เห็ดหลินจือแดง

(อัพเดท)... รวมคิวบุกไทย! แฟนคลับเกาหลีปลายปีนี้มีกระเป๋าฉีก!!
2016 AOMG FOLLOW THE MOVEMENT IN BANGKOK /  2016 FTISLAND LIVE [THE TRUTH] IN BANGKOK / 

ปลายปี 2016 นี้ ติ่งเกาหลีมีเหตุต้องทุบกระปุกหมูแน่นอน ก็เพราะทัพศิลปิน ทั้งดารา และบอยแบนด์-เกิร์ลกรุ๊ป เล่นแท็คทีมบุ๊คไฟล์ทเดินทางมาเมืองไทยกันรัวๆ ชนิดไม่ให้เปิดโอกาสให้ได้พักหายใจหายคอ music.mthai.com ขอรวบตึง ลิสต์รายชื่อแบบยาวๆ ให้แฟนคลับน้อยใหญ่รู้ตัวกันล่วงหน้า จะได้เก็บตังค์สนับสนุนอปป้า-ออนนี่สุดที่รักกันได้ทันท่วงที ใครจะบุกไทยบ้าง ไปดู! อาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม... ความน่ารักของครอบครัว ริกกี้ คิม จากรายการ Oh My Baby กำลังจะมาปรากฏที่เมืองไทย ใน Ricky Kim and Kids Fan Meeting in Bangkok 2016 :Super Baby’s Journey จัดที่ เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ศุกร์ที่ 28 ตุลาคม... ลี จงซอก พระเอกหนุ่มที่เพิ่งฝากผลงานไว้ในซีรี่ส์เรื่อง W จะทะลุจอออกมาจัดแฟนมีตติ้ง 2016 LEEJONGSUK VARIETY Fan meeting in THAILAND ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เสาร์ที่ 29 ตุลาคม... AROHA ชาวไทยจะได้ฟินขั้นสุด กับ ASTRO THE 1st SEASON SHOWCASE IN BANGKOK 2016 โชว์เคสและแฟนมีตติ้งครั้งแรกที่ประเทศไทยของหกหนุ่ม ASTRO จัดที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เสาร์ที่ 29 และอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม... ห้าหนุ่ม BIGBANG เตรียมจัดเต็มให้แฟนเพลงเต็มอิ่มจุใจ ใน BIGBANG MADE [V.I.P] TOUR IN BANGKOK ทั้งสองรอบการแสดง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เสาร์ที่ 5 และอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน... ทัพศิลปินจากสังกัด JYP Entertainment พร้อมมามอบความสนุกแบบยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทย ใน 2016 JYP NATION MIX & MATCH IN BANGKOK ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน... เจ็ดหนุ่มบอยแบนด์มาแรง MONSTA X จัดแฟนมีตตี้งเต็มรูปแบบครั้งแรก The First Live MONSTA X Fan Meeting 2016 in Bangkok ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เสาร์ 12 พฤศจิกายน... วงดนตรีฝีมือดี FTISLAND กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ด้วย 2016 FTISLAND LIVE [THE TRUTH] IN BANGKOK ระเบิดความมันที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ อาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน... เกิร์ลกรุ๊ป GFRIEND จะมาแจกความสดใสในการมาเยือนเมืองไทยครั้งแรก GFRIEND Fan Meeting in Bangkok 2016 จัดที่เมืองไทย GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน... ติ่งซีรี่ส์จีนได้เฮกันบ้าง กับแฟนมีตติ้งของสองดาราหนุ่ม หลิน เฟิงซง และ เฉินเหวิ่น ใน 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok ณ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน... พบกับ f(x) the 1st concert DIMENSION 4 – Docking Station – in BANGKOK คอนเสิร์ตของเกิร์ลกรุ๊ปมากความสามารถ f(x) จัดที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) อาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน... เจย์ ปาร์ค นำทัพศิลปินในสังกัด AOMG จัดคอนเสิร์ตใหญ่ 2016 AOMG FOLLOW THE MOVEMENT IN BANGKOK ที่ บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัลลาดพร้าว (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เห็นลิสต์ยาวเหยียดขนาดนี้ ถ้าไปทุกงานมีกระเป๋าฉีกแน่นอน!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี
จู อี้หลง /  พัชนนท์ ธรรมจิรา / 

เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ในช่วงปลายราชวงศ์หยวน ผู้คนนิยมกินเนื้อกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อของเด็กทารก หมู่บ้านหลินถาง ที่อยู่ติดกับแม่น้้าฮวาย ได้รับความเดือดร้อนจากเหล่าทหารที่เคลื่อนทัพผ่านมาและเข้ายึดหมู่บ้าน ในคืนนั้นเองทหารได้จับเด็กทารกในหมู่บ้านมาทำเป็นอาหารเลี้ยงกองทัพ หลังจากนั้นเหล่าบรรดาแม่ที่สูญเสียลูกจึงทำพิธีเรียกวิญญาณของเด็กทารกที่โดนฆ่าให้กลับมาแก้แค้น ผ่านไปหลายร้อยปี เหมิง เส้าฮุย (จู อี้หลง) จิตกรหนุ่มผู้ซึ่งเกิดในหมู่บ้านหลินถางแต่ได้ย้ายออกมาอยู่เมืองใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยการที่เค้าสูญเสียความทรงจ้าบางอย่างในวัยเด็กไป ท้าให้เขาตัดสินใจกลับไปที่หมู่บ้านหลินถางเพื่อตามหาความจริง โดยมี เหย่ จื่อเฟย (มิน พีชญา) แฟนสาวของ เหมิง เส้าฮุย ที่ออกติดตามคนรัก เพื่อกลับไปที่ ๆ เรื่องราวต่าง ๆ เริ่มต้น ท้าให้ทั้งคู่ได้พบเจอกับเรื่องมากมาย และเบื้องหลังความลับอันด้ามืดก็ค่อย ๆ เผยตัวออกมา

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้ามพิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน
ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้าม พิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน "รัก หมัด สั่ง" ส่งตัวอย่างมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อน สำหรับภาพยนตร์รักแนวย้อนยุค รัก หมัด สั่ง จากค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายและที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ ซึ่งในภาพยนตร์นอกจากเรื่องราวที่เข้มข้นแล้ว ยังจะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคที่ทุกคนคิดถึงได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ, ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วยครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวยและนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม และกำกับการแสดงโดย วัตร ราชวัตร งานนี้ จอร์จ ฐปนัท กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ ก็คือไปเจอรุ่นพี่คนนึงเขาชวนมาให้เล่นหนังเรื่องนี้ พอได้อ่านบทก็รู้สึกอยากเล่นครับ ในเรื่องรับบทเป็นครูเกื้อ เดินทางจากกรุงเทพฯ มารับราชการเป็นครูอยู่ที่ตำบลท่าทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และมาตกหลุมรักสร้อยฟ้า สาวสวยประจำตำบล ที่แสดงโดยน้องฟ้า อิงฟ้า แต่พ่อของนางเอกหวงลูกมาก ถ้าอยากได้สร้อยฟ้ามาครอบครองครูเกื้อต้องขึ้นชกมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัด สำหรับผมเป็นบทที่น่าสนใจมากเพราะต้องแสดงให้ได้หลากหลายอารมณ์ เวลาที่เล่นบทครูผมก็ต้องเนี้ยบ ๆ ตั้งใจสอนเด็ก ๆ ในชนบท พอเข้าฉากกับนางเอกก็จะต้องคอยหยอดคำหวาน ใช้สายตาแสดงให้เห็นถึงความรักที่จริงใจ พอต้องมาฝึกชกมวยก็ฝึกแบบจิงจัง ฝึกแบบฝึกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝึกไว้แสดงผมต้องเต็มที่มาก เพราะในเรื่องครูที่มาสอนมวยผมคือครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย ซึ่งครูท่านเก่งมากผมก็ต้องตั้งใจเต็มที่ ก็อยากฝากเชิญชวนทุกคนให้มาชมผลงานหนังเรื่องแรกของผมด้วยครับ เพราะนอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้ว ยังจะได้เห็นขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิตของคนยุคเก่า โดยเฉพาะความรักของหนุ่มสาวสมัยนั้นที่ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู อยากให้คนยุคใหม่ได้ไปชมครับ” ติดตามชม รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์เรื่องแรกของ จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ ที่ลงทุนฝึกซ้อมมวยอย่างหนัก ถอดเสื้อ โชว์กล้ามขึ้นชกบนสังเวียนเพื่อพิสูจน์รักแท้ พร้อมไปชมแบบเต็มตาพร้อมกัน 22 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

โทนี่ รากแก่น โต้กิ๊ก เก้า สุภัสสรา ยันรัก หลิน เหมือนเดิมไม่จืดจาง!!
โทนี่ รากแก่น /  โทนี่ หลิน / 

  ห่างหายจากการอัพภาพคู่ในอินสตาแกรมมานานจนใครๆ ชักจะสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มหล่อสามีมโนของสาวๆ ค่อนประเทศอย่าง โทนี่ รากแก่น กับแฟนสาวสุดเท่อย่าง หลิน กมลพรรณ หรือ หลิน มชณต ว่าทั้งคู่ได้เลิกรากันแล้วจริงหรือไม่!! ล่าสุด หนุ่มโทนี่ ได้มาร่วมงานพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร 4 เรื่อง 4 รส ที่ GMM channel ก็เลยได้อัพเดทเรื่องความรัก ยันสถานะกับแฟนสาว หลิน ยังเหมือนเดิมไม่จืดจาง พร้อมกับยืนยันความสัมพันธ์กับนักแสดงสาว เก้า สุภัสสรา ว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาดูไม่ค่อยหวาน เงียบๆ ไปเลย?   "ใช่ วันนั้นผมต้องไปโปรโมทหนังครับ ต้องโปรโมทยันดึกเลย จึงไม่มีโอกาสได้เจอ ได้เซอร์ไพรส์อะไรเลยครับ" มีส่งข้อความไปให้หลินบ้างไหม?   "มีๆ มีส่งข้อความ แต่ไม่ได้มีดอกไม้ให้" ในไอจีไม่เห็นอวยพรวันวาเลนไทน์ให้กัน?   "ก็อวยพรกันเอง ไม่ได้ออกสื่อครับ เขิน (ยิ้ม)" จะมีชดเชยย้อนหลังให้เขาไหม?  "มีไปแล้วครับ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมาก พอดีหลินเป็นคนชอบถ่ายรูปกับกล้องโพราลอยด์ เราเลยไปแอบเอากล้องตัวหนึ่งที่เราก็ชอบเหมือนกัน เอาให้เขาครับ" หลินเซอร์ไพรส์ไหม?   "ก็เซอร์ไพรส์นะ น่าจะเซอร์ไพรส์ตั้งแต่วันวาเลนไทน์แล้วที่ไม่มีอะไรให้ (หัวเราะ) เขาก็ไม่ได้ให้อะไร แต่ต้องบอกก่อนตรงๆ เลยว่า ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องวันสำคัญอะไรเลย ผมไม่อยากให้มันเป็นวันพิเศษอะไรขึ้นมามากมาย" หลินเข้าใจใช่ไหม?   "ใช่ครับ เรามีความชอบคล้ายๆ กัน และก็มีความเฉยๆ กับเรื่องนี้คล้ายๆ กัน" ด้วยความที่คู่เราออกจะนิ่งๆ คนเลยไม่ค่อยมั่นใจเรื่องความสัมพันธ์ว่ายังดีอยู่หรือเปล่า?   "อ๋อ เลิกกันแล้วครับ ล้อเล่นๆ (หัวเราะ) ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิมครับ ยังโอเคดี รักไม่ได้จืดจาง แต่อาจมีแค่ว่าต่างคนต่างทำงานเยอะทั้งคู่ แต่ก็ไม่มีอะไร" แต่ก็มีกระแสข่าวว่าเลิกกันออกมาเรื่อยๆ?   "ก็ไม่ยังไงครับ" กระแสข่าวมีผลต่อความสัมพันธ์ไหม?   "ไม่น่าจะมีนะครับ ไม่ได้กังวลอะไร คนรอบตัวก็ไม่ได้มีใครมาถาม มีแต่พี่ๆ แหละครับที่ถาม (หัวเราะ)" ที่คนเข้าใจผิดเพราะไม่ค่อยได้เห็นภาพหวานๆ เหมือนเมื่อก่อน?"เดี๋ยวพาไปดูๆ" มีเวลาเจอกันบ้างไหม?   "มีครับมี ประมาณช่วงตีห้าถึงหกโมง เราจะไปตักบาตรด้วยกัน ล้อเล่นนะล้อเล่น (หัวเราะ)" จะมีรูปคู่ให้ได้เห็นไหม?   "เดี๋ยววันนี้ลงเลยครับ สยบข่าวหน่อย" เก้า สุภัสสรา โสดแล้ว คนเลยสงสัยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกิ๊กกัน ที่เราดูห่างหลินเพราะเก้าด้วยหรือเปล่า?   "อ๋อ เหรอครับ รู้ได้ไงอ่ะ (หัวเราะ) ก็ไม่มีอะไร ตั้งแต่ไม่ได้ถ่ายด้วยกันก็ไม่เจอกันอีกเลย" ความสนิทกับเก้าประมาณไหน?   "ไม่เยอะมากครับ แต่ก็สนิทประมาณนึง แต่เป็นในเชิงพี่น้อง เพราะเราทำงานด้วยกัน และเก้าเป็นคนน่ารักมากครับ เขามีอะไรก็พูดตรงๆ" เขาเคยมีปรึกษาเรื่องส่วนตัวบ้างไหม?   "ก็มีบ้าง แต่เราก็ให้คำปรึกษามากไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มีความรู้มากอะไรขนาดนั้น" ยืนยันได้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับเราแน่นอน?   "ใช่ครับ" มีข่าวกับเก้า ตัวหลินเองเข้าใจไหม?   "เขาไม่เคยถามเลยนะครับ แต่วันนี้อาจจะโดนถามก็ได้ (หัวเราะ) แต่ไม่มีอะไรครับ" โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   โทนี่ รากแก่น   ่หลิน มชณต   หลิน มชณต  

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th

นุ่น ตั้งใจควง ต๊อด ทำบุญ ไม่สนดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพ!!
นุ่น วรนุช /  ต๊อด ปิติ / 

        เจอดราม่าเข้ามาตลอดๆ สำหรับนักธุรกิจหนุ่ม ต๊อด ปิติ ที่ล่าสุดควงภรรยาคนสวย นุ่น วรนุช ไปทำบุญทอดกฐินที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีภาพ หนุ่มต๊อด ร่วมวงกินข้าวกินปลาร้ากับนักมวยชื่อดังเจ้าถิ่นอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ จึงกลายเป็นดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพซะอย่างนั้น ทำเอาเจ้าตัวออกโรงโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่าน Facebook ส่วนตัวเลยทีเดียว งานนี้ สาวนุ่น มองว่าดราม่าดังกล่าวเป็นแค่เสียงวิจารณ์เสียงหนึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติของวงการที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ยืนยันทุกคนตั้งใจทำความดีและมีความสุขที่ได้ทำบุญร่วมกัน              "ล่าสุดไปเปิดโรงเรียนเกษตร เป็นเหมือนเกษตรพอเพียง จริงๆ โครงการนี้เริ่มทำมาตั้งเเต่ปีที่เเล้วค่ะ เรามีเงินจำนวนนึงที่เราเอามาช่วยเหลือน้องๆ เเต่ว่าเราก็ไม่ได้ให้ไปเพื่อเอาไปใช้ เเต่เราให้ไปซื้อปลาดุกให้เอาไว้เลี้ยงเพื่อเพาะ เอาไว้ทาน เอาไว้ขาย มีสอนการเพาะเห็ดต่างๆ ด้วย เเล้วก็ซื้อไก่จำนวน 100 ตัว เราตั้งวัตถุประสงค์กันเอาไว้ว่า เด็กควรที่จะมีอาหารที่ดี ถูกสุขลักษณะ เด็กควรได้กินไข่ไก่อาทิตย์นึงประมาณอย่างน้อย 3-5 ฟอง ส่วนที่เหลือก็นำไปขายเพื่อสร้างรายได้กลับมาสู่เค้าด้วย การทำอะไรไม่ใช่ให้คนอื่นทำให้ เราต้องรู้จักทำเอง รู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง"              "คุณต๊อดเป็นคนเริ่มแนวคิดนี้และเค้าก็ทำมาตลอดอยู่เเล้วค่ะ การขยายไปหลายจังหวัดคงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เราก็คงทำไปเรื่อยๆ อาจจะต้องมีการคัดเลือกโรงเรียนตัวอย่าง นักเรียนตัวอย่างที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าทุกโรงเรียนจะสามารถทำได้ เราต้องมีการคัดเลือกกันด้วยค่ะ ก็มีไปช่วยลงพื้นที่ไปเเจกขนม เราก็ไปทำขนมเลี้ยง ทำน้ำแข็งใส เค้าอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร แต่สิ่งที่เราเห็นในวันนั้นก็คือรอยยิ้มของเด็กๆ เค้าก็มีความสุขค่ะ"              "ก่อนหน้านี้ไปทำบุญทอดกฐินมา สนุกสนานดีค่ะไปทำบุญก็ได้บุญกลับมากันค่ะ อย่างน้อยอิ่มใจ ที่คุณต๊อดโพสต์ก็เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ไม่ได้ดูตลอดค่ะ แต่จะบอกว่าเวลาคนทำดีไม่ว่าจะเป็นทางเราเองหรือเพื่อนๆ เราก็มีความสุข ส่วนอื่นๆ เสียงความคิดเห็นต่างๆ ก็เป็นแค่เสียงนึง เราก็ใช้ชีวิตของเราปกติ ไม่บั่นทอนค่ะ เป็นปกติค่ะ นุ่นก็อยู่วงการมานานเเล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนชอบเเละไม่ชอบ คนวิจารณ์ดีไม่ดีเป็นเรื่องปกติค่ะ เอาเป็นว่าทุกคนก็ตั้งใจที่จะทำดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัวขาวเอง เค้าก็ได้ไปทำความดีที่บ้านเค้า เราก็มีโอกาสได้ไป เห็นผู้เฒ่าผู้เเก่เอาผ้าไหมไทยมาให้ นุ่นก็เคยมีโอกาสไปถ่ายละครที่นั่นด้วย ก็น่ารักดี" นุ่น กล่าว      นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   บัวขาว-ต๊อด ร่วมวงกินข้าว   บัวขาว-ต๊อด-นุ่น   บัวขาว-นุ่น-ต๊อด   นุ่น-ต๊อด-บัวขาว  

สวยหวานความสามารถล้น!! แพนเค้ก เขมนิจ นางเอกนางฟ้าแห่งวงการบันเทิงไทย (มีคลิป)
แพนเค้ก เขมนิจ /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

พูดถึง นางเอก ใครๆ ก็เป็นได้ไม่ยากนัก ยิ่งสมัยนี้นางเอกผุดขึ้นมาในวงการบันเทิงเป็นดอกเห็ด แต่จะเป็นนางเอกที่เริ่ดๆ บอกเลยว่าไม่ได้เป็นกันง่ายๆ นอกจากจะสวยแล้วความสามารถต้องถึงด้วย เหมือนกับสาวหน้าหมวยรวยความเก่งอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ ที่ต้องยกให้เป็นนางเอกบอร์ต้นๆ ของวงการที่คุณภาพคับแน่น สวย เก่ง วางตัวเป็น ไม่ได้โด่งดังแค่ในประเทศ แต่ประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศก็ยังปลื้มสุดๆ จนเวลานี้ได้รับฉายา นางเอก AEC ไปครองเรียบร้อย ว้าววว...เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ คงต้องไปทำความรู้จักแพนเค้กให้มากขึ้นซะแล้วละ 1. ชื่อแพนเค้ก เป็นสาวหน้าหวานที่ชื่อหน้ากินสำหรับ แพนค้ก เขมนิจ เธอคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2531 แรกเริ่มเดิมทีมีชื่อจริงว่า ชญานิษฐ์ ส่วนชื่อ แพน นั้น แม่ของเธอลังเลระหว่าง พลอย กับ แพน แต่ในขณะนั้นมีเด็กที่อายุไล่เลี่ยกันชื่อ พลอย ค่อนข้างมาก นางเอกหน้ากลมจึงได้ชื่อ แพน มาโดยปริยาย และเพิ่มเติมคำว่า เค้ก มาในภายหลังเป็น แพนเค้ก เนื่องจาก แพน เฉยๆ เธอคิดว่าแปลก อีกทั้งคุณแม่ยังชอบทำขนมชนิดนี้อีกด้วยนั่นเอง แพนเค้กถือเป็นนางเอกที่สวยและเก่งมาก เธอเรียนมัธยมที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกเช่นกัน เรียกว่าสวยเก่งครบสูตรจริงๆ 2. ซุปเปอร์โมเดล นอกจากเรื่องเรียนและการทำกิจกรรมในสถานศึกษาจะโดดเด่นแล้ว แพนเค้ก เขมนิจ จัดเป็นผู้หญิงสวย บุคลิกดีที่ควรค่าแก่การเข้าวงการบันเทิงเป็นอย่างยิ่ง แพนเค้กโลดแล่นเข้าสู่วงการจากเวทีประกวด Thai Super Model Contest 2004 และได้ตำแห่งสุดยอดนางแบบโลกจากเวลที Model Of The World Contest ที่ประเทศจีนในปีเดียวกัน นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แพนเค้กกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงบันเทิงมาจนถึงทุกวันนี้ 3. ขึ้นแท่นนางเอกฮอต แม้จะมีบุคลิกที่ดี สวยสง่ายามเดินอยู่บนแคทวอร์ค แต่บทบาทของนักแสดงก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ แพนเค้ก เขมนิจ ทำได้ดีไม่แพ้งานโมเดล หลังจากรับตำแหน่งบนเวทีนางแบบไปเมื่อปี 2547 ในปีถัดมาคือ 2548 แพนเค้กก็มีโอกาสได้ชิมลางงานละครเรื่องแรกในชีวิตทางช่อง 7 กับ สืบสาวราวรัก ประกบคู่กับพระเอก น้ำ รพีภัทร แม้เรื่องนั้นกระแสจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควรแต่ก็ทำให้บรรดาคอละครรู้จักนางเอกหน้าใหม่ที่ชื่อแพนเค้ก ซึ่งอีกหนึ่งปีถัดมาถือเป็นปีแจ้งเกิดของแพนเค้กอย่างแท้จริง เมื่อช่องต้นสังกัดอย่าง 7 สีส่งละครเรื่อง พลิกดินสู่ดาว ลงจอ และทำให้แพนเค้กกับพระเอกใหม่แกะกล่องอย่าง เวียร์ ศุกลวัฒน์ กลายเป็นคู่ขวัญที่โด่งดังเป็นพลุแตก เป็นพระเอกนางเอกที่ฮอตและมาแรงมากๆ ในช่วงเวลานั้น แพนเค้กขึ้นแท่นนางเอกฮอต มีงานละคร งานอีเว้นท์ และงานโฆษณาตามมามากมาย มาแรงจนใครหลายคนจับตามอง 4. คู่จิ้นอินเลิฟ และเพราะเป็นพระเอกนางเอกคู่ขวัญกันซึ่งสมัยนี้ก็คงเรียกว่า คู่จิ้น ได้อย่างเต็มปาก จึงไม่แปลกที่บรรดาคอละครและแฟนคลับต่างลุ้นต่างเชียร์ให้ เวียร์ ศุกลวัฒน์ กับ แพนเค้ก เขมนิจ ปิ๊งรักกันนอกจอ ซึ่งก็ดูจะสมใจแฟนคลับอยู่มากโข เมื่อสองคนนี้คบหากันอย่างจริงจังในช่วงเวลาต่อมา กลายเป็นคู่รักที่หวานมากๆ คู่หนึ่งไม่แพ้คู่ไหนในวงการ มีงานละครคู่กันตามมาอีกหลายเรื่อง มีอีเว้นท์คู่ให้ฟิน แต่คงยังไม่ใช่คู่แท้เพราะหลังคบหากันจนถึงจุดอิ่มตัว แพนเค้กและเวียร์ก็มีอันต้องเลิกรากันไปท่ามกลางความเสียดายของเหล่าแฟนคลับที่เชียร์มาตลอด 5. เส้นทางความรัก หลังจากเลิกรากับ เวียร์ ศุกลวัฒน์ พักใหญ่แฟนคลับก็ได้เห็นความรักครั้งใหม่ของ แพนเค้ก เขมนิจ โดยเธอเปิดตัวคบหากับหนุ่มมาดเซอร์ เป้ อารักษ์ หลังจากที่ทั้งคู่มีโอกาสได้ร่วมงานกันในละครเรื่อง เธอกับเขาและรักของเรา ซึ่งก็คงไม่ใช่คู่แท้อีกเช่นเคยเพราะเพียงไม่นานสองคนนี้ก็มีอันต้องเลิกรากันไปอีก และล่าสุดดูเหมือนแพนเค้กจะมีแววได้เนื้อคู่ตุนาหงันเป็นหนุ่มใหญ่ เพราะแฟนหนุ่มของเธอคนปัจจุบันอย่าง พี่หมี หรือ พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร กลายเป็นคนรักคนล่าสุดที่คบหากันมายาวนานถึง 5 ปี แม้พี่หมีจะดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าน้องแพนหลายปี แต่ก็ดูท่าว่าคนนี้นี่แหละจะได้เป็นว่าที่เจ้าบ่าวตัวจริงเสียงจริงของเธอ แม้เวลานี้จะยังไม่มีแพลนวิวาห์ก็ตาม 6. เกาเหลา นางเอกกับข่าวเกาเหลาดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คู่กันซะจริงๆ ไม่ว่าคนไหนๆ หน้าหวานหรือหน้าเฉี่ยวเป็นต้องมีข่าวเรื่องเกาเหลาไม่กินเส้นกับเพื่อนร่วมงานในวงการตลอดๆ แพนเค้ก เขมนิจ ก็เป็นอีกคนที่ไม่พ้นประเด็นนี้ แม้จะมีให้เห็นไม่บ่อยและไม่มากแต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่ดี โดย ขวัญ อุษามณี เป็นนางเอกร่วมช่องเพียงคนเดียวที่มีข่าวเกาเหลากับแพนเค้ก ซึ่งประเด็นนี้มีให้ประชาชีได้ยินกันมาตั้งแต่สมัยที่สาวแพนเข้าวงการได้สักพัก นับเวลาดูก็นานมากโขแล้ว อาจจะไม่ชัดเจนถึงจุดเริ่มต้นของเกาเหลาชามโตจนทำให้แพนเค้กทำเมินไม่ยอมรับไหว้สาวขวัญ แต่ ณ ปัจจุบันทั้งคู่จับมือคืนดี ร่วมงานกันได้แล้วอย่างไร้ข้อแม้ใดๆ ก็ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่ายินดียิ่งจริงๆ 7. มีแม่มาคุม ในวงการบันเทิงบ้านเรามีไม่น้อยเลยทีเดียวที่นางเอกหรือนักแสดงหลายๆ คนมีคุณแม่เป็นผู้จัดการส่วนตัว ดูแลคิวงานให้ ซึ่ง แพนเค้ก เขมนิจ ก็จัดว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกที่ตัวติดกับ คุณแม่หน่อย นวลนงค์ มากๆ เห็นสาวแพนเค้กเป็นต้องเห็นคุณแม่หน่อยด้วยตลอดๆ อีกทั้งยังเป็นคู่แม่ลูกที่หน้าถอดกันมาอย่างกับแกะ ดีเอ็นเออยู่บนใบหน้าโดยแท้จนหลายๆ คนอดแซวไม่ได้ว่าถ้าอยากเป็นแพนเค้กตอนแก่ในอีก 10 ปี หรือ 20 ปี ข้างหน้าก็ให้มองแม่หน่อยไว้ได้เลย เรียกว่าเป็นแม่ลูกคู่ซี้ย่ำปึ้กกันสุดๆ 8. นักแสดงอิสระ แพนเค้ก เขมนิจ ถือเป็นนางเอกวิกหมอชิตอีกหนึ่งคนที่ไม่ต่อสัญญากับทางช่อง โดยหลังจากที่คุณเธอหมดสัญญาก็ผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระเหมือนกับเพื่อนร่วมช่องอีกหลากหลายคนที่หมดสัญญาไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดร่วมงานกับช่อง True ในละครซีรีส์ชุด เจ้าเวหา รวมถึง นางฟ้าไร้ปีก ที่กำลังถ่ายทำซึ่ง แม่หน่อย ของเธอเองเป็นผู้จัดและกำลังมีปัญหาดราม่ากับนายทุนอยู่ในขณะนี้ โดยทิ้งผลงานเรื่อง รักเร่ ไว้เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายกับทางช่อง 7 สี โดยในเรื่องนั้นแพนเค้กมีโอกาสได้ร่วมงานกับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตการแสดงของเธอ 9. นางเอกการกุศล นอกจากฝีมือเรื่องการแสดง ความเก่งในหลายๆ ด้าน และความฮอตแล้ว แพนเค้ก เขมนิจ ยังเป็นนางเอกที่ออกงานการกุศลบ่อยที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ พูดง่ายๆ ว่าแม้ไม่ได้เงินจ้างเจ้าตัวก็ยินดีไปร่วมสร้างบุญสร้างกุศล แบบนี้ละมั้งถึงส่งผลให้เธอกลายเป็นนางฟ้าของวงการบันเทิงที่ใครๆ ต่างก็ปลื้มปริ่ม สังเกตได้จากฉายาหลายๆ ฉายาที่แพนเค้กได้รับจากสมาคมนักข่าวบันเทิง มักจะมีคำว่า 'นางฟ้า' นำหน้าเสมอ และด้วยความที่เป็นนางเอกการกุศล ชอบทำบุญเช่นนี้เอง ถึงที่ทำให้เธอได้ฉายาล่าสุดว่า นางฟ้าฟรีแลนซ์ ไปครอบครอง 10 วันนี้ของแพน วางแผนชีวิตดีอะไรๆ ก็ดูดี เฉกเช่น แพนเค้ก เขมนิจ วันนี้ของเธอดูแฮปปี้และน่าอิจฉาเบาๆ เป็นนักแสดงอิสระที่ไม่ทิ้งบทบาท นางเอก เป็นนางฟ้าฟรีแลนซ์ เป็นนางเอก AEC ที่ไม่ใช่แค่แฟนคลับในประเทศเท่านั้นที่ปลื้มปริ่ม แต่เป็นแฟนคลับจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย เรื่องความรักไม่มีอะไรให้หนักใจ รอแค่ฤกษ์แต่งเท่านั้น ล่าสุดคุณเธอยังผันตัวไปเป็นเกษตรกรมีที่นาปลูกพืชไร่ในที่ดินของตนเองที่ จ.สุรินทร์ อีกต่างหาก นอกจากจะเป็นนางเอกขวัญใจมหาชนแล้ว ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ด้วยนะเออ สวยและแสนดีขนาดนี้ไม่เรียก นางฟ้า คงไม่ได้แล้วละม้างงงงขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก Ch7 แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก - เวียร์ แพนเค้ก - เวียร์ แพนเค้ก - เวียร์ แพนเค้ก - เป้ เป้ - แพนเค้ก เป้ - พ่อ - แพนเค้ก - แม่ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก - ขวัญ แพนเค้ก - ขวัญ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก - แอนดริว แพนเค้ก - พี่หมี พี่หมี - แพนเค้ก พี่หมี - แพนเค้ก แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก - แม่หน่อย แม่หน่อย - แพนเค้ก แพนเค้ก เขมนิจ

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai