เห็ดหลินจือแดง

เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี
จู อี้หลง /  พัชนนท์ ธรรมจิรา / 

เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ในช่วงปลายราชวงศ์หยวน ผู้คนนิยมกินเนื้อกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อของเด็กทารก หมู่บ้านหลินถาง ที่อยู่ติดกับแม่น้้าฮวาย ได้รับความเดือดร้อนจากเหล่าทหารที่เคลื่อนทัพผ่านมาและเข้ายึดหมู่บ้าน ในคืนนั้นเองทหารได้จับเด็กทารกในหมู่บ้านมาทำเป็นอาหารเลี้ยงกองทัพ หลังจากนั้นเหล่าบรรดาแม่ที่สูญเสียลูกจึงทำพิธีเรียกวิญญาณของเด็กทารกที่โดนฆ่าให้กลับมาแก้แค้น ผ่านไปหลายร้อยปี เหมิง เส้าฮุย (จู อี้หลง) จิตกรหนุ่มผู้ซึ่งเกิดในหมู่บ้านหลินถางแต่ได้ย้ายออกมาอยู่เมืองใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยการที่เค้าสูญเสียความทรงจ้าบางอย่างในวัยเด็กไป ท้าให้เขาตัดสินใจกลับไปที่หมู่บ้านหลินถางเพื่อตามหาความจริง โดยมี เหย่ จื่อเฟย (มิน พีชญา) แฟนสาวของ เหมิง เส้าฮุย ที่ออกติดตามคนรัก เพื่อกลับไปที่ ๆ เรื่องราวต่าง ๆ เริ่มต้น ท้าให้ทั้งคู่ได้พบเจอกับเรื่องมากมาย และเบื้องหลังความลับอันด้ามืดก็ค่อย ๆ เผยตัวออกมา

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

หวานชื่นมื่น!!! เตชินท์ ควง หลิน เข้าประตูวิวาห์ เผยเตรียมฮันนีมูน ที่ อังกฤษ พร้อมปั๊มลูกทันที!!
งานแต่งเตชินท์-หลิน /  เตชินท์ จิรัฐชัย

  ลั่นระฆังวิวาห์แล้วจ้า!! สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี เตชินท์ จิรัฐชัย กับแฟนสาวนอกวงการอย่างสาว หลิน ลลิดา ที่ทั้งคู่ร่วมปลูกต้นรักกันมานานถึง 2 ปี จนถึงวันนี้ (6 ก.พ. 59) ได้ฤกษ์ดีจับมือกันเข้าพิธีหมั้นและยกน้ำชาตามแบบประเพณีไทย-จีน อย่างชื่นมื่น ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพ อะรอยัล เมอริเดียน (Plaza Athenee Bangkok - A Royal Meridien Hotel) ส่วนพิธีภายในงานนั้นต้องบอกว่าอลังฯ สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสินสอดที่มีมูลค่ามากถึง 10 ล้านบาท ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเตรียมมาแบบจัดหนักจัดเต็ม อาทิ ทองคำแท่ง 12 ราศี, ต่างหู, แหวนเพชร 2.22 กะรัต 1 ล้าน8 แสน ,รถยนต์1คัน ,เรือนหอ รวมนับกว่า 10ล้านและที่ดิน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงเชิดสิงโตให้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย เรียกว่ายิ่งใหญ่สมน้ำสมเนื้อจริงๆ ค้าาาา วันนี้พิธีแต่งทำไมถึงเน้นธีมจีนทั้งหมดเลย?  เตชินท์: "บ้านผมและบ้านเขาเป็นคนจีนเหมือนกัน เราเลยมีความรู้สึกว่าส่วนใหญ่เขาจะจัดเป็นแบบไทยๆ หมดเลย ซึ่งเราก็คุยกันว่าเราอยากจะจัดเป็นธีมจีนกันไหม และเขาก็เห็นด้วย แต่ก็จะมีผสมความเป็นไทยลงไปด้วยครับ อีกอย่างทางญาติผู้ใหญ่ของเราที่เป็นคนจีนก็เยอะมาก เราเลยอยากเอาใจเขาด้วย คนจีนเขาถือว่าการจัดพิธีแบบนี้จะทำให้โชคดีและร่ำรวย" หลายคนเซอร์ไพรส์ที่วันนี้มีงานแต่ง เตรียมแพลนไว้นานหรือยัง?  เตชินท์: "เซอร์ไพรส์ใช่ไหมครับ จริงๆ แพลนแต่งเรามีคิดไว้กันเงียบๆ เริ่มแรกเลยคืออาม่าของผมเดินเข้าไปจับมือหลินแล้วบอกว่า อาม่าอยากมีหลานแล้ว ว่างๆ ก็หาฤกษ์แต่งเลย ตอนแรกเราก็งงๆ แต่ด้วยความที่เราทั้งสองคนเชื่อเรื่องดวงกันทั้งคู่ครับ เขาบอกว่าให้มีลูกภายในปีระกา เพราะเราเกิดปีมะโรง หลินเกิดปีมะเมีย ถ้ามีลูกในปีนี้จะช่วยส่งเสริมเราทั้งคู่ และเราก็ได้คุยกันว่าในอนาคตอยากจะมีลูกกันไหม เขาบอกว่าก็คงต้องมี เราก็เลยคิดว่าถ้าไม่เอาลูกปีนี้ต้องรออีก 12 ปี อายุก็จะประมาณ 30-40 กันแล้ว ถ้ามีลูกก็คงจะยากจึงตัดสินใจกันว่าขอแต่งงานตามประเพณีให้ถูกต้องก่อน และเดี๋ยวหลังจากนี้เราจะรีบมีทายาทให้อาม่าได้อุ้มเหลนครับ" แสดงว่าเราตั้งใจที่จะมีลูกในปีนี้เลย?  เตชินท์: "ใช่ครับ"  หลิน: "ก็ต้องไหวค่ะ (หัวเราะ) เราก็มีไปปรึกษาหมอบ้างค่ะ คุณหมอก็ได้แนะนำมา  เตชินท์: "ตอนนี้เราก็พร้อมเต็มร้อยครับ ได้ปรึกษาคุณหมอแล้ว เรามาแต่งช่วงเดือนก.พ. จึงต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอช่วยนับลูก เพื่อต้องการให้ลูกคลอดทันภายในปีนี้ แต่เราก็ไม่ได้กดดันอะไรมากนะครับ ไว้รอลุ้นดูว่าจะได้หรือไม่ได้ มันก็อยู่ที่วาสนาคน" แล้วตัวเราอยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย?  หลิน: "สำหรับหลินได้หมดเลยค่ะ หลินไม่เกี่ยง แต่พี่เตเขาอยากได้ลูกชาย"  เตชินท์: "มันจะได้ตอบโจทย์อาม่า (หัวเราะ)" พูดถึงเส้นทางความรักของเราให้ฟังหน่อยว่าศึกษาดูใจกันมานานแล้วหรือยัง?  เตชินท์: "ระยะเวลาที่เราคบกันน่าจะสั้นครับ เราคบกันประมาณ 2 ปี แต่ด้วยความที่เราทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน ทำให้เราได้เจอกันทุกวัน เจอปัญหาด้วยกันทุกวัน เราก็ไม่ค่อยมีข้อขัดแย้งกัน เวลาเกิดปัญหาอะไรเราจะช่วยกัน แม้กระทั่งเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของร้าน เราก็สามารถแก้ปัญหาผ่านวิกฤตตรงนั้นมาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ เรื่องการใช้ชีวิตก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกอย่างผมก็อยากแต่งงานกับเขา เพราะผมคิดว่าคงจะอยู่กับเขาได้นานมากๆ ครับ" ต่างฝ่ายประทับใจอะไรในตัวกันและกันบ้าง?  เตชินท์: "เขาเป็นผู้หญิงที่สวยและเก่ง เขาทำมาหากินเก่ง และค่อนข้างว่องไว ผมเลยประทับใจในตัวเขาครับ อีกอย่างเราก็เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน พอเจอผู้หญิงที่ทำงานเก่งๆ เจอผู้หญิงที่เหมือนแม่เรา เราก็ยิ่งชอบครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมประทับใจในตัวเขา"  หลิน: "ส่วนตัวหลินเป็นคนที่ดื้อมาก แต่พอคบกับพี่เตเขาสามารถคุมเราได้ ทำให้เราได้อยู่ในกรอบ เพราะเราโตมาคุณพ่อก็เสียไปแล้ว เราเลยค่อนข้างที่จะใช้ชีวิตอิสระมาก อยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยคิดว่าจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเจอพี่เตมันเลยทำให้เรารู้สึกว่าคนนี้แหละที่ใช่ มีคนคอยดูแลมันดีกว่าการที่เราต้องอยู่คนเดียว ก็เลยมองเรื่องความรักไปว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวค่ะ และเราก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เพราะเขาก็เป็นคนดี" ถามถึงเรื่องสินสอดวันนี้มีอะไรบ้าง?  เตชินท์: "เงินสดเล็กๆ น้อยๆ ครับ ประมาณ 2 ล้านบาท แหวนหมั้น 2.2 กะรัต ราคาตกอยู่ประมาณ 1.8 ล้าน และมีทองประมาณ 30 บาท ทองรูปพรรณประมาณ 10 กว่าบาทได้ และจะมีทองแท่งที่เป็นรูปนักษัตร เราซื้อเก็บไว้ให้ลูกเลยรวมไปในสินสอด และมีที่ดินของคุณพ่อที่ต่างจังหวัดซึ่งท่านได้มอบเป็นของขวัญให้กับพวกเราครับ" แพลนฮันนีมูนกันไหม?  เตชินท์: "ผมขอเขาไว้ว่าผมยังไม่เคยไปประเทศอังกฤษ เลบคิดว่าน่าจะไปที่อังกฤษ เมืองลอนดอนครับ ถ้าไปคงประมาณสัก 10 วันจะได้คุ้มด้วย" เดินทางไปปั๊มทายาทที่นั่นเลยใช่ไหม?  เตชินท์: "(หัวเราะ) ให้ชื่อน้องลอนดอนเลยใช่ไหมครับ คงไม่ครับ เพราะจริงๆ หมอได้ให้เวลากับเรามาแล้ว คือหลังจากงานแต่งวันนี้เราจะต้องมีเวลาให้เรารีบปฏิบัติการเพื่อให้ลูกได้คลอดทันภายในปีนี้ ทุกอย่างมันมีเป็นสคริปต์หมด เราอาจจะได้ไปฮันนีมูนพร้อมลูกเลยก็ได้ ไปตอนที่เขายังอยู่ในท้อง" กดดันไหม?  เตชินท์: "จริงๆ ก็กดดันนิดๆ ครับ เพราะเราแพลนไว้ว่าอยากจะมีปีนี้จริงๆ และเราก็ตั้งใจไว้ค่อนข้างสูงว่าเราจะต้องได้ลูกชายภายในปีนี้ให้ได้ มันก็ค่อนข้างกดดันนะเพราะเวลามันค่อนข้างน้อย อีกอย่างฤกษ์เรามาวันที่ 6 ก.พ.ด้วย จึงต้องแต่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีครับ แพลนคลอดประมาณเดือนธ.ค.ครับ ซึ่งหมอบอกวันเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้เตต้องทำครับ" แพลนว่าจะมีลูกกี่คน?  เตชินท์: "ตอนนี้ผมกับหลินคิดไว้ว่ามีคนเดียวครับ เราอยากเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดก่อน เดี๋ยวอนาคตค่อยว่ากันว่าเราอยากจะมีเพิ่มไหม" ตอนนี้ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยหรือยัง?  เตชินท์: "เราจดทะเบียนสมรสกันก่อนประมาณเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีปัญหาตอนที่เราต้องเข้าไปปรึกษากับคุณหมอ เพราะคุณหมอต้องให้เราจดทะเบียนสมรสกันให้เรียบร้อยก่อนเราจึงจะปรึกษาได้ ซึ่งมันเป็นวิธีตามกฎหมายครับ จริงๆ เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่วันนี้ผมอยากเชิญพี่ๆ สื่อมวลชนมาให้รับทราบทั่วกันว่า วันนี้ผมแต่งงานแล้วกับน้องหลินนะครับ และขอขอบคุณพวกพี่ๆ ที่ให้การต้อนรับ วันนี้มากันเยอะต้องขอบคุณมากๆ จริงๆ ครับ" แล้วงานในวงการยังทำอยู่ไหม?  เตชินท์: "ยังรับอยู่ครับ ยังอยากเล่นละคร ยังอยากร้องเพลง เราก็ทำควบคู่ไปกับธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง" สุดท้ายเราทั้งคู่มีคำมั่นสัญญาอะไรที่มอบให้กัน?  เตชินท์: "ส่วนใหญ่ผมจะบอกเขาว่า ผมรักเขามากๆ ครับ อย่าซนมาก อย่าดื้อ ให้เชื่อฟังกันด้วย และจากนี้ไปก็จะดูแลเขาตลอดไป เมื่อกี้ก็ได้รับปากกับครอบครัวของเขาว่าสัญญาจะดูแลหลานสาวคนนี้ไปตลอดทั้งชีวิตของผม และจะดูแลให้ดีๆ จะไม่ทำให้เสียใจครับ"  หลิน: "หลินรู้สึกดีมากที่พี่เตจัดงานวันนี้ให้ค่ะ ให้เกียรติหลินมากๆ หลินก็สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ดื้อ จะทำตัวให้ดีขึ้น และจะคอยอยู่เคียงข้างพี่เต คอยดูแลกันแบบนี้ตลอดไป และจะไม่ทำให้พี่เตเสียใจค่ะ" งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน   

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้ามพิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน
ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้าม พิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน "รัก หมัด สั่ง" ส่งตัวอย่างมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อน สำหรับภาพยนตร์รักแนวย้อนยุค รัก หมัด สั่ง จากค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายและที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ ซึ่งในภาพยนตร์นอกจากเรื่องราวที่เข้มข้นแล้ว ยังจะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคที่ทุกคนคิดถึงได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ, ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วยครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวยและนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม และกำกับการแสดงโดย วัตร ราชวัตร งานนี้ จอร์จ ฐปนัท กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ ก็คือไปเจอรุ่นพี่คนนึงเขาชวนมาให้เล่นหนังเรื่องนี้ พอได้อ่านบทก็รู้สึกอยากเล่นครับ ในเรื่องรับบทเป็นครูเกื้อ เดินทางจากกรุงเทพฯ มารับราชการเป็นครูอยู่ที่ตำบลท่าทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และมาตกหลุมรักสร้อยฟ้า สาวสวยประจำตำบล ที่แสดงโดยน้องฟ้า อิงฟ้า แต่พ่อของนางเอกหวงลูกมาก ถ้าอยากได้สร้อยฟ้ามาครอบครองครูเกื้อต้องขึ้นชกมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัด สำหรับผมเป็นบทที่น่าสนใจมากเพราะต้องแสดงให้ได้หลากหลายอารมณ์ เวลาที่เล่นบทครูผมก็ต้องเนี้ยบ ๆ ตั้งใจสอนเด็ก ๆ ในชนบท พอเข้าฉากกับนางเอกก็จะต้องคอยหยอดคำหวาน ใช้สายตาแสดงให้เห็นถึงความรักที่จริงใจ พอต้องมาฝึกชกมวยก็ฝึกแบบจิงจัง ฝึกแบบฝึกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝึกไว้แสดงผมต้องเต็มที่มาก เพราะในเรื่องครูที่มาสอนมวยผมคือครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย ซึ่งครูท่านเก่งมากผมก็ต้องตั้งใจเต็มที่ ก็อยากฝากเชิญชวนทุกคนให้มาชมผลงานหนังเรื่องแรกของผมด้วยครับ เพราะนอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้ว ยังจะได้เห็นขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิตของคนยุคเก่า โดยเฉพาะความรักของหนุ่มสาวสมัยนั้นที่ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู อยากให้คนยุคใหม่ได้ไปชมครับ” ติดตามชม รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์เรื่องแรกของ จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ ที่ลงทุนฝึกซ้อมมวยอย่างหนัก ถอดเสื้อ โชว์กล้ามขึ้นชกบนสังเวียนเพื่อพิสูจน์รักแท้ พร้อมไปชมแบบเต็มตาพร้อมกัน 22 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

"จอร์จ ฐปนัท - อิงฟ้า" นำทีมเปิดตัวภาพยนตร์ "รัก หมัด สั่ง" ค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม ได้ฤกษ์เปิดตัวภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์รัก-โรแมนติค-คอมเมดี้-ย้อนยุค กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูที่ชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เค้าต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา และอบอุ่นเป็นกันเอง เริ่มงานโดยการเปิดตัวอย่างภาพยนตร์ให้คนที่มาร่วมงานได้รับชม แล้วพิธีกรก็ได้เชิญวัตร ราชวัตร ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง เป็นหนังรักคอมเมดี้ที่ตลกเบาสมอง มีมุกตลกขบขันสอดแทรกตลอดทั้งเรื่องเกิดขึ้นโดยคุณมนตรี เตชะชัยพร ผู้อำนวยการสร้างหนุ่มรุ่นใหม่จากวชิโรฟิล์มเคยได้คุยกับผมว่า เค้าได้หลงรักในศิลปะมวยไทยและความเป็นอยู่แบบคนไทยสมัยก่อนจึงอยากทำหนังออกมาสักเรื่องเพื่อถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาผ่านหนังให้คนรุ่นเดียวกับเค้าได้เห็นโดยเรื่องราวในเรื่องเกิดขึ้นช่วงสมัย พ.ศ.2518 กิจวัตรประจำวันของคนไทยยุคนั้นไม่หวือหวา ไม่มีเทคโนโลยี ชาวบ้านออกมาพบปะสังสรรค์กันตามงานบุญ และงานประจำปีของจังหวัด ที่มีการละเล่นต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการแข่งขันชกมวยประจำปีที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ซึ่งผมมองว่าภาพบรรยากาศเหล่านี้กำลังจะหายไปจากสังคมไทย ผมอยากให้คนที่มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ทีมงานรวมถึงนักแสดงทุกคนทุ่มเทและตั้งใจกับหนังเรื่องนี้มาก ก็อยากให้มาชม มาอุดหนุนหนังไทยกันครับ” จากนั้นพิธีกรได้เชิญนักแสดงขึ้นมาพูดคุย โดยจอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ พระเอกของเรื่อง กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาเล่นบทครูเกื้อในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องแรกที่ต้องมารับบทเป็นครู ต้องนิ่ง ๆ สุขุม ตรงกันข้ามกับตัวจริงของผม (หัวเราะ) ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของผม และยังได้ถ่ายทอดศิลปะมวยไทย รวมถึงมุมมองเรื่องความรักว่าเมื่อเราเจอรักแท้ เราจะสามารถยอมทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่เรารัก ก็อยากให้คนที่มาดูได้แง่คิดดีๆจากหนังเรื่องนี้ครับ” ส่วน ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ Miss International Thailand 2015 นางเอกดีกรีนางงามระดับประเทศ ได้พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของฟ้า ก็ตั้งใจเต็มที่กับงานนี้มาก ๆ ค่ะ บทจะค่อนข้างยากนิดนึงเพราะความรักของเราถูกขัดขวางโดยพ่อของเราเอง กดดันต้องร้องไห้แบบหนักมาก จะเพราะอะไรก็อยากให้ไปชมกันเอง หนังเรื่องนี้มีทั้งดราม่า โรแมนติค ตลก พูดง่าย ๆ คือครบรส ก็อยากให้ทุกคนไปติดตามกันด้วยนะคะ” ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ (Miss International Thailand 2015), ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วย ครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวย และนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม หรือที่รู้จักกันในนาม จุฬามณี ผู้เขียนบทละครสุดแค้นแสนรักกำกับโดย วัตร ราชวัตร โดยมีกำหนดเข้าฉาย 22 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th

นุ่น ตั้งใจควง ต๊อด ทำบุญ ไม่สนดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพ!!
นุ่น วรนุช /  ต๊อด ปิติ / 

        เจอดราม่าเข้ามาตลอดๆ สำหรับนักธุรกิจหนุ่ม ต๊อด ปิติ ที่ล่าสุดควงภรรยาคนสวย นุ่น วรนุช ไปทำบุญทอดกฐินที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีภาพ หนุ่มต๊อด ร่วมวงกินข้าวกินปลาร้ากับนักมวยชื่อดังเจ้าถิ่นอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ จึงกลายเป็นดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพซะอย่างนั้น ทำเอาเจ้าตัวออกโรงโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่าน Facebook ส่วนตัวเลยทีเดียว งานนี้ สาวนุ่น มองว่าดราม่าดังกล่าวเป็นแค่เสียงวิจารณ์เสียงหนึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติของวงการที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ยืนยันทุกคนตั้งใจทำความดีและมีความสุขที่ได้ทำบุญร่วมกัน              "ล่าสุดไปเปิดโรงเรียนเกษตร เป็นเหมือนเกษตรพอเพียง จริงๆ โครงการนี้เริ่มทำมาตั้งเเต่ปีที่เเล้วค่ะ เรามีเงินจำนวนนึงที่เราเอามาช่วยเหลือน้องๆ เเต่ว่าเราก็ไม่ได้ให้ไปเพื่อเอาไปใช้ เเต่เราให้ไปซื้อปลาดุกให้เอาไว้เลี้ยงเพื่อเพาะ เอาไว้ทาน เอาไว้ขาย มีสอนการเพาะเห็ดต่างๆ ด้วย เเล้วก็ซื้อไก่จำนวน 100 ตัว เราตั้งวัตถุประสงค์กันเอาไว้ว่า เด็กควรที่จะมีอาหารที่ดี ถูกสุขลักษณะ เด็กควรได้กินไข่ไก่อาทิตย์นึงประมาณอย่างน้อย 3-5 ฟอง ส่วนที่เหลือก็นำไปขายเพื่อสร้างรายได้กลับมาสู่เค้าด้วย การทำอะไรไม่ใช่ให้คนอื่นทำให้ เราต้องรู้จักทำเอง รู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง"              "คุณต๊อดเป็นคนเริ่มแนวคิดนี้และเค้าก็ทำมาตลอดอยู่เเล้วค่ะ การขยายไปหลายจังหวัดคงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เราก็คงทำไปเรื่อยๆ อาจจะต้องมีการคัดเลือกโรงเรียนตัวอย่าง นักเรียนตัวอย่างที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าทุกโรงเรียนจะสามารถทำได้ เราต้องมีการคัดเลือกกันด้วยค่ะ ก็มีไปช่วยลงพื้นที่ไปเเจกขนม เราก็ไปทำขนมเลี้ยง ทำน้ำแข็งใส เค้าอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร แต่สิ่งที่เราเห็นในวันนั้นก็คือรอยยิ้มของเด็กๆ เค้าก็มีความสุขค่ะ"              "ก่อนหน้านี้ไปทำบุญทอดกฐินมา สนุกสนานดีค่ะไปทำบุญก็ได้บุญกลับมากันค่ะ อย่างน้อยอิ่มใจ ที่คุณต๊อดโพสต์ก็เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ไม่ได้ดูตลอดค่ะ แต่จะบอกว่าเวลาคนทำดีไม่ว่าจะเป็นทางเราเองหรือเพื่อนๆ เราก็มีความสุข ส่วนอื่นๆ เสียงความคิดเห็นต่างๆ ก็เป็นแค่เสียงนึง เราก็ใช้ชีวิตของเราปกติ ไม่บั่นทอนค่ะ เป็นปกติค่ะ นุ่นก็อยู่วงการมานานเเล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนชอบเเละไม่ชอบ คนวิจารณ์ดีไม่ดีเป็นเรื่องปกติค่ะ เอาเป็นว่าทุกคนก็ตั้งใจที่จะทำดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัวขาวเอง เค้าก็ได้ไปทำความดีที่บ้านเค้า เราก็มีโอกาสได้ไป เห็นผู้เฒ่าผู้เเก่เอาผ้าไหมไทยมาให้ นุ่นก็เคยมีโอกาสไปถ่ายละครที่นั่นด้วย ก็น่ารักดี" นุ่น กล่าว      นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   บัวขาว-ต๊อด ร่วมวงกินข้าว   บัวขาว-ต๊อด-นุ่น   บัวขาว-นุ่น-ต๊อด   นุ่น-ต๊อด-บัวขาว