เห็ดหลินจือแดง

เห็ดเผาะ เห็ดถอบ ของอร่อยมีประโยชน์ กินแล้วร่างกายแข็งแรง ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
ยับยั้งเซลล์ /  อาหารมีประโยชน์ / 

สำหรับเห็ดที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยของเรานั้นถือว่ามีอยู่หลายสายพันธุ์เลยทีเดียว อย่างเช่น เห็ดเผาะ หรือที่เรียกกันว่า เห็ดถอบ ก็เป็นหนึ่งในเห็ดที่เป็นของไทยเรา ซึ่งมีคุณค่าและรสชาติที่อร่อย และที่ได้ชื่อว่าเห็ดเผาะ ก็เนื่องจากเวลาเคี้ยวเห็ดชนิดนี้แล้วจะมีความมัน กรอบ ส่วนภายในของเห็ดจะกลวง เมื่อเคี้ยวแล้วจะเกิดเสียงดังเผาะเสมอจึงทำให้เรียกกันว่า เห็ดเผาะ ลักษณะทั่วไปของ เห็ดเผาะ (Barometer Earthstars) นั้นจะเป็นลูกกลมๆ แต่เมื่อดอกเห็ดโตขึ้นจะกลายเป็นรูปดาว บริเวณผิวจะมีสีขาวนวลเรียบ และมีรอยเปื้อนของดิน ซึ่งเห็ดชนิดนี้จะไม่มีรากและลำต้น มีเปลือก 2 ชั้น โดยหากเป็นเห็ดอ่อนนั้นจะมีสีขาวนวลๆ ห่อหุ้มด้วยสปอร์ แต่หากเป็นดอกแก่จะมีเปลือกเป็นสีน้ำตาลหรือดำ และจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน ซึ่งพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดเผาะ - ช่วยในการบำรุงร่างกายให้ร่างกายแข็งแรง - ช่วยรักษาอาการช้ำใน - ช่วยป้องกันโรควัณโรค - ช่วยป้องกันและยับยั้งการเกิดของเซลล์มะเร็งได้ดี - ช่วยในการสมานแผลและผิวให้เรียบเนียน - ช่วยในการลดอาการบวมหรืออักเสบ - ช่วยแก้อาการร้อนใน และแก้ไข้ - ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว หยุดไหลได้ง่ายขึ้น - ช่วยบรรเทาอาการคันตามนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ตัวอย่างเมนูอาหารของเห็ดเผาะ - ผัดพริกแกงเห็ดเผาะ - แกงหน่อไม้เห็ดเผาะ - แกงเห็ดเผาะผักหวานป่า - รับประทานกับผักจิ้มน้ำพริก - ฉู่ฉี่เห็ดเผาะ - แกงคั่วเห็ดเผาะ - ห่อหมกเห็ดเผาะ เห็ดเผาะ นั้นนับเป็นอาหารพื้นบ้านเพื่อสุขภาพที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยของเรา โดยนอกจากจะเป็นเห็ดที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมากแล้ว ยังนับเป็นเห็ดที่สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย เพียงแต่ต้องดูให้ดีๆ เพราะมีเห็ดบางชนิดอย่างเห็ดไข่หงส์ ที่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดเผาะมากๆ หากรับประทานเห็ดผิดชนิดเข้าไปก็อาจทำให้เกิดการแพ้หรือคลื่นไส้อาเจียนได้ ที่มาจาก www.เกร็ดความรู้.net/เห็ดเผาะ/

ถึงเป็นแค่ครัวขนาดเล็ก แต่ก็สร้างความสุขได้...
ครัว /  คอนโดมิเนียม / 

ถึงเป็นแค่ครัวขนาดเล็ก แต่ก็สร้างความสุขได้... ในข้อจำกัดของพื้นที่การสร้างสรรค์มุมประกอบอาหารนั้น มีผลต่อการวางแผนในการจัดการพื้นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การวางแผนให้เหมาะสมกับพื้นที่และพฤติกรรมการใช้งานจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้พื้นที่ขนาดเล็กสามารถตอบสนองและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดŒต่อผู้ใช้งาน ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ มีทางเลือกเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตมากขึ้น และหนึ่งในนั้นคือ ที่พักอาศัยขนาดเล็ก อย่างเช่นคอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เป็นต้น จากลักษณะพื้นที่ที่จำกัดของคอนโดมิเนียมทำให้การเลือกใช้อุปกรณ์ รวมถึงความชัดเจนในการใช้งาน มีผลต่อการสร้างมุมประกอบอาหารในพื้นที่จำกัดอย่างมาก ซึ่งเราก็มีเกร็ดความรุ้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากทุกคนกัน หากคุณชอบทำอาหารแต่ต้องอยู่ในพื่นที่จำกัด จะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง... รู้ทันพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง ตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ผู้ใช้งานต้องตั้งคำถามกับตัวเองก่อนที่จะเริ่มสร้างครัวขนาดเล็กขึ้นมาว่าครัวนี้ใช้งานสำหรับสมาชิกกี่คน ทั้งผู้ใช้งานหลักนั่นคือตัวเราเอง และผู้ใช้รอง เช่น แขกที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน เมนูที่ทำประจำเป็นเมนูประเภทใด ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เพราะเราสามารถเห็นพื้นที่ใช้สอยที่มีความชัดเจนขึ้นจากขนาดและจำนวนของอุปกรณ์ต่างๆ เลือกที่ต้องใช้ หลายครั้งที่พื้นที่ใช้สอยที่มีไม่เพียงพอจากการเลือกใช้ภาชนะอุปกรณ์ที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เลือกใช้หม้อและกระทะเบอร์ใหญ่เกินความจำเป็น แถมยังใช้งานไม่บ่อย เราจึงเสียพื้นที่ไปเปล่าๆ ให้กับเรื่องเหล่านี้โดยไม่จำเป็น เราจึงควรเลือกใช้อุปกรณ์ทุกชนิดให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานและพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าเรามีพื้นที่จำกัด ไม่เหมาะกับการเผื่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป อเนกประสงค์ไอเดีย Multi Function จงมีคำว่า “อเนกประสงค์” เข้ามาในการจัดสรรพื้นที่ให้มากๆ เพราะจากพื้นที่หรือประโยชน์ใช้สอยที่เคยใช้งานได้เพียงเรื่องเดียว อาจกลายเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์มากขึ้น และสิ่งนี้จะช่วยซ่อนความใหญ่ของพื้นที่ที่หายไปเป็นคำว่าอเนกประสงค์ ในปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่มากมาย เช่น อุปกรณ์เข้ามุมที่จะทำให้มุมอับภายในเคานเตอร์ตามซอกต่างๆ สามารถใช้งานได้ไม่เป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป หรือแผ่นพื้นสำหรับวางบนซิงก์ล้างจานเพื่อเพิ่มพื้นที่แนวราบบนเคานเตอร์เหนือหลุมล้างจาน รวมถึงอุปกรณ์ห้อยแขวนต่างๆ อีกมากมาย แนวทางต่างๆ เหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการวางแผนสร้างสรรค์พื้นที่ครัวที่ขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี ที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาน่าประทับใจจนได้มาซึ่งเมนูแสนอร่อยในทุกมื้ออาหารเลยทีเดียวแหละ เครดิตจาก นิตยสาร @Kitchen ฉบับเดือนกรกฎาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เมนูพิเศษประจำเดือนกรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
โรงแรมรอยัล ออคิด

อาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด รสชาติอิตาเลียนแท้ ณ ห้องอาหารจิออร์จิโอ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารอิตาเลียน “จิออร์จิโอ” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รังสรรค์เมนูอิตาเลียนแท้สไตล์โฮมคุกกิ้งตำรับคุณแม่ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความหลากหลายของรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ๆที่เตรียมพร้อมให้คุณได้ลิ้มลอง เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง พาร์มาแฮมสไลท์บางทานคู่แตงฮันนี(320++ บาท) หรือจะเป็น สลัดผักโขม เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดกอร์กอนโซลา และลูกมะเดื่อเชื่อมไวน์แดง(350++ บาท) ต่อด้วยมื้อหลักอย่างข้าวริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิลดำ(360++ บาท) สเต็กปลาคอท หอยลาย เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่ง(620++ บาท) ปลาเนื้อแน่นทานคู่ซอสเฉพาะตัวสูตรเข้มข้น โคนขาลูกวัวตุ๋นเสิร์ฟกับข้าวอิตาเลียนแบบดั้งเดิม(580++ บาท) หรือจะเป็นเนื้อสันในหมักสมุนไพรย่าง ทานคู่น็อกจิและผักโขม(850 บาท++) ปิดท้ายมื้อค่ำอันพิเศษนี้ด้วย เซทขนมหวาน 4 สไตล์ อย่าง ทีรามิสุ พานาคอตต้า ไวท์ช็อกโกแลต และราสเบอร์รี่ชีสเค้ก (350 บาท++) สำหรับบัตรสมาชิกสตาร์วู้ด พรีเฟอร์ เกสต์ (Starwood Preferred Guest®) รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 15% (เฉพาะค่าอาหาร) ห้องอาหารอิตาเลียนจิออร์จิโอเปิดบริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 18.00 – 22.30 น. พร้อมบริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com ------------------------------------------------- เพลิดเพลินค่ำคืนแห่งไวน์ และชีส ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาเพลิดเพลินคืนแห่งไวน์ และชีส ในคืนวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559นี้ ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. หลีกหนีความวุ่นวายของชีวิตเมืองหลวง และการจราจรที่แสนติดขัด มาจิบไวน์รสนุ่มละมุนลิ้นชั้นเลิศ เคียงคู่ชีสและทาปาสนานาชนิดระดับพรีเมี่ยมแบบไม่อั้น ในราคาเพียง 599++ บาทต่อท่าน หรือเลือกเพิ่มความหลากหลายและอัพเกรดไวน์ระดับพรีเมียมเพียง 999++บาทต่อท่าน บริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com

สูตร แกงเลียงผักรวมกุ้งสด เมนูที่ช่วยผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
เมนูคุณแม่ตั้งครรภ์ /  แกงเลียง

เมนูสมุนไพรที่อร่อยครบเครื่องของไทยก็มีอยู่มากมายแต่ความสดชื่นกลมกล่อม ถึงเครื่องแกงเลยคือเมนู แกงเลียงผักรวมกุ้งสด ยิ่งทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นต้องมีต่อจานสอง และเป็นเมนูที่มีประโยชน์กับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมากช่วยเรียกน้ำนมได้ดีและส่งผลดีต่อลูกน้อยอีกด้วย ไม่ใช่แค่มีความอร่อยอย่างเดียว คุณค่าทางอาหารสูงมาก มีประโยชน์ทุกหยดของน้ำแกงเลยทีเดียว สูตร แกงเลียงผักรวมกุ้งสด เมนูที่ช่วยผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ วัตถุดิบ ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย บวบหอมอ่อน หั่นเป้นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย ข้าวโพดอ่อน 1 ถ้วย เห็ดฟาง 1 ถ้วย เห็ดนางฟ้า 1 ถ้วย ใบแมงลัก 2 ถ้วย กุ้งสด 1 ถ้วย น้ำลวกกุ้ง 6 ถ้วย เครื่องแกงเลียง กุ้งแห้ง 1/2 ถ้วย เนื้อกุ้งต้ม 1/2 ถ้วย พริกไทยเม็ด 2-3 ช้อนโ๖ะ หอมแดง 10 กัว กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ กระชาย 3 แง่ง พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด ขั้นตอนการเตียมวัตถุดิบ นำผักทุกอย่างมาล้างน้ำให้สะอาดและปอกเปลือกเอาไว้ เตรียมหั่นผักทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย เตรียมเครื่องแกงเลียง ให้นำเครื่องแกงเลียงที่เตรียมไว้มาโขลกรวมกัน โดยเริ่มจากโขลกกุ้งแห้งก่อน ตามด้วยพริกไทย กระชาย กะปิ หอมแดง กุ้งสด และพริกสด ตำให้พอละเอียด วิธีเตรียมกุ้งสดและน้ำซุป กุ้งสดนำไปล้างน้ำ ปอกเปลือก แล้วใช้กรรไกรตัดหัวเอาขี้กุ้งออก ตัดขากุ้งออกด้วย และผ่าหลังแบ่งเป็น 2 ชีกดึงเอาเส้นดำทิ้งไป จากนั้นเราก็จะนำกุ้งมาต้มในน้ำเดือดแค่พอกุ้งสุก (เพราะเราต้องการน้ำที่ได้จากการต้มกุ้งนี้ไปทำน้ำซุป) โดยกรองเอาน้ำไว้ด้วย พอได้กุ้งที่สุกแล้ว เราก็จะนำมาแกะเอาเปลือกกุ้งออก แต่ยังไม่ทิ้งเปลือกกุ้ง ถ้าสังเกตุให้ดีที่เปลือกกุ้งจะมีหัว และมันกุ้งติดอยู่ ให้นำเอาทั้งหมดนั้นมาปั่น แล้วละลายในน้ำต้มกุ้ง และใช้กระชอนกรองเอาส่วนที่ปั่นไม่ละเอียดทิ้งไป เราก็จะได้น้ำซุปกุ้งสดสุดแสนหวานมาทำแกงเลียง โดยไม่ต้องใช้ผงปรุงรสใดๆ มาช่วยเลย เมื่อได้น้ำซุปกุ้งสดมาแล้วก็นำใส่หม้อต้มให้เดือด พอน้ำแกงเดือดใส่เครื่องแกงเลียงลงไป พอน้ำแกงเดือดอีกครั้ง ให้เตรียมผักลงใส่ตามลำดับความสุกช้าหรือเร็ว คือให้ใส่ผักที่เนื้อแข็งสุกยากลงไปก่อนแล้วค่อยตามด้วยผักที่สุกง่าย ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย เติมไปชิมไป ให้ได้รสชาติที่เราต้องการ ท้ายสุดค่อยใส่ใบแมงลัก ที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงไทย ใช้ทัพพีกดให้ใบแมงลักจมน้ำแกงให้หมด ปิดเตา พักไว้ 1 นาที คนให้ทั่วและตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ที่มาจาก : zabwer.com 

รีวิวร้าน Bibim house (บิบิมเฮาท์) อาหารเกาหลีราคาย่อมเยา
กิมจิ /  อาหารเกาหลี / 

ทุกคนพอจะนึกฉากในซีรี่ย์เกาหลีที่นักแสดงกำลังคลุกข้าวในหม้อร้อนๆ คำโตๆ แล้วซดแกงเผ็ดสีส้มดูรสจัดจ้านในหม้อทองเหลืองเดือดปุดๆ กับไก่ทอดกรอบๆ คลุกซอสชุ่มช่ำออกมั้ยคะ นี่ขนาดแค่ดูยังไม่ได้กลิ่นนะเนี่ย ท้องก็โครกครากแล้ว วันนี้เรามีร้านอาหารเกาหลีสไตล์ซีรี่ย์มาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ... Bibim House นั่นเอง บรรยากาศในร้านให้อารมณ์เกาหลี๊เกาหลี ใช้สีสันสดใสทำให้เจริญอาหาร อารมณ์เหมือนทานอาหารอยู่ในร้านใจกลางกรุงโซล ที่นั่งสบายไม่อึดอัด พนักงานบริการดีเยี่ยมเลยค่ะ ว่าแล้วก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า Bibim กันก่อน คำนี้มาจากเมนูชื่อ Bibimbab (บิบิมบับ) หรือข้าวยำเกาหลีที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเห็นในซีรี่ย์บ่อยๆ บิบิมบับ คือข้าวที่โรยหน้าด้วยเครื่องเคียงได้แก่ หมูย่างเกาหลี กิมจิ แตงกว่าญี่ปุ่นคลุกน้ำมันงา ถั่วงอกลวก เห็ดลวก แครอทฝอยลวก ซอสพริกโคชูจังและสุดท้ายโปะด้วยไข่ดาวยางมะตูม บิบิมบับจะเสิร์ฟมาถ้วยหินที่ร้อนจัด เสียงดังฉ่าๆ เวลากินก็สนุกสนานตรงที่เราได้คลุกเคล้าข้าวกับเครื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบโคเรียนสไตล์ ถือเป็นเมนูแนะนำของร้าน มองไปโต๊ะไหนเป็นต้องเห็นถ้วยหินแบบนี้ทุกโต๊ะเลย มาต่อกันที่เมนูน่องไก่คลุกซอสกระเทียม กรอบนอกนุ่มใน คลุกซอสกระเทียมสูตรจากทางร้าน หอมๆ หวานๆ เค็มๆ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี เพลินๆ หยุดไม่อยู่เลยค่ะ (ฮา) ต่อด้วยกิมจิชิเก หรือแกงกิมจินี่เอง น่าตาดูเผ็ดแต่จริงๆ ไม่เผ็ดเท่าไหร่ เป็นเพราะสีของกิมจิเลยดูจัดจ้าน แต่รสชาติถือว่าเยี่ยม กลมกล่อม กิมจิก็กำลังดีไม่เปรี้ยวจนเกินไป ในหม้ออัดเต็มไปด้วยซี่โครงนุ่มเปื่อยชนิดรูดได้เลยไม่ต้องเคี้ยว แป้งต๊อกหนึบๆ และวุ้นเส้นเกาหลี ที่นี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยคะว่า เย็นนี้กินอะไรดี?

Mike He ปลุกกระแสซีรีย์ไต้หวัน ประกาศจัดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย!
Mike He /  MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 / 

Mike He ขอปลุกกระแสซีรีย์ไต้หวัน ประกาศจัดงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ไทย MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 งานแฟนมีตติ้งที่รับประกันความฟินแถมได้ทำบุญร่วมกัน ข่าวดีสำหรับคนรักซีรีย์ไต้หวัน เพราะพระเอกสุดฮอต! หล่อ! เข้ม! อย่าง เฮ่อจวินเสียง หรือ Mike He (ไมค์ เฮ่อ) ประกาศเยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย กับงาน MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 (ไมค์ เฮ่อ เดอะ เฟิร์ส แฟนมีตติ้ง อิน แบงคอก 2016) ครั้งแรกกับงานแฟนมีตติ้งที่ทุกคนจะได้ใกล้ชิด Mike He แบบสุดๆ แถมงานนี้ยังได้ทำบุญร่วมกันอีกด้วย คอซีรีย์ไต้หวัน คงไม่มีใครไม่รู้จักพระเอกในตำนาน Mike He เพราะนอกจากจะหล่อ ล่ำ สูง สมาร์ท แล้ว เขายังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกันเอง เทคแคร์ดูแลแฟนคลับอย่างดีมาตลอด ทำให้แฟนคลับของ Mike He มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน!... สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก Mike He ถ้าเอ่ยชื่อซีรีย์เรื่อง Devil Beside You (ถึงร้ายก็รัก) ประกบคู่นางเอกคู่บุญ เรนนี่ หยาง หลายคนจะร้อง 'อ๋อ!' ไปตามๆ กัน เพราะซีรีย์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตก สร้างกระแสซีรีย์ไต้หวันฟีเว่อร์จนสาวๆ ทั่วเอเชียต่างติดซีรีย์เรื่องนี้กันงอมแงม หลังจากนั้น Mike He ยังคงสร้างความฮอตอย่างต่อเนื่องกับซีรีย์เรื่อง Why Why Love ที่ได้โคจรมาประกบคู่ เรนนี่ หยาง และจูงมือกันโด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง เรียกได้ว่า Mike He เป็นพระเอกที่ได้ประกบนางเอกอันดับท็อปของประเทศจีน ไต้หวัน และฮ่องกง มาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เรนนี่ หยาง, เอเรียล หลิน, อาซา, เจนนี่ ฉาง, เอดี้ อัน ฯลฯ นอกจากนั้นเขายังเป็นพระเอกดาวรุ่งของไต้หวันที่เคยมีโอกาสได้ประกบนักแสดงรุ่นพี่ในตำนานอย่าง หลิวเต๋อหัว มาแล้วด้วย เรียกได้ว่าถึงแม้กระแสซีรีย์ไต้หวันในไทยจะเบาบางลง แต่ Mike He ก็ยังคงเป็นพระเอกที่ได้รับความนิยมไม่เปลี่ยน เพราะหลายคนชื่นชมกับความน่ารัก เป็นกันเอง และเสน่ห์เฉพาะตัวของเขาที่ยังคงไม่จางไปไหน สำหรับการประกาศจัดงาน MIKE HE The 1st Fan Meeting in Bangkok 2016 ในวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2559 เวลา 15.00 น. ณ โรงละครนันทา RCA เลยเป็นเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ที่หลายคนไม่คาดฝันมาก่อน เพราะดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่แฟนคลับไทยจะได้ใกล้ชิด Mike He ที่ประเทศไทย แถมงานนี้ผู้จัดงานยังการันตีถึงความใกล้ชิด อบอุ่น และมีโมเมนท์พิเศษร่วมกันระหว่างนักแสดงหนุ่มชื่อดังและแฟนคลับไทยเกิดขึ้นในงานอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าโอกาสพิเศษขนาดนี้มีมาไม่บ่อย คนรัก Mike He ห้ามพลาด เตรียมตัวเตรียมใจรีบลงทะเบียนจองบัตรด่วนที่ www.mikeheinbkk.com ได้ตั้งแต่วันนี้แป็นต้นไป และจะเริ่มจองบัตรพร้อมกันได้ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา (VIP) 5,000 / 3,500 และ 2,000 บาท แถมด้วยสิทธิ์พิเศษจัดเต็มชุดใหญ่! สำหรับบัตร VIP ได้รับสิทธิ์ถ่ายรูปคู่ทุกที่นั่ง, ไฮทัชทุกที่นั่ง, เข้าร่วมงานแถลงข่าวทุกที่นั่ง, โปสการ์ดพร้อมลายเซ็นต์ พร้อมได้รับของที่ระลึกพิเศษสำหรับงานนี้ และลุ้นรับสิทธิ์ได้เป็นลัคกี้แฟนได้รับของที่ระลึกจากไมค์ด้วย ฟากสิทธิพิเศษสำหรับบัตรราคา 3,500 บาท ได้รับสิทธิ์ไฮทัชทุกที่นั่ง, ถ่ายภาพ Group Photo 15 คนต่อ 1 กรุ๊ป, ลุ้นเข้าร่วมงานแถลงข่าว, โปสการ์ดพร้อมลายเซ็นต์ และได้รับของที่ระลึกพิเศษสำหรับงานนี้ ส่วนสิทธิพิเศษสำหรับบัตรราคา 2,000 บาทนั้นก็จะได้รับสิทธิ์ไฮทัชทุกที่นั่งแน่นอน เรียกได้ว่าราคาน่าคบ แถมด้วยสิทธิ์พิเศษอีกชุดใหญ่ ที่สำคัญยังได้ร่วมทำบุญร่วมกันกับ Mike He เพราะรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานจะนำขึ้นทูลเกล้าถวายมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วย... จัดเต็มชุดใหญ่ขนาดนี้ คนรัก Mike He พลาดไมได้แล้ว! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครทะเลไฟ , เรื่องย่อทะเลไฟ
ทะเลไฟ /  ละครทะเลไฟ / 

เรื่องย่อละครทะเลไฟ ค่ายพอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ละครโทรทัศน์แนว ดราม่า ละครทะเลไฟบทโทรทัศน์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์กำกับการแสดงโดยชัชวาล ศาสวัตกลูนนำแสดงโดย เซฟฟานี่ อาวะนิค, มิกค์ ทองระย้าละครทะเลไฟออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เหตุการณ์เรือระเบิดของอนุพงศ์ เจ้าของรีสอร์ทและโรงแรมอันดามันเพิร์ล ทำให้เตชินลูกชายเพียงคนเดียวต้องรีบกลับมาที่เกาะไข่มุกพร้อมกับนลินีผู้เป็นแม่ ทันทีที่กลับมา จากเกาะที่เคยสงบ ก็แทบจะลุกเป็นไฟ เมื่อนลินีเจอกับพศิกา หญิงสาวที่เธอเข้าใจว่าเป็นเมียใหม่ของอดีตสามีเก่าอย่างอนุพงศ์ นลินีพยายามจะไล่พศิกาออกจากเกาะ แต่ไล่ไม่ได้ เพราะในพินัยกรรมระบุเอาไว้ว่าพศิกาจะต้องทำงานอยู่ที่นี่ 2 ปี และคอยช่วยเตชินทำงาน เตชินกับพศิกาจึงต้องทำงานด้วยกันท่ามกลางความขัดแย้งต่างๆนานา เนื่องจากเตชินเคยพบกับพศิกาที่เมืองนอกมาก่อน พศิกาคือรักแรกพบของเตชิน แต่เตชินก็ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อผู้หญิงที่รักกลับเป็นเมียของพ่อ เตชินจึงกลั้นแกล้งพศิกาสารพัด แต่พศิกาก็อดทน และเผชิญหน้ากับเตชินอย่างไม่เกรงกลัวอะไร ละครทะเลไฟ มัทนา พิรญาณ์ และปาณัท (แม่ พี่สาว และพี่เขย) เป็นห่วงพศิกามาก ปาณัทจึงสั่งให้พศิน น้องชายคนละแม่กับพศิกาลงไปช่วยดูแลพศิกาที่เกาะไข่มุก พศินจึงต้องปลอมตัวเป็นช่างซ่อมบำรุง…ที่นั่นเค้าได้พบกับจิรายุ หลานสาวของมณีกาญจน์เพื่อนสนิทของนลินีที่มาอยู่ที่เกาะ นลินีพยายามจับคู่ให้เตชินกับจิรายุ แต่ทั้งสองคนกลับไม่เล่นด้วย อ่านเรื่องย่อละครทะเลไฟ พศิกาปรึกษาเตชินเรื่องที่มีคนยักยอกเงินของอันดามันเพิร์ล สองคนจำต้องสงบศึกชั่วคราว และร่วมมือกันหาผู้ร้าย เริ่มต้นได้ไม่นาน…พศิกาก็ถูกลอบวางระเบิดในเรือที่เธอนั่ง พศิกาบาดเจ็บสาหัส เตชินแทบขาดใจตาย เค้ารู้แล้วว่าพศิกาอยู่ในหัวใจของเค้าเสมอ เตชินดูแลพศิกาอย่างดี อีกทางก็ให้เสกสรรเพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยกันสืบหาว่าใครเป็นวางระเบิด เตชินมุ่งไปที่เรื่องการยักยอกเงิน ความสัมพันธ์ของเตชินกับพศิกาดูเหมือนจะดี แต่นลินีก็หาเรื่องมาทำให้เตชินเข้าใจพศิกาผิดได้อีก ทั้งสองคนจึงมีปากเสียงกัน จนกระทั่งคนร้ายลอบเข้ามาทำร้ายพศิกาหลายครั้ง เตชินต้องออกโรงปกป้องพศิกา จึงได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ผู้ต้องสงสัยมีหลายคน….ไม่ว่าจะเป็นสุดารัตน์ ละครทะเลไฟ หัวหน้าแผนกต้อนรับ ไม้เบื่อไม้เมากับพศิกา และเป็นคนสนิทของนลินี สง่า หัวหน้าช่างซ่อมบำรุงที่อยากได้พศิกาเป็นเมีย รวมไปถึงสมหมาย พรชัย ลูกน้องของสง่า วงจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ญาติของสุดารัตน์ และนิคม ผู้จัดการการเงินที่รีสอร์ทเพื่อนสนิทของสุดารัตน์ แต่ละคนที่กล่าวมานั้น ไม่มีใครชอบพศิกาซักคน แต่เสกสรรก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ ละครทะเลไฟ ช่อง7 พศิกา เตชิน จิรายุ และพศินจึงร่วมมือกัน หาตัวคนที่ลอบทำร้ายพศิกา และขบวนการยักยอกเงินว่ามีใครบ้าง โดยมีทรงศักดิ์ผู้จัดการโรงแรม กับนวลทิพย์ ผู้จัดการบัญชีและการเงินของโรงแรมคอยช่วยเหลือ ระหว่างนั้นก็มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นกับพศิกาตลอด เตชินต้องคอยปกป้องผู้หญิงที่เค้ารัก เพราะต้องฝ่าพันอุปสรรคด้วยกัน จึงทำให้เตชินกับพศิการักกันมากขึ้น จนทำให้นลินีโมโหจึงวางแผนกับสุดารัตน์จะให้เตชินได้เสียกับสิรินดาหลานสาวของสุดารัตน์แทน พศิกากับเตชินจะเอาชนะขวากหนามที่กั้นขวางความรักระหว่างเค้าและเธอไปได้หรือไม่ แล้วฆาตกรตัวจริงจะเป็นใคร โปรดติดตาม และร่วมลุ้นไปกับเค้าทั้งสองคนได้ในละครเรื่อง ” ทะเลไฟ ” ดูย้อนหลังละครทะเลไฟ ละครทะเลไฟ นักแสดง รายชื่อนักแสดงละครทะเลไฟ 1. เซฟฟานี่ อาวะนิค ( เซฟ ) ละครทะเลไฟแสดงเป็น พศิกา/พั้นช์2. มิกค์ ทองระย้า ( มิกค์ ) แสดงเป็น เตชิน3. ป่านทอทอง บุญทอง ( กุญแจซอล ) แสดงเป็น จิรายุ4. ปรัชญ์ ปรมิน ( ปรัชญ์ ) แสดงเป็น พศิน/พัฒน์5. เกรียงไกร อุณหะนันท์ ( พี่อุ้ย ) แสดงเป็น อนุพงศ์ ในละครทะเลไฟ6. สาวิตรี สามิภักดิ์ ( พี่ต่อง ) แสดงเป็น นลินี7. พงศ์ประยูร ราชอาภัย ( อาพงศ์ ) แสดงเป็น อรรคพล8. อังศนา บุรานนท์ ( พี่หลิน ) แสดงเป็น มณีกาญจน์9. วัลวิภา โยคะกุล ( พี่บี ) แสดงเป็น สุดารัตน์10. ประถมาภรณ์ รัตนภักดี ( อ้อม ) ละครทะเลไฟแสดงเป็น ปราณี11. พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ ( พี่พิมพ์ ) แสดงเป็น นวลทิพย์12. อัมรินทร์ สิมะโรจน์ ( พี่หลุยส์ ) แสดงเป็น ทรงศักดิ์13. นุศรา ประวันนา ( พี่หลิน ) แสดงเป็น นวลปราง14. อาภัสสรา อินทร์ตลาดชุม แสดงเป็น ปวีณา15. พรสวรรค์ มะทะโจทย์ แสดงเป็น สิรินดา16. ด.ญ.นพัศพร บุญธรรมรัตน์ แสดงเป็น นัชชา17. วรารัตน์ เทพโสธร แสดงเป็น วงจันทร์ ในละครทะเลไฟ18. รอง เค้ามูลคดี ( อารอง ) แสดงเป็น ประกอบ19. ณัชฌุกรณ์ ไหมกัน ( พี่หน่อง ) แสดงเป็น วีรภาพ20. กษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น สง่า21. นพรัตน์ ทองริดสุข ( พี่โอ๋ ) แสดงเป็น พรชัย22. หนุงหนิง สีหราช ( พี่หนุงหนิง ) แสดงเป็น สมหมาย23. ณัฐชลิดา นรัตน์กุล แสดงเป็น ป้าน้อย ในละครทะเลไฟ24. พิเชษฐ ศรีราชา แสดงเป็น ผู้ใหญ่เดช25. เจจินตัย แวนดิว แสดงเป็น ร.ต.อ.เสกสรร26. พงศนารถ วินศิริ แสดงเป็น ผู้การชัยยศ27. จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ ละครทะเลไฟแสดงเป็น เอกรัตน์28. อลงกรณ์ สิมะกำธรณ์ แสดงเป็น นิคม ละครทะเลไฟ

ปังไหมล่ะ! หลินหยุน เงือกสาว ปัง ปัง ที่ทำให้หนุ่ม ๆ อยากเล่นน้ำด้วยมากที่สุด
Lin Yun /  The Mermaid / 

ปังไหมล่ะ! หลินหยุน เงือกสาว ปัง ปัง ที่ทำให้หนุ่ม ๆ อยากเล่นน้ำด้วยมากที่สุด หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ โจว ซิงฉือ เรื่อง The Mermaid เงือกสาว ปัง ปัง เข้าโรงฉายภาพยนตร์ในเมืองไทยเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว ก็ดูเหมือนว่าเงือกสาวสุดน่ารักวัย 18 ปีที่รับบทโดย หลินหยุน (Lin Yun) ก็ทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกกระชุ่มกระชวย และอยากลงเล่นน้ำกับเงือกสาวเสียเหลือเกิน มาดูว่าตัวจริงที่เป็นมนุษย์นั้นจะน่ารักขนาดไหน ขอขอบคุณภาพจาก www.gettyimages.com

เมนู หมูอ้วนพันตำลึง เมนูง่ายๆ เด็กๆ ก็ทำได้
เมนูเด็ก

เข้าครัวกับเด็กๆ ก็ต้องมีเมนูที่ช่วยเสริมคุณค่าทางอาหารให้กับเด็กๆ กิจกรรมที่ทำร่วมกับลูกที่ดีที่สุดก็คือการทำอาหาร หัดให้ทำกันตั้งแต่ยังเล็กกันเลยทีเดียว กับเมนูง่ายอย่าง เมนู หมูอ้วนพันตำลึง เป็นเมนูที่ช่วยให้เด็กกินผักได้ง่ายๆ หรือลูกใครชอบเขี่ยผักออกจากจานอาหารเมนูนี้ก้ช่วยได้เช่นกันค่ะ ส่วนผสม น้ำซุปผัก 4 ถ้วย แครอทหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย มันฝรั่งหั่นเต๋าเล็ก 1/2 ถ้วย เห็ดหอมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย หมูสับ 1 ถ้วย ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ วุ้นเส้น 1/2 ถ้วย ตำลึง 1 กำ วิธีทำ  นำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำซุปผักลงไป เปิดไฟร้อนปานกลาง ใส่แครอท มันฝรั่ง เห็ดหอมลงไป แล้วปิดฝารอให้น้ำเดือด ระหว่างรอน้ำเดือด ก็หันไปปรุงรสที่หมูสับต่อเลยค่ะ ใส่หมูสับลงไปในชามผสม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว จากนั้นก็ใส่วุ้นเส้นตามลงไป คลุกให้เข้ากัน แล้วปั้นหมูสับให้เป็นก้อน นำตำลึงมาพันกับหมูให้แน่นหนา เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้วก็ใส่หมูสับที่พันตำลึงใส่ลงไปในหม้อ แล้วรอให้หมูสุกอีกครั้งหนึ่ง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จแล้ว ตักไปกินกับข้าวสวยได้เลย

เที่ยววันหยุดยาว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธานี ที่พลาดไม่ได้!
10 อันดับที่ท่องเที่ยว /  ที่เที่ยวอุบลราชธานี / 

ในช่วงเดือนกรกฏาคมของทุกปี จังหวัดอุบลราชธานี จะมีการจัดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ มีทั้งขบวนรถแห่เทียนพรรษา ขบวนฟ้อนรำจากคุ้มวัดต่างๆ แต่วันหยุดยาวทั้งทีแบบนี้ นอกจากจะมาชมพิธีแห่เทียน แล้ว เราขอพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวให้ทั่วอุบลฯ กันซะเลย กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ เที่ยววันหยุดยาว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธานี ที่พลาดไม่ได้! 1. ประเพณีแห่เทียนพรรษา อย่างที่บอกว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีการจัดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนพรรษาทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม ณ สนามทุ่งศรีเมือง เพื่อสืบสาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม ขบวนแห่เทียนพรรษาสุดอลังการ จ.อุบลราชธานี 2. วัดพระธาตุหนองบัว วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต เป็น วัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ เมื่อได้เดินเข้ามาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามโอ่อ่า กับสีทองอร่ามตา แสดงให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมที่ละเมียดละไม เป็นความวิจิตรงดงามที่น่าบันทึกภาพเก็บไว้ 3. เสาเฉลียง เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด หากได้ขึ้นไปถ่ายรูปคู่กับเสา จะยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน 4. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้ม มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด และยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามและเป็นที่แรกที่ได้เห็นแสงตะวันก่อนใคร อ่านเพิ่มเติม ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี อ่านเพิ่มเติม ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี 5. หินชมนภา แก่งชมดาว  หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม ณ แก่งชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี แก่งหินที่มีความพิเศษด้วยลวดลายที่เป็นเส้นสวยงาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นที่เดียวกันกับสามพันโบก โดยแก่งชมดาวนั้นมีขนาดเล็กกว่า แต่พื้นผิวของหินมีมิติชัดเจนกว่ามาก 6. ต้นไม้เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ด้านหลังของพระอุโบสถ ที่มีงานศิลปกรรมอันโดดเด่นด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์ ที่ยามค่ำคืนจะปรากฎกายเรืองแสงออกมา เป็นภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งปลูกสร้างท่ามกลางธรรมชาติอันแสนงดงาม อ่านเพิ่มเติม ต้นไม้เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี 7. สามพันโบก สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก 8. สัมผัสบรรยากาศเก่า ที่ ซืนวาน (Zunewan) ถ้าหาก..หัวหิน มี “เพลินวาน“..ก็คงไม่แปลกอะไรถ้าอุบลราชธานีจะมี ” ซืนวาน ” (Zunewan) น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ที่คุณต้องไม่พลาดโอกาสไปเยือนสักครั้ง ซืนวาน คืออีกหนึ่งคอมมูนิตี้มอลล์แบบย้อนยุค เอาใจคนรักของเก่าในบรรยากาศเก่า และวิถีชีวิตเก่าๆ ของคนอุบลฯ โดยซืนวานนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ครึ่ง บนถนนสถลมาร์ค วารินฯ-เดชอุดม หรือ ทางหลวงหมายเลข 24 ตั้งอยู่ระหว่างแยก กกแต้ และธกส.สาขาวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งช้อป-กิน-เที่ยวที่นำเสนอนักท่องเที่ยวในรูปแบบการผสมผสานความเป็นสมัยใหม่ และอดีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม ซืนวาน สัมผัสบรรยากาศเก่า ที่ อุบลราชธานี 9. เที่ยวตามรอยหนังดัง เส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว โดยมีการแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ, เสื้อผ้า,อาวุธ,ฉากถ่ายภาพ พร้อมชมภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทย ที่แหล่งท่องเที่ยวที่บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี อ่านเพิ่มเติม แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนตร์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี 10. เที่ยวทะเลทรายชิคๆ ที่ “หาดทรายสูง” อุบลราชธานี มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่า “หาดทรายสูง” อยู่ที่บ้านลาดเจริญ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเกิดจากความมหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง หาดทรายที่นี่ก็สูงสมชื่อจริงๆ ทำให้ได้มุมในการถ่ายรูปเก๋ๆ ชิคๆ ความสวยงามของที่นี่อยู่ที่ตอนน้ำลด หรือ ในช่วงหน้าแล้งนี่อีก เพราะจะทำให้เห็นสันดอนทราย โขดหิน โผ่ลขึ้นมาเหนือน้ำ สวยงามไปอีกแบบ แผนที่หาดทรายสูง การเดินทางมาที่นี่วิวขับรถยนต์มานะคะ ระยะทางจะค่อนข้างไกลนิดนึง เพราะอยู่ถึง อ.เขมราฐ ซึ่งห่างจากตัวเมืองอุบลฯประมาณ 120 กม. แต่ถ้าใครมาเที่ยวสามพันโบก หาดชมดาว ละแวกนี้อยู่แล้ว อยากให้ลองมาเที่ยวดู ขับเลยมาอีกนิดประมาณครึ่ง ชม. ก็จะถึงหาดทรายสูงค่ะ

100 เมนูอาหารที่เหมาะกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
อาหารตามธาตุ /  โหงวเฮ้ง

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้ารู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ… ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย ผู้ที่เกิด ธาตุน้ำ คือ… ราศรีกรกฎ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม ราศีพิจิก 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม ราศีมีน 14 มีนาคม – 12 เมษายน คนที่มีธาตุน้ำ เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมส่วน ท้วมถึงอ้วน ผิวพรรณสดใส อารมณ์เย็น ความ จำดี นุ่มนวล มักจะเก็บความรู้สึกได้ดี มีความสงบ มีอารมณ์อ่อนไหว เชื่อในเรื่องโชคชะตา และพรหมลิขิต มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนๆ และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ยอดมะขามอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารรสมันจัด เพราะอ้วนง่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ข้าวคลุกกะปิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ต้มยำไก่ฝบมะขามอ่อน น้ำพริกมะขามสด ตัวอย่างอาหารหวาน : กระท้อนลอยแก้ว สับปะรดลอยแก้ว ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบ น้ำระกำ น้ำสับปะรด ตัวอย่างผลไม้ : สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะเฟือง ลางสาด มะม่วงดิบ ผู้ที่เกิด ธาตุลม คือ… ราศรีกรกฎ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม ราศีตุลย์ 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม คนที่มีธาตุลม เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างโปร่ง ผอมบาง คิดเร็ว พูดเร็ว ทำอะไรเร็ว คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ช่างพูด ขี้หนาว อารมณ์หวั่นไหวง่าย ไม่ชอบทำงานประจำ มีความคิดสร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่น ปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย สภาพผิวแห้งง่าย ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานเร็วผิดปกติ จึงทำให้มีรูปร่างค่อนข้างผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน นอนไม่ค่อยหลับ  เป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีหลักเกณฑ์ และจะยึดความถูกต้องของเหตุและผล ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่อคติกับใคร และควรดูแลสุขภาพด้วย การรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น พริก ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา  กะเพรา กระชาย หอม กระเทียม ขมิ้น ขึ้นฉ่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ผัดผักบุ้งไฟแดง โจ๊กหมูใส่ขิง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ แกงเลียง ปลาทอดราดพริก ตัวอย่างอาหารหวาน : เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง มันต้มน้ำตาลใส่ขิง ขนมเทียนไส้เค็ม ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำขิง น้ำตะไคร้ ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม แตงไทย ผู้ที่เกิด ธาตุไฟ คือ… ราศรีเมษ 13 เมษายน – 13 พฤษภาคม ราศีสิงห์ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน ราศีธนู 16 ธันวาคม – 13 มกราคม คนที่มีธาตุไฟ เป็นธาตุเจ้าเรือน มักขี้ร้อน เคลื่อนไหวเร็ว อารมณ์ร้อน หิว บ่อย กินเก่ง มีแนวโน้มที่จะเป็นคนอ้วนได้ มักตัดสินใจเร็ว กระตือรือร้น มีความจริงจัง ชอบวางแผนและชอบการแข่งขัน จึงทำให้เป็นคนมีระเบียบแบบแผน ขาดความอดทนและชอบทำตัวเป็นผู้นำ เป็นคนมองโลกในแง่ดี และควร ดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ทีมีรสขม รสเย็น รสจืด เช่น สะเดา มะระ มะเขือพวง บวบ ตำลึง แค  แตงโม แตงกวา ผักบุ้ง บัวบก ขี้เหล็ก หัวผักกาด ฟักทอง คะน้า และหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน ตัวอย่างอาหารคาว : ซุปรากบัวเห็ดหอม ตุ๋นมะระ ต้มจับฉ่าย แกงขี้เหล็ก ห่อหมกใบยอ แกงจืดตำลึงหมู ตัวอย่างอาหารหวาน : เฉาก๊วย รากบัวต้ม เต้าฮวย ฟรุ๊ตสลัด ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูม น้ำแตงโม ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม มะละกอ แตงไทย ลูกตาลอ่อน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ไปชัยภูมิ ชมหมอกหยอกกระเจียว พาเสียว 3 ผา 3 อุทยาน!
ที่เที่ยวอุทยาน /  ท่องเที่ยว ชัยภูมิ / 

เมื่อเพื่อนชวนเก็บกระเป๋าไปเที่ยวบ้าน ไม่เคยปฏิเสธอีกตามเคย ใจง่ายจริงๆ งานนี้พูดเลย ว่าเป็นการไปเยือนแผ่นดินถิ่นอีสานครั้งที่ 3 ในชีวิต ที่ต้องนั่งรถจนตูดด้าน ยาวนานเป็นวันๆ แต่โคตรคุ้มค่า ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ได้สัมผัสกับอากาศทั้งหมอก ลม ฝน แดด จนกลับมาไม่สบาย ที่สำคัญเราได้รับประสบการณ์ "เสียว" ที่ชาตินี้ไม่ลืมแน่ๆ ยินดีที่ได้เจอกัน "จังหวัดชัยภูมิ"  ไปชัยภูมิ ชมหมอกหยอกกระเจียว พาเสียว 3 ผา 3 อุทยาน! เรานัดกับเพื่อนเจอกันที่ชัยภูมิ ทริปนี้ 4 คน  เราเดินทางจากตาก - พิษณุโลก - ชุมแพ - ชัยภูมิ (ต่อรถเป็นว่าเล่นเลย) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 9 ชั่วโมง ตายๆๆ หลับแล้วหลับอีก หลับแล้วก็หลับอีก Zzzz ส่วนเพื่อนเราอีก 3 คน นั่งรถทัวร์ กทม. - ชัยภูมิ 5 ชั่วโมงถึง อิจฉาจริงๆ แต่เราถึงก่อนเพื่อนๆ เพราะเดินทางตอนเช้าถึงค่ำ แล้วโทรให้ญาติเพื่อนมารับไปนอนอยู่บ้านตีพุงอย่างสบายใจ กิกิ เราเจอเพื่อนอีกทีก็ตอนเช้าอีกวันเลย เพราะเพื่อนเราเดินทางกลางคืน การเดินทางเที่ยวชัยภูมิครั้งนี้ รวม 5 วัน 4 คืน (29 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2558) 30 ก.ค. 58 : ปรางค์กู่ - สวนดาวเรืองพรนับพัน - เขื่อนลำปะทาว 31 ก.ค. 58 : ผาสุดแผ่นดิน - ทุ่งดอกกระเจียว - ลานหินงาม (อช.ป่าหินงาม) / น้ำตกไทรทอง - ผาหัมหด (อช.ไทรทอง) 1 ส.ค. 58 :  ผาหัวนาค มอหินขาว (อช.ภูแลนคา) เราจะขอเริ่มทริปในวันแรก 30 ก.ค. 58 : ปรางค์กู่ - สวนดาวเรืองพรนับพัน - เขื่อนลำปะทาว เพื่อนเราบอกว่าใกล้ๆ บ้านมี "ปรางค์กู่" ปรางค์กู่คืออะไร สงสัยนะเนี้ย? เราเลยยืมมอเตอร์ไซค์แว๊นออกไปดู ไม่พึ่งแผนที่ ไม่พึ่ง google map อาศัยเพื่อนบอกทางอยู่ซ้ายมือ ขับๆ ไปก็เจอ ปรากฏว่าขับไปไม่ถึง 5 นาที เจอก็จริงๆ ช่างง่ายดาย ห้าา และนี่ก็คือ "ปรางค์กู่" พิกัด : http://urll.us/yZfjpq "ปรางค์กู่" เป็นโบราณสถานที่นับว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดของชัยภูมิ เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาคารที่มีแผนผังและลักษณะเดียวกับปราสาท เชื่อกันว่าปรางค์กู่แห่งนี้เป็น “อโรคยาศาล” หรือสถานพยาบาลที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วงระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง 1 องค์ มีวิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า 1 หลัง ทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาและซึ่งมีโคปุระ หรือซุ้มประตูอยู่ที่ด้านหน้า ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง เว้นก็แต่กรอบประตู หน้าต่าง ทับหลัง และเสาประดับที่เป็นหินทราย ภายในปรางค์ประธานทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดีซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น ชาวชัยภูมิให้ความเคารพศรัทธามาก ข้อมูล : http://urll.us/RNpske เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ ไหว้พระ ถ่ายภาพ ได้สักพัก เพื่อนก็โทรตามให้กลับบ้าน เพราะวันนี้พ่อจะพาไปเที่ยว เย้ !! แต่การเที่ยวในวันนี้ เป็นอะไรเอ็กคูลซีฟมาก เพราะพ่อจะพาไปดูไร่สับปะรดและการเลี้ยงปลาในกระชังที่เขื่อนลำปะทาวตื่นเต้นสิคะ แต่ก่อนจะไปถึงเขื่อน ระหว่างทางเราเจอสวนดาวเรืองสีเหลืองอร่ามงามสง่ามาแต่ไกล แวะสิคะ กับ "สวนดาวเรืองพรนับพัน" ที่นี่อยู่ระหว่างทางไปมอหินขาว ฝั่งขวามือ มีสวนเดียวสังเกตได้ง่ายๆ เลย อีกไม่นานที่นี่จะมีร้านกาแฟ เขากำลังสร้างอยู่ใกล้เสร็จแล้ว ถ้ามีโอกาสคงได้มาลอง ตอนทำนาข้าชื่อดาวเรือง พอเข้าในเมืองชื่อช่างเฟื่องเลื่องลือ :") นี่เราคิดมาตลอดมาชัยภูมิต้องร้อนแน่ๆ เปล่าเลย อากาศที่นี่เย็นสบาย ทั้งๆ ที่ 11.00 น. แล้ว เราโชคดีมากที่วันนี้มีแม่ค้ามารับซื้อดอกดาวเรืองถึงสวน เลยขอแจมเป็นลูกมือด้วยคน ได้ความรู้ด้วยนะ การตัดดอกดาวเรืองจะใช้กรรไกรตัดด้ายตัด เพราะถ้าเด็ดดอกจะไม่ขึ้นอีกวิธีการคัดเลือกดอก ให้ดูดอกที่ตรงกลางไม่มีสีเขียวๆ จะได้ดอกไซส์จัมโบ้ หรือมีนิดหน่อยก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้ หลังจากตัดดอกดาวเรืองได้หลายถุง ติดใจสิคะ กลับบ้านไปจะลองปลูกเลย ไม่รู้จะสวยเหมือนสวนที่นี่มั้ยน้า เมื่อภาระกิจเสร็จสิ้น หิวสิคะ เที่ยงแล้ว เราแวะกินส้มตำข้างทาง จัดว่าเด็ดมาก ข้างทางจริงๆ นะ ติดถนนเลย กินเสร็จเดินทางต่อค่ะ เรามุ่งหน้าไปเขื่อนลำปะทาว อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2051 ไปทางอุทยานแห่งชาติตาดโตน ก่อนถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม ประมาณ 500 เมตร มีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปเขื่อนลำประทาว (ป้ายบอกทางเดียวกับไปมอหินขาว) ที่ตำบลเก่าย่าดี ระยะทาง 17 กิโลเมตร ระหว่างทางจะพบสวนลำไย ไร่สับปะรด และมันสำปะหลังตลอดสองข้างทาง ที่นี่เป็นแหล่งเลี้ยงปลาในกระชังด้วย มองเห็นภูเขาเขียวๆ กับน้ำในเขื่อน วิวดีจริงๆ เราชอบมาก เขื่อนลำปะทาวเป็นเขื่อนดินขนาดเล็ก เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งของคนที่นี่เลย ก็สวยขนาดนี้ไม่มาได้ไง :") พี่น้อยคนดูแลสวนและกระชังปลาใจดีให้เรานั่งเรือไปดูการจับปลาในกระชัง เสียวเลยว่ายน้ำก็ไม่เป็น ชูชีพก็ไม่มี แต่ด้วยความอยาก...ยอม เราชอบนะ ได้มาสัมผัสชีวิตแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสกันง่ายๆ เจอ ปลา เป็ด ไก่ ยันควาย เริ่ดอ่า ห้าาา เราได้ช่วยพี่จับปลานิลด้วยตัวหนึ่งน้ำหนักประมาณ 9 ขีด หนักใช่เล่นนะ  (จริงๆ ช่วยจับถุงใส่ปลามากกว่า) ก่อนกลับ ... ขอมองวิวสวยๆ ของเขื่อนลำปะทาวอีกครั้ง วันที่สอง 31 ก.ค. 58 ผาสุดแผ่นดิน - ทุ่งดอกกระเจียว - ลานหินงาม (อช.ป่าหินงาม),  น้ำตกไทรทอง - ผาหัมหด(อช.ไทรทอง) วันนี้แหละไฮไลท์รออยู่ พวกเราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 แหกขี้หูขี้ตาตื่นกันเลยจ้าา ฝนก็ต้องตลอดคืน ระหว่างออกเดินทางก็ตกปอยๆ ตลอด ใจไม่ดีเลย กลัวเที่ยวไม่สนุก แต่แล้วเมื่อเราเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ฟ้าฝนก็เป็นใจ หลงเหลือไว้แต่หมอกขาวๆ ที่อุทยานแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ผาสุดแผ่นดิน  ทุ่งดอกกระเจียว และลานหินงาม พิกัด : http://urll.us/HYia3S 07.30 น. อากาศเย็นดีนะ อภิมหาหมอกมาก ตื่นเต้นอ่า >.< เราซื้อตั๋วรถราง เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท วันนี้คนมาเที่ยวกันแต่เช้า คึกคักมากอ่ะ บางคนก็มากางเต๊นท์นอนค้างที่นี่เลย ที่จอดรถโอเคนะ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้บริการตลอด สะดวกดี ในรถรางจะมีน้องๆ มัคคุเทศก์ตัวน้อยๆ มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไป น่ารักมากๆ เลย ที่แรก "ผาสุดแผ่นดิน" ดินแดน 3 ภาค  อีสาน - กลาง - เหนือ เดินเข้าไปนิดเดียวก็จะเจอลานหินปุ่มป่ำ ผิวขรุขระ  เหมือนอยู่บนดาวอังคาร และแน่นอนที่สุด "ของสุดแผ่นดิน" ถามว่ากลัวมั้ย...กลัวมากกก แต่ยิ้มสู้ ^________^ สิ่งที่เราคิด กับสิ่งที่เราเจอ !!! คือต้องต่อคิวถ่ายกันเลย กับเพื่อน จากนั้นเราก็เดินไปด้านซ้ายมือเพื่อไปดูดอกกระเจียวไฮไลค์ของวันนี้ จะมีเยอะมั้ยน้าาา? ระหว่างทางมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินเท้าไปกับเราเยอะเลย รวมทั้งคุณยายคนนี้ด้วย นับถือเลย  ของแบบนี้ไม่เกี่ยวกับอายุ มันอยู่ทีใจ เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอทุ่งหญ้าสีเขียวๆ กับหมอกขาวๆ แต่ยังไม่เจอดอกกระเจียว ปีนี้อย่างที่รู้ๆ กัน แล้งมาก เข้าหน้าฝนช้ากว่าปกติ ทำให้ดอกกระเจียวพลอยออกดอกช้าไปด้วย สักพักเราก็เจอดอกกระเจียวกลุ่มแรกแล้วค่ะ อากาศดีจริงๆ เลย ช่วงที่เจอดอกกระเจียวมากที่สุดจะอยู่กลางทาง นอกนั้นต้นทางกับปลายทางจะมีประปรายค่ะ หมอกหยอกกระเจียว. เราชอบภาพนี้มาก ให้มันเป็นสีชมพูวววววว สำหรับการเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียว เขาจะมีไม้กั้นไม่ให้เดินออกนอกเส้นทางนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเหยียบดอกกระเจียว แต่ก็มีบางคนมีกฏไว้ให้แหก จนเจ้าหน้าที่ต้องเป่านกหวีด เป่าแล้วเป่าอีก เหนื่อยแทน ยังไงก็อย่าลืมทำตามกฏด้วยนะคะ เพื่อที่เราจะได้เห็นดอกกระเจียวและธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ไปนานๆ (ปรบมือให้กับความเป็นนางเอกของเราหน่อยค่ะ ตึ่งโป๊ะ !!) ชมหมอกหยอกกระเจียวกันอย่างจุใจไปแล้ว สถานีถัดไป "ลานหินงาม" นั่งรถรางมาได้สักพัก ก็ถึงลานหินงามแล้วค่ะ เดินขึ้นเนินมาเรื่อยๆ จะพบศาลเจ้าพ่อชุมพล และมีร้านขายอาหาร ลานหินงามมีพื้นที่ 10 ไร่ ค่ะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เดินทั่วแล้ว ลักษณะของหินเหล่านี้เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำต่อหินทรายในส่วนที่จับตัวกันเบาบางหลุดออกไปเป็นเวลานับล้านปี จึงเกิดเป็นหินรูปร่างสวยงาม แปลกตา บริเวณพื้นล่างมีพุ่มไม้เตี้ยๆ หายากหลายชนิด เช่น มอส ไลเค้นส์ ข้าวตอกฤาษี และเฟิร์นหลายชนิด ที่นี่มีหินแปลกๆ เยอะ ได้แก่ หินฟีฟ่า หินปุงลิงค์ หินแม่ไก่ยักษ์ หินปราสาท หินช้างเอราวัณ หินจานเรดาร์ และหินถ่ำมอง ที่เห็นอยู่ไกลๆ คือ "หินฟีฟ่า" ค่ะ ถ้าอยากถ่ายภาพ ณ จุดนี้ ต้องปีนนะคะ หินเป็นหินทรายลื่นมาก ระวังด้วยค่ะ ที่เห็นคนเยอะๆ นี่ "หินถ้ำมอง" ค่ะ และนี่คือ "หินแม่ไก่ยักษ์" สังเกตจากรูปทรง ด้านซ้ายจะเป็นหัวและปากยื่นออกมา ด้านขวาเป็นหางไก่ค่ะ ต้นไม้แปลกๆ พุ่มเตี้ยๆ เยอะจริงๆ ต้นไม้ใหญ่แทบไม่มี และอากาศเริ่มร้อน แนะนำให้ทากันแดด หรือใส่เสื้อแขนยาวบางๆ ไม่งั้นดำแน่ๆ น้องๆ มัคคุเทศก์บอกว่า ตามความเชื่อใครไม่มีคู่ ให้เอามือลูบที่หิน ลูบขึ้นหรือลูบลง แต่ห้ามลูบขึ้นลูบลงนะคะ ห้าาา ไอเรานี่แค่ลูบมันเบาไป โอบเลยจ้าาาา >< ขากลับเราไม่ได้นั่งรถรางนะ แต่เป็นรถพ่วง รถพ่วงจริงๆ อารมณ์สิบล้อทำเป็นม้านั่งยาวๆ สามแถว ฟิวแบบ...ได้มากกก น้องมัคคุเทศก์ก็บรรยายไปตลอดทาง น้องมัคคุเทศก์ : อาหารขึ้นชื่อของชัยภูมิคือ "หม่ำ" ครับ ไม่ใช่หม่ำจ๊กมกนะครับ (ถึกโป๊ะ !!) น้องมัคคุเทศก์ : ต้นไม้ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้ชื่อ "ต้นดูไบ" ครับ สาเหตุที่เรียกแบบนี้เพราะ ต้นไม้ไม่มีดอกครับ "มีแต่ใบ"(ถึกโป๊ะ !!) ณ ตอนนั้นจังหวะน้องได้มากค่ะ พี่ขำหนักมาก >< ออกมาด้านนอก จะมีร้านขายของที่ระลึกเต็มสองข้างทาง และยิ่งสายคนก็ยิ่งเยอะ ดีนะที่เรามากันตั้งแต่เช้า ประทับใจมากตรงที่ได้เห็น "หมอกหยอกกระเจียว" นี่แหละ :") ในช่วงบ่ายเราหาข้าวกินระหว่างทาง แล้วไปต่อที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง ที่นี่มีตกไทรทอง ทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียว และผาหัมหด มาถึงแล้วจอดรถเดินไปที่ทางเข้าเลยค่ะ  มีต้นสนสองข้างทาง เห็นแล้วอยากไปปางอุ๋งเลย และดินแทบนี้จะเป็นดินแดงค่ะ \พิกัด : http://urll.us/kMQIgP ในวันหยุดแบบนี้เราจะเห็นหลายครอบครัวพากันมาเที่ยวที่นี่ค่ะ เดินไปไม่ไกลก็จะเจอทางลงไปชมน้ำตกไทรทอง คือฝนตกไง น้ำนี่สีกาแฟเลยยยย >< น้ำตกไทรทองสูงประมาณ 5 เมตร กว้าง 80 เมตร เหนือน้ำตกขึ้นไปมีวังน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า “วังเงือก”  แล้วไหลลงตามความลาดชันของลานหินลงสู่น้ำตกไทรทองยาวประมาณ 150 เมตร ที่เรียกว่าน้ำตกไทรทอง เพราะ ข้างๆ น้ำตกมีต้นไทรขนาดใหญ่ค่ะ (เราเดาเอาเอง ห้าา) และนี่ก็คือรากต้นไทรที่เราต้องเดินผ่านเป็นทางเข้าออกของน้ำตก ขากลับเราแวะลงไปดูต้นไม้พันปีค่ะ ภาพนี้ถ่ายจากสะพานข้ามลำธาร ถึงแล้ว เดินเข้าไปจากทางหลักประมาณ 100 เมตร  ก็จะพบกับต้นไม้พันปีหรือต้นกระบากนั่นเอง จากนั้นเราขับรถไปที่ผาหัมหดค่ะ ฝนตกน้ำป่าเลยไหลหลากนิดหน่อย ประมาณ 2-3 ฟุต ต้องลุยขึ้นไป พอไปถึงด้านบนจะเจอแก๊งมอไซค์หาเห็ดของชาวบ้านค่ะ เรางงอยู่ๆ เก็บเห็ดในอุทยานแบบนี้ไม่ผิดกฏหมายหรอ? ด้านบนที่จอดรถ เจอคาราวานจักรยาน Bike For Mom ค่ะ เริ่ดอ่า ปั่นมาถึงนี่เลยหรอเนี้ย มาถึงตรงนี้จะเจอผาพ่อเมือง ผาน้องเล็กด่านแรก กับจุดชมวิวสวยๆ และเราต้องเดินขึ้นไปอีก 230 เมตร ถึงจะเจอผาหัมหด แล้วถ้าเดินต่อไปอีกจะเจอทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียวค่ะ และแล้ว...ก็ถึงสถานที่ทดสอบความเสียวของคุณผู้ชายค่ะ  กับผาที่ 2 ที่เราได้มาเหยียบ "ผาหัมหด"  ซึ่งอยู่บนเทือกเขาพังเหย เป็นแผ่นหินยื่นออกไปนอกหน้าผา สูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร และด้วยความสูงบวกกับความเสียว ใครได้ไปยื่นเป็นอันต้องเสียวจน....หดกันหมดค่ะ ห้าา ชื่อนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ตั้ง ถือว่ามีความสำคัญและได้อธิบายคำว่า ‘หัม’ เป็นภาษาอีสาน ไม่หยาบคาย คนแก่คนเฒ่าแถวอีสานมักจะเรียกเด็กๆ ผู้ชายที่มีบุคลิกหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูว่า "บักหัม" ถ้าถามว่าเสียวมั้ย ฉันตอบเลยว่า "มาก" แต่มาถึงที่นี่แล้ว ใจต้องกล้า ไม่งั้นไม่ได้ชอตเด็ดแบบนี้ ที่สำคัญมันอันตราย ระวังกันด้วยนะคะ หมดไปอีกหนึ่งวัน ใช้พลังานในการเดินมากซะด้วย ต้องเติมพลังค่ะ ค่ำนี้เลยไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ชัยภูมิ เปิดทุกวัน ของกินเยอะมาก อร่อยอ่า ติดใจหมึกย่างสูตรเมียทำเอง ของคุณลุ' ขายแค่ไม้ละ 5 บาท แม่เจ้า ที่สำคัญน้ำจิ้มโคตรเด็ดอ่ะ !! วันที่สาม 1 ส.ค. 58 :  ผาหัวนาค มอหินขาว (อช.ภูแลนคา) วันนี้ตื่นสายค่ะ หมดพลัง ห้าา จุดหมายวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ผาหัวนาค และมอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา พรุ่งนี้ก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ไม่อยากจะคาดคิดเลย เราเดินทางถึงอุทยานช่วงบ่ายๆ แต่ด้วยฝนที่ตกมาก่อนหน้า ทำให้เจอ "หมอก" อีกแล้ว วันสุดท้ายนี่ก็เด็ดพูดเลย อิจฉาคู่นี้หวานตลอด พิกัด :  http://urll.us/Dihbn3 ถึงลานจอดรถ ลุยสิคะ ไปดูผาหัวนาคกัน ม่านเมฆ ระหว่างเราเดินขึ้นไป เจอคนมาถ่ายเวดดิ้งด้วย ไฟท์น้อ วันนี้หมอกลง คงได้บรรยากาศไปอีกแบบ อย่างที่เราบอกไว้ ว่าจะพาไปเสียว 3 ผา 3 อุทยาน ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จแล้ว กับผาสุดท้าย "ผาหัวนาค" หมอกลงหนามาก ทั้งๆ ที่เวลาบ่ายสาม บวกกับลมพัดหมอกมากระแทกหน้า ฟินสิคะ !! และภาพนี้ มุมนี้ เราชอบที่สุด :") หลังจากที่ฟินจนพอใจแล้ว เราก็เดินทางไป "มอหินขาว"  ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ตามตำนานเล่าว่า มีคนเห็นก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน ที่ในทุกคืนวันพระจะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา  =คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้น เลยเรียกที่นี่ว่า มอหินขาว สโตนเฮนจ์เมืองไทย และที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวรมหาราช มอหินขาว มีกลุ่มหินอยู่หลายกลุ่ม หินชุดแรก คือ “เสาหิน 5 ต้น” เป็นหินที่มีความสูง ประมาณ 12 เมตร จำนวนหนึ่งใน 5 มีต้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ขนาด 22 คนโอบ เสาหิน 5 ต้นนี้นับเป็น เสาหินที่เด่นที่สุด และเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวมอหินขาว เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ถึง 17.00 น. แล้วเดินทางกลับไปตัวเมือง ระหว่าทางเจอตลาดนัดเย็นจ้า แวะเลยๆๆ หิวมาก ที่นี่ก็จะขายของทั่วไป มีทั้งของสด ผัก และอาหารต่างๆ และมาอีสานทั้งที ต้องแวะซื้อของขึ้นชื่อของที่นี่ นั่นก็คือ "หม่ำ" เราซื้อทั้งหม่ำเนื้อ และหม่ำหมู หม่ำ ทำจากเนื้อหมูหรือเนื้อวัว ตับ กระเทียม เหมือนไส้กรอก ต่างกันที่ส่วนผสมและรสชาติที่ออกเปรี้ยวอมมัน ต้องเอาไปปิ่ง ทอด หรือเข้าเวฟ ราคานี่ไม่ถูกเลยนะคะ หม่ำเนื้อชิ้นละ 50 บาท หม่ำหมู 4 ชิ้น 100 บาท ไงหล่ะกระเป๋าแฟบอีกละ   สำหรับการมาเยือนอีสานครั้งที่ 3 ของเรา รู้สึกแปลกใหม่ดีนะ เที่ยวได้คุ้มค่ามาก ก่อนหน้านี้รู้แค่ว่าชัยภูมิมีทุ่งดอกกระเจียวกับผาหัมหดเอง ไม่คิดว่าชัยภูมิจะมีที่เที่ยวเยอะและสวยขนาดนี้ ชัยภูมิจึงเป็นอีกที่ที่เราอยากแนะนำให้ลองมาเที่ยวดู แล้วจะหลงรัก ขอบคุณครอบครัวยุทธโกมินทร์ ที่ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ขอบคุณพื่อนๆ ที่ทำให้ทริปนี้สนุก สุข มันส์ มีสีสัน และได้ลุยไปด้วยกัน สำหรับเรา.. ชีวิตมีความหมายอีกครั้ง เพราะ "การเดินทาง" แล้วความหมายของชีวิตคุณล่ะ คืออะไร? ลองออกเดินทางสักครั้ง คุณอาจค้นพบสิ่งที่ตามหามาตลอดก็ได้ ป๊ะ !! แค่ "เก็บกระเป๋า" ติดตามการท่องเที่ยวที่อื่นๆ เพิ่มเติม ได้ที่ Page : https://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : https://www.instagram.com/kepkrapao ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ https://www.facebook.com/kepkrapao

Brunch /  มื้อสาย / 

"My Brunch" 4 เมนูมื้อสายในวันสบายๆ วันหยุดมักเป็นวันที่ใครหลายคนเลือกที่จะตื่นสาย โดยอาจรับประทานอาหารควบ 2 มื้อคือมื้อเช้าและกลางวันเป็น Brunch กันไปเลย ซึ่งเราสามารถใช้เวลาช่วงนี้ทำอาหารเอง หรือใช้เป็นกิจกรรมสังสรรค์ของครอบครัวแบบกึ่งปิกนิกก็ได้บรรยากาศสบายๆ ในวันหยุดไปอีกแบบ ถ้าใครยังคิดเมนูไม่ออกล่ะก็ เรามีเมนูที่สุดแสนจะทำง่ายแล้วก็เหมาะกับวันหยุดชิวๆ มานำเสนอ... Wholewheat Pancake with Banana and Bacon จับคู่แพนเค้กกับกล้วยหอมและเบคอน ราดด้วยนํ้าเชื่อมเมเปิล ลองชิมดูแล้วจะติดใจ ส่วนผสม แป้งโฮลวีต 3 ถ้วย นํ้าตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ผงฟู 2 ช้อนชา เบกกิงโซดา 1/2 ช้อนชา เกลือ 1/4 ช้อนชา บัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย ไข่ไก่ 2 ฟอง เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ กล้วยหอม 2 ผล เบคอน 4-5 ชิ้น เนยเค็มสำหรับทอด นํ้าเชื่อมเมเปิล วิธีทำ ผสมแป้งโฮลวีต นํ้าตาลทราย ผงฟู เบกกิงโซดา และเกลือในชามผสม คนให้เข้ากัน ผสมบัตเตอร์มิลก์ ไข่ไก่ และเนยละลายในชามผสมอีกใบหนึ่ง คนให้เข้ากัน แล้วเทลงไปผสมส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ประมาณ 10-15 นาที ละลายเนยใส่กระทะรอจนร้อนตักแป้งหยอดลงไปครั้งละประมาณ 1/3-1/2 ถ้วย รอจนฟองอากาศขึ้นทั่วแผ่นค่อยกลับอีกด้าน รอจนสุก ตักใส่จาน ทาด้วยเนยเค็ม จากนั้นทำซํ้าจนแป้งหมด ละลายเนยในกระทะอีกใบ ปอกเปลือกกล้วยหอม แล้วผ่าครึ่งตามยาว นำลงไปทอดในเนยประมาณ 2-3 นาทีหรือจนนิ่ม ตักขึ้นใส่เบคอนลงไปทอดต่อ ตักแพนเค้กวางคู่กับกล้วยหอมและเบคอน เสิร์ฟคู่กับนํ้าเชื่อมเมเปิล **ถ้าหาซื้อบัตเตอร์มิลค์ไม่ได้ ให้ผสมน้ำส้มสายชูหรือนํ้ามะนาว 2 ช้อนโต๊ะลงไปในนมสด 2 ถ้วย แล้ววางพักไว้ประมาณ 5 นาทีแทน** Baked Egg with Mixed Vegetables and Sausage ไข่อบที่มีหอมหัวใหญ่ เบคอน และมันฝรั่งซ่อนอยู่ด้านล่าง เสิร์ฟคู่กับขนมปังทาเนยอีกสักชิ้นก็อิ่มได้ ส่วนผสม ไข่ไก่ 4 ฟอง หอมหัวใหญ่ 1 หัว มันฝรั่ง (เล็ก) 1 หัว ซุกกินี 1/2 ผล ไส้กรอกรมควัน 1-2 ชิ้น เกลือ / พริกไทย เนยเค็มสำหรับผัด วิธีทำ หั่นหอมหัวใหญ่เป็นเส้นๆ พักไว้ ปอกเปลือกมันฝรั่งและซุกกินี จากนั้นนำที่ขูดชีสมาขูดให้เป็นเส้นยาวผสมกันไว้ ส่วนไส้กรอกให้หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็ก ตักเนยเค็มใส่กระทะ ใส่ไส้กรอกลงไป ผัดจนเริ่มสุก แล้วใส่หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง และซุกกินีลงไป ผัดจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใช้ช้อนเกลี่ยให้เป็นแอ่งตรงกลางแล้วตอกไข่ใส่ลงไป ลดความร้อนเป็นไฟอ่อน แล้วปิดฝาตั้งไฟไปประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับความสุกของไข่ที่ต้องการ **ถ้าต้องการทำใส่ถ้วยขนาด 1 ที่ ให้ตักส่วนผสมผักที่ผัดจนสุกใส่พิมพ์ที่ทาเนย แล้วตักไข่ใส่ลงไป นำไปอบที่ในเตาอบจนสุก** Garlic Butter Ravioli พาสตาครีมซอสแบบเบาๆ ใส่ผักลงไป ทานแล้วไม่เลี่ยน ส่วนผสม พาสตาราวิโอลี 350 กรัม หน่อไม้ฝรั่ง 300-400 กรัม มะเขือเทศเชอร์รี 10-15 ผล เห็ดกระดุม 6-8 ดอก เนยเค็ม 4 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 3-4 กลีบ นมสด 1/3 ถ้วย พาร์เมซานชีส 1/4 ถ้วย เกลือ / พริกไทย วิธีทำ ต้มพาสตาให้สุก พักไว้ ละลายเนยในกระทะ ใส่กระเทียมสับลงไปใช้ไฟปานกลางผัดไปเรื่อยๆ จนหอม ใส่หน่อไม้ฝรั่งและเห็ดลงไป ผัดจนเริ่มนิ่ม ใส่พาสตาลงไป ตามด้วยพาร์เมซานชีส (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) เทนมสดลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ปิดไฟแล้วใส่มะเขือเทศ เชอร์รีลงไป คนให้เขากัน ตักใส่จานแล้วโรยด้วยชีสที่เหลือ **เมื่อต้มเส้นพาสตาจนเกือบสุก สามารถใส่หน่อไม้ฝรั่งลงไปลวกด้วยได้** Roast Stuffed Chicken เพิ่มรสชาติไก่อบด้วยการนำผักและเบคอนมาสอดไส้ตรงกลาง ก่อนนำไปอบแบบง่ายๆ ได้รสชาติ ส่วนผสม อกไก่ 3 ชิ้น พริกหวานแดง 1 ลูก ซุกกินี 1/2 ผล ใจอาร์ติโชกดอง 4-5 ดอก เบคอน 3 ชิ้น ชีสมอซซาเรลลา 1 ถ้วย นํ้ามันมะกอก สมุนไพร เช่น ไทม์ เสจ เกลือ / พริกไทย วิธีทำ นำอกไก่มาผ่าครึ่งตามขวาง โรยด้วยสมุนไพร เกลือ และพริกไทยให้ทั่วทั้งชิ้น พักไว้ เปิดเตาอบเตรียมไว้ประมาณ 180 องศาเซลเซียส นำพริกหวานแดงไปอบประมาณ 20 นาทีหรือจนนิ่ม นำออกมาลอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นยาว นำซุกกินีสไลซ์ไปย่างจนนิ่ม หั้นครึ่งเบคอน หั่นใจอาร์ติโชกดองเป็นชิ้นบางๆ นำเนื้ออกไก่ที่หมักไว้มาวางบนเขียง เปิดด้านบนออก วางเบคอนลงไป ตามด้วยผักย่าง ใจอาร์ติโชกดอง ปิดทับด้วยเบคอนอีกชั้น ปิดเนื้ออกไก่อีกด้านลงมา (คล้ายกับแซนด์วิช) นำอกไก่ยัดไส้ไปวางบนถาดอบ โรยด้วยน้ำมันมะกอกเล็กน้อย นำไปอบประมาณ 15-20 นาทีหรือจนสุก โรยด้วยชีสมอซซาเรลลา ปรับความร้อนเป็นไฟบน รอจนชีสเป็นสีเหลืองทอง ยกออกจากเตาอบ **สามารถเสิร์ฟคู่กับสลัดผักสด ผักต้มผัดกับเนย หรือพาสตาได้ตามชอบ** เครดิตจาก นิตยสาร @Kitchen ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ผลบอล มีแต้มส่งท้าย!ปราสาทสายฟ้าเปิดรังเจ๊าซานตงไร้สกอร์
ซานตง ลู่เหนิง /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ นัดที่ 6เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ณ  ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้า ไทยลีก เปิดบ้านเสมอกับ ซานตง ลู่เนิง จากไชนีส ซูเปอร์ลีก ประเทศจีนไป 0-0 เปิดฉากครึ่งเวลาแรกเป็นเจ้าถิ่น ปราสาทสายฟ้า ที่เปิดเกมเข้าใส่ผู้มาเยือนก่อน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้พังประตู นาทีที่ 10 กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้เฮแต่ไม่สุดเสียงเมื่อ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ได้วางบอลยาวจากกลางสนามไปในกรอบเขตโทษ อนาวิน จูจีน โขกบอลเข้าไปที่เสาสอง ทว่าผู้ช่วยผู้ตัดสินยกเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ทำให้ ปราสาทสายฟ้า ยังไม่ได้ประตูออกนำ นาทีที่ 15 ซานตง มาได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย หลิว ปิน ปิน กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปหน้าปากประตู ยศพล เทียงดาห์ ยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลารับเข้าซองไว้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จากนั้นอึดใจเดียว ปราสาทสายฟ้า เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ สุภโชค สารชาติ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะโยกหลอกหนึ่งจังหวะแล้วซัดเต็มแรงบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปแบบน่าเสียดาย นาทีที่ 18 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น่าจะได้ประตูออกนำที่สุดเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน เปิดเตะมุมเข้าไปหน้าปากประตู อันเดรส ตูเญซ ได้ส้มหล่นยิงไปติดกองหลัง บอลเด้งไปเข้าทาง ไคโอะ ฟิลิเป วอลเลย์ติดผู้เล่น ซานตง บอลออกข้างไป นาทีที่ 21 ปราสาทสายฟ้า มาได้ฟรีคิกระยะอันตรายบริเวณเกือบถึงหัวกะโหลก ธีราทร บุญมาทัน วิ่งเข้าไปปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายติดหัวกำแพงอย่างน่าเสียดาย จากนั้นนาทีที่ 43 ซานตง ได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา หลิว ปิน ปิน จ่ายเลียดให้ จาง ฉี ได้ยิงมุมแคบในกรอบเขตโทษ ยศพล เทียงดาห์ นายด่านปราสาทสายฟ้า เซฟบอลไว้ได้ด้วยเท้า จากนั้นก็ไม่มีจังหวะได้เสียว ทำให้จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ ซานตง ลู่เนิง อยู่ 0-0กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลังเป็น ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ยังครองเกมบุกใส่ได้ดีกว่า แต่ทว่ายังไม่อาจจะหาจังหวะจบสกอร์งามๆ ได้เลย นาทีที่ 63 ปราสาทสายฟ้า ที่โหมบุกหนักเกือบที่จะได้ประตูเมื่อ โก ซุลกิ ตกบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้ซัดเต็มข้อบอลเหินข้ามคานออกไปแบบน่าเสียดาย นาทีที่ 72 บุรีรัมย์ มาได้ฟรีคิกระยะอันตรายหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ธีราทร บุญมาทัน วิ่งเข้าไปซัดด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลพุ่งผ่านกำแพงจะเข้าประตูอยู่แล้ว ทว่า หาน หลง เสอ นายด่านทีมเยือนโดดมาตบบอลไว้ได้ อนันต์ บัวแสง ผวาเขี่ยบอลให้เพื่อนแต่ก็ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน นาทีที่ 84 ปราสาทสายฟ้า ที่บุกอย่างหนักก็มาได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นเมื่อ ฉิง ชิง เต่า โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป นาทีที่ 89 สิทธิโชค กันหนู ได้โขกลูกเปิดของ นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ ทว่า หาน หลง เสอ โดดปัดบอลออกหลังไปได้ จากนั้น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ยังคงครองบอลเปิดเกมเข้าใส่อย่างหนัก แต่ทว่าสุดท้ายแล้วตัวแทนหนึ่งเดียวจากไทย ก็ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับของ ซานตง ลู่เนิง ได้ ทำให้จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอ ซานตง ลู่เนิง ไป 0-0 เก็บ1 คะแนนแรกได้สำเร็จ ส่วน ซานตง ลู่เนิง เก็บเพิ่ม 1 แต้ม ทำให้มี 11 คะแนน เข้าสู่รอบต่อไป พร้อมกับ เอฟซี โซล แชมป์กลุ่มที่มี 13 คะแนน รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ยศพล เทียงดาห์ (GK), นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, นัสตพล มาลาพันธ์, อันเดรส ตูเญซ, ธีราทร บุญมาทัน, อนาวิน จูจีน (โก ซุลกิ น.46),อดุล หละโสะ, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (อนันต์ บัวแสง น.67), สุภโชค สารชาติ,สิทธิโชค กันหนู, ไคโอะ ฟิลิเป (สุเชาว์ นุชนุ่ม น.56) ซานตง ลู่เนิง : หาน หลง เสอ (GK), หลี่ ขวอง ยี่, จาง ฉี, ไต้ หลิน, หลิว ปิน ปิน, ลี เว่ย, เฉน ฉือ เจ้า, ฉี เตี้ยน หยู, ฉิง ชิง เต่า, ชาง เหวิน เจ้า, เฉิง หยวน