แหวน ฐิติมา

งานดีไม่แพ้พ่อไมค์! ซาร่า อุ้ม น้องแม็กซ์เวลล์ อัปเดทความหล่อ
ซาร่า คาซิงกินี /  น้องแม็กซ์เวลล์ / 

ยิ่งโตยิ่งหล่ออออออ คุณแม่คนสวย ซาร่า คาซิงกินี อุ้ม น้องแม็กซ์เวลล์ ลูกชายวัย 2 ขวบ 9 เดือน ร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องละครที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ของ "พญานาค" ในสมัยพุทธกาล เรื่อง "บ่วงนาคราช" @ลานพระพิฆเนศวร ททบ. 5 สนามเป้า พูดเลยถ้าลูกไม้หล่นใต้ต้นนี่โตขึ้นมาฮอตกว่า พ่อไมค์ พิรัชต์ เป็นแน่... อิอิ โดยทางสาวซาร่าได้พูดถึงการมารับงานละครแบบเต็มตัว บอกต้องยอมห่างลูกชายตัวน้อยเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ เล็งคุยกับทางไมค์เรื่องลูกเข้าโรงเรียน... รายละเอียดดังนี้ "เล่นละครเรื่องนี้เพราะเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องพยานาค ใช่ค่ะ เพราะว่ามีความเชื่อเรื่องนี้ด้วย แล้วมีคนทักว่าเราเหมือนมีร่างพญานาค เราก็เลยนับถือ เชื่อถือ โดนทักมาสักพักแล้วค่ะ เราไปเห็นแหวนชอบ เลยเอามาใส่ หลังจากนั้นประมาณอาทิตย์เดียวเรื่องนี้ก็ติดต่อมา ก็รู้สึกบังเอิญดี เขาบอกว่าพญานาคดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องความรัก เราเลยคิดว่าตรงกับเรา เพราะตั้งแต่มีความรักมาเราก็ไม่เคยสมหวังค่ะ ตอนนี้ก็บูชาท่านค่ะ" "มาเล่นละครแล้วเวลาให้น้องแม็กซ์เวลล์ จริงๆ น้องเริ่มโตแล้ว ประมาณเดือนกรกฎาที่จะถึงน้องก็จะเข้าเรียน แล้วเราก็ฝากคุณแม่ช่วยดูแลด้วย เรื่องโรงเรียนจริงๆ เลือกแล้ว แต่ว่าพ่อน้องเขาอยากช่วยตัดสินใจ เดี่ยวพ่อเขาบินมาวันนี้พอดี ก็คงได้พูดคุยกันอีกครั้ง เป็นนานาชาติ น้องจะได้ภาษาด้วย ตอนนี้ 2 ขวบ 9 เดือน 10 เดือน จะสามขวบแล้วค่ะ" "เรื่องค่าใช้ในการเรียนจะช่วยกันแชร์มั้ย อันนี้ไม่แน่ใจ เดี๋ยวรอเจอเขาแล้วจะคุยอีกทีนึง ยังไม่ได้พูดคุยกันเป็นกิจจะลักษณะ เพราะที่ผ่านมาเราก็เลี้ยงดูน้องเอง ที่ผ่านมาเขาก็อาจจะช่วยนิดๆ หน่อยๆ แต่ว่าเรื่องเรียนเรายังไม่ได้คุยเลยยังไม่แน่ใจ ก็ยังไม่ตอบไม่ได้ ค่าเลี้ยงดูก็ส่งค่ะ ส่งเรื่อยๆ" "งานในวงการ เราต้องรับ เพราะว่าเราต้องหาเงินค่าเรียนน้อง ถ้าเราอยู่เฉยๆ เงินมันก็ไม่เข้า จริงๆ ก็อยากดูแลน้องเต็มที่ แต่ว่าน้องก็ต้องเข้าเรียนแล้ว ค่าใช้จ่ายเด็กโตค่อนข้างสูง ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ทำมาหากิน เงินมันก็ไม่งอก ไม่ให้ห่าง เราก็เป็นคนติดลูก เราก็แบ่งเวลาไปอยู่กับลูกด้วย เขาโตแล้วก็อยากอยู่กับยายบ้าง น้องสาวซาร่าบ้าง จริงๆ เขาก็ติดแม่ แต่ไม่เจอหน้าแม่ประเดี๋ยวนึงก็ได้ ก่อนให้น้องไปเรียนเราก็เตรียมกันเอง เราไม่ได้ให้น้องไปเรียนเนอสเซอรี่ เพราะถ้าไปก็นอน คุณพ่อคุณแม่ถ้ามีเวลาอยู่บ้านจริงๆ ก็ทำกันเองได้" "กลัวห่าง กลัวเศร้ามากเลย คือตอนนี้มันยังไม่ห่างกันมาก เราก็กังวลว่าอาจจะเป็นเกาะขอบโรงเรียน ถ้าไม่ได้ถ่ายละคร แต่อาจจะไปสมัครเป็นครู(หัวเราะ) แต่ไม่ได้ถึงขนาดจัดคิวแน่น ทางด้านการแสดงซาร่าก็ยังไม่ถือว่าเก่งขนาดนั้น ก็ฝึกฝนกันไป ถ้ามีโอกาสค่ะ" "ย้ายมากรุงเทพ ยังไม่ได้ย้ายมาเลย ถ้ามีงานเราก็มา ถ้าไม่มีงานเราก็อยู่ภูเก็ต ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีคนดูแล รับน้อง มันก็ค่อนข้างยาก ใจเราคิดว่าถ้าภูเก็ตก็ยังมีครอบครัวเราก็ยังบริเวณบ้าน เดี๋ยวเรื่องนี้จะคุยอีกทีนึง ไมค์อยากให้อยู่กรุงเทพนะคะ อาจจะสะดวกเขา ถ้าสะดวกเรากับสะดวกลูกก็คือภูเก็ต" "ไม่ได้หรอก เพราะเราเป็นแม่ คำของเราคือเด็ดขาด เพราะหนึ่งเราเลี้ยงดูมา ในส่วนตัวซาร่าก็มองว่าเขาเป็นพ่อที่โอเค แต่ขอแค่รับฟังก็พอ ไม่ต้องออกความเห็นเยอะ ล่าสุดก็ห่างกันอาทิตย์นึง เพราะซาร่ามาฟิตติ้ง มีงานต่อก็เลยอยู่ต่อ น้องก็อยู่ที่โน่น พอเรากลับไปเขาก็เรียกแม่ตลอดเวลา ไม่ยอมไปไหน เขาบอกไม่ให้แม่ทำงาน เราก็บอกถ้าแม่ทำงานเราก็ไม่มีตังค์ ก็เศร้านิดนึง เพราะเราไม่ค่อยห่างกัน พอห่างก็รู้สึกเศร้า นี่พูดแล้วเดี๋ยวน้ำตาคลอ ถ้าเลือกได้ก็อยากอยู่กับน้อง เพราะค่าใช้จ่ายมันเยอะขึ้น จริงๆ ก็มีงานติดต่อมาเหมือนกัน แต่น้องน่าจะยังไม่พร้อม อยู่กันสองคนเขามีแววค่ะ แต่ต่อหน้าคนอื่นเขาอาย ถ้างานถ่ายแบบโอเค เวลามีคนขอถ่ายรูปก็ไม่ให้ถ่าย กำลังอยู่ในวัยที่ไม่เอา จะเอาแต่เซเว่นกับขนม" ซาร่า กล่าว ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์ ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์ ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์ ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์ ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์ ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์ ซาร่า - น้องแม็กซ์เวลล์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

แทบไม่เคยห่างกัน! ปันปัน เผยความรู้สึกครั้งแรก!! หลังสูญเสียแม่แหวน ฐิติมา
ปันปัน เต็มฟ้า /  แหวน ฐิติมา

คิดถึงแม่... ปันปัน เต็มฟ้า โพสต์แรก แสดงความอาลัยแม่ แหวน ฐิติมา หลังจากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งวานนี้(7 ก.ค.) เผยกว่า 20 ปีแทบไม่เคยห่างกัน พร้อมสัญญาจะยึดแม่เป็นไอดอล ต้องเก่งเหมือนแม่ ดังนี้ "คิดถึงแม่มากๆ เลย ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเราไม่เคยจากกันนาน แต่ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะปันเชื่อว่าใจของแม่ก็ยังคงอยู่กับปันเสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่ใจดี เข้มแข็ง และเก่งที่สุดที่ปันรู้จัก และปันสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้เก่งเหมือนแม่ ปันรักแม่นะคะ แล้วเราเจอกันนะแม่ I will always love you mommy" ขอบคุณ ภาพจากไอจี @panpantemfah ปันปัน - แม่แหวน ฐิติมา ปันปัน - แม่แหวน ฐิติมา ปันปัน - แม่แหวน ฐิติมา ปันปัน - แม่แหวน ฐิติมา ปันปัน - แม่แหวน ฐิติมา

เอ ศุภชัย เศร้า!! สูญเสีย พ่อเฒ่า วัย 97 ปีอันเป็นที่รัก!!
เอ ศุภชัย /  อั้ม พัชราภา / 

  ช่วงนี้วงการบันเทิงต่างโศกเศร้ากับการจากไปของคนบันเทิงเป็นจำนวนมาก เพราะเพียงแค่ 5 วันก็สูญเสียศิลปินดาราไปแล้วถึง 6 ท่านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณยายอี๊ด สินีนาฏ โพธิเวส หรือ อาม่า เฮงเฮงเฮง, ป้าติ่ง พิมพ์พรรณ บูรณะพิมพ์, แหวน ฐิติมา, เต้ย ไฮร็อค หรือ กิตติศักดิ์ เจริญคง, ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ และ แวว จ๊กมก ล่าสุด ด้าน เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราและนักปั้นมือทองชื่อดังก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย พ่อเฒ่า หรือ คุณตา ผู้เคยเลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งได้จากไปอย่างสงบในวัย 97 ปีว่า   “ตอนเด็กๆเวลาปิดเทอม แม่ก้อจะพาไปอยู่บ้าน พ่อเฒ่า หรือ คนไทยเรียกว่าตา ก้อคือพ่อ ของแม่ พ่อเฒ่าจะเป็นคนใจดีบ้านอยู่ตลาดจันทร์ อ.สิชล จ.นครศรีฯ ตรง เขาน้อย แต่จะมีสวนยางตรง เขาใหญ่ เลยปั่นจักรยานทุกวัน พวกเราก้อจะตามพ่อเฒ่าไปสวนยางบ้างแต่ก้อหิว เพราะถ้ารีดยางไม่เสร็จเขาก้อไม่ทานข้าวกัน เมื่อก่อนพ่อเฒ่าเป็น ทหารผ่านศึก ไปรบที่ประเทศไหนสักที่ อยู่หน่วยสื่อสารตอนนี้ อายุ 97ปีแล้วพ่อเฒ่าก้อยังปั่นจักยานอยู่ และกรีดยางทำทุกอย่างเหมือนตอนพวกเราเป็นเด็ก เมื่อว่าน แม่กับน้าเพิ่งโทรมาเล่าว่า พ่อเฒ่า เริ่มเหนื่อย เลยจองตั๋ว ว่าเสาร์หน้าจะไปหา พ่อเฒ่าก้อบอกว่าหายแล้ว ไม่เป็นไร วันนี้ ตอน 9โมง น้าโทรมาพร้อมเสียงสะอื้น บอกว่า พ่อเฒ่า ไม่อยู่แล้ว หลับให้สบายนะครับ พ่อเฒ่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ ขอบคุณที่รักพวกเรามาตลอดแต่เล็กจนโต หลับให้สบายนะครับ รักพ่อเฒ่า มากๆๆๆๆนะครับ ...เอ ศุภชัย”   ทั้งนี้มีดารานักแสดงและแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก อาทิ อั้ม พัชราภา, กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์, เนย โชติกา เป็นต้น ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว เอ ศุภชัย มา ณ โอกาสนี้          

เมินดราม่า!! รัศมีแข เปิดใจกว่ารักจะมาถึงจุดนี้ได้ เคยซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดรักเฉียดตายมาแล้ว!!
รัศมีแข /  ข่าว รัศมีแข / 

    เรียกได้ว่าสมหวังมากๆ แถมยังปังเวอร์จนสาวแท้สาวเทียมต่างพากันอิจฉาไปตามๆ กัน ที่ล่าสุดนักแสดงผิวสีอารมณ์ดีเวอร์อย่าง รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ได้แลกแหวนแทนใจกับ โจนาส แฟนหนุ่มชาวสวีเดนซึ่งคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 10 ปี โดยวันนี้ (12พ.ค.60) รัศมีแข ได้เดินทางไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ คุยหมดเปลือก เปิดใจให้สาวๆ หัวใจสั่นระรัวถึงวินาทีที่แฟนฝรั่งคุกเข่าหมั้น มอบแหวนมัดใจเตรียมบินจดทะเบียนสมรสที่ประเทศสวีเดนในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ยันเข้าใจที่สังคมบางส่วนยังไม่เปิดรับ พร้อมกับเปิดใจอดีตเคยประชดรักซดน้ำยาล้างห้องน้ำจนเฉียดตายมาแล้ว!!   "ส่วนตัวคิดว่าสังคมมันเปิดแล้ว แต่ว่ายังเปิดไม่หมด ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังรู้สึกว่ายังรับไม่ได้ แต่คนที่รับไม่ได้ส่วนมากไม่ได้ออกมาพูดอะไร ส่วนมากจะมีแต่คอมเม้นท์บ้าๆ บอๆ ที่เช้ามาหยาบ ไม่รู้ว่าอึดอัดหรือไม่มีความสุขหรือเปล่า เราบอกไปแล้วด่าเราได้ แต่อย่าด่าผัวแข ด่าผัวเราปุ๊บ เราเขียนกลับไปเลย คือเข้ามาด่าอีฝรั่งบินมาย.ยักษ์ กับกะเทยที่เมืองไทย เราก็เข้าไปดูหน้าตาว่าเขาเป็นใคร และไปเห็นรูปเขาวิดีโอกับลูกสาว เราเลยแคปรูปนั้นแล้วส่งเข้าไป ดึงสติเขานิดหน่อยว่าอ่อนี่หรือความคิดของคนเป็นพ่อ สักพักหนึ่งเขาก็หายไป เราก็หวังว่าเราดึงสติเขาได้แล้ว ทำอะไรก็ให้มีสติหน่อย หรือว่าบางคอมเม้นท์ก็เขียนด่าหยาบคายเหยียดเพศมากๆ ก็มี"   "ไม่เซ็งหรอก เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนที่น้อยมากสำหรับโลกในปัจจุบันนี้ แต่แทนที่จะมานั่งแอนตี้ นั่งด่า จะให้ฆ่ากะเทยไปหมดโลกก็คงทำไม่ได้ ก็ควรจะเตรียมตัวพร้อมรับ แล้วสิ่งที่เราห่วงที่สุดคือเด็กว่าจะเข้าใจยังไง เพราะในส่วนของลูกหลานของเรา เราอธิบายแล้ว เขาเข้าใจว่าเป็นยังไง แต่ลูกหลานคนอื่นเราไม่รู้ ฉะนั้นพ่อแม่ก็เตรียมตัวพร้อมรับกับมันดีกว่าเพื่อที่จะอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าโลกมันมีหลายแบบ"   "แฟนก็เข้าใจ เพราะแฟนบอกว่าถ้าแขยังอยู่สวีเดนยังไม่ได้เข้าทำงานในวงการ ก็อาจจะไม่มีคนสนใจ พอวันนึงเรามาอยู่ตรงนี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีคนความคิดแตกต่างมา ฉะนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากปลง เราก็ไม่เครียดอะไรอย่างคอมเม้นท์จากเพศที่ 3 เรื่องเหยียดเพศมากๆ เราก็ส่งรูปที่ดีสุดไปคือรูปที่เราไปช่วยตอนที่คนเป็นลม บอกว่าเราไม่เคยเหยียดเพศนะ เราคิดว่าทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน อย่างผู้ชายตีกันเราก็เข้าไปช่วย แต่ฟีคแบคดีๆ ก็เยอะ มีพี่ๆ ในวงการมาแสดงความยินดีด้วย คนก็อิจฉา เราก็จะบอกว่าถ้ามองว่าอิจฉา ก็ให้มองแล้วกันว่ากว่าจะรักกันได้ 10 ปีมันผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าไปดูในรายการที่เราเคยไปออกจะรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ผ่านอะไรมาเยอะ อันนี้ต้องขอบอกเลยว่าพี่ไม่เคยใช้คำว่าแฟนเก่า เพราะว่าเขาเป็นแฟนคนแรกและคนเดียว ดูสวยอ่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราอายุ 20 ทั้งฟัด ทั้งเหวี่ยง เป็นเรื่องอารมณ์ที่หนึ่งเลยไม่ว่าจะเป็นเขวี้ยงข้าว ของ ถือมีด น้ำยาล้างจานก็กินมาแล้ว"   "ไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอก เป็นความคิดของเด็ก เราต้องการประชด แต่เอฟเฟ็คท์ไม่เกิดอะไรมาก มีรถพยาบาลมารับ เขาก็ให้กินขนมปังและทำอะไรอีกเยอะแยะ พอเราคิดได้ก็มานั่งคิดว่ามันไม่คุ้ม สุดท้ายเราก็ได้คำตอบว่าเราต้องการเอาชนะเพื่อให้อีกคนหนึ่งเจ็บ แต่จริงๆ การที่เราทำให้อีกคนเจ็บคือการทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่ ตอนนั้นเขาก็ตกใจเหมือนเราว่าต้องขนาดนี้เลยเหรอ เขาก็ร้องไห้ ตอนนั้นเราเลยรู้สึกว่ามันไม่โอเค ครั้งนั้นถือว่าเป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงที่สุด มันเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าการที่เรารักใครสักคนหนึ่ง แล้วมาทำให้กันเจ็บปวดมันไม่ใช่ สงสารเขานี่เป็นเหตุผลที่รักเขามาก ต้องขอบคุณความอดทนของเขา ล่าสุดเขาก็บินมาเมืองไทย แต่ด้วยดวงอะไรของเราก็ไม่รู้ก็ทำงานทุกวัน เขาก็มากับเพื่อนเวลาไปทำงานจะได้ไม่เหงา ตอนนั้นเราก็จะตื่นเช้า ลงไปทานอาหาร ตอนบ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน ทำงานเสร็จก็กลับมา แต่ก็ดีเหมือนกันเราได้เห็นการทำงานของเขา เขาก็น้ำตาคลอซึ้ง ถ้าพูดตรงๆ คงซึ้งว่าทีเมียเป็นดารา (หัวเราะ) นางพราว พนักงานโรงแรมมาขอถ่ายรูปด้วย เขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ในส่วนนี้ พอเขามาเห็นก็ยืนยิ้ม น้ำตาคลอ เราก็อุ๊ย...สวย (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าภูมิใจในตัวเองและเห็นว่าความคิดเราเปลี่ยนไป อยู่ดีๆ วันนึงคนเจ้าอารมณ์คนนึงได้มาทำงานในจุดนี้ที่มีความรับผิดชอบสูงมากและบางวันทำงาน 2-3 งานต้องมีความอดทน เขาจะเห็นความอดทนของเราและความรับผิดชอบของเราเขาก็แฮปปี้" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG rusameekae อ่านข่าว เขินแรง!! รัศมีแข แลกแหวนกับแฟนหนุ่มชาวสวีเดนแล้ว     รัศมีแข รัศมีแข ัรัศมีแข   รัศมีแข รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน   รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน  

ละครมือปราบเจ้าหัวใจ , เรื่องย่อมือปราบเจ้าหัวใจ
เรื่องย่อ ละครมือปราบเจ้าหัวใจ /  ย้อนหลัง ละครมือปราบเจ้าหัวใจ

มือปราบเจ้าหัวใจ บทประพันธ์โดย: อัคนี บทโทรทัศน์โดย: ลายน้ำผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อละคร มือปราบเจ้าหัวใจ "เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน"คือวิสัยทัศน์ของตำรวจที่ต้องยึดเป็นแนวนโยบาย โดยต้องเป็นข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ รู้ลึก รู้รอบ รู้จริง ในงานที่ทำและต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อดทน เสียสละ ต้องขยัน และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดต้องตระหนักเสมอว่าเป้าหมายการทำงานของตำรวจคือ "ความผาสุกของประชาชน"ร.ต.อ คณินทร์ เวโรจน์ มือปราบหนุ่มบ้าดีเดือด หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจแห่ง ป.ส คือนายตำรวจที่ ยึดมั่น ในหลักการนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวที่มีการตายของบิดา อดีตตำรวจสายสืบยาเสพติดที่ถูกหัวหน้าเครือข่ายองค์กรยาเสพติดข้ามชาติ กลุ่ม DEAD HERO ฆ่าตาย เป็นแรงขับในการทำหน้าที่ คณินทร์จึงมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กร Dead Hero ซึ่งเป็นองค์กรค้ายาเสพ ติดข้ามชาติ ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ ซึ่งต่อมา ทางการข่าว ให้สืบทราบว่า องค์กร Dead Hero เป็นท่อน้ำเลี้ยงส่งเงินเพื่อสนับสนุนการก่อการร้ายขององค์กร Black Shark ของมิสเตอร์เจสัน และคณินทร์ยังตั้งใจลากคอหัวหน้าองค์กร ที่รู้จักกันในนาม คุณ ซึ่งทำตัวเป็นปริศนา ลึกลับ ไร้ตัวตน มาดำเนินคดีให้ได้ในสักวันหนึ่ง โดยมีสมาชิกในทีมคอยสนับสนุน ได้แก่ ร.ต.อ ปรมัตถ์ เพื่อนสนิทของคณินทร์ตั้งแต่โรงเรียนนาย ร้อยตำรวจ ที่ชอบแข่งขันกับคณินทร์มาตลอดใน ทุกๆเรื่อง...แต่ไม่เคยเอาชนะได้เลย โดยเฉพาะเรื่อง การวางแผนและกลยุทธ / หมวดมาโนช ผู้ชำนาญเชี่ยวชาญเรื่องไอทีและเทคโนโลยีทุกอย่างในโลกนี้ / หมวดสุจิตรา หมวดสาวสวยแรงพอๆกับฝีมือการต่อสู้ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบัญชาการของ พ.ต.อ เจษฎา ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจชุดนี้ และแล้ว คณินทร์ก็ได้เบาะแส ว่าองค์กร Dead Hero กำลังจะจัดปาร์ตี้ขอบคุณเอเย่นต์ ขายยาในโรงแรมหรูใจกลางกรุง คณินทร์และทีมสืบทราบมาว่า ไอ้แหลม ผู้ดูแลเครือข่ายเอเย่นต์ ทั้งหมดที่ขึ้นตรงกับ คุณ ได้เดินทางมาดูแลเอเย่นต์ทั้งหมดด้วยตัวเอง คณินทร์และทีมพร้อมกองกำลัง สนับสนุนได้ทำการเข้าจับกุม แต่ไอ้แหลมกลับหนีไปได้ เพราะไหวตัวทัน และได้ฆ่าตำรวจสายสืบที่แฝงตัว เข้าไปหาข่าวในแก๊งของไอ้แหลมไอ้แหลมหนีไปได้ แต่พวกลูกน้องของมันได้จับตัวพนักงานโรงแรมและแขกเป็นตัวประกัน ทำให้ต้องขอกำลังจากหน่วยอรินทราชเข้าทำการช่วยเหลือตัวประกันจนสำเร็จ เมื่อสายสืบถูกฆ่าตาย ร้อนถึงคณินทร์ต้องหาคนใหม่ มือปราบเจ้าหัวใจ แล้วก็มีคนเข้าตา เมื่อ "จ่าขจร ตำรวจจราจรที่สนิทสนมคุ้นเคยกับคณินทร์ เป็นอันดี เนื่องจากปฏิบัติงานอยู่บริเวณบ้านของคณินทร์ ได้แสดงวีรกรรมช่วยตำรวจ ท้องที่ไล่จับพวกวัยรุ่น มั่วสุมเสพยา โดยมีคณินทร์ตกกระไดพลอยโจนไปร่วมขบวนด้วย จ่าขจรยิงปืนแม่นชนิดจับวาง สร้างความประหลาดใจให้กับคณินทร์มาก จ่าขจรให้เหตุผลว่า...ไปฝึกยิงทุกครั้งหลัง เจ๊ดา เมียจ่าขจรที่ตั้งเพิงขายอาหารตามสั่งแถวโรงพักด่าเรื่องเงินเดือนไม่พอใช้และหนี้สินที่ไม่เคยผ่อนจ่ายหมด แต่แล้วจ่าขจรก็แทบช็อค เมื่อพบว่าหนึ่งในวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาคือ โน้ต ลูกชายคนเดียวของจ่าขจรกับเจ๊ดา โน้ตถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัด ทำพ่อแม่กลุ้มใจ ดุด่าว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร ก็ไม่มีผล เพราะฮอร์โมนวัยรุ่นกำลังแรงและติดเพื่อน พ่อที่โน้ตไม่เคยภูมิใจ เป็นแค่จ่าจราจรกระจอกอย่างจ่าขจร จึงทำได้แค่เพียงร้องไห้อยู่เงียบๆ เพราะเป็นห่วงอนาคตลูกชายคณินทร์จึงเสนองานใหม่ให้จ่าขจร นั่นคือเป็นตำรวจสายสืบในทีม คอยส่งสายหาข่าว โดยมีวัตุประสงค์ต้องเข้าถึงตัว คุณ นายใหญ่ของแก๊ง DEAD HERO ให้ได้ จ่าขจรรีบตอบรับเพื่อเบี้ยเลี้ยงที่ มากขึ้น และที่สำคัญเพื่ออุดมการณ์ กำจัดปราบปรามไอ้พวกเดนนรกที่ขายยาบ่อนทำลายอนาคตและชีวิต ของลูกชายตัวเอง นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้โน้ตภูมิใจได้ในที่สุดในภายหลัง เมื่อจ่าขจรต้องเสียชีวิตในขณะที่ ปฏิบัติหน้าที่เมื่อเอเย่นต์รายย่อยเกือบทั้งหมดถูกจับกุม และนำไปสู่การแถลงข่าวของ ป.ส โดยมี พ.ต.อ เจษฎาและ ร.ต.อ ปรมัตถ์เป็นผู้ออกหน้า....เนื่องจาก คณินทร์เป็นพวกไม่ชอบออกสื่อ แถมพูดจาขวานผ่า ซาก ไม่ค่อยเป็นมิตร กับนักข่าวนัก จนได้รับฉายาจากนักข่าวว่า ผู้กองร็อด (ย่อมาจากร็อดไวเลอร์) ข่าวการจับกุมเอเย่นต์เครือข่าย Dead Hero นี้สร้างความสนใจให้กับ มินตรา นักข่าวสาว สายสังคมประจำสถานีข่าว Seven Days News ที่ให้ความสนใจทำข่าวเกี่ยวกับยาเสพติดและผลกระทบ ที่มีต่อสังคมเป็นพิเศษ เพราะ ไมค์ น้องชายของมินตรา ถูกคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกันและถูกฆ่าตาย มินตราจึงเหลือเพียง จันทรา ผู้เป็นยาย ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ที่มินตราส่งไปพักและรักษา ตัวใน Medical Center แห่งหนึ่ง เพราะยายเป็นอัลไซเมอร์ ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ แม้จะราคาแพง แต่มินตราก็กัดฟันสู้ ใช้เงินอย่างประหยัด ปมที่ต้องสูญเสียน้องชาย ทำให้มินตราต้องการนำเสนอปัญหาผลกระทบของยา เสพติดที่รุนแรง และหนทางแก้ไขที่ยั่งยืน นั่นคือ ครอบครัวแข็งแรง คนแข็งแรง ยาเสพติดย่อม บั่นทอนความแข็งแรงของประชาชนและประเทศชาติไม่ได้ แต่ “เจ๊อุมา หรือเจ๊อูม่า” บก.ข่าวของ มินตราไม่เคยอนุมัติ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายเกินไปสำหรับนักข่าวผู้หญิง แต่มินตราไม่ยอมแพ้ เธอจึงตัดสินใจทำสกู๊ปการปราบปรามยาเสพติดของหน่วยคณินทร์อย่างลับๆ นอกเวลางานข่าวสังคมประจำ โดยมี นครินทร์ ตากล้อง เพื่อนรุ่นพี่คู่หูที่เห็นใจ และเข้าใจช่วยมินตราด้วยอีกแรงแต่คณินทร์ไม่เห็นด้วยและไม่เต็มใจให้มินตรามาวุ่นวาย ปรมัตถ์จึงอาสาเทคแคร์ และให้ข้อมูลเท่าที่ให้ได้ จนทำให้สนิทสนมกัน และทำให้ปรมัตถ์ชอบมินตราในที่สุด โดยที่มินตราไม่รู้ตัว มือปราบเจ้าหัวใจ มินตราตามสะกดรอย จนโผล่เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ไล่ลาปราบปรามพวกซื้อขายยา เสพติดที่อันตรายอยู่เนืองๆ จนทำให้มีปากมีเสียงกับคณินทร์เป็นประจำ แล้วความลับก็เปิดเผย ว่ามินตราไม่ได้รับมอบหมายจากทางสถานี เป็นการทำสกู๊ปโดยพลการ คณินทร์จึงไล่ตะเพิดมินตรา แต่มินตราก็ขอโอกาส พร้อมทั้งยืนยันเจตนาในสิ่งที่ทำ มินตราเชื่อมั่นว่าถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จ เจ๊อุมาจะต้อง เปลี่ยนใจและเห็นใน ความสามารถของเธอที่มีมากกว่าการไล่ตามคุณหญิงคุณนายไปทำข่าวตัดริบบิ้น ความมุ่งมั่นของมินตราทำให้คณินทร์ยอมใจอ่อน เพราะต่างก็มีอุดมการณ์เหมือนกันนั่นคือ...ทำให้สังคม ดีขึ้น จ่าขจรได้เบาะแสจากสายข่าวที่ส่งเข้าไปแทรกซึมในแก๊งของไอ้แหลม ทำให้ได้โฉมหน้าคนที่คิดว่าใช่ คุณ นั่นคือ นายวาทิศ พงศ์พล เจ้าของธุรกิจหลากหลาย มูลค่าเป็น พันล้าน ตั้งแต่บริษัททัวร์ อู่ซ่อมรถ สถานบันเทิงตอนกลางคืน คณินทร์ตามประกบจนไปเจอวาทิศ กำลังปาร์ตี้ยากับไฮโซอย่างเมามัน แต่ก็เอาผิดอะไรวาทิศไม่ได้ เพราะ...ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย บ้าน หรือรถ หรือสถานที่ประกอบการต่างๆที่คิดว่าจะเป็นแหล่งพักยา ก็ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดได้.....แต่คณินทร์มั่นใจว่าวาทิศคือ คุณ วาทิศออกมาเผชิญหน้าท้าทาย ถ้าคณินทร์แน่จริง ก็ขอให้หาหลักฐานมาจับเร็วๆ ก่อนจะฟ้องคณินทร์กลับ ข้อหาหมิ่นประมาทให้ได้รับความเสียหาย บวกกับการให้ข้อมูลจากทีม โดยเฉพาะปรมัตถ์ ที่ได้ข้อสรุปว่า...คณินทร์สั่งการด้วยอารมณ์ส่วนตัวคณินทร์ถูกพักงานชั่วคราว โดยปรมัตถ์ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาดูแลคดีแทน....ปรมัตถ์เย้ยคณินทร์ว่านี่ คือช่วงเวลาที่ปรมัตถ์จะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถทัดเทียมกับคณินทร์ คณินทร์เหมือนคนอกหัก แต่เพราะเป็นตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว การพักงานยิ่ง ทำให้ฟุ้งซ่าน มินตราที่เห็นอกเห็นใจคณินทร์จึงชวนให้คณินทร์มาเป็นผู้ช่วยทำสกู๊ป ติดตามทีมไป จัดการไล่ล่าพวกเอเย่นต์ คณินทร์นึกขอบใจมินตรา เพราะเท่ากับว่าคณินทร์เองก็ยังได้ทำงานอยู่ เพียงแค่ไม่ได้ออกหน้าเท่านั้นเองคณินทร์สนิทสนมกับมินตรามากขึ้น จนได้มีโอกาสไปเยี่ยมยายจันทราของมินตราที่ Medical Center ที่นั่น คณินทร์ได้รู้จักกับ คุณตาปวิตร ผู้ร่าเริงและใจดี ซึ่งกลายมาเป็นคู่จิ้นกับยาย จันทรา ทั้งคู่สนิทกันมาก และคุณตาปวิตรก็ได้เผื่อแผ่ความเมตตาเอ็นดูมาถึงมินตราด้วย แต่สัญชาติญาณของคณินทร์บอกอยู่ลึกๆว่า....คุณตาปวิตรไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น คณินทร์ถูกลอบทำร้ายระหว่างทางกลับจากงานวันเกิดของคุณตาปวิตรที่ Medical Center โชคดีที่คณินทร์ไม่ได้ลุยเดี่ยว เพราะได้ กรันย์ นายทหารอากาศเพื่อนรักที่เดินทางมาด้วยช่วยเอาไว้ ทำให้คณินทร์นึกสงสัย เหมือนถูกใครสะกดรอยตาม เพราะคณินทร์ไม่เคยรายงานความเคลื่อนไหว ให้กับใครนอกจากลูกทีม...คณินทร์ได้กลิ่นหนอนบ่อนไส้ภายในทันที จึงไปรายงานกับพ.ต.อ.เจษฎา ทำให้ทุกคนในทีมถูกจับตามองกันไปหมด เกิดบรรยากาศอึดอัด คณินทร์ถูกปรมัตถ์ใส่ร้าย หาว่าคณินทร์พาล เมื่อตัวเองถูกพักงาน เลยต้องการป่วนทีมภายใต้การนำของปรมัตถ์ ทั้งคู่วางมวยกัน และเข้าหน้ากันไม่ติด แล้วคณินทร์ก็ได้รับการงดเว้นโทษ กลับเข้าประจำการเหมือนเดิม หลังจากที่ได้รับเบาะแส ว่าจะมีการขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าภายในประเทศ แล้วเดินทางลงเรือส่งต่อไปยัง ประเทศที่สาม คณินทร์และทีม พร้อมกับตำรวจตระเวณชายแดนได้สนธิกำลังกันทำการจับกุม โดยมี ภูริช เพื่อนรักทหารบก ที่นำข่าวสำคัญมาบอกว่า.... คุณ ตัวจริงไม่ใช่วาทิศ!! ไปร่วมปฏิบัติการ กับคณินทร์ด้วย เพราะ ร.ท ฐิติ คู่ปรับคนสำคัญของภูริช เป็นคนขนจัดส่งยาเสพติดล็อตนี้จาก ชนกลุ่มน้อยให้กับองค์กร Dead Hero ภูริชต้องไล่ล่าจับตัว ร.ท ฐิติให้ได้!!! มือปราบเจ้าหัวใจ ในที่สุดยาล็อตใหญ่ก็ถูกยึดเอาไว้ พร้อมคนร้ายเกือบทั้งหมดที่ไม่ถูกยิงตายก็ถูกจับ ร.ท ฐิติยังหนีลอยนวลไปได้...มีการแถลงข่าวอีกครั้ง...วาทิศเดือดมาก มั่นใจว่าข่าวรั่วไหลเพราะมีหนอน บ่อนไส้อยู่ในองค์กรปล่อยข้อมูล ประกาศหาตัวเพื่อเด็ดหัว และต้องจัดการกับคณินทร์ให้ได้โดยไว เพราะคณินทร์คืออุปสรรคสำคัญ ตามคำสั่งของ คุณ ตัวจริงคณินทร์คิดหนัก จะเข้าถึงตัวการใหญ่ได้อย่างไร....และแล้วคณินทร์ก็ถูกลอบฆ่าอีกครั้ง โดยมีมินตราอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ทั้งคู่รอดมาได้ ทำให้รู้ใจตัวเองกันว่า...ต่างมีใจให้กัน หลังจากผ่าน เหตุการณ์ทั้งร้ายและดีมาด้วยกันในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ปรมัตถ์เจ็บปวด...เพราะนั่นเท่ากับว่าแม้กระทั่ง เรื่องความรัก ตัวเองก็พ่ายแพ้ให้กับคณินทร์คณินทร์ได้เบาะแสจากจ่าขจร ว่าจะมีการประชุมเอเย่นต์ทั่วประเทศเพื่อวางแผนรับมือการ จับกุมของตำรวจ คณินทร์จึงวางแผนบุกรวบตัวพวกหัวๆ หวังจะจับทั้งยวง กลยุทธของคณินทร์รั่วไหล การประชุมเอเย่นต์ต์ถูกยกเลิกในวินาทีสุดท้าย พร้อมๆกับที่คณินทร์จับได้ว่า ปรมัตถ์คือหนอนบ่อนไส้!!!! ปรมัตถ์หนีการจับกุม แปรพักตร์ไปอยู่ร่วมแก๊งวาทิศ คณินทร์เสียใจที่ปรมัตถ์เลือกทางสาย มลทิน ยิ่งทำให้โกรธแค้นเครือข่ายยานรก โดยที่คณินทร์ไม่รู้เลยว่า.....มันคือแผนการของพ.ต.อ เจษฎา กับปรมัตถ์ ที่จะสร้างให้ปรมัตถ์กลายเป็นตำรวจคอรับชั่น ยอมทำเป็นถูกวาทิศซื้อตัวเพื่อคอยส่งข่าว ความเคลื่อนไหวของทีมคณินทร์ เพื่อที่สุดท้ายจะต้องถูกจับกุมแล้วหนีไปแทรกซึมเชิงลึกและลับที่สุด เพื่อให้เข้าถึงตัว คุณ ให้ได้....และปรมัตถ์ก็ยอมที่จะเสียสละรับภารกิจนี้ ภารกิจที่จะต้องถูกเข้าใจผิด เพื่อให้แผนการทะลายแก๊ง Dead HERO ถูกถอนรากถอนโคน แม้สุดท้ายจุดลงเอยเดียวที่จะได้รับคือ ความตาย เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ปรมัตถ์รู้สึกว่า...ชนะคณินทร์ได้อย่างแท้จริงและแล้วปรมัตถ์ก็เข้าถึงข้อมูล ทำให้รู้ว่า "คุณ" คือใคร....และกำลังจะส่งข่าวให้คณินทร์ ก็ถูกวาทิศและไอ้แหลมจับได้ และถูกฆ่าไปพร้อมกับจ่าขจร โดยที่ทีมและกำลังของคณินทร์มาช่วยไว้ไม่ทัน คณินทร์เสียใจมาก ที่ตำรวจฝีมือดีและเสียสละทั้งสองนายต้องจบชีวิตลง ความรู้สึกคลั่งแค้นเมื่อครั้งที่พ่อ ตัวเองถูกฆ่าตายได้ กลับมาอีกครั้งคณินทร์ตัดสินใจบอกเลิกมินตรา ขอให้ไปมีความรักครั้งใหม่ เพราะภารกิจครั้งนี้ อาจจบลงด้วยความตาย เพราะคณินทร์ตั้งใจจะไล่ล่าจับตัวพวกแก๊งนรกจนกว่าตัวเองจะตาย ถ้าไม่ตาย อย่าหวังจะมีอะไรมาขัดขวางได้ แต่มินตราก็ยังยืนยันจะรอการกลับมาของคณินทร์คณินทร์ปะติดปะต่อข้อมูลทั้งหมด จนทำให้สรุปและฟันธงได้ว่า คุณ ที่ตามหาตัวกันมา นาน แท้จริงแล้วคือ คุณตาปวิตร!!!! คนชั่วมันมีอยุ่ในทุกที่ แม้ในที่ๆที่ไม่คิดว่าจะมี มันก็มี!!!!คุณตาปวิตรเปิดเผยตัวในที่สุด โดยจับมินตราเป็นตัวประกันใน ขณะที่ตัวเอง กำลังหลบหนี ไปพร้อมกับเงินและยาเสพติดล็อตมหึมาที่กำลังจะถูกขนส่งออกนอกประเทศ โดยมีวาทิศและไอ้แหลมร่วม หลบหนี การไล่ล่านี้จำเป็นต้องพึ่งหน่วยเฉพาะกิจพิเศษจากสี่เหล่าทัพ อันได้แก่ ภูริช จิรวัติ กรันย์ รวมทั้งคณินทร์ สนธิกำลังกันช่วยไล่ล่า ตามจับกุมหัวหน้า และมือขวามือซ้ายของแก๊ง Dead Hero มือปราบเจ้าหัวใจ ในที่สุดมินตราก็ได้รับการช่วยเหลือออกไป เพื่อนๆจากสามเหล่าทัพของคณินทร์ จัดการกับบรรดาลูกน้องมือขวามือซ้ายของ คุณ จนเสียชีวิต เหลือคณินทร์ที่เผชิญหน้ากับ “คุณ” สองต่อสอง คุณ เยาะเย้ย สร้างความเคียดแค้น หวังจะให้คณินทร์ลุแก่โทสะสังหารตัวเอง เพื่อที่คณินทร์จะได้มีความผิดทางวินัยและถูกสอบสวน เพราะงานของตำรวจไม่ใช่ภารกิจทำลายล้าง หากแต่คือการจับกุมคนร้ายให้ได้เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย…และคณินทร์เกือบจะเพลี่ยงพล้ำตกเป็นทาสของอารมณ์แค้นของตัวเองจนลืมหน้าที่ โชคดีที่มินตราเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม จนทำให้คณินทร์เย็นลง และยอมที่จะเว้นชีวิต คุณ โดยให้กฏหมายเป็นผู้ทำหน้าที่มอบความยุติธรรมให้กับ คนชั่วอย่างมันแทนแม้ คุณ จะถูกจับ แต่ยังมีองค์กรเครือข่ายยาเสพติดเครื่องข่ายอื่นผุดขึ้นมา ราวกับเป็นตัวตายตัวแทน…ทำให้ทีมของคณินทร์มีภารกิจให้ปฏิบัติการต่อไปเพื่อดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน ในฐานะตำรวจไทยที่เป็นมืออาชีพ สกู๊ปข่าวติดตามภารกิจตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ่วงด้วยชีวิตหลังบ้านตำรวจ ของมินตรา ถูกอนุญาตให้ออกอากาศ หลังจากที่เจ๊อุมาได้ดูเทปสกู๊ปที่ตัดต่อเสร็จแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างฮือฮา ทำให้คนดูได้เห็นถึงความเสียสละของเหล่ามือปราบยาเสพติดทั้งหลาย ว่าเพื่อความผาสุกของประชาชนแล้ว ต้องแลกมากับอะไรบ้าง สารคดีชุดนี้ ทำให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ว่า หน้าที่ปราบปรามยาเสพติดไม่ได้เป็นของตำรวจเท่านั้น แต่มันคือหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่ต้อง มีส่วนร่วมในการล้มรั้วด้วยรัก เพื่อให้ครอบครัวแข็งแรงเป็นเบื้องต้น เป็นการแก้ที่ต้นเหตุที่ดีที่สุดความสามารถของมินตราได้รับการยอมรับ และที่สำคัญ…มันทำให้โน้ตเปลี่ยนทัศนคติ ที่มีต่อจ่าขจรโดยสิ้นเชิง จ่าขจรคือพ่อที่โน้ตภูมิใจ และตัดสินใจเลิกคบเพื่อนที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หันมาตั้งใจเรียน และสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อเดินตามรอยเท้าพ่อปรมัตถ์และจ่าขจรได้รับการเลื่อนยศชั้นสูงสุด เป็นความภูมิใจของครอบครัว เป็นตัวอย่างที่ดีของตำรวจคนอื่นๆ คณินทร์สามารถคลายปมที่ผูกเงื่อนแน่นอยู่ในใจ ปล่อยวางความแค้น ให้อยู่ในมือของ กฏหมาย ภารกิจเพื่อชาติยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีคนชั่วในสังคม ส่วนภารกิจรักนั้นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว เมื่อคณินทร์และมินตราต่างเปิดใจและยอมรับ ในวิถีของแต่ละคน…พร้อมจะจับมือกันก้าวไปเป็นกำลังใจให้กันและกัน รายชื่อนักแสดง ละครมือปราบเจ้าหัวใจ พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์โน้ต วัชรบูล ลี้สุวรรณพล พูลภัทร อัตถปัญญาพลเติม เศวตชัย นาคสุขกาย รัชชานนท์ สุขประกอบพลอย รัญดภา มันตะลัมพะซูกัส บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์เอี๊ยม วรรษพร วัฒนากุลแมงมุม พงษธัช รัตนเศรณีเติร์ก ณัฐชนน ภูวนนท์ทูน หิรัญทรัพย์หมู ดิลก ทองวัฒนา อุ้ย เกรียงไกร อุณหะนันทน์

มาร์กี้ พูดถึงฤกษ์แต่งครั้งแรก! หลังถูก ป๊อก เซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงาน
มาร์กี้ ราศรี /  ป๊อก ภัสสรกรณ์

     ว่าที่เจ้าสาวคนล่าสุด มาร์กี้ ราศรี เผยความรู้สึกครั้งแรก! หลังถูก ป๊อก ภัสสรกรณ์ แฟนหนุ่มทำเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานที่ดิสนีย์แลนด์ เปรยเรื่องฤกษ์ยกให้แม่ฝ่ายชายจัดการ เรื่องสินสอดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ส่วนที่คนแซวเป็นสะใภ้หมื่นล้าน บอกไม่ได้คิดเรื่องเงินทอง พร้อมขอบคุณฝ่ายชายมาดังนี้      "บรรยากาศที่ป๊อกขอแต่งงาน ก็ตื่นเต้นค่ะ ก็ดีใจที่เพื่อนๆ ไปเยอะขนาดนั้น ด้วยความที่มันไกลมากบินเกือบ 24 ชั่วโมง เพราะตอนถึงที่นั่นยังพิมพ์หากลุ่มเพื่อนว่าไกลมาก ตอนแรกไปกับพี่ป๊อก 2 คนยังคุนกันเลยว่าเป็นทริปแรกที่เราได้มาเที่ยวกัน 2 คนบ้างเนอะ เขาก็ยิ้มๆ ไม่ได้ว่าอะไร ตัดภาพมาแค่วันเดียว 18 คนค่า เห็นครั้งแรกก็ตกใจไหนตอนแรกฉันจะได้มาเที่ยวกัน 2 คน แต่มาอีก 18 คนก็ดี แฮปปี้ดี เพื่อนๆ ก็ได้มาอยู่ในโมเม้นท์ครั้งนึงในชีวิต"      "เตรียมการมาเป็นปี ไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ คือถามว่าเอะใจบ้างมั้ย ด้วยความที่ว่าเขาพูดนานแล้ว และพูดค่อนข้างที่จะแบบว่าหลายครั้งว่าอยากแต่งงาน แต่ว่าเราก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป เลยไม่ได้คิดว่าเขาจะมาขอ"      "เขาบอกว่าอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขอะไรประมาณนั้น แต่เอาจริงๆ ตอนนั้นหนูก็ฟังไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) ได้ยินแค่ว่าอยู่ด้วยแล้วเป็นคนดีขึ้นอะไรประมาณนี้ เขาพูดยาวเหมือนกันนะ แต่ด้วยความที่ว่าคนแถวนั้นมุงเยอะ เราก็มองซ้าย มองขวา เขินๆ ฟังบ้างไม่ได้ฟังบ้าง ณ โมเม้นท์นั้นมันก็ไม่ได้เซย์เยสหรืออะไร ก็ได้แค่พยักหน้า แต่ไม่ได้ถึงขั้นน้ำตาซึมอะไร เพราะว่าคนเยอะและเราเขินด้วย"      "ก็ดีใจค่ะ ก็ขอบคุณมากที่เขาเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เราก็ไม่ได้คิดว่าจะมาขอแต่งงานที่ดิสนีย์แลนด์ คือเขาค่อนข้างเก็บรายละเอียดเยอะ เราไปเที่ยวครั้งแรกด้วยกันประเทศไหน ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่ไหนครั้งแรกและที่นี่คือที่สุดท้ายที่ยังไม่ได้เก็บ ซึ่งที่นี่เราก็ไม่เคยไป เขาค่อนข้างเก็บรายละเอียดของเขา ตอนขอเขาก็มีแหวนให้"      "เรื่องฤกษ์ ยังเลยค่ะ เพราะเพิ่งกลับมาจากอเมริกาเมื่อวานนี้ก็เลยไม่ได้คุยอะไร ยังนะคะ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังไม่มีอะไรให้สักกะอย่าง ยังคุยกับพี่ป๊อกอยู่เลยว่าเดี๋ยวหลังจากนี้ต้องดูโน่นดูนี่"      "คุณแม่ เขาก็รู้ก่อนเราอยู่แล้ว เพราะพี่ป๊อกได้มีโอกาสบอกทางครอบครัวเราและครอบครัวเขา เขาก็แสดงความยินดี แม่ก็บอกว่าดีใจด้วยนะ เซอร์ไพรส์ไหม เพราะว่าแม่ก็รู้แผนการ ก็ดีใจค่ะ คือตลอดเวลาพี่ป๊อกเขาไม่ค่อยเซอร์นะคะ แต่เขาจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บางทีเราก็มองข้ามเหมือนกัน แต่จะเป็นคนที่เซอร์ไพรส์อะไรขนาดนั้นไหม เรียกว่าปานกลางละกันค่ะ"      "ต้องใช้ชีวิตคู่กันแล้วนะในอนาคต ก็ยังไม่ได้คิดนะ เพราะยังเบลอๆ อยู่นิดนึง แต่ก็คิดว่าชีวิตคนเรามันก็เร็วเหทือนกันเนอะ แปปๆ ก็อายุเท่านี้แล้ว แปปๆ ก็จะแต่งงานแล้ว แต่ก็เป็นอะไรที่ดีแหละค่ะ"      "กี้ไม่ค่อยได้คิดอะไรล่วงหน้าเยอะสักเท่าไหร่ เราก็ใช้ชีวิตเอาแต่ละวันให้มันดีที่สุด คืออนาคตมันไม่สามารถบอกได้ว่ายังไง แต่เราก็ใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ดีและมีความสุข ไม่ต้องวางแผนอะไรล่วงหน้าเยอะ เพราะว่าเดี๋ยวถ้าแบบคือส่วนตัวแต่ละคนจะมีการวางแผนอยู่แล้ว แต่สำหรับกี้ การวางแผนเยอะๆ แล้วมันไม่ได้เป็นไปตามแผนมันอาจจะทำให้เราเสียใจ หรือทำให้เราหงุดหงิด ก็เลยวางแผนแบบวันต่อวันเอา"      "ภายในปีนี้ไหม ไม่ทราบค่ะ ต้องดูอีกทีนึง แต่ว่าแม่พี่ป๊อกจะเป็นคนดูแลเรื่องนี้ กี้ก็จัดการในส่วนของกี้ค่ะ ถ้าเรื่องวันเรื่องอะไรเดี๋ยวแม่พี่ป๊อกเป็นคนดูให้ ถ้าเรารู้วัน เราคงจะรู้ว่าเราจะต้องรีบมากน้อยหรือว่าชิวๆ จะปีนี้ไหม คือกี้ยังไงก็ได้เลยค่ะ สบายๆ นี่เพิ่งผ่านไปได้แค่สิบวันเองยังไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ"      "เรื่องสินสอด อันนั้นไม่คิดอยู่แล้ว มันไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก มันก็เป็นแค่ประเพณีหนึ่ง ค่าตัวแพงไหมหรอ ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ เอาเป็นว่าให้เขาดูแลเราดีๆ และรักเรามากๆ ก็พอแล้วค่ะ"      "หลายคนก็แซวว่าเป็นว่าที่ทายาทหมื่นล้าน ไม่หรอกค่ะ เราค่อนข้างที่จะดูแลตัวเอง และไม่ได้เป็นคนฟุ่มเฟือย และค่อนข้างที่จะง่ายๆ สบายๆ ไม่ได้คิดถึงเรืองเงินเรื่องทองขนาดนั้น อิจฉาเรื่องอะไรคะ ก็ถือว่าก็ดี ไม่ได้ดีแบบนั้นนะ ดีในที่นี้คือมีคนชื่นชอบพี่ป๊อก มีคนชอบเขา มีคนเอ็นดูเขาเราก็ดีใจค่ะ" มาร์กี้ กล่าว   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ - ป๊อก  

ติ๊นา ร่วมสวดศพคืนที่ 3 เผยเพลง แหวน ฐิติมา คือจุดเริ่มต้นการเป็นนักร้อง!!
แหวน ฐิติมา /  ติ๊นา คริสติน่า / 

  ยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าสำหรับการสวดพระอภิธรรมศพนักร้องดัง แหวน ฐิติมา ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง ซึ่งวันนี้ 12 ก.ค.60 เป็นคืนที่ 3 แล้ว โดยมีศิลปิน-ดาราจำนวนมากต่างมาร่วมฟังสวดในวันนี้ ด้านนักร้องสาว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ เปิดใจถึงการจากไปของ แหวน ฐิติมา พี่สาวที่แสนดีว่า ตกใจที่ทราบข่าวการจากไป รู้สึกเสียใจที่มาไม่ทันรดน้ำศพเพราะกำลังเดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่ได้ร่วมคอนเสิร์ตกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ได้ส่งใจมาให้ เชื่อพี่สาวไปสบายแล้ว พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ในอดีตตนได้ใช้เพลงของ แหวน ฐิติมา มาสกรีนเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ และเพลงของ แหวน ฐิติมา ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ตนมาเป็นนักร้องอีกด้วย   "วันที่มีพิธีรดน้ำศพติ๊นาไม่ได้มาร่วมงานเพราะว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมาถึงก็ค่ำแล้ว ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นบอกไม่ถูกเหมือนเพิ่งเจอกับพี่แหวนเมื่อวันที่ทำดอกไม้จันทน์เอง ยังเห็นพี่แหวนมีพลังเหมือนปกติมาก แล้วก็มาทราบวันหลังจากนั้นไม่กี่วันพี่แหวนเข้าโรงพยาบาล"   "สำหรับพี่แหวนแล้ว พี่แหวนเป็นพี่สาวที่น่ารักและใจดี เจอกี่ครั้งก็อบอุ่น ซึ่งการจากไปของพี่แหวนถือเป็นการสูญเสียบุคคลที่ดีและมีความสามารถ รวมถึงเป็นที่รักของคนทั้งตึกแกรมมี่ โดยความประทับใจที่มีต่อพี่แหวนจะเป็นความรู้สึกที่ว่าถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อย เพราะมีโอกาสได้เจอกันตามงานในบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้เจอก็ต่อกันติด"   "ส่วนตอนที่ไหว้ศพพี่แหวน ติ๊นาก็บอกว่าเสียใจมากที่ไม่ได้มาร่วมพิธีรดน้ำศพ รวมถึงไม่ได้ไปร้องเพลงในคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ว่าก็ได้ส่งใจมาให้ วันนี้ก็ถือว่าเป็นการที่มาลาพี่แหวน เชื่อว่าพี่แหวนไปสบายแล้ว ไม่มีกังวลอะไรเพราะคงเห็นว่าทุกคนรักพี่แหวนและน้องปันปันมากแค่ไหน (ให้กำลังใจน้องปันปันยังไง?) ติ๊นาเชื่อว่าน้องปันปันได้ความเข้มแข็งมาจากพี่แหวนเยอะ และเชื่อว่าน้องปันปันรู้ว่ายังไงพวกเราไม่ทิ้งน้องปันปันอยู่แล้ว"   "ตอนที่ติ๊นาเข้ามาสกรีนเทสต์เพื่อเป็นนักร้องของแกรมมี่ เพลงของพี่แหวนเป็นเพลงที่นำมาใช้ในการเทสต์เสียงคือเพลง "ฟ้ายังมีฝน" และ "หยิบดินสอ" ซึ่งเป็นสองเพลงที่พี่เต๋อ(เรวัต)ให้ตนไปฟังไปซ้อมแล้วนำมาร้องคือเพลงเพราะอยู่แล้ว และเราได้รับมอบหมายให้ไปซ้อมเพลงนี้เพื่อมาเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ มันทำให้เราดีใจ เพราะเพลงของพี่แหวนเป็นจุดเริ่มต้นให้ติ๊นามาเป็นนักร้อง"   "ในส่วนของคอนเสิร์ตน่าจะมีเคยขึ้นร่วมกันบ้าง หรืออย่างเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต พี่แหวนก็จะมาดู และมาหลังเวที มาถ่ายรูปกัน (ถ้าวันนี้พี่แหวนฟังอยู่ เราอยากจะฝากบอกอะไรถึงพี่เขา?) อยากจะบอกว่าในแกรมมี่มีพี่ๆ อยู่ไม่กี่คน ที่เป็นพี่ที่น่ารัก และพี่แหวนเป็นพี่คนนึงที่ทุกคนรัก เคารพ ชื่นชมมาก เป็นผู้หญิงเก่ง ติ๊นาว่าพี่แกผ่านการรักษามาระยะนึงแล้ว มันคงไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับโรคนี้ที่ตะผ่านมาได้ จนถึงวินาทีสุดท้ายของพี่เขา มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องสบายแน่ๆ ถึงได้บอกว่าวันนี้พี่แหวนหลับสบายแล้ว และอยู่ในที่ดีๆ ที่มองเราอยู่ตอนนี้ และแกคงภูมิใจว่าทุกคนรักแกมากๆ ติ๊นาเชื่ออว่าพี่แหวนเห็นแน่ๆ" ติ๊นากล่าว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์

ถูกกดดันมาเยอะ!! เนย โชติกา ลุ้นหนัก สะกิดสามีปั๊มลูกหลังกลับญี่ปุ่นทันที!!
เนย โชติกา /  ข่าว เนย โชติกา / 

  ลุ้นหืดขึ้นคอกันเลยทีเดียว!! สำหรับนางร้ายสุดเซ็กซี่ เนย โชติกา หลังจากที่เข้าประตูวิวาห์กับเจ้าบ่าวสุดหล่อ ไฮโซอาร์ม จันทร์สิริ มณีฉาย เมื่อ 3 ก.ย.2559 ที่ผ่านมา แถมยังถูกสามีสุดที่รัก พร้อมด้วยคนรอบข้างกดดันอย่างหนักว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทตัวน้อยๆ สักที งานนี้ เนย โชติกา เผยยอมรับว่าปีนี้รีบมากๆ เพราะโดนกดดันมาหลายทาง เริ่มปล่อยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลั่นขำๆ กลับจากญี่ปุ่นก็นับวันและปฎิบัติการทันที ยันไม่ซีเรียสจะได้ลูกสาวหรือชาย หากปีนี้ไม่สำเร็จปีหน้าอาจจะต้องพึ่งทางการแพทย์!!   "ปีนี้รีบมากเลยค่ะ โดนกดดันมาหลายทาง แต่ปล่อยแล้วค่ะ เริ่มปล่อยปีนี้ หลังกลับจากญี่ปุ่นก็มีการนับวันกัน แล้วก็จัดการ (หัวเราะ) ทำให้มันตรงวัน ก็เริ่มปล่อยตั้งแต่เดือนกุมภาฯ ค่ะ ก่อนหน้านี้เราก็มีไปตรวจสุขภาพกันมาว่ามีลูกได้มั้ย มีโรคอะไรที่จะติดต่อกัน คือไม่มีค่ะตรวจแล้วก็ปกติ แข็งแรงดีทั้งสองคนค่ะ"   "ถามแล้วเพื่อนก็บอกกันมาเยอะมาก (ยิ้ม) มีโน่น นี่ นั่น ก็ศึกษามาเยอะเหมือนกัน ถามว่าต้องศึกษามั้ยว่าทำยังไงถึงจะได้ลูกสาว ได้ลูกชาย ตอนนี้เนยไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องได้ลูกสาวหรือลูกชายค่ะ คือขอให้มีก่อน แต่ที่บ้านพี่อาร์มอยากได้ลูกชาย แต่ฝั่งเนยอยากได้ผู้หญิง ก็เลยแบบคนแรกก็ไม่เป็นไรอะไรก็ได้"   "ไม่กดดันค่ะ พยายามบิ้วตัวเองสบายๆ นะปล่อยปีนี้ไปก่อน ถ้าปีนี้ไม่ได้ ก็ค่อยไปหาคุณหมออีกทีค่ะ ปีนี้ตั้งใจมาก พอวันไข่ตก ก็รู้สึกว่าวันนี้ไข่ตกนะ (หัวเราะ) จะบอกเพื่อนๆ ว่าวันนี้ไม่ไปไหนนะอะไรอย่างนี้ จากที่ตรวจสุขภาพมาเราก็ไม่ได้มีภาวะมีบุตรยากทั้งสองคนค่ะ"   "ถ้าปีนี้ไม่ติด เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือน ตอนนี้ก็ไหว้พระขอพรเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ขอลูก และดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย"   "คือเนยเป็นคนเล่นละครตลอด พอเราหยุดงานเพื่อจะทำตรงนี้ก็ต้องติดแล้วแหละ (หัวเราะ) ก็มีกดดันบ้าง อยากให้มันเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ไม่งั้นเราก็จะไม่ได้รับงานนานเกินไป เราเป็นคนอยากทำงาน ห่วงงานและกลัวว่าถ้ารับงานไปแล้ว ถ้ามีน้องล่ะ จะทำยังไง คนอื่นก็จะเสียกันหมด"   "และที่เนยตื่นเต้นทุกวันนี้เป็นเพราะเขาแหละค่ะ เขาจะนับวันตลอด และเพื่อนบอกต้องตอนเช้าอีกด้วยนะ (หัวเราะ) อะไรอย่างนี้เราจะตื่นเต้นบ้าง คุณสามีก็อยากจะมีมากๆ ค่ะ ถามว่ามีทิกพิเศษมั้ย เอาไว้มีก่อนแล้วจะบอก ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ ถามว่าจะมีเปลี่ยนบรรยากาศมั้ย บอกตรงๆ ว่าถ้าไปต่างประเทศไม่ได้ทำ เพราะว่ามันเหนื่อย พูดตรงไปมั้ย (หัวเราะ)" เนยกล่าว อ่านข่าว ได้ฤกษ์! ไฮโซอาร์ม สู่ขอทำพิธีหมั้น เนย โชติกา สวมแหวนเพชร 5 กะรัต เนย โชติกา   เนย โชติกา   เนย โชติกา   เนย โชติกา ไฮโซอาร์ม