เหยี่ยว10

When Marnie Was There : ยินดีที่ได้พบเธอ
When Marnie Was There /  การ์ตูน / 

คงไม่ได้กล่าวเกินจริงนัก หากมองผลิตผลของสตูดิโอจิบลิ เป็นมากกว่าความบันเทิงอันจับต้องเนื้อหาสาระไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะสอดแทรกแนวคิด รวมถึงเสียดสีสังคมบางประเด็นอยู่เสมอ จะหนักจะเบาก็ตามแต่เรื่องไป และในโอกาสที่ When Marnie Was There เป็นผ้าใบผืนสุดท้าย ที่จิบลิได้สร้างสรรค์ภาพฝันขึ้นมา ก่อนจะพักงานอย่างไม่มีกำหนด การ์ตูนเรื่องนี้จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง When Marnie Was There ถ่ายทอดเรื่องราวของ อันนา เด็กหญิงชาวเมืองผู้เปลี่ยวเหงา เข้ากับเพื่อนไม่ได้ แถมยังเป็นโรคหอบหืด (โถ...) จึงต้องย้ายมาอยู่กับญาติที่จังหวัดเล็กๆ อากาศบริสุทธ์ ซึ่งทำให้เธอรู้จักกับ มาร์นี เด็กหญิงปริศนา ที่อาศัยอยู่ที่บ้านใหญ่ริมน้ำ จนความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่การค้นพบความจริงของชีวิตทั้งสอง (และเพื่ออรรธรสของผู้ชม เราจะไม่เปิดเผยสถานะของมาร์นี ในบทวิจารณ์นี้) ผลงานเรื่องนี้ค่อยข้างแตกต่างจากแนวทางของจิบลิเรื่องก่อนๆ กล่าวคือ มันแฝงความลึกลับ ขมุกขมัวชวนหาคำตอบ และใช้ความคลุมเครือในการปกปิดตัวตนของเด็กหญิงปริศนา มาร์นี ที่หนังสามารถถ่ายทอดได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เธอปรากฏตัวขึ้นบนจอเป็นครั้งแรก โดยการค่อยๆเผยข้อมูลทีละนิด ทั้งจากฝั่ง มาร์นี เอง และฝั่ง อันนา ที่เหมือนจะมีบางสิ่งเกี่ยวพันกับหญิงปริศนาคนนี้โดยตรง และผู้ชมสามารถค่อยๆ รวบรวมข้อมูล ประมวลผล คิดเป็นตุเป็นตะล่วงหน้าไปหลายตลบ ในภาวะจริงก็ไม่ใช่ ฝันก็ไม่เชิง ในท่วงทำนองคล้ายหนังสืบสวนและทริลเลอร์ชั้นดี เพียงแต่มันถูกเล่าอย่างท่าทีเบาๆ ละมุนละไม และเป็นมิตรกับเด็กมากกว่า หมอกบางๆ ที่คลุมตัวตนของมาร์นีอยู่เกือบตลอดเรื่องนี้ ยังคลุมไปถึงระยะความสัมพันธ์ระหว่างเด็กหญิงทั้งสองอีกด้วย หากมอง อันนา ในฐานะวัยเด็กก่อนฮอร์โมนว้าวุ่น ที่ชีวิตช่างแสนจะเดียวดาย มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร การมีเพื่อนที่คุยถูกคอสักคน ย่อมเกิดความสนิทสนมอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความสัมพันธ์เจ้ากรรมที่เธอมีต่อมาร์นี ดูจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการตอบสนองจากฝั่งมาร์นีเอง ส่งผลให้หลายๆ ฉากชวนคิด ชวนจิ้น เตลิดเปิดเปิงไปไกลอยู่มิใช่เล่นๆ และทำให้เราเองก็ไม่แน่ใจนักว่า ตัวละครกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ จนอดจะหวาดเสียวไม่ได้ถึงตอนจบของหนังเรื่องนี้ ว่าจะเอนเอียงมาทางดาร์คไซด์หนักหน่วงรึเปล่า แต่ก็อย่างว่าครับ นอกจากผู้ใหญ่อย่างเราๆ แล้ว จิบลิต้องการให้เด็กดูได้อย่างไม่มีพิษแสลงคอด้วย เพราะฉะนั้นความคลุมเครือทั้งหมด จึงนำไปสู่บทสรุปที่เข้าใจได้ง่ายๆ ไม่ต้องการตีความให้หนักสมองมากมายนัก และเน้นย้ำให้ทุกวัยเข้าใจตรงกันในเชิงบวกอย่างไม่ต้องสงสัย นัยหนึ่งเราอาจมองว่ามันง่ายไปสักนิด แบบเสียดายการปูเชิงลึกลับชั้นดีมาทั้งเรื่อง แต่ถ้าคิดถึงความเข้าใจของคุณผู้ชมรุ่นเยาว์ทั้งหลาย ที่ไม่ได้เห็นโลกมามากมายเท่าเราแล้ว ก็พอจะให้อภัยกันได้นะครับ แถมยังแอบทิ้งเชื้อบางอย่างเหลือไว้ ให้เราเอาไปตีความเชื่อมโยงกันต่อตามสบายอีกด้วย . อันนา และ มาร์นี คือจิ๊กซอว์ มันจะถูกต่อสมบูรณ์ได้ เมื่อมีชิ้นสุดท้ายที่มอบให้จากอีกฝ่าย . นอกจากความเพลิดเพลินแล้ว สองตัวละครหลักของ When Marnie Was There ยังเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน หากชีวิตของ อันนา และ มาร์นี คือจิ๊กซอว์ มันก็ถูกต่อสมบูรณ์ได้เมื่อมีชิ้นสุดท้ายที่มอบให้จากอีกฝ่าย สิ่งที่คนหนึ่งขาด อีกคนหนึ่งจะมีเสมอ ดังประโยคสั้นๆ ที่สรุปความหมายของบทสนนายาวยืด ในฉากความลับส่วนตั๊วส่วนตัว ทำนองว่า "ฉันอยากเป็นเธอจัง" ในเจตนาที่แตกต่างกัน และทั้งสองฝั่งก็ทำให้มันเป็นจริงได้ในที่สุด อีกทั้งยังสะท้อนภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ วิถีชีวิต และสำรวจสภาพจิตใจของ คนเว้าแหว่งที่ต้องการส่วนเติมเต็มได้เป็นอย่างดี เท่าที่การ์ตูนเรื่องหนึ่งจะพอทำได้ ว่ากันตามตรง หนังเรื่องนี้อาจยังไม่ได้สมบูรณ์พร้อม และยังมีรอยโหว่ ไปจนถึงรกรุงรังอยู่มิใช่น้อยๆ อีกทั้งยังไม่ได้มุ่งเน้นวิพากย์สังคมชัดเจนเท่าใดนัก (ดังที่ Spirited Away เคยทำไว้) แต่ก็ดังที่ อันนา ตะโกนกู่ร้อง และพยายามทุกวิถีทางจะได้พบหน้าเด็กลึกลับ มาร์นี นั่นแหละครับ ถึงจะเป็นห้วงสั้นๆ ชั่วระยะบำบัดหอบหืด เหมือนการดูหนังแค่ชั่วโมงกว่าๆ แม้สุดท้ายจะต้องจากลาแล้วกลับสู่ความเป็นจริง แต่เราก็อยากบอกความรู้สึกที่มีต่อหนังเรื่องนี้ พอๆกับที่ อันนา อยากบอก มาร์นี ว่า... ยินดีที่ได้พบเธอนะ When Marnie Was There เรื่องนี้ให้ 8.5 / 10 ครับ Lecter. ----------------------------------------

แก้บน ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อ ศรัทธา และปาฏิหาริย์
ความเชื่อ /  ลืมแก้บน / 

แก้บน ที่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร ? กลายเป็นเรื่องฮือฮาและพูดถึงเป็นจำนวนมากในตอนนี้ กับข่าวที่มีแม่ค้านำหัวหมู จำนวนกว่า 300 หัว มาแก้บนกับ "หลวงพ่อสมหวัง "วัดกลางบางพระ จ.นครปฐม หลังจากที่เคยบนบานเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนว่าต้องการให้ลูกหนี้ที่ติดไว้กว่าล้านบาท นำเงินมาคืน และเมื่อได้ผลสำเร็จตามที่ได้ขอเอาไว้ จึงนำหัวหมูมาถวายเพื่อ แก้บน ความจริงแล้วการ แก้บน มีมานานและอยู่คู่กับคนไทยมาตลอด ซึ่งสิ่งของที่จะนำมาแก้บนนั้น กขึ้นอยู่กับผู้ขอ หรือบางทีก็ขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราไปขอว่ามีชื่อเสียงและตำนานในด้านใดบ้าง ก็ปรับแก้กันให้เหมาะสม ส่วนใหญ่ที่เห็นบ่อย จะเป็นหัวหมู ไข่ต้ม ดอกไม้ เครื่องเซ่น หรือแม้กระทั่งการรำแก้บน แต่ก็ไม่ใช่ว่าบนบานขอพรไปแล้วจะไม่ต้องทำอะไร รอผลสำเร็จเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะก่อนที่เราจะได้ผลดี เราจะต้องทำกรรมดีเสียก่อน และไม่ใช่ว่าทุกวัด ทุกพระ จะรับคำบนบานของเราทุกเรื่อง ตัวอย่างเช่นวัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ที่โด่งดังในด้านการขอพรแล้วสำเร็จไปเกือบทุกราย แต่ก็ยกเว้นคำขอเรื่อง ขอยกเว้นการเกณฑ์ทหาร มีความเชื่อว่าหากใครไปขอเรื่องนี้จะได้เป็นทหารเกณฑ์ทุกรายไป ในปัจจุบันเราสามารถเลือกวันแก้บนได้ตามฤกษ์สะดวก แต่ความจริงหลักการ แก้บน อย่างถูกต้องนั้น จะต้องไม่แก้บนวันพระ เพราะในวันพระนั้นจะเป็นวันที่เทพทั้งหลายบำเบ็ญศีล การแก้บนที่ให้หลุดต้องแก้วันอังคาร์ วันเสาร์ ก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ หรือถ้าทางพุทธศานามีความหมายเป็นนัยยะแฝงไว้ว่า  ที่พระท่านไม่รับแก้ในวันพระ เพราะท่านต้องประกอบกิจของสงฆ์ ไม่ควรไปเบียดเบียนในการบำเพ็ญบุญของท่านค่ะ  หากท่านได้บนบานไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงไว้ตลอดคือ 1. ถ้าบนแล้วสำเร็จ ต้องรีบกลับไปแก้บนอย่างรวดเร็วที่สุด และทำตามที่บนบอกไว้ทุกอย่างค่ะ จะตัดทอน ขอลดโน่นลดนี่ไม่ได้ 2. สัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ยังไง ต้องทำให้ได้อย่างงั้น มิฉะนั้น จะต้องธรณีศาล คือชีวิตหาความเจริญก้าวหน้าไม่ได้ ไปอธิษฐานบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นก็ไร้ผล 3. เมื่อบนเรื่องใดก็ตามไว้ที่ศาลใดศาลหนึ่ง หรือวัดใดวัดหนึ่งแล้ว อย่าเอาเรื่องเดียวกันไปบนไว้ที่อื่นอีก บางคนหมกมุ่นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก เที่ยวตระเวนบนไว้เป็นสิบเป็นร้อยศาล พอสำเร็จขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าองค์ไหน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าไปบนไว้ที่ใดบ้าง เป็นเหตุให้ไปแก้บนไม่ครบ แบบนี้ต้องธรณีสารเช่นกันค่ะ 4.เจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชอบการบนบาน คือ ผี เช่น เจ้าพ่อเจ้าแม่ตามต้นไม้หรือวัตถุโบราณต่างๆ รวมทั้งเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่เคยเป็นอดีตกษัตริย์หรือบุคคลสำคัญมาก่อน ในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนติดนิสัยไปที่ไหนก็บนเอาไว้ไปทั่ว ซึ่งแม่หมอมองว่าไม่ค่อยดีนัก เราควรจะตั้งใจทำสิ่งที่เราต้องการและอาจจะบนบานขอพรเพื่อเสริมกำลังใจ มากกว่า บางครั้งอาจมีการหลงลืมกับสิ่งที่เคยได้ขอเอาไว้ จะเกิดผลร้ายตามมาได้ บางความเชื่อก็ว่าจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดหรืออุบัติเหตุกับตัวเราและครอบ ครัว ของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ สำหรับคนที่ไม่มั่นใจ หรือจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยไปบนบานอะไรไว้ที่ไหนบ้าง แม่หมอมีวิธีการ แก้บน ที่จำไม่ได้มาฝาก การเตรียมของสำหรับแก้บนที่จำไม่ได้ 1. โต๊ะปูผ้าขาวแล้วตั้งไว้กลางแจ้ง 1 ตัว 2. พานครูมีดอกไม้ ธูป เทียน หมากพลู เงิน 100 บาท ( เงิน 100 บาทต้องนำไปถวายเป็นสังฆทาน ) 3. บายศรีปากชาม 1 คู่ มีไข่ต้มเสียบยอดบายศรีด้วย 4. มะพร้าวอ่อน 4 ลูก เปิดฝา 5. กล้วยน้ำว้าสุก 4 หวี 6. ไก่ต้มสุก 1 ตัว วางไก่ไปทางทิศเหนือ 7. หัวหมู 1 หัวพร้อมน้ำจิ้มด้วย 8. ปลาช่อนนึ่ง (แปะซะ) 1 ตัว และน้ำจิ้ม 9.  ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อย่างละ 1 ถ้วย ( ใช้ขนมถ้วยฟูแทนได้ ) 10. ข้าวสวย 1 จาน พร้อมช้อนส้อม   1 คู่ 11. แกงสามถ้วย ของหวานสามถ้วย 12. น้ำเปล่า 1 แก้ว มีน้ำชาด้วยยิ่งดี วิธีทำ จุดเทียนขวา ซ้าย และธูป 16 ดอก ปักในกระถางธูป ส่วนจานอื่นๆ ให้ปักที่ละดอก วิธีพูด สิ่งของใดๆ ที่ได้บน ที่จำได้ก็ดี และจำไม่ได้ก็ดี ขอถวายแก้บนทั้งหมด ณ บัดนี้ โปรดรับ โปรดโมทนา โปรดอโหสิกรรม และโปรดสงเคราะห์ข้าพเจ้า จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ในชาตินี้เทอญ วิธีลา ขออนุญาต ลาของบูชาทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อเป็นสิริมงคลเจ้าข้า ให้ตัดแบ่งเป็น 2 กระทง คือ 1. วางข้างล่างใกล้ๆ โต๊ะบวงสรวง 1 กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญบริวารทั้งหลายรับประทานได้แล้วเจ้าข้า และเมตตาช่วยด้วย 2. วางไว้นอกรั้วบ้านหรือนอกบ้าน 1 กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญสรรพวิญญาณทั้งหลาย รับประทานได้แล้ว ณ บัดนี้ และเมตตาช่วยสงเคราะห์ด้วย เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com  ที่มาจาก : http://atcloud.com

โด่ง เฮลั่น!! ออม คลอดลูกสาว น้องไอมิจัง
โด่ง AF3 /  โด่ง ออม / 

เรียกได้ว่าเฮลั่นเลยทีเดียว!! สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อย่าง โด่ง ศิระ(โด่ง AF3) และภรรยาสาว ออม ภัสสร ที่ได้ฤกษ์ดีคลอดลูกสาวคนแรก น้องไอมิจัง ในช่วงค่ำของวันที่ผ่านมา(16 เม.ย.) ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดย เปลี่ยนแผนจากที่จะคลอดธรรมชาติเป็น เลือกใช้วิธีการผ่าคลอด เนื่องจากว่าปากมดลูกของสาว ออม นั้นเปิดไม่ถึง 10 เซนติเมตรนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณแม่และคุณลูกปลอดภัย แข็งแรง ดีทั้งคู่ โดย น้องไอมิจัง มีน้ำหนักแรกเกิด 3,710 กรัม ท่ามกลางความสุขและความยินดีของครอบครัวทั้งสอง และแฟนคลับทุกคน ขอขอบคุณภาพจาก IG @dongsira @djaompassorn โด่ง-ออม เฮลั่น !! น้องไอมิจัง ลืมตาดูโลกแล้ว โด่ง-ออม เฮลั่น !! น้องไอมิจัง ลืมตาดูโลกแล้ว โด่ง-ออม เฮลั่น !! น้องไอมิจัง ลืมตาดูโลกแล้ว โด่ง-ออม เฮลั่น !! น้องไอมิจัง ลืมตาดูโลกแล้ว โด่ง-ออม เฮลั่น !! น้องไอมิจัง ลืมตาดูโลกแล้ว

คุมตัว3รปภ.ต้องสงสัยคาร์บอมบ์สมุย ส่งตร.สอบเพิ่ม
3รปภ.สมุย /  คาร์บอมบ์สมุย / 

ทหารส่งตัว 3 รปภ.ผู้ต้องสงสัยบึ้มเซ็นทรัลสมุย ให้พนักงานสอบสวนสภ.บ่อผุดสอบเพิ่ม หลังควบคุมตัวครบ 7 วัน พร้อมตรวจร่างกาย ป้องกันถูกกล่าวหาจนท.ทำร้ายร่างกาย วันนี้(17 เม.ย.) พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานประชุมฝ่ายสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดีคาร์บอมบ์ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย เพื่อขยายผลเรื่องเส้นทางที่คนร้ายใช้ในการเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหรือ CCTV บริเวณหน่วยบริการประชาชน ต.แม่น้ำ สามารถจับภาพรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุไว้ได้ในช่วงเวลาประมาณ 09.26 น.ของวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนขับเข้ามาจอดใกล้ สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด ในเวลา 09.48 น.จากนั้นได้ขับอ้อมไปจอดหลังร้านแมคโดนัลด์ ประมาณ 38 นาที เนื่องจากขณะนั้นมีการถ่ายทำสารคดีที่ห้าง ก่อนขับเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถชั้นใต้ดินของห้างในเวลา 10.28 น. กระทั่งเวลา 22.31 น. จึงเกิดระเบิดขึ้น ด้าน พ.ต.อ.สุขเกษม นครวิลัย ผกก.สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้คนร้ายได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ควนทอง อ.ขนอม ในเวลาประมาณ 03.30 น. เป็นโรงแรมม่านรูดอยู่ติดกับถนนทางหลวง สาย 401 โดยมีข้อมูลว่า โรงแรมแห่งนี้เป็นของนายตำรวจยศ พ.ต.อ. คาดว่าอยู่ อ.พรหมคีรี ส่วนคนร้ายเข้าพักห้องใดนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนพนักงานที่เข้าเวรทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว วันเดียวกันที่ค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี พล.ต.เกื้อกูล อินนาจักร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ระบุว่า ทหารได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 3 คน ที่เชิญมาสอบปากคำให้กับพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด เนื่องจากหมดอำนาจในการควบคุมตัว ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 2 คน ที่นำตัวมาภายหลัง เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการสอบสวนว่า มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ สำหรับผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่ส่งกลับให้พนักงานสอบสวน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปให้แพทย์โรงพยาบาลเกาะสมุย ทำการตรวจร่างกายอีกครั้ง ว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไร เพื่อความโปร่งใส และป้องกันการถูกกล่าวหาว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกาย ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 MThai News

อพท. ผนึก ยูเนสโก ปั้นไกด์ท้องถิ่นมรดกโลก
มรดกโลก /  ยูเนสโก / 

อพท. ผนึกยูเนสโก พัฒนาหลักสูตรไกด์ท้องถิ่นมรดกโลก หวังส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้เสริมและนำเสนอเรื่องราวในท้องถิ่นของตนอย่างภาคภูมิใจ นำร่องพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดร.ชูวิทย์  มิตรชอบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. (Dr. Chuwit MITRCHOB Assistant Director-General,Designated Areas for Sustainable Tourism Administration (DASTA))กล่าวว่า  ได้ร่วมกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการอบรมมัคุเทศก์ท้องถิ่นเชี่ยวชาญมรดกโลกรวม 4 ครั้ง แบ่งเป็นการอบรมผู้ฝึกสอนมัคคุเทศก์หรือ Training of Trainers 1 ครั้ง  และอบรมมัคคุเทศก์หรือ Training of Guides 3 ครั้ง ล่าสุดในการอบรมรุ่นที่ 1 มีผู้ผ่านเกณฑ์เข้ารับการอบรมรวม 10 คน อพท. มุ่งหวังพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร  ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว นอกจากจะเป็นมรดกโลกแล้ว ยังถือเป็นหนึ่งในพื้นที่พิเศษภายใต้ความรับผิดชอบของ อพท. คือ พื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร ทั้งนี้ยูเนสโกเล็งเห็นศักยภาพของ อพท. ในการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติสถานที่ท่องเที่ยวและมิติการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน “โครงการนี้สืบเนื่องมาจากที่ อพท. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับยูเนสโก เมื่อปีงบประมาณ 2557 เริ่มจากการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสนอหลักสูตรให้ได้รับการรับรองจากกรมการท่องเที่ยว และเรื่องของการจัดฝึกอบรม มุ่งหวังให้ชาวบ้านและชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวได้ความรู้และเป็นมัคคุเทศก์เพื่อนำนักท่องเที่ยวเที่ยวในพื้นที่ของตนเอง เพราะคนท้องถิ่นย่อมรู้จักพื้นที่ของตัวเองได้ดีที่สุด และโครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการบริการนักท่องเที่ยว ชุมชนก็มีรายได้จากการเดินทางมาของนักท่องเที่ยว และยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวที่ทรงคุณค่าในท้องถิ่นของตนอย่างมืออาชีพ” การดำเนินโครงการดังกล่าวจะเน้นให้ความสำคัญกับการอบรมผู้ฝึกสอนมัคคุเทศก์ท้องถิ่น (Training of Trainers) อย่างมาก ซึ่งจะเป็นการสร้างความยั่งยืนให้แก่โครงการ และสามารถสร้างมัคคุเทศก์รุ่นต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อพท. มั่นใจว่า การจัดทำโครงการนี้จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นทั้งที่อยู่ในและบริเวณโดยรอบพื้นที่มรดกโลก เป็นโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในท้องถิ่นรวมถึงช่วยส่งเสริมให้เกิดความรักและหวงแหนในท้องถิ่นตนเอง ครั้งนี้เป็นโครงการนำร่องระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี คือปี (2557-2558) โดย อพท. ร่วมสนับสนุนงบประมาณให้ยูเนสโก   4.5 ล้านบาท ซึ่งเมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว อพท. จะนำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ไปปรับใช้ในพื้นที่พิเศษอื่นของ อพท. ต่อไป MThai News

วง BLUE จัดคอนเสิร์ตในไทยแน่! 13 มิถุนายนนี้ ที่ธันเดอร์โดม
Antony Costa /  Blue / 

BLUE (บลู) จ่อจัดคอนเสิร์ต Colours of Blue Tour 2015 Live in Bangkok 13 มิถุนายนนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี หลังจากประกาศเปิดทัวร์คอนเสิร์ตโปรโมทอัลบั้มใหม่ Colours of Blue Tour 2015 ในทวีปเอเชีย พร้อมยืนยันผ่านคลิปวิดีโอว่ามีคิวจะมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอย่างแน่นอน! ล่าสุดผู้จัดฝั่งไทย PIC Production ก็ยืนยันรายละเอียดคอนเสิร์ตของสี่หนุ่ม วง BLUE ออกมาแล้ว... นับเป็นโปรเจ็คแรกเปิดตัวผู้จัดหน้าใหม่ไฟแรง อย่าง PIC Production ที่ฮือฮาไม่น้อย เพราะสามารถพาวง BLUE แบบครบวง มารียูเนี่ยนเปิดคอนเสิร์ตที่ไทยได้อีกครั้ง หลังห่างหายนาน 10 ปี ถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในรอบทศวรรษแถมยังสุดแสนเซอร์ไพร้ส์แฟนเพลงชาวไทย กับคอนเสิร์ต Blue Live in Bangkok 2015 (บลู ไลฟ์ อิน แบงคอก2015) ของบอยแบนด์ต้นตำรับจากเกาะอังกฤษ อย่าง วง BLUE ทำเอาสาวกที่เคยคลั่ง BLUE ต่างดีใจกับข่าวการมาจัดคอนเสิร์ตของ BLUE ที่ไทยในครั้งนี้แบบปลื้มปริ่มสุดๆ! ถ้าพูดถึงยุค 90’s ยุคที่บอยแบนด์จากฝั่งตะวันตกครองเมืองและครองใจสาวไทย คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของวง BLUE บอยแบนด์สัญชาติอังกฤษสุดฮอต ที่นอกจากจะมีเพลงฮิตถูกใจสาวไทยหลากหลายเพลงดังยาวเป็นหางว่าว ทั้ง All Rise, If You Come Back, Sorry Seem To Be The Hardest Word, You Make Me Wanna, Guilty, Best In Me, One Love, Curtain Falls ฯลฯ ทั้ง 4 หนุ่มสมาชิก อย่าง ลี ไรอัน, ดันแคน เจมส์, อาโทนี่ คอสต้า และ ไซมอน เว็บบ์ ยังมีลีลาแดนซ์และนิสัยแสนขี้เล่นเป็นเสน่ห์มัดใจสาวๆ ทั่วโลกอีกด้วย ล่าสุด BLUE เพิ่งเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบเดบิวท์ครบ 14 ปี ด้วยมีผลงาน 5 อัลบั้มสตูดิโอ กับยอดขาย 16 ล้านแผ่นทั่วโลก และพวกเขากำลังจะกลับมาดึงวันเวลาแห่งความสุขของทุกคนให้กลับมาอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการประกาศเดินสายเอเชียทัวร์คอนเสิร์ต Blue Live in Bangkok 2015 งานนี้ BLUE ประกาศความพร้อมกลับมาคว้าหัวใจสาวไทยอีกครั้งด้วยเพลงฮิตที่หลากหลาย เรียกได้ว่าความทรงจำสมัยวัยเยาว์ได้รีเพลย์กลับมาสร้างความสนุกสนานอีกครั้งอย่างแน่นอน แถมกลับมาไทยในรอบ 10 ปีทั้งทีแบบนี้ BLUE ขอขนความสนุก และความพิเศษมาฝากแฟนเพลงไทยเพียบ ทั้งสิทธิพิเศษต่างๆ แบบใกล้ชิดสุดๆ ชนิดที่ยังไม่เคยมีศิลปินอินเตอร์คนไหนจัดให้ชุดใหญ่ขนาดนี้มาก่อน นับเป็นโอกาสดีของแฟนเพลงไทยที่จะได้ชมคอนเสิร์ต Blue Live in Bangkok 2015 ในครั้งนี้ และแน่นอนว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะต้องอบอุ่น ใกล้ชิด เป็นกันเองตามสไตล์ BLUE ที่ทุกคนชื่นชอบ รู้ข่าวแล้วอย่ารอช้ารีบนัดเดอะแก๊งค์เพื่อนซี้แล้วไปสนุกกันให้มันสุดเหวี่ยงในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2558 ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี บัตรราคา 5,500 / 4,500 / 3,500, 2,000 บาท และ VVIP PACKAGE 6,500 บาท งานนี้ต้องแอบกระซิบดังๆ BLUE ขอกระชับพื้นที่ จัดงานคอนเสิร์ตเหมือนจัดปาร์ตี้ อยากให้ใกล้ชิด อบอุ่น ทั่วถึงทุกที่นั่ง เพราะฉะนั้นบัตรมีจำนวนจำกัด! ตัดสินใจซื้อช้าเพียงนิด อาจหมดสิทธิ์อดเจอวง BLUE!... ไม่อยากพลาดย้อนสู่ช่วงเวลาแห่งความทรงจำแสนสนุกสนานไปกับ 4 หนุ่มวง BLUE เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วรีบไปซื้อบัตรได้พร้อมกันทั้ง 3 ช่องทาง ที่ www.thaiticketmajor.com, บูธ Thaiticketmajor ทุกสาขา, TTM CALL CENTER 02-262-3456 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษพร้อมข้อมูลอัพเดทได้ทาง https://www.facebook.com/PicProductionth ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ค้างคาวอมตะ บุกย้ำแค้น มนุษย์ไฟฟ้า70-58ยัดห่วงซูเปอร์ลีก
Basketball Thailand SuperLeague /  BTSL / 

การแข่งขันบาสเกตบอลไทยแลนด์ ซูเปอร์ลีก (บีทีเอสแอล) หรือ Basketball Thailand SuperLeague (BTSL) ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 4,000,000 บาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2558 ณ ชั้น 6 อาคาร LED การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มนุษย์ไฟฟ้า สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ค้างคาวอมตะ โมโนแวมไพร์ เปิดฉากขึ้นมาควอเตอร์แรกเป็นทาง ค้างคาวอมตะ ที่โชว์ได้ดีกว่า ออกนำไปก่อนถึง 8-0 จาก แอนโธนี่ แม็คเคลน 1 แต้ม, ชนะชนม์ กล้าหาญ 2 แต้ม และโสฬส สุนทรศิริ 5 แต้ม จากนั้น อนุชา ลังสุย มาส่อง 3 แต้ม ให้ มนุษย์ไฟฟ้า ไล่มาเป็น 3-8 ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะเปิดเกมแลกกันสนุก และสุดท้ายเป็น วราวุฒิ พรหมคุณ ส่อง 3 คะแนน ให้ ค้างคาวอมตะ ปิดควอเตอร์แรกด้วยการนำ 16-12 คะแนน ควอเตอร์ที่ 2 ค้างคาวอมตะ ยังคงโชว์ผลงานได้ดีกว่าโดยเฉพาะ แอนโธนี่ แม็คเคลน และโสฬส สุนทรศิริ ช่วยกันทำคะแนให้ทีมหนีห่างออกไปเรื่อยๆ ก่อนจะปิดควอเตอร์ที่ 2 ด้วยการนำ 33-29 คะแนน ควอเตอร์ที่ 3 มนุษย์ไฟฟ้า เริ่มออกมาสู้ แต่ก็เจอทีเด็ดความไวของ เจ้าโส โสฬส สุนทรศิริ เล่นงานแบบต่อเนื่อง ทำคะแนนไปถึง 8 คะแนน ช่วยให้ ค้างคาวอมตะ ยังคงนำห่างที่ 10 คะแนน ด้วนการนำที่ 52-42 คะแนน ควอเตอร์สุดท้าย โสฬส สุนทรศิริ ที่เกมนี้กลับมาคืนฟอร์มเก่ง โชว์ผลงานเยี่ยงพระเอก ทำ 9 คะแนนติดต่อกัน ช่วยให้ทีมเอาชนะไปในที่สุด 70-58 คะแนน สำหรับเกมสุดท้าย ค้างคาวอมตะ โมโนแวมไพร์ จะเปิดสนามกีฬาประชานิเวสน์ รับการมาเยือนของ ไฮเทคในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 14.00 น.

20 ห้องพักเหนือจินตนาการ จนคุณไม่อยากออกไปไหน
ข้อมูลโรงแรมที่พัก /  ที่พักรอบโลก / 

ทำงานเหน็ดเหนื่อยมานมนาน บางทีก็อยากจะให้รางวัลร่างกาย ด้วยการไปนอนพักผ่อนในสถานที่อันงดงาม เพื่อผ่อนคลายชาร์จพลังให้เต็มที่ เป็นสิ่งที่เหล่าคนทำงานต่างโหยหา travel.mthai.com ขอนำเสนอภาพ 20 ห้องพักเหนือจินตนาการ ที่มีอยู่จริง เมื่อคุณเห็นแล้ว รับรองเลยว่าต้องไม่อยากออกไปไหนแน่ ๆ และที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือมีที่พักในเมืองไทย ติดอยู่ในลิสต์นี้ด้วยแหละ ! 20 ห้องพักเหนือจินตนาการ จนคุณไม่อยากออกไปไหน 1. Hotel Marqués de Riscal, Elciego, Spain โรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมในระดับมาสเตอร์พีซ แห่งประเทศสเปน สนนราคา คืนละ 340 ดอลลาร์สหรัฐฯ 2. Tsala Treetop Lodge, South Africa ปลุกความเป็นนักผจญภัย ในบรรยากาศแห่งผืนป่าซาฟารีแห่งแอฟริกาใต้ สนนราคา คืนละ 367 ดอลลาร์สหรัฐฯ 3. Areias do Seixo, Portugal ที่พักอันสุดวิเศษแห่งกรุงลิสบอน โปรตุเกส ตกแต่งในสไตล์รักษ์โลกผสมโมเดิร์น สนนราคา คืนละ 265 ยูโร 4. Huvafen Fushi, Maldives สถานที่สุดโรแมนติกอันดับต้น ๆ ของโลก พบกับความฟินแบบเหนือระดับ สนนราคาคืนละ 1,805 ดอลลาร์สหรัฐฯ 5. Costa Rica Tree House สัมผัสบรรยากาศแห่งความอิสระ กับบ้านต้นไม้สุดน่ารัก แห่งคอสตาริกา สนนราคาคืนละ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ 6. Mountain Exposure, Switzerland ห้องเพนท์เฮ้าส์สุดหรู มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ ดินแดนสวิสฯ สนนราคาคืนละ 1,804 ดอลลาร์สหรัฐฯ 7. Hotel Seven, Paris, France  ห้องพักที่มาในธีมสายลับ 007 กลางกรุงปารีส ฝรั่งเศส สาวกเจมส์ บอนด์ รับรองฟิน สนนราคา คืนละ 447 ยูโร 8. The Caves Negril, Jamaica รับประทานอาหารในถ้ำ ริมชายหาดจาไมก้า มองเห็นทะเลแคริบเบียน สนนราคาคืนละ 480 ดอลลาร์สหรัฐฯ 9. Poseidon Undersea Resorts, Fiji รีสอร์ทใต้ท้องทะเล ที่จะทำให้คุณแนบชิดกับฝูงปลานานาชนิด สนนราคาต่อคน/คืน อยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ 10. Marina Bay Sands, Singapore ที่พักสุดหรู กับทิวทัศน์ของอ่าวมารีนา ยิ่งยามค่ำคืนยิ่งสว่างไสว สนนราคาเริ่มต้นที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ 11. Hotel Antumalal, Chile ห้องสวีท ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำมือ พร้อมชมวิวธรรมชาติแบบพาโนรามา สนนราคา 275 ดอลลาร์สหรัฐฯ 12. Chromata Hotel, Santorini, Greece ที่พักเหนือคำบรรยาย กับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ที่คุณต้องหลงรัก ราคาเริ่มต้นที่ 283 ดอลลาร์สหรัฐฯ 13. Harlingen Lighthouse, Netherlands ที่พักในแบบประภาคารของจริง ตกแต่งสวยงาม เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการพักผ่อน ราคาอยู่ที่ 300 ยูโร/คืน 14. Jade Mountain Resort – St. Lucia ห้องพักโรงแรมบรรยากาศสุดงาม บนเกาะเซนต์ ลูเซีย แห่งทะเลแคริบเบียน ราคาเริ่มต้นที่ 1,050 ดอลลาร์สหรัฐฯ 15. Southern Ocean Lodge, Kangaroo Island, Australia ที่พักบนเกาะจิงโจ้ แห่งออสเตรเลีย กับทิวทัศน์ริมชายฝั่งสุดตระการตา สนนราคาเริ่มต้นที่ 1,050 ดอลลาร์สหรัฐฯ 16. The Oberoi Amarvilas, Agra, India ที่พักสุดโรแมนติก คุณจะได้เห็นวิวเป็นทัชมาฮาล อนุสรณ์ความรักชื่อก้องโลก ราคาเริ่มต้นที่ 640 ดอลลาร์สหรัฐฯ 17. Loisaba Wilderness, Kenya เปิดโลกให้กว้าง ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ทั้งยามหลับและยามตื่น ราคาเริ่มต้น 420 ดอลลาร์สหรัฐฯ 18. Bambu Indah, Ubud, Bali, Indonesia  ที่พักสไตล์โบราณที่แฝงความเก๋ด้วยพื้นกระจก มองเห็นฝูงปลา ราคาสุดถูก ต่อคน/คืน อยู่ที่ 95 ดอลลาร์สหรัฐฯ 19. Hotel Daniel, Vienna, Austria ที่พักดีไซน์เก๋ ด้วยสถาปัตยกรรมแปลกแหวกแนว ล้ำด้วยไอเดีย ราคาก็ไม่แพง โดยเริ่มต้นที่ 97 ยูโร/คืน 20. Iniala Beach House, Phuket, Thailand ที่พักสุดหรูบนเกาะภูเก็ต สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทัศนียภาพสวยเป๊ะ ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มา : www.lifehack.org  /  แปลและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai

บุกค้นบ้านเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ 'ยูฟัน'ย่านลำลูกกา
ธุรกิจขายตรง /  ยูฟันสโตร์ / 

ตำรวจบุกค้นบ้านน้องสาวผู้ถือหุ้นใหญ่ "ยูฟัน สโตร์"ย่านลำลูกกา ผู้ต้องหาคนที่12 แต่ไม่พบตัว คาดหลบหนีก่อนสงกรานต์  วันนี้ (17 เม.ย.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 40/10 ภายในหมู่บ้านอภิญญา ลำลูกกา คลอง 8 จ.ปทุมธานี ของ น.ส.หรรษา ธาราบัณฑิต ผู้ต้องหาตามหมายจับคนที่ 12 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน น้องสาวของ น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่ถูกจับกุมเมื่อวานนี้ ที่จ.หนองคาย โดย พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า น.ส.หรรษา เป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท ยูฟัน ไทยแลนด์ จำนวน 500 หุ้น มูลค่า 5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด และพบว่า น.ส.หรรษาได้โอนเงินส่วนตัวไปยัง บริษัท ยูฟัน พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ยูฟัน สโตร์ จำกัด เช่นกัน จำนวน 6 ล้านบาท โดยเชื่อว่าบ้านหลังนี้เป็นสถานที่จัดเก็บเอกสารสำคัญเกี่ยวกับบริษัทยูฟันฯ ทั้งนี้ มีรายงานว่า น.ส.หรรษา ได้หลบหนีไปตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ โดยบรรยากาศบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นถูกปิดล็อคไว้ แต่ประตูรั้วของบ้านได้เปิดออก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานนำช่างกุญแจมาเปิดประตูให้ จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบสิ่งเทียมอาวุธปืน (บีบีกัน) ฮาร์ดดิสก์ เอกสารธุรกรรมทางการเงิน อาทิ หลักฐานการเงินเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 5 แสนบาท บัญชีรายรับรายจ่าย หนังสือเดินทาง ตู้เซฟ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ไทรทัน สีดำ ทะเบียน ชบ 7430 กทม. และรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 3218 กทม. ซึ่งตำรวจจะอายัดทรัพย์สินส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบ สำหรับคดีดังกล่าว มีผู้ต้องหาที่ออกหมายจับทั้งหมด 12 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 5 ราย ยังเหลือนายอาทิตย์ ปานแก้ว ,นายเท คิมเลง ,นายลี ควนมิง ,นายวอน ชิงหัว ,พล.ท.อธิวัฒน์ สุ่นปาน ,นางจิราภิมณช์ สุ่นปาน และนางสาวหรรษา ธาราบัณฑิต ขอบคุณภาพจาก สำนักข่าวไทย MThai News

เตรียมเฮ!'เอกชน'ขอ'เรกูเลเตอร์'ลดค่าเอฟที15สต.
กกพ. /  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน / 

เตรียมเฮ! 'เอกชน' ขอ'เรกูเลเตอร์' ลดค่าเอฟที 15 สต. ในงวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. ย้ำส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเเน่นอน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องการให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์ พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. ที่จะพิจารณาปลายเดือนนี้อย่างต่ำ 15 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับลดลงแล้วเช่นกัน หากค่าเอฟทีปรับลดลงขั้นต่ำ 15 สต.ต่อหน่วย จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจแน่นอน เพราะจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของภาคประชาชน และลดต้นทุนการผลิตของภาคเอกชน "ค่า เอฟทีงวดที่ผ่านมา ม.ค. - เม.ย. ปรับลดค่าเอฟทีแค่ 10 สตางค์ต่อหน่วยถือว่า น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง งวดนี้จึงอยากเห็นค่าเอฟทีขั้นต่ำต้องลดลง 15 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศราฐกิจอย่างมาก ส่วนหนึ่งก็เป็นผลทางด้านจิตวิทยากับประชาชน เห็นรายจ่ายครัวเรือนลดลง ก็ช่วยเพิ่มกำลังซื้อประชาชนได้อีกที และยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถภาคเอกชน เพราะช่วยลดต้นทุนค่าไฟ ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักในการผลิตสินค้า" Mthai News แหล่งที่มา

โฟร์ ขอฉายเดี่ยวเซ็กซี่ ทิ้งน้องมด อยู่กองละคร
โฟร์ ศกลรัตน์ /  มด ณปภัช / 

เป็นเน็ตไอดอลรุ่นแรกสมัยที่ประเทศไทยเริ่มมีอินเทอร์เน็ตใช้ สำหรับอดีตสาวน้อยสายแบ๊วฟันเหล็ก โฟร์ ศกลรัตน์ ที่มา พ.ศ. นี้เธอโตเป็นสาวสะพรั่ง และขอสลัดภาพสาวแบ๊วๆ กลายเป็นสาวแรงๆ มั่นๆ ที่ทำเอาหนุ่มๆ ช็อคกับคำหยาบๆ ที่เธอเคยโพสต์ด่าใครก็ไม่รู้ลงในอินสตาแกรมมาแล้ว ล่าสุดเธอก็ขอลุกขึ้นมาฉายเดี่ยวถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ต้อนรับซัมเมอร์เรียกเรตติ้งอีกครั้ง หลังจากที่เคยถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่คู่กับดูโอ้อย่าง มด ณปภัช มาแล้ว ซึ่งงานนี้กระแสตอบรับจากหนุ่มๆ หลายๆ คน ก็ยังฟินกับแฟชั่นเดี่ยวๆ ของสาวโฟร์ ส่วนสาวมดเธอก็หันมาเอาดีทางด้านงานละคร จนขึ้นแท่นเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของทางช่อง 8 ไปแล้ว ส่วนผลงานเพลงที่หลายๆ คนเฝ้ารอ อาจจะต้องรอกันอีกสักพักใหญ่ๆ กับโปรเจกต์พิเศษ 10 ปี โฟร์-มด ภาพจากนิตยสาร สุดสัปดาห์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์

เธอๆ 9 พฤติกรรม ที่ผู้หญิงเราทำแบบนี้ คุณผู้ชายเขาหาว่าเรา อ่อย เขาล่ะเธอ!
ผู้ชาย /  ผู้หญิง / 

บางที ผู้หญิงเราก็ไม่รู้ตัวหรอกนะว่า เผลอปล่อยเสน่ห์ออกมาตอนไหน ทำให้เหล่าสมันน้อย (ชายหนุ่ม) หวั่นไหว ตาปรอย เคลิบเคลิ้มไปกับเราบ้าง เพราะ อากัปกิริยา พฤติกรรมหลายๆ อย่างเราทำด้วยความสนิทสนม เอ็นดู อย่างเพื่อน อย่างพี่ อย่างน้องงี้ พวกเราไม่ได้คิดอะไรเกินเลยด้วยจริงจริ๊งงงงงงงนะตัวเอง เราเองก็เสียใจนะ ที่สิ่งที่แสดงความสนิทสนมไว้ใจเหล่านี้ จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจพวกคุณผู้ชายทั้งหลายแหล่ นี่คือ 10 กิริยา ที่ Women MThai ขอรวบรวมความคิดเห็นแลประสบกาม เอ๊ย ! ประสบการณ์จากปากสมันน้อยทั้งหลาย ที่พวกเขาบอกกับเรามาว่า เราทำแบบนี้กับพวกเขาทำไม (พวกนางกอดผ้าห่มแนบอก ร้องไห้กระซิกๆ ราวพวกเราไปพรากพรหมจรรย์พวกเขามา ) ชิส์ อ่อน! ไปอัพเวลมาใหม่นะ สมันน้อยทั้งหลายจ๋า (นางเสือสาวติดกระดุมกรีดกรายปลายนิ้วเกลี่ยผมไปด้านหลังเบาๆ ยิ้มมุมปากแล้วปิดประตูห้องเบาๆ 555) 1.กอดคอ เราก็แค่เห็นพวกคุณเป็นเพื่อน เฮไหนเฮนั่น ลุยๆ ก็เลยไม่คิดว่า พวกผู้ชายเขาจะคิดมากกับการแสดงความลุยๆ กอดคอไปด้วยกัน มันผิดตรงไหนเนี่ย!?? 2.เกาะไหล่ ,ดึงเสื้อ เฮ้ เราสนิทกันป่ะเพื่อน ? เราเป็นพวกกันป่ะเพื่อน แล้วทำไมเราจะเกาะไหล่นายไม่ได้ล่ะ ที่เราดึงเสื้อพวกนาย เพราะบางทีเราก็ไม่ได้อยากไปล่วงเกินพวกนายเกินไปนัก แต่ก็กลัวหลงกัน เลยต้องใช้วิธีเกาะไหล่ ดึงเสื้อ พวกนายก็แค่ปล่อยให้ พวกเราเดินตามบ้าง เดินไปด้วยกันบ้าง เพราะเดี๋ยวหลงกันงี้ พวกนายก็จะลำบากต้องมาตามหาฉัน เกาะไหล่กันไปอย่างนี้ล่ะ มันง่ายดี มีที่ให้เราพักพิง นายไม่รู้สึกดีกันเหรอ ? แต่เรารู้สึกดีนะ เพราะฉะนั้น เราจะทำต่อไป 5555 3.ไปไหนมาไหนด้วยกัน 2 ต่อ 2 การชวนคนจำนวนมากกว่า 2 คนขึ้นไป ทำให้เปอร์เซ็นต์การล่มทริปนั้นมีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ การไปไหนมาไหน 2 คน มันง่ายต่อการตัดสินใจ สะดวกทั้งเรื่องการนัดหมาย การเดินทาง และประหยัดเวลากว่าการที่จะมีคนหมู่มากที่นานาจิตตัง ถ้าเรารู้ว่ามีเพื่อนคอเดียวกัน ชอบทำอะไรเหมือนกัน แล้วทำไมเราจะต้องไปชวนคนอื่นๆ อีกล่ะ ? แค่ 1 คนให้เรา handle ง่ายๆ สั่งซ้าย ไปซ้าย สั่งขวาไปขวา แบบนั้นไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ 4.หยิกแก้ม มันก็มีบางเวลาที่พวกนายทำตัวน่าเอ็นดู พวกเราเลยเอื้อมมือไปหยิกแก้มพวกนายโดยอัตโนมัติ ซึ่งพวกเราไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ นะ พวกนายคิดกันเหรอ ขอโทษนะนาย เราเสียใจด้วย แต่เราจะทำต่อไป 5.ส่งสายตามุ้งมิ้ง ออดอ้อน บางเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือจากพวกนาย เรารู้ว่าพวกนายพึ่งได้อยู่แล้ว แต่จะให้ใช้แววตาแข็งกร้าวใส่ พวกนายก็ไม่ทำให้อยู่แล้วป่ะ ? เรารู้ว่าพวกนายแพ้มุกนี้ งัดออกมาใช้เมื่อไหร่ พวกนายก็ยอมให้เราทุกครั้ง เราแค่ใช้มันเพื่อบางสิ่งบางอย่าง ไม่ได้คิดอ่อยพวกนายเลยจริงๆ นะ 6.จับมือ เพื่อนกันจับมือกัน ไม่ได้ ?!!! อ่อ ข้อนี้เพิ่งรู้แหะ ถ้าเราแค่จับมือจูงกันเดินข้ามถนนล่ะ ทำได้ไหมนะ? ถ้าเราแค่จับมือกันวิ่งล่ะ ทำได้ไหมนะ ? ถ้าเราจับมือกันเดินเพราะกลัวหลงล่ะ ทำได้ไหมนะ ? ทำไมเพื่อนถึงจับมือกันไม่ได้นะ ? เราไม่เข้าใจเลย ตอนนายมาบอกเราว่า นายหวั่นไหวกับการจับมือกับเรามาก เรางงจริงๆ เลยนะ เพราะเราไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะนาย 7.จับแขน,ควงแขน,คลอเคลีย ผู้หญิงเป็นเพศที่งุ้งงิ้ง โดยเฉพาะกับคนที่พวกเธอนับว่าเป็นเพื่อน ผู้หญิงเราเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันยิ่งกว่านี้อีก กะแค่ขอยืมจับแขน ควงแขน คลอเคลียบ้าง เป็นบางโอกาสกับพวกนาย ทำไมพวกเราจะทำไม่ได้ล่ะ ถ้าเราเล่นหนักมาก อย่าง จับก้น หยิกหัวนม นั่นก็รู้ไว้ซะ ว่าเราไม่ได้คิดอะไรกับพวกคุณจริงๆ เพราะถ้าเราคิดลึก พวกเราจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาดเลยนะคุณ 8.คุยด้วยเพราะๆ ผู้ชายไม่เข้าใจกันเลยรึไงว่าการพูดด้วยเพราะๆ นั่นคือ มารยาททางสังคม เราไว้ใช้กับ คนแปลกหน้า ไม่ใช่คนสนิท จะให้พูดจามึงมาพาโวยได้ซะเมื่อไหร่กันล่ะ คำพวก " คะๆ ขาๆ " ในบางประโยค เราก็มีไว้ประชดพวกคุณที่ไม่สนิท ในบางสถานการณ์ ถ้าเป็นเพื่อนเราก็คงจะต่อว่าไปตามตรง แต่รู้ไว้เถอะว่า พูดจา คะๆ ขาๆ ด้วยเมื่อไหร่ พวกคุณก็คือ "คนอื่น" นั่นแหละ คุณ เข้าใจรึยังคะ ? 9.แต่งหน้า แต่งตัว พวกคุณผู้ชายนี่เอาใจยากจริงๆ การที่เรารักสวยรักงามเป็นเรื่องปกติ บางโอกาสที่อาจจะนึกครึ้มอกครึ้มใจเป็นพิเศษ อยากแต่งเนื้อแต่งตัว แต่งหน้าเป็นพิเศษ หรือ เปลี่ยนแปลงลุคตัวเองนิดๆ หน่อยๆ  พวกคุณก็หาว่า พวกเราแต่งตัวมาให้พวกคุณดู เอิ่ม (ปรือตามองบน) สำคัญตัวเองมากไปนะคุณ เราแค่อยากสวยเพราะแค่อยากสวย เวลาเราสวยแล้วเรารู้สึกดีกับตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อเอาอกเอาใจให้พวกคุณรู้สึกดีนะจ๊ะ แต่ถ้ามันทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่นนั้น พวกเราก็ดีใจ เพราะนั่นแสดงว่า พวกเราสวยจริง เห็นม่ะ ...พวกเราไม่ได้คิดเป็นอื่นกับคุณเลยแม้แต่นิด โถๆๆ น่าสงสารสมันน้อย เราทำแค่นี้ ก็หวั่นไหว เข้าใจไปว่าเราอ่อยเขา หารู้ไม่ว่าแถวนี้เขาเฟรนด์ลี่ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้หรอกนะคุณ เพราะพวกเราจะไม่เลิกทำ 555 จะบอกอะไรให้นะคุณผู้ชาย ถ้าเราอ่อยจริง มารยาพวกนี้ หึ กระจอก เราบอกเลย!!! เนื้อหาโดย Women MThai Team 

เจ๋ง! พบมะนาวพันธ์ุใหม่ รับประทานได้ทั้งเปลือก
ค้นพบมะนาว /  ตรัง / 

ค้นพบมะนาวสายพันธุ์ใหม่ที่จังหวัดตรัง ปลูกง่าย รับประทานได้ทั้งเปลือก เหมาะแก่การเป็นพืชประจำครัวเรือน นายประสิทธิ์ จิตสุวรรณ กรรมการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนยี หมู่ที่ 8 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้พาไปชมมะนาวสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย มีชื่อพันธุ์ว่า “ศรีทองดำ” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พันธุ์แก้ขัด” ซึ่งได้มาจากการนำยอดมะนาวสายพันธุ์ตาฮิติ จาก จ.นครนายก มาเสียบข้าง หรือเสียบฝากลงไปยังกิ่งส้มโอสายพันธุ์ปัตตาเวีย จาก จ. นครปฐม หลังจากนั้น 2 เดือน มะนาวก็เริ่มตกดอกและติดผล โดยมะนาวสายพันธุ์นี้ แตกต่่างจากพันธุ์อื่น เพราะลักษณะใบเรียวใหญ่และมีเปลือกผลอ่อนนุ่ม คล้ายส้มโอ อีกทั้งผลก็ยังมีขนาดโตกว่ามะนาวทั่วไปและมีผลมาก ให้ผลช่อละ 8-10 ลูก สิ่งที่พิเศษคือสามารถนำเปลือกมารับประทานได้ ไม่มีรสขมเหมือนมะนาวทั่วไป แถมเปลือกมีรสชาดหวานมัน ทำให้สามารถคั้นน้ำได้เยอะ สามารถนำไปปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้   ยังสามารถนำไปปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้งหรือในร่ม แม้กระทั่ง  ปลูกใส่กระถางก็ยังสามารถออกดอกออกผลได้  จึงเหมาะสำหรับการมีไว้กินไว้ใช้ฃทุกครัวเรือน มะนาวสายพันธุ์นี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ของชาวบ้านในอนาคต เนื่องจากใช้ระยะเวลาปลูกน้อย และออกผลได้ตลอดปีอีกด้วย MThai News

อุตุฯเผย เหนือกลางร้อนจัด ไทยตอนบนมีพายุลมแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา /  พายุ / 

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภาคเหนือและภาคกลาง อากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอากาศร้อน มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนบริเวณความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21-24 เมษายน 2558 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ช.ม.

The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D : เมื่อเจ้าฟองน้ำเหลืองมาขึ้นบก
SpongeBob /  SpongeBob SquarePants / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย ต้อนรับสงกรานต์กันอย่างถ้วนหน้าแล้ว สำหรับหนังอนิเมชั่น ผสมคนแสดงภาคต่ออย่าง The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D กับเรื่องราวสุดป่วนของเจ้าฟองน้ำตัวเหลือง ที่คนไทยเราน่าจะติดอกติดใจในความกวน และมุกตลกสุดไร้สาระไม่แพ้ฝรั่งกันเลยทีเดียว โดยหนังใน ภาคนี้จะเป็นเรื่องราวของหัวขโมย (แอนโตนิโอ้ แบนเดอร์รัส) หวังจะครอบครองหนังสือวิเศษ โดยชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายนั่นได้อยู่ที่บ้านของผองเพื่อน สพันจ์บ็อบ และในที่สุดเขาก็ได้ขโมยมันไปได้ แต่จะมีหรอที่ผองเพื่อนอย่าง แพทริค, มิสเตอร์แครป และ แซลลี่ รวมถึง สพันจ์บ็อบ จะปล่อยให้เขาลอยนวล ว่าแล้วพวกเขาก็ตามมาฟัดกันต่อในโลกมนุษย์จนเป็นเรื่องอย่างที่เห็นกันนั่นแหละ หนังเป็นผลงานการกำกับของ พอล ทิบบิตต์ ผู้กำกับผู้เคยทำเจ้า สปอนบ๊อบ มาแล้ว แต่เป็นในรูปแบบการ์ตูนทางช่องทีวี โดยงานนี้ถือได้ว่าเป็นการก้าวมาเป็นผู้กำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของเขา และมันก็น่าจะเป็นแนวถนัดที่คุ้นเคยไม่ต่างจากในการ์ตูนทีวีเสียด้วย ซึ่งความพิเศษของเจ้าฟองน้ำตัวเหลืองในภาคนี้คือ จะมีฉากการขึ้นมาบนบกซึ่งเป็นอนิเมชั่น 3 มิติ โดยเป็นครั้งแรกของเจ้าฟองน้ำ ที่จะได้อัพเกรดมาในรูปแบบนี้นั่นเองครับ โดยต้องยอมรับว่าตอนเห็นทีแรกก็ไม่ค่อยชอบใจในรูปแบบตัวละคร 3 มิติของหนังสักเท่าไหร่นัก เพราะมันดึงเอาความคลาสสิค และ น่ารัก จากแบบ 2D ไปมากพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ตัวผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างดี คือ การที่ตัวหนังเลือกใช้ฉากบนบกน้อยกว่าที่คิดไว้ และเน้นฉากใต้น้ำซึ่งเป็นละคร 2D ที่สามารถปล่อยมุกตลก และความกวนได้ดีไม่ต่างจากหนังภาคก่อนเยอะกว่าถึงประมาณ 80% ของเรื่อง ซึ่งส่วนในด้านของตัวหนัง ถึงแม้จะมีเทคนิคแพรวพราวต่างๆเข้ามาช่วยเสริมสร้างให้ดูมีอะไรแปลกใหม่ แต่ยังต้องยอมรับว่าสิ่งที่ยังคงทำให้ผมชอบ สปอนบ๊อบ ทั้งในรูปแบบหนัง และ การ์ตูน คงหนีไม่พ้นการที่ตัวหนังมันมีระดับมุกความกวนที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ และการตัดต่อ ลูกเล่น อันรวดเร็วของมัน ซึ่งในข้อนี้อาจจะยังน่าเสียดายไปนิดตรงที่ว่า ในภาค Spong Out of Water ยังไม่สามารถเติมเต็มในส่วนของความเป็นมุกตลกสำหรับผู้ใหญ่ได้อย่างดีนัก แต่กลับไปเทใจให้มุกตลกน่ารัก และ เจ็บตัวแบบเด็กๆเสียมากกว่า เช่นกันกับในฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายตอนบนบกแล้วด้วย จนท้ายสุดแล้วก็แน่นอนว่าตัวหนังก็เหมือนจะเลือกทางเดินให้หนังภาคนี้เป็นภาคขายเด็กแบบสุดโต่ง ด้วยการปิดท้ายด้วยข้อคิดสอนใจตามสไตล์ ไม่ต่างจากการ์ตูนทีวี จนทำให้รู้สึกว่า ณ จุดนี้ ตัวหนังน่าจะเหมาะมากทีเดียวสำหรับครอบครัวที่ต้องการหาความสนุกสนานที่เป็นกันเอง และ ไร้พิษภัยอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ว่าถ้าหากคุณเป็นคนที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีขึ้นไปแล้ว ก็อาจจะพบว่าความสนุกในวัยเด็ก กับมุกตลกที่เคยหัวเราะร่าแบบที่ในหนังเรื่องนี้พยายามดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมา มันอาจจะค่อนข้างเลือนลาง จนทำให้เราไม่ได้รู้สึกสนุกกับหนังไปมากพอสมควร (พูดแบบนี้แล้วเหมือนไม่อยากโตกันเลยทีเดียว) เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

ร้อนระอุ ย้อนหลัง สัปดาห์ที่ 2 ของ The Winner IS Season 2
The Winner Is /  The Winner IS Season 2 / 

The Winner IS Season 2 Presented by Listerine เกมโชว์แข่งขันร้องเพลง 6 เพลง เพื่อคว้ารางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท เดินทางสู่สัปดาห์ที่ 2 ศึกนี้ ร้อนระอุไม่แพ้อากาศ กับผู้แข่งขันจากหลากอาชีพ อาทิ นักเขียนอิสระ-สจ๊วต ครูสอนร้องเพลง-สาวหล่อเสียงนุ่ม-พ่อค้านมสด ที่ต่างพกความสามารถเพื่อเอาชนะใจ กรรมการ 101 คนบน ดับเบิ้ล ยู และ The Winner Is คนที่สอง ที่จะได้ไปต่อในรอบสุดท้าย เพื่อคว้าเงิน 10 ล้านบาท คือ...... 8 ผู้ชนะเพื่อไปชิงเงินรางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท ในรอบ Grand Finale จะเป็นใคร ติดตามชมการแข่งขันสุดระทึกได้ใน The Winner Is Season 2 Presented by Listerine ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 -19.00  น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และสำหรับผู้ที่พลาดชม สามารถติดตามย้อนหลังได้ทางช่อง True4U ทุกวันพุธเวลา 21.15 น.

ดูกันอีกที! จุดโทษหรือไม่? จังหวะ เอร์เรร่า ล้มในเขตโทษช่วงทดเจ็บ
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่กับจังหวะล้มในเขตโทษของ อันเดร์ เอร์เรร่า ในช่วงเวลาทดเจ็บในเกมบิ๊กแมตช์เมื่อคืนที่ผ่านมา :) ทราบผลการแข่งขันกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ ระหว่าง "เชลซี" พบ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ที่เป็นทางด้าน เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ เอเดน อาซาร์ ในช่วงท้ายครึ่งแรก อย่างไรก็ดีในเกมนี้มีจังหวะให้พูดถึงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางตัวกลั่นชาวสเปนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูก แกรี่ เคฮิลล์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษของเจ้าบ้านเข้าปะทะจนล้มลงในเขตโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ ไมค์ ดีน ผู้ตัดสินในเกมนี้ มองว่าเป็นจังหวะพุ่งล้ม ชี้ว่า เอร์เรร่า เจตนาวาดเท้าไปหา เคฮิลล์ เพื่อเรียกเอาจุดโทษ จนโดนใบเหลืองเป็นของแถม แต่หลังจบเกมมีเสียงวิจารณ์มากมายว่าจังหวะดังกล่าวควรเป็นจุดโทษมากกว่าการพุ่งล้มของ เอร์เรร่า ทั้งนี้ จากสามแต้มอันล้ำค่าของ เชลซี ในเกมนี้ทำให้ เชลซี ทำแต้มทิ้งห่างอันดับสองอย่าง อาร์เซน่อล ไปเป็น 10 คะแนน โดยเหลือเกมให้เล่นอีกแค่ 6 นัดเท่านั้น ส่งผลให้โอกาสคว้าแชมป์ลีกในรอบ 5 ปี นั้นสูงลิบ ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ยังรั้งอันดับสามในตารางต่อไป มี 65 คะแนน ทิ้งอันดับสี่ "แชมป์เก่า" แมนฯ ซิตี้ 4 คะแนน แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด