! ตร.กางเกงตัวเดียว วิ่งไล่จับโจร งัดกุฏิพระ กลายเป็นกระแสชื่นชมบนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจตำรวจไทย สู้ๆ ได้เผยแพร่วีรกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่น่ายกย่อง โดยเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ ว่า ด.ต.อรรถพล ปานพรหมมา ตำรวจ จ.อ่างทอง ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกียจำนวน 2 เครื่อง ที่ได้ขโมยมาจากกุฎิพระ พฤติการณ์คือนายเอ (นามสมมุติ) ได้ย่องเข้าไปขโมยโทรศัพท์ที่กุฏิพระ แต่พระณัฎฐวิทย์มาพบเจอ และได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ ด.ต.อรรถพล ซึ่งมีบ้านพักอยู่ติดกับวัด ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ จึงได้วิ่งลงมาดูในชุดกางเกงขาสั้นไม่ได้ใส่เสื้อและรองเท้า พร้อมกับวิ่งไล่จับผู้ร้าย และหลังจากจับผู้ร้ายได้ ประชาชนต่างชมเชยตำรวจท่านนี้ ที่นุ่งกางเกงเพียงตัวเดียววิ่งไล่จับผู้ร้าย ถึงแม้ขณะที่วิ่งไปจะเหยียบหนามเต็มฝ่าเท้าก็ยังอดทนจนกระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายได้ทัน ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวถูกแชร์ลงบนโลกออนไลน์ ได้มีชาวเฟซบุ๊คเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สุดยอดมากแม้จะอยู่นอกเวลาราชการ และกำลังพักผ่อนอยู่ แต่ถือว่ามีสปิริตสูง อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อาร์มี่ ยูไนเต็ด ปราบ สุพรรณบุรี เอฟซี ผ่านเข้ารอบ 16 ทีม
ชนะ /  ช้างเอฟ.เอ.คัพ 2015 / 

อาร์มี่ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ผ่านเข้ารอบ 16  ทีมสุดท้าย ฟุตบอลช้าง เอฟ.เอ.คัพ 2015

MG เปิดตัว “NEW MG6” พบสุดยอดพลังการควบคุม เปิดประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่
mg6

MG เปิดตัว “NEW MG6” พบสุดยอดพลังการควบคุม เปิดประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่      วงการยานยนต์ไทยกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี” แบรนด์รถยนต์ชั้นนำสัญชาติอังกฤษ บุกตลาดครึ่งปีหลัง ส่ง “NEW MG6” โฉมใหม่ล่าสุด ขุมพลังเทอร์โบ 1.8 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตเฉียบคมสไตล์อังกฤษ พร้อมสุดยอดยอดแนวคิด Brit Dynamic ที่มอบพลังการควบคุมอย่างสูงสุดให้ผู้ขับขี่ พร้อมติดตั้ง “inkaNet” เทคโนโลยีอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ไว้ในรถยนต์ NEW MG6 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 58 MG ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว NEW MG6 ณ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว โดยประกาศสร้างความแตกต่างและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พร้อมชูจุดเด่นที่มากกว่า ทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ ความปลอดภัย และพลังในการควบคุม โดย NEW MG6 ตัวใหม่ล่าสุดนี้ จะมีสองรุ่น ได้แก่ Fastback และ Sedan มร. หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยว่า “NEW MG6 จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์คอมแพคสไตล์สปอร์ต โดยรถยนต์ NEW MG6 นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสปอร์ตแบบพรีเมี่ยม พัฒนาขึ้นภายใต้มาตรฐาน Brit Dynamic  จึงมีเอกลักษณ์โดดเด่น สะท้อนความเป็นเอ็มจีอย่างชัดเจน ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ การบังคับควบคุม และความปลอดภัย สามารถตอบสนองผู้ขับขี่ให้รับรู้ถึงพลังการควบคุมที่เหนือระดับ สอดคล้องกับสโลแกน “POWER TO CONTROL" นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสแรกที่นำเสนอ “inkaNet” เทคโนโลยีสื่อสารอัจฉริยะระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ NEW MG6 ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและเปิดประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่” ในด้านดีไซน์นั้น NEW MG6 เป็นรถยนต์สปอร์ตพรีเมี่ยม ออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสทุกพลังการควบคุม ทั้งรุ่นฟาสต์แบ็ค (Fast-back) และซีดาน (Sedan) รูปลักษณ์ปราดเปรียวสปอร์ตเฉียบคมในทุกรายละเอียด ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon HID ทันสมัยและให้ความสว่างที่มากกว่า พร้อมระบบไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว (Cornering Lights) ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto-Leveling Headlights) และระบบหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า (Headlight Washer) ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Light) ที่เพิ่มความโดดเด่นและความปลอดภัย สปอร์ตกว่าเดิมด้วยเส้นโครงหลังคาที่ลาดลงโฉบเฉี่ยว กันชนหลังพร้อมไฟท้ายดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอยด์ลายใหม่สุดเท่ ส่วนด้านสมรรถนะก็บรรจุมาเต็มพิกัด NEW MG6 แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 161 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว นุ่มนวลในทุกการขับขี่ด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ MACPHERSON STRUT และด้านหลังแบบ Z-Type Multi-link ส่วนด้านความปลอดภัย NEW MG6 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือระดับขึ้น ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก 5 ฟังก์ชัน ได้แก่ 1. ระบบออโต้โฮลด์ ให้คุณไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ในช่วงการจราจรติดขัด (Auto Hold) 2. ระบบแจ้งเตือนทิศทางของพวงมาลัยหลังการสตาร์ทเครื่องยนต์ หากถูกหมุนไปจากทิศทางตรงเกินกว่า 90 องศา (Steering Wheel Re-minder) 3. ระบบควบคุมแรงบิดของล้อในขณะเข้าโค้ง DWTC (Dynamic Wheel Torque Control) 4. ไฟส่องสวางด้านข้างขณะเลี้ยว เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ยามค่ำคืน เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น (Cornering Lights) 5. ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้แสงจากไฟหน้ารบกวนผู้ขับขี่คันหน้าหรือผู้ขับขี่ที่สวนทางมา (Auto-Leveling Head-lights) นอกจากนี้ ยังมั่นใจสูงสุดด้วยโครงสร้างนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมคานเหล็กนิรภัยที่ช่วยรับแรงกระแทกจากด้านข้าง และถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบทิศ ส่วนภายในห้องโดยสารจะมีดีไซน์ใหม่ 2 บุคลิก 2 โทนสี ทั้งสีดำและสีเบจ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยคอนโซลหน้าสีเทาเข้มพร้อมจอมาตรวัดดีไซน์ใหม่ ครบทุกฟังก์ชันความบันเทิงทั้งเครื่องเล่น CD และ MP3 หน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง บลูทูธ กล้องมองหลัง และลำโพงคุณภาพสูง 8 จุด รองรับ USB และ AUX เพิ่มความบันเทิงและความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง สำหรับ “inkaNet” นั้น เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ NEW MG6 ระบบแรกในตลาดที่ทำงานบนเครือข่าย 3G และ 4G และใช้งานสะดวกถึง 3 ช่องทาง ได้แก่ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และ MG Call Centre ประกอบด้วย 5 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ 1. การตรวจสอบสถานะของรถยนต์ (Vehicle Status Update) 2. การควบคุมการทำงานของรถยนต์ (Remote Vehicle Control) 3. การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ (Remote Vehicle Diagnosis) 4. การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ (Vehicle Alarm) 5. ระบบนำทางรถยนต์ (Navigation)