โตรอนโต

ย้อนอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 จะต่างกับยุคปัจจุบันยังไง
ข่าวการศึกษา /  นักเรียน / 

โรงเรียนหรือสถานศึกษา แหล่งรวมความรู้ที่เด็กๆ ทุกคนต้องเดินทางไปเรียน แต่จะมีใครรู้บ้างว่า การเรียนการสอนในโรงเรียนสมัยก่อนแตกต่างกับสมัยนี้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ดังนั้นวันนี้เราจะมา ย้อนอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 จะต่างกับยุคปัจจุบันยังไง แต่รับประกันได้ว่า เด็กๆ สมัยนี้โชคดี และสบายกว่าเยอะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ย้อนอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 จะต่างกับยุคปัจจุบันยังไง 1. ในช่วงศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนในสมัยนั้นยังเป็นบ้านหลังเล็กๆ อยู่ มีห้องเรียนอยู่ 1 ห้องภายในบ้าน สอนโดยครูคนเดียว ซึ่งจะมีนักเรียนหลายเกรดเรียนร่วมกันในห้องนั้น เด็กชั้นน้อยสุดจะอยู่หน้าห้อง ส่วนเด็กที่โตๆ หน่อยก็จะอยู่หลังห้อง 2. สมัยก่อนไม่มีรถรับส่งไปโรงเรียนเหมือนสมัยนี้ วิธีเดียวที่จะไปถึงโรงเรียนได้ก็คือ การเดิน ซึ่งโรงเรียนจะตั้งอยู่ห่างจากบ้านของนักเรียนประมาณ 4 ถึง 5 ไมล์ 3. ในบางโรงเรียนมีการสอนแยกกันระหว่างนักเรียนชายและนักเรียนหญิง บทเรียนก็จะไม่เหมือนกันด้วย 4. จำนวนวันในการเรียนแต่ละปี ในสมัยก่อนนั้น มีเพียงแค่ 132 วันเท่านั้น (ปัจจุบันคือ 180 วัน) เพราะว่าเมื่อก่อนเด็กๆ จำเป็นต้องช่วยครอบครัวทำการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร จำนวนการเข้าเรียนของเด็กๆ ก็มีเพียงแค่ 52% เท่านั้น และชั่วโมงการเรียนก็จะเริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึงบ่าย 2 หรือบ่าย 4 โมงเย็น ตามแต่ละโรงเรียนจะกำหนด 5. อุปกรณ์การเรียนของเด็กๆ ในสมัยนั้นมีเพียงแค่กระดานชนวนกับชอล์กบางๆ ไว้ขีดเขียนเท่านั้น 6. ในยุคนั้นมีนักเรียนช่วยสอนเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหากนักเรียนคนไหนที่เรียนเก่งก็สามารถช่วยคุณครูสอนเด็กนักเรียนที่เรียนอ่อนกว่าได้ เพราะคุณครูคนเดียวดูแลได้ไม่ทั่วถึง ช่วยแบ่งเบาภาระครูได้เยอะเลยทีเดียว 7. เนื้อหาที่เด็กๆ ในสมัยเรียนแตกต่างจากยุคนี้มากๆ คุณครูสมัยนั้นจะสอนวิชา การอ่าน, การเขียน, คณิตศาสตร์, ประวัติศาสตร์, หลักไวยากรณ์, สำนวนภาษา และภูมิศาสตร์ ให้กับเด็กๆ และเมื่อคุณครูสอนจบแล้วจะให้นักเรียนออกมาท่องในสิ่งที่ได้เรียนไป ถ้าเกิดว่านักเรียนเข้าใจผิด คุณครูก็จะสอนย้ำให้ทันที 8. คุณครูสมัยก่อนทุ่มเทกับนักเรียนมากๆ เนื่องจากสมัยนั้นคุณครูได้พักอาศัยอยู่กัยครอบครัวของนักเรียนด้วย และจะเปลี่ยนไปอยู่อาศัยที่บ้านนักเรียนคนอื่นทุกๆ สัปดาห์ วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ 9. ในช่วงค.ศ. 1800 จนถึงต้นปีค.ศ. 1900 เรื่องของระเบียบวินัยนั้นเนี้ยบสุดๆ หากมีการทำผิดระเบียบวินัยจะถูกลงโทษด้วยการ กักบริเวณ, พักการเรียน จนกระทั่งไล่ออก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะลงเอยด้วยการเฆี่ยน (อารมณ์ไม้เรียวแบบบ้านเรานี่แหละ) รวมไปการลงโทษให้ถือหนังสือหนักๆ นานเป็นชั่วโมง และการเขียนประโยคประมาณว่า “ผมจะไม่ทำ…อีกแล้ว” เป็นจำนวนร้อยครั้ง 10. โรงเรียนสมัยนั้นไม่มีอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน นักเรียกจะต้องนำอาหารจากที่บ้านมากินที่โรงเรียน ใส่มาในถังเหล็ก เวลาจะดื่มน้ำก็วนกันกินผ่านถังเหล็กอันเดียวกันนี่แหละ 11. การที่จะจบการศึกษาได้ ก็ต้องทำข้อสอบปลายภาคให้ผ่าน ซึ่งคำถามในข้อสอบสมัยนั้นก็จะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตในยุคนั้น ที่ช่างแตกต่างกับสมัยนี้เสียเหลือเกิน เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ การศึกษาของคนสมัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยจริงไหมกว่าจะจบกันมาได้ แต่เห็นแบบนี้แล้ว ก็ยิ่งทำให้คิดถึงการเรียนของบ้านเรา อย่าง "ไม้เรียว" เหมือนกันนะ สิ่งที่เรามักจะเห็นติดตัวครูตลอด และเป็นตัวช่วยที่อบรมสั่งสอนให้เชื่อฟังและไม่คิดเกเรได้อย่างดี แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้ความรุนแรงกับเด็กนักเรียนได้แล้ว จึงทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเพียงความทรงจำในอดีตไป... ข้อมูล mentalfloss, catdumb, wegointer

ตัวอย่างซับไทยจาก Ouija เมื่อเพื่อนเป็น อยากติดต่อกับเพื่อนตาย?! พร้อมฉายฮัลโลวีนนี้
Ouija /  กระดานผีกระชากวิญญาณ / 

คุณผู้ชมคงคุ้นเคยกับการติดต่อโลกวิญญาณ ผ่านกระดานผีถ้วยแก้วแบบไทยๆ กันมานาน แต่คุณรู้หรือไม่ ว่าทางฝั่งตะวันตก เจ้ากระดานสุดหลอน ก็มีเรื่องราวสุดสะพรึงเช่นเดียวกัน และนี่คือภาพยนตร์ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ผลงานจากผู้สร้างเจ้าของตำนานกระตุกขวัญ The Texas Chainsaw Massacre และ Insidious ที่ล่าสุด ได้ปล่อยตัวอย่างซับไทยมาให้หลอนหยุดหายใจกันชุดแรกแล้ว!! ฮัลโลวีนนี้ เตรียมระทึกขวัญไปกับ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ภาพยนตร์ทริลเลอร์เหนือธรรมชาติ เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่ต้องเผชิญกับความกลัวสุดสะพรึง จากพลังมืดของกระดานโบราณ หนุ่มสาววัยรุ่นกลุ่มนี้ใช้กระดานติดต่อกับวิญญาณ เพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของเพื่อนรัก แต่ทว่า กระดานนี้กลับนำไปสู่เหตุการณ์สุดสยองชนิดที่ไม่มีใครเคยคาดคิด!! โดยภาพยนตร์ Ouija เรื่องนี้ ได้นักแสดงมาถ่ายทอดความหลอนทั้ง โอลิเวีย คุ้ก, อนา โคโต และ ดาเรน ซากาคอฟฟ์  กำกับการแสดงโดย สไตล์ส ไวท์ โดย ไวท์ รับหน้าที่เขียนบทร่วมกับ จูเลียต สโนว์เด็น และยังได้ร่วมมือกับผู้สร้างระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง ไมเคิล เบย์, แอนดรูว์ ฟอร์ม และ แบรด ฟูลเลอร์ จากแพลตตินัม ดูนส์ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ดังมากมายทั้ง The Purge, The Texas Chainsaw Massacre และ Friday The 13Th ร่วมกับ เจสัน บลัม จาก บลัมเฮาส์ โปรดักชั่นส์ ผู้สร้างแฟรนไชส์ Paranoramal Activitiy และ Insidious แทบเรีบกได้เลยว่า รวมทัพผู้สร้างความหลอนระทึกแบบเต็มๆ เตรียมความกล้าของคุณให้พร้อม แล้วไปหลอนต้อนรับฮัลโลวีน กับ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ -----------------------------------------

โตโยต้าภูมิพัฒนา (บริษัท จำกัด) สำนักงานใหญ่

ดำเนินธุรกิจด้านตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้า ที่มีการบริการครบวงจร ทั้งในด้านการขาย โชว์รูม, ศูนย์บริการ, ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี, มีแผนกรับทำประกันภัย ต่อประกันภัย ต่อภาษี และพรบ. ให้กับรถยนต์ทุกประเภท ด้วยมาตรฐานของโตโยต้าที่ทำให้คุณมั่นใจ...คุณจะพบกับคุณภาพ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมด้วยทีมช่างผู้ชำนาญ, ความสะดวกรวดเร็วตรงตามกำหนดนัดหมาย และได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อม ISO 14001 นอกจากนี้เรายังมีแผนกลูกค้าสัมพันธ์คอยรับการนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้าใช้บริการ ณ ศูนย์บริการได้ที่ Call Center 02 919 5919 ทุกวัน

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

กลุ่มผลิตภัณฑ์หวายบ้านกำแพงแสน

ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ประธานกลุ่ม คุณอนุลักษณ์ สิงห์โตทอง / ผลิตเฟอร์นิเจอร์-เครื่องจักรสาน หวาย รับทำตามออเดอร์

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก: เสือเหลืองแกร่งในรังเปิดบ้านงับปืนใหญ่ประเดิมชัยUCL
ชิโร่ อิมโมบิเล่ /  ผลบอล / 

ผลฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก กลุ่มดี วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน) 2-0 อาร์เซน่อล (อังกฤษ) ผู้ทำประตู: 1-0 ชิโร่ อิมโมบิเล่ น.45, 2-0 เอเมอริค โอบาเมยอง น.48 เวลา: 01.45 น. สนาม: ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ตเอชดี 3 “เสือเหลือง” โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ ทีมแกร่งจากเมืองเบียร์ประเดิมประเดิมสามแต้มในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการเอาชนะ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทีมเยือนจากพรีเมียร์ลีกไป 2-0 โดยได้ประตูจากการโซโล่เดียวเกินครึ่งสนามของ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ในช่วงท้ายครึ่งแรกจากนั้น เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าความเร็วสูงมายิงประตูตอกย้ำชัยอีกลูกในช่วงท้ายเกมส์ รายชื่อ โบรุสเซีย :โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์(GK),เอริค ดอร์ม, เนเวน ซูโบติช, โซคราติส ปาปาสตาโธปุลอส, มาร์เซล ชเมลเซอร์,สเวน เบนเดอร์, เซบาสเตียน เคห์ล , เอเมอริค โอบาเมยอง, เฮนริคห์ มคิตาร์ยาน, เควิน โกรสส์คอรยท์ซ,ชิโร่ อิมโมบิเล่ อาร์เซน่อล : วอยเชี้ยค เชสนี่(GK),เฮคเตอร์ เบลเลริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, คีแรน กิ๊บบ์ส,มิเกล อาร์เตต้า, อเล็กซิส ซานเชซ, อารอน แรมซี่ย์, แจ็ค วิลเชียร์, เมซุต โอซิล,แดนนี่ เวลเบ็ค

พฤกษาไพร (บริษัท จำกัด)

โรงงานผลิตกาแฟและกาแฟสำเร็จรูป กาแฟสมุนไพรเพื่อสุขภาพ กาแฟสำเร็จรูปผสมสมุนไพร กาแฟสมุนไพรกฤษณาสำหรับสตรี / โคโตซาน / อาหารเสริมพีชโอซะ จำหน่ายปลีก-ส่ง รับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน
Mo’s Bows /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอแนะนำเรื่องราวน่าทึ่งของนักธุรกิจตัวน้อยคนนี้ที่เป็นถึง เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน กับแฟชั่นหูกระต่าย หลายคนอยากรู้ว่าเขาทำได้อย่างไร งั้นวันนี้เราลองมาติดตามจุดเริ่มต้นของแนวคิด และการเดินตามความฝันของเขาจนประสบความสำเร็จกันค่ะ... เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน อย่างที่รู้กันดีว่าเด็กวัย 12 ปี ส่วนใหญ่ก็ยังสนใจเล่นเกมส์ออนไลน์ หรือไม่ก็ทำกิจกรรมกับเพื่อนฝูง แต่ใครจะไปคิดว่า เจ้าหนู โมซิอาห์ บริดจส์  (Moziah Bridges) วัย 12 ปีคนนี้ ที่อาศัยอยู่ในเมืองเมมฟิส มลรัฐเทนเนสซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา จะหันมาสนใจหลงใหลในแฟชั่นหูกระต่ายสุดๆ โดยจุดเริ่มต้นเมื่อตอนเขาอายุ 9 ขวบ เขาชื่นชอบการแต่งตัวชุดสูทของ คุณพ่อและคุณตาเป็นอย่างมาก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า ต้องไปพบกับบุคคลสำคัญ เขาชื่นชอบมาก และได้ยึดถือมาเป็นแบบการแต่งตัวมาโดยตลอด แต่ด้วยความเป็นเด็ก ก็ต้องหาอะไรมาประดับ เพื่อให้การแต่งตัวดูดี มีสไตล์ขึ้นมาบ้างพอจะเทียบชั้นกับผู้ใหญ่ หูกระต่าย จึงเป็นทางเลือกสำหรับเขา บริดจส์จึงได้เลือกซื้อหูกระต่ายมาเก็บสะสมไว้ แต่ลวดลายของมัน ดูช่างจืดชืดไม่สวยงามเอาเสียเลย จึงได้ปรึกษากับคุณแม่และคุณยาย ว่าควรจะแก้ไขมันอย่างไรดี ให้กลายเป็นเครื่องแต่งกายที่เด่นขึ้นมาได้ หลังจากเขาไปปรึกษากับคุณยายที่เย็บผ้าเก่ง ซึ่งแทนที่คุณยายจะด่าว่าไร้สาระ เธอกลับช่วยหลานแบบเต็มที่ ด้วยที่คุณยายมีประสบการณ์การเย็บผ้ามานานมาก จึงได้สอนการตัดเย็บผ้าหูกระต่ายให้กับหลานชาย และมอบจักรเย็บผ้าให้หลานชายด้วย จึงทำให้เขาสามารถผลิตหูกระต่ายได้ถึง 30 อันเลยทีเดียวและทำให้เขาพบว่าตลาดในปัจจุบันไม่มีรูปแบบที่ตัวเองถูกใจเลยจากนั้นเขาก็เริ่มคิดว่า “ทำไมเราไม่ทำเองซะเลยล่ะ” จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ จากนั้น บริดจส์ ก็เริ่มเปิดแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อว่า “Mo’s Bows” ขึ้นเมื่อปี 2011 โบหูกระต่ายจะมีชื่อรุ่น เป็นของตัวเอง สนนราคาอันละ 25-60 เหรียญสหรัฐ วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและเว็บไซต์ มีเหล่าดาราชายคนดังต่างเป็นลูกค้าประจำของเจ้าหนูหนุ่มน้อยคนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เปิดร้านใหญ่โตจนเกินตัวหรอกนะ แต่เน้นไปทางด้านออนไลน์มากกว่า ซึ่งยอดขายของเขาถล่มทลายมากโดยมีจุดขายสำคัญคือการที่เขามีอายุเพียง 9 ขวบในตอนนั้น (ปัจจุบันอายุ 12) แล้วการเดินตามฝันนี้ก็ก้าวไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่เชิญเจ้าหนูไปสัมภาษณ์นับไม่ถ้วน จนตอนนี้กิจการของ บริดจส์ มีพนักงาน 5 คนแล้ว (รวมยายกับแม่) แถมทำกำไรได้กว่า $150,000 (ราว 4.5 ล้านบาท) สำหรับแผนการในอนาคต ของนักธุรกิจตัวน้อยคนนี้ คือจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าของเขาเอง เมื่อตอนอายุ 20 ปี แต่สำหรับตอนนี้ เขาจะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนสอนการออกแบบเสื้อผ้า Parsons School of Design ในมหานครนิวยอร์กเพื่อปูเส้นทางอาชีพให้มีความรู้และความชำนาญให้มากขึ้น และตั้งความหวังว่าจะจะทำเน็คไทสูทกีฬา และ ascot ties ต่างๆ เพิ่มเติมอีกด้วย บริดจส์ได้ให้ข้อคิดว่า “หูกระต่ายที่เขาออกแบบมาเองนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เขาแต่งตัวออกมาดูดีแล้ว แต่มันยังแสดงถึงพลังในการมีไฟในการเป็นนักธุรกิจอีกด้วย” น่าชื่นชมกับเด็กที่คิดจะทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 12 ปี คนนี้นะคะ เพราะมีเวลาสามารถพัฒนาไปได้อีกไกล และหวังว่า โมซิอาห์ บริดจส์  (Moziah Bridges) จะเป็นแบบอย่างในการเดินตามความฝันและความหวังให้กับใครหลายๆ คนที่อยากประสบความสำเร็จแบบนี้ด้วย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ที่มา: businessinsider, catdumb

พร้อม แฟนเก๋ชลฯ ตามเทคแคร์ เจนสุดา
เจน เจนสุดา /  เจน พร้อม / 

ช่างเป็นพี่ชายที่แสนดีและทำหน้าที่แทนน้องชาย พอล สิริสันต์ ได้ดีเยี่ยมชนิดไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว หลังหนุ่ม พร้อม สิริสันต์ หวานใจของ เก๋ ชลดา ได้เจียดเวลามาตามดูแลเทคแคร์ ว่าที่น้องสะใภ้ เจน เจนสุดา ปานโต ถึงงานเปิดตัวภ.ไทยเรื่อง ภวังค์รัก ที่SFW ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด พร้อมกับเป็นตัวแทนหอบดอกไม้ช่อโตมามอบเพื่อแสดงความยินดีกับสาวเจน แทนน้องชายสุดเลิฟอีกด้วย แหม...ช่างเป็นพี่ชายที่แสนดีจริงๆ เนาะ! คิดไปคิดมาชักเริ่มอิจฉาหวานใจตัวจริงอย่าง เก๋ ชลดา ซะแล้วซิ !! พร้อม สิริสันต์ ตามเทคแคร์ เจนสุดา พร้อม สิริสันต์ ตามเทคแคร์ ว่าที่น้องสะใภ้ พร้อม ตามเทคแคร์ เจนสุดา แทน พอล น้องชาย พร้อม แฟน เก๋ ชลลดา ตามเทคแคร์ เจนสุดา พร้อม สิริสันต์ ตามเทคแคร์ เจนสุดา พร้อม สิริสันต์ ตามเทคแคร์ เจนสุดา แทนน้องชาย เจนสุดา + พอล สิริสันต์ เก๋ ชลลดา + พร้อม สิริสันต์

ศานสมบัติเอ็นจิเนียเซอร์วิส (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

ผู้แทนจำหน่ายเครื่องปรับอากาศแคเรียร์และโตชิบ้า · 2005 ถึงปัจจุบัน จำหน่ายเครื่องปรับอากาศทุกยี่ห้อ รับซ่อม ย้าย ล้างและติดตั้ง เครื่องปรับอากาศโรงงานและบ้าน, รับออกแบบ ติดตั้งระบบไฟฟ้า,รับตรวจสอบ ตรวจรับรองระบบไฟฟ้า,รับทำตู้Controlระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม

เหวง โพสต์เย้ย ปชป. ไร้น้ำยาจับชายชุดดำ
ข่าววันนี้ /  ชายชุดดำ / 

เหวง โพสต์เย้ย ปชป. ไร้น้ำยาจับชายชุดดำ แต่ยังสงสัยเหตุไฉนตำรวจแจ้งข้อหาแต่จับอาวุธ แต่ไม่พ่วงข้อหาฆ่า พ.อ.ร่วมเกล้า วันนี้ (16 ก.ย. 57) นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นภายหลังมีข้อสงสัยว่า การตั้งข้อหาชายชุดดำที่ถูกจับได้ เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน ทำไมไม่มีคดีฆ่าพ.อ.ร่มเกล้ารวมอยู่ด้วย มีเพียงการแจ้งขอหาครอบครองอาวุธปืนเท่านั้น โดยระบุว่า ถามพลตำรวจเอกสมยศพุ่มพันธ์ม่วง กรณีสังหารทหารและพันเอกร่มเกล้าฯ หายไปไหน? 11 ก.ย. 2557 เวลา 12.45 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร นำโดย พล.ต.เทพพงษ์ ทิพยจันทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงผลการจับกุมกลุ่มชายชุดดำ ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนและวัตถุระเบิด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ ระหว่างการชุมนุมบริเวณแยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 จนเป็นเหตุให้ พล.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 เวลาประมาณ 20.00 น. มีการปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนตะนาว และบริเวณข้างเคียง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นกำลังหลักในการปฏิบัติ ขณะนั้นได้มีกลุ่มคนร้ายแต่งกายเป็นชายชุดดำ ใช้อาวุธสงครามยิง และขว้างระเบิดใส่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และพี่น้องประชาชนจนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตายจำนวนหลายราย รวมทั้ง พล.อ.ร่มเกล้า ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุในคืนวันนั้นด้วยดังกล่าว”ฯลฯ ข้อความข้างต้น สื่อสำนักต่างๆ เผยแพร่ แทบจะทันที ที่ทางตำรวจได้จัดให้มีการแถลงข่าว และเป็น “เอกสาร ใบแถลงข่าว”ด้วยซ้ำไป นี่เป็นความ “จงใจ ที่จะประกาศให้ ประชาชนไทยทั้งประเทศ เชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า ชายชุดดำมีจริง และชายชุดดำ ได้ปฏิบัติการโดยการใช้อาวุธสงครามจริง เพื่อสังหารและทำลายทหาร รวมไปถึง การสังหาร พันเอกร่มเกล้า ธุวธรรม(ยศในขณะนั้น) จริง  นั่นหมายความว่า นปช.มีกองกำลังติดอาวุธที่เป็นชายชุดดำจริง และกองกำลังติดอาวุธดังกล่าวทำหน้าที่ในการสังหารและทำร้ายทหารและประชาชนจริง หรือจะให้ถึงที่สุดก็คือ นปช.เป็นผู้ก่อการร้ายจริง”ใช่หรือไม่ครับ? แต่มาวันนี้ ทางตำรวจนำตัวผู้ต้องหา7คนไปส่งฟ้องอัยการด้วยข้อกล่าวหา “ความผิดฐาน ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และพาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ. 2490” ไม่ปรากฏข้อกล่าวหาว่า “มีการใช้อาวุธสงครามยิง และขว้างระเบิดใส่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และพี่น้องประชาชนจนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตายจำนวนหลายราย รวมทั้ง พล.อ.ร่มเกล้า ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุในคืนวันนั้นด้วย” แต่ปล่อยให้ตำรวจท่านอื่นมาอธิบาย “พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า คดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดีการสังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โดยข้อเท็จจริงของคดีนี้เป็นอีกคดีหนึ่ง”เพียงเท่านั้น พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธ์ม่วงครับ คุณเป็นคนนำการแถลงเองในวันนั้นนะครับ คุณรับผิดชอบต่อการแถลงของคุณหรือไม่ครับ? คุณเป็นห่วงความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบ้างหรือเปล่า? ทางอีกฟากหนึ่ง ถาวรเสนเนียมและวัชระเพชรทอง ก็ทำตัวเป็น พวก “ได้ทีขี่แพะไล่”เอาเลยทีเดียว ผมสงสัยว่า เรื่องที่ ถาวรเสนเนียม เอามาแถลง และ วัชระเพชรทอง เอามาแถลง ก็เป็นเรื่องที่ปรากฏสำเร็จแล้วในสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ทำไม พวกคุณ ไม่ “ดำเนินการกับชายชุดดำตั้งแต่ในสมัยพวกคุณเป็นรัฐบาลเล่าครับ กว่า สองปีภายหลังเหตุการณ์ 19 พฤษาคม 2553 พวกคุณไม่เห็นจับชายชุดดำได้แม้เพียงคนเดียว นั่นแปลง่ายๆว่า ไม่มีชายชุดดำนั่นเอง ถ้ามีชายชุดดำ มีหรือ รัฐบาลอภิสิทธิ์เวชชาชีวะจะปล่อยให้หลุดมือไปแม้เพียงวันเดียว ไม่เช่นนั้นก็เท่ากับ ประจานตนเองว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ไร้น้ำยา ไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิงในการจับชายชุดดำนั่นเอง ไม่เช่นนั้นพวกคุณต้องตอบว่า ทำไมจับชายชุดดำไม่ได้แม้เพียงคนเดียว? MThai news

เนย-แจม Neko Jump ลั่น อยากมีแฟนนะ
kamikaze /  My Bodyguard / 

ประกาศหาบอดี้การ์ดส่วนตัว! หลังจากที่ถูกโรคจิตตามป่วน สำหรับนักร้องสาวดูโอสุดเซ็กซี่ เนย-วรัฐฐา อิมราพร และ แจม ชรัฐฐา อิมราพร หรือ เนย-แจม เนโกะจัมพ์ จากค่ายกามิกาเซ่ ในเครืออาร์เอสฯ ที่ล่าสุดมาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่เพลง “อยากมีแฟนนะ” กับดนตรีแนวป๊อบแดนซ์ ผสมกลิ่นอายของ ที-ป๊อบ แถมยังพกความเซ็กซี่น่ารักกว่าเดิม “เพลงนี้จะหยิบมาจากข่าวของตัวเองที่เคยถูกแฟนคลับโรคจิตตามป่วน ซึ่งนอกจากจะคอยกวนตามไอจีแล้ว ยังบินตามไปป่วนถึงโรงแรมเดียวกันที่ญี่ปุ่นจนทำให้ช่วงนั้นขวัญเสียไปเลย จึงทำให้เป็นที่มาของซิงเกิ้ลนี้ ชื่อเพลงว่า อยากมีแฟนนะ โดยเนื้อหาของเพลงพูดถึง อยากได้ใครสักคนที่รูปร่างแข็งแรง มาดูแลหัวใจ มาเป็นบอดี้การ์ด คอยปกป้องเราได้ ดนตรีจะเป็นแนวป๊อบแดนซ์ ซึ่งจะผสมผสานกับ ที-ป๊อบ ที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย มีลูกเล่น มีท่อนเอื้อนในเพลง เป็นเพลงที่ฟังง่าย ถือว่าเป็นแนวแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน รู้สึกสนุกดีค่ะ ส่วนของท่าเต้นจะออกเป็นแนวเซ็กซี่ที่สดใสกว่าเดิม อยากจะฝากให้ทุกคนติดตาม ลองฟังกันดูค่ะ” สองสาว เนโกะจัมพ์ เผย ฟังเพลง อยากมีแฟนนะ (My Bodyguard) เนื้อเพลง อยากมีแฟนนะ (My Bodyguard) – เนโกะจัมพ์ (เนย) ก็คนมันกำลังโดดเดี่ยว ก็ยังต้องมาเดินเปลี่ยวๆ เวลาไปไหนคนเดียว มันเปล่าเปลี่ยวใจ (แจม) กลัวใครจะเข้ามาเกาะแกะ กลัวใครจะเข้ามารังแก ไปเจอคนที่ตอแย รับมือไม่ไหว (เนย) หากมีคนไหนใจดีซักคน (แจม) ช่วยส่งเสียงมา (เนย) หากมีคนไหนโดนใจสักคน (แจม) ช่วยมาเทคแคร์) ** (เนย) อยากมีแฟนนะ แต่ขอที่แขนยาวๆ แต่ขอที่แขนใหญ่ๆ ไว้คอยปกป้องฉัน (แจม) อยากมีแฟนนะ แต่ขอที่รักยาวๆ กอดฉันเอาไว้นานๆ ทุกวันให้ฟินเลย (เนย) เพราะฉันชอบนอย นอยๆๆๆๆนอย เวลาต้องเดินเข้าซอย กลัวงูจะฉกไปไหน (กลัวคนจะฉุดไปไหน) (แจม) รู้ไหมว่านอย นอยๆๆๆๆนอย เวลาต้องมานั่งคอย คนนั้นเขาอยู่ที่ไหน (เนย) มีไหมนะที่sizeโตๆ โอ้โหซิกส์แพ็คใหญ่ๆ เวลาที่ฉันเหงาเมื่อไร เขาให้นอนซบ (แจม) หน้าตาอ่ะไม่ต้องสุดหล่อ ถอดมาแล้วกรี๊ดสลบ ใครๆก็ต้องยอมสยบ คนแอบอิจฉา ---------------------------------------------------------- Executive Producer ระวี กังสนารักษ์ Producer กานต์ ใหญ่สว่าง Lyric Producer อธิคม รอดอ้น เนื้อร้อง ภาสฐากร ทำนอง ภาสฐากร เรียบเรียง ระวี กังสนารักษ์ Chorus พิรนันท์ ชนภัณฑารักษ์ Mixdown ระวี กังสนารักษ์ Mastering ระวี กังสนารักษ์ Recording Studio: Music Factor Studio , Rave Planet Studio Mixdown/Mastering Studio:Rave Planet Studio มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แฟชั่นโชว์ บาร์บี้ สไตล์ ของแบรนด์
บาร์บี้ /  แฟชั่นวีค / 

สาวๆหลายคนที่หลงรัก ตุ๊กตา บาร์บี้ ที่แสนจะน่ารัก และสวยปิ๊งไร้ที่ติ ที่แสนจะโดดเด่นด้วย ชุดสีชมพูสดใส ผมสีบลอนด์ กับดวงตาที่กลมโตสุกสกาวอยู่ตลอดเว  แฟชั่นโชว์ของแบรนด์ Mochino ชุดนี้ จะไม่ทำให้สาวๆผิดหวังแน่นอน เมื่อ  Jeremy Scott รังสรรค์ผลงานแฟชั่นโชว์ชุด Spring Summer 2015 ให้นางแบบเป็น ตุ๊กตา บาร์บี้เดินได้ ว้าวว เก๋ซะ ! สดใสเหมือน บาร์บี้จริงๆ เลยว่ามั้ย ?       เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก็ออกมาเดินแฟชั่นได้นะ อิอ ไม่ใช่กระจกธรรมดาๆ นะจ๊ะ เพราะนี่คือเคสใส่โทรศัพท์ของ Mochino จ้า (อื้มหืม ใหญ่ขนาดนี้ รับรองใช้แล้วเด่นร้อยเมตรแน่นอน) เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  เรื่องจาก Glamour Magazine

ทั่วโลกจับตามอง
กลุ่มติดอาวุธไอเอส /  กลุ่มรัฐอิสลาม / 

กลุ่มรัฐอิสลามหรือ "ไอเอส" มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยประเทศมหาอำนาจและพันธมิตรจับมือกับกลุ่มประเทศอาหรับเพื่อกวาดล้างกลุ่มดังกล่าวแล้ว ภายหลังจากการเผยแพร่คลิปฆ่าตัดคอชาวอเมริกันติดๆกันถึง 2 ราย และล่าสุด วานนี้(14ก.ย.)ทำให้นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามนิการสุหนี่หรือที่ทั้วโลกรู้จักกันในนาม กลุ่ม "ไอเอส" โดยเฉพาะประเทศอังกฤษซึ่งก่อนหน้านี้มีการส่งอาวุธไปให้นักรบชาวเคิร์ดทางภาคเหนือของอิรัก และถูกกลุ่มไอเอสตอบโต้ด้วยการแพร่คลิปฆ่าตัดคอชาวอังกฤษที่ถูกลักพาตัวเมื่อเดือนมีนา ปี 2013 และด้วยเหตุผลที่การเผยแพร่ข้อมูลการส่งสารจากกลุ่มไอเอสเป็นไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากจำนวนของสมาชิกไอเอสซึ่งแม้จะไม่มีใครสามารถระบุจำนวนที่แท้จริงได้อย่างแน่ชัด แต่สมาชิกได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก จากการชักจูงผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งการคาดการณ์ก่อนหน้านี้จำนวนสมาชิกกลุ่มไอเอสมีประมาณ 1 หมื่นคน แต่ล่าสุดสมาชิกน่าจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และมีสมาชิกกว่า 80 ชาติ ที่เข้าร่วม เนื่องด้วยการเปิดรับสมาชิกผ่านทางโลกออนไลน์ที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการเข้าร่วมกลุ่มไอเอส จะต้องเข้าร่วมการปลูกฝังความเชื่อทางศาสนากว่า 22 วัน และทำการสาบานต่อผู้นำกลุ่ม รวมถึงการฝึกฝนทางการทหารในเมืองรักกา ฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มในซีเรีย อย่างไรก็ตามประเทศฝั่งอาหรับผนวกพลังกับสหรัฐที่เป็นไม่เบื่อไม้เมากับกลุ่มไอเอสมาโดยตลอด เพื่อกวาดล้างกลุ่มไอเอส สังเกตได้จากการประชุมระหว่าง นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐในเมืองญิดดะห์ ซึ่งไม่เพียงเป็นการกวาดล้างกลุ่มไอเอสเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มอื่นๆที่มีบทบาทในโลกขณะนี้ด้วย รวมถึงสหรัฐฯได้ปลุกระดมระหว่างการประชุมประเทศสมาชิก นาโต ที่ประเทศอังกฤษ เรียกร้อง ให้ประเทศสมาชิกนาโตเข้าร่วมทำสงครามทำลายล้างนักรบกลุ่มไอเอส และเมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปราบปรามกลุ่มไอเอสทั้งในอิรักและซีเรีย โดยจนถึงตอนนี้ กว่า 40 ประเทศรวมถึงชาติอาหรับ 10 ประเทศ ลงนามร่วมสนับสนุนแผนจัดการกลุ่มไอเอสซึ่งนำโดยสหรัฐฯเรียบร้อยแล้ว

ละครเพลิงฉิมพลี , เรื่องย่อเพลิงฉิมพลี
อั้ม อธิชาติ /  เบลล่า ราณี / 

เพลิงฉิมพลีบทประพันธ์ : อุมาริการ์บทโทรทัศน์ : พัญสรกำกับการแสดง : นพพล โกมารชุน เมื่อรักดั่งเพลิง วิมานนี้ต้องมีเพียงเธอ... หนานไตร หรือ พ่อเลี้ยงณไตร มุ่งสู่ปางไม้หิมวัตเพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว หนานไตรปกปิดฐานะพ่อเลี้ยงเป็นเพียงผู้จัดการเพื่อเรียนรู้การทำงาน ในงานเลี้ยง เนื้อนาง หลานสาวควาญช้างอาวุโส หมื่นหล้า ถูกเลือกให้ฟ้อนแง้นต้อนรับผู้จัดการคนใหม่ ความงามพิสุทธิ์ของเนื้อนางสะกดสายตาและหัวใจของหนานไตรตั้งแต่แรกเห็น หนานไตรสนิทสนมกับเนื้อนางท่ามกลางความหึงหวงของ แสงคำ ควาญช้างที่หลงรักเนื้อนาง เรื่องเนื้อนางรู้ถึงหู แม่นายศรีวัลลา ที่ตั้งใจให้ลูกชายคนโตแต่งงานกับ แขไข ผู้หญิงที่เลือกให้ แขไขกับแม่นายตามมาราวีเนื้อนางถึงปาง ธรรพ์ น้องชายของณไตร กับ ดาวเด่น น้องสาวแขไขต้องคอยช่วยกันไม่ให้เกิดเรื่องวิวาทหลายครั้ง แม่นายใช้กลุ่มคนงานในปาง รัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้ง คอยกลั่นแกล้งใส่ความเนื้อนาง แต่เนื้อนางก็มี คำฝาย ม่อนดอย แสงคำที่ช่วยเนื้อนางให้รอดพ้นปัญหา ท่ามกลางความริษยาของแขไข ความรักของหนานไตรกับเนื้อนางงอกงามขึ้นทีละน้อยจากความใกล้ชิด หมื่นหล้ากลัวหลานสาวช้ำใจเหมือนแม่ที่รักคนเมืองต่างฐานะ แต่หนานไตรพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้จัดการจนชนะใจทุกคน หมื่นหล้ายอมยกเนื้อนางให้หนานไตร แม่นายกับแขไขตามมาทำลายความสุขเนื้อนางถึงเรือนหอ หัวใจเนื้อนางแตกสลายเมื่อรู้ความจริงว่า หนานไตรคือพ่อเลี้ยงณไตร หมื่นหล้าช้ำใจจนตาย เนื้อนางหมดสิ้นทุกอย่างเมื่อ จันตา คนของแม่นายหลอกว่า แขไขกำลังจะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงณไตร เนื้อนางซัดเซมาเจอกับ เจ้าแสนพรหม ที่ยื่นมืออุปการะเนื้อนางทันทีเพราะหวังรวบหัวรวบหางเนื้อนางเป็นเมียเก็บอีกคน ณไตรออกตามหาเนื้อนาง แต่ บุญลือ คนของแม่นายสร้างเรื่องว่าเนื้อนางหนีไปอยู่กินกับแสงคำ ณไตรกับเนื้อนางมาเจอกันอีกครั้งที่คุ้ม เจ้าแสนพรหมทำให้ณไตรเข้าใจว่าเนื้อนางเป็นเมียเก็บ ณไตรกับเนื้อนางจึงมีแต่ความน้อยใจ ประชดประชันกัน จนเนื้อนางชวน ประกาย เมียเก็บอีกคนของเจ้าหนีออกจากคุ้ม แต่ณไตรวางแผนเอาตัวเนื้อนางคืนมาจากเจ้าแสนพรหมได้เสียก่อน ณไตรพาเนื้อนางเมียรักเข้าไปอยู่ในบ้านหิมวัต เกิดเรื่องขึ้นอีกเมื่อแขไขท้อง แม่นายถูก นายพลยศกร กับ คุณหญิงมาลัย เอาเรื่องจนล้มป่วยหนัก ณไตรจำใจแต่งงานกับแขไขเพื่อแก้ปัญหา เนื้อนางกล้ำกลืนความชอกช้ำที่แขไขกลายเป็นเมียแต่ง ทั้งเนื้อนางกับแขไขตั้งท้อง สองคนคลอดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน ป้าวันดี ทำคลอดให้เนื้อนาง เนื้อนางใจสลายอีกครั้งเมื่อลูกไม่รอดชีวิต บ้านหิมวัตกลับลุกเป็นไฟเมื่อเนื้อนางพบความลับว่าพ่อของด.ช.อัศดายุ ลูกแขไขคือ ธรรพ์ ไม่ใช่ณไตร ก่อนจะบอกความจริงกับทุกคน แขไขถูกทำร้ายจนตาย หลักฐานชี้ว่าเนื้อนางคือฆาตกร และเธอคือคนที่ลักลอบมีชู้กับธรรพ์ ณไตรไล่เนื้อนางออกจากบ้านด้วยความปวดร้าวแสนสาหัสที่น้องชายกับเมียรักทรยศ เนื้อนาง คำฝาย ประกายต้องระหกระเหินไปทำงานในคณะรำวงของ บุญน่านกับ บัวตอง ณไตรตามมาพบเนื้อนางที่มีแสงคำข้างกาย ความรัก ความแค้นลุกโชนยิ่งกว่าไฟเผาทั้งป่า ขณะที่บ้านหิมวัตมีสมาชิกใหม่คือครูสาว อรองค์ ที่มาดูแลลูกของณไตรเนื้อนางย้อนมาที่บ้านหิมวัตเพราะคิดถึง ด.ช.อัศดายุ ธรรพ์หวาดหวั่นกลัวเนื้อนางพูดความลับเรื่องแขไข แม่นายจะจับเนื้อนางเข้าคุก เพราะคำประณามว่าเธอคือ กากี และแววตาชิงชังจากณไตร เนื้อนางตัดสินใจพิสูจน์ความจริงว่าเธอไม่ใช่คนฆ่าแขไข! วิมานฉิมพลีกลับกลายเป็นกองเพลิงเผาผลาญใจทุกดวงด้วยรักและริษยา เพราะรักและเสน่หาที่ไม่เคยแยกขาดของณไตรและเนื้อนางทำให้ทุกคนต้องพบกับโศกนาฎกรรมเกินคาดคิด ติดตามเรื่องราวความรัก ความผูกพันเป็นหนึ่งเดียวของณไตร และ เนื้อนางได้ใน เพลิงฉิมพลี รายชื่อนักแสดง อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบทเป็น หนานไตร/ณไตรเบลล่า ราณี แคมเปน รับบทเป็น เนื้อนางกมลเนตร เรืองศรี รับบทเป็น ดาวเด่น/อรองค์เด่นคุณ งามเนตร รับบทเป็น แสงคำคณิศ ปิยะปภากรกูล รับบทเป็น ธรรพ์ เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์ รับบทเป็น แขไขพัสกร พลบูรณ์ รับบทเป็น คำฝายวิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบทเป็น ประกายกฤษฎี พวงประยงค์ รับบทเป็น ม่อนดอย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบทเป็น แม่นายศรีวัลลา

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

นปช.ร้อง ผบ.ตร.ทำคดี
ชายชุดดำ /  ผบ.ตร / 

กลุ่ม นปช. เดินทางยื่นจดหมายเปิดผลึกถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีชายชุดดำ ด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.พร้อมนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ และทนายความ เดินทางเข้าพบพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีชายชุดดำ ตามหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยทางกลุ่ม นปช.ได้ทำจดหมายเปิดผนึกทำความเข้าใจและเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะให้มีการสอบสวนจับกุมรวมถึงการทำแผนเป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ซึ่งทางกลุ่ม นปช.ได้ตั้งข้อสังเกตการแถลงข่าวจับกุมชายชุดดำ 5 คนว่า ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจว่าผู้ถูกจับกุมเป็นเหตุให้ทหารและพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรมเสียชีวิต แท้จริงแล้วตำรวจเพียงตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์ที่แถลงเป็นคนละจุดสถานที่และต่างเวลากับกรณีพลเอกร่มเกล้าเสียชีวิต ทั้งที่ผลการสอบสวนและหลักฐานได้ข้อยุติว่าพลเอกร่มเกล้าพร้อมทหาร 4 นาย เกิดจากระเบิดขว้างแบบ M 67 ไม่ใช่อาวุธที่นำมาแถลง ซึ่งที่ผ่านมาศพของทหารไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาสำหรับผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติ มีเพียงแค่กรณีศพของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละเท่านั้น ซึ่งการแถลงข่าวมุ่งหวังเชื่อมโยงจากปี 2553 ถึง 2557 ให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องโดยไม่แสดงความขัดเจนของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จึงเรียกร้องต่อพล.ต.อ.สมยศและคณะ ให้นำคดีผู้เสียขีวิตปี 2553 ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือประชาชนทุกรายเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และดำเนินการตามวิธีการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดเท่าเทียม และโดยเร็ว เพื่อให้สังคมเข้าใจผิดและต้องหาคนผิดมาลงโทษ และไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องถูกกล่าวหา อีกทั้งขอให้ไม่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน คุกคามบีบคั้น ให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับสารภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการแถลงข่าวจับกุมการทำแผนต้องทำโดยมีหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของบุคคลใดหรือคณะใด นอกจากนี้ นปช.ขอทำความเข้าใจว่า ยินดีให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินไปตามกฎหมายและหลักฐานไม่ได้ขัดขวาง แต่ขอให้ทำงานตรงไปตรงมา พร้อมทั้งขอปฏิเสธการแถลงที่นำไปสู่ข้อสรุปว่า นปช.มีกองกำลังติดอาวุธโดยยืนยันว่าที่ผ่านมาเคลื่อนไหวสงบ โดยหวังว่าตำรวจจะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น MThai News

แฉ มนุษย์ป้าขรก.จอดรถขวางทาง ยืนซื้อของเฉย
จอดรถขวางทาง /  จอดรถซื้อของ / 

แฉ มนุษย์ป้าขรก.จอดรถขวางทาง ยืนซื้อของเฉย สมาชิกเฟซบุ๊ค ชื่อ เอ็มไพร์ คร๊าบผม ได้เผยแพ่ภาพพร้อมข้อความว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปทำธุระที่เขตบางนา พอเสร็จแล้วกลับมาที่รถก็พบว่ามีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอน จอดขวางอยู่ ออกไม่ได้ ตนจึงลงไปถามเด็กจ่ายบัตรจอดรถว่าจะทำอย่างไร ? ซึ่งเด็กจ่ายบัตรบอกว่าต้องหาเจ้าของรถให้เจอ แต่ตนก็ได้แต่รอ ผ่านไปครึ่ง ชม. ตนก็กดแตร ต่อมามีชายเดินมาถอยรถพร้อมกับบอกว่าไม่ใช่รถของตนแต่เจ้าของเขาให้มาเลื่อนรถให้ ตนจึงถามต่อไปว่าใครเป็นเจ้าของ ชายคนดังกล่าวก็ชี้ไปที่หญิงมีอายุใส่ชุดข้าราชการกำลังเลือกซื้อของกิน ตนจึงเดินเข้าไปหาพร้อมถามว่า "..พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรอครับ ที่จอดรถแบบนี้ไม่เห็นใจคนอื่นบ้าง เขาจอดกันแนวไหน จะซ้อนคันก็ซ้อนแบบคนอื่น ๆ ที่สามารถให้คนอื่นเค้าเลื่อนได้สิ..." หลังจากนั้นเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันกับเจ้าของรถคันดังกล่าวก็ได้ออกปากขอโทษแทน ในขณะที่เจ้าของรถยังเงียบ ซึ่งตนก็ได้เดินกลับไปถ่ายรูปแล้วนำมาแชร์บนเฟซบุ๊ค ขอบคุณภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊ค ชื่อ เอ็มไพร์ คร๊าบผม MThai News

กากสุดๆ โอซิล ฟอร์มแย่โดนวิจารณ์เละส่อโดนโละทิ้งช่วงปีใหม่
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

ข่าวลือว่า เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ ทีมชาติเยอรมัน ของ อาร์เซนอล อาจย้ายไปร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม โอซิล ฟอร์มตกกับ อาร์เซนอล มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งฤดูกาลก่อน เขาลงสนามแค่ 62 นาทีแต่โชว์ฟอร์มย่ำแย่เกินบรรยายในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทีมปืนโตพ่ายให้กับ ดอร์ทมุนต์ 2-0 หลังจบเกมดังกล่าวสื่อดังแดนเบียร์อย่าง Bild ถึงกับให้คะแนนฟอร์มการเล่นของ โอซิล ต่ำที่สุดในสนามคือ 6 (มากที่สุดคือ 1) พร้อมวิจารณ์ว่า "เล่นได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย" ขณะที่แฟนบอลในโลกโซเชี่ยลฯ ต่างก็รุมโจมตีเขาอย่างหนัก ขณะที่สื่อในอังกฤษตีข่าวว่า กองกลางชาวเยอรมันรายนี้อาจตัดสินใจย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิด โดยมี บาเยิร์น สนใจพร้อมทุ่มเงินกว่า 40 ล้านยูโร(ราว32 ล้านปอนด์)เพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า