โตรอนโต

Funarium Zpell /  ที่เที่ยวเปิดใหม่ / 

เพราะทุกวันคือวันเด็ก! วันนี้ Travel.mthai จะชวนทุกครอบครัว ไปเปิดโลกแห่งความสนุก เที่ยวลั๊ลลากันที่ "Funarium" (ฟันเนเรี่ยม) สวนสนุกแห่งใหม่ใจกลางกรุง ที่มาพร้อมสนามเด็กเล่นในร่ม และห้องแห่งการเรียนรู้แสนเพลิดเพลิน ณ ศูนย์การค้า Zpell @Future park (สเปลล์ @ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) "Funarium Zpell" สนามเด็กเล่นสุดฟินแห่งใหม่! @ สเปลล์ ฟิวเจอร์พาร์ค Travel.mthai ได้มีโอกาสมางานเปิดตัว "Funarium Zpell" สนามเด็กเล่นในร่ม และ ศูนย์พัฒนาพหุปัญญาแห่งใหม่ ที่ศูนย์การค้าสเปลล์ ชั้น 3 โซนเพลย์ซีน (Playzene) ซึ่งที่นี่เปิดเป็นสาขาที่ 2 แล้ว ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,600 ตรม. พร้อมไปด้วยเครื่องเล่นแสนสนุก ที่สะอาดและปลอดภัย รวมถึงมีห้องแห่งการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับเด็กๆ และครอบครัว ให้ได้มาสัมผัสความสุขกันในที่แห่งนี้ เอาล่ะ ตาม Travel.mthai เข้าไปดูข้างในกันเลย .. เปิดงานด้วยคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ Funarium (ฟันเนเรี่ยม) โดยมี พ่อบ๊อบและน้องณัชชา เป็นพิธีกรในงานนี้ และก่อนเดินเข้าไปข้างใน Funarium Zpell ก็มีการเดินขบวนพาเหรดสนุกคึกคัก นำทีมด้วย แม่โบว์ แวนด้า และน้องมะลิ พาขวัญ พร้อมด้วยเหล่าวงดุริยางค์ตัวน้อย   เมื่อเราเข้ามาข้างใน Funarium Zpell ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีข้อมือแม่เหล็กให้เราใส่ติดตัวไว้ พร้อมกับกุญแจและถุงใส่รองเท้า เพื่อเก็บของก่อนที่จะเข้าไปสนุกกันข้างใน ^^ ด้านหน้าก็จะมีโซนล็อคเกอร์น่ารักๆ ตั้งอยู่โดดเด่นเลย เก็บรองเท้าปุ๊บ! เราก็มาลุยเครื่องเล่นกันเลย .. โซนเครื่องเล่นนี้จะเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็กโต หรืออายุตั้งแต่ 4 - 13 ปี เล่นเครื่องเล่นที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะจะพี่ๆ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และมีป้ายเตือน, การสาธิตวิธีการเล่นให้อยู่ทุกจุด เครื่องเล่นที่นี่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ติดตั้งและนำเข้าจากประเทศอังกฤษ มีขนาดใหญ่ และแข็งแรงพอ ที่จะให้คุณพ่อ-คุณแม่ได้เข้าไปปีนป่าย วิ่ง กระโดด ไปพร้อมๆ กัน ^^ เครื่องเล่นอันแรกที่อยากแนะนำเลยก็คือตัวนี้ เราต้องปืนป่าย ฝ่าฝันตาข่ายถึง 6 ชั้น เพื่อขึ้นไปถึงข้างบน แล้วก็ไสลด์ลงมาจากสไลด์เดอร์ท่ออันนี้ เห็นแบบนี้ขอบอกเลยว่าสนุกและเสียวท้องม๊าก! แต่ถ้าน้องๆ คนไหนไม่กล้าปืน ก็จะมีทางเชื่อมจากเครื่องเล่นอีกทาง ซึ่งเดินมาได้เช่นกันค่ะ เจอเด็กน้อยลูกครึ่ง น้องเอ็ดเวอร์ด คนนี้ กำลังสนุกอยู่เลย ^^ มาต่อกันที่เครื่องเล่นนี้ สนุกแต่มึนหัวติ้วเลย 555 เพราะท่อสไลด์เดอร์จะเป็นวงกลม ไหลลงมาทางด้านล่าง เด็กๆ ชอบเล่นกันมาก ปืนขึ้นไปแล้วสไลด์ลงมา หัวเราะกันคิกคักๆ เลย กระโดดให้สนุกสุดเหวี่ยงบน แทรมโปลีน  ตัวต่อไปที่เราจะพาไปเล่นกันนั้นเป็น ไฮไลท์! ของที่นี่เลยก็ว่าได้ กับ สไลด์เดอร์ยักษ์ ความสูงกว่า 5 เมตร มีทางลงถึง 4 ช่อง ให้เด็กๆ ได้สนุกไปพร้อมๆ กัน  "Ball Shower" แค่ชื่อก็น่าสนุกแล้ว เป็นไฮไลท์! อีกหนึ่งอย่างเลยนะ โดยการเล่นสนุกก็คือ เราจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่ีมีลูกบอกนับพันลูก จากนั้นเราก็ต้องเก็บลูกบอลใส่ในท่อสูญญากาศ ท่อก็จะดูดลูกบอลขึ้นไปเก็บไว้ทางด้านบน เมื่อครบ 1 นาที ลูกบอลที่เราเก็บได้นั้นก็จะถูกปล่อยลงมาจาดด้านบน ให้เราได้สนุกกัน ^^ ทีมนี้สามัคคี แม่โบว์ น้องมะลิ ช่วยกันเก็บลูกบอลใหญ่เลย ^^ ยังมีลานกว้างเอาไว้ให้เด็กๆ ได้ขี่จักรยาน และขี่สกู๊เตอร์ด้วย ข้างบนเป็นโซนของเล่นสำหรับเด็กโต แต่เด็กเล็กที่อายุไม่ถึง 4 ขวบ ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราก็สามารถเล่นของเล่นได้เหมือน ที่ โซนเครื่องเล่นเด็กเล็ก ที่เพิ่งหัดตลาน หัดเดิน ได้บนพื้นนุ่มๆและปลอดภัย สนุกสนานไปอีก ^^ มาต่อกันที่ มุมทักษะ กันบ้างดีกว่า นอกจากที่ Funarium Zpell นั้นจะมีเครื่องเล่นให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกันแล้ว ที่นี่ก็ยังมีห้องการเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกด้วยนะคะ มุม FUN CAFE' ที่ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่อร่อยๆ ถูกสุขลักษณะ สำหรับเด็กๆ และทุกคนในครอบครัว มีทั้งโซนด้านใน และทางด้านหน้าทางเข้า Funarium Zpell  อีกทั้งยังเป็นโซนที่เอาไว้ให้เด็กทำอาหารได้ด้วย เด็กๆ สามารถทดลองและสร้างสรรค์ของอร่อยด้วยตัวเอง ตั้งแต่การนวดแป้ง ตัดแป้งเป็นรูปต่างๆ แต่งหน้าขนม เพลิเดเพลินกันได้ทั้งครอบครัว ^^ ถัดมาที่ ห้องศิลเปราะ เอ้ย! ห้องศิลปะ กันต่อ .. หรือที่เรียกว่า "Recycle Art Center" ให้เด็กๆ ได้ออกไอเดีย ริเริ่มความคิดสร้างสรรค์แบบไม่สิ้นสุด DIY ตกแต่งของหรืองานศิลปะต่างๆ เป็นงานฝีมือแนวรีไซเคิ้ลอาร์ท อีกทั้งยังมี "Party Room" ห้องจัดเลี้ยงแบบไพรเวทแสนอบุอุ่น ที่เด็กๆ สามารถมาจัดงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ โดยเฉพาะงานวันเกิดหรือฉลองวันสอบเสร็จ อีกทั้งเด็กๆ สามารถเลือกธีมงานเลี้ยง ขนมที่อยากทาน ได้ด้วยตัวเองที่ Funarium Zpell นี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ เลยล่ะค่ะ สนุกสนานท่ามกลางลูกโป่ง ^^ ขนมแสนอร่อย ที่เด็กๆ เอาไว้ทานเล่นกันในงานปาร์ตี้ เล่นเก้าอี้ดนตรีกันค่ะ ^^ มุมถ่ายรูปน่ารักๆ วันนี้ธีมงาน Prince and Princesses มาถึงโซนสุดท้าย "Music For Kids" เวทีกิจกรรมสำหรับให้เด็กๆ ได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการร้อง เต้น เล่นดนตรี ชอบหรือไม่ลองดูน้องมะลิร้องเพลงออกไมค์เลย ^^ ปิดท้ายด้วย แจกของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน เวลาเปิดบริการ : เปืดให้บริการทุกวัน วันธรรมดา ตั้งแต่ 10.30 - 20.00 น. และ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตกฤษ์ ตั้งแต่ 10.00 - 20.00 น. ค่าเข้าใช้บริการ : เด็กเล็ก ความสูงไม่เกิน 105 ซม. ราคา 180 บาท , เด็กโต ความสูงเกิน 105 ซม. ราคา 250 บาท และผู้ใหญ่ ผู้ที่มีอายุเกิน 13 ปี ราคา 70 บาท  **ราคาเข้าใช้บริการ วันธรรมดา สามารถอยู่เล่นได้ไม่จำกัดเวลา ส่วนในวันหยุด อยู่เล่นได้ 2 ชั่วโมง** สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกของ Funarium Zpell ก็สามารถสมัครได้ทั้ง 3 แบบ คือ ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน และรายปี โดยจะได้รับสิทธิพิเศษ และส่วนลดต่างๆ มากมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 02-150-9195

สยบเม้าท์เตียงหัก!! ดอม เหตระกูล ควงภรรยาออกงานโชว์หวานในรอบหลายปี
ดอม เหตระกูล /  ก้อย ศศิลักษณ์ / 

เจอข่าวเม้าท์เตียงหักรักร้าวออกมาตลอด!! สำหรับ ดอม เหตระกูล ที่ล่าสุดควงศรีภรรยา ก้อย ศศิลักษณ์ เหตระกูล ร่วมงาน The Distinguished Gentleman’s Ride 2016 ออกสื่อโชว์ความหวานในรอบหลายปี พร้อมให้สัมภาษณ์คู่กันว่า ข่าวลือเตียงหักไม่เป็นความจริง ทุกกระแสที่เกิดขึ้นไม่บั่นทอนความรู้สึกของทั้งคู่ เพราะเราไม่สามารถไปห้ามความคิดของคนอื่นได้ แต่ขอยืนยันครอบครัวยังอบอุ่นและมีความสุขดี!! ก้อย "ออกงานนับครั้งได้เลย น้อยมากค่ะ มาเจอสื่อวันนี้นึกว่าแต่งงานใหม่เลยค่ะ (หัวเราะ)" ดอม "แววลูกเข้าวงการบันเทิงตอบยากครับ เค้าไม่ค่อยจะทะเล้นแอคทีฟ ถ้าให้ทำอะไรกับคนสักสิบยี่สิบคนเค้าก็จะเกร็งๆ" ก้อย "เราจะสอนให้เค้าเหมือนเด็กทั่วไปมากกว่า เป็นคนธรรมดา รู้จักชีวิต ใช้ชีวิตเป็น สนุกในวัยเด็ก ไม่อยากให้เค้าต้องมารีบทำงาน อยากให้เค้ามีความสุขก็พอแล้ว" ดอม "ไม่ค่อยได้พาน้องมาดูเราทำงานด้วย ตอนเด็กๆ อาจจะเอาไป เพราะตอนนั้นก้อยเค้าก็ทำงานต่างจังหวัดบ้าง เราก็เลยต้องพาเค้าไปกองบ้าง แต่ปัจจุบันไม่บ่อยแล้วครับ เพราะพอเค้าโตขึ้น เค้าก็เลือกกิจกรรมที่อยากจะทำอยากจะเล่นเองได้ ไม่มีแววการแสดงเลย และไม่ใช่คนหวือหวาที่ชอบความเร็ว แต่อย่างนึงที่เค้าชอบมอเตอร์ไซค์เพราะรู้สึกว่ามันแตกต่างจากเด็กคนอื่น ถึงจะมีเด็กหลายคนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์คุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียน แต่สำหรับเค้ารู้สึกว่ามันแปลกเพราะไม่ค่อยได้เห็นภาพนี้เท่าไหร่" ก้อย "มีข่าวเตียงหักก็สงสัยว่าก้อยตัวหนักขึ้นค่ะ (หัวเราะ) ตอบเหมือนตั้งแต่ตอนแรกที่แต่งงาน ก้อยยังตอบเหมือนเดิมว่าก้อยเป็นคนที่โชคดีมากที่ได้แต่งงานเข้ามาในครอบครัวเหตระกูล นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อดอมในการสอนให้ทำธุรกิจเป็น ก็มีโอกาสที่จะได้รู้จักสังคมธุรกิจมากขึ้น ทั้งคุณดอม คุณพ่อดอม เพื่อนฝูงทั้งสองฝ่ายก็ให้โอกาสหลายอย่างให้เรามายืนตรงจุดนี้ ก้อยรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น้อยคนจะได้รับ เพราะฉะนั้นเรื่องเตียงหัก ถ้าเราไม่โฟกัสมันทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ดีกว่ามาโฟกัสกับอะไรก็ไม่รู้ อย่างที่บอกว่าทุกปีก้อยจะมีโฟกัสว่าต้องทำอะไรให้สำเร็จ และเราจะทำยังไงให้มันสำเร็จก่อนเดือนธันวาคม และปีหน้าเราจะทำอะไรต่อ เราก็จะไม่หยุดนิ่งอยู่จุดเดิมทุกปี กับข่าวแทบไม่รู้ข่าวอะไรเลยค่ะ" ดอม "คนพูด เราห้ามเค้าไม่ได้ มันไม่ได้บั่นทอนอะไรเพราะเราก็ยังอยู่กันปกตินะ" ก้อย "ก้อยเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือคนสองคน แล้วจุดมุ่งหมายของเราที่เหมือนกันทั้งคู่คือทำยังไงให้ลูกมีชีวิตที่ดีที่สุด คือทำให้เค้าอบอุ่น ก้อยรู้สึกว่ามันคือหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี ต้องบอกว่าเราดูแลกันน้อยลง เพราะเราต้องดูแลลูกมากขึ้น ถ้าวันไหนดอมไม่เสร็จงานดึกจริงๆ ก็จะส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า พยายามทำหน้าที่ของเราให้เกิน 100% แพลนทายาทอีกคนคือเวลาสวีทน้อยมากค่ะ เพราะลูกไม่ยอมให้จับมือกัน ลูกจะโมโหทันที คือเค้าต้องอยู่ตรงกลางไม่ยอมให้มีอีกคน มีกล่องอยู่หน้าบ้าน พร้อมที่จะหนีออกจากบ้าน (หัวเราะ) ถ้าเค้าเห็นจับมือคือเค้าจะมาอยู่ตรงกลางทันที จับมือพ่อข้างนึง จับมือแม่ข้างนึง จริงๆ เราก็ไปทริปกันบ่อยแต่เป็นทริปธุรกิจมากกว่า เดือนหน้าดอมต้องไปอิตาลีเรื่องมอเตอร์ไซค์ บางทีก้อยไปทำงานก็จะชวนดอมไปด้วย" ดอม "การถูกจับตามองเพราะเราเป็นคนมีชื่อเสียงคือ 20 ปีในวงการคงไม่เกร็งแล้วมั้ง แก่แล้วด้วย ก็ต้องอยู่ต่อไป ปัจจุบันธุรกิจของก้อยก็ทำให้ก้อยเป็นที่รู้จักในวงการของเค้ามากขึ้น ถ้าเรามัวแต่ไปนั่งกลัวก็คงต้องตอบคำถามกันไม่รู้จักจบจักสิ้น อยู่ที่คนสองคนว่าเราต้องทำอะไรบ้างอันนี้สำคัญครับ เราก็ดูแลกันอยู่เรื่อยๆ เค้าเองก็รู้ว่าต้องทำอะไร เราเองก็รู้ว่าต้องขี่รถช้าลงให้ปลอดภัยขึ้น ไม่อยากให้ลูกเราไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง ตัวก้อยเองเค้าก็รู้ว่าต้องดูแลเรายังไง ท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบด้วยกัน เรารักกัน จากวันนั้นมีแค่สองคนวันนี้ต้องแชร์ให้ลูก เราก็รักเค้าเหมือนกัน เราก็ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ข่าวต่างๆ มันเป็นเรื่องของความคิดเห็น เราไม่สามารถไปลบความคิดเห็นใครได้ หรือไปสร้างอะไรใหม่ได้ แต่เราอยู่ด้วยกัน อยู่กับปัจจุบันเพื่อที่จะสร้างอนาคตครับ" ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล ดอม-ก้อย เหตระกูล

หยก ไม่ได้โกรธ แอมป์ แต่ไม่ยินดีร่วมงาน ลั่น ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า
หยก ธัญยกันต์ /  เชน ณัฐวัฒน์ / 

เดินหน้าทำงาน ทำธุรกิจไม่หยุดพักเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงสาว หยก ธัญยกันต์ ที่ล่าสุดเปิดตัวธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นซูชิโอตารุ ของตัวเอง โดยมีเพื่อนดารานักแสดงมาร่วมยินดีเพียบ เรียกว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในเรื่องงาน แต่เรื่องหัวใจดูเหมือนสาวหยกจะยังไม่เปิดรับใครเข้ามาง่ายๆ ซะแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเข็ดกับความรักครั้งก่อน กับหนุ่มแอมป์ พีรวัศ รึเปล่าที่จบไม่ค่อยสวยสักเท่าไร ถึงยังไม่เปิดตัวคบใครสักที งานนี้เจอเจ้าตัวเลยต้องถามไถ่เรื่องหัวใจสักหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่ง สาวหยก ได้เปิดเผยว่า ไม่ได้คุย ไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่ได้ชวนมางานนี้ แต่จริงๆเขาก็รู้อยู่แล้ว เพราะยังอยู่ในไลน์กรุ๊ปเดียวกัน ตอนนี้ตนรู้สึกเฉยๆ มากกว่า ไม่ได้โกรธ แต่ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ถามว่ายังรู้สึกอะไรไหม ก็ยังรู้สึกอยู่บ้าง มันอธิบายยาก เลยไม่อยากทักไม่อยากคุย ถ้าให้ร่วมงานกันก็คงทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ส่วนตอนนี้ถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆ ก็โอเค อาจแต่งงานมีลูกเลย ส่วนเรื่องแฟนคลับจิ้นกับพี่เชน ณัฐวัฒน์ จริงๆ เรารู้จักกันมา 10 ปีแล้ว ไม่มีทางพัฒนาได้เลย เราเป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า คนจับตามองว่าแอมป์-พีรวัฒน์ จะมาเซอร์ไพร้ส์วันนี้"โอ้ย ไม่ได้อยู่ในหัวเลยค่ะ จริงๆเพื่อนก็แซวว่าชวนมาสิ ร้านจะได้ดังๆ แต่หยกคิดว่ามันไม่ใช่การตลาดที่ดีเท่าไหร่ ก็เลยไม่ชวน เขาก็ทราบอยู่แล้วว่ามันนี้เราเปิดร้าน เพราะยังอยู่ในกรุ๊ปไลน์เดียวกัน หยกชวนเพื่อนในกรุ๊ปทุกคนไปแล้ว" เขามีอวยพรในกรุ๊ป?"ไม่มีค่ะ เพราะเราก็ไม่ได้คุยกันอยู่แล้ว ไม่มีการติดต่ออะไรกันเลย คงจะเป็นเพราะเรื่องราวที่ผ่านๆ มาด้วย และเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีอะไรเกี่ยวดองกัน" ไม่ได้โกรธ?"ตอนนี้เฉยๆ แล้ว ไม่ได้มีคุยกันแล้ว เราต่างคนต่างอยู่ เขาก็มีชีวิตที่ดีของเขาแล้ว เราก็มีชีวิตของเรา ถามว่าใจแข็งเกินไปมั้ย มันมีบางแว้บที่เรารู้สึกว่าหรือเราจะช่างมันเถอะ แต่บางแว้บเราก็ยังรู้สึกอยู่ มันเป็นเรื่องที่อธิบายยาก เราไม่อยากทัก ไม่อยากคุย" เพื่อนลำบากใจกัน?"ไม่นะเพื่อนทุกคนเข้าใจ ถ้าอยู่ในไลน์กรุ๊ปถ้าเขาตอบมาก่อน เราก็จะตอบไปทีหลัง เราจะมีวิธีการอยู่ของเรา เพื่อนๆ จะชิน และรู้ว่าถ้าเขาตอบมา เราจะตอบทีหลัง ทุกคนโตแล้ว ทุกคนเข้าใจ เพื่อนๆ คงอยากเห็นเพื่อนในกลุ่มมีความสุขแหละ อยากให้ดีกัน ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ เวลาหยกอยู่ในกลุ่มจะเฉยๆ นิ่งๆ ถ้าเจอก็มองผ่าน เขาเองก็ไม่ทักเราแระ ต่างคนต่างอยู่เหมือนเป็นธาตุอากาศ เราคุยกับเพื่อนแล้วว่า ถ้าหยกจะอยู่ในกลุ่มนี้ หยกจะไม่ทำให้เพื่อนอึดอัด หยกมีวิธีการอยู่ของหยก และเพื่อนจะไม่แซวไม่อะไรที่ทำให้หยกรู้สึกอึดอัดเหมือนกัน" ไม่สบายใจร่วมงาน?" ก็ไม่สบายใจนะ ไม่มีใครสบายใจหรอก ถามว่าไม่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว อันนี้อาจจะดูไม่ค่อยโปร แต่หยกคิดว่าไม่ดีกว่า มันเป็นความรู้สึกล้วนๆ ทางช่องไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว แค่อย่าทำให้มีปัญหาก็พอ" แอมป์บอกยินดีร่วมงานละครกับหยก?" อ๋อ ให้เขาร่วมไปแล้วกัน (หัวเราะ) ไม่ได้รังเกียจหรืออะไร แต่ให้ต่างคนต่างอยู่แหละ ใช้ชีวิตของแต่ละคนไปก็พอแล้ว ถามว่ามีคนเข้ามามั้ย จริงๆ มีคนเข้ามาบ้าง แต่ไม่ได้มีใครแข่งขันอะไรกันนะ เป็นคนนอกวงการ คนในไม่มี และมันใกล้ตัวเกินไปด้วย หยกไม่ได้คุยกับใครเยอะ แต่มีเพื่อนๆ อยากจะแนะนำให้รู้จักเหมือนกัน เราเพิ่งเคยโสดนานๆ เราก็มีความสุขดี แต่อาจจะผิดวิถีไปนิดหนึ่ง ที่อายุ 30 แล้วมาโสด ถ้าเจอคนที่ใช่ หยกก็โอเค อาจจะแต่งงานมีลูกเลย ขอคนดี ตามใจ เข้ากับครอบครัวได้" แฟนคลับจิ้นกับ เชน ณัฐวัฒน์ มาก? "ใช่ หยกกับพี่เชนสนิทกันมาก มีแฟนคลับจิ้นอยู่เหมือนกัน แต่ขาเป็นพี่ชาย หยกสนิทกับพี่เชนมา 10 ปีแล้ว แต่สนิทปกติ ไม่ได้พิเศษ แบบกระโดดขี่คอ เล่นตบหัวกันได้ปกติมาก เป็นแบบเหมือนพี่ชาย กับน้องชาย (หัวเราะ) ไม่มีโอกาสพัฒนา ถ้าเราพัฒนา โลกคงแตกแล้ว เป็นไปไม่ได้ ถามว่า จะหาสาวให้พี่เชนมั้ย ไม่อยากหาให้อ่ะ เป็นผู้ชายไม่ต้องรีบหรอก ให้เขาอยู่กับตัวเองไปก่อน แต่หยกอาจจะต้องรีบแล้ว (หัวเราะ)" หยก ธัญยกันต์ หยก ธัญยกันต์ หยก ธัญยกันต์ หยก - เชน หยก - เชน หยก ธัญยกันต์ หยก ธัญยกันต์ หยก ธัญยกันต์

ชาติชาย งามสรรพ /  ฐณัชช์ ทองภูมิ / 

"อาร์ต-พศุตม์" นำทีมบวงสรวงหนังแอ็คชั่นคอเมดี้เรื่องแรกในชีวิต "สายลับเกมส์ โปม่อน 008" บริษัท ทูรินี่ จำกัด ถือฤกษ์ดีในวันฝนพรำ จัดพิธีบวงสรวงภาพยนตร์แอ็คชั่นคอเมดี้เรื่อง สายลับเกมส์ โปม่อน 008 นำทีมกำกับโดย อัศวิน ทัพคัลไลย และดำเนินงานสร้างโดย มงคล อุปะกา อีกทั้งเป็นครั้งแรกบนแผ่นฟิล์มของพระเอก อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ที่ต้องมารับบทเป็น เกมส์ เด็กวัดนิสัยดี ใสซื่อขาวสะอาด อยู่กับหลวงพ่อมาตั้งแต่เล็กจนโต เข้ารับราชการทหารเป็นหน่วยสายลับพิเศษ และได้เข้าไปพัวพันกับเด็กดอยสองคนที่ลงมาหางานทำในกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาทำขาเทียมให้พ่อ แต่ดันไปมีเรื่องเกี่ยวข้องกับพวกแก๊งเจ้าพ่อมาเฟีย การไล่ล่าจึงเกิดขึ้น !!! โดยหนุ่มอาร์ตกล่าวว่ายังไม่เคยรับเล่นหนังเต็มตัว มีแค่เป็นนักแสดงรับเชิญเท่านั้น เรื่องนี้เป็นแนวแอคชั่นคอมเมดี้ ก็เลยรับเล่นและอยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในด้านนี้ด้วย ส่วนชื่อเรื่องที่ไปคล้ายกับเกมดังโปเกม่อน เจ้าตัวบอกไม่ทราบมาก่อนเรื่องนี้ต้องถามผู้ใหญ่ แต่ในเนื้อเรื่องแล้วไม่ได้มีส่วนคล้ายกับเกมแต่อย่างใด แม้ถูกมองว่าเป็นหนังฟอร์มเล็ก ถือว่าเป็นบันไดขั้นแรกและหนุ่มอาร์ตก็ไม่หวั่นว่ากระแสหนังแป้กแต่อย่างใด เพราะงานหลักคือการรับเล่นละครมากกว่า ภายในงานยังมีนักแสดงมากฝีมือร่วมเข้าพิธีบวงสรวงด้วย อาทิ ปุณ ศิริปัญญา จันทิหล้า, กระต่าย ทรรศิกา ยุติมิตร, จูน วรัญรดา แก้วมีศรี, แป้ง นภสกร อุปะกา, หญิง อภิชญา ทากลาง, ไหม ธิดารัต สิงสมบุญ, นัท สุวภัทร ทัดภูธร, ไอซ์ ฐณัชช์ ทองภูมิ และดาว ขำมิน ณ ร้านพาราไดซ์ ปลาเผา ถนนเกษตรนวมินทร์ และในหนังเรื่องนี้ยังมีนักแสดงคุณภาพอย่าง เก่ง ชาติชาย งามสรรพ ร่วมแสดง และนักแสดงสายฮาอีกคับคั่ง อาทิ เท่งน้อย เอนจอยโชว์, โจอี้ เชิญยิ้ม และสมเล็ก ศักดิกุล เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะมีคิวลงโรงฉายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ !

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เปิดใจ น้ำหวาน พิไลพร! สาวไทยที่ได้ประกบดาราตัวท็อปของพม่าใน From Bangkok To Mandalay
From Bangkok To Mandalay /  Nay Toe / 

เปิดใจ น้ำหวาน พิไลพร! สาวไทยที่ได้ประกบดาราตัวท็อปของพม่าใน From Bangkok To Mandalay  การเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง From Bangkok To Mandalay ถึงคน..ไม่คิดถึง ของผู้กำกับ ชาติชาย เกษนัส ที่พม่าในครั้งนี้ นักแสดงสาว น้ำหวาน พิไลพร สุปินชมภู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้ร่วมงานกับนักแสดงตัวท็อปของพม่าอย่าง ไซ ไซ คำแลง (Sai Sai Kham Leng) ป๊อปสตาร์อันดับหนึ่งของพม่า, วุดมนชเว ยี (Wutt Hmone Shwe Yi) และ เน โต (Nay Toe) สองนักแสดงชายหญิงอันดับหนึ่งของพม่า และหนุ่มหล่อ อั๊ต อัษฎา พานิชกุล การกลับจากพม่าครั้งนี้น่าจะทำให้ความสามารถของสาวน้ำหวานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน น้ำหวานได้ให้สัมภาษณ์บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ในภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวหวานรับบทเป็นปิ่นค่ะ เป็นผู้หญิงที่ยึดมั่นและซื่อสัตย์ในความรักมาก ๆ โลกของปิ่นเป็นโลกที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ค่ะ แต่แล้ววันหนึ่งปิ่นต้องเจอกับการสูญเสีย ทำให้โลกของปิ่นต้องเปลี่ยนไปจากเดิมก้าวไปยังโลกใบใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อตามหาของสำคัญบางอย่าง..." "...คาแรกเตอร์ตัวละครของปิ่นกับตัวหวานเองก็มีบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน ตรงที่เป็นคนนิ่ง ๆ เหมือนกัน  แต่ส่วนที่แตกต่างกันคือ ตัวละครปิ่นจะเป็นคนที่ทุ่มเท ยึดมั่น และซื่อสัตย์ในความรักมาก ๆ ค่ะ แต่สำหรับตัวหวานเองอาจจะไม่ใช่คนที่ทุ่มเทเพื่อความรักขนาดปิ่น เพราะหวานคิดว่าชีวิตเราอาจจะต้องมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่บาลานซ์กัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรักเพียงอย่างเดียว..." "...ตอนแรกพี่ทีมงานติดต่อมาว่ามีหนังเรื่องหนึ่งที่อยากให้หวานลองมาเทสต์ดู พอหวานลองฟังพล็อตเรื่องก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก มีบทที่สนุก ตัวละครมีความน่าสนใจ และที่สำคัญเป็นหนังภายใต้การร่วมมือกันระหว่างไทยกับพม่าด้วย ซึ่งหวานรู้สึกว่ามันเป็นโปรเจกต์พิเศษและน่าสนใจมาก ๆ ค่ะ เลยคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่จะรับเล่นหนังเรื่องนี้..." "...ในส่วนของการเดินทางไปถ่ายทำที่พม่า ตัวหวานเองก็แอบตื่นเต้นมาก ๆ เลยค่ะ เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปพม่าครั้งแรก เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของตัวเองเลยค่ะ เพราะปกติไม่ค่อยได้ออกไปไหน ที่บ้านแอบหวงนิดนึงค่ะ (ยิ้ม) คนพม่าน่ารักมาก ๆ อัธยาศัยดี เป็นกันเอง เวลาเดินผ่านก็จะยิ้มทักทายตลอด..." "...การได้ร่วมงานกับ ไซ ไซ คำ แลง ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ค่ะ เขาเป็นคนน่ารักและเฟรนด์ลีมาก ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกเคมีตรงกัน เวลามีอะไรเขาก็จะคอยแนะนำเหมือนเขาเป็นเจ้าบ้าน เขาจะเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่ต่าง ๆ ที่เราไปถ่ายทำ จะพาไปกินของอร่อย ๆ ตลอดเวลาที่อยู่ที่โน่นเลยค่ะ ตอนแรกหวานทราบมาว่าเขาเป็นคนดังมาก ๆ ของที่โน่น แต่พอเจอเข้าจริง ๆ หวานยังแอบตกใจ คือเขาดังมาก ๆ เวลาเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนรุมทึ้งรุมกรี๊ดเยอะมาก ถึงขั้นที่บางทีต้องมีทีมงานไปคอยยืนกันแฟนคลับเวลาที่เรากำลังถ่ายทำกัน เพราะไม่อย่างนั้นไม่สามารถถ่ายทำได้เลยเพราะคนจะแห่กันเข้ามาหาไซไซเยอะมากค่ะ (ยิ้ม)..." "...ส่วนการร่วมงานกับ พี่แน็ต ชาติชาย ผู้กำกับ พี่เขาเป็นคนรับฟังความคิดเห็นและเปิดกว้างให้ทุกคนร่วมแชร์ไอเดียได้ค่ะ สมมติบางฉากที่หวานมีอะไรเพิ่มเติม หวานก็สามารถปรึกษา ซึ่งพี่เขาจะรับฟังตลอดค่ะ ทำให้หวานรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานด้วยค่ะ..."  "...อยากให้ทุกคนมาดูหนังเรื่องนี้ สำหรับคนไทยที่ยังไม่เคยเดินทางไปพม่าก็จะได้เห็นเมืองต่าง ๆ ของพม่าที่สวยงาม และแตกต่างจากที่เราเคยคิดไว้แน่ ๆ ซึ่งมันมีวัฒนธรรม ความสวยงามหลาย ๆ อย่างที่ถ้าเห็นในหนังเรื่องนี้อาจจะทำให้อยากไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง เมืองเขาสวยมาก เรียกว่าเป็นสถานที่อันซีนที่น่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ และที่สำคัญคนที่นั่นน่ารักยิ้มแย้มทักทาย อยากให้ทุกคนมาดูกันเยอะ ๆ นะคะ หวานคิดว่ามันเป็นหนังคลาสสิกอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดค่ะ 10 พฤศจกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์นะคะ”

เป๊ะขนาดไหน? เมื่อ น้องบีน่า-บรู๊คลิน มีความพยายามจะ cover เพลง
เวย์ ไทเทเนี่ยม /  นานา ไรบีนา / 

ไม่ต้องสืบเลยค่า! โตขึ้นต้องเป็นนักร้องเหมือน พ่อเวย์ แน่ๆ เลยค่า! หลังได้เห็น แม่นานา โพสต์คลิปลูกแฝด น้องบีน่า-บรู๊คลิน ที่มีความพยายามในการที่จะ cover เพลง ดูสเต็ปการร้องแอนด์เต้นแล้ว จะมีความเป๊ะอะไรขนาดนั้น เดี๋ยวอีกหน่อยคงได้เห็น น้องบีน่า-บรู๊คลิน แร็พเป็นไฟแน่ เอ้า.....พ่อเวย์ รีบทาบทามเข้าสังกัด ''ไทเทเนี่ยม'' ด่วนๆ .... IG @nanarybena ในส่วนของความพยายามจะ cover เพลง #mybena #brooklynguy #benabrooklynguy @twintachai ในส่วนของความพยายามจะ cover เพลง #mybena #brooklynguy #benabrooklynguy @twintachai