แข่งดริฟ,

สิงคโปร์ กรังค์ปรีซ์ !ความมันส์ที่ไร้ขีดจำกัด เมื่อฟอร์มูล่าวันหลอมรวมกับเอนเตอร์เทนเมนท์
ฟอร์มูล่าวัน /  รถสูตรหนึ่ง / 

เป็นอีกครั้งที่ทีมงานสปอร์ตเอ็มไทยได้รับเกียรติจาก การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และเวิร์ฟ ที่เชิญให้ร่วมเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมของการจัดการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ เอฟวัน รายการ “สิงคโปร์แอร์ไลน์ สิงคโปร์กรังค์ปรีซ์” ที่จะจัดขึ้นใจกลางเมือง ด้วยการเนรมิตย่านดาวน์ทาวน์ชื่อดังของเมืองอย่าง มาริน่า เบย์แซนด์ ให้เป็นสนามแข่งขันที่เพียบพร้อมไปด้วยความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบ ในระหว่างวันที่ 19-21 กันยายนนี้ นับเป็นปีที่ 7 แล้วที่รัฐบาลลอดช่องปิดเมืองให้ยอดนักขับระดับโลกได้ประลองความเร็วกัน ทันทีที่เหยียบย่างถึงสนามบินชางฮี หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่แถวค่อนข้างจะยาวสะท้อนให้เห็นการท่องเที่ยวมันเริ่มคึกคักจริงๆ เจ้าภาพก็ส่งคุณ โจเซฟิน ไกค์มาคอยต้อนรับและดูแลทีมงานอย่างดี ต้องบอกว่าเวลาบนรถตู้เพียงแค่ 20 นาทีจากสนามบินถึงที่พักเราได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของประเทศเล็กๆที่อันแน่นไปด้วยคุณภาพแห่งนี้มากกว่า การใช้เวลาอยู่ 1 วันเต็มของทริปก่อนเสียอีก เข้าเรื่องกันเลย สำหรับทริปนี้ทางเจ้าภาพต้องการให้ทีมข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งออกนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนบ่อยๆได้รู้ถึง เบื้องหลังการเตรียมตัวจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วัน อีกกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ติดตลาดโลกไปแล้วกันชนิดทุกซอกทุกมุม เลยจัดเต็มทั้งการบรรยายและพาไปชมสนามพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่การ เปลี่ยนเมืองให้เป็นสนามแข่งขัน"มาริน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต" ที่ได้มาตรฐาน ความยาวประมาณ 5 กิโลเมตรต่อรอบ มีสปอร์ตไลท์ไฟส่องสว่างถึง 1,500 ดวงทำให้ความมืดไม่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งกลางคืน บนแทร็กที่ห้อมล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โรงแรมระดับหรู สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 6 สถานี และลานจอดรถ ที่เรียกได้ว่าหายห่วงเรื่องการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีทีวีจอยักษ์ไว้ถ่ายทอดการแข่งขัน อัฒจรรย์สำหรับผู้ชม มีทั้งแบบธรรมดา ห้องสูทเอาไว้รับรองผู้ชมประเภทกระเป๋าหนัก พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน และยังมีเวทีให้ศิลปินชื่อดังอย่าง เจนิเฟอร์ โลเปซ และ ร็อบบี้ วิลเลี่ยม (ทั้งคู่จะขึ้นโชว์ที่เวทีปาดัง ที่เป็นเวทีหลักที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 65,000 คน)รวมไปถึงศิลปินจาก หลายประเทศหลากหลายแนวมาแสดงมากถึง 9 เวที ปีที่ผ่านมามีแฟนความเร็วตีตั๋วเข้ามาชมการแข่งขันถึง 87,000 คนสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งปีนี้คาดว่าสถิติน่าจะถูกทำลายได้ไม่ยาก เมื่อดูจากกิจกรรมทุกส่วนที่ส่งเสริมให้ สิงคโปร์ กรังค์ปรีซ์ เป็นมากกว่าทัวร์นาเม้นท์มอเตอร์สปอร์ต ที่ทุกคนสามารถได้รับความบันเทิงจากทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่การเชียร์นักขับและทีมในดวงใจ โดยงบการจัดงานในครั้งนี้ใช้ไปทั้งหมด 150 ล้านดอลล่าสิงคโปร์ หรือเกือบๆ 4,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลสิงคโปร์รับผิดชอบ 60 เปอร์เซ็น และอีก 40 เป็นของบริษัทสิงคโปร์จีพี ที่รับหน้าเสื่อในการจัดงานในครั้งนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่ทั้งรัฐบาล และผู้จัดคาดหวังไม่ใช่เพียงแค่ ยอดจำหน่ายจากตั๋ว หรือลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดเท่านั้น หากแต่เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศ ในด้านการท่องเที่ยว และศักยภาพในด้านอื่นๆที่เกาะเล็กๆที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพแห่งนี้จะมีโอกาสได้รองรับ นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบความเร็วจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะมาใช้จ่ายเม็ดเงินให้หมุนเวียนอยู่ในระบบ สำหรับเรื่องราคาตั๋วเข้าชม ทางเจ้าภาพออกแบบมาให้รองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจะแบ่งเป็นโซนทั้ง 4 โซน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 68 ดอลล่าสิงคโปร์ หรือประมาณ 1,700 บาทสำหรับการเข้าชมการแข่งขันทั้งสามวัน และยังสามารถดูโชว์ได้ทั้งหมด ไปจนถึงตั๋วที่แพงที่สุดราคา 9,095 ดอลล่าสิงคโปร์ หรือประมาณ 227,000 บาท ที่ท่านจะได้เข้าชมการแข่งขันทั้งสามวันในห้องสูทรับรองอย่างดี พร้อมอาหารรสเลิศ และมุมมองในการชมแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยฝ่ายจัดเตรียมไว้กว่า 125 ห้องคาดว่าน่าจะรองรับแขกระดับ VIP ได้ไม่น้อยกว่า 3,000 คนเลยทีเดียว โดย โจนาธาน ฮัลเล็ต ผู้อำนวยการการแข่งขัน ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่าการจัดการแข่งขัน มีจำนวนแฟนที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทางฝ่ายจัดก็ได้เพิ่มความสนุกทั้งเวที และศิลปินที่มากขึ้น โดยคนที่ซื้อตั๋วใบเดียวก็สามารถมีส่วนร่วมได้ทุกกิจกรรม ของทุกวันทั้งวันซ้อม วันคลอลิฟาย และ วันแข่งจริง ด้วยราคาตั๋วที่แตกต่าง ทำให้ทุกๆคนสามารถเข้าร่วมได้ และนอกจากนี้ความตื่นเต้นในสนาม มาริน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต ก็ไม่เป็นรองสนามไหนในโลก เพราะเป็นการแข่งขันในเวลากลางคืน โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม และเป็นการแข่งขันในเมืองทำให้นักขับต้องมุ่งสมาธิในการขับมากขึ้นอีกหลายเท่า โดยสถิติฟ้องว่าในแต่ละรอบ นักแข่งจะเปลี่ยนเกียร์ถึง 80 ครั้งต่อรอบ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสนามอื่นๆกว่า เท่าตัว โดยจากการพูดคุยกับนักขับส่วนตัวหลายคนยกให้ สนามแห่งนี้เป็นสนามโปรด (แต่คนที่โปรดที่สุดน่าจะเป็น เซบาสเตียน เวลเทล แห่งทีมเร้ดส์บูล เพราะผงาดขึ้นโพเดียมอันดับที่ 1 ในสนามนี้มาแล้วสามสมัยติดต่อกัน) และนี่คือสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับประสบการณ์ความตื่นเต้นเร้าใจ และความสนุกสนาน จากบริเวณรอบๆสนาม ยังไม่รวมความบันเทิงที่เจ้าภาพได้จัดเอาไว้ให้อีกเพียบทั้งที่เที่ยวที่กิน ชนิดที่ว่าเต็มเกาะ ขอให้ท่านผู้อ่านที่น่ารักโปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้ ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และ เวิร์ฟ

คลิป! ตามกระแสลงโทษ เทควันโด
การลงโทษ /  คลิป / 

ตอนนี้กระแส การลงโทษเกี่ยวกับกีฬา เทควันโด กำลังเป้นที่วิภาควิจารณ์กันอย่างหนัก ว่าบ้างไม่ถูกกับวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศนั้นๆ บ้าง เราลองมาดูคลิปนี้กันดีกว่าว่า ในต่างประเทศเขามีการลงโทษกันยังไงบ้างเมื่อนักแข่งสู้กันแบบไม่สมศักดิ์ศรีกรรมการจะมีบทลงโทษอย่างไร....

ฉลองใหญ่ เกมส์ League of Legends ไทย ครบรอบ 2 ปี
League of Legends /  League of Legends ไทย / 

เมื่อวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2557 เกมส์ออนไลน์ League of Legends (playlol.in.th) จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 2 ปี ในการให้บริการเกมส์ MOBA ชื่อดัง โดยจัดขึ้นในห้างสรรพสินค้า เอสพลานาด รัชดาภิเษก โดยมีกลุ่มคนเล่นเกมส์ตัวยงเข้าร่วมงานตลอดทั้งสองวัน ภายในงาน บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยสีสันจาก Cosplay Idol พร้อมการแสดงสุดอลังกาล และยังมีเหล่า GM มาพบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด เหมือนปาร์ตี้วันเกิดในบ้าน LOL  ซึ่งมีเหล่าซัมมอนเนอร์ได้ร่วมกิจกรรมทำการ์ดอวยพรมากมาย ทั้งยังนำเสื้อมาบริจาคร่วมทำบุญไปพร้อมๆกัน ต่อกันวันที่สอง กับการแข่ง League of Legends Pro League 2014 – Summer Season ที่มีเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท ผ่านการห้ำหั่นมาเป็นเดือนๆ จนสุดท้ายชัยชนะเป็นของทีม Bangkok Titans คว้าตำแหน่งแชมป์ Pro League พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท คอสเพลย์จากเกมส์ League of Legends

ตรรกะ เด็กแว้น ฝากถึงพวกโลกสวย ชี้ บางนาเป็นสมรภูมิ นักซิ่งมืออาชีพ
ตรรกะ เด็กแว้น /  บางนา-ตราด / 

ข่าววันนี้ -  เด็กแว้น โพสต์ตรรกะระบายฝากถึงพวกโลกสวย ชี้ บางนาเป็นสมรภูมิของนักซิ่งมืออาชีพ หากไม่พอใจไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน วันนี้(23 ก.ค.) จากกรณีที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสังคมออนไลน์ ประเด็นคลิปเด็กแว้นถูกรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สพุ่งชน ขณะที่เด็กแว้นกำลังแข่งรถกันที่ถนนย่านบางนา ซึ่งชาวสังคมออนไลน์หลายคนเข้ามากระหน่ำซ้ำเติมกลุ่มเด็กแว้นว่าเป็นบทเรียนของการขับรถยามค่ำคืนและเป็นผลแห่งกรรมที่ทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นเดือดร้อน ล่าสุดได้มีการแชร์สเตตัสของชายเด็กแว้นคนหนึ่งที่โพสต์ข้อความระบายตอบโต้ชาวเน็ตโลกสวย ตรรกะ เด็กแว้นโดยระบุว่า ที่เขาปิดถนนซิ่ง  ผมขอพูดหน่อยถนนหลวง มันก็มาจากภาษี ประชาชน พวกผมก็เสียภาษีนะ แล้วอีกอย่าง หนึ่งอาทิตย์จะมีสักวัน ที่ออกมาซิ่งกัน แล้วเวลาที่ผมออกมาซิ่ง มันคือตอนกลางคืนดึก ๆ รถไม่มีวิ่งแล้ว ตี1 ตี2 มันไปหนักหัว.....หรอ ผมถามหน่อย พวกผมออกมาซิ่งกันเพื่อหาประสบการณ์ นักซิ่งเก่ง ๆ ชื่อดัง ๆ ล้วนแล้วผ่านบางนา มาหมดแล้ว ผ่านสมรภูมิบางนา มาทั้งนั้น พวกคุณโลกสวยเกินไป มองอะไรในแง่ดีบ้าง คนเรามันรักมันชอบ อะไรไม่เหมือนกัน พวกผมชอบ 2ล้อ ชอบซิ่ง ชอบท้าทาย มันก็สิทธิ์เสรีภาพของพวกผม เข้าใจคำว่าสิทธิเสรีภาพมั้ยครับ? สิทธิส่วนบุคคล ของพวกก.อะ หยาบคายหน่อย ถ้าไม่ชอบ ก็อย่ามายุ่งวุ่นวายไม่ต้องมาแสดงความคิดเห็น ด่านู่น ด่านี่ เอาตัวคุณเองให้ดีกว่าพวกผมก่อนเถอะ เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะไม่ต้องมาสอนพวกผมหรอก พวกผมมีความคิด อีกอย่างรถซิ่ง ใจพวกผมมันรัก ห้ามพวกผมไม่ได้หรอก เข้าใจนะ ลองมองกลับกันดี ๆ นะคับ พวกผมชอบรถซิ่ง ก็เหมือนกับตัวพวกคุณ ที่ชอบอะไรสักอย่าง เวลามีคนมาด่า มาต่อว่า คุณก็รู้สึกไม่ดี ไม่ชอบคนที่มาด่าเลย เนี่ย มันคือความรู้สึกเดียวกันคับ เขาถึงมีสุภาษิตไทยมาไง ว่า ปลาหมอตายเพราะปาก พูดว่าคนอื่น มาก ๆ ระวังสักวัน ลูกหลานคุณจะมีอยู่แทนที่พวกผม เข้าใจนะ เวลา น้ำท่วม คนอื่นเดือดร้อน มอไซต์ดับ น้ำมันหมดไม่ใช่พวกที่ชอบรถซิ่งหรอ ที่เข้าไปช่วยเหลือ ผมเห็น หลายครั้งมาก รถน้ำมันหมด วัยรุ่นผ่านมา ยันไปส่งปั๊มให้ น้ำท่วม แต่ละกลุ่ม แต่ละพวก ก็ต่าง ไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย มองในแง่ดีพวกผมบ้าง ถ้าไม่ชอบ ก็อย่ามายุ่งวุ่นวาย เข้าใจนะ ต่างคน ต่างอยู่ คนละสังคมไป MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิป! รถแจ๊สพุ่งชนเด็กแว้น ขณะท้าซิ่งประชันความเร็ว ย่านบางนา

ทูเรีย พิตต์ ความพิการไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป
ทูเรีย พิตต์ /  นางแบบพิการ / 

 ทูเรีย พิตต์  ความพิการไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป และ..."ฉันคื่อผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก"     นิตยสารหลายต่อหลายเล่ม มักจะเลือกนางแบบ นายแบบ รูปร่างน่าตาหล่อสวยๆ โพสต์ท่าคมๆขึ้นปกแทบทั้งสิ้น แต่สำหรับ นิตยสาร ออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ ฉบับเดือนกรกฎาคม นี้ได้เปิดนิยามความงามที่แตกต่างและน่าสนใจ ด้วยการคว้า นักกีฬานางแบบผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุไฟคลอก ผิวหนังยับย่นทั่วตัว มือข้างหนึ่งกุด อีกข้างเหลือนิ้วพียงไม่กี่นิ้ว มาขึ้นปกนิตยสารฉบับนี้ ในคอนเซ็ปต์ที่ว่า "ความมั่นใจ" และเพื่อต้องการบอกว่า คนพิการ ไม่ใช่ คนที่น่าสมเพช!!! ทูเรีย พิตต์ นักกีฬานางแบบ ผู้มีพลังใจอันยิ่งใหญ่      ทูเรีย พิตต์ นักวิ่งอัลตร้ามาราธอน (100 กม.) สาวอสสซี่วัย 26 ปี ถูกไฟคลอกจากเหตุการณ์ไฟไหม่ป่าทางทิศ ตะวันตกในออสเตรเลีย ขณะที่เธอเข้าร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอนเมื่อปี 2011 อุบัติเหตวันนั้นทำให้ผิวหนังบนร่างกายถูกไฟไหม้ไปกว่า 65% และต้องเข้ารับการผ่าตัดกว่า 100ครั้ง จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยปาฎิหารณ์เธอก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดมาได้ แม้ว่าจะมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป มีแผลเป็นและผิวหนังยับย่นไปทั่วร่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ถูกไฟเผาไปด้วยนั่นก็คือพลังใจและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ และความเป็นนักกีฬา ที่ทำให้เธอยังคงวิ่งอยู่ และล่าสุดเธอได้เข้าร่วมแข่งมาราธอน ทั้งปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และวิ่งตลอดแนวกำแพงเมืองจีน เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิ Interplast ที่นำเงินไปสนับสนุนศัลยกรรมตกแต่งให้กับผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าตลอดการแข่งขันมาราธอน เธอต้องต่อสู้กับอาการเลือดไหลที่จมูกไม่หยุด ไข้สูงจนเพ้อ แสบลำคอ และปวดท้องตลอดเวลา เธอก็ไม่คิดล้มเลิกภารกิจ แต่ยังสู้ ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนคนอื่นๆมีกำลังใจสู้ทำภารกิจให้สำเร็จต่อไปอีกด้วย การต่อสู้และพลังใจที่เข้มแข็งของนักกีฬาคนนี้ ทำให้ เฮเลน แมคเคบ บรรณาธิการใหญ่ของนิตยาสารออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ เกิดความประทับใจ และมองเห็นถึง มิติความงามในตัว ทูเรีย พิตต์ ผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม ผู้หญิงที่ไม่เคยหมดความหวังและศรัทธาในตัวเอง จนเลือกเธอมาเป็น บางแบบปก ของนิตยสาร  ออสเตรเลียน วูเมน วีคลีย์ ฉบับเดือนกรกฎาคม เพื่อส่งสารไปยังผู้อ่านว่า ไม่ว่ารูปร่างภายนอกจะเป็นอย่างไร กำลังใจทีดี ความคิดที่ดีงาม คือความงามที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ และ  ทุเูรีย พิตต์ คือ ผู้หญิงต้นแบบ  ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ว่าจะต้องกลายมาเป็๋นคนพิการ สิ่งที่ทำ สิ่งที่เคยเป็นยังคงสานต่อ อีกทั้งยังมีจิตใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้มีกำลังใจลุกขึ้นสู้ ด้าน ทูเรีย พิตต์ เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก "สำหรับฉันแล้ว รูปโฉมที่คนอื่นมมองว่าน่าเกียจ ความพิการที่คนมองว่าน่าสมเพช ไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์และการใช้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปเลย ฉันภูมิใจและดีใจที่วันนี้มีคนเห็นค่าในตัวฉัน มองเรื่องราวชีวิตของฉันเป็นแรงบันดาลใจและลุกขึ้นสู้อีกครั้ง" "การมองโลกในแง่ดีก็คือความสวยงาม เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงโดดเด่นออกมา และความพิการ นั้นมันไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์นั้นลดลงหรือหมดไปเลย " ปัจจุบัน เธออาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มนักจัดรายการวิ่ง และใช้ชีวิตดังเช่นคนปกติทั่วไป ไม่เคยคิดว่าตังวเองเป็นคนพิการ มั่นใจและยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น ไม่พรางกาย ไม่ปิดบังรูปโฉมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากอุบัติเหตุไฟคลอกในครั้งนั้น ข้อคิด จาก ทูเรีย พิตต์ 1. อย่ายอมแพ้ : คุณจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ สมบัติสำคัญก็คือความมุ่งมั่น และความเพียรพยายามอย่างเต็มที่ 2.อยู่ในสังคมที่ดี แวดล้อมด้วยคนที่มองโลกในแง่ดี 3.ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น :  ต้องเข้าในและยอมรับให้ได้ว่าทุกอย่างมี2ด้านเสมอ หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีสุขก็ต้องทุกข์ มีสมหวังก็ต้องมีผิดหวัง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความเศร้าหรือความผิดหวังแล้ว ต้องยอมรับมันและผ่านมันไปให้ได้ อย่าอยู่กับมันนาน 4. รับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกาย :  เมื่อใดก็ตามที่คุณแข็งแรงและมีสุขภาพสมบูรณ์เต็มเปี่ยม ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟีน ที่จะทำให้คุณมีความสุข สร้างความรู้สึกดีกับตัวเองและมีความสุขในการใช้ชีวิต  เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก...huffingtonpost.com

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

มังกร(ไม่)ซ่อนลาย! หลุดชุดเยือน เรอัล มาดริด ฤดูกาลใหม่สีดำล้วนลายมังกร
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ /  ชุดแข่ง / 

ไม่รู้จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ขนาดไหน เมื่อมีภาพหลุดของชุดเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมแกร่งจากแดนกระทิงออกมาว่าจะใช้สีดำล้วน และยังมีลายมังกรอยู่ด้านหน้าของเสื้อ โดยเว็บไซด์จากประเทศอุรุกวัย ที่มักจะมีภาพหลุดของชุดแข่งสโมสรดังๆออกมาประจำได้ปล่อยภาพชุดแข่งที่ว่ากันว่า ทีมแชมป์ยุโรป 10 สมัย จะใช้ในฤดูกาลใหม่เป็นสีดำล้วน และมีลายมังกรที่ออกแบบ โยจิ ยามาโมโต้ ศิลปินชาวญีปุ่นที่เคยฝากผลงานไว้บนรองเท้าสตั๊ด เอฟ 50 อาดิซีโร่มาแล้ว พาดผ่านตรงกลางของเสื้อกันเลยทีเดียว สำหรับชุดเยือนชุดที่สองของ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ก็แสบทรวงไม่เบา เมื่อมาในชุดสีชมพูนมเย็น จนสื่อแซวว่าเหมือนตัวละครพิงค์เพนเตอร์

จับตา!! โอริกิ กำลังจะเป็นเด็กใหม่ หงส์แดง วันนี้
ดิว็อค โอริกิ /  ตรวจร่างกาย / 

Daily Star สื่อชื่อดังแห่งเมืองผู้ดี รายงานว่า ดิว็อค โอริกิ หัวหอกดาวรุ่งชาว เบลเยี่ยม กำลังจะกลายเป็นนักเตะใหม่ของ ลิเวอร์พูล ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หลังจากเจ้าตัวมีคิวบินมาตรวจร่างกายกับทัพ "หงส์แดง" ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา วันนี้ ศูนย์หน้าวัย 19 ปีของ ลีลล์ กำลังจะกลายเป็นแข้งใหม่ในรัง แอนฟิลด์ แบบเต็มตัว แต่ดีลนี้ "หงส์แดง" อาจจะส่งไปให้กับ "ตราหมา" ต้นสังกัดเดิมของตัวนักเตะยืมใช้งานต่อไปอีก 1 ซีซั่น ตอนนี้บรรดานักเตะ ลิเวอร์พูล รวมไปถึงสต๊าฟโค้ช และทีมแพทย์ อยู่ที่ อเมริกา เพื่อเตรียมลงแข่งปรีซีซั่น ทำให้นักเตะที่กำลังจะตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ ต้องข้ามฟากไปตรวจร่างกายที่ บอสตัน เท่านั้น

FIA ตรวจสนามบุรีรัมย์เซอร์กิต ร.ย.ส.ท.ยันใช้แข่งF1ได้สบาย
FIA /  ทิม เชงเก้น / 

ทิม เชงเก้น (Tim Schenken) ตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA พร้อมด้วย นายประเสริฐ อภิปุญญา เลขาธิการราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ เดินทางมาตรวจสนามแข่งระดับมาตรฐานโลกแห่งแรกของไทย โดยมี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานโครงการฯ และ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ผู้อำนวยการโครงการให้การต้อนรับ ภาย หลังการลงพื้นที่ตรวจแทร็กความยาว 4.554 กิโลเมตร ทิม เชงเก้น รองประธานด้านสนามแข่งของ FIA และเป็นอดีตนักขับฟอร์มูล่า วัน ชาวออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า พื้นผิวแทร็ก รวมถึงบริเวณ รัน-ออฟ แอเรีย (Run-off area) ในแต่ละโค้งถือว่ามีการดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานที่วางเอาไว้ และมีเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยเท่านั้นที่ต้องมีการปรับปรุง ด้าน นายประเสริฐ อภิปุญญา เลขาธิการราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับ FIA เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนจากนี้ไป เมื่อสนามสร้างแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ทาง FIA จะเดินทางมาตรวจความพร้อมครั้งสุดท้าย เพื่อออกใบอนุญาตระดับมาตรฐาน FIA Grade 1 ต่อไป ทั้งนี้ นายประเสริฐ ยืนยันว่า มาตรฐานของสนามแข่งระดับ FIA Grade 1 ที่สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรือ BRIC วางเป้าเป็นศูนกลางมอเตอร์สปอร์ตอาเซี่ยนนั้น สามารถจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบได้ทุกระดับ รวมไปถึงการแข่งขันระดับสูงสูดในรายการ ฟอร์มูล่าวัน ชิงแชมป์โลก

เพื่อสามีเลิฟ! นุ่น ตามเชียร์ ต๊อด แข่งรถที่ญี่ปุ่น
นุ่น วรนุช /  ต๊อด ปิติ / 

นางเอกสาว นุ่น วรนุช พร้อมเดอะแก๊งสุดซี้รวมถึงสาว เจี๊ยบ โสภิตนภา ใช้เวลาวันหยุดสั้นๆ บินด่วนไปเที่ยวสุดชิลล์ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่จุดประสงค์หลักของ สาวนุ่น ในการไปครั้งนี้เพื่อไปเชียร์คุณสามีอย่าง ต๊อด ปิติ แข่งรถแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม Fuji International Speedway พร้อมส่งกำลังใจเต็มเปี่ยมจนทำให้ หนุ่มต๊อด ทำผลงานออกมาได้ดีคว้ารางวัล Best Performing Driver มาครองจนได้ งานนี้ สาวนุ่น โพสต์แสดงความยินดีผ่าน IG พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าครั้งหน้าจะมาเชียร์อีกแน่นอนนะคะคุณสามีสุดเลิฟ!! นุ่น-ต๊อด นุ่น-ต๊อด นุ่น-ต๊อด ต๊อด ปิติ นุ่น-เดอะแก๊ง นุ่น-เจี๊ยบ-เดอะแก๊ง นุ่น-เจี๊ยบ-เดอะแก๊ง นุ่น-เจี๊ยบ

กู๊ดไอเดีย! เสื้อแข้ง ลีกสเปนสกรีนลายเบียร์กับหนวดปลาหมึก
คลับ เดปอร์ติโว ลูโก้ /  ดิวิชั่น 2 / 

คารวะความครีเอทีฟเลยสำหรับสโมสร คลับ เดปอร์ติโว ลูโก้ ทีมจากดิวิชั่น 2 ประเทศสเปน ปล่อยชุดแข้งลายเบียร์ และเสื้อผู้รักษาประตูลายหนวดปลาหมึก ที่ทำออกมาได้อย่างแปลกตาและสวยงาม ทั้งนี้สโมสร คลับ เดปอร์ติโว ลูโก้ นั่นตั้งอยู่ที่เมือง กาลิเชีย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1953 โดยก่อนหน้าเมื่อ 2 ซีซั่นที่แล้วทีม ลา โฆย่า ญอร์ก้า ทีมในระดับดิวิชั่น 2 ก็เคยปล่อยเสื้อแข่งลาย บล็อคเคอรี่ มาแล้ว แต่ล่าสุดเจอสโมสร คลับ เดปอร์ติโว ลูโก้ เข้าไปที่บอร์ดบริหารจัดให้กับเสื้อลายเบียร์ และลายหนวดปลาหมึกเล่นเอาวงการเสื้อแข่งศึกดิวิชั่นสะเทือนกันเลยทีเดียว ส่วนเหตุผลที่ คลับ เดปอร์ติโว ลูโก้ ต้องสกรีนลายเบียร์ลงบนเสื้อเเข่งก็เพราะผู้สนับสนุนรายใหญ่ของสโมสรนั้นคือเครื่อดื่มเบียร์ยี่ห้อ เอสเทรลล่า ที่ผลิตขึ้นที่เมืองกาลิเชีย ส่วน หนวดปลาหมึกบนเสื้อผู้รักษาประตูนั้นก็มีที่มาจากอาหารประเภทปลาหมึกที่เมืองกาลิเชียนั้นขึ้นชื่อนั้นเอง

เกมเมอร์ตปท. เล่นเกมส์แข่งรถกับ
Rally Sports Challenge /  ข่าวสังคมเกมส์ / 

เว็บไซต์ต่างประเทศ นำเสนอข่าวถึง เกมเมอร์จากต่างประเทศ ได้เล่นเกมส์แข่งรถกับพ่อของเขา หลังลาจากไปได้กว่า 10 ปี โดยแข่งขันผ่านเซฟเกมส์ด้วยระบบ Ghost (ระบบเงารถยนต์) ภายในเกมส์บน Xbox 00WARTHERAPY00 ชื่อผู้ใช้เล่าผ่านบนเว็บไซต์สังคมออนไลน์ว่า เมื่อตนอายุ 4 ขวบ พ่อของตนได้ซื้อเกมส์ Xbox มาเล่นเมื่อปี 2001 แถมมีเกมส์ในบ้านเยอะมาก แต่แล้วเขาต้องจากไปในโลกใบนี้ เมื่อตนมีอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น ตลอดที่ผ่านมา ตนก็ไม่ได้แตะเครื่องเล่นเกมส์มานานกว่า 10 ปี จนวันหนึ่งเมื่อตนได้สัมผัสและเล่นเกมส์ Rally Sports Challenge บนเครื่อง Xbox ตอนอายุราว 16 ปี สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ตนได้เจอ"ผี" ในเกมส์ ในลักษณะ เป็น"เงารถยนต์"ที่พ่อของตนเคยเล่นมาก่อน ทำให้ตนใช้เวลาการเล่นแข่งรถกับพ่อเพื่อเข้าเส้นชับผ่านวิดีโอเกมส์ และกลายเป็นความสุขเล็กๆระหว่างครอบครัว หลังจากที่กระทู้ดังกล่าว ได้ถูกเผยแพร่แล้ว พบว่ามีผู้เล่นเกมส์แสดงความเห็นในด้านบวก ให้กำลังใจกับการสูญเสีย และรู้สึกดีที่แชร์ประสบการณ์ในการเล่นเกมส์ครั้งนี้ โดยปกติแล้ว เกมส์ขับรถส่วนใหญ่จะมีระบบ Ghost หรือเงารถยนต์ ปรากฏขึ้นหลังจากที่ผู้เล่นๆเข้าเส้นชัยในแต่ละรอบ และเวลาที่กลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง ระบบดังกล่าวเรียกข้อมูลการเล่นก่อนหน้าปรากฎในเกมส์ล่าสุด เพื่อแข่งขันตัวผู้เล่นเอง

จีนผุด คางคกยักษ์ทองคำ แข่งกับเป็ดยางยักษ์
คางคกยักษ์ /  คางคกยักษ์ทองคำ / 

จีน ผุดคางคกยักษ์ทองคำ ลอยกลางสวนในกรุงปักกิ่ง เรียกสิริมงคล ดึงดูดนักท่องเที่ยว สำนักข่าวในประเทศจีน รายงานว่าที่สวนสาธารณะยู่ยวนถัน  กรุงปักกิ่งของจีน มีการนำคางคกทองคำยักษ์ลักษณะเป็นตุ๊กตายางเป่าลมให้พองขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางทะเลสาปในสวนสาธารณะ ซึ่งลักษณะของมันคล้ายกับคางคกสามขาหรือเซียมซูแต่ตัวนี้มีสี่ขา ซึ่งเซียมซูจะมีเหรียญอี้จิงอยู่ในปากช่วยดึงดูดความมั่งคั่งอย่าง มหาศาลเข้ามาในบ้านและถือว่าเป็นสัตว์มงคลที่นำโชคดีมาให้ โดยคางคกยักษ์ตัวนี้มีความกว้าง 34 เมตรและสูง22เมตร สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวจีน ทั้งนี้มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าคางคกยางยักษ์นี้อาจจะมาแข่งกับเป็ดยางยักษ์ของศิลปินชาวดัตช์ชื่อฟลอเรนทิน ฮอฟแมนที่เป็นกระแสฟีเว่อร์จัดแสดงที่อ่าวทั่วโลกเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ถึงขนาดที่จีนยังสร้างเลียนแบบเลย ซึ่งประชาชนชาวจีนได้แสดงความคิดเห็นว่าคางคกยักษ์ทองคำมันพองโตคับสระที่มีขนาดเล็กเกินไป MThai News

แซนดี้ เบิ้ลแชมป์เมืองผู้ดี ทะยานขึ้นจ่าฝูงเอฟทรี
ซิลเวอร์สโตน /  ทีมอาร์พีมอเตอร์สปอร์ต / 

การแข่งขันยูโรฟอร์มูลา โอเพน ที่ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสนามที่ 5 ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ค.57 โดย แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค นักซิ่งตัวแทนประเทศไทยเบิ้ลแชมป์ ทั้ง 2 เรซ ทวงตำแหน่งผู้นำจ่าฝูงคืนได้สำเร็จ เริ่มสตาร์ทเรซที่ 1 วันที่ 19 ก.ค.57 ทีมอาร์พีมอเตอร์สปอร์ตต้นสังกัด วางแผนร่วมกันกับ แซนดี้ เป็นอย่างดี และพยายามอย่างหนักในการเซ็ทอัพเครื่องยนต์ให้ลงตัวกับสไตล์การขับของ แซนดี้ มากที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่สนามเปียก เพราะว่ามีฝนตกลงมาอยู่ตลอด ในช่วงควอลิฟาย อเล็กซ์ พาโล ทำเวลาได้เร็วต่อรอบได้ดีที่สุด เฉือนกับ แซนดี้ ไปเพียงนิดเดียว อเล็กซ์ นักขับสเปน จึงคว้าโพลโพซิชั่นไปครอง แซนดี้ จึงได้กริดสตาร์ทอันดับที่ 2 ทว่าในช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน หลังจากออกสตาร์ทไม่นาน แซนดี้ ก็สามารถขึ้นแซง อเล็กซ์ ได้สำเร็จ และทิ้งห่างจากกลุ่มในทันที นำอยู่อันดับ 1 ตลอดจนกระทั่งจบการแข่งขัน เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ดังคาด ทิ้งห่างจาก อเล็กซ์ อันดับที่ 2 อยู่ 8 วินาที และตามมาด้วยอันดับที่ 3 ยาริน สเติร์น นักขับชาวอิสราเอล จากนั้นเรซที่ 2 วันที่ 20 ก.ค.57 สภาพสนามแห้ง แซนดี้ คว้าโพลโพซิชั่นมาครอง ด้วยเวลาที่เร็วกว่า ยาริน สเติร์น ผู้ได้กริดสตาร์ทที่ 2 เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เมื่อสัญญาณไฟแดงดับลง ยาริน ออกสตาร์ทได้ดีกว่า ได้จังหวะขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ในทันที แต่ไปได้แค่เพียงครึ่งทางของแลปที่ 1 แซนดี้ แซงกลับคืนนักขับอิสราเอลได้สำเร็จ ขึ้นนำในทันที ขณะที่ อเล็กซ์ ก็แซงนำ ยาริน ขึ้นมาเช่นกัน อเล็กซ์จึงไล่ตาม แซนดี้ มาติดๆ อยู่ในอันดับที่ 2 พยายามเร่งความเร็ว กระเถิบเข้าใกล้รถของ แซนดี้ ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่เป็นผลไม่สามารถแซง แซนดี้ ได้ จนกรรมการตีธงหมากรุกสิ้นสุดการแข่ง แซนดี้ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย อเล็กซ์ อันดับ 2 และยาริน เป็นอันดัน 3 โดย แซนดี้ กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า สนามนี้เป็นการแข่งขันที่ขับเคี่ยวกันอย่างมันมาก ตนรู้ว่า อเล็กซ์ พยายามอย่างหนักที่จะไล่จี้ กว่าจะจบการแข่งยางล้อหลังรถเบิร์นหายไปเยอะมากเลยทีเดียว ตนดีใจมากที่สามารถคว้าชัยชนะมาได้ทั้งสองเรซในสุดสัปดาห์นี้ ในสนามที่เป็นสนามในตำนานอย่าง ซิลเวอร์สโตน ส่วนสนามต่อไป สนามที่ 6 สปา ฟรองคอฌองส์เซอร์กิต ประเทศเบลเยียม วันที่ 7-8 ก.ย. เป็นสนามที่ชื่นชอบเช่นเดียวกันกับซิลเวอร์สโตน ตั้งใจไว้ว่า จะรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ให้ได้ แซนดี้ กล่าวทิ้งท้าย

บิ๊กป๋อม หวังโยกคิว ฉลามโต๊ะเล็ก หนีไทยลีก เพื่อเอื้อแฟนฉลองแชมป์
ฉลามโต๊ะเล็ก /  ชลบุรี / 

บิ๊กป๋อม เชิญชาวชลบุรีร่วมฉลองแชมป์ฟุตซอลลีก หวังขยับวันแข่งเพื่อไม่ให้ชนกับฟุตบอลไทยลีก คว้าแชมป์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วหลังจากที่ "ฉลามโต๊ะเล็ก" ชลบุรี บลูเวฟ เปิดบ้านเอาชนะเชียงใหม่ ฟุตซอลคลับ 9-2 แม้ยังเหลืออีก 4 นัด ในฟุตซอล ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2014 ซึ่งการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสร โดย บิ๊กป๋อม อดิศักดิ์ เบญจศิริวรรณ ประธานสโมสรชลบุรี บลูเวฟ กล่าวถึงความสำเร็จว่า การฉลองแชมป์นัดสุดท้ายวันที่ 10 ส.ค.57 อาจจะมีมินิคอนเสิร์ต แต่ว่าไปตรงกับไทยลีก ที่ ชลบุรี เอฟซี ต้องไปเยือน สุพรรณบุรี ก็วอนชาวชลบุรี อยากให้เข้ามาร่วมฉลองแชมป์กันเยอะๆ ซึ่งอีกทางหนึ่งเราได้ขอไปยังฝ่ายจัดการแข่งขัน เพื่อเปลี่ยนวันแข่งไม่ให้ตรงกับฟุตบอลไทยลีก อาจจะแข่งก่อนหรือแข่งหลังก็ได้ก็หวังว่าจะเปลี่ยนวันแข่งได้

แจ็คพอตแตก!!! ซัวเรซ พ้นโทษแบนลงฟัดศึกเอลกลาซิโกพอดีเป๊ะ
กุนซือยอดเยี่ยม /  ซัวเรซ / 

อะไรจะดวงดีขนาดนั้นสำหรับ "พลพรรคเอเลี่ยน" บาร์เซโลน่า ยอดทีมแห่งลาลีก้า สเปน ที่ล่าสุดโปรแกรมฟุตบอล ลาลีก้า สเปน ก็ถูกเปิดเผยออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยโปรแกรมที่แฟนบอลทั่วโลกจับตาคงหนีไม่พ้นศึก เอลกลาซิโก้ เรอัล มาดริด ปะทะ บาร์เซโลน่า ที่ระบุไว้ว่าจะแข่งกันในสัปดาห์ของวันที่ 25-26 ตุลาคม 2014 ซึ่งตรงกับวันที่ หลุยส์ ซัวเรซ พ้นโทษแบนพอดิบพอดี นั่นเท่ากับว่า ศึกเอลกลาซิโก้ ยกแลกในซีซั่น 2014-15 หลุยซ์ ซัวเรซ และพ้องเพื่อนเอเลี่ยน เนย์มาร์ และ เมสซี่ จะได้ร่วมบรรเลงเพลงแข้งกันเป็นนัดแรกที่สนาม ซานติอาโก เบอร์นาบิว *ทั้งนี้ หลุยส์ ซัวเรซ จะพ้นโทษแบน 4 เดือนจากกรณีเฉาะ คิเอลลินี่ ในศึกฟุตบอลโลกและสามารถกลับมาลงเล่นฟุตบอลได้อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2014 ซึ่งถ้าหาก ศึกเอลกลาซิโก้ ยกแรกแข่งในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2014 ซัวเรซ ก็จะเป็นได้เพียงผู้ชมเท่านั้น โปรแกรมการนัดเปิดสนามของศึกลาลีกา 23-24 สิงหาคม 2014 เซบีญา - บาเลนเซีย เลบานเต้ - บียาร์เรอัล บาร์เซโลนา - เอลเช กรานาด้า - ลา คอรุนญา ราโย - แอต.มาดริด ไอบาร์ -- โซเซียดาด เรอัล มาดริด - คอร์โดบา เซลต้า - เกตาเฟ อัลเมเรีย - เอสปันญอล มาลาก้า - แอธ.บิลเบา โปรแกรม "บิ๊กแมตช์" ประจำฤดูกาล 2014-15 26 ต.ค. 14 เรอัล มาดริด - บาร์เซโลนา 22 มี.ค. 15 บาร์เซโลนา - เรอัล มาดริด 14 ก.ย. 14 เรอัล มาดริด - แอตเลติโก มาดริด 8 ก.พ. 15 แอตเลติโก มาดริด - เรอัล มาดริด 11 ม.ค. 15 บาร์เซโลนา - แอตเลติโก มาดริด 17 พ.ค. 15 แอตเลติโก มาดริด - บาร์เซโลนา ที่มา : https://uk.eurosport.yahoo.com/news/liga-suarez-ban-expire-weekend-first-clasico-112303990--sow.html

วิเคราะห์โอกาสรอดของ เจ้ามุ้ย ใน ลาลีกา มีแค่ 48%
กระทิงดุ /  กองหน้า / 

กลายเป็นนักเตะ ยูดี อัลเมเรีย แบบครึ่งตัวไปซะแล้วสำหรับ "เทพมุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา เจ้าของยูนิฟอร์มหมายเลข 18 คนใหม่แห่งรัง เอสตาดิโอ เด ลอส ฆูเอกอส หลายคนตั้งขอสงสัยว่าซุปตาร์ตัวแทนประเทศไทยคนนี้จะไหวกับศึก ลา ลีกา สเปน เวทีที่ขึ้นชื่อว่าติด 1 ใน 3 ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ถ้ามองจากสถานะการทีมเมื่อซีซั่นที่แล้วต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาเพิ่งโกงความตายมาชัดๆ หลังจากได้ช็อตมหัศจรรย์ช่วยไว้เยอะเหมือนกันสำหรับช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้ปัจจุบัน อัลเมเรีย ของ ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่บนเวที ลา ลีกา ได้ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่จะทำให้ "เจ้ามุ้ย" ประสบความสำเร็จ  อันดับแรก คือ ความสามารถเฉพาะตัว - แน่นอนอยู่แล้วสำหรับใครที่ได้ติดตามฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกเป็นประจำจะรู้ดีว่า ธีรศิลป์ คือนักเตะที่เอาตัวรอดเก่งมากๆ ส่วนทักษะด้านอื่นๆคงไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา เพราะนี่คือเจ้าของศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทยคนปัจจุบัน (เปอร์เซ็นรอด +8%) อันดับ 2 คือ แอตเลติโก้ มาดริด - การได้ไปลับฝีเท้ากับบรรดาผู้เล่นที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของของสเปน มาสดๆร้อนๆ น่าจะเป็นแรงบวกให้ "เจ้ามุ้ย" ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้บ้าง แถมต้องเจอกับสภาพ อากาศที่โคตรจะหนาว ทำให้อย่างน้อยๆเรื่องของประสบการณ์ และความคุ้นเคยกับระบบที่เป็นมืออาชีพกว่าบ้านเรา(มาก) เชื่อว่า ธีรศิลป์ น่าจะปรับตัวในส่วนนี้ได้ไม่ยาก (เปอร์เซ็นรอด +8%) อันดับ 3 คือ อัลเมเรีย - การได้เข้ามาอยู่กับสโมสรที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น แน่นอนเรื่องประสิทธิภาพนักเตะแย่กว่าหลายทีมตั้งแต่กลางตารางขึ้นไปอยู่แล้ว ทำให้ มุ้ย น่าจะมีโอกาสลงสนามอย่างต่ำๆประมาณ 10-15 เกมชัวร์ๆ เพราะนอกจาก ลา ลีกา แล้ว ยังมีโปรแกรมบอลถ้วยให้เตะอีกเพียบ แล้วยิ่งถ้าวันไหนผีเข้าไปพังตาข่ายบรรดายักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด หรือแอต.มาดริด ขึ้นมา คราวนี้ความมั่นใจมาเพียบแน่ๆ (เปอร์เซ็นรอด +15%) อันดับ 4 คือ ไร้ดาวดัง - ถ้าให้ไล่ชื่อมาตั้งแต่ ผู้รักษาประตู ยันกองหน้า สิ่งแรกที่อยากจะถามคือพวกนี้เป็นใคร? ชื่อไม่คุ้นหูซักคน? แต่สิ่งที่เหมือนกับแย่ ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่ฟุตบอลของ อัลเมเรีย คือการเล่นเป็นทีม ไม่ใช่หวังพึ่งพาผู้เล่นแค่คนเดียวในการซัดประตู ทำให้ค่าเฉลี่ยความโดดเด่นของนักเตะแต่ละเกมจะอยู่ใกล้ๆกัน เชื่อว่าการที่ไร้ความกดดันเมื่อลงสนาม จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ "เจ้ามุ้ย" เค้นฟอร์มที่แท้จริงออกมาได้ และไม่แน่ถ้าผลงานดันไปเตะตาบรรดาทีมกลางตาราง(หรือสูงกว่านั้น) ธีรศิลป์ อาจได้เป็นกระบอกเสียงให้แมวมองหันมาสนใจแข้งไทยไปร่วมลีกก็เป็นได้ (เปอร์เซ็นรอด +17%) สิ่งที่จะทำให้ "มุ้ย" พังไม่เป็นท่าบนเวที ลา ลีกา อันดับแรก คือ เวลลิงตัน ซิลวา - เทพ FM วัย 21 ปีที่ อัลเมเรีย เพิ่งยืมตัวมาจาก "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ ธีรศิลป์ เลยทีเดียว เพราะดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนรายนี้สามารถเล่นได้ทั้งหน้าต่ำ และปีก ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่บรรดาสื่อต่างๆคาดว่า "เจ้ามุ้ย" จะถูกใช้งานตรงจุดนั้น(หน้าต่ำ) (เปอร์เซ็นร่วง -7%) อันดับ 2 คือ ไร้เงาซูโซ่, โรดริ - 2 คีย์แมนที่ยืมตัวมาจาก ลิเวอร์พูล และบาร์เซโลน่า เบ เมื่อซีซั่นที่แล้ว คือนักเตะที่ฉุดทีมขึ้นมาจากโซนนรกแตกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะจังหวะสำคัญต่างๆที่ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มกลับบ้านส่วนใหญ่จะมาจากสองคนนี้ทั้งสิ้น มาดูกันว่า อัลเมเรีย จะอุดรูโหว่ช่องนี้ได้ยังไงเมื่อไม่มีทั้ง ซูโซ่ และโรดริ 2 แนวรุกตัวเก่งอยู่ช่วยทีมในซีซั่นหน้า (เปอร์เซ็นร่วง -19%) อันดับ 3 คือ ภาษา - ถึงจะได้ศึกษามาบ้างเกี่ยวกับภาษาสเปนที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ตำรากับชีวิตจริงบางครั้งมันก็ไม่เหมือนกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โค้ชหรือเพื่อนร่วมทีมต้องการสื่อสารด้วย(เวลาลงแข่ง) บางทีสิ่งที่ซ้อมกันมาอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็ได้ (เปอร์เซ็นร่วง -8%) อันดับ 4 คือ แนวรับระดับโลก - ถ้าให้ไล่รายชื่อมาไม่ว่าจะเป็น เปเป้, รามอส, ปิเก้, โกดิน, มิรานด้า และกองหลังอีกหลายรายที่พร้อมจัดหนักใส่แนวรุกคู่แข้งให้สลบเหมือบในโรงหมอไปหลายเดือนอยู่แล้ว เพราะขนาด เมสซี่, โด้จิ๋ว และเนย์มาร์ ที่ว่าเทพๆยังเกือบเอาตัวไม่รอดจากบรรดาตัวรับขาโหดพวกนี้เหมือนกัน กลัวว่า "เจ้ามุ้ย" จะโดนรับน้องหนักๆจนต้องพักไปหลายเดือน สุดท้ายส่งผลกระทบไปยังฟอร์มการเล่นจนต้องโดนดองไปในที่สุด (เปอร์เซ็นร่วง -18%) รวมทั้งหมด = โอกาสได้ไปต่อ 48 เปอร์เซ็น (ไม่ถึงครึ่ง) ส่วตัวคิดว่าว่ายังไงซะ อัลเมเรีย ก็ไม่น่าอยู่รอดในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลหน้าแน่ๆ แต่ขอให้บรรดาสโมสรในยุโรปหรือลีก สเปน คว้าตัวเจ้ามุ้ยไปร่วมทัพแบบถาวร เพื่อการันตีว่า เด็กไทยก็สามารถเป็นยอดแข้งระดับโลกแบบใครๆได้สบาย ... สาธุ !! ปล.บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของ ถุงเท้าทองคำ ล้วนๆ ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยเน้อ

ประวัติเก เกวลิน แกรนท์ อายุ 18 ปี นักเพาะกายหญิงสวยที่สุด
ที่สุุดในโลก /  ประวัติดาราวัยรุ่น / 

ช่วงนี้ใครๆ ก็หันมารักสุขภาพ ออกกำลังกายกันทั้งนั้น .. ถ้าพูดถึงเทรนด์ออกกำลังกายตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น T25 ที่เหล่าบรรดาเซเลปทั้งหลายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเวิร์กอ่ะ! สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรง เฟิร์ม กระชับได้ แค่เพียงออกกำลัง 25 นาทีเท่านั้นแต่ประสิทธิภาพเท่ากับการออกกำลังถึง 1ชั่วโมงเลยทีเดียว อย่างเช่นสาวน้อยคนนี้ เก เกวลิน แกรนท์ ที่หันมาเอาดีทางด้านออกกำลังกาย แต่ไม่ใช่ T25 นะคะ เธอนั้นเล่นกีฬาเพาะกาย จนตอนนี้ได้ฉายาว่าเป็น นักเพาะกายหญิงสวยที่สุด ไปซะแล้ว แล้วเรื่องราวที่มาที่ไปนี้จะเป็นอย่างไร ตามทีนเอ็มไทยไปติดตามกันเลย ^^ ประวัติเก เกวลิน แกรนท์ อายุ 18 ปี นักเพาะกายหญิงสวยที่สุด ประวัติเก เกวลิน แกรนท์ อายุ 18 ปี นักเพาะกายหญิงสวยที่สุด หลังจากที่ เก เกวลิน แกรนท์ ได้ออกรายการ วีวีไอพี (V VIP)  ในวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เธอเป็นสาวน้อยอีกหนึ่งคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว .. เก เกวลิน แกรนท์ ก็เหมือนวัยรุ่นสาวทั่วไปที่ต้องการออกกำลังกาย เพราะต้องการลดความอ้วน จึงเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายตั้งแต่อายุ 15 ปลายๆ แต่หลังจากนั้นเธอได้มีโอกาสได้ดูการประกวด เพาะกาย แล้วรู้สึกสนใจ จึงเริ่มออกกำลังกาย เทรนด์เป็นนักกีฬาเพาะกายอย่างจริงจัง นักเพาะกายต้องมีกล้ามโตๆ ไม่ใช่หรอ? โดยทั่วไปที่เพือนๆ รู้เกี่ยวกับการเพาะกาย นั่นก็คือจะเป็นในภาพลักษณ์ของคนกล้ามโตๆ ใหญ่ๆ เห็นกล้ามเนื้อทุกส่วนชัดเจน แต่รู้ไหมว่า กีฬาเพาะกายนั้นมีทั้งหมด 4 ประเภทนะคะ ทีนเอ็มไทยจะยกตัวอย่างให้ดู ^^  1. เพาะกายแบบธรรมดา : ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ เนี่ยแหละ กล้ามใหญ่ๆ โตๆ เบ่งกันเข้าไป! 2. แอธเลติก ฟิสิกส์ : จะเเล็กลงมาจาก เพาะกายแบบแรก แต่ก็ยังคงความฮาร์ดอยู่ 3. โมเดล ฟิสิกส์ : จะเป็นแนวนางแบบ เน้นกล้ามน้อยๆ แบบสปอร์ต วูแมน ซึ่งน้องเก เกวลิน แข่งอันนี้ ^^ 4. ฟิตเนส : อันนี้จะผสมผสานทางด้านของยิมนาสติก - เต้นเอาเข้ามาเกี่ยวด้วย โชว์ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่ง 3 ประเภทก่อนหน้านี้ก็สามารถลงแข่งได้คะ น้องเก เกวลิน ฝากทริคเด็ดมาให้เพื่อนๆ กันด้วย เวลาที่ช่วยเผาพลาญได้ดีที่สุดคือ เวลาช่วงเช้า  หลังจากตื่นนอนยังไม่ต้องกินอะไรทั้งสิ้น ประวัติเก เกวลิน แกรนท์ ชื่อ-นามสกุล : เกวลิน แกรนท์ ชื่อเล่น : เก อายุ : 18 ปี วันเกิด : 28 สิงหาคม 2538 เชื้อชาติ : ไทย-อเมริกัน นักกีฬาเพาะกายและฟิตเนส ประเภทโมเดล ฟิสิกส์ น้ำหนัก: 55 กิโลกรัม ส่วนสูง: 165 เซนติเมตร การศึกษา : มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสายปัญญารังสิต ผลงานที่ผ่านมา รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี การประกวดหนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย ปี 2555 เข้าแข่งขัน WBPF World Bodybuilding Physique & Sports Championships 2012 รุ่น Women Model Physique 165cm รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทโมเดล ฟิสิกส์หญิงความสูงเกิน 160 ซ.ม. การประกวดหนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย ปี 2556 รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันกีฬาเพาะกาย “ภูเก็ต คลาสสิก 2013” รางวัลเหรียญเงิน ประเภทโมเดล ฟิสิกส์ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 42 สุพรรณบุรีเกมส์ 2556  ล่าสุด สอบผ่านการรับรองผู้ฝึกสอนเวทเทรนนิ่งของสถาบัน ACE (American Council on Exercise) และ FIT (Fitness Innovation Thailand) เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai ข้อมูลจากวีวีไอพี

เผยข้อมูลของ Gundam Build Fighters Try!!?
Gundam /  Gundam Build Fighters Try / 

ข่าวดีสำหรับแฟนๆ การ์ตูนของ Gundam ในช่วงนี้การ์ตูนซีรี่ย์ Gundam มักจะออกมาให้ชมอยู่เรื่อยๆ ซึ่งในรอบนี้เป็นของ  Gundam Build Fighters Try พร้อมภาพเปิดโดยใช้ตัวละครใหม่ ทั้ง 3 ได้แก่ Kamiki Sekai, Kousaka Yuuma และ Hoshino Fumina พร้อมหุ่นรุ่นใหม่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมีกำหนดฉายปลายปีนี้ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2014 ซึ้งภาคนี้มีถึง 25 ตอน น่าดูๆ โดยที่ทางเนื้อหาของภาคนี้เป็นเรื่องราวต่อจะภาคแรก โดยใช้การเว้นระยะเวลาห่างออกไปถึง 7 ปี หลังจากที่ตัวละคนภาคแรกอย่าง Iori Sei และ Reiji ชนะการแข่งขัน Gunpla Battle World Championships ครั้งที่ 7 และการแข่ง Gunpla Battle หลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างมาก  แต่ไม่รู้ด้วยเหตุอะไร ตอนนี้ชมรม Gunpla Battle ของโรงเรียน Seiho กำลังจะมีปัญหาเนื่องจากสมาชิกชมรมเหลือเพียงคนเดียวคือ Hoshino Fumina โดยต้องหาสมาชิกชมรมเพิ่มเพื่อที่จะเข้าร่วมแข่งขัน Gunpla Tournament ระดับประเทศ จนได้เจอกับอีก 2 คนคือ Kamiki Sekai และ Kousaka Yuuma นั่นเอง Kamiki Sekai พากย์โดย Togashi Kazumi นักเรียนมัธยมต้นปี 2 โรงเรียน Seiho ที่หลังจากได้เจอกับ Hoshino Fumina ก็เกิดหลงไหลใน Gunpla ใช้ Burning Gundam Kousaka Yuuma พากย์โดย Uchida Yuuma น้องชายของ Kousaka China นักเรียนมัธยมชั้นปี 2 โรงเรียน Seiho เป็นนักต่อ Gunpla ชั้นยอด ใช้ Lightning Gundam Hoshino Fumina พากย์โดย Makino Yui นักเรียนมัธยมปี 3 โรงเรียน Seiho ผู้ชื่นชอบ Gunpla และตามหาสมาชิกมาร่วมทีมเพื่อลงแข่งขันใช้ Winning Gundam Kamiki Mirai พากย์โดย Endo Aya รายชื่อทีมงาน Director : Watada Shinya (Love Live!, Aikatsu! episode director) Series composition : Kuroda Yosuke (Maken-Ki! Two, SoniAni: Super Sonico The Animation) Character design : Onuki Kenichi (Metal Armor Dragonar, Gundam Build Fighters) Character design cooperation : Yasuda Suzihito (Durarara!!, Kamisama Kazoku, Yozakura Quartet) Mecha designs : Okawara Kunio, Ishigaki Junya, Imaishi Susumu, Ebikawa Kanetake, Terashima Shinya, NAOKI Music : Hayashi Yuki, Tachibana Asami Production : TV Tokyo, Sunrise, Sotsu credit : (เนื้อหาบางส่วน)  akibatan

6 คู่รักดารา เลิฟทะลุจอ ที่ใครเห็นก็อิจ...ฉา
คู่รัก /  คู่รักดารา

คู่รักดารา เลิฟทะลุจอ ที่ใครเห็นก็อิจ...ฉา     พักเบรกกระแสข่าวร้อนแรงของคนในวงการบันเทิง แล้วเปลี่ยนฟีลมาฟินไปกับความหวานของ คู่รักดารา วงการบันเทิงทั้งไทยกันบ้างดีกว่าค่ะ  ที่จะพาเหรดมาให้คุณๆ ได้ปลื้ม ได้อิจฉา ชนิดที่ฟินจิกหมอน ในเรื่องราวความรักของพวกเขาทั้งคู่ ส่วนจะมีคู่รักคู่ฮอตไหนบ้าง  ไปดูกันเลยจ้าา... คู่รักดารา เหมือน-ต่างที่ลงตัว : หมอโอ๊ค-โอปอล์ จัดเป็นคู่รักคู่หวานที่ทำเอาแฟนคลับช็อคกันเป็นแถวๆ ตั้งแต่ประกาศว่าทั้งคู่คบหากัน จนกระทั่งประกาศแต่งงาน ด้วยเคมีความต่างของทั้งคู่ ทำให้หลายคนคิดว่า รักของ โอปอล์- หมอโอ๊ค เป็นเพียงรักโปรโมท คบกันเพื่อผลประโยชน์  ส่วนบางคนก็เปรียบเทียบเรื่องหน้าตา เพราะหมอโอ๊คเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี แตกต่างกันจะรักกันได้อย่างไร? อีกทั้งยังมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันอีกด้วย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารักครั้งนี้ คือรักแท้ ด้วยการเข้าพิธีวิวาห์กันในเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา จนทำให้สาวๆหนุ่มๆทั้งประเทศอิจฉากันไปทั้งประเทศ ที่สำคัญความรักของคู่นี้ยังทำให้เราเห็นว่า ความรักที่แท้จริงไม่อาจวัดได้จากเปลือกนอก แต่ต้องสัมผัสให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ข้างใน คู่รักลุ้นวิวาห์ : อั้ม-แอมป์ เป็นคู่รักคู่หวานที่ถูกจับตามองมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับคู่รักของซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย อย่าง "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" กับหวานใจนักธุรกิจสุดหล่อ แอมป์ พิธาน องค์โฆษิต ที่ความรักของเขาทั้งคู่หวานฉ่ำแบบสุด ๆ ถึงแม้ว่าจะมีโกรธมีทะเลาะกันบ้าง จนเลิกลากันไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็กลับมารักกันได้เหมือนเดิม แถมสวีทเว่อร์ เทคแคร์กันมากกว่าเก่า ซะด้วย ส่วนเรื่องงานวิวาห์นั้น ต้องอาศัยแรงเชียร์จากแฟนคลับ ให้ช่วยกันเชียร์เช้าสายบ่ายเย็น เชียร์กันทุกวันทุกคืน หน่อยแล้วล่ะ  จะได้เห็นสาวอั้มประกาศสละโสดซะที คู่รักมาราธอน  : ซี - เอมี่ ถือว่าเป็นคู่รักมาราธอนที่ แต่งงานร่วมหอลงโลงกันไปแล้ว สำหรับ หนุ่มซี ศิวัฒน์ กับสาวเอมี่ กลิ่นประทุม ที่คบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 8 ปี ถึงแม้จะมีข่าวมือที่สามมาเกี่ยวพัน ให้ระแคะระคายกันบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ออกมาปฏิเสธแบบชัดเจน และจูงมือกันผ่านวิกฤตนั้นมาได้ จนได้จูงมือแต่งงานกันไปเมื่อ ปลายเดือนมิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งชีวิตหลังแต่งงานก็แฮปปี้สุดๆ เติมความหวานกันมากกว่าเดิม จนตอนนี้แฟนคลับก็รอลุ้นตั้งตารอ ซี-เอมี่ตัวน้อย กันแล้วล่ะ คู่รักน่ารักมุ้งมิ้ง : เต๋อ ฉันทวิชญ์ - พีค ภัทรศยา รักหวานกันมานานกว่า 5 ปี จนใครหลาย ๆ คนอิจฉาในความหวานของคู่ พีค ภัทรศยา และ เต๋อฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซะเหลือเกิน ล่าสุดทั้งทั้งคู่วางอนาคตร่วมกันด้วยการเปิดร้านขนมอย่างที่สาวพีคชอบ แถมขยันโชว์ภาพน่ารักๆ หวานแข่งกับขนมลงในอินสตาแกรมตลอด แบบนี้จะไม่ให้อิจฉาได้ยังไง... คู่รักหวานสุดขั้ว :  ชาคริต-วุ้นเส้น แต่งงานกันมาได้สองปีกว่าๆ แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกันขนาดไหน เพราะเราก็มักจะได้เห็น ชาคริต-วุ้นเส้น ควงกันไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ และขยันเติมความรักให้กันอยู่ตลอดเวลา เคล็ดลับครองรักของทั้งคู่ก็คือ การบอกรัก วิธีที่ง่ายที่สุด ที่ทำให้ภรรยาสุดที่รักมีความสุข และรู้สึกว่าใส่ใจเขาอยู่ตลอดเวลา คู่รักผ่านร้อนผ่านหนาว : เจ เจตริน - ปิ่น เก็จมณี  คู่นี้แต่งงานกันมาแล้ว 13 ปี พร้อมมีลูกชายสุดที่รักทั้ง 3 คน คือ เจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร ซึ่งทั้งคู่ยังโชว์สวีทกันบ่อยครั้ง แม้ว่าลูกชายจะโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้วแต่ความหวานของทั้งคู่ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผ่านร้อนผ่านหนาว ช่วงเวลาของความทุกข์และความสุขมาด้วยกัน หลังเกิดวิกฤตของครอบครัวครั้งใหญ่ที่คุณแม่คนสวยเกิดป่วยจนถึงขั้นเดินไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็ยังประคับประคองความรักและครอบครัวมาได้ดีจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ "ลูก"นั่นเอง เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team เครดิตภาพ...IG @siwat_c, @amy_klinpratoom, @shahkrit, @vjwoonsen, @aum_patchrapa, @opalpanisara, @oak_smith, @peakpattarasaya,