เหยี่ยว10

ชาบูชิ ฉลองใหญ่! จัดให้กินฟรี 100 สาขา สาขาละ 100 คน... ทั่วไทย!
โออิชิ

ชาบูชิ ฉลองใหญ่! จัดให้กินฟรี 100 สาขา สาขาละ 100 คน... ทั่วไทย! ชาบูชิ (Shabushi by OISHI) ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาด “ชาบู-ชาบู...สุกี้หม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น” พร้อมเสิร์ฟแคมเปญเด็ด “ฉลอง 100 สาขา... ร้อยแล้วรับเลยกับชาบูชิ!” ตลอดเดือนตุลาคม มุ่งคืนกำไรให้ลูกค้า พร้อมอัดงบกว่า 30 ล้านบาท คาดมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นราว 10-15% คุณแซม-ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์อาหารไทย (ในปี 2556) ว่าการเติบโตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของร้านอาหารสัญชาติเอเชีย ได้แก่ ร้านอาหารญี่ปุ่นโต 20% ร้านอาหารปิ้งย่าง 16% ร้านอาหารไทย ร้านสุกี้และชาบู เพิ่มขึ้นเท่ากัน 15% สาเหตุมาจากร้านอาหารเอเชียมีวิธีการปรุงที่พิถีพิถัน และรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก ปัจจัยหลักที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในไทยมาจากทั้งการปรับรสชาติอาหารให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การเลือกทำเลให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรับรู้ข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 22,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโต 10-15% ต่อปี ซึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% โดย 80% เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า” โดยธุรกิจอาหารของ โออิชิ กรุ๊ป (ในปี 2557) รายได้รวมจาก 6 เดือนแรกปีนี้ 3,200 ล้านบาท สิ้นปีตั้งเป้าเติบโตประมาณ 20 – 25% และมีส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31% ร้านอาหารญี่ปุ่น “ชาบูชิ (Shabushi by OISHI)” สองความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยมเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ เป็นสาขาที่ 1 และได้รับความนิยมอย่างสูง จนก้าวเข้าสู่สาขาที่ 100 แล้วในวันนี้ ในโอกาสนี้ “ชาบูชิ” จึงจัดแคมเปญ ชาบูชิ “ขอบคุณครับ” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อยที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน โดยมีสุดยอดทีเด็ดของแคมเปญฯนี้ก็คือกิจกรรม “วันนี้กินฟรี” ฉลอง 100 สาขา สาขาละ 100 คน รวม 10,000 คน ในวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 วันเดียวเท่านั้น! เสริมด้วยการแจก “Thank You Coupon (คูปองส่วนลด 100 บาท)” ให้กับลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ท่านละ 1 ใบ ตลอดเดือน ตุลาคม 2557 โดยใช้งบประมาณการตลาดราว 30 ล้านบาท หวังมุ่งคืนกำไรและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าผู้มีอุปการะคุณเป็นสำคัญ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นราว 10-15% สำหรับแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำของ โออิชิ กรุ๊ป ประกอบด้วย 1) โออิชิ แกรนด์ จำนวน 1 สาขา 2) โออิชิ บุฟเฟต์ 19 สาขา 3) ชาบูชิ 100 สาขา 4) นิกุยะ 11 สาขา 5) โออิชิ ราเมน 55 สาขา และ 6) คาคาชิ 9 สาขา ขณะที่แผนและทิศทางการลงทุนหลังจากนี้ จะเร่งขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการปีละ 50 สาขา เน้นที่แบรนด์ “ชาบูชิ” เป็น แบรนด์หลัก ส่วนการขยายสาขาในต่างประเทศนั้น ปีนี้จะเปิด “ชาบูชิ” ในประเทศแถบเออีซี โดยเฉพาะเมียนมาร์เพิ่มอีก 2 แห่ง หลังรุกขยายกิจการเมื่องช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับเกินความคาดหมาย สามารถทำรายได้เฉลี่ย 4 – 5 ล้านบาทต่อเดือน

10 เรื่องน่ารู้ เกาหลีเหนือ
เกร็ดข้อมูล /  เที่ยวเกาหลีเหนือ / 

เที่ยวเกาหลีเหนือ แม้ว่าหลายคนจะหวาดกลัว เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ แต่ในระยะหลัง ประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศนี้ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ วันนี้เราจะพาคุณผู้ชมมาพบกับ 10 สิ่งน่ารู้ ก่อนตัดสินใจท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ 10 เรื่องน่ารู้ เกาหลีเหนือ ยิ่งลึกลับ ยิ่งน่าค้นหา คำๆนี้ยังคงใช้กับเกาหลีเหนือได้เป็นอย่างดี ประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศนี้ ยังคงมีอะไรหลายอย่าง ที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปค้นพบ แม้ว่าการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ จะไม่ได้ยากเย็นเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดที่ใครๆ ก็ไปได้ Travel.mthai.com เราจึงรวบรวม 10 สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวเกาหลีเหนือมาฝากกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนที่สนใจจะไปท่องเที่ยวเกาหลีเหนือกัน เริ่มกันที่สิ่งแรก เกาหลีเหนือ มีเบียร์ชั้นเลิศที่คอเบียร์ทั้งหลายไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางไปถึง เบียร์ดังกล่าวมีชื่อว่า แทดงกัง ซึ่งเป็นชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านกรุงเปียงยาง โดยจุดกำเนิดของการผลิตเบียร์ในเกาหลีเหนือนั้น เริ่มขึ้นเมื่อปี 2543 เมื่อทางการเกาหลีเหนือตัดสินใจซื้อบริษัทผลิตเบียร์ของอังกฤษทั้งบริษัท แล้วให้ขนย้ายอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการผลิตเบียร์ มาตั้งไว้ชานกรุงเปียงยาง จากนั้นเบียร์ยี่ห้อแทดงกังก็ถูกผลิตวางจำหน่ายตามท้องตลาด และได้รับความนิมจากชาวเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก 2. ผู้หญิงเกาหลีเหนือชอบสวมรองเท้าส้นสูง เป็นที่น่าแปลกใจว่าในประเทศที่วัฒนธรรมจากตะวันตกยังไม่แพร่หลายมากนัก อย่างเกาหลีเหนือ ผู้หญิงที่นี่กลับนิยมรองเท้าส้นสูงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะใส่ไปทำงาน หรือในชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งทหารหญิง ที่ยังต้องใส่รองเท้ามีส้น คาดว่าสิ่งเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน 3. นักท่องเที่ยวสามารถนำโทรศัพท์มือถือติดตัวมาได้แล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะถูกยึดไว้บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาซื้อซิมการ์ดได้ที่นี่ โดยค่าซิมการ์ดสำหรับการใช้งาน 2 สัปดาห์นั้น อยู่ที่ 66 ดอลลาร์ หรือราว 2,000 บาท แต่ค่าโทรนั้นค่อนข้างแพงมาก ถ้าหากโทรกลับสหรัฐฯ จะอยู่ที่นาทีละ 6.60 ดอลลาร์หรือราว 200 บาทเลยทีเดียว 4. ผู้คนที่นี่รักเสียงดนตรี ชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ นักท่องเที่ยวสามารถขอให้พวกเขาร้องให้ฟังได้ ซึ่งนิสัยดังกล่าว นำมาซึ่งกิจการร้านคาราโอเกะ ที่มีอยู่ทั่วไปในเปียงยาง โดยวงดนตรีเกาหลีเหนือที่ดังที่สุดในตอนนี้ คือวง Moranbong ส่วนวงดนตรีจากต่างชาติที่ครองใจชาวเกาหลีเหนือนั้น ก็คือ Beatles นั่นเอง 5. กีฬายอดนิยมของเกาหลีเหนือ คือ วอลเลย์บอล ชาวเกาหลีเหนือไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย จะชื่นชอบการเล่นวอลเลย์บอลมากเป็นพิเศษ แม้จะมีอุปสรรคขาดแคลนสนาม หรือเน็ตกั้น ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด 6. รถไฟใต้ดินในเปียงยาง อยู่ลึกกว่าที่คุณคิด การเดินทางด้วยบันไดเลื่อนลงไปยังรถไฟใต้ดินนั้น อาจใช้เวลา 2-3 นาทีเลยทีเดียว เพราะรถไฟใต้ดินของที่นี่ อยู่ลึกลงไปกว่า 100 เมตร สำหรับการให้บริการนั้น มี 2 สาย 17 สถานี โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบและก่อสร้าง มาจากรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย 7. ชาวเกาหลีเหนือคลั่งไคล้กิมจิ กิมจิคืออาหารขึ้นชื่อ และเรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลีเหนือ ผู้หญิงเกาหลีเหนือทุกคนต้องทำกิมจิเป็น และรสชาติของกิมจิก็จะแตกต่างกันออกไป เรียกได้ว่าสูตรใครสูตรมัน ความคลั่งไคล้กิมจิของคนที่นี่ นำมาสู่ข้อคิดของบรรดาผู้ชายทั้งหลายว่า ก่อนที่จะเลือกแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนนั้น ควรลองชิมกิมจิฝีมือพวกเธอดูเสียก่อน และค่อยตัดสินใจ 8. ความเป็นระเบียบของชาวเกาหลีเหนือ ชาวเกาหลีเหนือจะถูกฝึกให้เข้าแถวตรงตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้น เมื่อมีงานสำคัญๆอะไร เราจะเห็นพวกเขายืนเรียงแถวตรงอย่างเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อแถวเพื่อวางดอกไม้หน้าอนุสาวรีย์ หรือแม้กระทั่งการวิ่งจ็อกกิ้งในตอนเช้าก็ตาม 9. ชาวต่าวชาติไม่มีสิทธิ์ใช้เงินวอน ค่าเงินของที่นี่คือค่าเงินวอนก็จริง แต่ชาวต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้แลกเงินวอนแต่อย่างใด พวกเขาต้องใช้เงินสกุลต่างชาติ อย่างดอลลาร์ ยูโร หรือหยวน ในการซื้อสินค้าที่นี่แทน โดยก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าของเกาหลีเหนือเสีย ด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ กฎดังกล่าวเริ่มผ่อนปรนมากขึ้น 10. ชาวเกาหลีเหนือทุกคนต้องติดเข็มกลัดรูปคิม อิล ซุง หรือคิม จอง อิล หรือทั้งคู่ ไม่ว่าพวกเขาจะสวมชุดอะไรก็ตาม ซึ่งน่าสังเกตว่า เข็มกลัดดังกล่าวไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด แต่จะการแจกให้กับประชาชนในโอกาสพิเศษๆ เท่านั้น ปัจจุบันชาวเกาหลีเหนือได้นำเข็มกลัดเหล่านี้มอบให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกับคนที่พวกเขาคิดว่าสนิทสนมด้วย เพื่อเป็นของที่ระลึก ขอบคุณข้อมูลจาก voicetv 10 เรื่องน่ารู้ ก่อนไป เกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือเล่นแรง! ยิงจรวด 2ลูก ข่มขวัญเกาหลีใต้

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง
Haha /  Jee Seok Jin / 

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง ทีกรุ๊ปฯ จัดงานสุดเยี่ยม Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand ขอมอบเหรียญทองรางวัลชนะเลิศให้ไปเลย! สำหรับงาน Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งของเหล่าพิธีกรรายการ รันนิ่งแมน ซึ่งประเดิมเปิดฉากในไทยเป็นพิกัดแรกของตารางทัวร์กันไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน สร้างสรรค์และจัดงานโดย บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับ Urban Works Media & Entertainment ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีสปอนเซอร์ใหญ่ใจดี ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ช่วยผลักดันให้งานนี้สำเร็จลุล่วง เติมฝันครั้งหนึ่งในชีวิตของรันเนอร์ชาวไทย (Runner ชื่อเรียกแฟนคลับ Running Man) ให้ได้เจอตัวเป็นๆ ของห้าสมาชิกตัวท็อปแห่งวาไรตี้เกมโชว์อันดับหนึ่งแดนกิมจิ รันนิ่งแมน ที่ยกโขยงกันมาปล่อยมุกสดๆ โชว์เพลงเด็ดๆ แจกลายเซ็นตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจองานนี้เข้าไปขาประจำงานเกาหลีต่างก็ยกนิ้วให้และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือที่สุดแล้วของความฮาและฟิน! ทั้งขำกลิ้ง ทั้งดูเพลินยิ่งกว่างานไหนๆ ที่เคยจัดมา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชาวคณะรันนิ่งแมนทั้งที กองกำลังหลักอย่าง จีซอกจิน (Jee Seok Jin), คิมจงกุก (Kim Jong Kook), ซงจีฮโย (Song Ji Hyo), อีกวางซู (Lee Kwang Soo) และ ฮ่าฮ่า (HaHa) ก็ขนความบันเทิงชนิดนับมุกไม่ถ้วนมาเอ็นเตอร์เทนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่คัดเลือกเพลงมาให้กรี๊ดและฮาเฮกันชุดใหญ่ พร้อมด้วยพลังไฮเปอร์ควบทักษะการแข่งขันเกมสุดมันที่เราเคยประจักษ์กันมาแล้วจากเวอร์ชั่นรายการโทรทัศน์ ซึ่งเมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เวลา Race Start! เริ่มต้นเกมการแข่งขันอีกรูปแบบของชาวคณะรันนิ่งแมน เปิดฉากเรียกเสียงหัวเราะปนเสียงกรี๊ดจากชาวรันเนอร์ไทยแลนด์กันก่อนเลยกับวีทีอาร์เปิดตัวเหล่าสมาชิกในเพลง Destiny ซาวด์แทรคประกอบละครซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง You Who Came From The Stars (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) จบเพลงแรกพักเบรคพูดคุยทักทายชาวรันเนอร์ที่มาให้กำลังใจกันเนืองแน่นห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเดินทางมาไทยก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ชั้นเชิงพูดไทยของแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าระดับเทพ พี่จมูกโต จีซอกจิน เปิดก่อนใครว่า “สวัสดีครับ จีซอกจินครับ เป็นยังไงบ้างครับ” ด้วยสำเนียงเป๊ะสุดๆ ส่วนสปาต้ากุก คิมจงกุก ก็บอกว่า “สวัสดีครับ คิมจงกุกครับ ผมคิดถึงทุกๆ คนครับ” ตามด้วยแม่ทัพหญิง ซงจีฮโย “สวัสดีค่ะ ซงจีฮโย ยินดีที่พบกันนะคะ” จากนั้นถึงคิวพ่อยีราฟประจำรายการอย่าง อีกวางซู “สวัสดีครับ กวางซูครับ ไทยแลนด์รักนะจุ๊บๆ” ปิดท้ายที่ ฮ่าฮ่า แร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง “สวัสดีครับฮ่าฮ่าครับ ทุกคนเซ็กซี่สุดๆ” นอกจากนี้เขายังออกปากชมแฟนชาวไทยอีกด้วยว่า เป็นแฟนคลับที่น่ารักสุด เพราะเมื่อครั้งมาถ่ายทำรายการที่ไทย แฟนๆ ที่ตามไปดูก็ให้เกียรติทีมงานอย่างมาก ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ทำให้พวกเขาถ่ายรายการอย่างไม่มีอุปสรรคเลย ในฐานะที่เป็นงานแฟนมีตติ้งของเดอะแกงค์รันนิ่งแมน งานนี้ก็ต้องขอให้พวกเขาโชว์ทักษะและลีลาการแข่งขันเกมให้ชมหน่อยกับธีมเกมเศรษฐี ซึ่งเหล่าสมาชิกรันนิ่งแมนจะต้องทอยลูกเต๋า หากลูกเต๋าสุ่มลงที่ช่องไหนก็จะต้องเล่นเกมหรือถูกลงโทษตามนั้น พี่ใหญ่ ซอกจิน อาสาทอยลูกเต๋าเป็นคนแรก ตกที่พิกัด เกมรีลเลย์ โดยในเกมนี้จะมี 5 เกมย่อย แบ่งผู้โชคดี 10 คนออกเป็น 2 ทีม A และ B โดยมี พี่เสือจงกุก รับหน้าที่เล่น เกมตะเกียบคีบถั่วใส่จาน เป็นเกมแรก จากนั้นก็แตะมือให้ มงจี หรือ จีฮโย หญิงสาวหนึ่งเดียวของทีมที่เจองานหินต้อง ซิทอัพ 50 ครั้ง ซอกจินได้งานถนัดคือเล่น เกมตั๊กจี ให้ผ่าน แล้วจึงแปะมือน้องชายร่างโย่ง กวางซู ที่เจองานง่ายแค่ เกมทำลูกโป่งให้แตก ท้ายสุด ฮ่าฮ่า ต้อง เดาะลูกบอลพู่สีเงินให้ได้ครบ 10 ครั้ง จึงจะสำเร็จภารกิจ ทีมไหนที่ทำเวลาได้น้อยกว่าก็เป็นผู้ชนะไป บรรยากาศบนเวทีตอนเล่นเกมเต็มไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ผู้ชนะในเกมนี้ก็รับไปเลยของที่ระลึกแบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่ชาวรันนิ่งแมนแต่ละคนเตรียมมาให้แฟนๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ยังได้ถ่ายรูปโพราลอยด์แบบแนบชิดกับทีมพิธีกรรันนิ่งแมนอีกด้วย เข้าสู่เกมที่ 2 กวางซู รับหน้าที่ทอยลูกเต๋าในเกมนี้ เรียกได้ว่าคนนี้มือดีสุดๆ เพราะทอยลูกเต๋าครั้งแรกก็เจอบทลงโทษเลย! เป็นภารกิจ การอุ้มแฟนคลับลุกนั่งเป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นบทลงโทษของกวางซู แต่ดูเหมือนว่าน้องนางผู้โชคดีที่โดนอุ้มนั้นจะฟินสุดๆ ไปเลย   เกมต่อมาคือ เกมลูกจุดโทษท้าทาย มีผู้โชคดีอีก 5 ท่านได้ขึ้นมาร่วมสนุก ครั้นจะเตะลูกบอลเข้าประตูเฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไปนิด พี่ๆ เขาเลยจัดอุปกรณ์เสริมทั้งรองเท้าส้นสูง, ผ้าปิดตา, ตีนกบ, ผ้าผูกขา, แว่นตาเลนส์หนาเตอะ แต่ละสิ่งล้วนเป็นตัวช่วยป่วนให้ลำบากขึ้นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าวันนี้ กวางซู จะโชคร้ายโดนบทลงโทษนำร่องไปก่อนแล้ว ในความโชคร้ายยังพอมีโชคดีเข้าข้างอยู่บ้าง พ่อยีราฟเกิดเป่ายิ้งฉุบชนะจึงผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแบบสบายๆ ก่อนทอยลูกเต๋าเล่นเกมกันต่อ และแล้วลูกเต๋าก็สุ่มลงที่ Gold Key งานนี้ส้มหล่นใส่แฟนคลับเพราะมีผู้โชคดีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้ถ่ายรูปพร้อมสมาชิกทั้ง 5 คน แล้วไปต่อกันที่ เกมฝาหม้อวัดดวง กติกาการเล่นก็ง่ายสุดๆ มีหม้อทั้งหมด 5 ใบ แต่จะมีเพียงใบเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถดึงฝาหม้อขึ้นได้ คนที่เจอแจ็คพอตเป็นหม้อใบนั้นจะต้องโดนแฟนๆ ผู้โชคดีทั้งหมดบนเวทีรุมตีหัวเป็นการลงโทษ หลังจากโชคดีในเกมจุดโทษมาแล้ว กวางซู กลับโดนราหูอมอีกครั้ง เมื่อฝาหม้อของเขาไม่สามารถเปิดได้ งานนี้เลยโดนแฟนๆ รุมตีหัวไปตามระเบียบ หัวเราะท้องแข็งไม่ได้หยุดหย่อนกับเกมต่างๆ ไปขนานใหญ่แล้ว ชาวคณะรันนิ่งแมนขอบอกว่า พวกเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้! เอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวกลั่นทั้งห้ายังมีโชว์พิเศษมาเซอร์วิสกันต่อ เริ่มต้นที่พี่ใหญ่ จีซอกจิน ขอเปลี่ยนคอสตูมให้ดูเท่กระชากวัยเพื่อแมทช์กับเพลงชื่อ We Are Young ตามติดด้วยสาวสวยมึนอึด ซงจีฮโย ที่ขอพลิกคอนเซ็ปท์ไปโชว์เสียงหวานๆ กันบ้างในเพลง Scent Of A Flower ประกอบละครเรื่อง Emergency Man and Women (คู่รักห้องฉุกเฉิน) ซึ่งเธอรับบทนางเอก จากนั้นยกเวทีให้ Prince of Asia อีกวางซู ที่ขอสลัดคราบตลก ลุกมาโชว์เดี่ยวเปียโนในเพลงสุดเพราะ I Miss You ทำเอาแฟนๆ ในฮอลล์กรี๊ดสลบ แถมชมไม่ขาดปากว่าพ่อยีราฟดูหล่อสุดๆ ไปเลย แต่ไม่ทันขาดคำ เจ้าชายของเราก็เก๊กแตก กลายร่างกลับไปเป็นดาวตลกอีกครั้ง เรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ได้สนั่นด้วยลีลาผาดโผน ยืนกลับหลังและตะแคงกายเล่นเปียโน ก่อนจบเพลงถือดอกกุหลาบเดินไปแจกให้แฟนคลับแถวหน้าได้ฟินกันอีกยก จากนั้นผู้ชายเสียงยุง คิมจงกุก ขึ้นเวทีมาในเพลงซึ้งๆ ของตัวเอง A Man และเพลงสากลของ Maroon 5 อย่าง Sunday Morning ปิดท้ายกับแร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง ฮ่าฮ่า ซึ่งขอเคลียร์เวทีให้เป็นคอนเสิร์ตย่อมๆ ในเมดเล่ย์สุดมัน 3 เพลงรวด ประกอบด้วยเพลงดังของเขาเองอย่าง You Are My Destiny, Rosa และ Super Weeds Man ทำเอารันเนอร์ไทยอดใจไม่ไหว ลุกขึ้นโดดกันลืมเหนื่อยเลยทีเดียว เหล่าสมาชิกกลับออกมาอีกครั้งในช่วงแจมที่พวกเขาร่วมกันทำให้ความสนุกเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นเวทีแก้คิดถึง คู่รักวันจันทร์ โดย จีฮโย หยิบเพลงของ แกรี่ อย่าง Turned Of The TV มาร้องโชว์ ซึ่งแม้ว่าแกรี่จะติดภารกิจไม่ได้มาด้วยในครั้งนี้ แต่เรามีตัวแทนเฉพาะกิจอย่าง จงกุก และ ฮ่าฮ่า สวมหน้ากากแกรี่ ออกมาร่วมร้องร่วมโยกสุดน่ารัก ถึงคิวเซอร์ไพรส์สุดกู่กับคู่หู Easy Brother ซอกจิน และ กวางซู ที่โผล่มาในเพลง Trouble Maker ชนิดสเต็ปท่าเต้นเป๊ะประหนึ่งว่า ฮยอนซึง และ ฮยอนอา มาเอง! งานนี้กวางซูลงทุนแต่งหญิงกระชากต่อมฮาสนั่นฮอลล์ได้อีกซีนใหญ่ สลับคิวไปให้ จงกุก ได้หยิบผลงานเก่าของเขาสมัยที่ยังเป็นสมาชิกวง Turbo อย่างเพลง December มาโชว์ร่วมกับน้องชายสุดซี้ ฮ่าฮ่า ได้ฟีลสนุกไปอีกรสชาติ และแล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้ง หลังจากที่ได้หัวร่องอหายกันไปแล้วร่วม 3 ชั่วโมง แฟนๆ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาทำซึ้ง สารภาพความในใจผ่านวีทีอาร์พิเศษให้สมาชิกรันนิ่งแมนทั้งห้าได้ชม ก่อนหันกลับมาเจอเซอร์ไพรส์ของรันเนอร์ไทยที่พร้อมใจกันทำโปรเจ็กต์ชูป้ายข้อความว่า Keep On RUNNING I’ll be with you จุดนี้ จีฮโย และ กวางซู ถึงกับน้ำตาซึม เอ่ยปากว่า We Love Thailand.. รักเมืองไทยมาก (ภาษาไทย) กันเลย จากนั้นพวกเขาขอเก็บภาพความประทับใจในวันนี้โดยการถ่ายรูปกับแฟนๆ ทั้งฮอลล์ ทิ้งท้ายงานแฟนมีตติ้งด้วยคำสัญญาว่าทีมรันนิ่งแมนจะกลับมาเมืองไทยอีกแน่นอน และพวกเขาทั้ง 5 ก็ขอกลบความซึ้งด้วย 2 เพลงสนุกอย่าง Lovely และเพลงชวนเที่ยวเมืองปูซาน Busan Vacance เป็นการอำลาเวที แต่แน่นอนว่าพวกเขายังกลับไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ต้องออกมาอังกอร์ตามเสียงเรียกร้องก่อน ด้วยเพลง Hand up ของ 2PM ปิดฉาก Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand แล้วทีมรันนิ่งแมนทั้งหมดก็โค้งตัวและก้มลงกับพื้นแสดงความขอบคุณต่อแฟนชาวไทย เป็นภาพความประทับใจที่เหล่ารันเนอร์และชาวคณะรันนิ่งแมนต้องจดจำขึ้นใจอย่างมิรู้ลืม! เรียกว่าสอบผ่านฉลุยไปอีกหนึ่งผลงานของผู้จัดไฟแรงแจ้งเกิดเรียบร้อยนาทีนี้ บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ชมภาพความประทับใจเพิ่มเติม และติดตามงานสนุก-งานดีครั้งต่อไปได้ทาง www.tgroupthai.com หรือออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/Tgroupthai ทวิตเตอร์ @tgroup_thai อินสตาแกรม @tgroupthai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เป็นงง! มดปริศนา ไต่ออกจากหู ดญ.ชาวอยุธยา นับ 10ตัว
ข่าวจังหวัดอยุธยา /  ข่าววันนี้ / 

มดปริศนาไต่ออกจากหูดญ. ชาวอยุธยา นับ 10 ตัว  ด้านตาเชื่อเป็น ปลวกเจ้าที่ ขณะที่แพทยสภาแนะไปพบแพทย์ตรวจละเอียดอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยไปรักษาแล้วแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เกิดเรื่องสุดแปลกขึ้นเมื่อดญ.วัย 9 ขวบคนหนึ่งเกิดอาการมีมดไต่ออกมาจากรูหูนับสิบตัว โดยนายอนันต์ พันธเสน อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นตาของเด็กหญิงได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้หลานสาวร้องปวดหู จึงวิ่งมาให้ตากับยายเอามดออกจากหูให้ ซึ่งเวลามดออกมาหลานก็จะร้องเจ็บปวดเพราะมดจะกัดหูของหลาน ด้วยความห่วงใยกลัวได้รับอันตรายไปมากกว่านี้ จึงพาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา แต่ก็ไม่สามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติ ตนจึงพาไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ทำลายรังปลวกที่ขึ้นอยู่ในบ้าน ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นปลวกเจ้าที่ก็ได้ สุดท้ายเลยต้องมาพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ระบุต่ออีกว่า มดหรือปลวกดังกล่าวได้ไต่ออกมาอีกหรือไม่ หลังทำพิธีไป ด้านนพ.สัมพันธ์ คงฤทธิ์ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องมดปลวกไปทำรังในหูของเด็กสาวว่า เป็นไปได้ที่จะมีมดแมลงเข้าไปทำรังในหูได้ เพราะมีขนาดจำกัด ไร้อาหาร หากมีมดและแมลงไปทำรังจริง อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหูอย่างรุนแรงไม่สามารถอยู่ได้ ฉะนั้นในกรณีดังกล่าว ควรให้เด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจะดีที่สุด MThai news

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : ยิงกันยับ!! เปแอสเช ไร้เงา สลาตัน สั่งสอน ต่างดาว เบาะๆ 3-2
ฆอร์ดี้ อัลบา /  ซัลวาตอเร่ ซิริกู / 

ผลฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารที่ 30 กันยายน 2557 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-2 บาร์เซโลน่า รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 ดาวิด ลุยซ์ น.10, 1-1 ลิโอเนล เมสซี่ น.11, 2-1 มาร์โก แวร์รัตติ น.26, 3-1 แบลส มาตุยดี้ น.54, 3-2 เนย์มาร์ น.56 เวลา : 1.45 น. สนาม : ปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ ถ่ายทอดสด True Sport HD2 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 ถือเป็นคู่บิ๊กแมตช์สำหรับค่ำคืนนี้วันนี้ทีเดียวเมื่อ เปแอสเช แชมป์ลีก เอิง ปีล่าสุด เปิดรัง ปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ รับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ยอดทีมแห่งแดนกระทิงดุ โดยแมตช์นี้เจ้าบ้านออกนำเร็วจากเซ็นเตอร์ฮาร์ฟจอมบุกอย่าง ดาวิด ลุยซ์ กดสกอร์ให้ทีมขึ้นนำนาทีที่ 10 แต่หลังจากนั้นแค่นาทีเดียวทีมเยือนไล่เจ๊ามาเป็น 1-1 จากผลงานของ ลิโอเนล เมสซี่ แต่ครึ่งแรกจบลงด้วยการออกนำของทางฝั่ง เปแอสเช 2-1 เมื่อ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ร่างจิ๋วขึ้นโขกเข้าไปนาที 26 พร้อมกับจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ส่วนเกมในครึ่งเวลาหลัง ทั้งสองยิงเพิ่มได้อีกคนละลูก จาก แบลส มาตุยดี้(เปแอสเช) และเนย์มาร์(บาร์เซโลน่า) ก่อนจะจบลงไปด้วยสกอร์ที่เจ้าบ้านกำชัยเหนือผู้มาเยือน 3-2 ส่งผลให้พวกเขาผงาดขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม F ได้สำเร็จ หลังจากผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน อโปเอล เสมอ อาแจ็กซ์ 1-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง : ซัลวาตอเร่ ซิริกู, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, ดาวิด ลุยซ์, มาร์ควินญอส, แม็กซ์เวลล์, มาร์โก แวร์รัตติ, ติอาโก้ ม็อตต้า, แบลส มาตุยดี้, ลูคัส มูร่า, เอดินสัน คาวานี่, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น, ดาเนี่ยล อัลเวส, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เฌเรมี่ มาติเยอ, ฆอร์ดี้ อัลบา, อีวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรียส อีเนียสต้า, เปโดร, ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์

แดงเดือดนอกสนาม! หงส์ ฟัด ผี แย่งชิง ซัลวิโอ้ ปีกตัวเทพเบนฟิก้า
ซัลวิโอ้ /  ลิเวอร์พูล / 

Daily Express สื่อจากเมืองผู้ดี รายงานว่า ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดศึกแดงเดือดนอกสนาม ด้วยการเล็งคว้า เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ้ ปีกตัวเก่งของ เบนฟิก้า มาเติมความเผ็ดร้อนให้ริมเส้นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง(เดือน มกราคม) รายงานยังบอกอีกว่า ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แข้งชาว อาร์เจนไตน์ วัย 24 ปี ตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมดัง ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสเปอร์ แต่สาเหตุหลักที่ดีลล่มไม่เป็นท่าเพราะ "เหยี่ยวลิสบอน" ตั้งค่าหัวไว้สูงถึง 34 ล้านปอนด์ ทั้งนี้ ซัลวิโอ้ ลงสนามรับใช้ เบนฟิก้า ไปแล้วทั้งหมด 80 นัด กดสกอร์ได้ 17 ประตู แอสซิสต์ให้เพื่อน 13 ครั้ง ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพเมื่อปี 2012 ถึงปัจจุบัน

10 อันดับ แข้งสุดเทพ FIFA 15
10 อันดับ /  FIFA 15 / 

หลังจากที่ EA Sports ปล่อย FIFA 15 ออกมาให้เหล่าเกมเมอร์ได้เล่นกันเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกได้เลยว่า FIFA 15 ครั้งนี้ทำได้เนียนสุดๆ โดยเฉพาะ 10 นักเตะสุดทเพที่ Football Daily จัดอันดับมานั้นต่างมีค่าพลังและความเทพใน FIFA 15 ชนิดที่เกมเมอร์อย่างเราๆท่านๆ ไม่อย่างจะวางจอยสติ๊กลงเลยที่เดียว :)

เฮอร์บาไลฟ์ เปิดตัว เฮอร์บาไลฟ์ สกิน ให้คุณพิสูจน์ผลลัพธ์ใน 7 วัน*
บำรุงผิว /  ผลิตภัณฑ์ / 

เฮอร์บาไลฟ์เปิดตัว เฮอร์บาไลฟ์ สกิน ให้คุณพิสูจน์ผลลัพธ์ใน 7 วัน* ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหม่ล่าสุดจากเฮอร์บาไลฟ์ ผสานธรรมชาติ โภชนาการและวิทยาศาสตร์ เพื่อผิวแลดูอ่อนเยาว์และแลดูสุขภาพดีขึ้น เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทโภชนาการระดับโลกเปิดตัว “เฮอร์บาไลฟ์ สกิน” (Herbalife SKIN) ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหม่ล่าสุดที่มีส่วนผสมหลักจากสารสกัดจากพืชด้วยแนวคิดการผสานธรรมชาติ โภชนาการและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “เฮอร์บาไลฟ์ สกิน” ประกอบด้วย 10 ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพิสูจน์ถึงการเติมเต็มและฟื้นฟูผิวด้วยผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั้งชายและหญิง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว อุดมด้วยสารสกัดจากผลไม้ น้ำมันหอมระเหย เอนไซม์จากพืช คาโมไมล์และวิตามินที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังและจักษุแพทย์ “เฮอร์บาไลฟ์ สกิน” ยังปราศจากพาราเบนและซัลเฟต และไม่ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ในสัตว์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “เฮอร์บาไลฟ์ สกิน” ประกอบด้วยโปรแกรมดูแลผิว 3 โปรแกรม ได้แก่ เบสิค แอดวานซ์และอัลทิเมต โดยตอบโจทย์ด้านการดูแลผิวที่แตกต่างกันออกไปเพื่อเผยผลลัพธ์ที่ตรงใจผู้ใช้ • เบสิค โปรแกรม ประกอบด้วย เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง “ซูธติง อโล เคลนเซอร์” หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวมัน “โพลิชชิ่ง ซิตรัส เคลนเซอร์”, โทนเนอร์ “เอนเนอร์ไจซิ่ง เฮอร์บัล โทนเนอร์”, โลชั่น “เดลี่ โกล์ว มอยซ์เจอร์ไรเซอร์” และครีมบำรุงเข้มข้น “ รีเพนิชชิ่ง ไนท์ ครีม” • แอดวานซ์ โปรแกรม ประกอบด้วย ชุดเบสิค โปรแกรม เสริมด้วยซีรั่มลดเลือนสัญญาณแห่งวัย “ไลน์ มินนิไมซิ่ง ซีรั่ม”, เจลบำรุงผิวรอบดวงตา “เฟิร์มมิ่ง อาย เจล” และครีมบำรุงผิวรอบดวงตา “ไฮเดรตติ้ง อาย ครีม” • อัลทิเมต โปรแกรม ประกอบด้วย ชุดแอดวานซ์ โปรแกรม เสริมด้วยเพียวริฟายอิ้ง มินท์ เคลย์ มาสค์ และ อินสแตนท์ รีวิล เบอร์รี่ สครับ ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “เฮอร์บาไลฟ์ สกิน” และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของเฮอร์บาไลฟ์จัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายสมาชิกอิสระเฮอร์บาไลฟ์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย *ผลลัพธ์อ้างอิงจากผลิตภัณฑ์ไลน์ มินิไมซิ่ง ซีรั่ม, รีเพนิชชิ่ง ไนท์ ครีม, เดลี่ โกลว์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์, ไฮเดรตติ้ง อาย ครีม, โพลิชชิ่ง ซิตรัส เคลนเซอร์ และเพียวริฟายอิ้ง มิ้นท์ เคลย์ มาสค์ ผลลัพธ์ที่ได้เกิดในช่วงที่ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รายงานโดย Women Mthai Team

หอการค้าเผย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย
ผลสำรวจ /  ม.หอการค้าไทย / 

ม.หอการค้าไทยเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2557 อยู่ที่ระดับ 79.2 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นและเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง จากราคาผลผลิตการเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะยางพาราและข้าว แต่การที่รัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่ส่งผลให้การบริโภคของประชาชนในช่วงไตรมาส 4 เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาดีขึ้นได้ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ หอการค้าไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าภาวะความเชื่อมั่นผู้บริโภคขาลงจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ แต่จะสามารถพลิกกลับมาฟื้นตัวเป็นขาขึ้นได้ในไตรมาส 4 แต่รัฐบาลจะต้องเร่งเบิกจ่ายเพื่อให้เงินถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 1.5-2 หากแต่การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี เอาจจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 1.7-2 และจะเป็นแรงผลักดัน ในปีหน้าถึงร้อยละ 4 MThai News เปิดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาล ประยุทธ์ 1   หอการค้าประเมินข้าวไทยช่วง 10 ปี ภาวะถดถอย   หอการค้าเผยใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 57 โต5.7%  

เป็นโรค Shopaholic หรือเปล่าจ๊ะเธอ ? มาเช็คกันดีกว่า
เสพติดช้อปปิ้ง /  โรค Shopaholic

ใกล้สิ้นปีนี้ เราอาจสังเกตเห็นหลายๆออกอาการ ช็อปกระหน่ำ เลือกของขวัญให้ครอบครัว เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่เคารพ ฯลฯ พอเลือกไปเลือกมา ก็ได้ของตัวเองติดมาหลายถุง อาการเหล่านี้เสียงจะเป็นโรค Shopaholic มั้ยนะ และมีอะไรที่สามารถจะพอวัดได้บ้างล่ะ  วันนี้เรามีคำถาม 10 ข้อ ให้สาวๆเช็คว่า คุณเป็นโรค Shopaholic หรือเปล่า มาฝากกันค่ะ ..  เลือกตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ นะจ๊ะ  (ห้ามโกงล่ะ ) 1. คุณช็อปปิ้งมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์  2. รู้สึกแย่ ถ้าไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้าน เฟลหนักมาก และต้องหาเรื่องซื้อ 3. ต้องมีของติดมือกลับบ้านเสมอ  4. คุณจะหาเรื่องซื้อของใหม่เสมอ และก็คอยอ้างกับคนที่บ้านว่า มันเก่าแล้วนะ (ทั้งๆก็รู้อยู่แก่ใจว่า จริงๆมันใหม่อยู่แหละ) 5. ชอบแอบของที่ซื้อมาใหม่ไม่ให้ครอบครัว หรือ แฟน รู้ เพราะรู้ว่าต้องโดนดุชัวร์! 6. เคยโกหกคนอื่นว่า ซื้อมาถูกนะยะ ทั้งๆที่ซื้อราคาเต็ม  7. มีเสื้อผ้าอยู่ในตู้ ทั้งที่ยังไม่ได้เอาป้ายราคาออก มากกว่า 3 ตัว 8. คุณจะดีใจสุดฤทธิ์ถ้ามีงาน ปาร์ตี้ งานบวช งานแต่งงานเพื่อน งานรับปริญญา งานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการซื้อเสื้อผ้าใหม่  9.คุณมักได้ของที่ไม่จำเป็นติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ เช่น เอ้าตอนแรกไม่ได้จะซื้อเสื้อ แต่ได้เสื้อมา 4 ตัวเฉย? 10. เห็นป้ายเซลล์แล้วถลาเข้าไปทุกร้าน ไม่ว่าร้านนั้นคุณจะชอบหรือไม่ ผลคำตอบ ..  ถ้าสาวๆที่ตอบว่า" ใช่ " มากกว่า  6 ข้อ ล่ะก็ พึงสังวรณ์ไว้ได้เลยค่ะว่าคุณเริ่มจะเป็นโรค Shopaholic แล้ว โดยพฤติกรรม “เสพติดการช็อปปิ้ง” นิยามด้วยศัพท์เทคนิคว่า Shopaholic ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งนะจ๊ะ  สาวๆจะ “รู้สึกฟิน” ปลื้มปีติเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เสียเงินซื้อของ จิตใจอันกระวนกระวายจะสงบนิ่งลงได้เมื่อล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นออกไป ไม่ว่าของเหล่านั้นจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม การศึกษาพบว่าในสังคมอเมริกันประชาชนกว่า 5% เป็นโรคเสพติดการช็อปปิ้ง และ 80% ของจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยโรคดังกล่าวในระยะเริ่มต้นเรียกกันว่า Shopaholic เมื่อรุนแรงมากขึ้นเรียกว่า Compulsive buying disorder มีการศึกษาอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท โดย 61% ของรายได้นั้นหมดไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และใช้เวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง ในการเข้าออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ สิ่งที่ดึงดูดใจกลุ่มนักช็อปมากที่สุดก็คือ ป้ายลดราคา หรือป้ายเซลส์ รวมถึงความรู้สึกที่ว่า "ฉันมีความจำเป็นที่ต้องมีของเหล่านี้" และป้ายโฆษณาสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้กลุ่มนักช็อปไม่สามารถยั้งสติได้ และต้องยอมซื้อสินค้าเหล่านั้นในที่สุด สำหรับสาเหตุการเกิดโรค ผสมผสานกันระหว่างความ "อยาก" ที่ไม่สิ้นสุด และภาวะทางจิตใจซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการยับยั้งชั่งใจ โดยเมื่อภาวะจิตใจรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และเครียด ก็จะหาเวลาไปเดินช็อปปิ้งเพื่อสร้างความสุขชั่วครู่ชั่วคราว ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาให้มีความสุข ระยะต่อมาร่างกายก็จะเสพติดความสุขดังกล่าว และต้องการกลับเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขนั้นเรื่อยๆ จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาเพื่อรักษาโรค Shopaholic หรือโรคเสพติดการช็อปปิ้ง โดยตัวยาดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โดยต้องรับประทานตามที่แพทย์สั่งควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิต ตัวยาดังกล่าวจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม และไม่มีผลค้างเคียงใดๆ วิธีรักษา สาวๆที่รู้ว่าตัวเองเสี่ยงหรือมีแนวโน้ม สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ เพราะหากปล่อยให้มีอาการต่อไป จนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูน สุดท้ายล้มละลายทางการเงิน ความมั่นคงในชีวิตกระทบกระเทือน เดือดร้อนทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง อาจนำมาสู่หายนะใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมินได้นะคะ    ขอบคุณที่มาจาก Eduzone และ  company.co.uk

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ AUTOMATA ล่าจักรกล ยึดอนาคต (30ที่นั่ง)
Automata /  ชิงรางวัล / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 691 จุดเริ่มต้นของจักรกล คือจุดสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติ "AUTOMATA ล่าจักรกล ยึดอนาคต" เอ็มพิคเจอร์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ และ เว็บเอ็มไทย มีหนังแอ็คชั่นไซไฟมาให้ได้ชมกัน มีมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2557 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น. ) โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย AUTOMATA ออโตมาต้า ล่าจักรกล ยึดอนาคต เรื่องราวของโลกมนุษย์ ปี 2044 ที่วิวัฒนาการและเทคโนโลยีมีความล้ำสมัยมากขึ้น มนุษย์ผลิตและคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อตอบสนองความต้องการของตนมากขึ้นซึ่งคือหุ่นยนต์ ณาค โวแคน (แอนโตนิโอ แบนเดรัส) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ บริษัทไซเบอร์เนติก ที่ผลิตหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ทั้งโลก เขาสังเกตถึงความผิดปกติในพฤติกรรมและท่าทางของหุ่นยนต์รุ่น “ออโตมาต้า พิลกริม 7000” ซึ่งส่งผลร้ายต่อมวลมนุษยชาติ คำถาม 1. ถ้าคุณมีหุ่นยนต์สักหนึ่งตัว อยากได้หุ่นยนต์ที่มีคุณสมบัติในเรื่องใด เอาไปทำอะไร 2. ดูจากโปสเตอร์หนัง คุณคิดว่า ทำไมแอนโตนิโอ แบนเดรัส ถึงนั่งท่านั้นอยู่ ง่วงจัง นอนดีกว่า * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล อาทิตย์ 5 ตุลาคม 2557 เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. จันทร์ 6 ตุลาคม โทรสำรองวันจันทร์ เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย เอ็มพิคเจอร์ส และ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์

12 โปสเตอร์หนัง ที่ดันเฉลยเนื้อหาสำคัญของหนังซะงั้น
movie poster /  movie poster spoiler / 

บ่อยครั้งไป ที่เราดูหนังเพราะประทับใจหรือชอบโปสเตอร์ แต่พอเข้าไปดูหนังจนจบ เจอฉากไคล์แมกซ์ จึงได้รู้ว่า เฮ้ย นี่มันภาพเดียวกับบน โปสเตอร์หนัง นี่หว่า ลองมาดูกันซักหน่อยว่า มีโปสเตอร์เรื่องอะไรบ้าง **** เมื่อคุณเข้ามาอ่านบทความนี้แล้ว ก็ถือว่าคุณยอมโดนสปอยล์ตอนจบหนังแล้วนะ ** เรื่องที่จะโดนสปอยล์ 1. Free Willy (1993) 2. Rocky IV (1985) 3. Lone Survivor (2013) 4. Prometheus (2012) 5. The Impossible 6. Planet of the Apes (1968) 7. Rise of the Planet of the Apes (2011) 8. E.T. the Extra-Terrestrial (1982) 9. The Wicker Man (1973) 10. Ender’s Game (2013) 11. Take Shelter (2011) 12. Star Wars Episode III - Revenge of the Sith (2005) 1. Free Willy (1993) อ่า ก็เลยรู้เลย ว่าตอนจบ กระโดดข้ามได้ 2. Rocky IV (1985) อ้าว ชนะหรอกเหรอ 3. Lone Survivor (2013) พี่รอดอยู่คนเดียวใช่มะ 4. Prometheus (2012) เฮ้ย ยานระเบิดเว้ย 5. The Impossible ตอบจบ เจอกันครบ 6. Planet of the Apes (1968) นี่มันควรจะเป็นฉากจบชวนช็อคไม่ใช่เรอะ 7. Rise of the Planet of the Apes (2011) จบตั้งแต่บนโปสเตอร์หนัง 8. E.T. the Extra-Terrestrial (1982) ปั่นจักรยานกลับบ้าน 9. The Wicker Man (1973) ไฟต้องไหม้แน่ๆเลย 10. Ender’s Game (2013) ตัดสินใจได้ป่าว ว่าจะยิงไม่ยิง 11. Take Shelter (2011) เดี๋ยวๆ เรื่องนี้ยังไม่ได้ดู จ๊ากกกกก 12. Star Wars Episode III - Revenge of the Sith (2005) ศิษย์ อาจารย์ มาซัดกันเอง ใครคิดว่ามีโปสเตอร์หนังเรื่องไหนอีก บอกกันได้ครับ --------------------------------------- ที่มาจาก buzzfeed.com

แพทย์ผ่าตัด เนื้องอกยักษ์ หนัก 25 กิโลบนหลังสาวจีน
ข่าวจีน /  ผ่าตัดเนื้องอก / 

ตะลึง เนื้องอกขนาดยักษ์บนหลังสาวจีน หนักกว่า 25 กิโลกรัม ทีมแพทย์ผ้าตัดสำเร็จใช้เวลา กว่า 10 ชั่วโมง วันนี้(1ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว หยวน หญิงชาวจีน วัย 35 ปี  ที่อาศัยอยู่ใน เมืองฉางชา มณฑลหูหนาน มีเนื้องอกยักษ์ห้อยออกมาจากหลัง และขา รวมถึงบริเวณต่างๆทั่วร่างกาย ขนาดยักษ์ มีน้ำหนักกว่า 25 กิโลกรัม โดยเธอป่วยเป็นโรคเนื้องอก มาตั้งแต่เกิด เธอเกิดมาพร้อมจุดสีน้ำตาลทั่วร่างกาย  และมันเริ่มใหญ่ขึ้นในชั่ว 20 ปีที่ผ่านมา เธอเริ่มไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ จนเป็นเหตุให้ต้องออกจากโรงเรียน เธอประกอบอาชีพขัดรองเท้า จนกระทั่งมีผู้ใจบุญบริจากเงินช่วยค่ารักษาดังกล่าว สาเหตุที่นางหยวนไม่สามารถเข้ารับการรักษาตั้งแต่ต้นได้ เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน ซึ่งการผ่าตัดในครั้งนี้ ช่วยให้เธอสามารถดำรงชีวิตได้ยาวนานยิ่งขึ้น และมีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย Mthai News

ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง ประจำวันที่ 01-10-57 (3)
ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง /  วันเฉลิม จันทรากุล / 

รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ดำเนินรายการโดยวันเฉลิม จันทรากุล,สมพร หลงจิ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 22.00น.-24.00น.

เคล็ดลับ ลดน้ำหนัก ไม่ยากอย่างที่คิด
ความอ้วน /  ลดความอ้วน / 

มีสาวๆ คนไหนกำลังเผชิญปัญหากับความอ้วนอยู่บ้างไหมคะ ก็วันหยุดที่ผ่านมาเนี่ยน่ะสิ เดี๋ยวเราก็ไปฉลองที่นู่น ปาร์ตี้ที่นี่ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตามใจปาก แถมยังเที่ยวเล่นจนลืมไปเลยว่าต้องออกกำลังกาย จนตอนนี้น้ำหนักนี่พุ่งปรี๊ด ! พอมาชั่งน้ำหนักทีนึงก็ลมจะจับกันเลยทีเดียว วันนี้เรามีวีการ ลดน้ำหนัก ที่ได้ผลค่ะ แต่สิ่งหนึ่งเลยที่ต้องมี คือ “ความตั้งใจ” นะคะ 1. จิตใจหนักแน่น ก่อนจะไปขั้นตอนต่างๆ เราต้องมีจิตใจที่หนักแน่นและมุ่งมั่นก่อนเลยค่ะ อย่าตามใจปากและความอยากเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะชวนไปฉลองที่ไหนก็งดซะหรือใครจะเลี้ยงอะไรฟรีก็อดใจไว้นะคะ หรือบางทีก็อยากทานขึ้นมาก็ต้องหนักแน่นเข้าไว้ค่ะ พยายามนึกถึงความอ้วนของตัวเองเอาไว้เยอะๆ 2. อาหารในหนึ่งวัน มื้อเช้าห้ามงดนะคะ ต้องทานตามปกติเลยค่ะ สามารถทานแป้งได้ เพราะมื้อเช้าเราควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้นำพลังงานเหล่านี้ไปใช้ค่ะ ส่วนมือเที่ยงนั้น เป็นไปได้ควรงดแป้งค่ะ อาจจะเป็นสุกี้ที่เน้นแต่ผักมากๆ ค่ะ จะทำให้อิ่มแล้วไม่มีแป้งสะสม อีกอย่างระบบการย่อยอาหารจะดีตามด้วยค่ะ สำหรับช่วงบ่ายหากหิวก็ให้เลือกผลไม้ที่ไม่มีความหวานมากนักมาทานเล็กน้อย อาจจะเป็น แอ๊ปเปิ้ล ฝรั่ง หรือมะละกอ ค่ะ สำหรับมื้อเย็น เลือกทานก่อน 6 โมงเย็นค่ะ เพราะหากทานหลังจาก 6 โมงเย็นนั้น จะทำให้เราไม่ได้เผาผลาญพลังงานออกจากร่างกาย เพราะเดี๋ยวเราก็นอนแล้ว นั่นทำให้เกิดเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้ค่ะ แล้วเลือกทานโยเกิร์ต ผักต้ม หรือจะเป็นผลไม้สดก็ได้นะคะ เลือกที่ไม่มีแป้งเด็ดขาด และปราศจากการทอดด้วยน้ำมัน ใช้เป็นของสดหรือผ่านการต้มแทนค่ะ * สำหรับอาหารที่เราทานนั้น งดทานอาหารประเภททอด ควรใช้วิธีต้ม นึ่งให้สุกจะดีที่สุดค่ะ * สำหรับเนื้อสัตว์ งดเนื้อสัตว์ที่ติดมันเด็ดขาด ทางที่ดีควรเป็น ปลา เพราะนอกจากมีคประโยชน์แล้วยังย่อยง่ายอีกด้วย * ห้ามทานขนมกระจุกกระจิกระหว่างวันเด็ดขาด 3. ดื่มน้ำเปล่าและเว้นน้ำหวาน น้ำเปล่ามีประโยชน์ในการเผาผลาญไขมันในร่างกายนะคะ เพราะฉะนั้นควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้วจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันได้อย่างดีอีกด้วย แล้วทางที่ดีควรเลือกดื่มน้ำเปล่าที่ไม่เย็นจัด ควรตามอุณหภูมิปกติค่ะ ส่วนน้ำหวานไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำชงประเภท ชาเย็น โกโก้ หรืออะไรก็ตามที่มีส่วนผสมของนมข้นนั้น งดโดยเด็ดขาดค่ะ เพราะน้ำเหล่านี้ให้พลังงานกับร่างกายมาก แล้วหากเราไม่ได้เบิร์นมันออกเลย มันก็จะยิ่งสะสมอยู่เรื่อยๆ ค่ะ อาจะเลือกผลไม้สดที่มีความหวานธรรมชาติมาสกัดเป็นน้ำผลไม้ อันนี้ก็ทดแทนได้ค่ะ 4. ออกกำลังกาย สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการที่เราต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไป คือ การออกกำลังกายอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะออกกำลังกายที่ฟิตเนส หรือออกลังกายง่ายๆ ด้วยตัวเอง อาจจะเป็นการวิ่งหน้าบ้าน ปั่นจักรยาน หรือเทคนิคการ Sit Up วิดพื้นก็แล้วแต่ ทำอะไรก็ได้ให้ร่างกายเกิดระบบเผาผลาญ ควรออกกำลังกายติดต่อกันเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เพราะการออกกำลังกายหลังจาก 40 นาทีนั้นกำลังจะเข้าสู่ช่วงเบิร์นแล้วค่ะ อีกอย่างก็คือเรื่องการหายใจค่ะ แน่นอนเลยว่าไม่ว่าจะออกกำลังกายอะไร จะได้เกิดอาการเหนื่อย หายใจไม่ทันขึ้นมา การหายใจที่ถูดต้องนั้นคือหายใจให้เป็นจังหวะ เพราะการหายใจเป็นจังหวะนั้นเป็นส่วนสำคัญในการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกเช่นกัน 5. ลดความเครียดและพักผ่อนเพียงพอ สิ่งสุดท้ายคือการลดความเครียดค่ะ เพราะความเครียดจะส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งเป็นผลทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายแย่ตามไปด้วย หากเราทำงานหรือเกิดความเครียดอะไร ก็หาที่ปลดปล่อย อาจจะเป็นการเดินสวนสาธารณะ ช็อปปิ้ง หรือออกกำลังกาย ซึ่งทำให้ร่างกายได้ขยับไปในตัวด้วย และการพักผ่อนนั้นควรนอนให้ได้อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวันค่ะ เพราะการนอนเพียงพอนั้นส่งผลให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานได้ดีเช่นกัน เห็นไหมละคะ วิธีง่ายๆ เท่านี้ที่เชื่อเถอะว่าได้ผล ถ้าทำตามจริง อาจจะต้องใช้เวลามากหน่อยและไม่เห็นผลทันที แต่การค่อยๆ ลดน้ำหนัก ลงเรื่อยๆ จะทำให้ร่างกายปรับตัวได้ทัน และชินกับพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่กลับมาอ้วนอีกนะคะ อ้อ…ในช่วงเวลาที่ ลดน้ำหนัก นั้น ก็หมั่นชั่งน้ำหนักบ่อยๆนะคะ มันจะทำให้เราเห็นผลของสิ่งที่เราทำในแต่ละวัน แล้วยิ่งมันค่อยๆ ลดลงเราจะยิ่งมีกำลังใจในการทำเรื่อยๆ ค่ะ เคยเป็นไหมล่ะคะ ที่บอกตัวเองว่า “กว่าจะลง 1 ขีดตั้งนาน กว่าจะเผาผลาญได้ก็เหนื่อยแทบแย่ ไม่กินดีกว่า ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

รุดช่วยด.ช.วัย 10ขวบที่ อำนาจเจริญ ใช้ชีวิตลำพังนับปี
ข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ /  ข่าวน้องหนึ่ง / 

อบจ. อำนาจเจริญ รุดช่วย น้องหนึ่ง ด.ช.วัย 10ขวบที่ อำนาจเจริญ หลังใช้ชีวิตลำพัง หาเลี้ยงชีพตัวเองนานนับปี เหตุแม่เข้ามาทำงานกรุงเทพฯ แต่ไม่ติดต่อกลับ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ก.ย. 57) เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อำนาจเจริญ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ นำโดยนายไพศาล จันทวารา รองนายกฯ ได้เดินทางเข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 10 ขวบคนหนึ่งถูกครอบครัวทิ้งให้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง และต้องหาทำงานพิเศษเพื่อประทังชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.วัชรพล วรรณกาล หรือ น้องหนึ่ง นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านเป้า ต.เค็งใหญ่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ทั้งนี้จากการสอบถามน้องหนึ่งถึงสาเหตุที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวว่า ก่อนหน้านี้มีชีวิตปกติเหมือนครอบครัวอื่นทั่วไป แต่จากนั้นไม่นานพ่อกลับทิ้งแม่ไปแต่งงานใหม่ ทำให้แม่และพี่สาวต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำ โดยได้กำชับ ให้ตนรออยู่ที่บ้าน อย่าหนีไปไหน แต่ปรากฏว่า แม่และพี่สาวไม่เคยติดต่อกลับมาหาตนอีกเลย จนทุกวันนี้ตนจำหน้าของแม่แทบไม่ได้แล้ว นอกจากนี้น้องหนึ่งยังได้เผยต่ออีกว่า ระหว่างที่อยู่เพียงลำพังวันธรรมดาก็ไปโรงเรียน ส่วนวันหยุด ก็จะไปทำงานรับจ้างได้ค่าครั้งละ 10 บาทหรือแล้วแต่ผู้ว่าจ้างจะให้เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะที่นายไพศาล จันทวารา รองนายก อบจ.อำนาจเจริญ ได้มอบของใช้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของน้องหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนจะหารือกับสำนักงานพัฒนาสังคมฯ จะหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป MThai news

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ถูกจริง!! ร้านข้าวแกงป้าไพ ถุงละ 10 บาท
ป้าไพ /  ร้านข้าวแกง / 

ลูกค้าอุดหนุนแน่น ร้านข้าวแกงป้าไพ ปากซอย 18 ถนนทะเลหลวง อ.เมือง จ.สงขลาราคาถูกถุงละ 10 บาท มีอาหารไว้ขายไม่ต่ำกว่า 40 ชนิด วันนี้(30 ก.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านข้าวแกงป้าไพ ปากซอย 18 ถนนทะเลหลวง อ.เมือง จ.สงขลา ยังคงมีลูกค้าทั้งประชาชน นักศึกษา เดินทางมาอุดหนุนข้าวแกงรสชาติดีราคาถูกถุงละ 10 บาทของป้าไพกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้า แม้ว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ที่งดกินเนื้อสัตว์ ก็ไม่มีผลกระทบกับร้านข้าวแกงป้าไพแต่อย่างใด ร้านข้าวแกงป้าไพ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าขาประจำและเป็นนักศึกษา โดยจะซื้อกับข้าวแกงถุง 10 บาท ไปเป็นอาหารมื้อเที่ยงและอาหารมื้อเย็น เป็นการสวนกระแสการถือศีลกินเจในขณะนี้ ที่ประชาชนส่วนหนึ่งหันไปถือศีลกินเจเป็นเวลา 9 วัน และอีกส่วนหนึ่งยังคงกินอาหารตามปรกติ โดยเฉพาะร้านข้าวแกงป้าไพถุง 10 บาท ที่ยังคงมีลูกค้ามาอุดหนุนเนืองแน่นทุกวัน นางประไพ ทองมณี อายุ 62 ปี เจ้าของร้านข้าวแกง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจไม่มีผลกระทบกับทางร้าน ยังขายเหมือนเดิม ถุงละ 10 บาท ลูกค้าก็ยังมาซื้อตามปรกติเหมือนเดิม เพราะส่วนที่กินเจก็กินเจไป ส่วนที่ไม่กินเจก็เยอะ สำหรับร้านข้าวแกงป้าไพ ย่านวชิราสงขลา ขายข้าวแกงมานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการขายแกงในราคาถุงละ 5 บาท จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่า 20 ปีขายอยู่ที่ราคาถุงละ 10 บาทเท่านั้น ส่วนข้าวราดแกง 2 อย่างขายเพียง 30 บาท มีอาหารไว้ขายไม่ต่ำกว่า 40 ชนิด อาทิ แกงส้ม แกงกะทิ ต้มยำ ผัดเผ็ด ปลาทอด หมูทอด เป็นต้น MThai News