เหยี่ยว10

ธปท.พิมพ์เงิน เพิ่ม! 200-300 ล้านฉบับ - ปี 59
ข่าวเศรษฐกิจ /  ธนาคารแห่งประเทศไทย / 

ธปท.เล็งพิมพ์ธนบัตรใหม่เพิ่ม 1% หรือ 200-300 ล้านฉบับ ปี 59 พร้อม ยืดอายุใช้งานนานขึ้น นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารจัดการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า แนวโน้มการพิมพ์ธนบัตรในปี 2559 ว่า จะมียอดการพิมพ์ประมาณ 2.2 - 2.3 พันล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 200-300 ล้านฉบับ หรือกว่า 1% เทียบจากปีนี้ ที่คาดมียอดพิมพ์ธนบัตรออกใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.1 พันล้านฉบับ โดย ยอดการพิมพ์ธนบัตรในปี 2559 จะสอดคล้อง กับการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้า ภายใต้การขับเคลื่อนการลงทุนของภาครัฐที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอายุการใช้งานของธนบัตรในปัจจุบัน ที่ทนทานและยาวนานขึ้น ปกติการใช้งานธนบัตร 1 ใบ จะมีอายุใช้งานราว 17-18 เดือน หรือราว 1 ปีครึ่งแต่แนวโน้มข้างหน้า อายุการใช้งานของธนบัตรแต่ละใบจะยาวไปถึง 2 ปี ทำให้อนาคต แนวโน้มยอดการพิมพ์แบงก์ (ธนบัตร) ในแต่ละปีจะมีอัตราทรงตัว คือ ไม่ได้เติบโตเหมือนในอดีตที่เคยโต 5-10% เช่นบางปีก่อนหน้านี้ ส่วน ช่วงที่ผ่านมา แนวโน้มยอดพิมพ์ธนบัตรใหม่มีอัตราเติบโตที่ชะลอลง หรือคิดเป็นยอดการพิมพ์ธนบัตรใหม่ที่เข้าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นไม่ถึง 5% สำหรับปีนี้ ยอดการพิมพ์ธนบัตรใหม่ จะอยู่ที่ประมาณ 2.1 พันล้านฉบับ ซึ่งไม่ได้ขยายตัวเมื่อเทียบกับปี′57 ที่มียอดพิมพ์ธนบัตรอยู่ที่ 2.1 พันล้านฉบับ MThai News

หุ้นไทยวันนี้ มีลุ้นบวก หลังนลท.ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิวันเเรก
ข่าวหุ้น /  ดัชนีหุ้นไทย / 

หุ้นไทยวันนี้ มีลุ้นบวก หลัง นลท.ต่างชาติ กลับมาซื้อสุทธิวันเเรก หลังขายต่อเนื่องถึง 12 วัน มองกรอบเคลื่อนไหว 1,560–1575 จุด   บล.เคเคเทรด คาดว่า SET มีโอกาสรีบาวน์ระยะสั้น หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิกว่า 1.8 พันล้านบาทเป็นการซื้อสุทธิเป็นวันแรก หลังขายสุทธิต่อเนื่องถึง 12 วัน ทำการก่อนหน้านี้ ซึ่งจะทำให้จิตวิทยาการลงทุนดีขึ้น ขณะที่ความคาดหวังเชิงบวกต่อการออก QE ของ ECB รวมถึงโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการ ประชุม กนง. สัปดาห์หน้ายังเป็นปัจจัยหนุน SET ระดับสัปดาห์ อย่างไรก็ตามการรีบาวน์ในวันนี้อาจไปไม่ไกลและจบรอบได้ทุกเมื่อ ด้วยปัจจัยกดดันให้ SET ปรับลดลงเมื่อวันอังคารกว่า 20 จุด (เกือบ 10 จุดเป็นผลจาก BAY และหุ้นกลุ่ม ปตท.ที่มีสัดส่วนรวมกันราว 15% ของมูลค่าตลาดของ SET) ยังคงปกคลุมตลาดทั้ง BAY ที่จะถูกเอาออกจากการคำนวณดัชนี FTSE all-world ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ และกลุ่มปตท.และกลุ่มพลังงานจะถูกกดดัน จากการที่เมื่อคืนนี้กระทรวงพลังงานสหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขคลังน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐสัปดาห์ล่าสุด เพิ่มขึ้น 10.3 ล้านบาร์เรล มากกว่านักวิเคราะห์คาดเกือบ 3 เท่าและสูงเป็นประวัติการณ์ 5 สัปดาห์ ติดกันยังไม่สนับสนุนการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ ทางเทคนิค SET อยู่ในช่วงของการปรับฐาน หลังปิด gap แถว 1570 จุด แล้วยืนไม่ได้มีโอกาสปรับลงต่อได้ถึง 1525 จุด (61.8%) ซึ่งหากปิดต่ำกว่าระดับนี้จะยืนยันการจบรอบขาขึ้น เว้นแต่กลับมาปิดเหนือ 1580 จุดรูปแบบทางเทคนิคจะยังไม่เสียหาย กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน เลือกตัวเก็งกำไร แต่หาก SET ปิดต่ำกว่า 1560 จุดให้กลับมาถือครองเงินสด  Top Daily Pick: TOG (คาดผลประกอบการปี 58 เติบโตต่อเนื่องจากการขยายตลาดต่างประเทศ การจ่ายปันผลระหว่างกาลด้วยอัตราผลตอบแทน 3.5% ขึ้น XD 7 เม.ย.จะจำกัด downside ) AAV (ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องใน 1Q58 จากต้นทุนเชื้อเพลิงปรับลดลงและการฟื้นตัวของราคาตั๋ว รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินรองรับนักท่องเที่ยวจีน) MThai News

เปิดแฟ้มสยอง คดี
คดีฆาตกรรม /  คดีนวลฉวี / 

ประเทศไทยเมืองพุทธ แต่กลับมีคดีฆาตกรรม เกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเฉพาะคดี ที่ผู้ฆ่านั้นมี อยู่ในสถานะพิเศษ ผู้ต้องหามีอาชีพที่สูงส่งอย่าง "แพทย์" หรือ "หมอ"  ยิ่งได้รับความสนใจมาก  เพราะแพทย์ได้ชื่อว่าเป็น ‘ผู้ให้ชีวิต’ แต่เมื่อมาเป็น ‘ผู้พรากชีวิต’ เสียเอง จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและ ซับซ้อน ซ้อนเงื่อน  เราจึงขอย้อนรอยคดีดัง เปิดแฟ้มสยอง คดี "หมอโหด" ฆาตกรรมในตำนาน คดีนวลฉวี ย้อนไปเมื่อ 50 กว่าปีก่อนเกิดคดีเขย่าขวัญคนกรุงเมื่อมีผู้พบศพพยาบาลสาวถูกฆ่าข่มขืนอย่างทารุณแล้วโยนศพทิ้งน้ำบริเวณสะพานนนทบุรี ซึ่งต่อมาถูกเรียกกันว่าสะพานนวลฉวีจุดเริ่มต้นมาจากในช่วงปี 2501 นายแพทย์อธิปได้พบรักกับนวลฉวีที่จังหวัดลำปาง จนกระทั่งตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502 แต่หลังจากนั้นเพียง 6 วัน นายแพทย์อธิปได้จดทะเบียนสมรสซ้อนกับนางสาวสมบูรณ์ สืบสมานอีกคน ปมปัญหาจึงเริ่มก่อตัวขึ้น 13 กรกฏาคม 2502 นวลฉวีได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ให้ดำเนินคดีกับหมออธิปในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยขณะเข้าแจ้งความนวลฉวีมีบาดแผลที่ตาซ้ายและจมูกมีรอยช้ำบวม จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 10 กันยายน มีพยานพบเห็นนายแพทย์อธิป ขับรถพานวลฉวีเดินทางออกไปจากโรงพยาบาลยาสูบ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นนวลฉวีในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่เธอจะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม คดีศยามล ก็เป็นอีกหนึ่งคดีที่สร้างความสลดหดหู่ยิ่งนักเกิดขึ้นเมื่อ ปี 2536 เมื่อมีผู้พบศพพยาบาลสาวถูกฆ่าโดยอำพรางว่าเป็นการขมขื่นและทิ้งศพไว้ในรถเก๋งนิสสัน สีขาว ทะเบียน ก-2344 ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ อ.บ้านลาด จ.ประจวบฯ โดยมีลูกสาววัย 2 ขวบ ร้องไห้กอดศพและคอยซับเลือดผู้เป็นแม่อยู่ทั้งคืนซึ่งผู้ที่บงการสั่งฆ่าก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือ นายแพทย์บัณฑิตโฆษิตชัยวัฒน์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งก็เป็นสามีของเธอนั่นเอง คดีหมอเสริม สาครราษฎ์ ก่อเหตุขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 ด้วยการฆ่าหั่นศพ นางสาวเจนจิราพลอยองุ่นศรี แฟนสาว โดยหมอเสริมให้การว่าเกิดผิดใจกันที่มีชายอื่นมาพัวพันแฟนของตัวเองก่อเหตุด้วยการใช้ปืนยิงแล้วใช้มีดผ่าตัดเฉือนศพเป็นชิ้นๆทิ้งลงชักโครกจนมีผู้พบชิ้นเนื้อมนุษย์จนนำไปสู่การพิสูจน์ DNA ก็พบว่าตรงกับเจนจิราต่อมาหมอเสริมได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยบอกเพียงว่าอยากไปใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร คดีหมอผัสพร แพทย์หญิงโรงพยาบาลรถไฟที่หายตัวไปนานร่วมเดือนกระทั่งกลายเป็นคดีที่นำไปสู่การสืบสวนสอบสวน นายแพทย์วิสุทธ์ บุญเกษมสันติผู้เป็นสามี ซึ่งให้การปฎิเสธมาโดยตลอดจนเมื่อทีมสืบสวนเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นอาคารวิทยนิเวศน์พบคราบเลือดและเส้นผม และหลักฐานสำคัญที่เป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ในบ่อพักน้ำเสียของอาคารซึ่งตรงกับ DNA ของหมอผัสพร สอดคล้องกับพยานที่เห็นว่านายแพทย์วิสุทธิ์อยู่กับหมอผัสพรเป็นคนสุดท้ายรวมถึงเรื่องการฟ้องหย่าที่มีปัญหาขัดแย้งกันมานานจนนำไปสู่มูลเหตุจูงใจฆ่าในที่สุด คดีหมอต้น นายแพทย์ปุรนันท์โลหะนวกุลเจ้าของ โอเคคลีนิก ในสงขลา ตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าภรรยาตนเองที่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 เริ่มจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทีมมือปืนได้ 4 คน และให้การซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างจากนายแพทย์ปุระนันท์5 แสนบาท ให้ลงมือสังหารชนวนขัดแย้งของเหตุสลดครั้งนี้ มาจากเรื่องความเจ้าชู้ของหมอปุรนันท์และเรื่องการตกลงผลประโยชน์สินสมรสที่ไม่ลงตัว คดีหมอสุพัฒน์ หรือ  พันตำรวจเอกนายแพทย์สุพัฒน์เลาหะวัฒนะ แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆาตกรรมอำพราง 2 สามีภรรยา ชาวไร่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่วันนี้กำลังเป็นปริศนาว่าตำรวจจะสามารถหาพยานหลักฐานมาประกอบสำนวนส่งฟ้องได้อย่างไรเมื่อเริ่มเจอเงื่อนงำทางคดีที่ยากขึ้นโยงใยไปสู่คดีมรดกตามมา MThai News

รวมงานประกวด แข่งขัน ประจำเดือนมีนาคม 2558
การแข่งขัน /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

รวมงานประกวด แข่งขัน ประจำเดือนมีนาคม 2558  ทั้งการประกวด Contest การแข่งขัน ส่งผลงานชิงรางวัล ทุกประเภทสำหรับนิสิต นักศึกษา 1.ประกวดคลิปวิดิโอสั้น "WHERE INSPIRATION BEGINS" สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดคลิปวิดิโอสั้น ชิงรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท ดูรายละเอียดที่ www.okmd.tv/okmd_contest/where_inspiration_begins ตั้งแต่วันนี้ – 16 มีนาคม 2558 สอบถามโทร. 086-179-4556, 098-979-9134 หรือ Email : okmdtv@okmd.or.th 2.ประกวดสิ่งประดิษฐ์ รายการสมรภูมิไอเดีย รายการ “สมรภูมิไอเดีย” (BRAINCHILD) ขอเชิญนักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์ รายการสมรภูมิไอเดียปี10 ภายใต้แนวคิด “เรียบง่าย ใช้ดี มีไอเดีย” ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 1,00,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี หมดเขตวันที่ 6 มีนาคม 2558 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-262-3826 , 02-262-3925 หรือที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/brainchildtv3 3.แข่งขัน Young Financial Star Competition 2015 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ เมืองไทยประกันชีวิต,ปตท, ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และหน่วยงานต่างๆ ขอเชิญนักศึกษาระดับปริญญาตรี สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ "Young Financial Star Competition 2015" ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 6,000,000 บาท ติดต่อสอบถาม S-E-T Call Center 0-2229-2222 หรือ www.facebook.com/YFSClub และ e-mail: YFS@set.or.th ตั้งแต่วันนี้ – ศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2558 4.ประกวด infographic ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด infographic และ animation ประเด็นบำนาญชราภาพภายใต้แคมเปญ “สังคมไทยสูงวัยไปด้วยกัน ด้วยบำนาญแห่งชาติ” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 40,000 บาท ส่งผลงานภายในวันที่ 29 มีนาคม 2558 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ chompoo@aidsaccess.com และ facebook fan page บำนาญประชาชน 5.ประกวดคลิปโฆษณา The Permission for FIC บริษัท มิลเลี่ยนบั๊กส์ (2424) จำกัด ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานประกวดคลิปโฆษณา The Permission for FIC ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 35,000 บาท หมดเขตส่งผลงาน 8 มีนาคม พ.ศ. 2558  โทร. 02-880-7705 เบอร์ 086-305-1551 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Fanpage: https://www.facebook.com/ficfic.purifying 6.แข่งขันโปรแกรม MS Office บริษัท เออาร์ไอที จำกัด ขอเชิญนิสิต นักศึกษา สมัครเข้าร่วมแข่งขันโปรแกรม MS Office ชิงแชมป์ประเทศไทย "MOS Olympic 2015" ชิงรางวัลเงินสด พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Microsoft Specialist World Championship ที่ประเทศสหรัฐอเมริการับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 15 มีนาคม 2558 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-682-6350-4 ต่อ 522 และ 521 7.ประกวดภาพถ่าย งานเปิดโลกทะเลชุมพร จังหวัดชุมพร ขอเชิญนิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดภาพถ่าย งานเปิดโลกทะเลชุมพร หัวข้อ "8 เมืองต้องห้ามพลาดที่ชุมพร" ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท ส่งผลงานถึงวันที่ 13 มีนาคม 2558 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.chumphon.go.th หรือ facebook : TATChumphonRanong โทร. 0-7750-2775-6 หรือ 0-7750-1831 8.ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่า ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) เนื่องในโอกาสครบรอบ 123 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารมกว่า 35,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร หมดเขตวันที่ 13 มีนาคม 2558 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร โทร. 02-544-8000 ต่อ 4888 หรือ email: pnru.ac.th และ www.pnru.ac.th ติดตาม Campus Event ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.22 Facebook : www.facebook.com/campusstar

10ปีสำเร็จ! 'โคลนทอง'ควายไทยโคลนนิ่งตัวแรกของโลก
ควายไทยโคลนนิ่ง /  จุฬาลงกรณ์ / 

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว "โคลนทอง" ควายไทยโคลนนิ่ง จากเซลล์ใบหูพญาควายปลักไทยตัวแรกของไทยและโลก หลังใช้เวลาทำการวิจัยนาน 10 ปี จนประสบผลสำเร็จ วันนี้ (3 มี.ค. 58 ) ดร.มงคล เตชะกำพุ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดตัว "โคลนทอง" ลูกควายโคลนนิ่ง จากเซลล์ใบหูพญาควายปลักไทยตัวแรกของไทยและโลก โดยดร.มงคล กล่าวว่า ปัจจุบันควายไทยกำลังเสี่ยงกับการสูญพันธุ์ เนื่องจากมีการขยายพันธุ์น้อย และไม่นิยมใช้ในการเกษตรอีกต่อไปแล้ว ทางจุฬาฯ จึงได้เริ่มทำการวิจัยตั้งแต่ปี 2542 จนมาสำเร็จในปี 2554 ที่ผ่านมา ออกมาเป็น “โคลนทอง” ซึ่งต่อมาทางจุฬาฯ ได้ขอพระราชทานพระราชนุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย “โคลนทอง” แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ซึ่งได้มีพระราชกระเเสให้นำมาเลี้ยงที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา โดยได้ติดตามดูแลโคลนทองมาโดยตลอด จนแน่ใจว่า “โคลนทอง” สมบูรณ์แข็งแรงดี จึงได้มีการเปิดตัวในวันนี้  ซึ่งก็ถือเป็นความสำเร็จอย่างมากหลังจากที่พยายามมากว่า 10 ปี ดร.มงคล ระบุด้วยว่า ขณะนี้ "โคลนทอง" มีอายุ 3 ปี 4 เดือน น้ำหนัก 400 กิโลกรัม เป็นควายที่มีลักษณะดี ตามตำราโบราณ มีปากคาบแก้ว หน้าผากสีขาว และเท้าขุนนาง โดย "โคลนทอง" สามารถสืบพันธุ์ได้ตามปกติเหมือนควายทั่วไป โดยอาจใช้วิธีรีดน้ำเชื้อเก็บไว้เพื่อนำไปต่อยอดขยายพันธุ์ต่อไป อีกทั้งยังสามารถทำการรีโคลนนิ่ง (โคลนนิ่งจากควายที่เกิดมาจากการโคลนนิ่ง) จากเจ้า "โคลนทอง" ได้อีกด้วย สำหรับการโคลนนิ่งควายจากเซลล์ใบหูครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก ซึ่งนับเป็นคุณูปการครั้งใหญ่ของวงการวิจัยไทย เพราะสามารถเพิ่มขยายพันธุ์ควายไทยให้ได้มากขึ้น โดยจะต่อยอดงานวิจัยนี้ในภาคเศรษฐกิจ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวสปริงนิวส์ MThai News

เตรียมพบ PK ผู้ชายปาฏิหาริย์ สุดยอดหนังจากอินเดีย ทุบสถิติรายได้สูงสุดในอเมริกา!
PK /  บอลลีวูด / 

นำกลับมาฉายให้คอหนังชาวไทยได้ชมกันอีกครั้ง สำหรับสุดยอดภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของอินเดีย ที่นักวิจารณ์ทั่วโลกต่างยกนิ้วให้อย่าง  PK ผู้ชายปาฏิหาริย์ ซึ่งเคยสร้างเสียงฮือฮา เมื่อสามารถเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการทำรายได้ติดอันดับ TOP 10 ของอเมริกาในปี 2014 อีกทั้งยังเป็นการทุบสถิติรายได้สูงสุดกว่า 3,200 ล้านบาท แซงหน้าภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Dhoom 3 ไปได้อีกด้วย PK ผู้ชายปาฏิหาริย์ ภาพยนตร์แนวดราม่า-คอมมาดี้-แฟนตาซี นำแสดงโดย อาเมียร์ ข่าน ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังจากวงการบอลลีวูด ร่วมด้วย อนุชกา ชาร์มา และ โบแมน อิรานี เรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวที่เดินทางมาทำวิจัยที่โลกมนุษย์ แต่กลับถูกขโมยรีโมทเรียกยานอวกาศไป ทำให้เขาต้องออกตามหารีโมทเพื่อจะได้กลับบ้าน แต่เมื่อเขาไปถามใครๆก็มีแต่คนบอกว่า "พระเจ้าเท่านั้นแหละที่จะนำรีโมทมาคืนให้ได้" ดังนั้นเรื่องราวความสนุกสนานปนเสียดสี ในการตามหารีโมทยานแม่ของ PK จากพระผู้เป็นเจ้าของเขาจึงเริ่มต้นขึ้น พบกับความสนุกสนาน ปนเสียดสีแบบน่าหยิกแกมหยอกได้ใน PK ผู้ชายปาฏิหาริย์ ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สำหรับกรุงเทพเข้าฉายเฉพาะสาขารังสิต, เมกะบางนา, รัชโยธิน, ปิ่นเกล้า, บางกะปิ, สำโรง, ซีคอน,บางแค, งามวงศ์วาน, เอสพลานาด และต่างจังหวัดเข้าฉายใน เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่, โคราช, อุดรธานี และหาดใหญ่ซีนีเพล็กซ์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ PK ได้ที่นี่เลย --------------------------------

โหลดหรือยัง! แอปพลิเคชั่น ร้องเรียนเเท็กซี่
DLT Check in /  คมนาคม / 

คมนาคม ส่ง แอปพลิเคชั่น ร้องเรียนเเท็กซี่ เผย ผลตอบรับดีเกินคาด ระบุ 10  วัน มีผู้ลงทะเบียนเเล้วกว่า 7,066 ราย  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้มียอดผู้ใช้ แอปพลิเคชั่น “DLT Check in” ของกรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อ วันที่ 20 ก.พ. ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเเล้ว 7,066 ราย เป็นชาวต่างประเทศกว่า 20% โดยมีการเช็กอิน เพื่อร่วมประเมินความพึงพอใจการใช้บริการจากทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,245 ราย เฉลี่ยประมาณ 103 รายต่อวัน พบว่า มีผู้แสดงความเห็นจำนวน 262 ราย ซึ่งเป็นการร้องเรียนกรณีความผิดร้ายแรงต้องดำเนินการเร่งด่วน ฐานขู่กรรโชกและไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร 4 ราย ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการลงโทษปรับผู้กระทำความผิดแล้ว นอกนั้นเป็นความผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ขับขี่ และสภาพตัวรถ โดยส่วนการร้องเรียนกรณีพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้แจ้งให้มารายงานตัวแล้ว ส่วนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสภาพรถได้ส่งเรื่องส่วนตรวจสภาพรถ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ติดตามดำเนินการแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ ได้มีการประเมินความเห็นจาก 6 คำถามหลักแต่ละด้าน ตั้งแต่พอใจมากที่สุด พอใจมาก ปานกลาง และต่ำเกณฑ์ ซึ่งผลการประเมินพบว่ามีความพึงพอใจในการใช้บริการรถแท็กซี่ในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์มากถึงมากที่สุด 70% มีความพึงพอใจความสะอาดมากที่สุด 42% ส่วนต่ำเกณฑ์มี 13%, สภาพรถโดยรวม พอใจมากที่สุด 36% ต่ำเกณฑ์มี 13%, ความคุ้นเคยในเส้นทางของผู้ขับขี่ พอใจมากที่สุด 50% ต่ำเกณฑ์มี 14%, ความสุภาพของผู้ขับรถแท็กซี่ พอใจ 79% เป็นต้น ซึ่งแท็กซี่ที่ได้รับการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ให้เร่งปรับปรุงคุณภาพการให้บริการโดยเร็ว หากพบการเพิกเฉยหรือไม่ให้ความร่วมมือ กรมการขนส่งทางบกจะมีมาตรการในการลงโทษผู้ขับรถแท็กซี่และผู้ประกอบการอย่างจริงจัง เพื่อให้การยกระดับมาตรฐานคุณภาพการให้บริการด้วยรถแท็กซี่สัมฤทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว “ในภาพรวมน่าพอใจ เพราะจำนวนแท็กซี่จดทะเบียน 1 แสนคัน โดยวิ่งบริการกว่า 8 หมื่นคันนั้น ไม่ได้บริการห่วยทั้งหมด จากผลสำรวจพบว่า กว่า 70% ผ่านเกณฑ์ความพึงพอใจ ที่เหลืออีกกว่า 10% หรือคิดเป็นประมาณ 10,000 กว่าคันยังมีปัญหา ซึ่งความเห็นจากผู้ใช้บริการจะช่วยสนับสนุนให้มีการปรับปรุงแท็กซี่ที่ยังบริการไม่ดี” นายอาคมกล่าว MThai News

รื้อหิ้งหนังเก่า : Russian Ark (2002) - ต้นตำรับ 'หนังซ็อตเดียว'
Alexander Sokurov /  BIOSCOPE / 

Russian Ark (2002) - ต้นตำรับ 'หนังซ็อตเดียว' ในรอบปีที่ผ่านมาจนถึงบนเวทีออสการ์ หนังที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าคอหนังทั่วโลก ด้วยการเล่าเสมือนทั้งเรื่องถ่ายทำด้วยเพียงเทคเดียว (Long Take) แม้สุดท้าย Birdman (2014) จะไม่ได้ถ่ายทำด้วยลองเทคแบบจริงๆ แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นการเลือกใช้วิธีเล่าเรื่องอันชาญฉลาดของ อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อีญาร์รีตู ที่เลือกเปรียบเปรยช่วงชีวิตของมนุษย์เรา ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องไม่ต่างจากภาพยนตร์เช่นกัน หากแต่ถ้าจะพูดถึงหนังที่ถ่ายทำด้วยกลวิธีแบบลองเทคจริงๆ แล้ว คงต้องกล่าวถึงหนังจากประเทศรัสเซียสุดคลาสสิค ที่มักถูกเอ่ยถึงเสมอในการเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญ ของการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมาถ่ายทำภาพยนตร์เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของการใช้ฟิล์ม จนกลายมาเป็นหหนังที่ถ่ายทำแบบลองเทคจริงๆ ยาวกว่า 96 นาที เรื่องนี้ Russian Ark หนังที่สร้างขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบ 300 ปีของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อันเป็นเมืองสำคัญางวัฒนธรรมของรัฐเซีย โดยผู้กำกับ อเล็กซานเดอร์ โซกูรอฟ (Alexander Sokurov)  ได้นำนักแสดงและทีมงานกว่าพันชีวิต!! เข้าไปถ่ายทำใน พิพิธภัณฑ์เฮียร์มิทาจ ที่เซ็ตอัพทั้ง 33 ห้องให้กลายเป็นพระราชวังฤดูหนาว เพื่อเล่าเรื่องผ่านสายตาของภูติผี ที่เสมือนพาเราไปสำรวจวังแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายและผลงานศิลปะอันตระการตา เพื่อสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมรัสเซียแต่ละยุคสมัยตลอดกว่า 300 ปี โดยโซกูรอฟพูดถึงแนวคิดของการทำหนังเรื่องนี้ว่า "รัสเซีย เป็นทั้งที่ดำรงชีวิตและสร้างผลงานของอย่าง ดอสโตเยฟสกี้, รัคมานินอฟ, ไซคอฟสกี้, ตอลสตอย, เซคอฟ...ผมสามารถบอกชื่อคนผู้เป็นสุดยอดของประเทศนี้ได้อีกเพียบ และผม -ในฐานะตัวแทนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมอันแสนเยาว์วัย อย่างภาพยนตร์ ซึ่งพึ่งมีอายุอานามแค่เพียง 100 ปีเศษ- จึงต้งเปรียบเทียบสิ่งที่ผมทำกับศิลปะทั้งหลายที่เคยถูกสร้างไว้อย่างยิ่งใหญ่ในรัสเซีย ...สำหรับผม รัสเซียจึงเป็นดินแดนทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่มีทั้งอดีตอันน่าทึ่ง และอนาคตอันกว้างไกล" ซึ่งเหตุผลที่เขาเลือก พิพิธภัณฑ์เฮียร์มิทาจ เป็นสถานที่ถ่ายทำ นั่นเพราะชีวิตส่วนหนึ่งของโซกูรอฟ ล้วนเป็นบุญคุณสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะการบ่มเพาะภูมิปัญญาทางศิลปะ ที่ส่งผลต่อผลงานหนังของเขาในปัจจุบันนั่นเอง "ที่นี่ เป็นที่ที่คุณจะได้ยืนประจันหน้ากับศิลปะจิตรกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีมากพอที่คุณต้องใช้เวลาดูกว่าสามปีจึงจะครบ!! แน่นอนว่าในฐานะคนทำหนังแล้ว เรามิอาจเพิกเฉยต่อวัฒนธรรมโลกได้...เพราะว่าหนังก็คือศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งงานศิลปะทุกชนิดต่างมีชีวิตเป็นของมันเองคนดูบางคนอาจรู้สึกว่า เวลาดู Russian Ark คงต้องพยามยามทำความเข้าใจกับมันมากหน่อย แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำคุณก็คือ แค่เพียงลองเปิดใจให้กว้าง คุณก็จะเข้าใจทุกๆ อย่างได้เอง" แม้หนังเรื่องนี้จะสร้างนวัตกรรมใหม่ในการถ่ายทำ (ด้วยการใช้กล้องดิจิตอลความละเอียดสูง ที่พ่วงทั้งฮาร์ดดิสที่เพียงพอสำหรับบันทึกไฟล์ดิบกว่า 100 นาที พร้อมแบตเตอรี่ความจุมากเป็นพิเศษเพื่อรองรับการใช้งานยาวนานติดต่อกัน) ที่ยังไม่รวมไปถึงการซักซ้อมคิวถ่ายทำอีกไม่รู้กี่เดือนเพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แต่กระนั้นเป้าหมายที่แท้จริงของโซกูรอฟ กลับไม่ใช่ความสำเร็จทางด้านเทคโนโลยีใดๆ หากแต่เป็นเจตนารมณ์ในการส่งต่อไอเดียทางศิลปะ...จากรุ่นสู่รุ่นต่อไป "ถึงผมจะทำหนัง Russian Ark แบบไม่มีการตัดต่อเลย แต่สิ่งที่ผมต้องการคือ หลังจากผู้ชมดูหนังไปราว 5-10 นาที พวกเขาต้องลืมไปเลยว่าหนังเรื่องนี้ถ่ายทำด้วยเพียงซ็อตเดียว พวกเขาจะติดตามเรื่องราวในหนังต่อไปด้วยความเพลิดเพลิน และกลับมานึกถึงความสำเร็จของการถ่ายทำด้วยเทคนิคนี้...ก็ต่อเมื่อหนังได้จบลงและจอเบื้องหน้าได้กลายเป็นสีดำไปแล้วนั่นเอง" **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Portrait ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 25 (ธันวาคม 2546) https://www.youtube.com/watch?v=J--TDEHizVA

ยังไงกันแน่! แสงวาบบนท้องฟ้าเป็นดาวตก ไม่ใช่จากดาวเทียม
กรุงเทพ /  ดาวเทียม / 

แสงวาบบนท้องฟ้าเป็นดาวตก ไม่ใช่จากดาวเทียม!! วันนี้(4 มี.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับปรากฎการณ์แสงวาบบนท้องฟ้าเมื่อคืนวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมาว่าแท้จริงแล้วเป็นแสงวาบจากดาวตกหรือดาวเทียมกันแน่ ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ เปิดเผยว่า ตอนแรกตนมั่นใจว่าแสงสว่างที่เห็นเมื่อคืนบนท้องฟ้านั้น น่าเป็น iridium flare หรือแสงวาบจากดาวเทียมอิริเดียม เนื่องจากช่วงเวลาที่รายงานกันนั้นตรงกับที่ทางสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทยทำนายไว้ว่าจะเป็น 19:53 น. ซึ่งตรงกับเวลาในคลิปที่ถ่ายจากรถยนต์ ต่อมา ทางรุ่นพี่ พสวท. ของตน "ดร.ศรันย์ โปษยะจินดา" รอง ผอ. สถาบันดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย ก็บอกเช่นเดียวกันว่า แสงสว่างในคลิปคนตีกอล์ฟ นั้นน่าจะเป็น iridium flare แต่ก็ไม่รู้ว่าถูกทิศ และเวลา หรือเปล่า แต่ทางรุ่นน้องของตนที่เป็นนักดาราศาสตร์ Matipon Tangmatitham (ลูกน้อง ดร.ศรันย์ ซะด้วย) ก็แย้งด้วยความมั่นใจว่า คลิปตีกอล์ฟเนี่ย ดาวตกแน่ๆ ทำให้นักดาราศาสตร์แบ่งข้างกันแล้วไง จนมาได้ อาจารย์หนุ่มนักดาราศาสตร์ ที่ฟิสิกส์ จุฬาฯ อย่าง ดร.วิภู รุโจปการมาช่วยอธิบายอีกคน โดยดร.วิภู ยืนยันว่าแสงที่เห็นในคลิปคนตีกอล์ฟ น่าจะเป็นดาวตกหรือ fireball เพราะ Iridium flare มักจะวิ่งช้ามาก ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการเคลื่อนจากขอบฟ้า-ขอบฟ้า (หรือประมาณ 10 องศาฟ้า/นาที) โดยจะวาบ flare แว๊บนึงตอนที่แผงโซลาร์เซลทำมุมพอดี ซึ่งในช่วงเวลา 19:53 - 19:54 นั้น ดาวเทียมจึงยังเคลื่อนไปไม่พ้นกลุ่มดาว Puppis ด้วยซ้ำ ขณะที่เจ้าวัตถุสว่างนี้วิ่งเร็วกว่ามาก ประมาณ 20 องศา/วินาที จึงน่าจะเป็นดาวตกและเป็นไปได้ที่จะเกิดดาวตกในช่วงเวลาเดียวกับที่เกิด iridium flare เพราะดาวตกนั้นเกิดบ่อยมาก แทบจะทุกๆ คืน (ถ้ามองท้องฟ้าไปเรื่อยๆ 200 ชั่วโมงจะเห็น fireball สว่างจ้าขนาด -6 mag สักลูก) "...ดังนั้น ผมขอสรุปว่า เมื่อคืนตอนประมาณ 2 ทุ่ม ต้องมีทั้ง Iridium flare และ fireball เกิดขึ้นแน่ ๆ ... ส่วนจะมี Dragonballl ซิ่งมอเตอร์ไซค์ผ่านด้วยหรือเปล่าอันนี้ตัวใครตัวมันครับ 555..." MThai News

ฝรั่งแส้สร้อง! ซูฮกลูกยิงจักรยานอากาศ มาเชน่า ดาวยิงเซาะกราว
กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ /  กัมบะ โอซาก้า / 

เอาไปเลยเต็ม 10 เต็ม 10 กับลูกยิงจักรยานอากาศระดับเวิลด์คลาสของ กิลแบร์โต้ มาเชน่า ดาวเตะชาวแซมบ้าของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วยให้ทีมแกร่งจากดินแดนเซาะกราวพลิกแซงเอาชนะ  กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ ไปได้ 2-1 เก็บ 3 แต้มอันล้ำค่าในศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 รอบแบ่ง กลุ่มเอฟ นัดที่ 2 ส่งผลให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีแต้มในกระเป๋าแล้ว 6 แต้มเต็ม รั้งเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม และล่าสุดเว็บไซต์ดังอย่าง 101greatgoals ถึงกับต้องอัพโหลดคลิปยิงประตูลูกนี้เพื่อเป็นการซูฮกลูกยิงของ ดาวเตะชาวแซมบ้าของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กันเลยทีเดียว :)

พระ-เณร หวิดมรณภาพหมู่ เพราะหมวกกันน็อกใบเดียว!
พระสงฆ์ /  มรณภาพหมู่ / 

พระสงฆ์-สามเณรนับ 100 รูป หวิดมรณภาพหมู่ ! หลังรถบัสที่นั่งมาเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถยนต์ ที่หักหลบหมวกกันน็อกกลางถนน วันนี้ (3 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถโดยสารปรับอากาศ ที่โดยสารพระสงฆ์และเณรนับ 100 รูป ประสบอุบัติเหตุบนถนนสุขุมวิท หลัก กม.ที่ 170 บริเวณปากทางเข้าบ้านพัก กรมสรรพาวุธทหารเรือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้การจราจรติดขัด จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบรถโดยสารปรับอากาศ 2 ชั้น 2 คัน ของบริษัท อุบลรัตน์ทัวร์ ทะเบียน 30-1613 เชียงใหม่ และหมายเลขทะเบียน 30-1002 นครราชสีมา และรถยนต์ 1 คัน ยี่ห้อโปรตอน สีขาว ทะเบียน ขง 7303 ชลบุรี ของพันจ่าเอกพรชัย โฉมศรี มีรอยถูกเฉี่ยวชนที่บริเวณด้านหน้าและด้านหลัง มีพระสงฆ์และสามเณร พร้อมด้วยชาวบ้านที่โดยสารมาด้วย ลงมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความตื่นตกใจ จากการสอบสวน คนขับรถโดยสารปรับอากาศ ทราบว่าได้นำพระสงฆ์จำนวน 10 รูป พร้อมสามเณร 80 รูป และชาวบ้านกว่า 20 คน จากโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เพื่อเดินทางมาทัศนศึกษาในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีรถนำขบวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เป็นรถนำทาง เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ มีรถยนต์โปรตอนขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด รถโดยสารปรับอากาศจึงเหยียบเบรกกะทันหัน แต่รถหยุดไม่ทัน ทำให้ชนท้ายรถยนต์กระเด็นออกไป ก่อนที่รถโดยสารปรับอากาศที่ตามหลังมาอีกคัน จะชนท้ายต่ออีก แต่โชคดีที่ไม่ได้เสียหลักหรือพลิกคว่ำ จากการสอบสวน พันจ่าเอกพรชัย คนขับรถยนต์ ทราบว่า ขณะขับรถมาตามถนน ได้มีรถยนต์ที่ขับอยู่ด้านหน้า เบรกอย่างกะทันหัน เพื่อหักหลบหมวกกันน็อกที่หล่นอยู่กลางถนน ตนขับตามมาเกรงว่าจะชนเข้ากับท้ายรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้หักหลบเข้ามาในขบวนรถของพระสงฆ์-สามเณร จนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนรถยนต์คันหน้าที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีไป ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางมากับคณะและผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว ต่างกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเพราะหมวกกันน็อกใบเดียวแท้ๆ จนเกือบจะทำให้พระสงฆ์และสามเณรนับร้อยหวิดมรณภาพหมู่เสียแล้ว ภาพและข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

สุดเศร้า! รถชนเจ้าบ่าวดับ เจ้าสาวสาหัส ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน
รถชน /  อุบัติเหตุ / 

รถตู้โดยสาร  ชนรถจักรยานยนต์ ว่าที่เจ้าบ่าวนครพนมเสียชีวิต ส่วนว่าที่เจ้าสาวสาหัส ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน ร.ต.ท.พิชิตชัย รูปคม ร้อยเวร สภ.ธาตุพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สายธาตุพนม-มุกดาหาร รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม กู้ภัยธาตุพนม ที่เกิดเหตุอยู่หน้า ร.ร.บ้านต้อง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม ประมาณ 200 เมตร พบรถตู้โดยสาร บ.สหมิตร ทะเบียน 10-6487 กรุงเทพมหานคร ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำ ทำให้ นายณัฐ ชาว จ.มหาสารคาม เสียชีวิตคาที่ ส่วน น.ส.สุนทรีย์พร พ่อโพธิ์ ชาว อ.ธาตุพนม ซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้คันดังกล่าวขับมาถึงที่เกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนายณัฐ ผู้ตาย ขี่รถมาพร้อมกับแฟนสาวเพื่อซื้อข้าวของและมีกำหนดจะแต่งงานกันในเย็นวันนี้ เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

เตือนภัย! คนปั่นจักรยาน โดนรถยนต์เหมือนตั้งใจชนแล้วหนี
จักรยาน /  ชนแล้วหนี / 

เตือนภัย! คนปั่นจักรยาน โดนรถยนต์เหมือนตั้งใจชนแล้วหนี  วันนี้(5 มี.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากเว็บไซต์พันทิป ชื่อ เตือนภัยคนปั่นจักรยาน โดนรถยนต์ขับชนแบบตั้งใจ โดยสมาชิกคุณ theeradetc ได้เปิดเผยว่า เหตุเกิดเวลา ประมาณ 20.30 ตนปั่นจักรยานไปกับเพื่อนสองคน จะไปร้านอาหารแห่งหนึ่งระหว่างทางขึ้นสะพาน ข้ามแยกเกษตร จาก คลองเปรม ข้ามไป ม.เกษตร ได้มีรถเก๋ง สีบรอนเทา ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน ไม่แน่ใจ xร 256x เหมือนได้ตั้งใจขับชน รถจักรยานเพื่อนผม ซึ่งปั่นอยู่ข้างหน้า เพราะรถเลนขวา ว่างมาก เค้าค่อย ๆ เบี่ยงมาชนเข้าข้างหลัง และมองจากด้านหลังคือ คิดว่าตั้งใจชนแน่ ๆ หลังจากชน ก็ได้เบี่ยงรถ ออกขวาไป แล้วหนีไปแบบไม่สนใจใยดี ตนพยายาม เข้าไป ช่วยเพื่อนขึ้นมาก่อน แล้วปั่นอัดตามรถ แต่ไม่ทันเพราะไฟเขียวพอดี เบื้องต้นได้แจ้งความกับ สน ทุ่งสองห้อง และขอกล้องวงจรปิด บริเวณนั้นแล้ว สภาพของคนเจ็บ มีแผลถลอก หลังจากชนเสร็จ คนเจ็บได้สลบไป ประมาณ 10 นาที เข้ารักษาตัวที่ รพ. วิภา ตอนนี้ ปลอดภัยแล้ว "เบื้องต้นข้อมูลเพียงแค่นี้ครับ ถ้าท่านที่เป็นคนขับเข้ามาอ่านผมก็ขออภัยด้วยครับที่ใช้ข้อความหัวข้อกระทู้กล่าวหาหากท่านหักหลบสิ่งกีดขวางและไม่ได้มีเจตนาชน และหากท่านมีกล้องหน้ารถ รบกวนนำมาลงใว้ด้วยครับ " ที่มา http://pantip.com/topic/33310173 MThai News

ตื่นมาก็ เหนื่อย แล้ว แบบนี้คือเป็นโรค หรือ ขี้เกียจ...ตอบ!!
อาการ /  เครียด / 

เป็นกันไหม ยังไม่ทันทำอะไร แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาจากที่นอน ก็รู้สึก เหนื่อย ซะแล้ว ยังไม่ทันได้ทำงานอะไรเลย หากคุณมีอาการแบบนี้ มาดูกันว่า สาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไรบ้าง และเราสามารถกำจัดอาการเหล่านี้ออกจากร่างกายเราได้อย่างไร 1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ วิธีแก้น่ะหรอ หยิบน้ำขึ้นมากินสิ่ 2. เก็บเรื่องหนักใจ หรือ เครียดสะสม ไว้ในหัวตลอดเวลา ถึงเวลาที่คุณต้องทิ้งมันไปได้แล้ว 3. ไม่กินอาหารเช้า มื้อที่สำคัญต่อการทำงานของระบบร่างกาย อย่างน้อยแค่นมสักแก้วก็ยังดี แต่ให้ดีที่สุด ควรทานอาหารให้อิ่ม 4. กินอาหารจังค์ฟู๊ดมากไป ประเภททำงานจนไม่มีเวลากินข้าว เลยพึ่ง แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ หรือ โดนัท นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ 5. วันหยุดนอนดึกเกินไป ก็แน่สิ่ นอนไม่พอมันก็ง่วงและ เหนื่อย อยู่แล้ว 6. กินกาแฟระหว่างวันเกิน 2 แก้ว ปริมาณคาเฟอีน ที่สะสมอยู่ในร่างกายเยอะ เป็นสาเหตุให้กระตุ้นการทำงานของหัวใจและสมอง เมื่อถึงเวลาควรพักผ่อน มันก็เลยไม่พัก เพราะมีสิ่งกระตุ้นค้างอยู่ 7. ดื่มแอลกอฮอลล์ก่อนนอนเกิน 1 แก้ว บางคนคิดว่า การดื่มไวน์ก่อนนอน ช่วยให้หลับสบาย แต่ถ้าดื่มมาก มันจะตรงกันข้ามนะจ๊ะ 8. ทำงานในวันหยุด ไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมร่างกายถึงเหน็ดเหนื่อย เพราะมันหยุดคุณไม่ให้มันได้พักนั่นเอง 9. มีปัญหากับการพูดคำว่า "ไม่" เพราะไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ คุณรับมันหมด ไม่ว่าจะงาน หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว เลยทำให้สมองคุณสั่งให้ต้องทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา ถ้าหากว่าคุณเริ่มรู้สึก เหนื่อย ล้า ก็พักมันบ้างเถอะค่ะ 10. เช็คอีเมลล์ก่อนนอน หรือ แม้แต่การเล่นเฟสบุ๊คก่อนนอน ก็ทำให้สมองพักผ่อนไม่พอ ทางที่ดีก่อนนอนควรปล่อยให้สมองได้ผ่อนคลายเพื่อที่จะทำการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์ 11. คุณเสพติดความสมบูรณ์แบบ ปล่อยวางไม่เป็น ก็คงไม่ต้องถามเหตุผลว่าทำไมถึงเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาโน๊ะ 12. ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ลองกินอาหารจำพวก ใบตำลึง ผักโขม ถั่วแดง ถั่วดำ ข้าวโอต ให้มากขึ้น 13. เหนื่อยจากการทำงาน เลยไม่ออกกำลังกาย เป็นการตัดสินใจที่ผิดโดยสิ้นเชิง การออกกำลังกายแล้วเหนื่อย เหงื่อออก จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน หรือ สารแห่งความสุข ที่จะช่วยให้หลับสบายและยังกระตุ้นระบบการทำงานในร่างกายให้ดีขึ้น 14. ออฟฟิศรก โต๊ะทำงานรก มันส่งผลทางจิตวิทยา โดยที่คุณไม่รู้ตัว ประมาณว่า แค่เห็นโต๊ะรก จิตก็สั่งการไปแล้วว่างานยุ่ง อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าทำครบทุกข้อตามนี้แล้ว ยังรู้สึกว่า ตื่นมาแล้วเหนื่อยอยู่ อาจเป็นได้ว่า คุณขี้เกียจ แล้วล่ะอย่าโทษใครเลย เรื่องโดย Health.mthai.com

Chappie : สภาพแวดล้อมก่อให้เกิดมนุษย์
Chappie /  DISTRICT 9 / 

หลังจากผลงาน 2 เรื่องก่อนของผู้กำกับคนนี้ ก็จัดเต็มด้านการเป็นหนังไซไฟ เสียดสีสังคม ไปแล้วทั้ง District 9 และ Elysium มาคราวนี้ใน Chappie หนังใหม่ของ นีล บอมแคปป์ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้หนีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก เพราะหน้าหนังอาจจะเป็นเหมือนหนังบู๊ล้างผลาญ ปนคอมเมดี้ แต่แท้จริงแล้วก็ยังตลบอบอวนไปด้วยความเสียดสีเช่นเคย เรื่องราวของ แชปปี้ หุ่นยนต์ที่ถูกอาชญากรลักพาตัวไปตั้งแต่แรกเกิด และกลายมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวไม่สมประกอบ แต่ทว่า แชปปี้ ก็ฉายแววมีชีวิตจิตใจ เกินหุ่นธรรมดาออกมา จนกระทั่งความลับนี่ถูกพบโดยนายทหารขี้อิจฉา ที่หวังจะทำลายหุ่นตัวนี้ลงเพราะการที่มันมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง ซึ่งเอาจริงๆถ้าหากจะอธิบายหนังเรื่อง Chappie ให้ได้เห็นภาพมากที่สุด ก็คงต้องบอกว่าหนังมาสไตล์ของการเสียดสีแบบ District 9 แต่ฉากแอ็คชั่นมันส์ระเบิดแบบ Elysium ก็ว่าได้ เพราะจากที่ดูแล้วก็ดูเหมือนว่าผกก. บอมแคปป์ ที่จะไม่ได้ทิ้งลายเส้นของตัวเองให้ห่างไกลไปจากเดิมเท่าไหร่นัก ซึ่งประเด็นสำคัญที่ Chappie หยิบมาเล่นนั้นก็นับว่าสามารถเข้าถึง และกัดจิกแบบตรงไปตรงมาได้เป็นสำคัญ กับการให้ค่าของ ส่วนประกอบความเป็นมนุษย์ ผ่านทั้งสภาพแวดล้อม, ภาษา และรวมถึงจิตสำนึกคิด ที่ล้วนแล้วแต่กลับมาตั้งคำถามว่า อะไรกันแน่ที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นตัวเรา แท้จริงมันคือจิตใต้สำนึก หรือเป็นเพียงสภาพแวดล้อมที่เราถูกเลี้ยงดูมากันแน่ ผ่านเรื่องราวการถ่ายทอดของ ครอบครัวแก๊งสเตอร์ และการต่อกรของ ทหารขี้ฉ้อ ที่แสดงให้เห็นว่าแม้ชนชั้นจะต่างกัน แต่ความเลว และ ความเป็นมนุษย์ ก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ถึงแม้อาจจะไม่เฉียบคมเท่า District 9 แต่ก็เป็นความทะเยอะทะยานที่น่าชื่นชม โดยอีกสิ่งนึงที่ส่วนตัวคิดว่า Chappie สามารถหยิบมาเล่นได้น่าสนใจคือเรื่องของ จิตวิญญาณ ที่เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันคืออะไร ทั้งเรื่องของ ความรัก โกรธ เกลียด แค้น และ โศกเศร้า และตัวหนัง Chappie นี่เองก็ไม่ได้สามารถให้คำตอบของมันได้ดีเท่าคำถามที่ตั้งเช่นกัน แต่เหตุผลที่ชอบก็เพราะ ตัวหนังมันสามารถหยิบเรื่องราวใหญ่ๆเหล่านี้ มายัดและตั้งคำถามถึงการความสำคัญของ จิตใต้สำนึก และ อัตลักษณ์ ในตอนท้ายได้อย่างเกิดคาด และถ้าหากคุณคิดว่าตัวหนังจะมุ่งเน้นแต่การเล่าเรื่องแบบนี้ในเชิงน่าเบื่อประมาณตอนต้นของ District 9 ก็ต้องขอตอบว่าคุณคิดผิด เพราะแน่นอนว่าในเมื่อหนังอยู่ในมือของสตูดิโอใหญ่อย่าง โซนี่ ก็ต้องมีโดนจับสั่งฉากแอ็คชั่นเข้าไปในเรื่องอย่างแน่นอน ซึ่งเอาเข้าจริงๆเลย ฉากแอ็คชั่น มันไม่ได้มีความจำเป็นต่อเนื้อเรื่องสักเท่าไหร่เลย (รวมถึงตัวละครของ ฮิวจ์ แจ็คแมน ด้วย) แต่คงเพราะหนังมันต้องมีจุดขายอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ดราม่าเกินทุนราคาแพงมากไป จึงต้องใส่เข้ามาเป็นส่วนผสม แต่ข้อดีของมันคือ ผู้กำกับสามารถถ่ายทอดฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นออกมาได้มันส์ยิ่งกว่าผลงานเก่าทั้ง 2 เรื่องรวมกันเสียอีก โดยส่วนนึงคงต้องยกความดีความชอบให้แก่ ดนตรีประกอบของ ฮานส์ ซิมเมอร์ และการเลือกใช้เพลงประกอบสุดเก๋ของผู้กำกับ จนสามารถทำให้คนดูลืมไปเลยว่าแท้จริงแล้ว ส่วนประกอบของความเป็น แชปปี้ อาจจะไม่ต้องพึ่งฉากแอ็คชั่นเลยก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม โดยสรุปแล้วผมคิดว่า Chappie จัดได้ว่าเป็นหนังไซไฟเรื่องนึงที่ดูสนุก ซึ่งถึงแม้อาจจะยังไม่สามารถเสียดสีได้คมเท่า District 9 แต่ก็ถือว่ามีความทะเยอะทะยานในการถ่ายทอดเรื่องใหม่ๆได้ดี รวมไปถึงฉากแอ็คชั่นที่เห็นได้ชัดว่าฝีมือของผู้กำกับนั่นพัฒนามากขึ้นจากเรื่องก่อน และรอไม่ไหวแล้วที่เขาจะได้กำกับ Alien ภาคต่อไปเสียที เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ