เห็ดหลินจือแดง

หวานชื่นมื่น!!! เตชินท์ ควง หลิน เข้าประตูวิวาห์ เผยเตรียมฮันนีมูน ที่ อังกฤษ พร้อมปั๊มลูกทันที!!
งานแต่งเตชินท์-หลิน /  เตชินท์ จิรัฐชัย

  ลั่นระฆังวิวาห์แล้วจ้า!! สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี เตชินท์ จิรัฐชัย กับแฟนสาวนอกวงการอย่างสาว หลิน ลลิดา ที่ทั้งคู่ร่วมปลูกต้นรักกันมานานถึง 2 ปี จนถึงวันนี้ (6 ก.พ. 59) ได้ฤกษ์ดีจับมือกันเข้าพิธีหมั้นและยกน้ำชาตามแบบประเพณีไทย-จีน อย่างชื่นมื่น ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพ อะรอยัล เมอริเดียน (Plaza Athenee Bangkok - A Royal Meridien Hotel) ส่วนพิธีภายในงานนั้นต้องบอกว่าอลังฯ สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสินสอดที่มีมูลค่ามากถึง 10 ล้านบาท ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเตรียมมาแบบจัดหนักจัดเต็ม อาทิ ทองคำแท่ง 12 ราศี, ต่างหู, แหวนเพชร 2.22 กะรัต 1 ล้าน8 แสน ,รถยนต์1คัน ,เรือนหอ รวมนับกว่า 10ล้านและที่ดิน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงเชิดสิงโตให้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย เรียกว่ายิ่งใหญ่สมน้ำสมเนื้อจริงๆ ค้าาาา วันนี้พิธีแต่งทำไมถึงเน้นธีมจีนทั้งหมดเลย?  เตชินท์: "บ้านผมและบ้านเขาเป็นคนจีนเหมือนกัน เราเลยมีความรู้สึกว่าส่วนใหญ่เขาจะจัดเป็นแบบไทยๆ หมดเลย ซึ่งเราก็คุยกันว่าเราอยากจะจัดเป็นธีมจีนกันไหม และเขาก็เห็นด้วย แต่ก็จะมีผสมความเป็นไทยลงไปด้วยครับ อีกอย่างทางญาติผู้ใหญ่ของเราที่เป็นคนจีนก็เยอะมาก เราเลยอยากเอาใจเขาด้วย คนจีนเขาถือว่าการจัดพิธีแบบนี้จะทำให้โชคดีและร่ำรวย" หลายคนเซอร์ไพรส์ที่วันนี้มีงานแต่ง เตรียมแพลนไว้นานหรือยัง?  เตชินท์: "เซอร์ไพรส์ใช่ไหมครับ จริงๆ แพลนแต่งเรามีคิดไว้กันเงียบๆ เริ่มแรกเลยคืออาม่าของผมเดินเข้าไปจับมือหลินแล้วบอกว่า อาม่าอยากมีหลานแล้ว ว่างๆ ก็หาฤกษ์แต่งเลย ตอนแรกเราก็งงๆ แต่ด้วยความที่เราทั้งสองคนเชื่อเรื่องดวงกันทั้งคู่ครับ เขาบอกว่าให้มีลูกภายในปีระกา เพราะเราเกิดปีมะโรง หลินเกิดปีมะเมีย ถ้ามีลูกในปีนี้จะช่วยส่งเสริมเราทั้งคู่ และเราก็ได้คุยกันว่าในอนาคตอยากจะมีลูกกันไหม เขาบอกว่าก็คงต้องมี เราก็เลยคิดว่าถ้าไม่เอาลูกปีนี้ต้องรออีก 12 ปี อายุก็จะประมาณ 30-40 กันแล้ว ถ้ามีลูกก็คงจะยากจึงตัดสินใจกันว่าขอแต่งงานตามประเพณีให้ถูกต้องก่อน และเดี๋ยวหลังจากนี้เราจะรีบมีทายาทให้อาม่าได้อุ้มเหลนครับ" แสดงว่าเราตั้งใจที่จะมีลูกในปีนี้เลย?  เตชินท์: "ใช่ครับ"  หลิน: "ก็ต้องไหวค่ะ (หัวเราะ) เราก็มีไปปรึกษาหมอบ้างค่ะ คุณหมอก็ได้แนะนำมา  เตชินท์: "ตอนนี้เราก็พร้อมเต็มร้อยครับ ได้ปรึกษาคุณหมอแล้ว เรามาแต่งช่วงเดือนก.พ. จึงต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอช่วยนับลูก เพื่อต้องการให้ลูกคลอดทันภายในปีนี้ แต่เราก็ไม่ได้กดดันอะไรมากนะครับ ไว้รอลุ้นดูว่าจะได้หรือไม่ได้ มันก็อยู่ที่วาสนาคน" แล้วตัวเราอยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย?  หลิน: "สำหรับหลินได้หมดเลยค่ะ หลินไม่เกี่ยง แต่พี่เตเขาอยากได้ลูกชาย"  เตชินท์: "มันจะได้ตอบโจทย์อาม่า (หัวเราะ)" พูดถึงเส้นทางความรักของเราให้ฟังหน่อยว่าศึกษาดูใจกันมานานแล้วหรือยัง?  เตชินท์: "ระยะเวลาที่เราคบกันน่าจะสั้นครับ เราคบกันประมาณ 2 ปี แต่ด้วยความที่เราทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน ทำให้เราได้เจอกันทุกวัน เจอปัญหาด้วยกันทุกวัน เราก็ไม่ค่อยมีข้อขัดแย้งกัน เวลาเกิดปัญหาอะไรเราจะช่วยกัน แม้กระทั่งเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของร้าน เราก็สามารถแก้ปัญหาผ่านวิกฤตตรงนั้นมาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ เรื่องการใช้ชีวิตก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกอย่างผมก็อยากแต่งงานกับเขา เพราะผมคิดว่าคงจะอยู่กับเขาได้นานมากๆ ครับ" ต่างฝ่ายประทับใจอะไรในตัวกันและกันบ้าง?  เตชินท์: "เขาเป็นผู้หญิงที่สวยและเก่ง เขาทำมาหากินเก่ง และค่อนข้างว่องไว ผมเลยประทับใจในตัวเขาครับ อีกอย่างเราก็เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน พอเจอผู้หญิงที่ทำงานเก่งๆ เจอผู้หญิงที่เหมือนแม่เรา เราก็ยิ่งชอบครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมประทับใจในตัวเขา"  หลิน: "ส่วนตัวหลินเป็นคนที่ดื้อมาก แต่พอคบกับพี่เตเขาสามารถคุมเราได้ ทำให้เราได้อยู่ในกรอบ เพราะเราโตมาคุณพ่อก็เสียไปแล้ว เราเลยค่อนข้างที่จะใช้ชีวิตอิสระมาก อยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยคิดว่าจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเจอพี่เตมันเลยทำให้เรารู้สึกว่าคนนี้แหละที่ใช่ มีคนคอยดูแลมันดีกว่าการที่เราต้องอยู่คนเดียว ก็เลยมองเรื่องความรักไปว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวค่ะ และเราก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เพราะเขาก็เป็นคนดี" ถามถึงเรื่องสินสอดวันนี้มีอะไรบ้าง?  เตชินท์: "เงินสดเล็กๆ น้อยๆ ครับ ประมาณ 2 ล้านบาท แหวนหมั้น 2.2 กะรัต ราคาตกอยู่ประมาณ 1.8 ล้าน และมีทองประมาณ 30 บาท ทองรูปพรรณประมาณ 10 กว่าบาทได้ และจะมีทองแท่งที่เป็นรูปนักษัตร เราซื้อเก็บไว้ให้ลูกเลยรวมไปในสินสอด และมีที่ดินของคุณพ่อที่ต่างจังหวัดซึ่งท่านได้มอบเป็นของขวัญให้กับพวกเราครับ" แพลนฮันนีมูนกันไหม?  เตชินท์: "ผมขอเขาไว้ว่าผมยังไม่เคยไปประเทศอังกฤษ เลบคิดว่าน่าจะไปที่อังกฤษ เมืองลอนดอนครับ ถ้าไปคงประมาณสัก 10 วันจะได้คุ้มด้วย" เดินทางไปปั๊มทายาทที่นั่นเลยใช่ไหม?  เตชินท์: "(หัวเราะ) ให้ชื่อน้องลอนดอนเลยใช่ไหมครับ คงไม่ครับ เพราะจริงๆ หมอได้ให้เวลากับเรามาแล้ว คือหลังจากงานแต่งวันนี้เราจะต้องมีเวลาให้เรารีบปฏิบัติการเพื่อให้ลูกได้คลอดทันภายในปีนี้ ทุกอย่างมันมีเป็นสคริปต์หมด เราอาจจะได้ไปฮันนีมูนพร้อมลูกเลยก็ได้ ไปตอนที่เขายังอยู่ในท้อง" กดดันไหม?  เตชินท์: "จริงๆ ก็กดดันนิดๆ ครับ เพราะเราแพลนไว้ว่าอยากจะมีปีนี้จริงๆ และเราก็ตั้งใจไว้ค่อนข้างสูงว่าเราจะต้องได้ลูกชายภายในปีนี้ให้ได้ มันก็ค่อนข้างกดดันนะเพราะเวลามันค่อนข้างน้อย อีกอย่างฤกษ์เรามาวันที่ 6 ก.พ.ด้วย จึงต้องแต่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีครับ แพลนคลอดประมาณเดือนธ.ค.ครับ ซึ่งหมอบอกวันเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้เตต้องทำครับ" แพลนว่าจะมีลูกกี่คน?  เตชินท์: "ตอนนี้ผมกับหลินคิดไว้ว่ามีคนเดียวครับ เราอยากเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดก่อน เดี๋ยวอนาคตค่อยว่ากันว่าเราอยากจะมีเพิ่มไหม" ตอนนี้ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยหรือยัง?  เตชินท์: "เราจดทะเบียนสมรสกันก่อนประมาณเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีปัญหาตอนที่เราต้องเข้าไปปรึกษากับคุณหมอ เพราะคุณหมอต้องให้เราจดทะเบียนสมรสกันให้เรียบร้อยก่อนเราจึงจะปรึกษาได้ ซึ่งมันเป็นวิธีตามกฎหมายครับ จริงๆ เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่วันนี้ผมอยากเชิญพี่ๆ สื่อมวลชนมาให้รับทราบทั่วกันว่า วันนี้ผมแต่งงานแล้วกับน้องหลินนะครับ และขอขอบคุณพวกพี่ๆ ที่ให้การต้อนรับ วันนี้มากันเยอะต้องขอบคุณมากๆ จริงๆ ครับ" แล้วงานในวงการยังทำอยู่ไหม?  เตชินท์: "ยังรับอยู่ครับ ยังอยากเล่นละคร ยังอยากร้องเพลง เราก็ทำควบคู่ไปกับธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง" สุดท้ายเราทั้งคู่มีคำมั่นสัญญาอะไรที่มอบให้กัน?  เตชินท์: "ส่วนใหญ่ผมจะบอกเขาว่า ผมรักเขามากๆ ครับ อย่าซนมาก อย่าดื้อ ให้เชื่อฟังกันด้วย และจากนี้ไปก็จะดูแลเขาตลอดไป เมื่อกี้ก็ได้รับปากกับครอบครัวของเขาว่าสัญญาจะดูแลหลานสาวคนนี้ไปตลอดทั้งชีวิตของผม และจะดูแลให้ดีๆ จะไม่ทำให้เสียใจครับ"  หลิน: "หลินรู้สึกดีมากที่พี่เตจัดงานวันนี้ให้ค่ะ ให้เกียรติหลินมากๆ หลินก็สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ดื้อ จะทำตัวให้ดีขึ้น และจะคอยอยู่เคียงข้างพี่เต คอยดูแลกันแบบนี้ตลอดไป และจะไม่ทำให้พี่เตเสียใจค่ะ" งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน   

นุ่น ตั้งใจควง ต๊อด ทำบุญ ไม่สนดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพ!!
นุ่น วรนุช /  ต๊อด ปิติ / 

        เจอดราม่าเข้ามาตลอดๆ สำหรับนักธุรกิจหนุ่ม ต๊อด ปิติ ที่ล่าสุดควงภรรยาคนสวย นุ่น วรนุช ไปทำบุญทอดกฐินที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีภาพ หนุ่มต๊อด ร่วมวงกินข้าวกินปลาร้ากับนักมวยชื่อดังเจ้าถิ่นอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ จึงกลายเป็นดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพซะอย่างนั้น ทำเอาเจ้าตัวออกโรงโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่าน Facebook ส่วนตัวเลยทีเดียว งานนี้ สาวนุ่น มองว่าดราม่าดังกล่าวเป็นแค่เสียงวิจารณ์เสียงหนึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติของวงการที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ยืนยันทุกคนตั้งใจทำความดีและมีความสุขที่ได้ทำบุญร่วมกัน              "ล่าสุดไปเปิดโรงเรียนเกษตร เป็นเหมือนเกษตรพอเพียง จริงๆ โครงการนี้เริ่มทำมาตั้งเเต่ปีที่เเล้วค่ะ เรามีเงินจำนวนนึงที่เราเอามาช่วยเหลือน้องๆ เเต่ว่าเราก็ไม่ได้ให้ไปเพื่อเอาไปใช้ เเต่เราให้ไปซื้อปลาดุกให้เอาไว้เลี้ยงเพื่อเพาะ เอาไว้ทาน เอาไว้ขาย มีสอนการเพาะเห็ดต่างๆ ด้วย เเล้วก็ซื้อไก่จำนวน 100 ตัว เราตั้งวัตถุประสงค์กันเอาไว้ว่า เด็กควรที่จะมีอาหารที่ดี ถูกสุขลักษณะ เด็กควรได้กินไข่ไก่อาทิตย์นึงประมาณอย่างน้อย 3-5 ฟอง ส่วนที่เหลือก็นำไปขายเพื่อสร้างรายได้กลับมาสู่เค้าด้วย การทำอะไรไม่ใช่ให้คนอื่นทำให้ เราต้องรู้จักทำเอง รู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง"              "คุณต๊อดเป็นคนเริ่มแนวคิดนี้และเค้าก็ทำมาตลอดอยู่เเล้วค่ะ การขยายไปหลายจังหวัดคงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เราก็คงทำไปเรื่อยๆ อาจจะต้องมีการคัดเลือกโรงเรียนตัวอย่าง นักเรียนตัวอย่างที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าทุกโรงเรียนจะสามารถทำได้ เราต้องมีการคัดเลือกกันด้วยค่ะ ก็มีไปช่วยลงพื้นที่ไปเเจกขนม เราก็ไปทำขนมเลี้ยง ทำน้ำแข็งใส เค้าอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร แต่สิ่งที่เราเห็นในวันนั้นก็คือรอยยิ้มของเด็กๆ เค้าก็มีความสุขค่ะ"              "ก่อนหน้านี้ไปทำบุญทอดกฐินมา สนุกสนานดีค่ะไปทำบุญก็ได้บุญกลับมากันค่ะ อย่างน้อยอิ่มใจ ที่คุณต๊อดโพสต์ก็เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ไม่ได้ดูตลอดค่ะ แต่จะบอกว่าเวลาคนทำดีไม่ว่าจะเป็นทางเราเองหรือเพื่อนๆ เราก็มีความสุข ส่วนอื่นๆ เสียงความคิดเห็นต่างๆ ก็เป็นแค่เสียงนึง เราก็ใช้ชีวิตของเราปกติ ไม่บั่นทอนค่ะ เป็นปกติค่ะ นุ่นก็อยู่วงการมานานเเล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนชอบเเละไม่ชอบ คนวิจารณ์ดีไม่ดีเป็นเรื่องปกติค่ะ เอาเป็นว่าทุกคนก็ตั้งใจที่จะทำดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัวขาวเอง เค้าก็ได้ไปทำความดีที่บ้านเค้า เราก็มีโอกาสได้ไป เห็นผู้เฒ่าผู้เเก่เอาผ้าไหมไทยมาให้ นุ่นก็เคยมีโอกาสไปถ่ายละครที่นั่นด้วย ก็น่ารักดี" นุ่น กล่าว      นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   บัวขาว-ต๊อด ร่วมวงกินข้าว   บัวขาว-ต๊อด-นุ่น   บัวขาว-นุ่น-ต๊อด   นุ่น-ต๊อด-บัวขาว  

เดือดระดับ 10 หนิง ฉะ! เพจกุข่าว นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊ก
ข่าว หนิง ปณิตา /  นางร้ายในจอ

     เจอแบบนี้ก็ต้องเดือด! สิคู้ณณณณณ นางร้ายในจอ หนิง ปณิตา ถูกเพจกุข่าวพาดพิงอ้างเป็น "นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊กตั้งแต่คลอดลูกใหม่ๆ" ระดับขุ่นแม่หนิงเจอแบบนี้ก็ไม่อยู่เฉยแน่นอน โพสต์ตอกกลับด่วนจี๋ ปลอม!! ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ชื่อจริงไปเลย!! และถ้าไม่แก้ไขก็จะดำเนินคดีทางกฏหมาย ดังนี้    "ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ขื่อจริงไปเลยคร่า เหมือนที่หนิงใช้ชื่อตัวเองจริงๆไปเม้นต์ในข้อความ แล้วถ้าจะเขียนแบบนี้กล้าๆหน่อยแสดงตัวตนชัดเจนกันไปเลย ไม่ต้องสร้างเพจปดปิดตัวตนออกมาด่าดาราแรงๆแบบนี้ เดี่ยวนี้เพจแรงๆด่าดารา สร้างกระแสให้คนไปอ่าน เพื่อขายโฆษณา ผุดเป็นดอกเห็ด บางเพจก้อน่ารักดี จิกกัดกันเบาๆ (บางครั้งส่วนตัวยังไปเม้นต์คุยด้วย) แต่นี่ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายได้ ... ปลอม .. เอาเป็นว่าดำเนินการแก้ไขภายในวันพรุ่งนี้มิฉะนั้นขออนุญาติดำเนินคดีตามกฎหมาย (อย่าคิดว่าใช้อักษรย่อจะไม่โดน) อ้อ!!!ฝากถึงคนที่คอมเม้นต์ ทุกคนมีสิทธิในการวิพากษ์วิจารถ้าใช้คำพูดที่ดี และมีมารยาท ส่วนตัวมักจะเก็บคำพูดที่คนตำหนิกับไปพิจรณาเสมอว่าจริงรึเปล่า เพื่อปรับปรุงแก้ไข แต่พวกที่เขียนด้วยวาจาหยาบๆก้อเอาเหอะ เอาที่สบายใจ !! ขอโทษนะ บังเอิญเป็นคนชัดเจน ใครดีมาดีตอบใครร้ายมาถ้าไม่มากไปพอให้อภัย แต่ถ้าแบบไม่รู้สำนึก เชิญ คิดเอาเองนะ"    โดยล่าสุดเพจดังกล่าวก็ได้มีการลบกระทู้ข่าวนี้ไปแล้ว แต่ทางสาวหนิงเองกำลังรออยู่ว่าจะมีการ "ขอโทษ" เธอด้วยไหม?? ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ningpanita และข้อมูลจาก NingPanita Fanpage หนิง โพสต์ฉะเพจกุข่าว   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง และครอบครัว  

โทนี่ รากแก่น โต้กิ๊ก เก้า สุภัสสรา ยันรัก หลิน เหมือนเดิมไม่จืดจาง!!
โทนี่ รากแก่น /  โทนี่ หลิน / 

  ห่างหายจากการอัพภาพคู่ในอินสตาแกรมมานานจนใครๆ ชักจะสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มหล่อสามีมโนของสาวๆ ค่อนประเทศอย่าง โทนี่ รากแก่น กับแฟนสาวสุดเท่อย่าง หลิน กมลพรรณ หรือ หลิน มชณต ว่าทั้งคู่ได้เลิกรากันแล้วจริงหรือไม่!! ล่าสุด หนุ่มโทนี่ ได้มาร่วมงานพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร 4 เรื่อง 4 รส ที่ GMM channel ก็เลยได้อัพเดทเรื่องความรัก ยันสถานะกับแฟนสาว หลิน ยังเหมือนเดิมไม่จืดจาง พร้อมกับยืนยันความสัมพันธ์กับนักแสดงสาว เก้า สุภัสสรา ว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาดูไม่ค่อยหวาน เงียบๆ ไปเลย?   "ใช่ วันนั้นผมต้องไปโปรโมทหนังครับ ต้องโปรโมทยันดึกเลย จึงไม่มีโอกาสได้เจอ ได้เซอร์ไพรส์อะไรเลยครับ" มีส่งข้อความไปให้หลินบ้างไหม?   "มีๆ มีส่งข้อความ แต่ไม่ได้มีดอกไม้ให้" ในไอจีไม่เห็นอวยพรวันวาเลนไทน์ให้กัน?   "ก็อวยพรกันเอง ไม่ได้ออกสื่อครับ เขิน (ยิ้ม)" จะมีชดเชยย้อนหลังให้เขาไหม?  "มีไปแล้วครับ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมาก พอดีหลินเป็นคนชอบถ่ายรูปกับกล้องโพราลอยด์ เราเลยไปแอบเอากล้องตัวหนึ่งที่เราก็ชอบเหมือนกัน เอาให้เขาครับ" หลินเซอร์ไพรส์ไหม?   "ก็เซอร์ไพรส์นะ น่าจะเซอร์ไพรส์ตั้งแต่วันวาเลนไทน์แล้วที่ไม่มีอะไรให้ (หัวเราะ) เขาก็ไม่ได้ให้อะไร แต่ต้องบอกก่อนตรงๆ เลยว่า ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องวันสำคัญอะไรเลย ผมไม่อยากให้มันเป็นวันพิเศษอะไรขึ้นมามากมาย" หลินเข้าใจใช่ไหม?   "ใช่ครับ เรามีความชอบคล้ายๆ กัน และก็มีความเฉยๆ กับเรื่องนี้คล้ายๆ กัน" ด้วยความที่คู่เราออกจะนิ่งๆ คนเลยไม่ค่อยมั่นใจเรื่องความสัมพันธ์ว่ายังดีอยู่หรือเปล่า?   "อ๋อ เลิกกันแล้วครับ ล้อเล่นๆ (หัวเราะ) ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิมครับ ยังโอเคดี รักไม่ได้จืดจาง แต่อาจมีแค่ว่าต่างคนต่างทำงานเยอะทั้งคู่ แต่ก็ไม่มีอะไร" แต่ก็มีกระแสข่าวว่าเลิกกันออกมาเรื่อยๆ?   "ก็ไม่ยังไงครับ" กระแสข่าวมีผลต่อความสัมพันธ์ไหม?   "ไม่น่าจะมีนะครับ ไม่ได้กังวลอะไร คนรอบตัวก็ไม่ได้มีใครมาถาม มีแต่พี่ๆ แหละครับที่ถาม (หัวเราะ)" ที่คนเข้าใจผิดเพราะไม่ค่อยได้เห็นภาพหวานๆ เหมือนเมื่อก่อน?"เดี๋ยวพาไปดูๆ" มีเวลาเจอกันบ้างไหม?   "มีครับมี ประมาณช่วงตีห้าถึงหกโมง เราจะไปตักบาตรด้วยกัน ล้อเล่นนะล้อเล่น (หัวเราะ)" จะมีรูปคู่ให้ได้เห็นไหม?   "เดี๋ยววันนี้ลงเลยครับ สยบข่าวหน่อย" เก้า สุภัสสรา โสดแล้ว คนเลยสงสัยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกิ๊กกัน ที่เราดูห่างหลินเพราะเก้าด้วยหรือเปล่า?   "อ๋อ เหรอครับ รู้ได้ไงอ่ะ (หัวเราะ) ก็ไม่มีอะไร ตั้งแต่ไม่ได้ถ่ายด้วยกันก็ไม่เจอกันอีกเลย" ความสนิทกับเก้าประมาณไหน?   "ไม่เยอะมากครับ แต่ก็สนิทประมาณนึง แต่เป็นในเชิงพี่น้อง เพราะเราทำงานด้วยกัน และเก้าเป็นคนน่ารักมากครับ เขามีอะไรก็พูดตรงๆ" เขาเคยมีปรึกษาเรื่องส่วนตัวบ้างไหม?   "ก็มีบ้าง แต่เราก็ให้คำปรึกษามากไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มีความรู้มากอะไรขนาดนั้น" ยืนยันได้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับเราแน่นอน?   "ใช่ครับ" มีข่าวกับเก้า ตัวหลินเองเข้าใจไหม?   "เขาไม่เคยถามเลยนะครับ แต่วันนี้อาจจะโดนถามก็ได้ (หัวเราะ) แต่ไม่มีอะไรครับ" โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   ่หลิน มชณต   หลิน มชณต  

8 ร้านที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปแอ่วเมืองเจียงใหม่
ของหวาน /  อาหาร / 

8 ร้านที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปแอ่วเมืองเจียงใหม่ เชื่อว่า “เชียงใหม่” เป็นจังหวัดแรกๆ ที่ใครหลายคนเลือกไปพักผ่อนอย่างแน่นอน เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย แถมอาหารการกินก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้กัน มีทั้งของคาวและของหวานมาเอาใจนักท่องเที่ยว อยู่ที่ว่าจะชอบแบบไหนกัน เราจึงได้รวบรวมร้านอาหารขึ้นชื่อของ “เชียงใหม่” มาไว้ให้คุณเลือก จะมีร้านไหนติดอันดับบ้าง มาดูกัน... ถึงเจียงใหม่ ไปให้ถึง “เชียงใหม่” ด้วยอาหารพื้นเมือง รสชาติอร่อยหลากหลายเมนู ทั้งเมนูฮิตออเดิร์ฟเมือง เค็ม มัน กลมกล่อมกับไข่มดแดง (จากธรรมชาติ) ผัดไข่ (ไข่เป็ดเลี้ยงเอง) จิ้งหรีดดำ (จากฟาร์ม) ทอด และเมนูสุขภาพขึ้นชื่อ เห็ดถอบหรือเห็ดเผาะต้มกับนํ้าพริกข่า บอกได้เลยว่า“ลำขนาด” THE BARN: EATERY DESIGN ร้านสำหรับคนนอนดึกตื่นสาย แต่ยังได้ทานอาหารอร่อยบรรยากาศดี และมีที่ให้นั่งคุยและทำงาน คือความตั้งใจของ THE BARN ร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์อิตาเลียน ในบรรยากาศโรงเก็บของแบบฟาร์มตะวันตกพร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดแซ่บๆ ทั้ง PESTO SPAGHETTI และ BBQ CHICKEN WINGS สูตรเฉพาะของร้าน KAMPAANG สุกี้ยากี้นํ้าดำสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมผักออร์แกนิกสดๆ เนื้อและหมูชั้นดี พิเศษคือเสิร์ฟพร้อมไข่ไก่เปลือกขาวที่ทานได้สดๆ แบบไม่คาวแน่นอน วิธีทานคือ แกว่งเนื้อ/หมูในนํ้าสุกี้ในระดับความสุกที่ชอบ จุ่มไข่สดแล้วทานหรือจะทานพร้อมนํ้าจิ้มสูตรเด็ดของร้านก็ได้ ฟินและละมุนสุดๆ แน่นอน อ้อ! ร้านนี้เครื่องดื่มก็ดีด้วยนะ กาดหนมเส้น ร้านสำหรับคนกินเส้นที่สวยพร้อมนั่งเล่น ในบรรยากาศน่านั่ง พร้อมเมนูสารพัดเส้นสูตรเด็ดของชาวเหนือ ขนมจีนเส้นสดสั่งตรงจากพะเยา ราดด้วยนํ้าเงี้ยวสูตรเชียงรายเข้มข้นหรือจะเป็นนํ้ายาปูรสกลมกล่อมก็ลำไม่แพ้กัน MEENA RICE BASED CUISINE ร้านสำหรับคนรักข้าว ไม่ว่าจะทานข้าวกับอาหารคาวหลากเมนู หรืออาหารคาวหวานและเครื่องดื่มจากข้าวที่เป็นจุดเด่นของร้านนี้ ทั้งข้าวจี่หมูกระเทียม กุ้งชุบข้าวทอด ข้าวกล้องปั่นนมสด นํ้าสมุนไพรข้าวไรซ์เบอร์รี่ และที่พลาดไม่ได้คือข้าวห้าสี MU’S KATSU เมนูอาหารญี่ปุ่นโดยเชฟมืออาชีพ ที่มุ่งเน้นคุณภาพของอาหาร ปราศจากผงชูรส โฮมเมดร้อยเปอร์เซ็นต์ เน้นวัตถุดิบคุณภาพจานเด็ดคือ มิโซะคัตสึ และแกงกะหรี่สันในเนื้อนุ่ม หรือสันนอกติดมัน ทำสดใหม่จานต่อจาน เป็นอาหารญี่ปุ่นรสชาติจัดจ้านที่ทานแล้วต้องถูกใจ CAFE NATURE รสธรรมชาติ หวานขมผสมแล้วลงตัว คือสไตล์ของเครื่องดื่มและขนมของที่นี่ ด้วยรูปลักษณ์ของร้านที่แต่งด้วยสีธรรมชาติอย่างกระเบื้องใส ต้นไม้สวย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์เล็กๆ เมื่อบวกกับบานอฟฟี่ในกระถางต้นไม้และ LAYER NATURE กาแฟสูตรพิเศษที่มีลูกเล่นของการเลือกกินเป็นชั้นๆ ทำให้ที่นี่ ชิลล์สุดๆ ใจบุญ ร้านเล็กๆ ในบรรยากาศสวนน่ารัก มีเครื่องดื่มรสชาติดีเยี่ยม ทั้งกาแฟ ชา พร้อมสารพัดเมนูเค้กให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นช็อกฟัดจ์เลเยอร์ ช็อกทรัฟเฟิลชีส และทีเด็ดคือออริจินัลชีสเค้กชิ้นใหญ่เนื้อแน่นสูตรต้นตำรับนิวยอร์กชีสเค้ก เครดิตจาก นิตยสาร BAREFOOT ฉบับเดือนสิงหาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

"จอร์จ ฐปนัท - อิงฟ้า" นำทีมเปิดตัวภาพยนตร์ "รัก หมัด สั่ง" ค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม ได้ฤกษ์เปิดตัวภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์รัก-โรแมนติค-คอมเมดี้-ย้อนยุค กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูที่ชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เค้าต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา และอบอุ่นเป็นกันเอง เริ่มงานโดยการเปิดตัวอย่างภาพยนตร์ให้คนที่มาร่วมงานได้รับชม แล้วพิธีกรก็ได้เชิญวัตร ราชวัตร ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง เป็นหนังรักคอมเมดี้ที่ตลกเบาสมอง มีมุกตลกขบขันสอดแทรกตลอดทั้งเรื่องเกิดขึ้นโดยคุณมนตรี เตชะชัยพร ผู้อำนวยการสร้างหนุ่มรุ่นใหม่จากวชิโรฟิล์มเคยได้คุยกับผมว่า เค้าได้หลงรักในศิลปะมวยไทยและความเป็นอยู่แบบคนไทยสมัยก่อนจึงอยากทำหนังออกมาสักเรื่องเพื่อถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาผ่านหนังให้คนรุ่นเดียวกับเค้าได้เห็นโดยเรื่องราวในเรื่องเกิดขึ้นช่วงสมัย พ.ศ.2518 กิจวัตรประจำวันของคนไทยยุคนั้นไม่หวือหวา ไม่มีเทคโนโลยี ชาวบ้านออกมาพบปะสังสรรค์กันตามงานบุญ และงานประจำปีของจังหวัด ที่มีการละเล่นต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการแข่งขันชกมวยประจำปีที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ซึ่งผมมองว่าภาพบรรยากาศเหล่านี้กำลังจะหายไปจากสังคมไทย ผมอยากให้คนที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ทีมงานรวมถึงนักแสดงทุกคนทุ่มเทและตั้งใจกับหนังเรื่องนี้มาก ก็อยากให้มาชม มาอุดหนุนหนังไทยกันครับ” จากนั้นพิธีกรได้เชิญนักแสดงขึ้นมาพูดคุย โดยจอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ พระเอกของเรื่อง กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาเล่นบทครูเกื้อในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องมารับบทเป็นครู ต้องนิ่ง ๆ สุขุม ตรงกันข้ามกับตัวจริงของผม (หัวเราะ) ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของผม และยังได้ถ่ายทอดศิลปะมวยไทย รวมถึงมุมมองเรื่องความรักว่าเมื่อเราเจอรักแท้ เราจะสามารถยอมทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่เรารัก ก็อยากให้คนที่มาดูได้แง่คิดดีๆจากหนังเรื่องนี้ครับ” ส่วน ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ Miss International Thailand 2015 นางเอกดีกรีนางงามระดับประเทศ ได้พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของฟ้า ก็ตั้งใจเต็มที่กับงานนี้มาก ๆ ค่ะ บทจะค่อนข้างยากนิดนึงเพราะความรักของเราถูกขัดขวางโดยพ่อของเราเอง กดดันต้องร้องไห้แบบหนักมาก จะเพราะอะไรก็อยากให้ไปชมกันเอง หนังเรื่องนี้มีทั้งดราม่า โรแมนติค ตลก พูดง่าย ๆ คือครบรส ก็อยากให้ทุกคนไปติดตามกันด้วยนะคะ” ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ (Miss International Thailand 2015), ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วย ครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวย และนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม หรือที่รู้จักกันในนาม จุฬามณี ผู้เขียนบทละครสุดแค้นแสนรักกำกับโดย วัตร ราชวัตร โดยมีกำหนดเข้าฉาย 22 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

หลุด!! ภาพ Jimmy Lin ดาราไต้หวันคู่ iPhone 7 Plus ได้ใช้ก่อนใครอีกแล้ว
iphone /  iPhone 7 / 

ดูเหมือนคราวนี้จะเป็นอีกครั้งที่ดาราไต้หวันคนนี้ Jimmy Lin (หลินจื้ออิง) ได้ใช้ iPhone รุ่นใหม่ก่อนใครอีกแล้ว เมื่อล่าสุดมีภาพหลุดของเขากำลังนั่งใช้งาน iPhone 7 Plus ที่มาพร้อมกล้องเลนส์คู่ซึ่งเหมือนกับภาพหลุดเครื่องของ iPhone รุ่นใหม่ก่อนหน้านี้ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนพันธุ์แท้ไอโฟนคนนี้โพสภาพคู่ไอโฟนรุ่นใหม่ก่อนที่ Apple จะเปิดตัว เพราะเมื่อย้อนกลับไปจะเห็นว่าทั้ง iPhone 5 และ iPhone 6 เขาก็เคยโพสรูปก่อนวันเปิดตัวจริงมาแล้ว และในวันเปิดตัวจริงๆ ดีไซน์ก็จะเหมือนกับที่เขาใช้ ส่วน iPhone 7 Plus เครื่องนี้จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่นั้น 7 กันยายนนี้คงได้เห็นกัน สีชมพูโรสโกลด์ พร้อมกล้องเลนส์คู่ ภาพของ iPhone 7 Plus ที่หลุดมาก่อนหน้านี้ เรียกได้ใช้ก่อนใครตลอด แล้วเหมือนว่าดีไซน์จะไม่ผิดเพี้ยนซะด้วย ที่มา www.phonearena.com

(อัพเดท)... รวมคิวบุกไทย! แฟนคลับเกาหลีปลายปีนี้มีกระเป๋าฉีก!!
2016 AOMG FOLLOW THE MOVEMENT IN BANGKOK /  2016 FTISLAND LIVE [THE TRUTH] IN BANGKOK / 

ปลายปี 2016 นี้ ติ่งเกาหลีมีเหตุต้องทุบกระปุกหมูแน่นอน ก็เพราะทัพศิลปิน ทั้งดารา และบอยแบนด์-เกิร์ลกรุ๊ป เล่นแท็คทีมบุ๊คไฟล์ทเดินทางมาเมืองไทยกันรัวๆ ชนิดไม่ให้เปิดโอกาสให้ได้พักหายใจหายคอ music.mthai.com ขอรวบตึง ลิสต์รายชื่อแบบยาวๆ ให้แฟนคลับน้อยใหญ่รู้ตัวกันล่วงหน้า จะได้เก็บตังค์สนับสนุนอปป้า-ออนนี่สุดที่รักกันได้ทันท่วงที ใครจะบุกไทยบ้าง ไปดู! อาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม... ความน่ารักของครอบครัว ริกกี้ คิม จากรายการ Oh My Baby กำลังจะมาปรากฏที่เมืองไทย ใน Ricky Kim and Kids Fan Meeting in Bangkok 2016 :Super Baby’s Journey จัดที่ เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ศุกร์ที่ 28 ตุลาคม... ลี จงซอก พระเอกหนุ่มที่เพิ่งฝากผลงานไว้ในซีรี่ส์เรื่อง W จะทะลุจอออกมาจัดแฟนมีตติ้ง 2016 LEEJONGSUK VARIETY Fan meeting in THAILAND ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เสาร์ที่ 29 ตุลาคม... AROHA ชาวไทยจะได้ฟินขั้นสุด กับ ASTRO THE 1st SEASON SHOWCASE IN BANGKOK 2016 โชว์เคสและแฟนมีตติ้งครั้งแรกที่ประเทศไทยของหกหนุ่ม ASTRO จัดที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เสาร์ที่ 29 และอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม... ห้าหนุ่ม BIGBANG เตรียมจัดเต็มให้แฟนเพลงเต็มอิ่มจุใจ ใน BIGBANG MADE [V.I.P] TOUR IN BANGKOK ทั้งสองรอบการแสดง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เสาร์ที่ 5 และอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน... ทัพศิลปินจากสังกัด JYP Entertainment พร้อมมามอบความสนุกแบบยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทย ใน 2016 JYP NATION MIX & MATCH IN BANGKOK ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน... เจ็ดหนุ่มบอยแบนด์มาแรง MONSTA X จัดแฟนมีตตี้งเต็มรูปแบบครั้งแรก The First Live MONSTA X Fan Meeting 2016 in Bangkok ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เสาร์ 12 พฤศจิกายน... วงดนตรีฝีมือดี FTISLAND กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ด้วย 2016 FTISLAND LIVE [THE TRUTH] IN BANGKOK ระเบิดความมันที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ อาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน... เกิร์ลกรุ๊ป GFRIEND จะมาแจกความสดใสในการมาเยือนเมืองไทยครั้งแรก GFRIEND Fan Meeting in Bangkok 2016 จัดที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน... ติ่งซีรี่ส์จีนได้เฮกันบ้าง กับแฟนมีตติ้งของสองดาราหนุ่ม หลิน เฟิงซง และ เฉินเหวิ่น ใน 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok ณ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน... พบกับ f(x) the 1st concert DIMENSION 4 – Docking Station – in BANGKOK คอนเสิร์ตของเกิร์ลกรุ๊ปมากความสามารถ f(x) จัดที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน... เจย์ ปาร์ค นำทัพศิลปินในสังกัด AOMG จัดคอนเสิร์ตใหญ่ 2016 AOMG FOLLOW THE MOVEMENT IN BANGKOK ที่ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัลลาดพร้าว (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เห็นลิสต์ยาวเหยียดขนาดนี้ ถ้าไปทุกงานมีกระเป๋าฉีกแน่นอน!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

8 ที่เที่ยวตามรอย ละครนาคี กับสถานที่ Unseen ในเมืองไทย
ที่เที่ยวกาญจนบุรี /  ที่เที่ยวบุรีรัมย์ / 

ละครนาคี เป็นละครเกี่ยวกับตำนานความรักของชายหนุ่มกับนางพญานาคี ย้อนประวัติศาสตร์ โบราณคดี ใช้สถานที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ซึ่งหากใครได้ดูละครเรื่องนี้ ก็คงจะได้เห็นฉากสวยๆ ทั้งปราสาท ถ้ำ และน้ำตก อยู่หลายฉาก ซึ่งวันนี้ Travel MThai จะพาไปเที่ยวตามรอยละครนาคีกัน ไปดูกันว่า เมืองไทยจะมีที่เที่ยวสวยๆ ที่ไหนกับบ้าง กับ 8 ที่เที่ยวตามรอย ละครนาคี กับสถานที่ Unseen ในเมืองไทย 8 ที่เที่ยวตามรอย ละครนาคี กับสถานที่ Unseen ในเมืองไทย 1. อุทยานประวัติศาตร์เมืองสิงห์ หรือ ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่แรกที่ อาจารย์และกลุ่มนักศึกษาเข้ามาสำรวจประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปราสาทเมืองสิงห์ หรือ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตั้งอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นเมืองสำคัญในยุคขอมโบราณ อายุกว่า 800 ปี และเมืองโบราณขอมแห่งเดียวของเมืองกาญจน์ ที่ยังคงเหลือถึงปัจจุบัน ปราสาทเมืองสิงห์ : มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาดพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีแนวศิลาแลง และ คูเมือง ล้อมรอบทุกทิศ สร้างขึ้นมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรกัมพูชาโบราณ (อาณาจักรขอม) เป็นหัวเมืองชั้นนอก คอยควบคุมดูแลเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่างอินเดียกับสุวรรณภูมิ หลังจากที่อาณาจักรขอมล่มสลายในศตวรรษที่ 19 ที่นี่ก็ถูกทิ้งร้างผุพังจนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน การเดินทาง : ขับรถส่วนตัวให้มุ่งหน้าไปทาง อ.ไทรโยค ประมาณ 25 กิโลเมตร จะเจอ 3 แยก เลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรก็จะเห็นปราสาทเมืองสิงห์อยู่ตรงหน้า หรือถ้านั่งรถไฟสายน้ำตก สามารถลงรถที่สถานีท่ากิเลนและต่อรถมาปราสาทเมืองสิงห์ก็ทำได้ไม่ยาก อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ปราสาทเมืองสิงห์ เยือนเมืองขอมแห่งกาญจนบุรี ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะขอมโบราณ ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่เคยประทุในอดีตและดับลงกว่าล้านปี (หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์) หลังจากยุคขอมสิ้นอำนาจลงปราสาทหินพนมรุ้งได้ถูกทิ้งร้างให้ผุพังไปหลายปี จนต่อมาก็ได้รับการบูรณะ นำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นใหม่ และ วางศูนย์กลางประตูอยู่ในแนวเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้น สถานที่ถ่ายทำฉาก พิธีรำถวายเจ้าแม่นาคี ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นขนานกับยอดเขาเราสามารถชมและสัมผัสปรากฏการณ์แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง มองเห็นพระอาทิตย์เป็นแนวเดียวกันตลอดทั้ง 15 ประตู ซึ่งเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เพียงวันเดียวในทุกๆ ปี  ถือเป็นความเชื่อและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่ การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอ หนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข 218 รวมระยะทาง 410 กม. หรือจากนครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแถลง-ลำปลาย มาศ รวมระยะทาง 384 กม. อ่านรีวิว ปราสาทพนมรุ้งชมดวงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 3. ถ้ำพุหวาย วนอุทยานถ้ำเขาวง จังหวัดอุทัยธานี ถ้ำพุหวาย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดอุทัยธานี ภายในถ้ำจะพบภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน หินงอกหินย้อย หลากหลายแบบ อาทิ หินดอกเห็ด, หินย้อย, เสาโรมัน, ดอกไม้หิน, หินรูปหัวปลาโลมา,หินเกร็ดเพชร, หินงอกดอกกุหลาบ เป็นต้น อีกทั้งยังมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด และ พระพุทธรูป ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ ทางด้านหลังของถ้ำพุหวาย คือ ถ้ำเทพมาลี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำขนาดเล็กค่อนข้างลึกมีความสวยงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อย ยอดเขาพุหวาย สูง 700 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่กว้างไกลอย่างสวยงาม บนสันเขามีสภาพเป็นป่าเต็งรังที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ในฉากการถ่ายทำในละคร ด้านนอกทางเข้าเป็น ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี และเมื่อเข้ามาข้างในถ้ำจะเป็น ถ้ำพุหวาย จังหวัดอุทัยธานี แห่งนี้ การเดินทาง : จากทางหลวงหมายเลข 3011 แยกเข้าทางเดียวกับสวนห้วยป่าปกรีสอร์ท และวัดถ้ำเขาวง แต่ทางไปถ้ำจะอยู่เลยจากแยกเข้าวัดถ้ำเขาวงไปประมาณ 4 กิโลเมตร ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 4. น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกใหญ่และสวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ” หรือ น้ำตกสะด่องม่องลาย เป็นน้ำตกที่ทีมีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย น้ำใสสีฟ้าอมเขียวมรกต ประกอบด้วยน้ำตกที่ไหลหลั่ง 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นก็มีความสวยงามและมีชื่อเรียกแตกต่างกัน บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 - 4 จะมีปลาพลวง (ปลาตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่) แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่แห่งนี้ ส่วน ไฮไลท์ของน้ำตกเอราวัณ ก็จะอยู่ตรงชั้น 7 เป็นชั้นที่สูงที่สุด 1,520 เมตร เรียกว่า ภูผาเอราวัณ (Phu Pha Erawan) ธารน้ำจะแยกเป็น 2 สาย  สีขาวของสายน้ำที่ตกจากผาสูงเมื่อมองไกลๆ จะมีลักษณะคล้ายงาของช้างและหัวของช้างที่ยื่นเดินออกมาจากภูผา  จึงได้ชื่อว่า “น้ำตกเอราวัณ” การเดินทาง : ไปตามถนนเพชรเกษม หรือ ถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัด กาญจนบุรี เดินทางต่อตามทางหลวงจังหวัด หมายเลข 3199 จนถึงเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อน ศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ่านรีวิว : 10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ เที่ยวน้ำตกเอราวัณ สวรรค์ชั้น 7 จ.กาญจนบุรี ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 5. จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม  แหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ เปิดให้เข้าชมในเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ภายในเราสามารถสัมผัสธรรมชาติได้แบบเต็มปอด ชมดอกไม้นานาชนิด เรียนรู้ด้านการเกษตร ชมแปลงพืชผัก รวมถึงสามารถเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับและผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ ที่ทางฟาร์มผลิตได้อีกด้วย จุดท่องเที่ยวภายใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม   อาทิ  ทุ่งคอสมอสและแปลงเก็บผักปลอดสาร บนพื้นที่กว่า 40 ไร่,  ลานฟักทองและทุ่งดอกไม้หลากสี, หมู่บ้านจิม ชมและเรียนรู้กระบวนการผลิตผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน และ หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช เป็นจุดที่ละครนาคีมาถ่ายทำนั่นเอง หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช  เป็น “สถาปัตยกรรมอีสาน” ที่ได้รับการรวบรวมและสร้างขึ้นไว้มากที่สุด ทั้งบ้านเรือนโบราณและศาสนาคารอีสานดั้งเดิมอย่าง สิม หอไตร หอกลอง ฯลฯ รวมถึง “เรือนนางเผอะ” เรือนโคราชที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2558 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ชวนเที่ยว จิมทอมป์สันฟาร์ม ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 6. อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อยู่ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ มีสภาพป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำชี และแม่น้ำป่าสักมีจุดเด่นทางธรรมชาติ ที่สวยงามหลายแห่งโดยเฉพาะทุ่งดอกกระเจียว มีเนื้อที่ประมาณ 62,437.50 ไร่ หรือ 99.9 ตารางกิโลเมตร เทือกเขาพังเหย จุดที่สูงสุดอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (846 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ซึ่งเกิดจากการยกตัวของพื้นที่เป็นที่ราบสูงภาคอีสานจึงเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ทำให้เรียกบริเวณนี้ว่า “สุดแผ่นดิน” ณ จุดนี้จะเห็นทิวทัศน์ของสันเขาพังเหยและเขตพื้นที่ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จุดชุมวิวนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวนิยม ขึ้นไปสัมผัสสายหมอกตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านสระบุรีจนถึงบ้านพุแค เลี้ยวขวามาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 จนถึงอำเภอชัยบาดาล แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านกิ่งอำเภอลำสนธิ ก่อนถึงอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร อ่านรีวิวเพิ่ม้ติม : อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 7. สวนรุกขชาติ ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี ถ้ำจอมพล ตั้งอยู่ที่ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง ในบริเวณสวนรุกชาติจอมพล ติดกับมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร เราสามารถชมควาสวยงามของแสงจากช่องอากาศด้านบนของถ้ำจะส่องลงมาสวยงามตอนช่วงเวลา 13.15 น. ของทุกวัน ถ้ำจอมพล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี ในอดีตมีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ทรงประพาสและทอดพระเนตรถ้ำจอมพลนี้เริ่มตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร (ขอบคุณภาพและข้อมูล www.เที่ยวราชบุรี.com) ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หุบป่าตาด - เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ถ้ำประทุน จังหวัดอุทัยธานี หุบป่าตาด ตั้งอยู่ในอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ขึ้นชื่อว่าเป็น ดินแดนจูราสสิคเมืองไทย ชมความมหัศจรรย์ของผืนป่าดึกดำบรรพ์ บริเวณโดยรอบของหุบป่าตาดนี้เป็นระบบนิเวศค่อนข้างปิดเนื่องจากมีทางเข้าออก ทางเดียว แสงแดดจะส่องถึงเฉพาะช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักผจญภัยลิสไว้ว่าต้องมาให้ได้ เป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยว Unseen ของเมืองไทยอีกด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในยุคจูราสิคอย่างงั้นเลย ไฮไลท์สำคัญของหุบป่าตาด ได้แก่ “ต้นตาด” ที่เป็นพืชตระกูลปาล์มดึกดำบรรพ์ที่พบมากในบริเวณหุบเขาหินปูนนี้ และ “กิ้งกือมังกรสีชมพู” สัตว์หายากของโลกที่ในประเทศไทยสามารถพบเห็นได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ซึ่งหุบป่าตาดจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยฯ ใช้ทางหลวง 333 (อุทัยธานี-หนองฉาง) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวง 3438 (หนองฉาง-ลานสัก) ประมาณ 90 กม. พิกัด : N15° 22.645’, E99° 37.822’ ติดต่อ-สอบถาม : ททท. สำนักงานอุทัยธานี โทรศัพท์ 056-514-651-2 นอกจากนี้ ละครนาคี ก็ยังยกกองกันไปถ่ายทำสถานที่สวยๆ ในประเทศไทยอีกหลายที่ ทั้งภาคเหนือ, ภาคกลาง , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ จังหวัดนครราชสีมา , จังหวัดบุรัรัมย์ , จังหวัดกาญจนบุรี , จังหวัดชัยภูมิ , จังหวัดราชบุรี , จังหวัดอุทัยธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , จังหวัดนครนายก , จังหวัดสระบุรี , จังหวัดปทุมธานี เป็นต้น

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้ามพิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน
ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้าม พิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน "รัก หมัด สั่ง" ส่งตัวอย่างมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อน สำหรับภาพยนตร์รักแนวย้อนยุค รัก หมัด สั่ง จากค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายและที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ ซึ่งในภาพยนตร์นอกจากเรื่องราวที่เข้มข้นแล้ว ยังจะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคที่ทุกคนคิดถึงได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ, ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วยครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวยและนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม และกำกับการแสดงโดย วัตร ราชวัตร งานนี้ จอร์จ ฐปนัท กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ ก็คือไปเจอรุ่นพี่คนนึงเขาชวนมาให้เล่นหนังเรื่องนี้ พอได้อ่านบทก็รู้สึกอยากเล่นครับ ในเรื่องรับบทเป็นครูเกื้อ เดินทางจากกรุงเทพฯ มารับราชการเป็นครูอยู่ที่ตำบลท่าทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และมาตกหลุมรักสร้อยฟ้า สาวสวยประจำตำบล ที่แสดงโดยน้องฟ้า อิงฟ้า แต่พ่อของนางเอกหวงลูกมาก ถ้าอยากได้สร้อยฟ้ามาครอบครองครูเกื้อต้องขึ้นชกมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัด สำหรับผมเป็นบทที่น่าสนใจมากเพราะต้องแสดงให้ได้หลากหลายอารมณ์ เวลาที่เล่นบทครูผมก็ต้องเนี้ยบ ๆ ตั้งใจสอนเด็ก ๆ ในชนบท พอเข้าฉากกับนางเอกก็จะต้องคอยหยอดคำหวาน ใช้สายตาแสดงให้เห็นถึงความรักที่จริงใจ พอต้องมาฝึกชกมวยก็ฝึกแบบจิงจัง ฝึกแบบฝึกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝึกไว้แสดงผมต้องเต็มที่มาก เพราะในเรื่องครูที่มาสอนมวยผมคือครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย ซึ่งครูท่านเก่งมากผมก็ต้องตั้งใจเต็มที่ ก็อยากฝากเชิญชวนทุกคนให้มาชมผลงานหนังเรื่องแรกของผมด้วยครับ เพราะนอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้ว ยังจะได้เห็นขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิตของคนยุคเก่า โดยเฉพาะความรักของหนุ่มสาวสมัยนั้นที่ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู อยากให้คนยุคใหม่ได้ไปชมครับ” ติดตามชม รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์เรื่องแรกของ จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ ที่ลงทุนฝึกซ้อมมวยอย่างหนัก ถอดเสื้อ โชว์กล้ามขึ้นชกบนสังเวียนเพื่อพิสูจน์รักแท้ พร้อมไปชมแบบเต็มตาพร้อมกัน 22 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์