โป๊(ใจมันเพรียว)

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 23 ต.ค
5 อันดับข่าวฮอต /  ข่าวประจำวัน / 

อันดับ 1 เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู(อ่านต่อ ) อันดับ 2 หลอน!! ตร.สหรัฐจับกุมหนุ่มฆ่าเหยื่อให้แฟนมีเซ็กซ์กับศพ ตำรวจสหรัฐจับกุมแฟนหนุ่มฆ่าเหยื่อ เพื่อให้แฟนสาวมีเซ็กซ์กับศพ(อ่านต่อ ) อันดับ 3 วอนช่วย! สาวอายุ 26 แต่เหมือนเด็ก 10 ขวบ ชาวบ้านวอนช่วยหลือ หญิงสาวอายุ 26 แต่ดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ เดือดร้อนอับอาย สมัครงานไม่มีคนรับ (อ่านต่อ) อันดับ 4 โละสต๊อกยาง 2 แสนตัน ทำสนามฟุตซอล กระทรวงเกษตรฯ เตรียมโละสต๊อกยาง 2 แสนตัน ทำสนามฟุตซอล งบกว่า 6,500 ล้าน พร้อมลดปริมาณส่งออกยางลงมาอยู่ที่ 70%(อ่านต่อ) อันดับ 5 คสช.ลั่น! เปล่าห้าม ปู-แม้ว บินอินเดีย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปประเทศอินเดีย (อ่านต่อ)

ไม่ธรรมดา! ริโอ แร็ปอวยพร คีแรน ริชาร์ดสัน
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส /  คีแรน ริชาร์ดสัน / 

ขอบอกว่า ไม่ธรรมดา โอโห้ ไม่ธรรมดา เลยจริงๆ สำหรับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังเคยแกร่ง ของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่โชว์พรสวรรค์ในการแร็ปสดๆ ให้กับ คีแรน ริชาร์ดสัน อดีตเพื่อนรวมทีม ปีศาจแดง ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตนักเตะของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 35 ปี โชว์ทักษะการแร็ปของเขาในการปาร์ตี้ฉลองวันเกิดครบรอบอายุ 30 ปี ของ คีแรน ริชาร์ดสัน อดีตเพื่อนร่วมทีม ปีศาจแดง เช่นเดียวกัน ในวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ ริโอ ถูกดรอปในเกมที่ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ต้นสังกัดปัจจุบันของเขาในเกมที่แพ้ให้กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล คาบ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลก เมื่อทักษะการแร็ปขั้นเทพของเขา มันช่างสวนทางกับฟอร์มการเล่นในสนามเหลือเกิน โดยในงานปาร์ตี้ดังกล่าว ริโอ เฟอร์ดินานด์ แทบจะครองไมค์โครโฟนแร็ปคนเดียวอย่างเมามันส์ โดยมีศิลปินฮิปฮอปของอังกฤษอย่าง สเค็ปต้า และ เจเนรัล เลวี่ ร่วมสนุกด้วย โดยทั้งสองศิลปินถึงกับทวีตชม ริโอ ว่า "ริโอ คือซุปตาร์ประจำวันนี้ !!" ขอบคุณคลิปจาก DAILY Mirror

O.T. ผี Overtime : รักดอกจึงหยอกเล่น
O.T. ผี Overtime /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

เตรียมตัวเตรียมใจตั้งแต่ทราบข้อมูลว่า O.T. ผี Overtime คือภาคต่อฉบับที่ขยายเป็หนังยาวของ โอที หนึ่งในตอนสั้นๆ ของภาพยนตร์ "ตีสาม" เรื่องก่อนหน้านี้ ซึ่งเน้นหนักไปทางขายความหักมุม สยองน้อยหน่อย ตลกมากหน่อย และห่างไกลจากความเป็นเหตุเป็นผล และตัวละครที่มีน้ำหนักทางจิตใจของความเป็นมนุษย์ เพราะลูกล่อลูกชนในหนัง ล้วนเกิดจากตัวละครที่มีลักษณะเหมือนตัวการ์ตูน โอเวอร์แอ็คติ้ง จนบางครั้งรู้สึกกเหมือนกำลังดูละครซิทคอมอยู่อย่างไงอย่างงั้น ดังนั้น เมื่อได้เห็นทั้งหมดนี้ตั้งแต่ก่อนจะดูหนังฉบับเต็ม จึงควรคิดซะว่าไปนั่งเสพความบันเทิง เอะอะมะเทิ่ง มากกว่าจะไปตื่นตะลึงกับพล็อตเรื่อง หรือสยองจนขนลุกขนพอง O.T. ผี Overtime เล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้ว ที่สองบอส การัน และที แกล้งลูกน้องจนตกบันไดซี้ม่องเท่ง แถโดนผีกลับมาหลอกในลิฟท์ ทำให้ประสาทหลอน เดี้ยงเป็นคนไข้อยู่โรงพยาบาล ร้อนถึง บดินทร์ หุ้นส่วนหลักอีกคน ที่ต้องกลับมาแก้สถานการณ์ ก่อนเพื่อนจะพาลพาทั้งออฟฟิศล่มจม โดยรับงานใหม่จาก อั้น รุ่นน้องคู่แค้นที่มาจ้างจัดงานแต่งงาน ในโรงแรมที่ผีดุสุดๆ แต่งานนี้ยังไงก็ต้องรับไว้ เพราะค่าตอบแทนมหาศาลมันจะช่วยต่อชีวิตให้ออฟฟิศได้ และก็ยังไม่วาย บอสตัวแสบก็หาเรื่องแกล้งคนอีกจนได้ คงไม่ถือว่าเป็นสปอยส์ ถ้าจะบอกว่าตอนต้นของหนังนั้น ได้ย้อนให้เราดูเหตุการณ์ในภาคก่อนแบบสรุปคร่าวๆ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเคยชมภาคก่อนมาแล้วหรือไม่ ก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับ O.T. ผี Overtime ที่เน้นขายความสยองขำขัน ก็สามารถทำได้ดีในระดับที่สอบผ่าน ไม่น่ายี้หรือง่วงเหงาหาวนอน และลูกล่อลูกชน การหักมุมพลิกกลับไปกลับมา ก็ทำให้คนดูได้เดากันไปเรื่อยเปื่อยได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า คือผีจริง หรือผีปลอม กันแน่ แต่อย่างไรก็ตาม การประเคนมุขหักมุมนี้ แบบย้ำไปย้ำมาจนมากเกินงามเกือบตลอดทั้งเรื่องนั้น ก็ทำให้รู้สึกลุ้นตามตัวละครไปได้แค่ไม่เกิน 2-3 ครั้งแรกเท่านั้น ต่อจากนั้นการหลอกไม่หยุดของหนัง ซึ่งย้ำคิดย้ำทำจนแทบจะออกมาเป็นรูปแบบตายตัว และส่งผลให้อยากละความสนใจ ไม่อินังขังขอบกับความเป็นความตายของตัวละครอีกต่อไป และปล่อยให้มุขเฝื่อนๆ และแอ็คติ้งของตัวละคร ทยอยทำงานไปตามหน้าที่ของมัน ในด้านของความสยองขวัญนั้น O.T. ผี Overtime ที่ดูจะมีลีลาการเล่าที่แปลกกว่าหนังผีทั่วไป จนน่าจะมีมุขหลอกหลอนอะไรแปลกใหม่ให้เล่นมากมาย แต่หนังก็ยังพาไปไม่ไกลถึงจุดนั้น และยังคงเล่นตามสูตรความตุ้งแช่! อยู่อย่างหลีกหนีไม่พ้นไปไหน ผีสางวิญญาณเฮี้ยนในเรื่อง (ไม่ว่าของจริง หรือของปลอม) จึงหนักไปทางชวนนขำในการแสดงออก มากกว่าจะไปกลัวกดดันประสาท และทำให้หนังเอนเอียงมาทางคอมเมดี้จนเกือบ 100 เปอร์เซนต์เลยเสียด้วยซ้ำไป แต่ถึงกระนั้น  O.T. ผี Overtime ก็ยังจัดว่าห่างไกลจากหนังที่ทำแบบชุ่ยๆ ด้วยคุณภาพของโปรดักชั่นที่แสดงออกถึงความใส่ใจในระดับหนึ่ง ก็ทำให้หนังไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ และสามารถมอบความบันเทิงแบบเต็มสูบ โดยแทบไม่ต้องไปมองหาเนื้อหาสาระอะไรให้ปวดกบาล ได้แบบเรื่อยๆ ตามอัตภาพ แต่ไม่ได้สะเทือนขวัญ ชวนกรี๊ด จนดูแล้วกลับไปเลิกแกล้งคนอื่นเป็นการถาวร แต่หนักไปทางเห็นดีเห็นงาม กับการแกล้งเพื่อนให้ได้อาย หลอนตาตั้ง ก่อนจะหันไปเฉลยอย่างอารมณ์ดีว่า รักดอกจึงหยอกเล่นนะเพื่อนเสียมากกว่า เพราะการแกล้งกันมันสนุกขำขัน มากกว่าจะมัวหันไปสำนึกผิด อย่างที่มนุษย์สามัญมักจะเป็นในตอนจบเรื่อง เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter -------------------------------

อีจงซอก พร้อมตรวจหัวใจ ชาววิทเจเอสไทย 1 พฤศจิกายนนี้
2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand /  2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ / 

อีจงซอก หล่อใสขวัญใจสาว ประกาศความพร้อม ตรวจหัวใจ 'ชาว วิท เจเอส ไทย' เพนตาแกรมฯ เดินหน้าเตรียมงาน พร้อมย้ำ 1 พฤศจิกายนนี้ สาวๆ ทั้งหลายไม่ควรพลาด!! กระแสความแรงของ อีจงซอก ในวันนี้เปรียบเหมือนพายุลูกใหญ่ที่จู่ๆ ก็พัดมาถล่มทั่วเอเชีย ถ้านับถอยหลังอีกไม่กี่วันพายุลูกนี้ก็กำลังจะมาทำให้แฟนๆ ชาวไทยได้ฟินกันแล้ว! กับงานแฟนมีตติ้งที่รอคอยมาแสนนาน 2014 อีจงซอก เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สาวๆ จะได้สัมผัสกับ อีจงซอก (Lee Jong Suk) เจ้าของบทบาท พัคซูฮา และ หมอพัคฮุน ที่ส่งให้เขากลายเป็น 1 ในพระเอกที่มาแรงสุดของเกาหลีขณะนี้อย่างใกล้ชิด และดูเหมือนตอนนี้ห้วงความคิดถึงของทุกฝ่ายจะทำงานอย่างหนัก ด้านคนไกลที่อยู่เกาหลี อย่าง อีจงซอก ก็เผยความรู้สึกว่ารอวันจะได้พบแฟนชาวไทยอย่างใจจดจ่อเช่นกัน แต่ก่อนที่จะถึงคิวประเทศไทย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อีจงซอก ก็ได้ลัดฟ้าไปจัดแฟนมีตติ้งให้สาวหมวยได้ฟินปลื้มปริ่มกันถึงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งกระแสตอบรับร้อนแรงสุดๆ ตั้งแต่ก้าวเท้าแตะสนามบินเลยทีเดียว ในงานแถลงข่าวก็ยังคราคร่ำไปด้วยสื่อมวลชนกว่า 50 สำนัก โปรยเสน่ห์แพรวพราวจนนักข่าวต่างเผลอให้ใจเพราะบรรยากาศราวกับเป็นแฟนมีตติ้งย่อมๆ และเมื่อถึงเวลาของแฟนมีตติ้งจริงๆ ความสนุกและเสียงกรี๊ดก็ทวีคูณขึ้นหลายร้อยพันเท่า โดยเฉพาะเมื่อ อีจงซอก แปลงโฉมเป็น หมอพัคฮุน จากซีรีส์ Doctor Stranger พร้อมตรวจอาการหัวใจของแฟนๆ นอกจากนี้ในงานนี้ยังมีหยิบภาพถ่ายส่วนตั๊วส่วนตัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนขึ้นมาเม้าท์มอย ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทเพลงพิเศษที่ อีจงซอก ตั้งใจขับร้องให้แฟนๆพร้อมจดหมายเผยความในใจ มาถึงขั้นนี้ ชาว วิท เจเอส ('WithJS' ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการของ อีจงซอก) สาขาสยามประเทศอย่างเราจะน้อยหน้าได้อย่างไร!?... เตรียมตัวกันให้พร้อม เร่เข้ามาให้กำลังใจ เพื่อไปสัมผัสความหล่อใสปากแดงของหนุ่มคนนี้ได้ ในงาน 2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2014 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ (Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld) โดยในงานนอกจากจะได้พบกับเรื่องราวความสนุกสนานที่ทาง อีจงซอก เตรียมนำมาสร้างความประทับใจแล้ว ด้านผู้จัดงานหน้าใหม่ไฟแรง เพนตาแกรม อินเตอร์เนชั่นเนล (Pentagram International Co.,Ltd.) ก็มีความตั้งใจอยากให้การพบกันครั้งแรกแสนพิเศษและน่าจดจำที่สุด เลยใจป้ำให้แฟนคลับที่ซื้อบัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 และ 3,000 บาท ได้รับสิทธิ์ไฮไฟว์ สัมผัสมือขาวๆ นุ่มๆ ของ อีจงซอก ทุกที่นั่งแบบไม่ต้องลุ้น! ใครที่ยังไม่มีบัตรอย่าช้ายังสามารถไปหาซื้อบัตรกันได้ บัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 / 2,000 และ 1,500 บาท ยังพอมีให้จับจองกันทางไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทางการจำหน่าย โทร. 02-262-3456 หรือเว็บไซต์www.thaiticketmajor.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pentagraminter ความพิเศษแบบนี้มีให้เฉพาะชาว วิท เจเอส ไทยจริงๆ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ไม่อยากให้พลาดกัน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สวยหล่อพอกัน!!! นี่หรือเปล่า??? ผู้ชายของเบนซ์
เบนซ์ ปุณยาพร /  ข่าวบันเทิงวันนี้

เข้าวงการมาก็นานโข แต่ไม่ค่อยได้เห็นสาว เบนซ์ ปุณยาพร นักแสดงหน้าสวยหุ่นเพรียวแห่งวิกหมอชิต เป็นข่าวรักๆ ใคร่ๆ กับใครสักเท่าไหร่เลยนะฮ้า ล่าสุดที่ได้ข่าวได้คราวกัน คงเป็นการปริปากว่ากำลังคบหาดูใจกับหนุ่มนอกวงการมาได้สัก 2-3 ปี แล้วนั่นแหละ แต่ถึงแม้จะเปิดปากว่ามีคนคุยด้วยแล้ว แต่สาวเจ้าก็ยังไม่พร้อมพามาเปิดตัวทั้งกับครอบครัวและกับบรรดาประชาชี แหม...จุดนี้ไม่รู้เปิดตัวสกัดโอกาสหนุ่มๆ ริมทางที่มารุมขายขนมจีบหรือเปล่าเนอะ ล่าสุดดูเหมือนคงไม่ต้องพามาเปิดตงเปิดตัวแล้วละมั้ง เพราะปาปารัซซี่ตาดีมือไวแชะภาพสาวเจ้ากับหนุ่มปริศนาหน้าตาเหมือนจะดีมาได้แบบเต็มเปา มองด้านข้างแลดูหล่อสวยสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก ก็ไม่รู้ว่าเดินเว้นระยะแลดูห่างเหินแบบนี้จะใช่หวานใจตัวจริงของคุณเธออ๊ะเปล่า แต่ถึงแม้จะเดินแบบห่างๆ ก็ยังตามตูดตลอดทางนะเออ ดูท่าคงไม่ผิดฝาผิดตัวสักเท่าไหร่หรอกเน้อออ...เอ้า!!! ถ้าจะคบหาดูใจกันนานขนาดนี้ เปิดตัวให้ประชาชีเห็นแบบโต้งๆ แล้วรีบให้พ่อคุณยกขันหมากไปขอแบบด่วนๆ เลยเถอะจ้ะหนูเบนซ์จ๋าาา... เบนซ์ ปุณยาพร เบนซ์ ปุณยาพร

18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์
ประจำเดือน /  มนุษย์เมนส์ / 

มนุษย์เมนส์ เกิดจากธรรมชาติของผู้หญิงที่ต้องเกิดขึ้นทุกเดือน และนับเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายสำหรับสาวๆ แทบทุกคนบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากภาวะภายในร่างการที่กำลังปรับสภาพแล้ว ก็ยังส่งผลถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของคุณเธอที่หงุดหงิด และฉุนเฉียวง่ายจนแผ่รังสีไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย นี่เป็นเรื่องจริง!!! นะคะ เพราะถ้าใครไม่เจอกับตัวอาจไม่เชื่อ ถ้างั้นเราลองมาดู 18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์ กันคะว่าจะมีอะไรบ้าง ที่ต้องเฝ้าระวังในวันมามาก... 18 เรื่องจริงของมนุษย์เมนส์  1. ไม่ว่าจะหัวเราะ ไอจาม เคลื่อนไหวทุกท่วงท่า ก็พาเขื่อนแตกเลือดพุ่งไปหมดนะงานนี้ 2. ทำให้การซักผ้าจะยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ กางเกงใน 3. ปวดท้องน้อยเว้ยยยยยย ทรมานโคตร !! 4. อดการจ้ำจี้ชั่วคราว >< 5. ทุกสิ่งรอบตัวสามารถเรียกอารมณ์โกรธและน้ำตาได้มหาศาล ขอย้ำว่า มหาศาล 6. ห่างกันซักพักกับกางเกงสีขาว 7. กินเยอะ เพราะหิวและโคตรหิวและอภิมหาโคตรหิว  8. สิวมาจ่อบนหน้าตามระเบียบ เพิ่มความหงุดหงิด 9. ผลาญทรัพยากรทิชชู่ในห้องน้ำไปมากกว่าที่เคยเป็น 10. ชีวิตนี้มันช่างยากลำบาก อยู่นิ่งไม่ได้ ปวดเมื่อยไปหมด มีใครเข้าใจไหม 11. อ่อนเพลียที่สุดในโลก นอพักแพพ 12. และก็ชอบมาในเวลาเผลอๆ ผ้าอนามัยก็ไม่ได้เตรียม 13. อืด และ บวม และ เซ็ง 14. ถ้าใครใช้อนามัยแบบสอด จะรู้ว่าทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่น่ากลัวสุดขีด 15. ได้ยินเสียงแกะซองผ้าอนามัยชัดเจนกว่าเสียงอื่นๆ   16. ห้ามลืมพาผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ไปไหนด้วยทุกที่ ทุกเวลา 17. ช้อปแหลกตามใจแก้หงุดหงิด จนกระเป๋าฉีก ไม่น่าเกี่ยวแต่หยุดไม่ได้จริงๆ 18. แต่อย่างน้อยก็ไม่ท้องหละฟ่ะ… ข้อมูลและภาพ :  distractify, catdumb

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว Photo by Coffee Blended 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร Photo by Coffee Blended 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by Coffee Blended , eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

มาร์ค วอลเบิร์ก ผอมขี้ก้าง และติดพนัน ในทีเซอร์แรกจาก The Gambler
Mark Walberg /  Rise of the Planet of the Apes / 

ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาแล้ว สำหรับหนังที่พ่อหนุ่ม มาร์ค วอลเบิร์ก ยอมขอลดกล้ามโตๆของเขา ให้เหลือแต่โครงกระดูกเพื่อบทนี้โดยเฉพาะ สำหรับ The Gambler ผลงานดราม่า ตลกร้าย ของผู้กำกับ รูเพิร์ด ไวแอ็ท ที่เรารู้จักเขาดีจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Rise of the Planet of the Apes ที่มาคราวนี้เขาขอมาจับหนังที่สเกลเล็กลง แต่น่าจะยังคงความสนุกที่แปลกใหม่แบบที่ทีเซอร์แรกบอกอย่างแน่นอน นอกจาก วอลเบิร์ก หนังยังมีหนุ่มร่างท้วมอย่าง จอห์น กู๊ดแมน ร่วมแสดงด้วย ในหนังที่เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ติดพนัน ที่เรื่องซวยๆดันเกิดเมื่อเขาได้ดันไปแหยมกับแก๊งค์มาเฟีย ที่ต้องทำให้เขาเอาชีวิตรอดที่จากพวกมันให้ หนังมีกำหนดฉาย 19 ธันวาคมนี้ ในอเมริกา ส่วนบ้านเราคงฉายกันประมาณปีหน้าครับ

รับเลี้ยงเด็ก! หงส์ เตรียมยื่น 15 ลป. กระชาก เบราฮิโน่ เสริมคมช่วงปีใหม่
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง /  ลิเวอร์พูล / 

Telegraph สื่อชั้นนำของเกาะอังกฤษ รายงานว่า ลิเวอร์พูล พร้อมยื่นข้อเสนอมูลค่า 15 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับ ไซโด้ เบราฮิโน่ หัวหอกวันเดอร์คิดของ เวสต์บรอมวิช มาเสริมความคล่องตัวในแดนหน้าช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง(เดือนมกราคม) รายงานยังบอกอีกว่านอกจาก "หงส์แดง" แล้วยังมี สเปอร์ อีกทีมที่ต้องการดาวยิงเลือดผู้ดีวัย 21 ปีรายนีไปใช้งานเหมือกัน แต่ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ดูจะมีภาษีเหนือกว่า เพราะก่อนหน้านี้ตัวนักเตะเคยออกมาชื่นชม ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวจี๊ดของทีมว่าเป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ทำเขาขับเคลื่อนฝีเท้าและพัฒนาฟอร์มจนก้าวขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ทั้งๆที่อายุยังน้อย ทั้งนี้ เบราฮิโน่ ลงสนามรับใช้ "เดอะแบ๊กกีย์" ไปแล้วทั้งหมด 46 นัด กดกสอร์ได้ 16 ประตู ตั้งแต่ถูกดันขึ้นไปเล่นชุดใหญ่เมื่อปี 2012 ถึงปัจจุบัน

บอกลาปัญหาก้นด้าน!! ลูคัส งอแง ถ้ายังไม่ได้ลงจะย้ายทีม
บราซิเลี่ยน /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

ลูคัส เลว่า มิดฟิลด์ฟ้าประทานพรของ ลิเวอร์พูล เริ่มออกอาการงอแง หลังไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเท่าที่ควรในซีซั่นนี้กับทัพ "หงส์แดง" โดยเจ้าตัวมองว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทางเลือกเดียวของเขาที่เหลืออยู่ก็คือการ ย้ายทีม กองกลางชาว บราซิเลี่ยน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้กับ Marca ว่า "ผมต้องการลงเล่น แต่ในขณะเดียวผมต้องอดทนรอโอกาสอยู่ข้างสนาม" "ผมต้องหาทางออกเรื่องนี้กับ ลิเวอร์พูล หรือสโมสรอื่นๆ ถึงแม้ปัจจุบันผมจะไม่ได้ติดต่อกับทีมไหน แต่ถ้าเมื่อไหร่โอกาสของผมกับ ลิเวอร์พูล มันหมดทางเยียวยาจริงๆ ถึงตอนนั้นผมก็ควรพิจารณาถึงการย้ายทีมได้แล้วแหละ" ลูคัส เลว่า ตบท้าย

ผลบอลไทย: คูชิดะซัดโทน! ฉลามชลบุกเชือดพลังเอ็มตามหายใจรดต้นคอปราสาท
ฉลามชล /  ชลบุรี เอฟซี / 

ผลฟุตบอลไทย โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:0-1 คาซูโตะ คูชิดะ น.5 เวลา: 18.00 น. สนาม: ราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2 การแข่งขันแย่งแชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกในช่วงโค้งสุดท้ายยังสนุกสุดมันส์เมื่อ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี บุกไปเฉือนเอาชนะ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ของ คาซูโตะ คูชิดะ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะลงเล่น ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แข่งขันในนัดกลางสัปดาห์ วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน รังเหย้าชั่วคราวของ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี ต้อนรับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่ยังต้องการสามแต้มเพื่อเบียดลุ้นแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยในนัดนี้ มาซาฮิโร วาดะ กุนซือชาวปลาดิบของทีมเยือนเปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายตำแหน่งจากนัดที่เอาชนะ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะออย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ, ชลทิตย์ จันทคาม,อดุล หสะโสะ,นูรูล ศรียานเก็ม และ จูเรียโน่ มิเนโร่ แล้วส่งแจ็คกี้ ไดกิเต้ , นิเวส ศิริวงค์, ณัฐพงษ์ สมณะ,ชาคริต บัวทอง และ พิภพ อ่อนโม้ ลงมาประสานงานกับสินทวีชัย หทัยรัตนกุล, สุทธินันท์ พุกหอม,คาซูโตะ คูชิดะ,แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส ,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ติอาโก้ คุนญ่า เริ่มเกมส์เพียงแค่ 4 นาที ฉลามร้ายจากเมืองชลได้ ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อ ณัฐพงษ์ สมณะ ทะลุขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอล ผ่าน ฉัตรชัย ที่ออกมาตัดบอลพลาดไปถึง พิภพ อ่อมโม้ ได้โขก แต่ว่าบอลหลุดกรอบออกไป จากนั้นอีกแค่นาทีเดียว ชลบุรี เอฟซีได้เฮสมใจจนได้ เมื่อแผงหลังพลาดปล่อยให้ พิภพ ฉกบอลแล้วลากลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ กองหลังพยายามสกัดแต่บอลไม่พ้นอันตราย แล้วเป็น คาซูโตะ คูชิดะ ที่จมูกไวปราดเข้าไปยิงบอลเสยตาข่ายเข้าประตูให้ ชลบุรี เอฟซี ออกนำอย่างรวดเร็ว 0-1 นาทีที่ 7 เจ้าบ้าน โอสถสภาได้โอกาสช่องครั้งแรกจากบอลที่ แอนโธนี่ โมเมแนน ไหลบอลคืนมาให้ จักกริช บุญคำซัดแต่ข้ามคานออกไปเยอะ ผ่านไป 10 นาที ยังเป็นชลบุรี เอฟซีที่ครองเกมส์ได้มากกว่า นาที 18 เจ้าบ้านต้องเจาะด้วยการยิงไกลอีกครั้ง จากการยิงของ อภิภู แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ เข้าสู่นาทีที่ 20 พลังเอ็ม เริ่มครองบอลได้มากกว่าแต่ก็ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้าและต้องอาศัยการเจาะด้วยลูกยิงไกลของ แอนโธนี่ โมเมแนน แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะทำให้ สินทวีชัยได้ออกแรงเซฟ ผ่านครึ่งชั่วโมงเต็ม เกมส์กลับมาสูสีกัน และเป็นการสู้กันที่ตรงกลางสนาม นาที 34 ติอาโก้ คุนญ่าถอยมารับบอลต่ำแล้ววางบอลให้ เกริกฤทธิ์ สอดขึ้นไปยิงด้วยซ้ายลักษณะคล้ายๆที่ยิงใส่ ศรีสะเกษ ในนัดที่ผ่านมาแต่คราวนี้บอลไม่ตรงกรอบ เวลาที่เหลือของครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม หมดครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี บุกมาขึ้นนำ โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 ก่อนเริ่มครึ่งหลัง มาซาฮิโร่ วาดะเลยต้องส่ง บวช ตาปลา ฮีโร่จากนัดที่แล้วลงมาเล่นแทน พิภพ อ่อนโม้ ที่ไปปะทะกับกองหลัง โอสถสภาจน ศีรษะแตกเล่นต่อไม่ไหว จากในช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 49 ชลบุรี เอฟซีได้ฟรีคิกทางกราบซ้าย ชาคริต บัวทองหยอดบอลไปเสาแรก บอลเกือบถึงบวร ตาปลา แต่โดนตัวประกบจิ้มทิ้งออกไปก่อน นาที 52 วันใหม่ เศรษฐนันท์ แบ็กซ้ายเจ้าบ้านลองส่องไกลอีกครั้ง คราวนี้ใกลเคียงขึ้นโดยพุ่งหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลัง โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี เป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ นาที 63 ติอาโก้ คุนญ่า พลิ้วหนีสองตัวประกบก่อนลากบอลไปเปิดที่เสาไกล บอลทะลักไปถึง แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส ที่เติมขึ้นมาได้แต่งบอลแล้วยิง บอลหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น นาที 66 เจ้าบ้านใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอที่สุดเมื่อ จักรกริช โยนฟรีคิกลึกไปเสาไกลให้ กฤษดา เก็มเด็น ได้โขกแต่บอลตรงตัว สินทวีชัย นาที 70 ฉลามชลทำเกมส์รุกได้สวย แล้วมาจบที่ เกริกฤทธิ์ โยนบอลให้ตัวสำรองอย่าง เทิดศักดิ์ ทิ้งตัวโหม่งแบบลืมวัย แต่ ฉัตรชัยยังไม่พลาดทิ้งตัวรับไว้ได้ นาที 77 บวร ตาปลา สะกิดบอลให่ ติอาโก้ คุนญ่า โชว์ทักษะงัดบอลแล้วหมุนตัวยิงทันที แต่บอลก็ยังตรงตัว ฉัตรชัย บุตรพรม ช่วงท้ายเกมส์ ชลบุรี เอฟซี ที่นำอยู่พยายามครองบอลเพื่อปิดเกมส์ หมดเวลาการแข่งขัน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี บุกมาเฉือนเอาชนะ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ของ คาซูโตะ คูชิดะ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่จะลงเล่นกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จะลงเล่นกับในเวลา 20.00 น. รายชื่อ โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี : ฉัตรชัย บุตรพรม (GK),วันไหม่ เศรษฐนันท์,โกศวัต ว่องไวลิขิต,มิเชล เจฟเฟอร์สัน,แอนโธนี่ โมเมแนน(แทงเซนี่ ซิปาฮู น.68),เจษฎา พั่วนะคุณมี(C),จักรกริช บุญคำ(คัฟฟ้า บุญมาตุ่น น.79),อภิภู สุนทรพนาเวศ(อันโตนิโอ แวซูร่า น.85),ศราวุฒิ จุตรภัทร,กฤษดา เก็มเด็น และ อารอน ดาซิลวา ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK),นิเวส ศิริวงค์(ชลทิตย์ จันทคาม น.79),สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพงษ์ สมณะ,แจ็คกี้ ไดกิเต้,แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส, คาซูโตะ คูชิดะ,ชาคริต บัวทอง(เทิดศักดิ์ ใจมั่น น.69),เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ติอาโก้ คุนญ่า และ พิภพ อ่อนโม้(บวร ตาปลา น.46)

แดนว่ามันจะไม่รุ่ง! เวลเบ็ค เผยย้ายหนีผีเพราะโดนจับเล่นแต่ปีกซ้าย
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

แดนนี่ เวลเบ็ค ออกมาเผยสาเหตุที่ทำให้ต้องย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับ“ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์เมื่อช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพราะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษยังเผยต่อว่าได้ทบทวนเรื่องการย้ายออกจากโอลด์แทร็ฟฟอร์ดมาก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปีแล้วด้วย “เมื่อคุณจมอยู่ที่ไหนนานๆแล้วต้องการหาความท้าทายใหม่คุณต้องคิดทบทวนอย่างมาก” “เมื่อปีก่อนผมเริ่มคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม เป็นตอนที่ผมถูกจับโยกไปเล่นปีกซ้าย ในระบบ 4-4-2 ซึ่งมันยากสำหรับผมและผมก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรในเกมส์เลย” อดีตเด็กปั้นผีแดงเผย “ผมเล่นตำแหน่งนั้นได้ดีที่สุกสำหรับความสามารถของผม แต่มันยังไม่ดีที่สุดสำหรับทีม และผมจะทำผลงานได้ดีเมื่อได้เล่นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า”

หญิง รฐา ท้าเสียว! กระโดดสู้ตาย THE FACE THAILAND เสาร์นี้
THE FACE /  THE FACE THAILAND / 

หญิง รฐา ท้าเสียว! กระโดดสู้ตายบนแทมโปลีน ในรายการ THE FACE THAILAND เสาร์นี้ ช่อง 3 ออริจินัล สมเป็นอดีตตัวแม่สายแดนซ์ เมื่อ เมนเทอร์ หญิง รฐา โพธิ์งาม ได้รับหน้าที่เป็นผู้เทรนสาวๆ ในโจทย์ FLASH DANCE เปิดฉากรายการ THE FACE THAILAND เทปที่จะออกอากาศวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมนี้ 17.30-19.00 น. ช่อง 3 ออริจินัล ก็ทำเอาทั้งกองถ่ายถึงกับอึ้ง ทึ่ง เสียว ไปตามๆกัน! เพราะไม่ใช่แค่ลีลาพริ้ว แต่ยังแฝงความเซ็กซี่ชวนให้หนุ่มๆ มองตาปริบๆ ยิ่งจังหวะเพลงช่วงไหนเร็วกระชั้น บอกเลยว่าหญิงจัดเต็มมากๆ ก่อนจะเปลี่ยนจากสาวเอวไหวกลายร่างเป็นผู้หญิงใจกล้ามาดแมนลงทุนกระโดดเด้งตัวลอยบนแทมโปลีนในระดับความสูงที่ชวนหวิว ณ ลานบินพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศในการแข่งขันแคมเปญ FEET OFF THE GROUND เพื่อให้ลูกทีมดูเป็นตัวอย่างแบบไม่ห่วงชุดไม่ห่วงสวย โดยมีช่างภาพชื่อดัง จอร์จ ธาดา วาริช อาสาเก็บภาพนิ่งสีหน้าและลีลาการโพสต์ของสาวๆ เพื่อประกอบการเลือกทีมที่ชนะในโจทย์นี้ ผ่านการตัดสินของกรรมการรับเชิญตัวแทนจากนิตยสารโว้คไทยแลนด์ ส่วนอีก 2 เมนเทอร์ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ กับ ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม จะงัดไม้ไหนมาสู้หญิง? สุดท้ายทีมของเมนเทอร์คนไหนเป็นฝ่ายชนะ?! ห้ามพลาด! รายการ THE FACE THAILAND วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2557 เวลา 17.30 น. ทางช่อง 3 ออริจินัล มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

รู้มั๊ยมันเจ็บ! อันเช่ ชี้ฟอร์มชุดขาวถล่มหงส์ดีที่สุดในซีซั่น
บาโลเตลี่ /  ฟุตบอล / 

"อันเช่" คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือยอดฝีมือของ เรอัล มาดริด ออกมาชื่นชมลูกทีมหลังโชว์ฟอร์มดีที่สุดนับตั้งแต่เปิดซีซั่น ด้วยการบุกไปถล่ม ลิเวอร์พูล 3-0 ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันพุธ ชี้นักเตะเล่นได้ดีทั้งเกมรุกและรับ แถมยังเล่นอย่างมั่นใจอีกด้วย "ผมไม่ต้องพูดอะไรกับนักเตะมากมายพวกเขาเล่นได้ดี มุ่งมั่น และมีความมั่นใจมากๆ แต่ในส่วนเกมรับผมคิดว่าเราทำได้ดีจริงๆ" "20 นาทีแรกตอนที่ ลิเวอร์พูล เริ่มเกมโหมบุกใส่เรา แนวรับทุกคนมีสมาธิอยู่ในการควบคุมที่ดี" "และหลังจากนั้นมันคือเกมของเรา มันเป็นเกมที่ดีที่สุดเลยในซีซั่นนี้" "ผมคิดว่าอย่างนั้น มันเป็นเพราะความยากของทีมคู่แข่งด้วย พวกเขาเล่นดีนะในช่วงครึ่แรก นี่เป็นเกมที่น่าทึ่ง ครึ่งหลังเราครองเกมได้ดีและคุมผลการแข่งขันไว้ได้" อันเช่ กล่าวทิ้งท้าย

คลิปตาดูดาว เท้าติดดิน3 /  ตกเหวคอนโดมิเนียม / 

"พานทองแท้" แพร่คลิป "ตาดูดาว เท้าติดดิน 3" ตอน “ตกเหวคอนโดมิเนียม” ปลุกคนแพ้ให้ลุกขึ้นสู้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “Oak Panthongtae Shinawatra” พร้อมเผยแพร่คลิป “การ์ตูนอะนิเมชั่น” เรื่อง “ตาดูดาวเท้าติดดิน” ตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” โดยนายพานทองแท้ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเรื่องราวของการทำธุรกิจที่ล้มเหลวของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "คุณพ่อผมเป็นคนคิดอะไรเร็ว สนใจในวิทยาการใหม่ๆ และมักจะเป็นผู้ที่ริเริ่มทำอะไรใหม่ เป็นรายแรกๆเสมอ" ก่อนที่คุณพ่อจะมาจับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ได้เคยลองผิดลองถูก โดยสร้างโรงหนังที่เชียงใหม่แล้วขาดทุน มาอยู่กรุงเทพฯ หันมาสร้างคอนโดมิเนียมขาย นับเป็นรายแรกๆของไทย แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย กลับประสบปัญหาขาดทุนซ้ำสองเข้าไปอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คุณพ่อผมถือว่าเป็น "โอกาสและอุปสรรคของรายแรก” ที่มีโอกาส "แจ้งเกิด" และ "แจ้งดับ" มากกว่าธุรกิจที่ทำตามคนอื่น ซึ่งมีผู้ "ทดสอบตลาด" ให้เรียบร้อยแล้ว ความเสี่ยงอาจจะน้อย แต่ผลตอบแทนก็จะน้อยลงตามไปด้วย คุณพ่อสอนผมเสมอว่า "ถ้าเราประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้ริเริ่มรายแรก ผลตอบแทนและความมั่นคง ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมสูงกว่าผู้ที่ดำเนินการตามเรา เป็นรายที่ 2,3,4.." ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา" MThai News