เห็ดหลินจือแดง

1ใน 7 ร้านไก่ทอดที่อร่อยที่สุดในโลก ร้าน
zpell /  โมโน บีเคเค / 

ถ้าพูดถึงเรื่องไก่ทอดแล้วหล่ะก็ อีกหนึ่งร้านที่น่าจับตามอง เพราะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ณ วินาทีนี้คงหนีไม่พ้นร้าน ไก่ทอดสไตล์เกาหลีที่มีสัญชาติอเมริกันเดินทางมาไกลจากนิวยอร์ค อย่างร้าน Mono Mono BKK (โมโน โมโน บีเคเค) เพราะรสชาติมีให้เลือกถูกปากคนไทยแน่นอน ร้านนี้พี่คอนเฟิร์ม เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปโซ๊ยกันเลยดีกว่า ชี้เป้า! ไก่ทอดสไตล์เกาหลีสัญชาติอเมริกันที่ ร้าน Mono Mono BKK ร้าน Mono+Mono BKK สาขาที่เราไป ตั้งอยู่ในชั้น 2 ของโครงการ Zpell ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต หาไม่ยากเพราะสังเกตุจากผู้คนที่ยืนรอหน้าร้าน เห็นมุงๆกันอยู่นั่นแหล่ะใช่เลย รออึกใจเดียวก็ได้โต๊ะ วันนี้เราจัดเต็มกันมาก สั่ง (เกือบ) ทุกเมนูที่มีในร้าน อะไรที่จัดว่าเด็ดเอาหมด มาดูกันว่าเราสั่งอะไรทานบ้าง เริ่มจากน้ำดื่มเราสั่งนิวยอร์คโซดา มา 2 รสชาติ แก้วสีฟ้าคือ เลอ บลูโซดา เก๋ตรงมีหลอดเติมความหวานให้ฉีดเพิ่มด้วย และตัวท้อปตระกูลโซดาอีกตัวคือ ลิ้นจี่โซดา จะบอกว่าใส่เนื้อลิ้นจี่มาเป็นลูกเลย ดื่มแล้วสดชื่นดีจัง นอกจากนี้ยังมีน้ำชาในสไตล์ของ Mono+Mono ที่นี่แห่งเดียวอีกด้วย กลิ่นชาไม่ฟุ้งจนเกินไป หอมนวลๆผสมกับรสชาติของน้ำลิ้นจี่ที่ดีเฟ่อร์ เสริฟทีมาเป็นถังพร้อมน้ำแข็ง ประหนึ่งว่าดิชั้นสั่งไวน์มาดื่ม 5555 ออเดิร์ฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ จัดซุปมา 2 ถ้วยก่อนเลย คือ ซุปเห็ด และ ซุปถั่วลันเตา เนื้อซุปเข้มข้น และก็มาถึง Signature ของร้านกันก่อน มาถึงถิ่นจะพลาดได้ไงกับ ไก่ทอดสัญชาติอเมกัน  สำหรับท่านที่ยังไม่เคยทาน กลัวว่าจะสั่งไม่ถูก ไม่ยากเลย เพียง 2 ขั้นตอน 1. เลือกไก่ทอด เอาแบบกี่ชิ้น (Size S, M, L) และเลือกรสชาติ มี 2 รสชาติ คือ ซอสซอยการ์ลิค และ ซอสฮอต & ส ไปซี่ หากสั่งไซส์กลางขึ้นไป จะเลือกสองซอสได้ 2.เลือกของทานเล่น มี 2 อย่างคือ มันฝรั่งทอด (French Fries) กับ มันฝรั่งทอดสูตรสตริง (Shoestings) 3. ถ้ายังไม่จุใจสั่งข้าวเพิ่มได้ (แต่อันนี้เสียเงินเพิ่มนะ) ข้าวสวย หรือ ข้าวเหนียว วันนี้เราเลยสั่งแบบ Party Set (ปาร์ตี้เซ็ต)  บิ๊กเบิ้มมากๆ ไก่ทอด 20 ชิ้น เลือกรสชาติ ซอยการ์ลิค และ ฮอต & สไปซี่ อย่างละครึ่งๆ สิ่งที่ประทับใจคือ รสชาติอันเข้มข้นนั่นเอง เรียกว่าถูกปากคนไทย ไม่หวานเลี่ยน คนชอบทานเผ็ดรับรองว่าถูกใจแน่นอน มีความหอมของซอสที่เข้มข้น และที่สำคัญหนังไก่กรอบนอกนุ่มในเป็นที่สุด อดไม่ได้ที่จะต้องใช้มือหยิบกันเลย พูดได้ว่าเป็นไก่ทอดที่ถูกปากคนไทยเลยทีเดียว ไฮไลท์อีกอย่างที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาแล้วเห็นสั่งกันแทบจะทุกโต๊ะก็คือ บันปูนิ่มทอด ตัวแป้งที่เราเรียกว่า บัน ก็คือขนมปังนั่นเอง ซึ่งเนื้อแป้งของร้านนี้ค่อนข้างนุ่ม มีรสชาติหวานนิดๆไม่มากและไม่จืด ปูนิ่มก็มากันเป็นตัวเต็มๆเลย ซึ่งซอสที่ราดบนปูนิ่มเป็นซอสเดียวกับที่ทำไก่ทอดนั่นเอง เวลาทานกัดบันกับปูนิ่มพร้อมกัน ฟินสุดๆ บันอีกอย่างที่เราสั่งมาคือ บันหมูตุ๋น หรือ Pork Belly Bun ที่เห็นอยู่นั่นคือ ละลายในปากแบบนุ่มละมุนไปกับตัวขนมปัง ด้านในมีน้ำซอสราดพอฉุ่มฉ่ำ กัดเต็มๆคำ ฟินดีแท้ ระหว่างทาน เงยหน้าขึ้นมามองคนเต็มร้านเลย ในเมื่อเครื่องกำลังติด อะไรก็ฉุดไม่อยู่ เราติดใจปูนิ่มเป็นยิ่งนัก เลยต้องขอจัดปูนิ่มเพิ่มซะหน่อย สำหรับ 2 จานนี้คือ สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาปูนิ่มทอด และ สลัดปูนิ่ม ทานแป้งแล้วก็มาทานผักกันบ้าง สลัดปูนิ่มจานนี้ นอกจากตัวปูนิ่มจะเด็ดแล้ว น้ำสลัดอย่างบัลซามิกก็รสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยนเลย ปูนิ่มไม่อมน้ำมันด้วย เนื้อปูนิ่มกรอบนอกนุ่มใน แบบว่าดีงามมากๆ เนื่องจากติดใจน้ำสลัด และผักที่สดกรอบเป็นอย่างมาก ขอจัดมาอีกจาน แต่เป็น สลัดผักซอสบาซามิก อกเป็ด หมดไปในพริบตาอีกเช่นกัน และจานสุดท้าย ท้ายสุดของวันนี้ "ข้าวผัดซอสเบคอน ไก่ทอด" อยากจะบอกว่าข้าวหอมกลิ่นซอสมากๆ ทางร้านบอกว่าเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เพราะเค้าคิดสูตรเอง ทานคู่กับไก่ทอดเข้ากันสุดๆ ถ้าใครอยากทานไก่ทอด เป็นหนึ่งร้านที่แนะนำ เนื่องจากติดใจรสชาติที่รู้สึกถูกปากคนไทยอย่างเรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไก่ชิ้นใหญ่รู้สึกเต็มคำดี และที่สำคัญมีอาหารอย่างอื่นให้ทานเสริมด้วย ทั้งข้าว สปาเก็ตตี้ หรือ สลัดก็ตาม ใครสนใจไปทานกันได้จ้า ที่ร้าน Mono+Mono BKK เค้ามี 3 สาขาให้เลือก ใก้ลที่ไหนไปที่นั่นได้เลย สาขา สุขุมวิท 24 เวลา 11.00 -22.00 น. เบอร์โทร: 02-261-7950, 093-226-2259 สาขา Hobs@Canapaya ถนนพระราม 3 เวลา 17.30 - 24.00 น. ชั้น 2 โครงการ Zpell ของห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (เป็นสาขาที่เราไปทานมา) เวลา  วันจันทร์ - ศุกร์: 11.00 - 21.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์: 10.00 - 22.00 น.

เที่ยวนี้รักเลย... เมืองกาญจน์ ครบรส ชิลๆ ริมน้ำแคว
กาญจนบุรี /  ที่เที่ยว / 

มีเพื่อนผมคนนึงเคยบอกไว้ว่า เมืองกาญจน์ถึงมี 7 วัน ยังไง๊...ยังไง ก็เที่ยวไม่ครบ คิดๆ ดูก็น่าจะจริง เพราะจังหวัดนี้ใหญ่มากกก แค่ขับรถจาก อ.เมือง ไปอ.สังขละบุรี ยังใช้เวลาตั้งเกือบ 4 ชั่วโมง แล้วไหนจะที่เที่ยวอีก เฉพาะที่คิดออกก็เขียนลงกระดาษแผ่นเดียวไม่ครบละ แล้วแบบนี้ถ้าชาวออฟฟิศอยากลุยเมื่องกาญจน์ จะไปยังไงให้ “ถึง” จะลายาวๆ ก็คงไม่เหมาะ (เพื่อนร่วมงานจะมองค้อนเอา) เอาเที่ยวสบายๆ แอบลาวันจันทร์หรือศุกร์ซักหน่อย ก็คงซัก 3 วัน 2 คืนนี่แหละครับ วันนี้ผมจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ว่าภายในเวลา 3 วัน 2 คืน ผมไป “ถึง” เมืองกาญจน์แค่ไหน แล้วเจออะไรมาบ้าง ไปไกลแค่ไหน ลองตามไปดูกันเลยครับ ^^ หลงเสน่ห์ เมืองกาญจน์ เที่ยวชิลริมแคว 2 คืน 3 วัน วันที่ 1 วันแรกผมออกเดินทางจากกรุงเทพตั้งแต่ 7 เช้า ยิงยาวไปเมืองกาญจน์เลยครับ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านเมืองนครปฐม เลี้ยวเข้าบ้านโป่ง ซัก 9 โมงครึ่งก็ถึงแล้ว จุดหมายแรกของวันนี้คือ “ปากแพรก” อยู่กลางเมืองครับ (ไม่ต้องเลี้ยวเข้าถนนเลี่ยงเมืองนะ) ที่นี่เป็นย่านเก่าแก่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนการค้าสายแรกของเมืองกาญจน์เลยครับ บริเวณนี้จะมีอาคารเก่าๆ สร้างมากว่า 100 ปีให้ได้เดินชมกัน บางหลังทำเป็นร้านกาเฟเก๋ๆ ให้นั่งเล่นชิลๆ บางหลังเปิดให้ชมด้านในด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีศาลหลักเมืองและอนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 3 ให้ไปสักการะ รวมถึงกำแพงเมืองเก่ากาญจนบุรีที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยย้ายเมืองมาเมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้วด้วยครับ ถ้าอยากอ่านเกี่ยวกับย่านปากแพรกเพิ่มเติม คลิก เลยครับ จากปากแพรก ผมเดินทางต่อมายัง “ท่าเรือผู้พัน” ที่นี่ผมจะลงเรือไปชมแม่น้ำ 2 สีกันครับ จริงๆ แล้วชื่อปากแพรก คือชื่อบริเวณที่แม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่มาบรรจบกัน แม้น้ำแควน้อยจะมีสีขุ่นกว่า ส่วนแม่น้ำแควใหญ่จะใสและสีเข้มกว่า พอมาเจอกันเลยกลายเป็นแม่น้ำ 2 สี คล้ายๆ ที่โขงเจียมอะไรแบบนั้น เพื่อนๆสามารถขึ้นเรือหางยาวไปชมแม่น้ำ แล้วแล่นต่อไปตามแม่น้ำแควใหญ่ ผ่านสถานที่สำคัญๆ ริมน้ำ ไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ้าเคยขับรถมาเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว อยากแนะนำให้ลองมาทางเรือบ้าง บรรยากาศไม่เหมือนกัน วิวสวย ลมพัดเย็นสบาย ดีเว่อร์จนต้องบอกต่อเลยครับ ขึ้นจากเรือมาเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควกันครับ จุดนี้เป็นที่เที่ยวขึ้นชื่อที่ใครๆ ก็รู้จัก ชื่อจริงๆ คือ “สะพานแควใหญ่” เป็นสะพานรถไฟสร้างข้ามแม่น้ำแควใหญ่ (แหงแซะ) มีเอกลักษณ์คือเป็นโครงเหล็กสีเข้มๆ เห็นปร๊าดเดี๋ยวก็รู้เลยว่าที่ไหน เพื่อนๆ สามารถเดินขึ้นไปบนสะพานเพื่อถ่ายรูปได้ครับ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายเยอะ ปัจจุบันสะพานแควใหญ่ยังใช้งานอยู่ เวลารถไฟมาก็ต้องหามุมยืนหลบรถไฟกันหน่อยครับ ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแควจะเป็นตลาดพลอย เพื่อนๆ สามารถไปเดินเลือกซื้อเลือกชมอัญมณีสวยๆ ได้จากที่นี่ เมืองกาญจน์ขึ้นชื่อเรื่องพลอยครับ แต่ถามว่าแบบไหนสวย น้ำดี ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ดูไม่เป็น 5555 สนใจอ่านเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำแควต่อ คลิก เลยครับ ออกจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว ผมวิ่งตามถนนหมายเลข 323 ไปทาง อ.ไทรโยคครับ จุดหมายต่อไปจะเป็น “ปราสาทเมืองสิงห์” เมืองขอมแห่งเดียวของเมืองกาญจน์ วิ่งตามถนนมาซัก 20 กิโลเมตร เพื่อนๆ จะเจอแยก เลี้ยวซ้ายตามป้ายปราสาทเมืองสิงห์ ตรงต่อไปอีก 6 กิโล ก็จะถึงครับ ปราสาทเมืองสิงห์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยครับ เป็นเมืองโบราณสมัยอาณาจักรขอมสร้างมากว่า 800 ปี แต่โดนทิ้งร้าง กลายเป็นซากปรักหักพังแบบที่เห็นปัจจุบันครับ ผมลงรถที่หน้าปราสาทเมืองสิงห์ เดินขึ้นไปตามทางไปยังตัวปราสาทหลักของที่นี่ ภายในปราสาทเมืองสิงห์จะมีจุดน่าสนใจกระจายๆ กันอยู่ แต่ที่เด่นที่สุดคือ ตัวปราสาทหลัก (โบราณสถานหมายเลข 1) หรือปราสาทที่อยู่ใกล้ๆ กัน และโครงกระดูกที่ริมแม่น้ำครับ สนใจอ่านเรื่องเกี่ยวกับปราสาทเมืองสิงห์ต่อ คลิก เลยครับ เที่ยวมาตั้งแต่เช้าชักเริ่มหิว เลยเที่ยงมาหน่อยแล้วด้วย แวะทานอาหารที่ร้านสมหมาย บ้านปากแซงกันครับ ที่นี่คึกคักเลยทีเดียว มีผู้คนทั้งไทยและเทศแวะเวียนกันมาไม่ขาด ร้านนี้ขายอาหารไทยครับ รสชาติถูกปากถูกใจแน่นอน หลักๆ จะมีเมนูไก่และปลา สดมากครับ ยิ่งต้มยำไก่แซ่บมาก ผัดเห็ดนี่ก็สด อร่อยจริงๆ (ขนาดตอนเขียนคิดแล้วยังน้ำลายสอ) จากร้านอาหารแวะเข้าโรงแรมกันเลย อย่าเพิ่งแปลกใจว่าทำไมผมเข้าโรงแรมแต่วัน คืนนี้ ผมไปพักที่ “เรือนแพ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์” จากถนนใหญ่เลี้ยวมาที่ท่าเรือรีโซเทล เปลี่ยนไปต่อเรือแทนครับ ถ้าใครขับรถมาเองสามารถจอดรถไว้ที่นี่ได้ครับ ถามพี่ๆ พนักงาน บอกว่าไม่ต้องกลัว มีเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด เรือจะออกจากท่าทุกๆ 30 นาที นั่งตามแม่น้ำแควน้อยไปเรื่อยๆ รอบๆ จะเป็นป่าไผ่ และหน้าผา น้ำใสและเย็นดีครับ ระหว่างทางผ่านบ้านชาวบ้าน มีควายนอนแช่น้ำด้วย เรือนแพ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ เป็นที่พักบนแม่น้ำแควน้อยแห่งแรกของ จ.กาญจนบุรี เปิดมากว่า 40 ปี ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวาย หนีเจ้าหนี้ หนีเจ้านาย หนีงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ แวะมาเลยครับ เพราะนอกจากจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แล้ว ยังไม่มีไฟฟ้าด้วย ธรรมชาติสุดๆ ! แต่ไม่ใช่ข้อเสียเลยครับ เพื่อนๆ จะได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน นอนฟังเสียงน้ำไหลเบาๆ ชมวิวรอบๆ ที่ยังบริสุทธิ์ บอกได้คำเดียวว่าฟินมาก (นายตามทวงงานไม่ได้ สบายละ ^^) ตอนมาถึงแรกๆ จะรู้สึกร้อนนิดนึง แต่อยู่ไปสักพักร่างกายเราจะปรับตัวได้ ตกเย็นนี่หนาวเลยครับ อยู่ได้สบายๆ ไม่ลำบาก ถึงแม้ที่นี่จะเน้นความเรียบง่าย แต่หน้าห้องมีระเบียงริมน้ำเก๋ๆ พร้อมเก้าอี้อาบแดดให้ได้นอนเล่นกันด้วยนะ เช็คอินเก็บของเข้าห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าซักนิดแล้วออกไปเดินเล่นกันครับ ใกล้ๆ รีสอร์ทจะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เดินไปยังหมู่บ้านชาวมอญที่อยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้จะมีแยกอีกทางไปที่ถ้ำพระมอญ บริเวณนี้หน้าผาจะเอียงๆ ติดริมแม่น้ำ มีน้ำหยดแปะๆ ตลอดทาง ปลายทางเดินจะมีถ้ำเล็กๆ ที่เคยมีพระมานั่งวิปัสนา และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ด้วยครับ  ขอพรได้ แต่ไกด์เราบอกว่าอย่าบน กลับมาที่แพ เดินมาร้อนๆ แบบนี้ต้องไปลงแพกันครับ เป็นแพไม้ไผ่ปล่อยลอยไปตามน้ำ ใครอยากโดดน้ำคลายร้อนใส่ชูชีพแล้วโดดเลย ใครไม่อยากเปียก นั่งชมวิวรับลมเย็นๆ ยามแดดร่มลมตกแบบนี้ก็สบายดีครับ หรือใครจะพายเรือแคนูก็ยังได้ แพจะพาเราล่องมาถึงริเวอร์แควรีโซเทล แล้วขึ้นเรือหางยาวกลับ ช่วงเย็นทางรีสอร์ทมีอาหารให้ด้วย เวลาเราซื้อที่พักของที่นี่ครับ อาหารเป็นแบบง่ายๆ ทานกันท่ามกลางแสงตะเกียงได้บรรยากาศไปอีกแบบ ใครอยากจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ก็มีคอลเทลให้เลือกสั่งด้วย หลังอาหารเย็น ทางรีสอร์ทมีกิจกรรมอีกครับ ผมเดินตามเรือนแพที่ส่องสว่างด้วยแสงตะเกียงไปที่โรงละครของทางโรงแรมเพื่อชมการแสดงของชาวมอญแท้ๆ เป็นการแสดงสั้นๆ ประมาณ 30 นาที ทั้งร้องทั้งเต้น ดนตรีแบบมอญ ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เคยเจอมาก่อนเลยครับ หลังจากนั้น ไปนั่งชิลๆ ริมน้ำ ดาวเยอะมาก เต็มฟ้าเลยครับ เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแสงแบบในเมือง นั่งไปนั่งมาเริ่มหนาวก็แยกย้ายกันไปเข้านอน มีพัดให้คนละอันครับ แรกๆ อาจจะร้อนนิดนึง แต่พอตกดึกหนาวจนต้องซุกในผ้าห่มกันเลย วันที่ 2 ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่นด้วยวิวแม่น้ำยามเช้าที่มีสายหมอกลอยบางๆ  ทานอาหารเช้าง่ายๆ เคล้าวิวสวยๆ  แล้วไปนอนเอกเขนกเล่นที่เปลญวนหน้าห้องก็ไม่เลว ช่วงเช้าๆ ช้างของหมู่บ้านมอญจะลงมาอาบน้ำในแม่น้ำครับ เพื่อนๆ เดินไปให้อาหารได้ด้วย พวกเรานอนเล่นกินบรรยากาศกันอีกซักพัก ก่อนจะเช็คเอาท์ จุดต่อไปที่ผมจะแวะคือ โฮมพุเตย รีสอร์ทอีกแห่งที่อยู่ใกล้ๆ ที่โฮมพุเตย นอกจากที่พักสไตล์ Log Cabin สำหรับครอบครัว ที่นี่มียังมีกิจกรรมห้ามพลาดอีกอย่างนึง คือ Tree Top Adventure ให้เล่นท้าทายความกล้าครับ มีเกมต่างๆ มากมายถึง 40 ฐาน และมีฐานโรยตัวข้ามบึงยาวกว่า 185 เมตร กิจกรรมของที่นี่ปลอดภัยด้วยมาตรฐานฝรั่งเศส ถึงจะสนุกแค่ไหนก็ปลอดภัย เล่นกันครบทุกฐาน เกิน 4 ชั่วโมงแน่นอน สนุก ตื่นเต้น จนลืมความเหนื่อยเลยครับ เราทานอาหารเที่ยงกันที่นี่ด้วยครับ ออกจากโฮมพุเตยมาช่วงบ่ายๆ แวะไปเที่ยวที่ ช่องเขาขาด หรือ Hellfire Pass  ตรงนี้เป็นจุดสำคัญของทางรถไฟสายมรณะ เป็นจุดที่ยากลำบากที่สุดในการก่อสร้างทางรถไฟ เพราะต้องขุดทางผ่านเขาหินแข็งๆ ในสภาพที่ขาดแคลนทั้งอาหารและยา แถมยังมีพวกไข้ป่า มาลาเรียอะไรอีกครับ บริเวณของช่องเขาขาดจะมีพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวการก่อสร้างทางรถไฟในช่วงนี้ให้ได้ชมกัน เดินลงบันไดต่อไปอีกนิดจะถึงบริเวณช่องเขาขาดครับ จะเห็นมีวางกางเขนอันเล็กๆ และมีดอกป๊อปปี้เพื่อไว้อาลัยด้วย เห็นแล้วก็แปลกใจ เพราะเจาะเขาเป็นลูกๆ ภายในเวลาแค่ 12 อาทิตย์เท่านั้นเอง! (ทางรถไฟสายมรณะ ยาว 413 กิโลเมตร ใช้เวลาสร้างเพียง 1 ปีเท่านั้น) สนใจเรื่องราวของทางรถไฟสายมรณะ และช่องเขาขาด คลิก อ่านต่อได้เลย ออกจากช่องเขาขาด เราแวะเข้าที่พักครับ คืนนี้เราพักที่ “หินตก ริเวอร์แคมป์ ณ ช่องเขาขาด” อยู่ที่ริมแม่น้ำแควน้อยเช่นกัน ตัวรีสอร์ทจะเป็นแนวแคมป์พักแรมเหมือนเราไปเที่ยวแอฟริกา เป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ (ติดแอร์) มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบเลยครับ เรียกว่านอนดี พักสบาย แถมบรรยากาศสุดยอดมากๆ เดินลงไปที่ริมแม่น้ำจะมีสระว่ายน้ำธรรมชาติ ใช้น้ำที่ไหลมาจากภูเขาเป็นน้ำตกเล็กๆ เย็นสบาย ใสสะอาด แล้วก็มีแพพร้อมเก้าอี้อาบแดดและศาลาให้นั่งผ่อนคลายชมบรรยากาศ โดยเฉพาะช่วงเย็นจะสวยมากครับ ที่พักแนวแค้มปิ้งทั้งที อาหารคืนนี้ก็ต้องแนวบาร์บีคิวแคมป์ไฟนี่แหละครับ มีอาหารหลายอย่างให้เลือกทาน ทั้งหมูและไก่ย่าง ข้าวโพดปิ้ง มันปิ้ง หรือจะทานข้าวก็มีพวกอาหารไทยต่างๆ ให้เลือกทาน ทั้งแกงเขียวหวาน (ใส่ฟักด้วยเด็ดมาก) ผัดไทย ส้มตำก็ยังมี กินกันแบบจุใจสไตล์บุฟเฟ่ต์ อิ่มกันพุงกาง กินเสร็จนั่งเม้าท์มอยกันซักพักแล้วแยกย้ายไปนอน วันที่ 3 วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เมืองกาญจน์ในทริปนี้แล้ว ตื่นแต่เช้าออกไปปั่นจักรยานเล่นกันดีกว่า ทางรีสอร์ทมีจักรยานให้ยืมไปปั่นเล่นได้ แต่ที่แนะนำจะเป็นเส้นทางไปที่วัดหาดงิ้ว ที่อยู่ริมน้ำใกล้ๆ กับรีสอร์ท ออกจากรีสอร์ทเลี้ยวขวาปั่นตามถนนไปซักประมาณ 2 กิโลเมตร จะเจอทางแยกเลี้ยวขวาอีกที จะเจอสะพานแขวน ข้ามไปเลยครับ บนสะพานวิวดีมาก แวะถ่ายรูปกันซักแป๊บ (พักเหนื่อยไปในตัว) ปั่นต่อไปอีกนิดก็ถึงวัดครับ วัดนี้จะมีจุดเด่นที่พระพุทธรูป 5 องค์ ถ้าใครมาเช้าสามารถใส่บาตรได้ด้วยครับ ปั่นจักรยานกลับมาจากวัด ทานอาหารเช้าที่โรงแรมจัดไว้ให้ เป็นอเมริกันบุฟเฟต์มีให้เลือกพอสมควร ขนมปังของที่นี่ทำเองครับ เนื้อนุ่มดีโดยเฉพาะโฮลวีทถูกปากผมมากครับ ภายในรีสอร์ทเองจะมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ให้ชมด้วย จัดแสดงพวกฟอสซิลหอยโบราณ และเรื่องราวเกี่ยวกับทางรถไฟสายมรณะ บริเวณนี้มีคนอยู่อาศัยมานาน รวมถึงเป็นแคมป์ของทหารอังกฤษในช่วงสงครามโลก เลยมีการขุดค้นพบพวกอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ทางรีสอร์ทได้รวมรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครับ ถ้าใครสนใจเข้าชมสามารถติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้เลยครับ นอนเล่นซักพัก อาบน้ำอาบท่า ทานอาหารเที่ยงที่รีสอร์ท พอเที่ยงครึ่งเราก็ออกเดินทางไปเที่ยวจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ นั่นก็คือ สะพานถ้ำกระแซ ครับ จากรีสอร์ทขับรถออกมาถนนใหญ่ วิ่งผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย แต่ผมไม่ได้แวะ ใครมีเวลาเหลือแวะเที่ยวได้นะครับ ที่นี่ช่วงปลายฝนต้นหนาวน้ำยังเยอะอยู่ น้ำใส สวยพอสมควรครับ มีของเด็ดคือบรรดากล้วยฉาบ ทำกันใหม่ๆ สดๆ เหมาะสำหรับเป็นของฝากครับ เลี้ยวซ้ายเข้า อ.ไทรโยค วิ่งมาอีกซักพักก็ถึงสะพานถ้ำกระแซครับ ลงรถมา เพื่อนๆ จะเจอร้านขายของที่ระลึกเยอะมาก ตรงนี้ราคาไม่แพงนัก ต่อรองได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าฝ้าย กำไลหินสี ไม้แกะสลัก ผลไม้แห้ง ครับ เดินผ่านตลาดเข้ามาด้านใน จะเป็นสถานีรถไฟ และสะพานถ้ำกระแซ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดของทางรถไฟสายมรณะ ที่ใครๆ ก็ต้องแวะ เป็นสะพานไม้สร้างริมหน้าผา ด้านล่างเป็นโค้งน้ำ วิวดีมากครับ เพื่อนๆ สามารถเดินไปตามทางรถไฟได้ด้วย ช่วงที่มีรถไฟผ่านมา อาจจะต้องมองหาที่หลบกันซักนิด เพราะด้านนึงเป็นหน้าผา อีกด้านเป็นแม่น้ำ อาจจะต้องลงไปยืนตรงโครงสะพานที่เป็นไม้ ตื่นเต้นดีครับ ใกล้ๆ กันจะเป็นถ้ำกระแซ ด้านในมีพระพุทธรูปด้วยครับ เดินเข้าไปกราบพระพุทธรูป แอบหลบร้อนไปในตัว ภายในถ้ำอากาศเย็นครับ ออกจากถ้ำกระแซ ผมมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ถึงประมาณ 6 โมงเย็น ขับแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบครับ โดยรวมทริปนี้เที่ยวได้ทั้งชายหญิงไม่โหดเกินไป มีกิจกรรมให้ได้เรียกเหงื่อ มีเวลาให้ได้ชิลๆ เล่นน้ำ ถ่ายรูปเพลินๆ รวมๆ แล้วก็ครบรส กลมกล่อมกำลังดี สำหรับใครทึ่กำลังคิดจะไปเที่ยวเมืองกาญจน์แต่มีเวลาไม่เยอะ ลองดูนะครับ หวังว่าทริปผมจะพอเป็นไอเดียให้กับเพื่อนๆ ได้ ทิ้งท้ายไว้ด้วยข้อมูลที่พักเพิ่มเติม สำหรับคนที่สนใจครับ: - เรือนแพ ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์ - ริเวอร์ แคว รีโซเทล - โฮมพุเตย ริเวอร์เเคว รีสอร์ท - หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส สำหรับวันนี้ลากันตรงนี้ก่อนครับ โอกาสหน้ามาพบกันใหม่นะคร๊าบบบบบบ...

กัปตันเคิร์กกลับมาพร้อมลูกเรือ ส่งตัวอย่างแรก Star Trek Beyond วาร์ปข้ามจักรวาล
3D /  Abrams / 

เดือนนี้จัดได้ว่าเป็นเดือนแห่งการปล่อยตัวอย่างเด็ดของแท้ เพราะทั้งหมดเหล่านี้จะถูกนำไปฉายปะหน้า Star Wars: The Force Awakens ไม่ยกเว้นแม้แต่หนังไซไฟคู่ปรับที่มีคิวเข้าฉายปีหน้าอย่าง Star Trek Beyond ที่ล่าสุดตอนนี้ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้เราชมกันแล้ว ซึ่งในภาคต่อนี้เป็นการกลับมาครบทีมของ กัปตัน เจมส์ ที เคิร์ก ซึ่งยังคงมี คริส ไพน์, แซ็คคารี่ ควินโต, โซอี้ ซัลดาน่า, คาร์ล เออร์บัน และ แอนตัน เยลชิน แสดงนำ ร่วมด้วยทีมนักแสดงหน้าใหม่อีกมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักแสดงสาว โซเฟีย บูเทลล่า จาก Kingsman ในบท เอเลี่ยน ที่เราได้เห็นจากตัวอย่างนี้ด้วย โดยในภาคนี้ตัวหนังเปลี่ยนจากผู้กำกับ เจ เจ เอบรัมส์ ที่งานยุ่งกับ Star Wars ภาคล่าสุด มาเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับสายบู๊ที่มากฝีมือไม่แพ้กันอย่าง จัสติน หลิน จากหนังชุด Fast & Furious ภาค 3-6 ซึ่งจากตัวอย่างแรกเห็นได้ชัดเลยว่าสไตล์งานกำกับของทั้ง 2 คนนี้แตกต่างกันมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นภาคนี้คงคิดว่าน่าจะได้บู๊กันมันส์สะเทือนจักรวาลเป็นอย่างแน่แท้ กับเรื่องราวของการต่อสู้อีกครั้งของ กัปตันเคิร์ก และ ลูกทีม เมื่อจักรวาลถูกรุกรานโดยกลุ่มเอเลี่ยนนิรนาม จึงทำให้ต้องร่วมมือกับเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนสาวเพื่อทวงคืนดาวเหล่านั้นคืน ตัวหนังมีกำหนดฉายในไทย 19 กรกฏาคม 2016 รอติดตามกันได้เลยครับ

หยุดหัวใจนี้ที่เธอ 8 สถานที่สุดโรแมนซ์ จะอินเลิฟหรือฉายเดียว ก็เที่ยวได้
วันวาเลนไทน์ /  สถานที่บอกรัก / 

หวานรับวาเลนไทน์สุดสัปดาห์นี้ ลองจับมือคนรักเที่ยวรับลมหนาว กับสถานที่บอกรักในประเทศไทย จะเลือกไปเช้าเย็นกลับ หรือจะเดินทางไปล่วงหน้าพักผ่อน 1 คืน ก็ยังได้ รับรองว่าคู่รักของคุณนั้นจะได้ดื่มด่ำความสวยงามและบรรยากาศ สถานที่สุดโรแมนซ์ หรือ โรแมนติก ท่ามกลางสีสันมวลดอกไม้ จนต้องรู้สึกประทับในวันพิเศษๆ แบบนี้แน่นอน ส่วนคนโสดอย่างเราก็สตรอง! ได้ค่ะ ไม่แน่นะ คนโสดกับคนโสดอาจได้ไปพบรักที่นั้นก็เป็นได้ สถานที่สุดโรแมนซ์ จะอินเลิฟหรือฉายเดี่ยว ก็เที่ยวได้ 1. ดาษดา แกลอรี่ เขาใหญ่ ปราจีนบุรี ทุกปีของที่นี่เขาจะจัดเทศกาลความงดงามของดอกไม้ พรรณไม้นานาชนิด ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดื่มด่ำความโรแมนติกท่ามกลางมวลดอกไม้ ตั้งแต่เช้ายันเย็น ซี่งในปีนี้ ดาษดา แกลอรี่ เขาใหญ่ ได้จัดงานแสดงดอกไม้สุดยิ่งใหญ่แห่งปี "Art in Heart แค่เห็นก็เข้าใจ โปรด...ใช้หัวใจ มองหาความงดงาม" เปิดบริการทุกวันจันทร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00- 18.00 น. งานนี้มีจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 59 นี้ 2. งานกุมภาสัญญารัก @ ศูนย์พันธ์ุพืชเพาะเลี้ยง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี "สวนสวรรค์สุพรรณบุรี กำลังเบ่งบานด้วยความรัก" งานนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อย่าง การจัดรูปแบบสวนสไตล์แวร์ซายน์ (รูปทรงเรขาคณิต) สวนกุหลาบสายพันธุ์วาเลนไทน์ กว่า 200,000 ดอก ออกดอกสีแดงชูช่อบานสะพรั่งเพื่อต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรักในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 3. เทศกาลทะเลหมอก ดอกไม้งาม บานสะพรั่งทั้ง ภูเรือ จ.เลย ณ ริมทางสาย 21 (ภูเรือ-ด่านซ้าย) บ้านหนองบง และบ้านแก่งไฮ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ชมทุ่งดอกดาวเรืองเนื้อที่กว่า 50 ไร่, การสาธิตการเพาะพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ, การปลูกไม้ดอกไม้ประดับและพันธุ์ไม้หายาก, การจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด และพืชผักเมืองหนาว เช่น ต้นดอกดาวเรือง ต้นคริสต์มาส กล้วยไม้ เห็ดหอม ฯลฯ 4. งานดอกไม้ ฟลอร่า พาร์ค (Flora Park) เขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สูดโอโซนวังน้ำเขียว ชมทุ่งกุหลาบอังกฤษ มหกรรมการแสดงดอกไม้คู่กับงานศิลปะ กว่า 70 ไร่ กุหลาบสายพันธ์อังกฤษกว่า 2000 ต้น  ตลาดนัด “ฟาร์ม เมอร์ มาร์เก็ต” โครงการปลูกผักอินทรีย์ ไร่กาแฟ 2 สายพันธุ์  ของ “ศูนย์เรียนรู้ฟ้าประทาน” สวนจิตรกรรมธรรมชาติเทคนิค Vertical Garden  เขาวงกตดอกไม้กว่า 200,000 กระถาง เปิดให้บริการทุกวัน 08.00 - 18.00 น. 5. เทศกาลชมสวน Flora Festival 2015 @อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ เติมเต็มความรักในบรรยากาศเย็นๆ ไปด้วยกัน ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ สถานที่ที่ถูกประดับประดาด้วยสวนไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณ สีสันสวยงาม พร้อมกิจกรรม Bike for love ปั่นรักในสวนสวย 13-15 กุมภาพันธ์ 2559 6.เชียงรายดอกไม้งาม และดนตรีในสวน ณ สวนสาธารณะกลางเมือง (สวนตุงและโคมฯ) พบกับดอกไม้เมืองหนาว อาทิ ดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ และการแสดงดนตรีในสวน งานมีตั้งแต่วันนี้ - 14 กุมภาพันธ์ 7. งานเทศกาลดอกเสี้ยวบาน บนภูชี้ฟ้า จ. เชียงราย ชมดอกเสี้ยว ชงโค บานสะพรั่ง ชมทะเลหมอก เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ถ่ายภาพคู่รักอีกแห่งหนึ่งที่สวยงาม กับ "ดอกเสี้ยว" ที่กำลังเริ่มผลิดอกเบ่งบานต้อนรับวันแห่งความรักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์อีกด้วย ในระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2559 ณ บ้านร่มฟ้าไทยภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 8. งานเบญจมาศบานในม่านหมอก อ. วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มาบอกรักวังน้ำเขียวอีกครั้ง 12-15 กุมภาพันธ์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี พร้อมชมดอกเบญจมาศที่สวยงาม รายล้อมเป็นรูปหัวใจสัญลักษณ์แห่งความรัก ที่คุณไม่ควรพลาด!

รวมคู่รักหวานเว่อร์ ร่วมแจมเอ็มวี มัดใจ ของ มัดหมี่ พิมดาว
มัดหมี่ พิมดาว /  มัดใจ

คู่รักซุปตาร์มากันเพียบ! พาเหรดคู่รักดาราร่วมแจมมิวสิควิดีโอ มัดใจ เพลงใหม่ของสาวเสียงหวาน มัดหมี่ พิมดาว มัดหมี่ พิมดาว เปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ มัดใจ เพลงรักความหมายดี ที่งานนี้นอกจากสาว มัดหมี่ จะแสดงฝีมือแต่งเพลงเอง พร้อมพาหวานใจตัวจริง สัว ศุภชัย นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของค่ายเพลง สตูดิโอ 54 เรคคอร์ด มาร่วมแจมแล้ว ในเอ็มวีเพลงนี้จะพร้อมพรั่งไปด้วยเหล่าคู่รักดารา ป๊อก-มาร์กี้, บี้–กุ๊บกิ๊บ, แจ๊ค-คุณ, โทนี่-หลิน, ต้น-แต้ว, เอก-โบ และอีกสามสาว จุ๋ย วรัทยา, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ ญาญ่าญิ๋ง ที่มาร่วมถ่ายทอดอารมณ์ถึงผู้ชายในฝันเอาไว้ด้วย มัดหมี่ พิมดาว - มัดใจ (Official Music Video) Youtube Channel : Studio54 Records เนื้อเพลง มัดใจ - มัดหมี่ พิมดาว พร้อมคอร์ดกีต้าร์ Amaj7 Em มีคนเคยมาถาม ว่าเจอหรือยัง D Dm7 หนึ่งคนพิเศษคนนั้น ในฝันที่เฝ้ารอ C#m7 F#m7/F# คอยเอาใจเสมอ เพียบพร้อมแสนดี Bm7 Esus4 และโรแมนติก อย่างที่ฉันเองเคยวาดไว้ F Em Dm7 คนในฝันไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อเรื่องจริงคือฉันได้เจอ Esus4 คนธรรมดา ที่ข้างกันตรงนี้ Dmaj7 C#m7 อ้อมกอดเธอในวันที่เหงาก็เพียงพอ Dmaj7 C#m7/C# Dmaj7 แค่รอยยิ้มในวันที่ท้อ ก็ทำให้ฉันเข้าใจ C#m7/ F#m รักเป็นเรื่องง่ายดาย Bm7 E สิ่งเล็กๆที่คอย มัดใจ ฉันเอาไว้... Dmaj7 Esus4 คือรักของเธอ Amaj7 Em เธอเปรียบดังหนังสือ ที่วางไม่ลง D Dm7 คือทำนองเพลงรัก ที่ร้องไม่เคยเบื่อ C#m7 F#m7/F# Bm7 ไม่ค่อยบอกว่ารัก แต่ทุกอาการ ที่เธอแสดง Esus4 มันแปลว่าเธอนั้นห่วงใย solo: Dmaj7/ C#m7/ Dmaj7/ C#m/ Bm7/ C#m7/ D/ Esus4 Written by Pimdao Panichsamai Produced & Arranged: Keerati Pitakteeratham Mixed and Mastered: Worapoj Ruttanasunya at TULA studio Video production by Dinh Eine Raw (D.E.R) This song was recorded at Studio54 Bangkok and Final Mix Studio Vocal: Pimdao Panichsamai, Supachai Kanjanasakchai Drums: Sittichai Sathitthepbancha Bass : Phiboon Phihakendr Guitars : Keerati Pitakteeratham, Thammavut Suthileelakul Guitar solo: Supachai Kanjanasakchai Keyboard/Piano : Soratach Pitisatien Chorus : Supaporn Choochartthai

20 เมนูลดน้ำหนัก แคลอรี่ต่ำ กินมื้อเย็น ก็ผอมได้!!
ลดความอ้วน /  ลดน้ำหนัก / 

          ใครที่กำลังหนักอกหนักใจกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำตามสูตรมาแล้วสารพัดก็ยังไม่ได้ผล ก็เพราะเราทำตามสูตรเคร่งครัดมากเกินไป สุดท้ายตบะแตกกลับมากินหนักกว่าเดิม หากเราเปลี่ยนการกินเสียใหม่ หัดคำนวณแคลอรี่จนเป็นนิสัย ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะยาว ไม่กลับมาโยโย่อีกแน่นอน         เคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่า "มื้อเช้ากินอย่างพระราชา มื้อกลางวันกินแบบคนธรรมดา มื้อเย็นกินแบบยาจก" เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ สาวๆ women mthai สามารถทานอาหารได้อย่างตามใจปาก เพราะร่างกายต้องการพลังงานเพื่อไปเผาผลาญตลอดวัน แต่มื้อเย็นควรกินน้อยๆ เรียกว่าเป็นมื้อเบาๆ ก่อนที่เราจะเข้านอน หลังจากนั้นร่างกายก็แทบจะไม่เผาผลาญพลังงานอีกเลย มันจึงสะสมอยู่ตามแขน ขา สะโพก และ บั้นท้าย        หลังจากนี้คุณต้องปรับเปลี่ยนอาหารการกินซะใหม่ ที่สำคัญมื้อเย็นไม่จำเป็นต้องงดเลย เพราะยิ่งงดเราก็ยิ่งอยากกินหิวมากกว่าเดิม พอได้กินก็จะจัดหนักกินทีละเยอะๆ เรามาเริ่มจากการกินอาหารมื้อเย็น คือ ต้องกินแบบพอเพียง ไม่ต้องจัดหนักจัดเต็ม มาดูรายการ เมนูลดน้ำหนัก สำหรับ มื้อเย็น ที่กินแล้วรับรองไม่อ้วน!! ส้มตำไทย 60 แคลอรี่ แกงจืดมะระยัดไส้ 90 แคลอรี่ ยำวุ้นเส้น 120 แคลอรี่ ซุปไก่ 120 แคลอรี่ เส้นหมี่น้ำใส 200 แคลอรี่ แกงเห็ดรวม 90 แคลอรี่ ต้มยำกุ้งน้ำใส 90 แคลอรี่ ต้มเลือดหมู 120 แคลอรี่ ส้มตำปู 35 แคลอรี่ ซุปหน่อไม้ 90 แคลอรี่ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ 80 แคลอรี่ แกงจืดตำลึงหมูสับ 90 แคลอรี่ โจ๊กหมู 160 แคลอรี่ ห้ามใส่ไข่ เพราะโจ๊กหมูใส่ไข่  แคลอรี่สูงถึง 250 แกงเหลือง 80 แคลอรี่ แกงส้มผักรวม 100 แคลอรี่ กระเพาะปลา 250 แคลอรี่ ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกน้ำ 180 แคลอรี่ ต้มจับฉ่าย 90 แคลอรี่ ซุปมิโซะ 50 แคลอรี่ น้ำพริกผักต้ม 70 แคลอรี่ เรียงเรียงโดย Women mthai team  

Panda Master HongKong Shabu ชาบูสไตล์ฮ่องกง ที่ Coco walk ราชเทวี
Panda Master /  ชาบู / 

ชาบูสไตล์ฮ่องกง ที่มีความเหมือนและมีความแตกต่างจากชาบูทั่วไป กับร้าน Panda Master สัญลักษณ์ของชาบูที่มีหมีแพนด้าเป็นพรีเซ็นเตอร์ แพนด้าก็บ่งบอกถึงความเป็นฮ่องกงอยู่แล้ว และความอร่อยความโดดเด่นของชาบูสไตล์ฮ่องกงแห่งนี้จะเป็นอะไร เลื่อนตามลงมาดูเลยค่ะ Panda Master HongKong Shabu ชาบูสไตล์ฮ่องกง ที่ Coco walk ราชเทวี ร้าน Panda Master ชาบูสไตล์ฮ่องกง ร้านตั้งอยูาใน Coco Walk ใกล้ BTS สถานีราชเทวี ร้านมีมาสคอตที่ชัดเจนกับเจ้าตัวแพนด้าที่วางไว้เต็มร้าน ทั้งโลโก้ที่เป็นแพนด้า เดินเข้ามาภายในร้านก็สามารถเลือกสั่งได้เลยมีทั้งเมนูที่เป็น A la carte  และที่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ที่โดดเด่นในเรื่องของน้ำซุปและน้ำจิ้ม ที่มีความละเมียดละไมในการปรุงให้ออกมาเข้มข้นทุกรสชาติ ตัวน้ำซุปจะมีทั้งหมด 5 รสชาติ จะมี ซุปสะเต๊ะ ซุปหม่าล่า ซุปสมุนไพรจีน ซุปโจ๊ก และ ซุปเห็ดหอม เรียกว่าเป็นสไตล์ฮ่องกงอย่างแท้จริง และน้ำจิ้มก็มีให้เลือกเยอะอย่างไม่น้อยหน้า มีทั้งหมด 4 อย่างด้วยกัน จะมี น้ำจิ้มสไตล์ฮ่องกง น้ำจิ้มแพนด้า น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวและน้ำจิ้มสุกี้ ราคาบุฟเฟ่ต์จะมี 2 ราคา ราคา (ซิลเวอร์) 358 บาท ชาบู และ  (โกลด์)  428 บาท ชาบู + อาหารฮ่องกง แอปปิไทเซอร์ และ เนื้อออสเตรเรีย หม้อชาบูเป็นหม้อที่มี 2 ด้าน สามารถเลือกได้ 2 หลุม ให้เลือกน้ำซุปที่มีความเข้มข้นรสจัด ส่วนอีกหลุมหนึ่งให้เลือกน้ำซุปที่มี่รสชาติอ่อนๆ ไว้ช่วยตัดรสชาติความเลียนและความเผ็ดของกันและกัน ส่วนของหม้อนี้จะเป็นน้ำซุปหม่าล่าและซุปโจ๊ก ความแปลกอยู่ที่น้ำซุปนี้แหละค่ะ ไม่เคยทานซุปโจ๊กเหมือนกัน แต่ขอบอกว่าอร่อยมาก กินกับอะไรก็ได้ เอาลงไปลวกๆ ได้เลยค่ะ ส่วนไลน์ของบุฟเฟ่ต์ของมีให้เลือกมากมายหลายอย่าง 30-40 อย่างได้ ทั้งผักและเนื้อสัตว์ ของทะเล ลูกชิ้นหลายชนิด วางเต็มไลน์ ให้เลือกตัดตามใจชอบ ราคาของ Gold Course 428 บาท ที่สามารถสั่งเมนู Appetizer ได้หลายอย่าง เผือกทอดหวาน แนะนำให้กินกับซุปโจ๊ก เอาลงไปลวก ใช้เวลาไม่นานลวกนานเดียวจะนิ่มไม่กรอบ เพราะเผือกทอดมีทีเด็ดอยู่ที่ความกรอบ  กินกับซุปโจ๊กจะฟินมาก แพนด้าทอดเมนูเด็ดของทางร้าน ไม่ลองไม่ได้แล้ว ชื่อเมนูชวนสั่งขนาดนี้ ยังมี Appetizer ของเมนู Gold Course 428 บาท อีกหลายอย่าง เมนูเป็นเล่มๆ เลยทีเดียว จะแค่ไหนต้องมาลองพิสูจน์กันเอง มากันถึงของหวานและเครื่องดื่ม พิเศษกับเครื่องดื่มสไตล์ฮ่องกง อ่านรีวิวกันไปคราวๆ คงจะเห็นถึงความแตกต่างของชาบูสไตล์ฮ่องกงกับชาบูแบบอื่นๆ แต่เรื่องของรสชาติขอบอกว่าอร่อยจริงๆ หากไม่เชื่อก็ลองตามไปกินดูนะคะ

สื่อแดนจิงโจ้ เตือนเสี่ยงตาย 'ฟูลมูล ปาร์ตี้' สถานที่ท่องเที่ยวอันตราย
ฟูลมูล ปาร์ตี้ /  ออสเตรเลีย / 

สื่อในประเทศออสเตรเลีย เตือน 'ฟูลมูล ปาร์ตี้' ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเสี่ยงอันตราย อาจร้ายแรงถึงชีวิต สื่อนอกเผย กรณีที่ หนังสือพิมพ์ the Daily Telegraph ฉบับวันที่ 28 พ.ย. เปิดเผยเรื่องราวสุดอันตรายในงาน 'ฟูลมูล ปาร์ตี้' บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจัดขึ้นวันพระจันทร์เต็มดวงของทุก ๆ เดือน หลังจากที่วัยรุ่นชาวออสซี่เป็นจำนวนมาก หลั่งไหลเดินทางมาท่องเที่ยวในงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็เพื่อปลดปล่อยตัวเอง หลังจากต้องเครียดกับการเรียนและการสอบ ฟูลมูน ปาร์ตี้ จัดติดต่อกันยาว แบบไม่หยุด 72 ชั่วโมงติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นการจัดปาร์ตี้ริมชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ทว่า ภายในงานเต็มไปด้วยอันตราย จากของมึนเมา ไปจนถึงยาเสพติด โดยเฉพาะ 'เห็ดขี้ควาย' หรือ magic mushroom เป็นเห็ดชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกขึ้นให้เป็นยาเสพติด ทำให้อาการเมา ประสาทหลอน บ้าคลั่งอาจถึงขั้นทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้ นอกเหนือจากนี้ยังมี 'ก๊าซหัวเราะ' ที่หาซื้อได้ง่ายภายในงาน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก มีการเปิดเผยด้วยว่า กระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียมีความหวั่นวิตกเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมาก และได้ออกมาประกาศเตือนชาวออสเตรเลีย ที่ไปเที่ยวงานเทศกาลงานฟูลมูน ปาร์ตี้บนเกาะพะงัน ให้ระวังตัวในระดับสูง (high degree of caution) รวมถึงหลีกเลี่ยงยาเสพติด โดยเฉพาะภัยจากการลอบแอบวางยาในเครื่องดื่มเพื่อทำการปลดทรัพย์หรือพาไปล่วงละเมิดทางเพศ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในพื้นที่ด้วยว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเกาะได้รับเงินใต้โต๊ะจากเจ้าของธุรกิจบันเทิงบนเกาะ ในการลอบขายสิ่งผิดกฎหมายในขณะจัดงานปาร์ตี้ ซึ่งส่วนใหญ่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในไทย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

ตะลุย 8 ร้าน 8 สไตล์ หลากหลายสัญชาติสำหรับวันวาเลนไทน์นี้ ที่ Eight Thonglor
Eight Thonglor /  KTC / 

ทีมงาน MThai มีโอกาสได้รับเชิญจากทางบัตรเครดิต KTC เนื่องจากเราแอบได้ยินมาว่าทาง KTC จัดแคมเปญใหญ่ร่วมกับ Eight Thonglor ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้ชื่อว่า “Happy8 Dining กับบัตร KTC” ต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2016 เหมาะสำหรับทีมกินเที่ยวอย่างพวกเรา เรียกได้ว่างานนี้มีตัวเลือกให้ถึง “8 ร้าน 8 สไตล์ยิ่งใหญ่สมกับเป็น Eight Thonglor” “Welcome drink เป็นชามะนาวในขวดแสนเก๋จาก One Two Tea” 1.Sushi CYU & Carnival Yakiniku เริ่มต้นกันที่ร้านแรก “ซูชิจู แอนด์ บาร์บีคิว คาร์นิวัล ยากินิคุ” เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดแสนพรีเมียม ที่มีตั้งแต่ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากเชฟของทางร้านมาอธิบายถึงเมนูอาหารของร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะหาเวลาเจอตัวได้ยากทีเดียวค่ะ ระหว่างรอไฮไลท์เด็ดของทางร้านซึ่งก็คือยากินิคุ ที่ใช้เนื้อวัวไทยเฟรนส์ A4,A5 ทางร้านก็นำซูชิมาเสิร์ฟบอกว่าเป็นของทางเล่นระหว่างรอ แต่พอทีมงานได้ชิมแล้วบอกเลยว่าปลาสดมากกกก เกินกว่าจะเป็นของทางเล่นอีกนะจ๊ะ ใครมาก็อย่าลืมสั่งเซ็ทนี้ดูนะ เนื้อวากิวระดับตำนาน บอกเลยว่าที่ร้านติดหนึ่งในห้าอันดับเนื้อวากิวที่ดีที่สุดสำหรับคนรักเนื้อจะต้องมาลิ้มลองทาน ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปีจากประเทศญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพดีงามแน่นอน (แค่เห็นลายก็สวยงามน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมละ) “วิธีการทานโกเบแบบออริจินอลและสันคอ” จากภาพแยกกันออกไหมจ๊ะ ว่าแบบไหนโกเบปกติหรือแบบไหนเป็นสันคอ มาเริ่มกันจากเนื้อตัวลายสวยงามจะเป็นโกเบออริจินอล สามารถปิ้งลงไปบนเตาได้เลย พอสุกก็กลับอีกด้าน เวลารับประทานจะทานกับเกลือญี่ปุ่น และส้มโชยุรสชาติจะหอม หวาน ละลายในปากจริงๆ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นสันคอค่ะ เนื้อจะนุ่นแต่ไม่ละลายเท่าลายสวยเวลาทานก็จิ้มกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยมันไปอีกแบบนึงค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเซ็ทหมูไว้ให้ทานนะคะ เปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.30 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.30 – 22.00 น.) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น,อะลาคาร์ท,ซูชิ,ปิ้งย่าง เบอร์ติดต่อ : 02-713-8321, 085-145-1722 2.MASALA ART “บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบหรูมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย” มาต่อสำหรับร้านที่สองกับแคมเปญนี้กันค่ะ ร้านนี้จะเป็น “อาหารอินเดีย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มาซาลา อาร์ท” มีความหมายมาจากเครื่องแกงมาซาลาผสมกับคำว่าอาร์ทค่ะ เป็นกลิ่นอายของอาหารอินเดียที่มีการปรุงด้วยศิลปะและใจ ทำให้ผู้ท่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ทำอาหารจานนั้นๆ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากมิสเตอร์ซีเจ เจ้าของร้านมาบรรยายที่มาของอาหารอินเดียให้พวกเราทราบกันค่ะ โดยร้านนี้จะเป็นอาหารอินเดียสไตล์ทางเหนือ “Appetizer และข้าวอินเดีย” เริ่มด้วยของทานเล่นอย่างขนมปังโยเกิตลูกชิ้นผัก สอดไส้โยเกิตเดฮีเคคาบับ รสชาติจะเหมือนขนมปังที่รสและกลิ่นของผัก แล้วมีทอปปิ้งเป็นโยเกิตอินเดียค่ะ เข้ากันได้อย่างดีเรียกอร่อยมาก เนื้อโยเกิตของเค้าจะรสชาติคล้ายครีมชีสนุ่มเข้ากับขนมปังรสผักเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยอาหารหนักอย่างแกงกุ้งอินเดีย ที่มีเครื่องแกงเข้มข้นเผ็ดร้อน สามารถเลือกทานได้ระหว่างแป้งนาน (กระเทียมหรือธรรมดา) หรือทานคู่กับข้าวอินเดียที่คลุกเคล้าเครื่องเทศสีเหลืองนวลหอมอร่อยเข้ากันได้อย่างดีกับแกงค่ะ ส่วนไก่สีแดงที่เราเห็นนั้นเป็นคล้ายไก่ย่างอบเครื่องเทศเรียกว่า “ชิคเก้นทิการ์” เมนูยอดฮิตสำหรับใครที่ทานอาหารอินเดียต้องไม่พลาด แอบกระซิบอีกนิดว่าทางร้านจะไม่มีเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ จะทำอาหารเฉพาะเนื้อไก่, กุ้งและเนื้อแพะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติสามารถไปทานที่ร้านนี้ได้ค่ะ เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. และ 18.00-22.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารอินเดียทางตอนเหนือ,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-713-8357 3.Crepes&Co “เครปแอนส์โค” หากใครอยู่ย่านสุขุมวิทจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน กับตำนานเครปฝรั่งเศสรสอร่อยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะบ้างว่าเครป แอนส์ โค มีสาขา Eight Thonglor และที่สำคัญไม่ได้อร่อยแต่เครปนะจ๊ะ เพราะที่ร้านมีอาหารคาวให้ทานกันแบบอยู่ท้องกันไปเลยหละ “เครป แอนส์ โค” ที่นี่มากกว่าเมนูของหวาน “Tajine Zitoun” ประเดิมกันด้วยเมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แลดูภาคพื้นผิวมหาสมุทรสุขภาพดี๊ดีได้ใจทีมงานกันไปเลยทีเดียวกับอาหารจานนี้ “Tajine Zitoun” เมื่อเปิดผะอบออกมาจะเจอกับไก่ตุ๋นมะกอกดำและมะนาวเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคกันสุดสุด ทานคู่กับข้าวคูสคุสและฮารีซาซอส อาจจะดูแปลกตาแต่สำหรับคนที่ชอบเครื่องเทศจานนี้ก็เข้มข้นเข้ากันดีค่ะ “Moroccan Briouattes & Supreme” ตามมาด้วยของทานเล่นอย่าง Moroccan Briouattes ที่เป็นเนื้อผัดกับข้าวและผงอบเชย แล้วนำมาทอด จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษเหมือนคล้ายเปาะเปี๊ยะทอดอร่อยดีค่ะ และเมนู Supreme เป็นเครปคาวซิกเนเจอร์ของทางร้านที่จะต้องมาลองทานกันให้ได้ “Crepe Framboise” มาถึงเมนูปิดท้าย เมนูฟินเป็นพิเศษเป็นเครปหวานที่อร่อยมากกกกกกก ทีมงานการันตีว่าหากได้ลองทานแล้วนั้น จะต้องหลงรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน ตัวแป้งเครปกรอบอร่อยค่ะ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ หอมหวานอมเปรี้ยว แต่งจานด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง ความเปรี้ยวของซอสตัดกันได้อย่างไอศครีมวนิลารสละมุนที่สอดไส้อยู่ภายใต้แป้งเครป ใครละจะอดใจไหวกับเมนูนี้ ต้องไปลองกันให้ได้นะคะสำหรับร้าน “Crepes & Co” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งเวลา 9.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร :สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน, ฝรั่งเศส, กรีก, โมรอกโค, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-726-9398-9 4.FLANN O’BRIEN’S IRIS PUB “บรรยากาศ Indoor&Outdoor ชิลสบายสุดสุด” “ฟลาน โอ ไบรอันส์” เป็นร้านอาหารสไตล์โฮมเมดไอริสกึ่งผับ ภายในร้านจะเน้นการตกแต่งโดนเน้นสีเขียวและมีกลิ่นอายของโทนสีของไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์ไอริช โดยสโลแกนของที่ร้านแห่งนี้คือ No strangers at Flann O'Brien's, Only friends you haven’t met yet นั่นก็คือ ไม่มี “คนแปลกหน้า” ที่ฟลาน โอเบรียนส์.. มีแค่ “เพื่อน” ที่เรายังไม่รู้จัก เท่านั้นค่ะ ทางร้านจะเน้นความเป็นกันเอง มีความบันเทิงและสนุกสนานแต่จะคงไว้ซึ่งบริการและอาหารที่ได้มาตรฐาน “คลังเบียร์สุดยอดความอร่อยของชาวไอริสต้องที่นี่เลย” นอกจากอาหารโฮมเมดสไตล์ไอริสแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นเบียร์หลากหลายประเภทค่ะ มีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงหนัก นอกจากหลายชนิดแล้วยังหลายสีอีก มีชนิดที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทานได้ด้วยนะคะ วันนี้ทีมงานของลองชิมจิบๆเบียร์ดำแทนละกัน หอมเข้มฟินกันสุดๆ “Chef’s house Salad& Homemade Irish Lamb Stew” เริ่มกันด้วยสองเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด Chef’s house Salad และเมนู Homeade Iris Lamb Stew หรือเมนูสตูเนื้อแกะตุ๋นพร้อมเครื่องเทศสดสไตล์ไอริส พอลองชิมแล้วต้องบอกว่าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาปเลยค่ะ หากทานร้อนๆรสชาติจะดีและเข้มข้นมากทีเดียว “Beef and Guinness pie & Banger and Mash” ปิดท้ายด้วยสองเมนูเด็ด คือ สตูว์เนื้อตุ๋นกับเบียร์ดำกินเนสส์ พร้อมผักต่างๆ และเครื่องเทศสดสไตล์ไอริช ใช้เนื้อนำเข้าเกรดเอตุ๋นให้เปื่อยกับเบียร์ดำกินเนสส์ ดิปคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นโต หากได้เบียร์เย็นๆสักแก้วรับรองคืนนี้สนุกแน่นอน สุดท้ายกับเมนู Banger and Mash หรือ ไส้กรอกหมูรสาติต้นตำหรับ ด้วยเนื้อไส้กรอกแน่น ชิ้นใหญ่หนา หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟทานพร้อมกับมันฝรั่งบด และราดด้วยซอสเกรวี่ เข้มข้นจนต้องทานให้หมด เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อเมริกันบาร์, โฮมเมดไอริส,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-392-2898 5.HOLA Barcelona Tapas&Wine Restaurant “โอลา สแปนิช” ร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ ว่าหาทานได้ยากแล้วยังหาที่เด็ดยากกว่า แต่สำหรับร้านนี้ทีมงานเราการันตีอยากให้ไปลอง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ “ Pealla Seafood” Pealla Seafood หรือข้าวผัดสเปน เป็นเมนูแนะนำของที่ร้านโอลา สแปนิช ที่ยอมรับว่าตอนแรกเฉยๆ แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นมันอร่อยมาก มากจริงๆ ตัวข้าวญี่ปุ่นร่วนเข้ากับซอสหอมมันกุ้งและเครื่องซีฟู้ดครบรส หอมเคล้าน้ำมันมะกอก อร่อยขนาดต้องทานให้หมด หากทานไม่หมดเจ้าของร้านมีงอนกันน่าดู อยากให้มาลองเมนูนี้กัน “Red wine Sangria ที่ร้าน Ohla Spanish Food” เห็นแก้วแบบนี้อย่าเผลอคิดว่าเป็นน้ำแดงนะจ๊ะ เพราะ Red Wine Sangria คือน้ำผลไม้ผสมกับไวน์แดง จิบดับร้อนยิ่งอากาศเมืองไทยแล้วละก็ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ทีมงานเราก็กินเพลินไปหลายแก้วอยู่ ><” “กุ้งกระเทียมและสลัดปลาแซลมอน” ระหว่างรอเมนูต่างๆ สลัดปลาแซลมอนก็เด็ดไม่แพ้กัน จะมีส่วนผสมของผลไม้และอะโวคาโด้ ส่วนน้ำสลัดที่ร้านก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เอง แถมผักก็กรอบสดเข้ากับปลาแซลมอนสุดๆ จานนี้แอบแย่งกันทานใหญ่เลยละ ตามมาด้วยกุ้งกระเทียมที่เจ้าของไม่ห่วงสูตรเลยสักนิด แต่กลับไปบ้านก็ไม่มีลูกค้าท่านไหนทำได้เท่ากับที่ร้านนี้อีกแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอร่อยมากจนกระทั่งน้ำมันถึงกับต้องซด ทีมงานละอยากได้ข้าวสวยเสียจริงๆ แถมที่ร้านยังเป็นน้ำมันมะกอกบอกเลยทานแล้วยังได้สุขภาพดีอีก สมกับเป็นร้านอาหารแนะนำสุดๆ “ข้าวผัดสเปนหมึกดำและมีทบอล” ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวผัดสเปนในสไตล์แบบมีซอสหมึกดำ ก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบค่ะ จะเค็มๆมันๆเข้ากับปลาหมึกและข้าวได้อย่างดี รวมถึงมีทบอลก็เป็นอาหารทานเล่นกินเพลินๆเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารสเปน เบอร์ติดต่อ : 02-713-8387 6.TADAIMA “ทาไดมะ” ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของดาราหนุ่มสุดหล่อ “กันต์ กันตถาวร” ที่มีหลากหลายสาขาเริ่มต้นด้วยคอนเซปต์สุดชิคอาหารทุกจานราคาเดียว 88 บาท จากนั้นค่อยมาปรับมีความหลากหลายของอะลาคาร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลาดิบ เราไม่คิดว่าร้านทาไดมะจะสดได้มากขนาดนี้ และวันนี้เชฟก็ได้มาโชว์การแล่ปลาตัวใหญ่ให้เราชมกันด้วยค่ะ . “เชฟที่ร้านทาไดมะ โชว์แล่ปลาแซลมอน” ใครจะเชื่อว่าพี่ปลาแซนมอนตัวนี้หนักถึง 4-6 กิโลกรัมกันเลยเชียว พี่เชฟรีบหันอย่างคล่องแคล่ว แข็งแรงชนิดที่ว่าคนทั่วไปหากไม่ชำนาญอาจได้โดนมีดบาดมือกันก็เป็นได้ และแล้วก็ออกมาเป็นชิ้นเนื้อปลาแซลมอนสวยงาม (ทีมงานแอบกลัวหัวปลาแซลมอน) ซาซิมิสดมากกกกกกกกกกกกก ไม่คิดว่าร้านไม่ได้เน้นปลาพรีเมียมระดับห้าดาวเทียบเท่าร้านระดับชื่อดังทั่วไป จะมีซาซิมิสดและอร่อยขนาดนี้ รับรองว่าต้องไปซ้ำแน่นอนไม่พลาดค่ะ ทั้งราคาและคุณภาพขนาดนี้ กุ้งสด, แซลมอนชิ้นใหญ่ ปลาโอโตโร่สดฟินละลาย เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : ญี่ปุ่น, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9883 7.HOUSE* 10 HOUSE* 10 ร้านเก๋ไก๋สไตล์ปราสาทเก่า ดูภายนอกนอกจากจะดูเก่าผสานกลิ่นอายแบบชิคๆ เหมือนโรงงานเก่าแล้ว ภายในยังตกแต่งได้แบบสวยงามลงตัว ใครจะเชื่อว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยแสนอร่อย และกลางคืนจะเป็นสถานที่แฮงคเอาท์ชั้นดีด้วยดนตรีสด และรสของเครื่องดื่มต่างๆ “ต้มยำไข่เจียวรสจัดจ้าน VS ข้าวผัดหมูฝอย” ใครว่าอาหารไทยจำเจต้องมาเจอคู่นี้ ต้มยำไข่เจียวรสแซ้บบบ บอกเลยว่าแซ้บลืมมมม ทานคู่กับข้าวผัดหมูฝอย หอมพริกบีบมะนาวสด หูยยย ฟินนน เรียกว่าเป็นคู่สร้างคู่สม คู่แซบที่เข้ากันที่สุด เหมาะกับคู่รักแซบแซบบบ ห้ามพลาดกับร้านนี้และเมนูนี้ค่ะ “ยำเส้นแก้ว VS หมูกรอบบู้ลิ้ม” ยังแซบกันไม่พอต้องต่อด้วยของทานเล่น เมนูนี้คุณสาวๆไม่ต้องกลัวอ้วน กับเมนูเส้นแก้วยำสารพัดพริกและเครื่องผักสด กุ้ง หมูมากันแน่นอร่อยอย่าบอกใคร ตามมาด้วยหมูกรอบบู้ลิ้ม ชื่อก็น่ารักจอมยุทธ์ซะขนาดนี้รสชาติก็ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มีมะนาวและเกลือมาให้ แซบลืมมมมกันไหมล่ะคะทุกทาน ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับวาเลนไทน์นี้เท่านั้น (เราลองแล้วเด็ด) อยากให้ไปลองกันอีกแล้วชื่อให้ถามเจ้าของร้านเองนะจ๊ะ เพิ่งคิดได้ตอนนั้นเลย แต่อร่อย “เมนูเครื่องดื่มหอมหวาน ใส่สตอเบอร์รี่สดอย่าทานเยอะละมันจะเมา” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารไทยฟิวชั่น, ผับแอนเรสเตอรองท์ เบอร์ติดต่อ : 081-837-1133 8.BAR STORIA De Caffe “บาร์ สตอเรีย เดล คัฟเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Eight Thonglor เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ผสมผสานกลิ่นอายน่ารักของความเป็นตะวันตก นอกจากมีไฮไลท์เป็นกาแฟดริปแล้ว ยังมี All Day Breakfast บริการทุกวันอีกด้วยคะ เรียกน้ำย่อยได้ดีด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสัมผัสถึงรสเห็ดไม่ใช่แก่กลิ่นเหมือนบางทีคะ อันนี้ขอชมเลย “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสุดๆ” “หอยแมลงภู่ฝรั่งเศสอบซอสครีมและซอสมะเขือเทศ” จากนี้เป็นจานเด็ดที่หากมาทานที่ร้านนี้ บอกเลยว่าต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะรสชาติเค้าอร่อยทั้งคู่แถมมีรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ตัวครีมจะละมุนหอมถึงขนาดต้องซดพร้อมเนิ้อหอยมันเข้ากันได้ดี ส่วนอีกจานนึเป็นซอสมะเขือเทศที่ละมุนเข้มข้นมากกว่าซอสคะ เพราะส่วนผสมที่หลากหลาย เราอยากให้ไปลองทานลิ้มรสความเป็นอาหารอิตาเลียนกัน จริงๆแล้วมีอีกหลายเมนูที่ทางร้านได้ลองนำมาให้เราได้ลิ้มรสและทานกัน อร่อยเกือบทุกเมนูจริงๆจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้เทียบเท่ากับอยากให้เพื่อนๆสมาชิกเอ็มไทยได้ไปลองเลือกสรรเมนูทานกันคะ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าที่คาเฟ่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งกาแฟดริปนำเข้าชั้นดี ยังเป็นร้านที่ขาย All Day Breakfast น่าลองทุกเมนูไว้ไปลองทานกันดู เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 22.30 น. ประเภทอาหาร :ออลเดย์เบรคฟาสท์, กาแฟ, อิตาเลียน, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9301 สำหรับวันนี้ทางทีมงาน MThai ต้องขอขอบคุณบัตรเครดิต KTC ที่ให้เราได้ไปลองทานอาหารอร่อยๆและนำมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิกกันคะ และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต KTC อย่าพลาดกับแคมเปญ “Happy Eight Dining with KTC” เพราะว่ามอบส่วนให้ถึง 50% ร้านไหนส่วนลดเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามได้ที่แฟนเพจของทาง KTC นะคะ

ห้ามพลาด! 10 ร้านเปิดที่แรกย่านฝั่งธน @ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
ปิ่นเกล้า /  ฝั่งธน / 

พลิกโฉมใหม่กับ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า รีโนเวทในช่วงปีที่ผ่าน ได้กำหนดเปิดแล้วในเดือนธันวาคม และนำทัพร้านอาหารร้านเข้ามาเปิดเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ขนมหวาน พูดได้ว่าครบทุกอย่างทุกชนิด หากพูดถึงร้านอาหารที่เข้ามาเปิดใหม่ในเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แถมยังเป็นร้านแรกๆ ย่านฝั่งธน ที่ไม่ควรพลาด กับ 10 ร้านเปิดใหม่ที่เซ็นทรัลปินเกล้า 10 ร้านเปิดใหม่ในย่านฝั่งธน ที่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า 1. Shabu Haven ชาบูรูปแบบ Modern Asian Taste รวบรวมส่วนผสมที่ลงตัวจากนานาประเทศในเอเชีย ตอบโจทย์ด้วยน้ำซุปที่มีทั้งแบบดั้งเดิมและแปลกใหม่ถึง 8 ราชาติ ที่รับรองว่าแตกต่างไม่เหมือนใคร รับประกันความอร่อยด้วยการคัดสรรควัตถุดิบชั้นเลิศ ที่มีมากมายแถมไม่ซ้ำกันในแต่ละวันอีกด้วย และตอกย้ำความคุ้มค่าด้วยไอศครีมระดับพรีเมี่ยม Haagen-Dazs ที่สามารถเติมได้ไม่อั้น Premium Buffet 499++ เนื้อริบอาย เซอร์ลอยน์ทิป,กุ้งแซลมอน,หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์,สันนอกและสันคอหมูคุโรบุตะและลูกชิ้นนานาชนิด ส่วน Buffet 399++ บาท เนื้อน่องลาย,เนื้อสันแหลม,สันนอกและสันคอหมู,หมูสามชั้น,เบคอน,หมูเด้ง,หอยตลับ,กุ้งขาวและลูกชิ้นนานาชนิด ----------------------------------------- 2. Teddy Bigger's Burger Teddy's Bigger Burger นำเสนอเบอเกอร์แบบปรุงสดใหม่ทุกออเดอร์ซึ่งทำให้เนื้อมีความหอม ชุ่มฉ่ำแตกต่างจาก Fast Food ทั่วไป โดยร้านได้เลือกใช้เนื้อส่วน Ground Chuck 100 % ปลอดสารสังเคราะห์และฟิลเลอร์ ส่วนขนมปังจะใช้ Potato Bread ที่มีสัมผัสนุ่มหนึบและรสชาติที่ออกหวานมันนิดๆ มีซอสให้เลือก 6 ชนิด เมนูเบอร์เกอร์มีให้เลือกทั้งเนื้อ หมู ไก่ ปลาและเบคอน ซึ่งเมนูเนื้อสามารถเลือกระดับความสุก เพิ่มขนาดหรือดับเบิ้ลได้ จุดเด่นของ Teddy's Bigger Burger อีกอย่างคือการ Mix & Match ได้เองตามใจชอบตั้งแต่ตัวเนื้อ ซอสและท้อปปิ้ง ----------------------------------------- 3. Teraoka Gyoza เทราโอกะ เกี๊ยวซ่า รูปแบบ Flagship Store ภายใต้คอนเซ็ปต์ "โมเดิร์นเกี๊ยวซ่าไดนิ่ง เกี๊ยวซ่าแชมป์เปี้ยน 7 สมัย จากเกี๊ยวซ่า สเตเดี๊ยม กรุงโตเกียว ที่ผสมผสานวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม อาทิ ไข่ปลาเมนไทโกะและไข่ปลาอิคูระ ทานร้อนๆ กับซอสครีม เห็ดหอม หรือ ทานเย็นๆ สดชื่นกับเยลลี่เคี่ยวจากน้ำซุป "ดาฉิ" และเมนูจานเดี่ยวสูตรพิเศษ เจ้าแรกในไทย กับ Yuzu Ramen ราเม็นปรุงรสด้วยเปลือกส้ม Yuzu รวมไปถึงข้าวหน้าแกงกระหรี่ไก่ทอดคาราเกะ ข้าวหน้าแซลมอน ไข่ปลาอิคูระและอีกกว่า 50 เมนู ----------------------------------------- 4. โจโฉ ก๋วยเตี่ยวหมูตำลึง (สูตรโบราณ) ต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึงรสชาติแบบโบราณแท้ๆ ใส่ใจทุกรายละเอียดของรสชาติและคุณภาพอาหาร ประกอบกับการได้รับสูตรการปรุงเครื่องใน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึงสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย จึงเป้นการผสมผสานกันอย่างลงตัวกับคอนเซ็ปท์ของร้านที่ให้อารมณ์การตกแต่งที่ทันสมัย นั่งสบาย แต่ยังคงคุณภาพอาหารและรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับ ----------------------------------------- 5. Hot Star Chicken แบรนด์ไก่ทอดอันดับ 1 จากไต้หวันชื่อดัง ฮ็อท สตาร์ (Hot Star) ที่มีอเมนูดังอย่าง ไก่ทอดไซส์ยักษ์ XXL ด้วยความใหญ่และรสชาติที่อร่อยจึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังในภูมิภาค ไฮไลท์เด่นของ Hot Star ไก่ทอดชิ้นยักษ์ไซส์ XXL หรือใหญ่กว่าฝ่ามือหรือหน้าคนเสียอีก ทำจากเนื้อไก่แผ่นใหญ่ไม่มีการตัดต่อ หมักด้วยสูตรลับทำให้นุ่มและอร่อย จนได้รับการการันตีจาก CNN GO เป็นหนึ่งในอาหารที่ต้องไปรับประมาน จนทำให้แต่ละคนจะเห็นต่อคิวกันยาว ----------------------------------------- 6. บุญตงกี่ สุดยอดข้าวมันไก่ชื่อดังจากสิงคโปร์ ร้านบุญตงกี่ เป็นร้านอาหารจีนสไตล์สิงคโปร เต็มรูปแบบ ชื่อเสียงความอร่อยล้ำไม่เหมือนใครทำให้ร้านบุญตงกี่ เป็นที่โด่งดังถึงขั้นถ้านักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศสิงคโปร์ไม่ได้รับประทานข้าวมันไก่ที่ร้านบุญตงกี่ จะถือว่ายังมาไม่ถึงประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว ข้าวมันไก่ที่ร้านบุญตงกี่ใช้ไก่คัดพิเศษนึ่ง ทานพร้อมกับข้าวมันหอมหวล และน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ลูกค้าต้องรู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่ร้านบุญตงกี่ สาขาถนนบาเลสเตียร์ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสาขาด้งเดิมของบุญตงกี่ ----------------------------------------- 7. The Red Sun ต๊อกปกกี่แชมป์เปี้ยนจากเกาหลี ร้านอาหารเกาหลีที่การันตีรางวัลแชมป์จากสถานี SBS ด้วยความอรอ่ยเข้มเต็มชาม กับเมนูต๊อกปกกี่ แชมป์เปี้ยนถึง 7 สไตล์ ให้คุณเลือกได้ทั้งระดับของรสชาติความเผ็ด  ขนาดของไซส์ชาม และท้อปปิ้งต่างๆ ที่สามารถเลือกใส่ลงในชามต๊อกปกกี่ได้ ----------------------------------------- 8. You Cuisine สุกี้สไตล์เซี่ยงไฮ้ แตกต่างอย่างมีระดับ "สุกี้เซี่ยงไฮ้" หนึ่งในต้นตำหรับความอรอ่ยที่เป็นคำตอบของความสุขเหนือระดับด้วยความร้อนของน้ำซุปที่พอดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องปรุงผสมผสานความสดใหม่ของวัตถุดิบพร้อมทำให้ทุกคำที่ได้รับประทาน คืออาหารแห่งสุขภาพที่เหนือกว่าความสุข อย่างแท้จริง จุดเด่นของร้าน YouCuisine คือน้ำซุปที่ใส ใช้เวลาตุ๋นกว่า 5 ชั่วโมง ด้วยวัตถุดิบชั้นดีอย่างหอยเชลล์คุณภาพและเห็ดหอม และยังมีซุปต้มยำที่รสชาติจะออก เปรี้ยวเผ็ด ซึ่งทางร้านคิดสูตรขึ้นมาเอาใจคนไทยโดยเฉพาะ ----------------------------------------- 9. Tudari The First Korean Casual Dining in Thailand   มาร่วมอิ่มอร่อยไปกับรสชาติอาหารสไตล์เกาหลีที่มีให้เลือกมากมายหลากหลายเมนู อีกทั้งความใส่ใจในคุณภาพของวัตถุดิบรวมไปถึง รสชาติ และยังใส่ใจไปถึงการบริการจากใจ มาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี กับร้าน Tudari สาขา Central ปิ่นเกล้า ----------------------------------------- 10. เสวย ครบทุกรส สดทุกมื้อ ร้านอาหารที่คงคุณค่าอาหารไทยมากว่า 40 ปี ด้วยรสชาติของอาหารที่ม เอกลักษณ์ชวนลิ้มลอง ด้วยความตั้งใจที่จะให้อาหารทุกจาน “ครบทุกรส สดทุกมื้อ ขึ้นชื่อเสวย” อันเป็นหลักการที่ได้ยึดถือสืบเนื่องเสมอมา “เสวย” จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ตลอดจน เครื่องปรุงทุกชนิดได้ถูกนำมาปรุงผสมผสาน ด้วยความพิถีพิถัน โดยรสมือของพ่อครัว แม่ครัว ที่ผ่านประสบการณ์ในการ ปรุงอาหารอย่างยาวนาน ----------------------------------------- โซนร้านอาหารจะตั้งอยู่ที่ชั้น G ของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า นี้คือ 10 ที่ไม่ควรพลาดบอกเลย แต่ก็ยังมีร้านอาหารอีกหลายร้านมาเปิดให้บริการอีกเพียบ รับรองว่ามีแต่ร้านเด็ดๆ ดังๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ

เซ็ตเมนู ”Special Valentine's Set” ที่ The Deck by the river
The Deck by the river /  วาเลนไทน์

Celebrate you Valentine in the historical town of Bangkok... เนื่องด้วยเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีเทศกาลวาเลนไทน์ ทาง Arun Residence Group ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และวิวทิวทัศน์ที่งดงามของพระปรางค์วัดอรุณเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของแต่ละร้าน Arun Residence Group ทั้งนี้ร้าน The Deck by the river , Bitter Deck และ Eat Sight Story Deck มีความยินดีที่จะเสนอเซ็ตเมนู”Special Valentine's Set”ในคืนวันแห่งความรัก หรือ 14 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ในราคาเซ็ตละ 4,800 บาท ต่อ 1 คู่รัก หรือหากไม่มีคู่ ต้องการทานคนเดียว ทางเราก็ยินดีครับ ราคาท่านละ 2,400 บาท รายการอาหารจะประกอบไปด้วย ตับห่าน เบคอนกรอบ เสิร์ฟพร้อมแพนเค้กผลไม้รวม ต้มยำปลาหิมะกับเห็ดสด สปาเก็ตตี้ผัดปลาแอนโชวี่โรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอนรมควัน Main (Select  1 item from choices) -เนื้อสันในออสเตรเลียเสียบไม้ย่างซอสบาร์บีคิว -พล่ากุ้งมังกรเครื่องเทศไทยรสจัด เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิ -สันนอกแกะอบเครื่องเทศ เห็ดอบชีส ซอสหอมแดงบรั่นดี บลูเบอร์รี่พานาค็อตต้า เรียนเชิญทุกท่านมารับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกในคืนวันแห่งความรัก และเพลิดเพลินกับวิววัดอรุณ สามารถสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ The Deck by the river โทรศัพท์ : 02-221-9158 Bitter Deck โทรศัพท์ : 02-622-2932 Eat Sight Story Deck โทรศัพท์ : 02-622-2163

สะดวก อร่อย กับ อาหารคลีน delivery ถึงหน้าบ้าน
อาหารคลีน

เริ่มปีใหม่ด้วยการดูแลสุขภาพอาหารการกินแบบใหม่ ที่ทั้งสะดวกและอร่อยแบบง่ายๆ ด้วยบริการใหม่สำหรับคนรักสุขภาพอย่างเราๆ มาดูกันว่าที่ว่าเนี่ย คืออะไร… เว็บไชต์ AROITOWN.COM นั้นเอง คือจุดศูนย์รวมร้านอาหารอร่อยสุดยอด หลากหลายร้านค้า ที่เปิดให้ชาวกรุงเทพและปริมณฑลสามารถสั่งซื้ออาหารออนไลน์พร้อมกันเป็นครั้งแรก ได้ตั้งแต่ วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559 นี้ เริ่มจาก ประเภทอาหาร clean food เพื่อสุขภาพ ที่มาแรง ณ ตอนนี้ จากร้านค้ายอดนิยมทั่วกรุงเทพและปริมณฑลมากมาย ที่จะทำให้คุณประทับใจในรสชาติและการบริการ delivery จากร้านค้าถึงมือคุณ มีทั้งอาหารสุขภาพที่ เป็นทั้ง อาหารไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง จีน ให้เลือกมากมาย ล้วนแต่มี Calorie ต่ำ และยังมีบริการอีกมากมายที่อำนวยความสะดวกมากมาย นักช็อปอย่างเราๆ คุณสามารถกำหนดเวลาให้ส่งล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน และจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ได้ โดยไม่ต้องมาเสียเวลาโอนและแจ้งผู้ขายเหมือนวิธีเดิมๆ สเต็กไก่ราดซอสเห็ดซุปเปอร์ฟิต สเต็กปลาแซลมอนข้าวกล้องงอกเมล็ดเฟลค และถ้าคุณเป็นคนมีฝีมีหรือชอบในการทำอาหาร นี้อาจจะเป็นช่องทางทำเงินง่ายๆ จากบ้าน ของคุณแม่บ้านทั้งหลาย ให้ลงประกาศฟรี ทั้งอร่อย สั่งง่าย จ่ายง่าย ที่เหมาะสำหรับคนกรุงที่เร่งรีบโดยเฉพาะอย่างนี้ จะพลาดได้อย่างไร เริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะคะ

เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี หนาวนี้ต้องไม่พลาด!
เที่ยวอีสาน /  เที่ยวอุบลราชธานี

สุดทิศตะวันออก มีดินแดนพิศวง รอคุณอยู่ ที่อุดมธรรมชาติ พร้อมชมแสงแรกก่อนใคร ที่แห่งนั่้นก็คือ "อุบลราชธานี" สำหรับผม ด้วยความที่เป็นจังหวัดใหญ่ ทำมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและธรรมชาติมากมาย อุดมไปด้วยแก่งหิน หน้าผา ผืนป่า และวัดวา โดยแต่ละแห่งความสวยงามก็ไม่ใช่เล่น ๆ แถมยิ่งใหญ่อลังการจนคุณก็อาจคาดไม่ถึง เราจะพาคุณไปพบกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี บอกเลยว่าถ้ามาเที่ยวครบทั้งหมด คุณจะประทับใจไปตลอดกาล เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี หนาวนี้ต้องไม่พลาด! 1. วัดพระธาตุหนองบัว วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต เป็น วัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ เมื่อได้เดินเข้ามาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามโอ่อ่า กับสีทองอร่ามตา แสดงให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมที่ละเมียดละไม เป็นความวิจิตรงดงามที่น่าบันทึกภาพเก็บไว้ 2. เสาเฉลียงและผาแต้ม เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด หากได้ขึ้นไปถ่ายรูปคู่กับเสา จะยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน ส่วนผาแต้ม มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด และยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามและเป็นที่แรกที่ได้เห็นแสงตะวันก่อนใคร 3. หินชมนภา แก่งชมดาว เขาเล่าว่า … ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม ณ แก่งชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี แก่งหินที่มีความพิเศษด้วยลวดลายที่เป็นเส้นสวยงาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นที่เดียวกันกับสามพันโบก โดยแก่งชมดาวนั้นมีขนาดเล็กกว่า แต่พื้นผิวของหินมีมิติชัดเจนกว่ามาก 4. หาดหงส์ หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ 5. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ด้านหลังของพระอุโบสถ ที่มีงานศิลปกรรมอันโดดเด่นด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์ ที่ยามค่ำคืนจะปรากฎกายเรืองแสงออกมา เป็นภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งปลูกสร้างท่ามกลางธรรมชาติอันแสนงดงาม 6. สามพันโบก สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก 7. ทุ่งหนองหญ้าม้า ทุ่งหนองหญ้าม้า บ้านโนนเค็ง ตำบลคำขวาง อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ความงามที่เบ่งบานในช่วงเดือน ธันวาคม – มกราคม พบกับทุ่งดอกไม้ป่าหลากหลายชนิด กับพื้นที่อันกว้างใหญ่ไกลสุดลูกตา แต่ปัจจุบันจะเหลือเพียงแค่ดอกกระดุมเงินและดอกดุสิตาเท่านั้น เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง และความไร้วินัยของนักท่องเที่ยว แนะนำว่าถ้าจะมาเที่ยวที่ทุ่งหนองหญ้าม้า ควรเดินถ่ายภาพในบริเวณที่เป็นช่องทางเดิน จะเข้าไปเดินไปนั่งไปนอนถ่ายภาพได้ตามสะดวก แต่ขอความร่วมมือไม่ให้ย่ำลงในบริเวณทุ่งดอกไม้ ถือเป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี ถ่ายภาพและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

บังเอิญคล้าย!!! รวมพระ-นางแฝดคนละฝา เบ้าหน้าโกอินเตอร์
หน้าเหมือน /  หน้าคล้าย / 

อุ๊ตะ!!! คล้ายกันจริง คล้ายกันจัง คล้ายกันอย่างกับแกะเลยนะฮ๊า สำหรับเหล่าพระ-นางไทยและซุป'ตาร์ฮอตต่างแดน ก็ดูสิ!!! มีไม่น้อยเลยทีเดียวที่เบ้าหน้าละม้ายคล้ายคลึงกัน ซุป'ตาร์ไทยหน้าคล้ายกันก็ว่าน่าสนใจแล้วนะ มาเจอซุป'ตาร์ต่างแดนที่หน้าคล้ายซุป'ตาร์ไทยอีก ยิ่งเซอร์ไพรส์เข้าไปใหญ่ จุดนี้ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องปกติของโครงหน้ามนุษย์หรือศัลยกรรมทำคล้ายกันแน่ เอาเป็นว่าไปส่องกันเถอะ ว่านักแสดงไทยคนไหนเขาคล้ายคลึงใครกันบ้าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ - ปาร์คชินเฮ ใสใสวัยรุ่นชอบ สำหรับนางเอกหน้าเด็ก จั๊กจั่น อคัมย์สิริ กับสาวสวยแดนกิมจิ ปาร์คชินเฮ คู่นี้คล้ายกันมาก ทั้งโครงหน้า ดวงตา ปาก จมูก Woww...ที่สำคัญน่ารักเหมือนกันทั้งคู่ด้วยจ้า ปาร์ชินเฮ-จั๊กจั่น จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปาร์คชินเฮ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปาร์คชินเฮ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปาร์คชินเฮ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปาร์คชินเฮ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ-ปาร์คชินเฮ แดน ดีทูบี - หลินจื้ออิง นักร้องเสียงดีที่ควบตำแหน่งพระเอกอย่าง แดน วรเวช แห่งบอยแบนด์ในตำนานอย่าง ดีทูบี ก็บังเอิญไปมีใบหน้าคล้ายนักแสดงหนุ่มหล่อชาวไต้หวันอย่าง หลินจื้ออิง กับเขาด้วย งานนี้ชัดเจนก็ตรงดวงตา รอยยิ้ม และลักยิ้มบุ๋มๆ ที่แก้มนั่นแหละ แดน ดีทูบี หลินจื้ออิง แดน ดีทูบี หลินจื้ออิง หลินจื้ออิง-แดน ดีทูบี แดน ดีทูบี หลินจื้ออิง แดน ดีทูบี-หลินจื้ออิง บีม ดีทูบี - คิมจองฮุน ด้านพี่ใหญ่ในวงอย่าง บีม กวี ก็ดันไปคล้ายนักน้องและนักแสดงชาวเกาหลีอย่าง คิมจองฮุน เช่นกัน งานนี้เหมือนมากเหมือนน้อยแค่ไหน เบิ่งกันเอาเองนะจ๊ะ บีม ดีทูบี คิมจองฮุน บีม ดีทูบี คิมจองฮุน คิมจองฮุน - บีม ดีทูบี บีม ดีทูบี-คิมจองฮุน บี้ สุกฤษฎิ์ - คังดงวอน นักร้องนักแสดงมากความสามารถอย่าง บี้ สุกฤษฎิ์ ก็คล้ายคลึงกับซุป'ตาร์เบอร์ต้นๆ ของเกาหลีอย่าง คังดงวอน อยู่เหมือนกันนะเออ ทั้งปาก ทั้งสายตา เรียกว่าถอดกันมาเลยก็ว่าได้ แฟนคลับเห็นด้วยไหมเอ่ย บี้ สุกฤษฏิ์ คังดงวอน คังดงวอน-บี้ สุกฤษฏิ์ บี้ สุกฤษฏิ์ คังดงวอน คังดงวอน-บี้ สุกฤษฏิ์ ป๊อก ปิยธิดา - เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ นางเอกรุ่นเก๋าอย่าง ป๊อก ปิยธิดา กับซุป'ตาร์ความสามารถล้นอย่าง เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ก็มีความคล้ายกันไม่น้อยเลยนะฮ๊า โดยเฉพาะรอยยิ้ม เมื่อเทียบกันแล้วเหมือนฝุดๆ ไม่เชื่อลองส่องดูสิ ป๊อก ปิยธิดา เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ป๊อก ปิยธิดา-เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ป๊อก ปิยธิดา-เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ป๊อก ปิยธิดา ปอย ตรีชฎา - คิมแตฮี นี่ต้องเรียกว่าขึ้นเขียงจนเหมือน สำหรับ ปอย ตรีชฎา กับนางฟ้าเกาหลีอย่าง คิมแตฮี ที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ทั้งรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณ งานนี้พูดได้เต็มปากว่าสาว(เทียม)ไทย สวยไม่แพ้สาวใดในโลกจริงๆ จ้า ปอย ตรีชฎา คิมแตฮี คิมแตฮี-ปอย ตรีชฎา ปอย ตรีชฎา คิมแตฮี คิมแตฮี-ปอย ตรีชฎา ไผ่ พาทิศ - เรน คลาสสิกมากๆ สำหรับพระเอก ไผ่ พาทิศ ของไทย กับนักร้องนักแสดงระดับท็อปในแดนกิมจิอย่าง เรน ที่หลายคนมองว่าคล้ายคลึงกันมาตั้งแต่ยุคที่ทั้งคู่ยังพีค จนถึงตอนนี้ถ้าเอาหน้ามาเทียบกัน คิดว่าก็ยังมีเค้าโครงที่เหมือนกันอยู่ ไผ่ พาทิศ เรน ไผ่ พาทิศ เรน เรน-ไผ่ พาทิศ ฟิล์ม - ติ๊ก - อู๋จุน หลายหน้าในร่างเดียวเลย สำหรับ อู๋จุน นักแสดงชาวไต้หวัน ที่ดันบังเอิญมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับพระเอกหล่อของไทยถึง 2 คน ทั้งหนุ่ม ติ๊ก เจษฎาภรณ์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ เอ้า!!! ใครว่าเหมือน ยกมือหน่อย ฟิล์ม รัฐภูมิ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ อู๋จุน อู๋จุน-ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ฟิล์ม รัฐภูมิ-อู๋จุน ฟิล์ม รัฐภูมิ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ อู๋จุน เมย์ พิชญ์นาฏ - ซูฉี สวยเซ็กเอ็กซ์แตกจริงๆ เลย สำหรับ 2 นักแสดง 2 สัญชาติ อย่าง เมย์ พิชญ์นาฏ นางร้ายอินไทยแลนด์ และ ซูฉี เรียกว่าเป็นสาวตาเฉี่ยวสุดเซ็กซี่จากไทยและไต้หวัน ที่มีใบหน้าคล้ายกันมากอีกหนึ่งคู่ งานนี้ใครว่าไม่คล้าย เถียงขาดใจจริงๆ นะ หุหุ เมย์ พิชญ์นาฏ ซูฉี เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ-ซูฉี เมย์ พิชญ์นาฏ-ซูฉี ซูฉี-เมย์ พิชญ์นาฏ อนันดา - ออร์แลนโด้ บลูม หลายคนบอกว่าเหมือน หลายคนบอกว่าไม่เหมือน สำหรับพระเอกมาดติสท์ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับนักแสดงชาวอังกฤษ ออร์แลนโด้ บลูม จุดนี้ไม่ขอเม้าท์ แต่ให้ชาวเน็ตเบิ่งกันเองแล้วกัน คริๆๆ อนันดา ออร์แลนโด้ บลูม อนันดา-ออร์แลนโด้ บลูม ออร์แลนโด้ บลูม อนันดา โอปอล์ - รีฮานน่า / ไอซ์ ศรัณยู - วอนบิน ปิดท้ายเป็นของแถม แม้จะไม่ใช่นักแสดงตัวพ่อตัวแม่ของไทยแบบเต็มๆ ตัวก็เถอะ สำหรับ โอปอล์ ปณิสรา กับ รีฮานน่า และ ไอซ์ ศรัณยู กับ วอนบิน งานนี้เหมือนหรือไม่เหมือนก็ลองพินิจพิจารณากันเอาเองค้าาา โอปอล์ ปณิสรา รีฮานน่า รีฮานน่า-โอปอล์ ไอซ์ ศรัญยู วอนบิน

รับไม่ได้! ตุ๊ดล่ำ ม. ขึ้นแท่นพระเอก
เจ๊หว่าง...คะขา /  พระเอก ม. / 

เจ๊หว่าง...คะขา กลับมาแล้วจ้า...ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่กันก่อนเลย หลังจากที่หน้าหน้าไปหลายวัน ที่หายไปก็ไม่ได้ไปนอนนิ่งๆ กระดิกส้นเท้าดิกๆ แต่เจ๊หว่างไปได้ฐานข้อมูลแซบๆ ของพวกตุ๊ดพวกเก้งในวงการ ที่ทำตัวให้วงการบันเทิงเสื่อม เพราะเรื่องคาวๆ ฉาวๆ ถ้าอยู่นิ่งๆ เป็นคนดี เจ๊หว่างจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี้บางคนทำตัวเป็นโรคจิต ถึงขั้นที่ว่าเคยถ่ายคลิปดาราผู้ชายเข้าห้องน้ำ จนอยู่ในวงการนี้ไม่ได้ อ้าว!!! ใครอยากรู้เรื่องนี้ต้องรีบมาช่วยเจ๊หว่างมาจุดระเบิดเวลาลูกใหญ่ๆ ลูกนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปจุดระเบิดกันเลยเจ้าค่ะ สมัยนี้ดาราชายแมนๆ ล่ำๆ เป็นเก้งเป็นกวางดูได้ไม่ยาก ยิ่งในวงการบันเทิงบอกได้เลยว่ามีอยู่หลายตัวหลายนาง ด้วยกัน เก้งกวางบางตัวอยู่ๆ ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการซะอย่างงั้น เอาเป็นว่าใครเป็นไม่เป็นมันมีจุดสังเกตง่ายๆ คือถ้าพระเอกหรือดาราชายคนไหน ไม่เคยมีข่าวกับชะนีเลย เจ๊หว่างบอกได้เลยว่า 80% มีกลิ่นตุๆ ของความตุ๊ดแน่นอน ไอ้เรื่องเป็นตุ๊ดเป็นเกย์แล้วแอ๊บแมน เรื่องนี้คนในวงการบันเทิงด้วยกันก็พอจะเข้าใจ ว่าต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง แต่สำหรับบางคนบอกได้เลยว่า เบื้องหลังความเกย์เก้งฉาบด้วยเรื่องคาวโลกีย์ จนผู้ใหญ่ต้องดีดออกจากสังกัด และระเห็ดมาเจอแหล่งพักพิงแหล่งใหม่ ที่ไม่เช็คประตูหน้า ประตูหลังอะไรเลย แล้วอยู่ๆ ก็ดันให้เป็นพระเอก ประกบกับนางเอก ที่นางเอกดูจะแมนกว่าพระเอกเป็นไหนๆ พระเอกรายนี้มีชื่อเล่นๆ ว่า ม. เคยอยู่ในสังกัดเบอร์ต้นๆ ของวงการ แต่ด้วยความที่ชอบหลุดตุ๊ดแตกเป็นประจำ พระเอก ม. เลยโดนเขี่ยทิ้งออกจากสังกัด แถมเคยมีคนดูแลเป็นชะนีหมูอ้วนดำโรคจิตบ้าผู้ชาย ที่ชอบมโนเพ้อเจ้อว่าตัวเองสวยหุ่นดี และชอบแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในวงการหากิน แต่พอนางรู้ว่า พระเอก ม.เป็นตุ๊ดเก้งกินไม่ได้ นางก็สะบัดตูดใหญ่ๆ หนีทันที ส่วนพระเอก ม. พอตกงาน ก็ออกล่าเหยื่อด้วยการไปโซ้ยถั่วดำ กับดาราชายหน้าแก่นามว่า พ. รายนี้ก็แอ๊บแมนเวอร์ๆ ปล่อยข่าวว่ามีชะนีต่างแดนมาคั่วผสมพันธุ์กันอยู่ โอ้ว! เลิกมโนเถอะจ๊ะ เพราะความเป็นจริงประตูหลังบานยิ่งกว่าอะไร ล่าสุดทั้ง พระเอก ม. และดารา พ. ก็ไปผสมลงโรงเล่นประตูหน้า ประตูหลัง กับเกย์ลึกลับที่ชอบแต่งตัวเป็นคนในเครื่องแบบออกหากิน จนกลายเป็นข่าวใหญ่โต ระวังดีๆ เหอะเกิดพาไปทำอะไรผิดกฎหมายขึ้นมา จะพลอยโดนหางเลขไปด้วย ส่วนพระเอก ม. พอได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอก ก็เชิดสุดๆ คิดว่าตัวเองดังระเบิด โอ้ว!!! เห็นแล้ว อารมณ์เสีย เซ็งสุดๆ ผู้ชายหล่อๆ แมนๆ มีเป็นล้าน แต่ผู้ใหญ่ในสังกัดดันเอาตุ๊ดเก้ง ที่ใครๆ ก็ดูผ่านจอทีวีก็รู้ว่าไม่ใช่ผู้ชาย ยังไงขอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีก่อนละกัน เพราะหลังๆ ละครช่องนี้ วนๆ เวียนๆ ไปด้วยดาราหน้าซ้ำๆ เดิมๆ บอกเลยว่าเบื่อโคตร เอ้า!!! วันนี้ขอเม้าท์แค่นี้ก็แล้วกันโน๊ะ ขอตัวไปสืบเสาะเรื่องฉาวๆ ก่อนได้เรื่องอย่างไรแล้วจะเม้าท์ต่อนะจ๊ะ ส่วนใครที่เมามันส์กับเรื่องคาวๆ ฉาวๆ ของวงการบันเทิงอยู่ละก็...ตามไปเกาต่อที่นิตยสาร Gossip Star ต่อได้นะจ๊ะรับรองแซบแน่!!!

หลายคนคาดหวัง ปีเตอร์ นพชัย รับกดดัน!!! ควบ ผู้จัด-ผู้กำกับ ซีรี่ส์ ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ช่อง MONO29
ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม /  ปีเตอร์-นพชัย ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร / 

เรียกว่าทุ่มเทสุดๆ สำหรับ ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม กับการเป็นผู้จัดครั้งแรก ร่วมกับก๊วนเพื่อน อย่าง ตั๊ก นภัสรัญชน์, ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์, ผู้พันเบิร์ด-พ.ท.วันชนะ สวัสดี ในนาม บริษัท กลมกล่อม โปรดักชั่น ผลิตละครซีรี่ส์ ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ได้ฤกษ์ออกอากาศในวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2559 นี้ ทางช่อง “MONO 29” (โมโนทเวนตี้ไนน์) นอกจากนี้ยังควบตำแหน่ง ผู้กำกับการแสดง คนเขียนพล็อตเรื่อง และยังเขียนบทโทรทัศน์เองอีกด้วย งานนี้เจ้าตัวเผยกดดันทุ่มเต็มที่หวังให้ผลงานออกมาดีที่สุด อ้อนแฟนละครให้ติดตามชม “เรื่องนี้เรียกว่าเต็มที่กันมากๆ ครับ สำหรับ ตี๋ใหญ่ดับดาวโจร ยอมรับเลยว่ากดดันมากครับ เริ่มตั้งแต่พล็อตเรื่องเลย เขียนบทโทรทัศน์ด้วย และก็มากำกับการแสดง ถึงผมเคยกำกับก็จริงแต่จะเป็นพวกสั้นๆ แบบ 5 นาที 3 นาที 30 วินาที พอมันเป็นละครยาวหนึ่งชั่วโมงมันจะมีองค์ประกอบเยอะกว่านั้น มันมีเรื่องที่ต้องเล่า ความมีเหตุผล มันก็เลยยาก แล้วปกติตัวผมก็จะไม่ได้ทำงานกับคนเยอะขนาดนี้ ต้องเรียนรู้ใหม่ แต่ก็ดีครับได้ทีมงานที่เป็นมืออาชีพ ก่อนจะถึงวันแสดงจริงต้องมีการทบทวน ค่อนข้างจะบ่อยหน่อย เพราะว่าบทมันยาก ซึ่งพอเราเขียนแล้วเราก็อยากทำให้มันออกมาดี ตัวละครทุกตัวจะมีคาแรกเตอร์มีความพิเศษทุกตัว อย่าง ไซเรน (กัน-รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์) ก็สูญเสียพ่อแม่ตายหมด ตัวละครทุกตัวจะมีปม และมีการเดินทางเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไซเรนกับ ตี๋ใหญ่ (เต๋า-สมชาย เข็มกลัด) จะเหมือนกันมีความแค้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ตี๋ใหญ่จะจมกับความแค้นพอมาเจอ หลิน (กิ๊ก-กรกมล เจริญชัย) จะค่อยๆ ช่วยขัดเกลาให้เขาปล่อยวาง ถามว่าคาดหวังมั้ยก็คืออยากให้มันออกมาดีที่สุดครับ ขอฝากละครเรื่องแรกของบริษัท กลมกลอม โปรดักชั่น ด้วยนะครับ ในความร่วมมือของพี่ตั๊ก พี่ป๊อก พี่เบิร์ด และตัวผมเอง ถ้าผิดพลาดยังไงคุณผู้ชมก็สามารถติชมมาได้ครับ เพราะว่าอย่างที่ผมบอกมันเป็นการเรียนรู้ ประสบการณ์จากการแสดงมันไม่เหมือนกัน มันก็ยังมีข้อผิดพลาดเต็มไปหมด ก็พยายามแก้ไข แต่ว่าเราดูคนเดียวมันไม่พอครับ ถ้าคุณผู้ชมเห็นตรงไหนบอกได้ครับ ตรงนี้ไม่สนุก หรือตรงนี้ไม่ค่อยเหมือนอะไรอย่างงี้ครับ ผมว่ามันจะเป็นแรงผลักดันให้การทำงานดีขึ้นครับ ติดตามชมตอนแรกจันทร์ที่ 25 มกราคม ปี 59 ที่จะถึงนี้ครับ” ติดตามชมละครซี่รีส์ “ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร” ได้วันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30-21.30 น. ทางช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม ปีเตอร์-นพชัย ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร