โป๊(ใจมันเพรียว)

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

ความมั่นใจเริ่มหดหาย! มิลเนอร์ วอนแฟนเรืออย่าคาดหวังว่าจะชนะผีง่ายๆ
ดาร์บี้แมตซ์ /  นิวคลาสเซิ่ล / 

หลังจากฟอร์มเก่งของทีมหดหายไป เจมส์ มิลเนอร์ ผู้ที่ผ่านเกมดาร์บี้แมตซ์มามากหลาย ก็ออกมาเตือนเหล่าสาวกว่า อย่าคาดหวังว่าเกมที่จะพบกับ ปีศาจแดง จะเอาชนะได้ง่ายๆ เพราะเขาเองก็เดาไม่ถูกว่าผลจะออกมาเช่นไร เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์วัย 28 กะรัต ของ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองถึงเกมดาร์บี้แม็ตซ์ที่จะพบกับ ปีศาจแดง นั้นว่า ตัวเองก็ไม่มั่นใจว่าทีมจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่าทีมอาจจะฟอร์มตกลงไปใน 2 นัดล่าสุดที่แพ้ให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ นิวคลาสเซิ่ล แต่การเจอกับคู่ปรับแบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะทำให้เหล่านักเตะมีแรงกระตุ้นที่เป็นพิเศษ และเชื่อว่าจะทำให้ทีมของเขากลับมาได้ "ไม่ว่าจะเป็นดาร์บี้ไหนๆ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก คุณย่อมหวังในสิ่งที่ไร้ซึ่งความหวังแต่สิ่งที่จริงแท้แน่นอนก็คือเกมดาร์บี้นำมาซึ่งแรงกระตุ้นอันพลุ่งพล่านของแฟนบอล มันเป็นเกมสำคัญ มันเป็นหนึ่งในเกมที่คุณต้องดูเป็นอันดับแรกว่าจะแข่งกันวันไหนเมื่อโปรแกรมออกมา แม้ไม่มีอะไรอย่างที่คาดหวังแต่เราหวังจะได้ผลการแข่งขันที่เข้าทางเรา" มิลเนอร์ กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของสโมสร

โฆษกสตช.เผยผลDNAลูกผู้ใหญ่วอไม่ตรงศพฝรั่ง
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า /  ข่าวเกาะเต่า / 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยผลตรวจดีเอ็นเอลูกผู้ใหญ่วอเกาะเต่า ทั้ง 4 สถาบันไม่ตรงดีเอ็นอ 2 ศพฝรั่งเกาะเต่า พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของ นายวรท ตู้วิเชียร อายุ 22 ปี บุตรชาย นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร เจ้าของเอซี บาร์ เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกกระแสในสังคมออนไลน์ กล่าวหาว่า เป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า โดย แพทย์และนักวิทยาศาตร์ 4 สถาบัน ประกอบด้วยจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้ม และเลือดของ นายวรท ไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่พบในวัตถุพยานของกลางในจุดเกิดเหตุ และดีเอ็นเอแฝงในร่างกายของนักท่องเที่ยวสาว พล.ต.ท.ประวุฒิ แถลงว่า ผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของ นายวรท จากทั้ง 4 สถาบัน อย่างเป็นทางการผลออกมาเหมือนกันทั้งหมด โดยพบว่า ดีเอ็นเอของนายวรท นั้นไม่ตรงกับดีเอ็นเอที่พบในวัตถุพยานในคดีนี้ทั้งก้นบุหรี่ที่พบในที่เกิด เหตุ ดีเอ็นเอที่พบในศพ และมีการตรวจยืนยันว่า ดีเอ็นเอของ นายวรท นั้นตรงกับ นายวรพันธ์ ยืนยันว่าทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน เพื่อยันว่าที่ผ่านมาที่ตำรวจตรวจเพียงดีเอ็นเอของ นายวรพันธ์ เทียบกับวัตถุพยานโดยไม่ต้องตรวจของบุตรชายก็ถูกต้องแล้ว ผลครั้งนี้ก็ไม่ต้องส่งให้ประเทศอังกฤษ เนื่องจากทางอังกฤษก็ไม่ได้สงสัยในประเด็นนี้ ส่วนผู้ต้องหาชาวพม่าที่ร้องขอให้ตรวจดีเอ็นเออีกครั้งนั้น หากอัยการสั่งตำรวจก็พร้อมตรวจตามร้องขอ ตรวจแบบใช้สถาบันอื่นด้วยก็ยินดี พล.ต.ท. ประวุฒิ กล่าวว่า แม้กลุ่มสังคมออนไลน์จะยังคงความข้องใจและตั้งปมสงสัยต่อเนื่องคลางแคลงใจ อีก ก็ไม่เป็นไรก็ขอให้สังคมใช้วิจารณญานในการบริโภคสื่อเหล่านี้ ตำรวจ และผู้ที่ถูกพาดพิงแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้ว ถือว่าทำเต็มที่แล้ว

หยุดลือได้แล้ว! รอยส์ ย้ำไม่ได้หมกหมุ่นเรื่องย้ายทีมแบบที่คิดอื่นชอบคิดแทน
บุนเดสลีก้า /  ฟุตบอล / 

มาร์โก รอยส์ กองกลาง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุคอย่างเป็นทางการของตนเองว่าไม่เคยคิดเรื่องย้ายทีม แบบที่คนอื่นชอบคิดให้แม้แต่น้อย แข้งทีมชาติเยอรมัน ตกเป็นข่าวพัวพันกับการย้ายออกจากอยู่ตลอดโดยเฉพาะการไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค คู่ปรับสำคัญในบุนเดสลีก้าได้แถลงการณ์บนหน้าสังคมออนไลน์เฟซบุคของตัวเอง “ในตอนนี้มีหลายคนพูดเรื่องอนาคตของผม” “มีคนเขียนเกี่ยวกับเรื่องการย้ายทีมของผมอย่างมากมาย ผมอยากจะบอกว่าทุกคนคิดเรื่องอนาคตของผมมากกว่าตัวผมเองเสียอีก” รอยส์เปิดใจ “และสิ่งเดียวที่ผมบอกได้ตอนนี้ คือเราจะไป มิวนิค เพื่อเก็บแต้มให้กับดอร์ทมุนด์ และผมหวังว่าเราจะกลับมาบ้านด้วย 3 แต้ม” สำหรับ ดอร์ทมุนด์ ผลงานในลีกค่อนข้างย่ำแย่เมื่อ 5 นัดหลังสุดไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยโดยเสมอ 1 นัดและแพ้ไป 4 นัด หล่นไปอยู่อันดับที่ 15 เหนือโซนตกชั้น และจะต้องบุกไปเยือน บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงในวันเสาร์นี้เวลา 00.30 น.

ออกัสซั่ม แบบแปลกๆ ที่คุณไม่เคยรู้จัก ห๊า..ออกัสซั่ม คืออะไร อ่านด่วนเลยคร๊า
จุดสุดยอด /  มีเซ็กซ์ / 

     เรารู้จัก ออกัสซั่ม ในแค่รูปแบบความเสียวที่เกิดจากการเกร็งขณะหรือหลังจากมีเซ็กซ์เมื่อไปถึงจุดสุดยอด แต่จริงๆ แล้วเนี่ย ออกัสซั่มสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ในบางเวลา บางสถานที่ ซึ่งการเกิดออกัสซั่มแบบไม่คาดฝันนี้ บางครั้งเรียกว่า ออกัสซั่มชนิดผิดปกติ เป็นออกัสซั่มที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาและสถานที่ที่เราไม่คาดคิด หรือแม้แต่ไม่ได้มีเซ็กซ์เข้ามากระตุ้น การรู้จักชนิดของออกัสซั่มที่หลากหลาย จะช่วยให้เราเข้าใจในความซับซ้อนเกี่ยวกับการโต้ตอบทางเพศมากขึ้นหรือแม้แต่ ความเข้าใจทางสังคมเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ที่มีผลต่อประสบการณ์ทางด้านเซ็กซ์ ของร่างกาย นอกจากนั้นความรู้นี้ยังเป็นตัวที่สะท้อนว่ายังมีความเป็นไปได้อีกมากมาย เกี่ยวกับออกัสซั่มที่เราต้องเชื่อ ออกัสซั่มชนิดแรกเรียกว่า  Spontaneous Orgasms ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องมีการใช้เซ็กซ์เข้ามากระตุ้น พูดง่ายๆก็คือ เป็นออกัสซั่มชนิดที่เกิดขึ้นแบบไม่ปกติ ส่วนใหญ่แล้วหลังจากที่มีเซ็กซ์ไปแล้ว ออกัสซั่มชนิดนี้ถ้าเกิดขึ้นกับร่างกายของคนเราแล้วถือว่า เป็นออกัสซั่มที่ไม่ค่อยมีใครชื่นชอบ โดยเฉพาะสำหรับผู้ชายแล้วการเกิดออกัสซั่มชนิดนี้จะตามมาด้วยการหลั่ง ซึ่งหากเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานมักเป็นสิ่งน่าอับอาย ออกัสซั่มชนิดที่สองคือ ออกัสซั่มที่เกิดขึ้นตอนเวลากำลังนอน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ฝันเปียก โดยมันสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง โดยเชื่อกันว่าการฝันเปียกเกิดขึ้นมาจากการที่สมองได้ไปกระตุ้นร่างกายให้ เกิดการตอบสนองกับภาวะออกัสซั่ม ที่เป็นหลักฐานให้เชื่ออย่างหนึ่งว่า ออกัสซั่ม สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีการกระตุ้นจากภายนอก และอีกประเภทของ ออกัสซั่มที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับคือ เซ็กซ์ซอมเนีย ซึ่งเป็นพฤติกรรมทางเซ็กซ์ที่เกิดขึ้นขณะหลับ อย่างเช่น การช่วยตัวเอง ออรัลเซ็กซ์ หรือมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งตามมาด้วยการออกัสซั่ม ขณะที่บุคคลนั้นกำลังนอนหลับอยู่ ออกัสซั่มชนิดที่สาม  เกิดขึ้นกับบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บตรงกระดูกสันหลัง แต่เดิมเชื่อกันว่า คนที่มีอาการป่วยหรือได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณดังกล่าว ไม่สามารถออกัสซั่มได้ แต่แพทย์ออกมาโต้แย้งความเชื่อดังกล่าว โดยอ้างว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บตรงกระดูกสันหลังยังสามารถสัมผัสออกัสซั่มได้ ระหว่างการมีเซ็กซ์ ออกัสซั่มชนิดที่สี่คือ ออกัสซั่มที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองการให้นมลูก มีการวิจัยยืนยันออกมาในปี 2000 ว่า ผู้หญิงที่ให้นมลูกกว่า 40.5% รู้สึกถึงการกระตุ้นทางเพศเวลาที่ให้ทารกดูดนม และในจำนวนดังกล่าวถึง 16.7% รู้สึกเหมือนถูกเล้าโลมอย่างถี่ เวลาที่พวกเธอให้นมลูก อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงหลายคนรู้สึกละอายตัวเองที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้หรือได้รับ ประสบการณ์แบบนี้ และมันถือเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงเหตุผลทำไม ร่างกายจึงเกิดการตอบสนองแบบนี้ออกมา จริงๆ แล้วเนี่ย การเกิดออกัสซั่มขณะให้นมลูกไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยกับความรู้สึทางเพศ ที่มันดูไม่เหมาะสม เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ออซิโตซิน ซึ่งฮอร์โมนตัวดังกล่าวก่อให้เกิดการหลั่งของน้ำนมจากหัวนม และการหลั่งของน้ำนมมันทำให้เกิดการกระตุ้นที่บริเวณเต้านม ออกัสซั่มชนิดสุดท้ายคือ ออกัสซั่มที่เกิดจากการกระตุ้นของเส้นประสาท นายแพทย์ Stuart Meloy จากมหาวิทยาลัย North Carolina เคยใช้เทคนิคในการจัดการกับความเจ็บปวดของบาดแผลเรื้อรังโดยใช้ขั้วไฟฟ้าไป กระตุ้นเส้นประสาทก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด คือ คนไข้ผู้หญิงเกิดอาการออกัสซั่ม โดยตอนนี้เขากำลังพัฒนาเครื่องมือดังกล่าวเพื่อกระตุ้นหรือรักษาคนป่วยที่ ปัญหาออกัสซั่ม การทดลองของนายแพทย์ผู้นี้สะท้อนให้เห็นว่า การเกิดออกัสซั่มนั้นไม่ใช่เกิดจากการกระตุ้นเสียดสีของร่างกายและการใช้ จินตนาการเพ้อฝันเท่านั้น มันยังเกี่ยวเชื่อมโยงกับอีกหลายปัจจัยที่ซับซ้อน ขอบคุณที่มาบทความจาก thiswomen.com

ปีเตอร์ เผยคาแรคเตอร์ที่ประทับใจคือบท”คุณหมอปราบ”
ปีเตอร์ คอร์ป /  ชมพู่ อารยา / 

ทำเอาสาวๆ ฟินกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียวเมื่อพระเอกปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล โดดมารับบท คุณหมอปราบ ผู้ชายอารมณ์ดี ปากร้ายแต่แสนอบอุ่นในละครเรื่องหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ประกบคู่กับ ชมพู่ อารยา ทางช่อง 3 แม้ละครจะจบไปนานมว๊ากๆ แต่คนก็ยังจดจำปีเตอร์ในบทนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากสาวๆ จะฟินแล้ว ปีเตอร์ เองก็ฟินเวอร์ๆ กับบทปราบ ถึงกับยกให้ละครหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซเป็นละครที่ he ประทับใจมากทีสุด “ละครที่ผมประทับใจมากที่สุดคงเป็น หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ มันเป็นละครเรื่องแรกที่ผมได้ร่วมงานกับ พี่คิง (ผู้กำกับ) แล้วพี่เขาเป็นคนที่ทำงานละเอียดมาก ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นคนที่รอบคอบมาก ประทับใจจริงๆ ครับ” คาแรคเตอร์ในเรื่อง ตรงกับตัวจริงบ้างหรือเปล่า มันมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายผมนะ ชอบตัวละครตัวนี้ตรงที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้มีดราม่ามาก เป็นคนจริงคนหนึ่ง เป็นสัตวแพทย์อยู่ต่างหวัด จิตใจดี อยากช่วยรักษาสัตว์ คือมีหลายๆ อย่างที่ตรงกับตัวผมครับ ร่วมงานกับ ชมพู่ อารยา เป็นไงบ้าง เก่งครับ ชมพู่ เป็นนักแสดงที่เก่งมาก เขาทำให้ผมทำงานง่ายขึ้น ส่งบทมาปุ๊บผมต่อได้ทันที ด้วยความที่เขาเป็นมืออาชีพ จำบทเก่งมาก เรื่องภาษา การอ่านบท มีปัญหาไหมเอ่ย ก็มีอยู่แล้วครับ ฝรั่งอ่านบทไทยนี่ลำบากมากนะ (ยิ้ม) เราต้องเตรียมเวลาไว้เยอะๆ ครับ ต้องมีการเตรียมตัว ถ้าส่งบทให้เลยแล้วอ่านนี่คือไม่ได้แน่ๆครับ ต้องยอมรับว่าถึงจะมีบางฉากบางตอนที่ ปีเตอร์ ออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดบ้างแต่แอคติ้งการแสดงที่เป็นธรรมชาติก็สามารถทำให้แฟนๆ ละครลืมๆ ข้อเสียนั้นไปได้ เพราะ he สามารถตีบท “ปราบ” หนุ่มบ้านไร่ที่ปากร้ายแต่ใจดีออกมาได้โดนใจแฟนๆ ทั่วประเทศจนคนอินไปทั่วบ้านทั่วเมือง ที่สำคัญคนพูดกันปากต่อปาก คอละครหลายคนที่ยังไม่เคยดูถึงกับลงทุนไปหาดูละครย้อนหลังกันเลยทีเดียว เพราะการแสดงที่เป็นธรรมชาติมาจากอินเนอร์ที่ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตาทำให้ตอนนี้ ปีเตอร์ กลายเป็นพระเอกพ่อลูกอ่อนที่สาวๆ ค่อนประเทศยกให้เป็นพระเอกในดวงใจ

ติดอาการเท?
Downy

ติดตามอาการของเหล่าแม่บ้าน ที่พร้อมใจกันเลิกอาการนี้!

อั้ม ฉุดเรตติ้ง วิกหมอชิตพราว คือตัวตนของเธอ
อั้ม พัชราภา /  ละคร พราว / 

กลับมาสร้างความฮือฮาให้กับวิกหมอชิตอีกครั้ง กับเรตติ้งละครของช่อง 7 ที่ตอนนี้กำลังพุ่งๆๆ เพราะฝีมือการแสดงขั้นเทพของนางเอกซุป’ตาร์ตัวแม่เบอร์หนึ่งของวงการอย่าง อั้ม พัชราภา ในละครเรื่อง พราว ที่เรื่องนี้มีหลายปาก หลายเสียง วิเคราะห์ วิจารณ์ กันออกมาแล้ว ตัวละครที่เธอแสดงในเรื่องนี้ คือตัวตนที่แท้จริงของสาวอั้ม จึงไม่แปลกใจที่เธอจะใส่อินเนอร์ความเป็นตัวเองเข้าไปทุกๆ ตอน แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวออกมาว่าละครเรื่องนี้อาจจะเป็นละครเรื่องสุดท้ายที่เธอจะรับเล่น แต่ดูท่าทางแล้วแฟนๆ ละครคงจะไม่มีใครยอมกันอย่างแน่นอน เพราะละครเรื่องนี้กลายเป็นตัวต่อยอดให้สาวอั้มได้พิสูจน์ฝีมือทางการแสดงอีกหนึ่งเรื่องว่า นางเอกละครแนวตลกคอมเมดี้ของวิกหมอชิตตัวจริงเสียงจริง ต้องยกให้สาวอั้มคนเดียวเท่านั้น ถึงจะเป็นบทนางเอกตลก ขำๆ แต่ความตลกของเธอ ก็ทำให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการ ที่ยังไม่มีนางเอกคนไหนโค่นเธอลงมาได้ อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

อีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

อีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ รวมไปถึงมีการแชร์ข้อความที่อ้างว่ามาจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีและชัญญ่า ทามาดะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กับน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพความซี้งของน้องหมา ที่จะทำให้คุณต้องน้ำตาซึม ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! รวมภาพ ล่ารายชื่อร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครอง ออสการ์ !!!
Aliens /  An American Werewolf in London / 

เป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาภาพยนตร์สยองขวัญ ที่มุ่งเน้นจะเขย่าสติสตังคนดูให้ไม่อยูกับเนื้อกับตัว มักจะถูกกรรมการเมิน ในการประกวดเวทีรางวัลใหญ่ๆ (สาหัสกว่านั้น คืออาจไม่ได้เสนอเข้าชิงเสียด้วยซ้ำไป) ทำเอาคอหนังสยอง ต่างก็น้อยเนื้อต่ำใจกันไป แต่อย่าพึ่งเสียใจไป เพราะในประวัติศาสตร์รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง ออสการ์ นี้ ได้เคยมีหนังสยองขวัญ ไปเฉิดฉาย โชว์ฟอร์มเสียจนกรรมการต้องเหลียวมองมาแล้ว และนี่คือ 12 หนังสยอง ที่สามารถคว้าออสการ์มานอนกอดอย่างสมศักดิ์ศรี ที่เราอยากให้รู้จักรับฮาโลวีน และอย่าพึ่งหมดหวังว่า หนังสยองจะไม่มีทางไปถึงฝั่งฝัน เพราะ 12 เรื่องต่อไปนี้ยืนยันแล้วว่า ถ้าเจ๋งจริง ต่อให้รางวัลใหญ่แค่ไหน ก็เสร็จพี่สยองทุกรายเหมือนกันนะเอ้อ Rosemary's Baby (1968) หนังสยองขวัญการกำเนิดทายาปีศาจ ในตำนานของผู้กำกับ โรมัน โปลันสกี้ ที่ทั่วโลกเชื่อว่าต้องคำสาป เพราะทำให้ทีมงานหลายคนออกอาการวิปลาส และเสียชีวิตอย่างน่าสะพรึง เพราะเชื่อว่าไปแตะต้องเรื่องเกี่ยวกับลัทธิบูชาซาตาน อย่างไรก็ตาม Rosemary's Baby สามารถคว้า ออสการ์ รางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ไปครองได้สำเร็จ จากการแสดงของ รูธ กอร์ดอน และยังเข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมอีกด้วย ตัวอย่างหนัง Rosemary's Baby ------------------------------- The Exorcist (1973) ขึ้นชื่อว่าเป็นคอหนังสยอง ย่อมต้องไม่พลาด The Exorcist ถึงไม่เคยได้ดู ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงสุดกระฉ่อน ของอีกหนึ่งตำนานหนังไล่ผีเรื่องนี้มาก่อนอย่างแน่นอน ทั้งจากความรุนแรงของเนื้อหา ภาพสุดสะพรึง จนแทบทำให้คนดูปวดประสาทพลอยจิตตกตามเด็กหญิง เรแกน ในสภาพเน่าเฟะไปด้วย! และที่สำคัญ The Exorcist ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ถึง 10 สาขา!! และคว้ามาครองได้ 2 สาขา คือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม มาได้อย่างขาดลอย ชนิดที่ไม่ต้องมีบาทหลวงที่ไหนมาการันตีความสะพรึงครั้งนี้ ตัวอย่างหนัง The Exorcist ----------------------- Jaws (1975) หากคุณคิดว่าหนังสยองขวัญ มักจะนำเสนอแต่เรื่องเหนือธรรมชาติ นั่นแสดงว่าคุณยังไม่ได้พิสูจน์เขี้ยวฉลามใน Jaws ของพ่อมด สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ที่ใครๆก็การันตีว่าดูจบแล้วคงไม่กล้าลงน้ำไปอีกนาน!! จากภาพความสยดสยอง นองเลือดที่สมจริงจนน่าตกใจ และพาให้ร้อนๆ หนาวๆ เสมอ เมื่อขาคุณจุ่มน้ำ เพราะกลัวว่านั่นนอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิต Jaws เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 รางวัล และแหวกทะเลมาคว้าไป 3 คือ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ก่อนจะพลาดฉิวเฉียดกับรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปเพียงนิดเดียว ตัวอย่างหนัง Jaws ------------------------ An American Werewolf in London (1981) ในบรรดาหนังมนุษย์หมาป่าที่ออกมาเกลื่อนโลก คงไม่มีใครจะไม่ยอมรับ An American Werewolf in London ในฐานะตำนานแห่งคนหอน คืนโหด ที่สร้างความสยองของการกลายร่าง ในระดับที่หลอนคนดูจนแทบตกเก้าอี้! และยังเป็นหมุดหมายสำคัญให้หนังแนวเดียวกันนี้ ในยุคต่อๆมาด้วยโดยเฉพาะฉากการค่อยๆ กลายร่างอย่างสยดสยองสมจริง และนั่นทำให้ An American Werewolf in London คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองแบบได้หอนฉลองกันข้ามคืน (แถมเล็กน้อย หนังเรื่องนี้คือเรื่องโปรดของ ไมเคิล แจ็คสัน จนเขาจ้างทีมงานหนัง มาทำมิวสิควีดีโอสุดโด่งดัง Thriller)   ตัวอย่างหนัง An American Werewolf in London ---------------------------- Aliens (1986) คงได้แต่ยอมศิโรราบ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หากจะบอกว่าสัตว์ประหลาดแห่งอวกาศที่น่่สะพรึงกลัวที่สุด คงหนีไม่พ้นเจ้าหัวยาว น้ำลายกรดที่ถือกำเนิดขึ้นจากศิลปินแนวชีวจักรวลผู้ล่วงลับ เอช อาร์ กีเกอร์ ในภาพยนตร์ Aliens นี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ภาพฝันการท่องอวกาศอันแสนสุข ต้องกลายเป็นฝันร้ายชนิดไม่รู้ลืม ความฮอตฮิตของมันมากมายเพียงใด คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะสามารถหันไปดูบรรดาโมเดล ของเล่น ที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ และมีแฟนๆชนิดเหนียวแน่น สัตว์ต่างดาวระดับตำนานนี้ พาให้ Aliens ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไปกลับดาวไปได้ถึง 2 สาขาด้วยกัน คือ เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และลำดับเสียงยอดเยี่ยม สมจริงจนน่าขนลุกขนพองขนาดนี้ ไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ! ตัวอย่างหนัง Aliens -------------------------- The Fly (1986) ในปีเดียวกันนี้เอง ในขณะที่ Aliens คือสัตว์ต่างดาวสุดสยอง ด้าน The Fly ก็คือความสะพรึงอันเกิดจากวิทยาศาสตร์โดยแท้จริง จากเครื่องย้ายมวลสารที่ทำงานสมบูรณ์แบบ แต่นั่นำให้บังเกิดเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานอีกหนึ่งเรื่อง ด้วยสภาพของคนที่ค่อยๆ กลายเป็นแมลงวันกลายพันธุ์สุดเน่าเฟะ และโชยกลิ่นความสยองออกมาแตะจมูกคนดู โดยไม่ต้องอาศัยระบบ 4Dx แต่ประการใด การเนรมิตคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรกายใน The Fly ที่สมจริงสุดๆ นี้ ทำให้สามารถคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมไปครองได้อย่างไร้ข้อครหา ตัวอย่างหนัง The Fly  ------------------------------------ Beetlejuice (1988) Beetlejuice คือหนังสยองขวัญสุดป่วง ที่มีลายเซ็นของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน อยู่แบบเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ผลงานที่เป็นเรื่องผีๆ ท่าทางจิตป่วยนี้ เข้าไปนั่งในใจคนดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เพราะมันสยองจนแทบทนไม่ไหว แต่มันสุดประทับใจทั้งตลก ขำขัน ร้องรำทำเพลง และสะดุ้งสะพรึงเบาๆ แบบถนอมอัตราการเต้นของหัวใจ ด้วยคาแร็คเตอร์เหล่าผีที่สุดจะแปลกแหวกแนว และมีเอกลักษณ์สุดๆ นี้ ก็ส่งให้ Beetlejuice คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ ตัวอย่างหนัง Beetlejuice ----------------------------------- Misery (1990)  นี่คือหนังสุดจิต ที่ทำเอากลัวผู้หญิงร่างอวบไปอีกนาน เพราะ Misery เรื่องนี้ สร้างจากนิยายของเจ้าพ่อเรื่องเขย่าขวัญ สตีเฟ่น คิง อันลือลั่น และยังสร้างภาพลักษณ์ของหญิงโหด กับชายดวงซวยไร้ทางสู้ ได้อย่างแจ่มชัด และแน่นอนรางวัล ออสการ์ ที่ Misery คว้าไปจะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้นอกจาก นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากตัวละคร แอนนี่ หญิงจิตโหด ที่รับบทโดย เคธี่ เบตต์ ที่ทำเอาคนดูชายทั้งแท่ง ถึงกับต้องเสียวสันหลังวาบๆ ตัวอย่างหนัง Misery ----------------------------------- The Silence of The Lambs (1991) โลกอาจรู้จักกับ แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ ทำให้โลกรู้จักตำนานแห่ง ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จิตแพทย์อัจฉริยะวิปลาส ผู้โปรดปรานรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นนิจ ใน The Silence of the Lambs ภาพยนตร์ที่สร้างประสบการณ์เขย่าประสาทในระดับปรากฏการณ์ และทำให้คนดูรู้สึกเสียววาบอย่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณงามความดีสุดชั่วร้ายนี้ ส่งให้ The Silence of the Lambs เข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไป 5 แบบไม่มีใครกล้าแหยม ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (โจดี้ ฟอสเตอร์), ผู้กำกับยอดเยี่ยม (โจนาธาน เดมมี), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปีนั้นไปครองอย่างเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสยองเลยทีเดียว ตัวอย่าง The Silence of The Lambs ------------------------------------- Bram Stoker's Dracula (1992) ผีดูดเลือดยุคใหม่ท่าทางหน่อมแน้มหลบไปให้หมด เพราะนี่คือตัวพ่อของบรรดาหนังแดร็กคูล่า กับ Bram Stoker's Dracula ของผู้กำกับระดับตำนาน ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เสน่ห์ความงามแบบกอธิค รวมฮิตดาราคุณภาพและเป็นจุดเริ่มต้นของขนบความสยองหรูคาวเลือด สไตล์แดร็กคูล่าในหนังยุคต่อๆมาอีกด้วย Bram Stoker's Dracula เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 สาขา และคว้าไป 3 อันได้แก่ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และแต่งหน้ายอดเยี่ยม พลาดไปเพียงแค่กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียวเท่านั้น  ตัวอย่างหนัง Bram Stoker's Dracula -------------------------- Sleepy Hollow (1999) ยังคงฟอร์มดีจนส่งผลงานที่ดูจะแหวกแนว แต่ลงตัวอย่าง Sleepy Hollow ให้โดดเด้งขึ้นมาอีกเรื่องได้ สำหรับผู้กำกับสไตล์จัด ทิม เบอร์ตัน ที่มาพร้อมกับเรื่องสยองเต็มสูบ ของชายไร้หัว ขี่ม้าสีดำทมิฬ ไล่ล่าหัวมนุษย์อย่างไม่เกรงใจยมโลก แต่ก็ยังไม่วาย ยังต้องเจอพระเอกสุดเพี้ยน บพิลึกพิลั่นมาต่อกรด้วยซะเฉย เรื่องราวสยองสุดเพี้ยน แต่กรุ่นไอมืดหม่นนี้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 3 สาขา และคว้าไปเพียง กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียว ชวดกำกับภาพยอดเยี่ยม และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ให้เรื่องอื่นไป ตัวอย่างหนัง Sleepy Hollow ------------------------- Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) ผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน กลับมาระบายผืนผ้าใบแห่งกอธิคอีกครั้ง กับ Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street ที่ได้พระเอกคู่บุญอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์ มาสวมบทบาทช่างตัดผมกรุ่นแค้น ได้อย่างหลงใหล ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้จ้องเขย่าขวัญกันเหงื่อแตก แต่มันอุดมไปด้วยสไตล์จัดจ้าน มีความเป็นมิวสิคัล และเมื่อถึงเวลาก็พร้อมเสิร์ฟฉากเลือดพุ่งเป็นท่อประปาแตกให้คนดูได้หงายเงิบ สะดุ้งโหยงกันอย่างจัดเต็ม Sweeney Todd เข้าชิงถึง 3 ออสการ์ และคว้ากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ไปครอง ก่อนจะชวดนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม กับ ออกแบบเครื่องกายยอดเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างหนัง Sweeney Todd และทั้งหมดนี้คือ 12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครองออสการ์ และกับรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกในปีต่อไปนี้ ภาพยนตร์สุดสยองเรื่องใด จะคว้าชัยได้อย่างไม่น้อยหน้าหนังแนวไหนๆ แฟนๆ คอหนังสยองขวัญ ต้องรอติดตามกันให้ดี และเอาใจช่วยให้หนังสยอง ได้ไปคว้าชัย และละเลงความกลัว ให้สะเทือนเวทีรางวัลอื่นๆ ในโลก ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น -------------------------------

เจาะลึก แอ่นนรก เชียร์ลีดเดอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ
ผู้นำเชียร์ /  มหาวิทยาลัย / 

เป็นเรื่อง ทั้งน่าอึ้ง และน่าทึ่ง สำหรับ เชียร์ลีดเดอร์ หรือ ผู้นำเชียร์ ที่แต่ละมหาวิทยาลัย มีการคัดเลือกเป็นอย่างดี หน้าตา การเต้น และบุคลิก และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีภาพว่อนเน็ท ภาพเชียร์ลีดเดอร์สาว แอ่นหลัง หักมุม 90 องศาตัวขนาดกับพื้นโดยยังไม่ล้ม?? หลายคนบอกว่า นี่มันยากยิ่งกว่าสะพานโค้งเสียอีก พร้อมกับ คำบรรยายว่า นี่คือ เชียร์ลีดเดอร์ ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม. อุบลราชธานี (ม.อุบลฯ) พร้อมๆกับเรียกท่านี้ว่า "แอ่นนรก" เราไปดูภาพต่างๆกันก่อน ด้านบน คือภาพของคณะทีมเชียร์ลีดเดอร์ปีล่าสุด และคลิปจ้า โดยที่หลายคนบอกว่า เห็นแล้วนึกถึง ท่าชี้นิ้วสั่ง ของ Boa Hancock จากเรื่อง One Piece เห็นแล้ว ปวดหลังแทนเลยว่ามั้ย?? เชียร์ลีดเดอร์ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ นี่ต้องอดทน กับการฝึกซ้อมมาก แน่ๆเลย อย่าสงสัยกันนานเลย ทีมงานได้ติดต่อสัมภาษณ์กับตัวแทน ชื่อ น้อง อานนท์ วงศ์คำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งให้ข้อมูลมาดังนี้ "แอ่นนรก" เป็นคำที่คนนอก ตั้งฉายาให้เรา แต่จริงๆแล้วเรามีชื่อออริจินัลของเราเอง อ้าว?! จริงๆแล้ว เราเรียกท่าเตรียมพร้อมแบบนี้ว่า "แอ่น วิดยา 90" (90 หมายถึง 90 องศา หักศอกตั้งตรง ตัวขนานกับพื้น ตัวไม่เอน ขายืดตรง เข่าไม่งอ และท่ามองจากมุมตรงจะต้องไม่เห็นอก ไม่เห็นหัวเลย โอ้ว...) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท่าเชียร์ลีดเดอร์ แห่งนี้ ซึ่งคณะอื่น หรือมหาวิทยาลัยอื่นที่เห็น ก็อึ้ง และเรียกท่านี้ว่า "แอ่นนรก" (คงเพราะมันดูแอ่น ได้อย่างโหดอ่ะนะ) น้องย้ำว่า โดยปกติแล้ว เชียร์ลีดเดอร์มีท่ามาตรฐานคือ แอ่น 45 องศา (เพื่อให้เอียง ได้สบสายตากับทั้งสแตนด์เชียร์) ซึ่งของเราน่ะ 90 องศา จริงๆ (จ้ะ 90 เป๊ะๆเลย) เปรียบเทียบ แอ่น 45 และ แอ่น 90 มันมีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนคิด คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ก่อตั้งมาแล้ว 22 ปี (ส่วน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก่อตั้งมา 25 ปีแล้ว) เราได้รับการถ่ายทอด ท่า แอ่นนรก ตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งพี่(ลีดผู้หญิง)รุ่นแรกๆ เขาลองทำท่าแอ่นแบบนี้ แล้วปรากฎว่ามันสามารถแอ่นไปได้เยอะมาก แต่ต้องฝึกเพื่อการทรงตัว จากนั้นก็กลายเป็นเอกลักษณ์จากรุ่นสู่รุ่นมาเรื่อย ฝึกซ้อมอย่างไร ใช้เวลานานหรือเปล่า น้องๆที่สมัครมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ รู้ตัวตั้งแต่แรกว่า เขาจะต้องทำท่า "แอ่นนรก" ได้ (ใจต้องพร้อมประมาณหนึ่ง) แล้วเราก็มีเวลาฝึกซ้อม ดัดหลัง สะพานโค้ง เพิ่ม ประมาณ 2 เดือน ก่อนที่ลงโชว์ในการแข่งกีฬา ภาพการดัดตัว ที่น้อง อานนท์บอกว่า ฝึกไว้ทำท่า แอ่นนรก ส่วนนี่ก็คือ ท่าวอร์มอัพ ก่อนจะโชว์นำเชียร์ ทำ "แอ่นนรก" ไม่ได้ ไม่ใช่ ลีด วิทยา ม.อุบล? ถูกต้องครับ บางคนถูกคัดออกเอาวันสุดท้ายของโชว์ก็มี และที่เห็นตามอินเตอร์เน็ท บางรุ่นก็ผ่านมาแค่ 2 คนเท่านั้น ขอตั้งชื่อภาพนี้ว่า "เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม" สรุปว่า ลีดเดอร์ วิทยา ม.อุบล เอาตัวอ่อนเข้าว่า สวยไม่สวยค่อยว่ากันเหรอ? เรามองว่า ความสวยก็สำคัญ แต่ว่า การซ้อมไม่ใช่ง่ายๆ เราจึงมองเรื่อง "แอ่นนรก" เป็นเรื่องทุ่มเท และอดทนครับ ซึ่งในโชว์ครั้งหนึ่ง เราจะแอ่นแบบนั้นประมาณ 3 รอบเท่านั้น (เท่านั้น? สำหรับพี่น่ะ เกินพอล่ะจ้า) รู้สึกอย่างไร กับกระแสชาวเน็ทที่กล่าวขวัญถึง แอ่นนรก ในขณะนี้ ขอบคุณครับ ที่ชื่นชมพวกเรา และขอชี้แจงคนที่มองว่า โหดเกินไป ที่จับนักศึกษาผู้หญิงมาทรมาน เราอยากจะบอกว่า ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ทรมานครับ ทุกคนมาด้วยใจ ความสามารถ และซ้อมหนัก เป็นสภาพความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกายที่มาจากการออกกำลังกาย เราทุ่มเท เพียงเพราะคำว่า "ภูมิใจในความเป็นเชียร์ลีดเดอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ของเรา" สุดท้ายนี้ ทีมงาน MThai Teen ขอบอกว่า ปลื้มกับน้องๆมากๆ และเราทราบว่า ลีดเดอร์ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ จะมีการโชว์ แอ่นนรก ในงานดังนี้ งานแข่งกีฬา (คณะ)วิทยาศาสตร์สัมพันธ์ ระหว่างมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า อะตอมเกมส์ (ซึ่ง ทีมเชียร์ ม.อุบลฯ ไม่เคยพลาดรางวัลจ้า) งานแข่งกีฬาเฟรชชี่ ของ ม.อุบลฯ งานรับปริญญา โชว์บูมให้รุ่นพี่ ฝากติดตามผลงานของน้องเขาด้วยนะ (ว่าแต่การเชียร์ด้วยอุดมการณ์ดีงามแบบนี้ เรียก "แอ่นสวรรค์" แทน ดีมั้ยจ๊ะ) ขอบคุณภาพจาก สโมสรนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, Taweeporn photographer, วีดีโอบน Youtube โดย คุณ  T'TopZ Naphatsakorn

ปั๋วข้าใครอย่าแตะ นัท ตามประกบ อั้ม ไม่ให้คลาดสายตา
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย / 

หลังจากจะโดนเลื่อยขาเตียงจนเตียงเริ่มจะสั่นคลอนมาแล้วครั้งหนึ่ง คู่รักข้าวใหม่ปลามันอย่าง นัท มีเรีย กับ อั้ม อธิชาติ ก็ดูจะหันมาปรับความเข้าใจจนตอนนี้ความรักเริ่มลงล็อคอีกครั้ง แถมตอนนี้มีอั้มที่ไหนก็จะมีสาวนัทตามประกบอยู่แบบไม่ให้คลาดสายตา เรียกว่าต่อให้มีบรรดามือที่ 3, 4, 5 โผล่เข้ามาก็ไม่มีทางเข้ามาประชิดตัวหนุ่มอั้มได้เลย เพราะจะต้องฝ่าด่านของศรีภรรยาอย่างนัทให้ได้ซะก่อนนะเจ้าค้า ล่าสุดทั้งคู่ออกมายอมรับว่า ปลายปีนี้จะไปฮันนีมูนเติมความหวานกันที่ญี่ปุ่น อุต๊ะ!! ไม่แน่ว่ากลับมาครั้งนี้คู่ของสาวนัทกับหนุ่มอั้มอาจจะมีข่าวดีเรื่องเบบี๋กะเขาบ้าง เหมือนคู่ของป๋อกับเอ๋ที่เคยไปขอลูกกันที่ญี่ปุ่นก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้สาวนัทก็จูงมือคุณสามีอย่างอั้มเข้าไปปรึกษาแพทย์อยู่หลายครั้งแล้วด้วย อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท

อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กชายอายุ 12 ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี
ต่างประเทศ /  เด็ก / 

จากกรณีนี้ทำเอาสื่อข่าวต่างประเทศตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบเคสแปลกนี้! แลนดอน โจนส์ เด็กชายวัย 12 ปี จู่ๆก็ไม่รู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำแม้แต่น้อย โดยพ่อแม่ก็หาทางรักษา แต่เหมือนว่าโรงพยาบาลที่เข้าไปรักษา ก็ไม่สามารถแก้โจทย์ในเคสของเด็กชายคนนี้ได้ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่า กรณีของ แลนดอน โจนส์คนนี้ อาจจะเป็นเคสเดียวและเป็นเด็กคนเดียวที่มีอาการแบบนี้ในโลกก็ว่าได้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามพร้อมๆทีนเอ็มไทยเลยดีกว่าคะ .. อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) อยู่ได้ไง! แลนดอน เด็กวัย 12 ปี ไม่รู้สึกหิวข้าวหิวน้ำมานานข้ามปี Landon Jones - แลนดอน โจนส์ วัย 12 ปี จากเมืองวอเตอร์ลู, ไอโอวา สหรัฐอเมริกา เขาไม่มีความรู้สึกหิวข้าว หรือกระหายน้ำเลย ตั้งแต่ วันที่ 14 ตุลาคม ปี 2013 ซึ่งผ่านมาแล้วข้ามปี! อาการนี้เริ่มจากในคืนวันหนึ่งเขาได้กินพิซซ่าและไอศกรีมเข้าไป แล้วเกิดปวดท้อง ปวดหัว ปวกท้อง คลื่นไส้อย่างหนัก เขาจึงไปนอนพักหวังว่าอาการจะบรรเทาลง แต่แล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่า เขาไม่มีความรู้สึกหิวหรือกระหายเลย น้ำหนักเดิมของเขาจาก 104 ปอนด์ กลายเป็นเด็กผอมแห้งจนน้ำหนักลดเหลือ 68.4 ปอนด์ ในหนึ่งปีที่ผ่านมา .. หนึ่งปีต่อมา Michael (ไมเคิล) and Debbie (เด็บบี้)  พ่อแม่ของแลนดอนก็ยังคงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้จะรักษาหรือช่วยแลนดอนด้วยวิธีไหนดี (พยายามหลายทางแล้ว!) พ่อของแลนดอนบอกว่า "หลังจากเหตุการณ์ในคืนวันนั้น(ปีที่แล้ว) เมื่อเขาตื่นมา เขาก็สูญเสียความรู้สึกหิว-กระหาย เขากลายเป็นเด็กเอื่อยเฉื่อย เขาขับจักรยานแต่ขับได้ไม่นานก็รู้สึกเหนื่อย เขาก็เลยเข็นมันแทนและหลังจากนั้นเขาก็ผลักจักรยานล้มไปเลย" พ่อแม่ของเขาพยายามทำให้แลนดอนสนใจอาหาร ด้วยการจัดงานปาร์ตี้อาโลวีน แต่งตัวเป็นผีซอมบี้โจรสลัด มีอาหารหลากลหลายชนิดในงาน ให้แลนดอนรู้สึกสนุกกับการปาร์ตี้ที่จัดขึ้น แต่แลนดอนกลับไม่สนใจแม้แต่ลูกอมสักเม็ดเดียว เฟลกันทีนี้! และหลังจากที่ แลนดอน มีอาการแบบนี้พ่อของเขาก็ลาออกจากงานเพื่อที่จะคอยดูแลเขาอยู่ใกล้ๆ ใช้เวลากับเขามากขึ้น แพทย์ที่รักษาแลนดอน ใน ไอโอวา ก็ทำการรักษาเขาแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลดีขึ้นมา แลนดอนจึงถูกส่งตัวไปยังแพทย์ในโรงพยาบาลอื่นๆ เช่น Cedar Rapids, Des Moines, Madison หรือแม้กระทั่ง Mayo Clinic ที่มีชื่อเสียงใน เมืองมินนิโซตา ( Minnesota ) แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถหาคำตอบในเคสของแลนดอน โจนส์ เด็กวัย 12 ปีคนนี้ได้เลย ซึ่ง Dr. Marc Patterson นักประสาทวิทยาเด็ก ของ Mayo Clinic บอกไว้ว่า "แลนดอน อาจจะเป็นเด็กคนเดียวในโลก ที่เป็นกรณีแบบนี้" ไมเคิล ยังเล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาได้ทำอาหารใส่กล่องให้กับ แลนดอน และไบรซ์(น้องชาย) ไปโรงเรียน และเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาหยิบกล่องแซนวิชออกมาจากกระเป๋าแลนดอน และสิ่งที่เขาเห็นคือ รอยกัดแซนวิชแฮมชีสบริเวณหัวมุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแลนดอนกินมันน้อยมากๆ! จนน่าตกใจ นอกจากนี้ Michael พ่อของแลนดอน ได้อธิบายให้ฟังอีกว่า ผู้เชี่ยวชาญคิดว่า แลนดอนอาจจะทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ไฮโปทาลามัส (hypothalamus คือ โครงสร้างของสมองทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ) ไป ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสามารถอธิบายหรือรักษาเคสนี้ได้เลย ตอนนี้พวกเขาก็ทำได้แค่คอยเตือน แลนดอน ให้กินอาหารและดื่มน้ำเสมอ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไมเคิลและเด็บบี้ พวกเขาก็ยังคงหาทางรักษาลูกชายของเขาต่อไป หวังว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญสักคนที่ช่วยเหลือลูกของพวกเขาได้ ถึงเขาจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อแท้ เพราะแลนดอนเป็นลูกชายที่พวกเขารักมากที่สุด .. * *ไฮโปทาลามัส (hypothalamus) คือ โครงสร้างของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส (thalamus) แต่เหนือก้านสมอง (brain stem) ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ควบคุมกระบวนการเมแทบอลิซึมบางอย่าง และหน้าที่อื่นๆ ของระบบประสาทอิสระ (Autonomic Nervous System) ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่สังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนประสาท (neurohormones) ซึ่งมักเรียกว่า hypothalamic-releasing hormones ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นหรือยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) , ไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ[1], ความเหนื่อยล้า, ความโกรธ และจังหวะรอบวัน (Circadian rhythm)** เขียน-แปลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให่เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) Cr. odditycentral, desmoinesregister

ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? คุณแม่รมณ์เสีย เจอเฟสบุ๊คลบรูปเฉยเลย
คลอดก่อนกำหนด /  เลี้ยงลูก / 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม คือวันที่ เอ็มม่า บรอน ให้กำเนิดลูกสาว แต่เป็นการคลอดก่อนกำหนดถึง 12 สัปดาห์ ทำให้ลูกสาวของเธอมีน้ำหนักเพียง 2 ปอนด์ หรือประมาณ 1 กิโลกรัม และคุณหมอได้บอกกับเธอว่า ลูกสาวเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 3 วัน ให้ทำใจไว้ แต่ปาฎิหารเกิดขึ้นกับเธอ เมื่อลูกน้อยกลับมีชีวิตอยู่ได้ โดยหลังจากผ่านมา 12 วัน เธอเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ โดยการ ให้นมลูก เหมือนดังที่แม่คนอื่นๆทำ และถ่ายทอดเรื่องราวพร้อมภาพถ่ายลงในเฟสบุ๊ค ถึงวินาทีที่เธอได้มีโอกาส ให้นมลูก ด้วยตัวเอง ว่าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด โดยมีเหล่าเพื่อนๆและคุณแม่ติดตามและให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก จนกระทั่ง มีใครบางคน กดรีพอร์ตรูปการ ให้นมลูก ของเธอ ว่านี่เป็นภาพโป๊ จึงถูกเฟสบุ๊คลบรูปออกจากระบบทั้งหมด งานเข้าสิ่! เมื่อเหล่าคุณแม่พากันเรียกร้องเฟสบุ๊คทันทีว่า ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? โดยหลังจากที่เธอตั้งคำถามถึงการถูกลบภาพของเธอบนสเตตัส และชักชวนเหล่าคุณแม่มาช่วยสนับสนุนความเห็นเธอว่า รูปภาพการให้นมลูกโป๊หรอ เพียงไม่นานก็มีคุณแม่ทั่วโลกให้การสนับสนุนเธอเป็นจำนวนมาก โดยมียอดไลค์ถึง 166,000 และยอดแชร์กว่า 22,000 แชร์ ร้อนไปถึงเฟสบุ๊คที่ต้องนำรูปที่ลบออกไปกลับมาคืน และ ถึงกับต้องปรับปรุงนโยบายใหม่ โดยระบุว่า หากเป็นภาพหน้าอกที่เป็นลักษณะของการให้นมลูก หรือ การถ่ายทอดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่แสดงภาพให้เห็น ทางเฟสบุ๊คจะสนับสนุนอย่างเต็มที่และยินยอมให้เผยแพร่ได้  เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาเนื้อหาจาก www.buzzfeed.com

โจรฉกกระเป๋าตังค์ แต่เงินเยอะเกินไป เผาเงินทำลายหลักฐานทิ้ง
ข่าวจีน /  โจรเผาเงิน / 

ใจไม่ด้านพอ โจรขโมยกระเป๋าพบเงินเยอะเกินคาด ตัดสินใจเผาเงินทำลายหลักฐาน แต่เสียดาย นำเงินที่เหลือไปกินของหรู สุดท้ายถุกตำรวจรวบตัวได้ในที่สุด วานนี้ (30ต.ค. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวนาย “หลิน” วัย 50 ปี โจรขโมยกระเป๋าเงินแม่ค้าขายผักที่อยู่ในตลาดเขตผิงหยาง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน หลังจากประสบปัญหาภาวะทางการเงิน แต่เมื่อเปิดกระเป๋าตังค์ที่ขโมยมา เขาต้องตกใจอย่างมาก เมื่อในกระเป๋ามีเงินอยู่จำนวนมากมายถึง 30,000 หยวน หรือราว 156,000 บาท โดย นายหลิน ตัดสินใจทิ้งกระเป๋าไปแต่เก็บเงินไว้กับตัว แต่เวลาต่อมาเขารู้สึกหวาดกลัวความผิดที่ตนเองก่อขึ้น จึงไม่กล้านำเงินจำนวนนี้ไปใช้ ทั้งนี้ นายหลิน ไปเผาที่ห้องน้ำสาธารณะ เพื่อทำลายหลักฐาน แต่เมื่อนายหลินมองดูเงินที่กำลังหมอดไหม้ กลับเปลี่ยนใจเสียดายขึ้นมาเฉยๆ จึงได้ดับไฟและแยกธนบัตรที่ยังไม่ไหม้ออกมา ในที่สุดเขาตัดสินใจนำเงินจำนวนที่เหลือน้อยลงคือราว 14,000 ราว 72,800 บาท ไปใช้อย่างฟุ่มเฟือย ด้วยการรับประทานอาหารหรูหรา ท้ายที่สุด เมื่อที่นายหลินกำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น ตำรวจซึ่งทราบเบาะแส ว่าเขาเป็นคนร้าย จึงเข้ามายึดเงินที่เหลืออยู่ทั้งหมด โดยนายหลินให้การรับสารภาพทั้งหมดและถูกแจ้งข้อหาลักขโมยในที่สุด ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หนุ่มจีนซวย!! ไฟไหม้บ้าน เผาเงินเก็บกว่า 6แสน เกลี้ยง MThai News

10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต
คนโสด

หนุ่มๆ สาวๆ ในยุคปัจจุบันหลายคนมักเลือกการอยู่คนเดียว มากกว่า จะหาคนคู่ใจ นั้นเพราะหลายคนคิดว่าการอยู่คนเดียวสบายกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องปวดหัวจะทำอะไรก็แล้วแต่เรา และเวลาที่เราอยู่คนเดียว มันคือเวลาที่เราจะรู้จักตัวเองมากที่สุด เราจะใช้เวลาหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการที่จะทำ วันนี้เราเลยขอเอา 10 ข้อที่คนชอบ อยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต มาฝากกัน! 10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต 1. ไม่เคยกังวลว่าจะเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น คนที่ชอบอยู่คนเดียว จะไม่ค่อยสนใจว่าคนจะมองพวกเขายังไง ทั้งการกระทำ และรูปลักษณ์ภายนอก ไม่สนว่าคนจะวิจารณ์อย่างไรด้วย เพราะตัวของเขาเองนั่นแหละ ที่คอยวิจารณ์ตัวเองเสมอ และไม่เคยหลอกตัวเองด้วย 2. ไม่เคยกังวลในสิ่งที่พวกเขาพึ่งพูดออกไป เวลาที่คนที่ชอบอยู่คนเดียวจะสังสรรค์นั้น จะเกิดขึ้นกับคนที่พวกเขาคิดว่า คุ้มค่าที่จะใช้เวลาด้วยเท่านั้น พวกเขาจะไม่ใช้เวลาร่วมกับคนที่อาจจะมองหรือตัดสินพวกเขา หรือคนที่อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดไปในทางอื่น นอกจากนี้ พวกเขาจะไม่เสียเวลานอนคิดว่า สิ่งที่พวกเขาพูดไปนั้น ผลกระทบจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะมั่นใจมากเมื่อพูดคุยกับคนที่เขาคิดว่า เหมาะสมที่จะพูดคุยด้วยตั้งแต่แรก 3. ไม่เคยกังวลว่า จะต้องพิสูจน์อะไรกับใคร หรือต้องเป็นที่ยอมรับ พวกเขาจะเป็นตัวของตัวเองมาก ไม่ต้องพยายามทำตัวเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของใครๆ ในสังคม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร ถ้าคุณไม่ชอบพวกเขา พวกเขาก็แค่ตัดคุณออกจากคนที่พวกเขาจะสังสรรค์เสวนาด้วย แค่นั้นเอง 4. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาไม่เคยต้องมานั่งเซ็งว่า ต้องไปงานนู้น งานนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่อยากไป และไม่ต้องเสียคืนวันเสาร์ที่เขาจะได้เอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ เพราะเวลาที่เขาจะได้อยู่คนเดียว มันมีค่ามากกว่าเยอะ เพราะฉะนั้น จะไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด 5. ไม่เคยกังวลว่าสุดท้ายแล้วต้อง “อยู่คนเดียว” พวกเขาไม่เคยกลัวเลยว่า วันข้างหน้า พวกเขาอาจจะต้องอยู่คนเดียว พวกเขาไม่เคยออกเดท ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว หรือขาดคนอื่นไม่ได้ พวกเขาจะออกเดท ถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆ เท่านั้น 6. ไม่เคยกังวลว่า จะมีอะไรพูดมั้ย ด้วยความที่นานๆ จะออกเจอผู้คนซักที จึงไม่เคยต้องคิดว่าจะต้องพูดอะไร หาเรื่องอะไรมาคุย จะคุยทันคนอื่นมั้ย พวกเขารู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และไม่เสแสร้งว่าสนใจเรื่องอะไร หากพูดคุยกันจริงๆ จึงไม่เคยกังวลเลยซักนิด 7. ไม่เคยกังวลว่าจะพลาดอะไรไปหรือเปล่า เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะว่าไม่มีที่ไหน หรือกิจกรรมอะไรที่ดีไปกว่าการได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ว่า เมื่อคืนอยู่คนเดียว ไม่ได้ไปงานปาร์ตี้ แล้วรู้สึกว่าเสียดาย น่าจะไป! สิ่งนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด 8. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องเป็นโสด ความหมายของคำว่า ความรัก ในนิยามของพวกเขาคือ การรักตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นมารัก และไม่เคยคิดว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีอีกคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตพวกเขาเท่านั้น 9. ไม่เคยกังวลว่าพวกเขาต้องการเวลาที่จะคิดเรื่องต่างๆ เพราะในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา พวกเขาอยู่กับตัวเองเสมอ ได้มีเวลามากมายที่พวกเขาจะคิดเรื่องต่างๆ เพราะฉะนั้น มันจะไม่มีกรณีที่ว่า พวกเขาต้องการเวลาเพื่อคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างแน่นอน 10. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องโกหก หรือ พูดอะไรเกินจริง ชีวิตของพวกเขา คือตัวตนของพวกเขาจริงๆ พวกเขาไม่เคยต้องโกหก ปกปิด สร้างภาพ เพื่อทำให้คนอื่นๆ มาชอบ มาชื่นชม พวกเขาจะมีความคิดที่ว่า หากคนอื่น ไม่ชอบเขา ที่เขาเป็นตัวเขา ก็ช่างมัน ไม่สนใจ เพราะฉะนั้น การโกหกเพื่อปกปิดบางอย่าง สร้างภาพ หรือพูดอะไรที่ดีเกินจริง จะไม่เกิดขึ้นเลย cr. elitedaily, kiitdoo

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

MThai Game ชวนส่งคลิป เปิดตัว-เปิดใจ ฐานะสาวก RAZER
Razer

เว็บไซต์ MThai Game (game.mthai.com) ร่วมกับ Ascenti Resources ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เล่นเกมส์จาก RAZER ขอเชิญชวนผู้เล่นเกมส์อัดคลิปวิดีโอเล่า”ประสบการณ์แรกในการเล่นเกมส์และใช้ Gaming Gear ของ Razer” ลุ้นรับของที่ระลึกและเมาส์เล่นเกมส์ เริ่มกิจกรรมวันนี้ - 15 ธันวาคม 2557 ระยะเวลากิจกรรม: วันนี้ - 15 ธันวาคม 2557 กติกาการร่วมกิจกรรม: ให้ผู้เล่นทำการถ่ายคลิปวิดีโอแล้วเล่าประสบการณ์การเล่นเกมส์ของตัวเอง ว่าเริ่มสนใจหรือเล่นเกมได้ยังไง พร้อมบอกถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่นเกมส์ และเล่าเหตุผด้วยว่า ผู้เล่นเริ่มใช้ Gaming Gear ของแบรนด์ Razer ได้อย่างไร เมื่อถ่ายคลิปเสร็จ ให้ทำการขึ้นอัพโหลดเว็บไซต์ MThai Video (video.mthai.com) พร้อมระบุหมวดหมู่เกม และใส่ TAG คำว่า Razer ประกาศผล: 20 ธันวาคม 2557 ของรางวัล เมาส์เล่นเกม RAZER Abyssus 2014 มูลค่า 1490 บาท จำนวน 5 รางวัล ของที่ระลึกจาก RAZER - L33t Pack มูลค่า 700 บาท จำนวน 30 รางวัล เกณฑ์การให้คะแนน - ผู้ร่วมสนุกที่ผ่านเกณฑ์คะแนนมากกว่า 70 เปอร์เซนต์ขึ้นไป จะมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลทันที - ผู้ที่มีเกณฑ์การให้คะแนนสูงสุด 5 อันดับ จะได้รับ เมาส์เล่นเกม RAZER Abyssus ทันที - ในกรณีที่มีผู้ร่วมสนุกมากกว่าจำนวนของรางวัล ทางทีมงานจะพิจารณากับคลิปวิดีโอที่ผู้ร่วมสนุกส่งมาอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบและตัดสิน - การคัดเลือกของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด - คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด - หากพบว่ามีการคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ คลิปวิดีโอจากผู้ร่วมสนุกคนอื่น จะถือว่าสิ้นสุดในสิทธิ์ร่วมสนุกโดยทันที Loading... คณะกรรมการ คุณพลตรี กวินวัฒน์ จาก Razer Thailand และหัวหน้าทีม EternalFear จากเกมส์ FPS ชื่อดัง (facebook.com/efsergi) ทีมงานจาก MThai Game