เห็ดหลินจือแดง

สูตร สเต็กไก่เทอริยากิ ได้รสชาติความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
สเต็ก /  เทอริยากิ / 

สเต็กที่ทานตามร้านราคาสูงๆ แต่กลับรู้สึกไม่อิ่มสมราคา ถึงแม้รสชาติและวัตถุดิบจะดีเยี่ยมก็ตาม แต่เมื่อเรามาทำกินเองที่บ้านเอาวัตถดิบที่หาง่ายๆ ที่เราหาได้ที่ตลาดก็สามารถทำได้หลายจานเลยทีเดียว ได้กินทั้งครอบครัวเลย และขั้นตอนวิะีทำก็ไม่ยากค่ะ ไปดูส่วนผสมกันเลย สูตร สเต็กไก่เทอริยากิ ได้รสชาติความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ส่วนผสม เนื้ออกไก่ 1 ชิ้น เกลือ 1 หยิบมือ พริกไทย 1 หยิบมือ ซอสเทอริยากิ 2 ช้อนโต๊ะ (หาซื้อได้ตามซุเปอร์มาเกต) งาขาว 1 ช้อนชา ผักต่างๆ วิธีทำ นำอกไก่มาล้างให้สะอาดซับน้ำให้แห้ง โรยเกลือ และ พริกไทย เคล้าให้ทั่ว จากนั้นจึงนำอกไก่ไปย่างบนไฟอ่อน หรือนำไปย่างในกระทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อยก็ได้เช่นกัน เมื่อเนื้อไก่สุกแล้วจัดใส่จานแล้วราดด้วยซอสเทอริยากิ โรยด้วยงาขาว เสิร์ฟพร้อมผักย่าง หรือจะเสิร์ฟผักลวกก็ได้ตามชอบ --------------------------------------------------------------------- เคล็ดลับการทำสเต็ก ส่วนประกอบได้แก่ เนื้อสัตว์ดิบ น้ำมันพืช เนย เครื่องเทศ ซอสปรุงรสรสเค็ม หมักเครื่องเทศและซอสปรุงรสต่างๆ กับเนื้อสัตว์ดิบ เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพื่อให้เข้าเนื้อ ตั้งกระทะก้นแบน เทน้ำมันเล็กน้อย ตามด้วยเนยเพื่อให้กลิ่นหอม ทอดด้วยไฟกลางสักครู่แล้วพลิกกลับเพื่อให้เนื้อสุกทั้งสองด้านตามระดับความสุก เสร็จแล้วตักออกใส่จาน กระทะที่เปื้อนอยู่นั้นให้ใส่เนย นม หรือสลัดครีม แล้วผัดเพิ่มถ้าต้องการน้ำราด วิธีทำ ต้มผักเครื่องเคียง ผักต้มอบเนยข้างจาน เช่น ถั่วแขก แครอท ข้าวโพดอ่อน เห็ด มีวิธีทำดังนี้ หั่นผักให้เป็นแท่งแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดสักพัก ดูว่าผักสุกแล้ว หรือใช้ไมโครเวฟต้มผักในชามซึ่งมีน้ำ ร้อนอยู่เต็มก็ได้ เวฟไม่เกิน 10 นาที นำผักไปผึ่งให้แห้ง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและเนยเล็กน้อย นำผักไปผัดแค่คลุกๆ ก็พอ ไม่ต้องนานมา เพราะว่าผักสุกอยู่แล้ว สูตรสเต็ก ชิ้นเล็กๆ ทำขายง่าย กำไรดี อ่านต่อที่ /www.mbookstore.com/

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้ามพิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน
ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

จอร์จ-ฐปนัท ฟิตหุ่นถอดเสื้อโชว์กล้าม พิสูจน์รักแท้บนสังเวียน ใน "รัก หมัด สั่ง" ส่งตัวอย่างมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อน สำหรับภาพยนตร์รักแนวย้อนยุค รัก หมัด สั่ง จากค่ายหนังน้องใหม่ไฟแรง วชิโรฟิล์ม กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูชนบทแล้วได้เจอรักแรกพบ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายและที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัดเพื่อพิสูจน์รักแท้ ซึ่งในภาพยนตร์นอกจากเรื่องราวที่เข้มข้นแล้ว ยังจะได้เห็นบรรยากาศย้อนยุคที่ทุกคนคิดถึงได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนไทยในอดีตที่เราอาจหลงลืมกันไปแล้ว รวมถึงมีการสอดแทรกศิลปะแม่ไม้มวยไทยและข้อคิดเกี่ยวกับความรักอีกด้วย ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ, ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วยครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวยและนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม และกำกับการแสดงโดย วัตร ราชวัตร งานนี้ จอร์จ ฐปนัท กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ ก็คือไปเจอรุ่นพี่คนนึงเขาชวนมาให้เล่นหนังเรื่องนี้ พอได้อ่านบทก็รู้สึกอยากเล่นครับ ในเรื่องรับบทเป็นครูเกื้อ เดินทางจากกรุงเทพฯ มารับราชการเป็นครูอยู่ที่ตำบลท่าทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และมาตกหลุมรักสร้อยฟ้า สาวสวยประจำตำบล ที่แสดงโดยน้องฟ้า อิงฟ้า แต่พ่อของนางเอกหวงลูกมาก ถ้าอยากได้สร้อยฟ้ามาครอบครองครูเกื้อต้องขึ้นชกมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัด สำหรับผมเป็นบทที่น่าสนใจมากเพราะต้องแสดงให้ได้หลากหลายอารมณ์ เวลาที่เล่นบทครูผมก็ต้องเนี้ยบ ๆ ตั้งใจสอนเด็ก ๆ ในชนบท พอเข้าฉากกับนางเอกก็จะต้องคอยหยอดคำหวาน ใช้สายตาแสดงให้เห็นถึงความรักที่จริงใจ พอต้องมาฝึกชกมวยก็ฝึกแบบจิงจัง ฝึกแบบฝึกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝึกไว้แสดงผมต้องเต็มที่มาก เพราะในเรื่องครูที่มาสอนมวยผมคือครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย ซึ่งครูท่านเก่งมากผมก็ต้องตั้งใจเต็มที่ ก็อยากฝากเชิญชวนทุกคนให้มาชมผลงานหนังเรื่องแรกของผมด้วยครับ เพราะนอกจากจะได้รับความบันเทิงแล้ว ยังจะได้เห็นขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิตของคนยุคเก่า โดยเฉพาะความรักของหนุ่มสาวสมัยนั้นที่ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู อยากให้คนยุคใหม่ได้ไปชมครับ” ติดตามชม รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์เรื่องแรกของ จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์ ที่ลงทุนฝึกซ้อมมวยอย่างหนัก ถอดเสื้อ โชว์กล้ามขึ้นชกบนสังเวียนเพื่อพิสูจน์รักแท้ พร้อมไปชมแบบเต็มตาพร้อมกัน 22 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

เที่ยววันหยุดยาว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธานี ที่พลาดไม่ได้!
10 อันดับที่ท่องเที่ยว /  ที่เที่ยวอุบลราชธานี / 

ในช่วงเดือนกรกฏาคมของทุกปี จังหวัดอุบลราชธานี จะมีการจัดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ มีทั้งขบวนรถแห่เทียนพรรษา ขบวนฟ้อนรำจากคุ้มวัดต่างๆ แต่วันหยุดยาวทั้งทีแบบนี้ นอกจากจะมาชมพิธีแห่เทียน แล้ว เราขอพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวให้ทั่วอุบลฯ กันซะเลย กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ เที่ยววันหยุดยาว กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธานี ที่พลาดไม่ได้! 1. ประเพณีแห่เทียนพรรษา อย่างที่บอกว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีการจัดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนพรรษาทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม ณ สนามทุ่งศรีเมือง เพื่อสืบสาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม ขบวนแห่เทียนพรรษาสุดอลังการ จ.อุบลราชธานี 2. วัดพระธาตุหนองบัว วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต เป็น วัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ เมื่อได้เดินเข้ามาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามโอ่อ่า กับสีทองอร่ามตา แสดงให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมที่ละเมียดละไม เป็นความวิจิตรงดงามที่น่าบันทึกภาพเก็บไว้ 3. เสาเฉลียง เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด หากได้ขึ้นไปถ่ายรูปคู่กับเสา จะยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างชัดเจน 4. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้ม มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด และยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามและเป็นที่แรกที่ได้เห็นแสงตะวันก่อนใคร อ่านเพิ่มเติม ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี อ่านเพิ่มเติม ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี 5. หินชมนภา แก่งชมดาว  หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม ณ แก่งชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี แก่งหินที่มีความพิเศษด้วยลวดลายที่เป็นเส้นสวยงาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นที่เดียวกันกับสามพันโบก โดยแก่งชมดาวนั้นมีขนาดเล็กกว่า แต่พื้นผิวของหินมีมิติชัดเจนกว่ามาก 6. ต้นไม้เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง รวมไปถึงเหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้พบเห็นแล้ว ต้องประทับจำใจอย่างแน่นอน ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ด้านหลังของพระอุโบสถ ที่มีงานศิลปกรรมอันโดดเด่นด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์ ที่ยามค่ำคืนจะปรากฎกายเรืองแสงออกมา เป็นภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งปลูกสร้างท่ามกลางธรรมชาติอันแสนงดงาม อ่านเพิ่มเติม ต้นไม้เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี 7. สามพันโบก สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก 8. สัมผัสบรรยากาศเก่า ที่ ซืนวาน (Zunewan) ถ้าหาก..หัวหิน มี “เพลินวาน“..ก็คงไม่แปลกอะไรถ้าอุบลราชธานีจะมี ” ซืนวาน ” (Zunewan) น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ที่คุณต้องไม่พลาดโอกาสไปเยือนสักครั้ง ซืนวาน คืออีกหนึ่งคอมมูนิตี้มอลล์แบบย้อนยุค เอาใจคนรักของเก่าในบรรยากาศเก่า และวิถีชีวิตเก่าๆ ของคนอุบลฯ โดยซืนวานนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ครึ่ง บนถนนสถลมาร์ค วารินฯ-เดชอุดม หรือ ทางหลวงหมายเลข 24 ตั้งอยู่ระหว่างแยก กกแต้ และธกส.สาขาวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งช้อป-กิน-เที่ยวที่นำเสนอนักท่องเที่ยวในรูปแบบการผสมผสานความเป็นสมัยใหม่ และอดีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม ซืนวาน สัมผัสบรรยากาศเก่า ที่ อุบลราชธานี 9. เที่ยวตามรอยหนังดัง เส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว โดยมีการแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ, เสื้อผ้า,อาวุธ,ฉากถ่ายภาพ พร้อมชมภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทย ที่แหล่งท่องเที่ยวที่บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี อ่านเพิ่มเติม แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนตร์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี 10. เที่ยวทะเลทรายชิคๆ ที่ “หาดทรายสูง” อุบลราชธานี มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่า “หาดทรายสูง” อยู่ที่บ้านลาดเจริญ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเกิดจากความมหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง หาดทรายที่นี่ก็สูงสมชื่อจริงๆ ทำให้ได้มุมในการถ่ายรูปเก๋ๆ ชิคๆ ความสวยงามของที่นี่อยู่ที่ตอนน้ำลด หรือ ในช่วงหน้าแล้งนี่อีก เพราะจะทำให้เห็นสันดอนทราย โขดหิน โผ่ลขึ้นมาเหนือน้ำ สวยงามไปอีกแบบ แผนที่หาดทรายสูง การเดินทางมาที่นี่วิวขับรถยนต์มานะคะ ระยะทางจะค่อนข้างไกลนิดนึง เพราะอยู่ถึง อ.เขมราฐ ซึ่งห่างจากตัวเมืองอุบลฯประมาณ 120 กม. แต่ถ้าใครมาเที่ยวสามพันโบก หาดชมดาว ละแวกนี้อยู่แล้ว อยากให้ลองมาเที่ยวดู ขับเลยมาอีกนิดประมาณครึ่ง ชม. ก็จะถึงหาดทรายสูงค่ะ

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

ฉลองใหญ่ 129 ปี อ.คฑา เดินขบวน เทศกาลกินเจ เมืองจันท์
กินเจ /  จันทบุรี / 

อ.คฑา เดินขบวนเทศกาลกินเจเมืองจันท์ ฉลองใหญ่ 129 ปี ประชาชนแห่ร่วมคึกคัก อ.คฑา ชินบัญชร ผู้นำแห่งจิตวิญญาณด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย - จีน นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสมชาย วัฒนาศิริวัฒน์ ประธานบ้วนเฮงเจตั๊ว นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายชัยพร กิจตระกูลรัตน์ ประธานเม่งหงีเจตั๊วและกัลยาณมิตรผู้ร่วมบุญทุกภาคส่วนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมเดินขบวนในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2559 พร้อมทำพิธีรับเสด็จองค์ฮุกโจ้วมาประทับ ณ พระอุโบสถ วัดเขตร์นาบุญญาราม สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจ เมืองจันท์ เป็นประเพณีโบราณที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นปีที่ 129 โดยงานวันแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา คณะสงส์อนัมนิกาย วัดเขตร์นาบุญญาราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำพิธีอัญเชิญตะเกียงเทวดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร ประกาศเป็นวันเริ่มถือศีลกินเจ ต่อมาในวันที่ 30 กันยายน 2559 เป็นวันทำพิธีใหญ่เดินขบวนอัญเชิญและแห่องค์กิ๋วอ๊วงฮุกโจ้ว ณ ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิมฯ โดยมีคณะสงฆ์อนัมนิกายเข้าประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อัญเชิญเทพยดามาเป็นทิพยพยาน เปิดพระคัมภีร์เบิกพระเนตร และแสดงการเชิดมังกร สิงโต เอ็งกอถวายองค์กิ๋วอ๊วงฮุกโจ้ว และอัญเชิญมาประทับที่พระอุโบสถวัดเขตร์นาบุญญาราม ตลอดเทศกาลถือศีลกินเจ เมืองจันท์ 9 วัน 9 คืน เพื่อให้ผู้ที่ศรัทธาเข้าบูชาขอพร ก่อนทำพิธีส่งเสด็จกลับในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ สำหรับผู้ที่เริ่มถือศีลกินเจ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมสืบสานประเพณีเก่าแก่ แม้จะไม่ใช่ประเพณีวัฒนธรรมของไทย แต่ก็เป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ที่ทำให้เรียนรู้ถึงการละเว้นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ โดยยึดหลักการบริโภคอาหารประเภทผัก ละเว้นเนื้อสัตว์หรือของคาว รวมถึงของที่มีกลิ่นฉุนผสมทั้ง 5 อย่าง คือ กระเทียม (รวมถึงหัวกระเทียมและต้นกระเทียม) หัวหอม (รวมถึงต้นหอม หอมแดง หอมหัวใหญ่) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) ใบยาสูบ (รวมถึงบุหรี่ ยาเส้น ของมึนเมา) และใบกุ่ยช่าย เพราะผักทั้ง 5 กลุ่นนี้ เป็นผักที่มีกลิ่นฉุนรุนแรง มีรสชาติที่หนัก สามารถทำลายระบบธาตุในร่างกายได้หากรับประทานเป็นจำนวนมากหรือเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ดังนั้น อาหารที่จะทดแทนสำหรับในช่วงเทศกาลกินเจนี้ จึงควรเน้นรับประทานอาหารทดแทนให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น ถั่ว 5 สี เห็ด เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา นมถั่วเหลืองและผักปลอดสารพิษ ประเพณีถือศีลกินเจ จึงเป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่ถือปฏิบัตินั้นได้ทั้งอานิสงส์ในการทำความดีและการดูแลสุขภาพ เพราะการกินเจเป็นเสมือนการกินอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารชีวจิต ที่จะช่วยปรับธาตุ ช่วยลดและขับของเสียต่างๆ ที่ตกค้างให้ออกจากร่างกาย ด้วยการกินติดต่อกัน 3 ถึง 5 วันขึ้นไป อีกประการหนึ่ง การกินเจก็ถือเป็นการแสดงจิตเมตตาด้วยการละเว้นชีวิต จึงถือเป็นการทำบุญให้ชีวิตละเว้นกรรม กรรมที่กระทำต่อผู้อื่น ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม เทศกาลถือศีลกินเจนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญเสริมดวง และดูแลสุขภาพจิต สุขภาพกายให้ดีสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กัน เป็นการส่งท้ายปี 2559 และเตรียมพร้อมเริ่มต้นรับสิ่งดีๆ ในปี 2560 ที่จะมาถึงในอีก 3 เดือนนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2559 ผู้นำแห่งจิตวิญญานด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย – จีน กล่าว สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปร่วมทำบุญ ชมงานที่วัดเขตร์นาบุญญารามและโรงเจทั้งสองแห่ง คลิกที่รูปแผนที่ด้านล่าง เพื่อแสดงเส้นทางในการการเดินทาง ณ จุดที่คุณอยู่ไปจนถึงที่วัดเขตร์นาบุญญารามได้ เดือนตุลาคมนี้ ทางวัดเขตร์นาบุญญารามและโรงเจ จะมีพิธีตลอดทั้งสัปดาห์ ผู้ที่สนใจสามารถไปร่วมทำบุญไหว้เจ้าได้ทุกวัน และรับประทานอาหารเจจากร้านค้าต่างๆ มากมาย กำหนดการงาน วันที่ 1 ตุลาคม 2559 (วันชิวอิก) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน และพิธีไคกวง พระสงฆ์สวดมนต์อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 3 ตุลาคม 2559 (วันชิวซา) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 5 ตุลาคม 2559 (วันชิวโหงว) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน และทำพิธีเพ่งอังปวย เซียมซีเสี่ยงทายขอคำพยากรณ์ดวงชะตาบ้านเมือง วันที่ 6 ตุลาคม 2559 (วันชิวลัก) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 7 ตุลาคม 2559 (วันชิวเฉ็ก) เวลา 19.00 น. พิธีลอยกระทงปล่อยสัตว์ที่แม่น้ำจันทบุรี และเชิญดวงวิญญาณไร้ญาติ 36 จำพวก ไปรับอนุโมทนารับส่วนบุญพิธีไทยทานทิ้งกระจาดที่โรงเจเม่งหงีเจตั๊ว และบ้วนเฮงเจตั๊ว เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 8 ตุลาคม 2559 (วันชิวโป่ย) เวลา 13.00 น. พิธีซิโกวทิ้งกระจาด วันที่ 9 ตุลาคม 2559 (วันชิวเก้า) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว เวลา 24.00 น. สวดมนต์ปิดพระคัมภีร์ เวลา 01.00 น. พิธีส่งเสด็จกิ่วอ๊วงฮุกโจ้วกลับสู่สวรรค์ทิพย์สถาน

นุศรา ต้อมคำ คว้ารางวัลตัวเซตยอดเยี่ยม ศึกลูกยาง เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016
ตัวเซตยอดเยี่ยม /  ทีมชาติไทย / 

แม้ว่า สาวไทย จะต้องพบกับความปราชัยตลอด 3 เกมที่ลงสนามในศึก วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 ที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง นั่นคือ นุศรา ต้อมคำ สามารถคว้ารางวัลตัวเซตยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์มาครองได้ สำหรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 ในประเภทต่างๆ มีทั้งหมดดังต่อไปนี้ ตัวตบยอดเยี่ยม - เชลล่า คาสโตร (บราซิล) ตัวตบยอดเยี่ยมอันดับ 2 - คิมเบอร์ลี่ ฮิลล์ (สหรัฐอเมริกา) ตัวบล็อคยอดเยี่ยม - ราเชล อดัมส์ (สหรัฐอเมริกา) ตัวบล็อคยอดเยี่ยมอันดับ 2 - ไธซ่า เมเนเซส (บราซิล) ลิเบอโร่ยอดเยี่ยม - หลิน หลี่ (จีน) ตัวเซตยอดเยี่ยม - นุศรา ต้อมคำ (ไทย) ตัวตบฝั่งตรงข้ามหัวเสายอดเยี่ยม - ลอนเนเค่ สเลอเยส (ฮอลแลนด์) ผู้เล่นทรงคุณค่า - นาตาเลีย เปเรร่า (บราซิล)

ฐปนัท สัตยานุรักษ์ /  ตูมตาม เชิญยิ้ม / 

"เสก โลโซ" จัดเพลง "อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว" ประกอบภาพยนตร์ "รัก หมัด สั่ง" เป็นศิลปินร็อคขวัญใจคนสู้ชีวิตมาอย่างยาวนาน กว่า 20 ปีแล้วสำหรับ เสก โลโซ ที่ไม่ว่าจะปล่อยซิงเกิ้ลอะไรมาก็มักมีเนื้อหาโดนใจ ฮิตติดหูกันทุกเพลง ล่าสุดได้นำเพลง อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว ซึ่งเป็นหนึ่งในซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม PART 2 อัลบั้มชุดใหม่ล่าสุดมาประกอบภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์รักโรแมนติค-คอมเมดี้แนวย้อนยุค กับเรื่องราวของครูหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางจากเมืองกรุงมาเป็นครูที่ชนบท แล้วได้เจอรักแรกพบ เขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ที่สำคัญคือต้องขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดในจังหวัด เพื่อพิสูจน์รักแท้ที่เค้ามีให้ต่อคนรักของเขา ซึ่งในส่วนของเพลงอย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว เสก โลโซ ได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากมรสุมชีวิตที่ได้พบเจอมากมายในช่วงจังหวะชีวิตหนึ่ง ด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ และนักแต่งเพลงที่สรรสร้างทุกบทเพลงมาจากเรื่องจริงจากใจที่รู้สึก และกลั่นกรองเป็นเนื้อเพลงในทุก ๆ บทเพลงที่เขียนขึ้น จึงทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างกำลังใจให้กับตนเองและทุกคนที่อยู่รอบข้างศิลปิน เสก โลโซ ได้กล่าวถึงความคิดความรู้สึกว่าตนนั้นเป็นคนที่สู้ยิบตา ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็จะใส่ทุกอย่างแบบเต็มที่ และลงไปทั้งชีวิตอย่างชัดเจน การที่ได้มองเห็นชีวิตผู้คนอีกมากมาย ทำให้พบว่าทุกคนนั้นย่อมเจอปัญหา แต่ทุกอย่างมีทางแก้ไข มีคนที่ต้องต่อสู้มากกว่าที่ตนได้เจอ ในส่วนตนเองนั้นก็พบเจอกับอุปสรรค ณ ห้วงช่วงเวลาที่แต่งเพลงมากมาย ทั้งเรื่องส่วนตัว ความรัก ครอบครัว เมื่อกลับมาแล้วก็มาเจองานที่จะต้องตามแก้ไข จะหนักแค่ไหน จะเสียใจกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเพียงใด ก็ต้องสู้และเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปตามหน้าที่ที่ต้องทำ ต้องมองมันให้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ จึงอยากให้ทุกคนนั้นสู้ต่อไป ขอเพียงแค่มีกำลังใจ มุ่งมั่น แล้วตั้งใจทำให้ถึงที่สุด สู้สุดชีวิต ตะลุยเดินหน้าอย่าถอย แค่นี้ก็จะไปถึงฝั่งฝันและสำเร็จได้ในวันหนึ่งอย่างแน่นอน และอยากจะบอกว่าชีวิตคนเรามันง่ายมาก เป็นกำลังใจให้กับทุกคนไม่ว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตคุณ ก็จงสู้อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว ภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง นำแสดงโดย จอร์จ ฐปนัท สัตยานุรักษ์, ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ ,ตูมตาม เชิญยิ้ม, หลิน นุศรา ประวันนา, นุกนิก ตีสิบ, เอ๋ สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง, จูจุ๊ นงนภัส ผ่องศรี, ตุ๊กตา ปุณฐิภาภัคร์ สุวรรณราช พร้อมด้วยครูสด จิตรลดา แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 8 ของไทย กับบทบาทครูสอนมวย และนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลงานการประพันธ์บทโดย นิพนธ์ เที่ยงธรรม (หรือที่รู้จักกันในนาม จุฬามณี ผู้เขียนบทละคร สุดแค้นแสนรัก) กำกับการแสดงโดย วัตร ราชวัตร เรื่องราวความรักในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร จะราบรื่นหรือมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนต้องติดตามภาพยนตร์ รัก หมัด สั่ง 22 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกร เซลฟี่เช็คอินฟรีได้น้ำอีก 1 โอ่ง ร้านดังราชบุรี
ก๋วยเตี๋ยว /  ราชบุรี

ในยุคโซเชียลแบบนี้ แต่ละร้านค้าร้านอาหารก็ต่างกันออกไอเดียสร้างจุดเด่นของร้านกันมากมายหลากหลาย สร้างจุดขายที่แตกต่างกันไป ให้ตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบลองของแปลกใหม่ และทำให้โลกอินเตอร์เน็ตมีสีสันน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น กับการทำการตลาดแบบนี้ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด สร้างกิมมิคให้ตัวเอง อย่างเช่น แต่งตัวแปลก แต่งตัวสวย หนุ่มๆ นักกล้าม หรือทำเมนูแปลกอย่าง กุ้งยักษ์ ปูยักษ์ต่างๆ นานา แล้วแต่ไอเดียของแต่ละคน แต่ร้านก๋วยเตี่ยวร้านนี้ยกนำโอ่งมังกรมาเป็นกิมมิคของร้าน กับ ร้านก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกรรสเด็ด ที่จังหวัดราชบุรี ราชบุรีเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องโอ่งมังกร ทางร้างจึงหยิบมาใช้เป็นจุดเด่นของร้าน ภายในร้านมีการนำโอ่งมังกรใส่น้ำขนาดใหญ่มาประดับตกแต่งหน้าเคาน์เตอร์เครื่องตั้งตู้ถ้วยชามก๋วยเตี๋ยวโดยใช้เป็นหม้อน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวจำนวน 3 ใบ รวมไปถึงโต๊ะที่นั่งทานก๋วยเตี๋ยวสำหรับลูกค้า รวมไปถึงโอ่งใบเล็กที่ใช้เป็นแก้วใส่น้ำ และเครื่อง แม่กระทั่งที่ใส่ไม้จิ้มฟัน ก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกรหนักมากรสเด็ด 199 บาท ไซด์ใหญ่สุดไซด์ XL ทานได้หลายคน มีเส้นวางมาให้ข้างๆ อาทิเส้นเล็ก วุ้นเส้น เส้นมาม่า เส้นหมี่หยก และเส้นบะหมี่เหลืองส่วนน้ำซุปจะเป็นน้ำตกรสเด็ด ใส่ลูกชิ้นจำนวน 18 ลูก ใส่หมูหมัก ใส่กากหมูชุดผัก โดยที่ชุดนี้จะฟรีน้ำดื่มโอ่งมังกร 2 โอ่ง ชามก๋วยเต๊่ยวจะมีให้เลือกหลายไซด์แล้วตามจำนวนคนที่มากิน ชามขนาดไซด์ s ราคาชามละ 20 บาท เมนูที่ 2 จะเป็นก๋วยเตี๋ยวชุดโอ่งมังกรเบาๆ ชามขนาดไซด์ L ราคาชุดละ 129 บาท ประกอบด้วย ชุดก๋วยเตี๋ยวแบบเลือกเส้นอย่างเดียว ใส่ลูกชิ้นจำนวน 10 ลูก ใส่หมูหมัก ใส่กากหมู รับประทานควบคู่กับแคบหมูกรอบ ชุดผัก และยังเลือกน้ำโอ่งมังกรอีก 1 โอ่ง ตอนนี้ทางร้านมีกิจกรรม เซลฟี่ เช็คอิน รับฟรีน้ำโอ่ง 1 โอ่งอีกด้วย รูปภาพจาก : ก๋วยเตี๋ยวโอ่ง&Milk shake

เดอะ รอว์ บาร์ (The Raw Bar) แหล่งรวมอาหารทะเลชั้นเลิศ @เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์
The Raw Bar /  ร้านอาหารทะเล / 

หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อของ เดอะ รอว์ บาร์ (The Raw Bar) ร้านอาหารทะเลชื่อดังในย่านทองหล่อกันมาพอสมควร เพราะที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารทะเลสด หอยนางรมสดสายพันธุ์ดี กุ้งล็อบสเตอร์เนื้อหวานแน่น ซึ่งตอนนี้ เดอะ รอว์ บาร์ ก็ได้เปิดมาสาขาใหม่ที่ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ (ชั้น 1) พร้อมเสิร์ฟความสดอร่อยของอาหารทะเลให้ได้ลิ้มลองกัน พร้อมกับเมนูใหม่ๆ อีกหลายเมนูเลยค่ะ เดอะ รอว์ บาร์ (The Raw Bar) แหล่งรวมอาหารทะเลชั้นเลิศ @เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เดอะ รอว์ บาร์ (The Raw Bar) เป็นอีกหนึ่งร้านที่นักกินอาหารทะเลปักหมุดว่าเป็นร้านที่ต้องมากินให้ได้ เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลชั้นเลิศที่คัดสรรมาแล้วจากทั่วโลก ปรุงสดพร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองกันแบบเต็มคำ มาพร้อมกับบรรยากาศในร้านที่นั่งสบาย สไตล์ลอฟต์ที่กว้างขวาง จำลองกลิ่นอายอู่ต่อเรือในสมัยโบราณที่ดูเป็นเอกลักษณ์ หลายคนจะคุ้นเคยกันดีกับเมนูหลักอย่าง หอยนางรมสดสายพันธุ์ดี, กุ้งล็อบสเตอร์ที่มีตั้งแต่ขนาดปานกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ และหอยแมลงภู่รสชาติหวานหอมละมุนลิ้น ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และล่าสุด ‘เดอะ รอว์ บาร์’ (The Raw Bar) ได้คิดเมนูพิเศษขึ้นมาใหม่ รับรองว่าคนรักอาหารทะเลต้องชื่นชอบแน่นอน ปุ๋ม-ลลิตตา บัวเทศ ผู้บริหารร้าน เดอะ รอว์ บาร์ (The Raw Bar) ผู้เป็นทั้งเชฟหลักที่คิดค้นเมนูอาหาร รวมไปถึงยังมีประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพและสามารถคงความสดให้คงอยู่เสมอ ได้แนะนำเมนูอาหารทะเล ที่เป็น signature ของทางร้าน .. เมนูเด่นของร้านที่ขาดไม่ได้คือ หอยนางรมสด (Oysters) ที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, ไอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งมีให้เลือกถึง 16 สายพันธุ์ด้วยกัน แยกตามรสชาติ เช่น ครีมมี่, หวานกรอบ, เค็ม หอยนางรมสดจะถูกจัดวางเป็นดิสเพลย์อยู่ตรงบริเวณบาร์ โดยลูกค้าสามารถเลือกสายพันธุ์ให้พนักงานแกะให้ทานกันแบบสดๆ เสิร์ฟพร้อมมะนาวเหลือง และน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน ทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดและไวน์แดง (Red Wine Vinaigrette) โดยการทานหอยนางรมสดนั้นแนะนำให้ทานน้ำที่อยู่ในฝาหอยด้วย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุจากน้ำทะเลของแหล่งที่มาจากประเทศนั้นๆ หอยแมลงภู่บูโช่ว อบไส้กรอกสดสเปน และมะเขือเทศซันดาย ถัดมาที่เมนู หอยแมลงภู่บูโช่ว อบไส้กรอกสดสเปน และมะเขือเทศซันดาย (Steamed Bochot Mussels Chorizo and Sundried Tomatoes) วัตถุดิบที่ทางร้านนำเข้าจากประเทศฮอลแลนด์และฝรั่งเศสเท่านั้น เพราะรสชาติความหวานของเนื้อหอยแมลงภู่ที่พิเศษกว่าสายพันธุ์อื่นพร้อมการปรุงแบบซิกเนเจอร์ของทางร้าน ที่ใช้ซอสสูตรพิเศษที่ยังคงรสชาติของหอยแมลงภู่เอาไว้ได้อย่างดี กุ้งล๊อปสเตอร์ย่างกับซอสเนยกระเทียมพริกแห้ง (Grilled Lobster Spicy Roasted Garlic) เมนูยอดฮิตที่ ล็อบสเตอร์ (Live Maine Lobsters) วัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทุกตัวที่นำเข้ามายังคงความสดและถูกส่งตรงมาที่บ่อพักของทางร้าน เมื่อลูกค้าสั่งเมนูล็อบสเตอร์ (Lobster) ก็จะได้วัตถุดิบที่สดใหม่ผ่านการปรุงที่ไม่ทำให้อาหารทะเลเสียรสชาติ ด้วยการย่างหรือนึ่งกับซอสเนย Clarified Butter สูตรพิเศษของทางร้านที่มีความหอมและเผ็ดเล็กน้อย เพิ่มความจัดจ้านด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ถูกปากคนไทย เส้นฟูตูชินี่สดผัดกับหอยตลับและเบคอน (Homemade Fettucini Clams and Bacon) นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูนำเข้าพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ หอยเชลล์ฮอกไกโด, เนื้อวากิว, ทูน่า และหอยเม่น รวมถึงเมนูจานร้อนสำหรับลูกค้าที่ไม่ถนัดรับประทานอาหารดิบ อาทิ พาสต้าซอสครีมไข่กุ้ง, เส้นฟูตูชินี่สดผัดกับหอยตลับและเบคอน พาสต้าซอสครีมไข่กุ้ง โดยเส้น Fettuccini สดสูตรเฉพาะจากทางร้านปรุงกับเบคอนคั่วกระเทียมหรือหอยคั่วพริก, เมนูซีฟู้ดเสิร์ฟพร้อมไส้กรอกย่าง, ลิ้นเนื้อย่าง, เมนูทานง่ายอย่างไก่กรอบไม่มีกระดูก, หมูยัดไส้สมุนไพร และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย Grilled Lobster Truffle Kombu butter  อย่างที่บอกว่าทางร้านมีเมนูพิเศษขึ้นมาใหม่ คือ ‘Grilled Lobster truffle kombu’ โดยการนำล็อบสเตอร์กับวัตถุดิบพิเศษอย่างเห็ดทรัฟเฟิลและสาหร่ายคอมบุมาปรุงกับซอสเนยสดสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้าน Beyond Oysters เมนูสุดล้ำอย่าง ‘Beyond Oysters’ ที่นำเสนอวัตถุดิบที่ดีสุดซึ่งประกอบไปด้วย ไข่หอยเม่น, ไข่ปลาคาเวียร์ และไข่นกกระทา นำมารับประทานคู่กับหอยนางรมสดในหนึ่งคำเดียวกัน จะสัมผัสได้ถึงรสชาติความสด หอมหวานของวัตถุดิบแต่ละชนิดได้เป็นอย่างดี และล่าสุดกับเมนู 'Lobster Roll' เนื้อล๊อปสเตอร์สุกพอดี ตลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ทานคู่กับขนมปังบริยอชอบเนย กรอบนอกนุ่มในที่ทางร้านทำเอง ซึ่งมีให้เลือกหลายหน้าเมนูนี้เป็นยอดนิยม ที่ติดอันดับ 1 ของหลายๆ สื่อของวงการอาหาร ทั้งในแง่ของความสด การปรุง การนำเสนอ และรสชาติที่ลงตัว ร่วมลิ้มรสอาหารทะเลที่ถูกรังสรรค์ผ่านกรรมวิธีการปรุงอันพิถีพิถันโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญที่สามารถรักษารสชาติของอาหารทะเลสดเอาไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่ ‘เดอะ รอว์ บาร์’ (The Raw Bar) สาขาทองหล่อ อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 14-16, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อัสต์วิลล์ ชั้น 1, ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 4 และ ‘บีลอน ออยสเตอร์ แอนด์  รอว์บาร์’ (Belon Oyster & Raw Bar) สาขาซีนสเปซ ทองหล่อ 13 รายละเอียดสาขาและเวลาเปิด-ปิด The Raw Bar Branches Thonglor 440/9 Sukhumvit 55 (Between Thonglor 14-16) Operating hour: Monday- Sunday 5.30pm-12.00am For reservations, please call 02-713-8335 Central Festival Eastville 69, 69/1, 69/2 Praditmanutham Road, 1st Floor, Unit 117 - 117T, 118 - 118T Operating hour: Sunday- Thursday 10.00am-10.00pm Friday-Saturday 10.am-12.00am For reservations, please call 061-661-9822 Emporium 664 Sukhumvit Road, 4th floor Operating hour: Everyday 10.00am-10.00pm For reservations, please call 02-664-7544 Belon Oyster & Raw Bar Seenspace Thonglor 13, 1st Floor Unit F1-12 Operating hour: Everyday 05.00pm-12.00am For reservations, please call 02-712-6073

คาเฟ่ฮิปๆ สำหรับหนุ่มสาวที่รักสุขภาพ Mix & Munch : Grab and Go Cafe
สุขภาพ /  อาหารคลีน

มิกซ์แอนด์มันซ์ เป็นเฮทล์ตี้ฟู้ดคาเฟ่ สำหรับหนุ่มสาวผู้รักสุขภาพ คาเฟ่ฮิปๆ แห่งนี้มีแนวคิดที่ว่า "อาหารสะอาดและมีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ แต่สมารถทำให้มีลูกเล่นและสนุกขึ้นได้"  มิกซ์แอนด์มันซ์คาเฟ่เลือกใช้วัตถุดิบและส่วนผสมที่สดใหม่ ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังใช้เทคนิคการปรุงอาหารสุดล้ำที่อร่อยแค่คลีน แถมยังให้คนรักสุขภาพดีไซน์มื้ออาหารได้เองตามใจชอบ แมท์ส่วนผสมได้ตามต้องการ เริ่มต้นด้วยการเลือกคาร์โบไฮเดรต อาทิ ข้าวไรส์เบอร์รี่ เส้นฟูชิลี่โฮลวีต จากนั้นก็เลือกโปรตีนให้กับจานโปรดที่มีตั้งแต่ สะโพก อกไก่ เนื้ออสเตรเลีย ไปจนถึงแซลมอนชิ้นโตที่เอาใจคอซีฟู้ดได้เป็นอย่างดี ในส่วนของผักทางร้านก็มีให้เลือกหลากหลายชนิด เช่น บร็อคโคลี่ ฟักทองย่าง ข้าวโพด เห็ดออรินจิ และเห็ดชิตาเกะ คุณอาจลองสลัดผักรวมออแกนิกสุดคลาสสิกหรือมิกซ์แอนด์มันซ์สลักที่หวานกรอบ มีส่วนผสมของข้าวโพดหวานและซูกินี่ (บวบฝรั่ง) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แก่ ซอสมิกซ์แอนด์มันซ์ ซอสกระเพรา ซอสวาซาบิ-ซีฟู้ด ซอสแกง เขียวหวาน ซอสสะเต๊ะ หรือซอสจิ้มแจ่วตัวหม่ล่าสุดที่นับว่าเป็นไฮไลท์เลยเพราะแซ่บโดนใจ หลังจากอิ่มท้องจากมื้อหลักก็อาจตบท้านมื้ออร่อยด้วยขนมหวานรสชาติดี แถมแคลอรี่ต่ำไม่เกิน 30 กิโลแคลอรี่ต่อชิ้น ทานได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน เช่น เค้กแครอท บราวนี่ช็อกโกแลตสูตร Vegan ราคาอาหารอยู่ที่ประมาณ 100 - 225 บาท ส่วนขนมหวานเริ่มต้นที่ 40 - 70 บาทเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้นมิกซ์แอนด์มันซ์คาเฟ่ยังชูโรงเป็น Unique fast - casual restaurant เหมาะกับไลฟ์สไตล์อันเร่งรีบของคนเมือง ด้วยบริการซื้อกลับบ้าน (Grab&Go) และบริการเดลิเวอรี่ส่งอาหารเพื่อเอาใจคนวัยทำงาน นักศึกษา เหล่าคนรักสุขภาพ ที่มีเวลาน้อยแต่อยากทานอาหารเฮลท์ตี้ แต่หากว่าอยากดื่มด่ำกับบรยากาศฮิปๆ ในสไตล์การตกแต่งร้านแบบ Loft-industrial ก็สามารถทานอาหารที่ร้านพร้อมกับเยี่ยมชม "Open-Kitchen" แห่งแรก เพลิดเพลินไปกับการทำอาหารของเชฟในทุกขั้นตอน กล่าวได้ว่าที่มิกซ์แอนด์มันช์ คาเฟ่ คุณจะได้ทานอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อย มีประโยชน์แถมยังมีความสุขทุกครั้งที่รับประทาน มาลิ้มรสความอร่อยและสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษได้แล้วที่ Mix&Much Cafe 

สูตร แกงเลียงผักรวมกุ้งสด เมนูที่ช่วยผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
เมนูคุณแม่ตั้งครรภ์ /  แกงเลียง

เมนูสมุนไพรที่อร่อยครบเครื่องของไทยก็มีอยู่มากมายแต่ความสดชื่นกลมกล่อม ถึงเครื่องแกงเลยคือเมนู แกงเลียงผักรวมกุ้งสด ยิ่งทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นต้องมีต่อจานสอง และเป็นเมนูที่มีประโยชน์กับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมากช่วยเรียกน้ำนมได้ดีและส่งผลดีต่อลูกน้อยอีกด้วย ไม่ใช่แค่มีความอร่อยอย่างเดียว คุณค่าทางอาหารสูงมาก มีประโยชน์ทุกหยดของน้ำแกงเลยทีเดียว สูตร แกงเลียงผักรวมกุ้งสด เมนูที่ช่วยผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ วัตถุดิบ ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย บวบหอมอ่อน หั่นเป้นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย ข้าวโพดอ่อน 1 ถ้วย เห็ดฟาง 1 ถ้วย เห็ดนางฟ้า 1 ถ้วย ใบแมงลัก 2 ถ้วย กุ้งสด 1 ถ้วย น้ำลวกกุ้ง 6 ถ้วย เครื่องแกงเลียง กุ้งแห้ง 1/2 ถ้วย เนื้อกุ้งต้ม 1/2 ถ้วย พริกไทยเม็ด 2-3 ช้อนโ๖ะ หอมแดง 10 กัว กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ กระชาย 3 แง่ง พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด ขั้นตอนการเตียมวัตถุดิบ นำผักทุกอย่างมาล้างน้ำให้สะอาดและปอกเปลือกเอาไว้ เตรียมหั่นผักทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย เตรียมเครื่องแกงเลียง ให้นำเครื่องแกงเลียงที่เตรียมไว้มาโขลกรวมกัน โดยเริ่มจากโขลกกุ้งแห้งก่อน ตามด้วยพริกไทย กระชาย กะปิ หอมแดง กุ้งสด และพริกสด ตำให้พอละเอียด วิธีเตรียมกุ้งสดและน้ำซุป กุ้งสดนำไปล้างน้ำ ปอกเปลือก แล้วใช้กรรไกรตัดหัวเอาขี้กุ้งออก ตัดขากุ้งออกด้วย และผ่าหลังแบ่งเป็น 2 ชีกดึงเอาเส้นดำทิ้งไป จากนั้นเราก็จะนำกุ้งมาต้มในน้ำเดือดแค่พอกุ้งสุก (เพราะเราต้องการน้ำที่ได้จากการต้มกุ้งนี้ไปทำน้ำซุป) โดยกรองเอาน้ำไว้ด้วย พอได้กุ้งที่สุกแล้ว เราก็จะนำมาแกะเอาเปลือกกุ้งออก แต่ยังไม่ทิ้งเปลือกกุ้ง ถ้าสังเกตุให้ดีที่เปลือกกุ้งจะมีหัว และมันกุ้งติดอยู่ ให้นำเอาทั้งหมดนั้นมาปั่น แล้วละลายในน้ำต้มกุ้ง และใช้กระชอนกรองเอาส่วนที่ปั่นไม่ละเอียดทิ้งไป เราก็จะได้น้ำซุปกุ้งสดสุดแสนหวานมาทำแกงเลียง โดยไม่ต้องใช้ผงปรุงรสใดๆ มาช่วยเลย เมื่อได้น้ำซุปกุ้งสดมาแล้วก็นำใส่หม้อต้มให้เดือด พอน้ำแกงเดือดใส่เครื่องแกงเลียงลงไป พอน้ำแกงเดือดอีกครั้ง ให้เตรียมผักลงใส่ตามลำดับความสุกช้าหรือเร็ว คือให้ใส่ผักที่เนื้อแข็งสุกยากลงไปก่อนแล้วค่อยตามด้วยผักที่สุกง่าย ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย เติมไปชิมไป ให้ได้รสชาติที่เราต้องการ ท้ายสุดค่อยใส่ใบแมงลัก ที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงไทย ใช้ทัพพีกดให้ใบแมงลักจมน้ำแกงให้หมด ปิดเตา พักไว้ 1 นาที คนให้ทั่วและตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ที่มาจาก : zabwer.com 

รีวิวร้าน Bibim house (บิบิมเฮาท์) อาหารเกาหลีราคาย่อมเยา
กิมจิ /  อาหารเกาหลี / 

ทุกคนพอจะนึกฉากในซีรี่ย์เกาหลีที่นักแสดงกำลังคลุกข้าวในหม้อร้อนๆ คำโตๆ แล้วซดแกงเผ็ดสีส้มดูรสจัดจ้านในหม้อทองเหลืองเดือดปุดๆ กับไก่ทอดกรอบๆ คลุกซอสชุ่มช่ำออกมั้ยคะ นี่ขนาดแค่ดูยังไม่ได้กลิ่นนะเนี่ย ท้องก็โครกครากแล้ว วันนี้เรามีร้านอาหารเกาหลีสไตล์ซีรี่ย์มาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ... Bibim House นั่นเอง บรรยากาศในร้านให้อารมณ์เกาหลี๊เกาหลี ใช้สีสันสดใสทำให้เจริญอาหาร อารมณ์เหมือนทานอาหารอยู่ในร้านใจกลางกรุงโซล ที่นั่งสบายไม่อึดอัด พนักงานบริการดีเยี่ยมเลยค่ะ ว่าแล้วก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า Bibim กันก่อน คำนี้มาจากเมนูชื่อ Bibimbab (บิบิมบับ) หรือข้าวยำเกาหลีที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเห็นในซีรี่ย์บ่อยๆ บิบิมบับ คือข้าวที่โรยหน้าด้วยเครื่องเคียงได้แก่ หมูย่างเกาหลี กิมจิ แตงกว่าญี่ปุ่นคลุกน้ำมันงา ถั่วงอกลวก เห็ดลวก แครอทฝอยลวก ซอสพริกโคชูจังและสุดท้ายโปะด้วยไข่ดาวยางมะตูม บิบิมบับจะเสิร์ฟมาถ้วยหินที่ร้อนจัด เสียงดังฉ่าๆ เวลากินก็สนุกสนานตรงที่เราได้คลุกเคล้าข้าวกับเครื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบโคเรียนสไตล์ ถือเป็นเมนูแนะนำของร้าน มองไปโต๊ะไหนเป็นต้องเห็นถ้วยหินแบบนี้ทุกโต๊ะเลย มาต่อกันที่เมนูน่องไก่คลุกซอสกระเทียม กรอบนอกนุ่มใน คลุกซอสกระเทียมสูตรจากทางร้าน หอมๆ หวานๆ เค็มๆ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี เพลินๆ หยุดไม่อยู่เลยค่ะ (ฮา) ต่อด้วยกิมจิชิเก หรือแกงกิมจินี่เอง น่าตาดูเผ็ดแต่จริงๆ ไม่เผ็ดเท่าไหร่ เป็นเพราะสีของกิมจิเลยดูจัดจ้าน แต่รสชาติถือว่าเยี่ยม กลมกล่อม กิมจิก็กำลังดีไม่เปรี้ยวจนเกินไป ในหม้ออัดเต็มไปด้วยซี่โครงนุ่มเปื่อยชนิดรูดได้เลยไม่ต้องเคี้ยว แป้งต๊อกหนึบๆ และวุ้นเส้นเกาหลี ที่นี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยคะว่า เย็นนี้กินอะไรดี?

8 ร้านที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปแอ่วเมืองเจียงใหม่
ของหวาน /  อาหาร / 

8 ร้านที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปแอ่วเมืองเจียงใหม่ เชื่อว่า “เชียงใหม่” เป็นจังหวัดแรกๆ ที่ใครหลายคนเลือกไปพักผ่อนอย่างแน่นอน เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย แถมอาหารการกินก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้กัน มีทั้งของคาวและของหวานมาเอาใจนักท่องเที่ยว อยู่ที่ว่าจะชอบแบบไหนกัน เราจึงได้รวบรวมร้านอาหารขึ้นชื่อของ “เชียงใหม่” มาไว้ให้คุณเลือก จะมีร้านไหนติดอันดับบ้าง มาดูกัน... ถึงเจียงใหม่ ไปให้ถึง “เชียงใหม่” ด้วยอาหารพื้นเมือง รสชาติอร่อยหลากหลายเมนู ทั้งเมนูฮิตออเดิร์ฟเมือง เค็ม มัน กลมกล่อมกับไข่มดแดง (จากธรรมชาติ) ผัดไข่ (ไข่เป็ดเลี้ยงเอง) จิ้งหรีดดำ (จากฟาร์ม) ทอด และเมนูสุขภาพขึ้นชื่อ เห็ดถอบหรือเห็ดเผาะต้มกับนํ้าพริกข่า บอกได้เลยว่า“ลำขนาด” THE BARN: EATERY DESIGN ร้านสำหรับคนนอนดึกตื่นสาย แต่ยังได้ทานอาหารอร่อยบรรยากาศดี และมีที่ให้นั่งคุยและทำงาน คือความตั้งใจของ THE BARN ร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์อิตาเลียน ในบรรยากาศโรงเก็บของแบบฟาร์มตะวันตกพร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดแซ่บๆ ทั้ง PESTO SPAGHETTI และ BBQ CHICKEN WINGS สูตรเฉพาะของร้าน KAMPAANG สุกี้ยากี้นํ้าดำสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมผักออร์แกนิกสดๆ เนื้อและหมูชั้นดี พิเศษคือเสิร์ฟพร้อมไข่ไก่เปลือกขาวที่ทานได้สดๆ แบบไม่คาวแน่นอน วิธีทานคือ แกว่งเนื้อ/หมูในนํ้าสุกี้ในระดับความสุกที่ชอบ จุ่มไข่สดแล้วทานหรือจะทานพร้อมนํ้าจิ้มสูตรเด็ดของร้านก็ได้ ฟินและละมุนสุดๆ แน่นอน อ้อ! ร้านนี้เครื่องดื่มก็ดีด้วยนะ กาดหนมเส้น ร้านสำหรับคนกินเส้นที่สวยพร้อมนั่งเล่น ในบรรยากาศน่านั่ง พร้อมเมนูสารพัดเส้นสูตรเด็ดของชาวเหนือ ขนมจีนเส้นสดสั่งตรงจากพะเยา ราดด้วยนํ้าเงี้ยวสูตรเชียงรายเข้มข้นหรือจะเป็นนํ้ายาปูรสกลมกล่อมก็ลำไม่แพ้กัน MEENA RICE BASED CUISINE ร้านสำหรับคนรักข้าว ไม่ว่าจะทานข้าวกับอาหารคาวหลากเมนู หรืออาหารคาวหวานและเครื่องดื่มจากข้าวที่เป็นจุดเด่นของร้านนี้ ทั้งข้าวจี่หมูกระเทียม กุ้งชุบข้าวทอด ข้าวกล้องปั่นนมสด นํ้าสมุนไพรข้าวไรซ์เบอร์รี่ และที่พลาดไม่ได้คือข้าวห้าสี MU’S KATSU เมนูอาหารญี่ปุ่นโดยเชฟมืออาชีพ ที่มุ่งเน้นคุณภาพของอาหาร ปราศจากผงชูรส โฮมเมดร้อยเปอร์เซ็นต์ เน้นวัตถุดิบคุณภาพจานเด็ดคือ มิโซะคัตสึ และแกงกะหรี่สันในเนื้อนุ่ม หรือสันนอกติดมัน ทำสดใหม่จานต่อจาน เป็นอาหารญี่ปุ่นรสชาติจัดจ้านที่ทานแล้วต้องถูกใจ CAFE NATURE รสธรรมชาติ หวานขมผสมแล้วลงตัว คือสไตล์ของเครื่องดื่มและขนมของที่นี่ ด้วยรูปลักษณ์ของร้านที่แต่งด้วยสีธรรมชาติอย่างกระเบื้องใส ต้นไม้สวย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์เล็กๆ เมื่อบวกกับบานอฟฟี่ในกระถางต้นไม้และ LAYER NATURE กาแฟสูตรพิเศษที่มีลูกเล่นของการเลือกกินเป็นชั้นๆ ทำให้ที่นี่ ชิลล์สุดๆ ใจบุญ ร้านเล็กๆ ในบรรยากาศสวนน่ารัก มีเครื่องดื่มรสชาติดีเยี่ยม ทั้งกาแฟ ชา พร้อมสารพัดเมนูเค้กให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นช็อกฟัดจ์เลเยอร์ ช็อกทรัฟเฟิลชีส และทีเด็ดคือออริจินัลชีสเค้กชิ้นใหญ่เนื้อแน่นสูตรต้นตำรับนิวยอร์กชีสเค้ก เครดิตจาก นิตยสาร BAREFOOT ฉบับเดือนสิงหาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

สองหนุ่ม เฟิ่ง & เหวิ่น ประกาศจัดแฟนมีตติ้งที่เมืองไทย 13 พ.ย. นี้!
#Addiction1stFanmeetinginBKK /  #Addictionwebseries / 

เฟิ่ง & เหวิ่น บินลัดฟ้า พร้อมออกเดทกับแฟนๆ ชาวไทย ใน 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok หลิน เฟิงซง และ เฉินเหวิ่น สองหนุ่มสุดฮอตจากซีรีส์ชื่อดังของประเทศจีน เตรียมบินมาประเทศไทยเพื่อจัดแฟนมีตติ้งตามคำเรียกร้องของแฟนๆ กับ 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เรียกได้ว่าเป็นสองหนุ่มที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา หลังจากเคยมาจัดแฟนมีตติ้งที่เมืองไทยในนามซีรี่ส์ดังพร้อมกับเพื่อนนักแสดงอีก 2 คน ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดเพื่อเป็นการเอาใจแฟนๆ หลิน เฟิงซง และ เฉินเหวิ่น บริษัท SNP MEDIAHUB จึงคว้าตัวทั้งคู่กลับมาหาแฟนๆ ของพวกเขาอีกครั้ง โดยสองหนุ่มพร้อมแล้วที่จะชวนแฟนๆ ชาวไทยไปออกเดทสุดพิเศษ ในงาน 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok ... งานนี้การันตีความฟิน! เพราะทุกที่นั่งจะได้สิทธิ์ไฮทัช สัมผัสมือ เฟิ่ง & เหวิ่น กันอย่างทั่วถึง!! หลิน เฟิงซง เฉินเหวิ่น 2016 Sweet Date with FENG-WIN Fanmeeting In Bangkok จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ณ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เวลา 17.00 น. บัตรราคา 4,000(VIP) และ 1,300 บาท ติดตามการขายบัตรได้ที่ www.snpmediahub.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com