โป๊(ใจมันเพรียว)

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เรื่องมันเศร้า! 3ชีวิตรอความตาย เพราะโรคร้ายและความจน
ป่วย /  ป่วยโรคร้าย / 

พ่อแม่-ลูกป่วยโรคร้ายรอความตาย เคราะห์ซ้ำกรรมซัดลูกสาวเสาหลักของบ้านก็เพิ่งเสียชีวิต วันนี้(26ม.ค.)พลเมืองดีได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า มีครอบครัวหนึ่ง มีพ่อแม่และลูก ป่วยเป็นโรคร้ายและมีฐานะยากจนอยู่ในพิ้นที่ต.วังทองแดง อ.เมือง สุโขทัย เมื่อไปถึงก็พบว่าครอบครัวนี้มีด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วย นายอารี อ๊อดดี อายุ 57 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด ระยะสุดท้าย นางเสริม อ๊อดดี อายุ 47 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องตัดนิ้วเท้าข้างซ้าย 4 นิ้วทิ้ง และตัดนิ้วก้อยข้างขวาทิ้ง เพื่อไม่ให้อาการของโรคลามและรักษาชีวิตไว้ และสุดท้ายลูกชายชื่อ ด.ช.ชัยณรงค์ อ๊อดดี อายุ 7 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งในกระดูกขาทั้งซ้ายขวา และต้องคว้านเบ้าสะโพก และตัดกระดูกขาข้างขวาทิ้ง 1 ชิ้น ส่วนคนสุดท้ายคือด.ช.ธรรมศาสตร์ อ๊อดดี 5 ปีไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไร ทางครอบครัวได้เปิดเผยว่า ก่อหน้านี้ลูกสาวคนโตเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวแต่ก็ต้องมาเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเต้านม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมปีที่ผ่านมา ปัจจุบันทางครอบครัวได้รับความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนบ้านวังทอง โดยทางคณะครูและเด็กนักเรียนจะพากันเรี่ยไรเงินเป็นค่ารถในการเดินทางไปหาหมอ พร้อมทั้งให้ค่าขนมด.ช.ชัยณรงค์ วันละ 20 บาท เมื่อมาเรียนหนังสือ พร้อมด้วยกับข้าวเย็น 2 อย่างให้นำกลับมากินที่บ้านด้วย นายอารีได้เปิดเผยว่า ก่อนที่จะล้มป่วยทางครอบครัวมีอาชีพทำนา และมีการกู้เงินกับทางธนาคารเพื่อมาลงทุนทำนาจำนวน200,000บาท แต่ก็ต้องมาประสบปัญหาน้ำท่วมจึงทำให้ขาดทุน จากนั้นจึงเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อรับจ้างก่อสร้าง จนกระทั่งเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ทั้ง2คน ทำให้ไม่มีเงินส่งคืนธนาคารได้ ส่วนการป่วยนั้นก็ไม่รู้จะเสียชีวิตเมื่อไหร่ เพราะแพทย์ได้บอกว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 4 แต่คงเหลือเวลาอีกไม่นาน ด้านนางเสริมเองก็กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะต้องเสียชีวิตเมื่อไหร่ ได้แต่เป็นห่วงลูกชายทั้ง2คน ก่อนหน้านี้ทั้ง2คน คิดจะฆาตัวตายเพราะโรคร้ายและความจน แต่ก็ยังเป็นห่วงลูก หากผู้ที่มีจิตเมตตาร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี นางเสริม อ๊อดดี เลขที่บัญชี 6160405330 ธนาคารกรุงไทย สาขาสุโขทัย MThai News

รับผมกลับที! นานี่ อ้อนอยากกลับมาอยู่กับผีแดงแล้ว
นานี่ /  พรีเมียร์ลีก / 

นานี่ ปีกจอมอินดี้ชาวโปรตุเกส ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปล่อยให้ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ทีมเก่ายืมตัวไปใช้งานออกโรงอ้อนว่าอยากกลับมาเล่นในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดอีกครั้ง โดยแมนเชสเตอร์ อีฟวินิ่งนิวส์เผยว่า แข้งชาวฝอยทองที่ถูกส่งไปให้ ทีมเก่ายืมตัวไปใช้งานเพราะเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาการซื้อตัว มาร์กอส โรโฮ เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมาต้องการกลับมาเล่นให้ทีมปีศาจแดงอีกครั้ง “สโมสรรู้ดีว่าผมมีค่าแค่ไหน และรู้ดีว่าผมอยากจะอยู่ต่อ” นานี่ ที่มีสัญญากับผีแดงถึงปี 2018 เผย “เป็นผมเองแหล่ะ ที่เลือกที่จะย้ายออกไป เพราะคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะรู้ว่าการเริ่มต้นกับทีมในฤดูกาลนี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับผม” “ผมแค่ต้องการคนที่เชื่อมั่นในตัวผม ในคุณภาพของผมและให้โอกาสผมแสดงมันออกมาในสนาม” "สองฤดูกาลที่ผ่านมาผมเจออาการบาดเจ็บเล่นงานหายครั้ง และผมรู้สึกแย่กับมัน มีหลายสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับผม" “ตอนนี้ผมคิดถึงครอบครัวของผม และเพื่อนร่วมทีมของผม ผมอยากได้อะไรใหม่ๆ อยากได้โอกาสที่ผมจะมีความสุขกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง” สำหรับ นานี่ ทำผลงานไม่เลวกับ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ด้วยการลงเล่น 17 นัดและซัดไป 7 ประตู

ฮงจงฮยอน อ้อนแฟนไทย 'เจอกันวาเลนไทน์' พร้อมของขวัญให้ทุกคน!
Hong Jong Hyun /  Hong Jong Hyun Be My Valentine Fan Meeting in Bangkok / 

ฮงจงฮยอน หัวใจยังว่าง! ต้นสังกัดออกโรงโต้ข่าวลือกุ๊กกิ๊ก นานะ-อาฟเตอร์สคูล แฟนคลับเคลียร์ใจรอ วาเลนไทน์นี้มีของฝากจากเกาหลีหิ้วมาแจกทุกที่นั่งด้วย!! สถานการณ์คลี่คลายโดยไว! หลังหนุ่มหล่อหน่วยก้านสะท้านใจ ฮงจงฮยอน (Hong Jong Hyun) ดาวรุ่งพุ่งแรงดวงใหม่แห่งวงการบันเทิงเกาหลี ตกเป็นข่าวลือว่ากำลังคบหาดูใจกับ นานะ (NANA) ไอดอลสาวสวยสมาชิกวง อาฟเตอร์ สคูล (After School) เพื่อนร่วมงานก๊วนพิธีกรรายการแฟชั่นสุดชิค STYLE LOG โดยเมื่อเร็วๆ นี้ต้นสังกัดของทั้งคู่ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวความสัมพันธ์ดังกล่าวแล้วว่า ไม่เป็นความจริง ทั้งสองคนเป็นแค่พี่น้องที่สนิทกันมาก เนื่องจากทั้งสองเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นโมเดลเหมือนกัน และทำรายการด้วยกัน เเละเเต่ไม่ใช่คู่รักเเน่นอน!... ได้ยินแบบนี้แล้ว เหล่าแฟนคลับของหนุ่มฮงคงโล่งใจกันไปเป็นแถบ และตามที่ทราบกันดีว่า หนุ่มคนนี้มีคิวบินลัดฟ้ามาฉลองวาเลนไทน์ร่วมกับแฟนคลับชาวไทยในงาน ฮงจงฮยอน บี มาย วาเลนไทน์ แฟน มีตติ้ง อิน แบงคอก (Hong Jong Hyun Be My Valentine Fan Meeting in Bangkok) ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 17:00-19:00 น. ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮ้าส์ (ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์) ซึ่งแม้ว่าตัวเขาเองจะกำลังอยู่ในช่วงที่มีตารางงานแน่นมากทั้งในประเทศเกาหลี และยังเพิ่งเดินทางกลับจากงานถ่ายแบบ ณ ประเทศสิงคโปร์ ฮงจงฮยอน ก็ยังแบ่งเวลาเตรียมหาของขวัญมามอบให้กับแฟนๆ ที่มาร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ทุกที่นั่งอีกด้วย!!... ส่วนจะเป็นของขวัญอะไร ต้องไปติดตามกันเอาเองในวันงานเท่านั้น นอกจากนี้หนุ่มหล่อ ฮงจงฮยอน ยังขยันอัพเดทตัวเองมาถึงแฟนๆ ชาวไทยอย่างไม่ขาดสาย ด้วยคลิปวิดีโอตัวล่าสุด "สวัสดีครับแฟนๆ ชาวไทยทุกคน ผมฮงจงฮยอนครับ ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Police Family ครับ ช่วยติดตามรอชมหนังเรื่องนี้กันด้วยนะครับ แล้วก็ถ้ามาร่วมงานแฟนมีตติ้งที่เราจะได้พบกันเป็นครั้งแรกก็จะดีมากจริงๆ ครับ นี่ก็เข้าสู่ช่วงปลายเดือนมกราคมแล้วนะครับ ยังไม่ลืมที่เราได้สัญญากันไว้ใช่มั้ยครับ วันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ ที่ GMM LIVE HOUSE เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 กับงาน Be My Valentine Fan Meeting in Bangkok ของ ฮงจงฮยอน !! ต้องมากันเยอะๆ นะครับ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ต้องรักษาสุขภาพให้ดีนะครับ สวัสดีคร้าบ" ใครที่ไม่อยากพลาดที่นั่งดีๆ สำหรับจ้องหนุ่มฮงใกล้ๆ ก็รีบไปจองบัตรกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านระบบออนไลน์ทาง http://www.cosmaplus.co.th/ticket/ บัตรราคา 1,500 / 2,500 / 3,500 (VIP) และ 4,800 (VVIP) บาท ** ผู้ซื้อบัตรทุกที่นั่งจะได้รับสิทธิ์ Hi-Touch จับมือนุ่มๆ พร้อมรับโปสเตอร์ และของขวัญพิเศษที่ ฮงจงฮยอน จะหอบหิ้วมาจากประเทศเกาหลีกันเลยทีเดียว! ยังมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกเพียบสำหรับบัตรแต่ละราคาซึ่งแจ้งกันตรงนี้ไม่หมด โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทางออฟฟิศเชียลแฟนเพจของผู้จัดงาน บริษัท คอสม่า พลัส จำกัด www.facebook.com/CosmaPlusTH ทวิตเตอร์ @CosmaPlusTH และอินสตาแกรม @CosmaPlus ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อย่างเก่ง! 3 เด็กดอย คว้าแชมป์โต้วาทีภาษาอังกฤษ ระดับประเทศ
ข่าวจังหวัดตาก /  ณัชชา เจริญทองมั่นคง / 

นักเรียนชาวเขาโรงเรียนป่าไม้อุทิศ4 คว้าแชมป์โต้วาทีภาษาอังกฤษระดับประเทศ เผยเคล็ดไม่ลับภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจมันจะง่ายขึ้น เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งเมื่อนักเรียนชาวเขาโรงเรียนป่าไม้อุทิศ4 ใน อ.พบพระ จ.ตาก ประกอบด้วยน.ส.ณัชชา เจริญทองมั่นคง อายุ 15 ปี, น.ส.ปวีณา อาชาคีรี อายุ 15 ปี และด.ช.วทัญญู เจริญทองมั่นคง อายุ 14 ปี สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งโต้วาทีภาษาอังกฤษระดับประเทศEnglish debate ของชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้อย่างภาคภูมิใจ โดยนายเหมันต์ ยะอุทัย และน.ส.วินทร์อร เมืองงำ ซึ่งเป็นอาจารย์ภาษาอังกฤษ และเป็นผู้ฝึกสอนนักเรียนทั้ง 3 คน เผยว่าการส่งนักเรียนเข้าแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้หวังถึงตำแหน่งแชมป์ แค่ต้องการให้เด็กพบเจอประสบการณ์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ไม่คิดว่าจะคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ เพราะคณะกรรมการเป็นชาวต่างชาติด้วย ขณะที่ 1 ในนักเรียนเก่ง ได้กล่าวสั้นๆ ว่า "ก็ไม่คิดว่าจะได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก็รู้สึกดีใจมาก อยากบอกว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่วิชาที่ยาก ถ้าเราเข้าใจมันก็จะง่ายขึ้น ยิ่งจะเปิดอาเซียน มันจะต้องใช้ในการสื่อสารใช่ไหม เราก็ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษไว้ใช้ค่ะ" MThai news ภาพจากเรื่องเล่าเช้านี้

Adidas End of Season SALE Up To 70% off
Adidas /  Adidas End of Season SALE / 

โปรโมชั่น : Adidas End of Season SALE Up To 70% off มาแล้วจ้า... กับโปรโมชั่นสุดเร้าใจที่ใครเห็นแล้วต้องร้องว๊าว! โปรโมชั่นเด็ดๆจาก Adidas แบรนด์เสื้อผ้าสปอร์ต และอุปกรณ์กีฬาระดับโลกจากประเทศเยอรมัน จัดโปรโมชั่นให้คุณได้เป็นเจ้าของในราคาสุดช็อค!! กับ Adidas End of Season SALE ลดสูงสุด 15 – 70% ริ่มตั้งแตวันนี้ - 1 กุมภาพันธ์ 58 นี้เท่านั้นนะคะ เชคสาขาที่ร่วมรายการได้ที่ http://a.did.as/6187xCdf                                           "Adidas is all in"  ที่มา:Adidas 

หัวเราะบำบัด จากอารมณ์ขันสู่การรักษาโรค
พัวเราะ /  หัวเราะบำบัด / 

การหัวเราะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ หัวเราะธรรมชาติ เกิดจากถูกกระตุ้นให้มีอารมณ์ขัน ซึ่งเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และ หัวเราะบำบัด เป็นการหัวเราะแบบรู้ตัว เพื่อใช้ประโยชน์จากการหัวเราะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนประเภท "ปลุกเร้า" เพื่อบำบัดจิตใจและฟื้นฟูร่างกาย การ หัวเราะบำบัด มีหลายแบบ เช่น Lauther Yoga ของอินเดีย ซึ่งผสมผสานระหว่างการหัวเราะและควบคุมการหายใจของโยคะเข้าด้วยกัน และเป็นที่มาของการ หัวเราะบำบัด ในกว่า 40 ประเทศ หรือกลุ่มหัวเราะในประเทศออสเตรเลีย ที่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้คนทั่วไปด้วยพฤติกรรมตลก สำหรับประเทศไทย ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้คิดค้นการ หัวเราะบำบัด โดยผสมผสานการควบคุมการหายใจ การเปล่งเสียงหัวเราะ และการบริหารร่างกายไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการหัวเราะที่ให้ผลเชิงสุขภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์ขัน ใช้เวลาในทำกิจกรรมประมาณ 2-3 ชั่วโมง ข้อดีของการหัวเราะ การหัวเราะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายใน 7 ระบบได้แก่ ระบบหายใจ (Breathing) ในระหว่างที่หัวเราะร่างกายมีการหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหัวเราะ (หายใจออกยาวๆ) ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจน ฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง จึงทำให้เซลล์ประสาทหัวใจ ปอด คอ แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยบริหารร่างกายให้เกิดความร้อนและการเผาผลาญพลังงานสูง ช่วยฆ่าเชื้อโรคและป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กรน ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคปอด ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย (Digestion and Gastrointestinal) การ หัวเราะบำบัด ช่วยให้อวัยวะส่วนท้อง อาทิ ลำไส้ใหญ่ เล็ก ตับ ไต ไส้ กระเพาะ มีการเคลื่อนไหว เกิดการบริหารกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานดีขึ้น ป้องกันโรคอ้วน โรคบูลิเมีย (Bulimia : โรคที่กินอาหารเข้าไปแล้วรู้สึกผิด จนบางครั้งต้องกินยาถ่าย หรืออาเจียนออก) หน้าท้องหย่อน ท้องป่อง โรคเบื่ออาหาร กินไม่ลง ท้องผูก ท้องเสีย โรคกระเพาะ โรคลำไส้ เป็นต้น ระบบไหลเวียนโลหิต (Circulation and Cardio-vascular system) การ หัวเราะบำบัด เป็นการออกกำลังทุกส่วนของร่างกายทำให้อวัยวะต่างๆ ได้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเร็วบ้าง ช้าบ้าง หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น หัวใจทำงานเป็นระบบขึ้น ป้องกันอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหนื่อยง่าย เหนื่อยเร็ว เจ็บแน่นหน้าอก โรคขาดเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคหัวใจ ตลอดจนอาการใจสั่น เสียงสั่น ตัวสั่น ตื่นตระหนกและประหม่าง่าย ระบบพักผ่อนและผิวพรรณ (Rest and Skin system) การ หัวเราะบำบัด ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ยืดหยุ่น ไม่ตึงหรือเกร็ง ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อน นอนหลับสนิท ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และไม่เป็นโรคทางผิวหนัง  ช่วยให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสงบ มีสมาธิมากขึ้น ระบบเจริญพันธุ์ (Reproduction) การ หัวเราะบำบัด ทำให้ร่างกายทุกส่วนขยับขับเคลื่อน ส่งผลต่อการทำงานของสมองส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนใน ให้ทำงานดีขึ้น เป็นระบบขึ้น ทำให้สมองคิดแง่ดี มองโลกแง่บวก อารมณ์ดี พัฒนาอารมณ์รัก และการมีเพศสัมพันธ์ และช่วยป้องกันอาการไร้อารมณ์ หงอยเหงา โดดเดี่ยว ไม่อยากเข้าสังคม การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และการเข้าสังคม ระบบทำงานของต่อมไร้ท่อ (Endocrine) การ หัวเราะบำบัด ช่วยให้เซลล์ประสาททุกส่วนได้ขยับ ทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานเป็นปกติ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟิน ทำให้อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน มีความคิดดีและสร้างสรรค์ และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ป้องกันโรคเบาหวาน ความดัน ดูอ่อนเยาว์ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ลดอาการเครียดและความเจ็บปวดต่างๆ สัญชาติญาณการอยู่รอด (Survival instinct) การ หัวเราะบำบัด ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แข็งแรง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ ร่างกายทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคไขข้อ โรคกระดูกต่างๆ ทั้งกระดูกพรุน ปวดหลัง ปวดเอว อ่อนเปลี้ยเพลียแรง โรคซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย ฝึก หัวเราะบำบัด ด้วยตนเอง การฝึก หัวเราะบำบัด ด้วยตนเองไม่ใช่เรื่องยาก ขั้นแรก ฝึกหัวเราะโดยมีสิ่งกระตุ้น เช่น ดูภาพยนตร์ตลก และหัวเราะเสียงดัง จากนั้นฝึกหัวเราะโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น โดยแยกอารมณ์ขันออกจากการหัวเราะ หรือเข้าใจว่าการหัวเราะไม่จำเป็นต้องมาจาก "ความรู้สึกตลก" เสมอไป การหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลนี้ให้เริ่มจากหัวเราะคิกคักและหัวเราะเสียงดังด้วยการเปล่งเสียงออกมาจากท้องผ่านลำคอและริมฝีปาก หากต้องการให้การหัวเราะได้ผลดียิ่งขึ้น ควรเปล่งเสียงหัวเราะ เพื่อเคลื่อนไหวอวัยวะภายใน 4 ส่วนด้วยการเปล่งเสียงต่างๆ กัน คือเสียง "โอ" ทำให้ภายในท้องขยับ เสียง "อา" ทำให้อกขยับขยาย เสียง "อู" เสียง "เอ" ทำให้ลำคอเปิดโล่ง และช่วยบริหารใบหน้า ขั้นตอนเริ่มจากหายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้สักครู่ เปล่งเสียงเป็นจังหวะเช่น โอ โอ โอ โอ ยาวๆ จนกว่าจะหมดอากาศที่เก็บไว้  สูดหายใจเข้าใหม่ หัวเราะเสียงละ 3 ครั้ง เมื่อออกเสียงเป็นจังหวะแล้วให้บริหารร่างกายไปด้วย เริ่มจากเสียง "โอ" ให้ย่ำเท้าอยู่กับที่ เสียง "อา"  ให้ยกแขนขึ้นสูงๆ แล้วโบกไปมา เสียง "อู" ให้ส่ายเอวท่าฮูลาฮูบ เสียง "เอ" ให้หมุนหัวไหล่ โดยทำท่าเหล่านี้ในระหว่างที่หัวเราะด้วย หากวันนี้คุณยังหาวิธีออกกำลังที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ลองชวนคนในครอบครัวมาหัวเราะพร้อมเคลื่อนไหวร่างกายด้วยกันสิคะ นอกจากได้ออกกำลังแล้ว ยังสร้างรอยยิ้มในครอบครัวคุณอีกด้วย ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine มิถุนายน, Issue 65

ดูถูกกันชัดๆ! บิ๊กหงส์ขาวหยัน โบนี่ ตูดด้านกับเรือใบแน่
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  พรีเมียร์ลีก / 

จอห์น ฟาน ซวีเดน ผู้อำนวยการ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ เชื่อว่า วินเฟร็ด โบนี่ ที่ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์จะไม่สามารถสอดแทรกตำแหน่งตัวจริงในถิ่นเอติฮัดสเตเดี้ยมได้ โดยแข้งวัย28 ที่ทำเรื่องย้ายทีมเป็นที่เรียบร้อยและอยู่ในระหว่างไปช่วย ไอวอรี่โคสต์ บ้านเกิดลุยศึกแอฟริกันเนชั่นคัพอาจจะได้กลับมาอยู่กับต้นสังกัดใหม่อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้หากทีมช้างดำแพ้ให้กับ แคเมอรูน ในวันพุธนี้  “แน่นอนว่าเราจะคิดถึงประตูที่เขาทำให้กับเรา และสิ่งที่น่าหวั่นใจที่สุดคือเขาจะทำได้แค่นั่งดูเพื่อนร่วมทีม แมนฯซิตี้ อยู่บนม้านั่งสำรอง” ผู้อำนวยการสวอนซีกล่าว “ยังไง เซร์คิโอ อเกวโร่ ก็ยังคงเป็นตัวเหลือแรกในทีมของซิตี้อยู่ดี”

เอมม่า วัตสัน ยืนยัน รับบท นางเอก ใน Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของดิสนี่ย์
Beauty and The Beast /  Disney / 

จัดได้ว่าเป็นข่าวที่ไม่ได้เซอร์ไพรส์มากเท่าไหร่นัก เพราะมันก็ลือกันให้หนาหูมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันเสียที สำหรับโปรเจคต์ฉบับคนแสดงของหนัง Beauty and the Beast ของค่าย ดิสนี่ย์ ที่มีชื่อผู้กำกับ บิล คอนดอน จาก The Twilight Saga: Breaking Dawn นั่งแท่นกำกับอยู่​ ซึ่งตอนนี้ทางนักแสดงสาวอย่าง เอมม่า วัตสัน ก็ได้ยืนยันแล้วว่าเธอจะรับบทเป็น เจ้าหญิงโฉมงาม นางเอกของเรื่องนี้ครับ ซึ่งหลังจากเธอเคยปฏิเสธที่จะรับบทนำในหนังคนแสดงเรื่องนี้เวอร์ชั่นของ กิลเลอโม เดล โทโร่ ไปเมื่อนานมาแล้ว เธอก็ได้ตัดสินใหม่เพื่อมาร่วมงานกับอีกโปรเจคนึงของดิสนี่ย์แทน ซึ่งในฉบับของดิสนี่ย์นี้มี สตีเฟ่น ชอปสกี้ ผกก. The Perks of Being Wallflower ที่เคยกำกับเธอมาแล้ว มานั่งแทนมือเขียนบทอยู่นั่นเองครับ โดยเธอได้ยืนยันข่าวนี้ด้วยการโพสลงเฟซบุคส่วนตัวของเธอตามข้อความด้านล่าง โดยตอนนี้ตัวหนัง Beauty and the Beast ฉบับนี้ยังไม่มีการประกาศรายชื่อนักแสดงคนอื่นๆเป็นที่แน่นอน โดยเฉพาะสิ่งที่น่าสนใจคือ หนังจะเลือกใครมารับบทเป็น เจ้าชายอสูร กันครับ โดยการมาของ Beauty and the Beast ก็ทำให้นี่เป็นหนังที่ดิสนี่ย์หยิบเอาเทพนิยายมาทำเป็นหนังคนแสดงเรื่องที่ 5 แล้ว ต่อจากทั้ง Alice in Wonderland, Maleficent, Cinderella และรวมถึง The Jungle Book ที่มีคิวกำลังเข้าฉาย 2016 อีกด้วยครับ สำหรับใครที่เป็นแฟนๆของ เอมม่า วัตสัน ก็เตรียมรอได้เลยเร็วๆนี้ครับ

พรมแดง SAG Awards 2015
SAG Awards /  ประกาศรางวัล / 

จัดเป็นอีกสุดยอด พรมแดง ระดับโลกอีกงาน SAG Awards 2015 ครั้งที่ 21 (Screen Actors Guild Awards) งานประกาศรางวัลที่ดีกรียิ่งใหญ่ไม่แพ้งานไหน และที่สำคัญ ยังเป็นงานที่รวม คนบันเทิงฮอลลีวู้ด ระดับชั้นแนวหน้าระดับโลกมารวมตัวกันที่งานนี้กันอย่างมากหน้า และ ไฮไลท์ที่สาวๆอย่างเราคงต้องจับตาเป็นพิเศษ เห็นจะหนีไม่พ้นช่วงเวลา เดิน พรมแดง ที่เหล่าคนดัง ฮอลลีวู้ด มาแบบจัดเต็มให้ได้ชมความงามกันอย่างเต็มตา Women Mthai เกาะขอบ พรมแดง ประมวลภาพ สาวคนดังที่มาร่วมเดินเฉิดฉายในงาน SAG Awards 2015 กันเช่นเคย ติดตามชมกันเลยค่ะ Emma Stone สวมเดรสจาก Dior  Keira Knightley สวมเดรสจาก Erdem Claire Danes สวมเดรส Marc Jacobs Lupita Nyong'o มาในเดรส  Elie Saab Jennifer Aniston สวมเดรสจาก vintage John Galliano Julia Roberts สวมชุดจาก Givenchy Sarah Paulson ในชุด Giorgio Armani Amanda Peet ในชุด J. Mendel Emmy Rossum สวมเดรส Armani Privé Reese Witherspoon สวมชุดจาก  Giorgio Armani Viola Davis ในชุด Max Mara Naomi Watts สวมเดรสจาก Balenciaga Rosamund Pike สวมเดรส Dior Haute Couture Sofia Vergara ในเดรส Donna Karan  รวมคนดังฮอลลีวู้ด บน พรมแดง SAG Awards 2015 รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก www.glamour.com / www.vogue.com ประกาศผล SAG Awards 2015 Birdman มาแรง คว้ารางวัลใหญ่! เป็นอีกหนึ่งเวทีรางวัล ที่ต่างทยอยกันมาก่อนออสการ์ สำหรับรางวัลของสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือ แซกอวอร์ดส (Screen Actors Guild Awards หรือ SAG Awards) ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักแสดงอาชีพแห่งอเมริกา ตามติด แฟชั่นสวยหยด ตระการตา บน พรมแดง SAG AWARDS 2014 บนพรมแดง แห่งนี้ สไตล์ใครเด็ด แอ๊คเซสซอรี่ส์ไหนโดนใจ เราจัดมาให้ชม!

ละครแก้วตาหวานใจ , เรื่องย่อแก้วตาหวานใจ
บอย ปกรณ์ แก้วตาหวานใจ /  มิ้นต์ ชาลิดา แก้วตาหวานใจ / 

แก้วตาหวานใจบทประพันธ์ ดวงตะวันบทโทรทัศน์ ศิริรัตน์ สุขสามัคคี / จิรมน เณวิกาน / สร้างสรรค์ สันติมณีรัตน์ออกอากาศ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.15-22.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อชายหนุ่มที่เป็น “กุลสตรี” กับ หญิงสาว “มาดแมน” บังเอิญมาร่วมชายคาเดียวกัน โดยเหตุผลหลักของการโคจรมาพบกันของทั้งคู่ก็คือ เด็กหญิง “มดตะนอย” ตัวน้อยๆที่จะกัดหัวใจของเขาและเธอให้แสบๆคันๆกันเลยทีเดียว ในงานแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกระหึ่มของกองเชียร์สีฟ้า หนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มห้าคนตั้งหน้าตั้งตาเต้นนำเชียร์อย่างสุดกำลัง และในท่ามกลางหมู่กองเชียร์แม่ๆป้าๆ มีชายหนุ่มแปลกปลอมสองคนแต่งตัวด้วยชุดสีฟ้ายืนโดดเด่นสะดุดตาอยู่ พวกเขาคือ อนลและอนิล วโรดม สองหนุ่มที่มาให้กำลังใจ “เด็กหญิงมดตะนอย” หลานสาวคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเชียร์ลีดเดอร์ อนล หรือ ลุงเสือ พี่ชายสวมแว่นตาดำปกปิดหน้าตา แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็กส์ ค่อนข้างระวังพฤติกรรมของตน ต่างกับ อนิล หรือ ลุงช้าง ผู้เป็นน้องชายที่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าเป้สีชมพูแปร๋น คอยตะโกนร้องเพลงเชียร์ให้กำลังใจมดตะนอยเสียงดัง ทุกครั้งที่พักเบรกลุงช้างก็จะเข้าไปซับหน้า ซับเหงื่อ ป้อนขนมหลานสาวสุดสวาทคนนี้ทันที สร้างความฉงนปนสนใจแก่คนที่พบเห็น จนเอาไปซุบซิบกันว่า คุณพ่อของมดตะนอยควงแฟนหนุ่มมาดูแลลูกสาว!?! ทั้งนี้ก็เพราะไม่มีใครเคยเห็นแม่ของมดตะนอยเลย ...แม้แต่ตัวเด็กหญิงมดตะนอยเอง... เมื่อ “หวันยิหวา” หรือ “ไข่หวาน” ลูกสาวคนเล็กหัวแก้วหัวแหวนของ “นายแม่ดาวเรือง” เจ้าของกิจการเดินรถทัวร์สายอีสาน ตัดสินใจลงสมัครประกวดซุปเปอร์โมเดลที่บริษัทนำเข้ารถหรูแห่งหนึ่งจัดขึ้นตามแรงยุของเพื่อนรัก “นิกกี้” ลูกสาวเศรษฐีครอบครัวใหญ่สุดมั่น ผู้รักอิสระและสนุกกับการทำงานในบริษัทนี้ นิกกี้จึงอยากดันเพื่อนเข้ามาทำงานด้วยกันไข่หวานฟังดูแล้วก็สนใจเพราะเธอชอบด้านเครื่องยนต์อยู่แล้ว และหวังว่าหากเธอชนะการประกวด จะได้เงินรางวัล และมีโอกาสไปดูงานที่โรงงานผลิตรถยนต์ต่างประเทศที่เธอใฝ่ฝัน ไข่หวานทะเลาะกับนายแม่อย่างแรงเรื่องที่จะขอไปประกวดซุปเปอร์โมเดล เพราะนายแม่ดูถูกว่าอุตส่าห์เรียนจบมาสูงๆจะไปประกวด “พริตตี้รถยนต์” ทำไม ไข่หวานอธิบายอย่างไรนายแม่ก็ไม่เข้าใจซักที ว่าหากชนะการประกวดนั้นเธอจะได้เป็น Brand Ambassador ที่ใช้ทั้งสมองและหน้าตาสวยงามในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจรถยนต์ นายแม่ดาวเรืองประกาศก้องไม่ยอมให้ไข่หวานไปประกวดเด็ดขาด หากไปจะตัดเบี้ยเลี้ยงทั้งหมด แต่ไข่หวานก็ดื้อมาก อยากเอาชนะนายแม่ อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เธอต้องไปกรุงเทพคือ เธอได้รับภารกิจโลกแตกจากพี่ชาย “พี่หมึก” หรือ “มุรธา” ที่บังเอิญพบว่าตัวเองอาจจะมีลูกกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อหกปีที่แล้ว!!! แสดงว่าเธอก็อาจจะมีหลาน หลานที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหรือรู้ว่ามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ พระเจ้า...งานเข้าไอ้ไข่หวานอย่างจัง! ความลับนี้จะบอกให้นายแม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะนายแม่ขึ้นชื่อเรื่องหวงห่วงลูกชายสุดพลัง และก็หมายมั่นปั้นมือวางแผนให้ หมึก แต่งงานกับ อณิมา หรือ หนูเล็ก ลูกสาวของ อธิป ครองจินดา(วโรดม) เพื่อนของเธอด้วย ไข่หวานกลุ้มใจมาก เพราะเธอต้องไปกรุงเทพจริงๆแต่ไม่มีเงินเลย หมึกเอาเงินเก็บส่วนตัวช่วยสมทบทุนน้องสาวส่วนหนึ่ง แต่หากไข่หวานต้องอยู่กรุงเทพนานไม่มีกำหนดเพื่อตามหาหลาน เงินจำนวนนั้นคงไม่มากพอจ่ายค่าที่พักตลอดไปแน่ๆ หนูเล็กซึ่งสนิทกับไข่หวานเช่นกันจึงเสนอให้ไข่หวานให้ไปพักกับญาติของเธอ โดยรับประกันความปลอดภัย 100% เพราะลุงช้างมีบ้านอยู่ชานเมือง อยู่กับหลานสาวเพียงหนึ่งคน และเขาใจดีมากๆๆๆๆ จากคำอธิบายของหนูเล็กทำให้ไข่หวานเห็นภาพคุณลุงแก่ๆ วัยห้าสิบที่มีรอยยิ้มแสนใจดีทันที ลุงช้างของเด็กหญิงมดตะนอย เป็นนักเขียนบทโทรทัศน์ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานที่บ้าน บ้านซึ่งมีเพียงเขาและหลานสาววัยหกขวบอาศัยอยู่ โดยมีท่านเลขาฯรัฐมนตรี “ดร.อนล วโรดม” หรือ “ลุงเสือ” พี่ชายคนโตของอนิลมาเยี่ยมเยียนอยู่สม่ำเสมอหากเขาไม่ต้องเดินทางไปราชการที่ต่างประเทศ นอกจากนี้อนลและอนิลยังมีน้องสาวสุดรักสุดหวงอีกหนึ่งคนคือ กวาง “อนุช วโรดม” ในอดีต กวางเติบโตมาดุจไข่ในหิน พ่อแม่รักและดูแลดั่งแก้วตา แต่เมื่อเธอเติบโตเป็นวัยรุ่น พ่อก็เลิกกับแม่ กวางรักพ่อมากจึงเข้าใจว่าพ่อทิ้งเธอไป พ่อไม่รักเธอแล้ว กอปรกับกวางเริ่มมีความรักครั้งแรกกับหมึก ทำให้เธอออกห่างจากครอบครัว ติดแฟนมากจนพลาดพลั้งตั้งท้องในวัยเรียน กวางชวนหมึกแต่งงานทั้งๆที่หมึกยังไม่พร้อมและยังไม่รู้ว่ากวางท้อง หมึกจึงปฏิเสธเธอไป กวางเสียใจมาก หลังจากเธอให้กำเนิดเด็กหญิงมดตะนอยแล้ว เธอก็บินไปอาศัยอยู่กับมารดาที่อเมริกา และไม่กลับมาเหลียวแลลูกสาวที่ทำให้ชีวิตวัยสาวของเธอพังยับลงในปีที่สามของการเรียนมหาวิทยาลัยอีกเลย กวางไม่แม้แต่จะบอกครอบครัวของเธอว่าพ่อของเด็กคือใคร เธอเลือกที่จะหนีความจริงและบาดแผลอันปวดร้าวไปพร้อมกับการทิ้งภาระให้กับพี่ชายคนรองเลี้ยงดูลูกสาวของเธอเพียงลำพัง แขกประจำอีกคนของลุงช้างก็คือ ไฮโซสาวที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการเพราะความอยากดัง “ภารวี เกียรติธำรง” หรือ “คุณอาพาราวี” ที่หนูน้อยมดตะนอยเรียกขาน ภารวีเป็นอดีตรุ่นน้องและเพื่อนบ้านเก่าของลุงช้าง เธอแอบชอบลุงช้างตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ก่อนที่เธอจะไปเรียนต่อต่างประเทศ และลุงช้างก็ย้ายบ้านไปอยู่ชานเมือง ไฮโซสาวมักจะหาเรื่องแวะเวียนมาทำคะแนนกับลุงช้างเสมอๆ โดยเฉพาะหลังจากได้ข่าวว่าลุงช้างมีญาติสาวมาพักด้วย ไข่หวานแทบช็อกเมื่อพบว่า “ลุงช้าง” ญาติของหนูเล็กที่ฝากฝังให้มาพักด้วยนั้นไม่ใช่ “คุณลุงแก่ๆ วัยห้าสิบ” ดังภาพที่เธอจินตนาการไว้ แต่ลุงช้างกลับกลายเป็นหนุ่มหล่อ เข้ม ที่สำคัญแววตาคมกริบ วิบวับ ที่มองหล่อนก็ทำให้ใจมันหวั่นๆหวิวๆ ลุงช้างเองก็ตกใจไม่ต่างกันเมื่อพบหน้า “คุณยายไข่หวาน” ที่ตนเองจินตนาการถึงยายแก่ตกยากหอบหิ้วสังขารเข้าเมืองกรุงมาเพื่อตามหาลูกหลาน แต่ผู้หญิงตรงหน้าเขากลับกลายเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง มั่นใจในตัวเอง ทะมัดทะแมง แถมยังเก่งเรื่องเครื่องยนต์กลไกอีกด้วย บางครั้งเวลาลุงช้างเขียนบทไม่ทันก็ได้ไข่หวานนี่แหละช่วยเลี้ยงมดตะนอย ลุงช้างปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมีไข่หวานอยู่ในบ้านนั้นเป็นความรู้สึกที่ชุ่มชื่นหัวใจ...อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน อีกทั้ง มดตะนอยตัวน้อยก็ดูท่าว่าจะติดอาไข่หวานแจ แถมยังชอบสาธยายความสามารถพิเศษพิสดารของเขาให้เธอได้รับรู้อยู่เสมอๆ เช่น “ถ้าอาไข่หวานนอนไม่หลับให้ลุงช้างเกาหลังให้ก็ได้นะคะ ลุงช้างเกาหลังเก่งมากเลยค่ะ” หรือ “ลุงช้างเต้นควีโยมีเก่งที่สุดเลยค่ะอาไข่หวาน” และที่เด็ดสุดคือ “ลุงช้างแต่งเป็นเดอะลิตเติลเมอร์เมดซ้วยสวยค่ะอาไข่หวาน” โธ่เอ้ยยายมดตะนอย แล้วอย่างนี้อาไข่หวานจะคิดว่าลุงช้างเป็นคนอย่างไรกันล่ะเนี่ย! ภารกิจโลกแตกที่พี่หมึกฝากฝังไข่หวานเริ่มต้นด้วยการตามหาตัว “อนุช วโรดม” หญิงสาวที่พี่ชายของเธอคิดว่ามีอาจลูกด้วยกันตามคำบอกเล่าของ “จามร” เพื่อนสนิทของมุรธา ตามรูปและที่อยู่ที่เจ้าตัวให้มา แต่ไข่หวานก็คว้าน้ำเหลวเมื่อพบว่าเจ้าของบ้านได้ย้ายบ้านไปนานหลายปีแล้ว ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เธอรู้สึกท้อ มีลุงช้างนี่แหละที่คอยให้กำลังใจ แถมยังทำกับข้าวอร่อยๆให้เธอฟื้นกำลังขึ้นมาตามหาพวกเขาอีกครั้ง ลุงช้างไม่เคยถามว่าเธอตามหาใคร ส่วนเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเล่าปมอันแสนเจ็บปวดของครอบครัวให้ใครฟัง ทั้งสองต่างรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน...แม้ไม่ต้องพูดจา... ในที่สุดไข่หวานก็ได้พบกับเบาะแสสำคัญที่อาจทำให้เธอได้พบพี่สะใภ้กับหลานที่ตามหาอยู่ “สริดา รุจิอาภรณ์” คือเพื่อนสนิทของอนุช วโรดมสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย แต่เมื่อไข่หวานได้พบพูดคุยกับสริดาเรื่องอนุชและลูก เธอต้องผิดหวังกลับมาอีกครา เมื่อสริดาไม่ได้ให้ความร่วมมือเปิดเผยข้อมูลใดๆแม้แต่น้อย เหตุเพราะความเคียดแค้นเพื่อนรัก ในอดีต อนุชและสริดาเป็นเพื่อนรักกันมาก และต่างชอบรุ่นพี่ปีสี่คนเดียวกันนั่นคือ หมึก แต่หมึกกลับชอบอนุชมากกว่าสริดา ในงานปาร์ตี้คืนหนึ่งสริดาแกล้งดื่มเหล้าให้เมาเพื่อให้หมึกขับรถไปส่ง หมึกรับปากเธอด้วยความเป็นห่วงอย่างเพื่อน แต่เขาก็กลับไปส่งอนุชแทน หมึกลืมสริดาเสียสนิทจนกระทั่งตอนเช้า หมึกได้ข่าวว่าสริดาประสบอุบัติเหตุรถชนจากการเมาแล้วขับ สริดาถูกตัดขาทั้งสองข้างไปพร้อมๆ กับการตัดความสัมพันธ์อย่างถาวรกับคนที่เธอเคยรักทั้งคู่ อนาคตของเธอดับวูบลงพร้อมกับความเจ็บปวดที่ก่อขึ้นเป็นกำแพงแห่งความขมขื่น เคียดแค้น มองโลกในแง่ร้าย และปิดกั้นตัวเองจากสังคมภายนอก ในเมื่อเธออยู่ในโลกนี้อย่างไม่มีความสุข อย่าหวังที่จะได้เห็นอนุชและหมึกมีความสุขด้วยกันเลย สริดาปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทางแก่ไข่หวาน ซ้ำยังไม่ยอมรับการติดต่อจากเธออีกเลย ไข่หวานยังพยายามติดต่อเพื่อขอพบสริดาอยู่เรื่อยๆ พร้อมๆกับที่เธอก็ต้องเตรียมตัวเข้าประกวดซุปเปอร์โมเดลอย่างเต็มที่ การประกวดครั้งนี้ทำให้ไข่หวานพบกับ “สาริศ” เจ้านายของนิกกี้ ลูกชายคนโตของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูซ้ำยังเป็นพี่ชายแท้ๆของสริดา ซึ่งสาริศทำท่าว่าจะหลงเสน่ห์สาวอุบลฯเข้าอย่างจัง ถึงกับสะกดรอยตามไข่หวานมาหาถึงบ้านลุงช้างเพื่อตามจีบอย่างชัดเจน สร้างความไม่พอใจให้แก่ไข่หวานไม่น้อย แต่ต้องยอมติดต่อด้วยก็เพื่อหวังว่าสาริศจะช่วยพูดให้สริดาใจอ่อนยอมบอกความจริงกับเธอ ลุงช้างก็พลอยหงุดหงิดแกมงอนหน่อยๆ เพราะหวงก้าง เอ้ย ห่วงความรู้สึกของเพื่อนร่วมบ้านคนนี้ ที่สำคัญนายสาริศนั่นเข้าออกบ้านเป็นว่าเล่น แถมยังมีข้อมูลใหม่ๆ ของคนที่ไข่หวานตามหามาหลอกล่อให้เธอออกไปกับเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นิกกี้ได้เข้ามาทำงานเป็นเลขาของสาริศและคอยช่วยงานการประกวดทุกอย่าง แต่ก็ต้องเจออุปสรรคชิ้นใหญ่ คือ “ตวงพร” อาของสาริสและสริดา ตวงพรเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพ่อสาริศที่บริหารงานแทนสาริศในช่วงที่พ่อเขาเพิ่งเสีย และเขายังเรียนอยู่เมืองนอก เมื่อสาริศกลับมา เขาก็อยากจะดึงอำนาจกลับสู่ตัวเอง แต่ตวงพรซึ่งอยากฮุบสมบัติไว้เพียงคนเดียวก็ไม่ยอม ตวงพรล๊อบบี้ผู้ถือหุ้นต่างๆ นานาให้เลิกสนับสนุนการประกวด และใช้ภารวีซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนรักให้คอยขัดขวางงานทุกอย่างของสาริศ ทำให้สาริศกับนิกกี้ต้องคอยช่วยกันแก้ปัญหาตลอดเวลา นิกกี้เห็นอกเห็นใจสาริศมากขึ้นจนกลายเป็นความรัก ไข่หวานผ่านเข้ารอบสองของการประกวด สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากให้กับภารวีและตวงพรเป็นอย่างมาก เจ้าตัวแสดงออกนอกหน้าว่าไม่ชอบนางสาวหวันยิหวาตั้งแต่แรกพบ เนื่องจากแอนตี้การเป็นนักเรียนนอกของไข่หวาน และให้เหตุผลว่า หล่อนไม่เหมาะกับการเป็นตัวแทนของสาวไทยสมัยใหม่ที่ยังต้องคงความเป็นไทยไว้ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ไข่หวาน คือคนๆเดียวกับญาติห่างๆที่มาพักกับลุงช้างชายหนุ่มที่เธอสนใจ ตามที่กาคาบข่าวอย่าง “น้องพลอย” สาววัยรุ่นบ้าดาราข้างบ้านลุงช้างคอยสอดสืบให้เธออยู่เนืองๆ น้องพลอยเข้าออกบ้านลุงช้างได้สะดวกเพราะลุงช้างจ้างให้มาช่วยดูแลมดตะนอยในวันที่เขาไม่อยู่บ้าน หรือปั่นงานไม่เสร็จ พลอยอยากทำงานพิเศษเก็บเงินไปเรียนแอ็คติ้ง ความฝันของพลอยคือการได้เป็นดาราเหมือนภารวี ไข่หวานได้รับข่าวดีอีกเรื่องคือสาริศเล่าว่าอนุชเป็นน้องสาวแท้ๆของท่านเลขาฯ ดร.อนล วโรดม ไข่หวานดีใจมากและติดต่อไปยังดร.อนลทันที แต่เขาไปราชการที่อเมริกาแถมยังขอลาพักร้อนต่ออีกหนึ่งเดือน เธอตัดสินใจส่งอีเมลไปแต่ก็ไม่ได้รับอีเมลตอบกลับจากเขาเลย ด้านฝั่งลุงช้างก็ได้รับข่าวคราวบอกเล่าจากพี่ชายที่ไปเยี่ยมแม่และน้องสาวที่อเมริกาว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งติดต่อเขาเพื่อขอเจรจาเรื่องอนุชและลูก แต่ไม่มีทางเสียหรอกที่เขาจะยอมยกมดตะนอยผู้เป็นแก้วตาของเขาไปให้คนไม่มีความรับผิดชอบพรรค์นั้น!ระยะเวลาที่ไข่หวานพักอยู่กับลุงช้างและมดตะนอยนั้น ความใกล้ชิดสนิทสนมของคนทั้งคู่ทำให้ความคิดของชายหนุ่มและหญิงสาวเปลี่ยนแปลงไป เขาตระหนักว่าชีวิตเขาและหลานสาวต่างก็ขาดบางสิ่งบางอย่างไป เขาพบว่าไข่หวานคือแบบอย่างของหญิงสาวที่เขาอยากให้มดตะนอยเป็นเมื่อเติบโตขึ้น คือเป็นผู้หญิงมั่นใจในตนเอง และคิดว่าความสวยที่แท้จริงของผู้หญิงไม่ใช่การแต่งหน้าทาปาก หากแต่เกิดจากสมองและความคิดที่สวยงามมากกว่า นอกจากนั้นไข่หวานยังช่วยแก้พฤติกรรมเลียนแบบอันแสนแก่แดดแก่ลม ที่มดตะนอยเคยได้รับจากภารวีและน้องพลอยนั้นหายไปเสียด้วย และที่สำคัญที่สุด...เขาอยากให้ไข่หวานมาเป็นหวานใจของเขาเหลือเกิน... ไข่หวานเองก็ชักจะมีอาการใจสั่นกับผู้ชายท่าทางอบอุ่น ใจดี อีกทั้งแววตาเป็นประกายคู่นั้นมันชวนหลงใหลเสียนี่กระไร จากการปรึกษานิกกี้ นิกกี้ก็บอกให้ไข่หวานเช็คดูว่า เขาจะมีใจตรงกันกับเธอหรือเปล่า โดยการหว่านเสน่ห์ต่างๆนานา ลุงช้างรู้สึกแปลกๆกับพฤติกรรมก๋ากั่นเกินเหตุของไข่หวาน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าไข่หวานมีแผนการยั่วเย้าเขาบางอย่าง เขารู้ดีแต่ที่ไม่กระโตกกระตากออกมา ก็เพราะว่าการที่มีไข่หวานมาวนเวียนใกล้ชิดมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เรื่องอะไรอนิลจะพลาดโอกาสดีๆอย่างนี้ ก่อนการประกวดซุปเปอร์โมเดลรอบตัดสิน ไข่หวานออกไปทานข้าวนอกบ้านกับลุงช้างและมดตะนอย ตวงพรกับภารวีจ้างให้คนไปถ่ายรูปเพื่อสร้างข่าวว่าไข่หวานแอบมีครอบครัวอยู่แล้วก่อนเข้าประกวด “พิชิต” ลูกน้องคนสนิทของนายแม่ดาวเรืองบังเอิญเห็นเหตุการณ์พอดีจึงรายงานเรื่องนี้ให้นายแม่ทราบทันที เดือดร้อนถึงนายแม่ดาวเรืองจนทำให้นั่งไม่ติด โทรหามุรธาซึ่งกำลังทำธุระอยู่ที่กรุงเทพฯให้มาดูน้องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มุรธาและพิชิตมาหาไข่หวานที่บ้านลุงช้าง ลุงช้างต้อนรับพี่ชายที่บอกว่ามาเยี่ยมไข่หวานเป็นอย่างดีและเชิญให้พักด้วยกัน ไข่หวานจึงจำต้องยอมตกกระไดพลอยโจนซะงั้น มดตะนอยดีใจมากที่มีลุงหมึกมาพักด้วยกันและกลายเป็นเพื่อนเล่นแสนวิเศษของเด็กน้อยอีกคน มุรธาก็รู้สึกถูกชะตากับหลานลุงช้างคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นซึ่งเขาไม่รู้เลยว่ามดตะนอยคือลูกสาวแท้ๆ ของเขานั่นเอง ไข่หวานไม่ละความพยายามในการติดต่อขอพบสริดาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอใช้ความจริงใจตามที่ลุงช้างแนะนำมา เธออธิบายความต้องการของพี่ชายเธอที่ต้องการรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นและขอให้สริดาช่วยให้เธอได้ติดต่อกับอนุชโดยตรง และด้วยความช่วยเหลือของสาริศอีกแรงที่เกลี้ยกล่อมพี่สาวให้ยอมละทิฐิและเห็นแก่เด็กตาดำๆ สริดาจึงรับปากว่าจะลองคุยกับอนุชให้ หลังจากไข่หวานกลับไปแล้ว สริดาจึงติดต่ออนิลและบอกเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้พบหญิงสาวที่มาตามหาอนุชและลูกให้เขาฟัง แถมยังนัดให้อนิลไปเจอหน้าคนที่จะมาพรากมดตะนอยไปจากเขาในวันการจัดงานประกวดซุปเปอร์โมเดลรอบสุดท้ายอีกด้วย ลุงเสือส่งอีเมลมาหาลุงช้างอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับอีเมลอีกฉบับจากหญิงสาวที่เรียกร้องสิทธิของความเป็นญาติฝ่ายพ่อของมดตะนอยขอพบและเจรจา คราวนี้อนุชที่เคยปฏิเสธการรับรู้เรื่องใดๆของเด็กหญิงมดตะนอยถึงกับเปรยขึ้นมากับพี่ชายว่า อย่าให้ใครเอาลูกเธอไปได้ ถึงเธอไม่พูดอย่างนั้นอนิลก็ไม่มีความคิดยกมดตะนอยให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ทางด้านไข่หวานเองก็เริ่มท้อใจที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไถ่โทษให้พี่ชายของเธอ วันนั้นเองเธอก็เผยความอ่อนแอของผู้หญิงคนหนึ่งให้ลุงช้างเห็น เธอโอบกอดเขาเพื่อขอกำลังใจ แต่ไข่หวานหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายกลับฉวยโอกาสเผยความรู้สึกผ่านการปลอบประโลมเธอ ไข่หวานได้โอกาสที่จะพิสูจน์ความรู้สึกของลุงช้างว่าใจจะตรงกับเธอหรือเปล่าตามที่นิกกี้บอกมา ไข่หวานตัดสินใจค่อยๆเคลื่อนหน้ามาหอมแก้มลุงช้าง แทนที่ลุงช้างจะผลักไส เขากลับจุมพิตปลอบตอบเธออย่างนิ่มนวล ไข่หวานรู้ในวินาทีนั้นเองว่า ลุงช้างก็มีใจตรงกับเธอ กรี๊ดดดด! ในที่สุด สาริศกับนิกกี้ก็เอาชนะตวงพรจนสามารถจัดงานประกวดได้สำเร็จ ในวันประกวดรอบสุดท้ายของซุปเปอร์โมเดล ลุงช้างพามดตะนอยและลุงหมึกไปเชียร์ไข่หวานถึงขอบเวที ลุงช้างและไข่หวานดูมีความสุขมากเมื่อได้รับรู้ความรู้สึกในใจของกันและกัน ฝ่ายสาริศก็พาสริดามาดูการประกวดในครั้งนี้ หล่อนยอมออกจากบ้านก็เพื่อหวังจะชี้ตัวการให้อนิลรับทราบ ผลการประกวดปรากฏว่า นางสาวหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ ได้รับตำแหน่ง Brand Ambassador ของบริษัทนี้ สร้างความดีใจตื่นเต้นให้กับทุกคนโดยเฉพาะลุงช้าง ระหว่างรอรับไข่หวานกลับบ้าน หมึกก็บังเอิญเจอกับสริดาเพื่อนสนิทของอนุช เขาเปิดเผยตัวตนของเขาเพื่อขอคุยเรื่องหญิงสาวและลูกของเขา ทันใดนั้นลุงช้าง มดตะนอยและไข่หวานเดินมาสมทบพอดี สริดาได้โอกาสบอกอนิลว่าคนตรงหน้าเขานี่แหละที่ต้องการพรากมดตะนอยไปจากเขา สองคนพี่น้องนี่เองที่เป็นคนไร้ความรับผิดชอบ ลุงช้างรู้ความจริงทั้งหมดก็โกรธมาก พามดตะนอยกลับบ้านทันที! สองพี่น้องหมึกและไข่หวานตามไปคุยกับลุงช้างที่บ้าน ความจริงที่เปิดเผยทำให้อนิลโกรธและเสียใจมาก ในขณะที่ไข่หวานก็พยายามจะอธิบายและขอโทษแทนพี่ชายตน เรื่องราวบานปลายจากการต่อว่าของอนิลในค่ำคืนนั้น ทำให้หมึกแอบลักพาตัวมดตะนอยไปในรุ่งสางของอีกวัน ยังไม่ทันที่ลุงช้างและไข่หวานออกตามหามดตะนอย อนุชก็โทรศัพท์มาหาอนิลในสายวันนั้นพอดิบพอดี อนุชร่ำไห้ทันทีที่ทราบเรื่องและบอกว่าตนจะกลับเมืองไทย พร้อมกันนั้นไข่หวานก็ได้รับโทรศัพท์จากนายแม่ดาวเรืองบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พี่หมึกของเธอพาเด็กหญิงตัวเล็กๆมาบอกว่าเป็นลูกสาวของเขา ให้ไข่หวานรีบกลับบ้านด่วน อนิลตัดสินใจเดินทางไปอุบลฯพร้อมไข่หวานทันที นายแม่ดาวเรืองแทบจะลมจับเมื่อรู้ความจริงว่า ลูกชายของตนแอบไปมีหลานไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของมดตะนอยทำให้เธอยอมรับความจริงได้ภายในค่อนวัน นายแม่ดาวเรืองพามดตะนอยออกไปเที่ยวตลาด ซื้อเสื้อผ้า ซึ่งที่ตลาดนั่นเองมดตะนอยก็ร้องเรียก “น้าหนูเล็ก” ของเธอดังลั่น ทำให้ความจริงอีกเรื่องกระจ่างขึ้นมาว่า หนูเล็ก อณิมาเพื่อนสนิทของไข่หวานเป็นน้องสาวคนละแม่ของลุงช้างนั่นเอง! ลุงช้างมาถึงอู่รถดาวเรืองก็พุ่งตรงไปยังมดตะนอยเพื่อรับกลับทันที แต่ฝ่ายไข่หวานและนายแม่ดาวเรืองไม่ยอมและถือความเป็นญาติฝ่ายพ่อของมดตะนอยเรียกร้องสิทธิในตัวหลาน ทำให้หนูเล็กต้องรีบเคลียร์สถานการณ์ตรงหน้าบอกให้ลุงช้างกลับไปพักที่บ้านเธอก่อน อนิลได้พบพ่อ “อธิป” กับแม่เลี้ยง หนูเล็กเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างหมึกกับอนุชให้พ่อฟัง อนิลได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วพ่อของเขาไม่ได้ทิ้งลูกๆ ไว้กับแม่ แต่พ่อคิดถึง “ใจลูก”เป็นหลักเพราะแม่เขาให้เหตุผลว่าลูกๆต้องการอยู่กับเธอ พ่อก็ยอมรับแต่โดยดีเพื่อความสุขของลูก ทั้งๆ ที่เขารักและอยากรับอนุชไปเลี้ยงใจจะขาด เช้าวันใหม่อนิลขับรถไปอู่ดาวเรืองแต่เช้าเพื่อหวังจะขโมยมดตะนอยกลับมา แต่มดตะนอยออกไปวัดกับนายแม่ดาวเรือง ไข่หวานรักและอยากให้มดตะนอยอยู่กับพี่ชายเธอมากกว่าจึงเฉไฉไม่ยอมไปตามหาไข่หวานให้ลุงช้างง่ายๆ ศึกย่อมๆ แย่งหลานตัวน้อยก็เกิดขึ้นระหว่างไข่หวานและอนิลที่ต่างอ้างสิทธิ์ในการดูแลหลาน ทั้งสองคนต่างเจ็บปวดที่ต้องทะเลาะกันเรื่องหลานจนคิดว่าความรักของทั้งคู่คงไม่มีทางเป็นจริงได้! หนูเล็กต้องไกล่เกลี่ยให้ลุงหลานได้อยู่ด้วยกันตอนกลางวัน แต่กลางคืนต้องนำหลานมานอนบ้านย่าแทน มดตะนอยสับสนไปหมดจนล้มป่วยเพราะปรับตัวไม่ทัน การที่มดตะนอยล้มป่วยนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนทำให้ทั้งสองบ้านตัดสินใจนัดเจรจายุติปัญหาว่ามดตะนอยควรอยู่กับใครกันแน่? ระหว่างนั้นสาริศและอนุชก็ตามมาสมทบกับอนิล อนุชเริ่มลดทิฐิลงหลังจากได้ฟังเรื่องราวในอดีตจากปากของพ่อ และรับรู้ว่าพ่อรักเธอมากขนาดไหน เช้าวันรุ่งขึ้นการเจรจาเริ่มต้นขึ้นระหว่างสองบ้านเพื่อหาข้อยุติ มุรธาพยายามปฏิบัติตัวดีต่ออนุชแต่กลับโดนเธอปฏิเสธอย่างไม่ไยดี นายแม่ดาวเรืองขอโทษอนุชและยอมรับผิดเรื่องมุรธาทุกประการ ดาวเรืองบอกว่าเธอเลี้ยงลูกไม่ดีเอง เธอคอยปกป้องลูกเกินไปจนลูกไม่กล้าตัดสินใจเอง อนุชแจ้งความต้องการว่าเธอจะเอามดตะนอยไปเลี้ยงที่ต่างประเทศ ไข่หวานไม่ยอมเพราะญาติฝั่งพ่อควรมีสิทธิ์เลี้ยงดูเช่นกัน อนิลทักท้วงว่ามดตะนอยไม่ได้รู้จักพ่อและแม่ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ ให้มดตะนอยอาศัยอยู่กับลุงช้างตามเดิม ส่วนนายแม่ดาวเรืองจะซื้อบ้านที่กรุงเทพฯให้มุรธาได้อาศัยอยู่ ระหว่างนี้ทั้งมุรธาและอนุชเองต้องพิสูจน์ตัวเองและค่อยๆให้ลูกได้เรียนรู้และปรับตัวในการใช้ชีวิตกับพ่อแม่ เย็นวันนั้นเมื่อทุกอย่างเคลียร์ลงตัว ลุงช้างและอนุชรับตัวมดตะนอยเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยกันทันที จากนั้นไม่นานมุรธาก็ย้ายไปอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เขากลายเป็นแขกประจำของบ้านลุงช้างไปอย่างรวดเร็ว นอกจากจะทำหน้าที่พ่อด้วยความรักและเต็มใจแล้ว มุรธายังพยายามเริ่มต้นกับอนุชอีกครั้ง และเขาก็ยังโชคดีที่ได้รับโอกาสใหม่จากอนุชเพื่อจะพิสูจน์ตัวเองและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทางด้านสาริศก็สารภาพกับไข่หวานว่าเขาแอบชอบเธอ แต่ไข่หวานปฏิเสธเพราะมีคนอยู่ในใจแล้ว นิกกี้คอยปลอบใจสาริศตลอด จนเขาคิดว่าเขาน่าจะเริ่มต้นให้โอกาสตัวเองลองคบคนใหม่ได้เสียที คนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเพียงแต่เขาไม่เคยเห็นความสำคัญนั่นคือ นิกกี้นั่นเอง ในที่สุดมุรธาก็เอาชนะใจอนุชได้ มดตะนอยกลายเป็นเด็กสดใสที่มีความสุขที่สุดในโลก เพราะเธอมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์เฝ้าคอยสั่งสอนให้เธอเติบโตไปในทางที่ถูกที่ควร มุรธาและอนุชจะย้ายไปสร้างครอบครัวด้วยกันที่อเมริกา เมื่อลุงช้างและไข่หวานรู้เรื่องก็แทบใจจะขาด เพราะมดตะนอยเปรียบดัง “แก้วตา” อันเป็นที่รักยิ่งของเขาและเธอ แต่ลุงช้างจำต้องยอมรับความจริง เพราะคิดถึง “จิตใจของมดตะนอย” ซึ่งสำคัญที่สุด ไข่หวานสงสารและเห็นใจลุงช้างมากที่ต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เพราะเธอเองก็ต้องกลับไปทำงานเป็นวิศวกรคุมอู่รถทัวร์ให้นายแม่ดาวเรืองเช่นกัน ลุงช้างน้อยใจไข่หวานมากที่ทิ้งเขาไป จนเขากลายเป็นคนเศร้าซึม และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อไข่หวานโทรตามลุงช้างให้ไปอุบลราชธานีด่วน เขาเดินทางไปหาเธอด้วยความคิดถึง แล้วก็พบเซอร์ไพรส์ว่า มุรธา อนุชและมดตะนอยย้ายกลับมาสร้างครอบครัวที่อุบลราชธานี เพราะมุรธาได้คิดทบทวนอีกครั้งแล้วว่าเขาควรกลับมาสืบทอดกิจการเพราะเป็นลูกชายคนโต ส่วนอนุชก็อยากลืมบรรยากาศความเจ็บปวดที่อเมริกา มาอยู่ใกล้อธิปเพื่อทดแทนวันเวลาที่หายไปให้ผู้เป็นพ่อ ไข่หวานตัดสินใจชวนลุงช้างมาสร้างครอบครัวด้วยกันที่อุบลราชธานี...เสมือนขอผู้ชายแต่งงานกลายๆ ลุงช้างใช้เวลาคิดไม่นานเลยเพราะเขาอยากอยู่กับ “หวานใจ” ของเขา ลุงช้างให้คำสัญญากับไข่หวานว่า เขาและเธอจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์ และมี “แก้วตา” ดวงใจน้อยๆ เป็นของตัวเองด้วยกัน... รายชื่อนักแสดง ละคร แก้วตาหวานใจ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง รับบท หวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ หรือ ไข่หวาน ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท อนิล วโรดม หรือ ลุงช้างมาวิน ทวีผล รับบท มุรธา อัศวเรืองฤทธิ์ หรือ หมึกด.ญ.นิชัญญา สุดประเสริฐ รับบท อลิน วโรดม หรือ มดตะนอยคนัสนันท์ นักตะเฆ่ รับบท สาริศ รุจิอาภรณ์ หรือ ริศมัจฉา โมซิมันน์ รับบท นิจจารีย์ หรือ นิกกี้ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท อนุช วโรดม หรือ กวางวิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบท สริดา รุจิอาภรณ์ หรือ ดา อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท อนล วโรดม หรือ ลุงเสือพิมพ์ทอง วชิราคม รับบท ภารวี เกียรติธำรง หรือ ภาสิรินาถ สุคันธรัต รับบท พลอยคาลิยา นิฮุต รับบท อณิมา ครองจินดา หรือ หนูเล็กดารณีนุช โพธิปิติ รับบท นายแม่ดาวเรือง อัศวเรืองฤทธิ์เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ตวงพรพุทธชาด พงศ์สุชาติ รับบท เพ็ญดีใจ ดีดีดี รับบท มะลิ วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท พิชิต

'มันนี่กูรู' ประสานเสียง กนง.ตรึงดอกเบี้ย
กนง. /  คลัง / 

ผู้เชียวชาญด้านการเงินประสานเสียง ฟันธง! กนง.ไม่ลอดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพราะไม่ช่วยส่งออก บาทไม่แข็งขึ้น เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้น นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยสายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ที่ 2% เพื่อรอดูความชัดเจนทางเศรษฐกิจก่อน โดยเชื่อว่าแบงก์ชาติกำลังติดตามดูความเคลื่อนไหวในตลาดเงิน ตลาดทุน โดยเฉพาะจากฝั่งยุโรป เพื่อดูว่าจะทำ QE หรือไม่ รวมทั้งรอดูการเลือกตั้งของกรีซว่าจะมีผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินยูโรอย่างไร ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จะแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยในรอบปีที่ผ่านมา ในวันที่ 16 กพ. ซึ่งหากนโยบายการเงินจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็น่าจะเป็นในรอบวันที่ 1 มีค.มากกว่า ด้านนางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ไทย เปิดเผยว่า กนง. น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เพราะธปท. มองว่าดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่แล้ว รวมถึงเศรษฐกิจไทยเริ่มที่จะฟื้นตัว และหากสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% อาจเป็นระดับที่ต่ำไปด้วย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นดอกเบี้ยนโยบายของไทยเริ่มขยับขึ้นเร็วสุดช่วงเดือนมิ.ย.58 คาดว่าจะปรับขึ้น 2 ครั้งเป็น 2.5% ภายในสิ้นปี ส่วนนายกำพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ และกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ เปิดเผยว่า กนง.น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เนื่องจากเป็นระดับที่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนั้น ก็ไม่สามารถทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นได้อย่างมีนัยยสำคัญ รวมถึงยังมองว่าประเด็นค่าเงินบาทที่อ่อนลงนั้นไม่มีน้ำหนักพอให้ลดดอกเบี้ยในตอนนี้ น่าจะเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์ที่จำเป็นกว่านี้มากกว่า ติดตามข่าวสาร 'การเงิน การคลัง' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

เกมส์ Borderlands มีภาคใหม่แน่นอน แต่ยังไม่เริ่มสร้าง
Borderlands /  Gearbox

Gearbox ทีมพัฒนาเกมส์ Borderlands ออกมาเปิดเผยเป็นทางการว่า เกมส์ Action-RPG กึ่งซูตติ้ง มีภาคใหม่แน่นอน แต่ว่าตัวเกมส์ยังไม่เริ่มพัฒนา ซึ่งเปิดเผยภายในงาน PAX South ที่สหรัฐอเมริกา Randy Pitchford CEO จาก Gearbox กล่าวว่า ทางทีมงานต้องการให้พวกคุณมาร่วมมือสร้างเกมส์ Borderlands ภาคต่อไป และมันจะเป็นเกมส์ที่ยิ่งใหญ่อีกเกมส์ ระหว่างเดียวกัน ทางเว็บไซต์ของผู้พัฒนาเกมส์ได้เปิดรับสมัครงานในตำแหน่งผู้เขียนบทเพื่อร่วมงานกับเกมส์เกรด AAA ซึ่งคาดการณ์กันว่าอาจเป็นเกมส์ Borderlands ภาคใหม่

เพราะขอเกินไป! ฟานนี่ เผยเลิกกับโอ้ เพราะอาชีพนางแบบ
คอนเวิร์ส /  นางแบบ / 

หลังจากที่เพิ่งมีการขอแต่งงานกันไป เมื่อก่อนศึกฟุตบอลโลก 2014 บาโลเตลลี่ กับ ฟานนี่ เนกูชา ก็เป็นอันต้องคอนเวิร์สใส่กัน เนื่องจาก เกรียนโอ้ ของให้ฝ่ายหญิงเลิกอาชีพนางแบบ แต่ ฟานนี่ ไม่สามารถทำตามได้นั้นเอง ฟานนี่ เนกูชา นางแบบสาววัย 22 ปี อดีตแฟนสาวของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้ออกมาเปิดใจกับสถานีทีวีในอิตาลี ถึงสาเหตุที่ทำให้รักนี้ต้องล่มสลาย เป็นเพราะ บาโลเตลลี่ ขอให้เธอเลิกในอาชีพนางแบบนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ ฟานนี่ เนกูชา เพิ่งถูก เกรียนโอ้ ขอแต่งงานด้วยแหวนเพชรมูลค่ากว่า 25,000 ปอนด์ ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2014 ไปหมาดๆ  แต่ตอนนี้เธอก็ได้นำแหวนดังกล่าวไปคืนให้ฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว โดย ฟานนี่ เนกูชา นางแบบสาวชาวเบลเยี่ยม ได้เปิดใจว่า "ฉันน่าจะใช้เวลาคิดมากกว่านี้ และไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ก่อนที่จะรับคำขอแต่งงานเขาไป ฉันพยายามบอกกับเขาว่าฉันต้องมีอาชีพด้วยเหมือนกัน แต่เขาไม่ยอมฟังเลย เขาเป็นคนหัวดื้อ และไม่ยอมรับ สุดท้ายฉันก็คืนแหวนหมั้นให้แก่เขา เขาโมโหมาก แต่ตอนนี้เราก็ต่างคนต่างเดินกันแล้ว"

ประกาศผล SAG Awards 2015 Birdman มาแรง คว้ารางวัลใหญ่!
Birdman /  Boyhood / 

เป็นอีกหนึ่งเวทีรางวัล ที่ต่างทยอยกันมาก่อนออสการ์ สำหรับรางวัลของสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือ แซกอวอร์ดส (Screen Actors Guild Awards หรือ SAG Awards) ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักแสดงอาชีพแห่งอเมริกา เพื่อพิจารณาและมอบรางวัลให้กับนักแสดงที่มีผลงานยอดเยี่ยมแห่งปี และใน SAG Awards 2015 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 นี้ Birdman หนึ่งในตัวเต็งออสการ์ ก็เก็บรางวัลใหญ่ไปเรียบร้อย สมใจการหวนคืนของ ไมเคิล คีตัน ส่วนเรื่องอื่นๆ จะมีใคร จากเรื่องไหนเข้าชิงและคว้ารางวัลกันไปบ้าง มาชมกันเลย สาขา ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม -  Birdman WINNER -  Boyhood -  The Grand Budapest Hotel -  The Imitation Game -  The Theory of Everything สาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม -  เอ็ดดี้ เรดเมย์น จาก The Theory of Everything WINNER -  สตีฟ แคเรล จาก Foxcatcher -  เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์ จาก The Imitation Game -  เจค จิลเลนฮาล จาก Nightcrawler -  ไมเคิล คีตัน จาก Birdman สาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม -  จูลี่แอน มัวร์ จาก Still Alice WINNER -  เจนนิเฟอร์ อนิสตัน จาก Cake -  เฟลิซิตี้ โจนส์ จาก The Theory of Everything -  โรซามันด์ ไพค์ จาก Gone Girl -  รีส วิทเธอร์สปูน จาก Wild สาขา นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม -  เจ.เค. ซิมมอนส์ จาก Whiplash WINNER -  โรเบิร์ต ดูวัลล์ จาก The Judge -  อีธาน ฮอว์ค จาก Boyhood -  เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน จาก Birdman -  มาร์ค รัฟฟาโล จาก Foxcatcher สาขา นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม -  แพทริเซีย อาร์เควตต์ จาก Boyhood WINNER -  เคียร่า ไนท์ลี่ จาก The Imitation Game -  เอ็มมา สโตน จาก Birdman -  เมอริล สตรีป จาก Into the Woods -  นาโอมิ วัตต์ จาก St. Vincent สาขา ทีมนักแสดงสตันท์แมนยอดเยี่ยม -  Unbroken WINNER -  Fury -  Get On Up -  The Hobbit 3 -  X-Men: Days of the Future Past ------------------------------------

มาซักทีประตูนี้! วัลคอตต์ เริงร่าทำประตูได้หลังเจ็บยาว
ธีโอ /  ธีโอ วัลคอตต์ / 

เรียกได้ว่า ประตูนี้อาจทำให้ ธีโอ วัลคอตต์ นักเตะความเร็วสูงของ อาร์เซนอล สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้เลย หลังจากต้องรักษาอาการบาดเจ็บไปเป็นแรมปี เชื่อว่าเจ้าตัวจะสามารถยิ่งได้อย่างต่อเนื่อง ธีโอ วัลคอตต์ แนวรุกความเร็วสูง วัย 25 ปี ของ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ออกมายอมรับว่า เขารู้สึกดีใจมากมายที่สามารถทำประตูใน ศึก เอฟเอ คัพ ได้ในเกมที่พวกเขาออกไปเยื่อน ไบร์ตัน และสามารถเอาชนะไปได้แบบหวาดเสียว 2-3 ประตู ทั้งนี้ วัลคอตต์ ทำประตูให้ทีมได้ตั้งแต่นาทีที่ 2 ของการแข่งขัน โดย ธีโอ วัลคอตต์ ได้กล่าวผ่านทางเว็บไซต์สโมสรว่า "ผมมีโอกาสมากมายตั้งแต่ผมกลับมา แต่ผมพักไปเป็นปี มันคงต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เป็นเรื่องดีที่ผมเรียกความฟิตกลับมาได้ ผมดีใจมากๆ กับการทำประตูได้ และมันจะต้องมีตามมาอีกแน่นอน"

คลอดีน อทิตยา หรือ นีน่า เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน
คลอดีน อทิตยา เครก /  ดาราวัยรุ่น / 

สาวน้อยลูกครึ่ง หน้าคม พูดไทยได้น้อยคำ คลอดีน อทิตยา เครก ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากการประกวดค้นหานักแสดงหน้าใหม่ใน Hormonesthenextgen‬ ซึ่งความสามารถของเธอ ก็โดนใจคณะกรรมจนติด 1 ใน 12 คน และล่าสุดสาวคนนี้เธอก็ได้มารับบทนำในซีรี่ย์เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน ตอนเพื่อนร่วมห้อง อีกด้วย วันนี้เราจะไปทำความรู้จักเธอกันค่ะ กับประวัติดาราวัยรุ่น...คลอดีน อทิตยา หรือ นีน่า เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน  คลอดีน อทิตยา หรือ นีน่า เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน ประวัติ ชื่อ : อทิตยา เครก (Claudine Atitaya Craig) ชื่อเล่น : คลอดีน ส่วนสูง : 163 เซนติเมตร น้ำหนัก : 45 กิโลกรัม การศึกษา : โรงเรียนศรีวิกรม์ ผลงาน : - 1 ในนักแสดงหน้าใหม่ใน Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 Hormonesthenextgen‬ - รับบท นีน่า ในซีรี่ย์ เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน ตอน เพื่อนร่วมห้อง IG : @claudineacraig FB : คลอดีน อทิตยา เครก เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ @claudineacraig, FB : คลอดีน อทิตยา เครก

แฟนเพลง Like รัว The 1975 โชว์จัดเต็ม ครั้งแรกในประเทศไทย
Spicy Disc /  the 1975 / 

เรื่องโดย : Ryu Ryan | ภาพประกอบจาก Spicydisc ฟินกระจาย ได้ใจแฟนเพลงกันทั่วหน้า สำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทยของวง The 1975 กับ The 1975 Live in Bangkok ที่จัดโดย “สไปร์ซซี่ ดิสก์” (Spicy Disc) งานนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบรรดาแฟนเพลงทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ร่วมไปถึงเหล่าแฟนเพลงคนดังเพียบ ไม่ว่าจะเป็น หัวเรือใหญ่แห่งค่าย Spicy Disc อย่าง พี่เต้ง พิชัย จิราธิวัฒน์ ร่วมด้วยเหล่าคนดัง อาทิ ตูน – ชัช บอดี้แสลม, ปู Blackhead, อู๋ – ต่อ The Yers, The Mousses, Sqweez Animal, 25 Hours, ก้อ ณฐพล, MILD, เย่ Slur, Sweet Mullet, เท็น Musketeers, บอล สครับบ์, พะแพง ธนัยนันท์ เต็มปรีชา (AF 4), เพลย์กราว, Nap a lean, Electric neon lamp, Boom Boom Cash, Better Weather ฯลฯ มาชมคอนเสิร์ตกันอย่างอบอุ่น สำหรับบรรยากาศหน้างานคอนเสิร์ต เต็มไปด้วยเหล่าบรรดา แฟนตัวจริงของวง The 1975 ที่มาแสตนบายรอชมคอนเสิร์ตกันตั้งแต่บ่ายสอง งานนี้ใครแอบลุกโดยไม่บอกให้เพื่อนจองที่ มีหวังเสียม้าอย่างแรง ทันทีที่ได้สัญญาณว่า "ประตูฮอลล์เปิด" แฟนเพลงตัวจริง ต่างวิ่งกรูกันเข้ามาเพื่อจับจองพื้นที่ยืน ชนิดที่ขอริงไซต์ใกล้ๆ หนุ่มๆ กันเลยทีเดียว ไม่นาน ขณะที่แฟนเพลงหน้าเวทีกำลัง บูมชื่อวง เพื่อรอให้หนุ่มๆ ขึ้นโชว์ ก็ได้ฤกษ์งามยามดีในเวลา ยี่สิบนาฬิกา ตรง หรือถ้าแบบที่แฟนเพลงชาวต่างชาติพูด ก็คือ eight o'clock (ดูปากณัชชานะคะ เอ้ท-โอ-คล้อก) วง The 1975 ที่แฟนๆเฝ้ารอก็เดินตรงตำแหน่งของแต่ละคน เพื่อเริ่มทำการแสดง ซึ่งขอบอกว่า "เล่นตรงเวลา" นะครัช ใครมาช้าคือ "พลาด" พูดเลย พี่ตูน บอดี้สแลม ก็ไม่พลาดที่จะมาดู The 1975 Live in Bangkok พี่เต้ง พิชัย จิราธิวัฒน์ กับวง The 1975 เปิดโชว์แรกในเมืองไทยด้วย เพลงฮิตที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จักพวกเขาอย่างเป็นทางการ กับ The City ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม ต่อเนื่องความสนุกด้วย เพลง MILK และ MONEY มาเล่นโชว์ให้ขาร็อคได้ขยับร่างกายเป็นการเรียกน้ำย่อย และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น พวกเค้ายังขนเองเพลงเพราะในอัลบั้มมาบรรเลงกันความมันกันอย่างต่อเนื่องกับเมดเล่ย์เพราะ อาทิ So far , Talk, She way out, An Encounter, Settledown, Heart out, Pressure, Me, Falling for you, You, HNSCC, Menswear, Girls ซึ่งแฟนก็ยังคงร้องตามอย่างไม่มีแรงตก ก่อนจะพักไปฟังเพลงจังหวะเบาๆ กับเพลง Medicine และ Robbers ก่อนจะปิดโชว์ด้วย 2 เพลง ฮิตกับ CHOCOLATE และ SEX งานนี้ The 1975 ปิดโชว์ได้อย่างงดงาม จัดเต็มทั้งความหล่อ และความมันที่ได้ใจแฟนเพลงกันไปเต็มๆ เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยความความสนุก ความอลังการณ์ของโปรดักชั่นของ The 1975 Live Bangkok บอกได้คำเดียวว่าฟินกันไปข้างหนึ่ง และสำหรับใครที่พลาดคอนเสิร์ตนี้ไปไม่ต้องเสียใจ เพราะ Spicydisc จัดความมันครั้งใหม่ให้แฟนเพลงขาร็อคชาวไทยได้มันไปกับอัลเทอร์เนทีฟร็อคระดับโลก ใน INCUBUS LIVE IN BANGKOK วันพุธที่ 11 มีนาคม 2558 ณ ธันเดอร์โดม จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ ไททิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2262-3456 ห้ามพลาด และ อย่ารอตั๋วฟรี หรือใกล้วันค่อยซื้อนะครัช อยากดู อย่ารีรอ ติดตามความเคลื่อนไหวของคอนเสิร์ตได้ที่ www.facebook.com/spicydisc.fanpage The 1975 Live in Bangkok ในมุมมองขาวดำ เก็บตกภาพบรรยากาศคอนเสิร์ต The 1975 Live in Bangkok ในแบบขาวดำ เชิญรับชม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ร้านส้มตำถาดอาบทรัพย์ สุดแซบ จัดเสิร์ฟด้วยหนุ่มหล่อล่ำบึก
ซิกแพค /  ร้านส้มตำถาดอาบทรัพย์ / 

ร้านส้มตำถาดอาบทรัพย์ สุดแซบ จัดเสิร์ฟด้วยหนุ่มหล่อล่ำบึก     ร้านส้มตำถาดอาบทรัพย์ ร้านดังในสวนจตุจักร ทำเอาคนที่ผ่านไปผ่านมาแห่ดูร้านส้มตำที่ไม่ธรรมดาตรงที่พ่อค้าใส่ชุดลิเก ยืนตำส้มตำ ทำให้บรรยากาศร้านส้มตำดูครึกครื้น และยังไม่พอ จัดเต็มด้วยพริตตี้หนุ่มหล่อกล้ามปูและสาวสวย แต่งชุดเป็นเทวดาและนางฟ้าเป็นการโปรโมทร้าน แซบไม่แพ้ส้มตำเลยทีเดียว จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ กับร้านส้มตำถาดอาบทรัพย์โดนใจทั้งไทยและเทศเลยละค่ะ หลังจากปล่อยภาพผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งหลาย ลูกค้าต่างพาไปชิม ทั้งไปชิมความแซบของส้มตำและเด็กเสิร์ฟกันเป็นแถว ร้านนี้ไม่ใช้มีดีแค่หน้าตาเด็กเสิร์ฟอย่างเดียว รสชาติต้องขอบอกว่าแซบเวอร์เหมือนกันค่ะ นอกจากชุดลิเกที่สันสดใสและลีลาการตำ ลงทุนจ้างพริตตี้มาซ่ะขนาดนี้แต่รสชาติของส้มตำก็มีคุณภาพด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมนูปลาร้ารับรองว่าไม่ท้องเสียแน่นอน สำหรับเมนูซุปเปอร์ทะเลเดือดที่ขึ้นชื่อของที่นี่ อุดมไปด้วยปู ปลาหมึก กุ้ง และหอยตัวใหญ่ๆที่คัดแล้วคัดอีก แถมด้วยเครื่องเคียงอีกมากมาย เรียกได้ว่ายกทะเลมาไว้ในถาดนี้กันเลย  ส่วนใครที่ชอบดักแด้และกุ้งฝอยคั่ว ที่นี่ก็ยังมีให้ชิมอีกด้วย พิกัดร้าน ส้มตำถาดอาบทรัพย์ ตั้งอยู่ จตุจักรพลาซ่า ประตู 1 ข้างธนาคารกสิกรไทย เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-20.00 รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook ส้มตำถาดอาบทรัพย์ จตุจักรพลาซ่า ซอย10 โซนD ที่มา เช้านี้ที่หมอชิต เรียบเรียงโดย food MThai