โรงหนังราชบุรี

ซาอุฯ เอาจริง กับกฏหมายหนึ่งเดียวในโลกที่ห้ามผู้หญิงขับรถ ?
กฏหมายตามหลักศาสนา /  กลุ่มต่อต้านกฏหมายห้ามผู้หญิงขับรถ / 

ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกฏหมายห้ามผู้หญิงขับรถ ล่าสุดได้มีการประกาศผ่านสำนักข่าวซาอุฯ ว่าจะออกมาตรการจริงจังหลังการออกมาต่อต้านในโลกออนไลน์ วานนี้ (23ต.ค.) สำนักข่าว อัล อาราบีญา รายงานข่าว ทางการซาอุดิอาระเบีย ออกมาประกาศเตือนว่าจะใช้มาตราการจริงจังกับผู้ที่ออกมาต่อต้าน ฝ่าฝืน และสร้างความสงบ โดย กระทรวงมหาดไทย ของซาอุฯ กล่าวว่าจะ "ดำเนินการอย่างเคร่งครัด" กับผู้ที่ต่อต้านและมีส่วนช่วยในลักษณะใดหรือการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนและบ่อนทำลายสังคมร่วมกัน"  ซึ่งในวัน อาทิตย์ ที่ 26 ต.ค. ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันที่เหล่าบรรดาหญิงสาวที่ต่อต้านมาตราการและกฏหมายดังกล่าวต้องการที่จะสามารถออกมาขับรถได้ตามปกติ โดยในปีที่แล้ว การรณรงค์เช่นนี้ ทำให้หญิงสาวชาวซาอุฯ 16 คนถูกจับกุมขณะขับรถ พวกเธอแต่ละคนถูกปรับเป็นเงิน 80 ดอลลาร์ รวมถึงให้ผู้ปกครองชายของพวกเธอ ต้องทำการปฏิญาณที่จะทำตามกฎหมายของซาอุฯ รวมถึงกิจกรรม ที่สาวๆ จะโพสต์ภาพของตนเองขับรถ และเผยแพร่ไปยังสังคมออนไลน์ พร้อมกับแท็ก ไปที่คำว่า #IWillDriveMyself เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อกฏหมายดังกล่าว โดยเคยมีการแท็กข้อความนี้ถึง 2,700 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบีย ยังคงยึดหลักกฏหมายตามหลักศาสนานิกาย วะฮาบีย์ ในทางการดำรงชีวิต และนอกการขับรถเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้หญิงแล้ว ปัจจุบันผู้หญิงซาอุฯ ยังไม่มีสิทธิท่องเที่ยวต่างประเทศ เปิดบัญชีธนาคาร หรือทำงานโดยปราศจากความเห็นชอบของญาติที่เป็นชาย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เคยเกิดเหตุการณ์หญิงสัญชาติคูเวตถูกจับในซาอุดีอาระเบียขณะที่เธอขับรถกำลังพาพ่อที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานไปโรงพยาบาลมาแล้ว Mthai News

ศาลประกาศ บิลลี่ โอแกน ล้มละลาย!
บิลลี่ โอแกน /  บิลลี่ล้มละลาย / 

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา อดีตนักร้องร็อกเกอร์ชื่อดัง บิลลี่ โอแกน ถูกศาลประกาศเป็นบุคคล ล้มละลาย แล้ว โดยราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือ บิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ หรือ บิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลาย คดีหมายเลขแดงที่ ล.3891/2556 ระบุว่า "ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือบิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ หรือบิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ลูกหนี้ เกิดวันที่ 29 กรกฎาคม 2509 ไม่ปรากฏอาชีพ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 35 ซอยริมทางด่วน 2 แขวงบางจาก เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557" ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ หนุ่มบิลลี่ ได้รับงานพิธีกรในรายการ "ณ. จุดนี้" ทางช่องไบรท์ทีวี โดยก่อนหน้านี้อดีตร็อกเกอร์ชื่อดังเคยจดทะเบียนทำธุรกิจ 2 แห่ง แต่สถานะเป็นบริษัทร้าง ได้แก่ 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัตตาหาร จดทะเบียนวันที่ 14 มกราคม 2540 ทุน 3 แสนบาท ที่ตั้งเลขที่ 415/17 ซอยสุขุมวิท 101/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายธนานต์ บุญเสรฐ ร่วมเป็นหุ้นส่วน ต่อมาเลิกกิจการ นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 2.บริษัท โรงบ่มดนตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 4 มิ.ย. 2541 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตนักร้อง นักแสดง สิ่งบันทึกเสียง โสตทัศนวัสดุ งานดนตรีกรรม ที่ตั้งเลขที่ 119/20 ซอยสามภพนฤมิตร ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน และนายจาตุรนต์ เอมซ์บุตร เป็นกรรมการ ต่อมาเลิกกิจการ และนายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 หมายศาล ประกาศ บิลลี่ โอแกน ล้มละลาย บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน

8 เรื่องปาฏิหารย์ คู่ แม่ลูก ความรักที่คุณจะซาบซึ้ง
ปาฏิหารย์ /  เรื่องแปลก / 

ความรักของแม่นั้น ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิตของสาวๆทุกคน แต่เรื่องราวปาฏิหารย์ก็มากับสาวๆที่ได้กลายเป็นแม่เช่นกัน เรียกได้ว่าใครได้ก้าวเป็นแม่คนแล้วนั้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทันที วันนี้เรามีเรื่องปาฏิหารย์ของแม่ลูก ที่สาวๆจะต้องอึ้งและอยากลองเป็นแม่คนดูสักครั้ง 1.Jane Woodhead ผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติที่มี มดลูก 2 อัน และ คอมดลูก 2 อันในร่างกาย ที่เรียกว่า uterus didelphys  โดยคุณหมอบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากหากเธอจะตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยเธอและสามีจึงตัดสินใจทดลองวิธี IVF (เด็กหลอดแก้ว)  แต่หลังจากหนึ่งอาทิตย์ที่เริ่มเก็บน้ำเชื้อ คุณแม่วัย 40 คนนี้ กลับได้รับข่าวดีจากคุณหมอ ว่าเธอตั้งครรภ์ได้แล้ว 7 สัปดาห์  หลังจากได้รับการตรวจสแกน ทั้งคู่ก็น้ำตาไหลอย่างมีความสุข เมื่อได้เห็นร่างน้อยๆในครรภ์ พร้อมตั้งชื่อ ลูกรักน่ารักคนนี้ที่แสนจะสร้างปาฏิหารย์ให้เธอว่า " เกรส" 2.Erica Nigrelli   คุณแม่ผู้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เกือบตายหลังจากให้กำเนิดลูกสาว โดย เอริก้ามีอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ และล้มลงในห้องเรียนในปี 2013 โดยสามีของเธอ ผู้เป็นครูเช่นกันบอกว่า เธอมีอาการน้ำลายฟูมปาก และตาค้าง เพื่อนร่วมงานช่วยเธอด้วยการทำ CPR และช่วยให้เธอกลับมาหายใจอีกครั้ง และนำส่งรพ. คุณหมอได้จัดการนำลูกในท้องออก ในขณะที่คุณแม่ได้หยุดหายใจไปแล้ว  โดยคุณหมอได้ช่วยให้เอริก้าฟื้น เนื่องจากเธอทรมานจากกล้ามเนื้อหัวใจหนา " โดย 9 ใน 10 ของคน จะเสียชีวิตทันทีที่เริ่มรู้ว่าป่วย ราวกับเป็นเหมือนระเบิดเวลาร่างกาย และการให้กำเนิดลูกสาวในตอนที่เธอไม่หายใจ และตัวฉันก็ฟื้นขึ้น ถือเป็นเรื่องดีที่ฉันรู้สึก ยิ่งกว่า ขอบคุณ "  3. ทารกจากการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกของโลก ทารกน้อย Vincent เด็กคนแรกของโลกที่เกิดจากการ ปลูกถ่ายมดลูก จากคุณแม่คนหนึ่งแห่งสวีเดน วัย 36 ปี  โดยเธอรู้ตัวในวัย 15 ปี ว่า เธอไม่มีมดลูก และไม่อาจเป็นแม่คนได้ และเธอจึงได้เข้ารับการทดลงปลูกถ่ายมดลูก จากญาติคนหนึ่งของเธอ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี และได้ตั้งชื่อลูกน้อยว่า Vincent ที่มาความหมายว่า " ชนะ" 4. Claire Diaz-Ortiz สาวผู้พัฒนาโปรแกรมบริษัทโซเชียลมีเดียชื่อดัง " twitter " ได้ทวิตข้อความบอกฟอลโล่วเวอร์ 300,000 คน ในระหว่างที่เธอน้ำคร่ำแตก เรียกได้ว่าแบบ Real Time กันนาทีต่อนาที โดยใช้แฮซแทคว่า #inlabor 5. Roxana Rodriguez แม่ชีนักบวชแห่งประเทศเอลซัลวาดอร์ วัย 31 ปี ให้กำเนิดลูกน้อยในเดือน ม.ค. 2014 ที่ประเทศอิตาลี โดยเธออ้างว่าเธอไม่รู้เลยว่าเธอตั้งครรภ์ และมีอาการปวดท้องในสำนักแม่ชี เธอจึงรีบไปที่โรงพยาบาล และได้ให้กำเนิดลูน้อยในวันนั้น และตั้งชื่อลูกตามพระสันตะปาปาว่า " Francis " และเธอก็ยอมรับในที่สุดว่า เธอท้องขณะที่เดินทางไปเที่ยวที่เมือง เพื่อทำพาสปอร์ตใหม่  โดยเพื่อนแม่ชี ต่างก็รู้สึกต่อต้าน เนื่องจากเธอไม่ขัดขืนสิ่งยั่วยุเหล่านี้ ทั้งที่เป็นแม่ชีอยู่ 6. George King  หนูน้อย จอร์จ ทารกอวบอ้วนแห่งเมืองอังกฤษ โดยมีน้ำหนักอลังการงานสร้างถึง 7 กิโลกรัม (ซึ่งพอๆกับเด็กทารกสองคนเลยทีเดียว) คุณแม่วัย 21 ปี ได้ทำการคลอดแบบวิธีธรรมชาติอีกด้วย! โดยไหล่ของพ่อหนุ่มน้อยจอร์จติดแหง่กอยู่ออกไม่ได้ แถมยังไม่หายใจอีกด้วย จอร์จมีโอกาสรอดเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หนุ่มน้อยคนเก่งนี้ก็รอดมาอย่างปาฏิหารย์ ! 7. Sarah Thistlethwaite คุณแม่ที่รู้ว่า ลูกของเธอมีอาการปกติ เพราะเธอกำลังตั้งต้องลูกฝาแฝดร่วมถุงน้ำคร่ำ (Monoamniotic Twins หรือ Momo twins) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น! โดยใช้วิธีผ่าคลอด และความน่ารักของฝาแฝดน้อยก็คือ ทั้งคู่จับมือกันเกิดเลยล่ะ ! โดยแฝดคู่นี้มีชื่อว่า Jenna และ Jillian นั่นเอง น่ารักซะไม่มี!  8. Trish Staine คุณแม่ผู้คิดว่าตัวเองมีอาการปวดหลัง เนื่องจากอาการเจ็บปวดของการวิ่ง Half Marathon เมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้ว เธอกำลังตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน และได้ให้กำเนิดลูกในชั่วโมงต่อมา เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Mirror.co.uk  

8 วิธีบอกลา มือด้าน
บำรุงมือ /  มือด้าน / 

สาวๆ หลายคน ทุกวันนี้อาจจะมัวแต่ใส่ใจกับเสื้อผ้าหน้าผม จนลืมอวัยวะบางส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือมือนั่นเอง ถึงใบหน้าจะไร้สิว และผมจะเงางามมีน้ำหนักขนาดไหนแต่หากไม่ดูแลมือตัวเองจนผิวเหี่ยวย่น และมือสากล่ะก็ ตายตอนจบได้เลยทีเดียว บางคนถึงกับไม่กล้าเช็คแฮนด์กับใครเลยไม่กล้วให้ใครเห็นมือตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นสาวๆ ทั้งหลายอย่ามองข้ามมือของเราที่ต้องใช้ทำงานอย่างหนักไปตลอดชีวิต ถึงอากาศบ้านเราจะไม่แห้งไม่หนาว อันเป็นเหตุผลสำคัญของการแก่ก่อนวัยของผิวรวมทั้งมือแล้ว แต่หลายๆ คนต้องนั่งทำงานในออฟฟิศที่อากาศเย็นจัดจนเกินไปอยู่เสมอ ซึ่งไม่ดีแน่เลย หลายคนอาจจะเกิดมามีมือที่อวบอิ่มดูมีเนื้อมีหนัง ไม่เห็นกระดูก เล็บสวยนิ้วเรียวยาวก็ถือเป็นโชคอีแล้วนะ ส่วนสาวๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องน้อยใจไป เราสามารถดูแลมือเราเองให้อวบอิ่มไม่เหี่ยวย่นได้แน่นอนถ้าเราใส่ในการดูแล 8 วิธีบำรุงผิวมือ ไม่ให้ มือด้าน วิธีการที่นำเสนอเหล่านี้จะช่วยทำให้มือของคุณนุ่มขึ้นละไม่สากอีกต่อไปจะ เลือกวิธีไหนก็ได้ครับ หรือจะลองหลายสูตรตามแต่สะดวก 1. ผสมน้ำตาล เบบี้ออยล์ และสบู่เหลวอย่างล่ะ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำน้ำตาลและเบบี้ออยล์มาเทใส่มือผสมกัน แล้วถูมือไปมาเหมือนเวลาฟอกสบู่ล้างปกตินั้นแหละ ให้ทำเช่นนี้ประมาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย จากนั้นใช้สบู่เหลาวล้างมืออีกรอบให้สะอาด มือของคุณจะรเยบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2. ผสมน้ำตาล น้ำมะนาว และ ครีมสดอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกันและนวดฝ่ามือไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายจนหมด 3. ผสมนมสดแบบธรรมดาไม่ต้อง low – fat อุ่นๆสักครึ่งถ้วยกับน้ำตาลและโยเกิร์ตธรรมชาติอย่างละ 2 ช้อนชา และน้ำมันกลิ่นลาเวนเดอร์ 2 -3 หยดให้เข้ากันดีใส่ในกะละมัง จากนั้นแช่มือในส่วนผสมประมาณ 7 นาที พร้อมนวดมือไปด้วยในตัวแล้วจึงล้างออกให้สะอาด 4. ถ้าวันไหน มือทำงานที่หนักๆ เช่นทำสวนหลังบ้าน หรือล้างรถเป็นต้น หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เทเกลือใส่ฝ่า มือด้าน หนึ่งและน้ำมันมะกอก ใส่มืออีกด้านหนึ่งแล้ว๔มือเด้วยกันประมาณ 7 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด(ต้องเป็นน้ำอุ่นกำลังพอดีๆ ไม่เอาแบบร้อนจนเกินไป เพราะกลับจะทำให้มือแห้งขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม)ต่อมาให้สวมถุงมือผ้าฝ้าย เพื่อเก็บความชุ่มชื้น จะใส่ถุงมือไว้ตลอดคืนเลยก็ได้ 5. ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะและน้ำมะนาว 2 ช้อนชา ผสมกันแล้วถูมือเบาๆหรือใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วขัดเบาๆ ก็ได้เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้ไม่ควรทำเกินอาทิตย์ละครั้ง แต่สูตรนี้จะให้ให้มือของคุณนุ่มขึ้น และทำให้สีผิวเท่ากันสม่ำเสมอกันด้วย แต่ถ้าหากมือมีแผลอยู่ยังไม่ควรทำ ให้พักไปก้อนเพราะจะแสบสะดุ้งกันเลยที่เดียว 6. สำหรับมือที่แตกแห้งและเหี่ยวย่นมากๆ ให้นำข้างโอ๊ตดิบ 1 ถ้วยไปปั่นจนเป็นผงเสร็จแล้วเทใส่ชามล้างมือลงไปถูในแป้งเบาๆ จนทั่ว วิธีนี้จะทำให้ผิวที่แห้งแตกและลอกนั้นหลุดออกไปด้วย ล้างด้วยน้ำเย็นและทาโลชั่นสำหรับทามือ 7. สาวๆ คนไหนต้องล้างจานบ่อยๆ เป็นประจำมือจะสาก วิธีป้องกันให้ผสมน้ำมันเมล็ดอัลมอนดืลงในน้ำที่ใช้ล้างจานเล็กน้อย น้ำจะทำให้มือคุณนิ่มขึ้น ส่วนผสมน้ำมันเมล้ดอัลมอนด์จะทำหน้าที่ล้อกความชุ่มซื้นเอาไว้ นอกจากนี้สเปรย์น้ำส้มสายวูลงบนมือหลังจากล้างจานเสร็จแล้วก้ช่วยได้ระดับ หนึ่งเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันที่ได้ผลดที่สุดก้คือการให้ถุงมือล้างจาน บางคนอาจไม่ถนัดแต่เพื่อถนอมือของคุณแล้วคุรก็ควรใช้ถุงมือมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีจากน้ำยาล้างจานด้วย 8. วิธีง่ายๆที่ทำกันตลอดเวลาและไม่ยุ่งยากก็คือ การทาโลชั่นหรือครีมทามือบ่อยๆ เป็นประจำ หากมี่จะใช้วาสลีนหรือปิโตเลียมเจจลลี่แทนก้ได้ทาบ่อยได้เท่าที่คุณต้องการ อย่าลืมเอา 8 วิธีเหล่านี้ ไปใช้กันนะสาวๆ ถ้าปล่อยให้ มือด้าน เวลาจับมือกับหนุ่มๆ อายเขาแย่! ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

4 ปัญหาผมเสีย เมื่อเข้า หน้าหนาว
ปัญหาเส้นผม /  ผมมัน / 

รู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมาในยามเช้ากันบ้างหรือเปล่า อากาศเริ่มเย็นขึ้นบ้างแล้ว เข้า หน้าหนาว ทีไร สภาพร่างกายของคนเรามักจะเปลี่ยนแปลง เพราะว่าลมหนาวที่พัดมา นำพาความเย็นและความชื้น มาปะทะร่างกาย ถ้าเกิดว่าใครที่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดีละก็ อาจต้องมีป่วยเป็นไข้กันบ้าง แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงอาการเจ็บป่วย แต่จะมาพูดถึงอีกหนึ่งปัญหา ที่หลายๆ คน มักเจอเมื่อเข้า หน้าหนาว นั้นก็คือปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ซึ่งถ้าดูเผินๆ หลายคนก็อาจจะไม่คิดว่า เพราะอากาศหนาวก็เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาเส้นผมเหล่านี้ได้เหมือนกัน 1. ปัญหาผมแห้งชี้ฟู ปัญหาผมแห้งชี้ฟูเป็นปัญหาที่พบกันได้ค่อยข้างบ่อย การที่ผมแห้งชีฟู ไม่มีน้ำหนัก ก็เกิดจากสาเหตุหลักๆ คือเกิดจากการที่ผมของคนเรามีความชื้นในอากาศอุณหภูมิต่ำ ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ยิ่งถ้าใครที่ชอบสระผมทุกวัน หรือใครที่ใช้น้ำร้อนสระผม แม้กระทั้งการตากแดดจัดเป็นเวลานานๆ ก็มีส่วนทำให้ผมแห้งและชี้ฟูได้เช่นกัน ทางแก้ไขปัญหาผมแห้งชี้ฟู : สำหรับคนที่ผมมันไม่มากลองเปลี่ยนเป็นสระผมวันเว้นวันก็พอ แต่ใครที่ผมมันสุดๆ และจำเป็นต้องสระผมทุกวันควรใช้คอนดิชันเนอร์ชโลมปลายผมด้วยค่ะ ส่วนใครที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง พี่เตยแนะนำว่าให้ใส่หมวกและกางร่มด้วยค่ะ ส่วนปัญหาผมชี้ฟูที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตแนะนำให้สาวๆ ลองหวีผมตั้งแต่โคนผมไล่มาจนถึงปลายผมจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ 2. ปัญหา “รังแค” ตามรังควาน เมื่ออากาศเย็นลงจึงทำให้หนังศีรษะแห้ง แล้วปัญหาที่ตามมาคือ “ปัญหารังแค” ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งมีรังแคเราก็ยิ่งทำอะไรได้ไม่มั่นใจเท่าไรนัก สาวๆ หลายคนชอบอาบน้ำอุ่น อาบน้ำร้อน เพราะอากาศตอนเช้ามันเย็นใช่ไหมล่ะ แต่รู้หรือไม่ว่ายิ่งใช้น้ำร้อน ก็ยิ่งทำให้หนังศีรษะแห้งและเกิดรังแค และนอกจากนี้แล้วรังแคอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆอีก เช่น การหมักหมมไม่ยอมสระผม หรือแพ้ยาสระผมที่ใช้อยู่ ทางแก้ไขปัญหารังแค : ทางแก้ก็คือหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนสระผม เปลี่ยนยาสระผม หรือเลือกใช้แชมพูสูตรขจัดรังแค 4. ผมแตกปลาย เชื่อว่าปัญหานี้ต้องเป็นกันหลายคนแน่ๆ เพราะเมื่อพอเข้าฤดูหนาวแล้วผมจะทั้งแห้งและแตกปลาย อาจเป็นเพราะการละเลยการใช้คอนดิชันเนอร์รวมถึงการหนีบผม การใช้ไดร์เป่าผมเป็นประจำจึงทำให้ผมแตกปลาย แล้วไม่ได้แตกปลายแค่ หน้าหนาว นะ แต่ปลายไปทุกฤดูเลยจริงๆ ทางแก้ไขปัญหาผมแตกปลาย : ผมแตกปลายแบบนี้ วิธีที่ได้ผลมากที่สุดคือ “เล็มผม” ทิ้งค่ะ วิธีอื่นที่ช่วยได้คือการใช้คอนดิชันเนอร์ชโลมปลายผม รวมถึงต้องเลี่ยงการใช้ความร้อนทุกชนิดกับเส้นผมด้วย 4. ปัญหาผมลีบติดหนังศีรษะ ไม่รู้ว่าหลายๆ คนจะเจอปัญหานี้กันบ้างหรือเปล่า เพราะในขณะที่หลายคนมีปัญหาผมชี้ฟู จัดทรงยาก แต่บางคนกลับมีปัญหาผมลีบติดหนังศีรษะ โดยเฉพาะสาวผมมัน ซึ่งปัญหาผมลีบติดหนังศีรษะนี้เกิดจากการที่หนังศีรษะของเราแห้ง จึงทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมากเกินไป เพื่อมาเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม จึงทำให้เกิดมีน้ำมันที่เส้นผมมากเกินไป ผมก็เลยลีบนั่นเอง ทางแก้ไขปัญหาผมลีบ : ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาการมันๆ เพราะจะยิ่งทำให้หนังศีรษะมันมากยิ่งขึ้น รวมถึงไม่ควรใช้คอนดิชันเนอร์มากเกินไปในกลุ่มคนที่มีปัญหาผมลีบ เพราะจะทำให้ผมเหนียวหนึบเป็นมันเยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมอีก และอีกวิธีนึงที่ดีมากสำหรับสาวที่มีปัญหาผมลีบคือ หลังจากอาบน้ำสระผม เป่าผมให้แห้งแล้ว ก็ลองเสริมสวยด้วยการม้วนผมดู ก็จะทำให้ผมดูมีน้ำหนัก มีวอลลุ่มมากขึ้น ได้รู้จักกับ 4 ปัญหา และ 4 วิธีแก้กันไปแล้ว ก็อย่าลืมนำเอาไปใช้กันนะ และหวังว่าผมของคุณจะมีสุขภาพดียาวนานไปทุกฤดู ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

นี่แหละทายาทผี! เฟอร์กี้ เผยเฮียกัลคือกุนซือของกุนซือ
ทีมชาติฮอลแลนด์ /  ปีศาจแดง / 

อดีตผู้จัดการทีมที่กลายเป็นตำนานของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ท่านเซอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมายกยอง หลุยส์ ฟาน กัล ว่าคือผู้ที่เหมาะสมในการคุมทัพปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับตำแหน่งกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัวหลังจากที่เขาทำทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 3 ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  และจากการมาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงนักเตะแบบแทบยกทีม กล้าที่จะรื้อระบบ ยกเครื่องใหม่หมด จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้นิยามกับ หลุยส์ ฟาน กัล ว่า "เป็นกุนซือของกุนซือ" เลยทีเดียว ซึ่ง ฟาน กัล แสดงให้เห็นว่า นักเตะทุกคนควารที่จะได้เรียนรู้จากเขา จากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชีวประวัติของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน " My Autobiography " ฉบับปรับปรุ่ง ได้กล่าวถึง หลุยส์ ฟาน กัล ไว้ว่า " ผมขอเรียกเขาว่าเป็น กุนซือของกุนซือ เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา ผมชอบหลุยส์และเป็นมิตรกับเขาเสมอ เขานั้นน่าเกรงขาม แรงกระตุ้นของเขาคือเกมลูกหนังอันเปี่ยมสเน่ห์ เขาชอบดูทุกอย่าง ทั้งการเล่นของลูกทีม, การซ้อม และทุกอย่างๆ รวมถึงการพัฒนาเยาวชน"

The Conjuring 2 เลื่อนฉายไปปี 2016 แต่ผกก. เจมส์ วาน กลับมากำกับ
Annabelle /  Ghost / 

กลายเป็นผู้กำกับคนล่าสุดที่ดูเหมือนจะกลืนน้ำลายตัวเองคล้าย ไมเคิล เบย์ เสียแล้ว แต่คนนี้มาในทางด้านดี สำหรับ เจมส์ วาน เจ้าพ่อหนังสยองขวัญแห่งยุคนี้ ที่หลังจากเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเขาจะเลิกกำกับหนังสยองขวัญ และ Insidious 2 และ The Conjuring จะเป็นเรื่องสุดท้ายของเขา เพื่อให้ตัวเขาเองได้ไปทดลองทำหนังแนวอื่นๆดูบ้าง แต่ล่าสุดดูเหมือนจะไม่ทันไร ก็ดูเหมือนคำพูดนั้นจะเป็นโมฆะไป เมื่อล่าสุด นิวไลน์ ได้ประกาศว่า The Conjuring 2 จะได้ผู้กำกับ เจมส์ วาน กลับมารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง หลังจากเคยถูกวางตัวแค่เป็นโปรดิวเซอร์นั่นเอง โดยกรณีนี้ทำให้ตัวหนังที่วางคิวฉายไว้ ฮัลโลวีน 2015 ต้องเลื่อนไปฉาย 2016 เนื่องด้วยในระหว่างปีหน้า เจมส์ วาน จะยังคงยุ่งกับหนังแอ็คชั่น ภาคต่อ อย่าง Fast & Furious 7 ทาง นิวไลน์ จึงให้เวลาเขามากพอที่จะเตรียมตัวกลับมาในหนังสยองขวัญภาคต่อเรื่องนี้นั่นเอง ซึ่งข่าวนี้น่าจะทำให้แฟนๆได้วางใจในระดับนึงละ ว่าเจ้าพ่อสยองขวัญนายนี้ จะไม่เลิกกำกับหนังแนวนี้ไปอย่างง่ายๆแน่นอน

ทำไปได้! หนุ่มมาซิโดเนียตัดจู๋ทิ้ง เหตุซ้ำใจแฟนตีจาก
ข่าววันนี้ /  ตัดจู๋ / 

หนุ่มมาซิโดเนียน้อยใจแฟนตีจาก หยามเรื่องขนาด ตัดสินใจเฉือนอวัยวะเพศตัวเองทิ้ง แต่โชคดีแพทย์ต่อติดให้ได้ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่า ที่มาซิโดเนียได้เกิดเรื่องราวสุดช็อคขึ้น เมื่อหนุ่มวัย 22 ปีรายหนึ่งตัดสินใจเฉือนเจ้าโลกตัวเองทิ้ง เหตุซ้ำใจอย่างหนักหลังแฟนสาวบอกเลิก แถมยังเหยียดหยามเรื่องขนาดอวัยวะเพศ และไม่เก่งเรื่องบนเตียง โดยรายงายระบุว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมืองโคคานี ของมาซิโดเนียได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งให้เข้าช่วยเหลือเขาเป็นการด่วน เนื่องจากเขามีอาการเลือดออกไม่หยุด ซึ่งเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณเป้ากางเกงของเขาเต็มไปด้วยเลือด ก่อนจะทราบว่าเขาได้ตัดอวัยวะเพสของตัวเองทิ้ง ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยกันห้ามเลือด ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเร็วที่สุด ทั้งนี้นับว่าโชคดีมากที่แพทย์สามารถต่ออวัยวะเพศให้เขากลับมาได้ แม้ว่าจะถูกส่งตัวไปถึง 2 โรงพยาบาลก็ตาม สำหรับเหตุการณ์เฉือนอวัยวะเพศตัวเองทิ้งจากเหตุแฟนทิ้ง เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นทางแแพทย์ไม่สามารถต่อกลับคืนให้ได้เพราะเขาตัดลงโถส้วมและได้กดชักโครกทิ้งไปด้วยนั่นเอง MThai news

มาร์ค วอลเบิร์ก ผอมขี้ก้าง และติดพนัน ในทีเซอร์แรกจาก The Gambler
Mark Walberg /  Rise of the Planet of the Apes / 

ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาแล้ว สำหรับหนังที่พ่อหนุ่ม มาร์ค วอลเบิร์ก ยอมขอลดกล้ามโตๆของเขา ให้เหลือแต่โครงกระดูกเพื่อบทนี้โดยเฉพาะ สำหรับ The Gambler ผลงานดราม่า ตลกร้าย ของผู้กำกับ รูเพิร์ด ไวแอ็ท ที่เรารู้จักเขาดีจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Rise of the Planet of the Apes ที่มาคราวนี้เขาขอมาจับหนังที่สเกลเล็กลง แต่น่าจะยังคงความสนุกที่แปลกใหม่แบบที่ทีเซอร์แรกบอกอย่างแน่นอน นอกจาก วอลเบิร์ก หนังยังมีหนุ่มร่างท้วมอย่าง จอห์น กู๊ดแมน ร่วมแสดงด้วย ในหนังที่เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ติดพนัน ที่เรื่องซวยๆดันเกิดเมื่อเขาได้ดันไปแหยมกับแก๊งค์มาเฟีย ที่ต้องทำให้เขาเอาชีวิตรอดที่จากพวกมันให้ หนังมีกำหนดฉาย 19 ธันวาคมนี้ ในอเมริกา ส่วนบ้านเราคงฉายกันประมาณปีหน้าครับ

เบื้องหลังงานสร้าง หนังรถถังจากสงครามโลก Fury วันปฐพีเดือด
Fury /  รถถัง / 

“ไม่มียศหรือตำแหน่งในรถถัง" นี่คือคำขวัญของหน่วยรถถังของกองทัพสหรัฐ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และรถถังก็กลายเป็นตัวละครหลักในหนังที่สร้างจากเรื่องจริงโดยฝีมือของผู้กำกับและเขียนบท เดวิด เอเยอร์ นำแสดงโดย แบรด พิตต์, ไชอา เลอเบิฟ, โลแกน เลอร์แมน, ไมเคิล เพน่า และ จอห์น เบิร์นธัล ที่เล่าเรื่องราวของ 5 ทหารกล้าประจำรถถังเชอร์แมน ที่ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดในเยอรมันในโค้งสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง เดวิด เอเยอร์ ที่เขียนบทให้หนังออสการ์ Training Day และมีผลงานการกำกับเรื่อง End of Watch ก็เคยเป็นนาวิกโยธินของสหรัฐมาก่อน และนี่ก็ถือเป็นโปรเจ็คในฝันของเขา "คุณปู่และคุณตาของผมเคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง คนหนึ่งต่อสู้ในแปซิฟิก อีกคนต่อสู้ในยุโรป ผมเติบโตขึ้นมาด้วยการฟังเรื่องราวผ่านประสบการณ์ของพวกเขา นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อกอบกู้โลก แต่มันเป็นการต่อสู้ที่ส่งผลกระทบไปถึงทุกคน ทั้งความเจ็บปวดและการสูญเสีย มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับข้าศึกที่อยู่ตรงหน้า แต่มันยังหมายถึงการต่อสู้กับสภาพจิตใจของตัวเองอีกด้วย" เพื่อความยิ่งใหญ่สมกับสเกล เอเยอร์ ได้รับอนุมัติทุนสร้างกว่า 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อที่จะทำทุกอย่างที่ฝันไว้เป็นความจริง ซึ่งก็รวมถึงตัวละครที่สำคัญที่สุดอย่าง "ฟิวรี่" ชื่อของรถถังเชอร์แมนที่หน่วยของพระเอกใช้ในหนัง โดยทีมงานก็ได้ยืมมาจากของส่วนตัวของนักสะสม รวมถึงยอมจากพิพิธภัณฑ์รถถังที่โบวิงตัน โดย เดวิด เอเยอร์ ก็กล่าวถึงการใช้รถถังโบราณเพื่อถ่ายทำว่า "มันเยี่ยมที่สุดที่เราได้รถถังจากสงครามโลกจริงๆมาใช้ เรานำรถถังมาจากทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะรถถัง “ไทเกอร์ II” ของเยอรมันที่ยังใช้งานได้จริงและเหลืออยู่คันเดียวในโลก การได้เห็นรถถังเชอร์แมนกับรถถังไทเกอร์ต่อสู้กันอย่างดุเดือด มันเหมือนฝันที่เป็นจริงสำหรับผม" สำหรับนักแสดงนำอย่าง แบรด พิตต์ ที่เข้ามารับบทเป็นนายทหารที่มีฉายาว่า "วอร์แดดดี้" ก็ถือเป็นนักแสดงคนแรกที่ตกลงเข้ามาแสดงในหนังเรื่องนี้ โดยเขาก็พูดถึงบทภาพยนตร์ที่เขาคิดว่าทรงพลังว่า "ผมอ่านมันจบภายในทีเดียวและก็ชอบที่ตัวละครทั้ง 5 คนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง พวกเขาไม่ใช่คนที่ทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกับพวกเขา คุณก็จะเข้าใจถึงแรงกดดัน ความเหงา และความคิดถึงบ้าน ในขณะเดียวกันคุณก็สามารถถูกฆ่าได้ทุกเสี้ยวนาที สิ่งเดียวที่คุณพึ่งพาได้ก็คือเพื่อนอีก 4 คนที่อยู่ในรถถัง ผมคิดว่านี่คือหนังสงครามที่เข้มข้นที่สุด" แบรด พิตต์ ยังพูดถึงประสบการณ์ในการเข้าแค้มป์ทหารเป็นเวลาหนึ่งเดือน ร่วมกับนักแสดง 4 คนที่รับบทเป็นลูกทีมของเขาในเรื่อง "มันคือค่ายทหารจริงๆเลย ตั้งแต่วันแรกพวกเราก็ต้องทิ้งโทรศัทพ์มือถือไว้หน้าประตู และชีวิตของคุณนับตั้งแต่วินาทีนั้นตลอด 24 ชั่วโมง คุณก็จะกลายเป็นทหารจริงๆ มันไม่มีคำว่าอาวุโสหรืออีโก้ และนี่ก็ไม่ใช่แค่การฝึกเป็นทหารเท่านั้น แต่มันหมายถึงการทำให้พวกเราเป็นพี่น้องและเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งมันก็สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นทหารหน่วยรถถัง" สำหรับการเข้าแค้มป์ทหาร เดวิด เอเยอร์ เผยว่านอกจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้ว มันคือการฝึกให้นักแสดงทั้ง 5 คนสามารถออกรบได้เลย "เพราะผมเคยเป็ฯนาวิโยธินมาก่อน ผมเชื่อว่าถ้าคุณอยากสนิทกับใครสักคน คุณก็ต้องร่วมออกรบกับเขา พวกเราได้ให้นักแสดงทั้งห้าคนได้ร่วมกันฝึกใช้อาวุธสงคราม รวมถึงการฝึกใช้รถถังจริงๆ ผมไม่ต้องการให้พวกเขาทำเป็นเหมือนขับรถถังเป็น แต่อยากให้พวกเขาได้สัมผัสถึงความรู้สึก สภาพแวดล้อม และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริง" สำหรับการถ่ายทำภายในรถถัง ก็มีการสร้างรถถังใหม่ขึ้นมาที่สามารถถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆได้ง่าย เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับกล้องเข้าไปจับภาพนักแสดงแต่ละคน ในขณะเดียวกันทีมงานก็ได้เดินทางไปถ่ายทำฉากสงครามขนาดใหญ่ในชนบทของสหราชอาณาจักร ที่ยังคงบรรยากาศในยุคสมัยเก่าเอาไว้ โดยเพื่อให้สมกับสเกลที่ยิ่งใหญ่ หนังก็ยังมีนักแสดงสมทบในฉากการเผชิญหน้ากันของสหรัฐและเยอรมันกว่าพันคน รวมถึงรถถังที่มาเข้าฉากกว่า 60 คัน ------------------- ดูวีดีโอ เบื้องหลังงานสร้าง

นี่แหละทายาทผี! เฟอร์กี้ เผยเฮียกัลคือกุนซือของกุนซือ
ทีมชาติฮอลแลนด์ /  ปีศาจแดง / 

อดีตผู้จัดการทีมที่กลายเป็นตำนานของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ท่านเซอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมายกยอง หลุยส์ ฟาน กัล ว่าคือผู้ที่เหมาะสมในการคุมทัพปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับตำแหน่งกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัวหลังจากที่เขาทำทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 3 ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  และจากการมาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงนักเตะแบบแทบยกทีม กล้าที่จะรื้อระบบ ยกเครื่องใหม่หมด จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้นิยามกับ หลุยส์ ฟาน กัล ว่า "เป็นกุนซือของกุนซือ" เลยทีเดียว ซึ่ง ฟาน กัล แสดงให้เห็นว่า นักเตะทุกคนควารที่จะได้เรียนรู้จากเขา จากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชีวประวัติของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน " My Autobiography " ฉบับปรับปรุ่ง ได้กล่าวถึง หลุยส์ ฟาน กัล ไว้ว่า " ผมขอเรียกเขาว่าเป็น กุนซือของกุนซือ เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา ผมชอบหลุยส์และเป็นมิตรกับเขาเสมอ เขานั้นน่าเกรงขาม แรงกระตุ้นของเขาคือเกมลูกหนังอันเปี่ยมสเน่ห์ เขาชอบดูทุกอย่าง ทั้งการเล่นของลูกทีม, การซ้อม และทุกอย่างๆ รวมถึงการพัฒนาเยาวชน"

CC SHOP ชวนคุณมาดูหนังฟรี!! ต้อนรับวันฮาโลวีน
cc shop /  fan page / 

Celebrates Halloween!! ฮาโลวีนนี้ CC SHOP ชวนคุณมาดูหนังฟรี!! กติกาง่ายๆ แค่ 1. กด Like CC SHOP Thailand Fanpage 2. Share ภาพกิจกรรมนี้ไปที่ Facebook ของตัวคุณเอง และ Capture รูป 3. ส่งรูปมาทาง Inbox ของแฟนเพจพร้อมลงทะเบียน แค่นี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรชมภาพยนตร์จากเครือ Major Cineplex กันแล้วค่ะ (จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง) ร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคมนี้ค่ะ ประกาศรางวัลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ที่เพจ CC SHOP หลัง 18.00 น. เป็นต้นไป ร่วมสนุกได้ 1 แอคเคานท์ต่อ 1 สิทธิ์ สงวนลิขสิทธิ์เฉพาะ Fanpage CC SHOP Thailand เท่านั้นนะคะ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

นศ.เทคโนฯถูกเพื่อนรุ่นน้องทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต
ข่าววันนี้ /  นักศึกษาถูกรุ่นนองทำปืนลั่น / 

นศ.เทคโนฯ ถูก เพื่อนรุ่นน้อง ทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต ในซอยจันทร์ 16 ตำรวจ สน.ยานนาวา เข้าตรวจสอบเหตุ ชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในซอยจันทร์ 16 แยก 11  ที่เกิดเหตุใกล้กับศูนย์การค้าวรรัตน์ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพิทยา ทาโบราณ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านพระโขนง  ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณ กลางอก จากการสอบสวน  เพื่อนของนายพิทยา ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงหัวค่ำ  นายพิทยาและกลุ่มเพื่อนประมาณ 8 คน นั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ ภายในซอยดัวกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. มีเพื่อนรุ่นน้อง 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาและบอกกับนายพิทยาว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องการความช่วยเหลือ และในระหว่างที่รุ่นน้องคนดังกล่าวยืนพูดคุยกับนายพิทยา อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นเห็นนายพิทยา ล้มลง ทันที จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และรุ่นน้องคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือด้วยเช่นกัน   โดยเพื่อนนายพิทยา ระบุ ด้วยว่า ระหว่างทางที่นำ ทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาล รุ่นน้องได้บอกกับตัวเองว่า ขอโทษ ที่ ทำปืนลั่น สำหรับนายพิทยา   ผู้เสียชีวิต  นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อกลาง เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ถูกคู่อริต่างสถาบันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามทำร้ายร่างกาย และถูกฟัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านพระราม 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส

หนังไทยชมรมเรื่อง...ผี โดย...ขบวนการลูกนกฮูก (4 เรื่องสั้น) 02.วิญญาณห่วงหา
หนังไทย

ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/01/4-master-vcd.html 1/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414103806.html 2/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414105421.html 3/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414106625.html 4/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414108040.html

แห่ศพ ส.อบต.กระบี่ หลังอาการหนักหมอให้กลับบ้าน
กระบี่ /  ข่าววันนี้ / 

แห่ศพอดีต ส.อบต. หลังเข้า ร.พ. อาการหนัก แต่หมอให้กลับบ้าน นายมโน เครือแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยชาวบ้าน กว่า 200 คน ร่วมกันนำศพ นายเจริญ นะบุตร อายุ 44 ปี  อดีต ส.อบต. ม.7 มาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก นายเจริญ ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ลูก ๆ ได้นำนายเจริญมาที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง ใน จ.กระบี่ หลังมีอาการปวดตามลำตัวอย่างรุนแรง แต่แพทย์ที่รักษาได้ฉีดยาแก้ปวด 1 เข็ม ให้ยาเคลือบกระเพาะ ยาแก้ปวดเฉียบพลัน และยาแก้ปวด ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านแล้วเสียชีวิตในที่สุด ทางญาติของผู้ตาย กล่าวว่า นำผู้ตายมารักษาเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ แต่แพทย์ฉีดยาแล้วให้กลับบ้านทั้ง ๆ ที่ผู้ตายมีอาการหนัก เจ็บปวดตามร่างกายต่อเนื่องต้องพยุงขึ้นรถกลับ นอกจากนั้นยังติดใจถึงการจ่ายยาที่รักษา แค่ให้ยาแก้ปวดกับยาเคลือบกระเพาะ ทั้ง ๆ ที่ควรรักษาให้มากกว่านี้ ขณะที่แพทย์ชี้แจงว่า ได้ดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยพบว่ามีประวัติเป็นโรคตับแข็ง ส่วนสาเหตุการเจ็บปวดเนื่องจากลื่นล้ม เมื่อแพทย์วินิจฉัยจึงจ่ายยาให้ แต่พบว่าอาการไม่หนักจึงอนุญาตให้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่แพทย์ชี้แจง ทางบุตรชายของผู้ตายได้ท้วงเป็นระยะว่าพ่อมีอาการหนัก ขณะที่ นายแพทย์พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปภายใน 15 วัน และจะปรับปรุงการให้บริการของโรงพยาบาลกระบี่ต่อไป ทำให้ญาติพอใจนำศพกลับบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

สุดยอดเทคนิค เอาตัวรอด สาวอังกฤษ โทรหาตำรวจเพื่อสั่งพิซซ่า
ผู้หญิงโดนทำร้าย /  สั่งพิซซ่า / 

นี่คือเรื่องราวที่ หญิงสาวอังกฤษคนหนึ่ง ใช้ไหวพริบในการ เอาตัวรอด ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเธอตัดสินใจโทรหาตำรวจ เพื่อสั่งพิซซ่า!! ฟังไม่ผิด เธอกด 911 เพื่อสั่งพิซซ่าจริงๆ แต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องตลกแต่อย่างใด เมื่อการโทรผิดในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของหญิงสาว ที่โดนแฟนซ้อมอย่างรุนแรง และขู่ไม่ให้แจ้งความ เธอจึงใช้อุบายในการ เอาตัวรอด ด้วยการแกล้งทำเป็นโทรศัพท์ออกไปเพื่อสั่งพิซซ่านั่นเอง และนี่คือบทสนทนา แสนฉลาด ของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ เจ้าหน้าที่ : 911 เกิดเหตุร้ายที่ไหนครับ สาวเคราะห์ร้าย : ถนนหลวง 123 เจ้าหน้าที่ : โอเค เกิดอะไรขึ้นที่นั่นครับ สาวเคราะห์ร้าย : ฉันต้องการสั่งพิซซ่าค่ะ เจ้าหน้าที่ : คุณครับ ที่นี่911 สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินนะครับ สาวเคราะห์ร้าย : ฉันทราบค่ะ ขอพิซซ่าเปปเปอโรนี ฮ๊าฟหน้าพริกกับหน้าเห็ดค่ะ เจ้าหน้าที่ : ขอโทษครับ คุณทราบใช่ไหมว่าที่นี่คือ 911 สาวเคราะห์ร้าย : ทราบค่ะ ใช้เวลาในการมาส่งนานแค่ไหนคะ เจ้าหน้าที่ : โอเค คุณผู้หญิงครับ มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคุณที่นั่นใช่ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ใช่ค่ะ เจ้าหน้าที่ : และคุณไม่สามารถพูดได้ เพราะมีใครอยู่ในห้องกับคุณในขณะนี้ใช่ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ถูกต้องค่ะ ตกลงว่าคุณจะใช้เวลานานไหมคะกว่าจะมาส่ง เจ้าหน้าที่ : เรามีเจ้าหน้าอยู่ห่างจากที่อยู่ของคุณประมาณ 1ไมล์ ไม่ทราบว่ามีอาวุธร้ายแรงอยู่ที่นั่นหรือไม่ครับ สาวเคราะห์ร้าย : ไม่ค่ะ เจ้าหน้าที่ : คุณสามารถถือสายรออยู่กับผมได้ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วพบกัน หลังจากวางโทรศัทพ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็คประวัติของบ้านนี้ และพบว่ามีประวัติการทำร้ายร่างกายในครอบครัวหลายครั้ง จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุทันที และเมื่อเจ้าหน้าเข้าไปถึงบ้าน ก็ได้พบกับ หญิงสาวได้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจากแฟนหนุ่มที่กำลังเมาไม่ได้สติ จึงรีบช่วยเหลือนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลในทันที หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทางตำรวจได้เผยแพร่เหตุการณ์นี้เพื่อเป็น แนวทางกับผู้หญิงให้เก็บไว้ใช้หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับตนเอง ว่านี่เป็นวิธีการเอาตัวรอดที่ฉลาดมาก จำไว้นะคะสาวๆ แค่มีสติ คุณก็สามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ หรือจะจำเทคนิค เอาตัวรอด ของสาวคนนี้ไปไว้ใช้บ้างในยามฉุกเฉิน ก็ถือเป็นความรู้ติดตัว ว่าไหมคะ ที่มาเรื่องจาก metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ล่าคนร้ายโหด บุกใช้เคียว-จอบ สับพยาบาลสาวดับคาบ้าน
ข่าวจังหวัดตรัง /  ข่าววันนี้ / 

พบศพพยาบาลสาวถูกฆ่าตายสยองคาบ้านพักที่หัวยอด จ.ตรัง ด้าน ตร. สั่งเร่งล่าฆาตกรรม หลังทิ้งหลักฐานไว้เพียบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบศพหญิงสาวถูกฆาตรกรรมอย่างสยองเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่26/4 ม.4 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งจากการตรวจสอบพบสพหญิงสาวสวมชุดสาธารณสุขสีฟ้าขาว นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดจมกองเลือดอยู่ในบ้านพัก ทราบชื่อผู้ตายต่อมานางพัชรี ปริพัฒนานนท์ หรือน้อย อายุ 46 ปี พยาบาลวิชาชีพผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลห้วยยอด โดยมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบจอบ, เคียวและพลั่ว ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้สังหารวางอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่า มีญาติเดินทางมาหาผู้เสียชีวิตที่บ้านแล้วพบความผิดปกติ เนื่องจากหลอดไฟรอบบ้านยังเปิดสว่างอยู่ และประตูกระจกหลังบ้านถูกเปิดไว้ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ พบนาง พัชรีนอนจมกองเลือดอยู่แล้ว จึงโทรศัพท์แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้และการถูกทำร้ายร่างกายจากทางด้าน หลัง สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านก่อนแล้วจึงลงมือฆาตกรรม จากสภาพศพคาดว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยาน หลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป MThai news