ใบเตย อาร์สยาม

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

เปิดภาพ น้องควินน์ ลูกชาย แม่เจนสุดา ฉายแววหล่อแต่เด็ก!
เจนสุดา ปานโต /  พอล สิริสันต์ / 

มีความหล่อ เข้ม ตั้งแต่เด็ก เลยค่า! สำหรับ น้องควินน์ ลูกชายสุดที่รักของ คุณแม่เจนสุดา กับ คุณพ่อพอล สิริสันต์ แถมยังดูเป็นเด็กเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี เรียกว่าดูรวมๆ แล้วช่างเป็นเด็กที่มีเสน่ห์เหลือเกิน บวกกับมีความ ตาโต แก้มยุ้ย ปากเป็นกระจับแบบนี้ อดใจไม่ไหวจริงๆ ขอยื่นใบสมัครเป็นแฟนคลับ น้องควินน์ ด้วยอีกคนนะคะ.... ขอบคุณภาพ @IG:janesuda น้องควินน์ น้องควินน์ น้องควินน์ น้องควินน์ น้องควินน์

ละครนักรบตาปิศาจ , เรื่องย่อนักรบตาปิศาจ
ละคร นักรบตาปิศาจ /  เรื่องย่อละคร นักรบตาปิศาจ / 

นักรบตาปิศาจ บทประพันธ์โดย: ศานต์ ศรุติ บทโทรทัศน์โดย: วรพันธ์ รวีออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง7ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด เรื่องย่อละคร นักรบตาปิศาจ ประเทศไทย เกิดการลักพาตัวดารา นางงาม นางแบบ นายแบบ และหนุ่มสาวหน้าตาดี อายุ ระหว่าง 16-25 ปี หายตัวลึกลับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆสวยๆจนตื่นตระหนกกันทั่วไปตำรวจพยายามตามสืบหาตัวคนร้ายแต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่มากพอในช่วงเวลาเดียวกัน ในกรมทหารแห่งหนึ่งมีการประชุมสัมมนาลับ ในโครงการระดับชาติ ชื่อ การสัมมนาลับตามข้อตกลงระหว่างไทย-ฝรั่งเศส เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของกองทัพและประสิทธิภาพของอาวุธที่ใช้สูรบในภูมิประเทศแถบเอเชีย การประชุมครั้งนี้ มีนายทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคและยุทธวิธีมาร่วมประชุมหลายนาย รวมทั้ง พันตรี อัคคีและ พันตรี บันดาลเพื่อนสนิทมีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสมาร่วมประชุมด้วย นอกจากอาวุธอื่นๆแล้วยังมีอาวุธลับชื่อ Evil eyes หรือ ตาปีศาจ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ค้นคว้าประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิประเทศใดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มีหลักการทำงานด้วยการอาศัยอุณหภูมิความร้อนของร่างกายที่เปล่งออกมา โดยจะปรากฏภาพบนจอเครื่องรับ มีทั้งขนาดใหญ่ที่ใช้ในกองทัพ และมีขนาดเล็กที่ใช้ในหน่วยจู่โจม ละคร นักรบตาปิศาจ ที่สำคัญสามารถใช้แทนดวงตามนุษย์ได้โดยผ่าตัดเชื่อมกับระบบการมองเห็นของมนุษย์ แม้จะไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นภาพสีได้เหมือนคนปกติ แต่อุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมกับระบบประสาทการมองเห็นทำให้สามารถแปลภาพออกมาให้สมองรับรู้ได้ว่าเป็นภาพอะไร นอกจากนี้มีเซลล์พิเศษที่สะสมแสงอินฟาเรดแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีอำนาจการทำลายล้างศัตรูที่ตรวจพบเห็นได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก เป็นผลงานของ พันโท ดร.ยังส์เขามีความตั้งใจที่ประดิษฐ์ดวงตาวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมา เพื่อผ่าตัดให้กับทหารที่ต้องตาบอดจากการสู้รบ ทั้งเพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็นและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบอีกด้วย อุปกรณ์นี้ใช้สารสังเคราะห์พิเศษ พีพี 71 ซึ่งทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ การมาสัมมนาที่กรุงเทพฯครั้งนี้ พันโท ดร.ยังส์ และ พันโท เดอโกลได้นำอุปกรณ์ต้นแบบมาสาธิตด้วยขาด แต่ Evil eyesชุดที่ประดิษฐ์สำหรับคนนั้นยังไม่สามารถนำมาสาธิตได้ เนื่องจากอุปกรณ์นี้ต้องใช้กับผู้ที่ตาบอดใหม่ๆ เส้นประสาทไม่บอบช้ำจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังหาคนที่มีคุณสมบัติพร้อมไม่ได้ อัคคีสนใจมากถึงขนาดขอเป็นอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่ ดร.ยังส์ และ พลโท พิชัย ผู้บังคับบัญชาของเขาไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอม ละคร นักรบตาปิศาจ เมื่อการสัมมนาสิ้นสุดลงอัคคีเดินคุยกับบันดาลเรื่อง Evil eyesอีกครู่หนึ่งก่อนแยกไปออกกำลังกายที่โรงยิมในหน่วย เขาชอบออกกำลังกายมาก ต้องทำทุกวันทั้งเพื่อสุขภาพ และความคล่องแคล่วในการทำงาน อัคคีเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เขาออกกำลังกายอยู่พักใหญ่แล้วจึงกลับบ้านพักในกรม อัคคีแต่งงานแล้วกับ วิชชุดาเธอกำลังตั้งครรภ์ซึ่งเป็นลูกคนแรกของทั้งคู่ ลูกที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์มากขึ้น อัคคีทั้งรักและทะนุถนอมวิชชุดามาก เย็นวันนั้นเขาพาภรรยาออก ไปรับประทานอาหารเย็นและแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หนุ่มสาวทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง อัคคีหล่อและสมารท์ ขณะที่วิชชุดาสวยสะดุดตา ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเฝ้ามอง และสะกดรอยตลอดทาง อัคคีไม่ได้ระวังตัวมากนักเพราะอยู่ในเมืองหลวงไม่ใช่พื้นที่การรบ อีกประการหนึ่งเขามัวระวังวิชชุดา ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจึงไม่สังเกตอะไรมากนัก พลบค่ำพอดีเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากห้างถึงลานจอดรถ จู่ๆชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตรงเข้าจับทั้งอัคคีและวิชชุดาขึ้นรถตู้คันหนึ่งที่สตาร์ทรออยู่แล้ว เสียงร้องอย่างตกใจของของวิชชุดาทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ต้องปล่อยให้พวกมันจับมัดอย่างน่าสมเพท ละคร นักรบตาปิศาจ ระหว่างทางพวกมันคุยกันถึงอัคคีและวิชชุดา ว่าเป็นผลงานที่ดีมากทั้งคู่เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่สมบูรณ์แบบมาก น่าจะเป็นพ่อพันธุ์และ แม่พันธุ์ที่ดี และ เลขาน่าจะพอใจในผลงานครั้งนี้ อัคคีพยายามหาทางหนีทั้งที่ดูจะยากเต็มที เขาห่วงวิชชุดากับลูกเหลือเกิน ระหว่างทางพวกมันมองวิชชุดาอย่างพอใจ การที่เธอท้องกลับทำให้พวกมันมีอารมณ์หื่นกามมากขึ้น อัคคีแค้นใจจนแทบกระอักเมื่อพวกมันหยุดรถข้างทาง และฉุดเธอลงจากรถ บริเวณนั้นเปลี่ยวมืด เสียงร้องขอความเมตตาของภรรยาและเสียงเฮฮาของพวกมันทำให้อัคคีอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่เขาทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในรถเท่านั้น เวลาผ่านไปนานเหมือนชั่วกัปกัลป์ในความรู้สึกของเขา กว่าพวกมันจะพาวิชชุดากลับขึ้นมาอีกครั้ง สภาพของเธอเหมือนตุ๊กตาที่โดนฉีกทึ้งอย่างน่าสงสาร เธอผวาเข้ามากอดเขาร้องไห้อย่างน่าเวทนา ใจของเขายิ่งโมโหพลุ่งพล่าน ในใจคิดเพียงอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด ละคร นักรบตาปิศาจ เวลาผ่านไปครู่ใหญ่รถตู้ก็จอด พวกมันพาอัคคีและวิชชุดา ไปที่ห้องโถงในอาคารหลังหนึ่ง ชายร่างเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อม ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ เสียงพวกมันเรียกว่าท่านเลขา อย่างพินอบพิเทา เขาเดินมาดูอัคคีและวิชชุดาอย่างพอใจ แต่เมื่อรู้ว่าวิชชุดากำลังท้อง เลขาสั่งกำจัดทันที อัคคีแทบคลั่ง เมื่อชายกลุ่มที่จับเขามากรูเข้าจับวิชชุดาล็อคแขน ล็อคคอ มีดคมกริบปาดคอเธอสิ้นใจต่อหน้าเขานั่นเอง ส่วนอัคคีเลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวาในคืนนี้ และข้างซ้ายในวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มถูกลากไปขังไว้ในห้องที่ถูกกั้นลูกกรงไว้เป็นแถวราวห้องขัง เขาสังเกตว่ามีคนถูกขังไว้ห้องละคนทุกห้อง ทั้งหมดล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่หน้าตาดีทั้งสิ้นระหว่างถูกขัง อัคคีเศร้าใจกับชะตากรรมของวิชชุดา ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสงสัยว่าพวกมันจับคนเหล่านี้มาทำไม กลางดึกคืนนั้นอัคคีถูกพาตัวไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พวกมันลากเขาไปที่ห้องๆหนึ่งเหมือนห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลสนาม ชายหนุ่มหนาวเยือกในใจเมื่อเดาได้ว่า งานที่เลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวานั้นคือ การควักลูกตาเขานั่นเอง อัคคีพยายามสู้แต่พวกมันมีมากกว่า เขาจึงโดนจับมัดไว้ที่เตียงผ่าตัดอย่างหมดทางสู้ อัคคีถูกวางยาหมดสติไป เวลาผ่านไป อัคคีรู้สึกตัวอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตาขวา เขายกมือขึ้นจับก็พบกับ ผ้าก๊อซชุ่มเลือดที่ปิดตาอยู่ แค้นใจที่สุดเขาเริ่มวางแผนหนีทันที เขาไม่ยอมให้พวกมันมาควักตาซ้ายเขาไปอีกแน่ ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นหมดสติ หมดเรี่ยวแรง เหมือนคนป่วยหนัก จนพวกมันต้องรีบมาดูแลเพราะกลัวสินค้าคุณภาพอย่างเขาจะตาย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อัคคีหนีออกไปจากสถานกักกันนั้นในสภาพที่บอบช้ำเต็มที เขากลับไปที่ กรมทหารและไปที่บ้านของบันดาลทันที ละคร นักรบตาปิศาจ บันดาลพาเขาไปส่งโรงพยาบาลในหน่วย เขาคิดถึงหาทางช่วยเพื่อน เรื่อง Evil eyes หรือตาปิศาจ ผุดเข้ามาในสมอง เขารีบติดต่อพลโทพิชัย ให้มาเยี่ยมอัคคี และเสนอเรื่องการผ่าตัดใส่ Evil eyes ให้เขา อัคคีเต็มใจอย่างยิ่ง พันโท ดร.ยังส์ และพันโท เดอโกล ถูกตามตัวมาเพื่อดำเนินการผ่าตัดให้ชายหนุ่มทันที การผ่าตัดใช้เวลานาน แต่สำเร็จเรียบร้อยดี อัคคีต้องพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์จึงจะเริ่มหัดใช้ Evil eyes พิชัยถามเขาถึงสาเหตุที่ต้องสูญเสียดวงตา แต่อัคคีไม่บอกอะไรมากไปกว่าเขาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างที่เขาพักฟื้น บันดาลให้ ประกายดาว ลูกสาววัยรุ่นคอยส่งอาหารให้ เธอเป็นเด็กสาวที่สวยมาก และเป็นหลานสาวที่น่ารักของอัคคีเสมอมา ชายหนุ่มพยายามฝึกการใช้ Evil eyes ทุกวันในใจร้อนรุ่มกับการออกไปตามแก้แค้นเลขากับลูกน้องวิปริตที่ฆ่าภรรยากับลูก และทำให้เขาต้องเป็นอย่างนี้เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ข่าวประกายดาวที่หายตัวไปลึกลับทำให้อัคคีเป็นห่วงมาก เขาเดาได้ว่าต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่จับเขานั่นเอง ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับแต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ความโกรธแค้นอัดแน่นจนแทบคลั่ง อัคคีรู้สึกปวดที่ตาขวา แสงบางๆสีแดงพุ่งออกจากตาเผาหนังสือพิมพ์ตรงหน้าเป็นรูกลวง ชายหนุ่มทิ้งหนังสือพิมพ์อย่างตกใจ รีบดับไฟก่อนจะเผาบ้านพักให้วอดไปทั้งหลัง คำอธิบายของพันโท ดร.ยังส์ ผุดขึ้นในสมองทันทีอานุภาพของมันร้ายแรงจริงๆ เขาจะใช้ Evil eyes หรือตาปีศาจนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ละคร นักรบตาปิศาจ ข่าวของประกายดาวทำให้อัคคีร้อนใจมาก เขาต้องช่วยเธอให้ได้ ชายหนุ่มไปหา พันตรีสมุทร เพื่อนสนิทที่ลพบุรี เพื่อหาอาวุธเหมาะมือ มันต้องมีอานุภาพร้ายแรงเพื่อจัดการพวกมันให้สิ้นซาก เมื่ออัคคีได้ของที่ต้องการจึงย้อนกลับมากรุงเทพอีกครั้ง ดึกมากแล้วเมื่อเขามาถึงมีนบุรี เขาคลำทางไปจนพบสถานกักกันนรก จนได้ Evil eyes ช่วยให้เขามองเห็นความเป็นไปในนั้น รู้ว่าศัตรูอยู่ไหน อัคคีจึงจัดการพวกมันตายทุกคน รวมทั้งเลขาใจเหี้ยมนั้นด้วย เขาย้อนกลับเข้าไปค้นในตึกที่ทำการพวกมัน ปล่อยคนที่ถูกขังทั้งหมด หลายคนต้องสูญเสียดวงตาเหมือนเขา อัคคีรีบเข้าไปค้นเอกสาร จนพบว่ามีรายการส่งสินค้าให้คลินิกศัลยกรรม สยุมพร ชายหนุ่มได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วจึงระเบิดทำลายตึกนั้นทั้งหมดสองสามวันต่อมา อัคคีแฝงตัวเป็นคนไข้ขอรับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา โดยเขาระบุว่าต้องเป็น หมอสยุมพร เท่านั้น อัคคีได้พบหมอสยุมพรตามต้องการ เธอไม่ใช่คนสวย ดุไม่น่าจะเป็นหมอเก่งๆเลย เธอพูดอย่างภูมิใจว่าเธอสามารถหาดวงตาของคนจริงๆมาเปลี่ยนให้เขาได้ เมื่ออัคคีทำท่างง เธอจึงอธิบายต่อว่า วิทยาการทางการแพทย์ล้ำหน้าไปมากจนเปลี่ยนอวัยวะได้ทุกส่วนโดยใช้อวัยวะของคนจริงๆ สยุมพรบอกว่าได้มาจากคนที่บริจาคและส่วนหนึ่งมาจากคนที่เต็มใจขายให้ อัคคีรู้ทันทีว่ามาจากคนที่พวกมันจับมาต่างหาก ความแค้นทำให้เขาจับตัวหมอสยุมพรเพื่อถามหาแหล่งส่งอวัยวะเหล่านั้น แต่ลูกน้องสยุมพรมีมากเกินไป อัคคีหนีไปได้แต่สยุมพรก็หลุดมือเช่นกัน ระหว่างทางกลับที่พักเขารู้สึกตัวว่าถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งสะกดรอยจึงดักรอและจับตัวได้ เขาดึงหมวกที่สวมหลุบหน้าออกไปเขาต้องแปลกใจที่ เห็นสาวสวย ผมสั้น นัยน์ตาสวยแทน เธอปฏิเสธเรื่องการสะกดรอยแถมยังบอกว่าถ้าเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโวยวายว่าโดนเขาทำอนาจาร อัคคีไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ งานของเขาเป็นความลับและสำคัญเกินกว่าจะเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้ ละคร นักรบตาปิศาจ คืนนั้น อัคคีย้อนมาที่คลินิกสยุมพรอีกครั้ง สำรวจที่นั่นด้วย Evil eyes เขาพบว่ามีการวางกำลังคนหนาแน่นมากกว่าคลินิกทั่วไป เขาพบตู้โลหะใบใหญ่ถูกเก็บไว้อย่างดี อัคคีสงสัยว่าจะเป็นตู้เก็บอวัยวะสดๆที่ถูกตัดมา เขาแฝงตัวเข้าไปในตึก ค่อยๆเก็บพวกมันทีละคนจนเหลือคนสุดท้ายที่เฝ้าตู้ เขาบังคับถามจนรู้ว่าใครเอาตู้มาส่ง และจะส่งในวันไหน อัคคีปิดปากยามคนสุดท้ายแล้วพยายามเปิดตู้แต่ไม่สำเร็จ ชายหนุ่มจัดการวางระเบิดจนอาคารคลินิกหมอสยุมพร พังราบในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่อัคคีกำลังหนีโดยเดินปะปนไปกับผู้คนที่มามุงดู รถเก๋งสีแดงเพลิงขับมาประชิดตัว กระจกหน้าต่างเปิดออก เสียงใสๆบอกให้เขาขึ้นรถมากับเธอก่อนจะหนีไม่ทัน อัคคีจำได้ทันทีว่า เป็นสาวสวยคนที่สะกดรอยตามเขานั่นเอง เขายอมไปกับเธอเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใคร หญิงสาวขับรถอย่างคล่องแคล่วพาเขาไปที่ริมสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอจอดรถและหันมาบอกเขาว่า เธออยากร่วมงานกับเขา อัคคีปฏิเสธไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเธอเรียกเขาว่าผู้พันอัคคี แถมยังบอกได้อีกว่าเขาต้องสูญเสียภรรยากับลูกไปเมื่อไม่นานมานี้ อัคคีก็ลังเล เธอจึงบอกอีกว่าเธอรู้ว่าเขาระเบิดคลินิกหมอสยุมพรทิ้ง ถ้าเขาไม่ยอมให้เธอร่วมงาน เธอจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ และอาจรายงานกับผู้บังคับบัญชาของเขาด้วย อัคคีจึงจำยอม ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อเธอไม่ยอมบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง นอกจากบอกว่าชื่อ วิชชุดา และเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติเหรียญทอง อัคคีหันขวับอย่างไม่พอใจเมื่อเธอบอกว่าเธอชื่อวิชชุดา เหมือนกับภรรยาของเขา แต่หญิงสาวพูดอ่อนโยนว่าเธอชื่อนี้จริงๆไม่ได้มีเจตนาจะเปลี่ยนชื่อให้เหมือนภรรยาเขาเลยสักนิด อัคคีนัดพบเธอในคืนต่อมา โดยย้ำให้แต่งตัวสวยๆ ละคร นักรบตาปิศาจ อัคคีมาตามเวลานัด แต่ก็พบว่าวิชชุดามารออยู่ก่อนแล้ว เธอแต่งตัวสวยน่ารักราวกับเป็นคนละคนกับสาวทอมบอยคนเมื่อวาน งานชิ้นแรกของทั้งคู่คือหาตัวคนคุมสินค้าในตู้โลหะมาส่งให้หมอสยุมพร และเส้นทางการส่งของ ข้อมูลที่ได้จาก พระเอกลิเก ลูกค้าที่กลายมาเป็นลูกน้องสยุมพรทำให้อัคคีและวิชชุดาพูดไม่ออก พวกมันค้าขายอวัยวะสดๆของคนจริงๆ ทั้งสองคนตั้งใจจะสืบหาตัวการใหญ่ให้ได้ แล้วจะทำลายให้หมด อัคคีและวิชชุดาทำงานร่วมกันด้วยดี ชายหนุ่มใช้ Evil eyesได้ชำนาญมากขึ้น มองเห็นได้ในความมืดและมองทะลุกำแพงได้ราวมีตาเอ็กซเรย์ เพราะคลื่นความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายนั่นเองอัคคีสามารถควบคุมพลังงาน อินฟาเรดได้ตามต้องการ เหล่าร้ายหลายคนต้องตายเพราะโดนพลังงานแสงอินฟาเรดนี้ รวมทั้งหมอสยุมพรด้วย วิชชุดานั้นสงสัยมากว่าทำไมอัคคีจึงมองเห็นอะไร และคาดการณ์ได้ราวมีตาทิพย์ และมีเรื่องความสามารถพิเศษแปลกๆหลายอย่างที่เธอเคยถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ละคร นักรบตาปิศาจ ในขณะที่อัคคี และวิชชุดาออกล่าพวกเหล่าร้าย ทั้งคู่ก็ถูกตามล่าเช่นกัน คนที่รับเคราะห์คือ แม่กับน้องสาว ของวิชชุดาที่ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างทารุณ การสูญเสียบุคคลที่รักในครอบครัวทำให้วิชชุดาเข้าใจอัคคีว่าเจ็บแค้นเพียงใด อัคคีเองก็เข้าใจความรู้สึกของวิชชุดาเช่นกัน ทั้งสองคนทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันสูญเสียคล้ายๆกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัคคีและวิชชุดา เปลี่ยนไป จากเพื่อนร่วมงานมาเป็นคนรักกัน เมื่อบ้านถูกระเบิดทิ้ง วิชชุดาถูกตามฆ่าจนอัคคีต้องพาตัวเธอมาอยู่ด้วยกันที่บ้านในกรมทหาร เพื่อคุ้มครองดูแลเธอได้เต็มที่ เขาไม่ยอมสูญเสียเธอไปเหมือนอดีตภรรยาเขาอีกแล้วทั้งคู่ขยายผลการสืบสวนต่อไปจนรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องโหดเหี้ยมพวกนี่คือ หมอชูเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมี หมออรุณ เป็นเลขาใหญ่ เป็นหัวหน้าสายส่งสินค้า ระหว่างตามหาตัวการใหญ่ทั้งสองคน อัคคีถูกสั่งให้ไปพบ พันโท ดร.ยังส์ เพื่อทดสอบและประเมินผล Evil eyesที่นั่นอัคคีแปลกใจที่พบเด็กไทยอายุประมาณ 2-3 ขวบทั้งหญิงและชาย หน้าตาน่ารักเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวเพื่อนหมอยังส์หลายคน เด็กเหล่านั้นน่ารักเหมือนลูกครึ่ง เฉลียวฉลาด ที่น่าสงสัยคือ หน้าตาคล้ายๆกันทั้งที่ไม่ใช่พี่น้อง อัคคีค่อยๆสอบถามจนรู้ว่า เด็กเหล่านี้ รับมาจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมีที่มาคล้ายๆกันคือ พ่อ แม่มีปัญหาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครัวที่ต้องการมีลูกต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้านบาทเพื่อให้ได้พวกแกมา และพวกแกก็น่ารักสมกับที่พวกเขาต้องการ ละคร นักรบตาปิศาจ อัคคีกลับเมืองไทย ทันทีที่เสร็จภารกิจ เขาเล่าให้วิชชุดาฟังเรื่องเด็กๆ เขาเข้าใจว่าขบวนการนี้ลักพาตัวเด็กส่งขายต่างประเทศ หญิงสาวรับปากจะตรวจสอบให้ ทว่าข้อมูลเด็กหายก็ไม่สอดคล้องกับเรื่องที่อัคคีสืบได้อีกทางหนึ่ง ไม่นานนัก อัคคีถูกส่งตัวไปช่วยงานปราบปรามกองโจรที่ตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่นั่นเขาได้พบพันโท ดร.ยังส์ อีกครั้งพร้อมกับนักรบ Evil eyes ชาวมาเลเซียอีกสามคน ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างชำนาญเหมือนอัคคี ทำให้พวกเขาเสียชีวิต ที่น่าเสียดายคือ ดร.ยังส์เสียชีวิตด้วย อัคคีจับหัวหน้าขบวนการที่นั่นได้ จึงรู้ข้อมูลที่น่าตกใจมากขึ้นว่า พวกคนร้ายไม่ได้ ลักพาเด็ก แต่ผลิตเองและเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ส่งขายทั่วโลก ข้อมูลต่างๆโยงไปที่ หมอชูเกียรติ หมออรุณ และ พรทิพา น้องสาวของ หมอชูเกียรติเมื่อกลับมาจากมาเลเซีย อัคคีจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ กองทัพจึงตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจขึ้นเพื่อกวาดล้างขบวนการนี้ ส่วนประกายดาว ลุกสาวบันดาลรอดจากการถูกเฉือนอวัยวะขายไปได้เพราะเธอมีคุณสมบัติในการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี หมอชูเกียรติ จะทำเด็กหลอดแก้ว โดยใช้ไข่จากแม่พันธุ์ที่ดี แล้วไปผสมกับเชื้อจากพ่อพันธุ์ ละคร นักรบตาปิศาจ ซึ่งก็คือชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดีที่จับมาแล้วนำตัวอ่อนที่ได้ ไปฝังไว้ในท้องผู้หญิงอีกคนที่สุขภาพแข็งแรง เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ดี จนกระทั่งเด็กคลอดจึงถูกส่งไปเลี้ยงในฟาร์มก่อนส่งขาย อัคคี กับ วิชชุดาและทีมเฉพาะกิจต้องทำงานเสี่ยงอันตรายอย่างทุ่มเทจึงจัดการ หมออรุณ กับ พรทิพาได้ ส่วนชูเกียรตินั้นประกายดาวใช้ความฉลาดไหวพริบส่งข่าว จนอัคคีและวิชชุดานำทีมมาช่วยเธอและคนอื่นๆได้ และช่วยให้ข้อมูลเรื่องหมอชูเกียรติตัวจริงจนอัคคีและวิชชุดาตามไปจับได้ถูกคน หมอชูเกียรติตายไปพร้อมกับความฝันที่จะพัฒนาสายพันธุ์มนุษย์ให้สวย ฉลาด สมบูรณ์แบบอย่างผิดธรรมชาติ เมื่อเรื่องร้ายจบไป พันตรีอัคคี จึงได้รู้ว่าวิชชุดา ว่าที่ภรรยาคนใหม่ของเขาเป็นร้อยตำรวจโทหญิง นักแม่นปืน ที่ถูกส่งเข้ามาร่วมงานกับเขาโดยเฉพาะ ส่วนวิชชุดาเองก็ได้ รู้ข้อมูล Evil eyes หรือตาปีศาจจากอัคคี แต่ที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือ เขาและเธอรักกันและจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดง ละครนักรบตาปีศาจ กฤตฤทธิ์ บุตรพรม รับบท พันตรีอัคคีปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท วิชชุดาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท พรทิพาสิริลภัส กองตระการ รับบท ริกกี้กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท รับบท แนนซี่รัตติกร ขุนโสม รับบท ซาร่าจิรกิตติ์ สุวรรณภาพ รับบท อร่ามสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พันตรีบันดาล ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ

ถูกหวยเพราะช่วยซื้อ! ตั๊ก บงกช ดวงเฮง ถูกรางวัลล็อตเตอรี่เลขท้าย 30 ใบ!
ตั๊ก บงกช /  ตั๊ก บงกช ถูกหวย / 

  น่าอิจฉาจริงๆ ค้า สำหรับนักแสดงสาว ตั๊ก บงกช ที่เมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 60) เจ้าตัวดวงดีสุดๆ ถูกรางวัลล็อตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว 30 ใบ คว้ารางวัลไปถึง 60,000 บาท ซึ่งเธอได้โพสต์ภาพล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลในไอจีส่วนตัวพร้อมกับแคปชั่นใต้รูปว่า "เราถูกหวย 30ใบ 60,000บาท 2ตัวหลัง 36 ###ไม่เคยถูกเลยตื่นเต้น" และครั้งนี้ก็เป็นการถูกรางวัลครั้งแรกของเธอ หลังจากที่ช่วยคุณลุง ที่เดินผ่านมาซื้อ "คือเรื่องของเรื่อง ตั๊กไปทำเล็บ แล้วลุงที่ขายลอตเตอรี่แกน่าสงสาร ลุงแกเข้ามาบอกว่า ช่วยหน่อยเหลือใบสุดท้ายแล้ว ลุงบอกผมลดให้ 2,500 เป็น 2,000 แล้วกันครับ ตั๊กก็ซื้อเพราะสงสาร สภาพแกเหมือนอยากกลับบ้าน เลยซื้อ ปกติตั๊กไม่เคยเล่นหวยเลย เพราะไม่มีดวงทางนี้ค่ะ แต่ก็ตั้งใจไว้อยู่แล้ว จะเอาเงินไปทำบุญให้แม่วันแม่อยู่แล้ว" ซึ่งแฟนคลับก็ต่างแห่ไปคอมเม้นต์แสดงความดีใจและอนุโมทนาบุญกันยกใหญ่ ทางเราก็ขอแสดงความดีใจด้วยนะจ๊ะๆ ขอบคุณภาพจากไอจี: @bong_kod_tak

หวานยันเงา!! ท็อป จรณ โพสต์ IG แบบนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าคิดถึงใคร?
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก /  ข่าว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก / 

    อูย...อะไรจะหวานปานนั้น สำหรับคู่รักคู่ใหม่ของวงการบันเทิงระหว่างพระเอกหนุ่ม ท็อป จรณ กับนางเอกสาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ที่ล่าสุดฝ่ายชายยอมเปิดปากแล้วว่ากำลังคบหาดูใจกับ สาวใบเฟิร์น จริง!! แถมวันเกิดครบรอบ 29 ปีที่ผ่านมาของ หนุ่มท็อป ด้านสาวใบเฟิร์น ก็แท๊กทีมบรรดาเพื่อนๆ มาจัดเซอร์ไพรส์วันเกิดให้จนฝ่ายชายปลื้มปริ่มติ่มซำอย่างมาก และยังชวนกันไปทำบุญที่บ้านเกิดจังหวัดลพบุรีอีกด้วย   ล่าสุด หนุ่มท็อป ได้โพสต์ภาพเงาของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งดูยังไงก็เหมือนกับ สาวใบเฟิร์น นั่งอยู่ริมน้ำ พร้อมระบุข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ยามเย็น... ในความทรงจำ...”   นอกจากนี้ทั้งคู่ยังแอบหวานออกสื่อ มีการคอมเม้นท์โต้ตอบกันในอินสตาแกรมของฝ่ายหญิง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หนุ่มท็อป แค่กดไลค์แบบรัวๆ เท่านั้น!! ขอบคุณภาพจาก IG topiz_js, baifernbah