โปงราง

ซอ คังจุน บอกรักแมนๆ แก่แฟนคลับไทย
2016 SEO KANG JOON FANMEETING IN THAILAND /  Seo Kang Joon / 

แม้จะเคยลัดฟ้ามาเมืองไทยหลายต่อหลายครั้ง แต่สำหรับ 2016 SEO KANG JOON FANMEETING IN THAILAND ซึ่งจัดขึ้นโดยทางบริษัทเดอะไลม์ไทยแลนด์ ณ โรงภาพยนตร์ สกาล่า สยามสแควร์ เมื่อวันก่อนนั้น ถือเป็นงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกของ ซอ คังจุน หนุ่มหล่อตาหวาน นักร้องสมาชิกวง 5URPRISE และนักแสดงที่มีผลงานซีรีย์ Cheese in the Trap ซึ่งกำลังออนแอร์ฮอตฮิตอยู่ตอนนี้... งานนี้เลยเลยทำเอาทั้งแฟนๆ ซีรีส์และแฟนเพลงในฮอลล์ ทั้งฟิน! ทั้งอิน! เต็มอิ่มเอามากๆ!! สำหรับบรรยากาศในงานแฟนมีตติ้ง หนุ่ม ซอ คังจุน ก็ขนกิจกรรมพิเศษมาเซอร์ไพร้ส์แฟนๆ ชาวไทยมากมาย เริ่มจากวีทีอาร์เปิดตัวให้ทุกคนทำความรู้จักกับตัวจริงของ ซอ คังจุน มากยิ่งขึ้น โดยเจ้าตัวเผยอุปนิสัยส่วนตัวว่า “ถ้าเจอผมครั้งแรก จะเงียบๆ นิ่งๆ แต่ถ้าเจอกันบ่อยๆ ผมจะเป็นคนร่าเริง ขี้เล่นครับ” ก่อนที่จะเริ่มความพิเศษแบบใกล้ชิดโดยสุ่มผู้โชคดีให้มาร่วมโพสต์ท่าถ่ายรูปคู่บันทึกภาพในแอ็คชั่นจากผลงานที่ผ่านมาของ ซอ คังจุน งานนี้บอกเลยว่าแฟนคลับที่มีโอกาสขึ้นไปบนเวทีถึงกับละลายเพราะแต่ละท่าโพสต์ มีทั้งโอบ จ้องตา ซบไหล่ แนบชิดให้ได้ฟินเว่อร์ ปล่อยให้แฟนๆ ด้านล่างได้แต่อิจฉาตาร้อน ต่อกันด้วยการโชว์สุดพิเศษ เมื่อ ซอ คังจุน สวมบทบาทจากซีรีย์ Cheese in the Trap มาบรรเลงเปียโนให้แฟนๆ ได้อินแบบทะลุจอ แต่เพราะต้องมาเล่นเปียโนกันสดๆ เลยทำเอาหนุ่ม คังจุน แอบเกร็งจนเล่นเพี้ยนไปนิด จนเจ้าตัวออกอาการเขินเรียกความเอ็นดูจากแฟนคลับกันไป ก่อนจะส่งต่อเข้าสู่ช่วงเกมส์ขยับร่างกาย ซึ่งให้แฟนคลับและหนุ่ม ซอ คังจุน สลับกันออกท่าทางใบ้คำ ทั้งลุ้นทั้งฮา เรียกเสียงเชียร์หัวเราะจากแฟนๆ กันลั่นฮอลล์ และมาถึงเกมส์ที่ทำเอาผู้โชคดีต่างใจเต้นรัวๆ เมื่อต้องมาแข่งจ้องตากับหนุ่มหล่อ งานนี้สาวๆ คนไหนไม่อายม้วนเมื่อต้องสบนัยน์ตาสีอ่อนของ ซอ คังจุน ก็ใจแข็งเกินไปแล้ววว งานนี้แม้เพื่อนๆ สมาชิกวง 5URPRISE จะไม่ได้มาร่วมงานด้วยเนื่องจากติดตารางงานเร่งด่วน แต่ก็ส่งคลิปวีดีโอมาทักทายทั้ง ซอ คังจุน และแฟนคลับชาวไทยอย่างน่ารัก พร้อมทั้งสัญญาว่าจะกลับมาหาแฟนๆ ที่ประเทศไทยแบบครบทั้งวงอย่างแน่นอน ฟากหนุ่ม ซอ คังจุน มาเมืองไทยทั้งทีเมื่อเจอแฟนๆ บอกรักกันแล้ว เขาเลยขอพูดภาษาไทยตอบกลับแฟนๆ แบบแมนๆ กวนๆ ว่า "รักเหมือนกันเว้ยยย" ทำเอาแฟนคลับยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน ด้านแฟนคลับไทยดินแดนแลนด์โปรเจ็คก็มีของขวัญมามอบให้ ซอ คังจุน เป็นข้อความวิตามิน ที่เมื่อเขารู้สึกเหนื่อยให้อ่านข้อความในขวดโหลก็จะได้รับกำลังใจที่แฟนๆ พร้อมใจกันส่งให้ ก่อนที่หนุ่มหล่อเจ้าของงานจะปิดท้ายแฟนมีตติ้งของเขาด้วยเพลงเพราะๆ แล้วลากันด้วยกิจกรรมไฮทัชให้แฟนคลับทุกที่นั่งได้สัมผัสมือเป็นการอำลา... งานนี้ทั้งแฟนคลับและ ซอ คังจุน ต่างได้รับทั้งความสุข เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม กำลังใจ และความใกล้ชิดสุดพิเศษ ประทับใจกันไปถ้วนหน้า. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนเมษายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนเมษายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ความรักเป็นรักจริงหวังฟันมากกว่า ช่วงนี้เที่ยวเก่ง เจ้าชู้หว่านเสน่ห์ไปเรื่อย ถ้ามีคนรักแล้ว ช่วงนี้ไดเปลี่ยนบรรยากาศ พักผ่อนต่างจังหวัด ความรักหวานชื่น กลางเดือนระวังความรักมีมือที่สามเข้ามาเอี่ยว ทำให้เกิดความวุ่นวายได้ ต้องพยายามระงับอารมณ์ให้ดี คนโสดจะได้ปิ๊งคนถูกใจ พยายามแต่งตัวให้ดูดีทุกวัน จะได้มั่นใจ ปลายเดือนก็ยังมีแง่งอนกันบ่อย มีเรื่องให้เข้าใจผิดอยู่ประจำ พยายามใช้เหตุผล คนเราบางครั้งไม่มีใครดีพร้อม อภัยให้กันได้ความรักก็จะสวยงาม ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ดวงความรัก มีคนคอยเป็นกำลังใจ ทำให้รู้สึกดี สดชื่นเจ่มใสทุกเวลา คนโสดคงได้สละคานเสียที ช่วงนี้เสน่ห์ต้องตาต้องใจทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน กลางเดือนความรักเบื่อๆ เหงาๆ ไม่ค่อยมีเวลาให้ คนโสดเป็นรักต้องห้าม แอบรักเขาข้างเดียว ปลายเดือนถ้ายังโสดจะมีคนมาสารภาพรัก ได้เจอคนรักโดยบังเอิญ แต่ถ้ามีคนรักแล้วก็ต้องระวังจะมีคนมายุแหย่ให้แตกหัก ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ความรักเจ้าเสน่ห์สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือเพศตรงข้าม ทั้งแก่ทั้งเด็กมารุมหลงรักคุณ แต่ขอเตือนว่าผูกอะไรไว้ก็ต้องหาทางแก้ไขเอาเองด้วย คนโสดจะแอบไปชอบคนมีเจ้าของ ต้องกลายเป็นกิ๊กไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนคนมีคู่แล้วจะจุกจิก ปลายเดือนดวงความรักจะมีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ ระยะทางทำให้คุณคิดหาทางแผลงๆ ให้ใจเย็นไว้ ได้สวีทกันหวานจ๋อยแน่นอน ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ความรัก มีความเข้าใจเห็นอกเห็นใจกัน โรแมนติก ส่วนคนโสดไม่น้อยหน้า ช่วงนี้จะได้สะดุดรักกับคนถูกใจ ในส่วนความรักที่ก่อร่างสร้างตัวจากความผูกพัน จะทำให้มีความมั่นคงที่ดี แต่อาจมีเรื่องเข้าใจผิด ให้ใช้เหตุผลในการพูดจา สิ้นเดือนความรักมีอาการหึงหวงกัน เกิดปัญหาคาใจให้คิดมาก คนโสดก็ยังไม่วายแอบรักคนมีเจ้าของ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ความรักแอบมองใครไว้ คงถึงเวลาที่ต้องสารภาพรักแล้ว ถ้ามัวแต่เฉยก็คงจะโดนตัดหน้าไปก่อน ส่วนคนที่มีคนรักแล้ว เป็นช่วงที่สับสน แววเจ้าชู้เริ่มออกลาย แต่ก็จะสะสางได้ และในช่วงนี้ความรักจะสุกงอมเต็มที่ ได้ฤกษ์แต่งงานเสียที คนโสดสะดุดรักอย่างจัง มีเสน่ห์แรง ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้มีเพื่อนใหม่ มีมิตรภาพมากขึ้น ปลายเดือนความรักสับสน ไม่สบายใจ มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามาทำให้คิดมาก ให้เชื่อใจและไว้ใจกันให้มากขึ้น ถ้ามีเรื่องสงสัยคาใจให้รีบคุยกัน คนโสดมีผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป หวังจริงจังยาก ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ความรักขี้น้อยใจ คนรักพึ่งพาอะไรไม่ค่อยได้ เผลอกำลังคิดนอกใจ คนที่คบอยู้รู้สึกว่าไม่ใช่ ส่วนคนโสดมีเข้ามา แต่มักจะต้องไปเป็นมือที่สามของคนอื่น ช่วงนี้ดวงความรักเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แง่งอนกันบ่อย ต้องคอยให้คนมาช่วยเคลียร์ แต่ถ้ายังโสดกามเทพจะมาช่วยแผลงศร ได้สะดุดรักเจอคนถูกใจแน่นอน ปลายเดือนคนมีคู่จะมีปากเสียงรุนแรง ถ้ามีบ่อยๆ มีโอกาสแตกหักสูง ถนอมน้ำใจกันบ้าง ยังไงก็คนรักกัน ส่วนคนโสดไม่มีวี่แวว ยิ่งตามหาก็ยิ่งห่างไกล ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ความรักถ้ายังโสดอยู่ คงต้องอาศัยให้เพื่อนช่วย เผลอๆ ความใกล้ชิดอาจก่อตัวเป็นความรักก็ได้ ถ้ามีคนรักแล้วถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดี ความรักมั่นคง กลางเดือนความรักสดชื่นสุดๆ คนโสดเจอคนโดนใจแน่ๆ แต่ต้องกล้าเข้าหาด้วย ถ้ามีคนรักแล้วอบอุ่น ได้เลี้ยงฉลองใต้แสงเทียน เข้าใจกันมากขึ้น สิ้นเดือนดวงความรักเป็นแบบแอบรัก แอบซ่อนเร้น อาจต้องผิดหวังกันไป ไม่เป็นไรคนดีๆ ยังมีอีกเยอะ ถ้ามีคนรักแล้ว มีปากเสียงกันบ้าง แต่สุดท้ายก็จบอย่างมีความสุข ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ช่วงนี้มีแต่เรื่องรักเรื่องเที่ยว ความสุขเอ่อล้นเต็มที่ ความรักเพียงสองเรา วางแผนเดินทางท่องเที่ยว รักหวานฉ่ำ แต่ก็แอบโปรยเสน่ห์ มีเรื่องน่าประทับใจ คนโสดก็คงได้เพื่อนๆ คอยแนะนำ เผลอๆ คนที่เคยเป็นเพื่อนอาจพัฒนากลายเป็นคนรักอีกด้วย กลางเดือนความรักเข้ามาแบบแปลกๆ แต่ก็น่าประทับใจ คนโสดมีดวงได้หวานใจมาเคียงคู่ ส่วนถ้ามีแฟนแล้วก็ได้ตกลงปลงใจ ความสัมพันธ์คืบหน้าไปอีกขั้น ปลายเดือนความแง่งอนกันตลอด แถมไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลย ลองลดทิฐิหาเวลาคุยดูบ้าง จะได้หวานเหมือนคู่อื่นๆ ส่วนคนโสดเริ่มมีคนมาเมียงมอง ไม่ต้องสงวนท่าทีมาก ลุยได้เลย ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความรักถ้ายังโสดได้พบรัก ความสัมพันธ์รุดหน้า ส่วนคนมีคู่ทั้งหลายมีโอกาสได้จู๋จี๋กันบ้าง ให้ระวังอารมณ์ คำพูดคำจาจะทำให้ผิดใจกัน กลางเดือนสำหรับใครที่กำลังจดๆ จ้องๆ กันอยู่ ก็คงได้ฤกษ์สารภาพรักเสียที ความรักมักมาจากความใกล้ชิด คนขี้เหงาก็คงได้คนรู้ใจมาช่วยคลายความเหงา อบอุ่นดี ปลายเดือนมีแง่งอนกันบ่อย รักไม่มั่นคง หัดยอมกันบ้าง รักจะได้ยืนยาวขึ้น คนโสดต้องหาเรื่องเดินทางบ่อยๆ ถึงจะได้สะดุดรักกับเข้าบ้าง ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความรักที่ยังโสด คงได้เพื่อนแนะนำ ไปๆ มาๆ ก็ได้พ่อสื่อแม่สื่อนี่แหละมาเป็นคู่กันเอง ส่วนถ้ามีแฟนแล้ว มักมีอะไรๆ พิเศษมาให้หวานกันบ้าง ดวงความรักขี้น้อยใจ คนรักก็ห่างเหิน ซ้ำยังมีทีท่าว่าจะมีมือที่สามเข้ามาแทรกอีก  แต่ต้นร้ายปลายดี มีเวลาได้สวีทในปลายเดือน ส่วนคนโสดแย่หน่อย ต้องแอบเป็นกิ๊กกับแฟนชาวบ้าน ปลายเดือนความรักสดใสซาบซ่า คนโสดได้ปิ๊งปั๊งให้วุ่นวาย แต่น่าเสียดายคนที่เข้ามามักมีเจ้าของแล้ว ถ้ามีแฟนแล้ว Happy สุดๆ คนรักเอาใจ แถมคุณยังมีกิ๊กเข้ามาให้กระชุ่มกระชวยหัวใจอีกด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ความรักอยากได้ใครต้องหมั่นตามจีบ ตามตื้อ โอกาสอยู่แค่เอื้อม แต่ถ้ามีคู่แล้วจะหวานเป็นพักๆ ระวังคำพูดจะทำให้ผิดใจกัน ความรักวุ่นวายทั้งเก่าใหม่ มีกิ๊กเพิ่มอีก คนเก่าก็ถ่านไฟเก่าคุกกรุ่น เลือกยาก แต่ที่แน่ๆ คนโสดไม่เหงานาน มีคนมาพิจารณาแน่นอน ปลายเดือนความรักเจ้าเสน่ห์ ต้องคอยสับราง แต่ไม่รู้เป็นอะไร มีแต่คนอายุมากกว่ามาจีบ ส่วนถ้ามีแฟนแล้วสงบศึก หันมาใส่ใจกันมากขึ้น ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ดวงความรักได้หรรษากันทุกวัน ที่แอบรักใครอยู่มีเรื่องกุ๊กกิ๊ก ให้ดีใจตลอด คนโสดมีเพื่อนแนะนำคนดีๆ ให้รู้จัก ส่วนถ้ามีคนรักแล้ว จากที่งอนกัน จะเข้าใจกันมากขึ้น ดวงความรักโดดเด่นสุดๆ เป็นช่วงที่ได้เปล่งปลั่งเต็มที่ มีคนมารุมล้อม คนโสดลองเลือกดู คงมีถูกใจบ้าง ส่วนถ้ามีแฟนแล้ว ช่วงนี้อยากได้อะไรให้รีบขอ เพราะแฟนคุณจะชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ สั่งได้ทุกเรื่อง สิ้นเดือนความรักรู้สึกเหงาๆ ขาดคนเข้าใจ แม้จะมีคนรักแล้ว แต่ก็รู้สึกโดดเดี่ยว คนโสดมีแบบสนุกสนานไม่จริงจัง ช่วงนี้เจอแต่คนมีคู่เลยเป็นได้แค่กิ๊ก รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

เมื่อบิ๊กบอสเยือนไทย!! ดาราไทยติ่ง ซงจุงกิ จึงกรี๊ดหนักมาก!!
แซมมี่ ปัณฑิตา /  แซมมี่ เคาวเวลล์ / 

ทำเอาสาวๆ สาวกซีรีส์ดังเรื่อง Descendants of the Sun กรี๊ดหนักมาก เมื่อ ซงจุงกิ หรือ กัปตันยูชีจิน เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลาประมาณ 21.15น. วันที่ 4พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีกิจกรรมพบปะแฟนคลับในงาน “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ในวันเสาร์ที่ 7 พ.ค. และเดินทางกลับในวันที่ 8 พ.ค. ตามลำดับ งานนี้นอกจากจะมีแฟนคลับที่มาคอยต้อนรับที่สนามบินอย่างเนืองแน่นแล้ว ด้านดาราไทยติ่งซงจุงกิ ก็ไม่น้อยหน้ารีบโพสต์ภาพและข้อความต้อนรับการมาเยือนเมืองไทย ของสุดหล่อ ซงจุงกิ ทันควันกันเลยล่ะจ้า ซึ่งด้าน แซมมี่ เคาวเวลล์ ได้โพสต์ภาพ หนุ่มซงจุงกิ กำลังโทรศัพท์คู่กับภาพของตนเองพร้อมข้อความว่า “แลนดิ้งแล้วนิ้ อยู่ไหนแล้วววว #ด่าได้แต่อย่าแรงนะ #songjoongki #ชั้นรักเค้า #โอ้ปป้าซารางเฮ” “มีความเว้ลคั้มคิส #ด่าได้แต่อย่าแรงนะ #ชั้นรักเค้า #songjoongki #โอ้ปป้าซารางเฮ” เปรี้ยว ทัศนียา โพสต์ภาพ หนุ่มซงจุงกิ พร้อมข้อความ “โถ่ชากียาา หลับบนเครื่องก็ได้นะคะ #มโน!#ฝากภรรยาทั้งหลายรับสามีแห่งชาติด้วยนะคะ” “ยินดีต้อนรับนะคะแฟนนน อะไรจะน่ารักเบอนี้คะพูด! #หนูรักของหนู#อย่าว่าหนูเลย#ชออนุญาติเจ้าของรูปนะคะ” ดีเจบุ๊คโกะ ที่ลงทุนเปลี่ยนภาพตนเองเป็น หมอคังโมยอน คู่กับ หนุ่มซงจุงจิ พร้อมข้อความว่า “ชีวิตเพื่อชาติรักนี้เพื่อเธอ เรียกหญิงว่า "หมอคังโมยอล"(หมอคันก็ได้) #Bookko #princessofradio #ก็นู๋รักเค้า #นู๋สายมโน #Proudslim #เจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุ @descendantsofthesun_official @songjoongkionly #Koreaseries” ขอบคุณภาพจาก IG sammthita, preawwnp, bookko

สร้างพื้นที่ว่างให้ผ่อนคลายด้วย Pool Design Ideas
Design /  Pool / 

ใครหลายคนต่างก็ฝันอยากจะมีสระว่ายน้ำไว้ในบ้านของตัวเอง เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมร่วมกันกับคนในครอบครัวแล้ว ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศให้งานสถาปัตยกรรมดูมีชีวิตชีวาน่ามองขึ้นด้วย เชื่อว่าใครก็ตามที่เคยเดินทางไปพักผ่อนตามรีสอร์ตต่างๆ คงจะเกิดความประทับใจกับ “สระว่ายน้ำ” จนอยากดึงบรรยากาศเหล่านั้นเข้ามาไว้ในบ้าน เราจึงไม่พลาดที่จะรวบรวมสระว่ายน้ำสวยๆ จากรีสอร์ตหลายๆ แห่งที่มีบรรยากาศชวนฝันมาให้ชมกัน เพื่อเป็นไอเดียสำหรับนำมาสร้างไว้ใช้ในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ RIVER KWAI RESORT   ด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์ จึงเกิดเป็นรีสอร์ตที่มีความโดดเด่นในเรื่องของงานสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายงานอุตสาหกรรม ต่อเนื่องมาถึงสระว่ายน้ำด้วยงานดีไซน์ในแบบ Infinity Riverfront Pool กับงานออกแบบที่ผสมผสานระหว่างรูปทรงเลขาคณิตและรูปทรงอิสระทำให้รู้สึกเชื่อมต่อกับแม่น้ำผืนกว้าง ขณะเดียวกันยังมีใช้ระบบ Over Flow (ระบบน้ำล้น) ซึ่งจะให้น้ำล้นออกมาขอบสระแล้วผ่านรางรอบๆ โดยมีหินขนาดใหญ่ปิดตัวท่อระบายน้ำให้เกิดความสวยงาม ซึ่งระบบนี้เป็นการนำน้ำในสระไปบำบัดฆ่าเชื้อโรค โดยน้ำที่ล้นออกมาจะไปรวมที่ Surge Tank หรือที่เรียกกันว่าบ่อกรอง ก่อนจะกลับมาสู่สระอีกครั้ง BORIBOT POOL RESORT   บริบท เขาใหญ่ รีสอร์ต เต็มไปด้วยเรื่องราวชวนติดตามภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซา บา ชิค” โดยสระว่ายน้ำกลางแจ้งได้ออกแบบมาในรูปทรงฟรีฟอร์ม ด้วยเส้นสายที่โค้งมนกว้างกว่า 10 เมตรในรูปแบบ Infinity Pool หันหน้าออกสู่ขุนเขาเบื้องหน้า จึงทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ พื้นที่ภายในและภายนอกสระปูด้วยกระเบื้องโมเสกสีฟ้าสลับกับสีดำ ทำให้สระว่ายน้ำดูมีมิติขึ้นเมื่อส่องประกายกับแสงแดด ทั้งนี้ยังได้เว้นสเปซรอบสระ ทำให้สามารถมองเห็นรางน้ำล้นที่คล้ายกับท่อระบายน้ำ ซึ่งจะเห็นว่าผิวน้ำดูเรียบสวยตลอดเวลาเพราะอยู่ในระดับเดียวกับพื้นที่รอบสระ พร้อมกันนี้ยังได้มีการนำศาสตร์ที่เกี่ยวกับสายน้ำด้วยวารีบำบัด เป็นการนวดด้วยสายน้ำโดยใช้แรงดันและการไหลเวียนของน้ำเพื่อนวดบำบัดร่างกาย SALA AYUTTHAYA   สำหรับรีสอร์ตแห่งนี้ มีแนวคิดการออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมไทยในยุคปัจจุบัน โดยหยิบเทคนิค สัญลักษณ์และรูปแบบไทยโบราณมาจัดวางใหม่ ตัวอาคารห้องพักรวมออกแบบมาจากบ้าน 2 ชั้น ในรูปทรงที่เรียบง่ายหลายหลังเรียงต่อกัน คอนเซ็ปต์การออกแบบของสระว่ายน้ำจึงมีลักษณะเป็นการย่อมุมคลับคล้ายเจดีย์ ซึ่งเป็นเทคนิคการก่อของสถาปัตยกรรมไทยโบราณ จุดเด่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Stepwell ประเทศอินเดีย คือดีไซน์ขั้นบันไดจากทั้ง 4 ด้านลดหลั่นลงไปจากที่นั่งริมสระจนถึงใต้สระว่ายน้ำ และยังเลือกใช้ระบบเกลือที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วย KOH MADSUM   รีสอร์ตสไตล์โมเดิร์นยูโทเปีย มีความงดงามด้วยการนำวัสดุที่มีคุณภาพสูงมาใช้ในการออกแบบ อาทิ ไม้สัก ไม้ไผ่ หินแกรนิต และหินอ่อน เน้นเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ขึ้นจากไม้ไม่ต่างจากดินแดนยูโทเปีย ต่อเนื่องไปยังสระว่ายน้ำส่วนตัวภายใน Pool Villas ที่ตกแต่งด้วยรูปทรงเลขาคณิตหกเหลี่ยม เพื่อให้เข้ากับรูปทรงของอาคารลักษณะ Lap Pool เป็นสระทรงแคบ เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่แคบ ทั้งนี้ได้มีการเว้นสเปซให้ห่างจากตัวอาคารเพื่อให้มีพื้นที่นั่งเล่น วัสดุปูพื้นและผนังรอบสระด้วยการใช้หินธรรมชาติสีดำที่มีคุณสมบัติเนื้อละเอียด และปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ร่มเงา สระว่ายน้ำเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาให้เจ้าของ ฉะนั้นรูปทรงของสระจะต้องส่งเสริมและดูกลมกลืนไปกับสไตล์ของบ้านด้วย การเลือกรูปทรงของสระว่ายน้ำก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวอะไร ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ ลักษณะการใช้งาน และความชอบของแต่ละบุคคล สำหรับใครที่กำลังมองหาสระว่ายน้ำส่วนตัว รับรองว่าสระว่ายน้ำภายในรีสอร์ตแต่ละแห่งที่เราคัดสรรมานั้น คงจะช่วยจุดประกายไอเดียของคุณได้ไม่น้อย... เครดิตจาก นิตยสาร Life and Home ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เทรกกิ้งและความท้ายทายกับ โป้ง-ปวิญ มือกลองโมเดิร์นด๊อก
Fuji /  Himalaya / 

โป้ง-ปวิญ สุวรรณชีพ มือกลองมาดเข้มแห่งวง "โมเดิร์นด๊อก" เพิ่งจะสัมผัสการท่องเที่ยวแบบ "เทรกกิ้ง" มาได้ไม่นาน จากทริปมือใหม่ที่คุณโป้งได้ไต่ขึ้นเทือกเขาหิมาลัยที่เนปาลอย่างคนไม่รู้อะไรเลย ทำให้เขาได้พบกับประสบการณ์อันแสนวิเศษ และนำมาสู่การเดินขึ้นยอดภูเขาไฟฟูจิและตาเตยาม่าในอีกไม่กี่เดือนหลัง “ครั้งแรกที่ไปเทรกกิ้ง เป็นการไปแบบไม่รู้อะไรเลย เห็นเพื่อนไปก็เลยไปด้วย ตอนนั้นเรามือใหม่กันทุกคน รู้แค่ว่าต้องเดินทั้งหมดสิบวัน คิดว่าตัวเองแข็งแรงพอ เตรียมแค่เสื้อผ้ากับอุปกรณ์ไปแค่นั้น ไม่รู้ว่าหิมาลัยเป็นยังไง อากาศเป็นยังไงจนเครื่องลงที่สนามบินเนปาล เห็นบ้านเมืองเขา สิ่งแรกที่รู้สึกคือ เรามาทำไมเนี่ย แต่จะถอยก็ไม่ได้แล้ว พอออกไปนอกเมือง ความรู้สึกก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เริ่มติดใจกับความเป็นธรรมชาติระหว่างทางที่เราต้องเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาอันนาปุรณะ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงอันดับสี่ของโลก ด้วยเส้นทางเดียวกับลาและม้าที่คนเนปาลใช้จูงขนของขึ้นไปที่หมู่บ้านบนนั้น ระหว่างทางม้าก็จะกินไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยมูลออกมาด้วย เราต้องคอยหลบ เรื่อยๆ แล้วความเหนื่อยทำให้เราสนใจกับสิ่งเหล่านั้นน้อยลง ระหว่างทางเราได้แวะตามหมู่บ้านเล็กๆไปเรื่อยๆ ยิ่งสูงขึ้นไป สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป จากต้นไม้ที่ดูเหมือนป่าบ้านเราในช่วงความสูงไม่ถึง 3,000 เมตร ก็เปลี่ยนเป็นต้นไม้ อีกแบบหนึ่ง และเมื่อสูงขึ้นไปยิ่งกว่านั้นก็มีแต่หินอย่างเดียว เราถึงเบสแคมป์ในตอนที่ฝนกำลังตกและฟ้าปิด จนมองไม่ออกว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวนั้นคืออะไร ได้ยินแต่เสียงน้ำที่เกิดจากหิมะบนเขาละลายแล้วไหลลงมา เราเดินเลาะไปตามแม่น้ำไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่อยู่ดีๆ ฟ้าก็เปิด ทำให้เรามองเห็นความยิ่งใหญ่ที่อยู่รอบตัวจนเรารู้สึกว่าเราเป็นเหมือนมดตัวนิดเดียวที่อยู่ในอาณาจักรนี้ เราเริ่มติด ใจการเทรกกิ้งมาจากครั้งนั้น เพราะมีความสุขกับการได้เดินขึ้นไปและได้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา ไม่กี่เดือนต่อมา เรามีโอกาสไปญี่ปุ่น จึงวางแผนว่าจะเดินขึ้นฟูจิกับน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ปรกติที่ฟูจิจะเปิดให้คนเดินขึ้นไปแค่สามเดือน คือช่วงกรกฎาคมถึงกันยายน แต่เราไปก่อนที่เขาจะเปิดให้ขึ้นประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งเขาไม่ได้ห้ามหากจะเดินขึ้นไป เพียงแต่มันเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเพราะมีคนขึ้นไปแล้วเสียชีวิตทุกปี หากเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือ และที่พักก็ยังไม่เปิด เราได้ที่พักเป็นบ้านแห่งเดียวบนภูเขา แล้วก็ตั้งใจจะตื่นตีสามเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นข้างบน เจ้าของบ้านพักบอกว่าไม่แนะนำ เพราะอันตราย เราจึงเปลี่ยนแผนตื่นตีสี่ปลายๆ เพื่อให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเดินต่อไปให้ถึงยอดหลังจากจบมื้อเช้า จากสเตชั่นที่ 8 ขึ้นมา รอบตัวเราซึ่งมีแต่ภูเขาไม่มีคนอื่นเลย เช้าวันนั้นมีพายุเข้า และอากาศแปรปรวน เราจึงตั้งใจว่าจะเดินจากสเตชั่นที่ 8 ไปถึงสเตชั่นที่ 10 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดแล้วเดินลงเลย ความสูงของภูเขานี้ทำให้เราเดินได้ช้ามาก จากฟ้าที่เปิดใสแจ๋วค่อยๆมีเมฆไหลมา และกลายเป็นเมฆดำที่อยู่ในระดับเดียวกับตัวเรา ที่แย่กว่านั้นคือเราได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่ข้างๆหู ซึ่งน่ากลัวที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าฟ้าจะผ่าได้เพราะเราอยู่ในที่โล่งมาก ความกลัวเข้ามาประชิดเราในตอนนั้น ต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือกลับ ยอดเขาอยู่ไม่ไกลเราแล้ว มันอยู่สูงกว่าเราแค่ 200 เมตร แต่ก็ชันมากจนต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึงยอด ที่สำคัญคืออันตรายมาก เราลังเลอยู่นานจนฟ้าเปิดแล้วตัดสินใจขึ้นให้ถึง มีเพียงเสียงหอบของลมหายใจ และเสียงเท้าที่ย่ำขึ้นไปของเราสองคนเป็นเพื่อน พอถึงยอดเขาแล้วเรารู้สึกภูมิใจยิ่งกว่าเดินขึ้นอันนาปุรณะ เพราะครั้งนี้เราตั้งใจมาเราเดินฝ่าความกลัวที่เกิดขึ้นในใจแล้วเราจบมันได้จริงๆ เราติดใจการเดินเทรกกิ้งมากขึ้น ทริปเทรกกิ้งวันเดียวและคนเดียวของเราเกิดขึ้นอีกครั้งในญี่ปุ่น หลังจากเล่นคอนเสิร์ตในโตเกียว เช้าวันรุ่งขึ้นเรานั่งรถไฟไปที่โตยาม่า เพื่อไปเทรกกิ้งที่ภูเขาตาเตยาม่า ซึ่งเป็นเทือกเขาอัลไพน์ในญี่ปุ่น ลงรถไฟที่สถานีโตยามา เราต้องขึ้นรถรางหรือกระเช้าเพื่อไปยังจุดที่มีเทรลให้เดินต่อ หิมะที่นี่จะตกเร็วกว่าที่อื่นในญี่ปุ่นคือช่วงเดือนตุลาคม เราไปเดือนสิงหาคม หิมะชุดเดิมยังละลายไม่หมด แต่ก็เดินไม่ลำบาก เทรกกิ้งมือใหม่ก็ยังเดินได้สบาย เราเลือกเดินในเส้นทางที่จะพาไปยอดที่สูงที่สุด แต่ต้องรีบทำเวลาเพราะต้องลงมาให้ทันกระเช้าชุดสุดท้ายที่จะลงจากสเตชั่น จึงต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยเสื้อผ้าและรองเท้าที่ไม่ได้เตรียมตัวมา และใช้ร่มกันฝนต่างไม้เท้าเทรกกิ้งแทน และเมื่อไปถึงจุดสูงสุดที่ป้ายซึ่งเขียนตัวเลขเอาไว้ว่า 3015 ฝนก็ตก ทำให้ต้องรีบกลับลงมา ทริปนี้จึงเป็นทริปที่ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด แต่ก็สนุกและท้าทายสมใจ "ความสนุกในการเที่ยวแบบนี้ มันคือความตื่นเต้นและท้าทายตัวเองว่าเราจะทำได้หรือไม่ได้ เราขีดเส้นชัยให้ตัวเอง ว่ามาถึงตรงนี้ได้แล้ว คราวต่อไปเราก็ต้องทำให้ท้าทายยิ่งกว่าอีก” TIPS + การวางแผนให้พร้อมคือการเตรียมตัวในการเทรกกิ้งที่ดี และนอกจากแผน A แล้ว จะต้องมีแผน B ไว้สำรองเสมอ เพราะสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปมา อาจทำให้เราทำตามแผนที่วางเอาไว้ไม่ได้เสียทั้งหมด + หากเป็นการเทรกกิ้งที่ใช้เวลาหลายวัน ควรมีอุปกรณ์ให้พร้อมเช่น รองเท้าสำหรับเทรกกิ้งโดยเฉพาะ เสื้อผ้าที่กันหนาวและกันฝนได้ และควรเลือกยี่ห้อที่ผลิตมาเผื่อการเทรกกิ้งจริงๆ จะทำให้เดินได้สบายกว่า ไม้เท้าเทรกกิ้งสำหรับพยุงตัว ถุงมือ ถุงเท้า หมวกกันหนาว หมวกกันแดด ฯลฯ + การเทรกกิ้งหลายวันเช่นที่เนปาล ควรไปกับไกด์นำทัวร์และซื้อประกันเอาไว้ หากมีเหตุไม่คาดฝันหรือเดินต่อไม่ไหว บริษัทประกันจะส่งเฮลิคอปเตอร์มารับกลับได้ทันท่วงที

โดนใจคอบอล!ยามาฮ่าลีกดิวิชั่นวัน17ทีมร่วมหวดยิงสดทุกนัด
!ยามาฮ่าลีกดิวิชั่นวัน /  ดิวิชั่น 1 / 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการแข่งชันฟุตบอลยามาฮ่าลีก ลีกดิวิชั่น 1 ฤดูกาลใหม่ โดยมี 17 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน ทีมแชมป์คว้าเงินรางวัล 5 ล้านบาท  รองแชมป์ได้ 3 ล้านบาท ส่วนสองทีมสุดท้ายร่วงตกชั้น โดยจะมีการถ่ายทอดสดทั้งหมด 272 นัดการแถลงข่าวเปิดการแข่งขันฟุตบอล ยามาฮ่าลีกวัน ที่ห้อง อินฟินิตี้รูม โรงแรมพลูแมน (ซอยรางน้ำ)โดยมี พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน ร่วมกับนาย วุฒิชัย ชัยจิตย์ซึ่งเป็นตัวแทนของ นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย และ นายอนุสิทธิ์ เกิดสินธ์ชัย ประธาน บริษัทไทยลีกดิวิชั่น 1 และ นาย ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการ บริษัทไทยยามาฮ่ามอเตอร์  ร่วมแถลงข่าว โดยการแข่งขันยังคงได้บริษัทยามาฮ่า ที่สนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในปีนี้จะเปิดฤดูกาลในวันที่ 5 มีนาคม2559 มี 17 ทีมลงแข่งขัน เพื่อหาทีมอันดับที่ 1-3 เลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ และสองอันดับสุดท้ายตกชั้น สู่ดิวิชั่น 2 โดยทีมแชมป์รับเงินรางวัล 5 ล้านบาทพร้อมกับทริปเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่ออุ่นเครื่องกับ จูบิโล่ อิวาตะ ทีมแกร่งจากเจลีกนอกจากนี้ยังจะมีการถ่ายทอดสดครบทุกนัดที่ทำการแข่งขันทั้ง 272 นัด นอกจากนี้รางวัลอื่นๆยังมี รางวัลรองแชมป์ได้รับเงิน 3 ล้านบาท, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล, รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม และมีการเพิ่มรางวัลพิเศษสำหรับแฟนบอลด้วยการแจกรถมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าในคู่บิ๊กแมตท์ สำหรับโปรแกรมคู่เปิดสนามศึกยามาฮ่าลีกวัน วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 18.00 น. กระบี่ เอฟซี - ขอนแก่น ยูไนเต็ด 18.00 น. ระยอง เอฟซี - สมุทรสงครามฯ 18.00 น. แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด - นครปฐม ยูไนเต็ด 18.00 น.  การท่าเรือ เอฟซี - เชียงใหม่ เอฟซี วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 18.00 น. บางกอก เอฟซี - อ่างทอง เอฟซี 18.00 น. ลำปาง เอฟซี - ทีโอที เอสซี 18.00 น. ประจวบ เอฟซี - สงขลา ยูไนเต็ด 19.00 น. พีทีที ระยอง - อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

ผลบอล ตกรอบสนิท! บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดน ซานเฟรชเซ บุกซิวถึงรัง
ซานเฟรชเช ฮิโรชิม่า /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ผลบอล เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 4 กลุ่มเอฟ วันอังคารที่ 5 เมษายน 2559 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทย) 0-2 ซานเฟรชเซ ฮิโรชิม่า(ญี่ปุ่น) ผู้ทำประตู:0-1 มิยาโยชิ ทาคูมิ น.45 เวลา: 18.00 น. สนาม:บุรีรัมย์ สเตเดี้ยม (ไอโมบาย) การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.59 ณ สนามบุรีรัมย์ สเตเดียม ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้า ไทยลีก เปิดบ้านพบกับ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา แชมป์เจลีก ประเทศญี่ปุ่น โดยเกมแรกที่พบกัน ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ก่อน 3-0 เปิดฉากครึ่งเวลาแรกได้ 5 นาที ซานเฟรซเซ ได้โอกาสทักทายก่อนจากจังหวะที่ โยชิฟูมิ คาชิวา หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้ มิยาโยชิ ทาคูมิ พยายามพุ่งเข้ามาชาร์จแต่ไม่โดน เกมเดินทางมาถึงนาทีที่ 21 บุรีรัมย์ มาได้ลุ้นครั้งแรก โก ซุล กิ ตักบอลเข้าเขตโทษให้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ก่อนแปะคืนหลังมาที่ จักรพันธ์ แก้วพรม วิ่งมาซัดด้วยขวาหลุดกรอบออกไป 3 นาทีให้หลัง บุรีรัมย์ มาได้ลุ้นอีกครั้ง โก ซุล กิ มองเห็น ธีราทร บุญมาทัน วิ่งสอดเข้าเขตโทษ ก่อนชิพไปให้ทว่าจังหวะสุดท้าย ธีราทร ล้มตัวมายิงสุดเท้าไปเข้ามือ ทาคุโตะ ฮายาชิ นายด่านทีมเยือน นาทีที่ 30 บุรีรัมย์ มาได้ลุ้นอีกครั้ง โก ซุล กิ สบช่องยิงไกลด้วยขวาประมาณ 25 หลา บอลพุ่งแรงหลุดเสาสองออกหลังไป จากนั้นนาทีที่ 35 ซานเฟรชเช เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ โคเฮอิ ชิมิสุ กระชากขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนไหลเข้ากลางให้ ชิโอตานิ ซูกาสะ ตั้งป้อมกดด้วยซ้าย บอลถากเสาสองออกไปนิดเดียว นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นเมื่อ ฮิซาโตะ ซาโตะ แทงให้ มิยาโยชิ ทาคูมิ หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนยิงสวนตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เข้าไป ทำให้ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ออกนำไปในครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์ 1-0 เ ปิดฉากครึ่งเวลาหลัง ปราสาทสายฟ้า ที่เป็นรองในเรื่องของสกอร์ มาเปิดเกมเข้าใส่ผู้มาเยือนบ้าง นาทีที่ 56 อนาวิน จูจีน เติมขึ้นมาทรางกราบขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้ ธีราทร บุญมาทัน ยิงไปติด ไคโอะ ฟิลิเป้ แต่กลายเป็นดีเข้าทาง สุเชาว์ นุชนุ่ม แปเหน่งๆ ทว่าดันไปตรงตัว ทาคุโตะ ฮายาชิ รับไว้ได้ เกมเดินทางมาถึง 1 ชั่วโมง ทั้ง 2 ทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก เป็นทาง บุรีรัมย์ ที่ครองบอลได้มากขึ้น แต่ทว่าก็ยังไม่อาจจะเจาะ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา เข้าไปพังประตูตีเสมอได้ นาทีที่ 84 กลายเป็น ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ได้ลุ้นบ้างเมื่อ ยูซูเกะ ชาจิมะ ได้ซัดบอลนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปอย่างได้เสียว และแล้วนาทีที่ 86 ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ก็มาได้โต้กลับเร็ว และเป็น โคเซ ชิบาซากิ ได้กระชากบอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจชิพบอลข้าม ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่พยายามจะออกมาป้องกันเข้าประตูไป ทำให้ ซานเฟรซเซ หนีเป็น 2-0 เวลาที่เหลือ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พยายามจะเปิดเกมสู้เพื่อที่จะเอาประตูคืนให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจจะยิงประตูได้ ทำให้จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แพ้ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ไป 0-2 ส่งผลให้ ปราสาทสายฟ้า ยุติเส้นทางเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2016 ไว้เพียงรอบแรก ถึงแม้จะเหลืออีก 2 เกมก็ตาม ส่วนผลของสายเดียวกันอีกคู่ เอฟซี โซล เปิดบ้านเสมอกับ ซานตง ลู่เหนิง ไปแบบไร้สกอร์ ทำให้เวลานี้ เอฟซี โซล แข่ง 4 นัดมี 10 คะแนน รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม โดยมี ซานตง ลู่เหนิง ตามมาเป็นอันดับที่ 2 มี 7 คะแนน ส่วน ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา อยู่อันดับที่ 3 มี 6 คะแนน และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังไม่มีคะแนน สำหรับเกมต่อไปของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะยกพลออกไปเยือน เอฟซี โซล ที่ประเทศเกาหลีใต้ในวันที่ 20 เมษายน 2559 คิกออฟเวลา 17.30 น. รายชื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), นัสตพล มาลาพันธ์, อันเดรส ตูเญซ, ธีราทร บุญมาทัน, อนาวิน จูจีน, จักรพันธ์ แก้วพรม (สถาพร ดงสี น.51), โก ซุล กิ, สุเชาว์ นุชนุ่ม (C), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (อนันต์ บัวแสง น.73), ไคโอะ ฟิลิเป้ ซานเฟรชเช ฮิโรชิม่า : ทาคุโตะ ฮายาชิ (GK), ชิโอตานิ ซูกาสะ, ฮิโรกิ มิซูโมโต, คาซูฮิโกะ ชิบะ, อาโอยามะ โทชิฮิโร (C), โคเฮอิ ชิมิสุ, โยชิฟูมิ คาชิวา, ยูซูเกะ ชาจิมะ, ทาคุยะ มารุตานิ, ฮิซาโตะ ซาโตะ, มิยาโยชิ ทาคูมิ

หจก.ซ้ง การไฟฟ้า

จำหน่าย อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด อุปกรณ์คอนโทรล สายไฟ: ยาซากิ/แอ๊น หลอดไฟ LED ท่อไฟ รางไฟไฟประดับ ไฟตกแต่ง อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโรงแรมและโรงงาน เครื่องมือช่าง ตู้MDB อุปกรณ์ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

บีทีเอส แจ้งเดินรถปกติ หลังเกิดขัดข้อง
BTS /  จุดสับราง / 

บีทีเอส แจ้งเดินรถปกติโดยรถไฟฟ้าเที่ยวแรกเริ่มตั้งแต่เวลา 05.15น. เวลา 05.00 น. วันที่ 25 ก.พ.2559 บีทีเอสได้แจ้งเดินรถปกติ โดยได้โพสตแจงผ่านทวิตเตอร์ของรถไฟฟ้าบีทีเอส ระบุว่า BTS วันนี้ ให้บริการได้ตามปกติ สายสุขุมวิทให้บริการหมอชิต-แบริ่ง-หมอชิต และสายสีลมให้บริการสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า-สนามกีฬาแห่งชาติ โดยรถไฟฟ้าเที่ยวแรกจากหมอชิตจะเริ่มตั้งแต่ 05.15น. และ จากบางหว้าจะเริ่มตั้งแต่ 05.30 น. บีทีเอส แจ้งเปลี่ยนเวลาเดินรถใหม่ หลังเกิดขัดข้อง เกิดเหตุรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องที่จุดสับราง จากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม BTS สถานีสยาม เวลา 17.30 น. เวลา 12.00 น. BTS ได้แจ้งปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้าใหม่ ความคืบหน้ากรณีรถไฟฟ้า BTS ขัดข้องจนใช้การไม่ได้ทำให้มีประชาชนจำนวนมากตกค้างนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมาทาง BTS ได้แจ้งปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้าใหม่ เป็นดังนี้ จากสถานี หมอชิต-บางหว้า-หมอชิต ความถี่ 5 นาที, สยาม-แบริ่ง-สยาม ความถี่ 7 นาที และจากสถานีสยาม-สนามกีฬาแห่งชาติ-สยาม ความถี่ 5 นาที จนถึงเวลา 24.00 น ส่วนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ และคาดว่าพรุ่งนี้จะเปิดให้บริการได้ตามปกติ -เวลา 7.00 น. ล่าสุดทางบีทีเอส ได้แจ้งความคืบหน้าผ่านทางทวิตเตอร์ ระบุว่า BTS แจ้งเส้นทางการบริการสายสุขุมวิทดังนี้ จากสถานีหมอชิต-สยาม-หมอชิต, สยาม -แบริ่ง-สยาม จนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ เวลา 6.15 น. วันที่ 24 ก.พ. 59 ผู้ส่อข่าวรายงานว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดเหตุขัดข้องที่จุดสับราง จากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ส่งผลให้ความถี่ในการให้บริการลดลง เตือนผู้โดยสารที่ต้องเดินทางผ่านสถานีสยามจะต้องเปลี่ยนขบวนรถ ส่วนสำหรับสายสีลมใหห้บริการได้ปกติ ทั้งนี้ขอความกรุณาเผื่อเวลาในการเดินทาง เบื้องต้นทางบีทีเอสชี้แจงว่าอยู่ในขณะเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน @js100radio 08.24 น. จนท.ประกาศ ให้ ผดส.บางส่วน ทยอยเคลื่อนเข้าชานชาลา มีรถมา 1 ขบวน pic.twitter.com/YD5cREsOrY — PuffyBeNzWaLdrof (@PuffybeNz) 24 กุมภาพันธ์ 2016 ขอบคุณคลิป @PuffybeNz MThai News

สยามกีฬาอวอร์ด ครบ 10 ปี จัดยิ่งใหญ่ ทัพนักกีฬาดังร่วมงานมากมาย
ครั้งที่ 10 /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

10 ปี สยามกีฬาอวอร์ดจัดยิ่งใหญ่ ทัพนักกีฬาพร้อมบุคคลสำคัญของวงการกีฬาตบเท้าเข้ารับรางวัลเพียบ!!  บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล "สยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 10" เพื่อเชิดชูเกียรติยศนักกีฬาและบุคคลในวงการกีฬา ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยงานมีขึ้นที่โรงละคร อักษรา คิงพาวเวอร์ ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ ดาวน์ทาวน์ คอมเพล็กซ์ ซ.รางน้ำ กทม. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา  ได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ละบุคคลสำคัญในเวดวงการกีฬาไทย เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานในพิธีเข้าร่วมงาน และร่วมมอบรางวัลในครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับทางด้าน นายณัฐวุฒิ เรืองเวส  รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, พันโท รุจ แสงอุดม  รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์, ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา และผู้บริหารสมาคมกีฬาต่างๆ  นักกีฬาทีมชาติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในงานประกาศผลรางวัล อย่างคับคั่ง "เจ้าอาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เจ้าของดาวซัลโวสูงสุดในฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียล่าสุด  คว้าสุดยอดรางวัลแห่งปีพร้อมเงินรางวัล 300,000 บาทไปครอง ได้คะแนนเฉือนชนะ วุฒิชัย มาสุข  โคตรมวยอันตรายในรุ่น 64 กก. เจ้าของแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่เพิ่งคว้าตั๋วโอลิมปิก 2016 ได้สำเร็จ  และ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่นำทีมไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ ไปเฉียดฉิว คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ รับเงินรางวัลคนละ 50,000 บาทปลอบใจ ส่วนรางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยมหญิง ปีนี้คะแนนเบียดกันสูสี แต่หลังการสรุปคะแนนปรากฏว่า  "น้องเทนนิส" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวคนเก่งซึ่งทำผลงานคว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์โลก 2015 ที่รัสเซีย  และแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น 2015  คว้ารางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีไปครองพร้อมเงินรางวัล 300,000 บาท ทำให้  สุธิยา จิวเฉลิมมิตร  ยิงเป้าบินสาวมืออันดับ 1 ของเอเชียที่เพิ่งคว้ารองแชมป์โลกประเภทสกีต และโควต้าโอลมปิก 2016 ได้สำเร็จ  กับ "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ ขนไก่ขวัญใจที่คนไทยรู้จักกันดี เจ้าของแชมป์เอเชีย 2015 ที่ประเทศจีน และแชมป์ทีมหญิงซีเกมส์ ครั้งที่ 28  ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ รับเงินรางวัลคนละ 50,000 บาท รางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ผลประกาศรางวัลออกมาผู้ที่คว้ารางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม ปีนี้ไปครอง พร้อมด้วยเงินรางวัล 300,000 บาท ได้แก่ "โปรช้าง"  ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟชื่อดังชาวไทยเจ้าของผลงานดีต่อเนื่อง และปีนี้คว้าแชมป์ ปอร์เช่ ยูโรเปี้ยน โอเพ่น 2015 และทำผลงานติด 10 อันดับแรกใน 7 รายการยูโรเปี้ยน ทัวร์ ปี 2015  ส่วน อำนาจ เกษตรพัฒนา  ยอดมวยชื่อก้องโลก แชมป์โลกรุ่นฟลายเวต IBF   กับ เทพไชยา อุ่นหนู  “เอฟ นครนายก” แชมป์โลก สนุกเกอร์ แสงโสม 6 แดง 2015 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ และเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้แก่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ฟุตบอลทีมชาติ) รับเงินรางวัล 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ ดานิเอเล่ เฟอร์รี่  (โปโลน้ำหญิงทีมชาติไทย), ไกรวัลย์ ศุภประเสริฐ (เทเบิลเทนนิส)  รับเงินรางวัล 10,000 บาท รางวัลสุดยอดประทับใจแห่งปี เป็นช็อตเด็ด และเหตุการณ์ที่ โปโลน้ำสาว ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ด้วยการเฉือนชนะเจ้าภาพสิงคโปร์ ไปแบบสนุกตื่นเต้น 5-4 รับเงินรางวัล 50,000 บาท

'วีระ' เปรียบ รถไฟยุคปู-ลุงตู่ เหตุใดแตกต่างกันทุกด้าน?
รถไฟความเร็วสูง /  รถไฟรางคู่ / 

"วีระ สมความคิด"  เปรียบ รถไฟยุครัฐบาลปู-ประยุทธ์  แตกต่างทั้งงบฯ และ ความคุ้มค่า วันที่ 10 ก.พ.59 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ได้ตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณและทำไมกระแสต่อต้านที่แตกต่างกัน ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ระหว่างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี "รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง(ยิ่งลักษณ์-ชัชชาติ) กำลังผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วสูงรางคู่ 4 สาย รวมถึงรถไฟแถบชานเมืองอีก 9 สาย ในราคา 2.2 ล้านล้านบาท ปรากฎว่าถูกต่อต้านจากสังคมไทยอย่างหนัก เนื่องจากเห็นว่ามีราคาแพงเกินไป แต่ในขณะนี้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.กำลังผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วปานกลาง แต่ทำได้แค่รางเดี่ยวจำนวนเพียงแค่ 1 สายเท่านั้น แต่ราคาค่าก่อสร้างกลับมีราคาถึง 3 ล้านล้านบาท(ไม่รู้จริงหรือไม่?) กรณีนี้ทำไมไม่เห็นคนสังคมออกมาต่อต้านกันบ้าง หรือกลัวถูกทหารอุ้ม" นายวีระ กล่าว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

พาไปเสียว! เครื่องเล่นรางไม้ จังเกิ้ลโคสเตอร์แห่งแรกของไทย จ.เชียงใหม่
กิจกรรม เชียงใหม่ /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

ขาลุยพร้อมรึยัง? สำหรับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ครั้งใหม่ กับเครื่องเล่นรางไม้ "จังเกิ้ลโคสเตอร์" ที่แรกของประเทศไทย คนที่รักหรือชอบทำกิจกรรมสนุกๆ พลาดไม่ได้ และนอกจากจะมีรถไฟรางไม้แล้ว ก็ยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้ได้เล่นกันอีกด้วย รับรองว่ามาที่เดียวได้ความสนุกสนานกลับไปเต็มๆ ^^ พาไปเสียว! เครื่องเล่นรางไม้ จังเกิ้ลโคสเตอร์แห่งแรกของไทย จ.เชียงใหม่ โป่งแยงซิปไลน์ และ จังเกิลโคสเตอร์ (Pongyang Zipline & Jungle Coaster) เป็นธีมปาร์คแบบธรรมชาติ ที่จะพาเพื่อนๆ ไปแอดเวนเจอร์กันแบบมันส์สุดเหวี่ยง ทั้ง Jungle Coaster (รถไฟรางไม้) ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร, Zip Line 12 สถานี, รถภูเขาม้งสุดเอ็กซ์ตรีม, QuickJump (ดิ่งลงจากที่สูง) เป็นต้น โดยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากม่อนแจ่มประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้นเอง .. ส่วนใครที่กำลังกังวลว่า จะปลอดภัยไหม? เป็นอันตรายรึเปล่า? ทาง Pongyang Zipline & Jungle Coaster นั้นรับประกันว่าปลอดภัยแน่นอน เพราะทางทีมงานได้เข้ารับการฝึกอบรม เรื่องมาตรฐานของกิจกรรมซิปไลน์, ฝึกอบรมจาสถาบันการสอนการทำงานบนที่สูงที่ได้มาตรฐาน และจะมีการบัตรประจำตัวผู้ทำงานบนที่สูงเหมือนบัตรไกด์และต่ออายุทุก 3 ปี ส่วนมาตรฐานของอุปกรณ์และฐานกิจกรรม ที่นี่ก็เพิ่มความปลอดภัยโดยเพิ่มเส้นสลิงเป็น 2 เส้นในทุกสถานี ฯลฯ อัตราค่าบริการ Jungle Coaster (รถไฟรางไม้) ราคา 300 บาท/รอบ หรือ ราคาเหมา 700 บาท/3 รอบ Zip Line มีแพคเกจให้ได้เลือกเล่นสนุกกัน 3 แบบ ราคาเริ่มต้นของแพคเกจ ตั้งแต่ 1,250 บาท จนถึง 2,550 บาท เวลาทำการ : ทุกวัน 8.00-17.00 น. เบอร์โทรติดต่อ : 092-973-8868 , 061-954-1659 ที่ตั้ง : 99/9 หมู่ 2 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พิกัดการเดินทาง : 18.916638, 98.821402 การเดินทาง : โป่งแยง อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 30 กิโลเมตร สามารรถเดินทางโดยรถส่วนตัวหรือเหมารถไปก็ได้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : Facebook - Pongyang Zipline & Jungle Coaster ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Pongyang Zipline & Jungle Coaster

ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า คุมะมง คืออะไร เอาง่ายๆ มันคือมาสคอตหมี ตัวนึงครับ นอกจากนี้ผมรู้แค่ว่าเจ้านี่หน่ะ ดังมาก! ดังอย่างไร? เพราะอะไร? และทำไม? ผมไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวที่ จังหวัดคุมะโมะโตะ ถิ่นกำเนิดเจ้าหมีดำแก้มแดงตัวนี้ ใช่แล้วครับ {Was there once} in JAPAN ครั้งนี้จะพาไปตะลุยที่ 'จังหวัดคุมะโมะโตะ' ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง! ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!) กระทู้นี้นอกจากจะชวนเที่ยวแล้ว ยังพร้อมชวนทุกคนไปรู้จัก คุมะมง  หมีดำโคตรน่าหมั่นเขี้ยว น่าหมั่นไส้ และน่าเอ็นดู ไปพร้อมๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยคร้าบบบ! Day1: Kumamoto หลังจากลงเครื่องที่ จังหวัดฟุกุโอกะ ผมจัดแจงซื้อ 3 Days North Kyushu Pass ที่สนามบิน แล้วตรงดิ่งมายัง จังหวัดคุมะโมโตะ ด้วยรถไฟ Shinkansen (ใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาที) ผมมาถึง คุมะโมะโตะ ราวบ่ายสามครึ่ง ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ที่พักในคืนนี้ เดินจาก JR Kumamoto 3 นาทีเองครับ ผมซื้อบัตร One day Kumamoto Tram city สำหรับการเดินทาง จะใช้วันไหน ก็ขูดเอาเลยครับ เราจะไปด้วยเจ้านี่กันครับ ภายในเป็นโบกี้ธรรมดาๆ เหมือนนั่งบนรถเมล์ไทย เวอร์ชั่นสะอาด ปลอดภัย  (ไม่มีรูปลงเพราะถ่ายติดหน้าชาวญี่ปุ่นชัดมากครับ) **เพิ่มเติม**  สำหรับการเดินทางใน คุมะโมะโตะ มีสองทางหลักๆ 1. Kumamoto Tram city มีสาย A และ B วิ่งมาเชื่อมกันที่ป้าย Karachimacho ก่อนวิ่งตีคู่ขนานตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ  ผู้ใหญ่ 150 yen เด็ก 80 yen ขึ้นที่ JR Kumamoto ได้ 2. Kumamoto Castle loop Bus หรือ (Shiromegurin Bus) วิ่งเป็นวงกลมจาก JR Kumamoto มี 18 ป้าย รถออกทุก 20 นาที ตั๋วแบบ One day ราคา 300 เยน ซื้อที่ Tourist information ณ JR Kumamoto ปล. Taxi ก็มีนะ ผมลงป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle ตามภาพเลยครับ อ้อ...แผนที่เส้นทางเดินรถ มีแจกฟรีบน Tram หรือจะหยิบจากสถานี JR Kumamoto เลยก็ได้ครับ ระหว่างทางเราเจอเจ้าหมีตัวนี้เป็นระยะ โอ๊ะ! ตรงนี้ก็มี คุมะมง นะ >,< ผมเจอหมีดำขนาดย่อมอีกตัว ณ จุดหมายแรกของเรา คือ “Sakura-No-Baba Johsaien” ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งน่ารักๆ ร้านรวงสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีขนม และอาหาร ให้เลือกซื้อไม่มาก รวมถึงของที่ระลึก เจ้าคุมะมง ก็มีเช่นกัน มาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านี่มีดีอะไร!? แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกโดนหมี คุกคาม... ‘อะไรก๊านนนนนน นี่จะตามไปถึงหนายยยยย!’ เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าคุมะมงแพร่หลายไปทั่ว คือ คุมะโมะโตะ ไม่ได้เรียกเก็บค่าลิขสิทธ์ใดๆ ผลดีคือ ทำให้ คุมะมงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครๆ ก็อยากมา คุมะโมะโตะ บ้านเกิดหมีดำแก้มแดงกัน (เม็ดเงินมหาศาล) แต่ไม่ใช่เพราะคนเห็นบ่อยหรอกนะที่ทำให้เจ้านี่โด่งดัง มันยังมีอะไรมากกว่านั้น... เรามาที่นี่เพราะ ‘หิว’ แต่ลองด่อมๆ ดู ยังไม่รู้สึกตกหลุมพรางเมนูไหน งั้นเดินไปรอบๆ ดูอีกนิดดีกว่า... ละแวกใกล้ๆกันนอกจาก ปราสาทคุมะโมะโตะ แล้วก็ยังมี อนุสาวรีย์ไดเมียวแห่ง Kumamoto ด้วย ท่านไดเมียวชื่อ คะโต คิโยะมะซะ ‘Koto Kiyomasa’ ครับ ก่อนหน้านี้ ท่านเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ 1 ใน 7 ทหารเอกแห่งชิซูคะตะเกะ โด่งดังมาก ชนิดที่ว่าหากเกิดยุคสมัยนี้ คงต้องมีการขอท่านเซลฟี่สักนิด ถัดไปอีกนิดก็มีโซนต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงปราสาทคุมะโมะโตะ อากาศสบายๆ สงบเงียบดี **เพิ่มเติม** อนุสาวรีย์ Koto Kiyomasa ตั้งอยู่ใกล้ Kumamoto Castle และ Sakura-No-Baba Johsaien เรียกได้ว่าเป็นทางผ่านเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวละแวกนี้ก็เก็บรวดเดียวทั้งสามสถานที่ข้างต้นเดินทางโดย Kumamoto Castle loop bus ป้าย Sakuranobaba Johsaien หรือ Kumamoto Tram city ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle / City hall แต่ละจุดใกล้กับแต่ละสถานที่ต่างกันนะ ผมตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง Fujisakidai- 1000-year old Camphor Trees นับว่าเป็นสถานที่เปลี่ยวใจ อีกหนึ่งแห่ง ถึงแม้จะมาไกลขนาดนี้ เราก็ยังพบเจอคุมะมงได้ (บริเวณนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยวเลยครับ) ที่นี่มี ต้นการบูรยักษ์ อายุมากกว่า 1000 ปี หลายต้น ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นทท.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมากันหรอกครับ วิวเมืองคุมะโมะโตะยามเย็น ผมหลงทางเลยพลาดช๊อต ดวงอาทิตย์คล้อยตกแบบพีคๆ นั่นเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของผม (เศร้าใจกันเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม กลิ่นใบไม้ ใบหญ้า อากาศชื้นๆ เย็นๆ ก็ช่วยทดแทนความเฟลข้างต้นได้สบายๆ รอบตัวเราไม่มีใคร มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กญี่ปุ่นที่ลอยมาจากทางไหนก็ไม่รู้ >,< **เพิ่มเติม** หากไม่ได้ชอบอยู่เงียบๆ ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้อง มองท้องฟ้าสีส้ม ที่นี่อาจจะไม่ใช่ช้อยส์ที่ถูกใจนัก แต่ถ้าอยากลบหลีกคนเ ผมว่าที่นี่ก็ไม่เลวครับ การเดินทาง ใช้บัตร Kumamoto Castle loop bus ลงป้าย Children Culture center แล้วเดินต่อขึ้นเนินไปตามทางอีกประมาณ 7 นาที มองสูงเข้าไว้จะเจอต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น พิกัดอยู่ใกล้กับสนามเบสบอล Fujisakidai ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกแนะนำว่าควรถามทางจะดีที่สุดครับ ควรเซฟรูปเก็บไว้ เพราะคนแถวนั้นก็งงๆ ว่าเราจะไปไหนกัน คำที่ควรพูดออกไปคือ Big trees จะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เยอะ หากเดินทางโดย Tram หรือ รถราง (เหมือนผม) ลงป้าย Daniyama-machai จะเดินค่อนข้างไกลนะครับและอาจหลงทางได้  ***หายากมาก แนะนำมาโดย รถบัส เถอะครับ ‘จ๊อก จ๊อก’ เพราะเสียงท้องร้อง ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ Sun Road Shinshigai หรือถนนช๊อปปิ้ง คุมะมงอยู่ด้านบนนั่นไง เห็นทุกหนทุกแห่งขนาดนี้ แต่กว่าเจ้านี้จะโด่งดังแบบพีคๆ ใช้เวลาเกือบสองปีเลยทีเดียวครับ การันตีรายได้ USD $293 ล้าน ในปี 2012 (เกิด 2010) คุมะมง Debut สู่สายตาประชาชีแบบยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ที่คุมะโมะโตะ แต่เป็นการไปเดินป้วนเปี้ยนตามจุดดังๆ ใน Osaka City ใครๆก็สงสัยว่าหมีดำตัวนี้คือใคร มาทำอะไร จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ (twitter) ผมนั่งรถรางไปยังป้าย Karachimacho เดินเข้าถนน Sunroad ชิดขวาเข้าไว้ มองสูงจะเจอตึกปาจิงโกะอยู่ตรงหัวมุมของแยกแรก เลี้ยวขวามือตรงไปอีก 3 นาที ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือครับ ยะฮู้! ได้กินสักที ทงคัตสึร้านนี้อร่อยมากกกกกกก! ผมสั่งเนื้อคนละส่วนมาอย่างละหนึ่ง โดยการโชว์ภาพทงคัตสึที่เซฟมาในมือถือ (เรื่องกินต้องพร้อมเสมอ ฮิฮิ) โชคร้ายที่เราไม่สามารถแยกความต่างระหว่างเนื้อสองจานนี้ได้ - - รู้แค่ว่า 'โออิชิ!!' เมนูร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะ และพนักงานพูดอิ้งไม่ค่อยได้ครับ กว่าจะจัดการทงคัตสึตรงหน้าเสร็จ ร้านอื่นๆ ก็ปิดกันหมดแล้ว เดินวนอีกสองรอบชมบรรยากาศเว้งว้าง ได้อารมณ์สตรีทสไตล์ของชาวญี่ปุ่น ละแวกนี้ดีครับ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการหย่อนพุงแน่นๆ ลงบนเตียง (นั่งรถรางกลับมาที่ป้าย JR Kumamoto Station เช่นเดิม) ห้องนอนขนาดกะทัดรัดแต่สบาย ห้องน้ำเล็กนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใต้เตียงมีพื้นที่สำหรับยัดกระเป๋าใหญ่ๆได้ที่สำคัญ Service mind เต็มร้อย Day2: Kumamoto / Aso นี่คือมื้อเช้าของผม อาหารเช้าฟรีของโรงแรมมีหลากหลายให้เลือกตักตามใจชอบ ดูเหมือนว่าจะเป็น Traditional Food ละมั้ง อืม.. ไม่มีเนื้อสัตว์ให้หน่อยหรอ T_T ระหว่างทางมักมีเรื่องราวน่ารักๆ เสมอ ผมเลือกมาปราสาทคุมะโมะโตะ ในช่วงเช้าของวันที่สอง ยังคงเดินทางโดยบัตร One day trip Kumamoto Tam City ลงป้ายหมายเลข 10 เช่นเดิม มีป้ายบอกทาง อย่ากังวลไปนะ คาวาอิมากเลย เดินตามทางมาจนถึงทางเข้าปราสาท ค่าตั๋ว ราคา 500 เยน (ใช้บัตรลดจาก Tram Cityได้) จ่ายปุ๊ปจะได้โปรชัวร์มาด้วย เอ้า! พลิกดูด้านหลังเร็วเข้าทุกคน .. มีที่ว่างให้ Stamp ด้วยยยยยยยยยย! (ตื่นเต้นเพื่อออ!?)  สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมักจะมี Stamp ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยเพิ่มคุณค่าทางใจ และความน่ารักใสๆ ให้ตัวเอง 5555555 สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความละเอียด และใส่ใจของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว ผมชอบจัง ;D เดินผ่านกำแพงพร้อมอากาศร้อนๆ ไปสักครู่เดียว ปราสาทคุมะโมะโตะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ (มีหอคอยสูง 2 หอ) เดิมถูกเพลิงไหม้เสียหาย  ก่อนได้รับการบูรณาการขึ้นใหม่ หอคอยแรกที่เข้าไปมีขนาดเล็กกว่า หากฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามที่สงสัย ผมลองแอบหลบมุมยืนดูเจ้าหน้าที่อธิบายสาวเจแปนสักครู่ใหญ่ เผื่อจะพอสังเกตท่าทาง แปลความหมายได้ เอ่อออออออ... อืมมมม.. เอ่อะ. หันมากดชัตเตอร์แทนละกัน วิวจากหอคอยเล็กครับ ฝั่งนู้นคือหอคอยใหญ่ที่กำลังจะพาไปแล้ววววว ว่าแล้วก็ชักภาพคู่กับหอคอยใหญ่ สักหนึ่งแช๊ะ หอคอยใหญ่ด้านในจะมีนิทรรศการขนาดย่อมให้เสพ ฝั่งนู้นคือ หอคอยที่เราไปมาไงจ๊ะ หันมาอีกฝั่ง เจอะคุมะมงทักทายมาแต่ไกล ตรงนั้นคือโรงเรียนครับ คุมะมงทำให้ คุมะโมะโตะ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลยครับ เห็นเป็นการ์ตูนเด็กๆ อย่างนี้ แต่เจ้านี่ทำให้เมืองทางผ่านอย่างคุมะโมะโตะ ได้รับความสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ คุมะมง จะเป็นการ์ตูน แต่ผู้ใหญ่ก็แสดงออกว่ารักและเอ็นดูไม่แพ้กัน มองกลับมาที่บ้านเรา ผู้ใหญ่บางคนยังมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระอยู่เลย... คุมะมงตัวบิ๊กอีกแล้ว อีกมุมหนึ่ง เดินวนดูได้ 360 องศาเลยครับ นอกจากนี้ที่ คุมะโมะโตะ ยังมี คุมะมงสแควร์ สถานที่เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อคนรักคุมะมงโดยเฉพาะ (ของแอบแพงนิดๆ นะ) นอกจากจะมี นทท. แล้ว นร.มาทัศนศึกษาที่นี่ก็มีเยอะมากครับ มากันเป็นครอบครัวก็มีแยะ , เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย เรื่อยๆ ไปจนแก่ .. >,< ผมวิ่งขาขวิดด้วยสปีดเดียวกับโดนหมาไล่กัด เพื่อไปหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ ในโรงแรม (เช็คเอาท์เรียบร้อย) เรากำลังนั่งรถไฟไป Aso San หรือภูเขาไฟอะโส กันครับ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด่นๆ สำหรับผม คงเพราะผมชอบกลิ่นหญ้าละมั้ง .. รถไฟ Trans-Kyushu Limited  Express ที่เราจับไปวันนี้ หากจะไป Aso ควรอย่างยิ่งที่จะต้องจองรถไฟ ผมไปจองช่วงเช้าก่อนไปปราสาท เกือบจองไม่ทันแหนะ บนรถไฟมี Stamp ให้ด้วย เย๊ส! นอกจากนี้ยังมีแจกลูกอมด้วยนะ รถไฟสายท่องเที่ยวจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้เสมอ (เดินไปขออนุญาตถ่ายรูป พนักงานยิ้มเขินๆ น่ารักมาก อิอิ) พิเศษเข้าไปอีกด้วยป้ายพร้อมบริการถ่ายรูปให้ (ใช้กล้องตัวเองนะ ;P) ความเขียวขจีนอกหน้าต่างยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น ยิ่งโหยหายกลิ่นธรรมชาติ ผมเผลอเอาจมูกไปชิดหน้าต่าง หวังให้มีกลิ่นหญ้าลอดมาสักนิด ... อะไรจะขนาดน้านนนน พ่อคู๊ณณณณณณ - -‘’ Kuro คือมาสคอตโด่งดังอีกตัวหนึ่ง Kuro ประจำการอยู่บนรถไฟสายท่องเที่ยว Aso Boy โด่งดังไม่น้อยหน้าขบวนอื่น โดย Aso Boy มีตารางเวลาเดินรถไม่แน่นอน ปกติหากไม่ใช่ช่วง High Season จะมีบริการเสาร์-อาทิตย์ ครับ ที่สำคัญคือ ต้องจองล่วงหน้านะ! คุมะมงแบบฉบับรถก็มา เหมือจะเป็นรถเช่าประจำการที่นี่ครับ ภายในสถานีวินเทจด้วยระบบอัตโนมือซะส่วนใหญ่ มุมนอกสถานี JR Aso  เรียบๆ เงียบๆ เรารอรถบัสเพื่อที่จะนั่งรถไป ภูเขาไฟ Aso อีกต่อ ที่บริเวณนี้เลยครับ อย่าลืมขอแผนที่ละแวก JR Aso และตารางเวลารถบัสนะครับ อย่าลืม Stamp ด้วยหล่ะ ;P โดยขอตารางรถบัสได้ที่ Tourist Information ควรแพลนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเอา (จ่ายเงินตอนลงนะ) วิวสองข้างทาง เขี๊ยวเขียว Aso Ropeway station ระหว่างทางมีจุดจอดสองป้ายหลัก จุดนี้คือป้ายสุดท้าย Aso Ropeway station สามารถขึ้นกระเช้าไปชมปากปล่องได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึก คุมะมง เต็มไปหมดเลย บะหมี่คุมะมง มาม่าคุมะมง ขนมคุมะมง สารพัดจะคุมะมง เขาถึงได้บอกว่า คุมะมง เนี่ย มีมูลค่าเทียบเท่าหรืออาจมากกว่า Hello Kitty ด้วยซ้ำนะครับ รอบนอกมีศาลเจ้าอยู่ ไปชมกันครับ อาศัยเลียนแบบคนญี่ปุ่นครับว่าเขาต้อง ไหว้กันยังไง คนไทยมาไหว้เต็มเลย (ดูจากภาษาไทยที่เขียนอยู่)   มองย้อนไปด้านหลัง เห็นกระเช้าที่เราไม่ได้ขึ้น เนื่องจาก ภูเขาไฟ Aso ปะทุมาสักพักแล้ว นทท.ไม่สามารถขึ้นไปดูปากปล่องได้ คนส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่าไป  'มันเสียเวลาเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก' แต่เอาจริงๆ  ‘ใช่ว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟปะทุบ่อยซะที่ไหน!’ จะสบายตามากขึ้น ถ้ามีเราอยู่ในรูป.. 55555555555555 (แดดแรง ตาหยีไปนิด) อย่าแปลกใจไป ผมซื้อเจ้าคุมะมงตัวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง ก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่หรอก.. ร้องหา ทอยเลท ทอยเลท (Toilet) วิ่งแจ้นเข้าไปเปลี่ยนทันที โม้มาตั้งนานมัวเเต่ชมว่า คุมะมง เจ๋ง หลายคนเริ่มถาม แล้วมันเจ๋งยังไง??????? เอาเป็นว่า คุมะมงเนี่ย มีการโปรโมต PR ตัวเองมาตลอด มีแคมเปญโปรโมตตัวเองสม่ำเสมอมา 5 ปี (จนถึงทุกวันนี้) เหตุการณ์เด่นๆคือ วันดีคืนดี เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า แก้มแดงๆ ของคุมะมงหายไป ขอช่วยให้ทุกคนตามหาให้หน่อย นอกจากนี้การออกอีเว้นท์และรายการทีวีประหนึ่งดารา เซเลบดัง พร้อมบุคลิก กวนตรีน ทะลึ่ง ที่ทำเอาคนหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เจ้านี่โด่งดังมากขึ้น ตัวอย่างภาพเซเลปคุมะมงหยิบจับสินค้า (ภาพทั้งหมดขออนุญาตจากทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลแล้วครับ) ความเจ๋งที่ว่ามันจึงกลายเป็นว่า คุมะมง หยิบจับสินค้าอะไรก็ตาม สินค้าชิ้นนั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอนว่า การกระจายรายได้สู่ชุมชน  สินค้าของชาวคุมะโมะโตะได้รับผลดีตามๆ ไป เอาเป็นว่า พ่อค้า แม่ค้า ทุกคน อยากให้คุมะมงหยิบจับสินค้าตัวเองกันทั้งนั้น!!! เพราะมันการันตีได้ว่าจะขายดี(ขึ้น) นี่มันเซเลบชัดๆ เรานั่งรถย้อนลงมาที่สถานีทุ่งหญ้า Kusasenri หิวจัง ! หมับเข้าให้ "เนื้อม้าย่าง!!" (เนื้อม้าคือของขึ้นชื่อของเมืองนี้!!) รสชาติประหนึ่งเคี้ยวสันนอกหมูชิ้นหนาๆ  เนื้อหนาและแน่น แต่เคี้ยวไม่ยาก ไม่มีกลิ่นคาว ให้ผวาใจสักนิด พ่อค้าจะย่างไฟร้อนๆ อีกรอบ ก่อนยื่นไม้ต่อให้เรา ถือว่าเวิร์คมากกก ขายอยู่เจ้าเดียว ตรงหน้าร้านขายของใหญ่ๆ ครับ หาไม่ยาก ลงป้ายนี้ยังไงก็ต้องเห็นจ้า ราคาตามป้ายเลยนะครับ ไม้ใหญ่เนื้อล้วน 300 เยน ขอประมาณคร่าวๆ เป็น 100 บาท ไม้เล็กเนื้อผสมมัน เหมือนในรูปด้านบน 150 เยน คร่าวๆ 50 บาท .. แอบแพงครับ (สำหรับผม) ผมไม่เคยทานเนื้อม้าก็เลยลองดูครับ ปากเคี้ยวเนื้อม้าในมือ ตาดูม้าเป็นๆ วิ่งในสนามหญ้า ให้อารมณ์แปร่งๆ ดี ระหว่างกิน มีน้องๆนักเรียนม.ต้น มาทัศนศึกษา(สองรถบัส) กินไป ก็มองไป.. อดไม่ได้ที่จะวางม้าย่างแล้วหยิบกล้องมากดชัตเตอร์ ‘สดใสจัง’ นี่แหละ ความหมายของคำว่า ‘เด็ก’ สำหรับเรา ใกล้ๆ กันมีร้านทาโกะ เปิดท้ายของอาเฮียน่ารักท่านนี้ รสชาติปกติ แต่เซอร์วิส มายด์ สุดยอดดดด ขายอยู่ตรงลานจอดรถเลยครับ เอาไปกินบนรถได้ครับ เดินขึ้นมาทางด้านหลัง Aso volcano museum (ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 840 เยนครับ) มองเห็นวิว Aso ลิบๆ และสามารถมองเห็น ปากปล่องภูเขาไฟ Naka-dake รูปร่างพิลึกพิลั่น (ปากปล่องดับไปแล้ว) เดินย้อนลงเนินไปด้านหลังจะเจอจุดชมวิวอีกที่ครับ เดินย้อนไปใกล้ๆตามถนน จะเห็น Aso ชัดแบบเต็มๆ ไม่ได้ขึ้นปากปล่อง แต่ก็มีจุดให้เที่ยว ให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะครับ การเดินทาง  รถบัสสาย Mt.Aso ลงที่สถานี Kusasenri (ก่อนถึงสถานี Aso-san Nishi) 470 เยน ลงป้ายสุดท้าย Aso-san Nishi (Aso Ropeway Station) 540 เยน ค่าตั๋ว Ropeway กระเช้าขึ้น-ลง 1000 เยน หากเที่ยวเดียวราคา 600 เยน ใกล้ถึงเวลารถบัสลงจาก Aso ไปยัง JR Aso รอบสุดท้ายแล้วครับ ผมทันเห็นช๊อตฝูงม้าวิ่งเอาจริงเอาจังเริงร่ากับหญ้าตรงหน้าพวกมัน ม้าพวกนี้ใช้สำหรับบริการขี่ให้ นทท. ตกเย็น นทท.กลับหมด ก็ปล่อยอิสระเลยครับ ทุกตัวดูสนุกมากกก เหลือตัวนี้อยู่ตัวนึง เฝ้าบ้าน ม้าที่นี่แบ่งชัดเจน ตัวไหนเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ตัวไหนเลี้ยงเพื่อใช้งาน ระหว่างทาง เห็นบ้านเรือนยามเย็น ลงเขากันครับ..  มาถึงปุ๊ป ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น บอกว่าอยากเห็นวิถีเจแปนนีสๆ เจ้าหน้าที่เลยชี้มาที่ร้านเล็กๆ มีขนม ของที่ระลึก และผัก ผลไม้ ขาย ด้านในจะมีร้านอาหารด้วยครับ เราไปถึงเย็นเกินไป เขาปิดเรียบร้อย (แถวนี้มีร้านเปิดเย็นๆไม่กี่ร้านครับ) คุมะมงเป็นมาสคอตไม่กี่ตัวที่โดดเด่นออกมา ปัจจุบันมาสคอตในญี่ปุ่นมีถึง 2000 ตัวโดยประมาณ ด้วยความสามารถทั้งหลาย เจ้าคุมะมงจึงได้รับรางวัล“Yurchara Grand Prix 2011” จากเวทีประกวดมาสคอตของญี่ปุ่นเขาด้วยนะ ผมเหลือบไปมองข้างๆ เห็นเจ้าคุมะมงตัวจ้อย มองไปมองมา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักหมีดำแก้มแดงตัวนี้ไปซะแล้ว ปัจจุบันเจ้าหมีตัวนี้ริจะคิดครองโลกโดยการตระเวนเยี่ยมเยียนไปนอกเจแปนเลยนะครับ สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน หากใครติดใจหรืออยากรู้จัก หมีดำแก้มแดง ตัวนี้มากขึ้น ติดตามทวิตออฟฟิเชียลจากเจเเปนเลยเลยครับ ขอบอกว่า หมั่นไส้และหมั่นเขี้ยวมากกกกก ;P ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และรูปภาพสวยๆ และแวะมาติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce

สั่งปรับวินมอเตอร์ไซค์ 500  หลังขึ้นค่าโดยสารแพงหูฉีก
BTS /  ค่าโดยสาร / 

ขนส่งทางบก ปรับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 500 บาท หลังเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคา ซ้ำเติมประชาชน ช่วงบีทีเอสขัดข้อง วันนี้ (24ก.พ.) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้มีการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคา เนื่องจากรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง และมีประชาชนหันไปใช้บริการเป็นจำนวนมากว่า ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจการลงพื้นประจำตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุดังกล่าวจนถึงเวลา 10.00 น. โดยจากการลงพื้นที่พบผู้กระทำความผิดเป็นวินรถรับจ้างต่างถิ่นที่มีการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาจำนวนหลายราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายเป็นจำนวนเงิน 500 บาท พร้อมกับให้ผู้กระทำความผิดเข้ารับการอบรม 3 ชั่วโมงพร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกประวัติ หากกระทำผิดซ้ำจะมีโทษพักใบอนุญาตจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารที่พบเห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือมีการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคา ทางกรมการขนส่งทางบกขอให้ผู้โดยสารบันทึกชื่อและทะเบียนรถไว้เป็นหลักฐาน ทั้งรถแท็กซี่และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากนั้น ร้องเรียนมาที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 พร้อมกับแจ้งชื่อและหมายเลขทะเบียนรถ ให้กับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินตามกฎหมายย้อนหลังทันที ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย เรื่องวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างฉวยโอกาสเรียกเก็บค่าโดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสยาม ในราคา 380 บาทนั้น หากผู้โดยสารจำชื่อและหมายเลขทะเบียนรถได้ให้แจ้งมาที่หมายเลข 1584 โดยทางกรมขนส่งทางบกจะตรวจสอบและดำเนินการลงโทษและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายย้อนหลังเช่นกัน ................................................................................................................................ ผู้โดยสารโวย BTS ขัดข้อง หันหน้าพึ่งวินมอเตอร์ไซค์ แต่ถูกรียกค่าโดยสารแพงหูฉีก วันนี้ (24ก.พ.) จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดเหตุขัดข้องที่จุดสับราง จากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ส่งผลให้ความถี่ในการให้บริการลดลง ผู้คนจำนวนมากจึงใช้วิธีการเดินทางโดยช่องทางอื่น ซึ่งวิธีที่รวดเร็วที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นการเรียกใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้าง เมื่อมีผู้ต้องการใช้บริการมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้วินมอเตอร์ไซค์บางส่วนฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งทางแฟนเพจ JS100 Radio รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าหลัง รถไฟฟ้า BTS มีปัญหา คนแห่ใช้ MRT แน่นขนัด ทั้งนี้ได้มีคนร้องเรียนด้วยว่า มีจักรยานยนต์รับจ้างฉวยโอกาส เรียกค่าโดยสาร 380 บาท ต้นทางจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปสยาม หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และร่วมแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเอาผิดวินมอเตอร์ไซค์ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบคนกำลังเดือดร้อนเช่นนี้ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก  JS100 Radio

บางกอก ไพพ์ แอนด์ สตีล (บริษัท จำกัด)

ตัวแทนจำหน่าย MITSUBISHI มอเตอร์และปั๊มหอยโข่ง HITACHI ปั๊มอัตโนมัติ TOYOX ท่อยางอุตสาหกรรม TTT สายลม PU YOSHITAKE วาล์ว น้ำ ลม KITZ วาล์ว SIKA งานก่อสร้าง และ เคมีภัณฑ์ Q-Mix คอนกรีตผสมเสร็จ VENZ พัดลมอุตสาหกรรม TOSAKI พัดลมอุตสหกรรม EUROVENT พัดลมฟาร์ม JOTUN สีอุตสาหกรรม TOA ทาภายในและภายนอก เหล็กรูปพรรณ เหล็กกล่อง เหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ เหล็กข้ออ้อย เหล็กงัดยาง เหล็กดูด เหล็กตอกตัวอักษร เหล็กตัวซี เหล็กพืด เหล็กรางพับ ฯ สกรู, น๊อต, แหวนสปริง, และ แหวนอีแปะ สินค้าอุตสาหกรรมทุกชนิด

ย้อนรอย  'สร้างอนาคตไทย 2020 ' ของชัชชาติ คุ้มกว่ารถไฟไทยจีน คสช.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ /  รถไฟรางคู่ / 

ย้อนรอย  'สร้างอนาคตไทย 2020 ' ของชัชชาติ คุ้มกว่ารถไฟไทยจีน คสช. จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข่าววิพากษ์วิจารณ์ความไม่คุ้มหลังจากกระทรวงคมนาคม เผยว่า มีการปรับแผน ‘รถไฟไทย-จีน’ ที่ไม่จำเป็นออก ชี้ เพื่อลดต้นทุนและลดความซ้ำซ้อนนั้น เนื่องจากต้นทุนสูง ล่าสุดบนโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์โพสต์ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเคยโพสต์ไว้เมื่อ 18 ก.ย. 2556 เกี่ยวกับโครงการ สร้างอนาคตไทย 2020 พลิกโฉมประเทศ ที่มีความคุ้มค่ากว่าโครงการของ คสช. โดยระบุว่า - รถไฟความเร็วสูง 783,553 ล้านบาท คิดเป็น 39.2% - รถไฟฟ้า 456,662 ล้านบาท คิดเป็น 22.8% - ถนนทางหลวง 241,080 ล้านบาท คิดเป็น 12.1% - ถนนทางหลวงชนบท 34,309 ล้านบาท คิดเป็น 1.7% - สถานีขนส่งสินค้า 14,093 ล้านบาท คิดเป็น 0.7% - ท่าเรือ 29,581 ล้านบาท คิดเป็น 1.5% - ด่านศุลกากร 12,545 ล้านบาท คิดเป็น 0.6% - ปรับปรุงระบบรถไฟ (เพิ่มเครื่องกั้น ซ่อมบำรุงรางที่เสียหาย) 23,236 ล้านบาท คิดเป็น 1.2% - รถไฟทางคู่ และทางคู่เส้นทางใหม่ 383,891 ล้านบาท คิดเป็น 19.2% - ค่าสำรองเผื่อฉุกเฉิน (ความผันผวนราคาวัสดุ การติดตามและประเมินผล) 21,050 ล้านบาท คิดเป็น 1.0% จะเห็นได้ว่า โครงการใน พ.ร.บ.สร้างอนาคตประเทศนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่มีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกทม. ถนนสี่เลน ด่านศุลกากร ศูนย์กระจายสินค้า มอเตอร์เวย์ บูรณะถนนสายหลัก ถนนเชื่อมประตูการค้า ท่าเรือ สะพานข้ามทางรถไฟ โดยกระจายอยู่ในทุกๆ ด้าน และอยู่ในทั่วทุกภูมิภาค ตามความจำเป็นและยุทธศาสตร์ของประเทศ โครงการเหล่านี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ แต่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) หัวข้อ 5.3.4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ การปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมขนส่งในเมือง และเป็นไปตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่านนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ทั้งในส่วนของ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟฟ้าในกทมและปริมณฑล โครงการท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน และ ฝั่งอ่าวไทย การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งการเสนอโครงการต่างๆ ใน พ.ร.บ. นี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ได้แถลงเป็นพันธสัญญากับรัฐสภาอย่างครบถ้วน สำหรับสิ่งที่จะได้จากโครงการนี้ ที่ทางรัฐบาลคาดหวังไว้คือ 1. ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ลดลงจากปัจจุบัน (ที่ 15.2%) ไม่น้อยกว่า 2% 2. สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลดลงจาก 59% เหลือ 40% 3. ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม. และขบวนรถโดยสาร เพิ่มขึ้นจาก 60 กม./ชม. เป็น 100 กม./ชม. 4. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 5% 5. สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 18% 6. ความสูญเสียจากน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี 7. สัดส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 30% 8. ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก ณ ด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 5% 9. ปริมาณผู้โดยสารรถไฟ เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน/เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน/เที่ยว/ปี 10. ลดระยะเวลาการเดินทางจาก กทม. ไปยังเมืองภูมิภาค ด้วยรถไฟความเร็วสูงภายในรัศมี 300 กม. รอบกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News