โตรอนโต

10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  สัตว์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอแนะนำ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก จนคุณต้อง อึ่ง ทึ่ง ที่พวกมันเหล่านี้มีอยู่จริง และเรื่องราวที่น่าสนใจในการใช้ชีวิต เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่า10 สายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ยิ่งใหญ่จนโลกต้องจารึกขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก 1. แมลงบินได้ที่ใหญ่ที่สุด Meganeuropsis Permiana เป็นแมลงปอ ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยอุบัติขึ้นมาบนโดย ด้วยช่วงปีกที่กว้างกว่า 72 เซ็นติเมตร และคาดว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่บิน บนท้องฟ้าได้ ที่สามารถล่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลื้อยคลายที่เป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ ซึ่งหลักฐานซากฟอสซิลนี้อยู่ที่ Permian rocks รัฐ Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา 2. แมลงเปลือกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Arthropleura กิ้งกือยักษ์ดึกดำบรรพ์ เคยอยู่บนโลกเมื่อ 280-340 ล้านปีก่อน ในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส ซากฟอสซิลของมันถูกพบที่สก๊อตแลนด์ และแถบทวีปอเมริกาเหนือ มีความยาวถึง 2 เมตร และัหนักถึง 500 กิโลกรัม เพราะในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส เป็นช่วงที่ที่แมลงตัวใหญ่เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนที่สูง และป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้พวกมันสามารถใหญ่โตได้เท่าที่มันจะสามารถโตได้ และยังมีเขี้ยวพิษที่สามารถฆ่าได้ทุกอย่างที่มันต้องการ 3. งูที่ใหญ่ที่สุด Titanoboa ไททันโอโบอาเป็นงูที่ไม่มีพิษจำพวกโบอา ที่คล้ายกับงูเหลือมหรืองูหลาม มักพบได้ในทวีปอเมริกากลางและเกาะมาดากัสการ์ในปัจจุบัน นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่า ไททันโอโบอา มีรูปร่างลักษณะและมีพฤติกรรมคล้ายงูอนาคอนดา โดยหากินในน้ำ ซึ่งอาหารได้แก่ จระเข้และปลาขนาดใหญ่ แต่ทว่ามีความยาวกกว่ามาก โดยมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 13 เมตร และอาจยาวได้ถึง 15 เมตร หนักถึง 2 ตัน โดยชื่อของมันเป็นภาษาลาติน แปลได้ว่า "งูยักษ์จากแซร์อาโฮน" (Titanic boa from Cerrejon) ซึ่งมาจากชื่อเมืองแซร์อาโฮน ซึ่งเป็นเหมืองแร่ ในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นที่ๆ ค้นพบซากฟอสซิลของมันเป็นครั้งแรก ซากฟอสซิลของไททันโอโบอา ที่ค้นพบเป็นกระดูกสันหลัง จำนวน 180 ชิ้น คาดว่าน่าจะเป็นของงูทั้งหมด 12 ตัว ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ซึ่งกระดูกสันหลังนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากระดูกสันหลังของงูอนาคอนดามากนัก จากการวิเคราะห์และคำนวณด้วยเครื่องมือต่างๆ พบว่า ไททันโอโบอามีชีวิตอยู่ในยุคพาลีโอซีน 58-60 ล้านปีก่อน 4. จระเข้ที่ใหญ่ที่สุด Sarcosuchus หรือรู้จักกันทั่วไปคือ " Super Croc " ซุปเปอร์ครอก แต่ได้สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 110 ล้านปีมาแล้ว มันถูกค้นพบครั้งแรกในประเทสไนเจอร์ ( Niger ) โดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศลชื่อว่า Alfred Felix de Lapparent โดยในการขุดค้นพบครั้งแรกเป็นฟอสซิลฟัน และหนัง ในบริเวณทะเลทรายซาฮาร่า ในปี 1940 และปี 1950 ข้อมูลเฉพาะ ซุปเปอร์ครอค์ประมาณการณ์ว่ามันจะมีความยาวเมื่อโตเต็มที่ 11 - 12 เมตร จากการประเมินกระโหลก และอายุขัยเต็มที่ประมาณ 50 - 60 ปี น้ำหนักจากการเปรียญเทียบกับจระเข้ในปัจจุบัน คาดว่าจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 8 ตัน สำหรับอาหาร น่าจะจับปลากินเป็นหลัก และก็อาจจะมีการจับไดโนเสาร์ที่มีขนาดพอดีกับปากของมันบ้างเป็นครั้งคราว ลูกตาของมันไม่สามารถกรอกซ้ายขวาได้ ทำได้แค่กรอกขึ้นลง บนล่างเท่านั้น และจระเข้ในปัจจบันที่เป็นญาติที่สนิทที่สุดของ Sarcosuchus คือพวกจระเข้แม่น้ำไนล์ 5. นักล่าบนพิภพที่ใหญ่ที่สุด Spinosaurus สไปโนซอรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในทะเลทรายสะฮาราของอียิปต์ เมื่อปี ค.ศ. 1910 โดยนักบรรพชีวินวิทยาชาวบาวาเรีย โดยขุดค้นไปตามชายขอบด้านตะวันออกของระบบแม่น้ำโบราณซึ่งมีหินในชั้นแคมเบรียนก่อตัวเป็นพรมแดนด้านตะวันตก สไปโนซอรัสเป็นสัตว์กินเนื้อยืน 4 ขาและอาจจะยืน 2 ขาได้  มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย กะโหลกศรีษระมีจงอยปากแคบที่เต็มไปด้วยฟันรูปกรวย มีหงอนคู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3นิ้ว สามารถใช้เป็นอาวุธและจับเหยื่อได้ มีความยาว 16-18 เมตร น้ำหนัก 7 - 10 ตัน อาศัยอยู่ใน ทวีปแอฟริกา มีชีวิตอยู่ในตอนกลางของยุคครีเตเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว) ในช่วงที่มันอาศัยอยู่ในยุคครีเตเชียสตอนกลาง มันมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง คาร์ชาโรดอนโทซอรัส ที่อาศัยอยู่ยุคเดียวกันที่มีความยาว13เมตรและเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของโลก สไปโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ1ในโลก, มันมีญาติอย่าง ซูโคไมมัส 6. ปลากระดูกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Leedsichthys Problematicus ลีดส์อิชธีส์ เป็นชื่อปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อาศัยอยู่ในทะเลในกลางยุคจูราสสิค (185-155 ล้านปีก่อน) โดยพบฟอสซิลในชั้นหินในยุคนี้ โดยที่ชื่อ Leedsichthys ตั้งตามผู้ค้นพบคือ อัลเฟรด นิโคลสัน ลีดส์ นักสะสมฟอสซิลชาวอังกฤษ มีความหมายว่า "ปลาของลีดส์" โดยพบในพื้นที่ใกล้เขตเมืองปีเตอร์โบโรห์เมื่อปี ค.ศ. 1886 นอกจากนี้ ลีดส์อิชธีส์มีลักษณะตาที่เล็ก ใช้ชีวิตคล้ายคลึงกับปลาใหญ่ โดยใช้ฟันซี่เรียวกว่า 40,000 ซี่กรองกินสัตว์เล็กสัตว์น้อยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แม้ว่ามันจะมีลำตัวขนาดใหญ่มากแต่ทำให้ว่ายน้ำช้า เชื่อว่าลีดส์อิชธีส์ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของปลากินเนื้อขนาดใหญ่รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานทะเลยุคเดียวกันด้วย เช่น ไลโอพลัวเรอดอน เป็นต้น 7. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุด Paraceratherium ปาราเซอราเธอเรียม นี้มีขนาดที่สูงใหญ่กว่า ช้างแอฟริกัน ถึง 8 เมตร มันเป็นสัตว์กินพืชร่างยักษ์ ที่หนักกวา่ 30 ตัน อย่าง ทีเคยท่องไปทั่วทวปีอเมรกิาเหนือเมื่อ 37 ลา้นปีก่อน โดยปราศจากนักล่าชนดิใดจะสามารถโค่นมันลงได ้แต่พวกมันก็ต้องสญูพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 23 ล้านปีกอ่น เนื่องจากสภาพอากาศ ที่เปลื่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนพวกมันปรับตัวไม่ทัน 8. สัตว์บินได้ที่ใหญ่ที่สุด Quetzalcoatlus อาศัยอยู่ในช่วงปลายยุคครีเตเซียส ถูกตั้งชื่อตามเทพมังกรของในตำนานแอซเทค ฟอสซิล ถูกพบเป็นครั้งแรกในเทกซัสเมื่อปี 1971 นับเป็นสัตว์บินได้ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วยความยาวจากปีกถึงปีกมากถึง 12 เมตร โครงสร้างกระดูกขาที่แข็งแรงสูง 6 เมตร กับจงอยปากอันคมกริบที่คมที่สุดในยุค 65 ล้านปีก่อน พวกมันไม่ลังเลยที่จะโจมตีรังของไดโนเสาร์เพื่อล่าตัวอ่อน หรือไล่ต้อนฝูงไดโนเสาร์เพื่อแยกตัวที่อ่อนแอออกจากฝูง ก่อนจะสังหารด้วยจงอยปากอันทรงพลัง 9. แมลงน้ำที่ใหญ่ที่สุด Jaekelopterus Rhenaniae ไม่เพียงบนบกและบนฟ้าเท่านั้นที่ถูกแมลงครอบครอง เมื่อ 300 ล้านปีก่อน ในทะเลโบราณยังมีจ้าวแห่งแมลงที่ครอบครองผืนน้ำ ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาต่างลงความเห็นว่า มันคือฝันร้ายของทุกชีวิตที่อยู่ใต้น้ำ เพราะด้วยขนาด 2.5 เมตร ที่มาพร้อมก้ามขนาดยักษ์ที่สามารถจับและฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย 10. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่ใหญ่ที่สุด Blue Whale วาฬสีน้ำเงิน เป็นวาฬบาลีน (Balaenopteridae) และถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยทั่วไปจะยาวประมาณ 26-29 เมตร แต่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมีความยาว 31.2 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 100-200 ตัน เฉพาะลิ้นก็มีน้ำหนักเกือบเท่ากับช้างหนึ่งตัว และหัวใจก็มีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง กินเคยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่ก็อาจจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ปลาขนาดเล็กเข้าไปด้วย ส่วนลูกวาฬจะกินเฉพาะนมแม่ที่มีไขมันสูงถึงร้อยละ 40 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 กิโลกรัม นอกจากนี้แล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงร้องได้กว้างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสามารถส่งได้ได้ดังถึง 1,500 กิโลเมตร ในลักษณะของคลื่นเสียงที่มีความหลากหลาย ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ได้เป็นไปในการสื่อสารเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังใช้การนำทางอีกด้วย ข้อมูลและภาพจาก สำรวจโลก, วิกิพีเดีย, siamfishing, spokedark

Primo Piazza Khao Yai พรีโม เพียซซ่า เขาใหญ่
เขาใหญ่

Primo Piazza Khao Yai พรีโม เพียซซ่า เขาใหญ่ Primo Piazza มีความหมายว่า ลานจตุรัสพรีโม แห่งนี้ได้จำลองมาจาก หมู่บ้านในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี ที่ผ่านการเวลาอันยาวนาน จนมีอายุกว่า 5 ศตวรรษ และในวันนี้ กลิ่นอายอารยธรรมของ Tuscan ได้กลับมามีชีวิตชีวิอีกครั้ง เพื่อเติมเต็มความสุขทุกอณูของผู้ที่มาเยือนโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าหลงใหลรายล้อมด้วยมนต์เสน่ห์ ที่จะทำให้คุณประทับใจ ทั้งสัตว์เลี้ยงน่ารักจากดินแดนออสเตรเลีย เสน่ห์ของถนนที่ปูด้วยก้อนหินสไตล์ยุโรปยุคเก่า บรรยากาศบ้านไม้เลื้อยที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และจตุรัสกลางเมืองที่หลอมรวมร้านอาหาร ขนมหวาน คาเฟ่ อย่างลงตัว ในพื้นทีอันกว้างขวาง เพื่อให้ทุกคนได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ บริสุทธิ์ กลางผืนป่าเขาใหญ่ ที่สุดแห่งสเน่ห์ของความสุข ที่รอให้คุณมาค้นหา Thai Fusion  ทอดมันแซลมอน (Salmon Cake) ทอดมันปลาแซลมอลคู่กับอาจาดแตงกวา ส้มตำปูนิ่มกรอบ (Papaya and soft shell crab salad)  ส้มตำไทยกับปูนิ่มทอดกรอบ  เป็ดอบยอดผัก (Roasted duck) เป็ดอบหนังกรอบวางบนคะน้าฮ่องกงผัดน้ำมันราดด้วยซอสเต้าเจี้ยวสูตรเฉพาะ แกะย่างราดซอสพริกไทยดำ (Massaman Lamb) แกงมัสมั่นซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ Western Cuisine  ทูน่านิซัวสลัด (Tuna Nicoise salad) ทูน่าย่างและไข่ต้มเสริฟกับผักสลัด,มะกอก,มะเขือเทศและมันฝรั่งที่คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มแอปเปิ้ลปรุงรสและเทาซันซอส  ซุบกั้ง (Lobster Bisque Soup) ซุบครีมกั้งกับครีมโฟมและกุ้งย่าง สเต็กเนื้อสันในออสเตรเลีย (Beef Juniper) เนื้อสันในออสเตรเลียอบเสริฟกับมันฝรั่งบดกับซอสเพสโตและจูนิเปอร์ซอส  อกไก่ซูพรีม (Chicken supreme) อกไก่ยัดใส้ชีสผักโขมพันด้วยเบคอนนำไปอบสุกเสริฟกับมันฝรั่งต้มและซอสเกรวี่ถั่วแดง

10 ไลฟ์สไตล์ห่างไกล โรคมะเร็ง
มะเร็ง /  มะเร็งกระเพาะอาหาร / 

โรคมะเร็ง เป็นอีกหนึ่งที่โรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ล้วนมีส่วนที่ทำให้เกิด โรคมะเร็ง ได้ด้วย แล้วพฤติกรรมต่างๆที่เราความหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากค่ะ 1. งดสูบบุหรี่ เพราะในบุหรี่มีสารน้ำมันดิน (ทาร์) ซึ่งประกอบด้วยสารในกลุ่มพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชื่อเบนซ์ไพรีน (Benzpyrene) ทำให้เกิดมะเร็งปอดมะเร็งช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับอ่อน 2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ตับแข็งและสูญเสียหน้าที่ในการทำลายสารพิษ ทำให้เกิดความผิดปกติในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดประสิทธิภาพลง 3. อย่าดื่มของที่ร้อนจัด เพราะทำให้หลอดอาหารระคายเคืองและกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ 4. เซย์โนอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ เพราะอาจมีไข่พยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ในท่อน้ำดีหรือพยาธิใบไม้ในตับ รวมถึง ถั่ว พริก หอมกระเทียม ที่ขึ้นราเพราะมีสารอะฟลาทอกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง 5. ยกเลิกอาหารหมักจากเนื้อสัตว์ เช่น แหนม ปลาส้ม ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ เพราะสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) ที่เกิดจากการหมักเนื้อสัตว์กับเกลือหรือจากดินประสิวที่ใส่ลงไป ทำให้เกิดมะเร็งที่ตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก 6. เปลี่ยนจากผักดองของเปรี้ยวมากินผลไม้สดตามธรรมชาติแทน เพื่อรับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ 7. ไม่กินขนมที่สีเข้มจัด อาจมีสารปรอท สารหนู หรือตะกั่ว ในปริมาณที่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นโทษต่อสุขภาพ 8. อาหารทอด ของไม่ดีต่อสุขภาพนะจำไว้ เพราะถ้าใช้น้ำมันเก่าที่ทอดซ้ำและดำก็จะได้รับสารก่อมะเร็งด้วย 9. นอนให้พอ อย่าลืมออกกำลังกาย และดูแลการขับถ่ายให้ปกติ การนอนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกต่าง ๆ ของร่างกาย การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนการขับถ่ายจะช่วยลดสารพิษในร่างกาย 10. อย่าอ้วน! เพราะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ไขมันไปพอกตามอวัยวะที่สำคัญต่างๆ จนลดประสิทธิภาพในการทำงานหรือเสียหน้าที่ไป ทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย เช่น เกิดการอุดตัน ทำให้การไหลเวียนต่าง ๆ หรือระบบการถ่ายเทของเสียทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการสะสมของเสียหรือสิ่งที่ก่อพิษแก่ร่างกายนั่นเอง ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine กันยายน, Issue 152

ส่อแวว! คู่ชิง ยอดมงคล ใช้เปาทวีปเดียวกันตัดสิน
wbc /  ข่าวมวย / 

ความคืบหน้าศึกล้มแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต (112ปอนด์) สมาคมมวยโลก (WBA) ระหว่าง "เจ้ากิ๊ก" ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท แชมป์โลกเฉพาะกาล วัย 23 ปีชาวไทย จาก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กับ ฮวน คาร์ลอส เรเบโค แชมป์โลกตัวจริงของอาร์เจนตินา ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ตามเวลาเมืองไทย ที่ซานมาร์ติน เมืองเมนโดซา ประเทศอาร์เจนตินา ช่อง 7สี ยิงสดเวลา 11.00 น. ล่าสุดเมื่อ 18 ธ.ค. ที่๋ผ่านมา "เสี่ยตังค์" นายปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ เปิดเผยว่า WBA แจ้งรายชื่อกรรมการทำหน้าที่ศึกนี้แล้ว ล้วนเป็นชาติเพื่อนบ้านของเจ้าถิ่นจากทวีปอเมริกาใต้ จาก ปานามา ,โคลอมเบีย,เวเนซูเอลา และ เปรู โดยมี เปาจากเปอร์โตริโกเป็นกรรมการห้ามบนเวที ทำให้แชมป์โลกเจ้าถิ่นได้เปรียบมาก ตนได้สั่งกำชับให้ "เจ้ากิ๊ก"ยอดมงคล เปิดเกมลุยเอาชนะน็อกแชมป์โลกให้ได้สถานเดียว เพื่อตัดปัญหาเรื่องการให้คะแนน สำหรับรายชื่อโผกรรมการทั้งหมดได้แก่ สักขีพยาน มิเกล ปราโด (ปานามา),กรรมการห้ามบนเวที โรเบอร์โต รามิเรซ ซีเนียร์ (เปอร์โตริโก),กรรมการให้คะแนน อูเรียล อากีเรอร่า (โคลอมเบีย),เรอินา เออบาเอซ (เวเนซูเอลา) และ ดานิโล ดอนโก (เปรู) ทั้งนี้ ศึกมวยโลกล้มแชมป์ไฟต์บังคับในครั้งนี้ เรเบโค ได้ขอเลื่อนการชกนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งเจ้าของแชมป์โลกชาวอาร์เจนติน่า วัย 31 ปี เป็นมวยเตี้ยล่ำ สูงแค่ 157 ซม. ชนะมา 34 ครั้ง (น็อก 18) แพ้ 1 ขณะที่ ยอดมงคล อายุ 23 ปี สูง 163 ซม. ชนะมา 34 ครั้ง (น็อก 20) แพ้ 2 ขณะเดียวกันในการประชุมใหญ่ประจำปีของสภามวยโลก (WBC) แชมป์สถาบันหลักอีกสถาบันหนึ่งของวงการมวยโลก ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยมี มัวริซิโอ สุไลมาน ประธาน WBC เป็นประธานในการประชุม มีรายงานล่าสุดจากการประชุมว่า ทาง WBC ได้มีการประกาศศึกป้องกันแชมป์โลกไฟต์บังคับของ WBC ในรุ่นต่าง ๆ ออกมา ในส่วนของนักชกไทยนั้น นักชกจากค่าย "เสี่ยฮุย" นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ได้โอกาสดี โดย ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) กำหนดให้ อดีตแชมป์โลก ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย รองแชมป์อันดับ 2 ขึ้นชกตัดเชือกกับ โฮเซ ซัลกาโด รองเบอร์ 4 จากเม็กซิโก ผู้ชนะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกไฟต์บังคับรุ่นนี้กับ คาร์ลอส คูเอดราส แชมป์โลกจังโก้ที่แย่งแชมป์ไปจาก ศรีสะเกษ,ตามมาด้วยรุ่นฟลายเวต (112 ปอนด์) นวพล ศ.รุ่งวิสัย รองแชมป์โลกอันดับ 1 ต้องชกตัดเชือกกับ เอ็ดการ์ โซซา รองเบอร์ 3 จังโก้ ผู้ชนะไปชิงไฟต์บังคับกับ โรมัน กอนซาเลซ แชมป์โลกจากนิคารากัว ที่มา - เดลินิวส์

รู้ใจตัวเองยัง อาชีพในฝันของคุณ คือ...?
อาชีพ /  อาชีพในฝัน / 

คุณเคยรู้สึกมั้ยว่าคุณยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากทำงานอะไรต่อไปในอนาคต? หรือเคยมีคนถามมั้ยว่าโตขึ้นคุณอยากทำอาชีพอะไร แต่คุณก็อ้ำๆอึ้งๆ เพราะตอบไม่ถูกว่าอยากทำอาชีพอะไร บางคนถึงขั้นขอเรียนจบก่อนค่อยว่ากันอีกที วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำแบบสอบถาม อาชีพในฝัน ของคุณ มาให้ลองทำกันดู เพื่อเป็นแนวทางในอนาคตครับ แบบทดสอบ อาชีพในฝัน ของคุณ ถ้าคุณมีเวลาว่างในตอนเย็นย่ำ คุณจะอยากทำอะไร ก. ไปปาร์ตี้ ข. อยู่กับบ้านและเล่นอินเทอร์เน็ต ค. ใช้เวลาทำงานอดิเรกที่โปรดปราน ง. ไปดูหนัง เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ คุณจะเปิดอ่านเซ็กชั่นไหนก่อน ก. จดหมายถึง บก. หรือคอลัมน์ปรึกษาหารือ ข. ข่าว ค. กีฬา ง. บันเทิง ถ้าคุณกับเพื่อน ๆ ร่วมกันจัดปาร์ตี้ คุณจะชอบทำหน้าที่อะไรมากกว่า ก. คอยรอต้อนรับผู้คนอยู่แถว ๆ ประตูทางเข้า ข. ร่วมพูดคุยกับแขกในงาน ค. ทำออเดิร์ฟ ง. จัดหาความบันเทิง หนังสือเล่มไหนที่คุณอยากให้คนซื้อให้เป็นของขวัญ ก. หนังสือ How to ข. ปรัชญาหรือประวัติศาสตร์ ค. เกร็ดความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ ง. ศิลปะ ถ้ามีเวลาว่างคุณอยากทำอะไรมากที่สุด ก. จิบกาแฟคุยกับเพื่อน ๆ ข. จัดตู้เสื้อผ้า ค. ทำสวน ตกแต่งหรือซ่อมแซมบ้าน ง. เขียนบทกวี ถ้าคุณต้องเลือกหนังสักเรื่อง ตัวเลือกแรกของคุณก็คือ ก. หนังโรแมนติกคอเมดี้ ข. หนังดราม่าหนัก ๆ ค. หนังแอ็กชั่นตื่นเต้นผจญภัย ง. หนังอาร์ต หรือหนังอินดี้ ถ้าไปงานเลี้ยง คุณจะอยากไปรวมกลุ่มกับใครมากกว่ากัน ก. กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ดูจะมีเรื่องหัวเราะกันไม่ได้หยุด ข. กลุ่มเล็ก ๆ ที่ดูจะสนทนากันอย่างรื่นรมย์ ค. กลุ่มคนที่กำลังเล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน ง. คนที่แยกตัวอยู่ตามลำพังแต่ดูท่าน่าสนใจ ถ้าคุณมีโอกาสที่จะเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้โชว์ คุณจะเลือกรายการ ก. รายการที่ทักษะในการเข้าสังคมกับคนอื่นจะช่วยให้คุณชนะได้อย่าง Survivor หรือ The Apprentice ข. ไม่อ่ะ คุณคิดว่าเรียลลิตี้โชว์เป็นอะไรที่เสียเวลาอย่างมาก ค. รายการที่ให้โอกาสคุณได้ลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเอง ง. รายการที่คุณจะสามารถชนะได้ด้วยพรสวรรค์ส่วนตัว เช่น AF หรือ The Star อะไรต่อไปนี้ที่เพื่อนคุณพูดและบอกถึงตัวคุณได้ดีที่สุด ก. คนของประชาชน ข. ฉลาด ค. เชี่ยวชาญ ง. สร้างสรรค์ ลองมาดูคำเฉลยกันครับ ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ของคุณคือ ก. อาชีพที่เหมาะกับคุณน่าจะเป็นอาชีพที่ต้องทำงานเกี่ยวกับผู้คน อย่างเช่นงานที่ปรึกษา การสอน หรือการให้คำแนะนำ อย่างเช่นครู ฝ่ายบุคคล พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ผู้ช่วยส่วนตัว ฯลฯ ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ของคุณคือ ข. อาชีพที่เหมาะกับคุณควรเป็นการทำงานที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร ที่ต้องรวบรวม วิเคราะห์ หรือจัดการกับข้อมูลต่าง ๆ อย่างเช่น บรรณาธิการ เจ้าหน้าที่ห้องสมุด เว็บมาสเตอร์ นักบัญชี เจ้าหน้าที่ด้านการลงทุน ฯลฯ ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ของคุณคือ ค. อาชีพทีเหมาะกับคุณเป็นการทำงานที่ต้องใช้ทักษะ การควบคุมงานที่ต้องใช้ฝีมือต่าง ๆ อย่างเช่น เชฟ คนทำเค้ก ช่างไม้ ช่างซ่อมต่าง ๆ ครูฝึกสัตว์ ช่างเครื่องยนต์ ฯลฯ ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ของคุณคือ ง. อาชีพในฝันของคุณควรเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ อย่างเช่น ช่างภาพ นักเขียน นักร้อง มัณฑนากร กราฟิกดีไซเนอร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ ฯลฯ ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

สวาดแคท ปิดดีลคว้า คิงบียอร์น ร่วมทัพ
คิงบียอร์น /  คิงบียอร์น บียอร์น ลินเดมันน์ / 

สวาดแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จ่อเปิดตัว คิงบียอร์น บียอร์น ลินเดมันน์ จากสุพรรณบุรี เอฟซี ร่วมทีมตามความต้องการของ ซูกาโอะ คัมเบะ เพื่อมาเสริมเกมรุกในฤดูกาลหน้า ด้วยสัญญา 2 ปี ความเคลื่อนไหว สวาดแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และน้องใหม่ศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ซึ่งเป็นแชมป์ยามาฮ่าลีก วัน 2014 ล่าสุดสโมสรได้นำตัว คิงบียอร์น บียอร์น ลินเดมันน์ เข้าตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ หากผลการตรวจร่างกายผ่านมิดฟิลด์จอมถล่มประตู ชาวเยอรมัน วัย 30 ปี จากจากสุพรรณบุรี เอฟซี จะทำการเซ็นสัญญากับสโมสรเป็นเวลา 2 ปี ด้วยกัน ด้าน บียอร์น ลินเดมันน์ หลังตรวจร่างกาย เจ้าตัวออกมาเปิดเผยว่า ผมไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณ พี่อุทัย มิ่งขวัญ ผจก.ทีม และธีระวุฒิ วชิรมโนวาทย์ ผช.ผู้จัดการทีม ที่แสดงถึงความต้องการอยากได้ตัวผมไปร่วมทีมจริงๆ อีกทั้งจังหวัดนครราชสีมา ก็น่าอยู่จริงๆ เพราะผมได้ไปสำรวจมาแล้ว ซึ่งมีการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนบอล สำหรับ บียอร์น ลินเดมันน์  ไม่ได้รับการต่อสัญญากับ สุพรรณบุรี เอฟซี ทั้งที่มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับสโมสรโดยทำไปถึง 18 ประตู ในปีที่ผ่านมา จนท้ายสุดย้ายมาร่วมทีม สวาดแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โดย บียอร์น ลินเดมันน์ ถือเป็นผู้เล่นรายที่ 10 ต่อจาก วรนาถ ทองเครือ, กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, ศราวุฒิ มาสุข (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), ประภาส กอบแก้ว (ศรีสะเกษ เอฟซี), สถาพร แดงสี (ตราด เอฟซี), ลี ทัค (แอร์ฟอร์ซ), วัชระ มหาวงศ์, ศราวุฒิ จันทพันธ์, อัครวินท์ สวัสดี (ชลบุรี เอฟซี) และบียอร์น ลินเดมันน์ (สุพรรณบุรี) คือรายล่าสุด

The Hobbit: The Battle of the Five Armies เปิดศึกมหาสงครามแล้วมาคุยกัน
3D /  5 กองทัพ / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ไม่ต้องมีภาค 1-2 แยกให้วุ่นวาย สำหรับอภิมหาสงครามตำนานการตามทวงบ้านเกิดของเหล่าคนแคระใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies ที่ภาคนี้ยังกลับมาพร้อมกับเทคนิค และ นักแสดงชุดเดิมเช่นเคยครับ ภาคจบของหนังชุด นี้เป็นการนำเสนอบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสมอว์ก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมา­โดยไม่ตั้งใจ สมอว์กโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้­งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือ­ดแค้น ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศ แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้­องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์­ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไป­พร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่ห­ุบเขา การต่อสู้ของพวกเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นเร­ื่อยๆ คณะคนแคระ พวกเอล์ฟและมนุษญ์ต้องเลือกว่าจะร่วมมือ หรือยอมถูกทำร้าย หนังยังคงกำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้ให้กำเนิด The Lord of the Rings และ The Hobbit จาก 2 ภาคแรก ซึ่งเอาเข้าจริงๆเลยต้องขอออกตัวก่อนว่า เป็นคนนึงที่ชื่นชอบ Lord of the Rings มาก แต่กลับไม่ชอบ The Hobbit เลยสักภาค ตั้งแต่ภาคแรก และ ภาค 2 ที่ค่อนข้างเห็นว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างยืดเยื้อจากการแปลงหนังสือ 1 เล่ม ให้กลายเป็นหนัง 3 ภาคมากเกินไปเสียหน่อยนัก ซึ่งสำหรับในภาค 3 ที่เห็นเป็นภาคจบนี่ ก่อนดูก็ได้แต่ภาวนาว่ามันจะข้ามเนื้อเรื่องที่เหลือเพียงหางอึ่งของมันไป เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ฉากสงครามที่เป็นฉากขายของมันให้เร็วที่สุด และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเอาเข้าจริงๆเลยใครที่เป็นแฟนของ เดอะ ฮอบบิท หรือเป็นขาจรที่หวังจะเข้ามาดู The Hobbit แบบภาคก่อนๆ อาจจะต้องสาปแช่งให้ภาคนี้จมดินไปเลยก็ได้ เพราะในด้านของตัวบทในภาคนี้จัดได้ว่าเป็นภาคที่แย่ที่สุด ด้วยการที่เนื้อเรื่องของมันนั่นแทบไม่เหลือเนื้อเรื่องให้เล่าจนสามารถแยกออกมาได้เป็นอีกภาคแล้ว แต่ก็ยังจะดื้อดึงตามออกมา จนทำให้หลายคนคงบ่นอุบอิบว่า แบบนี้สร้างรวมให้เหลือแค่ 2 ภาค และตัดความเวิ่นเว้อออกไปหน่อยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันสำหรับตัวผมแล้ว ในฐานะที่ไม่ค่อยเชื่อถือ และ ชื่นชอบ ในเนื้อเรื่องของ The Hobbit เป็นทุนเดิม การมาของภาค 3 ที่มุ่งเน้นขายฉากแอ็คชั่นแบบบ้าคลั่ง นับได้ว่าเป็น ข้อดี ที่เต็มไปด้วยข้อเสียอย่างแท้จริง เพราะเอาเข้าจริงๆถึงแม้หลายองค์ประกอบมันจะแย่จนไม่สามารถเรียกว่าเป็นหนังภาคนึงได้ (ด้วยการที่เนื้อเรื่องมันเปรียบเสมือนภาคเสริมเสียมากกว่า) แต่ในขณะเดียวกัน ด้านงานของฉากแอ็คชั่นในภาคนี้ก็ต้องขอชมว่าดีกว่า 2 ภาคแรกจริงๆเสียอีก โดยเฉพาะในงานตัดต่อสลับหลายเหตุการณ์ ในขณะสงคราม 5 ทัพ ที่ทำออกมาได้น่าตื่นเต้น และ ยิ่งใหญ่ ดีกว่าการเผชิญมังกร และ ตัดสลับฉากในเมืองภาค 2 อย่างไม่เห็นฝุ่น ซึ่งถึงแม้มันอาจจะไม่สามารถเอาไปเทียบกับฉากสงครามใน The Lord of the Rings 3 ได้ แต่ผมก็กล้าพูดว่า The Hobbit 3 เป็นภาคที่ทำออกมาตอบสนองความบันเทิงได้ดีที่สุด สำหรับใครต้องการดูแอ็คชั่นเพียวๆ โดยที่ไม่คิดอะไรมาก (ที่ต้องขอย้ำว่า เพียวจริงๆ) ในขณะเดียวกัน ระบบ IMAX 3D ซึ่งคือระบบที่ผมได้ไปชม ก็นับว่าเป็นความดีงามอีกภาคที่ช่วยส่งเสริมให้เหล่าฉากตระการตาดูยิ่งใหญ่ ด้วยระบบภาพ และ เสียงที่ดีมากกว่าในระบบปกติครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ถึงเน็ตไอดอลแก้ผ้าโชว์..เตือนสติด้วยความหวังดีจากเชอรี่ สามโคก
คลิปน้องเนส /  น้องเนส / 

เชอรี่ สามโคก เจ้าแม่หนังอาร์ โพสต์เตือนสติ เน็ตไอดอลแก้ผ้าโชว์ พึงระวัง จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีสาวๆเน็ตไอดอลชอบโพสต์ภาพโชว์เรือนร่างรวมถึงมีเซ็กส์ถ่ายแชร์ลงบนโลกออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิส่วนตัวเพราะเป็นเรือนร่างของตัวเอง และไม่ได้เดือดร้อนใคร ล่าสุดแฟนเพจเชอรี่ สามโคก นักแสดงหนังเรทอาร์ ได้โพสต์ข้อความเตือนสติสาวๆเน็ตไอดอลทั้งหลาย ได้อย่างน่าสนใจ โดยการถ่ายภาพวาบหวิวลงบนโลกออนไลน์เท่ากับจำกัดสิทธิในอนาคตของตนเอง นำความเสื่อมเสียมาถึงวงศ์ตระกูล สังคมรับไม่ได้ และไม่มีผู้ชายคนไหนจริงใจโดยไม่หวังมีเพศสัมพันธ์ ข้อความของเชอรี่ สามโคก ระบุว่า *แชร์ตามสบายนะคะ** ไม่ได้ด่าใคร ใครจะทำไรก็แล้วแต่ มาแชร์ในสิ่งที่เจอมากะตัวเอง ทุกคนอาจไม่เจอแบบนี้ก็ได้ มาว่ากันเรื่องแก้ผ้า หรือมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิป จริงอยู่นะว่าแต่ละคนมีสิทธิ์ในร่างกายตัวเอง จะแก้ จะอะไรยังไงกับร่างกายตัวเองมันก็คงไม่หนักหัวใคร "เชอก็แก้!!!" แต่ประเด็นคือ ถ้าหนูๆวัยรุ่น วัยกระเตาะทั้งหลายจะแก้โชว์ผ่านสื่อ จะฟีดเจอร์ริ่งโชว์ออนไลน์ มันไม่ได้หนักหัวใครหรอกนะ นอกจากหนักหัวตัวเอง เพราะแก้โชว์ เท่ากับ จำกัดทางเลือกให้กับตัวเองไปโดยปริยาย เจ๊รู้เพราะเจ๊ผ่านมาแล้ว แก้ผ้าออนไลน์เมื่อไหร่ หนูถูกตัดสิทธิ์ประกอบอาชีพทางราชการหรือบริษัทต่างๆที่เค้าสตริคเรื่องนี้ทันที ตอนนี้หนูอาจมองว่า ชั้นไม่มีทางทำงานประจำ ชั้นไม่รับราชการ ชั้นไม่ทำหรอกอาชีพเหล่านั้น แต่.... ใครจะหยั่งรู้อนาคต ???? ถ้าโตขึ้น หนูเกิดอยากทำขึ้นมาล่ะ??? มันต้องยอมรับความจริงของสังคมไทยที่เหมือนจะเปิดกว้าง แต่ก็กีดกัน ขนาดเป็นพริตตี้ ถ้าเกิดยืนงานใหญ่ๆ เค้ายังคัดกรองประวัติก่อนเลย เจ๊รู้ เจ๊แก้มาก่อน ตอนนี้เจ๊ในวัย30 ทางเลือกในการทำงานถูกจำกัดมาก งานเขียนที่ทำก็ทำกับบริษัทฝรั่งที่เค้าไม่มายด์ งานแสดงที่ได้รับบทบาทส่วนใหญ่ก็เป็นแนวแก้ๆทั้งนั้น เชอรี่ สามโคก โพสต์ต่อว่า อย่างเรื่องครอบครัว ญาติพี่น้องอีก ตอนนี้หนูอาจมองว่า หนูไม่แคร์ !!! แต่ถ้าในอนาคต วันที่หนูรู้สึกถึงความสำคัญของครอบครัว แล้วครอบครัวหนูผิดหวังกับหนู บางคนอาจรับได้ไม่อะไร บางคนอาจถึงขั้นตัดญาติขาดมิตร เชื่อเถอะ ถึงใครจะรับได้ แต่ถามว่าเขาจะพึงใจหรือเปล่า ตรงนี้เจ๊ก็ต้องบอกว่า ของเจ๊ถึงกับต้อง "เปลี่ยนนามสกุล" มาใช้นามสกุลที่ตั้งขึ้นเอง เพื่อไม่ให้ใครที่นามสกุลเดียวกับเจ๊เขามีผลกระทบ สุดท้ายเรื่องของความรัก หนูเอ๋ยยยยย เจ๊พูดเลย ว่าโคตรจำกัด 1 คนที่เข้ามาอาจเข้ามาเพราะอยากเสียวแซ่บกับเรา ต้องการเพียงฟีดเจอรริ่ง บางคนหื่นใส่ชัดเจน ก็โถถถ เราโชว์ซะขนาดด เขาก็คิดว่า .พูดอะไรกับเราก็ได้ ถ้าเราหวังรักจริงจากใจ คนรับได้มันมีนะ แต่ไม่รู้ว่าเราจะเจอมั้ย อย่างเจ๊ เจ๊คบใครเจ๊คบจริง แต่ หลายครั้งก็ต้องจบลงเพราะ "รับไม่ได้ที่เคยแก้ผ้า" หวังว่าโพสนี้ของเจ๊จะเป็นประโยชน์บ้าง แต่ถ้าใครคิดว่าไม่แคร์ก็แก้ต่อไปนะหนูๆ ปล. โพสนี้เป็นเพียงการแสดงทัศนะผ่านประสบการณ์ที่ได้เจอมา มิได้บอกว่าตัวเองดีมาจากไหน คำว่า "ผิดเป็นครู" เรียนรู้จากสิ่งที่เคยผิดพลาด คนที่เคยเดินทางนี้คนหนึ่งแค่จะแชร์เรื่องราว ไม่ได้โลกสวยนะ มองจากความเป็นจริง "การที่คนทำกันเยอะ "ไม่ได้แปลว่า "คนยอมรับได้กันเยอะ" MThai News

เจาะ9จุดแข็ง 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' เพจแห่งปี 6แสนไลค์ใน5เดือน
สมรัก พรรคเพื่อเก้ง /  อีเจี๊ยบ เลียบด่วน / 

เจาะ9จุดแข็ง 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' เพจแห่งปี 6แสนไลค์ใน5เดือน 'สมรัก พรรคเพื่อเก้ง' อดีตแฟนเพจบนเฟซบุ๊คยอดฮิตในช่วงปี 2013-2014 หลังจากมียอดไลค์เติบโตเกือบหลัก5แสน ที่อยู่ดีๆแฟนเพจก็โดนอุ้มหายไป ท่ามกลางข้อสงสัยของใครหลายคนว่า เป็นเพราะเพจสมรัก ไปกระตุกหนวดเสือของบังยีเข้าจนโดนอุ้มไปหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็เฉลยออกมาว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของระบบเฟซบุ๊ค ทำให้สมรัก พรรคเพื่อเก้ง ต้องใช้เฟซบุ๊คส่วนตัวในการโพสต์ข้อความและเปิดเพจใหม่อีกหลายครั้ง แต่ความรันทดก็ยังไม่หมดเพราะเพจก็โดนปลิวและกระแสตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร จนเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม 2557 สมรัก พรรคเพื่อเก้ง ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งในชื่อเพจใหม่ว่า 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' การประสบความสำเร็จของแฟนเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน สะท้อนความนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพราะกลายเป็นแฟนเพจเล่าเรื่องบันเทิง ใช้มุกตลกขบขัน ภาษาแบบสาวประเภท2 ยอดไลค์เติบโตภายในระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือน ขณะนี้มีคนกดไลค์แล้วกว่าหกแสนสองหมื่นห้าพันคน MThai พาวิเคราะห์ 9จุดแข็ง ที่ทำให้แฟนเพจ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่บางแฟนเพจต้องใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าจะถึงหลัก 6 แสน 1.ได้ดีไม่ต้องโปรโมท ไม่ต้องซื้อโฆษณา : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ไม่เคยซื้อโปรโมทเพจจากทางเฟซบุ๊ค ซึ่งวิธีการนี้บางแฟนเพจถึงต้องกับใช้วิธีซื้อโปรโมทเพื่อให้คนเห็นโพสต์ของตัวเองมากขึ้น แต่ของเจี๊ยบ เลียบด่วน อาศัยการแชร์ต่อไปเรื่อยๆของสมาชิกในแฟนเพจ ที่สำคัญคือหากเพื่อนในเฟซบุ๊คของเราหลายคนเข้าไปกดไลค์ข้อความหรือโพสต์ของเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ก็จะทำให้เราเห็นโพสต์ของเพจนั้นด้วยแม้ไม่ต้องกดไลค์เพจนั้นเลย เมื่อเราเห็นโพสต์บ่อยๆ ก็เกิดอยากจะกดติดตามขึ้นมาบ้าง 2.ยอดไลค์ต่อโพสต์เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าหมื่น : หากเช็คดูโพสต์ย้อนหลังของแฟนเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน จะพบว่าแต่ละโพสต์ต่อวันมียอดไลค์มากกว่า 1 หมื่น-3 หมื่นขึ้นไป ยิ่งโพสต์ไหนถูกไลค์มาก ก็ยิ่งจะโชว์ที่หน้าฟีดมากขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่แฟนเพจประเภทเดียวกัน และยอดไลค์ใกล้เคียงกันอย่าง Drama Addict มีคนกดไลค์เฉลี่ยเพียง5พัน - 1 หมื่น ต่อโพสต์เท่านั้น 3.คอนเทนท์เป็นของตัวเอง : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน มีการสร้างเนื้อหา (Content) ในแบบฉบับของตัวเอง ถ้าย้อนกลับไปในช่วงสมัยเป็นแฟนเพจสมรัก พรรคเพื่อเก้ง จะเป็นเนื้อหาเชิงจดหมายหรือเรียงความยาวๆ เสียดสีการเมือง สังคมแต่ตอนนี้ปรับสู่รูปแบบการเขียนคือการโพสต์ประจำวัน มีหัวข้อใหญ่ๆ ต้อนรับสมาชิกในแฟนเพจตอนเช้า เป็นการสรุปเหตุการณ์ว่าผ่านอะไรมาบ้าง จากนั้นก็ตามกระแสข่าวทั่วไป โดยเน้นหนักไปที่ข่าวบันเทิงซะส่วนใหญ๋ ซึ่งบางข้อความที่มาจากเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนนอกจากจะถูกนำไปแชร์ต่อแล้ว นักข่าวบันเทิงหลายคนยังใช้เป็นHint ในการไปตามประเด็นข่าวต่อด้วย 4.คาแรคเตอร์เด่นชัด : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน สร้างแบรนด์และคาแรคเตอร์ของตัวเองเด่นชัด ด้วยรูปโลโก้ไก่สีเหลืองตาโตข้างเล็กข้าง เหมือนไก่พิการ ปากแดงๆ ดูแล้วน่ารัก น่าหมั่นไส้ มีการโพสต์ข้อความตลก สนุกสนาน ใช้ภาษาสำนวนแบบสาวประเภทสองพูดจาฉันเพื่อน หยาบคายแต่เป็นเชิงเสียดสีสนุกสนาน ไม่ใช่หยาบคายแบบจริงจังเกินเหตุ แต่ละโพสต์ข้อความชวนน่าตบ น่าหมั่นไส้ตลอดเวลา ศัพท์บางคำไม่รู้ว่าสรรหามาจากไหน แม้จะหยาบแต่คนก็กดไลค์และเข้าใจเจตนาในการสื่อสาร [นอกจากนี้อีเจี๊ยบ เลียบด่วนยังมีความอาถรรพ์ ในด้านความเป็นกาลกิณี ยกตัวอย่างถ้ามันเชียร์ทีมไหน การแข่งขันอะไร ทุกคนล้วนแต่แพ้พ่าย ย่อยยับ] 5.อีจอย กระเทยคลอง2 ตัวละครปริศนา : นอกจากตัวอีเจี๊ยบ เลียบด่วนแล้ว ในแฟนเพจยังมีตัวละครอีกตัวคือ อีจอย กระเทยคลอง2  ผู้ซึ่งเป็นสายลับในวงการบันเทิง โดยอีเจี๊ยบอุปโลกขึ้นเอาเองหรือนางมีตัวตนอยู่จริงก็ไม่มีใครรู้ ...รู้กันแค่ว่านางมีข้อมูลที่เป๊ะมาก พอเชื่อถือได้ พิสูจน์ยืนยันได้จากเคสของมาดามเจนี่ ที่เพจนี้คอนเฟิร์มข้อมูลอย่างรวดเร็วและทุกอย่างก็เป็นไปตามที่อีจอย กระเทยคลอง2 ว่าไว้....นอกจากนี้เวลามีข่าวฉาวนางยังทำหน้าที่ไม่ต่างจากซ้อ7จอมแฉ มักจะบอกอักษรย่อ หรือชื่อย่อที่แปลง่ายเสียเหลือเกิน 6.การสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจ : อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ต่างจากอีกหลายแฟนเพจที่แม้จะมียอดไลค์มากแต่ไม่สนใจสมาชิกในเพจ ซึ่งกลับกันเพจอีเจี๊ยบ จะคอยตอบโพสต์และข้อความของลูกเพจอยู่เสมอ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็ยังตอบ ไม่เหมือนแฟนเพจอื่นๆที่มาปล่อยหัวข้อกระทู้ไว้แล้วให้คนมาเถียงกันเอง นอกจากนี้เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนยังมีการเซ็นเซอร์คอมเมนท์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการหมิ่นเบื้องสูงด้วย 7.กิจกรรมแจกของรางวัล : เพจนี้มีการแจกของรางวัลด้วย ซึ่งเป็นของที่ระลึกไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด เช่น เสื้อยืดตราอีเจี๊ยบ เข็มกลัด ถุงเท้า ถุงผ้า เป็นต้น โดยการแจกของรางวัลไม่ได้มุ่งหวังการเจริญเติบโตของยอดไลค์แต่เน้นไปที่การมีส่วนร่วมและสร้างความสนุกสนานให้กับแฟนเพจมากกว่า เช่น กิจกรรมถ่ายรูปคู่กับเจี๊ยบเลียบด่วน ให้โดนใจ 8.เพจพันธมิตร : Drama Addict ถือว่าเป็นแฟนเพจใหญ่ที่ช่วยโปรโมทอีเจี๊ยบ เลียบด่วนในช่วงแรกตั้งแต่สมัยเป็นสมรัก พรรคเพื่อเก้ง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแฟนเพจที่มียอดไลค์ไม่ต่ำกว่าแสน ที่หากแฟนเพจอีเจี๊ยบ มีปัญหาหรือโดนอุ้มไปเมื่อไหร่ ก็จะมีการกระจายข้อมูลข่าวสาร ช่องทางติดต่อใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา เรียกได้ว่ามีมิตรดี แม้ตอนนี้แฟนเพจอีเจี๊ยบจะทำลายสถิติแซงหน้าเพจหลายเพจที่คอยสนับสนุนมันไปแล้วก็ตาม 9. แฟนคลับสาวกที่เหนียวแน่น เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน มีคนติดตามมาตั้งแต่ช่วงสมรัก พรรคเพื่อเก้งแล้ว ยิ่งมาทำในรูปแบบบันเทิงเต็มตัว ทำให้มีคนชื่นชอบมากขึ้นไปอีก ทุกครั้งที่มีการโพสต์ข้อความหรือกิจกรรมอะไร เหล่าแฟนคลับก็จะเข้าไปให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีประโยคซ้ำๆ ไม่กี่ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นบนแฟนเพจนี้ เช่น กูรักมึงอีเจี๊ยบ,มึงนี่หน้าตบเนอะ,กูเกลียดมึง ล้วนแต่เป็นคำที่คนส่วนใหญ่ใช้กับเพื่อนสนิททั้งนั้น ซึ่งนี่อาจจะบอกได้อีกอย่างหนึ่งว่า คนบนโลกออนไลน์นับถือว่าอีเจี๊ยบ เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่มีตัวตนอยู่จริงๆ คอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับพวกเขาก็เป็นได้ MThai News By @Nookkill :P

27 ข้อดีของสาวอกไข่ดาว
ความรักวัยรุ่น /  ผู้หญิง

มันอาจจะจริงอยู่ที่สาวที่มีหน้าอกไซส์บิ๊กบึ้มจะปลื้มปริ่มของที่ตัวเองมี เพราะเวลาใส่เสื้อผ้าก็จะดูเต็ม ดูสวย รวมถึงเป็นที่สนอกสนใจของหนุ่มๆ อีกด้วย ส่วนสาวอกไข่ดาวหน่ะหรอ .. ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูหลวมโฮกเลยใช่ม่ะ! แต่อย่าน้อยใจไปเลย สาวๆ รู้ไหมว่าการที่เราเกิดมาหน้าอกเล็กนั้นมันมีข้อดีตั้งหลายอย่างเลยนะ ถ้าไม่เชื่อมาดู 27 ข้อดีของสาวอกไข่ดาว กัน แล้วจะทำให้คุณภูมิใจกับหน้าอกเล็กมากขึ้น ^^ 27 ข้อดีของสาวอกไข่ดาว 1. ผู้คนจะสบตาคุณ ระหว่างที่สนทนากับคนอื่นอยู่นั้น หากว่าคุณมีหน้าอกหน้าใจที่ตู้มๆมันอาจจะทำให้คุณพลาดการประสานสายตากับคนบางคนไป เพราะสายตาของเค้าจะจ้องมาที่หน้าอกของคุณหน่ะเซ่! ดังนั้นสาวหน้าอกเล็กจงมั่นใจได้เลยว่าทุกคนจะสนใจคำพูดของคุณมากกว่าหน้าอกของคุณแน่นอน 2. คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นเรื่องง่ายไปเลย หน้าอกของคุณจะไม่นูนเป็น 2 ส่วนเวลาที่คุณคาดเข็มขัดนิรภัย แถมยังไม่ยื่นออกมาจนน่าอับอายอีกด้วย 3. ได้ใส่เสื้อชั้นในลายน่ารักคิกขุ เราสามารถเลือกใส่เสื้อชั้นในสายเดี่ยวหรือชิ้นเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มได้ นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ทุกร้านเพราะมาตรฐานก็ไม่แตกต่างกันมากนัก 4. จับหน้าอกเหรอ..ไม่มีปัญหา! เมื่ออยู่ที่โรงเรียนคุณจะไม่ถูกลวมลามหรือล่วงละเมิดใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครมองว่าหน้าอกหน้าใจของคุณมันน่าเย้ายวนตรงไหน เมื่อคุณถอดเสื้อออกรับประกันได้เลยว่าไม่มีใครแยกคุณกับพี่ชายของคุณออกอย่างแน่นอน 5. แค่สปอร์ตบราตัวเดียวก็พอ ยิ่งหลายตัวก็ยิ่งเสียเวลาซัก ว่ามะ? 6. อาหารหกใส่เสื้อก็ร่วงทีเดียวถึงพื้นเลย ไม่มีคำว่าเศษป๊อบคอร์นหล่นลงไปในร่องอกสำหรับสาวหน้าอกเล็ก เพราะถ้ามันไม่เข้าปากก็ร่วงลงพื้นไปเลย 7. ใส่เสื้อคอลึกขนาดไหนก็ได้ ไม่มีใครจ้องมองกระดูกหน้าอกของคุณด้วยความปรารถนาหรอก การใส่เสื้อคอลึกสำหรับสาวอกไข่ดาวไม่มีวันดึงดูดความสนใจได้เท่ากับสาวอกภูเขาไฟอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นหนุ่มขนหน้าอกรุงรังนั่นก็อีกเรื่องนึง 8. ใส่เสื้อเอวลอยยังไงก็ดูไม่เหมือนบรา เสื้อยืดของคุณอาจจะยิ่งซักก็ยิ่งหด แต่ในบางโอกาสเสื้อเอวลอยก็ทำให้หน้าอกของคุณดูใหญ่ขึ้นได้ด้วยนะ แต่ถึงยังไงมันก็ไม่โป๊ะอยู่ดีแหละ มันเรียบๆเช่นเคย 9. บราเสริมฟองน้ำเป็นเกราะกันกระสุนให้คุณได้ บราเสริมฟองน้ำแบบหนาพิเศษจะทำให้เรารู้สึกสบายๆ และไม่ดูเป็นสาว FHM ผู้มีหน้าอกหน้าใจใหญ่โตมโหฬารอีกด้วย 10. ออกกำลังกายโดยไม่ลำบาก การไปยิมก็เป็นเรื่องหนักหนาพออยู่แล้ว เราคงไม่อยากให้หน้าอกของเราเด้งดึ๋งไปมาเพื่อบั่นทอนกำลังใจเพิ่มขึ้นไปอีก สาวหน้าอกเล็กไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นอยู่แล้วเพราะสามารถเก็บให้เป็นที่เป็นทางได้ 11. อยากโนบราเมื่อไรก็ได้ สามารถเดินชิลล์ไปข้างนอกโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าโนบรา ที่สำคัญพวกมันสามารถหลุดจากการถูกจองจำภายในโครงเหล็กได้อย่างเป็นอิสระ แถมไม่ต้องแคร์สื่ออีกด้วย 12. ผู้คนจะไม่มองว่าคุณเป็นคนร่างใหญ่ซุ่มซ่าม เอวของคุณคือคำจำกัดความที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณ เพราะหน้าอกของคุณมันไม่มีวันปลิ้นออกมานอกเสื้อเชิ้ต หรือคุณจะดูไม่เหมือนกล่อง 4 มิติ ทะลุออกมาเวลาที่สวมเสื้อถักไหมพรม 13. ไม่ต้องอึดอัดเมื่อไปเที่ยวพักร้อนกับเพื่อนผู้ชาย จะไม่มีใครมองว่าคุณพยายามยั่วเพื่อนผู้ชายของตัวเองเมื่อต้องใส่บิกินี่ตัวเล็กจิ๋ว เพราะมันดูไม่มีอะไรเอาซะเลย! มันว่างเปล่าจริงๆนะ 14. ชุดว่ายน้ำแบบไหน ทรงไหนก็เหมาะกับคุณทั้งนั้น การตามหาชุดว่ายน้ำที่ปกปิดและรองรับหน้าอกหน้าใจได้พอดีไม่ใช่ปัญหาของคุณ คุณสามารถเลือกซื้อชุดว่ายน้ำออนไลน์ก็ได้เพราะขนาดและรูปร่างของคุณประเมินได้ไม่ยากเลย ไม่ต้องห่วงว่าหน้าอกของคุณจะล้นทะลักด้วย แต่ถ้ามันล้นขึ้นมาจริงๆล่ะก็.. ไม่เห็นต้องแคร์เลย 15. ไม่ต้องปวดหลัง เมื่อข้างหน้าไม่ใหญ่ หลังก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักอะไร สาวหน้าอกเล็กสบายใจได้เพราะหน้าอกของคุณไม่ได้ถ่วงน้ำหนักจนทำให้ต้องปวดหลัง 16. กระเป๋าสะพายเป้จะไม่ทำให้หน้าอกนูนเด่นชัดขึ้นมา กระเป๋าเป้จะไม่ทำให้หน้าอกของคุณนูนเด่นชัดขึ้นมา นอกเสียจากว่ามันอาจทำให้คุณเจ็บไหล่บ้างเท่านั้น ที่สำคัญคุณไม่จำเป็นต้องหาซื้อกระเป๋าใบใหญ่ยักษ์มาปกปิดความตู้มของหน้าอกอีกด้วย 17. เสื้อผ่าหลัง เกาะอก และเสื้อเปิดไหล่ล้วนเหมาะกับสาวอกเล็กเสมอ คุณสามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้เพราะคุณรู้ดีว่าหน้าอกไม่ใช่ปัญหาที่น่าหนักใจของคุณ รสนิยมด้านแฟชั่นไม่เกี่ยวกับขนาดหน้าอกของคุณเลย เอาล่ะ!ได้เวลาออกไปเปรี้ยวซ่าส์นอกบ้านกับเสื้อผ่าหลังกันแล้วล่ะ ใครจะแคร์จริงมั๊ย? 18. นอนคว่ำก็ได้สบายมาก หน้าอกของคุณไม่ใช่อุปสรรคในการนอนคว่ำ รวมถึงคุณไม่ต้องคอยยกตัวให้ลอยจากที่นอนขึ้นมา 5 นิ้วด้วย 19. เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมจะไม่ทำให้คุณดูเป็นสาวร้อนแรงในที่ทำงาน ไม่มีใครคิดว่าคุณเป็นแบบนั้นแน่ๆ ถ้าหน้าอกของคุณแบนราบเป็นแผ่นกระดานซะขนาดนั้น เพื่อนร่วมงานจะไม่หยิบยกเอาชุดที่คุณใส่ขึ้นมาเป็นประเด็นซุบซิบนินทาอย่างแน่นอน 20. ไม่มีคนมาขอจับหรือถามไถ่เรื่องหน้าอกของคุณ เป็นเรื่องปกติในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของสาวๆที่จะพูดคุยกันเรื่องหน้าอกหน้าใจหลังจากเพิ่งออกกำลังกายในยิมกันมาหมาดๆ จะไม่มีคำถามว่าคุณไปทำหน้าอกกับหมอคนไหนหรือจับแล้วจะรู้สึกเจ็บไหม เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหน้าอกคู่นั้นเป็นของจริง ดูเอาก็รู้ 21. คุณจะไม่มีวันได้รับคำพูดในแง่ลบเกี่ยวกับหน้าอกจากปากคนอื่น คุณไม่มีหน้าอกบิ๊กบึ้มและรูปร่างอวบอัดซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เพราะคุณสามารถเดินไปตามถนนโดยที่ไม่ต้องห่วงว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอกของคุณอยู่ เดินตัวปลิวไปได้เลย ตรงนี้ไม่มีอะไรน่าดูหรอก 22. มั่นใจได้เลยว่าหนุ่มๆติดใจความสามารถของคุณไม่ใช่ที่หน้าอก ผู้ชายที่สนใจแต่เรือนร่างของผู้หญิงถูกนับว่าเป็นพวกขยะที่น่ารังเกียจ แต่ถ้าพวกเค้าชอบคุณโดยที่คุณมีหน้าอกไข่ดาว อันนี้ก็น่าชื่นชมที่เค้าไม่ได้มองคนที่ภายนอก หรือบางทีพวกเค้าอาจจะกำลังโกหกอยู่ก็ได้นะ! 23. คุณสามารถหลอกคนอื่นได้ด้วยบราเสริมฟองน้ำ รู้ไหมว่าไก่กับคุณมีอะไรที่เหมือนกัน? ก็เวลาสะบัดตัวแรงๆแล้วหน้าอกมันแบนเป็นแผ่นกระดานเหมือนกันน่ะสิ การใส่บราเสริมเข้าไปก็ไม่ได้ทำให้ดูน่าเกลียดแต่อย่างใด มันยังน่ามองกว่าตอนที่คุณไม่ได้ใส่บราเสริมซะอีก มันดูดีกว่าเยอะ 24. ขนาดของคุณมักมีเหลือ จากการสำรวจปี 2013 บราขนาดทั่วไปคือ 34DD ซึ่งขอบอกว่าคุณไม่ได้ใกล้เคียงเอาซะเลย และหมายความว่าบราไซส์ 32AA มักจะเหลือเพื่อรอคุณมาซื้อ! 25. ไม่ต้องกระอักกระอ่วนเวลาไปพบพ่อแม่ของแฟนหนุ่ม แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมเขาถึงเลือกคุณ 26. คุณต้องร้อนมากๆ จึงจะมีหน้าอกที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปัญหาหน้าอกชุ่มเหงื่อไม่น่าจะรวมอยู่ในประสบการณ์อันเลวร้ายของคุณหรอกนะ เพราะหน้าอกของคุณก็ไม่ได้ใหญ่พอที่จะทำให้เกิดแรงเสียดทานขนาดนั้น 27. สามารถพันผ้าขนหนูรอบกายได้อย่างมั่นคง ดูสิ ไม่ต้องใช้มือจับด้วย! มีใครทำได้อย่างคุณหรือเปล่าล่ะ? ขอบคุณข้อมูลissue247.com/ ,elitedaily.com

หนุ่มแจ้งจับ ดาราดัง อ้างถูกตบหน้ายึดกุญแจรถ
ตบหน้า /  ยึดกุญแจรถ / 

ผู้จัดการบริษัท ดันน์ฮัมบี้ เข้าร้อง พงส.สน.โชคชัย หลังถูก ดาราหนุ่ม "กันต์ กันตถาวร" ตบหน้าและยึดกุญแจรถ นายกานต์ ไตรอัมพวงศ์ อายุ 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดันน์ฮัมบี้ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ไอศวรรย์ ปฐมสันติพงศ์ พงส.สน.โชคชัย หลังถูกดาราหนุ่ม นายกันต์ กันตถาวร ตบหน้าและยึดเอากุญแจรถไป โดยนายกานต์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 22.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว เลขทะเบียน 3กถ8111 กรุงเทพ เข้าซอยโยธินพัฒนาเพื่อกลับเข้าบ้านพัก รถคันที่ขับอยู่ข้างหน้าขับช้า ตนจึงเบี่ยงออกเลนขวาเพื่อขับแซงขึ้นไป ขณะนั้นมีรถจักรยานขี่สวนขึ้นมา ตนจึงเบี่ยงเข้าเลนซ้ายเพื่อหลบเข้าช่องทางปกติ พอถึงยังหน้าหมู่บ้าน ได้มีรถจักรยานปั่นมาด้วยความเร็ว ก่อนปาดหน้ารถตนแล้วจอด จากนั้นผู้ขี่จักรยานได้เดินมาเปิดประตูรถตน แต่ด้วยความที่เป็นประตูล็อกอัตโนมัติจึงเปิดไม่ออก ตนจึงเลื่อนกระจกลงมาเพื่อพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับด่าทออย่างรุนแรงและมีท่าทางฉุนเฉียว ตนเองจึงเปิดประตูรถเพื่อเจรจาพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวกลับกระชากประตูรถออกและเข้ามายึดเอากุญแจรถไป ทั้งนี้ เมื่อเขามายึดเอากุญแจรถไป ตนเองจึงเดินลงมาจากรถและพูดคุย ชายคนดังกล่าวพูดจาด้วยท่าทีและอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมทั้งเอามือซ้ายมาตบเข้าที่แก้มขวาหลายครั้ง "จะชนแล้วหนีเหรอ ชนแล้วไม่รับผิดชอบเหรอ" เมื่อตนเองได้ยินดังนั้นก็กล่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าชน ถ้าชนผมขอโทษ พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ขอกุญแจรถคืน" แต่ชายดังกล่าวก็ยังพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพร้อมทั้งกล่าวว่า "อยากดังเหรอ อยากขึ้นหน้าหนึ่งเหรอ ถ้าอยากได้กุญแจรถคืน ให้ไปรับคืนได้ที่ร้านร้อยพบพันเจอ" ก่อนจะขี่จักรยานไป หลังจากเกิดเหตุตนก็ได้กลับเข้าบ้านและก็พยายามคิดว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร จนกระทั่งคิดได้ว่าชายคนดังกล่าวคือ กันต์ กันตถาวร นักแสดงชื่อดัง หลังจากนั้นตนจึงได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอากุญแจรถคืน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตนเดินทางไปยังร้านร้อยพบพันเจอดังกล่าว กลับไม่พบเจอนายกัน แต่อย่างใด ทราบจากพนักงานภายในร้านว่านายกันต์ได้เดินทางออกไปกินที่ร้านอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับตัวเอง

17 เชื้อพระวงศ์ คลื่นลูกใหม่ ที่น่าจับตา ของโลก
พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรีตน์ /  ราชนิกูล / 

มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังคงมีระบอบพระมหากษัตริย์อยู่ ราชนิกูลรุ่นใหม่ๆ ต่างทรงมีความเชี่ยวชาญ และ ความโดดเด่นส่วนพระองค์แตกต่างกันไป ลองมาทำความรู้จักกับเหล่า เชื้อพระวงศ์ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้จัก แต่บอกได้เลยว่า แต่ละพระองค์ทรงไม่ธรรมดานะจ๊ะ 1. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ แห่ง ประเทศไทย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พระ นัดดาใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.93 และทรงได้รับรางวัลนิสิตดีเด่นประจำปีการศึกษา 2551 ด้วยมีผลการการเรียนอันน่าพึง ใจ หลังจากนี้พระองค์ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศฝรั่งเศส พระองค์ได้รับการจัดอยู่ในลำดับที่ 16 โดยนิตยสารฟอร์บส์ ใน เยาวราชนิกุลที่ทรงได้รับความนิยมมากสุดในโลกยี่สิบอันดับ ในปี พ.ศ. 2556 เว็บไซต์ askmen ได้จัดอันดับพระองค์ว่าเป็นเจ้า หญิงที่โดดเด่นที่สุด อันดับที่ 7และพระองค์ได้รับรางวัล "แฟชั่นไอคอน" จากนิตยสาร นูเมโร ไทยแลนด์ ในปีเดียวกัน ทั้งนี้ ทรงมีแบรนด์เสื้อผ้าส่วนพระองค์คือ "สิริวัณณวรี" (Sirivannavari)และมีแบรนด์ของแต่งบ้านส่วนพระองค์ชื่อ "สิริวัณณวรีเมซอง" (Sirivannavari Maison) 2. Prince Carl Philip, Prince of Sweden, Duke of Värmland เจ้าชาย Carl Philip ผู้สง่างาม รัชทายาทลำดับ 3 แห่งสวีเดน พระเชษฐาของเจ้าหญิง Madeline ทรงมีพระชนมายุ 35 ชันษา โดยทรงสำเร็จการศึกษาทางการทหารจาก Swedish National Defense College ก่อนจะทรง ศึกษาต่อที่ Swedish University of Agricultural Sciences งานอดิเรกที่ทรงโปรดคือ สกี, ขับรถแข่ง และ งานออกแบบกราฟฟิก 3. Charlotte Marie Pomeline Casiraghi of Monaco ทรงมีพระชนมายุ 26 ชันษา รัชทายาทลำดับ 7 แห่งโมนาโค ทรงเป็นพระนัดดาใน Prince Rainier และ เจ้าหญิงเกรซ แห่งโมนาโค เจ้าหญิง Charlotte ทรงมีบุคลิกภาพที่งามสง่า เนื่องจากเป็นที่รู้จักกันดีว่า ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางการขี่ม้า และได้ทรงเข้าร่วมการแข่งบังคับม้ามาแล้วทั่วโลก ในปี 2010 ทรงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับกุชชี่ในคอลเล็คชั่นสำหรับนักขี่ม้า โดยมีการแข่งขันออกแบบฉลองพระองค์ให้แด่เจ้า หญิงผู้ทรงสง่าพระองค์นี้อีกด้วย ในปี 2012 ทรงเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วเมืองเนื่องด้วยพระองค์ทรงขี่ม้า ในฉลองพระองค์ชุดอินเดียนแดง 4.Prince George Alexander Louis of Cambridge เจ้าชายจอร์จ รัชทายาทลำดับ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระโอรสในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงประสูติเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 2013 ทรงออกงานอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อครั้ง รอยัล ทัวร์ ณ นิวซีแลนด์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงเป็น แฟชั่นไอคอน พระองค์น้อย เฉกเช่นเดียวกับพระมารดา 5. Infanta Leonor of Spain เจ้าหญิง Leonor แห่ง Asturias รัชทายาทอันดับที่ 1 ของสเปน ทรงมีพระชนมายุเพียง 9 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาองค์โต ของกษัตริย์ Felipe และพระราชินี Letizia 6.Prince Haji 'Abdul 'Azim of Brunei ขณะนี้ เจ้าชาย ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา ทรงเป็นองค์รัชทายาท ด้วยทรงเป็นพระโอรสองค์โตในสุลต่านแห่งบรูไน (องค์สุลต่าน Haji Hassanal Bolkiah) เจ้าชายทรงเคยเข้ารับการศึกษา ณ สถาบันทางการทหารชื่อดัง Royal Military Academy Sandhurst ที่เดียวกับที่เจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษทรงเข้ารับการฝึก แต่ทรงหนีออกมา หลังจากเปิดเทอมได้ 1 สัปดาห์ เนื่องจากสถาบันแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เคร่งครัด และการฝึกการทหารอย่างหนัก เจ้าชาย Azim ทรงนิยมงานปาร์ตี้เป็นอย่างมาก ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ทรงออกสื่อจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง งานปาร์ตี้ของพระองค์มักจะมีเซเลบริตี้ระดับโลกอย่าง ลินเซย์ โลฮานและ พาเมล่า แอนเดอร์สันมาร่วมงานด้วยบ่อยครั้ง 7. Princess Sikhanyiso of Swaziland เจ้าหญิง Sikhanyiso ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา พระธิดาในกษัตริย์ Mswatiที่สาม แห่ง Swaziland หนึ่งใน ไม่กี่ประเทศที่ยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจาก คณะ ดิจิตอล คอมมิวนิเคชั่น จาก มหาวิทยาลัยซิดนีย์ พระองค์ทรงเป็น เฟมินิสต์ เต็มตัว หลังแสดงออกด้วยพระดำรัสต่อต้านระบบช้างเท้าหน้า (ชายเดินนำ หญิงเดินตาม) และ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าๆ โดยเฉพาะ ประเพณีผู้ชายนิยมมีภรรยาหลายบ้าน ทรงนิยมสวมฉลองพระองค์ด้วยชุด แบบตะวันตก และมีพระประสงค์จะเป็นนักร้องฮิปฮอป 8.Andrea Albert Pierre Casiraghi of Monaco เจ้าชาย Andrea ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา เป็นพระนัดดาในเจ้าชายไรเนอร์ และเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ พระองค์ทรงเป็น รัชทายาทลำดับที่สี่ในบัลลังก์แห่งโมนาโค พระองค์ทรงเข้าศึกษาเป็นเวลาสั้นๆ ที่ McGill University ในแคนาดาก่อน ที่จะสำเร็จปริญญาตรีที่the American University ในกรุงปารีสและสำเร็จปริญญาโทในสาขาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศจาก New School ในนิวยอร์ค เจ้าชายทรงมีพระอัจฉริยภาพด้าน ภาษาอังกฤษ ,อิตาลี,ฝรั่งเศสและเยอรมัน ทรงหลงใหลกีฬาทางน้ำ,การขี่ม้าและ ฟุตบอล เจ้าหญิง Catharina-Amalia พระองค์กลาง 9.Princesses Catharina-Amalia, Princess of Orange, Princess of the Netherlands เจ้าหญิง Catharina-Amalia ทรงมีพระชนมายุ 11 ชันษา องค์รัชทายาทลำดับต่อไปที่จะขึ้นครองบัลลังก์แห่งเนเธอร์ แลนด์ อันประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์, คูราเซา,อารูบ้า และ วินท์ มาร์เตน เจ้าหญิงทรงมีพระขนิษฐาอีก 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิง Alexia และ เจ้าหญิง Ariana พระบิดาของพระองค์คือ กษัตริย์ แห่งเนเธอร์แลนด์ พระนามว่า Willem-Alexander 10.Prince Amedeo of Belgium องค์รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งเบลเยี่ยม ทรงมีพระชนมายุ 28 ชันษา เจ้าชาย Amedeo ทรงเป็นพระโอรสองค์โต ในเจ้าชาย Astrid และเจ้าหญิง Lorenz ทรงมีเชื้อสายจากทั้ง ออสเตรีย,เบลเยี่ยม,อิตาลี,ฝรั่งเศส,สวีเดนและ สเปน ทำให้พระองค์มี พระนามเต็มว่า Amedeo Marie Joseph Carl Pierre Philippe Paola Marcus d'Aviano ทั้งนี้ พระองค์เพิ่งเสกสมรสไปเมื่อเดือนก.ค. 2014 ที่ผ่านมา 11. Sheikh Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum of the UAE ชีค Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา เป็นโอรสลำดับที่2 หนึ่งในทายาทจำนวน 23 พระองค์ ของชีคโมฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทวม พระองค์เป็นมกุฏราชกุมารแห่งดูไบ และยังนักประพันธ์บทกวีชื่อดังในนามปากกา "Fazza" ทรงจบการทหารจาก Sandhurstจากนั้นทรงศึกษาต่อ ณ London School of Economics แต่ไม่ได้ทรงศึกษาต่อจนจบ พระองค์ทรงมีความสามารถ ทางการบังคับม้า,โดดร่ม,ขับรถ,ขี่อูฐและ แล่นเรือ 12.Prince Henry Charles Albert David of Wales เจ้าชายแฮร์รี่ ในปีนี้ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับ 4 รองจาก เจ้าชายจอร์จ พระโอรสในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ในเจ้าชายชาร์ล และ เจ้าหญิงไดอาน่า ไม่ว่าพระองค์ทรงขยับไปทางไหน ก็มักเป็นข่าวได้เสมอไม่ว่าจะทรงเสด็จฯ ไปอเมริกา หรือ พระฉายาลักษณ์เปลือยอันอื้อฉาวในงานปาร์ตี้ ที่ลาสเวกัส พระองค์ทรงรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนทหาร Sandhurst และเคยประจำการในกองทหารม้าของกองทัพราชอาณาจักร 13.Princess Beatrice Elizabeth Mary of York เจ้าหญิง Beatrice ทรงมีพระชนมายุ 26 ชันษา ทรงเป็นรัชทายาทหญิงองค์แรก แต่หากนับตามลำดับ พระองค์ทรงเป็น รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเป็นพระธิดาองค์โตใน เจ้าชาย แอนดรูว์ แห่งยอร์ค และ ซาร่าห์ เฟอร์กูสัน ,ดัชเชส แห่ง ยอร์ค ทรงสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ จาก University of London พระองค์ทรงมักเข้าร่วมการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ อื่นเสมอ ทั้งยังทรงเป็น เชื้อพระวงศ์เพียงองค์เดียวที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันลอนดอนมาราธอน เจ้าหญิงทรงเปิดประมูลพระมาลาที่เคยทรงสวมไปร่วมงาน อภิเษกสมรส ของ เจ้าชายวิลเลี่ยม และ เคท มิดเดิลตัน ไม่น่าเชื่อว่า ถูก ประมูลไปในราคาสูงถึง $123,325 หรือราว 4 ล้านกว่าบาทไทย 14.Prince Félix Léopold Marie Guillaume of Luxembourg พระโอรสใน แกรนด์ ดยุค เฮนรี่และ แกรนด์ดัชเชสมารีอา เทเรซ่า ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา นับเป็นองค์รัชทายาทลำดับ 2 แห่ง ลักเซมเบิร์ก พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จาก Pontifical Athenaeum Regina  Apostolorum ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ทรงเชี่ยวชาญการใช้ภาษา ลักเซมเบิร์ก,อังกฤษ,ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ทั้งนี้พระองค์ ยังทรงศึกษาภาษาสเปนและ อิตาลีเพิ่มเติมด้วย 15.Princess Theodora of Greece and Denmark เจ้าหญิง ธีโอโดร่า ทรงมีพระชนมายุ 31 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาองค์สุดท้องในจำนวนทั้ง 4 พระองค์ในกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ และ พระนาง แอนน์ มารี แห่งเดนมาร์ก เจ้าหญิง ธีโอโดร่า ยังทรงเป็น เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ค ตามสายข้างพระมารดา ทำให้ ทรงเป็นองค์รัชทายาทในลำดับที่ 350 แห่งเชื้อพระวงศ์อังกฤษ แม้กรีซจะไม่ได้ปกครองโดยสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไปก็ตาม เจ้าหญิงทรงสำเร็จการศึกษาสาขาศิลปะการละคร จาก Brown University และในปี 2010 ทรงเสด็จฯไปประทับ ณ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อก้าวสู่วงการบันเทิง พระองค์ได้ทรงร่วมแสดงในเรื่อง "The Bold and the Beautiful" 16.Princess Ingrid Alexandra of Norway เจ้าหญิง Ingrid Alexandra ทรงมีพระชันษา 10 ปี เป็นพระธิดาองค์เดียวและเป็นองค์โตใน มกุฏราชกุมาร Haakon ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์นอร์เวย์ ในปี 1990 รัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ได้แก้ไขให้ทายาทองค์โตไม่ว่าจะเป็นเพศใด สามารถสืบราชบัลลังก์ได้ ซึ่งทำให้เจ้าหญิง Ingrid เป็นเจ้าหญิงพระองค์แรกที่ได้รับผลจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ และเมื่อเดือนธันวาคมปี2009 พระองค์ได้ให้พระโอวาทต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนั้นพระองค์ทรงมีพระชันษาเพียง 6 ปี 17. Princess Madeleine, Princess of Sweden, Duchess of Hälsingland and Gästrikland เจ้าหญิง Madeleine ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา องค์รัชทายาทลำดับ 4 แห่งราชวงศ์สวีเดน พระสหายมักเรียกพระองค์สั้นๆ ว่า "เลน" เมื่อสมัยพระเยาว์ เคยทรงเลือกสวมชุดฉลองพระองค์เข้าร่วมงานราตรีที่ต่างจากธรรมเนียมสวีเดนทำให้เป็นที่กล่าวขานไปทั่วสวีเดน เมื่อเดือนมิ.ย. 2013 พระองค์ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับ Christopher O'Neil นักไฟแนนซ์ชาวนิวยอร์ค ที่มาจาก businessinsider เรียบเรียงโดย Women MThai Team

แพนเค้ก สะพรึงทุกองศา ล็อคไว้ทุกความเซ็กซี่
แพนเค้ก เขมนิจ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

เห็นกันมาตั้งแต่เด็กยันโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง สำหรับนางเอกสาวหัวแถวของวิกหมอชิต แพนเค้ก เขมนิจ ที่ไม่ว่าจะปล่อยผลงานอะไรออกมา เธอก็ไม่เคยให้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นงานละคร งานโชว์ตัว งานแฟชั่น ถ่ายแบบ เดินแบบ เธอก็สามารถพรีเซ็นต์ผลงานทุกชิ้นให้สะพรึงตะลึงได้ทุกงาน งานนี้ทางมิสทินเลยเก็ตไอเดียแซบๆ ขอจับสาวแพนเค้กปรับลุค ลบล้างภาพสาวหวานใสแบ๊ว ให้กลายเป็นสาวเปรี้ยว เซ็กซี่ มาดมั่น ในสไตล์แสบ-แซบ-ซ่าส์ แบบสนุกๆ ด้วยการจับเธอมัดขึงด้วยผ้า พร้อมกับใส่กุญแจมือ ล็อคความเซ็กซี่ในสไตล์สาวมั่นของแพนเค้กไม่ให้หลุดดิ้นไปไหน ส่วนใครที่จะมาไขความลับปริศนาความเซ็กซี่ของสาวแพนเค้ก แฟนๆ คงต้องติดตามชมกันให้ดีๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องของหัวใจ เวลานี้สาวแพนคงโดนมัดครบทั้งสี่ห้องหัวใจโดยพี่หมีแต่เพียงผู้เดียว แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ