ไอร่อนแมน3

แม่ปวดหัว! 7 สิ่งที่คุณแม่เจอประจำ เมื่อลูกสาวเข้าช่วงวัยรุ่น
ครอบครัว /  คุณแม่ / 

      เมื่อ ลูกสาว เข้าสู่วัยแรกรุ่น ก็มีเรื่องเข้ามาให้คุณแม่ปวดหัวเป็นประจำ จนบางทีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องแบบนี้บ่นกันเป็นประจำ  แต่คุณลูกก็ไม่เค้ยจะฟังกันเลยสักที จะมีเรื่องอะไรบ้างที่ คุณแม่ต้องเจอกับ คุณลูกสาววัยรุ่นบ้าง มาดูเลย 1.รอยสัก  "แม่ นะนะนะ เดี๋ยวนี้ใครๆเค้าก็สักกัน มีลายสวยๆเยอะแยะ ไม่น่าเกลียดหรอกแม่" เรียกว่าชักแม่น้ำมามากกว่าห้าสาย ยิ่งไปกว่านั้นยังบอกว่ามันเป็นศิลปะอีก โถ่ ลูกเอ๋ย นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว หนูยังเสี่ยงกับเชื้อโรคต่างๆนะ! 2.แต่งหน้าเข้ม (จัด) เดี๋ยวนี้ความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งสำหรับบางคนแล้วสำคัญกว่าเรื่องกว่าปากท้องซะอีกนะ แต่บางทีคุณลูกคนสวยหน้าใส ดันแต่งจะแก่ราวกับสาว 30 คนเป็นแม่อย่างเราก็ได้แต่ห้าม แต่ลูกก็ไม่เค้ยจะฟังกันเลย หน้าใสแบบวัยรุ่นน่ะดีอยู่แล้ว 3.กางเกงขาสั้น(เกินไป) เดินไปทางไหนก็เห็นแต่ใครใส่แต่กางเกงขาสั้น ก็เข้าใจว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จะให้ใส่ขายาวกระโปรงบ่อยๆก็ไม่ไหวหรอก แต่บางทีมันก็สั้นเกินไปจนจะยอมให้ลูกใส่ออกนอกบ้านจริงๆ 4.อะไรๆก็เพื่อนตล๊อด ให้ความสำคัญกับเพื่อนกับปาร์ตี้มากเกินไปจนบางครั้ง ลืมไปหรือเปล่าว่าจริงๆแล้วครอบครัวนี่แหละสำคัญที่สุด ไม่มีแม่คนไหนไม่ห่วงลูก เวลาลูกอยู่นอกบ้านหร้อก 5. รองเท้าส้นสูง ใส่ส้นสูงทีไร กลับมาที่บ้าน ก็บ่นเจ็บขาเมื่อยขา เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหรอกถ้าจะบ่นลูกสาวตัวแสบ เพราะเป็นห่วงทั้งนั้นแหละ 6.ผอมสำคัญกว่าสุขภาพ ยึดติดกับคำว่าผอมจนเกินไป จนไม่กล้ากินอะไรเล้ย นู่นก็ว่าอ้วนนี่ก็ว่าอ้วน โถ่ วัยกำลังกินกำลังโต กินไปเถอะลูกเอ๋ยย ยังไงก็ต้องห่วงสุขภาพบ้าง 7.เสียเงินกับของฟุ่มเฟือย ของที่บอกว่า จำเป็นนักหนา เอาเข้าจริงซื้อมาได้วันเดียวก็เลิกเห่อแล้ว โถ่ทำไมแม่จะไม่รู้ ตอนเด็กแม่ก็เป็น ทางที่ดีเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นเถอะ เชื่อแม่ แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน!!  ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงล้วนๆ อาจจะดุมากไปบ้าง แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกทั้งนั้นแหละนะ ที่มา Femalefirst ขอบคุณภาพจาก sheknows เรียบเรียงโดย Women Mthai Team    

ถุงมือรั่ว? ผุดสถิติสุดกาก5ใน8เกมหลังสุดของ มินโญเลต์ ตรงกรอบเป็นตุง
ซิมง มินโญเลต์ /  ลิเวอร์พูล / 

งานนี้ทำเอาสาวก “เดอะค็อป” ออกอาการเซ็งไปตามๆกัน เมื่อมีการเปิดเผยสถิติของ ซิมง มินโญเลต์ มือกาวจอมเหว๋อของ ลิเวอร์พูล ที่มักจะพลาดท่าให้คู่แข่งได้อย่างง่ายดายเมื่อมีการจบสกอร์ตรงกรอบ โดยสถิติดังกล่าวเป็นการยก 5 ใน 8 เกมหลังสุดที่ “หงส์แดง” ลงสนาม ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าเมื่อไหร่ที่โดนยิงตรงกรอบ สามารถใส่สกอร์ให้ทีมคู่แข่งได้ทันทีเกินกว่าครึ่ง พบ อาร์เซนอล โดนยิงไป 3 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 5 ครั้ง พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนยิงไป 1 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง พบ นอริช โดนยิงไป 4 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 5 ครั้ง พบ สโต๊ค โดนยิงไป 1 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 2 ครั้ง พบ ซันเดอร์แลนด์ โดนยิงไป 2 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 2 ครั้ง

ขยันเมคมันนี่!!! พุฒ-จุ๋ย โดนเม้าท์เร่งปั๊มค่าเรือนหอ
พุฒ-จุ๋ย /  ข่าวบันเทิงวันนี้

หวานต้อนรับเดือนแห่งความรักกันไปเลย สำหรับพระเอกหล่อหุ่นเฟิร์มอย่าง พุฒ พุฒิชัย กับนางเอกหน้าคม จุ๋ย วรัทยา เรียกว่ายังคงหวานจ๋อยให้บรรดาติ่ง (บางส่วน) ได้จิ้นและฟินจิกหมอน ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แม้ความสัมพันธ์จะไม่ได้ชัดเจนด้วยคำพูด แต่การกระทำนั้นบอกให้รู้ว่าคู่นี้เขาอินเลิฟกันมากมายแค่ไหน ซึ่งหลังๆ เหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจสายตาและฝีปากใครมากเท่าไหร่แล้ว เพราะเห็นไปไหนไปกันตลอดๆ ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ทำตัวเป็นคู่รักต้องห้าม ปีใหม่ที่ผ่านมายังดอดไปพลอดรัก เอ้ย!!! ไปสวีทไกลถึงเกาหลีอยู่เลย จุดนี้เรื่องเที่ยวไม่มีกั๊ก ไปไหนมาไหนด้วยกันก็หวานลงโซเชียลตลอดๆ เรื่องงานเรื่องการก็ด้วย ก่อนหน้าคบหาแต่ละคนงานแน่นจะตายชัก ยิ่งพอมาอินเลิฟกันแบบนี้ไม่รู้พลังความรักมันเสริมบารมีมากขึ้นไปหรืออย่างไร แต่ละคนถึงได้มีงานเข้าไม่ว่างเว้น โดยเฉพาะนายพุฒที่ไม่รู้ว่าเวลานี้เอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน ล่าสุดส่งผลงานร่อนลงจอให้คอละครได้ยลด้วยกันทั้งสอง แม้จะยังไม่ใช่ละครคู่ แต่คนดูก็ปลื้มปริ่ม สาวจุ๋ยสวยร้ายใน กำไลมาศ ส่วนน้องพุฒสุดที่รักก็หล่อประหารใน เพื่อเธอ ลงจอออนแอร์ใกล้เคียงกันแบบนี้ไม่รู้บรรดาติ่งจะเลือกเพิ่มเรตติ้งให้เรื่องไหนช่องไหนกันแน่เนอะ แต่ที่แน่ๆ ทั้งสาวสวยหนุ่มหล่อโดนเม้าท์ไปแล้ว ว่าขยันทำเงิน เมคมันนี่รัวๆ แบบนี้ จะเอาไว้ก่อร่างสร้างเรือนหอร่วมกันอ๊ะเปล่า ว้ายๆๆๆ จุดนี้เม้าท์มอยฝอยให้แซดกันไปตามประสา แต่ถ้าหากบางคนจะคิดจริงบ้างอะไรบ้าง หนุ่มพุฒสาวจุ๋ยจะเถียงว่ายังไงล่ะจ๊ะเนี่ยยยย หุหุ พุฒ-จุ๋ย พุฒ-จุ๋ย พุฒ-จุ๋ย

10 กิจที่ต้องทำวัน ตรุษจีน
ตรุษจีน /  วันปีใหม่ / 

       คนส่วนมากรู้จัก ตรุษจีน ว่าเป็นวันรับ "อั่งเปา" แต่จริงๆ แล้ว ตรุษจีน หรือ วันขึ้นปีใหม่จีน คนจีนก็มีกิจกรรมคล้ายๆ กับคนไทยกระทำในวันปีใหม่ คือเป็นวันพบปะญาติมิตร ไหว้พระ อวยพรผู้ใหญ่ ส่วนอั่งเปานั้นเป็นเพียงน้ำจิ้มเล็กๆ ที่สร้างความสุขความตื่นเต้นให้กับเด็กน้อย ตรุษจีน คือ "วันชิวอิก" วันแรกของปี จะเริ่มต้นเมื่อหลังเที่ยงคืนของ "วันซาจั๊บ" ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปี เรียกอีกอย่างว่า "วันถือ" เพราะถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ทุกคนจะพูดแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นมงคล ทั้งนี้ กิจที่คนจีนจะต้องกระทำในเทศกาลตรุษจีน จะเริ่มตั้งแต่ "วันจ่าย" ซึ่งเป็นวันจ่ายตลาดเตรียมข้าวของสำหรับไหว้ในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งเป็นวันจ่ายโบนัสให้ลูกจ้าง 1. ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติวันซาจั๊บ ช่วงเช้าหลังจากไหว้เจ้าในบ้าน คือ "ตีจูเอี๊ย" ไหว้บรรพบุรุษแล้ว ในตอนเที่ยงจึงไหว้ผีไม่มีญาติ ซึ่งของไหว้จะมีทั้งของคาว-หวาน รวมทั้งเป็ด-ไก่ มากหรือน้อยแล้วแต่ฐานะของผู้ไหว้ และมีเครื่องกระป๋อง ข้าวสาร เกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติพกไปด้วย นอกจากนี้ยังต้องจุดขี้ไต้ 2 ชิ้นไว้ด้วย เมื่อไหว้เสร็จจะจุดประทัด จากนั้นจะโปรยข้าวสารผสมเกลือ ขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป 2. รวมญาติกินเกี๊ยวความสำคัญอีกประการของตรุษจีน คือเป็นวัน รวมญาติ โดยทุกคนจะเดินทางมาร่วมโต๊ะกินเกี๊ยวในวันซาจั๊บมื้อสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ และที่ต้องเป็น "เกี๊ยว" ก็เพราะลักษณะของเกี๊ยวที่เหมือนกับ "เงิน" ของจีน ให้ความหมายว่า ให้มั่งมีเงินทอง 3. กินเจมื้อเช้า คือมื้อแรกของปีส่วนในวันชิวอิก คนจีนจะกินเจมื้อแรกของปี เชื่อกันว่าจะได้บุญเหมือนกับกินเจตลอดทั้งปี 4. ทำพิธีรับ "ไช่ซิงเอี้ย" ไช่ซิงเอี้ยเป็นเทพพิทักษ์ทรัพย์ หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ส่วนใหญ่จะทำพิธีระหว่างหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บจนถึงก่อนตี 1 5. ห้ามกวาดบ้านก่อนตรุษจีน จะมีการทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ครั้งใหญ่ เมื่อถึงวันปีใหม่จะไม่กวาดบ้านจนถึงวันชิวสี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวันแรกของการเริ่มต้นทำงาน เพราะถือว่าจะกวาดเอาสิ่งที่เป็นมงคลทิ้งไป แต่ถ้าบ้านใครสกปรกจนทนไม่ไหว ก็จะกวาดเข้าคือ กวาดจากหน้าบ้านเข้าไปในบ้าน 6. ติด "ตุ๊ยเลี้ยง" หรือคำอวยพรปีใหม่เมื่อก่อนคนจีนที่พอมีความรู้จะเขียน "ตุ๊ยเลี้ยง" เอง โดยใช้หมึกดำหรือสีทองเขียนคำอวยพรลงบนกระดาษสีแดง ถ้าไม่มีความรู้ก็จะไปจ้างมืออาชีพเขียนให้ ซึ่งแหล่งใหญ่ก็คือที่เยาวราช คำอวยพรที่เขียนจะประกอบด้วยตัวอักษร 7 ตัว เขียนเป็นคำกลอน โดยมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น ให้มั่งมีเงินทอง ติดตามสองข้างประตูบ้าน และมีอีกแผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก เขียนคำว่า "ชุก ยิบ เผ่ง อัง" แปลว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย รวมทั้งติดภาพเด็กผู้หญิง-เด็กผู้ชาย ที่เรียกว่า "หนี่อ่วย" ซึ่งเป็นภาพมงคลของจีน ถือเป็นงานศิลปะที่สำคัญอีกอย่างนอกเหนือจากการตัดกระดาษ มักติดที่ประตูหน้าบ้าน 7. ใส่เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส 8. ส้ม 4 ผล อวยพรผู้ใหญ่วันชิวอิกทุกคนจะนำส้ม 4 ผล ไปกราบผู้ใหญ่ขอพร เจ้าบ้านเองนอกจากจะเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และลูกสมอจีนไว้รับแขกแล้ว เมื่อมีผู้มาอวยพร จะรับส้มขึ้นมา 2 ผล และนำส้มในบ้านที่เตรียมไว้วางคืนลง 2 ผล 9. รับอั่งเปา 10. ไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ขอขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก jabchai    

จริงหรือ ปีนี้ห้ามไหว้เจ้าตรุษจีน ! คำเตือนจาก ซินแสฮ่องกงและไต้หวัน
ทิศร้ายปี2559‬ /  ไหว้เจ้าตรุษจีน / 

มีข่าวแชร์กันว่า... “ซินแสฮ่องกงและไต้หวัน บอกว่าปีนี้จะไม่ไหว้ไฉ่ซิ้งในคืนวันที่ 8 ก.พ. เพราะเป็นที่พลังปี เดือน วันชงกันหมดทั้ง 3 หลัก แตกหักเสียหายหมด ถ้าไหว้แล้วจะทำให้สูญเสียทรัพย์ ให้จะรอวันที่ 22 ก.พ. เช้าตี 5-6.45น. ตั้งโต๊ะไหว้ไฉ่ซิ้งกลางแจ้ง แล้วค่อยเชิญเข้าบ้าน” มีคนถามเข้ามาว่า จริงหรือเปล่า...??? อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก มีคำตอบ... วันตรุษจีนปี 59 นี้ พลังปี เดือน วัน ชงกันหมดทั้ง 3 หลัก เป็นเรื่องจริง!! ซึ่งโครงสร้างฤกษ์แบบนี้ในวิชาฮวงจุ้ยถือว่าเป็นวันอัปมงคล เพราะพลังงานทำร้ายกันเอง ถ้ายิ่งตอนตี 3-5 ยิ่งร้ายใหญ่ เพราะเป็นยามขาล กลายเป็นชงกันทั้ง 4 หลัก แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว การไหว้เจ้าวันตรุษจีน ไม่ได้เป็นสาระสำคัญในทางฮวงจุ้ย เป็นเรื่องการศาสนามากกว่า ซึ่งซินแสส่วนใหญ่ก็มักอาศัยโอกาสนี้ ให้คำแนะนำเรื่องทิศดีทิศร้ายในแต่ละปีไปพร้อมกันไปเลย เพื่อจะได้คอยระมัดระวังตัวไม่ไปกระทำการใดๆ โดนทิศร้าย และหาวิธีกระตุ้นรับพลังมงคลของทิศทางที่ดี ดังนั้น ถ้ายังอยากจะไหว้วันไหนก็ได้ ไม่ได้มีอะไรเสียหายแต่อย่างใด... และจะไหว้หรือไม่ไหว้ ไหว้ผิดหรือถูก ก็ไม่ได้มีผลอะไรในแง่ของความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวย เพราะในเชิงวิชาการจริงๆนั้น การบอกกันว่า "เทพเจ้าโชคลาภ" หรือ “ไฉ่ซิ้ง” จะเสร็จมาทิศไหนนั้น เกิดจากสูตรคำนวณง่ายๆในวิชาฤกษ์ยาม โดยจะดูพลังของวันว่าตรุษจีนครั้งนั้นๆ เป็นพลังธาตุอะไร แล้วก็ดูว่าธาตุนั้นไปพิฆาตธาตุของทิศไหน ก็นับว่าทิศนั้นถูกกินมาเป็นโชค เช่น ในปี 59 วันตรุษจีนเป็นธาตุทอง พิฆาตธาตุไม้กินเป็นโชค จึงบอกว่า เทพโชคลาภมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศของธาตุไม้ ทุกๆ ปีก็คำนวณแบบนี้... ประเด็นสำคัญก็คือ แล้วเราจะไปไหว้ทิศที่มันโดนพิฆาตกันไปทำไมทุกๆ ปี ซึ่ง อ.มาศก็ต้องคอยออกมาบอกกันเสมอว่า ใครที่อยากจะไหว้ ก็ไหว้ไปตามประเพณี ไม่ว่ากัน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีผลใดๆต่อการเสริมโชคลาภในเชิงวิชาการขั้นสูงทางฮวง จุ้ยแต่อย่างใด...!! ถ้าตามหลักวิชาจริงๆนั้น พลังโชคลาภมาทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ ตลอดทั้งปีนะครับ และก็ไม่ต้องไหว้ด้วย เพราะพลังมันมองไม่เห็น หากอยากเสริมโชคปี 59 ก็ให้หมั่นเปิดประตู หน้าต่าง ทางทิศนี้รับลมเป็นประจำ หรือตั้ง ‪#‎โคมไฟมังกรกระตุ้นโชค‬ สีแดงทางทิศนี้ก็จะยิ่งดี เพราะเป็นทิศธาตุดิน ใช้พลังธาตุไฟกระตุ้นให้โชติช่วง ส่วนทิศร้ายปี 59 ก็คือทิศใต้ (‪#‎ทิศอสูร‬) และ ออก/เหนือ (‪#‎ทิศแตก‬) ห้ามเคาะ ตอก เจาะ ตกแต่ง ซ่อมแซม รื้อถอน ก่อสร้าง ตัดต้นไม้ ขุดดิน หรือมีการกระทบกระแทก กระเทือน ใดๆทั้งสิ้น จะทำให้เกิดเรื่องร้ายตามมาตลอดปี ที่มาจาก : อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก

เกาะติด!เหตุ 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ยอดตาย-เจ็บยังพุ่งต่อเนื่อง
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

5 ข่าวฮิตสุดฮอต ประจำสัปดาห์ (30 ม.ค. - 5 ก.พ. 59)
AdidasNMDR1 /  ข่าว5อันดับ / 

ลวงฆ่าโจ๋ฝังดิน-ข่มขืนแฟนโยนเหว, ล่าหมอฟันหนีทุน,ไหว้เจ้าไฟไหม้ตึก, จี้จัดการแก้ผ้าล่าผี และชุลมุนรองเท้าดังรวม 5 ข่าวฮิตติดกระแสประจำสัปดาห์ (30 ม.ค. - 5 ก.พ. 59) เหตุการณ์ และข่าวสารสำคัญต่างๆ มากมายทั้งในและนอกประเทศ ทั้งเรื่องเศร้าสะเทือนใจ-เรื่องระทึกกระชากอารมณ์ มีให้ชมกันต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมเอากระแสเด่นประเด็นร้อนสุดฮิต 5 อันดับมาให้หวนคิดวิเคราะห์ เหตุไฉนทำไมคนถึงสนใจติดตาม จนเกิดเป็น Talk of The Town หากไม่อยากตกยุคหลุดเทรนด์ ไปติดตามกันเลย เดี๋ยวคุยกับเขารู้เรื่อง ไม่รู้ด้วย! 1. โจ๋โหดฆ่าอริฝังดิน ก่อนฆ่าขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหว  เริ่มข่าวแรกกับข่าวสุดสะเทือนใจที่ใครๆ ก็ไม่คิดว่า จะมีเยาวชนคนไทยหาญกล้าฆ่ากันตายได้อย่างโหดเหี้ยม ทั้งๆ ที่อายุน้อย ไม่บรรลุนิติภาวะ จนคนทั้งประเทศออกมากดดันให้ลงโทษขั้นสูงสุดหลังถูกจับกุม เพราะพวกเขาไม่ได้สังหารอริอย่างเดียว แต่กระทำการอีกอย่างเกินจะรับไหว (อ่านต่อ ... ) 2. ล่าสาวนักเรียนนอกหนีทุน  เป็นอีกหนึ่งข่าวที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจไม่แพ้กับข่าวแรกข้างต้น แม้ไม่ใช่เรื่องสลดสะเทือนใจ แต่ก็ได้รับความนิยมจนติดเป็นกระแส Talk of The Town มีการพูดคุยสอบสาวราวเรื่องอย่างกว้างขวาง เพราะมันเป็นเรื่องจิตสำนึกของคน ที่มีดีกรีถึงนักเรียนนอก แต่กลับไร้ซึ่งความรับผิดชอบ จนทำให้คนที่มีคุณต้องลำบากเดือดร้อนแทน แม้เรื่องนี้ยังไม่สรุปถึงตอนจบ แต่คงเป็นอุทาหรณ์คอยเตือนสติอย่างดี ควรคิดให้ถ้วนถี่ก่อนเซ็นค้ำประกัน!! (อ่านต่อ ...) 3. จุดไฟไหว้เจ้า ทำเพลิงเผาตึก 10 ชั้นวอด มีคนดับ-เจ็บเพียบ  เป็นข่าวระทึกสุดเศร้า เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายๆ ของวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าการจุดไฟไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลแห่งความสุขอย่างตรุษจีน จะส่งผลก่อให้เกิดความสูญเสียได้มากขนาดนี้ แม้ข่าวจะจบลงด้วยความเศร้า แต่คงทำให้หลายๆ คนได้ฉุกคิดเฝ้าระวัง จะติดฟืนไฟควรรอบคอบป้องกันเพื่อจะได้ไม่สูญเสียเช่นเหตุการณ์นี้ (อ่านต่อ ...) 4. แชร์ว่อนคลิปรายการล่าผี แพ้แก้ผ้าโชว์  มาที่ข่าวที่ 4 เป็นอีกข่าวที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรายการล่าผีรายการหนึ่งส่งคลิปสุดสยิวผ่านเว็บแชร์วิดีโอดังอย่างยูทูบ ซึ่งเรื่องราวเหมือนไม่มีอะไร แต่การดำเนินรายการกลับไม่เหมาะสม ขัดจริตของคนไทยจนเกินงามรับไม่ไหว ร้อนถึงผู้สันทัดกรณีออกมาเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องอย่าง กสทช. และ ไอซีที เร่งจัดการแก้ไขด่วน เพราะนี่คือความอัปยศของวิชาชีพผู้ผลิตสื่อและคนในชาติ แม้ว่ารายการดังกล่าวไม่ได้ออกอากาศผ่านทางทีวีก็ตาม (อ่านต่อ ... ) 5. แย่งซื้อรองเท้าดัง หวิดเกิดโศกนาฏกรรม  ข่าวฮิตสุดท้ายของสัปดาห์นี้ เป็นข่าวคาบเกี่ยวระหว่างอาทิตย์ที่ผ่าน หลังปรากฏคลิปความโกลาหลในห้างดังระดับประเทศ เมื่อมีคนไทยกลุ่มหนึ่งอยากครอบครองเป็นเจ้าของรองเท้าดังยี่ห้อหนึ่ง จนเกิดการแย่งชิงแข่งขันทำคนเป็นลมล้มพับหน้าร้าน แต่ก็นับว่าโชคยังดีที่มีแค่คนเจ็บแต่ไม่ล้มตายจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมขึ้น ซึ่งเมื่อคลิปถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนตั้งคำถามถึงคนไทย “แค่รองเท้าคู่เดียวเป็นกันได้ขนาดนี้ มันคุ้มไหมกับรองเท้าแค่คู่เดียวแต่ทำให้คนเป็นลม และได้รับบาดเจ็บจากสิ่งที่เกิดขึ้น” (อ่านต่อ . . .) เรื่องราวทั้งหมดเป็นกระแสข่าวฮิตติดลมบน จนกลายเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ทำให้คนพูดถึงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน??

รักแร้ดำ ทำอย่างไรดี มีวิธีแก้ไขโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี มาฝากกันค่ะ
มะขาม /  มะนาว / 

ปัญหาใกล้ๆตัว อย่าง รักแร้ดำ คล้ำที่พบได้บ่อยในวัยรุ่นหรือแม้แต่คุณผู้หญิงอย่างเราๆ ก็อาจเจอกับปัญหา รักแร้ดำ ได้เช่นกัน โดยสาเหตุนั้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน - มีผิวคล้ำอยู่แล้วตามกรรมพันธุ์ - การเช็ดถูแรงๆ - การเสียดสีเป็นเวลานาน - อาการระคายเคือง - แพ้สารเคมีที่สัมผัสผิวอย่างต่อเนื่องเช่น สบู่ โรลออนระงับกลิ่นกาย หรือน้ำหอม - การติดเชื้อแบคทีเรียก็เป็นอีกสาเหตุของรักแร้ดำได้ 4 วิธีช่วยแก้ไขปัญหารักแร้ดำคล้ำให้กลับมาขาวเนียนดังเดิม มาฝากคุณๆ กันค่ะ 1. หลีกเลี่ยงการเช็ดถูแรงๆ บริเวณผิวใต้วงแขนที่บอบบาง 2. หยุดใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ทันที เช่น หากแพ้น้ำหอม ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอมที่ระบุว่า "Fragrance-Free" โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน 3. ถ้าดำมากหรืออาการไม่ดีขึ้นให้ปรึกษาแพทย์ทันที เช่น ในกรณีที่รักแร้ดำและนูนเหมือนกำมะหยี่ ซึ่งมักพบในคนเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Erythrasma เป็นต้น มาลองใช้สูตรสมุนไพรธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ใต้วงแขนขาวเนียน ดังนี้ค่ะ มะขาม พืชพื้นบ้านที่เรารู้จักกันดี โดยนำมะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อยมาทาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก นอกจากทำให้ผิวขาวใสแล้ว ยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มได้อีกด้วย มะนาว ที่เหลือจากก้นครัว ใช้มะนาวเอามาถูรักแร้ทิ้งไว้ 2-3 นาที จึงล้างน้ำออก ส่วนที่เหลือของมะนาวยังใช้ถูตามข้อพับ หัวเข่า ข้อศอกที่ดำๆ ได้อีกด้วย เกลือสปา ใช้เกลือขัดผิวถูเบาๆ เน้นว่าเบาๆนะคะ ไม่เช่นนั้นเกลืออาจจะบาดรักแร้เอาได้ ลองทำดูนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมว่าต้องดูแลสุขภาพให้ดีจากภายใน แล้วคุณจะรู้ว่าความสวย ความหล่อในแบบฉบับของคุณ เป็นเช่นไรค่ะ

ไม่รอด! ตร. รวบ 3สาวคลิปโหดรุมตบ-กระทืบที่ นครปฐม
กำแพงแสน /  คลิป / 

ไม่รอด! ตร. รวบ 3สาวคลิปโหดรุมตบ-กระทืบที่ นครปฐม จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปสามสาวรุมตบและกระทืบผู้หญิงอีกคนหนึ่งอย่างไร้ความปราณี โดยชาวเฟซบุ๊คได้เรียกร้องให้มีการจับกุมตัวมาดำเนินคดีเพราะคลิปดังกล่าวถือเป็นหลักฐานเอาผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายและอาจจะร้ายแรงถึงข้อหาพยายามฆ่าได้เลยนั้น ล่าสุดที่เฟซบุ๊คของ สภ.กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณหมู่บ้านหนองขาม ม.2 ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน โดยหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ทาง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบ และนำส่งพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ทางสภ.กำแพงแสนดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด้านแฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นว่า เป็นตัวอย่างที่เลวมากๆสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้และที่แย่กว่าคืออ้างเป็นเรื่องเข้าใจผิดและรับเงินค่าเสียหายและไม่ติดใจเอาความเพราะได้รับการเยี่ยวยาเป็นที่พอใจแล้วผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนถูกปรับคนละ1000บาทเท่านั้น ทำให้ชาวสังคมออนไลน์มีการนำมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อ ซึ่งล่าสุดทางแฟนเพจของ สภ.กำแพงแสน ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า กรณีนี้ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ส่งสำนวนแยกฟ้องเนื่องจากอายุของผู้กระทำความผิด ไม่ใช่โทษปรับแล้วจบตามที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์แต่อย่างใด จึงเรียนมาเพื่อทราบ

เผย! ระบบเตือนภัย 13ข้อ อาคารสูงต้องติดตั้งป้องกัน 'ไฟไหม้'
ระบบการเตือนภัย /  วสท. / 

วสท. เผย อาคารสูงต้องติดตั้งระบบการเตือนภัยอัตโนมัติ 13 ข้อ หากเกิด 'ไฟไหม้' นางบุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ (วสท.) เเละผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยอาคารเเละอัคคีภัย กล่าวว่า อาคารสูงที่มีความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยเเละผู้อยู่ภายในอาคารนั้น จะต้องมีระบบป้องกันเเละระงับอัคคีภัย ดังนี้ 1.ระบบการเเจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติเเละสามารถเเจ้งเตือนภัยให้ได้ทราบอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ของอาคาร 2.ต้องมีทางหนีไปอย่างน้อย 2 บันได 3.ต้องมีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน 4.มีไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ที่ส่องในเส้นทางหนีไฟ 5.อาคารที่มีความสูงต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ 6.ต้องมีอุปกรณ์ดับเพลิงขั้นต้นหรือถังดับเพลิง 7.ทางหนีไฟต้องมีระบบป้องควันไฟที่ได้มาตรฐาน 8.ต้องมีลิฟต์ดับเพลิง 9.ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง 10.ต้องมีแผนผังทางหนีไฟและตำเเหน่งอุปกรณ์ 11.อาคารจะต้องมีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบความปลอดภัยอัคคีภัย 12.อาคารต้องมีเเผนฉุกเฉินอัคคีภัย 13.ควบคุมวัสดุที่ใช้ภายในอาคาร อาทิ พลาสติดเเละโฟม เนื่องจากติดไฟได้ง่าย ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีอาคารสูงเเละอาคารทั่วไปเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก มาตรฐานความปลอดภัยในอาคารประเภทต่าง ๆ จึงเเตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งาน โดย ทาง วสท. เเละคณะทำงาน กำลังจะดำเนินดารศึกษาเเละจัดทำให้เป็นมาตรฐานสำหรับประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะเเล้วเสร็จภายในปี 2559 นี้ ที่มา  INN MThai News

ก.ท่องเที่ยว แจงใช้งบเกือบ 2 ล้าน จัดประชุม-รับนายกฯ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา /  กระทรวงท่องเที่ยว / 

ก.ท่องเที่ยว แจงข่าวลือใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้าน จัดประชุม-รับนายกฯ ด้านโฆษกรัฐบาลวอนสังคมมองเจตนามากกว่าตัวเลข ความคืบหน้ากรณีที่มีข่าวลือว่า การประชุมหัวหน้าหน่วยราชการ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาทในการจัดสถานที่ที่ใช้เวลาการประชุมเพียง 4 ชั่วโมงนั้น วานนี้ (6 ก.พ. 59) สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวมีชื่อว่าการจ้างดำเนินโครงการจัดประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักบริหารกลาง วันที่กำหนดราคากลางคือวันที่ 28 มกราคม 2559 เป็นเงิน 1,880,000 บาท โดยมีแหล่งที่มาของราคากลางสืบราคาจากท้องตลาดจำนวน 3 ราย คือบริษัท คอมอาร์ตโปรดักชั่น จำกัด บริษัท บ้านหลังนี้ จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด โมส ดีไซน์ โดยมีรายละเอียดวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลางเป็นราคาอ้างอิงในการจ้างดำเนินโครงการจัดประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง 1.จัดวางผังพื้นที่และตกแต่งสถานที่ 365,000 บาท 2.จัดเตรียมเต็นท์และองค์ประกอบรองรับส่วนต่างๆ 448,800 บาท 3.จัดเตรียมการต้อนรับด้วยกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางการกีฬา 176,000 บาท 4.เตรียมพื้นที่ส่วนลงทะเบียนและรับรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงบริเวณชั้นสอง 59,100 บาท 5.จัดเตรียมห้องรับรองนายกรัฐมนตรีพร้อมการถ่ายภาพ 97,000 บาท 6.จัดเตรียมห้องประชุมและการเตรียมอุปกรณ์การประชุม 216,500 บาท 7.ออกแบบและจัดทำวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาความยาวไม่น้อยกว่า 10 นาที 50,000 บาท 8.จัดให้มีของที่ระลึกพิเศษสำหรับมอบให้นายกรัฐมนตรี 3,000 บาท 9.ให้มีของที่ระลึกสำหรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง 80,000 บาท 10.ทำบัตรแสดงตนสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม 27,000 บาท 11.จัดเตรียมพื้นที่สำหรับแถลงข่าวของนายกฯ 76,000 บาท 12.บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวบรรยากาศงาน 36,500 บาท 13.ค่าดำเนินการประสานงานและบริหารจัดการโครงการ 245,100 บาท รายงานข่าวจากบริษัท เพลย์เมคเกอร์ ออกาไนเซอร์ ระบุว่า บริษัทได้รับจ้างจัดงานการประชุมฯที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต่อจากบริษัท คอมอาร์ต โปรดักชั่น จำกัด มีนายศุภักษร จงศิริ เป็นเจ้าของบริษัท งานนี้ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการเตรียมตัวจัดงาน ต้องรับผิดชอบตั้งแต่การจัดดอกไม้ พนักงานต้อนรับ และนิทรรศการ 2 จุด ได้แก่ ฟอร์มูลาม้ง และประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก มีการบริการอาหารรวม 2 มื้อ อาหารว่าง 1 มื้อ เพื่อต้อนรับปลัดกระทรวงเข้าร่วมงาน สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ติดตามปลัดฯ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ส่วนต้นทุนในการจัดงานที่สูงครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการขนย้ายอุปกรณ์ ใช้คนจำนวนมาก และตลอดงานใช้พนักงานต้อนรับและพนักงานประจำจุดรวม 35 คน ด้าน พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวข้างต้นว่า เบื้องต้นไม่เคยทราบว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ในการต้อนรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และน่าจะมีเพียงการจัดนิทรรศการที่อาจต้องใช้งบเป็นพิเศษ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเป็นพรีเซนเตอร์ ดึงให้สื่อมวลชนสนใจและเผยแพร่ข้อมูลออกไปสู่ประชาชน ทั้งนี้ อยากให้มองว่าปีที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถทำรายได้ให้ประเทศสูง หากจะใช้งบประมาณส่วนหนึ่งในการจัดนิทรรศการ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวก็สามารถทำได้   นักข่าวเป็นงง!! หลังลือสะพัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ก.ท่องเที่ยวใช้งบถึง 2 ล้านบาทจัดงาน ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการฯ บอกยังไม่ทราบเรื่องคงต้องรอตรวจสอบ เว็บไซต์มติชนออนไลน์ ได้รายงานว่า การจัดงานประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพในวันนี้ (5 ก.พ.) ได้มีข่าวลือออกมาสะพัดว่า มีการใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ในการจ้างออร์แกไนเซอร์จัดงานประชุมในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากประชุมแล้วเสร็จนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ว่างบประมาณที่จัดงานต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการวงเงินเท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะส่วนตัวยอมรับไม่เห็นเอกสารการเซ็นงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง เป็นงานที่ผู้บริหารในส่วนราชการเป็นคนจัดการ แต่ยืนยันจะตรวจสอบในเรื่องนี้แน่นอน ขณะที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เมื่อได้ยินคำถามเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว ก็มีน้ำเสียงไม่พอใจ ตอบเพียงว่ายังไม่ได้รับรายงาน แต่งบประมาณในการจัดงานต้อนรับไม่น่าจะสูงอย่างที่พูดกัน จากนั้นได้เดินหนีผู้สื่อข่าวออกไปทันที สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีเพียงการจัดดอกไม้ และฉากหลังที่สะท้อนประเพณีของไทยเท่านั้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการประชุมเพียงแค่ 4 ชั่วโมงคุ้มค่ากับงบประมาณจำนวนมากที่ลืออกมาในครั้งนี้หรือไม่ ? เบื้องต้นคงต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาไขข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป ขอบคุณข้อมูลข่าว และภาพจาก matichon.co.th ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

วอนช่วย! อาคารเรียนเก่ากว่า 38ปี จ.ชัยภูมิ เสาแตกทรุดหนัก
ข่าวจังหวัดชัยภูมิ /  อาคารเรียนเสาแตกทรุด

ครู-ผู้ปกครองหวั่นอาคารเรียนเก่ากว่า 38 ปี เสาแตกทรุดหนักทับเด็กวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือด่วน นายศิริ นิลวงษ์ชัย ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตัวอาคารเรียนปูนขนาด 2 ชั้น ของโรงเรียนที่ก่อสร้างมานานกว่า 38 ปี เริ่มเกิดมีฐานล่างทรุดตัว และเสาตัวอาคารแทบทุกต้นเริ่มเกิดรอยแตกร้าว จนเห็นเหล็กด้านในโผล่ออกมาจำนวนมาก จึงขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 (สพป.ชัยภูมิ เขต 1) และหน่วยงานส่วนกลางโดยตรงที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดทาง สพฐ. เองก็มีการจัดหน่วยช่างวิศวกรลงมาสำรวจออกแบบ เพื่อเตรียมนำไปเสนอของบประมาณใหม่มาดำเนินการก่อสร้างใหม่ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จนชาวบ้านผู้ปกครองทนรอไม่ไหว ต้องพากันจัดผ้าป่าเพื่อหางบประมาณมาช่วยโรงเรียนซ่อมแซมเสาตัวอาคารทั้งหมด และทาสีตัวอาคารที่เก่าทรุดโทรมมาก ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอและไม่สามารถแก้ปัญหาเสาแตกร้าวทรุดหนักได้ ขณะนี้รวมแล้วเกือบทั้งตัวอาคารมีเสาชำรุดเพิ่มเติมอีกกว่า 20 ต้น จากทั้งหมด 27 ต้น ด้าน นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ทราบเรื่องจึงได้มีการประสานงานสอบถามข้อเท็จจริงไปยัง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ล่าสุดได้รับรายงานว่า ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งหางบประมาณมาดำเนินการก่อสร้างให้ใหม่ ซึ่งทางจังหวัดให้สั่งปิดตัวอาคารห้ามเด็กและประชาชนในพื้นที่เข้าไปใช้งาน โดยในวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.59 นี้ จะส่งวิศวกรและช่างไปตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอาคารเรียนเพื่อสำรวจออกแบบแก้ไข อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้แจ้งสามารถช่วยเหลือเพิ่มเติม ที่บัญชีธนาคาร ธ.ก.ส.ชัยภูมิ ชื่อบัญชี กองทุนหมู่บ้านหนองไผ่ หมู่ 14 บัญชี 3 เลขที่บัญชี 012-2-42955-0  ขอบคุณ INN MThai News

เรื่องใหญ่! Dragon Nest เซิฟฯยุโรป ทำข้อมูลผู้เล่นหาย ย้อนหลัง 2 ปี
Dragon Nest /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Dragon Nest จาก Shanda Games ถือว่าเป็นเกมส์ที่ได้รับความนิยมทั้งไทยและต่างประเทศ ล่าสุดมีเรื่องที่สร้างความตกใจและเป็นเรื่องใหญ่แก่คนเล่นเกมส์บนเซิฟเวอร์ยุโรป เนื่องจากผู้ให้บริการเกมส์ทำข้อมูลตัวละครผู้เล่นเกมส์ย้อนหลังหายไป 2 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2016 เมื่อเกมส์ Dragon Nest เซิฟเวอร์ยุโรปเกิดปัญหาทางเทคนิค ทำให้ต้องปิดปรับปรุง 2-3 วัน หลังจากที่กลับมาเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าข้อมูลตัวละครผู้เล่นเกมส์หายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อฉายา, ไอเทมเกมส์, เงินในเกมส์ และไอเทมแคช ทำให้ ทางผู้ให้บริการออกมาแถลงเป็นทางการว่า "เป็นปัญหาความผิดพลาดทางเทคนิคอย่างร้ายแรง" ล่าสุดทาง Shanda Games มอบข้อเสนอการชดเชยไอเทมเกมส์ให้แก่ผู้เล่นทุกคนบนเซิฟเวอร์ ถึงแม้ว่าข้อมูลตัวละครบางส่วนจะหายไปก็ตาม ทั้งนี้ ทางผู้ให้บริการเกมส์อยู่ในระหว่างหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อนำข้อมูลผู้เล่นกลับมาดั่งเดิมทั้งหมด ด้านมุมมองของผู้เล่นเกมส์แสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมร้องขอให้ทางผู้ให้บริการเกมส์แก้ไขปัญหาโดยด่วนที่สุด

ผลบอล สุดขั้วอารมณ์!คอสต้ายิงกู้ชีพพาสิงห์ไล่เจ๊าแบ่งแต้มผีนาทีท้าย
ฆวน มาต้า /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1 เจสซี่ ลินการ์ด น.60,1-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.90 เวลา: 23.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 4 // FT - VIDEO (Premier League): Chelsea Football Club 1-1 Manchester UnitedAll Goals & Full Highlights [HD] Posted by Football Goals & Highlights on 7 กุมภาพันธ์ 2016 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคู่ซุเปอร์บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ เชลซี เจ้าถิ่น เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมส์ เป็นทีมเยือนที่เดินเครื่องเปิดเกมส์บุกลุยใส่และได้โอกาสกดดันจากลูกเตะมุมหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูออกนำได้ นาที 17 อองโตนี่ มาร์กเซียล ลากเลื้อยจากทางฝั่งซ้ายแล้วปั่นบอลโค้งๆ เกือบเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้วแต่ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ บินไปปัดทิ้งออกไปได้ จนช่วงกลางเกมส์ เชลซี เริ่มตั้งเกมส์ของตัวเองติด และเริ่มทำเกมส์บุกใส่ได้บ้าง และมาได้ลุ้นจากจังหวะโต้กลับนาที 31  เชส ฟาเบรกาส แทงบอลให้ ดิเอโก้ คอสต้า ควบไปตวัดยิง เดเคอา ได้แต่ยืนมองแล้ว แต่ บอลผ่านหน้าปากประตูออกไป จบครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้เสมอกัน 0-0 เริ่มครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังเปิดเกมส์แลกกันอยู่ นาที 55เคิร์ต ซูม่า ลงผิดจังหวะทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องหยุดเกมส์เพื่อให้ทีมแพทย์ลงมาเคลื่อนย้ายออกไปสนาม จนถึงนาที 60 กองเชียร์ทีมเยือนได้เฮลั่นเมื่อ มาต้า แทงบอลออกทางซ้ายให้ คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน เปิดยัดเข้ากลาง รูนี่ย์ พยายามเข้าไปยิงแต่กลายเป็นสะกิดบอลย้อนหลัง ไปเข้าทาง เจสซี่ ลินการ์ด ที่เหมือนจะเสียจังหวะแต่ยังหมุนตัวพลิกมายิงส่งบอลเสียบสามเหลี่ยมเป็นประตูให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกนำ 0-1 นาที 67 เชลซี ที่ตามหลังกลับมากดดันหนักและเกือบได้คืนเมื่อ บรานิสลาฟ อิวานโนวิช ได้วอลเลย์ในกรอบเขตโทษ แต่ ดาบิด เดเคอา ตอบสนองได้ไวเหลือเชื่อเมื่อผวาไปปัดบอลทิ้งออกไปได้ ช่วงท้ายเกมส์ เชลซี กดดันอย่างหนัก และมาได้รางวัลจากความพยายามจนได้ในนาที 90 เมื่อ คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน ไปยืนห้อยอยู่ทำให้ ดิเอโก้ คอสต้า ไม่ล้ำหน้าก่อนที่ บอสวิค-แจ็คสัน จะตามไปเสียบแต่เหมือนทำให้บอลเข้าทาง คอสต้า ได้หลุดไปยิงโล่งๆชนิดเหลืแค่เสากับตาข่ายให้ เชลซี ตามตีเสมอ 1-1 และจบเกมส์ด้วยการแบ่งแต้มกันไปด้วยสกอร์นี้ รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวานโนวิช,เคิร์ต ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, จอห์น โอบี มิเกล, เนมันย่า มาติช, วิลเลี่ยน, เชส ฟาเบรกาส,ออสการ์, ดิเอโก้ คอสต้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:ดาบิด เดเคอา(GK),มัตเตโอ ดาร์เมียน,คริส สมอลลิ่ง, ดาลี่ย์ บลินด์, คาเมร่อน บอสวิค-แจ็คสัน, มารูยาน เฟลไลนี่, ไมเคิล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, อองโตนี่ มาร์กเซียล

เตือน! ไทยตอนบนหนาวเย็น ใต้ลมแรงฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา /  สภาพอากาศ / 

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 เรื่อง "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย"  บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว และจะปกคลุมถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ไว้ด้วย ที่มา INN MThai News ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 6 เรื่อง "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (6 ก.พ. 59) และจะปกคลุมถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ไว้ด้วย ที่มา INN  MThai News 6-8 ก.พ. นี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิลดลง 3-6 องศาฯ ทำอากาศหนาวเย็น ใต้มีฝนหนัก คลื่นลมแรง กทม.หมอกบางในตอนเช้า ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคง มีอากาศหนาวเย็น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเป็นแห่ง ๆ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 4 ก.พ. 59 ประเทศไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น ภาคใต้คลื่นสูง 2-3 เมตร ขณะที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเป็นแห่ง ๆ ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และตอนบนของภาคตะวันออก มีอากาศหนาวและอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น บริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล  มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 3 ก.พ. 59 ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิเย็นลง 3-5 องศา กทม.และปริมณฑลมีเมฆมาก โดยมีฝนเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงไปทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และตอนบนของภาคตะวันออก มีอากาศเย็นในตอนเช้าอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีเมฆมาก โดยมีฝนเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 2 ก.พ. 59 ภาคเหนือ อีสาน อากาศหนาวเย็นอุณหภูมิลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ภาคใต้ มีฝนตกเพิ่มขึ้น ขณะที่ กทม. ฟ้าคะนองบางแห่ง 10% บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีน ได้แผ่ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ (2 ก.พ. 59) ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณบริเวณดังกล่าวมีฝนบางแห่ง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ ขณะที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 1-2 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3-4 ก.พ. อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 5-7 ก.พ. อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1 ก.พ. 59 ความกดอากาศสูงจากจีนปกคลุมตอนบนของไทย อุณหภูมิลด 2-4 องศาฯ ฝนฟ้าคะนองภาคใต้ตก-กทม. ฝนร้อยละ 10 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ในวันนี้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ในช่วงวันที่ 1 - 4 ก.พ. 59 ในบริเวณดังกล่าวจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรกและอุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง จะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25 - 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 - 35 องศาเซลเซียส MThai News

จะดีแค่ไหนถ้าได้ดีไซน์รองเท้า Havaianas ได้เองกับงาน MYOH
event /  havaianas / 

อีกครั้งที่ Havaians แบรนด์รองเท้าแตะจากบราซิล ที่สุดของเมืองแห่งสีสันและความมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้รับความนิยมไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กับกิจกรรม MYOH : Make Your Own Havaianas ในวันที่ 6- 8 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ลานกิจกรรม Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานคุณสามารถออกแบบรองเท้าได้แค่ 3 ขั้นตอนเท่านั่น เลือกพื้นรองเท้าว่าต้องการพื้นแบบไหน 2. เลือกสายรองเท้า ขอบอกว่ามีหลายสีให้มิกซ์แอนด์แมชได้ในสไตล์ของคุณ 3. เด็ดตรงนี้ที่สามารุติดพินน่ารักๆ อย่างคริสตัลจาก Swarovski แล้วถ้าคุณอยากทำรองเท้าเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ เราสามารถทำตามเสต๊ปง่ายๆ 3 ขั้นเสร็จแล้วส่งเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์ ส่งตรง ณ ซุ้มไปรษณีย์ในงานได้เลย คุณสามารถนำใบเสร็จมาแลกขนมและเครื่องดื่มสุดเก๋เช่น Krispy Kreme, Iberry, Pinncle และพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่นำใบเสร็จมูลค่า 3000 บาทขึ้นไป รับไปเลยกระเป๋าผ้าสุดเก๋จาก Havaianas ทั้งนี้ยังสามารถให้ศิลปินวาดภาพคุณหรือเขียนชื่อลงกระเป๋าได้อีกด้วยค่ะ ไม่เหมือนใครมีใบเดียวในโลกเช่นเดียวกับรองเท้าแตะ MYOH ค่ะ นอกจากนี้ยังมีรองเท้าแตะสำเร็จลายน่ารักๆ ให้ช๊อปกันอีกด้วยค่ะ