เหยี่ยว10

ชาวเน็ตรุมทัก ออม-เก้า ถ้าจะเหมือนกันขนาดนี้..!?
ออม สุชาร์ /  เก้า สุภัสสรา / 

        เพราะสวยวันสวยคืนจนถูกจับผิดเรื่องศัลยกรรมอยู่บ่อยๆ สำหรับนางเอกสาว ออม สุชาร์ ที่ถูกทักว่าหน้าตาและพัฒนาการความสวยเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ล่าสุด สาวออม แชะภาพร่วมเฟรมกับ 2 สาว เต้ย จรินทร์พร และ เก้า สุภัสสรา ในงานครบรอบ 10 ปี เสื้อผ้าแบรนด์ดังอย่าง POEM ทำเอาแฟนๆ ถึงกับตกใจ! เพราะทุกคนโฟกัสที่ สาวออม กับ สาวเก้า และต่างคอมเม้นท์ว่าทั้งคู่หน้าตาคล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก ทั้งเสื้อผ้า โครงหน้า เมคอัพและมุมกล้องที่ทำให้เหมือนกันอย่างกับฝาแฝดขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าถูกทักแบบนี้สองสาวเค้าจะว่ายังไงกันบ้าง แต่บอกเลยว่างานนี้สวยคู่จ้าาาาา!!     ขอบคุณภาพจาก IG @aom_sushar, supassra_sp และ ใต้เตียงดารา      เต้ย-เก้า-ออม   เต้ย-เก้า-ออม   ออม-เก้า   ออม-เก้า   เก้า-ออม   คอมเม้นท์แฟนๆ    คอมเม้นท์แฟนๆ    ออม-เก้า   ออม-เก้า   ออม-เก้า  

Block Chain เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมสะดวกขึ้น
Block chain /  start-up / 

เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกของเราในทุกวันนี้ดำเนินธุรกิจได้โดยมีตัวกลาง หรือในการซื้อขายของเรารู้จักกันในชื่อว่า “พ่อค้าคนกลาง” หรือผู้ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงให้การการซื้อและการขาย แน่นอนว่าการทำธุรกิจก็จำเป็นที่จะต้องมีกำไรโดยพ่อค้าคนกลางหรือตัวกลางนั้นได้กำไรจากส่วนต่างที่ผู้ซื้อยอมซื้อและผู้ขายยอมขายหรือที่เรียกว่า Spread ซึ่งบางครั้งอาจจะมีต้นทุนหรือส่วนต่างที่สูงเนื่องมาจากการผูกขาดบางอย่างในบางตลาด เป็นต้น Block chain เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเดิมที่ต้องอาศัยคนกลางเป็นธุรกรรมแบบใหม่ที่ไม่ต้องอาศัยคนกลางทำให้หลายๆ ธุรกรรมดำเนินการได้รวดเร็วมากขึ้น หรือไปได้นอกกรอบมากขึ้น หรือประหยัดต้นทุนมากขึ้น Block chain จะเข้ามาจัดการให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างเปิดเผย และเลือกผู้ซื้อผู้ขายที่ตนเองพอใจซึ่งทำให้เกิดความสบายใจทั้งผู้ซื้อผู้ขาย โดยผู้ขายเองจะต้องดำเนินการให้ดีที่สุด เพื่อทำให้ธุรกิจไปต่อได้ทำให้ผู้ซื้อได้ประโยชน์ในส่วนของการแข่งขันระหว่าง 10 รายนั้นไปในตัว และยังตัดพ่อค้าคนกลางที่อาจจะมีการเพิ่มกำไรจากการทำธุรกรรมเหล่านั้นทำให้ได้ต้นทุนที่ดีที่สุดไป โดย Block chain เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ที่ทำให้ข้อมูล Digital transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุกๆ คนได้ เป็นเสมือนห่วงโซ่ที่ทำให้ block ของข้อมูลลิ้งค์ต่อไปยังทุกๆ คน แม้ว่าเทคโนโลยี Block chain จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เริ่มเห็นสัญญาณการตื่นตัวจากหลายๆ บริษัททั้งที่อยู่และไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมทางเงิน ต่างให้ความสำคัญและเข้าไปสนับสนุนทางการเงิน หรือพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ร่วมกับบริษัท Start-up มากขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมทางการเงิน อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยก็เริ่มตื่นตัว ในการออกกฎระเบียบหรือเกณฑ์การควบคุม คุ้มครองผู้บริโภคและผู้ลงทุนเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ล้วนส่งผลดีต่อผู้บริโภคในที่สุด เพราะได้รับบริการที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมที่ถูกลง... เครดิตจาก นิตยสาร I-TEL ฉบับเดือนกันยายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ชมภาพจาก iPhone 7 Plus ในโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอที่มาพร้อม iOS 10.1 beta
iOS 10 /  iphone / 

ต้องบอกว่าแทบจะอดใจรอกันไม่ไหวแล้วนะครับสำหรับ iPhone 7 Plus ซึ่งหลังจากวันเปิดตัวพร้อมกล้องคู่นั้นก็ทำเอาแฟนตั้งตารอกันเลย และล่าสุดหลังจากได้ปล่อยอัพเดท iOS 10.1 beta ที่ได้รับการพัฒนาระบบตรวจจับใบหน้า ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ Portrait ในโหมดถ่ายภาพ และได้มีการทดลองถ่ายกันมาแล้วจากนักพัฒนาที่ได้ทำการทดสอบ ต้องบอกเลยว่ามันสุดติ่งจริงๆ ลองไปดูภาพที่ได้กันเลยดีกว่า iPhone 7 Plus โหมด Portrait ที่จะมาพร้อม iOS 10 ทำงานร่วมกับพลังของกลังคู่ เห็นความแตกต่างกันเลย ละลายกันกันไปเลย อาจจะไม่อลังการที่สุด แต่ก็ละลายฉากหลังได้ไม่แพ้กล้องโปรเลยทีเดียว ที่มา www.popsci.com

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ

10 อาหาร ทำฟันเหลือง เลิกกินซะ!!
ทำร้ายฟัน /  ฟอกฟันขาว / 

ใครๆก็คงอยากมีฟันขาว ยิ้มสวยๆ ใช่ไหม แต่คุณรู้ไหมว่า การฟอกสีฟันบ่อยๆไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะมันจะยิ่งทำให้ฟันกร่อนลงไป หรือการรับประทานอาหารบางชนิด ก็ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ ฟันเหลือง แบบที่เราไม่รู้ตัว วันนี้ Health Mthai ขอแนะนำ 10 อาหารที่เมื่อกินเข้าไปแล้ว ฟันเรารับเต็มๆ ไม่ต้องคิดมาก แค่ลองจินตนาการว่า เมื่อมันหกใส่เสื้อสีขาวของเรา ก็ซักออกยากเหลือเกิน นั่นล่ะ..มันคล้ายๆกับลักษณะที่จะเกิดขึ้นบนฟันของเราเช่นกัน 1.ไวน์แดงหรือไวน์ขาว ไม่ใช่เฉพาะแค่ไวน์แดงเท่านั้นที่ร้ายกาจ แต่ไวน์ขาว ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ฟันขาวๆ ของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ด้วย ดังนั้นหลังจากดื่มไวน์ ควรดื่มน้ำตามเพื่อช่วยลดไม่ให้แทนนินและ โพลีฟีน ที่อยู่ในไวน์เกาะฟันเรา 2.กาแฟ คุณไม่สามารถป้องกันฟันขาวๆ ของคุณจากกาแฟได้แน่ๆ อยู่แล้ว แต่ทางออกเดียวที่มีก็คือ เติมนมลงในกาแฟของคุณเพิ่ม จะได้ลดความเข้มข้นของกาแฟลง ถ้ามันจะไม่ทำให้กาแฟถ้วยโปรดของคุณเสียรสชาติล่ะ 3.ชา ชาดำนี่มีอนุภาพร้ายแรงไม่ต่างจากกาแฟเลยทีเดียว และเผลอๆ อาจให้ผลลัพท์กับฟันขาวๆของคุณได้มากกว่าซะด้วยซ้ำ 4.น้ำส้มสายชู การทานสลัดที่มีน้ำส้มสายชูเป็นส่วนผสมในน้ำสลัด บางทีก็อาจทำให้กัดสารเคลือบฟันขาวของคุณออกไปได้โดยไม่รู้ตัว 5.แกงกระหรี่ รสชาติของมันยอดเยี่ยมใช่ไหมล่ะ แต่รู้ไหมสีของแกงจะทำให้ฟันของคุณเหลืองโดดเด่นขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งขึ้นถ้าคุณหลงระเริงในเครื่องเทศที่แปลกใหม่เหล่านี้ตลอดเวลา 6.ซอสมะเขือเทศ ใครสามารถเลี่ยงไม่ทานซอสมะเขือเทศได้ล่ะ มันแทบจะปรากฎอยู่ในอาหารเกือบทุกมื้อ มะเขือเทศมีสารบางอย่างที่มีความเป็นกรดสูง ซึ่งหากคุณเพิ่งฟอกสีฟันมา มันจะกัดสีฟันให้กร่อนลงได้ 7.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่, แบล็กและบลูเบอร์รี่ เต็มไปด้วยวิตามินที่ดีต่อสุขภาพและชีวิตเพิ่มสารอาหารอื่น ๆปัญหาเดียวก็คือว่า พวกมันเป็นผลไม้ที่สีจัด และมีแนวโน้มว่าสีเหล่านั้นอาจเกาะติดฟันคุณได้อย่างมาก ดังนั้นครั้งต่อไปหลังจากที่กินผลเบอร์รี่ ก็อย่าลืมดื่มน้ำตามด้วย 8.น้ำอัดลม (โคล่า) ปัญหาอยู่ที่สีเข้มของน้ำอัดลม โดยเฉพาะหากมันมีความเย็นมาก ฟันจะมีแนวโน้มที่จะหดตัว และทำให้มีรูพรุนมากขึ้น ก็จะทำให้มันดูดซับสีเข้าไปที่ฟันแบบเต็มๆ เช่นเดียวกันกับ เครื่องดื่มร้อน อย่าง ชา กาแฟ เช่นกัน 9.ซอสถั่วเหลือง คุณอาจจะต้อง จำกัดปริมาณของซอสถั่วเหลือง ถ้าคุณต้องการที่จะทำให้ฟันของคุณขาว เพราะในซอสถั่วเหลืองในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การหมักถั่วเหลือง แต่ยังมีการเติมกรดไฮโดรคลอริก เข้าไปเพื่อทำให้มันเร็วขึ้น และแน่นอน มันมาพร้อมกับการทำร้ายฟันขาวๆของเรา 10.บีทรูท บีทรูทจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินต่อร่างกายและผิวพรรณ แต่มันต้องแลกมาด้วยสีแดงเข้มที่จะทำให้เกิดคราบฟันชนิดที่ล้างด้วยน้ำเปล่าอาจไม่พอ ต้องใช้การแปรงฟันหลังทานบีทรูท เพื่อช่วยลดการกัดกล่อนสีฟัน เรียบเรียงโดย Health.Mthai.com ที่มาเนื้อหาจาก www.lifehack.org

LINE บับเบิ้ล 2 เปิดตัวฟองน้ำสุดปัง สปอนจ์บ็อบ พร้อมของแจกอีกเพียบ
LINE Game /  LINE บับเบิ้ล 2

LINE บับเบิ้ล 2 เปิดตัวฟองน้ำสุดปัง สปอนจ์บ็อบ แจกไอเท็มควบสติ๊กเกอร์เซตลิมิเต็ดอิดิชั่นลายสปอนจ์บ็อบฟรี! LINE บับเบิ้ล 2 เกมพัซเซิลยิงบับเบิ้ลสุดมันส์จาก LINE ต้อนรับฮีโร่จากใต้สมุทรขวัญใจคนทั่วโลกอย่าง สปอนจ์บ็อบ (SpongeBob SquarePants) และผองเพื่อนมาสร้างความมันส์ให้ผู้เล่นพร้อมจัดของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียบ สามารถร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ▼ สปอนจ์บ็อบ (SpongeBob SquarePants) สปอนจ์บ็อบ (SpongeBob SquarePants) ฮีโร่จากใต้สมุทรขวัญใจคอการ์ตูนทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์เจ้าฟองน้ำจอมขยัน คิดบวก ทั้งยังตลกและสนุกสนาน พร้อมด้วยแก๊งเพื่อนๆ จะมาสร้างความสนุกให้กับผู้เล่น โดยผู้เล่นสามารถเสาะหาคู่หูหน้าใหม่เป็นตัวละครสปอนจ์บ็อบและผองเพื่อนได้หลากหลายวิธี หลากหลายอีเวนท์ จัดเต็มให้ผู้เล่นเต็มที่ เช่น สปอนจ์บ็อบและเพื่อนซี้แพทริคจากการสุ่ม Gacha กระรอกสาวแซนดี้จากภารกิจตะลุยด่านเกาะมหาสมบัติ ปลาหมึกสควิดเวิร์ดและมิสเตอร์แครบส์จากอีเวนท์อื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ LINE ยังปล่อยสติ๊กเกอร์เซตชุดพิเศษร่วมกับคาแรคเตอร์สปอนจ์บ๊อบอีกด้วย สติ๊กเกอร์เซต LINE บับเบิ้ล 2 & สปอนจ์บ็อบ ลิมิเต็ดอิดิชั่น สติ๊กเกอร์เซตสุดพิเศษ 8 แอ๊คชั่นของตัวละครสปอนจ์บ็อบและผองเพื่อนในโลกแห่ง Bubble เพียงทำตามภารกิจที่กำหนดไว้ให้สำเร็จ ตั้งแต่วันนี้ - 19 ตุลาคม เวลา 21.59 น. คู่หูสปอนจ์บ๊อบ แพทริคจาก Gacha สุดล้ำ เพื่อนสุดซี้ของสปอนจ์บ็อบอย่างแพทริค พร้อมเป็นคู่หูหน้าใหม่ ช่วยเคลียร์สเตจในเกมให้คุณได้ด้วยสกิลขั้นเทพแล้ววันนี้ โดยสามารถหาสุ่มได้จาก Gacha พรีเมี่ยม ตั้งแต่วันนี้ - 19 ตุลาคม เวลา 21.59 น. ปลาหมึกสควิดเวิร์ด คู่หูสุดแรร์ ลุ้นรับปลาหมึกสควิดเวิร์ดจากการหมุนสล็อต โดยผู้เล่นจะมีสิทธิ์หมุนสล็อตเมื่อได้บับเบิ้ลพิเศษครบตามจำนวนที่กำหนด สามารถหาบับเบิ้ลพิเศษนี้ได้จากด่านที่มีธงอีเวนท์ปรากฎอยู่ในหน้าแมพ ตั้งแต่วันที่ 4 – 10 ต.ค. นี้ กระรอกสาวแซนดี้จากการเคลียร์ 5 ด่านในเกาะมหาสมบัติ เพียงเคลียร์ 5 สเตจในเกาะมหาสมบัติสำเร็จ ผู้เล่นก็จะได้กระรอกสาวแซนดี้มาเป็นคู่หูทันที สามารถเข้าโหมดเกาะมหาสมบัติได้จากไอคอนขวาด้านบนของหน้าหลัก ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. – 4 ต.ค. 2559 เคลียร์ภารกิจครบเส้นบิงโกลุ้นรับคู่หูมิสเตอร์แครบส์ อีเวนท์แนวใหม่พร้อมให้คุณสัมผัสแล้ว เพียงเลือกเคลียร์ภารกิจที่ระบุในบับเบิ้ลให้ครบเป็นแนวเส้นบิงโก เพื่อรับไอเทมและของรางวัลมากมาย และเมื่อทำภารกิจได้สำเร็จครบ 25 ภารกิจ รับไปเลย เจ้าของร้านจอมตะกละมิสเตอร์แครบส์ มาเป็นคู่หูในเกม ตั้งแต่วันนี้ - 28 กันยายน เวลา 21.59 น. สามารถดาวน์โหลดเกมได้แล้ววันนี้ที่ --> https://lin.ee/boJG9aL

9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารสำคัญที่จะแสดงรายละเอียดของบุคคลที่จะเดินทางไปต่างประเทศต่างๆ โดยลักษณะทั่วไปของพาสปอร์ตที่เราเห็นกันเป็นประจำนั้นก็จะเป็น หนังสือเล่มเล็ก มีสีแตกต่างกันตามแต่ละประเทศ Travel.mthai เลยจัด 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! มาให้ได้ชมกัน แต่ละประเทศนันดึงจุดเด่นหรือไฮไลท์มาใส่ไว้ในหนังสือเดินทาง บอกเลยว่าสวยงามมากๆ ใครชอบประเทศไหนกันบ้าง? ^^ 9 อันดับ พาสปอร์ตที่สวยที่สุดในโลก! 1. พาสปอร์ตประเทศไอร์แลนด์ (Ireland)  ได้ฉายาว่า เกาะมรกตแห่งยุโรป (the Emerald Isle) ภายในเล่มพาสปอร์ตจะเป็นสีเขียวฟ้าสว่าง จะประกอบไปด้วยรูปภาพภูมิประเทศ กีฬาประจำชาติ อักษรรูนสมัยเก่าแก่ บทกลอนสั้นๆ และตัวโน้ต ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงออกถึงความเป็นไอร์ริช ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นในเรื่องของดนตรีและการเต้นรำ อีกริมหน้ากระดาษแต่ละหน้าก็ตกแต่งด้วยรูปแผ่นจารึก เมื่องอให้ภาพต่อกันก็จะได้ออกมาเป็นรูปภาพ 2. พาสปอร์ตประเทศแคนาดา (Cannada) รูปเล่มของพาสปอร์ต ภายนอกนั้นอาจจะหน้าตาดูธรรมดามาก ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ แต่เมื่อลองส่องด้วยไฟ black light ทำเอาตะลึงในความสวยงามกันเลยทีเดียว! จะเห็นความงาม สีสัน และไอเดียภาพในแต่ละหน้า นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำพาสปอร์ตเล่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการปลอมแปลงพาสปอร์ต ทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบหนังสือเดินทาง เป็นอีกหนึ่งมาตราการรักษาความปลอนภัยนั่นเอง ซึ่งพาสปอร์ตเล่มนี้ถูกปล่อยออกมาใช้ครั้งแรกในช่วงกลางปี 2013 อ่านต่อ อยากใช้เลยอ่ะ! พาสปอร์ตประเทศแคนาดาสุดเจ๋ง 3. พาสปอร์ตประเทศนอร์เวย์ (Norway) ดูเหมือนว่าจะถูกใจสาวๆ เป็นพิเศษ ก็เพราะมันเป็นสีพาสเทล ออกแบบโดย Oslo design ภายในพาสปอร์ตนั้นจะเป็นรูปภูมิทัศน์อันงดงามของนอร์เวย์ เมื่อฉายผ่านไฟ black light ภาพนั้นก็จะปรากฏให้เห็น แสงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของนอร์เวย์ นอกจากนี้สีของพาสปอร์ตนั้นก็แบ่งแยกตามผู้ถือด้วย เช่น สีชมพูแดงสำหรับประชาชนปกติ, สีขาวสำหรับผู้อพยพ และสีเขียวฟ้าสำหรับนักการทูต 4. พาสปอร์ตสหราชอาณาจักร (The United Kingdom) หนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษเล่มนี้ เพิ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2015 เพื่อฉลองครบรอบ 500 ปี ให้แก่ จอห์น คอนสตาเบิล (John Constable) จิตรกรชาวอังกฤษ ในยุคศตวรรษที่ 18-19 มีชื่อเสียงจากเขียนจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่งปัจจุบันภาพเขียนของคอนสตาเบิลจะได้รับความนิยม และ เป็นงานที่มีราคาสูงในบรรดาศิลปะอังกฤษ 5. พาสปอร์ตออสเตรเลีย (Australia) เนื่องจากธรรมชาติของออสเตรเลียนั้นมีความโดดเด่นและหลากหลายมากๆ  จึงเอาสิ่งนี้มาใส่ไว้ในแต่ละหน้าของหนังสือเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปของพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงคำบรรยายเกี่ยวกับพืชหรือสัตว์เหล่านั้นด้วย 6. พาสปอร์ตประเทศสวีเดน (Sweden) ประเทศสวีเดน ได้ชื่อว่ามีเมืองชนบทสวยงามที่สุด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทิวทัศน์อันงดงาม อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และการออกแบบระดับโลก สิ่งเหล่านี้เราสามารถเห็นได้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้ 7. พาสปอร์ตประเทศจีน (China) หนังสือเดินทางของจีนนั้นถ้ามองปกติก็จะเห็นเป็นรูป กำแพงเมืองจีน เป็นแลนด์มาร์กและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และเมื่อส่องด้วยสปอร์ตไลท์ก็จะเห็นความสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้จีนยังรวบรวม สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ อาทิ มาเก๊า หรือเซียงไฮ้ ไว้ในหนังสือเดินทางเล่มนี้เช่นกัน 8. พาสปอร์ตประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) นิวซีแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว นั้นมีความหลากหลายทางภาษา อีกทังมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นจุดเด่น  หนังสือเดินทางเล่มนี้จึงปรากฏเป็นภาพของภาษาต่างๆ และใบเฟิร์น แสดงให้เห้นความสวยงามทางธรรมชาติ 9. พาสปอร์ตประเทศฟินแลนด์ (Finland) ฟินแลนด์ได้ปรับปรุงหนังาือเดินทางครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 ในเดือนสิงหาคม จะเห็นได้ว่าในหน้าหนังสือเดินทางจะมีกวางยืนโดดเด่น เมื่อเปิดไล่ตั้งแต่หน้าแรกไปจนถึงหน้าสุดท้ายจะเห็นว่า รูปกวางมีการเคลื่อนไหว เท้าขยับได้ .. Source : www.theguardian.com, www.keesingtechnologies.com,www.travelandleisure.com เรียบเรียง Travel.mthai.com

เปิดใจ น้ำหวาน พิไลพร! สาวไทยที่ได้ประกบดาราตัวท็อปของพม่าใน From Bangkok To Mandalay
From Bangkok To Mandalay /  Nay Toe / 

เปิดใจ น้ำหวาน พิไลพร! สาวไทยที่ได้ประกบดาราตัวท็อปของพม่าใน From Bangkok To Mandalay  การเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง From Bangkok To Mandalay ถึงคน..ไม่คิดถึง ของผู้กำกับ ชาติชาย เกษนัส ที่พม่าในครั้งนี้ นักแสดงสาว น้ำหวาน พิไลพร สุปินชมภู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้ร่วมงานกับนักแสดงตัวท็อปของพม่าอย่าง ไซ ไซ คำแลง (Sai Sai Kham Leng) ป๊อปสตาร์อันดับหนึ่งของพม่า, วุดมนชเว ยี (Wutt Hmone Shwe Yi) และ เน โต (Nay Toe) สองนักแสดงชายหญิงอันดับหนึ่งของพม่า และหนุ่มหล่อ อั๊ต อัษฎา พานิชกุล การกลับจากพม่าครั้งนี้น่าจะทำให้ความสามารถของสาวน้ำหวานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน น้ำหวานได้ให้สัมภาษณ์บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ในภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวหวานรับบทเป็นปิ่นค่ะ เป็นผู้หญิงที่ยึดมั่นและซื่อสัตย์ในความรักมาก ๆ โลกของปิ่นเป็นโลกที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ค่ะ แต่แล้ววันหนึ่งปิ่นต้องเจอกับการสูญเสีย ทำให้โลกของปิ่นต้องเปลี่ยนไปจากเดิมก้าวไปยังโลกใบใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อตามหาของสำคัญบางอย่าง..." "...คาแรกเตอร์ตัวละครของปิ่นกับตัวหวานเองก็มีบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน ตรงที่เป็นคนนิ่ง ๆ เหมือนกัน  แต่ส่วนที่แตกต่างกันคือ ตัวละครปิ่นจะเป็นคนที่ทุ่มเท ยึดมั่น และซื่อสัตย์ในความรักมาก ๆ ค่ะ แต่สำหรับตัวหวานเองอาจจะไม่ใช่คนที่ทุ่มเทเพื่อความรักขนาดปิ่น เพราะหวานคิดว่าชีวิตเราอาจจะต้องมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่บาลานซ์กัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรักเพียงอย่างเดียว..." "...ตอนแรกพี่ทีมงานติดต่อมาว่ามีหนังเรื่องหนึ่งที่อยากให้หวานลองมาเทสต์ดู พอหวานลองฟังพล็อตเรื่องก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก มีบทที่สนุก ตัวละครมีความน่าสนใจ และที่สำคัญเป็นหนังภายใต้การร่วมมือกันระหว่างไทยกับพม่าด้วย ซึ่งหวานรู้สึกว่ามันเป็นโปรเจกต์พิเศษและน่าสนใจมาก ๆ ค่ะ เลยคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่จะรับเล่นหนังเรื่องนี้..." "...ในส่วนของการเดินทางไปถ่ายทำที่พม่า ตัวหวานเองก็แอบตื่นเต้นมาก ๆ เลยค่ะ เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปพม่าครั้งแรก เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของตัวเองเลยค่ะ เพราะปกติไม่ค่อยได้ออกไปไหน ที่บ้านแอบหวงนิดนึงค่ะ (ยิ้ม) คนพม่าน่ารักมาก ๆ อัธยาศัยดี เป็นกันเอง เวลาเดินผ่านก็จะยิ้มทักทายตลอด..." "...การได้ร่วมงานกับ ไซ ไซ คำ แลง ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ค่ะ เขาเป็นคนน่ารักและเฟรนด์ลีมาก ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกเคมีตรงกัน เวลามีอะไรเขาก็จะคอยแนะนำเหมือนเขาเป็นเจ้าบ้าน เขาจะเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่ต่าง ๆ ที่เราไปถ่ายทำ จะพาไปกินของอร่อย ๆ ตลอดเวลาที่อยู่ที่โน่นเลยค่ะ ตอนแรกหวานทราบมาว่าเขาเป็นคนดังมาก ๆ ของที่โน่น แต่พอเจอเข้าจริง ๆ หวานยังแอบตกใจ คือเขาดังมาก ๆ เวลาเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนรุมทึ้งรุมกรี๊ดเยอะมาก ถึงขั้นที่บางทีต้องมีทีมงานไปคอยยืนกันแฟนคลับเวลาที่เรากำลังถ่ายทำกัน เพราะไม่อย่างนั้นไม่สามารถถ่ายทำได้เลยเพราะคนจะแห่กันเข้ามาหาไซไซเยอะมากค่ะ (ยิ้ม)..." "...ส่วนการร่วมงานกับ พี่แน็ต ชาติชาย ผู้กำกับ พี่เขาเป็นคนรับฟังความคิดเห็นและเปิดกว้างให้ทุกคนร่วมแชร์ไอเดียได้ค่ะ สมมติบางฉากที่หวานมีอะไรเพิ่มเติม หวานก็สามารถปรึกษา ซึ่งพี่เขาจะรับฟังตลอดค่ะ ทำให้หวานรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานด้วยค่ะ..."  "...อยากให้ทุกคนมาดูหนังเรื่องนี้ สำหรับคนไทยที่ยังไม่เคยเดินทางไปพม่าก็จะได้เห็นเมืองต่าง ๆ ของพม่าที่สวยงาม และแตกต่างจากที่เราเคยคิดไว้แน่ ๆ ซึ่งมันมีวัฒนธรรม ความสวยงามหลาย ๆ อย่างที่ถ้าเห็นในหนังเรื่องนี้อาจจะทำให้อยากไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง เมืองเขาสวยมาก เรียกว่าเป็นสถานที่อันซีนที่น่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ และที่สำคัญคนที่นั่นน่ารักยิ้มแย้มทักทาย อยากให้ทุกคนมาดูกันเยอะ ๆ นะคะ หวานคิดว่ามันเป็นหนังคลาสสิกอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดค่ะ 10 พฤศจกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์นะคะ”

ตุ๊กตุ่น แฉ!! ตั้ม เดอะสตาร์ 10 โพสต์ภาพกับลูกๆ แค่ภาพเก่า!!!
ตุ๊กตุ่น รจเลข /  ข่าว ตั้ม เดอะสตาร์ / 

  แห่ยินดีกับนักร้องหนุ่ม ตั้ม เดอะสตาร์ 10 หรือ ตั้ม สุธน หลังเจ้าตัวปลดล็อคอินสตาแกรมส่วนตัวเปิดมาเป็นสาธารณะอีกครั้ง พร้อมกับเผยภาพแสนอบอุ่นกับลูกๆ สุดน่ารักทั้งสอง น้องเฌอตาร์ และ น้องมาตฤณ ไว้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูสามคนพ่อลูก ชวนให้คิดกันไปว่า ตั้ม สุธน กลับมาเป็นครอบครัวดังเดิมแล้ว แต่แฟนๆ หลงดีใจได้ไม่ทันไร ด้านอดีตภรรยาสาว ตุ๊กตุ่น รจเลข ได้เผยว่าภาพที่เห็นดังกล่าว เป็นเพียงแค่ภาพเก่าที่เคยถ่ายไว้เท่านั้น อีกทั้งด้านอดีตสามี ตั้ม สุธน ก็ยังไม่มีการเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่ยังคาราคาซังให้จบสักที   แถมงานนี้ยังมีการสังเกตอีกว่า ตั้ม เดอะสตาร์ ได้อันฟอลโล่ไม่ได้ติดตามอินตาแกรมของอดีตภรรยาแต่อย่างใด ส่วนด้าน ตุ๊กตุ่น ยังคงฟอลโล่ติดตาม IG ของ ตั้ม เดอะสตาร์ อยู่เหมือนเดิม!! ซึ่งงานนี้มีทั้งแฟนคลับที่ยังคงให้กำลังใจ ตั้ม เดอะสตาร์ และมีบางพวกที่ยังคงตามมาว่าต่อไม่น้อยเช่นกัน เอาเป็นว่า...พ่อเค้าอาจจะคิดถึงลูกๆ ก็เลยหยิบภาพที่ถ่ายกับลูกๆ มาโพสต์ก็เท่านั้นเอ๊ง..ชิมิ ไม่ว่ากันเนอะ!! ขอบคุณภาพจาก IG tumslip, tuk_toon ตั้ม เดอะสตาร์ 10 กับลูกทั้งสอง ตั้ม เดอะสตาร์ กับลูกสาว ตั้ม เดอะสตาร์ กับลูกสาว ตั้ม เดอะสตาร์ กับลูกชาย ตุ๊กตุ่น กับลูกชาย ตุ๊กตุ่น กับลูกสาว ตุ๊กตุ่น ลูกทั้งสอง ตุ๊กตุ่น ลูกทั้งสอง ตุ๊กตุ่น น้องมาตฤณ

โรคความจำเสื่อมวันเดียว ลืมกันแค่วันเดียว โรคนี้มีจริงไหม? มาหาคำตอบกัน
ความจำเสื่อม /  จำไม่ได้ / 

ช่วงนี้กระแสภาพยนตร์เรื่อง “แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว” กำลังได้รับเสียงตอบรับที่ดี แต่นอกจากจะเป็นหนังรักโรแมนติกที่โดนใจใครหลายคนแล้ว ภายในเนื้อเรื่องยังได้สอดแทรกเกี่ยวกับ “โรคความจำเสื่อม” ชนิดหนึ่ง ที่มีอาการเพียง 1 วัน โดยเมื่อตื่นนอนขึ้นมาความทรงจำทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติ ซึ่งโรคนี้มีอยู่จริง โดยมีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Transient global amnesia (TGA) หรือกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว เรื่องนี้ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต และผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส. ให้ข้อมูลว่า TGA เป็นการสูญเสียความจำไปชั่วขณะ ที่ไม่ได้เกิดจากโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก หรือโรคหลอดเลือดในสมอง โดยลักษณะการสูญเสียความจำของ TGA จะเป็นการสูญเสียความจำของสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น อาการจู่ๆ ก็มีอาการจำไม่ได้ เช่น จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มาที่นี่ได้อย่างไร ถามคำถามซ้ำๆ เพราะถามแล้วก็จำไม่ได้ว่าได้รับคำตอบแล้ว เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก็จำไม่ได้ โดยทั่วไปอาการจะเป็นอยู่ไม่นานเกินหนึ่งวัน ส่วนใหญ่จะน้อยกว่านี้ จากนั้น ความทรงจำจะค่อยๆ กลับคืนมา สำหรับสาเหตุของการเกิด TGA ยังไม่เป็นที่ทราบอย่างชัดเจน และเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิด TGA คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และการมีประวัติปวดศีรษะ หรือไมเกรน โรคลมชัก โรคหลอดเลือดทางสมอง การแช่ในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น การออกกำลังกายอย่างหนัก กระทบกระเทือนทางสมอง และมีความเครียดอย่างรุนแรง เป็นต้น โรค TGA ถือเป็นโรคที่ไม่เป็นอันตราย แต่ก็ต้องเฝ้าระวังหากมีอาการเกิดขึ้น จำเป็นต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินสาเหตุ ผู้ที่มีอาการ TGA อาจไม่สามารถให้ข้อมูลใด ๆ ได้ เนื่องจากเสียความจำไป ดังนั้น คนใกล้ชิดที่อยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยควรสังเกตรายละเอียดของอาการให้มากที่สุด และให้ข้อมูลกับแพทย์และพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป เมื่อพูดถึงเรื่อง ความจำเสื่อม แล้วเรามาทำความรู้จักกับ ภาวะสมองเสื่อม กันเถอะ หนังสือ “ยากันลืม” โดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “ภาวะสมองเสื่อม” สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตันการขาดสารอาหาร และการเกิดเนื้องอกในสมองแล้ว ยังเกิดขึ้นได้ จากการที่สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะอ้วนและมีกิจกรรมทางกายน้อย ส่วนสาเหตุสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือภาวะสมองเสื่อมนั้นถือว่ามีความเชื่อมโยงกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น เรียกว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไรโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากความเสื่อมสภาพของเซลล์สมองในผู้สูงอายุย่อมมีมากขึ้นไปตามวัย หากเทียบสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทยจะพบว่าผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ร้อยละ 11.4 ในขณะที่โอกาสและความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 4 เท่าทันที เมื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปจะมีการแบ่งระดับความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อมออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง จนถึงระดับรุนแรง ซึ่งในแต่ละระดับ ผู้ป่วยจะมีพัฒนาการของโรคจากน้อยไปหามากดังนี้ ระยะที่ 1 ภาวะสมองเสื่อมระดับเล็กน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการหลงลืม โดยเฉพาะลืมเรื่องที่ เพิ่งเกิดขึ้น เช่น จำไม่ได้ว่าวางของใช้ไว้ที่ใด ไม่สามารถจำชื่อสถานที่ที่คุ้นเคยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิเหลือเพียงความจำส่วนที่เกี่ยวข้องกับอดีตที่ยังดีอยู่ เริ่มมีความบกพร่องในการทำกิจกรรมต่างๆและการใช้ชีวิตในสังคม แต่ยังสามารถอยู่คนเดียวได้ ช่วยเหลือตนเองได้ และยังมีการตัดสินใจที่ค่อนข้างดี ระยะที่ 2 ภาวะสมองเสื่อมระดับปานกลาง ในระยะนี้ความจำเริ่มเสื่อมลงมากขึ้น มีความบกพร่องในเรื่องความเข้าใจ ความสามารถในการเรียนรู้การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ เช่น ความสามารถในการคำนวณ การกะระยะทาง ไม่สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดได้ทั้งที่เคย ทำได้มาก่อน ทำอาหารที่เคยทำไม่ได้ ลืมชื่อ สมาชิกในครอบครัว ช่วงท้ายระยะนี้อาจมีอาการทางจิต เช่น ประสาทหลอน ดังนั้นการ ปล่อยให้ผู้มีอาการเหล่านี้อยู่ตามลำพังอาจเป็นอันตราย จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ระยะที่ 3 ภาวะสมองเสื่อมขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจำสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้เลย สูญเสียความจำ อย่างรุนแรง จำญาติพี่น้องไม่ได้ หรือแม้แต่ตนเอง ก็อาจจำไม่ได้ด้วย มักเดินหลงทางในบ้านตนเอง มีความผิดปกติต่างๆ เช่น บุคลิกภาพเปลี่ยนไป เคลื่อนไหวช้า เดินช้า และอาจเกิดอาการแทรกซ้อน ที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ อาการเตือนภาวะสมองเสื่อม ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรระวัง ได้แก่ 1. สูญเสียความจำโดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น 2. ทำกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคยไม่ได้เหมือนเดิม หรือทำได้แต่ก็ยากลำบากเต็มที 3. มีปัญหาในการใช้ภาษา เช่น ลืมคำศัพท์ง่ายๆ ใช้ศัพท์ผิดความหมาย 4. สับสนวันเวลาและสถานที่ เช่น หลงวัน เวลา บอกที่อยู่บ้านตนเองไม่ได้ 5. มีการตัดสินใจอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปิดพัดลมแรงทั้งที่อากาศเย็นมาก 6. มีปัญหาเกี่ยวกับความคิดรวบยอด เช่น ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข บวกลบคูณหารไม่ได้เหมือนก่อน 7. เก็บสิ่งของผิดที่ผิดทาง เช่น เก็บเตารีดในตู้เย็น เก็บนาฬิกาในโถน้ำตาล 8. อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่ายภายในเวลาไม่นาน 9. บุคลิกภาพเดิมเปลี่ยนไป เช่น กลายเป็นคน ช่างสงสัย หรือหวาดกลัวง่ายกว่าเดิมมาก 10. ชอบเก็บตัว ขาดความกระตือรือร้นในการใช้ ทำอย่างไรให้ห่างไกล จากภาวะสมองเสื่อม คนส่วนใหญ่เชื่อกันมาตลอดว่า ปัญหาที่เกี่ยวกับสมองประเภทความจำเสื่อม ความจำถดถอย และขี้หลงขี้ลืมนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในผู้สูงอายุ ทำให้น้อยนักจะมีใครสนใจใส่ใจดูแลตนเองเพื่อให้สมองคงประสิทธิภาพอยู่กับเราไปนานๆ เพราะเชื่อว่าแก่ไปก็ต้องเจอ ทั้งที่จริงๆ แล้วความเชื่อเหล่านี้ผิด ไปจากความเป็นจริงอย่างมาก ความจริงคือ สมองไม่ได้เสื่อมสภาพไป ตามอายุของคนเสมอไป และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ แล้วเราอาจไม่มีอาการความจำเลอะเลือนอย่างที่คิดตราบเท่าที่มีการดูแล และบริหารสมองอยู่อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการหมั่นทำกิจกรรมสร้างเซลล์สมองให้เติบโตด้วยการใช้ความคิดขบคิดแก้ไขปัญหา เข้าสังคมเพื่อพูดคุยมีปฏิสัมพันธ์กับ เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง หรืออ่านหนังสืออยู่เป็นประจำ ก็ล้วนแต่เป็นแนวทางเสริมสร้างและยืดอายุสมองได้ค่ะ นอกจากนี้ “การออกกำลังกาย” ยังมีส่วนช่วยอย่างมากในการชะลอภาวะสมองเสื่อม และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองได้มากอีกด้วย สอดคล้องกับที่ทาง สสส. พยายามที่จะให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เมื่อร่างกายแข็งแรงทั้งกายและใจ คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นนั่นเอง รื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th ข้อมูลจาก : นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต และ หนังสือ “ยากันลืม” โดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)