เห็ดหลินจือแดง

ซูเปอร์แมน จ่อได้ดวล เทพหลิน แบดมินตันไทยเทิดไท้องค์ราชัน
BWF /  ซูเปอร์แมน / 

ความเคลื่อนไหวหลังจากสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ส่งหนังสือสั่งห้าม “เทพลี” ลี ชอง เหว่ย นักแบดมินตัน มือ 1 ของโลก ลงแข่งแบดมินตันรายการพิเศษ แบดมินตันไทย เทิดไท้ องค์ราชัน ซึ่งจะพบกับ “เทพหลิน” หลิน ตัน ล่าสุด นายเจน ปิยะทัต ประธานสโมสรแบดมินตันแกรนด์นูลาร์ ซึ่งเป็นประธานจัดการแข่งขันเผยว่า ถ้า ลี ชอง เหว่ย ไม่สามารถลงแข่งขันรายการนี้ได้จริง ก็อาจจะให้ ซูเปอร์แมน บุญศักดิ์ พลสนะ มือ 1 ของเมืองไทย ลงแข่งขันแทน ซึ่งก็มีการพูดคุยกันแล้ว สำหรับ ลี ชอง เหว่ย ถูกลงโทษห้ามแข่งแบดมินตันทุกรายการ ซึ่งทางสหพันธ์แบดมินตันโลก ได้ทำหนังสือมาถึง นายเจน ปิยะทัต และขอให้คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตัน ในฐานะผู้รับรองจัดการแข่งขัน พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ ลี ชอง เหว่ย ลงแข่งขัน แต่ถ้าฝ่าฝืน ก็อาจจะโดนสหพันธ์ลงโทษได้ เพราะการแข่งขันนี้ เป็นรายการที่สหพันธ์รับรอง

อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก
อุทยานแห่งชาติ /  อุทยานแห่งชาติแม่เมย / 

อุทยานแห่งชาติแม่เมย เริ่มมีการสำรวจว่าจัดตั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 เป็นหน่วยงานกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติแม่เมยนั้น เพราะว่ามีแม่น้ำเมยซึ่งกั้นระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า เป็นเขตด้านทิศตะวันตกเกือบ 50 กิโลเมตร จากทิศเหนือจรดทิศใต้ อีกทั้ง แม่น้ำเมยนั้นเป็นแม่น้ำที่แปลกคือ จะไหลมาทางทิศใต้ ขึ้นไปทางทิศเหนือ พื้นที่ที่ทำการสำรวจจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ของวนอุทยานถ้ำแม่อุสุ และรวมพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าสองยางบางส่วน เป็นแนวเทือกเขาถนนธงชัย โดยเริ่มจากตำบลแม่ต้าน ผ่านตำบลแม่สอง จนถึงตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 713,750 ไร่ หรือ 1,142 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก ภาพ : คุณ khunthumsiri ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ส่วนมากเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีที่ราบน้อยมาก โดยมีความสูงเฉลี่ย 680 เมตร จากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุด 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ไม้ใหญ่มีน้อย เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำแม่สอง ลำน้ำแม่อุสุ ลำน้ำแม่สลิดหลวง และแม่น้ำเมย  ภาพ : thetrippacker.com ลักษณะภูมิอากาส จะมีฝนตกชุกมากในฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม ซึ่งไม่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างอบอุ่น และจะหนาวถึงหนาวจัดในฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะแก่การรองเที่ยวชมทะเลหมอก และสภาพทิวทัศน์ทั่วไปเป็นอย่างมาก พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดจากทะเลอันดามัน ประกอบกับอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าเขา ทำให้ได้รับลมมรสุมมากกว่าบริเวณอื่น มีฝนตกชุกเหมือนภาคใต้ฝั่งตะวันตก สถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมย จุดชมทะเลหมอก จุดชมทะเลหมอกนี้อยู่หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีความสูงประมาณ 1,100 เมตร เป็นจุดที่มองเห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลมาก รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก อีกทั้งเป็นจุดชมวิวที่ต้อนรับผู้ที่นิยมการเดินป่า เพราะจะต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง และต้องพักค้างแรม 1 คืน เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ภาพ : pixpros.net ถ้ำแม่อุสุ ( Unseen Thailand ) เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดกว้างใหญ่ มีลำน้ำแม่อุสุไหลเข้าสู่ปากถ้ำซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วไหลเวียนไปออกด้านหลังถ้ำลงไปสู่แม่น้ำเมยซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีระยะทางโดยประมาณ 450 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ภายในของถ้ำมีคูหาใหญ่ๆ อยู่ 3 คูหา มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก เวลากลางวัน แสงอาทิตย์ส่องลาดผ่านปล่องถ้ำลงมากระทบหินทราย เกิดประกายแวววาว บริเวณปากทางเข้าถ้ำมีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวชมภายใน ทางเดินในถ้ำค่อนข้างสะดวก มีเพียงบางช่วงที่ต้องปีนป่ายก้อนหินบ้าง ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 1 ชั่วโมง ในช่วงฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะขึ้นสูงจนไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ ถ้ำแม่อุสุจึงเที่ยวได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 สายแม่สอด - แม่สะเรียง ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้านทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ ภาพ : คุณ khunthumsiri น้ำตกชาวดอย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามถนนแม่สลิด-แม่ระเมิง ประมาณ 5 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18 มีเส้นทางเดินเท้าประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที จะพบกับน้ำตกชาวดอยที่ไหลจากหน้าผาสูงราว 25-30 เมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางชั้นเดียวที่ทิ้งลงสู่เบื้องล่าง รวมตัวเป็นสายธารไหลลัดเลาะไปตามโขดหินที่ระเกะระกะกลางลำห้วยแลดูสวยงามแปลกตา น้ำตกแม่ระเมิง น้ำตกแม่ระเมิง จากที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ ตามเส้นทางสู่ม่อนกิ่วลมอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20 ทางด้านขวามือจะพบน้ำตก ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็กสูงราว 15 เมตร ตกลงมาเป็นสองชั้นไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง  น้ำตกแม่สลิดน้อย อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินทางเท้าลัดเลาะไปตามลำห้วยแม่สลิด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางจะมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจให้ศึกษา เช่น ดอกเทียน หงอนเงือกเล็ก แววมยุราเล็ก ดอกไม้เถา เห็ดป่าสีสวยสดใส และเฟิร์น ใช้ชมตลอดทาง ถึงน้ำตกชั้นแรก แยกเป็นสองสายตกจากหน้าผาสูงราว 40 เมตร ส่วนชั้นที่ 2, 3 และ 4 ต้องปีนป่ายไปตามไหล่เขาที่สูงชัน ชั้นบนสุดจะพบน้ำตกอีกสองชั้นใหญ่ๆ มีสายน้ำทิ้งตัวไหลลงสู่เบื้องล่างติดต่อกันลงมาถึงสองชั้น จากหน้าผาสูงชันไม่น้อยกว่า 80 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ด้วยความแรงของสายน้ำทำให้เกิดละอองเป็นฝอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่สลิดน้อย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินท่องธรรมชาติ ฟังเสียงสายน้ำ และศึกษาพรรณไม้นานาชนิด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1.8 กิโลเมตร ระหว่างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีน้ำตกขนาดเล็กมากมายให้ได้ชม ม่อนกิ่วลม ที่ใช้ชื่อว่า ม่อนกิ่วลม ก็เพราะที่แห่งนี้มีช่องหรือกิ่ว ที่มีลมพัดผ่านอยู่เสมอ เป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยที่สุดบนเส้นทางสายสายแม่สลิดน้อย-แม่ระเมิง ม่อนกิ่วลมอยู่บนความสูง 940 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นทะเลหมอกปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง โดยมียอดเขาสูงต่างๆ โผล่พันสายหมอกแลดูราวกับเกาะใหญ่น้อยกลางทะเลสีขาว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบเขา จุดชมทิวทัศน์ม่อนกิ่วลม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 12 กิโลเมตร ภาพ : khunthumsiri ม่อนครูบาใส เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันลุ่มหลงกับความสวยงามของสายหมอก อยู่ใกล้เคียงกับม่อนพูนสุดา ห่างกันประมาณ 200 เมตร สามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและชมพระอาทิตย์ตกดินได้ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 7 กิโลเมตร ภาพ : thetrippacker.com ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอกเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจ ตลอดเส้นทางเดินเท้าไปม่อนปุยหมอก จะมีทุ่งหญ้าสีทองอยู่ตามข้างทางพลัดปลิวไสว เหมือนดั่งปุยฝ้ายอยู่ตามทางมากมาย มีการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 3.8 กิโลเมตรใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมงเป็นจุดที่สูงที่สุดและสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน ม่อนพูนสุดา เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากม่อนกระทิง 2 กิโลเมตร ชื่อม่อนตั้งขึ้นตามชื่อของนักถ่ายภาพชั้นครูของเมืองไทย คือ อาจารย์พูน เกษจำรัส และภรรยาของท่านชื่อ สุดา เพื่อเป็นเกียรติแด่อาจารย์พูน ในฐานะที่เป็นผู้เดินทางมาถ่ายภาพบนหม่อนนี้เป็นคนแรก การเดินทางรถยนต์ - จากจังหวัดตาก มาอำเภอแม่สอด และอำเภอท่าสองยาง รวม ประมาณ164 กิโลเมตร จากอำเภอท่าสองยางใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด – แม่สะเรียง) ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ถึงทางแยกแม่สลิดหลวง เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1267 (แม่สลิด-อมก๋อย) ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างชัน ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย - ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด – แม่สะเรียง) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้านทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ รถโดยสารประจำทาง การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งจะมีรถจากกรุงเทพฯ เดินทางมาอำเภอแม่สอด ของบริษัทขนส่ง จำกัด และบริษัท เชิดชัย ทัวร์ มีทั้งรถปรับอากาศชั้น 2 รถปรับอากาศชั้น 1 และรถ VIP จำนวนประเภทละ 3 เที่ยวต่อวัน โดยช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.00 น. ส่วนช่วงเย็น เวลาประมาณ 20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง เมื่อถึงสถานีขนส่งอำเภอแม่สอด จะมีรถโดยสารแม่สอด - แม่สะเรียง ซึ่งจะผ่านปากทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติแม่เมย ต.แม่สอง ต.แม่อุสุ อ. ท่าสองยาง จ. ตาก 63150 โทรศัพท์ 08 8290 7964 อีเมล maemoei@hotmail.com ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / pantip.com/topic/30330066 / weekendhobby.com / thetrippacker.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ป้าหมอเตือน เด็กทารก กิน น้ำคลอโรฟิลล์ อาจตายได้
น้ำคลอโรฟิลล์ /  ป้าหมอ / 

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพ คุณแม่ท่านหนึ่ง นำ น้ำคลอโรฟิลล์ใส่ขวดนมให้ เด็กทารก ที่มีอายุเพียง 7 วันกินเข้าไปแล้วมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ดีต่อเด็กทารก ทำให้เด็กแข็งแรงมาก นั้น ล่าสุด ป้าหมอ หรือ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ทั่วประเทศว่า นี่ เป็นการกระทำที่ เสี่ยงอันตราย อาจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ป้าหมอขอขอบคุณ คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่กรุณาส่งรูปผู้หญิงคนหนึ่งในโซเชียลมีเดียกำลังเอาน้ำที่เจ้าตัวบอกว่าชื่อน้ำคลอโรฟิลล์ ให้เด็กทารกกิน ด้วยความเป็นห่วงว่า ในปัจจุบัน มีการโพสต์ขายของมากมาย โดยไม่มีการกลั่นกรอง หากผู้ไม่ทราบ หลงใช้ตามโฆษณา ก็จะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กๆค่ะ ทารกแรกเกิดหนัก 5 กก. ไม่ใช่เด็กปกตินะคะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมหรือเลียนแบบ อาจเกิดจากการที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ เด็กอาจเป็นโรคผิดปกติบางอย่างที่ทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลกับสมองตามมา หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และ การให้ทารกกินน้ำอื่นๆที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผงสำหรับทารกที่ได้รับการเตรียมอย่างถูกสัดส่วน และ สะอาด จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษจนสมองบวม ท้องร่วงจากติดเชื้อ เกิดอาการแพ้รุนแรง ต่อไปนี้คืะ วิธีให้อาหารตามวัยที่ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งกรณีนมแม่และนมผง คำถามจากคุณแม่แฟนเพจเกี่ยวกับวิธีให้อาหารตามวัย >>>>>ลูกของคุณแม่สามเดือนกว่าแล้วค่ะ คุณแม่ให้นมแม่อยู่ และกำลังคิดว่าอาจเริ่มให้อาหารอ่อนๆ ประเภทกล้วยบดหรือว่าข้าวบด แต่เคยได้ยินมาว่าควรให้เมื่อลูกสี่เดือนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นอาจไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเล็กๆ จึงอยากสอบถามคุณแม่ว่าสามารถเริ่มให้ได้เลยหรือยังคะ และถ้าเริ่มได้ควรเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ" ป้าหมอ >>>> ทำไมจึงไม่ควรให้ทารกกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม ก่อนอายุ 6 เดือน เมื่อ 10 ปีก่อน แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยหลัง 4 เดือน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 6 เดือนแล้วค่ะ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนคำแนะนำดังกล่าว แต่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง และหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกหลายๆเล่ม ยังไม่ทราบข้อมูลใหม่เหล่านี้ ต่อไปนี้ คือ หน่วยงานที่แนะนำว่า ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว หรือ กินนมผงบวกน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก *องค์การอนามัยโลก *ยูนิเซฟ *สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออสเตรเลีย *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแคนาดา เพราะว่า ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผง เมื่ออายุประมาณ 6-9 เดือน บางงานวิจัยกล่าวว่าเด็กบางคนควรเริ่มกินอาหารตามวัยช้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป เช่น คนที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว อาจเริ่มที่อายุ 12 เดือน หรือ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด #ข้อดีของการเริ่มอาหารหลังอายุ 6 เดือน - ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เพราะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่เต็มที่ มากกว่า 50 ชนิด และยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รูัจัก การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวใน 4 เดือนแรก พบปัญหาโรคหูชั้นกลางอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยเร็ว โดยลดลงถึง 40% และมีปัญหาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างชัดเจน - ไม่ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ถ้าเริ่มเร็วเกินไป อาจมีปัญหา ท้องอืด ท้องผูก น้ำย่อยโปรตีนยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่เต็มที่ น้ำย่อยคาร์โบไฮเดรตยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-7 เดือน น้ำย่อยไขมันยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-9 เดือน - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคแพ้อาหาร งานวิจัยพบว่า ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคแพ้อาหาร เพราะว่าก่อน 6 เดือน เซลเยื่อบุลำไส้ยังอยู่กันแบบหลวมๆ (open) เพื่อให้ ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ผ่านเข้าไปตามช่องว่างดังกล่าวเข้าไปอยู่ในเลือดของลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค แต่หากมีการให้อาหารแปลกปลอมอื่นเข้าไป สารแปลกปลอมก็จะเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทารกสร้างสารต่อต้าน จนเกิดปัญหาแพ้อาหารตามมาได้ หลัง 6 เดือนเซลเยื่อบุลำไส้จะอยู่กันชิดๆแล้ว (close) ความเสี่ยงจึงลดลง - ลดความเสี่ยงปัญหาขาดธาตุเหล็ก การให้อาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน จะทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากนมได้น้อยลง งานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับอาหารอื่นก่อน 6 เดือน จะมีปัญหาซีดจากขาดธาตุเหล็กที่อายุ 1 ขวบมากกว่า และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้ว อย่าลืมให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ จะได้ไม่ซีด อีกปัจจัยหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงของโรคซีดหลัง 6 เดือน คือ ตอนคลอดควรรีดเลือดจากสายสะดือเข้ามาทางลูก ถึงแม้จะเพิ่มปัญหาตัวเหลืองขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนเมื่อโตขึ้น - ช่วยให้แม่ผลิตน้ำนมได้เต็มที่ เพราะหากกินอาหารตามวัย จะทำให้เด็กกินนมแม่ลดลง แม่จะสร้างน้ำนมลดลง พบว่าเด็กที่เริ่มอาหารตามวัยเร็วก่อน 6 เดือน มีแนวโน้มหย่านมแม่เร็วขึ้น - ลูกมีปัญหาการกินน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน เพราะลูกมีความพร้อมมากกว่า อย่าเชื่อคำขู่ว่า ถ้าไม่เริ่มเร็วๆ ลูกจะกินข้าวยาก เพราะเริ่มเร็วเริ่มช้ากว่า 6 เดือน ก็มีปัญหากินข้าวยากได้ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งเด็กที่กินนมแม่หรือนมผง ก็เจอปัญหากินข้าวยากทั้ง 2 กลุ่ม และข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เริ่มเร็วกว่า 6 เดือน (เพราะน้ำย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่พร้อม) และ กลุ่มนมผง (เพราะเด็กนมแม่ รสชาตินมแม่จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่แม่กิน จึงทำให้เด็กคุ้นเคยกับรสชาติอาหารมากกว่า แต่นมผง รสชาติจะคงเดิมตลอด) จะมีปัญหากินข้าวยากมากกว่าค่ะ ลูกใครที่กินก่อน 6 เดือน แล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ เช่น ให้กินกล้วยตั้งแต่ 1 เดือน ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร กระเพาะอาหารก็ไม่เห็นแตกเหมือนกับที่เป็นข่าว ก็เหมือนกับการรัดเข็มขัดนิรภัยที่บางคนไม่รัด ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีอยู่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวนั้นมีแน่ๆค่ะ เช่น แทนที่ลูกจะได้กินนมแม่มากๆ ซึ่งมีสารบำรุงสมอง สารต้านเชื้อโรค สารต้านมะเร็ง ก็ต้องเสียพื้นที่ไปในการกินกล้วยซึ่งไม่มีสารเหล่านี้ และ งานวิจัยพบว่า การเริ่มกินสิ่งอื่นก่อน 6 เดือน จะเป็นสาเหตุทำให้หย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรด้วยค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกกินนมแม่ไปได้นานๆ ก็ไม่ควรเริ่มอาหารอื่นก่อน 6 เดือนนะคะ #วิธีการให้อาหารตามวัย ให้เริ่มด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) หุงรวมกับถั่ว แล้ว ค่อยๆใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือ ผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักซึ่งจืดก่อน เพื่อไม่ให้ติดหวาน ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย ควรแช่น้ำยาล้างสารพิษ เช่น เบคกิ้งโซดา หรือ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาแช่ผัก อโวคาโด เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า จึงควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือ น้ำซุปผัก ไม่แนะนำน้ำต้มกระดูกหมู เพราะจะได้ไขมันจากสัตว์เข้าไปด้วย ห้ามปรุงรสด้วยซี่อิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ แต่ให้ใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดสารไอโอดีน ไม่ใช่ใส่เพื่อให้มีรสชาติ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผัก รอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 4 สัปดาห์ในตู้เย็นนช่องฟรีส เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือ อุ่นบนเตา คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ สำหรับอาหารของลูก เพราะกลัวจะสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้วได้ค่ะ ส่วนภาชนะ จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง อายุ 6-7 เดือน ให้บดอาหารให้ละเอียด โดยปั่นละเอียด หรือครูดผ่านกระชอน วันละมื้อเดียว หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือ ช้อนตักน้ำป้อนเวลากินข้าวแล้วฝืดคอ ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ชต. แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆเพิ่มวันละ 1 ชต. อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน อย่าบังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-8 ชต. นมมื้อนั้น จะเลื่อนการกินออกไปอีก 3-4 ชม. ในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้า หรือ กลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าหากทราบว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่ อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น เริ่มใส่เนื้อสัตว์เดือนที่ 7 คือ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาคัง ปลาตะเพียน (ระวังก้าง) ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะพูน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก บดให้ละเอียด ของใหม่ใช้ทีละอย่าง ใช้ซ้ำ 4-5 วัน เพื่อตรวจสอบอาการแพ้ ส่วนไข่ขาว และ อาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ เดือนที่ 7 เริ่มผลไม้ปั่นละเอียดและเติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 3-4 ชต. เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้ม มากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ขนมทุกชนิดใน 2 ขวบแรก แม้แต่ขนมปัง หรือ ที่เขาว่าเป็นขนมสำหรับเด็กฝึกถือกินเองก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วน และขนมปังก็มีสารอาหารน้อยกว่าข้าว จึงไม่ควรให้รู้จัก ถ้าลูกเป็นเด็กมีปัญหากินข้าวยาก นอกจากนี้ขนมปังเป็นอาหารแปรรูป มีการปรุงแต่งใส่รสชาติ สารกันบูด นมเนยชีส และตัวแป้งสาลีก็ถือเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ เดือนที่ 8 – 9 ให้เพิ่มข้าวเป็น สองมื้อ เริ่มป้อนอาหารเนื้อหยาบขึ้น คือ ไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่า ลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่ มื้อที่สาม ให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน และเริ่มทำอาหารแบบไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น เวลาเดินทาง แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกแก้ว ที่เปิดฝาแล้วตักกินได้เลย เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล สารกันบูด และนมผง แต่ถ้าอยู่บ้าน แนะนำให้กินอาหารทำเองแช่แข็ง จะมีคุณค่ามากกว่าอาหารสำเร็จรูป ไม่แนะนำอาหารที่เป็นผงชนิดก่อนใช้ให้ผสมน้ำบางยี่ห้อ เนื่องจากมีน้ำตาลและนมวัวผงผสมอยู่ และอาหารที่เป็นผง จัดว่าเป็นอาหารที่มีการดัดแปลงมากเกินไป เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนที่ทำให้เป็นผง จึงเหลือคุณประโยชน์น้อยลง ควรฝึกให้ลูกได้ตักอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ โดยให้นั่งเก้าอี้ (high chair) และมานั่งกินพร้อมผู้ใหญ่ จะได้เลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ควรกินข้าวพร้อมกับเล่นของเล่น หรือ ดูทีวี หรือ เดินตามป้อนหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่มีสมาธิกับการกินข้าว อมข้าว และใช้เวลานานเกินไป ตำราทำอาหารบางสูตร แนะนำให้ใส่เนย มาการีน ชีส หรือ นมวัว หรือ นมผง ลงไปในอาหาร แต่ป้าหมอไม่แนะนำ เนื่องจากทำมาจากนมวัว ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกรณีที่ต้องการเอานมแม่ที่สะสมไว้มาประกอบอาหาร อาจมีที่ใช้ใน 2 กรณี คือ หนึ่ง ลูกไม่ยอมกินนมที่สะสมไว้ หรือ สอง ลูกไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นการเอานมแม่มาผสมกับอาหาร อาจทำให้ยอมรับสิ่งที่ไม่ยอมกินได้ง่ายขึ้น แต่หากลูกยอมกินนมที่สะสมอยู่แล้ว และยอมกินข้าวดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องละลายนมเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหาร ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่หากลูกมีปัญหาดังกล่าว วิธีเอานมแม่แช่แข็งมาใช้ประกอบอาหารคาว ให้ทำอาหารให้ข้นกว่าปกติ หลังจากที่อุ่นอาหารพร้อมจะกินแล้ว ให้ละลายนมแม่มาราดบนอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่มีความเข้มข้นเหมาะสม จะไม่เอานมแม่ไปต้มกับอาหารตั้งแต่ต้น เพราะจะเสียคุณค่าและมีกลิ่นเหม็น หากต้องการนำนมแม่แช่แข็งมาทำเป็นอาหารหวาน คือ เอาก้อนนมแม่แข็งมาปั่นกับผลไม้ที่ต้องการ แล้วตักป้อนให้กินเป็นไอศกรีมผลไม้ เครดิตรูป : คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน คำเตือน : อย่าเลียนแบบหญิงสาวในภาพนี้เด็ดขาด นำมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ อย่าคิดแต่จะขายของโดยขาดสามัญสำนึกของมนุษย์ค่ะ ที่มาจาก :  https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic

(ประกาศผลรางวัล) ตัน ตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Tan Tan Izakaya Buffet)
บุฟเฟ่ต์ /  อิชิตัน

สวัสดีค่ะเข้าช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ต้องสร้างบรรยากาศกับร้านสไตล์ญี่ปุ่นที่มอบความอบอุ่นให้แกร่างกาย ครั้งนี้มาเฟียฟู้ดพาไปพบกับร้านอาหารญี่ปุ่นที่เหมาะแก่การหาของทานหลังเลิกงานหรือวันหยุดกับครอบครัว นั่งชิลล์ๆไปกับ ร้าน ตัน ตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Tan Tan Izakaya Buffet) อาหารบุฟเฟ่ต์สไตล์ญี่ปุ่น ในเครือบริษัทของ คุณตัน ภาสกรนที มีทั้งแบบ A la carte และ Buffet a la carte ราคาสุดคุ้มแล้วแต่จะเลือกเลยค่ะ ลองไปดูเมนูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีอะไรเป็นไฮไลท์บ้าง ตัน ตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ สาขา เอสพลานาด รัชดา เห็นคำว่า อิซากายะ ก็ต้องนึกถึงอาหารปิ้งย่าง และอาหารทานเล่นแกล้มเบียร์สไตล์ญี่ปุ่น เช่น ยากิโทริ คารแกะ ซาซิมิ นาเบะและอีกมากมาย มีบริการไม่อั้นสำหรับบุฟเฟ่ต์ เมนูต่างๆ ถูกรังสรรค์จากหัวหน้าเชฟบินตรงจากญี่ปุ่นมาครีเอทเมนูแสนอร่อยกว่า 150 เมนู จะสั่งเป็น a la carte สำหรับผู้ที่กินน้อยมาคนเดียวหรือสำหรับผู้ที่มาหลายๆ ท่านไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนและครอบครัวแนะนำให้สั่งแบบบุฟเฟ่ต์จะคุ้มกว่า ให้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเต็ม ในราคาท่านละ 529 บาท Net พื้นที่กว้างขวางเลือกโซนกันตามใจชอบ หรือเลือกนั่งใกล้ๆ กับโซนที่ต้องบริการตัวเอง มีทั้งซุปมิโซะ ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น ผักและผลไม้ต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ และชาเขียว เมนูแนะนำ ข้าวหน้าปลาแซลมอน (Salmon sashimi don) ราคา 150 บาท ข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ โปะด้วยปลาแซลมอนแร่บาง อร่อยเต็มคำ ข้าวห่อสาหร่ายแซลมอนคลุกมายองเนส (Salmon ebi temaki) 79 บาท เอบิ เทมากิคำโต มากับปลาแซลมอนและไข่ปลา หอมอร่อยในชิ้นเดียว ท้องปลาแซลมอนย่างชีส (Salmon toro cheese yaki) 45 บาท โทโร่ย่างตามด้วยความหอมของชีส ซาซิมิ (Sashimi) อิมพอร์ตอาหารทะเลสดใหม่ มีทั้ง แซลมอน ทูน่า ซาบะ ปูอัด ฯลฯ จิ้มกับซอสโชยุกับวาซาบิเผ็ดจี๊ด ทาโกะยากิ (Takoyaki) ปลามึกทาโกะเนื้อแน่นคำใหญ่ ราดด้วยมายองเนสและซอสสูตรพิเศษ โรยด้วยปลาแห้ง เป็นเมนูสุดฮิตของทางร้าน ไม่สั่งไม่ได้แล้ว กุ้งราดซอสมายองเนส (Ebimayo) ขอบอกว่าเมนูนี้เป็นเมนูที่ต้องสั่งเลยกุ้งตัวโตราดด้วยซอสมายองเนส หม้อไฟเห็ดออรินจิ (Nabe Eryngii)  สำหรับวิธีการทาน เมื่อทานเห็ดออริจิและเครื่องในหม้อไฟหมดแล้ว เหลือแต่น้ำ ในนำ ไข่ผสมข้าวตามด้วยชีสใส่ลงไป จะได้ข้าวหอมๆ ชีสยืดๆ แบบนี้ค่ะ ชุดเทปันยากิ (Teppan Seafood Set) ของทอดเสียบไม้ (Kushiage) จะมีทั้งไก่ หมู ปลาหมึก กุ้ง ผัก  ไข่นกกระทา เสียบไม่ชุปเกร็ดขนมปัง ทอดจนเหลืองกรอบ ทานคู่กับซอส คูชิคัตสึ เข้มข้น สูตรเฉพาะของทางร้าน อยู่ในไหสุดเก๋ ให้จุ่มแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเพราะซอสเข้มข้นมากจริงๆ อาหารย่างเสียบไม้ (Kushiyaki)  ไก่ หมู ผัก ปลาหมึกเสียบไม้ย่างแบบกริลล์ร้อน ๆ บนเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอม พร้อมด้วยซอสสไตล์ญี่ปุ่น ตบท้ายด้วยของหวานอย่าพุดดิ้งชาเขียว และ เพิ่มความชุ่มฉ่ำแห่งแกร่างกายด้วย Japanese highball รสกีวี่และรสราสเบอร์รี่ พุดดิ้งชาเขียวราดถั่วแดง (Matcha Milk Pudding)  Japanese highball มาเฟียฟู้ด และ น้องกุ๊กเกล ทานกันไม่ห่วงสวยห่วงหล่อกันเลยทีเดียว มาเฟียฟู้ด และ คุณนวพล  โอพิทักษ์ชีวัน Operation Manager  อร่อยแบบนี้ต้องให้ใบการันตีความอร่อยแล้วค่ะ "อร่อยจริง เจอกัน" แผนที่ ร้าน ตัน ตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ กิจกรรมชิงรางวัล ลุ้น Gift Voucher บัตรรับประทานอาหารที่ร้าน ตัน ตัน อิซากายะ ที่สาขา อรีน่า 10 และ สาขาชายทะเล ลพบุรี จำนวน 5 รางวัล คุณ สาวิตรี คงฤทธิไกรกุล คุณ ศุภชัย ปิยะวงศ์ลาวัลย์ คุณ สุพจชัย ตั้งมณีพิทักษ์ คุณ พุฒิธร สาริกา คุณ แดง พูดคล่อง

ละครเนตรนาคราช , เรื่องย่อเนตรนาคราช
เรื่องย่อละคร เนตรนาคราช /  ละครเนตรนาคราช / 

เนตรนาคราช บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมบทโทรทัศน์โดย : นอร์แมน วีรธรรมผลิตโดย : นิว ลุค โพรดักชั่น เรื่องย่อเนตรนาคราช 500 ปี ในอดีต ตำนานบันทึกไว้ว่าเนตรนาคราชคือดวงตาของพญานาคที่สิงสถิตอยู่ภายใต้แม่น้ำโขงในขณะที่จำศีลอยู่ ได้ถูกผู้มีวิชาขโมยไปเพราะเชื่อว่าดวงตาพญานาคคือสิ่งทรงพลานุภาพที่จะเผาผลาญทุกสิ่งอย่างให้พินาศ ใครที่ได้ครอบครองก็จะมีอำนาจอยู่ในมือ ยิ่งใหญ่ อยู่เป็นอมตะ เหนือผู้ใด แต่ละปีพญานาคจะได้ตื่นจากจำศีลขึ้นมาหนึ่งวันคือวัน 15 ค่ำเดือน 11 และพ่นไฟทวงดวงตาของตนคืนเป็นปรากฏการต่อ ๆ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตำนานกล่าวไว้อีกว่าถ้าพญานาคตื่นจากการจำศีล 500 ปีเมื่อไร ก็จะขึ้นมาตามหาดวงตาของตน จะเกิดภัยพิบัติ น้ำในแม่น้ำโขงจะปั่นป่วนลุกเป็นไฟชีวิตผู้คนจะสูญเสียเป็นเครื่องสังเวยนับล้านจนกว่าจะมีใครนำดวงตาทั้งสองมาคืน วันเวลาผ่านไป การจำศีลจะครบกำหนด 500 ปีในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของปีนีแต่ผู้คนหาเชื่อตำนานไม่ กิเลสทำให้คนหลงผิดคิดว่าเนตรนาคราชเป็นของมีค่า เป็นของวิเศษ ที่จะทำให้เป็นใหญ่ ชีวิตเป็นอมตะเพียบพร้อมด้วยอำนาจและทรัพย์สินเงินทอง จึงทำให้เนตรนาคราชมีมูลค่ามหาศาล มีการติดตามแย่งชิงค้นหาและเข่นฆ่ากันเพื่อให้ได้เนตรนาคราชมาครอบครองเป็นสมบัติของตน โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนจะได้รับคือความพินาศและความตายสืบต่อไปถึงลูกหลานชั่วกัลย์ 500 ปี ผ่านไป กรุงเทพฯ ปัจจุบัน (จุดเริ่มต้นของเรื่อง) ดร.มานพ อาจารย์ทางด้านโบราณคดี ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น ในห้องทำงานส่วนตัวที่ทางการจัดไว้ให้เป็นพิเศษสำหรับการค้นคว้าสืบหาของสำคัญทางประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกของชาติ ดร.กาญจนา นักโบราณคดี ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเล็ก เชื่อว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราช ที่ดร.มานพมุ่งสืบสาวเรื่องราวค้นคว้ามากว่าห้าปีแล้ว ดร.มานพได้คุยกับตนเองอยู่เสมอและสั่งให้เก็บไว้เป็นความลับสุดยอด การตายครั้งนี้ของดร.มานพ ทำให้ผู้กองรัตนากร บุตรสาวคนโตของดร.มานพ แห่งหน่วยปราบปรามพิเศษซึ่งส่วนมากมักจะทำงานในต่างประเทศจนห่างเหินครอบครัวไปนาน ขอกลับมาประจำในประเทศเพื่อสืบสาวการตายของบิดาด้วยตัวเองหลายปีก่อนที่ ด.ร.มานพจะถูกฆ่าตาย อัศวิน หรือชื่อเล่นว่า โบนส์ (เพราะตอนเกิดมาผอมมีแต่กระดูก พอเป็นเด็กก็ผอมอีก) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ มีฝีมือ เชี่ยวชาญการต่อสู้และอาวุธ โตมากับครอบครัวของดร.มานพ รู้จักลูกสาวสองคนพี่น้องเป็นอย่างดีเนื่องจากบิดาของอัศวินเป็นเพื่อนรักกับ ดร.มานพ นั่นเอง บิดาของอัศวินเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามพิเศษจึงผลักดันให้อัศวินลูกชายเจริญรอยตามและนี่คือสาเหตุหนึ่งที่รัตนากรเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษแทนที่จะเป็นนักโบราณคดีเหมือนดร.มานพ เพราะได้ยินได้ฟังเรื่องราวจากบิดาของอัศวินตั้งแต่เด็กจนได้แรงบันดาลใจ อัศวินกับรัตนากรมักเล่นเป็นสายลับต่อสู้กัน ในขณะที่ดร.กาญจนา สนใจเรื่องโบราณคดีตามรอยบิดา อัศวินและรัตนากร ศึกษาร่วมกัน ฝึกร่วมกัน แต่พอเรียนจบทั้งสองถูกส่งไปประจำคนละหน่วยงาน รัตนากรมักจะถูกส่งไปทำงานต่างประเทศบ่อย ๆ จนห่างเหินกัน สองปีผ่านไปมีเรื่องในระบบราชการทำให้อัศวินเซ็งจนต้องลาออก บังเอิญดร.มานพ ขณะนั้นเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ติดตามเอามรดกล้ำค่าในประวัติศาสตร์ของไทยที่ถูกขโมยหรือขายให้ชาวต่างประเทศ กลับคืนชาติบ้านเมือง ได้เรียกตัวอัศวินไปช่วยให้ตามหาของโบราณชิ้นหนึ่ง โดยมีดร.กาญจนา ช่วยชี้แนะสอนให้รู้จักของโบราณชิ้นนี้เพื่อแยกแยะว่าอันไหนจริงอันไหนปลอมอยู่เกือบหกเดือน อัศวินเป็นคนฉลาดเรียนเร็วจึงผ่านการทดสอบได้เป็นที่น่าพอใจ อัศวินสืบสาวบุกไปชิงของโบราณชิ้นนี้จากมาเฟียต่างประเทศคนหนึ่ง ซึ่งต้องผ่านมือปืนที่วางกำลังรักษาไว้เป็นอย่างดี กลับมาจนได้ อัศวินรู้สึกดีที่ได้ใช้ความสามารถที่เรียนมา ช่วยทำประโยชน์ให้ชาติโดยไม่ต้องอยู่ใต้ระบบของราชการและการเมืองที่โบราณ คร่ำครึ และล่าช้าติดเส้นติดสาย จึงอาสาอยู่ช่วยดร. มานพต่อไปเวลาผ่านไปสองปีภายใต้การติวเข้มของดร.กาญจนา ซึ่งสนิทกันมาตั้งแต่เด็กเหมือนพี่เหมือนน้อง อัศวินจึงมีความชำนาญพอตัวในเรื่องของโบราณมรดกของชาติ และนำของโบราณกลับมาคืนได้หลายชิ้น เพื่อน ๆ ตั้งฉายาให้เป็น ดร.โบนส์ ล้อเลียน จาก ดร.โจนส์ ในหนังเรื่องอินเดียนน่าโจนส์นั่นเอง การตายครั้งนี้ของบิดา ทำให้ รัตนากร ที่ห่างครอบครัวไปทำงานที่ต่างประเทศตลอดเวลา มุ่งมั่นที่จะสืบสวนหาฆาตกรให้ได้ จึงขอกลับมาทำงานประจำที่ประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนดรัตนากรไม่สนิทกับดร.กาญจนา เพราะมีอดีตที่กินใจกันอยู่ เนื่องด้วยเพื่อนของอัศวินชื่อ ภาคภูมิ เป็นตำรวจมาสนใจ ดร.กาญจนา จนเกิดความสนิทสนมกันระยะหนึ่ง แต่พอได้พบรัตนากร ซึ่งขณะนั้นกลับมารายงานตัวเพื่อรับภารกิจ ภาคภูมิถึงกับเปลี่ยนใจไปชอบรัตนากร รัตนากรไม่ได้สนใจภาคภูมิ และกลับไปทำงานที่ต่างประเทศของตนตามปรกติ และไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยเหมือนเดิม เพื่อหลีกทางให้กาญจนา นี่คือสาเหตุที่รัตนากรห่างเหินครอบครัวไป ภาคภูมิยอมรับความจริงหันมาสนิทสนมกับ ดร.กาญจนาต่อไป ภายหลังภาคภูมิออกปฏิบัติการถูกคนร้ายยิงอาการสาหัส ดร.กาญจนาไปเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ แต่ภาคภูมิกลับเพ้อถึงรัตนากรก่อนสิ้นใจ ทำให้กาญจนาผิดหวัง และโกรธรัตนากรที่ไม่บอกตน ปล่อยให้ตนหลงสนิทกับภาคภูมิ รัตนากรจะอธิบายยังไงกาญจนาก็ไม่ยอมให้อภัยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ การตายของดร.มานพ ทำให้ทั้งสามคนที่โตด้วยกันมากลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง รัตนากรเคยได้ยิน ดร.มานพ กล่าวถึงเนตนาคราชเมื่อห้าปีก่อนตอนที่กลับมาเยี่ยมดร.มานพ ที่ป่วยไม่สบาย แต่ไม่เคยเชื่อเรื่องตามตำนานเพราะคิดว่าพญานาคเป็นเพียงตำนานไม่มีอยู่จริง ด้วยทิฐิกาญจนาไม่สนใจที่จะบอกรายละเอียดเรื่องเนตนาคราชกับรัตนากร และไม่สนว่ารัตนากรจะสืบสวนไปทางไหน กาญจนาเรียกอัศวินมาพบ และเล่าเรื่องแผนที่ที่ซ่อนเนตรนาคราช ที่บิดาเคยให้ตนเองดู และเล่าว่ามีเศรษฐีอเมริกันชื่อ เฮนรี เจมส์ มาขอพบและขอซื้อแผนที่จากดร.มานพ บิดาของตน กาญจนาคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของดร.มานพ คือ เฮนรี่ เจมส์ ผู้นี้นี่เอง เฮนรี เจมส์ มาเปิดสาขาบริษัทการเงินใหญ่โตแห่งหนึ่งอยู่ในประเทศไทย อัศวิน จึงลอบเข้าไปในสำนักงานหรูของเฮนรี เจมส์ เพื่อตรวจหาแผนที่ แต่แล้วก็พบว่า มีคนร้ายกลุ่มหนึ่ง บุกเข้าไปขโมยแผนที่จาก เฮนรี เจมส์ และหลบหนีไปได้ อัศวินเล็ดรอดออกมาอย่างปลอดภัย แต่ก็พลาดโอกาสเรื่องแผนที่ลายแทงที่จะนำไปสู่เนตนาคราช ณ เวลานี้ กาญจนาและอัศวินรู้แล้วว่าแผนที่มีจริง อัศวินเริ่มสาวเรื่องติดตามหาแผนที่ อัศวินตัดสินใจลอบไปหารัตนากรและเล่าเรื่องราวให้ฟัง รัตนากรไม่เชื่อ ทั้งสองถกเถียงกัน ในที่สุดรัตนากรถึงแม้ปากแข็งว่าไม่เชื่อ แต่ในใจก็คิดว่าจะลองสาวเรื่องดู โดยอัศวินบอกให้รัตนากรรู้ว่า กาญจนาไม่ต้องการให้รัตนากรวุ่นวายเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราช ทั้งสองคนจึงปกปิดการพบกันไม่ให้กาญจนารู้ โดยคิดว่าเรื่องราวกระจ่างเมื่อไหร่ค่อยบอกทีหลัง รัตนากรกลับไปที่บ้านเพื่อค้นหาดูว่า ดร.มานพ มีอะไรบ้างที่จะเป็นเบาะแส กาญจนาไม่พอใจไม่พูดด้วย รัตนากรตัดสินใจต้างที่บ้าน เพราะมีเอกสารมากมายที่จะต้องตรวจค้น ทั้งสองต่างไม่พูดกัน ต่างคนต่างทำงาน คืนนั้นมีคนร้ายกลุ่มหนึ่ง ลอบเข้ามาที่บ้านของดร.กาญจนา เพื่อค้นหาแผนที่ลายแทง กาญจนาตื่นมาพอดี ร้องเสียงดัง รัตนากรรู้ตัว เลยเข้ามาช่วยจัดการคนร้าย ต่อสู้ยิงกัน คนร้ายตายสอง หนีไปได้หนึ่ง อัศวินมาตรวจดูที่เกิดเหตุ ก็ได้พบจากศพของคนร้ายว่าคนร้ายพวกนี้เป็นคนละกลุ่มกับที่บุกบ้านเฮนรี เจมส์ ณ เวลานี้เอง ทั้งหมดก็ได้พบกับแฟนคนใหม่ของ กาญจนา เป็นไฮโซหนุ่มนักธุรกิจจบนอกชื่อ วรชัย ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง วรชัยได้ข่าวจากทีวี เลยรีบมาหากาญจนาด้วยความเป็นห่วง กาญจนาแนะนำให้อัศวินรู้จักเพียงคนเดียว โดยไม่สนรัตนากรที่ยืนอยู่ด้วย รัตนากรสังเกตุดูวรชัยรู้สึกไม่ถูกชะตา ที่ส่งสายตาจ้องรัตนากรอย่างสนใจ ทั้ง ๆ ที่กาญจนายืนอยู่ด้วย เวลาผ่านไป รัตนากรกับอัศวินร่วมกันสืบหาเบาะแสแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้งสองเริ่มคุยกันรู้เรื่อง ส่วนกาญจนาเองยังไม่สนใจรัตนากร แม้ว่ารัตนากรช่วยตน ยังคงวางเฉย เย็นชากับรัตนากรเช่นเดิม อัศวินกับรัตนากรช่วยกันสาวเรื่อง ทำให้มีเวลาได้คุยกันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต สมัยเด็ก ๆ จนกระทั่งเรื่องราวที่กาญจนาไม่พอใจรัตนากร อัศวินจึงเข้าใจรัตนากรมากขึ้นว่าทำไมถึงไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้าน ความจริง อัศวินสนใจรัตนากรมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก พอโตขึ้นรัตนากรไปเรียนต่อ และประจำอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยสาเหตุเรื่องเกี่ยวกับกาญจนา ทำให้ขาดการติดต่อไม่ค่อยได้พบกัน อีกทั้งอัศวินก็เดินทางบ่อย ๆ เพราะต้องไปสืบหามรดกของชาติที่ถูกขายไปหรือขโมยไปแล้วนำกลับมา ทั้งสองจึงห่างเหินกันไปพอได้พบกันอีก ความสัมพันธ์เก่าก็เริ่มเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวอัศวินพบว่ามีอยู่สามกลุ่มที่เกี่ยวกับเรื่องแผนที่คือกลุ่มนายเฮนรี่ เจมส์ หนึ่งกลุ่ม และกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ตนพบบุกบ้านนายเฮนรี่ เจมส์ ส่วนกลุ่มที่สามคือกลุ่มที่บุกบ้านของดร.มานพ ที่กาญจนาและรัตนากรยังอาศัยอยู่ร่วมกันตามแบบฉบับครอบครัวไทย แม้ว่าต่างคนต่างมีคอนโดส่วนตัวก็ตาม อัศวินร่วมติดตามสาวเรื่องกับรัตนากร เรื่องแผนที่บุกเข้าหาบุคคลสามกลุ่มจนตัวเองถูกลอบทำร้าย ถูกคนร้ายตามเก็บ บางครั้งก็ตามลำพัง บางครั้งก็ตอนที่อยู่ร่วมกันแต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง เพราะทั้งสองคนต่างก็มีฝีมือ การต่อสู้ร่วมกันทำให้ความสนิทสนมกันตอนเด็กหวนกลับคืนมาอีกครั้ง ทั้งสองเริ่มห่วงใยกันในอีกรูปแบบหนึ่งต่างคนต่างเก็บไว้ในใจ การเผชิญหน้ากับคนร้าย ทำให้อัศวินได้ข้อมูลกลุ่มคนร้ายที่บุกทำร้ายกาญจนาคือ กลุ่มคนจีนเป็นแก๊งมาเฟียใหญ่มาจากฮ่องกงชื่อ เจิ้งซา ได้รับคำสั่งบรรพบุรุษที่ต้องการเนตรนาคราชเช่นเดียวกัน เจิ้งซา เป็นตระกูลขุนนางกังฉินมีสมุนและเครือข่ายมากมายพร้อมที่จะมาแย่งชิงเอาเนตรนาคราชเอาไว้เป็นสมบัติของตระกูลและเพื่อความเป็นอมตะของตน เจิ้งซามีลูกสาวสวยจิตใจนักเลงเพราะตนบ่มสอนมากับมือชื่อ หลิน หลินต้องการพิสูจน์ฝีมือเพื่อให้เห็นว่าตนสามารถรับสืบทอดกิจการของพ่อได้ จึงอาสาเจิ้งซารับภารกิจครั้งนี้พร้อมนักฆ่าสาวสองพี่น้องชื่อหยกและปิงมาเป็นผู้คุ้มกันอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับอัศวินและรัตนากรทำให้ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ช่วยเหลือกัน และสนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว ถึงกระนั้นก็ยังถกเถียงความคิดเห็นขัดแย้งเรื่องงานกันอยู่ตลอดเวลา กาญจนา หลบมาอยู่ที่คอนโดของตนตามที่อัศวินแนะนำ เพื่อความปลอดภัย คืนหนึ่งรัตนากรได้รับโทรศัพท์ลึกลับ ว่าคนร้ายกำลังวางแผนที่จะไปชิงแผนที่จากดร.กาญจนา รัตนากรโทรไปหากาญจนาเพื่อเตือนแต่กาญจนาเห็นว่าเป็นเบอร์ของรัตนากรเลยไม่ยอมรับสาย กาญจนาอยู่ที่คอนโดเห็นรูปภาพของตนและรัตนากรที่ถ่ายไว้กับดร.มานพ สามคนในตอนโตหลังจากมารดาเสียไปแล้วมาดู ขณะนั้นมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาเค้นหาความจริงเรื่องแผนที่อีก รัตนากรมาถึงพอดีจึงเขาขัดขวางเกิดการต่อสู้กัน คนร้ายมีจำนวนมาก รัตนากรกับกาญจนาจึงเริ่มเสียเปรียบ แต่แล้วก็มีสาวสวยลึกลับโผล่มาช่วยไว้ จนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไป รัตนากรกับกาญจนาได้เผชิญหน้ากับสาวสวยแต่ยังไม่ทันได้คุยสอบสวน สาวสวยก็พรวดหายไป รัตนากรตรวจดูร่างของคนร้าย พบว่าอาวุธที่สาวสวยใช้ คือ ลูกธนู ที่ยิงจากหน้าไม้ขนาดกลาง สาวสวยเป็นใคร มาจากใหน รัตนากรพบแต่ความมืดมน อัศวินรีบมาตรวจดูและพบว่าเป็นพวกของมาเฟียจีน เจิ้งซา นั่นเอง ในขณะเดียวกันวรชัยมาโผล่มาพร้อมบอดี้การ์ดสองสามคนที่จ้างมา เพื่อคุ้มกันกาญจนา เพราะคิดว่าอัศวินกับรัตนากรนำอันตรายมาสู่กาญจนา รัตนากรกับอัศวินรำคาญจึงขอตัวกลับ วรชัยอยู่เป็นเพื่อนครู่หนึ่ง กาญจนาก็ไล่กลับบอกว่าต้องพักผ่อน วรชัยกลับไปแต่ยืนยันที่จะทิ้งบอดี้การ์ดของตนไว้คอยดูแลกาญจนา กาญจนาเก็บข้าวของเกลื่อนกลาดรวมทั้งรูปที่แตกกระจาย และได้พบว่ามีกระดาษโผล่มาจากด้านหลังของรูป ซึ่งเป็นแผนที่จริงที่บ่งจุดหมายสำคัญอยู่ในเขตป่าลึกแถวตะเข็บชายแดนพม่า เลียบแม่น้ำโขงไปจนถึงเครื่องหมายวงกลม ซึ่งไม่ได้บ่งว่าเป็นที่ใด มีจดหมายของดร.มานพถึงดร.กาญจนา ว่าแผนที่นี้คือเส้นทางที่จะนำไปสู่เนตนาคราชที่สูญหายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนกาญจนาเรียกอัศวินมาปรึกษา ต่างลงความเห็นว่าจะต้องเดินทางไปตามแผนที่ตามจุดประสงค์ของดร.มานพ เพื่อค้นหาความจริง กาญจนาจึงแจ้งไปยังคณะกรรมการกลุ่มนำมรดกคืนชาติว่าตนมีเบาะแสเรื่องเนตนาคราช ทางคณะกรรมการซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนสนิทของดร.มานพและเชื่อใจในผลงานของดร.มานพ มาแล้วจึงได้ระดมทุนให้เป็นการเดินทางออกไปนำเนตรนาคราชคืนกลับมาให้ได้ ภายในวัน 15 ค่ำ เดือน 11 ของปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกสิบเดือนเท่านั้น กาญจนาได้ให้อัศวินเป็นผู้รวบรวมคณะเดินทางซึ่งมีนายแพทย์นพดล เพื่อนสนิทของทุกคนที่รู้จักกาญจนาและรัตนากรเป็นอย่างดี อัศวินให้รัตนากรมาร่วมทางด้วย โดยอ้างกับกาญจนาว่าต้องการคนที่มีฝีมือมาช่วยเพราะการเดินทางย่อมมีอันตรายจากกลุ่มคนหลายกลุ่มที่ต้องการแผนที่ กาญจนาไม่พอใจ แต่ก็ต้องจนด้วยเหตุผล วรชัยซึ่งเป็นแฟนของกาญจนาขอติดตามมาด้วย อ้างว่าเป็นห่วงกาญจนา และตนเองก็มีฝีมือในด้านยิงปืนล่าสัตว์ ดูแลตัวเองได้ รัตนากรคัดค้านว่าไม่สมควร การที่รัตนากรคัดค้านนี่เองทำให้กาญจนาต้องการเอาชนะ จึงตัดสินใจให้วรชัยร่วมทางอัศวินแจ้งให้เพื่อนสนิทของตนชื่อ ชาติ อดีตนายทหารพราน ซึ่งเชี่ยวชาญทางด้านแกะรอยเดินป่าและมีฝีมือในการต่อสู้ร่วมเดินทางไปด้วย โดยจะไปพบกันที่กาญจนบุรี พร้อมด้วย อิทธิ เพื่อนของชาติ ซึ่งเป็นเพื่อนทหารพรานด้วยกัน เชี่ยวชาญในด้านแกะรอยและระเบิด ทั้งสองคนจะเตรียมทีมมาช่วยระวัง และคุมคนขนสัมภาระอุปกรณ์ต่าง ๆ เฮนรี เจมส์ รู้ข่าวเรื่องนี้ จึงเรียกมือขวาของตนมาติดตามขบวนของอัศวินซึ่งเป็นชาวเอเชียอเมริกัน อดีตเนวีซีลผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบชื่อ โจชิง ได้ยินว่า โจซิง ผู้นี้คือหนึ่งในทีมเนวีซีลที่บุกเข้าไปสังหาร บินลาดิน โจซิง มีมือรองอดีตกองโจรทหารเวียตกง เชี่ยวชาญการแกะรอย หลบซุ่ม ซ่อนตัว แบบกองโจร ชื่อ เวจาง นำทีมติดตามบุกเพื่อหาทางชิงแผนที่มาให้ได้ ขบวนของอัศวินครบออกเดินทางมาพบกับชาติและอิทธิที่กาญจนบุรี พร้อมลูกทีมและอุปกรณ์นานาชนิด ในขณะที่พักที่โรงแรมก็ถูกจับตามองจากคนแปลกหน้าอีกสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนจีนที่อัศวินจำได้ แต่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อัศวินคาดเดาว่าอาจจะเป็นกลุ่มที่บุกบ้านของ เฮนรี เจมส์ และที่หน้าแปลกใจก็คือรัตนากรเห็นสาวสวยแปลกหน้าที่มาช่วยตนที่คอนโดของกาญจนาอีกด้วย รัตนากรเก็บความสงสัยไว้ในใจไม่ได้บอกอัศวิน เพราะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด อัศวินเห็นสถานการณ์ล่อแหลมจึงให้ขบวนเดินทางออกจากตัวเมืองทันที และให้ชาติหาเส้นทางที่เหมาะสมและปลอดภัยยากต่อการโจมตี จนถึงสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งค่ายพักในยามค่ำคืน เหตุการณ์เป็นปรกติในสองสามวันแรกของการเดินทาง กาญจนาและรัตนากรยังคงห่างเหินกัน ส่วนใหญ่เป็นที่กาญจนามากกว่า วรชัยเป็นตัวป่วนไม่หยุด ถือว่ากาญจนาเป็นเจ้าของขบวน ชอบยิงเป้ายิงปืนโดยพละการเพื่อความสนุก กินเหล้าที่เอาติดมาออกนอกเส้นทางตามสัตว์ อัศวินในที่สุดต้องเด็ดขาดกับวรชัย ทำให้วรชัยไม่พอใจ พอนำเรื่องไปบ่นกับกาญจนา กาญจนาก็ไม่ฟังและยืนยันว่าอัศวินเป็นผู้นำและมีสิทธิ์ออกคำสั่งคนเดียวเท่านั้น ทำให้วรชัยจ๋อยไป แต่ก็คงความไม่พอใจเอาไว้ ชาติและอิทธิคุมเข้ม จับตาดูเหตุการณ์อย่างเชี่ยวชาญ รัตนากรถึงแม้จะเชี่ยวชาญการสอบสวนและต่อสู้ แต่ไม่มีความชำนาญป่า จึงได้แต่ทำตามไม่ก่อเรื่อง บางครั้งก็ร่วมกลุ่มสังสรรค์กับชาติและอิทธิและทีมงาน อัศวินเห็นก็นึกชมอยู่ในใจ ที่รัตนากรติดดินเข้ากับทีมได้ดี แต่แล้วขบวนของอัศวินก็ถูกโจมตีในยามค่ำคืน เกิดการต่อสู้กัน แต่สุดท้ายฝ่ายบุกก็พ่ายแพ้ถอยไป อัศวินรู้ว่าเป็นกลุ่มของ เฮนรี เจมส์ จากอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ ทั้งหมดจึงวางแผนเดินทางอย่างรอบคอบ มีการระวังป้องกันอย่างเต็มที่ อีกครั้งที่รัตนากรเห็นสาวสวยลึกลับปรากฏอยู่ห่าง ๆ แล้วก็หลบหายไป โจซิงไม่พอใจที่ทีมทำงานพลาดและสูญเสียคน จึงสั่งทั้งคนทั้งอาวุธมาเพิ่ม เพื่อที่จะหาทางบุกแย่งชิงแผนที่ให้ได้ การเดินทางเริ่มลำบากขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ทั้งภัยธรรมชาติ ไข้ป่า ภาพหลอน หลงทาง ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นอาถรรพ์ของเนตนาคราช ที่เล่าสู่กันมาว่า ใครก็ตามที่เข้าใกล้และต้องการครอบครองเนตนาคราชมักจะมีอันเป็นไป ในระหว่างการพักแรม วรชัยแอบออกไปว่ายน้ำ แม้จะถูกเตือนให้ระวัง สุดท้ายถูกกลุ่มคนร้ายจับไป และทิ้งจดหมายให้อัศวินเอาแผนที่ไปแลกกับชีวิตของวรชัย เป็นกลุ่มของเฮนรีนั่นเองอัศวินกับชาติและอิทธิ จึงวางแผนบุกเข้าชิงตัววรชัย โดยแกล้งทำทีว่าจะเอาแผนที่ไปแลก แล้วซ้อนแผนแย่งตัววรชัยมาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาที่ค่าย พยายามจะจับตัวกาญจนา แต่รัตนากรโชว์ฝีมือและพากาญจนาหลบหนีออกมาจากค่ายได้ทันท่วงที แต่คนทั้งสองต้องหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึก อัศวินกลับมาพบร่องรอยการจู่โจม และพบว่ากาญจนากับรัตนากรหายไป อัศวินโมโหซัดวรชัย เข้าหนึ่งหมัดที่เป็นต้นเหตุ แล้วรีบจัดขบวนติดตาม แต่ก็ให้อิทธิอยู่คอยระวังวรชัย และค่ายเพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำสอง รัตนากรพากาญจนาหลบหนีคนร้ายเข้าป่าลึก พวกคนร้ายตามล่า กาญจนาเริ่มเห็นว่าพี่สาวห่วงตน เริ่มลดทิฐิลงบ้างในขณะที่จนมุมสาวสวยลึกลับก็โผล่มาช่วยก่อกวนคนร้ายจนเสียขบวน โดยมีอาวุธเป็นหน้าไม้แบบทันสมัย จนกระทั่งขบวนของอัศวินกับชาติตามมาทันจัดการกับคนร้าย จนพวกที่เหลือต้องเตลิดหนีกลับไป ส่วนสาวลึกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดิม อัศวินพาสองสาวกลับมาถึงค่ายด้วยความปลอดภัย วรชัยเข้ามาขอโทษกับกาญจนา กาญจนาแม้ว่าจะไม่พอใจวรชัยแต่ก็เห็นว่าวรชัยถูกซ้อมเจ็บตัวพอแล้วจึงไม่เอาเรื่อง แต่รัตนากรไม่พอใจวรชัย และย้ำว่าถ้าวรชัยก่อเรื่องอีก จะเล่นงานวรชัยด้วยตัวเอง ทำให้วรชัยไม่พอใจกาญจนามาพบรัตนากรและเอาแผนที่มาให้รัตนากรเป็นผู้ถือไว้แทนตน เพื่อความปลอดภัยของแผนที่ นับว่าเป็นก้าวแรกที่กาญจนาเข้าหารัตนากร รัตนากรจึงรับปากว่าจะเก็บแผนที่ไว้เป็นอย่างดี เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองยิ้มให้กัน แม้ว่าจะเล็กน้อยอัศวินเห็นเหตุการณ์ คิดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีระหว่างพี่น้องสองคน รัตนากรคุยกับ อัศวินถึงกลุ่มคนที่มาล่าตัวกาญจนาและสาวสวยที่มาช่วย อัศวินกับชาติพบว่าเป็นกลุ่มมาเฟียคนจีนที่มาจากฮ่องกง คุมเกมโดย หลิน ส่วนสาวสวยที่มาช่วยนั้นยังคาดการไม่ถูก แต่สันนิษฐานว่าต้องมีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอย่างน้อยก็ยังโชคดี ที่ไม่ได้ทำตัวเป็นศัตรู โจซิง เห็นว่าพวกตนได้รับความล้มเหลวและสูญเสีย รีบรายงานให้เฮนรีรู้ เฮนรีจึงวางแผนใหม่ให้กลุ่มหนึ่งแยกไปติดตามคอยแยกชิงแผนที่แบบกองโจรถ้ามีโอกาสอีกกลุ่มหนึ่งติดตามไปเรื่อย ๆ รอจังหวะให้กลุ่มของอัศวินพบเนตนาคราชก่อน แล้วหาทางปล้นแย่งมา ส่วนหลินได้ประมือกับอัศวิน และเกิดความพึงใจในอัศวินเงียบ ๆ จึงวางแผนที่จะสกัดกลุ่มของเฮนรีแทนที่จะบุกโจมตีกลุ่มของอัศวิน รอโอกาสให้กลุ่มของเฮนรีได้แผนที่มาก่อน ค่อยชิงจากเฮนรีอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายกับอัศวิน ในระหว่างการเดินทางมีการปะทะกันระหว่างสามกลุ่มอยู่บ่อย ๆ อัศวินก็มีโอกาสช่วยหลินให้พ้นจากฝีมือของ โจซิง ด้วยความบังเอิญทำให้หลินยิ่งประทับใจในตัวอัศวินมากขึ้น แต่หลินก็สังเกตุเห็นว่าอัศวินกับรัตนากรมีความห่วงใยซึ่งกันและกัน จึงคิดจะหาทางกำจัดรัตนากรทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ในที่สุดขบวนก็มาถึงจุดหมายตามแผนที่ที่บ่งไว้ แต่สิ่งที่พบกับเป็นแผนที่อีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเส้นทางการเดินทางที่ซับซ้อนลึกเข้าไปอีก อัศวินให้รัตนากรเป็นคนเก็บแผนที่ใหม่เช่นเดิม กาญจนาเริ่มคุยกับรัตนากรมากขึ้น วรชัยไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักเพราะไม่มีใครเกรงใจหรือสนใจตนเหมือนอย่างตอนแรก ๆ ที่ทุกคนเกรงใจเพราะเป็นแฟนของกาญจนา ทุกคนพบว่าสัญญาญวิทยุหรือการติดต่อต่าง ๆ กลับขาดหายไปอย่างไม่มีเหตุผล ทำให้ยากยิ่งต่อการระมัดระวังศัตรูที่พร้อมจะบุกเข้าจู่โจมตลอดเวลา มีเสียงพึมพำคุยกันในกลุ่มว่าเป็นเพราะอาถรรพ์ของเนตนาคราช ทำให้ทุกคนหลงเข้ามาอยู่ในดินแดนที่ลึกลับแห่งนี้ขบวนของทั้งสามกลุ่มต่างพบกับเส้นทางวิบาก การเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องหยุดรักษา เสียเวลาในการเดินทาง กองโจรของโจซิง นำโดย เวจาง ฉวยโอกาสเข้าบุก อัศวิน มีตอนหนึ่งพวกมันบุกเข้าถึงตัวกาญจนา หมายฆ่าโดยยิงปืนเข้าใส่ แต่ชาติเอาตัวเข้ามาบังไว้ได้ทันท่วงที กระสุนถูกชาติที่หัวไหล่ ในขณะคับขันสาวสวยคนเดิมก็พาคนมาช่วยสกัดและไล่กลุ่มของพวกของเวจางไปจนหมด ความจริงชาติในระหว่างเดินทางได้สนใจกาญจนา แต่ไม่กล้าแสดงออกได้แต่เก็บไว้ในใจ เนื่องด้วยกาญจนามี วรชัย ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเผลอแสดงตัวปกป้องออกมาเป็นที่สังเกตของวรชัย และ รัตนากรซึ่งอยู่ในเหตุการณ์พอดี แม้ว่าชาติจะกลบเกลื่อนทำทีว่าเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องป้องกันทุกคนก็ตาม สาวสวยได้แนะนำตนเองว่าชื่อ โรส เป็นทายาทของกลุ่มผู้พิทักษ์เนตรนาคราช ที่คอยติดตามหาเนตรนาคราชมาหลายชั่วอายุคนแล้ว โรสจบการศึกษามาจากอเมริกาทางด้านบริหารธุรกิจ พอกลับมาเมืองไทยก็ช่วยกิจการของทางบ้านในการท่องเที่ยว ซึ่งมีโรงแรมหลายแห่งอยู่ตรงสามเหลี่ยมทองคำ มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อ อิฐ เป็นอดีตตำรวจตระเวณชายแดนเช่นเดียวกับชาติและอิทธิพอได้ข่าวว่ามีขบวนเดินทางมาหาเนตรนาคราช จึงรวบรวมผู้คนออกติดตาม อิฐและโรสรู้จักชื่อเสียงของอัศวินว่าเป็นคนดี จึงเข้าช่วยเหลือ พ่อของโรสเป็นนักเลงเก่า โรสจึงได้วิชาหมัดมวยการต่อสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กอีกทั้งมีอิฐช่วยฝึกฝนเชิงการต่อสู้ให้เพื่อเตรียมตัวรับภารกิจของกลุ่มพิทักษ์เนตนาคราช ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ทุกครั้งที่มีเวลา จึงพอชำนาญป่าอยู่มั่ง หน้าไม้เป็นกีฬาชอบมาตั้งแต่อยู่อเมริกา จึงยิงแม่นและชำนาญ ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ทำความเข้าใจกันและจะช่วยเหลือกันต่อต้านกลุ่มมาเฟียจีน และพวกของเฮนรี โดยโรสจะร่วมเดินทางไปด้วย แต่อิฐจะคอยติดตามดูห่าง ๆ คอยระวังรอบนอกให้ ขบวนของอัศวินเดินทางต่อไป โรสน่ารัก ติดดิน เข้ากันได้กับทุกคน อิทธิพึงใจในตัวโรสทันทีที่ได้เห็น ทำให้ขบวนการเดินทางมีความรักที่ก่อตัวขึ้นมา จากหลายคนด้วยกันคือ อัศวินกับรัตนากร ชาติแอบพึงใจกาญจนาแม้ว่ากาญจนาจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม และอิทธิแอบพึงใจในตัวโรส แต่แล้วการเดินทางก็ผ่านเข้าสู่แดนมรณะ ตามที่แผนที่บ่งไว้ ทุกคนพบสิ่งประหลาดที่ไม่คาดฝัน เหนือธรรมชาติเหนือความจริง วิญญาณป่า ฯลฯ ทำให้การเดินทางพบกับความลำบาก เสี่ยงชีวิต เลือดตาแทบกระเด็น ต่างยิ่งเริ่มเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ของเนตรนาคราช ซึ่งจะนำความวิบัติมาสู่ทุกคน แต่แล้วขบวนก็ได้พบกับกลุ่มลูกหลานของผู้มีอาคมที่ไปขโมยเอาดวงตาพญานาค (เนตรนาคราช) มาในอดีตเพื่อนำกลับไปคืนเช่นกัน เพราะเนตรนาคราชนอกจากทำให้ผู้มีอาคมถึงกับเสียดวงตาคนละหนึ่งข้างโดยไม่มีสาเหตุแล้ว ก็ยังทำครอบครัวของตระกูลมีอันเป็นไปต้องได้รับทุกข์ทรมานเพราะลูกหลานที่เกิดมาล้วนสายตาพิการหนึ่งข้างทั้งสิ้น กลุ่มนี้นำโดยลูกชายรุ่นหลังสุดคือ เคน ซึ่งเป็นมาเฟียคุมพื้นที่ป่าแถบสามเหลี่ยมทองคำทางใต้ เคนได้รับรายงานเรื่องคณะต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามาค้นหาเนตรนาคราชจึงรวบรวมผู้คนพร้อมชิงเนตรนาคราชให้ได้ แต่กลับคิดจะขายเอาเงินมากกว่าที่นำไปคืนตามความต้องการของบรรพบุรุษของตน เคนแยกตัวออกเดินทางตามลำพัง ไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายใด อัศวินจำได้ว่าเคนคือกลุ่มที่บุกบ้านของเฮนรีในตอนแรก จึงไม่ค่อยจะไว้ใจนัก จับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดได้เดินทางเผชิญความลำบาก ต่อสู้ แย่งชิง กันตลอดระยะเส้นทาง ต่างฝ่ายต่างสูญเสียโดยเฉพาะฝ่ายของ เฮนนี่และฝ่ายของมาเฟียจีน เจิ้งซาจนในที่สุดก็ถึงจุดหมาย (อยู่บนยอดเขาสูงลึกลับที่มีแอ่งน้ำลึกเพราะเนตรนาคราชต้องเก็บไว้ในน้ำ) พบเนตนาคราชแต่วรชัยกลับหักหลัง จับกาญจนาไว้ใช้ปืนขู่ฆ่ากาญจนาจนทุกคนต่องยอมปล่อยให้พวกของเฮนรีเข้ามาเอาเนตรนาคราชไปได้ ความจริงตอนที่วรชัยถูกโจซิงจับไป ด้วยความไม่พอใจกลุ่มของอัศวิน เลยตกลงร่วมมือกับโจซิง โดยหวังได้ส่วนแบ่ง พวกโจซิงระเบิดถ้ำขังทุกคนไว้และฆ่าวรชัยตาย พร้อมนำเนตนาคราชกลับไปให้เฮนรี แต่สุดท้ายอิฐก็นำคนมาช่วยปล่อยทุกคนออกมาได้ ทุกคนเร่งติดตามที่จะเอาเนตรนาคราชกลับคืน เพราะวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ใกล้เข้ามาแล้วเหลือเวลาไม่ถึง 10 วัน ขบวนของโจซิงมาหยุดรอ กองกำลังเสริมที่เฮนรีจะส่งมารับเนตนาคราชที่สามเหลี่ยมทองคำ เคนนำคนของตนเข้าบุกหมายแย่งชิงเช่นเดียวกับคนของมาเฟียจีน เจิ้งฟา เกิดการปะทะกันหลายฝ่าย แต่แพ้ฝ่ายของเฮนรีซึ่งเตรียมกำลังคนมามากมาย เคนหนีมาได้แต่ถูกอิฐสังหารเพราะรู้ว่าเคนไม่คิดจะนำเนตรนาคราชกลับไปคืน ท่ามกลางความชุลมุน เฮนรีได้เนตรนาคราชอยู่ในมือ ในที่สุดเฮนรีนำเนตรนาคราชขึ้นรถออกจากสามเหลี่ยมทองคำมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ตนเตรียมไว้ในป่าที่ลับแห่งหนึ่ง แต่อัศวินกับ พวกตามมาทันจึงเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด ชาติ อิทธิ โรส บุกเข้าสกัดมือปืนของ เฮนรี เปิดทางให้อัศวินและรัตนากรเข้าถึงตัวเฮนรี โจซิง และเวจาง อัศวินกับรัตนากรบุกเข้าไปถึงตัวต่อสู้กับโจซิงและเวจางจนแย่งเนตรนาคราชจากเฮนรีจนได้ แต่ในขณะที่ออกมาก็พบกับหลินและนักฆ่าสาวหยกกับปิง เกิดการต่อสู้กัน หยกกับปิงเสียชีวิตแต่รัตนากรไว้ชีวิตหลิน ในที่สุดอัศวินกับรัตนากรก็ได้เนตรนาคราช ทั้งสองรีบเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของเฮนรี มุ่งไปยังแม่น้ำโขง แต่พวกของเฮนรียิงปืนสาดถูกเฮลิคอปเตอร์เสียหายอย่างหนัก แต่อัศวินก็บังคับไปถึงเหนือแม่น้ำโขงจนสำเร็จ เห็นแม่น้ำโขงปั่นป่วนเริ่มลุกเป็นไฟจากเบื้องบน ทั้งสองเห็นเงามหึมาลำตัวยาวปรากฏอยู่ใต้น้ำ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์จะระเบิด อัศวินกับรัตนากรต่างถือเนตนาคราชในมือคนละดวง พุ่งออกจากเฮลิคอปเตอร์ลงน้ำได้ทันท่วงที อัศวินและรัตนากรปล่อยให้เนตรนาคราชจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำโขง อัศวินกับรัตนากรถูกแม่น้ำโขงที่ปั่นป่วนร้อนเป็นไฟพัดพาอยู่ท่ามกลางเงามหึมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ชาติและอิทธิเอาเรือเร็วบึ่งออกไปช่วยไว้ได้ทันท่วงที โดยมีกาญจนากับโรสและอิฐเฝ้าระวังคอยดูอยู่ที่ชายฝั่ง หลายนาทีผ่านไปแม่น้ำโขงก็ค่อยสงบลง ชาติและอิทธินำเรือกลับเข้ามาพร้อมด้วยอัศวินและรัตนากรได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองต่างเดินเข้าสู้อ้อมแขนของกันและกันท่ามกลางเสียงเฮของทุกคนยามค่ำคืนอิฐและโรสจัดงานกองไฟเลี้ยงฉลองทุกคน ชาติเปิดเผยความในใจต่อกาญจนาเช่นเดียวกับอิทธิและโรส แน่นอนอัศวินและรัตนากรต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันท่ามกลางเสียงเฮของผู้คนมากมายจากกลุ่มพิทักษ์ และกลุ่ม บรรพบุรุษ ต่างร่วมกันฉลองที่เนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ทั้งหมด ยืนมองแสงจากลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาจากแม่น้ำโขง เสียงเฮจากผู้คนมากมายแห่กันมาชมเทศกาลนี้ ทุก ๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อัศวินและทุกคนคิดว่า ลูกไฟที่พุ่งขึ้นมาครั้งนี้สว่างสดใสมากกว่าทุกครั้ง เป็นแสงที่เย็นตาอย่างประหลาด คงเป็นเพราะเนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของแล้วนั่นเอง พลุสวยงามถูกจุดขึ้นเป็นประกาย เต็มท้องฟ้า ติดตามชม ละครเนตรนาคราช ได้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร เนตรนาคราช ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบท อัศวิน จีระนันท์ มะโนแจ่ม รับบท รัตนากร ชนะพล สัตยา รับบท ชาติ กวิตา จินดาวัฒน์ รับบท ดร.กาญจนา ธัญญ์ ธนากร รับบท อิทธิ รฐกร สถิรบุตร รับบท โรส นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท หมอนพดล กรเศก โคร์นิน รับบท วีรกิจ สุรวุฑ ไหมกัน รับบท วรชัย วินัย ไกรบุตร รับบท เคน โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบท เฮนรี เจมส์ จรัล น้อยลำ รับบท เวจาง ธันย์ณภัทร ศิริมาตย์ รับบท อังโซะ ลสิสา สนธิรอด รับบท หลิน

ซูเปอร์แมน โชว์เจ๋งลิ่ว/น้องครีม พลาดท่าร่วงขนไก่ฮ่องกงโอเพน
กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล /  จงกลพรรณ กิติธรากุล / 

การแข่งขันแบดมินตัน ระดับซูเปอร์ซีรี่ส์ รายการสุดท้ายของปี “โยเน็กซ์-ซันไรส์ ฮ่องกง โอเพน 2014” ณ เมืองเกาลูน ฮ่องกง เมื่อวันที่ 19 พ.ย.57 เป็นการแข่งขันรอบแรก ซึ่งมีนักตบลูกขนไก่ไทยลงสนามครบทุกประเภท โดยประเภทชายเดี่ยว ซูเปอร์แมน บุญศักดิ์ พลสนะ นักตบเบอร์ 1 ของเมืองไทย ไล่ต้อนเอาชนะ เกา หยวน ไปได้อย่างง่ายดาย 2 เกมรวด 21-11, 21-16 ผ่านเข้าไปดวลกับ หวัง เซิ่น หมิง มือ 5 ของรายการ ที่เอาชนะ เคนโตะ โมโมตะ 21-19, 21-16 ด้านประเภทหญิงเดี่ยว น้องครีม บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธ์ รองแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด พลาดท่าแพ้ พูซาร์ลา เว็นกาตา สินธุ จากอินเดียไป 1-2 เกม 15-21, 21-16 และ19-21 ตกรอบไปแบบน่าเสียดาย ประเภทหญิงคู่ จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ รวินดา ประจงใจ  เอาชนะ ยู หลิน กับ หยู่ เวน ควู จากไต้หวัน ไปได้ 2-0 เกม 21-15, 21-15 และดวงอนงค์ อรุณเกษร กับ กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล แพ้ ยูกิ ฟูกุชิม่า กับ ซายากะ ฮิโรตะ ไป 2 เกมรวด 18-21, 14-21 ประเภทคู่ผสม ต้นน้ำ นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร กับ น้องเอิร์ธ พุธิตา สุภจริกุล พลาดท่าพ่าย ยู ยอน ซอง กับ เอม ฮยี วอน จากเกาหลีใต้ ไป 2 เกมรวด 17-21, 25-27 และเจ้าเอ มณีพงศ์ จงจิตร กับ ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย แพ้ ไค ลู่ กับ ยีควิง ฮัว จากจีนไป 2-0 เกม 17-21, 11-21

อาหารวันพ่อที่ห้องอาหารจีนซัมเมอร์ พาเลซ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
วันพ่อ

ส่งมอบความรักฉลองวันพ่อด้วยอาหารรสเลิศจากห้องอาหารจีน “ซัมเมอร์ พาเลซ” (Summer Palace) อาหารวันพ่อที่ห้องอาหารจีนซัมเมอร์ พาเลซ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ขอเชิญร่วมฉลองวันพ่อ วันแห่งความทรงจำพร้อมกับคนที่คุณรักและเคารพ ด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษ พร้อมด้วยบริการระดับห้าดาวสุดประทับใจ ณ ห้องอาหารจีนซัมเมอร์ พาเลซ (Summer Palace) โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงทพฯ ในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2557 ซัมเมอร์ พาเลซ โดยเชฟ กอ เอง ยิว ขอชวนคุณลูกๆส่งมอบช่วงเวลาสุดประทับใจให้คุณพ่อและครอบครัวจะได้อิ่มอร่อยไปกับเซทอาหารจีนสุดพรีเมียม 5 คอร์ส สำหรับ 4 ท่าน ในราคาเพียง 988++ บาทต่อท่าน พิเศษเฉพาะวันพ่อ สำหรับคุณพ่อทานฟรีเมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป (มา 5 ท่าน จ่าย 4 ท่าน) เลือกอิ่มอร่อย จากสองเซท ดังนี้ เซท 1: ออร์เดิร์ฟร้อนและเย็น, ซุปเป็ดเกี๊ยวกุ้งและเห็ดชิเมจิ, หมูกรอบซอสเปรี้ยวหวาน, ข้าวผัดเป็ดและแฮมสับปะรด หรือ บะหมี่เสฉวน และบัวลอยถั่วกับลำไยแห้ง เซท 2: ออร์เดิร์ฟสามเซียน, ซุปปลาข้นไข่ขาว, เป็ดย่างอบหม้อดินซอสเอ็กซ์โอ, ข้าวผัดไก่คะน้าปลาเค็ม หรือ ก๋วยเตี๋ยวผัดแห้งทะเล และสาคูมะม่วงในลูกมะพร้าว เปิดให้บริการเวลา 11:30 - 14:30 น. (สำหรับมื้อกลางวัน) และเวลา 18:00 - 22:30 น. (สำหรับมื้อเย็น) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่ง โทร 02 656 0444 ต่อ 6434 หรือ www.icbangkok.com

ขนไก่ไทย ฟอร์มแจ่มเก็บชัย4นัดรวดแบดมินตันเอเชียตาคัพ
กรุงจาการ์ตา /  ต้นน้ำ / 

การแข่งขันแบดมินตัน รายการ เอเชียตา คัพ 2014 ชิงเงินรางวัลรวม 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 32,000,000 บาท) รอบแรก ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย แข่งแบบพบกันหมด โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน รอบแรก นัดที่สี่ โดย ทีมชาติไทย ที่ชนะมาก่อนหน้านี้ 3 นัดรวด พบกับ แชมป์เก่า มาเลเซีย ปรากฏว่า ประเภทชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข พ่าย ดาเรน เหลียว ไป 2 เกมรวด 18-21, 9-21 จากนั้นประเภทหญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ก็มาเอาชนะ ตี จิง ยี่ ไปได้ 2 เกมรวด 21-6, 21-9 ทำให้ ขนไก่ไทย ตีเสมอ มาเลเซีย 1-1 คู่ ประเภทชายคู่ เอ มณีพงศ์ จงจิตร กับ ต้นน้ำ นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร ชนะ ฮูน เทียน ฮาว กับ ตัน วี เคียง 2 เกมรวด 21-13, 21-15 ทำให้ ขนไก่ไทย ขึ้นนำ 2-1 คู่ ก่อนที่ประเภทคู่ผสม เต่า สุดเขต ประภากมล กับ ส้ม สราลีย์ ทุ่งทองคำ จะมาชนะ ตัน เอี๊ยะ กวง กับ ง๊อก ฮุย หลิน ไป 2-0 เกม 21-19, 21-15 ส่งผลให้ ขนไก่ไทย เอาชนะ 3-1 คู่ ส่งผลให้ ขนไก่ไทย มีชัยทั้ง 4 นัดที่ลงสนาม โดยการแข่งขันนัดต่อไปจของ ขนไก่ไทย จะต้องดวลกับ ทีมรวมดาราเอเชีย ในวันที่ 1 ธ.ค.57 เวลา 18.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี
อารยธรรมโบราณ /  อุทยานแห่งชาติผาแต้ม / 

แท้จริงแล้วในฤดูหนาวของประเทศไทย ไม่ได้มีแค่ภาคเหนือและอีสานตอนบนเท่านั้นที่มีอากาศหนาว แต่ภาคอีสานตอนล่างเยื้องๆ ตะวันออก อย่าง จ.อุบลราชธานี ก็หนาวไม่แพ้กัน วันนี้ Travel.mthai.com จะพาคุณไปเที่ยวหน้าหนาวที่นี่กัน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ย้อนรอยอารยธรรมโบราณ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แรกในสยาม ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีเนื้อที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย  อีกทั้งยังได้มีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000 - 4,000 ปี ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่บริเวณผาขาม ผาแต้ม ผาเจ็ก ผาเมย และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว และเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี     ประวัติความเป็นมา ในอดีต ชาวบ้านท้องถิ่นที่ทำกินในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ป่าภูผา น้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าไปในป่าดังกล่าว เนื่องจากมีความเชื่อว่า “ผาแต้มเป็นเขตต้องห้าม ภูผาเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์นักเป็นภูผาแห่งความตาย ใครล่วงล้ำเข้าไปมักมีอันเป็นไป   อาจเจ็บไข้หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ” พื้นที่ป่าภูผาบริเวณผาแต้มได้ถูกเปิดเผยจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เมื่อคณะอาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชามนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้มาทำการสำรวจและค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม ท้องที่บ้านกุ่ม  ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบกับสภาพป่าในบริเวณใกล้เคียงยังอุดมสมบูรณ์  จึงได้ทำหนังสือบันทึกจากภาควิชาฯ ลงวันที่   26 พฤษภาคม พ.ศ.2524 เสนอต่อ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ขอให้จัดตั้งป่าภูผาในบริเวณผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อดูจากแม่น้ำโขงจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ แต่ในบริเวณที่เป็นหน้าผา จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝีมือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายตามความยาวของหน้าผาติดต่อกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไม่ต่ำกว่า 300 ภาพ ซึ่งเป็นจำนวนภาพเขียนสีโบราณที่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทยและในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกมากมาย เช่น เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด ถัดจากเสาเฉลียงขึ้นไปบนเนินเขา ก็จะเป็น ลานหินแตก เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยน้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เรียกได้ว่า ไปเที่ยวผาแต้มครั้งนึง ท่านจะได้ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน ควรค่าแก่การท่องเที่ยวมากครับ เพราะในประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะนี้เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม โทร. 045 318 026 , 045 246 332 เรียบเรียงโดย : Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : oknation.net, bloggang.com, clonedbabies.com,jakkaphattour.com,  unseeninthai.com, kodhit.com

ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์
unseen /  ดอย / 

ดอยมวยก้นหอย (Puge County) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากตัวเมืองนครซีชางไปทางใต้ 30 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 ตารางก.ม. ส่วนที่เป็นเขตทัศนียภาพสำคัญกิน พื้นที่ 1,083 ตารางก.ม. ในภาษาชนชาติหยีเรียกดอยมวยก้นหอยว่า “อันฮาโป” มีความหมายว่ายอดเขา 500 ลี้ หรือยอดเขานิ้วมือทั้งห้า เป็นภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ดอยมวยก้นหอย หุบเขาธรรมชาติมหัศจรรย์ ยอดเขาหลักชื่อ เยเอ๋อเอ่อฮา มีความสูง 4,359 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าลอยเด่นเป็นสง่าในหมู่ยอดเขา ธรรมชาติได้แกะสลักให้ดอยมวยก้นหอยหลัวจี้ซานมี รูปลักษณ์มหัศจรรย์ชวนให้หลงใหล โดยมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปดั่งปิระมิด เหมือนหอยโข่งคว่ำ และ คล้ายมวยผมของสตรีโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อดอย มวยก้นหอย ซึ่งภาษาจีนเรียกว่าหลัวจี้ซานนั่นเอง ในประวัติศาสตร์ดอยมวยก้นหอย เคยเป็นปูชนียสถานของพระพุทธศาสนายุคต้นๆ ของจีน จนถึงยุคทองแห่งพระพุทธศาสนาในราชวงศ์ถัง เฉพาะวัดหลัวจี้ก็มี พระภิกษุประจำอยู่ถึง 3,000 รูปแล้ว ในหุบเขามีห้วง น้ำเขียวมรกตที่เงียบวังเวง สายหมอกลอยละลิ่ว จึงเป็นสถานที่สัปปายะของชาวพุทธ เป็น “แดนสวรรค์” สำหรับ การปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ในจีนโบราณได้บัญญัติชื่อสถานที่สำคัญบนดอย มวยก้นหอยไว้ดังนี้คือ “12 ถ้ำพระพุทธ” “18 ยอดเขา” “25 ลาน” “32 สระสวรรค์” “72 ยอดเขา” “108 ทิว- ทัศน์” นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากน้ำพุร้อนที่งดงามอัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มยอดเขาบนดอยมวยก้นหอย เรียงรายลดหลั่นเป็นชั้น มองจากที่ไกลดูคล้าย กับเกาะสวรรค์ในตำนานเทพนิยายที่ปรากฏตรงหน้า ถ้ามองในระยะใกล้ จะเห็นหน้าผาสูงชัน ต้นไม้เก่าแก่สูง เทียมฟ้า ไม้ดอกดารดาษหลากสีสันราวกับผ้าแพรพรรณ เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา จะเห็นทั้งภูดอยธารน้ำยาวนับพันลี้ ไกลสุดสายตา บนเขายังมีป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบานประชันสีสัน ทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หา ยากอีกด้วย กล่าวได้ว่าทั่วทุกแห่งล้วนมีมนต์เสน่ห์ เงียบสงบชวนพิศวง จึงทำให้ดอยมวยก้นหอยกลายเป็น แหล่งทัศนียภาพธรรมชาติที่รวมความยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์ แปลกใหม่ น่าหวาดเสียว อนารยะ สูงชัน สงัดเงียบ งดงาม ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอยมวยก้นหอยแห่งเดียว ดอยมวยก้นดอย เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติว่าด้วย ธารน้ำแข็งโบราณยุคควอเตอร์นารี เมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ที่ยังคงความสมบูรณ์ครบถ้วน และหาดูได้ยากในเขต ภูเขาของประเทศจีน รูปลักษณ์ธารน้ำแข็งโบราณซึ่งรวม ทั้งลักษณะเหลี่ยมเขาในร่องรอยธารน้ำแข็งโบราณ แอ่งและร่องธารที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการท่องเที่ยว การผจญภัย และ การสำรวจวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดาจุดชมวิวเหล่านี้ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดเห็นจะเป็น บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็ง บึงตะกอนธารน้ำแข็ง ของดอยมวยก้นหอยกระจายอยู่ในภูมิประเทศที่มีความ สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,150 เมตรขึ้นไป บริเวณโดยรอบของหนองบึงยังคงมีปรากฏการด้านการกร่อนโดย ธารน้ำแข็งและตะกอนธารน้ำแข็งเป็นจำนวนมาก เนื่อง จากในหนองบึงมีหินผาที่มีสี รอบบึงมีพรรณไม้ พืชหญ้า ต่างๆ และซากพืชเน่าเปื่อยในดิน ทำให้น้ำในหนองบึง ปรากฏสีฟ้าสดใส สีแดงอมน้ำตาล สีเหลืองอมน้ำตาล สีเขียวสด และสีเขียวเข้ม เป็นต้น ดอยมวยก้นหอย มีภูมิลักษณ์เป็นภูเขาสูงชัน ภูมิ อากาศแบ่งเป็นโซนตามความสูงของระดับน้ำทะเล ประกอบกับผู้คนเบาบาง เป็นสภาพแวดล้อมภูมิประเทศที่ มีปิดกั้น ป่าดงดิบและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด ตลอดจน ไม้ดอกพันธุ์ป่า พืชเห็ดต่างๆ มีหลากหลายชนิด ป่าดง ดิบมีพื้นที่กว่า 3 แสนโหม่ว (2.4 โหม่วจีน =1 ไร่) พันธุ์พืชประกอบด้วยพืชเขตร้อนแถบเอเชียใต้ พืชพวก สนเขตกึ่งร้อน พืชใบกว้างไม่ผลัดใบเขตกึ่งร้อน และ พืชพวกสนเขตกึ่งภูเขาสูง เป็นต้น รวมกว่า 180 วงศ์ ชนิดกว่า 2,000 ด้านพืชประเภทเห็ด เป็นที่รู้กันว่ามี เห็ดขนาดใหญ่ 150 กว่าชนิด สามารถรับประทานและ ใช้ทำยารักษาโรคได้มีมากถึง 80% มีสัตว์ป่าหายากร่วม 400 ชนิด ดอยมวยก้นหอยได้รักษาทรัพยากรพืชและ สัตว์ไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็น “คลังพันธุกรรม” ของสิ่งมีชีวิตที่หายากในประเทศจีน ควรค่าแก่การมา เที่ยวชม เป็นฐานสำรวจศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ สำคัญยิ่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : rivermk.com / นิตยสารแม่น้ำโขง / lvmama.com / ffgww.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : City Lion เมืองโบราณใต้น้ำ…สวรรค์ของนักดำน้ำ , ถ้ำเอ๋อหวังตง ถ้ำมหัศจรรย์แห่งเมืองจีน

ร่วมฉลองเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล ณ ห้องอาหารสกาลินี โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ
เห็ดทรัฟเฟิล /  โรงแรมฮิลตัน

ร่วมฉลองเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล ณ ห้องอาหารสกาลินี โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ตุลาคม 2557- ห้องอาหารสกาลินี โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ เชิญชวนทุกท่านมาเฉลิมฉลองเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล เห็ดชนิดพิเศษที่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหาทานได้ยากและจะมีเพียงสองครั้งต่อปีเท่านั้น เห็ดทรัฟเฟิลจึงเป็นวัตถุดิบที่สำคัญและนิยมนำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนู เชฟใหญ่ อิจิดิโอได้แรงบันดาลใจในการรังสรรค์อาหารมาจากสูตรของคุณพ่อ จึงทำให้ทุกท่านได้มีโอกาสสัมผัสรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแท้สูตรเด็ดอาทิคัสตาร์ดชีสพิโคริโนโรยหน้าด้วยกวันชาเล่ทอดกรอบ ผสมผสานกับไวท์ทรัฟเฟิลและคาราเมลพิสทาชิโอกับหน่อไม้ฝรั่ง,พาสต้าราดซอสเห็ดพอร์ชินีและไวท์ทรัฟเฟิลรสชาติกลมกล่อม, เนื้อวัวนุ่มลิ้นเสิร์ฟพร้อมฟัวกราปรุงรสด้วยไวท์ทรัฟเฟิล ตามด้วยขนมหวานสุดพิเศษที่เชฟบรรจงทำขึ้นในเทศกาลนี้โดยเฉพาะ เทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล จัดขึ้นวันที่ 1-30พฤศจิกายน นี้ เวลา 18.00-22.30 น.สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-6206666 หรือติดตามข่าวสารที่ www.facebook.com/ScaliniBangkok

ชวนเที่ยวงาน กระบี่เบิกฟ้า อันดามัน เฟสติวัล
กระบี่เบิกฟ้าอันดามัน /  ข่าวท่องเที่ยว / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดกระบี่ ขอชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันในงาน กระบี่เบิกฟ้า อันดามัน เฟสติวัล 2557 ณ หาดนพรัตน์ธารา วันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2557 สนุกสนานไปกับบรรยากาศการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ชมขบวนแห่สีสัน Miracle of Krabi และขบวนศิลปวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอ ชวนเที่ยวงาน กระบี่เบิกฟ้า อันดามัน เฟสติวัล ภายในงาน ท่านจะได้ร่วมพิธีผูกเรือหัวโทง ประเพณีที่สำคัญของชาวเรือ และพิธีขอพรพระนางที่ถ้ำพระนาง สนุกสนานกับการชม ชิม ช้อป อาหารทะเล ตลอดจนสินค้าพื้นบ้านของกระบี่ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่หอการค้าจังหวัดกระบี่ โทร. 075 - 700204 หรือ ททท. สำนักงานกระบี่ โทร. 075 - 622163 ขอบคุณที่มา  : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , ภาพจาก  : www.thailovetrip.com เรียบเรียงข้อมูลโดย  : Travel MThai  ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลแหวก กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ , อ่าวมาหยา จ.กระบี่ ทะเลไทยสวยติดอันดับโลก , เที่ยว หินเห็ด อ่าวโล๊ะซามะ – กระบี่ , วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่

วิธีทำ บูแดจิเก (Budae jiigae) หม้อไฟทหารเกาหลีสุดฮิต
Budae Jjigae /  บูแดจิเก / 

บูแดจิเก 부대찌개 Budae Jjigae เมนูนี้เกิดจากสมัยสงครามเกาหลี โดยการนำอาหารที่ได้รับการแจกจ่ายจากทหารมาผสมรวมกันเป็นหม้อใหญ่จึงได้ความอร่อยและจัดจ้านขึ้นมาโดยความบังเอิญนี้เอง จึงได้มาเป็น บูแดจิเก ร้านอาหารดังต่างๆ นำเมนูนี้เป็น Signature ทำให้คนต่อแถวกันยาวเหยียด วันนี้ MThai จึงอยากจะนำเสนอวิธีการทำ บูแดจิเก อย่างง่ายๆ มาฝากกันค่ะ (เป็นเพียงรูปภาพประกอบเท่านั้น) ส่วนผสม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ห่อ แฮมกระป๋อง 3 ชิ้น ฮอทด็อก 3 ชิ้น กิมจิ 1 ถ้วย ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ 1 ถ้วย เห็ดนางฟ้า 1 ถ้วย ต้นหอมญี่ปุ่นซอย 1/2 ถ้วย หอมใหญ่ซอย 1/2 ถ้วย กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ ชีส 1 แผ่น ผงซุปเกาหลี 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง โคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทานขาว 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา วิธีทำ นำกระเทียมสับ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย โคชูจัง พริกป่น น้ำมันงาใส่ลงไปในชามผสม คนให้เข้ากันแล้ววางทิ้งไว้ ใช้หม้อดินหรือหม้อสุกี้ไฟฟ้า เติมน้ำเปล่าและผงซุปเกาหลีลงไป จัดวางบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้อยู่ตรงกลางหม้อ วางชีสลงบนบะหมี่ และวางเรียงวัตถุดิบอื่นๆ ล้อมรอบบะหมี่กึ่งสำเร้จรูปให้สวยงาม นำไปตั้งไฟร้อนปานกลาง หากใช้หม้อไฟฟ้าก็เปิดไฟกลาง ตามด้วยราดซอสที่ผสมไว้ในข้อแรก ต้มจนทุกอย่างสุกกำลังดี ปิดไฟ นำไปเสิร์ฟได้เลยค่ะ รูปภาพจาก Wongnai

ปรมาจารย์กังฟูแดนมังกร โชว์ใช้ดุ้นสวรรค์ ยกก้อนอิฐหนัก 80 โล
จีน /  อวัยวะเพศชาย / 

ปรมาจารย์กังฟู วัย 70 ปี โชว์วิชาหายากและฝึกยากที่สุดของสำนัก “เส้าหลิน” โดยการใช้เจ้าโลกยกก้อนอิฐหนัก 80 กิโล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายจ้าว เจิ้นหัว ปรมาจารย์กังฟู วัย 70 ปี ชาวจีน โชว์ใช้อวัยวะเพศของเขา ผูกติดกับก้อนอิฐขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง 80 กิโลกรัม ยกขึ้นแกว่งไปมา เป็นเวลานานถึง 10 นาที นายจ้าว แกว่งก้อนอิฐดังกล่าวไป-มามากถึง 320 ครั้งก่อนจะวางมันลง พร้อมกล่าวว่า การฝึกด้วยวิธีนี้สามารถทำให้สุขภาพของเขาแข็งแรงและยกระดับคุณภาพชีวิตได้ อย่างไรก็ตามนายจางเผยว่า ได้เริ่มฝึกวิชา “เจ้าโลกเหล็ก” ซึ่งเป็นวิชาหายากและฝึกยากที่สุดของสำนัก “เส้าหลิน”ซึ่งเป็นสำนักกังฟูชื่อดังของจีน เนื่องจากเขาได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เป็นโรคตับแข็งจึงต้องการทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้เขายังสอนวิชาดังกล่าวให้กับบุคคลทั่วไปในสวนสาธารณะเพื่อแบ่งปันวิชาดังกล่าวอีกด้วย โดยเมื่อปี 2555 ได้มีรายงานข่าวชาย 3 คนในมหานครไทเป ซึ่งเป็นเมืองเอกของไตหวัน ใช้อวัยวะเพศของพวกเขา ลากรถที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน ซึ่งความแข็งแรงของอวัยวะเพศของพวกเขา เกิดจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ซึ่งการฝึกเช่นนี้ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นเท่าไหร่ในปัจจุบัน แต่สาเหตุที่ยังคงมีการฝึกเช่นนี้อยู่มาจากเหตุผล 2 ประการ คือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ยังต้องการรักษาวิชานี้ และประการที่สองคือความเชื่อว่าเป็นการสร้างความแข็งแรงให้อวัยวะสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของวิชาดังกล่าวแบบครอบจักรวาลว่า เป็นการชะลอวัย เพิ่มพลัง สร้างความแข็งแรงให้กร้ามเนื้อ ลดการอุดตันของหลอดเลือดระดับคอเลสเตอรอล โรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้แน่นอนมันมากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ ด้วยการเพิ่มจำนวนอสุจิและเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ MThai News

เห็ดบำบัดสุขภาพได้จริงหรือ!!!
บำบัดสุขภาพ /  บำบัดสุขภาพด้วยเห็ด / 

คนไทยสมัย ก่อนก็ได้รับ เรื่องการปลูกฝังในการหาผลไม้หรือพืชสมุนไพรต่างๆมาสกัดเป็นยาทั้งยาพอกแผล หรือยากินล้วนแล้วก็มีคุณประโยชน์ที่ไม่เหมือนกันและแถมดูแลสุขภาพได้ดีอีก ด้วยนะ วันนี้เราจะมาดูกันว่าทำไม เห็ด จึงมีคุณประโยชน์มากมายและรักษาโรค บางชนิดกันได้อย่างไร เมื่อผ่านมาไม่นานได้มีคนมาซื้อบ้านแถวบ้าน อาจารย์ ก็แปลกใจที่เขาขายเฉพาะเมนู เห็ด เช่น ยำเห็ด ต้มยำเห็ด ทั้งน้ำใสแต่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ ต้องบอกก่อนแล้วจะทานได้ผลดีทีเดียว มีคนมากมายต่อคิวซื้อทีแรกว่าจะเป็น แบบไหนเขาทำคลายกันทุกอย่างและใส่พืชสมุนไพรนี้ลงไปเลยทำให้สุขภาพดีขึ้น ด้วย แต่ว่าคนที่ยังไม่รู้ว่า เห็ด มีคุณและประโยชน์แต่บางอย่างทานแล้ว เกิดโทษก็มีเพราะฉะนั้นเลือกทานต้องดูให้ดีนะ เห็ด แก้ไขสุขภาพจะมีดังนี้และช่วยสุขภาพด้านใดเรามาดูกัน เห็ด เข็มทอง ช่วยป้องกันเรื่องการเดินอาหารของกระเพาะการขับถ่าย ช่วยเรื่องลำไส้อักเสบรักษาโรคที่เกี่ยวกับตับ อีกด้วย เห็ด หอม ช่วยป้องกันและกระตุ้นคุ้มครอง ช่วยต้านโรคยอดฮิตคะมะเร็ง บำรุงหัวใจ บำรุงสมองทานอยู่บ่อยๆจะทำให้ไม่เป็นโรคความจำเสื่อมได้ดีนะ เห็ด โคน ช่วยป้องกันและบำบัดโรคที่เกี่ยวกับหลอดเสียง แก้อาการเจ็บคอและ แก้อาการวิงเวียนศรีษะ รักษาเรื่องโรคบิดและเบื่ออาหารและอีกอย่างแก้ท่านที่ดาวพุธเสียอีกด้วยนะ ดาวพุธเสียคือเรื่องลำคอ ไอ ท่านใดไอบ่อยดาวพุธเสียนะควรทานอย่างเป็นประจำจะทำให้ท่านหมดปัญหาหรือทุเลา เบาบางได้นะ เห็ด ฟาง ช่วยป้องกันและบำบัดเรื่องการต้านไวรัส และเรื่องหัวใจและยังสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ดีแก้ดาวอาทิตย์ได้ดีเรื่องหัวใจ เห็ด หลินจือ ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการการปวดตามข้อและกระดูก ปวดเมื้อยตามตัว ลดความดันในโลหิตสูง ลดไขมันในเส้นเลือดช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยให้หลอดลมอยู่ในเกณฑ์ดีป้องกันหลอดลมอักเสบ เห็ด เป๋าฮื้อ ช่วยป้องกันเรื่องโรคมะเร็งและป้องกันไวรัสและแบคทีเรียได้ด้วยนะ ที่มีมากจะช่วยลดและทำให้หมดไปและกลายมาเป็นภูมิคุ้มกัน เห็ด หูหนูขาว ช่วยป้องกันและบำรุงปอด แก้เกี่ยวกับภายในเรื่องร้อนใน ขจัดเสมหะ เห็ด หูหนูสีน้ำตาล ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ทานเป็นประจำสุขภาพดี ช่วยเรื่องริดสีดวงทวารและริดสีดวงต่างๆ ช่วยให้ผ่อนคลายและลดการนอนกรนและนอนไม่ค่อยหลับ ทานบ่อยๆช่วยให้สบาย ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและเรื่องที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารเรียกว่าแก้ดาว อังคารได้ดีนะ เห็ด นางรม ช่วยป้องกันโรหิตจาง กรดในกระเพาะอาหารช่วยลดน้ำหนักได้ดีลดความอ้วนให้ทานเป็นประจำจะช่วยลดอาการต่างๆที่ทำให้น้ำหนักขึ้นได้นะ เห็ด นางฟ้า ช่วยป้องกันและแก้ไขเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และหน้ามืดเป็นลม ช่วยเรืองไขมันในเส้นเลือด และช่วยป้องกันเรื่องเกี่ยวกับปัญหาภายในช่องปาก เห็ด ตับเต่า ช่วยป้องกัน เรื่องเลือดลมเดินไม่ปรกติ ถอนพิษไข้ ช่วยดับพิษร้อนในร่างกายทั้งภายในและภายนอกของร่างกาย เห็ด เผาะ ช่วยแก้ไขเรื่องช้ำในเหมือใบบัวบก เวลาร่างกายของเราขาดการซ่อมแซมในส่วนไหนหรือเป็นการบอบช้ำภายในก็จะซ่อมแซม ได้ดี อย่างน้อยควรหาทานไว้บ้างนะคะเดี๋ยวนี้อาจจะหาทานยากหน่อยแต่บาง พื้นที่ก็หาง่ายนะ การที่เราหา เวลาว่างและลองทำเมนู เห็ด เราจะช่วยเรื่องสุขภาพและยังไม่เบียดเบียนชีวิต สัตว์ด้วยนะลองทำแต่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ดูบ้างอาจจะดีกับสุขภาพและยังได้บุญ ด้วยนะ เห็ดบางชนิดหาง่ายลองหาซื้อมาทำและลองดูท่านก็จะดีในเรื่องสุขภาพแล้วล่ะ ขอบคุณภาพจาก alangcity,stks,musa-vegetables

โจรฉกกระเป๋าตังค์ แต่เงินเยอะเกินไป เผาเงินทำลายหลักฐานทิ้ง
ข่าวจีน /  โจรเผาเงิน / 

ใจไม่ด้านพอ โจรขโมยกระเป๋าพบเงินเยอะเกินคาด ตัดสินใจเผาเงินทำลายหลักฐาน แต่เสียดาย นำเงินที่เหลือไปกินของหรู สุดท้ายถุกตำรวจรวบตัวได้ในที่สุด วานนี้ (30ต.ค. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวนาย “หลิน” วัย 50 ปี โจรขโมยกระเป๋าเงินแม่ค้าขายผักที่อยู่ในตลาดเขตผิงหยาง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน หลังจากประสบปัญหาภาวะทางการเงิน แต่เมื่อเปิดกระเป๋าตังค์ที่ขโมยมา เขาต้องตกใจอย่างมาก เมื่อในกระเป๋ามีเงินอยู่จำนวนมากมายถึง 30,000 หยวน หรือราว 156,000 บาท โดย นายหลิน ตัดสินใจทิ้งกระเป๋าไปแต่เก็บเงินไว้กับตัว แต่เวลาต่อมาเขารู้สึกหวาดกลัวความผิดที่ตนเองก่อขึ้น จึงไม่กล้านำเงินจำนวนนี้ไปใช้ ทั้งนี้ นายหลิน ไปเผาที่ห้องน้ำสาธารณะ เพื่อทำลายหลักฐาน แต่เมื่อนายหลินมองดูเงินที่กำลังหมอดไหม้ กลับเปลี่ยนใจเสียดายขึ้นมาเฉยๆ จึงได้ดับไฟและแยกธนบัตรที่ยังไม่ไหม้ออกมา ในที่สุดเขาตัดสินใจนำเงินจำนวนที่เหลือน้อยลงคือราว 14,000 ราว 72,800 บาท ไปใช้อย่างฟุ่มเฟือย ด้วยการรับประทานอาหารหรูหรา ท้ายที่สุด เมื่อที่นายหลินกำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น ตำรวจซึ่งทราบเบาะแส ว่าเขาเป็นคนร้าย จึงเข้ามายึดเงินที่เหลืออยู่ทั้งหมด โดยนายหลินให้การรับสารภาพทั้งหมดและถูกแจ้งข้อหาลักขโมยในที่สุด ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หนุ่มจีนซวย!! ไฟไหม้บ้าน เผาเงินเก็บกว่า 6แสน เกลี้ยง MThai News

ฮือฮา อิตาลีจัดประมูลเห็ดยักษ์ ราคาสูงแตะ2ล้าน
2ล้าน /  ประมูลเห็ด / 

ฮือฮา อิตาลีจัด ประมูลเห็ดยักษ์ ราคาสูงแตะ2ล้าน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สำนักประมูลซอธบี ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้มีการจัดแสดงเห็ดทรัฟเฟิลยักษ์  ซึ่งเห็ดดังกล่าวเพิ่งถูกค้นพบเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาที่แคว้นอัมเบรีย ประเทศอิตาลี มีน้ำหนัก 1.89 กิโลกรัม และนำออกประมูลราคาเริ่มต้นที่ 50,000ดอลล่าร์สหรัฐและปิดประมูลการขายที่ราคา 61,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ประมูลมากนัก รู้เพียงแค่ว่าเป็นการประมูลผ่านโทรศัพท์มือถือจากไต้หวันและมีการจ่ายเงินให้ตัวแทนเพื่อทำการชำระเงินและนำเตรียมจัดการส่งสิ่งของแล้ว ทั้งนี้รายได้จากการประมูลเห็ดยักษ์จะมีการนำไปสมทบทุนช่วยเหลือมูลนิธิเด็ก โดยมีข้อมูลระบุว่า เห็ดทรัฟเฟิล (Truffle) เป็นเห็ดชนิดหนึ่งในกลุ่มเห็ดรา (Mycorrhizal Fungi) มีรสจัด และมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งในเมนูอาหารตะวันตก (โดยเฉพาะอาหารฝรั่งเศส) ทรัฟเฟิลถือเป็นสุดยอดของอาหารประเภทเครื่องปรุง ได้รับฉายาเป็น Diamond of the Kitchen และเป็นที่นิยมในหมู่ชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างมากใน ค.ศ. 1780 หลังจากที่พ่อครัวฝรั่งเศส เลิกใช้เครื่องเทศจากตะวันออก ด้วยเหตุที่มีรสและกลิ่นฉุนจัดเกินไป อย่างไรก็ดี การบริโภคทรัฟเฟิลมีเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูง ด้วยเหตุที่มีราคาแพงมาก MThai News

ลี ชอง เหว่ย งานเข้าต่อ ส.ขนไก่โลกเบรกร่วมแบดเทิดไท้องค์ราชัน
กกท. /  การกีฬาแห่งประเทศไทย / 

ความพร้อมการจัดแข่งขัน แบดมินตันไทย เทิดไท้ องค์ราชัน ที่จะมีขึ้นวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา ล่าสุดสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ได้รับหนังสือจาก นายโธมัส ลุนด์ เลขาธิการสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) แจ้งถึง นายเจน ปิยะทัต ประธานสโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน ห้าม ลี ชอง เหว่ย นักแบดมินตันมือ 1 ของโลก ชาวมาเลเซีย ลงดวลฝีมือกับ หลิน ตัน อดีตแชมป์โลก 5 สมัย และแชมป์โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย มือ 19 ของโลก ชาวจีน เพราะอยู่ระหว่างถูกลงโทษห้ามแข่งขัน หลังถูกตรวจพบสารกระตุ้น "เด๊กซ่าเทมาโซน" ช่วงศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2014 ที่เดินมาร์ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับหนังสือดังกล่าวแจ้งให้ผู้จัดงานประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงหนังสือนี้ และขอให้คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคม พิจารณาทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ให้ ลี ชอง เหว่ย ลงทำการแข่งขัน และดำเนินการแจ้งให้ประชาชนได้ทราบถึงเหตุผลจำเป็นดังกล่าว ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามที่สหพันธ์แจ้งมา และยังดำเนินการให้ ลี ชอง เหว่ย ลงแข่งขัน สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้เห็นชอบและรับรองการจัดการแข่งขันครั้งนี้ อาจถูกลงโทษจากบีดับเบิลยูเอฟ เพราะการแข่งขันนี้เป็นรายการที่สหพันธ์ตบลูกขนไก่โลกรับรอง ด้าน นายเจน ที่เดินทางพูดคุยกับ ลี ชอง เหว่ย ที่มาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา กล่าวหลังทราบเรื่องว่า ลี ชอง เหว่ย ยืนยันเองที่จะเดินทางมาร่วมงานแน่นอน เพราะต้องการร่วมงานนี้ และมีการคุยกันมานานแล้ว โดยยอดนักแบดมินตันชายมาเลเซีย จะเดินทางมาถึงไทยวันที่ 4 ธ.ค. เวลา 13.30 น. ด้วยสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ขณะเดียวกันตนก็ลงทุนเป็นเงินจำนวนมากเดินทางไปปรึกษาทนายความระดับโลกหลายครั้งที่สิงคโปร์ เพื่อหาทางออกเรื่องนี้ ทั้งนี้ พอล อีริค ฮอยเยอร์ ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก ชาวเดนมาร์ก ตอบรับที่จะเข้าร่วมงาน แบดมินตันไทย เทิดไท้ องค์ราชัน โดยมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีนายกสมาคมแบดมินตันทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงผู้บริหารสมาคมฯ และสหพันธ์ฯ ร่วมงานอย่างคับคั่ง สำหรับการแข่งขันนี้ ยังมีการแข่งขันอีก 2 ประเภท คือ ชายคู่ เฮนดรา เซเตียวาน-โมฮัมเหม็ด อาห์ซาน คู่มือ 2 ของโลก จากอินโดนีเซีย ดีกรีแชมป์โลกปี 2013 พบ "อาร์ท" บดินทร์ อิสสระ-"ท็อป"ภควัฒน์ วิไลลักษณ์ ที่เพิ่งคว้ารองแชมป์ประเทศไทยปีล่าสุด รวมถึงคู่ผสม ตอนโตวี อาห์หมัด-ลิลิยาน่า นาตเซอร์ คู่มือ 4 ของโลก จากอินโดนีเซีย ดีกรีแชมป์โลกปี 2013 ที่พบ "ดั๊ก" ทรงพล อนุกฤตยาวรรณ-"โอ๋" กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล อดีตแชมป์ "เจแปน โอเพ่น ซูเปอร์ซีรีส์" ปี 2009 ดีกรีทีมชาติไทย และมี เทาฟิค ฮิดายัต อดีตแชมป์โอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรีซ ร่วมงานด้วย

สุดยอดเทคนิค เอาตัวรอด สาวอังกฤษ โทรหาตำรวจเพื่อสั่งพิซซ่า
ผู้หญิงโดนทำร้าย /  สั่งพิซซ่า / 

นี่คือเรื่องราวที่ หญิงสาวอังกฤษคนหนึ่ง ใช้ไหวพริบในการ เอาตัวรอด ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเธอตัดสินใจโทรหาตำรวจ เพื่อสั่งพิซซ่า!! ฟังไม่ผิด เธอกด 911 เพื่อสั่งพิซซ่าจริงๆ แต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องตลกแต่อย่างใด เมื่อการโทรผิดในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของหญิงสาว ที่โดนแฟนซ้อมอย่างรุนแรง และขู่ไม่ให้แจ้งความ เธอจึงใช้อุบายในการ เอาตัวรอด ด้วยการแกล้งทำเป็นโทรศัพท์ออกไปเพื่อสั่งพิซซ่านั่นเอง และนี่คือบทสนทนา แสนฉลาด ของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ เจ้าหน้าที่ : 911 เกิดเหตุร้ายที่ไหนครับ สาวเคราะห์ร้าย : ถนนหลวง 123 เจ้าหน้าที่ : โอเค เกิดอะไรขึ้นที่นั่นครับ สาวเคราะห์ร้าย : ฉันต้องการสั่งพิซซ่าค่ะ เจ้าหน้าที่ : คุณครับ ที่นี่911 สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉินนะครับ สาวเคราะห์ร้าย : ฉันทราบค่ะ ขอพิซซ่าเปปเปอโรนี ฮ๊าฟหน้าพริกกับหน้าเห็ดค่ะ เจ้าหน้าที่ : ขอโทษครับ คุณทราบใช่ไหมว่าที่นี่คือ 911 สาวเคราะห์ร้าย : ทราบค่ะ ใช้เวลาในการมาส่งนานแค่ไหนคะ เจ้าหน้าที่ : โอเค คุณผู้หญิงครับ มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคุณที่นั่นใช่ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ใช่ค่ะ เจ้าหน้าที่ : และคุณไม่สามารถพูดได้ เพราะมีใครอยู่ในห้องกับคุณในขณะนี้ใช่ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ถูกต้องค่ะ ตกลงว่าคุณจะใช้เวลานานไหมคะกว่าจะมาส่ง เจ้าหน้าที่ : เรามีเจ้าหน้าอยู่ห่างจากที่อยู่ของคุณประมาณ 1ไมล์ ไม่ทราบว่ามีอาวุธร้ายแรงอยู่ที่นั่นหรือไม่ครับ สาวเคราะห์ร้าย : ไม่ค่ะ เจ้าหน้าที่ : คุณสามารถถือสายรออยู่กับผมได้ไหมครับ สาวเคราะห์ร้าย : ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วพบกัน หลังจากวางโทรศัทพ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็คประวัติของบ้านนี้ และพบว่ามีประวัติการทำร้ายร่างกายในครอบครัวหลายครั้ง จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุทันที และเมื่อเจ้าหน้าเข้าไปถึงบ้าน ก็ได้พบกับ หญิงสาวได้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจากแฟนหนุ่มที่กำลังเมาไม่ได้สติ จึงรีบช่วยเหลือนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลในทันที หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทางตำรวจได้เผยแพร่เหตุการณ์นี้เพื่อเป็น แนวทางกับผู้หญิงให้เก็บไว้ใช้หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับตนเอง ว่านี่เป็นวิธีการเอาตัวรอดที่ฉลาดมาก จำไว้นะคะสาวๆ แค่มีสติ คุณก็สามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ หรือจะจำเทคนิค เอาตัวรอด ของสาวคนนี้ไปไว้ใช้บ้างในยามฉุกเฉิน ก็ถือเป็นความรู้ติดตัว ว่าไหมคะ ที่มาเรื่องจาก metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team