โป๊(ใจมันเพรียว)

เพลินดีนะ พยากรณ์อากาศ the musical
กรกันต์ สุทธิโกเศศ /  ช่อง1 เวิร์คพอยท์ / 

กำลังเป็นที่ฮือฮาในโลกออน์ไลน์ เมื่อสองผู้ประกาศข่าว ช่องเวิร์คพอยท์ ปอนด์ วรพรรณ ยาคอปเซ่น และ กรกันต์ สุทธิโกเศศ (อาร์ม KPN) จัดคลิป พยากรณ์อากาศ แบบ มิวสิคัล โดยใช้ทำนองเพลง A Whole New World แปลงเนื้อร้องว่าด้วยการรายงานสภาพอากาศประจำวัน ทำเอาชาวเน็ตที่ได้ฟัง ถึงกับคอมเม้นท์ว่า "เพลินจนลืมว่าฟังพยากรณ์อากาศ" กันเลยทีเดียว ลองไปชม ปอนด์ วรพรรณ ยาคอปเซ่น - อาร์ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ ผู้ประกาศข่าว ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ชมคลิป พยากรณ์อากาศ the musical (ที่มาจาก Youtube โดย bononstage) ทำนองคุ้นๆ มั้ยครับ มาจากเพลงนี้จ้า  A Whole New World อาร์ม กรกันต์ หรือ อาร์ม KPN Award 2009 นี่คือคลิปจากการประกวดรอบสุดท้าย ลองไปฟังกันครับ กับเพลง You Raise Me Up เสียงดี มีฮาแบบนี้ รายงานให้แฟนๆ ได้อัพเดทกันบ่อยๆเลยนะจ๊ะ 555 ^__^ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง
คนโสด /  ความรัก

เอาใจคนโสดกันบ้าง หลังจากทำร้ายคนโสดมาเยอะ อิอิ กับ 17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง เชื่อว่าถ้าคนโสดแท้ๆ จะชายหรือหญิงก็แล้วแต่ ถ้าได้มาอ่านเนี่ย รับรองจะรู้เลยว่ามันเป๊ะเว่อร์ เนี่ยแหละฉัน เพราะฉันโสด ฉันทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ไม่ต้องแคร์ใคร ถูกม่ะ 17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง 1. คุณจะอยากใส่เสื้อผ้าแค่ชิ้นเดียวเดินร่อนไปทั่วบ้าน (เฉพาะชิ้นที่อยู่สูงกว่าเอวเท่านั้นด้วยนะ) 2. ที่ไหนๆก็เป็นห้องครัวได้ 3. โยนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ตรงไหนก็ได้แล้วแต่อารมณ์ (จะงีบซักหน่อยก็แค่เขยิบเสื้อผ้าไปข้างๆ) 4. อยากจะเปิดเพลงแปลกๆแล้วเต้นแร้งเต้นกาตอนไหนก็ทำได้ 5. ชอบจะเปิดหนังดูเงียบๆ คนเดียวมากกว่าจะออกไปคุยกับคนอื่น 6. เวลาอาบน้ำก็หลอนตลอดว่าจะมีใครแอบเข้ามาฆาตกรรมรึเปล่า (ก็เป็นลูกผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียว ดูแลตัวเองคนเดียว ก็ต้องระแวงบ้างเป้นธรรมดา) 7. หันไปมองอ่างล้างจานทีไรตกใจทุกที (มีของต้องล้างเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อหร่ายยย) 8. ไม่ต้องอั้นตด อยากจะตดตอนไหนก็ปลดปล่อยมันออกไปเลยยย (ตดเองดมเองอีก จาอ้วกกกก) 9. จะเข้าห้องน้ำจะทำอะไร ก็เปิดประตูไว้อาซ่าอย่างนั้นแหละ (ก็คนมันอยู่คนเดียวเนอะ) 10. ไม่ต้องกลัวว่าจะทำเสียงดังๆปลุกคนตื่นในตอนกลางคืน 11. เปิดหนังผู้ใหญ่เสียงดังได้แบบสบายใจเฉิบ 12. พาสาวมาห้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูมเมต 13. บางทีก็เหงาขนาดพูดคนเดียว (แล้วมาคิดที่หลังว่านี่เราบ้าเปล่าวะ) 14. หาทางมาหยิบเอาแมลงน่ากลัวๆ ออกไปจากบ้านได้แบบครีเอทสุดๆ 15. ใส่ชุดเดิมซ้ำกันสามวันก็ไม่มีใครรู้ อิอิ (แต่ต้องอัดน้ำหอมแน่น นิสนึง) 16. เวลาคุยโทรศัพท์ทีไรก็เดินมันไปทั่วบ้านนั่นแหละ 17. ดูรายการทีวีแบบปัญญาอ่อนโดยที่ไม่ต้องแคร์ว่าภาพพจน์จะเสีย ข้อมูล kumarnthongclub

ซอสพริกศรีราชา ที่โด่งดังใน USA กลายเป็นลิขสิทธิ์ของเวียดนามได้อย่างไร ?
ซอสพริกศรีราชา

เป็นที่ถกเถียงกันมานานกับ ซอสพริกศรีราชา ตอนนี้ได้โด่งดังในสหรัฐอเมริกา ทั้งนำไปหมักปีกไก่ Honey Sriracha Wings จนไปเป็นรสใหม่ของพิซซ่า ไปแล้ว แต่คนอเมริกายังคิดว่าซอสพริกศรีราชาต้นตำหรับอยู่ที่ประเทศเวียดนาม ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรกันแน่ ได้ลองสืบค้นหาข้อมูลก็เป็นประเด็นโต้เถียงกันอยู่ ซอสพริกศรีราชา เป็นซอสพริกที่ผลิตขึ้นครั้งแรกเพื่อรับประทานกับอาหารที่ร้านอาหารทะเล โดยมีรสชาติที่มีเอกลักษณ์และอร่อย คนแถวนั้นจึงเรียกชื่อซอสพริกว่าศรีราชา ตั้งชื่อตาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จนกลายเป็นที่พูดถึงว่า กินซอสพริกต้อง "ซอสพริกศรีราชา" เท่านั้น เป็นคำพูดที่ติดปากมาเรื่อยๆ จนซอสพริกศรีราชานี้โด่งดังและจะพบได้ทั่วไปในร้านอาหารเอเชียหลายแห่ง และพบว่ามีในบ้านชาวอเมริกันและชาวยุโรป ในประเทศไทยนิยมมาทานกันเป็นน้ำจิ้ม ส่วนต่างประเทศมักจะนำไปเป็นเครื่องปรุงรสของอาหารรวมถึงในประเทศเวียดนามด้วยเช่นกัน และในวิกิพีเดียได้ระบุไว้อีกด้วยว่า " ซอสพริกศรีราชาที่ไทยผลิตเจ้าแรกที่มีการตลาดรวม เป็นของศรีราชาพานิช ศรีราชาพานิชถูกควบกิจการโดย บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ซึ่งขายสินค้าต่อไปโดยเปลี่ยนไปใช้ชื่อ "ภูเขาทองศรีราชาพานิช" มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Sriraja Panich Chilli Sauce" ศรีราชาได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาโดยหูยฟงฟูดส์ ซอสนี้เดิมมีกลุ่มเป้าหมายคือ ชาวเอเชีย-อเมริกัน ซอสนี้ยังรู้จักกันในชื่อ ซอสไก่ตัวผู้ เพราะบนฉลากของซอสเป็นรูปไก่ตัวผู้ ซอสนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจนกระทั่งมีตำราอาหารบางเล่มนำเสนอวิธีทำอาหารที่ต้องใช้ศรีราชาเป็นเครื่องปรุงรสหลัก บองอะเปะดีสต์ระบุว่า มันเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงหลักของพวกเขาใน พ.ศ. 2553 " แต่อย่างไรก็ตามชาวอเมริกันยังคงคิดว่าซอสศรีราชาต้นตำหรับอยู่ที่เวียดนาม เพราะซอสพริกศรีราชาดังในอเมริกาเพราะคนเวียดนาม เนื่องจากก่อนหน้านั้น ซอสพริกศรีราชาโด่งดังมากๆ โดยเริ่มมาจากปากต่อปาก เรียกชื่อซอสพริกตามชื่ออำเภอไปต่อๆ กัน จนกลายเป็นชื่อซอสพริกไปโดยปริยาย จนคนเวียดนามที่มักจะใช้ซอสนี้ปรุงรสอยู่ในอาหารเวียดนามอยู่แล้ว แต่เมื่อปี 1975 David Tran ชาวเวียดนาม ได้อพยพไปยัง USA และเริ่มผลิตซอสพริกที่ชื่อ Sriracha ขึ้นด้วยโรงงานชื่อ Huy Fong ภายในปี 1981 โดยอ้างว่า Shiracha เป็นชื่อเรือไต้หวันที่นั่งจากเวียดนามไปอเมริกา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งชื่อ Sriracha เอง และชื่อเล่นว่า " Cock Sauce" เพราะ Logo ข้างขวดเป็นตราไก่ โด่งดังและเป็นที่รู้จัก มีทุกครัวเรือน Siricha ของบริษัท Huy Fong เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีมานี้เอง และ ในขณะที่ “ ซอสพริกศรีราชา ” ของไทย ขายมาแล้วกว่า 50 ปี นี้ก็เป็นเรื่องราวและที่มายังเป็นข้อโต้แย่งกันอยู่ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ถ้ามองในทางที่เวียดนามไม่ได้แย่งชื่อซอสไทยมาจดทะเบียนในอเมริกา  แต่ชาวเวียดนามเองอาจจะคิดแค่ว่าซอสพริกศรีราชาเป็นแค่ชื่อชนิดที่เรียกแทนตัวซอสเท่านั้น ไม่ใช่ Logo แต่ต้นกำเนิดก็อยู่ที่ประเทศไทยของเราอยู่ดี แต่เป็นเพราะความบังเอิญหรืออย่างไรก็แล้วแต่นั้น เราก็ยังเสียดายที่้ต้นตำหรับจากไทยเสียโอกาสที่แจ้งชื่อในต่างชาติ เรียบเรียงโดย Food MThai อ้างอิง wikipedia , สมาชิก Pantip

น่ารักขนาดนี้ไม่หมดแรงได้ไง! แฟนสาว อเล็กซิส ซานเชซ ที่ตกเป็นข่าว
กีฬา /  ข่าวพรีเมียร์ลีก / 

อเล็กซิส ซานเชซ ขุนพลสำคัญของ อาร์ซนอล เพิ่งจะตกเป็นข่าวว่าวันๆ เอาแต่เล่นจ้ำจี้กับแฟนจนหมดเรี่ยวหมดแรงทำผลงานในสนามตกต่ำ โถ ใครมันช่างเขียนข่าวก็คิดกันไปได้ มันไปเฝ้าเขาถึงขอบเตียงหรือไง แต่มันก็ไม่แปลกถ้าดาวเตะชาวชิลีจะขอนัวเนียกับแฟนสาว ไลอา กราสซี่ บ้าง ก็เล่นสวยขนาดนี้ใครจะไปอดใจไหว

เบนซ์ บ่นอยากได้ลูกแฝดมิค เตรียมโด๊ป ปีหน้าติดแน่
เบนซ์ พรชิตา /  มิค บรมวุฒิ / 

เป็นคู่รักที่อบอุ๊น...อบอุ่นจริงๆ สำหรับคู่รักอารมณ์ดีอย่าง เบนซ์ พรชิตา และ มิค บรมวุฒิ ล่าสุดก็เพิ่งบินไปสวีทไกลที่เกาหลีมาหมาดๆ กลับมาได้ไม่ทันไรก็เตรียมจัดทริปไปเที่ยวต่อที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว อร๊าย...น่าอิจฉาคู่นี้จริงๆ ว่าแต่ไปเที่ยวญี่ปุ่นตั้งใจไปขอลูกรึเปล่าเอ่ย จุ๊ๆๆ ได้ข่าวว่าสาวเบนซ์เธออยากได้ลูกแฝดสุดๆ ส่วนหนุ่มมิคเองก็เตรียมฟิตร่างกายเต็มที่ หลังจากก่อนหน้านี้ต้องชะลอการปั๊มเบบี๋มาพักใหญ่ เพราะสาวเบนซ์เองก็ติดถ่ายละคร บวกกับมีคนทักว่าควรคลอดลูกในปีวอก เพื่อเป็นการเสริมดวง งานนี้หนุ่มมิคเลยต้องรีบเบรกล้อฟรี แต่พอรู้ฤกษ์งามยามดีอย่างนี้แล้วไม่แน่อาจจะขอให้เบบี๋มาเกิดช่วงกลางปีหน้าก็เป็นได้ ส่วนตอนนี้ให้สาวเบนซ์มาอัพเดทให้ฟังหน่อยดีกว่าว่าเป็นอย่างไรบ้าง “ช่วงนี้ก็มีไปตรวจสุขภาพ ตรวจเช็กความแข็งแรงแบบทั่วๆ ไป แต่ยังไม่ได้ปรึกษาเรื่องการทำกิ๊ฟท์ หรือวิธีต่างๆ ใจจริงคืออยากให้ติดแบบวิธีธรรมชาติมากกว่า คือตามที่มีคนทักไว้ ถ้าอยากให้คลอดในปีวอก เราก็จะท้องช่วงประมาณกลางปีหน้า ที่คิดไว้อยากได้ลูกแฝด แต่ยังไม่ได้ปรึกษาหมอเลยก็คิดว่าให้ใกล้ๆ ก่อนดีกว่า มิคเองเขาก็ตื่นเต้นนะที่จะได้มีลูก ทุกวันนี้ก็ภาวนาขอให้ท้องตอนนี้เลยจะได้ภูมิใจว่าเฮ้ย!!! ทำเองนะ ไม่ได้พึ่งหมออะไรอย่างนี้ ส่วนตัวเบนซ์เองก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการท้องแน่นมาก คือรู้หมดว่าจะต้องทำอะไรยังไงบ้าง คุณหนุ่ม กรรชัย เขาก็ให้คำแนะนำตลอด เพราะเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้ว (หัวเราะ) ส่วนช่วงปีใหม่นี้ก็วางแพลนว่าจะไปญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ไปฮันนีมูนนะ มีพ่อแม่ มีหลานไปด้วย ก็อยากพาพ่อแม่ไปเที่ยวกันบ้าง” เอ้า!!! เอาเป็นว่าขอให้หนุ่มมิค He ทำสำเร็จแล้วกันนะจ๊ะ อิอิ เบนซ์ พรชิตา เบนซ์ พรชิตา เบนซ์ พรชิตา

ออกกำลังกายอย่างไรให้ ลดน้ำหนัก ได้ถาวร
ความอ้วน /  ลดความอ้วน / 

การ ลดน้ำหนัก โดยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมากๆ โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 20 ปี  เพราะว่า...ปฏิกิริยาทางเคมี และอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกายของคนเราจะค่อยๆ ลดลงหลังจากที่อายุขึ้นเลข 2 เป็นต้นไป ยิ่งถ้าการงานของคุณเป็นประเภทที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย หรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกายด้วยแล้วล่ะก็ นั่นจะยิ่งทำให้คุณมีโอกาสอ้วนมากขึ้น นอกจากนี้อายุที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ต่อมฮอร์โมนต่างๆ และต่อมไร้ท่อบางชนิดผลิตฮอร์โมนออกมาน้อยลง ฮอร์โมนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเผาผลาญสารอาหารได้ลดลง การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว โดยไม่จำกัดปริมาณอาหาร จึงเป็นเรื่องยากที่จะได้ผล การลดความอ้วน(ไขมัน) กับการออกกำลังกาย การลดความอ้วนที่ถูกต้องจึงหมายถึงการลดปริมาณไขมันในร่างกายลง และจะต้องค่อยๆ ลดทีละเล็กทีละน้อย ไม่ใช่ลดลงฮวบฮาบสัปดาห์ละ 6 -7 กิโลกรัม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเลย และที่สำคัญน้ำหนักที่ลดลงมากอย่างรวดเร็วนั้น มักเป็นน้ำหนักของน้ำเสียส่วนใหญ่ (ประมาณ 70%) การ ลดน้ำหนัก ที่ถือว่าปลอดภัยนั้น ควรลดไม่เกิน 0.5 -1 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวต่อหนึ่งสัปดาห์ เช่น คนที่มีน้ำหนัก 65 ก.ก. ไม่ควร ลดน้ำหนัก เกินสัปดาห์ละ 0.3 - 0.6 ก.ก.  แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณเริ่มออกกำลังกายและจำกัดอาหารแล้ว หนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้น้ำหนักของคุณจะต้องลดลงทันทีครึ่งกิโลกรัมนะคะ  เพราะเมื่อคุณออกกำลังกายไปได้สักระยะ ไขมันในร่างกายอาจลดลงแต่น้ำหนักจะไม่ลดตาม เพราะในขณะที่คุณออกกำลังกายไขมันจะลดลงแต่กล้ามเนื้อ กลับใหญ่ขึ้น (และกล้ามเนื้อก็มีน้ำหนักมากกว่าไขมันเสียด้วย)  ดังนั้น คุณจะใช้น้ำหนักที่ชั่งได้ในช่วงนี้เป็นตัวบ่งชี้ผลของการออกกำลังกายว่าได้ผลในการ ลดน้ำหนัก หรือไม่นั้น  จึงไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แต่ถ้ามีการออกกำลังกาย ต่อเนื่องไปอีก กล้ามเนื้อจะขยายใหญ่จนถึงขีดจำกัด ตามปริมาณความหนักของการออกกำลังกายนั้น แล้วจะไม่ขยายเพิ่มอีก (ถ้าคุณไม่เพิ่มปริมาณความหนักให้มากขึ้น) ส่วนไขมันจะลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วน้ำหนักตัวจึงค่อยๆ ลดลง การลดไขมันในร่างกายนั้นมี 2 ประเภท คือ ลดจำนวนเซลล์ไขมัน และลดขนาดของเซลล์ไขมัน การออกกำลังกายถือเป็นการลดแต่ขนาดของเซลล์ไขมันเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้จำนวนเซลล์ไขมันลดลงด้วย  การออกกำลังกายมากหรือน้อยต่อ 1 ครั้ง ไม่สำคัญเท่ากับ การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่องนานพอสมควร (ประมาณ 2 เดือนขึ้นไป) จึงจะลดขนาดของเซลล์ไขมันในร่างกายได้ แต่จำนวนของเซลล์ไขมันนั้นต้องใช้การออกกำลังกายและการควบคุมอาหารเป็นเวลานานมาก หลายๆ ปี เซลล์ไขมันนั้นจึงจะฝ่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าคนที่เคยอ้วนมาก่อน แม้ว่าจะสามารถ ลดน้ำหนัก ลงมาได้ตามต้องการแล้ว แต่หยุดออกกำลังกายหรือไม่ควบคุมการบริโภคอาหารต่อไป ก็อาจกลับมาอ้วนได้อีก เพราะหากมีไขมันมาสะสมในเซลล์ไขมันซึ่งยังไม่ฝ่อ ร่างกายก็จะขยายขนาดขึ้นในที่สุด ทำไมยิ่งออกกำลังกายก็ยิ่งหิว? เมื่อคุณออกกำลังกาย ร่างกายของคุณจะต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายจะร้องขอพลังงานมากขึ้น โดยแสดงออกมาในรูปของความหิวที่มากขึ้น หลายคนที่ชอบออกกำลังกายคงเคยประสบปัญหา ยิ่งออกกำลังกาย ก็ยิ่งกิน ใช่มั้ยคะ และถ้าคุณกินเข้าไป(รับพลังงานเข้าไป)มากกว่าพลังงานที่เสียไปกับการออกกำลังกาย พลังงานส่วนที่เกินนั้นก็จะกลายไปเป็นไขมันสะสมเพิ่มอีก กลายเป็นยิ่งอ้วนกว่าเดิม สุดท้ายแพ้ใจตัวเอง เลิกออกกำลังกาย แล้วหันไปอดอาหารเพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าคุณควบคุมตัวเองได้ดี ในระยะเวลาไม่นานน้ำหนักของคุณก็จะลดลงได้ แต่น้ำหนักที่ลดลงนั้นไม่ใช่จากปริมาณไขมันที่ลดลง แต่เป็นปริมาณโปรตีนที่อยู่ในกล้ามเนื้อต่างหากที่ลดลง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าขณะที่คุณอดอาหารเป็นเวลานานๆ ไกลโคเจน(คาร์โบไฮเดรตที่เก็บสะสมไว้ที่ตับ และกล้ามเนื้อ)ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายเตรียมไว้สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกใช้หมดแล้ว แหล่งพลังงานฉุกเฉินจึงจะถูกดึงมาใช้ต่อ ซึ่งก็คือโปรตีนในกล้ามเนื้อ ในระยะนี้ถ้าคุณไม่ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อของคุณก็จะยิ่งลีบเล็กลง(ที่คุณดีใจว่าน้ำหนักลดลงนั่นล่ะค่ะ) จนกระทั่งร่างกายไม่สามารถสลายกล้ามเนื้อมาใช้ได้อีกแล้วเพราะต้องเก็บไว้เพื่อดำรงชีวิต จากนั้นร่างกายจึงจะสลายไขมันมาใช้เป็นลำดับสุดท้าย แต่กว่าจะมาถึงช่วงนี้หลายคนอาจเลิกอดอาหารแล้ว เพราะคงไม่มีใครจะสามารถทนอดอาหารนานๆ ได้ ที่สำคัญเมื่อร่างกายสูญเสียโปรตีนไปมากๆ บวกกับการได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอมาเป็นเวลานาน ร่างกายก็จะอ่อนแอลง จนกระทั่งเจ็บป่วยได้ง่ายๆ และพอคุณเริ่มกลับมากินอาหาร แม้จะไม่มากนัก ร่างกายจะรีบตอบสนองต่อสารอาหารที่เข้ามา โดยการนำไปเก็บเป็นไขมันพอกตรงกล้ามเนื้อที่ถูกสลายเอาโปรตีนไป(เช่น หน้าท้อง บั้นท้าย ต้นขา ต้นแขน)  เพื่อป้องกันอันตรายให้กับกล้ามเนื้อนั้นเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะถูกทำร้ายด้วยการอดอาหารอีกหรือเปล่า  ตอนนี้เองที่คุณจะกลับมาอ้วนอีก อาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นวิธีการลดความอ้วนที่ปลอดภัยและยั่งยืน คือการจำกัดปริมาณอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเพื่อรักษากล้ามเนื้อเอาไว้ ทุกครั้งที่คุณรู้สึกหิวมากหลังจากออกกำลังกาย คุณต้องแข็งใจข่มความหิวไว้ หรือหลอกให้ร่างกายรู้สึกอิ่มด้วยการดื่มน้ำมากๆ หรือกินผักผลไม้ที่ให้พลังงานน้อยแต่มีปริมาณใยอาหารมากเพราะใยอาหารจะไม่ถูกย่อยไปเป็นพลังงาน  แต่อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าการลดความอ้วนนั้นต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การทรมานร่างกายมากเกินไป จะทำให้คุณท้อ และล้มเลิกได้ง่าย จึงควรจัดโปรแกรมการรับประทานอาหารที่พอดี ได้สารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงไขมัน งดรับประทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น ออกกำลังกายแบบไหน ลดน้ำหนัก ได้ดีที่สุด คำตอบคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลานาน แต่ใช้ความหนักน้อย ที่สำคัญ คือร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากได้ออกแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจึงมีเวลาจะสลายไขมันมาใช้ได้มากขึ้น  ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคคือ เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยานอยู่กับที่ เต้นแอโรบิค เต้นรำ ฯลฯ ระยะเวลาการออกกำลังกายเพื่อ ลดน้ำหนัก ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป(ไม่รวมเวลายืดเหยียด และผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายนะคะ) แต่ไม่ควรเกินหนึ่งชั่วโมง เพราะจะทำให้ร่างกายล้าเกินไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ ก่อนอาหารเช้า เนื่องจากการอดอาหารตลอดทั้งคืนซึ่งระหว่างนั้นร่างกายคุณเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต(ไกลโคเจน)จนเกือบหมด ดังนั้นร่างกายจึงถูกบังคับให้โจมตีแหล่งไขมันสะสมในระหว่างการออกกำลังกายก่อนอาหารเช้านั่นเอง สำหรับการออกกำลังกายในตอนเช้านั้นมีข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ควรจะให้เวลาในการยืดกล้ามเนื้อ อบอุ่นร่างกายให้มากหน่อย เพราะกล้ามเนื้อที่พักมาตลอดคืน ต้องการเวลาปรับตัวเพื่อเข้ารับการใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป  H&C ฉบับนี้เลือกท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับจะใช้ในยามเช้า เตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนทั้งหลาย โดยแต่ละท่าให้หยุดค้างไว้ท่าละ 10 วินาทีค่ะ สำหรับยืดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ยืนแยกเท้าให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย แขม่วหน้าท้องเข้าไป  ยืดแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แขนขวาไปข้างหลังลำตัว ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำอีกข้าง ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ปลายเท้าหันเข้าข้างใน ย่อตัวไปข้างหน้า ขาขวาเหยียดตรง (รู้สึกตึงที่น่องขาขวา) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยืดขาซ้ายให้ตรง ปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า งอเข่าขวาลง (รู้สึกตึงที่ข้อเท้าซ้ายด้านหน้า) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยกปลายเท้าซ้ายขึ้น (รู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อน่องซ้ายด้านหลัง) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยืนตรงเท้าชิดกัน งอเข่าและย่อตัวลงนั่ง ระวังให้เท้าราบกับพื้นไม่เขย่งขึ้น และทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ใช้แขนช่วยพยุงตัวให้สมดุล หยุดค้างท่านี้ 10 วินาที ยืนแยกเท้าห่างกันให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย วางมือบนต้นขา ก้มตัวลงให้หลังเป็นเส้นตรงเดียวกันจากปลายกระดูกสันหลังมาถึงปลายศีรษะ หยุดค้างไว้ 10 วินาที และเพื่อให้หลังส่วนล่างและต้นขายืดหยุ่นดีขึ้น ตรึงร่างกายส่วนบนให้แข็งไว้  แล้วยกก้นขึ้นลงหนึ่งถึงสองนิ้วเป็นจังหวะ 10 ครั้ง ผ่อนไหล่และต้นคอนั่ง มือจับที่ต้นขาด้านหลัง ดึงต้นขาเข้าหาอก กดไหล่ลง ยืดขาไปข้างหน้า หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นยืดขาไปข้างหน้า กดคางมาหาอก โค้งหลังเล็กน้อย หยุดค้างไว้ 10 วินาที นอนหงาย ยกขาขึ้นให้ฝ่าเท้าหงายขึ้นฟ้า จับต้นขาด้านหลังบริเวณเหนือเข่าเล็กน้อย แล้วดึงเข่าเข้าหาอก หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นใช้เท้าทั้งสองวาดวงกลมในอากาศ ปล่อยให้หลังส่วนล่างได้เคลื่อนไหวเบาๆบนพื้น นอนหงายขาซ้ายเหยียดตรง พับขาขวามาวางพาดขนเข่าซ้าย วางมือขวาบนเข่าข้างที่งอและออกแรงกดลงพื้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันอีกข้าง นั่งขัดสมาธิ ยืดแขนขวาตรงผ่านหน้าอก ใช้มือซ้ายจับแขนขวาเหนือข้อศอกเล็กน้อย ดึงเบาๆเข้าหาตัว หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นพับแขนขวาให้มือพาดผ่านคอไปด้านหลัง แล้วใช้มือซ้ายดันข้อศอกขวาเข้าหาคอ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง นั่งขัดสมาธิ งอแขนขวายกขึ้นไว้หลังศีรษะให้ฝ่ามือแตะหลัง ใช้มือซ้ายจับข้อศอกและดันไปข้างหลังเบาๆ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine กันยายน, Issue 56

เอมมี่ รับคลิปนัวเนียผู้ชายบนเตียง เป็นตัวเองจริง!!
เอมมี่ แม็กซิม /  คลิปหลุด / 

หลังมีคลิปหลุด!! สาวหน้าคล้ายนางแบบเซ็กซี่ อ. กำลังนัวเนียกับผู้ชายอยู่บนเตียงออกมาว่อนเน็ต และเป็นกระแสฮือฮาไปไม่น้อยนั้น ล่าสุดดาราสาวเซ็กซี่ เอมมี่ แม็กซิม ก็ได้ออกมาโพสต์ IG ยืดอกรับว่าสาวในคลิปดังกล่าวเป็นเธอจริง!! เผยรู้สึกเสียใจ พร้อมแจงภาพที่เห็นเป็นส่วนหนึ่งจากหนังแนวอีโรติกที่เธอเคยเล่นไว้นานแล้ว ส่วนที่ต้องรับเล่นหนังเรื่องดังกล่าวก็เพราะในขณะนั้นเธอมีความจำเป็นเรื่องเงิน!! ต้องหาเงินไปใช้หนี้ให้แม่นั่นเอง วอนเห็นใจครอบครัว และเลิกแชร์คลิปดังกล่าว.... "ไม่โกหก ยอมรับทุกอย่าง แต่ทุกอย่างมีเหตุผล ขอร้องนะคะหยุดเถอะคะ มาเที่ยวญี่ปุ่นทีไร เปนเรื่องทุกที ครั้งที่1 บอกมาขายตัว ครั้งที่2 ก้มาถ่ายหนังอาร์ญี่ปุ่น #ซึ่งรูปนี้ออกมายอมรับนานแล้วว่าเคยเล่นอีโรติกและเล่นเพราะอะไร เอาตรงๆนะ ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง #เล่นไปเพราะใช้หนี้ให้แม่ ถามจิงๆเถอะ มันผ่านไปแล้วจะเอากลับมาแชร์อีกทำไม รู้สึกเสียใจกับภาพดังกล่าว #ได้โปรดสงสารพ่อแม่เอ็มมี่บ้างต้องให้ท่านช็อคตายคาที่คุณถึงจะพอใจใช่มั้ย ลองคิดกลับกันถ้าเกิดขึ้นกับครอบครัวคุนจะเปนยังไง #เลิกเอาอดีตมาทำร้ายคนได้แล้วอีกไม่นานก้ตายทำความดีให้พอดีกว่า จากนี้ไป เอ็มมี่ต้องเข้มแข็ง เพราะเอ็มมี่เชื่อว่า มีอีกหลายคนเข้าใจ และเอ็มมี่ยังเชื่ออีกว่า #โลกนี้มีรัก ทุกวันนี้ ขออยู่ ณ ปัจจุบัน เปนคนดีของพ่อแม่ ดูแลครอบครัว และช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปดีกว่าคะ" ข้อความจากสาว เอมมี่ แม็กซิม ภาพจากคลิปหลุดหน้าคล้ายนางแบบเซ็กซี่ อ. ภาพจากคลิปหลุดหน้าคล้ายนางแบบเซ็กซี่ อ. เอมมี่ แม็กซิม เอมมี่ แม็กซิม เอมมี่ แม็กซิม เอมมี่ แม็กซิม เอมมี่ แม็กซิม ขอบคุณภาพจาก IG @mmyamalawan

น้ำตาจะไหล! เธียร์รี่ อองรี เผยตอนย้ายออกจากอาร์เซน่อลเหมือนส่วนหนึ่งของผมตายไป
นิวยอร์ค เร้ดบูลล์ /  บาร์เซโลน่า / 

สาวกเดอะกันเนอร์ คงไม่มีใครลืมยอดดาวยิงของสโมสรอย่าง เธียร์รี่ อองรี ลงได้ ล่าสุดเจ้าตัวทำซึ้งเมื่อออกมาเปิดเผยว่า การย้ายออกจากทีมเมื่อปี 2007 มันเหมือนกับร่างกายบางส่วนได้ตายจากไปเลยทีเดียว ดาวยิงเลือดน้ำหอมย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2007 เพื่อไปตามล่าหาแชมป์ยุโรปที่ไมเคยสัมผัส ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ พร้อมทิ้งสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเอาไว้ “อาร์เซน่อลคือสโมสรของผม” อองรี เผยกับเลกิ๊บส์สื่อในฝรั่งเศส “ตอนที่ผมย้ายออกจากทีมเหมือนส่วนหนึ่งของผมได้ตายจากไป” “ผมร้องไห้ ผมไม่ใช่คนที่ร้องไห้บ่อยๆหรอก มันเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ผมเป็นเด็กเท่านั้น” แข้งวัย 37 กำลังอยู่ในช่วงทบทวนว่าจะแขวนสตั๊ดกับ นิวยอร์ค เร้ดบูลล์ ทีมในศึกเมเจอร์ลีก และได้รับข้อเสนอจาก อาร์เซน เวนเกอร์  นายเก่าให้กลับมาช่วยงานในถิ่นเอมิเรสต์สเตเดี้ยม สนามที่มีรูปปั้นของตัวเองอยู่ด้านหน้า ในฐานะทีมงานสต๊าฟโค้ช

คน 50 คนบนท้องถนนถูกขอให้ “เล่นเปียโน” 3 นาที คุณจะทึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น!
เจ๋ง

Alyssa O’Toole เจ้าของ Musicians’ Playground ซึ่งเป็นโรงเรียนสอน “เล่นเปียโน” และสอนร้องเพลงที่บอสตัน ได้ทำโปรเจ็คที่มีชื่อว่า “Hands” เพื่อให้คนบนท้องถนนในเมืองบอสตัน ได้สัมผัสประสบการณ์ในการเรียนดนตรีครั้งหนึ่งในชีวิต ถึงแม้บางคนจะไม่เคยเรียนมาก่อนเลยก็ตาม ในวันนั้น คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสกิล บ้างก็เคยเรียน บ้างไม่เคยเลย ถูกขอร้องให้ลอง “เล่นเปียโน” ภายใน 3 นาที แล้วนำเสียงเพลงเหล่านั้นมารวมกันเป็นเพลงเดียวภายใต้ชื่อวิดีโอว่า “Hands Series 2014 | Boston” ความหวังของเธอก็คือว่า เธอต้องการที่จะทะลายกำแพงของการเรียนดนตรีในทุกๆ คนที่เธอข้อให้เข้าร่วม เพื่อที่จะทำให้การเรียนดนตรีเป็นเรื่องสนุก เธอตอบว่า มันเหมือนกับความฝันของเธอที่เป็นจริงเลยทีเดียว เรามาดูวิดีโอนี้กันเลย แล้วคุณจะทึ่งกับภาพที่เกิดขึ้น: เมื่อดูแล้ว คงพูดได้ว่า คนทุกคนมีดนตรีในหัวใจ หากคุณชอบเรื่องนี้ ก็อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ แบบนี้ให้เพื่อน และคนรอบข้างของคุณล่ะ!

บุ๋ม ปนัดดา ช็อค! ถูกรายการดังแทงหลัง!
ig panadda /  ig บุ๋ม ปนัดดา / 

ตัดพ้อผ่านIG หลังถูกรายการดังเมคโฟนอินกะเทยที่อ้างตัวเป็นช่างแต่งหน้าหลังเวทีประกวด เม้าท์มอยว่าเธอมางานสาย แถมชี้นิ้วด่าคนอื่น รวมถึงขอแยกห้องแต่งตัวและไม่ยอมใส่ชุดที่ทางงานจัดเตรียมไว้ให้ งานนี้สาวมั่นอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ยอมรับเสียความรู้สึก และเสียหายอย่างมาก! บอกเหมือนถูกมีดแทงข้างหลัง!! ข้อความที่ บุ๋ม ปนัดดา โพสต์ใน ig มีใจความว่า “จากจากที่รายการ EFM on TV ได้มีการโฟนอินกระเทยช่างแต่งหน้าที่อ้างว่าอยู่หลังเวทีประกวดแล้วเห็นว่าบุ๋มมาสาย ทั้งชี้นิ้วด่า ขอแยกห้อง ขอช่างส่วนตัว ไม่ยอมใส่ชุด! หลังจากรายการนี้ออกอกาศ บุ๋มและทีมช่างแต่งหน้าเสียหายมาก! ขอบคุณทีมงาน EFM ที่โทรมาสารภาพว่า “ทีมงานแค่ได้ยินเรื่องเม้าท์มา พอจะสัมคนเม้าท์ ติดต่อไม่ได้ซะงั้น 1ในทีมงานก็เลยโฟนอินเอง! สร้างเรื่องจากที่ได้ยินเค้าเม้าท์ๆกัน!” ตอนที่รู้ความจริงบุ๋มยอมรับว่า ช็อค!และเสียใจมาก เครียดมา3วัน เพราะวิ่งงานให้เค้าเมื่อบ่าย ตอนค่ำโดนมีดแทงข้างหลังซะละ! บุ๋มไม่อยากมีเรื่อง ไม่อยากฟ้องร้อยและไม่เคยฟ้องร้อง! แต่ก็เป็นห่วงดีเจอ๋อง เป็นห่วงทีมงานจะโดนไล่ออกไหม? สังคมจะด่ารึเปล่า! ที่ร้องไห้ตอนแถลงข่าว เพราะมันเครียดมาหลายวันมาก! ขอบคุณสื่อที่ไม่ได้อัดคำถามต่อ! ขอบคุณพี่ฉอดที่ให้ทีมงานยอมรับผิดแบบแมนๆ! ขอบคุณน้องอ๋องที่รับผิดชอบแม้จะไม่รู้เห็นด้วยเลย!และที่สำคัญ ขอบคุณทุกกำลังใจขอบคุณที่เชื่อใจกันตั้งแต่แรกว่าบุ๋มไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! บุ๋มเชื่อว่าความผิดพลาดคือบทเรียนที่สำคัญค่ะ! มันจะทำให้เราโตขึ้นอย่างมีสติและมีคุณภาพนะคะ สุดท้าย บุ๋ม ปนัดดา ก็เลือกที่จะไม่ฟ้องหรือเอาความใดๆ พร้อมกับกล่าวขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ออกมายอมรับผิด อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจจ้า ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ig boompanadda บุ๋ม ปนัดดา โพสต์IG บุ๋ม ปนัดดา โพสต์IG บุ๋ม ปนัดดา โพสต์IG บุ๋ม ปนัดดา โพสต์IG บุ๋ม ปนัดดา

เขาคือ ไรอัน พอตเตอร์ สุดหล่อผู้ให้เสียง ฮิโระ ฮามาดะ ใน Big Hero 6
Big Hero 6 /  ซานฟรานโซเกียว / 

ไรอัน พอตเตอร์ เขาคือผู้พากย์เสียง "ฮิโระ ฮามาดะ" ใน Big Hero 6 หนุ่มหล่อนักแสดง ผู้กำกับ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ ช่างภาพ และนักการกุศลคนนี้ เติบโตขึ้นในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งอายุได้ 7 ขวบ ภาษาแรกที่เขาพูดได้คือญี่ปุ่น และเขาก็ชื่นชอบการ์ตูนและอนิเมะมาโดยตลอด ในปี 2014 เขาได้แสดงภาพยนตร์ เรื่อง Senior Project และ Underdog Kids นอกจากนี้ เขายังได้แสดงใน Supah Ninjas  ทางนิคเคลโลเดียน ในบทนักเรียนไฮสคูลผู้ค้นพบว่าเขาสืบเชื้อสายมาจากตระกูลนินจานอกเหนือจากการแสดงแล้ว เขายังชำนาญศิลปะการต่อสู้หลายแขนง เขาเริ่มฝึกฝนกังฟูสไตล์เสือขาวตอนอายุได้ 8 ขวบ และได้ศึกษากังฟูสไตล์อู่ซู่ คาราเต้และคาโปเอรา  นอกเหนือจากสไตล์เสือขาวแล้ว เขายังได้ฝึกฝนทริคกิ้งและปาร์กูร์อีกด้วย ล่าสุดเขาคือผู้ให้เสียงที่แสนมีเสน่ห์กับ "ฮิโระ ฮามาดะ" ใน Big Hero 6  ภาพยนตร์แอนิเมชั่นลำดับที่ 54 จาก วอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด จาก ดิสนีย์-มาร์เวล  ที่สร้างโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่องเยี่ยมของ มาร์เวล คอมิคส์ โดย ไรอัน พอตเตอร์ พูดถึงตัวละครของเขาว่า "ผมต้องเป็น ฮิโระ ฮามาดะ อัจฉริยะด้านหุ่นยนต์ ผู้มีความชาญฉลาดและมีหัวใจในวัยแบบเด็ก 14 ปีครับ  ฮิโระอยู่กับหุ่นยนต์ต่อสู้ที่ล้ำสมัย ที่ครองบัลลังก์การต่อสู้หุ่นยนต์ใต้ดินที่จัดขึ้นในมุมมืดของซานฟรานโซเกียว แต่เขาก็เป็นตัวสร้างปัญหาครับ  จริงๆ แล้ว เขาเป็นเด็กที่มีจิตใจดีงามนะครับ เขาโชคดีที่ทาดาชิ (พี่ชาย) ได้แนะแนวทางการใช้ความสามารถอันปราดเปรื่องให้  และเป็นแรงบันดาลใจให้เขาใช้สมองของตัวเอง  เพื่อให้เข้าเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียวได้ เขาได้แนะนำให้ฮิโระรู้จักเพื่อนๆ ของเขาและสิ่งที่พวกเขาทำที่ซานฟรานโซเกียว เทค พอฮิโระได้เห็นวาซาบิ, ฮันนี, โกโกหรือกระทั่งเฟร็ดลงมือทำงาน เขาก็ตระหนักได้ว่ามันยังมีอะไรอย่างอื่นในโลกกว้างใบนี้ที่ทำให้เขาสนใจได้น่ะครับ" หนุ่ม ไรอัน พอตเตอร์ เสริมอีกว่า "ฮิโระกำลังเติบโตจากการเป็นเด็กชายสู่การเป็นชายหนุ่มครับ ดอน ฮอล (ผู้กำกับ) เล่าและแชร์ไอเดียเหล่านี้ให้ผม ซึ่งมันเป็นช่วงเวลายากลำบากของเด็กและวัยรุ่นบางคน เพราะบางทีเขาจะสร้างนิสัยร้ายกาจและปลงตกกับชีวิตขึ้นมา คือหน้าที่ผมๆต้องทำให้เด็กหนุ่มคนนี้มีน้ำเสียงที่น่าเอ็นดูมากๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ก็ต้องลดความร้ายกาจของตัวละครตัวนี้ในแบบที่ทำให้เขาดูสมจริง แต่ก็ต้องมีเสน่ห์ด้วย โชดีที่ผมเองโตขึ้นมากับการดูหนังดิสนีย์ และผมก็โตขึ้นมากับการอ่านการ์ตูนมาร์เวลด้วย    ดังนั้น พอผมได้ยินว่ามีหนังดิสนีย์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนมาร์เวล  และมีตัวเอกเป็นเด็กเชื้อสายเอเชีย/อเมริกัน ผมต้องเป็นส่วนหนึ่งของมันให้ได้และผมก็ต้องทำให้มันออกมาให้ดีที่สุดครับ” หนุ่มผู้พากย์เสียง  ฮิโระ คนนี้อุทิศตนให้กับการวาดเขียนและการถ่ายภาพ บ่อยครั้งที่เขาได้ทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันด้วยการสร้างสื่อผสมผสานขึ้นมา และเขาก็ได้กำกับและถ่ายทำวิดีโอศิลปะการต่อสู้ของตัวเอง อีกทั้งยังประทับใจกับดนตรีทุกแนวอีกด้วย เขาวางแผนที่จะเรียนต่อวิทยาลัยในปีหน้าเพื่อศึกษาด้านภาพยนตร์และศิลปะ พอตเตอร์มุ่งมั่นกับการกระตุ้นการรับรู้สำหรับองค์กรการกุศลหลายแห่ง รวมถึงโคเวแนนท์ เฮาส์และบิ๊ก บราเธอร์ส บิ๊ก ซิสเตอร์ส ออฟ อเมริกา เขาทำงานให้กับบิ๊ก บราเธอร์นาน 10 ปี และทำหน้าที่เป็นโฆษกแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2012 นอกเหนือจากนั้น ทอย บ็อกซ์ ออฟ โฮป องค์กรการกุศลที่พอตเตอร์ตั้งขึ้นเองในปี 2011 ก็ได้กระตุ้นการรับรู้และระดมเงินบริจาคให้กับเด็กๆ ที่ไร้บ้านในลอสแองเจลิส ติดตามความมันส์ ของฮีโร่สุดน่ารักอ้วนกลม และผองเพื่อนสุดเนิร์ด ไปกับ Big Hero 6 บิ๊กฮีโร่ 6 ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ และ เปิดรอบพิเศษให้สนุกก่อนใคร 27 พ.ย. - 3 ธ.ค. รอบเวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Big Hero 6 ได้ที่นี่เลย --------------------------------

จากมาตรากฎหมายสู่หนัง ผกก.อรุณศักดิ์ เข้าใจหญิงรักหญิง ใน 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  บทสัมภาษณ์ / 

ขึ้นชื่อว่าความรักแล้ว ก็ไม่อาจมีอุปสรรคใดๆ มาขวางกั้น ซึ่งผู้กำกับ อรุณศักดิ์ อ่องลออ นำเสนอความรักสุดอบอุ่นหัวใจ ของหญิงรักหญิง ในภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ที่มีจุดกำเนิดจาก สองบรรทัดในกฏหมายที่เกียวพันถึงคนนับล้านคน ในเมืองไทย และเฉกเช่นเดียวกันในสังคมโลกอีกนับหลายล้านคน อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับ 1448 รักเรา..ของใคร ซึ่งผู้กำกับ อรุณศักดิ์ ได้กล่าวว่า "การทำหนังแต่ละครั้ง มันคือการหลอมรวมศาสตร์แห่งศิลปทุกแขนงให้ลงตัว และครบร้อยเปอร์เซนต์ กับหนังเรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร มันเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทางบริษัท สตาร์ลิ่ง จำกัด โดยคุณปั้น และ คุณจุลคนเขียนบท เป็นผู้จุดประกาย และทำให้ผมต่อยอด ด้วยประเด็นแปลกแยกแตกต่างของคนกลุ่มหนึ่ง กับความคิดและวิถีความรัก การอยู่ร่วมกันในสังคม และกติกาสังคม ที่เรียกกันว่า กฏหมายมาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้" ผู้กำกับ อรุณศักดิ์ เผยอีกว่า "หากเรานับความต่างเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติ ทุกความต่างจึงควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หากพูดถึงชีวิตและความรัก หนังเรื่องนี้ ก็เป็นสมมติอีกอันหนึ่งที่เราใคร่ครวญ ศึกษา และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตต่อกัน ผมตั้งใจเต็มที่ ที่จะทำให้หนังสวย บทเพลงงดงาม ได้รับความบันเทิง และได้ขบแง่มุมความคิด กระทั้งเรียนรู้ที่จะเข้าใจเมล็ดพันธ์ มนุษย์ชนิดต่างๆ  ในทุกสภาวะมิติ หลายคนอาจเห็นคว้าง และเห็นแกว่งกับหนังไทย บางคนทดท้อ สำหรับผม เราผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาหลายครั้ง และหนังไทยยังคงอยู่ มีคนต่อยอดอยู่เสมอ และมันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ได้ต้องการให้สงสาร แต่อยากให้ดูแล้ววิพากษ์ เพื่อคนทำหนังต้องฟังและเก็บเป็นข้อมูล ให้หนังไทยมีที่ยืน ผมหวังเช่นนั้น" "ผมตั้งใจนำเสนอความเท่าเทียมกันของความเป็นคน แล้วอยากให้คนทุกคนมองคนให้เท่ากัน หนังเรื่องนี้สิ่งหนึ่งที่นำเสนอคือเรื่องสิทธิมนุษยชนที่มันถูกซ่อนอยู่ใน นี้ อย่างที่เราเรียกร้องกันมากคือความคิดต่าง คิดต่างได้แต่ต้องอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นแบบนี้ คนอีกกลุ่มเป็นแบบนี้ เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ในความแตกต่างที่แต่ละคนมี เพราะฉะนั้นความรักนี้มันหลุดพ้นไปแล้ว มันเลยทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว เหมือนที่สองคนนี้เขารักกัน เขาไม่ได้มองว่าคุณเป็นใคร จะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย สิ่งที่คนดูจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้คือความเข้าใจ ความเข้าใจที่จะเรียนรู้อยู่ด้วยกันด้วยสันติ" อรุณศักดิ์ อ่องลออ ทิ้งท้าย ชัดเจนในรักแท้ ด้วยความรักของ เธอ กับ เธอ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ---------------------------

คูล ฟาเรนไฮต์ 93 ชวนผู้ฟัง ดราม่านอกจอ ใน COOL Music Alive
COOL Music Alive Drama Soul in my Song /  คูล ฟาเรนไฮต์ 93 / 

คลื่นคูล ฟาเรนไฮต์ 93 ชวนแฟนเพลงมาดราม่านอกจอกับบทเพลงประกอบละครกับคอนเสิร์ต COOL Music Alive Drama Soul in my Song (คูล มิวสิค อะไลฟ์ ดราม่า โซล อิน มาย ซอง) จากปลายปากกานักแต่งเพลงคนดัง “ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์” ที่จะทำให้ทุกคนได้ซาบซึ้งไปกับหลากอารมณ์เพลง “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นหนึ่งในศิลปินที่จะได้ขึ้นโชว์ในคอนเสิร์ต COOL Music Alive Drama Soul in my Song เพราะคอนเสิร์ตนี้เป็นการรวมตัวกันของศิลปินระดับคุณภาพทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น ตู่ ภพธร,โบว์ลิ่ง มานิดา,กลม อรวี,บี้ KPN,นนท์ ธนนท์ The Voice และ กวาง อาริศา Thailand’s got Talent ฯลฯ ซึ่งศิลปินแต่ละคนล้วนมีผลงานเพลงประกอบละครที่โด่งดังเกือบทั้งนั้น เรียกว่าเอยชื่อเพลงมาก็ต้องรู้จักเกือบทุกเพลง โดยบทเพลงส่วนใหญ่ล้วนเป็นผลงานการแต่งจากปลายปากกาของ พี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ นักแต่งเพลงประกอบละครมือหนึ่งในตอนนี้ก็ว่าได้ ซึ่งบทเพลงเหล่านี้หลายคนยังรู้สึกถึงความไพเราะและยังอยากที่ฟังอยู่แม้ว่าละครจะจบลงไปแล้วก็ตาม ดังนั้นทางคลื่นคูล ฟาเรนไฮต์ จึงอยากชวนทุกคนมาซาบซึ้งและอินไปกับบทเพลงประกอบละครดังอีกครั้งที่จะทำให้ทุกคนต้องประทับใจอย่างแน่นอน" แม็กซ์ เจนมานะ หนึ่งในศิลปินขึ้นโชว์เผย พบกับ COOL Music Alive Drama Soul in my Song รวมเพลงดัง จากละคร ผ่านปลายปากกาของ พี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ ในวันที่ 20 ธ.ค.57 ณ โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บัตรไม่มีขาย อยากได้ ต้องติดตามร่วมสนุกชิงบัตรได้ทาง คลื่น คูล ฟาเรนไฮต์ 93 ทุกช่วงคูลเจ หรือทางเว็บไซต์ www.coolfehrenheit.net มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก
ความรู้รอบโลก /  ต่างประเทศ / 

6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในวันนี้ล้วนแต่เป็นคนที่มีความสำคัญของบุคคลที่มีอิทธิพลชื่อดังระดับโลกหลายคน แต่ถึงแม้พวกเขาจะทำงานรับใช้ ทำตามหน้าที่แล้ว แต่ก็ต้องมีเหตุให้พวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้กลายเป็นบุคคลที่ถูกลืมจากประวัติศาสตร์ไปซะงั้น จะมีใครบ้างและเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลยคะ 6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก  6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก 1. Jang Song-thaek : ลุงและที่ปรึกษาส่วนตัวของนายคิมจองอึน (ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน)  หลังจากที่มีข่าวว่านาย Jang Song-thaek  ถูกสั่งประหารชีวิตใน ทันที่ที่ข่าวถูกแพร่ออกไป สื่อของเกาหลีเหนือนั้นก็ได้ทำการลบ นาย Jang Song-thaek ออกจากหน้าของประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือในทันที ไม่ว่าเป็นรูปเคยปรากฎในสื่อทางออนไลน์ หายไปหมด! ซึ่งสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นการลบบุคคลออกจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด และถูกดำเนินการหน่วยงานสื่อของรัฐ KCNA และ หนังสือพิมพ์ The Rodong Sinmun แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำทางการเมืองพยายามที่จะลบบุคคลสำคัญบางคนออกจากหน้าประวัติศาตร์ของเขา .. (อ้างอิงจาก the Guardian) 2. Nikolai Yezhov : หัวหน้ากรมตำราจลับของ จอมเผด็จการ Joseph Stalin โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) เป็นผู้นำของสหภาพโซเวียต ตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1920 ถึง ค.ศ. 1953  และดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมวลสหภาพ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปรียบได้กับหัวหน้าพรรค สตาลินสืบทอดอำนาจจาก วลาดิมีร์ เลนิน และนำโซเวียตก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็เป็นหนึ่งในขั้วอำนาจในการทำสงครามเย็นกับสหรัฐอเมริกา เยช็อปได้ฉายาว่า หัวหน้าอันตธาน(สาปสูญ) รูปถ่ายของเขาไม่ปรากฎอีกเลยในปี 1940 (2483) หายหน้าไปจากประวัติศาสตร์หลังถูกประหารชีวิต เดิมเขาคือผู้จงรักภักดีต่อลัทธิสตาลินอย่างถึงที่สุด เป็นหัวหน้าตำรวจลับช่วงการกวาดล้างครั้งใหญ่ในยุคสตาลิน รับผิดชอบตรวจตราการจับกุมประชาชนจำนวนมาก และการประหารชีวิตบุคคลที่ถูกระบุว่าไม่จงรักภักดีต่อรัฐโซเวียต รวมทั้งการเนรเทศไปทำงานหนักที่แคว้นไซบีเรีย แต่ไม่นานเขากลับถูกจับกุมและลงโทษอย่างทารุณโหดร้าย ทำร้ายร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดถูกประหารชีวิตด้วยข้อหาไม่จงรักภักดี สตาลินมีประวัติเสียมากอยู่แล้วในเรื่องทำลายร่องรอย คนที่เขาไม่ชอบหรือคนที่ไร้ประโยชน์ไร้ค่าต่อไปอีกแล้ว คนที่ถูกสตาลินกำจัดจำนวนมากกว่าฮิตเลอร์ฆ่าชาวยิว ประมาณการว่าร่วมสี่สิบล้านคน เพราะการรบกับเยอรมันนีส่วนหนึ่ง ตายเพราะความอดหยากและหนาวเย็นเป็นจำนวนมากอีกส่วนหนึ่ง ถูกนับว่าเป็นคนทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกคนหนึ่ง ตามนิยามของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 3. Joseph Goebbels (Adolf Hitler's propaganda minister) : โจเซฟ เกอะเบลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อ ของ อดอฟ ฮิตเลอร์ เกอะเบลส์เป็นลูกน้องมือทองของฮิตเลอร์ ในด้านความกระตือรือล้น ความคิดยอดเยี่ยม ความเกลียดชังชาวยิวอย่างรุนแรง ฮิตเลอร์ตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าทีมโฆษณาชวนเชื่อเผยแพร่แนวความคิดลัทธินาซีไปทั่วประเทศ ปลุกระดมและสร้างขวัญและกำลังใจชาวบ้านช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเป็นคนเพียงไม่กี่คนที่อยู่วงในที่ใกล้ชิดกับฮิตเลอร์มากที่สุดที่ไว้วางใจถึงขนาดให้เผาศพของฮิตเลอร์หลังยิงตัวตาย ฮิตเลอร์ไม่ต่างกับสตาลิน ในเรื่องชื่อเสียมาก ในการทำลายร่องรอยคนที่ไม่ชื่นชอบ แต่ไม่ทราบเหตุผลในเรื่องนี้ว่าทำไมเกอะเบลส์จึงถูกลบรูปออกจากภาพนี้ซึ่งเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากในอดีตในปี 1937(2480) ฮิตเลอร์มีชื่อเสียมากในการสั่งฆ่าชาวยิว ยิปซี คนพิการ คนจรจัด ด้วยการยิงเป้าและรมแก๊สพิษตายประมาณห้าล้านคน ส่วนที่ตายมากที่สุดคือการบุกรัสเซียทำให้ทหารและประชาชนรัสเซียตายประมาณสิบล้านคน ส่วนมากตายเพราะความหิวโหย ถูกนับว่าเป็นคนทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกคนหนึ่ง ตามนิยามของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 4. Leon Trotsky (Russian revolutionary) : ลีออน ทรอตสกี้ นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ในช่วงแรก ๆ ของการตั้งสหภาพโซเวียต เป็นผู้มีอิทธิพลมากในด้านการปราศรัยและชี้นำทฤษฏีคอมมิวนิสต์ ทรอตสกี้เป็นผู้นำช่วงแรกในการปฏิวัติของกลุ่มบอลเชวิค แต่ต่อมาย้ายไปร่วมเป็นพันธมิตรกลุ่มแมนเชวิค กลายเป็นพวกฝ่ายซ้ายปฏิกิริยาที่ต่อต้านแนวทางเลนิน สตาลินประกาศว่าทรอตสกี้ คือ คนทรยศ ในปี  1917(2460) มีการลบรูปจำนวนมากของเขาออกจากภาพถ่ายเดิม ทรอตสกี้ถูกเนรเทศอย่างถาวรจากสหภาพโซเวียต แล้วถูกสายลับของสตาลินฆ่าตายในประเทศเม็กซิโก 5. Bo Gu (senior leader of the Chinese Communist Party) : เป่ากู้ ผู้นำอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฉินปั้งเชียน หรือรู้จักกันดีในชื่อว่า เป่ากู้บุคคลที่มีความรับผิดชอบทั้งปวงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นคนที่เคยได้การไว้เนื้อเชื่อใจอย่างมากจากผู้นำเหมาเจ๋อตุ่ง อย่างไรก็ตาม ผลจากการสื่อสารข้อความที่ผิดพลาด ทางด้านยุทธศาสตร์ของกองทัพประชาชนในการอารักขา/คุ้มครอง การประชุมที่ซุนเย่  ช่วงการเดินทัพไกลของเหมาเจ๋อตุง เป่ากู้ถูกวิพากษ์ว่า ทำผิดทางการเมืองที่ร้ายแรงส่วนหนึ่ง และมีคำสั่งที่ตามหลังมาจาก จางเหวินเทียน ในปี 1935(2478) ความผิดพลาดในการสื่อสารข้อความที่ผิดพลาดอย่างชัดเจน แตกต่างกันอย่างมากกับความรับผิดชอบตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายเรื่อง แต่น่าจะเพราะเขากลายเป็นคนที่เหมาเจ๋อตุงไม่ชื่นชอบอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นนั่นคือเหตุผลสำคัญที่มีการลบรูปของเขาออกจากภาพถ่าย กลุ่มนักเขียน/นักต่อต้านที่เกลียดชังเหมาเจ๋อตุง  ระบุว่าคนตายในช่วงเหมาเจ๋อตุงมากกว่าสตาลินกำจัดคนในชาติรัสเซีย ประมาณการว่ามีคนตายร่วมหกสิบกว่าล้านคน  นับรวมตั้งแต่ยุคแรกจนถึงวันตายเหมาเจ๋อตุง ตั้งแต่ยุคเริ่มต่อสู้กับญี่ปุ่นและจีนไต้หวัน จนถึงยุคครองราษฏร์ มีการฆ่าฝ่ายศัตรูและฝ่ายปฏิกิริยาจำนวนนับล้านคนตายเพราะความอดหยากช่วงก้าวกระโดดของจีน เร่งพัฒนาประเทศจากเกษตรเป็นอุตสาหกรรมหนักกับตายเพราะการทำงานหนักในยุคปฏิว้ติวัฒนธรรม ถูกนับว่าเป็นคนทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกคนหนึ่ง ตามนิยามของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค เหมาเจ๋อตุง มีคนสรุปว่าเป็น  คนหลอกคนจน ปล้นคนรวย หลงเมียน้อย ปั่นหัวนักเรียนนักศึกษา(Red Guards) ขจัดฝ่ายตรงข้ามกับตนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นคนประเภทหน้าด้านใจดำ  ปากคาบคัมภีร์คอมมิวนิสต์ แต่ทางจีนยังคงไม่กล้าชำระประวัติศาสตร์เหมาเจ๋อตุง เพราะจะกระทบกระเทือนต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนและทำให้การเมืองการปกครองปั่นป่วนมาก 6. Grigoriy Nelyubov (Soviet cosmonaut) : เกกรอรี่ นีลยูโบว์ นักบินอวการโซเวียต ได้รับการคัดเลือกเป็นกลุ่มคนชุดแรกที่ขึ้นสู่อวกาศในปี 1960(2503) นิลยูโบว์เป็นคนดังที่ได้รับการคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศด้วยชื่อเสียง คนที่โดดเด่น นักบินที่เชี่ยวชาญ และนักกีฬา สมาชิกผู้ก่อตั้งทีมนักบินอวกาศที่สุดยอด หรือรู้จักกันว่า หกโซชิ นิลยูโบว์ได้รับการคัดเลือกเป็นคนลำดับที่สามหรือสี่ที่จะขึ้นไปสู่อวกาศ (แต่บางกระแสข่าวว่าเขาได้รับการคัดเลือกเป็นคนแรก) ต่อมาเขาถูกไล่ออกจากโครงการอวกาศของโซเวียตเพราะสาเหตุทำตัวไม่เหมาะสมไปยุ่งเกี่ยวกับเหล้า ทำให้เขาถูกไล่ออกจากโครงการและลบรายชื่อสมาชิก นิลยูโบว์เสียชีวิตเพราะถูกรถไฟชน ซึ่งการตายของเขาถูกรัฐชี้ขาดว่าเขาฆ่าตัวตาย ขอบคุณข้อมูล http://www.businessinsider.com/,http://th.wikipedia.org/wiki/หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่,oknation.net,meekhao.com,

7 เรื่องที่รู้ไว้ก็ดี ก่อนจะมีเขางอก กับ Horns คนมีเขา เงามัจจุราช
Horns /  คนมีเขา เงามัจจุราช / 

ถ้าคุณตื่นขึ้นมาพบแฟนสาวถูกฆ่าข่มขืนโดยใครก็ไม่รู้ มิหนำซ้ำยังมีเขาปีศาจงอกออกมาจากหัวของตัวเองอีก จะทำยังไง? และนี่คือภาพยนตร์ Horns คนมีเขา เงามัจจุราช ที่ได้อดีตพ่อมดน้อย อย่าง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ มารับบทชายเขางอก ที่มาพร้อมพลังพิเศษ และเรื่องราวต่อไปนี้ คือ 7 เรื่องเกี่ยวกับ Horns ที่คุณรู้ไว้ก็ดี ชนิดเจาะลึกแบบตัวอย่างหนังที่ไหนก็ไม่มีบอก ถ้าพร้อมแล้วก็ร่วมปลุกปีศาจในตัวคุณ และมาเขางอกไปพร้อมกันได้เลย 1. บทภาพยนตร์ Horns ดัดแปลงจากนิยายขายดิบขายดีในชื่อเดียวกันของ โจ ฮิลล์ บอกแค่นี้ คุณผู้ชมอาจยังสงสัยว่านายคนนี้เป็นใครหว่า เขามีชื่อจริงว่า โจเซฟ ฮิลสตรอม คิง ซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ ของ สตีเฟ่น คิง เจ้าพ่อนิยายสยองขวัญระดับตำนาน เจ้าของผลงานหนังสือ ที่กลายเป็นภาพยนตร์เขย่าขวัญเหนือจริงมากมาย อาทิเช่น Carrie, The Shinning, Pet Sematary, Cell และอีกอื้อซ่า งานนี้รับรองได้ว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว พันธุกรรมสยองมันแรง! 2. ผู้กุมบังเหียนภาพยนตร์ Horns คือ อเล็กซานเดร อาจา ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหนังสยอง วิปริต เลือดสาด รุนแรงสุดกู่จนชวนกรี๊ด!! เจ้าของผลงานที่แฟนผู้นิยมหนังเขย่าขวัญต้องรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น ฆาตกรสุดโหดกับหญิงดวงซวยใน High Tesion มนุษย์กินคน ผู้โปรดปรานการเชือดใน The Hill have Eyes หรือแม้แต่ มหกรรมปลาหลุด กัดให้ทะลุเลือดพุ่ง! ใน Piranha 3D เห็นโหดๆ อย่างนี้ ต้องมารอดูกันว่า เขาจะนำ Horns ไปในทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ จะมีความโรแมนติคแบบบลองของใหม่ สำหรับ อาจา อยู่ด้วยแน่ๆ 3.  ผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา และนักเขียน โจ ฮิลล์ สไตล์จูนติดกันทันที สำหรับโปรเจ็คหนังเรื่องนี้ เพราะ อาจา ชอบนิยายเรื่องนี้เป็นบ้าเป็นหลังอยู่แล้ว ด้าน โจ ฮิลล์ ก็ประทับจิตประทับใจ กับความโหดบ้าดีเดือดของ อาจา อยู่เป็นทุนเดิม และมั่นใจว่าผู้กำกับคนนี้ จะถ่ายทอดทั้งความสวยงาม สยอง ไปจนถึงวิปริตชั่วร้าย ตามโทนของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่ง โจ ฮิลล์ ยังได้มามีส่วนรวมตั้งแต่เขียนบท ถ่ายทำ ยันตัดต่อกันเลยทีเดียว 4.  เมื่อแรกแคสติ้ง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ถูกเมินเสียสนิท สำหรับบทบาทชายเขางอก แต่หลังจากที่คุยกันไปคุยกันมา (และอาจเพราะ อาจา เป็นแฟนหนังแฮรร์รี่ พอตเตอร์ ด้วย) ในที่สุดอดีตพ่อมด้อยชีวิตรันทด ก็ได้มารับบท อิ๊ก เพอร์ริช จนได้ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยฝีมือการแสดงที่สั่งสมจากบทแปลกๆ ทำให้เขาเอาอยู่สำหรับบทนี้ ทั้ง อาจา และ โจ ฮิลล์ ก็แฮปปี้ไปตามๆกัน 5. เห็นบทชายเขางอกใน Horns ที่รับบทโดย แดเนียล แรคคลิฟฟ์ ดูแปลกพิลึกเพียงใด บทในหนังเรื่องก่อนๆ ของพระเอกร่างเล็กคนนี้ ก็แปลกและหลากหลายไม่แพ้กัน เพราะนอกจากพ่อมด แฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว ยังเคยเป็น เด็กที่่เผ่นแน่บออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ใน December Boys, ทนายความโดนผีหลอก!! ใน The Woman in Black , หนุ่มกวีเอกที่รักผู้ชาย ใน Kill your Darling และ หนุ่มติ๋มที่แอบรักแฟนชาวบ้าน ใน What If เคยทั้งรัก เคยทั้งหลอน แบบนี้ คงเข้าได้ดีกับ Horns เลยล่ะ 6. ฝั่งพระเอก เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่สำหรับนางเอก เมอร์ริน ที่รับบทโดย จูโน่ เทมเปิ้ล คุณผู้ชมอาจยังไม่รู้เธอเป็นใคร นักแสดงสาวคนนี้รับบทมาหลากหลายแนวเช่นกัน ทั้งใน Atonement, The Three Musketeers, Magic Magic, The Dark Knight Rises, Sin City: A Dame to Kill For และบทที่ใครหลายคนน่าจะจดจำเธอได้กับ นางฟ้าธิสเทิลวิท ใน Maleficent นั่นเอง 7. ขอเน้นเป็นพิเศษ สำหรับแฟนๆความสยองสุดขั้วแบบ อเล็กซานเดร อาจา สไตล์ ห้ามพลาดช่วงสุดท้ายของเรื่องโดยเด็ดขาด รับรองเข้มข้นถึงใจ! ร่วมเค้นความจริง ด้วยพลังจากนรก ไปกับ Horns คนมีเขา เงามัจจุราช ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Horns ได้ที่นี่เลย ------------------------------------

เต้ย-อเล็กซ์ คู่รักตัวอย่าง ทำตัวดี ไร้ข่าวฉาวโฉ่
เต้ย จรินทร์พร /  อเล็กซ์ เรนเดล / 

เป็นคู่รักวัยรุ่นที่น่ายกย่องจริงๆ สำหรับสาวร่างเล็กอย่าง เต้ย จรินทร์พร และหนุ่มหล่อนิสัยดีอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ ที่คบกันมา 2 ปีไม่เคยมีข่าวฉาวออกมาให้เม้าท์มอยเลยสักนิด ผิดกับคู่รักวัยรุ่นสมัยนี้ ที่มีแต่เรื่องชู้สาวออกมาประจานอยู่บ่อยๆ นอกจากจะไม่มีเรื่องเสียหายแล้ว ยังควงแขนกันทำบุญอยู่ตลอด ถึงขนาดใจป้ำยอมควักกระเป๋าทุ่มเงินไถ่ชีวิตช้าง เพื่อไปเลี้ยงดูอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเขาใหญ่ อ๊ะๆๆ ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แค่ใช้เงินไถ่ชีวิตอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แต่ทั้งสองยังรักและเอ็นดู เจ้าช้างพลาย มาก เหมือนลูกในไส้เลยทีเดียว เพราะจากที่ลองเข้าไปส่องในไอจีของทั้งคู่ จะเห็นได้ว่าทั้งสาวเต้ยและอเล็กซ์มักจะชวนกันไปเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมใครๆ ถึงยกให้เป็น คู่รักนักบุญ ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุนี้ด้วยรึเปล่า ถึงทำให้ความรักของ She & He ราบรื่น ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังแฮปปี้ สวีทหวานกันอยู่เรื่อยๆ สงสัยคงเป็นอานิสงส์ของบุญกรรมที่สร้างกันมา เลยส่งผลให้ทั้งคู่อินเลิฟมาได้จนถึงทุกวันนี้ งานนี้บรรดาหนุ่มๆ คงได้แต่มองตาละห้อย แอบอิจฉาหนุ่มอเล็กซ์กันเป็นแถว เพราะนอกจากจะได้แฟนใจบุญแล้ว ความสวยของเธอยังไม่เป็นสองรองใคร เรียกว่าสวยน่ารักระดับเน็ตไอดอลของเมืองไทยในยุคแรกๆ เลยทีเดียว เอาเป็นว่าทางเราก็ขอเอาใจช่วยให้ทั้งคู่รักกันแบบนี้ไปยาวๆ แล้วกันเนอะ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์

Horns : เทวดาตกสวรรค์
Horns /  คนมีเขาเงา มัจจุราช / 

ทันทีที่เห็นหน้าของ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ ที่มีเขางอกออกมาจากกบาล บนโปสเตอร์ ก็คงเป็นเรื่องยืนยันแล้วว่า ใน Horns พ่อคุณคงมาแนวบทพิลึกพิลั่น ที่ขยันรับเอาๆ อีกแล้วสินะ (อันนี้ชม) ซึ่งพอได้ดูจนจบเรื่องแล้ว ก็พบว่า อืม...พิลึกจริงๆ ด้วย Horns บอกเล่าเรื่องราว ของ อิ๊ก เพอร์ริซ ที่เมาแอ๋ตื่นขึ้นมาพบว่า เมอร์ริน แฟนสาวสุดรักของตัวเอง ถูกฆ่าข่มขืนไปซะแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ อิ๊ก กลายเป็นผู้ต้องหาไปเต็มๆ ทั้งที่ตัวเองก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง ในขณะที่ชาวเมืองต่างโจษจันว่าเขาเป็นปีศาจอำมหิต วันดีคืนดี ก็มีเขาปีศาจงอกออกมาจากหัวของอิ๊กเข้าจริงๆ แต่เขาโง้งคู่นั้นไม่ได้มาเปล่าๆ เพราะมันทำให้อิ๊ก มีพลังพิเศษ สามารถเปิดโปงความชั่วในใจมนุษย์ แบบสารภาพหมดเปลือก อิ๊ก จึงต้องใช้พลังนี้ ในการไล่เค้นความจริงชาวเมือง หาคนร้าย และพิสูจน์ให้ได้ว่า ที่แฟนสาวตายไปน่ะ ไม่ใช่ฝีมือผมนะโว้ย!! ถึงแม้ Horns จะมีทีท่าตอนแรกว่าทั้งเขย่าขวัญและเกี่ยวกันกับภูติผีปีศาจ แต่หนังกลับลำมาทางคอมเมดี้เจือปนสืบสวนซะมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสไตล์ของผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ที่เคยละเลงเลือดใน Piranha 3D นั้น ได้ลงมาอยู่ใน Horns แบบเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นส่งผลในสองทิศทาง ประการแรก หนังเกิดความไม่สมเหตุสมผล และชวนกระอักกระอ่วนมากมาย จนคล้ายจะเซอร์เรียลอยู่รอมร่อ ปฏิกิริยาของชาวเมืองที่เดี๋ยวก็เย็นชาต่อสิ่งตรงหน้า เดี๋ยวก็กระเหี้ยนกระหือตอบสนองแบบสุดจะเกินจริงจนคล้ายตัวการ์ตูน ซึ่งถ้าเราในฐานะคนดู ไม่ได้ใส่ใจความสมจริงของความเป็นมนุษย์มากนัก ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร และประการสอง เนื่องจากหนัง หนักมาทางโอเวอร์ซะขนาดนั้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้เรามีส่วนร่วมกับตัวละครมากนัก แต่มันมอบความ "สะใจ" ตอบสนองความรั่ว วายป่วง โฉ่งฉ่าง และอึกทึกครึกโครม  ได้อย่างเต็มเหนี่ยว ซึ่งนั่นทำให้อย่าไปคาดหวังบรรยากาศมืดทึมลึกลับ ปีศาจอาฆาต อะไรทำนองนั้น เพราะมัน...แทบไม่มีครับ (อ้าว!) แต่ถึงจะโอเวอร์ขนาดนั้น Horns ก็ยังมีจุดให้ชวนติดตามอยู่ไม่น้อย ทั้งกับการที่หังค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลความจริงออกมาทีละน้อย และให้คนดูได้เดากันสนุกๆ ว่าชาวเมืองจิตป่วย หรือนายหน้าใสซื่อ คนไหนกันแน่ที่เป็นฆาตกร (แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอาใจช่วยพ่อแดเนียลให้จับได้หรอกนะ บางทีเป็นปีศาจไปเริ่อยๆ แบบนี้ก็เข้าท่าดี) กับความย้อนแยงที่เลือกเอาสิ่งน่าเกลียดน่ากลัว ที่เป็นสัญลักษณ์ความชั่วช้าอย่าง "ปีศาจ" มาเป็นพระเอก แต่ถึงกระนั้น ทุกๆ การกระทำไม่ว่าจะของชาวเมือง หรือพ่อหนุ่มเขางอก ก็ล้วนกระทำทุกสิ่งเพื่อความอยู่รอด รักตัวกลัวตาย และปรารถนาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตัวเองทั้งสิ้น เมื่อ อิ๊ก ใช้พลังเปิดเผยความจริงทุกสิ่งอันในใจของคนรอบข้างได้ เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรกับแดนเถื่อน ที่ทุกคนคิดไม่ดีไม่งามตลอดเวลา โดยมี หนุ่มเขางอก เป็นผู้ป่าวประกาศความเลวทรามในใจมนุษย์นั่นเอง "ไม่มีความชั่วที่ไหน ไม่เคยมีความดีมาก่อน ซาตาน ก็ยังเป็นเทวดาตกสวรรค์เลย" คำกล่าวหนึ่งใน Horns ที่ทำการสรุปรวบยอดความเป็น อิ๊ก เพอร์ริส ในร่างปีศาจได้เป็นอย่างดี บางคนดีๆ ก็จำยอมต้องลุกขึ้นมาใช้วิธีโหดเหี้ยม หรือผิดวิสัย เพื่อทวงถามหาความถูกต้องของตน แต่กับ Horns แล้วดูเหมือนว่า เทวดาตกสวรรค์คนนี้ ไม่ได้มาในแนวอำมหิต น่าสะพรึง ประดุจซาตาน แต่ให้อารมณ์เหมือนฉากนรกฉากหนึ่งของ ทอมแอนด์เจอร์รี่ ที่ปรากฏบนโทรทัศน์ในหนังซะมากกว่า เรื่องนี้ให้ 7.5 /10 ครับ โดย Lecter ป.ล. แฟนๆ ผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ห้ามลุกไปเข้าห้องน้ำในช่วงท้ายเรื่องเด็ดขาด พลาดของมันส์ๆ แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะเอ้อ! ---------------------------