แตงโมอุ้มบุญ

คนนี้รักจริง!! หนุ่ม ศรราม เปิดปากแล้ว
หนุ่ม ศรราม /  ข่าว หนุ่ม ศรราม / 

  เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาไม่น้อยสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกหนุ่มนิสัยดีขวัญใจประชาชีอย่าง หนุ่ม ศรราม กับม่ายสาวพราวเสน่ห์ นิโคล เทริโอ ที่ล่าสุดหลังจากมีการอัพภาพคู่เดินจับมือชวนสงสัยในอินสตาแกรมส่วนตัว จนทำให้ฝ่าย นิโคล เทริโอ ยอมจำนนออกมาเปิดปากยอมรับว่ากำลังสานสัมพันธ์รักครั้งใหม่อยู่กับพระเอก หนุ่ม ศรราม จริงพร้อมกับชมอีกฝ่ายน่ารัก เข้ากับ น้องทิกเกอร์ ลูกชายสุดที่รักได้เป็นอย่างดี ก่อนโบ้ยให้ไปถามฝ่ายชายว่าจะมีโอกาสพัฒนาเป็นแฟนกันหรือไม่ และยังได้อัพภาพคู่สุดหวานอย่างรัวๆ ไม่กลัวใครจะคิดอย่างไร ซึ่งด้านฝ่ายชายก็ได้โพสต์ภาพคู่สุดหวานไม่แพ้กัน หลังจากนั้นสื่อหลายสำนักได้แห่ตามไปสัมภาษณ์ หนุ่ม ศรราม ในงานแถลงข่าว ''Club Friday The Series 9 รักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ถึงตาย'' และ ''Club Friday Celeb's Stories'' ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยทางด้าน หนุ่ม ศรราม ได้มีการแจ้งทีมประชาสัมพันธ์ว่าสามารถสัมภาษณ์ได้ แต่เมื่อมีการแถลงข่าวเรื่องแรกเสร็จเท่านั้น หนุ่ม ศรราม กลับเดินหนีชิ่งสื่อกลับไปอย่างหน้าตาเฉย โดยที่ไม่มีใครได้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้แต่อย่างใดทั้งที่งานยังไม่จบ   จนกระทั่งล่าสุด 21มิ.ย.60 หนุ่ม ศรราม ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Woody ถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้กับม่ายสาว นิโคล เทริโอ ที่ทำเอาชาวโซเชียลฮือฮาไปตามๆ กันว่า ตนได้คุยกับ นิโคล มา 3 อาทิตย์แล้ว ยังไม่อยากบอกว่าเป็นแฟน ซึ่งรักครั้งนี้ตนอยากแต่งงานด้วย เพราะเวลาคบใครก็คิดจะแต่งงานด้วย แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยากจะแต่งด้วยหรือไม่ พร้อมกับยืนยันชัดเจนว่าตนรัก นิโคล และอยากแต่งงานกับ นิโคล!!   "สิ่งต่างๆ ที่เราโพสต์เราตรึกตรองแล้วว่าเหมาะสม ผมกับนิกกี้เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ตั้งแต่เอแบค รู้จักกันเจอตามงานทักทายกัน จนเกิดการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ขึ้น ไอดีไลน์มันเด้งขึ้นมา ผมก็แมสเสจไปว่าใช่นิกกี้หรือเปล่า ขอเบอร์ได้มั้ย จากนั้นแล้วได้ไปเจอตอนทำงานที่มัลดีฟส์ ก็เลยคุยกันเรื่องทำงานเพลง เขาก็บอกอยากทำเพลงนี้ ผมก็บอกงั้นเดี๋ยวทำเพลงให้ ผมมีบริษัททำแล้ว ตอนทำงานภาพที่เห็นในกองถ่ายก็ยังไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น   หลังทำมิวสิกวิดีโอมันเกิดความรู้สึกว่าเรามีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน กี้เลี้ยงลูกคนเดียวเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ ความบังเอิญหลายอย่างเหมือนกันหมด ผมเห็นถึงความน่ารักของเขา เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เขาทุ่มเทให้ลูกเขา แล้วกี้รักคุณพ่อคุณแม่มาก ห่วงลูกมาก เขาเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวแล้วรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งแม่ผมก็เป็นแบบนี้"   "เป็นที่คุยในรายการ รายการเขาตัดไปโปรโมท ซึ่งนิกกี้ตอบความจริงทุกอย่างหมด ตอบเต็มไปด้วยคุณสมบัติของผู้หญิงไทย เขาตอบเรื่องจริงหมด แต่ถามอะไรมากกว่านี้ให้ไปถามหนุ่ม กี้เป็นผู้หญิงพูดไม่ได้ ให้ผู้ชายพูด เพราะแคร์นิโคลและทิกเกอร์ ถึงได้ออกมาชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์ผ่านรายการ"   "หลังจากที่เมื่อวานไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเพราะต้องรีบไปงาน ตัวผมที่งานผมได้แจ้งพีอาร์แล้วว่าให้ประสานพี่ๆ สื่อมวลชนแล้วว่า ถ้าจะสัมภาษณ์ให้สัมภาษณ์ผมก่อนเพราะผมมีงานต่อ แต่ก็ไม่รู้สื่อสารยังไง ก็ไม่ได้มีใครมาสัมภาษณ์ผม ผมก็กลับเพราะมีงานต่อ 5 โมงเย็น แต่กลายเป็นมีข่าวว่าผมชิ่งอะไรอย่างนี้ อ่านข่าวก็คุยโทรศัพท์กับกี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็เฉยๆ เพราะวันหนึ่งก็คงมีโอกาสได้อธิบาย แต่ผมเลือกโทรหาวู้ดดี้ เพราะผมต้องการให้ทิคเกอร์ ถ้าเขาอ่านข่าว เขาจะได้รู้ว่าเพื่อนคุณแม่ของเขาคนนี้เป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ว่ากี้เขาออกมาพูดฟุ้งตามข่าว"   "เราคบมา 3 อาทิตย์ คำว่าแฟนไม่อยากใช้ ผมเป็นผู้ใหญ่ละ คบใครอยากแต่งงานละ ผมอยากมีครอบครัว อยากแต่งงานกับนิโคล แต่ไม่รู้เขาอยากแต่งกับผมมั้ย เรื่องนี้เคยคุยแต่มันไม่ใช่ความต้องการของคนๆ เดียว วันนี้ผมมีความรัก แต่ก็ยังต้องดูแลพ่อแม่ดั่งดวงใจ และก็ต้องดูแลคนที่ผมรักด้วย และผมก็แคร์ความรู้สึกทิกเกอร์ด้วย"   "ตอนที่เห็นข่าวคิดอะไร คือนิกกี้เข้าใจนะ เขาเป็นคนในวงการเหมือนกัน เขาเจอมาเยอะ แต่มันไม่ระเบิดไง อันนี้มันระเบิดลูกใหญ่เลย ให้คิดแค่ว่า เป็นหนุ่มกับกี้ ถามว่าใครกวนกว่ากัน กี้เขาก็บอกว่า เป็นอย่างนี้แต่ไม่เท่าผม เขาก็กวนเหมือนกัน เราก็อำๆ กัน แกล้งกัน เป็นคนที่ชอบเสียงหัวเราะมากกว่า ผมจะโผงผางมากกว่า เค้าเป็นผู้หญิงไง ถามว่าใครเยอะกว่ากัน กี้เขามีทิกเกอร์ไง ทิกเกอร์เขาเลยเป็นคนทำให้กี้ซอฟต์ลง แต่ผมจะเอาแต่ใจตัวเองมากกว่า แต่จะมีเหตุผล บางอย่างเราก็รู้ใจกัน บางอย่างก็ไม่ตรงกัน หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เวลาไปกินข้าวกันกับทิกเกอร์ อยู่กันเหมือนเพื่อน ก็คุยกันเรื่องกีฬา เรื่องดนตรี ผมก็ได้ซ้อมภาษาอังกฤษไปในตัว แฟนๆ ที่มาเมนต์ในรูป ส่วนใหญ่ชอบนะครับ แต่ก็อาจจะมีรั่วๆ หลุดๆ บ้าง เค้าอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วย ใช้คำพูดไม่สุภาพ ผมก็เลยบล็อก คือผมคิดอย่างนี้นะคือคนไม่ชอบเรา ถ้าเรากราบตีนเขา เขาก็เหยียบหัว แต่ถ้าเขาชอบเรา ถึงเรานอนแก้ผ้า เขาก็เอาข้าวเอาน้ำมาวางให้เรา"   "พรุ่งนี้ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าพ่อจะหมดลมหายใจรึเปล่า ฉะนั้นวันนี้ ผมเลยเลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่อยากจะบอกกับนิโคล คือ ผมรักนะ ถ้าผมไม่รัก ผมไม่ทำแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถานะไหนก็ตาม ผมต้องปกป้องเค้า ถ้าเป็นผมคนเก่า ผมไม่มาออกรายการหรอก ถ้ากี้ดูอยู่...ครับ ผมบอกแล้วครับ ถ้าเขาใช้อวัยวะสัมพันธ์ของร่างกาย เขาจะรู้ เขาจะได้ยินครับ" ขอบคุณที่มาจาก Woody, IG sornram_theappitak, nicolenicole23

เปิดตัวแล้วจะหวานแค่ไหนก็ได้! มะปราง อลิสา - โอบ นิธิ รักใสๆ วัยละอ่อน
มะปราง อลิสา /  โอบ นิธิ

รักใสๆ หัวใจอมชมพูอีกหนึ่งคู่ สำหรับคู่รักคู่ใหม่ มะปราง อลิสา และหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง โอบ นิธิ ต้องบอกเลยว่าคู่นี้มีความหวานไม่แพ้ใคร แถมยังเปิดเผยความสัมพันธ์แบบไม่มีหมกเม็ดอีกต่าง ก็แหมๆๆ หนุ่มโอบเล่นประกาศออกสื่อว่ากำลังคุยกับสาวมะปรางที่สำคัญใช้คำว่าแฟนแล้วด้วย ว้าวว...เปิดเผยแบบไม่มีกั๊กแบบนี้ เวลาไปไหนทำอะไรก็เลยไม่ต้องมัวหลบๆ ซ่อนๆ งานนี้ก็เลยได้เห็นโมเม้นท์น่ารักๆ ของทั้งคู่เรียกว่าหวานขึ้นตาเลยทีเดียว อิอิอิ มะปราง อลิสา - โอบ นิธิ มะปราง อลิสา - โอบ นิธิ มะปราง อลิสา - โอบ นิธิ มะปราง อลิสา - โอบ นิธิ ขอบคุณภาพประกอบจาก IG: @oabnithi, @alrisaa

เด็กวัดหล่อ!! เจมส์-หมาก-อาเล็ก-บอย รวมตัวเป็นเด็กวัดเดินตาม พระเกรท บิณฑบาต!!
เกรท วรินทร /  พระเกรท วรินทร / 

  อิ่มบุญไปตามๆ กัน สำหรับแก๊งตั๊กไลฟ์ และพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ, หมาก ปริญ, อาเล็ก ธีรเดช, บอย ปกรณ์, อเล็กซ์ เรนเดล และ บอม ธนิน ที่ล่าสุดเช้าวันนี้ (19มิ.ย.60) ได้มารวมตัวกันอาสาเป็นเด็กวัดสะพายย่ามถือของให้กับ หลวงพี่เกรท วรินทร หรือ พระชวินโท ซึ่งออกบิณฑบาตตามกิจของสงฆ์แต่เช้าตรู่ งานนี้นอกจากญาติโยมที่มาใส่บาตรจะอิ่มบุญกันถ้วนหน้าแล้ว ยังได้เห็นพระเอกในดวงใจถึง 6 คนมาเป็นเด็กวัดที่หล่อที่สุดอย่างใกล้ชิดเช่นนี้อีกด้วยจ้า แหม...เห็นแล้วชื่นใจจริงๆ ทั้งนี้ พระเกรท จะจำวัดอยู่ที่ วัดบวรนิเวศวิหาร และออกบิณฑบาตถึงวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะเดินทางไปจำวัดที่จ.เพชรบูรณ์ เป็นเวลา 15 วัน ขอบคุณภาพจาก IG boy_pakorn, alexrendell, jirayu_jj, mark_prin, lekteeradetch, jirayuhome, modphotographer, dh.pui, sara_narissara

เปิ้ล-นิว อุ้ม น้องนารา อวดสื่อครั้งแรก!! เผยตื่นเต้นแม้เป็นลูกคนที่ 2 ยังไม่พร้อมปิดอู่!!
นิว เชื้อชาตินที /  เปิ้ล ภารดี / 

  ชื่นมื่นไปตามๆ กัน สำหรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว นิว เชื้อชาตินที กับ เปิ้ล ภารดี ซึ่งได้คลอดลูกสาวคนที่ 2 "น้องนารา" เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมีน้ำหนักแรกคลอด 3,040 กรัม สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูก โดยล่าสุดวันนี้ (3มิ.ย.60) พ่อนิว และ แม่เปิ้ล ได้อุ้มลูกสาว น้องนารา ออกมาพบปะกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก พร้อมกับเปิดใจว่าตอนนี้ยังไม่ได้ทำหมัน หรือปิดอู่ ขอรอเวลาอีก 1ปี เพื่อตัดสินใจ ส่วนชื่อ นารา คุณพ่อเป็นคนตั้งชื่อให้ โดยลูกสาวคนโตชื่อ กาย่า แปลว่าเมืองที่อินเดีย กับเทพแห่งดิน ส่วนลูกสาวคนที่ 2 ชื่อ นารา แปลว่า น้ำ รุ่งโรจน์ มีความสุข เผยถึงแม้จะเป็นการคลอดคนที่ 2 แต่ก็ตื่นเต้นทั้งคุณพ่อคุณแม่ รวมถึง น้องกาย่า เองก็ตื่นเต้นด้วยเรียกน้องว่าเบบี้ทั้งวัน!!

จำได้มั้ย!! มิ้นท์ สตรอเบอรี่ชีสเค้ก ยิ่งโตยิ่งสวยแซ่บ...จนต้องร้องซี้ดแบบนี้!!
สตรอเบอรี่ชีสเค้ก /  มิ้นท์ ลลิตา ไพศาล / 

    แซ่บพริก 10 เม็ดแจ่มว้าวมากๆ สำหรับอดีตพิธีกรสาวรุ่นแรกของรายการ สตรอเบอรี่ชีสเค้ก อย่าง มิ้นท์ ลลิตา ไพศาล ซึ่งเป็นสาวสตรอเบอรี่ชีสเค้กรุ่นเดียวกับขุ่นแม่ลูกสาม ฮารุ ยามากูชิ และ สาวแอร์ ภัณฑิลา นั่นเอง ปัจจุบัน สาวมิ้นท์ เป็นนักแสดงอิสระ มีงานละครมากมาย และผ่านมากว่า 10 ปี เธอก็พร้อมแล้วค่าที่จะถ่ายแบบเซ็กซี่เป็นครั้งแรกบนปก นิตยสาร RUSH” (รัช) ในเครือ โมโน กรุ๊ป ฉบับเดือนมิถุนายน 2560 เป็นที่แรกและครั้งแรก!!   โดย สาวมิ้นท์ ลลิตา เผยถึงงานเซ็กซี่ในครั้งนี้ว่าเป็นงานที่ตนอยากลองทำอีกงานหนึ่ง และยังนับเป็นการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ของเธอเลยทีเดียว   “ครั้งนี้เป็นการถ่ายเซ็กซี่ครั้งแรกของมิ้นท์ค่ะ หลายๆ คนอาจจะติดภาพมิ้นท์ จากรายการสตรอเบอรี่ชีสเค้กจะต้องออกแบ๊วๆ ใสๆ แต่มิ้นท์คิดว่าพออายุมากขึ้น เราสามารถทำงานได้หลากหลายขึ้นไปตามวัย การถ่ายแบบเซ็กซี่ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่มิ้นท์อยากลองทำ ซึ่งทางนิตยสาร RUSH (รัช) ติดต่อมา มิ้นท์ก็เลยตอบตกลงค่ะ โดยเตรียมตัวฟิตหุ่น ออกกำลังกาย กินคลีนมาเป็นอย่างดีก่อนถ่ายหลายเดือนเหมือนกันค่ะ เพราะตั้งใจกับผลงานนี้มากๆ เป็นการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ของมิ้นท์ ขอฝากทุกคนให้ติดตามผลงานมิ้นท์ในนิตยสารรัชด้วยนะคะ”   “ก็แอบมีกังวลบ้างนะคะ ประมาณว่า เมื่อก่อนยังใสๆ อยู่ ทำไมตอนนี้มาแนวเซ็กซี่ซะแล้ว แต่อย่างที่บอก มิ้นท์เองก็โตแล้ว ไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน อยากให้แฟนๆ เปิดใจ ยอมรับ มองว่าเป็นงานอีกชิ้นที่เราตั้งใจทำ ซึ่งผลงานอื่นๆ ของมิ้นท์ อย่างงานละคร “ทรายย้อมสี” กับทางช่อง 8 ที่จะมีออนแอร์เร็วๆ นี้ ก็ได้รับบทนางแบบ เซ็กซี่นิดนึง พลิกบทบาทอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งแฟนๆ ที่ติดตามผลงานมิ้นท์มาตั้งแต่เด็กๆ ก็น่าจะเข้าใจและยอมรับได้ค่ะ”   ติดตามความเซ็กซี่สุดแซ่บ ของ มิ้นท์ ลลิตา ได้ในนิตยสาร “RUSH” (รัช) ฉบับเดือน มิถุนายน นี้จ้า บอกเลยห้ามพลาด!! ขอบคุณภาพจากบางส่วนจาก IG miintlalita อ่านข่าว ย้อนวันวาน 14 สาว พิธีกรสตรอเบอรี่ชีสเค้ก รุ่นแรก มิ้นท์ ลลิตา   มิ้นท์ ลลิตา   มิ้นท์ ลลิตา มิ้นท์ ลลิตา   มิ้นท์ ลลิตา   มิ้นท์ ลลิตา            

ช็อตซึ้งเรียกน้ำตา! น้องเรซซิ่ง ทำปฏิกิริยาต่อหน้า คุณยาย แบบนี้?
แพท ณปภา /  น้องเรซซิ่งลูกชาย แพท-เบนซ์ / 

IG @pat_napapa อีกนึงหน้าที่ ........ #คุณยายน่ารัก #น้ำตาซึม #racingfamily อีกนึงหน้าที่ ........ #คุณยายน่ารัก #น้ำตาซึม #racingfamily เป็นโมเม้นท์สุดซึ้งเรียกน้ำตากันเลยทีเดียว! หลังคุณแม่สุดแกร่ง แพท ณปภา อุ้มลูกชายสุดที่รัก น้องเรซซิ่ง มาให้กำลังใจคุณยาย ซึ่ง น้องเรซซิ่ง เหมือนมีปฏิกิริยาอยากชวนคุณยายคุยด้วยตลอดเวลา งานนี้ทำเอาคุณยายถึงกับน้ำตาซึม ดูแล้วช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจและอบอุ่นสุดๆ เลย

แพท เปิดใจเครียดจนร้องไห้ ยิ้มได้เพราะมี น้องเรซซิ่ง เป็นกำลังใจ
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง / 

         คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แพท ณปภา ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังสามี เบนซ์ อัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกควบคุมตัวรอดำเนินคดี โดยสาวแพทได้เผยว่ามีอาการเครียดจนนอนร้องไห้เพราะต้องเลี้ยงลูกชายตัวน้อย น้องเรซซิ่ง เพียงลำพังแต่โชคดีที่ลูกชายเลี้ยงง่ายเวลาไปทำงานเข้ากับทุกคนได้ดี ส่วนสภาพจิตใจของสามีตอนนี้ บ่นคิดถึงลูก อยากอุ้มลูก แต่ตอนนี้ยังไม่กล้าเจอเพราะกลัวทำใจไม่ได้ ไว้สามีพร้อมเมื่อไหร่จะอุ้มลูกชายไปเยี่ยมถึงที่ แพท ณปภา   แพท ณปภา   แพท ณปภา    

บูธแตก! แฟนคลับแห่ชมความน่ารัก น้องเป่าเปา ยิ้มรับยกมือสวัสดีทักทาย FC
น้องเป่าเปา /  กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ / 

  น่ารักมากๆ สำหรับซุปตาร์ห้างแตกตัวน้อยอย่าง น้องเปาเป่า หรือ เจ๊เปาบางพลี ลูกสาวสุดน่ารักวัย 11 เดือนของ แม่กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ พ่อบี้ KPN ที่ล่าสุดวันนี้ (3มิ.ย.60) ขุ่นแม่กุ๊บกิ๊บ ได้อุ้ม น้องเป่าเปา มาพบปะกับแฟนคลับที่ตั้งหน้าตั้งตารอชมน่ารักน่าชังของ น้องเป่าเปา อย่างเนืองแน่นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ โดยที่ น้องเป่าเปา เป็นพรีเซ็นเตอร์เก้าอี้ Bonbebe และงานนี้ก็ไม่ทำให้ FC ผิดหวัง เพราะ น้องเป่าเปา รู้งานมว้ากกก ยิ้มทักทายแฟนคลับ และยังยกมือสวัสดี โบกมือทักทายเป็นระยะ เรียกว่ารอยยิ้มและความสุขให้แก่คนรอบข้างได้อย่างมากทีเดียว ฮอตห้างแตกก็แล้ว แถมยังฮอตจนบูธแทบแตกแบบนี้จะมีใครเล่าก็ เป่าเปา ไง!! กุ๊บกิ๊บ เป่าเปา น้องเป่าเปา ยกมือสวัสดี เป่าเปายิ้มเห็นฟัน 2 ซี่ มองอะไรกันเหรอ แม่กุ๊บกิ๊บ ทักทาย FC ชม เป่าเปา อย่างนี้ หนูเขินนะแม่กุ๊บกิ๊บ แม่กุ๊บกิ๊บ ขอ เป่าเปา พูดบ้าง เป่าเปา ทักทาย FC สวัสดีจ้าพี่จ๋า เป่าเปา ไม่ง่วง เป่าเปา น่ารักมั้ยจ๊ะ สวัสดีจ้าพี่จ๋า

จั๊กจั่น โฮหนัก!! เผยไม่ต่อสัญญาช่อง 7 เพราะความจำเป็น...
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

ดาราสาว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปล่อยโฮ! แถลงยกเลิกสัญญาวิก 7 เผยจำเป็นต้องออกไปเป็นนักแสดงอิสระ เนื่องธุรกิจที่ทำอยู่ไม่สามารถโปรโมทช่องอื่นได้ ขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่เข้าใจ ยืนยันไม่ได้มีปัญหา จากกันด้วยดี เพราะถ้ามีปัญหาคงจะไม่มานั่งสัมภาษณ์ที่ช่อง ยังไม่ออกจากวงการ ยินดีรับงานแสดงของทุกที่ แต่จะไม่เซ็นสัญญากับที่ไหน โดยเธอได้เปิดใจมาดังนี้ "จั่นมีสัญญากับทางช่อง 7 ถึงสิ้นปีนี้ แต่ทางช่องยุติให้ก่อน เรื่องไม่ต่อสัญญาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแล้วมันค่อนข้างจะส่งผลกับทางสถานี กับทางผู้ใหญ่ได้ถ้าเราไม่เข้าใจตรงกัน ก็เลยไม่อยากจะคุยผ่านไลน์กลับจากเมืองนอกมา อยากจะพูดพร้อมๆ กันทีเดียว เหตุผลของการไม่ต่อสัญญาคือจะไปทำธุรกิจ คือ 2-3 ปีที่ผ่านมาจั่นเริ่มไปทำธุรกิจ start up ซึ่งตอนนี้สื่อออนไลน์มีเข้ามาเยอะมาก ก็คือการทำการตลาดนี่แหละ ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ก็ขายของนั่นแหละ แล้วจะต้องไปออกทางช่องทางต่างๆ มีการไทอินสินค้า ซึ่งแน่นอนว่าต้องไปออกช่องอื่นด้วย จั่นก็ไม่อยากให้มีปัญหาว่าทำไมพี่จั่นไปได้ คนอื่นทำไมไปไม่ได้(เสียงเครือ) ไม่อยากให้มีข้อเปรียบเทียบ แล้วมาถึงจุดนึงเรารู้ว่าอาชีพนักแสดงมันเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน เราก็ต้องหาอาชีพอื่นควบคู่กันไปด้วย จั่นเลยตัดสินใจเลือกที่จะทำธุรกิจควบคู่ดีกว่า" "ยอมรับว่าการที่เราเป็นนักแสดงในสังกัดช่องมันเป็นภาพที่ติดตาคนเวลาที่เราจะไปโปรโมทสินค้าว่า อ๋อ...เราเป็นนักแสดงช่อง 7 ก็เลยมาปรึกษากับทางช่อง ทางช่องก็ใจดีออกจดหมายให้ จั่นต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะเพราะมันเป็นผลดีกับจั่น คนจะได้รู้ว่าจั่นเป็นอิสระแล้ว สามารถที่จะไปออกงานต่างๆเพื่อธุรกิจของจั่นได้" "ส่งสัญญาณกับทางช่องก่อนแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญา ไม่ค่ะ จั่นเข้ามาปรึกษากับทางช่อง พอดีว่าจะมีงานใหญ่ของจั่น มันมีความจำเป็นที่จะต้องไปโปรโมทตามรายการต่างๆ เลยมาคุยกับทางช่อง เพราะช่องที่จะไปออกเขาค่อนข้างที่จะสคริปท์ ด้วยเราเป็นนักแสดงต่างค่ายด้วย" "ตัดสินใจ นานค่ะ ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วอาชีพนักแสดงมันไม่แน่นอน แต่จั่นก็ไม่ได้คิดจะทิ้งนะคะ จั่นยังต้องเล่นละครต่อไปเพราะจั่นรักในการแสดง ประทับใจเวลาที่ไปไหนมาไหน คนจำเราได้ว่าเราเป็นละครตัวนั้น หมั่นไส้บ้างไรบ้าง คือไม่ทิ้งแน่นอน รับรองว่ายังได้เห็นหน้าจั่น แต่จั่นแต่เอาชื่อเสียงในวงการบันเทิงไปเพื่อต่อยอดธุรกิจของตัวเอง" "รั้งมั้ย ผู้ใหญ่บอกว่าคิดดีแล้วเหรอ แต่คือจั่นเข้าใจว่าถ้ามีเคสของจั่นที่ได้ ก็ต้องมีเคสของคนอื่นตามมาอีก ก็เป็นที่เข้าใจได้ ก็เลยตัดสินใจมาเป็นนักแสดงอิสระ" "อนาคตทางการแสดง เราวางมาตรฐานไว้ชัดเจนว่าเราจะเป็นนักแสดง เราไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอก จั่นไม่ยึดติด ก็ยังอยู่ในวงการเพราะเป็นอาชีพที่รัก จั่นไม่เซ็นกับที่ไหนแล้วนอกจากช่อง 7 แต่ผู้จัดแต่ละช่องสามารถเรียกใช้จั่นได้ ตอนอยู่ญี่ปุ่นพอผู้จัดบางท่านรู้ว่าจั่นเป็นอิสระก็ยื่นบทส่งมาให้ดูว่าสนใจเล่นเรื่องไหนมั้ย" "จากบ้านหลังนี้ มันหวิวอยู่แล้ว จะ 10 ปีที่จั่นอยู่บ้านหลังนี้(ร้องไห้) อายุงานในวงการบันเทิงมากกว่าครึ่งนึงของเราก็อยู่ที่ช่อง 7 เรามีชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็เพราะช่อง 7 เป็นที่รู้จักก็เพราะช่อง 7 ต้องยอมรับตรงนี้ แต่เมื่อมาถึงจุดๆ นึงเราก็ต้องยอมรับว่าเราจะวางอนาคตของเรายังไง คนเราต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็บอกกับทางช่องว่าถ้ามีอะไรสามารถเรียกกลับมาเรียกใช้ได้ตลอด เพื่อนๆ ไม่ค่อยรู้กันเพราะไม่ได้บอกใครมาก จะมีเกรซ นก ที่สนิทๆ กันบอกไว้" "กระแส มันเป็นธรรมดาค่ะ จั่นทำใจไว้แล้ว พอมีข่าวออกมาคนที่เข้าใจก็มี ไม่เข้าใจก็มี เราจะไปหวังให้ใครเข้าใจเราหมดก็ไม่ได้ เราก็พูดตามความรู้สึกเราจริงๆ ว่าตอนนี้ถ้าเรายึดแต่อาชีพนักแสดงอย่างเดียวมันไม่ได้ อายุเรามากขึ้น แน่นอนมีเด็กใหม่ๆ เกิดออกมามากขึ้น เราต้องทำต้องสร้างอะไรของเราเพื่อความมั่นคงของตัวเอง จั่นว่าจั่นก็ไม่ได้ผิดอะไรที่อยากจะทำให้อนาคตตัวเองดีขึ้น จั่นไม่ได้โกรธกับช่อง 7 ไม่ได้ฉีกสัญญา ยังใช้ชีวิตตามขั้นตอนปกติ เข้า-ออกตามทำนองคลองธรรม ไม่อยากให้โฟกัสว่ามีปัญหากัน ถ้ามีปัญหาหรือทะเลาะกันจริงจั่นคงไม่มานั่งสัมภาษณ์อยู่ที่ช่อง7 ตอนนี้" "บ้านหลังนี้ อยู่อบอุ่นดี ไม่มีอะไรเลยค่ะ แค่เรามีความจำเป็นทางธุรกิจที่ต้องไปออกสื่อหลายช่องทาง ถ้าเขามายกเว้นให้จั่นคนเดียว ในอนาคตน้องๆ คนอื่นเขาอยากทำขึ้นมาบ้างล่ะ มันต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว" "ทำไมเราถึงทำธุรกิจควบคู่กันไปไม่ได้ เพราะว่าธุรกิจของจั่นต้องอาศัยการโปรโมทจากหลายๆ สื่อ หลายๆ ช่องทางในการโปรโมทสินค้าไงค่ะ ซึ่งทางช่องยุติสัญญาให้ก่อนเพราะจั่นจะต้องไปโปรโมทสินค้าในธุรกิจของจั่น แล้วตัวจั่นเองยังรับงานในวงการตามปกติ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจรับงานกับทางช่องไหนทั้งนั้น ทุกคนรู้พร้อมกันหมด ตัวจั่นตอนนี่ยินดีร่วมงานกับทุกค่ายค่ะ ก็ขอบคุณทุกท่านด้วยที่ส่งงาน ยื่นบทมาให้" "กับทางช่อง 7ถ้าเขาให้มาเล่นก็ยังเล่นได้ แน่นอนค่ะ จั่นยินดีมากๆ วันนี้สบายใจที่ได้พูด ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าเราไปทำอะไรถึงมีประกาศออกมาแบบนี้ หลายคนตกใจ เราเลยออกมาชี้แจงพร้อมกัน" "บอกอะไรแฟนๆ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ คนไหนเข้าใจก็ขอบคุณมากๆ คนไหนไม่เข้าใจก็มาชี้แจงให้ฟังแล้ว(ร้องไห้) ก็พูดทุกอย่างจากความรู้สึก ไม่มีสคริป อยากให้ทุกคนเข้าใจจั่นบ้างว่าชีวิตผู้หญิงคนนึงที่ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว เราก็ต้องเดินหน้าชีวิตเราต่อไป ไม่ได้โกรธอะไรกับที่ช่องนะคะ" จั๊กจั่น กล่าว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

บุ๋ม สบายใจเปิดอกเคลียร์ บี้-กุ๊บกิ๊บ รับเครียดจนนอนไม่หลับ
น้องเป่าเปา /  บุ๋ม ปนัดดา / 

   พิธีกรและนักแสดงรุ่นใหญ่ บุ๋ม ปนัดดา ออกมาเปิดใจหลัง บี้-กุ๊บกิ๊บ อุ้มลูกสาวตัวน้อย น้องเป่าเปา เดินทางไปขอโทษ โดยยอมรับว่าช่วงที่เกิดเรื่องมีอาการเครียดจนนอนไม่หลับเพราะโดนโจมตีทางคอมเม้นท์ไอจี แต่พอได้เปิดอกคุยกันยอมรับว่าสบายใจมากขึ้นและความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวยังดีต่อกันมากกว่าเดิม บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

ละครซีรี่ส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี , เรื่องย่อซีรี่ส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี
ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี /  ช่อง MONO 29

บทโทรทัศน์โดย โกวิทย์ วาจาสิทธิ์, ข้าวปุ้น, กิติพร ฉิมพลอย, อำนาจ แตงสมบูรณ์ และพรเทพ เบญจศิริกุผลิตโดย บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัดกำกับการแสดงโดย ภาคภูมิ วงษ์จินดาออกอากาศ ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 22.40 น ทางช่อง mono 29 Diamond Eyes ตาสัมผัสผี ร้อยตำรวจเอก เพชร ภูมิไท รองผู้บังคับบัญชากองพิสูจน์หลักฐานคดีพิเศษ รู้ดีว่า "ความจริง" เป็นสิ่งจับต้องไม่ได้แต่พิสูจน์ได้เขาจึงทุ่มเทความรู้ความสามารถทางด้านนิติวิทยาศาสตร์หาหลัาฐานมา พิสูจน์ความจ่ริงเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดให้มาชดใช้กรรมตามกระบวนการของกฎหมาย ความเสี่ยงในหน้าที่การงานทำให้เพชรมีชีวิตตัวคนเดียวปราศจากครอบครัวให้ต้องเป็นห่วง จน วันหนึ่งเสียงกริ่งประตูปลุกเพชรขึ้นมาต้อนรับสาวน้อยน่ารัก เหมือนออกมาจากหนังสือนิทานญี่ป่นอย่าง "เอมิกา หรือ เอริกะ (เอมิ)" เธอบอกว่าเป็นลูกสาวที่เกิดจากอดีตคนรักของเพชรที่ตายไปด้วยโรคมะเร็ง แล้วเธอต้องการที่อยู่กับพ่อไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพชรต้องปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกใหม่ที่เหมือนมา จากคนละโลก ในคืนหนึ่งขณะที่เพชรออกจากสถานบันเทิงพร้อมกับ "ริตา" ผู้หญิงสาวสวยที่เพิ่งเจอเป็นครั้งแรก ได้มีคนร้ายสะกดรอยตามมาเอาชีวิตเพชร เขาถูกยิงเข้าที่ขมับซ้ายจนตกจากที่สูง หลายวันต่อมาเพชรฟื้น ขึ้นมาในโรงพยาบาล ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี ภาพแรกที่ดวงตาข้างขวามองเห็นก็คือใบหน้าของ "จักษุแพทย์หญิงกณิสา (หมอ ก้อย)" ส่วนดวงตาข้างซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนกระจกตาใหม่ รอเวลาเปิดผ้าปิดตาออก หลงจากเปิดผ้าปิดตาซ้ายออกสิ่งแรกที่เพชรเห็นก็คือวิญาณของคนตายที่วนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา หมอก้อยให้เหตุผลว่าการผ่าตัดกระจกตาส่งผลถึงสมองทำให้เกิดภาพลวงตาแต่เมื่อเขาเห็นร่างของ ริต้า หญิงสาวที่พบกันครั้งสุดท้ายได้มาปรากฏตัวตรงหน้าด้วยร่างกายที่ถูกทารุณกรรม มีบาดแผลคมมืดกรีด จนทั่วร่าง ทำให้เพชรเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจ่ริงและอยากรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับ่ริต้าก่อนตาย นอกจากต้องสืบหาคนร้ายที่ฆ่าริต้า เพชรยังต้องค้นหาความจริงให้ได้ว่าใครคือผู้บริจาคกระจก ตาซ้ายให้เขา หมอก้อยเสนอให้เพชรเข้ารับการตรวจเช็คทางจิต ทำให้เขาต้องเลิกวุ่นวายหาข้อมูลจาก หมอก้อย จนมาวันหนึ่งเพชรถูกแก๊งค์วัยรุ่นบุกเข้ามาล้อมประชิดตัวโดยมีหัวหน้าแก๊งค์ชื่อ ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี "ซิน" ข่มขู่ เพชร เพราะอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่า'ริต้าแฟนสาวของเขา ชินเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาจากผู้ให้ปริจาค รายเดียวกันกับเพชร เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุรถควํ่าซึ่งทำให้ชินสามารถเห็นวิญญาณ คนตายได้เหมือนเพชรและ เมื่อชินเห็นวิญญาณทุกข์ทรมานของริต้าคนรักเก่าที่ถูกฆ่าตายทำให้เขาเข้าใจ ผิด คิดว่าเพชรเป็นคนทำให้คนรักต้องตายอย่างทารุณจึงตามมาแก้แค้นเพชร เพชรและชินมองเห็นวิญญาณของริต้ามาปรากฏอีกครั้งเพื่อบอกว่าเธอไม่ได้ตายเพราะเพชร ทั่งคู่ จึงยอมจับมือกันเพื่อสืบหาว่าใครเป็นคนร้ายที่ลงมือฆ่าริต้า ชินใช้วิธีใต้ดินที่ตนเองถนัดแกะรอยหาว่าริต้า ทำอะไรก่อนวันเกิดเหตุ ในขณะเดียวกันเพชรอาศัยหลักฐานในที่เกิดเหตุค้นหาร่องรอย ในทางคดีโดยได้ ความช่วยเหลือจาก "ร้อยตำรวจเอกสารินทร์" เพื่อนสนิทและผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมริต้าช่วยติดตาม ผล แล้วก็ได้ผู้ช่วยมือหนึ่งเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์ชื่อ "อโณชา(แอบบี้)"คอยหาหลักฐานค้นหาความจริง ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี จนกระทั่งความจ่ริงถูกเปิดเผยว่า"ดอน"สายสืบตำรวจเป็นผู้อยู่เบืองหลังการฆาตกรรมของริต้าเพื่อแก้ แค้นที่เพชรไปขัดขวางเส้นทางค้ายาเสพติดของเขา ส่วนริต้าแท้จ่ริงเป็นนางนกต่อที่รับค่าจ้างเพื่อล่อลวง เพชรมาสู่แผนดักฆ่า แต่เมื่อหมดประโยชน์จึงโดนฆ่าทิ้งเพื่อปิดปาก การได้รับพรที่เหมือนคำสาปให้ใช้ดวงตาที่มองเห็นวิญญาณคนตาย ทำให้เพชรต้องร่วมมือกับชิน ที่ยอมเป็นสายสืบในคดีของวิญญาณที่ทุกข์ทรมานจากการถูกฆาตกรรม โดยที่ฆาตกรปรศนายังคงลอย นวล และเพชรกับชิน คือผู้ที่จะกระชากหน้ากากคนร้ายให้มารับโทษทัณฑในที่สุด นักแสดงนำ ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผีชาคริต แย้มนาม กรกมล เจริญชัยสุรวุฑ ไหมกันชญาญ์นันท์ พิพัฒน์ชยกุลรัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์ณัฐธิดา ตรีชัยยะ และ นักแสดงชั้นนำอีกมากมาย ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี ซีรีส์ Diamond Eyes ตาสัมผัสผี

เชิญจ้ะ..มโนได้ไม่ว่า!! เจนี่ อุบตอบรักหรือเลิก กึ้ง ยันเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องของคนทั้งประเทศ!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  ยังคงถูกจับตามองไม่น้อยสำหรับความสัมพันธ์ที่ยังคลุมเครือของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจกาแฟชื่อดังอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ที่พักหลังไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำเอาหลายคนสงสัยว่าคู่นี้ยังรักกันดีอยู่หรือว่าเลิกกันไปแล้ว ล่าสุดวันนี้ (22มิ.ย.60) นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้มาร่วมงานบวงสรวงละครสุดแซ่บ แรงเงา 2 ที่บริษัท บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น พร้อมกับเปิดใจช่วงนี้ขอชาร์จพลังหลังจากทำงานหนัก ยันไม่เกี่ยวกับการพักใจ ปฏิเสธตอบความสัมพันธ์กับ หนุ่มกึ้ง ยันขอเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวมของคนทั้งประเทศ   "(ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปเลย) ใช่ค่ะ เพิ่งปิดละครเรื่องเพลิงบุญด้วย อยากพักจริงๆ ให้คนอื่นเขาเป็นข่าวบ้าง เราก็ไปเมืองนอกค่ะ ก็ยังชาร์จไม่เต็ม เดี๋ยวไปอีก งานอีเว้นท์ยังอะค่ะ ก็อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว(หัวเราะ) (ไม่ได้เป็นการพักใจ) ไม่เกี่ยวค่ะ ไม่ค่ะ คือเวลาเราโตแล้ว เล่นละคร เราต้องใช้เอ็นเนอร์จี ใช้จิตในการเล่นเยอะมากค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาจบละครเรื่องหนึ่งเนี่ย เราก็จะพักจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่าเวลาเราเล่นเราทุ่มให้มันทั้งใจจริงๆ คืองานเราไม่ได้คิดแค่ว่าถ่ายแล้วก็จบ ตัวละครตัวนั้นมันจะอยู่ในความรู้สึก เพราะว่าเวลาเล่นเราให้ใจ เพราะว่าเราร้องไห้เยอะ เราใช้เอ็นเนอร์จีข้างในเยอะมากค่ะ"   "(เรื่องแรงเงา2 ก็ต้องหนักอีก) ก็ต้องปรับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เหมือนเราโตขึ้นด้วย พลังในการเล่นมันต้องใช้เยอะ เพราะฉะนั้นเวลาพัก ก็อยากพักจริงๆ คือเราก็จะรู้สึกว่า เราทำงานเราก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ที่ทำแค่แบบแป๊บเดียวแล้วก็ทำอันต่อไป เราอยากให้คนดู ดูแล้วรู้สึกว่าอินกับมัน จะไปเที่ยวไหนยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ไปคนเดียวค่ะ อีเว้นท์มีติดต่อมาค่ะ แต่ไม่รับ เพราะว่าเราอยากพัก คืออยากพักจริงๆ พอเราโตขึ้นก็จะรู้สึกว่า ควอลิตี้ในการทำงานมันต้องสูงขึ้นด้วยค่ะ บางครั้งเงินก็ไม่ใช่ปัจจัย"   "(ความสัมพันธ์กับ "กึ้ง") เจนไม่ขอพูดได้ไหมคะ เจนไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องของส่วนรวม ขอไม่พูดเลยได้ไหม เพราะเจนี่รู้สึกว่ามันไม่ดีกับเจนี่เอง แล้วก็กลับกลายว่าเป็นเรื่องของทุกคนในประเทศนี้(หัวเราะ) และเจนี่ว่าทุกคนก็คงไม่อยากรู้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นขอพูดเรื่องงานอย่างเดียวดีกว่า เอาอย่างงี้ดีกว่า(หัวเราะ) เราอยู่ในวงการมาเยอะแล้ว เจนอยาก keep เรื่องส่วนตัวไว้ให้เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ค่ะ เดาได้ ไม่ว่ากัน เพราะว่าเจนคงจะไปห้ามให้ใครเดาไม่ได้ แต่ว่าอะไรที่ออกจากปากเจน เจนอยากให้มันมีคุณค่าจริงๆ ค่ะ ไม่เป็นไร เจนอยู่ในวงการนี้มา 20 กว่าปี การมโนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า ไม่คิดเสพข่าวอะไร เจนอยากอยู่เงียบๆ"   "เพื่อนๆ ไม่ถามแล้ว มีลูกมีครอบครัวกันหมดแล้ว (กับ เจนสุดา) ก็คุยค่ะ เจอหลาน เจอเพื่อนตลอดๆ"   "(มุมมองการใช้ชีวิตดูเปลี่ยนไป) โตขึ้นด้วยค่ะ ก็เราทำงาน แล้วเราก็รู้สึกว่าเจนี่ต้องโฟกัสงาน เราอยากทุ่มให้กับงานจริงๆ อยากให้มันเป็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นควอลิตี้จริงๆ เจนพูดเรื่องของตัวเอง มันก็เหมือนกับคนเขาก็ไม่ได้อยากรู้อะ เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า (คนรอบข้างให้กำลังใจยังไงกับข่าวที่ผ่านมา) ไม่มีใครใก้กำลังใจ(หัวเราะ) เจนี่ว่ามันเหมือนเป็นวัฏจักรของข่าวค่ะ มันมาเดี๋ยวมันก็ไป เดี๋ยวพอวันนี้เจนออกข่าว พรุ่งนี้มันก็หายไปแล้วอะ ส่วนแฟนคลับเขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวค่ะ กับเพื่อนๆ เจอกันบ่อยค่ะ เพียงแต่ไม่ได้อัพไอจี เจนรู้สึกว่าหวงชีวิตส่วนตัวของตัวเองนิดหนึ่ง โตขึ้น โลกส่วนตัวก็อาจจะสูงขึ้นนิดหนึ่งค่ะ คือเจนว่าพอโตขึ้น มันจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าเราต้องรักตัวเองค่ะ หลานคือความสุขของเจนี่ (จะได้เห็นเจนี่แต่งงานไหม) โอ้ย ขออยู่กับหลานนะคะ"   "ถ้าเพลิงบุญ เจนว่าต้องแรงไปถึงปีหน้า ส่วนงานแฟชั่นโชว์ เราโตแล้ว เราต้องให้น้องๆ บ้างแล้วค่ะ ถ่ายเซ็กซี่ไม่ออกละค่ะ ต้องให้เด็กๆ แล้ว จริงๆ ก็ไม่ได้ลดนะ แต่อาจจะเลือกอะไรที่มันมีคุณภาพมากขึ้น (ชุดว่ายน้ำไม่ถ่ายแล้วเหรอ?) ไม่อยากรับปากว่าจะไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรยังไง คือตอนนี้มี 911 ด้วย เพราะฉะนั้นภาพเจนมันจะแบบ เจนก็อยากทำธุรกิจด้วยเพราะฉะนั้นเราต้องแบบดูแลตัวเองดีๆ ไม่มีเต้าให้แขวนค่ะ มันเล็กจนแขวนไม่ได้ค่ะ มีถ่ายหนังสือติดต่อมาบ้าง เรื่องอะไรพวกนี้คนก็อยากดูอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุ และด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ มันก็นิดหนึ่ง เขาก็อยากเห็นเด็กๆ ไหมล่ะ ก็สกรีนงานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ" เจนี่กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ