โปงราง

เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน ตอน คืนแหกกฏ Ep.7
เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน /  เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน ทั้งหมด / 

ตัวอย่าง เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน EP.7 คืนแหกกฎ ผู้กำกับ ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช นักแสดง ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร รับบทนัท ฟลุ๊ค ศิครินทร์ เศรษฐ์สุรปรีชา รับบทเจ โรเล็กซ์ จิรายุส ขาวใบไม้ รับบทนาว เกศ ผกามาส กาญจนบุรางกูร รับบทปาย เกี้ยมอี๋ ธีรัชชา ไรวา รับบทเข็ม สมาชิกชมรมครอสเวิร์ด นัท เจ ปาย เข็ม นาว ตัดสินใจแอบทำงานต่อหลังประตูโรงเรียนปิด ตกกลางคืนเจเล่าเรื่องความโหดของ “ลุงยาม” ให้เพื่อนๆฟังและกำชับทุกคนให้ระวังอย่าทำ­ให้ลุงยามรู้ว่าพวกเขาทั้ง 5 คนยังอยู่ในโรงเรียน แต่แล้วนาวก็ก่อเรื่องจนลุงยามรู้ เกมไล่จับระหว่างยามกับนักเรียนจึงเริ่มขึ­้น...โดยมีกฎเพียงข้อเดียวคือใครโดนจับต้อ­งตาย!!!

คลิปสุดสลดใจ ตร.สเปนถูกผลักตกรางรถไฟ ดับอนาถ
ตำรวจสเปน /  ผลักตกรางรถไฟ / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายผลัก ตกรางรถไฟเสียชีวิตในสเปน วันนี้ (5 ม.ค.) สำนักข่าวเดลิ เมล์ รายงานข่าว เหตุสลด เมื่อนาย Francisco Javier Ortega วัย 28 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกผู้โดยสารผลัก ตกรางรถไฟจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตได้ขอดูบัตรประชาชนของผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งที่สถานีอโทชา ที่ตั้งอยู่ในกรุงมาดริด ของประเทศสเปน ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันขึ้น โดยนาย Yode Ali Raba ผู้ก่อเหตุ ได้ยื้อฉุดกระชากลากตัวอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียชีวิต จนกระทั่งทั้งคู่ตกลงไปบนรางรถไฟในขณะที่ขบวนรถไฟ เคลื่อนที่เข้ามาใกล้พอดี ทำให้ทั้งคู่โดนรถไฟขบวนดังกล่าวชน ต่อมาทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา สำหรับคู่กรณี ชาวไอวอรี่โคสได้ลักลอบเข้าประเทศสเปนอย่างผิดกฎหมาย โดยในตอนนี้ได้เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะขณะที่ตำรวจเตรียมสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดต่อไป ส่วนทางด้าน อธิบดีกรมตำรวจของสเปน ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการ "ฆาตกรรม" MThai News ที่มา Daily Mail

เฮ้ย อินอ่ะ ภาพรักลึกซึ้ง งานแต่ง เพศเดียวกัน
คู่เกย์ /  งานแต่ง / 

ความรัก งดงามอยู่ในตัวของมันเสมอ รักไม่เคยกีดกั้น พรมแดน เชื้อชาติ ศาสนา หรือว่า เพศ แต่ใครเลยจะเชื่อว่า ในประเทศเสรีอย่าง อเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับอนุมัติกฎหมายผ่านการรับรอง อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถสมรสได้แล้วที่รัฐนี้ แต่ยังคงมีความคิดเห็นต่างจากบางองค์กร ที่ถึงขั้นปฏิเสธไม่รับงานถ่ายภาพ งานแต่งงาน ของ เพศเดียวกัน เด็ดขาด จนทำให้เกิดกระแสการคอมเม้นต์ครั้งใหญ่บน Fanpage ของ urloved เมื่อ นาย ซาน ราฟาเอล หนึ่งในทีมช่างภาพ บริษัท urloved ได้ออกมาประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของ urloved เองว่า "ทางเราไม่รับงานถ่ายภาพคู่รักที่มีทัศนคติ ความเชื่อ ที่ต่างจากเรา เนื่องจากเป็นการยากที่เราจะทำงานร่วมกันให้ออกมาดีได้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นช่างภาพให้กับคู่รักที่มีความเชื่อ และทัศนคติในทิศทางเดียวกันกับเรา ซึ่งนั่นจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่ดีที่สุดสำหรับวันพิเศษของท่าน และนี่คือมาตรฐานที่เราขอมอบให้แด่ลูกค้าของเรา" อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางบริษัท urloved ได้แถลงออกมาบนเว็บไซต์ ทางอดีตว่าที่คุณลูกค้า คู่กรณีของบริษัทนี้ก็ไม่ได้ออกมาโต้ตอบ หรือ แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ กับการที่ คู่รักสักคู่ จะตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ แต่พวกเขาต่างก็ต้องผ่าน จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา เหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ และพวกเขาต้องต่อสู้กันมาตั้งกี่ปี กว่าจะได้รับกฏหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันมาได้ The Huffington Post ได้ติดต่อขอภาพงานแต่งงาน คู่รัก เพศเดียวกัน จากตากล้องบริษัทอื่นๆ มาให้ได้ชมกัน ไหนลองมาดูสิว่า บริษัท urloved ได้พลาดอะไรไปบ้าง แมรี่ และ ไดอาน่า ช่างภาพ แอนนา คัพเปอร์เบิร์กบอกกับเราว่า " นี่คือคู่เพื่อนรักของฉันเอง แมรี่ และ ไดอาน่า เราเก็บภาพนี้ ตอนทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันแรกที่กฏหมายนี้ผ่านการรับรองในซานฟรานซิสโก โดยที่ทั้งคู่ได้เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเดือนโดยไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าศาลจะอนุญาตในวันนั้น เหตุผลที่ทั้งคู่เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเพราะว่าเป็นวันครบรอบ 6 ปีที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน และ ทั้งคู่ต้องการให้วันนี้เป็นอีกปีของความทรงจำในวันที่ 28 ก.ค. คู่แต่งงานคู่นี้ ซิ่งออกมาจากงานฉลองแต่งงานทันทีที่ทราบข่าวว่าศาลอนุญาตแล้วในวันนั้น เพื่อมาจดทะเบียนสมรสในทันที มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ความรักของทั้งคู่จะมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์" อิริคและดอม " เมื่อฉันเริ่มถ่ายภาพงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันครั้งแรก ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าจะทำยังไงกับทักซิโด้ทั้ง 2 ชุดดี " ช่างภาพ ทาร่า แอโรวู้ดบอก "มันไม่ใช่เพราะต้องถ่ายภาพผู้ชาย 2 คน แต่มันยากตรงที่การที่จะถ่ายออกมาให้เห็นถึงความผูกพันของทั้งคู่แบบไม่โจ่งแจ้งเกินไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็พบว่ามันง่ายกว่าที่คิด และน่าซาบซึ้งมาก ทั้งอิริคและดอมเป็นคู่ที่น่ารักมาก " เอลิซ่า และ เจนนี่ " รักคือรักเพื่อรัก และ รักจะพาคุณไปพบหนทางเอง " ช่างภาพ ซูซี่ เคลมองต์ กล่าวถึงนิยามสำหรับคู่ เอลิซ่า และ เจนนี่ " การแต่งงานครั้งนั้นคือ เวทมนต์ชัดๆ ฉันไม่สามารถลืมได้เลย ทั้ง เอลิซ่า และ เจนนี่ คือคู่ที่เข้มแข็งมาก และพวกเธอก็ช่างเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงให้กล้าที่จะแตกต่างโดยแท้ ฉันนับถือเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ต้องฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้พบและรักกัน ก็เหมือนๆ กับพวกเราทุกคนนั่นแหละ การได้เป็นสักขีพยานเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตรักที่ยังต้องฝ่าฟันของพวกเขาต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์ที่ช่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของชาย - หญิง หรือ คู่รักเพศเดียวกัน ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะ แค่ "รัก" นั่นก็มีเวทมนต์ เพียงพอแล้วล่ะ " ลิซ่า และ มิเชล "ลิซ่า และ มิเชล พบรักกันโดยลูกชายของทั้งคู่ เนื่องจากเด็กๆ เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน และ ลูกๆ คือแก้วตาดวงใจของทั้งคู่ งานแต่งครั้งนั้น จึงได้เชิญเด็กๆ มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานถึง 27 คน" แอนนา คัพเปอร์เบิร์กกล่าว แจ็ค และ ไรอัน " ทั้งคู่เป็นแรงหนุนความฝันและเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน งานแต่งครั้งนั้นมันสนุกสุดยอด มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ติเลยล่ะ " ช่างภาพ ดาน่า ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงทั้งคู่ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ "ไม่มีอะไรที่แตกต่างเลยนะ เมื่อฉันมองที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับงานแต่งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คู่เกย์ เลสเบี้ยน หรือ ชาย - หญิง ทุกคู่ก็น่าซาบซึ้งเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเห็นอารมณ์รัก และเรื่องราวดีๆ ฉันถึงรับที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บภาพช่วงเวลาดีๆ แบบนี้เสมอๆ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ เป็นคู่ที่มีพลังล้นเหลือ การได้ร่วมงานกับเธอเป็นอะไรที่สนุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา แขกที่มาร่วมงานต่างรักและชื่นชมในตัวของทั้งคู่ จนฉันอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้ให้หมด ไม่อยากที่จะหลุดรอดไปเลยแม้แต่ภาพเดียว ทุกๆ ตางรางนิ้วภายในงาน มีแต่รอยยิ้ม กอด และ จูบ ก็นี่คือการแสดงความรักสำหรับครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้นนี่นา " สเตซี่ย์ และ และ ลอร่า ช่างภาพ ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงงานแต่งที่เธอประทับใจที่สุดว่า " เป็นครอบครัวที่รักกันมาก เป็นวันที่ลูกสาวของทั้งคู่มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่ๆ ของพวกได้แต่งงานกัน" ไรอัน และ ดาร์เรน " ภาพนี้ถ่ายเพื่อบอกกับตัวเองว่านี่คือเรื่องจริง รัก คือ รัก และมันควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง โดยไร้มุมมองเรื่องเพศมาข้องเกี่ยว " ช่างภาพ ลาริสซ่า เคลฟแลนด์ กล่าวต่อว่า " การถ่ายถาพแต่งงานของทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นน้อยกว่าคู่รักอื่นๆ ที่ฉันเคยถ่ายมาเลย เคมีของทั้งคู่เข้ากันมาก และนั่นทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้น ที่จะเก็บภาพให้เห็นถึงความรักของทั้งคู่ได้อย่างงดงามและชัดเจน " เควิน และโทนี่ " เควิน และโทนี่ คือคู่เกย์ คู่แรกที่เรารับงานมา ตอนที่ทั้งคู่เข้ามาติดต่อจ้างเรา ทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างจากลูกค้าคนก่อนๆ ของเราแต่อย่างใด ทั้งคู่ก็แค่ ตกหลุมรัก และ ตัดสินใจแต่งงาน มันแตกต่างจากคู่อื่นๆ ไหมล่ะ " แทมมี่และ มาร์ค ตุง ตากล้องงานแต่งงานกล่าว " เราเห็นความรักและการเสียสละเพื่อกันและกันของทั้งคู่ พวกเขาคือครอบครัว พวกเขาคือเพื่อน และนั่นทำให้เราเห็นจริงๆ ว่ารักไม่มีพรมแดน" โรเบิร์ต และ อัลวิน " อัลวิน บูม วัย 83 เป็นคนใจบุญสุนทาน และใช้ชีวิตเป็นนักกิจกรรมตัวยงมาตลอดชีวิตใน ซานฟรานซิสโก และเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน กับ โรเบิร์ต ฮอลเกตต์ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 นี้เอง" แอนนา คัพเปอร์เบิร์ก เล่า อีว่าและ ลาร่า " ฉันอยากถ่ายภาพงานแต่งของคู่รักเพศเดียวกันมานานแล้ว" ช่างภาพ แมรี่ แมคเฮนรี่กล่าว " อีว่าและ ลาร่า เป็นคู่ที่รักกันมาก และ เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่มีอะไรดีไปกว่า การสนับสนุนและร่วมยินดีไปพวกเธอ ช่วงเวลาที่น่าตื้นตันที่สุด คือ ตอนที่ พ่อของ ลาร่า ขึ้นกล่าวอวยพร และ บอกว่า เขาดีใจมากแค่ไหนที่ลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก " เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก huffingtonpost

โปรโมชั่น กันสาด คุณภาพดีราคาถูก!
กันสาด เลี่ยงฮะฮวด /  โปรโมชั่น กันสาด

โปรโมชั่น กันสาด.com คุณภาพดี! โปรโมชั่น กันสาด เลี่ยงฮะฮวด ลาดพร้าว ราคาและคุณภาพที่ดีที่สุดในกรุงเทพและปริมณฑล กันสาด เลี่ยงฮะฮวด ลาดพร้าว รับทำกันสาด หลังคา และ ผ้าใบ ทุกชนิด รับประกันคุณภาพ 5 ปี มีประสบการณ์กว่า 70 ปี มีทั้ง กันสาด อลูมิเนียม กันสาด โปร่งแสง กันสาด โพลี กันสาด ผ้าใบ เต๊นท์ให้เช่า ฉากกั้นห้อง และ แผงกันแดด คุณภาพเกรดA นอกจากนี้ มีการบริการรับติดตั้ง ประตูรั้ว รั้วบ้าน เหล็กดัด และ รางน้ำ คุณภาพดีอีกด้วย  ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์และฝีมือยอดเยี่ยม   การบริการของเรา 1. รับทำกันสาดทุกชนิด พร้อมติดตั้งให้่ 2. รับตัดเย็บผ้าใบตามสั่ง 3. มีให้เช่าเต๊นท์ผ้าใบ ( รายวัน ) 4. รับออกแบบติดตั้งฉากกั้นห้องอย่างดี 5. มีบริการติดตั้งมูลี่อลูมิเนียม 6. รับทำแผงกันแดดทุกขนาด 7. บริการส่งสินค้ากันสาดและผ้าใบทุกชนิดให้ถึงที่โดยผ่านทางขนส่ง ( พัสดุ ) ในกรณีลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด 8. รับทำประตู-รั้วบ้าน - เหล็กดัด - รางน้ำ คุณภาพดี โทร.02-5138191-3 , 02-5131593 , 02-5130909 Email : gunsard@hotmail.com http://www.gunsard.com/ โทร 02-5138191-3 หรือ บริการงานด่วนโทร 082-926-2647 คุณวารุณี หรือ 080-9264614 คุณแนน เวลาทำการ : จันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 07.00น. - 19.00 น. (หยุดวันอาทิตย์ )

เจาะตลาดคอนโด 'สายสีม่วง' เทียบชั้น 'สุขุมวิท'
ข่าวอสังหาริมทรัพย์ /  คอนโดติดรถไฟฟ้า / 

เจาะตลาดคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง เคลียร์ที่ลงเสาร์เกือบ 40 โครงการ 31,000 ยูนิต ดีมานด์เพียบ ดันราคาพุ่ง 1.2 แสนบาท/ตรม. เทียบชั้นคอนโดสุขุมวิท โครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง เส้นทาบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร รวม 16 สถานี บูมสุดขีด ผุดโครงการสะสมตั้งแต่ปี 51 ไม่ต่ำกว่า 39 โครงการ รวมกว่า 31,000 ยูนิต ขณะที่โครงการจะทยอยสร้างเสร็จในปีนี้มีไม่ต่ำกว่า 9 โครงการ รวมกว่า 9,500 ยูนิต และมีโครงการเตรียมเปิดขายปีนี้อีกอย่างน้อย 5 โครงการ รวมกว่า 7,000 ยูนิต โดยที่โครงการต่าง ๆ กระจายอยู่ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ แน่นอนว่าไม่พลาดที่จะเปิดโครงการเพื่อชิงความได้เปรียบก่อนคู่แข่ง ซึ่งมีทั้งกลุ่มแปซิฟิกสตาร์ที่เคยพัฒนาคอนโดฯ เอท ทองหล่อ (Eight), คาซ่า คอนโด ของ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์, พลัมคอนโด ของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นต้น ส่วนสนนราคาของโครงการต่าง ๆ ก็ถือว่าสูงขึ้นมากพอสมควรตั้งแต่ระดับราคาที่ 60,000-70,000 บาทต่อตารางเมตร ไปจนถึงสูเกือบ 120,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนขนาดโครงการก็มีให้เลือกกันตั้งแต่ 200 กว่ายูนิต ไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่กว่า 2,000 ยูนิต ส่วนพื้นที่ก็เริ่มตั้งแต่ห้องสตูดิโอ 20 กว่าตรม.ล้านต้น ๆ ไปจนถึงขนาด 2 ห้องนอนราคาเหยียบ 8 ล้านบาท ถือว่าเป็นราคาที่สูงใกล้เคียงกับพื้นที่ใจกลางเมืองอย่าง 'สุขุมวิท' เลยทีเดียว น่าสนใจลงทุนไม่น้อยเลยนะครับ ติดตามข่าวสาร 'อสังหาริมทรัพย์' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย?
คนขับรถไฟ /  คลิป / 

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย? (ชมคลิป) วันนี้(22 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปชื่อ "รถไฟไทย' โดยสมาชิกยูทูปชื่อคุณ Kiti Suree ได้เผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากมุมของพนักงานขับรถไฟเผยให้เห็นของเส้นทางและความเร็วที่รถไฟวิ่งผ่านชุมชน โดยพนักงานขับรถไฟกล่าวว่า มีทางตัดอันหน้าพิศวงจุดหนึ่งที่คนขับรถไฟต้องระวังอย่างยิ่ง มีการชักหวูดเตือนก่อนถึงจุดถนนตัดผ่าน ซึ่งจะชักทีเดียวไม่ได้ต้องชักเตือนเป็นระยะๆ เนื่องจากการจราจรข้างหน้ามีรถเยอะและข้ามไปมาอย่างไม่ระวัง โดยพนักงานรถไฟได้ลดความเร็วเหลือ10กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้รถไฟเคลื่อนไปช้าที่สุด เนื่องจากไม่สามารถเบรกกระทันหันได้เพราะจะส่งผลต่อระบบล้อ ระหว่างที่รถไฟกำลังไฟจะเข้าไปใกล้จุดตัดกับถนน ไม่มีรถยนต์หรือจักรยานยนต์คันไหน หยุดจอดเพื่อให้รถไฟเคลื่อนไปก่อนเลย มีแต่ขับตัดรางไปมา ไม่เกรงกลัวอุบัติเหตุ ซึ่งมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากบริเวณใกล้เคียงมาช่วยอำนวยความสะดวก หลังจากผ่านจุดดังกล่าวความเร็วของรถไฟก็เพิ่มขึ้นเป็น 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง เนื่องจากเป็นเขตชุมชนและมีการชักหวูดเตือนทุกครั้งด้วย ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้ชาวสังคมออนไลน์คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์โดนรถไฟชน ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าอาจจะมาจากสาเหตุความมักง่ายและเร่งรีบของคนขับรถเองที่ไม่ระวังขับตัดหน้ารถไฟไปอย่างที่เห็นในคลิปดังกล่าว จึงอยากขอเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเคารพสัญญาณไฟ สัญญาณหวูดเตือน ให้ทางรถไฟไปก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอันตรายอย่างที่ปรากฎในหลายข่าวที่ผ่านมา MThai News ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกยูทูปชื่อคุณ Kiti Suree

ปริ่มขาดใจ! พ่อ-แม่กอดร่างลูก ถูกรถไฟทับขาด
ข่าวจังหวัดราชบุรี /  ข่าวรถไฟ / 

อุทธาหรณ์เตือนใจ! หนูน้อยวัยขวบเศษถูกรถไฟทับร่างขาดเสียชีวิต หลังผู้ปกครองเผลอปล่อยให้เล่นลำพัง เกิดเหตุสลดขึ้นกับหนูน้อยวัย 1 ขวบ 9 เดือน ที่เดินมาเล่นรางรถไฟเพียงลำพัง ก่อนที่จะถูกรถไฟทับร่างขาดเป็นสองท่อน เสียชีวิตคาที่ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น บริเวณหมู่ 2 ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟบ้านโป่งประมาณ2 กิโลเมตร ภาพจาก ข่าวสด โดยรถไฟขบวนดังกล่าวออกจากประจวบคีรีขันธ์มุ่งหน้าบางซื่อ และได้ชนเด็กชายอายุ 1 ปี ที่ไปเดินเล่นอยู่บนรางรถไฟ จนกระเด็นไปไกลจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร ที่เกิดเหตุ พบกองเลือด เศษชิ้นเนื้อ แขนขา อยู่ตรงรางรถไฟ ด้านคุณแม่ชื่อ น้ำฝน อายุ 25 ปี กอดร่างไร้วิญญาณของ น้องนะโม ลูกน้อยเอาไว้ และร้องไห้ ใจจะขาด ซึ่งทางผู้เป็นพ่อ ระบุว่า เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ ได้มีงานทรงเจ้าประจำปี และช่วงเช้าตนและเพื่อนบ้านกำลังเก็บของเพื่อส่งคืนวัด จึงปล่อยให้บุตรชายเดินเล่นอยู่บริเวณดังกล่าว จนกระทั่งได้ยินเสียงคนร้องว่า มีเด็กถูกรถไฟชน ตนจึงวิ่งออกมาดู พบร่างบุตรชายถูกรถไฟชนแล้ว ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "รถไฟ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

7 บุคคลที่ดวงซวยที่สุดของโลก
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

มันก็ต้องเป็นธรรมดาของมนุษย์โลก เมื่อถึงคราวเกิดดวงซวยขึ้นมา ก็มีเรื่องเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ไม่คาดคิดเข้ามาหาตัวเสมอ แต่บางคนก็ยังมีโชคดีในความโชคร้ายนะ .. แล้วใครจะไปคาดเดาได้หล่ะจริงไหม? วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 7 บุคคลที่ดวงซวยที่สุดของโลก มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคะ อยากรู้ไหมว่าคนพวกนี้ดวงซวยสุดๆ ซวยแบบไป ซวยแปลกยังไง เอ้า! ไปติดตามอ่านกันเลย ^^ 7 บุคคลที่ดวงซวยที่สุดของโลก 7. Jason and Jenny Cairns-Lawrence เจสันและเจนนี่ แคนส์-ลอว์เรนซ์ เป็นสามี-ภรรยาคู่นี้ เป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้ายบ่อยที่สุดในโลก ซึ่งถือว่าเป็นคู่มหัศจรรย์ที่พบเจอเรื่องหวาดกลัวเหล่านี้ทั้งๆ ที่ทั้งคู่อยู่ในเมือง และแต่ล่ะเหตุการณ์ล้วนโด่งดัง โดยเริ่มจาก เหตุการณ์ วันที่ 11 กันยายน 2001 ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในระหว่างไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดที่นิวยอร์ค เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 3000 คน อีกสี่ปีต่อมาพวกเขากำลังสัญจรไปรอบๆ ในรถบัสในกรุงลอนดอน เมื่อ 7 กรกฎาคม 2005 และอยู่ในเหตุการณ์สี่ผู้ก่อการร้ายใช้ระเบิดฆ่าตัวตายด้วยการระเบิดรถไฟใต้ดินและรถโดยสาร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกยกให้เป็นการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ และเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 52 คน เรื่องยังไม่จบ เมื่อ 26 พฤศจิกายนพวกเขาทั้งคู่อนู่มุมไบในประเทศอินเดีย และทั้งคู่ก็อยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อผู้ก่อการร้ายมุสลินหัวรุนแรงใช้ปืนยิงกราดและระเบิดหลายหน เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน  6. Violet Jessop ไวโอเลต เจซซอป(2 ตุลาคม 1887 -5 พฤษภาคม 1971) เป็นพนักงานเสิร์ฟและพยาบาลบนเรือขนส่งที่สามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มสามครั้ง และหนึ่งในนั้นมีเรือไททานิกรวมอยู่ด้วย ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 26 ตอนนั้นเธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ บนเรือโอลิมปิกเรือดังกล่าวเป็นเรือพลเรือนสุดหรูที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้นเพราะมันยาวกว่าเรืออื่นๆ แต่แล้วตำนานของเธอก็เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1911 เมื่อเรือโอลิมปิกดันไปชนกับเรือรบอังกฤษฮอว์คแต่เหตุการณ์นั้นไม่ค่อยรุนแรงนักอย่างมากก็แค่น้ำท่วมบนเรือและใบพัดบิดงอเท่านั้นเอง หลังจากนั้นนางไวโอเลตก็ตัดสินใจมาเป็นพนักงานเสิร์ฟอีกครั้ง บนเรือแห่งประวัติศาสตร์ไททานิก RMS Titanic และถ้าจำไม่ผิดเธอปรากฏในภาพยนตร์ไททานิกด้วย) จนกระทั้งเรือล่มเมื่อวันที่ 14 เมษายน 1912 เวลา 2340 น. เรือก็ชนกับภูเขาน้ำแข็งและเรือก็ล่ม ตอนนั้นเธอก็พยายามหนีตายเหมือนคนอื่น และเธอถูกสั่งให้ขึ้นบนด่านฟ้าเพราะเธอพนักงานที่พูดได้หลายภาษาที่สามารถควบคุมความวุ่นวายบนเรือได้ดี และเธอก็รอดชีวิตจากการลงเรือชูชีพพร้อมกับเด็กทารกที่ไม่รู้เป็นลูกของใครบนอ้อมอกของเธอ แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือกันตัน เอ็ดเวิร์ด เจ. สมิธ กัปตันไททานิกที่เธอทำงานอยู่ก็เป็นกัปดันคนเดิมจากเรือโอลิมปิกด้วย นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่หาได้ยากที่บุคคลหนึ่งอยู่ในอุบัติเหตุเรือล่ม 2 ครั้งโดยมีกัปตันคนเดียวกัน เรื่องราวของเธอยังไม่จบ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอได้รับหน้าที่เป็นพยาบาลที่สภากาชาดอังกฤษ ในปี 1916 และได้อยู่ในคณะบนเรือบริทานิค His Majesty's Hospital Ship Britannic แต่แล้วเรือก็แล่นเข้าไปในดงทุ่นระเบิด และจมลงอย่างรวดเร็ว ส่วนเธอกระโดดลงในน้ำเพราะเรือชูชีพอยู่ไกลเกินไปจนหัวของเธอกระแทกกับกระดูกงูเรือจนเกือบตาย แต่ก็รอดมาด้วยก่อที่จะถูกเรือชูชีพช่วยเหลือ หลังจากที่เธอรอดชีวิต เธอยังคงทำงานบนเรือเดินทะเลต่อไป จนกระทั้งเกษียณตนเองและเสียชีวิตในปี 1971 ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว  5. Robert Todd Lincoln โรเบิร์ตทอดด์ ลินคอล์น (1 สิงหาคม 1843 -- 26 กรกฎาคม 1926 )เป็น ชาวอเมริกัน ทนายความและ เสนาธิการทหาร และบุตรชายคนแรกของ ประธานาธิบดี อับราฮัมลินคอล์นและ แมรี่ทอดด์ลินคอล์น และเขาเป็นเพียงลูกคนเดียวในจำนวนสี่พี่น้องของลินคอล์นที่รอดชีวิตจนอายุเกินวัยรุ่น หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นพยานประวัติศาสตร์ที่เห็นการลอบสังหารของสามประธานาธิบดีที่แตกต่างกัน เริ่มจากพ่อของเขาประธานาธิบดีลินคอล์น ตอนนั้นโรเบิร์ต อายุ 21 ปี เขาต้องสูญเสียพ่อ ต่อหน้าต่อตา จากเขาก็พาตัวเองเข้าสู่เส้นทางการเมืองโดยได้รับเลือกให้เป็นเสนาธิการทหาร ในตอนนั้น เจมส์ เอ. การ์ฟิล์ด เป็นประธานาธิปดีสหรัฐฯ จนกระทั้งปี 1881 หลังจากเขาเข้ารับงานใหม่ได้เพียง 4 เดือน ประธานาธิบดีการ์ฟิล์ด ชวนให้เขาไปเที่ยวที่นิวเจอร์ซี่ย์ และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าขึ้นรถไฟ การ์ฟิล์ดถูกยิงร่วงลงไปกองกับพื้น โชคดีที่มีคนช่วยเขาไว้ทันเลยรอดตาย จากนั้น 20 ปีไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเลย จนกระทั่ง เขาได้รับเชิญจากประธานาธิบดีวิลเลี่ยม แม็คกินลีย์ ที่เพิ่งได้รับเลือก ซึ่งเขากลับมาดำรงตำแหน่งเป็นรอบ 2 ผลคือ ในระหว่างประธานาธิบดีกล่าวปาฐคถาก็มีคนยิงเขา 2 นัด เขาบาดเจ็บหนัก 8 วันและหลังจากนั้นก็เสียชีวิตลง แม้ลินคอล์นไม่ได้เห็นเหตุการณ์เสียทีเดียว แต่เขาอยู่ในห้องนั้น และได้ยินเสียงปืน และด้วยความรู้สึกดังกล่าวนี้เองทำให้เขาปฏิเสธคำเชิญจากประธานาธิบดีทุกคนให้มาดำรงตำแหน่งนับจากวันนั้นเป็นต้นมา 4. Ann Hodges แอน เป็นมนุษย์คนเดียวในโลกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุกกาบาตพุ่งชน เมื่อปี 1954 โดยหินดังกล่าวมีน้ำหนักถึง 4 กิโล โดนมันพุ่งทะลุฝ้ามาปาดสะโพกของเธอ แอน มีชื่อเต็มว่า แอน อลิซาเบธ ฮ็อด์จ (1923-1972) เป็นชาวเมืองซิลาคอกา มลรัฐอลาบาม่าสหรัฐอเมริกา เหตูการณ์ประวัติศาสตร์เกิดกับเธอเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1954 ในเวลาบ่ายเมื่อเธอกำลังงีบพักผ่อนอยู่บนโซฟา เกิดมีลูกอุกาบาตลุกเป็นไฟพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ก่อนจะแตกออกเป็น 3 ชิ้น และ ใน 3 ขนาดเท่าส้มโอ (หนัก 4 กิโลกรัม) ทะลุหลังคาบ้านของเธอ ลงบนคอนโซลวางวิทยุที่ทำด้วยไม้ และกระเด็นมาโดนแขนและสะโพกของเธอ ทำให้เป็นบาดแผลฉีกขาดระหว่างที่พุ่งสู่พื้น อุกาบาตนี้ลุกเป็นไฟจนสามารถมองเห็นได้ในสามรัฐใกล้เคียง และเนื่องจากเป็นครั้งแรกเท่าที่มีการบันทึกมา ถึงการได้รับบาดเจ็บจากอุกาบาต ทำให้ข่าวนี้ได้รับการตีพิมพ์ไปทั่วโลกแต่เรื่องราววุ่นวายยังไม่จบ เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาเก็บอุกาบาตลูกนี้ไป แต่สามีของแอน ฮ็อด์จ ได้จ้างทนายต่อสู้ในชั้นศาลจนได้อุกาบาตลูกนี้กลับคืนมา แม้แต่เจ้าของบ้านที่แอน ฮ็อด์จ ก็อ้างกรรมสิทธิเหนืออุกาบาตนี้ เพราะต้องการที่จะขายเพื่อนำเงินมาซ่อมบ้าน มีการตั้งราคาขายไว้ที่ 5000 เหรียญสหรัฐ(ในขณะนั้น) แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเป็นปี ความสนใจต่อเรื่องนี้ก็จางหายไป ครอบครัว แอน ฮ็อด์จไม่สามารถขายอุกาบาตรก้อนนี้ได้สำเร็จ แอน ฮ็อด์จ รู้สึกอึดอัดกับ การตกเป็นข่าวต่อสาธารณชนและต่อปัญหาขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ของอุกาบาต เธอตัดสินใจบริจาคอุกาบาตรให้กับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติรัฐอลาบม่า ทุกวันนี้มันถูกจัดแสดงแก่ประชาชนทั่วไปที่มหาลัยอลาบม่า 3. Roy Sullivan จากสถิตโอกาสที่มนุษย์จะมีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้สองครั้ง(ในวันและเวลาที่แตกต่างกัน) แต่กระนั้นก็มีมนุษย์บางคน(และคนเดียวในโลก)ที่ถูกฟ้าผ่าเจ็ดครั้ง (นักคณิตศาสตร์ประเมินความเป็นไปได้ที่คนคนหนึ่งจะถูกฟ้าผ่า7 ครั้งมีโอกาสเพียงแค่ 1 ใน 16,000,000,000,000,000,000,000,000 (16 ตามด้วยศูนย์24 ตัว) รอย ซัลลิแวน (7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912 28 กันยายน ค.ศ. 1983) เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติชาวอเมริกัน ประจำอุทยานแห่งชาติเชนันโดอาห์ในรัฐเวอร์จิเนีย ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1942 ถึง 1977 โดยที่ซัลลิแวนได้เคยถูกฟ้าผ่ามาแล้วถึงเจ็ดครั้งในช่วงเวลาที่ต่างกัน ซึ่งสามารถรอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับฉายา "มนุษย์สายล่อฟ้า" เขาได้รับการยอมรับในบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ในฐานะที่เคยได้รับอุบัติเหตุจากฟ้าผ่ามากกว่ามนุษย์คนอื่น ๆ ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งเขาถูกฟ้าผ่าเจ็ดครั้งในวันและเวลาที่แตกต่างกันต่อไปนี้  1942 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าครั้งแรกระหว่างประจำการอยู่บนหอคอยระฆังระวังไฟป่า สายฟ้าฟาดลงมาที่ปลายเท้า ผลลัพธ์คือเล็บหัวแม่โป้งเท้าหลุด 1969 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างที่กำลังขับรถลงเขา ความแรงของกระแสไฟฟ้าทำให้เขาหมดสติและเผาขนคิ้วจนไหม้เกรียม 1970 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างนั่งอยู่บนสนามหญ้า ทำให้ไหล่ซ้ายเป็นแผลไหม้ 1972 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 4 ระหว่างที่เขาอยู่ในที่ทำการอุทยานฯ คราวนี้เขาเสียเส้นผม หลังจากถูกฟ้าผ่ามาแล้ว 4 ครั้ง รอยคิดว่าเขาต้องไม่ประมาท นับตั้งแต่นั้นมา เขาพกกระติกน้ำติดตัวตลอดเวลาเพื่อเอาไว้ดับไฟ วันที่ 7 สิงหาคม 1973 ขณะที่ขับรถอยู่นั้น ฟ้าผ่าก็ฟาดลงกลางศีรษะของรอยอย่างแรงจนเขากระเด็นออกมานอกรถ และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องเสียเส้นผม วันที่ 5 มิถุนายน 1976 ซัลลิแวนเห็นก้อนเมฆลอยตามเขาเหมือนจงใจ รอยเดาได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา จึงพยายามวิ่งหนีแต่ก็ไม่พ้น เขาถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 6 ตรงบริเวณลานตั้งแคมป์ วันที่ 25 มิถุนายน 1977 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 7 ระหว่างที่กำลังนั่งตกปลา คราวนี้ค่อนข้างจะโดนหนักหน่อย เขาถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะหน้าอกและท้องเป็นแผลไฟลวก แต่การรอดชีวิตจากฟ้าผ่านั้นมันไม่ดีเสียเลยเมื่อผู้คนต่างพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่อยู่ใกล้กับซัลลิแวน ในช่วงหลังอันเนื่องมาจากการกลัวถูกฟ้าผ่า และนี่จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับเขา ครั้งหนึ่งเขาได้เคยกล่าวไว้ว่า "เช่น เมื่อผมเดินไปกับหัวหน้าพิทักษ์ป่าในวันหนึ่ง ได้มีฟ้าผ่าลงมา หัวหน้าได้กล่าวว่า ผมจะขอไปหาคุณในภายหลังก็แล้วกัน ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1983 ซัลลิแวนได้เสียชีวิตลงในวัย 71 ปี ด้วยการยิงตัวเองเข้าที่ช่องท้อง หมวกเจ้าหน้าที่สองใบของเขาได้รับการจัดแสดงในกินเนสส์เวิลด์เอ็กฮิบิทฮอลในนครนิวยอร์กและรัฐเซาท์แคโรไลนา 2. Jeanne Rogers จีนน์ โรเจอร์ อาจเป็นผู้หญิงชาวอเมริกาที่โชคร้ายที่สุดในโลกที่เรื่องราวของเธอเต็มไปด้วยความโชคร้ายเล็กๆ น้อยไปจนถึงเกือบเอาชีวิตไม่รอด เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เคยถูกยิง ถูกขโมยเงิน ถูกรัดคอ ถูกฟ้าผ่า(2 ครั้ง) ตกลงไปท่อระบายน้ำ เกือบจมน้ำตายเพราะเมื่อแต่ถอยหลังเพื่อถ่ายรูปเพื่อน แต่ที่แปลกที่สุดคือครั้งหนึ่งในขณะเดินเล่มดันจู่ๆ ก็มีค้างคาวติดบนหัวของเธอ เธอเลยขอคนมาช่วยเหลือ แต่กลายเป็นว่าทุกคนที่เห็นเธอต่างตกใจตะโกนลั่น ทำให้ค้างคาวตกใจและข่วนหน้าเธอแถมยังฉี่ใส่หัวเธออีก แต่กระนั้นเธอยังบอกว่าเธอไม่ได้คิดว่าเธอถูกสาปแช่ง เธอยังคิดว่ามีเทวดาอยู่บนไหล่ของเธอด้วยซ้ำไป 1. Tsutomu Yamaguchi สึโตมุ ยามางูชิ ( 16 มีนาคม 1916 - 4 มกราคม 2010) เป็นวิศวกรของบริษัทอุตสาหกรรมหนักมิตซูบิชิ ชาวญี่ปุ่น ที่รอดชีวิตจากฮิโรชิมาและนางาซากิจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ถล่ม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเขาจะเป็นคนในจำนวน 160 ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดสองครั้ง แต่เขาเป็นคนเดียวที่ได้รับยอมรับจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่าเป็นผู้รอดชีวิตดังกล่าว เช้าตรู่วันที่ 6 สิงหาคม 1945 ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนนั้นสึโตมุกำลังเดินเล่นยามเช้าที่สงบเงียบที่เมืองฮิโรชิ เหมือนปกติทุกครั้ง จนกระทั้งเวลา 08.15 น.ทันทีที่ เขาก้าวลงจากรถราง เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมือง ซึ่งห่างจากเขาไปไม่ถึง 3 กิโลเมตร เขาได้รับบาดเจ็บหูฉีกขาด นัยน์ตาบอดชั่วคราว ร่างกายท่อนบนซีกซ้ายถูกไฟเผา แต่ความเสียหายต่อร่างกายของเขายังน้อยกว่า 140000 ชีวิตซึ่งสูญสิ้นไปพร้อมกับฮิโรชิมาที่ราบเป็นหน้ากลองในพริบตา ทิ้งอีกหลายหมื่นชีวิตทุกข์ทรมานด้วยพิษระเบิด เขารอดชีวิตมาได้เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงสามกิโลเมตร ผ่านหนึ่งคืนที่ฮิโรชิมา วันถัดสึโตมุก็ตัดสินเดินทางจากเมืองฮิโรชิม่ากลับบ้านเกิดที่ นางาซากิ เขาถึงบ้านในวันที่ 8 สิงหาคม และแน่นอนที่นางาซากิเขาก็เจอระเบิดนิวเคลียร์อีกรอบ ระเบิดครั้งนี้ทำลายนางาซากิก็พินาศย้ายยับ 70000 ชีวิตตายอย่างอนาถ โดยเวลานั้นเขาอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงสามกิโลเมตร เขารอดชีวิตแต่กระนั้นเขาก็เป็นโรคมะเร็งร้ายจากกัมมันตภาพรังสีครั้งนี้ และตลอดชีวิตที่เหลือ เขาเป็นผู้ที่ต่อต้านระเบิดปรมาณู เขากล่าวว่า "ผมไม่อาจเข้าใจว่าทำไมโลกไม่สามารถเข้าใจความหายนะของระเบิดปรมาณู ทำไมพวกเขายังพัฒนาอาวุธร้ายเหล่านี้อีกไม่หยุดยั้ง" สึโตมุ ยามางูชิเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2010 รวมอายุ 93 ปี ขอบคุณที่มา  http://pantip.com/topic/31161223

ละครบางระจัน , เรื่องย่อบางระจัน
เรื่องย่อ บางระจัน /  บางระจัน ช่อง3 / 

บางระจัน บทประพันธ์ : ไม้ เมืองเดิม บทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้นออกอากาศ : จันทร์-อังคาร 20.15 น. ทางช่อง 3 หนึ่งรัก...คือนาง รักหนึ่ง...คือมิตร รักยิ่งใหญ่เทิดเหนือชีวิต ให้สยามอยู่คู่ค้ำฟ้า ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๑ หลังการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมาสู่รัชสมัยของสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ความไม่เด็ดขาดในการปกครองทำให้เหล่าเจ้านายและข้าราชบริพารเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก เกิดการแข็งข้อของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ไม่มีความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ต่างพากันแย่งชิงตำแหน่งหน้าที่ รับสินบน เบียดบังผลประโยชน์ชาติ เอาความสุขใส่ตัว ชาวบ้านเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพงทุกหัวระแหง พระเจ้าอลองพญามังลองยกทัพพม่ามาตีไทยทางทวาย มะริด ตะนาวศรี หวังยึดกรุงศรี ทัพไทยแตกพ่ายถึง 3 กองทัพ เดชะบุญของไทยยังมีพระเสื้อเมืองคุ้มครอง พระเจ้าอลองพญาถูกรางปืนแตก บาดเจ็บสาหัส มังลอราชบุตรจึงรีบยกทัพกลับ ลางร้ายแห่งความวิปโยคเริ่มขึ้นเมื่อน้ำหลากสีปูนแดงดั่งเลือดไหลจากเหนือลงสู่อยุธยาเป็นที่โจษขาน ก่อนทัพของพระเจ้ามังระจะยาตราทหารหนึ่งแสนสองหมื่นนายมาแก้แค้นให้พระเจ้าอลองพญามังลอที่สวรรคต ทัพพม่ามีเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ นำทัพมาจากเชียงใหม่ ตีหัวเมืองแตกระเรื่อย จนมาต่อเรือรบที่กำแพงเพชร มังมหานรธานำทัพฝ่ายใต้เผาเมืองชุมพร ปะทิว ขึ้นมาถึงปราณบุรี กาญจนบุรี และจัดทัพแยกไปตีเพชรบุรี ราชบุรี ความเดือดร้อนยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เมื่อทัพอังวะปล้น ฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์สินของชาวบ้านตลอดรายทางเพื่อมุ่งสู่กรุงศรีอยุธยา ที่บ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญ ทหารกรุงศรีเร่งกวาดต้อนชาวบ้านเพื่ออพยพ หนีภัยศึกเข้ากำแพงเมือง เวลาเดียวกับที่ ทัพ หรือเจ้าเสือแห่งบ้านคำหยาด ทหารผู้มีฝีมือดาบไม่เป็นสองรองใคร ฝ่าทัพอังวะที่ปล้นฆ่า ได้กลับมาก้มลงกราบแทบเท้าพ่อแม่ หมู่เที่ยง อดีตทหารกล้า กับ นางจันทร์ ผู้เป็นแม่ จวง น้องสาวบอกทัพ เรื่องที่อดีตเพื่อนรัก นายกองสังข์ และ หมู่ขาบ กำลังเร่งกวาดต้อนครัวไทยไปกรุงศรี ทัพเห็นอาการป่วยของแม่ยังไม่ดี ก็ขอประวิงเวลาไปเอายาจากสุพรรณมาให้แม่ แต่สังข์ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องว่าทัพคิดหนีเกณฑ์ ไม่ยอมเป็นทหารสู้ศึก ทัพรู้ดีว่าความบาดหมางครั้งนี้รุนแรง เพราะสังข์อ้างการอพยพเพื่อหวังรวบรัดจวงเป็นเมีย ขณะที่ขาบเองก็แอบรัก เฟื่อง คนรักของตน ทัพขอร้องเพื่อน แต่สังข์กลับสั่งทหารเข้ารุมจับตัวทัพ จนเกิดการต่อสู้ สังข์และขาบแพ้ แต่สังข์ไม่ยอมเสียเชิงให้อายคน ใส่ร้ายว่าทัพเป็นขบถหนีกองทัพทันที ทัพต้องหนีหลบไปซุ่มซ่อนในป่า เฟื่องที่เฝ้ารอคนรักต้องระทมทุกข์เพราะความพลัดพราก ถึงจะรู้ว่าขาบคิดอย่างไร และแม้ขาบจะทำดีให้แค่ไหน เฟื่องก็ไม่อาจแบ่งใจรักคนอื่นนอกจากทัพได้ ใต้ตาล 5 ต้นที่ทัพและเฟื่องให้สัญญาต่อกันว่าหนาวหน้าคงได้ร่วมชีวิตคู่ แต่บัดนี้กลับต้องรอเวลาทอดยาวหลังศึกผ่านพ้น ต่างจาก แฟง น้องสาวเฟื่องที่แก่นกล้าเกินหญิง แฟงเจ็บใจและตามเอาเรื่องสังข์ ขาบ แทนพี่สาว สังข์กับขาบจึงเร่งเอาทหารจับตัวจวง เฟื่องไป ก่อนจะย้ายครัวหลบหนี แต่ทัพก็ตามไปช่วยคนรักและน้องสาวมาได้ ยิ่งทำให้สังข์ ขาบเจ็บใจ ประกาศจะตามล่าตัวขบถอย่างทัพมารับโทษให้จงได้ เวลาเดียวกับที่บ้านสามโก้ อีกด้านแขวงวิเศษไชยชาญ หมู่บ้านของ สไบ ลูกสาว ผู้ใหญ่แสง กำลังถูก นายกองอูจี นำทหารเลวทัพอังวะเข้าปล้น สไบกำลังจะถูกข่มเหง แต่ ใจ พรานหนุ่มเข้ามาช่วยไว้ พร้อม เจิด พี่ชาย และ จาด พรานใหญ่ผู้เป็นพ่อ ทั้งหมดต้องอพยพหนีโดยการนำของใจ ระหว่างทางใจได้ช่วยสไบไวอีกหลายครั้ง สไบกับใจต่างตาต้องตา ใจต้องใจ แต่ ดอกรัก ญาติผู้พี่ของสไบที่เหม็นหน้าใจคอยหาเรื่องกีดกัน ไม่ให้ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกัน ระหว่างทางอพยพ ดอกรักและใจผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในการช่วงชิงหัวใจสาวงามอย่างสไบ ทัพพาทุกคนอพยพหนีมาที่บ้านกระทุ่มด่าน พึ่งเรือนญาติคือ กำนันพัน อยู่ชั่วคราว ก่อนจะรวบรวมพรรคพวกทหารจากทัพที่แตกพ่าย อย่าง หมู่เคลิ้ม เอิบ ช่วง และ ฟัก พี่ชายของเฟื่องและแฟง อาสาเข้าซุ่มโจมตีตัดกำลังทางเดินทัพของอังวะที่กระทุ่มด่าน กลุ่มของสไบหนีตามมาสมทบกับกลุ่มของเฟื่องและแฟง ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ หลบภัยอยู่กับชาวบ้านอีกมากมายที่กำลังหนีภัยข้าศึก ไทยกอดคอไทย น้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนไทย บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาใด จะเข้ามาครอบงำ ข่มกันถึงบ้าน แล้วจะนิ่งดูดาย ให้หนีไปไหนได้อีกเล่า ชื่อเสียงของกลุ่มทัพที่หาญกล้าซุ่มโจมตีศัตรูเลื่องลือ จนถึงหูสังข์และขาบ ทั้งสองตามล่าเพื่อนรักมาจนถึงกระทุ่มด่าน และฉวยโอกาสที่เฟื่องเข้าใจทัพผิด เพราะเห็นทัพกอดแฟงที่เอาแต่ปั้นปึ่งหาเรื่องให้โมโห จนสังข์กับขาบจับตัวเฟื่องและจวงไปจนได้ แฟงเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุ แต่คนที่ใจแทบขาดคือทัพ เพราะคนรักและน้องสาวตกไปอยู่กำมือของเพื่อนรักเพื่อนแค้น แม้กายห่าง แต่ใจฝากไว้กับนาง ทัพออกตามตัวเฟื่องและจวง แฟงเฝ้าโทษตัวเองที่ทำให้พี่สาวตกระกำลำบาก ถูกพรากจากครอบครัวและชายคนรักไปจนได้ สไบเตือนให้แฟงเตรียมตัวหนีอีกครั้งเมื่อข้าศึกเข้ามาใกล้ แฟงอยากรอพี่สาว แต่ข้าศึกอังวะประชิดกระทุ่มด่าน ขบวนอพยพต้องเคลื่อนออกทันที แฟงใจจะขาดรอนๆ เมื่อต้องไกลจากพี่สาวอย่างไม่รู้ชะตากรรม ระหว่างทางที่ตามหาเฟื่อง ทัพเจอกับกลุ่มก๊กโจร เสือปิ่น ที่อดอยากจนต้องปล้นชิงพี่น้องไทยกันเอง ทัพถูกกักตัวและเกลี้ยกล่อมให้ร่วมเป็นพวกโจร เวลาเดียวกับที่เฟื่องและจวงเข้าใกล้กำแพงกรุงศรี ขบวนของสังข์กับขาบต้องหยุดพักรอที่บ้านพรานตามคำสั่งของ คุณพระนายหมื่นศรี ขบวนอพยพของแฟงกับสไบเจอโจรที่บุกเข้าปล้น ฟักกับกลุ่มผู้ชายสู้ตายเพื่อปกป้องชาวบ้าน แฟงคว้าดาบไล่ฟันโจรอย่างห้าวหาญ ปกป้องคนแก่และเด็กๆ ก่อนจะถูกโจรลากตัวหายเข้าป่าลึก ฟักกับกลุ่มผู้ชายออกตามหา แต่ไม่เจอแฟงแม้แต่เงา สไบหลั่งน้ำตา ไม่รู้ชะตากรรมเพื่อน ขบวนอพยพต้องเร่งเดินทาง บัดนี้สามชีวิตต้องแยกห่าง คนรักห่างกันก็ทุกข์เหลือแสนไม่แตกต่างกัน เฟื่องที่ตกอยู่ในกำมือของขาบ ประวิงเวลาให้ขาบไม่คิดหักหาญน้ำใจ รักษาตัวไว้รอชายคนรัก ขณะที่ทัพก็หาทางเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรเสือปิ่น แฟงถูกกลุ่มของ นายแท่น ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์ช่วยไว้ได้ แฟงเห็นความเด็ดเดี่ยวของกลุ่มนายแท่น ที่มี นายโชติ นายอิน นายเมือง ซุ่มโจมตีกองทัพอังวะ เลือดหญิงไทยหวงแหนแผ่นดินหลั่งไหลทั่วกาย แฟงยอมสละแล้วทั้งชีวิต อาสาเป็นหญิงล่อตาล่อใจทหารอังวะมาให้นายแท่นกับพวกฟันจนละเอียด หลายครั้งที่แฟงเกือบไม่รอดเงื้อมือข้าศึกเลวที่จ้องย่ำยีศักดิ์ศรีหญิงไทย แต่หัวใจห้าวของแฟงไม่เคยครั่นคร้ามหวาดกลัว นายดอกไม้ บ้านกรับ นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล สองผู้นำชาวบ้านมาขอร่วมกับกำลังกลุ่มนายแท่นด้วย แฟงและหญิงชาวบ้านคนอื่นพากันทำอุบายล่อทัพอังวะมาให้ถูกนักรบไทยฆ่าลงเสียมาก จนกองทัพอังวะส่งทหารมากมายมาล้อมบ้านศรีบัวทอง นายแท่นต้องพาทุกคนหนีตาย แฟงได้แต่อาลัยที่ต้องพลัดพรากจากเฟื่อง พี่สาวและครอบครัวที่รักไกลออกไปทุกที ขอให้คิดปลื้มไว้ เมื่อตายไปชีวิตหนึ่ง ก็ได้ตายสมศักดิ์ของผู้หญิงเมืองไทย ยามศึกมาติดเมือง ทัพช่วยชีวิตเสือปิ่นไว้ได้จาก ชิด ลูกน้องทรยศ น้ำใจของทัพทำให้เสือปิ่นสำนึกบุญคุณ ปล่อยตัวทัพออกตามหาคนรัก แต่เฟื่องไม่อาจยื้อยุดความปรารถนาล้ำลึกของขาบไว้ได้อีก เฟื่องตกเป็นของขาบ ขณะที่สังข์ใช้กำลังครอบครองกายใจจวง ทัพอังวะเข้าโจมตีขบวนอพยพทหารกรุงศรี สังข์ ขาบสู้ไว้ชื่อไทย แต่ศัตรูมากมายเข้าโอบล้อมไว้ไม่ขาดสาย เฟื่องกับจวงกำลังจะถูกศัตรูรุมข่มเหงในกระท่อม ร่างของทัพบนหลังม้าคู่ใจ อ้ายเลา พุ่งทะยานเข้ามาฟันข้าศึกล้มตาย เลือดนองสังเวยผืนดินไทย สังข์ ขาบซึ้งในน้ำใจของไอ้ทัพเพื่อนแท้ เมื่อต้องสู้เพื่อรักษาดินทุกก้อนของไทย เพื่อนรักทั้งสามละทิ้งความขุ่นเคืองโกรธแค้นในอดีตลงเสียสิ้น หันหลังชนกันประจันหน้าศัตรู พุ่งเข้าฟันข้าศึกจนยับแตกพ่าย สังข์ ขาบซึ้งแก่ใจว่ายามคับขัน ทุกคนต่างพากันเอาตัวรอด คุณพระนายหมื่นศรีละทิ้งลูกน้องเข้าไปหลบก่อนประตูกรุงศรีจะปิดลง เมื่อไม่อาจเข้าสู่กำบังหลังกำแพงกรุงศรีได้ดังหวัง แม้ศัตรูกำลังโอบล้อมไว้ แต่เลือดไทยจะไม่ยอมแพ้ ทัพ สังข์ ขาบพาเฟื่อง จวง และขบวนอพยพที่เหลือบ่ายหน้าเพื่อสู้ร่วมกับไทยอีกนับร้อยที่ค่ายบ้านระจัน คนตายกลางทัพนั้นมีเกียรติ ฝากชื่อไม่ให้ลูกหลานอับอาย ที่ค่ายบ้านระจัน กลุ่มของสไบมาถึง และเจอกับแฟงที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง กำนันพันเรือง ใช้ค่ายบ้านระจันเป็นที่ประชุมสู้ศึกทัพพม่า มี นายทองเหม็น เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายทองแสงใหญ่ นายจันหนวดเขี้ยว และหัวหน้าอีก 6 คนที่อพยพมาร่วมกันเป็นผู้นำ อันได้แก่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ชาวบ้านศรีบัวทอง นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล นายดอกไม้ ชาวบ้านกรับ และ ขุนสรรค์กรมการ จากเมืองสรรค์บุรี ทุกคนในค่ายมี พระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจปลุกปลอบขวัญ เครื่องรางป้องกันภัยก่อนออกศึกทุกครั้ง ทุกคนวางแผนให้บ้านระจันคือด่านหน้าปะทะทัพอังวะไม่ให้ล่วงเข้าอยุธยาได้ใครอื่นจะช่วยเราอีกไม่ได้เป็นแท้ นอกจากพวกเราต้องร่วมใจกัน ช่วยกันเอง เหลือจะทนดูดายให้ข้าศึกข่มเหง ศึกแรก นายแท่นนำทัพเข้าสู้ และฟาดฟันจนชนะอังวะ เสียงเพลงบ้านระจันปลุกเร้าฮึกเหิมให้ชาวบ้านทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่ง สไบดีใจที่ได้เจอแฟงอีกครั้ง ใจที่ตามดูแลสไบขวางหูขวางตาดอกรักจนพาลหาเรื่อง พวกฟักต้องคอยห้ามปราม สไบไม่ชอบที่ดอกรักทำตัวเป็นเจ้าของ ดอกรักอ้างเรื่องที่ผู้ใหญ่ยกสไบให้ตั้งแต่เด็ก สไบไม่รับรู้เพราะในใจผูกพันอยู่กับพรานใจไปหมดแล้ว ดอกรักสังเกตเห็นใจชอบเข้านอกออกในส่วนต่างๆ ของค่าย เหมือนคอยสำรวจแล้วก็หายตัวไปบ่อยๆ สไบคิดว่าดอกรักระแวง แต่ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าใจคือสายลับอังวะ ใจหรือ อองนาย ติดตามสืบความเคลื่อนไหวในค่าย แล้วลอบออกไปส่งข่าวให้กับ เจิด หรือ อูทิน พี่ชายศิษย์ร่วมสำนัก โดยมี จาด หรือ จอกยีโบ อาจารย์คอยส่งข่าวไปยังแม่ทัพในค่ายที่ปากน้ำพระประสบครั้งหนึ่งใจลอบออกนอกค่าย ขณะที่เจิดกำลังสั่งให้ใจเลิกช่วยเหลือสไบ และเร่งหาข่าวของค่ายบ้านระจัน ดอกรักลอบตามมาเห็นความลับ เจิดคิดฆ่าดอกรัก แต่ใจไม่อยากทำให้ทุกคนสงสัย จึงทำอุบายเป็นโดนทำร้ายพร้อมดอกรัก โชคช่วยที่ดอกรักฟื้นขึ้นมาจำใครไม่ได้ กลายเป็นคนบ้าบอเสียสติ ใจยังคงลอบสืบข่าวด้วยความหวังว่าวันข้างหน้าจะพาสไบคนรักกลับอังวะไปร่วมชีวิตใหม่กัน ทัพ สังข์ ขาบ เฟื่อง จวงพาชาวบ้านมารวมกันที่ค่ายบ้านระจัน ทัพ สังข์ ขาบได้เป็นกำลังสำคัญให้กับนักรบไทยที่มีเพียงมีดไม้และใจฮึกเหิม แฟงก้มกราบเฟื่องด้วยความเสียใจ เฟื่องไม่ติดใจความผิดพลั้งของน้องสาว แฟงเห็นสายตาทัพที่ยังมองเฟื่องด้วยอาลัยก็ยิ่งพาลเกลียดสังข์กับขาบ เฟื่องต้องคอยเตือนอารมณ์ชิงชังของเด็กสาว และสอบถามถึงความในใจ แฟงบ่ายเบี่ยงทั้งๆ ที่แอบชอบทัพในความเก่งกล้ามานานแล้ว เฟื่องอ่านใจน้องออกแต่แฟงไม่ยอมรับถ่ายเดียว เฟื่องเองก็จำต้องเงียบนิ่ง เพราะในใจแล้วก็ยังมีความอาลัยในตัวคนรักเก่าอยู่มาก ขาบมองเห็นสายตาเฟื่องก็รู้ดีว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจเข้าไปแทนที่ทัพในใจเฟื่องได้เลย ทัพมองเห็นความห่างเหินเย็นชาของเฟื่องที่มีให้ขาบ ก็ไม่อยากเป็นปัญหาให้เฟื่องพะวักพะวง จึงคอยอยู่ห่างจนเฟื่องน้อยใจ แฟงที่ชังน้ำหน้าพี่เขยอย่างขาบก็คอยมากวนใจ เลียบเคียงถามทัพเรื่องเฟื่อง พอโดนทัพเอ็ดไปหลายครั้ง แฟงก็พาลน้อยใจประสาเด็ก ต่อปากต่อคำ ยั่วเย้าอารมณ์ทัพให้คอยนึกถึงไม่ว่างเว้น ความผูกพันของทัพกับแฟงก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันได้รู้ตัว เจิดแฝงตัวกลับเข้ามาในค่ายเพื่อฆ่าสไบตามคำสั่งของจาด เพราะกลัวว่าความรักของใจที่มีให้สไบจะเป็นปัญหาทำให้ใจละทิ้งหน้าที่สายลับ ใจรู้เรื่องก็ตัดสินใจเป็นเจ้าของกายและใจสไบจนหมดสิ้น และบอกกับเจิดว่า หากคิดจะฆ่าสไบเมียรัก ก็จงข้ามศพเขาไปเสียก่อน เอาเลือดพลีให้เมือง ถวายชีพให้แก่เจ้าเหนือหัว ชีวิตที่เราเกิดมาในร่มฟ้าแผ่นดินสยาม เลือดเนื้อก็ต้องเป็นของชาติ เนเมียวสีหบดีแต่งตั้ง งาจุนหวุ่น เป็นแม่ทัพ มาตีบ้านระจัน นายเมืองนำทัพออกไปสู้ ทัพ สังข์ และขาบนำพวกไล่ต้อนฆ่าทัพอังวะจนราบ เยกินหวุ่น นำทัพมาช่วยก็โดนไล่ต้อนจนพ่ายแพ้ ค่ายบ้านระจันครึกครื้นด้วยเสียงโห่ร้องยินดีแห่งชัยชนะ ชื่อเสียงชาวบ้านคนไทยผู้รวมตัวสู้ดังเลื่องลือ เนเมียวสีหบดีไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ส่ง ติงจาโบ และ สุรินทจอข่อง มาตีอีก แต่ก็พ่ายอย่างไร้ท่า สุรินทจอข่องตายกลางสนามรบ ยิ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยผู้รักและหวงแหนแผ่นดินหญ้าบางระจัน ไม่ใช่สำหรับช้างศึกหรือม้าพม่ามากิน ในยามพักรบ ชาวค่ายรวมกันฝึกปรือฝีมือดาบและอาวุธ ทัพเองเป็นผู้นำฝึกอาวุธ สังข์หยอกล้อจวง เฟื่องเองก็คอยดูแลขาบที่บาดเจ็บจากรบ ทัพที่มองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนและคนรักเก่าก็เกิดเหว่ว้าในใจ แฟงยังตะบึงตะบอนคิดว่าทัพมองเฟื่องด้วยสายตาอาวรณ์ เลยพูดจาประชดจนทัพหันมาเห็นแฟงที่เป็นสาวรุ่นไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนคนเดิม แฟงหนีหน้าทัพเพราะแง่งอน แต่ทัพเฝ้าออดให้แฟงรอกินข้าวด้วยยามกลับจากสนามรบ แฟงกับทัพกำลังจะเข้าใจ แต่ด้วยพลั้งปากไป แฟงพูดเรื่องเฟื่อง ทัพโกรธที่แฟงไม่เชื่อคำรักที่เขาบอกก็โต้เถียงกัน แฟงด่าว่าจนทัพต้องดึงเด็กสาวเข้ามาจูบ ยิ่งทำให้แฟงโกรธว่าทัพดูถูกน้ำใจ สองคนที่ควรจะรักกันให้เป็นสีสันของค่าย กลายเป็นคู่ปรับขวางกันไปทุกเรื่อง ใจหรืออองนายรู้ดีว่าเนเมียวสีหบดีกำลังแต่งนายกองยกทหารร่วมพันมาทำลายค่ายบ้านระจัน ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของชาวบ้านที่จะตั้งตัวต่อสู้ขวางทางเดินทัพสู่กรุงศรี ดอกรักฟื้นขึ้นพูดจารู้เรื่อง เจิดฆ่าดอกรักปิดปากทันที สไบเสียใจมาก ทัพไม่เชื่อว่าดอกรักตายเอง แต่ก็ยังเก็บความสงสัยไว้เพื่อหาคนลงมือตัวจริง ใจกังวลเรื่องที่ค่ายบ้านระจันอาจจะแตกพ่าย จึงเลียบเคียงชวนสไบหนี แต่สไบยืนยันจะขอตายที่ค่ายร่วมกับพี่น้องทุกคน ใจเริ่มห่วงระหว่างหน้าที่กับชีวิตคนรัก แยจออากา นายทัพเรือถูกส่งมารบ แต่ถูกนักรบบ้านระจันตีแตกพ่าย จิกแกปลัดเมืองทวาย อาสาเป็นนายกองมารบ ทัพเป็นกองหน้าและวางกลศึกไว้รัดกุม แต่ใจที่ลอบส่งข่าวทำให้จิกแกเกือบเอาชนะทัพได้ สังข์ ขาบเข้ามาช่วยไว้ทัน ทัพเริ่มสงสัยว่ากลศึกต้องแพร่งพรายออกไปจากใครสักคนในค่าย สถานการณ์ในค่ายบ้านระจันเริ่มระส่ำระส่าย เมื่อคนอพยพเข้ามามากและเสบียงน้อยลง ทั้งหมดเพราะใจวางแผนให้ทหารอังวะปล่อยข่าวซื้อเสบียงด้วยทองคำ เสบียงในค่ายถูกคนโลภเห็นแก่ตัวขโมยไปขายแก่ทหารอังวะ พ่อค่ายจับได้ก็ลงโทษหนัก ใจเปลี่ยนแผนยุแหย่ให้สังข์กับขาบแตกสามัคคี ทัพเพ่งสายตามองใจ แต่ใจคลายข้อสงสัยด้วยอาสาออกรบในศึกที่ อากาปันญี เป็นนายกอง ทัพเห็นใจฟันทหารอังวะล้มตายหลายคน แต่ใจก็พลาดเมื่ออากาปันญีจะแทง แต่ทัพเข้าขวางและเด็ดหัวอากาปันญีให้ใจรอด ศึกนี้เฟื่อง แฟง สไบ นำผู้หญิงห่มตะเบงมานจับดาบลุกขึ้นสู้เคียงบ่ากับทัพและเหล่าชาย นักรบระจันสู้ศึกด้วยกตัญญูชาติ จนอังวะต้องยกทัพกลับไปอย่างคนแพ้เลือดตลอดตัวนี้ จะขอหลั่งทาดิน ฝากธรณีไว้บูชาชาติที่อาศัย แผ่นดินได้สุข ใจเห็นความสามัคคี เสียสละได้กระทั่งชีวิตของชาวค่ายระจันก็ใจเริ่มเอนเอียง กังวลว่าถ้าสไบรู้ความเรื่องเป็นสายลับ เค้าคงต้องสูญเสียสไบไปจนชั่วชีวิต แฟงกับทัพได้ใช้เวลาแห่งรักกันเพียงไม่นาน เพราะทัพต้องออกไปลาดตระเวนทำลายคาราวานเสบียงของพม่า แฟงขอสัญญาเพียงทัพต้องกลับมากินข้าวรสมือนาง คืนหนึ่งทัพออกไปกลางดึก แฟงรอจนเช้าทัพยังไม่กลับ แฟงร้อนใจจับดาบออกตามเพราะกลัวทัพเป็นอันตราย แต่ทัพหลงไปในดงศัตรู แฟงลอบปลอมเป็นพม่า จับดาบไปช่วยทัพออกมา ทัพมองไม่ชัดเกือบทำร้ายแฟงด้วยเข้าใจผิด ใจเห็นก็ลอบช่วยทัพกับแฟงออกไป ทัพสั่งขังแฟงไว้ แฟงอาลาะวาดจนเฟื่องอ่อนใจมาช่วยแก้มัด ทัพกลับจากลาดตระเวนไม่เห็นแฟงก็ออกตามหาแทบคลั่ง จนมาเจอแฟงที่ถูกงูกัดเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทัพทั้งเคืองทั้งโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะปากฉอเลาะของแฟง จึงได้แต่วนเวียนลงโทษด้วยจูบอ่อนหวาน เฟื่องที่รู้แน่แก่ใจว่าหัวใจของทัพมีแฟงครอบครองแทนที่ตนไปแล้ว ก็พูดกับทัพให้แต่งงานกับแฟงเสีย ทัพดีใจมาก แฟงยังตั้งแง่แต่ทัพรวบรัดสู่ขอแฟง แล้วจัดงานให้ได้ครึกครื้นมีรอยยิ้มไปทั้งค่าย หลังเวลาแห่งสุข ทุกคนเตรียมป้องกันค่ายแข็งขัน แต่ไม่ทันกับสุกี้นายกองที่ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายค่าย ชาวค่ายล้มตายยิ่งกว่าใบไม้ร่วงเพราะมีเพียงปืน มีด ไม้ ชาวระจันต่างสะอื้นตะโกนเพราะความรักบ้านเกิด หากจะตายเสียแล้ว จะจดจารึกโคนไม้ จะสลักหินและพื้นกระเบื้อง ฝากธรณีแม่ระจัน ฝังไว้ให้คนอยู่หลัง มันร้องไห้ถึงนักรบค่ายระจัน ตลอดไปชั่วลูกหลานทัพอาสาเป็นทหารเสือระจัน ควบม้าฝ่าข้าศึกมากรุงศรีเพื่อขอปืนใหญ่ เจิดได้ข่าวก็ควบม้าตามหวังเด็ดหัวทัพ แต่ใจตามมาขวางไว้ ทัพรอดผ่านทัพพม่ามาได้หลายครั้ง โดยไม่รู้ว่าใจคือคนที่ลอบช่วยเหลือมาตลอดทาง เพราะสำนึกว่าทัพเองก็เคยช่วยชีวิตตนไว้ เมื่อมาถึงกรุงศรีทัพได้เจอกับความขัดแย้งของเหล่าเสนาบดีที่รักตัวกลัวตาย ไม่ยอมให้ปืนใหญ่กับชาวค่ายบ้านระจัน เพราะกลัวชาวบ้านจะแพ้แล้วถูกทัพอังวะยึดปืนย้อนกลับมายิงพระนคร ทัพกลับมาพร้อมข่าวเศร้า แฟงที่กำลังท้องได้แต่ปลุกปลอบใจสามี ใจลอบไปส่งข่าวนอกค่าย แต่เฟื่องกับขาบสังเกตเห็น ขาบไม่แน่ใจ ปรึกษาเฟื่องทั้งเรื่องที่ทัพสงสัยว่าใครกันเอากลศึกไปขยายแก่ศัตรู เฟื่องบอกข้อสงสัยกับสไบอย่างระวัง เพราะรู้ว่าสไบรักอยู่กับใจ สไบเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติของใจกับเจิดที่หายตัวไปจากค่ายด้วยข้ออ้างต่างๆ สไบแกล้งวางแผนปล่อยข่าวเรื่องทัพกำลังจะพาสังข์ ขาบบุกลุยกันเพียงสามคนให้ถึงใจกลางทัพอังวะ หวังตัดหัวแม่ทัพใหญ่ ใจตกหลุมที่สไบวางไว้ เอากำลังทหารอังวะมาตั้งรอ แต่พอเห็นร่างสไบที่น้ำตานองหน้า ชายหนุ่มใจหล่นวูบ ประจักษ์แล้วว่าสไบรู้ความจริงทั้งหมด สไบด่าว่าขับไสใจให้กลับไปค่ายอังวะ อย่าได้มาให้เจอกันอีกเลย เพราะคราหน้าดาบในมือเธอจะฟันลงบนอกที่ซ่อนหัวใจยอกย้อนหลอกลวงไว้ ใจขอร้องสไบให้หนีไปด้วยกันเพราะค่ายบ้านระจันกำลังจะแตก สุกี้นายกองเตรียมการณ์หักค่ายไว้ทั้งหมดแล้ว สไบด่าว่าใจและยืนยันว่าจะขอตายที่ค่ายระจันเสียดีกว่าจะต้องไปยืนมีลมหายใจบนแผ่นดินอังวะ ใจกอดคนรัก สไบเอ่ยลาทั้งน้ำตา หากว่าต้องเป็นศัตรูก็ขอให้สิ้นสุดแค่ชาตินี้ คืนสุดท้ายของสองคนรักต่างเชื้อชาติ ปวดร้าว โหยไห้ จนรุ่งตะวันขึ้นใจเห็นเพียงผ้าสไบที่คนรักทิ้งไว้ต่างหน้า แฟงตั้งท้อง เฟื่องรู้ก็เอ่ยเตือน แต่แฟงไม่อยากให้ทัพห่วงหน้าพะวงหลังเลยไม่ยอมบอกผัวรัก จนวันหนึ่งแฟงเป็นลมไป ทัพร้อนใจว่าแฟงป่วย แต่พอรู้จากปากเมียว่ากำลังจะมีบุตรน้อย ทัพคิดถึงอนาคตของลูกและเมีย จึงปรึกษาสังข์ขอให้ทำอุบายพาแฟงและลูกน้อยในครรภ์ไปให้พ้นค่ายบ้านระจัน ระหว่างทางไปหาญาติที่นครสวรรค์ แฟงฉุกใจ บังคับถามจนสังข์ต้องบอกความจริง แฟงควบม้าฝ่าศัตรูกลับมา เวลาเดียวกับที่ทัพออกไปลอบปล้นเสบียงตัดกำลังอังวะ ทันทีที่กลับค่ายพอเห็นหน้าแฟง ทัพโผกอดเมียรัก แฟงน้ำตานองหน้า น้อยใจ ผลักไสทัพให้ไปพ้นๆ หากชาตินี้คิดจะปล่อยให้เธออยู่กับลูกอย่างไร้เขา ชีวิตแฟงที่เหลือก็หามีค่าพอจะมีลมหายใจ ทัพซึ้งใจ แฟงบอกว่าหากจะตาย ขอตายไปพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันบนสวรรค์สุกี้นายกองสั่งไพร่พลขุดอุโมงค์ลอบเข้าค่าย และยิงปืนใหญ่ใส่จนชาวบ้านล้มตาย นายทองเหม็นขี่นังเผือกควงขวานออกมาไล่ฆ่าฟันศัตรูที่ล้อมค่าย แต่ไพร่พลอังวะมากมายมหาศาล รุมฟันจนนายทองเหม็นถึงแก่ความตายลงพร้อมนังเผือก ชาวค่ายเสียกำลังใจ บางคนเริ่มหนีเอาตัวรอด แต่พวกทัพทุกคนตั้งสัตย์สาบาน ยอมตายร่วมกันใจแอบทำลายกระสุนปืนใหญ่ แต่เจิดจับได้ ใจถูกจอกยีโบลงโทษอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สิ้นความพยายามที่จะช่วยให้คนค่ายระจันได้รอดชีวิตบ้าง ใจถูกสั่งขัง ทัพอังวะรุกหนัก ขุนสรรค์กับนายจันหนวดเขี้ยวสู้จนตัวตาย พระยารัตนาธิเบศร์จากเมืองหลวงมาถึงค่ายบางระจันเพราะรู้กิตติศัพท์ความกล้า ขอให้ชาวบ้านเอาทองมาหล่อปืน ทุกคนมีความหวัง แต่ก็สิ้นสูญเมื่อปืนแตกใช้การไม่ได้ วันจันทร์ 2 ค่ำ ข้างแรม เดือน 8 ปีจอ พ่อค่ายกำนันพันเรือง ทองแสง ปลุกใจชายหญิงชาวค่ายให้สู้ ทัพ แฟง เฟื่อง ขาบ สังข์ จวง ชาวค่ายทุกคนขอบูชาชีวิตให้ชาติ พระอาจารย์ธรรมโชติประสิทธิ์ประสาทวิทยาคมอาคมบำรุงขวัญ เสียงโห่สามลาดังครบกึกก้อง เหมือนเป็นสัญญาณ ลาก่อนค่ายระจันและเมืองสยามที่เกิด ลาสองนี้เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ของทหารเองที่ต้องรักษาไว้ ใครอื่นจะแย่งศักดิ์นี้ไปจากตัวมิได้ ถึงตายแล้ว ศักดิ์ชายยังหอมหวน ติดโลก ติดปากคนอยู่หลังสุกี้นายกองสั่งยิงปืนใหญ่ถล่มค่าย ชาวค่ายระจันชายหญิงถือดาบสองมือตะลุยเข้าต่อสู้ ยอมสละชีพเอากายเป็นโล่กำบัง เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่ให้ศัตรูฝ่าไปได้ กองศพชาวบ้านทับถม แต่ไม่มีใครถอย สังข์กับจวงจับดาบคู่สู้จนลมหายใจสุดท้ายก่อนจะตายเคียงกัน ที่กลางสนามรบ ใจหรืออองนายในชุดทหารอังวะฝ่าไพร่พลเข้ามา ช้อนร่างสไบที่เลือดเต็มร่างไว้แนบอก สไบยิ้ม เอ่ยลาคนรักและขอพบกันอีกครั้งในชาติหน้า ใจสวมกอดร่างสไบไว้ทั้งน้ำตาและหัวใจแหลกสลาย เพราะไม่อาจช่วยคนรักได้ทัน ทัพมาเห็นภาพใจในชุดทหารอังวะ ความผิดหวังแล่นไปทั้งร่าง ใจขอตายด้วยคมดาบทัพ ทัพท้าให้ใจสู้อย่างชาติทหาร ใจกับทัพประดาบใส่กันไม่ยั้ง ทัพมีชัยเอาดาบจ่อคอใจ และเอ่ยให้ใจตัดสินความผิดตัวเอง ใจไม่ทันกดดาบลงที่คอตัวเอง จอกยีโบผู้เป็นครูยิงปืนกระสุนเจาะร่างศิษย์รัก ใจทรุดตายลงเคียงร่างสไบ หวังว่าชาติหน้าจะไม่สิ่งใดขวางกั้นรักนี้ได้อีก เฟื่องกับขาบสู้ทหารอังวะที่หลั่งไหลยิ่งกว่าสายน้ำ เอาร่างรับคมดาบแทนกันจนล้มทรุด ขาบยอมรับคมดาบสุดท้ายแทนเฟื่องจนสิ้นลมหายใจ เฟื่องกอดขาบไว้กระซิบคำรักที่ขาบไม่ทันได้ยิน ก่อนตายเคียงคู่ด้วยรอยยิ้มที่ได้สละชีพนี้รักษาชาติทัพกับแฟงสู้จนเลือดหยดหยาดสุดท้าย มือกำดาบมั่น กายมีแผลยับไปทั้งตัว สู้ศึกพลีชีวิต ใจยังโลดลำพอง สาบานจะขอยืนกอดคอกันทั้งชาตินี้ชาติหน้าไม่ห่าง จะกอดกันอยู่ร่วมทุกข์เมืองทั้งสวรรค์แล นรก ปลงใจบูชาชีวิตให้แก่ชาติ ขอฝากนามไว้กับอนุชนสยามที่จะเกิดมาภายหลัง หมู่ศัตรูกรูเข้ามาท่ามกลางฟ้าสีหม่นมัวปกคลุม วังเวงใจไปทั้งค่ายที่ร่างชาวระจันทับถม เลือดนองยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยว ทัพและแฟงพนมมือรำลึกคุณชาติ ไหว้ลาแผ่นดินสยามที่จะกลบหน้าแต่มื้อนี้ อธิษฐานขออำนาจเทพยดาฟ้าดินคุ้มครองชาติ พระศรีสรรเพชรดาญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ คุ้มศรีอยุธยาตลอดกว่าฟ้าจะล่ม เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ทัพทิ้งร่างโชกเลือดลงในอกแฟงเมียรัก สองสามีหนุ่มสาวผู้กล้ากอดกันสิ้นลมหายใจไปกับความภูมิใจที่มอบชีวิตและหัวใจไว้เพื่อแผ่นดินกิตติศัพท์ชาวบ้านระจันที่มีเพียงมีด ไม้ มือเปล่า และหัวใจแกล้วกล้า รักบ้านเกิดเมืองนอน มีใจเจ็บร้อนแทนชาติและเพื่อนร่วมเมือง สู้ศึก สละชีพ กลายเป็นความภาคภูมิ ขนาดแม่ทัพใหญ่พม่ายังเอ่ยสดุดี ขอให้คนในชาติจดจำวีรกรรมเยี่ยงนี้เป็นตัวอย่าง ตราบนี้จนวันหน้าอย่ารู้ลืม... รายชื่อนักแสดงพงศกร เมตตาริกานนท์ รับบทเป็น ทัพณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด รับบทเป็น แฟง พศุตม์ บานแย้ม รับบทเป็น ใจ (อองนาย)ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบทเป็น สไบฐกฤต ตวันพงค์ รับบทเป็น ขาบ กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบทเป็น เฟื่องปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น สังข์สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบทเป็น จวงภัทรภณ โตอุ่น รับบทเป็น ฟักปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบทเป็น ดอกรัก

รถไฟอุดรฯ-กทม.ชนรถกระบะ150ผู้โดยสารรอด
ขอนแก่น /  รถไฟ / 

เกิดเหตุ รถไฟ อุดรฯ-กทม.ชนรถกระบะ ก่อนเข้าสถานีพล 500 ม. ขอนแก่น ผู้โดยสาร 150 คน รอดตาย ได้เกิดอุบัติเหตุ รถไฟด่วน ขบวน 378 /13 อุดรธานี-กทม.ชนกับรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บต7754 ขอนแก่น บริเวณก่อนเข้าสถานีรถไฟพล จ.ขอนแก่น  500 ม. ส่งผลให้รถไฟตกราง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ด้าน พ.ต.ท.ดิเรก เขียวกลม พนักงานสอบสวน สภ.พล  กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าขบวนรถไฟคันดังกล่าวมีผู้โดยสารเดินทางมา 150 คน ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุดังกล่าว เกิดจากรถกระบะพยายามขับข้ามทางรถไฟ ซึ่งเป็นทางข้ามเก่า แต่ข้ามไม่พ้นรถติดอยู่บริเวณราง โดยก่อนที่รถไฟขบวนดังกล่าวจะมาถึงประมาณ 40-50 เมตร คนขับรถกระบะได้พยายามโบกให้หยุด แต่ก็ไม่สามารถหยุดได้ คนขับรถกระบะจึงหนีออกจากรถ และปล่อยให้รถถูกขบวนไฟชนลากไปไกลประมาณ 200 เมตร ส่งผลให้หัวรถไฟตกราง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแก้ไขและสามารถเปิดให้รถผ่านได้ตามปกติแล้ว ขอบคุณภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

นายกฯ คุยปีหน้าเศรษฐกิจโต 3.5-4.5% ชูยุทธศาสตร์ BOI
BOI /  ข่าวเศรษฐกิจ / 

นายกฯ ประยุทธ์  มั่นใจเศรษฐกิจปีหน้าโต 3.5-4.5%  ชี้ยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอจะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะช่วยให้นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบความสำเร็จ  คาดยอดขอส่งเสริมการลงทุนปีนี้ได้ตามเป้า 7 แสนล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (พ.ศ.2558-2564) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมอย่างเร่งด่วน รวมทั้งดำเนินการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเท่าเทียมกัน และยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ก็มีความคืบหน้าของการดำเนินงานในหลายด้าน และยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบความสำเร็จ ขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปลายปีเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่พอใจมากนัก และในปีนี้ยังคาดว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึงเป้าหมาย 7 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มดีขึ้น จึงคาดว่าในปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยงต่างชาติเข้าประเทศจำนวน 27 ล้านคน สูงจากปีนี้ที่มีจำนวน 25 ล้านคน เมื่อรวมกับการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าชานเมือง และการดูแสสินค้าภาคเกษตร และการท่องเที่ยวเมื่อดีขึ้น คาดว่าจะทำให้จีดีพีในปี 2558 ขยายตัวได้ประมาณ 3.5-4.5% นางหิรัญญา สุจินนัย รักษาราชการแทน เลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า ในยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฯนอกจากจะปรับการให้สิทธิประโยชน์จากเดิมที่พิจารณาตามเขตพื้นที่ ไปเป็นการให้การส่งเสริมในอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว บีโอไอ ยังให้ความสำคัญต่อการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาค โดยกำหนดให้จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดของประเทศ 20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, น่าน, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, แพร่, มหาสารคาม, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สระแก้ว, สุโขทัย, สุรินทร์, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ผู้ประกอบการที่ลงทุนในจังหวัดเหล่านี้ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 3 ปี หากเป็นกิจการที่อยู่ในกลุ่ม A1 และ A2 ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษี 8 ปีอยู่แล้ว จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มอีก 5 ปี รวมทั้งยังได้รับสิทธิหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปาได้ 2 เท่า เป็นเวลา 10 ปี และหักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก 25% ของเงินลงทุน ส่วนผู้ที่เข้าไปตั้งสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 1 ปี นอกจากนี้ ยังเพิ่มนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยในส่วนของนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดนใต้ จะมุ่งส่งเสริมใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งในกรณีทั่วไป กำหนดให้ทุกประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรสูงสุด นางหิรัญญากล่าวถึงเป้าหมายยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2558 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 8 แสนล้านบาท ส่วน ปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท แต่ถ้าเดือนธันวาคมนี้มีโครงการขนาดใหญ่ เช่น การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า หรือโครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ก็อาจจะทำให้ขยับถึง 9 แสนล้านบาท นายสแตนเลย์ คัง ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวว่า จากกการพิจารณานโยบายใหม่ของบีโอไอ มองว่าดีกว่าเดิม แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่มีเป้าหมายดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมเหมือนกับไทย ก็มีแนวนโยบายไม่ต่างกัน เพียงแต่นโยบายใหม่ของไทยทำให้สิทธิประโยชน์ก้าวขึ้นมาใกล้เคียงกับคู่แข่ง แต่อย่างไรก็ตามไทยยังคงมีความได้เปรียบของพื้นที่ที่อยู่ใจกลางของอาเซียน และสภาพความเป็นอยู่ที่สะดวกสะบาย เป็นมิตรกับคนต่างชาติ การที่จะให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง จะต้องวางกลยุทธ์ให้น่าสนใจ นอกจากนี้ภาครัฐควรจะขยายเวลาใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างชาติจากปัจจุบันที่ต้องต่ออายุทุกๆ 2 ปี ขยายเป็น 3-5 ปี เหมือนกับสิงคโปร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินงานในไทย ซึ่งไทยไม่เสียประโยชน์แต่กลับจะได้รับภาษีเพิ่ม ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก แนวหน้าออนไลน์ MThai News

โบรกฯคาดหุ้นไทย คึกคัก หลังจีนลดดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยคึกคัก หลังวันศุกร์วอลุ่มหนา ส่วนจีนลดดบ.กระตุ้นเศรษฐกิจหนุน และแรงหนุนจากคลังส่งสัญญาต่ออายุ LTF และ RMF แนะซื้อ ถือต่อ บล. เคจีไอ มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นต่อรับจิตวิทยาบวกจากตลาดหุ้นโลก หลังเมื่อเย็นวันศุกรจีนประกาศ ลดดอกเบี้ยเงินกู และเงินฝากเพื่อกระตุนเศรษฐกิจ และหุนยุโรปพุงแรงเฉลี่ย 2.8% หลัง ECB ประกาศเริ่ม ซื้อพันธบัตร Asset-backed Securities เพิ่มเติมจากกอนหนาที่ซื้อ Covered Bonds ไปแลว นอกจากนี้ คาดมีแรงเก็งกําไรหุนกลุมรับเหมา และกอสรางตอเนื่อง กอนหนาที่ครม. ประชุมพรุงนี้อนุมัติ MoU รถไฟ รางคูไทย-จีน คาดวาแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเปนปจจัยหลักหนุนดัชนีฯ ภายหลังที่กระทรวงการคลังให ความชัดเจนในสัปดาหที่แลววาจะตออายุสิทธิประโยชน LTF และ RMF แนะนําถือหุนตอ หรือซื้อเก็งกำไร ด้านบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ฟื้นตัว 10.52 จุด ปิดที่ 1,579.20 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 60,181 ล้านบาท โดยเงินทุนต่างชาติเป็นกลาง กลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเล็กน้อย 45 ล้านบาท กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 1,230 ล้านบาท แต่คงการ Short สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 2 อีก 2,519 ล้านบาท สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อการลงทุนในไทยไร้ปัจจัยบวกที่เด่น อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยในช่วงสั้นนี้มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,590 จุด ผลักดันด้วยเงินทุนสถาบันภายในประเทศ จากเม็ดเงิน LTF และการปิ ดขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ใน 1-2 วันนี้ วงเงิน 2.3 พันล้านบาท รวมถึงมีโอกาสที่จะเห็นเงินทุนต่างชาติสะสมหุ้นหลัก หลังเสร็จสิ้นการโรดโชว์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าหุ้น Big Cap และขนาดกลางที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 เติบโตเด่น ขณะที่ปัจจัยในประเทศเอื้อต่อการลงทุนในเช้าวันนี้ หลัง ธนาคารกลางจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้เงินกู้ 1 ปี เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินตึงตัวจากการขาย IPO จำนวน 11 บริษัทตลอดสัปดาห์นี้ในตลาดหุ้นจีน ตลาดประเมินว่า สภาพคล่องจะถูกดูดออกไปมากถึง 1.0 ล้านล้านหยวน แนะนำขายทำกำไรบางส่วนบริเวณ 1,590 จุดหรือใกล้เคียง แต่หากหุ้นเป้าหมายราคาปรับตัวลงระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย อาจเข้าเก็งกำไรเพิ่มเติมได้ แนะนำ KTB, ANAN หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

สุดสลด!! ตำรวจสเปนถูกผู้ลักลอบเข้าเมืองผลักตกรางรถไฟ (ชมคลิป)
คลิป /  ตกราง / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจสเปนถูกผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ผลักตกรางรถไฟ ก่อนจะไปเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล วันนี้(5ม.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเกิดเหตุสลดขึ้นที่ประเทศสเปนหลังตำรวจถูกผู้โดยสาร ผลักตกรางรถไฟจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะไปเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา รายงานระบุว่านายตำรวจ Francisco Javier Ortega วัย 28 ปี ได้ขอดูบัตรประชาชนของผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งที่สถานี Atocha ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันขึ้น โดยชายคนหนึ่งที่หนังสือพิมพ์สเปนระบุว่าชื่อนาย Yode Ali Raba ได้ยื้อฉุดกระชากลากตัวอยู่กับนายตำรวจ Ortega จนกระทั่งทั้งคู่ตกลงไปบนรางรถไฟ ต่อมาชายทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ทว่าเจ้าหน้าที่ Ortega ได้เสียชีวิตลงไม่นานหลังจากนั้น สำหรับนาย Raba ซึ่งเป็นชาวไอวอรี่โคสได้ลักลอบเข้าประเทศสเปนอย่างผิดกฎหมาย โดยในตอนนี้ได้เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะขณะที่ตำรวจเตรียมสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียด ทั้งนี้ Ignacio Cosidó อธิบดีกรมตำรวจสเปนได้ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการ "ฆาตกรรม" โดยระบุว่า "มันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขาจงใจผลักเจ้าหน้าที่ให้ตกรางรถไฟตอนที่รถไฟเตรียมเทียบชานชาลา" MThai News

เจอตัวแล้ว ด.ช.ก้มกราบพระบาทในหลวง เมื่อปี 2512
กระทรวงวัฒนธรรม /  กราบในหลวงปี2512 / 

เจ้าหน้าที่ พบเด็กก้มกราบพระบาทในหลวง พระบาทในหลวง เมื่อปี 2512แล้ว วันนี้(30พ.ย.)จากกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมได้มีคำสั่ง ให้ตามหาเด็กผู้ชายที่ก้มลงกราบในรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งภาพดังกล่าวถูกถ่ายเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2512 ครั้งที่เสด็จทรงเปิดที่ทำการศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต 7 หรือประมาณ 45 ปีทีผ่านมา คาดว่าปัจจุบันเด็กชายที่อยู่ในภาพน่าจะมีอายุประมาณ 50ปี ล่าสุดมีรายงานว่า พบตัวเด็กชายที่กราบพระบาทในหลวงแล้ว คือบาทหลวง วัชระ  พฤกษาโรจนกุล  เจ้าอาวาสวัดนักบุญอังเยราซอนต้า ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เกิดวันที่ 1 มีนาคม  2509 อายุ 49 ปี บาทหลวงวัชระ ซึ่งเป็นเด็กชายที่อยู่ในภาพ เปิดเผยว่า ผู้เป็นแม่มักจะเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆเมื่อตนอายุ3ขวบได้พาไปเข้าเฝ้าในหลวง  มีภาพถ่ายเก็บเอาไว้ ตอนที่ไปรับเสด็จ ซึ่งตนก็พอจะจำได้บ้างว่าเคยไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและได้กราบ ภาพนี้เคยลงหนังสือพิมพ์และแม่เคยตัดเก็บไว้ ภาพนี้อยู่ในความทรงจำ แม้ว่ามารดาเคยตัดรูปภาพจากหนังสือพิมพ์เก็บใส่อัลบั้มไว้แล้วแต่ก็ทำหาย เพราะย้ายที่อยู่บ่อย แต่ก็มีความรู้สึกประทับใจว่าครั้งหนึ่งได้เคยเฝ้ากราบพระบาทในหลวง MThai News

แก้ว แซบลืม วิ่งสับรางให้วุ่น  หนุ่มๆ รุมจ้องงาบอีกเพียบ!!!
แก้ว จริญญา /  เชน ณัฐวัฒน์ / 

อุต๊ะ!! เห็นนางเงียบๆ นางเหมาหมดนะจ๊ะ สำหรับสาว แก้ว จริญญา หรือว่า แก้ว วงเฟย์ฟางแก้ว อดีตทอมบอยที่สาวๆ ต่างเคยคลั่งไคล้ แต่มาวันนี้กลับตรงกันข้ามค้า เพราะตอนนี้สาวแก้วจัดว่าเป็นสาวฮอตที่บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่จ้องอยากจะสอยกันให้วุ่นวายไปหมด โถ...ที่ผ่านมาก็เพิ่งจะเคลียร์เรื่องรักที่ไม่ลับกับหนุ่มเชน ณัฐวัฒน์ ไปได้ไม่ทันไร นี่ถ้าไม่มีภาพปาปารัซซี่ออกมาฟ้องเต็ม 2 ตา คู่นี้ก็ยังคงจะซุ่มปลูกต้นรักกันต่อไปอย่างเงียบๆ แต่ความลับไม่มีในโลกค้า งานนี้ต่างคนต่างเตลิด ต้องออกมาแก้ข่าวกันให้วุ่นวาย แหมๆๆ แต่ล่าสุดสาวแก้วก็รีบควงหนุ่มนอกวงการคนใหม่มาช่วยแก้สถานการณ์ไว้ได้ทันท่วงที งานนี้บรรดาหนุ่มๆ ในวงการ ไม่ว่าจะเป็นนายเชน หรือว่านายอัครัฐ ต่างก็เงิบกันเป็นแถว ว้าย!!! ก็ไม่รู้ว่าหนุ่มคนใหม่ของสาวแก้วนี่จะเป็นเพียงแค่ตัวหลอกหรือเปล่า งานนี้มีลุ้นจริงๆ เจ้าค้า อิอิอิ แก้ว จริญญา แก้ว จริญญา แก้ว จริญญา

นายกฯ แถลงหลังเยือนมาเลเชีย
ข่าววันนี้ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

นายกฯ ขอมาเลย์ เป็นผู้อำนวยความสะดวกพูดคุยสันติสุข เร่งส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาทำธุรกิจใน 2 ประเทศมากขึ้น รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (1 ธ.ค. 57) ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงสรุปผลการเดินเยือนประเทศมาเลเชียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแนะนำตัวและหารือพูดคุยในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ 3 จัหงัดชายแดนภาคใต้ และเรื่องเศรษฐกิจ ว่า นายกรัฐมนตรีของไทยได้แสดงความพอใจถึงผลหารือกลุ่มเล็กกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันที่จะเดินหน้าสานต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก และจะได้มีการหารือในรายละเอียดต่อไป เพื่อให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความคืบหน้าอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ทางรัฐบาลไทย ได้มอบหมายให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานที่ปรึกษากองทัพบก ในการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุข ซึ่งทางมาเลเชียพอใจมากที่ให้ พล.อ.อักษรา มาทำหน้าที่ดังกล่าว ส่วนเศรษฐกิจ ทั้ง 2 ประเทศต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งถนนและราง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงในพื้นที่ชายแดน ซึ่งไทยได้มีการเร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา-ปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ และไทยต้องการเห็นนักลงทุนมาเลเซีย เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เช่นเดียวกันกับที่จะส่งเสริมให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในมาเลเซียด้วย ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> ภาพจาก FB@Wassana Nanuam MThai news

24 เมืองร้าง บนโลกใบนี้
เมืองร้าง /  เรื่องน่ารู้ / 

จากข่าว "สยอง! หนุ่มไปถ่ายรูปเล่นบนตึกร้างสาทร แต่เจอศพผูกคอตาย" ชวนให้สงสัย ว่ายังมีที่ไหนอีกที่ชวน หลอน.. วังเวง ว่างเปล่า บรรยากาศสุดเหงาปนหดหู่ สถานที่ซึ่งทุกวันเป็น วันฮาโลวีน ที่สุดแห่ง เมืองร้าง ! 24 เมืองร้าง บนโลกใบนี้ เมืองร้าง 1. Abandoned Medieval Town of Balestrino, Italy  ไม่แน่ใจว่าสถานที่แห่งนี้ใครเป็นผู้เริ่มสร้าง แต่ในปี 1100 สำนักสงฆ์ Benedictine แห่ง San Pietro dei Monti ได้กล่าวอ้างถึงความเป็นเจ้าของ จริงๆ แล้วมีหลายประเทศสร้างมันขึ้นมา คงเป็นเพราะภาวะสงครามในสมัยก่อน มีการแย่งอาณานิคมกัน ปัจจุบันจะพบเห็นปราสาทที่อยู่ส่วนบนสุดของเมือง และซากกำแพงเมืองที่ยาวเหยียดตลอดจนต้นมะกอกที่เรียงรายกันโดยรอบ ถือได้ว่าเป็นเมืองที่สวยงามแห่งหนึ่ง ส่วนเหตุที่ต้องกลายเป็น เมืองร้าง ปราศจากผู้คนเพราะเหตุแผ่นดินไหวนั่นเอง     เมืองร้าง 2. Abandoned City & Commune of Oradour, France ในช่วงจุดเดือดของสงครามโลกครั้งที่สอง จากคำบอกเล่าของนายทหารเยอรมันผู้หนึ่ง นี่เป็นผลพวงจากความโหดร้ายในการสังหารหมู่ เด็กๆ และผู้หญิงถูกต้อนราวกับฝูงแกะเข้าไปในโบสถ์ และถูกเผาทั้งเป็น ส่วนผู้ชายก็ถูกทรมานด้วยการยิงที่ขา ให้ตายอย่างช้าๆ ในโรงนา ปัจจุบันซากของเมืองเก่ายังคงมีให้เห็นอยู่ในความทรงจำของวันที่โหดร้าย และชาวเมือง Oradous ได้ย้ายถิ่นฐานของตนไปยังเมืองใกล้ๆ คงเหลือไว้แต่เพียงซากความทรงจำที่แสนเจ็บปวด      เมืองร้าง 3. Abandoned Island City of Hashima, Japan เกาะ Hashima อยู่ห่างจากเมือง Nagasaki ประมาณ 15 กิโลเมตร ทุกวันนี้เป็นเกาะร้างไม่มีใครอยู่อาศัย (ในญี่ปุ่นมีเกาะประมาณ 505 แห่งที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย) ทั้งที่ครั้งหนึ่งระหว่างปี 1890 ถึงปี 1974 เกาะ Hashima เป็นเกาะที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดคือ 835 คนต่อหนึ่งเฮคเตอร์ Mitsubishi บริษัทชื่อดังของญี่ปุ่น ซื้อเกาะ Hashima แห่งนี้เมื่อปี 1890 ด้วยโครงการที่จะขุดเอาถ่านหินจากใต้ทะเลขึ้นมาใช้ มีการสร้างตึกคอนกรีตขนาดใหญ่ และที่พักสำหรับคนงานบนเกาะและกำแพงสูงเพื่อป้องกันพายุไต้ฝุ่น แต่พอย่างเข้าทศวรรษ 1960 น้ำมันเข้ามามีบทบาทแทนถ่านหิน ทำให้เหมืองถ่านหินทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ และรวมถึงเหมืองถ่านหินบนเกาะ Hashima ด้วย ในที่สุดเมื่อปี 1974 Mitsubishi ประกาศปิดเหมืองบนเกาะนี้อย่างเป็นทางการ ผู้คนบนเกาะซึ่งล้วนเป็นพนักงานของ Mitsubishi และครอบครัวของพนักงานเหล่านี้ถูกอพยพจากเกาะ ทำให้เกาะ Hashima เปลี่ยนสภาพจากเกาะ ที่เคยมีผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นกลายเป็นเกาะร้างในพริบตา เกาะ Hashima ก็เลยถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Ghost Islands จนถึงปัจจุบันนี้ Mitsubishi ยังคงไม่อนุญาตให้ใครก็ตามขึ้นไปบนเกาะแห่งนี้ Okazaki Ritzuko นักร้องและนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น (เสียชีวิตแล้ว) ก็เกิดที่เกาะแห่งนี้   เมืองร้าง 4. Abandoned Desert Ghost Town of Kolmanskop, Africa Kolmanskop เมืองร้าง ที่อยู่ในทวีปแอฟริกาที่เต็มไปด้วยซากสถาปัตยกรรมสไตล์เยอรมัน ลักษณะเมืองเหมือนดังเช่นในเยอรมันทั่วๆ ไป มีโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีไฟฟ้าโรงหนังและยังมีคาสิโนอีกด้วย ที่นี่เคยเป็นแหล่งค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกา แต่หลังจากตลาดเพชรแห่งนี้เกิดประสบปัญหาบางอย่าง ชาวเมืองก็ต่างพากันอพยพออกไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความเจริญที่ตกอยู่ภายใต้ผืนทรายเท่านั้น เมืองร้าง 5. Abandoned Area of Varosha, Cyprus  แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้มักจะมีปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างประเทศ เดิมใช้ชื่เรียกว่า Famagusta และ ถูกสร้างเป็นรีสอร์ทสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ในปี 1970 ตุรกีได้บุกรุกและอ้างสิทธิพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นของตนเอง และได้สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือนต่างๆ โดยรอบ แต่หลังจากนั้นพื้นที่ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอะไรเลย จนปล่อยให้ร้างและทรุดโทรมลง   เมืองร้าง 6. Abandoned Gulag Concentration Camp  ค่ายกักกัน Gulag ตั้งอยู่ในประเทศรัสเซีย(คาดว่าน่าจะอยู่ในสมัยของนายพลสตาลิน) ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่สำหรับปฏิบัติงานและคุมขังนักโทษ และมีซากของคนตายเกลื่อนไปหมด นั่นแหละครับเหตุผลที่ทำให้มันร้างในปัจจุบัน (ใครจะไปอยู่ล่ะ)   เมืองร้าง 7. Abandoned Town of Centralia, Pennsylvania เมืองร้าง แห่งนี้ เหมือนกับว่าจะประสบปัญหาต่างๆ เช่น มีกลุ่มควันแก๊สพุ่งขึ้นมาบนทางหลวง อุณหภูมิน้ำที่สูงผิดปกติเลยทำให้ชาวเมืองค่อยๆ อพยพออกไป ภาพอดีตและปัจจุบัน เมืองร้าง 8. Abandoned Flooded City of Quabbin, Massachusetts อ่างเก็บน้ำ Quabbin เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดใน เมือง Massachusetts บริเวณนี้ยังประกอบด้วยเมืองเล็กๆ อีก 4 เมืองและยังมีถนน รางรถไฟ อาคารสาธารณะ อนุสาวรีย์ และหลุมศพ ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมอย่างหนัก   เมืองร้าง 9. Abandoned War-Torn City of Agdam, Azerbaijan หนึ่งในเมืองของ Azerbaijan ที่มีความหนาแน่นของประชากรและความเจริญรุ่งเรือง โดยการยึดครองของชาวอาเมเนียน แต่ในที่สุดก็ไม่พ้นที่จะต้องกลายเป็นเมืองร้างเพราะพิษสงคราม ปัจจุบันยังมีนักผจญภัยทั้งหลายคอยเข้าไปเก็บภาพสิ่งที่เหลือของชาวเมืองนี้ ก่อนที่จะไม่มีใครได้เห็นมันอีก เมืองร้าง 10. Abandoned Resort Town of Yashima, Japan เมือง Yashima อยู่ในเขตพื้นที่ราบสูงของของเกาะแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1980 ขณะที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ในจุดที่สูงสุด นักลงทุนต่างพากันมาสร้างรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่นี่ บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยรีสอร์ทที่พักถึง 6 แห่ง ร้านค้าต่างๆมากมาย แต่ในที่สุดก็มาถึงจุดพลิกผันเมื่อนักลงทุนล้มละลายเพราะไม่สามารถดึงลูกค้าต่างชาติไว้ได้ หมู่บ้านจึงถูกปิดตัวลงและทิ้งทุกอย่างไว้ไม่ว่าจะเป็นของในร้านค้า เฟอร์นิเจอร์ และเศษซากต่างๆ ไว้   เมืองร้าง 11. Abandoned Disaster City of Beichuan, China การทำลายล้างอย่างฉับพลันของแผ่นดินไหว ทำให้ตึกต่างๆ ในเมือง Beichuan ประเทศจีน ต้องพังพินาศ ผู้คนนับพันต้องตาย อีกราว 1 หมื่นคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ขอบเขตของความเสียหายที่มากเกินจนไม่สามารถสร้างเมืองขึ้นใหม่ได้ในที่เดิม จึงต้องปล่อยให้กลายเป็นเมืองแห่งซากปรักหักพังต่อไป   เมืองร้าง 12. Abandoned Ghost Town of Cairo, Illinois เมือง Cairo ถูกสร้างขึ้นในยุคกลางของศตวรรษที่ 19 เป็นแหล่งที่ให้บริการเรือขนส่งทางอุตสาหกรรมและเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญอีกด้วย ยังไม่พอยังเป็นฐานปฏิบัติงานของทหารในยุคสงครามกลางเมืองอีกด้วย แต่แล้วในปี 1920 จนกระทั่งปี 2000 จำนวนประชากรในเมืองลดลงอย่างน่าใจหาย จากประชากรราว 15,000 คน ลดลงเหลือเพียง 2,000 คน แต่ผู้คนที่ยังเหลืออยู่ยังคงรักษาอาคารก่อสร้างและส่วนต่างๆ ไว้ในรูปแบบเดิม (สรุปคือเกือบร้าง เพราะประชากรเหลือน้อย)   เมืองร้าง 13. Deserted Floating City of Oily Rocks, Azerbaijan ชายฝั่งทะเลของประเทศ Azerbaijan ที่มีความเจริญเติบโตจากอุตสาหกรรมน้ำมันดิบที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ จนทำใหบริเวณนี้กลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งไปด้วยบ้านเรือนผู้คน โรงเรียน ห้องสมุดประชาชน ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานและครอบครัวของพวกเขา เพราะภูมิสภาพเป็นดังแผ่นเหล็กลอยน้ำจึงทำให้บางส่วนเริ่มจมลงและถูกคลื่นทะเลซัด แต่ไม่ถึงกับทั้งหมดทีเดียวเพราะยังเหลือร่องรอยที่ถูทิ้งให้รกร้างไว้ดูต่างหน้าอยู่   เมืองร้าง 14. Deserted Village of Villa Lago Epecun, Argentina หลังจากการเปลี่ยนแปลงของสายน้ำอย่างถาวร Villa Lago Epecun จึงตกอยู่ในสภาพเมืองบาดาลอยู่นาน จนหลังจากระดับน้ำลดลงจนทำให้เห็นสภาพของซากอาคารต่างๆ และต้นไม้ที่เรียงรายกันเป็นแนว ถึงแม้ว่าจะผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปแล้ว แต่ก็ไม่มีชาวเมืองคนใดหวนกลับมาใช้ชีวิตที่หมู่บ้านนี้อีกเลย   เมืองร้าง 15. Deserted Town of Castelnuovo de’ Sabbioni, Italy หมู่บ้านร้างที่น่าพิศวง แห่ง Castelnuovo de’ Sabbion ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนภูเขาเล็กๆ ใกล้กับเมือง Arezzo ส่วนเรื่องสาเหตุของมัน นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะเหมือนว่ามันยังเป็นปริศนาอยู่   เมืองร้าง 16. Deserted Walled Medieval Town of Craco, Italy เมืองร้างที่ถูกปิดรอบไปด้วยกำแพงในยุคกลางของเมือง Craco เมืองที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 400 ฟุต ถูกสร้างขึ้นศริสต์ศักราช 500 แต่ดังต้องคำสาป เมืองแห่งนี้ถูกภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งที่ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรไม่ดี การถูกโจรปล้นบ้านเรือนและสุดท้าย การเกิดแผ่นดินไหวที่เป็นเหมือนลางร้ายที่นำพาให้เมืองล่มสลาย ใน ปี 1960 ประชากรกลุ่มสุดท้ายได้อพยพออกไปเพราะเกรงกลัวแผ่นดินไหว     เมืองร้าง 17.Wild West Ghost Town of Bodie, California เมือง Bodie รัฐ California เป็นหัวใจสำคัญของชายแดนแห่งเมืองตะวันตก ที่มีร้านประเภท Saloon 12 แห่ง แถมยังมีย่านไชน่าทาวน์อีกด้วย เมืองที่มีกลิ่นอายของคาวบอย การทะเลาะวิวาทกันในบาร์ การปล้นรถม้าโดยสาร และอื่นๆ สารพัดตามสไตล์ตะวันตก เพราะเหตุนี้ทำให้ชาวเมืองทยอยจากไป ตลอดระยะเวลาการก่อตั้งเมืองความเจริญรุ่งเรืองมาสิ้นสุดในศตวรรษที่ 20 แต่ปัจจุบันได้รับการพื้นฟูสภาพตัวเมืองให้ใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด เมืองร้าง 18. Deserted Ghost City of Humberstone, Chile Humberstone ถูกสร้างขึ้นรอบอุตสาหกรรมการขุดแร่โซเดียมและดินประสิว ขณะนั้นเศรษฐกิจของชาวอเมริกันอยู่ในช่วงตกต่ำสุดๆ และต่อมาเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น และความสนใจในอุตสาหกรรมที่เมืองนี้ทำอยู่ก็ลดน้อยลง ที่แห่งนี้ก็เลยถูกปล่อยให้รกร้างลง   เมืองร้าง 19. Deserted Mining Town of Pyramiden, Sweden ย่านอุตสาหกรรมถ่านหินของสวีเดนที่ถูกขายทอดต่ออดีตสหภาพรัสเซียก่อนคริสต์ศักราช 1920 ภายหลังรัสเซียประกาศว่าเมืองนี้ไม่มีความจำเป็นและไม่มีผลผลิตตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ ประชากรทั้งหมดก็ถูกถอดทัพออกไปอย่างฉับพลัน    เมืองร้าง 20. Deserted Mining Town of Sewell, Chile เมือง Sewell ถูกสร้างขึ้นมาอย่างซับซ้อนในเทือกเขาแอนดิส ประเทศชิลี และเคยเป็นบ้านพักของคนงานกว่า 15,000 คน การเดินทางต้องใช้ทางรถไฟแล้วต่อด้วยการเดินเท้า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าด้วยการเดินทางที่แสนไกลนี้จะทำให้กลายเป็น เมืองร้าง รึเปล่า แต่ที่สำคัญข้างใต้เมืองนี้ยังครอบคลุมไปด้วยเหมืองแร่ทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย เมืองร้าง 21. Abandoned Mountain Town of Sardinia, Italy     ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมของ Abandoned Mountain Town of Sardinia, Italy เนื่องจากเราหาต้นฉบับคำแปลไม่เจอแล้วค่ะ เมืองร้าง 22. Deserted Resort Village of San Zhi, Taiwan เรื่องจริงของหมู่บ้านร้างแห่งนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด ผู้สร้างพยายามสร้างหมู่บ้านนี่ให้เป็นที่พักในวันหยุดเป็นบ้านพักที่อยู่บนน้ำอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างก็ดันมีปัญหาในตอนสุดท้าย ชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านทรงจานบินเหล่านี้เกิดผุกร่อนลงและทำให้บางส่วนมันพังลงมา ชาวบ้านละแวกนั้นเชื่อว่าสถานที่ตั้งแห่งนี้มีอาถรรพ์เลยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาอีก เมืองร้าง 23. Deserted Walled City of Kowloon, Hong Kong จากสภาพเมืองที่เป็นเหมือนกำแพง ไม่มีแสงและอากาศบริสุทธ์ถ่ายเท ความแออัดจนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่นอาชญากรรม จนในที่สุดรัฐบาลมีคำสั่งให้ถอดถอนอพยพคนออกไป    เมืองร้าง 24. Ancient Sunken City of Alexandria, Egypt เมืองแห่งประวัติศาสตร์ ของ Alexandria ที่หายสปจนไปกว่า 1,600 ปี ไม่ว่าจะเป็นละครเวทีที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของที่เกี่ยวเนื่องกับ Cleopatra, Julius Caesar, Marc Antony และ Octavius ล้วนถูกจมหายภายใต้กระแสน้ำ นักโบราณคดีค้นพบว่าทุกสิ่งจมอยู่ใต้น้ำหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ สถานที่แห่งนี้เคยมีประชากรถึง 500,000 คน ถ้าจะบันทึกประวัติศาสตร์แห่งนี้อาจต้องใช้บัญชีหางว่าวมากกว่า 7 แสนเล่ม ........................................ 24 เมืองร้างบนโลกใบนี้ ข้อมูลและภาพประกอบจาก : variety.teenee.com

'ฮอทพอท' ดัน 'Signature Steak Loft' ลุยตลาดสเต๊ก
HOTPOT /  Signature Steak Loft / 

'ฮอทพอท' ทิ้งทวนปีม้า ส่ง 'Signature Steak Loft' ชิงแชร์ตลาดสเต๊ก ประเดิมสาขาแรกเซ็นทรัลพระราม 2 ตั้งเป้าขยาย 10 สาขา ในปี 58 นางสาวสกุณา บ่ายเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอท พอท จำกัด (มหาชน) หรือ HOTPOT เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ขยายธุรกิจภายใต้แบรนด์ใหม่คือ 'Signature Steak Loft' เพื่อต่อยอดธุรกิจอาหารจากสุกี้ ชาบู ในรูปแบบ บุฟเฟ่ต์ และแบบตามสั่ง ภายใต้แบรนด์ HOT POT รวมทั้งอาหารปิ้งย่าง ภายใต้แบรนด์ไดโดมอนไปสู่ธุรกิจอาหารประเภทร้านสเต๊ก โดย 'Signature Steak Loft' เป็นร้านสเต๊กบรรยากาศอบอุ่น ด้วยสเต๊กพร้อมเสิร์ฟ ตามแบบฉบับของเชฟโรงแรมระดับ 5 ดาว ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา พร้อมอาหารว่าง ทั้งสไตล์ไทย และนานาชาติ ด้วยราคาเริ่มต้นไม่ถึง 200 บาท ซึ่งสาขาแรกจะประเดิมเปิดที่เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 ชั้น 4 ซึ่งร้านมีสัญลักษณ์มีสัญลักษณ์เป็นรูปส้อม และมีดวางบนจาน รวมทั้งมีลายตารางเป็นพื้นหลังเพื่อให้ได้บรรยากาศตะแกรงย่างสเต๊ก ทั้งนี้บริษัทฯวางแผนขยายไม่น้อยกว่า 10 สาขาในปี 58 เน้นสาขาในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ทั้งกลุ่มเซ็นทรัลฯ เดอะมอลล์ฯ หรือคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีศักยภาพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ปัจจุบัน HOT POT GROUP มีร้านอาหารจำนวน 146 สาขา ประกอบด้วยฮอทพอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ (HOT POT INTER BUFFET) จำนวน 128 สาขา ไดโดมอน (DAIDOMON) จำนวน 12 สาขา ฮอท พอท เพรสทีจ (HOT POT PRESTIGE) จำนวน 1 สาขา และฮอท พอท สุกี้ชาบู (HOT POT SUKI SHABU) จำนวน 4 สาขา MThai News