เห็ดหลินจือแดง

สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาอายุ กับ งานบูชาดาว 9 นพเคราะห์
งานบูชาดาว9นพเคราะห์ /  ต่อชะตาอายุ / 

งานบูชาดาว นพเคราะห์ วัดเขตต์นาบุญญาราม อ.คฑา ชินบัญชร และดาราเข้าร่วมงาน ทิ้งทวนเทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน Horoscope.mthai.com ขอปิดท้ายด้วยงานบุญ เสริมดวงเฮง ใน งานบูชาดาว9นพเคราะห์ เสริมมงคล จัดขึ้นที่วัดเขตร์นาบุญญาราม หรือวัดญวน ใน อ.เมือง จ.จันทบุรี สำหรับการไหว้บูชาดวงดาวนพเคราะห์นั้น เป็นพิธีกรรมโบราณสืบทอดมาจากชาวญวน เริ่มแพร่ขยายเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ปัจจุบันหลงเหลือพิธีไหว้บูชาดวงดาวเพียงแห่งเดียวในไทยคือที่ วัดเขตต์นาบุญญาราม อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นพิธีทางศาสนาของจีนนิกายและอันนัมนิกายร่วมกัน ซึ่งมีความเชื่อว่าการไหว้ดวงดาวเป็นการเสริมดวง ต่ออายุ และสะเดาะเคราะห์ โดยพิธีนี้จะมีเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยสืบสานพิธีนี้มานานกว่า 180 ปีแล้ว งานนี้กูรูอย่าง อาจารย์คฑา ชินบัญชร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ชวนเพื่อนในวงการอย่าง ไก่ - วรายุฑ มิลินทจินดา, กอบสุข จารุจินดา, ก้อย – ปาริฉัตร ไพรหิรัญ และ เมย์ - พิชย์นาฎ สาขากร ร่วมงานบูชาดาว 9 นพเคราะห์เสริมสิริมงคล โดยได้รับการต้อนรับจาก องพจนกร โกศล เจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมกับประชาชนที่มาเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พิธีบูชาดาวนพเคราะห์ งานประจำปีของวัดเขตร์นาบุญญาราม ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงของเดือนแรกของปีตามปฏิทินของ อนัม-จีน ซึ่งจะตรงกับประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ของทุกปี เป็นงานพิธีที่จัดเป็นเทศกาล โดยมากจะจัดพิธีประมาณ 5 วันหรืออาจมากกว่านั้นตามความเหมาะสม อ.คฑา เล่าให้ฟังว่า ในช่วงวันแรกของพิธีพระสงฆ์อนัมนิกายจะทำการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เปิดพิธีในช่วงเวลาเช้าและสวดพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคล ในวันที่สองของงานในตอนค่ำพระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมกับทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับบรรดาผู้ที่มาทำบุญ โดยการเวียนเทียนรอบโบสถ์ 3 รอบ แล้วจึงมีการถวายเทียน หรือจุดเทียนตามแต่ เพศ และอายุว่าเกิดในปี นักษัตรใด เพื่อที่จะนำไปตรวจว่าในปีนี้ “ดาวนพเคราะห์”พระองค์ใดเข้ามาเสวยอายุ ซึ่งจะมีคุณและโทษที่แตกต่างกันออกไป ต้องมีการจุดเทียนเป็นรูปแบบสัญลักษณ์ของดวงดาวนั้น ๆ เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ระหว่างพิธีจะมีการถวายเครื่องสักการะบูชาตามความเชื่อแก่เทพยดาต่าง ๆ พร้อมกันกับเทพดานพเคราะห์ทั้ง 9 ซึ่งเสวยอายุประจำปีของมนุษย์ เครื่องสักการะบูชา ได้แก่ เจไฉ่ (หมายถึง อาหารเจแห้ง อันประกอบไปด้วย เห็ดหอม วุ้นเส้น ดอกไม้จีน เห็ดหูหนู และฟองเต้าหู้) ผลไม้ และน้ำสะอาด เพื่อนำมาทำน้ำพระพุทธมนต์ โดยมีมูลเหตุของการประกอบพิธีบูชาดาวนี้มาจาก ความเชื่อที่ว่าครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาไว้ว่า เทพเจ้าประจำดวงดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ โดยภาษาญวนเรียกว่า “กึ้วว่าง” แปลว่า 9 พระองค์ ได้แก่ องค์ที่ 1 พระอาทิตย์ (ไท่เยือง), องค์ที่ 2 พระจันทร์ (ไท่อ็อม), องค์ที่ 3 พระอังคาร (หมอกดึ๊ก) , องค์ที่ 4 พระพุธ   (หวาดึ๊ก), องค์ที่ 5 พระพฤหัสบดี (โถดึ๊ก), องค์ที่ 6 พระศุกร์ (ไท่บัด), องค์ที่ 7 พระเสาร์ (ถีดึ๊ก), องค์ที่ 8 พระราหู (ราโห้ว), องค์ที่ 9 พระเกตุ (เก้โด่) ซึ่งตามความเชื่อของมหายานแล้วนั้น ทั้ง 9 ดวงเป็นดาวที่มนุษย์ปุถุขนผู้หนึ่งผู้ใดถ้าได้ปฏิบัติทำความเคารพสักการะและ ได้นิมนต์มาเจริญพระพุทธมนต์ตามพระคัมภีร์นพเคราะห์นี้แล้วจะได้เป็นการต่ออายุหรือเพิ่มอายุให้ยืนยาวนานตามความเชื่อ และเป็นการขอพรเพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล รวมทั้งปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ให้กับตัวเอง ทั้งชาตินี้และชาติหน้า โดยเทพยดาทั้ง 9 พระองค์นี้ ในความเชื่อทางฝ่ายมหายานได้กล่าวไว้ว่า ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเข้าไปสู่ปรินิพพานได้ทรงแผ่บารมีความเมตตากรุณาแก่สรรพสัตว์ไว้มาก ครั้นเมื่อปรินิพพานไปแล้วนั้นจึงได้จุติเป็นเทพยดาประจำดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ และได้ปฏิญาณตน ไว้ว่า จะแผ่เมตตาไปให้แกสรรพสัตว์ที่เกิดในโลกนี้นานถึง 4 กัลป์ อ.คฑา กล่าวทิ้งท้ายว่าการบูชาดาวนพเคราะห์ เป็นพิธีโบราณ เชื่อว่าจะก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในยศถาบรรดาศักดิ์ อายุยืนยาวนาน ได้อานิสงส์มากส่งถึงญาติมิตรทั้งหลายที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ตามความเชื่อของมหายาน เชื่อว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์นั้น จะคอยดูแลปกครองและรักษาให้ได้ซึ่งความสุขความเจริญโดยทั่วกัน ท่านที่สนใจข้อมูลการทำบุญเสริมสิริมงคล การแก้ปีชง สามารถติดตามข้อมูลการทำบุญอย่างละเอียด ในแต่ละปีนักษัตรได้ที่ www.facebook.com/horolifepublishing

สุดแซ่บเมืองยศ ติวานนท์ อาหารอีสานสุดแซ่บในราคาย่อมเยา
ส้มตำ /  อาหารอีสาน

สวัสดีค่ะชาว MThai ทุกท่าน หากใครที่กำลังอ่านรีวิวของเราในช่วงที่หิวจัด ต้องขออภัยด้วย เพราะการรีวิวอาหารดังต่อไปนี้ เป็นอาหารอีสานที่ยกมาแนะนำไม่ต่ำกว่าสิบเมนู และแต่ละเมนูต้องบอกว่าเด็ดและแซ่บถึงพริกถึงขิงแน่นอน เรามาดูกันเลยค่ะ ว่าเป็นร้านอะไรที่ไหนอย่างไร ร้าน สุดแซ่บเมืองยศ ที่ถนนติวานนท์ เป็นร้านอาหารอีสานที่คนพื้นที่บอกว่าร้านนี้สุดยอดแห่งความแซ่บและราคาไม่แพงอีกต่างหาก การเดินทางก็มาไม่ยาก หากมาทางแยกแคราย ให้ตรงมาทางถนนติวานนท์ ผ่านโรงพยาบาลศรีธัญญา และกลับรถใต้สะพาน ผ่านบิ๊กซี เลยซอยติวานนท์ 3 สังเกตุป้ายร้าน สุดแซ่บเมืองยศ อยู่ซ้ายมือ มีที่จอดรถด้านหลัง ตลอดทั้ง ลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย เนื่องด้วยรสชาติถูกปากและราคาเป็นกันเอง จึงโดนใจพนักงานออฟฟิต พนักงานห้าง และข้าราชการแถวนั้น ด้วยเมนูที่หลากหลาย เลือกสั่งได้อร่อยแซ่บทุกเมนู มาเริ่มที่เมนู ส้มตำ แซ่บกันก่อนกับ "ส้มตำกะปิกุ้งสด" ส้มตำกะปิกุ้งสด 70 บาท มากับไข่ต้มยางมะตูม หอมกลิ่นกะปิและไม่เหม็นกลิ่นกะปิมากจนเกินไปทานได้ รสชาติกลมกล่อม ตำซั่วไทย 40 บาท จานนนี้ก็แซ่บอย่าบอกใคร ตำซั่วที่ใส่ใบโหระพา ถั่วงอก หน้อไม้ กากหมูและเส้นขนมจีน ตำข้าวโพดไข่เค็ม 40 บาท หวาน มัน เปรี้ยว ครบรส ตำข้าวโพดไข่เค็ม ใส่ทั้งกุ้งแห้ง กุ้งสด ขอบอกว่าราคาเท่านี้คุ้มสุดๆ ตำปูม้า 80 บาท ปูม้าสดๆ มาตำแบบไทยๆ เนื้อหวานอร่อย ยำปูม้า 150 บาท ปูม้าไข่เต็มกระดอง ตำกับมะม่วงเปรี้ยว ปรุงรสแซ่บๆ ถึงเครื่องๆ มากันที่ของย่าง ทอด ขาดเมนูไปไม่ได้เมื่อทานคู้กับส้มตำแซ่บๆ แล้ว จะขากพวกเนื้อย่าง หมูย่างไปได้อย่างไร นมย่าง 60 บาท เมนูนี้ขายดิบขายดี ใครมาเป็นต้องสั่ง เป็นนมวัวย่าง เนื้อนุ่มๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว ลิ้นหมูย่าง 60 บาท เนื้อนุ่มย่างมาใหม่ๆ ร้อนๆ คอหมูย่าง 60 บาท ร้านอาหารอีสานคงขาดไม่ได้ กับคอหมูย่าง กินกับข้าวเหนียวร้อน จิ้มน้ำจิ้มแจ่วอร่อยเหาะเลย เนื้อย่าง 60 บาท เนื้อย่างเกรียมด้านนอกนิดๆ เนื้อด้านในนุ่มๆ เมี่ยงผักปลาเผา 200 บาท มากับผักสดหลากหลายชนิด มีน้ำจิ้ม 2 ชนิด คือน้ำจิ้มหวาน และน้ำจิ้มซีฟู้ด ปากเป็ดย่าง 70 บาท ขอบอกเลยว่าร้านอาหารอีสานร้านนี้มีเมนูเยอะจริง อย่างปากเป็ดทอดก็มีเป็นเมนูพิเศษที่เพิ่มเติมมาอีกเมนูหนึ่ง ก้อยเนื้อ 50 บาท ใครไม่ชอบแบบดิบ สามารถสั่งเป็นแบบสุกก็ได้ ตับหวานหมู 50 บาท ตับให้มาชิ้นใหญ่ และปริมาณเยอะมาก รสชาติอร่อย ปรุงรสแซ่บถึงเครื่อง แกงหน้อไม้ 50 บาท หรือ แกงเปรอะ เมนูต้มของที่นี่ก็มีเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นแกงอ่อม แกงเห็ด ต้มโคล้ง ต้มแซ่บ ฯลฯ กว่าจะจบการรีวิวทั้งหมดนี้ ก็หมดน้ำลายไปหลายอึกทั้งคนรีวิวและคนอ่านเลยใช่ไหมค่ะ ร้านอาหารอีสานในนนทบุรี ยังมีแซ่บๆ อีกเพียบ ขอบอกเลยว่าแซ่บจริงๆ ไม่ลองไม่รู้

ไฟปริศนายังลุกต่อเนื่อง เจ้าของบ้านพัทลุงเครียด
พัทลุง /  ไฟปริศนา / 

ไฟปริศนายังลุกหม้ต่อเนื่อง ตั้งแต่เช้ารวม7ครั้ง เจ้าของบ้านเครียด ติดป้ายห้ามคนนอกเข้า ด้านผลตรวจพิสูจน์ครั้งแรกไม่พบสารเคมีปน  วันนี้(23 เม.ย.) ความคืบหน้าปริศนาไฟไหม้ภายในบ้านนายล้อม ศักดิ์หวาน อายุ 63 ปี เลขที่ 144 ม.6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง จนถึงขณะนี้ยังเกิดไฟไหม้อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าของบ้านออกอาการเครียด ซึ่งในวันนี้ บ้านหลังดังกล่าวได้เกิดเพลิงไหม้ ตั้งแต่เวลา 07.15 น. ไฟไหม้หมอน ที่อยู่ในห้องนอน เวลา 08.23 น. ไหม้ตะเกียงที่วางอยู่บนหัวเตียง ในห้องนอนเช่นกัน / เวลา 09.37 น. ไฟไหม้ถุงพลาสติก ที่บรรจุเห็ดฟาง ที่อยู่ในถังขยะหลังบ้าน, เวลา 10.00 น. ไหม้ถุงธูป ที่วางหน้าพระ ภายในห้องพระ / เวลา 11.55 น. ไฟไหม้ชั้นเก็บของที่เป็นพลาสติก ในห้องเก็บของ ห่างกัน 5 นาที เวลา 12.00 น. เกิดขึ้นกับไม้ถูพื้นพลาสติกที่วางอยู่หลังบ้าน และล่าสุด 12.26 น. ไหม้ถุงพลาสติก ที่อยู่ในห้องครัว เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี ได้ใช้เครื่องดูดฝุ่นเก็บเศษฝุ่น เศษเถ้าถ่าน รวมทั้งตัวอย่างสิ่งของที่ถูกไฟไหม้ เพื่อนำไปพิสูจน์เป็นรอบที่ 2 โดยครั้งแรก นำได้ตัวอย่างดิน และสิ่งของไปตรวจพิสูจน์ทางฟิสิกส์แล้ว แต่ไม่พบสารประกอบเคมีใด ๆ ที่ทำให้ติดไฟ ปนเปื้อนแม้แต่ชนิดเดียว ส่วนที่รอผลอยู่ขณะนี้ ก็คือ การตรวจหาสารปนเปื้อน ทางเคมีที่อาจจะสะสมในอากาศ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน รวมถึงเรื่องของความลี้ลับ ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ได้ โดยนายล้อม เจ้าของบ้าน มีอาการทั้งเครียดและท้อแท้ ไม่รู้จะทำอย่างไร ถึงกับติดป้ายประกาศขอปิดบ้าน งดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า ขณะที่ทางอำเภอก็ส่งรถน้ำดับเพลิง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมาดูแลความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

เซ็ตปิดท้าย พริตตี้ มอเตอร์โชว์ เน้นเซ็กซี่ อึ๋มๆ พร้อมคลิปพิเศษ 1 ชม.เต็ม
motorshow /  pretty / 

มาถึงโค้งสุดท้ายกันแล้วกับงาน มอเตอร์โชว์ 2558 ที่จัดขึ้นในวันที่ 5 เมษายนนี้เป็นวันสุดท้าย ซึ่งงานนี้ทาง Men.Mthai ขอรวบรวมความเซ็กซี่ ความอึ๋ม พริตตี้ ที่เกิดขึ้นในงานออกมาในเซ็ตปิดท้าย ในแบบจุใจสุดๆ กันไปเลย ตอนพิเศษสัมภาษณ์ พริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2558 กว่า 50 ชีวิต : Party Shaker บุกตะลุยกับเหล่าสาวพริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2558 เจาะคำถามที่สงสัยมานาน "เห็นสวยๆ แบบนี้เคยอกหักมั้ย" ดราม่าผสมความฮา มุมที่เราไม่เชื่อว่าสาวๆ จะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แถมทำให้รู้ด้วยว่าพวกเธอหลายคน โสด!! ชมกันเต็มๆ กับความยาวกว่า 1 ชั่วโมงเต็มๆ บูธ BRG เซ็กซี่ยกบูธกันเลย น้องฟ้าฟี น้องถิง ถิง น่ารักมากๆ น้องอุ้ม สาวแว่น น้องนิกกี้ น้องแตงโย ดีกรีสาวแม็กซิม จากบูธมิตซู น่ารักมากๆ จากบูธ MG น้องเมย์ สาวจากยามาฮ่า น้องซันตั๋ง น้องรินเบียร์ สาวจาก APHonda น้องหลินหลิน เชื่อผมสิ!! อย่าลืมชมคลิปสัมภาษณ์น้องๆ 1 ชั่วโมงเต็มๆ เด็ดมากขอบอกเลย

ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย อารมณ์ดีรับลานหิมะเทียม สวนสัตว์เชียงใหม่
ช่วงช่วง /  ฤดูผสมพันธ์ุแพนด้า / 

สวนสัตว์เชียงใหม่เอาใจเเพนด้าช่วงช่วง-หลินฮุ่ย จำลองลานหิมะคลายร้อน หวังสร้างอารมณ์ร่วม พร้อมเตรียมอัลตร้าซาวด์มดลูกหลินฮุ่ย ต้อนรับช่วงใกล้ฤดูผสมพันธ์ุ เมื่อ 24 เม.ย. 58 สวนสัตว์เชียงใหม่ บริเวณส่วนจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย  ได้ปรับสถานที่ทำหิมะเทียมให้ แพนด้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ยได้คลายร้อน ผ่านในน้ำแข็งคล้ายเกล็ดหิมะ พร้อมนำผลไม้และหน่อไม้ไผ่ ลำไม้ไผ่ และขนมผสมวิตามินที่แพนด้าทั้งสองชอบมาซุกซ่อนไว้ในน้ำแข็ง เมื่อออกมาทั้งช่วงช่วงและหลินฮุ่ยชื่นชอบมาก ตรงเข้าหาหิมะเทียม ค้นหาอาหารกิน พร้อมนั่งแช่กลางน้ำแข็ง  ต่างฝ่ายต่างนั่งดูกันและกันโดยมีรั้วกันไว้ ทั้งนี้ ทำหิมะเทียมเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมของแพนด้า เนื่องจากใกล้ฤดูกาลผสมพันธุ์ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพของหมีแพนด้าก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูผสมพันธุ์  โดยจะมีคณะทำงานโครงการวิจัยฯ สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมทีมแพทย์ ร่วมตรวจสุขภาพของแพนด้าทั้งสองอย่างละเอียด ใน วันที่ 4-8 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ แพนด้าหลินฮุ่ย จะทำการตรวจลักษณะโครงสร้างทางกายวิภาคของมดลูก โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ เพื่อศึกษาและจัดเก็บข้อมูลไว้ใช้วินิจฉัยการตั้งครรภ์ของหลินฮุ่ยในครั้งต่อไป โดยครั้งนี้ทางทีมงานมีความมั่นใจว่าเมื่อแพนด้าหลินฮุ่ยมีความต้องการผสมพันธุ์ก็จะมีการดำเนินการผสมพันธุ์ได้ โดยจะสรุปผลการอัลตร้าซาวด์โครงสร้างทางกายวิภาคของมดลูกหลินฮุ่น ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ MThai News

20 เมนูลดน้ำหนัก แคลอรี่ต่ำ กินมื้อเย็น ก็ผอมได้!!
ลดความอ้วน /  ลดน้ำหนัก / 

          ใครที่กำลังหนักอกหนักใจกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำตามสูตรมาแล้วสารพัดก็ยังไม่ได้ผล ก็เพราะเราทำตามสูตรเคร่งครัดมากเกินไป สุดท้ายตบะแตกกลับมากินหนักกว่าเดิม หากเราเปลี่ยนการกินเสียใหม่ หัดคำนวนแคลอรี่จนเป็นนิสัย ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะยาว ไม่กลับมาโยโย่อีกแน่นอน         เคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่า "มื้อเช้ากินอย่างพระราชา มื้อกลางวันกินแบบคนธรรมดา มื้อเย็นกินแบบยาจก" เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ สาวๆ women mthai สามารถทานอาหารได้อย่างตามใจปาก เพราะร่างกายต้องการพลังงานเพื่อไปเผาผลาญตลอดวัน แต่มื้อเย็นควรกินน้อยๆ เรียกว่าเป็นมื้อเบาๆ ก่อนที่เราจะเข้านอน หลังจากนั้นร่างกายก็แทบจะไม่เผาผลาญพลังงานอีกเลย มันจึงสะสมอยู่ตามแขน ขา สะโพก และ บั้นท้าย        หลังจากนี้คุณต้องปรับเปลี่ยนอาหารการกินซะใหม่ ที่สำคัญมื้อเย็นไม่จำเป็นต้องงดเลย เพราะยิ่งงดเราก็ยิ่งอยากกินหิวมากกว่าเดิม พอได้กินก็จะจัดหนักกินทีละเยอะๆ เรามาเริ่มจากการกินอาหารมื้อเย็น คือ ต้องกินแบบพอเพียง ไม่ต้องจัดหนักจัดเต็ม มาดูรายการ เมนูลดน้ำหนัก สำหรับ มื้อเย็น ที่กินแล้วรับรองไม่อ้วน!! ส้มตำไทย 60 แคลอรี่ แกงจืดมะระยัดไส้ 90 แคลอรี่ ยำวุ้นเส้น 120 แคลอรี่ ซุปไก่ 120 แคลอรี่ เส้นหมี่น้ำใส 200 แคลอรี่ แกงเห็ดรวม 90 แคลอรี่ ต้มยำกุ้งน้ำใส 90 แคลอรี่ ต้มเลือดหมู 120 แคลอรี่ ส้มตำปู 35 แคลอรี่ ซุปหน่อไม้ 90 แคลอรี่ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ 80 แคลอรี่ แกงจืดตำลึงหมูสับ 90 แคลอรี่ โจ๊กหมู 160 แคลอรี่ ห้ามใส่ไข่ เพราะโจ๊กหมูใส่ไข่  แคลอรี่สูงถึง 250 แกงเหลือง 80 แคลอรี่ แกงส้มผักรวม 100 แคลอรี่ กระเพาะปลา 250 แคลอรี่ ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกน้ำ 180 แคลอรี่ ต้มจับฉ่าย 90 แคลอรี่ ซุปมิโซะ 50 แคลอรี่ น้ำพริกผักต้ม 70 แคลอรี่ เรียงเรียงโดย Women mthai team  

6 เคล็ดลับ จัด ร้านกาแฟ ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกเงินล้าน
กาแฟ /  ค้าขาย / 

จัดร้านกาแฟอย่างไร เรียกเงิน เรียกลูกค้า? เดี๋ยวหันไปทางไหน ก็มักจะเจอกับ ร้านกาแฟ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ เลือกกินแทบไปถูกเลยทีเดียว เพราะมีเยอะมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะขายดีทั้งหมด บางร้านเปิดมาได้ไม่นานก็มีอันต้องปิดตัวลงไป ด้วยสาเหตุหลายๆอย่าง แต่ถึงจะมีความเสี่ยงขนาดไหน แม่หมอเชื่อว่าหลายคนก็ยังคงมีความคิดที่จะเปิด ร้านกาแฟ อยู่ดี วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.Mthai เลยนำเทคนิคการเปิดร้านกาแฟให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จาก I-see magazine มาฝากกันค่ะ 1. การเลือกทำเลที่ตั้ง ในภาษาฮวงจุ้ยเรียก ทำเล ว่าพลังชี่ ซึ่งพลังชี่หมายถึงพลังงานที่มีการเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ เหมือนสายน้ำ หรือทำเลที่มีผู้คนมากมายเดินผ่าน ไม่ว่าจะเป็นตามตลาดนัดต่างๆ อาทิ ตลาดนัดจตุจักร หรือตามห้างสรรพสินค้า ตึกสำนักงานต่างๆ บางคนเลือกร้านที่อยู่ริมถนนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าพลังชี่ในบริเวณนั้นย่อมไหลแรงไม่หยุด แต่ถามว่าทำไมถึงยังขายไม่ดี นั่นเป็นเพราะคุณไม่มีที่ดักจับพลังงาน นั่นก็คือที่จอดรถนั่นเอง สิ่งน้ำสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกทำเลที่ตั้งเลยค่ะ และนอกจากนี้ทำเลต้องห้ามของ ร้านกาแฟ ตามหลักฮวงจุ้ยคือใต้สะพาน เหตุเพราะมองเห็นยาก ดูทึบหมอง ไม่น่าเข้า วิธีแก้คือการออกแบบด้านหน้า ให้มีรูปทรงสามเหลี่ยมพุ่งเข้าใส่สะพาน แล้วควรดูแลเรื่องการจัดแสงให้ดี เน้นเรื่องป้ายให้ลูกค้าเห็นชัดเจนขึ้น 2. หลักการวางเคาน์เตอร์คิดเงิน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว จะยึดด้านขวาเป็นมังกร ด่นซ้ายคือเสือขาว มังกรนั้นมีความหมายถึงการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เสือขาวคือการหยุดนิ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรเอาเครื่องคิดเลขไว้ฝั่งขาว เพราะนั่นหมายถึงการมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้จนหมด หากต้องการเก็บเงินให้อยู่ควรตั้งไว้ด้านซ้ายแทนค่ะ 3. เทคนิคการจัดร้านให้เป็นเลข 8 สำหรับการจัดวางสิ่งของภายในร้าน จะต้องอาศัยหลักของเลข 8 เข้ามาช่วย ความหมายคือ การจัดวางที่ทำให้เกิดการเดินดูได้โดยรอบ ซ้ำไปซ้ำมา มันเหมือนกับการดักลูกค้าให้เข้ามาในอวยแล้วหาทางออกไม่เจอนั่นเอง 4. จำนวนประตูภายในร้าน หากพูดถึงประตูร้านตามหลักฮวงจุ้ย ไม่ควรจะมีหลายบาน ประตูเข้าออกควรมีบานเดียว เพื่อง่ายในการดูแลร้าน มองเห็นคนเข้าออกได้ทุกคน ประตูร้านที่ดีไม่ควรมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า ควรเป็นมุมที่เปิดกว้างให้มากที่สุด พร้อมที่จะรับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าในกรณีที่มีเสาอยู่ภายในร้านด้านหน้าประตูทางเข้า ทางแก้ง่ายๆคือเอากระจกเงามาปิดทั้งเสา กระจกจะช่วยในเรื่องของมุมมองลูกค้า ทำให้เกิดความรู้สึกกว้างขึ้น แล้วจะทำให้สินค้าดูดีและน่าสนใจมากขึ้น 5. กระจกเงาช่วยคุณได้ ในการจัดหน้าร้าน ควรเอากระจกมาวางหรือประดับร้านบ้าง เพราะจากการสังเกตพฤติกรรมของคนเรา เวลาเดินผ่านกระจกเงามักชอบหันไปมอง ตรงนี้เลยเป็นส่วนที่ดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจร้านมากขึ้น 6. แสง สี เสียง กลิ่น อย่าให้บกพร่อง สำหรับร้านกาแฟนั้น เราควรออกแบบโดยใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีน้ำตาล เขียว ขาว หรือสีที่ดูสบายตา ต้องสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับลูกค้ามากที่สุด ในขณะที่กาแฟเป็นธาตุน้ำ เราก็ไม่ควรเอาสีธาตุไฟไปชน ส่วนเรื่องการจัดแสงนั้น ก็ไม่ควรให้น้อยหรือมากจนเกินไป โดยแนะนำให้แบ่งแสงไฟออกเป็น 2 ประเภท อันดับแรกคือจัดแสงทั่วไป เพื่อคุมโทน และอีกประเภทคือ ไฟที่ส่องตามกำแพงหรือตามหัวเสาต่างๆ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้เรื่องของกลิ่นซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ถือเป็นเสน่ห์ของร้านกาแฟเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้ทำให้ร้านกาแฟร้านดังสามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะกลิ่นของกาแฟจะดึงดูงให้คนเข้าร้านมากขึ้น รวมไปถึงเพลงที่ใช้เปิดก็ควรเป็นเพลงสบายๆ ตามหลักของร้านธาตุน้ำ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้เข้ามา   ที่มาจาก :  I-see magazine ติตดามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

จะกินอย่าบ่น ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น ย่านพระนคร
ร้านอาหารฟิวชั่น /  อาหารไทย

สวัสดีค่ะเพื่อตามรอยนักชิมทุกคน วันนี้มากันที่ จะกินอย่าบ่น นี่เป็นชื่อร้านนะคะ แอดมินไม่ได้บ่นใคร ^-^ ชื่อร้านเก๋ๆ ที่ใครๆ ได้ยินต่างก็สะดุดไปตามๆ กัน กับชื่อเท่ๆ ไม่เหมือนใคร หน้าตาอาหารและบรรยากาศร้านที่ว่ากินแล้วจะไม่ต้องบ่นเป็นอย่างไร ตามไปดูเลยค่ะ คลิป Video ร้าน จะกินอย่าบ่น Steve Café & Cuisine มีร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือร้าน จะกินอย่าบ่น อยู่บนถนนพระสุเมรุ ถ้าขับรถมาจากถนนหลานหลวงแล้วมุ่งตรงไปเข้าวงเวียนอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตร แล้วย้อนกลับมาเลี้ยวซ้ายที่แยกเฉลิมไทย เข้ามาในซอยได้ไม่นานก็จะเจอร้านอยู่ตรงข้างภัตตาคารผ่านฟ้า บรรยากาศภายในร้านจะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ที่น่าสนใจไปกว่านั้นนั่นก็คือ ศิลปะในการตกแต่งในแนว British Vintage การตกแต่งผนังให้เป็นรูปภาพและเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเช่นภาพ Mr.Bean ที่ตัดต่อล้อเลียนให้ดูขำขัน และอีกด้านก็จะเป็นเรื่องราวของขุนช้างขุนแผน บ่งบอกให้รู้ว่าร้านอาหารร้านนี้หลากหลายเชื้อชาติและรวมไปถึงเมนูอาหาร ใครที่เข้าก็ต้องสะดุด กับเก้าอี้ ที่เป็นเก้าอี้ที่อยู่ในโรงภาพยนต์ เหตุผลที่ใช้เก้าอี้เหมือนของโรงหนังก็เพราะว่า เป็นเก้าอี้ที่ถูกออกแบบให้นั่งได้ 2 ชัวโมง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายเวลานั่งทานอาหาร และนั่งเพลินๆ ให้ลืมเวลากันไปเลย ทำไมถึงชื่อร้าน จะกินอย่าบ่น ? หลายคนคงอยากรู้ว่าทำไมถึงชื่อ จะกินอย่าบ่น เพราะเจ้าของร้านอยากให้คนรับประทานว่างใจได้ ว่าอาหารร้านนี้อร่อย โดย คุณ สตีฟ เจ้าของร้านกล่าวไว้ว่า "ช่วงเวลาที่มีความสุขคือช่วงเวลาการทานอาหารฉะนั้นอย่าเยอะเลย ให้ปล่อยวางทุกอย่างแล้วมีความสุขกับการกินอาหารเถอะ" ดังนั้น จะกินก็อย่าบ่นกันเลยนะคะ" ส่วนอาหารจะเป็นอาหารที่ทานง่าย ทุกคนทานได้ รสชาติถูกปากแน่นอนกับความเข้มข้นของอาหารในสไตล์ฟิวชั่นผสมผสานทั้ง ไทย ญี่ปุ่น และ ยุโรป และทางด้านเครื่องดื่ม ค็อกเทลต่างๆ สั่งมาทานเบาๆ ในท่ามกลางเสียงเพลง ในแนว PoP Jazz สลัดชาวสวน  160 บาท สปาเกตตี้ครีมซอสปลาสลิดเห็ด 180 บาท พล่าปลาแซลม่อนทอดกรอบ 160 บาท พิซซ่าหน้าเนื้อใจเสือ 220 บาท ก๋วยเตี๋ยวภคมล 210 บาท Steve Burger 190 บาท ไอศครีมสตีฟคัพ กามิกาเซ่ ไอศครีมสตีฟคัพ รสเบียร์ การเดินทาง มาทางเรือ (เรือด่วนเจ้าพระยา) ถ้ามาทางเรือ ขึ้นเรือด่วนที่ท่าพระอาทิตย์ และเดินมาตรงถนนใหญ่ประมาณ 30 เมตรจากท่าเรือ แล้วนั่งแท็กซี่และตุ๊กๆ ตรงมาทางสะพานวันชาติ แล้วตรงมาสี่แยกผ่านฟ้า จะเจอร้าน จะกินอย่าบ่น มาทางรถ ขับที่สี่แยกสี่เสาผ่านฟ้า แล้วไปวนรอบอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ย้อนกลับมาถึงแยกผ่านฟ้า แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ เข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ สามารถจอดรถริมถนนได้เลยค่ะ พิเศษสำหรับสมาชิก MThai !!! ถ้าบอกว่ารู้จักร้านมาจาก MThai รับฟรี!! ไอศครีมสตีฟคัพ 1 ถ้วย 10 รางวัล สำหรับ 10 คนแรก *เงื่อนไข เฉพาะลูกค้าที่ทานอาหารครบ 1,000 บาท ขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ

เที่ยวหินเห็ด อ่าวโล๊ะซามะ จังหวัดกระบี่
ทะเล /  ภาคใต้ / 

หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยและต่างประเทศ ที่ติดอันดับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่ในเขตทะเลอันดามัน น้ำทะเลใสสะอาด ทรัพยากรทางทะเลยังคงสมบูรณ์อยู่ และวันนี้ Travel MThai ขอพาสมาชิกไปรู้จัก สถานที่เที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่เป็นเวิ้งอ่าวแคบๆ มีน้ำทะเลสวยใส เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามบนเกาะพีพีเล อ่าวโล๊ะซามะ จังหวัดกระบี่ เที่ยวหินเห็ด อ่าวโล๊ะซามะ จังหวัดกระบี่ อ่าวโล๊ะซามะ ทะเลใส เหมาะสำหรับดำน้ำ ชมปลา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ อ่าวโล๊ะซามะ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นประการังอ่อนหลากลายชนิดที่นี่ สีสันใต้ทะเล ของ อ่าวโล๊ะสะมะ จัดได้ว่ามีสีสันเลยทีเดียว มีปลาน้อยใหญ่จำนวนมาก สีสันสวยงาม ใต้ท้องทะเลของอ่าวจะเป็นกองหิน ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ทะเล ในวันที่อากาศแจ่มใส นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นปลาน้อยใหญ่ และกองหินแนวปะการัง ได้จากบนเรือเอง จนใครๆหลายคน อดใจไม่ได้ที่จะคว้าหน้ากาก พร้อมกับกระโดดลงไปว่ายน้ำกับฝูงปลาใหญ่น้อยในทะเล อ่าวโล๊ะซามะ น้ำใสสุดๆ อ่าวโล๊ะซามะ บนเกาะพีพีเล ยังคงทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่ การดำน้ำแบบ scuba diving ที่ อ่าวโล๊ะสะมะ ก็สวยงามเช่นกัน นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับการดำน้ำผ่านหน้าผาใต้ทะเล ที่เต็มไปด้วยกอกัลปังหา และประการังอ่อนหลากสีสันที่พริ้วไหวไปตามกระแสน้ำ บางทีอาจได้พบเห็นปลาฉลามกบ (Leopard Shark) ตัวโตในบริเวณนี้ก็ได้ แต่ไม่ต้องตกใจกลัว เพราะเค้าเป็นฉลามที่ใจดี (จะไม่ทำร้ายใครก่อน ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับเค้าก่อนนะ) เกาะหินที่มองดูมีลักษณะคล้ายรูปเห็ด เป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจบน เกาะอ่าวโล๊ะซามะ แห่งนี้ จุดท่องเที่ยวอีกจุดของ อ่าวโล๊ะซามะ ที่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับหินรูปร่างคล้ายดอกเห็ด ซึ่งถือว่าเป็นอีกมุมที่ยอดฮิตสำหรับถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเลยทีเดียว อ่าวโล๊ะซามะ กระบี่ ที่ อ่าวโล๊ะซามะ มีน้ำทะเลใสจนมองเห็นดอกไม้ทะเล และปะการังจากใต้น้ำ และบางทีก็มีฝูงปลาว่ายๆ มาใกล้นักท่องเที่ยวด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินทะลุผ่านโพรงถ้ำเล็กที่ อ่าวโล๊ะสะมะ ไปทะลุอ่าวมาหยา อีกฝั่งของเกาะได้ ทางเดินนี้ไม่ไกลนัก อาจจะใช้ในช่วงที่อ่าวมาหยามีคลื่นแรง เรือไม่สามารถไปได้ พวกเราก็สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ แต่ควรจะระวัง ไม่ควรใช้เส้นทางนี้ในขณะที่มี่คลื่นแรง และน้ำขึ้นสูงในช่วงบางฤดูหรือมี มรสุมกำลังเข้ามา การเดินทาง การเดินทางไปอ่าวโละซามะ สามารถเช่าเรือได้จากพีพีดอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที หรือซื้อบริการทัวร์นำเที่ยวซึ่งจะประหยัดกว่า อ่าวโล๊ะซามะ ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : tourkrabi.com / phuketalltourblog.wordpress.com / swoonbykatie.com/ เรียบเรียงโดย Travel MThai

มั่วแล้ว! อาหาร 22 อย่าง ที่บอกว่า ห้ามกินคู่กัน
กินคู่กัน /  ห้ามกินคู่กัน / 

ช่วงนี้เห็นบทความที่แชร์กันเยอะ เกี่ยวกับ อาหาร 22 อย่าง ที่บอกว่า ห้ามกินคู่กัน บ้างก็ว่าหากกินคู่กันจะมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต บางอย่างก็ทำให้เกิดโรคร้ายในร่างกายได้ ทั้งที่อาหารแต่ละอย่างนั้น ก็ไม่ได้ดูมีพิษภัยหรืออันตรายอะไรเลย ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในชีวิตประจำวันเรื่อย วันนี้ Health Mthai มีคำตอบที่แท้จริง เกี่ยวกับเรื่อง อาหาร 22 อย่าง ที่ห้ามกินคู่กัน ว่าจริงหรือมั่ว โดย อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน ว่าทั้งหมดนี้ มั่วแหลกโดยสิ้นเชิง.. มาดูกันว่า อะไรบ้างที่เค้าบอกว่าห้ามกินคู่กัน 1. เหล้าขาวกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นพิษ ขอแนะนำ Choya Ume Plum Wine สาเกรสอร่อยดองลูกพลับ ถ้ากินแล้วเป็นพิษก็คงเพราะมันอร่อยมากเลยละครับ ฟันธง คนญี่ปุ่นและผู้เขียนยังไม่ได้ตาย4ตาย5จากการกิน Choya Ume แต่ประการใด 2. หัวไชเท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง โรคผิวหนัง เกิดได้จาก เชื้อโรค หรือ จากกรรมพันธุ์ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง หรืออาจเป็นอาการทางผิวหนัง ที่เกิดจากการแพ้ ไม่ใช่ว่ากินด้วยกันแล้วจะแพ้ อาการแพ้เป็นเฉพาะคนครับ 3. เต้าหู้กับน้ำผึ้ง – ห้ามรับประทานด้วยกันจะทำให้หูหนวก แนะนำอาหาร ผัดเต้าหู้ ซอสน้ำผึ้งมัสตาร์ด ต้องบอกมั๊ยว่าข้อนี้มั่วสาดดดด แล้วครับ http://allrecipes.com//Recipe/honey-mustard-tofu/Detail.aspx 4. มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า ฝ้า Melasma เกิดได้จากหลายปัจจัยเช่น แสงแดด ฮอร์โมน ยา เครื่องสำอาง พันธุกรรม ทุพโภชนาการ ส่วนปฏิกิริยาระหว่างมันฝรั่งและกล้วยนั้นไม่มีละครับ มั่วเด็ดๆเลยครับ http://www.doctorcosmetics.com/read_content.php?id=1608&pagetype=articles 5. กล้วยกับเผือก - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด ท้องอืดเกิดจากอาหารไม่ย่อย ทั้งกล้วยและเผือกก็ใช้เวลาในการย่อยจริงครับ สำคัญคือกินแต่พอดีครับ กินน้ำมากๆคนก็อืดน้ำได้ครับ 6. ถั่วลิสงกับฟักทอง - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้ทำร้ายร่างกายและลำไส้อักเสบ แกงฟักทองใส่ถั่วลิสงก็เข้ากันนะครับ อร่อยดี ประโยชน์ของถั่วลิสงและฟักทอง ดูตามนี้ละกันครับ http://www.yourhealthyguide.com/article/an-6herb-health.html 7. มันเทศกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร คิดว่าคนเขียนคงมั่วเพลินครับ กระเพาะอาหารไม่มีนิ่วเพราะมีกรดอยู่ ทำให้ความสามารถในการละลายของแคลเซี่ยมสูงและโดยที่ทางกายภาพมันมีช่องใหญ่ต่อเนื่องไปสู่ลำไส้ ถ้ามีนิ่วขึ้นมา หรือกลืนเม็ดมะขามหรือเม็ดอะไรลงไป มันก็หลุดออกไปกับขี้ละนะครับ ถ้ามั่วว่ากระเพาะปัสสาวะยังจะดีกว่า 8. มันฝรั่งกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เป็นนิ่วในท่อปัสสาวะ นิ่วเป็นก้อนผลึกของธาตุจำพวกแคลเซียม แมกนีเซียม กรดยูริค ปัจจัยการเกิดนิ่วมักมีร่วมกับการทานน้ำน้อย หรือเสียเหงื่อเยอะหรือการอักเสบครับ เผื่อไว้ด้วยเลยก็แล้วกัน การกินน้ำกระด้างก็ไม่ได้ทำให้เกิดนิ่ว ร่างกายคนเราต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูกเป็นปรกติอย่างไรของเหลวในร่างกายคนก็จะต้องมีสิ่งที่จะเกิดเป็นนิ่วอยู่แล้ว มันฝรั่งกับลูกพลับกินแล้วเกิดนิ่วเรียกว่าเพ้อกันเลยทีเดียว (ข้อมูลเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/Bladder_stone ) 9. หัวไชเท้ากับผลไม้ทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก โรคคอพอกหรือ Goiter เป็นการขาดไอโอดีนครับ คือร่างกายได้รับไอโอดีนน้อยเกินไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่ว่ากินอะไรเข้าไปครับ ( ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaiclinic.com/goiter2.html ) 10. น้ำเต้าหู้ นมสด - ห้ามใส่ไข่ เพราะจะทำให้ท้องผูกและเส้นเลือดตีบ ถ้ากินแต่โปรตีนท้องก็ผูกละครับ ทานใยอาหารบ้าง คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเส้นเลือดตีบเกิดจากอะไร มันก็คำแนะนำทั่วไปของคนมีปัญหาภาวะคลอเรสเตอรอลสูง ไม่ใช่ว่ากินปุ๊บแล้วโอ๊ววววว ท้องผูกปั๊บ เส้นเลือดในสมองก็ตีบทันที 11. ผักป๋วยเล้ง - ห้ามรับประทานกับเต้าหู้ จะทำให้เป็นนิ่วที่ไขสันหลัง ไปดูว่า นิ่วคืออะไรซะนะครับ ข้อนี้ขนาดเขียนยังผิดเลย โรคที่ว่าเรียกให้ถูกต้องคือโรคหินปูนเกาะที่กระดูกสันหลัง Osteophyte ซึ่งเป็นอาการของการแก่ครับ มันคือความพยายามที่ร่างกายจะค้ำจุนเนื้อเยื่อโครงสร้างที่ฉีกขาดไป แต่ก็อาจก่อปัญหาได้ถ้าไปเกาะที่ตัวเส้นประสาท หาอ่านต่อที่ ( ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaispine.com/webboard/index.php?showtopic=493 ) 12. กล้วยมะละกอ แตงโม - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน โอย ปวดตับเว้ยครัฟ โรคเบาหวานเกิดจากกรรมพันธุ์ ส่วนโรคไต มั่วไว้กว้างมากไปหน่อยมั๊งครับ 13. ส้มกับมะนาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้กระเพาะทะลุ กระเพาะทะลุกันทีเดียว กรดในกระเพาะน่ะ pH = 1.6 – 2.5 เชียวนะ มะนาวน่ะ pH 2.4 เรื่องผสมแล้ว pH มากขึ้น ไปเรียนเคมีใหม่ได้เลยนะครับ 14. เหล้าขาวกับเบียร์ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ดูอันตรายของสุรา ไม่ว่าจะรับประทานด้วยกันหรือไม่มันไม่ได้มีผลส่งเพิ่มหรอกครับ แค่กินมากไปละไม่ว่า 15. ปลาทุกชนิด - ห้ามต้มกับ ผักกาดดอง จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง คนเกาหลีตาย5 หมดประเทศเพราะกินปลากับกิมจิ เรื่อง Carcinogen ในอาหารหมักดองก็มีอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกถั่วเหลือง แต่โดยรวมผมกลัวมะเร็งสังคมอย่างคนมั่วสร้าง FWD นี้ขึ้นมามากกว่า 16. ขิงดอง - ห้ามเข้าตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรค มะเร็ง จะให้ต้องบอกไหมว่า มะเร็งเกิดจากความผิดปรกติของเซลล์ ซึ่งกระตุ้นได้ด้วยสารที่มีการระคายเคือง หรือ การระคายเคืองด้วยความร้อนเสียดสีบ่อยๆหรือกินของร้อนบ่อยๆ ไปกลัวเรื่องการกินชาร้อนๆจะดีกว่านะครับ 17. น้ำเต้าหู้ - ห้ามใส่น้ำตาลแดง จะทำให้เสียวิตามิน วิตามินในเต้าหู้คือวิตามิน B น่ะครับ และยัด5กับน้ำตาลได้ครับ ไม่หายแน่ๆ คาราบาวแดงมันยังใส่กับน้ำตาลเลย แล้วน้ำตาลแดงมันก็น้ำตาลน่ะแหละ ไม่มีอะไรมาก แค่ไม่ได้สกัดเอาสีของวัตถุดิบออกหมดเท่านั้นเอง (ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.soya.be/nutritional-values-of-tofu.php ) 18. น้ำข้าว - ห้ามใส่กับนม จะทำให้เสียวิตามิน เด็กมันโตมาได้ไงถ้านมมีปฏิกิริยาทำลายวิตามิน B เด็กทารกได้สารอาหารทั้งหมดจากนมนะครับ 19. น้ำผึ้ง – ห้ามชงด้วยน้ำร้อน จะทำให้เสียวิตามิน อันนี้จริง วิตามินถูกทำลายได้ด้วยความร้อน อุแม่เจ้า มีตั้งข้อนึงที่ผมเห็นด้วยแน่ะ แต่ชงด้วยน้ำร้อนเร็วดี เสียนิดๆหน่อยๆก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะ 20. บวบ ซือกวย ไชเท้า - ห้ามรับประทานวันเดียวกัน จะทำให้เป็นเบาหวาน ทำให้เชื้ออสุจิอ่อนไม่แข็งแรง เบาหวานเกิดจาก กรรมพันธุ์ ส่วนเชื้ออสุจิไม่แข็งแรง หัวไชเท้านี่เป็นสมุนไพรช่วยโด๊ปด้วยซ้ำครับ ว่าแต่คนทำ FWD จะเอาลูกสาวมาให้ลองเชื้อไหม 21. มังคุดกับน้ำตาล- กินร่วมกันจะทำให้เสียชีวิต มันจะไม่อร่อย เพราะหวานเกิน แต่ในมังคุดก็มีน้ำตาลอยู่ละ ไล่เช็คดูน่าจะมาจาก FWD เก่าแก่ที่เชื่อว่ามันจะออกมาเป็นไซยาไนด์ เรื่องนี้ หมอแมง ยังเคยมาแกะมังคุดจิ้มน้ำตาลกินให้ดูจะๆเลยว่า ไม่ตาย ที่มาเรื่องจาก http://topicstock.pantip.com

รู้ตัวไหม หนุ่มสาวออฟฟิศ ขาด วิตามิน D เสี่ยงเกิดโรคในระยะยาว
ขาดวิตามิน /  งานวิจัย / 

งานวิจัยใหม่ กระตุ้นให้คนไทย หันมาให้ความใส่ใจกับ วิตามิน D กันอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับ วิตามิน D ว่ามันมี ประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย และ ร่างกายจะได้รับวิตามิน D จากอะไรหรือทางไหนบ้าง ทีมงาน Health Mthai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับสุขภาพ ที่น่าสนใจ ในหัวข้อ คุณมี D พอหรือยัง? ซึ่งจัดโดย บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) โดยงานนี้ เป็นการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ วิตามิน D ซึ่งงานวิจัยทางด้านสุขภาพล่าสุด ระบุว่า คนไทย 1 ใน 3 หรือร้อยละกว่า 36.5 ขาดวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่า วิตามินซี ที่หลายคนให้ความสำคัญ “หากเราพูดถึงวิตามินดี คนส่วนมากมักให้ความสำคัญน้อยกว่าวิตามินซี เพราะหลายๆ คนอาจยังไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ที่สำคัญของวิตามินดี การได้รับวิตามินดีที่เพียงพอจะส่งผลดีต่อสุขภาพตลอดวัฏจักรของชีวิต เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ วิตามินดีช่วยทำให้การเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษหรือภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ และป้องกันการคลอดก่อนกำหนดด้วย แต่หากมารดามีระดับวิตามินดีต่ำขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพต่างๆ ของลูกด้วย เช่น ปัญหาด้านโครงกระดูก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นอกจากนั้น วิตามินดี ยังมีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ เพราะวิตามินดีช่วยกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส งานวิจัยสมัยใหม่พบว่า หากคนขาดวิตามินดี แม้จะได้รับแคลเซียมในปริมาณมาก แต่ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมหรือเก็บแคลเซียมไปซ่อมแซมกระดูกได้ ตรงข้ามกับคนที่มีระดับวิตามินดีอยู่ในเกณฑ์ที่เพียงพอ แม้จะได้รับแคลเซียมในปริมาณน้อยแต่กลับพบว่าสามารถเพิ่มมวลกระดูกได้มากกว่า ซึ่งจากข้อมูลของ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนสากล (IOF) โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะพบผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกกว่า 200 ล้านคน ในขณะที่ร้อยละ 30 ของสตรีวัยหมดประจำเดือนมักจะเป็น โรคกระดูกพรุน โดยโรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักจะรู้ตัวเมื่อมีอาการหรือกระดูกหักจากอุบัติเหตุแล้ว หรืออาจรู้ได้จากอาการปวดหลังที่เกิดจากกระดูกสันหลังหักหรือทรุดลง” นอกจากวิตามินดีจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกแล้ว วิตามินดียังช่วยในการชะลอวัยของผิวพรรณได้อีกด้วย มีการศึกษาพบว่าระดับวิตามินดีต่ำเกี่ยวข้องกับการบวมหรือความหย่อนยาน การมีรูขุมขนขยาย และการเกิดซีสต์บนผิวหนัง ดังนั้น วิตามินดีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง และควบคุมให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมตามวัย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า การมีระดับวิตามินดีต่ำยังส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของเซลล์และทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นอกจากนั้นแล้ว การมีระดับวิตามินดีสูงยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และป้องกันผนังหลอดเลือดแข็งตัว ที่สำคัญยังมีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าระดับวิตามินดีสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ , รวมทั้งมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย วิตามินดี เป็นวิตามินที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองเมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงอาทิตย์ที่มีรังสีอัลตราไวโอเลตบี (UVB) แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนไทยวัยทำงานมากกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.51 ขาดวิตามินดี ซึ่งวัดจากระดับวิตามินดีในเลือดที่มีค่าต่ำกว่าปกติ คือ มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่า 20ng/ml โดยผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำที่สุด มีวิตามินดีในเลือดเพียง 9.95 ng/ml ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคในระยะยาวได้ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและมีแดดจ้า แต่คนไทยวัยทำงานส่วนใหญ่กลับมีระดับวิตามินดีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนในเขตกรุงเทพมหานคร นั่นก็เป็นเพราะปัจจุบันพฤติกรรมคนเมืองหรือคนวัยทำงาน มักจะหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะกลัวผิวเสีย ทาครีมกันแดดที่มาสารป้องกัน (SPF) ในระดับสูง นิยมออกกำลังกายในที่ร่ม ทำงานในห้องแอร์ รวมถึงมลภาวะและฝุ่นควันที่มากขึ้น จึงทำให้ร่างกายได้รับแสงแดดเพื่อสังเคราะห์เป็นวิตามินดีไม่เพียงพอ ขณะที่พบประชากรกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกขาดวิตามินดีหรือได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ กล่าวโดยสรุปคือ ผู้ที่มีโอกาสขาด วิตามิน D มีดังนี้ สาวๆ ที่ชอบทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) สูงๆ – เพราะสารเอสพีเอฟในครีมกันแดด จะลดการสังเคราะห์วิตามินดี ยกตัวอย่างเช่น ครีมกันแดดที่มีสารเอสพีเอฟ 15 (SPF 15) ลดการดูดซึมแสงแดดสู่ผิวถึงร้อยละ 99 , หนุ่มสาวออฟฟิศที่ไม่ค่อยออกแดด – การนั่งทำงานในห้องแอร์ของหนุ่มสาวออฟฟิศ ประกอบกับการหลีกเลี่ยงแดด หรือไม่ค่อยออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาดวิตามินดีได้ ทั้งนี้เนื่องจาก รังสี UVB นี้ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกใส การนั่งรับแสงผ่านหน้าต่างกระจกหรือหน้าต่างรถยนต์จึงไม่ได้วิตามินดี นอกจากนี้ เมฆก็ทำให้ได้รังสี UVB น้อยลงไป 50% และการอยู่ใต้ร่มเงาชายคาก็ทำให้ได้รังสี UVB น้อยลงถึง 60% มลภาวะทางอากาศ – ฝุ่น ควัน และมลภาวะทางอากาศทำให้รังสีอัลตร้าไวโอเลตจากแสงแดดมาถึงผิวหนังได้น้อยลง ทำให้กระบวนการสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายเราลดลงไปด้วย ขาดอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี – วิตามินดีได้จากอาหารเป็นส่วนน้อย อาหารที่มีวิตามินดีสูงเช่น ปลาค้อด ปลาแซลมอน เห็ดตากแดด ปลาทูน่า และอาหารที่ผู้ผลิตจงใจเสริมวิตามินดีเข้าไป เช่นนมเสริมวิตามินดี (fortified milk) การหวังพึ่งวิตามินดีจากอาหารปกติจึงเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดีสูง ผู้สูงอายุ – ในผู้สูงอายุ กลไกการสังเคราะห์วิตามินต่างๆ ของร่างกายก็เสื่อมลงตามธรรมชาติ ประกอบกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการออกแดดก็มีน้อยลง จึงมีโอกาสขาดวิตามินดีมากกว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระยะให้นมบุตร – วิตามินดีมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการควบคุมการเติบโตของเซลล์ ภูมิคุ้มกัน และเมตาบอลิซึมของเซลล์ วิตามินดีจึงมีความสำคัญต่อตัวอ่อนหรือทารกเพื่อการเติบโตอย่างเป็นปกติ และคุณแม่ถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนกระทั่งในระยะที่ให้นม คุณแม่จึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า ร้อยละ 90 ของสตรีที่รับประทานวิตามินบำรุงครรภ์ ก็ยังสามารถพบภาวะขาดวิตามินดีได้อย่างแพร่หลาย ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติม จากคุณหมอว่า ควรปล่อยให้ชีวิตได้ทำกิจกรรมนอกสถานที่บ้าง เพื่อให้ได้รับแดด ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน D แต่อย่าตากแดดนานจนรู้สึกว่าตัวร้อน เพราะความร้อนจะสลายวิตามินดี บนผิวหนังไปหมดแล้ว และในส่วนที่ไม่ต้องการให้ถูกแดดเช่น ใบหน้า ลำคอ ก็สามารถทาครีมกันแดดตามปกติได้ หรือสำหรับในผู้ที่ขาด และต้องการเพิ่มวิตามิน D ให้ร่างกายอย่างรวดเร็ว ก็สามารถทำได้ด้วยการ รับประทานวิตามิน D เสริม โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ ไม่เกิน 2000 มิลิกรัม สามารถรับประทานวิตามินดีติดต่อกันได้ในระยะหนึ่ง ก็ควรให้ร่างกายได้หยุดพักบ้าง อย่ากินติดต่อกันนานเกินไป โดยไม่มีช่วงทิ้งพักให้ร่างกาย เพราะอาจเกิดพิษสะสมได้ รายงานโดย Health Mthai Team ให้ข้อมูลเรื่อง วิตามิน D โดย น.พ. สันต์ ใจยอดศิลป์ แพทย์ที่ปรึกษาเวชศาสตร์ครอบครัว ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท2

ละครเลือดมังกร ตอนกระทิง  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนกระทิง
เลือดมังกร ตอนกระทิง /  ละครช่อง 3 / 

เรื่องย่อละคร มาเฟียเลือดมังกร ตอนกระทิง บทประพันธ์ ผักบุ้ง บทโทรทัศน์ ปารดา กันตพัฒนกุลกำกับการแสดง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงดำเนินการผลิต บริษัท แอคอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ ความรักต้องอภัย ธาม ธราธร ลูกชายบุญธรรมของเฉินอี่เสียง เดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งกระทิง และเพื่อมาดูแลธุรกิจของ ตั้งเช็งเอี๊ยง และ หลิวเจียหลิน พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด รวมทั้ง น้องชายฝาแฝด ชลธี ซึ่งทั้งหมดถูกยิงและเผาให้ตายทั้งเป็นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เขาจึงไม่ได้กลับมาเพื่อสานต่อธุรกิจครอบครัวอย่างเดียว แต่เพื่อจุดประสงค์หลักคือลากตัวคนผิด ซึ่งก็คือเสี่ยเล้ง มาขอขมาและสารภาพบาปต่อหน้าสุสานของครอบครัวตระกูลเช็ง ย่าหยา หรือ เพ็ญนภา เดินทางจากเซี่ยงไฮ้มาด้วยจุดประสงค์เดียวกับธาม เธอกลับมาเพื่อเอาคืนเล้งที่ฆ่าพ่อ สมชาย ของเธอซึ่งเป็นอดีตมือขวาของเขาตาย และเธอเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ธามและย่าหยามาเจอกันที่สนามบิน ทั้งคู่ต่างคุ้นหน้ากันมาก ธามทักย่าหยาว่า จันทร์ชมพู ย่าหยาปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ชื่อจันทร์ชมพู แล้วให้ธามขอโทษเธอที่ทักผิดคน ธามจูบย่าหยาแล้วเอ่ยปากขอโทษว่า จูบผิดคนแทน ย่าหยามาหาซินแสง้วง ละล่ำละลักบอกซินแสว่าเธอเจอชลธีที่สนามบิน ซินแสดับฝันย่าหยาโดยบอกว่าคนที่ย่าหยาเจอคือ ธาม พี่ชายฝาแฝดของชลธี ส่วนชลธีตายไปนานแล้ว ย่าหยาเจ็บปวดได้แต่หลอกตัวเองว่าพี่ธีของเธอยังมีชีวิตอยู่ พ้งพ่อบุญธรรมของย่าหยาเช่าโรงแรมเป็นที่พักไว้ให้ หญิงสาวมาสมัครงานที่ภัตตาคารฉั่วเทียนเหลา โดยได้รับความช่วยเหลือจากหยกมณีที่ช่วยฝาก สุ่ย เจ้าของภัตตาคารในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟให้ ย่าหยามาทำงานที่นี่เพื่อต้องการพบตัวเล้ง เมื่อเล้งเห็นหน้าย่าหยาก็ตกใจเพราะย่าหยาหน้าเหมือนจันทร์ชมพูไม่ผิดเพี้ยน ทั้งธามและเล้งต่างก็สืบหาปูมหลังย่าหยา เพราะทั้งคู่ต่างสงสัยว่าย่าหยากับจันทร์ชมพูคือคนคนเดียวกันโดยเฉพาะธามถึงกับตามประกบหญิงสาวแทบจะทุกฝีก้าว จนกระทั่งธามจับ ฮก / ฮั้ว ลูกสมุนเล้งได้ ถึงได้รู้ความจริงว่า 2 คนนี้ รวมทั้ง เกี๊ยงลูกน้องอีกคนของเล้งได้ฆ่าจันทร์ชมพูตายแล้วจริงๆ ในขณะที่ธามเลิกสงสัยย่าหยา เล้งก็เชื่อว่าเขาระแวงไปเอง เขายิงจันทร์ชมพูกับมือ ลูกกระสุนโดนจุดสำคัญ ต่อให้เป็นผู้ชายก็ไม่รอด เล้งเลิกจับผิดย่าหยาแต่หันมาสนใจหญิงสาวเป็นพิเศษเพราะบุคลิก นิสัย รสนิยมของย่าหยาช่างเหมือนหลิวเจียหลิน แม่ธามซึ่งเป็นอดีตรักแรกพบของเล้งทุกกระเบียด โดยที่เล้งไม่รู้เลยว่านั่นคือแผนของย่าหยาที่ทำทุกอย่างเพื่อให้เล้งหลงใหล เธอต้องการใกล้ชิดเล้งเพื่อจะฆ่าเล้งให้สาสมกับความเลวที่เล้งทำไว้กับพ่อ แม่และตัวเธอ เธอซึ่งเมื่อ 7 ปีที่แล้วเคยเป็นคนรักของชลธี เธอที่เล้งหลอกใช้เพราะต้องการรู้ความลับของตระกูลเช็ง เธอที่ชลธีและเล้งเรียกว่า จันทร์ชมพู ใช่!! เธอคือจันทร์ชมพูและเธอยังไม่ตาย!!!! จากการที่ธามตามประกบย่าหยาทำให้ชายหนุ่มผูกพันกับหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว สร้างความไม่พอใจให้กับโบตั๋น ซึ่งเป็นเมียลับๆของธาม ในขณะที่ธามกับเล้งชิงไหวชิงพริบในเรื่องธุรกิจ ทั้งคู่ก็ห้ำหั่นกันเรื่องความรักด้วย ธามไปเปิดร้านทองสาขาย่อยที่ภูเก็ตตัดหน้าเล้ง เขาขอสุ่ยพาย่าหยาไปด้วยเพราะยิ่งเห็นย่าหยาโปรยเสน่ห์ใส่เล้งมากเท่าไหร่ ธามยิ่งไม่ไว้ใจเธอมากเท่านั้น การเดินทางครั้งนี้ทั้งคู่ต้องหนีการไล่ล่าของลูกน้องเล้ง ย่าหยาถูกยิงเพราะช่วยธามธามจึงพาเธอไปรักษาตัวที่บ้านพักบนเขาและดูแลเธอย่างดี ทั้งคู่สัญญาจะไม่โกหกกันและจะดูแลกันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เล้งแค้นใจที่รู้ทีหลังว่าธามพาย่าหยาไปภูเก็ตด้วย เขาวางหมากสุดท้ายด้วยการใช้ให้โบตั๋นซึ่งเป็นหลานของซ้ง มือขวาเล้งใช้มารยาหญิงหลอกล่อ เฉียง มือขวาธามให้แตกคอกับธาม เพราะสืบรู้ว่าเฉียงแอบรักโบตั๋นโบตั๋นจำเป็นต้องทำตามคำสั่งเล้งเพราะต้องการช่วยชีวิตซ้ง ซึ่งเล้งขู่ว่าถ้าเธอไม่ร่วมมือ เขาจะปล่อยให้คนของแก๊งหงส์ฆ่าซ้งโดยไม่เข้าไปช่วยเหลือ แผนสำเร็จตามที่เล้งคาด ธามตัดขาดจากเฉียงและโบตั๋นโบตั๋นมารู้ทีหลังว่าเธอโดนเล้งหลอกเพราะซ้งตายไปนานแล้ว โบตั๋นแค้นใจมากจึงร่วมมือกับเฉียงทำเพื่อคนที่ทั้งคู่รักซึ่งก็คือธามเป็นครั้งสุดท้าย ความรู้สึกดีๆก่อตัวขึ้นในใจธามกับย่าหยา แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องผิดใจกันอย่างรุนแรงเมื่อธามเห็นย่าหยาจับมือถือแขนกับหลงซึ่งเป็นบอดี้การ์ดหงส์ และย่าหยาก็เห็นธามกอดและแสดงออกว่ารักหงส์มากจนเข้าใจว่าหงส์คือคู่รักของธาม ในขณะที่ธามก็เข้าใจว่าหลงคืออดีตคนรักของย่าหยาที่กลับมารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับหญิงสาว ความเข้าใจผิดบานปลายจนย่าหยาเข้าใจว่าธามจะแต่งงานกับหงส์ เธอจึงประกาศจะหมั้นกับเล้งซึ่งขอเธอแต่งงานก่อนหน้านี้หลายครั้ง นั่นทำให้ธามร้อนเป็นไฟก่อนจะมีงานมงคลระหว่างเล้งกับย่าหยา เล้งก็ส่งท้ายความเลวของตัวเองด้วยการบุกถล่มธามภรพ ทรงกลด คณิน หงส์ ที่ฉั่วเทียนเหลา เพราะต้องการถอนรากถอนโคนพวกเลือดมังกรรุ่นใหม่ที่ประชุมเรื่องล้างอิทธิพลเถื่อนและธุรกิจนอกกฎหมายอยู่ที่นั่น เล้งยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องและแสดงให้ย่าหยาเห็นว่าเขารักเธอจริงจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ย่าหยาตามไปดูแลเล้งที่บาดเจ็บ หญิงสาวมีโอกาสหลายครั้งที่จะจัดการเล้งแต่เธอทำไม่ได้เพราะธามตามมาขัดขวางทุกครั้ง เขาต้องการเล้งไปสารภาพบาปและขอขมาพ่อแม่เขาในขณะที่ยังมีลมหายใจ ก่อนถึงวันหมั้นหมาย ธามพาย่าหยาหนี เล้งส่งลูกน้องตามไล่ล่า ธามพาย่าหยามารอเล้งที่ภูเก็ตเพราะรู้ว่าเล้งนัดส่งทองเถื่อนและยาเสพติดงวดสุดท้ายที่นั่น ระหว่างรอ..ทั้งคู่ก็เผยความในใจ ย่าหยามองธามเป็นธามอย่างเต็มตาโดยไม่มีเงาของชลธีซ้อนอยู่ในตัวชายหนุ่ม ในขณะที่ธามก็มองย่าหยาเป็นย่าหยาไม่ใช่จันทร์ชมพูอย่างที่เขาเคยรู้สึก ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขได้เพียงคืนเดียว ก็ต้องตื่นมาพบกับความจริงที่ซ่อนอยู่.... ธาม..ชลธี..จันทร์ชมพู..ย่าหยา..อะไรคือความจริง อะไรคือการหลอกลวง ระหว่างความกตัญญูกับความรัก ธามและย่าหยาจะเลือกสิ่งใด.. รายชื่อนักแสดง ละครซีรีย์เลือดมังกร ตอนกระทิง ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธาม/ชลธีเข็มอัปสร สิริสุขขะ รับบท ย่าหยา /จันทร์ชมพูมนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบท โบตั๋นสุริยนต์ อรุณวัฒนกูล รับบท เฉียงชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับทท เล้งภคชนก์ โวอ่อนศรี รับบท ซ้งพรนภา เทพทินกร รับบท สุ่ยรฐา โพธิ์งาม รับบท หยกมณีพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ซินแสง้วงสุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท พ้งไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว รับบท เฉินอี้เสียนกรณ์พงษ์ ชูลาภ รับบท จิว

5 วิธีดูผู้ชายหรรมใหญ่ จากอวัยวะ 5 ส่วน เขาบอกว่าแม่นอยู่นะ
วิธีดูผู้ชายหรรมใหญ่ /  อวัยวะเพศ. อวัยวะเพศชาย / 

5 วิธีดูผู้ชายหรรมใหญ่ จากอวัยวะ 5 ส่วน เขาบอกว่าแม่นอยู่นะ ก็เพราะว่าผู้ชายเรามักที่จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องกระปู๋ เพราะมีความคิดที่ว่ายิ่งใหญ่ ยิ่งดี เลยไม่พอใจกับสิ่งที่พ่อให้มา จนต้องไปสรรหาวิธีเพิ่มขนาดให้ใหญ่โต ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อสนองความต้องการของตัวเองซะงั้น ทั้งๆ ที่เอาจริงๆ มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดเลยแม้แต่น้อย มันอยู่ที่ลีลาล้วนๆ ยังไงก็ตามแต่ ถ้าแค่คิดว่าเราใหญ่กว่าคนอื่นก็โอเคแล้วใช่ป่ะครับ งั้นวันนี้ Men.MThai เราจะมาสอน วิธีดูผู้ชายหรรมใหญ่ จากอวัยวะกัน ถ้าเรารู้ว่าใหญ่กว่าใครแล้วเราจะได้ไปเบ่งใสได้ ว่า แกมันไก่อ่อน ข้าใหญ่กว่าเองนะเว้ยยยย 5555555555 นิ้วโป้งหัวแม่มือ อันชายใด นิ้วโป้งหนาใหญ่ ปลายบาน พลานให้คิด เห็ดของลับ ใหญ่สุดฤทธิ์ ยอดชายหนา สาวใด ได้ลิ้มลอง พร่ำพรรณา นี่ล่ะหนา พิษงูใหญ่ ใคร่ท่องจำ ตาตุ่ม ตาตุ่มนั้น สำคัญ อันฉไน รู้หรือไม่ บ่งบอกได้ กล่องดวงใจหนา ดูของที่ลับ ให้ดู ที่นี่นา ชายใดหนา ตาตุ่มใหญ่ มักไข่โต จมูก จมูกสันโด่ง ดูตรง ปีกแลหนา โบราณว่า ชายคนนั้น สำคัญฉไน มีคนรัก คนจะรัก ปักดวงใจ เพราะเพียงได้ ครอบครอง ของลับโต ว่ากันว่า ดูของลับ จงเพ่งมอง ที่จมูก สันจะโด่ง ปีกจะหนา ของจะใหญ่ สะดุดตา จำไว้หนา หาคนรักให้มองที่ จมูกเอย กำปั้น กำปั้นใหญ่ แข่งแกร่ง แรงไพศาล บอกประมาณ ให้เห็น ของลับหนา ชายใด กำปั้นใหญ่ ขนาดมหึมา ถ้าเซาะหา ของใหญ่ให้ ใคร่มอง กำปั้นเอย โหนกคิ้ว ชายฉกรรจ์ มักจะมี โหนกคิ้ว ที่โหนกนูน ช่วยเพิ่มพูน พลัง ให้ของลับ มหาศาล หญิงใด มองหาชาย ของลับ มโหฬาร ให้มุ่งมั่น มองไปที่ โหนกคิ้วเอย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.zaapmak.com

รีวิว :: ผอม อย่างไรให้ ปลอดภัย ต่อ สุขภาพ
Sye S /  ท้องผูก / 

วันนี้เรามีวิธีการ ลดน้ำหนัก ในแบบของเรามาฝากเพื่อนๆ กันด้วยซึ่งเราจะเน้นในเรื่องระบบขับถ่ายมากกว่าเพราะเชื่อว่าการกินแล้วขับถ่ายตรงเวลาจะช่วยให้ร่างกายไม่เกิดการสะสม ให้เกิดการถ่ายของเสียไปบ้างก็คงจะดี (สังเกตได้เลยทุกครั้งเวลาที่เราถ่าย ท้องน้อยจะยุบลง ไม่ป่อง เคยแบบท้องผูกอยู่สัปดาห์นึง ท้องนี่โย้จนนึกว่าท้องเลยอ่ะ แหะๆ) พอดีมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้ทาน Sye S ซายเอส อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ของเชียร์ ฑิฆัมพรน่ะ ตอนหมดกล่องแรกกะจะ รีวิว แต่มาคิดแล้วเอาให้หมด 3 กล่องก่อนดีกว่า แล้วค่อยรีวิวทีเดียว กล่องนึงจะมี 10 ซองน่ะ มาดูก่อนเริ่มก่อนละกันเนอะ น้ำหนักก่อนเริ่ม 51 ก.ก. จากรูปเราจะเห็นได้ว่ามีปัญหาของเรามันอยู่ที่ขาและแขนไม่กระชับ ย้วยจนนึกว่าใหญ่อะ ลำพังตัวก็ไม่ได้ใหญ่อะไรขนาดนั้น ผลจากการทานซายเอสมาได้ประมาณ 1 เดือน เป็นอย่างงี้ ตอนนี้น้ำหนักเหลือ 45 ก.ก. (เราสูง 168 ) มาเทียบดีกว่า คนรอบข้างหลายคนมากทักว่าไปทำไรมา (แอบปลื้ม) ส่วนตัวเราคิดว่าขากับแขนกระชับมาก ดูไม่ย้วยเหมือนเก่า ปล.เดี๋ยวจะมาบอกนะว่าเราเข้าโปรแกรมทานอะไรบ้าง อาการเป็นยังไงบ้าง เพื่อนๆ ว่าดูเปลี่ยนแปลงมั้ย?? มาดูที่ตัวช่วยก่อนนะตัวเอง 1.Sye S อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ของเชียร์ มันจะเป็นซองๆ เล็กๆ แบบในรูปเลย เราทานก่อนอาหารมื้อเช้าวันละ 1 ซอง แค่เทใส่ปากแล้วก็ดื่มน้ำตาม ปล.จริงๆ เค้าเขียนไว้ว่าวันละ 1 ซอง แต่ก็มีบางวันที่เรากินก่อนนอนด้วยนะ เพราะตั้งแต่ทานแล้วเรารู้สึกว่าเราขับถ่ายดีมากขึ้น คือจากเดิมที่ถ่ายไปเป็นเวลา บางครั้งก็ท้องผูกเลยล่ะ ตอนนี้คือถ้ากินก่อนนอน ตอนเช้ามาตื่น 7.00 น. ก็จะเริ่มอยากขับถ่ายแล้วล่ะ หรือเพราะช่วงหลังๆ เราทานพวกสลัดเป็นมื้อเย็นรึเปล่านะ เลยทำให้มีกากใยไฟเบอร์สูง ช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น 2.นี่เป็นตัวที่เราใช้หลอกท้องเวลาหิว ปล.เคยอ่านมานะ เขาบอกว่า ถ้าเวลาหิวกลิ่นของวนิลากับกล้วยหอมจะสามารถหลอกร่างกายให้ระงับความหิวได้ ไม่รู้จริงเปล่า ก็ลองทำตามดู 5555 3.ยาสมุนไพรส้มแขก อันนี้เราไม่ได้ทานทุกวัน แต่ถ้าท้องผูกจะทาน ปล.เคยอ่านเจอในเน็ตเค้าบอกว่า หากเราไม่ถ่ายของเสีย ก็จะกลายเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปฎิบัติการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ขอบอกก่อนว่าเราไม่ออกกำลังกายเลยอาจจะมีแค่เดินช้อปอย่างเดียว 1>>วิธีที่เราลดจะใช้คาดคะเนแคลอรี่เอานะ ( เพราะเราวันๆ นั่งทำงานหน้าคอมพ์ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานมาก ) 2>>ก่อนลดควรรู้ด้วยว่าตัวเองทานอะไรแล้วอ้วนทานอะไรผอม เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราเป็นคนทานเต้าหู้แผ่นแล้ว ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ลูกชิ้นปลานี่หนักเลยทานแล้วท้องอืดไม่ย่อยบางทีอาเจียนท้อง เสีย เลย (ทานทีไรน้ำหนักขึ้น ถึงแม้ว่าวันนั้นจะทานน้อย) เพราะฉะนั้นเราตัดออกไปเลยที่จะทานโปรตีนถั่วแทนโปรตีนจากสัตว์ (แปลกสุดๆ) เป็นคนเผาผลาญพวกนม/เนย/ชีสเร็ว /ขนมปัง ได้ดีเลยทีเดียว 3>>ส่วนมากเราจะทำอาหารทานเองมั่งซื้อทานมั่ง ถ้าทำเองได้จะยิ่งเซฟแคลอรี่ได้มากขึ้น 4>>ก่อนทานอาหารน้ำ 2 แก้วขั้นต่ำ หลังอาหารก็น้ำ 2 แก้วขั้นต่ำ 5>>ห้ามอดอาหารเช้าเด็ดขาด ยังไงก็ต้องหาอะไรลงท้องให้ได้ (มื้อเช้าคือโบนัสของการเผาผลาญเลยนะจ๊ะ) อันนี้เราบันทึกการทานอาหารสัปดาห์แรกไว้จ้า เอามาให้ดูเป็นตัวอย่าง เช้าวันแรก ชั่งน้ำหนักอยู่ที่ 51 ก.ก. มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว แล้วทานอาหารตามเลย วันนี้ทานข้าวราดกะเพราหมูสับใส่เห็ดกับใบกะเพราเยอะๆ ราดไข่ดาว ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: เราทานแซนวิชไก่ชีสเซเว่น 1 คู่กับไส้กรอกวุ้นเส้น 1 อัน(วันนี้อยากกินแซนวิชชีส^^) มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว ตามด้วยปลากรอบชุบงา 1 กล่อง(ที่ขายตามร้านข้าวเหนียวหมูอ่ะ)แล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว สรุป: ทานอาหารเสริมไปไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น ปกติดี ไม่หิวมาก เช้าวันที่ 2 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว จากนั้นทานอาหารตามเลย วันนี้เราทานไก่ผัดขิง เราทานเนื้อไก่ไม่เยอะประมาณ 3 ชิ้น(เพราะไม่ชอบ)ทานขิงเกลี้ยงเลย^^จิ๊กไข่แดงคุณแฟนมาทานอีก ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ทำซุปผักพริกไทยดำทาน (เพราะเจ็บคอ) ทานไป 1 ชาม (ขนาดชามก๋วยเตี๋ยว) ทานคู่กับขนมปังกระเทียม 2 แผ่นเล็กๆ ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเย็น: วันนี้ทานสลัดผัก น้ำสลัดแบบใส ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว แล้วก่อนนอนจัด Sye-S ไป 1 ซอง สรุป: ทานอาหารเสริมไปไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น ปกติดี ไม่หิวเลยละ แถมเช้ามาคือถ่ายดีมาก ตื่นนอนปุ๊บก็ปวดตุ่ยๆ ละ ขับถ่ายปกติไม่ได้เกิดอาการท้องเสียแต่อย่างใด วันที่3 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป1ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานสุกี้น้ำหมูเน้นผักใส่น้ำราดสุกี้ที่ร้านให้มานิดเดียวพอมีรสชาติหมูแทบไม่แตะเพราะไม่ชอบเคี้ยวหมูชิ้น (ถ้าหมูสับละชอบ) ตบท้ายด้วยขนมปังไส้กรอกราดมายองเนสทานไปครึ่งชิ้นพอหายอยาก ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้เที่ยงไม่ได้แตะข้าวเพราะออกไปธุระนอกบ้านกะหากินบนห้างไปจบลงที่ไอศกรีม Mango Sundae @ Swensens ตามด้วยลูกชิ้นหมูปิ้ง 2 ไม้ (ไม้ละ 5 บ.) คุณแฟนดันอยากกินทำให้เราอยากด้วย มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว ตามด้วยซุปผักพริกไทยดำ 1 ชาม (ซุปทำเอง) ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว สรุป: วันนี้ไม่มีอาการอ่อนเพลีย อาหารเสริมไปไม่มีอาการข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น ปกติดี ก่อนจะนอนเหมือนมีมารจะทำให้เราตะบะแตก TV ดันโฆษณาMK ตอนเทผักลงหม้อ จากนั้นตามด้วยน้ำซุปราดเฮ้อ........คนกำลังหิวเลยอะY_Y วันที่4 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานข้าวราดกะเพราหมูสับใส่เห็ดกับใบกะเพราเยอะๆ ราดไข่ดาว ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ทำซุปผักทานแต่ใส่มันฝรั่งเพิ่มมานิดนึง^^ทานไป 1 ชาม (เหมือนเดิม) ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเย็น: จัด Sye S ก่อนนอน 1 ซองค่ะ หลังจากนั้นดื่มน้ำเปล่าตามไป 2 แก้ว สรุป:วันนี้แอบทานคุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตระหว่างวันแฮ่ๆ ตามใจปากเซ็งตัวเองสุดๆ วันนี้ไม่มีอาการอะไร ไม่ปวดหัว ไม่เพลียและยังขับถ่ายดีเหมือนเดิมในทุกวันนะ ขนาดเมื่อวานไม่ได้ทานซายเอสก่อนนอนก็ยังถ่ายปกติอยู่นะ วันที่5 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานข้าวราดกะเพราหมูสับใส่เห็ดกับใบกะเพราเยอะๆ ราดไข่ดาว(อีกละไม่เคยคิดเมนูอื่นไง) ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก2แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ออกไปทานนอกบ้านเมนูสารพัดเลยY_Y (เลี่ยงไม่ได้) แต่ทานอย่างละนิดละหน่อย มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ววันนี้มื้อย็นได้แค่ถั่วลิสงเพราะกลางวันหลายเมนูทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว(ท้องอืดเลย) ทานซายเอส ก่อนนอนไป 1 ซองเพราะรู้สึกว่าฉันต้องการเอาที่กินวันนี้ออกมาให้หมด กรี้ดดดด สรุป:รู้ว่าวันนี้ทานมากเลยพรุ่งนี้จะไม่ทำอีกแล้วY_Yอาเมน ทานถั่วละท้องอืดด้วยเซ็งไปอีก แต่ยังดีนะขับถ่ายปกติ แต่แบบเหมือนมันอืดๆ อึนๆ นะ วันที่6 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานขนมขาไก่โรยงา (เป็นขนมปังกรอบยาวๆ เหมือนขาไก่) ไปถุงนึง ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ทานน้ำพริกกะปิทานกับข้าวไม่ขัดสี 1 ทัพพี (แฟนบอกข้าวแมวกิน) +แตงกวาเยอะมาก ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว วันนี้ตอนเย็นน้ำพริกกะปิ+แตงกวา(อีกละ) และก็กิน Sye S ไปอีกซองก่อนนอน ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว สรุป:ไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้น สบายๆไม่ปวดหัว ไม่มึน ไม่หิวมาก ขับถ่ายเริ่มเป็นเวลามายิ่งขึ้นนะ วันที่7 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้เราทาน ต้มจืดกระดูกหมูดอกไม้จีน+สาหร่ายใส่เส้นมาม่าครึ่งก้อน(ทำเอง)ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: ทานโยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 ถ้วย+ขนมปังไส้ข้าวโพด 1 ก้อน ดื่มน้ำตาม 2 แก้ว มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว ทานโยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 ถ้วย ดื่มน้ำตาม 2 แก้ว สรุป:วันนี้ไม่มีอาการใดๆ ไม่ปวดหัว ไม่มึน ไม่หิว ง่วงนอนอย่างเดียว(เกี่ยวมั้ยเนี๊ยยยยย) และอาทิตย์ต่อมาเน้นซุปผักหรือบุกผัดทูน่าซอสพริกไทยดำมื้อเย็นส่วนมากในมื้อเย็น มาดูสูตรกันดีกว่า สูตรซุปผัก(ทานได้ 2 มื้อเลยนะสูตรนี้) CR: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=easyfashion&month=06-2009&date=10&group=5&gblog=3 ส่วนประกอบ มันฝรั่ง 1 หัว(อันนี้ให้ตัดออกวันที่ทานอาหารเยอะ) หัวหอมใหญ่ 1 หัว แครอท 1 หัว เกลือตามใจชอบ พริกไทยตามใจชอบ ใส่มากๆเผาผลาญดี วิธีทำ หั่นทุกอย่างเป็นลูกเต๋า นำไปต้มให้นิ่ม ปรุงรสตามใจชอบ สูตรบุกผัดทูน่าซอสพริกไทยดำทานได้ 1 มื้อ บุกเส้น 1 ห่อ (สูตรสาหร่าย) ทูน่าในน้ำเกลือ 1กระป๋อง ซอสพริกไทยดำสำเร็จรูปโรยตามใจชอบยิ่งใส่เยอะยิ่งเพิ่มพลังงานท่องไว้ วิธีทำ ลวกบุกให้นิ่ม นำมาผัดกับทูน่าในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง ใส่ซอสพริกไทยดำตามใจชอบ (อร่อยนะเมนูนี้) ปล.เขียนซะยาวเลย อ่านๆกันหน่อยนะคะ สาวๆ สูตรนี้ได้ผลจริงๆ วิธีดีๆ ก็อยากมาแชร์ต่อกันนะคะ ^^

รับมือภัยเเล้ง ก.เกษตร ไฟเขียวตำบลละ 1 ล้าน
ก.เกษตร /  ชวลิต ชูขจร / 

รับมือภัยเเล้ว ก.เกษตร ไฟเขียวตำบลละ 1 ล้าน  รวมทั้งสิ้น 750 โครงการ นาย ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ได้เห็นชอบนโยบาย ตำบลละ 1 ล้านบาท กว่า 23 จังหวัด  134  อำเภอ  337  ตำบล  จำนวน  750  โครงการ แบ่งตามประเภทโครงการ ได้แก่การจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน จำนวน 459 โครงการ คิดเป็น 61.20% การผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อการสร้างรายได้ในฤดูแล้งของชุมชน จำนวน 50 โครงการ คิดเป็น 6.67% การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จำนวน 219 โครงการ คิดเป็น 29.20% และการจัดการเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร จำนวน 22 โครงการ คิดเป็น 2.93% รวมทั้งสิ้น 750 โครงการ ซึ่งความคืบหน้าของโครงการขณะนี้ สร้างรายได้ มีการจัดทำโครงการตามความต้องการของชุมชนครบถ้วนแล้ว ทั้ง 3,046 ตำบล สามารถผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ จำนวน 2,716 ตำบลคิดเป็น 89.02% ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด จำนวน 2,001 ตำบลคิดเป็นร้อยละ 65.59 และคณะกรรมการระดับกระทรวงพิจารณาเห็นชอบ จำนวน 1,455 โครงการจาก 920 ตำบล ใน 52 จังหวัด เป็นเงินประมาณ 628.249 ล้านบาท มีผู้ได้รับประโยชน์ 352,396 ครัวเรือน มีจำนวนแรงงานไม่น้อยกว่า 46,000ราย ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการอย่างรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่เพื่อจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน ประมาณ 58% เช่น กิจกรรมกำจัดวัชพืชน้ำคลองส่งน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวร กิจกรรมซ่อมแซมและขุดฝังท่อน้ำดิบ กิจกรรมฝายดินเรียงหินยาแนว ยังมีในลักษณะกิจกรรมปรับปรุงพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 32% เช่น กิจกรรมลานตากข้าวชุมชน กิจกรรมผลิตและขยายศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว กิจกรรมผลิตปุ๋ยชีวภาพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้กวาด รวมถึงการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อสร้างรายได้ในฤดูแล้ง 7% เช่นการผลิตเห็ดนางฟ้า การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และกิจกรรมเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร 3% กิจกรรมเพิ่มศักยภาพศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน โดยงบประมาณงวดแรกให้กับ 90 โครงการ 10 จังหวัด 58 ตำบล วงเงินจำนวน 39.428 ล้านบาท ได้แก่ ชัยนาท ชลบุรี สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ ลำปาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ขอนแก่น ชัยภูมิและนครราชสีมา และคาดว่าจะอนุมัติเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ประมาณ 210.444 ล้านบาท ทั้งนี้ มั่นใจว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จตามกำหนดภายในเดือนเมษายนนี้ พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่ทำงานทุกวันอย่างต่อเนื่อง MThai News

ยิ่งลักษณ์ โพสต์บอกเล่า กิจกรรมยามว่างหลังพ้นตำแหน่งนายกฯ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร /  เพาะเห็ด

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าให้แฟนเพจฟัง เผยใช้เวลาว่างที่บ้านเพาะเห็ดและปลูกผัก เพื่อเก็บมารับประทานจะทำให้ร่างกายดีขึ้น รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (25 เม.ย. 58) ในเพจเฟซบุ๊ก @Yingluck Shinawatra ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการโพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวกิจกรรมที่ทำยามว่าง หลังมีการยึดอำนาจรัฐประหารเกือบจะครบปี โดยระบุว่า ช่วงนี้กิจกรรมยามว่างนอกจากออกกำลังกายแล้วยังหันมาทานของเพื่อสุขภาพค่ะ เพราะการรับประทานอาหารที่ดีก็จะทำให้ร่างกายดีขึ้นก็เลยใช้พื้นที่ที่บ้านที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเพาะเห็ดและปลูกผัก เช่น ต้นกรีนโอ๊ค ตอนนี้ผักเริ่มเก็บมารับประทานได้แล้วค่ะ ดิฉันกับน้องไปป์ก็เลยมาช่วยกันชื่นชมและเก็บไปทาน เพราะทั้งสด กรอบอร่อย มีประโยชน์ โดยเฉพาะน้องไปป์รู้สึกจะชอบทานผักสดขึ้นเยอะ เลยขออนุญาตเก็บมาเล่าให้แฟนเพจฟังค่ะ MThai News

ไอดริส เอลบา กำลังเจรจาเพื่อรับบทนำตัวร้ายหลักใน Star Trek 3
3D /  Abrams / 

หลังจากเคยมีข่าวมาว่า ไบรอัน เครนตั้น อาจจะมารับบทตัวร้ายในหนังภาคต่ออย่าง Star Trek 3 แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเปลี่ยนไปแล้ว เพราะ วาไรตี้ ได้รายงานว่า ไอดริส เอลบา นักแสดงผิวสีที่เรารู้จักกันจากหนังเรื่อง Pacific Rim กำลังอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อรับบทตัวร้ายของหนังภาคนี้ครับ และก็มีความเป็นไปได้ด้วยว่าจะได้รับบทนี้ ซึ่งถ้าหากเขาได้รับบทนี้จริงก็ถือว่าสูสีกับความเก๋าจากตัวร้ายภาคก่อนอย่าง เบเนดิค คัมเบอร์แบช เลยทีเดียว ดูจากฝีมือการแสดง และ คาแรกเตอร์ในหนังหลายๆเรื่องของเขา ซึ่งในภาคนี้ เจ เจ อบรัมส์ จะไม่ได้กำกับ แต่ขอส่งไม้ต่อให้แก่ จัสติน หลิน ผู้กำกับขวัญใจผู้ชมจาก Fast Five และ Fast & Furious 6 แทน และหนึ่งในนักแสดงอย่าง ไซม่อน เพ็กก์ จะเป็นคนร่วมเขียนบทหนังเองด้วย ซึ่งตอนนี้หนังมีกำหนดฉายไว้ 8 กรกฏาคม 2016 ซึ่งจะเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปีของหนังชุด สตาร์ เทรค เลยทีเดียวครับ เพราะฉะนั้นใครเป็นหนังไซไฟเรื่องเยี่ยมชุดนี้ รอติดตามได้เลยครับ

108 Demon Kings 108 ศึกอภินิหารเขาเหลียงซาน
108 Demon Kings /  108 Rois-Démons / 

อาณาจักรจีนในศตวรรษที่ 12 ราชาปีศาจยึดครองแผ่นดิน ผู้ที่จะเอาชนะปีศาจร้ายเหล่านี้ได้จะต้องมีความกล้าอย่างเสือร้อยตัว แข็งแกร่งอย่างควายนับพัน หลักแหลมอย่างอสรพิษ...แต่เจ้าชายต่วนมีเพียงแค่สองอย่างคือความฝันเพ้อเจ้อและความอ้วน นักพรตจาง ผู้ไร้ที่ติก็มีเพียงวิชาพระที่ไร้ประโยชน์และสุภาษิตคำคมที่ไม่มีใครเข้าใจ ขอทานน้อยเพ่ยเพ่ยก็มีแค่คำพูดเพ้อเจ้อและท้องที่หิวโซ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เจ้าชายต่วน นักพรตจางและขอทานน้อยเพ่ยเพ่ยมีก็คือพวกเขาไม่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะราชาปีศาจเพราะฉะนั้น พวกเขาจึงทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้! ------------------------------------ 108 ศึกอภินิหารเขาเหลียงซาน จุดสำคัญทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรม ภาพยนตร์ 108 ราชาปีศาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรื่อง “ริมตลิ่ง” ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิคของจีนเกี่ยวกับการผจญภัยของ 108 คนนอกกฏหมาย เรื่อง “ริมตลิ่ง” (Shui-hu-zhuan ในภาษาจีน) ได้รับการบอกเล่าปากเปล่าก่อนจะมีการเขียนขึ้นมา มันมีอยู่หลายเวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือของฉีหนายอัน (Shi Nai’an) นักเขียนในศตวรรษที่ 14 เธอสร้างภาพการต่อสู้ งานเลี้ยงรื่นเริ่ง และกลุ่มโจรขึ้นมาได้อย่างมีชีวิตชีวา มันมีทั้งหมด 92 บท ซึ่ง 6 บท (จากกบทที่ 7- 12) เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลินจง (Lin Chon) ที่เล่าโดยหัวเสือดาว หนึ่งในตัวละครหลักในนิยาย เรื่องของคนนอกกฏหมายที่เป็นคนดีเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมในจีนและทั่วโลก ซึ่งเรื่องนี้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า The Water Margin และ Sukodon ในภาษาญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีการดัดแปลงออกไปอีกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, การ์ตูน, ละครโทรทัศน์, วิดีโอเกม... หรืออย่างโอเปร่าเรื่อง “ดงหมูป่า” ที่เล่าเรื่องของ หลู่ฉีเจิน (Lu Zhi-shen) ที่ช่วยชีวิตหลินจงเอาไว้ “ริมตลิ่ง” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต้นศตวรรษที่ 12 ยุคราชวงศ์ซ่งของทางเหนือ ซึ่งอิงจากเรื่องจริง เกี่ยวกับการเดินทางของซ่งเจียง คนนอกกฏหมายผู้โด่งดังที่ขบถต่อราชวงศ์ฮุ่ยซง (Huizong) ซ่งเจียงในฐานะวีรบุรุษเป็นเหมือนโรบินฮูดของจีน ราชวงศ์ซ่ง: หลิน จง (หัวเสือดาว)และเพื่อนมีชีวิตอยู่ในยุคราชวงศ์ซ่ง ในปี 1127 ยุคที่เกิดความวุ่นวาย ตระกูลจิน กลุ่มคนเร่ร่อนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในปัจจุบันบุกรุกทางเหนือของอาณาจักรจีนและขับไล่ราชวงศ์ซ่งให้อพยพไปอยู่ทางใต้ ซึ่งทำให้เกิดการแยกออกจากกันเป็นซ่งเหนือ (960-1127)  และซ่งใต้ (1127-1278) อย่างไรก็ตาม นี่ก็นับเป็นยุครุ่งเรืองที่ผลงานศิลปะพัฒนาไปสู่ความปราณีตขั้นสูง วิทยาศาสตร์และการค้าก็พัฒนา ทำไมจึงชื่อ “ริมตลิ่ง” ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ หรือในหุบเขาอุดมสมบูรณ์ที่มีแม่น้ำสองสายไหลผ่านซึ่งก็คือ แม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียและยาวเป็นอันดับสามของโลก และแม่น้ำฮวงโห หรือแม่น้ำเหลืองที่มีสีเหลืองของดินโคลน จีนใช้แม่น้ำสองสายนี้ในการชลประทานและขนส่ง ในยุค 5 ศตวรรษก่อนคริสตกาล มีการขุดคลองขนาดใหญ่หรือ Grand Canal ที่เป็นทางน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างปักกิ่งที่อยู่ทางเหนือและ หางเจา (Hangzhou) ที่อยู่ทางใต้ เรื่องในนิยายเกิดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเหลืองในเหอหนานและชางดงซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมจีน แผ่นดินนี้นับว่าเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็น Kaifeng เมืองหลวงของยุคซ่งเหนือ, Qufu บ้านเกิดของปรัชญาเมธีขงจื๊อ, ศิลปะการต่อสู้วัดเส้าหลิน, วัดถ้ำใน Longmen, Taishan ภูเขาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจีน...

ร้าน Mad Moa บาร์กึ่งร้านอาหารสไตล์ทรอปิคอล
เบอเกอร์

ใครจะนึกว่าย่านเมืองเก่าอย่างถนนหลานหลวง - ราชดำเนิน จะมีร้านแฮงเอ้าท์สุดฮิปอย่างร้าน Mad Moa กึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร เมนูอาหารจะเป็นเมนูง่ายๆ ทานคู่กับค็อกเทล Mad Moa ถึงจะเปิดได้ไม่นาน แต่คุณแวม ภาวี พยุงเวช เจ้าของร้าน ได้พกประสบการณ์การเปิดร้านเบอเกอร์มาหลายปี ร้านตั้งอยู่ในร้านเก่าของ Seven Spoons Mad Moa อ่านว่า “แมด โมอา” แมดแปลว่าบ้า นำมาผสมกับโมอา หมายถึงนกที่อยู่ในเกาะนิวซีแลนด์ โดยสไตล์ร้านจะเป็นอาหารแบบบาร์อเมริกัน ผสมผสานการตกแต่งร้านแบบทรอปิคอล แนวฮาวาย ตกแต่งจากไม้เป็นหลัก เรียบง่ายดูธรรมชาติร้านเล็กแต่มีเสน่ห์น่าหลงไหล ตามโต๊ะมีต้นกระบองเพชรวางอยู่ ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เข้ามาทานอาหารที่นี่ Mushroom Quesadilla หรือ ควิซาติลาเห็ด ในราคา 180 บาท ปกติเราจะคุ้นชินกับควิซาติลากุ้ง แต่ปรับสูตรมาเห็ดแทน เอาใจผู้ที่ชื่นชอบมังสวิรัติ  ตัวซอสซาลซาของร้านแมดโมอา แตกต่างจากร้านอื่น คือน้ำสัปปะรดและเฮิร์บมาเป็นส่วนผสมพิเศษ รสชาติจะหวานอมเปรี้ยวเข้ากันได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับแป้งห่อเห็ด อร่อยและสดชื่นมากๆ Mad Moa Burger  280 บาท ทำจากเนื้อทาจิมา วากิว ผสมกับนิวซีแลนด์เชสด้าร์ชีส ผักบัตเตอร์เฮด ทานคู่กับหอมทอด (fried onion) มีเคล็ดลับทานให้อร่อยคือ กดเจ้าเบอร์เกอร์ให้แน่นๆ แล้วกดคำโตๆ รสชาติเข้ากันมากๆคะ โดยเฉพาะผักสดเป็นผักที่ได้จากฟาร์มออแกนิก จ.เชียงราย และขนมปังที่ทางหุ้นส่วนของร้านทำเอง เนื้อขนมปังดูภายนอกจะดูเหมือนแข็ง แต่พอกดแล้วเนื้อจะเด้ง นุ่มและนิ่มอร่อย Mad Moa Ribs 320 บาท หรือเจ้าซี่โครงหมู สูตรพิเศษของทางร้าน ใช้เวลาหมักสมุนไพรถึง 3 วันเสิร์ฟพร้อมซอสเขียวเพราโตซอส และเครื่องเคียงซาลซาของทางร้าน บอกเลยว่าเนื้อนุ่ม ชนิดที่ร่อนออกมาจากกระดูก นิ่มอร่อยหอมเครื่องเทศสุดๆ Flank Steak ราคา 240 บาท เนื้อติดมันสไลด์ในอุณหภูมิระดับ Medium rare ทานคู่กับซอส Arugula สีเขียวๆ แต่งด้วย perper corn พริกไทยเม็ดสีแดง หอมพริกไทยและกรุบ เข้ากันได้ดีกับซอสเขียวอรูกูลา เป็นเมนูแนะนำอีกเมนูคะ Gumbo 280 บาท เป็นสตูที่นำส่วนผสมทุกอย่างที่มีมาตุ๋นรวมกัน นิยมในอเมริกาใต้ , นิวออลีน และทางชาวผิวดำชอบทานกัน ใครอยากไปทำความรู้จัก อยากสัมผัสบรรยากาศและรสชาติอาหาร ของร้าน Mad Moa เชิญได้ตลอดเวลา และพิเศษจากเว็บไซต์ MThai สำหรับสมาชิกทุกท่าน เรามีส่วนลดมาแจกกันอีกเช่นเคย ส่วนลด 10% เมื่อบอกว่ารู้จักร้าน Mad Moa จากเว็บไซต์ MThai ก็รับส่วนลดไปเลย หมดเขตวันที่ 31 ธันวาคม 2558

เฝ้าดู! หลินฮุ่ยเตรียมพร้อมผลิตทายาทอีกรุ่น
ช่วงช่วง /  ฤดูผสมพันธุ์ / 

ทีมเชี่ยวชาญด้านผสมพันธุ์แพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ เริ่มตรวจสุขภาพคู่แพนด้า หลินฮุ่ยเฝ้าระวังฮอร์โมน-ระยะตกไข่ เตรียมผสมพันธุ์ คาดหวังให้มีทายาทต่อจากหลินปิง วันนี้ (5 พ.ค. 58) นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เผยถึงสุขภาพของแพนด้าหลินฮุ่ยก่อนเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ว่า ล่าสุดทีมสัตวแพทย์เชี่ยวชาญแพนด้า เริ่มตรวจสุขภาพและโครงสร้างมดลูกของหมีแพนด้าหลินฮุ่ยแล้ว รวมถึงสุขภาพของแพนด้าช่วงช่วง ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญได้กำหนดแผนทำงานเพื่อเตรียมพร้อมรับฤดูผสมพันธุ์ของแพนด้าคู่นี้ หลังจากทิ้งห่างมาหลายปีนับจากหลินฮุ่ยให้กำเนิดหลินปิง ทั้งนี้ ได้มีการเตรียมพร้อมเต็มที่ ทีมสัตวแพทย์เน้นให้ความสำคัญในการผสมแบบธรรมชาติ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่ความพร้อมของทั้งคู่ หากไม่เป็นไปตามแผนอาจต้องผสมเทียมเมื่อไข่ของหลินฮุ่ยพร้อม จากการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ระบุว่าต้องเฝ้าพฤติกรรมของแพนด้าตลอดเวลาและเก็บปัสสาวะตรวจระดับฮอร์โมน เพื่อจะได้ทราบระยะตกไข่ของหลินฮุ่ย ตามปกติจะเป็นช่วงต้นปี แต่ขณะนี้หลินฮุ่ยยังไม่ได้แสดงอาการออกมา “การคาดหวังเป็นเรื่องปกติที่อยากให้มีแต่ก็ต้องดูความพร้อมของแพนด้าและปัจจัยต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพราะหลินฮุ่ยเคยตกไข่นอกฤดูกาลมาแล้ว ก็เป็นกรณีศึกษาทั้งหมด และมีการประสานกับทางผู้เชี่ยวชาญจีนด้วย” ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย MThai News