แต่งตัวดารา

คิมอูบิน เขียนจดหมายถึงแฟนคลับผู้จากไปจากโศกนาฏกรรมเซวอล
Kim Woo Bin /  คิมวูบิน / 

คิมอูบิน (Kim Woo Bin) ฮันรยูสตาร์ชื่อดังชาวเกาหลี ส่งจดหมายจากลายมือของเขาถึงแฟนคลับซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปาง วานนี้(15 เม.ย.) จดหมายจากลายมือของดาราหนุ่มชื่อดังชาวเกาหลี คิมอูบิน ที่เขียนให้แก่แฟนคลับซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปาง ถูกเปิดเผยออกมา เพื่อนนักเรียนของแฟนคลับของ คิมอูบิน ได้ติดต่อไปยังต้นสังกัดของดาราหนุ่ม เพื่อขอให้ คิมอูบิน ช่วยเขียนจดหมายให้แก่แฟนคลับของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือเซวอลอับปางเมื่อปีที่แล้ว(16 เม.ย. 2014) ซึ่ง คิมอูบิน ก็ได้เขียนจดหมายด้วยลายมือของเขาเอง ด้วยเนื้อความสุดอบอุ่นและระลึกถึงแฟนคลับผู้จากไป "ถึง '...'(ชื่อของแฟนคลับ) คนสวย   พี่เพิ่งกลับมาจากงานแฟนมีตติ้งที่จีน และอยากจะบอกขอบคุณกับเธอด้วยนะ ที่ที่เธออยู่ตอนนี้ ต้องสวยกว่าโลกใบนี้แน่ๆ เลยใช่มั๊ย? หลังจากเวลาผ่านไปแสนนาน กลับมาเจอกันอีกนะครับ เราจะได้มาถ่ายรูปกันเยอะๆ และมาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน จนกว่าจะถึงวันนั้น พี่หวังว่าเธอจะยังคงเป็นแฟนคลับของพี่นะ และพี่ก็จะยังคงทำงานดีๆ ออกมาเรื่อยๆ ให้เธอดูอย่างสนุกจากที่แห่งนั้นนะครับ ขอบคุณที่เป็นแฟนคลับของพี่นะครับ ขอบคุณ และเสียใจมากจริงๆ   แล้วกลับมาเจอกันอีกนะครับ รักนะครับ" แปลและเรียบเรียงจาก kpopfighting ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

งานไหลมาไม่เคยขาด แมทธิว มีของดี ลงนะหน้าทองเกจิอาจารย์ดัง
แมทธิว ดีน /  นะหน้าทอง / 

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีงานไหลมาเทมาไม่เคยขาดสำหรับ แมทธิว ดีน สามีสุดเลิฟของนักร้องนักแสดงเสียงดี ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ไม่ว่าจะก่อนแต่งงานหรือหลังแต่งงานคิวงานก็แน่นเอี๊ยด ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่านอกจากความสามารถอันล้นเหลือช่วยดูดงานเข้ามาแล้ว แมทธิว มีพกของดีอะไรติดตัวไว้หรือเปล่าถึงฮอตจนคิวงานไม่เคยว่างขนาดนี้ เพราะเคยได้ยินมาว่าดารานักแสดงหลายคนต่างก็มีอาจารย์ดังที่เคารพหลายท่านคอยให้พร เพิ่มเสน่ห์ลงนะหน้าทองให้เป็นต้น ไม่รู้ว่าอย่าง แมทธิว มีความเชื่ออะไรอย่างนี้ด้วยหรือเปล่าจ้ะ แมทธิว ดีน “ความเชื่อเรื่องนะหน้าทองผมก็เชื่อนะครับ เราทำงานตรงนี้ก็ต้องมีบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าเชื่อแบบงมงาย อาจารย์ท่านไหนใครว่าดีก็ดั้นด้นไปหา ไปสักการะซะหมด ไม่ใช่ว่าเอะอะก็เชื่อไปหมดทุกอย่าง เราต้องดูความน่าเชื่อถือ ดูอะไรหลายๆ อย่าง ตัวผมเองก็จะมีอาจารย์ที่นับถือ ถามว่าเชื่อเรื่องลงนะหน้าทองแล้วจะดีกับชีวิต ผมเองก็เชื่อนะ เพราะว่ามันก็สามารถช่วยเสริมเรื่องการงาน การเงิน เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร" แมทธิว ดีน "ผมเองก็มีพระอาจารย์ที่นับถืออยู่ที่อยุธยาที่ไปมาก็ไปไหว้พระขอพร ลงนะหน้าทองด้วยนิดหน่อย เพื่อเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตเรา แต่พระท่านจะบอกเสมอว่ามีของดี แต่ไม่ทำดีมีไปก็เท่านั้น ฉะนั้นมันก็ต้องอยู่ที่ตัวเราด้วย” จริงอย่างที่พระท่านว่า อย่ามัวแต่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนลืมทำความดีกันนะจ๊ะ

รวมดาราแต่งงานแล้วลาวงการ หันไปนั่งนับเงินเป็นคุณนายไฮโซ??
Gossip zap /  Gossip inter

ช่วงที่1 Gossip zap รวมดาราแต่งงานแล้วลาวงการ หันไปนั่งนับเงินเป็นคุณนายไฮโซ?? Gossip inter ติ่งเดือด ทิฟฟานี่SNSD กดติดตาม แบคฮยอนEXO -อ่านต่อ- http://gossipstar.mthai.com/clip-gossipzap/3108

รักร้อยพันยันจักรวาล ตอนที่ 7/2 : 18 เม.ย. 58
รักร้อยพันยันจักรวาล /  ซิทคอม / 

ซิทคอม "รักร้อยพันยันจักรวาล" ที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมในวันหยุดสุดสัปดาห์ แสดงโดยตลกชั้นนำของเมืองไทย โน้ต เชิญยิ้ม, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ร่วมด้วยดาราเจ้าบทบาท อุทุมพร ศิลาพันธ์ และ เจสซี่ เมฆวัฒนา ที่มาชิมลางเล่นซิทคอมเรื่องแรก ติดตามได้ทุกวันเสาร์ 19.45 - 20.45 น. และ วันอาทิตย์ 16.00 - 17.00 น. ทางไบรท์ทีวี ดิจิตอลทีวี ช่อง 20 ระบบดาวเทียมและเคเบิลช่อง 30 หรือรับชมได้ทาง www.brighttv.co.th/th/live

เทรนด์เสื้อยืด ที่กำลังมาแรง รับหน้าร้อนนี้ ให้เราหล่อรับร้อนไม่ตกยุค
Snap Signature /  สตรีทแฟชั่น / 

เทรนด์เสื้อยืด ที่กำลังมาแรง รับหน้าร้อนนี้ ให้เราหล่อรับร้อนไม่ตกยุค ความธรรมดาสามัญของไอเท็มเบสิกอย่าง เสื้อยืด เข้ามาแทนที่ไอเท็มชิ้นแปลกตาของช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา สร้างกลิ่นอายฤดูร้อนให้เป็นฤดูโปรดของเหล่าสตรีทแฟชั่นผู้ชาย เนื้อผ้าที่เบาบาง และระบายอากาศได้ดีเป็นคีย์สำคัญที่ทำให้การแต่งตัวดูสบายและทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันดูง่าย โดยไม่ต้องเน้นแต่งหลายเลเยอร์หรือหาเสื้อผ้าชิ้นหนามาสร้างลุคที่ดูเฉียบ อีกทั้งอย่าดูถูกความเรียบง่ายของเสื้อยืด เพราะเราสามารถเพิ่มจุดเด่นและสร้างไอเดียในการแต่งตัว เทรนด์เสื้อยืด ได้อย่างไม่รู้เบื่อ อยู่ที่ว่าใครจะมีกึ๋นในเรื่องของสไตล์มากกว่ากัน บางคนก็เลือกสวมเสื้อยืดเรียบๆใส่กับยีนส์และสร้างความโดดเด่นด้วยรอยสัก ในทางกลับกันบางคนเลือกที่จะใส่เสื้อยืดหนังมันๆแทนเนื้อผ้าบางแล้วแมตช์กับกางเกงผ้าในโทนสีเดียวกันก็ให้ลุคที่ exotic ดูแปลกตาจากเดิม ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของการแต่งตัวของแต่ละคนว่าจะแต่งออกมาให้หล่อได้ขนาดไหนครับ ซึ่งวันนี้เราจะขอแนะนำลวดลายเส้นขนานจะมาเป็นพระเอกในซัมเมอร์นี้ สร้างลุค nautical ที่โดดเด่นเปลี่ยนบรรยากาศในซีซั่นที่ระอุให้สดชื่นด้วยกลิ่นอายทะเลและเสียงกีต้าร์ฟังเพลินๆ Back to Essential สร้างความโดดเด่นด้่วยเสื้อยืดลายธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปล่ารับหน้าร้อน Stripe be Parallel ลวดลายเส้นขนาดที่จะมาเป็นพระเอกในหน้าร้อน กับลุค Nautical ที่จะทำให้เราดูสดชื่น Men.MThai ขอขอบคุณเนื้อหาจาก Snap Signature คลิกเพื่อดาวน์โหลดฟรี

เสื้อกล้าม คลายร้อน กับ 5 อันดับหนุ่ม ดูสิสาวๆจะฟินกล้ามใคร!!!
Snap Signature /  street fashion / 

เมษาเดือนแห่งความร้อน ที่การเลือกเสื้อผ้าใส่ในแต่ละวันเราต้องหาอะไรที่ใส่แล้วสบายตัว ไม่ทำให้อึดอัดหรือว่าใส่แล้วร้อนตามสภาพอากาศ ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ “เสื้อกล้าม” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าหยิบมาใส่คลายร้อน แต่ว่าจะมิกซ์แอนด์แมทซ์กับอะไรก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละหนุ่ม หรือว่าจะใส่ เสื้อกล้าม ตัวเดียวก็ชิลล์ดี วันนี้เราเลยรวม 5 หนุ่มที่หยิบเสื้อกล้ามมาใส่โชว์กล้ามให้สาวๆ ได้ฟินกัน ไมค์ พิรัชต์ 1.ไมค์ พิรัชต์ มากับ เสื้อกล้าม สีเหลือง เข้ากับสีผม มีสกรีนลายเป็นภาษาอังกฤษ ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ และเลือกรองเท้าบูทหนังสีดำมาใส่ช่วยเบรคความชิลล์ของเสื้อกล้ามเอาไว้ เวียร์ ศุกลวัฒน์ 2. เวียร์ ศุกลวัฒน์ พระเอกหุ่นล่ำกล้ามแน่นแห่งช่อง 7 ก็เลือกหยิบ เสื้อกล้าม สีขาว มีลายภาษาอังกฤษเช่นกัน ใส่กับกางเกงยีนส์ขาดนิดๆ รองเท้าก็เป็นผ้าใบ เป็นชิลล์แบบเซอร์ๆ สไตล์พระเอกเขาละ อาร์ต พศุตม์ 3. อาร์ต พศุตม์ นี่ก็หนุ่มกล้ามล่ำอีกคนที่เลือกเสื้อกล้ามสีขาวเรียบ มาใส่กับกางเกงยีนส์ แต่ด้วยความเรียบของเสื้อกล้ามเราควรหาอะไรมาเพิ่มให้การแต่งตัวมีสีสันอย่างเช่นเสื้อกั๊กสีสดๆ แบบหนุ่มอาร์ตก็เท่ดี บิ๊กเอ็ม ลิขิต 4. บิ๊กเอ็ม ลิขิต คนนี้มากับเสื้อกล้ามสีขาวเรียบๆ แบบไม่ต้องจับอะไรมามิกซ์แอนด์แมทซ์ให้ยุ่งยาก คือแบบว่าโชว์กล้ามอย่างเดียวไปเลยจบๆ เต้ นันทศัย 5. เต้ นันทศัย เลือกหยิบเสื้อกล้ามสีขาวเรียบ ไซต์ฟิตพอดีตัวโชว์กล้ามแน่นๆ ใส่คู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มขึ้นมานิด ส่วนรองเท้าก็เลือกเป็นบูทหนังสีดำช่วยให้ลุคส์ไม่ดูชิลล์จนเกินไป เห็นกล้ามหนุ่มๆ 5 คนนี้แล้ว สาวๆ เลือกฟินกล้ามใครกันคร้า อิอิ ติดตามเรื่องราวแฟชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/SnapSignature และอ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.mbookstore.com/book-details/6614//Snap-Magazine-issue-12-:-Mar-2015

กุ๊กกิ๊กสุดๆ แฟชั่นชุดว่ายน้ำ ธีม เจ้าหญิง ดิสนีย์
ชุดว่ายน้ำ /  ดิสนีย์ / 

หากแฟชั่นชุดว่ายน้ำ จะมีธีมชุด จาก เจ้าหญิง ดิสนีย์ สาวๆ เคยนึกเล่นๆ กันไหมคะ ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนกันบ้าง Kimba Sprite ศิลปินสาว ผู้รักการแต่งตัว คอสเพลย์ เธอได้แปลงจินตนาการ มาเป็นสเกตช์เป็นภาพจริงได้น่ารัก น่าเอ็นดูทีเดียวค่ะ เธอวาดมาได้สื่อถึงคาแรคเตอร์ของแต่ละตัวละครอย่างเด่นชัดเลยทีเดียว สาวๆ ดูออกม่ะ ชุดไหนคือ ตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหนบ้าง ? เราขอเริ่มนำเสนอจากสาว เบลล์ แห่ง บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ ไปจนถึง ทิงเกอร์เบลล์ จาก ปีเตอร์แพน กันเลยค่ะ คุณสาวๆ ล่ะ ชอบชุดไหน มีชุดไหนในดวงใจที่อยากใส่ไปท้าลมร้อนช่วงซัมเมอร์นี้ไหมนะ ^ ^ ภาพจาก Kimba Sprite  และ Seventeen เรียบเรียงโดย Women MThai Team

จริงสุดๆ ! 18 ข้อ แตกต่างระหว่าง ช่วงจีบใหม่ กับตอนเป็นแฟนแล้ว
ความแตกต่างตอนจีบกับเป็นแฟนแล้ว /  คู่รัก / 

คู่รักนี่เวลาคบกันช่วงแรกๆ หรือช่วงดูใจเนี่ยนะ อะไรๆก็ดีไปหมด ฃี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่พอนานวันไป น้ำผักที่เคยหวานมันก็ดันขมแบบไร้เหตุผลขึ้นมาเสียอย่างนั้น เรามาดูข้อแตกต่างดีกว่าว่า คนเราเวลาจีบกันใหม่ๆ กับ คบไปนานๆแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง 1.โทรศัพท์ ช่วงจีบ: สองชั่วโมงหรอ .. จิ๊บๆย่ะ  คุยได้ยาวๆ บางทีมีนอนพร้อมกันด้วยนะ ไม่กดวาง ตื่นมาตอนเช้าจะได้คุยเป็นคนแรก เป็นแฟนแล้ว : มีอะไรว่ามา พอยัง นอนมั้ย ง่วง 2.กินข้าว ช่วงจีบ : ร้านต้องดี งานถ่ายรูปสวยต้องมา ดินเนอร์แสงไฟน่ารัก พากินของแพงตล๊อด เป็นแฟนแล้ว : ทำกินเอง ไม่ก็กินแถวบ้าน ร้านตามสั่งแล้วกันแก 3.ชื่อเรียก ช่วงจีบ : เรียกชื่อดีๆอยู่หรอก เสียงหวานอ่อนโยน เป็นแฟนแล้ว : อีอ้วน , อีหมู , ชื่อที่ตั้งให้โดยที่ชั้นยังไม่ได้ยอมรับเลยนะยะ! 4.เจอเพื่อนแฟน ช่วงจีบ : เก้ๆกังๆคุยอะไรดี เขินจัง จะวางมือไม้ที่ไหนดี เป็นแฟนแล้ว : สนิทกว่าเพื่อนตัวเองอีก เม้าท์ยาวไปสิ 5.แต่งตัว ช่วงจีบ : ทุกระเบียดนิ้วต้องเป๊ะ ห้ามให้ใครว่าได้เด็ดขาดว่า ไม่เป๊ะ โทรม เป็นแฟนแล้ว : หยิบชุดไหนได้ ก็ไปเถอะ 6.กินอาหาร ช่วงจีบ : เรียบร้อยผิดปกติมนุษย์ ห้ามกระเด็น จัดอาหารเข้าช้อนแล้วเข้าช้อนอีก กว่าจะเข้าปากต้องเรียบร้อยห้ามหก เป็นแฟนแล้ว : กินที่บ้านยังไง กินต่อหน้าแฟนอย่างนั้น 7.รอ ช่วงจีบ : นานแค่ไหนก็ได้ค่ะ รอได้ เพื่อคนสำคัญน่ะรอได้อยู่แล้ว เป็นแฟนแล้ว : นี่อีกนานป่ะ จะได้กลับบ้านไปรอ 8.เวลาในการคุยกับเพื่อน ช่วงจีบ : แกๆๆ มีผู้ชายเข้าหาว่ะ นู่นนี่นั่น เม้าท์ยาวเป็นชั่วโมง เป็นแฟนแล้ว : แก แค่นี้นะ อยู่กับแฟนว่ะ 9.เมื่อต้องไปเจอครอบครัวอีกฝ่าย ช่วงจีบ : หิ้วของฝากให้เยอะที่สุด แม่จะได้รักจะได้หลง เป็นแฟนแล้ว : ไปหาพ่อแม่ให้บ่อยก็พอ 10. ความสุขในชีวิต ช่วงจีบ : กินข้าวนอกบ้าน ช็อปปิ้ง ใช้เงิน หรูหราฮาวายไปให้สุด วู้ว เป็นแฟนแล้ว : นอนเล่นด้วยกัน มุ้งมิ้ง ดูหนังในห้องนอนกันสองคนก็แฮปปี้สุดๆแล้ว 11. รถคุณผู้ชาย ช่วงจีบ : สะอาดอ่อง ล้างเป็นประจำ เป็นแฟนแล้ว : นั่งได้ป่ะ นั่งได้ งั้นไม่ล้างนะ 12. กลับบ้าน ช่วงจีบ : ไม่อยากจากกันเลย ลงจากรถปุ๊บโทรหาทันที ขับรถดีๆนะคะ เป็นแฟนแล้ว : ไปละ บาย 13. เที่ยวกลางคืน ช่วงจีบ : ไปด้วยได้ป่าวครับ จะตามไปดูแลให้ถึงที่เลย ส่งถึงบ้านแน่นอน เป็นแฟนแล้ว : จะไปทำไมที่แบบนั้น มันดีที่ไหน ไม่ต้องไป อยู่บ้านนี่แหละ 14. วาเลนไทน์ ช่วงจีบ : ดอกที่ใหญ่ที่สุดในร้านจัดไป งานดินเนอร์หรูก็ต้องมี เป็นแฟนแล้ว : วันนี้วาเลนไทน์หรอ? 15.น้ำหนัก ช่วงจีบ : ไม่อ้วน เพราะฉันรักษาหุ่นอย่างดี เป็นแฟนแล้ว : คุณแฟนพากิน ตอนนี้เปลี่ยนจากคนเป็นตุ่ม 16. พูดจา ช่วงจีบ : หวานเป็นประจำ ถนอมน้ำใจสุดๆ  เธอคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เป็นแฟนแล้ว : จิก กัด ประชด เหน็บแนม  (นี่อ้วนไปป่ะเนี่ย , พูดอยู่นั่นล่ะจะลดความอ้วนก็เห็นกินจัง , สิวขึ้นเยอะเชีย , ถ้าจะมาช้าขนาดนี้ไม่ต้องมาแล้วมั้ง) 17.เวลาพูดถึงผู้ชายคนนี้ให้เพื่อนฟัง ช่วงจีบ : เขิน ม้วน บ้าแก เขาไม่ได้เป็นแฟนฉัน แค่ดูๆอยู่ อย่าแซวสิ เป็นแฟนแล้ว : ก็ดีแก ไม่ต้องถามมาก ไม่หวือหวาและ 18. กิจกรรมที่ทำร่วมกัน ช่วงจีบ : ดูหนัง เที่ยวกลางคืน ช็อปปิ้ง เดินเล่นห้าง เป็นแฟนกัน : ขัดห้องน้ำ แปรงฟัน ออกกำลังกาย กินข้าวข้างทาง ทำทุกอย่างได้ ไม่ห่วงภาพลักษณ์แล้ว   สาวๆ Women Mthai ว่าไงคะ ตรงกันบ้างหรือเปล่า ? ภาพจาก Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

โคโยตี้งานศพ เมียจัดหนักให้สามีผู้ล่วงลับ บอกเลยงานนี้ตายตาหลับ
เรื่องตลก /  เรื่องแปลก / 

โคโยตี้งานศพ เมียจัดหนักให้สามีผู้ล่วงลับ บอกเลยงานนี้ตายตาหลับ เรียกว่าตายตาหลับจริงงานนี้ (จุดนี้ต้องใช้คำว่าตายตาหลับจริงๆ 55555+) สำหรับหนุ่มคนนี้ที่เสียชีวิตลงไป แต่ภรรยาก็ยังใจดี จัดหนักให้เขาจนถึงวันสุดท้าย เพราะว่าเธอเล่นจัด โคโยตี้งานศพ ให้กับสามี ตามคำขอสุดท้ายของเขานั่นเอง มันจะเก๋....??? แค่ไหน งานนี้ Men.MThai ก็ไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องราวแปลกๆ แบบนี้มานำเสนอเพื่อนๆ เช่นเคยครับ โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงที่แต่งตัววาบหวาม เปิดนู่นเปิดนี้ โป๊เปลือย จะเป็นสิ่งที่เรามักไม่ค่อยเห็นกันในงานศพเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ที่ไต้หวันครับ เพราะว่าล่าสุดนั่นภรรยาที่พิ่งจะสูญเสียสามีไป เธอคิดว่าวิธีการที่จะแสดงความเคารพต่อศพของสามีและเป็นเกียรติให้กับเขาคือการจัด โคโยตี้งานศพ นั่นเอง โดยเธอมีความเชื่อที่ว่า เธออยากจะมอบความสนุกสนาน ความสุขให้กับสามีก่อนที่จะไปถึงโลกหน้าด้วยสิ่งสวยๆ งามๆ เธอเลยจ้างเหล่าสาวสวยมาเต้นรำจ้ำบ๊ะในงานศพ เพื่อที่จะให้สามีของเธอได้เห็นสิ่งที่สวยงามได้นานที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ร่างจะถูกประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั่นเอง ...เอ่มมม โอเคอ่ะ 5555555555555+ ซึ่งจะว่าไปงาน โคโยตี้งานศพ มันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่ๆ ของไต้หวันซะเท่าไหร่ เพราะว่าเดือนที่แล้วก็มีการปล่อยภาพทางโซเชียลถึงรูปสาวระบำโป๊รูดเสาในงานศพมาแล้วเหมือนกันครับ คือจุดนี้เหมือนเขากำลังจะสื่อว่ามันกำลังจะเป็นเทรนด์ใหม่ยังไงยังงั้นเลยแฮะ 555555555555+ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://shanghaiist.com/2015/04/15/taiwan_woman_honours_husband_by_inv.php

ประวัติดาราวัยรุ่น เบลล่า พรชิตา นักแสดงซีรี่ย์วัยรุ่น Love Sick ซีซั่น 2
Love Sick The Series /  LoveSickSeason2 / 

หลังเสียงตอบรับดีเกินคาดของซีรี่ย์วัยรุ่น Love Sick เรื่องรักๆ ของวัยเรียน ทำให้มีแฟนคลับมากมาย ที่ติดตามและชื่นชอบคู่จิ้นในเรื่องอย่าง ปุณณ์-โน่ จนล่าสุดซีรี่ย์วัยรุ่น Love Sick ซีซั่น 2 กลับมาตามคำเรียกร้อง พร้อมนักแสดงหน้าใหม่มากมาย 1 ในนั้นก็คือ น้องเบลล่า Love Sick สาวน้อยหน้าใส ที่จะทำให้เด็ก ม.ปลายทุกคนต้องฟินในความน่ารักของเธอคนนี้ วันนี้เราไปทำความรุ้จักเธอพร้อมๆ กันเลยค่ะ...ประวัติดาราวัยรุ่น เบลล่า พรชิตา นักแสดงซีรี่ย์วัยรุ่น Love Sick ซีซั่น 2 ประวัติดาราวัยรุ่น เบลล่า พรชิตา นักแสดงซีรี่ย์วัยรุ่น Love Sick ซีซั่น 2 ชื่อ : พรชิตา วัฒนะนุกูล ชื่อเล่น : เบลล่า อายุ : 15 ปี วันเกิด : 23 มีนาคม พ.ศ.2543 การศึกษา : ม.3 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ ของสะสม : พวกของคิตตี้ งานอดิเรก : ร้องเพลง, เล่นอูคูเลเล่ คำพูดติดปาก : ใช่...ใช่มั้ย สไตล์การแต่งตัว : หวานๆ น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง ส่วนสูง 162 ซม. น้ำหนัก 40 กก. ผลงาน : Love Sick Season 2, โฆษณา โฟมล้างหน้า Be zel, โฆษณา คอลลาเจน Karmart นิสัยส่วนตัวเป็นคนยังไง นิสัยเบลก็เป็นคนนิ่งๆ ค่ะ ถ้าไม่สนิทก็ไม่ค่อยคุย เงียบๆ บางคนเลยนึกว่าเรียบร้อย (หัวเราะ) แต่ถ้ารู้จักจริงๆ จะรู้เลยค่ะว่าเบลเป็นคนรั่วๆ ตลกๆ เบลเป็นคนตรงๆ น่ะค่ะ ไปยังไงมายังไงถึงได้กลายเป็นหนึ่งใน Love Sick Season 2 เริ่มแรกเลยนะคะ เบลไปแคสงานจากที่เขาเปิดหานักแสดง Love Sick Season 2 ซึ่งเบลจำได้ว่าคนสมัครสองพันกว่าคน แล้วเขาก็คัดออกมาเรื่อยๆ คัดอยู่ 3 รอบจนเหลือทั้งหมด 19 คน เบลล่าก็เป็นหนึ่งใน 19 คนที่ผ่านเข้ารอบมาค่ะ หลังจากนี้ก็ถ่ายทำเรียลลิตี้ที่บอกว่าเราเข้าไปเก็บตัวยังไง ใช้ชีวิตยังไง แล้วเราต้องเรียนอะไรบ้าง เก็บตัวประมาณ 2 เดือน ส่วนซีรีส์ Love Sick Season 2 กำลังรอ น่าจะเริ่มถ่ายปลายมีนาคมนี้ค่ะ บทบาทในเรื่องนี้เขาบอกเบลล่าคร่าวๆ มาว่าจะได้เล่นเกี่ยวกับร้องเพลง อาจจะไปแจมๆ ในวงอะไรอย่างนี้ค่ะ ได้ดูรุ่นพี่ Love Sick ซีซั่นแรกบ้างหรือเปล่าเอ่ย ตอนแรกเบลไม่ได้ดูค่ะ เพราะเบลไม่ค่อยติดซีรีส์เท่าไหร่ ตอนแรกจะไม่ไปแคสด้วยซ้ำค่ะ เพราะว่าช่วงนั้นทำงานมาทั้งอาทิตย์ ไม่ได้หยุดพักเหนื่อยเลย (ทำปากยื่น>.<) ตอนกลางคืนก็เลยขอแม่ไม่ไปได้ไหม แต่แม่รับปากทางนั้นไว้แล้ว เราก็ไปแบบงงๆ ไปแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลยค่ะ ปรากฏว่าเข้ารอบ ตอนเก็บตัวก็ได้เจอกับพี่ๆ เค้าใช่ไหมคะ แค่พี่เค้าเดินมาคนนี่กรี๊ดแห่กันไปดู...ดังมาก เบลเลยไปย้อนซีรีส์ดู พี่เขาเล่นน่ารัก ตัวจริงนิสัยก็เป็นกันเอง ไม่แปลกใจว่าทำไมคนถึงชอบพี่ๆ เค้ากันเยอะ อนาคตอยากเรียนต่อด้านไหน เบลชอบสถาปัตค่ะ ตอนแรกคุณแม่เบลอยากให้เบลเป็นหมอ แต่เบลคิดว่ามันหนักไปสำหรับเรา ก็เลยจะเลือกเรียนต่อสถาปัต เทอมหน้าเบลขึ้นม.4 แล้วคิดไว้แล้วค่ะว่าจะเรียนสายวิทย์-คณิต แล้วก็ค่อยเข้าสถาปัตต่อมหาวิทยาลัย ชอบร้องเพลงมาก แต่โดนเบรก เพราะมันไม่ใช่! เอ๊ะยังไง แต่ก่อนเดินสายประกวดร้องเพลงมาก่อนค่ะ พอประกวดไปปุ๊บเค้าก็บอกว่า เป็นคนเสียงเพราะนะ แต่มันไม่ใช่ อยากให้เปลี่ยนมาทางการแสดงมากกว่า เบลก็เลยเริ่มมาแคสงานที่ต้องใช้หน้าตาค่ะ (หัวเราะ) เพลงที่ชอบคือเพลง ตัวเบาเบา ของพี่ดี The star ชอบเป็นพิศษเลยละค่ะ สเป็กหนุ่มๆ เป็นแบบไหนเอ่ย สเป็กก็จะชอบผู้ชายขาว สูง (หัวเราะ) ตี๋ๆ หน่อย แบบพี่อาเล็ก ธีรเดชอ่ะค่ะ ชอบมากกก แต่นิสัยก็ต้องดีด้วยนะคะไม่ใช่แค่หน้าตาดีอย่างเดียว คนเดินผ่านแล้วจำไม่ได้ นั่นใช่เบลล่ารึเปล่า? ที่โรงเรียนเวลาคนที่เค้าจำเราได้ก็จะเรียกชื่อ แต่ก็มีบางคนถามว่านั่นเบลล่ารึเปล่า ยังนี้อ่ะค่ะ พอมี ‘รึเปล่า’ เราก็คิดในใจว่าเราไม่เหมือนในรูป หรือว่าเค้าจำเราไม่ได้ (หัวเราะ) ใช่ค่ะ...นี่เบลล่าเอง (ยิ้ม) รู้สึกอย่างไรกับการเป็นเบลล่า Love Sick ตื่นเต้นมากกกก เพราะเราไม่คิดว่าจะผ่านเข้ารอบไปถึงรอบนั้น แล้วคือแค่เราเข้ารอบไป 19 คน ยอดฟอลโล่ในไอจีนี่พึ่บๆ ขึ้นมาเร็วมาก ทั้งที่เพิ่งประกาศผลไปไม่กี่ชัวโมงเองค่ะ ก็ดีใจที่มีคนชอบเรา เบลก็จะพยายามปรับบุคลิกตัวเองให้ดีขึ้น เพราะพี่ๆ ซีซั่นแรกทำเอาไว้ดีด้วย ยังไงก็ขอฝากด้วยนะคะ เบลล่าเพิ่งจะมาเข้า Love Sick ซีซั่น 2 ถ้าบทบาทออกมาเป็นยังไง เดี๋ยวเบลจะคอยอัพในเฟซบุ๊คหรือในอินสตาแกรมเรื่อยๆ ค่ะ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ แล้วเดี๋ยวจะมี 9 ตอนพิเศษ Love Sick Season 2 สำหรับ 9 คนนี้ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ Love Sick Season 2 ค่ะ ข้อมูลและภาพจาก นิตยสารแคนดี้, teen.mthai.com —-หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ—–

น่ารัก! ณิชา ณัฏฐณิชา กับ ไอติม พริษ สวีทหวานในอังกฤษ
ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ /  ดาราวัยรุ่น / 

ใครที่ได้ติดตามดาราวัยรุ่น ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ก็จะรู้ว่าเธอเป็นหวานใจของ ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งก็มีภาพน่ารัก สวีทหวานให้เราได้เห็นกันในอินสตาแกรมอยู่เรื่อยๆ มาคราวนี้สาวณิชา ได้ไปเที่ยวประเทศอังกฤษกับครอบครัว จึงได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองต่างๆ รวมถึงออกซ์ฟอร์ด ที่ไอติมเรียนและอาศัยอยู่ด้วย >,< เอาหล่ะจะน่ารัก จิ้น ฟิน ขนาดไปต้้องไปดูกันเอง .. น่ารัก! ณิชา ณัฏฐณิชา กับ ไอติม พริษ สวีทหวานในอังกฤษ น่ารัก! ณิชา ณัฏฐณิชา กับ ไอติม พริษ สวีทหวานในอังกฤษ ขอบคุณภาพ @nychaa, @paritw อ่านประวัติ ประวัติไอติม พริษฐ์ หลานชายอภิสิทธิ์ อ่านประวัติ  ประวัติดาราวัยรุ่น ณิชา ณัฏฐณิชา

คู่มือเด็กจบใหม่ ทำยังไงให้ได้งานและอยู่รอด MThai ข่าวภาคซ่าส์
คู่มือเด็กจบใหม่ /  คู่มือเริ่มงาน / 

ในช่วงนี้เป็นช่วงที่นักศึกษาจบใหม่เยอะมาก และหลายคนเริ่มจะหางานทำแล้ว ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจภาวะการทำงานของคนไทยเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 55.09 ล้านคน ระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานพบว่าผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีอยู่สูงถึง 108,000 คน ถือว่าเยอะมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยอัตราการว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่จบระดับอุดมศึกษาที่จบจากสายสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์ เพราะผลิตแรงงานส่วนนี้เข้ามาเกินความต้องการของตลาด สิ่งที่น่ากังวลคือ ปีนี้จะมีเด็กในสายนี้จบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มอีกประมาณ 30,000-50,000 คน วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จึงขอเสนอคู่มือเด็กจบใหม่ ทำยังไงให้ได้งานและอยู่รอด - ก่อนสมัครงาน 1.ก่อนเรียนจบ การพิจารณาตัวเอง ว่าอยากจะทำงานอะไร หรือถ้าใครยังคิดไม่ออกลองวาดภาพกว้างๆว่าอยากจะทำงานสายไหน จากนั้นเขียนออกมาว่า ตัวเองมีความสามารถอะไรบ้าง วางรูปแบบงาน ข้อกำหนด สถานที่ทำงานและเงินเดือน ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ 2.เริ่มทำเรซูเม่และแฟ้มสะสมผลงานที่เกี่ยวข้องกับสายงานนั้นๆ ย้ำว่าต้องเกี่ยวข้องกับสายงานเท่านั้น เช่น จะสมัครเป็นนักข่าวก็ควรมีผลงานการฝึกงาน ไม่ใช่เอาเกียรติบัตรแข่งกีฬาใส่เข้าไปในแฟ้ม สำหรับเด็กจบใหม่ทุกคน แฟ้มสะสมผลงานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก !! เพราะบริษัทจะสามารถพิจารณาตัวคุณได้ง่ายขึ้น 3.หางานผ่านออนไลน์ ในยุคนี้เว็บไซต์ประกาศรับสมัครงานมีเยอะมาก ลองเอาสิ่งที่ลิสต์ไว้ในข้อ 1 ไปค้นหา การเลือกงานควรเลือกที่คุณชอบและทำได้ด้วย เพราะการเปลี่ยนงานบ่อยๆไม่ใช่เรื่องที่ดี อย่างน้อยควรอยู่กับมันให้ได้ 1 ปี เพื่อเป็นโปรไฟล์ที่ดีของตัวคุณเอง คำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก คุ้มมั้ย??? จากนั้นส่งเรซูเม่+ไฟล์แฟ้มสะสมผลงาน ผ่านทางอีเมล์ไปให้บริษัทนั้นๆได้เลย แล้วรอการตอบกลับ เรียกสัมภาษณ์ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว หากเรซูเม่เข้าเกณฑ์ ทางฝ่ายบุคคลก็พิจารณาเรียกสัมภาษณ์เกือบทุกราย ทั้ง 3 ข้อนี้แนะนำว่าควรทำก่อนเรียนจบล่วงหน้า 2-3 เดือน เพราะแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลา หากมีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์เยอะก็ไป ถ้าไปไม่ได้ให้ตอบปฏิเสธเลยทันที อย่านัดสัมภาษณ์หากไม่ว่างหรือไม่ชอบแล้วไปบอกเลิกนัดกระทันหัน จะทำให้เสียประวัติ - สัมภาษณ์งาน ระเบียบการสัมภาษณ์งานทุกคนคงจะรู้ดีในเรื่องของความตรงต่อเวลา พูดจาสุภาพ แต่งตัวสุภาพ แต่เมื่ออยู่ให้สัมภาษณ์สิ่งที่สำคัญคือการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยเล่าประสบการณ์ที่คุณรู้จริง ทำได้ แสดงออกถึงความสามารถให้มากที่สุด แต่อย่าแสดงออกให้มากเกินไป การตอบคำถามที่ไม่สร้างภาพแต่เป็นการตอบคำถามในแบบตัวตนของคุณจริงๆ อย่าเกร็ง ปล่อยอารมณ์ตามสบายและทำให้เหมือนว่าคุณเคยรู้จักผู้ที่สัมภาษณ์มาก่อน หากสิ่งไหนทำไม่ได้ให้ตอบว่า จะพยายามเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมก่อนมาเริ่มงานครับ/ค่ะ ไม่ใช่ตอบคำว่า ทำไม่ได้ อย่างเดียว ถ้าหากทุกอย่างราบรื่น ทางผู้สัมภาษณ์จะเริ่มมีการพูดถึงเรื่องเงินเดือนและวันเริ่มงาน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าโอกาสเดินทางมาถึงประมาณ 70% แล้ว แต่ก็จบการสัมภาษณ์ก่อนแล้วทางบริษัทจะติดต่อกลับมาในภายหลัง ถ้าทุกอย่างโอเค จะมีการนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง นัดเซ็นสัญญาและเริ่มงาน หากเริ่มได้ทันทีก็แจ้งไปเลย แต่ถ้ายังติดเรียนเหลือไม่กี่ตัวควรจะบอกเค้าไปในวันสัมภาษณ์และขอเริ่มงานหลังสัมภาษณ์ 30 วัน - เริ่มงาน การเริ่มงานในวันแรกก็เหมือนการมาสัมภาษณ์แต่งตัวเรียบร้อย ตรงต่อเวลา ไม่ควรตื่นเต้นจนมาเช้าเกินไป เตรียมเอกสารให้พร้อม หลังจากปฐมนิเทศพนักงานใหม่แล้ว เมื่อไปถึงโต๊ะที่ทำงานอย่างแรกคือการสอบถามรายละเอียดของงานที่คุณต้องทำทั้งหมด ในสัปดาห์แรกต้องศึกษาระบบการทำงานให้คล่องเพราะมันจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ การเริ่มงานใหม่เป็นการเปลี่ยนสังคมใหม่ด้วยเพราะฉะนั้นอย่าโฟกัสที่งานอย่างเดียว คุยกับคนโต๊ะข้างๆ พยายามศึกษานิสัยใจคอของคนรอบข้างให้ได้มากที่สุดจะได้เลือกว่าคนไหนจะเป็นบัดดี้ของเราได้ เพราะหากคุณไม่สร้างสังคม การทำงานของคุณจะเต็มไปด้วยความอึดอัดและความโดดเดี่ยว ซึ่งไม่มีใครอยากให้เป็น การปฏิบัติตามกฎของบริษัทอย่างเคร่งครัดและเก็บความลับเรื่องเงินเดือน ไม่ควรนำไปบอกใคร เด็กจบใหม่บางคนเห่อเงินเดือนใหม่ก็ถ่ายภาพสลิปลงอวดเพื่อนในโซเชียลซึ่งหารู้ไม่ว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ถึงขั้นโดนไล่ออกได้เลย สังคมการทำงานเป็นไปอย่างหลากหลาย เราต้องรู้จักวางตัวและแสดงความสามารถออกมาให้เต็มที่โดยเฉพาะในช่วงทดลองงาน หากงานไหนทำไม่ได้ให้เร่งศึกษา ฝึกฝน อย่าหนีปัญหาด้วยการไม่มาทำงาน ลาออกไปดื้อๆเพราะจะทำให้โปรไฟล์เสีย ถ้าไปสัมภาษณ์บริษัทใหม่แล้วเค้าโทรมาเช็คกับบริษัทเก่า งานนี้ไม่ดีแน่นอน แต่ถ้าทำไม่ได้จริงก็ให้อดทนไปจนครบช่วงทดลองงาน จะได้รู้ว่าเราไม่ใช่ทางนี้จริงๆ อาจจะขอปรับเปลี่ยนงานหรือลองหาแนวทางใหม่ๆให้กับตัวเอง อย่างไรก็ตาม ข้อแนะนำข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ MThai ข่าวภาคซ่าส์ นำมาแนะนำให้ได้เด็กจบใหม่หลายๆคนอ่านเพื่อจะได้เตรียมตัวเข้าสู่สังคมใหม่ อย่าตื่นตระหนกเกินไปและอย่าละเลยเกินไป ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้วงานดีๆจะอยู่กับเราเอง ขอให้ทุกคนโชคดี MThai News

ฉาวทั่วหล้า! มหาสงกรานต์ เทศกาลยุคใหม่ กำลังผิดเพี้ยน
มหาสงกรานต์ /  วันสงกรานต์ / 

ไม่ใช่เพียงแต่คนไทย ที่ได้เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากหลั่งไหลเดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วงเดือนเมษายน เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก ซึ่งในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สงกรานต์ถนนข้าวสาร  เชียงใหม่ พัทยา และสงกรานต์สีลมได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เทศกาลสงกรานต์ จึงกลายเป็นหนึ่งแรงดึงดูดที่จะทำให้พวกเขาลวงเสน่ห์ประเทศไทยมากขึ้น ด้วยความที่เทศกาลสงกรานต์ มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก การเล่นสาดน้ำจึงถูกจัดให้เป็นเทศกาลแปลกประหลาดที่สุดของโลก  โดยในปีที่ผ่านมา เว็บไซต์ “อาส์คเมน ดอตคอม” www.askmen.com ของสหรัฐฯ ยกให้ประเพณี "สงกรานต์" ของไทย ติดอันดับ 7  เนื่องจากการเล่นสาดน้ำ มีเพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่จัดเป็นเทศกาล และมีประจำทุกปี  แต่ในสายตาคนไทยอาจจะมองดูว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ด้วยความหลากหลายของกิจกรรม และความแตกต่างของวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ เทศกาลนี้จึงมีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะถือว่าเป็นปีใหม่ของไทยที่เฉลิมฉลองกันในวันหยุดยาว และสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก ยังยกไทย จัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนร่วมสาดน้ำยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีการเผยแพร่ภาพประชาชนจากสถานที่ที่มีชื่อเสียงในการจัดงานสาดน้ำ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีฝูงช้าง วาดลวดลาย สีสันต์สวยงาม ออกมาร่วมสาดน้ำร่วมกับประชาชน และนักท่องเที่ยว อย่างชุ่มฉ่ำ นอกจากฝรั่งจากฝั่งชาวตะวันตกแล้ว ที่น่าสนใจคือ ชาวมาเลเซีย สิงค์โปร์ ไต้หวัน ก็ลงทัวร์ วางแผนกันมานานนับปี เพื่อจะได้เล่นน้ำสงกรานต์ในช่วงนี้ สังเกตให้ดี จะมีหนุ่มๆ กล้ามโตที่เดินสวนกันกลุ่มใหญ่ๆ อาจจะไม่ใช่คนไทยทั้งหมด เทศกาลสงกรานต์สีลมจึงขึ้นชื่อเรื่องของหนุ่มๆกล้ามโต ที่เดินเบียเสียดเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เป็นที่น่าเสียดาย ที่แก่นแท้ของเทศกาลไทยยังไม่เป็นที่เข้าใจสำหรับนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แม้แต่คนไทยเองก็อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนไป ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น "Water Festival" เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ ฉีดน้ำใส่กัน  เพราะยุคสมัยเปลี่ยน ประเพณีและวัฒนธรรมบางส่วน ย่อมมีการปรับตัวไปกับสภาพ ณ ปัจจุบัน ทั้งยังมีภาพที่ไม่เหมาะสมนักเผยแพร่ออกไป การแต่งตัวโป๊ เมาเหล้าสาดน้ำ ลวนลามจับเนื้อต้องตัว แถมล่าสุด ยังมีฝรั่งหนุ่มแก้ผ้าล่อนจ้อนโชว์ไม่อายใคร ฝรั่งสาวเมาปลิ้นเต้นโชว์หน้าอกเล่นน้ำ สวนกระแสกฎเหล็ก คสช. สิ่งเหล่านี้ คือตัวบ่อนทำลายวัฒนธรรมที่ดีงามของเราเองไปทีละน้อย และค่อยๆเลือนหายไป เหลือไว้เพียงแต่ภาพของ "ปาร์ตี้เล่นน้ำ" น่าเสียดายที่ แทนที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็น ได้รู้จัก และได้สัมผัสกับ เทศกาลสงกรานต์ที่แท้จริง แก่นแท้ของเทศกาลสงกรานต์ไม่ใช่เพื่อความสนุกสนานประการเดียว หากยังคือ สัญลักษณ์ของการชำระล้างจิตใจให้สะอาดเพื่อเริ่มต้นเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทย มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การทำบุญตักบาตร  ซึ่งคนรุ่นใหม่ควรอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป มิเช่นนั้น อาจจะเลือนหายไปกับยุคสมัย เทศกาลสงกรานต์ อาจจะเหลือไว้เพียงแค่เทศกาลสาดน้ำ เท่านั้น เพชรพิริยะ

บุญตาของข้าน้อย! คลิป โรนัลโด้อ้วน ควง ซีดาน โชว์ลีลานัดพิเศษ
คริสติยอง กาเรมเบอ /  คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ / 

เป็นบุญตาจริงๆ ที่ได้ดูยอดดาวเตะจอมเก๋าอย่าง โรนัลโด้ (อ้วน) กลับมา จับคู่กับ ซีเนอดีน ซีดาน เพลย์เมกเกอร์ตัวเทพ ชาวฝรั่งเศส ลงโชว์เพลงแข้งในศึกฟุตบอลนัดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อหาเงินต้านภัยโรคอีโบล่า กับทีมรวมดาราของ แซงต์ เอเตียง ซึ่งแม้ทีม โด้อ้วน และ ซิซู ที่มีโคตรแข้งอย่าง คาฟู, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, เอ็ดวิน ฟานเดอร์ซาร์, ดาวิด เทรเซเก้ต์, คริสติยอง กาเรมเบอ, ยูริ จอร์เกฟฟ์ และฟาเบียง บาร์กเตซ อยู่ในทีมจะพ่ายแพ้ 7-9 แต่ลีลาของแต่ละคนสุดยอดจริงๆบอกเลย

ประวัติดาราวัยรุ่น ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ
ดาราวัยรุ่น /  ประวัติ / 

ประวัติดาราวัยรุ่น ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ลูกสาวคนสวยของแม่แหวน ฐิติมา สุตสุนทร ที่มีความสามารถหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็น งานแสดง นางแบบ นักร้อง และความสามารถการแข่งขันด้านกีฬา ที่เธอคว้าตำแหน่งราชินียิมนาสติกมาครอบครอง นอกจากนี้ผลงานล่าสุด เธอยังได้ร่วมแสดงภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอน อวสานหงสา รับบทเป็น เม้ยมะนิก สาวนักสู้ ลูกครึ่งมอญ-พม่า ราชธิดา ของพระเจ้าศิริสุธรรมราชา เจ้าเมืองเมาะตะมะ ผู้อาสาและนำไพร่พลชาวมอญรามัญ เข้าร่วมสมทบกับกองทัพพระนเรศวรมหาราช  อีกด้วยหละคะ ทั้งสวยและเก่งขนาดนี้จะไม่รู้จักเธอได้ยังไง... ประวัติดาราวัยรุ่น ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ ประวัติ ชื่อ : เต็มฟ้า กฤษณายุธ ชื่อเล่น : ปันปัน เกิดวันที่ : 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 การศึกษา : คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) ความสามารถพิเศษ : ยิมนาสติก, บัลเล่ต์, ว่ายน้ำ, เทนนิส และไอซ์สเก็ต ผลงาน : - นักแสดง ละครบ่วงรัก, เรือนเสน่หา, อีสา-รวีช่วงโชติ, สลักจิต - นางแบบ - นักกีฬายิมนาสติกหญิงชาวไทย - นักร้องในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับบรรเจิด กฤษณายุธ ผลงานล่าสุด :  บท เม้ยมะนิก ในภ. ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอน อวสานหงสา  IG : @panpan_temfah ข้อมูลจาก wikipedia ภาพจาก @panpan_temfah, @jongjet_note

เธอๆ 9 พฤติกรรม ที่ผู้หญิงเราทำแบบนี้ คุณผู้ชายเขาหาว่าเรา อ่อย เขาล่ะเธอ!
ผู้ชาย /  ผู้หญิง / 

บางที ผู้หญิงเราก็ไม่รู้ตัวหรอกนะว่า เผลอปล่อยเสน่ห์ออกมาตอนไหน ทำให้เหล่าสมันน้อย (ชายหนุ่ม) หวั่นไหว ตาปรอย เคลิบเคลิ้มไปกับเราบ้าง เพราะ อากัปกิริยา พฤติกรรมหลายๆ อย่างเราทำด้วยความสนิทสนม เอ็นดู อย่างเพื่อน อย่างพี่ อย่างน้องงี้ พวกเราไม่ได้คิดอะไรเกินเลยด้วยจริงจริ๊งงงงงงงนะตัวเอง เราเองก็เสียใจนะ ที่สิ่งที่แสดงความสนิทสนมไว้ใจเหล่านี้ จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจพวกคุณผู้ชายทั้งหลายแหล่ นี่คือ 10 กิริยา ที่ Women MThai ขอรวบรวมความคิดเห็นแลประสบกาม เอ๊ย ! ประสบการณ์จากปากสมันน้อยทั้งหลาย ที่พวกเขาบอกกับเรามาว่า เราทำแบบนี้กับพวกเขาทำไม (พวกนางกอดผ้าห่มแนบอก ร้องไห้กระซิกๆ ราวพวกเราไปพรากพรหมจรรย์พวกเขามา ) ชิส์ อ่อน! ไปอัพเวลมาใหม่นะ สมันน้อยทั้งหลายจ๋า (นางเสือสาวติดกระดุมกรีดกรายปลายนิ้วเกลี่ยผมไปด้านหลังเบาๆ ยิ้มมุมปากแล้วปิดประตูห้องเบาๆ 555) 1.กอดคอ เราก็แค่เห็นพวกคุณเป็นเพื่อน เฮไหนเฮนั่น ลุยๆ ก็เลยไม่คิดว่า พวกผู้ชายเขาจะคิดมากกับการแสดงความลุยๆ กอดคอไปด้วยกัน มันผิดตรงไหนเนี่ย!?? 2.เกาะไหล่ ,ดึงเสื้อ เฮ้ เราสนิทกันป่ะเพื่อน ? เราเป็นพวกกันป่ะเพื่อน แล้วทำไมเราจะเกาะไหล่นายไม่ได้ล่ะ ที่เราดึงเสื้อพวกนาย เพราะบางทีเราก็ไม่ได้อยากไปล่วงเกินพวกนายเกินไปนัก แต่ก็กลัวหลงกัน เลยต้องใช้วิธีเกาะไหล่ ดึงเสื้อ พวกนายก็แค่ปล่อยให้ พวกเราเดินตามบ้าง เดินไปด้วยกันบ้าง เพราะเดี๋ยวหลงกันงี้ พวกนายก็จะลำบากต้องมาตามหาฉัน เกาะไหล่กันไปอย่างนี้ล่ะ มันง่ายดี มีที่ให้เราพักพิง นายไม่รู้สึกดีกันเหรอ ? แต่เรารู้สึกดีนะ เพราะฉะนั้น เราจะทำต่อไป 5555 3.ไปไหนมาไหนด้วยกัน 2 ต่อ 2 การชวนคนจำนวนมากกว่า 2 คนขึ้นไป ทำให้เปอร์เซ็นต์การล่มทริปนั้นมีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ การไปไหนมาไหน 2 คน มันง่ายต่อการตัดสินใจ สะดวกทั้งเรื่องการนัดหมาย การเดินทาง และประหยัดเวลากว่าการที่จะมีคนหมู่มากที่นานาจิตตัง ถ้าเรารู้ว่ามีเพื่อนคอเดียวกัน ชอบทำอะไรเหมือนกัน แล้วทำไมเราจะต้องไปชวนคนอื่นๆ อีกล่ะ ? แค่ 1 คนให้เรา handle ง่ายๆ สั่งซ้าย ไปซ้าย สั่งขวาไปขวา แบบนั้นไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ 4.หยิกแก้ม มันก็มีบางเวลาที่พวกนายทำตัวน่าเอ็นดู พวกเราเลยเอื้อมมือไปหยิกแก้มพวกนายโดยอัตโนมัติ ซึ่งพวกเราไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ นะ พวกนายคิดกันเหรอ ขอโทษนะนาย เราเสียใจด้วย แต่เราจะทำต่อไป 5.ส่งสายตามุ้งมิ้ง ออดอ้อน บางเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือจากพวกนาย เรารู้ว่าพวกนายพึ่งได้อยู่แล้ว แต่จะให้ใช้แววตาแข็งกร้าวใส่ พวกนายก็ไม่ทำให้อยู่แล้วป่ะ ? เรารู้ว่าพวกนายแพ้มุกนี้ งัดออกมาใช้เมื่อไหร่ พวกนายก็ยอมให้เราทุกครั้ง เราแค่ใช้มันเพื่อบางสิ่งบางอย่าง ไม่ได้คิดอ่อยพวกนายเลยจริงๆ นะ 6.จับมือ เพื่อนกันจับมือกัน ไม่ได้ ?!!! อ่อ ข้อนี้เพิ่งรู้แหะ ถ้าเราแค่จับมือจูงกันเดินข้ามถนนล่ะ ทำได้ไหมนะ? ถ้าเราแค่จับมือกันวิ่งล่ะ ทำได้ไหมนะ ? ถ้าเราจับมือกันเดินเพราะกลัวหลงล่ะ ทำได้ไหมนะ ? ทำไมเพื่อนถึงจับมือกันไม่ได้นะ ? เราไม่เข้าใจเลย ตอนนายมาบอกเราว่า นายหวั่นไหวกับการจับมือกับเรามาก เรางงจริงๆ เลยนะ เพราะเราไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะนาย 7.จับแขน,ควงแขน,คลอเคลีย ผู้หญิงเป็นเพศที่งุ้งงิ้ง โดยเฉพาะกับคนที่พวกเธอนับว่าเป็นเพื่อน ผู้หญิงเราเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันยิ่งกว่านี้อีก กะแค่ขอยืมจับแขน ควงแขน คลอเคลียบ้าง เป็นบางโอกาสกับพวกนาย ทำไมพวกเราจะทำไม่ได้ล่ะ ถ้าเราเล่นหนักมาก อย่าง จับก้น หยิกหัวนม นั่นก็รู้ไว้ซะ ว่าเราไม่ได้คิดอะไรกับพวกคุณจริงๆ เพราะถ้าเราคิดลึก พวกเราจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาดเลยนะคุณ 8.คุยด้วยเพราะๆ ผู้ชายไม่เข้าใจกันเลยรึไงว่าการพูดด้วยเพราะๆ นั่นคือ มารยาททางสังคม เราไว้ใช้กับ คนแปลกหน้า ไม่ใช่คนสนิท จะให้พูดจามึงมาพาโวยได้ซะเมื่อไหร่กันล่ะ คำพวก " คะๆ ขาๆ " ในบางประโยค เราก็มีไว้ประชดพวกคุณที่ไม่สนิท ในบางสถานการณ์ ถ้าเป็นเพื่อนเราก็คงจะต่อว่าไปตามตรง แต่รู้ไว้เถอะว่า พูดจา คะๆ ขาๆ ด้วยเมื่อไหร่ พวกคุณก็คือ "คนอื่น" นั่นแหละ คุณ เข้าใจรึยังคะ ? 9.แต่งหน้า แต่งตัว พวกคุณผู้ชายนี่เอาใจยากจริงๆ การที่เรารักสวยรักงามเป็นเรื่องปกติ บางโอกาสที่อาจจะนึกครึ้มอกครึ้มใจเป็นพิเศษ อยากแต่งเนื้อแต่งตัว แต่งหน้าเป็นพิเศษ หรือ เปลี่ยนแปลงลุคตัวเองนิดๆ หน่อยๆ  พวกคุณก็หาว่า พวกเราแต่งตัวมาให้พวกคุณดู เอิ่ม (ปรือตามองบน) สำคัญตัวเองมากไปนะคุณ เราแค่อยากสวยเพราะแค่อยากสวย เวลาเราสวยแล้วเรารู้สึกดีกับตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อเอาอกเอาใจให้พวกคุณรู้สึกดีนะจ๊ะ แต่ถ้ามันทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่นนั้น พวกเราก็ดีใจ เพราะนั่นแสดงว่า พวกเราสวยจริง เห็นม่ะ ...พวกเราไม่ได้คิดเป็นอื่นกับคุณเลยแม้แต่นิด โถๆๆ น่าสงสารสมันน้อย เราทำแค่นี้ ก็หวั่นไหว เข้าใจไปว่าเราอ่อยเขา หารู้ไม่ว่าแถวนี้เขาเฟรนด์ลี่ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้หรอกนะคุณ เพราะพวกเราจะไม่เลิกทำ 555 จะบอกอะไรให้นะคุณผู้ชาย ถ้าเราอ่อยจริง มารยาพวกนี้ หึ กระจอก เราบอกเลย!!! เนื้อหาโดย Women MThai Team 

หายสงสัย! 10 ปัญหาคาใจ เกี่ยวกับฉากเซ็กส์ในหนังฮอลลีวูด
American Pie /  Basic Instinct / 

เรื่องราว ที่คนอยากรู้ อยากถาม แต่ไม่รู้ว่า จะหาคำตอบจากไหน และคำตอบก็กระจัดกระจายกันมากมาย ซึ่งตั้งแต่เรื่อง Basic Instinct ของ ตัวแม่ Sharon Stone จนมาถึง Boogie Night หรือ หนังที่อื้อฉาว อย่าง Nymphomaniac ที่อวัยวะเพศว่อนหน้าจออย่างโจ๋งครึ่ม หรือ Shame ที่ทำให้ Michael Fassbender ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างมาก, Game of Thrones เอะอะก็ได้กัน รวมทั้งล่าสุด Fifty Shades of Grey ก็เต็มไปด้วย ฉากเซ็กส์ หรือ ฉากบนเตียง ทำไมช่างดูได้อารมณ์ สมจริงสมจังได้ขนาดนั้น นักแสดง ชาย หญิง เขาเตรียมตัวอย่างไร ทำใจกันอย่างไร และถอนตัวกันอย่างไร (คำถามหลัง นี่สงสัยอย่างมาก) ทีมงานจึงไป ติดตามเนื้อหาบทสัมภาษณ์ต่างๆ หลายๆกระทู้ของ Reddit.com ถึงสามวัน (คาดว่า พวกเว็บก๊อป คงใช้เวลาภายใน 1 นาที) ผมสรุปมาดังนี้ ขอแนะนำว่า เนื้อหา และภาพ ต่อไปนี้ อาจจะไม่เหมาะกับการเปิดอ่านที่ทำงาน หรือ ในครอบครัวนะครับ 10. ฉากเซ็กส์ ต้องมีเซ็กส์กันจริงหรือเปล่า? ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็น หนังเข้าโรงภาพยนตร์ แบบบนดิน หรือที่เรียก Mainstream ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการแสดงทั้งสิ้น อย่างมากก็มีฉากที่เรียกว่า เซ็กส์จำลอง Simulated Sex หรือมีฉากนู้ด เปลือยเปล่าของตัวเอกเท่านั้น เพราะ ศักดิ์ศรีของนักแสดง ก็คือแสดงนะ ถ้าจะให้มีเซ็กส์จริง ก็คงจะต้องเป็น หนังโป๊ แล้วล่ะ (แต่บ้างเรื่องนี่ ก็แทบจะแยกไม่ออกจริงๆนะ) 9. มีทีมงานใน ฉากเซ็กส์ กี่คนเหรอ? นักแสดง ชายหญิง แน่ๆละ 2 คน (ยกเว้นฉากกลุ่ม) ช่างกล้อง 1 คน ผู้กำกับ 1 คน ดังนั้น อย่างน้อยที่สุดคือ 4 คน และอาจจะมี ช่างแต่งหน้า ฝ่ายอุปกรณ์บ้าง (แต่งหน้าอะไร อุปกรณ์อะไร เดี๋ยวคุณจะได้รู้ในข้อต่อๆไป) 8. ต้องขออนุญาต คุณพ่อ คุณแม่ คุณแฟน ก่อนหรือเปล่า? แน่นอนสิครับ ผมต้องขออนุญาตจากแฟนสาวก่อน (นักแสดงหญิงก็จะบอกว่า บอกแฟนหนุ่มของเธอแล้วเช่นกัน) และส่วนใหญ่จะบอกว่า "เล่าแค่ครึ่งเดียว" เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลกันมากเกินไป ซึ่ง ดาโกต้า จอห์นสัน (Dokata Johnson) จากเรื่อง Fifty Shades of Grey บอกว่า บอกแฟนหนุ่มเธอแล้ว และบอกคุณแม่เธอแล้ว แต่หนังเรื่องนี้ก็ ภาพแรงกว่าที่คิดไว้มากมาย (สุดท้าย มีข่าวว่าเธอทะเลาะกับแฟน) ส่วน เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan) พระเอกของเรื่องก็บอกว่า แจ้งวีซ่ากับภรรยาแล้วเช่นกัน ซึ่งภรรยาก็สนับสนุนให้โชว์หุ่นล่ำๆให้ประชาชีได้ยลกันบ้าง (เธอช่างเข้าใจแบ่งปัน) 7. ต้องเตรียมตัวก่อนเข้าฉาก อย่างไร? นอกจากจะต้องขออนุญาต ผู้ปกครอง กันแล้ว ก็ยังต้องฟิตหุ่น กวดขันการรับประทาน หลายคน กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย เพราะกลัวว่าจะโชว์ หน้าท้องพลุ้ยหน้ากล้อง จากนั้น ก็ต้องทำความสนิทสนมกับคู่แสดงเพื่อให้ราบรื่น ไม่เคอะเขิน ("แต่สุดท้ายก็เขินอยู่ดี เพราะเขาเปลือยเปล่า ต่อหน้าฉันเป็นครั้งแรกนี่นา") นักแสดงคู่หนึ่ง สารภาพว่า เขาและเธอ ได้ทำการ "ซ้อมบท" ฉากเซ็กส์ กันก่อนหนึ่งรอบ โดยการเปลือยนัวกันก่อนเข้าฉากจริง และไม่ได้กินข้าวกลางวัน ผลที่ได้คือ ทั้งคู่แสดงได้ราบรื่นจริงจนหยุดไม่ได้ (อะไรนะ?) อ่อ ก่อนเข้าฉากส่วนใหญ่ นักแสดง ต้องอาบน้ำ แปรงฟัน ให้สะอาด ด้วย เพื่อป้องกันกลิ่นตัว กลิ่นปาก ไม่พึงประสงค์ 6. เสื่อมหรือไม่? ที่ต้องให้ดาราเปลือยเปล่า เพื่อเป็นจุดขาย นั่นเป็นคำถามที่นักแสดงส่วนใหญ่ ถามกับตัวเองเสมอ ซึ่งมันก็คงเป็น การตบมือข้างเดียวไม่ดัง เมื่อ ผู้กำกับก็สร้างจุดขาย ฉากเปลือย ฉากเซ็กส์ และนักแสดงก็ยินดีที่จะขายด้วย (จะได้ดัง) เหตุผลที่ต้อง เปลือย น่ะหรือ? ก็อยากโชว์ ดาราอยากดัง ไงล่ะ เหตุผลที่ต้องมี ฉากเซ็กส์ นะเหรอ? จะได้ขายหนังได้ ให้คนพูดถึงไงล่ะ จุดขายระหว่างผู้หญิงผู้ชาย? ฝ่ายหญิงบอกว่า จุดขายก็คือ สองเต้านี่แหละ เพราะท่อนล่างคงไม่ได้เห็นอะไรในซอกหลืบหรอก ส่วนฝ่ายชายก็บอกว่า ช่วงหลัง จุดขายผู้ชายไม่ใช่แผงอกล่ำ ก้นแน่นๆอีกแล้ว และบางที ก็เล่นจุดขายกันที่ พวงสวรรค์ กันดื้อๆ ดังนั้น กลายเป็น ดาราชาย เสียเปรียบกว่าหลายเรื่อง (เพราะมันหนีบซ่อนยากกว่านี่นา) Jason Biggs บอกว่า ฉากโชว์ฮ็อตดอก ใน American Pie Reunion นั่น เป็นฉากที่เขาภูมิใจแสดงเอง ไม่ได้โดนบังคับ เขาต่างหากล่ะที่บังคับให้ มุมกล้อง แพนมาที่ระหว่างขา เต็มๆตาไปเลย ไหนๆก็ลงทุนไปแล้ว เช่นเดียวกับ Emily Ratajkowski จาก Gone Girl ก็อาศัยจังหวะเล็กๆ โชว์หน้าอกกลมกลึง ให้คนดูตะลึง แต่สุดท้ายแล้ว นักแสดงที่ดี ก็จะเลือกบทบาท และ ฉากเซ็กส์ ที่เนียนๆไปกับเนื้อเรื่อง ที่แสดงความรัก ความผูกพัน และความใคร่ อย่างมีเหตุผล 5. ใช้นักแสดงแทนบ้างหรือเปล่า? หลายเรื่อง อย่างเช่น Nymphomaniac ที่เรารู้สึกว่า แรงมากๆ โชว์ของ โลมเล้า ลิ้นเลีย นางเอกของเรื่อง Stacy Martin บอกว่า เธอใช้ นักแสดงแทน หรือ Body Double ในหลายๆฉาก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตราหน้าว่า แสดง หนังโป๊ แถมยังใช้ CG สร้างอวัยวะส่วนนั้นของนักแสดงนำให้ "แพลม" สมจริงอีก (ส่วนที่เห็นจะๆของ นักแสดงสมทบนี่ ของจริงทั้งนั้น จะได้ไม่ต้องเปลือง CG เยอะ) อีกเทคนิคที่ไม่ใช้นักแสดงแทน ก็ใช้ชุด body suit สีเนื้อ เข้าฉาก แต่สุดท้ายแล้ว ก็เห็นรอยตะเข็บของชุด ทำให้มีปัญหากับการตัดต่อภาพอีก ส่วนใหญ่จึงเลือกเปลือยจริง แต่ใช้อุปกรณ์ปกปิดแทน (คุณจะได้รู้ในข้อต่อๆไป) 4. ที่เห็น ฉากเซ็กส์ หนักหน่วง เหงื่อไหล ไคลย้อย ขย่มเตียงถล่ม นี่ต้องสร้างอารมณ์ขนาดไหน? ถ้าคุณรู้สึกว่า ดารามี เซ็กส์ กันหนักหน่วง แสดงว่า ดาราแสดงได้ดี เพราะมันคือการแสดงทั้งนั้น!! เหงื่อที่ได้มาเนี่ย ใช้ สเปรย์ ฉีดละอองน้ำ ต่างหากล่ะ ส่วนการขย่มกันเนี่ย ถ้าฉากบนเตียง เราก็ต้องออกแรงกันเอง และถ้าฉาก โคลสอัพ ท่าหงส์เหนือมังกร ล่ะก็ Kate Winslet บอกว่า เทคนิคที่ใช้ก็การนั่งบนลูกบอลออกกำลังกาย ขย่มมันส์ สมจริงมากๆค่ะ ส่วนการแสดงว่าถึงจุดสุดยอดนั้น โค้ชการแสดงสอนว่า ต้อง "เร่งจังหวะ" โดย หายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ คุณต้องคว้าหาสิ่งเหนี่ยวรั้งเพราะคุณกำลังจะหลุดไปนอกโลก (คว้าก้นของคู่แสดงเข้าให้ หมับ! หรือจะจิกหมอน จิกที่นอนก็ได้) แล้วก็ครางดังๆ แบบว่า นี่แหละเสียวซี้ดที่สุด (ลองเอาคำแนะนำไปแสดงกันเองนะ) 3. ที่เห็นแพลมๆ นี่ตั้งใจหรือเปล่า ? สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดก็ได้นะ ไอ้ที่เห็นแพลมๆเนี่ย ทั้ง แชนนิ่ง เททั่ม หรือ Channing Tatum (จาก the Vow) และ Mark Wahlberg (จาก Boogie Night) ต่างก็ถูกแฉว่า สองคนนี้ ใช้ กระจู๋เทียม เสมือนจริง แปะกับเป้า หรือแปะกับกางเกงในไว้ เมื่อกล้องแพนผ่าน ก็จะดูเหมือนเขาสองคนเปลือยโตงเตงอยู่ ทั้งๆที่เขาปลอดภัยสุดๆ (ไม่โชว์ให้เข้าใจผิด จะดีกว่ามั้ยเนี่ย) Kate Winslet อีกครั้งที่ถูกเปิดเผยว่า ในหนังเรื่องหนึ่งของเธอ เธอใช้ "ขนเพชรปลอม" แปะที่อวัยวะเพศ เพื่อปกปิดไว้ (แต่การโชว์ขน รุงรัง นี่มันดูดีกว่าตรงไหนเนี่ย?) เหตุผลเนื่องจากมีฉากเปลือย และการปิดส่วนสำคัญด้วย ขนเพชรปลอม หรือ วิก หรือ merkin ทำให้หนังจะได้เรตติ้ง R แทนที่จะเป็น NC-17 (ซึ่งจะจำกัดการฉายในโรงภาพยนตร์) รวมทั้งตามบทเธอจะต้องเปิดเลิกกระโปรงขึ้นมา ตัวเธอเองบอกว่า เธอ แว็กซ์ขนลับ ทิ้งไปหมดแล้ว ดาราสาว หลายคน ก็พยายามเซฟตนเอง ถ้าหนังไม่ได้ต้องการจะโชว์เปลือยทั้งร่าง ก็จะแปะ สติ๊กเกอร์ปิดจุก ไว้ ซึ่งเราเชื่อว่า Jennifer Aniston จาก Horrible Bosses แปะสติ๊กเกอร์เอาไว้ ในฉากโชว์ร่องอกสุดสยิว รวมทั้ง ดาราหญิงจะใช้แผ่นปิดที่คล้ายกับ ผ้าอนามัย แปะปกปิดช่วงล่างเอาไว้ด้วย ส่วน ดาราชาย ก็เช่นกัน ถ้าหนังไม่ได้ต้องการจะให้โชว์น้องชาย เขาจะ สวมถุงกระเปาะ รัดเจ้าหนูเอาไว้ (บางทีก็เอาถุงเท้ามาสวมน่ะ) ซึ่ง แซ็ค เอฟรอน หรือ Zac Effron ในฉากสาวสะดุ้ง เรื่อง The Awkward Moment ก็สวมกระเปาะรัด Zac น้อยไว้เรียบร้อยแล้ว (เพราะเขากลัวว่าจะมี คลิปหลุดหลังฉากจากทีมงาน) บางครั้ง การที่ฝ่ายหญิงแปะสติ๊กเกอร์ไว้ และแผ่นผ้าอนามัยไว้ รวมทั้งฝ่ายชายก็มีถุงผ้าห่อหุ้ม ทำให้ทั้งคู่สบายใจมากกว่าในการแนบเนื้อถูไถ และรู้สึกผิดต่อแฟนที่รออยู่บ้าน (หรือบางทีก็นั่งดูอยู่ข้างๆฉากนี่แหละ) เมื่อหมดความกังวลก็แสดงได้ถึงอารมณ์ได้ดีขึ้น 2. เกิดอารมณ์ทางเพศ 'ขึ้น' ขณะเข้า ฉากเซ็กส์ บ้างมั้ย? ดาราบางคนบอกว่า การแสดงล้วนๆเพราะทีมงานเฝ้าดูอยู่เยอะแยะ แสดงให้จบๆไปดีกว่า ดาราบางคนก็บอกว่า มันเกิดขึ้นได้ สำหรับ "อารมณ์ทางเพศ" ซึ่งแสดงออกทางร่างกาย ฝ่ายหญิงที่เปลือยเปล่า จะแสดงอาการเร้าอารมณ์จาก จุกนมฝ่ายหญิงที่ตั้งชัน เช่นเดียวกับเจ้าหนูฝ่ายชายที่อาจจะชูชันขึ้นมา และทั้งหญิงทั้งชาย อาจจะมีอาการที่เรียกว่า pre-cum หรือการหลั่งสารหล่อลื่นออกมาเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ ทำให้กางเกงในมีรอยเปียก ซึ่งจะมีกฎในกองถ่ายว่า หากสังเกตเห็นอีกฝ่าย เกิดอาการดังกล่าว โดยเฉพาะมีรอยเปียก ให้สมาธินิ่งแสดงต่อให้จบ ไม่เช่นนั้นจะเสียเวลา ต้องเปลือยกายยาวนาน และไม่แน่ว่า คัตแล้ว แสดงใหม่ก็อาจจะเกิดอารมณ์อยู่ดี Dustin Hoffman เคยพูดกับนักแสดงสาว ก่อนที่เขาจะแสดง ฉากเซ็กส์ ว่า "ขอโทษนะถ้ามันเกิดอารมณ์ทางเพศกับคุณ และขอโทษเช่นกัน ถ้าผมไม่เกิดอารมณ์ทางเพศกับคุณเลย" เรียกเสียงฮาทั้งกองถ่าย ส่วน Victor Webster นักแสดง นายแบบชาว แคนาดา เข้าฉาก Mutant X แล้วเมื่อนักแสดงหญิงลูบไล้หน้าอกเขาเบาๆ (ในฉากที่เขาทรมานจากบาดแผล ไม่เกี่ยวกับ ฉากเซ็กส์ เลย) หนูน้อยก็พองตัวขึ้นมา ทำให้กองถ่ายฮากลิ้งแล้วต้องหยุดถ่ายทำ รวมทั้ง นักแสดงหญิงรายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อบอกว่า เธอรู้ตัวว่า นักแสดงฝ่ายชายสำเร็จกิจออกมาเรียบร้อยระหว่าง ฉากเซ็กส์ จนเปรอะหน้าท้องของเธอ ต่างคนต่างเงียบไว้ ให้เกียรติกันและกัน และเธอก็เก็บความลับนั้นไว้มาโดยตลอด 1. มีอารมณ์ค้าง ไปนัวเนียต่อนอกจอหรือเปล่า? นักแสดงหญิง และชาย หลายคน สารภาพว่า การเข้า ฉากเซ็กส์ กับอีกฝ่ายที่ รูปร่างดี หน้าตาดี พาเอาใจเตลิด (โดยเฉพาะได้รู้ว่า ต่างฝ่ายต่างโสด) นักแสดงหญิงไม่เปิดเผยชื่อคนหนึ่ง บอกว่า หลงรัก นักแสดงชาย ที่ต้องเข้าฉากด้วย ตั้งแต่แรกเห็น และการเข้าฉากครั้งแรกที่เริ่มต้นด้วยความเคอะเขิน ก็จบลงที่เคมีเข้ากันดั่งระเบิดปรมาณู เธอคิดว่า เราชอบกัน แต่พอจบฉาก เขาก็เดินแยกทางกลับบ้านแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าเธอจะอ่อยนอกจออย่างไรก็ตาม นักแสดงชายอีกคน บอกว่า บางทีอาจจะมีการนัดไปฟัดกันต่อนอกจอก็ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับอารมณ์ค้างแน่นอน เพราะด้วยความเป็นมืออาชีพที่ต้องรักษาในอาชีพนักแสดง และมีผู้กำกับ ช่างกล้องอีก เป็นความกดดันที่ทำให้อารมณ์การแสดงทุกอย่าง ต้องจบในซีน ให้จบงาน แต่ถ้าจะนัดกันต่อก็คงเป็นการสืบสานความสัมพันธ์ส่วนตัว Colin Farrell และ George Clooney คือ สองนักแสดงเสน่ห์แรง ที่มักจะมีข่าวนัดสาวๆไปเข้าฉากต่อที่บ้านได้เสมอๆ (แต่ Colin ก็พักข่าวคาว หลังจากมีลูก) เช่นเดียวกันกับ Lindsay Lohan กับ พระเอกหนังโป๊ James Deen ที่แสดงร่วมกันใน the Canyons (หนังเกี่ยวกับ ชีวิต เสเพล และมั่วเซ็กส์ของวัยรุ่น) มีนักข่าวจับภาพได้ว่า ทั้งสองอาจจะนัดกันไปซ้อม ฉากเซ็กส์ นอกจอ และนั่นก็คือ เรื่องราวทั้งหมด ที่ทีมงาน MThai ไปเจาะมาให้ หวังว่าจะได้ความรู้เบื้องหลังฉากเซ็กส์ ที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปะการแสดงอีกชั้นหนึ่งของดาราฮอลลีวู้ดนะครับ อ้างอิง บทสัมภาษณ์ต่างๆในหนังหลายๆเรื่อง (ซึ่งเป็นข่าวบนเว็บเรานี่แหละ) และเว็บบอร์ดหนังในต่างประเทศ ขอขอบคุณภาพ จากหนังเรื่องต่างๆ (ทั้งจากข่าวประชาสัมพันธ์ แต่ที่ทีม capture มาเอง)

คาราโอเกะสยิว ให้สาวสไลด์หนอน ผู้ร่วมรายการ กลางอากาศ
คาราโอเกะสยิว /  เกมส์โชว์ญี่ปุ่น / 

คาราโอเกะสยิว ให้สาวสไลด์หนอน ผู้ร่วมรายการ กลางอากาศ แน่นอนว่าถ้าผู้ชายเราจะพูดถึงวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นแล้ว สิ่งต้นๆ ที่เข้ามาในหัวนั้นคงมีไม่มาก ยกตัวอย่างเช่น หนัง AV, รายการเกมส์โชว์, ดารา, ดนตรี และที่ขาดไม่ได้ก็คือคาราโอเกะสไตล์ญี่ปุ่นนั่นแหละครับ ซึ่งวันนี้ทาง Men.MThai เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับวัฒนธรรมตลกๆ 18+ อีกอย่างของญี่ปุ่น ที่รวบรวม หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นมาอยู่ในสิ่งเดียว และนั่นคือ คาราโอเกะสยิว นั่นเองครับ!!! คงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ และว่าประเทศญี่ปุ่นนี้เป็นเจ้าแห่งความคิด ไอเดียแปลกๆ ฮาๆ มาสู่โลกเราอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่เราจะมากล่าวถึงกันในวันนี้ก็ได้แก่ คาราโอเกะสยิว ที่มีคอนเซปต์ประจำรายการว่า จงร้องต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น!!! ถ้านึกภาพไม่ออกเราจะอธิบายให้เพื่อนๆ เข้าใจเองครับ ...โดยปกติแล้วคาราโอเกะที่ญี่ปุ่นเขาจะมีระบบจับเสียงผู้ร้องว่าตรงคีย์เพลงรึเปล่านั่นเอง และเมื่อร้องจบก็จะมีการขึ้นคะแนนประจาณ เอ้ยยย ขึ้นคะแนนแจ้ง แต่ถ้ามีอะไรมาสร้างความรบกวน เราจะร้องเพลงให้ตรงคีย์รึเปล่า ซึ่งรายการนี้เขาจะให้สาวๆ สวยๆ มาจัดการ เล่น Wow ไปสนามหลวงกับเหล่าผู้ชายที่มาเข้ารวมรายการ ในคขณะที่ร้องเพลง และถ้าคะแนนดีก็รับรางวัลกันไปแบบเก๋ๆ นั่นเองครับ ซึ่งรางวัลดังกล่าวก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน มันก็คือเหล่าของเล่นเซ็กส์ทอยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเจลหล่อลื่น ดิลโด้ ตุ๊กตายาง ไปจนถึงแผ่นหนัง AV อีกด้วย ....จึงไม่แปลกที่รายการนี้จึงมีแต่เหล่าสุภาพบุรุษสายหื่นแห่แข้าไปสมัครกันอย่างรัวๆ ...และถ้าจุดนี้เพื่อนๆ ยังนึกภาพคอนเซปต์รายการไม่ออกให้ลองนึกถึงรายการ Killer Karaoke ของทางบ้านเรานะครับ แต่ของเขาโหดกว่าเยอะ!!! 5555555555+ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://elitedaily.com/humor/sng-what-happens-jacked-off-karaoke/1002824/