ในผับ

ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก , เรื่องย่อแผนร้ายลงท้ายว่ารัก
ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก /  เรื่องย่อละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก

แผนร้ายลงท้ายว่ารักบทประพันธ์โดย รอยพระจันทร์บทโทรทัศน์โดย เริงใจกำกับการแสดงโดย ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.45 น.และ วันศุกร์ เวลา 19.05 น เรื่องย่อ ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก ด้วยความผูกพันของสามพี่น้อง ที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่พรากจากกัน ดุจดวงตะวันและดวงดาวไม่เคยหายไปจากท้องฟ้า ทำให้ ฟากฟ้า วางแผนร้ายมาช่วย ตะวัน น้องชายให้รอดพ้นจากการถูกยัดเยียดให้เป็นพ่อของเด็กในท้องของสาวไฮโซตระกูลดัง แต่ในงานวิวาห์ลวงโลกครั่งนั้น แผนร้ายของหญิงสาวเกิดพลาดพลั้ง เธอตกกระไดพลอยโจนให้ต้องจดทะเบียนสมรสกับหนุ่มใหญ่มหาเศรษฐีและนี่เองคือต้นเหตุของ แผนร้าย ลงท้ายว่ารัก ในงานแต่งงานของภาณุมาศ หรือตะวัน หลานชายเจ้าสัวอิทธิ ฤทธิ์ลือปราการกับเพชรชมพู ไฮโซชื่อดัง ผู้เป็นธิดาสุดที่รักของเพชรประภาส แห่งตระกูลประกายเพชร ณ อยุธยา เจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างก็เหมาะสมกัน เป็นที่กล่าวขวัญของคนในวงการสังคม แต่ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่าการจัดงานที่มีขึ้นอย่างเร่งด่วนนี้ก็เพราะเพชรชมพูท้อง โดยหญิงสาววางแผนทุกอย่างเพื่อจะจับตะวันมาให้เป็นพ่อของเด็กในท้องให้ได้ ตะวันหรือภาณุมาศปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขามีความสัมพันธ์กับหญิงสาวจริง แถมยังมีรูปลับเฉพาะส่งไปยังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอีกด้วย เจ้าสัวอิทธิก็แสดงออกชัดเจนว่าต้องการได้เพชรชมพูเป็นสะใภ้ ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก งานแต่งงานลวงโลกนี้เองทำให้คคนางค์หรือฟากฟ้า ใส่ชุดคลุมท้องเข้ามาในงาน อ้างสิทธิ์ว่าเป็นเมียของตะวัน แต่แล้วในห้วงนาทีนั้น เพชรแท้ผู้มีศักดิ์เป็นอาของพิ้ง หรือเพชรชมพูกลับประกาศว่าเขาคือสามีตัวจริงของฟ้า แถมยังจูบเธอต่อหน้าแขกทั้งหมด เพื่อยืนยันว่าเขาคือสามีที่แท้จริง ตะวันโกรธมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพชรแท้ทำอย่างนั้นก็เพื่อไม่ต้องการให้ฟากฟ้าทำลายชีวิตสมรสของหลานสาว เธอถูกขังอยู่ในห้องนอนของเขา โดยมีองอาจทำหน้าที่บอดี้การ์ดคุ้มกันมิให้เธอหนีไปได้ ท่านหญิงรัศมี ผู้มีศักดิ์เป็นท่านยายของเพชรแท้ และเป็นประมุขสูงสุดของตระกูลประกายเพชร รับสั่งให้เพชรแท้จดทะเบียนสมรสกับฟากฟ้า โดยมีรับสั่งว่าห้ามหย่าภายในหนึ่งปี ท่านหญิงได้นำทะเบียนสมรสไปทรงเก็บไว้ด้วยองค์เอง แถมยังให้ไปตรวจว่าเด็กในท้องได้รับความกระทบกระเทือนหรือไม่ โชคดีว่าหมอวายุอยู่เวรพอดี เขาคุ้นเคยกับครอบครัวของฟากฟ้า จึงช่วยเท่าที่ทำได้ ทำให้ทุกคนไม่ระแวง ฟากฟ้าตกกระไดพลอยโจนจึงต้องทำทีว่าท้อง ต้องแต่งตัวในชุดคลุมท้องอยู่ตลอดเวลา ย้อนอดีตอันแสนขมขื่น ครอบครัวของฟากฟ้ากับครอบครัวของตะวันอยู่บ้านติดกัน คฑาวุธ พ่อของฟากฟ้าเป็นเพื่อนสนิทของอิทธิพล พ่อของตะวัน แต่ต่อมาอิทธิพลกับสุธาสินี แม่ของตะวันมาเอ่ยปากยกตะวันให้เป็นบุตรบุญธรรม หลังจากนั้นไม่นานอิทธิพลกับสุธาสินีก็ประสบอุบัติเหตุอย่างมีเงื่อนงำว่าถูกตัดสายเบรก และก่อนการตายเพียงหนึ่งวัน บ้านของอิทธิพลก็ถูกวางเพลิง อันตรายที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้คฑาวุธกับนิศากรรับตะวันมาเป็นลูกบุญธรรม เด็กทั้งสามอันประกอบด้วยฟากฟ้า ตะวัน และน้องสาวคนเล็ก นับดาว ต่างสนิทสนมกันและสัญญาว่าจะไม่พรากจากกัน เหมือนกับที่ตะวันกับดาวไม่เคยพรากไปจากท้องฟ้า คฑาวุธกับนิศากรเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงอพยพย้ายไปอยู่ที่ภูเก็ต หลังจากนั้นไม่นาน นิศากรก็ล้มป่วย ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั้นเจ้าสัวอิทธิได้มารับตัวตะวันไป นิศากรขอให้ตะวันไปอยู่กับตา ไม่นานต่อมา เธอก็เสียชีวิต และอุบัติเหตุร้ายแรงก็พรากชีวิตของคฑาวุธไปในเวลาห่างกันไม่นาน นับดาวถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ ด้วยความเป็นห่วงฟากฟ้าจึงตามมาอยู่กับตะวันที่บ้านเจ้าสัวอิทธิ แต่เธอทนรับความกดดันภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ไม่ไหว จึงออกมาเผชิญชีวิตทำธุรกิจร้านเวดดิ้งจนประสบความสำเร็จ นับดาวยังไม่ยอมหายโกรธตะวันที่ผิดคำสัญญาว่าจะไม่พรากจากกัน ต่อมาเจ้าสัวอิทธิส่งตะวันไปเรียนต่อเมืองนอก นับดาวอยากช่วยแบ่งเบาภาระพี่สาวจึงเริ่มเข้าประกวดร้องเพลงและกลายเป็นดารานางแบบดาวรุ่งคนหนึ่งของเมืองไทยในที่สุด โดยมีรินเป็นผู้จัดการส่วนตัว ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ความผูกพันระหว่างฟากฟ้ากับตะวันเป็นเหตุให้ฟากฟ้าต้องมาช่วยน้องชายให้พ้นจากการถูกเพชรชมพูจับเป็นพ่อของเด็กในท้อง ทว่าขณะที่ฟากฟ้าถูกขังอยู่ในห้องนอนของเพชรแท้นั้นเอง เธอได้พบหลักฐานสำคัญคือภาพถ่ายในงานหมั้นระหว่างเพชรประภาสกับสุธาสินี แม่ของตะวัน เธอเชื่อว่าหากอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ต่อไป เธอจะพบเงื่อนงำเกี่ยวกับการตายของอิทธิพลกับสุธาสินีเพชรแท้ไม่ล่วงเกินเธอ ทั้งสองกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ทะเลาะกันทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ฟากฟ้าอดทนทำดีกับเพชรประภาส ยอมให้เพชรชมพูหาเรื่องเธอสารพัด แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าใดๆ ครั้นครบหนึ่งเดือนเพชรชมพูตามตะวันไปอยู่ในคฤหาสน์ของเจ้าสัวอิทธิ ที่นี่เองเพชรชมพูได้พบกับความวุ่นวายของบรรดาคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ส่วนฟากฟ้ารู้จักทุกคนในบ้านนี้ดี เพราะเธอเคยเข้ามาอยู่เมื่อครั้งมาดูแลตะวันในช่วงเวลาหนึ่ง เจ้าสัวอิทธิเสียใจที่สุธาสินี ลูกสาวสุดที่รักหนีงานแต่งงานกับเพชรประภาส ยิ่งรู้ว่าผู้ชายที่เธอหนีตามไปคืออิทธิพล เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า มีสถานภาพเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งในบริษัท เขาประกาศตัดพ่อตัดลูก นั่นเองที่นำมาซึ่งความสะใจของอภิวัตรหลานชายห่างๆ ที่เจ้าสัวอุปการะ เจ้าสัวเคยออกปากว่าจะยกมรดกให้แก่อภิวัตร ทำให้จริยา ภรรยาของอภิวัตรหวังอยู่ลึกๆ และรอคอยเวลาที่จะได้สมบัติมาเป็นของตนแต่เพื่อความไม่ประมาท เธอจึงใช้สมคิด ลูกน้องเก่าของพ่อตามล่าตัวสุธาสินีและอิทธิพล แต่การณ์กลับเป็นว่าเจ้าสัวอิทธิไปรับตะวันมาเชิดชูในฐานะหลาน โดยที่ปานวัตรกับปิ่นคณา ลูกชายหญิงของเธอไม่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย สมคิดทำงานสำเร็จ สุธาสินีกับอิทธิพลตายด้วยอุบัติเหตุ แม้ว่าจะมีหลักฐานว่าเป็นการฆาตกรรม แต่ก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ เจ้าสัวอิทธิเคยได้เสียกับสาวใช้ และมีทายาทที่เจ้าสัวไม่ยอมรับคือหทัยรัก เขาคิดว่าแม่ของหทัยรักตั้งใจประจานเขา อิทธิไม่ยกย่องหทัยรักเป็นลูก ซ้ำยังพูดจาให้หทัยรักเสียใจอยู่ตลอดเวลา หทัยรักอยู่ในบ้านหลังนั้นไม่ต่างจากคนรับใช้คนหนึ่งและตกเป็นลูกไล่ของจริยาอยู่ตลอด หทัยรักเคยหนีออกจากบ้าน พบรักกับภารโรงฐานะยากจน ต่อมาสามีของเธอหายสาบสูญไป และเธอก็ถูกชายสองคนข่มขืนขณะที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ หทัยรักกลับมาบ้านในฐานะคนใช้ กล้ำกลืนอดทนทุกอย่าง โดยปิดบังมิให้ณัฐวุธ ลูกชายของนางก็ตกเป็นลูกไล่ของปานวัตรกับปิ่นคณา ลูกชายหญิงจริยา ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก เมื่อฟากฟ้าตามเพชรแท้มาที่บ้านเจ้าสัว เธอจึงรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี และเริ่มเป็นห่วงพิ้ง การที่พิ้งแพ้ท้อง และเจ้าสัวอิทธิประกาศแต่งตั้งตะหวันหรือภาณุมาศให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ทำให้จริยายิ่งแค้นใจ และหาทางทำร้ายพิ้งรวมถึงริษยาทุกคนที่เป็นที่รักของเจ้าสัวอิทธิ ส่วนพิ้งจำณัฐวุธได้ดี แท้ที่จริงเขาคือพ่อของเด็กในท้อง แต่เธอรับไม่ได้ที่เขามีศักดิ์เป็นเพียงลูกคนใช้ จึงวางแผนจับภาณุมาศผู้เป็นหลานโดยตรงให้เป็นพ่อของเด็กในท้อง การได้มาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันทำให้เพชรชมพูยิ่งทุกข์เพราะยังรักณัฐวุธอยู่ แต่เธอต้องทำหมางเมินไม่รู้จัก ทำให้ณัฐวุธเศร้าเสียใจ และน้อยใจในชะตากรรมของตนมากขึ้น นับดาวประสบปัญหากับเพื่อนนางแบบ เธอถูกแย่งชุดและไม่มีช่างแต่งหน้าบริการเธอ หญิงสาวจึงติดต่อขอให้ฟากฟ้าไปแต่งหน้าให้ ฟากฟ้าออกจากคฤหาสน์ประกายเพชรไปยังคอนโดที่ตะวันซื้อไว้ให้ ถอดชุดคลุมท้องและสิ่งที่ยัดอยู่ภายในท้องให้ทุกคนเข้าใจตั้งครรภ์ออกเพื่อไปยังโรงแรมที่ใช้จัดงาน เมื่อไปถึงเธอจึงรู้ว่าพลาดไปเสียแล้ว เพราะงานคืนนั้นผู้เป็นเจ้าภาพจัดงานก็คือบริษัทประกายเพชรนั่นเอง การเข้าไปในงานของฟากฟ้ามิอาจรอดพ้นสายตาของเพชรแท้ไปได้ สามีในนามของเธอสั่งให้สืบหาประวัติของเธอทันทีจนแน่ใจว่าเธอคือเด็กกำพร้าที่เข้ามาหลอกลวงเขา เพชรแท้โกรธมาก เกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่ฟากฟ้ากลับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจนจับไข้ เพชรแท้สั่งให้เธอทำตามแผนต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของคนในบ้าน ด้วยความใกล้ชิดกัน ทำให้หัวใจแข็งแกร่งของเพชรแท้เริ่มอ่อนลงและผูกพันกับหญิงสาวเพิ่มขึ้นทุกที ยิ่งเห็นเธอทำดีกับเพชรประภาสพี่ชายของเขา และยังดูแลบ้านช่อง ทำขนมอร่อยๆ ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้น เขาก็ยิ่งแอบรักฟากฟ้า เช่นเดียวกับฟากฟ้าก็เริ่มจะหลงรักเขาเช่นกัน แต่ทั่งสองก็ต้องทำปั้นปึ่งต่อกันและแยกห้องนอนกันอยู่ โดยที่เพชรประภาสเข้าใจว่าทั้งสองต้องการความเป็นส่วนตัว จึงไม่ได้แคลงใจแต่อย่างใดครอบครัวเจ้าสัวกับครอบครัวของเพชรประภาสไปพักผ่อนที่หัวหิน จึงจำเป็นที่ทั้งสองต้องอยู่ห้องเดียวกัน ตะวันเกรงว่าพี่สาวของตนจะพลาดท่าเสียทีเพชรแท้จึงแอบเอายานอนหลับให้ฟากฟ้าจัดการกับเพชรแท้ แต่กลับเป็นว่าเพชรแท้หลับสนิทอยู่ที่ระเบียงดูดาวนอกห้องกว่าที่ฟากฟ้าจะเอาตัวเขาเข้ามาในห้องได้ก็ทำให้หญิงสาวแทบถอดใจ ซ้ำร้ายความเหนื่อยล้าของเธอกลับทำให้เธอตื่นทีหลังเขาเสียอีก ในระหว่างที่พักอยู่ที่บ้านพักชายทะเลนั้น จริยาวางแผนทำให้เพชรชมพูแท้ง โดยแกล้งผลักกระถางต้นไม้ตกลงมาใส่จากชั้นสอง แต่ณัฐวุธช่วยหญิงสาวไว้ได้อย่างหวุดหวิด จริยายิ่งเครียดที่แผนการล้มเหลวทุกอย่าง ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ปิ่นคณา พึงใจเพชรแท้ อยากได้เขาเป็นสามี จริยาคิดว่าหากลูกสาวได้แต่งงานกับเพชรแท้ก็หมายถึงความมั่นคงในชีวิต จึงวางแผนกำจัดฟากฟ้า ใช้ลูกน้องของสมคิดขี่จักรยานยนต์ชนฟากฟ้า เพชรแท้พาเธอไปหาหมอ อุบัติเหตุครั่งนี้กลายเป็นทางออกให้ฟากฟ้าบอกกับใครๆ ว่าเธอแท้งแล้ว เธอจึงไม่ได้ใส่ชุดคลุมท้องเหมือนทุกวัน เมื่อจัดการกับฟากฟ้าไม่ได้ จริยาก็วางแผนเล่นงานให้เพชรชมพูแท้งลูก แต่ภาณุมาศมาช่วยไว้ได้ทัน จริยายิ่งแค้นใจที่พลาดหวังอีกครั้งเพชรแท้พยาบาลฟากฟ้าจนกลายเป็นความรักต่อกัน แต่ต่างก็ใจแข็งไม่เอ่ยปากบอกรักกัน นับดาวรู้ความจริงเรื่องที่ฟากฟ้าปิดบังเธอ ด้วยความน้อยใจจึงเตลิดไป ฟากฟ้ากับภาณุมาศติดตามหาน้องสาวแต่ไม่พบ เพชรแท้ช่วยตามหาจนพบว่าเธอดื่มเหล้าในผับเล็กๆ แห่งหนึ่ง และกำลังถูกลวนลาม ภาณุมาศเข้าห้ามเกิดการต่อสู้กันขึ้น แม้เพชรแท้กับบอดี้การ์ดจะมาช่วยทัน แต่คนร้ายก็ยิงภาณุมาศบาดเจ็บสาหัส คนร้ายทิ้งปืนไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเป็นปืนของณัฐวุธ ทำให้ณัฐวุธต้องหนีไป โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังทั้งหมดนั้นมาจากจริยาซึ่งสวมรอยคนร้ายเพื่อสังหารภาณุมาศ หวังโยนความผิดให้ณัฐวุธ แต่ภาณุมาศก็รอดพ้นได้อีกครั้ง แม้ว่าจะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม ก่อนหน้านี้ อภิวัตรติดการพนันและเป็นหนี้สิน จึงหาทางยักยอกเงินของบริษัทแล้วสร้างหลักฐานว่าเป็นความผิดของณัฐวุธ ภาณุมาศเรียกพี่ชายมาซักถาม แต่ณัฐวุธยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ ทำให้เป็นข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นแรงจูงใจให้ณัฐวุธปองร้ายภาณุมาศ หทัยรักยืนยันว่าลูกชายเธอไม่ได้เป็นคนทำ แต่ไม่มีใครฟังเพชรชมพูคลอดลูกแฝด ฟากฟ้าและภาณุมาศรู้ว่าคนที่เป็นพ่อเด็กในท้องคือณัฐวุธ แต่เขาก็ไม่อยู่ให้เธอได้ขอโทษเขา แผนร้ายของจริยาค่อยๆ ถูกเปิดโปงจากคนรอบข้าง สมคิดถูกจับและให้การซัดทอดจริยาและลูกชายหญิง เพชรแท้วางแผนกับภาณุมาศรู้ว่าฟากฟ้าอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะปิ่นคณารุกคืบเข้ามาใกล้ชิดเพชรแท้และหาทางแต่งงานกับเพชรแท้ให้ได้ เพชรแท้เกรงว่าฟากฟ้าจะถูกปองร้ายจึงแกล้งทะเลาะกับฟากฟ้าและหย่าขาดจากกัน ระหว่างนั้นเขาก็ตีสนิทกับปิ่นคณา จนครอบครัวของปิ่นคณาตายใจ ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ในวันแต่งงานระหว่างเพชรแท้กับปิ่นคณานั้นเอง ตำรวจวางแผนให้สมคิดโทรมาขู่เอาเงิน จริยาโอนเงินให้ ทำให้เป็นหลักฐานมัดตัวจริยา ความชั่วร้ายของจริยาถูกเปิดโปงในงานแต่งงานนั้นเอง ปานวัตรแอบเอาปืนติดตัวมา จึงยิงไปยังฟากฟ้า แต่เพชรแท้มารับกระสุนแทน จริยาจับพิ้งหรือเพชรชมพูเป็นตัวประกัน แต่เกิดการต่อสู้กันณัฐวุธที่เข้ามาในงานในฐานะพยานสำคัญได้เข้าช่วยเพชรชมพูจนถูกยิงบาดเจ็บ จริยา ปิ่นคณาและปานวัตรถูกจับเพชรแท้กับฟากฟ้าสารภาพรักต่อกัน ณัฐวุธรอดตาย เจ้าสัวอิทธิส่งไปเรียนต่อเมืองนอก ใช้ชีวิตกับเพชรชมพูอย่างมีความสุข โดยมีหทัยรักตามไปช่วยเหลือหลานแฝด ขณะที่ภาณุมาศเข้าบริหารบริษัทของเจ้าสัวอิทธิเต็มตัว นับดาวก็กลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการแผนร้ายของฟากฟ้าที่ต้องการช่วยเหลือน้องชายให้รอดพ้นจากการถูกจับแต่งงานนั้นกลายเป็นชนวนให้หญิงสาวต้องพบกับความรักในท้ายที่สุด แผนร้าย ของเธอจึง ลงท้ายว่ารัก รายชื่อนักแสดง ละครแผนร้ายลงท้ายว่ารัก วิทยา วสุไกรไพศาล รับบท หนึ่ง หรือ เพชรแท้นิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท ฟากฟ้า หรือ คคนางค์ณิชาวรินทร์ อรุณรุ่งไพศาล รับบท พิ้ง หรือ เพชรชมพูภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท ภาณุมาศ หรือ ตะวันลลินา ชูเอ็ทท์ รับบท นับดาว หรือ หนูดาว อดิศร อรรถกฤษณ์ รับบท ปานวัตรการันต์ อร่ามศรี รับบท ณัฐวุธทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เพชรประภาสมยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท จริยาขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท หทัยรัก ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก ละคร แผนร้ายลงท้ายว่ารัก

อีกหนึ่งความทุ่มเท ! “เต๋อ-ฉันทวิชช์” ยอมเพ้นท์สีทั้งตัวใน
ฉันทวิชช์ ธนะเสวี /  นิษฐา จิรยั่งยืน / 

อีกหนึ่งความทุ่มเท ! “เต๋อ-ฉันทวิชช์” ยอมเพ้นท์สีทั้งตัวใน "แฟนเดย์ฯ" เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี พระเอกมากความสามารถจาก แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว หนังรักเรื่องใหม่ของผู้กำกับพันล้าน โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ค่าย GDH ผู้สวมบท เด่นชัย หนุ่มไอทีสุดเนิร์ดที่ไร้ตัวตน ที่คอยเฝ้ามองนุ้ย สาวมาร์เก็ตติ้งสุดฮอตประจำออฟฟิศ รับบทโดย มิว นิษฐา จิรยั่งยืน ซึ่งในฉากงานเลี้ยงที่พนักงานทุกคนต้องแต่งแฟนซีเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เต๋อในบทเด่นชัยขอแต่งเป็นมนุษย์ล่องหน ไร้ตัวตนใช้เวลาแต่งบอดี้เพ้นท์กว่า 3 ชั่วโมงเพื่อความสมจริง โดยไปถ่ายทำกันที่ผับเดโม ย่านเอกมัย ขณะที่เต๋อแต่งเป็นมนุษย์ล่องหน สาวมิวก็แต่งเป็น ทิงเกอร์เบล ภูตสาวสวยสุดฮอตในงาน เต๋อ ฉันทวิชช์ เล่าว่า “ฉากที่แต่งตัวเป็นมนุษย์ล่องหนเป็นไอเดียที่มีมาตั้งแต่เริ่มต้นว่าตัวละครเด่นชัยเป็นคนที่ไม่มีใครมองเห็น อยู่แบบไร้ตัวตน วันที่บริษัทมีงานเลี้ยงแต่งแฟนซีธีมซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังวิเศษ ตอนแรกผมรู้สึกกังวลเหมือนกันว่า แต่งเป็นมนุษย์ล่องหนจะออกมาเหมือนมั้ย พอทีมบอดี้เพ้นท์มาช่วยเพ้นท์ทั้งตัวใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการเพ้นท์  พอไปยืนตรงกำแพงผมถึงกับตกใจ ว่ามันเหมือนมาก ตัวผมกลืนเข้าไปกับลายกำแพง เหมือนคนไร้ตัวตนจริง ๆ ทำให้มิวมองไม่เห็นผม ซึ่งเป็นฉากที่หมามองเครื่องบินอย่างผมคงได้เฝ้ามองนุ้ยอยู่ห่าง ๆ ทุกครั้งที่เข้าฉากกับมิว แล้วผมเป็นเด่นชัยจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทุกครั้ง เรียกว่ามิวส่งพลังทางการแสดงให้ผมเล่นเป็นเด่นชัยได้ทุกครั้ง เรียกว่าหนังเรื่องนี้พวกเราทุ่มเทกันสุด ๆ ในทุกฉากเพื่อให้หนังออกมาสนุกครบรส ทั้งสนุก ซาบซึ้ง ประทับใจ 1 กันยาไปให้กำลังใจพวกเราด้วยนะครับ ทุกโรงภาพยนตร์” แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว กำหนดฉาย 1 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

หาชมยาก! ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ เมื่อ 50 ปีก่อน (มีคลิป)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

หลายคนคงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเกาะชื่อดังในญี่ปุ่น "เกาะฮาชิมะ" โดยเฉพาะเรื่องอาถรรพ์ลึกลับต่างๆ เนื่องจากถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกับสิบๆ ปี ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเคยเป็นสถานที่ที่มีความรุ่งเรือง คับคั่งไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ผู้คนประกอบอาชีพอุตสาหกรรมถ่านหิน วันนี้ Travel.mthai มี หาชมยาก! ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ เมื่อ 50 ปีก่อน มาฝากกัน มีคลิปใช้ชมกันด้วย! หาชมยาก! ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ เมื่อ 50 ปีก่อน (มีคลิป) เราจะพาเพือนๆ ไปย้อนชมภาพหาดูยาก ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ ในประเทศญี่ปุ่น เป็นภาพฟิลม์ ที่ถูกบันทึกเมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 1965 แสดงให้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของผู้คนและครอบครัว ซึ่งในช่วงนั้นเกาะนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมากๆ ผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพรียบพร้อม อีกทั้งผู้คนบนเกาะนี้ส่วนใหญ่ทำงาน อุตสาหกรรมถ่านหิน ขุดเหมือง เกาะฮาชิมะ (Hashima Island) ตั้งอยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร ในอดีตเคยรุ่งเรื่องมาก่อน และได้รับชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ มีความโดดเด่นเรื่องทรัพยากรถ่านหิน โดยมีบริษัทมิตซูบิชิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในช่วงปี ค.ศ. 1887-1974 เกาะนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น ถือว่าเป็นความหนาแน่นอันดับต้นๆ ของการใช้ชีวิตเมืองบนโลกนี้เลยทีเดียว อีกทั้งทางบริษัทสร้างที่พักอย่างมีมาตรฐานให้กับพนักงาน บนเกาะมีครบทุกอย่างที่เมืองใหญ่พึงมี ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านอาหาร ผับ บาร์ พร้อมบริการประชาชนบนเกาะทุกรูปแบบ ความนิยมในการใช้ถ่านหินจะน้อยลง เนื่องจากมีการใช้น้ำมันเข้ามาทดแทน ไม่มีกำไร มิตซูบิชิก็จำต้องเลิกกิจการ เมื่อบนเกาะไม่มีงาน ประชาชนก็ต่างเริ่มทยอยออกไปทีละกลุ่มจนหมดเกาะ ทิ้งไว้เพียงอาคาร รกร้าง ว่างเปล่า นานวันผ่านไปต้นไม้ ต้นหญ้าก็รกครึ้ม เสียงที่ทำให้เกาะนี้ไม่เงียบจนเกินไปก็มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่ง เสียงลมหวีดหวิว เสียงนกกาและสัตว์เล็กๆ น้อยๆ บนเกาะ ความเงียบวังเวงเปลี่ยนชื่อเกาะนี้ให้กลายเป็น “เกาะผี” ปัจจุบัน ยูเนสโกได้ประกาศให้เกาะฮาชิมะ เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของญี่ปุ่น ถูกจัดเป็นมรดกโลกในกลุ่มของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน อ่านเพิ่มเติม : เกาะฮาชิมะ Hashima Island เกาะร้างสุดหลอน ญี่ปุ่น

“บิ๊กเมาน์เท่น 8 วัวก็คือวัว” มันส์กัน 8 เวที กว่า 100 ศิลปิน สนั่น แก่งกระจาน
BIG MOUNTAIN 8 /  บิ๊กเมาน์เท่น 8 / 

    เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับเทศกาลดนตรีสุดเฟี้ยว!!.....ที่เหล่าคนรักมิวสิคเฟสติวัลรอคอย สำหรับมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “PEPSI PRESENTS BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว” โดยคราวนี้จัดเต็มจัดใหญ่ระดับพ่อพันธุ์ มันแปดเวที รวมวงชั้นดีทุกสายพันธุ์เพลง ที่จะจัดขึ้น 2 วัน 2 คืน 8 เวที ในวันที่ 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี ภายใต้การนำทีมของเจ้าพ่อเฟสติวัล “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม บิ๊กบอส แก่น จัดโดย แกรมมี่ ที่งานนี้ได้ขนทัพศิลปินจากทั่วฟ้าเมืองไทยมารวมกันไว้อย่างคับคั่ง เพื่อมาระเบิดความมันพร้อมหลั่งสารอะดรีนาลีนให้กับแฟนเพลง อาทิ บอดี้สแลม / โมเดิร์นด็อก / 25 อาวเวอร์ส / โปเตโต้ / บิ๊กแอ๊ส/ เกทสึโนวา /พาราด็อกซ์ / ดา เอ็นโดรฟิน / ลาบานูน / ค๊อกเทล / โลโมโซนิค / โพลีแคท / ฮิวโก้ /สล๊อตแมชชีน / แสตมป์ / ทีโบน / สวีท มัลเล็ต / เรโทรสเปค / เดอะ พาราไดซ์ แบงคอก หมอลำ อินเตอเนชั่นแนล / รัศมี อีสานโซล/ บูมบูม แคช / ป๊อป ปองกุล / อ๊อฟ ปองศักดิ์ / เคลียร์ / ซิลลี่ แด๊ก / เดอะเยอร์ส / มัสเก็ตเทียร์ /สครับบ์ / ม็อคค่า การ์เด้นท์ / เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจแบนด์ / อีทีซี / บอย อิมเมจิ้น / ธีร์ ไชยเดช / สิงโต นำโชค / นิวจิ๋ว / ลุลา / ตู่ ภพธร / ลิปตา / เสลอ/ กริซซี่ คาเฟ่ / บอย ตรัย / แทททูคัลเลอร์ / สมเกียรติ / ซีล / อพาร์ทเม้นท์คุณป้า / คิดแน็ปเปอร์ส / ทาบาสโก้ / เจ็ตเซ็ทเตอร์ / ชาติ สุชาติ / วี วิโอเลต / สหายแห่งสายลม / ทิวส์เดย์ / จุ๋ยจุ๋ย/ มูฟวิ่งแอนด์คัท / เดอะ ฟลามิงโก้ / เท็นทูทเวลฟ์ / ซีซั่นไฟว์ / หนุ่ม กะลา / เดอะไดได / อินสติ้งค์ / เดอะ พากินสัน / แมทนีแม / อินสปิเรทีฟ / มายไลฟ์ เอส อาลี โทมัส) / จิม แอนด์ สวิม / โซลิจูด อีส บลิส /เอ็กซ์ โอแปด โอเก้า / เดอคอนเน็คเตอร์ / บุดดาเบส / เยลโล่แฟง / เจนนี่ แอนด์ ดิ สแกลลี่ แว็กซ / โมโนมาเนีย / เดอะ ไวท์เทส โครว์/ ไมด์ / ส้ม มารี / แร๊พ อิส นาว/ แจ๊ส สปุตนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก / สตูนดิโอ / ปลานิลเต็มบ้าน / ทอล แมน ทริโอ / ร็อคคาเดมี่ เป็นต้น โดย “ป๋าเต็ด” เปิดเผยถึงงานในครั้งนี้ว่า     “ธีมของบิ๊กเมาน์เท่นปีนี้ ก็คือ วัวก็คือวัว ครับ คือวัวมันเหมือนทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบิ๊กเมาน์เท่นเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมดนตรีทุกรูปแบบ วงที่คนอยากดู วงที่อยากให้คนดู อยู่ในบรรยากาศสนุกสนานแบบไทยๆก็เลยเรียกว่าวัวก็คือวัว โดยปีนี้เวทีก็จะลดลงเหลือแค่ 8 เวที ทำให้กระชับเพื่อที่จะทำให้เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ศิลปินมีเวลาในการโชว์มากขึ้นด้วย”     “ด้านเวทีหลักยังครบอยู่ อย่าง เวทีชิงช้าสวรรค์ เวทีใหญ่ที่จะรวมวงที่แฟนเพลงเยอะๆ รองลงมาก็มาที่เวทีวัวแล้วก็เวทีแบล็คสเตจ เวทีวัวก็จะเป็นแนวป๊อป แบล็คสเตจก็จะเป็นแนวร็อก แล้วก็จะมีเวทีหลังคาแดง , เวทีไข่ที่เป็นเวทีศิลปินมาแรง ...ในงานเรามีผับอีก 3 แบบให้เลือกทั้ง อโคจร สำหรับคนชอบผับแบบชานเมืองที่ยังคงเป็นน้าเน็กเหมือนเดิม บรรยากาศสนุกๆหรือรำวงก็ยังเป็นโจอี้บอยเหมือนเดิม รวมถึงแดนซ์ซิ่งสเตจก็จะเป็นแนวอีดีเอ็มดีเจที่ขนมาแบบจัดเต็ม”     “ ด้านศิลปินหลักๆของเราก็มีมากมาย อาทิ บิ๊กแอส ,บอดี้สแลม , ดาเอ็นโดรฟิน , ทเวนตี้ไฟว์ อาวเวอร์ส , อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงวงใหม่ๆที่ยังไม่เคยได้มาโชว์ที่ บิ๊กเมาน์เท่นมาก่อนอย่าง รัศมี อีสานโซล เป็นแนวหมอลำกับดนตรีฟังก์มาผสมกัน รวมถึงอีกหลายวงที่เราอยากนำเสนอ และที่หลายคนถามถึงเรื่องสถานที่ครั้งนี้เราเต็มที่ทุกอย่าง เชื่อว่าฝุ่นน้อยลงเนื้อที่ทุกส่วนมันกระชับขึ้น เดินไม่ไกล เพราะเราออกแบบให้เดินใกล้มากขึ้น วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก็จะขายบัตรแล้ว ก็เข้ามาดูศึกษารายละเอียดกันให้พร้อมที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของเรา www.bigmountainmusicfestival.com งานเล่นวันที่ 10 -11 ธันวาคมนี้ อยากจะบอกว่านี่คือเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และก็เป็นเทศกาลดนตรีที่สนุกมากจริงๆ มันเหมือนเป็นปาร์ตี้ครับ ยิ่งไปยิ่งสนุก ถามคนที่เคยไปแล้วดูได้แล้วไปเจอกันครับ”     เริ่มจำหน่ายบัตร 1 ต.ค. นี้ บัตรเออร์ลี่คาว (ราคา โค ตะ ระ พิเศษ) ราคาใบละ 1,500 บาท ซื้อ 6 จ่าย 5 วันเดียวเท่านั้น!! ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทั่วประเทศwww.allticketthailand.com แล้วมาสนุกไปพร้อมกันที่ PEPSI PRESENT BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี

ดีเจภูมิ โอดโดนยกเลิกงานสูญรายได้ 2 ล้าน! เห็นใจ น็อตกราบรถ รับโทษพอแล้ว!!
ดีเจภูมิ ภูมิใจ /  ดีเจภูมิ / 

        หลังจาก ดีเจภูมิ ภูมิใจ โพสต์ว่าเคยมีกรณีรถแลมโบกินีของตนโดนเฉี่ยวคล้ายๆ กับ น็อต อัครณัฐ แต่ตนไม่โกรธและไม่เอาเรื่องเพราะคู่กรณีพูดจาดีมีมารยาท ซึ่งจบคนละแบบต่างกับ น็อต กราบรถ ทั้งสองกรณีจึงถูกชาวเน็ตนำมาเปรียบเทียบกัน งานนี้ ดีเจภูมิ ขอบคุณทุกคำชื่นชมที่มีสติพอและเคลียร์กันจบด้วยดี ส่วนตัวเข้าใจและให้อภัยต่อการกระทำของ น็อต เพราะมองว่าได้รับโทษพอแล้ว หากมีโอกาสก็จะส่งข้อความไปให้กำลังใจน้อง พร้อมทั้งเผยว่าช่วงที่ผ่านมาถูกยกเลิกงานทั้งหมด ธุรกิจก็ได้รับผลกระทบ สูญเสียรายได้ร่วม 2 ล้านบาทแล้ว แต่มองในแง่ดีว่าทำให้มีเวลาว่างได้ท่องเที่ยวและพักผ่อนมากขึ้น              "คนชมเรื่องรถแลมโบกินีตื้นตันใจมากเลย ธรรมดาไม่ค่อยมีใครชื่นชมเท่าไหร่ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปีครึ่งแล้วนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องน็อต ผมเข้าใจ 100% เลย เพราะว่าวันนั้นตอนที่โดนชน ผมหน้าแดงเลยโมโหมาก เพราะผมก็เป็นคนที่รักรถมาก แต่พอลงจากรถมา คู่กรณีเค้ามารยาทดีมาก นอบน้อมมากจนผมรู้สึกว่าความโกรธมันหายไปทันทีเลยและอยากจะแชร์เรื่องนี้ อย่างสิ่งที่เกิดขึ้นกับน็อตผมเข้าใจเค้านะ คนที่รักรถมากๆ ก็เหมือนคนที่รักแฟนมากๆ เหมือนมีใครวิ่งมาจับก้นแฟนเราประมาณนั้นเลย ก็ต้องตามต้องเจอกันหน่อย แต่ตัวเค้าเองก็ทำเกินไปและแรงเกินไป แต่ผมว่ามันก็เป็นบทเรียนที่สำคัญกับชีวิตเค้า เค้าอาจจะได้รับคำตัดสินและโทษพอแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เราจะให้อภัยน้องเค้าแล้ว ก็ถือว่าตอนนี้หนักมากสงสารน้องเหมือนกัน รู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย"              "โดนเปรียบเทียบสองเหตุการณ์นี้ก็อย่างที่บอกครับ ด้วยกรณีของผมที่เจอคู่กรณีที่จิตใจดีทำให้เราใจเย็นขึ้น แต่ถ้าผมเจอคู่กรณีที่ใจร้อนปากไม่ดี ผมว่าเหตุการณ์ก็คงไม่ต่างจากน็อตเท่าไหร่หรอกครับ ผมคิดว่าผมโชคดีมากกว่า ส่วนตัวกับน้องไม่ได้คุยเลยครับ ก่อนหน้านี้อยู่ต่างประเทศ 2-3 อาทิตย์ กลับมาก็ได้ยินข่าว เคยคิดแต่ยังไม่ได้ทำนะ ก็อยากจะส่งเมสเสจไปให้กำลังใจน้องเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าเค้าโดนมาพอแล้วแหละ หน้าที่การงานก็กระทบกระเทือนไปมากมายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นตัวผม ผมก็ให้อภัยแล้ว แต่ถ้าคนอื่นจะยังไงก็แล้วแต่คุณแล้วกัน"              "สำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนน ผมว่าทุกอย่างบนโลกนี้สติคือสิ่งสำคัญที่สุดเลย ขาดสติแล้วสิ่งแย่ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ถ้ามีสติทุกอย่างมันสงบครับ สิ่งนอกกายทั้งหลายมันสามารถซื้อใหม่ได้ ถ้ามีใครบาดเจ็บมันก็สามารถรักษาได้ แต่ว่าเครดิตอย่างตัวผมหรือตัวน็อตมันค่อยๆ สร้างมาตลอดชีวิตเลย 10 ปีในวงการนี้ ถ้าคุณขาดสติครั้งเดียว คุณสามารถเสียอนาคตไปได้เลย และผมเชื่อว่าอาจจะไม่ใช่ตัวน็อตคนเดียว ผมไม่รู้นะว่าน็อตต้องดูแลครอบครัวหรือรับผิดชอบใครบ้าง แต่มันพังไปหมดเลยกับการเสียสติชั่ววูบเพียงแค่คลิปไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะฉะนั้นฝากไว้แล้วกันครับให้มีสติ"              "เท่าที่ผมเจอน็อตทุกครั้งเค้าน่ารักมาก แน่นอนว่าเด็กผู้ชายทุกคนจะมีโมเม้นท์แบบนั้น ผมก็เคยผ่านช่วงคึกคะนอง เข้าผับโดนใครเหยียบเท้าเราทีนึง เราก็ขึ้นแล้วโมโหแล้ว ใครพูดจาไม่ดีกับเรา เราก็ใส่แล้ว ผมเชื่อว่าน็อตก็เป็นลูกผู้ชายคนนึง แต่เวลาอยู่กับเพื่อนๆ พี่ๆ เป็นคนจิตใจดี เป็นน้องชายที่น่ารักครับ วันนี้ไม่ได้ปกป้องนะ แต่สำหรับตัวผมเองเลือกที่จะให้อภัยแล้ว เพราะเค้าโดนมาเยอะแล้ว ก็อาจจะมีส่งข้อความส่วนตัวไป แต่ถ้าไปคอมเม้นท์รวมเดี๋ยวจะโดนดราม่า"              "ที่โพสต์ไอจีว่าไม่มีงานทำ เพราะช่วงนี้โดนแคนเซิลงานเยอะนะครับ แต่ก็ยังดีเพราะเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว ช่วงนี้ก็เลยมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ผมว่าเดี๋ยวอีกสักพักงานก็กลับมาใหม่ครับ ตอนนี้พักเต็มที่เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปฮ่องกงแล้ว กลับมาก็ไปภูเก็ตต่อ เป็นช่วงตักตวงสำหรับผม ผมว่าเงินมันสำคัญนะ แต่เมื่อคุณมีเงินแล้วสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเวลา มีงานก็ดีได้เงิน มีเวลาก็ดี ได้ท่องเที่ยวเรียนรู้และรู้จักตัวเองมากขึ้น ตอนนี้พักยาวไป งานจะเริ่มกลับมาช่วงเดือนมกราคมครับก็อีกสักพัก แต่ก็เป็นห่วงอีกหลายๆ คนครับ ผมก็มีน้องๆ ที่ทำธุรกิจเยอะ ช่วงนี้ก็หนักกันหมดกระทบธุรกิจเละเทะเหมือนกัน แต่โชคดีที่ผมไม่ได้มีภาระอะไรมาก ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้างเลยพอไปได้"              "ผมว่าสำหรับคนในวงการบันเทิงค่อนข้างซีเรียสเลย ถ้าขาดรายได้สัก 2-3 เดือน เราต้องมองภาพรวมแต่ละคนวิถีชีวิตไม่เหมือนกัน ทุกคนมีภาระของตัวเอง ดูแลพ่อแม่ ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด ถ้าไม่มีเงินสัก 2-3 เดือนก็หนักนะครับ มีน้องๆ โทรมาขอยืมเงินเยอะมาก ก็เป็นสิ่งที่ดีถ้าใครที่รู้จักออมเงินเอาไว้ ไม่ใช้เงินเกินตัว ตัวผมเองก็รู้สึกดีเพราะก่อนหน้านี้รู้ว่าปีหน้าเราจะมีงานเข้ามาเยอะ ล็อคเอาไว้หลายคิวเลย เดือนที่แล้วผมเสียรายได้เกือบ 2 ล้านนะ ก่อนหน้านี้ผมอยากจะซื้อรถตู้อีกสักคันนึง โชคดีมากเลยที่ยังไม่ได้ซื้อ เพราะเราชอบใช้เงินที่เรายังไม่มี เพราะเรารู้ว่าเดี๋ยวปลายเดือนเราก็จะได้เงินแล้ว เราชอบซื้อของโดยใช้เงินในอนาคต ตรงนี้ก็ถือเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผมที่ยับยั้งชั่งใจเอาไว้เลยรอดไป ธุรกิจอาหารคลีนก็โดนผลกระทบมากเลยครับ ยอดร่วงลงมา 70% ได้ ก็ยังแปลกใจว่าเหตุการณ์นี้กระทบกับอุตสาหกรรมการกินและอาหารด้วย แต่กระทบหมดครับ เสื้อผ้าด้วย แต่ยังไงเราก็โอเคครับ ยอดเริ่มกลับมาแล้วครับ" ดีเจภูมิ กล่าว       ดีเจภูมิ ภูมิใจ   ดีเจภูมิ ภูมิใจ   ดีเจภูมิ ภูมิใจ   ดีเจภูมิ ภูมิใจ   น็อต อัครณัฐ  

ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น) , เรื่องย่อร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น)
ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก /  ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ทางช่อง 3 / 

ร้อยป่าไว้ด้วยรัก บทประพันธ์โดย : ฐิญาดาบทโทรทัศน์โดย : ฝนพรำ, นฤมล, ศุภวรรณกำกับการแสดงโดย : ปวิตร ตรีเมฆ (พี่ปู)ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คนเราจะมองที่ภาพลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อแท้ของคนสำคัญที่สุด โครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเพราะพระราชดำริของพระองค์จึงทำให้เกิดให้มีการปลูกป่า ที่คนและสัตว์ สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลายป่า ศูนย์ศิลปาชีพที่เสริมสร้างอาชีพและรายได้ ให้เกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เคยแต่ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่าขาย ที่สำคัญจะได้ไม่คิดทำลายป่าต่อไป พรนับพัน เกิดในครอบครัวที่คนอื่นมองว่าสมบูรณ์พร้อม คุณพรพรรณราย ผู้เป็นแม่เป็นนักสังคม สงเคราะห์ชื่อดัง ส่วนผู้เป็นพ่อคือคุณเมธี เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และกำลังเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัวของพรนับพัน ถูกยกย่องให้เป็นครอบครัว ตัวอย่าง ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างภาพทั้งสิ้น คุณเมธีเป็นคน นิสัยเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่เสมอ คุณพรพรรณรายก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงจิตใจประเสริฐดุจแม่พระดั่งภาพ ที่ใคร ๆ เห็น ต้องทนเก็บความช้ำชอกในการกระทำของสามีไว้ในอก ไม่สามารถแสดงให้ผู้อื่นเห็นได้ เพื่อรักษาหน้าตาในวงสังคม ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คุณเมธีกับคุณพรพรรณรายทะเลาะกันจนถึงขั้นต้องแยกห้องกันนอน คุณพรพรรณรายจึงมักชอบมาระบายอารมณ์ใส่พรนับพัน ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนชอบประชดประชันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่คุณพรพรรณรายอยากให้สอบเข้าของรัฐบาล พรนับพันก็ไปสอบเข้าเอกชน ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง คุณพรพรรณรายบอกให้แต่งตัวเรียบร้อย พรนับพันก็แต่งตัวตรงกันข้าม คุณพรพรรณรายชอบยกเอาปรางวลัยบุตรสาว ของคนรู้จักมาพูดเปรียบเปรยให้พรนับพันฟัง ว่าเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และยังสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์ ของอเมริกา วันหนึ่งพรนับพันไปงานเลี้ยงสำคัญกับผู้เป็นแม่และเจอปรางวลัย ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แท้ ปรางวลัยคนที่แม่ของเธอเอาไปพูดให้ฟังนั้น เป็นคนคนเดียวกับปรางวลัย ซึ่งเป็นเพื่อนของวิลาสินี เพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง ปรางวลัยจำพรนับพันไม่ได้ จึงคุยโอ้อวดอย่างโน้นอย่างนี้ และบอกว่าเพิ่งจบจากบอสตัน ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แม่ของปรางวลัยไปคุยอวดกับแม่ของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องจริง พรนับพันรู้ว่าบอสตันไม่ใช่มหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์อย่างที่ปรางวลัยคุยอวดแต่อย่างใด จึงถามออกไปว่าจำเธอไม่ได้หรือ เคยเจอกัน ตอนงานฉลองเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อหลายปีก่อน และยังพูดเรื่องที่แม่ของเธอบอกว่า ปรางวลัยจบจากมหาวิทยาลัยท็อปไฟว์ของอเมริกา คำพูดของพรนับพันสร้างความโกรธให้กับปรางวลัยมาก เพราะคิดว่า พรนับพันจงใจฉีกหน้า พรนับพันไปงานวันเกิดของเพื่อนในผับแถวทองหล่อ และถูกผู้ชายที่มาเที่ยวและอยู่ในอาการเมา มาชวนไปเที่ยวต่อ เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า พรนับพันก็ตอบโต้ออกไปอย่างโมโหว่าเธอไม่ใช่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของพันตรีแสนคม นายทหารจากกองพลพัฒนาประจำอยู่ที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสนคมลาพัก มาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพโดยมีร้อยเอกบดินทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน และสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารตามมาเที่ยวที่บ้านด้วย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทคือพันตรีกิตติ พันตรีธีรดนย์ พันตรีอภิเชษฐ์ รวมทั้งบดินทร์ด้วย แสนคมมองพรนับพันในชุดสุดเปรี้ยวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าหน้าตาก็สะสวยน่าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่แปลกที่สายตาของแสนคมมักจะวนเวียนไปทางพรนับพันบ่อย ๆ จนถูกเพื่อน ๆ แซว แสนคมแก้ตัวบอกว่าที่มองเพราะคิดว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด พรนับพันไม่รู้เลยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชายเมามาจับไหล่ อยู่ในสายตาของปรางวลัยที่มาเที่ยวกับเพื่อน และมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะความเจ็บใจที่ถูกฉีกหน้าครั้งนั้น ปรางวลัยจึงจงใจใช้มุมกล้อง ช่วยถ่ายทำให้เหมือนกับผู้ชายคนดังกล่าวโอบไหล่ ตั้งใจจะส่งไปให้ผู้เป็นแม่ของพรนับพันดู และยังเข้าไป ทักพรนับพันกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะวันสุดท้ายของการลาพัก แสนคมแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า แล้วเจอกับพรนับพันอีก ในชุดกางเกง ขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ทำให้แสนคมนึกในใจว่าสมควรแล้วที่ถูกมองเป็นผู้หญิงอย่างว่า ตัวพรนับพันเองก็สงสัยที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามองด้วยสายตาดุ ๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พรนับพันกลับไปบ้าน แต่งตัวเตรียมตัวไปงานแต่งงานเพื่อนในตอนเย็น แต่ก็ทะเลาะกับ คุณพรพรรณรายซะก่อน เพราะปรางวลัยส่งรูปที่ถ่ายในผับไปให้ดู ทั้งที่พรนับพันพยายามจะอธิบายเรื่องราว ให้รู้แต่คุณพรพรรณรายไม่ฟัง และบอกว่าคนที่ส่งรูปมาให้ดูคือปรางวลัย ทำให้พรนับพันเดาได้เลยว่า ปรางวลัยมีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเช่นนี้ ด้วยความโกรธบวกกับเสียใจ ที่คุณพรพรรนรายเชื่อคนอื่น มากกว่าลูกตัวเอง ทำให้พรนับพันพูดออกไปว่า ที่พ่อต้องไปมีผู้หญิงอื่นก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ ทำให้คุณพรพรรณรายลุแก่โทสะตบหน้าสร้างความเสียใจให้กับพรนับพันมาก จนบอกว่าจะไม่อยู่บ้านนี้อีกแล้ว และทิ้งคำพูดไว้ให้คุณพรพรรณรายคิดว่า ถ้ามีลูกจะไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองเป็นอันขาด และจะเชื่อใจคนในครอบครัวมากกว่าคนอื่นพรนับพันผลุนผลันขับรถออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงกับมารดา แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นถูกตบหน้า และแล้วพรนับพันก็นึกถึงป้าพวงคนเลี้ยงตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เธอมักจะยึด อีกฝ่ายไว้เป็นที่เป็นที่ระบายความในใจต่าง ๆ เวลามีปัญหา ป้าพวงลาออกไปอยู่บ้านต่างจังหวัด เมื่อสองปีก่อน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ ตอนแรกพรนับพันคิดจะโทร. ไปหาก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะ ถ้าโทร. ไปก็คงถูกยับยั้งไม่ให้ไป จึงคิดจะไปตายเอาดาบหน้าดั้นด้นไปหาด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันรู้ว่าป้าพวงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยม่วงในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อขับรถถึงตัวอำเภอ พรนับพัน ก็ถามเส้นทางกับเด็กปั๊ม หลังเดินทางไปได้ค่อนทางด้วยความไม่ชำนาญ พรนับพันก็ขับรถหลงทางไปไหน ไม่ถูก สร้างความหวาดกลัวให้กับตัวเธอมาก ภาวนาให้มีรถวิ่งผ่านมาเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือ ไม่นาน พรนับพันก็เห็นรถวิ่งมาก็รู้สึกดีใจ แต่ยังไม่กล้าเปิดประตูลงไปเพราะไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายพันตรีแสนคมคือคนที่ขับรถผ่านเข้ามา เพื่อกลับเข้าไปยังสถานที่ทำงานคือสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ แสนคมเพิ่งกลับมาจากการลาพักที่กรุงเทพ ครั้นเห็นรถคันหรูหราจอดอยู่ ก็เกิดความสงสัยว่าใครกันมา จอดรถในเวลามืดค่ำเช่นนี้ และที่สำคัญในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างที่นี่ เพราะแถบนี้เป็นพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนที่มีพวกชนกลุ่มน้อยอย่างพวกทหารกะเหรี่ยง ที่มักจะถูกทหารพม่ากวาดล้างหลบหนีเข้ามาอยู่บ่อย ๆ แสนคมขับรถเข้าไปใกล้ ๆ ก็มองเห็นว่าคนอยู่ในรถเป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น แต่เมื่อเห็นคนในรถชัดเจนแสนคมก็แปลกใจ เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถและแต่งตัวราวกับจะไปงานเลี้ยง คือคนที่เขาเคยเจอถึงสองครั้งแต่คนละสถานที่เมื่อหลายวันก่อน ไม่นึกว่าจะมาอีกในกลางป่าเช่นนี้ แล้วความรู้สึกที่ตามมาของแสนคมคืออาการใจหาย เพราะหากว่าไม่เจอเขาแล้ว ไปเจอพวกกองกำลัง ติดอาวุธ ของทหารกะเหรี่ยงหรือพม่าเข้าจะเป็นอย่างไร พรนับพันเห็นชายหนุ่มในชุดทหารเดินมาหา ก็เอ่ยขอความช่วยเหลือบอกว่าหลงทาง ให้ช่วยขับรถ นำทางให้หน่อย แสนคมถามว่าจะไปไหน พรนับพันบอกว่าจะไปบ้านห้วยม่วง แสนคมบอกว่าเขา ก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี แต่เขาจะไม่ขับนำทางให้ เพราะถ้าเกิดขับตามไม่ทันแล้วหลงขึ้นมาจะยุ่งอีก มีทางเดียวคือให้เขาขับให้เท่านั้น คำพูดดังกล่าวทำให้พรนับพันเกิดอาการลังเลขึ้นมา เพราะจู่ ๆ จะให้ ใครไม่รู้มาขับรถให้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมเห็นอาการของพรนับพันก็รู้สึกหงุดหงิด บอกว่าเขาไม่มีเวลามากนักถ้าอยากจะนั่งอยู่ในรถ ก็เชิญและทำท่าจะผละจากไป จนบดินทร์ที่ตามลงมาเห็นจึงเข้าไปช่วยพูด บอกกับพรนับพันว่าให้แสนคมขับรถให้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วเพราะชำนาญทางมากกว่า และพูดถึงเรื่องทหารกะเหรี่ยงให้พรนับพันฟัง พรนับพันจึงยินยอม พรนับพันเผลอนั่งหลับเพราะความอ่อนเพลีย บวกกับความหวาดกลัวที่ผจญ อยู่ก่อนหน้า กระทั่งรถมาถึงยังหมู่บ้านจึงตกใจตื่น แสนคมถามว่าจะไปบ้านใคร พรนับพันบอกว่าไปบ้าน ป้าพวง แสนคมจึงพาพรนับพันไปส่งเพราะรู้จักกับป้าพวงเป็นอย่างดี ป้าพวงลงมาจากบ้านอย่างแปลกในที่เห็นรถของแสนคม และก็ตกใจเมื่อเห็นพรนับพันที่โผเข้าหา พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื่น จึงถามแสนคมว่าไปเจอพรนับพันได้อย่างไร เมื่อแสนคมเล่าให้ฟังป้าพวงตกใจ มากพร้อมทั้งพูดขอบคุณไม่ขาดปาก แสนคมลากลับบ้านพักพร้อมกับภาพของหญิงสาว ที่เขาพบในแต่ละสถานที่และต่างสถานการณ์ ตามติดเข้าไปในห้วงสำนึกด้วย โดยเฉพาะภาพการร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้นายทหารหนุ่มที่ไม่เคยสนใจในเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะความเบื่อหน่าย เกิดความรู้สึกอยากลองค้นหาผู้หญิงคนนี้ดูว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ พบเจอแต่ละครั้งช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนคมเป็นนายทหารหนุ่มวัยใกล้สามสิบปี ผู้มีหน้าตาราวกับไอดอลเกาหลี จึงมักจะถูกพวกศัตรู สบประมาทอยู่เสมอ และเป็นคนบ้าดีเดือดผิดรูปร่างหน้าตาเป็นนายทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง แสนคมเป็นบุตรชายคนเดียวของพลโทพัชร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาค และกำลังเจริญรุ่งเรือง ในราชการ มารดาคือคุณสราญรัตน์ แสนคมถอดแบบบิดามาแทบทั้งหมด ทั้งการรักและภักดีต่อชาติ แสนคมเป็นคนรักและหวงชีวิตโสดมาก จึงมักชอบทำปั้นหน้าเคร่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้หญิงมาเข้าใกล้และก็มักจะได้ผล คงมีเพียงลูกสาวของกำนันคำ กำนันในหมู่บ้านและอรชุมาหรือครูอ้อ ครูที่โรงเรียน ในหมู่บ้านที่ยังคงมาป้วนเปี้ยน สร้างความรำคาญให้อยู่บ่อยครั้ง แสนคมมีลูกน้องคู่ใจ อยู่สองคนคือ จ่าสิบเอกโชติช่วงที่หน้าตาสุดโหด ชอบไว้หนวดเคราราวกับโจร แต่เป็นคนมีอารมณ์ศิลปินชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นนิตย์ พูดจาอ่อนหวานผิดใบหน้า มีเพื่อนคู่หูคือจ่าสิบเอกสุทัศน์ ที่หน้าตาเรียบร้อยแต่ชอบ พูดจามึงมาพาโวยผิดหน้าตาอีกเช่นกัน ทั้งคู่รักและเคารพแสนคมมากแม้จะเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นาน เพราะ แสนคม เพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่ถึงปี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในชุดแต่งกายของป้าพวง แต่เมื่อนึกทบทวนความจำ ก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านป้าพวง จึงเปิดประตูออกมายืนตรงระเบียงมองไปรอบ ๆ ก็เห็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่าห่างไกลความเจริญขึ้นมาในทันใด นางพวงดีใจมากที่เห็นเด็กที่นางเลี้ยงมาด้วย ความรัก ยังนึกถึงตัวนางไม่ระเหเร่ร่อนไปไหน นึกรู้ทันทีว่าจะต้องมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ภายใต้สีหน้าท่าทางถือตัวรวมทั้งอาการที่ดูคล้าย เหวี่ยง วีน นั้นเป็นการกระทำที่หลอกสายตาผู้อื่นเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงพรนับพันเป็นคนอ้างว้าง ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น แต่เป็นคนจิตใจดีนางพวงถามพรนับพันว่าจะอยู่ที่นี่ได้หรือ พรนับพันก็บอกออกไปด้วยทิฐิว่าอยู่ได้ เพราะในใจนั้นคิดว่าไม่มีทางจะซมซานกลับไปบ้านเป็นอันขาด และเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาหานางพวงถึงที่นี่ ซึ่งนางพวงก็ได้แต่พูดปลอบใจและคิดในใจว่าเรื่องทุกอย่างคงต้องให้กาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาเรื่องราวทั้งหมด พรนับพันเห็นเด็กชายที่มายืนจ้องตัวเอง ขณะลงไปที่รถก็ถามนางพวง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กชาย คนดังกล่าวชื่อจุ้น เป็นเด็กชาวกะเหรี่ยงที่ผู้พันแสนคมไปพบขณะร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อแม่ จึงนำมาฝากนางพวงเลี้ยงโดยเป็นคนส่งเสียค่าเลี้ยงดูเอง พรนับพันฟังแล้วก็เกิดความสงสารในตัวเด็กชายอย่างไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นางพวงเล่าให้พรนับพันฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา ต้นไม้ ต้นน้ำ ลำธาร รวมทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แต่เมื่อเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้น และมีผู้คนอพยพเข้ามาทำกิน ผืนป่าจึงเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน ครั้นหมดสัมปทาน ผู้คนก็หันมาทำอาชีพเกษตรกรแทน นานเข้าเมื่อ ผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โครงการสวนป่าที่ช่วยฟื้นฟูผืนดิน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริเช่นกัน ที่นอกจากจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเพิ่มรายได้เสริมจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่ต้องเข้าไปหา ของป่า หรือถางป่าเพื่อปลูกไร่เลื่อนลอยเหมือนเช่นแต่ก่อน นางพวงมักจะเอ่ยถึงผู้พันแสนคมให้พรนับพัน ฟังอยู่ไม่ขาดปาก สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดขึ้นกับพรนับพันไม่น้อย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาบ้านนางพวงแต่เช้า ถือของแห้งพวก กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น พร้อมด้วยกาแฟ มาฝาก ป้าพวง ทั้งที่จุดประสงค์หลักที่เอามานั้น แสนคมรู้ว่าเอามาฝากหญิงสาวที่มาอยู่กับนางพวงต่างหาก และครั้งนี้พรนับพันได้รู้จักกับจ่าวัยกลางคนชื่อ ช่วงโชติ ที่มาพร้อมเสียงเพลง ซึ่งจงใจร้องจีบนางพวงเสมอ เมื่อมีโอกาส จ่าหน้าตาโหดแต่คำพูดและการแสดงออกขัดกับใบหน้าที่สุดเด็กชายจุ้นที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวสวยชื่อพรนับพันมาก ปกติจุ้นจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามา วุ่นวายกับผู้พันแสนคมของมันนัก เพราะมันหวงผู้พันของมันราวกับจงอางหวงไข่ จุ้นเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ ไม่ห่างจากตัวพรนับพันก็ตะโกนบอก ครั้นพรนับพันหันไปเห็นด้วยความตกใจทำให้โผเข้ากอดแสนคม สร้างความอับอายให้เกิดกับพรนับพันเป็นอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังขาให้เกิดกับจ่าโชติเช่นกัน เพราะจ่าโชติเคยเห็นดวงใจลูกสาวกำนันคำกลัวตุ๊กแกโผเข้ากอดแสนคม แต่แสนคมหลบจนดวงใจล้มไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้นอกจากไม่หลบยังยอมให้กอดแต่โดยดี วิชิต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาหาแสนคมถึงที่ทำงาน เพื่อจะมาคุยถึงเรื่องที่จะมีการลักลอบขนลูกช้างป่าขึ้นในอีกไม่ช้า แสนคมก็ทราบจากสายที่รายงานเข้ามาเช่นกัน แสนคมอยู่ที่นี่ต้องผูกมิตร กับชาวบ้าน ดังนั้นพอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงมักจะแก้ไขได้ทันเวลาเสมอ วิชิตชื่นชมในตัวแสนคมมากในการเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในเหมือนนายทหารคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป ทั้งที่ตอนแสนคมย้ายมาใหม่ ๆ วิชิตเองก็มองแสนคมผิดไปเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายแม่ทัพภาคจะอยู่ได้สักกี่น้ำ แต่แสนคมก็ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการเข้าขัดขวางพวกลักลอบขนลูกช้างป่า จนเกิดปะทะกันขึ้นเมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะทหารเสียชีวิตไปสองนาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนึ่งนาย และฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตสามคน ส่วนแสนคมบาดเจ็บสาหัสจนมีแผลเป็นที่หน้าอก และคนของฝ่ายตรงข้ามก็บาดเจ็บสาหัสหนีรอดไปได้หนึ่งคน และแสนคมจำได้ว่าชื่อ ชีพเสี่ยเกรียงไกรเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ เสี่ยเกรียงไกรเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรูในอำเภอสวนผึ้ง มีคดีที่กำลังฟ้องร้องอยู่หลายคดี ทั้งคดีที่สร้างรีสอร์ตรุกเข้าไปในป่าสงวน และรับซื้อที่ของราชพัสดุจากชาวบ้าน ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืดเยื้อมานาน จนแสนคมมองว่าผลที่สุดเสี่ยเกรียงไกรก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แสนคมบอกกับวิชิตว่าถ้าเขาไม่ตายซะก่อนจะต้องเอาเสี่ยเกรียงไกรเข้าคุกให้ได้ นางพวงจะพาพรนับพันไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อเสื้อผ้า แต่รถยนต์คันหรูของพรนับพันกลับสตาร์ทไม่ติด นางจึงให้จุ้นไปตามแสนคมมาดูรถให้ จนพรนับพันนึกค่อนขอดว่าอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่แสนคม และเมื่อแสนคมมาถึง พร้อมด้วยบดินทร์ที่เห็นสภาพรถก็รู้ทันทีว่าไดชาร์จเสีย ต้องจอดไว้อย่างเดียว รอให้ช่างจากอู่มารับ นางพวงจึงขอติดรถของแสนคม ซึ่งกำลังจะเอางานของศูนย์ศิลปาชีพไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดาในตัวอำเภอสวนผึ้งพอดี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงแอบโทรศัพท์ไปหาคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี ซึ่งทั้งสองกำลังวิตกกังวลกับการหายตัวไปของพรนับพันอยู่พอดี โดยเฉพาะคุณพรพรรณรายที่ทำทีเป็นไม่สนใจนั้น แท้ที่จริงก็รักลูกมากแต่ที่ทำไปเพราะต้องการประชดสามี พลั้งมือตบหน้าลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจ ถึงกับทำให้ละทิฐิ โทร. หาพรนับพัน แต่ติดต่อไม่ได้ รวมทั้งคุณเมธีก็เช่นกันที่เป็นห่วงลูกสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าพรนับพันอยู่กับนางพวงก็เบาใจ โดยนางพวงบอกว่ายังไม่ต้องมาหา ให้พรนับพันอยู่อย่างนี้ไปก่อน ให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พรนับพันพบกับดวงใจลูกสาวของกำนันคำ และมีปากเสียงกันจากการที่ดวงใจเดินหันรีหันขวางจนชนกับพรนับพัน แต่ดวงใจกลับโทษว่าเป็นความผิดของพรนับพัน กระทั่งไกรภพลูกชายของเสี่ยเกรียงไกรเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะติดใจในตัวของพรนับพัน และท่าทีของไกรภพก็สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย เพราะแม้ตัวเองจะชอบแสนคมมากก็ตาม แต่ตัวไกรภพก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไกรภพกำลังจะสานสัมพันธ์กับพรนับพันแต่ถูกชีพคนสนิทของผู้เป็นพ่อเข้ามกระซิบบอกเหตุร้ายซะก่อน ทำให้ต้องผละไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แสนคมรีบส่งของให้เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดา แล้วรีบขับรถกลับ ท่ามกลางอาการสงสัยของ บดินทร์ เพราะปกติแสนคมจะต้องแวะทักทายกับคนนั้นคนนี้ก่อน แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก พรนับพัน ระหว่างที่แสนคมเดินตรงไปยังพรนับพันที่ยืนอยู่กับนางพวงและจุ้นโดยมีดวงใจอยู่ด้วย ก็สวนกับไกรภพและชีพ ทำให้แสนคมต้องหันกลับไปมอง สร้างความสงสัยให้เกิดกับบดินทร์จนต้องถาม แสนคมจึงพูดถึงคนที่เดินสวนกันว่าต้องเป็นชีพแน่นอน แม้จะสวมแว่นตาปกปิดไว้ก็ตาม เพราะจำรอยแผลเป็นที่แก้มได้ ดวงใจได้ยินจึงถือโอกาสพูดขึ้นมาว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่เดินไปเมื่อกี้ และบอกว่าหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเสี่ยเกรียงไกร ส่วนอีกคนเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกรชื่อชีพ คำพูดของดวงใจทำให้แสนคมรู้ว่าเขาเดาไม่ผิด ดวงใจรีบบอกว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อจากดวงใจเป็น ดวงลดาแล้ว และยังเปลี่ยนชื่อเล่นเป็นลดาด้วย แต่แสนคมไม่ได้สนใจนัก ดวงใจหรือชื่อใหม่ว่า ดวงลดา บอกกับแสนคมว่าขอติดรถไปด้วยเพราะรถของตัวเองสตาร์ทไม่ติด บดินทร์จึงอาสาจะไปดูให้ ทำให้ดวงลดา รีบบอกว่าไม่ต้อง เพราะถ้าบดินทร์ไปดูก็รู้ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร จึงมองบดินทร์อย่างไม่ชอบใจก่อนจะขอตัวระหว่างเดินทางกลับแสนคมเกือบขับรถเหยียบลูกหมาสีดำ จึงลงไปอุ้มเมื่อมองไม่เห็นใครก็อุ้ม ขึ้นรถมาและให้พรนับพันเอาไปเลี้ยง พรนับพันดีใจมากเพราะต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา บดินทร์ถามถึงเรื่องชีพ แสนคมจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน นางพวงบอกแสนคมว่าเคยเห็นหน้า ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้า บอกว่าเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหดเพราะเคยยิงหมาของตาคะยอแค่ถูกเห่าเท่านั้น เตือนให้แสนคมระวังตัวให้ดี พรนับพันฟังเรื่องราวแล้วไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างแสนคมจะบ้าดีเดือดถึงเพียงนั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ชีพบอกกับไกรภพว่าคนที่เดินสวนกันคือตัวแสบ ที่คอยขัดขวางงานมาตลอดตั้งแต่ย้ายมา ไกรภพ ฟังแล้วไม่เชื่อถือ แต่ชีพบอกว่าที่ใบหน้ามันเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้ก็เพราะแสนคม เรื่องการลักลอบขนลูกช้างครั้งที่แล้วไม่สำเร็จก็เป็นเพราะแสนคมนำกำลังเข้าขัดขวางจนเกิดปะทะกัน จนต้องสูญเสียมือดีไปถึงสามคน และบอกว่าเสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองไปให้แต่แสนคมคืนกลับมา ไกรภพทระนงบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินจะไม่สามารถซื้อคนได้ เดี๋ยวเขาจะไปหาแสนคมด้วยตัวเองเองผู้ใหญ่สมปองไปหาแสนคมที่บ้าน เพื่อฝากเพลินตาซึ่งเป็นลูกสาวให้ไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งท่าทางของเพลินตาออกเป็นทอมบอยทำให้บดินทร์นึกว่าเป็นผู้ชาย สร้างความโกรธเคืองให้เพลินตามาก และผู้ใหญ่สมปองก็บอกว่าจะแวะไปหานางพวงที่เป็นน้องสาว เพราะได้ข่าวว่ามีคนมาอยู่ด้วย เพลินตาก็บอกว่าถ้าคนมาอยู่ด้วยชื่อขิมก็เป็นคนที่อาเลี้ยงมาแต่เล็กและรักนักรักหนา เธอเคยไปเยี่ยมนางพวงที่บ้านแล้วเคยเจอ ดูเหมือนจะเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเจอตอนร้องไห้ทั้งสองครั้ง และยังพูดอีกว่ากลัวจะมาสร้างภาระให้ผู้เป็นอาซะมากกว่า ทำให้บดินทร์พูดขึ้นว่าเพลินตามองคนในแง่ร้าย ยิ่งทำให้เพลินตาไม่ค่อย ชอบหน้าบดินทร์นัก จุ้นตั้งชื่อลูกหมาตัวดำปิ๊ดปี๋ว่าสมปอง นางพวงจึงบอกว่าระวังผู้ใหญ่สมปอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจะสับสนเอานะ แต่ก็เป็นจริงตามที่นางพวงพูด เพราะผู้ใหญ่สมปองแวะมาที่บ้านพร้อมด้วยแสนคม และบดินทร์ พอรู้ว่าลูกหมาชื่อเหมือนตัวเองก็โวยวาย จนแสนคมเกรงใจบอกให้จุ้นเปลี่ยนและถามถึงสาเหตุว่าทำไมตั้งชื่อนี้ จุ้นก็บอกว่าตั้งให้คล้องกับแสนคม ทำเอาแสนคมหน้าเหวอ พรนับพันนั้นหัวเราะ ออกมาด้วยความขำ เพลินตาเห็นพรนับพันก็มองว่าเป็นคุณหนูก็ถามออกมาตรง ๆ ว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แน่หรือ พรนับพันก็บอกว่าให้คอยดูต่อไป ผู้ใหญ่สมปองเพิ่งนึกได้ว่านัดชาวบ้านเอาไว้ เพื่อไปทำแนวกันไฟ จึงรีบผลุนผลันออกไป โดยนางพวงเอง ก็เพิ่งนึกได้เพราะจ่าโชติบอกไว้แล้ว จึงบอกเดี๋ยวจะตามไป นางพวงบอกให้พรนับพันอยู่บ้านกับจุ้นไม่ต้องออกไปช่วย แต่พรนับพันเห็นสายตาดูถูกของเพลินตาก็บอกว่าจะไปช่วยด้วย โดยมีจุ้นบอกว่าเดี๋ยวจะคอยช่วยพรนับพันด้วยอีกแรง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เมื่อพรนับพันไปถึงจุดที่ทำแนวกันไฟที่อยู่ใกล้กับศูนย์ศิลปาชีพ เห็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านมากกมายที่ต่างไปช่วยกันโดยไม่ต้องมีค่าจ้าง สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับพรนับพันโดยไม่รู้ตัว พรนับพันช่วยคนอื่นทำทั้งที่ไม่เคยทำซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เพลินตา เริ่มมองพรนับพันในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสนคมเอาหมวกให้พรนับพันคลุมกันแดดทำให้พรนับพันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น กับตัวเองขณะทำงานแสนคมมักจะมองหาแต่พรนับพัน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตาเขาก็พอใจแล้ว จ่าโชติมาบอกแสนคมว่ากำนันคำต้องการพบแสนคม ซึ่งไม่ค่อยได้พูดคุยกับกำนันคำนัก เพราะส่วนมากจะคุยกับผู้ใหญ่สมปองซะมากกว่า นึกสงสัยว่ากำนันคำมีเรื่องอะไรคุยกับเขา เมื่อแสนคมไปถึงยังที่กำนันคำยืนอยู่ก็ถามถึงธุระ กำนันคำก็พูดเป็นทำนองว่าถ้าแสนคมเปลี่ยนใจขอให้บอก แสนคมก็บอกว่าเขาไม่เคยรับปากอะไรไปทำไมต้องเปลี่ยนใจด้วย กำนันคำจึงพูดถึงเรื่องที่เสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองมาให้ทำไมแสนคมถึงไม่รับ แสนคมจึงบอกกำนันคำไปว่าเขาไม่สนใจเงินนั่นหรอก เขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน และพูดใส่กำนันคำออกไปว่าเคยได้ยินมาว่าเมื่อก่อนกำนันคำเป็นคนดีมาก แล้วอะไรทำให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ และยังฝากไปบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทำอะไรไม่ดีไว้อย่านึกว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น พูดจบก็เดินจากไป จากการมาช่วยทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักก็ตาม และยังได้พบกับตาคะยอซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และนางพวงเคยเล่าให้ฟังว่าตาคะยอเป็นชาวกะเหรี่ยงก็จริง แต่มีหัวใจของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม จ่าโชติกับจ่าทัศน์พอรู้ว่ากำนันคำพูดจาอะไรกับแสนคมต่างก็โกรธ เพราะทั้งสองจ่าอยู่ที่นี่มานาน รู้ว่าเมื่อก่อนกำนันคำไม่ใช่คนแบบนี้ ที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะเงินตัวเดียวจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้กำนันคำขับรถป้ายแดง สร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อรถป้ายแดงให้ดวงใจขับ พกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องละสองหมื่น และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเสี่ยเกรียงไกรมากชีพซึ่งเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกร มักจะพูดเตือนเจ้านายอยู่บ่อยครั้งว่า งานที่เกิดผิดพลาดขึ้น หลาย ๆ ครั้งในระยะหลังรวมทั้งการที่ถูกจับไม้ที่ห้วยขาแข้งที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครถูกจับได้ น่าจะมีเกลือเป็นหนอน ชีพเองไม่เคยไว้ใจกำนันคำ เพราะรู้ว่าเคยเป็นคนซื่อมือสะอาดมาก่อน แต่เสี่ยเกรียงไกรมักจะไม่เห็นด้วย บอกว่าเงินเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนกำนันให้เป็นคนกบฏ ทรยศแผ่นดินได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก หลังจากวันทำแนวกันไฟ พรนับพันกับเพลินตาก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อเรียนปักผ้า และจากการไปนั่งเรียนทำให้พรนับพันได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือค่าของเงินขณะที่เธอเคยใช้เงินวันละหลายพัน แต่คนทำงานที่นี่นั่งหลักขดหลังแข็งนานนับเดือนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้ กาแฟที่เคยดื่มแก้วละร้อยกว่าบาทแต่เป็นค่าแรงการทำงานของคนที่นี่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทำให้พรนับพันเกิดความละอายขึ้นมา สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใช้เงินแบบนั้นอีก และที่สำคัญตอนแรกที่เธอคิดมาเรียนปักผ้า เพราะต้องการชนะคำสบประมาทของแสนคม แต่การได้มาเห็นทำให้เธออยากปักได้สำเร็จจะได้สร้างความภูมิใจให้เกิดกับตัวเอง ทั้งยังได้รู้น้ำใจของนายทหารที่ชื่อแสนคม ที่สร้างไว้กับคนหลายคน จนไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดผู้คนจึงพากันรักผู้ชายคนนี้นัก แล้วยังได้รู้จักอีกมุมของเพลินตาที่มองดูห้าว แต่ความจริงเป็นคนน่าสงสาร เพราะกำพร้าแม่ ตั้งแต่อายุน้อย ต้องปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ปอสอง ทำให้พรนับพันคิดถึงตัวเองขึ้นมา เธอโชคดีที่มีพ่อแม่ครบ นับวันพรนับพันก็ซึมซับความรู้สึกดีดีของผู้คนที่นี่เข้าไปในหัวใจ รวมทั้งนายทหารหนุ่มที่ชื่อแสนคม ที่เมื่อก่อนมักจะมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ แต่บัดนี้สายตาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร นางพวงเองก็มองว่าหญิงสาวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐาน ของพรนับพันไม่ได้เป็นคนไม่ดี เป็นคนจิตใจดีด้วยซ้ำ ยิ่งพรนับพันไปเห็นบ้านของตาคะยอ ที่ทำตามแนวทางพระราชดำริ โดยการทำเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ปลูกทั้งพืชผักสวนครัวและผลไม้หลาย ๆ อย่างไว้ ด้วยกันในพื้นที่ที่มีจำกัด รวมทั้งมีบ่อปลา นาข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้ฟังตาคะยอพูดถึงว่าที่ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้ จนทำให้พรนับพันเกิดความซาบซึ้งเพราะความโกรธแค้นที่ถูกแสนคมตอกกลับมา ทำให้ไกรภพคิดเรื่องชั่ว ๆ โดยการคิดวางเพลิงเผา ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะจ่าสุทัศน์ที่ไม่สบายนอนอยู่บ้านพัก เห็นเหตุการณ์เข้าซะก่อน จึงโทร. ตามคู่หูที่อยู่บ้านตาคะยอซึ่งกำลังมีการกินปลาเผากันอยู่ ทำเอาทุกคนต้องรีบมาที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อช่วยกันดับไฟ และก็ไม่เกิดการสูญเสียเพราะรถดับเพลิงมาทันเวลาพอดี แค่บางส่วนถูกไหม้เท่านั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้แสนคมบาดเจ็บที่แขนขวาเพราะเข้าช่วยพรนับพัน พรนับพันจึงเป็นคน ขับรถพาแสนคมไปโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างเดินทางแสนคมก็แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และเล่าด้วยว่าเคยเจอพรนับพันมาแล้ว ในผับที่ทองหล่อทั้งยังบอกว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าต่อไปห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นอีก ซึ่งพรนับพันเองก็ไม่เคยคิดจะกลับไปใส่อีกเหมือนกัน เพราะมาอยู่ที่นี่ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่าย ๆ แทบทุกวัน เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร กินกับข้าวง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบบ้านนางพวง ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนอยู่ง่าย กินง่ายไปเลยปริยาย เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากที่งานวางเพลิงไม่สำเร็จ กำชับชีพอย่าให้ลูกน้องทิ้งหลักฐานไว้เป็นอันขาด ชีพก็บอกว่าแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อแล้ว กำนันคำที่มาหาก็บอกว่าทำไมจะเผาศูนย์ฯ ไม่บอกด้วย เผื่อจะได้ช่วยให้สำเร็จ เพราะตอนไฟไหม้กำนันก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้ากำนันร่วมมือด้วยแต่แรกจะแนบเนียนกว่านี้ คำพูดของกำนันคำยิ่งทำให้เสี่ยเกรียงไกรเชื่อว่ากำนันคำนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ชีพระแวงเด็ดขาด พรนับพันมาอยู่ที่นี่ได้แค่สิบวันแต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่เป็นปี จากการได้หัวเราะได้ยิ้มกับ สิ่งต่าง ๆ รอบกาย ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่ควรเป็น และจากผลของการที่ไปทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันมีอาการไข้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่กินยาเข้าไปก็ทุเลาลง แต่มาออกอาการอีกครั้ง ตอนเช้า ขณะที่นางพวงต้องไปวัดแต่เช้าและคืนนี้ก็ต้องนอนค้างที่วัดกับนางสายใจ ซึ่งเป็นเมียกำนันคำ ตามที่เคยพูดกันไว้ พรนับพันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนอาเจียน ทำให้จุ้นที่อยู่ด้วยกัน และกำลังจะไปโรงเรียน ตกใจจนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพลินตาที่จะต้องแวะมารับพรนับพันไปวัด และไปส่งจุ้นที่โรงเรียน ขี่รถเข้ามาซะก่อน เมื่อเห็นอาการของพรนับพันก็ตกใจจึงโทร. ไปตามแสนคม ซึ่งแสนคมพอทราบเรื่องก็ตกใจมาก เพราะนับจากวันที่ไฟไหม้วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอจัง ๆ กับพรนับพันเลย ได้แต่เห็นกันแวบ ๆ เพราะยุ่งทั้งเรื่องไฟไหม้ที่รู้แล้วว่าเป็นการวางเพลิง กำลังตามจับตัวอยู่ แล้วยังมีเรื่องลักลอบขนลูกช้างป่าอีก การเห็นพรนับพันเป็นแบบนี้ ทำให้แสนคมแทบขาดใจ เขารู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แสนคมอุ้มพรนับพัน โดยไม่สนใจแผลที่แขนขวาที่ต้องเย็บสิบเข็ม ตอนเกิดไฟไหม้และยังไม่ได้ตัดไหม แม้บดินทร์จะอาสาอุ้มพรนับพันให้ก็ตาม แสนคมพาพรนับพันไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน โดยหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงมาก และมีอาการเพ้อเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเพ้อถึงพ่อแม่ และเรื่องที่ถูกตบ และต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เพลินตานั้นถึงกับร้องไห้เพราะกลัวพรนับพันเป็นอะไรไป เพราะเคยเห็นผู้เป็นแม่อาการแบบนี้ และตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่อายที่บดินทร์เห็นตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว แสนคมให้บดินทร์ พาเพลินตากลับไปที่พักเพื่อเอาเสื้อผ้ามาให้ เพราะคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าพรนับพันที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก บดินทร์ขับรถพาเพลินตากลับและได้คุยปรับความเข้าใจกัน ตั้งแต่เรื่องที่บดินทร์เข้าใจผิดมอง เพลินตาเป็นผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นแต่ปากพูดออกไปอย่างนั้นเอง เพลินตาร้องไห้ซบไหล่ ของบดินทร์เล่าเรื่องแม่ให้ฟัง เพราะกลัวพรนับพันจะเป็นอะไรไป บดินทร์กอดปลอบใจ และพาเพลินตาไปที่วัด เพื่อไปบอกอาการป่วยของพรนับพันให้นางพวงฟัง ทำให้นางพวงอยู่วัดต่อไปไม่ไหวตามไปที่ โรงพยาบาลด้วยแสนคมบอกนางพวงว่าขอเป็นคนเฝ้าพรนับพันเองตอนกลางคืน นางพวงมองแล้วคิดว่าไม่เหมาะ ได้แต่ทำท่าอ้ำอึ้ง ๆ แม้จะรู้ว่าแสนคมเป็นคนดีเพียงใดก็ตาม แสนคมจึงเอาแหวนญาติ ซึ่งเป็นแหวนที่นักเรียน เตรียมทหาร ทำไว้ให้คนสำคัญขึ้นมาซึ่งเขาทำไว้ให้เป็นแม่ และผู้เป็นแม่เพิ่งให้มาตอนกลับบ้านไปครั้งที่แล้ว แสนคมหยิบแหวนมาสวมให้พรนับพัน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ ท่ามกลางความซาบซึ้งระคนปลาบปลื้ม ของทุกคนที่เป็นพยาน พรนับพันฟื้นขึ้นมาหลังจากเพ้อถึงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นทุรนทุรายจนแสนคมต้องโอบกอดไว้ พรนับพันสงสัยที่จู่ ๆ แหวนมาอยู่ที่นิ้ว แสนคมจึงบอกว่าเป็นแหวนหมั้นของเขาเอง และบอกว่าเขารักพรนับพันต่อไปให้เรียกเขาว่าพี่ พรนับพันดีใจรวมทั้งเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญพรนับพันเองก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ไกรภพมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นชีซึ่งป่วยเป็นอาหารเป็นพิษ แม้ไกรภพจะดูเป็นคนนิสัยไม่ดีหรือเลวเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือแม่ชีกรแก้ว ที่หย่าขาดจากผู้เป็นพ่อเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ไกรภพก็ยังติดต่ออยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่ป่วยก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม่ชีกรแก้วมักจะบอกให้ไกรภพทำความดีอย่าได้ทำชั่วแม้จะรู้ว่าสายไป และที่ตัวนางบวชชีก็เผื่อไถ่บาปให้ลูกถ้าลูกได้กระทำความผิดไกรภพรู้จากพยาบาลว่าพรนับพันป่วยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปเยี่ยม ขณะที่มีนางพวงกับเพลินตาเฝ้าอยู่ เพราะช่วงกลางวันแสนคมกลับไปทำงาน และกำลังยุ่งอยู่กับข่าวเรื่องลูกช้างป่า กว่าไกรภพจะออกจากห้อง พรนับพันก็ต้องทำเป็นง่วงด้วยฤทธิ์ยา จนไกรภพต้องขอตัวกลับ พรนับพันเผลอเล่าเรื่องที่เคยพบกับแสนคมให้นางพวง และเพลินตาฟัง ทำให้นางพวงคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพรหมลิขิตอย่างแน่นอน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงโทร. ไปบอกคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี เรื่องพรนับพันป่วย คุณพรพรรณรายถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกสาวเพ้อถึงพ่อแม่และเรื่องที่ถูกตบ รวมทั้งคุณเมธีด้วยเช่นกัน หลังจากเหตุการณ์ ครั้งนั้นทำให้ทั้งสองคนนึกทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จึงต่างค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ไม่ได้ยาก เพราะต่างมีความรักในตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางพวงที่ฟังน้ำเสียงการพูดของทั้งคู่ จึงรู้ว่าเรื่องราว น่าจะไปในทางที่ดีขึ้นพรนับพันอยู่โรงพยาบาลแค่สามวันก็ออกเพราะร่างกายฟื้นตัวเร็วจนหมอตกใจ อาจเป็นเพราะกำลังและแรงใจจากแสนคมมีส่วนช่วยด้วยเยอะ แสนคมเป็นคนมารับกลับ เมื่อรู้ว่าไกรภพมาเยี่ยม ก็บอกให้ระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียวอีก และบอกว่าช่วงนี้อาจไม่ได้เจอกัน เพราะแสนคมได้รับรายงานจากสายว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่พวกลักลอบขนลูกช้างป่าจะลงมือ แสนคมบอกนางพวงว่าขอฝากหัวใจไว้กับนางพวงด้วย คำพูดดังกล่าว ทำให้พรนับพันใจเสียเพราะเหมือนเป็นลาง จึงบอกกับแสนคมว่าสัญญาว่าจะต้องกลับมาหาเธอ เสี่ยเกรียงไกรกำหนดเส้นทางขนย้ายลูกช้างป่า และครั้งนี้มีงาช้างที่จะได้อีกหลายคู่ ชีพเตือนว่าเส้นทางที่กำหนด เป็นป่าทึบที่อยู่ไม่ห่างจากสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแสนคมกับวิชิตดูแลมันไม่เสี่ยงกับอันตรายหรือ เสี่ยเกรียงไกรก็บอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เส้นทางที่กำหนดยังไม่เคยมีใครเข้าไป เพราะค่อนข้างลำบาก ที่จะใช้เส้นทางนี้เพราะจะได้ดูลู่ทางเพื่อหาทาง ลักลอบตัดไม้ด้วย ชีพไม่รู้จะแย้งยังไงแต่มีลางสังหรณ์เกิดขึ้น และบอกว่าครั้งนี้อย่าเพิ่งบอกวันทำจริงกับกำนันคำ เอาไว้ใกล้ ๆ ค่อยบอก พอดีกับกำนันคำมาหาพอดี เสี่ยเกรียงไกรจึงบอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่กำหนดทำงานสำคัญ เชิดซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะชอบเดินตามหลังกำนันคำเสมอ มาหากำนันคำที่บ้านขณะอยู่ในเวลาอาหารเย็น กำนันจึงบอกให้ไปคุยที่อื่น เชิดจึงถามว่ากำนันรู้เรื่องขนลูกช้างป่าในคืนนี้บ้างหรือเปล่า กำนันก็ถามว่าเชิดรู้มาจากไหน เชิดจึงตอบว่ารู้มาจากเพื่อนซึ่งเป็นลูกน้องของชีพ ซึ่งชวนให้มันไปทำด้วย จึงมาปรึกษากำนัน เมื่อได้ฟังกำนันคำก็นึกโกรธเพราะเสี่ยเกรียงไกรบอกวันกำหนดเป็นพรุ่งนี้ แต่กลายเป็นวันนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเสี่ยเกรียงไกรเริ่มไม่ไว้ใจแน่นอน จึงบอกให้เชิดไม่ต้องไปทำเพราะเป็นอันตราย และบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เชิดจึงลากลับไป ขณะกำนันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยเกรียงไกรก็โทร. เข้ามาหาบอกว่าเปลี่ยนวันเป็นคืนนี้แต่เวลาเดิม นางสายใจที่ตามแอบมาฟังเพราะท่าทางลุกลี้ลุกลนของเชิด เมื่อได้ฟังคำพูดของกำนันคำก็โกรธ ด่ากำนันว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จำสัจจะที่พูดไว้ ตอนเข้าร่วมวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมารับมอบสวนป่าเฉลิมพระเกียรติไม่ได้หรือว่า จะไม่คิดคดทรยศต่อแผ่นดิน กำนันคำบอกว่าสักวันนางสายใจจะเข้าใจ และบอกว่าคืนนี้จะไม่อยู่ ถ้ากลับมาจะเล่าให้ฟังทั้งหมด กำนันพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดก่อนจะถอดแบตเตอรี่ออก และบอกกับนางสายใจว่าถ้าเป็นอะไรไปทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ นางสายใจตกใจเพราะกำนันคำไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนแสนคมได้รับข้อความเปลี่ยนแปลงวันลงมือเป็นคืนนี้เวลาเดิมแทน ทำให้แสนคมนึกกังขาเพราะปกติงานสำคัญแบบนี้ คนที่ส่งข่าวจะส่งให้กับหัวหน้าคือ พลเอกนฤดล แล้วถึงจะส่งต่อมายังเขา จึงโทร. ไปหาวิชิตซึ่งก็ได้รับข้อความเดียวกัน โทร. กลับไปยังเบอร์ที่ส่งก็ติดต่อไม่ได้ วิชิตจึงบอกให้เชื่อเหอะ เพราะเรื่องนี้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ แสนคมจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องรถ พยาบาลด้วย เพราะกลัวจะมีการสูญเสียไม่ทันการณ์เหมือนครั้งที่แล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ขบวนของเสี่ยเกรียงไกรซึ่งมีพรานบุญส่งเป็นผู้นำทาง เดินเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความหงุดหงิด ของไกรภพรวมทั้งความหวั่นกลัวของเสี่ยเกรียงไกร เพราะนับเป็นการเดินเข้าป่าทึบครั้งแรก คงมีชีพคนเดียว ที่พกความระแวงไว้ตลอดเวลา เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ คนนำทางก็สงสัยเพราะมาถึงสถานที่นัดคือต้นตะเคียนใหญ่ แต่ยังไม่เห็นพวกพรานที่บอกว่าจะมาดักรอ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างหน้าแต่คนที่เดินอยู่กลายเป็นพวกของแสนคม และวิชิตที่พาคนเข้ามาอีกทาง และบอกว่าจับพวกพรานป่าไว้ได้ทุกคนแล้วขอให้มอบตัวชีพหันไปทางกำนันคำทันทีเพราะงานครั้งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก และบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่ากำนันคำคือคนทรยศ เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากจึงด่ากำนันคำ ซึ่งกำนันคำบอกว่าขอเป็นคนทรยศต่อเสี่ยเกรียงไกรดีกว่าเป็นคนทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน แล้วก็ทรุดลงเพราะถูกชีพยิงอย่างเผาขน และเป็นขณะเดียวกับที่แสนคมพาคนเข้ามาล้อมจับลูกน้องที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เสี่ยเกรียงไกรพาไกรภพ วิ่งหนีไปได้ แสนคมบอกให้จ่าคู่หูพาทหารไปจับสองพ่อลูกให้ได้ ชีพที่กำลังจะวิ่งตามไป แต่เป็นเพราะความแค้นทำให้ชีพหันมายิงใส่แสนคม แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงละล้าละลังจึงถูกที่แขนซ้ายของแสนคมเท่านั้น แสนคมจึงยิงสวนไปข้างหลังถูกชีพอย่างจังจนล้มลง แสนคมวิ่งไปดูก็เห็นแน่นิ่งจึงหันไปทางกำนันคำที่นอนเจ็บอยู่อย่างเป็นห่วง กำนันคำที่เห็นชีพขยับตัวหยิบปืนมา จะยิงใส่แสนคมจึงร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์แม้แสนคมจะกลิ้งหลงกระสุนเข้าที่ท้องของแสนคม ทำให้บดินทร์วิ่งตรงมาและสั่งให้ทหารเอาเปลสนามที่เตรียมมาหามแสนคมกับกำนันคำกลับไปทางเก่าไปที่รถพยาบาลด่วนแสนคมที่ยังมีสติบอกบดินทร์ว่าให้ดูแลกำนันคำดีดี เพราะตอนเข้ามาก่อนกำนันคำจะถูกยิง ได้ยินคำพูดที่กำนันพูดว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินเต็มสองหู ผู้ใหญ่สมปองที่อยู่ชายป่ากับชาวบ้านอีกสองคนเห็นร่างของกำนันคำถูกหามมาก็เข้าไปหาบดินทร์บอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร เอากำนันคำกับแสนคมไปส่งโรงพยาบาลก่อน โดยให้กำนันนั่งไปกับกำนันคำ ส่วนเขาจะนั่งไปกับแสนคมผู้ใหญ่สมปอง บอกชาวบ้านสองคนที่อยู่ด้วยให้ไปส่งข่าวกับนางสายใจ ผู้ใหญ่สมปองที่ปากก็บอกว่าเกลียดเพื่อน แต่แท้ที่จริงรักเพื่อนมากแต่ที่พูดเพราะเสียใจกับผิดหวังที่เพื่อนเป็นแบบนี้ กำนันคำบอกกับเพื่อนรักว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองฟังแล้วถึงกับร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดก็ตาม เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ส่งคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน นางสายใจพร้อมลูกสาว นางพวง เพลินตา พรนับพัน นางสายใจมาพร้อมถือโทรศัพท์มาด้วย และเล่าเรื่องที่ได้ยินกำนันคำให้บดินทร์ฟัง บดินทร์ขอดูโทรศัพท์เมื่อใส่แบตเตอรี่ลงไปและเปิดเครื่อง เบอร์ของแสนคมที่โทร. ไปก็ปรากฏอยู่แค่นี้บดินทร์ก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งออกอีกผู้ใหญ่สมปองพอรู้ว่าเพื่อนรักเป็นสายให้ทางการก็ร้องไห้โฮ รวมทั้งนางสายใจด้วยที่สามีไม่เคยบอก ปล่อยให้นางด่าอยู่ได้ ดวงใจนั้นร้องไห้มีเพลินตากับพรนับพันช่วยปลอบ หมอออกมาบอกว่าอาการของแสนคมนั้นสาหัสมาก ต้องผ่าตัดด่วนจึงถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัด ส่วนกำนันคำหมอบอกว่าอาการหนัก เกินเยียวยาเพราะถูกยิงที่ตับ ที่อยู่จนถึงตอนนี้เพราะกำลังใจอย่างเดียวให้ญาติเข้าไปหาได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางสายใจร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นร่างของกำนันคำ โดยกำนันบอกว่าเขาไม่เคยลืมสัจจะไม่เคยทรยศคิดคดแผ่นดิน บอกนางสายใจไม่ให้ร้องไห้เพราะจะทำให้นอนตายตาไม่หลับ และหันไปบอกกับดวงใจว่าต่อไปนี้ห้ามดื้อกับแม่ ต้องดูแลแม่ ซึ่งดวงใจก็รับปากทั้งน้ำตา กำนันคำหันไปหาเพื่อนบอก ฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองด่าตัวเองที่ช่างโง่มีตาหามีแววไม่ แต่ก็รับปากจะทำตามที่กำนันบอกทุกอย่าง กำนันบอกบดินทร์ให้ช่วยฝากลาผู้พันแสนคมด้วย ขอให้รอดปลอดภัย หลักฐานทุกอย่างที่จะเอาผิด เสี่ยเกรียงไกรอยู่ในโทรศัพท์ แล้วก็สิ้นใจตายพร้อมด้วยคำว่าขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ผู้ใหญ่ และ แสนคม แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อไป โดยมีนางพวงอยู่ช่วย ส่วนบดินทร์ พรนับพันและเพลินตาไปที่ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้แสนคมอยู่ในนั้น พรนับพันนั้นร้องไห้ โดยมีบดินทร์บอกว่า แสนคมต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เวลาผ่านไป พลโทพัชระ คุณสราญรัตน์ ก็มาที่โรงพยาบาลพร้อมเพื่อน ๆ ของแสนคม ทุกคนอยู่ในอาการเป็นห่วง พยาบาลออกมาบอกว่า ต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน ซึ่งในนั้นไม่มีใครมีสักคน มีเพียงคุณสราญรัตน์ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่สามารถให้ได้ สร้างความดีใจให้กับคุณสราญรัตน์มากที่เลือดของแม่จะช่วยชีวิตลูกได้ พรนับพันกับเพลินตากลับมาจากห้องน้ำ พอรู้ว่าแสนคมต้องการเลือดจากบดินทร์ที่ยังพูดไม่ทันจบ พรนับพันก็บอกว่าเลือดกรุ๊ปเดียวกันเอาของเธอได้ แต่บดินทร์บอกว่าคุณสราญรัตน์ให้ไปแล้ว แต่ถึงจะเอาของพรนับพันก็คงไม่ได้ เพราะพรนับพันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พลโทพัชระพูดขอบคุณ และเห็นแหวน ที่นิ้วของพรนับพันก็เดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนสำคัญของลูกชายแน่นอน แสนคมฟื้นหลังจากนั้น และดีใจที่เห็นหน้าผู้เป็นแม่ เพราะก่อนจะฟื้นเขาบอกว่าเห็นแม่เดินอยู่ข้างหน้า แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันมามอง เพื่อน ๆ เลยบอกว่าเป็นเพราะพลังความรักของแม่ เลยทำให้แสนคมรอดชีวิต แสนคมถามหากำนันคำพอรู้ว่าตายแล้วก็เสียใจ แล้วก็มองหาพรนับพัน บดินทร์จึงไปตามมาให้ แสนคมบอกว่าเขามาตามสัญญา พรนับพันร้องไห้บอกดีใจที่แสนคมไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แสนคมบอกกับพ่อแม่ว่าพรนับพันคือผู้หญิงที่เขารักก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพื่อน ๆ ของแสนคมตอนแรกก็จำพรนับพันไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกออก คุณสราญรัตน์สัมภาษณ์ พรนับพันว่าเป็นลูกใคร พอบอกชื่อพ่อแม่ก็ตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกคนดังในสังคม คุณสราญรัตน์ เอ็นดูพรนับพันเพราะลูกชายรักใครเธอรักด้วยอยู่แล้ว เพื่อน ๆ ของแสนคมต่างก็เล่าเรื่องคืนนั้น ให้พรนับพันฟัง พรนับพันและเพลินตาขอตัวไปช่วยงานศพของกำนันคำเพราะเห็นว่าทางนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก งานศพของกำนันคำได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ผู้ใหญ่สมปองและนางพวงพร้อมด้วยบดินทร์ พรนับพัน เพลินตา และชาวบ้านล้วนมาช่วยกันด้วยความเต็มใจ ดวงใจกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังพ่อตาย ตาคะยอเอาพืชผักสวนครัวพร้อม ผลไม้มาช่วยงาน สร้างความซาบซึ้งให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย รวมทั้งน้ำใจของพรนับพัน และเพลินตาด้วย ที่ไม่ทิ้งกันเวลามีความทุกข์ เสี่ยเกรียงไกรหนีไปไม่รอดเพราะพลัดตกลงไปในช่องหิน โดยมีไกรภพนั่งร้องไห้มองดู เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรเป็นไปตามกรรม เพราะขาข้างนั้นต้องตัดทิ้ง และยังต้องถูกจับเข้าคุกพร้อมหลักฐานต่าง ๆ แต่ความรักลูกเสี่ยเกรียงไกรบอกว่าทุกอย่างตัวเองเป็นคนกระทำทั้งหมด ไกรภพไม่เกี่ยว วันเผากำนันคำ แม่ชีกรแก้วพาไกรภพมาขอขมาศพ โดยออกรับแทนลูกทำให้ทุกคนเห็นความรักของแม่จึงให้อภัย โดยเฉพาะนางสายใจกับดวงใจที่บอกว่าถึงโกรธไปเกลียดไปกำนันคำก็ไม่ฟื้น ไกรภพบอกว่าเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาได้คิดจะขอบวชให้กำนันคำ แสนคมจึงบอกว่าไกรภพมีแม่อันประเสริฐที่สุดแล้วที่ออกรับแทนลูกทั้งที่ไม่เกี่ยว และตามความเป็นจริงคนที่ยิงกำนันคำก็ไม่ใช่ไกรภพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยความโศกเศร้า พรนับพันหลังจากพบกับเหตุการณ์เศร้าสลด ทำให้ คิดได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ควรใช้ให้คุ้มค่า อย่างที่ดวงใจบอกว่าพรนับพันยังโชคดีที่มีพ่อแม่อยู่ครบให้พูดขอโทษ พูดแสดงความรัก แต่ตัวเองสายไปแล้ว ถ้าแลกทรัพย์สินเงินทองที่มีทั้งหมดกับชีวิตพ่อจะขอเลือกพ่อ เพลินตาก็ช่วยพูดให้พรนับพันได้คิด ทั้งที่จริงแล้วพรนับพันได้คิดด้วยตัวเองแล้ว พรนับพันอาสาเป็นครูสอนชาวบ้านตอนกลางคืน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านได้รู้หนังสือ โดยมีตาคะยอ จันดี จันทร์แรม มาเป็นนักเรียนด้วย เพลินตามีฝีมือทางการปักผ้าจนฝีมือนำหน้าครูแทบทุกคน จึงเอาดีทางนี้ ดวงใจก็ไปเรียนทอผ้าและเรียนหนังสือ ต่อให้จบเพื่อความภูมิใจของผู้เป็นแม่ พรนับพันนั้นรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป จึงเปลี่ยนไปเรียนวาดรูปแทน และภาพที่ตัวเองวาดด้วยความเผลอไผลคือภาพครอบครัวที่เคยวาดตั้งแต่เด็ก ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันเล่าเรื่องให้แสนคมฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสนคมจึงพูดปลอบใจว่า ตอนนี้พรนับพันก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วให้เก็บไปคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นางพวงทำที่ดินของตัวเองให้เป็นแบบของตาคะยอโดยการปลูกกล้วยไข่ ปลูกพริก โดยมีจ่าโชติช่วยด้วย พรนับพันและเพลินตาตามจ่าโชติไปดูบดินทร์ และจ่าทัศน์ฝึกควายแทนแสนคมแล้วต้องหัวเราะ กับความน่ารักของควาย แสนคมบอกว่าปัจจุบันคนหันไปใช้รถไถกันมาก ทำให้ควายถูกมองข้าม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงคำนึงถึงเรื่องนี้ ทรงอยากให้ควายอยู่คู่กับสังคมไทยไปเหมือน เดิม เพราะรถไถสิ้นเปลืองทั้งเงินทั้งน้ำมัน จึงทรงให้มีโรงเรียนควาย ธนาคารควายเกิดขึ้นบดินทร์สวมแหวนญาติของตัวเองให้เพลินตาโดยมีนังทองหยิบ นังทองหยอด จ่าโชติ จ่าทัศน์ เป็นพยานในปลัก ที่กำลังสอนชาวบ้านไถนาร่วมกับควาย มีนักสังคมสงเคราะห์ นำเอาอุปกรณ์การศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬามามอบให้โรงเรียน รวมทั้งเครื่อง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์งานมามอบให้ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ที่ว่าคือ บิดามารดา ของพรนับพัน ซึ่งมีคุณปัทมากับปรางวลัยตามมาด้วย ทั้งคู่มามอบให้เป็นการส่วนตัว พรนับพันได้พบกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโทร. ไปหาอยู่พอดี สร้างความดีใจจน ต้องร้องไห้ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าของพ่อแม่พูดขอโทษ ไม่ต่างอะไรกับคุณพรพรรณรายที่ร้องไห้ พร้อมทั้งขอโทษลูกที่ตบหน้า คุณเมธีก็บอกว่าเขาปรับปรุงตัวเองใหม่แล้ว พรนับพันมองหน้าพ่อแม่ ที่เวลานี้ไม่มีรอยเคร่งเครียดเหมือนเก่าให้เห็นก็ดีใจ และถามผู้เป็นแม่เรื่องรูป ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สนใจแล้ว เพราะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็นแบบนั้น มีคนใส่ร้าย ปรางวลัยก็พูดว่าเธอไม่ได้ใส่ร้ายมันเป็นเรื่องจริง แสนคมเลยบอกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พรนับพันทำท่าจะเข้าไปตบแก้แค้นแต่แสนคมห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงพากันหลบออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางการใจหายใจคว่ำนึกว่าพรนับพันจะทำจริง พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันท่ามกลาง ความดีใจของทุกคน ติดตามชมละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560 รายชื่อนักแสดงน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก มาสุ จรรยางค์ดีกุล รับบท ผู้พันแสนคมฑาริกา อินสุวรรณ์ รับบท พรนับพันดวงตา ตุงคะมณี รับบท ป้าพวงสิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ รับบท ดวงใจ หรือ ดวงลดากันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข รับบท ไกรภพชลธิชา เที่ยงธรรม รับบท ปรางวลัยสุปราณี เจริญผล รับบท พรพรรณรายดารัณ ฐิตะกวิน รับบท สราญรัตน์

จำได้มั้ย!! ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย พระเอกมาดกวนสุดโต่งในอดีต มีลูกสาวสวยถึงเพียงนี้!!
ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย /  ตุ๊ก จันจิรา / 

  ยังจำกันได้มั้ย!! สำหรับพระเอกมาดกวน จอน ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย ที่โด่งดังอย่างมากจากภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาในปี 2531 เรื่อง รักแรกอุ้ม ประกบคู่ ตุ๊ก จันจิรา จูแจ้ง และหลังจากนั้น ขจรศักดิ์ ก็โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่นั้นมา มีทั้งงานภาพยนตร์ งานละคร และงานเพลงที่โด่งดังติดหูติดปากแฟนคลับยุค 80's อาทิ เพลงใครไม่เกี่ยวถอยไป, อย่าคิดมาก แต่หลังจากนั้นเรื่องราวของพระเอกดังสุดเฟี้ยวก็หายลับเข้ากลีบเมฆออกจากวงการบันเทิงไปเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ด้วยสาเหตุที่ว่าถึงจุดอิ่มตัว หลังจากนั้น พี่จอน หรือ ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย ก็หันไปทำธุรกิจประเภทผับและเธค ร่วมกับเพื่อน แถมอดีตพระเอก ขจรศักดิ์ ยังทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวมีลูกสาวน่ารักๆ ด้วยกันถึง 2 คน คือ น้องอะตอม อายุ 17 ปี และ น้องนีน่า อายุ 15 ปี ที่ถอดแบบความน่ารักผสมกับความกวนเล็กๆ ซึ่งเป็นสเน่ห์ของ คุณพ่อจอน ติดตัวมาด้วยไม่มีผิดเพี้ยน ว่าแต่เห็นสวยๆ น่ารักๆ อย่างนี้ พ่อจอน หวงนักหวงหนาขนาดโตเป็นสาวแล้วยังไม่ยอมปล่อยให้ลูกสาวทั้งสองไปเที่ยวตามลำพังกับเพื่อนๆ เลยสักครั้ง โอ้ววววว!!   ซึ่งหลังห่างหายวงการไป 10 ปี ขจรศักดิ์ กลับมารับงานแสดงอีกครั้งให้กับละคร เรื่องเล่ห์นางหงส์ อีกครั้งเมื่อปี 2557 และมีผลงานละครจนถึงปัจจุบัน โดยที่มาของการหวนคืนกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้งเป็นเพราะแรงจูงใจจากลูกสาวคนสวยทั้งสอง น้องอะตอม และ น้องนีน่า นั่นเอง โดยทั้งสองได้ไปสืบค้นจากอินเตอร์เน็ทถึงความดังในอดีตของคุณพ่อ และเล็งเห็นว่า พ่อจอน น่าจะกลับมาเล่นละครซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อรักอีกครั้ง!!   ว่าแล้วไปชมความหล่อ เก๋า กวน สมัยวัยรุ่นครั้งที่คุณพ่อสุดเฟี้ยว ขจรศักดิ์ เข้าสู่วงการใหม่ๆ เมื่อ 29 ปีก่อนจากภาพยนตร์เรื่อง รักแรกอุ้ม กันได้เลยได้ที่ see.me.mthai.com ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจาก ช่อง2, virginhitz.becteroradio.com, IG @j_kajohnsak, FB ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย ขจรศักดิ ตุ๊ก จันจิรา กลับมาเจอกันอีกครั้ง ขจรศักดิ์ น้องอะตอม น้องนีน่า ขจรศักดิ์ น้องอะตอม น้องนีน่า ขจรศักดิ์ และครอบครัว ขจรศักดิ์ น้องอะตอม น้องนีน่า ขจรศักดิ์ น้องอะตอม น้องนีน่า น้องอะตอม ลูกสาว ขจรศักดิ์ น้องนีน่า ลูกสาว ขจรศักดิ์ ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย ขจรศักดิ์ น้องอะตอม น้องนีน่า

นิวเคลียร์ ป้อง! อุ้ม บอกสั่งตื้บคน ไม่ใช่นิสัยพี่สาว
นิวเคลียร์ หรรษา /  อุ้ม ลักขณา

    หลัง อุ้ม ลักขณา พี่สาวโดนพาดพิงมีรายชื่อเอี่ยวในข่าวการ์ดดาราตื้บลูกชายนายพลในผับที่ จ.เชียงใหม่ ด้านน้องสาวอย่าง นิวเคลียร์ หรรษา ออกมาโพสต์ป้อง โดยวอนให้เสพข่าวอย่างมีสติ บอกพี่สาวเป็นคนขี้สงสารคนไม่ทำเช่นนั้นแน่ ดังนี้    “สู้ๆ นะเธอ คนที่เข้ามาถล่มด่าพี่อุ้ม ก็อยากให้เสพข่าวอย่างมีสติก่อนนะคะ อย่าพึ่งฟังความข้างเดียว นิวคนนึงที่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นไง แต่ รอพี่เค้าแถลงเองดีกว่า และลองคิดดู คนแบบพี่อุ้มเนี่ยนะจะสั่งกระทืบคน... นึกภาพตามสิ แกไปจัดการคนนั้นให้ชั้นเดี๋ยวนี้!!... มันไม่ใช่อะ คือแค่นางดูคลิปโดนต่อยอะไรนิดหน่อยนางก็ร้องไห้แล้ว ขี้สงสารคนจะตาย นิวเป็นไรนิดน่อยก็ร้องไห้ก่อนนิวซะอีก เป็นกำลังใจให้พี่สาวน้า รักเธอ #ตอนนี้นางก็ยังงงๆ กับข่าวไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเท่าไหร่เบอะๆ เกอะๆ จะตาย”    โดยทางดาราสาว อุ้ม ลักขณา และ บอล กฤษนะ แฟนหนุ่ม พร้อมด้วยเพื่อนนักแสดงที่อยู่ในเหตุการณ์การ์ดของร้าน Malin Sky ทำร้ายลูกชาย ผบ. มทบ 38 จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันนี้(27 พ.ย.) เวลา 17.00 น. ณ ชั้นดาดฟ้า The core chiangmai hotelขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @newclear_hansa, @aummy นิวเคลียร์ โพสต์ป้อง อุ้ม   อุ้ม - บอล - นิวเคลียร์ - เพชรจ้า   นิวเคลียร์ - อุ้ม   นิวเคลียร์ - อุ้ม  

หวาย ร่ำไห้! ถูกคู่กรณีซ้อม-ขวดฟาดหัวไม่รู้สาเหตุ ยันไม่ได้เมาอาละวาดตามคลิป
หวาย ปัญญริสา

       หลังมีการแชร์คลิปหลุดกระหน่ำโซเชียลที่อ้างว่า นักร้องสาว หวาย ปัญญริสา และแฟนหนุ่มเมาอาละวาดโชว์กร่างกลางป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วว่าไม่เป็นความจริงทั้งหมด ล่าสุด สาวหวาย เดินทางมาเปิดใจครั้งแรกกับกรณีคลิปหลุดใน รายการปากโป้ง ทางช่อง 8 โดยเล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตา ทั้งช็อกและเจ็บใจที่ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งซ้อมและเอาขวดฟาดศีรษะจนทำให้มีอาการปวดหัวมาก ซึ่งเธอเคยมีอาการกะโหลกร้าวจากอุบัติเหตุตกมอเตอร์ไซค์เมื่อปี 2556 มาแล้ว พร้อมยืนยันตนไม่ได้เมาอาละวาด วอนอย่าตัดสินแค่การฟังความข้างเดียวจากคลิป ตอนนี้ยังไม่แจ้งความดำเนินคดี รอปรึกษาผู้ใหญ่และรวบรวมหลักฐานต่อไป              "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าให้เล่าแบบสั้นๆ เลยเราถ่ายรูปกับแฟนคลับอยู่ มีคนเดินเข้ามาถามว่า กวนเราเหรอ เราบอกว่าเปล่าถ่ายรูปกับแฟนคลับอยู่ รู้ตัวอีกทีคือมีคนเอาของมาฟาดหัวข้างหลังแล้วก็ล้มลงไป ตอนนั้นมึน ช็อก หลายอย่างค่ะ ความรู้สึกมันวนเวียนไปหมด พอลุกขึ้นมาได้เราก็ยอมเดินออกมา พอสติกลับมาก็รู้สึกว่าใครทำเรา เกิดอะไรขึ้น รู้สึกปวดหัวมาก ตัวเราก็เคยกะโหลกร้าวมันเลยคิดมากไปหมดเลย ปวดขนาดนี้อะไรเกิดขึ้นข้างใน และตอนนั้นก็ไม่เห็นคู่กรณีแล้ว อยู่ดีๆ เค้าก็กลับมารอบที่ 2 อย่างที่เห็นกันในคลิปคือจุด 2 ที่ทุกคนเห็นว่าเมาอาละวาด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เราโดนกระทำเป็นรอบที่ 2 ก็พยายามปกป้องตัวเอง มีการตะโกนว่าใครทำ ทำทำไม ตัวหนูทุกอย่างมันจำไม่ค่อยได้เลย ตัวหนูเองคิดว่าอยู่กับพื้นนานอยู่เหมือนกัน"              "ไม่รู้จักคู่กรณี ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยทักทายกันมาก่อน มันเลยเจ็บใจมากค่ะ ต้องบอกทุกคนเลยว่าคืนนั้นเป็นวันที่หนูแฮปปี้มากจริงๆ มันเลยเอฟเฟกต์กับหนูมาก จะกลับบ้านแล้วอยู่ดีๆ ก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น วันนั้นมีนัดทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของแฟน ได้มีการคุยเรื่องงานกัน หลังจากนั้นเราไปข้างนอกกันต่อจะได้รีแลกซ์ หวายเองก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนบ่อย ตอนไปเที่ยวที่ผับเสร็จออกมาจะขึ้นรถก็เกิดเรื่องขึ้นเลย"              "ตัวหนูเอง เราไม่ได้สังเกตเค้า ไม่เห็นเค้าเลย ตอนอยู่ในผับไม่ได้ไปเดินชนใครทั้งสิ้น อยู่ในผับตัวหวายเองรู้ว่าวันนั้นมีสติเต็มร้อยค่ะ ไม่ได้ดื่มค่ะ มีสติแฮปปี้มาก หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคิดว่าอยู่ดีๆ หนูจะไปมีเรื่องกับใคร หรือมีปัญหากับใคร ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ แฟนได้ดื่มแต่ดื่มน้อย เบียร์ขวดเดียว เอาจริงๆ อยากให้ทุกคนตัดเรื่องแอลกอฮอล์ไปสักที เพราะมันไม่ได้เกี่ยวเลย ถ้าอยากจะทราบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดมั้ย หรือถ้าไม่เชื่อหวายก็ลองโทรคุยกับสารวัตรได้"             "ก่อนหน้านี้ตัวหวายเองไม่เคยมีกระทบกระทั่งกับคนในพื้นที่จริงๆ ไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร หรือหาเรื่องใครในที่ของเค้า ส่วนเหตุการณ์ก่อนที่เคยทะเลาะวิวาทภูเก็ต ไม่เกี่ยวแน่นอนค่ะ อย่างที่บอกว่าตอนนั้นเพื่อนหนูเป็นคนโดน หนูไม่ได้โดนอะไรเลย คู่กรณีของเพื่อนหนูก็ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวหนูเลย หนูแค่ตกใจและถามว่าทำเพื่อนฉันทำไม แต่คราวนี้หนูโดนเองเลย โดนแบบงงๆ ไม่เข้าใจว่าเค้าทำเราทำไม ทางตัวหวายอยากที่จะฟังจากเค้าเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง มีแค่ฝ่ายชายมาคุยกับแฟนหวายว่าทางผู้หญิงผิดจริง ถ้ามีอะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกได้ แต่เค้าขอไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรมาก"             "เรื่องโรงพักใช่มั้ยที่ทุกคนถามว่าทำไมไป หลังจากเกิดเหตุจุดที่ 2 หนูเป็นคนบอกคุณตำรวจเองว่าอยากไปโรงพักตอนนี้ เพื่อนเราทุกคนบอกว่าจะไปดีเหรอ เดี๋ยวเป็นข่าวนะ ก็เราโดนฉันไม่สน ตอนนั้นเราก็ยังคิดว่าอาจจะยังเป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่โต แต่ตอนนั้นเราโดนเราเจ็บ อยากเคลียร์กับคู่กรณี ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ก็แจ้งความ ในเมื่อคู่กรณีไม่มาแล้วตอนนั้นเราเจ็บมาก มันปวดศีรษะจริงๆ จนคิดว่าจะตาย สารวัตรบอกว่าไปโรงพยาบาลเถอะเค้าไม่มาแล้ว ไปเถอะไม่ต้องรอ"             "อาการตอนนี้มันสะเทือนใจมาก ยังช็อกอยู่ ที่มาวันนี้ สภาพจิตใจยังไม่พร้อม แต่ก็อยากออกมาเล่าให้ทุกคนฟัง จบวันนี้ไปหนูรู้สึกดีใจที่ได้ออกมาพูด แต่สภาพจิตใจตอนนี้ไม่ดีมากค่ะ ตอนนั้นไปหาหมอที่โรงพยาบาลบอกว่าโดนทำร้ายร่างกาย ตามตัวมีรอยบวมตรงศีรษะ มีช้ำบนใบหน้าดวงตา มีแผลบนตัว มีรอยช้ำบนตัว หมอขอให้แอดมิด แต่เราไม่ยอมแอดมิด พอกลับไปเช็กอีกรอบ หมอก็บอกว่าต้องแอดมิด ต้องเอ็กซเรย์ แต่หนูก็บอกว่าไม่ได้ เราต้องรีบกลับมากรุงเทพค่ะ"            "สรุปยังไม่ได้แจ้งความ อยากดำเนินคดีนะคะ แต่ต้องรอคุยกับผู้ใหญ่ค่ะ มันไม่ได้แล้วแต่หวายคนเดียวด้วย ตัวหวายเองก็อยากจะปกป้องตัวเองอยู่แล้ว แต่ต้องรอคุยกับผู้ใหญ่และรอรวบรวมหลักฐานทั้งหมดค่ะ กับคู่กรณีไม่ได้คุย ไม่ได้ติดต่ออะไรเลย แฟนผู้หญิงคนนั้นติดต่อมาทางแฟนของหวายเท่านั้น ไม่ได้คุยกับตัวผู้หญิง ไม่ได้คิดจะเจอเร็วๆ นี้หรือพูดคุยกับเค้าด้วย หนูไม่อยากเจอเค้ามันเจ็บใจมาก ตัวหนูมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ยังช็อกมากค่ะ สภาพจิตใจไม่ดีเลย ตัวหวายเองอยากรู้มากว่าทำไมถึงทำ แต่ตอนนี้มันเจ็บมาก มันหาเหตุผลอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ หาเหตุผลไม่ได้จริงๆ นอกจากเค้าไม่ชอบเรามาอยู่แล้ว ไม่ชอบผลงานเราถึงมาทำแบบนี้ เราไม่เคยเจอ ไม่เคยคุยมาก่อนจริงๆ มันหาเหตุผลไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องหึงหวงแน่นอนค่ะ"             "ถามแฟนหนูแล้วว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ เป็นแฟนใหม่ของพี่ผู้ชายคนที่โทรมาหา พี่เค้าโทรมาเคลียร์ให้ขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้หญิงผิดจริง พี่ผู้ชายเป็นเพื่อนของเพื่อนแฟนอีกที เป็นกลุ่มรู้จักกันห่างๆ อยู่แล้ว แต่วันนั้นไม่ได้อยู่โต๊ะเดียวกัน อยู่คนละโต๊ะค่ะ แฟนหนูก็ถามแล้วว่าเค้าทำเพื่ออะไร พี่ผู้ชายเค้าบอกไม่รู้ขอโทษ ตอนนั้นเมาทุกคน อีกฝ่ายเกินร้อยหมดค่ะถามสารวัตรได้ค่ะ สรุปว่าโดนเอาขวดแก้วฟาดหัวค่ะ จุดที่ 2 โดนซ้อมด้วยค่ะ ผลกระทบกับที่กะโหลกร้าวอยู่แล้วเท่าที่เช็กจากภายนอกอย่างเดียว หมอขอให้มาเอ็กซเรย์แอดมิดก็ยังไม่กลับไปจนวันนี้ ตอนนี้ก็ยังปวดอยู่ แต่หนูไม่อยากออกไปไหนเลย ไม่อยากเจอผู้คน วันนี้เป็นครั้งแรกที่ออกไปไหนหลังเกิดเรื่องและเจอคนเยอะขนาดนี้"             "อยากบอกอะไรที่คนตีความในคลิปผิดไป ก็อยากจะให้ทุกคนเข้าใจหนูด้วยและยอมรับฟังหนูบ้าง เปิดใจให้หนูบ้าง หนูเป็นคนเหมือนกัน เข้าใจว่าในคลิปที่ทุกคนได้ดูกัน มันไม่ได้มีภาพเยอะ ไม่ได้เห็นหนูหรืออะไร แต่ที่ได้ยินเสียงหวายตะโกนหรืออะไร มันเป็นเพราะเราโดนทำค่ะ เราตกใจ มันต้องมีพูดบ้าง ถามบ้าง จะให้เราโดนทำแล้วยืนนิ่งๆ เฉยๆ ร้องไห้เหรอ มันไม่ใช่ค่ะ คนเราโดนทำแบบนั้นมันตกใจอยู่แล้ว ในชีวิตนี้หนูไม่เคยโดนใครทำแบบนี้ ไม่เคยโดนใครเอาของมาฟาดใส่หัวหนูเลยค่ะ"           "วันนั้นที่บอกว่าวันนั้นหวายมีความสุขมาก คือตัวของหวายเองก็มีความเครียด มีความเศร้าจากหลายๆ อย่างเหมือนกันปีนี้ กับตัวหวายเอง ครอบครัว เพื่อน แฟนของหวายก็พอรู้อยู่บ้าง วันนั้นมันเป็นวันที่ยากมากที่จะมีความสุขได้ทั้งวันจริงๆ มันไม่ได้เป็นเรื่องปกติสำหรับหนู ช่วงก่อนนั้นมันเครียดหลายอย่าง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องทำงานด้วย มันเลยเสียใจตรงนี้ เพราะเราพยายามที่จะมีความสุขมากๆ หลังจากนี้จะดำเนินการยังไงก็ต้องคุยกับผู้ใหญ่ก่อนจริงๆ"            "ทางครอบครัวก็ทั้งเป็นห่วงและอยู่ข้างๆ ปลอบใจตลอด เค้ารู้ว่าเราเป็นคนยังไง เค้ารู้จักเราดีที่สุด พ่อแม่ก็บอกตลอดว่าอย่าเครียดอย่าคิดมาก ข่าวก็คือข่าว รู้ว่าความจริงคือยังไง เค้าก็อยากให้เราไปแจ้งความ อยากให้เราแฮปปี้ค่ะ อะไรที่ลูกอยากก็โอเค เราอยากมั้ยมันก็อยาก ก็เห็นใจเค้านิดนึงแต่ไม่อยากพูดแบบนี้เลย เราก็เครียด ถ้าเค้าเข้ามาขอโทษ หนูคิดว่าเค้าไม่ขอโทษ แฟนเค้าก็เป็นห่วงและรู้สึกสงสาร ถ้าเค้ามาขอโทษจะให้อภัยมั้ยเหรอ ยากค่ะ จะกลับไปป่าตองอีกมั้ย ยังไงเราก็อยากกลับไปอยู่แล้วค่ะ แต่คงไม่ไปแถวนั้นเร็วๆ นี้ กลัวโดนค่ะ" หวาย กล่าว        หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา