โรงหนังราชบุรี

อึ้ง!! สาวสก็อตแลนด์ เซ็กส์ทอยค้างช่องคลอดนาน 10 ปี ไม่รู้ตัว
สาวสก็อตแลนด์ /  เซ็กส์ / 

ศัลยแพทย์โรงพยาบาลเมืองแอเบอร์ดีนในสก็อตแลนด์ เผย หญิงชาวสก็อตแลนด์ ถึงกับช็อกเมื่อเอ็กซเรย์พบว่ามีเซ็กส์ทอยค้างอยู่ในช่องคลอดนานกว่า 10 ปี ศัลยแพทย์โรงพยาบาลเมืองแอเบอร์ดีนในสก็อตแลนด์ เปิดเผยถึงกรณีประหลาดของหญิงชาวสก็อตแลนด์ วัย 38 ปี ลงวารสารทางการแพทย์ "เซ็กส์ชวล เมดิซิน" ที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากต้องเผชิญกับอาการแปลกๆ ของร่างกายเรื่อยมา เช่น น้ำหนักลดกะทันหัน เฉื่อยชา และมีอาการตัวสั่นโดยไร้สาเหตุ เมื่อแพทย์ได้ทำการเอ็กซเรย์บริเวณหน้าท้องไปจนถึงต้นขาก็ต้องอึ้ง เมื่อพบว่ามีเซ็กส์ทอยรูปไข่ยาวราว 5 นิ้วติดอยู่ในอวัยวะเพศของเธอ โดยเซ็กส์ทอยดังกล่าวยื่นจากอวัยวะเพศเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เธอต้องประสบกับภาวะมีรูรั่วระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับช่องคลอด (vesico-vaginal fistula) ทำให้ปัสสาวะไหลกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะและเข้าสู่ไต จากการสอบถามหญิงคนดังกล่าว เล่าว่า ครั้งล่าสุดที่เธอและคนรักใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งทั้งคู่อยู่ในอาการเมา เธอจึงจำไม่ได้ว่าหลังจากใช้อุปกรณ์นี้ เธอเอามันออกจากร่างกายหรือไม่ อย่างไรก็ตามทีมแพทย์สามารถผ่าตัดนำเซ็กส์ทอยต้นเหตุออกมาอวัยวะเพศของเธอได้สำเร็จ MThai News

Hercules : อย่ามโน ตำนานเทพ
GOD /  Herculus / 

หลังจากเคยมีเวอร์ชั่นที่รีบเร่งออกมาให้ชมกันไปก่อนแล้วต้นปี กับ The Legend of Hercules ที่ดูเหมือนจะไม่ถูกปากคอหนังสักเท่าไหร่นัก มาถึงกลางปีนี้ก็ได้เวลาสำหรับ เฮอร์คิวลีส ที่เขาบอกว่าเป็นของจริงกันเสียที กับฉบับหนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญ ที่มี เดอะ ร็อค มาแสดงนำ ใน Hercules นี่เอง อภิมหาภาพยนตร์แอ็คชันผจญภัยแห่งปี 2014 โดยพาราเมาท์ พิคเจอร์ส นำแสดงโดย ดเวย์น จอห์นสัน หรือ เดอะร็อค นักแสดงขวัญใจมหาชน ซึ่งมีผลงานภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในปี 2013 รับบท เฮอร์คิวลีส วีรบุรุษแห่งกรีก ผู้ทรงพลังมหาศาล ซึ่งได้รับว่าจ้างจากราชาแห่งเธรส เป็นผู้ฝึกสอนกองทัพทหารให้เป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ ไร้ความปรานีและกระหายสงคราม  นอกจากนี้ ยังได้นักแสดงอย่าง เอียน แม็คเชน, รูฟัส ซีเวล, โจเซฟ ไฟน์, ปีเตอร์ มุลแลน และ จอห์น เฮิร์ท ร่วมแสดงด้วย หนังกำกับการแสดงโดย แบรท เร็ตเนอร์ ผู้กำกับ ขาบู๊ จาก X-Men: The Last Stand และ Rush Hour ซึ่งใครที่ได้ดูหนังของตา เร็ตเนอร์ นี่ ก็คงจะพอจับทางเขาได้ตั้งแต่ Rush Hour หรือการรับหน้าที่ครั้งใหญ่ใน X-Men กันแล้ว ว่าเขานี่แหละที่เปรียบเสมือนกับพ่อครัวที่ทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็นนอกจาก ฟาสต์ฟู้ด ที่เปรียบเช่นนั้นเพราะหนังของเขามักออกมาเพื่อขายความบันเทิง ด้วยพล็อตพื้นฐานง่ายๆ เข้าใจในระดับกล้วยไม่ต้องปลอก ซึ่งใน Hercules ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาก็ไม่ได้ต่างจากเรื่องอื่นๆสักเท่าไหร่นัก ที่ยังมามุ่งเน้นขายความบันเทิงอย่างเดียว โดยไม่ต้องสนใจอะไรกันอีกต่อไปแล้ว โดยถ้าจะให้พูดถึงข้อดีนอกจากฉากแอ็คชั่นที่ทำออกมาดูเพลินๆตามสไตล์หนังแอ็คชั่นของตา เร็ตเนอร์ แก ก็คงเป็นการที่กล้าตีความตำนานใหม่ (ซึ่งดูเหมือนจะฮิตเหลือเกินช่วงนี้ เพราะล่าสุดก็เพิ่งเจอกันไปใน Maleficent) ของ เฮอร์คิวลีส ที่ตัวหนังให้ความอธิบาย และกล้าหักดิบถึงตำนานของ เฮอร์คิวลีส ได้อย่างไม่ไว้หน้าทั้งฉบับที่เพิ่งฉายไป และการ์ตูนที่ดิสนี่ย์เคยเอาไปสร้างไว้ โดยน่าจะถูกใจคอหนังที่ชอบสไตล์แปลกใหม่ และไม่ซ้ำซาก โดยการรับบท เฮอร์คิวลีส ของ เดอะ ร็อค ก็จัดได้ว่าเป็นอีกข้อดีของหนัง เพราะเขาสามารถสร้างสรรค์ตัวละครด้วยร่างกายที่กำยำได้อย่างไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน แต่กระนั้นแล้วถึงแม้ว่าหนังจะหักดิบตำนาน และมีฉากแอ็คชั่นสนุกๆมากลมกล่อม สิ่งที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับ เฮอร์คิวลีส ก็คงหนีไม่พ้นตัวเรื่องที่ดูง่ายเกินไปนี่แหละ ซึ่งสำหรับใครที่ต้องการดูแต่ฉากแอ็คชั่นก็แน่นอนว่าหนังตอบสนองให้ได้ แต่สำหรับคอหนังที่ต้องการในด้านอื่นๆด้วยแล้ว ตัวบทของ Hercules สอบตกโดยสิ้นเชิง มีทั้งความเชย ง่ายดาย และ ตื้นเขิน ไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่นธรรมดาๆทั่วไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะการวางปมตัวละครของ เฮอร์คิวลีส เกี่ยวกับเบื้องหลังที่คลี่คลายง่ายแสนง่าย เช่นกันกับเรื่องราวหักมุมที่ยังกับหนังที่สร้างตั้งแต่สมัยยุค 80 เสียได้ ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบหนังแอ็คชั่นดูง่าย กินกล้วยไม่ต้องปลอก Hercules ตอบสนองให้คุณได้แน่นอน แต่ถ้าใครที่หวังจะเห็นอะไรมากกว่านั้น ก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกัน ป.ล. ระบบ IMAX 3D ของ เฮอร์คิวลีส อาจจะออกมาไม่เต็มจอ แต่ต้องขอชื่นชมระบบ 3D ของหนัง ที่สร้างมิติทั้งฉากที่ต้องการเล่นกับคนดู และฉากธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ได้ทำออกมาลวกๆอย่างที่คิด และอาจจะช่วยเสริมรสชาติในด้านฉากแอ็คชั่นมากขึ้นไปอีกด้วยนะ เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

คุยหลังเกม บาส กานต์ณัฐ เสมอใจ หนุ่มหน้าหล่อ ดาวดังยัดห่วงไทย
TBL.เจ้าบาส กานต์ณัฐ เสมอใจ /  กานต์ณัฐ เสมอใจ / 

“บาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ “หนุ่มหน้าหล่อ ดาวดังยัดห่วงไทย” ทุกวันนี้เชื่อเลยว่า คนทั้งประเทศไทย หันมาหึความสนใจกีฬามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล, วอลเลย์บอล หรือแม้แต่ แบดมินตัน แต่ต่อจากนี้ไปเชื่อเลยว่ากีฬายัดห่วง หรือ บาสเกตบอล จะเป็นกีฬาอีกหนึ่งชนิดที่คนหันมาให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเวลานี้ ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก (TBL) เริ่มมีคนสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ ฉบับนี้ขออนุญาติที่แนะนำนักยัดห่วง ที่ว่ากันว่าเป็นดาวดัง และรูปหล่อ ของวงการยัดห่วงเมืองไทย เขาคนนั้นคือ “เจ้าบาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ การ์ดจอมแม่นของ “ค้างคาวอมตะ” โมโน แวมไพร์ ทีมบาสเกตบอลน้องใหม่ไฟแรงของเมืองไทย “เจ้าบาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ เกิดวันที่ 17 ตุลาคม 2531 เป็นชาวจังหวัดสุโขทัย แรกเริ่มเดิมที “เจ้าบาส” มิใช่ชื่นชอบในลาการยัดห่วง แต่กับหลงใหล่กีฬาลูกหนังชนิดเข้าเส้นถึงขั้นเป็นตัวแทนจังหวัดเข้าร่วมแข่งขันระดับชาติมาตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนที่จะย่างเข้าอายุ 15 ปี เมื่ออยู่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม เห็นพี่ชายหันมาเล่นบาสเกตบอล จึงหันไปลองเล่นไปด้วย จนเกิดเป็นความชอบขึ้นมาอีกหนึ่งชนิดกีฬา ทำให้คุณพ่อที่ชื่นชอบกีฬาอยู่แล้วพลักดันเจ้าตัวอย่างเต็มที่ในทุกๆด้าน เมื่อเริ่มที่จะรู้จักกีฬายัดห่วงมากขึ้น “เจ้าบาส” ก้เพียรฝึกฝนจนได้เป็นตัวแทนของจังหวัดบ้านเกิดเข้าแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และลีลาการเล่นดันไปเตะตาต้องใจ โค้ชธงชาติ ภู่เจริญ ซึ่งเวลานั้นเป็นโค้ชของทีมกรุงเทพฯ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน จึงถูกชักชวนให้เข้าสู่กรุงเทพ เมื่อขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ด้วยใจจริง “เจ้าบาส” แอบหวังลึกๆว่าอยากที่จะมาคัดฟุตบอลกับกรุงเทพคริสเตียน มากกว่าที่จะคัดบาสเกตบอล แต่เมื่อฟ้ากำหนดมาแล้ว “เจ้าบาส” จึงเอาจริงเอาจังทางกีฬายัดห่วง และก็ใช้เวลาไม่นานในการก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย ทั้งระดับเยาวชน และระดับทีมชาติชุดใหญ่ โดยเฉพาะระดับยังเติร์กเคยได้เข้าร่วมชิงชัยศึกชิงแชมป์อาเซียน เพื่อหาตัวแทนไปชิงแชมปืเอเชีย และเจ้าตัวก็เป็นกำลังสำคัยให้ทีมไทย ติดเป็น 1 ใน 2 ทีมที่ได้ร่วมแข่งขัน ก่อนจะติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เพื่อแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเจ้าตัวบอกว่ามันคือประสบการณ์ที่สุดยอดชนิดที่หาอะไรเปรียบมิได้อีกแล้ว ส่วนเส้นทางสายอาชีพนั้น “เจ้าบาส” ได้เข้าร่วมกับทีม “สายฟ้าฟาด” การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ตั้งแต่อายุได้เพียง 16 ปี ตั้งแต่เริ่มเข้ากรุงเทพครั้งแรกเลย ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ “แพะบ้า” แมดโกท ในฤดูกาล 2013 และสุดท้ายก็ได้เข้ามาร่วมเป็นกำลังหลักให้กับ “ค้างคาวอมตะ” โมโน แวมไพร์ ในปุจจุบัน 6 คำถามกับ “เจ้าบาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ 1.หันเหจากฟุตบอล มาเล่นบาสเกตบอล มีใครเป็นไอดอล ? บาส : ผมจะมีคนที่เป็นที่ชื่นชอบอยู่ 2 คนคือ วิชัย ทรงคุณกลาง อดีตนักบาสเกตบอลทีมชาติไทย และเมื่อโตขึ้นได้ดูบาสเกตบอลนอกมากขึ้น โดยเพราะศึกเอ็นบีเอ ก็เลยชอบ ไคลี เออร์วิง อีกคน ผมหวังว่าวันหนึ่งผมจะเก่งให้ได้เหมือนทั้ง 2 คนนี้ 2.ว่างจากซ้อม และแข่งมักจะชอบทำอะไร ? บาส : ส่วนมากผมจะชอบไปนั่งชิวๆ กับเพื่อนๆ หรือไม่ก็อยู่บ้านเล่นกีตาร์ ผมลืมบอกไปนอกจากกีฬาแล้ว ผมยังชอบเล่นดนตรี ด้วยถึงจะไม่เก่งมาก แต่รับรองสนุกสนานครับ แต่ส่วนมากเวลาว่างจะไม่ค่อยทมีเท่าไหร่ เพราะมีคิวซ้อม และแข่งตลอด 3.มองวงการยัดห่วงเมืองไทยต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ? บาส : ตอนนี้ถึงบาสจะไม่เป็นที่นิยม แต่ผมว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 3-5 ปี คนจะหันมาสนใจมากขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดูดี เริ่มลงตัวมากขึ้น มีเด็กๆ หันมาเล่น เคนเข้ามาดูบาสในสนามมากขึ้น เชื่อว่าวงการจะโตกว่านี้แน่นอน ซึ่งผมอยากให้วงการบาสเมืองไทย เป็นเหมือนฟิลิปปินส์ ที่นั้นเขาคลั่งกันมาคนดูเต็มสนามตลอดไม่แพ้ฟุตบอลเลย 4.ได้ข่าวว่าเป็นคนชอบสะสมรองเท้าจริงหรือ ? บาส : ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับคือ ผมเองเป็นคนที่ชอบดูรองเท้าแปลกๆ สวยๆ ที่ไม่เหมือนใคร แต่ทุกคู่ที่ได้มาผมก็จะเอามาใช้งานไม่ได้เก็บ หรือบางทีรองเท้าที่เราไม่ได้ใช้ แต่ยังดีอยู่ก็จะเอาไปให้หรือแจกคนที่ไม่มี โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะผมมองย้อนไปสมัยเด็กกว่าจะมีรองเท้าบาสสักคู่กว่าจะได้มามันก็ลำบาก พอเรามีเยอะไม่ได้ใช้ก็ควรจะเอาไปให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ 5.แว่วมาว่าชอบซิ่งบิ๊กไบท์ ? บาส : ผมคงไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นที่ชอบกีฬาความเร็ว ซึ่งผมจะชอบดูรถมอร์เตอร์ไซต์มากๆ ตอนนี้ก็กำลังเล็งที่จะไปคว้า ดูคาติ มอนส์เตอร์ 796 อยู่เหมือนกัน แต่คงต้องรอเวลาอีกนิดนึงก่อน 6.สุดท้ายอยากจะฝากอะไรไปถึงแฟนบาสเกตบอลบ้าง ? บาส : ผมอยากฝากไปถึงเด็กๆ ที่จะชอบกีฬาบาสเกตบอล หรือกีฬาอื่นๆ ให้เราใส่ความรัก และความชอบลงไปก่อน แล้วทุกอย่างมันจะตามมาเอง มันจะทำให้เราเกิดความเพียรพยายาม ส่วนแฟนๆ โมโน แวมไพร์ ผมก็อยากให้เข้ามาเชียร์กันเยอะๆ เพราะกำลังใจของพวกคุณคือแรงพลักดันของพวกเรา ที่นี่เป็นที่ๆอบอุ่นมาก มาช่วยกันเชียร์พวกเราทุกคนเยอะๆนะครับ

รถไฟนำเที่ยวสิงคโปร์ ตกรางบ้านโป่งราชบุรี เจ็บ 2
ข่าวรถไฟ /  ข่าววันนี้ / 

เกิดเหตุรถไฟนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ ตกราง 5โบกี้ ที่ อ.บ้านโป่ง เบื้องต้นเจ็บ 2 ราย คาดดินยุบตัว ทำรางแตก เกิดเหตุรถไฟนำเที่ยวสิงคโปร์ ขบวนรถพิเศษ 952 จำนวน 5 โบกี้ ตกรางที่ กม.74/4-5 อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ระหว่างสถานีสระโกสินารายณ์-ลูกแก ในแนวทางโค้ง เส้นทางสายกาญจนบุรี แต่ไม่มีการพลิกคว่ำ เป็นเหตุทำให้มีนักท่องเที่ยวบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อ คือ นางนาโอมิ อายุ 40 ปี และ นางริโกโกะ อายุ 61 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุมาจากการยุบตัวของดินบริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้ไม้หมอนแตกหักออกจากกัน จนเป็นเหตุให้รถไฟตกรางดังกล่าว MThai News ภาพจาก หน่วยกู้ภัยใจดีนะ

เปิดรถดารา ต้น AF8 - ต้น ธนษิต จตุรภุชต้น
AF 8 /  ต้น ธนษิต จตุรภุชต้น / 

เปิดประตูดูเบนซ์คันโปรดของต้น AF8 มีผลงานออกมาให้แฟนๆ หายคิดถึงอยู่เรื่อย สำหรับหนุ่ม ต้น AF8 หรือ ต้น-ธนษิต จตุรภุช ล่าสุด ก็โปรเจค “Hello Stranger” โปรเจคแนวให้กำลังใจ ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ True Fantasia ที่นำนักร้อง 6 คนของค่ายมาดูโอกับนักร้องนอกค่าย ซึ่งต้นก็ได้จับคู่กับครูกิตแห่ง The Voice ในเพลง “Stranger” ส่วนเรื่องเรียน หนุ่มคนนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะใกล้จบจากคณะวารสารศาสตร์ อินเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์เต็มทีแล้ว เรียนหนักแบบนี้ ต้นเลยต้องพึ่งเจ้าเบนซ์คู่ใจคันนี้บ่อยๆ ซึ่งเข้าไปค้นดูในรถแล้ว ของติดรถเพียบ แต่จะเป็นอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า เปิดรถดารา ต้น AF8 - ต้น ธนษิต จตุรภุชต้น  เปิดรถดารา ต้น AF8 - ต้น ธนษิต จตุรภุชต้น เบนซ์คันใหญ่ ขับง่าย เสถียรดี ตอนแรกต้นใช้เป็นโตโยต้า วีออส แต่ตอนนี้ให้น้องสาว (สต็อป) ใช้แทนแล้ว  ส่วนคันนี้คุณแม่ก็ให้ต้นมาขับแทน ขับมา 3-4 ปีแล้ว เป็นเบนซ์ E200 สีบรอนซ์เงิน ซึ่งมันเป็นรถใหญ่ ก็ขับง่ายกว่าคันก่อน มันเสถียร ขับไหลลื่น เร่งเครื่องมากๆ ไม่สั่น ส่วนสีนี่ คุณแม่ชอบสีสว่างๆ ครับ แต่ว่าจริงๆ ต้นชอบสีหม่นๆ หน่อย ตอนนี้รถเป็นของเราแล้ว ก็ว่าจะไปเปลี่ยนเป็นสีโทนขวัญบุหรี่อยู่ 55 ยางระเบิดระหว่างขับรถ! ต้นขับรถเป็นตั้งแต่ตอนม.6 แล้ว ก็หัดขับในหมู่บ้านนี่แหละ แม่หัดให้ด้วยคันนี้ ส่วนเหตุการณ์เฉี่ยวชนบนถนนไม่ค่อยมี มีแต่ยางระเบิด ล่าสุดเมื่อปีที่แล้วเอง ก็ขับรถกลับจากมหา’ลัย เข้ากรุงเทพ ตอนนั้นขับบนเส้นวิภาวดีรังสิต แล้วก็รู้สึกว่ารถมันสั่นๆ อะ ดีที่รีบจอดลงข้างทาง ก็เลยรู้ว่ายางมันระเบิด ขาดรอบวงเลย โชคดีเป็นรถใหญ่ ถ้าเป็นรถเล็กนี่ล้ออาจจะหลุดออกมาได้  แล้วอีกเหตุการณ์หนึ่ง ไปเติมน้ำมันในปั้ม แล้วใจร้อน ถอยรถไปชนรถคันอื่นซึ่งเป็นป้ายแดงด้วย ก็ถือเป็นบทเรียนเรื่องของอารมณ์เลย ทริประทึกขวัญกับแฟนคลับ ปกติต้นชอบไปเที่ยวทะเล พัทยาหรือไม่ก็หัวหิน ก็ไปกับกลุ่มเพื่อนๆ ตอนมัธยม สมัยมัธยม เป็นเด็กเนิร์ด อ้วนดำ ใส่แว่นนะ 55 แล้วเรียนอิงลิชโปรแกรม ก็จะสนิทกับเพื่อนทั้งห้องที่มีประมาณสิบกว่าคนได้ ทุกวันนี้ก็ยังนัดเจอกันบ่อยๆ แล้วก็มีไปทริปกับแฟนคลับด้วย  ที่ระทึกขวัญก็ตอนไปหัวหิน ขับผ่านคนกำลังตีกัน เขาเอาปืนออกมาตบหัวกันด้วย ในถนนสว่างๆ นี่แหละ ก็หวังว่าเขาจะไม่เป็นไร น้องสาวคนสวย ตุ๊กตาประจำรถ คนที่นั่งรถต้นประจำคือน้องสาวนี่แหละ เพราะเมื่อก่อน ต้นต้องขับรถไปส่งน้องสาว ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แล้วก็มีเพื่อนสนิทที่สุด รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เป็นสาวชิลล์ๆ แต่งตัวเก่ง อยู่คณะวิศวะ ที่ธรรมศาสตร์เหมือนกัน แต่ถ้าให้เลือกตุ๊กตาหน้ารถที่ชื่นชอบสักคน ต้นขอเป็น “โจส สโตน” เป็นนักร้องชาวอังกฤษ  ชอบเพลงเขาด้วย ถ้าได้มีโอกาสพาเขาไปเที่ยว คงพาเขาไปทะเล หรือภูเขา ชิลล์ๆ อะ เพราะเขาเป็นสาวเซอร์ๆ แนวโบฮีเมียน ดูติดดินหน่อยๆ ซีดีเพลงติดรถ ขาดไม่ได้ ของติดรถ มีซีดี เสื้อผ้า แล้วก็รองเท้า ซีดีเพลงนี่ขาดไม่ได้ ต้องเปิดฟังตลอด แล้วก็ซีดีวอร์มเสียง ไว้ซ้อมในรถ ก่อนไปทำงาน ส่วนซีดีหนังนี่ ชอบดูซีรีส์ฝรั่ง เลยซื้อไว้ แล้วยังไม่ได้เอาออกจากรถ 55 ส่วนเสื้อผ้า กับรองเท้าต้องติดไว้  เผื่อฉุกเฉินเวลาไปงานไหน ก็เอามาใช้ได้ ออดี้ ทีที รถในฝัน ชอบรถรุ่นออดี้ ทีที จริงๆ ชอบรถคันใหญ่หน่อยนะ แต่ออดี้ ทีที ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ชอบดีไซน์รวมของมัน ดูน่ารักดี ถ้าได้สักคัน ขอเป็นสีดำเลย ขอบคุณข้อมูล campus star เรียบเรียง teen.mthai.com

From Vegas to Macau : วิชาเซียนมันสอนยาก ตอนนี้อยากสอนวิชาเกรียน??!!
From Vegas to Macau /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

หลังจากเห็นข่าวว่า From Vegas to Macau หนังตระกูล คนตัดคน เซียนพนันขั้นพระเจ้า กลิ่นอายแอ็คชั่น เฮฮาสไตล์หนังฮ่องกง จะกลับมาอีกครั้ง ก็ทำให้คาดหวังไว้ในระดับหนึ่งตั้งแต่ก่อนที่จะได้ดู แน่นอนครับ เราไม่ได้กำลังหมายความว่า คาดหวังถึงความสมจริง เบื้องลึกเบื้องหลังตัวละครที่ซับซ้อน หรือแม้แต่การหักเหลี่ยมด้วยเล่ห์กลจนต้องร้อง ว้าว! แต่อย่างใด เพราะน่าจะรู้ๆ กันอยู่ว่าหนังตระกูลนี้ ไม่ค่อยจะมีคุณสมบัติข้างต้นนั้นอยู่แล้ว (อ้าว?!) เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นเลย ขอให้คุณผู้ชมทราบไว้ก่อนว่า หนังเรื่องนี้เอนเอียงมาทางเรียกเสียงหัวเราะ บ้งเบ้งเสียงดัง หรือบางครั้งก็ยียวนกวนบาทา เสียจนฮาแบบอยากลุกขึ้นมาด่าตัวละครที่เล่นมุข ด้วยคำว่า "ไอ้.......!!!" (เติมคำในช่องว่างได้ตามสะดวก) From Vegas to Macau ว่าด้วยเรื่องราวของ เคน เซียนไพ่รุ่นใหญ่ขั้นเทพ ที่พึ่งกลับจากงานหัวหน้าที่ปรึกษาระบบรักษาความปลอดภัยในลาสเวกัส มายังมาเก๊าพร้อมบรรดาลูกศิษย์ที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น จนกระทั่ง เคน ได้มาพบ คูล แฮกเกอร์หนุ่มไฟแรง ลูกชายของพี่น้องร่วมสาบานของตน ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเซียนกับเขามั่ง ตัวพ่ออย่าง เคน เลยจัดบททดสอบให้ว่าที่ลูกศิษย์คนนี้สักหน่อย เรื่องเหมือนจะอยู่ในวงแคบๆแค่นั้น ก่อนที่สถานการณ์จะบังคับ ให้ทั้งคู่เข้าไปพัวพันองค์กรอาชญากรรมที่โคตรอันตรายแบบไม่มีทางเลี่ยง นำมาสู่การหักเหลี่ยมในวงไพ่ และดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดตายจากดงลูกตะกั่ว ว่ากันตามที่เล่ามาข้างต้น ดูเหมือนทั้งอาจารย์ โจวเหวินฟะ และศิษย์ เซี๊ยะถิงฟง จะมาเอาเป็นเอาตายในวงไพ่มั่ง ดงกระสุนมั่ง แต่หนังดันทำให้ทั้งสองนั้น ไม่เดินไปในทางใดทางหนึ่งมากเกินไป เพราะไม่ว่าจะบู๊หรือบุ๋น ทั้งสองก็ไปไม่สุดสักทาง ด้านตัวพ่อก็เลี้ยวมาเอาดีด้านเกรียน ฮา และกวนบาทาแบบสุดกู่ ด้านตัวลูกก็หันมาด้านมึนๆ งงๆ และโชว์ฟอร์มเก่งได้แบบไม่มีเหตุผล ขึ้นมาซะอย่างงั้น (เห็นอาชีพพี่เป็นแฮกเกอร์หน้าคอม แต่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมารัวหมัดยังกะจบมาจากเส้าหลิน??!!) แค่ 2 ตัวละครนำก็ชักพาเรื่องไปทางคอมเมดี้ซะขนาดนี้ หน้าที่ของตัวประกอบที่เหลือคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเรื่องราวของศิษย์และอาจารย์ที่ดูจะเป็นธีมหลัก ยังดูเบาบาง ไม่ได้พูดถึงอย่างจริงจัง เท่ากับลูกล่อลูกชนในมุขที่ปล่อยออกมาเสียด้วยซ้ำไป แต่แน่นอนครับ สำหรับคุณผู้ชมที่หลงรักหนังกลิ่นอายทำนองนี้อยู่แล้ว การรับชมเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมันอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติที่เราต่างก็อยากเห็นในหนังเซียนพนันฮ่องกงกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระเอกใส่สูท ไม่ต้องหล่อมากก็ได้ แต่ต้องเก่ง แถมมีความกวนอยู่ในสายเลือด ฉากแอ็คชั่นยิงกันปุ้งปัง ซีจีแบบหนังจีนที่ไม่ได้เนี้ยบกริบ สาวขาวหมวยสวยเซ็กซี่ ตัวร้ายมากบารมี เพื่อนพระเอกที่ชอบทำเรื่องโง่ๆ และเสียงงุ้งงิ้งกวนบาทาของเสียงบรรยากาศ จากทีมพากย์พันธมิตร ครับ หนังเรื่องนี้มีทั้งหมดนี่อย่างไม่ต้องสงสัย และสามารถไปนั่งชมแบบสบายๆ ไม่คิดอะไรมากได้ เพราะถ้าดูแบบคิดมาก เราจะเห็นอะไรน่ะเหรอ? มาว่ากันต่อ ถ้าดูแบบคิดเยอะๆ สิ่งที่เราจะเห็นในหนังตลอดเวลา คือ สถานการณ์และการแก้ปัญหาที่ทำคนดูต้องร้องออกมาว่า อะไรกันเนี่ย!! เพราะมันหนักไปทางเหมือนดูการ์ตูนซะมากกว่าหนัง เช่น การขว้างไพ่ไปปัดกระสุนปืน! บ้านที่เต็มด้วยกลไกที่โผล่ออกมาเฉาะกบาลผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อ หรือการถูกต่อยแล้วหน้าบวมห้อยอย่างน่าสะพรึง สิ่งเหล่านี้ ถึงมันจะดูโอเวอร์ซะขนาดนั้น แต่อย่างว่าถ้าดูไม่คิดอะไรมาก มันก็สร้างความแปลกใจแบบเพี้ยนๆ บ้าๆบอๆ ให้คนดูฮาแตกได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะดูเหมือน อาจารย์ โจวเหวินฟะ จะยื่นคำขาดมาแล้วว่า วิชาเซียนน่ะมันสอนยาก ตอนนี้อยากสอนวิชาเกรียน ให้ศิษย์และผู้ชมทุกคนมากกว่าน่ะนะ เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter  -----------------------------

Preview การเล่นกล้ามกากๆของผม 6-7 เดือนสู่ หุ่นเฟิร์ม
ฟิตหุ่น /  ฟิตเนส / 

Preview การเล่นกล้ามกากๆของผม 6-7 เดือนสู่ หุ่นเฟิร์ม แน่นอนว่าเป้าหมายหลักสำหรับผู้ชายสมัยนี้หลายๆคน คงจะหนีไม่พ้นการที่มีหุ่นดี หุ่นเฟิร์ม สร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอย่างแน่นอน แต่การที่จะสร้างหุ่นดีให้มีกล้ามเป็นรางวัลแก่ตัวเองมันก็ไม่ใช่อะไรที่ง่ายๆ เลยครับ มันต้องทุ่มเท และ เอาใจใส่เป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำเสนอแรงบัลดาลใจดีๆ จากสมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่ได้มาแชร์บอกเล่าประสบการ ในการฟิตหุ่นของตัวเองให้กับเพื่อนๆ กันครับ สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องชาว Pantip วันนี้ผมจะเขียนบอกเล่าประสบการณ์การเล่นฟิตเนสของผมตลอด 6-7 เดือนที่ผ่านมา ว่าผมเล่นยังไงกินยังไงจนเป็นหุ่นเเบบทุกวันนี้ได้ บอกก่อนนะครับเมื่อก่อนผมเป็นคนผอมเอามากๆ สูงประมาณ 176 หนัก 59-62 เรียกได้ว่าหุ่นก้างๆเลยครับ เเรงผลักดันที่ทำให้ผมอยากมีหุ่นดีๆคือมีคนทักว่าหุ่นผมผอมขึ้กางครับ เลยอยากจะพัฒนาตัวเองให้ดูดีขึ้นมา ที่ผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาก็เพื่อจะเเบ่งปั่นประสบการณ์ในการเล่นของผมถูกๆผิด การกินเเบบงูๆปลาๆ เเต่ผมว่าจากการที่ลองผิด ลองถูกมันทำให้ผมค่อนข้างเข้าใจหลักของการเล่นมากขึ้นครับ อีกอย่างผมไม่ได้กินเวย์ ผมไม่ได้เข้าคอสฟิตเนสราคาเเพงๆ ผมกินอาหารที่มีทั่วๆไป ผมเล่นตามสวนสาธารณะ เล่นที่ห้อง ใช้อุปกรณ์เท่าที่มี บางทีก็ไปเล่นฟรีที่ ม.ครับ ที่สำคัญครับ ทุกอย่างถ้าคุณอยากจะหุ่นดีๆ คุณเอาเเต่บอกจะทำๆเเต่ไม่ลงมือคงไม่มีทางเป็นไปได้เเน่นอน ผมหวังว่าหลักการณ์เล่น เเละการกินของผมจะช่วยทำให้พี่ๆน้องๆ เอาไปปรับใช้ให้เหมาะสมเเละมีหุ่นดีที่ตั้งใจไว้นะครับ เริ่มจากรูปผมซึ่งตอนนี้น่าจะหนักประมาณ 59-61 ได้ครับ จะเห็นได้ชัดเลยนะครับว่าผอมเอามากๆ เพราะเเต่ก่อนผมไม่ค่อยกินข้าวเท่าไร วันหนึ่งผมกินข้าวเเค่ 1 ถ้วยเล็กครับ อกับข้าวก็เป็นพวกต้มเลือด ส้มตำ คือผมจะกินเฉพาะเวลาหิวครับ ถ้าไม่หิวผมก็ไม่กิน ขนมก็ไม่ค่อยกิน เเต่ผมจะชอบกินกาเเฟครับ มันเลยหุ่นออกมาเเบบรูปข้างบน ดูผอมน่าเกลียดมาก จากนั้นผมก็เริ่มหาที่ออกกำลังกายเเบบจริงๆจรังๆ ที่เเรกที่ผมได้ลองเล่นก็คือที่ ม. ตัวเองครับ เป็นสถานที่ที่โอเคเลยครับ ฟรี เครื่องเล่นก็พอตัวเเต่ไม่เยอะมาก คนก็ไม่เยอะ สำคัญเลยนะครับ เพราะส่วนใหญ่เวลาคนผอมๆเข้าไปฟินเนสตามพวกยิมเนี้ย จะรู้สึกไม่มั่นใจครับเพราะเราตัวเล็ก เล่นนิดๆหน่อยๆก็ไม่ไหวเเล้ว มันเลยทำให้ไม่กล้าเล่น การที่ผมได้เริ่มจากการเล่นที่ที่คนไม่เยอะ ไม่ค่อยมีคนมาสนใจเวลาเล่นมันทำให้ผมกล้าเล่น กล้าลองที่ไม่เคยทำครับ ตารางการฝึกของผมเเรกนะครับ ตอนเเรกผมจะวิ่ง+เดินก่อนประมาณ 10 นาทีคนผอมอย่าวิ่งเยอะครับ เดี๋ยวกล้ามจะโดนเบิร์นหมด เเรกผมจะเน้นการเล่นอก ผมเน้นการวิดพื้นเอาครับช่วงเเรก ไม่กล้าเล่นพวกเครื่องยกต่างๆ เพราะกลัวยกไม่ขึ่นอายคนอื่น ผมจะวิดพื้นประมาณ 30 ครั้งครับ เเรกต้องปรับตัวก่อน คือคุณจะวิดต่อก็ได้ไม่ต่อได้ครับ เเรกผมเชื้อว่าทุกคนไม่มีใครสามารถวิดได้เกิน 15 ครั้งต่อกัน เเรกผมวิดได้ 7-8 ครั้งก็หอบเเล้วครับ เเต่เราต้องฝืนครับ หลังๆนี่ผมวิดรวดเดียว 25 ครั้งยังสบายเลยครับ สองคือผมใช้ดัมเบลล์ที่เริ่มต้นด้วยน้ำหนักประมาณ 6-7 Kg ครับ เเรกผมยกท่าเบสิคก่อนเลย Concentration Curls 10x4 ครั้ง สามคือการ sit up เเรกผมเริ่มเล่นที่ 10x3 ครั้งครับ สี่คือการทำท่า plank ครับเเรกผมฝืนครับให้ได้ 60 วินาทีครับ ห้าคือเล่น Barbell Curls 10x4 ครั้ง นี่คือตารางเเรกของผมนะครับ ผมเล่นตารางนี้เกือบ 1 เดือนได่ครับช่วงเเรกๆฟิคผมเล่น 5 วันรวด หยุด เสาร์ อาทิตย์ 2 วันครับ การกินอาหารของผม ผมต้องเพิ่มน้ำหนักครับ จึงทำการกินทุกอย่างให้มากกกว่าปกติครับ เเต่การกินทุกอย่างไม่ได้หมายความว่าจะกินพวกอาหารเเป้งหรือไขมันนะครับ ผมจะกินอาหารที่คลีนที่สุด เน้นโปรตีนผักเป็นพิเศษครับ เมนูส่วนมากก็จะเป็นสลัด นม ไข่ อกไก่ครับ ช่วงที่ตื่นนอนมาผมจะกิน อกไก่ย่างหรือทอดก็ได้ครับ พร้อมข้าวเหนียว 1 ห่อ + ไข่ 2 ฟอง ตอนเย็นผมจะกินสลัด ขนมปัง ถั่ว นม ทูน่าหรือ อกไก่ต้มสลับกันไปครับ คราวๆผมกินเเค่นี้ครับ ผมกินเเค่ 2 มื้อครับ เพราะอยากทีรู้กันมนุษย์ออฟฟิตหรือนักศึกษาส่วนมากไม่ค่อยกินข้าวเช้ากันหรอกครับ เเต่ก็พยายามจะกินให้ได้ครับ หลังจากที่เล่นผ่านไป 1เดือนผมก็เริ่มปรับความเข้มข้นในการเล่นการกินมากขึ้นครับ ปรับการเล่นให้หนักขึ้น เข้มข้นขึ้นโดยการยกน้ำหนักดัมเบลล์ที่สูงขึ้น ผมเคยได้ศึกษามาว่าการยกน้ำหนักเยอะๆน้อยครั้งจะดีกว่าการยกน้ำหนักเบาๆหลายครั้งครับ เพราะการที่เรายกเบาจะให้กล้ามเนื้อเเข็งเเรงเเต่ไม่พัฒนา ผมจึงเริ่มยกหนักๆขึ้นเรื่อยๆ ท่าที่เพิ่มเข้ามาช่วงนี้จะเป็น Incline Dumbbell Press 10x3 ครั้ง Dumbbell Fly 10x3 ครั้ง Dumbbell Row 10x3 ครั้ง Hammer Curl 10x3 ครั้งครับ นี่คือท่าที่เพิ่มเติมจากการเล่นที่บอกในตอนเเรกๆครับ การกินผมต้องบอกเลยว่าช่วงนี้ผมกิน ไข่ กับไก่เยอะมาก ผมกินไข่วันนึงตกประมาณ 4 ฟองได้ครับ อกไก่ผมซื้อที่ตลาดเป็นอกไก่ต้มน้ำปลาลอกหนัง หรือถ้าวันไหนไม่มี ผมจะซื้อทูน่ากระป๋องเเช่น้ำเกลือหรือน้ำเเร่ก็ได้ครับ เอาง่ายคือคำนวณโปรตีนที่คุณได้รับต่อวัน การคำนวณก็คือ นน x2 ของโปรตีนต่อกรัมครับ อย่างผม ผมหนัก 60 ผมจึงต้องการโปรตีนให้ได้ประมาฯ 120 กรัมต่อวันครับจึงจะเพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อครับ ถ้าเพื่อนๆเล่นก็ลองคำรวณโปรตีนที่ได้รับต่อวันดูนะครับ หลังจากนั้นเล่นผ่านไป 3-4 เดือนได้ครับ เเต่เเล้วผมก็ต้องเจอกันปัญหาใหม่คือการที่ ม.ปิดทำให้ไม่มีที่เล่นจึงจำเป็นต้องหาที่ใหมาเล่น ผมตัดสินใจซื้อดัมเบลมาเล่นที่ห้องซะเลย การไม่มีที่เล่นไม่ใช่ข้ออ้างในการออกำลังกายครับ ผมเล่นตามคลิปวีดีโอนี้ครับเเรกๆผมเล่นๆ หยุดๆ เพราะไม่ไหวครับ หลังเล่นรวดเดียวเลย น้ำหนักเเรกๆเราเล่นให้เอาเเบบที่เราสามารถยกไหวครับ เพราะชินก็ค่อยๆเพิ่มไปเรื่อยๆ การเล่นก็เหมือนเดิมครับ เล่นวันเว้นวัน สำคัญคืออย่าขี้เกียจครับ วินัยต้องมี ไม่งั้นก็ไม่เห็นผลครับ หลังจากนั้นเริ่มเบื่อๆ การที่ยกดัมเบลที่ห้อง วิดพื้น เลยเพิ่มตารางการเล่นด้วยการ Pull up Chin up เเละ Drip ด้วยครับ ผมจะเล่นราวๆ 50 ครั้ง ไม่ได้ทำรวดเดียว ทำไปเรื่อยๆครับ จนกว่าจะครบ เเละการเล่นที่บอกเลยว่าผมเล่นเเบบเอาให้หอบครับ วันไหนไหวก็เล่น ไม่ไหวก็พักครับ ผมเล่นตามที่พิมบอกมาทั้งหมดครับ ไม่ได้นอกเหนือจากนั้นเลย สำคัญจริงๆคือวินัยการเล่นครับ นี่คือรูปล่าสุดของผมครับ จะเห็นได้ว่าอกผมไม่ค่อยใหญ่เท่าไร สาเหตุมาจากผมไม่ได้เล่นท่า bench press เลยครับเพราะไม่มีอุปกรณ์ ทำได้เเค่วิดพื้นกับ Pull up ครับเลย ค่อนข้างไม่โต ขอขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก เว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/32337216

เวลาในขวดแก้ว (2534) 2/2 (อีกคลิปให้อ่านรายละเอียดคลิปเต็มๆ)
หนังไทย

เนื้อเรื่อง เวลาในขวดแก้วเป็นเรื่องของปัญหาครอบครัวที่พ่อแม่ไม่เอาใจใส่ลูก ทำให้เด็กมีปัญหา โดยมีตัวละครที่สำคัญคือ นัต ชัย ป้อม เอก ทั้ง 4 เป็นเพื่อนสนิทกัน นัตเป็นพี่ชายคนโตมีน้องสาวชื่อหนิง ที่บ้านฐานะปานกลาง แต่พ่อกับแม่ของนัตทะเลาะตบตีกันเป็นประจำต่อหน้าลูก ๆ สาเหตุคือกฤชพ่อของนัตไปมีหญิงอื่น ทำให้ชุลีพรแม่ของนัตโกรธสามีที่ไปมีภรรยาน้อย เจอกันทีไรต้องมีปากมีเสียงกันทุกครั้ง กฤชทนไม่ได้จึงออกไปอยู่กับแหววภรรยาใหม่ นัตแอบชอบจ๋อม เพื่อนที่เรียนพิเศษไวโอลินด้วยกัน จ๋อมเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น ถูกเลี้ยงดูเหมือนเป็นคุณหนู นัตกับจ๋อมจะพากันไปกินกาแฟเย็นกับขนมถั่วตัดที่ร้านเพิงหมาแหงนและจะหยอดตู้เพลงฟังเพลง "เวลาในขวดแก้ว" ด้วยกัน แม่นัตเริ่มมีผู้ชายคนใหม่มาติดพันชื่อ ลุงอมร ทำให้นัตกับหนิงไม่พอใจมาก โดยเฉพาะหนิงกลายเป็นเด็กเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร ส่วนทางด้านเอกกับชัยเพื่อนสนิทของนัตลงแข่งขันฟุตบอลระหว่างโรงเรียน เกมส์การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นทะเลาะวิวาท ผลของการตะลุมบอนครั้งนั้น ชัยได้รับบาดเจ็บที่ขาต้องเดินขาเป๋ไปตลอดชีวิตดับความฝันของเขาที่ต้องการเป็นทหาร ทางด้านนัตกับเอกหลังเกิดการทะเลาะวิวาทได้ถูกตำรวจจับเข้าห้องขัง ต้องรอให้พ่อของนัตมาประกันตัว ส่วนแม่ของนัตและหนิงสนิทสนมกับลุงอมรมากขึ้น หนิงเสียใจและรู้สึกอายที่แม่ทำตัวแบบนี้ ทันทีที่พ่อรู้เรื่องมาต่อว่าแม่ ทั้งสองทะเลาะกัน แม่คว้าไวโอลินของนัตทำร้ายพ่อจนไวโอลินหัก นัตเสียใจมากจึงไปอยู่กับพ่อ ทิ้งให้หนิงอยู่กับแม่ ด้วยเหตุนี้ทำให้นัตไม่ได้ไปเรียนไวโอลินอีก ทำให้เจอจ๋อมน้อยลง หนิงเริ่มเข้ามาสนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนของนัต โดยเฉพาะป้อม ทำให้มีโอกาสรู้จักกับ สมพงษ์ เพื่อนห่าง ๆ ของป้อม การสอบไล่ผ่านไปด้วยดี กลุ่มของนัตเริ่มแยกย้ายกันไป ป้อมย้ายไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน นัตกลับไปหาแม่และได้รู้ความจริงว่าลุงอมรมีภรรยาอยู่แล้ว ดังนั้นแม่ของนัตจึงอยู่ในฐานะเมียน้อยของลุงอมร แม่บอกนัตว่าจะขายบ้าน เพื่อเปิดร้านอาหาร พ่อยินยอมให้แม่ขายบ้าน โดยแลกกับใบหย่าที่พ่อต้องการมานาน หนิงสารภาพกับนัตว่าเธอกำลังท้อง และพ่อของเด็กคือสมพงษ์ นัตโกรธมากตามไปเอาเรื่องกับป้อม ป้อมเสนอให้หนิงไปทำแท้ง นัตต้องขโมยเงินของแม่พาน้องไปทำแท้ง เมื่อเรื่องของหนิงจบลง ความสัมพันธ์ของนัตกับป้อมก็ร้าวฉานจนยากที่จะเหมือนเดิม ทางด้านจ๋อมก็มีปัญหาเช่นกันเนื่องจากพ่อของจ๋อมเริ่มมีเมียน้อย ทำให้แม่จ๋อมเสียใจมากถึงขึ้นล้มป่วย อีกทั้งจ๋อมก็มีการทะเลาะเบาแว้งกับเมียน้อยของพ่ออยู่บ่อยครั้ง จนทำให้จ๋อมตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอก หนิงกลับไปสนิทสนมกับป้อมและเริ่มเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์ให้ชุมชนแออัด เมื่อถึงวันประกาศผลเอนทรานซ์มีเพียงเอกคนเดียวเท่านั้นที่สอบติด ส่วนนัตผิดหวังที่สอบเข้าคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ได้ ในขณะที่ป้อมก็สอบไม่ได้เช่นกัน ป้อมตัดสินใจขอโทษนัต นัตยกโทษให้ ความเป็นเพื่อนของทั้งสองจึงกลับมาอีกครั้ง นัตเห็นข่าวป้อมร่วมเดินขบวนประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับโรงงานทอผ้า ป้อมได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล นัตชวนเอกไปเยี่ยมป้อม นัตขอร้องให้ป้อมเลิกทำงานแบบนี้ แต่ป้อมปฏิเสธ นัตแวะไปหาจ๋อม แต่เธอไม่อยู่ที่บ้าน เพราะมีเรื่องกับเมียน้อยพ่อ และยิงเมียน้อยได้รับบาดเจ็บ จ๋อมจึงหนีไปและไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นอาการของป้อมดีขึ้น และได้รับการปล่อยตัวให้กลับบ้าน นัตพาป้อมซ้อนมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน ระหว่างทางป้อมขอให้นัตพาไปดูต้นตะแบก ซึ่งกำลังออกดอกสวยงาม นัตสัญญาว่าวันหลังเขาจะเก็บดอกตะแบกไปให้เธอ ต่อมานัตตามหาจ๋อมจนเจอ เขาเสียใจมากที่เห็นจ๋อมอยู่กินกับโย่งซึ่งตามจีบจ๋อมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์จลาจลของกลุ่มนักศึกษาปะทะกับทางราชการ ชัยได้รับบาดเจ็บ เขาหนีมาหานัตที่บ้านด้วยสภาพเลือดท่วมตัว ชัยบอกว่าป้อมได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล นัตจึงรีบไปหาป้อม โดยสภาพร่างกายของป้อมมีอาการสาหัสเนื่องจากเศษระเบิดตกค้างอยู่ในกะโหลก นัตก็คิดว่าถึงเวลาที่เขาควรจะวาดรูปให้ป้อม นัตเอาไปให้ป้อม ป้อมดีใจมาก เธอสิ้นลมต่อหน้านัต ก่อนตายป้อมให้เศษกระดาษนัตข้างในเขียนว่า "ตะแบกบาน เธอเคยบอก....จะเก็บให้ แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง" กำกับ ประยูร วงศ์ชื่น อมรศรี เย็นสำราญ อนุกูล จาโรทก อำนวยการสร้าง ประยูร วงศ์ชื่น (วีเอ็น โปรดักชั่น) เขียน อมรศรี เย็นสำราญ นำแสดง นฤเบศร์ จินปิ่นเพชร ปวีณา ชารีฟสกุล วาสนา พูนผล จรัล มโนเพ็ชร มยุรา ธนะบุตร จิตต์โสภิณ ลิมปิสวัสดิ์ กำกับภาพ วิเชียร เรืองวิชญกุล 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406573450.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406575446.html

จอห์น เฮ! เมียคลอดลูกชายคนแรก น้องวิลเลี่ยม !!
จอห์น วิญญู /  แพร ชุติมา / 

พิธีกรหนุ่มคนเก่ง จอห์น วิญญู ปลาบปลื้มดีใจสุดๆ หลังภรรยาสาวคนสวย แพร ชุติมา ให้กำเนิดทายาทคนแรกแล้วเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) เวลา 12.44 น. ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 โดยได้ลูกชายสมใจ น้ำหนักแรกคลอด 3,220 กรัม ตั้งชื่อ น้องวิลเลี่ยม คุณพ่อป้ายแดงยังเข้าไปให้กำลังใจภรรยาถึงในห้องคลอด และโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวอวดเจ้าตัวน้อยให้แฟนๆ ได้ชื่นชมไปตามๆ กัน ทีมข่าว http://gossipstar.mthai.com ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก SpokedarkTV จอห์น-แพร-น้องวิลเลี่ยม จอห์น-แพร-น้องวิลเลี่ยม จอห์น-แพร จอห์น-แพร จอห์น-แพร อ่านต่อ จอห์น วิญญู และ เป๊ก เปรมณัช กับ ค่านิยมและทัศนคติของผู้ชาย 2014

บวงสรวงเปิดกล้อง
The One Ticket /  ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธย / 

“แดน-วรเวช ดานุวงศ์” นำทีมนักแสดงและเหล่าทีมงานทำพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์แนวคอเมดี้เรื่อง “The One Ticket ตัวพ่อ...เรียกพ่อ” ที่งานนี้ “เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสิร์ฐ” บอสใหญ่แห่งค่ายสหมงคลฟิล์มฯ เปิดไฟเขียวผ่านตลอดให้หนุ่มแดนที่งานนี้รับหน้าที่โปรดิวเซอร์และแสดงนำ โดยพิธีบวงสรวงจัดขึ้น ณ บริษัทเลเซอร์แคท ของหนุ่มแดน พร้อมเปิดตัวนักแสดงนำสุดน่ารักอย่างน้อง “ยูเค-ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกุล”, “นิว-ปทิตตา อัธยาตมวิทยา” และนักแสดงสมทบที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกอีกมากมาย อาทิ “แอนนา ชวนชื่น”, “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่”, “โจอี้ กาน่า”, “ใหม่ วงไอน้ำ”, “นาย เดอะคอมเมเดี้ยน” และ “บ๊อบบี้ เน็ตไอดอล” ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ “ปอย-ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” (ผู้ช่วยผู้กำกับในหนังของแดนสองเรื่องที่ผ่านมา) ขึ้นแท่นรับหน้าที่ผู้กำกับเต็มตัวเรื่องแรกด้วย โดยแดนได้พูดถึงภาพรวมของเรื่องนี้ว่า  “หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของตั๋วใบหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตและความผูกพันของพ่อลูก ซึ่งบรรยากาศโดยรวมเป็นหนังคอเมดี้ครับ มีความตลก สนุกสนาน แต่ว่าจะมีเรื่องของปรัชญาการดำเนินชีวิตเข้ามาสอดแทรกไว้ด้วย ผมว่าเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้อยู่ตรงการดำเนินเรื่องที่แปลกใหม่ และทำให้คนดูลุ้นไปตลอดทั้งเรื่องกับภารกิจที่เขาต้องฝ่าฟันเพื่อให้ถึงเป้าหมาย” “The One Ticket ตัวพ่อ...เรียกพ่อ” กำลังอยู่ในระหว่างถ่ายทำ และพร้อมมอบความสนุกให้ผู้ชม เร็วๆ นี้ ---------------------------------------

จนท.เอกซเรย์ข่มขืนคนไข้วัย70ในร.พ.ทุ่งสง
ข่มขืน /  นครศรีธรรมราช / 

เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ ข่มขืนคนไข้วัย 70 ปี ใน ร.พ.ทุ่งสง ตร.ขอศาลออกหมายจับเร่งจับกุมแล้ว ร.ต.อ.หญิงทัศน์มน สงฆ์แก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปที่ ร.พ.ทุ่งสง ทำการสอบปากคำ นางปอ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี ซึ่งพักรักษาตัว ที่โรงพยาบาล หลังจากที่ถูก นายชัชริน ไกรวัฒนพงศ์ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ข่มขืนในห้องเอกซเรย์ แล้วหลบหนีไปโดยไม่กลับเข้ามาทำงานอีก ทางด้าน ร.ต.อ.วินิจ คงอินทร์ เจ้าของคดี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้จะได้ขอหมายศาลจากศาลจังหวัดทุ่งสงเพื่อที่จะติดตามจับกุมตัวนายชัชรินมาดำเนินคดีต่อไป ด้าน น.พ.จรัส จันทร์ตระกูล ผอ.รพ.ทุ่งสง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับ นายชัชริน ผู้ก่อเหตุไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ของ ร.พ. โดยตรง แต่เป็นเจ้าหน้าที่เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของบริษัทเอกชนที่มารับเหมางานเอกซเรย์ของโรงพยาบาล ซึ่งทางต้นสังกัดของ นายชัชริน ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทาง ร.พ. ก็ได้ให้จิตแพทย์ไปดูแล นางปอ และทาง ร.พ.จะเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้นเพื่อที่จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ชมตัวอย่างแรก Tusk เมื่อชายแก่โรคจิตอยากจับคนมาทำวอลรัส
Dogma /  Kevin Smith / 

ยังคงจัดลูกบ้ามาเต็มเปี่ยมเช่นเคย สำหรับตา เควิน สมิธ กับผลงานหนังเรื่องล่าสุดอย่าง Tusk ที่ขอมาแนวสยองขวัญ ทริลเลอร์ ปนตลกร้ายแนวถนัด ซึ่งตัวอย่างแรกที่เผยออกมาก็เห็นตามเช่นนั้นจริงๆ ซึ่ง เควิน สมิธ เรื่องนี้รับหน้าที่กำกับ และ เขียนบทเอง ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมายทั้งชายหนุ่ม จัสติน ลอง ที่มาแปะหนวดจนเกือบจำไม่ได้ และ เจเนซิส ร็อดริเกรซ สาวสวยสุดอึ๋มที่กำลังโด่งดัง รวมถึงเจ้าเด็กที่เห็นคนตายอย่าง ฮาร์ลี่ย์ โจเอล ออสเมน จาก The Sixth Sense ที่ตอนนี้โตเต็มวัย จนลืมภาพวัยเด็กไปเลย หนังเป็นเรื่องราวของนักข่าวที่ได้รับรายงานเรื่องของชายแก่ที่เคยถูกช่วยชีวิตไว้โดยวอลรัส เขาจึงได้ทำการเข้าไปสัมภาษณ์ชายแก่คนนี้ แต่ผลมันดังไม่ได้ใช่อย่างที่คาด เมื่อแท้จริงแล้ว ชายแก่ นั่นหมกหมุ่นอยู่กับเจ้า วอลรัส โดยให้ความเห็นว่ามันดีกว่าคนหลายเท่า จึงจะจับเอานักข่าวหนุ่มเปลี่ยนเป็นวอลรัสเสียเลย จากเนื้อเรื่องแล้วก็เป็นหนังที่น่าสนใจมากๆ มีกำหนดฉายอเมริกาปลายปีนี้ครับ ส่วนบ้านเราต้องรอลุ้นเอา

ม็อคกิ้งเจย์จะโบยบิน ในทีเซอร์จาก The Hunger Games: Mockingjay
catching fire /  Constantine / 

ในที่สุดก็เผยออกมาแล้ว สำหรับหนังภาคต่อที่ทุกคนรอคอยอย่าง The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ในทีเซอร์แรกของหนัง ที่ยังไม่เผยอะไรมากนอกจากการโชว์ตัวละคร ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้รับรองว่าจะเข้มข้นกว่าเดิม และตัวละคร แคทนิส จะเป็นผู้ใหญ่ที่แกร่งกล้ามากกว่าที่ทุกคนคิด หนังมีทั้ง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, เลียม เฮมส์เวิร์ธ, จอช ฮัทเชอร์สัน, ฟิลลิปส์ ซีมัวร์ ฮอฟแมน และ จูลีแอน มัวร์ เข้ามารับบท ปธน.แห่งเขต 13 กันอีกด้วย หนังเป็นเรื่องราวภายหลังจากการแข่งขันอันเข้มข้นในครั้งล่าสุด สาวน้อยผู้มากับไฟ แคทนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวงขึ้น และมันได้นำมาซึ่งจุดเริ่มต้นที่แท้จริง การลุกขึ้นปฏิวัติของประชาชนที่ ไม่สยบยอมต่อแคปิตอลอีกต่อไป โดยมี แคทนิส เป็น “ม็อคกิ้งเจย์” สัญลักษณ์แห่งการต่อต้านในครั้งนี้ พร้อมกับเป้าหมายที่จะต้องช่วยชายหนุ่มที่เคยต่อสู้เคียงข้างเธออย่างพีต้า เมลลาร์ค ซึ่งถูกแคปิตอลจับเป็นตัวประกัน การเผชิญหน้าของ แคทนิส และ ประธานาธิบดีสโนว์ (โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์) ครั้งนี้ จึงจะเป็นตัวกำหนดโชคชะตาของผู้คนทั้งพาเน็มไปตลอดกาล ฉายไทย 20 พฤศจิกายนนี้

เวลาในขวดแก้ว (2534) 1/2
หนังไทย

เนื้อเรื่อง เวลาในขวดแก้วเป็นเรื่องของปัญหาครอบครัวที่พ่อแม่ไม่เอาใจใส่ลูก ทำให้เด็กมีปัญหา โดยมีตัวละครที่สำคัญคือ นัต ชัย ป้อม เอก ทั้ง 4 เป็นเพื่อนสนิทกัน นัตเป็นพี่ชายคนโตมีน้องสาวชื่อหนิง ที่บ้านฐานะปานกลาง แต่พ่อกับแม่ของนัตทะเลาะตบตีกันเป็นประจำต่อหน้าลูก ๆ สาเหตุคือกฤชพ่อของนัตไปมีหญิงอื่น ทำให้ชุลีพรแม่ของนัตโกรธสามีที่ไปมีภรรยาน้อย เจอกันทีไรต้องมีปากมีเสียงกันทุกครั้ง กฤชทนไม่ได้จึงออกไปอยู่กับแหววภรรยาใหม่ นัตแอบชอบจ๋อม เพื่อนที่เรียนพิเศษไวโอลินด้วยกัน จ๋อมเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น ถูกเลี้ยงดูเหมือนเป็นคุณหนู นัตกับจ๋อมจะพากันไปกินกาแฟเย็นกับขนมถั่วตัดที่ร้านเพิงหมาแหงนและจะหยอดตู้เพลงฟังเพลง "เวลาในขวดแก้ว" ด้วยกัน แม่นัตเริ่มมีผู้ชายคนใหม่มาติดพันชื่อ ลุงอมร ทำให้นัตกับหนิงไม่พอใจมาก โดยเฉพาะหนิงกลายเป็นเด็กเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร ส่วนทางด้านเอกกับชัยเพื่อนสนิทของนัตลงแข่งขันฟุตบอลระหว่างโรงเรียน เกมส์การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นทะเลาะวิวาท ผลของการตะลุมบอนครั้งนั้น ชัยได้รับบาดเจ็บที่ขาต้องเดินขาเป๋ไปตลอดชีวิตดับความฝันของเขาที่ต้องการเป็นทหาร ทางด้านนัตกับเอกหลังเกิดการทะเลาะวิวาทได้ถูกตำรวจจับเข้าห้องขัง ต้องรอให้พ่อของนัตมาประกันตัว ส่วนแม่ของนัตและหนิงสนิทสนมกับลุงอมรมากขึ้น หนิงเสียใจและรู้สึกอายที่แม่ทำตัวแบบนี้ ทันทีที่พ่อรู้เรื่องมาต่อว่าแม่ ทั้งสองทะเลาะกัน แม่คว้าไวโอลินของนัตทำร้ายพ่อจนไวโอลินหัก นัตเสียใจมากจึงไปอยู่กับพ่อ ทิ้งให้หนิงอยู่กับแม่ ด้วยเหตุนี้ทำให้นัตไม่ได้ไปเรียนไวโอลินอีก ทำให้เจอจ๋อมน้อยลง หนิงเริ่มเข้ามาสนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนของนัต โดยเฉพาะป้อม ทำให้มีโอกาสรู้จักกับ สมพงษ์ เพื่อนห่าง ๆ ของป้อม การสอบไล่ผ่านไปด้วยดี กลุ่มของนัตเริ่มแยกย้ายกันไป ป้อมย้ายไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน นัตกลับไปหาแม่และได้รู้ความจริงว่าลุงอมรมีภรรยาอยู่แล้ว ดังนั้นแม่ของนัตจึงอยู่ในฐานะเมียน้อยของลุงอมร แม่บอกนัตว่าจะขายบ้าน เพื่อเปิดร้านอาหาร พ่อยินยอมให้แม่ขายบ้าน โดยแลกกับใบหย่าที่พ่อต้องการมานาน หนิงสารภาพกับนัตว่าเธอกำลังท้อง และพ่อของเด็กคือสมพงษ์ นัตโกรธมากตามไปเอาเรื่องกับป้อม ป้อมเสนอให้หนิงไปทำแท้ง นัตต้องขโมยเงินของแม่พาน้องไปทำแท้ง เมื่อเรื่องของหนิงจบลง ความสัมพันธ์ของนัตกับป้อมก็ร้าวฉานจนยากที่จะเหมือนเดิม ทางด้านจ๋อมก็มีปัญหาเช่นกันเนื่องจากพ่อของจ๋อมเริ่มมีเมียน้อย ทำให้แม่จ๋อมเสียใจมากถึงขึ้นล้มป่วย อีกทั้งจ๋อมก็มีการทะเลาะเบาแว้งกับเมียน้อยของพ่ออยู่บ่อยครั้ง จนทำให้จ๋อมตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอก หนิงกลับไปสนิทสนมกับป้อมและเริ่มเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์ให้ชุมชนแออัด เมื่อถึงวันประกาศผลเอนทรานซ์มีเพียงเอกคนเดียวเท่านั้นที่สอบติด ส่วนนัตผิดหวังที่สอบเข้าคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ได้ ในขณะที่ป้อมก็สอบไม่ได้เช่นกัน ป้อมตัดสินใจขอโทษนัต นัตยกโทษให้ ความเป็นเพื่อนของทั้งสองจึงกลับมาอีกครั้ง นัตเห็นข่าวป้อมร่วมเดินขบวนประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับโรงงานทอผ้า ป้อมได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล นัตชวนเอกไปเยี่ยมป้อม นัตขอร้องให้ป้อมเลิกทำงานแบบนี้ แต่ป้อมปฏิเสธ นัตแวะไปหาจ๋อม แต่เธอไม่อยู่ที่บ้าน เพราะมีเรื่องกับเมียน้อยพ่อ และยิงเมียน้อยได้รับบาดเจ็บ จ๋อมจึงหนีไปและไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นอาการของป้อมดีขึ้น และได้รับการปล่อยตัวให้กลับบ้าน นัตพาป้อมซ้อนมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน ระหว่างทางป้อมขอให้นัตพาไปดูต้นตะแบก ซึ่งกำลังออกดอกสวยงาม นัตสัญญาว่าวันหลังเขาจะเก็บดอกตะแบกไปให้เธอ ต่อมานัตตามหาจ๋อมจนเจอ เขาเสียใจมากที่เห็นจ๋อมอยู่กินกับโย่งซึ่งตามจีบจ๋อมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์จลาจลของกลุ่มนักศึกษาปะทะกับทางราชการ ชัยได้รับบาดเจ็บ เขาหนีมาหานัตที่บ้านด้วยสภาพเลือดท่วมตัว ชัยบอกว่าป้อมได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล นัตจึงรีบไปหาป้อม โดยสภาพร่างกายของป้อมมีอาการสาหัสเนื่องจากเศษระเบิดตกค้างอยู่ในกะโหลก นัตก็คิดว่าถึงเวลาที่เขาควรจะวาดรูปให้ป้อม นัตเอาไปให้ป้อม ป้อมดีใจมาก เธอสิ้นลมต่อหน้านัต ก่อนตายป้อมให้เศษกระดาษนัตข้างในเขียนว่า "ตะแบกบาน เธอเคยบอก....จะเก็บให้ แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง" กำกับ ประยูร วงศ์ชื่น อมรศรี เย็นสำราญ อนุกูล จาโรทก อำนวยการสร้าง ประยูร วงศ์ชื่น (วีเอ็น โปรดักชั่น) เขียน อมรศรี เย็นสำราญ นำแสดง นฤเบศร์ จินปิ่นเพชร ปวีณา ชารีฟสกุล วาสนา พูนผล จรัล มโนเพ็ชร มยุรา ธนะบุตร จิตต์โสภิณ ลิมปิสวัสดิ์ กำกับภาพ วิเชียร เรืองวิชญกุล 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406573450.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406575446.html