เห็ดหลินจือแดง

“ยำขโมย” ชื่อแปลกแต่ความอร่อยไม่ธรรมดา!!
น้ำยำ /  ยำ / 

“ยำ” เป็นอาหารไทยที่นิยมกันมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันก็ยังเป็นเมนูยอดนิยมอยู่ แต่ยำของคนโบราณกับคนสมัยนี้จะดูแตกต่างกัน ทั้งอาหารที่นำมายำ แม้กระทั่งน้ำปรุงที่เราเรียกกันกว่า “น้ำยำ” ซึ่งอีกเมนูยำที่อยากจะนำเสนอ อาจเป็นเมนูที่ใครหลายคน โดยเฉาะคนรุ่นใหม่คงจะไม่คุ้นเคยมาก่อน ส่วนเรื่องรสชาติขอรับรองเลยว่าอร่อยไม่แพ้ยำทั่วไปที่เราเคยลิ้มลองมาแล้วอย่างแน่นอน เมนูนี้มีชื่อว่า “ยำขโมย” ชื่อนี้... ได้มาจากไหนกัน? ยำขโมยเป็นยำฉบับย่อของยำใหญ่ ที่มีส่วนผสมเครื่องเคราเอิกเกริกมาก มีทั้งตับลวก ปลาหมึกฉีกฝอย แต่ด้วยความที่ใช้เวลาทำนานจึงเปลี่ยนวิธีทำโดยหยิบโน่นนิดนี่หน่อยเหมือนขโมยมาเพื่อให้ทำได้ง่ายขึ้น จึงเรียกกันว่า “ยำขโมย” ซึ่งวิธีการทำก็แสนจะง่ายดาย สามารถทำได้ทุกโอกาสแถมไม่อ้วนอีกด้วย ว่าแต่จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไรมาดูกัน... ส่วนผสม หัวไช้เท้าฝานบาง แตงกวาฝานบาง ใบสะระแหน่ ผักชีเด็ดเป็นช่อ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้น หมูต้มหั่นชิ้นเล็ก ไก่ต้มฉีก กุ้งต้มหั่นชิ้นเล็ก หนังหมูหั่นฝอย เห็ดหูหนูหั่นชิ้นเล็ก ไข่ต้มจัดใส่จานให้สวยงาม ส่วนผสมน้ำปรุง (น้ำยำ) รากผักชี   4 ต้น กระเทียม   4-5 กลีบ พริกชี้ฟ้าแดง   2 เม็ด น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู วิธีทำ เตรียมส่วนผสมน้ำปรุง โดยตำพริกชีฟ้า กระเทียม และรากผักชีจนละเอียด ปรุงรสให้ได้รสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน และมีกลิ่นหอมของรากผักชี นำส่วนผสมราดบนจานผักที่จัดไว้ เมื่อรับประทานคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในหลายประเทศอาจจะมียำที่คล้ายคลึงกับประเทศเราบ้าง แต่ยำของบ้านเราจะดูเด่นชัด มีรสชาติหลากหลาย หอมกลิ่นสมุนไพรและชวนกินมากกว่า จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมรสชาติยำของบ้านเราถึงได้เป็นอาหารจานเด่นที่คนทั่วโลกรู้จัก รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมนำเมนูนี้ไปลองทำตามกันนะ... เครดิตจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

SUMMER PARTY เมนูงานเลี้ยงหน้าร้อนสุดเจ๋ง
party /  summer / 

วันหยุดยาวช่วงหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ เป็นเวลาที่เหมาะแก่การจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เชิญญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทมาทานอาหารกัน แต่จะให้อยู่ในครัวเตรียมอาหารทั้งวันก็ดูจะหนักหนาไปสักหน่‹อย ทางเราก็เลยขอนำเสนอเมนูรับหน้าร้อนที่ใช้Œเวลาไม่นานและขั้นตอนในการทำก็แสนจะง่ายดาย โดยที่คุณสามารถทำตามกันŒได้แบบสบายๆ Pot Roast Pork Chop  หมูอบเพิ่มรสด้Œวยมะเขือเทศแห้Œงและความหอมด้วยสมุนไพร กับวิธีทำง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน จ่ายตลาด (สำหรับ 2 ที่) พอร์กชอป                   4 ชิ้น มันฝรั่ง                        2 หัว เห็ดกระดุม                   8 ดอก พริกหวานสีแดง           1 หัว ถั่วหวาน                      10-15 ฝัก แครอท                       1 หัว กระเทียมสับ                3-4 กลีบ นํ้าสต๊อกไก่                 300 มิลลิลิตร ใบไทม์และโรสแมรี่สด  3-4 ช่อ มะเขือเทศแห้ง            100 กรัม นํ้ามันมะกอก เกลือ / พริกไทย เส้นทางสู่ความอร่‹อย นำมะเขือเทศแห้งมาแช่ในน้ำร้อนสักครู่ แล้วนำไปสับให้ละเอียดผสมกับกระเทียมสับเตรียมไว้ นำพอร์ก ชอปมาโรยด้วยพริกไทยและเกลือให้ทั่ว เทนํ้ามันมะกอกใส่หม้อขนาดกลาง ตั้งไฟให้ร้อน วางพอร์กชอปลงไปจี่ในกระทะจนผิวด้านนอกเป็นสีนํ้าตาลทอง ตักขึ้นวางพักไว้ ลดความร้อนเป็นไฟอ่อนใส่ ส่วนผสมมะเขือเทศแห้งสับลงไปผัดให้หอม วางพอรก์ชอปลงไป ตามด้วยมันฝรั่ง แครอทที่หั่นไว้ใบไทม์และโรสแมรี่ เทนํ้าสต็อกไก่ลงไปปิดฝาหม้อตั้งไฟปานกลาง รอจนแน่ใจว่าผักเกือบสุก ใส่เห็ด พริกหวาน และถั่วหวานลงไป ปรุงรสตามชอบปิดฝา รอจนผักสุกเสิร์ฟ เคล็ดลับดีๆ ไม่‹มีเม้ม : สามารถเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยและข้าวผัดเนยตามชอบ ระหว่างที่ผัดส่วนผสมมะเขือเทศแห้งสามารถใส่ไวน์ขาวลงไปประมาณ ½1/2-1 ถ้วยได้ Beans on Toast with Prosciutto จับคู่‹ถั่ว 2 ชนิดกับเพสโตซอสสำหรับทานคู่กับขนมปั˜งทาครีมชีสและแฮมรมควัน จ่ายตลาด (สำหรับ 2-3 ที่) บรอดบีน            200 กรัม กรีนบีน              200 กรัม เพสโตซอส        4-5 ช้อนโต๊ะ ครีมชีส              140 กรัม โพรชูโต            4-5 ชิ้น ผักสลัดร็อกเก็ต พริกไทย นํ้ามันมะกอก ขนมปังตามชอบ เส้นทางสู่‹ความอร่‹อย ลวกกรีนบีนให้สุก แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็น นำไปผสมกับบรอดบีน ใส่เพสโตซอสลงไปคลุก ปรุงรสด้วยพริกไทย นำขนมปังมาทาด้วยนํ้ามันมะกอกบางๆ แล้วนำไปอบให้หน้ากรอบ พักไว้ครู่หนึ่ง แล้วทาด้วยครีมชีส ตักส่วนผสมถั่วที่เตรียมไว้วางลงไปบนหน้าครีมชีส ตามด้วยโพรชูโตและผักสลัดร็อกเก็ต เคล็ดลับดีๆ ไม่มีเม้มŒ : ถ้าใช้บรอดบีนแบบแช่แข็งให้ปอกเปลือกสีขาวชั้นนอกออกก่อนนำมาใช้ Pavlovas with Fresh Fruit ขนมรสหวานที่ตัดรสด้วยรสเปรี้ยวของแยมเลมอนและผลไม้Œสด จ่ายตลาด (สำหรับ 4-5 ชิ้น) ไข่ขาว               2 ฟอง นํ้าตาลทราย       3/4 ถ้วย กลิ่นวานิลลา      1/2 ช้อนชา นํ้าส้มสายชูหมัก 1/2 ช้อนชา แป้งข้าวโพด      1 ช้อนโต๊ะ เลมอนเคิด         1 ถ้วย ผลไม้สดตามชอบ เส้นทางสู่‹ความอร่‹อย เปิดเตาเตรียมไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส ผสมไข่ขาวกับกลิ่นวานิลลาและน้ำส้มสายชูหมักในชามผสม ใช้หัวตีตะกร้อเดินเครื่องด้วยความเร็วปานกลางไปจนไข่ขาวเป็นฟอง ผสมนํ้าตาลทรายกับแป้งข้าวโพด ค่อยๆ ตักใส่ส่วนผสมไข่ขาวไปเรื่อยๆ จนหมด เพิ่มความเร็วของเครื่องเดินเครื่องไปจนไข่ขาวตั้งยอด ใช้ช้อนตักส่วนผสมหยอดลงไปบนแผ่นซิลิโคนหรือกระดาษไขเป็นวงกลม เกลี่ยตรงกลางให้เป็นแอ่งลงไป นำเข้าเตาอบ ลดอุณหภูมิลงมาที่ 100 องศาเซลเซียส อบประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วปิดเตาอบ ทิ้งขนมไว้ในเตาอบที่แง้มฝาเล็กน้อยอีก 1 ชั่วโมง ตักเลมอนเคิดหยอดลงไปบนพัฟโลวา แต่งด้วยผลไม้สด เคล็ดลับดีๆ ไม่‹มีเม้ม : สามารถใช้วิปครีมแทนเลมอนเคิดได้ ควรเน้นผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อให้ตัดกับรสหวานของพัฟโลวา Watermelon Lemonade นํ้าเลมอนเนดรสแตงโมสำหรับวันที่อากาศร้อน จ่ายตลาด (สำหรับ 2-3 ที่) เนื้อแตงโม            5 ถ้วย เลมอน                 2-3 ผล นํ้าตาลทราย         4-5 ช้อนโต๊ะ สไปร์ทหรือโซดา  500 มิลลิลิตร แตงโมและเลมอนสำหรับตกแต่ง เส้นทางสู่ความอร่‹อย นำเนื้อแตงโมที่เอาเมล็ดออกแล้วไปใส่ลงในโถปั่น ตามด้วยเลมอนที่คั้นเอาเฉพาะนํ้า เดินเครื่องไปจนส่วนผสมเนียน กรองส่วนผสมด้วยกระชอนตาถี่ นำนํ้ามาปรุงรสด้วยนํ้าตาลทราย แช่เย็นไว้ ผสมนํ้าแตงโมกับสไปร์ทเทใส่แก้ว แต่งด้วยเลมอนและแตงโมก่อนเสิร์ฟ เคล็ดลับดีๆ ไม่‹มีเม้ม : สามารถเพิ่มหรือลดปริมาณนํ้าเลมอนและนํ้าตาลทรายได้ตามชอบ เครดิตจากนิตยสาร @KITCHEN ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

สงกรานต์ 2559 ปีนี้ มีคอนเสิร์ต-ปาร์ตี้ดี๊ดีทั่วเมือง!
สงกรานต์ /  สงกรานต์ 2559

เทศกาลสงกรานต์กำลังจะมาถึง! วันแห่งความสุขของคนไทยปีนี้แม้จะมีการรณรงค์เล่นน้ำแต่พอประมาณสนองนโยบายประหยัดน้ำเนื่องจากเกิดภาวะปัญหาภัยแล้ง แต่ความสนุกครื้นเครงก็ไม่ได้ลดน้อยลง ยังคงมีกิจกรรมดีๆ ฟินๆ มาเสิร์ฟคนเมืองกันทั่วกรุง สงกรานต์ 2559 ปีนี้ มีคอนเสิร์ตหรือปาร์ตี้ดี๊ดีที่ไหนกันบ้าง... music.mthai คัดสรรและประมวลมาฝากกันแล้ว คลื่น 95.5 เวอร์จิ้น ฮิตซ์ ชวนชาวฮิตซ์ มาสนุกกับปาร์ตี้มันส์ๆ วันสงกรานต์ ในงาน 95.5 เวอร์จิ้น ฮิตซ์ ซัมเมอร์ ปาร์ตี้ แอท รูท 66 วันที่ 12-16 เมษายนนี้ ที่รูท 66 อาร์ซีเอ โดยปีนี้เน้นย้ำเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด แต่เพิ่มดีกรีความมันส์ร้อนแรงด้วยคอนเสิร์ตของ 5 ศิลปินดังแถวหน้า สล็อต แมชชีน, โจอี้ บอย, แทททู คัลเลอร์, เจ เจตริน และ แจ๊ส สปุ๊คนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก เปียก-ป่า-แตก!! กับดีเจแถวหน้าสุดตื๊ด Make You Freak, ZaraGift x Master Mind, Yukio และสาดน้ำกับเหล่าคนป่าสุดหล่อสุดเซ็กซี่ พร้อมไฮไลท์ความสนุกกับคอนเสิร์ตจัดหนักจัดเต็ม จาก โจอี้บอย, สิงห์เหนือเสือใต้, สครับบ์, มัสคีเทียร์, บุดดาเบลส, ดาจิม และกิจกรรมความสนุกเต็มพิกัดอีกมากมาย! ใน KRACK2TV Party Presents "Jungle Splash" ณ เดอะ คอน ปาร์ค (The Kon Park) ถนนพระเทพตัดใหม่-ราชพฤกษ์ ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2558 ประตูเปิด 17.00 น. อภิมหาสงกรานต์ปาร์ตี้ S2O (Songkran Music Festival 2016) กลับมาเติมเต็มทุกความสนุกด้วย แสง สี เสียง และโปรดักชั่นสุดอลังการ พร้อมเปียกกับสายน้ำที่พุ่งมาจากทั่วทุกทิศทาง นำทีมระเบิดความมันส์ด้วยดีเจชั้นนำระดับโลกอย่าง Deorro, Nicky Romero, Afrojack และเหล่าดีเจชื่อดังอีกมากมายในช่วงสงกรานต์ วันที่ 13-15 เมษายน 2559 ณ SHOW DC OASIS ARENA พระราม 9 สัมผัสประสบการณ์ปาร์ตี้ความมันส์ครั้งยิ่งใหญ่ มิติใหม่แห่งความมหัศจรรย์ สาดสีสันต์ความมันส์ในไลฟ์สไตล์ปาร์ตี้ STREET COLORLIFE PARTY MUSIC FESTIVAL 2016 รวมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกในเมืองไทย Steet Colorlife Party Music Phenomenon ในวันที่ 13-15 เมษายนนี้ ณ ถนนอาร์ซีเอ OFFICEMATE ZONE แฟนเพลงสายจีนต้องไม่พลาดงานนี้ คอนเสิร์ต A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour จากซุป’ตาร์ ดีว่าสาวแห่งเกาะไต้หวัน อาเม่ย์ - จางฮุ่ยเม่ย ที่มีโปรแกรมจะเดินสายมาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทยเพื่อฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ในวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2016 เวลา 20.00 น. ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน สี่นักแสดงสุดฮอตจากซีรี่ส์เรื่อง Addictionwebseries นำทีมโดย หวงจิ่งอวี๋ (Huang JingYu) หรือ จอห์นนี่, สวี่เว่ยโจว (Xu WeiZhou), หลินเฟิงซง (Lin FengSong) และ เฉินเหวิ่น (ChenWen) จะลัดฟ้ามาหา ให้แฟนๆ ชาวไทยได้ใกล้ชิดกันในงาน #Addictionwebseries 1st Fan Meeting in Thailand 2016 ในวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 นี้ ณ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ใกล้ที่ไหน ไปกันได้ตามสะดวกเลยจ้าาา. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แค่มีแบงค์ 50 ก็อร่อยยกครัว!! กับสูตรอาหารจานเด็ด 3 เมนู ที่ทำด้วยงบ 50 บาท
สูตรอาหารราคาถูก /  เต้าหู้ / 

หลายคนมักจะกลัวว่าการทำอาหารที่บ้านนั้นจะสิ้นเปลืองกว่าออกไปทานอาหารนอกบ้าน แต่เมนูบ้างอย่างอาจจะประหยัดมากกว่าไปทานตามร้านที่ขายข้าวแกงทั่วไปเสียอีก แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมของสมาชิกภายในบ้าน หากทำเองจ่ายตลาดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำได้ปริมาณที่เยอะ หากซื้อมาทานแบบสำเร็จอาจจะต้องซื้อเป็นจำละหลายๆ ถุง ทางเลือกแบบนี้ที่ต้องคำนวณกันดีๆ หากทำอาหารทานเองแล้วประหยัดกว่าก็ควรที่จะทำเอง อย่างเช่นเมนูตัวอย่าง 3 เมนูนี้ ที่ลงทุนไม่ถึง 50 บาท กับข้าวเพียว 1 อย่างสามารถกินได้ทั้งครอบครัวแล้วยังสามารถเก็บไว้กินได้หลายมื้อ เรามาดูเมนู ส่วนผสมและวิธีทำกันเลยดีกว่าค่ะ แค่มีแบงค์ 50 ก็อร่อยยกครัว!! กับสูตรอาหารจานเด็ด 3 เมนู ที่ทำด้วยงบ 50 บาท ยำไข่ดาว ส่วนประกอบ ไข่ไก่ 3 ฟอง มะนาว 2 ลูก ต้นหอม ผักชี พริกขี้หนู 10 บาท น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ (เฉลี่ย 5 บาท) วิธีทำ นำน้ำมันพืชใส่กระทะสำหรับทอดไข่ดาว ตั้งไฟให้ร้อนจัดจากนั้นจึงตอกไข่ลงไปทอด ทอดจนไข่สุกเหลืองกรอบ ไข่แดงไม่ต้องสุกมาก เมื่อทอดไข่ได้แล้วให้ตักขึ้นมาพักเอาไว้ให้พอหายร้อนจากนั้นจึงค่อยตัดแบ่งไข่ 1 ฟอง แบ่งออกเป็น 4 ส่วน จัดใส่จานสำหรับเสิร์ฟ เตรียมภาชนะสำหรับทำน้ำยำ โดยใส่น้ำมะนาว น้ำปลาและน้ำตาล คนผสมให้เข้ากันชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็มตาม หวานนิดหน่อย เมื่อได้น้ำยำแล้วจึงค่อยใส่พริกขี้หนูสับ ต้นหอม ผักชี ลงไปผสม คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปตักราดบนไข่ที่เตรียมเอาไว้ พร้อมเสิร์ฟ เต้าหู้ทรงเครื่อง ส่วนประกอบ เต้าหู้ไข่ 2 หลอด 12 บาท หมูสับ 1/2 ถ้วย เห็ดฟาง 3 ดอก 6 บาท ต้นหอม ผักชี 8 บาท กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ 2 บาท แป้งทอดกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ 5 บาท ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำ นำเต้าหู้ไข่คลุกผงแป้งทอดกรอบ แล้วนำไปทอดให้พอเหลืองกรอบแล้วพักเอาไว้ ถ้าไม่ทอดเต้าหู้ให้นำเต้าหู้ไปลวกในน้ำร้อนแล้วพักเอาไว้ นำน้ำมันพืชใส่กระทะ ตั้งไฟกลาง ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม เมื่อกระเทียมเริ่มหอม จึงค่อยใส่หมูสับลงไปผัดให้สุกแล้วเติมน้ำลงไปนิดหน่อย ให้ปรุงรสเด้วยซีอิ๋วขาว น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ชิมรสให้เค็มนำ หวานตามนิดหน่อย หอมพริกไทย จากนั้นจึงค่อยใส่เห็ดฟางลงไปผัดแค่ผัดแค่พอสุก แล้วจึงใส่ต้นหอม ผักชี ผัดนิดหน่อยแล้วดับไฟ นำเครื่องที่ผัดแล้วไปราดบนเต้าหู้ที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ ซุปแตงกวาสอดไส้ ส่วนประกอบ แตงกวา 5 ลูก 5 บาท หมูสับ 20 บาท ต้นหอม ผักชี 10 บาท ผงปรุงรส 1 ก้อน 6 บาท กระเทียมสับ 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างและปอกเปลือกแตงกวาออกให้หมด ผ่าครึ่งและควักไส้แตงกวาออก ล้างน้ำให้สะอาดอีก 1 รอบ ปอกเปลือกกระเทียมและทุบพอหยาบ จากนั้นเอาไปผสมกับหมูให้เข้ากัน เมื่อหมูกับกระเทียมเข้ากันดีแล้ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและพริกไทยป่น เอาหมูสับยัดเข้าไปในแตงกวา ยัดให้สวยงาม ระวังอย่ายัดแรงเดี๋ยวแตงกวาเดี๋ยวแตงกวาจะทะลุหรือแตกได้ ตั้งหม้อต้มน้ำ ใส่น้ำพอประมาณ พอน้ำเดือดจึงค่อยใส่ซุปก้อนลงไป รอน้ำเดือดอีกครั้งจึงค่อยใส่แตงกวาที่ยัดหมูแล้วลงไปต้ม ให้ต้มด้วยไฟอ่อนจนแตงกวาสุก ชิมรสให้ เค็มนิดหน่อย พอซดอร่อยคล่องคอ เมื่อแตงกวานิ่มได้ที่แล้ว ก่อนจะดับไฟให้ใส่ต้นหอมและผักชีซอยลงไป แล้วดับไฟทันที ราคาจริงตามตลาดอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากนี้ไม่มากก็น้อย วัตถุบางอย่างที่มีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว เช่นน้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำตาล ที่เราซื้อมาเป็นถุงใหญ่อยู่ ที่ใช้ได้หลายครั้งหลายเมนู ยิ่งทำอาหารที่บ้านบ่อยเท่าไหร่ก็จะประหยัดมากเท่านั้น คลิกอ่าน หนังสือ –50บาท อร่อยยกครัว

กินลมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยากับร้าน Duo Cucina Yodpiman
Duo Cucina /  ร้านริมน้ำ

ร้านอาหารที่ช่วยให้เราพักผ่อนอย่างสบายในเมืองกรุง ก็มีกันอยู่ไม่กี่ที่ ที่ให้เราไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจ หลังจากเจองานมาหนักๆ หรือสถานที่ที่จะชวนเพื่อนๆ มานั่งทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศดีๆ อย่างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ถ่ายรูปลงโซเชียลเก้บไว้เป้นที่ระลึก วันนี้มาแนะนำร้านที่ชื่อว่า Duo Cucina (ดูโอคูซิน่า) ร้านนี้มีด้วยกันสองสาขา มีสาขาเมืองทองธานี และ สาขายอดพิมาน แต่เอาบรรยากาศแบบริมแม่น้ำก็ต้องที่สาขายอดพิมานเลยค่ะ กินลมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยากับร้าน Duo Cucina Yodpiman บนชั้น 2  ของ ยอดพิมานริเวอร์วอร์ค มีร้านอาหารที่เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเห้นได้ชัดที่ชื่อว่า Duo Cucina (ดูโอคูซิน่า) แห่งนี้นี่เอง เป็นร้านสไตล์ฝรั้่งเศส - อิตาเลียน โฮมเมด ที่มีความหมายที่น่าสนใจไม่น้อย คำว่า DUO ที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าหมายถึง "สอง" ส่วย Cucina เป็นภาษาอิตาลีความหมายเดียวกับ Cuisine ที่เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่าครัว บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสไตล์คลาสสิก โมเดิร์น Duo Cucina สาขา ยอดพิมาน แตกต่างจากสาขาเมืองทองธานี ตรงที่มีอาหารฝรั่งเศส ที่มีวิว 180 องศา เห็นคุ้งน้ำที่สวยที่สุด และยังเห็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบ และได้ย่อวิวลงบนศิลปะภาพวาด ลายเส้นสวยงามบนผนังของร้าน ดูป็นร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่คลาสสิคสุดๆ ซุปครีมกุ้งอบแป้งแพสทรี่ (235 บาท) ตัวแป้งที่ฟูขึ้นจากถ้วยซุปครีมกุ้ง ทำให้ความหอมของน้ำซุปไม่ละเหยไปไหน ก่อนที่จะจัดเสิร์ฟ เวลาทานก็ฉีกแป้งตรงกลาง ทานไปพร้อมๆ กับซุปครีมกุ้งได้เลย ขนมปัง Focaccia (โฟกัซเซีย) เป็นขนมปังอิตาเลี่ยนชนิดหนึ่งที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันดี ขนมปังรสชาติเยี่ยมมาอยู่ที่นี่แล้ว DUO Spicy Salmon (275 บาท) เพื่อสุขภาพสำหรับคนกำลังควบคุมอาหาร DUO Variety Salad (295 บาท) สลัดผักสดๆ ที่เลือกสรรมาอย่างดี ลาซานญ่าเนื้อ (295 บาท) ราวิโอลี่ไส้ผักโขม ซอสครีมเห็ดหรือซอสมะเขือเทศ (265 บาท) สปาเก็ตตี้หมึกดำ ขี้เมาทะเล (295 บาท) Quesadilla (245 บาท) ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ คลุกสมุนไพรและเกร็ดขนมปัง (790 บาท) Double DUO (395 บาท) ดับเบิ้ลดูโอ้ 4 หน้า ได้แก่หน้า ไส้กรอกอิตาเลียน, พาม่าแฮม, แฮมเห็ด, โฟร์ชีส กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก MThai คำถาม : ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ไหน สาขาอะไร?  แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook  สุ่มผู้โชคดี รับ Double DUO จำนวน 10 รางวัล ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

Shugaa room for dessert (ชูก้า) หอมหวานจนสุดซอย สุขุมวิท 61
dessert bar /  Shugaa room for dessert / 

ร้าน Shugaa room for dessert (ชูก้า)  คาเฟ่น้องใหม่เอาใจคนรักขนมหวาน ที่เปิดในซอยสุขุมวิท 61 เดินเข้ามาในซอยประมาณ 400 เมตร ร้านจะอยู่ภายในตึก The Residence @61 รับรองว่าใครที่หลงเข้ามาแล้ว จะกลับออกไปยากมาก เพราะความน่ารัก รู้สึกบายทั้งตาและใจ ยากที่จะก้าวขาออกจากนอกร้าน Shugaa room for dessert (ชูก้า) หอมหวานจนสุดซอย สุขุมวิท 61 การตกแต่งร้านก็บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ส่งถึงความมีศิลปะทั้งร้านและขนม ที่เรียกว่าสไตล์โพลิกอน เป็นศิลปะลายเหลี่ยมที่วางซ้อนกันให้เป็นรูปร่างที่สวยงาม หากมองอีกมุม คือสื่อถึงผลึกน้ำตาลที่มีความหมายตรงกับชื่อร้านอีกด้วย มุมที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดนั่นก็คือมุมตรงบรรไดทางขึ้นไปบนชั้นสอง ศิลปะโพลิกอนที่ออกแบบมาเป็นรูปหมีที่มีขนากตัวเกือบเท่าคน และความน่ารักที่เป็นสีพาสเทลแล้ว น่าดึงดูดให้ไปถ่ายรูปใกล้ๆ มุมพักผ่อนบนชั้นสอง ใครอยากพักผ่อนหย่อนใจหรือต้องการมุมอ่านหนังสือเงียบๆ ที่ชั้นลอยด้านบนที่มองให้ชั้นล่าง แถมด้านบนยังมีคลาสสอนปั้นเค้กน้ำตาล ทุกคนก็สามารถสร้างเค้กเป็นของตัวเองได้ ใครที่ได้รู้จักกับร้าน Shugaa ก็จะรู้ว่าไม่ได้มีแค่ขนมหวานแค่อย่างเดียว เรายังได้อิ่มท้องด้วยอาหารฟิวชั่น ที่รสชาติเข้มข้น ใครที่เห็นแค่หน้าตาของอาหารคิดว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติเบาๆ ไม่จัดจ้าน แต่ขอบอกเลยว่าอย่าดูแค่เปลือกภายนอก ต้องลองชิมดูว่าแซ่บเครื่องจริงๆ ค่ะ ประเดิมเมนูแรกด้วย Tengoku Spaghetti (265 บาท) เป็นเมนูไฮไลท์ ที่ต้องลองสั่งมาทาน เป็นเมนูที่มีชื่อสายชาวตะวันตกกับประเทศญี่ปุ่น คล้ายโซบะเย็น แต่นี่คือแองเจิลแฮร์เย็น ที่มาพร้อมกับไข่เมนไทโกะ ที่ท็อปอยู่ด้านบน Smoked Salmon Benedict (285 บาท) brunch ที่เสิร์ฟทั้งวัน มาตอนไหนก็ได้ทานแน่นอน ความเค็มของสโม็คแซลมอนตัดกับซอสเบชาเมล มีความกลมกล่อม เข้ากันได้อย่างลงตัว ทานพร้อมๆ กับไข่เบเนดิกต์ จะพบถึงความฟินไม่ที่สิ้นสุด Olio Yoshoku (250 บาท) เป็นอีกจานที่ผสมผสานที่ความเป็นตะวันตกกับญี่ปุ่น ที่ลงตัวกันสุดๆ แถมเป็นจานโปรดของคนไทย เพราะรสชาติที่ถูกใจคนไทยที่สุด แต่ยังมีกลิ่นของญี่ปุ่นเยอะพอสมควรด้วยกลิ่นหอมของโชยุญี่ปุ่น มิโซะหวาน ดึงความเผ็ดด้วยพริกแห้ง โรยหน้าด้วยเบคอนทอดชิ้นเล็กๆ  Chaopraya Spaghetti (295 บาท) สปาเก็ตตี้เจ้าพระยา เห็นสีที่จืดๆ แบบนี้ ลองทานดูว่าไม่จืดอย่างที่คิด ความแซ่บนั้นสอดแทรกเข้าไปในเส้นแล้วด้วยซอสสูตรพิเศษ และเครื่องเคียงที่ยกมาทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงแม้สีจะจืดกว่าเพื่อนแต่ความเผ็ดร้อนรสชาติจัดจ้านต้องยกให้เป็นเมนูนี้เลยค่ะ S.W.A.G (160 บาท) น้ำ Blackcurrant โยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของมะนาวและนม เพิ่มความนุ่มด้วยครีมชีสด้านบน มาถึงเมนูของหวานที่ไม่ลองไม่ได้เมนูขนมหวานที่มากมายหลายอย่าง แต่ตัวที่เด่นๆ ที่ต้องลองนั่นมี 4 เมนู Cake Signature ต้องลอง หากไม่สั่งถือว่ายังไม่ถึงร้าน Shugaa เลยทีเดียว Forrest Gump (180 บาท) ด้านนอกเป็นมิ้นสีเขียวหวานแหวว แต่ด้านในเป็นดาร์กช็อกโกแลตและบราวนี่แสนหอมหวาน Kyotonite (190 บาท) คล้ายโมจิลูกโต มีถั่วแดงด้านใน เป็นโมจิรสชาติชาเขียว มีความนุ่มหนึบและความรู้สึกกรอบของฐานด้านล่าง CrumpB' (160 บาท) รูปร่างจะคล้ายกับเห็ด สีชมพูหวาน ด้านในจะเป็นแอปเปิ้ลคาราเมลหอมหวาน J'Stella (185 บาท) ความรู้สึกเหมือนอยู่ในอวกาศ ด้านในเป็นดาร์กช็อโกแลตเวลาทานแล้วรู้สึกว่านุ่มรสชาติเบาๆ เหมือนลอยอยู่ในห้วงอวกาศ Bake On Bake On (255 บาท) Homemade Vanilla Tahiti ice-cream ทานกับขนมปังที่นำไปInfusedกับเบคอน มาในจานที่เหมือนเขียงไม้ มีองค์ประกอบหลายอย่างในจานอย่างเช่น Maple syrup, Pineapple Curd, Mixed Berry Caviar, Grand Mania Gel, Caramelized Pineapple, Bacon Crumble, White Chocolate Snow คำถามชิงรางวัล : ลุ้นรับสิทธิพิเศษ "กิจกรรมปั้นเค้กน้ำตาล จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 1 คู่" คำถาม : Cake Signature 4 ตัวของทางร้าน Shugaa มีชื่อว่าอะไรบ้าง ? ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก MThai ส่วนลด 10% เฉพาะค่าอาหาร เพียงโชว์หน้า Content ให้กับทางร้าน ก็รับส่วนลดไปเลย ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ - 17 มิถุนายน 2559 ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่
ความรู้รอบโลก /  เกร็ดความรู้ / 

โลกของเรานั้นมีสิ่งที่เหลือเชื่อ - เรื่องแปลกที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์, สัตว์โลกล้านปี รวมถึงโลกของเรา เป็นต้น วันนี้ทีนเอ็มไทยนำเรื่องราวน่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้ว คราวนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่ รับรองว่าถ้าได้รู้กันแล้ว จะต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันแน่ๆ ว่า สุดยอด ^^ 24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่  1. Internet มีน้ำหนักเท่าลูกสตรอเบอร์รี่ ถึงแม้มันจะเป็นข้อมูลบนโลกออนไลน์ แต่มันก็เป็นสสาร ซึ่งอิเล็กตรอนทั้งหมดที่รวมกันเป็นอินเทอร์เน็ตนั้นมีน้ำหนักรวม 50 กรัมหรือเท่ากับสตรอเบอร์รี่ 1 ลูกนั่นเอง 2. สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ สร้างขึ้นมาจากดวงดาว 4,500 ล้านปีก่อน สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นจากการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ของดวงดาว และเราคือหนึ่งในนั้นด้วย 3. ประชากร “มด” ทุกตัวบนโลกรวมกัน หนักเท่ากับ ประชากรมนุษย์ทุกคนรวมกัน มีมดกว่า 10,000 ชนิด และจำนวนของมดก็มากกว่ามนุษย์ 1,000,000 เท่า แต่พอรวมน้ำหนักแล้ว เท่ากันเลย! 4. สถานที่ที่แห้งที่สุดในโลกอยู่ที่ Antarctica dryvalleys ที่นี่ชื่อว่า Dry Valleys ไม่มีฝนตกลงมาที่นี่กว่า 2 ล้านปีแล้ว! 5. ทางช้างเผือกมีดาวคล้ายๆ โลกกว่า 2 พันล้านดวง นอกจากนี้ 1 ใน 37-70 ดวง ที่คล้ายดวงอาทิตย์ แน่นอนว่ามันต้องมีดาวเคราะห์ที่คล้ายๆ โลก และมีระบบนิเวศน์ที่อยู่ได้ อยู่ที่ไหนซักแห่งแน่ๆ 6. ทองคำบนโลกมาจากดวงดาวนอกโลกที่ตกลงมา แน่นอนว่า มันไม่เกิดมาพร้อมกับโลก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันคงหลอมละลายไปหมดตอนโลกเกิด ที่เป็นไปได้มากสุดจึงเป็นฝนดาวตกที่ตกลงมาตั้งแต่ 4 พันล้านปีก่อนนั่นเอง 7. มีบางส่วนของแคนาดาที่มีค่าแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าที่อื่นๆ มันเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนหนึ่งของแคนาดาที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าปกติ 8. โลกเคยมีดวงจันทร์ 2 ดวง แต่ก่อนมีดวงจันทร์ 2 ดวงจริง แต่การชนกัน ทำให้หายไป 1 ดวง 9. โลกมีความหนาแน่นที่สุดในหมู่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ยิ่งหากออกไปจากดวงอาทิตย์ ก็เริ่มเป็นแก๊สทั้งหมด ในขณะที่อันที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก กเป็นหินซะส่วนมาก ทำให้โลกมีความหนาแน่นมากที่สุด 10. มีมวลน้ำก้อนมหึมาในอวกาศที่เติมลงในมหาสมุทรในโลกในทั้งหมด มีมวลน้ำอยู่ในก้อนเมฆรอบๆ หลุมดำ ที่มีปริมาตรมากกว่าน้ำบนโลกทั้งหมดรวมกัน 20,000 เท่า 11. ดวงตาของนกสามารถมองเห็นสนามแม่เหล็กโลกได้ ในดวงตาและสมองของนกมีโมเลกุลพิเศษที่ทำให้มันสามารถมองเห็นและวางแผนการบินของมันจากสนามแม่เหล็กโลกได้ 12. ถ้าหลุมดำมาแทนที่ดวงอาทิตย์ โลกและดาวเคราะห์จะไม่ถูกดูดเข้าไป NASA บอกว่า หลุมดำจะไม่ดูดทุกอย่างเข้าไป เพียงแค่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดฮวบลงเท่านั้น ถ้ามันมาแทนดวงอาทิตย์ แต่จะไม่กลืนกินทุกอย่างเข้าไป 13. หลุมดำเล็กๆ บนอวกาศ ขนาดพอๆ กับอะตอมที่เคลื่อนผ่านโลกในทุกๆ วัน และเหมือนกับหลุมดำขนาดใหญ่ ที่มันก็ไม่ดูดอะไรเช่นกัน เพียงแค่ จะจับอะตอมเหล่านั้น และมันจะมุนรอบหลุมดำเท่านั้นเอง 14. จริงๆ แล้วในทางเทคนิค โลกยังอยู่ใน Ice Age หรือยุคน้ำแข็ง เพราะจริงๆ แล้วนิยามของคำว่า Ice Age คือ การที่โลกมีความเย็นมากพอที่จะทำให้แผ่นน้ำแข็งยังคงตัวอยู่ได้ อย่างเช่นแผ่นน้ำแข็งที่ Greenland และแอนตาร์กติกา 15. 1 ในทุกๆผู้ชาย 200 คนบนโลกมีสายเลือดของ เจง กิสข่าน! นักประวัติศาสตร์ยกย่องให้ เจงกิสข่าน คือ ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นบนโลก ซึ่งนั่นรวมถึงความจริงที่ว่าเขาเคยมีอะไรกับผู้หญิงมากที่สุดเพื่อแพร่ขยายเผ่าพันธุ์อีกด้วย! 16. สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือเห็ด เห็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกินพื้นที่มากถึง 2,200 เอเคอร์ 17. สิ่งที่พบมากในทะเลทรายคือ “หิน” และกรวด ไม่ใช่ทราย ภาพที่เราเห็นมักเป็นภาพทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่จริงๆ แล้ว ทะเลทราย คือ หินและกรวดเป็นส่วนมาก ที่ล้อมรอบด้วยทรายเท่านั้น 18. โลก ไม่ได้กลมเลยซะทีเดียว แต่มีความเป็นวงรีนิดๆ Isaac Newton ค้นพบว่า โลกไม่ได้กลมเลยซะทีเดียว แต่รีขึ้นตรงขั้วโลก และเส้นศูนย์สูตรที่บานออกเล็กน้อย 19. น้ำทุกหยดบนโลกมีอายุ 4,300 ล้านปี เพราะน้ำทุกหยดบนโลกไม่สามารถถูกทำลายไปได้ มันจึงถูกเปลี่ยนรูป รีไซเคิลซ้ำไปซ้ำมา มีอายุร่วม 4.3 พันล้านปีแล้ว! 20. 99% ของสิ่งมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเล มหาสมุทรใหญ่กว่าที่เราคิด เพราะมันเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตกว่า 99% บนโลก 21. ยังมีองค์กรในปัจจุบันที่เชื่อว่าโลกแบน องค์กรนี้ชื่อว่า Flat Earth Society ที่ยังเชื่อว่าโลกแบนทั้งๆ ที่มีข้อมูล และข้อพิสูจน์มากมายก็ตาม 22. Helium ถูกพบครั้งแรกในสเปคตรัมของดวงอาทิตย์ Helium ถูกค้นพบในปี 1868 จากนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ศึกษาสุริยุปราคา จนพบธาตุตัวนี้เข้า! 23. The Great Lakes มีปริมาณน้ำคิดเป็น 21% ของน้ำจืดบนโลก ตอนแรก The Great Lakes คือผืนผิวน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด จนกระทั่งถึงวันที่น้ำแข็งเริ่มละลายนั่นเอง 24. เพียง 1 ช้อนชาของดาวนิวตรอน หนักมากกว่า 1,000 ล้านตันบนโลก ดาวดวงนี้มีมวล 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ เพราะฉะนั้นพอมาอยู่บนโลก จะหนักขึ้นมากเลยทีเดียว! H/T: Distractify, www.kiitdoo.com

กิน-เที่ยว ฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
กิน เที่ยว ฮ่องกง /  ที่เที่ยวฮ่องกง / 

พูดถึงฮ่องกงแล้วนึกถึงอะไรกัน? คนจีนเยอะๆ แน่นๆ พูดจาโฉ่งฉ่าง ตึกโคดเยอะ อาหารมันแผล่บ บอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดแน่ๆ! เที่ยวฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้! ในฐานะคนที่คิดแบบนั้นมาก่อน เคยไปครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ขอบอกเลยว่าฮ่องกงเปลี่ยนไปมากกกกก นอกเหนือไปจากบ้านเมือง ท้องถนน ที่ดูมีความศิวิไลซ์แบบประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนก็มีชีวิตชีวา แต่งตัวเก๋ไก๋ ใส่สนีกเก้อกันเต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ที่กลายเป็นหงส์ เหมือนจัสตินบีเบอร์ที่ออกอัลบั้มใหม่ทะลุบิลบอร์ดชาร์ท เออมันเกร๋กว่าที่คิดเยอะอะแกร งงเลยงง 5555555 ก็... คนอื่นอาจจะเห็นกันมาบ่อยบ้างไม่บ่อยบ้าง แต่เราก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี อดไม่ได้ที่จะมาเล่าให้ฟัง ยังไงลองมาอ่านเรื่องเล่าฉบับเรากันดู เผื่อจะอินสไปร์ให้ใครได้ออกไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ น่ารักๆ แบบฮ่องกงละกันนะะ : ) . รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ออกเที่ยวก็เหมือนกัน เดินทางทั้งที ถ้าไม่ดูแผนที่ ไม่เข้าใจภูมิประเทศของเค้า ก็เหมือนมันเที่ยวไม่สุดป้ะะ เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน เราเองเนี่ยแหละจะชอบทำความรู้จักเรื่องพวกนี้ก่อนตลอด อย่างน้อยก็จะได้พอจับจุดได้ว่าจะขับรถลงเรือ อะไรยังไง ถึงแม้ฮ่องกง จะเที่ยวง่าย พื้นที่ก็เล็กนิดเดียว แต่เราชื่อว่ามีหลายคนที่ไปฮ่องกงกลับมา แล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วฮ่องกงที่มันหน้าตาเป็นยังไง ส่วนใหญ่เราจะชินกับคำว่า เกาะฮ่องกง ใช่ป้ะะ แต่ที่จริงไม่ได้เป็นเกาะทั้งหมดนะ เกาะฮ่องกง คือเป็นแค่ส่วนนึงของฮ่องกงเท่านั้นเอง เพราะฮ่องกงเนี่ยจะแบ่งเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ ตามนี้ 1. Hong Kong Island ตรงนี้คือฮ่องกงขนานแท้ เป็นจุดศูนย์รวมของทุกสิ่งอย่าง ภาพจำที่เราเห็นเป็นดงคอนกรีตตึกสูงระฟ้า ก็คือทางเหนือของเกาะนี้เนี่ยแหละ มีทั้งแหล่งธุรกิจ บริษัทการเงินระดับโลก คอนโด อพาร์ทเม้น ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง ทุกอย่างมีหมด 2. Kowloon ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ที่อยู่ตรงข้ามเกาะฮ่องกง เป็นที่อยู่ของ Tim Sa Tsui แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของคนไทย แล้วก็เป็นจุดชมวิวมุมฮิตของฮ่องกงด้วยนะ มองข้ามฝั่งไปก็จะเห็นตึกสูงฝั่งตรงข้ามได้แบบอลังการงานสร้าง แต่ถ้าไม่นับ Tim Sa Tsui ที่ว่า ฝั่งนี้ก็จะมีความบ้านๆ มากกว่าเกาะฮ่องกงเยอะ ไม่ได้มีตึกสูงอะไรมากมาย เป็นที่อยู่อาศัยซะมากกว่า 3. Lantao Island เกาะนี้คือพื้นที่สีเขียวของฮ่องกง คือยังมีความเป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่บ้าง ทั้งภูเขาแล้วก็ทะเล ยังไม่มีตึกรามบ้านช่องมากนัก ที่เที่ยวหลักๆของเกาะนี้ก็คือพระใหญ่บนภูเขา แล้วก็กระเช้านอนปิง เออ ลืมไป ดิสนี่ย์แลนด์ก็ตั้งอยู่บนเกาะนี้ด้วย 4. New Territory ส่วนสุดท้ายคือส่วนขยายของฮ่องกง ที่อังกฤษเจรจาต่อรองมาได้เพิ่มเติมในช่วงที่ยึดฮ่องกงเป็นเมืองขึ้น ซึ่งจริงๆ เกาะลันเตาเองก็เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใน New Territory ด้วย ส่วนมากพื้นนี้ตรงนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว จะเป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็โรงงานของคนฮ่องกงซะมากกว่า เนิร์ดกันมาพออสมควรละ ไปอ่านเรื่องสบายๆ ต่อกันเลยดีกว่าา . ร้อยทั้งร้อยเมื่อพูดถึงฮ่องกง ยังไงก็ต้องนึกถึงตึกสูงระฟ้าพวกนี้ก่อนเป็นอันดับแรกชัวๆ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของฮ่องกงเฉยยย เห็นตึกเหล่านี้เป็นจุดรวมธุรกิจที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก ทั้งธนาคาร บริษัทการเงิน ตลาดหุ้น บอกเลยว่าทุกตึกที่นี่ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยทั้งนั้นนะะ หน้าตึกต้องหันไปทางประตูมังกร ยอดตึกรับทรัพย์ โกยเงินได้ต้องโกยย โอเค หลู่เลื่อง! . หลายคนอาจจะไม่รู้ แต่ฮ่องกงไม่ได้มีแค่ดงคอนกรีตเว่ยแกรรร ป่าเขาลำเนาไพรเค้าก็มี อาจจะไม่เยอะเท่าคนอื่น แต่มีอะมี สีเขียวที่ว่าของฮ่องกงอยู่ที่เกาะลันเตานั่นเอง พื้นที่ของเกาะเต็มไปด้วยภูมิประเทศแบบฉบับภูเขาๆ โดยเฉพาะลูกสำคัญที่สูงที่สุดจะมีพระใหญ่อยู่ข้างบน เป็นจุดมุ่งหมายหลักๆของนักท่องเที่ยวเลยแหละ เห็นภาพแล้วอาจจะสงสัยว่านี่เค้าเดินขึ้นไปไหว้พระใหญ่กันใช่มั้ย บอกเลยว่าใช่! 555555 สำหรับใครที่อินกับสีเขียวและธรรมชาติ เราก็แนะนำให้ลองเดินขึ้นกันดูไดดด้ เสพย์ธรรมชาติกันไปเต็มๆอะเนอะ พระใหญ่ท่านไม่หนีไปไหนหรอก ส่วนตัวเราเอง ครั้งนี้ขอโหนกระเช้าขึ้นสวยๆก่อนละกัน ไว้ถ้ามีโอกาสได้เดินป่าด้านล่างบ้างจะมาเล่าให้ฟัง! . จากกระเช้าขึ้นเขานอนปิง มองกลับลงไป วิวที่เห็นคือเกาะสนามบินทั้งเกาะ เกาะนี้ชื่อว่า Chek Lap Kok หรือก็คือสนามบินฮ่องกงเนี่ยแหละ แต่ความน่าตื่นเต้นมันมีอยู่ว่า ไอ้เกาะที่เราเห็นเนี่ย แท้จริงแล้วเกิดจากการเอาขยะมหาศาลไปถมจนเป็นก้อนขนาดใหญ่! ใช่ ฟังไม่ผิด พูดง่ายๆก็คือ เราแลนดิ้งกันบนกองขยะจ้าาาาา ไม่รู้จะตื่นเต้นเรื่องถมเกาะ หรือตื่นเต้นเรื่องจำนวนขยะที่ใช้เอามาถมกันแน่ . องค์พระใหญ่ที่อยู่บนจุดสูงสุดของเขานอนปิง เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญของคนฮ่องกง คนฮ่องกงมีความเชื่อว่า องค์พระใหญ่นี้จะคอยดูแลพวกเค้าให้อยู่เย็นเป็นสุข จะทำให้ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นคนท้องถิ่นมาเยี่ยมเยือนกันให้แน่นตลอดทั้งปี . ตัดภาพกลับมาสู่ตัวเมือง ถ้าไม่บอกนี่คิดว่าตัวเองเดินอยู่ซานฟรานซิสโก เกาะฮ่องกงคือเป็นเนิน เป็นเขา ไม่แพ้ซานฟรานเลย โดยเฉพาะในย่าน central ตึกรามบ้านช่องนี่ก็สร้างไต่เขา อยู่เอียงๆกันซะอย่างงั้น จะเดินเล่นแถวนี้ก็ต้องฟิตร่างกายกันหน่อย หรือใครไม่ไหว จะขึ้นบันไดเลื่อนก็ได้ นี่พูดจริงนะ เค้ามีบันไดเลื่อนจริงๆ เป็นบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลกด้วย คือยาวไต่เขาขึ้นไปเกือบหนึ่งกิโลแหนะ บันไดเลื่อนที่ว่า มีชื่อสวยงามอย่างเป็นทางการว่า Central-Mid-Levels escalator แต่ละวันนี่มีชาวฮ่องกงมาใช้บริการเยอะแยะมากกก เป็นพันเป็นหมื่นคนกันเลยทีเดียว . PMQ เป็นอีกหนึ่งที่สุดฮิปของฮ่องกงที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี2014 เป็นเหมือนศูนย์รวมเรื่อง creative ของนักออกแบบที่นี่ก็ว่าได้ ตึกสีขาวแซมเขียวที่เห็นนี้ จริงๆแล้วดัดแปลงมาจากแฟลตเก่าของตำรวจฮ่องกง แต่คือเอามาทำใหม่ซะชิคไม่เหลือเค้าเดิมเลย . ด้านใน PMQ ตรงกลางคือเป็นโถงกว้างๆ แบ่งตึกออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆ แต่ละชั้นก็จะถูกซอยย่อยออกเป็นห้องๆ ก็อย่างที่บอก ที่นี่ดัดแปลงมาจากแฟลตตำรวจ นึกถึงหอนักศึกษาก็ได้ มีระเบียงทางเดินยาวๆ คอยเชื่อมแต่ละห้องเข้าด้วยกันอะไรยังงั้น แต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ร้านขายของเก๋ๆ ไปจนถึงห้องทำ workshop งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งโรงเรียนสอนทำขนมก็มี เดินผ่านทีนี่กลิ่นหอมเตะจมูกจนหิวเลย ถ้าใครอินอะไรพวกนี้แบบเรา รับรองเดินสองสามชั่วโมงอยู่ในนี้ได้สบายๆ . เดินดูของเพลินๆอย่างเดียวไม่พอ ระเบียงตรงไหนกว้างหน่อย ก็จะถูกดัดแปลงไปเป็น Cafe เล็กๆ นั่งจิบกาแฟไป แอบมองคนอื่นไปพลางๆ บอกเลย คนที่นี่แต่งตัวชิคทุกคน ดูๆแล้ว ยังกะเป็น Fashion Blogger มาเดินเล่นกันทั้งนั้น . ชั้นล่าง PMQ ก็มี Cafe น่ารักๆ อยู่เหมือนกัน แต่ต้องหากันดีๆนะ เพราะ cafe พวกนี้ชอบซ่อนอยู่ตามซอกตามหลืบ เดินเล่นเหนื่อยก็ลงมานั่งพักได้พอดี นั่งพักหายเหนื่อยก็กลับไปเดินกันต่อ slow life สุดๆอะ . อีกอย่างที่เห็นได้ทั่วไปมากในฮ่องกง ฝรั่ง !!! ฝรั่งที่ว่าที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแบกเป้ ใส่ขาสั้น เสื้อกล้าม หนีบแตะ เหมือนที่เห็นตามบ้านเรานะ เรียกแบบไม่เท่ก็คือพนักงานออฟฟิศหัวทองนั่นล่ะ 55555 ฝรั่งที่นี่คือแต่งตัวเต็มดู professional มาก ถ้าเป็นผู้ชายก็มาดนักธุรกิจสุดเนียบ ใส่สูทผูกไทด์มาเลย ถ้าเป็นผู้หญิงก็ business women สุดๆ ใครมีเสปคเป็นฝรั่งนี่บอกเลยไม่ต้องลงทุนบินไกลไปหาถึงยุโรปอเมริกา แค่มาเดินเล่นเบาๆที่ฮ่องกงก็เผ็จจจมากแล้วจ้า . ถึงแม้จะดูโก้หรูทันสมัย แต่แน่นอน ฮ่องกงก็มีมุมฮิปๆ แอบซ่อนอยู่ไม่น้อย หน้าที่ของเราคือแค่ต้องค้นต้องหามันให้เจอเท่านั้น Tai Ping Shan Street คือย่านฮิปของดีของเด็ดที่ไม่ควรพลาด ถ้าเทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายๆกับอารีย์ ที่มี cafe ชิคๆ เปิดเต็มไปหมด แต่ที่ Tai Ping Shan ไม่ได้มีแค่ cafe นะ ที่นี่คือมีทั้ง อาร์ทแกลอรี่ ร้านขายของดีไซน์ ร้านอาหาร บาร์เก๋ๆ ก็เพียบ สั้นๆ ห้ามพลาด ! เดินเลี้ยวซ้ายทะลุตรอกขวา ขึ้นเนินแล้วลงบันได รับรองได้เจออะไรเด็ดๆ ซ่อนอยู่ทุกมุมถนนชัวร์ . Cafe ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวฮิปสเตอร์เท่านั้น! ช่วงบ่ายๆวันธรรมดา ถ้าใครมาเดินเล่นแถวนี้ จะเห็นว่าพนักงานออฟฟิศ หรือจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มสาว เค้าก็มานั่งฮิปกันอยู่แถวนี้เนี่ยแหละ ใส่สูทผูกไทด์มาเต็มยศ แต่มานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวจิ๋วข้างถนน จิบกาแฟไป สนทนาภาษาธุรกิจกันไป เป็นภาพที่น่ารักดีเหมือนกัน . Teakha เป็นอีก cafe นึงที่เราเคยได้สัมผัสความน่ารักผ่านทาง instagram พอได้มาฮ่องกง เลยออกตามล่าให้ได้มาเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง จุดขายของ Teakha คือม้านั่งไม้ยาวๆ ข้างๆ กำแพงสีขาว แก้วกาแฟ บนโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ พอมีคนฮิปๆ แต่งตัวเก๋ๆ นั่งจิบเท่านั้นแหละ เริ่ดมากกก . อย่าแปลกใจถ้าเดินอยู่แถว Tai Ping Shan แล้วจะเจอคนอารมณ์ติสๆ นั่งจิบเบียร์คนเดียว กลางวันแสกๆ แบบนี้ ก็บอกแล้วว่าแถวนี้เค้าฮิปจริง กำแพงข้างถนนแถวนี้ก็เป็นเหมือนผืนผ้าใบให้ศิลปินมาละเลงงานศิลปะ ทุกตรอกซอกซอยคือมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่รู้เคยเห็นกันยัง แต่ถ้ามีเวลาอยากให้ไปตระเวนตามซอยกันดูววว มันจะดีจริงจริงนะะ . เรื่องงานดีไซน์ ฮ่องกงก็ไม่เป็นรองใคร สังเกตได้ง่ายๆ ในย่าน Tai Ping Shan นี้เลย ตึกรามบ้านช่องคือไม่ธรรมดา ทุกอย่างคิดมาดีแล้วจริงๆ อย่างตึกนี้ Island Christian Academy เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ดัดแปลงมาจากหอพักเยาวชน ก็ไม่ไรมาก ตัวตึกสร้างตั้งแต่ปี 1912 เอาง่ายๆก็ร้อยกว่าปีเอง คิดดูดิ ร้อยปีที่แล้วออกแบบล่วงหน้ามาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ล้าสมัย เค้าเก่งตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดจริงๆ . ถึงแม้จะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหน ตึกสูงเสียดฟ้าผุดขึ้นทุกหัวมุมถนน ฮ่องกงก็ยังคงแอบซ่อนเอกลักษณ์ความกุ๊กกิ๊กแบบจีนๆ เอาไว้ไม่น้อย หลังคาแบบจีนโบราณ พอเข้าไปแทรกอยู่ตามตึกคอนกรีต มันทำให้ฮ่องกงมีเสน่ห์อย่าบอกใคร . คนฮ่องกงเป็นคนรักสัตว์ ?? เอ้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่อย่างนึงที่สังเกตได้ คือคนฮ่องกงมีความกุ๊กกิ๊กในเรื่องหมาอยู่ไม่น้อย เดินไปไหนมาไหน ก็จะเห็นคนหนุ่มสาวที่นี่จูงหมามาเดินเล่นมุ้งมิ้งกันตามประสา แต่คนที่นี่เค้ามีความรับผิดชอบนะ ถ้าน้องหมาทำขนมเสร็จ เจ้าของนี่ห่อกลับบ้านทันทีเป็นอันรู้กัน ไม่มีการปล่อยทิ้งไว้ให้เลอะเทอะเป็นอันขาด . สำหรับตัวเมืองฮ่องกง ตึกที่เห็นมีแค่สองอย่าง ไม่ตึกแถว ก็ตึกสูง บ้านเดี่ยวเป็นหลังๆ นี่อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นในย่านกลางเมือง ถ้าเป็นตึกแถว ส่วนใหญ่ก็เปิดเป็นร้านค้าทำมาหากินกันหมด ส่วนบ้านที่ซุกหัวนอนนั้น ก็ต้องอยู่เป็นแนวตั้ง จะคอนโด อพาร์ทเม็นต์ แฟลต หอพัก มีทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของแต่ละคน . บานเฟี้ยมเหล็ก คืออีกหนึ่งความเป็นฮ่องกง บางคนอาจจะบอกว่าเยาวราชก็มีปะว้าาา ใช่ เยาวราชก็มี แต่ที่นี่มีเยอะกว่า แถมมีออร่าของความออริจินอลมากกว่าไม่รู้ทำไม 55555 เราว่ามันโคดมีเสน่ห์อะ ยิ่งเก่ายิ่งมีเสน่ห์ บางทีอะไรที่เป็นของดั้งเดิม มันก็มักจะมีความพิเศษอยู่ในตัวเสมอ ถึงจะพยายามทำขึ้นมาใหม่ ยังไงก็แทนที่ของออริจินอลไม่ได้เลยยย . ถ้าใครเคยสังเกต ถึงภาพลักษณ์ภายนอกฮ่องกงเค้าจะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่อย่างนึงที่ยังคงความเก๋าอยู่ได้จนทุกวันนี้ ก็คือ TAXI เนี่ยแหละ ไม่ว่าจะผลิตรุ่นใหม่ออกมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น คุณ Taxi ฮ่องกงก็ยังคงแข็งใจไม่เปลี่ยน model รถของตัวเอง Taxi ในฮ่องกงกว่า 99% คือใช้รถรุ่น Toyota Comfort ที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1995 มาถึงตอนนี้ก็เบาๆ แค่ยี่สิบกว่าปีเอง แต่ก็ยังผลิตออกมาเรื่อยๆ นะ เอาไว้เป็น Taxi โดยเฉพาะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเค้ายังไม่เปลี่ยน แต่ใจจริงคือชอบมากก รู้สึกว่ามันทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น . ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้ง อันนี้ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แบรนด์แทบจะทุกยี่ห้อที่มีอยู่บนโลก คือสามารถหาซื้อได้ที่นี่ แต่สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้การช้อปปิ้งที่ฮ่องกงชนะที่อื่นในโลก คือฮ่องกงไม่มี Tax นั่นเลยเป็นสาเหตุให้คนไทยชอบนักชอบหนาที่จะบินไปช้อปกันที่ฮ่องกง ก็นิสัยคนไทยอะนะ ขอแค่ให้จิ้มเครื่องคิดเลขแล้วได้ราคาถูกกว่าที่พารากอนก็ฟินกันถ้วนหน้าแล้ว . มาฮ่องกง เมืองแห่ง Skyscraper ทั้งที ก็ต้องกระแดะอยากขึ้นไปบนตึกที่สูงที่สุดของฮ่องกงซะหน่อย ถ้าอยากให้คนฟอลโล่ในไอจีอิจฉาเล่นๆ พอขึ้นไปก็อย่าลืมถ่ายรูปแล้วติดโลเคชั่น The Ritz-Carlton, Hong Kong ด้วย ตึกที่ว่านี้คือ International Commerce Centre หรือเรียกง่ายๆ ว่า ICC ไม่ไรมากอะ สูง 484 m เอง ก็แค่เกือบครึ่งกิโลอะ มีทั้งหมดเบาๆก็ 118 ชั้น เค้าว่ากันว่าเป็นตึกที่สูงอันดับที่ 9 ของโลก แต่ถ้านับเป็นจำนวนชั้น ก็สูงอันดับ 4 เลยนะ The Ritz-Carlton โรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ที่นี่ด้วย แล้วบนสุดของโรงแรม ชั้น 118 ก็คือ Ozone Bar เอาไว้ดูวิวเกาะห้องกงแบบเหนือเมฆ นี่พูดจริงนะ เหนือเมฆจริงๆ ก็ตอนเราไปหมอกลงจัดพอดี มองออกมานี่ขาวจั๊ววววว นึกว่ามาดูทะเลหมอก ไหนอะ Skyscraper ของชั้นนนน ร้องไห้แปรบบบ . ไปญี่ปุ่นต้องกินซูชิ ไปอินเดียต้องกินโรตี และแน่นอน มาฮ่องกงก็ต้องลิ้มรสติ่มซำกันซะหน่อย แต่ระดับเรา อร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกิมมิคด้วย เลยเป็นที่มาของร้าน Dim Sum Icon อันโด่งดัง คอนเซ็ปต์ของเค้าคือ ตัวการ์ตูน Sario Little Twin Stars ก็ไม่ไรมากกก กินไปก็ขำไป เข้ากับตัวข้าพเจ้ามากกกก ธรรมชาติเป็นคนแบ๋วๆ ไรงิ แต่ว่าไม่ได้นะเออ รสชาติที่เด็ดสะระตี่ . หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เห็นทันสมัยแบบนี้ ฮ่องกงมีหมู่บ้านชาวประมงด้วยนะเออ ก่อนไปก็แอบคิดในใจว่า ทุกอย่างที่นี่คืออยู่บนตึกหมด ใช้ชีวิตแนวตั้งกันหมด แล้วหมู่บ้านชาวประมงเค้าจะอยู่บนตึกด้วยป่าววะ 555 มาถึงนี่ผิดคาด หมู่บ้านชาวประมงริมน้ำของจริงเว้ยเฮ้ย ถึงแม้จะมีตึกสูงเป็นฉากหลังก็เหอะ พอให้อภัยได้ แต่ความเด็ดดวงมันอยู่ที่อาหาร!! กุ้งมังกร หอยเป่าฮื้อ หอยงวงช้าง หอยเชลล์ ปูทะเล ปลาเก๋ายักษ์ โอ้โหววว มาหมดทะเลอะ ถ้าปลาวาฬกินได้ คงมีปลาวาฬขายแล้วแหละ สด อร่อย คุ้ม พุงน้อยๆ นี่ยิ้มแป้นเลย . สองทุ่มตรง นาฬิกาบอกเวลา รถม้าจะกลายเป็นฟักทอง เดี๋ยวๆ ไม่เกี่ยวปะ สองทุ่มอะใช่ แต่เป็นเวลาของ Symphony of Lights ต่างหาก ใครเห็น แสงสีเสียงพุ่งไป พุ่งมา ก็ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยที่ไหน แต่คือโชว์แสงไฟ และเลเซอร์ของเกาะฮ่องกงเค้า Guinness Book เค้าบอกไว้ว่า Symphony of Lights เป็นการโชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ ถ้าใครอยากดูอยากชม เรามีนัดกันทุกวันสองทุ่มตรง หาทำเลเหมาะๆ แถว Avenue of Star หรือไม่ก็ Tsim Sha Tsui แล้วมองข้ามไปฝั่งฮ่องกง ประทับใจแน่นอน . ฮ่องกงก็มีหาดทรายนะเว้ย Repulse Bay เป็นหนึ่งในไม่กี่หาดของฮ่องกงที่เล่นน้ำอาบแดดได้ แต่ขอแอบบอกความลับหน่อย Hidden Story ของที่นี่ คือ…. มันเป็นของปลอมมเว้ยแกกก ทรายที่เห็นเนี่ย เค้าเอามาถมจนมันเป็นหาดขึ้นมาให้คนนอนเล่น ก็ทำไงได้ ประเทศเล็ก ธรรมชาติน้อย อยากได้ก็ต้องสร้างเองเป็นธรรมดา . จาก Repulse Bay อ่าวรูปจันทร์เสี้ยวนี่เป็นจุดรวมนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นจุดรวมตัวเทพเจ้าแบบ One stop service ที่เค้าว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆอีกด้วย นอกจากที่เห็นเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ยังมีทั้งเทพเจ้าแห่งความรัก โชคลาภ การงาน สุขภาพ กระทั่งขอลูกก็ยังได้! กิจกรรมสุดฮิตเลยคือเดินข้ามสะพานเพื่อต่ออายุขัย โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเดินกลับมาทางเดิมด้วยนะ เพราะจะเป็นการลดอายุ ฮั่นแหนะะ อยากรู้เรื่องเทพเจ้าความรักกันล่ะสิ เอาเป็นว่าถ้าได้เมื่อไหร่ จะมาจัดรีวิวแบบละเอียดๆให้ฟังแล้วกันโนะ 555555555 . หรือที่คนไทยคุ้นหูกันว่าวัดกังหัน ว่ากันว่ายิ่งหมุนกังหันเยอะๆ ทรัพย์ยิ่งมา การงานมา โชคดีมาาา ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวไม่อินเรื่องความเชื่อใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทุกคนที่ไปวัดอินหนักมากกก ขอพรกันนานมากก เหยย งั้นแก้ปีชงหน่อยละกัน555555 จะเขียนชื่อที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ เฟสบุคอะไรก็ว่าไป ท่านจะได้ตามมาให้พรเราถูก ความเชื่อส่วนบุคคลเนอะ ทำอะไรแล้วสบายใจขึ้นเราว่าก็โอเคแล้ว . ถึงจะไม่อินเรื่องความเชื่อ แต่ชอบนะที่ได้มาอยู่ท่ามกลางคนที่เชื่อใน passion บางอย่างของตัวเอง คนฮ่องกงดั้งเดิมเองเลยเชื่อเรื่องดวง เรื่องฮวงจุ้ยกันมากๆ ทุกเทศกาลสำคัญวัดใหญ่ๆจะอัดแน่นไปด้วยชาวฮ่องกงที่มาทำบุญ ขอพร ให้สมตามที่ตนปรารถนา อย่างธูปเทียนนี่ก็ต้องใหญ่ที่สุด ถึงจะดีที่สุด ของเซ่นไหว้มาเต็ม ตรงตามฤกษ์ตามเวลามงคลเป๊ะๆ และนี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ฮ่องกงมีวันหวยออกถึง 3 วันต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมแทงม้าอีก 2 วัน  . อีกหนึ่งจุดที่ถ้าไม่ได้มาเชคอิน แทบจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงฮ่องกง The Peak หรือ Victoria Peak คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะนี้ ง่ายๆเลยคือถ้าจะไปดูมุมท๊อปของเมืองฮ่องกง จะไปดูที่ไหนล่ะถ้าไม่ใช่ที่นี่! ทั้งอ่าววิคตอเรีย ตึกสูงเรียงราย เรือเฟอร์รี่ ฝรั่งบนเรือเฟอร์รรี่ ลองมาส่องดูได้ที่ The Peak โนะ (เดี๋ยว) วิธีเดินทางไปก็ไม่ยากเลยยยย เราสามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลง MTR Central Station แล้วเดินต่อไปขึ้นรถราง The Peak Tram หือออ ง่ายดายมากๆ แต่สำหรับใครที่จะไปรถยนต์นี่ขอเตือนว่าทางคดเคี้ยวไม่ธรรมดานะะ นี่เมารถ หลับตลอดทางเลยจ้าาาา ตื่นมาอีกทีก็ฮัลโหลวิคตอเรียพีคละ 55555555 นอกเหนือไปจากวิวที่หมอกลงแบบหนาแน่น แบบมองอะไรไม่เห็น แบบทำใจไม่ค่อยจะทัน ยอดเขาเดอะพีคนี่มันก็พีคจริงๆนะ เพราะถือเป็นจุดฮวงจุ้ยแรงงง ใครอยากหล่อรวยเฮง แน่จริงต้องมาปลูกบ้านบนนี้นะเอออ ตามทางคดเคี้ยวขึ้นมาเราเลยจะเห็นบ้านของมหาเศรษฐีกันเต็มไปหมด . เดินผ่านไปผ่านมาแถวจิมซาจุ่ย อาจจะพอคุ้นๆกับตึกทรงกลมหน้าตาประหลาด วางคู่อยู่กับตึกสีชมพู ดูฮิปเว่ออ่าแกรร มันคือศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงนั่นเอง ถ้าให้เทียบกับในกรุงเทพฯก็คงเป็นตึก BACC ที่อยู่ตรงข้ามมาบุญครองอะเนอะ ไม่เพียงแต่สีชมพูของตัวอาคารที่ทำให้ตึกดูสวยโดดเด่น แต่ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เปิดรับกับทะเลด้านหลัง ลมเลยโกรกดีมากกกก ทั้งชาวฮ่องกงเองและนักท่องเที่ยวมานั่งเล่นกันเต็มขั้นบันไดเลยยย เมืองไทยน่าจะมีพื้นที่ริมน้ำชิคๆคูลๆแบบนี้กันมั่งเนอะ  . มีคนเกลียดตึกนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นก้อนสีชมพูทึบตัน ไม่มีหน้าต่าง วางอ้วนๆอยู่ริมทะเล สร้างความน่ารำคาญตารำคาญใจไม่น้อยให้แก่คนที่อยู่เกาะฝั่งตรงข้าม เออ แต่ด้วยความนิ่งๆ เพลนๆของมันนี่เราว่าถ่ายรูปโคดดดดดขึ้น พอแต่งชุดทำตัวเท่ๆ ไปยืนอยู่ท่ามกลางแสงและเงาของโครงสร้างรอบอาคารนี่รู้สึกตัวเองคูลขึ้น 30%   . เห็นตึกทรงกลมหน้าตาประหลาดริมถนนย่านจิมซาจุ่ยนี่เดาได้ป่าวว่าตึกอะไรรร เป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศของฮ่องกงนั่นเองง เห็นยังงี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1980 แล้วนะ แต่ตอนเราไปเค้าปิดปรับปรุงอยู่แฮะ เห็นว่าจะเปิดให้บริการอีกทีปลายปี 2016 รีโนเวทครั้งนี้น่าจะมีอะไรเจ๋งๆเพียบแน่ๆ เพราะของเก่าจัดแสดงมานานนนนมากแล้ว  . อีกหนึงมุมสวยของพิพิธภัณฑ์อวกาศ คือถ้าเราเดินถัดมาข้างๆอีกนิดจะเจอกับบันไดวนสีชมพู วางเท่ๆอยู่คนเดียวท่ามกลางความโค้งมนของตึกทรงกลม เลยต้องถือโอกาสเข้าไปเก็บรูปซะหน่อย ขอบคุณคุณลุงเคนตั๊กกี้ที่เป็นพร๊อพให้รูปนี้ด้วยนะค้าาาา  . ฮ่องกงเป็นเมืองวิวดี นี่ชั้นเดินอยู่ริมทะเล Habour City หรืออยู่ยุโรปปปป ทำไมงานดี งานละมุนน 55555555 ยืนแอบถ่ายอยู่นาน จนนางหันมายิ้มให้ เขินเองซะงั้นอย่างที่บอก ฝรั่งมากันเพียบ แบ็คแพ็คมาก็มี มาเป็นก๊กเป็นแก๊งเลยก็เยอะ ก็นะ ฮ่องกงเที่ยวง่ายยย แถมอากาศก็ค่อนข้างเป็นปกติตลอดปีอีกต่างหากดีค่ะดี AEC เนอะ เปิดตลาดอาเซียน เนอะ เราเวลคั่มนะยูววววว 55555555 . ท่าเรือข้ามฟาก Star Ferry เป็นหนึ่งในหัวใจการคมนาคมของเกาะฮ่องกงเลยทีเดียววว Star Ferry ทำการขนส่งผู้โดยสารจากจิมซาจุ่ย ไป Central หรือ Wanchai ซึ่งแต่ละเที่ยวก็ใช้เวลาไม่นานแค่ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น ถ้าใครมีเวลาลองหาโอกาสนั่งเรือข้ามฟากดูน่าจะเก็บวิวสวยๆมาได้พอตัวเลย อะไรจะดีไปกว่านั่งเรือเล่น ดูวิวริมน้ำ แล้วปล่อยให้ลมตีหน้าเบาๆ  . อยู่อย่างเหงาๆ เราคงจะได้รู้ เดี๋ยว เหงาไม่เหงาไม่ถามลุงซักคำ ลุงแค่เดินมาดูวิวหน้าเฟรมกล้องเรา ลุงเหงาเฉย 5555555 ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม วิวตึกที่ปกติเรียงรายกันเป็นดอกเห็ดน่าจะให้ความรู้สึกสดใส แข่งขัน กระฉับกระเฉง พอมีหมอกมาลงตรงหน้าแบบนี้กลับดูเศร้าลงอย่างน่าประหลาด ก็คงไม่ต่างกับคน เมืองฮ่องกงก็คงจะมีมุมบางมุมของตัวเองที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าไม่ได้มาดูด้วยตาตัวเองครั้งนี้เราก็คงจะติดภาพเมืองเสียงดัง วุ่นวาย ตึกรามบ้านช่องแห้งๆ ในสมัยเด็กอยู่แน่ๆ ความสนุกของการออกเดินทางอย่างหนึ่ง คือการได้เปิดรับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่หรือสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าอย่างไหน เรื่อง Hidden ที่เพิ่งได้ถูกค้นพบขึ้นใหม่ก็ล้วนกระตุ้นความตื่นเต้นให้นักเดินทางอย่างเราเสมอๆแหละเนอะ ว่ามั้ย! โอเค บิ๊วขนาดนี้แล้ว มีใครเปลี่ยนใจอยากไปเที่ยวฮ่องกงมั่งยัง? . . ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก gogetlost

ความอร่อยซ่อนอยู่ในซอย สุขุมวิทซอย 1 กับร้าน Ad Lib ร้านอาหารหรูบรรยากาศดี
ร้านอาหารฟิวชั่น /  สุขุมวิท

ไม่คิดว่าร้านอาหารบรรยากาศดี ปลอดโปร่ง ไม่แออัดจะมีอยู่กลางใจเมืองอย่างสุขุมวิท เข้าไปในซอย 1 หลังโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภายใต้โรงแรมที่เล็กกระทัดรัดอย่าง Ad Lib มีร้านอาหารเสิร์ฟกันถึง 24 ชั่วโมงสำหรับ Room Service เน้นธรรมชาติ นั่งทานอาหารใต้ร่มเงาต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเป็นงานไม้ ทั้งโต๊ะ ประตู ให้ความอบอุ่นทุกครั้งที่เข้ามาทานอาหารที่นี่ ความอร่อยซ่อนอยู่ในซอย สุขุมวิทซอย 1 กับร้าน Ad Lib ร้านอาหารหรูบรรยากาศดี คำว่า Ad Lib มีความหมายว่า More then welcome เป็นภาษาลาติน เป็นการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศที่สบายๆ คุณจะทำอะไรตามใจคุณก็ได้ ไม่ต้องไปกังวลว่าจะแต่งกายเหมาะกับสถานที่ไหม เพื่อให้ความผ่อนคลายทุกครั้งเมื่อมาเยือน ภายด้านในโปร่งสบาย แถมครัวก็เป็นครัวเปิด เห็นเชฟทุกอิริยาบถในการทำอาหาร อาหารที่นี่จะเสิร์ฟเป็นอาหารฟิวชั่น ช่วงเช้า 6 โมง - 11.30 น. จะมีไลน์บุฟเฟ่ต์อยู่ตรงบริเวณด้านหน้า ทั้งแขกที่มาเยือนหรือบุคคลที่พักอยู่ในโรงแรม เมนูอาหารจาก พ่อครัวหนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ ดีกรีเชฟกระทะเหล็กเป็นที่ปรึกษาทางดดานเมนูอร่อยๆ ให้ทุกคนได้ทาน ส่วนเมนูของหวานหรือเครื่องดื่มอย่างเช่นกาแฟเมนูต่างๆ จะเป็นเครือเดียวกับร้าน kuppadeli เป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่รสชาติดีร้านหนึ่งที่ย่านอโศก Ad Lib Big Breakfast (320 บาท) สามารถเลือกไข่ที่มากับอาหารเช้าได้เล่น ไข่คน ไข่พอร์ช ไข่ดาว หรือออมเล็ต อาหารเช้าที่ได้สารอาหารแบบครบถ้วน มีทั้ง เห็ด เบคอน มะเขือเทศ ผักโขมและ baked bean Seafood Hotpot (380 บาท) ซีฟู้ดร้อนๆ แต่ไม่ได้เสิร์ฟมาเป็นหม้อ ด้วยความสะดวกต่อการทานจึงใส่มาในรูปแบบถ้วย ตักกินง่าย ไม่ร้อนมือ แต่ความร้อนก็ยังคงอยู่เพราะมีถาดหินที่สามารถเก็บความร้อนไปได้ Eggs Benny (240 บาท) สโมคแซลมอนวางบนขนมปังและเพิ่มด้วย Porched Egg ด้วยขั้นตอนการทำพิเศษทำให้ไข่เยิ้มน่ากิน ราดด้วยซอสที่มีรสชาติเปรี้ยวนำเค็มตาม Brioche French Toast (240 บาท) ขนมปังบริยอชนุ่มๆ ที่ชุปไข่ หอมอร่อย ไม่มีแต่งสีหรือแต่งกลิ่น รสชาติเป็นแบบออริจินัล โรยถั่ววอลนัทและอัลมอนด์ ทานคู่กับไซรัปและซอสสตรอเบอร์รี่ Ad Lib Pancake (240 บาท) แพนเค้กนุ่มหนาไม่เหมือนใคร โดยวิธีทำที่คิดค้นมาโดยเฉพาะทำให้ไม่แข็งกระด้างเมื่อถูกทิ้งไว้เย็น นำแป้งแพนเค้กลงไปทอดทอดในกระทะและนำเข้าเตาอบต่อจึงทำให้แพนเค้กนุ่มน่าทาน ลูกค้าทรูลด 10% ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม วันนี้ - 31 มีนาคม 2560

6 เคล็ดลับ จัด ร้านกาแฟ ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกเงินล้าน
กาแฟ /  ค้าขาย / 

จัดร้านกาแฟอย่างไร เรียกเงิน เรียกลูกค้า? เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ก็มักจะเจอกับ ร้านกาแฟ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ เลือกกินแทบไปถูกเลยทีเดียว เพราะมีเยอะมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะขายดีทั้งหมด บางร้านเปิดมาได้ไม่นานก็มีอันต้องปิดตัวลงไป ด้วยสาเหตุหลายๆอย่าง แต่ถึงจะมีความเสี่ยงขนาดไหน แม่หมอเชื่อว่าหลายคนก็ยังคงมีความคิดที่จะเปิด ร้านกาแฟ อยู่ดี วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.Mthai เลยนำเทคนิคการเปิดร้านกาแฟให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จาก I-see magazine มาฝากกันค่ะ 1. การเลือกทำเลที่ตั้ง ในภาษาฮวงจุ้ยเรียก ทำเล ว่าพลังชี่ ซึ่งพลังชี่หมายถึงพลังงานที่มีการเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ เหมือนสายน้ำ หรือทำเลที่มีผู้คนมากมายเดินผ่าน ไม่ว่าจะเป็นตามตลาดนัดต่างๆ อาทิ ตลาดนัดจตุจักร หรือตามห้างสรรพสินค้า ตึกสำนักงานต่างๆ บางคนเลือกร้านที่อยู่ริมถนนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าพลังชี่ในบริเวณนั้นย่อมไหลแรงไม่หยุด แต่ถามว่าทำไมถึงยังขายไม่ดี นั่นเป็นเพราะคุณไม่มีที่ดักจับพลังงาน นั่นก็คือที่จอดรถนั่นเอง สิ่งน้ำสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกทำเลที่ตั้งเลยค่ะ และนอกจากนี้ทำเลต้องห้ามของ ร้านกาแฟ ตามหลักฮวงจุ้ยคือใต้สะพาน เหตุเพราะมองเห็นยาก ดูทึบหมอง ไม่น่าเข้า วิธีแก้คือการออกแบบด้านหน้า ให้มีรูปทรงสามเหลี่ยมพุ่งเข้าใส่สะพาน แล้วควรดูแลเรื่องการจัดแสงให้ดี เน้นเรื่องป้ายให้ลูกค้าเห็นชัดเจนขึ้น 2. หลักการวางเคาน์เตอร์คิดเงิน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว จะยึดด้านขวาเป็นมังกร ด่นซ้ายคือเสือขาว มังกรนั้นมีความหมายถึงการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เสือขาวคือการหยุดนิ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรเอาเครื่องคิดเลขไว้ฝั่งขาว เพราะนั่นหมายถึงการมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้จนหมด หากต้องการเก็บเงินให้อยู่ควรตั้งไว้ด้านซ้ายแทนค่ะ 3. เทคนิคการจัดร้านให้เป็นเลข 8 สำหรับการจัดวางสิ่งของภายในร้าน จะต้องอาศัยหลักของเลข 8 เข้ามาช่วย ความหมายคือ การจัดวางที่ทำให้เกิดการเดินดูได้โดยรอบ ซ้ำไปซ้ำมา มันเหมือนกับการดักลูกค้าให้เข้ามาในอวยแล้วหาทางออกไม่เจอนั่นเอง 4. จำนวนประตูภายในร้าน หากพูดถึงประตูร้านตามหลักฮวงจุ้ย ไม่ควรจะมีหลายบาน ประตูเข้าออกควรมีบานเดียว เพื่อง่ายในการดูแลร้าน มองเห็นคนเข้าออกได้ทุกคน ประตูร้านที่ดีไม่ควรมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า ควรเป็นมุมที่เปิดกว้างให้มากที่สุด พร้อมที่จะรับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าในกรณีที่มีเสาอยู่ภายในร้านด้านหน้าประตูทางเข้า ทางแก้ง่ายๆคือเอากระจกเงามาปิดทั้งเสา กระจกจะช่วยในเรื่องของมุมมองลูกค้า ทำให้เกิดความรู้สึกกว้างขึ้น แล้วจะทำให้สินค้าดูดีและน่าสนใจมากขึ้น 5. กระจกเงาช่วยคุณได้ ในการจัดหน้าร้าน ควรเอากระจกมาวางหรือประดับร้านบ้าง เพราะจากการสังเกตพฤติกรรมของคนเรา เวลาเดินผ่านกระจกเงามักชอบหันไปมอง ตรงนี้เลยเป็นส่วนที่ดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจร้านมากขึ้น 6. แสง สี เสียง กลิ่น อย่าให้บกพร่อง สำหรับร้านกาแฟนั้น เราควรออกแบบโดยใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีน้ำตาล เขียว ขาว หรือสีที่ดูสบายตา ต้องสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับลูกค้ามากที่สุด ในขณะที่กาแฟเป็นธาตุน้ำ เราก็ไม่ควรเอาสีธาตุไฟไปชน ส่วนเรื่องการจัดแสงนั้น ก็ไม่ควรให้น้อยหรือมากจนเกินไป โดยแนะนำให้แบ่งแสงไฟออกเป็น 2 ประเภท อันดับแรกคือจัดแสงทั่วไป เพื่อคุมโทน และอีกประเภทคือ ไฟที่ส่องตามกำแพงหรือตามหัวเสาต่างๆ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้เรื่องของกลิ่นซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ถือเป็นเสน่ห์ของร้านกาแฟเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้ทำให้ร้านกาแฟร้านดังสามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะกลิ่นของกาแฟจะดึงดูงให้คนเข้าร้านมากขึ้น รวมไปถึงเพลงที่ใช้เปิดก็ควรเป็นเพลงสบายๆ ตามหลักของร้านธาตุน้ำ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้เข้ามา   ที่มาจาก :  I-see magazine ติตดามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

สี่หนุ่ม ซีรี่ส์(วาย)สุดฮอต Addictionwebseries เตรียมเยือนไทย!
#Addiction1stFanmeetinginBKK /  #Addictionwebseries / 

สี่นักแสดงนำ จากซีรี่ส์สุดฮอต Addictionwebseries แท็คทีมเตรียมจัดแฟนมีตติ้งในเมืองไทย #Addictionwebseries 1st Fan Meeting in Thailand 2016 เป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์ที่กำลังถูกกล่าวถึงในจีนมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับ Addictionwebseries นอกจากกระแสของเนื้อหาซีรี่ส์ที่โด่งดังเป็นที่กล่าวถึงแล้ว นักแสดงนำทั้ง 4 คนก็ฮอตไม่แพ้กัน เพราะเหล่านักแสดงนำ อย่าง หวงจิ่งอวี๋ (Huang JingYu) หรือ จอห์นนี่, สวี่เว่ยโจว (Xu WeiZhou), หลินเฟิงซง (Lin FengSong) และ เฉินเหวิ่น (ChenWen) ต่างได้รับกระแสความสนใจจากแฟนๆ อย่างท่วมท้น ทั้งแฟนชาวจีน ไต้หวัน รวมถึงแฟนคลับชาวไทย ที่โหมกระแสเม้าท์สนั่น จนทำให้ซีรี่ส์เรื่องนี้ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ทั้ง Weibo ชุมชนออนไลน์ของจีน รวมถึงขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ของเมืองไทยหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เกิดปรากฏการณ์เทรนด์ฮอตของ #addictionwebseries Addiction (上瘾) เป็นผลงานนิยายของคุณ ฉายจีต้าน(เจ๊ไข่) เจ้าของผลงานเรื่อง Counterattack ที่เคยโด่งดังในแดนมังกร ถ่ายทอดเรื่องราวของ ไป่ลั่วอิน และ กู้ไห่ ที่ต้องกลายมาเป็นพี่น้องกัน และเรื่องราวของเพื่อนสนิท อย่าง หยางเหมิ่ง และ โหยวฉี... มิตรภาพ ความรัก และครอบครัว ทุกเรื่องราวจะเกิดขึ้นใน Addiction (上瘾) แฟนๆ ชาวไทยไม่ต้องรอนาน เพราะ SNP Media Hub ได้คว้าตัวสี่นักแสดงสุดฮอต จาก Addictionwebseries มาให้ได้ใกล้ชิดกันในงาน #Addictionwebseries 1st Fan Meeting in Thailand 2016 โดยความฟินทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2559 นี้ ณ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา 5,000 / 4,000 / 3,500 / 2,500 และ 1,500 บาท ลุ้นสิทธิพิเศษทั้ง Hi-Touch, Photo Group และโปสเตอร์พร้อมลายเซ็น ของทั้งสี่หนุ่ม... ติดตามรายละเอียดการจองบัตรได้ที่ www.pingbook.com เริ่มจำหน่ายบัตรวันที่ 19 มีนาคม 2559 นี้ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com