โปงราง

รมว.ท่องเที่ยวฯเตรียมลงพื้นที่เกาะเต่าพรุ่งนี้
กอบกาญจน์ วัฒนารางกูร /  ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า / 

รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมลงพื้นที่เกาะเต่าพรุ่งนี้ ขณะที่ตำรวจ ยังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย 10 ราย ปัดตอบปมกีต้าร์โปร่ง นางกอบกาญจน์ วัฒนารางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) เตรียมลงพื้นที่พบปะประชาชนใน ต.เกาะเต่า จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อติดตาม รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น หลังเกิดคดีฆ่าโหด 2 นักทีองเที่ยวชาวอังกฤษ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา กับประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว กอบกาญจน์ วัฒนารางกูร เบื้องต้นจะมีการร่วมพูดคุยหาแนวทางป้องกัน ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อสร้างความเชื่อหมั้นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวที่เกาะเต่าหลังจากนี้ ด้านผลกระทบที่ได้รับจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ามีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะได้พูดคุยถึงปัญหานี้กับคนในพื้นที่อีกครั้ง เพราะเชื่อว่าคนในพื้นที่จะรู้ถึงปัญหา และผลกระทบที่ได้รับมากกว่า รวมทั้งไม่ทราบแน่ชัดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ด้าน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจผูธรภาค 8 เปิดเผยว่าในวันนี้ได้มีการหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีประมาณ 2 ถึง 3 เรื่อง ซึ่งก็อยู่ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้ง 355 ตัวรอบเกาะ รวมถึงการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่ใกล้จุดเกิดเหตุ อีก 10 ราย เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้สังเกตุเหตุ เจ้าหน้าที่มีการนำกีต้าร์โปร่งที่คาดว่า เป็นหลักฐานที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งเข้าร่วมในการประชุมด้วย เมื่อถามถึงการตรวจสอบ เจ้าหนัาที่กลับปัดที่จะตอบถึงหลักฐานชิ้นดังกล่าว

รถไฟสุไหงโกลก-นครศรีธรรมราช ตกราง
การรถไฟ /  ขบวน 452 / 

ร.ฟ.ท.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 452 สุไหงโกลก - นครศรีธรรมราช ตกราง ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต เตรียมเปลี่ยนแปลงการเดินทาง เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เกิดเหตุขบวนรถท้องถิ่นที่ 452 สุไหงโกลก - นครศรีธรรมราช ตกรางระหว่างสถานีท่าแมงลัก - จะนะ กิโลเมตรที่ 968 ส่งผลให้ขบวนกีดขวางการเดินรถ ไม่สามารถผ่านจุดเกิดเหตุได้ ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อย และไม่มีผู้เสียชีวิต การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงประกาศเปลี่ยนแปลงการเดินรถในวันนี้ (18/9/2557) ดังนี้ 1. ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 38 สุไหงโกลก - กรุงเทพ มีเดินเฉพาะชุมทางหาดใหญ่ - กรุงเทพ 2. ขบวนรถเร็วที่ 170 ยะลา - กรุงเทพ งดเดิน 3. ขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโกลก - กรุงเทพ งดเดิน MThai News ขอบคุณภาพจาก // // <meta http-equiv="refresh" content="0; URL=/pr.railway?fref=nf&_fb_noscript=1" />การรถไฟแห่งประเทศไทย,หน่วยสื่อสาร443<meta http-equiv="X-Frame-Options" content="DENY" />//

หนุ่มแขวนคอสุนัขมอบตัวอ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
หมาท้องแก่ถูกแขวนคอ /  แขวนคอหมา / 

หนุ่มใหญ่เมืองชลบุรี แขวนคอหมา เข้ามอบตัวแล้ว ขณะสารภาพทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ด้าน ตร.ส่งแพทย์ตรวจอาการทางจิต พร้อมปรับ 1 พันบาท นายมานะ นัทธีประเสริฐ อายุ 44 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ภายหลังเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุใช้เชือกไนล่อนผูกแขวนคอสุนัขเพศเมียท้องแก่และลูกสุนัขวัย 6 เดือนกับขื่อหลังคาโรงรถจนเสียชีวิตอย่างทรมาน ซึ่งล่าสุด พล.ต.ต.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช.ภ.2 ได้เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง เบื้องต้น นายมานะ  ให้การรับสารภาพด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ปกติสุนัขทั้ง 2 ตัวนี้มักจะปีนขึ้นไปนอนบนกระโปงรถยนต์ของตนและชาวบ้านที่จอดในโรงรถเป็นประจำ จนทำให้รถได้รับความเสียหายมีรอยขีดข่วนซึ่งตนเคยตีให้หลาบจำหลายครั้งแล้ว แต่ในวันเกิดเหตุสุนัขทั้ง 2 ตัวก็ขึ้นไปนอนบนกระโปรงรถอีก จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบและกระทำการดังกล่าวขึ้น ขณะเดียวกัน นายมานะ ให้การถึงกรณีที่กล่าวหาถูกกล่าวหาว่าหนีความผิดตามที่มีข่าวเสนอออกไปนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากขณะนั้นตนต้องเดินทางไปรับงานที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เลยไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวใหญ่โต แต่พอทราบเรื่องก็ได้รีบมามอบตัวในทันที อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ศานิตย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและเป็นที่สนใจของประชาชนตนจึงต้องลงมาดูแลคดีนี้ด้วยตนเองและเบื้องต้นผู้ต้องหาก็ได้ให้การสารภาพแล้ว  เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท รวมทั้ง หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะได้เชิญนักจิตวิทยามาพูดคุยกับนายมานะ อีกครั้งว่ามีความผิดปกติทางด้านความคิดหรือไม่ เพื่อหาทางแก้ไขกันต่อไป

เต๋า-ติ๊นา นำทีมเปิดตัวความฟิน!! รวมพลติ่งกรี๊ดสนั่น รอบปฐมทัศน์
กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ /  กัสเบล ชวนภ / 

ได้ฤกษ์เปิดตัวความฟินกันแล้ว เมื่อล่าสุดนี้ภาพยนตร์โรแมนติกฟินเว่อร์ เรื่อง ฟินสุโค่ย จากการแท็กทีมกันของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ ฟิน โปรเจกต์ ได้จัดงานรอบสื่อมวลชน ให้พิสูจน์ความฟินกันไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ ลานอินฟินิซิตี้ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ งานนี้นอกจากจะมีสื่อมวลชน มาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างแน่นขนัดแล้ว ยังถือเป็นการรวมพล "ติ่ง" ที่ขนกันมาให้กำลังใจเหล่านักแสดงในเรื่องนี้กันอย่างคับคั่ง  ก่อนที่เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงเมื่อหนุ่ม เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ ได้ขึ้นเวทีออกมาโชว์เสียงเพราะๆ ในบทเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ ที่มีชื่อว่า "ไม่สนิท" พร้อมกับทีมนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น ติ๊นา ศุภนาฏ, ภีม ภาคิน,  กัสเบล ชวนภ และ คิตตี้ ชิชา ที่มาร่วมกันร้องเพลงครั้งนี้ จนเรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาแฟนคลับกันสนั่น ตามต่อด้วยการพูดคุยกันบนเวทีอย่างสนุกสนานกับผู้กำกับมากฝีมือ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และกิจกรรมพิเศษที่ให้ได้ฟินกันแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ กับนักแสดงบนเวที ที่ทำเอาติ่งแท้ติ่งเทียมฟินเฟ่อ กันไปถ้วนหน้า และปิดท้ายด้วย เหล่าผู้บริหารขึ้นมาถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกซึ่งมี คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ 2 กรรมการ ฟิน โปรเจกต์ คือ คุณภัคกมล วิทยารางสกุล และ คุณปุณยนุช วรนิธิพงศ์ และ คุณ เรียวชิ ยูกิ ซีอีโอ บริษัท jidaimura จำกัด ไม่ว่าจะคุณจะเป็นติ่งแท้ติ่งเทียม ก็ให้เตรียมไปฟินให้สุดๆ ไปกับภาพยนตร์ ฟินสุโค่ย ได้ในวันที่ 25 ก.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ฟินสุโค่ย ได้ที่นี่เลย --------------------------------------------

'ประจิน' สั่งเร่งเดินหน้า รถไฟรางคู่ 6 เส้นทาง
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'ประจิน' เร่งเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ 6 เส้นทาง พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดโครงการรถไฟทางคู่เดิม 6 เส้นทาง และรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 2 เส้นทาง เป็นโครงการเร่งด่วน รวมถึงโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลักกรุงเทพฯ และปริมณฑล และรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน หรือรางขนาด 1.435 เมตร ความเร็ว 160 กม./ชม. สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน 6 เส้นทาง 887 กม. ประกอบด้วย 1.ชุมทางจิระ-ขอนแก่น 2.ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 3.นครปฐม-หัวหิน คาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2558-2561 ส่วน 4.มาบกะเบา-นครราชสีมา 5.ลพบุรี-ปากน้ำโพ 6.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะเวลาดำเนินการ 2559-2563 ยังไม่รวม สายฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย หากสามารถขยายทางคู่ได้ตามแผน จะทำให้ขบวนรถไฟที่ให้บริการวันละ 288 เที่ยวต่อวัน เพิ่มเป็น 800 เที่ยวต่อวัน พร้อมทั้งกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2568 วงเงินรวม 1,938,009.50 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 ด้าน 5 แผนงาน 1.การสร้างรากฐานความมั่นคงทางสังคม 2.การสร้างมาตรฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.การสร้างโอกาสสำหรับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และ 4.เสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่ง ส่วน 5 แผนงาน ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง 2.การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.การเพิ่มขีดความสามารถทางหลวง เพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 4.การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ 5.การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ กำหนดระยะเร่งด่วนปีงบประมาณ 2557-2558 เพื่อเชื่อมโยงประตูการค้าของประเทศ และพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา ที่จะใช้ในเชิงพาณิชย์ MThai News

รวมวาทะ พล.อ.ประยุทธ์ ฉบับขัดใจแม่
ข่าวประยุทธ์ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ดูเหมือนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสะบักสะบอมไปไม่น้อย เพราะโดนเสียงวิจารณ์ซัดโหม ดั่งพายุกระหน่ำ มาจากทุกทิศทุกทาง เกี่ยวกับคำพูดการแสดงความเห็นของท่านผู้นำ โดยเฉพาะการไปพาดพิงเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษสองคนถูกฆาตกรรมสยองบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ที่ระบุ "ปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีอยู่เสมอ พวกเขาคิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัยก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้ พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วปลอดภัยเหรอ เว้นแต่ว่าไม่สวย" จนถูกคนนำไปตีความ ทำให้เชื่อว่านายกฯ จงใจตำหนินักท่องเที่ยวผิดที่มาใส่บิกีนีเดินในเมืองไทย แม้เจ้าตัวจะรีบออกมาขอโทษปัดพัลวัน บอกไม่มี๊ไม่มีเจตนา แต่เพราะห่วงใยในสวัสดิภาพ จึงได้เตือนให้ระวังเพราะไทยไม่ได้ปลอดภัยทุกที่ จนกลายเป็นเรื่องกระหึ่มระดับโลกเพียงชั่วข้ามคืนเพียงเพราะปากพาไป แน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้วาจาพูดตรงตอบจริงในการแสดงความเห็น บางครั้งมีการหยอดมุกหยิกแกมหยอกปลดปล่อยสภาวะคลายความกดดัน แต่กลายเป็นมุกไม่ฮาพาเครียดแทน เพราะมีทั้งการประชดประชัน จิกกัดสารพัด แม้หลายคนจะชื่นชอบแอบอมยิ้มปรบมืออยู่ในอก แต่ก็มีอีกหลายคนเมินหน้าหนีเช่นกัน  อาทิเช่น “เราก็แก้ปัญหาทั้งระบบอยู่ แต่ไม่รู้เกษตรกรจะใจเย็นพอหรือไม่ จะขอราคายางที่ 90-100 บาท ขอถามว่าตอนนี้เราขายได้แค่ 60-70 บาท แล้วจะไปขายให้ใครในโลกนี้ สนับสนุนปลูกยางพารากันอย่างนี้ คงต้องไปขายที่ดาวอังคารแล้ว” คำพูดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้ในการให้ข้อคิดต่อการแถลงยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหาร ระบุถึงการแก้ปัญหาราคายาง ที่สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการพูดพาดพิงถึง น.ส.กริชสุดา คุณะแสน คนเสื้อแดง ที่เดินสายแจงเวทีนานาชาติว่าถูกทหารทำร้ายระหว่างการควบคุมตัวของ คสช. ว่า "มีอย่างที่ไหนเป็นผู้หญิงหน้าตาก็ดูดี บอกว่าถูกควบคุมตัว7 วัน แล้วเอาหัวไปกดน้ำ มันดูหนังมากไปหรือเปล่า อีนี่ใครจะไปทำวะ ผู้ชายด้วยกันยังไม่อยากทำเลย ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทยพุทธ ใครจะไปทำคุณ จับมาควบคุมตัว ไม่ได้ให้อดข้าวอดน้ำวันนั้นหน้ามันผ่อง สามีมันก็ไปอยู่ด้วย สั่งให้กลับบ้าน มันก็ไม่กลับ ขอให้อยู่ต่อกลับบ้านอันตราย แต่เวลาไปพูด ไปบอกว่าถูกทรมาน ถูกทำร้าย ตอกเล็บ ไอ้บ้าเอ๊ย ใครจะไปตอกเล็บมันวะ นี่คือสิ่งที่พูดไม่จริง” หรือแม้กระทั่งการแถลงนโยบายต่อสนช.ซึ่งเป็นวาระอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึงกรณีปัญหาแอร์พอร์ตลิงค์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ "ให้ไปรีบซ่อม วันนี้คนใช้บริการเยอะขึ้น พอคนไม่มาใช้ก็บอกว่าคนใช้น้อย แต่พอเขามาใช้เยอะก็บอกว่ารถเสีย ก็ต้องไปรีบซ่อมซะ มันน่าจะเอาคนที่รับผิดชอบมายืนบนรางรถไฟนะ" และ “อย่าไปเตะทรายใส่นักท่องเที่ยว อย่าให้เกิดขึ้นอีก คิดได้ยังไง ผมไม่เข้าใจ น่าจะเอาเจ้าของ (ร้านให้เช่าที่นอนอาบแดดชายหาด) ไปฝังทรายให้ถึงคอ” จากกรณีพนักงานเตะทรายใส่นักท่องเที่ยวจนเป็นข่าวคึกโครม รวมไปถึงการหยิบชื่อบุุคลขึ้นมาพูดในที่สาธารณะหลังจากหยอกคุณวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ในเวทีปฏิรูป แม้คำพูดพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เข้าตำรา "ปลาหมอตายเพราะปาก" แต่หากดันทุลังยืนหยัดใช้ประยุทธ์สไตล์ต่อไป อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือ ถูกดิสเครดิตศรัทธา ฉุดภาวะผู้นำ ทางที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวุ่นวายยุ่งเหยิง ควรเพิ่มความสุขุม มีสติอ่อนน้อมถ่อมตน ลดความผิดพลาดจาก “เรื่องที่ทำ คำที่พูด สูตรที่คิด” อย่างที่พระพุทธอิสระแสดงความห่วงใย เพื่อชีวิตและการทำงานจะได้ก้าวหน้า นำพาประเทศเดินไปตามที่ประชาชนชาวไทยมุ่งหวัง นี่แหละน๊า อย่างที่โบราณเขาว่า "คำพูดคือนายอย่าให้มันย้อนทำลายตน" MThai news

ไปป์-มาก่อน ข้ามรุ่น ตามจีบ เฟย์ ใน MV วันมามาก
Gush /  kamikaze / 

กลายเป็นคู่ป่วน! ขวัญใจวัยทีนไปแล้ว หลังจากค่ายกามิกาเซ่เปิดตัว ศิลปินดูโอ้ชายคู่แรก ไปป์-มนธภูมิ สุมนวรางกูร และ มาก่อน-ภูวพัฒ ธรรมอนุชา คู่หู คู่มันส์ คู่ซ่าส์ ที่มาพร้อมความสนุกสุดกวนแบบล้นทะลักในซิงเกิ้ลแรก วันมามาก เต้นมันส์แบบติดปีก กับแนวเพลงอิเล็กโทรนิค ป๊อบแดนซ์ ที่ปล่อยทีเซอร์ลงยูทูปเพียงวันเดียวก็ทะยานสู่หลักแสนอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดได้ปล่อยเอ็มวี ออกมาให้ชมกันแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวของสองคู่ซี้ “ไปป์-มาก่อน” ไปหลงรักสาวที่อายุมากกว่า รับบทโดย “เฟย์ พรปวีณ์ นีระสิงห์” จึงตามตื้อจีบไปทุกที่ แต่ดั๊น! กลับมีอุปสรรคเกิดขึ้นเมื่อเธอเดินเข้าไปปาร์ตี้ในผับแห่งหนึ่ง ทำให้สองหนุ่มเข้าไปไม่ได้เพราะอายุไม่ถึง แต่ก็ไม่ละความพยายามหาทางทำให้สาว “เฟย์” ออกมาหาโดยการจัดปาร์ตี้หน้าผับกันเอง จนเกิดความชุลมุนกลายเป็นความมันส์ แถมงานนี้ยังได้เพื่อนๆ ศิลปิน “นิวคัมเมอร์” มาร่วมแจมด้วย ซึ่งงานนี้สองหนุ่ม “ไปป์-มาก่อน” ดูจะอินเป็นพิเศษกับฉากที่เดินตามตื้อจีบนางเอก โดยเฉพาะหนุ่ม “ไปป์” ที่ทำท่าอมยิ้ม แถมยังมองหน้าสาว “เฟย์” แบบไม่ละสายตา อีกทั้งยังทำตาหวานเยิ้มใส่อย่างเห็นได้ชัด “เคยติดตามผลงานของ “พี่เฟย์” มาก่อนหน้านี้เหมือนกันครับ เห็นพี่เค้าน่ารักดี แอบปลื้มพี่เค้าอยู่แล้ว ตอนแรกก็นึกว่าพี่เค้าจะนิ่งๆ ก็เลยไม่ค่อยกล้าคุยด้วย แต่พอได้ทำงานด้วยกัน ได้คุยกันก็รู้สึกว่าพี่เค้าเฟรนลี่มาก ยังไงก็อยากจะฝากให้ติดตามชมมิวสิคฯ ด้วยครับ” ไปป์ เผย ติดตามชมมิวสิควิดีโอเพลง วันมามาก ของสองหนุ่ม ไปป์-มาก่อน จากค่ายกามิกาเซ่ ในเครืออาร์เอสฯ ได้แล้ววันนี้ หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.ilovekamikaze.com ดูก่อน เต้นได้ แดนซ์มันส์แบบไม่ต้องอายใคร ไปกับ MV วันมามาก ของสองหนุ่ม ไปป์-มาก่อน คลิกเลย MV วันมามาก (Gush) Pide-Magorn PIDE-MAGORN (ไปป์-มาก่อน) เต้นไม่หวั่นแม้ วันมามาก ภาพจาก ilovekamikaze.com -- สองหนุ่ม PIDE-MAGORN (ไปป์-มาก่อน) ดูโอ้ชายคู่แรกจาก กามิกาเซ่ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ครม.อนุมัติแต่งตั้งผู้ว่า18 จ. โค้ชหรั่ง-ชาญวิทย์ นั่งผู้ตรวจราชการ
ครม. /  ชาญวิทย์ ผลชีวิน / 

คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเห็นชอบแต่งตั้งผู้ว่าราชการ 18 จังหวัด สุวณา สุวรรณจูฑะ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะที่ โค้ชหรั่ง-ชาญวิทย์ ผลชีวิน นั่งผู้ตรวจราชการกระทรวง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า วันนี้ (28 ต.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้ ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ ดังนี้ 1.นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ 2.นายวงศศิริ พรหมชนะ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร 3.นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด 4.นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม 5.นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ 6.นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี 7.นายประยูร รัตนเสนีย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา 8.นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 9.นายศักดิ์ สมบุญโต ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 10.นายชยาวุธ จันทร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม 11.นายสามารถ วราดิศัย ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 12.นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง 13.นายณรงค์ อ่อนสอาด ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 14.นายปัญญา งานเลิศ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม 15.นายปิติ แก้วสลับสี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย 16.นายสุชาติ นพวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย 17.นายสุทธินันท์ บุญมี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ 18.นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย 1.นายธานี ธัญญาโภชน์ 2.นายยุทธนา วิริยะกิตติ 3.นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล 4.นายอำนวย ตั้งเจริญชัย ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงยุติธรรม จำนวน 3 ราย 1.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2.นายวีระยุทธ สุขเจริญ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 3.นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน 3 ราย ดังนี้ 1.นายนเร เหล่าวิชยา ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 2.นายภาษิต พุ่มชูศรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ครม.มีมติแต่งตั้งให้นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ MThai News

แถลงข่าวหนังสั้น ไทยนิยม 12 เรื่องสั้น 12 ผู้กำกับ ร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ
กัลป์ กัลย์จาฤก /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม 101 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดงานแถลงข่าวเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์สั้นเรื่อง ไทยนิยม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 จำนวน 12 เรื่อง โดยการนำค่านิยมหลัก 12 ประการ ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กำหนดให้เป็นค่านิยมของประเทศ มาจัดสร้างเป็นภาพยนตร์สั้น เพื่อสร้างเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนได้รู้จักค่านิยมอันเป็นอัตลักษณ์สำคัญเฉพาะของคนไทยให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ในฐานะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานแถลงข่าว พร้อมร่วมด้วย สมาคมผู้กำกับแห่งประเทศไทย นำโดย บัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย และ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุลหรือหม่อมน้อย ที่ปรึกษาด้านภาพยนตร์สั้นเรื่อง ไทยนิยม รวมทั้งเหล่าผู้กำกับ ได้แก่ หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ภาคภูมิ วงศ์จินดา,  กัลป์ กัลย์จาฤก, ปราโมทย์ แสงศร, มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล, บงกช คงมาลัย, ต้องปอง จันทรางกูร เป็นต้น ที่เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ จากแนวคิด "ค่านิยมไทย" จึงจัดสร้างเป็นภาพยนตร์สั้น จำนวน 12 เรื่อง ความยาวเรื่องละ 10 - 15 นาที  เพื่อสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม สร้างจิตสำนึกและปลูกฝังให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะเยาวชนให้มีประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม  เห็นคุณค่าของความเป็นไทย มีความภูมิใจในความเป็นไทย และนำแนวทางตามค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นการสร้างคนดีให้สังคม เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ดารา นักแสดง และสื่อมวลชนต่าง ๆ เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ความสามัคคีและความร่วมมือร่วมใจกัน ความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ภาพยนตร์สั้นส่งเสริม "ค่านิยมหลัก 12 ประการ" จำนวน 12 เรื่อง ดำเนินการโดยผู้กำกับภาพยนตร์ 12 คน โดยใช้ชื่อภาพยนตร์เรื่อง ไทยนิยม ประกอบด้วย เรื่องที่ 1 "หนึ่ง รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" (บัญฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย) เรื่องที่ 2 "สอง ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้" (ปราโมทย์ แสงศร) เรื่องที่ 3 "สาม กตัญญู พ่อแม่ สุดหัวใจ" (มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) เรื่องที่ 4 "สี่ มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา" (อรรถพร ธีมากร) เรื่องที่ 5 "ห้า รักษา วัฒนธรรม ประจำชาติ" (บงกช คงมาลัย) เรื่องที่ 6 "หก ไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา" (วรเวช ดานุวงศ์) เรื่องที่ 7 "เจ็ด เรียนรู้ อธิปไตย ของประชา" (กัลป์ กัลย์จาฤก) เรื่องที่ 8 "แปด รักษา วินัย กฎหมายไทย" (ก้องเกียรติ โขมศิริ) เรื่องที่ 9 "เก้า ปฏิบัติ ตามพระ ราชดำรัส" (คงเดช จาตุรันต์รัศมี) เรื่องที่ 10 "สิบ ไม่ขาด พอเพียง เลี้ยงชีพได้" (ภาคภูมิ วงศ์จินดา) เรื่องที่ 11 "สิบเอ็ด ต้อง เข้มแข็ง ทั้งกายใจ" (ต้องปอง จันทรางกูร) เรื่องที่ 12 "สิบสอง ไซร้ คิดอะไร ให้ส่วนรวม" (หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล) 12 ผู้กำกับ ภาพยนตร์สั้น ไทยนิยม ภาพยนตร์แต่ละเรื่อง มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างความตระหนักรู้ และกระตุ้นให้ประชาชน เข้าใจตามหลักค่านิยม 12 ประการ โดยมุ่งหวังสร้างคนดีของสังคม ให้เกิดความสามัคคี และความสงบสุขในหมู่ประชาชน ด้วยการนำเสนอในแง่มุมต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย มีการกำหนดเนื้อหาที่แตกต่างกันมีอรรถรส และสารประโยชน์ ซึ่งสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมต่อไป ซึ่งจะมีการจัดฉายพร้อมกัน ในวันที่ 6 ธันวาคม 2557 (รอบบ่ายเป็นต้นไป) ณ โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและผู้สนใจทุกท่านร่วมรับชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  นอกจากนี้ ยังสามารถรับชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ Free TV. (Original) Digital TV. สถานีโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียม (Cable TV.) ทั่วประเทศ ตลอดเดือนธันวาคม 2557 ---------------------------------------

  มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
mono29 /  พระนครศรีอยุธยา / 

มีดอรัญญิก เดิมเป็นของชาวเวียงจันทร์และได้อพยพเข้ามาพร้อมกับนำความรู้และเทคนิกการทำเครื่องมือที่ใช้จากเหล็กหรือที่เรียกกันว่า "การตีมีด" และส่วนหนึ่งเป็นช่างทองรูปพรรณ โดยลักษณะของมีดมีขนาดเหมาะมือและสวยงามมาก  ฝักและด้ามประดับด้วยทองคำสลักลายนูน เฉพาะด้ามที่จับถักหุ้มด้วยลวดเงิน ทำให้เกิดผิวสากจับได้กระชับมือ ไม่ลื่นไถล สัญนิษฐานว่าการตีมีดดาบอรัญญิกในสมัยก่อน ทำขึ้นเพื่อใช้งานและใช้เพื่อแสดงตำแหน่งยศด้วย ชาวเวียงจันทร์ได้อพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2365 สาเหตุเนื่องจากเวียงจันทร์ขณะนั้นเกิดการทำมาหากินอัตคัดขาดแคลน จนโจรผู้ร้ายชุกชุมนั่นเอง   มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเด่นของมีดอรัญญิก มีดอรัญญิกมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดมีความเป็นเลิศ มีความทนทานใช้การได้นานนับเป็นปี ๆ บางชนิดใช้งานได้ตลอดชีวิตของผู้ใช้ และมีความสวยงามประณีต มีรอบตีทำให้เหล็กแน่นแข็งแรง ตัวมีดคมบางใช้เหล็กอย่างดี ทำให้คมมีดไม่แตกหรือบิ่น ด้ามมีดแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ด้ามไม้ใช้ไม้อย่างดี บางด้ามมีการฝังมุกให้สวยงาม ที่สำคัญคือ ตราที่ประทับบนตัวมีดแสดงให้เห็นว่าเป็นมีดอรัญญิกแท้ ปัจจุบันนี้ มีดที่ใช้เครื่องมือไฟฟ้า จะทำให้มีดมีความประณีตมาก ตกแต่งลวดลายได้สวยงามดี บางรายมีแท่นปั้นรูปมีดจะทำให้รูปมีดมีขนาดเท่า ๆ กัน และเหมือนกัน  ในสมัยก่อน การทำมีดต้องอาศัยคนงานหลายคน เช่น คนตีพะเนิน จะต้องฝึกหัดกันมาเป็นอย่างดี จะต้องรู้ว่ามีดรูปไหนควรตีตรงไหน และจะต้องคอยฟังสัญญาณการใช้เสียงของผู้จับเหล็กนี้ ตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หน้าเตา” ซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำมีดเป็นอย่างดีเยี่ยม สถานที่ใช้ในการทำงานบริเวณหมู่บ้านตีมีดเกือบทั้งตำบลท่าช้างจะมีลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่แบบขนานไปกับสองฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสัก แต่ละหลังจะปลูกบ้านแบบใต้ถุนสูง เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นสองฟากฝั่งแม่น้ำขึ้นมาท่วมบ้านเรือนได้ การตีมีดของชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้บริเวณใต้ถุนบ้านเป็นที่ประกอบการทำมีด ตั้งแต่การปัดมีดคม ไล่มีด การลับมีด ยกเว้นการเผาเหล็กให้ร้อนแดง ส่วนมากชาวบ้านจะสร้างเป็นโรงเรือนเล็ก ๆ ต่างหาก เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นมาได้ ถึงแม้บริเวณใต้ถุนของชาวบ้านจะสูงโปร่งก็ตามแต่ลักษณะของงานที่ต้องใกล้กับความร้อนจากเตาเผาเหล็ก ขั้นตอนการผลิตมีด เตรียมการตีมีด มีปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ เตรียมคน : ต้องใช้คน 3-4 คนขึ้นไป โดยเฉพาะ การตีมีดในขั้นตอนที่ 1 (การหลาบ) ต้องใช้คนที่มีพละกำลัง ร่างกายแข็งแกร่ง ตลอดจนต้องมีความสามัคคี และประสบการณ์ เป็นอย่างมาก เตรียมอุปกรณ์ : เป็นอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ สำหรับช่างตีเหล็ก หรือช่างตีมีดโดยเฉพาะ เช่น ทั่ง ค้อน พะเนิน คีม สูบลม เตาเผาเหล็ก ตะไบ เหล็กขูด เหล็กไช รางน้ำชุบมีด เขื่อนตัดเหล็ก ขอไฟ หินหยาบ-ละเอียด ทั่งขอ เถาวัลย์เปรียง หลักสี่ (ปากกา) กบ และเลื่อย เป็นต้น เตรียมวัตถุดิบ : วัสดุที่สำคัญในการตีมีดเป็นอันดับแรกได้แก่ เหล็กกล้า ที่ต้องใช้ความชำนาญในการดูสีของเหล็กขณะชุบ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งสำหรับช่างตีมีดอันดับต่อไปคือ ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งจะเป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงในการเผาเหล็ก ต่างจากถ่านจากไม้ทั่ว ๆ ไป และอันดับสุดท้ายคือ ไม้ที่ใช้ทำด้ามมีด ซึ่งวัสดุดังกล่าวข้างต้น จะมีผู้นำมาจำหน่ายในชุมชนแหล่งผลิตมีดเลย การดำเนินการผลิต มีดอรัญญิก จะมีขั้นตอนในการทำโดยสรุป 10 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามความต้องการ เผาไฟให้แดงแล้วนำออกมาจากเตาให้คนสามคนใช้พะเนินตีจนได้รูปหุ่น หรือกูน(ชาวบ้านเรียกว่าการ “ หลาบ” เหล็ก) ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้หุ่นหรือกูนมีดแล้ว นำเอาเข้าเตาเผาไฟอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้คน คนเดียวตีด้วยค้อนเพื่อขึ้นรูปมีดให้ได้ตามความต้องการ (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ซ้ำ” ) ขั้นตอนที่ 3 เมื่อซ้ำได้รูปมีดแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใช้ค้อนตีจนเนื้อเหล็กเรียบเป็นมันเพื่อให้เนื้อเหล็กเหนียวแน่น คมบาง ตัวมีดตรง (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ ลำเรียบ หรือ ไห่” ขั้นตอนที่ 4 เมื่อไห่ได้รูปมีดพอสมควรแล้ว นำมาแต่งด้วยตะไบ เพื่อให้ได้รูปเล่มสวยงามขึ้น (เรียกว่าการ “แต่ง” ) ขั้นตอนที่ 5 เมื่อแต่งด้วยตะไบได้รูปแล้ว นำมาขูดคมให้บางโดยใช้เหล็กขูด เพื่อทำให้ตัวมีดขาวและบาง (เรียกว่าการ “ขูด” ) ขั้นตอนที่ 6 เมื่อขูดได้คมบางพอสมควรแล้ว ใช้ตะไบหยาบและตะไบละเอียดโสกตามตัวมีด เพื่อให้ตัวมีดขาวเรียบร้อย และคมจะบางยิ่งขึ้น (เรียกว่าการ “ โสก” ) ขั้นตอนที่ 7 เมื่อโสกเรียบร้อยแล้วนำมาพานคม โดยใช้ตะไบละเอียดพานขวางของคมมีดเพื่อให้คมมีดบางเฉียบ (เรียกว่าการ “ พานคมมีด” ) ขั้นตอนที่ 8 เมื่อพานคมแล้วก็นามาชุบ “การชุบ” เป็นเรื่องสำคัญมาก ช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ โดยนำเข้าเผาไฟในเตาเพื่อให้คมแดงตามความต้องการว่าเผาขนาดไหนจึงจะเหมาะสมกับความกล้า แล้วชุบกับน้ำ คมของมีดจะกล้าแข็งไม่อ่อนและไม่บิ่น ขั้นตอนที่ 9 เมื่อชุบแล้วนำมา ฝน หรือลับ โดยใช้หินหยาบ และหินละเอียด ให้คมได้ที่สมัยนี้ใช้หินกากเพ็ชร์ (เรียกว่าการ “ลับคม” ) ขั้นตอนที่ 10 เมื่อฝนหรือลับคมได้ที่แล้ว จึงนำมาเข้าด้ามมีด แล้วใช้น้ำมันทาตัวมีดเพื่อกันสนิม เป็นเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำมีด รับชมคลิป รายการไทยท้าทาย ขอบคุณภาพและข้อมูล fieldtrip.ipst.ac.th / wangnoibeverage.co.th / yutthayastudies.aru.ac.th

ม้าเหล็กอัด 'คัมรี่' ยับ ดับ 2 ศพ คาซากรถ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

รถไฟหัวหิน-กทม. ชนอัดรถยนต์ 'คัมรี่' ยับ ไฟลุกไหม้ทั้งคัน เสียชีวิต 2 ศพ ใต้ซากรถ เวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ศูนย์กู้ภัยสว่างสรรญเพชญ รับแจ้งมีเหตุรถไฟชนกับรถยนต์ มีไฟลุกไหม้ ในเขตพื้นที่สว่างสรรเพชญ ที่เกิดเหตุ ม.4 ต.ต้นม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี กู้ภัยสว่างสรรญเพชญ สรรญเพชญ 1 พร้อมรถพยาบาล รถอุปกรณ์ตัดถ่างรุดไปที่เกิดเหตุ พบรถไฟหัวหิน-กทม. ชนกับ รถโตโยต้า คัมรี่ สีดำ 4498 สงขลา พยายามเร่งนำผู้เสียชีวิตออกมา เนื่องจากอยู่ใต้ท้องรถไฟ และรถไฟตกราง โดยพบผู้เสียชีวิต 2 ราย รถไฟขบวนดังกล่าว ออกจากสถานี อ.หัวหิน ปลายทาง กทม. โดยพบว่าไฟไหม้รถทั้งคัน ขอบคุณภาพจาก ศูนย์กู้ภัยสว่างสรรญเพชญ MThai News

ยู.ที. ลิฟท์ติ้ง เทค (บริษัท จำกัด)

ผู้ผลิตและจำหน่ายโซ่ ผู้นำเข้า-ตัวแทนจำหน่ายรอก / อุปกรณ์ยกของ / ลวดสลิง / โซ่ทุกชนิด-อุปกรณ์สเตนเลสต่างๆ / อุปกรณ์รางไฟ / อุปกรณ์ยกของทุกชนิด / รับออกแบบ-ติดตั้ง-ตรวจเช็ค: โอเวอร์เฮดเครน / ลิฟท์สินค้า โดยทีมช่างผู้ชำนาญ

หนุ่มดวงซวยดับสยอง!  ถูกรถไฟทับหัวขาด หลังผลัดตกโบกี้
ข่าวรถไฟ /  ข่าววันนี้ / 

สยอง รถไฟทับร่างชายวัย 45 ปี พลัดตกโบกี้รถไฟ ที่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก เสียชีวิตคาที่-ศีรษะขาด รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (26 ต.ค.57) ได้เกิดเหตุสดสยองขึ้นที่บริเวณชานชาลาที่ 1 สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก เมื่อชายคนหนึ่งผลัดตกจากโบกี้รถไฟ ทำให้ร่างตกลงไปในราง ก่อนที่ขบวนรถไฟที่กำลังเคลื่อนออกทับร่าง และลากไปเป็นระยะทางเกือบ 30 เมตร ส่งผลให้ศีรษะหลุดออกจากลำตัว เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ภาพจาก ทวิตเตอร์ @TNAMCOT MThai News

ไอเดียสร้าง รางน้ำฝน แปลกตา แปลกใหม่ สวยๆ
รางน้ำฝน /  หลังคา

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน Decor.Mthai จึงนำ ไอเดียสร้าง รางน้ำฝน สวยๆ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ถ้าเราทำ รางน้ำฝน ให้การเป็นน้ำตกเล็กๆ ภายในบ้าน คงจะสวย และยิ่งคนที่ชอบมองดูสายฝนคงมีความสุข ชุ่มชื่นหัวใจ ไม่น้อยเลยนะคะ ว่าแล้วเราไปดูรางน้ำฝนแปลกๆ ที่เรานำมาฝากในวันนี้กันเลยดีกว่าค่ะ ไอเดียสร้าง รางน้ำฝน แปลกตา แปลกใหม่ สวยๆ ทำไมจะปล่อยให้สายฝน สวยงามหลบซ่อนตัวอยู่ในท่อพลาสติก PVC แบบนั้น ก็เลยขอนำไอเดีย เก๋ๆ ที่จะเปลี่ยนให้น้ำฝนที่ไหลลงจากหลังคาสู่พื้นเบื้องล่างมีสีสัน สนุกสนาน สวยงาม คราวนี้ ฝนตกลงมาก็มองกันเพลินเลย มีหลากหลายไอเดีย ลองดูกันเลยไอเดียสร้าง รางน้ำฝน แปลกตา แปลกใหม่ สวยๆ 1. รางน้ำฝนใบไม้สีเขียว  2. ปากท่อรางน้ำฝนเป็นรูปบัวรดน้ำสีเหลืองแสนสวย  3. ก้อนเมฆสีทำที่ปลายรางน้ำก็สวยดี  4. ท่อน้ำฝน เป็นรูปคนยืน... อุ้ยยย .. ภาพบนอาจจะริดเรทนิดนึง แต่อย่าคิดมากนะคะ ขำๆ คร่า 5. รางน้ำในสวน  6. รางน้ำแบบที่ใช้ของแต่งสวนมาเป็นประโยชน์  7. รางน้ำตุ๊กแกตัวใหญ่ๆ  8. รางน้ำแบบหินประดับ ไอเดียสร้าง รางน้ำฝน แปลกตา แปลกใหม่ สวยๆ ทำให้วันที่ฝนตกเป็นวันที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ถ้าเพื่อนๆ คนไหนชอบก็ลองนำไปปรับใช้ กับบ้านของเพื่อนๆ ดูได้นะคะ ที่มา http://picpost.mthai.com/view/77438

สองแควซ้ำรอยรถไฟชนรถเก๋งสาหัส 1ราย
ข่าวจังหวัดพิษณุโลก /  รถไฟชนรถยนต์ / 

รถไฟขบวนเด่นชัย - กรุงเทพฯ พุ่งชนรถเก๋งสาวพิษณุโลก ที่เครื่องดับกลางราง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขบวนรถเร็วที่ 108 เดินระหว่างสถานีเด่นชัย-กรุงเทพ ขณะทำขบวนถึงกิโลเมตรที่ 413/16 ระหว่างสถานีพรหมพิราม-สถานีแควน้อย เขตจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านเรียกบริเวณที่เกิดเหตุว่า โค้งน้องนิว ได้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ HONDA CITY สีขาว เลขทะเบียน กน 2745 พิษณุโลก ส่งผลให้คนขับได้รับบาดเจ็บ แขนขวาหัก ชื่อ น.ส.อมรรัตน์ หมากระดี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งหน่วยกู้ภัยเร่งนำส่ง ร.พ.พรหมพิราม สอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บทราบ ว่า ขณะที่กำลังขับรถข้ามทางรถไฟดังกล่าวเพื่อกลับบ้านพัก อยู่ ๆ รถของตนเองซึ่งขับมาปกติเกิดดับคาทางรถไฟพอดี ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่รถไฟขบวนดังกล่าวซึ่งเป็นรถเร็ว ไม่ได้จอดที่สถานีพรหมพิราม ขับมาด้วยความเร็วสูง จึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาทำการช่วยเหลือตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อ นำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ชาวบ้านต้องช่วยกันนำซากรถออกจากทางรถไฟเพื่อให้รถไฟสามารถเดินขบวน ต่อไปได้ตามปกติ

The Shock เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในปี 2557
The Shock /  จัดอันดับ 2014 / 

ช่วงนี้กระแสเรื่องๆ ผีมาแรงซะจริง! ไม่กี่วันมานี้ในโลกโซเชียลมีการแชร์กระทู้พันทิปอันหนึ่งกันเยอะเว่อร์ โดยเจ้าของกระทู้ได้เข้ามาโพสต์ข้อความเนื้อหาเกี่ยวกับ "เรื่องผี" ซึ่งเขาได้ฟังมาจากรายการวิทยุ เดอะช็อค (The Shock) ซึ่งเขาคิดว่านี้แหละเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร .. ก่อนอื่นแนะนำให้ฟังตอนกลางคืน ในขณะที่อยู่คนเดียว ปิดไฟและหลับตาจิตนาการไปพร้อมๆ กับเรื่องเล่าเรื่องจริงนี้กัน! The Shock เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในปี 2557 เขียนเรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) The Shock เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในปี 2557 วันนี้ทีนเอ็มไทย นำเรื่องเล่าผีๆ (บางส่วน) จากรายการ The Shock เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในปี 2557 มาให้เพื่อนๆ ฟังกันนะคะ ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นหลายคนได้ให้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "น่ากลัวที่สุดของปีนี้" เรื่องที่ 1 : The Shock เรื่อง ไม่น่าหยิบมาเลย - คุณหมี เรื่องราวย้อนไปยุคสมัยยุค 80-90 เทคโนโลยียังไม่เจริญ เด็กสมัยนั้นจะชอบเล่นซ่อนแอบ กระโดดยาง วิ่งไล่จับ เช่นเดียวกับเด็กต่างจังหวัดพวกนี้ที่เล่นซ่อนแอบกัน แต่ละก็ เล่นพิเรนทร์ เข้าไปซ่อนในที่ที่ไม่สมควรอย่าง "เมรุเผาศพ" หลังจากคืนนั้นเขาและเพื่อนก็เจอเรื่องแปลกประหลาดแบบที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน จนนำไปสู่เรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตของคุณหมี ผู้เล่าเรื่องนี้ด้วย ทุกคนจะได้ซึบซับบรรยากาศทั้งความสยอง น่ากลัว และความเศร้าจากคุณหมีอย่างเต็มที่ คิดดูเรื่องนี้หนักถึงขั้นทำให้ผู้ชายคนนี้เสียงสั่นคลอน ร้องไห้กันเลยที่เดียว เรื่องที่ 2 : The Shock เรื่อง เรื่องเล่าจากความฝัน - คุณหรั่ง เรื่องรางของกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น 3 คนที่ไม่มีในเรื่องของผีสาง สิงเร้นลับ พวกเขาชอบไปตามสถานที่เก็บกระดูกภายในวัด เดินดูรูปภาพของคนที่ตายไปแล้ว รวมถึงดูวันชาตะ มรณะ! วันหนึ่งพวกเขาได้ไปสถานที่เก็บกระดูกภายในวัดแห่งหนึ่ง 1 ใน 3 คนนี้ได้ไปยืนอยู่หน้าที่เก็บกระดูกอันหนึ่ง ภายหน้าสิ่งที่เขาเห็นคือรูปคนตายคนหนึ่ง ลักษณะเป็นผู้หญิงผมยาวหน้าตาสวย เขาใช้มือลูบไปที่แก้มของหญิงสาวในภาพแล้วพูดขึ้นว่า "กูขอแค่ดมผมทีนึง กูก็มีความสุขแล้ว!" อะไรดลใจให้เขาพูดไปแบบนั้นนะ หลังจากวันนั้นเขากลับมานอนที่บ้าน แล้วฝันว่า ... เรื่องที่ 3 : The Shock เรื่อง เปิงมาง - คุณป๊อป แค่ชื่อเรื่องหลายคนก็รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวกันแล้วใช่ไหมหล่ะ! เรื่องราวของครอบครัวคุณป๊อบได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดชัยนาท ซื้อบ้านไม้เก่าๆ ติดริมแม่น้ำต่อจากเถ้าแก่โรงสี ภายในบ้านดูสวยงามปกติทุกอย่าง แต่แล้วก็ไปสะดุดอยู่ที่กลองเปิงมางชุดหนึ่งแต่ทุกคนก็ไม่ได้เอะใจอะไร .. เมื่อเวลาผ่านไปพี่สาวของคุณป๊อบได้ให้กำเนิด น้องแม็ค ลูกชาย ตั้งแต่น้องแม็คอายุได้ 3 ขวบเขาก็เริ่มพูดชื่อหนึ่งขึ้นมา "รัชชัยยุทธ!" และพูดมาตลอดหลายปีเลยทีเดียว และในเวลา 5 ทุ่มตอนกลางคืนน้องแม็คจะออกมานั่งตีกลอง แถมเป็นเพลงที่ครูเพลงบางคนยังเล่นไม่ได้ด้วยซ้ำไป! ทำเอาครอบครัวฉงนกันเป็นแถว .. อยากรู้ไหม "รัชชัยยุทธ!" ที่น้องแม็คพูดถึง คือใครกัน ไปฟังกันเลยคะ เรื่องที่ 4 : The Shock เรื่อง ผีสนามบิน - คุณต่าย เรื่องราวของคุณต่าย เจ้าของไกด์ทัวร์ เรื่องราวเกิดขึ้นที่สนามบิน เวลานั้นประมาณตี 3 เครื่องบินเกิดดีเลย์ทำให้คุณต่ายและลูกน้องอีก 3 คน ตัดสินใจลงจากเครื่องบินลำนี้เปลี่ยนไปใช้สายการบินอื่น ซึ่งต้องรอเที่ยวบินอีกทีตอน 7 โมงเช้า พวกเขาเลยตัดสินใจกันว่าจะแยกย้ายกลับไปนอนที่บ้านกันก่อนแล้วค่อยมานัดเจอกันที่สนามบินอีกครั้งในตอนเช้า พวกเขาเดินไปขึ้นแท็กซี่สนามบินปรกติ แต่หลังจากออกจากสนามบินไปแล้วนี่สิ เกิดเรื่องราวสยองขึ้นแบบไม่คาดฝัน ถ้าทุกคนได้ฟังจนจบ จะพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า "ทนกันได้ยังไง" บางคนอาจจะหัวใจวายไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้ว! เรื่องที่ 5 : The Shock เรื่อง เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง - คุณแชมป์ เรื่องราวของเพื่อนซี้ปึ๊กระหว่าง คุณแชมป์กับคุณต้อม สมัยเรียนปวช. ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในทุกๆวันคุณแชมป์จะขับรถจักรยานยนต์ไปบ้านเพื่อนชื่อต้อมเพื่อจะขับรถไปเรียนพร้อมกัน แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างทางที่คุณแชมป์ขับรถนั้น รถเกิดโซ่หลุด เขาจึงต้องเข็นรถไปที่บ้านของต้อมแทน ซึ่งบ้านของทั้ง 2 คนอยู่ห่างกัน 5 กม. ระหว่างทางเขารู้อยู่แล้วว่าต้อมคงขับรถไปเรียนก่อนแล้วแน่ๆ เพราะเห็นว่าคุณแชมป์ยังมาไม่ถึง เมื่อไปถึงบ้านต้อม เขาก็เข้าไปนอนเล่น ดูทีวี แล้วเผลอหลับไป ตอนเที่ยงเขาสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงรถมอไซค์ เขามองออกไปดูก็เห็นต้อมกลับมาแล้ว เมื่อต้อมเดินเข้ามาในบ้าน ต้อมก็ถามแชมป์ว่า "ทำไมไม่ไปโรงเรียน อดไปเที่ยวกับเรย์ (เพื่อนที่เรียนด้วยกัน) เลย" "พอดีกุเห็นมึงไม่มา กูก็เลยกลับมาหามึง" ต้อมพูดต่อ หลังจากนั้นต้อมก็ขอตัวขึ้นไปนอนพักเพราะขณะขับรถกลับบ้านรู้สึกปวดหัว เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาทีมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อแชมป์รับปรากฏว่าเป็นสายจากโรงพยาบาล โทร.มาบอกว่า นายอนุพงศ์ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิต (ชื่อจริงของต้อม) อ่าว! แล้วคนที่คุณแชมป์คุยด้วยเมื่อกี้หล่ะ คืออะไร!??? อยากรู้ไหมว่าคุณแชมป์จะทำอย่างไรต่อไป คลิ๊กฟังกันเลยคะ .. เขียนเรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ขอบคุณข้อมุล pantip.com

เที่ยวบางลำพู เพลินพิพิธแสนสนุก ตามหาขุมทรัพย์บางลำพู
พิพิธภัณฑ์ /  เที่ยวกรุงเทพ / 

ได้ยินมาว่า บนเกาะรัตนโกสินทร์มีพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ ชื่อว่า พิพิธบางลำพู แล้วคนกรุงอย่างผมจะพลาดได้ไงล่ะงานนี้ ออกเดินทางสู่ย่านบางลำพู ย่านการค้าเก่าแก่ทรงเสน่ห์ ย่านของกินสารพัด มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและผู้คนมายาวนาน ปัจจุบันบางลำพูยังขึ้นชื่อว่าเป็นย่านที่พัก แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งบันเทิงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักกันดี เที่ยวบางลำพู เพลินพิพิธแสนสนุก ตามหาขุมทรัพย์บางลำพู อันที่จริงผมเองก็มาบางลำพูบ่อยอยู่นะ เพราะร้านอร่อย ร้านโปรด อยู่ที่นี่เพียบ เวียนมากินได้ไม่เบื่อ แต่ครั้งนี้จุดประสงค์ผมเปลี่ยน ผมเลยกลายเป็นคนหลงทิศอยู่พักใหญ่ เพราะเดินตรอกซอกไหน ก็ไม่มีวี่แววของ พิพิธบางลำพู ว่าแต่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไปตั้งอยู่ตรงไหนละเนี่ย แล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อผมเลี้ยวออกจากบางลำพู มาสู่ถนนพระอาทิตย์ ใกล้ๆกับป้อมพระสุเมรุ ผมเจอกับอาคารปูนสีขาว ตรงกลางมีทางเข้า ติดป้ายอยู่ชัดเจนว่า ที่นี่ “พิพิธบางลำพู” ที่ตรงนี้จริงๆแล้วเป็นอาคารโรงพิมพ์คุรุสภา โดยกรมธนารักษ์ดำเนินการบูรณะซ่อมแซม เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ และศูนย์การเรียนรู้เชิงการศึกษาวัฒนธรรมชุมชน ว่ากันว่าชาวบ้าน ต้องต่อสู้กันเสียนานกว่าจะได้มาเป็นพิพิธบางลำพูแห่งนี้ ที่จะเก็บสินทรัพย์อันล้ำค่าของชาวบางลำพูไว้ให้คนรุ่นหลังได้มาดู มาเห็นความงามของท้องถิ่นเดิม จะเข้าชมพิพิธบางลำพู ที่นี่จะเปิดเป็นรอบๆ ทุกๆ 30 นาที ก่อนจะเข้าไปชมภายในพิพิธภัณฑ์ ก็จะพอมีเวลาให้เดินชมนิทรรศการหมุนเวียนอย่างอิสระ ในช่วงที่ผมมานี้ มีนิทรรศการ “เอกบรมองค์ราชินี” จัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคล 82 พรรษา ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสมเด็จพระราชินีนาถก็เนื่องจากอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี 2475 ซึ่งเป็นปีประสูติของพระองค์นั่นเอง และห้องนิทรรศการถัดมา คือ “ป้อมเขตขัณฑ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ที่ทำให้เห็นความเป็นมาของเมื่อแรกเริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี กลางห้องมีแนวกำแพงเก่าที่จำลองขึ้น ทำให้ทราบเรื่องราวของ “กำแพงป้องธานี” เกี่ยวกับการสร้างกำแพงพระนครและเกร็ดความรู้เรื่องการหล่ออิฐด้วยเทคนิคช่างโบราณ มีกำแพงเมืองแล้วก็ต้องมี “คูคลองล่องลำนำ” คูเมืองรอบพระนคร และคลองสำคัญต่างๆ ในกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทำให้เกิดย่านชุมชนย่านการค้าต่างๆ ขึ้น "ประตูคู่วิถี" บทบาทของประตูเมืองที่มีส่วนสำคัญกับความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีต มีทั้งประวัติความเป็นมา ชื่อและตำแหน่งประตูเมือง ทั้งประตูวังหน้าและประตูวังหลวง อีกทั้งยังมี “ป้อมปกนครา” ซึ่งเป็นเรื่องของป้อมเก่าแก่ทั้ง 14 ป้อมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ป้อมเท่านั้น และหนึ่งในนั้นก็คือ “ป้อมพระสุเมรุ” คู่ย่านบางลำพูนั่นเอง เมื่อได้เวลา เจ้าหน้าที่ก็จะพาขึ้นไปสู่นิทรรศการชั้นบนกัน เริ่มตั้งแต่ทำความรู้จักกับความเป็นมา และบทบาทหน้าที่ของกรมธนารักษ์ ขั้นตอนการผลิตเหรียญ รวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการจัดสรรดูแลที่ราชพัสดุอีกด้วย และแล้ว ก็ถึงเวลาออกตามหาขุมทรัพย์บางลำพู ขุมทรัพย์ทั้งหมด ถูกซ่อนอยู่ในอาคารไม้ด้านหลัง แค่เข้ามาห้องแรกก็ตื่นตาตื่นใจ เพราะเขาจัดเป็นเหมือนห้องหนังสือในบ้านไม้เก่า ฉายภาพยนตร์สั้นๆ “สีสันบางลำพู” บอกเล่าถึงบางลำพูที่คนทั่วไปรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นแหล่งของกินอร่อย สวนสาธารณะของชาวพระนคร รวมไปถึงแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน ก่อนที่ประตูไม้จะถูกหมุนเปิดอัตโนมัติ ออกไปสู่ห้อง “เบาะแสจากริมคลอง” ฉากริมคลองสวยงามตระการตา พาย้อนกลับไปยังดงลำพูในอดีตผ่านภาพยนตร์ที่ฉายลงบนผนังและพื้นผิวน้ำที่จำลองเป็นคลองบางลำพู ให้เห็นผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยร่วมกันในย่านบางลำพู ทั้งชาวไทย มอญ ลาว เขมร แขกตานี และจีน แล้วก็นำเรามาเข้าใกล้ขุมทรัพย์มากขึ้น พาเรารื่นเริงไปกับ “พระนครเซ็นเตอร์” ที่มีรถรางสีเหลืองคันใหญ่จอดรอผู้โดยสาร แล้วก็มีบรรดาสื่อบันเทิงสมัยอดีต อย่าง ลิเกคณะหอมหวล ที่ให้เราลองมาแต่งเป็นพระเอกนางเอกลิเก หรือชมหนังกลางแปลงลอดรูสังกะสี หนังโรงจากโรงภาพยนตร์บุศยพรรณ ร้านคาราโอเกะ ที่เป็นตัวแทนของย่านบางลำพูในอดีต แหล่งรวมมหรสพความบันเทิงที่เฟื่องฟูที่สุดในพระนคร นอกจากนั้นในห้องนี้ยังรวบรวมเอาร้านค้าเก่าแก่ในย่านบางลำพูมาจัดแสดงให้ชมกันด้วย อาทิ ร้านกาแฟโรงเตี๊ยมเล็กๆ ร้านรองเท้าแก้วฟ้า ร้านเสื้อนพรัตน์ รวมไปถึงห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้งฮั่วเส็ง ที่มีชื่อเสียงคู่บางลำพูมานาน แต่การจะเข้าถึงในวิถีชีวิตความเป็นบางลำพูจริงๆ นั้นจะต้องเข้าไปสัมผัสในชุมชนจึงจะดีที่สุด ในห้องจัดแสดง “ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า” จะพาผู้เข้าชมได้ใกล้ชิดและซึมซับกับวิถีชุมชน รู้จักของดีย่านบางลำพูที่ซุกซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอยต่างๆ ที่คนภายนอกอาจไม่เคยรู้ เช่น การปักชุดโขนของ “ชุมชนตรอกเขียนนิวาส-ตรอกไก่แจ้”“บ้านดุริยประณีต” บ้านพานถม การตีทองคำเปลวและทำธงของชุมชนวัดบวรรังสี การแทงหยวกของชุมชนวัดใหม่อมตรส การทำข้าวต้มน้ำวุ้นและใบลานของชุมชนวัดสามพระยา ชุมชนทำแหวนรุ่น ที่บ่มเพาะช่างทองหลวง คนที่ชอบการท่องเที่ยววิถีชีวิตต้องไม่พลาดโซนนี้เด็ดขาด และสุดท้ายคือ ต้นลำพูร้อยปี ที่เคยอยู่ในสวนสันติชัยปราการ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เก่าแก่และเป็นที่มาของชื่อบางลำพู โดยปัจจุบันต้นได้ถูกโค่นไปแล้ว ซึ่งกิ่งหนึ่งของต้นลำพูจำลองนี้เป็นกิ่งต้นลำพูของจริงจากชิ้นส่วนของต้นลำพูร้อยปีที่ยังคงหลงเหลือไว้ให้เป็นที่ระลึก ทำให้ต้นลำพูได้เกิดใหม่อยู่ภายในพิพิธบางลำพู ร้อยเรื่องเล่า พันเรื่องราว จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณธ์แห่ง ที่จะทำให้คุณจะได้สัมผัสและรับรู้ว่า “ขุมทรัพย์บางลำพู” มีอยู่จริง  บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

ติ๊นา ศุภนาฏ นำทีมนักแสดง เชิญชวนคนไทยร่วมพิสูจน์ความสนุกของ ฟินสุโค่ย
กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ /  กัสเบล ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ / 

บริษัท ฟิน โปรเจกต์ จำกัด ผู้สร้าง และ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่อง ฟินสุโค่ย ร่วมจัดกิจกรรม  "เชิญชวนคนไทย ร่วมพิสูจน์ความสนุกของ ฟินสุโค่ย โดยเป็นกิจกรรมที่สร้างความน่าสนใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง ฟินสุโค่ย ที่เข้าฉายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งได้รับกระแสคำชมว่าเป็นหนังที่สนุก และมีเนื้อหาที่น่าสนใจ จึงอยากจะชักชวนให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่ายังมีภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายอยู่ และขอโอกาสให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากขึ้น โดยกิจกรรมในวันดังกล่าว เป็นการร่วมใจกันเดินโปรโมทภาพยนตร์ ถือป้ายข้อความเพื่อขอโอกาสให้กับภาพยนตร์เรื่อง ฟินสุโค่ย ที่กำลังฉายอยู่ที่โรงภาพยนตร์เป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยตั้งขบวน ณ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีเนเพล็กซ์ พร้อมพูดเชิญชวนให้คนชมภาพยนตร์เรื่อง ฟินสุโค่ย ก่อนที่จะลงไปสู่ลานพาร์คพารากอน และเดินมุ่งหน้าไปยังแยกปทุมวันสี่แยกใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมขึ้นรถแห่เคลื่อนขบวนไปตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณสยามไปจนถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ด และปิดท้ายกิจกรรม ณ. ชั้น 7 โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ซิตี้   ซึ่งงานนี้ นำโดย  คุณภัคกมล วิทยารางสกุล และ คุณปุณยนุช วรนิธิพงศ์ กรรมการบริษัท ฟิน โปรเจกต์ จำกัด และนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ฟินสุโค่ย ไม่ว่าจะเป็น ติ๊นา ศุภนาฏ จิตตลีลา, ภีม ภาคิน บวรศิริลักษณ์, กัสเบล ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ  และ คิตตี้ ชิชา อำมาตยกุล ที่มาร่วมเดินขบวนในครั้งนี้  โดยมีแฟนๆ ให้การต้อนรับ และมาร่วมขบวนพร้อมทั้งมาให้กำลังใจกันอย่างคับคั่ง   ติ๊นา ศุภนาฏ จิตตลีลา ด้านสาว ติ๊นา ศุภนาฏ ได้พูดบอกถึงความรู้สึกที่ร่วมกิจกรรมดังกล่าวนี้ว่า "วันนี้ความตั้งใจของเราคือ อยากเชิญชวนให้คนไทยหันมาชมภาพยนตร์ไทยของเรากันเยอะๆ และที่สำคัญอย่างตอนนี่ภาพยนตร์เรื่อง ฟินสุโค่ย เข้าฉายอยู่ เราเชื่อว่าเป็นหนังที่สนุกมาก ติ๊นาและนักแสดง ผู้กำกับ และทุกคน เราทุ่มเทกับ ฟินสุโค่ย มาก เลยอยากมาร่วมเชิญชวนให้คนมาชมภาพยนตร์กันดูเถอะค่ะ หนังดีๆ แบบนี้ต้องช่วยกันสนับสนุนนะคะ ช่วยกันอุดหนุนหนังไทยด้วย เราจะได้มีกำลังใจทำหนังดีๆ ต่อไปค่ะ" ร่วมฟิน ร่วมจิ้นกันแบบสุดๆ ฉุดไม่อยู่ ไปกับภาพยนตร์ ฟินสุโค่ย ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูเรื่องย่อและตัวอย่างภาพยนตร์ ฟินสุโค่ย ได้ที่นี่เลย -----------------------------------------------

กทม.เตรียมเสนอทุบ BTS ตากสิน
ข่าวทุบBTS /  ข่าวทุบบีทีเอส / 

กทม.เตรียมเสนอทุบ BTS ตากสินตามแผนเดิม สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. แถลงความคืบหน้ากรณี กทม.มีแผนที่จะขยายรางรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสินเป็นรางคู่ โดยนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า ภายหลังที่กทม.ได้เสนอต่อกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ขอใช้พื้นที่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินทำรางคู่และจะขยายขอบสะพานให้แทน เพื่อจะได้ไม่ต้องทุบสถานีตากสินนั้น ล่าสุดทช.ได้เสนอ 4 แนวทาง ได้แก่ 1.ทุบสะพานและขยายขอบสะพานด้านข้าง ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มตอม่อสะพานขึ้นมาใหม่เพื่อความแข็งแรงของสะพาน 2.หากไม่ต้องการทุบขอบสะพานจะต้องย้ายสถานีไปอยู่ตรงบริเวณกลางสะพานที่มีพื้นที่กว้างกว่าบริเวณตีนสะพานที่สถานีอยู่เดิม ซึ่งทางวิศวกรรมอาจสามารถทำได้แต่ติดปัญหาที่ว่าอาจต้องมีการปิดการเดินรถไปยังฝั่งธนบุรีเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 7 เดือนแน่นอน ก็จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก 3.ทุบสถานีตากสินแล้วทำทางเลื่อนตามแผนเดิม 4.คงสภาพเช่นเดิมไว้โดยไม่ต้องดำเนินการใดๆทั้งสิ้น แต่ก็จะกระทบกับการเดินรถที่ต้องหยุดรอสับหลีกต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ สจส.ได้นำข้อเสนอทั้ง 4 แนวทางไปศึกษาอย่างละเอียดแล้วเพื่อเลือกแนวทางที่ดีที่สุด แต่เบื้องต้นเห็นว่าแนวทางทางที่ 1 และแนวทางที่ 2 เป็นไปได้ยาก เพราะการก่อสร้างตอม่อหรือย้ายสถานีไปอยู่ตรงบริเวณกลางสะพานไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนแนวทางที่ 4 หากคงสภาพเช่นเดิมไว้ อนาคตเมื่อระบบขนส่งมวลชนเสร็จแล้วทั้งระบบจะทำให้อัตราการเดินทางของผู้โดยสารมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนจะได้รับผลกระทบจากระบบขนส่งมวลชนอย่างแน่นอน ดังนั้นในแนวทางที่ 3 สจส. คิดว่าน่าจะเหมาะสมที่สุด จึงเตรียมหารือกับรองผู้ว่าฯกทม.โดยเร็วอีกครั้ง ก่อนเสนอผู้ว่าฯกทม. รับทราบต่อไป ทั้งนี้การยกเลิกสถานีสะพานตากสินอาจกระทบกับผู้ประกอบการที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เคยได้รับประโยชน์จากการมีสถานีสะพานตากสิน โดยเบื้องต้นกทม. จะทำทางเดินสกายวอล์ก ระหว่างสถานีสุรศักดิ์ถึงสถานีตากสินระยะทาง 700 เมตรก่อน โดยได้มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคมเป็นผู้ดำเนินการคาดว่าจะสามารถหาผู้รับจ้างและก่อสร้างได้ ภายในสิ้นปี 2557 MThai News ปชช.เล็งยื่นคสช.ค้านทุบสถานีรถไฟฟ้าตากสิน