เหยี่ยว10

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 : ตัวหมากบนกระดานโฆษณา
Hunger Games 3 /  The Hunger Games / 

เมื่อต้องนิยามคำว่า สงคราม หลายๆคนอาจนึกถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือเสียงตูมตามสั่นไหว แต่สิ่งเหล่านั้นมิใช่ส่วนสำคัญที่สุดใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แต่อย่างใด ม็อคกิ้งเจย์ไม่ได้พาเราบินถลาออกสู่ไฟระเบิดกลางสมรภูมิกว้าง แต่หากบินเข้าหา และล้วงลึกไปถึงจิตใจที่เปราะบาง และโน้มน้าวให้ทำตามโดยไม่รู้ตัว อย่าปฏิเสธว่าเราเคยใจอ่อนต่อสิ่งยั่วเร้า อย่าปฏิเสธว่าคุณเคยเห็นอะไรดีงามไปตามคนส่วนใหญ่ และอย่าปฏิเสธว่าคุณล้วนเคยพ่ายต่อพลังของโฆษณา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อขนมสักถุง ไปจนถึงความเห็นที่เออออไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเราก็ล้วนเคยเป็นตัวหมาก บนสมรภูมิของกระดานโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นทั้งสิ้น The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ภาคที่ 3 ของจตุรภาค Hunger Games เรื่องราวหลังจาก แคทนิส เอเวอร์ดีน ถูกชิงตัวและช่วยเหลือมาจากแคปิตอล กลางเกมควอเตอร์เควลที่ถูกเธอทำลาย เธอฟื้นในเขต 13 อาณาเขตที่ป่าวประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว พร้อมกับการต้องรับบทบาทใหม่ ในฐานะ ม็อคกิ้งเจย์  ศูนย์รวมความหวังของการลุกฮือปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน แคปิตอลได้ทำการกวาดล้างผู้กระด้างกระเดื่องทุกพื้นที่ รวมถึง เขต 12 บ้านเกิดของเธอไปแล้วเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอเธอพบว่า พีต้า ได้กลายเป็นกระบอกเสียง ของแคปิตอลไปเสียแล้ว ความร้อนรุ่ม สับสน และลังเล ที่เธอมีในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งที่เธอเป็นนั้น ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ และกำลังจะชี้เป็นชี้ตายให้ชาวพาเน็ม มีคำกล่าวว่า "ปากกา มีอานุภาพยิ่งกว่าศาสตราใดๆทั้งมวล" ฟังเพียงผิวเผินอาจดูขำสิ้นดี เหมือนเด็กตีกันในห้องเรียน แล้วเอาปากกามาไล่จิ้ม แต่หาไม่ ปากกาในมือของสื่อ ในมือของผู้ควบคุมทิศทางการนำเสนอข้อมูลนั้น อันตรายกว่าสิ่งใดจริง และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ทำให้คำกล่าวเพียงหนึ่งประโยคนั้น เป็นรูปธรรมให้เราเห็นบนจอภาพยนตร์ หนังภาค 3.1 นี้ ไม่ได้ประเคนฉากแอ็คชั่น หรือกลไกของเกม ให้ได้ประหลาดใจเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันเป็นดังปฐมบทของความวินาศสันตะโร ที่พร้อมจะตามมาในภาค 3.2 สิ้นปีหน้า ปฐมบทที่ไม่ได้บอกให้ไปรบ ให้ฮึกเหิม หรือลุกขึ้นไปต่อต้านอะไรที่ไม่พอใจ แต่มันกำลังเสียดสีสังคมมนุษย์ ที่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสารเสียจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แคปิตอล และ เขต 13 ขั้วตรงข้ามสลับสีขาวดำ ที่เห็นได้่ชัดเจนในหนัง ต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ ที่มีตาหูจมูกมากพอ ที่จะรับรู้การกระทำของฝ่ายตรงข้าม และมีปากที่ใหญ่พอ ที่จะโห่ร้องชักชวนให้เหล่า ผู้ตาม คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่ เขต 13 ใช้แคทนิส แคปิตอลใช้ พีต้า ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ โนมน้าวแนวคิดกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการ กระบอกเสียงทั้งสอง ก็ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน และจำยอมตกเป็นตัวหมาก ให้ อัลม่า คอยย์ และ สโนว์ จับเดินไปในทิศทางตามใจชอบบนเกมกระดานการเมืองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยตัวผู้เดินแทบไม่สนเลยว่าารเดินไปข้างหน้าครั้งนี้ ตัวหมากจะโดนกิน เขี่ยทิ้งจากกระดานหรือไม่ หากเกมทั้งกระดานตนเป็นผู้ชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ต้องใช้หมากบางตัวมากเป็นพิเศษไปบ้าง หากมองในมุมของ แคทนิส เอเวอร์ดีน เธอกำลังตกเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ที่พร้อมจะโผล่หน้าสู่สาธารณชน และโดนไล่หาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เธอทำ เจตนาทุกสิ่งถูกแปลงกลายเป็นความเชื่อ แปลงไปเป็นโฆษณา แปลงไปเป็นความดีงามทั้งที่เธอมิได้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามปากกาที่ขีดเส้นนำให้เธอเดินตาม เสียจนสาวห้าวหาญนักรบผู้หยิ่งทระนงภายนอกนั้น ไม่อาจกลบความประหวั่นพรั่นพรึง และสภาพกลวงเปล่าภายในได้ แน่นอนซะยิ่งกว่าอะไร เมื่อทุกสิ่งที่เธอทำ ถูกนำไปใช้โน้มน้าวใจ ชาวพาเน็มก็พร้อมจะปฏิบัติตาม กลายเป็นกระแส กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นความมั่นใจลุ่มหลงในข้อมูลที่ตนได้รับ และคล้อยตามเส้นปากกาเส้นเดียวกันนั้นไปในที่สุด ในเมื่อพลังของมวลชนชาวพาเน็ม ขึ้นตรงอยู่กับข้อมูลจากจอโทรทัศน์เล็กๆ โดยไม่รู้่ตื้นลึกหนาบาง แม้กระทั่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง การอวยตัวเองสุดฤทธิ์ ถึงความดีงามของแคปิตอล หรือ การโยน แคทนิส เข้าสู่ถานที่่ที่่จะบีบเค้นจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้แตกสลายออกมาชัดเจน ผู้ชมชาวพาเน็มมิได้รู้เห็นสิ่งเหล่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่แคปิตอล สามารถมอบความสงบสุขและช่วยปกป้อง เขต 13 สามารถช่วยล้มล้างความอยุติธรรมเฮงซวยที่เป็นอยู่ พวกเขารู้แค่นั้น แค่ฉากหน้าของการโฆษณาชวนเชื่อ และแทบไม่เหลือทางเลือกนัก ที่จะเลือกเดินไปตามทางไหน เพราะทั้งแคทนิส พีต้า และชาวพาเน็มทั้งมวล ต่างก็เป็นตัวหมากอยู่บนกระดาน และเดินไปตามเส้นทางที่ผู้นำโฆษณาว่าดีเท่านั้นเอง คุณผู้ชมล่ะครับ คุณกำลังเป็นหมากบนกระดานโฆษณาอยู่รึเปล่า? ... เรื่องนี้ให้ 9 /10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

แก๊งมิจฉาชีพ หลอกขายลอตเตอรี่ปลอม
ลอตเตอรี่ปลอม /  ล็อตเตอรี่ปลอม / 

แก๊งมิจฉาชีพหลอกขายลอตเตอรี่ปลอมถูกรางวัล จนทำให้ผู้ค้าหล่มสักรวม 3 ราย สูญเงินไปกว่า 120,000 บาท บรรดา ผู้ค้าและรับซื้อรางวัลลอตเตอรี่ ในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รวม 3 ราย ได้รุดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก ว่า ถูกคนร้ายนำลอตเตอรี่ถูกรางวัลมาขายให้ หลังรับซื้อไว้และตรวจสอบจึงพบว่า เป็นลอตเตอรี่ปลอม โดยรายแรกรับ ซื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลเลขท้ายสามตัว หมายเลข 422 และ 480 จำนวน 10 ใบ ทำให้สูญเงินไปกว่า 40,000 บาท ส่วนอีกรายรับซื้อลอตเตอรี่ปลอม ถูกรางวัลที่ 5 จำนวน 2 ใบ สูญเงินไป 40,000 บาท โดยรายนี้ตำรวจทราบชื่อผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี แล้ว สำหรับรายสุดท้าย รับซื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 4 ควบถูกรางวัลเลขท้ายสองตัวสูญเงินไปอีก 42,000 บาท ตำรวจจึงแจ้งเตือนไปยังผู้ค้าและผู้รับซื้อลอตเตอรี่รายอื่นๆ ให้ระมัดระวังแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้

รวบอีก2โยงคดี'พงศ์พัฒน์'รอมอบตัว1
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

โฆษก ตร. เผย ศาลอนุมัติจับ 2 ผู้ต้องหาสามีภรรยาในคดีเดียวกับอดีต ผบช.ก. ชี้ ผบ.ตร ลงนามตั้งคณะสอบภายใน 30 วัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ นายชอบ และ นางติยะพรรณ ชิณประภา สองสามีภรรยา ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ โดยสามารถจับกุมตัวได้แล้วตั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา และขณะนี้ อยู่ระหว่างสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาที่นับเป็นผู้ต้องหาคนที่ 11 และ 12 ที่ถูกจับกุมในคดีเดียวกันกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. ข้าราชการตำรวจและพลเรือนรวม 10 คน ที่ร่วมกันกระทำผิดหลายข้อหาหนัก รวมทั้งหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เรียกรับสินบน ส่วน นางสวงค์ มุ่งเที่ยง หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในข้อหาผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 19 และ 47 พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ภายในวันนี้ ส่วน นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ส่วนกรณี พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ อดีต ผบก.ป. ซึ่งถูกย้ายในช่วงเวลาเดียวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ แต่ไม่ปรากฏชื่อถูกออกหมายจับดำเนินคดีนั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เนื่องจากพยานหลักฐานที่มีสาวไปไม่ถึง นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยให้ได้ผลการสอบสวนภายใน 30 วัน

10 อันดับ สุดยอดรอยสักสุดสวยแฝงความหมายแข้งดัง
รอยสัก /  รอยสักนักฟุตบอล / 

10 อันดับ สุดยอดรอยสักสุดสวยแฝงความหมายแข้งดัง 10. อารอน แรมซี่ : กองกลางขวัฐใจสาวๆของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล มีรอยสักสุดเท่ที่ขาซ้ายเป็นภาพสรวงสวรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเซนต์ ไมเคิ่ล เพื่อปกป้องอาการบาดเจ็บในตนนั้นเอง ทั้งนี้ แรมซี่ย์ เคยได้รับอาการบาดเจ็บหนักขาซ้ายหักในเกมที่เจอกับสโต๊ค ซิตี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2010 9. เดวิด เบ็คแฮม : หนึ่งในนักฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดในโลกมีรอยสักเกือบทั้งตัว ซึ่งรอยสักส่วนใหญ่จะเป็นฟอนต์สไตล์ Gothic และลวดลาย เทพี เทพเจ้า นางฟ้า ของศาสนาคริสต์ รวมถึงข้อความในภาษาต่างๆที่ล้วนแต่มีความหมายถึงครอบครัวของเขา ไล่เรียงตั้งแต่ชื่อลูกๆทั้ง 4 คน ที่ขาดไม่ได้คือชื่อภรรยา 8. ดาเนียล แอ็กเกอร์ : ปราการหลังมาดเท่ที่สุดคนหนึ่งของยุโรปที่คลั่งไคล้ในรอยสักที่สุดคนหนึ่งโดยรอยสักที่เท่ที่สุดของ แอ็กเกอร์ คือกลางแผ่นหลังเป็นรูปนักรบไวกิ้งนั่งอยู่กลางป่าช้า! พร้อมด้วยวลีเด็ด “Mors Certa, Hora Incerta” มีความหทายว่า “ความตายคือสิ่งที่แน่นอน แต่เวลาคือความไม่แน่นอน” 7. เซอร์จิโอ รามอส : ปราการหลังสุดหล่ออีกคนของ เรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน มีรอยสักเท่เพียบที่ล้วนต่างเป็นการอุทิศและคำกล่าวถึงครอบครัวและศาสนา นอกจากนี้ รอมาอส ยังสักคำอุทิศถึงเหล่าผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ที่สหรัฐฯ และผู้เสียชีวิตจากการก่อร้ายในสเปนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2004 อีกด้วย 6. ไนเจล เดอ ยอง : ยอดกองกลางขาโหดของทีมชาติฮอลแลนด์ มีรอยสักอยู่เต็มตัว ไล่เรียงตั้งแต่หน้าอกขาทั้งสองข้างรวมถึงต้นคอ โดยรอยสักทั้งหมดเป็นสไตล์ Ade Itameda ที่มาจากวัฒนธรรมของชาวอินโดนีเซีย โดยลวดลายต่างๆบนตัวเขามุ่งเน้นถึงนักรบ “warrior theme” 5. ราอูล เมยเรเลส : อดีตกองกลางตัวเก่งชาวโปรตุเกสของ ลิเวอร์พูล และ เชลซี มีรอยสักเต็มตัวโดยเฉพาะขาขวาที่ เมยเรเลส เพิ่งลงน้ำหมึกสักเสร็จเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยรอยสักที่ดูสวยสดและเป็นที่จดจำที่สุดของมังกรสีสดที่กลางแผ่นหลังของ เมยเรเลส นั่นเอง 4. ทิม โฮเวิร์ด : ยอดนายทวารชาวสหรัฐฯ ของเอฟเวอร์ตัน คืออีกหนึ่งแข้งหลงรักในรอยสักและเสียงของฝีเข้ม และรอยสักส่วนใหญ่ผิวร่างกายของเขาล้วนเป็นภาพเหมือนที่มีลายเส้นที่สวยงาม โดยเฉพาะภาพลูกชายและลูกสาวที่หน้าอกด้านซ้าย นอกจากนี้ยังภาพใบหน้าของคุณแม่สมัยสาวและภาพคุณปู่ในชุดทหารบกอยู่บนร่างกายเขาอีกด้วย 3. ดาเนียล เด รอสซี่ : หนึ่งกองกลางที่เก่งที่สุดของอิตาลียุคนี้มีสุดยอดรอยสักน่องซ้ายเป็นสัญญามีความหมายว่าห้ามเสียบ ถึงแม้จะไม่ได้สวยสดอะไรแต่ความหมายนั้นลึกซึ่งยิ่งนัก นอกจากนี้ เด รอสซี่ ยังมีรอยสุดน่าเป็นตัวการ์ตูนชื่อ ลาล่า จากเรื่อง เทเลทับบี้ อีกด้วย 2. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง : ยอดปีกดาวรุ่งของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีสุดยอดรอยสักที่แขนซ้ายที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอลของเขา โดยรอยสักดังกล่าวเป็นภาพเด็กคนหนึ่งอยู่หน้าสนามฟุตบอล เวมบลีย์ ถือลูกฟุตบอล ราฮีม เผยว่า "ผมได้นำภาพเหตุการณ์เหล่านั้นมาสักลงไว้ที่ท่อนแขนของตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจในการเล่นฟุตบอลต่อไป" 1. สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ : กองกลางตัวเก๋าของ สโค๊ค ซิตี้ ถูกยกว่ามีรอยสักที่สวยและแฝงด้วยความหมายที่สุดเป็นรอยสักรูปปีกนางฟ้าที่กลางหลัง ซึ่งใช้เวลาในการเก็บลายละเอียดนานถึง 4 ปีเต็มจึงเสร็จสมบูรณ์ พร้อมกับคำบรรยายที่ว่า “a bit of a nightmare for me”

Beauty and The Beast /  บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ / 

สร้างความฮือฮาสำหรับภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง “Beauty and the Beast” หรือ “บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ ปาฏิหาริย์รักเทพบุตรอสูร” ผลงานของผู้กำกับ คริสโตฟ์ แกนส์ ที่เปิดฉายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวสัปดาห์แรกที่อันดับ3โดยมีหนังญี่ปุ่นอย่าง Clover อยู่อันดับ 2  และDracula Untold มาเป็นอันดับ 4 ของหนังเปิดใหม่ และพลิกปรากฏการณ์เกินความคาดหมายไต่ทะยานสู่อันดับ 1  บ็อกซ์ออฟฟิศแดนปลาดิบได้ในสัปดาห์ที่ 2 จนทำให้หนังใหม่ๆ เปิดตัวในสัปดาห์นั้นต้องมองค้อน ด้วยความอลังการงานสร้างสุดวิจิตรตระการตาที่ได้ 2 นักแสดงนำอย่าง ลีอา เซย์ดูซ์ จากหนังรางวัลปาล์มทองคำ Blue is the Warmest Colour และ วินเซนต์  คาสเซล จาก Black Swan มาร่วมสร้างตำนานรัก โดยดัดแปลงจากนิยายอมตะที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับคอหนังชาวไทย ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จัดให้ชมกันแบบพิเศษสุด 9-14 มกราคม 2558  ที่โรงภาพยนตร์ เครือเอเพ็กซ์ เท่านั้น บัตรราคาใบละ 150 บาท รับ Pop Corn  Free 1 กล่อง หรือซื้อบัตร 2 ใบ รับฟรี! DVD Beauty and the Beast ส่งตรงถึงบ้าน (ในช่วงระยะเวลาที่หนังเรื่องนี้ออก  DVD และลูกค้าสามารถเลือกรับสิทธิ์อย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้น) พิเศษสุดจองบัตรล่วงหน้าเฉพาะวันที่ 8 มกราคม 2558 โรงภาพยนตร์สกาลา เวลา 11.00-20.00 น. รับส่วนลดเพิ่ม 10 %   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2503-4477 ต่อ 214 และ 215 หรือที่ www.facebook.com/UnitedHome ----------------------------

ฟอร์มตกจนน่าใจหาย! สถิติชี้ ฟาน เพอร์ซี่ โดนบอลแค่ 13 ครั้งนัดบุกรังปืนโตทีมเก่า
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

อยู่ในช่วงฟอร์มตกจนน่าใจหายสำหรับโรบิน ฟานเพอร์ซี่ ดาวยิง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีสถิติหลังเกมส์ที่บุกไปชนะอาร์เซน่อล ออกมาชี้ว่าตลอดทั้งเกมส์ดาวยิงดัตช์แมน สัมผัสบอลแค่ 13 ครั้งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม และ 3 ครั้งจากทั้งหมดคือการเตะลูกเตะมุมให้กับทีม อดีตดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก อยู่ในช่วงที่ความมั่นใจกำลังหดหายหลังจากเพิ่งทำได้แค่ 3 ประตูให้กับทีมในฤดูกาลนี้แม้ว่าจะได้รับโอกาสจาก หลุยส์ ฟานกัล ตลอดในฤดูกาลนี้ โดยในนัดที่บุกเยือนถิ่นเอมิเรตส์สเตเดี้ยมรังเก่า แข้งชาวฮอลแลนด์โดนเสียงโห่เล่นงานจนโชว์ฟอร์มไม่ออกตลอดเวลา 75 นาทีที่อยู่ในสนามโดยสถิติเผยว่า ได้มีส่วนร่วมกับเกมส์ด้วยการสัมผัสลูกบอลแค่ 10 ครั้งจากการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์และ อีก 3 ครั้งกับการเปิดลูกเตะมุมให้ทีม ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกในที่สุด ซึ่งเชื่อว่าตำแหน่งของ RVP น่าจะเริ่มสั่นคลอนเมื่ออาการบาดเจ็บของ ราดาเมล ฟัลเกา เริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆ

สลดใจ เด็กจีนผูกคอตาย เพราะสอบได้คะแนนน้อย ?
ข่าวจีน /  เด็กจีนฆ่าตัวตาย / 

เด็กชายวัย 10 ขวบชาวจีนตัดสินใจผูกคอตายในห้องนอน เผยผ่านไดอารี่ เพราะเครียดที่ทำคะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษได้น้อย เว็บไซต์ข่าวเซี่ยงไฮ้อีสท์ของจีน รายงานเหตุสลดของ เสี่ยวฮวน เด็กชายชาวจีน วัย 10 ขวบ ที่ตัดสินใจแขวนคอตายภายในห้องนอนของตัวเอง ครอบครัวทราบสาเหตุจากไดอารี่ของเขาความว่า "ผมสอบวิชาภาษาอังกฤษได้แค่ 39 คะแนน ผมเสียใจที่ไม่ฟังคำสอนของยาย สอบครั้งต่อไปผมจะใช้เวลาอ่านทบทวนบทเรียนให้มากกว่านี้"  โดยก่อนเกิดเหตุเขากลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับกระดาษข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ เมื่อยายของเขาทราบว่าหลานทำคะแนนได้ไม่ดีเธอก็ตำหนิเขา ก่อนหน้านี้เสี่ยวฮวนมีผลการเรียนที่ดี โดยผลสอบครั้งก่อน เขาได้คะแนนสูงถึง 80 คะแนน ทั้งนี้ยายของเขาบอกว่าเขาไม่ควรจะออกไปเล่นหลังเลิกเรียน และควรจะอยู่บ้านเพื่ออ่านหนังสือแทน หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง ยายของเขาได้เรียกให้ไปทานมื้อค่ำ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ โดยเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่า เสี่ยวฮวน ก็พบว่าเขาเสียชีวิต โดยการแขวนคออยู่ที่ริมหน้าต่าง ซึ่งยายของเสี่ยวฮวนพยายามวิ่งเข้าไปช่วยหลานชาย แต่ไม่ทันเสียแล้ว ทั้งนี้ลูกพี่ลูกน้องของเสี่ยวฮวนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน เผยว่า เช้าวันดังกล่าวเสี่ยวฮวนถูกทำโทษให้ยืนในห้องเรียนเป็นเวลา 10 นาที จึงทำให้ครอบครัวของเขาคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากผลสอบของเขา ขณะที่ครูใหญ่ออกมาปฏิเสธ โดยให้การว่าเสี่ยวฮวนถูกทำโทษให้ยืนพร้อมกับนักเรียนคนอื่นในชั้นเรียนวิชาภาษาจีน เนื่องจากเขาคุยในห้องเรียนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนสาเหตุต่อไป3 โดยก่อนหน้านี้ เอเอฟพีได้เผยผลวิจัย กว่า 1 ใน 3 ของเด็กประถมในประเทศจีนที่มีความเครียด และประสบกับปัญหาสุขภาพจิต ทั้งยังมีความกังวลเรื่องการสอบ ถึง 81 เปอร์เซ็นต์ และยังระบุว่าครูสั่งการบ้านมากเกินไป ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ มาจากแรงกดดันเพื่อขยับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม  รวมทั้งเหตุผลอื่นๆ เช่น นโยบายลูกคนเดียว จึงมักจะถูกพ่อแม่กดดันและตั้งความหวังอย่างมาก MThai News

กินเนสส์บุ๊ค เผยรายชื่อวิดีโอเกมส์น่าเล่นที่สุด ปี 2014
วิดีโอเกมส์น่าเล่นที่สุด /  เกมส์น่าเล่นปี 2015

กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส ได้เสนอรายชื่อวิดีโอเกมส์น่าเล่นที่สุดจำนวน 50 อันดับ โดย เกมส์ที่น่าเล่นมากที่สุดในโลกในปี 2014 โดยรายชื่อเกมส์น่าเล่นที่สุดในปีนี้ได้รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้เล่นเกมส์จาก 140 ประเทศ ทำการโหวตชื่อเกมส์ที่พวกเขาชื่นชอบมากที่สุด และได้รวบรวมรายชื่อเกมส์น่าเล่นจำนวน 50 เกมส์ลงหนังสือ Guinness Book World Record 2015: Gamer's Edition 10 อันดับวิดีโอเกมส์น่าเล่นที่สุด ปี 2014 มีดังนี้ อันดับ 10 - The Elder Scrolls (เกมส์แนว Action-RPG) อันดับ 9 - Battlefield (เกมส์ซูตติ้งสงคราม) อันดับ 8- Assassin's Creed (เกมส์แอคชั่นผจญภัย) อันดับ 7 - FIFA (เกมส์ฟุตบอล) อันดับ 6 - The Legend of Zelda (เกมส์ RPG) อันดับ 5 - Halo (เกมส์ซูตติ้งผจญภัย) อันดับ 4 - Grand Theft Auto (เกมส์แอคชั่นผจญภัย) อันดับ 3 - Minecraft (เกมส์สร้างโลก) อันดับ 2 - Super Mario Bros. (เกมส์ผจญภัย) อันดับ 1 - Call of Duty (เกมส์ซูตติ้งสงคราม) สำหรับ 40 อันดับวิดีโอเกมส์น่าเล่นที่สุด ปี 2014 ที่เหลือ มีดังนี้ 11. Pokémon 12. Angry Birds 13. Final Fantasy 14. Need for Speed 15. Mario Kart 16. League of Legends 17. Borderlands 18. Metal Gear 19. Sonic the Hedgehog 20. Counter-Strike 21. Kingdom Hearts 22. The Last of Us 23. World of Warcraft 24. The Witcher 25. Pro Evolution Soccer 26. God of War 27. Far Cry 28. Bioshock 29. Resident Evil 30. Uncharted 31. Fallout 32. Batman: Arkham 33. DotA 34. Gears of War 35. Mass Effect 36. Half-Life 37. PAC-Man 38. Portal 39. Super Smash Bros. 40. Saints Row 41. WWE 42. LittleBigPlanet 43. Crash Bandicoot 44. LEGO 45. Mortal Kombat 46. Red Dead Redemption 47. World of Tanks 48. Gran Turismo 49. NBA 2K 50. Just Dance

โหมโรงศึกจ้าวลูกหนังอาเซียน!ทำเนียบแชมป์ อาเซียนคัพ
จ้าวฟุตบอลอาเซียน /  ช้างศึก / 

เวลานี้เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลเมืองไทยกำลังตั้งตารอ การก้าวขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ในการไล่ล่าจ้าวแห่งวงการฟุตบอลอาเซียน อย่างการแข่งขันอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ อาเซียนคัพ หรือที่ทุกวันนี้เรียกกันว่า ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ก่อนหน้านี้คนไทยรู้จักในชื่อการแข่งขันไทเกอร์คัพ ซึ่งเป็นชื่อของผู้ให้สนับสนุนการแข่งขัน จะมีการบรรเลงเพลงแข้งทุกๆ 2 ปี มาถึงปีนี้การแข่งชิงจ้าวฟุตบอลอาเซียน ก็เดินทางมาถึงครั้งที่ 10 พอดิบพอดี เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรในการแข่งขันก็แล้วแต่ วันนี้จะมาเปิดทำเนียบแชมป์ทั้ง 9 ครั้งก่อนหน้านี้ของ อาเซียนคัพ ให้แฟนๆลูกหนัง และแฟนกีฬาได้รับทราบกัน อาเซียนคัพ จัดการฟาดแข้งขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2539 มีทีมชาติสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งแชมป์ครั้งแรกถูกเปิดซิงโดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่นัดชิงชนะเลิศเชือด เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 1-0 จากการซัลโวของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดาวยิงจอมตีลังกา ให้หลัง 2 ปี จากการคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ถึงครา เหงียน เวียดนาม รับอาสาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ทำได้เพียงแค่อันดับที่ 4 เท่านั้นด้วยการแพ้จุดโทษ อิเหนา อินโดนีเซีย 5-4 (เสมอในเวลา3-3) ส่วนแชมป์กลายเป็นดราม่าเมื่อ ลอดช่อง สิงคโปร์ พลิกล็อกเอาชนะ เจ้าภาพ เหงียน เวียดนาม ไปได้ 1-0 จากนั้นพ.ศ.2543 ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อ ช่างศึก กรุยทางเข้าไปคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการต้อนเอาชนะ ชวา อินโดนีเซีย ไปได้ 4-1 จากการซัดแฮตทริกของ พี่โย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ และอีก 1 ดอกของ น้าตุ๊ก ทนงศักดิ์ ประจักกะตา มาถึงครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมกันคือสิงคโปร์ กับ อินโดนีเซีย ซึ่งครั้งนี้ก็ยังคงเป็นครั้งที่ยอดเยี่ยมของวงการลูกหนังไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้อย่างสุดติ่งด้วยการเอาชนะจุดโทษ เจ้าภาพร่วม อินโดนีเซีย ในนัดชิงดำ 4-2 (เสมอในเวลา 2-2) ทีมชาติไทย ได้ ประตูจาก ชูเกียรติ หนูสลุง และเทิดศักดิ์ ใจมั่น เมื่อจบ อาเซียนคัพ ครั้งที่ 4 เหมือนทุกอย่างวงการบอลไทยจะดูดี เพราะคว้าแชมป์ได้มากที่ 3 ครั้ง จาก 4 ครั้งที่มีการแข่งขัน แต่หลังจากวันนั้นมาจนวันนี้กว่า 12 ขวบปี ช้างศึก ทีมชาติไทย มิเคยได้แชมป์อีกเลย ทำได้เพียงเข้าชิง 2 ครั้งจากอีก 5 ครั้งหลังสุด ซึ่งเปลี่ยนการแข่งขันนีดชิงมาเล่นแบบเหย้าเยือน โดยปีพ.ศ.2547 สิงคโปร์ ก็ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ด้วยการเอาชนะ อินโดนีเซีย 2 นัดสกอร์รวม 5-2 ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ตกรอบแรกไปอย่างน่าผิดหวัง เมื่อมาถึงการแข่งขันครั้งที่ 6 ซึ่งครั้งนี้ช่วงห่างปีการแข่งขันนั้นเป็น 3 ปี จากที่จะต้องแข่งปีพ.ศ.2549 ต้องมาแข่งในปี 2550 แทนโดยมี ประเทศไทย กับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็โคจรมาพบกันเองในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นทีมชาติสิงคโปร์ ที่ป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยเทียบเท่า ช้างศึก ทีมชาติไทย โดย ลอดช่อง เอาชนะ ช้างศึก ไปได้ 3-2 เมื่อรวมสกอร์ 2 นัด จากนั้นปีเดียวการแข่งขัน อาเซียนคัพ ครั้งที่ 7 ก็บังเกิดขึ้น ไทย กับ อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพร่วม โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เวลานั้นเริ่มดันดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เพียบ ก็ไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ไม่อาจจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ได้ หลังจากเกมชิงดำนัดแรกแพ้ เวียดนาม คาบ้าน 2-1 ก่อนจะบุกไปทำได้แค่เสมอ 1-1 ยังคงต้องรอแชมป์ใบที่ 4 ต่อไป เมื่อมาถึงปีพ.ศ.2553 ทีมชาติไทย มีอันต้องตกรอบแรกอีกครั้ง แบบไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย เสมอ ลาว 2-2, เสมอ มาเลเซีย 0-0 และแพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ส่วนแชมป์ตกเป็นของ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่เอาชนะ อินโดนีเซีย สกอร์รวม 2 นัด 4-2 และครั้งที่ 9 ประเทศไทย และมาเลเซีย รับหน้าเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ทีมชาติไทย ผลงานดีตั้งแต่ต้น รอบแรกชนะรวด 3 เกม ก่อนที่รอบรองจะไปเอาชนะ มาเลเซีย สกอร์รวม 2 นัด 3-1 มาถึงตรงนี้แฟนบอลไทยทุกคนหมายมั่นว่าผลงานดีแบบนี้น่าจะได้แชมป์ครั้งที่ 4 เสียที่ และคู่ต่อกรในรอบชิงดำ ไม่ใช่ใครที่ไหนคือ สิงคโปร์ ที่หมายมั่นจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้เช่นกัน เมื่อเกมชิงเกมแรกมาถึง ช้างศึก โดน ลอดช่อง บุกมาอัดคาบ้านถึง 3-1 แต่แฟนบอลก็ยังคาดหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ในเกมที่ 2 ซึ่งปาฏิหาริย์กไม่มีจริงทีมชาติไทย สามารถบุกไปชนะได้จริง 1-0 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ทำให้สรุปทั้งหมดทั้งมวล 9 ครั้งที่ผ่านมา สิงคโปร์ คว้าแชมป์ไปได้ 4 ครั้ง ตามมาด้วย ทีมชาติไทย 3 ครั้ง เวียดนาม และมาเลเซีย อีกทีมละ 1 หน ครั้งนี้มาลุ้นกันว่า ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เป็นสายเลือดใหม่ ภายใต้การนำทีมชอง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะคว้าแชมป์ครั้งที่ 4 ได้หรือไม่  ติดตามกันต่อไป

หนาวนี้ ระวัง! โรคปอดบวม
ปอดบวม /  ปอดอักเสบ / 

เข้าสู่ฤดูหนาวเป็นที่เรียบร้อย หลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มมีลมหนาวมาเยือนให้รู้สึกเย็นกายเย็นใจกันบ้างแล้ว แต่อีกสิ่งที่มาพร้อมกับลมหนาวก็คือ ‘โรคภัยไข้เจ็บ’ ซึ่งโรคที่พบได้บ่อยในช่วงนี้คือ ‘โรคปอดบวม’ อาจดูเหมือนจะเป็นโรคที่หลายคนไม่ได้ให้ความสนใจกันมากนัก แต่รู้หรือไม่ว่า โรคชนิดนี้อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ‘โรคปวดบวม’เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อ ‘สเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี’  เป็นสาเหตุหลักของ โรคปอดบวม และยังเป็นเชื้ออันตรายที่ก่อให้เกิดกลุ่มโรครุนแรงอย่างโรค ไอ พี ดี ได้อีกด้วย โดยพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งพบประมาณ 30-40% ของ โรคปอดบวม ในเด็ก อีกทั้งยังมีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ และบี ส่วนเชื้ออื่นๆ ที่พบได้ในผู้สูงอายุและโรคประจำตัวเรื้อรัง จะเป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ อาการของ โรคปอดบวม ศ.นพ.ธีระพงษ์ บอกเพิ่มเติมว่า หากสังเกตว่ามีอาการไข้มากกว่า 3 วัน ไอนานและรุนแรง เริ่มมีอาการหอบเหนื่อย จะเป็นระยะเริ่มแรกของ โรคปอดบวม โดยหากผู้ป่วยมีอาการไข้ ไอ หรือมีเสมหะ ในระยะต่อมา เสมหะจะเป็นหนอง ในรายที่มีอาการรุนแรง จะเป็นหนองในเยื่อหุ้มปอด และเจ็บหน้าอก ส่วนบางรายที่ติดเชื้อรุนแรง จะมีความดันโลหิตต่ำ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ สถานการณ์ โรคปอดบวม ในไทย ปัจจุบันประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกมีผู้สูงอายุมากขึ้น และมีผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังมากขึ้น ยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการป่วย โรคปอดบวม มากขึ้น ปัจจุบันพบผู้ป่วย โรคปอดบวม ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60-65 ปี โดยเฉลี่ยมีผู้ป่วยประมาณ 100-200 คน ต่อประชากร 1 แสนคน และอัตราการเสียชีวิตจะพบบ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว สำหรับอนาคตในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประชากรผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน โดยผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวด้วยแล้ว ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็น โรคปอดบวม และเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มอื่นด้วย โรคปอดบวม ดูแลรักษาอย่างไร วิธีการดูแลรักษา หากโรคไม่รุนแรงมากนักจะให้ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านไวรัสในการรักษา แต่สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอย่าง เจ็บหน้าอก มีหนองในเยื่อหุ้มปอด หรือบางรายมีเชื้อเข้าในกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการช็อก และบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นมีเชื้อขึ้นไปที่สมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มในสมองอักเสบและเสียชีวิตได้ ซึ่งกลุ่มนี้มักจะพบบ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เมื่อรู้ว่าเป็น โรคปอดบวม โรคต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็ว ส่วนวิธีป้องกันคือ ต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่  เนื่องจากจะเป็นเหตุนำให้ป่วยเป็น โรคปอดบวม ได้ “นอกจากนี้ ยังสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และ โรคปอดบวม ซึ่งฉีดป้องกันได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว” ศ.นพ.ธีระพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย เรื่องโดย พิมพ์ชนก ศรเพชร Team Content www.thaihealth.or.th

ไฟไหม้ร้านขายน้ำมันเจ็บ2เสียหายกว่า5ล้าน
ข่าวล่าสุด /  ปทุมธานี / 

เกิดเหตุ ไฟไหม้ร้านขายน้ำมันปทุมธานี คนในบ้านกระโดดหนีตาย เจ็บ 2 ราย เสียหายกว่า 5 ล้านบาท พ.ต.ท.ภูมินทร์ อินทร์คง สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้ร้านขายน้ำมัน บริเวณคลอง 10 ม.4 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้ร้านขายน้ำมันปลูกติดกันจำนวน 2 หลัง เลขที่ 20 ม.4 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีเนื้อที่กว่า100 ตารางวา ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดเพลิงอย่างเร็ว เพื่อไม่ให้ลุกลามไปบ้านข้างเคียง และใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ไฟจึงดับเหลือเพียงกลุ่มควัน ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อ นายกำพล บุญศรี อายุ 39 ปี ข้อเท้าขวาหัก เพราะกระโดดลงมาจากชั้น 2 อยู่บ้านเลขที่ 20 ม.4 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และ น.ส.วนิชา ศรีดาแก้ว อายุ 39 ปี ไม่ทราบที่อยู่ ทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งโรงพยาบาลธัญบุรี ภายในกองเพลิง ยังพบรถกระบะ 2 คัน รถตู้ 1 คัน ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้ง 3 คัน พร้อมศพ นางสถาพร บุญศรี ที่เก็บไว้ 100 วัน ถูกไฟไหม้ไปหมด จากการสอบถาม นายเกด บุญศรี อายุ 66 ปี เจ้าของบ้านบอกว่า ขณะที่ตนเองเดินอยู่ชั้นล่างของบ้านสังเกตเห็นชั้น 2 ไฟดับจึงเดินขึ้นไปดูพบว่าไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงวิ่งหนีออกกมาและตะโกนให้คนที่นอนอยู่ชั้นบนหนีไฟลงมา และร้องเรียกให้ชาวบ้านข้างเคียงมาช่วยกันดับไฟ และภายในบ้านยังมีศพของ นางสถาพร บุญศรี ซึ่งเป็นภรรยาตนที่เสียชีวิตและอยู่ในระหว่างเก็บไว้ 100 วัน อยู่ด้วย โดยยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เพราะเป็นช่วงเวลากลางคืนและได้ประสานศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 มาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สธ.เตือนระวังตัวไรอ่อนหลังเที่ยวป่าพาหะนำโรค
ข่าววันนี้ /  เตือนระวังตัวไรอ่อน / 

ปลัด สธ. เผย เที่ยวป่าระวังตัวไรอ่อนติดมากับเสื้อผ้า นำมาสู่โรคติดต่อหลายโรค บางโรคถึงแก่ชีวิตได้ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว ประชาชนมักนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในป่า เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ แนะนำประชาชนให้ระมัดระวังคือโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือไข้รากสาดใหญ่ โรคนี้เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด ส่วนใหญ่จะถูกกัดบริเวณในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณ ร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะชอบอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต กระจ้อน หรือคนที่เดินผ่านไปมา เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 - 16 พฤศจิกายน 2557 ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 รายรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบ ร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้ ในการป้องกันโรคนี้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด ควรสวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำให้สะอาด และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

อมนเม  วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม คืนวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 เวลา 00.30น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium3 ก่อนลงสนาม ทั้งสองทีมเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเยอะพอสมควร แต่ อาร์เซน เวนเกอร์ ได้ข่าวดีเมื่อ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสที่ขาหักตอนนี้กลับมาฟิตสมบูรณ์พร้อมลงเล่นในเกมนี้ ขณะที่ แดนนี่ เวลเบ็ค มีปัญหาที่แฮมสตริงต้องรอเช็คความฟิต ส่วน มิเคล อาร์เตต้า เจ็บแฮมสตริงเช่นกันแต่หายกลับมาลงสนามได้แล้ว ด้าน ธีโอ วัลคอตต์ ยังเจ็บขาหนีบไม่พร้อมลงเล่นรวมไปถึง เมซุต โอซิล, มาติเยอ เดอบูชี่, โลรองต์ คอสซียลนี่ ส่วน หลุยส์ ฟาน กัล โชคร้ายเพิ่มอีกเมื่อนัดนี้จะหมดโอกาสใช้งาน ดาลี่ย์ บลินด์ กับ ราดาเมล ฟัลเกา ขณะที่ ลุค ชอว์ กับ ไมเคิล คาร์ริค มีอาการเจ็บเล็กน้อยมาจากเกมทีมชาติแต่น่าจะลงเล่นได้ไม่มีปัญหา รวมไปถึง ดาบิด เด เคอา กับ อังเคล ดิ มาเรีย ที่มีข่าวว่าอาจจะลงเล่นไม่ได้แต่อาการบาดเจ็บไม่ร้ายแรงน่าจะพร้อมลงทำศึกใหญ่ทั้งคู่ แต่ยังจะไม่มี มาร์กอส โรโฮ กับ ราฟาเอล ในแนวรับ ตัวจริง ที่คาว่าจะลงสนาม อาร์เซนอล – เชสนี่, แชมเบอร์ส, แมร์แตซัคเกอร์, มอนเรอัล, กิ๊บส์, แรมซี่ย์, ฟลามินี่, แชมเบอร์เลน, อเล็กซิส ซานเชซ, กาซอร์ล่า, ชิรูด์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, วาเลนเซีย, สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, คาร์ริค, เฟลไลนี่, ยานาไซจ์, รูนี่ย์, ดิ มาเรีย, ฟาน เพอร์ซี สถิติที่น่าสนใจ - แมนฯ ยูฯ แพ้ให้ อาร์เซนอล แค่นัดเดียวจากการเจอกัน 14 ครั้งหลังสุด (ชนะ 10 เสมอ 3) - 219 ครั้งที่ทั้งสองทีมเจอกันในทุกรายการ แมนฯ ยูฯ ชนะ 92 อาร์เซนอล ชนะ 79 เสมอ 48 - ทีมที่ อาร์เซนอล แพ้ให้มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก คือ แมนฯ ยูฯ 20 ครั้ง - ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูฯ ยังไม่ชนะใครเลยในเกมนอกบ้าน เสมอ 3 แพ้ 2 - อเล็กซิส ซานเชซ ยิงให้ อาร์เซนอล ไปแล้ว 12 ประตูจาก 14 เกม โดย 6 ประตูมาจากเกม พรีเมียร์ลีก 4 นัดหลังสุด - เวย์น รูนี่ย์ คือนักเตะที่ยิงประตู อาร์เซนอล มากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก คือ 10 ประตูเท่ากับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย? (ชมคลิป)
คลิป /  รถไฟไทย / 

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย? (ชมคลิป) วันนี้(22 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปชื่อ "รถไฟไทย' โดยสมาชิกยูทูปชื่อคุณ Kiti Suree ได้เผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากมุมของพนักงานขับรถไฟเผยให้เห็นของเส้นทางและความเร็วที่รถไฟวิ่งผ่านชุมชน โดยพนักงานขับรถไฟกล่าวว่า มีทางตัดอันหน้าพิศวงจุดหนึ่งที่คนขับรถไฟต้องระวังอย่างยิ่ง มีการชักหวูดเตือนก่อนถึงจุดถนนตัดผ่าน ซึ่งจะชักทีเดียวไม่ได้ต้องชักเตือนเป็นระยะๆ เนื่องจากการจราจรข้างหน้ามีรถเยอะและข้ามไปมาอย่างไม่ระวัง โดยจะพนักงานรถไฟได้ลดความเร็วเหลือ10กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้รถไฟเคลื่อนไปช้าที่สุด เนื่องจากไม่สามารถเบรกกระทันหันได้เพราะจะส่งผลต่อระบบล้อ

ผู้ต้องหาคดี 'พงศ์พัฒน์' ตะโกนลั่น 'ใครอยากให้โดนประหารก็เอา'
จับพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ /  พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ / 

ตร.ลวงสื่อ ปล่อยข่าวประกันตัว  พงศ์พัฒน์ และ พวก  ด้าน ผบ.ตร.เตรียมแถลงผลจับกุม พรุ่งนี้ (25พ.ย.) ขณะที่ 1ในผู้ต้องหา ตะโกนลั่นระหว่างนำตัวไปฝากขังว่า  'พูดหมดแล้ว ใครอยากให้โดนประหารก็เอา' ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(24 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.10 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว 1 ในผู้ต้องหา ร่วมกับพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มาศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อมาฝากขังผัดแรก หนึ่งในผู้ต้องหา ได้ตะโกนขึ้นมาขณะเดินผ่านผู้สื่อข่าวว่า “พูดหมดแล้ว ใครอยากให้โดนประหารก็เอา” และจากการตรวจสอบ กรณี พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผู้บังตับการกองอารักขาและควบคุมฝูงชน แจ้งว่า ได้ให้มีการประกันตัวในชั้นสอบสวนแก่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีต ผบก.รน. และ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผผก.จว.สมุทรสาคร บก.ตม.3 ทั้งหมด ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. นั้น พบว่า ข่าวดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการให้กองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศออกจากพื้นที่บริเวณศาลอาญา โดยเมื่อเวลา 17.45 น.พบว่า เจ้าหน้าที่เชิญสื่อออกจาก ที่นั่งและให้ไปยืนอยู่ในระยะไกล พร้อมกับเคลียร์เส้นทางด้านหลังศาลอาญา นำแผงเหล็กมากั้นไว้ ไม่ให้นักข่าว เข้าไปใต้ถุนศาล พร้อมสั่งห้ามถ่ายภาพ จากนั้น ได้มีรถ ตร.นครบาล โดยมี พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.ศูนย์สืบ บชน. เดินทางมาด้วย และมีรถตู้ตำรวจ 3 คัน ขับเข้ามาด้านหลัง เมื่อประตูเปิดออก พบว่า พล.ต.ท.พงศ์ พัฒน์ ถูกคุมตัวลงมา สวมเสื่อยืดคอกลมสีขาว มีสีหน้าเคร่งเครียด และนายตำรวจ คนอื่น รวม 3 คนก็ถูกคุมตัว เข้าไปยังห้องส่งตัวผู้ต้องหา ใต้ถุนศาลอาญา และศาลอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน ขณะที่พลเรือนอีก 2 คน คือ นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์ อยู่ระหว่างหลบหนี และในวันพรุ่งนี้(25 พ.ย.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมแถลงข่าวกรณีที่มีการออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พร้อมกับพวก รวม10 คน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 10.30 น. 5  ข้อหาหนักถึงขั้น ‘ประหารชีวิต’ สำหรับความผิด 5 ข้อหา ประกอบด้วย หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ , เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 148 ,149,157 และความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ นั้นมีบทลงโทษดังนี้ ม.112 (หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ),:ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือที่เรียกกันว่า “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย (1) พระมหากษัตริย์ (2) พระราชินี (3) รัชทายาท หรือ (4) ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ),: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระบุว่า ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจ ในตำแหน่ง โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ หรือ หามาให้ ซึ่ง ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด แก่ ตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ):ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ):ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ ข้อมูลข่าว/คลิป จาก มติชนทีวี  MThai News

เฮ้ ยูว์ หน้าเป๊ะ พร้อมออกงาน ภายใน 15 นาที ตามนี้ จัดป่ะ!
ดูแลผิวหน้า /  หน้าเป๊ะ / 

ใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ หากอยากให้ หน้าเป๊ะ ง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที เริ่มต้นต้องดูแลสวยตั้งแต่ตอนเข้านอนจนถึงตอนตื่นนะจ๊ะ ทริคเหล่านี้ ก็ง่ายแสนง่าย ให้สาวๆ ไปเก็บอาร์ซีให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ทำให้ชินเป็น Routine น๊า จะได้งามพร้อมทุกเมื่อ อ่ะ มาลองดูกัน ว่ามีวิธีไหนบ้าง ที่จะช่วยให้ ใบหน้างามๆ ของเราสวยยิ่งขึ้น 1.การคอนทัวร์หน้าง่ายๆ ด้วยสูตรเขียนหน้าเป็นเลข 3 ตามแพทเทิร์นการแต่งหน้าแบบอีซี่ๆ ของ Joan Small ภาพจาก EsteeLauder.com 2.เก็บให้หมด จนหยดสุดท้าย ทั้งรองพื้น บรอนเซอร์ และชิมเมอร์ ของมีราคา ใช้ให้คุ้มค่าก่อนทิ้งนะจ๊ะ ภาพจาก containerstore.com 3.ถ้าเผลอสอยรองพื้นมาผิดเบอร์ สีเข้มกว่าผิวจริง ไม่ต้องทิ้ง ผสมมอยส์เจอไรเซอร์ลงไปขณะวอร์ม จะช่วยให้ครีมมีสีสว่างขึ้นค่ะ 4. ประดิดประดอยแต่งหน้ามา 2 - 3 ชั่วโมง ออกมาตะลุยแดด ตะลุยฝน เข้าห้องประชุม นั่งๆ ไป หน้ามัน เดี๋ยวอายแชโดว์หลุด บรัช ออนหาย Ben Nye Final Seal ช่วยเราได้ หน้าเป๊ะเว่อร์ ประหนึ่งเพิ่งเดินออกจากโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพจาก amazon.com 5. สวยพร้อมเดินพรมแดงภายใน 15 นาที ความสวย 3 นาทีแรก : 15 วินาทีแรก สำหรับการลงไพรมเมอร์ 1 นาทีต่อมา สำหรับการดัดขนตา 1 นาที สำหรับการปัดมาสคาร่า 45 วินาที สำหรับการลงรองพื้น ต่อยอดความงามภายใน 5 นาที : 1 นาที สำหรับ ลงคอนซีลเลอร์ 30 วินาที สำหรับการปัดบรัชออน 30 วินาที สำหรับปัดบรอนเซอร์เพื่อไล่เฉดดิ้งให้หน้าพุ่ง ตำรับความสวยภายใน 10 นาที : 1 นาที สำหรับ ลงไฮไลท์ ให้หน้าพุ่งๆๆๆ พุ่งขึ้นไปอีก ตามแนวโครงหน้าอย่างเรียวคิ้ว กรอบหน้า และโครงแก้ม 2 นาทีสำหรับ อายไลเนอร์ 1 นาทีสำหรับปัดมาสคาร่าเพิ่มที่ขนตาล่าง 1 นาทีสำหรับลงลิปสติก เป็นอันจบกระบวนการสวยของเราๆ ภาพจาก makeup.com 6.ขี้เกียจล้างหน้าเหรอ ? เช็ดหน้ากับเตียงนอนของคุณสิ (อี๋......รังเกียจอ่ะ ) ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางมากมาย ลองหาที่ถูกใจ ใช้ง่าย และเหมาะกับผิวหน้าของเราดูนะ ภาพจาก giphy.com 7.การนอนบนหมอนซ้อนกัน 2 ใบ ช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้เนื่องจากช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ภาพจาก catmoji.com 8. ผู้หญิงที่สวยงามดูดีได้ตลอดเวลา ก็เพราะ ปัญหามีไว้ให้แก้ จงแก้มันซะ อย่านิ่งเฉยแม้มันเป็นเรื่องเล็กๆ ภาพจาก loxabeauty.com เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women.MThai Team ที่มา Buzzfeed  ติดตาม ทิปส์สวย ง่ายๆ  ที่เราๆ คาดไม่ถึง เพิ่มเติม ได้ที่นี่

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย?
คนขับรถไฟ /  คลิป / 

พนักงานขับรถไฟ เฉลยสาเหตุที่รถโดนชนบ่อย เพราะนิสัยมักง่าย? (ชมคลิป) วันนี้(22 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปชื่อ "รถไฟไทย' โดยสมาชิกยูทูปชื่อคุณ Kiti Suree ได้เผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากมุมของพนักงานขับรถไฟเผยให้เห็นของเส้นทางและความเร็วที่รถไฟวิ่งผ่านชุมชน โดยพนักงานขับรถไฟกล่าวว่า มีทางตัดอันหน้าพิศวงจุดหนึ่งที่คนขับรถไฟต้องระวังอย่างยิ่ง มีการชักหวูดเตือนก่อนถึงจุดถนนตัดผ่าน ซึ่งจะชักทีเดียวไม่ได้ต้องชักเตือนเป็นระยะๆ เนื่องจากการจราจรข้างหน้ามีรถเยอะและข้ามไปมาอย่างไม่ระวัง โดยพนักงานรถไฟได้ลดความเร็วเหลือ10กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้รถไฟเคลื่อนไปช้าที่สุด เนื่องจากไม่สามารถเบรกกระทันหันได้เพราะจะส่งผลต่อระบบล้อ ระหว่างที่รถไฟกำลังไฟจะเข้าไปใกล้จุดตัดกับถนน ไม่มีรถยนต์หรือจักรยานยนต์คันไหน หยุดจอดเพื่อให้รถไฟเคลื่อนไปก่อนเลย มีแต่ขับตัดรางไปมา ไม่เกรงกลัวอุบัติเหตุ ซึ่งมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากบริเวณใกล้เคียงมาช่วยอำนวยความสะดวก หลังจากผ่านจุดดังกล่าวความเร็วของรถไฟก็เพิ่มขึ้นเป็น 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง เนื่องจากเป็นเขตชุมชนและมีการชักหวูดเตือนทุกครั้งด้วย ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้ชาวสังคมออนไลน์คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์โดนรถไฟชน ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าอาจจะมาจากสาเหตุความมักง่ายและเร่งรีบของคนขับรถเองที่ไม่ระวังขับตัดหน้ารถไฟไปอย่างที่เห็นในคลิปดังกล่าว จึงอยากขอเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเคารพสัญญาณไฟ สัญญาณหวูดเตือน ให้ทางรถไฟไปก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอันตรายอย่างที่ปรากฎในหลายข่าวที่ผ่านมา MThai News ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกยูทูปชื่อคุณ Kiti Suree

มอยส์ คุมโซเซียดาดนัดแรกทำกุนซือคู่แข่งโดนไล่ออกจากสนาม
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เดวิด มอยส์ อดีตกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมการคุมทีมนัดแรกในสเปนด้วยการพาทีม เรอัล โซเซียดาด บุกไปเสมอ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า 0-0 นับเป็นคลีนชีตเกมลาลีก้านัดแรกในรอบเจ็ดเดือนของ โซเซียดาด การเก็บหนึ่งแต้มในนัดนี้ทำให้ทีมของ มอยส์ มี 10 คะแนนจากการลงสนาม 12 นัด อยู่อันดับ 14 ของตารางคะแนน เกมนี้ยังมีไฮไลท์ที่ บิคตอร์ เฟอร์นันเดซ กุนซือทีมเจ้าบ้านโดนไล่ออกจากสนามหลังไปโวยวายใส่ มอยส์ เนื่องจากกุนซือชาวสก็อตติชรายนี้เข้าไปกดดันผู้ตัดสินในเหตุการณ์ที่นักเตะเดปอร์ฯ ถูกจับล้ำหน้า