โรงหนังราชบุรี

ชมตัวอย่างแรก Area 51 หนังสยองสำรวจเขตลับโดยผกก. Paranormal Activity
Area 51 /  Found Footage / 

ห่างหายไปนานมากๆ สำหรับผู้กำกับที่เริ่มต้นเฟรนไซส์หนังสยองขวัญสุดโด่งดังอย่าง Paranormal Activity สำหรับผกก. โอเรน เพอร์ลี ที่ในตอนนี้เขาได้มีหนังใหม่มาพร้อมให้ผู้ชมสยองกันแล้ว สำหรับหนังแนวเฟาท์ ฟุตเทจ เช่นเคยใน Area 51 ซึ่งเป็นชื่อของเขตลึกลับที่พวกเราทุกคนรู้จักกันดี ในนามที่ว่ามันเป็นเขตเอากักเก็บวัตถุลึกลับที่มาจากนอกโลก ซึ่งนั่นมันอาจจะรวมถึงสิ่งมีชีวิตอย่าง เอเลี่ยน อีกด้วย แต่จะเป็นอย่างไร เมื่อมีกลุ่มวัยรุ่นลองดี ขอลองบุกเข้าไปใน เขต นี้ดู เพื่อที่พวกเขาจะได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่วายมันอาจจะกลับกลายมาเป็นตัวที่คร่าชีวิตพวกเขา และทำให้มนุษย์ชาติล้มหายตายจากกันไปอีกด้วย โดยดูจากตัวอย่างแรกแล้ว ก็น่าสนใจเหมือนกันว่าตามวิสัยทัศน์ของผกก.คนนี้ จะบอกเล่าหนังสยองขวัญในเขตดังกล่าวออกมาได้เป็นอย่างไรกันครับ โดยตัวหนังมีกำหนดฉาย พฤษภาคมนี้

 คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาล ยอดเสียชีวิตพุ่งใกล้2พันศพ!
ข่าวล่าสุด /  อาคารพังถล่ม / 

คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาลล่าสุด เพิ่มมาที่  1,911 ศพ ผู้สือข่าวรายงาน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,911 ศพ ใน 4 ประเทศคือ เนปาล , อินเดีย , ทิเบต และบังกลาเทศ บาดเจ็บอีกกว่า 4,000 คน ขณะที่ทางการปิดให้บริการสนามบินนานาชาติตรีภูวันเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้พบว่า ยังมีการสั่นไหวเกิดนขึ้นในหลายเมือง รวมถึงกรุงกาฐมาณฑุ และกรุงนิวเดลี อินเดีย ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง MThai News ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวใจกลางประเทศเนปาล มีผู้เสียชีวิตกว่า1,805 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 4,718 คนแล้ว วันที่ 26 เม.ย.58 เวลา7.00น. (เวลาในไทย) ความคืบหน้าแผ่นดินไหวใหญ๋ในเนปาลวานนี้(24เม.ย.58) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อ้างข้อมูลของกระทรวงหมาดไทยเนปาล ระบุมีจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,805 คน และบาดเจ็บ 4,718 คน นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ต้องรักษาตัวนอกโรงพยาบาลท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บถึงจุดเยือกแข็งของเมื่อคืนนี้  รวมถึงอาการของผู้บาดเจ็บจำนวนมากอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง MThai News คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาล ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า1พันศพ! ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวใจกลางประเทศเนปาล มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,130 ศพ ใน 4 ประเทศคือ เนปาล อินเดีย ทิเบต และบังกลาเทศ บาดเจ็บอีกกว่า 1,500 คน กระทรวงมหาดไทยเนปาล ระบุพบผู้เสียชีวิต 1,130 ศพ เป็นชาวเนปาลที่สุด ตามด้วยชาวอินเดีย,ชาวทิเบต และชาวบังกลาเทศ บาดเจ็บกว่า 2,000 คน ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในกรุงกาฐมาณฑุอีก 12 ศพ เสียชีวิตในเมืองกอร์คา 17 ศพ ในเมืองรุสเซีย 6 ศพ ในเมืองนุวาคอต อย่างน้อย 7 ศพ ในเมืองราเมซฮับ และอย่างน้อย 2 ศพ ในเมืองซุนซารี แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไปไกลถึงปากีสถาน บังกลาเทศ และอินเดีย เหตุแผ่นดินไหว ทำให้อาคาร บ้านเรือนหลังเสียหาย แต่ที่สำคัญคือ "หอธราหาร" หอสูงขนาด 9 ชั้น ความสูง 61.88 เมตร ใจกลางกรุงกาฐมาณฑุ อายุ 183 ปี ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก พังทลายกลายเป็นซากปรักหักพังทั้งหลัง นอกจากนี้มีรายงานว่าเกิดความเสียหายกับสนามบินนานาชาติ ตรีภูวัน ในกรุงกาฐมาณฑุด้วย หลังแผ่นดินไหว เกิดอาฟเตอร์ช็อครุนแรงตามมาอีกกว่า 16 ครั้ง ซึ่งรวมถึงอาฟเตอร์ช็อคขนาด 6.6 ตามมาตราริคเตอร์ ที่อยู่ลึกลงไป 14.6 กิโลเมตร และขนาด 5.1 ตามมาตราริคเตอร์ MThai News   คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาล ยอดเสียชีวิตพุ่ง800กว่าศพ! คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาลช่วงบ่ายนี้(เวลาในไทย) ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิต 800 คนแล้ว และคาด ยอดอาจเพิ่มสูงต่อเนื่อง  จากกรณี แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน 15 กิโลเมตร ห่างจากเมืองลัมจังไปทางตะวันออกราว 35 กิโลเมตร และห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 77 กิโลเมตร  ส่งกระทบอาคารหลายหลังพังถล่มในกรุงกาฐมาณฑุ เนปาล เมื่อเวลาในไทยประมาณ 13.11 น.(25 เม.ย.58) เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเนปาลเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อเวลา 18.34 น.วันนี้ตามเวลาในไทยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นช่วงสายวันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 688 คนแล้ว เฉพาะในกรุงกาฐมาณฑุมีผู้เสียชีวิต 181 คน ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวเผยว่า แผ่นดินไหวทำให้หิมะถล่มกลบเบสแคมป์บางส่วน ซึ่งเป็นจุดพักของนักไต่เขาที่ต้องการพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลกแห่งนี้ ขณะนี้ได้รับแจ้งแล้วว่ามีผู้เสียชีวิต 8 คน ล่าสุดมีรายงานจากเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนว่า มีผู้เสียชีวิต 1 คนจากแผ่นดินไหวเนปาล แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เนปาลเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 8 ริกเตอร์เมื่อ 81 ปีก่อน ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งในเนปาลและรัฐพิหารของอินเดียประมาณ 10,800-12,000 คน. ล่าสุด 20.00น.(เวลาในไทย) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาลใหล้เป็น 800 รายแล้ว ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวไทยภาพ  twitter Tuangporn Asvavilai ‏ MThai News แผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่เนปาล บ้านเรือนพังถล่มหนัก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่เนปาล แรงสั่นสะเทือนไกลถึงอินเดีย ผู้เห็นเหตุการณ์ ชี้ อาคารหลายครัวเรือนในกรุงกาฐมาณฑุพังถล่ม ยูเอสจีเอส แจ้งว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.11 น.วันนี้ตามเวลาในไทย ห่างจากเมืองโปขรา เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศไปทางตะวันออก 75 กิโลเมตร และห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 77 กิโลเมตร ศูนย์กลางแผ่นดินไหวลึกเพียง 11.9 กิโลเมตร ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์ว่า อาคารบางหลังในกรุงกาฐมาณฑุพังถล่มเพราะแผ่นดินไหว และรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ไกลถึงกรุงนิวเดลีและหลายเมืองทางตอนเหนือของอินเดีย ล่าสุด สำนักข่าวซินหัว รายงายว่า เหตุดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3  บาดเจ็บจำนวนมาก อาคาร บ้านเรือนและโบราณสถานพังถล่ม ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  สำนักข่าวไทย /Teerat Ratanasevi MThai News

ระงับใบลาออก! แม่หลวงกุ้ง นภอ.ให้เวลาทบทวน7วัน
ผู้ใหญ่บ้านสวยสุดในประเทศ /  เชียงใหม่ / 

นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เรียก 'แม่หลวงกุ้ง' เข้าพบ เสนอให้เวลาทบทวนเรื่องการลาออก 7 วัน ขณะเจ้าตัวยืนยันขอออก เลี่ยงความเดือดร้อนของลูกบ้าน จากกรณี น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 35 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "แม่หลวงกุ้ง" ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศไทย ได้ยื่นหนังสื่อลาออกต่อเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังถูกกดดันทางการเมืองนั้น ความคืบหน้าล่าสุด นายประจวบ กันธิยะ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้เรียกตัว น.ส.สุพัตรวี เข้าพบโดยมีการพูดคุยกันนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยนายอำเภอพยายามเกลี้ยกล่อมน.ส.สุพัตรวี ให้ทำงานต่อ เพราะเป็นแม่หลวงที่ทำงานเก่ง ทำงานเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง จึงอยากให้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง การเป็นข้าราชการทำงานเพื่อแผ่นดิน เพื่อประชาชนต้องอดทน ต้องค่อยๆ แก้ไขปัญหา โดยทางอำเภอจะเป็นผู้ช่วยเหลือ โดยเสนอให้น.ส.สุพัตรวี กลับไปคิดทบทวนอีก 1 สัปดาห์ และหากยังยืนยันจะลาออก ก็จะได้นำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ต่อไป ด้าน น.ส.สุพัตรวี เปิดเผยว่า การลาออกครั้งนี้ เนื่องจากถูกกดดันจากการเมืองท้องถิ่น แม้ท่านนายอำเภอจะเรียกไปคุยแล้ว และอยากให้ทำงานต่อ ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ แต่หากยังอยู่ในตำแหน่ง ประชาชนในพื้นที่ก็จะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นตนยังยืนยันจะลาออก ตนไม่ชอบที่มีคนนำลูกบ้านทั้งหมดมาเป็นตัวประกัน ขยะในหมู่บ้าน 22 วันไม่มีหน่วยงานไหนมาเก็บ ส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่รับผิดชอบใดๆ ทำให้ชาวบ้านมาบอก ตนก็พยายามช่วยเหลือ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ดำเนินการ ที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือเกือบทุกเรื่อง หากตัวตนยังอยู่ในตำแหน่งคนในหมู่บ้านจะอึดอัดได้รับความเดือดร้อน ให้คนของเขามาทำงานแทน ชาวบ้านจะได้รับการช่วยเหลือแบบเต็มที่ บ้านเมืองจะได้พัฒนา ตนคิดว่าหนทางนี้เป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ผงะ!เจอซากชิ้นส่วน-ศพเด็กอื้อ-ล่าตัวเมียสัปเหร่อ
ข่าวล่าสุด /  ซากเด็ก / 

ตำรวจ ขยายผลค้นสุสานหายยา ผงะ!พบซาก-ชิ้นส่วนศพเด็ก 20 ถุง ขณะเมียสัปเหร่อ ตัวการไหวทัน หลบหนี เร่งล่าตัว -เผาแล้วดญ.วันเพ็ญ จากกรณี พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้ลงมาควบคุมคดีการนำศพเด็กไปฝังใต้ฐานพระพรหม ของอดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ต่อมาอดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ คือนายเฉลิม ด้วงทอง ยอมรับว่าซื้อซากศพเด็กทารกมาจากยายบุญ ที่สุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ล่าสุด วันที่ 23 เม.ย.58 เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 เข้าตรวจสอบที่สุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ และเพื่อติดตามหาตัว นางบุญ ตัวการสำคัญในการนำศพเด็กทารกขายให้กับพระสงฆ์ และเจ้าพิธีทั้งหลาย โดยได้พบกับนายสุทัศน์ เนรมิตร ซึ่งเป็นสัปเหร่อ ประจำสุสานหายยา และเป็นสามีของนางสมบุญ ทั้งสองคนอยู่บ้าน ถ.ทิพยเนตร ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งบ้านดังกล่าวก็อยู่ในสุสานหายยา โดยนางสมบุญ ไหวตัวหลบหนีเจ้าหน้าที่ไปก่อนหน้าแล้ว จากการตรวจสอบที่บริเวณเมรุเผา ที่ 1 และ 2 ใต้เมรุเผา เจ้าหน้าที่พบถุงดำ บรรจุชิ้นส่วนศพ จาก รพ.ต่างๆ และคลินิก ต่างๆ ทั้งที่เชียงใหม่และที่ จ.น่าน ด้วย ซึ่งเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ มีทั้งซากสายรก ซากเด็กทารกที่ไม่สมบูรณ์ ชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ของศพ ที่กำลังรอการเผา โดยเมรุแรก มีจำนวน 16 ถุงดำ และเมรุที่ 2 มีจำนวน 4 ถุง โดยนายสุทัศน์ สัปเหร่อ ให้การว่า ตนไม่รู้เรื่องกับภรรยาการจำหน่ายซากทารกดังกล่าว โดยภรรยาของตนเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าภรรยาหลับหนีไปซ่อนตัวที่ใด พล.ต.ต.ปชา เผยว่า ห้องใต้เมรุเป็นที่เก็บซาก ใส่ถุงสีดำและมีเตาอบเพื่ออบให้แห้ง ผลิตส่งขาย ซี่งทางเทศบาลยัน จุดนี้งดรับศพจากโรงพยาบาลไปแล้ว 2 ปี แต่ยังพบถุงดำจาก รพ.ต่างๆ ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะระเบียบนั้นหากมีการส่งมาเผาก็ต้องมีการเผาครั้งเดียวไปให้หมดเลย แสดงว่ามีคนภายในดำเนินการยังคงแอบกระทำอยู่ มีการซื้อขายกันเป็นธุรกิจ จุดเริ่มต้นมาจากทางโรงพยาบาลมาสู่สุสานและหลุดออกไปยังพระหรือพวกที่เล่นมนต์ดำ สำหรับการชันสูตรศพเด็กหญิงวันเพ็ญนั้น ตำรวจกำลังรอผลชันสูตรจากแผนกนิติเวชอยู่ เพื่อยืนยันว่าน้องวันเพ็ญตายก่อนคลอดหรือคลอดแล้วตาย ซึ่งจะเป็นความผิดที่จะไปโยงกับนายเฉลิม ด้วงทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี้ อ.ดอยหล่อ ซึ่งหากคลอดแล้วมาตายภายหลัง นายเฉลิมก็จะเข้าข่ายซ่อนเร้นอำพรางศพ ปกปิดการเสียชีวิต ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

ส่อง รายได้หนังในไทย วันที่ 16 - 22 เม.ย. นี้ ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
Big Game /  box office / 

ครบสัปดาห์ ก็มาส่อง รายได้หนังในไทย กันเป็นประจำเช่นเคย มาดูกันดีกว่าว่าในวันที่ 16 - 22 เม.ย. ที่ผ่านมานี้ คู่มวยยักษ์สองอันดับแรกเป็นไงกันบ้าง และอันดับอื่นๆ ก็มีสะเทือนกันให้เพียบ ดุเดือดสุดๆ สำหรับสองยักษ์ใหญ่ และสัปดาห์นี้ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ก็กรีฑาทัพชิงตำแหน่งแชมป์ไปเรียบร้อย ทำเอา Fast & Furious 7 ต้องผ่อนคันเร่งไปเบาๆ แต่รายได้รวมหลังรถนี่หายห่วง ตามมาด้วยเจ้าหนูพิทักษ์ประธานาธิบดี Big Game ยกพลขึ้นบก The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D จี้มาติดๆ ด้วยขบวนหนังใหม่อีกเพียบ ทั้งบ้านผีหลอน Demonic สืบคดีสุดเครียด Child 44 เพื่อนไม่จริง เรื่องสุดท้ายของจิบลิ When Marnie Was There ประสานเสียงอลังการ Boychoir ทวงคืนงานศิลป์ Woman in Gold และปิดท้ายด้วยวิถีสโลว์ไลฟ์ อาหารออร์แกนิกของ Little Forest: Summer & Autumn ที่ฉายน้อยโรง แต่ความฮอตฮิตก็ไม่เบาทีเดียว สัปดาห์หน้า จา พนม ซัดระห่ำ พร้อมสาวอมตะจะมาเยือน เรื่องไหนไม่แน่จริง หลุด Top 10 แน่นอนจ้า! ข้อมูลจาก: Bioscope ---------------------------------

รถทหารเบรกแตก ชนรั้วบ้านคนที่พิษณุโลก เจ็บนับ 10 นาย
ข่าวจังหวัดพิษณุโลก /  รถชน / 

รถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง ชนรั้วบ้านประชาชน เจ็บนับ 10 นาย ขณะเดินทางกลับจากพิธีเททองหล่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา ตำรวจ สภ.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลทหารเบรกแตกเสียหลักพุ่งลงจากเขาสมอแคลง ข้ามถนนขนาด 4 เลน พุ่งชนรั้วบ้านเรือนประชาชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเส้นพิษณุโลก-วังทอง ฝั่งขาเข้าเมือง หมู่ 11 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกู้ชีพโรงพยาบาลวังทอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพารีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 453 หมู่ 11 ต.วังทอง พบรถบรรทุก 4 ล้อ ขนาด 2 ตันครึ่ง ยี่ห้ออีซูซีสีเขียว ทะเบียนกงจักร หมายเลข 93213 สังกัด ป.พัน 104 ค่ายเอกาทศรถ ชนกับเสารั้วประตูหน้าบ้านเข้าไปด้านใน สภาพกระจกหน้าแตกพังเสียหายพังยับเยิน โดยมีพลทหารรวมทั้งพลขับจำนวน 11 คน ที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บด้านกระดูก และมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง นอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงออกมาจากตัวรถ พร้อมนำตัวส่งที่โรงพยาบาลวังทองเพื่อทำการรักษาในเวลาต่อมา จากการสอบสวนนายธนวรรษ์ นิธิปัญญา อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองพร้อมด้วยแฟนสาวได้ขับรถกลับมาจากทำธุระที่ในตัวเมืองพิษณุโลก และได้จอดรถยนต์ไว้ริมถนน จากนั้นได้เปิดประตูรั้วเดินเข้ามาในบ้านได้เพียงไม่กี่นาที ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงรถยนต์ชนกับเสาประตูรั้วพุ่งเข้ามาด้านในเสียงดังสนั่น เมื่อวิ่งออกมาดูจึงพบว่าเป็นรถบรรทุกพลทหาร โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด รอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่พลทหารได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ต่อมา พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง โดยก่อนหน้านี้กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดให้มีพิธีเททองหล่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ มณฑลพิธีลานพระมหาชัยเจดีย์ศรีสมอแคลง ยอดเขาสมอแคลง มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่และกำลังพลในสังกัดมาร่วมงานจำนวนมาก เมื่อเสร็จสิ้นพิธีขณะเดินทางกลับ ซึ่งเป็นทางลาดชันลงเขา รถบรรทุกคันเกิดเหตุอาจเกิดเบรกแตกจนไม่สามารถเบรกรถได้ทัน จึงพุ่งลงมาจากเขาด้วยความเร็วสูง จนมาชนกับรั้วบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป. ข่าวจาก/ สำนักข่าวไทย MThai News

7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

จริงอยู่ที่ว่า ความตาย นั้นอยู่ใกล้เราตลอดเวลา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่? บางคนไปโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนก็ตายยากตายเย็นซะเหลือเกิน และนี่คือ 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ .. เหนื่อยไหมคนดี >,< 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ 7. เอ็ดเวิร์ด ทีช a.k.a.ไอ้เคราดำ (Edward Teach a.k.a. Blackbeard) เอ็ดเวิร์ด ทีช หรือทาช หรือไอ้เคราดำ(1680-1718) เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสีย(ง)และโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงปี1702-1713 (สมัยศตวรรษที่ 18) ในสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสและสเปน เขามีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเขาทักหนวดจนเหมือนงูเลื้อยอยู่บนหน้า, สับคนขาด 2 ท่อนด้วยดาบเดียว, พกปืน 6 กระบอกข้างลำตัวแต่ละข้างตลอดเวลา, มีภรรยา 14 คน(อันนี้น่าอิจฉา) เขามีประวัติการปล้นสะดมและฆาตกรรมหลายคดีจนเป็นที่หมายหัวจากสามประเทศ ไอ้เคราดำพบจุดจบของเขาที่ทิศเหนือ ชายฝั่งรัฐนอร์ทแคโรไลน (Carolina) โดยลูกน้องคนสนิท ชื่ออิสราเอล แฮนส์ หักหลังไอ้เคราดำ โดยไปบอกข้าหลวงอังกฤษที่ Virginia รู้ จากนั้นเรือนาวิกโยธินอังกฤษที่นำโดย Robert Maynard ก็ต้อนเรือของไอ้เคราดำจนมุม และเปิดศึกทั้งสองฝ่ายลูกเรือทั้งเจ้าเคราดำยังยืนยัดสู้ท่ามกลางทหารฝ่ายศัตรูที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาไว้ ครั้งแรกเขาถูกยิงลูกระเบิดยิงบนดาดฟ้าเรือ จนบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังดวลดาบกับทหารและ Maynard จนโดนดาบศัตรูฟันทั้งด้านหน้าและหลัง เมื่อการต่อสู้จบลง ไอ้เคราดำตาย จากการตรวจสอบพบว่าเขาโดนยิงกว่า 25 นัด และมีบาดแผลที่ถูกดาบฟันกว่า 20 บาดแผล เขาถูกตัดหัวและตรึงไว้หน้าเรือด้วยตะปู ร่างถูกโยนทะเล มีเรื่องเล่ากันว่าร่างไร้หัวของเขายังว่ายวนรอบ ๆ เรือหลายรอบก่อนที่จะจมทะเลในที่สุด ส่วนแฮนด์คนทรยศนะเหรอเขาตายในขณะเป็นขอทานบนถนน แต่ชื่อของเขาก็เป็นตัวละครหนึ่งในนิยายของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ในเรื่องเกาะมหาสมบัติ(Treasure Island) (ส่วนไอ้เคราดำนั้นเป็น กัปตันฮุกในเรื่องปีเตอร์แพน) 6. พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar) พาโบล เอสโคบาร์(1949-1993) เป็นเจ้าพ่อโคเคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโคลัมเบียและของโลก ที่ผูกขาดการซื้อขายโคเคนถึง 80%ในโลก และเขายังมีดีกรีติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกอันดับ 7 จากนิตยสารฟอร์บส์ ที่มีเงินในกระเป๋าถึง 25 พันล้าน เป็นคนมีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ในชุดเสื้อคอกลมและแขนสั้น เอสโคบาร์เป็นทั้งวีรบุรุษและซาตานของชาวโคลัมเบียในเวลาเดียว เขามีส่วนรับผิดชอบการตายของชาวโคลัมเบียกว่า 4,000 คน และตั้งตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐ และต่อสู้กับสหรัฐยาวนานหลายปี แต่เขาก็ไม่จนมุมง่ายๆ เพราะเขามี นักการเมือง, ประชาชน และกองทัพของเขาหนุนหลังอยู่ ไม่มีวันดับเจ้าพ่อที่ยิ่งใหญ่และเร้าใจเท่ากับการล่าพาโบล เอาโคบาร์อีกแล้ว เพราะตำรวจระดมทั้งเทคโนโลยีทั้งกำลังหน่วยสวาทจำนวนมากเท่าที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบโทรทัศน์นำร่องชั้นสูงตามหาหมายเลขปลายทาง ซึ่งวันนั้น(วันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1993)พาโบลกำลังคุยกับครอบครัวพอดี จนตำรวจรู้แหล่งกบดานของเขาในเขตลอส โอลิวอท ในขณะที่พาโบลกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกกับเมียอยู่นั้น หน่วยกล้าตายหลายนายต่างพร้อมหน่วยพลแม่นปืนต่าง ๆ มาสมทบและปิดกันทางหนีของพาโบลและสมุน รายล้อมทั่วบริเวณแหล่งกบดาน ๆ และฉากสุดท้ายก็เปิดฉากขึ้น ตำรวจทำการบุกแหล่งกบดานของพาโบลและดวลปืนกับลูกสมุนของเจ้าพ่อ ยิงจนหูตับตับไหม้ ส่วนเจ้าพ่อถูกกดดันที่ตำรวจพังประตูเข้าไปหมายจะจับกุมเขา แต่แล้วพาโบลก็วิ่งตึงตังออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง กระโดดลงหลังคา(พาโบลอ้วนก็จริงแต่วิ่งเร็วมาก) ร่างโงนเงนไปมาโดยถือปืนสองมือ ปากก็ด่าตำรวจไปด้วย ในขณะที่หลบกระสุนของตำรวจระยะหนึ่ง พาโบลตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยววิ่งไปด้านหลังของอาคารแห่งหนึ่งด้วยความหวังว่าจะกระโจมไปทางถนนหลังอาคาร แต่เขาวิ่งไม่พ้น เขาถูกกระสุนยิงตัดเข้าที่ขาอ่อนขวา และกระสุนนัดนั้นก็พุ่งทะลุออกไปใต้ลูกสะบ้าหัวเข่าอย่างรุนแรง ส่วนกระสุนอีกนัดเข้าไปฝังอยู่ในสะบักขวา ทำให้พาโบลล้มคว่ำลงไปสันหลังคาอย่างรุนแรงจนทำให้กระเบื้องหลังคาแตกกระจุยหลายแผ่น และกระสุนที่ทำให้พาโบลตายนั้นคือกระสุนที่พุ่งเข้าทางรูหูขวาทะลวงสมองและทะลุไปหน้าหูซ้าย เป็นอันจบชีวิตที่ทุลักทุเลของเจ้าพ่อโคลัมเบีย (มีการสันนิษฐานว่า พาโบลอาจไม่ตายทันทีหลังโดนยิงร่วง แต่เขาโดนยิงซ้ำทีหลังต่างหาก) 5. เน็ด เคลลี่ (Ned Kelly) เน็ด เคลลี่ (1854-1880) ชาวไอรีชที่อาศัยในออสเตรเลียในศตวรรษที่ 19 ถูกบีบบังคับให้เป็นโจรโดยตำรวจชั่วทำให้เขากลายเป็นคนนอกกฎหมาย(ประมาณเสือใบ) เขามีส่วนรับผิดชอบปล้นธนาคาร robberies และฆ่าตำรวจสามนาย และถูกหมายจับทั่วออสเตรเลีย ค.ศ.1880 เน็ด เคลลี่ และแก๊งของเขา จับตัวประกันกว่า 70 ชีวิต ไว้ที่โรงแรมเล็กๆ ในเมืองเกลนโรแวน(Glenrowan) ซึ่งภายนอกโรงแรมเต็มไปด้วยตำรวจหลายสิบนายที่แห่มาจับกุม ตำรวจทำการระดมกระสุนปืนหลายนัดยิงเข้าไปในโรงแรมในความมืดจนถึงเช้า เน็ด เคลลี่ และแก๊งเขาจนมุม จากนั้นเหล่าตำรวจก็หวังว่าเขาและพวกจะยอมมอบตัว แต่แล้วเน็ด เคลลี่ก็ทำให้ตำรวจแปลกใจ และตะลึงสิ่งที่เห็นเน็ด เคลลี่ออกจากประตูโรงแรมคนเดียวในรูปลักษณ์ที่แสนแปลกตาเขาสวมชุดเกราะประดิษฐ์คลุมตั้งแต่หัวจรดต้นขา ซึ่งประกอบกันเข้าแบบหยาบๆ แต่มันก็กันกระสุนได้ดีพอสมควร(ใครวาดภาพไม่ออกขอให้นึกถึงชุดเกราะไอออนแมนเวอรชั่นออฟกัน) เน็ด เคลลี่คนเดียวในชุดเกราะเปิดศึกกับตำรวจนับร้อยด้วยปืนสั้นกระบอกเดียว(อย่างที่เห็นในภาพ) แม้ชุดเกราะมันจะกันกระสุนแต่มันก็ทำให้เขางุ่มง่ามทำให้เขาโดนกระสุนหลายนัดที่ระดมเข้าไปในชุดเกราะของเขาเต็มๆ หลายนัดจนเซไปข้างหน้า ท่ามกลางห่ากระสุนหลายฝ่ายคิดว่าเคลลี่ตายโหงไปแล้ว แต่เหลือเชื่อหลังสิ้นสุดกระสุนปืน(เคลซี่โดนตำรวจยิงที่ขาจนล้ม) ตำรวจทำการตรวจสอบพบว่าเขายังมีลมหายใจอยู่...............(สงสัยห้อยพระดี) เน็ด เคลลี่ถูกตำรวจจับกุม ส่วนลูกน้องถูกตำรวจจับได้บางส่วน ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งโดนตำรวจฆ่าจากการหลบหนี อย่างไรก็ตามต่อมา เน็ด เคลลี่ ถูกแขวนคอข้อหาฆ่าตำรวจตาย คำพูดสุดท้ายของเขาคือ “นี้แหละชีวิต”ส่วนตำรวจที่รังแกครอบครัวเคลลี่ในตอนแรกโดนไล่ออกในเวลาต่อมา จากนั้นเคลลี่ก็กลายเป็นตำนานเสือใบต้นแบบที่ทุกคนมองว่าเขาเป็นวีรบุรุษประจำชาติมากกว่าวายร้ายของประเทศออสเตเลีย 4. ลีออน ทรอตสกี้ (Leon Trotsky) ลีออน ทรอตสกี้ (1879 - 1940) ทรอตสกี้เป็นสมาชิกคนสำคัญการยึดอำนาจของพรรคบอลเชวิคในช่วงเริ่มต้นของการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต อย่างไรก็ตาม เขาก็พ่ายแพ้ให้กับสตาลินในการแย่งอำนาจกันภายหลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของเลนิน จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ทรอตสกี้ถูกลอบสังหารขณะลี้ภัยอยู่ที่ในเม็กซิโก ในวันที่ 20 สิงหาคม 1940 โดยผู้ลอบสังหารที่ชื่อ รามอน แม็คาดาร์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากสตาลินให้มากำจัดเขา ในวันเกิดเหตุ ตอนนั้นทรอตสกี้กำลังนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรามอน แม็คาดาร์ ใช้ที่สับน้ำแข็งแทงทรอตสกี้จามไปที่กะโหลกศีรษะด้านหลังของเขา แต่แล้ว .เหลือเชื่อ ทรอตสกี้ตายยากกว่าที่คาด เขายืนขึ้นออกจากโต๊ะทำงานทั้งๆ ที่ขวานยังปักคาหัวเขา เขาด่า และถมน้ำลายใส่รามอน จากนั้นก็เล่นมวยปล้ำ(สู้กันแหละ) จนบอดีการ์ดของทรอตสกี้ได้ยินเสียงจึงวิ่งเข้าไป และพาทรอตสกี้ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะตายในวันต่อมา 3. กาเบรียล การ์เซีย โมเรโน่ (Gabriel Garcia Moreno) โมเรโน่(1821-1875) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของเอกวาดอร์เมื่อกลางปีคริสตศักราช 1900 เขาเป็นชาวคริสต์นิกายคาธอลิคที่น่ายกย่องนับถือ เขาก่อตั้งพรรคจารีตแบบแผนของประเทศ อีกทั้งยังหน้าตาคล้ายกับ F. Merray Abrahamอีกด้วย โมเรโน่ได้บัญญัติกฎหมายหนึ่งขึ้นมาเพื่อก่อตั้งหน่วยงานของนิกายคาธอลิคแห่งเอกวาดอร์ เพื่อที่ใครก็ตามที่เข้ามาสมัครและลงคะแนนเสียงให้พรรคนี้แล้ว จะต้องแปรสภาพศาสนามาเป็นคริสต์นิกายคาธอลิค ในขณะที่สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อต่อชาวคาธอลิค แต่มันก็ดึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้มาเดือดร้อนด้วย และผู้เกี่ยวข้องนี้ที่ผู้สมัครหาเสียงของพรรคอื่น ได้ร่วมพ้องเห็นต้องกันว่ามันเป็นเวลาอันสมควรที่จะกำจัดอับราฮัมไปให้พ้นทาง ขณะที่เขาสละบัลลังก์ในโบสถ์ที่เมืองกิโต้ เขาถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยมจากผู้ลอบสังหาร ซึ่งใช้มีดขนาดใหญ่เฉือนลำคอของประธานาธิบดี ตัดแขนซ้ายและมือขวาของเขาออกไปด้วย แต่! เขายังไม่ตาย เขาลุกขึ้นยืนด้วยเท้าทั้งสองของเขา ผู้ลอบสังหารจึงยิงเขาเข้าที่หน้าอกไป 6 นัด และฟันที่หน้าอกไป 14ครั้ง ก่อนที่เขาจะล้มลงสู่พื้นในตอนท้าย แต่แม้กระนั้นเขาก็ยังเหลือลมหายใจพอที่จะเขียนพื้นด้วยเลือดของเขาว่า “พระเจ้าไม่มีวันตายจาก(God does not die)” หลังจากที่ผู้ลอบสังหารได้หลบหนีไปแล้ว พระได้นำโมเรโน่เข้าไปในโบสถ์ เขายังมีชีวิตอยู่ในนั้นนานกว่า 15 นาที หลังการชันสูตรพลิกศพ แพทย์พบว่าโมเรโน่มีเหล็กหลอมเป็นทรงกลมอยู่ภายในร่างของเขา!! 2. เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน (Ferdinand Magellan) มาเจลลัน(1480-1521)เป็นนักสำรวจชาวโปรตุเกสผู้เป็นคนแรกที่แล่นเรือไปแล้วรอบโลก และเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางไปถึงเกาะฟิลิปปินส์ และ เขายังค้นพบช่องแคบที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอนแลนติกอีกด้วย.. (ภายหลังได้ตั้งชื่อว่า ช่องแคบมาแจลแลน เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา เมื่อมาถึงอีกด้านหนึ่งเขาก็ตั้งชื่อว่า มหาสมุทรแปซิฟิก แปลว่าความสงบ) มาเจลลันเห็นด้วยที่จะสังหารผู้ชายคนหนึ่งนามว่า ลาปู ลาปู ผู้เป็นข้าศึกศัตรูของสองกษัตริย์แห่งฟิลลิปปินส์ผู้เคยเป็นมิตรกันมาก่อน แผนของเขาเป็นเอกลักษณ์อย่างมากโดยการให้ลาปูเปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสเตียน แต่ที่ที่เขาจะดำเนินแผนการเปลี่ยนศาสนานั้น ช่างเป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยความหอมหวานของความตายที่พึงจะกระทำเสียนี่กระไร มาเจลลันและลูกเรือของเขาเข้าเทียบท่าที่ดินแดนของลาปูลาปูในเกาะมัคตัน อย่างไรก็ตามลาปูได้ทราบแน่ชัดแล้วว่ามาเจลลันและลูกเรือกำลังเดินทางมาเพราะเขามีทหารสังเกตการณ์อยู่ มาเจลลันเกือบถูกฟาดด้วยหอกอาบยาพิษอย่างหวุดหวิด เขาหลบได้ทันท่วงทีแต่ดันเข้าไปอยู่ในฝูงนักรบของฝ่ายเจ้าบ้าน เขาถูกแทงเข้าที่ใบหน้าด้วยหลาวไม้ไผ่ เขาโต้กลับด้วยการฝังหอกลงไปในร่างของผู้โจมตี มาเจลลันพยายามจะวาดวงกระบี่ของเขาเพื่อต่อสู้ต่อไป แต่อนิจจา แขนขาขาของเขาถูกฟันขาดออกไปเสียแล้ว... และเขาล้มลงบนพื้นพร้อมแผลฉกรรณ์อีกมากมาย ฝ่ายเจ้าบ้านเห็นดังนั้นก็รีบกรูเข้ามารุมกระหน่ำฟันแทงมาเจลลันที่นอนแผ่ที่พื้นอย่างไร้ทางสู้ เขามองขึ้นไปข้างบนเพื่อดูว่าลูกเรือของเขากลับถิ่นตนไปได้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็จึงตัดสินใจที่จะปล่อยตัวเองให้ตาย แต่ก่อนนั้นเขาได้ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายคำรามออกมาและเขวี้ยงหอกเข้าไปใส่แก้มของลาปูในท้ายที่สุด(ให้นึกถึงหนังเรื่อง 300) 1. กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน (Grigori Yefimovich Rasputin) รัสปูติน (ค.ศ. 1869 - 1916) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซีย แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูสชูปอฟ (Felix Yusupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในห้องใต้ดิน ณ วังมอยก้าของเจ้าชาย แผนการฆ่ารัสปูตินก็เริ่มขึ้น โดยการวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน โดย ดร. จาโซแวร์ต แพทย์ทหารเป็นผู้จัดหายา (ไซยาไนด์) สอดไส้ขนมเค้กและผสมเหล้ามาเดียราเตรียมไว้ โดยมีซูโคติน นายทหารอีกคนเป็นผู้ช่วย เจ้าชายยุสซูปอฟจะเป็นคนเชิญให้รัสปูตินกินขนมและดื่มสุราผสมยาพิษ โดยมีปูริชเกวิชและแกรนด์ดยุคดิมิตรีสหายสนิทของเจ้าชายคอยสังเกตการณ์อยู่ชั้นบน และแล้ววันลอบสังหารก็มาถึง เจ้าชายเชิญรัสปูตินมาดื่มน้ำชาที่บ้าน ขณะเดียวกันรัสปูตินก็อยากจะเห็นเจ้าหญิงอิรีนาที่คนอื่นว่าสวยนัก เมื่อรัสปูตินมาถึง เจ้าชายก็อ้างว่าเจ้าหญิงกำลังรับแขกคนอื่นอยู่(ความจริงก็คือ เจ้าหญิงทรงพักตากอากาศอยู่ริมทะเลดำ ไกลจากวังเป็นร้อยๆ ไมล์) จึงขอให้รัสปูตินรอที่ห้องใต้ดินก่อน ขณะเดียวกันเจ้าชายทรงให้เปิดเสียงเพลงจากหีบเสียงเบาๆ ประหนึ่งว่าเจ้าหญิงทรงกำลังมีแขกมาพบจริง ขณะรอ รัสปูตินหงุดหงิดพอควร เจ้าชายจึงทรงเชิญกินขนมเค้กและดื่มเหล้ามาเดียรา ตอนแรกรัสปูตินปฏิเสธ แต่ก็เปลี่ยนใจหยิบขนมเค้กไปกิน 2 ก้อน ตามด้วยเหล้ามาเดียรา 2 แก้ว เจ้าชายทรงยิ้มอยู่ในใจ แต่ตะลึงเมื่อรัสปูตินไม่เป็นอะไรเลย ซ้ำยังขอให้เจ้าชายทรงดีดกีตาร์และร้องเพลงคลอ รัสปูตินนั่งฟังและยิ้มอย่างมีความสุข แม้เพลงจะจบไปหลายเพลงแล้วก็ตาม เวลาล่วงไป 2 ชั่วโมง เจ้าชายจึงทรงวิ่งขึ้นบันไดมาต่อว่าดร. ลาโซแวร์ต(แอบซุ่มดูอยู่) ว่ายาพิษหมดอายุ แต่ ดร. ลาโซแวร์ตยืนยันว่ายาดี ส่วนดยุคดิมิตรีนั้นถอดใจ บอกว่าแผนล้มเหลวควรเลิก แต่เจ้าชายทรงยืนยันจะสังหารเอง ดยุคดิมิตรีจึงส่งปืนพกให้ เจ้าชายทรงถือปืนแอบหลังลงมา รัสปูตินกลับขอมาเดียราดื่มอีก ดื่มแล้วก็มีท่าทางคึกคักชวนไปเที่ยวบาร์ยิปซี จากนั้นเจ้าชายทรงชี้ให้รัสปูตินดูไม้กางเขนบนหลังตู้และให้สวดมนต์ พอเหยื่อหันไปเจ้าชายก็ทรงลั่นกระสุนตรงกลางหลังพอดี รัสปูตินร้องเสียงแหลมและล้มลงหงายกับพื้น พอสิ้นเสียงปืนพรรคพวกทั้งสี่ก็ลงมา ดร. ลาโซแวร์ตคลำชีพจรก็บอกว่าตายแล้ว แล้วทั้งสี่ก็สาละวนเตรียมขนศพ ปล่อยเจ้าชายทรงอยู่ตามลำพัง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รัสปูตินบิดตัว ใบหน้ากระตุก ลืมตาซ้ายแล้วตาขวา ตาสีเขียวขุ่นกลอกไปมาและโกรธจัด น้ำลายฟูมปาก ผุดลุกขึ้นยืน พร้อมกับกระชากอินทรธนูเครื่องแบบทหารของเจ้าชายขาดไปข้างหนึ่ง เจ้าชายทรงตกพระทัยสุดขีดกระโดดหนีวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบน รัสปูตินคลานตามขึ้นไปพร้อมด่าไปมา ปูริชเกวิชได้ยินเสียงเจ้าชายและวิ่งตามรัสปูตินออกไปที่สนามวัง ซึ่งหิมะกำลังตกหนัก รัสปูตินตะโกนลั่น "ไอ้เฟลิกซ์ ไอ้เฟลิกซ์ ข้าจะฟ้องพระราชินี" ปูริชเกวิชแทบไม่เชื่อสายตาว่านั่นคือรัสปูตินที่เมื่อครู่นี้นอนตายสนิท กระนั้นก็ตามได้ลั่นกระสุนทันที 2 นัดแรกผิด นัดที่ 3 ถูกไหล่ และนัดที่ 4 ถูกศีรษะ รัสปูตินผงะหงายหลังลงมาจากประตูเหล็ก พยายามจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว นอนกัดฟันด้วยความแค้น ปูริชเกวิชถลันเข้าเตะเต็มแรงเข้าด้านขมับ พอดีเจ้าชายยุสซูปอฟทรงหายตกพระทัย ทรงถือไม้พลองมาด้วยอันหนึ่ง พลันกระหน่ำตีด้วยอารมณ์แค้นเคืองจนเลือดแดงท่วมหิมะ ร่างรัสปูตินถูกห่อด้วยพรม ทิ้งลงในปล่องน้ำแข็งในแม่น้ำเนวา 3 วันต่อมามีผู้พบศพ จากการตรวจศพพบว่ารัสปูตินไม่ได้ตายเพราะยาพิษหรือฤทธิ์กระสุนปืน แต่ตายเพราะสำลักน้ำ! รัสปูตินเสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี (สำหรับอวัยวะเพศของรัสปูตินมีเรื่องเล่ากันว่ามีคนรับใช้ผู้ชายได้เก็บไปให้สาวใช้คนหนึ่งและปรากฏว่าได้พบสาวใช้ผู้นั้นอีกที่ปารีส ซึ่งยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไว้ในหีบไม้ขัดมัน....) (เคยอ่านเจอว่ายาว 13 นิ้ว) ขอบคุณข้อมูล www.soccersuck.in.th

จอห์นนี่ เดปป์ เป็นมาเฟียโหดตัวพ่อ ในตัวอย่างซับไทยจาก Black Mass
Black Mass /  คอรี่ สโตลล์ / 

ไม่ว่าจะเป็นตัวละครหลุดโลก หรือบ้าบอคอแตกแค่ไหน จอห์นนี่ เดปป์ ก็จัดให้มานับไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้ เขาจะสลัดคราบติงต๊อง และมาเป็นเจ้าพ่อที่อำมหิตที่สุดในบอสตัน ในภาพยนตร์ Black Mass ผลงานของผู้กำกับ สก็อตต์ คูเปอร์ ที่คาดการณ์กันว่ามาดเคร่งขรึมในเรื่องนี้ อาจส่งให้ป๋า เดปป์ ถึงขั้นได้เข้าชิงออสการ์! และวันนี้ ขอเชิญอุ่นเครื่องกับตัวอย่างซับไทย ที่เครียดเปลี่ยนลุคเสียจนชวนอึ้ง ภาพยนตร์ Black Mass สร้างจากเรื่องจริงของ วิทนี่ย์ บัลเกอร์ มาเฟียดีกรีโหดตัวพ่อแห่งบอสตัน ผู้ทรงอิทธพลและน่าเกรงขามแบบไม่มีใครกล้าแหยม แต่ในคราบของอาชญากร บัลเกอร์ ก็แอบเป็นสายให้กับเอฟบีไอ โดยมีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มมาเฟียอิตาลี ที่ขู่ทำร้ายครอบครัวของเขาด้วย โดยนอกจาก จอห์นนี่ เดปป์ จะลงทุนแปลงโฉมรับบท วิทนี่ย์ บัลเกอร์ แล้ว ยังเสริมทัพความเข้มข้นด้วยนักแสดงชั้นนำอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ดาโกตา จอห์นสัน, เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์, โจล เอ็ดเกอร์ตัน, จูโน เทมเปิล, คอรี่ สโตลล์ และ เควิน เบคอน Black Mass มีกำหนดฉายที่อเมริกา ในวันที่ 18 ก.ย. นี้ ส่วนคอหนังคุณภาพชาวไทย คาดว่าจะได้ชมในเวลาไล่เลี่ยกันอย่างแน่นอน --------------------------------

คัมออนสวีท จับ นัน-หงหยก AF10 คู่จิ้นลงจอ Yes or No 2.5 แฟนๆ ฟินสมใจ!
Yes Or No 2.5 /  กลับมาเพื่อรักเธอ / 

เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้น  ที่มีคนติดตามกันอย่างมากมายสำหรับ นัน สุนันทา ยูรนิยม และ หงหยก จันษกร กิตติวัฒนากร แห่งบ้าน เอเอฟ 10 ที่จบซีซั่นไปแล้ว ก็ยังมีแฟนคลับจิ้นให้สองคนรักกัน หรือมีผลงานคู่กันอยู่เรื่อย ๆ มาวันนี้ทางค่ายคัมออนสวีท ก็ตอบสนองความต้องการของแฟน ๆ โดยการจับคู่จิ้นทั้งสองมาลงจอคู่กัน ในภาพยนตร์ Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ ซึ่ง นัน รับบท พี เพื่อนสนิทของ ไวน์ (ติ๊นา ศุภนาฏ) โดย พี เป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น ผู้หลงใหลในการทำอาหาร แต่เมื่อความรักก่อตัวขึ้นในหัวใจ พี ผู้ปิดกั้นตัวเองและปากไม่ตรงกับใจ จึงต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ส่วน หงหยก รับบท ฟ้า นักศีกษาสาววัยใส มองโลกในแง่ดี เพื่อนสนิทของ พิม (พิมพกานต์ บางชะวงษ์) ที่ได้โคจรกลับมาพบกับอดีตรุ่นพี่ที่คณะที่เคยทำให้หัวใจสั่นไหว การกลับมาพบกันครั้งใหม่จะลงเอยอย่างไร คงต้องตามลุ้นกันต่อในภาพยนตร์ หงหยก เล่าถึงความประทับใจว่า "จริงๆแล้วชอบทุกฉากเลย แต่ถ้าชอบเป็นพิเศษจริงๆ ก็คงเป็นซีนที่มีตุ๊กตาหมีเข้าด้วย เพราะชื่อกลุ่มแฟนคลับของเราส่วนใหญ่ก็จะชื่อหมีอยู่แล้ว พอมีหมีเข้าซีนด้วย ก็เหมือนมีแฟนคลับมาร่วมแสดงด้วย ก็รู้สึกมีความสุขดีค่ะ คิดว่าแฟนๆน่าจะชอบด้วย" ด้าน นัน เผยว่า "ของนันถ้าเป็นฉากที่เข้ากับหงหยกหรือว่าฟ้าในเรื่อง จะชอบซีนแรกที่เราเข้าด้วยกัน เทคยับ (หัวเราะ) วันนั้นน้องน่าจะตื่นเต้น เพราะเป็นวันแรกที่น้องเข้าฉาก แต่นันเข้ามาสักพักแล้ว ก็ต้องเทรนกันพอสมควร เพราะเป็นฉากที่ต้องแต่งหน้าให้กัน กุ๊กกิ๊ก ๆ เป็นฟิลล์สาว ๆ อยู่ด้วยกัน เราก็ต้องเล่นแบบโอเวอร์แอ็คติ้ง ส่วนน้องก็ต้องเล่นแบบกลั้นขำ นันว่าฉากนี้น่ารักดี เลยชอบเป็นพิเศษ ก็อยากฝากให้ลองดูกันค่ะ" ส่วนฉากเลิฟซีน หงหยก ก็แอบแย้มให้ฟังเบาๆ ว่า  "เลิฟซีนก็ต้องมีค่ะ เป็นแบบน่ารัก ๆ มีกันครบทุกคนทุกคู่ รับรองจิกหมอนชัวร์" (หัวเราะ) นัน ก็ได้กล่าวปิดท้ายเอาไว้ว่า "สำหรับแฟนคลับของพวกเรา สาวกหมี นะคะ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตเรามาตลอดในช่วงสองปีที่ผ่านมา คุณให้โอกาสเรามาเยอะมาก เราก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไง ทุกวันนี้พวกเราก็ตั้งใจทำงานกันให้ดีที่สุด ทั้งงานละคร งานเพลง จนถึงงานหนัง ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่จะมอบให้กับทุกคนที่ได้ติดตามพวกเรามาตลอด เรื่องนี้ก็เหมือนเราได้ก้าวขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว รวมไปถึงคนที่ยังไม่รู้จักพวกเราเลย หนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าที่คุณเห็นแค่ในโปสเตอร์ มีมากว่าคำว่าผู้หญิงกับผู้หญิง มีมากกว่าคำว่าความรักที่คนทั่วไปมีกัน ถ้าคุณลองเปิดใจเข้ามา คุณก็จะได้รับอรรถรสของหนังอย่างแท้จริง ก็อยากฝากให้ทุกคนช่วยติดตามพวกเราใน Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ กันนะคะ" นอกจากนี้ หงหยก ยังได้โชว์เสียงหวาน ๆ  ร้องเพลง You are Beautiful (เธอผู้งดงาม) เพลงประกอบภาพยนตร์ Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ ได้รับกระแสดีมากเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ แว่วๆ มาว่า ตอนนี้ทางค่าย คัมออนสวีท เตรียมเพลงเซอร์ไพรส์แฟนๆ อีกระลอก อบอวลไอรัก ฟินกันสมใจ ไปกับ Yes or No 2.5 กลับมาเพื่อรักเธอ ในวันที่ 28 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ --------------------------------

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ชมภาพแรก และ โลโก้ของหนังอีโรติคภาคต่อ Fifty Shades Darker
Boy Don't Cry /  Fifty Shades Darker / 

ตัวหนังภาคแรกมีคิววางแผงเร็วๆนี้แล้ว สำหรับหนังอีโรติคที่สร้างมาจากนิยายขายดีอย่าง Fifty Shades of Grey ที่ในวันนี้ทาง ยูนิเวอร์แซล ก็ไม่ขอรอช้า พร้อมโปรโมทภาคต่อที่จะสร้างมาจากหนังสือในชุดเดียวกันต่อเลย กับ Fifty Shades Darker และ Fifty Shades Freed ด้วยการปล่อยโลโก้แรกของหนังภาคต่อทั้ง 2 เรื่องออกมา พร้อมปะปีที่เข้าฉายเป็นปี 2017 และ 2018 นั่นเองครับ ซึ่งนอกจากนั้นยังมีภาพแรกของภาค Darker เผยโฉมออกมาแล้ว เป็นภาพของ มิสเตอร์เกรย์ ซึ่งยังคงรับบทโดย เจมี่ ดอร์แนน กำลังสวมหน้ากากที่แสดงถึงความลึกลับของเขาได้เป็นอย่างดีนั่นเอง โดยงานนี้ในเรื่องของบทภาคต่อที่ตอนแรกมีปัญหากันก็เคลียร์กันไปแล้ว โดยในภาคที่ 2 อย่าง Darker จะได้สามีของผู้เขียนหนังสืออย่าง อี แอล เจมส์ มารับหน้าที่เขียนบทให้กับทางยูนิเวอร์แซลครับ ในขณะที่ทางตัวผกก.อย่าง แซม เทย์เลอร์ จอห์นสัน กลับจะไม่ขอกลับมาในการกำกับ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเปิดกล้องเพื่อเข้าฉายในอีก 2 ปี ก็ต้องหาผู้กำกับกันไปก่อนหละตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามแฟนๆที่อดใจรอไม่ไหว ก็ชมภาพโปรโมทแรกของหนังที่ด้านบน และ คลิปโลโก้ที่ด้านล่างกันไปก่อนเลยครับ

ซวย! หนุ่มเทคนิคขับรถผ่านกลุ่มเด็กแว้น โดนยิงกระสุนเจาะขา
ยิงปืน /  เด็กแว้น / 

เด็กแว้น จับกลุ่มแข่งรถจักรยานยนต์ เกิดคึกคะนองยิงปืนใส่คนขับรถผ่าน 2 นัด โชคดีพ้นขีดอันตรายแล้ว วันนี้ (25 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้ง มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่ รพ.บางละมุง หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นยิงที่บริเวณหมู่บ้านเอส-อาร์ ถนนสายเขาไม้แก้ว ม.4 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทั้งนี้ นายวงษพัทธ์ เอ็งสุวรรณ อายุ 18 ปี นักศึกษาเทคนิคชื่อดัง อ.สัตหีบ ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณขาอ่อนข้างขวา หัวกระสุนฝังใน 1 นัด และรอยกระสุนยิงถากเข้าขาข้างเดียวกันอีก 1 แผล โดยมีแพทย์ให้การช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย จากการสอบสวนเพื่อนคนเจ็บ เล่าว่า ขณะที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ตามคนเจ็บมาเพื่อเข้าบ้านพัก ได้พบกลุ่มเด็กแว้นจอดรถจักรยานยนต์ประมาณ 10 คัน กำลังดูเพื่อน ๆ แข่งขันรถจักรยานยนต์กันอยู่ ระหว่างนั้นได้ยิงเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 2 นัด แต่ปรากฏว่า เมื่อขับมาถึงบ้านพักเห็นเลือดไหลที่ขาของเพื่อน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า กลุ่มเด็กแว้นจับกลุ่มแข่งขันรถจักรยานยนต์ จึงเกิดอาการคึกคะนอง เมื่อคนเจ็บขับผ่านจึงเอาอาวุธปืนยิงใส่ และได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

เปิดใจ! เนตั้น แดนอรุณ หลานชายสุดรัก ธัญญ่า ธัญญาเรศ
การศึกษา /  คณะศิลปกรรมศาสตร์ / 

"เนตั้น - แดนอรุณ รามณรงค์" หนุ่มหล่อหน้าใสขวัญใจสาวๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) หลานชายสุดโปรดของสาวธัญญ่า - ธัญญาเรศ รามณรงค์ หนุ่มน้อยคนนี้ได้แจ้งเกิดจากผลงานละครเรื่อง บ่วงบาป มาแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังมีภาพยนตร์ล่าสุดเรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ อีกด้วย รับรองสาวๆ คนไหนที่พลาดเป็นอันต้องกรี๊ดดด มีผลงานมาให้ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องขนาดนี้ แต่ตอนนี้ลองมากรี๊ดเรื่องลึกๆ ของหนุ่มมาดเซอร์คนนี้ได้เลย เปิดใจ! เนตั้น แดนอรุณ หลานชายสุดรัก ธัญญ่า ธัญญาเรศ  จุดเริ่มต้นของหนุ่มคนนี้ เข้ามาในวงการบันเทิงได้ยังไง ? - ต้องบอกว่าเริ่มจากอาของผมเลยครับ ซึ่งก็คือ อาธัญญ่า - ธัญญาเรศ รามณรงค์ ทําให้หลายๆ คนรู้จักกับผมมากขึ้น และต่อมาพี่นิด - อรพรรณ เจ้าของ Polyplus ก็ติดต่อผมมาครับ ชวนมาคุยกัน แล้วก็เซ็นสัญญา ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายมาจาก อเมริกา ยังพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ และไม่ค่อยชัดด้วย ตอนแรกเลยผมคิดว่าถ้าต้องแสดงละคร ควรพักไว้ก่อนดีมั้ย เพราะเราก็ยังไม่รู้เรื่องการแสดงเลย แต่พอกลับมาคิดอีกที ถ้าเราตั้งใจทําและพร้อมที่จะฝึกฝน ก็น่าจะทําได้ แล้วอีกอย่างมันก็คือรายได้ ซึ่งผมก็ยอมที่จะเหนื่อยครับ และละครเรื่องแรกที่ผมได้แสดง คือเรื่อง "บ่วงบาป" ครับ ละครเรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุดเลยครับ (หัวเราะ) อย่างที่บอกว่าผมยังพูดไม่ค่อยชัด เรื่องนี้ก็เป็นภาษาโบราณอีก มันค่อนข้างยากสําหรับผมจริงๆ ครับ ยังจําได้อยู่เลยว่ามีอยู่ซีนนึงที่จะต้องพูด แต่ผมพูดไม่ได้เลย วันนั้นปาไป 40 กว่าเทคครับ แต่สุดท้ายผมก็ผ่านไปได้ (ยิ้ม) หลังจากนั้นช่วงประมาณปีสองปีผมก็เรียนการแสดง เรียนทุกอาทิตย์เลยครับ แต่เรื่องการพูดภาษาไทยส่วนใหญ่จะถามเพื่อนๆ มากกว่า เพราะเพื่อนๆ ก็เป็นคนไทยครับ แต่จะออกแนวแกล้งผมมากกว่า ส่วนเรื่องภาพยนตร์ผมก็เพิ่งได้เล่นหนังเรื่อง อัลเทอร์มาจีบ เป็นหนังเรื่องแรกของผมเลย ก็เป็นปกติเนอะที่จะต้องกังวล ว่าผมจะเล่นออกมาโอเครึเปล่า แต่ผมก็หวังว่าทุกฝ่ายจะไม่ขาดทุนนะครับ (หัวเราะ) ได้ข่าวว่าทํากิจกรรมที่มหาวิทยาลัยด้วย เป็นยังไงบ้าง ? - ผมเรียน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ครับ ก็จะมีกิจกรรมของทางคณะหลายอย่างเลย มีอยู่อย่างนึงที่ทางคณะเค้ากําลังค้นหา "มือกลอง" เพื่อเป็นตัวแทน ซึ่งรุ่นพี่ที่เป็นมือกลองของคณะจะคัดเลือกน้องใหม่ๆ ขึ้นมาแทน ผมจึงประเมินความสามารถของตัวผมเองเพราะเราต้องแข่งกับเพื่อนๆ เค้า ช่วงนั้นผมฝึกตีกลองทุกวัน บางวันก็เกือบทั้งวันครับ เพื่อที่จะชนะคนอื่นๆ ให้ได้ ในที่สุดรุ่นพี่ก็เลือก 2 คน หนึ่งในนั้นก็คือผมครับ (ยิ้ม) รู้สึกภูมิใจมากที่ตัวเองทําได้ แล้วสิ่งที่สําคัญและยากมากที่สุดคือต้องตีกลอง 2 คนกับเพื่อนให้จังหวะพร้อมกัน ซึ่งผมต้องฝึกเยอะมากๆ ซ้อมหนัก ซ้อมทุกวัน ตั้งแต่ 1 ทุ่ม - 5 ทุ่ม ไม่ว่าจะเลิกเรียนหรือทํางานอยู่ที่ไหนเสร็จก็ตาม ผมต้องเข้าไปในมหาวิทยาลัยต่อ เพื่อซ้อมครับ คือขาดไม่ได้เลยจริงๆ เพราะนี่คือตัวแทนของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มันไม่ใช่เล็กๆ ครับ คือผมให้ความสําคัญกับกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมายจริงๆ แต่มีกิจกรรมนึง นั่นก็คือ การประกวดดาว - เดือน ที่รุ่นพี่ได้วางตัวผมเรียบร้อยแล้ว แต่ผมขอปฏิเสธไปครับ เพราะรู้สึกว่าชอบการทํากิจกรรมที่โชว์ความสามารถจริงๆ มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าหน้าตาผมไม่ดีนะ (หัวเราะ) มันก็ต้องมีดีนิดนึง สาวๆ แบบไหนที่เห็นแล้วปลื้มสุดๆ ? - ตั้งแต่เด็กผมจะชอบผู้หญิงที่มีเหตุผล ไม่ชอบผู้หญิงที่ใช้อารมณ์มาตัดสินครับ เวลาที่ผมเห็นผู้หญิงที่ใช้อารมณ์ ผมจะรู้สึกว่าทําไมเค้าดูเด็กจัง จะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ครับ ในอุดมคติคนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าแฟนเราจะต้องเป็นแบบนี้...แบบนี้นะ แต่ผิดกับผมอย่างสิ้นเชิง ผมไม่เคยต้องมานั่งคิดเลยครับ ว่าแฟนเราจะต้องเป็นแบบไหน เพราะ "ความรักอาจจะเป็นในสิ่งที่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นก็ได้ครับ" ผมก็เลยไม่มีสเป็กครับ แต่จะชอบผู้หญิงที่ขี้อาย เขินๆ เวลาเข้ามาคุยกับผมมากกว่า ผมว่าจริงใจดีครับ แล้วก็สาวๆ ส่วนใหญ่ที่เข้ามาหาผม เข้ามาทางไหนเหรอครับ? ผมตอบได้เลยว่าเข้ามาทุกทางครับ (หัวเราะ) จากงานบ้าง หรือบางทีก็มาสะกิดในมหา’ลัย หลากหลายรูปแบบครับ (ยิ้ม) Style การแต่งตัวแบบไหนที่ใช่ตัวเรา ? - ผมชอบใส่เสื้อยืดสบายๆ แนวๆ Rip Curl ครับ กางเกงก็จะต้องเป็นกางเกงยีนส์แบบ skinny เท่านั้นครับ ทุกอย่างของผมคือ basic ผมจะไม่ค่อยชอบอะไรที่ฟรุ้งฟริ้ง หรืออะไรที่ดูหวือหวามาก แต่ถ้าเป็นเรื่องของการทํางาน จะให้ผมใส่อะไร หรือให้ผมทําอะไรนี่ได้หมดเลยครับ (หัวเราะ) ส่วนรองเท้าที่ชอบสุดๆ แล้วใส่บ่อยมาก ก็น่าจะเป็น converse ครับ ผมจะชอบรองเท้าที่ใส่ไปนานๆ แล้วมันดูเก่า เปื้อนนั่นเปื้อนนี้บ้าง เหมือนมันผ่านโลกมาแล้วอ่ะครับ คือมันดูมี Style ดี (ยิ้ม) แต่ช่วงนี้ผมจะชอบไปเดินดูเสื้อผ้า แล้วก็สายข้อมือที่ทําจากหนังที่ตลาดรถไฟมากครับ คือเสื้อผ้าที่นั่นส่วนใหญ่จะเป็นพี่ๆ ที่มีไอเดียในการวาดรูปบนเสื้อผ้า และลายผ้าส่วนใหญ่จะเป็นแนวอาร์ตที่หาซื้อในห้างไม่ได้ ส่วนสายข้อมือหนังนี่ผมจะซื้อบ่อยมาก ไปตลาดรถไฟทีไรได้ซื้อทุกที (หัวเราะ) ปกติผมจะใส่ข้อมือเยอะมาก ซึ่งแบบจะแตกต่างกันไป ข้อมือบางเส้นทําจากหนัง หรือข้อมือบางเส้นทําจากคริสตัล ผมจะไม่ชอบอะไรที่ซํ้ากัน มันค่อนข้างน่าเบื่อครับ อะไรที่บ่งบอกความเป็นตัวเราเองมากที่สุด ? - ผมคิดว่าน่าจะเป็นเวลาทํางานอะไรซักอย่าง ผมจะตั้งใจทําเกินร้อย แต่ถ้ามันถึงเวลาที่จะ Freedom ผมก็จะเต็มที่ แล้วอีกอย่างคือ ผมจะชอบพกสมุดวาดรูปติดตัวไปทุกที่ครับ เมื่อก่อนชอบวาดรูปโครงสร้างตึก หรือเมืองต่างๆ แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยผมเรียนสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ เค้าจะให้วาดเกี่ยวกับสิ่งของมากกว่าครับ ช่วงไหนที่ต้องทําโปรเจกต์ส่งอาจารย์ ผมต้องใช้ความคิดเยอะมากในการค้นหาไอเดีย บางทีผมก็จะวาดรูปไปเรื่อยๆ จนเกิดไอเดีย แล้วมาคิดต่อยอดครับ "แทนที่เราจะต้องไปค้นหาไอเดีย เราต้องให้ไอเดียมาเอง" หรือบางทีเราทําอะไรซักอย่างอยู่แล้วไอเดียก็แวบเข้ามา สําหรับผมมันมีบ่อยครับที่ "ไอเดียจะมาในเวลาที่เราไม่ได้คิดถึงมัน" ผมรู้ว่าเวลาที่เราตั้งใจทําอะไรซักอย่างมันเครียดมาก แต่ผมจะบอกกับตัวเองเสมอครับ ว่าอย่าเครียด ทุกอย่างต้อง Relax เวลาทํางานหรือเรียนผมก็ทําเต็มที่ครับ ถึงเวลาปาร์ตี้ก็ปาร์ตี้ ไม่ว่าทำอะไรก็ทุ่มสุดครับ เพราะนี่คือผม เนตั้น - แดนอรุณ รามณรงค์ ครับ เรียบเรียงโดย นิตยสาร Candy รูปจาก IG : NATE_NATHAN

เจิดจรัส 3 นางแบบแห่งยุค เปลี่ยนโฉมเป็นอดาไลน์ เปิดตัว The Age of Adaline
The Age of Adaline /  ซาบีน่า อรจิภา ไมซิงเกอร์ / 

บี น้ำทิพย์ จงรัชตะวิบูลย์ นางแบบแถวหน้าของเมืองไทย นำทีม 2 นางแบบ มะลิ มาลินี โคทส์ และ ซาบีน่า อรจิภา ไมซิงเกอร์ ผู้ชนะจาก The Face Thailand แปลงโฉมในบทบาท อดาไลน์ โบว์แมน ที่นำแสดงโดย เบลค ไลฟ์ลี แฟชั่นไอคอนอันดับหนึ่งของโลก จากภาพยนต์รักแห่งปีอย่าง The Age of Adaline ในรอบพรีเมียร์ของประเทศไทยในงาน The Age of Adaline Exclusive Timeless Party เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 58 ณ โรงภาพยนตร์ เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรี่ยม ภายในงานยังได้เหล่าดีไซเนอร์ เซเลบ และนักแสดง ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างมากมาย อาทิ เอก ทองประเสริฐ, หมู จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, แพง ขวัญข้าว เศวตวิมล, เอย กรณ์วิภา โชติกเสถียร, นท เดอะสตาร์, วี ไวโอเลต, ตั๋ม วิชชุดา ลีนุตพงษ์, หว่าหวา ไชน่าดอลล์, กอล์ฟ-โต้ง-ปิ๊ง ผู้กำกับจาก จีทีเอช, ต่าย ชุติมา และ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และอีกมากมาย ที่มาร่วมพิสูจน์เรื่องราวปาฏิหาริย์ของอดาไลน์กันอย่างคับคั่ง โดยความพิเศษของงาน นั้นเริ่มต้นที่พูดคุยกับกับ 2 สไตลิสชื่อดังของไทย คุณบุ๋ม จารุจิต ใบหยก และคุณป๊อบ เอกสิทธิ์ เกี่ยวกับนักแสดงนำอย่าง เบลค ไลฟ์ลี และแฟชั่นสไตล์ จากภาพยนตร์ The Age of Adaline จากนั้นก็เปิดตัวเดินแฟชั่นโชว์จากนางแบบทั้งสามคน ในยุคต่างๆ ของอดาไลน์ ออกมาได้อย่างเจิดจรัส สวยงาม เรียกเสียงฮือฮาในความงามได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อเป็นการเปิดว่า The Age of Adaline พร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้สัมผัสกับ ความงามตลอดกาล เริ่มที่คุณซาบีน่า อรจิภา ไมซิงเกอร์ The Face Thailand, คุณอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท แฮปปี้ โฮม เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด, คุณปาหนัน ธนไพศาลกิจ บรรณาธิการนิตยสาร Lisa,คุณรติ พันธุ์ทวี ผู้ช่วยกรรมการ บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติ ตรา เพอร์ร่า, คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธาน บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณบี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณไพพรรณ หลักแหลม ผู้จัดการทั่วไป บริหารศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และ คุณมะลิ มาลินี โคทส์ งดงามตลอดกาล หรือ ต้องปกปิดหัวใจเป็นความลับตลอดไป พิสูจน์การแสดงครั้งเข้มข้นที่สุดในชีวิตของ เบลค ไลฟ์ลี ไปกับ The Age of Adaline อดาไลน์ หยุดเวลา รอปาฏิหาริย์รัก ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Age of Adaline ได้ที่นี่เลย --------------------------------

สไตล์เสื้อยืด 4 แบบ ที่เราใส่บ่อย จับมาแต่งยังไงถึงจะหล่อ ต้องดู
Snap Signature /  สตรีทแฟชั่น / 

สไตล์เสื้อยืด 4 แบบ ที่เราใส่บ่อย จับมาแต่งยังไงถึงจะหล่อ ต้องดู สำหรับหนุ่ม ๆ แล้วความสะดวกสบายและสวมใส่ง่ายเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ลุยๆเลยทำให้การแต่งตัวเนี้ยบควรพักไว้เพียงแค่บางโอกาส ในซัมเมอร์นี้เสื้อยืด 4 สไตล์ที่ใส่แมตช์อะไรก็เท่ จนสไตล์แคชชวลกลายเป็นไอเท็มหลักสุดคูลที่พร้อมจะลุยได้ในทุกวัน A BIG BOLD GRAPHIC ลวดลายกราฟิกขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับเสื้อยืดของหนุ่ม ๆ ได้เป็นอย่างดี แถมยังให้ลุคดูไม่น่าเบื่อเมื่อเวลาแมตช์กับไอเท็มชิ้นอื่น สร้างสไตล์ที่ไม่โฉ่งฉ่าง สำหรับในหน้าร้อนนี้หนุ่มๆเลือกลวดลายที่เป็นธรรมชาติ หรือลายสกรีนทิวทัศน์จะช่วยสร้างอารมณ์ให้สนุกไปกับหน้าร้อนในตลอดซีซั่น PERFECT “V” NECK เสื้อยืดคอวี ? มันอาจจะดูธรรมดาเบสิกแต่นี่แหละคือสิ่งที่เหล่าโมเดลต่างหยิบมาแต่งเป็นลุคหลังแฟชั่นโชว์จบ เพราะเสื้อยืดคอวีให้ความรู้สึกที่เซ็กซี่หากหนุ่มๆเป็นคนที่มีบอดี้กำยำและสูงโปร่งราวกับว่าคุณคือ Liam Hemsworthหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่สาวๆอยากเคียงข้าง JACKET AND TEE การใส่เสื้อยืดตัวเดียวอาจทำให้หนุ่มๆบางคนไม่มั่นใจ ลองหาเสื้อสูทหรือแจ๊คเกตมาคลุมทับเสริมบุคลิกให้ดูเท่ขึ้นแถมยังช่วยพรางรูปร่างที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายในช่วงนั้นได้เป็นอย่างดี หนุ่มๆสามารถเลือกเอาท์แวร์เป็นโทนสีเข้มหรืออ่อนก็ได้ทั้งสิ้น ในช่วงเช้าอาจใส่สีอ่อนเพื่อให้ลุคดูสบายตาแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นโทนเข้มในช่วงเย็นเพื่อไปสังสรรค์ต่อกับเพื่อนฝูงก็ให้ลุคดูเท่ในยามค่ำคืน THE VINTAGE TEE เพิ่มความมันส์ให้กับสไตล์และบ่งบอกความเท่ในยุคเก๋าให้ผู้คนได้รับรู้กับเสื้อยืดลวดลายของศิลปินต่างๆ ที่จะนำพาไปสู่บทสนทนาในเรื่องของแฟชั่นในยุคนั้น แล้วสร้างจุดสนใจนิด ๆ หน่อย ๆ ด้วยการคว้าแจ๊คเกตหนังหรือแม้แต่ยีนส์วินเทจทมาจับคู่กัน เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้เสื้อยืดตัวเก๋านั้นดูน่าสนใจและคุณเป็นคนพิเศษในงานรวมตัว Men.MThai ขอขอบคุณเนื้อหาจาก Snap Signature คลิกเพื่อดาวน์โหลด ฟรี!!!

ในหลวง เสด็จฯหอประชุมกองทัพเรือ ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถ
กองทัพเรือ /  ข่าวล่าสุด / 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระพักตร์แจ่มใส เสด็จพระราชดำเนินหอประชุมกองทัพเรือ ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถ และทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยา  วันนี้ เวลา 14.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปประทับเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ และทอดพระเนตรทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ณ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นการส่วนพระองค์ โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งต่างปลื้มปิติที่เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระพักตร์แจ่มใส เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอประชุมกองทัพเรือ ได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปยังบริเวณชั้น 3 ของอาคารหอประชุม ในการนี้ทรงทอดพระเนตรสภาพแม่น้ำเจ้าพระยา และความเป็นอยู่ของประชาชนบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้เรือเป็นพาหนะสัญจรไป-มา สำหรับหอประชุมกองทัพเรือ หรือ อาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2545 ในพื้นที่ของกองทัพเรือ เพื่อใช้รองรับการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปก (APEC) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2546 และเนื่องจากหอประชุมแห่งนี้มีชื่อเสียง ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม และเป็นจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงาม จึงใช้เป็นสถานที่จัดงานพิธี และกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญ ในระดับชาติ และนานาชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในปี 2549 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และพระประมุขกับพระราชวงศ์ต่างประเทศ ที่ทรงเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มาทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธีที่จัดขึ้น เป็นครั้งที่ 15 และพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ ราชนาวิกสภา และหอประชุมกองทัพเรือแห่งนี้ ในวันที่ 12 มิ.ย.2549 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ ห้องชมชลธี เป็นเวลาประมาณ 70 นาที สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 15.25 น.

แถลงข่าว คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ จาก 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ สู่หนัง 4 เรื่อง
getsunova /  The Singers / 

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น  จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ในโครงการ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ จาก 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ สู่ภาพยนตร์ 4 เรื่อง โดย 4 ผู้กำกับ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร (เรื่อง The Singers), นัก วัลลภ ประสพผล (เรื่อง อมยิ้ม), โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (เรื่อง ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง) และ สิน ยงยุทธ ทองกองทุน (เรื่อง ดาว) พร้อมชมโชว์พิเศษ บทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงประกอบภาพยนตร์ จากศิลปินชื่อดัง ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ในเพลง "สายฝน" และ วง getsunova ในเพลง "ยิ้มสู้" ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โรงที่ 7 อุ๋ย นนทรีย์ ขอเป็นตัวแทนผู้กำกับ เผยว่า "ภาพยนตร์ในโครงการ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ คือภาพยนตร์ที่จะเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ผ่านภาพยนตร์ 4 เรื่อง โดย 4 ผู้กำกับ ซึ่งบทเพลงที่ผู้กำกับทุกท่านเลือกมานั้น เข้ากับเนื้อหาของภาพยนตร์ในแต่ละเรื่อง ที่สะท้อนภาพชีวิตต่างวัย เมื่อเพลงและหนังสามารถรองรับความรู้สึกซึ่งกันและกันได้ ทำให้เวลาเราฟังเพลงแล้วจะยิ่งสร้างความประทับใจได้มากกว่าปกติ ผมไม่แน่ใจว่าเด็กสมัยนี้ รู้จักเพลงพระราชนิพนธ์กันมากน้อยแค่ไหน" อุ๋ย นนทรีย์ กล่าวต่อว่า "ผมคิดว่าภาพยนตร์ทั้ง 4 เรื่อง ของ 4 ผู้กำกับที่หลากแนว จะทำให้ทุกคนมองเห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพระราชนิพนธ์เพลง รวมถึงการทรงดนตรีได้หลายประเภท หลายแนวไม่ว่าจะเป็นบลู แจ๊ซ ด้วยพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์จึงเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในระดับสากล ผมเชื่อว่าการดูหนังไปด้วย ฟังเพลงไปด้วยมันสามารถสร้างความจดจำที่ดีได้มากกว่าการฟังเพลงเฉยๆ และหากผู้ชมทุกท่านได้ชมภาพยนตร์ชุดนี้ ผมเชื่อว่าหนังและบทเพลงในเรื่องนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจบางอย่างให้กับทุกท่านได้ครับ เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ" ภาพยนตร์ทั้ง 4 เรื่อง ในโครงการ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ ฉายให้ชมฟรี ในวันที่ 7 - 10 พ.ค.นี้ ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ชลบุรี,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่,อีจีวี ขอนแก่น,อีจีวี โคราช,พารากอน ซีนีเพล็กซ์,เมกา ซีนีเพล็กซ์ และหาดใหญ่ ซีนีเพล็กซ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.คีตราชนิพนธ์.com และชมตัวอย่างภาพยนตร์ทั้ง 4 เรื่องได้ด้านล่างนี้เลย ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ผู้กำกับ : ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : สายฝน The Singers ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : ชะตาชีวิต อมยิ้ม ผู้กำกับ : วัลลภ ประสพผล เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : ยิ้มสู้ ดาว ผู้กำกับ : ยงยุทธ ทองกองทุน เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : ความฝันอันสูงสุด ----------------------------------------

โอละพ่อ !! ภาพลวง 'วันสิ้นโลก' ในออสเตรเลียว่อนเน็ต
ข่าวลวง /  น้ำท่วม / 

สื่อออสเตรเลีย แจง ภาพวันสิ้นโลก ในสถานที่สำคัญในประเทศ ที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นเพียงภาพลวง วานนี้ (23 เม.ย.) 'ดิ ออสเตรเลีย นิวส์' สำนักข่าวในประเทศออสเตรเลีย เผยแพร่ชุดภาพลวง แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดภัยพิบัติ พายุโหมกระหน่ำรุนแรง และเกิดน้ำท่วมอย่างหนัก คล้ายฉากวันสิ้นโลกในภาพยนตร์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และสถานที่สำคัญต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย ที่กำลังหลั่งไหลไปในสื่อสังคมออนไลน์ 'ทวิตเตอร์' อย่างกว้างขวาง จนกระทั่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ภาพแสดงให้เห็นสถานที่สำคัญๆ อย่างสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ สะพานระนาบเดี่ยว ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมวลน้ำพวยพุ่ง ทะลักล้นออกมาจากด้านบน รวมถึงภาพที่สร้างความขบขัน ขณะมีนักเล่นเซิร์ฟ โต้คลื่น เหนือน้ำ บริเวณอาคาร โรงอุปรากรซิดนีย์ หรือ ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ ( Sydney Opera House) หนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศ ที่รู้จักกันดีทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีภาพที่แสดงถึงความน่ากลัว เมื่อฝูงสัตว์ร้ายอย่างปลาฉลาม กำลังว่ายวนอยู่ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยน้ำที่เจิ่งนอง ในห้างสรรพสินค้ารัฐควีนแลนด์ และอีกมากมาย แม้ภาพทั้งหมด จะดูไม่สมจริงเท่าไหร่นัก แต่การเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวออกมา เพื่อยืนยันว่า ภาพทั้งหมด เป็นเพียงภาพลวง ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใด ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้ปล่อยภาพ ซึ่งสื่อเผยแพร่เรื่องราวออกมา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกหรือเข้าใจผิดเกิดขึ้น MThai News ที่มา theaustralian

แดเนียล แรดคลิฟฟ์ จะรับบทนำในหนังจากเรื่องจริงของเกม Grand Theft Auto
Grand Theft Auto /  GTA / 

แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ยังคงเสาะหาบทที่จะฉีกภาพลักษณ์พ่อมดน้อย Harry Potter ของเขา และลองการแสดงในบทที่หลากหลายต่อไป และล่าสุดก็อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อรับบทนำในหนัง Grand Theft Auto ของบีบีซีฟิล์มส์ครับ ตามรายงานของฮีทวิชั่นบอกว่า แรดคลิฟฟ์จะรับบทนำในหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของคดีความที่ต่อสู้กันระหว่างผู้สร้างเกม Grand Theft Auto กับนักกฎหมายของรัฐไมอามี่ ที่ต้องการแบนเกมนี้อันเนื่องจากมีเนื้อหารุนแรง แรดคลิฟฟ์จะรับบทเป็นแซม เฮาเซอร์ หนุ่มอังกฤษที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานของร็อคสตาร์เกมส์ บริษัทที่อยู่เบื้องหลังเกม GTA และเกมดังอื่นๆ เช่น Max Payne และ Red Dead เขายังถือว่าเป็นผู้ผลักดันสำคัญในการให้เกม GTA กลายเป็นเกมภาคต่อที่เป็นที่นิยมสูงเกมหนึ่งของโลก แต่ยังเพิ่มความรุนแรงเข้าไปในเกมด้วย หน้าตาตัวจริงของ แซม เฮาเซอร์ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 เฮาเซอร์กับร็อคสตาร์เกมถูกโจมตีหลายครั้งจากแจ็ค ธอมป์สัน อัยการนักกิจกรรม ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ใช้วิธีนอกรีตโจมตีสื่อที่เปิดเพลงแรพกับเพลงที่มี เนื้อหาทางเพศออกอากาศ แล้วพอได้เห็นเกมซึ่งรุนแรง เขาก็หมกมุ่นในการหาทางกำจัดเกมนี้ ต่อมาในปี 2008 เขาก็ถูกพิกถอนจากการเป็นทนายความเนื่องจากมีความประพฤติไม่เหมาะสม ซึ่งบทธอมป์สันยังหาผู้ที่จะมาแสดงอยู่ครับ หนังเขียนบทโดยเจมส์ วู้ด ซึ่งเขียนบทซีรี่ส์ให้บีบีซีมาหลายเรื่องเช่น Rev. เป็นต้น โดยดัดแปลงจากหนังสือ Jacked: The Outlaw Story of Grand Theft Auto ของเดวิด คัชเนอร์ และจะกำกับโดยโอเว่น แฮริส จาก Misfits และ Black Mirror โดยมีแผนเปิดกล้อง 20 เมษายนนี้ หนังใช้ชื่อไปก่อนว่า Rockstar Games ครับ แต่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ในภายหลัง ส่วนผลงานของแรดคลิฟฟ์ที่เราจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้ก็คือ Trainwreck, Victor Frankenstein, และหนังภาคต่อ Now You See Me: The Second Act ขอบคุณข้อมูลจาก Jediyuth.wordpress.com ครับ