แต่งตัวดารา

ปาปาราซซี่แชะ! จียอน T-ARA เดท  อี ดงกอน - ต้นสังกัดรับคบกันจริง
Jiyeon /  Lee Dong Gun / 

เผยคู่รักดาราเกาหลีคู่ใหม่! จียอน สมาชิกสาวคนดังจากเกิร์ลกรุ๊ป T-ARA (ที-อาร่า) วัย 22 ปี และนักแสดงหนุ่มระดับแถวหน้า อี ดงกอน วัย 34 ปี คบกันกว่าเดือนแล้ว!! ภาพถ่ายปาปาราซซี่ขณะที่นักร้องนักแสดงสาว จียอน แห่ง T-ARA และซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม อี ดงกอน กำลังอยู่ด้วยกันในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถูกเปิดเผยออกมา ท่ามกลางความสนใจของเหล่าแฟนๆ เมื่อในภาพเผยให้เห็นถึงความหวานฉ่ำ เมื่อ จียอน จับมือของ อี ดงกอน มาแนบแก้มของเธอ คล้ายการเดทอันหวานฉ่ำ! โดยล่าสุดในวันนี้(4 ก.ค.) ทางต้นสังกัดได้ออกมาเปิดเผยทั้งคู่คบหากันอยู่จริง โดยต้นสังกัดของ อี ดงกอน กล่าวว่า 'ทั้งสองคนชอบพอและเริ่มดูใจกัน รวมทั้งไปไหนมาไหนด้วยกันมาได้หนึ่งเดือน' ฟากต้นสังกัดของ จียอน ก็ยอมรับว่า 'ทั้งคู่คบกันจริง โดยพวกเขาเริ่มสนิทกันหลังจากได้ถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกัน' จียอน และ อี ดงกอน กำลังร่วมงานกันในผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากการสร้างของประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีน เรื่อง Encounter ซึ่งเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แฟนๆ ต่างจับตามองความสัมพันธ์รักต่างวัยของทั้งคู่ เนื่องจาก จียอน และ อี ดงกอน มีอายุห่างกันถึง 13 ปีเลยทีเดียว. จียอน T-ARA อี ดงกอน ข้อมูลจาก E-Daily และ TV Report ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดาราจัดเต็มประชันพรมแดง สวย แซ่บ ครบรส!!
สยามดารา /  พรมแดง สยามดารา / 

ผ่านพ้นไปอย่างสวยงามกับงานประกาศรางวัล Siamdara Star Awards 2015 ณ ห้องคริสตัลบอลรูม คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) โดยปีนี้มีเหล่าดารานักแสดง-ศิลปิน ตบเท้าร่วมเดินพรมแดงสุดอลังการ อาทิ ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า อุรัสยา, มิว นิษฐา, ใหม่ ดาวิกา, มิน พีชญา โดยเฉพาะบรรดาเซ็กซี่สตาร์อย่าง เปิ้ล ไอริณ, กระต่าย ทรรศิกา, เอมมี่ อมลวรรณ, น้ำเพชร สุณัณณิภาร์, น้ำฝน ทวีพร ที่จัดเต็มทั้งแหวกอก โนบรา โกยเต้า ประชันความอึ๋มกันสุดฤทธิ์ งานนี้ใครจะเกิด ใครจะดับ ไปชมและตัดสินกันเอาเองนะจ๊ะ!! ญาญ่า อุรัสยา ใหม่ ดาวิกา มิน พีชญา มิว นิษฐา โบว์ เมลดา เกรซ กาญจน์เกล้า ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ เอมมี่ อมลวรรณ เปิ้ล ไอริณ กระต่าย ทรรศิกา เก๋ กันยกร น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ น้ำฝน ทวีพร

ตามรอยเส้นทางสวยแกร่งหลากบทบาทของ
Kate Beckinsale /  Pearl Harbor / 

ภาพจาก https://www.facebook.com/Beckinsale.Kate ‘เคท เบคคินเซล’ ดาราผู้ได้รับการโหวตให้ติดอันดับเป็น ‘หนึ่งในนักแสดงหญิงสุดเซ็กซี่ตลอดกาล’ และยังเป็นหญิงสาวที่พกพาความงามคู่มากับความเข้มแข็งในสายตาของแฟนหนังทั่วโลก เคท เกิดและเติบโตมาภายในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเธอนั้นเป็นลูกสาวของ ริชาร์ด เบคินเซล ผู้เป็นทั้งนักแสดงและเป็นผู้อำนวยการคัดเลือกนักแสดงให้กับช่องทีวีบีบีซี (BBC) ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะเป็นนักแสดงเหมือนกับพ่อ เธอให้การสนใจเรื่องการแสดงเป็นอย่างมาก และหมั่นฝึกฝนทักษะในด้านนี้อยู่บ่อยๆ ก่อนจะเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงแบบเต็มตัวด้วยการเริ่มแสดงในผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “Much Ado About Nothing รักจะแต่งต้องแบ่งหัวใจ” (1993) ของผู้กำกับ เคนเน็ธ บรานาห์ (Thor,Jack Ryan: Shadow Recruit) ซึ่งจากการร่วมแสดงในผลงานเรื่องนี้ร่วมกับ คีอานู รีฟส์, เดนเซล วอชิงตัน, ไมเคิล คีตัน เหล่าผู้ชมและผู้สร้างภาพยนตร์มากมายก็ต่างประทับใจและให้การชื่นชมในตัวเธอ จนทำให้ชื่อของ ‘เคท เบคคินเซล’ กลายเป็นที่น่าจับตามองภายในวงกว้างไปในทันที จากนั้นเธอจึงเริ่มไต่ระดับความฮอทขึ้นจากการรับบทเป็นอาสาสมัครนางพยาบาลสาวสวยจิตใจห้าวหาญที่ทำงานในกองทัพเรือสหรัฐฯ ‘เอเวลีน จอห์นสัน’ ในภาพยนตร์สงคราม-ดราม่าอย่าง “Pearl Harbor” (2001) ของผู้กำกับ ‘ไมเคิล เบย์’ นอกจากนี้ในภาพยนตร์เรื่องนี้เธอยังได้ร่วมแสดงประกบกับสองนักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตในช่วงเวลานั้นอย่าง เบน แอฟเฟล็ค และ จอช ฮาร์ทเน็ทท์ อีกด้วย การแสดงของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นได้รับคำชื่นชมถึงการที่เธอได้มอบทักษะด้านการแสดงอันสามารถที่จะผสานเรื่องราวและอารมณ์ของสงคราม ความกล้าหาญ ความรักที่แสนจะโรแมนติกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทของเธอที่มิอาจลืมเลือนได้ เธอยังมารับบทบาทในหนังรักโรแมนติค ร่วมกับ จอห์น คูแซค ใน Serendipity กว่าจะค้นเจอ ขอมีเธอสุดหัวใจ (2001) กับบทซาร่า สาวที่มีความเชื่อในเรื่องของพรหมลิขิตของความรัก หนังในดวงใจของคนชอบหนังรักแบบเพ้อฝันเลย และแล้วเธอก็โด่งดังเป็นพลุแตกขึ้นมาทันที จากการพลิกบทบาทเพื่อมารับบทนำเป็น ‘เซลีน’ แวมไพรส์สาวฝีมือเก่งกาจหัวหน้าหน่วย Death Dealer หรือ ผู้ท้าความตายแห่งเหล่าแวมไพร์ทั้งมวลในเฟรนไซส์มหากาพย์ภาพยนตร์แวมไพร์แอ็คชั่น-แฟนตาซี-ทริลเลอร์อย่าง “Underworld” โดยภาพยนตร์นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีภาคต่อออกมาเป็นจำนวนถึง 4 ภาคด้วยกัน เธอต้องเข้าคอร์สเรียนรู้และฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างหนัก รวมไปถึงศึกษาเทคนิคด้านการยิงปืนและการใช้อาวุธหลากหลายประเภทเพื่อการแสดงในภาพยนตร์ชุดนี้ ดังนั้นจึงทำให้เธอได้รับคำชมจากเหล่านักวิจารณ์ว่าสามารถพลิกบทบาทได้อย่างสำเร็จ และกลายเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าเธอสามารถปรับตัวรับบทการแสดงได้ในภาพยนตร์ทุกแนว ล่าสุด เคท เบคคินเซล ก็ขอพลิกบทบาทการแสดงเพื่อพิสูจน์ความสามารถของเธออีกครั้งในภาพยนตร์ดราม่า-ทริลเลอร์อย่าง “The Trials of Cate McCall” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของทนายหญิงคนเก่ง ‘เคท แม็คคอล’ ที่รับทำคดีสุดอื้อฉาวเพื่อปกป้องหญิงสาว เลซีย์ สตับบ์ ที่ถูกศาลตัดสินว่าเป็นฆาตกร เธอใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความจริงว่าเลซีย์บริสุทธิ์ แต่ยิ่งเคทเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งพบเจอกับกระบวนการอันยุติธรรมที่เต็มไปด่วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงและทุจริต จนเธอชักไม่แน่ใจว่า จะสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมต่อไป หรือจะยอมให้ความฉ้อฉลดำรงอยู่ต่อไปตลอดกาล โดยการกลับมาในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็น ‘งานใหญ่’ สำหรับเธอเลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะร่วมแสดงในภาพยนตร์แอ็คชั่น-ไซไฟอย่าง “Total Recall” (2012) ไป ... ดังนั้นการหวนกลับมาแสดงในภาพยนตร์แนวดราม่า-ทริลเลอร์เรื่องนี้จึงทำให้เธอต้องปรับตัวและทำการบ้านใหม่มากพอสมควร ซึ่งเธอได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อเอาไว้ว่า “นอกจากจะต้องสู้คดีในชั้นศาลแล้ว เธอยังต้องสู้กับตัวเองด้วยค่ะ เพราะเธอมีปมเรื่องลูกสาวของเธออยู่เช่นกัน ปกติในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ฉันจะต้องลงเมคอัพแต่งหน้ามากพอสมควร แต่สำหรับในเรื่องนี้นั้นจะลงแค่บางๆ ค่ะ เพราะฉันจำเป็นต้องถ่ายถอดความจริงจัง ความเคร่งเครียด และความกดดันของตัวละครออกมาผ่านทางสีหน้าให้มากที่สุด ... The Trials of Cate McCall คือบทบาทที่แปลกใหม่ มันเป็นการท้าทายความสามารถของฉันมากๆ ค่ะ” The Trials of Cate McCall พลิกคดีล่าลวงโลก วันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ----------------------------

แรด แปลว่า เริ่ด ใบเตย อาร์สยาม กับเพลงใหม่ ติดหนึบ
ติดหนึบ /  สุธีวัน ทวีสิน / 

ก้าวสู่ตำแหน่งตัวแม่สั้นเสมอหูแบบเหนียวแน่นหนึบสำหรับ ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) ที่วันนี้พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด ติดหนึบ มาให้ทุกคนได้ครื้นเครงไปกับเพลงของเธอ หลังเปิดตัวแรงว่อนโซเชียลด้วยภาพสาวปริศนาที่มีรูปหัวของแรดติดอยู่ตรงใบหน้า ทำเอาชาวเน็ตต่างถกเถียงกันว่าเธอคือใครกันแน่ และล่าสุดสาว ใบเตย ก็ออกมาเฉลยในวันที่ถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง ติดหนึบ ว่าสาวปริศนาที่อยู่ในรูปคือตัวเธอเอง “สำหรับเพลง ติดหนึบ จะใช้แรดเป็นสัญลักษณ์ แต่จริงๆแล้วแรดในความหมายของ ใบเตย เท่ากับเริ่ดค่ะ ซึ่งก็หมายถึงการทำอะไรแล้วต้องทำให้สุด เช่น เต้นให้สุด แต่งตัวเปรี้ยวสุดๆ จะคิดจะพูดอะไรก็ต้องเป็นตัวของเราให้มากที่สุด คือเราสุดกับทุกอย่างจริงๆ ค่ะ ส่วนเรื่องราวในมิวสิควิดีโอ ใบเตย จะสวมบทเป็นกูรูตัวแม่สั้นเสมอหู คอยสอนน้องสาวสุดแบ๊วให้เริ่ดตามแบบที่ใจเราต้องการ โดยคนที่มารับบทเป็นน้องสาวของ ใบเตย ก็คือ โยชิ ชญาดา เน็ตไอดอลที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลขณะนี้ และอีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ท่าเต้น ที่ดีไซน์ออกมาได้เก๋ไก๋สุดฤทธิ์มากค่ะ เป็นท่าติดหนึบยกขบวนแซ่บ ซึ่งได้ทีม Dancer เต้นคัพเวอร์ชื่อดังในโลกโซเชียลอย่างวง Next School มาร่วมเต้นด้วย ขอบอกว่าพวกเราขนทุกลีลาท่าเต้น จัดหนัก จัดเต็ม ใส่กันแบบไม่ยั้ง ไม่มีใครยอมกันเลยค่ะ รับรองว่างานนี้ต้องมีแต่คำว่าเริ่ดแน่นอน ยังไง ใบเตย ขอฝากซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดนี้ด้วยนะคะกับเพลง ติดหนึบ แฟนๆ สามารถหาฟังผ่านทาง Line Music ได้แล้ววันนี้ ส่วนมิวสิควิดีโอเพลง เตรียมรอชมพร้อมกัน วันที่ 9 ก.ค.นี้ ทางช่อง สบายดี ทีวี แน่นอนค่ะ” สาวสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม กล่าว มาดูเบื้องหลังการถ่ายทำเอ็มวี เพลง ติดหนึบ กันสักหน่อย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เพจดังซัดเละ งานประกาศผลรางวัล หรือ งานโชว์นมไม่โชว์ก็ไม่ดัง
งานประกาศผลรางวัล /  ดาราโชว์นม / 

เพจดังซัดเละ งานประกาศผลรางวัลบันเทิง หรือ งานโชว์นม จวก ไม่โชว์ก็ไม่ดัง แฟนเพจวิจารณ์หนังชื่อดัง อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดงานประกาศผลรางวัลของวงการบันเทิงทุกวันนี้ ที่เน้นไปทางโชว์สรีระมากกว่าแก่นสาระสำคัญของงาน รวมถึงคุณภาพในการตัดสินตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยเผยว่า งานแจกรางวัลทุกวันนี้เหมือนงานปล่อยผีให้ดาราออกมาโชว์นมกันเสียมากกว่า แฟชั่นสมัยนี้จะมาจากแรงบันดาลใจหรือจะก็อปปี้กันมา สุดท้ายก็คือจะต้องโชว์นม จะเป็นศิลปะหรือทัศนอุจาดสุดท้ายก็คืองานโชว์นมอยู่ดี และดาราที่มาโชว์นมในงานส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อยดังเสียมากกว่า มีงานทีก็ได้ออกสื่อเสียที โชว์เยอะออกเยอะ ไม่โชว์ไม่ได้ออก แต่ไม่รู้ได้ออกแล้วจะได้งานอะไรกันต่อไหม ? อยากถามจริงๆ ว่ามีคนจ้างไปเล่นหนังเล่นละครต่อไหมหลังจากจบงานนี้ ส่วนในงานประกาศผลรางวัลก็หามาตรฐานแทบไม่ได้ เรื่องที่สมควรได้กลับไม่ได้ ดาราที่ควรได้รับรางวัลก็พลาดรางวัลไปแบบงงๆ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ได้มองว่าทุกวันนี้มีงานประกาศผลรางวัลมากมาย แต่ก็เป็นไปเพื่อสร้างเรตติ้งทั้งนั้น อยากให้มีมาตรฐานมากกว่านี้ รวมถึงมองว่าผู้เข้าร่วมงานไม่จำเป็นต้องแต่งตัวโชว์สรีระมากเกินไป แต่หากแต่งตัวถูกกาลเทศะ สวยสง่าก็สามารถดึงดูดสื่อมวลชนได้เช่นเดียวกัน MThai News

หนังโลกที่เราอยากดู : Kumiko, the Treasure Hunter (2014)
BIOSCOPE /  Fargo / 

Kumiko, the Treasure Hunter (2014) หญิงสาวผู้ตามหาสมบัติใน Fargo เรื่อง : พัทธดนย์ สิริอมราพร / ชายธี ท่ามกลางหิมะขาวโพลนรอบถนนไฮเวย์ที่แผ่ขยายอาณาเขตไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ริมรั้วแบ่งเขตระหว่างถนนกับทุ่งหญ้าซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเตอะ ใบหน้าที่แสดงความเจ็บปวดอยู่เป็นระยะของเขาเกรอะกรังไปด้วยเลือด สองมือแดงฉานของเขากำลังฝังกลบกระเป๋า ใส่เงินสีเข้มตรงหน้าด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ก่อนที่มันจะจมหายกลืนไปกับพื้นหิมะจนมองแทบไม่เห็น เขาปักมีดขูดน้ำแข็งด้ามสีแดงสดเอาไว้เหนือผืนหิมะเพื่อทำเป็นเครื่องหมาย ก่อนจะเร่งรีบไปจากที่นั่นเพื่อหาทางจบเรื่องบ้าๆ ทั้งหมดนี้เสียที... นั่นคือฉากหนึ่งใน Fargo หนังธริลเลอร์-ตลกร้ายฝีมือพี่น้อง โจเอล และ อีธาน โคเอน ในปี 1996 ที่เล่าเรื่องราวของเซลส์แมนขายรถกิ๊กก๊อกคนหนึ่งที่ร้อนเงินหนัก จนคิดพิเรนทร์จ้างโจรกระจอกสองคนให้มาจับเมียตัวเองไปเรียกค่าไถ่จากพ่อตาผู้ร่ำรวย แต่แผนการกลับเลยเถิดเกินควบคุม และนำพาทุกคนที่เกี่ยวข้องไปสู่หายนะชนิดที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ – โดยฉากในข้างต้นก็ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์บ้าๆ เหล่านั้น เมื่อโจรหัวหมอที่กำลังบาดเจ็บ (สตีฟ บุสเซมี) ตัดสินใจเอาเงินเรียกค่าไถ่ส่วนหนึ่งมาซุกไว้กลางหิมะ หลังได้พลั้งมือฆ่าตัวละครสำคัญตัวหนึ่งไป และมันก็คงจะเพียงแค่เรื่องบ้าๆ ในหนังเรื่องหนึ่งเท่านั้น ...หากแต่ในอีก 5 ปีถัดมา หญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัย 20 ตอนปลายที่ชื่อ ทาคาโกะ โคนิชิ จะลงทุนเดินทางมายังรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา -อันเป็นฉากหลังของ Fargo- เพื่อค้นหาเงินสดในกระเป๋าซึ่งถูกฝังเอาไว้ใต้ผืนหิมะตามที่ปรากฏอยู่ในหนัง! ข่าวสุดพิลึกพิลั่นเช่นนี้ ไปเตะตาสองพี่น้องนักทำหนังอย่าง เดวิด และ นาธาน เซลล์เนอร์ ขณะกำลังนั่งอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ตเข้าอย่างจัง “เรื่องของเธอมีคุณสมบัติในการเป็นตำนานที่จะไม่มีวันเชย มันเหมือนกับเป็นนิทานปรัมปราของคนยุคโมเดิร์นพวกเราเอาแต่คิดว่าอะไรกันที่จะดลใจให้คนคนหนึ่งเดินทางเพื่อการนี้” เดวิดที่รับหน้าที่เป็นผู้กำกับกล่าว และแม้ว่าข่าวนี้จะยังมีช่องโหว่เรื่องความสมเหตุสมผลอยู่อีกหลายจุด แต่นั่นก็ยิ่งทำให้พวกเขาอยากเติมเต็มมันด้วยจินตนาการของพวกเขาเอง ซึ่งหลังจากร่วมกันพัฒนาไอเดียมานานกว่า 14 ปี (!) มันก็ได้กลายมาเป็น Kumiko, the Treasure Hunter หนังขวัญใจนักวิจารณ์ตามเทศกาลหนังหลายแห่งในช่วงปีที่ผ่านมาเรื่องนี้ ว่าด้วย คูมิโกะ (รินโกะ คิคูชิ) หญิงสาวชีวิตเส็งเคร็งจากโตเกียวที่เริ่มเชื่อว่าสมบัติซึ่งถูกฝังอยู่กลางหิมะในหนังอเมริกันที่เธอชอบดูนั้นมีอยู่จริง ซึ่งแม้ว่า Kumiko, the Treasure Hunter จะต้องใช้เวลานานถึง 14 ปีในการปลุกปั้น แต่พี่น้องเซลล์เนอร์บอกว่ามันกลับส่งผลดีต่อตัวหนังอยู่ไม่น้อย เพราะ... ยุคสมัยช่วยบ่มเพาะเรื่องเล่า : ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีให้เลือกเสพอย่างจำกัด (ไม่ต้องพูดถึงโซเชียลมีเดียที่ยังไม่เกิด!) เรื่องราวของโคนิชิจึงมีสถานะเป็นเหมือนกับเรื่องเล่าสุดพิศวงที่ดูสดใหม่และน่าสนใจในทุกครั้งที่นึกถึง และข้อมูลที่มีอยู่จำกัดนี้เองก็ทำให้พวกเขาสามารถต่อยอดเรื่องราวไปได้อีกไม่รู้จบ ซึ่งถ้าหากว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน พวกเขาก็คงลังเลที่จะเขียนบทหนังเกี่ยวกับมัน เพราะ “มันคงเป็นข่าวที่ถูกเคี้ยวและคายทิ้งในเวลาอันรวดเร็ว” มีเวลาฝึกปรือฝีมือ : แม้จะเป็นบทที่ถูกเขียนไว้เป็นเรื่องแรกๆ แต่กว่าจะได้เปิดกล้องก็ปาเข้าไปสิบกว่าปีแล้ว แต่กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ทำตัวว่างไปวันๆ แต่เลือกที่จะสั่งสมประสบการณ์ด้วยการทำทั้งหนังสั้นและหนังยาว อาทิ Goliath (2008) และ Kid-Thing (2012) ซึ่งหลังจากที่ได้ผ่านผลงานมามากขึ้น มันก็ช่วยให้พวกเขาสามารถหาเงินทุนในการทำ Kumiko ได้ง่ายขึ้น แถมยังทำให้ อเล็กซานเดอร์ เพย์น (Nebraska) เล็งเห็นฝีมือและยอมมาเป็นผู้อำนวยการสร้างให้อีกด้วย การทำหนังคือการวิ่งมาราธอน : “การทำหนังไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้นๆ ถ้าคุณรู้จักอดทนเรียนรู้และปรับปรุงผลงานไปเรื่อยๆ มันก็จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสิ่งที่ถูกที่ควรขึ้นมาได้” เดวิดพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่กับหนังสักเรื่องเป็นเวลานานๆ “ข้อดีก็คือ มันช่วยให้พวกเราได้มีเวลาขัดเกลาเรื่องราวให้ดียิ่งขึ้น แล้วพอเราเริ่มถ่ายทำจริง มันเหมือนว่าเราได้ตัดต่อหนังไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว การทำงานเลยง่ายขึ้น ...แต่ก็คงดีกว่า ถ้าเรื่องหน้าเราจะไม่ใช้เวลาเตรียมงานกันนานขนาดนี้” (ฮา) https://www.youtube.com/watch?v=sDK9jdtwdTo ... จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีแค่พี่น้องเซลล์เนอร์เท่านั้นที่สนใจเรื่องของโคนิชิ เพราะย้อนกลับไปในปี 2001 พอล เบิร์กเซลเลอร์ ผู้กำกับชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ก็หยุดคิดถึงข่าวชิ้นนี้ที่เขาได้อ่านมาจากหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph ไม่ได้เช่นกัน เขาจึงตัดสินใจที่จะทำหนังเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นสืบหาความจริงด้วยการโทรไปหาตำรวจเมืองดีทรอยต์เลคส์เพื่อขอดูแฟ้มคดี ก่อนที่จะใช้ข้อมูลและชื่อของผู้คนที่ปรากฏอยู่ในนั้นมาเป็นเบาะแสเบื้องต้น พร้อมกับจ้างตากล้องรวมถึงนักแสดงสาวอย่าง มิมิ โอโมริ ให้มาสวมบทโคนิชิด้วย “ผมอยากให้มิมิแต่งตัวแบบเดียวกับที่โคนิชิแต่ง เจอกับคนที่โคนิชิเจอ ถ่ายทำในห้องพักที่โคนิชิเคยพักผมอยากให้ทุกอย่างใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด ให้เหมือนกับว่าได้นำตัวตนของเธอกลับมา” แล้วพวกเขาก็ตรงดิ่งไปที่มินเนโซตา และรวบรวมข้อมูลตามสถานที่ต่างๆ ที่โคนิชิเคยไปเยือน ทว่าจุดพลิกผันในการสืบเรื่องนี้ของเบิร์กเซลเลอร์ เกิดขึ้นหลังจากการสนทนากับ เจสซี เฮลแมน จนท.ตำรวจผู้อ้างว่าเคยได้พูดคุยกับโคนิชินานกว่า 4 ชั่วโมง เขาเล่าว่ามือของโคนิชิกุมแผ่นกระดาษที่ไม่มีรูปอะไรเลยนอกจากถนนกับต้นไม้เอาไว้ แถมยังเอาแต่พูดอะไรงึมๆ งำๆ ที่ฟังดูคล้ายกับคำว่า Fargo อีกต่างหาก “ผมฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกหรอกนะ และเธอก็พูดอังกฤษไม่ได้ด้วย แต่เธอก็เอ่ยคำว่า Fargo ออกมา เธอคงอยากไปที่ที่เงินถูกฝังเอาไว้ในหนัง” เฮลแมนว่า แต่เรื่องเล่านี้ของเขากลับทำให้เบิร์กเซลเลอร์เกิดเอะใจขึ้นมา “อ้าว! แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเธอพูดถึง Fargo ในเมื่อเธอไม่ได้พูดอังกฤษเลยสักนิด” คำถามนี้ทำเอาเฮลแมนถึงกับอึ้งกิมกี่ “ตอนนั้นเองที่ผมเข้าใจทุกอย่าง ...หมอนั่นกุเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด! เรื่องสาวญี่ปุ่นบ้าๆ ผู้ดั้นด้นมาตามหาเงินที่ทุกคนสนใจกันนักหนา มันเป็นแค่เรื่องโกหกคำโต!” เบิร์กเซลเลอร์เล่า แต่ถึงกระนั้น เขายังคงมีคำถามที่ค้างคาใจ ‘ถ้าโคนิชิไม่ได้เดินทางมาตามหาสมบัติ แล้วเธอมาทำอะไรกันแน่?’ เขาจึงเดินทางไปยังบ้านพักของโคนิชิที่ย่านชิบูยะในโตเกียวตามที่อยู่ที่ปรากฏในแฟ้มคดี จนได้พบกับเจ้าของบ้านผู้พาเขาไปดูห้องที่โคนิชิเคยพักอาศัยอยู่ เขาจึงได้รู้ว่า โคนิชิเป็นเพียงหญิงบ้านนอกที่เดินทางมาทำงานเป็นสาวบาร์ในย่านโคมแดงของกรุงโตเกียว ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ระบุว่า ในคืนสุดท้ายที่โคนิชิยังมีชีวิตอยู่ เธอใช้เงินไม่ต่ำกว่า 88 ดอลลาร์ในการโทรศัพท์ 40 นาทีไปยังสิงคโปร์ เบิร์กเซลเลอร์จึงสืบสาวตามไปจนพบว่ามันเป็นเบอร์ฯ ของนายธนาคารหนุ่มชาวอเมริกันจากเมืองฟาร์โกผู้ที่โคนิชิเคยตกหลุมรักในโตเกียว ก่อนที่เขาจะทิ้งเธออย่างไม่ใยดีแล้วย้ายไปอยู่สิงคโปร์ ในจดหมายลาตายของโคนิชิที่เธอเขียนส่งถึงครอบครัว -ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เบิร์กเซลเลอร์ตามสืบไปถึง- มีเนื้อความสุดสะเทือนใจว่า เธอได้เดินทางมายังบ้านเกิดของคนรักเก่าเพื่อปลิดชีพตัวเอง โดยศพของเธอถูกพบที่เมืองดีทรอยต์เลคส์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2001 และผลการชันสูตรก็ทำให้พบยาในร่างกายมากกว่าหกชนิด ตั้งแต่ยานอนหลับ, ยากล่อมประสาท ไปจนถึงยาต้านโรคจิต “เธอดื่มแชมเปญสองขวด ก่อนจะเอนกายลงบนพื้นหิมะ ความเป็นจริงนี้ช่างน่าหดหู่เกินกว่าที่เราทุกคนจะคาดคิดไปถึงเสียอีก” เบิร์กเซลเลอร์ทิ้งท้าย - ซึ่งต่อมา เบิร์กเซลเลอร์ก็รวบรวมทั้งหมดกลายเป็นหนังสารคดีทางโทรทัศน์ยาว 25 นาทีที่ชื่อ This Is a True Story (2003) นั่นเอง (ดูแบบเต็มเรื่องได้ ที่นี่) **เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับที่ 159 (เมษายน 2015)

เรื่องจริง หรือแค่มโน เฟิร์ส-แจ็คกี้ แอบกิ๊กกัน
แจ๊คกี้ ชาเคอลีน /  เฟิร์ส ภาราดา

เป็นหนุ่มหล่อหน้าใสขวัญใจสาวๆ ที่กำลังขึ้นแท่นเป็นพระเอกของทางช่อง 3 สำหรับหนุ่ม เฟิร์ส ภาราดา ที่ตอนนี้เริ่มมีฐานแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ แหม...ก็เป็นเรื่องธรรมดา น่ารักน่าเอ็นดูซะขนาดนี้ สาวที่ไหนก็อยากจะสมัครตัวสมัครใจขออาสาเป็นติ่งด้วยกันทั้งนั้น ว่าแต่หน้าตาดีอย่างนี้ ไม่รู้ว่าหนุ่มเฟิร์สยังโสดอยู่รึเปล่า ดูจากภาพที่ปาปารัซซี่ถ่ายมาได้ ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าสถานะหัวใจของ He ตอนนี้อาจจะไม่โสดแล้วก็เป็นได้ เพราะล่าสุดเห็นไปเดินอยู่กับนักแสดงสาวร่วมช่อง แจ็คกี้ ชาเคอลีน งานนี้ก็ไม่รู้ทั้งสองแอบคบหากันอยู่อ๊ะเปล่า ว้าย...ตายแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงชะนีหลายนางคงนั่งเสียดายกันเป็นแถบๆ แล้วไหนจะแฟนคลับของหนุ่มเฟิร์สอีกไม่รู้ว่าจะรับได้รึเปล่า เพราะเห็นคู่รักดาราหลายคู่เปิดตัวว่ามีแฟนทีไรเป็นต้องโดนแอนตี้ไปหลายต่อหลายคู่ เอ้า! ยิ่งพูดเรื่องยิ่งยาว เอาเป็นว่ายังไงก็ออกมาเคลียร์ให้กระจ่างทีนะคะ ว่าแอบคบกันจริง หรือสิ่งที่เห็นเป็นแค่เรื่องมโนกันแน่ เฟิร์ส ภาราดา -แจ็คกี้ ชาเคอลีน เฟิร์ส ภาราดา -แจ็คกี้ ชาเคอลีน เฟิร์ส ภาราดา -แจ็คกี้ ชาเคอลีน

เทคนิคหลับสบาย ... แม้บินในที่นั่งชั้นประหยัด
ข้อควรรู้ /  บนเครื่องบิน / 

ปัจจุบัน การเดินทางด้วยเครื่องบิน ถือเป็นการเดินทางที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งแต่ละสายการบินก็งัดโปรโมชั่นออกมาแข่งกัน ประโยชน์ก็ตกมาถึงผู้บริโภคอย่างเรา ทำให้สะดวกต่อการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างแดน โดยเฉพาะเที่ยวบินชั้นประหยัด (Economy Class) เพราะสามารถประหยัดงบไปได้มากโขเลยทีเดียว แต่ก็ติดตรงที่ความสะดวกสบายอาจสู้ชั้นเฟิร์สคลาสไม่ได้แค่นั้นเอง เทคนิคหลับสบาย ... แม้บินในที่นั่งชั้นประหยัด travel.mthai.com ขอเสนอเกร็ดความรู้มาฝากนักเดินทางทุกท่าน กับ เทคนิคหลับสบาย ... แม้บินในที่นั่งชั้นประหยัด มาดูกันว่าเราจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง เมื่อต้องเดินทางนาน ๆ ในเที่ยวบินชั้นประหยัด 1. แต่งตัวสบาย ๆ  เลือกเสื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น สบายตัว ไม่อึดอัด ไม่ตึงเปรี๊ยะ ไม่ว่าจะลุก นั่ง พับเข่างอขา ก็ง่ายสบายทุกท่า 2. ปฏิบัติกิจหนัก-เบา ให้เรียบร้อยก่อนขึ้นเครื่อง เวลาเดินทางจะได้ไม่ต้องมาพะวง หลับ ๆ ตื่น ๆ ลุกมาเข้าห้องน้ำให้เสียเวลา 3. กำจัดความหิวให้หมดไป เฉพาะไฟลท์ที่บินในช่วงมื้ออาหาร ควรสั่งอาหารล่วงหน้า ดีกว่านั่งทรมานเมื่อได้กลิ่นอาหารหอม ๆ ของผู้โดยสารท่านอื่น เพราะท้องอิ่มย่อมหลับสบายกว่า 4. เดินทางอย่างมือโปร อุปกรณ์ต้องพร้อม  หาหมอนรองคอคู่บารมีนุ่ม ๆ สักใบ ผ้าปิดตา เอียร์ปลั๊กอุดหู จะช่วยให้คุณหลับสบายในไฟลท์ยาว ๆ 5. นั่งริมหน้าต่าง ช่วยได้เยอะ นอกจากช่วยลดอาการวิงเวียนแล้ว จะช่วยให้คุณหลับรวดเดียวแบบไม่ต้องตื่นให้เสียอารมณ์ เพราะถูกคนด้านในปลุกให้ตื่นเพื่อขอไปเข้าห้องน้ำ 6. หลับด้วยตัวเองดีที่สุดแล้ว หลีกเลี่ยงการกินยานอนหลับทุกชนิด เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน จะได้มีสติเตรียมพร้อม ขอบคุณข้อมูลจาก : Air Asia Magazine  เรียบเรียงและถ่ายภาพโดย : muzTong - Travel MThai

วินาทีประชันหน้า!! เอมมี่ vs เปิ้ล แฉซ้ำคำต่อคำ
เอมมี่ อมลวรรณ /  เอมมี่ แม็กซิม / 

เกิดเป็นบรรยากาศมาคุเลยทีเดียว!! ตั้งแต่สาวเซ็กซี่ เอมมี่ แม็กซิม ถูก เปิ้ล ไอริณ โพสต์ IG แฉเรื่องซุกลูกจนกลายเป็นคู่เกาเหลาชามโต ล่าสุดทั้งคู่บังเอิญมาป๊ะหน้ากันครั้งแรกในงาน สยามดารา สตาร์อวอร์ด 2015 เดินสวนกันไปมาห่างแค่เอื้อมมือ มีส่งสายตามองกันเป็นระยะ แต่ไม่มีการพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหา แถม สาวเปิ้ล ยังแฉซ้ำอีกด้วยว่า... "ตั้งแต่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เป็นครั้งแรกที่เปิ้ลออกมาพูดถึงเรื่องนี้นะคะ เปิ้ลก็งงจริงๆ ว่าเปิ้ลไม่ได้โพสต์ระบุชื่อใคร ใครที่ทำอะไรไว้ก็ให้รับกรรมแบบนั้น เค้าเดือดร้อนออกมารับเอง เปิ้ลคงไปช่วยเค้าไม่ได้ค่ะ จริงๆ เปิ้ลอยากจบมากเลย แต่เค้าไม่จบ เค้าไปออกรายการไปนั่งร้องไห้แทบจะขาดใจ แล้วเค้าไปไหนต่อรู้มั้ยคะ เค้าไปร้านพี่ป๋องแล้วบอกว่า ที่เปิ้ลไปเปิดเผยเรื่องลูก เค้าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เค้าพูดอย่างนี้จริงๆ เค้าดีใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้ลูกเค้าดังแล้ว เค้าออกรายการได้ค่าตัวครึ่งแสน" "งงว่าเค้ามีเจตนาอะไร สิ้งที่เปิ้ลพูด เปิ้ลไม่ได้คิดเองเออเอง คนในร้านก็ได้ยินหมดว่าเค้าไปพูด และก็มีกล้องอยู่ในร้านด้วย และเค้าก็พูดต่อว่า พี่ป๋องตัดชุดให้หนูหน่อย หนูขอชุดเหมือนพี่เปิ้ลไอริณเลยนะ ชุดสีทองแบบคราวก่อน พี่ป๋องก็งง เค้าบอกดีใจตอนนี้ลูกได้เป็นพรีเซ็นเตอร์หลายชิ้น และก็ได้ลูกมาช่วยทำมาหากิน เค้าแฮปปี้มาก เปิ้ลก็งงว่าทำไมมันขัดกับสิ่งที่ออกสื่อไป" "จริงๆ เปิ้ลไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใคร แต่อย่างที่บอกเวลาเราโดนรังควานเยอะ เปิ้ลเชื่อว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ขนาดคนนอนคุยกัน แฟนเค้าเอง เค้ายังจ้างคนไปทำร้ายจนหน้าจะเสียโฉมเลย แล้วเค้าขู่ว่าจะไปทำร้ายร่างกายเรา เค้าพูดเองในกลุ่มเค้า เปิ้ลมีไลน์ มีหลักฐานล้วนๆ เปิ้ลก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา แล้วเปิ้ลอยู่คนเดียวด้วย" "ที่โพสต์ IG เปิ้ลไม่ได้เอ่ยชื่อใครจริงๆ เปิ้ลแค่อยากหัดเขียนนิยายสักเรื่อง เพราะตัวเองจะทำพ็อกเก็ตบุ๊ค อยากจะเขียนเล่นๆ แล้วมีคนมาร้องแร่แห่กระเชอ มีคนมารับเรื่องนั้นไปเองเราก็งงว่าทำไว้เหรอ ไม่เคยคิดว่าเรื่องจะซอฟต์หรือแรงนะคะ เพราะเปิ้ลเป็นคนที่พูดได้แต่ความจริง อาจจะไม่มีเครื่องมืออะไรมาออกสื่อ ไม่มีพีอาร์มานั่งบอกให้พูดอะไร คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น เปิ้ลเชื่อว่าความจริงก็เป็นความจริง ถ้าไม่ออกจากปากเปิ้ล วันนึงก็ต้องออกจากปากคนอื่นอยู่ดี และความลับก็ไม่มีในโลกหรอกค่ะ" "เปิ้ลว่ารอให้กรรมสนองดีกว่า เพราะเปิ้ลเชื่อว่า ที่ผ่านมาเปิ้ลแทบจะไม่รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัวเลย ไม่รู้ว่าเราไปทำอะไรเค้า แต่มีเหตุการณ์เรื่องนี้เกิดขึ้นในชีวิตเปิ้ล เปิ้ลถือว่าอาจจะเป็นกรรมเก่าก็ได้ ก็รอให้กรรมสนองก็แล้วกันค่ะ" "เปิ้ลไม่เชื่อว่าการที่เราได้พูดอะไรกับคนที่มโนตลอดเวลาหรือพูดอะไรไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่อยู่กับความเป็นจริง มันพูดไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ เหมือนเราเจอคนบ้าเดินมาคนหนึ่ง แล้วเราไปพูดอะไรกับเค้าไม่รู้เรื่อง เรื่องซุกลูกคือจริงๆ ก็งง คือเปิ้ลบอกว่า เปิ้ลเห็นโจรมันซุกลูก เปิ้ลว่าโจร ไม่ได้ว่าลูก จริงๆ ต้องจัดอันดับใหม่เพราะเปิ้ลแทบจะไม่ได้พูดอะไร แต่สิ่งที่เค้าพูดเป็นข้อกล่าวหา เปิ้ลว่าเด็กอย่างนู้นอย่างนี้ ถ้าคนตามไอจีเปิ้ล หรือตามชีวิตเปิ้ลจะรู้" "เราไม่ได้สร้างภาพนะ แต่เราไป 8 ปีแล้ว เปิ้ลไปบ้านธรรมรักษ์ ไปมอบชุดนักเรียนให้เด็ก 100 ชุด เปิ้ลไปจนเด็กๆ รู้จักเปิ้ลหมดแล้ว และเปิ้ลก็มีลูกบุญธรรมอยู่ 4 คน เราก็รักเด็ก เราไม่เคยคิดที่จะทำร้ายอะไรเด็ก วันนี้ก็คงไม่ฝากอะไรถึงเค้า ตัวเปิ้ลเองอยากจบ ไม่อยากทะเลาะกับใคร จะให้มองในมุมเปิ้ลบ้าง เปิ้ลแค่เป็นห่วงตัวเอง เป็นห่วงความปลอดภัยเท่านั้นเองค่ะ" ด้าน สาวเอมมี่ ก็ให้สัมภาษณ์เปิดใจตามมาติดๆ ว่า... "ถ้าฝ่ายนั้นบอกว่าที่แฉไม่ได้หมายถึงเอมมี่ งั้นที่เอมมี่พูดวันนี้ก็ไม่ได้หมายถึงเค้าเช่นกัน เอมมี่ไม่รู้จะพูดยังไงถึงผู้หญิงคนนี้แล้ว หยุดพูดถึงผู้หญิงคนนี้สักที เบื่อมากที่ต้องมานั่งตอบคำถามเดิมๆ เอมมี่บอกมาตลอดเรื่องลูก สาบานให้ตายโหงตายห่าเลย ไม่เคยโกหกเรื่องลูก เวลามีใครถามบน IG ก็บอกตลอดว่าเป็นลูก เอมมี่มีลูก 2 คน จะโกรธแค่คำว่าเราซุกลูก ทั้งที่เราไม่เคยซุก ตอนนี้เรื่องลูกจบแล้ว วันนี้ลูกเข้าใจเอมมี่ เอมมี่เข้าใจลูก เอมมี่ขอเวลาทั้งหมดทำหน้าที่ลูกที่ดีมาดูแลคุณแม่ และขอเป็นแม่ที่ดี ไม่ขอพูดเรื่องอื่นค่ะ" "เรื่องที่เอมมี่ไปร้านพี่ป๋องแล้วอยากได้ชุดสีทองอย่างที่เค้าเคยใส่ คือเอมมี่แค่ไปเจอในงานนึง เราก็ชอบมันเท่ดี แต่ไม่เคยมีเบอร์เค้า ไม่เคยโทรหา พี่ที่สนิทพาไปรู้จักกับพี่ป๋อง เลยถามแกว่าลำบากใจในการทำชุดมั้ย เค้าบอกไม่ลำบากใจ แต่คิดว่าไปหาชุดที่อื่นดีกว่าจะได้ไม่มีปัญหากัน จะได้ไม่ลำบากใจด้วยก็แค่นี้ เรื่องชุดอยากให้พี่ป๋องมาตอบเองดีกว่า วันนี้พี่ป๋องก็มาด้วย" "วันนี้ยังไม่ได้เจอเค้า ไม่ได้เห็นเค้าค่ะ เอมมี่เข้ามาเกือบคนสุดท้ายแล้ว ถ้าเจอกันมันจำเป็นมั้ยที่เอมมี่จะต้องไปสวัสดี ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ในเมื่อเค้าคิดว่าไม่รู้จักเอมมี่ เราก็ไม่ต้องรู้จักกัน เอมมี่ก็ไม่รู้จักพี่เค้า ทุกวันนี้งงมากว่าเรื่องมันเกิดกับเราได้ยังไง" "ส่วนที่หมวยแม็กซิมออกมาแฉ เอมมี่ไม่ขอพูดถึงใคร ใครจะออกมาแฉอะไรก็ปล่อยเค้า ถ้าเกิดมีคนมาแฉอีก ก็ต้องตอบคำถามเดิมอีก ใครที่มองว่าเอมมี่ไม่ดี เอมมี่ก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนให้เค้ามองเอมมี่เป็นคนดีได้ ถ้าเกิดอะไรที่เอมมี่พูดแล้วทำให้เค้าเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วย ส่วนเรื่องที่เค้าออกมาแฉ ฮาเวิร์ดเป็นคนพูดเองว่าถ้าเกิดมาเมืองไทยเมื่อไหร่ เค้ากับเอมมี่จะจับมือกันมาบอกสื่อมวลชนว่าความจริงเป็นยังไง" "ความจริงมีอยู่แล้วทั้งหมดในมือถือเอมมี่ ปรึกษากับพี่สาวแล้วจะโพสต์ดีมั้ย พี่บอกว่าอย่าเลย เพราะถ้าโพสต์เค้าจะไม่มีที่... โอ้ย ไม่พูดดีกว่า เอมมี่จะบอกว่าอะไรดีไม่ดีก็รู้อยู่กับตัวเอมมี่ดี ไม่แน่เดือนหน้าเอมมี่บินไปหาฮาเวิร์ด เราอาจจะทำคลิปชี้แจงความจริง ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทำให้เอมมี่มีที่ยืนในสังคม ขอบคุณทุกคนที่เมตตาเอมมี่กับลูกๆ ขอบคุณที่ไม่เกลียดกัน และแฟนคลับทุกคนที่อยู่เคียงข้างเอมมี่จนถึงวันนี้" "ตอนนี้เอมมี่เหนื่อยแล้ว (ร้องไห้) เอมมี่พอแล้ว กี่วันแล้วที่เอมมี่ต้องเจอกับปัญหาแบบนี้ ไปไหนทุกคนก็ถามเอมมี่แบบนี้ ไปไหนก็เจอแต่ปัญหาเดิมๆ เอมมี่ต้องการกำลังใจเท่านั้นเอง เอมมี่เหนื่อยมาก ฮาเวิร์ดได้เขียนมาบอกเอมมี่อย่างนึงว่า เอมมี่ได้พิสูจน์ว่าเอมมี่ไม่ได้ทำร้ายเค้า จะไม่มีการดำเนินคดีกับคนแฉค่ะ เอมมี่อยากให้จบ สงสารลูกๆ" ก่อนจะก้มลงกราบแนบพื้นต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมอ้อนวอนขอพื้นที่ให้ยืนในสังคม!! เปิ้ล ไอริณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ ก้มกราบแนบพื้นต่อหน้าสื่อ! ขอพื้นที่ให้ยืนในสังคม เอมมี่ อมลวรรณ ก้มกราบแนบพื้นต่อหน้าสื่อ! ขอพื้นที่ให้ยืนในสังคม ช็อตประชันหน้า เอมมี่ vs เปิ้ล ช็อตประชันหน้า เอมมี่ vs เปิ้ล

โรส  จี้! ตั๊ก ขอโทษผ่านสื่อ ลั่นไม่ได้เป็นคนปล่อยภาพ
ตั๊ก บงกช /  โรส เขมณัฐ

โรส เขมณัฐ เอี่ยมประเสริฐ สู้ไม่ถอย แจ้งความกลับ ตั๊ก บงกช ข้อหาหมิ่นประมาท แจงไม่ได้เป็นคนปล่อยภาพของดาราสาว ลั่นต้องการให้ทางสาว ตั๊ก บงกช ออกมา "ขอโทษ" เธอผ่านสื่อ

ย้อนวัย! อดีต-ปัจจุบัน นักแสดงวัยรุ่น แฮร์รี่ พอตเตอร์
Harry Potter /  ดาราวัยรุ่น / 

ภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) ขวัญใจตลอดกาลของทุกคนนั้น ในปัจจุบันเราก็ได้เห็น พัฒนาการความสวย ความหล่อ ของนักแสดงบางคนบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหลักอย่าง แดเนียล(แฮร์รี่ พอตเตอร์), รูเพิร์ท กรินท์ (รอน วีสลีย์), เอ็มม่า วัตสัน (เฮอร์ไมโอนี่) หรือล่าสุดกับนักแสดงที่ตอนเด็กอ้วนๆฟันเหยิน ไม่คิดว่าโตมาจะแซ่บเว่อร์อย่าง แมทธิว ลูว์อิส ในบท เนวิลล์ ลองบัตท่อม นอกจากนี้ทีนเอ็มไทยจึงรวบรวมดารานักแสดงคนอื่นๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน ย้อนวัย! อดีต-ปัจจุบัน นักแสดงวัยรุ่น แฮร์รี่ พอตเตอร์ ดูสิว่าแต่ละคนจะเป็นยังไงกันบ้าง >,< เรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ)  ย้อนวัย! อดีต-ปัจจุบัน นักแสดงวัยรุ่น แฮร์รี่ พอตเตอร์ Harry Potter รับบทโดย Daniel Radcliffe Ron Weasley รับบทโดย Rupert Grint Hermione Granger รับบทโดย Emma Watson Ginny Weasley รับบทโดย Bonnie Wright Fred Wealsey  รับบทโดย James Phelps George Weasley รับบทโดย Oliver Phelps  Draco Malfoy รับบทโดย Tom Felton Vincent Crabbe รับบทโดย Jamie Waylett Gregory Goyle รับบทโดย Josh Herdman Cho Chang รับบทโดย Katie Leung Cedric Diggory รับบทโดย Robert Pattinson Fleur Delacour / Fleur Weasley รับบทโดย Clémence Poésy  Gabriella Delacour (น้องสาว Fleur Delacour) รับบทโดย Angelica Mandy Viktor Krum รับบทโดย Stanislav Ianevski Luna Lovegood  รับบทโดย Evanna Lynch  Neville Longbottom  รับบทโดย  Matthew Lewis Tom Marvolo Riddle (ตอนโต) รับบทโดย Christian Coulson  Dudley Dursley รับบทโดย Harry Melling Bill Weasley รับบทโดย Domhnall Gleeson Dean Thomas รับบทโดย Alfred Enoch Seamus Finnigan รับบทโดย Devon Murray Lee jordan รับบทโดย Luke Youngblood Percy Weasley รับบทโดย Chris Rankin James Potter (ตอนเด็ก) รับบทโดย Alfie McIlwain  James Potter (ตอนโต) รับบทโดย Robbie Jarvis Lily Evans (ตอนเด็ก) รับบทโดย Ellie Darcey-Alden Severus Snape (ตอนเด็ก) รับบทโดย Benedict Clarke   Severus Snape (ตอนโต) รับบทโดย Alec Hopkins Tom Riddle (age 11)  รับบทโดย Hero Fiennes-Tiffin Tom Riddle (age 16) รับบทโดย Frank Dillane Sirius Black (ตอนเด็ก) รับบทโดย Rohan Gotobed James Sirius Potter (ลูกชายแฮร์รี่) รับบทโดย Will Dunn Albus Severus Potter (ลูกชายแฮร์รี่) รับบทโดย Arthur Bowen Hugo Weasley (ลูกชายรอน) รับบทโดย Ryan Turner Lily Luna Potter (ลูกสาวแฮร์รี่) รับบทโดย Daphne de Beistegui Oliver Wood  รับบทโดย Sean Biggerstaff Angelina Johnson รับบทโดย Danielle Tabor Marcus Flint รับบทโดย Jamie Yeates Will Theakston รับบทโดย Terrence Higgs Cormac McLaggen รับบทโดย Freddie Stroma Nigel รับบทโดย William Melling Padma Patil รับบทโดย Afshan Azad Parvati Patil รับบทโดย Shefali Chowdhury  Angelina Johnson รับบทโดย Tiana Benjamin Lavender Brown รับบทโดย Jessie Cave Colin Creevey รับบทโดย Hugh Mitchell Susan Bones รับบทโดย Eleanor Columbus Pansy Parkinson รับบทโดย Scarlett Byrne Moaning Myrtle รับบทโดย Shirley Henderson แถมตัวละครอื่นๆ ในภาพยนตร์แฮรรี่ พอตเตอร์ Shrunken head of the nightbus รับบทโดย Lenny Henry  Kreacher รับบทโดย Timothy Bateson  Dobby (Kreacher) รับบทโดย Simon McBurney เรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ)

ตร.บุกตรวจผับดัง 'เก่ง เมธัส'ลอบขายบารากู่-เหล้าปลอม
ตรวจร้านเหล้า /  บารากู่ / 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเข้าตรวจร้านรูฟ บาร์ ย่านประชาชื่น ผับดังของ "เก่ง เมธัส" พบเปิดเกินเวลา ลักลอบจำหน่ายบารากู่-เหล้าปลอม วันที่ 5 ก.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจกองปราบปราม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าตรวจสอบภายใน ร้านรูฟ บาร์ ซอยประชาชื่น-นนทบุรี 8/1 ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หลังพบมีการเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จากการตรวจสอบพบว่า ภายในร้านมีการจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังพบ บารากู่ อีกจำนวน 21 เตา และสุราปลอมจำนวน 1 ลัง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ยังตรวจสอบบัตรประชาชนและปัสสาวะของนักท่องเที่ยวและพนักงานในร้านรวม 48 คน ไม่พบผู้เสพสารเสพติด นอกจากนี้ยังตรวจสอบรถยนต์ลัมโบร์กินีของ นายเมธัส สวนศรี หรือ เก่ง เมธัส อดีตนายแบบ-ดารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้บริหารร้านดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจพบผงสีขาวในซองพลาสติก ลักษณะคล้ายโคเคน จำนวน 1 ถุงเล็ก หนักประมาณ 2-3 กรัม ซุกซ่อนภายในรถ จึงยึดไปตรวจพิสูจน์ในห้องแล็บว่าเป็นยาเสพติดหรือไม่ หลังผลการตรวจของชุดตรวจเบื้องต้นไม่พบว่าเป็นยาเสพติด ขณะที่ เก่ง เมธัส ปฏิเสธว่าถุงดังกล่าวไม่ใช่ของตน และอ้างว่ารถคันนี้มีคนใช้งาน 2 คน คือตนกับน้อง จึงไม่ทราบว่าถุงดังกล่าวมาอยู่ในรถได้อย่างไร ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า สำหรับร้านนี้เบื้องต้นพบว่า มีใบอนุญาตประกอบกิจการและใบอนุญาตจำหน่ายสุราถูกต้อง แต่ที่ตั้งของร้านอยู่ห่างจากสถานศึกษาไม่ถึง 300 เมตร จึงเข้าข่ายผิดกฎหมาย และหากร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่กำหนดให้สถานบันเทิงต้องอยู่ห่างจากสถานศึกษามีผลบังคับใช้ ตำรวจจะต้องถอนใบอนุญาตและปิดร้านทันที นอกจากนี้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังเข้าตรวจสอบ ร้านอาฟเตอร์ มูน ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา หลังได้รับรายงานว่า เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบมีการจำหน่ายบารากู่ ซึ่งผิดกฎหมาย รวมถึงมีซองพลาสติกลักษณะเอาไว้ใส่ยาเสพติดจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อนพื้น จึงนำตัวนักเที่ยวบางส่วนตรวจสอบหาสารเสพติด โดยพล.ต.ท.ประวุฒิ ระบุว่า ขอเวลาในการสอบสวนว่า ตำรวจ สน.โชคชัย ในฐานะเจ้าของพื้นที่รู้เห็นเป็นใจ หรือจงใจปล่อยปละละเลยหรือไม่ เนื่องจากเปิดเกินเวลามาก และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จากรายงานพบว่าร้านดังกล่าวจะเปิดบริการถึงเวลาประมาณ 04.30 น.ของทุกวัน ภาพจาก สำนักข่าวไทย MThai News

จอดรถผิดที่! อส.ตำรวจขอนแก่นโชว์กร่างไม่ยอมรับใบสั่ง
กฎจราจร /  ขอนแก่น / 

อาสาสมัครตำรวจขอนแก่นจอดรถในที่ห้ามจอด ถูกจราจรจับกุม-แจกใบสั่ง ฉุนไม่ยอมรับ อ้างคุยราชการลับกับผกก.เมืองขอนแก่น มีสิทธิ์จอดได้ วันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสงจันทร์ หล้ากอ อายุ 49 ปี อาสาสมัครตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น แสดงอารมณ์ไม่พอใจ หลังถูกตำรวจจราจรออกใบสั่งข้อหาจอดรถจักรยานยนต์ในที่ห้ามจอด พร้อมชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูบริเวณที่จอดรถ ริมฟุตบาทสีขาว-แดง ซึ่งเป็นที่ห้ามจอด และระบุว่าตนเองเป็นอาสาสมัครตำรวจมีสิทธิ์จอดได้ นายแสงจันทร์ ซึ่งแต่งตัวชุดอาสาสมัครตำรวจเต็มยศ กล่าวว่า เดินทางมาคุยราชการลับกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และจอดรถจักรยานยนต์ไว้บริเวณดังกล่าว จู่ๆก็มีตำรวจจราจรนายหนึ่งเดินมาจับกุมและออกใบสั่งให้ แม้จะอธิบายว่ามาพูดคุยธุระทางราชการ แต่นายตำรวจคนดังกล่าวก็ยืนยันจะเขียนใบสั่งให้ และเมื่อถือใบสั่งไปต่อรองไม่ให้เสียค่าปรับ ก็ยังถูกปฏิเสธจากตำรวจอีก จึงเกิดบันดาลโทสะ ด้านตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวว่า นายแสงจันทร์ ทำผิดกฎจราจรอย่างชัดเจน โดยได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ในที่ห้ามจอด ซึ่งตำรวจก็ทำถูกต้องแล้ว แต่นายแสงจันทร์ไม่ยอมรับความผิดและพยายามอ้างว่ารู้จักกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่และบังคับไม่ให้เจ้าหน้าที่ออกใบสั่ง ทั้งที่ทำผิดกฎหมาย ขอบคุณภาพ TNN24 MThai News 

โม จบดราม่า!! ขอโทษ อ๊อฟ ฉะดาราไร้สัมมาคารวะ
โม มนชนก /  อ๊อฟ ปองศักดิ์ / 

ปิดศึกดราม่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนางเอกรุ่นน้อง โม มนชนก ที่ก่อนหน้านี้นักร้องดัง อ๊อฟ ปองศักดิ์ โพสต์ข้อความทำนองเหน็บแนมนางเอกรุ่นน้องที่ไม่มีสัมมาคารวะผ่านทางไอจีส่วนตัว ล่าสุดทาง สาวโม ยอมรับว่าย่องปรับความเข้าใจ และกล่าวคำขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ทุกอย่างจบลงด้วยดี! "สำหรับเรื่องพี่อ๊อฟ โมไม่สบายใจมากเลย หลังจากที่รู้ว่าโมไปทำอะไรพี่อ๊อฟ จนพี่เขารู้สึกไม่ดี โมก็รีบไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ทางต้นสังกัด ผู้ใหญ่ก็ให้ความช่วยเหลือดีมาก โดยนัดให้เราสองคนเจอกัน แล้วก็ได้ปรับความเข้าใจกัน โมก็อธิบายกับพี่เขาไปว่าโมไม่ได้คิดร้าย ถ้าโมทำอะไรที่ไม่ดี โมก็ต้องขอโทษด้วย เรื่องนี้ก็ทำให้โมรู้ว่า โมจะต้องปรับปรุงตัวแก้ไขอย่างไร" "ตอนแรกโมไม่รู้ว่าเราทำอะไร แต่ทุกคนก็บอกว่าโมนั้นแหละ เราก็งงๆ ตกใจว่าเป็นโมเหรอ แล้วเลยรีบไปขอโทษ โมไม่รู้ตัว โมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอะไรไม่ดี พี่เขาน่ารัก ก็ขอบคุณพี่อ๊อฟที่เอ็นดู ห่วงใยเราในฐานะรุ่นพี่ในวงการค่ะ ถือเป็นเครื่องเตือนใจเราอย่างหนึ่ง ว่าถ้าเราเป็นตัวของตัวเองมากไป หรือการที่เราไม่ได้ใส่ใจรอบๆ ตัวเรา มันไม่ดีน่ะ" "อย่างที่บอกว่าพี่อ๊อฟน่ารักมาก พอได้เคลียร์ได้คุยกันแล้ว พี่เขาก็สอนอะไรหลายๆ อย่างเยอะเหมือนกันค่ะ เราสองคนก็ร่วมงานกันได้ค่ะ แต่ไม่มีโอกาสเจอกันค่ะ ยังไงโมก็ขอโทษทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นพี่อ๊อฟหรือผู้ใหญ่ทางต้นสังกัด ถ้าโมทำอะไรไม่ดีลงไป โมก็ขอปรับปรุงตัวค่ะ" โม มนชนก กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : @aofpongsak โม มนชนก โม มนชนก โม มนชนก ภาพIG อ๊อฟ ปองศักดิ์ ภาพIG อ๊อฟ ปองศักดิ์ ภาพIG อ๊อฟ ปองศักดิ์ ภาพIG อ๊อฟ ปองศักดิ์

แพนเค้ก หวานก็ได้ เปรี้ยวก็แซบ!! เคล็ดไม่ลับมัดใจ พี่หมี
แพนเค้ก เขมนิจ /  สารวัตรหมี พ.ต.ต. ศักดิ์สุนทร / 

สวยสะพรั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัว สำหรับนางเอกสาวหุ่นเพรียวลม แพนเค้ก เขมนิจ ที่นับวันยิ่งสวยเปรี้ยว เฉี่ยว แม้จะไม่เปรี้ยวมากขนาดเข็ดฟัน แต่ก็ทำให้หัวใจ สารวัตรหมี พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ ชุ่มฉ่ำหัวใจ เพราะแฟนเด็กรุ่นน้องไม่ใช่สาวหวานบ้องแบ๊วแต่งตัวสไตล์หวานแหววได้อย่างเดียวนะยะ แต่แพนเค้กสามารถเป็นได้ทุกลุคไม่ว่าจะหวาน จะเปรี้ยว She ได้หมด ขนาดนางถ่ายภาพบิกินี่โชว์เซ็กซี่เบาๆ ที่ชายทะเลโพสต์ลงไอจีแค่ภาพเดียวยังทำให้หนุ่มๆ ตาลุกวาว ชาว Follower กดไลค์แทบไม่ทัน แม้ภาพลักษณ์นางเอกยังต้องคีพลุค แต่แพนเค้กก็ค่อยๆ ฉีกลุคให้โตไปตามวัยจนตอนนี้โตสะพรั่ง ยิ่งทำให้เสน่ห์ของ She หอมหวนชวนดม ไม่แปลกใจที่แฟนหนุ่มในเครื่องแบบจะทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้ หากทั้งคู่เรียนจบปริญญาเอกเมื่อไหร่ คงจูงมือกันลั่นระฆังวิวาห์เป็นคู่ต่อไปของวงการ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ

รูปหน้าที่โดดเด่น โหงวเฮ้งดี !! ไม่จำเป็นต้องวีเชฟ (มีคลิป)
ดูดวง /  โหงวเฮ้ง / 

โหงวเฮ้งดี ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สวย หล่อ!! ที่ต้องบอกอย่างนี้ เพื่อเรียกความมั่นใจของสาว ๆ หนุ่ม ๆ ให้กลับมามีสติกันอีกครั้ง ว่าความจริงแล้ว ในตำราโหงวเฮ้งนั้น คนที่ โหงวเฮ้งดี คือคนที่มีรูปหน้าประกอบกันแล้วอยู่ในตำแหน่งที่ดี เหมาะสม ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เรียกว่าสวยแต่พอดี นอกจากนี้ยังสามารถทำนายลักษณะนิสัยได้อย่างแม่นยำ และเพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพและเข้าใจง่ายมากขึ้น แม่หมอขอยกตัวอย่าง ดารา นักแสดง และผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียง คราวนี้จะได้เช็คกันได้สะดวกมากขึ้นจ้าา :) แอน ทองประสม กับรูปหน้าสาวธาตุไม้ สู่ขวัญ บูลกุล กับรูปหน้าสาวธาตุไฟ (เหลี่ยมเพชร) ตุ๊กกี้ ชิงร้อย กับรูปหน้าสาวธาตุไฟ (ไข่ห่าน) ชมพู่ อารยา กับรูปหน้าสาวธาตุไฟ (รูปไข่) โอปอลล์ - ปาณิสรา พิมพ์ปรุ กับรูปหน้าสาวธาตุดิน แอน สิเรียม กับรูปหน้าสาวธาตุน้ำ เชอร์รี่ เข็มอัปษร กับรุปหน้าสาวธาตุทอง ชมวิดีโอ :  ทำความรู้จักกับอาจารย์แพท ลูกแก้วเทพเจ้าไอยคุปต์ : คลิกตรงนี้เลยจ้า ที่มาจาก : Horolive.com

ดราม่าไฟลุก! เอมมี่ มรกต โพสโชว์บัตร Maroon5 ติดกัน 25 ใบ
Maroon 5 /  Maroon 5 World Tour 2015 Live in Bangkok / 

เป็นเรื่อง เอมมี่ มรกต โพสโชว์บัตร Maroon5 ติดกัน 25 ใบ เจ้าตัวลั่น ต่อแถวซื้อเหมือนแฟนเพลงทั่วไป กลายเป็นประเด็นดราม่าในชั่วข้ามคืน เพราะเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา(2 ก.ค.) ดาราสาว เอมมี่ มรกต กิตติสาระ โพสรูปบัตร Maroon5 LIve in Bangkok  25ใบ 25ที่ ติดกัน โดยแคปชั่นใต้ภาพซึ่งแท็คไปยัง แฟนหนุ่ม ไฮโซเจมส์ จิรายุทธ ว่า... "Got the tixxxx !!!! #Maroon5 Thank you NaNee @jamesjirayuth for getting these tix for me and my friends ka!! All seated together too !! Are we ready ?!!!!! #WhoDidIMiss?!" งานนี้แฟนเพลง Maroon5 หลายคนถึงกับไม่พอใจที่ดาราสาวโพสอวดรูปบัตร ในขณะที่หลายคนที่อยากดูแต่ซื้อตั๋วไม่ทัน รวมทั้งยังมีแฟนเพลงตั้งข้อสังเกตว่า เอมมี่ สามารถมีบัตรคอนเสิร์ต Maroon5 จำนวนมากไว้ในครอบครองได้อย่างไร รวมทั้งบัตรดังกล่าวเป็นบัตรคอนเสิร์ตรอบใหม่(วันที่ 22 กันยายน) ซึ่งยังไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปจองบัตรหรือไม่ ทำให้เจ้าตัวออกมาตอบคอมเม้นต์ใต้ภาพดังกล่าว ชี้แจงว่า... "ขอโทษนะคะ แต่นี่คือบัตรจองรอบแรกและมี่ต่อคิวจองเหมือนทุก ๆ คนค่ะ เฝ้ารอหน้าจอ 10 โมงตรง เหมือนกันค่ะ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรค่ะ" อย่างไรก็ตามล่าสุด เอมมี่ มรกต ก็ได้ลบรูปภาพเจ้าปัญหานั้นออกไปจากอินสตาแกรมของเธอแล้ว ไฮโซเจมส์ - เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต ซึ่งหลังจากที่ดราม่าดังกล่าว กำลังเดือดปุดๆ ดาราสาว เอมี่ กลิ่นประทุม เลยขอใช้พื้นที่ในอินสตาแกรม @amy_klinpratoom ระบายความรู้สึก หลังฝั่งเพื่อนดาราสาว ถูกโจมตีอย่างหนัก ผ่านรูปที่มีข้อความสั้นๆว่า "จากใจ..." ซึ่งแคปชั่นใต้ภาพ บอก 25 ใบนั้น ไม่ใช่ของ เอมมี่ มรกต คนเดียว เจ้าตัวยังบอกอีกว่า คนเราเวลาโกรธ.. ตำหนิกันได้ วิจารณ์กันได้ แต่ก็ควรไตร่ตรองหรือมีข้อมูลที่รู้กันจริงบ้าง ไม่ใช่จะเอาแต่สนุกปาก กลับจากการไปเที่ยว ก็มีเรื่องเลย ... ว่าจะไม่ตอบโต้ ไม่พูดอะไรแล้วนะ แต่ขออธิบายนิดนึงละกันนะคะ ขอให้อ่านให้จบ คือถ้าหากอยากดูคอนเสิร์ตใครสักคนมากๆ เราก็ต้องพยายามหาบัตรทุกวิถีทาง จะจองเอง มีคนนั่งจองให้ หรือมีคนวิ่งเต้นข้างในให้ ... มันก็คือวิธีในการหาบัตร ... คือ 25 ใบ ที่เอามาถ่ายรูปเล่น ไม่ใช่ของคนๆเดียว มาจากเพื่อนๆหลายกลุ่ม ที่ช่วยกันหาช่วยกันซื้อ ซึ่งต่างคนต่างจ่ายกันเองทุกบาททุกสตางค์ทั้งหมด ไม่ใช่ได้มาฟรีๆ หรือแฟนคุณเอมมี่มรกตซื้อแจก แล้วทุกครั้งที่ไปดูคอนเสิร์ตอะไรก็ตาม ที่ผ่านมา บางครั้งการได้บัตรมาจาก sponsor ไม่ว่าจะเป็นการได้ฟรี หรือมีสิทธ์ซื้อก่อนคนอื่น หรือฝากคนซื้อ หรือมีคนเอามาให้เองทีหลัง เป็นเพราะอาชีพมี่ค่ะ เรามีหน้าที่ลงโซเชี่ยลต่างๆ เพื่อช่วยโปรโมต เพื่อช่วย PR งานนั้นๆ และบางงานได้ฟรี บางงานเราก็ต้องจ่ายเอง ซึ่งเรายินดีอยู่แล้ว มันแล้วแต่งาน แล้วแต่บริษัท แล้วแต่นโยบายในการโปรโมตงานนั้น คนเราเวลาโกรธ.. ตำหนิกันได้ วิจารณ์กันได้ค่ะ ยินดีรับฟังทุกอย่าง เป็นแบบนี้เสมอมาตั้งแต่เข้าวงการ แต่ก็ควรไตร่ตรองหรือมีข้อมูลที่รู้กันจริงบ้าง ไม่ใช่จะเอาแต่สนุกปาก สนุกมือ ในการพูดในการพิมพ์ คำพูดคำจาบางทีมี่ว่ามันก็แรงไปนะคะ ... คุณเอมมี่มรกตอาจจะพูดผิดที่ว่าจองเอง แต่จะเป็นคุณเอมมี่จองเอง จะเป็นแฟน จะเป็นลูกน้อง หรือจะอะไรก็ตาม เค้าก็นับเป็นเค้านั่นแหละ ได้มาหลายๆทาง และก็ผิดที่ลงโอ้อวด คนเราพลาดกันได้ค่ะ ไม่จำเป็นหรอกที่ต้องซ้ำเติม หรือใช้คำพูดรุนแรง หรือลบความดีทั้งหมดที่เค้าทำให้สังคม เพราะเรื่องแค่นี้หรอก จริงๆนะ ... คือมี่เห็นแต่ละข้อความที่พิมพ์มาแล้ว อดน้อยใจไม่ได้ ... ถามว่าเข้าใจมั้ย เข้าใจค่ะ และก็กราบขอโทษจากตัวมี่เองและแทนเพื่อนด้วย ถ้าทำให้ใครหลายๆคนรู้สึกไม่ดีหรือไม่พอใจ ... แต่ไม่ได้มีเจตนาในทางไม่ดี หรือเจตนาที่จะซ้ำเติมใครแบบนั้น ทางเราขอน้อมรับคำตำหนิและขอโทษจริงๆค่ะ ...คนเรามันดีใจ มันตื่นเต้น มันอยากคุยสนุกสนานและโม้กับเพื่อนๆ คิดแค่นั้น ซึ่งก็ยอมรับว่าคิดน้อยไป ต่อไปทั้งมี่ ทั้งเพื่อนๆ จะช่วยกันเตือน ช่วยกันคิด และระมัดระวังให้มากกว่านี้ เราหวังเล็กๆว่าคุณจะเข้าใจเราบ้าง ไม่มากก็น้อย ขอโทษนะคะทุกคน และ ขอขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่ส่งผ่านมาไม่ว่าจะเป็นทางไอจีหรือช่องทางอื่นๆค่ะ ไม่เพียงเท่านั้น ซี ศิวัฒน์ ก็ขอชี้แจง ผ่านคลิปบน Youtube จากเหตุการณ์ดังกล่าว เอมมี่ มรกต ก็ได้โพสผ่านอินสตาแกรม สำหรับคอนเสิร์ต Maroon5 จะจัดขึ้น ในวันที่ 21 และ 22 กันยายนนี้ ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี เปิดขายบัตรรอบใหม่ วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดย 1 คน สามารถซื้อบัตรได้สูงสุด 4 ใบ และ จะมีบางโซนขายเฉพาะเคาน์เตอร์ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เท่านั้น ------------------------------------------------------ ลองมาฟัง This Summer's Gonna Hurt เวอร์ชั่น Remix กันสักหน่อย ซิงเกิ้ลพิเศษที่ Maroon 5 และดีเจ Alesso ร่วมงานกัน มันส์สุดๆไปเลย ซัมเมอร์นี้ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ชิปปี้-ศิรินทร์ แฟชั่นปก Campus Star No. 26
campus star /  ชิปปี้-ศิรินทร์ / 

ละคร “สุดแค้นแสนรัก” ทางช่อง 3 จบไปแล้ว นักแสดงก็แจ้งเกิดกันเป็นแถว หนึ่งในนั้นก็รวมถึงชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ ด้วย แต่ใครจะรู้บ้างว่าหมอสาวในละคร ตัวจริงเธอเป็นนักศึกษาของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชียวนะ ไปดูเบื้องหลังการถ่ายปก  campus star และบทสัมภาษณ์เรียกน้ำย่อยกันเลยจ้า ชิปปี้-ศิรินทร์ แฟชั่นปก Campus Star No. 26 พูดถึงผลงานที่ถือว่าทำให้แจ้งเกิดเต็มๆ อย่าง “สุดแค้นแสนรัก” จริงๆ หนูเข้าวงการมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แล้วก็ได้เล่นละครเรื่องแรกคือ “The Six Sense 2” แต่ตอนนั้นเล่นเป็นบทตัวร้าย แล้วตอนนั้นยังใหม่อยู่เลย ก็ถือว่ายากมากๆ จริงๆ ตอนแรกไม่ชอบเล่นละครเลยค่ะ แต่พอได้มีโอเคทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรักมันมากขึ้น อย่างเรื่องนี้ “สุดแค้นแสนรัก” ก็เป็นอะไรที่เกินคาดเหมือนกันค่ะ แต่ว่าก็คิดว่าเป็นละครที่น่าจะถูกใจคนไทยหลายๆ คนนะ เพราะว่ามันสอนอะไรหลายๆ อย่างมาก อย่างบทที่ได้รับก็ค่อนข้างไกลตัวเหมือนกัน หนูก็ต้องฝึกการพูดการจา ให้บุคลิกเรียบร้อย น่าเชื่อถือมากขึ้น ส่วนเรื่องต่อไปเป็นเรื่อง “แรงตะวัน” เล่นกับพี่อั้ม-อธิชาติค่ะ บทคราวนี้คล้ายๆ ตัวเองเลย เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ที่มีความมั่นใจ ไม่ยอมคน ก็อยากให้ติดตามกันด้วยนะคะ น่าจะได้ออนแอร์ประมาณปลายปีเลย การเรียนของนักศึกษาสุดติสท์ ตอนนี้เรียนปี 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เอก Communication Design ภาคอินเตอร์ ค่ะ จริงๆ ตอนแรกหนูสนใจด้านแฟชั่น เพราะหนูก็เคยไปเรียนด้านนี้ที่อเมริกามาก่อน แต่พ่อกับแม่อยากให้เข้าอินเตอร์ จุฬา เลยตัดสินใจเลือกสาขานี้ คิดว่ามันน่าจะคล้ายๆ กัน แต่พอเรียนจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ตรงมาก ก็เลยรู้สึกว่ายังไม่ใช่ทางที่อยากเรียน เพราะมันเหมือนการออกแบบนิเทศศิลป์พวกกราฟิกดีไซน์มากกว่า แต่ว่าก็คิดว่าจะเรียนให้จบ แล้วก็ค่อยไปหาทางต่อโทด้านแฟชั่นอีกทีค่ะ เรื่องราวหฤโหดของเด็กถาปัดฯ จริงๆ มันก็มีวิชาที่หนูชอบบ้างเหมือนกัน อย่างวิชาพวก Paper Studio ที่เกี่ยวกับงานฝีมือ ชอบมากกว่าพวกที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ค่ะ แต่ช่วงนี้หนูต้องทำงานด้วย เรียนด้วย มันก็เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ดีไซน์โปรเจคให้ดีเท่าไหร่ แล้วงานมันก็มีเยอะอยู่ เป็นเรื่องปกติของเด็กถาปัดฯ เลย แต่หนูไม่ชอบทำงานที่คณะ ส่วนใหญ่จะทำงานที่บ้าน เพราะมันสะดวกกว่า แล้วก็มีสมาธิกว่าด้วย แต่ว่าก็ทำดึกๆ เหมือนกันค่ะ แก๊งค์ติสท์แตกของเด็กถาปัดฯ หนูว่าที่ทุกคนมองว่าเด็กถาปัดฯ ติสท์เพราะว่าไม่มีเวลาแต่งตัวกันมากกว่า งานก็เยอะ ส่วนใหญ่ไม่มีใครใส่กระโปรงกันเลยค่ะ จะใส่ชุดไปรเวทแบบเสื้อยืด กางเกงขายาว แล้วก็ไม่แต่งหน้า ส่วนเพื่อนในกลุ่มที่สนิทของหนู มีประมาณ 4-5 คน เป็นผู้หญิงหมดเลย แต่จริงๆ คือหนูไม่ค่อยมีเวลาอยู่มหาวิทยาลัยนัก ส่วนใหญ่จะอยู่คนเดียวมากกว่า แล้วหนูว่าหนูเป็นคนแปลกนะ คือเป็นคนค่อนข้างตรง แล้วก็มีความคิดเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น พอเราอยู่กับคนอื่นแล้วไม่ได้ดั่งใจ ก็เลยคิดว่าอยู่กับตัวเองจะดีกว่า ในฐานะดีไซเนอร์มือใหม่คิดว่าความรักออกแบบได้มั้ย ความรักมันขึ้นอยู่กับคนสองคนมากกว่านะ ว่าแต่ละคนมีความคิดเป็นยังไง มันเลยเป็นเรื่องของความคิดของสองคนที่ต้องมาปรับให้เข้ากัน หนูว่ามันไม่ได้เรียกว่าดีไซน์ เรียกว่าอะแดปดีกว่า คือการปรับตัวของคนสองคนเข้าหากัน ติดตามบทสัมภาษณ์เพิ่มเติม และภาพแฟชั่นเซ็ทเต็มๆ ได้ในนิตยสาร Campus Star No.26 ต้นเดือนกรกฎาคมนี้นะจ๊ะ

ละครใต้เงาจันทร์ , เรื่องย่อใต้เงาจันทร์
เกรท วรินทร ศตายุ/โต ใต้เงาจันทร์ /  มาร์กี้ ราศี พบู/เฟลอร์ ใต้เงาจันทร์ / 

เรื่องย่อละคร ใต้เงาจันทร์ บทประพันธ์โดย : พินธุนาถบทโทรทัศน์โดย : ตฤณณากำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุลผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ใต้เงาจันทร์ นั้นมีมนตรา แสงนวลกระจ่าง โอบเอื้อ อบอุ่น ประโลมหัวใจดั่งเป็นเพื่อน แต่หากความรักมีเกินสองให้ต้องเลือก ก็ขอจันทร์ทอแสงส่อง ต้องหัวใจ ว่าใจของใครจะทอเงาทาบชิด สนิทแนบใจของเธอพบูเพิ่งกลับจากเมืองนอก ซึ่งเธอไปเรียนนับสิบปีแต่กลับเรียนอะไรไม่จบสักอย่าง พบูมีน้องสาวต่างมารดาคือบูรณา ซึ่งแตกต่างกับเธอทุกอย่าง บูรณาเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังแม่มากการะเกดจึงรับไม่ได้ที่พบูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เพราะหล่อนเป็นคนชอบควบคุม ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พบูจะว่าการะเกดอย่างไม่เกรงใจ เพราะลึก ๆ พบูคิดว่าการะเกดกับน้องมาแย่งพ่อและครอบครัวไปจากเธอ ตอนเด็กเธอยู่กับย่า จนย่าตาย พบูต้องมาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็เรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งยิ่งทำให้เธอคิดว่าพ่อและแม่เลี้ยงไม่ต้องการให้เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ กลับมาเมืองไทยแล้ว พบูยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การะเกด ซึ่งเป็นคนแนะนำให้พ่อเรียกตัวเธอกลับมาจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัตรเครดิตของเธอ และจะให้เธอมาทำงานที่โชว์รูมขายรถของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของพ่อด้วย พบูทั้งโกรธและน้อยใจมาก จึงขนของออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน เมื่อไม่มีที่ไป พบูตัดสินใจโทรหามธุรสผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลยเป็นสิบปี ความรู้สึกผิดที่เคยทิ้งลูก ทำให้มธุรสตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือลูก โดยพบูต้องการแค่ที่พักชั่วคราวจนกว่าจะหางานทำได้ พบูคิดเอาง่าย ๆ ว่าจะหางานทำได้ แต่ในความเป็นจริง การที่เธอเรียนไม่จบอะไรมาสักอย่างทำให้หางานทำยากมาก มธุรสไปปรึกษาแผนกธุรการของเจริญรุ่งสามีใหม่ สร้อยทิพย์ลูกน้องของเจริญรุ่งสามารถหาห้องพักในอาคารศศิวงศ์ให้พบูได้ พบูจึงย้ายเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ที่มาของการได้ห้องพักนั้น อาคารศศิวงศ์เป็นของศศิวงศ์กรุ๊ป ซึ่งกิจจาก่อร่างกายตัวจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ จนกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในเครือศศิวงศ์กรุ๊ป กิจจากำลังคิดจะเกษียณโดยจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโตคือศตายุ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก ๆ ทั้งสามคน เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของศตายุ กิจจาตอกย้ำอยู่ตลอดว่าลูก ๆ ไม่ได้เรื่อง เจริญรุ่งลูกชายคนโต เป็นคนไม่เอาถ่าน ขณะที่งามยิ่งท่าดีทีเหลว และเมฆพัดคนสุดท้องซึ่งเป็นลูกเมียน้อยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเกิดมาในช่วงที่กิจการของพ่อกำลังย่ำแย่จนเกือบหมดเนื้อหมดตัว ทั้งที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่าพี่ ๆ กิจจาก็ไม่ค่อยชอบลูกคนนั้นนัก ซึ่งลึก ๆ นอกจากอคติส่วนตัวแล้ว กิจจารู้ดีว่าเมฆพัดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฉาบหน้าเอาไว้ แต่ในอดีตวันที่กิจจาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีความหวังเกิดขึ้น เมื่อมีหมอดูมาทักว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น จังหวะนั้นเจริญรุ่งในวัย 21 ปี ทำแฟนสาวตั้งท้อง เมื่อศตายุเกิดมา กิจการของกิจจาก็ดีวันดีคืน จนเขาคิดว่าหลานชายคนโตเป็นตัวนำโชค ศตายุโชคร้ายที่แม่ตายในวันที่คลอดเขา แต่ปู่รักและเลี้ยงดูเขาอย่างดี โดยเจริญรุ่งแทบจะไม่มีส่วนในตัวลูกชายเลย การลำเอียงและให้ความสำคัญแต่ศตายุคนเดียวของกิจจา ทำให้ทุกคนในบ้านไม่พอใจโดยเฉพาะงามยิ่งจะแสดงออกชัดเจน แม้เจริญรุ่งเองก็ห่างเหินทำตัวเหมือนไม่ใช่พ่อลูกกับศตายุ เขารักและตามใจธราดลลูกชายคนเล็กที่เกิดจากธุรสจนเสียคน ตลอดมาศตายุน้อยใจพ่อว่ารักน้องชายมากกว่า จึงชอบหาเรื่องเคี่ยวเข็ญเอากับธราดลส่วนหนึ่งเพราะนิสัยที่เป็นคนจริงจัง จึงไม่ชอบที่พ่อและน้องชายทำตัวไว้แก่นสาร ธราดลไม่ยอมไปโรงเรียน โดยอ้างว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอก ศตายุไม่ยอม ยื่นคำขาดให้เรียนจบม.6 ก่อน เจริญรุ่งพยายามเข้าข้างธราดล แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะสิทธิขาดในบ้าน กิจจาได้มอบหมายให้เขาเป็นคนตัดสินใจ เจริญรุ่งกับธราดลจึงยิ่งเกลียดและต่อด้านศตายุมากจนเห็นเป็นศัตรูขณะที่เมฆพัดเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่เคยแสดงปฏิกิริยาไม่ดีกับพ่อหรือศตายุ แต่ลึกลงไปในท่าทีที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับใคร มีงามยิ่งเพียงคนเดียวที่รู้จักด้านมืดของน้องชายดีว่าใคร วันหนึ่งศตายุขับรถผ่านร้านอาหารเก่าของบริษัท ซึ่งขาดทุนจนปิดร้างมาเป็นปี แต่เขาอนุมัติงบให้ตกแต่งเพื่อเปิดบริการใหม่ ยังไม่มีความคืบหน้า เขาโกรธมาจึงเล่นงานแผนกธุรการ ซึ่งเจริญรุ่งดูแลอยู่ พ่อไม่สนใจกลับด่าว่าเหมือนเขาไม่ใช่ลูก ทำให้ศตายุยิ่งน้อยใจ แต่เขาก็ไม่เลิกรา ศตายุเร่งจะเอาคำตอบความคืบหน้าของร้านอาหารให้ได้ เจริญรุ่งขี้เกียจจึงสั่งสร้อยทิพย์ให้หาสถาปนิกมารับหน้าแทน และสถาปนิกคนนั้นก็คือบุรี หนุ่มหน้าตี๋ ขี้เล่น อารมณ์ดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง บุรีชอบแต่งตัวเซอร์ ๆ เพราะคิดว่าตัวเป็นศิลปิน แต่ในชีวิตอันรื่นรมย์ของบุรี มีความอึดอัดใจอยู่อย่างหนึ่ง คือแม่พยายามจะให้เขาแต่งงานกับเด็กสาวแถมบ้านที่อ่างทองชื่อลูกชุบ เนื่องจากในอดีตพ่อของลูกชุบเคยมีบุญคุณช่วยพ่อของบุรีไว้ แต่ลูกชุบเองก็ไม่ได้ชอบบุรีเหมือนกัน จึงหนีตามผู้ชายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ บุรีรู้ก็คอยให้ความช่วยเหลือเจริญรุ่งส่งตัวบุรีมาคุยกับศตายุเรื่องร้านอาหารแบบไม่ทันตั้งตัว แต่บุรีคิดไอเดียในการแปลงโฉมร้านอหารได้คร่าว ๆ พอมาคุยกันศตายุพอใจไอเดียของบุรี แต่ไม่พอใจการทำงานของสร้อยทิพย์ และแผนกธุรการ เลยพยายามไล่บี้เอากับสร้อยทิพย์ เป็นความบังเอิญที่คืนนั้นขณะที่สร้อยทิพย์กำลังพยายามหาข้อมูลของร้านอาหารมาตอบ ศตายุให้ได้ พบุซึ่งพักอยู่ในอาคารศศิวงศ์เอาคีย์การ์ดไปรูดเข้าห้องฟิตเนส เด็กที่ดูแลจับได้ว่าเป็นคีย์การ์ดห้องพักของบริษัทลูกค้าที่เช่ารายปีไว้ แต่ตอนนี้ว่างอยู่ จึงโทรไปตามสร้อยทิพย์ที่ห้องศตายุ เพราะคิดว่าพบูแอบลักลอบเข้ามาพักในดึก ศตายุก็เลยพลอยรู้เรื่องไปด้วย พบูพอรู้เข้าก็โกรธแม่และสร้อยทิพย์มาก ที่หลอกให้ตัวเองเข้าไปแอบอยู่ในห้องของคนอื่น จึงเก็บของจะย้ายออกในคืนนั้น มธุรสกลัวสร้อยทิพย์จะเดือดร้อนจึงไปคุยกับศตายุ บอกว่าพบูกำลังหางานทำ ขอพักชั่วคราว ศตายุไม่ได้สนใจ คิดจะปล่อยให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่ขณะจะกลับบ้าน เขาบังเอิญเจอพบูในเลิฟต์เข้าพอดี ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอพบูมาก่อน เขาประทับใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น พบูเคยช่วยกันเขาจากชคันภา เด็กสาวร่างอ้วน แต่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนสวยหุ่นดี ลูกสาวของชัชชัยลูกค้าวิไอพีที่เพิ่งเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ไป และกำลังจะเซ็นสัญญาโครงการใหม่ในอีกไม่นาน ชคันภาชอบคอยตามดื้อและคิดไปเองว่าเป็นแฟนเขา ศตายุไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเกรงใจพ่อเธอ เมื่อรู้ว่าพบูคือลูกสาวของมธุรส ศตายุให้เธอขนของกลับไปที่ห้อง และบอกให้เธออยู่ต่อได้ เขาจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง และให้พบูมาเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่กำลังปรับปรุงอยู่ ซึ่งเขาจะดึงจากแผนกธุรการมาดูแลเอง เรื่องนี้ทำให้มธุรสประหลาดใจมาก และแอบคิดว่าศตายุคงจะมีใจให้พบูแน่จากความผิดชอบสร้อยทิพย์ ศตายุสั่งให้เจริยรุ่งทำรายงานชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เจริญรุ่งไม่สนใจเข้าไปบ่อนจนมาทำงานเอาตอนบ่ายของอีกวัน มาถึงจึงรู้ว่าศตายุไล่สร้อยทิพย์ออก และตั้งกนกวรรณลูกน้องของงามยิ่งซึ่งเป็นคนที่ศตายุวไว้ใจมาทำแทน และให้พบูเป็นคนดูแลร้านอาหารโดยประสานงานกับบุรี เจริญรุ่งโกรธถึงกับตบหน้าศตายุ แต่ศตายุไม่สนใจ ขณะเดียวกันบุรีเองก็เคยเจอกับพบูมาก่อน โดยที่พบูจำไมได้ ซึ่งครั้งนั้นพบูก็วีนใส่เขา และเมื่อมาเจอกัน บังเอิญว่ารถของพบูถูกคนแกล้งปล่อยลมยางออกหมด บุรีต้องช่วยเปลี่ยนยางให้ แต่พบูก็พูดจาไม่เข้าหูบุรีอีก แต่แม้ว่าเขากับเธอจะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันลอด แต่การได้ลับฝีปากปะทะคารมกับพบูเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่บุรีไม่เคยพลาดเลยทีเดียว พบูเริ่มเจอแม่บ่อยขึ้น เธอไปช้อปปิ้งกินข้าวกับแม่ มีคนโทรมาบอกว่าธราดลถูกตำรวจจับมธุรสรีบโทรหาศตายุ ศตายุรีบไปช่วยประกันตัวให้ ใจจริงเขารักและห่วงน้องมาก แต่การแสดงออกของเขาทำให้ธราดลคิดเหมือนคนอื่นในครอบครัวว่าศตายุชอบวางอำนาจ และทำทุกอย่างเพียงเพื่อจะเอาใจคุณปู่ และธราดลหงุดหงิดที่แม่คอยแต่เกรงใจจนเหมือนกลัวทั้งปู่และศตายุ กิจจากลับจากทัวร์ต่างประเทศกับเด็กสาวรุ่นหลาน เขาสั่งให้ทนายความจัดการเรื่องแต่งตั้งศตายุเป็นประธานและให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในบริษัท งามยิ่งไม่พอใจ และยิ่งหงุดหงิดเรื่องที่เขาซื้อรถคันละเป็นล้านให้เซอรี่เด็กสาวที่พาไปเที่ยว และเอาหล่อนเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ ต่อมาเชอรี่ถูกปล้นชิงรถ เด็กสาวได้รับบาดเจ็บ รถก็หาย กิจจาสั่งให้ศตายุจัดการเรื่องเงินให้ตัวเองหันไปคบเด็กใหม่ที่ชื่อลูกตาล โดยไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเมฆพัดซึ่งโกรธที่พ่อเอาเงินไปปรนแปรอผู้หญิงอื่น ชคันภาเริ่มหึงพบู ทั้งที่ศตายุแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้มีใจชอบเธอ แต่ชคันภาก็ยังพยายามจะเอาชนะใจศตายุ โดยไม่สนใจท่าทีของศตายุที่มีต่อตัวเอง ศตายุพยายามจะกันชคันภาออกไปอย่างนุ่มนวล จึงขอให้พบูช่วย โดยมีเงื่อนไขให้เธอย้ายไปพักที่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์บนชั้น 31 ซึ่งเป็นห้องพักตามตำแหน่งของเขา เป็นแผนอย่างหนึ่งที่ศตายุอยากใกล้ชิดกับพูมากขึ้น ตอนแรกพบูไม่ทันได้คิดอะไร จึงยอมตกลงและอยากจะย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่หรูหราด้วย ร้านอาหารก้าวหน้าไปมาก พบูได้เซฟซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนเมืองนอกชื่อไมเคิล ภาพลักษณ์ภายนอกของไมเคิลไม่น่าประทับใจ เพราะเขาตัวใหญ่เทอะทะ แต่เป็นลูกเศรษฐีที่มาทำเพราะอยากทำอาหาร และมีฝีมือขั้นแทพจนศตาลุปฏิสเธเขาไม่ได้เมื่อร้านใกล้เสร็จพบูอยากหาของมาแต่งร้าน เลยชวนบุรีให้ไปช่วยเลือกที่ตลาดนัดจตุจักร โดยมีไมเคิลไปด้วย แต่บุรีชวนให้ไปที่อ่างทองแทน เพราะแม่เขารับตะกร้าหวายมาขายอยู่แล้ว พอถึงวันไปไมเคิลท้องเสียไปด้วยไม่ได้ พบูจึงไปกับบุรีแทน บุรีพาพบูไปเที่ยวอยุธยา ขากลับจากบ้านเขา รถเกิดเสีย พบูเลยต้องค้างที่บ้านบุรีหนึ่งคืน ซึ่งทำให้ทั้งสองสนิทสนมและประทับใจในตัวกันและกันมากขึ้น พอกลับมาลูกชุบมาหาบุรีที่คอนโดฯ ซึ่งเป็นคอนโดนฯ ของบริษัทที่สร้างให้พนักงานเช่าอยู่ด้านหลังของอาคารศศิวงศ์ ลูกชุบมีปัญหาเรื่องเงิน บุรีจึงให้เงินไป และเมื่อไปส่งบ้านจึงรู้ว่าลูกชุบอยู่อย่างยากลำบาก งามยิ่งรู้เรื่องที่พบูได้อยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ของศตายุ จึงเอาไปพูดในทางเสียหาย ทั้งที่ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ ศตายุไม่เคยไปที่ห้องนั้นเลย พบูเริ่มนึกได้ว่าตัวเองตัดสินใจผิด จึงตัดสินใจจะย้ายออก แต่ไปหาดูห้องพักแถวนั้นราคาแพงมาก จึงคิดจะหาห้องที่คอนโดฯ ของพนักงานทางด้านหลังที่ราคาย่อมเยากว่า แต่ที่นั่นห้องไม่เคยว่างเลยพบูไปถามเรื่องห้องพักกับบุรี เพราะรู้ว่าบุรีพักอยู่ที่นั่น วันหนึ่งก็มีคนโทรมาบอกว่าเขาได้สิทธิเช่าห้องพัก แต่จะยกสิทธิให้พบู เธอเอาเงินมัดจำไปวาง และคิดว่าเป็นฝีมือของศตายุ แต่ตอนหลังถึงรู้ว่าไม่ใช่ ศตายุให้คนเอาเงินมัดจำมาคืนเพื่อให้พบูอยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ต่อไป แต่ตอนหลังพบูรู้ว่าคนที่หาห้องให้คือบุรี และเธอก็ตัดสินที่จะย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่คอนโดฯ ซึ่งทำให้ศตายุไม่ค่อยพอใจ และเริ่มจะรู้ว่าตัวเองกำลังมีศัตรูหัวใจคือบุรี วันหนึ่งชคันภามาหาศตายุที่บริษัทและโวยวายเรื่องที่คนเลือกกันว่าพบูสนิทสนมกับศตายุต่อหน้าชัชชัยพ่อของหล่อนที่มาประชุม ศตายุจึงตัดสินใจพูดตรง ๆ และยังพูดในทำนองว่าเขามีใจให้พบูจริง ๆ ทำให้ชคันภาโกรธและเสียใจ เมฆพัดได้จังหวะจึงพยายามเข้าไปสนิทสนมกับชคันภา จนเด็กสาวใจอ่อน หันมาควงกับเขาแทน ชคันภาเห็นศตายุอยู่กับพบูอย่างมีความสุขก็แค้นใจ พูดว่าอยากเห็นพบูเสียโฉม ต่อมาก็มีคนเอาน้ำกรดจะมาสาดพบูจริง ๆ แต่บุรีช่วยกันไว้ได้ทันตัวเขาเองโดนน้ำกรดเล็กน้อย ทุกคนคิดว่าเป็นฝีมือของเจมี่แต่ไม่มีหลักฐาน เหตุการณ์นี้ทำให้ศตายุเป็นห่วงพบู คอยรับส่งเธออยู่พักใหญ่ ในขณะที่บุรีเองก็แอบคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ ตอนนี้ทุกคนในบริษัทรู้แล้วว่าศตายุมีใจกับพบู เพียงแต่พบูไม่ยอมแสดงออก ตลอดมางามยิ่งกับเมฆพัดสงสัยเรื่องราวของศตายุกับเจริญรุ่ง ว่าทั้งสองอาจจะไม่ใช่พ่อลูกกัน เพราะเจริญรุ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่รักศตายุ และวันที่ศตายุเเกิดก็ดูมีอะไรปิดบัง จนวันหนึ่งงามยิ่งไปเจอเพื่อนเก่าซึ่งคนข้างบ้านเป็นนางพยาบาล เล่าเรื่องว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาคลอดลูกแล้วตายทั้งแม่ทั้งลูก แต่แม่สามีของผู้หญิงคนนั้นต้องการหลานชายเพื่อเอาใจสามี เลยไปขอเด็กผู้ชายอีกคนที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ทั้งวันเวลา และโรงพยาบาลเป็นเรื่องเดียวกัน งามยิ่งมั่นใจว่าศตายุต้องไม่ใช่ลูกของเจริญรุ่งแน่ แต่เมื่อไปถามเจริญรุ่งกลับยืนยันว่าศตายุเป็นลูกเขาจริง ๆ และท้าให้เอาเส้นผมของเขากับศตายุไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งเมื่อไปตรวจผลออกมาปรากฏว่าศตายุเป็นลูกเจริญรุ่งจริง ๆ ทำให้สองพี่น้องผิดหวังมาก ร้านอาหารครัวศศิวงศ์ใกล้เปิด พบูกับบุรีใกล้ชิดกันมากขึ้น ในขณะที่ศตายุเองก็พยายามทำคะแนนดีตื้นขึ้นมาตลอด พบูเริ่มลำบากใจเมื่อเริ่มรู้ใจของชายหนุ่มทั้งสองคน แต่เธอก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร จนในที่สุดก็ถึงวันเปิดร้านอาหาร ด้วยฝีมือของไมเคิลและเก็ทผู้ช่วยเจ้าสำอางทำให้มีคนมาเต็มร้าน มธุรสได้ปะทะฝีปากนิดหน่อยกับการเกดเรื่องที่หล่อนทำให้พบูต้องระเห็จออกมาจากบ้านทั้งมธุรสและมนูพ่อของพบูต่างภูมิใจในตัวเธอที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและมีงานที่มั่นคง หลังจากร้านอาหารเปิด ศตายุแวะเวียนมาช่วยที่ร้านทุกเย็น วันหนึ่งเขาแอบเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กของพบูเป็นภาพวาดฝีมือบุรี ศตายุหงุดหงิดมาก เขาพยายามจะแสดงให้พบูเห็นถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอแต่พบูก็ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม เก็ทซึ่งเป็นผู้ช่วยพ่อครัวรู้เข้าก็เอารูปที่ต๋อยแอบส่งมาให้ เป็นภาพวาดพบูที่บ้านของบุรีตอนที่เธอไปค้างบ้านเขา บุรีแอบวาดแล้วเก็บไว้ใต้เตียง ตอนนี้พบูรู้แล้วว่าทั้งสองคนมีใจกับเธอ แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ขณะอยู่ที่ร้านอาหาร มธุรสก็โทรมาบอกข่าวร้ายกับศตายุ ว่าธราดลตกดึกตาย ศตายุเสียใจมากที่น้องชายตาย และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง พบูสงสารเขามาก ช่วงนี้ลูกชุบซึ่งเพิ่งคลอดลูกทะเลาะกับสามี และหนีกลับไปอยู่ที่บ้านของบุรีก็พยายามโทรหาบุรีตลอดเหมือนจะหาพ่อใหม่ให้ลูก จนบางครั้งบุรีก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือตัวเองจะหลีกทางให้พบูกับศตายุ แต่ก็ไม่อาจตัดใจจากพบูได้ ที่งานศพธราดล การเกดางานพร้อมกับบูรณา พบูสังเกตเห็นว่าการเกดปลื้มศตายุมาก และพยายามดันบูรณาให้สนิทสนมกับศตายุ บูรณาก็ดูชื่นชมศตายุเหมือนกัน แต่ความที่เป็นคนเรียบร้อย จึงไม่ค่อยแสดงออก การเกดถึงขั้นฝากให้บูรณามาฝึกงานที่ศศิวงศ์ ศตายุอยากเอาใจพบูจึงรับปากทำให้พบูเริ่มรู้สึกหวง ๆ ศตายุขึ้นมานิดหน่อย วันเผาศพธราดล มธุรสเศร้ามาก รู้สึกผิดว่าตัวเองตามใจลูกจนเสียคนทำให้ลูกไปอยู่บ้านเพื่อน และเสพยาจนเมาแล้วขึ้นไปเดินบนระเบียงจนตกลงมา เจริญรุ่งก็เสียใจมากและโทษว่าเป็นความผิดของศตายุที่เข้มงวดกับน้องมากเกินไป เขาด่าว่าศตายุ จนศตายุเริ่มน้อยใจ ถามว่าถ้าเปลี่ยนกันได้เป็นเขาที่ตายแทนธราดลพ่อจะรู้สึกดีขึ้นไหม เจริญรุ่งตอบว่าไข่ จนศตายุอดไม่ได้ถามว่าเขาไม่ใช่ลูกหรือ ทำไมถึงได้เกลียดเขานัก เจริญรุ่งไม่ตอบแต่บอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่สวนหลังบ้าน ศตายุได้ แต่สงสัยเพราะสังเกตมานานแล้วว่าพ่อชอบมานั่งเล่นได้ซุ้มกุหลาบที่สวนหลังบ้านเสมอ บูรณามาทำงานที่ศศิวงศ์ อยู่แผนกงามยิ่ง ถูกคนนินทาว่าเชย ไม่สมกับเป็นน้องของพบู พบูฟังแล้วโกรธเลยพาบูรณาไปให้เก็ททำผมใหม่ สอนแต่งตัวแต่งหน้าให้ใหม่ บูรณาดีใจมากที่ได้ใกล้ชิดกับพบู และยิ่งอยู่ใกล้ชิดกับศตายุก็ยิ่งรู้ว่าเขารักพบูมากแค่ไหน เธอเองแค่ขึ้นชมเขาเท่านั้น มธุรสเองก็สังเกตได้ว่าการะเกดพยายามจะดันลูกสาวตัวเอง เลยแกล้งพูดลองใจศตายุถึงบูรณา ก็เห็นว่าศตายุเห็นบูรณาเป็นแค่น้องสาวของคนที่เขารักเท่านั้น พบูใกล้ชิดกับศตายุมากขึ้นเนื่องจากสงสารที่เขากำลังเศร้า บุรีนึกอยากรู้ความรู้สึกจริง ๆ ของพบู เพราะเขามีความรู้สึกว่าพบูก็มีใจให้เขาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงยอมเป็นแฟนศตายุไปแล้ว จนคืนหนึ่งบุรีกินเหล้าเมา กลับมาห้องลูกชุบแอบเข้าห้องมาค้างด้วย โดยบุรีมรู้ ตอนเช้าพบูมาหาเขาเลยเจอเขาอยู่กับลูกชุบ แต่พบูก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้จนบุรีเริ่มจริงจังว่าพบูคิดอย่างไรกับเขากันแน่ วันหนึ่งมธุรสจะเอาข้าวของของธราดลไปบริจาค งามยิ่งผ่านมาพอดีเห็นแปรงแปรงผมของธราดลก็เอะใจเพราะเป็นอันเดียวกับที่เจริญรุ่งเคยเอามาให้แล้วบอกว่าเป็นแปรงของศตายุ เพื่อให้เธอเอาเส้นผมเขาไปตรวจ งามยิ่งนึกได้ทันทีว่าเจริญรุ่งโกหก เอาเส้นผมตัวเองกับผมของธราดลไปให้ตรวจ ผลถึงได้ออกเป็นพ่อลูกกัน งามยิ่งหงุดหงิดมากจึงคิดจะไปถามพ่อให้รู้เรื่อง แต่เมฆพัดเสนอว่าจะไปเองตอนแรกเมฆพัดพูดดี ๆ กับกิจจา แต่พ่อพูดจาถากถางดูถูกจนเขาเริ่มโกรธ และเมื่อพูดเรื่องศตายุกับเจริญรุ่งออกไปตรง ๆ กิจจาก็พูดแปลก ๆ จนเมฆพัดจับได้ว่าแท้จริงแล้วพ่อเขารู้มานานแล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาเองที่เป็นคนสั่งให้เจริญรุ่งเก็บความลับนี้เอาไว้ ทั้งที่ทุกข์ใจอึดอัดใจแสนสาหัส เจริญรุ่งก็จำต้องเก็บเอาไว้ ถึงขนาดทำเรื่องหลอกเขากับงามยิ่ง เมฆพัดโกรธมากจนทะเลาะกับกิจจา และเผลอผลักพ่อล้มลงหัวกระแทกโต๊ะ เมฆพัดคิดจะทิ้งพ่อไว้อย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร แต่พอลงลิฟต์มาเจอกับลูกตาล เขาเลยต้องพาพ่อส่งโรงพยาบาล แต่ให้ลูกตาลช่วยปิดบังว่าพ่อล้มเอง และเขาพยายามช่วยแล้ว แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลกิจจาต้องผ่าตัดด่วน และหมดสงสัยว่าเขาเสียเลือดมาก ทั้งที่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลศตายุสงสัยว่าเมฆพัดต้องทำอะไรปู่แน่ แต่ก็ไม่สามารถรู้ความจริงได้ เพราะเมื่อกิจจาออกจากห้องผ่าตัดแล้วกลับไม่รู้สึกตัว และหมอก็ไม่สามารบอกได้ว่าเขาจะพื้นเมื่อไหร่ศตายุยิ่งเศร้าลงทุนวัน ทั้งเรื่องธราดลและเรื่องปู่ พบูจึงอยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้น แต่เธอก็ยังคงทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหมือนเดิมงามยิ่งหงุดหงิดมาก เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ หล่อนต้องการจะจัดการอะไรกับเขาสักอย่าง แต่พ่อก็ยังไม่พื้นและเมฆพัดคิดจะเก็บความลับนี้ไว้แบล็กเมล์พ่ออีกที เพราะรู้ว่ากิจจาพยายามจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จนวันหนึ่งงามยิ่งทนไม่ไหวเลยส่งคลิปที่สัมภาษณ์นางพยาบาลชราที่รู้เรื่องวันที่เขาคลอดไปให้ศตายุ ศตายุดูคลิปแล้วก็มาหางามยิ่งอย่างโกรธจัด งามยิ่งจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสะใจ ศตายุไม่พูดอะไรแต่กลับไปบ้าน เขาเอาพลั่วเข้าไปขุดดินที่สวนหลังบ้าน เพราะเจริญรุ่งเคยบอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่นี่ มธุรสเรียกพบูมา เจริญรุ่งมาทันตอนที่ศตายุโค่นต้นกุหลาบแสนรักของเขา เจริญรุ่งโกรธมาก แต่ศตายุไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาพังโค่นทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง เพราะอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ที่นี่ เจริญรุ่งเลยบอกเขาฝังกระดูกลูกสาวคนโตของเขาไว้ที่นี่ แล้วบอกความจริงว่าลูกของเขาตายพร้อมเมียเขาตั้งแต่วันที่คลอด แต่แม่เขากลัวพ่อจะเสียใจเพราะตั้งความหวังกับหลานคนนี้ไว้มาก เลยไปเอาเด็กผู้ชายที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ศตายุอึ้งกับความจริง รู้สึกเหมือตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่มาชูคออยู่ในครอบครัวของคนอื่น จากวันนั้นเขาพยายามหลบหน้าพบู จนพิมพ์พรรณเขาฯ เป็นห่วงโทรบอกพบู พบูจึงหาโอกาสพูดกับเขาศตายุถามตรง ๆ ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูยังคงตอบกำกวม บุรีผ่านมาพอดียืนแอบฟัง เขานึกอยู่แล้วว่าพบูต้องตอบแบบนั้น ศตายุทนใช้ชีวิตปกติได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าทนอีกต่อไปไหวแล้ว วันหนึ่งก่อนรถจะเลี้ยวเข้าดึกศศิวงศ์ เขาก็ลงจากรถแล้วนั่งแท็กซี่หายไป พิมพ์พรรณเห็นเจ้านายหายไปหลายวันก็โทรบอกพบู เพราะตามหาหลายที่แล้วแต่ไม่รู้ว่าศตายุไปไหน พบูโทรถามมธุรสเลยรู้ว่ามีบ้านเก่าของครอบครัวอีกหลังที่พิมพ์พรรณยังไม่ได้ไปหา พบูแวะไปหาศตายุคืนนั้น มีบุรีขับรถไปให้เพราะเธอไปไม่ถูก เมื่อเข้าไปในบ้านพบูต้องตกใจ เมื่อเห็นศตายุซึ่งเคยเจ้าระเบียบ สะอาดสะอ้าน นอนจมอยู่บนโซฟาเก่า ๆ เนื้อตัวสกปรกเพราะไม่ได้อาบน้ำ และมีกลิ่นเบียร์พึ่ง เธอพยายามจะพูดให้เขากลับไป แต่ศตายุถามเธอเรื่องเดิมว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูไม่รู้จะตอบอย่างไร ศตายุกำลังเมาจึงคาดคั้นจะเอาทำคำตอบจากเธอให้ได้ บุรีได้ยินเสียงเลยเข้ามาดู ศตายุกำลังสติแตกก็เลยลุกขึ้นมาต่อยบุรี ตอนแรกพบูคิดว่าบุรีจะถอย แต่กลับเป็นว่าบุรีก็ทนมานานเหมือนกันเลยต่อยกันนัวกับศตายุ พบูไม่รู้จะห้ามยังไงเลยขับรถหนีทิ้งบุรีไว้ทีนั่น ศตายุเมามากเลยโดนบุรีต่อยเข้าปลายคางสลบไป พบูขับรถหนีไปหาเก็ท เก็ทให้คำปรึกษาว่าใจจริงพบูรักบุรี แต่สงสารศตายุเลยลังเล แต่พบูไม่คิดอย่างนั้นเธอรู้ว่าลึก ๆ แล้วระหว่างเธอกับศตายุไม่ได้มีแค่ความสงสารอย่างเดียว หากจะเปรียบแล้ว ศตายุเหมือนแสงแดดอันอบอุ่น เห็นได้ชัดเจนเมื่อทอแสงมา ให้ความสว่างไสว ขณะที่บุรีเหมือนสายลมเย็นที่พัดผ่านมาให้ชื่นใจ จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกสบายใจเมื่อได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ให้ความรู้สึกที่ดีด้วยกันทั้งคู่ เมื่อกลับไปที่ห้องพัก บุรีแวะมาหา แล้วถามความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา บุรีมีความรู้สึกว่าระหว่างเธอกับเขาและศตายุควรจะมีคำตอบที่ชัดเจนสักที แต่พบูก็ยังไม่ยอมตอบอยู่ดี ในที่สุดบุรีก็หลุดปากถามมาว่าอยากให้เขาเป็นฝ่ายถอยออกไปไหม พบูไม่รู้จะตอบอย่างไรก็เลยบอกว่าตามใจเขาอยากทำอะไรก็เชิญ บุรีจึงได้แต่เดินออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้วันรุ่งขึ้นศตายุตื่นขึ้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องกับธราดลที่เขาได้นอนเต็มอิ่ม ศตายุมีสติกลับมา จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วโทรไปง้อพบู เขาขับรถพาเธอไปที่คอนโดฯ ที่เขาซื้อไว้ แล้วบอกความในใจของเขาที่มีต่อเธอว่าเขาคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ เมื่อพบูไม่พูดอะไร ศตายุก็บอกว่าถือว่าเธอตอบรับเขา วินาทีนั้นพบูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกสำหรับเขา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดด้วย เพราะใจเธอไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว และเหมือนทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี กิจจาพื้นขึ้นมาเป็นปกติเหมือนเดิม ตอนแรกศตายุกลัวว่าปู่อาจจะไม่ยอมรับเขาเมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่หลาน แต่กิจจากลับบอกว่าเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว เมฆพัดแอบได้ยินสิ่งที่พ่อพูดกับศตายุแล้วยิ่งโกรธ เพราะกิจจารู้ว่าตอนที่ล้มลงไปเมฆพัดเจตนาจะปล่อยให้เขาตาย จึงตัดพ่อตัดลูกกับเมฆพัดใส่เขาออกจากบริษัท เมฆพัดหวังพึ่งชคันภา เพราะพ่อเธอมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แต่กลายเป็นว่าแม้แต่เด็กสาวน่าเกลียดอย่าชคันภาก็ยังรังเกียจเขาด้วย เมฆพัดทั้งสิ้นหวังและคลั่งแค้น เขาจึงคิดจะให้ศตายุตกนรกไปพร้อมกับเขาด้วย ศตายุขอให้พบูย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดฯ ของเขาพร้อมกับมธุรส พบูตกลง ขณะที่ชีวิตของศตายุเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ปู่เขาออกจากโรงพยาบาลได้ พบูก็ได้รับรู้ข่าวว่าบุรีย้ายออกจากห้องพักพนักงานและลาออกจากบริษัทไปแล้วโดยไม่ได้ลาเธอ พบูเสียใจมาก เย็นหนึ่ง ที่ร้านอาหารมีลูกค้าจองโต๊ะบนคาดฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทมาขอแต่งงานหรือฉลองโอกาสพิเศษ ปรากฏว่าลูกเค้าคือศตายุ พบูใจหายเข้าใจผิดว่าศตายุจะมาขอแต่งงาน เธอเผลอตัวพูดปฏิเสธออกมา แต่เขาเพียงเอากุญแจห้องที่คอนโดฯ มาให้เธอเท่านั้น พบูรู้สึกแย่ที่ทำให้ศัตายุเสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ศตายุออกจากร้านเพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวสำหรับประชุมพรุ่งนี้เช้า แค่เมื่อเข้าไปในรถเขาก็ถูกใครบางคนที่แอบอยู่ในรถโปะยาสลบ เมื่อพื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่งขาถูกล่ามโซ่เอาไว้ คนที่เอาตัวเขามาคือเมฆพัดนั่นเอง เมฆพัดวางแผนจะปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่แล้วถ่ายคลิปวิดีโอไปให้กิจจาดู เมฆพัดคลั่งแค้นมาก เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากอยากให้ศตายุต้องทนทรมานเหมือนกับเขา และให้พ่อเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อศตายุหายไปไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพราะเมฆพัดไม่ได้ติดต่อไป จนผ่านไปวันหนึ่งศตายุใกล้จะแย่เพราะขาดน้ำ และอากาศที่ร้อนมากเพราะห้องที่ขังเขาไว้ตั้งอยู่กลางแดด เมฆพัดจึงส่งคลิปวิดีโออันแรกไปให้กิจจา กิจจาถามว่าเขาต้องการอะไร เมฆพัดแค่ต้องการให้พ่อเขาเห็นศตายุตายอย่างทรมานเท่านั้น ศตายุพยายามจะต่อสู้แต่ก็ไม่เป็นผล ผ่านไปสองคืน ช่วงค่ำบุรีรู้ข่าว เขาโทรหาพบูบอกว่าพอจะเดาได้ว่าสถานที่ที่ถ่ายคลิปมาเป็นที่ไหนแต่ไม่แน่ใจ พบูขอร้องให้เขาพาเธอไปเดี๋ยวนี้เลย เพราะกว่าจะรอตำรวจคงช้า พอไปถึงดึกร้างที่บุรีสงสัยก็เห็นห้องเก็บของล็อกประตูอยู่ แต่พอเปิดเข้าไปดูก็พบแต่ความว่างเปล่า พบูกำลังจะกลับด้วยความผิดหวัง ก็บังเอิญเห็นกระดุมเสื้อสูทราคาแพงของศตายุหล่นอยู่ที่พื้นก็เลยแน่ใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่เมื่อลองกลับเข้าไปดูอีกทีจึงเห็นว่าด้านในมีแสงไฟ มีห้องแถวเก่า ๆ อยู่ด้านในอีก พบูกับบุรีจึงรีบเข้ไปโดยไม่รู้ว่าเมฆพัดยืนมองอยู่อย่างกระหยิ่มใจ เมื่อเข้าไปที่ห้องแถวเก่า ๆ นั้น ทั้งสองก็เห็นศตายุนอนสลบอยู่ บุรีกลับไปเอาเครื่องมือที่รถเพื่อมาตัดโซ่ พบูเรียกชื่อศตายุจนเขาพื้นและดีใจมากที่เห็นเธอ เมฆพัดก็เดินถือมีดเข้ามาหลังจากเขาจัดการกับบุรีไปแล้ว เขาขู่ว่าจะกรีดหน้าพบู เพราะรู้ว่าศตายุรักพบูมาก พบูหลบไปอยู่หลังศตายุซึ่งพยายามจะลุกขึ้นบังเธอไว้ทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่แล้วเมฆพัดก็เปลี่ยนใจจะไปหยิบโซ่มาล่ามพบูไว้กับศตายุแล้ว ปล่อยให้ตายไปด้วยกัน พบูโมโหเลยเกิดแรงฮึด ถอดรองเท้าสันสูงซึ่งเป็นแห่งแก้วคริสตัลปาใส่หน้าเมฆพัดโดนจมูกพัง จังหวะนั้นศตายุตะโกนให้พบูวิ่งหนีออกไป พบูวิ่งออกจากห้อง แต่ยังไปไม่ไกลเมฆพัดก็หัวเราะอย่างไม่แยแสบอกว่าถ้าเธอหนีไปเขาจะแทงศตายุให้ตาย พร้อมกับใช้มีดแทงไปที่ชายหนุ่ม แต่ศตายุยกแขนขึ้นบัง มีดจึงปักเข้าไปที่แขน เมฆพัดดึงมีดออกมาจะแทงซ้ำ พบูก็รีบวิ่งเข้าไปเสียก่อนด้วยความตกใจ พร้อมกับถอดรองเท้าอีกข้างฟาดใส่เมฆพัด แต่เมฆพัดหันกลับมาเงื้อมีดจะแทงเธอวินาทีนั้นพบูคิดว่าตัวเองคงต้องตาย แต่ศตายุกลับใช้มือจับปลายแหลมของมีดไว้แน่นไม่ให้เมฆพัดแทงเธอได้ พร้อมกับกระชากมีดจากมือเมฆพัดมาแทงเข้าที่ท้องของเขา เมฆพัดล้มลงพร้อมกับที่บุรีซึ่งเพิ่งพื้นจากการถูกตีหัวก็วิ่งเข้ามา ภาพที่เขาเห็นศตายุปกป้องพบูเป็นภาพที่ทำให้บุรีบอกกับตัวเองว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่เป็นฝ่ายถอยออกไป เพราะศตายุได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ได้มีดีแค่เป็นประธานบริษัทใหญ่โต ร่ำรวย หล่อเหลา มาคดี แต่เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่นานตำรวจก็มา เพราะตอนที่เจอศตายุ พบูกำลังโทรหาแม่ แต่เมฆพัดเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แต่มธุรสก็ได้ยินถ้อยคำทั้งหมดจึงรีบไปแจ้งตำรวจ ศตายุถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเมฆพัด ซึ่งถูกจับกุมในหลายข้อหา รวมทั้งข้อหาที่จ้างคนมาสาดน้ำกรดใส่พบู และจ้างคนมาทำร้ายและชิงรถคู่ขาคนเก่าของกิจจาด้วย ขากลับพบูนั่งรถมากับบุรี ด้วยความรู้สึกผิดต่อบุรี ที่ทำให้เขาต้องผิดหวัง และถึงขนาดนี้บุรีก็ยังตามมาช่วยเธออีกเหมือนทุกครั้งที่เขาเคยช่วยเธอเสมอไม่ว่าจะเป็นเร่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่บุรีบอกว่าเขาเข้าใจ พบูบอกว่าเขาไม่ใช่แค่เพื่อนแต่เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอ หลังออกจากโรงพยาบาล พบูตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดฯ ของศตายุกับแม่ วันที่ย้ายของ ศตายุทำเซอรไพรส์ด้วยการขอเธอแต่งงาน พบูตอบตกลง มีข้อความส่งเข้ามาจากบุรี ว่าเขากำลังจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศกับเพื่อน พบูได้แต่อวยพรให้เขาโชคดี ก่อนจะออกจากห้อง พบูแอบหยิบรูปดอกทานตะวันที่บุรีวาดให้วันเกิดของเธอไปด้วย ตอนแรกเธอไม่คิดจะปิดบังศตายุ แต่คิดอีกที่รู้จะดีกว่า เธอจึงแอบเก็บรูปนั้นไว้ในซองใส่ไอแพด เมื่อลงไปข้างล่างศตายุยืนรออยู่แล้วบอกว่า ผมมีข่าวที่ไม่ค่อยจะดีบอกคุณ พบูขมวดคิ้ว คำพูดกับสีหน้าของเขาข่างไปกันคนละทาง เมื่อกี้ผมโทรบอกคุณปู่เรื่องเรา คุณปู่ดีใจมาก บอกว่าจะยกบ้านหลังใหญ่ให้เป็นเรือนหอของเราจะให้คนเข้าไปตกแต่งใหม่ คุณคงต้องย้ายเป็นครั้งที่หกแล้วล่ะ คุณคิดว่าฉันจะเซ็งหรือคะ พบูย้อนถามเขา พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้างง เธอก็ยักไหล่ตอบอย่างไม่แยแส อย่างมากฉันก็ทิ้งของไว้ที่คอนโดฯ ของคุณ แล้วฉันก็จะเริ่มต้นซื้อของใหม่ตอนย้ายเข้าไปในบ้านคุณ พบูหรี่ตามองคนฟัง แล้วกระซิบเสียงเบา "ระวังบัตรเครดิตของคุณไว้ให้ดีแล้วกัน พ่อฉันเคยโดนมาแล้ว" ศตายุได้แต่ยืนยิ้มส่ายหน้าอยู่คนเดียว มองร่างบางที่เดินไปที่รถ ก่อนจะหันมาขยิบตาให้เขาชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเป็นของตัวเองอย่างนั้น ติดตามชม ละครใต้เงาจันทร์ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครใต้เงาจันทร์ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ใต้เงาจันทร์ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ศตายุ/โต ราศี บาเล็นซิเอก้า รับบท พบู/เฟลอร์ คณิณ ชอบประดิถ รับบท บุรี/กั๋น กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบท ชคันภา/เจมี่ นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท กิจจา ตระการ พันธุมเลิศรุจี รับบท เจริญรุ่ง ปุณกา โยคะกุล รับบท มธุรส สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท งามยิ่ง นิพัธ เจริญผล รับบท เมฆพัด ภาราดา ชัชวาลโชติกุล รับบท ธราดล ปรารถนา สัชณกร รับบท การเกด รอน บรรจงสร้าง รับบท มนู

อ้อม อัญญาดา กับถ่ายแบบเซ็กซี ใน A'lure สาวน้อยหน้าหวานที่ทรมานใจผู้ชาย
a'lure /  a'lure magazine / 

 ‘อ้อม’ อัญญาดา กับความเซ็กซี่ใน A'lure  สาวน้อยหน้าหวาน อ้อม อัญญาด เคยมั้ยที่เวลาได้เจอสาวที่ถูกใจแล้วสายของเราจะละจากเธอคนนั้นไม่ได้ซึ่งตอนนี้เรากำลังเกิดอาการนั้นอยู่กับเธอคนนี้ ‘อ้อม’ อัญญาดา  รัชตารมย์ สาวน้อยหน้าหวานกับสัดส่วน 34-25-35 ที่ทรมานใจผู้ชายทุกคนบนโลกนี้ส่วนความเซ็กซี่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเธอจัดมาให้อย่างล้นปรี่สมแล้วที่เรารักรักทั้งหลงเธอขนาดนี้ ถ้าให้เดาคุณคงเป็นสาวหวานที่นิสัยคุณหนูอย่างแน่นอน? ถ้าถามว่าหวานมั้ยขอบอกว่าเปรี้ยวนำมากกว่าส่วนหวานแค่ติดปลายลิ้นส่วนนิสัยไม่คุณหนูเลยออกจะลุยๆ ด้วยซ้ำไปไหนไปกันไม่มีอิดออด ความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานกับเรา? ติดตามผลงานมานานพอถึงเวลาร่วมงานจริงรู้สึกเกร็งๆ อยู่บ้างแต่ด้วยความที่ทำการบ้านมาค่อนข้างดีโดยการโพสหน้ากระจกหรือดู A’Lure เล่มก่อนๆ มาก็เอาตัวรอดไปได้ สิ่งที่ยากที่สุดของวันนี้? การที่ต้องพยายามทำอารมณืให้เราเป็นสาวหวานที่กำลังเหงาอยู่ในห้องอันปล่าวเปลี่ยว ซึ่งอันที่จริงแล้วตัวเองเป็นคนค่อนข้างเฮฮาคุยเก่งเลยต้องใช้สมาธิอยู่สักพักนึง หุ่นดีแบบนี้บอกเคล็ดลับเราหน่อยได้มั้ย? ออกกำลังกายเป็นประจำถ้าไม่มีเวลาก็นอนยกขาอยู่บ้านง่ายๆ เคยได้ยินมั้ยว่าแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว ที่สำคัญอีกอย่างคือต้องควบคุมอาหารด้วย ไลฟ์สไตล์ของคุณ? ปกติการแต่งตัวของอ้อมนี่บ้านๆ เลย เวลาอยู่บ้านก็มัดผมรวบตึงใส่เสือตัวใหญ่ๆ ถ้าออกจากบ้านจะแต่งเท่ขึ้นมานิดนึงแต่ต้องมีความเซ็กซี่นิดๆ อาจจะเป็นเว้าหน้าหรือเว้าหลังบ้างนิดหน่อยไม่อย่างนั้นไม่มั่นใจ ท่ายากที่เจอวันนี้? เยอะมากเลยแต่ด้วยความที่ตัวอ่อนและเล่นโยคะเลยผ่านมาแบบฉิวเฉียดแต่ต้องขอบคุณมากมายเพราะท่าแปลกๆ เลยได้รูปมุมมองใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แตกต่างจากการทำงานที่ผ่านมายังไงบ้าง? ปกติเคยถ่ายแต่แบบหน้าดุ จิกตา กัดปากพอมาคราวนี้เป็นการใช้อารมณ์สื่อออกมาทางสายตามากกว่าช่วงแรกๆ ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันแต่สักพักปรับตัวได้และเริ่มสนุกไปกับมันค่ะ เซ็กซี่สำหรับคุณคือแบบไหน? เป็นความเซ็กซี่เบาๆ ที่ดูแล้วเคลิ้มมากกว่าจะรู้สึกหื่นกระหาย เรียกว่าสามารถดึงความเป็นตัวตนของอ้อมออกมาได้อย่างหมดจดเลยนะซึ่งเป็นอะไรที่ประทับใจมากเลย ชุดไหนที่อยากขโมยกลับบ้าน? แทบทุกชุดเลยแต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือชุดลูกไม้บางเบาส่วนท่อนล่างเป็นจีสตริงรู้สึกว่าเป็นตัวเราดีถึงแม้จะรู้สึกหวิวๆ ช่วงล่างไปซักนิดนึง (ยิ้ม)  เซ็กซี่ของคุณคืออะไร? ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลือยหมดแต่ต้องใชจินตนาการในการมองอย่างเช่นการถ่ายแฟชั่นวันนี้มีอยู่ชุดนึงต้องใช้ผ้าบางๆ มาบังมันน่าจะดูได้ลุ้นกว่าที่เปิดเผยหมดนะ นิยามความเป็นตัวคุณให้เราฟังหน่อย? ป็นสาวแซ่บเว่อร์ที่ใครได้ลองแล้วลืมไม่ลง ถ้าเป็นอาหารต้องเป็นจานที่เผ็ดร้อนที่สุดบนแต่หยุดกินไม่ได้เพราะมันทั้งอร่อยและถูกปาก สเป็คหนุ่มต้องแซ่บด้วยมั้ย? ชอบผู้ชายที่หน้าตาเจ้าชู้แต่นิสัยห้ามเจ้าชู้เด็ดขาด เอาแค่ลุคอย่างเดียวพอเพราะไม่ชอบคนเนิร์ดหน้าจืดเพราะไม่มีเสน่ห์ดึงดูด เคยจีบใครก่อนมั้ย? ไม่เชิงว่าจีบแต่ทำให้ฝ่ายชายรู้ตัวก่อนอย่างเช่นแอบมองส่งสายตาแต่ไม่ได้ไปจ้องเหมือนจะกินนะอันนั้นดูตรงใจมากไปซึ่งที่ผ่านมาส่วนมาก็ได้ผลนะฝีมือยังไม่ตกเท่าไหร่ ถ้ามองแล้วมองอีกแต่ฝ่ายชายไม่เล่นด้วยล่ะ? เปิดเรดาห์ทันทีสันนิษฐานไว้ก่อนว่าต้องไม่ปกติแล้วจับตาดูว่าแอบมองพวกเดียวกันหรือเปล่าหรือไม่ก็มากับแฟนหรือเปล่าถ้าใช่ก็ต้องตัดใจมองหาเป้าหมายอื่น คะเนจากความรู้สึกเราคิดว่าคุณก็เจ้าชู้ตัวแม่เหมือนกัน? รู้อีก ตอบเลยว่าเป็นคนเจ้าชู้มากส่วนวีรกรรมความเจ้าชู้ละไว้ในฐานที่เข้าใจไม่อยากโดนตรวจสอบย้อนหลังเดี๋ยวเรื่องยาวเอาเป็นว่าเรื่องนี้จบขอคำถามต่อไป (หัวเราะ) ผู้หญิงบางคนชอบผู้ชายขี้หึง? ไม่เลยเป็นข้อห้ามอีกอย่างไม่ต้องมาหึงหวงหรือตามติดชีวิตเรา 24 ชม. เพราะจะรู้สึกอึดอัดขอแค่พอดีๆ พอ ขณะเดียวกันเราก็ไม่ก้าวก่ายเรื่องชีวิตส่วนตัวของเขามากเกินไป ภาพ/ข้อมูลจาก A'lure Magazine   ติดตามต่อได้ที่