โป๊(ใจมันเพรียว)

แอบเชียร์นายเก่า! เทอร์รี่เชื่อ มูรินโญ่พาผีประสบความสำเร็จแน่
จอห์น เทอร์รี่ /  พรีเมียร์ลีก / 

จอห์น เทอร์รี่ ออกมาหนุนหลังอดีตนายเก่าอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ ว่าจะสามารถพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมใหม่ประสบความสำเร็จได้แน่นอนอดีตนายใหญ่ของเชลซีเพิ่งถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมแทนที่ของ หลุยส์ ฟานกัล เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้รับแรงสนับสนุนจากอดีตลูกน้องอย่าง จอห์น เทอร์รี่ ที่เคยร่วมงานกันและคว้าเกือบทุกแชมป์ยกเว้นแค่ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น “นี่มันคือสุดยอดข่าวดีของแมนยูเลยนะ” เทอร์รี่กล่าวกัลสกายสเปอร์ต “ผมมั่นใจว่าแฟนๆแมนยูและนักเตะจะดีใจกับมัน” “มันพูดเรื่องนี้หลายครั้งก่อนหน้านี้ เขาคือผู้จัดการทีมที่ดีที่สุด การร่วมงานกับเขาคือความภาคภูมิใจ ผมคิดว่าเขาจะทำได้ดี และจะเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่นอนผมมั่นใจ"

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

รีวิวภาพยนตร์ If Cats Disappeared from the World เมื่อแมวตัวนั้นยังอยู่บนโลกนี้
aoi miyazaki /  If Cats Disappeared From the World / 

รีวิวภาพยนตร์ If Cats Disappeared from the World เมื่อแมวตัวนั้นยังอยู่บนโลกนี้ การตั้งคำถามว่า If Cats Disappeared from the World หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ (จะเกิดอะไรขึ้น) คือชื่อภาพยนตร์ที่สร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชื่นชอบแมวน่าจะรู้สึกตอบสนองและหวั่นไหวกับคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าสัตว์เลี้ยงคู่ใจที่อยู่ด้วยกันมานานวันหนึ่งได้หายไปจะรู้สึกอย่างไรนะ และดูเหมือนว่าการหายไปของบางสิ่งบางอย่างจะช่วยต่อลมหายใจของพระเอกไปได้อีก 1 วัน เป็นอีกหนึ่งพล็อตภาพยนตร์ที่น่าสนใจ และผมไม่พลาดที่จะเข้าไปหาคำตอบในวันที่สิ่งของบางอย่างหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ If Cats Disappeared from the World ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ ว่าด้วยเรื่องราวของบุรุษไปรษณีย์ที่ดันป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองระยะสุดท้าย โดยมีแมวเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจเพียงตัวเดียว อาการป่วยเริ่มหนักขึ้น เมื่อเวลานั้นมาถึงจู่ ๆ ก็ปรากฏร่างยมทูตต่อหน้าและยื่นข้อเสนอว่าจะยืดชีวิตให้ 1 วัน โดยแลกกับของ 1 อย่างที่จะหายไปจากโลกใบนี้ โดยที่ยมทูตเป็นผู้กำหนด แน่นอนว่าผู้ที่มีความทรงจำกับของสิ่งนั้นจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั่งยมทูตได้เลือกที่จะทำให้แมวบนโลกนี้หายไป แมวจะหายไปหรือไม่ หากหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาและโลกใบนี้ ภาพยนตร์เดินเรื่องด้วยการเล่าย้อนถึงอดีตว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในปัจจุบันนั้น ตัวเอกต้องประสบพบเจอกับเรื่องราวความแปลกประหลาดที่ไม่น่ามีอยู่จริงบนโลกนี้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเรื่องราวเกี่ยวข้องกับสิ่งของที่จะหายไป บางช่วงบางตอนจึงตัดสลับเพื่อเล่าความทรงจำของพระเอกที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่ง ๆ นั้น อาจทำให้สับสนอยู่บ้างเล็กน้อย ด้วยความที่ตัวละครมีไม่เยอะจนเกินไป ช่วยลดความสับสน และสามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ บุรุษไปรษณีย์ตัวเอกของเรื่องที่รับบทโดย ทาเครุ ซาโต (Takeru Sato) ก็สื่อสารออกมาได้ดี ตลอดทั้งเรื่องมีเพลงประกอบเพราะ ๆ ที่ช่วยให้อินไปกับเนื้อเรื่องได้อย่างละมุนละไม จุดเด่นของเรื่องคือการที่สิ่งของเริ่มหายไปทีละสิ่ง พร้อม ๆ กับความทรงจำของผู้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่ง ๆ นั้นก็จะหายไปด้วย ซึ่งสิ่งของที่หายไปนั้นเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่มีต่อคนรอบตัวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน หรือพ่อแม่ ซึ่งผมคิดว่าความทรงจำที่ผ่านมาในชีวิตเราไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม มันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่หนึ่งชีวิตนี้โชคชะตาได้ประทานมาให้ ขณะเดียวกันหนึ่งชีวิตที่ได้เกิดมามีค่าต่อโลกใบนี้เสมอ หนึ่งวันที่ได้หายใจคือหนึ่งวันที่มีความหมาย ตัวเอกของเรื่องเลือกที่จะสูญเสียความทรงจำเพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเอง ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดูสมน้ำสมเนื้อทีเดียว ทว่าวันเวลาผันผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน แม้สุดท้ายลมหายใจในหนึ่งวันที่จ่ายด้วยความทรงจำก็ไม่อาจยื้อชีวิตให้อยู่ยั้งยืนยงได้ ความไม่จีรังคือสัจธรรมของมนุษย์ วันหนึ่งไม่ว่าใครก็ต้องจากโลกนี้ไปอยู่ดี โมงยามสุดท้ายในชีวิตเลือกที่จะจากโลกใบนี้ไปโดยที่ไม่มีใครจดจำตัวเราได้อย่างนั้นหรือ “แล้วถ้าตัวผมหายไปจากโลกนี้ล่ะ ใครจะร้องไห้เพื่อผมบ้าง?” คำตอบของคำถามนี้คือสิ่งที่ผมและบุรุษไปรษณีย์ผู้โชคดีหามันพบแล้ว 4/5 การยอมรับคือสิ่งที่ดีที่สุดในวันที่ชีวิตจะต้องเผชิญกับเรื่องที่ยากจะยอมรับ บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

รีวิวทีวี TCL LEDTV สมาร์ททีวี Android ท่องโซเชียลเต็มตา 55 นิ้ว แบบ 4K UHD
LEDTV /  QUHDTV / 

หลังจากได้ยินชื่อเสียง TCL LEDTV ที่ใช้มาตรฐาน QUHD TV มาได้ซักระยะนึง ก็ดีใจมากๆ ที่คราวนี้จะได้สัมผัสกับมันจริงๆ โดยทาง TCL นั้นใจดีส่งมาให้ได้ทดสอบเจ้า สมาร์ททีวี Android 55 นิ้ว เครื่องนี้ เรียกว่านอนท่องเน็ตกันเพลินตาเลยทีเดียว QUHD TV คือ มาตรฐานใหม่ของทีวีความละเอียด 4K Ultra HD ของ TCL ที่ดีกว่าทีวี 4K Ultra HD ทั่วไปในเรื่องของ สีสัน และ แสง (ระดับความสว่าง/ความมืด) TCL LEDTV เครื่องนี้มาพร้อมความบางเฉียบ Ultra Slim 9.9 มิลลิเมตร พร้อมทั้งใช้วัสดุโลหะอย่าง Aluminum Titanium Alloy ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีภาพแบบ Wide Color Gamut (WCG) ที่ให้เฉดสีที่เพิ่มขึ้น ทำงานผสานกับเทคโนโลยีแสงแบบ Black Crystal Panel ที่ช่วยให้มิติความดำดูแล้วสบายตามากๆ สมาร์ททีวีจาก TCL เครื่องนี้มาพร้อมระบบ Android ที่ขับเคลื่อนด้วย CPU 4 Core 64 Bit อีกทั้งยังมี App Store ที่มากับเครื่องสามารถดาวน์โหลดแอพส์มาเล่นได้แบบเต็มตาเลยทีเดียวครับ โดยการเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้นหากเชื่อมต่อเข้ากับคีบอร์ดและเมาส์ไร้สาย นอนเล่น Facebook ดู Youtube หรือจะนอนเล่นเกมส์อยู่บนเตียงสบายๆ เต็มตาสะใจจริงๆ ส่วนวิธีตั้งค่า wifi ก็ง่ายนิดเดียว ในหน้าจอหลักนั้น เพียงแค่เรากดปุ่มลูกศรขึ้นที่รีโมท ก็จะมีแถบเมนูขึ้นมาให้เราเข้าไปเซ็ตค่าได้เลยสะดวกจริงๆ ด้านการใช้งานเว็บก็สามารถเข้าเว็บเบราว์เซอร์เปิด MThai ได้ทันที อีกหมวดที่รองรับด้านความบันเทิง สามารถเชื่อมต่อ USB ดูรูปถ่าย ฟังเพลง หรือเล่นวีดีโอได้อีกด้วย ความคมชัดของภาพนั้นมาพร้อมความละเอียดแบบ 4K UHD (3840x2160) ที่ต้องบอกเลยว่าภาพตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งเสร็จการทดสอบครั้งนี้ คมชัดเพลินตาดีจริงๆ สีสันสวยสดใสมากๆ สุดท้ายจากที่ได้สัมผัสเจ้า TCL LEDTV เครื่องนี้ ส่วนตัวแล้วชอบมาก ทั้งความบางของมันจะวางในห้องรับแขกก็ดูหรูหรา หรืออยู่ในห้องแบบคอนโดก็สะดวกมาก ภาพนั้นก็คมชัดเหลือเกินอีกทั้งยังมีแอพเพื่อความบันเทิงที่มาพร้อมตัวเครื่องกันครบ หรือจะช่องเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิงอื่นๆ ก็ครบครัน กับราคา 34,990 บาท เป็นอะไรที่คุ่มค่าจริงๆ

เจนนิเฟอร์ คิ้ม โชว์เก๋า จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว
Kim รับแขก /  ฉอด สายทิพย์ / 

เอ-ไทม์ โชว์บิส ชวนทุกคนมาทำตัวให้สบายต้อนรับการกลับมาของดีว่าสาธารณะ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” อีกครั้ง ศิลปินที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นจุดขาย เพลงฮิตของตัวเองก็มีอยู่ไม่กี่เพลง แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง!!! และการกลับมาครั้งที่ 5 นี้ในคอนเสิร์ต “Kim รับแขก” รับรองว่าไม่ธรรมดา โดยจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ล็อบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส พร้อมด้วยแขกรับเชิญครบทีม ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ดกะฮาร์ท, ปาน ธนพร แวกประยูร และพระเอกสุดฮอต ฌอห์ณ จินดาโชติ คิ้ม ขอเปิดบ้านเริ่มงานด้วยการชวนแขกมาเสิร์ฟโชว์เรียกน้ำย่อยให้สื่อมวลชวนและแขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมบ้านในวันนี้ ประเดิมด้วยศิลปินคู่ดูโอ้ “เบิร์ดกะฮาร์ท” มาฟีจเจอริ่งกันในเพลง “ลืม” ต่อด้วยควงสามีแห่งชาติของยุคนี้ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ขึ้นมาจับไมค์โชว์เสียงร้องบนเวทีในเพลง “พรุ่งนี้ไม่สาย” ก่อนปิดท้ายด้วยนักร้องสาวสายดราม่า “ปาน ธนพร” กับครั้งแรก ของการมาปะทะกันในเพลง “กุหลาบแดง” เรียกได้ว่าทั้งเจ้าบ้านและแขกไม่มีใครยอมใคร ก่อนพิธีกรของงาน ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล จะเชิญ “พีฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” บอสใหญ่ของบ้าน เอ-ไทม์ โชว์บิส พร้อมด้วย เจ้าของบ้านครั้งนี้ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ขึ้นมาพูดคุยถึงการกลับมาของคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 นี้ โดย พี่ฉอด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เราพูดถึง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เราจะเห็นภาพของนักร้องหญิงที่มีเสียงทรงพลัง และที่มากไปกว่านั้นคือ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพี่ว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของวงการเพลงไทยนะคะ คือเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพลงฮิตเป็นของตัวเอง แต่เธอกลับมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง และทุกคอนเสิร์ตของคิ้มที่เกิดขึ้นกระแสตอบรับอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะครั้งที่แล้วที่เป็นคอนเสิร์ต 45 ปีที่เราคิดว่านั่นคือที่สุดของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แต่ก็มีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาอีกครั้ง ก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่เราเห็นว่ามันถึงเวลาของเธอ อีกครั้งแล้วจริงๆ และสีสันของคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์คิ้มทุกครั้งคือ แขกรับเชิญ ซึ่งครั้งนี้สิ่งที่ต่างไปจากทุกครั้งคือ การโคจรมาเจอกันของแขกรับเชิญแต่ละคนที่วาไรตี้มากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเวทีก็ครบรสแน่นอนค่ะ เรื่องเพลงยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ชื่อ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็การันตีอยู่แล้วว่าต้องดี”  มาถึงฝั่ง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เจ้าของบ้านพูดถึงแขกรับเชิญแต่ละคนกันบ้าง “สำหรับ เบิร์ดกะฮาร์ท ไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดถึงค่ะ คิดถึงเบิร์ดกะฮาร์ท คิดถึงเพลงของเค้า คิดถึงคารมของทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกเกร็งมากคือคอนนี้ชื่อคิ้มรับแขก แต่คุณเบิร์ดกะฮาร์ทมากันสองคน เลยไม่ทราบว่าจะกลายเป็นคิ้มลงแขกรึเปล่า พูดเล่นแต่เอาจริงนะคะ คุณสองคนเตรียมตัวให้ดีนะคะ ส่วน ปาน ธนพร คือพอเรามองหาแขกผู้หญิงซักคน สายแบ๊วไม่ใช่ทางเราแน่ๆ คุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วชื่อของปานก็ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าพูดถึงเสียงของนักร้องที่ชอบที่สุด คือเสียงของปาน ธนพร นี่แหละ แถมยังนับเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่มาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วย ฌอห์ณ จินดาโชติ ถามว่าถูกใจตรงไหน? น่าจะทั้งตัวและหัวใจ คือน้องเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์แล้วก็ มีความอบอุ่น สามีแห่งชาติจะกลายเป็นสามีส่วนบุคคลหลังจากขึ้นเวทีคอนเสิร์ตนี้ นี่คือคำเตือน! ชะนีน้อยจะต้องอิจฉากอริลล่า อย่างฉันแน่นอน ส่วนแขกรับเชิญคนพิเศษอีกคน คือคนนี้ต้องอุบไว้ก่อนจริงๆ แต่รับรองว่าพอเปิดหน้ามาปุ๊บ ทุกคนเซอร์ไพรส์แน่ๆ รับรองเลยว่าคนนี้บนเวทีชีไม่ยอมใครจริงๆค่ะ” ทำตัวให้สบายแล้วมาร่วมเป็นแขกคนพิเศษของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการกองทุน เพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดี รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

ลูกตาล ทำติ่งฟินกระจาย ดึงหนุ่มเกาหลีร่วมจิ้นในเอ็มวีเพลง จิกหมอน
จิกหมอน /  ลูกตาล อาร์สยาม

เมื่อสาวเหนือเสียงสวย ลูกตาล อาร์สยาม (ชลธิชา เพ็ชรณสังกุล) ออกซิงเกิ้ลใหม่ แนวน่ารัก สดใส กับเพลง "จิกหมอน" เพลงจังหวะสนุกๆ ชวนให้อมยิ้ม ซึ่ง สาวลูกตาล สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างมุ้งมิ้ง แถมยังเอาใจสาวกเกาหลี ด้วยการนำเข้านายแบบ ซิม แจ มิน มาร่วมถ่ายทอดมิวสิควิดีโอให้ฟินกันสุดๆ โดย ลูกตาล อาร์สยาม พูดถึงซิงเกิ้ลนี้ว่า “สำหรับเพลง จิกหมอน ก็เป็นซิงเกิ้ลเดี่ยวของ ลูกตาล ใน โปรเจ็คสโมสร สโมโสด ค่ะ เป็นคอนเซ็ปต์ของสาวมโน ในเพลงแนวป็อป เนื้อหาน่ารักๆ ตามชื่อเพลง แบบแอบจิ้นพระเอกในซีรีย์ คิดเพ้อเจ้อเอาเองว่านางเอกคือเรา แล้วก็ฟิน เขิน จิกจนหมอนขาด เพลงนี้มีความพิเศษอยู่ตรงช่วงแร็พเป็นภาษาเหนือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ลูกตาล อย่างเพลงที่ผ่านมา เช่น อู้ได้ก่อ, ก็มันนอยน้อยใจ พิเศษใส่ใจ ทำให้เพลงดูน่ารัก และเป็นตัวเรามากขึ้นค่ะ ส่วนการทำงานเพลงนี้ ลูกตาล ก็มีส่วนร่วมทุกขั้นตอนเลยค่ะ ทั้งคอนเซ็ปต์ การออกแบบการร้อง ดนตรี เสื้อผ้า รวมถึงการถ่ายทำด้วย และยังได้ติดต่อ พี่แจมิน นายแบบเกาหลีตัวจริง มาร่วมแสดงด้วย เลยทำให้ทุกคนในกองถ่ายกรี๊ดกันทุกฉากทุกซีนเลย เพราะจิ้นกันมาก ส่วน พี่แจมิน ก็ตื่นเต้นค่ะและประทับใจกับทีมงานคนไทยทุกคนมากๆ สำหรับเรื่องราวในเอ็มวี จะประมาณว่าเราชอบพระเอกในซีรีย์เกาหลี ก็จะมโนเพ้อฝันว่าเราเป็นนางเอกอยู่ในฉากนั้นฉากนี้ รับรองดูแล้วได้ยิ้มตามกันแน่นอนค่ะ เพราะตั้งแต่ปล่อยเอ็มวีไป กระแสตอบรับดีมากค่ะ ทุกคนบอกชอบ ดูแล้วฟินตาม ซึ่ง ลูกตาล ก็ต้องขอบคุณทีมงานทุกคนด้วยค่ะ และหวังว่าเพลงนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข จิกหมอนตามกันไปนะคะ ที่สำคัญเพลงนี้มีท่าเต้นให้ cover ตามกันด้วย ซึ่งอีกไม่นานจะได้ดู จิกหมอน ในรูปแบบแดนซ์เว่อร์ชั่นแน่นอน ทาง YouTube Rsiammusic / ช่อง สบายดี ทีวี ค่ะ”

BMW Driving Experience 2016 เปิดประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ
BMW /  BMW 118i M Sport / 

ไม่ว่าจะเป็น BMW 118i M Sport, BMW  320d Luxury, BMW 320d Sport, BMW 525d M Sport และ BMW 330e M Sport ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด BMW 118i M Sport BMW 118i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้าที่ 4,500-6,000 รอบต่อวินาที จึงเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 8.7 วินาที ทั้งยังใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่าด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 20.0 กิโลเมตรต่อลิตร และมีระดับการปล่อย CO2 เพียง 118 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น  มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ M Sport ที่มีทั้งล้ออัลลอย M Sport ขนาด 18 นิ้ว สีเทา Ferric Grey metallic แถบตกแต่งคอนโซลอลูมิเนียมลาย Hexagon ชุดแต่ง M Aerodynamic พร้อมด้วยเส้นสายขอบหน้าต่างสีดำเงาแบบ M และพวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบ M Sport นอกจากนี้ ในรุ่นดังกล่าวยังมาพร้อมชุดแต่ง M Performance Parts ที่รวมถึงชุดล้อ M Double spoke black matt 624 19 นิ้ว และชุดเบรกสีแดงด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา จึงช่วยลดความร้อนของอุณหภูมิและการหมุนเวียนของอากาศ มาพร้อมชุดแต่งสำหรับแป้นพักเท้า เบรกและคันเร่ง ชุดช่วงล่างแบบสปอร์ตและสติ๊กเกอร์คาดลายข้างรถ BMW 320d Luxury และ BMW 320d Sport BMW 320d Luxury และ 320d Sport มาพร้อมกับขุมพลังระดับ 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที ที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมอัตราการปล่อย CO2 เพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร และระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic ใหม่ มีส่วนช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ด้วยประสิทธิภาพ อัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้น และตัวแปลงแรงบิดที่สูญเสียกำลังน้อยลงในขณะเปลี่ยนเกียร์ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้ราว 3 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับรุ่น 320d Sport มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 สปีด พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย สำหรับ BMW 320d Sport มาพร้อมชุดแต่ง M Performance Parts ที่รวมถึงฝาครอบกระจกมองข้างแบบคาร์บอน ชุดล้อ M Double spoke 624 20 นิ้ว และชุดเบรกสีแดงด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา จึงช่วยลดความร้อนของอุณหภูมิและการหมุนเวียนของอากาศ มาพร้อมชุดแต่งสำหรับแป้นพักเท้า เบรคและคันเร่ง ชุดท่อไอเสีย M Performance Active Sound B47 และชุดช่วงล่างแบบสปอร์ต Retrofit Sport suspension เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวของรถ BMW 525d M Sport ส่วน BMW 525d M Sport เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา เติมเต็ม                   ทุกความต้องการการใช้งานทุกรูปแบบ ทรงพลังในทุกสมรรถนะการขับขี่และประหยัดพลังงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุดที่ 160 กิโลวัตต์/ 218 แรงม้า พร้อมแรงบิด  450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งได้อย่างใจนึกจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 6.9 วินาที และยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 149 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี EfficientDynamics ที่ครบครันกับระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ (Brake Energy Regeneration), ระบบ Automatic Start/Stop (พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบสปอร์ต), Optimum Shift Indicator และโหมดการขับขี่ประหยัดพลังงาน BMW 330e M Sport พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด BMW 330e M Sport รถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด รุ่นถัดจาก BMW i8 เป็นนวัตกรรมที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ได้รับการออกแบบเพื่อสุนทรียะในการขับขี่ของผู้โดยสาร ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ที่ทรงพลังที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year มาแล้วถึง 2 ครั้ง สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ /184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร สู่ล้อรถได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์/88 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำงานประสานกันกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะเพื่อให้ขับขี่ ได้สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ BMW 330e M Sport มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า ให้เร่งความเร็วได้อย่างใจนึก ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลียที่ 41.7กิโลเมตรต่อลิตรและลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น นับว่าเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งแบบซีดาน ส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ Eco Car คือ BMW i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น เทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด ใน BMW 330e M Sport สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และยังสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเลยในระยะ 40 กิโลเมตร แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย และรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/230 โวล์ท) จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที ข้อมูล/ภาพจาก : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย  

งานเข้า!ทีมลีกล่างสกอตต์ส่อซวยหลังโปรโมทชุดแข่งโป๊จนเกินงาม (รูปเยอะ)
ชุดแข่งขัน /  สกอตติช ลีกวัน / 

อายร์ ยูไนเต็ด ทีมในสกอตติช ลีกวัน หรือลีกล่างของสกอตต์แลนด์ ส่อโดนสมาคมฟุตบอลเมืองน้ำเมาลงโทษ เนื่องจากโปรโมทชุดแข่งขันส่อไปในทางเพศมากเกินไปโดยทีม อายร์ ยูไนเต็ด ใช้นางแบบนู้ดมาทำบอดี้เพนท์รูปเสื้อแข่งขันเพื่อใช้โปรโมทซึ่งโชว์ทรวงทรงอกเอวจนหนุ่มๆเลือดกำเดาไหล ถือเป็นแผนโปรโมทที่ดี แต่อาจจะโดนสมาคมฟุตบอลสกอตต์แลนด์ลงโทษ เนื่องจากมองว่าส่อไปในทางเพศมากเกินไป ซึ่งทางสโมสรยังไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไรแต่คาดว่าน่าจะโดนสมาคมฯลงโทษอย่างแน่นอน

จันทบุรี /  ที่เที่ยวจันทบุรี / 

ก่อนอื่นต้องบอกว่า "เขาบ่อเตย" หรือ "เขาสีชมพู" ที่จังหวัดจันทบุรีนี้ ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน ซึ่งมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่ยังไม่ได้เปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ แต่เราสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ โดยครั้งนี้เฟียด้า ลูกสาวยายบัวฮิปสเตอร์ ได้พาเราไปชมสถานที่แห่งนี้กัน! ไปติดตามกันเลยค่ะ ^^ "เขาสีชมพู" ณ เขาบ่อเตย พิกัดที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.จันทบุรี ในครั้งนี้ เฟียด้า ลูกสาวยายบัวฮิปสเตอร์ พาไปยัง เขาสีชมพู หรือ เขาบ่อเตย ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งจุดถ่ายภาพที่เราถ่ายกันมาต้องใช้เวลาในการเดินเท้าเข้าไป ประมาน 30 นาที **แนะนำให้เช็คช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงดีๆ เพราะอันตรายมากถ้าหากเดินช้า เดี๋ยวไปเจอน้ำขึ้นแล้วจะเดินกลับมาไม่ได้ เราว่าความสวยงามมันเริ่มตั้งเเต่ ระหว่างทางที่จะเดินไปถึงจุดหมายเลยด้วยซ้ำ ธรรมชาติของโขดหินสีชมพูอมเเดง เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ เเนะนำให้ใส่รองเท้ามิดชิดกันลื่น กันหอยบาด พกน้ำไปคนละขวด และที่สำคัญเลย อย่าทิ้งเศษขยะไว้เด็ดขาด ช่วยกันรักษาความสะอาดกันด้วยนะคะ พิกัด : https://goo.gl/maps/WxCjPr9u5Jp ขอบคุณูปภาพ-ข้อมูล Facebook Fiadar Photography ติดตามรูปสวยๆเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/fiadar.photogrphy, https://instagram.com/fiadar.photogrphy

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงการเงิน /  ดูดวง / 

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การเงินไม่เข้าใครออกใคร จะทำอะไรให้คิดดีๆ มีโอกาสที่จะผิดใจกันสูง ปฏิเสธอะไรได้ก็ให้รีบทำไปก่อน กลางเดือนการเงินมีค่าใช้จ่ายเยอะ ช่วงนี้อาจต้องขุดเอาเงินเก็บออกมาใช้ก่อน ถึงมีโชคลาภเข้ามาบ้าง แต่ก็จำเป็นต้องควักจ่ายออกไปอยู่ดี เรียกว่าเงินอยู่ในมือไม่นาน ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การเงินหมุนเวียนคล่อง มีบ้างที่ขัดแย้งผลประโยชน์ แต่ไม่ขัดสน การเดินทางมีโชคลาภ กลางเดือนการเงินอยู่ในกระเป๋าไม่ได้นาน มีเหตุต้องจ่ายออกไปเยอะ ลงทุนกับใครให้ระวังถูกโกง จ่ายก่อนได้คืนยากแน่นอน ปลายเดือนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ หยิบจับอะไรก็ขึ้น ได้ผลประโยชน์ การเสี่ยงลงทุนไม่เหมาะ มักมีข้อผิดพลาดมาให้ต้องเสียดาย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การเงินอย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร ช่วงนี้คุณจะถูกเอาเปรียบ เก็บเงินไว้ก่อนช่วงปลายพอมีจังหวะที่ดี แต่ที่แน่ๆ ช่วงนี้คุณมีลาภปากได้กินฟรีอยู่เรื่อยๆ กลางเดือนมีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายมาก ส่วนใหญ่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเรื่องที่สร้างไว้ในช่วงที่ผ่านมา ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากๆ แต่ยังดีมีลาภเข้ามาช่วย แต่ถึงอย่างไร ช่วงนี้ไม่ควรใจอ่อน ให้ความช่วยเหลือใครง่ายๆ จะพาตัวเองเดือดร้อน กลางเดือนแม้จะต้องลงทุนในบางเรื่อง แต่ก็ได้ทุนคืนอย่างรวดเร็ว มีโชคลาภ ปลายเดือนแม้จะไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็นับว่าได้สม่ำเสมอ ช่วงนี้เดินทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเงินก็จะประสบความสำเร็จ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การเงินใช้จ่ายคล่องมือ มีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงนี้จัดสรรปันส่วนพอเหมาะ ทำให้ไม่มีปัญหา แถมยังมีลาภจากการเดินทางไกล ปลายเดือนเงินที่ออมไว้รู้สึกว่าจะน้อยลง เป็นช่วงของการจ่ายออก หรือเอาเงินมาลงทุน มาซื้อของที่อยากได้ ต้องเริ่มเก็บออมกันอีกครั้ง แต่ไม่ต้องห่วง ที่ลงทุนจะไม่สูญเปล่า ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การเงินขยันหาขยันใช้ มีรายรับหลายทาง แต่ก็มีจ่ายออกเยอะ มีลาภจากการเสน่หา พูดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง คุณจะปวดหัวไปกับเรื่องเงินทอง ทั้งที่มีโอกาสในการหาผลประโยชน์ แถมมีรายได้เสริม แต่ก็มีเหตุให้ต้องจ่ายออกตลอดปลายเดือนรายจ่ายจุกจิก อย่ารับปากค้ำประกันใครเด็ดขาด ผลที่ตามมาคือความเดือดร้อนและความขัดแย้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การเงินจ่ายจนวุ่น หยิบนั่นจ่ายนี่ ต้องหาเงินมาหมุนเวียนตลอด เงินก็ใช้หัวสมองก็เริ่มเครียด ดวงเรื่องโชคยังไม่มี ได้มาต้องรีบเก็บไว้ก่อน กลางเดือนจ่ายเงินเก่ง มือเติบ เรื่องเล็กน้อยคุณหน้าใหญ่ใจโตเสมอ พอถึงช่วงปลายจะเริมหน้ามืด ปลายเดือนการเงินหาได้น้อย เงินก้อนที่คิดว่าได้ชัวร์ กลับเป็นแค่หวังลมๆ แล้งๆ ช่วงนี้มีค่าใช้จ่ายมาก ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดีใจถือเงินได้ไม่นาน มีอันต้องลอยหายไปกับเรื่องจุกจิกสารพัด ช่วงนี้อย่าพยายามรับปากใคร จะส่งผลเดือดร้อนให้ตัวเองแน่นอน เงินทองอยู่ไม่นิ่ง อยากซื้อรถ อยากซื้อของแพง แต่ไม่ต้องห่วงสภาพคล่องตัวดีมาก แถมยังมีลาภจากการเดินทางอีกด้วย ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การเงินแรกๆ ใช้จ่ายไม่ค่อยสะดวก มีเรื่องเสียเงิน ทำข้าวของเสียหาย ทำของหาย มีลาภฟลุ้คๆ มีรายได้เสริม กลางเดือนการเงินความหน้าใหญ่ใจโต ทำให้เงินหมดไปเยอะ จะโทษตัวเองก็ไม่กล้า เลยพาลอารมณ์เสียกับคนอื่น ช่วงนี้ได้เฮ มีลาภปากกินฟรีเงินอยู่ครบ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การเงินมีรายจ่ายไปกับสุขภาพ ค่าซ่อมและคนอื่นๆ แต่พอมีโชคลาภอยู่บ้าง มักได้มาแบบฟลุ้คๆ กลางเดือนเสียเงินไปก่อนถึงได้คืนตอนหลัง ปลายเดือนการเงินสภาพคล่องดี มีคนมาช่วยอุปถัมภ์ ช่วงนี้แม่ยกใจดี อยากได้อยากทำอะไรช่วยสุดตัว มีลาภปากบ่อย ระวังน้ำหนักตัวด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การเงินไม่ขัดสน แม้ไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ช่วงนี้ก็มีรายได้เสริมบ่อย แถมยังมีเจ้ามือเลี้ยงหลายงาน ถ้ารู้จักเก็บออม ก็คงพอมีเงินเหลือเก็บไม่น้อย กลางเดือนใช้จ่ายไม่ค่อยพอ มักมีเรื่องจุกจิกให้ต้องควักจ่าย พอมารู้ตัวอีกทีก็หมดไปเยอะแล้ว ถ้ามีเงินเข้ามาต้องหาวิธีเก็บ ถ้าตัวเองเก็บไม่อยู่ ก็ต้องให้คนอื่นช่วยเก็บ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การเงินใจนั้นก็อยากเก็บออม แต่ทำไมมีเรื่องล่อตาล่อใจไปหมด ต้องควักจ่ายอยู่เสมอ คุณจะหมดไปกับผู้อื่น เน้นการให้ กลางเดือนได้ลาภจากผู้ใหญ่ ช่วงนี้ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือจากใคร ให้มั่นใจ เอ่ยปาก รับรองไม่มีใครปฏิเสธ ปลายเดือนได้เงินเป็นกอบเป็นกำ คุณที่ชอบเสี่ยงลุ้น เล่นหุ้น มีโอกาสดีมากๆ คนที่เคยช่วยไว้จะกลับมาตอบแทน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

รวมโมเม้นต์น่าทึ่งจาก HIDDEN SINGER เวอร์ชั่นเกาหลี ที่ทำเอาอึ้ง!
Girls Generation /  HIDDEN SINGER / 

รวมโมเม้นต์น่าทึ่งจากรายการ HIDDEN SINGER เวอร์ชั่นต้นฉบับจากแดนกิมจิ งานนี้ แทยอน Girls' Generation - ไอยู และศิลปินเกาหลีมากมายถึงกับเหวอ! ก่อนจะมาเป็นรายการ HIDDEN SINGER เสียงลับจับไมค์ รายการเกมโชว์ซึ่งคนดูจะเป็นผู้ตัดสินว่า 'ใครคือเจ้าของเพลงตัวจริง' ที่กำลังออกอากาศในเมืองไทยอยู่ในขณะนี้ รายการ HIDDEN SINGER เวอร์ชั่นต้นฉบับจากประเทศเกาหลีใต้ เคยสร้างเรตติ้งสูงลิ่วมาถึง 3 ซีซั่นให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง JTBC ท่ามกลางศิลปินระดับแถวหน้าของวงการเพลงเกาหลีซึ่งตอบรับมาเป็นแขกรับเชิญอย่างต่อเนื่อง HIDDEN SINGER เป็นเกมโชว์สัญชาติเกาหลีสุดฮิตที่ได้รับการการันตีว่าตื่นเต้นและสนุกสนานมากที่สุด จุดเด่นของรายการคือการที่ศิลปินต้องมาเป็นเสียงลับร่วมแข่งขันร้องเพลงของตัวเองกับเสียงลับคนอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ว่าใครจะเป็นเจ้าของเพลงตัวจริง ผู้ที่ร้องได้เหมือนต้นฉบับน้อยที่สุดจะถูกคัดออกไปทีละคน และคนดูจะเป็นผู้ตัดสินหา 'เจ้าของเพลงตัวจริง' มีเพียง 1 เดียวที่จะได้เป็นแชมป์ของ HIDDEN SINGER (ซึ่งหลายครั้งที่ผู้ชมรายการต้องเซอร์ไพร้ส์กับความเหมือนของ 'เสียงลับ' จน 'ศิลปินต้นฉบับ' ต้องตกรอบไปอย่างพลิกความคาดหมาย!!) ลองมาดูหลายๆ โมเม้นต์ที่ทำให้เหล่าต้นฉบับ รวมถึงผู้ชมทั้งสตูดิโอ ถึงกับออกอาการอึ้ง ทึ่ง และเหวอกัน... 'เสียงหวีด' ของเสียงลับ ทำให้ศิลปินต้นฉบับ แทยอน Girls' Generation และผู้ชมทั้งสตูดิโอต้องทึ่ง! เสียงร้องมหัศจรรย์ของนักร้องสาว ไอยู เจอคู่แข่งซะแล้ว! ความลงตัวของโชว์จาก คิม แทอู อดีตสมาชิกบอยแบนด์วง G.O.D ร่วมกับเหล่าเสียงลับ ที่ออกมาอย่างน่าประทับใจ เพลงดังอมตะ Honey ของศิลปินระดับตำนาน ปาร์ค จินยอง แห่ง JYP. ก็เคยถูกหยิบมาร้องในรายการ HIDDEN SINGER ความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นกลางสตูดิโอ เมื่อครั้งรายการ HIDDEN SINGER ได้นักร้องสาวเสียงดี แบกจียอง เป็นศิลปินรับเชิญ คิมจงกุก โชว์เพลงฮิตอารมณ์ดี 사랑스러워 ร่วมกับ 'เสียงลับ'(ที่บางคนก็หน้าตาคุ้นๆ) 'เสียงลับ' ที่เสียงคล้าย ฮวานฮี จนทำให้ ไบรอัน เพื่อนร่วมวง FLY TO THE SKY ของเขาเองยังสับสน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดับสนิทศิษย์บีร็อด!! หนูลิ่ง รับไม่ปลื้มฟอร์มปีแรกกับเรือ หวังกู้ศรัทธาในยุค เป๊ป
มานูเอล เปเญกรินี่ /  ราฮีม สเตอร์ลิ่ง / 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแรงแช่งของแฟนหงส์กดดันด้วยหรือเปล่า? สำหรับเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวจี๊ดค่าตัวมหาโหดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ออกมายอมรับว่าผลงานฤดูกาลนี้กับ "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยมากเท่าที่ควร หลังหอบหิ้วสัมภารย้ายมาจาก "หงส์แดง" ด้วยเม็ดเงิน 49 ล้านปอนด์ โดย ราฮีม ยังหวังว่าตัวเองจะแก้ไขและพัฒนาฟอร์มจนกลับมาจี๊ดจ๊าดโดนใจเหมือนเดิมในยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปีกดีกรีทีมชาติอังกฤษวัย 21 ปี เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า "ในปีแรกกับ ซิตี้ ผมได้เรียนรู้อะไรไปไม่น้อย แต่ผมว่ามันยังคงต้องปรับปรุง เพื่อพัฒนาตัวเองให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับในซีซั่นหน้า" "ตอนนี้ผมกำลังปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะยิงได้ไม่เยอะเท่าที่เคยอยากจะทำ แต่แน่นอนผมจะปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องของสภาพจิตใจ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผม ผมต้องโฟกัสอยู่กับตัวเอง มีสมาธิ และต้องไม่ฟังใคร" "มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังเสมอเมื่อคุณได้รับบาดเจ็บ และมันก็เป็นเรื่องยากที่จะกลับเข้ามาแทรกตำแหน่งตัวจริงในทีมอย่าง ซิตี้. ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของทีมที่มีแต่นักเตะซุปตาร์เยอะอยู่แล้ว"

อิซากายะมาบุกนนฯแล้ว!! ร้าน Okina Izakaya ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด
Okina Izakaya /  อาหารญี่ปุ่น / 

ร้านอาหารแนวอิซากายะที่พบได้เยอะจะเป็นแหล่งกลางใจเมืองที่คนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ หากจะอยากกินทีก็ต้องเข้าเมืองไปกินไกลๆ คงไม่รู้ชิลล์แน่ๆ วันนี้ร้านอาหารแนวอิซากายะมาเปิดแถวปากเกร็ดแล้ว ทำเอาคออิซากายะในนนทุบรีต่างตื่นเต้นอยากจะมาลองกันเป็นแถว ชื่อร้านว่า Okina Izakaya อิซากายะสไตล์บ้านๆ เป็นกันเอง อิซากายะมาบุกนนฯ แล้ว!! ร้าน Okina Izakaya ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ร้าน Okina Izakaya อยู่ในซอยเลี่ยงเมืองปากเกร็ด 11 อยู่เลยสนามบอล The pop หรือเรียกตามคนแถวนี้ว่าซอยโรงแรมลักซอร์ เลี้ยวเข้าซอยไปไม่ถึง 400 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือ ร้านจะทำจากบ้านไม้หลังเก่า และตกให้เหมือนบ้านเก่าๆ ของญี่ปุ่น รู้ดีกันอยู่แล้วว่าร้านอิซากายะเป็นเป็นอาหารแนวกลับแกล้ม จานเล็กๆ ทานเพลินๆ กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนมากร้านอิซากายะจะเปิดบริการช่วงเย็นอย่างเดียว เป็นร้านที่พักผ่อนหลังเลิกงาน แต่ Okina เปิดบริการในช่วงกลางวันด้วย คือเวลา 11.00 - 15.00 น. และพักช่วงมาเปิดอีกทีคือ 17.00 - 24.00 น. หรือใครจะลากยาวไปถึงตี 1 ก็ยังได้ เป็นเวลาหลังครัวปิดนั่นเอง ภายในร้านตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เป็นหลังเล็กๆ ทุกอย่างเป็นไม้หมด เก้าอี้และโต๊ะ ป้ายทุกป้ายเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด บ่งบอกว่าเป็นร้านอิซากายะจริง ด้วยขวดสาเกและเครื่องดื่มต่างๆ ที่วางตามชั้นวางของตามผนัง เรียกได้ว่าเป็นร้านกินดื่มที่วาไรตี้เรื่องของแอลกอฮอล์ ในเรื่องของอาหาร ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เมนูก็จะมากมายหลายอย่างให้เลือกสั่ง และแต่ละอย่างเป็นกลับแกล้มชั้นดีอีกด้วย โปรโมชั่นสำหรับสมาชิก MThai เพียงบอกว่ารู้จักร้าน Okina Izakaya จากเว็บไซต์ MThai ได้รับส่วนลด 10% ทันที (เฉพาะค่าอาหาร) ถึง 31 กรกฎาคม 2559