โตรอนโต

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต , เรื่องย่อเทพธิดาป่าคอนกรีต
ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต /  ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์โดย : สรรพชัย เกิดอุทัย, วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ชัย (วีระชัย หัตถโกวิท) ผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก มีภรรยาคือ กอบแก้ว (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ติดตามไปขายอาหารในไซด์งานด้วย ทั้งคู่มีลูก 2 คน คนโตชื่อ แววดาว (ตาล-กัญญา รัตนพชร์) ฝันอยากสบาย และไม่ค่อยพอใจความเป็นอยู่ครอบครัวนัก ขณะที่ แววเดือน (เจด้า-ศรัณย่า ชุณหศาสตร์) ลูกคนเล็ก เรียนจบสถาปัตย์ฯ และตั้งใจจะช่วยงานพ่อ 2 พี่น้องมีความฝันที่เหมือนกันคือ มีบ้านให้พ่อแม่อยู่สบายขึ้นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อชัยพลัดตกจากนั่งร้านเสียชีวิต ยืนยง (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช) ผู้ช่วยชัย ซึ่งแอบรักแววดาวอยู่ เข้ามาสานต่องานที่ค้าง และช่วยทุกอย่างด้วยความเคารพรักชัย และกอบแก้ว ทั้งที่รู้ว่าถูกแววดาวรังเกียจ แถมยังต้องตกเป็นขี้ปาก นางเปลี่ยน (ราตรี วิทวัส) และลูก ๆ ที่คอยพูดเหน็บว่าเขาคิดเหมาผู้หญิงทั้งบ้านทำเมีย เหตุการณ์ที่เกิดกับยืนยง อยู่ในสายตา ใยไหม (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) ลูกร้านวัสดุก่อสร้าง ที่ทั้งเห็นใจ และเป็นห่วงยืนยง หนุ่มที่เธอแอบชอบ บริษัทของ 3 พี่น้อง ยุดาวดี (มาริสา แอนนิต้า), พฤกษ์ (แอมป์-พีรวัศ กุลนัสท์วัฒน์) และพงษ์สิทธิ์ (หมู-ภูษณะ บัวงาม) มีการคัดเลือกสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพู คู่กับ เมญ่า (แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง) นักแสดงที่กำลังจะร่วงในอีกไม่ช้า เพราะไปยุ่งกับ ธรรธนพ (เซน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ผู้ชายของยุดาวดีเข้า เรื่องนี้ทำให้ยุดาวดีโกรธจึงคิดลดบทบาทเธอลงด้วยการหานางแบบใหม่มาเสริม จึงเป็นโอกาสดีของแววดาว เธอไปสมัครทันทีโดยมีพงษ์สิทธิ์คอยช่วยเพราะถูกใจเธออยู่ แววเดือนผลักดันพี่สาวเต็มที่ แต่หลังจากแววดาวได้งานนี้ แววเดือนก็ถูกกันออกห่าง อนุชา (เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ผู้จัดการซึ่งดูแลแววดาว อ้างว่าพื้นฐานครอบครัวจะเป็นตัวถ่วงไม่ให้ดัง จากนั้นก็ให้แววดาวย้ายไปอยู่ลำพังที่คอนโด ตามคำสั่งพงษ์สิทธิ์ เพื่อเขาจะได้ใกล้ชิดเธอโดยไม่มีแววเดือนคอยขวาง แต่ชายหนุ่มที่แววดาวรักตั้งแต่แรกพบกลับเป็นพฤกษ์พี่ชายของเขา โดยแววดาวก็ไม่รู้ว่าพฤกษ์นั้นมีใจให้น้องสาวต่างหากไม่ใช่ตัวเธอ ยืนยงยังคงคาใจเรื่องสาเหตุการตายของชัย จึงแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับ ๆ และพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของนางเปลี่ยน และลูก ๆ ซึ่งมีหนี้สินกับชัยอยู่ก้อนหนึ่ง โดยเรื่องนี้มีเพียงใยไหมที่รับรู้ และคอยช่วยเหลือเขา อนุชาหางานป้อนให้แววดาวมากมายทั้งงานโฆษณา และละครจนโด่งดัง ชีวิตแววดาวเริ่มถอยห่างจากแม่ และน้องสาวออกไป ขณะที่แววเดือนยังคงตั้งใจขยันขันแข็ง ช่วยยืนยงทำโครงการของพ่อต่อ ส่วนกอบแก้วก็ยังคงไปขายอาหารที่ไซด์ก่อสร้างตามเดิม โดยมีพฤกษ์แวะเวียนไปที่ไซด์งานบ่อยครั้ง จนเขาและแววเดือนเริ่มสนิทสนม และมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน หลังจากรู้ว่าแววเดือนนั้นเรียนจบสถาปัตย์พฤกษ์จึงเอ่ยปากชวนให้ไปสมัครงานที่บริษัทของเขา แววเดือนดีใจ เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงแต่ขอเวลาเพื่อทำโครงการสุดท้ายของพ่อให้สำเร็จลุล่วงไปก่อน ธรรธนพ พบแววดาวก็ถูกใจ พอรู้ว่าแววดาวปกปิดนักข่าวเรื่องครอบครัวเลยเอาเรื่องนี้ไปขู่จนแววดาวต้องจำใจยอมไปกินข้าวด้วย เมญ่าพยายามเตือนแววดาวว่าอย่าไปยุ่งกับธรรธนพ ไปรมา (เฟิร์น-ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) นักแสดงคู่อริที่เคยมีเรื่องตบตีกับแววดาว แกล้งโทรบอกนักข่าว พอยุดาวดีเห็นข่าวก็โกรธ จะถอดแววดาวออกจากงาน แต่พงษ์สิทธิ์ห้ามไว้ ยุดาวดีรู้ว่าน้องชายชอบแววดาวจึงสั่งห้ามไม่ให้ยุ่งกับแววดาวอีก โครงการสุดท้ายของชัยใกล้เสร็จแล้ว แววเดือนตกลงใจไปทำงานที่บริษัทของพฤกษ์ เพราะเห็นลู่ทางเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเพื่อแม่ ที่บริษัท แววเดือนสนิทกับ ปุ๊ก (น้ำ-ธรณสร กุมชพร) และเจนจบ (ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล) พนักงานฝ่ายการตลาด แต่ไม่ถูกกับ พิมพ์ชนก (มีน-พิมพ์ชนก แก้วลุ่มใหญ่) เลขาขี้อิจฉาที่ชอบประจบยุดาวดี และคอยหาเรื่องแกล้งเธอ มาริสา (หมิว-สิริลภัส กองตระการ) ผู้ช่วยของพฤกษ์ ชวนแววเดือนไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านพฤกษ์ จึงได้พบกับแววดาวที่ไปในงานเดียวกัน พี่น้องไม่ได้ทักทายกันเพราะแววดาวเคยสั่งห้ามไม่ให้แววเดือนแสดงตนว่ารู้จักเธอ เมื่อแววดาวรู้ว่าน้องสาวสนิทกับพฤกษ์ก็เริ่มไม่พอใจ ถึงกับเอ่ยปากขอพฤกษ์จากแววเดือน ๆ เห็นแก่พี่สาวจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทพฤกษ์ และพยายามพาตัวออกห่างจากเขา ยุดาวดีที่สืบรู้ว่าแววเดือนเป็นน้องสาวแววดาวเลยพาลนึกรังเกียจไปด้วย เธอจึงวางแผนเปิดทางให้ ดลฤทัย (แพร เอมเมอรี่) อดีตคนรักของพฤกษ์ที่ต้องการจะกลับมาสานสัมพันธ์ต่อ ได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกับพฤกษ์อีกครั้ง ด้วยการรับดลฤทัยเข้ามาทำงานในบริษัท ส่วนแววดาวที่พยายามจะใช้พงษ์สิทธิ์เพื่อเข้าให้ถึงตัวพฤกษ์ แต่กลับทำให้พงษ์สิทธิ์รู้ตัวว่าเป็นได้แค่สะพาน จึงตัดใจเลิกยุ่งกับแววดาวแล้วหันไปควงกับไปรมาแทน ยืนยงสืบจนแน่ใจว่า การตายของชัย มีครอบครัวนางเปลี่ยนอยู่เบื้องหลัง จึงตัดสินใจบอกให้แววเดือนรู้ ทั้งคู่ชวนกันไปหาแววดาวเพื่อจะบอกเรื่องนี้ แต่แววดาวกลับแสดงทีท่าไม่ต้อนรับ ยืนยง และแววเดือนจึงกลับมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันกอบแก้วเกิดล้มป่วย ต้องเข้าผ่าตัด แววเดือนพยายามส่งข่าวให้พี่สาวรู้ แต่ถูกอนุชากีดกัน จนไม่สามารถเข้าถึงตัวแววดาวได้ พอไปหาที่คอนโดก็ไม่ได้รับการต้อนรับอีก ความน้อยใจทำให้แววเดือนตัดสินใจไม่รับเงินที่แววดาวฝากอนุชามาให้ ขณะที่แววดาวเข้าใจว่าทางบ้านได้รับเงินไปแล้ว เพราะอนุชายักยอกเงินนั้นไว้เอง พฤกษ์รู้เรื่องกอบแก้วป่วยก็ยื่นมือเข้าช่วยจนได้รับการผ่าตัด กอบแก้วมีอาการดีขึ้น สองแม่ลูกรู้สึกขอบคุณพฤกษ์ และหวังว่าจะมีโอกาสตอบแทนบุญคุณของเขา เมื่อไม่มีใคร แววดาวจึงหันไปคว้าธรรธนพเพราะคิดว่าเขาจะเป็นตัวเชื่อมให้เธอเข้าถึงพฤกษ์ได้ แต่สุดท้ายแววดาวก็เสียท่า โดนธรรธนพวางยา แถมถ่ายภาพเปลือยไว้ขู่จนเธอต้องยอมมีสัมพันธ์ด้วย ยืนยงเห็นธรรธนพออกจากคอนโดของแววดาว ก็เป็นห่วง จึงเตือนแววดาวและต่อว่าที่เธอทำตัวเหลวแหลก แต่แววดาวไม่ฟังแถมยังด่าว่าดูถูกยืนยง ทำให้ยืนยงตัดใจจากแววดาวทันที หันมามุมานะทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว โดยมีใยไหมเป็นตัวช่วย 3 ปีต่อมา ชีวิตแววดาวที่เคยโด่งดังเต็มที่เริ่มเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย เมื่อวินัยในการทำงานลดลง แถมมีข่าวเสียหายจนอนุชาระอาที่ต้องคอยแก้ข่าวให้ แววเดือนที่ออกจากงานประจำมาทำงานฟรีแลนซ์ ยอมลำบากโดยไม่คิดจะรับเงินจากพี่สาว จนในที่สุดก็ได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่โชคชะตาก็พาให้ได้พบพฤกษ์อีกครั้ง เมื่อบริษัทที่เธอทำงานถูกควบรวมกิจการกับบริษัทพฤกษ์ แววเดือนเลยจำต้องมาทำงานที่บริษัทพฤกษ์อีก เมื่อได้ใกล้ชิดกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็กลับมาดีดังเดิม แม้ดลฤทัยจะพยายามพาตัวเข้ามาแทรกแต่ก็ไม่อาจทำลายความสัมพันธ์ลงได้ แววเดือนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจผ่อนบ้านหลังเล็กๆ แล้วพาแม่ย้ายมาอยู่ด้วย พฤกษ์ช่วยติดต่อจนได้ราคาลดพิเศษ พิมพ์ชนกเอาข่าวไปสอพลอ จนยุดาวดีไม่พอใจ หาทางกีดกันน้องชายจากแววเดือน แววดาวรู้ตัวว่าท้องกับธรรธนพเลยวางแผนจับพงษ์สิทธิ์ แต่พงษ์สิทธิ์ไม่ติดกับ พอไปปรึกษาอนุชา ๆ ก็ไม่รับรู้ จึงตัดสินใจไปทำแท้งโดยไม่ฟังคำทัดทานจากเมญ่าที่พยายามจะเตือนสติ ยุดาวดีที่ให้คนตามถ่ายรูป ยืมมือไปรมาให้ไปบอกนักข่าว โชคดีที่ยืนยงมาช่วยพาแววดาวหนีออกจากโรงพยาบาลได้ทัน พฤกษ์ช่วยแววเดือนปิดข่าวพี่สาวแต่แววดาวกลับคิดว่าพฤกษ์มีใจให้ เธอจึงวาดฝันจะต้องจับพฤกษ์ให้ได้ แววเดือนเตือนสติพี่สาว แต่แววดาวกลับโกรธ ด่าแววเดือนว่าอยากกันท่าเอาไว้เอง พฤกษ์สารภาพรักกับแววเดือน แววเดือนเห็นใจพี่สาวจึงปฏิเสธ แต่พฤกษ์ก็ยืนยันว่าจะรอเธอ สุดท้ายแววเดือนก็ใจอ่อนยอมแต่งงานกับพฤกษ์เงียบ ๆ เพื่อไม่ให้แววดาวรู้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของยุดาวดี ชีวิตแววดาวตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะมีปัญหา ทั้งเบี้ยวงาน เสพยา แถมยังมีคลิปโป๊แพร่ออกไปอีก กอบแก้วเห็นข่าวก็ตกใจจนช็อกเข้าโรงพยาบาล พฤกษ์ที่ตามมาบังเอิญเห็นยืนยงกอดปลอบใจแววเดือน จึงเริ่มระแวงทั้งคู่ ดลฤทัยก็หาเรื่องแกล้งแววเดือนโดยไม่ให้พฤกษ์รู้ แถมยังเข้าหาพฤกษ์จนแววเดือนเข้าใจผิด ขณะที่พฤกษ์ก็เข้าใจผิดคิดว่าแววเดือนเป็นชู้กับยืนยงโดยมียุดาวดีคอยยุ จนทั้งคู่ระหองระแหงกัน ยุดาวดีส่งทนายไปเจรจาเรื่องหย่ากับแววเดือน โดยอ้างว่าพฤกษ์เห็นชอบแล้ว และจะให้เงิน 10 ล้าน เพื่อจ้างให้หย่า แววเดือนที่รู้ตัวว่าท้องแต่เพราะน้อยใจพฤกษ์ จึงยอมหย่าให้โดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะลูกเท่านั้นคือสิ่งที่เธอต้องการ จากนั้นก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน แววดาวซ้ำเติมน้องว่าท้องไม่มีพ่อ แถมยังเชื่อตามข่าวลือคิดว่าแววเดือนมีสัมพันธ์กับยืนยงอีก ใยไหมที่รู้ความจริงทุกอย่างโกรธแทนถึงกับจะตบแววดาวแต่แววเดือนห้ามไว้ และขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ยุดาวดีสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ เมื่อหมดประโยชน์ดลฤทัยจึงเป็นรายต่อมาที่ถูกไล่ออก ยุดาวดีรู้ว่าธรรธนพเลี้ยงผู้หญิงจึงตามไปตบตีกับแววดาว และถูกธรรธนพทำร้ายรุนแรงจนมดลูกแตก ไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อรู้ว่าแววเดือนท้อง จึงไปทวงหลาน บอกว่าลูกของพฤกษ์เป็นทรัพย์สินของตระกูลเธอ แววเดือนโมโหไล่ยุดาวดีไป แต่ก็ทำให้แววดาวรู้ว่า แท้จริงลูกในท้องแววเดือนเป็นลูกของพฤกษ์ไม่ใช่ยืนยง แววดาวติดยาหนักขึ้น จนกอบแก้ว และยืนยงต้องช่วยกันจับส่งสถานบำบัด ด้านยุดาวดีก็บังคับให้พฤกษ์ไปเอาลูกคืนให้ได้ เพราะแววเดือนไม่ยอมให้ ยืนยันว่าลูกเป็นของเธอไม่ว่าพ่อจะเป็นใคร พฤกษ์ก็ไม่มีสิทธิ์ พฤกษ์ที่รู้ตัวว่าเข้าใจผิด และรู้ว่าแววเดือนท้องจึงพยายามง้อขอปรับความเข้าใจแต่แววเดือนก็ใจแข็ง แววเดือนเกิดหกล้มจนต้องคลอดก่อนกำหนด พฤกษ์นั่งเฝ้าแววเดือนไม่ห่าง ยืนยง และกอบแก้วช่วยเกลี้ยกล่อมให้แววเดือนใจอ่อนเพื่อเห็นแก่ลูก แต่แววเดือนยังลังเล เมื่อแม่ และเด็กแข็งแรงขึ้นจนกลับบ้านได้ ยุดาวดีวางแผนให้ธรรธนพใช้แววดาวไปขโมยหลาน แววเดือนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพฤกษ์จึงไปต่อว่า กอบแก้วที่รู้ความจริงว่าแววดาวเป็นคนทำ โกรธมากขนาดจะตัดแม่ตัดลูกหากแววดาวไม่ยอมเอาหลานมาคืน กอบแก้วเสียใจ พูดเตือนสติจนแววดาวเริ่มสำนึก แววเดือนบุกไปชิงลูกคืนจากยุดาวดี โดยมียืนยง และใยไหมไปด้วย ยุดาวดียอมคืนให้เพราะแววเดือนขู่จะแจ้งความ แต่หลังจากนั้นก็สั่งให้ธรรธนพตามไปชิงคืนมาอีก ธรรธนพตามไปชิงเด็ก แถมใช้ปืนทำร้ายพฤกษ์ และยืนยงจนบาดเจ็บ ก่อนจะเอาเด็กไปยังที่ ๆ นัดกับยุดาวดีไว้ แววดาวที่สำนึกตัวว่าได้ทำผิดมามาก ตัดสินใจไปหายุดาวดีเพื่อจบทุกอย่าง เมื่อธรรธนพไปถึง จึงพบยุดาวดีถูกแทงนอนจมกองเลือดอยู่ก่อนแล้ว แววดาวทำร้ายธรรธนพอีกคนเพื่อแก้แค้น ทุกคนตามมาช่วยเด็กไว้ได้ แววดาวยอมมอบตัวเข้าไปชดใช้ความผิดในคุก เรื่องทุกอย่างจบลง พฤกษ์กับแววเดือนปรับความเข้าใจกัน และกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง ติดตามชมละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคมคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท แววเดือนพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท พฤกษ์ กัญญา รัตนเพชร์ รับบท แววดาวภูษณะ บัวงาม รับบท พงษ์สิทธิ์นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ยืนยงปริตา ไชยรักษ์ รับบท ใยไหมมาริสา แอนนิต้า รับบท ยุดาวดีณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ธรรธนพวีระชัย หัตถ์โกวิท รับบท ชัยรัศมี ทองสิริไพรศรี รับบท กอบแก้วแพร เอมเมอรี่ รับบท ดลฤทัยเกียรติศักดิ์ อุดมนาค รับบท อนุชาพรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท เมญ่า

ประมวลภาพ แซดนี่แฮตทริก พาซุปเปอร์พาวเวอร์เก็บชัยศึกหนีตายไทยลีก!
ชนะ /  ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมทุรปราการ / 

ประมวลภาพ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ โชว์ฟอร์มเจ๋ง เอาชนะ เดอะบิ๊กแบง บีบีซียู เอฟซี ไปได้ 4 - 1 ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2016

ไปมาแล้ว! เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้นะ
disneyland shanghai /  ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ / 

แกๆ แกเคยได้ยินข่าวดิสนีย์แลนด์มาเปิดที่เซี่ยงไฮ้มั้ยล่ะ? ที่เค้าว่าใหญ่โตกว่าดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงถึง 3 เท่า แล้วแกเคยเห็นภาพข่าวที่ว่าชาวจีนแห่ไปทำสกปรก ตั้งแต่ยังไม่เปิดเป็นทางการมั้ย? สิบปากว่า + หมื่น like comment share ก็ไม่เท่าตาเห็น ชั้นขอไปพิสูจน์ด้วยตัวเองให้เห็นกับตาดีกว่า ไปมาแล้ว! เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้นะ เป็นทริปเซี่ยงไฮ้ ทริปแรกของบี ไปคนเดียว ในเมืองใหญ่ ที่ไม่คุ้นเคย .... ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง 1. วีซ่า นี่เป็นประเทศของบีที่ต้องขอวีซ่า แต่ด้วยความเร่งด่วนสุดพลัง เพราะต้องรีบใช้พาสปอร์ตไปเที่ยวเกาหลีที่จองมาแรมปี บีเลยใช้บริการเอเจ้นมารับส่งวีซ่าถึงที่เลย สนนราคาวีซ่าแบบเร่งด่วนพร้อมค่าบริการ 3,300 บาท เราเตรียมแค่พาสปอร์ตตัวจริง กับรูปถ่าย 2 นิ้ว 1 ใบ แค่นั้นพอ! 2 วันทำการได้! แต่ถ้าใครอยากยื่นเองก็ .... หนังสือเดินทางเล่มจริง (Passport) (กรณีเคยเดินทางก่อน 2010) สำเนาหน้าวีซ่าจีนที่ใช้เดินทางครั้งล่าสุด (กรณีวีซ่าจีนอยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่า ขอให้ถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางเล่มเก่าและหน้าวีซ่าจีนที่ใช้เดินทางครั้งล่าสุดแนบมาด้วย) รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ หน้าตรง ไม่สวมหมวก พื้นหลังสีขาว หรือสีฟ้าเท่านั้น ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก / โรงแรม จดหมายเชิญจากบริษัทหรือหน่วยงานที่ประเทศจีน ( เฉพาะวีซ่าธุรกิจ ) ค่าบริการตามประเภทนี้ (ข้อมูลจาก http://www.visaforchina.org) 2. ตั๋วเครื่องบิน สายการบินที่บินตรงไปยัง Pudong International Airport ที่เซี่ยงไฮ้ก็มีอยู่หลายสายการบิน แต่บีเลือก Thai AirAsia X เพราะเวลาบินดีมากกก ขาไปออกจากกรุงเทพเที่ยงคืน ถึงเซี่ยงไฮ้5.30 น. เที่ยวต่อได้เลย ส่วนขากลับก็ออกจาก เซี่ยงไฮ้ ไวหน่อยเพื่อกลับมาพักผ่อน เตรียมตัวทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ ทริปนี้คือตั้งใจไป เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์เลยล่ะ ไปแค่ 2 วันพอ แต่ก็รู้สึกได้เที่ยวเยอะนะ เพราะฉะนั้นเอาจริงๆ เซี่ยงไฮ้ ไป 2 วัน ซึ่งขาไปเนี่ยขอลอง quiet zone นิดนึง คือบับว่าไฟล์ทดึก และไปจีนอ่ะเนาะ เค้าก็กลัวมีความโช้งเช้งเสียงดัง ขอเซฟๆนิดนึง แต่เธอเอ้ยยย เงียบสงบหลับเต็มต่อ ทอเต็มผืน  ตื่นมาพร้อมความสดใสพร้อมลุยเดี่ยว เที่ยวกระจายเลยจ้า จริงๆ คนจีนก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดนะ นอกจากหลับสบาย อาหารก็อร่อยนะ บีสั่งข้าวหน้าไก่เทริยากิไว้ตั้งแต่ตอนจองตั๋ว เพราะนอกจากจะคอนเฟิร์มว่าได้กินแน่ ไม่มีหมด และราคาถูกกว่าซื้อบนเครื่องด้วย แถมน้ำแร่อีกขวดด้วยฮ่า Thai AirAsia X เค้ามีวิธีกรอกใบเข้าเมืองให้ลอกด้วยนะ อยู่ในเล่มเมนูอาหารนั่นแล ... สบายเรา ที่ดีงามของ quiet zone อีกอย่างคือสามารถขึ้นเครื่อง ลงเครื่องก่อนได้ ซึ่งเราจะไม่ต้องเจอความมะรุมมะตุ้ม จอแจ จ้องจะแซงคิวของพี่จีน นี่ประทับใจ quiet zone มากกกกจริงๆ ค่ะ พูดเลย 3. ที่พัก บีพัก 2 คืนเนาะ คืนแรกพักแถว Nanjing Road  ชื่อโรงแรม Shanghai Chunshengjiang Hotel คืนละ 1000 บาทเอง อยู่ย่านชุมชน แหล่งช้อปปิ้ง ของกินเพียบ บีนอนคนเดียวเลือกห้อง single bed แต่นอนสบายดีค่ะ ชอบ คุ้ม ส่วนคืนที่สอง ด้วยความที่ต้องขึ้นเครื่องไฟล์ทกลับเร็วมาก เลยมานอนโรงแรมแถวสนามบินซะเลย กันเหนียว บีเลือก Da ZhongPudong Airport Hotel Shanghai แพงหน่อย คืนละ 2,700 บาทเพราะเป็นโรงแรม 4 ดาว  แต่ก็เอาสะดวกสบายเนาะ แล้วกว่าจะออกจาก Disneyland กว่าจะถึงโรงแรม คือไม่อยากเดินหาแล้วอ่ะ อยากทิ้งตัวเลย โรงแรมหาง่ายมากก อยู่ระหว่าง terminal 1 และ terminal 2  เลย  ถ้าออกจาก MRT ก็เดินตามป้าย airport hotel เลยจ้า 4. เปิดโรมมิ่ง สายเซลฟี่ สายโซเชี่ยลอย่าเรา ต้องไม่พลาด ถ้าใครไปจีนแนะนำให้เปิดโรมมิ่งไปค่ะ เพราะถ้าไปซื้อ sim ที่นั่น โดน block ทั้ง LINE ทั้ง Facebook ใจขาดแน่นอน บีเปิดโรมมิ่งของ AIS ไป 2 วัน 900 บาท สัญญาณก็พอใช้นะ อัพรูปได้รัวๆ อยู่ ยกเว้นตอนนั่ง metro ขาดผึง! 5. ตั๋วดิสนีย์แลนด์ ไปดิสนีย์แลนด์ก็ต้องซื้อตั๋วดิสนีย์แลนด์สิจ้ะ ซึ่งตั๋วดิสนีย์แลนด์เค้าจำกัดการขายต่อวันนะเธอ เต็มก็คือเต็มอย่าไปเล้าหลือ ดังนั้นจองไปก่อน ไม่มีพลาด จองง๊ายง่าย เพียงเข้าไปในเวป https://www.shanghaidisneyresort.com/en/ ช่วง grand opening (ถึง 31 สิงหาคม 2559) ราคาวันเดียวก็ 499 หยวน หรือ 2,681 บาท ส่วนหลังช่วง grand opening วันธรรมดา 370 หยวน / วันหยุดก็ 499 เท่าช่วง grand opening จ้า 6. ปลั๊ก อันนี้บางคนคาดไม่ถึง ในแต่ละประเทศ เค้าจะมีรูปร่างหน้าตาปลั๊กไฟที่ต่างกัน ของที่เซี่ยงไฮ้ขอให้เตรียมแบบ 3 ขาแบบนี้ไปนะคะ 7. วางแผนการเดินทาง ที่เซี่ยงไฮ้มี MRT หลายสาย ลองเชคเวลาว่าเริ่มกี่โมง หมดกี่โมง แต่ละสายเวลาก็ไม่เท่ากัน หากทำแพลนตั้งแต่ไทย ก็ลองเข้าไปที่ http://www.exploreshanghai.com/metro/ ส่วนถ้าอยากดูสายรถไฟที่นั่น ก็โหลด free app “explore shanghai metro map” (โลโก้ตัว m) ไปนะจ้ะ การเดินทางก็ซื้อจากตู้อัตโนมัติได้เลยค่ะ ใช้ไม่ยาก มีภาษาอังกฤษ เพียงแค่เลือกสายรถไฟ ซึ่งมีทั้งหมด 11 สายและเลือกสถานีปลายทางก็จะมีราคาขึ้นมา 3 หยวนขึ้นไป แล้วแต่ระยะทาง การเปลี่ยนขบวนก็เดินไม่ไกล ไม่เหมือนเกาหลี ... สรุป เดินทางง่ายมากกกค่ะ สำหรับ MRT ที่นี่ ตัดภาพไปที่เซี่ยงไฮ้ Pudong International Airport เวลา 5.30 น. ของวันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2559 เมื่อผ่าน ตม.มาได้ด้วยความไม่ยากเย็นเลย ไม่ถงไม่ถามสุขภาพซ้ากกคำบีก็นั่ง shanghai MRT เข้าเมือง ไปฝากกระเป๋าที่ที่พักก่อน Thai AirAsia X ลงที่ terminal 2 ซึ่งเป็น terminal ที่เป็นต้นทางของ รถไฟ MRT ที่นี่เลย การเข้าเมืองจะนั่ง MRT สาย 2 หรือ Maglev ซึ่งเป็นรถไฟด่วนก็ได้ แต่ MRT สาย 2 เปิดเร็วกว่าคือ 6 โมงเช้า และประหยัดกว่า เราไม่รีบ เราไปอันนี้แหละ ถ้าใครไป  MRT สาย 2 จะมีเปลี่ยนฝั่งรถที่สถานีก่วงหลาน (Guanglan) ส่วนถ้าใครนั่ง Maglev มา ก็ต้องมาต่อรถสาย 2 ที่สถานีหลงหยาง (Longyang) นะจ้ะ ใครพัก Shanghai Chunshengjiang Hotel ให้ลงที่สถานี nanjing east road station ออก exit 4 เดินไม่ถึง 15 นาทีถึงจ้า แต่ต้องเปิด apple map หรือดูแผนที่ที่บีแปะมาเอาเลยนะคะ อย่าไปเชื่อ google map หลงมาแล้ว พูดเลย เพราะหน้าตาใน agoda กับ รร.ของจริง ไม่เหมือนกันจ้า .. นี่หน้าตา รร.นะคะ Shanghai Chunshengjiang Hotel ให้ early check in ได้เช้ามากกก 8-9 โมง บีมาเชคอินได้เลย แต่ห้องยังไม่คลีนนะ เค้าก็ให้แม่บ้านมาคลีนให้เลยตอนนั้น ดีจัง ได้อาบน้ำ 1 รอบ สบายตัวก็เดินตัวปลิวไปเที่ยวได้เล้ยยย อ้อ โรงแรมมีค่ามัดจำ key card 10 หยวนด้วยนาจา บรรยากาศแถว Nanjing รอบๆ ที่พัก เห็นอย่างงี้ ตอนกลางคืนสวยนะเธอ เก็บของ ล้างหน้าล้างตาเสร็จ ที่แรกบีจะไปคือ Yuyuan Garden ซึ่งเป็นย่านทัวร์ริส บรรยากาศจีนๆ ล่ะ คนแยะ ทัวร์เพียบ เดินสำรวจพื้นที่สักพัก หาจุดชิวไม่ได้จริง ๆ ขอลา.. แต่การเดินทางง่ายสุดๆ คือ เดินทางจาก nanjing east road station ขึ้น MRT สาย 10 ไป 1 สถานีเท่านั้น ถึงเลย คือส่วนตัวบีชอบไปย่านชิคๆ คลูๆ มินิมอลๆ คนน้อยๆ เพราะชอบตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเองไง คือถ้าไปย่านจีน พี่จีนจะแคร์เรามั้ยล่ะ มีหวังเดินชนขาตั้งกล้องล้มไปอี้กกก ดังนั้นเราก็เลยไปย่าน Shanghai Library Station  กันเนาะ ซึ่งย่านนี้เดินทางจาก Yuyuan Garden ง่ายมาก คือขึ้น MRT สาย 10 ไปแค่ 4 สถานีก็ถึงแล้วจ้า ขึ้นจาก Shanghai Library Station ก็เลี้ยวขวาเข้าแยกที่เป็น Lawson เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ เป็นถนนที่มีต้นไม้โค้งงุ้มตลอดเส้นทางถนน คือชิวมาก เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอร้านชิคๆ  บรรยากาศคูลๆ ตลอดทาง แม้อากาศจะร้อนไม่แคร์ความชิคเราเลยก็ตาม เย็นย่ำ เราไปลุยบ้านผีกัน ที่งาน shanghai scream งานนี้คือเหมือนเทศกาลบ้านผีสิงอ่ะแก คือตอนนี้ GTH (ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น GDH แล้วอ่ะนะ) เค้ามาสร้างบ้านผี จากหนัง GTH 3 เรื่อง คือชัตเตอร์, เคาท์ดาวน์ และ พี่มากพระโขนง กันที่นี่ เอาจริง ๆ ทาง GTH เค้าเคยไปสร้างบ้านผีที่งาน Sentosa Spooktacular ที่สิงคโปร์ ช่วงฮาโลวีนเมื่อ 2 ปีที่แล้วแล้วล่ะ ก็มีเสียงลือ เสียงเล่าอ้างมาว่าน่ากลัวมาก ครานี้มีโอกาสได้มาเซี่ยงไฮ้ ช่วงที่เค้าจัดงาน เลยขอมาแสดงความเป็นแฟนหนังไทยซะหน่อย (แม้ว่าจะคืนนี้ฉันต้องนอนคนเดียวก็ตาม ฮือ) บีชอบบ้าน พี่มากพระโขนง เพราะได้ล่องเรือได้บรรยากาศเหมือนในหนังด้วยจ้า.. แต่น่ากลัวที่สุดต้องยกให้บ้านชัตเตอร์ คือกรี๊ดคอแตก ใครไม่กลัวผี มานี่ เธอต้องม๊า ส่วนบ้านเคาท์ดาวน์ ก็แนวๆ เก๋ๆ ตอนเข้า ต้องใส่แว่นสามมิติเข้าไปด้วย นอกจากเรื่องความหลอกหลอนของพี่ที่บับ....อินเนอร์แรงมากแล้ว รายละเอียดที่เค้าทำมันสุดจริงๆ บีไปเล่นบ้านผีมาเยอะอ่ะ พูดตรงพวก mansion7 , bloody hospital, Ripley Haunted Advanture พูดเลยว่าที่นี่ คือเค้าตั้งใจทำมาก งานละเอียด งานดี ใครที่มีโอกาสมาเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ถึง 4 กันยายน ปีนี้ ก็แวะมาชื่นชมบ้านผีจากหนังไทยของเรากันเนอะ ปีไทยนี่หลอนสุดในโลกแล้วจริง ๆ สิงแม่มทุกอย่าง จัวววว.... ใครกลัวก็มาเช้าหน่อยได้นะ เค้าเปิดตั้งแต่ 10โมงเช้า ถึง 4 ทุ่มเลย งานจัดที่ Pulupulu game arena บัตรราคา 158 หยวน การเดินทางก็ลงสถานี nanpu bridge ออก exit 1 เดินต่ออีกประมาณ 15 นาทีถึง โดนผีหลอกอย่างหนำใจแล้วก็ไปดู The Bund  กันเถอะ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปตรงนี้ เดี๋ยวเพื่อนไม่เชื่อแน่เลยว่ามาถึงเซี่ยงไฮ้แล้ว จากบ้านผี เรากลับสถานี East Nanjing  ที่เป็นโรงแรม แต่คราวนี้ออกประตู 2 ออกมาจะเจอสี่แยก ให้ร้านForever 21 อยู่ขวามือ และเดินตรงไปเรื่อยๆ แป้บเดียวก็จะถึง Bund แล้วค่ะ The bund เป็นถนนที่มีว่าที่บ่าวสาว มาถ่ายรูป pre wedding เยอะมากๆๆๆ ก็มันสวยนี่นา ถ่ายรูปเสร็จสม อารมณ์หมายก็เดินกลับโรงแรมค่ะ นอนเอาแรง พรุ่งนี้เราตื่นเช้าไปดิสนีย์แลนด์กันนะ วันที่ 2 ตื่นแต่เช้า เชคเอ้าท์ เพราะเราจะไปดิสนีย์แลนด์แต่ไก่โห่ แล้วจะลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย คืนนี้ต้องไปนอนแถวสนามบิน เริ่มจากการเดินทาง Shanghai Disneyland สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 11 ไปถึงได้เลยนะจ้ะ ที่สถานีก็ตกแต่งตัวตัวการ์ตูนมิกกี้เม้าส์และผองเพื่อน โซคิ้วท์ทีเดียว ออกจากสถานีก็เดินๆๆๆไปตามทาง  จะเจอน้ำพุสัญลักษณ์ของ Disneyland ด้านหน้าทางเข้าที่เซี่ยงไฮ้ เค้าเลือกใช้มิกกี้เมาส์ตัวต้นฉบับแรกเริ่มในชื่อตอน Steamboat Willie ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มิกกี้เมาส์ปรากฏตัวมาทำเป็นรูปปั้นประกอบน้ำพุ ในเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม วันจันทร์ ถึงพฤหัส Disneyland เปิด 09:00 to 21:00 ส่วนศุกร์ถึงอาทิตย์ เปิด 08:00 to 22:00 นะจ้ะ ทางเข้าเค้าก็ตรวจกระเป๋าเนาะ แล้วพอเค้าเห็นบีมีกระเป๋าเดินทาง ก็พาไปที่ฝากเลยจ้า ที่ฝากกระเป๋า ไม่ได้เป็นแบบ coin locker ดังนั้น ไม่มีเต็มเนาะ ค่าฝาก 50 หยวน ต่อวัน จะมาเอาของเข้า-ออก กี่ครั้งก็ได้ นี่ก็ดีกว่า coin locker ตรงนี้ แต่มารับคืนภายใน 4 ทุ่มก็พอ ฝากกระเป๋าแล้ว....เข้าได้เลยจ้า เพราะ Ticket ที่จองมาจากเวป ปริ้นมาแล้วเดินไปทางเข้าได้เลย ไม่ต้องไปแลกเป็น ticket จริงให้ยุ่งยาก เพราะพนักงานที่ทางเข้า จะพิมพ์ booking no. เรา แล้วเปลี่ยนเป็นบัตรจริงให้ตรงนี้เลย บัตรนี้เก็บไว้เวลาถ่ายรูปกับตัวการ์ตูนแล้วอยากมาสั่งปริ้นสวยงาม และเอาไว้เวลาจะออกจาก park แล้วเข้ามาใหม่ แต่ถ้าคิดว่า การถ่ายรูปเสียงตังไม่ใช่เวย์ชั้น และชั้นจะออกตอนกลับทีเดียว ก็ช่างมันเลยจ้า เพราะการจะเล่นทุกอย่างเดินสวยๆเข้าไปได้เลย ไม่ตรวจบัตร เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ เป็นที่ดิสนีย์แห่งที่ 6 ของโลกต่อจาก Disneyland Resort, Anaheim, California, USA / Walt Disney World Resort, Orlando, Florida, USA / Tokyo Disneyland Resort, Tokyo, Japan / Disneyland Resort Paris, Paris, France / Hong Kong Disneyland Resort, Hong Kong, China ซึ่ง Hong Kong Disneyland ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นชาวจีนนี่แหละ เค้าเลยมาเปิดๆ ที่ shanghai ต้อนรับชนชาวจีนกันเลย แต่แกเอ้ย....มันไม่ได้ กะหล๊งโป๊ง เซินเจิ้นนาจา งานดี งานละเอียดทีเดียวเชียว ส่วนชนชาวจีนที่มาเที่ยว ก็ไม่ได้เข้าไปยืนเหยียบต้นไม้ ปีนรั้ว อึบนพื้นแบบที่เคยได้ยินข่าวนะ มารยาทโอเคอยู่ ถ้าไม่นับเรื่องแซงคิวบ้าง โหวกเหวก กระจองอแงนิดหน่อยอ่ะนะ อ่ะ มาทำความรู้จักกันเป็นพาร์คๆ โซน โดยมีทั้งหมด 6 โซน Mickey Avenue Adventure isle Fantasyland Gardens of Imagination Tomorrowland Treasure cove โซนแรกเมื่อผ่านประตูเข้ามาก็คือ Mickey Avenue ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมของร้านค้า ร้านของที่ระลึก ช้อปเพลินสิคะ โซนต่อไป Adventure isle  เป็นโซนที่มีเครื่องเล่นที่บีชอบที่สุดคือ Soaring Over the Horizon เป็นเครื่องเล่นที่เราเหมือนได้บินไปชมสิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ในโลก ผ่านการนำเสนอแบบโรงหนัง 4DX มีลม มีกลิ่นแบบที่เล่นไปร้องว้าวไป คือเหมาะกับคนชอบเที่ยวแบบบีจริง ๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการต่อคิวยาวเกือบ 2 ชั่วโมง    วิวระหว่างรอคิว มีท้องฟ้าจำลองให้ดูเพลินๆ โซนต่อไป เราจะเข้าสู่ดินแดนเทพนิยาย  นั่นคือโซน Fantasyland ซึ่งปราสาทเทพนิยายที่ Shanghai Disneyland นี้ มีความสเปเชี่ยลกว่า Disneyland ที่อื่นๆ เพราะเป็นปราสาทดิสนีย์ที่สูงที่สุด (สูง 60 เมตร) และของประเทศอื่น ๆ ตัวประสาทจะเป็นประสาทของเจ้าหญิงองค์ใดองค์นึง เช่นซินเดอเรลล่า, เจ้าหญิงนิทรา แต่ที่เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ไม่ได้เป็นของเจ้าหญิงองค์ใดองค์หนึ่ง แต่เป็นของเจ้าหญิงดิสนีย์ทุกองค์เลยจ้า....ยิ่งใหญ่ไปอี้กกก และสเปเชี่ยลไปกว่านั้น  ปราสาทของดิสนีย์แลนด์บางแห่งก็เข้าไปข้างในไม่ได้ แต่ที่นี่มีเครื่องเล่นแนว walkthrough ชื่อ Once upon a time adventure ที่เราสามารถจะเดินไปดูเรื่องราวของเจ้าหญิงสโนไวท์ ผ่านเทคนิคการนำเสนอที่สุดเจ๋งได้ด้วย ด้านล่างของปราสาท มีโถงขนาดใหญ่ ที่ผนังโดยรอบ มีกรอบรูปโมเสกใน concept เจ้าหญิง 4 ฤดู และพร้อมโคมไฟระย้าหรูหราเหมือนเราได้เข้าไปในปราสาทของเจ้าหญิงจริง ๆ นอกจากปราสาทฟรุ้งฟริ้ง โซนนี้มีสวนเขาวงกตด้วยนะ คือ Alice in WonderMaze อ่านชื่อก็รู้ได้ว่า ธีมมาจาก Alice in Wonderland มีขุ่นแม่ ยืนเด่นเป็นสง่าหน้าใหญ่(ใจโต) รอให้ชักภาพอยู่จ้า ในโซน Fantasyland ก็มีเครื่องเล่นมากมาย แต่ก็เป็นเครื่องเล่นแนวหน่อมแน้ม เด็กน้อยอ่ะนะ แล้วบีก็เคยเล่นแล้วที่ HK Disneyland ก็เลย skip ไป ตัวอย่างเครื่องเล่นเด็กน้อย โซนนี้ ก็เช่น Many adventures of Winnie the Pooh เป็นการนั่งไหน้ำผึ้งไปดูเรื่องราวของน้องหมีพู, Hunny Pot Spin ส่วนที่บีเล่นก็มีนะคือ เครื่องเล่น Peter Pan's Flight อันนี้ดี... เป็นการนั่ง เรือสำเภาลอยฟ้า ไปดูเรื่องราวของ Peter Pan แต่บอกเลยว่าภาพนั้น ดูทันสมัยมาก มีความเสมือนจริง และว้าวสุด ๆ ค่ะ และอีกอันที่บีเล่นคือ Voyage to the crystal grotto คือการนั่งเรือ ชมรูปปั้นและน้ำพุจากการ์ตูนเรื่องต่างๆของดิสนีย์ คือเป็นเครื่องเล่นใสๆ วัยรุ่นชอบมาก ๆ นี่ถ้าไม่เห็นว่าคิว 5 นาทีนี่ จบกันนะ เฮ้ และที่บีพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเองคือเครื่องเล่น Seven Dwarfs Mine Train หรือรถตะลุยเหมืองคนแคระคือคิวยาวมาก ประมาณ 1.30-2 ชม. และก็เห็นว่าคนแคระๆ อะไร ต้องหน่อมแน้มแน่เลย เลยข้ามไป มาดูคลิปทีหลัง โอ้ย...เสียดาย โซนต่อมาคือ Gardens of Imagination เป็นพื้นที่กลางสวนสนุกที่เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกโซน มีเครื่องเล่น คือ Dumbo the flying elephant และ Fantasia Carousel หรือม้าหมุนนั่นเอง และมี Marvel Universe ซึ่งตอนแรกมีพุ่งเข้าไป หมายจะเจอเครื่องเล่นแมน ๆ เจ๋ง ๆ ปรากฏว่าเป็นการเข้าไปต่อคิวถ่ายรูปกับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ และให้เราเข้าไปยืดเส้น ยืดสาย จำลองการต่อสู้ เหมือนเราเป็น 1 ในทีม super hero จ้ะ แต่ก็เหมาะกับสายถ่ายภาพนะ คงชอบโซนนี้ล่ะ โซนต่อไป Tomorrowland มีเครื่องเล่นเจ๋ง ๆ ดังนี้ Buzz Lightyear Planet Rescue คือเครื่องเล่นที่เราจะต้องขึ้นไปอยู่บนยาน  สามารถบังคับยานให้หมุนไปมา ตามใจเราได้ แล้วยังใช้ปืนเลเซอร์ที่มีในยาน ยิงเก็บคะแนนเพื่อแข่งขันกับเพื่อนร่วมยานของเรา นอกจากชมภาพสวย ๆ ก็ได้มีอะไรทำเก๋ ๆ เป็นกิมมิคกันด้วย ไม่อยากจะคุยว่าบีได้ตั้ง 2 แสนกว่าคะแนนแหละ Stitch Encounter อันนี้เป็นการเข้าไป interact กับคุณ stitch ซึ่งเค้าก็จะมีคาแรคเตอร์ กวนๆ ขำๆ แหละ อันนี้บีเคยเล่นที่ HK Disneyland แล้วประกอบกับ ที่นี่ก็ soundtrack จีนล้วน บายดีกว่าจ้า ครื่องเล่นสุดท้าย ตัวพีค คิว 2 ชั่วโมงคือ TRON Lightcycle Power Run เป็นเครื่องเล่นแนวรถไฟเหาะ ถ้าอยากพีคมาก ๆ ต้องเล่นตอนเย็น ๆ ค่ำๆ หน่อยนะคะ เปิดไฟแล้วสวยแจ่มเหมือนอยู่ในหนังเลยล่ะ โซนต่อมา คือ Treasure Cove หรือแทบจะเรียกว่าเป็นโซนของ Pirates of the Caribbean ก็ว่าได้ และเครื่องเล่นPirates of the Caribbean: Battle of the Sunken Treasure ในโซนนี้ ก็จ๊าบบบบมากจริง ๆ บีเล่นไป 2 รอบอ่ะค่ะคุณ คือเราจะนั่งเรือผจญภัยตามล่าขุมทรัพย์ใต้ทะเลพร้อมชมภาพการต่อสู้ใต้ทะเลที่สุดแสนตระการตา พูดเลยว่างาน visual ของ Shanghai Disneyland นั้น ประทับจิตบีมากจริงๆ ส่วนเครื่องเล่นExplorer Canoes ก็คืองานลงเรือ ส่วนกันพายแคนูค่ะ จบ ไม่มีอะไร บัยส์ ไม่เล่นจ้ะ 5555 นอกจากนั้นยังมีสวน Garden of twelve friends หรือสวน 12 นักษัตรตามแบบจีน โดยนำตัวการ์ตูนดิสนีย์ที่เป็นสัตว์ 12 ชนิดมาจัดทำในรูปแบบโมเสกประดับตกแต่งในสวนด้วย เก๋ไก๋กันไป ส่วนอาหารการกินไม่ต้องห่วงค่ะ มีร้านอาหารเป็นธีมๆ อยู่ทุกโซน อาหารส่วนใหญ่ 60-80 หยวน ป๊อปคอร์นระหว่างทาง 30 หยวน เอาเข้าไปกินระหว่างรอคิวเครื่องเล่นได้อี้กกก...นี่ไม่ชินเลยจริงๆ พี่จีนนี่ชิวมาก นอกจากส่วนของ park แล้ว ที่นี่ยังมี Disney Town ที่ใหญ่โตมาก มีร้านอาหาร ร้านค้าเด่น ๆ ดังมาเพียบ สาว ๆ ที่เปียกฝน มาซื้อมาสคาร่าเติมได้ที่ Sephora นาจา และโซนนี้ ก็ยังเป็นที่ตั้งของโรงละคร Lion King ที่โด่งดังระดับ broadway อีกด้วย และสุดท้าย ถ้าไม่อยู่รอดูพลุ ก็เหมือนเที่ยวที่ Disneyland ไปจบ การแสดง Ignite the Dream - A Nighttime Spectacular of Magic and Light น่าจะต้องมาดูที่บอร์ดเอาเองนะคะ ว่าในแต่ละวันจะมีกี่โมง ส่วนวันที่บีไป ฝนตกไปครึ่งวัน มาหยุดตกเอาบ่ายสามแล้ว แต่การแสดงก็มีในเวลา 20.30 น. ไม่ต้องไปยืนจับจองที่เป็นชั่วโมงแบบประเทศอื่นเลยค่ะ เพราะที่นี่ พื้นที่เค้ากว้างมาก มีที่ให้ดูพลุเต็มไปหมด การแสดงก็จะเป็น การแสดงประกอบแสง สี เสียงบนปราสาทเหมือนเวลาไปดูยุทธหัตถี (เดี๋ยวๆๆๆๆ) โดยจะเป็น story ของเจ้าหญิงทุกนาง เป็น soundtrack จีนทั้งหมด ยกเว้นเจ๊เอลซ่า ที่ร้องเพลง let it go เป็นภาษาอังกฤษ (ใจ ร้องตามได้แล้ว) ส่วนพลุก็อลังอเลือง ไม่แพ้ที่ประเทศอื่นเลยจ้า เรียกได้ว่า ขนาดบีไปตั้งแต่เปิด (9.00 น.) ยันปิด พลุจบ ก็ยังรู้สึกว่าเดินไม่หมด เล่นไม่ครบเลยอ่ะ  เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์เค้ายิ่งใหญ่ สมที่กล่าวอ้างไว้จริงๆ ส่วนการถ่ายรูป อ่ะพูดตรงๆ ว่าไม่กล้าเอาขาตั้งกล้องไปวางล่ะ กลัวพี่จีนไม่แคร์ มาตัดหน้ากล้องบ้าง ชนขาตั้งล้มบ้าง ก็เลยวานพี่จีนถ่ายรุปให้ซะเลย ที่ตรงไหนมี staff ก็วาน staff ที่ตรงไหนไม่มี staff ก็วานคนมาเที่ยวนี่แหละ เหย....ก็ไม่เลวนะ ทุกคนทำได้ดี ปรบมือรัวววว อ่ะต่อ...ดูพลุจบ รีบไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ แล้วลี้เลยจ้า....คืนนี้ต้องไปนอนโรงแรมใน airport เพราะพรุ่งนี้ไฟล์ทเช้ามากกก 6.50 น. งี้ MRT จาก Disney ไป airport 80 นาทีนะจ้ะ ก็ทำเวลานิดนึงเพราะ MRT บางสายก็หมด 4 ทุ่ม เอ๋....วิ่งดิวิ่ง โรงแรม ZhongPudong Airport Hotel Shanghai ที่จะนอนวันนี้หาง่ายมาก เพราะอยู่ระหว่าง terminal 1 กับ  2เลย พอถึงห้องสลบเลยจ้า....เอาจริงนี่นอนไม่คุ้ม 2,700 บาทเลยนะ เชคอินดึกมากกก เชคเอ้าท์เช้ามากกกก ฮือออ อ้อ...มีค่ามัดจำ keycard 200 หยวนนะ ณ ตอนนี้ทุกคนคงตัดสินใจได้แล้วว่า จะไป หรือไม่ไปดีที่ shanghai Disneyland ส่วนบีนั้น พูดเลยว่า “จะกลับไปอีก” คราวนี้จะชวนเพื่อนไปเยอะๆ และแน่นอน จะไปนั่ง Quite zone ของ Thai AirAsia Xอีก ....ติดใจจริงๆ นะเอ้า! ขอบคุณข้อมูล การเดินทางสนุกๆ จาก Facebook อมยิ้มของ Beebugs

BEST XI : ที่สุดผู้เล่นยอดเยี่ยมโตโยต้า ไทยลีก ประจำสัปดาห์ 28
11 นักเตะประจำสัปดาห์ /  11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ / 

11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 28 วีคนี้เรียกได้ว่ายิงประตูกันถล่มทลาย ซึ่งสัปดาห์นี้มีใครติดทีมยอดเยี่ยมบ้างไปชมกันเลย... ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม : มิลอส โจซิค (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) -เเผนการเล่น 4-3-3 ผู้รักษาประตู (GK) กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) นายด่านจากสวาดแคทรักษามาตรฐานของตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เกมที่เปิดบ้านเเชร์แต้มกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอาจไม่ถึงชัยชนะ แต่ก็เป็นเกมที่มีคุณภาพสูงเพราะทีมเยือนจัดเกมบุกชุดใหญ่หวังเก็บ 3 แต้มกดดันเมืองทองฯต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านมือ “เจ้าไอซ์” เเละจบลงด้วยสกอร​ 1-1 กองหลัง (CB) สเลเทน สเลเตโนวิซ (บีอีซี เทโรศาสน) แนวรับร่างยักษ์ชาวเซอร์เบีย วัย 31 ปีของแห่งทัพมังกรไฟยืนเป็นปราหลังตัวสุดท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบในเกมเปิดรังอัด สุพรรณบุรี เอฟซี 2-0แน่นอนว่าทีมเยือนก็พยายามอย่างเต็มที่ทุกรูปแบบ ทว่าก็ถูกกองหลังรายนี้ป้องกันได้อย่างแนบเนียน เมธี ทวีกุลกาญจน์ (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) จากอดีตกองกลางกลายเป็นปราการหลังจอมเก๋าสำหรับ เมธี ทวีกุลกาญจน์ แห่งทัพสวาดแคท เกมที่ผ่านมามีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในการเปิดรังเเชร์แต้ม แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-1 ซึ่งสารพัดแนวรุกของทีมเยือนก็ไม่สามารถผ่านการป้องกันของแข้งรายนี้ กองหลัง (CR) วันใหม่ เศรษฐนันท์ (ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี) ไม่ว่าจะเซ็นเตอร์ตัวในหรือแบ๊กขวาก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีในรายของ วันใหม่ เศรษฐนันท์ เกมล่าสุดอีกเช่นกันเจ้าตัวงัดฟอร์มเก่ง โดดเด่นทั้งรุกและรับจนพาต้นสังกัดเปิดรังขย้ำคู่แข่งหนีตกชั้นด้วยกันอย่าง บีบีซียู เอฟซี ไปแบบขาดลอย 4-1 กองหลัง (CL) ธีราทร บุญมาทัน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) กัปตันทัพช้างศึก ในสีเสื้อกิเลนผยองยังคงทำผลงานได้อย่างร้อนแรง หลังเกมล่าสุดเหมาแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้ 2 ครั้ง เเละยิงฟรีคิกให้ทีมอีก 1 ประตู ช่วยให้ทีมเปิดบ้านถล่ม พัทยา ยูไนเต็ด ไปขาดลอยถึง 4-1 ปิดจ็อปได้อย่างสวยหรูก่อนมีคิวลงรับใช้ชาติ กองกลาง (MC) ใหญ่ นิลวงษ์ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) ทัพราชันมังกรแม้ทำได้เพียงเปิดบ้านเเชร์แต้มกับ เชียงราย ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 1-1 แต่ที่โดดเด่นในเกมที่ผ่านมาคงต้องยกให้ปีกซ้ายของทีมอย่าง ใหญ่ นิลวงษ์ ที่ถือว่ามีความทครบเครื่องสุดๆ ไม่ว่าจะช่วยเกมรับ หรือเกมรุกก็เติมขึ้นไปสร้างสรรค์โอกาสได้หลายๆครั้ง ศิวกรณ์ เตียตระกูล (บีอีซี เทโรศาสน) “เจ้าเฟ่ย” อดีตเด็กปั้นกิเลนผยองเข้ามาแจ้งเกิดในสีเสื้อ บีอีซี เทโรศาสน ได้อย่างเต็มตัว เเละเกมล่าสุดก็ไม่ทำให้สาวกมังกรไฟต้องผิดหวังหลังมีส่วนสำคัญให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 2-0 โดยเเข้งรายนี้ช่วยทีมปั้นเกมในเเดนกลางไม่เพียงเท่านั้นยังซัดประตูแรกให้ทีมได้อีกด้วย สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) เป็นกองกลางอนาคตไกลของทีมปราสาทสายฟ้าสำหรับเด็กจากก้นครัวอย่าง สุภโชค สารชาติ ที่ขณะนี้เป็นผู้เล่นตัวหลักของไปเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าบอลถ้วย หรือเกมในลีก เเละเเมตช์ที่ทีมบุกไปเฉือนชนะอาร์มี่ ยูไนเต็ด มา 2-1 ก็ได้แข้งวัย 17 ปีรายนี้ที่ซัดประตูชัยสุดสวยให้ทีมคว้า 3 เเต้มมาได้ กองหน้า (FW) สุทธิพงษ์ เหลาพร (ราชนาวี) จากแข้งรากหญ้าสู่ผู้เล่นไทยลีกเเละยังคงมาตรฐานที่ดีสำหรับ สุทธิพงษ์ เหลาพร โดยเกมล่าสุดงัดฟอร์มเก่งให้สาวกตะหานน้ำได้เฮกันถ้วนหน้า หลังเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมเปิดรังเอาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี ไปด้วยสกอร์ 2-0 ในเกมล่าสุด ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) ดาวยิงพ่อลูกอ่อนวัย 28 ปียังคงโชว์ฟอร์มสมเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทย หลังงัดฟอร์มเทพให้ต้นสังกัด เอสซีจี เมืองทองฯ อย่างต่อเนื่อง เเม้ว่าบทบาทจะถูกลดลงมาเป็นกองหน้าตัวต่ำ เเต่ก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งการผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูเเละสอดขึ้นไปใส่สกอร์สุดเหนือชั้นเช่นเดียวกับเกมล่าสุดที่อัด พัทยาฯ ไป 4-1 แซดนีย์ อุริโคบ (ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี) หัวหอกวัย 24 ปีดีกรีทีมชาตินามิเบียไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังหลังจัดการงัดฟอร์มเก่งให้สาวก “เดอะพาวเวอร์” ได้เฮกันต่อเนื่อง เมื่อเจ้าตัวกลายเป็นฮีโร่เหมาคนเดียว 3 ประตู ช่วยให้ถล่ม บีบีซียู เอฟซี ไปขาดลอย 4-1 ทำให้ทีมคว้า 3 เเต้มสำคัญในการลุ้นหนีตกชั้นช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือ

ผลบอล: นั่งไม่ติด!ฉลามชลบุกเจ๊ากระต่ายแก้วสุดมันส์1-1
ชลบุรี เอฟซี /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

ผลบอล โตโยต้า ไทยลีก 2016 วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-1 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:1-0 สุรชาติ สารีพิมพ์ น.13, 1-1 เลอันโดร อัสซัมเซา น.68 เวลา:19.00 น. สนาม: ลีโอสเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด:ทรูสปอร์ต HD 2 โตโยต้า ไทยลีก 2016 นัดบิ๊กแมตซ์ประจำวันเสาร์ที่ 20 ส.ค.59 ที่ สนาม ลีโอ สเตเดี้ยม คู่ระหว่าง “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ปะทะ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา โดยคู่นี้เจอกันในเลกแรก เป็น ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะได้ก่อน 2-1 เริ่มเกมทีมเยือน ชลบุรี เคาะประตุทักทายก่อน ในนาทีที่ 6 จากจังหวะซัดด้วยขวา จากระยะ 20 หลาของ เลอันโดร อัสซัมเซา แต่ลูกนี้หักข้อมากไป บอลหลุดเสาแรก ออกหลังไป ทว่านาทีที่ 13 โอกาสแรกแบบจะๆ ก็ส่งเจ้าถิ่นได้เฮก่อน จากจังหวะที่ จักรพันธ์ พรใส ขึ้นทางซ้าย ก่อนเปิดมาให้ สุรชาติ สารีพิมพ์ ชาร์จเต็มเท้าส่งบอลผ่านมือ ชนินทร์ แซ่เอียะ ตุงตาข่าย ส่ง เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 เจ้าถิ่นยังครองเกมบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 17 หวิดบวกประตูที่สองได้ จากจังหวะที่ อดุล หละโสะ เคลียร์บอลไม่ขาดมาเข้าเท้า อาเรียล โรดริเกวซ ซัดไกลจากระยะ 30 กว่าหลา บอลทำท่าจะมุดสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ ชนินทร์ แซ่เอียะ ยังเทคตัวปัดออกหลังหวุดหวิด ทีมเยือน ชลบุรี ได้ลุ้นบ้างเช่นกัน นาทีที่ 22 ประกิต ดีพร้อม ได้โอกาสซัดลูกนิ่งจากระยะ 25 หลาค่อนไปทางขวา ลูกนี้บอลโค้งชนิดที่ นริศ ทวีกุล หมดสิทธิ์ป้องกันไปแล้ว แต่คานเจ้ากรรมยังช่วยเจ้าถิ่นไม่ให้เสียประตูไว้ได้ นาทีที่ 30 ชลบุรี ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ นูรูล ศรียานเก็ม ขึ้นเกมทางขวา ก่อนผ่านมากลางประตูบอลเลยมาถึง เลอันโดร อัสซัมเซา ที่เสาสอง แตะบอลลงหนึ่งจังหวะแล้วตะหวัดยิงด้วยขวา แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นได้ลุ้นเม็ดสองเช่นกัน จากจังหวะเตะมุมสั้น โรแม็ง กัสมี่ จ่ายให้ จักรพันธ์ พรใส ได้โยนไปกลางประตู คาลิฟา ซิลเซ่ ล้มตัวยิงหลุดกรอบไปแบบได้เสียวเช่นกัน ก่อน ประกิต สโรบล จะอัดนกหวีดยาว ส่งสัญญาณจบครึ่งแรก เจ้าถิ่น บางกอกกล๊าส ออกนำ ชลบุรี อยู่ 1-0 ครึ่งหลัง เป็นทีมเยือน ชลบุรีฯ ที่ครองเกมบุก นาทีที่ 59 เลอันโดร อัสซัมเซา ได้จังหวะผ่านจากฝั่งซ้าย ให้ ปรินซ์ อัมปองซ่าห์ โฉบ ที่เสาแรก แต่แผงหลังเจ้าถิ่นยังไว ตามมาบล็อกลูกยิงของดาวยิงฉลาม ไว้ได้ทันเวลา นาทีที่ 68 ทีมเยือน ชลบุรีฯ มาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ นูรูล ศรียานเก็ม แทงบอลให้ ปรินซ์ อัมปองซ่าห์ หลุดเดี่ยว ไปแตะบอลหนี นริศ ทวีกุล ก่อนซัดเข้าประตูไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 นาทีที่ 69 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูหนีไปอีกครั้ง จากจังหวะที่ คาลิฟา ซิลเซ่ ได้ซัดเหน่งๆ จากระยะไม่ถึง 10 หลาหน้าประตู แต่ลูกนี้ ชนินทร์ แซ่เอียะ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ นาทีที่ 84 ชลบุรี ก็เกือบได้ประตูขึ้นนำบ้างเช่นกัน จากจังหวะที่ ปรินซ์ อัมปองซ่าห์ ทิ่มบอลให้ พิภพ อ่อนโม้ ตัวสำรองที่พึ่งลงสนามมา หลุดไปซัดบอลผ่าน นริศ ทวีกุล ไปแล้ว แต่ยังมี พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ มาโขกสกัดได้ก่อนบอลจะเข้าประตู เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านเสมอกับ ชลบุรี เอฟซี ไปอย่างสุดมันส์ 1-1 ก่อนที่จะพักเบรกให้กับโปรแกรมทีมชาติไทย ที่จะลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รายชื่อ บางกอกกล๊าส: นริศ ทวีกุล(GK)-แมตต์ สมิธ(C),ศุภชัย คมศิลป์,พิชิต เกสโร(สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว น.83),ปิยะชนก ดาฤทธิ์-พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์,คาลิฟา ซิลเซ่,โรแม็ง กัสมี่,จักรพันธ์ พรใส(ภคิณ ไก่แก้ว น.80)-สุรชาติ สารีพิมพ์(ศราวุฒิ มาสุข น.52),อาเรียล โรดริเกวซ อารายา ชลบุรี เอฟซี:ชนินทร์ แซ่เอียะ(GK)-นพนนท์ คชพลายุกต์,คิม จองพิล,อลงกรณ์ ประทุมวงศ์,ชลทิตย์ จันทคาม(C)-อดุล หละโสะ,ปกเกล้า อนันต์,ประกิต ดีพร้อม(พิภพ อ่อนโม่ น.75)-นูรูล ศรียานเก็ม(เกริกฤทธิ์ ทวีกาณจน์ น.79), ปริ๊นส์ อัมปองซ่า,เลอันโดร อัสซัมเซา(ภานุพงศ์ พลซา น.87)

Kingsglaive Final Fantasy XV รีวิวภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แบบไม่มีสปอย
Final Fantasy /  Final Fantasy XV / 

พลังแห่งราชานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะควบคุมได้ เจ้ารู้สึกแล้วใช่มั๊ย Kingsglaive Final Fantasy XV ภาพยนตร์ CG สุดยิ่งใหญ่ที่เหล่าเกมเมอร์สาวกไฟนอลต่างรอคอยหลังจากตามข่าวกันมาเป็นปีๆ ในที่สุดก็ได้ชมกันเสียที โดย NGIN ผนึกกําลังกับ PlayStation จัดรอบพิเศษให้แฟนๆ ได้ชมกันจนฟินไปทั่วหน้า Mthai Games จะขอเล่าประสบการณ์ความฟินให้แฟนๆ ที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์แบบไม่สปอยให้ฟัง (อ่่าน) แล้วกันนะครับ Kingsglaive Final Fantasy XV เป็นเรื่องราวคู่ขนานกับเกม FFXV ที่กำลังจะออกวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ (ล่าสุดเลื่อนออกไปแล้วเป็น 29 พฤศจิกายน 29) กล่าวถึงสงครามของ 2 อาณาจักรระหว่าง Lucis (ลูซิส) อาณาจักรแห่งเวทมนตร์และ Niflheim (นิฟเฟอไฮม์) อาณาจักรแห่งจักรกล ตัวหนังโฟกัสไปความสัมพันธ์ของ 3 ตัวละครหลักได้แก่ กษัตริย์ Regis (รีจิส) ในวัยชรา ผู้แบกรับภาระแห่งเชื้อสายราชา และภาระที่ว่าดูมีเงื่อนงำแถมยังไม่ได้เฉลยไว้ในหนังซะด้วย (ซึ่งถ้าอยากรู้ต้องไปตามเล่นเกมกันต่อ) Lunafreya (ลูน่าเฟรยา) เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งอาณาจักร Tenebrae (เทเนไบน์) ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองขึ้นของนิฟเฟอไฮม์ไปแล้ว และ Nyx (นิกซ์) นายทหารสุดเกรียนจากหน่วยทหารรักษาพระองค์ Kingsglaive ราชารีจิส กษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรลูซิส และผู้เป็นพ่อของ น็อคติส ตัวเอกของภาคเกม ลูน่าเฟรยา เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเทเนไบน์ นางเอกของภาคหนังและภาคเกม..(ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ ^^) นิกซ์ นายทหารสุดเกรียนจากหน่วยทหารรักษาพระองค์ Kingsglaive พระเอกของภาคหนัง งานภาพ งามงดหยดย้อยสมการรอคอย CG รายละเอียดสูง ลื่นไหลไม่มีสะดุด เล่นมุมกล้องฉากแอ็คชั่นได้ดี แต่ก็มีเรื่องนึงที่คาใจคือหน้าของตัวละครบางตัวหน้าตาช่างละม้ายคล้ายกับนักแสดงบางคนจริงๆ เหมือนจะคิดว่าไปเอาหน้านักแสดงคนนั้นมาจริงๆ หรือเปล่ากันนะ แต่เหมือนใครกันบ้างไม่บอกหรอก เดี๋ยวจะหาว่าสปอย SFX ความอลังการ Square Enix ก็จัดให้เต็มๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเวอร์วังเหมือนเวลาเราเรียกมนต์อสูรมาแบบในเกมนะ เรียกว่าคุม Mood&Tone ให้เข้ากับหนังได้ดีมากกว่า เพราะถ้าจะเต็มกว่านี้อะไรที่มันพอดีแล้วมันจะล้นเกินไป นักพาทย์ และเสียงเพลงประกอบ ราชารีจิส ให้เสียงโดย Sean Bean (ฌอน บีน) นักแสดงรุ่นใหญ่ที่น่าจะคุ้นกันดีจากซีรีส์ Game of Throne ฟังเสียงราชารีจิสทีไรก็นึกถึง เน็ท สตาร์ค ทุกที หรืออาจเป็นเพราะตรงนี้ก็ได้ที่ทำให้ ฌอน ได้พาทย์เสียงนี้เพราะนี่คือเสียงของคนที่มีภาระจริงๆ ลูน่าเฟรย่า ให้เสียงโดย ลีน่า เลย์ดีย์ นักแสดงจาก Game of Throne เช่นกัน นึกไม่ถึงว่าป้าจะให้เสียงได้สาวขนาดนี้ ซึ่งฟังแล้วก็ให้ความรู้สึกของการเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ไม่แน่ใจว่าจะได้ยินเสียงนี้ในเกมอีกหรือเปล่า ส่วนพระเอก นิกซ์ ให้เสียงโดย แอรอน พอล นักแสดงจากซีรีส์ Breaking Bad ก็ให้เสียงได้เกรียนสมคาแร็คเตอร์ ถ้าใครได้ดูแกเล่นซีรีส์ไว้จะทราบดีว่าแกเล่นไว้เกรียนขนาดไหน ไม่ถึงกับเด่นแต่ก็ไม่ด้อย มีเพลงที่เป็นเมนธีมของซีรีส์ไฟนอลให้ได้ยินตลอดเวลา จุดนี้เป็นเอกลักษณ์เลยนะ โน๊ตตัวเดิม เพิ่มเมโลดี้ใหม่ๆ เข้าไป ทำให้ฟังแล้วนึกถึงทันทีว่า นี่มันเพลงจากฉากนั้นฉากนี้ของในเกมนี่นา เนื่อเรื่อง หนัก! หนักเลยครับ ถ้าไม่รู้จักไฟนอลมาก่อนแล้วมานั่งดูนี่มีงงแน่นอน แต่ถ้าคุณเคยเล่นเกมนี้มาบ้างคุณจะรู้สึกว่าหนังสนุกทันที และยิ่งถ้าคุณเล่นเกมนี้มาหมดทุกภาค Kingsglaive จะทำให้คุณดำดิ่งลงไปในโลกของไฟนอลเสมือนว่าคุณคือประชากรของอาณาจักรลูซิสเลยก็ว่าได้ มอสเตอร์ทุกตัว เทคนิคการต่อสู้ของแต่ละคน การร่ายเวทย์ หรือแม้แต่มนต์อสูรที่แม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้บอกว่านี่คืออะไร แต่คุณจะรู้ทันทีว่าเหตุการณ์คืออะไรในภาษาเกม แม้แต่บรรยากกาศในเมือง อาคารบ้านช่องต่างๆ ดูแล้วทำให้นึกถึงเกมภาคเก่าๆ ทันที แถมจะยังทำให้คิดได้อีกว่า เฮ้ย แบบนี้มันลงตัวเลยแฮะ แต่ก็นั่นละครับ มหากาพย์ระดับนี้ถูกยัดมาเป็นภาพยนตร์เวลา 110 นาที ก็ต้องลดทอนเรื่องอื่นๆ ไปอีกเยอะ มีบางมุมที่เรามองว่าน่าจะสามารถเล่าต่อได้อีกนิด ภาพรวม แฟนๆ ไฟนอลซีรีส์สมควรจะมีไว้ประดับบารมีเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเติมเต็มเนื้อเรื่องในส่วนที่เกมไม่ได้กล่าวถึง แน่นอนว่า Kingsglaive ไม่ใช่จานหลักนะครับ นี่แค่เรียกน้ำย่อยซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าเราจะได้พบอะไรในอนาคตนอกจากเกม เพราะเท่านี้เห็นในหนังก็ tie in ไว้ค่อนข้างเยอะแล้ว สรุปคือถ้าคุณเป็นแฟนไฟนอล หามาดูให้ได้นะครับ ให้ความรู้สึกต่างจาก FFAC จริงๆ ขอไม่ให้คะแนนนะครับ เพราะไม่ได้เป็นนักวิจารณ์หนัง แค่พูดถึงหนังในฐานะเกมเมอร์เท่านั้น ^^ เกร็ดความรู้ คำว่า Glaive มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึง ดาบ เมื่อนำมาเล่นคำจาก King's Glaive ที่หมายถึง ดาบของกษัตริย์ เป็น Kingsglavie ที่เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ในหนังแล้วก็เหมาะสมดี แถมยังคล้องกันกับท่าการโจมตีสายเวทย์ของราชารีจิส โดยการเรียกดาบออกมาหลายๆ เล่มอีกด้วย ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ที่โพสต์ของคุณครับ แถมท้ายด้วยคลิปสัมภาษณ์นักแสดงหลักผู้ให้เสียงตัวละครหลักทั้ง 3 คนจ้า ^^

'ลิซ่า' BLACKPINK ศิลปิน K-POP ชาวไทยคนแรกของ YG.
Lisa /  YG Entertainment / 

จาก ป๊อกแป๊ก หรือ ปราณปรียา มโนบาล(ชื่อเดิม) สาวน้อยหน้าหวานตากลมโต ซึ่งคว้าโอกาสการเป็นศิลปินฝึกหัดชาวไทยคนแรกที่ YG Entertainment คัดสรรจาก YG Audition Thailand เวทีออดิชั่นในประเทศไทยเมื่อปี 2010 อีกสองปีต่อมาทางต้นสังกัด YG. ก็คล้ายจะส่งสัญญาณ 'การเดบิวต์' ของเธอเป็นครั้งแรกผ่านภาพและคลิปวิดีโอ WHO'S THAT GIRL??? ซึ่งสาวน้อยสายเลือดไทยได้โชว์ทักษะการเต้นของเธออย่างน่าจับตามอง WHO'S THAT GIRL??? youtube channel : YGEntertainment ลลิซ ลลิสา หรือ ลิซ่า (LISA) เผยพัฒนาการของเธอ ที่สวย เก๋ และ swag มากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านผลงานที่ทาง YG Entertainment ป้อนให้ ไม่ว่าจะเป็น การเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์แฟชั่น NONAGON ประกบสองหนุ่มฮอต B.I และ Bobby จากวง iKON รวมทั้งเธอยังปรากฏตัวอยู่ในมิวสิควิดีโอเพลง Ringa Linga ผลงานของ แทยัง รุ่นพี่ร่วมค่ายด้วย NONAGON - 2015 FW youtube channel : YGEntertainment NONAGON - 2016 FW youtube channel : YGEntertainment หลังจากแฟนเพลงไทยรอคอยการก้าวสู่การเป็นศิลปินเต็มตัวของ ลิซ่า นานจนแอบท้อ แต่สัญญาณให้ความหวังก็เปล่งประกายอีกครั้ง เมื่อ YG Entertainment เปิดเผยว่าทางค่ายจะเปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ในเดือนกรกฎาคม ในที่สุด การรอคอยกว่า 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งของ ลิซ่า และ แฟนคลับที่เมืองไทยก็สมหวัง! เมื่อล่าสุด YG Entertainment ยืนยันออกมาแล้วว่า เธอคือหนึ่งในสมาชิกของ BLACKPINK เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ล่าสุดของทางค่าย! ประวัติ ชื่อ ลลิสา มโนบาล เกิด 27 มีนาคม 1997 กรุ๊ปเลือด O สัญชาติ ไทย ภาษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี เคยศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนประภามนตรี 2 ภาพและคลิบจาก YG Entertainment และ NONAGON มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อดีตกุนซือซาราโกซ่า! บุรีรัมย์จ่อตั้ง รานโก โปโปวิช นั่งเฮดโค้ชคนใหม่
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  ปราสาทสายฟ้า / 

ปราสาทสายฟ้าจ่อตั้งอดีตโค้ชซาราโกซ่าเข้ามานั่งเฮดโค้ชคนใหม่ เเทนที่ อัฟชิน ก็อตบิ กุนซือชาวอิหร่านที่ประกาศแยกทางไปก่อนหน้านี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ในศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่เพิ่งประกาศแยกทาง อัฟชิน ก็อตบิ กุนซือชาวอิหร่านไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดเตรียมแต่งตั้ง รานโก โปโปวิช อดีตกุนซือเรอัล ซาราโกซา และ เซเรโซ โอซากา เข้ามาคุมทัพคนใหม่ ทัพปราสาทสายฟ้า ตั้งเป้าทำผลงานที่ยอดเยี่ยมในศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่เหลือ รวมถึงการป้องกันเเชมป์ศึกโตโยต้า ลีก คัพ 2016 ถ้วยใบสุดท้ายที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ กระทั้งได้ทำการตั้ง รานโก โปโปวิช เข้ามาคุมทัพในช่วงอีก 6 นัดสุดท้ายที่เหลือ สำหรับ รานโก้ โปโปวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นผู้จัดการทีมในเจลีกมาตั้งแต่ปี 2006 เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา คุมทีมเต็มตัวในญี่ปุ่นครั้งแรกกับโออิตะ ทรินิต้า ตามด้วยมาชิดะ เซลเวีย, เอฟซี โตเกียว, เซเรโซ โอซาก้า เคยคุมทีมพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2014 ก่อนถูกดีงตัวไปคุมเรอัล ซาราโกซา ในลีกา อเดลันเต้ สเปน พาทีมจบอันดับ 6 ได้เพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่ลา ลีกา แต่ไม่สำเร็จ และถูกปลดกลางฤดูกาลถัดมา

พรีวิว: ปืนเดี้ยงเพียบออกเยือนจิ้งจอก! เลสเตอร์ ซิตี้ - อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก)
พรีวิวบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

เกม พรีเมียร์ ลีก คู่สุดท้ายประจำวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 "แชมป์เก่า" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งปราชัยในเกมนัดเปิดสนาม จะเปิดรังคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่เพิ่งปราชัยให้กับลิเวอร์พูลในเกมแรกเช่นกัน เรามาดูกันว่าความพร้อมของทั้งสองทีมจะเป็นอย่างไรกันบ้าง... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 เลสเตอร์ ซิตี้ - อาร์เซน่อล เวลา: 23.30 น. สนาม: คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 เลสเตอร์ ซิตี้ เลสเตอร์ ซิตี้ มีข่าวดีก่อนลงสนามเกมนี้ หลัง ริยาด มาห์เรซ ทำการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไป สยบข่าวลือย้ายทีมในช่วงที่ผ่านมา แถมได้ โรเบิร์ต ฮูธ กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง หลังพ้นโทษแบน 3 เกม ผู้ เล่นของทีมยังอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาจากเกมที่แพ้ฮัลล์ ซิตี้ 2-1 โดยในศูนย์หน้าของทีม เคลาดิโอ รานิเอรี่ น่าจะยังคงใช้บริการของ เจมี่ วาร์ดี้ และ อาห์เหม็ด มูซ่า แต่ยังคงดร็อป เจฟฟีย์ ชลุปป์ ที่มีข่าว พัวพันกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซึ่งทีมจิ้งจอกมีสภาพที่ดูจะสมบูรณ์มากกว่ากว่าทางฝั่งผู้มาเยือน อาร์เซน่อล อาแซน เวงเกอร์ จะต้องเช็คความฟิตในรายของ โลร็องต์ กอสเซียนี่, เมซุต โอซิล และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ จนถึงวินาทีสุดท้าย เนื่องจากผู้เล่นเหล่านี้กลับมาซ้อมกับทีมช้ากว่าเพื่อน เพราะเดินทางไปเล่นยูโร 2016 โดยทีมปืนใหญ่ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน อารอน แรมซีย์, อเล็กซ์ อิโวบี, กาเบรียล เปาลิสต้า, คาร์ล เจนกินสัน, แพร์ เมอร์เตซัคเกอร์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ทำให้เกมนี้ เวงเกอร์ ดูจะมีตัวเลือกค่อนข้างจำกัดเช่นเคย บางทีอาจจะต้องเดิมพันด้วยการส่งผู้เล่นที่ไปรับชาติในศึกยูโร 2016 ลงสนามในแบบที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ก็เป็นได้ เฮดทูเฮด เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้เลยถึง 19 เกมในพรีเมียร์ ลีก (เสมอ 6, แพ้ 13) โดยแพ้ให้กับทีมปืนใหญ่ทั้งสองเกมในฤดูกาลที่ผ่านมา นอกจากนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถเอาชนะเพียงเกมเดียวจาก 31 เกมในลีกและฟุตบอลถ้วยที่เล่นในบ้านเกมแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ ลีกเป็นต้นมา ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เลสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2): แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล; แดนนี่ ซิมป์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟรุชส์; ริยาด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ้งก์วอเตอร์, แอนดี้ คิง, เดมาไร เกรย์; อาห์เหม็ด มูซ่า, เจมี่ วาร์ดี้ อาร์เซน่อล (4-2-3-1): ปีเตอร์ เช็ก; เฮคเตอร์ เบยาริน, คาลัม แชมเบอร์ส, โลร็องต์ กอสเซียนี่, นาโช่ มอนเรียล; แกรนิต ชาก้า, ซานติ กาซอร์ล่า, ธีโอ วัลค็อตต์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล; โอริวิเย่ร์ ชิรูด์ รูปเกมที่คาด เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงใช้ระบบทีมแบบสวนกลับเร็วเข้าทำประตูเหมือนเดิม ในขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ยังคงเน้นการครองบอลเป็นหลักเช่นกัน เกมนี้ทางฝั่งเลสเตอร์ ซิตี้ดูจะได้เปรียบทีมปืนใหญ่อยู่เล็กน้อยในเรื่อง ของตัวผู้เล่นที่มีให้ใช้งานได้หลากหลายกว่า ผิดกับอาเซน่อลที่ค่อนข้างจะพิการ และไม่สมบูรณ์ในเรื่องตัวผู้เล่นสักเท่าไหร่นัก อาร์เซน่อลอาจจะต้องใช้ทีเด็ดทีขาดให้แน่นอนกว่าที่ผ่านมา เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว พวกเขาอาจโดนลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ บุกสวนกลับมาตูมเดียวหายก็เป็นได้ ฟันธง รูปเกมทั้งสองทีมน่าจะออกมาแบบตึงๆ และจบด้วยผลเสมอ 1-1

เจอกันปักใต้! เนวินจัดทัวร์ภูธรอุ่นระนอง,ประจวบ ช่วงพักเบรค
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  ปราสาทสายฟ้า / 

พลพรรคปราสาทสายฟ้า เตรียมเดินสายทัวร์ภาคใต้ลงแมตช์อุ่นเครื่องระนอง, ประจวบ เอาใจแฟนบอลภูธรช่วงพักเพรกทีมชาติไทย สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วางแผนเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้สมบูรณ์แบบอีกครั้ง หลังวางคิวลงทัวร์ภาคใต้จัดแมตช์อุ่นเครื่อง 2 นัดกับ ระนอง เอฟซี ทีมจากศึก ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ในวันที่ 31 สิงหาคม เเละกับประจวบ เอฟซี ทีมจากศึกยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 ในวันที่ 3 กันยายน ปราสาทสายฟ้า เพิ่งแจ้งข่าวช็อคแฟนบอลอีกครั้ง หลังประกาศแยกทางกับ อัฟชิน กอตบิ กุนซือของทีมโดยเปิเผยเป็นการตกลงยกเลิกสัญญาทั้งสองฝ่าย เนื่องจากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อช่วงดึกวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา เเละหลังการเปลี่ยนแปลงได้วางคิวลงไปเรียกฟอร์มเก่งทางโซนภาคใต้ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฯ ออกมากล่าวว่า “เราจะพักเบรค 20 กว่าวันเพื่อหยุดให้กับทีมชาติ ผมหวังว่า 20 วันนี้ทีมจะมีความเปลี่ยนแปลงแข็งแกร่งขึ้น และเล่นได้ถูกใจแฟนบอลมากขึ้นผมจะใช้ 20 วันนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” “โดยเราจะมีแมตช์อุ่นเครื่องในวันที่ 31 สิงหาคมเจอกันที่ ระนอง และวันที่ 3 กันยายนเจอกันที่ ประจวบฯ เพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งกว่าเดิมและกลับมาเป็น บุรีรัมย์ ของแฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เหมือนเดิม ซึ่งเราจะต้องรักษาถ้วยใบสุดท้ายคือ โตโยต้า ลีก คัพ ไว้ให้แฟนบอลให้ได้” บอสใหญ่ปราสาทสายฟ้า กล่าว

ติสท์แตก! แน็ก พูดเองไร้อนาคต ไม่กลับไปเรียน ขอทำงานหาเงินเลี้ยงสัตว์
แน็ก ชาลี /  ข่าวบันเทิง / 

        หายหน้าหายตาจากจอละครไปสักพักใหญ่ ล่าสุดกลับมารับงานละครเรื่อง เงินปากผี ของค่ายกันตนา สำหรับนักแสดงหนุ่มสุดติสท์ แน็ก ชาลี จึงมีโอกาสอัพเดทชีวิตส่วนตัวว่า ยังไม่พร้อมกลับไปเรียนต่อให้จบ อยากทำงานหาเงินเพื่อมาทำสิ่งที่ชอบคือการตั้งวงดนตรีและเลี้ยงสัตว์ ถึงขนาดแพลนขายรถบิ๊กไบค์เพื่อระดมทุนเลยทีเดียว พร้อมเปิดใจยอมรับกำลังอินเลิฟกับสาวนอกวงการ!!             "กลับมารับงานละคร จริงๆ ใจผมอยากทำดนตรีอยู่ ก็ต้องทำงานหาเงินมาทำดนตรีมันใช้เงินเยอะมากนะ เราอยู่ไปวันๆ ไม่ได้ จริงๆ งานละครติดต่อมาเยอะมากนะ และบทดีๆ ก็เยอะมาก แต่เหนื่อยหรือเป็นบทเครียดเราก็ไม่ไหวแล้ว จริงๆ ไม่ได้เรียกว่าเลือกเยอะ แต่เป็นช่วงที่อยากทำหรือไม่อยากทำ"             "เรื่องเงินผมไม่ได้รบกวนพ่อแม่ เพราะเราเป็นคนใช้เงินเยอะมาก ยังไม่ถอดใจเรื่องทำดนตรี ยังอยากทำอยู่ แต่ผมเป็นคนไม่ได้เก็บเงิน ชอบซื้อของ ชอบเลี้ยงสัตว์จนคิดอยากจะขายรถที่บ้านบ้างแล้วเพื่อไปทำดนตรีเลี้ยงหมา เรื่องดนตรีผมไม่ได้เสียเงินเรียนนะ แต่เสียเงินหนักมากที่ผมอยากเป็นทุกอย่าง อยากเล่นเครื่องดนตรีทุกชิ้นทุกราคา ที่บ้านเค้าก็ว่า อย่างหนังละครเรื่องนึงทำงานมาเหนื่อยมาก แต่วันเดียวเราใช้เงินของทุกเรื่องหมดแล้ว"             "เรื่องขายรถไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย พอดีผมมีมอไซต์เยอะมาก ผมชอบตั้งแต่อายุ 14 แล้ว ไม่ถึงกับสะสม มีคนบอกว่าถ้ารักรถจริงจะไม่ปล่อยมันพัง แต่เราปล่อยรถเสียหลายคันมาก เป็นบิ๊กไบค์อย่างเดียวเลยครับ เป็นสิบคัน แต่ยังไม่ได้ขายนะ"            "จุดมุ่งหมายในชีวิตคืออยากมีเงินเลี้ยงสัตว์ พ่อแม่เราเลี้ยงหมาแมวข้างถนนตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เราก็ทำงานเลี้ยงแต่หมาแมว เราโชคดีที่เกิดในครอบครัวที่รักสัตว์ แต่เราไม่เปิดมูลนิธิอะไรพวกนี้ ไม่เข้าๆ เราไม่อยากให้มีเงินเข้ามาเกี่ยว เลี้ยงหลายอย่างเลยสัตว์แปลกๆ ตอนนี้น้อยลงไม่ได้เยอะเหมือนแต่ก่อนแล้ว เราชอบอันไหนก็เอามา"            "จริงๆ ผมเป็นคนทำงานน้อยมาก เพราะเราทำงานเยอะไม่ไหว 7 วัน และมีอย่างอื่นที่อยากทำอีกเยอะ ถ้าผมไม่จำเป็นต้องใช้เงินทำดนตรีหรือเลี้ยงสัตว์ ผมก็คงไม่ได้ทำงานแบบนี้ คงไปหาอย่างอื่นที่ชอบทำ เราคิดบ่อยมากว่าเราโตแล้วนะ 23 กำลังจะ 24 แล้ว เรียนก็ไม่จบ 2 ที่แล้ว รู้สึกว่าต้องทำงานนะ"             "เรื่องเรียนก็คิดตลอดแต่คงยอมแพ้ไม่กลับไปเรียน พอดีเป็นคนไม่ง้อใคร มหาวิทยาลัยช่วยก็ไม่เอา ผมกล้าพูดได้เลยว่าถ้าเรายังทำงานก็ไม่สามารถเรียนจบได้นะ ก็คิดจะกลับไปเรียนนะแต่เรายังไม่พร้อม ไม่เป็นหลักเป็นแหล่งสักอย่าง จริงๆ ผมไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเลยนะ ผมไม่เที่ยว ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ผมเลี้ยงแต่สัตว์"              "ไม่ใช่ยังหาตัวเองไม่เจอหรอก แต่เหมือนทำไมเรายังไม่หมดความขี้เกียจ ยังอยากทำนู่นทำนี่ อยากศึกษาอีกหลายอย่าง อยากรู้เรื่องเครื่องบิน เรื่องดนตรีอะไรแบบนี้ ปีนี้รับละครไว้ 2 เรื่องครับ"               "เรื่องสาวก็มีคนคุยครับ เป็นแฟนกันนี่แหละ เป็นคนนอกวงการ รู้จักกันไม่นานมาก จริงๆ คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเข้าใจผมนะ อยู่ด้วยกันแป๊บๆ ก็จะหายไปแล้ว หรืออาจจะรับเราไม่ได้ในหลายๆ เรื่อง แต่คนนี้เค้าเข้าใจเรา อายุน้อยกว่า ยังคบกันไม่ถึงปี บอกชื่อไม่ได้ครับ คือตอนแรกผมจะทำดนตรีให้เค้าเป็นนางเอกมิวสิคนี่แหละ กลายเป็นว่าไปชอบน้องเค้า น้องยังเรียนอยู่ ไม่ได้มีคนติดต่อ ผมจีบเองเลย ผมเนี่ยเป็นคนบอกผู้หญิงเองเลยว่า ผมไม่มีอนาคตนะ จริงๆ เราชอบคนแก่ จีบแต่คนแก่ ก็จะไม่ค่อยกังวลเรื่องนี้ ถ้าเจอคนที่คบแล้วบอกว่าต้องทำงานนะ พอบอกว่าต้องทำงาน ผมก็บ๊ายบายแล้ว คนนี้เค้ายังเรียนหนังสืออยู่ ไม่ได้มาบังคับเรื่องนี้" แน็ก กล่าว     แน็ก ชาลี   แน็ก ชาลี   แน็ก ชาลี   แน็ก ชาลี   แน็ก ชาลี  

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

เอิร์น จิรวรรณ โพสต์คลิป ลูกนั่งตักซิ่งรถ โดนดราม่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี
เอิร์น จิรวรรณ

     โดนชาวเน็ตท้วงติงกันมากมาย สำหรับอดีตนักร้องสาว เอิร์น จิรวรรณ ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่ยังสาว ที่มีลูกชายแล้วถึง 2 คน วัยกำลังน่ารักน่าชัง ล่าสุด เมื่อสาวเอิร์น โพสต์คลิปลูกชายคนโต น้องดี นั่งตักคนขับ พร้อมด้วยรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง และแคปชั่นใต้คลิปว่า "กลัวความเร็วซะที่ไหนลูกแม่" งานนี้ ดูเหมือนว่าชาวเน็ตจะไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะเห็นแล้วกลายเป็นหวาดเสียวแทน พร้อมทั้งบอกว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี เป็นห่วงว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ ซึ่งสาวเอิร์นก็ได้เข้ามาตอบคอมเม้นต์แล้วว่า "ขอบคุณมากๆ ที่เป็นห่วงน้องค่ะ พอดีพาน้องมาขับเล่นในซอยบ้านซึ่งช่วงสายๆปกติจะเงียบมากแทบไม่มีรถค่ะเพราะเด็กๆ ไปโรงเรียนผู้ใหญ่ไปทำงานหมดแล้วค่ะ จะเห็นได้ว่าที่ขับมีรถสวนคันเดียวค่า" กลัวความเร็วซะที่ไหนลูกแม่🚗🚗🚗 A video posted by 🎀✨EarN Techaruvichit✨ 🎀 (@earnie_chirawan) on Aug 21, 2016 at 9:26pm PDT

League of Gods สงครามเทพเจ้า
League of Gods /  กู่เทียนเล่อ / 

League of Gods สงครามเทพเจ้า League of Gods สงครามเทพเจ้า ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ 16 เมื่อ พระเจ้าซางโจ้ว กษัตริย์โจ้วอ๋อง รับบทโดย เหลียงเจีย ฮุย ผู้ชั่วร้ายบ้าสงคราม ลุ่มหลงในอำนาจ และชอบเสพสม มัวเสาเรื่องอิสตรีนารีจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่เป็นอันบริหารปกครองดูแลทุกข์สุขปวงประชาและบ้านเมือง โจ้วอ๋องลุ่มหลงสนมเอก ต๋าจี รับบทโดย ฟ่านปิงปิง โดยไม่รู้ว่านางคือนางปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ความชั่วร้ายของโจ้วอ๋องนำมาซึ่งเรื่องราวใหญ่โตบานปลาย จนบรรดาเหล่าทวยเทพต้องยื่นมือลงมาช่วยเหลือ โจ้วอู่หวังรับบทโดย เจ็ต ลี จากแคว้นโจวในการปราบกษัตริย์ผู้ชั่วร้าย เป็นผู้วางแผนในการพิชิตศึกที่ทั้ง โลก สวรรค์ และนรก ต้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

รั้งจ่าฝูงยาว! กิเลนผยองไม่แผ่วเปิดรังขย้ำโลมาขาดลอย
พัทยา ยูไนเต็ด /  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด / 

กิเลนผยองฟอร์มยังแรงต่อเนื่องหลังเปิดรังถล่มเอาชนะ พัทยา ยูไนเต็ด ไปขาดลอยรั้งจ่าฝูงยาวๆ ก่อนพักเบรคให้โปรแกรมทีมชาติไทย  ผลฟุตบอลศึกโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4 - 1 พัทยา ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : ซิสโก้ ฆิมิเนซ น.12, เคลตัน ซิลวา น.15, ธีราทร บุญมาทัน น.45,ฟรานซิสโก้ กอนซาเลส น.52, ธีรศิลป์ แดงดา น.57 สนาม : เอสซีจี สเตเดียม เวลา 18.00 น. การเเข่งขันศึกโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 28 เจ้าถิ่น "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จ่าฝูงของตาราง เปิดบ้านพบกับ พัทยา ยูไนเต็ด อันดับ 13 ของตาราง เริ่มเกมเพียงแค่ 12 นาทีแรก เจ้าถิ่นเมืองทองขึ้นนำเร็วทันที 1-0 ธีราทร บุญมาทัน เติมขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนหยอดข้ามไปเสาสองให้ ซิสโก้ ฆิมิเนซ ทะยานโขกเข้าไปไม่เหลือซาก ถัดมา 3 นาที เมืองทอง หนีห่างเป็น 2-0 อย่างรวดเร็ว ธีราทร บุญมาทัน คนเดิมเปิดบอลจากซ้ายเข้าเขตโทษให้ เคลตัน ซิลวา ลอยตัวมาโขกเข้าไปชนิดที่ ทศพร ศรีเรือง ไม่ทันตั้งตัว จากนั้นนาทีที่ 45 สถานการณ์พัทยา ระส่ำไปอีกเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน ที่โดดเด่นเหลือเกินในเกมนี้ยิงฟรีคิกเข้าไปให้ เมืองทอง ทิ้งห่างเป็น 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ เกมในครึ่งหลังทีมเยือนพัทยา ไม่ยอมง่ายๆเมื่อได้ประตูไล่มาเป็น 3-1 ในนาทีที่ 52 จากลูกเตะมุมจังหวะสุดท้ายโดนเข่า ฟรานซิสโก้ กอนซาเลส เข้าไป อย่างไรก็ตามนาทีที่ 57 เจ้าถิ่นเมืองทองก็ได้ประตูหนีห่างเป็น 4-1 เคลตัน ซิลวา แตะบอลหนี ทศพร ศรีเรือง เข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ ธีรศิลป์ แดงดา ดึงจังหวะหลอกแล้วชิพข้ามหัว นิเวศ ศิริวงศ์ ที่พยายามเคลียร์ออกมาจากเส้นเข้าไปอย่างเหนือชั้น จากนั้นเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ พัทยา ยูไนเต็ด 4-1 ยึดจ่าฝูงของตารางต่อไปก่อนพักเบรคให้ทีมชาติไทย ลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย 2 นัดแรก รายชื่อ 11 ตัวแรกทั้งสองทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) - ทริสตอง โด , นาโออากิ อาโอยามะ , อดิศร พรหมรักษ์ , ธีราทร บุญมาทัน - ธนบูรณ์ เกษารัตน์ - สารัช อยู่เย็น , ชนาธิป สรงกระสินธ์ - เคลตัน ซิลวา , ธีรศิลป์ แดงดา , ซิสโก้ ฆิมิเนช พัทยา ยูไนเต็ด : ทศพร ศรีเรือง (GK) - ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล , ฟรานซิสโก้ กอนซาเลส , ยู แจ โฮ , ภรัญญู อุปละ , ธนพัต ณ ท่าเรือ , กิตติศักดิ์ โฮชิน , ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ,ซุนนี สาอั๊ด , วิชาญ นันทะศรี , อันโตนีโอ พีน่า

อาร์เอสฯ เตรียมจัดคอนเสิร์ตมาสเตอร์พีซ ร่างทรงคนเขียนเพลง
จอนนี่ /  จอนนี่ อันวา / 

อาร์เอสฯ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ 'ร่างทรงคนเขียนเพลง' คอนเสิร์ตระดับมาสเตอร์พีซ จากปลายปากกาความรู้สึกคนเขียนเพลง สร้าง ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ อีกครั้ง! โดยครั้งนี้ อาร์เอสฯ เตรียมจัดคอนเสิร์ตที่จะถ่ายทอดบทเพลงผ่านร่างทรง 5 ศิลปินคุณภาพ นำโดยร็อกรุ่นใหญ่ โป่ง ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์, เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, ดัง พันกร บุณยะจินดา, จอนนี่ อันวา และ แดน วรเวช ดานุวงศ์ ซึ่งจะมาถ่ายทอดความสุขผ่านมากกว่า 25 บทเพลง จากปลายปากกาความรู้สึกของคนเขียนเพลงซึ่งทุกคนเคยประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ พี่ใหญ่สุดในคอนเสิร์ต ร่างทรงคนเขียนเพลง อย่าง โป่ง ปฐมพงศ์ กล่าวเชิญชวนว่า... "ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ เฮียฮ้อ และ อาร์เอส ที่ทำให้พวกเราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ที่นี่เป็นบ้านที่อบอุ่น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีที่นี่อยู่กันแบบพี่น้อง เป็นที่ให้โอกาสพวกเราได้เติบโตและสร้างให้พวกเรามีวันนี้ คอนเสิร์ตในครั้งนี้พวกเราทั้ง 5 ศิลปิน จะเป็นร่างทรงนำบทเพลงจากปลายปากกาความรู้สึกของคนเขียนเพลงชื่อดัง ซึ่งทุกคนประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง อยากให้รู้ว่ารักเธอ, ต่อหน้าฉัน(เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร), ท้องไม่รับ, รักคงยังไม่พอ, นางแมว, รอยร้าว รวมมากกว่า 25 บทเพลง รับรองได้ว่าทุกคนร้องตามกันได้อย่างสุดเสียงเพราะเป็นเพลงที่เราโตมาด้วยกัน แล้วมาเจอกันนะครับ 15 ตุลาคม เราทั้ง 5 คนและแขกรับเชิญพิเศษที่รับรองได้ว่าแฟนๆ จะได้ทั้งความสนุก เซอร์ไพร์ส ความประทับใจอย่างอบอุ่น เรียกว่าหายคิดถึงกันอย่างแน่นอน" เตรียมพร้อมมาประทับใจบทเพลงอันแสนไพเราะอีกครั้งกับคอนเสิร์ต ร่างทรงคนเขียนเพลง คอนเสิร์ตระดับมาสเตอร์พีชที่จะทำให้แฟนๆ ได้สนุกและหายคิดถึงไปกับเพลงฮอต-ท่าฮิต ที่เชื่อว่าทุกคนร้องเล่นเต้นได้แน่!... ในวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2559 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ บัตรราคา 4,000 / 3,000 / 2,000 / 1,000 บาท เริ่มจำหน่ายบัตรวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559 ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com โทร 02-262-3456 พร้อมติดตามทุกเรื่องราวของคอนเสิร์ตร่างทรงคนเขียนเพลงได้ที่ Fanpage : RS Concert Team มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อลัน ริกแมน ปรากฏตัวเป็นครั้่งสุดท้ายใน Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก
Aaron Paul /  Alan Rickman / 

อลัน ริกแมน ปรากฏตัวเป็นครั้่งสุดท้ายใน Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก น่าจะเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มที่หลายคนทั่วโลกรู้จักเขา อลัน ริกแมน (Alan Rickman) กับบทบาทที่ทำให้เขาโด่งดังจนถึงที่สุดอย่างศาสตราจารย์สเนป ในภาพยนตร์แฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ และบทบาทสุดท้ายที่เขาได้รับในช่วงชีวิตที่โด่งดังถึงขีดสุดกับบทบาท พลโทชาวอังกฤษ แฟรงค์ เบนสัน ในภาพยนตร์ Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก สำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานการแสดงของเขาไม่ควรพลาดที่จะได้เห็นเขาในโรงภาพยนตร์เป็นครั้งสุดท้าย Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก ว่าด้วยเรื่องราวของผู้พัน แคทเธอรีน พาวเวลล์ รับบทโดย เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารที่ประจำการที่ลอนดอน กำลังปฏิบัติการโดรนลับสุดยอดเพื่อจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายสุดอันตรายจากเซฟเฮาส์ของพวกเขาในเคนยา จู่ ๆ ภารกิจก็ยกระดับจากการ “จับกุม” เป็น “การสังหาร” สตีฟ วัตส์ รับบทโดย อารอน พอล (Aaron Paul) นักบินโดรนชาวอเมริกัน กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำลายเซฟเฮาส์ ในตอนที่เด็กหญิงวัยเก้าขวบก้าวเข้าสู่โซนสังหารนอกรั้วบ้าน เมื่ออาจเกิดผลกระทบการทำลายล้างอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจจะลงมือโจมตีก็ถูกส่งต่อไปตาม “ลำดับสั่งการสังหาร”

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla
Shin-Godzilla /  ก็อดซิลลา / 

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla สามนักแสดงนำจากภาพยนตร์สัตว์ประหลาดแห่งปี Shin Godzilla เริ่มต้นด้วยนักแสดงหนุ่ม ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ รับบทเป็น รันโด ยางุจิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ยูทากะ ทาเคโนอุจิ รับบทเป็น ฮิเดกิ อาคาซากะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี และสาวน่ารัก ซาโตมิ อิชิฮาระ รับบทเป็น เจ้าหน้าที่ทางการจากสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยทั้งสามนักแสดงได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ และความรู้สึกที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายไว้ดังต่อไปนี้ ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ (ซ้ายมือ) ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ (ตรงกลาง) ซาโตมิ อิชิฮาระ (ขวามือ) ช่วยเล่าความรู้สึกเมื่อภาพยนตร์ถ่ายทำอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทาเคโนะอุจิ : การที่ผมได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ก็อดซิลลา ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับยอดฝีมือขนาดนี้ คงจะเป็นความรู้สึกที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ผมคิดว่าคงไม่สามารถแสดงความประทับใจออกมาได้หมดในระยะเวลาอันสั้นนะครับ ผมคงพูดได้เพียงแค่ว่า มันเป็นหนังที่ดูแล้วเกิดความรู้สึกฮึกเหิมมาก ทั้งที่มันเป็นหนังที่เต็มไปด้วย CG แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นหนังไซไฟเลยแม้แต่นิดเดียว หนังนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นในอดีต พูดได้เลยว่า มันก็ไม่ได้สมจริงสักเท่าไร แต่เราก็ไม่ถือสาเพราะคิดว่ามันก็คือหนัง ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ บทหนามากครับ ตัวหนังสือเต็มพรืดไปหมด จนผมจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาอย่างไร แม้กระทั่งตอนระหว่างถ่ายทำ แต่ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับทั้งหมดเลย ผมเองก็ต้องปรับเพื่อให้เข้ากับความคิดผู้กำกับ ให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด พอหนังเสร็จแล้ว ตอนได้ดูก็รู้สึกภูมิใจมาก หลัก ๆ เพราะหนังมันสนุกน่ะครับ และดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฮาเซกาวะ : รู้สึกปลื้มสุด ๆ เลยครับ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลลาแนวใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ แถมยังอัดแน่นด้วยความบันเทิง ผมเคยดูวีดิโอเมื่อตอนเด็ก ๆ ผมกลัวมันมากตอนนั้น แต่มันทำให้ผมรู้ว่าหนังญี่ปุ่นมันน่าทึ่งขนาดไหน และคิดว่าอยากจะให้ทุกคน ๆ ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ไว ๆ ครับ อิชิฮาระ : ฉันว่าพวกเขาต้องกล้ามากที่ทำหนังแบบนี้ออกมาในตอนนั้น มันยอดมากที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เป็นหนังแฟรนไชส์ที่ยาวนานมาถึง 60 ปี ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะได้ดูไปเมื่อวันก่อนนี้ค่ะ รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเลย แม้ว่าญี่ปุ่นในตอนนี้จะไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์การแพ้สงครามแล้วก็ตาม แต่ลึก ๆ แล้วเราก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เมื่อหลายวันก่อน ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มาเยี่ยมเยียนพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่จังหวัดฮิโรชิมา โดยมีการคำนึงถึงโทษของระเบิดปรมาณู และสารกัมมันตรังสี ซึ่งฉันอยากจะให้ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และไตร่ตรองดูกันนะคะ ช่วยเล่าบทบาทของแต่ละคน คุณฮาเซกาวะ : บทบาทของผมคือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นบทที่ต้องเผชิญหน้ากับก็อดซิลลาโดยตรง ยางูจิ เป็นวีรบุรุษบูชิโดแบบดั้งเดิม ต้องฝึกให้ตัวเองฮึกเหิม ให้กลายเป็นผู้นำให้ได้ เขาแสดงความเป็นผู้นำภายในองค์กร และช่วยกระชับความสามัคคีความแข็งแกร่ง เป็นคนที่เป็นความหวังของอนาคตญี่ปุ่น โจทย์ของผมก็คือ ผมจะทำแบบไหนให้กลายเป็นนักการเมืองที่ทุกคนเชื่อ เป็นชายอายุ 30 กว่า ๆ ได้เป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรี ผมพยายามเล่นให้มันดูมีตัวตนจริง ๆ คิดว่าตัวละครต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง มันก็มีปัญหามากมายเกิดขึ้น ทั้งในองค์กร ทั้งประเทศ อยากที่จะปกป้องพลเมืองในประเทศ และนั่นแหละพอคิดแบบนี้ ตัวละครมันก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนอื่น ๆ ผมก็จะถามผู้กำกับอันโนะเอา เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ทาเคโนะอุจิ : ผมได้รับบทเป็นนักการเมืองครับ ผมไม่เคยเล่นบททำนองนี้มาก่อนเลย ปกติผมก็จะเห็นนักการเมืองจากในทีวี ครั้งนี้ต้องมาเล่นเอง มันตรงกันข้ามกับบุคลิกของผมเลย ผมไม่รู้จะแสดงยังไง พออยู่ในกองถ่าย พอไม่เข้าใจอะไรก็ถามผู้กำกับก่อน ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี ความคิดของผู้กำกับนั้นสุดยอดจริง ๆ เขารู้ลึก รู้ไปหมด นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตอนถ่ายทำกับคุณอันโนะ บทของคุณฮาเซกาวะเป็นนักการเมืองที่อ่อนหัด เขาจะตะโกนออกคำสั่งตลอดเวลาว่า “ยางุจิ อย่าทำแบบนั้น อันนั้นถูกแล้ว อันนั้นไม่ได้” เพื่อให้คุณฮาเซกาวะเล่นได้เข้าบทบาท ซึ่งมันตรงกับบทบาทของผมเลย บทของผมตรงกันข้ามกับบท ยางุจิมาก ๆ เลย ผมไม่รู้ว่า บุคลิก 2 แบบที่แตกต่างกันนี้ จะอยู่ในหัวของผู้กำกับคนเดียวได้อย่างไร อิชิฮาระ : บทที่ฉันได้รับคือ คายาโกะ แอน แพตเตอร์สัน เป็นคนอเมริกันที่เป็นผู้ติดตามพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พ่อของเธอมีอำนาจมันทำให้เธอโตมาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แต่คำพูดของยางูชิทำให้เธอได้นึกถึงรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นในตัวเธอ นอกจากเรื่องอสูรกายมันยังเป็นเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย ตอนที่ฉันสวมบท มันมีบางช่วงที่ฉันรู้สึกเหมือนตอนญี่ปุ่นถูกคลื่นสึนามิถล่มเมื่อปี 2011 “มันเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สามารถมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู ฉันคิดว่าฉันต้องเรียนรู้ว่าควรศรัทธาในอะไร ถึงแม้ว่าจะมีความแคลงใจอยู่บ้าง ก็อดซิลลาช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นมาก การทำงานในกองถ่ายของคุณเป็นอย่างไรบ้าง อิชิฮาระ : ในช่วงระหว่างถ่ายทำ ฉันปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบทุกวันเลยค่ะ จึงทำให้รู้สึกเคว้งมาก ทั้งยังรู้สึกกดดันสูงมากด้วย ตอนเริ่มถ่ายซีนแรก ๆ ฉันเครียดมาก ฉันไม่เข้าใจ เวลาถ่ายฉากที่ต้องมองก็อดซิลลา (ต้องมองอากาศไปก่อนเพราะต้องไปทำ CG เพิ่มทีหลัง) ฉันต้องทำแบบไหนนะ ต้องมองยังไง ฉันเริ่มรู้สึกท้อแท้ ก็เลยบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะ ด้วยบทบาทในเรื่อง ฉันต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เก่งเสียด้วยสิ แล้วพอถ่ายไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนซีนไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เล่นได้ ความรู้สึกเคว้งก็ค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ ปรับตัวได้ Shin Godzilla มีกำหนดฉายทั่วโลก 100 ประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกอย่างไรที่ได้รับความสนใจขนาดนี้ แล้วนี่ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์หนังก็อดซิลลาในบรรดาก็อดซิลลาเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ฮาเซกาวะ:เยี่ยมไปเลยครับ ก็อดซิลลาถือเป็นคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดที่คนรู้จักและให้ความสนใจกันทั่วโลก แน่นอนว่า ด้วยชื่อเสียงของคุณผู้กำกับอันโนะ ทำให้มันสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมขึ้นไปอีก แล้วก็ดีใจมากครับที่หนังได้ฉายในหลาย ๆ ประเทศ สมมติว่าเวลาผมไปทำงานในต่างประเทศ คนก็จะถามว่า คุณคือนักแสดงเรื่องก็อดซิลลาใช่ไหม แล้วการที่ก็อดซิลล่าไปฉายในเมืองนอก อาจจะทำรายได้ของหนังเพิ่มขึ้นด้วย(หัวเราะ)ผมดีใจมากครับ ทาเคโนะอุจิ:ก็รู้สึกดีใจจริง ๆ เพราะตอนแรกผมก็เหมือนกับคุณผู้กำกับอันโนะครับ ว่าเราจะรับงานนี้ดีไหมนะ แต่ว่าพอตอนนี้หนังมันเสร็จแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีมาก ๆ เลย ดูจบแล้วมีความฮึกเหิมสุด ๆ และหนังยังมีความบันเทิงมากด้วย แถมก็อดซิลลาในครั้งนี้ มันก็มีความใหญ่ตั้ง 118.5 เมตร ความใหญ่ของมัน ก็รู้สึกไม่ได้อยากให้แค่คนญี่ปุ่นได้เห็นน่ะครับ แต่ผมก็อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นเหมือน ๆ กัน ที่สำคัญ ผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนัง และนั่นก็คือสิ่งที่รู้สึกดีใจ เวลาที่มีคนพูดถึงงานของเรา อิชิฮาระ:เป็นเวลา 60 ปีแล้วที่โตโฮสร้างก็อดซิลลามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดในช่วงเวลาไหน ก็ต้องรู้จักก็อดซิลลากันหมด การได้ไปฉาย 100 ประเทศก็สุดยอดมาก ๆ เลย จนถึงตอนนี้ แม้จะอยู่มา 60 ปีแล้ว ก็อยากให้มันมีไปเรื่อย ๆ อยากให้ทั่วโลกได้เห็น ก็ถือว่าสุดยอดมากค่ะ การถ่ายทำช่วงไหนที่คิดว่ายากที่สุด ฮาเซกาวะ:ผมคิดว่าแสดงบทบาทการเมืองให้ดูสมจริงนั้น ค่อนข้างยากลำบาก บทบาทของผมก็จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองครับ ถ้าพูดถึงนักการเมืองละก็ ผมก็เห็นทั่วไปตามสื่อโทรทัศน์แค่นั้นครับ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง อย่างเช่น เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ก็จะมีกล้องถ่ายล้อมรอบพร้อมกับการถูกรุมถาม เป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากมาก ๆ ครับเพื่อให้ดูสมจริง แม้ว่าผมจะถามคนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องลองสัมผัสดูเอาเองนะครับ ทุกครั้งที่เล่นก็ปรึกษาคุณผู้กำกับอันโนะไปด้วยครับ ทาเคโนะอุจิ:ขณะถ่ายทำฉาก CG นั้นเนื่องจากข้างหลังเป็นฉากสีเขียว พอมองไปยังจอมอนิเตอร์ จึงทำได้เพียงจินตนาการภาพเอาเองครับ ซึ่งเมื่อก็อดซิลลาปรากฏตัว ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทางตกใจพร้อมกับพูดคำว่าว่า โอ้ว ซึ่งผมไม่อยากแสดงออกมาให้มันดูไม่สมจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดว่าจะต้องแสดงในลักษณะไหนดี ซึ่งนั้นแหละครับเป็นสิ่งที่ยากสำหรับผม Shin Godzilla ที่สร้างมาเพื่อปรับเปลี่ยนเสน่ห์ก็อดซิลลาในแบบเดิม ๆ หนังจะให้ภาพการสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง  ซึ่งผมดูแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึงตามไปด้วย บท ยางุจิ ซึ่งแสดงนำโดยคุณฮาเซกาวะนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยสีหน้าที่แสดงออกมาในช่วงที่ถูกต้อนจนมุมในยามคับขันนั้นมันรู้สึกตราตรึงใจผมเป็นอย่างมากเลยครับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในบทบาทของนักการเมือง ซึ่งผมก็อยากจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำมากมายจากคุณผู้กำกับอันโนะ อิชิฮาระ:ช่วงก่อนที่จะถ่ายทำค่อนข้างลำบากค่ะ ตอนที่ได้รับบทภาพยนตร์มานั้น มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมดแถมยังเป็นคำที่เข้าใจยากอีกด้วย ศัพท์เกี่ยวกับข่าวอะไรทำนองนั้นค่ะ ซึ่งมันยากต่อการเข้าใจ มีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องหาความหมายเพิ่มเติม และค่อย ๆ จดบันทึกค่ะ อารมณ์แบบอ่านไปด้วยบันทึกไปด้วย อ่านครั้งเดียวไม่เข้าใจค่ะ ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ พอยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทค่ะ เริ่มรู้สึกกลัวและกดดันที่ตัวเองต้องมาร่วมงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ ตอนอ่านฉันก็ไม่อยากให้มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น อ่านไปฉันจึงรู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปด้วยตลอด อยากฝากอะไรทิ้งท้าย อิชิฮาระ : ฉันได้ข้อคิดว่า ทุกการกระทำนั้นส่งผลต่อเนื่องอะไรบ้าง นั่นทำให้ฉันคิดว่าต่อไปนี้ ฉันก็จะใช้ชีวิตโดยการคำนึงถึงอนาคตเป็นหลัก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ 10 ปีก็จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ ฝากถึงท่านผู้ชมว่าถ้าชอบส่วนไหน มีความรู้สึกยังไง มีประสบการณ์ระหว่างชมอย่างไร ตอนดูจบก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะคะ ทาเคโนะอุจิ:Shin Godzilla สร้างโดยจินตนาการของคุณอันโนะ (ผู้กำกับ) โดยทำให้ก็อดซิลลามีตัวตนในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยอยากให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชมและแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะครับ ฮาเซกาวะ:ในระหว่างการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันมาแล้ว ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ การต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมชะตากรรมพร้อมกับทีมงานทั้งหมด 328 คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ “ญี่ปุ่นยังคงมีอยู่” พวกเราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีตามวิถีของคนญี่ปุ่น การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาร่วมกัน มันเป็นประเด็นที่ดีมาก ๆ นะครับ ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ