เห็ดหลินจือแดง

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้ามพิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน
ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้าม พิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน "รัก หมัด สั่ง" ส่งตัวอย่างมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อน สำหรับภาพยนตร์รักแนวย้อนยุค รัก หมัด สั่ง จากค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายและที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ ซึ่งในภาพยนตร์นอกจากเรื่องราวที่เข้มข้นแล้ว ยังจะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคที่ทุกคนคิดถึงได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ, ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วยครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวยและนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม และกำกับการแสดงโดย วัตร ราชวัตร งานนี้ จอร์จ ฐปนัท กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ ก็คือไปเจอรุ่นพี่คนนึงเขาชวนมาให้เล่นหนังเรื่องนี้ พอได้อ่านบทก็รู้สึกอยากเล่นครับ ในเรื่องรับบทเป็นครูเกื้อ เดินทางจากกรุงเทพฯ มารับราชการเป็นครูอยู่ที่ตำบลท่าทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และมาตกหลุมรักสร้อยฟ้า สาวสวยประจำตำบล ที่แสดงโดยน้องฟ้า อิงฟ้า แต่พ่อของนางเอกหวงลูกมาก ถ้าอยากได้สร้อยฟ้ามาครอบครองครูเกื้อต้องขึ้นชกมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัด สำหรับผมเป็นบทที่น่าสนใจมากเพราะต้องแสดงให้ได้หลากหลายอารมณ์ เวลาที่เล่นบทครูผมก็ต้องเนี้ยบ ๆ ตั้งใจสอนเด็ก ๆ ในชนบท พอเข้าฉากกับนางเอกก็จะต้องคอยหยอดคำหวาน ใช้สายตาแสดงให้เห็นถึงความรักที่จริงใจ พอต้องมาฝึกชกมวยก็ฝึกแบบจิงจัง ฝึกแบบฝึกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝึกไว้แสดงผมต้องเต็มที่มาก เพราะในเรื่องครูที่มาสอนมวยผมคือครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย ซึ่งครูท่านเก่งมากผมก็ต้องตั้งใจเต็มที่ ก็อยากฝากเชิญชวนทุกคนให้มาชมผลงานหนังเรื่องแรกของผมด้วยครับ เพราะนอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้ว ยังจะได้เห็นขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิตของคนยุคเก่า โดยเฉพาะความรักของหนุ่มสาวสมัยนั้นที่ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู อยากให้คนยุคใหม่ได้ไปชมครับ” ติดตามชม รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์เรื่องแรกของ จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ ที่ลงทุนฝึกซ้อมมวยอย่างหนัก ถอดเสื้อ โชว์กล้ามขึ้นชกบนสังเวียนเพื่อพิสูจน์รักแท้ พร้อมไปชมแบบเต็มตาพร้อมกัน 22 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

เดือดระดับ 10 หนิง ฉะ! เพจกุข่าว นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊ก
ข่าว หนิง ปณิตา /  นางร้ายในจอ

     เจอแบบนี้ก็ต้องเดือด! สิคู้ณณณณณ นางร้ายในจอ หนิง ปณิตา ถูกเพจกุข่าวพาดพิงอ้างเป็น "นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊กตั้งแต่คลอดลูกใหม่ๆ" ระดับขุ่นแม่หนิงเจอแบบนี้ก็ไม่อยู่เฉยแน่นอน โพสต์ตอกกลับด่วนจี๋ ปลอม!! ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ชื่อจริงไปเลย!! และถ้าไม่แก้ไขก็จะดำเนินคดีทางกฏหมาย ดังนี้    "ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ขื่อจริงไปเลยคร่า เหมือนที่หนิงใช้ชื่อตัวเองจริงๆไปเม้นต์ในข้อความ แล้วถ้าจะเขียนแบบนี้กล้าๆหน่อยแสดงตัวตนชัดเจนกันไปเลย ไม่ต้องสร้างเพจปดปิดตัวตนออกมาด่าดาราแรงๆแบบนี้ เดี่ยวนี้เพจแรงๆด่าดารา สร้างกระแสให้คนไปอ่าน เพื่อขายโฆษณา ผุดเป็นดอกเห็ด บางเพจก้อน่ารักดี จิกกัดกันเบาๆ (บางครั้งส่วนตัวยังไปเม้นต์คุยด้วย) แต่นี่ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายได้ ... ปลอม .. เอาเป็นว่าดำเนินการแก้ไขภายในวันพรุ่งนี้มิฉะนั้นขออนุญาติดำเนินคดีตามกฎหมาย (อย่าคิดว่าใช้อักษรย่อจะไม่โดน) อ้อ!!!ฝากถึงคนที่คอมเม้นต์ ทุกคนมีสิทธิในการวิพากษ์วิจารถ้าใช้คำพูดที่ดี และมีมารยาท ส่วนตัวมักจะเก็บคำพูดที่คนตำหนิกับไปพิจรณาเสมอว่าจริงรึเปล่า เพื่อปรับปรุงแก้ไข แต่พวกที่เขียนด้วยวาจาหยาบๆก้อเอาเหอะ เอาที่สบายใจ !! ขอโทษนะ บังเอิญเป็นคนชัดเจน ใครดีมาดีตอบใครร้ายมาถ้าไม่มากไปพอให้อภัย แต่ถ้าแบบไม่รู้สำนึก เชิญ คิดเอาเองนะ"    โดยล่าสุดเพจดังกล่าวก็ได้มีการลบกระทู้ข่าวนี้ไปแล้ว แต่ทางสาวหนิงเองกำลังรออยู่ว่าจะมีการ "ขอโทษ" เธอด้วยไหม?? ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ningpanita และข้อมูลจาก NingPanita Fanpage หนิง โพสต์ฉะเพจกุข่าว   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง และครอบครัว  

ฉลองใหญ่ 129 ปี อ.คฑา เดินขบวน เทศกาลกินเจ เมืองจันท์
กินเจ /  จันทบุรี / 

อ.คฑา เดินขบวนเทศกาลกินเจเมืองจันท์ ฉลองใหญ่ 129 ปี ประชาชนแห่ร่วมคึกคัก อ.คฑา ชินบัญชร ผู้นำแห่งจิตวิญญาณด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย - จีน นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสมชาย วัฒนาศิริวัฒน์ ประธานบ้วนเฮงเจตั๊ว นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายชัยพร กิจตระกูลรัตน์ ประธานเม่งหงีเจตั๊วและกัลยาณมิตรผู้ร่วมบุญทุกภาคส่วนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมเดินขบวนในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2559 พร้อมทำพิธีรับเสด็จองค์ฮุกโจ้วมาประทับ ณ พระอุโบสถ วัดเขตร์นาบุญญาราม สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจ เมืองจันท์ เป็นประเพณีโบราณที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นปีที่ 129 โดยงานวันแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา คณะสงส์อนัมนิกาย วัดเขตร์นาบุญญาราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำพิธีอัญเชิญตะเกียงเทวดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร ประกาศเป็นวันเริ่มถือศีลกินเจ ต่อมาในวันที่ 30 กันยายน 2559 เป็นวันทำพิธีใหญ่เดินขบวนอัญเชิญและแห่องค์กิ๋วอ๊วงฮุกโจ้ว ณ ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิมฯ โดยมีคณะสงฆ์อนัมนิกายเข้าประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อัญเชิญเทพยดามาเป็นทิพยพยาน เปิดพระคัมภีร์เบิกพระเนตร และแสดงการเชิดมังกร สิงโต เอ็งกอถวายองค์กิ๋วอ๊วงฮุกโจ้ว และอัญเชิญมาประทับที่พระอุโบสถวัดเขตร์นาบุญญาราม ตลอดเทศกาลถือศีลกินเจ เมืองจันท์ 9 วัน 9 คืน เพื่อให้ผู้ที่ศรัทธาเข้าบูชาขอพร ก่อนทำพิธีส่งเสด็จกลับในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ สำหรับผู้ที่เริ่มถือศีลกินเจ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมสืบสานประเพณีเก่าแก่ แม้จะไม่ใช่ประเพณีวัฒนธรรมของไทย แต่ก็เป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ที่ทำให้เรียนรู้ถึงการละเว้นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ โดยยึดหลักการบริโภคอาหารประเภทผัก ละเว้นเนื้อสัตว์หรือของคาว รวมถึงของที่มีกลิ่นฉุนผสมทั้ง 5 อย่าง คือ กระเทียม (รวมถึงหัวกระเทียมและต้นกระเทียม) หัวหอม (รวมถึงต้นหอม หอมแดง หอมหัวใหญ่) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) ใบยาสูบ (รวมถึงบุหรี่ ยาเส้น ของมึนเมา) และใบกุ่ยช่าย เพราะผักทั้ง 5 กลุ่นนี้ เป็นผักที่มีกลิ่นฉุนรุนแรง มีรสชาติที่หนัก สามารถทำลายระบบธาตุในร่างกายได้หากรับประทานเป็นจำนวนมากหรือเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ดังนั้น อาหารที่จะทดแทนสำหรับในช่วงเทศกาลกินเจนี้ จึงควรเน้นรับประทานอาหารทดแทนให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น ถั่ว 5 สี เห็ด เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา นมถั่วเหลืองและผักปลอดสารพิษ ประเพณีถือศีลกินเจ จึงเป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่ถือปฏิบัตินั้นได้ทั้งอานิสงส์ในการทำความดีและการดูแลสุขภาพ เพราะการกินเจเป็นเสมือนการกินอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารชีวจิต ที่จะช่วยปรับธาตุ ช่วยลดและขับของเสียต่างๆ ที่ตกค้างให้ออกจากร่างกาย ด้วยการกินติดต่อกัน 3 ถึง 5 วันขึ้นไป อีกประการหนึ่ง การกินเจก็ถือเป็นการแสดงจิตเมตตาด้วยการละเว้นชีวิต จึงถือเป็นการทำบุญให้ชีวิตละเว้นกรรม กรรมที่กระทำต่อผู้อื่น ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม เทศกาลถือศีลกินเจนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญเสริมดวง และดูแลสุขภาพจิต สุขภาพกายให้ดีสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กัน เป็นการส่งท้ายปี 2559 และเตรียมพร้อมเริ่มต้นรับสิ่งดีๆ ในปี 2560 ที่จะมาถึงในอีก 3 เดือนนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2559 ผู้นำแห่งจิตวิญญานด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย – จีน กล่าว สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปร่วมทำบุญ ชมงานที่วัดเขตร์นาบุญญารามและโรงเจทั้งสองแห่ง คลิกที่รูปแผนที่ด้านล่าง เพื่อแสดงเส้นทางในการการเดินทาง ณ จุดที่คุณอยู่ไปจนถึงที่วัดเขตร์นาบุญญารามได้ เดือนตุลาคมนี้ ทางวัดเขตร์นาบุญญารามและโรงเจ จะมีพิธีตลอดทั้งสัปดาห์ ผู้ที่สนใจสามารถไปร่วมทำบุญไหว้เจ้าได้ทุกวัน และรับประทานอาหารเจจากร้านค้าต่างๆ มากมาย กำหนดการงาน วันที่ 1 ตุลาคม 2559 (วันชิวอิก) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน และพิธีไคกวง พระสงฆ์สวดมนต์อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 3 ตุลาคม 2559 (วันชิวซา) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 5 ตุลาคม 2559 (วันชิวโหงว) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน และทำพิธีเพ่งอังปวย เซียมซีเสี่ยงทายขอคำพยากรณ์ดวงชะตาบ้านเมือง วันที่ 6 ตุลาคม 2559 (วันชิวลัก) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 7 ตุลาคม 2559 (วันชิวเฉ็ก) เวลา 19.00 น. พิธีลอยกระทงปล่อยสัตว์ที่แม่น้ำจันทบุรี และเชิญดวงวิญญาณไร้ญาติ 36 จำพวก ไปรับอนุโมทนารับส่วนบุญพิธีไทยทานทิ้งกระจาดที่โรงเจเม่งหงีเจตั๊ว และบ้วนเฮงเจตั๊ว เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 8 ตุลาคม 2559 (วันชิวโป่ย) เวลา 13.00 น. พิธีซิโกวทิ้งกระจาด วันที่ 9 ตุลาคม 2559 (วันชิวเก้า) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว เวลา 24.00 น. สวดมนต์ปิดพระคัมภีร์ เวลา 01.00 น. พิธีส่งเสด็จกิ่วอ๊วงฮุกโจ้วกลับสู่สวรรค์ทิพย์สถาน

ชาน ชี-ชาง โปรไต้หวันคว้าแชมป์กอล์ฟคิงส์คัพ พร้อมเงิน 4.86 ล้าน!
กอล์ฟ /  คิงส์คัพ พรีเซ็นเต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป / 

ชาน ชี-ชาง เจ้าของ 5 แชมป์เอเชียน เดเวลลอปเมนท์ทัวร์ จากไต้หวัน ผู้นำรอบสาม มารอบสุดท้ายเก็บเพิ่มอีก  3 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วันมี 12 อันเดอร์พาร์ 268 คว้าแชมป์ “คิงส์คัพ พรีเซ็นเต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป” ซึ่งเป็นแชมป์เอเชียนทัวร์รายการแรกให้กับตัวเอง และเป็นนักกอล์ฟต่างชาติคนที่สองที่คว้าแชมป์คิงส์คัพนับตั้งแต่รายการนี้บรรจุในตารางเอเชียนทัวร์เมื่อปี 2009 พร้อมรับเงินรางวัลชนะเลิศ135,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 4.86 ล้านบาท โดยมี หลิน เหวิน-ถัง โปรเพื่อนร่วมชาติ รั้งรองแชมป์ไปที่สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 270 รับเงินรางวัลไป 82,500 เหรียญสหรัฐ   ชาน ชี-ชาง กล่าวหลังปลดล็อคคว้าแชมป์เอเชียนทัวร์รายการแรกให้กับตัวเองว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่สามารถคว้าแชมป์เอเชียนทัวร์รายการแรกให้กับตัวเอง สัปดาห์นี้เป็นเกมการแข่งขันที่หนักมาก ก็รู้สึกกดดัน กรีนที่นี่เล็กแระเร็วจึงต้องเล่นให้รอบคอบจนถึงหลุมสุดท้าย ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะเป็นแชมป์ เป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยมมากที่สามารถทำได้ในรายการอันทรงเกียรติของประเทศไทย” ทางด้าน “โปรเจ็ท” สัตยา ทรัพย์อัประไมย ผู้นำสองวันแรก หาฟอร์มไม่เจอตีเกินอีก 2 โอเวอร์พาร์ 72 สี่วันมี 2 อันเดอร์พาร์ 278 อยู่อันดับ 24 ร่วมกับ  อุดร ดวงเดชา แชมป์ปี 2010 กับนักกอล์ฟอีก 11 คน  ส่วน อานนท์ ว่องวานิช แชมป์ปี 2012 เกินอีก 2 โอเวอร์พาร์ 72 สกอร์รวม 2 โอเวอร์พาร์ 282 รั้งอันดับ 56 ร่วม

รีวิวร้าน Bibim house (บิบิมเฮาท์) อาหารเกาหลีราคาย่อมเยา
กิมจิ /  อาหารเกาหลี / 

ทุกคนพอจะนึกฉากในซีรี่ย์เกาหลีที่นักแสดงกำลังคลุกข้าวในหม้อร้อนๆ คำโตๆ แล้วซดแกงเผ็ดสีส้มดูรสจัดจ้านในหม้อทองเหลืองเดือดปุดๆ กับไก่ทอดกรอบๆ คลุกซอสชุ่มช่ำออกมั้ยคะ นี่ขนาดแค่ดูยังไม่ได้กลิ่นนะเนี่ย ท้องก็โครกครากแล้ว วันนี้เรามีร้านอาหารเกาหลีสไตล์ซีรี่ย์มาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ... Bibim House นั่นเอง บรรยากาศในร้านให้อารมณ์เกาหลี๊เกาหลี ใช้สีสันสดใสทำให้เจริญอาหาร อารมณ์เหมือนทานอาหารอยู่ในร้านใจกลางกรุงโซล ที่นั่งสบายไม่อึดอัด พนักงานบริการดีเยี่ยมเลยค่ะ ว่าแล้วก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า Bibim กันก่อน คำนี้มาจากเมนูชื่อ Bibimbab (บิบิมบับ) หรือข้าวยำเกาหลีที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเห็นในซีรี่ย์บ่อยๆ บิบิมบับ คือข้าวที่โรยหน้าด้วยเครื่องเคียงได้แก่ หมูย่างเกาหลี กิมจิ แตงกว่าญี่ปุ่นคลุกน้ำมันงา ถั่วงอกลวก เห็ดลวก แครอทฝอยลวก ซอสพริกโคชูจังและสุดท้ายโปะด้วยไข่ดาวยางมะตูม บิบิมบับจะเสิร์ฟมาถ้วยหินที่ร้อนจัด เสียงดังฉ่าๆ เวลากินก็สนุกสนานตรงที่เราได้คลุกเคล้าข้าวกับเครื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบโคเรียนสไตล์ ถือเป็นเมนูแนะนำของร้าน มองไปโต๊ะไหนเป็นต้องเห็นถ้วยหินแบบนี้ทุกโต๊ะเลย มาต่อกันที่เมนูน่องไก่คลุกซอสกระเทียม กรอบนอกนุ่มใน คลุกซอสกระเทียมสูตรจากทางร้าน หอมๆ หวานๆ เค็มๆ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี เพลินๆ หยุดไม่อยู่เลยค่ะ (ฮา) ต่อด้วยกิมจิชิเก หรือแกงกิมจินี่เอง น่าตาดูเผ็ดแต่จริงๆ ไม่เผ็ดเท่าไหร่ เป็นเพราะสีของกิมจิเลยดูจัดจ้าน แต่รสชาติถือว่าเยี่ยม กลมกล่อม กิมจิก็กำลังดีไม่เปรี้ยวจนเกินไป ในหม้ออัดเต็มไปด้วยซี่โครงนุ่มเปื่อยชนิดรูดได้เลยไม่ต้องเคี้ยว แป้งต๊อกหนึบๆ และวุ้นเส้นเกาหลี ที่นี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยคะว่า เย็นนี้กินอะไรดี?

ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

"จอร์จ ฐปนัท - อิงฟ้า" นำทีมเปิดตัวภาพยนตร์ "รัก หมัด สั่ง" ค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม ได้ฤกษ์เปิดตัวภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์รัก-โรแมนติค-คอมเมดี้-ย้อนยุค กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูที่ชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เค้าต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา และอบอุ่นเป็นกันเอง เริ่มงานโดยการเปิดตัวอย่างภาพยนตร์ให้คนที่มาร่วมงานได้รับชม แล้วพิธีกรก็ได้เชิญวัตร ราชวัตร ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง เป็นหนังรักคอมเมดี้ที่ตลกเบาสมอง มีมุกตลกขบขันสอดแทรกตลอดทั้งเรื่องเกิดขึ้นโดยคุณมนตรี เตชะชัยพร ผู้อำนวยการสร้างหนุ่มรุ่นใหม่จากวชิโรฟิล์มเคยได้คุยกับผมว่า เค้าได้หลงรักในศิลปะมวยไทยและความเป็นอยู่แบบคนไทยสมัยก่อนจึงอยากทำหนังออกมาสักเรื่องเพื่อถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาผ่านหนังให้คนรุ่นเดียวกับเค้าได้เห็นโดยเรื่องราวในเรื่องเกิดขึ้นช่วงสมัย พ.ศ.2518 กิจวัตรประจำวันของคนไทยยุคนั้นไม่หวือหวา ไม่มีเทคโนโลยี ชาวบ้านออกมาพบปะสังสรรค์กันตามงานบุญ และงานประจำปีของจังหวัด ที่มีการละเล่นต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการแข่งขันชกมวยประจำปีที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ซึ่งผมมองว่าภาพบรรยากาศเหล่านี้กำลังจะหายไปจากสังคมไทย ผมอยากให้คนที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ทีมงานรวมถึงนักแสดงทุกคนทุ่มเทและตั้งใจกับหนังเรื่องนี้มาก ก็อยากให้มาชม มาอุดหนุนหนังไทยกันครับ” จากนั้นพิธีกรได้เชิญนักแสดงขึ้นมาพูดคุย โดยจอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ พระเอกของเรื่อง กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาเล่นบทครูเกื้อในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องมารับบทเป็นครู ต้องนิ่ง ๆ สุขุม ตรงกันข้ามกับตัวจริงของผม (หัวเราะ) ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของผม และยังได้ถ่ายทอดศิลปะมวยไทย รวมถึงมุมมองเรื่องความรักว่าเมื่อเราเจอรักแท้ เราจะสามารถยอมทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่เรารัก ก็อยากให้คนที่มาดูได้แง่คิดดีๆจากหนังเรื่องนี้ครับ” ส่วน ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ Miss International Thailand 2015 นางเอกดีกรีนางงามระดับประเทศ ได้พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของฟ้า ก็ตั้งใจเต็มที่กับงานนี้มาก ๆ ค่ะ บทจะค่อนข้างยากนิดนึงเพราะความรักของเราถูกขัดขวางโดยพ่อของเราเอง กดดันต้องร้องไห้แบบหนักมาก จะเพราะอะไรก็อยากให้ไปชมกันเอง หนังเรื่องนี้มีทั้งดราม่า โรแมนติค ตลก พูดง่าย ๆ คือครบรส ก็อยากให้ทุกคนไปติดตามกันด้วยนะคะ” ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ (Miss International Thailand 2015), ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วย ครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวย และนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม หรือที่รู้จักกันในนาม จุฬามณี ผู้เขียนบทละครสุดแค้นแสนรักกำกับโดย วัตร ราชวัตร โดยมีกำหนดเข้าฉาย 22 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี
จู อี้หลง /  พัชนนท์ ธรรมจิรา / 

เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ในช่วงปลายราชวงศ์หยวน ผู้คนนิยมกินเนื้อกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อของเด็กทารก หมู่บ้านหลินถาง ที่อยู่ติดกับแม่น้้าฮวาย ได้รับความเดือดร้อนจากเหล่าทหารที่เคลื่อนทัพผ่านมาและเข้ายึดหมู่บ้าน ในคืนนั้นเองทหารได้จับเด็กทารกในหมู่บ้านมาทำเป็นอาหารเลี้ยงกองทัพ หลังจากนั้นเหล่าบรรดาแม่ที่สูญเสียลูกจึงทำพิธีเรียกวิญญาณของเด็กทารกที่โดนฆ่าให้กลับมาแก้แค้น ผ่านไปหลายร้อยปี เหมิง เส้าฮุย (จู อี้หลง) จิตกรหนุ่มผู้ซึ่งเกิดในหมู่บ้านหลินถางแต่ได้ย้ายออกมาอยู่เมืองใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยการที่เค้าสูญเสียความทรงจ้าบางอย่างในวัยเด็กไป ท้าให้เขาตัดสินใจกลับไปที่หมู่บ้านหลินถางเพื่อตามหาความจริง โดยมี เหย่ จื่อเฟย (มิน พีชญา) แฟนสาวของ เหมิง เส้าฮุย ที่ออกติดตามคนรัก เพื่อกลับไปที่ ๆ เรื่องราวต่าง ๆ เริ่มต้น ท้าให้ทั้งคู่ได้พบเจอกับเรื่องมากมาย และเบื้องหลังความลับอันด้ามืดก็ค่อย ๆ เผยตัวออกมา

(อัพเดท)... รวมคิวบุกไทย! แฟนคลับเกาหลีปลายปีนี้มีกระเป๋าฉีก!!
2016 AOMG FOLLOW THE MOVEMENT IN BANGKOK /  2016 FTISLAND LIVE [THE TRUTH] IN BANGKOK / 

ปลายปี 2016 นี้ ติ่งเกาหลีมีเหตุต้องทุบกระปุกหมูแน่นอน ก็เพราะทัพศิลปิน ทั้งดารา และบอยแบนด์-เกิร์ลกรุ๊ป เล่นแท็คทีมบุ๊คไฟล์ทเดินทางมาเมืองไทยกันรัวๆ ชนิดไม่ให้เปิดโอกาสให้ได้พักหายใจหายคอ music.mthai.com ขอรวบตึง ลิสต์รายชื่อแบบยาวๆ ให้แฟนคลับน้อยใหญ่รู้ตัวกันล่วงหน้า จะได้เก็บตังค์สนับสนุนอปป้า-ออนนี่สุดที่รักกันได้ทันท่วงที ใครจะบุกไทยบ้าง ไปดู! อาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม... ความน่ารักของครอบครัว ริกกี้ คิม จากรายการ Oh My Baby กำลังจะมาปรากฏที่เมืองไทย ใน Ricky Kim and Kids Fan Meeting in Bangkok 2016 :Super Baby’s Journey จัดที่ เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ศุกร์ที่ 28 ตุลาคม... ลี จงซอก พระเอกหนุ่มที่เพิ่งฝากผลงานไว้ในซีรี่ส์เรื่อง W จะทะลุจอออกมาจัดแฟนมีตติ้ง 2016 LEEJONGSUK VARIETY Fan meeting in THAILAND ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เสาร์ที่ 29 ตุลาคม... AROHA ชาวไทยจะได้ฟินขั้นสุด กับ ASTRO THE 1st SEASON SHOWCASE IN BANGKOK 2016 โชว์เคสและแฟนมีตติ้งครั้งแรกที่ประเทศไทยของหกหนุ่ม ASTRO จัดที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เสาร์ที่ 29 และอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม... ห้าหนุ่ม BIGBANG เตรียมจัดเต็มให้แฟนเพลงเต็มอิ่มจุใจ ใน BIGBANG MADE [V.I.P] TOUR IN BANGKOK ทั้งสองรอบการแสดง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เสาร์ที่ 5 และอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน... ทัพศิลปินจากสังกัด JYP Entertainment พร้อมมามอบความสนุกแบบยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทย ใน 2016 JYP NATION MIX & MATCH IN BANGKOK ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน... เจ็ดหนุ่มบอยแบนด์มาแรง MONSTA X จัดแฟนมีตตี้งเต็มรูปแบบครั้งแรก The First Live MONSTA X Fan Meeting 2016 in Bangkok ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เสาร์ 12 พฤศจิกายน... วงดนตรีฝีมือดี FTISLAND กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ด้วย 2016 FTISLAND LIVE [THE TRUTH] IN BANGKOK ระเบิดความมันที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ อาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน... เกิร์ลกรุ๊ป GFRIEND จะมาแจกความสดใสในการมาเยือนเมืองไทยครั้งแรก GFRIEND Fan Meeting in Bangkok 2016 จัดที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน... ติ่งซีรี่ส์จีนได้เฮกันบ้าง กับแฟนมีตติ้งของสองดาราหนุ่ม หลิน เฟิงซง และ เฉินเหวิ่น ใน 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok ณ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน... พบกับ f(x) the 1st concert DIMENSION 4 – Docking Station – in BANGKOK คอนเสิร์ตของเกิร์ลกรุ๊ปมากความสามารถ f(x) จัดที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน... เจย์ ปาร์ค นำทัพศิลปินในสังกัด AOMG จัดคอนเสิร์ตใหญ่ 2016 AOMG FOLLOW THE MOVEMENT IN BANGKOK ที่ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัลลาดพร้าว (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เห็นลิสต์ยาวเหยียดขนาดนี้ ถ้าไปทุกงานมีกระเป๋าฉีกแน่นอน!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs
หมู่บ้าน smurfs /  ฮ่องกง / 

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs เพลิดเพลินกับโลกตัวการ์ตูนสีฟ้าสุดน่ารัก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 สิงหาคม! เหล่าคนรักสเมิร์ฟเตรียมเฮ! พร้อมแพ็คกระเป๋ามาตะลุยทริปแสนสนุกที่ฮ่องกงไปด้วยกัน เพราะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์ซิตี้ เตรียมเนรมิตลานหน้าอาคารโอเชียนเทอร์มินัล (Ocean Terminal Forecourt) ให้กลายเป็นหมู่บ้านขนาดมหึมา “We’re All Smurfs!” ของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าตัวน้อยขวัญใจคนทั่วโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนคลับสเมิร์ฟทุกเพศทุกวัย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับเจ้าสเมิร์ฟไซส์ยักษ์สูงกว่า 4 เมตร ลอยทักทายต้อนรับทุกคนอยู่กลางอากาศ พร้อมด้วยฉากจำลองเรื่องราว 8 ฉากสุดคลาสสิคในการ์ตูนสเมิร์ฟที่รอให้ทุกคนแวะถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลินกันที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน We’re All Smurfs ก็จะเจอกับบรรดาเอลฟ์สีฟ้าตัวจิ๋วแสนน่ารักที่สูงแค่เพียง 1 เมตร กว่า 35 ตัว อาศัยอยู่ในบ้านเห็ดสูงกว่า 6 เมตร ซึ่งภายในบ้านเห็ดยักษ์หลังนี้ เราจะได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาวิเศษจากปาป้าสเมิร์ฟ และร่วมเล่นเกมส์สนุก ๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟกับสเมิร์ฟเฟ็ท เลซี่ สเมิร์ฟ คลัมซี่ เสมิร์ฟ และเสมิร์ฟตัวอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสมิร์ฟที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย แล้วอย่าลืมแวะไปที่ the Smurfs House of Stories ในอาคาร Gallery ของห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ เพื่อรู้จักประวัติความเป็นมาของการ์ตูนชื่อดังและนักประพันธ์อัจฉริยะชาวเบลเยี่ยม Peyo ผู้สร้างสรรค์โลกแห่งเสมิร์ฟที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี พร้อมเนรมิตสตูดิโอของเขาขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 36 ชิ้นของเขาให้คนทั่วโลกได้ชื่นชมกันเป็นครั้งแรก และยังมีสารคดีและวิดีโอที่จะมาเผยเรื่องราวชีวิตอันน่าอัศจรรย์และพรสวรรค์ของนักประพันธ์ท่านนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานนิทรรศการ The Smurfs Creative Model Exhibition จัดโดยศิลปินเจ้าของผลงานศิลปะขนาดจิ๋วที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน และโซนโรงเรียนแสนสนุก The Smurfs Summer School ที่เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้เรื่องการทำไร่ทำสวน วาดรูป หรือแม้กระทั่งโชว์เวทมนตร์สุดตื่นเต้น ซึ่งเมื่อเรียนจบก็จะได้รับเข็มรับรองและเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาเพื่อกลายเป็นสมาชิกของชุมชนเสมิร์ฟตัวน้อยด้วย! แฟนคลับตัวยงของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าห้ามพลาดชิมของว่างและขนมธีมการ์ตูนสเมิร์ฟสุดน่ารัก และอย่าลืมแวะเข้าไปจับจองและเลือกซื้อหุ่นตัวการ์ตูนสเมิร์ฟรุ่น Hong Kong Special Edition และของพรีเมี่ยมสุดพิเศษอีกมากมายไว้ในคอลเล็กชันส่วนตัวที่ร้าน the Smurf Pop-up Store พร้อมปิดท้ายด้วยอีเว้นท์เก๋ ๆ อย่าง The Smurfs Asian Art Tour ที่เปิดตัวครั้งแรกในฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะขนาดจิ๋วจำลองโลกอันแสนวิเศษของเหล่าสเมิร์ฟมาให้ทุกคนได้สัมผัสร่วมกัน!

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai