ในผับ

ดีเจภูมิ โอดโดนยกเลิกงานสูญรายได้ 2 ล้าน! เห็นใจ น็อตกราบรถ รับโทษพอแล้ว!!
ดีเจภูมิ ภูมิใจ /  ดีเจภูมิ / 

        หลังจาก ดีเจภูมิ ภูมิใจ โพสต์ว่าเคยมีกรณีรถแลมโบกินีของตนโดนเฉี่ยวคล้ายๆ กับ น็อต อัครณัฐ แต่ตนไม่โกรธและไม่เอาเรื่องเพราะคู่กรณีพูดจาดีมีมารยาท ซึ่งจบคนละแบบต่างกับ น็อต กราบรถ ทั้งสองกรณีจึงถูกชาวเน็ตนำมาเปรียบเทียบกัน งานนี้ ดีเจภูมิ ขอบคุณทุกคำชื่นชมที่มีสติพอและเคลียร์กันจบด้วยดี ส่วนตัวเข้าใจและให้อภัยต่อการกระทำของ น็อต เพราะมองว่าได้รับโทษพอแล้ว หากมีโอกาสก็จะส่งข้อความไปให้กำลังใจน้อง พร้อมทั้งเผยว่าช่วงที่ผ่านมาถูกยกเลิกงานทั้งหมด ธุรกิจก็ได้รับผลกระทบ สูญเสียรายได้ร่วม 2 ล้านบาทแล้ว แต่มองในแง่ดีว่าทำให้มีเวลาว่างได้ท่องเที่ยวและพักผ่อนมากขึ้น              "คนชมเรื่องรถแลมโบกินีตื้นตันใจมากเลย ธรรมดาไม่ค่อยมีใครชื่นชมเท่าไหร่ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปีครึ่งแล้วนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องน็อต ผมเข้าใจ 100% เลย เพราะว่าวันนั้นตอนที่โดนชน ผมหน้าแดงเลยโมโหมาก เพราะผมก็เป็นคนที่รักรถมาก แต่พอลงจากรถมา คู่กรณีเค้ามารยาทดีมาก นอบน้อมมากจนผมรู้สึกว่าความโกรธมันหายไปทันทีเลยและอยากจะแชร์เรื่องนี้ อย่างสิ่งที่เกิดขึ้นกับน็อตผมเข้าใจเค้านะ คนที่รักรถมากๆ ก็เหมือนคนที่รักแฟนมากๆ เหมือนมีใครวิ่งมาจับก้นแฟนเราประมาณนั้นเลย ก็ต้องตามต้องเจอกันหน่อย แต่ตัวเค้าเองก็ทำเกินไปและแรงเกินไป แต่ผมว่ามันก็เป็นบทเรียนที่สำคัญกับชีวิตเค้า เค้าอาจจะได้รับคำตัดสินและโทษพอแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เราจะให้อภัยน้องเค้าแล้ว ก็ถือว่าตอนนี้หนักมากสงสารน้องเหมือนกัน รู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย"              "โดนเปรียบเทียบสองเหตุการณ์นี้ก็อย่างที่บอกครับ ด้วยกรณีของผมที่เจอคู่กรณีที่จิตใจดีทำให้เราใจเย็นขึ้น แต่ถ้าผมเจอคู่กรณีที่ใจร้อนปากไม่ดี ผมว่าเหตุการณ์ก็คงไม่ต่างจากน็อตเท่าไหร่หรอกครับ ผมคิดว่าผมโชคดีมากกว่า ส่วนตัวกับน้องไม่ได้คุยเลยครับ ก่อนหน้านี้อยู่ต่างประเทศ 2-3 อาทิตย์ กลับมาก็ได้ยินข่าว เคยคิดแต่ยังไม่ได้ทำนะ ก็อยากจะส่งเมสเสจไปให้กำลังใจน้องเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าเค้าโดนมาพอแล้วแหละ หน้าที่การงานก็กระทบกระเทือนไปมากมายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นตัวผม ผมก็ให้อภัยแล้ว แต่ถ้าคนอื่นจะยังไงก็แล้วแต่คุณแล้วกัน"              "สำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนน ผมว่าทุกอย่างบนโลกนี้สติคือสิ่งสำคัญที่สุดเลย ขาดสติแล้วสิ่งแย่ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ถ้ามีสติทุกอย่างมันสงบครับ สิ่งนอกกายทั้งหลายมันสามารถซื้อใหม่ได้ ถ้ามีใครบาดเจ็บมันก็สามารถรักษาได้ แต่ว่าเครดิตอย่างตัวผมหรือตัวน็อตมันค่อยๆ สร้างมาตลอดชีวิตเลย 10 ปีในวงการนี้ ถ้าคุณขาดสติครั้งเดียว คุณสามารถเสียอนาคตไปได้เลย และผมเชื่อว่าอาจจะไม่ใช่ตัวน็อตคนเดียว ผมไม่รู้นะว่าน็อตต้องดูแลครอบครัวหรือรับผิดชอบใครบ้าง แต่มันพังไปหมดเลยกับการเสียสติชั่ววูบเพียงแค่คลิปไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะฉะนั้นฝากไว้แล้วกันครับให้มีสติ"              "เท่าที่ผมเจอน็อตทุกครั้งเค้าน่ารักมาก แน่นอนว่าเด็กผู้ชายทุกคนจะมีโมเม้นท์แบบนั้น ผมก็เคยผ่านช่วงคึกคะนอง เข้าผับโดนใครเหยียบเท้าเราทีนึง เราก็ขึ้นแล้วโมโหแล้ว ใครพูดจาไม่ดีกับเรา เราก็ใส่แล้ว ผมเชื่อว่าน็อตก็เป็นลูกผู้ชายคนนึง แต่เวลาอยู่กับเพื่อนๆ พี่ๆ เป็นคนจิตใจดี เป็นน้องชายที่น่ารักครับ วันนี้ไม่ได้ปกป้องนะ แต่สำหรับตัวผมเองเลือกที่จะให้อภัยแล้ว เพราะเค้าโดนมาเยอะแล้ว ก็อาจจะมีส่งข้อความส่วนตัวไป แต่ถ้าไปคอมเม้นท์รวมเดี๋ยวจะโดนดราม่า"              "ที่โพสต์ไอจีว่าไม่มีงานทำ เพราะช่วงนี้โดนแคนเซิลงานเยอะนะครับ แต่ก็ยังดีเพราะเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว ช่วงนี้ก็เลยมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ผมว่าเดี๋ยวอีกสักพักงานก็กลับมาใหม่ครับ ตอนนี้พักเต็มที่เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปฮ่องกงแล้ว กลับมาก็ไปภูเก็ตต่อ เป็นช่วงตักตวงสำหรับผม ผมว่าเงินมันสำคัญนะ แต่เมื่อคุณมีเงินแล้วสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเวลา มีงานก็ดีได้เงิน มีเวลาก็ดี ได้ท่องเที่ยวเรียนรู้และรู้จักตัวเองมากขึ้น ตอนนี้พักยาวไป งานจะเริ่มกลับมาช่วงเดือนมกราคมครับก็อีกสักพัก แต่ก็เป็นห่วงอีกหลายๆ คนครับ ผมก็มีน้องๆ ที่ทำธุรกิจเยอะ ช่วงนี้ก็หนักกันหมดกระทบธุรกิจเละเทะเหมือนกัน แต่โชคดีที่ผมไม่ได้มีภาระอะไรมาก ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้างเลยพอไปได้"              "ผมว่าสำหรับคนในวงการบันเทิงค่อนข้างซีเรียสเลย ถ้าขาดรายได้สัก 2-3 เดือน เราต้องมองภาพรวมแต่ละคนวิถีชีวิตไม่เหมือนกัน ทุกคนมีภาระของตัวเอง ดูแลพ่อแม่ ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด ถ้าไม่มีเงินสัก 2-3 เดือนก็หนักนะครับ มีน้องๆ โทรมาขอยืมเงินเยอะมาก ก็เป็นสิ่งที่ดีถ้าใครที่รู้จักออมเงินเอาไว้ ไม่ใช้เงินเกินตัว ตัวผมเองก็รู้สึกดีเพราะก่อนหน้านี้รู้ว่าปีหน้าเราจะมีงานเข้ามาเยอะ ล็อคเอาไว้หลายคิวเลย เดือนที่แล้วผมเสียรายได้เกือบ 2 ล้านนะ ก่อนหน้านี้ผมอยากจะซื้อรถตู้อีกสักคันนึง โชคดีมากเลยที่ยังไม่ได้ซื้อ เพราะเราชอบใช้เงินที่เรายังไม่มี เพราะเรารู้ว่าเดี๋ยวปลายเดือนเราก็จะได้เงินแล้ว เราชอบซื้อของโดยใช้เงินในอนาคต ตรงนี้ก็ถือเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผมที่ยับยั้งชั่งใจเอาไว้เลยรอดไป ธุรกิจอาหารคลีนก็โดนผลกระทบมากเลยครับ ยอดร่วงลงมา 70% ได้ ก็ยังแปลกใจว่าเหตุการณ์นี้กระทบกับอุตสาหกรรมการกินและอาหารด้วย แต่กระทบหมดครับ เสื้อผ้าด้วย แต่ยังไงเราก็โอเคครับ ยอดเริ่มกลับมาแล้วครับ" ดีเจภูมิ กล่าว       ดีเจภูมิ ภูมิใจ   ดีเจภูมิ ภูมิใจ   ดีเจภูมิ ภูมิใจ   ดีเจภูมิ ภูมิใจ   น็อต อัครณัฐ  

ละครรักสลับหน้า (ละครเย็น) , เรื่องย่อรักสลับหน้า (ละครเย็น)
ละครรักสลับหน้า ช่อง7 /  ละครรักสลับหน้า / 

รักสลับหน้า บทประพันธ์โดย : อภิวัฒน์ เล่าสกุลกำกับการแสดงโดย : วินัย ปฐมบูรณ์ผลิตโดย : บริษัท กำลังดี ซอย 6 โปรดักชั่น จำกัดควบคุมการผลิตโดย : วินัย ปฐมบูรณ์ออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50-20.00 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครรักสลับหน้า เมื่อเขาต้องการจะหลุดพ้นจากคำว่าอัปลักษณ์ ทางเดียวที่จะช่วยเขาได้ก็คือการศัลยกรรม แต่ชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์กลับต้องรุ่งริ่ง เมื่อใบหน้าใหม่ของเขาดันไปเหมือนกับหัวหน้าแก็งค์มาเฟียใหญ่ของประเทศที่ตายไปแล้ว !!! ปานหรือ ปานเทพ ชายหนุ่มผู้มีปานดำที่หน้าเป็นเอกลักษณ์ กำลังโค้งรับเสียงตบมือจากบรรดาเด็ก ๆ ที่อยู่ภายในชุมชนแออัดที่มาดูการแสดงของเขา แม้ว่าจะเป็นแค่เสียงตบมือเป๊าะแปะ แต่มันก็เติมเต็มความสุขที่ต้องการจะเป็นนักแสดงให้กับเขา แต่ปานเทพก็มีความสุขได้ไม่นานก่อนที่บรรดาพ่อแม่ของพวกเด็ก ๆ จะตรงเข้ามาแล้วรีบพาลูกหลานตัวเองกลับไป เพราะเหตุผลที่ว่ากลัวว่าไอ้ปานดำที่อยู่บนหน้าจะติดมาถึงลูกหลานของพวกเขา ปานกลับบ้านไปพร้อมกับความคับแค้นใจที่ตัวเองเหมือนปีศาจจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แต่ก็มี โฉมฉาย แม่ผู้เข้าใจและรักปานคอยปลอบโยน ปานรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ตัวเองเกิดมาอัปลักษณ์อับโชค เขาอยากจะออกไปจากชุมชนแออัดแห่งนี้ อยากจะเอาปานดำที่หน้าออก ไอ้ปานดำบ้าทำให้เขาไม่ได้เป็นนักแสดง เป็นแค่ไอ้แมสเซนเจอร์ที่ต้องคอยใส่หมวกกันน็อกปิดหน้าไปวัน ๆ โฉมฉายเห็นปานเป็นอย่างนั้นก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้ลูกชาย โฉมฉายจึงรีบบอกข่าวดีให้กับปานรู้ นั่นก็คือ การะเกด ดาราสาวสุดฮอตจะมาถ่ายละครที่ชุมชนของเราในวันพรุ่งนี้ ปานถึงกับช็อกไป เพราะการะเกดคือไอดอลของเขา ทั้งการแสดงและหน้าตา และปานเองก็ได้ยินมาว่าการะเกดเป็นคนใจบุญ บางทีเธออาจจะสงสารและช่วยพาเขาเข้าวงการก็ได้ ละครรักสลับหน้า เช้าวันรุ่งขึ้นปานบุกไปที่กองถ่ายด้วยความหวังเต็มเปี่ยมที่จะได้เจอกับเจ้าหญิงของเขา แต่ก่อนที่ปานจะเจอเจ้าหญิง ก็ดันไปเจอกับนังมารร้ายอย่าง แก้วกานดา เด็กเสริฟน้ำประจำกองถ่ายเสียก่อน แก้วกานดาเข้าใจผิดคิดว่าปานเป็นพวกถ้ำมองโรคจิต โดยไม่รู้ว่าที่ปานด้อม ๆ มอง ๆ เพราะไม่กล้าที่จะแบกหน้าที่มีปานดำเข้าไปหาการะเกดนั่นเอง เรื่องราวใหญ่โตจนวุ่นวายไปทั้งกองถ่าย ดีที่ยังมี คอง ขาใหญ่ประจำชุมชนที่รับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้กับกองถ่าย เข้ามาเอาเรื่องปานเพราะการเกิดเรื่องอย่างนี้ก็เท่ากับทำให้เขาเสียหน้า แต่ยังไม่ทันที่ปานจะโดนชุดใหญ่จากคอง การะเกดก็เข้ามาเคลียร์แล้วขอให้เลิกแล้วต่อกัน ปานถึงกับอ้าปากค้างที่การะเกดเข้ามาช่วยเขา นี่สิเจ้าหญิงของผมแต่แล้วปานก็ได้รู้ว่าที่การะเกดช่วยปานเอาไว้นั่นก็เพราะเป็นวันที่นักข่าวบันเทิงลงกอง แล้วการะเกดก็ต้องการสร้างภาพนั่นเอง แล้วที่ทำให้ปานต้องอึ้งหนักก็คือคำพูดดูถูกที่บอกให้เขาไปเกิดใหม่ก่อนที่จะมานักแสดง เพราะไอ้หน้าปานอย่างเขา ต่อให้เดินบนถนนธรรมดายังยาก ปานกลับมาบ้านด้วยหัวใจที่แตกสลาย โฉมฉายกับสายรุ้ง ผู้เป็นน้องสาวที่หน้าเหมือนเกิดกันคนละพ่อคนละแม่กับปานพอรู้เรื่องก็ช่วยกันพูดให้กำลังใจว่าที่การะเกดพูดอย่างนั้นอาจจะเพราะว่าอายที่อยู่ต่อหน้านักข่าวก็ได้ ปานคิดไปคิดมาแล้วก็มีกำลังใจฮึดขึ้นมาอีกครั้ง อย่างเข้าข้างตัวเองว่ามันอาจจะจริงอย่างที่แม่กับน้องสาวว่าก็ได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ในวันรุ่งขึ้นปานบุกไปที่กองถ่ายอีกครั้ง แล้วปานก็ได้รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีวันที่เอื้อมถึงดอกฟ้าอย่างการะเกดได้ แถมคราวนี้การะเกดยังล้อเขาเป็นเรื่องสนุก ปานรู้สึกอายและโกรธที่เขาเหมือนเป็นตัวตลกให้กับคนในกองถ่ายหัวเราะกัน จะมีก็แต่เพียงแก้วกานดาที่ยืนมองปานด้วยความเห็นใจ ปานกลับมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย แก้วกานดาตามเข้ามาเพื่อปลอบปาน ปานแปลกใจที่แก้วกานดาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่กลัวไอ้หน้าดำอย่างเขา แก้วกานดาจึงบอกว่าเธอเข้าใจหัวอกของปาน แล้วปานก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ปานนิ่งงันไปเพราะไม่คิดว่าจะมีที่เข้าใจเขา แต่ก็อย่างที่เขาว่ากัน คนยิ่งรักมากก็ผิดหวังมากเป็นธรรมดา ความเสียใจของปานมันมากเกินกว่าที่คำปลอบใจของแก้วกานดาจะรักษามันหาย แล้วความผิดหวังของปานทำให้คืนนั้น ปานคิดที่จะทำบางอย่างที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ละครรักสลับหน้า เช้าวันรุ่งขึ้นโฉมฉายถึงกับเข่าอ่อนเป็นลมล้มพับเมื่อรู้ปานหนีออกจากบ้านไปพร้อมกับเงินเก็บเรือนแสนที่เธอเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต ไม่มีใครรู้ว่าปานหายไปไหน ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไปทำอะไรที่วัดแห่งหนึ่ง ครอบครัวพินธุสุวรรณกำลังเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของ เพทาย ลูกชายคนโตที่ รำไพ ผู้เป็นแม่ที่กำลังจะวางมือจากธุรกิจสีเทาโดยให้เพทายขึ้นมาบริหารงานต่อ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อรถของเพทายถูกสิบล้อชนอย่างจัง ทุกคนเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ จะมีก็แต่ เพชรฉาย น้องชายมุทะลุและรักพี่ชายเป็นที่สุดคิดว่าต้องเป็นฝีมือของ สารวัตรมงคล นายตำรวจเก่าที่หันมาเล่นการเมืองจนมีอำนาจล้นฟ้า เพชรฉายว่าต้องเป็นฝีมือของมงคลที่ต้องการจะขยายอำนาจเข้ามาในเขตการปกครองของตน รำไพบอกให้ทุกคนใจเย็น ๆ เธอเองเสียใจเป็นที่สุดกับการจากไปของเพทาย แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไร ถ้าเมื่อไหร่เธอรู้ว่าเป็นฝีมือของไอ้มงคลจริง ต่อให้มันมีสิบชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ แก้ว หรือแก้วกานดาอยู่ในชุดนางรำรู้สึกบรรยากาศงานศพชักจะไม่ค่อยดีจึงหันไปถามกับ สำราญ พ่อและผู้เป็นหัวหน้าคณะลิเกสำราญราษฏร์ที่รับงานรำ ลิเก ลำตัดทุกชนิด โดยเวลาว่าง ๆ แก้วก็ไปเป็นเด็กเสริฟน้ำแต่จริง ๆ แล้วเธอคือนางเอกลิเกนั่นเอง สำราญเล่าให้ฟังว่างานศพนี่เป็นงานศพของพวกมาเฟียใหญ่ โดยเฉพาะไอ้คนที่ตายน่ะ ได้ยินมาว่าเป็นมหาโจรมาเกิดเลยนะ แก้วกานดาได้แต่จ้องมองรูปของเพทายหน้าโลงศพเอาไว้อย่างติดตา สามวันผ่านไป ปานค่อย ๆ ลืมตาขึ้นในห้องพักของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แล้วทันที่ปานส่องกระจกมองหน้าตัวเอง เขาถึงกับอึ้งไปกับใบหน้าใหม่ของเขา ถูกแล้ว! ที่ปานหายออกจากบ้านไปพร้อมกับเงินเก็บของโฉมฉายเพราะเขามาทำศัลยกรรมใบหน้าของเขานั่นเอง แรงผลักจากคำพูดของการะเกดทำให้ปานรู้ว่าสาเหตุที่เขาต้องมีชีวิตเหมือนพลเมืองชั้นสองอย่างนี้เพราะหน้าตาอันอัปลักษณ์ของเขา และถ้าเขาจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้เขาก็ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ นั่นก็คือใบหน้าของเขา ปานพอใจกับใบหน้าของเขาเป็นที่สุด เขารู้สึกเหมือนตัวเองเกิดใหม่ในร่างของ นิว วงศกร ผสมกับ คูณ คณิน ยังไงอย่างงั้น นิติภูมิ หมอผู้แปลงโฉมถึงกับบ่นอุบเพราะกว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าของปานได้ก็ทำเอาเหนื่อยพอดูไม่คุ้มกับเงินที่ปานให้มา แต่อย่างว่าคลินิกเถื่อนจะคิดแพงกว่านี้ก็ไม่ได้ นิติภูมิบอกกับปานว่าอย่าเพิ่งดีใจเพราะกว่าที่ใบหน้าของเขาจะเข้ารูปเข้ารอยต้องผ่านไปสามเดือนก่อน แล้วปานจะต้องมาหาหมอทุก ๆ เดือนเพื่อตรวจเช็คทั้งซิลิโคนและรอยแผลต่าง ๆ ละครรักสลับหน้า ปานนอนพักในห้องเพื่อเฝ้ารอที่จะออกจากโรงพยาบาลไปพบกับชีวิตใหม่ที่เขาใฝ่ฝัน โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องวุ่น ๆ กำลังเกิดขึ้นเพราะใบหน้าใหม่ของเขา นั่นก็คือใบหน้าของเขาที่ถูกศัลยกรรมใหม่นั่นเหมือนกับเพทายราวกับคนคนเดียวกันหลังจากที่ปานพักฟื้นจนบาดแผลและทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วจึงเริ่มออกมาพบกับชีวิตใหม่ แล้วสิ่งแรกที่เขาแบกหน้าหล่อ ๆ ไปเป็นที่แรกก็คือ การไปหาการะเกดที่กองถ่ายละคร แล้วปานก็พบว่าการเป็นคนหล่อช่างดีอะไรอย่างนี้ เพราะเขาเห็นว่าการะเกดมีท่าทีสนใจเขาขึ้นมาทันทีหลังจากที่พบกัน แต่ขณะที่การะเกดกับปานกำลังจะทำความรู้จักกัน มาร์ค ลูกชายของ สารวัตรมงคลที่มาติดพันการะเกดก็เข้ามา แล้วทันทีที่มาร์คได้เห็นปาน (ที่ใบหน้าเหมือนเพทาย) ก็ตกใจทันที มาร์คอุทานออกมาในทำนองว่าเพทายยังไม่ตายเหรอ ปานที่กำลังงง ๆ ก็งงหนักขึ้นเมื่อแก้วกานดาก็ดันโผล่เข้ามาพร้อมกับอาการตกใจสุดขีด เพราะแก้วกานดาจำได้ทันทีว่าไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือเพทาย ลูกชายมาเฟียใหญ่ที่ตายไปแล้ว ปานเองก็ตกใจเมื่อได้ยินที่แก้วกานดาบอกอย่างนั้น ปานรีบออกมาจากกองถ่ายเพื่อตั้งสติ แต่ก็เหมือนชะตาชีวิตใหม่กำลังถาโถมเข้ามาไม่ให้ปานตั้งตัว เมื่อปานวิ่งออกมากลางถนนจนถูกรถของรำไพเฉี่ยวจนล้มลง รำไพรีบลงมาดูก่อนที่เธอจะอึ้งไปเมื่อได้เห็นหน้าของเพทายลูกชายเธออีกครั้ง ปานค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมาที่บ้านที่ใหญ่โตราวกับวังของรำไพ ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน ทุกคนไม่คิดว่าร่างของปานที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นคนอื่นนอกจากจะเป็นเพทายเท่านั้น แล้วก็เป็นเพชรฉายที่บอกว่าทั้งหมดต้องเป็นแผนของเพทายที่แกล้งตายแน่นอน เพื่อให้ฝ่ายมงคลตายใจ ขณะที่ปานเองก็พยายามจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็เหมือนว่าไม่มีใครเชื่อ และแล้วปานก็มีชีวิตใหม่อย่างที่หวัง เพราะตอนนี้เขาคือเพทาย ผู้นำคนใหม่แห่งกลุ่มพินธุสุวรรณ มงคลหงุดหงิดและโกรธแค้นเป็นที่สุดเมื่อมาร์คได้เล่าเหตุการณ์ที่ได้เจอกับเพทายที่กองถ่าย มงคลเองก็คิดเช่นเดียวกับเพชรฉายว่างานศพที่เกิดขึ้นเป็นงานศพปลอมที่หลอกให้เขาตายใจ แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ในเมื่อมันฟื้นได้เราก็ทำให้มันตายใหม่ได้ ปานเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างของเพทายที่ต้องเรียนรู้การเป็นหัวหน้าและการดูแลธุรกิจของตระกูลให้กับรำไพ ปานตกกระไดพลอยโจนแต่ก็น้ำท่วมปากบอกใครไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือ เขาต้องทำตัวให้แนบเนียนให้เหมือนเพทายมากที่สุด เพราะถ้าคนอื่นรู้ความจริงว่าเขาเป็นปานเทพไม่ใช่เพทาย เขาเองก็คงต้องหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอยเหมือนกัน ละครรักสลับหน้า แต่เพชรฉายเองก็เริ่มรู้สึกว่าพี่ชายเปลี่ยนไป จากที่แต่ก่อนเป็นคนเงียบ ๆ แต่เดี๋ยวนี้กลับเข้ากับทุกคนได้ แม้กระทั่งแม่บ้านในบ้านที่แต่ก่อนแทบจะไม่เคยอยู่ในสายตา หรือวิชาการต่อสู้ การยิงปืนที่แทบจะเรียกได้ว่าหายไปเกือบหมด ปานในร่างของเพทายก็โกหกไปเรื่อยว่ายังไม่หายจากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ทุกคนแปลกใจมากที่สุดก็คือ เดี๋ยวนี้เพทายกลับชอบดูละคร ชอบการแสดง ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อน แม้แต่เพลงเพทายยังไม่คิดจะฟังเลย ปานมักจะหาโอกาสไปหาการะเกดทั้งที่บริษัทและที่กองถ่ายอยู่เสมอ จนกระทั่งผู้จัดฯ เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของปานจึงได้ชักชวนให้ปานเล่นละครกับการะเกด รำไพ เพชรฉายถึงกับแปลกใจเมื่อปานบอกเรื่องที่จะเข้าวงการ ปานที่มีพื้นฐานการแสดงอยู่แล้วจึงทำให้ทั้งรำไพและเพชรฉายเชื่อเหตุผลที่ว่าถ้าเราเป็นคนสาธารณะ มงคลที่คิดจะทำอะไรก็คงต้องคิดหนัก แล้วนั่นจึงทำให้ปานได้เข้าวงการอย่างที่ใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต ปานกลับไปหาโฉมฉายและสายรุ้ง เพราะอยากรู้ว่าแม่และน้องสาวเป็นยังไง ปานรู้สึกผิดเพราะตั้งแต่เขาออกจากบ้านมาพร้อมกับเงินเก็บของแม่ ทำให้โฉมฉายป่วยหนัก สายรุ้งเองนอกจากเรียนหนังสือแล้วยังต้องหางานทำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ปานในร่างของเพทายเข้าไปหาคนทั้งสองเพื่อออกปากช่วยเหลือ แต่เขากลับโดนโฉมฉายและสายรุ้งไล่ออกมา ถึงพวกเราจะจนแต่พวกเราก็มีศักดิ์ศรี แต่แล้วปานก็ได้พบกับสายรุ้งอีกครั้งที่ผับของเขา สายรุ้งมาทำงานเป็นเด็กเสริฟ แล้วที่นั่นสายรุ้งก็ได้พบกับเพชรฉายเมื่อเพชรฉายเข้ามาช่วยสายรุ้งจากการถูกพวกขี้เมาลวนลาม ปานอยากช่วยสายรุ้งจึงแกล้งบอกให้เอาสายรุ้งไปเป็นคนรับใช้ที่บ้าน โดยที่เพชรฉายก็ไม่เข้าใจว่าทำไมปานถึงได้เจาะจงสายรุ้งเท่านั้น ปานเลยบอกว่าสงสัยว่าสายรุ้งจะเป็นสายของมงคลเลยต้องเอามาไว้ใกล้ ๆ ตัว ไม่เคยได้ยินหรือไง เก็บเพื่อนไว้ใกล้ตัว แต่ให้เก็บศัตรูให้ใกล้ยิ่งกว่า แต่ดูเหมือนการช่วยเหลือของปานจะยิ่งทำให้น้องสาวแย่ เพราะสายรุ้งโดนเพชรฉายเพ่งเล็งจนทั้งคู่ก็กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาไปอีกคู่ ปานกลับมาใช้ชีวิตในร่างของเพทาย เพียงแค่วันแรกที่ปานต้องเข้าฉากก็มีปัญหาซะแล้วเพราะสิ่งที่ปานเคยคิดว่าการแสดงนั่นง่ายกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ส่วนแก้วกานดาก็แอบสังเกตเพทายจนทั้งคู่ได้มีโอกาสคุยกัน แก้วกานดาแนะนำเรื่องการแสดงให้กับปาน แต่ปานกลับเชิดใส่เพราะแก้วกานดาเป็นแค่คนเสริฟน้ำจะรู้อะไรเรื่องการแสดง แต่เมื่อการแสดงของเขามีปัญหา แล้วปานลองใช้วิธีอย่างที่แก้วกานดาบอก มันกลับได้ผลจริง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อแก้วกานดาต้องกลับบ้านดึกเพราะเคลียร์ของไม่เสร็จ เป็นจังหวะเดียวกับที่ปานเองกำลังจะกลับบ้านเช่นกัน ปานจึงอยากตอบแทนเรื่องการแสดงโดยการอาสาไปส่งบ้าน ขณะเดียวกันมาร์คเองก็เจ็บใจที่เพทายบังอาจที่คิดจะจีบการะเกดแข่งกับเขา ทำให้มาร์คหาโอกาสที่จะกำจัดเพทายที่เป็นทั้งศัตรูหัวใจและศัตรูธุรกิจ แล้วก็ไม่มีเวลาไหนเหมาะที่ลงมือในคืนนี้ ละครรักสลับหน้า ขณะที่ปานและแก้วกานดานั่งรถมาด้วยกัน แก้วกานดาได้พูดคุยเรื่องที่เธอเห็นในงานศพหรือแม้กระทั่งทำไมมาเฟียอย่างเพทายถึงได้มาเป็นนักแสดง แต่ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น เมื่อปานหันไปก็เห็นว่าเขากำลังโดนไล่ยิงอยู่ ปานและแก้วกานดาต้องหนีกันสุดชีวิตก่อนที่ทั้งสองจะอาศัยเก่งบวกเฮงรอดพ้นจากการตามฆ่าของมาร์คมาได้ ชีวิตของปานเริ่มตกอยู่ในอันตราย เพราะมาร์คเริ่มคุกคามเขาอย่างหนัก ปานเริ่มรู้สึกถึงอันตรายและไม่มีความสุขกับการเป็นมาเฟีย และความรู้สึกผิดที่อยากกลับไปดูแลแม่และน้องสาว ปานจึงกลับไปหานิติภูมิเพื่อผ่าตัดใบหน้าให้กลับเป็นปานคนเดิมอีกครั้ง แต่ปานก็ต้องอึ้งไปเมื่อคลีนิคของนิติภูมิปิดตัวลงเพราะถูกตำรวจจับในข้อหาเปิดคลีนิคเถื่อน ปานกลับไปหาโฉมฉายและสายรุ้งก่อนที่จะตัดสินใจเล่าทุกอย่างที่ผ่านมาให้ฟัง แต่โฉมฉายกับสายรุ้งไม่เชื่อในสิ่งที่ปานบอก แล้วคิดว่าปานได้ตายไปแล้ว ปานเสียใจที่ตอนนี้ชีวิตเขากำลังมืดแปดด้าน ฝ่ายเพชรฉายก็ออกตามหา ฝ่ายมาร์คก็ออกล่า ตอนนี้ปานเหมือนแมวน้ำที่หันไปทางซ้ายก็เจอฉลาม หันไปทางขวาก็เจอวาฬเพชฌฆาต ยังดีที่ปานได้เจอกับแก้วกานดาโดยบังเอิญ แก้วกานดาจึงได้ให้ปานไปอยู่ที่บ้านที่เป็นคณะลิเกของตน ปานมาอาศัยกับแก้วกานดาที่บ้าน ท่ามกลางเสียงโจษจันว่าทั้งคู่ได้เสียเป็นเมียผัวกันแล้ว เดือดร้อนถึงสำราญต้องช่วยปรามพวกปากหอยปากปู ปานเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เมื่ออยู่ใกล้แก้วกานดาที่มากกว่าความเป็นเพื่อน ยิ่งเมื่อแก้วกานดาบอกกับเขาว่าเธอเคยชอบผู้ชายอยู่คนหนึ่งที่มีปานที่หน้า ปานถึงกับอึ้งไปเมื่อแก้วกานดากำลังพูดถึงเขา ปานแอบถามว่าทำไมแก้วกานดาถึงได้ชอบคนหน้าเกลียดอย่างนั้น แก้วกานดาจึงบอกเธอเห็นความดีและความสวยงานภายใต้ใบหน้าที่อัปลักษณ์ ปานได้ยินอย่างนั้นก็รู้ว่าเขาพลาดแล้วที่ไปเปลี่ยนใบหน้ามา ปานคิดอยากจะแก้ไขใบหน้าให้กลับมาเหมือนเดิม เขาจึงได้ลองเสี่ยงไปหานิติภูมิที่โรงพัก แต่นิติภูมิกลับบอกว่าใบหน้าที่ทำไปแล้วจะแก้ไขกลับมาไม่ได้อีก ปานถึงกับอึ้งไป แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ปานกลับมาด้วยความหดหู่เพราะประวัติและตัวตนของเขาได้หายไปพร้อมกับคลินิคเถื่อนของนิติภูมิ แล้วปานยิ่งทรมานเมื่อยิ่งอยู่ใกล้แก้วกานดาก็ยิ่งรู้ว่าแก้วกานดาไม่ใช่ผู้หญิงทั่ว ๆ ไป ปานได้เป็นพระเอกลิเกระหว่างที่ซ่อนตัวอยู่บ้านของแก้วกานดา ขณะที่ปานเองก็รู้สึกผิดตั้งแต่วันที่เขาเริ่มทำศัลยกรรม แต่แก้วกานดากลับคิดว่าที่ปานเงียบเหงาเศร้าซึมก็เพราะคิดถึงการะเกด แล้วเมื่อแก้วกานดาไปที่กองถ่ายที่กำลังวุ่นวายกับการหายไปตัวไปของปาน แก้วกานดาจึงได้บอกกับการะเกดว่าปานซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของตัว แต่ความหวังดีของแก้วกานดากลับนำภัยมาสู่ปาน เพราะมาร์ครู้ว่ายังไงปานจะต้องติดต่อมาหาการะเกดเข้าสักวัน แล้วเมื่อมาร์ครู้ว่าปานอยู่ที่บ้านแก้วกานดา จึงได้สั่งให้คนไปจัดการทันที แก้วกานดากลับมาถึงบ้านก่อน พบว่าปานกับสำราญยังไม่กลับจากการแสดงลิเก แต่แล้วทันใดนั้นมือปืนของมาร์คก็บุกเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับที่ปานกลับมาพอดี มือปืนพยายามจะยิงปานแต่ไม่โดน มงคลเลยสั่งให้จับตัวแก้วกานดามาเป็นตัวประกัน ละครรักสลับหน้า ปานได้มารู้ใจตัวเองว่ารักจริงของเขาคือแก้วกานดาคนข้างตัวแต่เขากลับไม่เคยเห็นความดีของแก้วกานดาเลย ปานจึงกลับไปหารำไพและเพชรฉายเพื่อนำคนไปช่วยแก้วกานดา แต่ระหว่างนั้น ระริน คู่หมั้นของเพทายก็ปรากฏตัวขึ้น ระรินตกใจเมื่อได้พบกับเพทาย รำไพและเพชรฉายเองก็งงเช่นกันเมื่อระรินไม่ดีใจ ระรินบอกว่าจะดีใจได้ยังไงเมื่อเธอเพิ่งกลับมาจากการดูแลเพทายที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราที่อเมริกา และที่เธอกลับมาก็เพื่อมาแจ้งข่าวให้รำไพกับเพชรฉายสบายใจว่าเพทายยังไม่ตาย แล้วงานศพที่จัดขึ้นก็เป็นงานศพหลอก ๆ ที่เธอวางแผนหลอกทุกคนเพื่อให้เพทายปลอดภัย ทุกคนหันมองปานก่อนที่เพชรฉายจะสั่งให้ลูกน้องจับตัวปานเอาไว้ ปานตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟัง สิ่งเดียวที่เขาขอร้องก่อนที่เขาจะโดนฆ่าปิดปาก ก็คือเขาอยากจะขอให้รำไพและเพชรฉายไปช่วยแก้วกานดา แล้วจะฆ่าเขายังไงก็เชิญ รำไพมองปานอย่างเนิ่นนานก่อนจะตัดสินใจบอกว่าจะปล่อยตัวปานไปช่วยแก้วกานดา โดยไม่ให้ปานนำคนของเธอไปแม้แต่คนเดียว ปานเอาเงินไปพบกับมงคลเพื่อแลกตัวแก้วกานดาคืนและขอโทษแก้วกานดาที่ทำให้แก้วกานดาเสียใจมาตลอด มงคล มาร์คและการะเกดได้เงินมาก็เตรียมจะหนีแต่ก็ไปไม่พ้นเพราะอยู่ ๆ รำไพและเพชรฉายก็ยกกำลังเข้ามาล้อม มงคลโกรธแค้นเลยหันปากกระบอกปืนยิงใส่ปานก่อนตัวเองจะถูกรวบตัวแล้วจับส่งตำรวจยกชุดหมด ปานอาการเป็นตายเท่ากันอยู่ในโรงพยาบาล แก้วกานดาบอกรักปานและไม่ต้องการให้ปานตาย ชีพจรของปานขาดหายทุกคนร้องไห้กันระงมที่ต้องเสียปานไป แต่แล้วอยู่ ๆ ชีพจรของปานก็กลับมาเต้นอีกครั้ง ปานรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ ปานกลับไปหาโฉมฉายและสายรุ้งพร้อมกับสารภาพเรื่องราวทั้งหมด โฉมฉายให้อภัยปานแล้วบอกกับปานว่าเขาไม่เคยอัปลักษณ์ในสายตาของคนเป็นแม่ ปานก้มกรามโฉมฉายด้วยความซึ้งใจ ก่อนที่สายรุ้งจะรีบเรียกโฉมฉายให้ดูละครที่ปานเล่นคู่กับแก้วกานดาที่ตอนนี้กำลังเป็นละครดังทั่วบ้านทั่วเมือง ติดตามชมละคร รักสลับหน้า ได้ทุกวัน เวลา 18.50-20.00 น. ทางช่อง 7 สี ละคร รักสลับหน้า เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครรักสลับหน้า อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา รับบท ปาน/เพทายพัชญา เพียรเสมอ รับบท แก้วกานดาณทรรศชัย จรัสมาส รับบท เพชรฉายแก้วใส คริสตัล รับบท สายรุ้งธีร์ วณิชนันทธาดา รับบท มาร์คชัชฎาภรณ์ ธนันทา รับบท ระรินขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบท การะเกดปนัดดา วงศ์ผู้ดี รับบท รำไพน้ำทิพย์ เสียมทอง รับบท โฉมฉายกล้วย เชิญยิ้ม รับบท สำราญอธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รับบท สารวัตรมงคลขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย รับบท เสธอิฐ ละครรักสลับหน้า ละครรักสลับหน้า ละครรักสลับหน้า ละครรักสลับหน้า ละครรักสลับหน้า

นิวเคลียร์ ป้อง! อุ้ม บอกสั่งตื้บคน ไม่ใช่นิสัยพี่สาว
นิวเคลียร์ หรรษา /  อุ้ม ลักขณา

    หลัง อุ้ม ลักขณา พี่สาวโดนพาดพิงมีรายชื่อเอี่ยวในข่าวการ์ดดาราตื้บลูกชายนายพลในผับที่ จ.เชียงใหม่ ด้านน้องสาวอย่าง นิวเคลียร์ หรรษา ออกมาโพสต์ป้อง โดยวอนให้เสพข่าวอย่างมีสติ บอกพี่สาวเป็นคนขี้สงสารคนไม่ทำเช่นนั้นแน่ ดังนี้    “สู้ๆ นะเธอ คนที่เข้ามาถล่มด่าพี่อุ้ม ก็อยากให้เสพข่าวอย่างมีสติก่อนนะคะ อย่าพึ่งฟังความข้างเดียว นิวคนนึงที่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นไง แต่ รอพี่เค้าแถลงเองดีกว่า และลองคิดดู คนแบบพี่อุ้มเนี่ยนะจะสั่งกระทืบคน... นึกภาพตามสิ แกไปจัดการคนนั้นให้ชั้นเดี๋ยวนี้!!... มันไม่ใช่อะ คือแค่นางดูคลิปโดนต่อยอะไรนิดหน่อยนางก็ร้องไห้แล้ว ขี้สงสารคนจะตาย นิวเป็นไรนิดน่อยก็ร้องไห้ก่อนนิวซะอีก เป็นกำลังใจให้พี่สาวน้า รักเธอ #ตอนนี้นางก็ยังงงๆ กับข่าวไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเท่าไหร่เบอะๆ เกอะๆ จะตาย”    โดยทางดาราสาว อุ้ม ลักขณา และ บอล กฤษนะ แฟนหนุ่ม พร้อมด้วยเพื่อนนักแสดงที่อยู่ในเหตุการณ์การ์ดของร้าน Malin Sky ทำร้ายลูกชาย ผบ. มทบ 38 จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันนี้(27 พ.ย.) เวลา 17.00 น. ณ ชั้นดาดฟ้า The core chiangmai hotelขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @newclear_hansa, @aummy นิวเคลียร์ โพสต์ป้อง อุ้ม   อุ้ม - บอล - นิวเคลียร์ - เพชรจ้า   นิวเคลียร์ - อุ้ม   นิวเคลียร์ - อุ้ม  

มิว นิษฐา ยันไม่มีเอี่ยวการ์ดตื้บลูกนายพล บอกไม่คิดเอาชื่อเสียงไปแลก!!
มิว นิษฐา

    นางเอกสาว มิว นิษฐา หนึ่งในดาราที่โดนพาดพิงมีในข่าวการ์ดดาราตื้บลูกชายนายพลในผับที่ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเธอได้ออกมาเปิดใจ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีการ์ดดารา และไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ เปรยไปเข้าห้องน้ำก็แต่คิวปกติ ตอนเกิดเรื่องเห็นคนมุงกันแต่ไม่ได้เข้าไปดูเพราะกำลังจะกลับพอดี วอนใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว บอกไม่คิดเอาชื่อเสียงมาแลกกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนทางผู้ใหญ่ช่องและครอบครัวก็เข้าใจ ดังนี้อยากให้เราเล่าเหตุการณ์ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น?    "วันนั้นเป็นวันที่พวกเราไปถ่ายละครกัน และพอเลิกกอง พี่ทีมงานที่เขารู้จักกับพี่อุ้มก็เลยมาชวนกันไปร้าน ซึ่งตอนที่ไปก็ไม่มีอะไรนะคะ เราก็สนุกสนานกันปกติ แต่สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาบอกกับเราว่าเขาเป็นคนของทางร้านนะ ถ้าหากมีอะไรก็สามารถบอกเขาได้ เช่นมีคนมาขอถ่ายรูปหรืออะไรก็สามารถมาบอกกับเขาได้ ซึ่งเราก็ตอบกลับไปว่า อ๋อโอเคค่ะๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร หลังจากนั้นสักพักเราก็อยู่ของเราไปเรื่อยๆ จนเราไปเข้าห้องน้ำ และตอนที่ออกมาก็คือไม่ได้มีอะไร ทุกอย่างสงบดี มีคนมาขอถ่ายรูปบ้างปกติ"คนที่เข้ามาคุยกับเราคนนี้เขาคือเจ้าของร้านหรือว่าใคร?    "เขาเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่ของร้านค่ะ แต่มิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเป็นใคร"อย่างข่าวที่ออกมาช่วงแรกมันเหมือนมีการระบุด้วยว่าดารามีส่วนในการสั่งการ์ดให้ทำ?    "พวกเรางงมาก เพราะวันนั้นไม่ได้มีอะไรเลย เราก็แยกย้ายกลับปกติ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงาน เพราะว่าวันนั้นพี่แต้วกับพี่หมากเขามีถ่ายละครตอนเช้า ก็เลยต้องรีบกลับค่ะ ประมาณ 5 ทุ่มกว่า เกือบเที่ยงคืนก็กลับแล้ว ซึ่งอย่างที่บอกเราค่อนข้างงงมากว่ามีชื่อพวกเราไปอยู่ในรายชื่อที่รุมกระทืบได้ยังไง งงมากๆ มากๆ เลยค่ะ"ระหว่างที่พวกเราอยู่ที่ร้านไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยใช่ไหม?    "ไม่มีอะไรเลย ตอนไปเข้าห้องน้ำและออกมาก็ไม่ได้มีคนทะเลาะกันหรืออะไรอยู่หน้าห้องน้ำนะ เราก็ไปนั่งที่ของเราปกติ"ช่วงจังหวะที่อยู่ในร้านเราได้เห็นใครหรืออะไรกับใครเป็นพิเศษบ้างไหม?    "หนูไม่ได้สังเกตใครเลยค่ะ เพราะตัวร้านเองก็ใหญ่เหมือนกัน คนก็เยอะแยะ หนูก็เลยไม่ได้สังเกตใครอ่ะค่ะ"ในวันนั้นเราเห็นเหตุการณ์หรือเห็นอะไรแปลกๆ บ้างหรือเปล่า?    "มีตอนก่อนจะกลับค่ะ คือเห็นว่ามีคนมุงๆ กันอยู่มุมนู้น แต่ก็ไม่ได้เห็นว่าเขาทำอะไรกัน แค่เห็นเฉยๆ ว่ามีคนกำลังมุงๆ ซึ่งมันก็เป็นจังหวะที่เราจะกลับอยู่แล้ว ด้วยเนื่องจากว่ามันค่อนข้างดึก"ส่วนตัวเราคิดไหมว่ามันอาจจะเป็นเพราะเรื่องที่เรามีสิทธิพิเศษไม่ให้คนอื่นเข้าห้องน้ำ?    "มิวจะอธิบายให้ฟังว่า ห้องน้ำมันเป็นห้องน้ำหญิงกับห้องน้ำชายแยกกัน และก็ห้องน้ำหญิงมันก็มีแค่ 2 ห้องเองในนั้น ซึ่งเวลาที่มิวไปเข้า มิวก็จะไปเข้ากับพี่แต้ว คือเราเข้ากันคนละห้องก็เต็มแล้ว ยังไปต่อคิวอยู่เลยตอนก่อนที่จะเข้าเพราะว่าก่อนหน้านั้นก็มีคนเข้าห้องน้ำอยู่"แสดงว่าไม่ได้มีการปิดห้องน้ำเพื่อให้ดาราเข้าอย่างที่เป็นข่าว?    "เราไม่ได้กั๊กนะคะ แต่อย่างที่บอกว่าห้องน้ำมันมีแค่ 2 ห้อง ซึ่งพอมิวกับพี่แต้วเข้าไปมันก็อาจจะเต็มแล้วหรือเปล่า ก็เลยงงว่าเราใช้สิทธิอะไรยังไง เพราะเราก็ยังต่อคิวเข้าปกติ เพราะห้องน้ำที่ใช้ก็เป็นห้องน้ำสาธารณะของทางร้าน"แล้วกับข้อความที่มีคนออกมาบอกว่าคนที่ทำร้ายไม่ได้เป็นการ์ดของดารา แต่เป็นการ์ดของทางร้านที่เขาช่วยจัดการให้ อันนี้คือยังไง?    "ใช่ค่ะ ไม่ใช่การ์ดของพวกเรา พวกเราไปกันแบบว่าเด็กน้อยมาก"อย่างตอนที่อยู่ในร้านเราได้นั่งโซนพิเศษหรือว่ามีคนคอยมาคุมด้วยหรือเปล่า?    "ไม่ใช่โซนพิเศษอะไรเลยค่ะ เป็นโต๊ะปกติ โต๊ะอยู่ในระดับเดียวกันหมดเลย ไม่ได้มีการ์ดอยู่รอบๆ เลยด้วย จะมีก็แค่พนักงานเสิร์ฟที่เดินไปเดินมา กับผู้ชายคนหนึ่งที่เขาเดินมาบอกว่าเขาจะช่วยดูแล ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราเวลาเราไปห้องน้ำหรือว่าไปอะไร"อันนี้คือเป็นทางผู้ใหญ่สั่งให้หรือว่า?    "น่าจะเป็นคนของทางร้านอยู่แล้วนะ แต่มิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะว่าเพิ่งเคยเจอเขาวันนั้นครั้งแรก"ตั้งแต่เกิดเรื่องราวเป็นประเด็นขึ้นมาเราได้มีโอกาสคุยกับ อุ้ม ลักขณา แล้วหรือยัง?    "ยังไม่ได้คุยเลยค่ะ เพราะเอาจริงๆ ตัวมิวเองก็ไม่ได้สนิทกับพี่อุ้มมากเป็นการพิเศษ ไม่ได้มีแชทค่ะ"เราคิดไหมว่ามันจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้?    "ตอนแรกที่เห็นข่าวก็ยังขำๆ อยู่เลยว่ามาได้ยังไง งงเหมือนกัน แต่ไปๆ มาๆ เหมือนเรื่องมันจะเริ่มใหญ่แล้วอ่ะ เริ่มจะแบบว่าตกใจแล้วเหมือนกัน"ทางแม่ผู้เสียหายก็บอกว่าทำไมตอนที่เขามีเรื่อง เราเป็นดาราถึงไม่เข้าไปช่วยห้าม?    "ตอนนั้นมิวยังไม่เห็นเลยว่าเขามีเรื่องอะไรกัน เห็นแค่ว่ามีการมุง แต่ไม่เห็นว่าเขามุงอะไรหรือว่าทำอะไรด้วยซ้ำไป เนื่องจากว่ามันเป็นจังหวะที่เรากำลังจะกลับอยู่แล้ว เพราะเราตั้งใจไว้ว่าจะกลับกันก่อนเที่ยงคืน"ตอนนั้นมีคนมาบอกให้เรากลับด้วยไหมว่าแบบ กำลังมีเรื่องเลยให้เรากลับก่อน?    "ไม่ค่ะ เพราะพี่ช่างแต่งหน้าที่ไปด้วยกันเขาเป็นคนบอกว่ากลับได้แล้วนะ ดึกแล้ว แค่นั้นเอง"มีผลกระทบกับเรายังไงบ้างสำหรับข่าวที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้?    "ก็คือบางคนที่เขาอ่านข่าวและเขาเชื่อไปตามข่าวนั้นแล้ว มิวก็อยากให้แบบว่าใช้วิจารณญานนิดหนึ่ง เพราะโดยส่วนตัวเราเอง เราเป็นนักแสดง เรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ฉะนั้นเราคงไม่เอาชื่อเสียงเราหรือเอาตัวเราไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว"ณ ตอนนี้ผู้ใหญ่ทางช่องได้มีการพูดถึงเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า?    "สำหรับตัวมิวเองยังไม่ได้มีใครมาพูดนะคะ ยังไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเรา เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวนักแสดงเลย มิวกล้ายืนยันเลยว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง เราไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ยุ่งอะไรด้วยเลย การ์ดก็ไม่ใช่การ์ดเรา ไม่ได้มากับเรา"ทางบ้านเราว่ายังไงบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้?    "พ่อแม่ไม่ได้ถามอะไรมากค่ะ เพราะเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เหมือนเป็นการพาดหัวมากกว่าที่ทำให้ดูรุนแรง ให้เกี่ยวกับโยงกับพวกเรา ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ได้เกี่ยวโยงกับพวกเรา"แต่ล่าสุดเห็นว่ามีคนออกมาให้การแล้วว่าไม่เกี่ยวกับกลุ่มดารา?    "ต้องขอบคุณมากค่ะ ที่ออกมาพูดออกมาเล่าความจริงให้คนได้ฟัง เพราะถ้ามิวเล่าเองมันก็จะมีคนที่เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ถ้าหากเป็นคนของฝั่งนู้นได้มาเล่าให้ฟัง ก็อาจจะมีน้ำหนักมากขึ้น"เข็ดเลยไหมกับการไปเที่ยว?    "จริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมิวเลยนะ กล้ายืนยันเลยว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมิวเลย แต่ถ้าหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการสืบสวนหรือว่าอะไรมิวก็ยินดีค่ะ"กลัวไปเลยไหมกับการที่จะต้องไปเที่ยวในสถานที่แบบนี้?    "จริงๆ แล้วมันเป็นเหมือนร้านอาหารด้วยซ้ำไป แต่เป็นร้านอาหารที่มีดนตรีสด และก็มีเด็กๆ มีครอบครัวมากินข้าว คือมันไม่ได้เป็นผับอ่ะค่ะ" มิว นิษฐา   มิว นิษฐา   มิว นิษฐา   มิว นิษฐา  

ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น) , เรื่องย่อนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น)
ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น /  เรื่องย่อละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น / 

นางฟ้าเปื้อนฝุ่น บทประพันธ์โดย : ปีย์วราบทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิง และ ดรีมทีมกำกับการแสดงโดย : อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรผลิตโดยโดย : บริษัท ดูมันดี จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญ (โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน) เข้ามานำเสนอผลงานสารนิพนธ์เกี่ยวกับการเต้นหางเครื่องที่มหาวิทยาลัยเกือบไม่ทัน โชคดีที่เพื่อนสนิทคือ นัชชา (ณัฎฐกันย์ อัมพรพงษ) กับ ธีรวิทย์ (ไดสุเกะ สุกี้คาวา) ช่วยถ่วงเวลา อาจารย์เอก (มาฬิศร์ เชยโสภณ) ไว้โดยมี ธนัญญา(ช้องมาศ บางชะวง) กับลูกคู่อย่าง ปานจิต (ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) และ ลักษมี (แพร อริศรา) ขอให้พาขวัญหมดสิทธิ์ส่งงานและไปจบปีหน้าแทนเนื่องจากมาสาย ด้วยต้องการกำจัดคู่แข่งในการแย่งเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง สุดท้ายอาจารย์เอกบอกว่างานที่พาขวัญทำมาเสนอในเบื้องต้น ยังขาดวิญญาณ ของหางเครื่องไป และแนะนำว่าให้ส่งเป็นงานเต้นประเภทอื่นที่เธอถนัดกว่าอย่าง บัลเล่ต์ คอนเทมฯ หรือฮิปฮอป แต่พาขวัญไม่อยากเปลี่ยน เมื่อออกมาจากห้องนำเสนอผลงาน พาขวัญพบ ศรุต (ณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี) ชายหนุ่มเจ้าของกิจการร้านอาหารและไร่ผักออร์แกนิคส์ คนที่ ดวงกมล (ภัสสร บุณยเกียรติ) แม่ของเธอต้องการจะให้ลงเอยด้วย เพราะเหมาะสมกันทั้งฐานะและชาติตระกูล มารอรับเธออยู่ เธอจึงปลอมตัวโดยอาศัยชุดขอทานจาก ละครดาวพระศุกร์เดอะมิวสิคัลของนัชชา จนเกือบรอดสายตาศรุตไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะกลุ่มธนัญญาเห็นเสียก่อน ขณะวิ่งหนีศรุตออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย พาขวัญเกือบถูกรถแท็กซี่ของ นันทพงศ์ (กฤษฎี พวงประยงค์) ที่เพิ่งไปรับ ชลธี (ปรัชญ์ ปรมิณ) หนุ่มนักเรียนนอก ทายาทเจ้าของวงดนตรีลูกทุ่งชาญชลธีชน เธอฉวยโอกาสรีบขึ้นรถแท็กซี่หนีศรุตไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ในรถแท็กซี่ พาขวัญไม่พอใจทีท่าของชลธีที่เหมือนดูถูกเธอ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน พาขวัญทำโทรศัพท์มือถือหล่นในรถแท็กซี่โดยไม่รู้ตัว ขณะที่รอน้องชายที่จบการบริหารด้านดนตรีกลับมาช่วยกอบกู้วง ชาญชัย (โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ก็ถูก เจ๊หอม (ดีใจ ดีดีดี) และ นกเขา (ชาญณรงค์ ขันทีท้าว) โทรมาทวงหนี้ก้อนใหญ่ ส่วนทางลูกวงที่เตรียมงานต้อนรับชลธีก็ถูกร้านค้าต่างๆ ยื่นคำขาดว่าไม่ให้เชื่อของอีกต่อไป สถานการณ์ด้านการเงินของวงกำลังย่ำแย่ ชลธีคาดคั้นเอาความจริงจากนันทพงศ์ขณะนั่งรถกลับบ้าน แต่นันทพงศ์ก็ตอบเลี่ยงไปว่าเป็นเพราะหน้าฝน งานจ้างเลยน้อย เนื่องจากศรุตมาเล่าให้ดวงกมลฟัง พาขวัญจึงถูกแม่สั่งไม่ให้ทำธีสิสเรื่องหางเครื่อง เพราะมองว่าไม่เหมาะสมกับฐานะลูกสาวของรัฐมนตรี อรรถพล (นงค์ เชิญยิ้ม) และอนาคตผู้บริหารกิจการของเธอ พาขวัญเสียใจ แต่ก็ได้กำลังใจจาก วิไล (หลิว-อาราดา พรหมพฤกษ์) เลขานุการส่วนตัวของแม่เธอช่วยปลอบเมื่อชลธีมาถึงบ้าน ก็มีสาวๆ ในวงมาต้อนรับ ทั้ง ภารวี (แพร เอมเมอรี่) นักร้องนำ มณีรัตน์ (เอี๊ยม-วรรษพร วัฒนากุล) หัวหน้าหางเครื่อง และ รสริน (หทัยชนก สวนศรี) หางเครื่องสาวสุดเซ็กซี่ ชลธีต้องการจะคุยเรื่องสถานการณ์ของวงกับชาญชัย ชาญชัยบอกให้คุยทีหลังเพราะทุกคนในวงรอเจอชลธีอยู่ สุดท้ายเมื่อชลธีเข้าไปเห็นตารางงานของวงในห้องทำงานชาญชัย เขาก็บอกให้ชาญชัยยุบวงชาญชลธี ชาญชัยโกรธมาก ทุกอย่างที่พี่น้องสองคนโต้เถียงกันอยู่ภายใต้การรับรู้ของ เพทาย (นวพล ภูวดล) ผู้จัดการวงชาญชลธีที่แอบฟังอยู่ ในงานเลี้ยงต้อนรับชลธี ขณะที่ทุกคนสนุกสนานอยู่ ชาญชัยเข้าไปถามชลธีว่าแน่ใจนะที่จะทำให้ทุกคนที่กำลังมีความสุขนี้ตกงาน ชลธีลังเล หลังงานเลี้ยงเลิกรา นกเขารอจังหวะจะมาขโมยแท็กซี่ของนันทพงศ์ไป เพื่อเป็นการประกันเงินกู้ให้กับทางเจ๊หอม เพื่อเอาใจเจ้านาย แต่กลับพบว่ามีแสงวาบๆ ออกมาจากในรถ นกเขาเข้าใจว่าเป็น ผีดอกคูน (โย่ง เชิญยิ้ม) พ่อของชาญชัยและชลธีที่ตายไปแล้ว แต่ที่จริงแล้วคือแสงจากโทรศัพท์มือถือของพาขวัญวันรุ่งขึ้น ก่อนออกจากบ้านชลธีได้เจอชาญชัย ชลธีบอกจะช่วยปรับปรุงวงให้ดีขึ้น ชาญชัยดีใจและขอเวลาชลธี 4 เดือนเพื่อจะฟื้นฟูวงให้กลับมาเหมือนเดิม ถ้าไม่สำเร็จจะยอมให้ชลธีขายวง ชลธีตอบตกลง แต่จริงๆ แล้วชาญชัยต้องการจะส่งวงชาญชลธีเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลก้อนใหญ่และสัญญาว่าจ้างหลายปี ในอีก 4 เดือนข้างหน้า พาขวัญยืมโทรศัพท์ของวิไลโทรเข้ามือถือตัวเอง จังหวะเดียวกับที่ชลธียืมรถแท็กซี่ของนันทพงศ์เพื่อออกไปทำธุระพอดีเลยเป็นคนรับสาย พาขวัญเข้าใจผิดคิดว่าชลธีเป็นคนขโมยมือถือของเธอ เธอจึงขู่ให้ชลธีเอาโทรศัพท์มาคืนให้ที่มหาวิทยาลัย เมื่อชลธีมาถึงก็เจอกับธนัญญาที่ขึ้นมาบนแท็กซี่เพราะจะไปพบ วงศกร (นิกกี้-สิรภพ สมผล) นักลีลาศหนุ่มเพลย์บอย เพื่อจะเชิญมาเป็นคู่เต้นในงานธีสิสของเธอ ด้วยหวังว่าจะทำให้ชนะพาขวัญได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชาญชัยบอกพาขวัญว่าวิไลเคยเป็นหางเครื่องในวงของเขา พาขวัญดีใจมากจึงขอชาญชัยไปเป็นหางเครื่องที่วงด้วย ท่ามกลางความตกใจของวิไล ชาญชัยบอกให้พาขวัญไปขอแม่มาก่อน เมื่อกลับบ้านไป พาขวัญโทรไปวางแผนกับอรรถพลเพื่อหลอกดวงกมลให้อนุญาตให้เธอไปฝึกบัลเล่ต์เพิ่มเติมกับมาดามเลอคาบูซิเยร์ เพื่อทำธีสิสบัลเล่ต์ให้ดีที่สุด เป็นเวลา 4 เดือน แต่ที่จริงเธอจะไปอยู่ในวงชาญชลธี ดวงกมลตกหลุมพรางเลยอนุญาต แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง อรรถพลจึงบอกว่าให้วิไลตามไปดูแลด้วยเพื่อความสบายใจของดวงกมลวิไลอึดอัดใจที่ต้องกลับมาเจอกับชาญชัยอีกครั้งเพราะเคยมีความหลังครั้งอดีตกันอยู่ แต่ก็ยอมปลอมมาเป็น น้าวิไล กับหลานขวัญใจ เข้ามาในวง เพราะรักและเห็นใจพาขวัญ ชลธีดีใจที่ได้เจอวิไลแล้วก็ต้องตกใจเมื่อวิไลพาพาขวัญมาด้วยชลธีผิดหวังจากการออกไปสมัครงานที่โรงเรียนสอนดนตรีเพราะคุณวุฒิสูงเกินไป ประกอบกับการเห็นวงดนตรีมีแต่งานจ้างห่วยๆ เลยตัดสินใจโทรหา เอกภพ (จิณณะ จอมขันเงิน) เจ้าของค่ายเพลงที่เพทายแอบให้นามบัตรมา เพราะต้องการขายวงชาญชลธีเพื่อความอยู่รอด เช้าวันรุ่งขึ้น รสรินปล่อยข่าวเรื่องชลธีถูกทำร้ายเพราะพาขวัญ และเห็นวิไลอยู่กับชาญชัยสองต่อสองในยามวิกาล ทำให้คนในวงส่วนใหญ่ไม่พอใจ นอกจาก ชดช้อย (ค่อม ชวนชื่น) อดีตหางเครื่องวัยดึก หวด (อู๊ด เป็นต่อ) และ ป้าน้อย (วันทนา บุญบันเทิง) แม่ครัว ทุกคนสุมหัวกันเม้าท์สองน้าหลานคู่นี้ว่าจะเข้ามาทำให้วงชาญชลธีเปลี่ยนไป รสรินเป่าหูมณีรัตน์ว่าวิไลจะมาเขี่ยเธอออก และเสี้ยมภารวีต่อว่าขวัญใจน่าจะมาเสียบแทนตำแหน่งนักร้องนำเพราะสาวกว่า ภารวีเหม็นหน้าพาขวัญขึ้นมาทันทีที่มหาวิทยาลัย เป็นวันสุดท้ายที่จะเปลี่ยนหัวข้อธีสิสได้ ธนัญญาเห็นธีรวิทย์กับนัชชาเข้ามาคุยกับครูเอก จึงเข้าใจว่าพาขวัญส่งมาให้แจ้งเปลี่ยนหัวข้อแทน เธอจึงพยายามถามครูเอกว่าพาขวัญเปลี่ยนหัวข้อธีสิสเป็นอะไร แต่ครูเอกไม่ยอมบอก แต่ก็กำชับนัชชากับธีรวิทย์ว่าคราวหน้าต้องให้พาขวัญมาด้วยตัวเองพาขวัญถูกมณีรัตน์และหางเครื่องในวงใช้ให้ซักเสื้อผ้าเพราะเป็นหางเครื่องน้องใหม่ ระหว่างนั้นวิไลก็ถือโอกาสซักไซ้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พาขวัญไม่ยอมบอก จนกระทั่งวิไลขู่จะบอกดวงกมล พาขวัญจึงเล่าความจริงทั้งหมด ที่บ้านพาขวัญ ดวงกมลเชิญศรุตมาคุยและขอให้ตามหาที่อยู่ของมาดามเลอคาบูซิเยร์ให้ เพราะเธออยากจะไปเยี่ยมลูกมาก ศรุตรับปากว่าจะหาให้ เพทายพยายามลวนลามพาขวัญและเสนอว่าจะช่วยผลักดันให้เป็นนักร้อง ถ้ายอมเป็นของตน แต่ ผ่องศรี (ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง) โผล่มาขัดจังหวะพอดี พาขวัญเลยรอดไปได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เจ๊หอมส่งนกเขาปลอมตัวเป็นแม่ค้าขายขนมมาสืบเรื่องงานของวง ได้ความว่าจะมีงานที่วัดหลวงตาเผือกวันเสาร์นี้ เจ๊หอมโกรธที่ชาญชัยไม่แจ้ง คิดว่าจะเม้มเงินที่จะมาใช้หนี้ ชลธีเห็นชาญชัยเอารถแท็กซี่ไปขับหารายได้ เลยคาดคั้นว่าเป็นเพราะต้องส่งตัวเองไปเรียนเมืองนอกใช่หรือไม่ สถานการณ์ทางการเงินของวงถึงได้ย่ำแย่ ชาญชัยบอกว่าเป็นสิ่งที่ตนรับปากพ่อไว้และต้องทำให้ได้งานทำบุญวัดหลวงตาเปลี่ยนเป็นงานโชว์แรกของวงตั้งแต่พาขวัญปลอมตัวเข้ามา ถึงจะไม่ได้ขึ้นเต้นแต่พาขวัญก็ตื่นเต้น แต่แล้วที่หน้าเวทีกลับมีคนดูไม่ถึง 3 คน พาขวัญช็อคมาก ในขณะที่ลูกวงทุกคนโชว์กันอย่างเต็มที่เหมือนเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ก็ไม่ปานพาขวัญงงกับการที่ทุกคนไม่รู้สึกอะไรที่แสดงไปโดยแทบไม่มีคนดู แต่ ผ่องศรี อดีตหางเครื่องที่ผันตัวมาทำเสื้อผ้าบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่การแสดงจะต้องเต็มที่ไม่ว่าจะมีคนดูมากน้อยแค่ไหน ด้วยความสนิทสนมกันเพราะพาขวัญต้องมาช่วยซ่อมแซมชุดหางเครื่อง พาขวัญจึงค่อยๆ ใส่ความคิดเรื่องเปลี่ยนสไตล์ชุดหางเครื่องให้ทันสมัยกับผ่องศรี ผ่องศรีเห็นดีด้วย เข้าทางชลธีพอดีที่อยากให้งานโชว์วันเปิดบ่อปลาคาร์ฟออกมาดูดีขึ้น เพราะเอกภพเจ้าของค่ายเพลงพี่ไอจีจะมาดูตามที่นัดไว้ ถึงกับเอาเงินเก็บสมัยเสิร์ฟอยู่ที่เมืองนอกมาช่วยค่าชุดหางเครื่อง ท่ามกลางความดีใจปนแปลกใจของชาญชัยที่เห็นน้องลงทุนพัฒนาวง วันคอนเสิร์ตเปิดบ่อปลาคาร์ฟ ทุกคนที่พาขวัญปกปิดความลับ มาร่วมประชุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งธนัญญา ศรุต อรรถพล ดวงกมล วงศกร พาขวัญได้แต่แอบอยู่หลังเวทีที่คิดว่าปลอดภัย แต่เเล้วก็เกิดเรื่องเมื่อธนัญญาแกล้งขัดขามณีรัตน์ เพราะหมั่นไส้ที่มาอ่อยวงศกร จนมณีรัตน์ไม่สามารถเต้นเพลงต่อไปได้ ผ่องศรีบอกให้พาขวัญออกไปเต้นแทน เพราะรู้ว่าเธอแอบดูการซ้อมอยู่ตลอดวันงานเทศกาลดนตรีมันแผล็บมากจึงนับเป็นหายนะของพาขวัญโดยแท้ เธอต้องขึ้นเต้นด้วย แล้วยังต้องเปลี่ยนชุดไปกินข้าวกับครอบครัวที่มีศรุตมาด้วย สลับกับกินกาแฟกับครูเอกที่เธอนัดอยู่ร้านติดๆ กัน พาขวัญเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาวิ่งรอกจนเกือบแผนแตก แต่ก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือของวิไล ที่เกือบจะทำพังไปเหมือนกันเพราะดันมีเซอร์ไพร์ส แต่ก็กลายเป็นเซอร์ไพร์สนั้นเองที่ช่วยให้พาขวัญรอดมาได้เอกภพถูกใจการแสดงของวงชาญชลธีแต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ ไม่ยอมรับปากว่าจะเทคโอเวอร์วงชาญชลธีต่อหรือไม่ พาขวัญมารู้ทีหลังว่าตนแอบถูกชลธีหลอกใช้เพราะต้องการให้คนของพีไอจีมาดูการแสดง เธอเคืองชลธีเป็นอย่างมาก และประกาศว่าจะต่อต้านการขายชาญชลธีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ชลธีได้รับการเชิญจากครูเอกผ่านทางเจ้าของโรงเรียนดนตรีที่เคยไปสมัครงาน แต่คุณวุฒิสูงเกินไป ให้มาช่วยวิจารณ์งานธีสิสเด็กที่ส่งงานด้านดนตรี เป็นโอกาสให้ชลธีได้ยินซาวด์เพลงของธีรวิทย์แล้วรู้สึกชอบ นัชชารู้ว่าชลธีมาจากวงชาญชลธีจึงรีบส่งข้อความไปบอกพาขวัญ พาขวัญจึงวางแผนจะดึงเพื่อนๆ เข้ามาช่วยเธอปรับปรุงวงอีกแรงพาขวัญวางแผนให้ธีรวิทย์เข้ามาทำทีเป็นขอชลธีฝึกงานที่วงชาญชลธี และให้นัชชาปลอมเป็นแฟนขี้หึงของธีรวิทย์ติดตามมาด้วย ชลธีที่ชอบงานของธีรวิทย์อยู่แล้วก็ช่วยพูดกับชาญชัยให้เห็นดีเห็นงามและรับธีรวิทย์เข้ามา เพทายไม่พอใจที่มีคนเข้ามาวุ่นวายในวงมากขึ้น ทำให้แผนการที่เขาวางไว้ในใจจะยุ่งยากขึ้นไปอีก ถ้าวงพัฒนาอย่างนี้ต่อไป ชลธีอาจล้มเลิกความตั้งใจจะขายก็ได้วงชาญชลธีเริ่มดีขึ้น พาขวัญแอบปลื้มใจอยู่ลึกๆ ที่เธอทำให้ชาญชลธี สดชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เธอเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เป็นหางเครื่องอย่างเต็มตัวบนเวทีบนเวทีคอนเสิร์ตเกิดมาไม่เคยเจอ อันเป็นงานเลี้ยงพนักงานของค่ายเพลงพีไอจี ที่เอกภพอยากให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ดูการเเสดงของวงชาญชลธีก่อนตัดสินใจซื้อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เช้าวันเกิดเหตุรสรินแอบใส่สลอดลงไปในอาหารของพาขวัญ แต่บังเอิญมณีรัตน์กลายมาเป็นผู้รับเคราะห์แทน ในขณะที่พาขวัญก็เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเช่นกัน เพทายจึงรีบนำทั้งสองส่งโรงพยาบาล รสรินแอบสะใจ คิดว่าแผนการของเธอนั้นสัมฤทธิ์ผลธนัญญาซึ่งสืบรู้มาแล้วว่าวันนี้พาขวัญจะต้องรีบกลับไปเพื่อทำภารกิจสำคัญมากบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร เธอจึงคิดแกล้งเพื่อนด้วยการถ่วงเวลาในการบรรยายงาน เพราะพาขวัญได้บรรยายเป็นอันดับสุดท้ายต่อจากเธอ ด้วยเลขประจำตัวของพาขวัญนั้นอยู่หลังธนัญญาแม้พาขวัญจะกลับมาที่เวทีอย่างฉิวเฉียด และทำให้รสรินตกใจอยู่ไม่น้อยที่เธอมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาเต้นได้ แต่คอนเสิร์ตก็ยังไม่สามารถเริ่มทำการแสดงได้ เพราะภารวีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่เหตุการณ์กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ปรากฏว่ามีนักร้องลูกทุ่งชื่อดังแนวหน้าของวงการปรากฏตัวขึ้นกลางเวทีคอนเสิร์ต สร้างความพอใจให้กับพนักงานของพีไอจีเป็นอย่างยิ่ง แถมยังดึงพาขวัญออกมาร้องเพลงคู่อีกด้วย ซึ่งพาขวัญก็ทำได้ดีมากจนทุกคนในวงตกภารวีกลับมายังวงชาญชลธีแล้วบอกว่าเธอถูกวางยาลักพาไปขังไว้โดยใครก็ไม่รู้ รสรินกับมณีรัตน์ใส่ร้ายพาขวัญว่าเป็นคนทำ เพื่อที่จะได้ขึ้นโชว์ร้องเพลงแทนภารวีในงานเมื่อคืน ภารวีเริ่มลังเล ฐานะอันแท้จริงของพาขวัญเกือบถูกเปิดเผย เมื่อวันหนึ่งขณะที่เธอต้องลอบออกไปมหาวิทยาลัย เพื่อรายงาน ความคืบหน้าของงานในช่วงเช้า ทานอาหารกับศรุตในมื้อค่ำ ชลธีแอบสะกดรอยตามพาขวัญไปติดๆ แต่พาขวัญ ก็คลาดสายตาเขาไปอย่างหวุดหวิดทุกครั้ง พาขวัญช่วย จีน่า (บั๊บเบิ้ล-กรกฎ พวงสวัสดิ์) หางเครื่องชายใจหญิงของวง แก้ไขสถานการณ์บางอย่างที่บีบคั้นได้ขณะเข้าตาจน เธอทำโดยไม่ให้จีน่ารู้ แต่ชลธีเห็น เขามั่นใจว่าพาขวัญเป็นคนดีที่ไม่เอาเปรียบใคร พาขวัญกลายเป็นทั้งศิราณีและแม่พระที่คอยให้ความช่วยเหลือและชี้แนะกับทุกคนในวงยามประสบปัญหาจึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์และมิตรภาพของเธอกับเพื่อนๆ ในวงแน่นแฟ้นจนยากที่จะแยกขาดออกจากกัน ส่งผลให้การเก็บข้อมูลเพื่อทำโปรเจ็กต์ของเธอเป็นไปอย่างราบรื่น ชาญชัยพอเก็บเงินก้อนเล็กๆ จากการที่วงมีงานเพิ่มขึ้นได้บ้าง เขาจึงนำไปไถ่แหวนที่ครั้งหนึ่งตั้งใจจะใช้หมั้นหมายกับวิไล แต่ก็มีอันต้องเข้าใจผิดไปเสียก่อน เมื่อออกมาจากร้านทองด้วยความดีใจจะรีบเอาแหวนไปมอบให้หญิงที่ตนรัก โดยไม่ทันระวังชาญชัยถูกรถชนที่หน้าร้านทองนั่นเอง ชาญชัยเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากจึงต้องการเลือดโดยด่วน ลูกวงในคณะทุกคนต่างแย่งกัน บริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเจ้าของวง สร้างความประทับใจให้กับพาขวัญและชลธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชลธีที่นึกไม่ถึง ว่าทุกคนจะรักและเสียสละให้กับพี่ชายของเขาได้ถึงเพียงนี้การที่ชาญชัยประสบอุบัติเหตุขั้นโคม่าทำให้ต้องใช้เงินมาก ประกอบกับข่าวที่วงโดนจับเรื่องเล่นการพนัน ทำให้ฉาวโฉ่จนถูกแคนเซิลงานจ้างจนเกือบหมด เพทายจึงหลอกให้ชลธีเซ็นเอกสารกู้เงินนอกระบบเพื่อเอาเงินมารักษาพี่ชาย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ลูกวงชาญชลธีก็ได้ชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้ง เมื่อได้รับภาพถ่ายเก่าแก่ ตอนที่หัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงถ่ายคู่กับสมบัติที่ซ่อนเอาไว้ ปัญหาคือมันถูกส่งมาโดยใคร แต่อย่างน้อยข่าวลือที่บอกว่าหัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงมาก่อนก็เป็นความจริง เมื่อถึงตอนลำบากอย่างนี้พอดี ใครบางคนก็พูดถึงขุมทรัพย์ของดอกคูนขึ้นมา เพทายถึงกับหงุดหงิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นคนเดียวที่พยายามแอบหาที่ซ่อนสมบัติของดอกคูน แต่ตอนนี้ทั้งวงจะลุกขึ้นมาหาสมบัตินี้กันหมด เขาจึงแกล้งบอกว่าเรื่องสมบัติไม่น่าจะมีจริง เป็นเพียงกุศโลบายของดอกคูนที่ต้องการให้ทุกคนอยู่กับวงชาญชลธีไม่หนีหายไปไหน แต่แทบทุกคนก็ไม่เชื่อเพทาย ชดช้อยจำได้เลาๆ ว่าเป็นตัวเลขที่ต้องถอดรหัส ป้าน้อยบอกว่าเป็นรหัสของตู้เซฟที่ยังหาตัวตู้ไม่เจอ ส่วน เบลเบล (เพ็ญนภางค์ ชายด่าน) หางเครื่องรุ่นเดอะที่ยังเต้นอยู่บอกคับคล้ายคับคลาว่าเป็นเบอร์บัญชีธนาคาร แต่ไม่มีใครจำตัวเลขเหล่านั้นได้สักคน เหมือนจะมีการจดไว้ แต่พอไม่รู้ความหมายก็เลิกสนใจกันไป ปฏิบัติการตามล่าพลิกหาตัวเลขจึงเกิดขึ้น คืนนั้นพาขวัญฝันถึงดอกคูนจนตกใจตื่น จึงมายืนมองรูปดอกคูนในห้องของตัวเอง พาขวัญเห็นสายตาของดอกคูนในรูปมองไปที่มุมห้องด้านหนึ่งจึงเดินไปดู เห็นเลขลางๆ บนเสามุมห้อง จนเมื่อปัดฝุ่นแถวนั้นออกจึงเห็นเป็นชุดตัวเลข 8188216832 พาขวัญตื่นเต้นมากจนอยากจะโทรปลุกวิไลที่นอนเฝ้าชาญชัยอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่กล้าชลธียอมรับว่าพีไอจีสนใจอยากให้พาขวัญเซ็นสัญญาเป็นนักร้องจริง แล้วย้อนถามพาขวัญกลับไปว่าเธอจะยอมทำหรือไม่เพื่อช่วยวง พาขวัญปฏิเสธเพราะไม่คิดว่าวิธีนี้จะเป็นทางออก วงชาญชลธีจะต้องกลับมาได้ด้วยตัวเองไม่ใช่เพราะแลกกับตัวของเธอ แล้วถ้าพีไอจีเห็นความสามารถของเธอ ทำไมวงถึงไม่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาช่วยวง แทนที่จะหาทางออกง่ายๆ ด้วยการขายเธอออกไป เมื่อภารวีออกจากวงไป คนในวงก็เริ่มระส่ำระสาย แต่ก็ยังคงพยายามหาปริศนาตัวเลขต่อไป เมื่อยังคิดไม่ออก หลายคนเริ่มท้อแท้ และคิดจะไปจากวงชาญชลธี แม้ชลธีจะยืนยันว่าถ้าพบสมบัติและนำไปใช้หนี้แล้วก็จะแบ่งให้ลูกวงทุกคนเท่าๆ กัน แต่ก็มีหลายคนตัดสินใจไม่รอ เริ่มจากรสรินที่มีเสี่ยมาติดพันที่ผับที่ไปเป็นโคโยตี้ หลังจากถูกตามตื๊อมานานและเอาเงินมาล่อ รสรินจึงตอบตกลงทิ้งนันทพงศ์ไปอยู่ด้วย ตามด้วยมณีรัตน์ที่พาหางเครื่องกลุ่มหนึ่งออกไปเต้นให้กับวงอื่น โดยทิ้งเพทายไว้ที่นี่ เผื่อเจอสมบัติก็ยังจะมีเอี่ยว แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายของมณีรัตน์คือการเข้าไปเป็นนักร้องของค่ายพีไอจี โดยผ่านการช่วยเหลือของเพทายนันทพงศ์เสียใจเรื่องรสรินมาก พาขวัญเข้าไปปลอบจนชลธีมาเห็นเลยเข้าใจผิด คิดว่าพาขวัญโกรธเรื่องที่จะขอให้เธอเซ็นสัญญาเป็นนักร้อง เลยเปลี่ยนใจไปหานันทพงศ์คนซื่อที่แสนดี ระหว่างที่ลูกวงทยอยกันออกไป พาขวัญได้ยินเด็กท่องสูตรคูณเดินผ่านไปเลยนึกออกว่าที่แท้เลขรหัสนั้นคือ สูตรคูณแม่ 8 นั่นเอง เพราะฉะนั้นลายแทงสมบัติจึงน่าจะอยู่ใน สูท(ของดอก)คูน ผ่องศรีจึงไปเอาสูททุกตัวของดอกคูนที่เก็บไว้มาหา แต่ก็ยังไม่พบ และยังคงตีไม่ออกว่า แม่ 8 เกี่ยวข้องอะไรด้วย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ป้าน้อยนึกขึ้นได้ถึงสูทตัวเก่งของดอกคูนในอดีตที่อยู่ในบ้านชาญชัย ผ่องศรีจึงไปขอชลธีให้เอาออกมาให้ เมื่อตรวจดูก็พบว่าที่ด้านซับในตะเข็บสูทตัวนั้นมีกระดาษแผ่นเล็กซ่อนอยู่ในซองพลาสติกมีคำใบ้เขียนว่า ถนนปลอดทุกข์ ทุกคนแยกย้ายไปตามหาตามความเข้าใจของตน พาขวัญไปหาในห้องพระ ชดช้อยไปหาที่หน้าห้องสุขา หวดไปหาที่ถนนหน้าบ้าน มีเพียงชลธีที่พุ่งไปที่ห้องทำงานเก่าของพ่อที่พาขวัญอาศัยเป็นห้องนอน เพราะเชื่อมโยงได้ว่า จากสูตรคูณแม่ 8 เมื่อรวมกับคำใบ้ถนนปลอดทุกข์ซึ่งคือทางดับทุกข์ หรือ มรรค 8 นั่นเอง และหนทางปฏิบัติมรรค 8 ก็คือ การเดินสายกลาง และที่ดอกคูนชอบเดินก็คือในห้องทำงานเพื่อแต่งเพลง ดังนั้นใต้พื้นไม้กระดานชิ้นที่อยู่ตรงกลางห้องพอดี เขาจึงพบกล่องใส่ซิมการ์ดซ่อนอยู่ที่นั่นด้วยความที่เป็นซิมการ์ดรุ่นเก่า ทุกคนอยากรู้ว่ามันเป็นซิมของใคร อะไร ยังไง แต่ไม่มีใครมีโทรศัพท์รุ่นที่ใส่ซิมแบบนั้นได้เลยมาหาตู้ขายเครื่องโทรศัพท์มือสองที่ตลาดนัดจนได้ไป แล้วพยายามโทรออกไปเบอร์ที่เมมไว้เพียงเบอร์เดียวในซิมนั้น เสียงมือถือของพาขวัญดังขึ้น ทุกคนตกใจคิดว่าเป็นซิมนั้นโทรหาพาขวัญ ปรากฏว่าเป็นวิไลที่โทรมาบอกเรื่องชาญชัยพ้นจากอาการโคม่าแล้ว หลังจากนั้นพอใช้ซิมโทรไปอีกรอบ สัญญาณเลขหมายปลายทางก็บอกเป็นว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ระหว่างที่ทุกคนง่วนกับการหาขุมทรัพย์ ก็มีคุณหญิงคนหนึ่งโทรมาหาเพทายเรื่องจะจ้างวงไปโชว์ในงานการกุศลหาทุนช่วยเด็กกำพร้าที่โรงแรมละแวกชานเมือง เพทายขอเงินมัดจำล่วงหน้า คุณหญิงบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเป็นสมาคมด้านการกุศลใหญ่โต ขอจ่ายที่งานทีเดียว ด้วยความร้อนเงิน ชลธีบอกเพทายว่าอนุญาตตามที่คุณหญิงขอมา พาขวัญไปตามวิไลและรุ่นน้องนักเต้นที่มหาวิทยาลัยมาเสริมในส่วนหางเครื่องที่หายไป ชลธียังคงพยายามโทรตามเบอร์ในซิมของดอกคูนวันละเป็นสิบรอบ แต่ก็ยังไม่มีคนรับสายเมื่อถึงวันงาน วงชาญชลธีไปถึงไม่เจอเจ้าภาพ แถมยังถูกโรงแรมกักตัวไว้ให้จ่ายเงินค่าเช่าห้องจัดเลี้ยง เพราะมีการแจ้งมาว่าวงจะมาเช่าสถานที่เปิดอัลบั้มใหม่ ไม่ใช่เป็นงานการกุศลอย่างที่ว่า ทั้งหมดเป็นแผนการของ 2 แม่ลูก ทิพา (นันทนา บุญหลง) ธนัญญา ทำให้คราวนี้วงชาญชลธีหมดตัวจริงๆ ต้องขายเครื่องดนตรี ไปทั้งวง และเมื่อกลับมาก็พบว่าโทรศัพท์พร้อมซิมที่เสียบชาร์จไว้ในห้องทำงานชาญชัยก็หายไปเจ้าหนี้นอกระบบส่งสมุนมาเตือนชลธีว่าใกล้กำหนดจ่ายเงินแล้ว พาขวัญช็อคเมื่อรู้ว่าชลธีไปกู้หนี้มาเพื่อรักษาชาญชัย ชลธีบอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณพี่ชายที่เสียสละหาเงินส่งเขาเรียนเมืองนอก เมื่อพี่ชายประสบอุบัติเหตุแบบนี้ เขาจะนิ่งดูดายไม่ได้ พาขวัญเริ่มคิดเรื่องเซ็นสัญญากับค่ายพีไอจีเพื่อช่วยชลธี ชลธีเสียใจจนหมดแรงที่จะทำอะไรได้ เขาบอกพาขวัญให้กลับไปอยู่บ้าน แต่พาขวัญอาสาจะอยู่เป็นเพื่อนชลธี ชายหนุ่มซึ้งในน้ำใจพาขวัญ ตกดึกพาขวัญนั่งรวบรวมข้อมูลธีสิสที่ได้จากการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกในวงชาญชลธีมาร่วมสามเดือน เธอเห็นไฟในห้องนอนชลธีเปิดอยู่จึงไปอุ่นนมร้อนมาให้ แต่คลาดกับชลธีที่เดินไปหาพาขวัญที่ห้องทำงานดอกคูน พาขวัญเดินกลับมาที่ห้องก็พบว่าชลธีกำลังอ่านข้อมูลที่ในแล็ปท็อปของเธออยู่ชลธีเสียใจและผิดหวังมากที่มองพาขวัญผิดไป ที่แท้เธอก็เข้ามาในวงชาญชลธีเพียงเพื่อต้องการข้อมูลในการทำธีสิสแค่นั้นเอง พาขวัญพยายามอธิบาย แต่ชลธีก็ไม่ฟัง ไล่ให้พาขวัญกลับบ้านไป เจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนี้แต่ชลธีไม่มีให้ เลยถูกขนของไปจนหมดบ้าน นกเขามาเห็นพอดีจึงรีบโทรบอกเจ๊หอมให้รีบมาเอาของไปบ้าง เดี๋ยวจะไม่เหลืออะไร ด้วยพอจะรู้ลู่ทาง นกเขาจึงเข้าไปขนเครื่องดนตรีและของที่จะพอมีเหลือในห้องดอกคูน นกเขาถึงจะกลัวแต่ก็เข้าไปขนของในห้องนั้นจนเกลี้ยง โดยขนขึ้นรถนันทพงศ์ที่จอดอยู่นอกรั้วบ้านไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญโทรบอกวิไลเรื่องทั้งหมด และฝากวิไลกลับไปดูชลธีบ้างแต่อย่าเพิ่งบอกชาญชัยว่าวงแตกแล้ว ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลเธอจะขอให้อรรถพลช่วยออกให้ วิไลรับปากด้วยความเป็นห่วงทั้งพาขวัญและชลธีชลธีนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ในบ้านที่ไม่เหลืออะไร มีเพียงกองใบแจ้งหนี้สุมเต็มไปหมด แก๊งทวงหนี้นอกระบบบุกเข้ามาแล้วอุ้มชลธีไป ชลธีถูกพาไปรุมซ้อมในเซฟเฮ้าส์และบังคับให้เลือกระหว่างส่งยาเสพติดใช้หนี้ หรือจะยอมขายตัวให้กะเทย ชลธีไม่ยอมทั้งสองอย่างเลยถูกซ้อมจนสลบไป นันทพงศ์ตัดสินใจจะบวช แต่หลวงตาเผือกเห็นว่าจิตใจยังไม่สงบ จึงบอกให้อาศัยเป็นเด็กวัดไปก่อน จนกว่าจะตัดทางโลกได้จริง ชลธีฟื้นขึ้นมาในห้องนอนของแจ๊คเกอลีน เศรษฐีกะเทยไทยวัยดึก เขาขอให้แจ๊คเกอลีนปล่อยเขาไป แต่แจ๊คเกอลีนปฏิเสธ หลังจากที่แจ๊คเกอลีนได้รับรู้ราวเรื่องชีวิตของชลธี จึงวางแผนให้ชลธีอาศัยอยู่ในบ้านเธอไปก่อน โดยอ้างกับทางเจ้าหนี้ว่าติดใจในตัวชลธี ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอะไรกัน แต่เพื่อให้เขาหลบจากการตามของทีมทวงหนี้ ในระหว่างที่เธอจะจัดการเคลียร์หนี้ทั้งหมดกับทางเจ้าหนี้นอกระบบให้ โดยมีสัญญาใจกันบางอย่างกับชลธี วิไลถ่วงเวลาให้ชาญชัยอยู่โรงพยาบาลให้นานที่สุด เพราะไม่อยากให้ออกมารับรู้เรื่องชาญชลธีวงแตก จึงขอให้พาขวัญมาเยี่ยมชาญชัยแล้วเล่าเรื่องความเป็นไปในวงเพื่อให้ชาญชัยสบายใจขึ้นรสรินถูกเสี่ยโรคจิตจับขังล่ามโซ่ไว้ในบ้านเหมือนสัตว์เลี้ยง ไม่ยอมให้ออกไปไหน และไม่ให้ติดต่อใครเด็ดขาด คืนหนึ่งรสรินเห็นพาขวัญไปรับโทรศัพท์ในงานการกุศลออกทีวี เลยออกอุบายเอามือถือจากคนรับใช้ของเสี่ยที่คอยเฝ้าเธออยู่มาโทรไปขอให้พาขวัญช่วย พาขวัญโทรบอกนันทพงศ์ให้ไปด้วยกัน ในที่สุดก็ช่วยรสรินออกมาได้ พาขวัญพารสรินมาพักอยู่ที่บ้านของเธอ ในฐานะญาติของวิไล ชาญชัยตื่นขึ้นมาเห็นข่าวไฟไหม้สำนักงานของตัวเองจึงหนีออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับไปดู ขณะที่วิไลกำลังออกมารับสายดวงกมล ที่โทรมาต่อว่าเรื่องที่สมรู้ร่วมคิดกับพาขวัญไปอยู่ในวงดนตรีลูกทุ่ง วิไลตกใจมากว่าดวงกมลรู้ได้ยังไง ดวงกมลบอกให้วิไลดูข่าวทีวี เธอจึงได้เห็นคลิปหลุดลูกสาวรัฐมนตรีเต้นหางเครื่อง ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดยธนัญญา ดวงกมลโกรธมากจนสั่งวิไลไม่ต้องกลับมาทำงานกับเธออีก เมื่อกลับเข้ามาที่ในห้องคนป่วย ชาญชัยก็หายไปแล้ว วิไลทำอะไรไม่ถูกดวงกมลไล่รสรินออกจากบ้านไปเพราะรู้ว่าเป็นหางเครื่องที่อยู่ในคลิปกับพาขวัญ พาขวัญแอบหนีตามรสรินไปด้วยโดยความร่วมมือของ จิ๋วหลิว (จุ๊กกะดุ๋ย-ดนยา รัตนธาดา) คนรับใช้ร่างอวบ ทั้งคู่มาหานันทพงศ์ที่วัดหลวงตาเผือก นันทพงศ์บอกว่ากำลังจะไปที่สำนักงานเพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหลวงตาว่าเกิดไฟไหม้ที่สำนักงานชาญชลธี เหล่าบรรดาผู้แพ้ทั้งหลายได้มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งชาญชัย พาขวัญ นันทพงศ์ รสริน ภารวี จีน่าและวิไลที่ตามมาทีหลัง ภารวีขอโทษวิไลที่หลงเชื่อและทำตามแผนการณ์ของมณีรัตน์ ทำให้ชาญชัยและวิไลเข้าใจผิดกัน ชลธีขอแจ๊คเกอลีนกลับมาดูบ้าน และได้พบกับชาญชัย สองพี่น้องโผเข้ากอดกัน ชลธีขอโทษที่รักษาวงของพ่อไม่ได้ ชาญชัยบอกไม่เป็นไรยังพอมีอีกทางคือเขาได้สมัครส่งวงเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 5 ล้านบาทไว้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชลธีแนะนำให้ชาญชัยรู้จักกับแจ๊คเกอลีน แฟนคลับของดอกคูนตั้งแต่เริ่มตั้งวงใหม่ๆ พอรู้ว่าชลธีเป็นลูกของดอกคูนก็เลยช่วยเหลือและเคลียร์กับเจ้าหนี้นอกระบบให้ แจ๊คเกอลีนบอกว่าจะช่วยชุบชีวิตของวงชาญชลธีขึ้นใหม่ ให้ไปตามทุกคนกลับมาให้ทันประกวดชลธีอาสาแต่งเพลงสุดท้ายที่ยังแต่งไม่จบของพ่อให้สำเร็จ โดยมีธีรวิทย์ช่วยเข้ามาทำซาวน์ดนตรีให้ทันสมัยแต่ก็ยังมีความเป็นลูกทุ่งชัดเจนอยู่ในเพลง และที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือ เจ๊หอมเข้ามาประกาศยกหนี้ให้และยกโกดังเก่าของเธอให้เป็นที่ซ้อมพร้อมคืนเครื่องดนตรีที่ยึดมาให้กับวงอีกด้วย โดยมีข้อแม้ว่าชาญชัยจะต้องยอมหอมแก้มเธอแล้วถ่ายเซลฟี่ ชาญชัยทำตามด้วยความยินดี และบอกว่าถ้าชนะแล้วได้เงินรางวัลมาจะเอาไปใช้หนี้เจ๊หอมทุกบาททุกสตางค์...แสงสว่างเริ่มปรากฏที่ปลายอุโมงค์ในวันประกวดซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พาขวัญต้องส่งงานธีสิสจบการศึกษาของเธอ วงชาญชลธีจับสลากได้เป็นวงสุดท้ายในการขึ้นประกวด ด้วยเพลงที่แต่งใหม่ของชลธี โดยมีพาขวัญเป็นคนร้อง นัชชาออกแบบชุดให้ เจ๊หอมเป็นแม่ยกร่วมกับแจ๊คเกอลีน ส่วนค่ายพีไอจีโดยเอกภพก็ส่งมณีรัตน์ขึ้นโชว์ในงานเพื่อเป็นการเปิดตัวศิลปินใหม่ในงานนี้ด้วย โดยมณีรัตน์ลิปซิงค์เสียงของภารวี แจ๊คเกอลีนเป็นคนซื้อเพลงของดอกคูนทั้งหมดจากเพทายตอนเพทายร้อนเงินเพราะเสียพนันในบ่อน แล้วให้ชลธีเอามาคืนชาญชัย พาขวัญรีบกลับมาเพื่อให้ทันส่งงานที่คณะ แต่ก็ถูกสื่อมวลชนรุมขอสัมภาษณ์ ทำให้กลับมาที่มหาวิทยาลัยไม่ทัน ครูเอกบอกให้เธอรอส่งงานใหม่ปีหน้า ธนัญญาถูกเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายมาทวงวงศกรคืนในงานส่งธีสิส โดยที่ลักษมีเป็นคนหักหลังให้ข้อมูลของธนัญญากับเมียหลวง ศรุตตามไปช่วยปลอบใจธนัญญาพาขวัญตัดสินใจแสดงงานของตัวเองที่ในโรงอาหาร ไม่ว่าครูเอกจะตัดสินให้คะแนนผลงานของเธอหรือไม่ คนในวงชาญชลธีตามมาทันและช่วยประกอบร่างโชว์ของพาขวัญให้ออกมาจนได้ นักการภารโรง รปภ. แม่ค้า ตลอดจนนักศึกษาต่างสนุกสนานไปกับโชว์ของพาขวัญ อรรถพลขึ้นไปร่วมแสดงกับลูกสาวแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวกันมาก่อน สร้างความตื่นเต้นให้คนดูมาก นักแสดง ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น อัปสรสิริ อินทรคูสิน รับบท พาขวัญปรัชญ์ ปรมิณ รับบท ชลธีอาราดา พรหมพฤกษ์ รับบท วิไลวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ชาญชัยนวพล ภูวดล รับบท เพทายแพร เอมเมอรี่ รับบท ภารวี นทีกาลวรรษพร วัฒนากุล รับบท มณีรัตน์ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง (อิน บูโดกัน) รับบท ผ่องศรีหทัยชนก สวนศรี (ทราย KPN) รับบท รสรินกฤษฎี พวงประยงค์ รับบท นันทพงศ์

หาชมยาก! ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ เมื่อ 50 ปีก่อน (มีคลิป)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

หลายคนคงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเกาะชื่อดังในญี่ปุ่น "เกาะฮาชิมะ" โดยเฉพาะเรื่องอาถรรพ์ลึกลับต่างๆ เนื่องจากถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกับสิบๆ ปี ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเคยเป็นสถานที่ที่มีความรุ่งเรือง คับคั่งไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ผู้คนประกอบอาชีพอุตสาหกรรมถ่านหิน วันนี้ Travel.mthai มี หาชมยาก! ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ เมื่อ 50 ปีก่อน มาฝากกัน มีคลิปใช้ชมกันด้วย! หาชมยาก! ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ เมื่อ 50 ปีก่อน (มีคลิป) เราจะพาเพือนๆ ไปย้อนชมภาพหาดูยาก ภาพชีวิตคนบนเกาะฮาชิมะ ในประเทศญี่ปุ่น เป็นภาพฟิลม์ ที่ถูกบันทึกเมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 1965 แสดงให้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของผู้คนและครอบครัว ซึ่งในช่วงนั้นเกาะนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมากๆ ผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพรียบพร้อม อีกทั้งผู้คนบนเกาะนี้ส่วนใหญ่ทำงาน อุตสาหกรรมถ่านหิน ขุดเหมือง เกาะฮาชิมะ (Hashima Island) ตั้งอยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร ในอดีตเคยรุ่งเรื่องมาก่อน และได้รับชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ มีความโดดเด่นเรื่องทรัพยากรถ่านหิน โดยมีบริษัทมิตซูบิชิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในช่วงปี ค.ศ. 1887-1974 เกาะนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น ถือว่าเป็นความหนาแน่นอันดับต้นๆ ของการใช้ชีวิตเมืองบนโลกนี้เลยทีเดียว อีกทั้งทางบริษัทสร้างที่พักอย่างมีมาตรฐานให้กับพนักงาน บนเกาะมีครบทุกอย่างที่เมืองใหญ่พึงมี ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านอาหาร ผับ บาร์ พร้อมบริการประชาชนบนเกาะทุกรูปแบบ ความนิยมในการใช้ถ่านหินจะน้อยลง เนื่องจากมีการใช้น้ำมันเข้ามาทดแทน ไม่มีกำไร มิตซูบิชิก็จำต้องเลิกกิจการ เมื่อบนเกาะไม่มีงาน ประชาชนก็ต่างเริ่มทยอยออกไปทีละกลุ่มจนหมดเกาะ ทิ้งไว้เพียงอาคาร รกร้าง ว่างเปล่า นานวันผ่านไปต้นไม้ ต้นหญ้าก็รกครึ้ม เสียงที่ทำให้เกาะนี้ไม่เงียบจนเกินไปก็มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่ง เสียงลมหวีดหวิว เสียงนกกาและสัตว์เล็กๆ น้อยๆ บนเกาะ ความเงียบวังเวงเปลี่ยนชื่อเกาะนี้ให้กลายเป็น “เกาะผี” ปัจจุบัน ยูเนสโกได้ประกาศให้เกาะฮาชิมะ เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของญี่ปุ่น ถูกจัดเป็นมรดกโลกในกลุ่มของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน อ่านเพิ่มเติม : เกาะฮาชิมะ Hashima Island เกาะร้างสุดหลอน ญี่ปุ่น

เป้ อารักษ์ ส่งซิงเกิ้ลแนวดิสโก้สุดเก๋
Dance Song /  ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง / 

    เว้นช่วงห่างจากซิงเกิลที่แล้วไปพักใหญ่ สำหรับนักร้องหนุ่มเป้ อารักษ์ ที่หลังจากเจ้าตัวกลับมาจับกีต้าร์ไฟฟ้าวาดลวดลายในเพลงช้า ซึ้งๆเน้นอารมณ์อย่างเพลงคิดถึง และเพลงแพ้ ที่ปล่อยออกมาให้ได้ฟังเมื่อปลายปีก่อน ล่าสุดทำเอาแฟนเพลงเซอร์ไพร์สไปตามๆกัน เมื่อเป้กลับมาพร้อมซิงเกิลแนวดิสโก้สุดเก๋ "ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง (Dance Song)" พร้อมอัลบัมใหม่ที่ใช้ชื่อว่า เหล็กกับไม้ (WOOD AND STEEL) ซึ่งจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้     "ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง (Dance Song)" เพลงจังหวะดิสโก้ ชวนเต้นที่เนื้อหาแต่งจากประสบการณ์จริงของเป้ที่เป็นคนไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืนสักเท่าไร จะออกไปตระเวนราตรีก็ต่อเมื่อต้องออกไปดูคอนเสิร์ตหรือไปฟังเพลงที่ชอบเท่านั้น แต่ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป้ยอมพาตัวเองออกไปเต้นในผับและฟังเพลงเสียงดังได้ก็คือการได้ไปเจอผู้หญิงที่เขาชอบ ซึ่งเพลงนี้เป้ยังคงร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนเดิมอย่าง ฮิวโก้ – จุลจักร จักรพงษ์ รวมถึงเจ - มณฑล จิรา ที่มาช่วยมิกซ์และมาสเตอริ่งให้เพลงนี้กลายเป็นสีสันใหม่ที่ไม่เคยได้ยินจากเป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะปีศาจแบนด์มาก่อน     ในส่วนของมิวสิควิดีโอก็ได้นักร้อง นักแสดงสาวสุดแนว นท พนายางกูร และ นีโน่ วงษ์ไชยเสรี นายแบบหนุ่มไฟแรงมากความสามารถ มารับบทพระเอก-นางเอกเอ็มวี และยังมีวงรุ่นน้องในค่าย What The Duck อย่าง De Flamingo มาร่วมแจมความสนุกในมิวสิควิดีโอเพลงนี้อีกด้วย เรียกว่าถ้าใครได้ดูและได้ฟังเพลงนี้แล้วต้องอยากออกไปเต้นแน่นอน