เห็ดหลินจือแดง

ขอเชิญเที่ยว งานอวดดีวังน้ำเขียว ครั้งที่ 1
ข่าวท่องเที่ยว /  ท่องเที่ยวเชิงเกษตร / 

วิสาหกิจชุมชนโรงเรียนแก้หนี้แก้จน ศูนย์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมกับโรงเรียนแก้หนี้แก้จน (วังน้ำเขียว) และชาวบ้านหมู่บ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ขอเชิญร่วมเรียนรู้ไปกับเกษตรชุมชน งานอวดดีวังน้ำเขียว วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2557 เวลา 09.00-21.00 น. ณ ตลาดน้ำวังน้ำเขียว (อ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น) หมู่บ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ขอเชิญเที่ยว งานอวดดีวังน้ำเขียว ครั้งที่ 1 ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่เป็นเรียนรู้ผลิตผลทางการเกษตร ด้วยองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวิตตามวิถีชุมชนคนวังน้ำเขียวมาอย่างยาวนาน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและเข้ามามีส่วนร่วมและเรียนรู้ไปกับเกษตรอินทรีย์ โดยวิสาหกิจชุมชนโรงเรียนแก้หนี้แก้จน ศูนย์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ โรงเรียนแก้หนี้แก้จน (วังน้ำเขียว) ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงต้องการเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตรพอเพียงแก่ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมงาน สำหรับความน่าสนใจที่ไม่ควรพลาดภายในงานประกอบด้วย การประกวดผลงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการประกวดการทำอาหาร การแสดงและจำหน่ายผลิตผลการเกษตร (เกษตรอินทรีย์) สุดพิเศษกับการเสวนาวิถีทางเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีการอบรมวิชาชีพในสาขาต่าง ๆ ออกร้านจำหน่ายสินค้าของดีของอำเภอวังน้ำเขียว ผักปลอดสารพิษ เห็ดนานาชนิด การแสดงดนตรีจากศิลปิน เช่น กำปั่น บ้านแท่น ศิลปินแห่งชาติ และดนตรี ที่สำคัญทุกกิจกรรมชมฟรีตลอดงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ - วิสาหกิจชุมชนโรงเรียนแก้หนี้แก้จน ศูนย์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โทรศัพท์ 09 5568 0669 , 09 5567 8216 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา เลขที่ 2102-2104 ถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองฯ จ.นครราชสีมา 30000 โทรศัพท์ 0 4421 3030 , 0 4421 3666 โทรสาร 0 4421 3667 ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : เที่ยววังน้ำเขียว สวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน

อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก
อุทยานแห่งชาติ /  อุทยานแห่งชาติแม่เมย / 

อุทยานแห่งชาติแม่เมย เริ่มมีการสำรวจว่าจัดตั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 เป็นหน่วยงานกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติแม่เมยนั้น เพราะว่ามีแม่น้ำเมยซึ่งกั้นระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า เป็นเขตด้านทิศตะวันตกเกือบ 50 กิโลเมตร จากทิศเหนือจรดทิศใต้ อีกทั้ง แม่น้ำเมยนั้นเป็นแม่น้ำที่แปลกคือ จะไหลมาทางทิศใต้ ขึ้นไปทางทิศเหนือ พื้นที่ที่ทำการสำรวจจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ของวนอุทยานถ้ำแม่อุสุ และรวมพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าสองยางบางส่วน เป็นแนวเทือกเขาถนนธงชัย โดยเริ่มจากตำบลแม่ต้าน ผ่านตำบลแม่สอง จนถึงตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 713,750 ไร่ หรือ 1,142 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก ภาพ : คุณ khunthumsiri ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ส่วนมากเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีที่ราบน้อยมาก โดยมีความสูงเฉลี่ย 680 เมตร จากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุด 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ไม้ใหญ่มีน้อย เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำแม่สอง ลำน้ำแม่อุสุ ลำน้ำแม่สลิดหลวง และแม่น้ำเมย  ภาพ : thetrippacker.com ลักษณะภูมิอากาส จะมีฝนตกชุกมากในฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม ซึ่งไม่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างอบอุ่น และจะหนาวถึงหนาวจัดในฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะแก่การรองเที่ยวชมทะเลหมอก และสภาพทิวทัศน์ทั่วไปเป็นอย่างมาก พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดจากทะเลอันดามัน ประกอบกับอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าเขา ทำให้ได้รับลมมรสุมมากกว่าบริเวณอื่น มีฝนตกชุกเหมือนภาคใต้ฝั่งตะวันตก สถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมย จุดชมทะเลหมอก จุดชมทะเลหมอกนี้อยู่หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีความสูงประมาณ 1,100 เมตร เป็นจุดที่มองเห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลมาก รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก อีกทั้งเป็นจุดชมวิวที่ต้อนรับผู้ที่นิยมการเดินป่า เพราะจะต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง และต้องพักค้างแรม 1 คืน เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ภาพ : pixpros.net ถ้ำแม่อุสุ ( Unseen Thailand ) เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดกว้างใหญ่ มีลำน้ำแม่อุสุไหลเข้าสู่ปากถ้ำซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วไหลเวียนไปออกด้านหลังถ้ำลงไปสู่แม่น้ำเมยซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีระยะทางโดยประมาณ 450 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ภายในของถ้ำมีคูหาใหญ่ๆ อยู่ 3 คูหา มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก เวลากลางวัน แสงอาทิตย์ส่องลาดผ่านปล่องถ้ำลงมากระทบหินทราย เกิดประกายแวววาว บริเวณปากทางเข้าถ้ำมีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวชมภายใน ทางเดินในถ้ำค่อนข้างสะดวก มีเพียงบางช่วงที่ต้องปีนป่ายก้อนหินบ้าง ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 1 ชั่วโมง ในช่วงฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะขึ้นสูงจนไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ ถ้ำแม่อุสุจึงเที่ยวได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 สายแม่สอด - แม่สะเรียง ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้านทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ ภาพ : คุณ khunthumsiri น้ำตกชาวดอย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามถนนแม่สลิด-แม่ระเมิง ประมาณ 5 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18 มีเส้นทางเดินเท้าประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที จะพบกับน้ำตกชาวดอยที่ไหลจากหน้าผาสูงราว 25-30 เมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางชั้นเดียวที่ทิ้งลงสู่เบื้องล่าง รวมตัวเป็นสายธารไหลลัดเลาะไปตามโขดหินที่ระเกะระกะกลางลำห้วยแลดูสวยงามแปลกตา น้ำตกแม่ระเมิง น้ำตกแม่ระเมิง จากที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ ตามเส้นทางสู่ม่อนกิ่วลมอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20 ทางด้านขวามือจะพบน้ำตก ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็กสูงราว 15 เมตร ตกลงมาเป็นสองชั้นไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง  น้ำตกแม่สลิดน้อย อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินทางเท้าลัดเลาะไปตามลำห้วยแม่สลิด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางจะมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจให้ศึกษา เช่น ดอกเทียน หงอนเงือกเล็ก แววมยุราเล็ก ดอกไม้เถา เห็ดป่าสีสวยสดใส และเฟิร์น ใช้ชมตลอดทาง ถึงน้ำตกชั้นแรก แยกเป็นสองสายตกจากหน้าผาสูงราว 40 เมตร ส่วนชั้นที่ 2, 3 และ 4 ต้องปีนป่ายไปตามไหล่เขาที่สูงชัน ชั้นบนสุดจะพบน้ำตกอีกสองชั้นใหญ่ๆ มีสายน้ำทิ้งตัวไหลลงสู่เบื้องล่างติดต่อกันลงมาถึงสองชั้น จากหน้าผาสูงชันไม่น้อยกว่า 80 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ด้วยความแรงของสายน้ำทำให้เกิดละอองเป็นฝอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่สลิดน้อย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินท่องธรรมชาติ ฟังเสียงสายน้ำ และศึกษาพรรณไม้นานาชนิด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1.8 กิโลเมตร ระหว่างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีน้ำตกขนาดเล็กมากมายให้ได้ชม ม่อนกิ่วลม ที่ใช้ชื่อว่า ม่อนกิ่วลม ก็เพราะที่แห่งนี้มีช่องหรือกิ่ว ที่มีลมพัดผ่านอยู่เสมอ เป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยที่สุดบนเส้นทางสายสายแม่สลิดน้อย-แม่ระเมิง ม่อนกิ่วลมอยู่บนความสูง 940 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นทะเลหมอกปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง โดยมียอดเขาสูงต่างๆ โผล่พันสายหมอกแลดูราวกับเกาะใหญ่น้อยกลางทะเลสีขาว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบเขา จุดชมทิวทัศน์ม่อนกิ่วลม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 12 กิโลเมตร ภาพ : khunthumsiri ม่อนครูบาใส เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันลุ่มหลงกับความสวยงามของสายหมอก อยู่ใกล้เคียงกับม่อนพูนสุดา ห่างกันประมาณ 200 เมตร สามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและชมพระอาทิตย์ตกดินได้ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 7 กิโลเมตร ภาพ : thetrippacker.com ม่อนปุยหมอก ม่อนปุยหมอกเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจ ตลอดเส้นทางเดินเท้าไปม่อนปุยหมอก จะมีทุ่งหญ้าสีทองอยู่ตามข้างทางพลัดปลิวไสว เหมือนดั่งปุยฝ้ายอยู่ตามทางมากมาย มีการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 3.8 กิโลเมตรใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมงเป็นจุดที่สูงที่สุดและสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน ม่อนพูนสุดา เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากม่อนกระทิง 2 กิโลเมตร ชื่อม่อนตั้งขึ้นตามชื่อของนักถ่ายภาพชั้นครูของเมืองไทย คือ อาจารย์พูน เกษจำรัส และภรรยาของท่านชื่อ สุดา เพื่อเป็นเกียรติแด่อาจารย์พูน ในฐานะที่เป็นผู้เดินทางมาถ่ายภาพบนหม่อนนี้เป็นคนแรก การเดินทางรถยนต์ - จากจังหวัดตาก มาอำเภอแม่สอด และอำเภอท่าสองยาง รวม ประมาณ164 กิโลเมตร จากอำเภอท่าสองยางใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด – แม่สะเรียง) ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ถึงทางแยกแม่สลิดหลวง เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1267 (แม่สลิด-อมก๋อย) ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างชัน ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย - ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด – แม่สะเรียง) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้านทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ รถโดยสารประจำทาง การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งจะมีรถจากกรุงเทพฯ เดินทางมาอำเภอแม่สอด ของบริษัทขนส่ง จำกัด และบริษัท เชิดชัย ทัวร์ มีทั้งรถปรับอากาศชั้น 2 รถปรับอากาศชั้น 1 และรถ VIP จำนวนประเภทละ 3 เที่ยวต่อวัน โดยช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.00 น. ส่วนช่วงเย็น เวลาประมาณ 20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง เมื่อถึงสถานีขนส่งอำเภอแม่สอด จะมีรถโดยสารแม่สอด - แม่สะเรียง ซึ่งจะผ่านปากทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติแม่เมย ต.แม่สอง ต.แม่อุสุ อ. ท่าสองยาง จ. ตาก 63150 โทรศัพท์ 08 8290 7964 อีเมล maemoei@hotmail.com ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : dnp.go.th / pantip.com/topic/30330066 / weekendhobby.com / thetrippacker.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

Kin Donburi Cafe ลดราคา 50%
Kin Donburi /  คิน ดงบุริ

โปรโมชั่น Kin Donburi Cafe ลดราคา 50% ถ้าคุณเป็นอย่างที่ว่ามานี้ เราขอชวนคุณไปอิ่มอร่อยที่ Kin Donburi Cafe (คิน ดงบุริ คาเฟ่) เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะเขามีโปรโมชั่นลดราคาอาหาร 50% อยู่น่ะสิ! คิน ดงบุริ คาเฟ่ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ถึงแม้จะตั้งชื่อว่า ดงบุริ(ข้าวหน้าต่างๆ) คาเฟ่ แต่ก็ไม่ได้มีเฉพาะเมนูข้าวหน้าแบบญี่ปุ่นให้คุณอิ่มอร่อยเท่านั้น ทางร้านยังมีเมนูอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ ราเม็ง หรือสปาเก็ตตี้ด้วย วันนี้ คิน ดงบุริ คาเฟ่จัดโปรโมชั่น “อิ่มอร่อยรับลมหนาว” ให้คุณอร่อยกับเมนูต่อไปนี้ในราคา “ครึ่งหนึ่งจากราคาปกติ” คินซาชิมิพรีเมี่ยม ซูชิหน้ารวม มิโซ ราเม็ง สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล ชีสฟองดูว์ ยำปูอัด ยำเห็ดเข็มทอง ไปฟินกับอาหารอร่อยราคาประหยัดกันได้ที่ คิน ดงบุริ คาเฟ่ สาขา Siam Square 1 ตั้งเต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2557 ขอให้อร่อยกับมื้อนี้ที่ คิน ดงบุริ คาเฟ่ นะคะ

ชวนเที่ยวงาน กระบี่เบิกฟ้า อันดามัน เฟสติวัล
กระบี่เบิกฟ้าอันดามัน /  ข่าวท่องเที่ยว / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดกระบี่ ขอชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันในงาน กระบี่เบิกฟ้า อันดามัน เฟสติวัล 2557 ณ หาดนพรัตน์ธารา วันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2557 สนุกสนานไปกับบรรยากาศการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ชมขบวนแห่สีสัน Miracle of Krabi และขบวนศิลปวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอ ชวนเที่ยวงาน กระบี่เบิกฟ้า อันดามัน เฟสติวัล ภายในงาน ท่านจะได้ร่วมพิธีผูกเรือหัวโทง ประเพณีที่สำคัญของชาวเรือ และพิธีขอพรพระนางที่ถ้ำพระนาง สนุกสนานกับการชม ชิม ช้อป อาหารทะเล ตลอดจนสินค้าพื้นบ้านของกระบี่ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่หอการค้าจังหวัดกระบี่ โทร. 075 - 700204 หรือ ททท. สำนักงานกระบี่ โทร. 075 - 622163 ขอบคุณที่มา  : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , ภาพจาก  : www.thailovetrip.com เรียบเรียงข้อมูลโดย  : Travel MThai  ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลแหวก กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ , อ่าวมาหยา จ.กระบี่ ทะเลไทยสวยติดอันดับโลก , เที่ยว หินเห็ด อ่าวโล๊ะซามะ – กระบี่ , วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่

ป้าหมอเตือน เด็กทารก กิน น้ำคลอโรฟิลล์ อาจตายได้
น้ำคลอโรฟิลล์ /  ป้าหมอ / 

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพ คุณแม่ท่านหนึ่ง นำ น้ำคลอโรฟิลล์ใส่ขวดนมให้ เด็กทารก ที่มีอายุเพียง 7 วันกินเข้าไปแล้วมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ดีต่อเด็กทารก ทำให้เด็กแข็งแรงมาก นั้น ล่าสุด ป้าหมอ หรือ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ทั่วประเทศว่า นี่ เป็นการกระทำที่ เสี่ยงอันตราย อาจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ป้าหมอขอขอบคุณ คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่กรุณาส่งรูปผู้หญิงคนหนึ่งในโซเชียลมีเดียกำลังเอาน้ำที่เจ้าตัวบอกว่าชื่อน้ำคลอโรฟิลล์ ให้เด็กทารกกิน ด้วยความเป็นห่วงว่า ในปัจจุบัน มีการโพสต์ขายของมากมาย โดยไม่มีการกลั่นกรอง หากผู้ไม่ทราบ หลงใช้ตามโฆษณา ก็จะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กๆค่ะ ทารกแรกเกิดหนัก 5 กก. ไม่ใช่เด็กปกตินะคะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมหรือเลียนแบบ อาจเกิดจากการที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ เด็กอาจเป็นโรคผิดปกติบางอย่างที่ทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลกับสมองตามมา หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และ การให้ทารกกินน้ำอื่นๆที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผงสำหรับทารกที่ได้รับการเตรียมอย่างถูกสัดส่วน และ สะอาด จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษจนสมองบวม ท้องร่วงจากติดเชื้อ เกิดอาการแพ้รุนแรง ต่อไปนี้คืะ วิธีให้อาหารตามวัยที่ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งกรณีนมแม่และนมผง คำถามจากคุณแม่แฟนเพจเกี่ยวกับวิธีให้อาหารตามวัย >>>>>ลูกของคุณแม่สามเดือนกว่าแล้วค่ะ คุณแม่ให้นมแม่อยู่ และกำลังคิดว่าอาจเริ่มให้อาหารอ่อนๆ ประเภทกล้วยบดหรือว่าข้าวบด แต่เคยได้ยินมาว่าควรให้เมื่อลูกสี่เดือนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นอาจไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเล็กๆ จึงอยากสอบถามคุณแม่ว่าสามารถเริ่มให้ได้เลยหรือยังคะ และถ้าเริ่มได้ควรเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ" ป้าหมอ >>>> ทำไมจึงไม่ควรให้ทารกกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม ก่อนอายุ 6 เดือน เมื่อ 10 ปีก่อน แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยหลัง 4 เดือน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 6 เดือนแล้วค่ะ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนคำแนะนำดังกล่าว แต่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง และหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกหลายๆเล่ม ยังไม่ทราบข้อมูลใหม่เหล่านี้ ต่อไปนี้ คือ หน่วยงานที่แนะนำว่า ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว หรือ กินนมผงบวกน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก *องค์การอนามัยโลก *ยูนิเซฟ *สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออสเตรเลีย *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแคนาดา เพราะว่า ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผง เมื่ออายุประมาณ 6-9 เดือน บางงานวิจัยกล่าวว่าเด็กบางคนควรเริ่มกินอาหารตามวัยช้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป เช่น คนที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว อาจเริ่มที่อายุ 12 เดือน หรือ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด #ข้อดีของการเริ่มอาหารหลังอายุ 6 เดือน - ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เพราะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่เต็มที่ มากกว่า 50 ชนิด และยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รูัจัก การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวใน 4 เดือนแรก พบปัญหาโรคหูชั้นกลางอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยเร็ว โดยลดลงถึง 40% และมีปัญหาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างชัดเจน - ไม่ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ถ้าเริ่มเร็วเกินไป อาจมีปัญหา ท้องอืด ท้องผูก น้ำย่อยโปรตีนยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่เต็มที่ น้ำย่อยคาร์โบไฮเดรตยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-7 เดือน น้ำย่อยไขมันยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-9 เดือน - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคแพ้อาหาร งานวิจัยพบว่า ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคแพ้อาหาร เพราะว่าก่อน 6 เดือน เซลเยื่อบุลำไส้ยังอยู่กันแบบหลวมๆ (open) เพื่อให้ ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ผ่านเข้าไปตามช่องว่างดังกล่าวเข้าไปอยู่ในเลือดของลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค แต่หากมีการให้อาหารแปลกปลอมอื่นเข้าไป สารแปลกปลอมก็จะเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทารกสร้างสารต่อต้าน จนเกิดปัญหาแพ้อาหารตามมาได้ หลัง 6 เดือนเซลเยื่อบุลำไส้จะอยู่กันชิดๆแล้ว (close) ความเสี่ยงจึงลดลง - ลดความเสี่ยงปัญหาขาดธาตุเหล็ก การให้อาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน จะทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากนมได้น้อยลง งานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับอาหารอื่นก่อน 6 เดือน จะมีปัญหาซีดจากขาดธาตุเหล็กที่อายุ 1 ขวบมากกว่า และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้ว อย่าลืมให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ จะได้ไม่ซีด อีกปัจจัยหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงของโรคซีดหลัง 6 เดือน คือ ตอนคลอดควรรีดเลือดจากสายสะดือเข้ามาทางลูก ถึงแม้จะเพิ่มปัญหาตัวเหลืองขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนเมื่อโตขึ้น - ช่วยให้แม่ผลิตน้ำนมได้เต็มที่ เพราะหากกินอาหารตามวัย จะทำให้เด็กกินนมแม่ลดลง แม่จะสร้างน้ำนมลดลง พบว่าเด็กที่เริ่มอาหารตามวัยเร็วก่อน 6 เดือน มีแนวโน้มหย่านมแม่เร็วขึ้น - ลูกมีปัญหาการกินน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน เพราะลูกมีความพร้อมมากกว่า อย่าเชื่อคำขู่ว่า ถ้าไม่เริ่มเร็วๆ ลูกจะกินข้าวยาก เพราะเริ่มเร็วเริ่มช้ากว่า 6 เดือน ก็มีปัญหากินข้าวยากได้ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งเด็กที่กินนมแม่หรือนมผง ก็เจอปัญหากินข้าวยากทั้ง 2 กลุ่ม และข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เริ่มเร็วกว่า 6 เดือน (เพราะน้ำย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่พร้อม) และ กลุ่มนมผง (เพราะเด็กนมแม่ รสชาตินมแม่จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่แม่กิน จึงทำให้เด็กคุ้นเคยกับรสชาติอาหารมากกว่า แต่นมผง รสชาติจะคงเดิมตลอด) จะมีปัญหากินข้าวยากมากกว่าค่ะ ลูกใครที่กินก่อน 6 เดือน แล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ เช่น ให้กินกล้วยตั้งแต่ 1 เดือน ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร กระเพาะอาหารก็ไม่เห็นแตกเหมือนกับที่เป็นข่าว ก็เหมือนกับการรัดเข็มขัดนิรภัยที่บางคนไม่รัด ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีอยู่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวนั้นมีแน่ๆค่ะ เช่น แทนที่ลูกจะได้กินนมแม่มากๆ ซึ่งมีสารบำรุงสมอง สารต้านเชื้อโรค สารต้านมะเร็ง ก็ต้องเสียพื้นที่ไปในการกินกล้วยซึ่งไม่มีสารเหล่านี้ และ งานวิจัยพบว่า การเริ่มกินสิ่งอื่นก่อน 6 เดือน จะเป็นสาเหตุทำให้หย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรด้วยค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกกินนมแม่ไปได้นานๆ ก็ไม่ควรเริ่มอาหารอื่นก่อน 6 เดือนนะคะ #วิธีการให้อาหารตามวัย ให้เริ่มด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) หุงรวมกับถั่ว แล้ว ค่อยๆใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือ ผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักซึ่งจืดก่อน เพื่อไม่ให้ติดหวาน ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย ควรแช่น้ำยาล้างสารพิษ เช่น เบคกิ้งโซดา หรือ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาแช่ผัก อโวคาโด เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า จึงควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือ น้ำซุปผัก ไม่แนะนำน้ำต้มกระดูกหมู เพราะจะได้ไขมันจากสัตว์เข้าไปด้วย ห้ามปรุงรสด้วยซี่อิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ แต่ให้ใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดสารไอโอดีน ไม่ใช่ใส่เพื่อให้มีรสชาติ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผัก รอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 4 สัปดาห์ในตู้เย็นนช่องฟรีส เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือ อุ่นบนเตา คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ สำหรับอาหารของลูก เพราะกลัวจะสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้วได้ค่ะ ส่วนภาชนะ จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง อายุ 6-7 เดือน ให้บดอาหารให้ละเอียด โดยปั่นละเอียด หรือครูดผ่านกระชอน วันละมื้อเดียว หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือ ช้อนตักน้ำป้อนเวลากินข้าวแล้วฝืดคอ ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ชต. แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆเพิ่มวันละ 1 ชต. อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน อย่าบังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-8 ชต. นมมื้อนั้น จะเลื่อนการกินออกไปอีก 3-4 ชม. ในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้า หรือ กลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าหากทราบว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่ อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น เริ่มใส่เนื้อสัตว์เดือนที่ 7 คือ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาคัง ปลาตะเพียน (ระวังก้าง) ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะพูน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก บดให้ละเอียด ของใหม่ใช้ทีละอย่าง ใช้ซ้ำ 4-5 วัน เพื่อตรวจสอบอาการแพ้ ส่วนไข่ขาว และ อาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ เดือนที่ 7 เริ่มผลไม้ปั่นละเอียดและเติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 3-4 ชต. เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้ม มากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ขนมทุกชนิดใน 2 ขวบแรก แม้แต่ขนมปัง หรือ ที่เขาว่าเป็นขนมสำหรับเด็กฝึกถือกินเองก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วน และขนมปังก็มีสารอาหารน้อยกว่าข้าว จึงไม่ควรให้รู้จัก ถ้าลูกเป็นเด็กมีปัญหากินข้าวยาก นอกจากนี้ขนมปังเป็นอาหารแปรรูป มีการปรุงแต่งใส่รสชาติ สารกันบูด นมเนยชีส และตัวแป้งสาลีก็ถือเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ เดือนที่ 8 – 9 ให้เพิ่มข้าวเป็น สองมื้อ เริ่มป้อนอาหารเนื้อหยาบขึ้น คือ ไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่า ลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่ มื้อที่สาม ให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน และเริ่มทำอาหารแบบไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น เวลาเดินทาง แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกแก้ว ที่เปิดฝาแล้วตักกินได้เลย เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล สารกันบูด และนมผง แต่ถ้าอยู่บ้าน แนะนำให้กินอาหารทำเองแช่แข็ง จะมีคุณค่ามากกว่าอาหารสำเร็จรูป ไม่แนะนำอาหารที่เป็นผงชนิดก่อนใช้ให้ผสมน้ำบางยี่ห้อ เนื่องจากมีน้ำตาลและนมวัวผงผสมอยู่ และอาหารที่เป็นผง จัดว่าเป็นอาหารที่มีการดัดแปลงมากเกินไป เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนที่ทำให้เป็นผง จึงเหลือคุณประโยชน์น้อยลง ควรฝึกให้ลูกได้ตักอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ โดยให้นั่งเก้าอี้ (high chair) และมานั่งกินพร้อมผู้ใหญ่ จะได้เลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ควรกินข้าวพร้อมกับเล่นของเล่น หรือ ดูทีวี หรือ เดินตามป้อนหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่มีสมาธิกับการกินข้าว อมข้าว และใช้เวลานานเกินไป ตำราทำอาหารบางสูตร แนะนำให้ใส่เนย มาการีน ชีส หรือ นมวัว หรือ นมผง ลงไปในอาหาร แต่ป้าหมอไม่แนะนำ เนื่องจากทำมาจากนมวัว ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกรณีที่ต้องการเอานมแม่ที่สะสมไว้มาประกอบอาหาร อาจมีที่ใช้ใน 2 กรณี คือ หนึ่ง ลูกไม่ยอมกินนมที่สะสมไว้ หรือ สอง ลูกไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นการเอานมแม่มาผสมกับอาหาร อาจทำให้ยอมรับสิ่งที่ไม่ยอมกินได้ง่ายขึ้น แต่หากลูกยอมกินนมที่สะสมอยู่แล้ว และยอมกินข้าวดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องละลายนมเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหาร ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่หากลูกมีปัญหาดังกล่าว วิธีเอานมแม่แช่แข็งมาใช้ประกอบอาหารคาว ให้ทำอาหารให้ข้นกว่าปกติ หลังจากที่อุ่นอาหารพร้อมจะกินแล้ว ให้ละลายนมแม่มาราดบนอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่มีความเข้มข้นเหมาะสม จะไม่เอานมแม่ไปต้มกับอาหารตั้งแต่ต้น เพราะจะเสียคุณค่าและมีกลิ่นเหม็น หากต้องการนำนมแม่แช่แข็งมาทำเป็นอาหารหวาน คือ เอาก้อนนมแม่แข็งมาปั่นกับผลไม้ที่ต้องการ แล้วตักป้อนให้กินเป็นไอศกรีมผลไม้ เครดิตรูป : คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน คำเตือน : อย่าเลียนแบบหญิงสาวในภาพนี้เด็ดขาด นำมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ อย่าคิดแต่จะขายของโดยขาดสามัญสำนึกของมนุษย์ค่ะ ที่มาจาก :  https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic

งูเก็งกอง (2538) 2/2 จบ
หนังไทย

ขวัญภิรมย์ หลิน-วิทิต แลต-ทัศวรรณ เสนีย์วงศ์-มิส เหม่ยหลิน-มิสเตอร์ หงฟง : นําแสดง ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/11/2538-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415457149.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415465481.html

จอมเตะไทย แรงไม่ตกเก็บเพิ่ม3ทองเทควันโดไทยแลนด์โอเพน
"น้องมิ้น" นภาพร จรณวัตร /  ควอลิฟายโอลิมปิก / 

จอมเตะไทย แรงไม่ตกเก็บเพิ่มอีก 3 ทองจาก “เจ้าต้อ” พีระเทพ ศิลาอ่อน, “น้องเบนส์” ธนาภา แซ่เล้า และ”น้องมิ้น” นภาพร จรณวัตร ในศึกไทยแลนด์โอเพน 2014 ควอลิฟายโอลิมปิก วันที่ 2 การแข่งขันเทควันโดนานาชาติ รายการ “ไทยแลนด์ โอเพน อินเตอร์เนชั่นแนล เทควันโด แชมเปี้ยนชิพ 2014” รอบเก็บคะแนนนะสมควอลิฟายโอลิมปิก หรือ จี 1 ผู้ชนะเลิศจะได้รับ 10 คะแนน รองชนะเลิศ 7 คะแนน และอันดับ 3 ได้ 5 คะแนน ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้างแฟชั่นไอร์แลนด์ เป็นการแข่งขันวันที่ 2 โดยนักเทควันโดทีมชาติไทย มีคิวลงสนามถึง 8 คน ได้แก่ “เจ้าฟ้อน” อัครินทร์ กิจวิจารณ์ เหรียญเงินอินชอนเกมส์ ที่เกาหลีใต้, “เจ้าเคเบิ้ล” ติณณภพ ผดุงธรรม, “เจ้าต้อ” พีระเทพ ศิลาอ่อน เหรียญทองซีเกมส์คนล่าสุด ที่พม่า, “น้องเบนส์” ธนาภา แซ่เล้า, ”เจ้าคิว” วรัญชัย จังศิริพรปกรณ์, “เจ้าเทม” เทวิน หาญปราบ เหรียญทองคัดเลือกยูธโอลิมปิก ที่ไต้หวัน, “น้องมิ้น” นภาพร จรณวัตร ดีกรีเหรียญเงินเยาวชนชิงแชมป์โลก และ“น้องจูนใหญ่” รังสิญา นิสัยสม อดีตแชมป์โลกหญิงคนแรก ที่เกาหลีใต้ ผลปรากฏว่า จอมเตะไทย แรงไม่หยุดเก็บมาได้เพิ่มอีก 3 เหรียญทอง เริ่มจากเหรียญทองแรก “เจ้าต้อ” พีระเทพ ออกอาวุธร้อนแรงไล่ต้อนเอาชนะ ฮอง มิน โช จอมเก๋าจากเวียดนาม 12-4 คะแนน พร้อมจ่อคว้ารางวัลนักกีฬาชายยอดเยี่ยมในครั้งนี้ ต่อด้วยเหรียญทองที่สองจากฝีเท้าของ “น้องเบนส์” ธนาภา เฉือนชนะ วิภาวรรณ ศิริพรเพ็ญศักดิ์ จากสโมสรอาร์เอสอาร์ ไปหวุดหวิด 9-7 คะแนน และเหรียญทองปิดท้ายจาก “น้องมิ้น” นภาพร ที่เดินหน้าออกอาวุธเตะแหลกชนะ ซุง ชา ยิน ตัวเก่งจากไต้หวัน 6-1 คะแนน ขณะที่อีก 1 เหรียญทองแดงได้จาก “เจ้าเคเบิ้ล” ติณณภพ หลังในรอบรองชนะเลิศพลาดท่าแพ้ซัดเดิ้ลเดดให้กับ หยาง ซุน เยน จากเกาหลีใต้ 6-7 คะแนน ส่งผลให้ในเวลานี้นักเทควันโดทีมชาติไทยคว้าไปแล้วทั้งสิ้น 8 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญทองแดง ส่วนผลนักกีฬาคนอื่นๆ “เจ้าฟ้อน” อัครินทร์ ตกรอบแรกแพ้ดวลซัดเดิ้ลเดดให้กับ เนอร์ซูทาน มานาเยฟ ดีกรีเหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์ 17 ที่เกาหลีใต้ ชาวคาซัคสถาน 5-6 คะแนน เช่นเดียวกับ “น้องจูนใหญ่” รังสิญา รอบแรกไล่เอาชนะ ชุน โฮ ลิม จากฮ่องกง ขาดลอย 14-1 คะแนน แต่รอบ 8 คนสุดท้ายแพ้ให้กับ หลิน เชน ยิน อดีตเหรียญเงินกีฬาม.โลก ของไต้หวัน 3-7 คะแนน ส่วน “เจ้าเทม” เทวิน แพ้นัดแรกให้ ชู โฮ เชียน ดาวรุ่งจากไต้หวัน 14-22 คะแนน และปิดท้าย “เจ้าคิว” วรัญชัย แพ้นัดแรกให้ บุรินทร์ ทาภิบาล จากยิมส์ทวีศิลป์ไป 12-13 คะแนน หลังเกม “บิ๊กชา” นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พอใจกับผลงานนักกีฬาในวันที่สอง หลายคนขึ้นชั้นมาจากระดับเยาวชนได้แสดงผลงานและความสามารถอย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่า หลายรุ่นเราเจอคู่แข่งที่สูงใหญ่และมีประสบการณ์มากกว่า แต่ทุกคนก็เอาตัวรอดมาได้ จากนี้ไปเรายังมีลุ้นเหรียญรางวัลในวันสุดท้ายอีก อยากให้ทุกคนเข้ามาให้กำลังใจนักกีฬาไทยกันมากๆ

กินอาหารตาม กรุ๊ปเลือด เพื่อสุขภาพ
กรุ๊ปบี /  กรุ๊ปเลือด / 

กินตาม กรุ๊ปเลือด กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมของ Dr.Perer J.D'Adammo ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกา ปี 1990 เขาใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุป และเขียนเป็นหนังสือ Eat Right for your Type เขาอธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า "เล็คติน" ถ้าการกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน กรุ๊ป A นักมังสวิรัติดี ๆ นี่เอง คนเลือดกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ดี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็ง กรุ๊ปเอจึงถูกจัดเป็นมังสวิรัติ อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด กินปลาอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งเพื่อเสริมโปรตีน หลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว เช่น ปลาตาเดียว หรือปลาจะละเม็ด เพราะมีเล็คตินรบกวนระบบการย่อย หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาจกินได้นิดหน่อย เลือกดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ แทนนมวัว กินไข่ได้บ้างเป็นครั้งคราว บรรดาตระกูลถั่วต่าง ๆ อาทิ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสงที่มีเยื่อหุ้มบาง ๆ และถั่วเหลือง เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้ สามารถกินข้าวกล้องหรือซีเรียลได้วันละ 1-2 ครั้ง ผักทั้งสด และสุกกินแล้วดีโดยเฉพาะหอมหัวใหญ่ และบร็อคโคลี มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง แครอท ฟักทอง ผักโขม และกระเทียม ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน กินผลไม้แทบทุกชนิด ยกเว้นแตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะย่อยยาก พวกชาสมุนไพรจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะ ไวน์แดงดื่มได้ แต่ควรเลี่ยงเบียร์ และน้ำอัดลม A เลือดกรุ๊ป เอ เธอเพียรพยายามกับการไดเอ็ทแบบ ATKINS ที่เน้นเฉพาะเนื้อสัตว์มานาน แต่ หารู้ไม่ว่าเลือดของเธอค่อนข้างเหนียวข้น เมื่อรับประทานเนื้อสัตว์และไขมันเข้าไปจะยิ่งเพิ่มความข้นของเลือดทำให้ เลือดไหลเวียนช้า หัวใจก็ทำงานหนักมากขึ้น และมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและเบาหวาน นอกจากนี้กระเพาะของเธอยังมีกรดต่ำ รับประทานโปรตีนแล้วไม่ย่อย ถ้าจะให้ดีเธอควรเป็นนักมังสวิรัติเพื่อลดน้ำหนักและสร้างภูมิต้านทานให้ ร่างกายแข็งแรง อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : ห่าง ๆ จากเนื้อสัตว์ทุกชนิดไว้เป็นดี แต่ปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพงก็พออนุโลมได้ รับประทานเนื้อถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง และเต้าหู้ เพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ ผัก : เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยบร็อคเคอลี่ แครอท กระเทียม หัวหอม ฟักทอง และผักโขม ผลไม้ : รับประทานได้เกือบทุกชนิด ยกเว้นมะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ และเป็นตัวการขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน เครื่องดื่ม : เธอสามารถดื่มกาแฟหรือไวน์แดงได้ (วันละหนึ่งแก้ว) เพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ควรดื่มนม เบียร์ และโซดา เคล็ดลับการไดเอ็ท : หากรับประทานอาหารตาม กรุ๊ปเลือด สม่ำเสมอ เธอจะน้ำหนักลดลงเองโดยอัตโนมัติ แถมยังได้ชาร์จภูมิต้านทานขนานใหม่ป้องกันโรคภัยโรคภัยต่าง ๆ ด้วย การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังกายแบบเบา ๆ ไม่ออกแรงหักโหมเกินไป เช่น โยคะและไทชิ ส่วนอาการเครียดที่เธอเป็นบ่อย ๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการนั่งสมาธิเป็นประจำ กรุ๊ป B อ้วนง่าย คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ ส่วนใหญ่มีปัญหากับไวรัส และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี ชอบปวดตามข้อ ซึ่งไม่ใช่อาการของเกาต์หรือรูมาตอยด์ มีโอกาสเกิดโรคแผลในสมอง (sclerosis) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด เนื้อกระต่าย กวาง แกะ ไก่งวง ควรกินปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะ และปลาเนื้อขาว อย่างปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว หลีกเลี่ยง เนื้อหมู ไก่ หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครง เพราะจะรบกวนระบบในร่างกาย สามารถกินนม เนย ไข่ ในปริมาณที่เหมาะสมได้ ข้าวโอ๊ต และข้าวกล้องดีต่อคนเลือดกรุ๊ปนี้ขณะที่แป้งสาลี ถั่วลิสง และโฮลวีท ไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกายทำให้อ้วนและไม่ดีต่อเลือด อาจเป็นสาเหตุของโรคเส้นโลหิตแตกควรลองแป้งสเปลท์ (spelt) ซึ่งเป็นแป้งที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และมีไฟเบอร์สูง ผักใบเขียวทุกชนิดกินดีหมด เพราะมีแมกนีเซียมช่วยป้องกันอาการผื่นคัน แต่ถ้าอยู่ระหว่างไดเอ็ทควรหลีกเลี่ยงมะเขือเทศ และข้าวโพด เพราะมีผลต่อการสร้างอินซูลิน และระบบเผาผลาญ กินผลไม้ได้แทบทุกชนิด ยกเว้น ลูกพลับ ทับทิม และลูกแพร์ ชาสมุนไพรที่ให้ประโยชน์คือ ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ โสม ชาเขียว B เลือดกรุ๊ป บี เธอโชคดีกว่าใคร เพราะ กรุ๊ปเลือด บี มีความสมดุล คือไม่ข้นหรือเหลวเกินไป จึงเลือกรับประทานอาหารได้หลากหลายครอบครอบคลุมทุกหมู่ รวมทั้งสามารถดื่มนมได้ไม่มีปัญหา และไม่มีแนวโน้มจะเป็นโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจเหมือนกรุ๊ป เอ อย่างไรก็ดี เธอจำเป็นต้องเลิกกินข้าวโพดของโปรดเพราะเป็นตัวการทำให้เธอน้ำหนักขึ้น ง่ายกว่าอาหารอย่างอื่น อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : เนื้อแพะ แกะ กระต่าย แม้จะหายากสักหน่อยแต่ก็ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้มากควรหลีกเลี่ยง ไก่และไข่ เพราะมีเลคติคไปเกาะกับเซลล์เลือด ปลาทะเลน้ำลึกที่ดีต่อเธอคือ ปลาแซลมอนและปลาหิมะ ผัก : รับประทานผักใบเขียวมาก ๆ จะช่วยไม่ให้เธอเป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ เพราะมีเลคติคซึ่งไปก่อกวนระบบย่อย ขัดขวางระบบเผาผลาญแคลอรีและระดับน้ำตาลในเลือด ผลไม้ : สับปะรดมีเอนไซม์ช่วยให้ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานมะพร้าว มะเฟือง และทับทิม เครื่องดื่ม : ชาสมุนไพรที่ดีคือ ชาเขียว ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโสม จะช่วยบำรุงระบบประสาท เคล็ดลับการไดเอท : กุญแจสำคัญสำหรับเธอคือ มันฝรั่ง ข้าวโอ๊ต และสับปะรด เพราะมีไฟเบอร์สูงและช่วยระบบหมุนเวียนของน้ำตาลในเลือด แต่เธอไม่ควรรับประทานข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่ว และงา เพราะเป็นต้นเหตุให้ระบบเผาผลาญแคลอรีทำงานช้าและน้ำหนักขึ้นได้ง่าย การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังกายแบบที่ไม่หักโหม แต่ก็ไม่เบาจนเกินไป เช่น เทนนิส ศิลปะป้องกันตัวและปีนเขา กรุ๊ป O High Protein ปัญหาของคนเลือดกรุ๊ปนี้คือ กระเพาะมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อได้ดีกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น แต่ระบบการเผาผลาญไม่ค่อยดี ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ค่อยคงที่ จึงทำให้อ้วนง่าย ตามติดมาด้วยปัญหาเลือดแข็งตัวช้า อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด เลือก กินเนื้อได้ตามใจชอบ กินอาหารทะเลได้เป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคเลือดไม่แข็งตัว และไทรอยด์ แต่ระวังเรื่องไขมันและโคเรสเตอรอลด้วย กินนม เนย ไข่ในปริมาณที่พอเหมาะ ถ้าอยากผอมต้องเลี่ยงแป้งสาลี ข้าวโอ๊ต และบรรดาถั่วต่าง ๆ ผัก กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะบร็อคโคลี ผักโขม มีวิตามินเคสูง ช่วยให้เลือดแข็งตัว ส่วนผักตระกูลกะหล่ำควรหลีกเลี่ยงเพราะมีผลต่อไทรอยด์ เห็ดหอมและมะกอกดองทำให้เกิดอาการแพ้ มะเขือยาว และมันฝรั่งทำให้ปวดข้อ ผลไม้กินได้แทบทุกชนิดโดยเฉพาะตระกูลเกรปฟรุต ตระกูลเบอร์รี่ (ยกเว้นแบล็คเบอร์รี่) ช่วยลดน้ำหนัก ควรเลี่ยงแคนตาลูป มะพร้าว ส้ม และสตรอเบอร์รี่ เพราะมีกรดสูงเกินไป ชา สมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ อาทิเปปเปอร์มินท์ Licorice Tea Parsley ฯลฯ ไม่ควรดื่มเบียร์ ชา กาแฟ เพราะจะเพิ่มกรดในกระเพาะให้หนักเข้าไปอีก O เลือดกรุ๊ป โอ เธอเข้าใจมาตลอดว่าผักเท่านั้นที่เป็นหนทางสู่การ เป็นเจ้าของรูปร่างที่ดี แต่แท้จริงแล้วคนเลือดกรุ๊ปโออย่างเธอเหมาะกับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เป็น อย่างยิ่ง บุคคลเลือดกรุ๊ปโอนั้น จะมีระบบย่อยเนื้อแดงที่ดีมากเพราะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ย่อยเร็วและดูดซึมดี และสามารถให้ประโยชน์สูงสุดต่อส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนอาการเลือดไหลไม่หยุดซึ่งเธอมักประสบบ่อย ๆ เวลาเกิดแผลเป็นเพราะเลือดเธอค่อนข้างเหลว การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเค เช่น ตับ ไข่แดง คะน้า สปินิช ผัก Swiss chard และควรหันมารับประทานแป้งสเปลท์แทนแป้งสาลี จะสามารถช่วยเธอได้ คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า นอกจากนี้เธอยังมีปัญหาระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ซึ่งกระทบระบบเมแทบอลิซึมโดยตรงจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมน้ำหนักเธอถึงขึ้น ง่ายกว่าคนอื่น กรุ๊ปโอ เป็น กรุ๊ปเลือด ที่มีวิตามินมากพอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะมีปัญหาบ้างที่จะเกี่ยวกับระบบ metabolism (การเผาผลาญเพื่อนำพลังงานไปใช้ในระบบร่างกาย) จึงควรรับประทานอาหารที่มีไวตามินบี เช่น เนื้อ ตับ เซี่ยงจี๊ ไข่ 5ฟอง/อาทิตย์ ผลไม้ ผักใบเขียวและถั่ว ซึ่งเป็นชนิดที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอ หรือเสริมด้วย ไวตามิน บี-คอมเพล็กซ์ และระบบย่อยของคนเลือดกรุ๊ปโอ ไม่รับแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์นม จึงต้องหาแคลเซียมจากที่อื่นแทนซึ่งนั่นก็ได้แก่ ปลาซาร์ดีน หรือ ปลาแซลมอนกระป๋องทั้งก้าง บร็อคโคลี่ และผักcollard green สำหรับเด็ก ที่อายุ 2-5 ขวบ และ 9-16 ขวบ รวมทั้งผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอาจต้องเพิ่มแคลเซียมเสริม 600-1,100 มิลลิกรัม และเพื่อเป็นการป้องกันการอักเสบในส่วนต่างๆของร่างกายด้วย อาหาร อีกชนิดที่คนเลือดกรุ๊ปจะต้องรับประทานคือ อาหารทะเล เพราะอาหารทะเลนั้นจะให้ไอโอดีน เป็นการเพิ่มผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งจะช่วยทำให้ควบคุมน้ำหนักของคนเลือด กรุ๊ปนี้ให้คงที่ เพราะถ้าหากไทรอยด์ไม่คงที่จะทำให้อ้วนได้ง่าย ผลไม้ที่รับประทานกับเลือดกรุ๊ปโอได้จะมีไม่กี่ชนิด เช่น พลับ พรุน และมะเดื่อ ผลไม้จำพวกนี้จะช่วยลดการละคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ น้ำ ผลไม้ที่ดี คือ นำสับปะรด จะช่วยอุ้มน้ำของเซลในร่างกาย หรือน้ำแบลคเชอรี่ จัดว่าเป็นน้ำที่ดีกับเลือดกรุ๊ปโอมาก เพราะเป็น High alkaline juice ทำให้ลดการระคายเคืองของกระเพาะ ส่วนถ้าเป็นการดื่มชาสมุนไพรนั้นก็ มีชาบางชนิดที่เสริมกับ กรุ๊ปเลือด ได้ดี เช่น Licoria ช่วยในเรื่องของกระเพาะ ,Peppermint,Parsley,Rosehips,Sarsaparilla ช่วยลดความเครียด เป็นต้น อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : รับประทานเนื้อได้แทบทุกชนิด ยกเว้น หมู ห่าน แฮมและเบคอน อย่าลืมรับประทานอาหารทะเล เช่น ปลาทูและเกลือไอโอดีนมาก ๆ เพื่อช่วยต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนให้คงที่ ผัก : ผักที่ดีต่อสุขภาพของเธอคือ ผักกาดคอส (ในซีซาร์สลัด) ปวยเล้ง บร็อคเคอลี หอมหัวใหญ่ และสาหร่ายทะเล ไม่ควรรับประทานกะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ เพราะไปก่อกวนการทำงานของไทรอยด์ ไม่ควรรับประทานมะเขือยาวและมันฝรั่งมากเกินไป เพราะทำให้เป็นโรคข้ออักเสบได้ ผลไม้ : รับประทานผลไม้ที่มีสีแดงเข้มหรือสีม่วงซึ่งมีความเป็นด่างสูง เช่น ลูกพรุน ลูกพลัม จะช่วยสร้างสมดุลให้ระดับกรดในกระเพาะอาหารได้ หลีกเลี่ยงส้มและเกรปฟรุต เพราะทำให้กระเพาะระคายเคือง เครื่องดื่ม : เธอควรเลิกดื่มกาแฟตอนเช้า ๆ ได้แล้ว เพราะจะยิ่งไปเพิ่มปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร เคล็ดลับการไดเอท : ระหว่างไดเอทควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกถัว ธัญพืช และขนมปัง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายกว่าปกติ การออกกำลังกาย : เล่นกีฬาที่ออกแรงมาก ๆ เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ จะช่วยเธอเผาผลาญแคลอรีได้ดี กรุ๊ป AB มังสวิรัติ และคาร์โบไฮเดรต กรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง กรุ๊ปเลือด A กับ B ดังนั้นวิธีการกินที่เหมาะสมกับคนกรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานการกินมังสวิรัติหน่อย ๆ กับการกินแบบกรุ๊ปบี นิด ๆ คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพอยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และกรดในกระเพาะต่ำ อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และเต้าหู้ สามารถกินเนื้อแกะ กวาง กระต่าย และไก่งวงได้นิดหน่อย ไม่ควรกินปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน เพราะย่อยยากและเป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร สามารถกิน นม เนย ไข่ และโยเกิร์ตไขมันต่ำได้ จำพวกข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรงดเว้นการกินถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด เพราะจะชะลอการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงเฉียบพลัน ผักสดกินได้แทบทุกชนิด ช่วยป้องกันมะเร็ง และโรคหัวใจ ผลไม้กินได้ดีเป็นบางอย่าง อาทิ องุ่น พลัม ตระกูลเบอร์รี่ สับปะรด ส้มโอ ฯลฯ เพราะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ไม่ควรกินกล้วย มะม่วง ฝรั่ง ส้ม AB เลือดกรุ๊ป เอบี เลือดกรุ๊ปเอบีเป็นพวกลูกผสม เธอจึงคล้ายกับกรุ๊ปเอ ตรงที่มีกรดในกระเพาะต่ำ ต้องรับประทานผักมาก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกรุ๊ป บี ตรงที่รับประทานเนื้อสัตว์ได้ ยกเว้นไก่แต่ต้องไม่บ่อยนัก ระหว่างไดเอ็ท เธอสามารถรับประทานข้าวและขนมปังได้บ้าง เพราะไม่ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นง่ายเหมือนอย่าง กรุ๊ปโอ อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : ที่เธอรับประทานแล้วดีคือ เนื้อแกะ แพะ กระต่าย ไก่งวง ส่วนอาหารทะเล เช่น ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาเก๋า ปลาทูน่า ผัก : ผักสด เช่น บร็อคเคอลี แตงกวา กระเทียม ดอกกะหล่ำ และผักใบเขียวต่างๆ ผลไม้ : หลีกเลี่ยงผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง กล้วย ฝรั่ง และมะพร้าว เพราะย่อยยาก ผลไม้ตระกูลส้มจะทำให้กระเพาะของเธอระคายเคือง แต่การรับประทานมะนาวกลับช่วยย่อยและล้างระบบลำไส้ได้ แนะนำว่าเธอควรจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำอุ่นที่บีบมะนาวสักครึ่ง ซีก เครื่องดื่ม : การดื่มไวน์แดงวันละแก้วจะช่วยเธอสร้างภูมิต้านทานโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ชาคาโมมายล์และชาเขียวช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน เคล็ดลับการไดเอท : ควรรับประทานผักใบเขียว มันฝรั่ง และข้าวโอ๊ต เพราะมีไฟเบอร์สูงและช่วยระบบหมุนเวียนของน้ำตาลในเลือด การออกกำลังกาย : เธอมักจะเครียดบ่อย ๆ เหมือนกรุ๊ป เอ วิธีแก้คือการออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยการเดินช้า ๆ เล่นไทชิ หรือเล่นโยคะ ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

พันธุ์ผีปอบ 34 (2534) 1/2
หนังไทย

อำนวยการสร้าง : พิชัย-ทศพร น้อยรอด บทประพันธ์ : พ.ชาญชำนิ ผลิตภาพยนตร์ : แอ๊ค-อาร์ตโปรดักชั่น กำกับบทภาพยนตร์ : ป้อม บ้านช่างหล่อ กำกับการแสดง : อัจกลับ ถ่ายภาพ : ก้องเกียรติ อัศวินิกุล ตัดต่อ : สุรพล อุระชื่น ล้างและพิมพ์ฟิล์ม : ซีเนคัลเล่อร์เเลป เพลงประกอบ : มนตรี อ่องเอี่ยม บันทึกเสียง : รามอินทรา เสียงพากย์ไทย : อินทรี นักแสดง : เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์, ตรีรัก รักการดี, ขวัญภิรมย์ หลิน, ธงชัย ประสงค์สันติ, มณีรัตน์ วัยวุฒิ, ซานโตส, ชลิต, กาละเเม, แดนนี่, ชโลธร (ยายเมี้ยนจาก คู่กรรม), จิตตรา ศรีนาคาร, จิตต์ วัดระฆัง, เขียด เมืองสิงห์, น้อย-เมธาวี ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/09/2534-34-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415916607.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415916399.html

9 เหตุผลดีๆ ที่ทำให้ เที่ยวฮ่องได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล
มัชรูมทราเวล /  เที่ยวฮ่องกง

เกาะฮ่องกงแม้ว่าจะมีขนาดและพื้นที่เรียกว่าเป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆ ในทวีปเอเชีย แต่เกาะแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งดีๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมาย เพราะนอกจากจะเป็นบ้านเกิดของราชานักบู๊ชาวเอเชีย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง บรูซลี แล้ว ที่นี่ก็ยังมีอาหารเลื่องชื่อประเภทติ่มซำและอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งให้ได้ลิ้มลอง ทั้งยังมีจุดเด่นคือบรรดาตึกสูงระฟ้าที่ไม่เคยหลับใหลแม้ในยามค่ำคืนอีกด้วย ส่วนสถานภาพของฮ่องกงนั้น เป็นเวลามากกว่า 15 ปีแล้ว นับตั้งแต่ประเทศอังกฤษส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้กับการปกครองของจีน แต่กระนั้นฮ่องกงก็ยังมีสภาพคงเดิมและแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทั้งยังเป็นเมืองที่มีการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกซึ่งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบชิลล์ๆ ด้วยคุณสมบัติอันแตกต่างของฮ่องกงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยสีสันเช่นเดียวกันกับฮ่องกง ดังที่มัชรูมทราเวลขอสรุปออกมาเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้ 9 เหตุผลดีๆ ที่ทำให้ เที่ยวฮ่องได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล 1. พรสวรรค์ทางด้านภาษา เกาะอังกฤษคือหนึ่งในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในเอเชีย ที่ชาวพื้นเมืองสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีแม้จะมีสำเนียงติดภาษาท้องถิ่นอย่างภาษาจีนกวางตุ้งก็ตาม นอกจากนั้นชาวฮ่องกงไม่น้อยยังสามารถสื่อสารภาษาจีนกลางได้ดีอีกด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวยังเกาะแห่งนี้จึงไม่ต้องห่วงในการสื่อสารกับผู้คน ร้านค้า หรือร้านอาหารต่างๆ แต่ประการใด 2. ทุกชีวิตปลอดภัยที่ฮ่องกง ฮ่องกงคือเมืองที่มีอัตราของการเกิดอาชญากรรมต่ำที่สุดในโลก และมีความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งในสามของโลก ซึ่งเป็นสถิติที่ถูกรวบรวมโดยสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องของยาเสพติดและอาชญากรรมในปี 2011 ของสถานที่ที่มีคดีฆาตกรรมน้อยที่สุด โดยหากวัดจากสถิติ ฮ่องกงนั้นมีอัตราของการฆาตกรรมโดยเจตนาเพียง 0.2 คนเท่านั้น ต่อประชากร 100,000 คน ในรอบ 16 ปีมานี้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนฮ่องกงจึงมั่นใจไร้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทยังเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนควรตระหนักถึงแม้ว่าคุณจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกก็ตาม 3. การเดินทางสุดสะดวกแสนสบาย สำหรับระบบการขนส่งสาธารณะของฮ่องกงนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในเรื่องของประสิทธิภาพของระบบการขนส่งสาธารณะและสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล ซึ่งนั่นก็ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีรถยนต์ส่วนตัวน้อยมากๆ โดยมีรถยนต์เพียงประมาณ 710,000 คันเท่านั้นที่ได้รับการจดทะเบียนเอาไว้ 4. เมืองแห่งตึกสูงระฟ้า เนื่องจากฮ่องกงนั้นเมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่างพื้นดินและจำนวนประชากรแล้ว ถือว่าฮ่องกงมีดินแดนที่น้อยมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอที่จะรองรับกับจำนวนประชากรทั้งหมด และรวมถึงที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาของฮ่องกงก็คือการนำพาพวกเขาขึ้นไปอยู่บนอาคารสูงเสีย จึงทำให้บรรดาคอนโดมิเนียม แฟลต อพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงาน โรงแรม ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงต่างแข่งกันผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด จนตอนนี้ฮ่องกงมีจำนวนตึกระฟ้าที่มากถึง 1,251 หลัง และเป็นจำนวนที่เรียกว่ามากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านั้นบรรดาตึกเหล่านี้ยังมีการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังในลักษณะรูปร่างต่างๆ หลากหลายแบบ กลายเป็นศิลปะบนที่สูงที่สวยงามและน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง 5. สินทรัพย์มั่นคง ฮ่องกงถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินอันเป็นประตูสู่ตลาดจีน และนั่นก็ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นสถานที่ที่ดีในการสร้างรายได้ให้กับแรงงานหลากหลายเชื้อชาติที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ด้วยอัตราเงินเดือนที่สูงลิบลิ่ว แต่กลับมีอัตราของการเสียภาษีที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำหากเทียบกับประเทศผู้ทรงอิทธิพลทางด้านการเงินประเทศอื่นๆ อีกทั้งฮ่องกงยังไม่มีการเก็บภาษีการขายหรือที่เรียกว่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย ส่วนบริษัทและห้างร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจากต่างชาติหรือในท้องถิ่นเองก็มีอัตราภาษีกำไรที่เท่ากันคือ ต่ำกว่า 16.5% และไม่มีภาษีกำไรหุ้นในฮ่องกงอีกด้วย จึงไม่แปลกใจว่าทำไมฮ่องกงจึงกลายเป็นแหล่งการค้าและการลงทุนที่ใครๆ ก็อยากเข้าครอบครอง 6. อุตสาหกรรมหนังดังไกลระดับโลก นับตั้งแต่อดีตภาพยนตร์แนวกังฟูถือเป็นอุตสาหกรรมการส่งออกที่สำคัญของเกาะฮ่องกง รวมทั้งยังสร้างชื่อให้กับดารานักแสดงของฮ่องกงหลากหลายคนจนมีผลงานและโด่งดังในระดับโลกมาแล้ว ทั้งบรูซลี เฉินหลง โจวเหวินฟะ จอห์นวู และหว่องกาไว เป็นต้น ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าสำหรับเกาะเล็กๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 7 ล้านคน ที่ซุกตัวอยู่ในดินแดนที่ห่างไกลจากโลกตะวันตกจะสามารถสร้างดาราฮอลลีวู้ดที่มีผลงานต่อเนื่องได้อย่างสวยหรู แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะเริ่มต้นจากหนังกังฟูอันเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำท้องถิ่นก็ตาม 7. สนามบินคุณภาพคับแก้ว หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของเกาะฮ่องกงซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่ไม่น้อยก็คือสนามบินนั่นเอง อันเนื่องมากจากประสิทธิภาพของการเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางสู่สถานที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการต่อเครื่องสู่ประเทศอื่นๆ หรือแม้กระทั่งช่องทางการตรวจคนเข้าเมืองที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและรวดเร็วทันใจ นั่นจึงทำให้สนามบินแห่งเกาะฮ่องกงถูกยกย่องให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกกับ 40 รางวัลที่ได้รับมา นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินงานในปี ค.ศ. 1998 นอกจากนั้นสนามบินแห่งนี้ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดโดย Skytrax อีกด้วย รวมถึงยังเคยสามารถโค่นบัลลังก์สนามบินชางงีของสิงคโปร์ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอีกด้วย 8. อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ฮ่องกงมีประชากร 7 ล้านคน แต่มีร้านอาหารที่มากถึง 15,000 ร้าน ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารข้างทาง หาบเร่แผงลอย ซึ่งมีอยู่แทบจะทุกที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งท่องเที่ยว จนอาจเรียกได้ว่าฮ่องกงนั้นมีความหนาแน่นของร้านอาหารมากกว่ามหานครนิวยอร์กเสียอีก ไม่เพียงเท่านั้น อาหารของที่นี่ยังมีความหลากหลายทั้งชนิดของอาหาร ไปจนถึงระดับราคากันเลยทีเดียว 9. ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงทุกค่ำคืน แหล่งบันเทิงยามค่ำคืนชื่อดังของฮ่องกงคงหนีไม่พ้นลานไคฟง ที่เปรียบได้กับแหล่งบันเทิงชื่อดังของเมืองไทยอย่างทองหล่อหรืออาร์ซีเอ ฯลฯ โดยเฉพาะในทุกช่วงคืนวันศุกร์นั้นถือเป็นเวลาพิเศษอย่างมากของบรรดานักเที่ยวทั้งขาจรและขาประจำที่มารวมตัวกัน ณ บริเวณนี้ ซึ่งลานไคฟงนั้นเต็มไปด้วยบาร์ ร้านอาหาร ร้านค้า ฯลฯ มากกว่า 100 ร้านบนพื้นที่ของถนนสั้นๆ เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ทั้งนี้นอกจากลานไคฟงแล้ว ฮ่องกงก็ยังมีแหล่งสถานบันเทิงยามค่ำคืนในย่านอื่นๆ ที่ผุดขึ้นเอาใจขาแดนซ์อยู่อีกมากมาย เกาะฮ่องกงนั้นอาจเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่อยู่นอกสายตาของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ดี ที่นี่ยังเต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ ที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่การช้อปและชิมเท่านั้น... บทความโดย มัชรูมทราเวล    9 เหตุผลดีๆ ที่ทำให้ เที่ยวฮ่องได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล

โย ปล่อยโฮ! โต้โกงธุรกิจ บี คาดเพื่อนเข้าใจผิด
โย ยศวดี /  บี น้ำทิพย์ / 

นางแบบก้านยาว โย ยศวดี รับทำธุรกิจอาหารเสริมตัวล่าสุดเองคนเดียว เปรยก่อนแตกหักได้มีการชวนอดีตเพื่อนซี้ บี น้ำทิพย์ ร่วมทำด้วย โดยตกลงส่วนแบ่งให้สาวบี 50% ทั้งนี้ส่วนแบ่งที่เหลือของเธอจะต้องนำไปแบ่งให้พี่สาว เอ อัญชลี อีกด้วย บอกยังรักและคิดว่าบีเป็นน้อง แจงปิดธุรกิจอาหารไดเอท YO&BEE diet foods delivery ไปเมื่อวันที่ 4 ต.ค. เนื่องจากมีปัญหาเรื่องคู่แข่ง และต้องเตรียมเงินสำรองเพื่อธุรกิจตัวใหม่ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่แตกหักกันเพราะสาวบีไม่เข้าใจเรื่องรายได้ ชี้ทางบีไม่ได้ลงทุนอะไรเลย บอกที่ออกมาพูดไม่ได้คิดจะหักล้าง พร้อมแจงเงิน 2 แสนบาทของบีเป็นเงินที่ใช้ในการลงทุน แต่บีบอกให้นำมาคืนซึ่งตนก็ได้คืนไปแล้ว ยันไม่ได้โกง บอกธุรกิจจะต้องลงทุนและอยากให้บีมาเซ็นชื่อปิดบริษัท เผยไม่โกรธและไม่คิดฟ้องร้องเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด ส่วนเพื่อนๆ นางแบบ อาทิ ตุ๊ก ชนกวนันท์, โยเกิร์ต รวิวรรณ, เม้าท์ซี่ เบญจวรรณ และ หลิน มชณต ช่วยเป็นกาวใจให้ทั้งคู่ ปัดเข้าข้างโย บอกรับไม่ได้กับคำว่า "เพื่อนร่วมโลก" และรู้สึกอึดอัดที่ต้องร่วมเดินแบบเวทีเดียวกันอีก โย ยศวดี โย ยศวดี โย ยศวดี โย ยศวดี โย ยศวดี โย - บี

ซูเปอร์แมน โชว์เจ๋งลิ่ว/น้องครีม พลาดท่าร่วงขนไก่ฮ่องกงโอเพน
กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล /  จงกลพรรณ กิติธรากุล / 

การแข่งขันแบดมินตัน ระดับซูเปอร์ซีรี่ส์ รายการสุดท้ายของปี “โยเน็กซ์-ซันไรส์ ฮ่องกง โอเพน 2014” ณ เมืองเกาลูน ฮ่องกง เมื่อวันที่ 19 พ.ย.57 เป็นการแข่งขันรอบแรก ซึ่งมีนักตบลูกขนไก่ไทยลงสนามครบทุกประเภท โดยประเภทชายเดี่ยว ซูเปอร์แมน บุญศักดิ์ พลสนะ นักตบเบอร์ 1 ของเมืองไทย ไล่ต้อนเอาชนะ เกา หยวน ไปได้อย่างง่ายดาย 2 เกมรวด 21-11, 21-16 ผ่านเข้าไปดวลกับ หวัง เซิ่น หมิง มือ 5 ของรายการ ที่เอาชนะ เคนโตะ โมโมตะ 21-19, 21-16 ด้านประเภทหญิงเดี่ยว น้องครีม บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธ์ รองแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด พลาดท่าแพ้ พูซาร์ลา เว็นกาตา สินธุ จากอินเดียไป 1-2 เกม 15-21, 21-16 และ19-21 ตกรอบไปแบบน่าเสียดาย ประเภทหญิงคู่ จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ รวินดา ประจงใจ  เอาชนะ ยู หลิน กับ หยู่ เวน ควู จากไต้หวัน ไปได้ 2-0 เกม 21-15, 21-15 และดวงอนงค์ อรุณเกษร กับ กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล แพ้ ยูกิ ฟูกุชิม่า กับ ซายากะ ฮิโรตะ ไป 2 เกมรวด 18-21, 14-21 ประเภทคู่ผสม ต้นน้ำ นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร กับ น้องเอิร์ธ พุธิตา สุภจริกุล พลาดท่าพ่าย ยู ยอน ซอง กับ เอม ฮยี วอน จากเกาหลีใต้ ไป 2 เกมรวด 17-21, 25-27 และเจ้าเอ มณีพงศ์ จงจิตร กับ ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย แพ้ ไค ลู่ กับ ยีควิง ฮัว จากจีนไป 2-0 เกม 17-21, 11-21

โคตรคน ค้นโคตรสมบัติ (The Treasure Hunter ( 2009 )) 2/2 จบ
หนังจีน

ชื่ออื่นๆ : ชื่อไทย : โคตรคน ค้นโคตรสมบัติ ผู้กำกับ : เควิน ชู ผู้แต่ง : วันเข้าฉาย : 30/12/2009 ประเภท : Action, Adventure ความยาว : เรท : เรท PG-13 สถานที่ถ่ายทำ : China ภาษา : จีน เนื้อเรื่องย่อ ณ.ดินแดนอันไกลโพ้นในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน มีราชวงศ์จำนวนมากที่ตั้งตนเป็นใหญ่และสร้างวัฒนธรรมของตัวเองขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างถือกำเนิดและล่มสลายในเขตทะเลทรายอันแสนกว้างขวางแห่งนี้ และทำให้สมบัติจำนวนมหาศาลถูกพายุทรายฝังเอาไว้ตลอดกาล อย่างไรก็ตามก็มีกลุ่มคนจำนวนมาก ที่พยายามตามหาสมบัตินี้ โดยหลักฐานเพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่ามันมีอยู่จริงก็คือลายแทงขุมทรัพย์ ที่นำไปสู่อารยธรรมซึ่งถูกฝังเอาไว้นับพันปี แต่สิ่งที่กีดขวางไม่ให้คนเหล่านั้นบรรลุเป้าหมายก็คือกลุ่มผู้พิทักษ์สมบัติ ที่ปกป้องมันด้วยความสามารถและไหวพริบมาหลายชั่วอายุคน ผู้นำของกลุ่มผู้พิทักษ์มีสมญานามว่า “อินทรีทะเลทราย” (เฉินฉู่เหอ) ผู้มีศิลปะการต่อสู้ที่ไม่มีใครเทียบได้ บนทะเลทรายซึ่งผู้เข้มแข็งที่สุดเท่านั้นที่อยู่รอด และไม่มีใครจดจำชื่อของผู้ที่พ่ายแพ้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีกลุ่มคนชั่วร้ายที่สั่งสมกำลังเพื่อช่วงชิงลายแทงขุมทรัพย์ ที่จะนำไปสู่อารยธรรมซึ่งสูญหายมานับหลายพันปี เฉี่ยวเฟย (เจย์ โชว์) คือชายหนุ่มปริศนาที่ทำงานให้กับ ผู้เฒ่าถู ผู้เก็บรักษาแผนที่คนสุดท้าย เพื่อคอยปกป้องวัตถุโบราณอันล้ำค่า แต่แล้ว หลานถิง (หลินจื้อหลิง) ลูกสาวคนเดียวของ ผู้เฒ่าถู ก็ถูกลักพาตัวไปโดย “เดอะ คอมพานี” องค์กรอาชญากรรมที่ชั่วร้ายที่สุดในวงการ และขู่ให้ เฉี่ยวเฟย ส่งมอบลายแทงกับให้พวกเขา หลังจากการต่อสู้อันตื่นเต้น เฉี่ยวเฟย ก็สามารถช่วย หลานถิง ออกมาได้ แต่พวกเขาก็เสียลายแทงขุมทรัพย์ไป ถึงแม้ว่ามันจะขัดกับการใช้ชีวิตเร่ร่อนของเขา เฉี่ยวเฟย ก็ตัดสินใจร่วมเดินทางไปกับ หลานถิง, ไผกู่ และ หัวติงปาง ที่พยายามช่วงชิงแผนที่กลับมา หัวติงปาง (เฉินเต้าหมิง) อดีตเคยเป็นนักโบราณคดีที่มีชื่อเสียง แต่แล้วเขาก็กลายเป็นคนที่ถูกครอบงำจากการตามล่าหาสมบัติ จนทำให้ครอบครัวต้องพบกับโศกนาฏกรรม ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคนติดเหล้า แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาร่วมเดินทางไปกับกลุ่มเพื่อช่วยตามหาสมบัติ โดยที่ทุกคนในกลุ่มก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของเขา สำหรับ หลานถิง แล้ว ไม่ว่าการเดินทางจะมีอันตรายแค่ไหน เธอก็ต้องการค้นหาว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้พ่อใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในทะเลทราย และนี่ก็อาจเป็นเพียงวิธีเดียวที่ทำให้เธอได้รู้จักพ่อเธอเป็นครั้งสุดท้าย ในขณะเดียวกันในเขตทะเลทรายก็เกิดความโกลาหล เมื่อสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มผู้พิทักษ์นั้นหายสาบสูญไป และ เฉี่ยวเฟย ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เขาต้องการคลี่คลายปริศนาการหายตัวไปของสมาชิกกลุ่มผู้พิทักษ์ และนำความสงบสุขกลับมาสู่ทะเลทรายแห่งนี้ ทั้งสี่คนต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ และยิ่งพวกเขาเข้าใกล้หลุมศพจักรพรรดิมากเท่าไร กับดักสุดอันตรายและศัตรูตัวฉกาจก็รอพวกเขาอยู่ข้างหน้า ชีวิตของคนทั้งสี่ถูกผูกติดอยู่ด้วยกัน และ เฉี่ยวเฟย ก็ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่เขาหลบเลี่ยงมาตลอด มันคือพันธนาการสุดท้ายที่เคยผูกชะตาชีวิตเขาเอาไว้กับ อินทรีทะเลทราย แต่ใครกันละที่จะเป็นเพื่อนแท้ในสถานการณ์อันลำบาก สิ่งที่ถูกฝังไว้จะมีเพียงแค่สมบัติอันล้ำค่าหรือไม่ หรือว่ายังมีความลับที่ไม่ต้องการให้ถูกเปิดเผย... ค่ายหนัง 1. Mongkol Cinema นักแสดง 1. เจย์ โชว์ ...เฉี่ยวเฟย 2. หลิน จื้อหลิง ...หลานถิง 3. เฉิน ต๊ะหมิง ...หัวติงปาง 4. อีริค เจิ้ง ...ไผกู่ 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413469359.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413551935.html

เบอร์เกอร์ ราคา 58,000 บาท มันแพงเพราะอะไรนะ?
เบอร์เกอร์

มาพบกับความอลังการของราคาอาหารที่แพงที่สุดในโลกกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแตงโมหลักที่แพงที่สุดในโลก หรือไข่ไก่ที่แพงที่สุด แต่นี้ทำให้ Junk food ที่แสนจะธรรมดา เนรมิตรให้มีราคาแพงและมีคุณค่าขึ้นมาทันที่ เบอร์เกอร์ เมนูใหม่ร้านนี้ราคาถึง 1,700 $ หรือ 58,000 บาท โอ้โห้ แค่ได้ยินราคาก็อยากจะรู้แล้วว่าเบอร์เกอร์ชิ้นนี้ทำมาจากอะไร ทำไมมันถึงแพงขนาดนี้ ภัตตาคาร Honky Tonk ในลอนดอนได้ออกเมนูเบอร์เกอร์ที่ชื่อว่า Glamburger โดยเบอร์เกอร์นี้จะประกอบไปด้วยเนื้อโกเบ วากิวขนาด 220 กรัม อีกทั้งยังมีเนื้อกวางชั้นดีจากนิวซีแลนด์ที่คัดส่วนที่มีไขมันแบบพอดีๆ อีก 70 กรัม และตามด้วยวัตถุดิบต่างๆ ที่มีราคาแพงอย่าง เห็ดทรัฟเฟิลสีดำ โรยด้วยเกลือจากเทือกเขาหิมาลัย ตามด้วยกุ้งล็อบเตอร์จากแคนาดาที่เคี่ยวกับหญ้าฝรั่น และยังไม่สะใจ เชฟ Chiris Larfe ยังเพิ่มเบคอนที่อบด้วยไซรับจากใบเมเปิ้ล ไข่ปลาคาเวียร์ และเป็นรมควันจากไม้ตระกูลวอลนัทที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ แล้วปิดด้วยทองเปลวที่สำหรับทำอาหาร และขนมปังที่ใช้ยังทาด้วยชาเขียวและครีมมายองเนสจากญี่ปุ่น ตกแต่งจากโดยซอสมะม่วงสุกและเห็ดทรัฟเฟิลสีขาว เบอร์เกอร์ที่ทำจากวัตถุดิบอลังการแบบนี้ ถึงราคาเป็นหลักหมื่นก็ต้องยกให้เขาแล้วหล่ะ คุ้มค่าคุ้มราคาทุกคำเลยทีเดียว ข้อมูลจาก aplus

Houdini (ฮูดินี) หยิบเพลงอินดี้สุดฮิต ภาพหลอน ร้องใหม่ ทำใหม่ เปิดตัวซิงเกิ้ลแรก
Houdini /  The Band Thailand / 

ค่ายเพลง DoADot (ดูเอดอท) พร้อมปั้น วงร็อคน้องใหม่ในนาม Houdini (ฮูดินี) ที่ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนคือ เอิร์ธ-วสวัตติ์ หาญลำยวง (ร้องนำ), วี-กวี บุญณายานนท์ (คีย์บอร์ด), กี้-สุกฤต หวังสว่างกุล (กลอง), หลิน-ไท่หัว หลิน (กีต้าร์) และ พบ-พบธรรม ยิ่งไพบูลย์สุข (เบส) หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขากันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะนี่คือ หนึ่งในวงดนตรี จากเวทีการประกวด The Band Thailand กับซิงเกิ้ลแรก ภาพหลอน งานเก่าของ สายป่านโรงบ่มคนดนตรี ถูกนำมาทำใหม่ ในสไตล์ Houdini “สำหรับเพลงภาพหลอน เป็นเพลงเก่าของ สายป่านโรงบ่มคนดนตรี ซึ่งเวอร์ชั่นเดิมทำไว้ดีมากๆ แต่ถามว่ากดดันไหมก็ไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่ เพราะพวกเราชอบเพลงนี้ ตรงที่มีเนื้อเพราะมากทั้งการใช้คำ ทั้งการใช้สัมผัส เมโลดี้ลงตัว และการถ่ายทอดที่แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นเดิม โดยการใส่ความเป็นร็อกสไตล์ของพวกเราเข้าไป แต่อาจจะยากตอนเข้าห้องอัดเพราะเป็นเพลงช้า ซึ่งพวกเราจะถนัดเพลงเร็วมากกว่า ก็ต้องบิวท์อารมณ์ตอนร้อง ในส่วนของดนตรีพวกเราใส่ซาวด์ที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกถึงอารมณ์เหงาๆ หนาวๆ ส่วนเนื้อหาของเพลงจะเป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ยังรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวกับเรื่องราวในอดีตและไม่สามารถลืมได้ จนกลายเป็นภาพที่ตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลาครับ สำหรับใครที่เคยฟังเวอร์ชั่นเก่าแล้ว ลองมาฟังในแบบของพวกเราดูนะครับ คุณจะรู้สึกถึงความหลอนได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ” เอิร์ธ นักร้องนำ Houdini เผย ต้นฉบับ เพลง ภาพหลอน โดย สายป่านโรงบ่มดนตรี ผ่านเสียงร้องของ นุ้ย วิริยาภา (นุ้ย The Peachband) ติดตามฟังและชมมิวสิควิดีโอ “ภาพหลอน” ของวง “Houdini” (ฮูดินี) ได้แล้ววันนี้ และสามารถดาวน์โหลดได้ทาง *494119 หรือทาง iTunes และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.facebook.com/DoADot, IG : doadot, ทวิตเตอร์ : doadot_wp MV ภาพหลอน - Houdini ดูมิวสิควีดีโอ เพลง ภาพหลอน โดย Houdini จากค่าย Do A Dot Houdini ศิลปินกลุ่มจากค่าย Do A Dot

10 วัตถุดิบชวนอ๊วก ที่ไม่น่ามีในอาหาร
10 วัตถุดิบชวนคลื่นไส้ /  ข่าว / 

10 วัตถุดิบชวนคลื่นไส้ ที่ผสมอยู่ในอาหารจานโปรด หรือของที่เรากินกันอยู่ทุกวัน ซึ่งบางอย่างไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ ว่าจะอยู่ในอาหารได้ อาหาร หรือของกินที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้หลายคนอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่า มีส่วนผสมอะไรบ้างถึงทำให้รสชาติถูกปากได้ถึงขนาดนี้ แต่ในความเป็นจริงการที่ไม่ต้องรู้ว่าส่วนผสมมันคืออะไร ก็อาจจะดีกว่ารู้แล้วชวนคลื่นไส้ก็เป็นได้ 1. สีแดงย้อมอาหารจาก 'ตัวด้วง' ถ้าคุณกำลังเพลิดเพลินกับอาหารสีสันสดใส โดยเฉพาะสีแดง ให้คุณจงนึกไว้เสมอว่าสีเหล่านัั้นมาจาก 'ตัวด้วง' และที่สำคัญสารสังเคราะห์สีแดงปริมาณ 1 ปอนด์ อาจต้องใช้ตัวด้วงมากถึง 70,000 ตัวเลยทีเดียว !!! 2. 'กลิ่นวนิลา' จากตัวบีเวอร์ โดยกลิ่นดังกล่าวมาจากการสร้างสารสังเคราะห์จากต่อมบริเวณก้น ของตัวบีเวอร์ออกมา โดยที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติให้กลิ่นวนิลาจากเจ้าตัวบีเวอร์ สามารถใช้ทำอาหารได้ 3. เบียร์จาก 'ปอดของปลา' เป็นสูตรลับเฉพาะในการผลิตเบียร์ของประเทศอังกฤษ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติ และสีสัน ซึ่งปอดของปลาสามารถกินได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเห็นปอดสด ๆ อาจจะชวนผะอืดผะอมนิดหน่อยนะครับ 4. เยลลี่มีส่วนผสมจาก 'หนังหมู' แน่นอนว่าหลายคนอาจจะรู้ว่าเยลลี่มีส่วนผสมที่สำคัญคือ 'เจลาติน' แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเจ้าเจลาตินนี่แหละทำมาจากหนังของสัตว์ โดยเฉพาะหมู ดังนั้นทุกคำของเยยลี่แสนนุ่มหนึบ มีหนังหมูอยู๋ในนั้นเสมอนะครับ 5. หมากฝรั่งมีส่วนผสมจาก 'น้ำมันขนแกะ' Lanolin หรือสารที่ได้จากน้ำมันขนแกะ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้หมากฝรั่งมีความเหนียว เคี้ยวนุ่มอย่างที่เราสัมผัสกัน 6. ชีสมีส่วนผสมของ 'เยื่อไม้' ไม่ต้องตกใจนะครับเยื่อไม้สามารถกินได้ครับ ถ้าผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม และที่สำคัญมีชีสเพียง 15 ที่ในโลกที่ผสมเยื้อไม้ลงไปด้วย 7. 'ขนเป็ด' ในขนมปัง  L-Cysteine เป็นสารที่ทำให้ขนมปังนุ่ม และเบา ซึ่งสารนี้จะหาพบได้ในขนเป็ดกว่า 80% จึงทำให้ผู้ผลิตเลือกใช้สารนี้จากขนเป็ดเป็นส่วนใหญ่ 8. 'หนอน' ในเห็ดกระป๋อง หนอนเป็นสัตว์ที่เกิดขึ้น และเจือปนอยู่ในเห็ดกระป๋อง แต่มันไม่สกปรก หรืออันตรายนะครับ หากเปิดกระป๋องมาแล้วเจอไม่เกิน 30 ตัวถือว่าใช้ได้ (แต่ใครจะเป็นคนนับกันละทีนี้) 9. 'นำยาทำความสะอาด' ในมันฝรั่งทอดกรอบ Sodium Bisulfite คือสารที่อยู่ในมันฝรั่งทอดกรอบ เพื่อให้มันกรอบ และไม่เปลี่ยนสี ซึ่งน้ำยาทำความสะอาดก็มีสารนี้อยู่เช่นเดียวกัน 10. 'ขนหนู' ในช็อกโกแลต ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีประโยชน์อย่างไรต่อความหวานอร่อยของช็อกโกแลต แต่ที่แน่ ๆ องค์การอนามัยโลกอนุญาตให้มีขนหนูได้ 1 เส้นในช็อกโกแลต 100 กรัม MThai News

ชาบูคิง (shabu king) เมนูเจ ชุดอิ่มบุญเพียง 249.-
Promotion /  กินเจ / 

กินเจปีนี้ มาสุขใจอิ่มบุญด้วยหลากหลายเมนูเจที่ ชาบูคิง ทุกสาขา ต้อนรับเทศกาล กินเจ ด้วยชุดอิ่มบุญ เพียง 249 บาท พิเศษแถมฟรี ข้าวผัดเห็ดหอม ระยะเวลาโปรโมชั่น ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 1 พฤศจิกายน 2557 รายชื่อสาขา ชาบูคิง สาขาCentralแจ้งวัฒนะ ชั้น5 ติดb2s โทร. 02-835-3098-9 สาขาสุขุมวิท23 โทร. 02-6644043 สาขา เมเจอร์รัชโยธิน (โซนอเวนิวชั้น2) โทร. 02-939-4294-5 สาขาcentralขอนแก่น ชั้น4 เปิดแล้ว โทร:043-288526-7 *เมนูอื่นๆ ยังมีบริการลูกค้าเหมือนเดิม* ที่มาข่าวโปรโมชั่น shabukingfc

งูเก็งกอง (2538) 1/2
หนังไทย

ขวัญภิรมย์ หลิน-วิทิต แลต-ทัศวรรณ เสนีย์วงศ์-มิส เหม่ยหลิน-มิสเตอร์ หงฟง : นําแสดง ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/11/2538-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1415457149.html 2/2 -