แกล้งคนฮาๆ

ซี้ซั้วฟันธง! ปลากัดทายผล ยูโร 2016 อิตาลี ปะทะ สเปน (27 มิ.ย.)
ซี้ซั้วฟันธง /  ซี้ซั้วเอามาเล่า / 

ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทีมงาน ซี้ซั้วเอามาเล่า ขอทายผลบอลแบบบ้านๆ ด้วยการใช้ ปลากัด… และแล้วก็มาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายวันสุดท้าย โดยในวันนี้ทีมงานจัดคู่ระหว่าง อิตาลี พบ สเปน มาให้น้องปลากัดทำนาย เดี๋ยวดูกันว่าจะแม่นไม่แม่น ติดตาม!! ข่าวสาร ผลบอล โปรแกรม >> ยูโร 2016 << ได้ที่ MThai Sport

ฟลอร์นี้พี่ขอ! โจ เล็ดลีย์ โชว์สเต็ปในห้องแต่งตัว หลังเวลส์ทะลุรอบ 8 ทีม (มีคลิป)
คลิป /  ยูโร 2016 / 

ทีมชนะจะทำอะไรก็ได้! เมื่อ มีคลิปหลุด โจ เล็ดลีย์ ห้องเครื่องของ ทีมชาติเวลส์ โชว์สเต็ปสุดเฟี้ยวในห้องแต่งตัว หลังจากที่เวลส์เฉือนเอาชนะไอร์แลนด์เหนือ 1-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 สเต็ปพี่แกจะสุดฮาหลุดโลกแค่ไหนไปชมกันเลย!

เสียดาย! อับดุลฮาฟิสโอดชวดเล่นเคียงข้างไอดอลอย่าง ธีราทร
ธีราทร บุญมาทัน /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

แบ๊กซ้ายเจ้าของฉายา “มาร์เซโลเมืองนรา” เปิดใจเสียดายชวดลงเล่นร่วมกับ ธีราทร บุญมาทัน ไอดอลในดวงใจ พร้อมหวังพัฒนาฝีเท้าเเละปรับตัวกับทีมให้ได้มากที่สุด อับดุลฮาฟิส บือราเฮง แบ็กซ้ายดาวรุ่งของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าตัวมาจากลีกรากหญ้ากับสโมสรนรา ยูไนเต็ด ออกเผยเสียดายที่ไม่ได้เล่นร่วมกับไอดอลในดวงใจอย่าง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เเต่ก็ไม่หวั่นเนื่องจากมีนักเตะฝีเท้าดีในทีมอีกหลายคน พร้อมหวังปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้มากที่สุด “ก่อนจะย้ายมาที่นี้ผมก็คิดว่าเพื่อนเเกล้งว่ามีสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทาบทามไปร่วมเเต่เมื่อรู้ความจริงก็ดีใจเเละตกใจไปพร้อมๆกัน เมื่อย้ายมาเเล้วก็เสียดายที่ไม่ได้เล่นร่วมกับพี่ธีราทร ไอดอลของทีม เเต่อย่างก็ตามในทีมยังมีพี่ที่เก่งๆอีกอย่างคน ก็หวังที่จะปรับตัวให้มากที่สุดเพราะ ดิวิชั่น 2 กับไทยลีกเเตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผมต้องรีบเรียนรู้ให้มากที่สุด” “มาร์เซโลเมืองนรา” กล่าว สำหรับ อับดุลฮาฟิส บือราเฮง ย้ายจาก นรา ยูไนเต็ด ทีมในระดับดิวิชั่น 2 มาร่วมทัพบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับสโมสรร่วมกับอีก 9 นักเตะไปก่อนหน้านี้

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง
ฮ่องกง

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง (พร้อมรับข้อเสนอโดนใจจากคาเธย์แปซิฟิกพาคุณไปตะลอนชิมไกลถึงฮ่องกง) สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทาง เปรียบเสมือนประตูที่จะพาคุณไปสัมผัสความเป็นฮ่องกงขนานแท้และนับเป็นครั้งแรกที่มิชลินไกด์ฮ่องกงได้รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดมาไว้ในคู่มือนำเที่ยวฮ่องกงฉบับปี 2016 นี้ช่วยให้เรารับรู้ถึงบรรยากาศอันหลากหลายของแวดวงอาหารฮ่องกงที่แวดล้อมไปด้วยอาหารมากมายที่รอให้คุณมาชิมรสชาติกันถึงที่ และไม่เฉพาะคนพื้นที่และคนต่างถิ่นที่มาอยู่ฮ่องกงเท่านั้นที่พากันมาร้านเหล่านี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกก็ชักชวนกันมาลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นของฮ่องกงอย่างเพลิดเพลินด้วยเช่นกัน การท่องเที่ยวฮ่องกงอยากแบ่งปันข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับร้านสตรีทฟู้ดชวนน้ำลายสอทั้ง 5 ร้านพร้อมคัดสรรเมนูเด็ดที่นักกินตัวยงไม่ควรพลาด! KeeTsui Cake Shop ลองหาจังหวะเหมาะๆ แวะมาชิมแพนเค้กถั่วแดงหอมกรุ่นที่ออกจากเตาอบใหม่ๆ ยั่วน้ำลายด้วยแป้งชั้นนอกที่อบจนกรอบและเนื้อแป้งชั้นในที่เหนียวนุ่ม ร้านขนมอบแบบดั้งเดิมแห่งนี้ยังมีขนมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “ไวฟ์เค้ก” ทาร์ตไข่ และ “เค้กลูกเจี๊ยบ” ชื่อดัง เคล็ดลับของร้านนี้อยู่ที่ขนมทุกชิ้นทำด้วยมืออย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ขนมสดใหม่ทุกวันนั่นเอง 135 Fa Yuen Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Mongkok ------------------------------------------- Mammy Pancake ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อร้านนี้เขาทำวาฟเฟิลออกมาได้แหวกแนวกว่าใครในฮ่องกง! วาฟเฟิลที่ว่านี้มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า gaidaantsaiรูปร่างเหมือนไข่สีทองอร่ามติดกันเป็นแพ เวลาทานต้องทานตอนร้อนๆ แล้วคุณจะรู้สึกฟินไปกับความนุ่มหนุบหนับที่ซ่อนอยู่ข้างในและผิวด้านนอกกรุบกรอบ พร้อมท็อปปิ้งที่มีให้เลือกทั้งน้ำตาล นมข้นหวาน และเนยถั่ว 8-12 Carnarvon Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Tsim Sha Tsui -------------------------------------------   Fat Boy หากคุณอยากลิ้มลองของว่างคลาสสิคสไตล์ฮ่องกงที่มิชลินรับรองความอร่อยไว้เรียบร้อยแล้ว เราขอแนะนำให้คุณไปที่ร้านแฟทบอย แล้วสั่งปลาหมึกเย็นเสียบไม้มาเคี้ยวเพลินๆ ซีฟู้ดสดใหม่ส่งตรงจากท้องทะเล ทานคู่กับน้ำจิ้มมัสตาร์ดและน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษที่ช่วยชูรสให้เมนูนี้เด็ดสะระตี่กว่าใคร! 3 Hau Fook Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดTsim Sha Tsui ------------------------------------------- Three Potato จะมีใครบ้างที่ไม่ชอบมันฝรั่ง ร้านเล็กๆ ร้านนี้รู้ดีว่าใครๆ ก็อดใจไม่ไหวกับเมนูมันฝรั่งที่เลือกอร่อยได้ทั้งทอด อบ หรือทำเป็นแฮชบราวน์ก็น่ากิน ลองสั่งมันฝรั่งอบชีสเบคอนที่อบซ้ำถึงสองครั้งหรือจะเป็นแฮชบราวน์โรยหน้าหัวหอมทอดกับเบคอน และมันฝรั่งอบไข่ อีกหนึ่งเมนูกระตุกต่อมน้ำลายที่เราอยากให้คุณลองชิมคือมันฝรั่งบดราดซอสเกรวี่เห็ด เราแนะนำให้คุณยกแก๊งกันไปชิม จะได้ลองหลากหลายสารพัดเมนูเด็ดของร้านกันอย่างจุใจ! 30-32A Nullah Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดMongKok ------------------------------------------- Hop Yik Tai ก๋วยเตี๋ยวหลอดจากร้านHop Yik Tai เป็นเมนูสุดคลาสสิคตัวจริงที่เราไม่สงสัยเลยว่าทำไมมิชลินถึงเลือกให้อยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำ เมนูเด็ดของร้านนี้ทำจากแผ่นแป้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อนุ่มที่ค่อยๆ เอามาม้วนห่อเครื่องอย่างพิถีพิถัน แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มสูตรลับทำจากถั่วเหลือง ซอสถั่วหวานและซอสพริก แล้วโรยหน้าด้วยงาขาวเพิ่มสีสันที่รับรองว่าอร่อยลืม! 121 Kweilin Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดSham Shui Po ------------------------------------------- ห้ามพลาด! ข้อเสนอดี ๆ จากสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค (www.cathaypacific.com) เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ 4,700 บาทและชั้นธุรกิจเริ่มที่ 12,950 บาท ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษี

จบดราม่าแย่งที่จอดฟิตเนส เจนี่ ยอมจ่าย 3 ล้านให้ บุ๋ม ปนัดดา ย้ายออก!!
เจนี่ บุ๋ม แย่งที่จอดฟิตเนส /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

เป็นอันแยกย้าย... นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจ้าของฟิสเนส 911 by JT ควงทนายออกมาชี้แจงปมดราม่าแย่งที่จอดรถกันกับ สแมชยิม ฟิตเนสของ บุ๋ม ปนัดดา โดยสาวเจนี่ยอมจ่าย 3 ล้านตามที่สาวบุ๋มยื่นข้อเสนอมา พร้อมเผยรู้สึกลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าทางสาวบุ๋มจะต้องออกจากที่นี่เมื่อไหร่ แต่โดยส่วนตัวเธอบอกยังเคารพดารารุ่นพี่เหมือนเดิม ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือเช่าพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น บอกทั้งหมดมีปัญหาเรื่องที่จอดรถแค่ 1 ชม. ต่อวัน ไม่ได้มีปัญหาตลอด 24 ชม. พื้นที่ที่ซื้อมายังไม่รู้จะทำอะไรต่อ นอกจากนั้น สาวเจนี่ยังบอกอีกว่า ทางฝั่งของสาวบุ๋มทำธุรกิจทับซ้อน มีการเปิดขายอาหารคลีน ขายน้ำ เปิดคลาสโยคะเพิ่ม ซึ่งทับซ้อนกับของเธอ เปรยเรื่องการฟ้องร้องเป็นเรื่องในอนาคต ไม่เน้นดำเนินคดี จะคุยกันก่อน ทนายได้มีการคุยทางโทรศัพท์แล้ว ยังไงก็ตามสาวเจนี่บอกไม่อยากให้มาทะเลาะกันเอง อยากให้สิ่งที่เธอพูดในวันนี้เป็นข้อมูลให้อีกฝั่งนึง พูดข้อเท็จจริงอีกฝั่งนึง ขอให้คุณผู้ชมตัดสินเอง ตอนนี้เลยจุดที่จะนัดคุยกันแล้ว ต่อจากนี้เข็ดกับการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น แพลนไว้ว่าที่ตรงนั้นอาจจะทำยิมต่อ หรือเป็นศูนย์อาหารก็ได้ โดยทั้งหมดเป็นเรื่องในอนาคตอีกที... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ เจนี่ “เข้าเรื่องปัญหาหลักกันเลยดีกว่าคือเรื่องที่จอดรถ ตัวเจนี่ และ 911 เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอด เราหาทางออกด้วยการไปเช่าที่ข้างๆ แต่ต้องบอกว่าคลาสที่มีปัญหาคือคลาสซุมบ้า ใน 1 อาทิตย์มีคลาสซุมบ้า 4 คลาส คลาสละ 1 ชั่วโมง แล้วของพี่บุ๋มเองเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 5 ทุ่ม คลาสที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถคือคลาสของซุมบ้า ในชั่วโมงอื่นๆ สามารถจอดรถได้ตามปกติ แล้วเจนี่ไม่ได้มีนโยบายกันที่ไว้ แต่ยังไงตัวเจนี่ก็ขอโทษลูกค้า สแมชยิม ทุกๆ คนด้วยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เจนี่เชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับทุกๆ คนและทุกๆ ที่คือปัญหาที่จอดรถ ส่วนประเด็นที่ 2 คือเรื่องสัญญาเช่า” ทนาย “เรื่องสัญญาเช่าระหว่างคุณอาทิตย์กับคุณเจนี่เป็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อต่อเติมสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำสถานที่ออกกำลัง ในการประกอบธุรกิจทางเจนี่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้เช่ากับคุณอาทิตย์หรือหุ้นส่วนของคุณบุ๋มได้ใช้พื้นที่แล้วโดยการต่อเติมตกแต่งสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา ในระยะเวลาที่มีการตกแต่งต่อเติมอาคารทางคุณเจนี่เองก็ไม่ได้เก็บค่าเช่า สัญญาเช่ามีข้อตกลงกันว่าจะเริ่มเก็บเมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ ในระยะเวลที่ผ่านมามีการวางบิลเรียกเก็บเงินมาตั้งแต่เดือนมีนา-มิถุนา แต่ก็ยังไม่มีการชำระทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการจากฝั่งของสแมชยิม ในสัญญาเช่าหลักกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีหากมีการผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 2 งวดฝ่ายของผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ 2. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเสียชื่อเสียง ถ้ามีฝ่ายใดทำให้เสียชื่อเสียง อีกฝ่ายสามารถขอยกเลิกสัญญาเช่าได้ และ ข้อ 3. คือบุ๋มได้มีการประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือฟิตเนส” เจนี่ “เจนี่ขอขยายความเองแล้วกันค่ะว่าเจนี่เป็นเจ้าบ้านซึ่งมีลูกบ้านหลายคน แต่ละบ้านจะทำธุรกิจไม่เหมือนกัน ส่วนธุรกิจหลักของสแมชยิมคือการยกเวทจะไม่มีการทำอย่างอื่น ล่าสุดตัวพี่บุ๋มมีการทำคลาสเต้นขึ้นมามันตรงกับคลาสซุมบ้าของเจนี่ เจนี่มีอยู่ใน 911 อยู่แล้ว แล้วก็ยังมีโยคะ ซึ่ง 911 ก็มี อีกเรื่องเลยคือเรื่องของอาหารคลีนและเครื่องดื่ม ในตัว 911 ก็มีขายอาหารคลีน แล้วตอนนี้พี่บุ๋มก็มีขายน้ำและอาหารคลีนด้วยเหมือนกัน” ทนาย “ระหว่างที่เจนี่เงียบหายไปเขาได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว ขอตกลงหลักๆ คือจบแล้วว่าลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ก็อาจจะมีการยกเลิกสัญญาเช่า อาจจะมีการชดเชยในส่วนที่คุณบุ๋มก่อสร้างไปตามที่บุ๋มได้เสนอมาก่อนหน้านี้ เจนี่ตัดสินใจจะยุติปัญหาไม่อยากให้ลำบากใจทั้งสองฝ่าย คุณเจนี่เลยตอบตกลงคุณบุ๋มไปว่าจะซื้ออาคารทั้งหมดในราคา 3 ล้านบาทตามที่เสนอมา” แล้วบุ๋มต้องย้ายออกเมื่อไหร่? ทนาย “อันนั้นเป็นข้อปลีกย่อยที่ยังไม่สรุปกัน” บุ๋มบอกรอเคลียร์สัญญาเลยยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเช่า? ทนาย “ต้องบอกว่าสัญญาหลักยังมีอยู่ มันไม่ได้ตกเป็นโมฆะ สัญญาหลักจะตกเป็นโมฆะได้ก็ต่อเมื่อเซ็นชัดแจ้งด้วยกฎหมายของระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าถึงจะสมบูรณ์ ฉะนั้นสัญญาเช่าหลักที่เซ็นกันไว้สามารถนำไปใช้ประกอบบัญชีในการวางบิลสั่งจ่ายชำระค่าเช่าได้ครับ” อันนี้เป็นการตกลงกันแล้วหรือเป็นว่าเราตัดสินใจคนเดียว? ทนาย “มีการคุยกันเบื้องต้นแล้ว จบหมดแล้ว เหลือแค่รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้นว่าจะย้ายกันยังไงเมื่อไหร่เท่านั้นเอง” เหมือนเขายื่นขอเสนออยู่ต่อ 6 เดือน? ทนาย “ผมขอไม่พูดดีกว่าครับ อันนี้เป็นรายละเอียดไปแล้ว หลักๆ คือลำบากใจที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว” ในเรื่องมิตรภาพที่มีต่อกัน? เจนี่ “เจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่คนนึง ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของธุรกิจระหว่าง 911 กับ สแมชยิม ตัวเจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่สาวคนนึง พร้อมขอโทษลูกค้าสแมชยิมจริงๆ ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ต่อไปนี้เจนี่จะจัดการให้ดีขึ้น จะหาคนมาช่วยดูที่จอดรถเพิ่มขึ้นด้วย” ทนาย “ตัวคุณเจนี่เองพยายามแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว พยายามจ้างคน เช่าพื้นที่จอดรถมากขึ้น เรื่องเช่าพื้นที่จอดรถทางคุณเจนี่เช่ามาก่อนหน้านี้แล้ว” เจนี่ “มันมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงใน 4 วัน ไม่ใช่เป็นปัญหา 24 ชั่วโมง หรือช่วงระหว่างเปิดยิมตั้งแต่เช้าจรดเย็น ต้องบอกว่าคลาสที่ฮอตฮิตจริงๆ คือคลาสของครูหนุ่ม มี 4 วันใน 1 อาทิตย์ 1 วันก็จะมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง” หลังจากได้พื้นที่แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ? เจนี่ “ยังไม่ได้คิดค่ะ” มีการแจ้งความเรื่องภาพวงจรปิดที่มีคลิปออกมา? ทนาย “ต้องเรียนก่อนว่าน้องที่เขาไปโพสต์คลิปไม่เกี่ยวกับ 911 อันนั้นคือเรื่องส่วนตัวของเขา น้องแนตเขาเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เขาจะไปดูกล้องวงจรปิดตอนไหนเขาก็ไปดูได้ เท่าที่ทราบเขาไปถ่ายจากจอมอนิเตอร์อีกทีนึง” เจนี่ “ซึ่งกล้องวงจรปิดไม่มีเสียงนะคะ” จะเอาเรื่องเขาไหมเขาทำให้เราเสียชื่อเสียง? เจนี่ “เป็นเรื่องที่เราไปตกลงกันเองได้ วันนี้ขอพูดเรื่องหลักๆ ดีกว่า” ในส่วนของการทำธุรกิจทับซ้อนกันตรงนี้ได้คุยกันบ้าง? เจนี่ “พี่เขาได้พูดค่ะว่าจะเป็นคลาสแต่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตัวเจนี่ไม่ขอเป็นคนตัดสินแล้วกัน ให้ทุกคนตัดสินว่าถ้าเห็นคลาสแบบนี้อยู่ด้วยกันจะคิดว่าเป็นคลาสเดียวกันไหม คลาสพี่บุ๋มเขียนโยคะ ของเจนี่ก็มีเขียนโยคะ จริงๆ การทำธุรกิจอยู่ในบ้านเดียวกันโดยพื้นฐานก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรทำอะไรเป็นคู่แข่งกัน อยู่ในบ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกันและกัน ช่วยกันทำคลาสที่มันแตกต่างกัน แต่ที่ชัดเจนก็คืออาหารคลีนที่มีอยู่ เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้ว เจนี่ก็มีลูกบ้านของเจนี่ด้วยก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่ามาอยู่บ้านเจนี่แล้วเขาลำบากใจ เจนี่ก็เพิ่งเห็นในไอจีเหมือนกันว่ามีอาหารคลีนด้วย มีลูกค้าฝั่งเราไปซื้ออาหารคลีนฝั่งนั้น เลยรู้สึกว่าเราไม่อยากให้คนที่เขามาเช่าพื้นที่เราเขาไม่สบายใจว่ามีของเหมือนกันแต่มาขายในราคาที่ต่างกัน” สามารถเจรจาได้ไหมหรือจะไม่ทำร่วมกันเลย? เจนี่ “สิ่งที่วันนี้เกิดขึ้นคือสิ่งที่เจนี่ได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่ตัดสินใจคงไม่มาพูดวันนี้ เจนี่ไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่เจนี่อยากให้คนที่อยู่ในบ้าน 911 มีความสุข ทำธุรกิจแล้วยิ้มไปด้วยกัน” คิดว่าจะเจรจาลงตัวไหมกลัวจะถึงขั้นฟ้องร้องไหม? ทนาย “ในแนวดำเนินคดีของผมไม่แนะนำให้ฟ้องร้องคดี จะให้คุยกันมากกว่า คนฟ้องกันเขาไม่คุยกันเท่านั้นเอง จะเอาเวลาไปรบกวนศาลผมว่าคงไม่จำเป็น” ที่เจรจานี่คือเจนี่เจรจาด้วยตัวเอง? ทนาย “ผมเป็นคนคุยครับ” บุ๋มเขาบอกว่าเราพยายามติดต่อเจรจาเรื่องสัญญากับเรามาโดยตลอด? เจนี่ “เขาไม่ได้ติดต่อเจนี่ส่วนตัวค่ะแต่ติดต่อทีมงาน ตัวพี่บุ๋มไม่เคยมาเล่าด้วยตัวพี่บุ๋มเองให้เจนี่ฟัง แต่เจนี่เคยคุยกับคุณเอก เจนี่รับรู้เรื่องที่จอดเจนี่เลยไปแก้ปัญหาไปเช่าที่จอดข้างๆ แต่มันก็แค่ชั่วโมงเดียวไงค่ะ แล้วเช่าที่เพิ่มให้ที่จอดรถเจนี่ไม่ได้เช่าให้แค่ลูกค้าของเจนี่แต่เจนี่ทำเพื่อทุกๆ คน” มีข่าวลือว่าคนรถเราเลือกปฎิบัติแต่กับ 911 เท่านั้น? เจนี่ “ต้องบอกว่าเจนี่ไม่ได้อยู่ 911 ทุกวัน เจนี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ทุกๆ เรื่อง เจนี่เข้ามา 911 เดือนละ 2 ครั้งฉะนั้นปัญหามันจะไม่ได้เข้ามาถึงตัวเจนี่ ทางเราแก้ปัญหาให้ดีที่สุดด้วยการจ้างคนเพิ่มขึ้นและเช่าพื้นที่เพิ่ม” บุ๋มย้ำตลอดว่ารอสัญญาจากเจนี่? “เรื่องสัญญาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มันเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของเจนี่ จะให้เจนี่ทำสัญญาขึ้นมาใหม่เจนี่ต้องดูอย่างละเอียดรอบคอบ เจนี่เพิ่งเปิดยิมได้ 2 เดือนกว่า สัญญามันเลยเหมือนชีวิตของเจนี่ทั้งชีวิต แล้วตัวเจนี่ได้คุยกับพี่ทนายว่าสัญญาก็น่าจะมีผลอยู่ไม่ได้เป็นโมฆะ พอจะมาเริ่มทำสัญญาใหม่ เจนี่มาเห็นคลาสที่ตรงกัน หรือเห็นที่เราวางบิลไปแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย ฉะนั้นถ้าจะให้เจนี่เขียนสัญญาใหม่เจนี่ต้องคิดทบทวนให้ดี มันต้องมีเยอะขึ้น ไม่ใช่ว่าทวงวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะให้เลย มันก็คือชีวิตเจนี่ด้วยเหมือนกัน อยากให้ทุกคนได้รู้ในข้อทุกคนไม่ได้รู้” แต่หลายคนก็มองว่าเหมือนเราสองคนเริ่มต้นด้วยกันมาตั้งแต่แรก? เจนี่ “เจนี่มาทีหลังค่ะ แต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าเจนี่มาเช่าพื้นที่ตรงนี้คนเดียว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพี่บุ๋มก็เป็นผู้เช่า ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น” รู้สึกผิดหวังไหมที่ได้มาทำธุรกิจร่วมกัน? เจนี่ “ไม่ค่ะ เพราะเจนี่ก็คิดที่จะทำต่อไป มันคือสิ่งที่เจนี่รัก และมันคือความฝันของเจนี่ เนื่องจากเจนี่เป็นคนชอบออกกำลังกาย” กระแสข่าวที่ออกมากระทบกับภาพลักษณ์ของธุรกิจเราไหม? เจนี่ “ย่อมมีค่ะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องแก้ไข เพราะธุรกิจทุกอย่างมันก็มีปัญหาเป็นรายวัน ดังนั้นเราก็ต้องแก้ปัญหาเป็นรายวันไป” ที่เราบอกว่าได้วางบิลไปแล้ว เดือนแรกเขาไม่จ่าย เดือนที่สองเราได้มีการทวงถามไหม? ทนาย “อันนี้เป็นในส่วนของออฟฟิศนะครับ ออฟฟิศจะเป็นคนติดตามทวงถาม” เจนี่สามารถยืนยันได้ไหมว่าเราไม่ได้ให้พนักงานกั้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าเราโดยเฉพาะ? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เครียดไหมเกิดปัญหาแบบนี้? เจนี่ “ก็ต้องเครียดเป็นปกติค่ะ ยิ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกของเจนี่ด้วย” เราอยากให้เรื่องนี้จบยังไง? เจนี่ “ไม่อยากให้ทะเลาะกันเอง และเจนี่ก็จะไม่ตัดสินอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เจนี่พูดวันนี้เป็นเพียงข้อมูลนึง นอกเหนือจากที่พี่บุ๋มได้พูดในส่วนของพี่บุ๋ม ดังนั้นเจนี่ก็ต้องพูดในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงของฝั่งเจนี่ด้วย เพื่อให้คนที่ติดตามข่าวได้ตัดสินดีกว่ามาบอกว่าอันไหนถูกอันไหนผิด” ตั้งใจจะนัดคุยกันเลยไหมเพื่อให้ปัญหามันจบ? เจนี่ “เจนี่คิดว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ และอีกอย่างเจนี่ก็ได้ให้พี่ทนายเข้าไปคุยแล้วด้วยค่ะ” คิดว่าหลังจากนี้จะยังอยากทำธุรกิจร่วมกับใครอีกไหม? เจนี่ “ไม่ค่ะ ต่อจากนี้ขอทำธุรกิจคนเดียวดีกว่า” ถ้าหากพี่บุ๋มย้ายออกแล้วเราจะทำยิมต่อไปไหม? เจนี่ “ทำค่ะ แต่ส่วนรายละเอียดขอไม่ตอบดีกว่า เพราะเอาจริงๆ เจนี่ก็ยังไม่ได้คิดด้วยว่าจะทำอะไร” ทนาย “จากที่ได้คุยกับน้องเขาก็อาจจะปล่อยให้เช่าต่อ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเช่า หรือไม่แน่ก็อาจจะทำเป็นศูนย์อาหารก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วมันก็เป็นเรื่องในอนาคต” ถามย้อนกลับไป เรื่องที่เราบอกว่ามีการทำธุรกิจทับซ้อน จริงๆ ฝั่งพี่บุ๋มออกมาพูดว่ามีการทวงถามไปแล้วว่าเราจะทำอะไรบ้าง จะได้ไม่มีการทำทับซ้อนกัน? เจนี่ “ไม่มีค่ะ คือตอนแรกพี่บุ๋มบอกว่าจะมีห้องเทควันโด เนื่องจากหุ้นส่วนเก่าของเจนี่ เขาเป็นครูเทควันโด และเจนี่มาทีหลัง ซึ่งตอนนั้นเจนี่มีแพลนเอาไว้ด้วยว่าจะทำคลาสเต้นซุมบ้า” เรามองไหมว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะคนกลางที่พี่บุ๋มติดต่อมา แต่เขาไม่เคยนำเรื่องมาถึงเรา มันถึงได้กลายเป็นปัญหา? เจนี่ “ก็อาจจะด้วยค่ะ” คิดว่าจากนี้จะมีการเปลี่ยนอะไรกับคนกลางที่ว่าไหมเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต? เจนี่ “เรื่องอนาคตเจนี่ขอไม่ตอบนะคะ เพราะมันยังไม่ได้เกิดขึ้น เจนี่ขอตอบเรื่องในวันนี้ก่อนแล้วกัน” มีอะไรอยากฝากถึงพี่บุ๋มไหม? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เราเห็นหรือยังที่พี่เขามาโพสต์ไอค่อนชูสองนิ้วในไอจีเรา? เจนี่ “เห็นแล้วค่ะ จริงๆ มันก็เป็นรูปปกตินะคะ เพราะส่วนตัวเจนี่ก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรืออะไร” ยังสามารถคุยกับพี่บุ๋มได้เหมือนเดิมไหม? เจนี่ “พี่บุ๋มยังเป็นพี่ของเจนี่อยู่ค่ะ ต้องแยกนะคะเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว ปัญหาธุรกิจคือปัญหาธุรกิจ และวันนี้เจนี่ก็มาในฐานะตัวแทนของ 911 ค่ะ” เจนี่ - ทนาย เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บุ๋ม - เอก

สรุป 6 ทีม ร่วมตบลูกยางศึก เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย ที่กรุงเทพฯ
วอลเลย์บอล /  เวิลด์ กรังปรีซ์ / 

วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย ซึ่งจะทำการแข่งขันกันที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 6-10 ก.ค. นี้ ได้บทสรุปทั้ง 6 ทีมออกมาแล้วว่าจะมีทีมใดบ้าง นอกจาก ไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพ เรามาติดตามกันเลย... 1. สหรัฐอเมริกา แชมป์เก่ารายการนี้ผ่านเข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 ของการแข่งขันกรุ๊ป 1 อย่างสุดแกร่ง ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 1 เก็บได้ 24 คะแนน โดยครั้งเดียวที่พวกเธอแพ้ตลอดการแข่งขัน 3 สัปดาห์แรกที่ผ่านมานั้น เป็นการพ่ายให้กับ สาวจีน เจ้าถิ่นที่เมืองหนิงปัว 2. จีน มหาอำนาจวงการลูกยางแห่งเอเชีย จีน ทำสถิติชนะ 8 แพ้ 1 ได้เช่นเดียวกับ สหรัฐอเมริกา เพียงแต่ว่าพวกเธอเก็บเซตได้น้อยกว่า ทำให้เป็นรองสาวมะกัน 1 คะแนน ซึ่งนั่นมีส่วนสำคัญมาจากเกมสุดท้ายในสนามที่ฮ่องกง เพราะว่า สหรัฐอเมริกา อัดพวกเธอไปแบบขาดลอย 3 เซตรวดเลยทีเดียว 3. รัสเซีย สาวๆ รัสเซีย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 1 เก็บได้ 23 คะแนนเท่ากับ จีน แต่ค่าเรโชของเซตที่พวกเธอทำได้นั้นเป็นรองจีนอยู่มาก ทำให้เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 3 โดยความพ่ายแพ้ครั้งเดียวของ รัสเซีย นั้นเกิดขึ้นในสนามที่เกียวโต ซึ่งถูก เซอร์เบีย เบียดคว้าชัยไปในเซตตัดสิน 4. บราซิล เจ้าของสถิติแชมป์ เวิลด์ กรังปรีซ์ มากที่สุด 10 สมัย บราซิล ผ่านเข้ารอบมาที่อันดับ 4 ด้วยการชนะ 7 แพ้ 2 พวกเธอค่อนข้างเสียฟอร์มเล็กน้อยที่สนามมาเก๊า ซึ่งแพ้ถึง 2 เกมให้กับ เซอร์เบีย และ จีน แถมยังถูกสาวแดนมังกรอัดเละ 3 เซตรวดซะด้วย ต้องมาดูกันว่าในรอบสุดท้ายนี้สาวๆ แซมบ้าจะทำได้ดีแค่ไหน 5. ฮอลแลนด์ เบียด เซอร์เบีย เข้าป้ายเป็นอันดับ 5 ด้วยคะแนนที่มากกว่า แม้จะมีสถิติเท่ากันคือชนะ 5 แพ้ 4 โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเธอเข้ารอบสุดท้าย เวิลด์ กรังปรีซ์ นับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งสาวดัตช์ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศที่ประเทศ ญี่ปุ่น 6. ไทย แม้จะจบอันดับ 10 ของการแข่งขันกรุ๊ป 1 แต่ สาวไทย ก็ได้สิทธิ์เล่นรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพ และด้วยผลงานการเอาชนะทีมอย่าง เยอรมัน และ อิตาลี มาได้ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอพร้อมต่อกรกับทีมชั้นนำระดับโลก น่าจับตามองว่าทัวร์นาเม้นท์นี้ ทีมชาติไทย ที่มีดาวรุ่งสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักกันหลายคนจะไปได้ไกลแค่ไหน การแข่งขัน วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย จะดวลกันที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย โดยจะแข่งกันตั้งแต่วันที่ 6-10 ก.ค. นี้ ขอบคุณภาพจาก FIVB World Grand Prix

ผลบอล ยูโร2016:  อังกฤษ - ไอซ์แลนด์
ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ /  ผลบอล / 

ผลบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2559 อังกฤษ 1-2 ไอซ์แลนด์ ผู้ทำประตู:1-0 เวนย์ รูนี่ย์ น.4(จุดโทษ),1-1 แร็กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน น.6,1-2โคลไบน์ ซิคธอร์สสัน น.19 เวลา:02.00 น. สนาม:อลิอันซ์ ริเวียร่า ถ่ายทอดสด:ช่อง 3 SD รายชื่อ อังกฤษ :โจ ฮาร์ท(GK),ไคล์ วอลเก้อร์, แกรี่ เคฮิลล์, คริส สมอลลิ่ง, แดนนี่ โรส, เอริค ไดเออร์, เดเล่ อัลลี่, เวย์น รูนี่ย์,ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แฮร์รี่ เคน, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ไอซ์แลนด์:ฮันเนส ฮอลล์ดอร์สสัน(GK),เบียร์เคียร์ ซาวาร์สสัน, แร็กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน, คาริ อาร์นาสัน, อาริ สคูลาสัน,โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, อาร่อน กุนนาร์สสัน, ธีโอดอร์ ยาร์นาสัน, โคลไบน์ ซิคธอร์สสัน, ยอน บ็อดวาร์สสัน

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู”
กฤษดา สุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู” “โอกาสที่จะได้บท ได้เล่น ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ นักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มาถึงมือ ยูอย่าพลาด พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไง อย่าปล่อยมัน”  น้อย วงพรู กล่าว แม้การสวมบทบาทเป็นมือปราบสายเวทย์อย่าง ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ยากระดับปราบเซียน และก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารับบทนี้ได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบทบาทของมหาโจรผู้เหี้ยมโหด ชั่วร้ายแต่ก็มีมุมรักพวกพ้อง อัลฮาวียะลู คือชื่อตัวละครดังกล่าวนั้นก่อนที่หัวโขนของบทบาทนี้จะถูกสวมลงที่ศีรษะของ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู และวันนี้ เราจะไปฟังกันว่าดาวร้ายผู้นี้มีอะไรอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังก่อนที่จะไปเต็มอิ่มกับการแสดงของเขาในโรงภาพยนตร์  เมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ครั้งแรก และถูกทาบทามให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ หลายคนทราบว่าผมก็เล่นอันธพาลกับโขมมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากสำหรับผม ตอนที่โขมโทรมาชวนรับทันทีเลยครับ พอได้คุยกันปั๊บ ก็ยิ่งอยากเล่น มันเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้นะครับ ตอนแรกที่พอได้อ่านบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมากเลย จะทำได้เปล่า จะทำถึงเปล่า มันยากนะ จำได้ว่ามีซีนหนึ่ง ไม่ใช่ซีนแอคชั่น ส่วนมากน้อยจะเริ่มเครียด และเริ่มคิดว่าจะทำได้เปล่า เป็นซีนที่ต้องพูดเยอะมาก เป็นซีนที่น้อยเผชิญหน้ากับอนันดาครั้งที่ 2 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นซีนที่หลายคนได้เห็นในทีเซอร์ที่กินลูกกระสุน สิ่งที่ผมต้องพูดกับอนันดานี่เยอะมากเลย เกือบหน้าหนึ่งนะครับ ซึ่งคำที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นภาษาไทยสมัยก่อนด้วยผมก็เหนื่อย ผมก็ โอ้โห (หัวเราะ)  ทราบว่าขุนพันธ์เป็นภาพยนตร์แอคชั่นเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของเอฟเฟกต์ ระเบิดกระสุน ไปจนถึงการแสดงที่ต้องเชือดเฉือนกันแบบมันส์หยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้อย-กฤษดา กับ อนันดา ใช่ครับอย่างตอนเราอ่านบท ซีนนี้แอคชั่นมันส์แน่เราอยากเล่น แต่นี่เป็นซีนที่เผชิญหน้ากันระหว่าง2ตัวละครสำคัญซึ่งเป็นคู่ปรับกัน แล้วคำที่เราพูดมันลึกเหลือเกิน คือว่าไดอะล็อคมันดีมาก โมโนล็อคมันดีมาก แล้วมันแรงเหลือเกิน มันขึ้นมาจากข้างใน แต่เรานิ่งนะครับ มันเหมือนเปรียบเป็นแอคชั่นในตัวของเรา เพียงแต่เวลาเราพูดจะนิ่งหน่อย สำหรับนักแสดงมันท้าทายมากนะ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ทั้งมันส์ ก็เลยตื่นเต้นกับซีนนี้มากเป็นพิเศษเลยครับ  คาแรคเตอร์ “อัลฮาวียะลู” มหาโจรผู้เหี้ยมโหด ที่ถ่ายทอดการแสดงแบบเกินร้อยของน้อย กฤษดา เป็นอย่างไร อัลฮาวียะลู ก็คือคู่ปรับของขุนพันธ์ เป็นโจรทางภาคใต้ เขาจะปกครองดูแล และคุ้มครองผู้คนในเขตพื้นที่ของเขานะครับ ในอดีตที่ผ่านมาตัวเขาเอง ครอบครัวได้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตเขาเองจะค่อนข้างโดดเดี่ยว หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจใครสักเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้วรู้เพียงอย่างเดียวว่านี่คือพื้นที่ของเขา คนพวกนี้เป็นชาวบ้านของเขา เป็นคนของเขา ที่เขาต้องคุ้มครอง และในพื้นที่ของเขาใครจะเข้ามาเขาไม่สน แต่เขาพร้อมจะลุกขึ้นปกป้อง และป้องกัน โดยจะทำทุกอย่างครับ เขาเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ขาว-ดำเท่านั้น เวลาผมอ่านบทก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมันจะเป็นแบบเหมือนกับการออกคำสั่ง อืม อืม อืม แรงเสมอ   ถ้าให้คำจำกัดความของอัลฮาวียะลู อัลฮาวียะลู มหาโจรที่ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น ขุนพันธ์อาจจะล่าเราได้ แต่ฆ่าเราไม่ได้ เพราะตัวอัลฮาวียะลูเอง มีทั้งความโหดเหี้ยม โหดร้าย คือเป็นโจรที่ฉลาดด้วยนะครับ สามารถฆ่าคนโดยที่ไม่คิดอะไร แต่จะมีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าเกิดนี่คือที่ของเขาคุณก็จะตายทันที ชื่อของเขาอัลฮาวียะลู แปลว่าหลุมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตัวขุนพันธ์ (อนันดา) จะต้องเข้าไปในหลุมนี้ที่ลึกเหลือเกิน เพื่อที่จะดึงความเป็นปมบางอย่างของอัลฮาวียะลู เพื่อที่จะปราบอัลฮาวียะลู เราจะได้เห็นกันว่าขุนพันธ์ทำได้หรือไม่ เป็นตัวละครที่ไม่ธรรมดา มีทั้งความสามารถพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องยิงไม่เข้า คงกระพันและมีอาวุธที่ใช้ประจำตัว อัลฮาวียะลู เขาก็จะมีอาวุธในหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการที่เล่นของอยู่แล้ว จะมีกริช มีรอยสักซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันเขาได้ จริงๆโขมก็เป็นคนบอกมาเองนะครับว่า เวลาเปรียบเทียบพี่น้อยจริงๆแล้วมันไม่ต่างจาก ลอร์ดเวเดอร์นะ ซึ่งจะต้องมีไลท์เซเบอร์ การใช้บังคับคนด้วยจิตได้อะไรอย่างนี้ มีอาวุธ มีอาคม คงกระพัน จริงๆเขาจะค่อนข้างมีทุกอย่างครบถ้วนในคาแรคเตอร์ของเขา และในสุดท้ายเขาจะรู้สึกอย่างนั้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วคิดว่าตัวขุนพันธ์ไม่น่ามาปะทะกับโจรคนไหนที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ อย่างอัลฮาวียะลู เพราะเขาตายไม่เป็น เวลาเราเล่นบทอัลฮาวียะลูนี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นทั้งวิญญาณ เป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าขุนพันธ์เองก็น่าจะไม่เคยเจอมาก่อนนะครับ ในการที่ต้องถ่ายทอดตัว “อัลฮาวียะลู” หัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวตนของ น้อย กฤษดา เลย ต้องมีการเตรียมตัวหรือทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง การเตรียมพร้อมก็จะเริ่มตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง  แล้วพอมาถึงในช่วงของการถ่ายทำ ในแต่ละฉากก่อนเล่น ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบท อัลฮาวียะลู ซึ่งเป็นตัวละครที่ค่อนข้างห่างไกลจากคาแรคเตอร์เรามาก การที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันมีมิติเหลือเกิน แล้วอัลฮาวียะลูเอง อาจไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์จริงอย่างขุนพันธ์ แต่ว่าก็ยังมีโจรอีกหลายต่อหลายคน ที่ในชีวิตจริงขุนพันธ์เคยปราบมาแล้วนะครับ   เราก็พยายามเบสคาแรคเตอร์ของเรา กับโจรที่เป็นจริงเหล่านั้นครับ เลยเกิดการตีความ 2 อย่างเราก็พยายามทั้งศึกษาว่า โจรสมัยโน้นเขาเชื่อมั่นในสิ่งอะไร จุดยืนเขาอยู่ที่ไหน เขาเกิดมาเป็นอย่างไรถึงคิดกลายเป็นโจรอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามใช้จินตนาการ การตีความ อย่างการที่คาแรคเตอร์เราก็ไม่ได้เป็นจริงด้วย เราก็สามารถใช้อิมเมจิเนชั่นมาสร้าง มันสามารถสร้างสีสันได้ เพราะอย่างในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ของอัลฮาวียะลู ที่คล้ายๆของขุนพันธ์ด้วยใช่ไหมครับ  ผมก็แบบแอบดูว่าอนันดาเขาเดินยังไง  ขาเขาจะเป็นยังนี่ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาจะเรียกยังไงฮะ ขาเขาจะเขย่งครับ น้อยก็จะเริ่มเดินเหมือนอนันดานิดหน่อยแล้วกัน ให้มีอะไรใกล้เคียงกันในการมูฟเม้นท์นิดหน่อยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือได้ว่าถูกคู่และสมศักดิ์ศรี อนันดา กับน้อย-กฤษดาจับคู่ทางด้านการแสดงรวมไปถึงบู๊แอคชั่น อยากให้พูดถึงการทำงานกับอนันดา ผมจะอายุมากกว่าอนันดา ห่างกันเกือบเจนเนอเรชั่นหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนอนันดาเข้ามาในวงการก่อนน้อย ก่อนเป็นน้อยวงพรูผมก็จะเห็นอนันดาอยู่แล้ว แล้วเราก็ยังติดภาพมองเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์นะครับ แต่ผมก็พอรู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ติดดินมากครับ แต่ผมจะตื่นเต้นเสมอนะครับ ไม่ว่าจะแสดงกับใครก็ตาม แต่ถ้าเกิดเป็นพวกดาราแบบใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือว่าชาคริต ผมจะตื่นเต้นเสมอ ผมยังมองเขาเป็นสตาร์ครับ จนกว่ามาเล่นซีนด้วยกันซึ่งอันนั้นผมก็ต้องเริ่มมีสมาธิจริงแล้ว เวลาที่ผมเล่นในขณะนั้นข้างในผมหัวใจกำลังเต้นไวอยู่นะ มันตื่นเต้น โดยเฉพาะซีนแรกครับ สิ่งที่ผมชื่นชม ผมอิจฉานิดหน่อยกับอนันดา เขาเป็นนักแสดงที่รีแลกซ์มากครับ ตั้งใจ เป็นคนที่คอนเซนเทรตได้ทันทีนะครับ การแสดงมันก็สนุกตรงนี้ การรับบทต่อกันแล้วเราก็จะเริ่มเรียนรู้คนนี้แสดงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอนันดา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ดี มันเหมือนกับว่าเราเองก็รู้ว่านี่เป็นอนันดาที่เล่นอยู่ใช่ไหมครับ เราจะเชื่อว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์นั้น เวลาเขาเล่นบทเป็นขุนพันธ์ เราก็เชื่อว่าเขาเป็นขุนพันธ์ ถึงแม้เราจะรู้ว่านั่นคืออนันดานะ นั่นคือสัญลักษณ์ของนักแสดงที่ดี ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถที่พิเศษ ซึ่งบางทีอนันดาอาจจะนิ่งไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเวลาเล่นกับอนันดานะครับ พลังเขาออกมา แม้เขาจะนิ่งๆ แล้วพอเราแสดงด้วยกันเราก็เริ่มรู้แล้วว่า จะจ้องตากัน สบตากัน หรือจะชกต่อยกัน จะรับกันยังไง เพราะคาแรคเตอร์ผมก็จะแรงเสมอ อนันดาก็จะรับ เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของการทำงานในฉากยากๆ ว่าเหนื่อยขนาดไหน สาหัสอย่างไร จริงๆ มันก็มี 2 ฉากนะครับ ก็คือฉากไคล์แมกซ์ของภาพยนตร์ที่ต้องสู้กัน ที่ 2 คนต้องมาแรงใส่กัน แล้วมันก็เหนื่อยจริงๆ ฉากแรกที่ผมเจอเขา เขายังปลอมตัวอยู่ ฉากที่ 2 นี่รู้แล้วว่ามึงเป็นใคร แล้วผมเตรียมตัวแบบ รู้ว่า โอเค ยูตื่นเต้นไม่ได้ ยูต้องโฟกัสนะ ตอนนั้นเราก็ถ่ายที่กุยบุรี มันเหมือนเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็คอะไรอย่างนี้ บางทีมันก็ซ้อมก็คิดมาเยอะแล้ว พอถึงจุดนั้นอย่าตื่นเต้น อย่าไปคิดมากเกินไปให้มันรีแลกซ์ เราก็แสดงได้ดีขึ้น ซีนนั้น ผมก็บอกทุกคนว่าผมขอขับรถผมไปได้ไหม ขอขับรถดูวิวของกุยบุรีที่มันมีภูเขา เริ่มต้องเตรียมพร้อมต้องอินแล้วกับซีนนี้ แล้วผมก็เปิดเพลงของเดอะคิลเลอร์ เพลงแร็ป เหมือนกับมันเป็นเพลงสกอร์ภาพยนตร์ให้กับคาแรคเตอร์ผมครับ แล้วเพลงก็แบบแรง ผมก็กำลังมา แล้วผมก็บอกทีมงานว่า เวลาพร้อมก็โทรมาหาน้อยนะ น้อยรีบขับกลับมาเลย ผมก็แต่งตัวอย่างนี้ในชุดอัลฮาวียะลู ผมก็อินกับคาแรคเตอร์แล้ว มาแล้วเว้ย แล้วพอไปถึงฉากมันต้องโฟกัสมากเลยฮะ นั่นก็เลยเป็นฉากที่มันส์ดีแต่ก็เหนื่อยมาก ประมาณ 2-3 เทคฮะ เริ่มไม่พร้อม เหนื่อยแล้วๆ แต่พอเสร็จแล้วอนันดาก็บอก เฮ้ยทุกคน..เป็นไง (หัวเราะ) ในภาพยนตร์ขุนพันธ์แล้ว ยังมีอีกตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะต้องเกี่ยวพันกับตัวอัลฮาวียะลู นั่นคือหลวงโอฬาร ซึ่งรับบทโดย แฟรงค์ ภคชนม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 2 แล้วหลังจากอันธพาล กับแฟรงค์นี่เป็นนักแสดงที่ผมให้ความนับถือมากๆ ครับ ถ้าเกิดที่เมืองนอกเขาจะเรียกว่าคาแรคเตอร์แอคเตอร์ เขาอาจจะไม่ได้เป็นแบรด พิตต์ แต่ละคนที่มีฝีมือเยอะเหลือเกินมีโอกาสให้เขาได้โชว์ฝีมือที่เขาเล่นอย่างนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นกับแฟรงค์มาก่อนในอันธพาล แล้วพอมาในเรื่องนี้บทก็ไม่เหมือนกันเลย แล้วเวลาผมแสดงกับเขา ผมก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นนักแสดงที่แท้จริง เขาเหมือนเป็นนักแสดงแล้วพอเขาเปลี่ยนมาเล่นบทอะไรก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง สามารถพลิกบทบาทได้ ให้ตัวละครตัวนั้นโดดเด่น อย่างเรื่องอันธพาลแฟรงค์ก็เป็นตัวไม่ดี อันนี้ก็อีกคาแรคเตอร์หนึ่ง แล้วเขาทำได้ดีมากครับ ผมก็อยากร่วมงานกับแฟรงค์อีกนะครับ จากการทำงานที่ผ่านมาในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์คิดว่าฉากไหนยากที่สุด สำหรับฉากที่ยากมันก็จะมี 2 สไตล์ มันจะมีทั้งฉากที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลย แค่พูดกันแล้วส่งบทกัน ต้องมีสมาธิมากๆ ซึ่งฉากพวกนั้นจะยากมากอยู่แล้ว อีกฉากหนึ่งก็น่าจะเป็นฉากที่มันเหนื่อยครับ แล้วผมก็ไม่เคยเลยจริงๆนะครับ แสดงอยู่บนเซต ไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมงนะ 36 ชั่วโมง ผมจำได้ถ่ายตั้งแต่เจอกัน 6 โมงเช้า เป็นฉากแอคชั่นสุดท้ายนะครับ6 โมงเช้า ผมก็นึกว่าจะเสร็จภายใน 6 โมงเย็นอย่างนั้น แล้วก็ไปเรื่อยๆอีก จนถึงเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว จนบางที ซีนหนึ่งนี่แสดงๆกันไป แล้วพอคัท เทค 1 เสร็จแล้วก็รอเทค 2 ใหม่ นั่งรอแล้วก็นั่งหลับ เทค 2 โอเค อีกทีหนึ่ง จนต่อถึงเที่ยงวันต่อไป จริงๆนะครับไม่ใช่แค่น้อยคนเดียวนะครับแต่คนอื่นด้วย แต่มันต้องทำให้เสร็จครับ วันนั้นเหนื่อยมากเลย ผมไม่เคยเล่นหนังที่เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน มันก็สมควรเหนื่อยนะครับกับฉากนี้ เพราะว่าตอนถ่ายวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายด้วย แล้วก็ซีนแอคชั่นสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และการที่ต้องมาชกต่อยกัน ยิง แทงกันครับ ก็เหมือนกับเป็นฉากแอคชั่นที่เหนือจริงที่มโหฬาร แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนการที่นอกเหนือจากการยิงกัน แทงกัน ชกๆๆ แล้วมันก็มีการที่ต้องยกมอเตอร์ไซค์ให้มันลอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนอเวนเจอร์อย่างนี้ (ขำ) เวลาที่เขาไปโพสต์โปรดักชั่นของเขา เราก็ตื่นเต้นนะครับ อยากดูจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นยังไง รอบตัวเรามองไปทางไหนก็มีแต่คนเสียชีวิต ที่แบบเลือดไหลอะไรอย่างนี้ แล้วการที่ต้องถ่ายทำกันไปแบบ 16 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง มันเหนื่อยแต่มันคุ้มครับแล้วมันคุ้มค่าจริงๆ ฟังๆ ดูแล้วเป็นฉากแอ็คชั่นที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรายละอียดค่อนข้างเยอะมากในฉากนี้ ก็คือในซีนนั้นที่เราถ่ายทำไปใน36 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ามันก็เหมือนกับเป็นการถ่ายหนังซีนหนึ่ง แต่พอมันคือ1ซีนในสไตล์ของโขมนี่ มันจะยิ่งมีดราม่าในแอคชั่นนะครับ และมันต้องทำทั้ง 2 อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าการแสดง แม้แต่แค่รับบทระหว่างกันและกัน กับการชกต่อยกัน คือการถ่ายทอด 2 อย่างในซีนเดียวกัน ซึ่งสำหรับโขมนี่มันต้องได้ เราต้องเข้าใจว่าเวลาเราเล่นหนังมันมีโอกาสครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็จะอยู่ในจอ มันจะอยู่ตลอดชีวิตนั่นคือผลงานของเรานะครับ เลยต้องทำให้ถึงทำให้ได้ครับ หลายครั้งถึงเราจะเหนื่อย บางทีเราแสดงก็จะรู้สึกว่าผมอินมาก แต่กลายเป็นไฟดันไม่ได้ บางทีการจะอินแบบ 3-4 เทคก็ยาก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นไฟ ทีมงาน นักแสดงทั้ง 2 คน มันต้องลงล็อคพอดีเลยครับ ยิ่งสำหรับโขมอย่างพวกเราทุกคนนี่ ฉากแอคชั่นมันก็อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งรถไฟ มอเตอร์ไซค์ มันต้องมาชนกันในจุดนั้นพอดี มันก็เลยเหนื่อยนะครับ แต่ว่าเวลาทำถึงแล้วเราก็รู้สึกดีจริงๆครับ มันก็คุ้มค่ากับการที่เราตั้งใจหรือทุ่มเททำกัน เลยทำให้เวลาเราอิน แล้วปรากฎว่ามีการสั่งคัท เราก็แบบคัททำไม (หัวเราะ) เวลาเล่นผมก็จะคอยสังเกต ซึ่งผมไม่ได้เป็นนักแสดงระดับโลก อย่างคริสเตียน เบล หรือว่า แดเนี่ยล เดย์ ลูอิส ที่ผมได้ข่าวว่าเขาจะอินทั้งวันเลย แต่ผมจะอินแค่ช่วงเวลาถ่ายซีนนั้นนะ แบบเวลาคัท ผมก็อาจจะบางทีผมก็ยังเป็นคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูตอบโขมอยู่ (เสียงใหญ่) อะไรนะ อยากให้ทำอะไรอีกนะ โอเคๆ ได้ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าผมยังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นนะฮะ (หัวเราะ) ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันก็มีฉากประทับใจหลายรูปแบบนะครับ เพราะว่าสิ่งที่โขมเขาทำให้มันดีมากๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือเขาสามารถผสมผสานแอคชั่นกับดราม่าได้อย่างดี และลงตัวทีเดียว เวลาเราไปเล่นหนังเขานี่ เราจะสามารถรู้หรือสัมผัส ได้รับรสชาติในการแสดงที่หลากหลายทีเดียว ฉากแอคชั่นที่มันส์นี่ มันไม่ใช่แค่ผมสู้กับอนันดาเท่านั้นนะครับ อย่างมันเป็นเพียงแค่ฉากที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ขี่ม้า จริงๆผมเองก็เหมือนกับนักแสดง เหมือนผู้ชายทุกคน เด็กๆฝันขี่ม้า อยากยิงปืน การเป็นนักแสดงเราโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเล่นขี่ม้า ยิงปืน เป็นโจรอย่างนี้ครับ ข้างในเราก็มีความเป็นเด็ก ก่อนที่จะแสดงก็ไปหัดขี่ม้ากัน แล้วเป็นฉากแรกของการถ่ายทำในหนังที่ผมได้ขี่ม้ามาลุย มาปราบพวกตำรวจ แล้วก็ยิงๆ แล้วเราเองไม่ใช่แค่เริ่มมีความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่เราก็เริ่มมีกับม้าของเราด้วยนะครับ ม้าของเราตัวไหน อยากได้ตัวเดิมนะ มันก็มีความเป็นเด็กของเรานะครับที่แบบขี่แล้วจะเท่ ยิงปืน ผมก็เลยประทับใจกับความรู้สึกตรงนี้ด้วยนะครับ ในภาพยนตร์จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอัลฮาวียะลู และเป็นอีกฉากที่ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงของน้อย กฤษดาที่เข้มข้นมากๆ ก็มีฉากหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเป็นฉากเปิดเผยคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูนะครับ ซึ่งคนที่เล่นของ เขาจะทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะมีอำนาจ เขาจะเป็นคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะมีพลังมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นซีนที่เขามาเผชิญหน้ากับพระรูปหนึ่ง แต่พระรูปนี้ก็มีของ ของอันนั้นก็คือฟันที่งอกขึ้นอยู่ในเพดานของปาก ซึ่งถ้าเกิดรวมกับอีก 2-3 อย่างนี่ มันสามารถให้เขาเพิ่มพลังได้อย่างสูงทีเดียวครับ ซึ่งต้องรอไปดู ผมก็ไม่เคยแสดงฉากนี้มาก่อน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่คนดูอาจจะได้พบกับพลังของอัลฮาวียะลูครับ ในเบื้องหลังในการเตรียมตัวทำงานก่อนจะเล่นซีนนี้ ผมก็เริ่มฟังเพลง แต่ผมไม่ได้ฟังเพลงน้อย วงพรูนะ แต่ละซีนผมจะมีซาวน์แทรค ครั้งนี้ผมจะฟัง M&M ครับ เพลงแร็พครับเขาจะเหมือนว่าคนนี้กำลังโกรธอยู่ ฟังแล้วก่อนจะเล่นผมก็แบบเตรียมพร้อมมาละ แอคชั่น เวลาที่เราแสดงมันไม่ใช่แค่คิดเกี่ยวกับว่า ได้รับฟันจากเพดานปากนั้นมานะ ผมก็กำลังคิดถึง M&M กับพลังกับเสียงอันแรงของเพลง มันก็บิ้วท์ในสไตล์นี้ครับ สนุกดีครับ ขุนพันธ์คือโปรเจกต์แห่งความเป็นที่สุด ในหนังของโขมนะครับ เขาจะมีบทที่นักแสดงทุกคนอยาก หรือตื่นเต้นที่จะเล่น มีบทที่น่าสนใจเยอะครับ แล้วมันจะสนุก เวลาเราได้เห็นพัฒนาของนักแสดงแต่ละคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) อย่างนี้นะครับ ซึ่งเธอก็เล่นขุนพันธ์ก่อนมาแสดงแม่เบี้ยด้วยซ้ำ การที่เป็นหนังเรื่องแรกของอ้อมนี่ ตอนนี้เธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้น เราก็ได้เห็นเธอเดินออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่ผมเคยเล่น 13 เกมสยองกับมะเดี่ยว หลังจากถ่ายกันเสร็จก็เจอมาริโอ้ มะเดี่ยวบอกกำลังมีรักแห่งสยาม เด็กคนนี้ก็มีแวว ตอนนี้แบบ โห เป็นซุปเปอร์สตาร์ เวลาเราเห็น เราก็จะติดภาพอนันดาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เวลาเรามาแสดงกับอนันดา มัน โอ้โฮ คนนี้มันเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผมก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ผมก็เคลื่อนไหวเก่งนะ ผมน้อย วงพรูนะเว้ย ผมเต้นเก่งนะ(หัวเราะ) ผมเคลื่อนไหวได้เยอะนะ แต่มันจะอีกแบบหนึ่งครับ แล้วก็อย่างแฟรงค์ที่ผมก็รักมากอยู่แล้วนี่ สำหรับเขาอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แต่ถ้าเกิดผมได้เล่นบทเป็นนักการเมืองนี่ มันท้าทายมากกว่าสำหรับเขาอย่างนั้นนะครับ คือทุกคนสามารถมีโอกาสได้พลิก (ล็อค) บทได้ในหนังของโขมนะครับ แล้วผมก็สนุกมากกับการแสดงกับทุกคนนะครับ ได้เห็นสไตล์ใหม่ของแต่ละคน แม้แต่อนันดาก็อาจจะดูเท่มากเวลาชกต่อยแต่ว่ามันก็เป็นการแสดง ส่วนเดี่ยวเขาก็มาทางแอคชั่นอยู่แล้วนะครับ ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่องขุนพันธ์นี้ ผม อนันดา เดี่ยว กบ ก็ไปฝึกขี่ม้ากัน ฝึกชกมวยกันด้วย แต่สำหรับเดี่ยว คือเขาเกิดมาเพื่อเดินสายนี้โดยตรงเขาธรรมชาติ แล้วเราก็ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมากทีเดียวด้วย ผมว่าเดี่ยวเขาก็มักจะได้เป็นคนดีในหนังแอคชั่นของเขา แต่คราวนี้ขอโทษนะ เดี่ยวก็เป็นมือขวาของน้อยนะครับ ที่มาปะทะกับอนันดา และการแสดงด้วยกันกับเดี่ยวส่วนมากก็จะสื่อสารผ่านสายตา ก็แบบเคลียร์ๆ “ฆ่ามัน” เราจะได้เห็นอินเนอร์และการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัว ของนักแสดงทุกๆคน รวมทั้ง น้อย กฤษดา ที่ถึงขนาดว่าติดคาแรคเตอร์ความเกรี้ยวกราดของอัลฮาวียะลูกลับบ้านด้วย ในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบทบาทนี้ บางทีเราเองก็เริ่มลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นเราอินไปกับบทมากขนาดไหน ผมก็ไม่นึกว่าผมจะเป็นนักแสดงที่เอาบทกลับมาบ้าน เอาคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูบทนี้ติดกลับมาด้วยนะครับ จนมาวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ที่บ้าน แล้วก็ทะเลาะกับภรรรยาเล็กน้อย แล้วผมก็เริ่มแบบ ชี้หน้า น่าเกลียดมากเลยครับ ผมก็ไม่จริง แล้วภรรยาผมก็ เฮ้ย ยูไม่เคยชี้หน้าไออย่างนี้มาก่อนนะ นี่มันแรงมากเลยนะ ผมลืมไปๆเพราะว่าบทอัลฮาวียะลูเป็นคนที่ชี้บ่อยมาก เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาเป็นคำสั่งเสมอ อาจแค่ส่งสายตาอยากให้เบิ้ลความแรงก็จะชี้ ผมก็ขอโทษภรรยา ไอผิด มันไม่ใช่น้อย มันเป็นอัลฮาวียะลู บางทีมันก็เอากลับมาบ้านด้วย ผมไม่นึกว่ามันจะเป็นถึงขนาดนั้นครับ มันเหมือนกับแค่เวลาพูดมันก็เหนื่อยแล้ว เวลาเล่นคาแรคเตอร์นี้ มันก็เป็นความกลัวนิดหน่อยด้วย เวลาแสดงจนไม่กล้าไปดูมอนิเตอร์ รู้สึกแบบมองตัวเองแรง รู้สึกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นนะครับ ผมก็รู้สึกว่าหนังไทยบ้านเราช่วงนี้ก็จะเน้นหนังวัยรุ่นเยอะนะครับ ผมก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นแล้วโอกาสที่จะได้เล่นบท ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ จนกว่าโขมทำหนังอีกเรื่องหนึ่ง จนกว่าสหมงคลฟิล์ม บาแรมยูชวนผมมาเล่นครับ เรารู้ว่าเวลานักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มา พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ยูจะพลาดไม่ได้อย่างนี้ครับ เราก็เลยต้องเต็มที่ แล้วก็จับมัน อย่าปล่อยมัน ท้ายนี้ น้อย อยากฝากอะไรกับ “ขุนพันธ์” เราก็รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีจริงๆนะครับ ที่โขมเขามาให้โอกาสเราเล่นบทนี้ เหมือนกับพวกหนังตลกผมก็เคยลองแสดงมาบ้าง หนังโรแมนติกก็เคยมาบ้าง นักแสดงหลายๆคนก็อยากมีโอกาสได้เล่นบทร้ายสักเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบทร้ายนี่ เราจะได้เล่นอย่างไร ออกมาเป็นอย่างไร นั่นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากครับ บทร้ายนี่จะ...(ร้ายอย่างไร) ซึ่งมันก็เป็นความสนุกของการแสดงนะครับ เสียงน้อยก็เสียงนิ่มๆอยู่แล้วด้วย แต่เวลาอ่านบทแล้วก็ไปทิศทางนั้นไม่ได้นะครับ มันก็ต้องลองเสี่ยงละกัน ลองเสี่ยงแบบให้เอาแรงที่สุดที่จะแรงให้ได้แล้วกัน ซึ่งลึกๆแล้วผมก็รู้ว่าโขมอยากให้ผมรุนแรง ก็ต้องหัดพูดให้มันแรงกว่านี้ ผมก็ต้องเริ่มแบบดัดเสียงให้ได้ ซึ่งมันก็ยากนะครับ บางวันก็ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เสียงมันไม่มา ผมก็ต้องไปฝึกให้ได้ แต่นี่ผมก็เป็นนักร้องนะแต่มันก็ยากครับ สำหรับบทอัลฮาวียะลูครั้งนี้เป็นการพลิก และเปลี่ยนคาแรคเตอร์ที่สุดที่ผมเคยทำมาครับ

แซ่บไหมละ!? ใบเตย อาร์สยาม เปิดตัวโฉมใหม่ - โละทีมงานใหม่!!
กรุบ กรุบ /  สุธีวัน ทวีสิน / 

ใบเตย อาร์สยาม 'โละทีมงานทำเพลงใหม่ - ฉีกภาพเดิมๆ!' ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด 'กรุบ กรุบ' เน้น แฟชั่น ทันสมัย ไม่เน้นขายเซ็กซี่!! เงียบหายไปซุ่มทำซิงเกิ้ลใหม่อยู่นาน สำหรับนักร้องลูกทุ่งสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) สังกัด ค่ายเพลง อาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส กลับมาคราวนี้เธอมาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด กรุบ กรุบ ที่เจ้าตัวบอกว่า 'ปรับทีมคนทำงานใหม่ทั้งหมด!' เพื่อให้ฉีกภาพไปจากเดิม มอบเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลง!! ใบเตย อาร์สยาม กล่าวว่า "ก่อนอื่น ใบเตย ต้องขอขอบคุณทีมงานเก่าทุกคนนะคะที่เคยร่วมงานด้วยกันมาอย่างสนุกสนาน ถ้าไม่มีทีมงานที่ทำให้กันในวันนั้น ใบเตยก็คงจะไม่มีวันนี้ได้เหมือนกัน แต่ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพราะใบเตยมีความต้องการอยากให้ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด กรุบ กรุบ มีความแตกต่างจากผลงานเพลงที่ผ่านๆ มา อยากเจออะไรใหม่ๆ มากขึ้น เลยได้ปรับทีมคนทำงานใหม่ทั้งหมดค่ะ" "เริ่มจากครูสอนเต้น ใบเตยได้ ครูอู๋ เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี ครูสอนเต้นอันดับหนึ่งของเมืองไทยมาร่วมสอนเต้นกับซิงเกิ้ลใหม่นี้ค่ะ ส่วนทางด้านทีมกำกับมิวสิควิดีโอเพลงก็ได้ผู้กำกับมือทองอย่าง พี่ดล ผดุงวิเชียร มากำกับให้ เพื่อให้ได้รูปแบบของงานใหม่ๆ เป็นแฟชั่น ทันสมัย ไม่เน้นขายเซ็กซี่ ส่วนสไตลิสต์ก็ได้ดีไซเนอร์ชื่อดัง อย่าง พี่ผักกาด ประภากาศ อังศุสิงห์ มาช่วยดูแลเสื้อผ้าในมิวสิควิดีโอให้ด้วยค่ะ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ก็เพื่อจะมอบสิ่งใหม่ๆ มาเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลง รับรองว่าซิงเกิ้ล กรุบ กรุบ นี้ จะแซ่บไม่น้อยไปกว่าผลงานเพลงที่แล้วๆ มาแน่นอนค่ะ ฝากเพลงใหม่ของ ใบเตย อาร์สยาม ด้วยนะคะ" สดจากกองถ่าย MV กรุบกรุบ : ใบเตย อาร์สยาม youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เซอร์ไพร้ส์!! วู้ดดี้ เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มแล้ว ที่นิวยอร์ก
วู้ดดี้ มิลินทจินดา /  วู้ดดี้ แต่งงาน

     ชาวโซเชียล และบรรดาเพื่อนสนิทแห่แสดงความยินดีกับพิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้ มิลินทจินดา หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพคู่กับหนุ่มคนหนึ่งพร้อมแท็กไปยังไอจี otechab กับแคปชั่นโดนใจ “Love is Patient . Love is Kind.” สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของเจ้าตัวในนิตยสาร Time Out Bangkok ฉบับล่าสุดที่หนุ่มวู้ดดี้ขึ้นปกและได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ตนได้แต่งงานแบบเงียบๆ กับแฟนหนุ่มไปเมื่อวันวาเลนไทน์ปีที่ผ่านมา ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไม่มีภาพถ่าย และมีเพียงเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนไปร่วมงาน หลังคบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปี    “ผมอยากที่จะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าการแต่งงาน เวลาเราไปเห็นคนอื่นแต่งงาน เราก็ชอบ ‘โอเค เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้’ เราไม่จำเป็นต้องผูกตัวเองกับกฎหมาย มันเป็นเพียงพิธีกรรมทั้งหมด มันเป็นเพียงพิธี ดังนั้นสำหรับผมแล้วการแต่งงานเป็นเพียงพิธีที่มีคนเข้ามาและสนุก เกี่ยวกับการพูดคุย เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และเพียงแค่เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่เรากำลังเฉลิมฉลอง ความรัก นั่นเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในงานแต่งงาน  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการเฉลิมฉลองและตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่าผมแต่งงาน แล้ว ดังนั้นก่อนที่ผมจะตายผมต้องการที่จะสามารถที่จะบอกว่าผมได้ทำสิ่งเหล่านี้ ทั้งหมด  แต่ในระดับที่มากขึ้นผมคิดว่าเราสามารถพูดได้ว่าผมพิจารณาอย่างจริงจัง ถึงความรักและความเสน่หาที่บุคคลอื่นให้ผมมา” วู้ดดี้ กล่าวในนิตยสาร Time Out Bangkok ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @woodytalk และข้อมูลจากนิตยสาร Time Out Bangkok วู้ดดี้ - แฟนหนุ่ม   วู้ดดี้ - แฟนหนุ่ม   โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา   โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา   โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา  

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

เซอร์ไพรส์!! ซุปตาร์สาวฟินแค่ไหน เมื่อคนรักขอแต่งงาน!!
ขอแต่งงาน /  เซอร์ไพรส์ / 

ว้าวๆๆๆ อยากมีแบบนี้ อยากได้แบบนี้ อยากเจอแบบนี้กับเขาบ้างจริงๆ เลย เรียกว่าสาวๆ หลายคนอยากมีโมเม้นต์โดนขอแต่งงานกันไม่น้อยเลยล่ะเจ้าค่ะ ยิ่งเป็นการเซอร์ไพรส์ตามแบบฉบับคนบันเทิงสมัยนี้ด้วยแล้วยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ ซึ่งช่วงหลังๆ ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่คอนข้างอินเทรนด์สำหรับคนในวงการเหลือเกิน เพราะคู่รักดาราหลากหลายคู่จัดหนักให้เห็นอยู่กันบ่อยๆ ล่าสุดหนุ่มหล่อรวยอารมณ์ขัน เป๊ก เปรมณัช ก็ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาวอย่าง นิว นภัสสร กลางเวทีคอนเสิร์ตไปหมาดๆ ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งยินดีทั้งอิจฉาไปในคราวเดียว จุดนี้ลองมาย้อนๆ ดูแล้วนับว่ามีคู่รักคนบันเทิงไม่น้อยเลยที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวด้วยการเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน วันนี้ขอรวบรวมความน่ายินดีของแต่ละคู่กันอีกสักครั้ง อยากรู้จังว่าซุปตาร์สาวแต่ละคนที่ถูกแฟนหนุ่มขอแต่งงานนั้นแต่ละนางมีความฟินระดับไหน ซึ่งนอกจากการเซอร์ไพรส์ของหนุ่มเป๊กที่ทำเอาสาวนิวน้ำตาร่วงด้วยความปลื้มปริ่มกลางเวทีคอนเสิร์ตแล้ว ย้อนไปที่คู่สินสอดและพิธีแต่งอลังการงานสร้างสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นนางเอกสุดฮอตอย่าง ชมพู่ อารยา รายนี้คบหากับไฮโซหน้าตี๋ น็อต วิศรุต มานานหลายปี สุดท้ายพ่อคุณก็ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ต้องบอกเลยว่าอิจฉาหนักมากกกก นางร้ายสุดแซบอย่าง เอมมี่ มรกต ก็ฟินไม่น้อยหน้าเพื่อนซี๊อย่างชมพู่เพราะ ไฮโซเจมส์ จิรายุทธ โชว์หรูขอแต่งงานไกลถึงประเทศฝรั่งเศส แหมๆๆ โรแมนติกอะไรเยี่ยงนั้น และที่โรแมนติกไม่แพ้กันก็คงเป็นพระเอกมาดกวนอย่าง ซี ศิวัฒน์ ที่ขอแฟนสาว เอมี่ กลิ่นประทุม แต่งงานด้วยแหวนของคุณแม่กลางร้านอาหารหรูหลังจากคบหาดูใจกันมานานถึง 8 ปี เรียกว่าหวานหยดติ๋งไปเลยแหละ ด้านนางงามคนสวยอย่าง ชาม ไอยวริญท์ และนักแสดงมากความสามารถอย่าง น้ำฝน กุลณัฐ แม้จะอินเลิฟกับหนุ่มตาน้ำข้าวด้วยกันทั้งคู่ แต่บอกเลยว่าฝรั่งยุคนี้โรแมนติกไม่น้อยหน้าใคร เซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน 2 สาวชนิดหวานสุดติ่ง ถึงจะคนละเวลาคนละสถานที่ก็เถอะแต่ความโรแมนติกนั้นไม่ต่างกันสักนิด ต่อกันที่หนุ่มหล่ออย่าง แมน การิน คบหาดูใจกับนักแสดงสาว เกล เวธกา มานานโข พอถึงคราวจะขอแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีเซอร์ไพรส์กันบ้าง โดยคู่นี้เลือกบรรยากาศคลาสสิกแต่โรแมนติกระดับ 10 อย่างทะเลมัลดีฟส์มาเป็นสักขีพยาน ซึ่งอบอุ่นและหวานจนทะเลไม่เหลือความเค็มเลยทีเดียว เด็กวัดร้อยล้านอย่าง เอก ศุภากร ก็สรรหาสถานที่ขอแต่งงานแฟนสาวอย่าง โบว์ ธัญญะสุภางค์ ได้ยอดเยี่ยมเหมือนกัน เรียกว่าอาจจะแปลกกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาที่เลือกขอแต่งงานกลางสะพานพระราม 8 แต่ก็ทำให้สุดที่เลิฟอย่างสาวโบว์ปลื้มปริ่มจนน้ำตาเล็ดได้เหมือนกัน ปิดท้ายกันที่ว่าที่เจ้าสาวอย่าง เนย โชติกา ณ ตอนนี้แม้จะยังไม่ได้เข้าประตูวิวาห์เหมือนคู่อื่นๆ เขา แต่เจ้าหล่อนก็มีโมเม้นต์โดนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางปาร์ตี้วันเกิดจากแฟนหนุ่มอย่าง ไฮโซอาร์ม ไปแล้วนะเออ แหมๆๆ แต่ละคู่แต่ละนางท่าทางจะฟินกันสุดๆ กับการโดนเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ เอ้า!! เอาเป็นว่าหวานแบบนี้ไปนานๆ ก็แล้วกันนะจ๊ะๆ นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ น้ำฝน - จอร์แดน น้ำฝน - จอร์แดน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม ขอบคุณรูปภาพจาก IG @chomismaterialgirl @brandnew_nj @peackprem @noeychotika @siwat_c @amy_klinpratoom @charm.th @namfonkullanut @man_karin @bothunyasupan @akejiradt @aimeemorakot

ไม่รอช้า! อาร์มี่ยื่นประท้วงเปา, ชี้สาเหตุหลักเเฟนบอลน้อยลง
บีอีซี เทโรศาสน /  สมศักดิ์ ฤทธิรงค์วัฒนา / 

ผู้ช่วยผู้จัดการทีมทัพบกเดินเรื่องประท้วงกรรมการจากเกมที่แพ้มังกรไฟ พร้อมชี้เป็นสาเหตุหลักทำให้เเฟนบอลลดน้อยลง พันเอก สมศักดิ์ ฤทธิรงค์วัฒนา ผู้ช่วยผู้จัดการทีมอาร์มี ยูไนเต็ด ยื่นหนังสือประท้วงต่อคณะกรรมการผู้ตัดสินเนื่องจากไม่พอใจการทำหน้าที่ในเกมที่ทีมพ่ายต่อ บีอีซี เทโรศาสน 2-3 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พร้อมแนะนำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้ผู้ตัดสินจากต่างประเทศในการทำหน้าที่ "จังหวะเกมกับเทโร ผมได้ไปดูเทปหลายรอบแล้ว ผมคิดว่ามันต่างกับลูกที่วาร์ดี้ยิงประตูใส่เวลส์ มันต่างกันเลยนะ เพราะประตูที่วาร์ดี้ตอนผู้เล่นอังกฤษเปิดบอลเขาไม่ได้ล้ำหน้า แต่จังหวะทัชล้ำหน้า แต่จังหวะนี้ เขาล้ำหน้าทั้งจังหวะออกบอลรวมถึงจังหวะทัช มันไม่ใช่ลูกก้ำกึ่งเลย หากไลน์แมนยกธงขึ้นมา มันน่าจะมีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่าแค่บอกให้ยกธงลง เพราะมันไม่มืออาชีพ เราต้องช่วยกันพัฒนา หลายทีมก็บ่น แต่ต้องการการพัฒนา เพราะมันส่งผลต่อทีมเวลาเล่น 14 คนเราชนะ แต่พอไปเล่นต่างประเทศมี 11 คนเราก็แพ้" "ผู้บังคับบัญชาก็ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปแล้วเกี่ยวกับปัญหานี้ เพราะท่านได้ดูทางทีวี เราเป็นทหาร เราสปอร์ตอยู่แล้ว อย่างเกมที่เราแพ้เมืองทอง เราแพ้แบบขาวสะอาดเราโอเค แต่อันนี้ไม่เหมือนกัน และปัญหานี้อาจจะทำให้แฟนบอลลดน้อยลงไป" ผู้ช่วยผู้จัดการอาร์มี่ กล่าว สำหรับรายชื่อทีมงานผู้ตัดสินในเกมดังกล่าวประกอบด้วย ผู้ตัดสิน - อลงกรณ์ ฝีมือช่าง , ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1- ภัทรพงษ์ กิจสถิตย์ , ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2- บินหลา ปรีดา แล ผู้ตัดสินที่ 4 - ธเนศ ชูชื่น , ผู้ประเมินผู้ตัดสิน - ศักดิ์ชัย ปานปิ่นแก้ว และ ผู้ควบคุมการแข่งขัน -นาวาเอก (พิเศษ) บุญธรรม พันธ์นุช

'กงยู' ควง 'โซฮี' เปิดตัวภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติเกาหลีใน Train to Busan
Train to Busan /  กงยู / 

'กงยู' ควง 'โซฮี' เปิดตัวภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติเกาหลีใน Train to Busan กงยู พระเอกหนุ่มควง อัน โซฮี นักร้องสาวจากวง Wonder Girls พร้อมนักแสดงนำคนอื่น อาทิ จอง ยูมิ, ชเว วูซิค, มา ดงซอก, อาน คิมซู ร่วมงานแถลงข่าวในภาพยนตร์ซอมบี้สัญชาติเกาหลีเรื่อง Train to Busan ผลงานภาพยนตร์แอคชั่นระทึกขวัญแบบนอนสตอปของผู้กำกับ ยอน ซังโฮ ที่ Nine Tree Convention ในกรุงโซล เกาหลีใค้ พร้อมกับปล่อยภาพโปสเตอร์และตัวอย่างใหม่ล่าสุดให้ได้ชมกัน Train to Busan ว่าด้วยเรื่องราวของ ซอกวู รับบทโดย กงยู และลูกสาว ซูอา รับบทโดย อาน คิมซู กำลังขึ้นขบวนรถไฟเคทีเอ็กซ์ที่จะพาทั้งสองเดินจากจากกรุงโซลไปยังเมืองปูซานเพื่อเยี่ยมภรรยาเก่าที่ไม่ได้พบกันมานาน แต่ทันทีที่รถไฟกำลังจะเคลื่อนออกจากชานชาลา กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารทั้งขบวนต้องช็อค เมื่อสถานีรถไฟกลับถูกฝูงซอมบี้โจมตี คร่าชีวิตคนขับรถไฟและผู้โดยสาร รถไฟเคทีเอ็กซ์มุ่งตรงไปยังปูซานโดยไร้คนขับ ผู้โดยสารทั้งหมดต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ที่กำลังไล่ล่าพวกเขาจากโบกี้สู่โบกี้อย่างไม่ลดละตลอด 90 นาทีของเส้นทางมุ่งหน้าสู่ปูซาน