โรงหนังราชบุรี

เกาะติด!เหตุ 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ยอดตาย-เจ็บยังพุ่งต่อเนื่อง
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

โวย! แดนเซอร์สาว เมินสายตาเด็ก ออกลีลายั่วกลางงาน
คลิปโป๊ /  แดนเซอร์เต้นยั่ว

คลิปแดนเซอร์สาว เมินสายตาเด็กๆ ออกลีลายั่วยวนชายกลางงาน ขณะที่ชาวเน็ตออกโรงตักเตือนอย่าทำอีก เหตุหวั่นเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เกิดเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก @นี่มันนางฟ้าชัดๆ ได้มีการเผยคลิปไม่เหมาะสม ของนักร้องสาวกลุ่มหนึ่งที่ถูกว่าจ้างมาร่วมงาน ที่ออกท่าทางยั่วยวนจนเกินงาม ทั้งๆ ที่เป็นตอนกลางวัน และมีเด็กรวมอยู่ด้วย โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้หญิงสาวประมาณ 3-4 คน ซึ่งคาดว่าเป็นแดนเซอร์ ออกลีลาสุดเหวี่ยงทั้ง ขึ้นค่อม ส่ายเอว ยั่วยวนเชิญชวนชายหนุ่มที่ถูกเชิญขึ้นเวทีอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่ได้แก้ผ้าโป๊เปลือย แต่ก็ถือว่าไม่เหมาะสม ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว แม้งานจะเป็นงานปิดแต่ก็มีเด็กร่วมอยู่ด้วย และหากปล่อยไป ไม่มีการว่ากล่าวตักเตือนก็อาจจะทำให้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ สร้างวัฒนธรรมผิดๆ ในสังคมขึ้นได้ ติดตามชมคลิปได้ที่นี่ >> โวยแดนเซอร์สาว เมินสายตาเด็ก ออกลีลายั่วกลางงาน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

หนุ่มแฉยับ! ปมเด็กดักแด้ แม่-ยาย ใช้เป็นเครื่องมือหาเงิน
จันทบุรี /  เด็กดักแด้ / 

หนุ่มแฉยับ! ปมเด็กดักแด้ แม่กับยาย ใช้เป็นเครื่องมือหาเงิน เคยช่วยไปแล้วเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท จากกรณที่ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ขอความช่วยเหลือ เด็กน้อย 2 คนพี่น้อง ที่ป่วยเป็นโรคเด็กดักแด้ตั้งแต่กำเนินนั้น ล่าสุด (4 ก.พ. 59) ได้มีชายหนุ่มรายหนึ่ง อัดคลิปความยาวประมาณ 1 นาที ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตนได้ช่วยเหลือไปเยอะแล้ว แต่ดูท่าทางแม่กับยายของเด็กทั้ง 2 คน จะใช้เด็กเป็นเครื่องมือหาเงินมากกว่า ชี้แจงเด็กดักแด้...เจอมากับตัวครับ เขาช่วยกันไปเยอะแล้ว แม่กับยายใช้เด็กหากินเลย ย้ายมาหลายจังหวัดแล้วครับ ผมเคยไปช่วยมาแล้ว ยายกับแม่จะเอาแต่เงิน สงสารเด็ก เขาได้ไปเป็นล้านแล้วคุณ !!!!! คู่นี้แหละครับ ผมเคยไปช่วยตอนนั้นอยู่ที่ตลาดลาวมาบตาพุดจังหวัดระยอง รวบรวมของรวบรวมเงินเข้าไปช่วย แต่ดูหน้าตาคุณยายกับคุณแม่แปลก ๆ เลยบอกคุณยายว่าให้มา ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลระยอง จะเปิดบัญชีคู่ เพราะผมน่าจะรวบรวมเงินบริจาคได้เกือบแสนบาท จะส่งกลับ จังหวัดอุดรธานี โดยการเช่ารถตู้ ให้นั่งไปสบายสบาย เพราะยายบอกว่ายังไม่มีเงินกลับต่างจังหวัด พอบอกว่าจะเปิดบัญชีคู่เท่านั้นแหละ ยายรีบปฏิเสธบอกว่าไม่เอา เอาเงินมาใส่ในบัญชียายก็ได้ ผมก็บอกว่าเพื่อนผมเกรงว่าเงินจะไม่ถึงเด็ก อยากเปิดบัญชีร่วม ยายก็บอกว่าอย่างงั้นไม่เอาหรอกจ้าไม่เป็นไร การใช้ social เขาใช้น้องสาวของแม่เด็ก shared ให้คนมาช่วย ผมได้สอบถามไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดระยอง ตอนที่เด็กเกิดคนแรกหมอบอกว่าให้ไปทำหมัน เพราะถ้ามีอีกคนที่สองก็จะเป็นเด็กดักแด้แต่แม่เด็กไม่ยอม เพราะตอนน้องคนแรกเกิด แม่เด็กได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจาก ประชาสงเคราะห์มาบตาพุดจังหวัดระยอง ได้เงินไปหลายแสน แล้วก็ปล่อยให้มีน้องคนที่สองข้างทางที่หมอส่งรถไปรับเพื่อที่จะให้ไปทำหมัน ก็ไม่ยอมไปเพราะมีน้องคนที่ 2 ก็ shared โซเชียลอีก คราวนี้คนแห่โอนเงิน คิดดูสิครับ พันคนคนละ 200 เป็นเงิน 200000 แล้วทำหมื่นคนล่ะ เป็นเงิน 2 ล้าน ตอนนี้อยู่ระยองไม่ได้ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นแล้ว ก็เกิดกรณีแบบนี้อีก ขอบคุณข้อมูล/คลิป Job Chanin MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเน็ต วอนช่วยเหลือ 2เด็กพี่น้อง ป่วยเป็นโรคเด็กดักแด้  บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความขอความช่วยเหลือจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Toey Toey Newface วอนขอให้ผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ 2 เด็กพี่น้องป่วยเป็นโรคดักแด้ตั้งแต่กำเนิด โดยเจ้าของเรื่องเผยว่า เด็กผู้หญิง ทั้งสอง น่าสงสารมาก น้องเป็น เด็กดักแด้ คนโต อายุ 3 ขวบ คนเล็ก 3 เดือน ถ้าชาวสังคมออนไลน์ท่านใดเห็นโพสต์นี้ และสามารถช่วยเหลือน้อง ๆ ได้ ขอความเห็นใจและความเมตตายื่นมือช่วยเหลือเด็กทั้งสองนี้ด้วยเพราะว่า น้องสองคนนี้ครอบครัวยากไร้มาก พ่อก็หนี ทำให้น้องต้องอยู่กับแม่และยาย โดยสามารถติดต่อช่วยเหลือได้ที่ 090-3879869, 092-8473396 ที่อยู่ คุณยาย สำเนียง สองเมือง 77/5 ม 1 ต.โปร่งน้ำร้อน อ.โปร่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี 21140 หมายเลขบัญชี 983-5-73182-9 ธ กรุงไทย ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นกำลังใจรวมถึงช่วยแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยหวังว่าหน่วยงานใจบุญจะมาเห็นและเข้าไปให้การช่วยเหลือ ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊ค Toey Toey Newface ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ทับทิม ฟุ้งปีนี้ปีทอง งานเยอะล้นมือ ไม่สนใจเรื่องรัก ขอมุ่งหน้าทำงานเก็บเงิน
ทับทิม อัญรินทร์ /  ข่าวบันเทิงวันนี่้

ปีนี้ใครจะว่าชงแรงยังไง แต่ดูเหมือนนางเอกสาวฮอตอย่าง ทับทิม อัญรินทร์ ก็คุยฟุ้งว่าปีนี้เป็นปีทองต่อเนื่องของนางจริงๆ เพราะนอกจากงานละครแล้ว ยังมีงานหนังติดต่อเข้ามาอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกคนที่ขยันทำงานเก็บเงินตัวเป็นเกลียวไม่สนใจเรื่องความรัก ล่าสุดก็เพิ่งได้เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Miss you ยัยม้าเต่อ งานนี้สาวทับทิมเผยว่า “ช่วงนี้มีงานเข้ามาติดต่อเรื่อยๆ ค่ะ ตั้งต้นปีมานี้มีอะไรใหม่ๆ ท้าทายให้ทับทิมได้ทำเยอะมาก ทั้งงานการแสดงและธุรกิจส่วนตัวที่กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ ซึ่งตอนนี้ทับทิมขอโฟกัสไปที่เรื่องงานก่อน อยากทำงานให้เต็มที่ อย่างตอนนี้ก็มีภาพยนตร์ที่เพิ่งเปิดตัวไป ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทับทิมได้เล่นหนัง รู้สึกดีใจ เหมือนเราได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ เรื่องนี้ทับทิมรับบทเป็นคุณครู เป็นแม่พิมพ์ของชาติที่คอยแก้ปมปัญหาให้กับเด็กๆ ก็เริ่มมีถ่ายทำไปบ้างแล้ว ส่วนผลงานละครก็มีเรื่องริษยา ของค่ายกันตนา ที่กำลังถ่ายทำอยู่ และเรื่องฉันทนาสามช่า ค่ายพอดีคำ ใกล้จะออกอากาศทางช่อง 7 สี เร็วๆ นี้แล้ว ทับทิมก็ขอฝากทุกคนติดตามผลงานของทับทิมด้วยนะคะ” โอ้โห...เรียกได้ว่างานเยอะจริงๆ แบบนี้สินะที่เรียกว่าสาวสตรอง รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน อิอิ... ขอบคุณภาพจาก IG @anyarinsweet ทับทิม อัญรินทร์ ทับทิม อัญรินทร์ ทับทิม อัญรินทร์ ทับทิม อัญรินทร์

Office พนักงานดีเดือด
Office /  พนักงานดีเดือด / 

Office พนักงานดีเดือด หนังเรื่องราวของ คิมบยองกุก (แบซองวู) เป็นพนักงานฝ่ายขายระดับหัวหน้างาน เขาแทบจะอุทิศทุกอย่างในชีวิตมอบให้กับงาน จนกระทั่งวันหนึ่งความเครียดที่สะสมจากที่­ทำงาน ทำให้เขาลงมือฆาตกรรมคนในครอบครัวอย่างเหี­้ยม ก่อนจะกลับเข้ามาในที่ทำงานในกลางดึกคืนนั­้น และจากนั้นเป็นต้นมา คิมก็ไม่กลับออกมาจากสำนักงานอีกเลย สร้างความตื่นตระหนกให้ทุกชีวิตในออฟฟิศแห­่งนี้เป็นอย่างมาก และระหว่างที่ตำรวจตามหาคิมนั้น พนักงานในบริษัทได้ทยอยตายกันไปทีละคนๆ อย่างโหดเหี้ยม! ---------------------------------------------------------

'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก
ทำแท้ง /  มาเลเซีย / 

'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล

วิน ดีเซล ประกาศ! วันฉาย Fast & Furious สามภาคสุดท้าย
Entertainment /  Fast & Furious 10 / 

เตรียมเหยียบคันเร่งพร้อมออกสตาร์ทสุดมันส์กับภาพยนตร์แฟรนไชส์แข่งรถที่โด่งดังแห่งยุคเรื่อง Fast and Furious ในภาคที่ 8, 9 และ 10 ซึ่งตอนนี้ วิน ดีเซล (Vin Diesel) ประกาศออกมาแล้วว่าภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious สามภาคสุดท้ายจะมีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 14 เมษายน 2017, 19 เมษายน 2019 และ 2 เมษายน 2021 ตามลำดับ ซึ่งในภาคที่ 10 น่าจะเป็นภาคสุดท้ายของซีรีส์เรื่องนี้แล้ว และล่าสุดกับ Fast and Furious ภาคที่ 7 ก็กวาดรายได้จากทั่วโลกกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แฟนคลับภาพยนตร์เรื่องนี้เตรียมกาปฏิทินรอได้เลย ดูบทความต้นฉบับ : Vin Diesel announces release dates for three final 'Fast and Furious' films

เช็คสภาพการจราจรเช้านี้ พบอุบัติเหตุติดขัดหนักหลายพื้นที่
จราจร /  สภาพจราจร / 

วันนี้ (5 ก.พ. 59) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:44น. ปิดการจราจรซ.บางใหญ่-บางคูลัด(นนทบุรี)ชั่วคราว เพื่อปักเสาไฟ10 ต้น เหตุรถชนล้ม คาดใช้เวลาทั้งวัน แนะหลีกเลี่ยง 08:16น. ถ.พญาไท ขาออก ก่อนถึง MRT สามย่าน 200 ม. รถชนกัน3 คันขวางช่องทางขวา การจราจรชะลอตัว 07:45น. บนคู่ขนานลอยฟ้า ขาเข้า ก่อนถึงโค้งสายใต้เก่า 100ม.เก๋ง,ปิคอัพ ชนท้ายกัน กีดขวางช่องทางขวา 07:40น. สะพานพระราม 8 ขาเข้า ช่วงโค้งวัดอมรคีรี รถเก๋ง 2 คัน ชนท้าย กีดขวางช่องทางขวา จราจรเคลื่อตัวช้า 07:03น. ถ.พระราม 9 ขาเข้า บนสะพานข้ามคลองชวดใหญ่ รถสองแถวรับส่งคนงานจอดเสียในช่องทางซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้า 07:01น. รถเก๋งลื่นคราบน้ำมันเสียหลักชนขอบทางซ้าย กลางวงเวียนพระราม 5 ถ.นครอินทร์ ขาเข้า การจราจรเริ่มชะลอตัว 06:36น.ถนนศรีนครินทร์ ขาเข้า จากแยกศรีด่านสำโรงมุ่งหน้าแยกลาซาล ตรงข้ามฟู้ดแลนด์ศรีนครินทร์ มีรถจอดเสีย ขวางช่องทางขวา 06:11น. ถ.ชัยพฤกษ์ ขาออก ลงจากสะพานพระราม 4 ประมาณ 3กม. อุบัติเหตุรถจยย.มีผู้เสียชีวิต ขวางช่องทางซ้ายของทางด่วน จนท.กำลังดำเนินการ 05:55น. ถ.กาญจนาภิเษก ขาเข้า หน้า มบ.ดีเค ปิคอัพ,รถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้ายของคู่ขนาน จราจรเคลื่อนตัวช้า 05:45น.อุบัติเหตุ ถนนชัยพฤกษ์ ขาออก จากสะพานพระราม4 มุ่งหน้า ต่างระดับราชพฤกษ์ จุดเกิดเหตุลงจากสะพานพระราม4 ประมาณ 3 กิโลเมตร รถจักรยานยนต์ไม่ทราบคู่กรณี เสียชีวิต 1 คน 05:41น.อุบัติเหตุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า จากสะพานพระราม 7 มุ่งหน้า แยกบางพลัด จุดเกิดเหตุก่อนถึงแยกบางพลัดเล็กน้อย รถจักรยานยนต์ไม่ทราบคู่กรณี บาดเจ็บ 1 คน ขวางช่องทางซ้าย 05:00น.อุบัติเหตุ ถนนดินแดง ขาออก จุดเกิดเหตุที่แยกประชาสงเคราะห์ รถบรรทุกรถแบ็คโฮชนกับรถจักรยานยนต์ ขวางกลางแยก MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:38น.อุบัติเหตุ ถนนมอเตอร์เวย์ ขาออก จากต่างระดับทับช้าง มุ่งหน้า ต่างระดับร่มเกล้า ก่อนถึงต่างระดับร่มเกล้า 2กิโลเมตร รถชนกัน 6คัร กีดขวางช่องทางขวา 08:31น.อุบัติเหตุ ถนนนวมินทร์ ขาออก จากแยกแฮปปี้แลนด์ มุ่งหน้า แยกซอยนวลจันทร์ ปากซอยนวมินทร์63 รถเก๋ง 4คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 08:29น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี มุ่งหน้า แยกพุทธมณฑลสาย5 หน้าไทวัสดุ รถเก๋งชนเสียหลักตกร่องกลางถนน รถหว่างช่องทางคู่ขนานและช่องด่วน 08:27น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากแยกพุทธมณฑลสาย2 มุ่งหน้า ต่างระดับราชพฤกษ์ ก่อนถึงทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี 800เมตร รถตู้ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้ายของทางคู่ขนาน ผ่านพ้นจุดนี้ไป 50เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางซ้ายของทางคู่ขนาน 08:22น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม3 ขาเข้า จากแยกนราธิวาสราชนครินทร์ มุ่งหน้า ห้าแยก ณ ระนอง ก่อนถึงสะพานสุนทรโกษา ประมาณ 300เมตร รถเอนกประสงค์ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางกลาง 08:19น.อุบัติเหตุ ถนนประชาชื่น ขาออก จากแยกประชาชื่น มุ่งหน้า แยกประชานุกูล ปากซอยประชาชื่น21 รถแท็กซี่ชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางซ้าย มีผู้บาดเจ็บ 1คน 08:15น. 4 อุบัติเหตุ ทางหลวงชนบท1045 ขาเข้า จากอำเภอหนองแค มุ่งหน้า อำเภอภาชี จังหวัดอยุธยา ช่วงกิโลเมตรที่ 6+500 ตำบลคชสิทธิ์ อำเภอหนองแค สระบุรี รถกระบะชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:02น.อุบัติเหตุ ซอยวัดพระเงิน เข้าจากถนนกาญจนาภิเษก 2กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดกลางซอยเล็กน้อย รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องางกลาง มีผู้บาดเจ้บ 1คน 07:55น.อุบัติเหตุ ถนนวัดโบสถ์ดอนพรมหม ขาเข้า จากแยกราชพฤกษ์ มุ่งหน้า สะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ก่อนถึงสะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ 400เมตร รถแท็กซี่ชนกับรถปิคอัพ กีดขวาง 2ช่องทางขวา 07:33น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาออก จากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน มุ่งหน้า แยกบ้านแพ้ว สมุทรสาคร ก่อนถึงสะพานกลับรถบ้านแพ้ว 500เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:31น.อุบัติเหตุ ถนนประชาอุทิศ ขาออก ปากซอยประชาอุทิศ14 รถบรรทุก 4ล้อเล็กบรรทุกข้าวสาร เสียหลักพลิกตะแค กีดขวางช่องทางกลาง 07:01น.อุบัติเหตุ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า จากแยกปากเกร็ดมุ่งหน้าแยกใต้ทางด่วน จุดเกิดเหตุหน้าเฮลท์แลนด์ รถเมล์ชนกับรถแท็กซี่ ขวางช่องทางซ้าย 07:00น. ถ.วิภาวดี ขาออก > แยกสุทธิสาร หน้าปั๊ม ปตท.รถเก๋ง, รถตู้,แท็กซี่ ชนท้ายกัน กีดขวางช่องทางขวาของคู่ขนาน / มีจนท.แล้ว 06:50น. ถ.พระราม 2 ขาเข้า ตรงข้าม รพ.บางมด มีรถเก๋งฮอนด้าสีทอง จอดเสียอยู่ช่องทางที่ 2 จากขวา ของทางด่วน รถเริ่มชะลอ 06:44น.อุบัติเหตุ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า จากแยกวังน้อยมุ่งหน้าต่างระดับบางปะอิน จุดเกิดเหตุกิโลเมตรที่ 61 ช่วงอำเภอวังน้อย รถปิคอัพเสียหลักพลิกตะแคง ขวางช่องทางกลางของทางด่วน 05:48น.อุบัติเหตุ ถนนราชวิถี ขาเข้า จากแยกตึกชัยมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดเกิดเหตุในวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รถแท็กซี่ชนกับรถเมล์ ขวางช่องทางซ้าย 05:35น.ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า ช่วงเชิงทางลงรัชดาตลาดพลู เจ้าหน้าที่เทยางมะตอย ในช่องทางซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้า 05:15น.เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 2 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงจอมทอง เขตจอมทอง MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (3 ก.พ 59) วันทหารผ่านศึก มีพิธีจุดตะเกียงตามประทีปฯ สักการะอัฐิ และวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เวลา 07:00 น.-10:00 น. แนะเลี่ยงการจราจรโดยรอบ 08.45น. ปิดการจราจรชั่วคราว ทุกด้านเข้า "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" เนื่องจากมีพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก 08:29น.อุบัติเหตุ ถนนพัฒนาการ ขาเข้า จากสี่แยกพัฒนาการ มุ่งหน้า ซอยพัฒนาการ30 ปากซอยพัฒนาการ44 รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่อบงทางกลาง 08:19น.อุบัติเหตุ ถนนอรุณอมรินทร์ ขาเข้า จากแยกอรุณอมรินทร์ มุ่งหน้า แยกศิริราช ช่วงปากซอยอรุณอมริทร์39 ถึง41 รถบรรทุกชนเสาไฟฟ้า กีดขวางช่องทางซ้าย 08:16น.อุบัติเหตุ ถนนกัลปพฤกษ์ ขาออก จากแยกกำนันแม้น มุ่งหน้า ต่างระดับบางโคลัด ก่อนถึงสำเพ็ง2 ประมาณ 500เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวา 08:10น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกรัชดาห้วยขวาง มุ่งหน้า แยกเทียมร่วมมิตร ก่อนถึงโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการรัชดา เล็กน้อย รถจักรยานยนต์ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 08:07น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกสวนสยาม มุ่งหน้า แยกกิโลเมตรที่8 เลยแยกตัดถนนกาญจนาภิเษก 100เมตร รถบัสรับส่วงพนักงานชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:05น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาออก จากแยกอ้อมน้อย มุ่งหน้า แยกอ้อมใหญ่ เลยบริษัทไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด 500เมตร รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวาง 2ช่องทางกลาง 08:03น.อุบัติเหตุ ถนนกัปพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกบางพฤกษ์ มุ่งหน้า แยกกำนันแม้น ช่วงแยกกำนันแม้น รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1คน นำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 8 07:56น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากแยกพุทธมณฑลสาย4 มุ่งหน้า พุทธมณฑลสาย2 ก่อนถึงทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี 500เมตร รถเก๋ง 2คันชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:53น.อุบัติเหตุ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ขาเข้า จากทางขึ้นถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้า สะพานภูมิพล1 กลางสะพานกาญจนาภิเษก รถบัสชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย ผ่านพ้นมาเล็กน้อย รถบรรทุก 6ล้อจอดเสีย กีดขวางช่องทางซ้าย 07:46น.อุบัติเหตุ ทางด่วนขั้นที่2 ขาออก จากด่านถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้า ถนนพระราม9 เลยด่าน25บาท ประมาณ 200เมตร รถเก๋งชนกับรถแท็กซี่ 2คัน กีดขวางช่องทางซ้าย 07:42น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาเข้า จากแยกท่าพระ มุ่งหน้า แยกบางยี่เรือ เชิงทางขึ้นสะพานเนาวจำเนียร รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม มีผู้บาดเจ้บ 2คน 07:34น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาออก จากต่างระดับเพชรเกษม มุ่งหน้า แยกพุทธมณฑลสาย2 ช่วงแยกพุทธมณฑลสาย2 รถแท็กซี่ชนกับรถโม่ปูน กีดขวางช่องทางกลาง มีผู้บาดเจ็บ 1คน 07:32น.อุบัติเหตุ ถนนรามคำแหง ขาเข้า จากวัดเทพลีลา มุ่งหน้า ห้างบิ๊กซีรามคำแหง ก่อนถึงห้างบิ๊กซี 50เมตร รถจักรยานยนต์ 2คันชนกัน แล้วล้มไปโดนรถเก๋ง และรถปิคอัพ มีผู้บาดเจ็บ 07:02น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกสวนสยาม มุ่งหน้ากิโลเมตรที่8 จุดเกิดเหตุ เลยโรงพยาบาลสินแพทย์เล็กน้อย รถทัวร์ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 06:37 น. ไฟไหม้รถยนต์บนสะพานข้ามแยก กม.8 ถ.รามอินทราขาเข้า จนท.ปิดการจราจรชั่วคราว รถติดขัดถึงแฟชั่นไอส์แลนด์ 06:31น.รถเก๋งเกิดเพลิงไหม้ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกสวนสยาม มุ่งหน้ากิโลเมตรที่8 จุดเกิดเหตุ บนสะพานข้ามแยกกิโลเมตรที่8 กีดขวางช่องทางขวา 06:28น.อุบัติเหตุ ถนนพัฒนาการ ขาออก จากพัฒนาการ มุ่งหน้ารามคำแหง จุดเกิดเหตุ ก่อนถึงอุโมงค์พัฒนาการเล็กน้อย รถเก๋งเสียหลักปีนเกาะกลาง กีดขวางช่องทางขวา 06:25น.อุบัติเหตุ ถนนแพรกษา ขาออก จากถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าตำหรุบางพลี จุดเกิดเหตุ หน้าตลาดศิวะนคร รถชนกัน 3คัน กีดขวางช่องทางขวา 06:20น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม 9 ขาออก จากแยกรามคำแหง มุ่งหน้าแยกพรีเมียร์ จุดเกิดเหตุ เลยสะพานข้ามแยกรามคำแหงเล็กน้อย รถเก๋งชนกับรถแท็กซี่ กีดขวางช่องทางขวา 05:23น.อุบัติเหตุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาออก จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 45 รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม กีดขวางช่องทางซ้าย MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (2 ก.พ. 59) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:23น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาออก จากแยกรัชดาท่าพระมุ่งหน้า แยกสวนเลียบ เชิงทางลงต่างระดับสวนเลียบ รถปิคอัพชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:20น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาออก จากแยกรัชดาทาพระ มุ่งหน้า แยกสวนเลียบ เชิงทางลงสะพานข้ามแยกวุฒากาศ รถปิคอัพ 2คันชนกัน และปิคอัพ 1คันชนกับแท่งแบริเออร์ กีดขวางช่องทางขวา 08:14น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาออก จากแยกรัชดาท่าพระ มุ่งหน้า แยกสวนเลียบ เชิงทางขึ้นสะพานข้ามถนนวุฒากาศ รถจักรยานยนต์ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 08:07น.อุบัติเหตุ ถนนบางนาตราด ขาออก จากแยกตัดถนนกิ่งแก้ว มุ่งหน้า สนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงกิโลเมตรที่14+500 รถเก๋ง 3คันชนกับรถกระบะ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:55น.อุบัติเหตุ ถนนกรุงธนบุรี ขาเข้า จากสามแยกตากสิน มุ่งหน้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน เชิงทางลงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน รถจักรยานยนต์ชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวา มีผู้บาดเจ็บ 1คน 07:52น.อุบัติเหตุ ถนนประชาชื่น ขาเข้า จากถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต หน้าอาคารเอนกประสงค์ การประปานครหลวง รถสองแถวชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางขวา 07:49น.อุบัติเหตุ ถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้า จากซอยวัดส้มเกลี้ยง มุ่งหน้า ซอยวัดศรีประวัติ กลางสะพานข้ามคลองวัดศรีประวัติ รถปิคอัพชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวาของทางคู่ขนาน 07:46น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จากคลองสนามชัน มุ่งหน้า คลองบางมด ก่อนถึงวัดกก 50เมตร รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:43น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาท่าพระ ขาเข้า จากสี่แยกท่าพระ มุ่งหน้า แยกรัชดาตลาดพลู เชิงทางขึ้นอุโมงค์ท่าพระ รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 07:40น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกวัชรพล มุ่งหน้า แยกลาดปลาเค้า เชิงทางลงสะพานข้ามแยกลาดปลาเค้า รถเก๋งชนกับรถปิคอัพมีตู้ห้องเย็น กีดขวางช่องทางขวา 07:38น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกสวนเลียบ มุ่งหน้า ทางลงวุฒากาศ ก่อนถึงทางลงวุฒากาศเล็กน้อย รถเก๋ง 3คันชนกัน กีดขวางช่องทางกลาง 07:33น.อุบัติเหตุ ถนนบางนาตราด ขาออก จากแยกตัดถนนกิ่งแก้วบางพลี มุ่งหน้า สนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงกิโลเมตรที่13 รถเก๋ง 2คันชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:29น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกจรัญสนิทวงศ์13 มุ่งหน้า แยกเพชรเกษม ใต้บีทีเอสบางหว้า รถเก๋ง 3คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้ายและขวา 07:27น.อุบัติเหตุ ซอยบางพรม20 รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ 07:19น.อุบัติเหตุ ถนนกรุงธนบุรี ขาออก จากสามแยกตากสิน มุ่งหน้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน เชิงทางลงสะพานข้ามแยกตากสิน รถปิคอัพเสียหลักชนบาทวิถี กีดขวาง 2ช่องทางขวา 06:53น.อุบัติเหตุ ถนนนวลจันทร์ ขาเข้า จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยนวลจันทร์ 60 รถเก๋ง2 รถปิคอัพ1 ชนกันกีดขวางช่องทางซ้าย 06:51น.อุบัติเหตุ ถนนมอเตอร์เวย์ ขาเข้า จากต่างระดับทับช้าง มุ่งหน้าศรีนครินทร์ จุดเกิดเหตุ กิโลเมตรที่ 1 รถชนกัน 3คัน กีดขวางช่องทางซ้าย 06:39น.อุบัติเหตุ ถนนวิภาวดี ขาเข้า จากแยกหลักสี่ มุ่งหน้าแยกบางเขน จุดเกิดเหตุ ใต้สะพานกลับรถหลักสี่ รถทัวร์ชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางกลาง ของช่องทางคู่ขนาน 06:36น.อุบัติเหตุ ถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า จากแยกพงษ์เพชร มุ่งหน้าแยกบางเขน จุดเกิดเหตุ ตรงข้ามเรือนจำคลองเปรม รถชนกัน 3คัน กีดขวางช่องทางขวา 06:26น.อุบัติเหตุ ถนนสุขสวัสดิ์ ขาเข้า จากแยกประชาอุทิศ มุ่งหน้าแยกราษฏร์พัฒนา จุดเกิดเหตุ จุดกลับรถหน้าวัดสารอด รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางขวา 06:02น.อุบัติเหตุ ถนนพัทยากลาง ขาเข้า จากสุขุมวิท มุ่งหน้าพัทยาสายหนึ่ง จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยพัทยากลาง1 รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางกลาง 05:59น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จากบุญถาวร มุ่งหน้าสถานีตำรวจนครบาลแสมดำ จุดเกิดเหตุ ก่อนถึงสถานีตำรวจนครบาลแสมดำ 500เมตร รถเก๋งเสียหลักตกร่องกลาง กีดขวางช่องทางขวา ของช่องทางด่วน 05:16น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จุดเกิดเหตุ เลยแยกบ้านแพ้ว 300เมตร รถจักรยานยนต์ เสียหลักล้ม กีดขวางช่องทางซ้าย MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันที่ 1 ก.พ. 59 ทดลองห้ามเลี้ยวขวาบน ถ.อโศกมนตรี ตลอดทั้งวัน โดยใช้แท่งปูนกั้นตลอดแนว เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ประกาศเลื่อน2 สัปดาห์ !! กรณีปิด ถ.บรมราชชนนีขาเข้า ช่วง ซ.บรมราชชนนี 38-32 ก่อนขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ เพื่อก่อสร้างทางเชื่อมทางด่วนศรีรัชฯ 09:02น.อุบัติเหตุ ถนนวงศ์สว่าง ขาเข้า จากสะพานพระราม7 มุ่งหน้าสะพานลอยวงศ์สว่าง จุดเกิดเหตุกลางสะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง รถเก๋ง ชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางซ้าย 08:59น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาออก จากต่างระดับฉิมพลี มุ่งหน้าแยกพุทธมณฑลสาย2 จุดเกิดเหตุก่อนถึงตลาดเซฟอี 100เมตร รถปิคอัพ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวา ของช่องทางด่วน 08:31น.อุบัติเหตุ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า จากแยกเมืองทอง มุ่งหน้าแยกตัดถนนประชาชื่น จุดเกิดเหตุเลยใต้ทางด่วน 50เมตร รถ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางขวา 08:20น.อุบัติเหตุ ถนนสุขสวัสดิ์ ขาเข้า จากแยกพระประแดง มุ่งหน้าแยกวัดสน จุดเกิดเหตุเลยแยกพระประแดง 100เมตร รถเมล์ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางกลาง 08:06น.อุบัติเหตุ ถนนเลียบคลองสี่วา จากถนนเอกชัย มุ่งหน้าถนนเศรษฐกิจ1 รถจักรยานยนต์ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:02น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาออก จากแยกพุทธมณฑลสาย 2 มุ่งหน้าแยกพุทธมณฑลสาย 4 จุดเกิดเหตุเลยพุทธมณฑลสาย 2 ประมาณ 3กิโลเมตร ช่วงเสาเลขที่ 235 รถแท็กซี่ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางกลาง ของทางคู่ขนาน 07:59น.อุบัติเหตุ ภายในซอยอ่อนนุช17 มุ่งหน้ามาจากถนนพัฒนาการ จุดเกิดเหตุก่อนถึงปากซอยอ่อนนุช17 ประมาณ 300เมตร รถเก๋ง 2คันชนกัน 07:55น.อุบัติเหตุ ถนนสุขุมวิท ขาออก จากแยกซอยอารีย์ มุ่งหน้าแยกซอยทองหล่อ จุดเกิดเหตุตรงข้ามซอยสุขุมวิท32 รถเมล์ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวา 07:11น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาออก จากแยกวัชรพล มุ่งหน้ากิโลเมตรที่8 จุดเกิดเหตุก่อนถึงซอยนวลจันทร์ 200เมตร รถเก๋ง ชนกับรถตู้ กีดขวางช่องทางกลาง 07:02น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากแยกพุทธมณฑลสาย4 มุ่งหน้า แยกพุทธมณฑลสาย2 จุดเกิดเหตุปากซอยบรมราชชนนี 78 รถเก๋งชนกัน 2 คัน ขวางช่องทางขวาของทางด่วน 06:59น.อุบัติเหตุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาออก จากแยกท่าพระมุ่งหน้าแยกไฟฉาย จุดเกิดเหตุก่อนถึงซอยจรัญสนิทวงศ์23 ประมาณ 100 เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ ขวางช่องทางซ้าย 06:47น.อุบัติเหตุ ในซอยทองหล่อ จุดเกิดเหตุปากซอยทองหล่อ 12 รถจักรยานยนต์ชนกับรถเก๋ง บาดเจ็บ 1 คน จราจรชะลอตัว 06:43น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม 2 ขาเข้า จากแยกหัวกระบือมุ่งหน้าห้างเซ็นทรัลพระราม2 จุดเกิดเหตุหน้าโรงพยาบาลนครธน รถตู้ชนกับรถเก๋ง ขวางช่องทางกลางของทางด่วน 06:39น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกสวนเลียบมุ่งหน้าแยกวุฒากาศ จุดเกิดเหตุเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกวุฒากาศ รถเก๋งชนกัน 2 คัน ขวางช่องทางขวา 06:00น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกประชานุกูลมุ่งหน้าต่างระดับรัชวิภา จุดเกิดเหตุบนต่างระดับรัชวิภา เคลื่อนย้ายพ้นแล้ว รถติดสะสม 05:35น.อุบัติเหตุ ทางด่วนขั้นที่ 2 ขาเข้า จากต่างระดับพญาไทมุ่งหน้าต่างระดับบางโคล่ จุดเกิดเหตุก่อนถึงทางลงถนนพระราม6 ประมาณ 300 เมตร รถแท็กซี่ชนกับรถปิคอัพ ขวางช่องทางซ้าย 05:30น.อุบัติเหตุ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า จากสะพานใหม่ดอนเมืองมุ่งหน้าแยกบางเขน จุดเกิดเหตุหน้าโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล รถจักรยานยนต์ชนกับรถปิคอัพ บาดเจ็บ 1 คน ขวางช่องทางซ้าย 05:00น.รถบรรทุก 24 ล้อจอดเสีย ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า บนสะพานต่างระดับฉิมพลี ช่วงทางโค้งที่วนไปทางบางแค ขวางช่องทางขวา MThai News

ทำไปได้! หนุ่มเชื่อ
จับแฟนขังในหลุม /  หมอผี / 

ตำรวจแทนซาเนีย รวบหนุ่มโหดจับแฟนสาวขังเปลือยในหลุมนาน 8 เดือน หลังเชื่อหมอผีทำแล้วรวย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศแทนซาเนีย ได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่งอายุราว 20 ปี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวว่าเธอถูกแฟนหนุ่มจับถอดเสื้อผ้าขังไว้ในหลุมคอนกรีตนาน 8 เดือน ซึ่งจากการตรวจค้นก็พบว่าเธอถูกจับขังอยู่ในหลุมคอนกรีตจริง ด้วยการจับใส่กุญแจมือมัดติดกับผนัง และใช้ไม้กระดานกับม้านั่งสนิมปิดปากหลุมเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงพยายามเรียก และพูดคุยกับเธอ แต่ดูเหมือนเธอจะหมดแรงพูดไม่ได้เหมือนคนปกติ จึงได้ช่วยกันนำเธอออกจากหลุมและนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนสาเหตุที่เธอถูกจับขังในครั้งนี้ เนื่องจากแฟนหนุ่มของเธอ เชื่อคำพูดของหมอผีชาวแอฟริกันรายหนึ่งที่บอกว่า การฝังคนที่เขารักที่สุดจะทำให้เขาร่ำรวย จึงได้กระทำการดังกล่าวลงไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแฟนหนุ่มไว้ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

น้อย วงพรู พักบทโรคจิต!! พลิกเล่นหนังรักโรแมนติก ใน “ลูกทุ่งซิกเนเจอร์”
น้อย วงพรู

เป็นนักแสดงมากความสามารถอีกคนของวงการสำหรับ “น้อย-กฤษดา สุโกศล แคลปป์” ที่รับเล่นหนังเรื่องไหนก็เรียกความสนใจจากแฟนๆ ได้อยู่เสมอ ล่าสุดในภาพยนตร์เลิฟสตอรี่เรื่อง “ลูกทุ่งซิกเนเจอร์” ของผู้กำกับ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” เขาก็พลิกบทบาทมาเล่นบทชายหนุ่มขี้เหงาที่เฝ้าตามหาบางสิ่งบางอย่างมาเติมเต็มชีวิต “เรื่องนี้ผมรับบทเป็น CEO ของบริษัทหนึ่งนะฮะ ในคาแรคเตอร์ก็จะค่อนข้างเป็นคนเหงา แล้วก็ยังค้นหาสิ่งที่เขารักจริงๆ อยู่ มันอาจจะไม่ใช่งาน มันอาจจะเป็นอย่างอื่น อาจจะเป็นใครคนหนึ่งก็ได้ฮะ เหมือนเขาเป็นคนที่มีความรักเยอะเหลือเกินในตัวเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอามันไปไว้ที่ไหน หรือจะเอามันไปให้ใคร ซึ่งความรู้สึกนี้ค่อนข้างสะท้อนกับบทเพลง ‘เรารอเขาลืม’ ในระดับหนึ่ง ในความเหงาของการรอความรัก พอเราได้ยินเพลงนี้และเสียงร้องนี้ มันก็เหมือนกับเราเจอสิ่งที่เรารัก มันมีความผูกพันบางอย่างจนเราต้องไปค้นหาเจ้าของเสียงหรือความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นนี้ให้ได้ สำหรับเรื่องนี้ ผมก็ต้องขอบคุณพี่ปรัชที่ชวนมาเล่นเรื่องนี้ ส่วนมากผมจะเล่นหนังไปทางดราม่าหนังโรคจิตอะไรอย่างนี้ หนังอินเนอร์แรงๆ ซึ่งมีฉากหนึ่งที่ตัวละครผมกำลังเครียดอยู่ในห้องน้ำ ผมก็ทำหน้าเครียดแบบแรงมากๆ พี่ปรัชก็คัทๆๆ เลย นี่ไม่ใช่หนังโรคจิตนะน้อย นี่เป็นหนัง Feel Good ไม่ต้องเครียดมากก็ได้ ผมก็เออใช่ๆ โทษทีครับพี่ (หัวเราะ) ผมดีใจที่มีโอกาสได้เล่นหนัง Feel Good ในอีกรูปแบบหนึ่ง มันเป็นหนังที่มีความ Positive และ Inspiration มากๆ ครับ ผมว่ามันค่อนข้างจะมีทุกสิ่งทุกอย่างครบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลง นักแสดงที่หลากหลาย แต่ละคนก็มีสไตล์ที่ผสมผสานกันแล้วน่าสนใจดี มัน Mix & Match แล้วทำให้เกิดอะไรใหม่ๆ สำหรับภาพยนตร์ไทยในบ้านเรา เรื่องนี้มันมีหลายสไตล์ มีความหมายของความรักเยอะแยะทีเดียว ผมว่าทุกคนน่าจะ Connect กับเรื่องนี้ได้ดีเลยนะครับ” วาเลนไทน์นี้ เตรียมหัวใจให้พร้อม เมื่อเพลงขึ้นให้รีบรัก กับ “ลูกทุ่งซิกเนเจอร์” 11 กุมภาพันธ์ 2559 ในโรงภาพยนตร์

ชมตัวอย่างใหม่ Demolition หนังดราม่าตลกร้ายจากผกก. Dallas Buyers Club
Dallas Buyers Club /  Demolition / 

เตรียมมีคิวเข้าฉายกันในต้นปีนี้ หลังจากไปเปิดตัวที่เทศกาลโตรอนโตมา สำหรับหนังใหม่ของผกก.ป๋าดันอย่าง ฌอง-มาร์ค วัลลี จาก Dallas Buyer Club และ Wild ที่เคยส่งชื่อนักแสดงอย่าง แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์, จาเร็ด เลโต้ และ รีส วินเทอร์สปูน ไปชิงชัยมาแล้ว คราวนี้เขากลับมาพร้อมกับผลงานใหม่ ที่มาในแนวดราม่า ตลกร้าย พร้อมหยิบเอานักแสดงคุณภาพที่กำลังขาขึ้นสุดๆอย่าง เจค จิลเลนฮาล มารับบทนำ ใน Demolition ที่พ่วงมาด้วยนักแสดงสาวอย่าง นาโอมิ วัตส์ และ คริส คูเปอร์ กับเรื่องราวของ นายธนาคารที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ ทั้งหน้าที่การงาน และ การเงิน แต่ชีวิตกลับต้องมาพลิกผันเมื่อภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลง จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา ซึ่งนอกจากตัวอย่างใหม่ที่สามารถตัดต่อออกมาได้เป็นอารมณ์หนังฟีลกู้ดชั้นดี ตัวหนังยังปล่อยใบปิดแรกของหนังออกมาด้วย โดยเรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างดีจากเทศกาล โตรอนโต เพราะฉะนั้นแน่นอนว่างานนี้ในไทยเราก็ไม่พลาด มีคิวเข้าฉายให้ชมกันแน่นอนซัมเมอร์ปีนี้ครับ

ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง!
ประวัติศาสตร์ไทย /  เกร็ดความรู้ / 

ปดิวรัดา นิยายรักจากปลายปากกาของนักเขียนรุ่นบรมครูนามว่า สราญจิตต์ .. ตอนนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละคร และทีนเอ็มไทยเชื่อว่าตอนนี้หลายคนกำลังติดละครเรื่องนี้กันแน่ๆ เพราะได้ 2 พระ-นางคู่จิ้น อย่าง เจมส์ จิรายุ กับ เบลล่า ราณี มารับบทคู่กัน ทั้งคู่ได้รับคำชมว่าเหมาะสมกับบทที่ได้รับและถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความหมายที่แท้จริงของ "ปดิวรัดา" นั้นแปลว่าอะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ! ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง! ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง! ปดิวรัดา (ปะ-ดิ-วะ-รัด-ดา) แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี ในนิยายหรือละครนั้นไม่ได้หมายถึงชื่อของบุคคล แต่ ปดิวรัดา ผู้เขียนนิยายต้องการแสดงให้เห็นถึงตัวของศรีภรรยา ผู้หญิงที่ดี มีความจงรักภักดีต่อสามี ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากนามของ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงเป็นถึงพระอรรคชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั่นเอง พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดี ผู้เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 16 ในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาจีน ทรงประสูติเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2405 พระองค์เสด็จสิ้นพระชนม์ ณ พระตำหนักในสวนสุนันทา เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ในปี พ.ศ.2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถาปนา หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ ขึ้นเป็น พระอรรคชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์กรมขุนสุทธาสินีนาฎ พร้อมกับพระเชษฐภคินีร่วมพระบิดามารดาคือ หม่อมเจ้าบัว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระมเหสี มีพระอิสริยยศเป็น พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา หม่อมเจ้าปิ๋ว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระมเหสี มีพระอิสริยยศเป็น พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ (สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2430) ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น "พระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา" เติมสร้อยพระนามถวายว่า "ปิยมหาราชปดิวรัดา" ซึ่งคำว่า "ปดิวรัดา" (อ่านว่า ปะดิวะรัดดา) แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี คือสมเด็จพระปิยมหาราชนั่นเอง พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงรับราชการฝ่ายในเป็นพระภรรยาเจ้าทรงอิสริยยศเป็นพระมเหสี ตำแหน่ง พระอรรคชายาเธอ มีหน้าที่ ควบคุมดูแลห้องพระเครื่องต้น ของเสวยคาวหวาน อีกทั้งทรงเป็นผู้ที่ตั้งโรงเลี้ยงเด็กขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย บริเวณตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง อุทิศพระกุศลประทานพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ที่สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงรับเด็กกำพร้าและเด็กยากจนมาเลี้ยงดู สอนให้เล่าเรียน และฝึกวิชาชีพทั้งหญิงและชาย ทรงเป็นองค์อุปนายิกาสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทย) ในสมัยหนึ่งอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะรับสั่งขานพระนามพระอัครชายาองค์นี้ว่า เจ้าสาย ด้วยทรงยกย่องในฐานะ ที่เป็นราชสกุลพระเกียรติยศของพระวิมาดาเธอฯ ที่ปรากฎในแผ่นดินจนถึงเวลานี้ คือข้อที่ทรงกำกับดูแลห้องเครื่องต้นถวาย พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ มาตลอดรัชกาล พระวิมาดาเธอฯ ทรงบำรุงสนองเบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดี เช่นเดียวกับที่ทรงทำถวายพระโอรสธิดา ได้เล่ากันว่าคราวหนึ่งทรงซื้อเงาะ ร้อยผลราคาร้อยบาท เพื่อคว้านตั้งเครื่องต้น แต่ในส่วนเครื่องของพระองค์นั้นกลับไม่มี และไม่โปรดเงาะราคาผลละหนึ่งบาทเพราะแพงเกินไป ทรงรับสั่งว่า "ขอให้ลูกผัวสุขสบายก็เป็นที่พอใจแล้ว" นอกจากพระคุณสมบัติวิเศษทางอาหารทรงมีพระคุณสมบัติอีกข้อคือ ทรงมีพระปัญญาสามารถฉลาดลึกซึ้ง และทรงแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดี นอกจากนี้เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า? พระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงเป็นผู้คิดค้นสูตรตำรับเครื่องจิ้มและข้าวปรุงต่างๆ อาทิเช่น น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกมะม่วง, น้ำพริกเผาทรงเครื่อง, น้ำพริกกุ้งแห้ง, น้ำพริกสะเดา, น้ำพริกปลาร้า, น้ำปลาแมงดา, น้ำปลาจิ้มส้มเครื่องทอด, ปลาร้าสำเร็จ, ปลาร้าสับ, ข้าวกรอบ, ข้าวงบปลา, ข้าวราดแกง เป็นต้น ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, pirun.ku.ac.th

ด่วน! เจ็บยันกุนซือ! คล็อปป์ พลาดคุมหงส์ชนแมวดำเพราะ...
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ลิเวอร์พูล / 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะพลาดคุมทีมที่ข้างสนามในนัดที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์เพราะ ไส้ติ่งอักเสบกระทันหัน ทีมดังจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ ได้รับข่าวร้ายก่อนคิกออฟเกมส์ พรีเมียร์ลีกกับ ซันเดอร์แลนด์ แค่ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมมีอาการไส้ติ่งอักเสบอย่างกระทันหัน และต้องรีบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วนทำให้ เซลจ์โก้ บูวัช ผู้ช่วยจะได้ทำหน้าที่แทนไปก่อนในนัดนี้ สำหรับ ลิเวอร์พูล ก่อนหน้านี้ถูกปัญหาอาการบาดเจ็บ รุมเร้าอย่างหนักโดยมีนักเตะตัวหลักๆอาทิ มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โจ โกเมซ, แดนนี่ อิงส์, จอร์แดน รอสซิเตอร์ และ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เจ็บไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดยังมาเจอข่าวร้ายต้องเสียกุนซือไปอีกคน

'ผบ.ตร.' ยืนยัน 'เจ้าคุณเสนาะ' มรณภาพด้วยตัวเอง
ผลชันสูตรศพ เจ้าคุณเสนาะ /  ผูกคอตาย / 

ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อได้ว่า 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มรณภาพด้วยตัวเอง ขณะที่ลูกศิษย์เข้าร่วมงานฌาปนกิจศพวานนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา พระสงฆ์กว่า 500 รูป ร่วมกันพิจารณาผ้าไตรบังสุกุลบริเวณหน้าโรงศพ พระพรหมสุธี หรือ 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม หรือ มส. ที่มรณภาพด้วยตัวเองภายในกุฏิ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พิธีศพเริ่มขึ้นโดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดมาติกา พระสงฆ์ 400 รูป พิจารณาผ้าบังสกุล ต่อด้วย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ดุสิตเวชกรรมทอดผ้าบังสุกุล 5 ไตร และเวลา 17 นาฬิกา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ขณะที่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) กล่าวถึงผลการตรวจชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการมรณภาพของ พระพรหมสุธีว่า ผลตรวจสอบลายมือที่เขียนจดหมาย และลายนิ้วเท้า บนเก้าอี้ ที่อยู่ภายในกุฎิ เป็นของพระพรหมสุฑี ซึ่งเชื่อได้ว่า เป็นการมรณภาพด้วยตัวเอง แต่หากมีหลักฐานอย่างอื่นที่อาจจะทำให้มีส่วนในการเสียชีวิต ตำรวจก็พร้อมที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอน ____________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยพบจดหมายสั่งเสียของ 'เจ้าคุณเสนาะ' 2 ฉบับ ด้านน้องชายยืนยันเป็นลายมือท่านจริง วันนี้ (28 ม.ค. 59) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางมายังกุฏิฉัตรลีลา ซึ่งเป็นกุฏิของเจ้าอาวาสเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม กรณีการเสียชีวิตของ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ รวมถึงตรวจกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง โดยพบเอกสารสำคัญเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะเป็นจดหมายสั่งเสียก่อนเสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนเรื่องที่มีการแจ้งเหตุล่าช้า ทำให้เวลาการเสียชีวิตคลาดเคลื่อนนั้น ทางแพทย์ให้ข้อมูลว่าไม่มีผลแต่อย่างใด ด้าน พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวว่า นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของพระพรหมสุธี ได้มอบเอกสารที่เขียนด้วยลายมือของพระพรหมสุธีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ซึ่งเอกสารนี้ยืนยันว่าเป็นลายมือของท่านจริง เพราะท่านเซ็นลายเซ็นกำกับไว้ด้วย จากเอกสารดังกล่าวน่าจะคลายข้อสังสัยลงได้ ภายหลังจากนี้ทางวัดก็คงจะจัดพิธีศพของท่านให้สมเกียรติของสำนัก ส่วนอัฐิของท่านได้ปรึกษากับทางญาติ เบื้องต้นจะเก็บไว้ที่วัดสระเกศฯ ร่วมกับอัฐิบูรพาจารย์ของวัด อีกส่วนหนึ่งทางญาติจะนำไปไว้ที่บ้านเกิดของท่าน สำหรับจดหมายลาตายของเจ้าคุณเสนาะ มีจำนวน 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มีใจความว่า “ท่านพระมหากฤษณะ ช่วยดำเนินการศพของผมด้วย จัดแบบเรียบง่าย มีอะไรก็ปรึกษา นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของผม ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจัดเผาศพ โยมมารดาของผมไปในวันเดียวกัน ก็จะเป็นการดี ข้อสำคัญ 1. ต้องแจ้งตำรวจเพื่อพิสูจน์ศพ เพื่อออกใบมรณะบัตร 2. แจ้งทางเขาด้วยหรือเปล่า หรือแจ้งหมอให้มาพิสูจน์ 3. แจ้งเจ้าอาวาส เพื่อทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร 4. ถ้าวัดสระเกศขัดข้อง ก็ขอให้มหากฤษณะ เรียนเจ้าอาวาส วัดพลับพลาชัย เพื่อดำเนินการ ลงชื่อพระพรหมสุธี” ส่วนฉบับที่ 2 ระบุว่า เงินที่อยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าจัดการงานศพผมแล้ว มีเงินเหลืออยู่ ขอให้มหากฤษณะมอบให้ทาง นายเอกวัฒน์ ส่วนสิ่งของอื่น ๆ มอบให้มหากฤษณะ ส่วนเงินตราต่างประเทศถ้ามีถวายพระกฤษณะ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งสอบสวนเชิงลึกกรณี 'เจ้าคุณเสนาะ' มรณภาพภายในกุฏิ หลังพบเงื่อนงำที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระพรหมสุธี หรือ 'เจ้าคุณเสนาะ' อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มรณภาพภายในกุฏิ ขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุการมรณภาพ ในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยจากตนเพิ่มเติม ทั้งนี้แม้ผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชจะระบุว่าเจ้าคุณเสนาะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดบริเวณลำคอตามปกติ แต่การทำงานของตำรวจก็ต้องดำเนินการตรวจสอบในมุมของตำรวจอย่างละเอียดทุกมิติเพื่อความรอบครอบอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง หลังจากพบเงื่อนงำที่ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ทั้งนี้ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้ทำงานก่อน คาดว่าวันที่ 29 ม.ค.นี้จะมีความคืบหน้ามากขึ้น ขอบคุณข้อมูล TNN24 ____________________________________________________________________________________________ นิติเวชวิทยา เผยผลการชันสูตรศพ 'เจ้าคุณเสนาะ' ขาดอากาศหายใจ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ วันนี้ (26 ม.ค. 59) พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการชันสูตรศพ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ผูกคอตายภายในกุฎิว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกกดรัดที่บริเวณลำคอ และจากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงบาดแผลเล็กน้อยบริเวณเข่า สันนิษฐานว่าอาจมาจากการเคลื่อนย้ายร่าง ซึ่งขณะนี้ได้เก็บตัวอย่าง เลือด ปัสสาวะ เศษอาหารไว้ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งเก็บสารพันธุกรรม หรือ DNA ต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐานทางคดี และป้องกันข้อครหาในภายหลัง ทั้งนี้ ด้านญาติ เจ้าคุณเสนาะ ไม่ได้ติดใจกับการมรณภาพแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นได้ประสานขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลในวันพรุ่งนี้ (27 มกราคม) แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเวลา ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบร่าง เจ้าคุณเสนาะ ผูกคอตายภายในกุฎิ วัดสระเกศ เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐาน สอบหาสาเหตุ วันนี้ (25 ม.ค. 59) มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราช ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีพระผูกคอตาย ภายในกุฎิ วัดสระเกศ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทั้งนี้จากการตรวจสอบกุฎิ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ พบร่างเจ้าคุณเสนาะผูกคอตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เข้าเก็บหลักฐานต่าง ๆ บริเวณโดยรอบทันที เนื่องจาก พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สำหรับ พระพรหมสุธี มีนามเดิมว่า เสนาะ ฝังมุข เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ปีวอก ตรงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทางบ้านยากจน หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสามเรือนแล้ว โยมพ่อจึงได้นำไปฝากกับอาจารย์ชุบ เจ้าอาวาสวัดสามเรือน เพื่อจะได้บวชเรียน จากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2512 จากนั้นสามเณรเสนาะได้คอยปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ชุบและศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กันไปด้วย จนได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2521 ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ปญฺญาวชิโร" มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ดูแลงานปกครอง ดูแลด้านการเงิน ในขณะเดียวกันยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง และกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงแต่งตั้งพระพรหมสุธีเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ต่อมาในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้พระพรหมสุธีออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบว่า พระพรหมสุธี มีพฤติกรรมส่อทุจริตต่องบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จึงปลด พระพรหมสุธี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์โดยรวม รวมถึงไม่ให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมต่อไป และในวันเดียวกันพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามสั่ง พระพรหมสุธี พักการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสสระเกศ และให้พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) รักษาการแทน ต่อมาในวันที่ 16 มกราคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้สั่งให้พระพรหมสุธีพักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะภาค 12 โดยให้ พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) รองเจ้าคณะภาค12 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 12 แทน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ wikipedia MThai News

ดับได้แล้ว ไฟไหม้ตึก 10 ชั้น ซอยนราธิวาส 18
ถ.นราธิวาสฯ ซอย18 /  ไฟไหม้นราธิวาส 18 / 

14.10 น. ดับได้แล้ว ไฟไหม้ตึก 10 ชั้น ซอยนราธิวาส 18  ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้อาคารบริเวณถ.นราธิวาส ซอย 18 ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ที่ผ่านมา หลังใช้เวลาไปกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งจากเหตุดังกล่าวพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นมีจำนวนมาก ขณะที่สาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าน่าจะเกิดจากการไหว้เจ้าในช่วงตรุษจีน ขอบคุณภาพจาก @js100radio ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้อาคาร ถ.นราธิวาสฯ ซอย18 มีคนติดด้านใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ วันนี้ (5 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคาร บริเวณ ถ.นราธิวาสฯ ซอย18 มีคนติดอยู่ด้านในตัวอาคาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังดำเนินการฉีดน้ำดับไฟและเข้าช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ภายในอาคาร ทั้งนี้ทางทีมข่าว MThai News จะรายงานความคืบหน้าต่อไป ล่าสุดหลานเจ้าของคอนโดตกลงมาได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลแล้ว เริ่มกันคนออกห่าง และอพยพเด็กนักเรียนอนุบาลใกล้เคียงออกจากพื้นที่ เนื่องจาก ชั้น 7 ของอาคารถล่มลงมา เพราะทรุดตัว ไม่สามารถคุมเพลิงได้ 11.15 น. ขณะนี้ได้มีการประสานขอเฮลิคอปเตอร์กองบินตำรวจสนับสนุนช่วยเหลือผู้ติดค้างในอาคาร 11.17 น. ตาย 1 เจ็บ 1 ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ซ.นราธิวาส 18 มีคนติดภายใน คุมเพลิงไม่ได้ ขณะนี้สามารถช่วยคนที่ติดออกมาได้แล้ว จากการตรวจสอบด้านในชั้น 2-3-4 เพลิงสงบ ชั้น 5-6-7 มีแสงเพลิงบางจุด ส่วนชั้น 8 ยังคงมีแสงเพลิงมากอยู่ ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย แต่ยังไม่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน อยู่ระหว่างการปฐมพยาบาล เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอก โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งคนเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม ว่ามีใครติดอยู่อีกหรือไม่ ด้าน ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ทวีตข้อความ โดยระบุว่า "ผมกำลังเข้าไปในที่เกิดเหตุเวลานี้ ขอให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงครับ นราธิวาส18 เขตยานนาวา" นายสุทัศน์ รุจิณรงค์ ผอ. เขตยานนาวา  เปิดเผยว่า  ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพลิงยังคงลุกลามขึ้นไปด้านบนตั้งแต่ชั้น 6 -9 เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม มีห้องอยู่ทั้งหมด 14 ห้อง ยังไม่พบเจ้าของอาคารด้วย เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานในส่วนของผู้สูญหาย จำนวนกี่ราย ในขณะนี้ได้ให้ที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบแล้วที่ วัดดอกไม้ 12.20 น. รร.อนุบาลมณีรัตน์ ใกล้เหตุเพลิงไหม้ในซ.นราธิวาส18 อพยพนักเรียน แจ้งผู้ปกครองรับกลับบ้านโดยใช้ทางเข้าซ.นราธิวาสฯ20 ขอบคุณภาพ/คลิป @js100radio / @BushidoFire MThai News RT@BushidoFire ภาพสดเหตุไฟไหม้ ถ.นราธิวาสฯ ภายในซอย18 เป็นอาคารที่พักอาศัก จนท.ดพ.กำลังดำเนินการpic.twitter.com/320LTkKu70 — JS100 (@js100radio) 5 กุมภาพันธ์ 2016

จากหนังสือชุด 'คนขุดสุสาน' สู่หนังฟอร์มยักษ์ ในตย.ซับไทย Mojin - The Lost Legend
Mojin: The Lost Legend /  Painted Skin : The Resurrection / 

ในที่สุดก็มีคิวเข้าฉายในไทยกันด้วย สำหรับ Mojin-The Lost Legend ล่าขุมทรัพย์ ลึกใต้โลก ที่ตอนนี้ก็ได้ปล่อยตัวอย่างซับไทยออกมาแล้ว กับหนังที่สร้างจากซีรีส์นิยายออนไลน์ที่เข­ียนโดย จางมู่เหยี่ย ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนธันวา­คม ปี 2005 ซีรีส์นี้ประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืนเมื­่อผู้อ่านกว่าสิบล้านคนได้อ่านมัน ภายในเวลาเพียงปีเดียว หนังสือเล่มแรกจากแปดเล่มก็ได้รับการตีพิม­พ์เป็นรูปเล่ม และนับตั้งแต่นั้นมา หนังสือชุดนี้ก็ทำยอดขายได้กว่าหกล้านเล่ม­ในจีน และถูกแปลเป็นภาษาต่างๆในอีกหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยในชื่อ “คนขุดสุสาน” เรื่องราวของ หูป๊าอิ และ หวังไข่เฉวียนสองเพื่อนซี้อดีตนักขุดสุสาน­คนดัง ทั้งสองสหายเป็นนักศึกษาที่ถูกส่งไปยังชนบ­ทในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ที่นั่นพวกเขาได้สานสายสัมพันธ์มิตรภาพยั่­งยืนหลังจากได้เห็นการเสียชีวิตของเพื่อนน­ักศึกษาในนิวยอร์ก พวกเขาถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไล่ตามจับ ได้รับการช่วยเหลือจากเชอร์รี่ หยางอดีตคู่หูในการผจญภัยของพวกเขา เมื่อการรวมตัวของทั้งสามคน การผจญภัยล่าขุมทรัพย์ที่ลึกสุดใต้โลกจึงเ­กิดขึ้น Mojin-The Lost Legend ล่าขุมทรัพย์ ลึกใต้โลก ได้เหล่านักแสดงที่คุ้นหน้ากันดี ทั้ง ซูฉี (จาก The Assassin ประกาศิตหงส์สังหาร), เฉินคุน (จากZhongkui: Snow Girl and the Dark Crystal จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร), แองเจลาเบบี้ (จาก Rise of the Legend หวงเฟยหง พยัคฆ์ผงาดวีรบุรุษกังฟู) และ หวงเป่า (นักแสดงตลกจาก Lost in Thailand) ผลงานจากผู้กำกับ อู๋เอ่อซัน จาก Painted Skin: The Resurrection (โปเยโปโลเย ศึกรักหน้ากากทอง) ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เตรียมโปรแกรมสุดมันส์ให้คอหนังได้ชมกัน 18 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

มองมุมไหนก็เก๋! โต๊ะไม้ แรงบันดาลใจจากหนังดัง Inception
Inception /  โต๊ะกาแฟ / 

ผลงานดีไซน์สุดว้าวนี้ ดีไซเนอร์ชาวไซปรัส Stelios Mousarris เป็นผู้ออกแบบ ด้วยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องดัง Inception ที่ถ่ายทอดออกมาเป็น โต๊ะกาแฟทรงโค้ง ตลบเมืองหัวกลับเช่นนี้ ก็มาจากฉากหนึ่งในภาพยนตร์นั่นเอง โต๊ะนี้ทำจากไม้ เหล็ก และ เทคโนโลยี 3 มิติ ปริ้นท์ติ้ง ซึ่งราคาก็หายใจเบาๆ 4,000 ยูโร หรือประมาณ 155,600 บาทเท่านั้นเอง ก็นับว่าสมราคานะ ถ้าไม่รวมค่าขนส่ง ถามว่า สวยไหม เก๋ขนาดไหน เชิญชมได้ที่นี่ค๊า ภาพจาก www.mousarris.com

สาวโพสต์แจง ไม่ใช่หญิงถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว
ข่าวข่มขืน /  ข่าวจังหวัดพัทลุง / 

สาวโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหยื่อถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว  หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่า และทำการข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ หลังเรื่องดังกล่าวตกเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้เข้าไปค้นหาเฟซบุ๊กฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต และย้อนดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผู้ตายประมาณ ช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าผู้ตายได้ถ่ายภาพคู่กับหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ดูท่าทางสนิทกัน ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตีความไปว่า หญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในข่าว ถูก 4 วัยรุ่นขืนใจก่อนโยนทิ้งเหว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊ก น้อง' ฟิล์ม  ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า เธอไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ปรากฏอยู่ในข่าว เธอไม่ได้ถูกแทงและถูกข่มขืนอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามของให้ผู้ตายลบภาพเธอออกไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ลบ อยากจะให้ทุกคนเข้าใจเพราะ ขณะนี้เครียดหนัก พร้อมระบุว่าเธอไม่รู้จักคนร้ายสักคน MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'บิ๊กตู่' ชี้ เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารสุดโต่งเกินไป เหมือนการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ! วานนี้ (4 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต ว่า นี่คือคนไทยที่มีแต่ความสุดโต่งเหมือนกับการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ซึ่งจะประหารชีวิตอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอน และปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ และจิตสำนึกของคน ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า 'สุดโต่ง' ที่ท่านนายกฯ กล่าวไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาข้อมูลและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) เน วัดดาว จัดนักโพสต์ขู่แก๊งฆ่าโจ๋ฝังดิน ข่มขืนแฟน บอกนักโทษทุกคนรออยู่ แนะยิ้มให้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นยิ้มสุดท้าย วานนี้ (3 ก.พ. 59) ที่เฟซบุ๊ก @Makharin Phumssart ซึ่งเป็นของ "เน วัดดาว" ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่แก๊งโจ๋ฆ่าฝังดินคู่อริ ก่อนข่มขืนแฟนสาวและนำร่างทิ้งลงเหว ที่จ.พัทลุง จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้มีการแก้กฎหมาย "ข่มขืนโทษประหารชีวิต" ว่า กฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องอย่างบทลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าข่มขืน เรียกร้องให้มีโทษประหารกัน แต่ก็ไม่มีใครมาดำเนินการ พร้อมทั้งฝากข้อความถึง 4 โจ๋ใจเหี้ยมว่า คดีแบบนี้หากเข้าไปในคุกโดนหนักแน่ เชิญยิ้มให้สบาย เพราะอาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก็ได้ "ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป กฎหมายจราจรยิ่งแก้ให้หนักขึ้นๆ ปรับแพงขึ้น อนาคต ขับย้อนศรหรือไม่ใส่หมวกคงแก้เป็นติดคุกสัก 10 ปี ละมั้ง และดูกฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องกันสิ ฆ่าข่มขืนเท่ากับประหารกี่ศพและที่เขาเรียกร้องให้แก้กัน ไม่เห็นมีใครออกมาดำเนินการหรือออกมาพูดคุยให้ประชาชนฟังกันบ้างหรอ ผมก็ 1ในขี้คุก แต่คดีแบบนี้ "บอกตรงๆ เข้าไปข้างในมึงหนัก. ตอนโดนจับพวกมึงยิ้มแบบไม่สลด เดี๋ยวเข้าไปมึงจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลย รีบยิ้มสะให้เต็มที่เลยนะพวกมึงเพราะมันอาจเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของพวกมึง กูเชื่อว่าทุกคุกเขารอพวกมึงอยู่" เน วัดดาว --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คดีฆ่าหนุ่มหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว สามารถย้ายมาศาลอาญาได้ ส่วนเยาวชน 2 ราย ยังไม่มีข้อสรุปว่าขึ้นกับศาลใด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยคดีฆ่าโหดหนุ่มหมกป่า ข่มขืนแฟนสาวจับทิ้งเหว หากจะมีการย้ายจากศาลเยาวชนมายังศาลปกติสามารถทำได้ ส่วนสำนวนคดีที่จะนำส่งศาลเพื่อสั่งฟ้องนั้นรวบรวมได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย เป็น เยาวชน 2 ราย ผู้ใหญ่ 3 ราย และได้ขออำนาจศาลฝากขังไปแล้ว 4 ราย ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไม่ได้มีการพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มองว่าไม่น่าจะมีส่วนร่วมเนื่องจากเพียงแค่ผ่านดื่มน้ำมาเท่านั้น นอกจากนี้ นางยุพิน องอาจ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง เผยขณะนี้เยาวชนชาย 2 ราย อยู่ในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง เนื่องจากในขณะนี้สถานพินิจฯ พัทลุง อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเป็นสถานแรกรับ จึงต้องไปฝากไว้ที่สถานพินิจฯ ตรัง เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนประเด็นว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ จะถูกพิจารณาในศาลเด็กและเยาวชน หรือศาลอาญาปกตินั้น ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา ยังอยู่ในระหว่างการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องดำเนินการไปตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิชัย กล่าวถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ว่า อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งได้มีการจัดชุดดูแลความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย เพื่อคุ้มครองพยานในคดี ที่มา : INN MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โลกออนไลน์ระอุ!! คนแห่โพสต์ภาพรณรงค์แก้โทษฆ่าข่มขืน ชี้ ‘กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้’ รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดช่วงวันของวันนี้ (3 ก.พ. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมใจกันโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย "ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน" ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสในสังคมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นลวงฆ่าคู่อริฝังดิน ก่อนจะข่มขืนแฟนสาว และพยายามฆ่าอำพรางด้วยการทิ้งลงเหว แต่โชคดีที่รอดมาได้ ขณะที่ข้อความรณรงค์ให้แก้กฎหมายข่มขืนให้ได้รับโทษสูงสุด ระบุว่า "ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้" สำหรับการเรียกร้องแก้กฎหมายข่มขืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเกิดคดีพนักงานบนรถไฟฆ่าข่มขืนด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งป่าทางเมื่อปี 2557 แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด รวบสาวทอม 1 ในแก๊งฆ่าหมกป่าแฟนหนุ่ม ก่อนข่มขืนแฟนสาวท้องต่อหน้า และจับโยนทิ้งเหว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ต้องหาให้การซักทอดถึงสาวทอมคนร้ายอีก 1 คน คือ น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมในขบวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดเหยื่อแต่อย่างใด เพียงทำหน้าที่คอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายตามคำสั่งของ นายคิว เท่านั้น ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า น.ส.ศิริมา ผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน มารับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางเป็นญาติขของ นายคิว จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเยาวชน 2 ราย ส่งตัวไปฝากขังที่สถานพินิจของ จ.พัทลุง คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ขณะที่ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่อายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ได้ฝากขังไปยังเรือนจำ ก่อนจะเร่งส่งสำนวนคดีต่อศาล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุ๋ม ปนัดดา ปรี๊ด!! โพสต์ IG วอนศาล ตัดสินสถานหนักคดี 2 โจ๋ พัทลุง ฆ่า - ข่มขืน คู่แฟนวัยรุ่น แฟนคลับแห่โพสต์กระหน่ำ เห็นด้วย จากเหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ยังหลบหนีอยู่ และได้ติดต่อมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นกระเด็นร้อน ที่คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นักแสดงสาว "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์อิสตาแกรมส่วนตัว @boompanadda เรียกร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้สถานหนัก โดยมีข้อความระบุว่า "โจ๋พัทลุง เรียกคู่แฟนวัยรุ่นออกไปพบ ขุดหลุมมัดผู้ชายลงก้นหลุมให้ดูแฟนตัวเองที่กำลังท้อง 3 เดือน โดนข่มขืนเรียงคิวต่อหน้าและยิงให้ตายฝังหลุม ส่วนผู้หญิงก็โดนแทงยับแล้วโยนก้นเหว ด้วยแรงฮึดสาวท้องปีนจากก้นเหวออกมาขอความช่วยเหลือ วัยรุ่นกลุ่มนี้รวมตัวเป็นแก๊งทำมาหลายคดี รอดเพราะเป็นเยาวชน แต่ครั้งนี้มันเกินไปไหมคะ บุ๋มเล่นละครเป็นตัวร้ายขนาดไหนยังไม่เคยเหี้ยมโหดขนาดนี้เลย นี่มันยิ่งกว่ามาเฟีย คนร้ายที่มอบตัว 2 คน อายุแค่ 19 กับ 17 ปี?!? ต่อให้ต้องโทษประหาร แต่ถ้ารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึง และศาลยังลดได้อีกส่วนนึงตามดุลยพินิจของศาล เรียนศาลที่เคารพ หนูรู้ว่าเราต้องให้โอกาสแก่เยาวชน แต่เรายังมีเด็กยากจนและเป็นคนดีอีกมากที่อยากได้โอกาส ไม่ใช่เด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยทำอะไรดีต่อพ่อแม่และสังคมเลย เราถึงเวลาแล้วไหมคะ ที่ต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณภาพ!!! เราไม่ต้องการเยาวชนที่ฆ่าคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยมค่ะ ปล่อยให้อยู่ในคุกยาว ๆ ไปเลยนะคะ ช่วยคุ้มครองพวกเราด้วยค่ะ" ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้โพสต์ออกไปมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันให้ศาลตัดสินลงโทษ แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างสถานหนัก เช่นกัน ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โฆษก ยธ. ชี้ทำได้โอนคดีฆ่า-ข่มขืนแฟนโยนเหว ไปศาลปกติ เหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ ได้เรียกร้องให้การดำเนินคดีฆ่าแฟนหนุ่ม - ข่มขืนแฟนสาวท้องก่อนโยนลงเหวที่พัทลุง เป็นเหมือนกับคดีของผู้ใหญ่ และให้มีบทลงโทษเทียบเท่า แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นเพียงเยาวชนนั้น ว่า จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นการดำเนินคดีสามารถโอนจากศาลเยาวชนและครอบครัว ไปพิจารณาในคดีธรรมดาได้ เนื่องจากพฤติการของผู้ก่อเหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" เพราะ 1.มีการวางแผนเตรียมการมาก่อน 2.มีลักษณะอุกอาจ โหดร้ายทารุณ 3.ผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือ เกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม 4.กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ และ 5.เคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อน ไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาตรา 97 วรรคสองระบุว่า คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัว พิจารณาโดยคำนึงถึงร่างกาย สติปัญญา สุขภาพภาวะแห่งจิตและนิสัย แล้วเห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือ ในระหว่างการพิจารณาเด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่า กระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็ให้มีอำนาจสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้   ไม่สลด! 2 โจ๋ฆ่าหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว นั่งหัวเราะยิ้มขณะให้การ ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา จี้ลงโทษ "ประหารชีวิต" จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (2 ก.พ. 59) พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย โดยให้การรับสารภาพทั้งหมด และในวันนี้จะนำตัวบางคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้ต้องหา บริเวณจุดที่ผู้ต้องหาทำการข่มขื่นและฝังศพ รวมทั้งจุดที่ทำร้ายร่างการเหยื่อสาว ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี ขณะที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นแค่เยาวชนก็ตาม เพราะนับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีจิตใจเหี้ยมโหดเกินจะรับได้ โดยเฉพาะดาราสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องให้ศาลตัดสินคดีขั้นสูงสุด (ประหารชีวิต) เพราะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดในที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ "นี่คือสีหน้าของคนที่เพิ่งฆ่าคน ข่มขืนคนท้อง ลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม??? ไว้ชีวิตแม่งเพื่ออะไร ในเมื่อมันดูไม่สำนึกอะไรเลย???" ภาพจาก instagram @boompanadda MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ญาติสาวถูกข่มขืนจับโยนทิ้งเหวอำพราง สั่งงดเยี่ยมหลังพบชายฉกรรจ์ 5 บุกโรงพยาบาลตามหาตัวหลานสาว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (1 ก.พ. 59) มารดาและคนในครอบครัวของเหยื่อสาว ได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อมาเฝ้าอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและเป็นกังวล เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. มีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ทางญาติไม่รู้จักถึง 5 คน พยายามมาค้นหาสืบเสาะว่า หญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้สึกผิดสังเกตจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ญาติจึงขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกรวม เพื่อป้องกันอันตราย เพราะคิดว่าอาจเป็นคนของฝ่ายผู้ต้องหา นอกจากนี้ทาง รพ.ก็สั่งเฝ้าตรวจเข้มตลอด 24 ชม. ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหวอำพราง วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานความคืบหน้ากรณี กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวง นายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปี และแฟนสาว อายุ 19 ปี ไปฆ่าหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวของผู้ตายและจับโยนทิ้งเหว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ได้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายนพพร ทองเอียด หรือคิว อายุ 19 ปี และนายวรเมธ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้ติดต่อขอนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนแฟนสาวของผู้ตาย โดยให้ผู้ตายนั่งดูและขู่บังคับให้ผู้ตายลงไปนั่งในหลุมเพื่อทดลองว่าลึกพอหรือยัง และให้โอกาสผู้ตายได้สั่งเสียถึงคนที่บ้าน ก่อนใช้ปืนยิงนัดแรก ตามด้วยอีกคน ยิงนัดที่ 2 จน นายภาสกร เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวของผู้ตาย หลังถูกข่มขืนได้ร้องขอชีวิต ตนจึงใจอ่อนไม่ฆ่าทิ้ง ซึ่งระหว่างที่ขุดหลุมและข่มขืนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนสาวของผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ 3 เดือน อย่างไรก็ตามคดีนี้พบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน สาวทอม 1 คนและเป็นผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหา ญาติของผู้ตายและฝ่ายผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วัยรุ่นพัทลุง ลากคู่อริกับแฟนสาวเข้าป่า ก่อนข่มขืนฝ่ายหญิงแล้วทิ้งลงเหว ส่วนฝ่ายชายถูกยิงดับจับฝังอำพราง วานนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายสาคร คงทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แจ้งว่า นายภาสกรณ์ (อัฐ) คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลเดียวกัน ได้หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมแฟนสาว ชื่อ น.ส.จุฑามาศ อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 59 ก่อนมีคนพบ น.ส.จุฑามาศ ถูกทำร้าย แทงด้วยของมีคม และทุบตีด้วยของแข็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาโยง และนำส่งต่อโรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 โดย น.ส.จุฑามาศ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ว่า ตนและแฟนหนุ่มถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ในหมู่บ้าน หลอกเข้าไปในป่า และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังแฟนหนุ่มของตน ก่อนข่มขืนตนต่อหน้าแฟนหนุ่ม โดยหลังจากขุดหลุมเสร็จได้นำแฟนหนุ่มไปนั่งในหลุมและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมช่วยกันฝังศพ โดยหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้หินทุบตีและมีดแทงตนจนหมดสติ และนำร่างตนไปโยนทิ้งเหว ซึ่งตนหมดสติไป 1 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมา จึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึก มานอนขอความช่วยเหลือบนถนน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาศพ พบถูกฝังลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 50 เซนติเมตร ในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ห่างไปทางทิศตะวันตกของสำนักสงฆ์ป่าสนเขาคราม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ประมาณ 5 กิโลเมตร และในเหวห่างจากสถานที่พบศพ ประมาณ 2 กิโลเมตร เจอรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกนำไปทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นชาวบ้านพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี ที่มา : INN MThai News

เลสเตอร์ ลงหาดใหญ่เปิดคลีนิกลูกหนังสนาม 7
Leicester City Football Clinic /  คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม / 

สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จัดกิจกรรม “Leicester City Football Clinic ปลุกพลังฝัน จิ้งจอกพันธุ์สยาม” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอายุระหว่าง 12-15 ปี ได้ฝึกทักษะและเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังกับทีมงาน โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แบรนด์แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี่ ประเทศไทย และมูลนิธิซิโก้ โดยสนามที่ 7 จัดขึ้น ณ โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ จังหวัดสงขลา โดยมีน้องๆเยาวชนกว่า 217 คนเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรม Leicester City Football Clinic เป็นโครงการที่ต่อยอดความรู้ทางด้านฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย เพื่อปูรากฐานการเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับน้องๆ ในระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ทั้ง 5 ภาค โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมโค้ช เลสเตอร์ซิตี้ อะคาเดมี่ ประเทศอังกฤษ และซิโก้ – เกียรติศักดิ์  เสนาเมือง ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อะคาเดมี่ ประเทศไทย พร้อมทีมสตาฟโค้ชจากมูลนิธิซิโก้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สําหรับสนามที่ 7 มีเยาวชนจากภาคใต้เข้าร่วมถึง 29 โรงเรียน โดยมี ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ สต๊าฟฟ์ โค้ชทีมชาติไทย นําทีมโค้ชจากมูลนิธิซิโก้ เข้ามาให้ความรู้กับน้องๆในฐานต่างๆ ส่วนโปรแกรมกิจกรรม Leicester City Football Clinic ในภาคอื่นๆ มีดังนี้ สนามที่ 8 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ณ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สนามที่ 9 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ณ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี (สงวนสิทธิ์สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 092-8358003 , 092-8358248 วันจันทร์ - วันศุกร์ ระหว่างเวลาทำการ 10.00 - 18.00 น)