แกล้งคนฮาๆ

ผลสำรวจชี้ ไทยเสี่ยงภัยไซเบอร์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น
คอมพิวเตอร์ /  มัลแวร์ / 

ไทยเสี่ยงภัยไซเบอร์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น การโจมตีทางไซเบอร์ในอดีตอาจจะเกิดจากบรรดาแฮกเกอร์ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ แต่ในปัจจุบันการโจมตีต่างๆ เกิดขึ้นในระดับที่กว้างและยิ่งใหญ่ขึ้น ทั้งรูปแบบองค์กรต่อองค์กร หรือรัฐต่อรัฐ ซึ่งเป็นเพราะว่าการโจรกรรมเหล่านี้สะดวกมากขึ้น... ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีมากขึ้นทุกวัน และมุ่งเน้นการโจมตีไปยังระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ระบบการเงินการธนาคาร รวมถึงระบบงานต่างๆ ของภาครัฐที่ให้บริการประชาชนโดยการโจมตีผ่านช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ ช่องโหว่ของเบราว์เซอร์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ หรือโจมตีโดยโปรแกรมไม่ประสงค์ดี ที่รู้จักกันในนาม มัลแวร์ (MalWare) ที่มีรูปแบบการโจมตีที่ได้รับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา โดยเหตุการณ์จู่โจมจากอาชญากรไซเบอร์เกิดขึ้นถึง 4,300 ครั้งในประเทศไทยตลอดปี 2558 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยในจำนวนนี้ กว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มีมัลแวร์เป็นต้นเหตุ จากผลสำรวจพบว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้าประชากรจะมีการใช้งานเฉลี่ย 6 ดีไวซ์ต่อคน หน่วยงานต่างๆ จะนำข้อมูลไว้ในŒระบบคลาวด์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งถึงแม้ว่าจะสามารถจัดเก็บได้จำนวนมากแต่ข้อมูลที่จะถูกนำไปเก็บไว้ต้องมีการคัดกรองและลำดับความสำคัญก่อน จะเห็นได้ว่า เราไม่อาจเลี่ยงการโจมตีทางไซเบอร์ได้อีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การทำงานทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับ SMIC (Social, Mobile, Cloud และ Information) ซึ่งจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล เพราะข้อมูลทุกอย่างจะอยู่บนระบบเหล่านี้ ในขณะเดียวกัน ความเชื่อเรื่องของการลงแอนตี้ไวรัสหลายๆ ตัวเพื่อป้องกันก็ยังมี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมเหล่านี้จะปลอดภัยเสมอไป ประเทศไทยเองมีการตื่นตัวเป็นระยะ แต่ยังไม่มีหน่วยงานกลางที่จะเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง การทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดคือ การร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เพราะว่าในอนาคตเมื่อก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภัยที่ร้ายแรงก็จะเกิดขึ้นตามมากเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน เครดิตจาก นิตยสาร Digital Age ฉบับเดือนกรกฎาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

Room39 ส่งเพลงใหม่
Room39 /  อย่าให้ฉันคิด"

   ปล่อยเพลงเศร้าเรียกน้ำตากันแบบท่วมประเทศถึง 3 เพลงติด สำหรับวง Room39 ตั้งแต่เพลงความจริง, Restart และล่าสุดก็มาถึงคิวของนักร้องสาวคนเดียวของวง มน Room39 ที่เพิ่งปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง “อย่าให้ฉันคิด” ให้แฟนเพลงได้ชมเพียงไม่กี่วัน ยอดวิวก็พุ่งทะยานไปแตะหลักล้านเป็นที่เรียบร้อย ด้วยเนื้อเรื่องที่เป็นภาคต่อจากเพลง ความจริง ของพระเอกหนุ่ม “กรรณ สวัสดิวัฒน์” ที่ดำเนินมาถึงในส่วนของเอ็มวีเพลงนี้ ด้วยเรื่องราวรักสามเศร้าที่ทุกคนไม่เคยรู้ ในฝั่งของเพื่อนสนิทพระเอกที่คอยอยู่เคียงข้าง รับฟังปัญหาหัวใจของพระเอกมาโดยตลอด แต่เขากลับไม่เคยรับรู้เลยว่าคนๆ นี้แอบคิดไปไกลจนเกินคำว่าเพื่อน งานนี้บทสรุปของเพื่อนรักจะกลายเป็นรักเพื่อนได้หรือไม่ ต้องติดตามให้ดี    ในส่วนของตัวเพลงแฟนๆ ยังได้ฟังเสียงร้องจากมนเต็มๆ งานนี้เจ้าตัวเลยตั้งใจเต็มที่ในการถ่ายทอดเนื้อหาของคนที่อ่อนไหวและสับสนความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนตัวเอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่ากำลังคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า และยังได้ “ไก่ สุธี แสงเสรีชน” รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ เพิ่มความเข้มข้นของดนตรีมากขึ้นจากเพลงก่อนๆ ที่มนร้อง เพื่อส่งอารมณ์ผ่านเสียงเล็กๆ ที่อยากบอกรักเพื่อน แต่ก็ทำไม่ได้

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ก็อดซิลลาใหม่หมด! Godzilla Resurgence เปิดตัวยิ่งใหญ่กลางชินจูกุ
Godzilla: Resurgence /  ก็อดซิลลา / 

ก็อดซิลลาใหม่หมด! Godzilla Resurgence เปิดตัวยิ่งใหญ่กลางชินจูกุ ปรากฏตัวอีกครั้งแล้วสำหรับสิ่งมีชีวิตไซส์ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งของโลกอย่า ก็อดซิลลา ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Godzilla Resurgence หรือ ชินโกจิระ ซึ่งก็อดซิลลาในภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ลืมก็อดซิลลาก่อนหน้านี้ไปเลย เพราะมันมีขนาดใหญ่ที่สุดถึง 118.5 เมตร โดยสตูดิโอโตโฮผู้ให้กำเนิดก็อดซิลลา ล่าสุดกับการเปิดตัวในแดนปลาดิบที่บริเวณด้านหน้าโรงภาพยนตร์โตโฮซีเนมาไอแมกซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเดียวกันกับโรงแรม Gracery Shinjuku ที่มีไฮไลท์สำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟน ๆ ก็อดซิลลาจากทั่วโลกให้แวะเวียนมานั่นคือ ห้องก็อดซิลล่า (GODZILLA ROOM) ที่รวบรวมสรรพสิ่งที่เกี่ยวกับก็อดซิลลามาไว้ในห้องพักแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกความสนใจต่อผู้คนมากที่สุดคือ เป็นที่ตั้งของ หัวก็อดซิลล่าขนาดเท่าจริง ด้วยสเกลขนาด 1 ต่อ 1 ที่มีความสูงถึง 12 เมตร บนชั้น 8 ของอาคารชินจูกุโตโฮบิวดิงราวกับว่าเพ่งสายตามองไปยังผู้คนบนท้องถนนคาบูกิโจในย่านที่เต็มไปด้วยสีสัน และความคึกคักซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของชินจูกุ ณ กรุงโตเกียวในค่ำคืนที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของงานเวิลด์พรีเมียร์ในครั้งนี้ คือ ก็อดซิลลาโรด (GODZILLA ROAD) ที่มีความยาว 118.5 เมตร เทียบเท่ากับความสูงของเจ้าก็อดซิลลาตัวใหม่อีกด้วย โดยงานนี้ได้มีการปูพรมแดงด้วยความยาวดังกล่าวไปบนถนนที่ทอดตรงไปยังอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์โตโฮซีเนมาไอแมกซ์ งานเริ่มต้นพร้อมกับการเปิดตัว ฮิเดะอากิ อันโนะ และ ชินจิ ฮิงุชิ 2 ผู้กำกับอัจฉริยะ และเหล่านักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง GODZILLA RESURGENCE นำโดย ซาโตมิ อิชิฮาระ, ฮิโรกิ ฮาเซกาว่า, ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ 3 ซูเปอร์สตาร์ร่วมเดินบนพรมแดงพร้อมทักทายและแจกลายเซ็นให้กับเหล่าแฟน ๆ ก็อดซิลลาชาวญี่ปุ่น ที่มาคอยต้อนรับอย่างคับคั่งทั้งสองข้างทาง ก่อนที่จะเปิดตัวด้วยการแนะนำนักแสดงหลักและสมทบพร้อม 2 ผู้กำกับโดยมีการถ่ายรูปหมู่ในท่าก็อดซิลลาสร้างสีสันและความประทับใจให้กับทุกคนด้วยรอยยิ้มและความสดใสในการเปิดตัวในครั้งนี้โดยมีฉากหลังเป็นเจ้าก็อดซิลลาที่โผล่หัวจากบนดาดฟ้าตึกด้วย

รีวิว มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด
กฤษดา คณิวิชาภรณ์ /  คณิน กุลสุมิตราวงศ์ / 

รีวิว มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด เรียกได้ว่าเป็นการนำ 2 แนวภาพยนตร์ที่ M39 ถนัด อันได้แก่หนังผีและหนังตลกมาผสมผสานเป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว กับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด มหาลัยเที่ยงคืน ผลงานการกำกับของ 3 ผู้กำกับ คีต กฤษดา คณิวิชาภรณ์, หมู ปิยะบุตร อธิสุข และหนึ่ง คณิน กุลสุมิตราวงศ์ มหาลัยเที่ยงคืน เล่าถึงเรื่องราวของ สตาร์ (รับบทโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า) เซเลปสาวประจำมหาวิทยาลัยที่บังเอิญสอบตกวิชาภาษาอังกฤษในเทอมสุดท้าย ทำให้ต้องรับขอเสนอของ รอง ผ.อ. (รับบทโดย นีโน่ เมทนี บุรณศิริ) เข้าไปเรียนเสริมที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ พร้อมกับสมาชิกร่วมชั้นเรียน อ้วนพาย (รับบทโดย เบลเยี่ยม ภาวินี บูรณาชีวาวิไล) โอตาคุ (รับบทโดย โทนี่ รากแก่น) แก๊งหมู-หมึก-กุ้ง (รับบทโดย ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์, แวน (ดับเบิ้ลแท๊บ) ร.ต.อ.กรวิก จันทร์เด่น และอิคคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ) รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนลึกลับอย่าง คุณ (รับบทโดย เต้ ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์) นักศึกษาหนุ่มที่ไม่สุงสิงกับใครนอกจากสตาร์ ทุกอย่างคงจะดำเนินไปด้วยดีหากไม่มีใครอยู่ในห้องดังกล่าวเกินเที่ยงคืนจนได้พบกับกลุ่มผีที่เสียชีวิตก่อนเรียนจบ หากแต่ดวงจิตยังมีห่วงทำให้คอยวนเวียนเข้ามาในห้องเรียนแห่งนี้เสมอ ในแง่ของพล็อตเรื่องถือว่ามีความน่าสนใจจากการนำเรื่องราวลี้ลับในมหาวิทยาลัย (ซึ่งคนส่วนใหญ่มีส่วนร่วม) มาผูกเป็นปมชวนให้คิด การดำเนินเรื่องช่วงต้นนั้นเข้าประเด็นหลักค่อนข้างเร็ว ต่างจากช่วงกลางเรื่องที่กลับมีรายละเอียดยืดเยื้อและเดาทิศทางค่อนข้างง่าย ตัวละครผีทั้งหลายแหล่มีเรื่องราวของตัวเองอย่างสมเหตุสมผล แถมภาพลักษณ์ของผีแต่ละตนก็น่ากลัวติดตาเป็นอย่างดี ฉากโดดเด่นของเรื่อง ได้แก่ ฉากที่อ้วนพายลงบันไดมาเจอผีนอนอยู่และมีจังหวะการพลิกตัวตามการก้าวลงบันไดของเธอ แล้วไป ๆ มา ๆ เจ้าหล่อนก็ก้าวขึ้นก้าวลงกลายเป็นการเต้นรำไปแบบดื้อ ๆ ก่อนที่ส้นรองเท้าจะหักพานทำให้ลอยละลิ่วลงมา (ฉากนี้รับชมได้ในตัวอย่างภาพยนตร์) แนวคิดสำคัญของเรื่องต้องการสื่อถึงมิตรภาพในมหาวิทยาลัย ที่แม้จะต่างคนต่างที่มาแต่เมื่อยอมรับเป็นเพื่อนกันแล้วย่อมสมควรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกัน เรื่องไหนดีก็ต้องสนับสนุน เรื่องไหนไม่ดีก็ต้องเตือนสติ และประคับประคองให้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน ดังคำกล่าวที่ว่า “เรียนมาด้วยกัน ก็ต้องจบไปด้วยกัน” โดยรวม มหาลัยเที่ยงคืน เป็นภาพยนตร์ที่ดูได้เพลิน ๆ ชวนให้ระลึกถึงมิตรภาพในวัยเรียนได้ชัดเจน แต่ก็ยังต้องการการดำเนินเรื่องที่ลื่นไหลมากกว่านี้อีกสักเล็กน้อย ดังนั้น...สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ขอให้คะแนนไว้ที่ 3.5/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

เคล็บลับดีๆ สำหรับการใช้ Tablet สำหรับเด็กที่ผู้ปกครองทั้งหลายควรรู้
Advice /  tablet / 

ต้องบอกเลยนะครับว่าเทคโนโลยีทุกวันนี้มันเข้าถึงผู้คนได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ และนับวันอายุของคนที่ใช้ก็ดูจะเด็กลงเรื่อยๆ จนน่าเป็นห่วงมากๆ ทุกวันนี้เด็ก 3-4 ขวบก็นอนเล่น Tablet กันแล้ว เห็นตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงจริงๆนะครับ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ ในการใช้ Tablet สำหรับเด็กให้เหมาะกับวัย มาฝากคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองยุคใหม่ทั้งหลายกัน จริงอยู่ที่มีผลวิจัยในต่างประเทศยืนยันกันมาว่าแท็บเล็ตนั้น สามารถนำมาประกอบการเรียนหนังสือรวมทั้งสามารถช่วยเพิ่มทักษะสำหรับเด็กได้ แต่มันจะมีประโยชน์อย่างแท้จริงเมื่อมีผู้ปกครองอยู่เล่นกับพวกเขาด้วยนั้นเองครับ คอยแนะนำการเรียนรู้ต่างๆ  ที่พวกเขาจะเจอ ตรงนี้จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้งพัฒนาการทางด้านอารมณ์รวมไปถึงจะช่วยให้พวกเขาจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะเด็กในวัยที่ต่ำกว่า 12 ปี นั้น ไม่ควรปล่อยให้เขาใช้งาน Tablet โดยลำพังเด็ดขาดนะครับ เพราะมันอาจจะทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้น อีกทั้งยังจะทำให้เขานั้นกลายเป็นเด็กที่ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย 5 ขวบต้องรอไปก่อนนะจ๊ะ สุดท้ายคงเถียงไม่ได้ว่า Tablet นั้นมีประโยนช์ในการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กมาก ซึ่งนอกจากการดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ควรเล่นในระยะเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย และแน่นอนว่าหลังจากที่เล่นเสร็จแล้วควรพาพวกเขาออกไปเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วยนะครับ เพราะมันจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กได้ครบทุกด้าน เพราะชีวิตในโลกกว้างของเขาไม่ได้มีแค่จอ 4 เหลี่ยมกับอินเตอร์เน็ตนั้นเอง เงินก็ซื้อแท็บเล็ตร้านนี้ไม่ได้ แอดไวซ์ Advice IT

ยอมใจ!! ลิเดีย อุ้มลูกชายแชะคู่ ดูเอาแซ่บแค่ไหน!?!
แมทธิว /  ลิเดีย / 

  ยังคงความแซ่บไว้เสมอ!! สำหรับคุณแม่ป้ายแดง ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ หลังจากอุ้มท้อง 10 เดือนจนต้องผ่าคลอด น้องดีแลน เมื่อวันที่ 19ก.ค.59 ที่ผ่านมาเหตุเพราะรกพันคอ 2 รอบซึ่งถ้าไม่ผ่าจะเป็นอันตรายต่อเด็ก หลังคลอด น้องดีแลน ลูกชายคนแรกของครอบครัวได้ 1 สัปดาห์ ลิเดีย ก็ขอเก็บภาพแห่งความทรงจำคู่กับ น้องดีแลน อีกครั้ง โดยให้คุณสามีสุดที่รัก แมทธิว ดีน เป็นผู้ถ่ายภาพสุดเซ็กซี่เผยให้เห็นสรีระและความงามของคุณแม่ ซึ่งเป็นมุมเดียวอารมณ์เดียวกับครั้งที่ ลิเดีย อุ้มท้องโย้ก่อนคลอด เพียงแต่ต่างกันที่ครั้งนี้ไม่มีท้องโตๆ เหมือนเก่าแต่มี น้องดีแลน อยู่ในอ้อมกอดแทนนั่นเอง พร้อมกับระบุแคปชั่นว่า   “The bump is now a baby! Dylan is now 1 week old.@dylandeane_official ท้องโตๆหายไปแล้ว มีดีแลนมาแทนที่ ลูกดีแลนเกิดมาครบ 7 วันแล้วค๊าบ รอตั้งนานกว่าจะได้เจอกัน #LMbabybump#babydylandeane #dylandeane#1weekpostpregnancy ถ่ายโดยคุณสามี@gurumatthew”   นอกจากนี้ ลิเดีย ยังโพสต์ภาพสเต็ปการพัฒนาการของท้องที่เริ่มตั้งครรภ์ และโตขึ้นทุกๆ เดือนจนกระทั่งคลอด น้องดีแลน ซึ่งเป็นภาพที่งดงามอย่างมาก พร้อมระบุข้อความว่า   "Time Flies เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด @dylandeane_official #dylandeane #babydylandeane #LMbabybump #bumpupdate #pregnancyphotography"   งานนี้บอกได้คำเดียวว่าแซ่บจริงๆ!! ขอบคุณภาพจาก lydiasarunrat, gurumatthew ลีเดีย น้องดีแลน ลิเดีย ก่อนคลอด ลิเดีย ท้อง ลิเดีย ท้อง ลิเดีย ท้อง ลิเดีย ท้อง ลิเดีย ลิเดีย ท้อง ลิเดีย ท้อง ลิเดีย น้องดีแลน ลิเดีย น้องดีแลน ลูกชาย ลิเดีย แมทธิว แมทธิว น้องดีแลน ลิเดีย น้องดีแลน น้องดีแลน ลูก แมทธิว ลิเดีย ลิเดีย น้องดีแลน ลิเดีย ก่อนคลอด แมทธิว ลิเดีย

แต่งงานแล้วยิ่งแซ่บ! เบเบ้  โชว์หุ่นเป๊ะ
เบเบ้ ธันย์ชนก /  เบเบ้ โชว์หุ่นเป๊ะ / 

เรียกว่าช่วงนี้เป็นสาวที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับอาจารย์ เบเบ้ ธันย์ชนก ที่เจ้าตัวโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มลง IG ให้แฟนๆ ได้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งดูเหมือนว่าแม้แต่งงานแล้วยังแซ่บนะจ๊ะ นาทีนี้หลายคนคงมีความอิจฉา หนุ่มบูม ไม่น้อย ที่มีภรรยาทั้งสวย ทั้งแซ่บ อย่าง สาวเบเบ้ ว่าแต่ สาวเบเบ้ หุ่นจะเป๊ะขนาดไหน ไปดูกันเลยยย เบเบ้ ธันย์ชนก เบเบ้ ธันย์ชนก เบเบ้ ธันย์ชนก เบเบ้ ธันย์ชนก เบเบ้ ธันย์ชนก เบเบ้ ธันย์ชนก เบเบ้ ธันย์ชนก ขอบคุณภาพ : IG@thisisbebe

Girls' Generation เตรียมปล่อยเพลงใหม่ - ซูยอง อวดฝีมือ 'แต่งเอง!'
Girls Generation /  SNSD / 

แม้ตอนนี้สมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป K-POP สุดฮอต อย่าง Girls' Generation จะกำลังมุ่งทำงานเดี่ยวของแต่ละคน ทั้งด้านภาพยนตร์, ซีรี่ส์ และรายการวาไรตี้โชว์ แต่อีกไม่กี่วันแฟนๆ ก็จะได้ฟังผลงานเพลงใหม่ของพวกเธอ ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 9 ปี การเดบิวต์ในวงการเพลงเกาหลี ของ Girls' Generation พวกเธอจะปล่อยผลงานเพลงพิเศษ That Summer (0805) ผ่านโปรเจ็คดิจิตอลซิงเกิ้ล STATION เพื่อตอบแทนแฟนๆ ที่เคียงข้างพวกเธอมายาวนาน ความพิเศษของผลงานเพลงใหม่นี้ นอกจากจะเป็นเนื้อหาซึ่งเกี่ยวกับความคาดหวังว่าความสัมพันธ์อันอบอุ่นนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไป ที่สาวๆ Girls' Generation ถ่ายทอดแทนคำขอบคุณต่อแฟนคลับของพวกเธอแล้ว ผู้แต่งเนื้อร้องของเพลง That Summer (0805) ก็คือสาว ซูยอง หนึ่งในสมาชิกของ Girls' Generation นั่นเอง Into The New World ผลงานเพลงแรกที่ทำให้แฟนเพลงเกาหลีรู้จัก Girls' Generation Girls' Generation 소녀시대_Into The New World(다시 만난 세계)_MUSIC VIDEO youtube channel : SMTOWN ข้อมูลจาก eNEWSWORLD มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แอบส่อง! หนุ่มหล่อเมืองน้ำหอม บนรถไฟใต้ดินเมืองปารีส (The Paris Subway)
The Paris Subway /  ปารีส / 

หลังจากที่เคยนำเสนอ New York City's subway ที่ห้ามผู้โดยสารพาสุนัขขึ้นบนรถ ยกเว้นถ้าสุนัขตัวนั้นสามารถใส่อยู่ในกระเป๋าหิ้วได้ กลับได้รับความสนใจมากๆ ไม่รู้เพราะน้องหมา หรือเจ้าของกันแน่ >,< วันนี้เราเลยอยากพาเพื่อนๆ บินไปเมืองน้ำหอมอย่าง ปารีส ไปแอบส่องหนุ่มหล่อตอนอยู่บนรถไฟใต้ดินกัน จะหล่อเท่าหนุ่มชาติอื่นไหมนะ ... แอบส่อง! หนุ่มหล่อเมืองน้ำหอม บนรถไฟใต้ดินเมืองปารีส (The Paris Subway) Source : mecsmetroparis By Travel.MThai

เอาอีกแล้ว Instagram เอาปุ่ม List View ออกไปจาก Profile
Apps Software /  Change / 

หลังจากการถกเถียงกันได้ไม่นานสำหรับการเปลี่ยน Logo icon ของทาง Instagram ซึ่งส่วนมากจะออกมาเป็นเสียงในแง่ลบไม่พอใจกันซะส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ Instagram ก็อาจจะเอาอีกแล้ว เพราะดูเหมือนทางบริษัทนั้นวางแผนทำอะไรบางอย่างอยู่นั่นเอง ซึ่งทาง Mashable ได้พบว่าทาง Instagram เอาปุ่ม List View ออกไปจาก Profile ซึ่งปุ่ม List View เป็นปุ่มที่เราเข้าไปหน้า Profile ใครแต่ละคนเวลากดดูรูปก็ได้เลื่อนดูได้เลยเหมือนในหน้า Feed เวลาส่องใครกดตัวนี้จะง่ายกว่าเวลาดูแบบปกตินั่นเอง โดยทางตัวแทนของ Instagram ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า มันเป็นเรื่องจริง แต่ตอนนี้่อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ปุ่ม List View หายไป เพราะว่าทางบริษัทกำลังทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้งานส่วนหนึ่งก่อนยังไม่เปลี่ยนแปลงทั้งหมด ยังไงก็ตามอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปครับ โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ของแอดมินก็ถูกริบ List View ไปเหมือนกัน เหลือแต่ Thumbnail View แต่เมื่อเรากดไปรูปไหนรูปหนึ่งใน Thumbnail View แล้วมันก็จะเข้าสู่โหมด List View แบบปกติสามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้เหมือนเดิมนั่นเอง เพราะว่าโดยปกติแล้ว Instagram มักที่จะทดสอบระบบใหม่ๆ กับผู้ใช้งานจำนวนเล็กๆ ในภูมิภาคที่เลือกก่อน ดังนั้นทุกคนอาจจะยังไม่ได้เห็นเหมือนกันนั่นเอง ยังไงก็ตามก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า Instagram จะเดินหมากการเปลี่ยนแปลงต่อไปอย่างไร แต่สำหรับเราแล้ว การ เอาปุ่ม List View ออกไปจาก Profile แล้วไปรวมกับ Thumbnail View ก็ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากแค่ปรับโหมดนิดหน่อยก็ชินแล้วครับ ดูบทความต้นฉบับ : Instagram may be making it easier to binge on a person's photos

ด่วน!การ์ตาแจ้งขอเลื่อนโปรแกรมอุ่นช้างศึก 25 ส.ค.นี้
การ์ตา /  ช้างศึก / 

สมาคมฟุตบอลการ์ตา ทำหนังสือเเจ้งมาถึงสมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทยฯ ขอลื่อนโปรเเกรมอุ่นเครื่องไป 1 วันจากปกติ 24 สิงหาคมไปเป็นวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้ พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ฝ่ายต่างประเทศ เผยสมาคมฟุตบอลประเทศการ์ตา ได้ส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กรณีขอเลื่อนการเเข่งขันในเเมตช์อุ่นเครื่องออกไป 1 วัน เป็นวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เนื่องจากติดโปรเเกรมในศึกเอเอฟซีเเชมป์เปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายในบ้าน โดยต้องการให้เเฟนบอลในประเทศได้ร่วมเชียร์สโมสรบ้านเกิดก่อน จากนั้นในส่วนทีมชาติจะทำการเเข่งขันกับทีมชาติไทยในวันถัดไป ก่อนหน้านี้สมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทย ได้ตอบรับหนังสือเชิญจากสมาคมฟุตบอลการ์ตา เพื่อไปอุ่นเครื่องที่กรุงโดฮา ในวันที่ 24 สิงหาคม 59 เพื่อเตรียมทีมฝึกซ้อมก่อนบินไปดวลศึกเเรกกับทีมชาติซาอุฯ วันที่ 1 กันยายน ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย กระทั้งล่าสุดมีแจ้งเข้ามาว่าทางสมาคมฟุตบอลการ์ตาขอเลื่อนวันแข่งขันดังกล่าวออกไป 1 วัน “ทางสมาคมฟุตบอลการ์ตาได้ส่งหนังสือสำคัญมาให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯเเล้ว ว่าจะขอเลื่อนโปรเเกรมอุ่นเครื่องออกไป 1 วันเป็นวันที่ 25 สิงหาคมนี้เเทน เนื่องจากว่าพวกเค้ามีการเเข่งขันเอเอฟซี เเชมป์เปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในบ้านระหว่าง อัส จาริสสโมสรของพวกเขา จะพบกับอัล นาสเซอร์ จากประเทศยูเออี”  “ซึ่งก็ตอบตกลงไปเเล้วเพราะทางการ์ตายืนยันไม่มีปัญหาสำหรับเเมตช์พบกับทีมชาติไทย ไม่อยากให้โปรเเกรมเตะพร้อมกัน เเละอีกอย่างเกมอุ่นเครื่องนี้ก็ยังคงทำการเเข่งขันที่เมืองโดฮา เมืองหลวงของการ์ตาตามเดิม” ฝ่ายต่างประเทศสมาคมฯ เผย

อดีตพิธีกรดังแต่งคอสเพลย์เป็นหมียักษ์ ลากศพ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ทั่วงาน Comic Con
Adam Savage /  Comic-Con / 

อดีตพิธีกรดังแต่งคอสเพลย์เป็นหมียักษ์ ลากศพ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ทั่วงาน Comic Con เป็นอีกหนึ่งสีสันในของงาน Comic Con ทีเดียว นอกจากจะมีผู้คนที่ชื่นชอบภาพยนตร์ ซีรีส์ และเกมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งแล้ว การแต่งชุดคอสเพลย์เพื่อให้อินกับบรรยากาศก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมงานหลายคนเลือกทำกัน และ อดัม ซาเวจ (Adam Savage) อดีตพิธีกรรายการ MythBusters ก็ไม่พลาดที่จะแต่งชุดคอสเพลย์เข้าร่วมงานในปีนี้อีกเช่นเคย ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์อย่าง The Revenant และนักแสดงนำ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) ได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งคอสเพลย์เป็น หมีขนฟูตัวยักษ์ที่ทำให้พระเอกของเรื่องปางตาย ซึ่งผู้คนที่เข้าร่วมงานจะได้เห็นภาพหมีขนฟูตัวยักษ์เดินลากศพลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ที่กอดตุ๊กตาออสการ์ไปทั่วงานเลยทีเดียว ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลีวูดได้ใน Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.30 น. ช่อง MONO 29 ตัวอย่างภาพยนตร์ The Revenant

Berserk Musou ประกาศเลื่อนวางจำหน่ายเป็น 27 ตุลาคม
Berserk Musou /  PS Vita / 

จริงดังคาด..Berserk Musou ประกาศเลื่อนแล้ว Berserk Musou เกม Big Title ที่หลายๆ คนรอคอยอีกเกมหนึ่งได้ประกาศเลื่อนกำหนดวางจำหน่ายแล้ว โดยเลื่อนออกไปจากเดิมคือวันที่ 21 กันยายนไปเป็นวันที่ 27 ตุลาคม ปี 2559 แทน และเกมนี้ในเวอร์ชั่น JP นั้นจะมีให้เล่นบนเครื่อง PS4 PS3 และ PSVita ส่วนในเวอร์ชั่น US และ Europe จะไม่มีบน PS3 แต่มีใน Steam แทน ▼ หน้าปกเกมเวอร์ชั่น PS4 [JP] ในเกมเวอร์ชั่นแรกนี้กำหนดราคาไว้ที่ 7,800 เยน สำหรับ PS4 ทั้งแบบฮาร์ดก็อปปี้และดาวน์โหลด บน PS Vita ราคา 6,800 เยนเช่นกัน ส่วนบน PS3 จะเป็นแบบดาวน์โหลดเท่านั้น ราคา 7,800 เยน แต่ราคาบน Steam ยังไม่ได้แจ้งมาว่าเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเราซื้อแบบ First Edition แล้วจะได้โค้ด Costume ชุดอาบน้ำ ของแคสก้าด้วยนะ ชุดนี้ปรากฏในเรื่องตอนไหนคงไม่ต้องบอก สาวกทราบดี เชื่อว่าต้องกระโดดฟันดาบนี่มีลุ้นแน่นอน ▼ ชุดอาบน้ำ Costume พิเศษเฉพาะ First Edition นอกจากนี้ก็จะมี Costume ชุดต่างๆ ของตัวละครอื่นที่ปรากฏในเกมด้วย น่าจะมาในรูปแบบ DLC แน่นอน ส่วนตอนนี้ไปดู SS กระตุ้นต่อมอยากเล่นๆ กันก่อนดีกว่า ▼ ภาพจาก Gamecity ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ง่ายๆ ด้วยการแชร์เรื่องราวและคอมเม้นท์ความคิดเห็นของคุณครับ ^^ ติดตามข่าวเกม Console ต่างๆ ได้ที่นี่ -->[Click] ที่มา ANN, Gamecity