โรงหนังราชบุรี

ส่อง รายได้หนัง ในไทยวันที่ 23 - 29 ต.ค. ใครรอดใครร่วง มาดูกัน!
box office /  Doraemon The Movie / 

กลับมาตามนัดอีกเช่นเคย กับการรายงานตาราง รายได้หนัง ว่าในไทยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครมาแรงใครร่วงดังอนาถกันบ้าง และในวันที่ 23 - ต.ค. ที่ผ่านมานี้ การกลับมาของ คีอานู รีฟส์ ก็ส่งผลให้เกิดการผันผวนเขย่าเก้าอี้ในหลายๆตำแหน่งเลยทีเดียว หนังเรื่องไหนจะรอด เรื่องไหนจะร่วงบ้าง มาดูกัน การทวงบัลลังก์ของแอ็คชั่นสตาร์ คีอานู รีฟส์ ที่มากับ John Wick ครั้งนี้ นับได้แทบจะดับเครื่องชนแบบแรงสุดๆ สะเทือนตารางรายได้หนัง เพราะเพียงสัปดาห์เดียวก็เก็บรายได้ขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย เบียด Dracula Untold แชมป์เก่าร่วงลงมาอันดับ 2 ทันที แต่ผีดูดเลือดตนนี้ ก็ดู่าจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เพราะยังแรงแซงขบวนรถถังแห่ง Fury และขบวนการทวงเมียสุดเข้มข้นแห่ง Gone Girl มาแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว ด้านหนังไทย O.T. ผี Overtime ก็พาแผนหลอกผีฉบับหักมุมเข้าตารางตามมาติดๆ และทำท่าจะโกยรายได้งามๆ ต่อไป ในส่วนของ Doraemon The Movie ก็เจียมเนื้อเจียมตัวเก็บไปเพียงเบาๆ แต่นั่นก็ยังทิ้งให้โรแมนติกหวานแหววของ The Best of Me กับ Love, Rosie นั่งเหงาๆ ต่อไป ตามมาติดๆ ด้วย วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ที่ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะแผ่วปลาย แต่รายได้รวมก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ปิดท้ายด้วย Saint Seiya: Legend of Sanctuary กับพลังคอสโม่ขัดลำกล้อง นอนสงบเงียบอยู่ท้ายตารางต่อไป สัปดาห์หน้าต้อนรับฮาโลวีนด้วยการมาถึงของ The Eyes Diary คนเห็นผี และ The Couple รัก ลวง หลอน ที่เข้าโรงจ๊ะเอ๋กันพอดี มาดูกันคุณผีดูดเลือด หรือแผนหลอกผีพนักงานออฟฟิศ จะเกาะกลุ่มวันปล่อยผี ไปรอดได้อีกเฮือกหนึ่งหรือไม่  ต้องรอติดตามกัน ที่มา: Bioscope --------------------------

หมอรามาฯ เผยชัดๆ กระบวนการตรวจ DNA ปมร้อนเกาะเต่า
หมอรามา /  โรงพยาบาลรามาธิบดี / 

หมอโรงพยาบาลรามาธิบดี เผยวิธีการตรวจ DNA ปมร้อนเกาะเต่า

แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ โชว์เดี่ยว ในคลิปแรก และงานเปิดตัว Interstellar
2001 Space Odessey /  Anne Hataway / 

เผยคลิปแรกออกมาให้ชมกันแล้ว สำหรับหนังไซไฟของ โนแลน อย่าง Interstellar ที่หลังจากฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้ว คำวิจารณ์ก็ออกมาค่อนข้างกึ่งกลาง บ้างก็ว่าหนังเข้าใจยากบ้าง หนังมีความทะเยอทะยานสูงบ้าง แต่กระนั้นทุกเสียงกลับยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของมันในระบบ IMAX ว่าน่าตื่นตาเอามากๆ โดยเพื่อเป็นการต้อนรับที่หนังกำลังจะฉายอีก 1 อาทิตย์ วอร์เนอร์ ก็ได้ปล่อยคลิปแรกของหนังออกมาให้เราชมกันแล้ว ซึ่งเป็นคลิปที่ แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ ออกมาพูดถึงยานจักรกล และเสริมด้วยคลิปแถมพิเศษกับงานรอบปฐมทัศน์ในยุโรปที่แฟนๆได้มารอกันอย่างเหนียวแน่นเลยจริงๆ เมื่อโลกเข้าสู่ห้วงสุดท้ายในยุคเรา ทีมนักสำรวจต้องรับภารกิจที่สำคัญสุดในประ­วัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยการเดินทางสู่กาแล็คซี่อันไกลโพ้น เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ว่าในอนาคตมนุษยชา­ติอยู่ท่ามกลางดวงดาวได้หรือ เปล่า Interstellar ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน บทภาพยนตร์โดยสองพี่น้อง โจนาธาน และคริสโตเฟอร์ โนแลน มีกำหนดฉายในไทย 6 พฤศจิกายน นี้

SF Halloween 2014 ชวนดูหนังผีสุดสยอง
halloween /  คนเห็นผี / 

โปรโมชั่น SF ฉลอง Halloween ชวนหลอนรอบดึก ดู 1 ที่ ฟรี 1 ที่ โรงภาพยนตร์ SF (เอสเอฟ) ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน 2014 นี้ด้วยโปรโมชั่นหลอนรอบดึกกับ 3 หนังผีสุดสยอง ชวนคุณควงคู่หรือยกพวกกันมาดูหนังผีไทยในราคาพิเศษ ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 1 ที่นั่ง ฟรี 1 ที่นั่ง ภาพยนตร์ที่ร่วมรายการ O.T. ผี Overtime The Eyes Diary คนเห็นผี The Couple รัก ลวง หลอน สาขาที่ร่วมรายการ โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ ทุกสาขาทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาเอ็มโพเรียม) ระยะเวลาโปรโมชั่น 30-31 ตุลาคม 2557 เงื่อนไขโปรโมชั่น เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ที่นั่งแรก ในราคาปกติ เฉพาะที่นั่งปกติ Deluxe Seat และ Premium Seat รับสิทธิ์ชมฟรีอีก 1 ที่นั่งสำหรับรอบฉายหลัง 21.00 น. เป็นต้นไป เฉพาะวันที่ 30 และ 31 ตุลาคม 2557 สำหรับรอบฉายเดียวกัน ที่นั่งติดกันเท่านั้น สามารถรับสิทธิ์ได้เฉพาะภาพยนตร์เรื่อง O.T. ผี Overtime ,The Eyes Diary – คนเห็นผี และ The Couple – รัก ลวงหลอน เท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับโรงภาพยนตร์พิเศษ และเก้าอี้พิเศษทุกประเภท เช่น First Class Cinema, Happiness World Screen และ VIP Cinema ไม่สามารถใช้สิทธิ์ร่วมกับบัตรลด หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านราคาอื่นๆทุกประเภทได้ ไม่สามารถใช้กับการเหมารอบชมภาพยนตร์ (Group Booking) ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าของแต่ละสาขาได้

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

งานเปิดตัวหนัง
Masked Rider Movie /  งานเปิดตัวหนัง / 

ดรีม เอกซ์เพรส (เดกซ์) จำกัด และ แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด ร่วมจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นเรื่อง “อภิมหาศึกมาสค์ไรเดอร์ MASKED RIDER Movie” (มาสค์ไรเดอร์ มูฟวี่)   โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณวิเชียร หวังวีรวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดรีม เอกซ์เพรส (เดกซ์) จำกัด , คุณยาชุฮิโกะ นากาจิมะ ผู้อำนวยการฝ่ายขายตลาดต่างประเทศ บริษัท โตเอะ คอมปานี , คุณสุชิน  ชุติสิริวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด , คุณภาสวรรณ จันทร์คู่ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) , คุณวรวัฒน์ วงศ์สง่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทโตะ จำกัด , คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติร่วมงาน อภิมหาศึกมาสค์ไรเดอร์ พร้อมด้วยแฟนพันธุ์แท้มาสค์ไรเดอร์  นำโดย บอย  โกสิยพงษ์, นนท์  The Voice (ธนนท์ จำเริญ), บอย ตรัย ภูมิรัตน์, กี๋ AF5 (ฐษชัย ชนะอรรถกาล) ร่วมเข้าชมภาพยนตร์อภิมหาศึกมาสค์ไรเดอร์ครั้งแรกในเมืองไทย โดยงานนี้จัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวานที่ผ่านมา. หนังเข้าฉาย 30 ต.ค. เป็นต้นไป ------------------- --------------------- ดูโรงที่ฉายหนัง ... ...

Yami Shibai | ยามิชิไบ โรงละครแห่งความมืด ตอนที่ 4 เส้นผม (พากย์ไทย)
Yami Shibai /  Theater of Darkness / 

Yee-Ha Entertainment ภูมิใจเสนอ "ยามิชิไบ” อนิเมะสยองขวัญสั้นๆที่กล่าวถึงความเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจ ความลี้ลับและประเพณีโบราณของญี่ปุ่น โดยมีการดำเนินเรื่องแบบละครกระดาษหรือที่เรียกกันว่า “คามิชิไบ” ซึ่งเป็นวิธีการเล่าแบบโบราณ และนั่นช่วยเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับอนิเมะเรื่องนี้เป็นอย่างดีจนเป็นสี่นาทีแห่งความหลอนที่คุณต้องจดจำ ติดต่อหรือติดตามข่าวสาร+ผลงานใ­หม่ได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/YeeHa.Entertainment YouTube Channel: http://www.youtube.com/user/YeehaEntertainment/ Google+ Page: https://plus.google.com/b/105167905290380209944/105167905290380209944/posts Twitter: https://twitter.com/Yeeha_Ent และ Gmail: yeeha.entertainment@gmail.com

อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กชายอายุ 12 ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี
ต่างประเทศ /  เด็ก / 

จากกรณีนี้ทำเอาสื่อข่าวต่างประเทศตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบเคสแปลกนี้! แลนดอน โจนส์ เด็กชายวัย 12 ปี จู่ๆก็ไม่รู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำแม้แต่น้อย โดยพ่อแม่ก็หาทางรักษา แต่เหมือนว่าโรงพยาบาลที่เข้าไปรักษา ก็ไม่สามารถแก้โจทย์ในเคสของเด็กชายคนนี้ได้ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่า กรณีของ แลนดอน โจนส์คนนี้ อาจจะเป็นเคสเดียวและเป็นเด็กคนเดียวที่มีอาการแบบนี้ในโลกก็ว่าได้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามพร้อมๆทีนเอ็มไทยเลยดีกว่าคะ .. อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี Landon Jones - แลนดอน โจนส์ วัย 12 ปี จากเมืองวอเตอร์ลู, ไอโอวา สหรัฐอเมริกา เขาไม่มีความรู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำเลย ตั้งแต่ วันที่ 14 ตุลาคม ปี 2013 ซึ่งผ่านมาแล้วข้ามปี! อาการนี้เริ่มจากในคืนวันหนึ่งเขาได้กินพิซซ่าและไอศกรีมเข้าไป แล้วเกิดปวดท้อง ปวดหัว ปวกท้อง คลื่นไส้อย่างหนัก เขาจึงไปนอนพักหวังว่าอาการจะบรรเทาลง แต่แล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่า เขาไม่มีความรู้สึกหิวหรือกระหายเลย น้ำหนักเดิมของเขาจาก 104 ปอนด์ กลายเป็นเด็กผอมแห้งจนน้ำหนักลดเหลือ 68.4 ปอนด์ ในหนึ่งปีที่ผ่านมา .. หนึ่งปีต่อมา Michael (ไมเคิล) and Debbie (เด็บบี้)  พ่อแม่ของแลนดอนก็ยังคงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้จะรักษาหรือช่วยแลนดอนด้วยวิธีไหนดี (พยายามหลายทางแล้ว!) พ่อของแลนดอนบอกว่า "หลังจากเหตุการณ์ในคืนวันนั้น(ปีที่แล้ว) เมื่อเขาตื่นมา เขาก็สูญเสียความรู้สึกหิว-กระหาย เขากลายเป็นเด็กเอื่อยเฉื่อย เขาขับจักรยานแต่ขับได้ไม่นานก็รู้สึกเหนื่อย เขาก็เลยเข็นมันแทนและหลังจากนั้นเขาก็ผลักจักรยานล้มไปเลย" พ่อแม่ของเขาพยายามทำให้แลนดอนสนใจอาหาร ด้วยการจัดงานปาร์ตี้อาโลวีน แต่งตัวเป็นผีซอมบี้โจรสลัด มีอาหารหลากลหลายชนิดในงาน ให้แลนดอนรู้สึกสนุกกับการปาร์ตี้ที่จัดขึ้น แต่แลนดอนกลับไม่สนใจแม้แต่ลูกอมสักเม็ดเดียว เฟลกันทีนี้! และหลังจากที่ แลนดอน มีอาการแบบนี้พ่อของเขาก็ลาออกจากงานเพื่อที่จะคอยดูแลเขาอยู่ใกล้ๆ ใช้เวลากับเขามากขึ้น แพทย์ที่รักษาแลนดอน ใน ไอโอวา ก็ทำการรักษาเขาแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลดีขึ้นมา แลนดอนจึงถูกส่งตัวไปยังแพทย์ในโรงพยาบาลอื่นๆ เช่น Cedar Rapids, Des Moines, Madison หรือแม้กระทั่ง Mayo Clinic ที่มีชื่อเสียงใน เมืองมินนิโซตา ( Minnesota ) แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถหาคำตอบในเคสของแลนดอน โจนส์ เด็กวัย 12 ปีคนนี้ได้เลย ซึ่ง Dr. Marc Patterson นักประสาทวิทยาเด็ก ของ Mayo Clinic บอกไว้ว่า "แลนดอน อาจจะเป็นเด็กคนเดียวในโลก ที่เป็นกรณีแบบนี้" ไมเคิล ยังเล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาได้ทำอาหารใส่กล่องให้กับ แลนดอน และไบรซ์(น้องชาย) ไปโรงเรียน และเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาหยิบกล่องแซนวิชออกมาจากกระเป๋าแลนดอน และสิ่งที่เขาเห็นคือ รอยกัดแซนวิชแฮมชีสบริเวณหัวมุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแลนดอนกินมันน้อยมากๆ! จนน่าตกใจ นอกจากนี้ Michael พ่อของแลนดอน ได้อธิบายให้ฟังอีกว่า ผู้เชี่ยวชาญคิดว่า แลนดอนอาจจะทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ไฮโปทาลามัส (hypothalamus คือ โครงสร้างของสมองทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ) ไป ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสามารถอธิบายหรือรักษาเคสนี้ได้เลย ตอนนี้พวกเขาก็ทำได้แค่คอยเตือน แลนดอน ให้กินอาหารและดื่มน้ำเสมอ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไมเคิลและเด็บบี้ พวกเขาก็ยังคงหาทางรักษาลูกชายของเขาต่อไป หวังว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญสักคนที่ช่วยเหลือลูกของพวกเขาได้ ถึงเขาจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อแท้ เพราะแลนดอนเป็นลูกชายที่พวกเขารักมากที่สุด .. * *ไฮโปทาลามัส (hypothalamus) คือ โครงสร้างของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส (thalamus) แต่เหนือก้านสมอง (brain stem) ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ควบคุมกระบวนการเมแทบอลิซึมบางอย่าง และหน้าที่อื่นๆ ของระบบประสาทอิสระ (Autonomic Nervous System) ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่สังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนประสาท (neurohormones) ซึ่งมักเรียกว่า hypothalamic-releasing hormones ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นหรือยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) , ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ[1], ความเหนื่อยล้า, ความโกรธ และจังหวะรอบวัน (Circadian rhythm)** เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) Cr. odditycentral, desmoinesregister

ตัวอย่างแรก Ex Machina หนังไซไฟจากมือเขียนบท 28 Days Later
28 Days Later /  About Time / 

จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนังมาแรงก็ว่าได้ สำหรับหนังไซไฟที่ถูกจับตามอง เพราะนี้คือผลงานการกำกับเรื่องแรกของ อเล็กซ์ การ์แลน มือเขียนบทแห่ง 28 Days Later และ Dredd ใน Ex Machina ที่ตอนนี้ตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมาก็ถือว่าน่าสนใจมากที่สุด หนังมีทั้ง ออสการ์ ไอแซ็ค และ ดอมเหลล์ กลีสัน มารับบทนำ ร่วมเสริมทัพด้วยนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย กับเรื่องราวเกี่ยวกับ โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ที่ถูกท้าทายด้วยโจทย์ที่ว่าให้สร้าง หุ่นยนต์ผู้หญิง ที่มีจิตสำนักคิดคล้ายกับมนุษย์ เพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างอันลึกลับนั่นเองครับ ซึ่ง อเล็กซ์ การ์แลน จัดได้ว่าเป็นมือเขียนบทดาวรุ่งคนนึงตั้งแต่การที่เขาคิด ซอมบี้ วิ่งเร็ว ใน 28 Days แล้ว เพราะฉะนั้น Ex Machina น่าจะไม่ใช่หนังไซไฟธรรมดาๆทั่วไปอย่างแน่นอน หนังมีกำหนดฉายปี 2015 บ้านเราน่าจะได้เข้าฉายด้วยเช่นเดียวกันครับ

The Eyes Diary : ทุกข์เพราะอยากสุข
13 เกมสยอง /  mthai / 

หากเป็นมนุษย์ปถุชน ที่ยังไม่ถึงขนาดละทิ้งซึ่งเรื่องทางโลก หรือถ่องแท้ถึงสัจธรรมแห่งชีวิตไปแล้ว ย่อมต้องเกิดความทุกข์จากการสูญเสีย เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นคือปฏิกิริยาต่อยอดจากความที่เคยสุข และโหยหาไม่อยากให้ สุข ที่เคยมีนั้นหนีไปไหน ดังเช่นตัวละครแห่ง The Eyes Diary ที่วนเวียนอยู่กับประเด็นเหล่านี้ จมดิ่ง และหนีไปไหนไม่รอดจากก้นบึ้งอดีต ไม่ว่าจะในฐานะคน หรือ วิญญาณ ต่างก็ยังวนเวียนในที่มืด ไม่ยอมพบทางสว่างเสียที The Eyes Diary เล่าเรื่องราวของ น็อต หนุ่มอาสามูลนิธิ ทีแฟนสาวสุดที่รักอย่าง ปลา ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เฝ้าตรอมตรม คิดถึงแต่เรื่องอยากมองเห็นผีให้ได้ เพราะอยากจะสื่อสารกับ ปลา อีกสักครั้ง ด้วยการเก็บของคนตายมาไว้ในบ้านของตัวเอง ตามหลักความเชื่อที่ได้อ่านมา แต่ในขณะที่เพื่อนรอบข้างต่างเจอะเจอกับของดี! มีเพียง น็อต ที่ยังไม่สามารถเห็นได้ดังใจ พร้อมกับการเข้ามาของ มดตะ สาวที่กุมปมชีวิตบางอย่างไว้ ที่ทำท่าจะเข้าอกเข้าใจ น็อต เป็นอย่างดี และ จอห์น เพื่อร่วมอาสา ที่แสดงท่าทีเฉยเมยต่อความอยากเห็นผี เสียจนน่าสงสัย ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และยกความดีให้ความชอบให้่ The Eyes Diary ไปเต็มๆ ก่อนหนึ่งข้อ คือการเลือกแง่มุมตีความโลกวิญญาณในหนัง ที่ไม่ได้เฝ้าแต่จะมุ่งเน้นการหลอกหลอน เขย่าขวัญคนดูด้วยความเละเทะ สยดสยองเลือดสาด แต่เป็นการมองอย่างเข้าอกเข้าใจ (จนบางครั้งก็น่าเห็นใจ) เสมือน คน และ ผี หลอมรวมและใชัชีวิตอยู่ในโลกมิติเดียวกัน ที่ซ้อนทับกันเลือนลาง ขวางกั้นด้วยเพียงควันบางๆ เท่านั้น และไม่มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นอย่างเราๆ ต้องไปวี๊ดว๊ายกลัวคนตาย เพราะพวกเขาก็คือปถุชน มีสุขมีเศร้า เหมือนคนเราทุกประการ เพียงแต่สภาพการปรากฏอาจจะไม่ได้สวยงาม เพียงเท่านั้นเอง ซึ่งหากตัดเปลือกแห่งความน่ากลัว เน่าเฟะ น่าสะพรึงออกไป เราก็จะสามารถมองบรรดาผีทุกผู้ตัวตน อย่างเข้าใจ และพร้อมเปิดรับเข้าช่วยเหลือ มากกว่าจะไปวิ่งหนีให้แตกตื่นไร้ประโยชน์ ซึ่งทัศนคติแดนบวกที่มีต่อสิ่งที่คนทั่วไป ตราหน้าว่าน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้เช่นนี้ ก็ทำให้ตัวละครที่วอดวายกลายเป็นผีไปตั้งแต่ต้นอย่าง ปลา ดูท่าจะจูนติด และคงความสัมพันธ์ในระดับที่รับรู้ได้กับตัวละครที่มียังมีลมหายใจ อย่าง น็อต จนคนดูรู้สึกถึงความโหยหาอดีต โหยหาความสุขที่เคยมี จากทั้งสองฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นปมประเด็นดราม่านี้ ก็ขับเน้นให้ตัวละคร มดตะ และ จอห์น ที่มีเป้าประสงค์ และที่มาอย่างคลุมเครือในตอนแรก ก่อนจะมาเผยในภายหลัง ให้ดำรงเป็นผู้ช่วย ประเภทเฮไหนเฮนั่น ฉันไปด้วย มากกว่าจะไปเสริมเรื่องราวให้เข้มข้น ซ้ำร้ายมุมมองที่น่าสนใจที่เปิดไว้ในช่วงแรกนี้ กลับถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ก่อนจะแหลกสลายเมื่อผ่านไปถึงกลางเรื่อง และว่ายน้ำออกทะเลไปสู่ประเด็นอื่น และมุมมองกลับสลับขั้วในช่วงท้ายไปเสียเฉยๆ อาการผีเข้าผีออกนี้จึงทำให้หนังทั้งเรื่องออกมาไม่ถึงกับมีประเด็นแข็งแรง น่าประทับใจ หรือในขณะเดียวกัน ก็ไม่สยองเขย่าขวัญเสียจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน อาการรักพี่ดราม่า เสียดายน้องสยองขวัญ ที่ประดักประเดิดพอตัวนี้ ส่งผลโดยตรงให้หลายๆ การกระทำของตัวละครดูแบนราบไร้เหตุผล จนบางครั้งก็น่ารำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ถึงกระนั้นสำหรับใครที่คุ้นเคยกับขนบ หรือลายเซ็นบางอย่างของผู้กำกับ มันยังคงปรากฏผ่านจริตของตัวละคร ลูกล่อลูกชนเล็กๆน้อยๆ ที่แอบซ่อนไว้ และมุขตลกเย้าแหย่แบบหยอกแกมหยิก สไตล์วัยรุ่น ที่น่าจะทำให้แฟนๆ ได้เสพสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ผิดหวัง ถึงแม้นี่จะไม่ได้ซุกซ่อนความดราม่า ถึงแก่นชีวิตแบบ รักแห่งสยาม หรือ เขย่าขวัญชวนอึดอัด สะดุ้งเฮือกแบบ 13 เกมสยอง แต่สิ่งที่ยังคงพูดกับคนดู และเป็นสิ่งที่ผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังคงพูดถึงอยู่เสมอ คือการติดอยู่ในทุกข์ เพราะโหยหาความสุขที่ดูเหมือนจะใกล้แต่กลับไกลห่าง ไม่ว่าจะชีวิตร่ำรวย ที่ต้องผ่านการทำผิดศีลธรรม ความสวยงามของรักวัยรุ่น แต่รักร่วมเพศก็สิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ หรือแม้แต่ความต้องการมองเห็น พูดคุยกับแฟนสาวที่ตายไปแล้ว แต่หน้าต่างของสองโลกก็ไม่ยอมเปิดออก และการส่งเสียงเรียกร้องจากคน (หรือผี) ที่ไม่มีใครเห็น ใครสนใจ เพื่อที่จะได้มีที่หยัดยืนในสังคม หรือในสายตาของคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

ฆ่าโหดเจ้ามือหวยราชบุรี ทุบหน้าเละยัดศพท้ายรถทิ้งคลอง
ฆ่าโหด /  ทุบหน้าเละ / 

สภ.เมืองราชบุรี รุดตรวจเหตุคนร้ายฆ่าเจ้ามือหวยยัดศพท้ายรถ บริเวณหมู่ 5  ต.หินกอง จ.ราชบุรี เร่งติดตามตัวคนร้ายดำเนินคดี เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 พ.ย.57  ร.ต.ท.ชุกรีประดุกา  ร้อยเวรสภ.เมืองราชบุรี  ได้รับแจ้งเหตุรถตกลงไปในคลองชลประทานบริเวณหมู่ 5  ต.หินกอง  อ.เมือง และคาดว่าน่าจะมีคนติดอยู่ในรถหลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.อนิน  ศรีสรรพางค์ ผกก.สภ.เมืองได้รับทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุ สรณ์ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต้องนำนักประดาน้ำลงไปงมหาจุดบริเวณ ที่มีประชาชนพบเห็นรถตกลงไป ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถพบและลากรถขึ้นมาได้พบว่าเป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์  หมายเลขทะเบียนสต-6041  กรุงเทพฯ สภาพรถถูกปิดกระจกแต่มีกระจกด้านซ้ายที่เปิดแง้มไว้ส่วนรถนั้นถูกล็อคไว้ ทั้งหมด กุญแจรถยังคาอยู่ที่ช่องเสียบกุญแจและเกียร์รถซึ่งเป็นเกียรติออโต้ ยังอยู่ในตำแหน่ง ไดร์(D)แต่ไม่พบบุคคลภายในรถ  เจ้าหน้าที่จึงได้ยกรถกลับมาตรวจสอบที่สภ.เมืองและจากการตรวจสอบที่บริเวณ กระโปรงรถด้านหลังเจ้าหน้าที่พบศพเป็นชายสวมกางเกงขายาวสีเทา สวมเสื้อยืดลาย แต่ถูกดึงขึ้นไปบริเวณใบหน้าไว้ส่วนที่ใบหน้านั้นมีร่องรอยถุกของแข็งทุบจน ใบหน้าเละ จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายนั้นคือนายเกรียงศักดิ์   ชัยวิชิตอายุ  50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 6  ต.ดอนไผ่  อ.ดำเนินสะดวกจ.ราชบุรี และเป็นเจ้ามือหวยรายใหญ่ในพื้นที่ต.ดอนไผ่และภายในรถยังพบโพยหวยจำนวนมาก และมีดพร้า 1 เล่มนอกจากนี้ภายในรถยังถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย ซึ่งในเบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่า จะมีไม่ต่ำกว่า 2 คนและภายหลังจากทำร้ายนายเกรียงศักดิ์จนเสียชีวิตแล้วได้ช่วยกันนำศพของนาย เกรียงศักดิ์ยัดใส่ท้ายรถก่อนจะล็อครถและปล่อยให้รถนั้นไหลลงไปในคลองชล ประทาน ส่วนสาเหตุของถูกฆ่าโหดในครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามญาติของผู้ตายมาสอบ สวนเพื่อหาข้อมูลของคนร้ายก่อนจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

เชิญชมใบปิดตัวละครชุดแรก จากหนังภาคต่อ The Divergent Series: Insurgent
2 ภาค /  Allegiant / 

ในที่สุดก็ปล่อยออกมาแล้ว สำหรับใบปิดชุดแรกจากหนังภาคต่อทำเงินอีกเรื่องของ ไลอ้อนเกตส์ ต่อจาก The Hunger Games นั่นคือ Divergent 2 หรือที่เรียกกันในชื่อว่า Insurgent ซึ่งเพื่อต้อนรับการเข้าฉายของ The Hunger Games 3.1 ตอนนี้ตัวหนังเลยเริ่มประชาสัมพันธ์ออกมาบ้างแล้ว ด้วยการปล่อยชุดใบปิดแรกทั้ง 8 ใบตัวละครออกมาให้ชมกัน พร้อมทั้งมีข่าวลือด้วยว่าตัวอย่างแรกจะฉายแปะหน้า ฮังเกอร์ เกมส์ ภาคล่าสุดนี่เอง โดยในภาคนี้นักแสดงชุดเดิมทั้ง เชลลีน วู้ดเล่ย์ และ ธีโอ เจมส์ ต่างกลับมารับบทเดิม รวมถึงตัวละครสมทบอื่นๆอย่าง ไมล์ส เทลเลอร์ และรวมถึง เคต วินสเล็ต อีกด้วย โดยในภาคนี้ยังคงติดตามการต่อของ ทริซ และกลุ่มเพื่อนที่ต้องต่อต้านกับระบบสังคมที่ต้องการให้ทุกกลุ่มมีกรอบ และ ขีดจำกัด โดยภาคนี้เธอยังต้องรับมือกับปัญหาครั้งใหญ่เพิ่มชึ้นมานั่นคือ ด้านมืด ในตัวของเธอเอง หนังมีกำหนดฉาย 19 มีนาคมนี้ คลิกชมใบปิดทั้งหมดได้ที่ด้านล่างครับ

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------

หลอน แก๊งค้าศพระบาด เหตุสนองประเพณีวิวาห์ผี ในจีน
ค้าศพ /  งานแต่งงานระหว่างคนตาย / 

ความเชื่อดั้งเดิมของจีนที่เชื่อกันว่า หากศพของของบรรพบุรุษถูกฝังในหลุมศพอยู่อย่างโดดเดี่ยว จะนำพาโชคร้ายมาให้ลูกหลาน ดังนั้นจึงเกิดประเพณีสุดสยองที่เรียกว่า งานวิวาห์ศพ ขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดงานวิวาห์ศพ จะเป็นไปใน 2 รูปแบบ คือการแต่งงานกันระหว่างคนสองคนที่เสียชีวิตพร้อมกัน และอย่างที่สอง หากผู้ใดที่เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว จะต้องเป็นหน้าที่ของลูกหลาน ในการหาศพหญิงสาว มาแต่งงานกับศพของญาติผู้ใหญ่ตังเองเพื่อแก้เคล็ด ล่าสุดวานนี้  (30ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจในจีน ได้ทำการจับกุม นายวัง คนร้ายและพวกอีก 8 คน ได้ทำงานขโมยรถจักรยานยนต์ แต่สอบสวนไปกลับพบว่า เขาคือคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่มีส่วนพัวพันธ์กับการขโมยศพและทำการขายให้กับผู้ที่ต้องการนำศพไปใช้ในพิธี อย่างไรก็ตาม แก๊งค่าศพให้ปากคำว่าพวกเขาขุดศพหญิงสาวที่ถูกฝังนานประมาณ 3 เดือน และนำไปขายได้ในราคาถึง 18,000 หยวน หรือราว 95,000 บาท ในขณะที่ ศพที่เพิ่งเสียชีวิตจะยิ่งขายได้ราคาดี โดยราคาในตลาดมืดจะอยู่ที่ 16,000 หยวนถึง 20,000 หยวน หรือราว 8หมื่น ถึง 1 แสนบาท ยกตัวอย่างเช่น อีกหนึ่งกรณีที่มีการลักลอบค้าศพในจีน เกิดขึ้นที่ มณฑลเหอเป่ย์ เจ้าหน้าที่รวบตัว นายหน้าค้าศพสำหรับการประกอบพิธี โดยคนร้ายทำการเก็บไว้ในร่างกายในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่เขาจะขายไปในราคาสูงถึง 38,000 หยวน (2 แสนบาท)  ซึ่งสร้างกำไรให้กับเขาถึง 20,000 หยวน (8หมื่นบาท) ทั้งนี้ทั้งนั้น การค้าศพมนุษย์ในจีน เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่ง ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2555 เกิดกรณีที่หญิงสาวเสียชีวิตลง โดยที่ทางครอบครัวของเธอเป็นผู้ขายร่างกายไร้วิญญาณของเธอให้กับครอบครัวฝ่ายชายเสียเอง อย่างไรก็ตามเธอเพิ่งจะเสียชีวิต จึงสามารถขายศพของเธอได้ราคาสูงลิ่ว ถึง 167,000 บาท ส่วนครอบครัวที่ยากจน แต่ยังยึดถือประเพณีวิวาห์ผีนี้อยู่นั้น พวกเขาจะใช้ตัวแทน อย่างเช่น รูปปั้นเงิน หรือใช่ขนมปังปั้นเป็นรูปคนและใช้ถั่วดำเป็นตา แทนศพจริงๆ หรืออาจจะซื้อศพเก่าในราคาถูกมาแต่งตัวให้สวยงามแทน อย่างไรก็ตาม ในงานจะมีการจัดงานคล้ายๆกับคนเป็น คือ การเลี้ยงอาหาร และการมอบสินสอดทองหมั้นเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการขโมยศพยังคงเป็นเรื่องผิดกฏหมายในจีน  เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ 3 ใบปิด และ ทีเซอร์แรกสุดสยอง เมื่อเขาแต่งงานกับผี ใน รักเราเขย่าขวัญ MThai news

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก