เหยี่ยว10

ฌอห์ณ ยันร่วมงาน เอสเธอร์-เคน ได้ ย้ำชัด
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  กลายเป็นมหากาพย์ไปซะแล้ว สำหรับกระแสดราม่าความขัดแย้งระหว่างพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด หนุ่มฌอห์ณ ได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในงาน "สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี10" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คนหล่อพอเพียง" เจ้าตัวได้บอกว่าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากมีปัญหากับใคร คนวงการเดียวกับน่าจะเข้าไปไม่ช้าก็เร็วต้องเจอเหมือนกันประเด็นดราม่า ในมุมของฌอห์ณ เป็นยังไงบ้าง   "ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะว่าทางผู้จัดการและทางผู้ใหญ่ของผมได้พูดไปหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมด มันเป็นการคุยติดต่องานที่ไม่ตรงกัน ตั้งแต่แรก แล้วตอนท้ายก็ต้องถามผู้ว่าจ้างว่าอยากได้งานแบบไหนอยากได้งานคู่ งานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่า เขาจะเลือกคนไหน ส่วนตัวผมไม่เคยมีปัญหา ในการทำงานอีเว้นท์ เรื่องที่มีปัญหาอาจจะมีการบอกต่อที่ไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา และตัวเราเองก็ได้คุยกับทางลูกค้าแล้ว ว่าปัญหามันคืออะไร เข้าใจตรงกันไหม พอเรื่องมันเล่าปากต่อปาก มีทางอารมณ์ คำพูด เข้ามา ปัญหามันก็ เลยบานปลาย ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้ก็คือชี้แจง ในส่วนของการทำงานที่มีปัญหา"เราไม่ได้ออกปากว่าไม่อยากร่วมงาน   "ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพราะว่า ก็อย่างที่บอกไป ทั้งคู่ก็ต้องคุยกันใหม่ คุยเรื่องของ นักแสดงต้องทราบอยู่แล้ว ว่ามีเงื่อนไข หรือ อะไร ที่ไม่เหมือนกัน"ส่วนตัวตอนนั้นเรารู้ไหมว่ามาจากเอสเธอร์   "เรารู้เองครับก็รับงานปกติอย่างที่ ผู้จัดการเป็นคนแจ้ง และหลังจากนั้น 3 วันเราก็รู้จักการโพสต์ ig ของคนอื่น และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุคคล มันมีปัญหาเรื่องของการคุยงาน ที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ บอกตรงๆก็ได้ ยังไงก็ได้ เพียงแค่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแค่นั้นเอง รู้สึกโกรธมั้ยที่เค้าออกมาแฉเราขนาดนั้น   "ไม่ครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย"และอย่างที่เขาให้รายละเอียดว่าเราไม่สามารถร่วมงานกับเอสเธอร์ได้   "ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง คือผมไม่ได้มาดูโพยตีพายโชคดีที่มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาช่วย ก็ขอบคุณ พี่เอกกี้ด้วย ถ้าไม่ได้ท่านก็คงแย่ ได้ไปเคลียร์กันบ้างไหมไม่ได้เคลียครับ ไม่มีใครติดต่อมาก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน เพราะเรารู้ว่า ทุกคนได้บอกเหตุผลของตัวเอง ที่เข้าใจไปกันหมดแล้ว ต่อไปคือถ้าจะทำงานกันใหม่ก็ดีงานกัน แค่นั้น"ในเรื่องของวินัยที่บอกว่าเรามาสาย เขาบอกณอห์ณว่าอย่างไร   "ประมาณบ่าย 2 นะครับ และผมก็มาบ่าย 2 งานเริ่มบ่าย 3 14.15น. ผมยังขอเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย พี่เอกกี้มา 14:15 ผมก็ยังยืนคุยกับแกอยู่เลย เข้าจริงๆนะครับ ในฐานะนักแสดงผมว่า เรียงวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก และยิ่งทำงานชั่วโมงนึงคุณมาเลทมันก็แย่ แล้วครับ และผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดและตัวผมก็รู้ ว่าเรามากี่โมงถ้าสมมุติ ผมมาสาย จริง ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นพี่นักข่าวก็อยู่ ตัวผมรู้ว่าเป็นยังไงและทางผู้ใหญ่เองก็เห็นเขาก็เลยไม่โกรธ"งงไหมว่าทำไมมาถึงจุดนี้   "ไม่งง หรอกครับคนเราก็มีหลายแบบมี เหตุผล หลายประเภท"ถือว่ายังร่วมงานกันได้อยู่ไหม   "จ้างมาคุยให้ตรง และผมจะไป"และอย่างที่มีกระแสดราม่ามีการแบ่ง แยก คิดว่ายังไง   "คือผมไม่เห็นด้วยนะที่มีการแบ่งแยก คือเราเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน นะครับ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเจอ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ยังอยากมองหน้าได้ปกติ และก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับการไปแจกผลไม้ มันไม่ใช่เทศกาลนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก คือการแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าไปทำร้ายกัน"ทางนู้น ก็ออก มาบอกว่า เรา ไม่สามารถร่วมงานกับทางนู้นได้ เราจะมีการไปเคลียร์บ้างไหม   "สักวันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเพราะผมก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีปัญหา" มีการคุยนอกรอบเลยเหรอคะ   "ไม่มีครับ ไม่มีใครติดต่อมาเท่าที่พวกพี่บอกผมรู้จักการดูรูปก็รู้สึกว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก" ไม่อยากอธิบายบ้างหรอ เพราะฝ่ายนู้นก็เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง   "ยิ่งพูดเรื่องมันยิ่งไม่จบผมเป็นห่วงครอบครัวและแคร์คนรอบข้างและงานที่ ผม ต้องทำ ก็มีเยอะ จะมาทะเลาะกัน แค่ event งานเดียว มันก็ไม่ใช่ตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าผิดเรื่องอะไรแต่เรื่องที่เราพูด มันคือ process ของการทำงาน ก็จบแล้ว"ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเรากับ เอสเธอร์ แตกหักกันไปเลย เพราะว่าเลือกแบ่ง ฝ่ายกันไปแล้ว   "คือผมไม่ได้แบ่ง ทีม ละครสร้างมาก็ตาย event สร้างมาถูกต้องตาม process บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไร ผมว่าในฐานะนักแสดงในอาชีพวงการนี้มันแคบ แค่พูดมาบางทีเราทำให้มากกว่าที่ขอด้วย ซ้ำ ครับ"ระหว่างเรากับเอสเธอร์ ในความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมไหม   "ผมก็เรื่อยๆ นะอาจมีจุกๆบ้างแต่ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิดแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจถูก คนมองต่างมุม เขาก็มองอีกมุมหนึ่งเราก็มองในมุมเขา ก็เข้าใจแหละ ว่าเขาอาจจะไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันนึงก็ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย"กลัวเรื่องมันจะบานปลายไหม   "ไม่เลยครับจบแค่วันนี้ครับ และผมจะไม่พูดแล้ว ผมไปทำงานจนจะเป็นเดือนแล้ว เรื่องจะไม่จบถ้าอีกคนคิดจะพูด ถ้าเรื่องมันจะจบคือคนที่คิดจะเงียบ ทางผู้ใหญ่ก็เรียกผมไปคุยแล้ว เรื่องละครว่าจะมีแพลน อะไรอยากให้ร่วมงานกับใครบ้าง"จะมีละครร่วมกันหรือเปล่าคะ   "ผู้ใหญ่ เขามีแพลนกันไว้แล้ว น้องเค้าอาจยังไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าณอน ยังอยากให้ร่วมงานกับน้องเค้าเพราะ มันมีเคมีที่ดีตรงกัน และเหมาะสม เดี๋ยวไฟนอล เมื่อไหร่ผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนโทรไป บอกอีกที"อยากเล่นคู่กันได้ไหมเพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว   "ผมไม่มีปัญหาครับ พูดมาให้ตรงผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนู้นคนนี้ ไม่ได้ครับ บ้านผมลำบาก"เราถือว่ายังสนิทใจอยู่ไหม   "สนิทใจครับเพราะว่า เรื่องมันไม่ได้เป็นปัญหาของน้องมันเป็นปัญหาที่คนกลางแล้วอย่างเคนคิดว่ายังไงคะ   "ผมไม่พูดดีกว่าครับเพราะว่าพี่เขาคงมีเหตุผลของเขา แต่ตัวผมเองได้รับสารมาแค่นี้ครับ"แล้วอย่างที่เคนเขาโพสต์ คนอาจมองว่าเขาสนับสนุนกัน   "เขาตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้โพสต์หมายถึงใครมันเป็นคำสอนดีๆ ผมก็ ok เป็นคำสอนดีๆ ผู้ชายเค้าคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาคุยกับผมตรงๆมากกว่า"แล้วเราร่วมงานกับเคนได้ไหม   "ได้ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร และก็ไม่ชอบทะเลาะกับใครสุดท้ายวงการบันเทิง ปีหน้าเราอาจจะเจอกันก็ได้ทำงานด้วยกันอีกดีกว่า   ผมบอกตรงๆ เวลาแบ่งฝ่ายมันไม่มีผลดีกับใครสักคนเพราะมันจะสร้างบาดแผลให้แก่กันสุดท้ายอยากจะบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา ไม่ชอบใครอย่าไปติดเขาเพราะว่าคนที่คุณชอบกับคนที่คุณไม่ชอบอาจจะเป็น เพื่อนสนิทกันก็ได้" เห็นว่ามีการจัดสร้างโบสถ์เกิดขึ้น คือทางครอบครัวจินดาโชติ กำลังจะสร้างอุโบสถ ที่อำเภอนางรอง วัดหัวตะพาน   "ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้ส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังขาดอีกเยอะ คือทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาช่วยร่วมอนุโมทนา บุญ ก็จะละลายไปถึงเดือน 5 เดือน 6 ในไอจีผมเข้าไปดูได้นะครับ ก็อยากให้เข้ามาร่วมบุญกันเยอะๆ แล้วจะมีโครงการมูลนิธิต่างๆอยากให้ช่วยสนับสนุนกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ซึ่งด้าน เคน ภูภูมิ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ต้องร่วมงานกับ หนุ่มฌอห์ณ ว่ายินดีร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตามคลิปด้านล่างนี้!! ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ เอสเธอร์ เอสเธอร์

แฮปปี้มว้ากกก ปู ไปรยา ฝาก โน้ต ยินดี ชมพู่ท้อง ลุ้นแฟนฝรั่งเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์!!
ปู ไปรยา /  ข่าว ปู ไปรยา / 

  เรียกได้ว่าลักกี้อินเลิฟและลักกี้อินเกมเลยทีเดียว ล่าสุดที่ สาวปู ไปรยา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยที่ซีเรีย ให้ความช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่ง สาวปู ได้เดินสายช่วยเหลือสังคมมานานกว่า 3 ปีแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่ายังจะทำต่อไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความรักกับ หนุ่มแมทธิว บราก นั้นก็ยังอยู่ในขั้นศึกษาดูใจกัน จะมีเซอร์ไพรส์ในวันวาเลนไทน์หรือไม่นั้นก็ขอให้รอดูในไอจี ส่วนเรื่องข่าวดีของนักแสดงสาวรุ่นพี่ ชมพู่ อารยา ได้ส่งข้อความและฝากคนรักเก่า หนุ่มโน้ต ไปแสดงความยินดีแล้ว ไปทำหน้าที่ที่ซีเรียมาเป็นยังไงบ้าง   "เป็นครั้งแรกที่ได้ไปลงพื้นที่ในค่ายต่างประเทศก็เป็นค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียที่จอร์แดน เพิ่งไปมา แล้วปูก็ติดต่อ UNHCR มา 3 ปีแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าวิกฤตของซีเรีย เพราะมันหนีไม่ได้ ก็พอได้ไปก็รู้สึกเข้าใจถึงเวลาคนเราสูญเสียครอบครัวหรือสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่มีมีทางเลือก เราทำอย่างเดียวได้ก็คือ หาวิธีรวมทีนแล้วก็เยียวยา พูดคุยกับเขาแล้วเอาเรื่องมาเล่า ปูรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตมาก ก็เคยพูดหลายรอบแล้วว่าจะอุทิศตน แต่ครั้งนี้รักผู้ลี้ภัยซีเรียมาก รักความเข้มแข็งของเขาในเชิงว่า มนุษย์ถึงเราจะใสูญเสียทุกอย่าง แต่เราก็ยังมีใจที่เข้มแข็งแต่อ่อนโยน แล้วก็พร้อมที่จะแบ่งปัน" ชีวิตเปลี่ยนยังบ้าง   "จะบอกว่าคนเราเกิดมาโอกาสไม่เหมือนกัน ปูถือว่าเป็นคนที่เกิดมาแล้วโอกาสดีมาก โอกาสวิ่งเข้าหาปูตลอดเวลา แล้วบางคนเกิดมาเขาไม่มีโอกาสหรือโอกาสที่เขาได้มาถูกดึงจากเขาไป โลกนี้ไม่ได้มีความยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ในฐานะคนที่ได้รับความยุติธรรมมากกว่า เขาก็ควรจะคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ไม่ได้มี พอยิ่งอยู่แบบนี้ เกิดมาชื่อเสียงเงินทองสุดท้ายแล้วเราเอาไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเอาไปได้คือการที่เราช่วยเหลือคนที่ในสังคม" การใช้ชีวิตลำบากพอสมควร ไปอยู่ที่โน้นเป็นยังไงบ้าง   "ไม่กล้าบอกว่าตัวเองลำบาก เพราะเห็นเขาลำบาก ยอมรับว่าลำบาก เพราะไปมาหลายค่ายเหมือนกัน ปูลงพื้นที่ไปยโสธร ศรีสะเกษมา 3 ปีแล้ว แม่ฮ่องสอน สังขละบุรี แต่ว่าทะเลทรายเป็นอย่างอื่น ทั้งอุณหภูมิ ทุรกันดาร ยอมรับว่าตอนถ่ายอยู่ยังมีแอบว่าไม่ไหว แล้วเขาเดินกันเป็นกิโลกว่าจะมาถึงที่จอร์แดน ปูมีแต่ความเคารพและทึ่งในความมหัศจรรย์ในความเข้มแข็งของเขา อย่างที่บอกว่าคนที่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยมา 10 ปี แล้วครึ่งหนึ่งคือเด็ก คนเกือบ 30 กว่าล้านคนทั่วโลกที่เป็นเด็กที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ เราก็ต้องช่วยหันระดมทุนเพื่อที่จะให้ที่พักพิงที่ปลอดภัย ให้ได้รับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เต็นท์ น้ำ เขาก็เป็นมนุษย์ เขาต้องใช้ ก็อยากจะให้ช่วยกันนะคะ" แพลนต่อไปจะไปไหนต่อ   "มีค่ะ เดี๋ยวจะไปไทยก่อนค่ะ จริงๆ ก็ไปทุกปีอยู่แล้ว ลงพื้นที่ 3 ปีที่ผ่านมาก็สลับกัน มี operation sound ซึ่งเป็นเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ แล้วก็มีผู้ป่วยโรคเอดส์ ก็สลับกันไปทุกเดือนสองเดือน" คนชื่นชมว่าเราเข้าถึงเด็กๆ โดยไม่กลัว   "เป็นอย่างนี้มา 3 ปีแล้ว ยอมรับว่าเวลาคนเราทำงานเยอะๆ เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาแต่งงานหรือทนใช้ชีวิตกับปูได้ การเห็นเด็กมันเหมือนเป็นสิ่งที่เราทำขาดหายไป เด็กเป็นสิ่งที่บอบบาง บริสุทธิ์ อยู่กับเด็กเเล้วรู้สึกอบอุ่น ปูชอบกอดเด็ก เพราะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น" มีอุปถัมภ์ไหม   "การอุปถัมภ์คนๆ หนึ่งต้องใช้วุฒิภาวะสูงมาก แล้วคนทำงานอย่างปู เวลาให้กับตัวเองยังจะไม่มีเลย เป็นความฝันไหมก็ต้องดูเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็เคยพูดแล้วว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีลูกสักคน ปูอาจจะมีลูกเป็นแสนเป็นล้านคนก็ได้ ก็คือคนที่ไปช่วยระดมทุนให้ คนที่ช่วยในองค์กร ก็ไม่เป็นไร เด็กทุกคนปูรักเท่ากันหมด เรื่องไปเล่าไปสอนก็ไม่มี ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าสอน แต่ว่าสิ่งเดียวที่ได้ทำก็คือเอาเรื่อง รูปภาพของพวกเขามาให้ทุกคนเห็น เพราะเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่หนักแน่นเท่าภาพ คนเห็นภาพแล้วจะเข้าใจเองว่าเขาลำบาก ต้องการความช่วยเหลือ" รู้ข่าวเรื่องชมพู่ไหม   "ได้ข่าวค่ะ ยังไม่ได้เยี่ยม เพราะยังอยู่จอร์แดน ขอแสดงความยินดีกับพี่ชม ในโลกนี้คนที่ควรจะได้รับชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์ควรจะเป็น พี่ชมพู่ อารยา เพราะเขาเป็นลูกที่กตัญญูต่อครอบครัว เป็นผู้หญิงที่เก่งและน่าชื่นชมในวงการบันเทิง แล้วครอบครัวรังษีพิพัฒน์ ปูก็มีแต่ความรักให้เขาจริงๆ คิดว่าตอนนี้เขามีครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุข ก็มีส่งข้อความไปหาพี่น็อต พี่ชมแล้ว เรื่องไปเยี่ยมก็ยังไม่กล้า เกรงใจเขา ก็ฝากคุณโน๊ตไปบอกแล้ว" ได้รับกุหลาบในวันสำคัญ   "ก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ปูรู้สึกว่าเป็นสิ่งเดียวที่ทำแล้วภาคภูมิใจที่สุด มันเป็นพลังในใจปู ก็เป็นการแสดงความยินดี คนอื่นก็ส่งดอกไม้มาให้เยอะแยะ เขาบอกเขาดีใจ อย่างไปซีเรียเขาก็ไม่ห่วง เพราะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เอาอยู่ พรุ่งนี้ก็บินไปทำงานที่เมืองนอก วาเลนไทน์ก็รอดูเอา เรื่องเซอร์ไพรส์ยังไม่มี เพิ่งรู้จักกัน คิดว่าดอกไม้เป็นการแสดงว่าเขาเป็นคนมีมารยาท เพราะวันนั้นเป็นวันสำคัญจริงๆ ไปเมืองนอกก็ไปทำงาน บินไปๆ มาๆ มีไปแอลเอ มิลาน นิวยอร์ก แล้วก็กลับมากรุงเทพ รอดูในไอจีเดี๋ยวมีข่าวดีมาให้" จะมีโอกาสที่เขาจะบินมาไทยบ้างไหม   "ไม่น่าจะมี เพราะว่าเขาเพิ่งเริ่มทำงาน เขาควรจะรับผิดชอบต่อการงานก่อนที่เขาจะมา คงอีกซักพัก นานๆ เลย ก็อย่างที่บอกปูไม่คาดหวังอะไรแล้ว สิ่งเดียวที่คาดหวังคือกับตัวเอง ไม่มีอะไรในโลกที่เที่ยง ทุกข์ สุข ความรัก ถ้าทายแล้วไปไม่รอดก็ไม่เป็นไร เวลาคุยก็มี แต่ก็ชิลล์ๆ คุยกันไปเรื่อยๆ" ขอบคุณภาพจาก IG prayalundberg ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา แมทธิว บราก ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา

ละครเชลยศึก , เรื่องย่อเชลยศึก
ละครเชลยศึก /  ละครเชลยศึก ช่อง8

เชลยศึกบทประพันธ์อัครพล อัครเศรณี บทโทรทัศน์ สิริวัฒน์69,แสงแรกออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 9.00 และ 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เรื่องย่อ ละครเชลยศึก กล้า (มังกร) ทาสในเรือนของขุนฟ้าลั่น ผู้มีพรสวรรค์ในศิลปะการต่อสู้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่และครูมวย บวกกับความเฉลียวฉลาดและไหวพริบจึงทำให้กล้ากลายเป็นนักมวยที่ค่ายมวยต่างๆในยุคนั้น และรู้จักกันในนามนายขนมต้ม ซึ่งชื่อนายขนมต้มชื่อนี้ได้มาจาก เฟื้องฟ้า (ฝ้าย) ลูกสาวคนเล็กของขุนฟ้าลั่น ซึ่งเป็นคนที่กล้ารักและบูชา หลังจากกรุงศรีอยุธยาโดนพม่าตีแตกครั้งที่สอง กล้าได้รวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อหาทางกอบกู้บ้านเมือง โดยกล้าได้รู้จักกับ นิล(อาร์ต) และโหน(ต๊อบ) จนกลายเป็นพี่น้องต่างสายเลือดที่พร้อมจะตายแทนกันได้ มะขาม(ฟ้า)ลูกสาวของนายบ่อนเจ้าของบ่อนต้องบ้านแตกและเสียพ่อไป เกิดความประทับใจ และทำให้มะขามรู้สึกหลงรักกล้า กลุ่มของกล้าเริ่มเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ละครเชลยศึก เมื่อได้ ครูเที่ยง(เดี่ยว)ผู้ซึ่งเป็นทหารเอกและองครักษ์คู่บารมีของ เจ้าฟ้าอุทุมพร เข้ามาร่วมด้วยยิ่งทำให้กลุ่มของกล้าเข้มแข็งขึ้น ด้วยวิธีการรบแบบกองโจร ทำให้พวกเค้าสามารถช่วยให้คนไทยรอดพ้นจากการเป็นเชลยศึกของพวกพม่าได้เป็นจำนวนไม่น้อย มังจาเล(ปูไข่)ที่มีโทษถึงประหารชีวิตถูกลดโทษโดยพระเจ้ามังระให้กลายเป็นคนธรรมดา และยังถูกส่งตัวไปในบ่อนมวยใหญ่ของพวกพม่า นายขนมต้มหรือไอ้กล้าก็เป็นหนึ่งในนักมวยที่ถูกจับมาขังอยู่ที่ค่ายมวยนรกแห่งนี้ กล้าความจำเสื่อมจากการถูกจับ กลายเป็นสิ่งบันเทิงของชาวพม่าที่ได้พบเห็น มะเมียะ(โบว์ลิ่ง)น้องสาวของมังจาเลที่กล้าเคยช่วยเหลือไว้ คอยดูแลกล้าเท่าที่สามารถจะทำได้ มะขามออกตามหากล้าจนพบและรู้ว่ากล้าความจำเสื่อม มะขามคิดหาทางช่วยออกจากที่คุมขังมะขามได้รู้จักกับมะเมี๊ยะ ทั้งสองสาวช่วยกันเพื่อให้กล้าฟื้นจากความทรงจำจากเฟื้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นคนรักของมังจาเร มะเมี๊ยกับมะขามช่วยกันหาทางพากล้าออกจากคุกไปช่วย แต่ไม่รอด เพราะทกยอ(เอ)มาพอดี ทกยอตกใจที่เจอมะเมี๊ย สั่งทหารคุมตัวมะเมี๊ยกับมะขาม และพาตัวกล้ากลับเข้าคุก ละครเชลยศึก กล้าความจำฟื้นแล้วและต้องสู้กับมังจาเร กล้าแกล้งแพ้มังจาเรอย่างราบคาบ มังจาเรเจ็บใจมาก ออกไปด้วยความแค้น กล้ารีบบอกมังจาเรเรื่องเฟื่องฟ้าตายแล้ว ทกยอกลัว รู้ว่ามังจาเรไม่ปล่อยเขาแน่ อะละแมเสนอให้อองซอ(บอส)ไปฆ่ามังจาเร ในการประลองในลานประตูผี มะเมี๊ยกับมะขามกบุกบ้านอองซอ ค้นหาตัวเมี๊ยด อองซอกับมังจาเร ต่างคนต่างน่วม อองซอพลาด โดนมังจาเรเล่นงานอย่างหนัก มังจาเรเสียเปรียบ กล้าทนไม่ไหว ลุยเข้าไปในสนาม ช่วยเหลือมังจาเร และฆ่าอองซอ(ด้วยมีดของอองซอ)ตายคาสนาม มังจาเรแค้นทกยอมาก คว้ามีดที่ปักท้องอองซอ เขวี้ยงขึ้นไปปักที่หัวใจทกยอ ตายคาอัฒจรรย์ อะละแมช็อค หนีออกจากสนาม พระเจ้ามังระรู้ความจริงทุกอย่างจากเมี๊ยดจึงรับสั่งให้ปล่อยตัวมังจาเร มังจาเรทำศพเฟื่องฟ้าอย่างโศกเศร้า อาละแม(หมิง)กลัวความผิดจนเป็นบ้าเสียสติ พระเจ้ามังระยื่นข้อเสนอให้กล้าลุยเดี่ยวกับทหารอังวะ 10 นายแล้วจะปล่อยตัวเชลยทุกคนกลับอโยธยา สุดท้ายพระเจ้ามังระทำตามที่ตกลงยอมปล่อยตัวกล้าและเชลยทั้งหมดกลับสู่ อโยธยาอย่างสมศักดิ์ศรี รายชื่อนักแสดงนำในละคร เชลยศึก ปภาวิน หงษ์ขจร รับบท กล้าษริกา สารทศิลป์ศุภา รับบท ช่อมะขามเวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบท เฟื่องฟ้าปริศนา กัมพูสิริ รับบท มะเมี๊ยะภัครมัย โปตระนันท์ รับบท มะลิพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท มังจาเรพุทธิพงษ์ คล้ำจีนภาณุวงศ์ รับบท อองซออรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ รับบท อาละแมชัยวัฒน์ ทองแสง รับบท โหนพศิน เรืองวุฒิ รับบท ทกยออัศนี สุวรรณ รับบท นิล ชูพงษ์ ช่างปรุง รับบท ครูเที่ยง ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก

หนิง ปณิตา นอยด์ น้องณิริน ถูกวิจารณ์แก่แดด พร้อมปั๊มลูกคนที่ 2!!
หนิง ปณิตา /  ข่าว หนิง ปณิตา / 

  ถือว่าเป็นคุณแม่สายสตรองจริงๆ สำหรับ หนิง ปณิตา ที่ควงลูกสาวสุดน่ารัก น้องณิริน ปณิริน มาร่วมงาน "ศึกท้าซักสูตรเข้มข้น 1 ช้อนปะทะ สูตรมาตรฐาน 10 ช้อน ของบรีส เอกเซล" ณ บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก เจ้าตัวเผยว่ากรณีดราม่าที่มีคนวิจารณ์ลูกสาว น้องณิริน แก่แดดไม่มีมารยาทตนค่อนข้างเฟล ยันสั่งสอนลูกตลอด พร้อมเตรียมปั๊มลูกคนที่ 2 แต่ยังไม่สำเร็จเพราะมาป่วยซะก่อน ส่วนเรื่องทวงเงิน เมย์ พิชญ์นาฏ ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าถ้าใครมาขอแต่งงาน เมย์ จะต้องจ่ายเงินให้ตนกับ อั้ม พัชราภา คนละหนึ่งแสนบาท!! พูดถึง เรื่องงานพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องณิริน   "จริงๆ แล้วเป็นปีที่ 2 แต่ว่าไม่ค่อยได้ออกอีเว้นท์" วันนี้คู่กับหนุ่มหล่อด้วย   "ตื่นเต้นมากแต่ว่าแสดงออกมาไม่ค่อยได้(หัวเราะ)" แอบเห็นน้องณิรินบนเวทีซักผ้าคล่องแคล่วมาก   "ที่จริงอยู่บ้านน้องจะเป็นคนค่อนข้างทำอะไรเองทุกอย่าง ทานข้าวเสร็จก็เก็บเองล้างเอง ซักผ้ากับพี่เลี้ยงก็ได้แต่ใช้แทนสบู่อีกกะละมังหนึ่ง" เวลาเลี้ยงน้อง จะค่อนข้างปล่อยให้น้องลุยเองจริงไหม   "น้องค่อนข้างลุยมาก ล่าสุดนางไปทำนา ปลูกข้าวเก็บไข่ น้องทำอะไรทุกอย่าง เราก็อยากให้ เวลาเราไม่ได้อยู่กับน้อง อยากให้น้องสามารถดูแลตัวเองได้ไม่เป็นภาระคนอื่น"   "ตอนนี้ก็ยังแอบลุ้นว่าน้องจะหงุดหงิดมากมั้ยเพราะว่าน้องอารมณ์ไม่ค่อยดีตั้งแต่บ่ายๆ เราก็คุยกันก่อนว่าณิริน มีมารยาทหน่อยนะลูกไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนเขียนด่าได้อีก รอบที่แล้วมีคนมาเขียนว่าน้องแก่แดดไม่มีมารยาท เราก็แอบเสียใจ แต่เราก็จะเล่าให้ลูกเราฟัง ว่ามีคนบอกว่าหนูไม่สวัสดี คนไม่ยิ้มไม่ทักทายใคร เราก็บอกว่ามันไม่ดีนะ"   "ก็เสียใจนะ เพราะเด็ก 3 ขวบกว่า เอาอะไรกับน้องมาก คาดหวังอะไรกับเด็กก็ไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราเข้าใจ ไม่เป็นไร แต่เรื่องที่ว่าก็เป็นแค่แว้บเดียวเท่านั้นและ ก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่คนเข้ามาคอมเม้นท์ในโซเชียล และหนึ่งก็เชื่อว่า 100% ไม่มีคนเห็นด้วยกลับ ที่เว็บออกมาเขียน" แล้วพี่จินเห็นหรือยัง   "เห็นแล้วว่าเขาโกรธมากก็บอกอย่าให้รู้ว่าเป็นใครเขียน เขาไม่ยอมแน่แล้วเขาก็ว่าหนูนะว่าเธอรู้แล้วนี่ว่าเป็นใครทำไมไม่ยอมบอกแต่เราก็รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ไร้สาระ"   "แล้วต้องบอกก่อนว่าเด็ก 3 ขวบกับโซเชียล เป็นเรื่องอันตรายมากเพราะว่าเขาสามารถรับรู้ได้ไว ก็จะสอนเสมอว่า ถ้าณิรินทำไม่ดีคนก็ว่าณิริน ถ้าณิริน อยากให้คนรักก็ต้องทำตัวดีๆ จะให้ ณิริน เล่นโทรศัพท์ 15 นาทีต่อวันซึ่งน้อยมาก นี่ก็ติดหวัด น้องณิริน แอดมิดไป 4 วัน" เรื่องจะมีน้อง   "ตอนนี้ก็ยังไม่มี ยังอยู่ในขบวนการพบแพทย์ เราไม่สบายก็อาจจะทำให้ไม่สมหวัง ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็ยังจะเดินหน้าต่อไปขออีกสักครั้งหนึ่ง" คุณหมอแนะนำว่ายังไง   "ก็แนะนำว่าให้พักผ่อน ให้เพียงพอตอนนี้ก็เหมือนเตรียมใส่ตัวอ่อน ให้เขาเจริญเติบโต แต่พอดีเราไม่สบายก่อน ก็ต้องมาดูแลตัวเราทำให้ไม่สำเร็จ ช่วงนี้ก็จะพยายามออกกำลังกาย ทำให้เราแข็งแรงเพราะว่าเราทำอะไรแบบนี้ ร่างกายเรามันก็จะอ่อนแอด้วยเรื่องของยา" น้องณิรินอยากมีน้องไหม ณิริน : "อยากมี น้องผู้ชาย ให้ชื่อปริญ" มีกำลังใจส่งให้เยอะไหม   "ก็มีเพื่อนๆ ในกลุ่มน่ารักๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะแย่มาก เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีขึ้น" เห็นล่าสุด โพสต์ทวงเงิน เมย์ พิชญ์นาฏ ห้าหมื่นบาท   "คือมันมีการตกลงกันเอาไว้ว่าสมมตินางได้แต่งงานหรือว่ามีคนมาขอ นางจะต้องจ่าย จริงๆ รู้สึกว่าจะต้องจ่าย หนึ่งแสนบาท ให้หนิงแสนนึงให้อั้มแสนนึงแต่ก็มีการขอกันจองกันเพราะว่าถึงเวลาอะไรนะที่จะต้องจ่ายแล้วเพราะตอนที่นางยังไม่มีใครเราก็ดูแลนางคราวนี้เราก็ต้องเรียกคืนได้" คุณเมย์ว่าไงยอมจ่ายไหม   "เขาก็บอกว่าเงินน้องพี่เอาได้ลงหรอ พี่ก็บอกว่าพี่เอาค่ะ เป็นค่ากลางของน้องณิริน ใช่ไหมคะ" ณิริน : "ใช่ค่ะ" หนิง : "ตอนนี้ก็ยินดีกับเขาอะไรที่เขามีความสุขเขาเล่าให้ฟังเวลาเราเห็นรอยยิ้มเขาเราก็ดีใจไปกับเขาด้วย ส่วนเรื่องเวลานี้หนิงยังไม่แน่ใจ"   "เรื่องความสัมพันธ์ของอั้มกับฟลุ๊ค อันนี้หนิงไม่ทราบเลย ตอนนี้ก็เดินหน้าดูแลตัวหนิงเอง" หนิง ปณิตา กล่าวทิ้งท้าย หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา  

ฮือฮา! บี น้ำทิพย์ ยกทีมนางแบบ เดินแฟชั่นกลางสะพานลอย!!!
บี น้ำทิพย์

สะพานลอยแทบแตก!!!!! เมื่อเมนเทอร์ บี น้ำทิพย์ นำทีมเหล่านางแบบกว่า 10 ชีวิต เดินแฟชั่นท้าอุณหภูมิ 34 องศา กลางสะพานลอยย่านช่องนนทรี ในงาน Bankok SOS by Provamed Sun ภายใต้คอนเซ็ปต์ safety of skin นี่ถ้าไม่ใช่ "แม่" ทำไม่ได้นะจ๊ะขอบอก! ว่าแล้วไปติดตามกันได้เลยจ้ะ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์

ได้ใจเต็มๆ กาย รัชชานนท์ ตัดใจทำหมันยอมเจ็บเพื่อเมีย
กาย รัชชานนท์ /  กาย ฮารุ / 

   เรียกว่าเป็นคุณพ่อคุณแม่ลูกดกของวงการอีกครอบครัวหนึ่งของวงการจริงๆ สำหรับกาย รัชชานนท์ กับศรีภรรยาสุดที่เลิฟอย่าง ฮารุ ยามากูชิ แหม..ก็คู่นี้ปีลูกปีละคน เรียกว่าท้องไม่เคยแห้งเลยจริงๆ พอคลอดน้องเอเดนลูกชายคนที่4 ไปเมื่อต้นปี มกราคมที่ผ่านมา  กายกับฮารุเลยต้องเร่งปรึกษากันเป็นการด่วน ว่างานนี้ควรจะปิดอู่เป็นการถาวรได้แล้ว ไม่อย่างนั้นปีหน้า ลูกที่ 5 ต้องมาตามอย่างแน่นอน                 ล่าสุดกายได้โพสต์ลงIGส่วนตัวเป็นรูปที่อยู่หน้าห้องทำหมัน แล้วเขียนแคปชั่นว่า "วันนี้กายมาทำหมันที่ "คลีนิคมีชัย" ตรงสุขุมวิท 12 มาตอนบ่ายกว่าๆได้ทำตอนบ่ายสอง 10-15นาทีก็เสร็จแล้ว ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดไว้ แค่จุกนิดหน่อย จุกแบบทนได้ ทำเสร็จก็เดินได้ตามปกติ แค่ห้ามออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักๆ  7-10วัน ใครสนใจอยากมาทำหรือถามข้อมูลโทรไปเบอร์ 022294611 ทำฟรีทุกคน ไม่มีค่าใช้จ่าย โครงการดีๆน่าสนับสนุน #หมันเพื่อลูกเมีย”ส่วนศรีภรรยาอย่างฮารุ ก็ทำหน้าที่มารับสามี โดยโพสต์วิดิโอลงIG  แล้วเขียนแคปชั่นว่า “มารอรับส่งนางเข้าห้องเฉือน”  โอ๊ย !! แค่นี้ก็ได้ใจไปเต็มๆ แล้วสำหรับหนุ่มกายที่งานนี้ยอมเจ็บเพื่อศรีภรรยาสุดที่รัก   IG @haruyamaguchi กาย รัชชานนท์   กาย รัชชานนท์ หลังทำหมัน   กาย -ฮารุ พร้อมลูกๆ   กาย-ฮารุ   Cr iG@ Haruyamaguchi,@ guyratchanont

พีช พชร รู้ซึ้งถึงความรัก!! มีแฟนอยู่แล้วแฟนดันไปชอบคนอื่น มันสามารถเกิดขึ้นได้
พีช พชร

               ผลงานมีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มหล่อมาดติสต์ พีช พชร ล่าสุดร่อนภาพยนตร์เรื่อง รักของเรา The Moment มาให้คอหนังได้ชื่นชมกัน เรียกว่าส่งผลงานมากี่เรื่องโดนใจแฟนคลับตลอดๆ แต่ไม่รู้ว่าผลงานเรื่องไหนที่โดนอกโดนใจหนุ่มเจ้าที่สุด วันก่อนเจอะเจอตัวเป็นๆ เลยตรงเข้าไปถามไถ่ซะหน่อย ซึ่งหนุ่มพีชก็ตอบมาว่า...ผลงานการแสดงเรื่องไหนโดนใจพีชที่สุด?               "ล่าสุดเลยครับ 'รักของเรา The Moment' แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อยู่นะ คือมันก็เป็นหนังรักแหละ แต่มันไม่ได้เหมือนหนังรักทั่วไป มันมีความเป็นเรื่องจริงมากขึ้น ไม่ได้แฟนตาซี หนังรักส่วนใหญ่มันจะมีเหตุการณ์ให้รักกัน แต่เรื่องนี้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริงหมด สามารถเกิดเรื่องรักแบบนี้ได้ในความเป็นจริง ผมเลยรู้สึกว่ามันต่างจากหนังรักเรื่องอื่นๆ ต่าง...แต่ไม่ได้ยากไปกว่ากัน ผมมองว่าสุดท้ายแล้วความรักมันก็เข้าใจได้ทุกคน เข้าใจง่ายเพราะว่ามันไม่แฟนตาซีเลย ทุกคนสามารถเจอได้ เราสามารถมีความรู้สึกแบบนี้ได้"รับบทเป็นใครในเรื่อง?              "ในเรื่องผมรับบทเป็นคนไทยที่ทำงานแล้วเดินทางไปหาแฟนที่เรียนอยู่เมืองนอก แล้วไปรับรู้ว่าแฟนตัวเองมีชู้ จากนั้นก็ได้เจอกับ เก้า สุภัสรา ซึ่งแฟนเขาก็ดันเป็นชู้กับแฟนเรา เรื่องมันเลยเริ่มต้นขึ้น ต้องช่วยกันตามหาแฟน คือแฟนเราหายตัวกันไปทั้งคู่ ออกตามหาว่าเรื่องราวมันคืออะไร คือทุกคนมาจากเมืองไทยแล้วไม่มีใครรู้อะไรเลย สุดท้ายพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คนเราไปอยู่เมืองนอกมันก็อยู่คนเดียวไง คนที่เราเจอเป็นแค่คนไทยคนเดียวที่เรารู้จักที่โน่น ทุกอย่างมันเลยทำให้เกิดคำถามที่ว่า จริงๆ แล้วเราอยู่ด้วยกันนี่คือเราชอบกันหรือเปล่า มันมีเหตุการณ์เยอะอยู่ครับ"ชีวิตจริงเคยเหตุการณ์แบบในหนังไหม?               "เคยนะครับ บางทีเราอยู่ด้วยกันมากๆ ผ่านเวลามาด้วยกันเยอะ มันจะรู้สึกได้เองโดยธรรมชาติ แต่เรื่องแฟนมีชู้อันนี้ยังไม่เคยเจอ (ยิ้ม)"ประทับใจอะไรในหนังเรื่องนี้?               "ผมชอบในตัวเรื่องของหนัง ผมคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ สุดท้ายแล้วความรักมันไม่เลือกอะไรเลย มันจะเกิดขึ้นเวลาไหนก็ได้ เกิดกับใครก็ได้ สามารถเกิดขึ้นแม้กระทั่งตอนที่เรามีแฟนก็ได้ ทุกอย่างมันเกิดได้หมด เราสามารถไปชอบคนอื่นได้ มันเป็นเรื่องของใจมนุษย์ ผมเลยรู้สึกว่า เฮ้ย!!! มันจริงว่ะ สมมุติว่าเรามีแฟนอยู่ แล้วแฟนดันไปชอบคนอื่น มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ เกิดกับใครก็ได้ ผมรู้สึกว่าผมอินกับเรื่องนี้"ได้ร่วมงานกับ เก้า สุภัสรา อีกแล้ว?                "คือทำงานด้วยกันมา 3 ปีแล้วกับเก้า ในซีรีส์ ฮอร์โมน เราไม่ได้โคจรมาเจอกันมากขนาดนี้ เก้าจะไปอยู่กับ ต่อ ธนภพ ซะเยอะ ซีนที่เกี่ยวข้องกันมันก็จะน้อยมาก เลยไม่ค่อยได้ทำงานในซีนเดียวกัน เรื่องนี้พอมาเล่นด้วยกันมันก็ต้องเวิร์กช็อปด้วยกันเยอะ ตอนฮอร์โมนเวิร์กช็อปกันเป็น 10 คน แล้วแยกตามคู่ตัวเอง ซึ่งผมจะอยู่กับ แพทตี้ อังศุมาลิน ซะเยอะ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกับเก้าแบบเป็นจริงเป็นจัง เรื่องนี้มาทำร่วมกันเลยรู้สึกว่าเจ๋งดี เก้าเป็นนักแสดงที่ดีมาก ผมไม่เคยเห็นเขาเล่นหนังมาก่อน คือหมายถึงในแง่มุมตอนถ่ายทำ เขาโตขึ้นกว่าตอนที่เราเล่นซีนแรกด้วยกันในฮอร์โมนเยอะ (ตอนที่เขาเป็นสไปรท์ในห้องน้ำ) จากวันนั้นเก้าเก่งขึ้นเยอะ เขาพาผมไปในที่ที่ผมไปไม่ถึง เวลาผมแสดงบางทีผมจะมีนิสัยเสียคือชอบคิดภาพล่วงหน้า พอผมได้เล่นกับเก้ามันรู้สึกว่าซีนนี้สามารถไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ มันดราม่ากันได้ขนาดนี้เลยนะ เก้าเป็นนักแสดงที่ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานกับใครมาเลยครับ"มีซีนไหนที่ประทับใจไหม?               "มีครับ ผมชอบช่วงถ่ายทำที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก ผมเป็นคนที่ดวงดีมากนะ ทำงานกี่เรื่องก็ไปลงนิวยอร์กทุกเรื่อง (ยิ้ม) ชอบครับ มันถ่ายยากมาก ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมา ยากตรงที่มันเป็นกล้องที่ตามเราไปเรื่อยๆ คนแถวนั้นถ้าเขาหันมองกล้องปุ๊บ คือทุกอย่างพังหมดต้องเริ่มใหม่ แล้วซีนนั้นมันประมาณ 15 นาที ต้องเดินแหวกผู้คนอยู่ในไทม์สแควร์ กล้องก็ต้องเหวี่ยงมารับหลังเรา แล้วก็เหวี่ยงมารับหน้าเรา ทุกอย่างไม่มีการเซฟโดยการคัท มันไม่มีจังหวะคัทช่วยเราเลย เพราะฉะนั้นเราต้องแบกตัวเองให้ได้ทั้งหมด 15 นาที แล้วซีนนี้อารมณ์ต้องเยอะมาก ผมชอบเพราะเวลาที่ผมทำได้ แล้วผมหันไปมองทีมงานทุกคนมันจะแฮปปี้มาก คือทุกคนเหนื่อย พอทำได้มันจะแฮปปี้ เราไม่สามารถขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวจำนวน 400-500 คน ในเวลาเดียวกันได้ โอเคว่าถ้าโปรดักชั่นเราใหญ่เหมือนฮอลลีวู้ด เราเซตเอ็กซ์ตร้าได้สบายๆ แต่นี่มันไม่ใช่ จะบอกว่าเราเจ๋งกว่าฮอลลีวู้ดก็คงไม่ใช่อีก เพราะมันยากคนละแบบ อันนี้ก็แค่ต้องอาศัยหลายเทคหน่อย มีการวัดดวงด้วย (ยิ้ม) ประทับใจครับ"ย้อนไปตอนที่ถ่ายทำเสร็จ คาดหวังถึงกระแสตอนหนังเข้าโรงไหม?               "ตั้งแต่ทำงานมา ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องกระแสเลยนะ คืองานมันทำออกไปแล้ว เราจะมาหวังอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้ ได้แต่คิดว่าทำให้มันออกมาดีที่สุดก็พอ คือคนดูแฮปปี้ที่สุด คนที่เขาเสียเงินเข้าไปนั่งดู ออกมาแล้วเขาแฮปปี้เหมือนกับตอนที่ผมถ่ายทำก็โอเคแล้ว"ถ้าเลือกบทได้อยากเล่นแบบไหน?               "ได้หมดครับ อยู่ที่ว่าอ่านบทแล้วชอบหรือเปล่า"ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจากภาพยนตร์เรื่อง รักของเรา The Moment  พีช พชร   พีช - เก้า   เก้า - พีช   พีช - เก้า   พีช พชร   พีช - เก้า