โตรอนโต

เป้ย ห่วง น้องโปรด ต่อมอะดีนอยด์โต พารักษาโรคนอนกรน – หยุดหายใจ!!
เป้ย ปานวาด /  น้องโปรด

  ทำเอาตกอกตกใจไปตามๆ กันภาพที่ เป้ย ปานวาด โพสต์รูป น้องโปรด ลูกชายสุดที่รักขณะมีพลาสเตอร์สีขาวแปะพร้อมด้วยสายระโยงรยางเต็บใบหน้านอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยล่าสุด เป้ย ปานวาด เผยพา น้องโปรด ไปทดสอบการนอนหลับ ซึ่งสาเหตุมาจากลูกชายตัวน้อยนอนกรน พบว่าต่อมอะดีนอยด์โต ส่งผลให้นอนกรนและหยุดหายใจ จึงต้องพาไปทำ sleep test เพื่อรักษาอาการต่อไป รับเป็นห่วงลูกมากและวันนั้นรู้สึกใจเสียและน้ำตาคลอที่เห็นลูกเป็นแบบนี้ แต่ น้องโปรด กำลังใจพยามยามปลอมตนไม่ให้ร้องไห้ ล่าสุดอาการไม่น่าเป็นห่วงและสามารถรักษาให้หายขาดได้   “ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลรามาธิบดีนะคะ เพราะว่าทางโรงพยาบาลนี้ค่อนข้างเก่งเรื่องการทำ Sleep test สำหรับเด็กเลยพาไปตรวจ ก็คือเนื่องจากว่าโปรดเป็นต่อมอะดีนอยด์โต ต่อมอะดีนอยด์โตก็เหมือนกับว่าอยู่ช่วงหลังหู ถ้าคนที่โตมากๆก็คือลักษณะการนี้จะมีอาการนอนกรน เสียงดังมากถึงขนาดต้องหายใจอ้าปาก แล้วบางจะมีช่วงขณะหยุดหายใจได้ และถ้าหยุดหายใจบ่อยๆก็ไม่ดีเพราะจะส่งผลต่อสมอง เติบโตช้ากว่าปกติ เลยต้องไปทำ Sleep test นิดนึง ว่าเขาหยุดหายใจนานขนาดไหน มีผลอันตรายไหม แต่โปรดยังไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ส่วนผลการเทสต์คุณหมอยังไม่ได้แจ้ง ต้องรอคิวค่ะ ระยะเวลาไปทดสอบก็คือ 1 คืนค่ะ พ่อแม่ก็นั่งอยู่ในนั้นเพราะมันจะมีเครื่องตรวจอยู่ในนั้น คือถ้าผลออกมาแล้วเราก็ต้องดูตามแพทย์บอกดูว่าจะรักษายังไงต่อไป นัดฟังผลช่วงอาทิตย์หน้าค่ะ"   “กรนมานานแล้วค่ะ แต่ว่าตอนนั้นไม่รู้นึกว่าเหนื่อยแล้วกรนเฉยๆ คือเขาเป็นเด็กเล่นเยอะ พอเช็คจากเพื่อนๆ หลายคนก็บอกว่า อาการกรนแบบนี้เป็นอาการที่ไม่ปกติ พอไปตรวจหมอก็ไม่ได้เช็คอะไร เราก็ไม่สบายใจ เลยไปตรวจหลายๆหมอ หมอคนสุดท้ายที่ตรวจประมาณคนที่6ได้ เราขอเขาเอ็กซเรย์เลยเพราะว่ามีความรู้สึกไม่สบายใจ ปรากฏเอ็กซเรย์ก็จริงๆ น้องเขาไม่ปกติ คือต่อมอะดีนอยด์โตจริงๆ มันก็ต้องรักษาตามอาการ “มันเป็นปกติค่ะ หลายๆ คนก็อาจจะเป็นได้ แต่ก็มีวิธีการรักษาค่ะ น้องอาจจะต้องล้างจมูกบ่อยๆ เพื่อให้หายใจคล่อง และอาจจะมีพ่นยากับทานยาด้วย แต่ของโปรด พ่นยาก็แล้ว ทานยาก็แล้ว เดี๋ยวคงต้องดูอีกทีว่าจะรักษาแบบไหน แต่ทางเลือกสุดท้ายก็จะมีวิธีการผ่าตัด แต่เท่าที่เป้ยฟังจากพยาบาลพูดวันนั้น เขาบอกว่าน้องโปรดไม่ถึงขั้นนั้น แต่เดี๋ยวเราขอลองฟังจากหมออีกทีหนึ่ง เพราะเราไม่อยากให้ลูกผ่าตัด”   “ไม่ใช่กรรมพันธ์ค่ะ คือสามารถเป็นกันได้ ไม่เครียดแต่ว่าถามว่าเป็นห่วงลูกไหมก็เป็นห่วง คือถ้าเด็กที่เป็นเยอะเขาจะหายใจทางปาก อ้าปากกว้างมาก และซี่โครงจะยุบเยอะมาก แต่เราจะดูโปรดตลอด เขาไม่ได้ซี่โครงไม่ได้ยุบขนาดนั้น ก็น่าจะรักษาได้”   “ให้ความร่วมมือดีค่ะ เพราะว่าเราบอกก่อนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ถามว่าเขาอยากไปไหม เขาก็ไม่อยากเข้าโรงพยาบาลเพราะเขาไม่ชอบ แต่เราเอารูปให้เขาดูว่าต้องทำแบบนี้นะ ซึ่งเขาก็ไม่ชอบตอนติดเทปเท่านั้นเอง เพราะมันติดเยอะมาก เต็มหัว แล้วตอนดึงเทปก็จะเจ็บ เขาไม่ชอบแค่ขั้นตอนนี้ รูปมันอาจน่ากลัวแต่ว่าวิธีทำจริงๆ มันไม่น่ากลัว”   “มีโอกาสค่ะ อย่างเด็กบางคนที่เป็นอายุ6-7ขวบ อาการหายไปเองก็มีค่ะ แต่ระหว่างนั้นเราก็ต้องดู ถ้าออกซิเจนในสมองขาดเยอะๆ มันก็ไม่ดี มันก็ส่งผลต่อพัฒนาการ คืออะไรที่หายได้เร็วเราก็อยากจะทำ”“วันนั้น ใจคอเราก็ไม่ดี เห็นลูกแบบนี้ มีสายยางห้อยจมูก เลยใจไม่ดีน้ำตาคลอ เขาก็บอกเราว่าไม่ต้องร้องๆ แม่ไม่เก่งเลย เขาเก่งเขายังไม่ร้องเลย คือเขาก็ปลอบเรา” เป้ยกล่าว ขอบคุณภาพจาก IG ppanward อ่านข่าว แม่เป้ย เครียด! น้ำตาซึม น้องโปรดเข้ารักษา โรคต่อมอะดีนอยด์โต เป้ย น้องโปรด   เป้ย น้องโปรด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด  

ออร่าพุ่ง! น้องณิริน ลูกแม่หนิง ยิ่งโตยิ่งสวย
หนิง ปณิตา /  น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา / 

ฉายแววเป็นลูกไม้ใต้ต้นตั้งแต่ยังเด็กเลยค่า! สำหรับ น้องณิริน ปณิริน ลูกสาวคนเก่งของแม่ หนิง ปณิตา - พ่อจิน เพราะดูแล้วยิ่งโต ยิ่งสวย เรียกว่าถอดแบบ คุณแม่หนิง มาเป๊ะๆ นอกจากนี้ยัง น้องณิริน มีความสามารถรอบด้าน พูดเก่ง กล้าแสดงออกอีกด้วย งานนี้ คุณแม่หนิง จีบ น้องณิริน ไปเล่นละครด่วนๆ จ้า น้องณิริน ปณิริน น้องณิริน ปณิริน น้องณิริน-แม่หนิง

ส่องชีวิตม่ายสาวพราวเสน่ห์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

เป็นม่ายสาวที่ยังคงสวยแซบไม่แพ้สาวโสดคนไหนๆ สำหรับนางเอกตาแป๋ว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เวลานี้แม้จะเป็นผู้หญิงหย่าสามี แต่ดีกรีความเป็นซุป’ตาร์นั้นยังเฉิดฉาย ที่สำคัญหัวใจไม่เคยว่าง เรื่องของผลงานนั้นก็ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย เพราะถึงแม้ข่าวฉาวจะมะรุมมะตุ้มอยู่เสมอๆ แต่เรื่องของฝีมือในศาสตร์การแสดงนั้น เจนี่คนสวยไม่เป็นรองใครแน่นอน 1. เกิดที่อเมริกา เป็นนางเอกหน้าไทยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเธอเกิดและเติบโตที่เมืองนอก สำหรับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เธอคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2524 ณ เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เจนี่ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจวบจนอายุย่างเข้า 11 ปี จึงได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยจนถึงทุกวันนี้ เธอจบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2. แมวมอง เพราะเป็นผู้หญิงที่เกิดมารูปร่างหน้าตาดี เจนี่ จึงมีแมวมองมาค่อยส่องและชักชวนให้เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ในระดับมัธยม และเธอก็ก้าวเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการตั้งแต่บัดนั้น โดยผลงานชิ้นแรกเป็นมิวสิควิดีโอเพลง Only you ของศิลปิน เจอาร์-วอย และอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย จากนั้นไม่นาน เจนี่ ก็ถูกชักชวนให้มาเล่นละครจอแก้ว โดยเธอชิมลางละครเรื่อง สายรุ้ง ในปี 2540 เป็นผลงานเรื่องแรก 3. ทางผ่านกามเทพแจ้งเกิด ชิมลางงานละครเรื่องสายรุ้ง ไปไม่นาน เจนี่ ก็มีผลงานละครตามมาอีกมากมาย แต่ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ในปี 2544 คงเป็นละครที่ทำให้ใครหลายคนได้รู้จักกับนางเอกมากฝีมือที่ชื่อ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ มากขึ้น ด้วยพล็อตเรื่องเป็นละครแนวตบจูบ คาแรกเตอร์สาวหวานน่าสงสารเรียกเรตติ้งจากคนดูได้ไม่ยาก บวกกับการได้ประกบคู่พระเอกหนุ่มหล่ออย่าง แอนดริว เกร็กสัน ในเวลานั้น ก็ยิ่งทำให้เจนี่แจ้งเกิดและฮอตปังในชั่วพริบตา 4. มุตตา vs มุนินทร์ ด้วยกระแสความปังจากละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทำให้นางเอกหน้าแบ๊วตาแป๋วอย่าง เจนี่ กลายเป็นนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยในเวลาต่อมาอย่างง่ายดาย ด้วยฝีมือการแสดงที่เพอร์เฟกต์ บวกกับผลงานที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ทิ้งช่วงให้แฟนๆ ต้องรอนาน นั่นทำให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการที่มีทั้งงานละคร งานอีเว้นต์ งานโฆษณา และชื่อเสียงตามมาอย่างมากมาย รวมไปถึงละครที่ปังสุดอะไรสุดอย่าง แรงเงา ในปี 2555 ก็ทำเอากระแสของ เจนี่ฟีเวอร์ ไปทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้งด้วยบทบาทฝาแฝดที่แซบถูกใจคอละครสุดๆ 5. ของเล่นไฮโซ - คาสโนวี่สายแบ๊ว มีชื่อเสียงภายในเวลาไม่กี่ปีแน่นอนว่าสาวสวยอย่าง เจนี่ ก็ต้องมีเสน่ห์ควบคู่กันไปด้วย ตลอดระยะเวลาในเส้นทางสายบันเทิงเธอคนนี้มีข่าวคราวเรื่องความรักกับหนุ่มๆ มากหน้าหลายตา ทั้งหนุ่มในวงการบันเทิงและแวดวงไฮโซ เรียกว่าเป็นนางเอกที่ถูกเม้าท์ว่าเป็น ของเล่นไฮโซ คนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะแต่ละคนที่สาวเจ้ามีข่าวด้วยนั้นมีอันจะกินเข้าขั้นรวยเริ่ดไปซะแทบหมด คบหากันยาวนานที่สุดก็เห็นจะเป็น บั๊ด ลวรรณ แสงสนิท ที่ดูใจกันยาวนานถึง 7 ปี ตั้งแต่ เจนี่ เริ่มเข้าวงการใหม่ๆ และหลังจากเลิกรากันไป เจนี่ ก็ตกเป็นข่าวกับหนุ่มมากมายจนใครๆ ก็ขนานนามว่าเธอคนนี้นี่แหละคือ คาสโนวี่สายแบ๊ว ของวงการบันเทิงไทย 6. ม่ายสาวพราวเสน่ห์ ถึงจะโดนเม้าท์ว่าเป็นคาสโนวี่ประจำวงการ แต่ผู้หญิงเราก็คงอยากแต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์ และในปี 2556 ก็เป็นปีที่ เจนี่ ได้สิ่งนั้น เมื่อคุณเธอและสามีหมาดๆ อย่าง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าได้จดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังคบหาดูใจมา 5 เดือน ทำเอาสะเทือนวงการและงงเป็นไก่ตาแตกไปตามๆ กัน เพราะรู้อยู่ว่าฝ่ายชายนั้นมีภรรยาและลูกสาวอย่าง ตู่ นันทิดา และ เพลง ชนม์ทิดา อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เจนี่ กับหนุ่มเอ๋ทำบุญมาด้วยกันแค่นั้นหรือเปล่า ถึงทำให้ในเวลาต่อมามีข่าวคราวเตียงหักและทำร้ายร่างกายออกมาให้เห็น ซึ่งในที่สุดทั้งคู่ก็เลิกราหย่าขาดหลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่ถึงหนึ่งปี เจนี่ กลายเป็นม่ายสาวที่ยังสวยสดงดงาม ทั้งหนุ่มหล่อสาวหล่อตามขายขนมจีบเพียบ และไฮโซบ้านรวยอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ก็คือหนุ่มคนล่าสุดที่กุมหัวใจของเธอไว้ในตอนนี้นั่นเอง 7. ฉายา 5 ปีซ้อน เรื่องราวความรักกับหนุ่มๆ ทั้งหลายดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนจดจำ เจนี่ ได้ติดตาไม่แพ้งานแสดงที่คุณเธอร่อนออกมาให้เห็น จุดนี้ เจนี่ จึงเป็นนักแสดงสาวอีกหนึ่งคนที่ได้รับฉายาจากสมาคมนักข่าวบันเทิงบ่อยที่สุด โดยเธอนั้นได้รับฉายาติดกันถึง 5 ปีซ้อน แต่ละปี แต่ละฉายา ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องราวความรักและหนุ่มๆ ที่สาวเจ้าพัวพันด้วยแทบจะทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่นในปี 2556 กับฉายา แบ๊วฉกทะเบียน ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากที่สาวเจ้าประกาศจดทะเบียนกับอดีตนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ แบบสายฟ้าแลบนั่นเอง หรือแม้แต่ในปี 2558 สื่อบันเทิงก็ได้มอบฉายา มือฉกดกกาแฟ ให้คุณเธออีกเช่นกัน เนื่องมาจากปีนั้น เจนี่ ครองตัวเป็นแม่ม่ายอยู่และเริ่มสานสัมพันธ์กับหนุ่ม กึ้ง เฉลิมชัย ที่ใครๆ ก็รู้ว่าก่อนหน้านั้นหนุ่มเจ้ายังคบหาดูใจอยู่กับสาว จ๋า ณัฐฐาวีรนุช 8. เกาเหลาชามโต เชื่อว่ามีติดตัวทุกคนไม่เว้นแม้แต่นางเอกตัวแม่อย่าง เจนี่ สำหรับกรณีเกาหลา เรียกว่าตกเป็นหัวข้อเม้าท์ว่าไม่ถูกกับคนโน้นคนนี่เยอะพอสมควร ทั้งเพื่อนพ้องอย่าง อั้ม พัชราภา กับกรณีสนิทสนมหนุ่ม โน้ต วิเศษ อดีตแฟนหนุ่มของสาวอั้มชนิดเกินพอดี กับรุ่นพี่อย่าง บุ๋ม ปนัดดา ก็เป็นประเด็นกันในเรื่องของธุรกิจส่วนตัว ล่าสุดรุ่นน้องที่กำลังมาแรงมากๆ ในแวดวงนางงามอย่าง น้ำตาล ชลิตา ก็กลายเป็นประเด็นเกาเหลากับเจนี่ ด้วย เหตุก็เพราะมีหลายคนเห็นคลิปในงานอีเว้นต์งานหนึ่งซึ่งสาวน้ำตาลยกมือไหว้รุ่นพี่อย่าง เจนี่ แต่รุ่นพี่ทำเมินไม่รับไหว้ซะอย่างนั้น ซึ่งจุดนี้ตัดสินกันง่ายๆ ไม่ได้เพราะบางทีอาจจะเป็นจังหวะที่ เจนี่ มองไม่เห็นก็เป็นได้ แต่ยังไงซะก็กลายเป็นประเด็นให้หลายๆ คนได้เม้าท์มอยและจับผิดกันไปซะแล้ว 9. วันนี้ของเจนี่ แม้จะฉาวและมีเรื่องให้เม้าท์จนเป็นประเด็นอยู่ตลอดๆ แต่ซุป’ตาร์ยังไงก็คือซุป’ตาร์ ในทุกวันนี้ เจนี่ ยังคงเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงไทย งานแสดง งานอีเว้นต์ และงานอื่นๆ ของ เจนี่ ดูเหมือนจะเป็นที่จับตามองของบรรดาแฟนคลับและประชาชีเสมอ แม้ทุกวันนี้จะพ่วงท้ายด้วยคำว่า แม่ม่าย แต่เชื่อเถอะว่า เจนี่คนนี้เป็นแม่ม่ายที่แซบเวอร์และเต็มไปด้วยเสน่ห์อีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงเลยทีเดียวขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @janienineeleven, ลูกกวาดมอมแมม, broadcastthai.co http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/60528 http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/59793 http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/60523 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ แอนดริว - เจนี่ เจนี่ - บั๊ด เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ แรงเงา เอ๋ - เจนี่ ตู่ - เพลง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ - กึ้ง บุ๋ม - เจนี่ น้ำตาล - เจนี่ น้ำตาล ชลิตา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

ข่าวดี!! โอปอล์ - หมอโอ๊ค โล่ง น้องอลิน หายป่วยจากโรคหัวใจแล้ว!!
โอปอล์ ปาณิสรา /  หมอโอ๊ค สมิทธิ์ / 

  เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับครอบครัวอารมณ์ดี หมอโอ๊ค สมิทธิ์ กับ โอปอล์ ปาณิสรา กันเลยทีเดียว ที่ล่าสุดลูกสาวคนเก่ง น้องอลิน เข้ารับการรักษาตัวจนหายขาดจากการเป็นโรคหัวใจแล้ว โดย หมอโอ๊ค ได้มีโอกาสพาสองแฝด น้องอลิน-น้องอลัน มาร่วมงานเปิดตัวรายการ "The Return of Superman Thailand...ลูกจ๋าป๊ะป๋ามาแล้ว" พร้อมกับอัพเดทอาการของลูกสาว น้องอลิน ที่หายจากโรคหัวใจตีบ สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเด็กคนอื่น เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ก็ได้ พร้อมดูแลลูกทั้งสองให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องแพลนจะมีน้องให้ อลิน-อลัน อีกหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ใจจริงอยากมีแค่นี้ เพราะกลัวภรรยา สาวโอปอล์ ต้องได้นอนโรงพยาบาลอีก ส่วนเรื่องที่คนแซว ทิดชาติ ในซีรีส์ไดอารี่ตุ๊ดซี่นั้น ตนก็ขำๆ เป็นการท้าทายอีกแบบหนึ่ง ถือว่าเก็บเอาไว้ให้ลูกดูในอนาคต ล่าสุดเห็นว่าน้องหายแล้ว   "ครับ จากที่น้องอลินได้ทำบอลลูนไปเพื่อรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบ คุณหมอก็นัดมาติดตามอาการ ตอนนี้ก็ครบกำหนดที่ไปติดตามอาการแล้ว ก็จะเห็นว่าตอนนี้ใกล้เคียงเด็กปกติมากเลย เรียกได้ว่าอาการถือว่าหายขาด โล่งใจที่สุดในชีวิต ถ้าใครมีลูกแล้วก็มีลูกป่วย ก็จะเห็นว่ามันทุกข์ใจขนาดไหน แค่เป็นไข้เป็นหวัดนี่นอนไม่หลับเลย พอเป็นโรคหัวใจ แม้แต่คุณหมอเอง เพื่อนๆ กันเองก็ยังการันตีไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรียกว่านอนไม่หลับกันมาตลอดตั้งแต่ที่เขาเกิดมา กังวลตลอดเวลา มาถึงจุดนี้ก็ถือว่าโล่งใจที่สุดเลย" หลังจากนี้ต้องดูแลน้องเป็นพิเศษไหม   "ตอนนี้ก็ปกติทุกอย่าง อลินก็สามารถเล่นกีฬาได้ทุกชนิด ดูแลร่างกายให้แข็งแรงปกติเลย เรียกได้ว่าเหมือนเด็กปกติทุกอย่างเลย อาจจะมีนัดติดตามอาการบ้าง แต่ก็เรียกว่านัดห่างมากๆ ประมาณ 6 เดือนก็ไปดูครั้งนึง" เรียกว่าปาฏิหาริย์ได้ไหม   "ในใจเรานี่เป็นปาฏิหาริย์เสมอ ทุกนาที เพราะว่าเขามาเกิดเป็นลูกเราก็เป็นปาฏิหาริย์แล้ว จากที่ผ่านเรื่องที่โอปอล์ต้องนอนโรงพยาบาล เขาต้องอยู่ในตู้ จากที่เขาผ่านโรคภัยไข้เจ็บแต่ละขั้นมาเรื่อยๆ ถึงมาเจอเขาเป็นโรคหัวใจอีก หลังจากนี้ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่อีกแล้ว ผมว่านี่คือที่สุดแล้ว แล้วก็เรื่องนี้สอนให้รู้เลยว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่มาสอนเราว่าเรารักลูกแค่ไหน" ถือว่าเป็นของขวัญให้ครอบครัวเลยไหม   "เป็นทั้งของขวัญ เป็นทั้งบทเรียน ทุกอย่างเลย สอนให้เราโตขึ้น" จากเทป หมอโอ๊ค เลี้ยงลูกเซอร์มาก   "ครับ ก็จะได้เห็นผมในสภาพที่โทรมที่สุดในชีวิต เรียกว่าเต็มที่ที่สุดแล้ว เท่าที่พ่อคนหนึ่งจะทำได้ อย่างที่บอกว่าลูกเล็กมาก เล็กที่สุดตั้งแต่รายการนี้ทำมา" มีขัดกับโอปอล์บ้างไหม   "จริงๆ คู่เราคุยกันตลอดเวลา มันจะไม่ได้เรียกว่าความขัดแย้ง แต่อาจจะมีการเสนอแง่มุมมากกว่า เราคิดยังไง โอปอล์คิดยังไง แล้วก็เอามารวมกัน อย่างรายการนี้ก็คุยกันก่อนที่จะถ่าย ก่อนจะตัดสินใจรับ เพราะมันเป็นรายการที่จะต้องเอาลูกเข้ามาเกี่ยวข้อง สุดท้ายมันน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งตัวเราเองกับคนดูด้วย ก็เลยตัดสินใจเต็มที่กับมัน" น้องเขาทราบไหมว่าเขาป่วยเขาหาย   "ผมว่าเขามีอาการท่าแสดงออกมา ก็คือทุกครั้งเวลาเขาตรวจ เขาไม่สบาย เขาจะร้องไห้ ไปหาคุณหมอก็จะโยเย แต่รอบนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาไปตรวจด้วยความมั่นใจ แต่งตัวสวย ยืนให้คุณหมอตรวจ มั่นใจมาก ผมว่าเขาก็รับรู้นะว่าอาการเขาดีขึ้น แล้วก็เขาร่าเริงขึ้น เขาแข็งแรงขึ้น เขาเติบโตเร็วขึ้น" การรักษาที่ผ่านมามีอะไรบ้าง นอกจากการผ่าตัด   "มันก็จะมีการดูแลทางร่างกาย จิตใจ แล้วก็พัฒนาการของเขา ก็พยายามใช้เวลากับลูกให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อเลยว่าของเล่นที่ดีที่สุดก็คือพ่อแม่ อยู่กับเขา สอนเขา คุยกับเขาเยอะๆ แล้วก็ดูแลเขาทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้ เรื่องอาหารการกิน เรื่องการนอน เรื่องสุขภาพ ติดตามมากที่สุดเท่าที่คุณพ่อคนนึงจะทำได้ รู้สึกว่าได้ผลนะ พัฒนาการของเขามันก็เป็นไปได้อย่างดี ด้วยความใกล้ชิดจากเรา" ที่บอกว่าน้องสามารถเล่นกีฬาได้ตามปกติเลย    "เล่นได้ตามปกติเลย เราคิดไว้อยู่แล้วว่า ถึงแม้เขาจะเป็นลูกสาว ก็อยากให้เป็นลูกสาวที่แข็งแกร่ง ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ต้องแข็งแกร่งใช่ไหมครับ (หัวเราะ) เพราะว่ามันมีความเท่าเทียมกันทั้งลูกสาวลูกชาย เราก็จะเลี้ยงพร้อมกัน ทำกิจกรรมเหมือนกัน เล่นเหมือนกัน สู้เต็มที่เหมือนกัน" อลินแข็งแรงแล้วจะมีน้องต่อไหม    "ก็จริงๆ แอบคุยกันเหมือนกันว่าเอาซักหน่อยไหม แต่ก็พอดีเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นิดนึง อย่างที่โอปอล์เขาเคยนอนโรงพยาบาลมา มีการคุยกับคุณหมออะไรแล้ว มันอาจจะมีความเสี่ยงที่จะต้องไปนอนอย่างนั้นอีก ก็เลยคิดว่า เอาล่ะ มีลูกสาว ลูกชายคนก็อาจจะพอแล้ว เอาสองคนแล้วกัน ไม่อยากให้ไปเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก แต่ก็ไม่อยากรับปากนะครับ กลัวผีผลัก (หัวเราะ) ไม่แน่ใจ ไม่รู้ เดี๋ยวเกิดมีขึ้นมา ในใจถ้าแพลนจริงๆ แค่นี้ก็พอแล้ว อนาคตก็เอาไว้อีกเรื่องนึง" ที่ไปเล่นซีรีส์ไดอารี่ตุ๊ดซี่ มีคนแซวเยอะมาก ทำไมตัดสินใจไปเล่น   "(หัวเราะ) ไปเล่นด้วยความไว้วางใจจริงๆ เลย ก็คือคุณโอปอล์นี่แหละมากล่อมด้วย แล้วก็ผู้กำกับ คุณเติ้ล ปิยะชาติ เป็นทั้งคนไข้แล้วก็เพื่อนภรรยา ก็ไม่คิดว่าจะทำกับเราอย่างนี้ได้ บทเนี่ย ซ่อนกันมาอย่างดีมาก เอามาให้เราเห็นประมาณหนึ่งวันก่อนถ่าย พออ่านแล้วก็ อื้ม นะ สุ่มเสี่ยงต่อวิชาชีพมาก แต่ยังไงก็เต็มที่ครับ ถือว่าเพื่อความบันเทิงของทุกคน มีคนมาแซวเยอะ เรียกทิดชาติๆ คนไข้มาเรียกทิดชาติ ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ จะดีหรือเปล่า แต่ก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เก็บไว้ให้ลูกดู ก็เป็นอะไรที่ใหม่ๆ สนุกๆ ได้ท้าทายตัวเอง" หมอโอ๊ค น้องอลิน โอปอล์ น้องอลัน หมอโอ๊ค สมิทธิ์ โอ๊ค สมิทธิ์ หมอโอ๊ค น้องอลิน น้องอลัน โอปอล์ หมอโอ๊ค น้องอลิน น้องอลัน

น้ำฝน อินเลิฟหนักมว้ากก!! ถึงกับเอ่ยปากอยากแต่งงาน หลังได้คบ อาร์ม!!
ข่าวน้ำฝน พัชรินทร์ /  น้ำฝน พัชรินทร์ / 

  เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่น่าจับตามองอีกคู่สำหรับ น้ำฝน พัชรินทร์ กับ อาร์ม พิพัฒน์ หลังจากทั้งคู่เปิดตัวว่ากำลังคบกันอยู่ก็มีภาพสวีทหวานออกมาให้เห็นกันถี่ยิบ ล่าสุดวันนี้ (22มี.ค.60) น้ำฝน-อาร์ม ควงคู่กันมาร่วมงานเปิดตัว "รายการรีวิวบันเทิง" ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมกับเผยเรื่องความรักให้หลายคนได้อิจฉาตาร้อนผ่าว โดย น้ำฝน ยอมรับว่าตนไม่เคยคิดที่จะแต่งงาน จนกระทั่งมาเจอ หนุ่มอาร์ม ทำให้ความคิดเปลี่ยนขึ้นมาทันที ลุ้น!! ปีหน้าอาจได้จูงมือกันสละโสด!! อาร์ม : "เราใช้ชีวิตโสดมานานพอมาคบกันก็มีแต่เรื่องดีๆ อนาคตถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่หนีไปไหน"ฝน : "ก็มีคุยๆ กันบ้าง แต่ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นปีนี้หรือปีหน้า อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข อยู่ใกล้กันแล้วเขาเป็นที่ปรึกษาที่ดี ตอนนี้ก็ช่วยกันทำงาน ก็มีคุยบ้าง" อาร์ม : "ก็คือตอนนี้ฝนเขาอยากจะทำธุรกิจบางอย่าง ส่วนเรามีธุรกิจอยู่แล้วก็ค่อยให้คำแนะนำ อยากให้โฟกัสเรื่องนั้นก่อน (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่โฟกัสผมนะ หัวเราะ) ก็คงเหมือนเดิมไม่ได้มีอะไรหรูหรา" อาร์ม : "ส่วนมากก็มีข้อความหวานๆ แซว โปรโมทละครบ้าง แซวเขาบ้าง เรื่องจริงบ้าง โม้บ้าง ไม่ได้บอกรักกันตลอด แต่ส่วนมากเขาจะมาแสดงความคิดเห็นเป็นเจ้าของบ่อย"ฝน : "ไม่ได้ขี้หึงนะคะ แต่หวงมากค่ะ"อาร์ม : "ก็คุยกันคับไม่ได้คบใครเพิ่ม คุยก็คุยคนเดียว เอาจริงๆ ก็หวง เป็นห่วงมมากกว่า แต่พอโตๆ กันแล้ว ก็คุยกันเข้าใจมากขึ้น" ฝน : "ฝนไม่เคยมีความคิดที่อยากจะแต่งงานเลย ไม่เคยมี จนกระทั่งได้รู้จักเขา ทำให้ความคิดเปลี่ยน แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องแต่กับฉันเดียวนี้นะ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แล้วเมื่อถึงเวลามันจะเป็นไปตามนั้นเอง เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นคนมีความคิดในแง่บวกเวลาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็เลยทำให้เรามีความสุข เรียกว่าอยากอยู่ด้วยกันไปนานๆ ก็ได้" อาร์ม : "ก็รู้สึกดีเหมือนกับเขามั่นใจเรา ก็ดีใจสิ่งที่เราทำและอยากให้เขามีความสุข เขาก็มีความสุข อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข บางทีเราเจอกันแค่ไม่กี่นาทีเราอาจได้ความสุขไปตลอดทั้งวัน"ฝน : ขอเถอะค่ะคนนี้ (หัวเราะ)อาร์ม : ก็เดี๋ยวแต่งเมื่อไหร่จะบอกอีกที น้ำฝน อาร์ม น้ำฝน อาร์ม น้ำฝน อาร์ม น้ำฝน พัชรินทร์ อาร์ม พิพัฒน์ น้ำฝน พัชรินทร์ อาร์ม พิพัฒน์ น้ำฝน พัชรินทร์ อาร์ม พิพัฒน์