เสียวสุดๆ!!

หรือจะโดนของ? หงส์ส่ง เต้ยโศก ตรวจละเอียดหลังเจ็บที่เดิม 9 ครั้ง
ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ /  ฟุตบอล / 

ไม่ใช่แค่ "เต้ยโศก" เฉยๆ แล้วตอนนี้ต้องบอกเลยว่า "โศกเศร้า" สำหรับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ยอกกองหน้าตัวความหวังของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ยังมีอาการบาดเจ็บซ้ำๆ ต่อเนื่องยาวถึงปีหน้า โดยรายงานล่าสุดเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดเตรียมส่ง สเตอร์ริดจ์ เข้ารับการตรวจอย่างละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญหลังมีอาการบาดเจ็บที่เดิมซ้ำกันต่อเนื่องถึง 9 ครั้ง กองหน้าวัย 25 ปีต้องนอนโรงหมออีกรอบทั้งๆที่เพิ่งจะกลับมาลงสนามซ้อมเต็มรูปแบบได้เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยครั้งนี้เขาหมดสิทธิ์ลงช่วยต้นสังกัดยาวไปจนถึงปีใหม่ ปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบที่กองหน้าชาวอังกฤษได้รับถือเป็นครั้งที่ 9 ตลอดอาชีพการค้าแข้งของเขา โดยลิเวอร์พูลเตรียมทำการประเมินเต็มรูปแบบ อาศัยความสามารถของผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาให้หายไปอย่างสิ้นเชิง

10 อันดับคนดัง ที่ตัวตาย แต่สร้างรายได้มหาศาล
10 อันดับคนดัง /  ข่าว / 

MThai News รวบรวม 10 อันดับคนดัง คนเก่งหลากหลายวงการ ที่แม้เค้า และเธอเหล่านั้น จะไม่มีลมหายใจหลงเหลืออยู่ แต่ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลอยู่ในปัจจุบัน มหาเศรษฐีในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเป็นคนเก่ง คนดัง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีบทบาทต่อสังคมเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ามูลค่า หรือรายได้ที่เค้าได้รับต่อปีนั้นมหาศาล แต่มหาเศรษฐีอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ไม่ใช่คนดัง คนเก่ง หรือคนมีอิทธิพล แต่กลับเป็น 'คนตาย' ที่แม้ตัวตนจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ชื่อเสียง และความสามารถในขณะมีลมหายใจ ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลในปัจจุบัน เค้าและเธอเหล่านั้นจะเป็นใครกันบ้าง และแต่ละคนสร้างรายได้มหาศาลขนาดไหน ไปเริ่มกันเลยครับ อันดับที่ 10 บรู๊ซ ลี เสียชีวิตเมื่อ 7 กค. 2516 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 290 ล้านบาท บรูซ ลี หรือ หลี่ เสี่ยวหลง เกิดที่ซานฟรานซิสโก เป็นดาราจีนที่โด่งดังระดับฮอลลีวูด ด้วยความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีทคุนโด้ แถมยังสามารถสามารถพูดอังกฤษ จีน ญี่ปุ่นได้ และยังเป็นแชมเปี้ยนเต้นชะชะช่า ในปี 1997 โดยที่นิตยสารเอ็มไพร์จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล ซึ่งปัจจุบันเขายังคงสร้างรายได้จากภาพยนตร์ รวมถึงคาแรคเตอร์ในเกมส์อีกด้วย อันดับที่ 9 ธีโอดอร์ ซัส กีเซล เสียชีวิตเมื่อ24 กย. 2534 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท ด็อกเตอร์ ซุส หรือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล นับเป็นนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดี เพราะมีผลงานดัง ๆ หลายเรื่อง เช่น Green Eggs and Ham, The Cat in the Hat และ How the Grinch Stole Christmas ผลงานของเขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับตัวเขาเอง ที่ถือเป็นแบบอย่างของนักอ่านนักเรียนรู้ที่ดีมาก ๆ ถึงขนาดที่สหรัฐอเมริกาได้จัดให้ทุกวันที่ 2 มีนาคม หรือวันเกิดของ ด็อกเตอร์ ซุส เป็นวันอ่านหนังสือของชาติเลยทีเดียว อันดับที่ 8 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมย. 2498 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 350 ล้านบาท อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิส และอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 โดยปัจจุบันเขายังสามารถสร้างรายได้จากผลงานวิทยาศาตร์ที่คิดค้นขึ้นมากว่า 300 ชิ้น อันดับที่ 7 จอห์น เลนนอน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธค. 2523 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน หรือจอห์น เลนนอน ที่เราคุ้นเคย มือกีต้าร์แห่งวงสี่เต่าทอง เดอะบีทเทิลส์ ซึ่งเนื้อเพลงของเขาจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สค. พ.ศ. 2505 และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่ เมื่อวันที่ 20 มีค. พ.ศ. 2512 เลนนอนถูกฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่เขายังสามารถมร้างรายได้จากบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นมากกว่า 100 เพลง อันดับที่ 6 มาริลิน มอนโร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สค. 2505 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท มาริลิน มอนโร เดิมชื่อ นอร์มา จีน มอร์เทนสัน นักแสดง นักร้อง นางแบบชื่อดัง ชาวอเมริกัน โดยภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (1955) มีฉากที่เป็นอมตะของเธอที่ถูกลมพัดจนกระโปรงขึ้นมา เธอเสียชีวิตที่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยแม่บ้านเป็นผู้พบเธอนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในห้องของเธอ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด ซึ่งยังมีผู้พบเห็นวิญญาณของเธออยู่บ่อยครั้ง อันดับที่ 5 บ๊อบ มาร์เลย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พค. 2524 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 660 ล้านบาท โรเบิร์ต บ็อบ เนสตา มาร์เลย์ หรือบ๊อบ มาร์เลย์ นักร้องเร็กเก้ชาวจาเมกาที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงสูงสุดในโลกคนหนึ่ง เริ่มมีผลงานในปีค.ศ. 1963 กับกลุ่มเวลเลอร์ (The Wallers) และเขายังได้รับให้เป็นศิลปินที่ขายดีที่สุดทั้งอัลบั้ม และซิงเกิลกว่า 75 ล้านก๊อปปี้ และเป็นต้นตำหรับคำว่า Rastafari และการร้องผสมผสานดนตรีของเขากับที่มีความรู้สึกถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง อันดับที่ 4 อลิซาเบธ เทย์เลอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มีค. 2554 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 725 ล้านบาท นักแสดงอังกฤษ-อเมริกัน ที่เกิดในอังกฤษ เป็นที่รู้จักในด้านบทบาทการแสดงอันจัดจ้าน และความงาม เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตแบบฮอลลีวูด เธอแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง เธอได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 2 ครั้ง รางวัลออสการ์เกียรติคุณ 1 ครั้ง รางวัลลูกโลกทองคำ 2 ครั้ง เธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 3 ชาร์ล ชูลต์ส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กพ. 2543 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,320 ล้านบาท นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเรื่อง 'พีนัทส์' (Peanuts) หรือ สนู้ปปี้กับแก๊งเพื่อน โดยเขามีผลงานการ์ตูนที่ลงตีพิมพ์ไปยังประเทศต่างๆ 77 ประเทศ หนังสือพิมพ์อีก 2,600 ฉบับ ซึ่งการ์ตูนต้นฉบับของเขาตอนสุดท้ายก็ถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2000 ซึ่งออกมาหลังจากที่เขาเสียชีวิตแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง อันดับที่ 2 เอลวิส เพรสลีย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 สค. 2520 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,800 ล้านบาท นักดนตรี และนักแสดงชาวอเมริกัน เขาถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งเป็นที่รู้จักในฉายา 'ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์' หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 'เดอะคิง' เขาถือเป็นนักร้องแนวป๊อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 14 ครั้ง ซึ่งเขาได้รับ 3 ครั้ง และเขายังมีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศ 4 ครั้ง อันดับที่ 1 ไมเคิล แจ๊กสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิย. 2552 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 4,620 ล้านบาท ราชาเพลงป็อป ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ในปี 1969 และเริ่มมีผลงานเดี่ยวในปี 1971 ในปี 1982 มีผลงานอัลบั้มที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล[4] และสี่อัลบั้มเดี่ยวที่เหลือก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ติดตามอ่าน สกู๊ปข่าวทั้งหมด คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

วิธีทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอด และผู้หญิงแกล้งเสร็จมีด้วยหรือ ? [EP.2] Sponsor Fa So La
fasola /  ฟาโซลา / 

Sponsor รายการ อาหารเสริมสำหรับท่านชาย Fa.So.La ฟา โซ ลา http://www.thaimgreen.com/do-re-me/ https://www.facebook.com/supplestorethailand สนใจสั่งซื้อที่เบอร์ 0808-0706-11 และ 0808-0706-12 ส่งทั่วประเทศ รับตัวแทนตัวจำหน่ายทั่วประเทศ Fa So La ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงร่างกายท่านชาย สะดวก…พร้อมใช้…ปลอดภัย ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติ 100% ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา และได้รับการยอมรับด้วยมาตราฐานการผลิตจาก GMP Blackmail Women หักหลังผู้หญิง ตอนที่ 2 จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณผู้หญิงถึงจุดสุดยอดจริง หรือแกล้งถึงจุดสุดยอด เอาแล้วไงค่ะ คุณผู้ชายบางคนคงงงแล้วค่ะ ว่ามีผู้หญิงแกล้งเสร็จด้วยหรอเนี้ยยยยย จากสถิตินะค่ะ ผู้หญิง 1 ใน 3 ของผู้หญิงที่มีปัญหาในการถึงจุดสุดยอด โดยมีหลายๆปัจจัยด้วยกัน ติดตามรายละเอียดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/blackmailwomen

แจ่ม! สาวหุ่นแจ๋ว อาบน้ำกลางตลาด ชาวบ้านงงเป็นแถว
เซ็กซี /  ตลก

จะเป็นไงเมื่ออยู่ๆ มีสาวมาอาบน้ำ ให้คุณดูฟรีๆ คลิกเลย

น้ำตาท่วมจอ ตอนจบมาลีเริงระบำ
โอ๊ต วรวุฒิ /  แพทริเซีย กู๊ด / 

เป็นตอนจบที่ทำให้คนดูน้ำตาท่วมจอกันถ้วนหน้าเลยก็ว่าได้ สำหรับละครเรื่องมาลีเริงระบำ ที่ทำเอาคนดูกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ งานนี้ต้องขอปรบมือดังๆ ให้กับนักแสดงฝีมือล้นอย่าง โอ๊ต วรวุฒิ ที่ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกได้ดีเยี่ยม จนทำให้คนดูต่างอินไปกับการแสดง โดยเฉพาะตอนจบของเรื่องฉากที่ เจ้โรส ต้องจากทุกคนไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำเอาคนดูถึงกับน้ำตาท่วมจอ บวกกับการแสดงของหนุ่มโอ๊ตที่ถ่ายทอดอารมณ์ต่อให้กับ หนูมาลี (แพทริเซีย กู๊ด) ทองทา(สนยุกต์ ) ฉากนี้เลยกลายเป็นฉากที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน เศร้าและซึ้งสุดๆ ละครมาลีเริงระบำ เป็นละครที่ตีแผ่เรื่องราวความรัก ความจริงใจ การทำงานความกตัญญูกตเวทีการดูเเลครอบครัวการไม่ดูถูกให้เกียรติคนอื่น การสั่งสอน ให้ลูกเป็นคนดี เเละที่สำคัญคือ การดูแลลูกจากพ่อที่เป็นเพศที่สามงานนี้ต้องปรบมือดังๆให้กับผู้จัด ผู้กำกับทีมงาม และนักแสดงที่สร้างและถ่ายทอดละครดีๆ ให้ได้ชมกันเรียกได้ว่าดีตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลยจริงๆ ละคร มาลีเริงระบำ ละคร มาลีเริงระบำ ละคร มาลีเริงระบำ ละคร มาลีเริงระบำ ละคร มาลีเริงระบำ ละคร มาลีเริงระบำ ละคร มาลีเริงระบำ

แพนเค้ก เตรียมดัน พี่หมีถอดชุดตำรวจ สวมบทนักแสดง
แพนเค้ก เขมนิจ /  สารวัตรหมี พ.ต.ต. ศักดิ์สุนทร

ต๊าย! สาวแพนเค้ก เขมนิจ ช่วงนี้เธอดูสวยวันสวยคืนจริงจริ๊ง สงสัยว่าที่ดูดีออร่าจับอย่างนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะราศีว่าที่ ภริยาตำรวจจับรึเปล่า แต่ที่รู้ๆ ช่วงนี้คุณเธอขยันควงแฟนหนุ่มสุดที่เลิฟ สารวัตรหมี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เรียกว่ามีสาวแพนเค้กที่ไหน ก็จะต้องมีพี่หมีที่นั่น แหมๆๆ โชว์สวีทไม่เกรงใจใครเลยจริงๆ จนชะนีโสดหลายนางต้องแอบอิจฉาตาร้อนเบาๆ พักหลังๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นว่า ทั้งสองเริ่มรับงานคู่กันมากขึ้นอีกต่างหาก เอ๊ะ! หรือว่าสาวแพนเค้ก She อยากจะให้พี่หมีหันมาลองชิมลางงานในวงการบันเทิงดูบ้าง เพราะฝีมืออย่างแพนเค้กคงเทรนด์เรื่องการแสดงให้ได้สบายๆ อย่างแน่นอน เพราะขนาดคุณแม่หน่อย สาวแพนเค้กเองเธอยังดันให้เล่นละครมาแล้ว งานนี้ไม่แน่ในอนาคตอาจจะได้เห็นพี่หมีเปลี่ยนลุคจากตำรวจสุดเท่ หันมาเล่นละครก็ได้ใครจะไปรู้ ว่าแต่ที่เห็นพาพี่หมีออกงาน ยอมเปิดตัวออกสื่อบ่อยขึ้นอย่างนี้ ไม่ทราบว่าเป็นการบอกอะไรนัยๆ รึเปล่า อุต๊ะ!!! หรือว่าเร็วๆ นี้อาจจะมีข่าวพลิกล็อค เปลี่ยนสาวแพนเค้กจากนางเอกผันตัวมาเข้าสมาคมแม่บ้านตำรวจ เอาเป็นว่าสาวแพนเค้ก ถ้า She ยอมสละโสดเมื่อไหร่ ยังไงก็อย่าทิ้งวงการแล้วกัน ไม่อย่างนั้นแฟนละครคงคิดถึงแย่ แพนเค้ก-สารวัตรหมี แพนเค้ก-สารวัตรหมี แพนเค้ก-สารวัตรหมี

Heroes of Valhalla เกมส์ใหม่จากทีมสร้าง Fantasy Frontier
Heroes of Valhalla /  เกมส์มือถือ

XLegend ผู้พัฒนาเกมส์สัญชาติไต้หวัน ทีมสร้างเกมส์ Fantasy Frontier Online ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Heroes of Valhalla เกมส์ Acttion Turn Based รวมเทพเจ้า, บุคคลและตัวละครนิยายจากทั่วโลก มาร่วมมือต่อสู้ เตรียมเปิดให้เล่นปลายปี 2014 ที่ไต้หวันเป็นแห่งแรก เกมส์ Heroes of Valhalla นำเสนอเหล่าเทพเจ้า บุคคลสำคัญ และตัวละครนิยายจากทั่วโลกที่อิงจากประวัติศาสตร์ อาทิ Cleopatra, Thomas Edison หรือหนูน้อยหมวกแดง นำเสนอเป็นตัวการ์ตูนแฟนตาซีสุดอนิเมะ ตามสไตล์ XLegend รวมทีมต่อสู้กับศัตรูในแต่ละด่าน พร้อมมีท่าไม้ตายพิเศษเฉพาะสุดอลังการถล่มฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ ผู้เล่นยังอัพเกรดตัวละครเกมส์ให้แข็งแกร่งเพื่อฝ่าด่านลึกๆรับมือเหล่าศัตรูตัวโหดๆ เกมส์ Heroes of Valhalla เตรียมเปิดให้เล่นปลายปี 2014 ที่ไต้หวันเป็นแห่งแรก

คบกันยังไงให้ยืด เมื่อ แฟนไม่มีเวลา อยู่ด้วยกัน
คู่รัก /  ปัญหาครอบครัว / 

แน่นอนว่าคุณและคุณแฟนอาจจะไม่ได้มีเวลาให้กัน ตลอดเวลา ยิ่งหน้าที่การงานหลายๆอย่างที่อาจจะทำให้คุณห่างกันด้วยสถานการณ์จำยอม นี่คือคำแนะนำดีๆที่สำหรับสาวๆที่ แฟนไม่มีเวลาให้ ที่จะทำให้คุณสามารถรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ให้ยืนยาว แม้จะไม่มีเวลาให้กัน หรือมีก็น้อยเต็มที มาฝากกัน 1. เอาคิวเวลามาเปรียบเทียบกัน และ คุยกัน เอาตารางเวลาการทำงานของคุณและคู่รักมาเปรียบเทียบและหาช่วงเวลาที่ว่างๆ แม้จะเป็นแค่บางช่วงของวัน ก็ช่วยหยิบนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ซะเพื่อเพิ่มเวลาที่คุณจะได้ใช้ด้วยกันให้มากขึ้น ก็นะ เวลาจะได้อยู่มันก็มีน้อยอยู่แล้ว อย่าเพิกเฉยเลยเธอ หาเวลามาเจอกันเถอะนะคะ 2.ใช้ข้อความสื่อรัก เวลาทำงานคุณคงไม่มีเวลามานั่งดูมือถือตลอดทั้งวันหรอก เวลาจะคุยโทรศัพท์กันยิ่งไม่ต้องพูดถึง ใช้ข้อความเถอะ ใช้ข้อความง่ายๆน่ารักๆ ที่มีแค่คุณสองคนรู้กัน ให้เขาได้รู้ว่า คุณไม่เคยลืมเขาเลย ยังนึกถึงอยู่เสมอนะจ๊ะ อาจจะเป็นแค่วันละครั้งสองครั้ง ให้คุณแฟนได้อุ่นใจหน่อยก็ดีนะ 3. สร้าง มินิ เดท เดทแบบจริงจัง ทานอาหารเย็นร่วมกัน และไปนู่นนี่ยาวไปจนดึก ไม่ต้องพูดถึงเลยดีกว่า คุณสองคนเพียงแค่แพลนการเจอกันแบบง่ายๆเช่น ไปกินเบอร์เกอร์ร้านนี้กันเถอะ หรือ วันนี้กินมื้อเช้าง่ายๆด้วยกันนะ แค่นี้ก็ลดความคิดถึงใจจะขาดของคุณได้แล้ว 4.ปรับเปลี่ยนตารางเวลาของคุณให้เข้ากับแฟนซะ อะไรที่พอจะโยกย้ายหรือมีสำคัญน้อยกว่า หรือเก็บไว้ทำทีหลังได้ เราแนะนำให้คุณเลื่อนไปก่อน เพราะเวลาที่จะตรงกันนั้นหาได้ยากยิ่งนัก ก็เอาใจคุณแฟนหน่อยน้า 5. เขียนข้อความน่ารักๆทิ้งไว้ ยิ่งถ้าคุณอยู่บ้านเดียวกันหรือคอนโดเดียวกัน ข้อความแปะไว้ยามเช้าก็น่ารักไม่น้อยนะ ไม่ได้มีแต่ในซีรี่ย์นะจ๊ะเธอ ชีวิตจริงก็ทำได้เหมือนกัน หรืออาจจะเป็นโพสอิทแปะไว้ที่ต่างๆ เวลาคุณแฟนหยิบของก็จะได้เห็นความเอาใจใส่ของคุณด้วย 6. ใจเย็นๆ และห้ามงี่เง่า บอกตัวเองไว้ว่าเดี๋ยวมันจะผ่านไป เมื่อมันหนักหนาและไม่มีเวลาได้เจอกันจริงๆ ก็อย่าได้ไปงี่เง่าใส่แฟนเด็ดขาดนะเธอ ช่วยมองเรื่องเหตุผลและคิดถึงอะไรหลายๆอย่างเข้าไว้ การงานเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา พยายามปรับความเข้าใจและยืดหยุ่นให้มากนะคะ 7. มีความสุขกับเวลาที่่คุณมีอยู่ด้วยกัน  แทนที่จะมามัวเศร้าใจกับเวลาที่คุณไม่มีกับแฟน ทำไมไม่รู้จักยินดีกับสิ่งที่มีอยู่ล่ะเธ้อออ ใช้เวลาด้วยกันอย่างดีที่สุด อะไรที่ทำให้คุณไม่พอใจ ถ้าอะไรที่พอจะให้อภัยได้ ก็อย่าตีกันเลยจ้ะ พากิจกรรมทำร่วมกันสนุกๆดีกว่านะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก allwomentalk

รวมดาว สาวพริตตี้งานเกมส์ G-STAR 2014 ที่เกาหลี
G-STAR 2014 /  พริตตี้ / 

G-STAR งานแสดงเกมส์ระดับประเทศจากเกาหลี ปีนี้มีค่ายเกมส์ชั้นนำในประเทศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์ และเกมส์มือถือใหม่ ชูระบบการเล่นเกมส์และกราฟิกเกมส์ที่ล้ำสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ บูธเกมส์แต่ละบูธที่จัดแสดง ก็มีเหล่าสาวๆพริตตี้ประดับบูธ สร้างสีสันภายในงานและบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ภาพจาก 2p, gamedonga, bizwatch,chosun,Thisisgame

แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด
ความรักวัยรุ่น /  สมหวัง / 

หนุ่มๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า? ทำไมเราแห้วรับประทานอยู่บ่อยๆ จีบผู้หญิงคนไหนก็ไม่ติด บางทีเราลองย้อนกลับมาสำรวจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า เรามีสิ่งไหนใน 7 ข้อนี้ที่เราเป็นอยู่ ลองเริ่มต้นปรับตัวเองใหม่แล้วลุยจีบเธออีกครั้ง .. แต่ถ้าเริ่มอีกครั้งแล้วยังแห้วอีก คราวนี้ก็เป็นเรื่องของใจแล้วแหละ เคยได้ยินไหมว่า คนไม่ชอบทำยังไงก็ไม่ชอบ แต่บางคนยังไม่ทำอะไรเขาก็ชอบได้ แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด อันดับ 1  เลือกมวยไม่ถูกคู่ ถ้าคุณน้ำหนักตัวไม่ถึง หรือโหมเพิ่มน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งตัวคุณเองก็ย่อมจะรู้ดีในตัวคู่ชกอยู่เนิ่นๆ บ้างแล้ว จากผลวิจัยด้วยเหตุผลหนึ่ง ที่ฝ่ายชายล้มเหลวในการจีบสาว ก็คือ "จ้องแต่จะเด็ดดอกฟ้า และมองสาวที่แลดูธรรมดาว่าไม่น่าสนใจ" เพราะเพศชายมักถูกกระตุ้นทางเพศผ่านทางสายตา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า สาวสวยก็ย่อมมีหนุ่มจดๆ จ้องๆ และเป็นที่หมายปองของบรรดากระทาชายทั้งหลาย แต่ถ้าคุณลองส่องกระจกใหม่ และขึ้นชกกับคู่ชกที่น้ำหนักเท่ากัน คุณก็ย่อมมีโอกาสชนะมากกว่าการชกข้ามรุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณโหยหา "ยุทธการเด็ดดอกฟ้า" หวังเป็นนักล่ารางวัล เพราะคิดว่ามันช่างคุ้มค่าและดูท้าทาย อันนี้ก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะเปอร์เซ็นต์การพ่ายแพ้ก็ย่อมมีมากตามไปด้วย... อันดับ 2 เข้าหาผิดวิธี คุณจะเป็นคนรักในชีวิตของเธอ หรือเป็นแค่คนที่เธอพบเพื่อเพียงผ่าน ก็ขึ้นอยู่กับว่าวิธีทำความรู้จักที่คุณเลือกใช้นั้น ได้ผลกับหญิงสาวคนนั้นไหม เพราะเธอก็ต่างนิสัย ต่างรสนิยม ต่างพื้นฐานด้านครอบครัว ไม่ว่าคุณจะชอบเซ็ตผมปิดหน้าผาก แบบหนุ่มเกาหลี หรือชื่นชอบรอยสัก แต่หากผู้หญิงที่คุณชอบ แอนตี้ในสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นทุน ด้วยเธออาจมีอคติ หรือตั้งธงไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว ก็คงต้องทำใจ หรือคุณอาจเลือกส่งเพลงรักให้เธอฟังก่อนนอนทุกคืน หรือพร้อมคำทักทายเธอว่า "สบายดีไหม ทำอะไรอยู่" คุณอาจรู้สึกดีว่าทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีแล้ว แต่นั่นมันก็อาจเป็นเรื่องเดิมๆ หรือสิ่งที่เธอเจออยู่ซ้ำๆ หรือเธออาจให้น้ำหนักคนที่กล้าคุยกับเธอตรงๆ มากกว่าคุยผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้ เป็นต้น อันดับ 3  ยังโทษตัวเองไม่เลิก "คนไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่" หรือไม่ หนุ่มหลายคนก็ยังโทษความรวย ความจนกันอยู่เลย ถือเป็นในข้ออ้างยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ทำนองว่า "ก็เพราะว่าเราจน เขาถึงไม่สนใจ" หรือ "เราอ้วน เขาคงไม่มองหรอก" ถ้าคุณเป็นอย่างนั้นจริง ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในวันนี้และในอนาคต แต่ถ้ายังขืนทำตัวในแบบเดิม ติดอยู่กับอดีต แล้วผลลัพธ์จะหนีไปจากเดิมได้อย่างไร สมมุติว่า คุณมองเธอเป็นหนึ่ง แต่ให้คะแนนตัวคุณเองเป็นศูนย์ เมื่อ 1+0 ก็ย่อมเท่ากับ 1 อยู่วันยังค่ำ อันดับ 4  เยอะ ข้อนี้แทบไม่ต้องอธิบายอะไร ไว้ให้ "บุคคลที่สาม" บอกคุณเองจะเข้าใจได้ง่ายกว่าคำปฏิเสธจากเธอ เอาเป็นว่าชายในข่ายนี้ มักเรื่องมาก อาจแต่งตัวเก่ง วิจารณ์ขาด ปากแมว แนวมีเรื่องเยอะ ขี้นินทา เวิ่นเว้อ พูดเยอะกว่าทำ ฟังคนอื่นไม่เป็น ไม่นิ่งในจังหวะที่ควรนิ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดูไม่แมน ขอให้จำไว้ว่า ผู้หญิงอยากได้แฟนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่อยากได้เพื่อนสาว อันดับ 5 อยู่กับที่ ผู้หญิงอาจเข้ามาส่องดูเฟซบุ๊กคุณอยู่เรื่อยๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว แต่ในความเคลื่อนไหวนั้น กลับมีอะไรบางอย่างที่ "หยุดนิ่ง" เช่นว่า คุณยังติดเหล้าเหมือนเดิม คุณยังด่าเพื่อนร่วมงานลับหลังเหมือนเดิม คุณยังเจ้าชู้เหมือนเดิม จะหยอดหรือแหย่ก็แค่พอเป็นกระษัย คล้ายจะจีบแต่เหมือนมาแค่ครึ่งใบ และไม่ได้คิดพัฒนาความสัมพันธ์ไปไหน แค่พอทำให้ตัวเองรู้สึกดี เน้นการหว่านแห แต่ไม่เน้นพัฒนาความสัมพันธ์ อันดับ 6  มีโลกส่วนตัวสูง การมีความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี การทุ่มเท ตั้งใจ และมีสมาธิเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีโลกส่วนตัวสูง คงไม่ดีกับชีวิตคู่แน่ๆ เพราะคุณย่อมต้องแชร์ความรู้สึก หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันสร้างสรรค์ออกมาให้คนที่คุณชอบได้รับรู้ด้วย เพราะความรักยังไงๆ ก็ต้องการการแสดงออก แม้คุณจะชอบเธอเต็มร้อย แต่พูดและแสดงออกได้แค่สี่สิบเปอร์เซนต์ นี่ก็เท่ากับว่าสอบตก และถ้าคุณยิ่งคิดเองเออเองคนเดียว แล้วจะต่างอะไรกับการพูดคุยกับตุ๊กตาในโลกของเด็กที่อยู่ในวัยจินตนาการ ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัย "การสื่อสาร" กับบุคคลภายนอก ไม่ใช่สื่อสารภายในตัวเอง อันดับ 7 เริ่มต้นตะกุกตะกัก และมักคิดว่าผู้หญิงชอบคนเลว เพราะเท่าที่เคยเห็นก็มีแต่ บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” จนเป็นภาพติดตา ว่าผู้หญิงสวยชอบผู้ชายแย่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความประทับใจแรกก็มีส่วนสำคัญ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ มีชายหนุ่มเนิร์ด เสพติดเทคโนโลยีสักคน พูดจาสับสน ตะกุกตะกัก แลดูไม่มั่นใจ กับอีกหนึ่งหนุ่มพกมั่นใจ บุคลิกภายนอกไม่เท่าไหร่ แต่พูดจาลื่นไหล ฟังดูเข้าทีในตอนที่เข้ามาจีบเธอแรกๆ ลองสมมุติว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง คุณจะเลือกใคร? แน่นอนความสัมพันธ์ก็ต้องวัดกันยาวๆ แต่รางวัลของการเข้าหาในตอนเริ่มต้น ก็มักเป็นรางวัลใหญ่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://pantip.com/,fhm.in.th

ดูโอ้รุ่นลายครามโฟร์-มด ฟาดฟันกอดคอ ครบ 10 ปี
โฟร์ ศกลรัตน์ /  มด ณปภัช / 

ยกให้เป็นดูโอ้รุ่นเดอะไปเลยจ้า สำหรับ 2 สาวแห่งกามิกาเซ่ อย่าง โฟร์ ศกลรัตน์ และ มด ณปภัช ที่จัดว่าเป็นหน้าเป็นตา เป็นโลโก้ให้กับค่ายในเครืออาร์เอส อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยเป็นสาวใสคิขุอาโนเนะ จนตอนนี้สวยเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่มด้วยกันทั้งคู่แล้ว ก็ยังกอดคอเป็นศิลปินดูโอ้ที่ (ยัง) ไม่มีแววแยกวงเหมือนเคย แม้ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเพลงร่วมกัน จะมีข่าวเกาเหลาแย่งซีนให้ได้เห็นกันบ้างประปรายถึงขั้นบ่อยก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะแยกสาวสวยคู่นี้ได้ซ้ากกก...ที จุดนี้เรียกว่าเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับแฟนคลับของทั้งคู่เลยก็ว่าได้ เพราะแม้ช่วงหลังๆ ต่างคนต่างหันไปเอาดีกับงานละคร โชว์แอ็คติ้งมากกว่าโชว์ลูกคอมากขึ้น แต่พอถามไถ่ถึงเรื่องงานเพลง สาวๆ ก็ยังยืนยันว่าไม่ทิ้งแน่นอน ล่าสุดกอดคอจิกๆ กัดๆ กันมาได้ครบ 10 ปีเต็มแล้ว ยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะคงมีอะไรเด็ดๆ มาเซอร์ไพรส์แฟนเพลงไม่มากก็น้อย แหมๆๆ ต้องแบบนี้สิค้าาา...ถึงจะเรียกว่าดูโอ้คู่จิกคู่กัด กอดคอฟาดฟันเป็นอมตะประจำฝั่งลาดพร้าวจริงๆ หุหุ โฟร์-มด โฟร์-มด โฟร์-มด โฟร์-มด

เลือกดื่ม น้ำเปล่า แบบไหนให้ดีต่อสุขภาพ
ดื่มน้ำ /  น้ำ / 

ในเมื่อจะเป็นคนรักสุขภาพทั้งที การปฏิเสธน้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด แล้วหันมาดื่มแต่ น้ำเปล่า เป็นนิสัยอย่างเดียวนั้นไม่พอ เพราะควรตระหนักเพิ่มอีกอย่างด้วยว่า ไม่ใช่ว่า น้ำเปล่า จากไหนก็ดื่มได้ และการถาม-ตอบข้างล่างนี้จะบอกว่าทำไมเราถึงกล่าวเช่นนั้น น้ำประปาดื่มได้หรือไม่? จริงอยู่ว่ารัฐจัดบริการน้ำสะอาดได้มาตรฐานตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลกให้ประชาชนได้อาบและดื่มกันได้ แต่อะไรที่เรามองไม่เห็น เราก็ไม่เคยไว้ใจได้เต็มร้อยใช่หรือไม่ ยิ่งหนทางที่กว่าน้ำจะมาถึงเรา แม้แต่ก๊อกในบ้านเราเอง ข้างในก็ไม่รู้ว่ามีสารโลหะหนักหรือเชื้อจุลินทรีย์ที่พร้อมจะกระโจนลงน้ำประปาที่ไหลผ่านแล้วลงสู่ท้องเราหรือไม่ แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ผู้คนยังไม่วางใจน้ำประปาขนาดเปิดก๊อกดื่มกัน ทำให้มีน้ำดื่มบรรจุขวดขายกว่า 400 ยี่ห้อ ฉะนั้นแล้วเมื่ออยู่บ้าน แม่บ้านที่อยากประหยัดอย่าลืมต้มน้ำประปาให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที แล้วจึงค่อยกรอกใส่ขวดให้สมาชิกในบ้านดื่ม เวลาออกไปกินอาหารนอกบ้าน (ยิ่งเป็นข้างถนนด้วยแล้ว) ก็ควรเช็กว่าร้านค้าไม่ได้เสิร์ฟน้ำประปาจากก๊อกด้วยนะ น้ำดื่มบรรจุขวดเลือกอย่างไร? ปัจจุบันมีน้ำดื่มบรรจุขวดวางเรียงรายในตู้ร้านสะดวกซื้อมากขึ้นหลายยี่ห้อ เพราะการผลิตไม่ยุ่งยากและตลาดยังขยายตัวได้เรื่อยๆ ยังไม่นับรวมถึงน้ำดื่มตามร้านอาหารและสินค้าต่างๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างแบรนด์ หรือในงานอีเวนต์ที่แจกน้ำดื่มในชื่อแบรนด์ของลูกค้าที่จ้างจัดงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ในฐานะผู้ดื่มควรเช็กสักหน่อยก่อนบิดฝารินใส่ปากว่าที่ขวดมีเครื่องหมาย อย. หรือไม่ เพราะน้ำถือเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ต้องขออนุญาตผลิต อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีตรา อย. ก็ยังปลอมแปลงกันได้ น้ำขวดที่ดีต้องอยู่ในขวดที่สะอาด ไม่รั่วซึม หรือมีรอยสกปรก ถ้าเป็นขวดพลาสติก ฝาปิดต้องสนิทและมีพลาสติกรัดอีกชั้นหนึ่ง ไม่มีร่องรอยว่ามีการเปิดใช้ และหากเป็นชนิดถังต้องมีห่วงพลาสติกผนึกรอบฝาจุกกับปากถัง ส่วนสภาพของน้ำต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสิ่งเจือปนอื่นๆ ไม่มีสี กลิ่น หรือรสที่ผิดปกติ ควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ส่วนการเก็บรักษาก็สำคัญ ไม่ควรวางปะปนกับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย เพราะสามารถออสโมซิสดูดซับสารพิษรอบตัวได้อย่างไรก็ตาม น้ำดื่มบางยี่ห้ออาจมีรสชาติ ด้วยปริมาณอัลคาไลน์ (Alkaline) และค่า pH ความเป็นกรดด่างที่ผู้ผลิตตั้งใจให้มีเพื่อคงแร่ธาตุในน้ำไว้ หรืออาจเติมวิตามินบางชนิด ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนประกอบเพิ่มเติมเหล่านี้ต้องแสดงอย่างชัดเจนบนฉลากสำหรับผู้บริโภคอย่างเราก็เลือกชิมรส น้ำเปล่า ที่ถูกใจได้ น้ำแร่ดีกว่าน้ำธรรมดาจริงหรือ? น้ำแร่ (Mineral Water) ที่มีราคาแพงกว่าน้ำธรรมดาและมาในขวดที่ดูหรูหรากว่านั้น นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สรุปความสั้นๆ ว่าคือน้ำบาดาลนั่นเอง เพียงแต่มีแร่ธาตุใดแร่ธาตุหนึ่งมากเป็นพิเศษ และเตือนว่าหากดื่มทุกวันก็มีผลให้ร่างกายเสียสมดุลได้ เช่น น้ำแร่ที่มีฟลูออไรด์ช่วยบำรุงรักษาฟันและกระดูก แต่หากมีมากเกิน 0.7 มิลลิกรัม จะทำให้ฟันตกกระในเด็กที่อายุต่ำกว่า 7 ขวบ ส่วนผู้ใหญ่จะทำให้กระดูกผิดปกติ นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังได้เขียนบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ระบุว่าผู้ป่วยบางโรคก็ไม่เหมาะที่จะดื่มน้ำแร่ เช่น โรคไต หัวใจ หรือความดันโลหิตสูง เป็นต้น ถ้าไม่มั่นใจว่าแต่ละวันกินอาหารได้ครบตามหลักโภชนาการหรือไม่ หรือวันใดรู้สึกอ่อนเพลีย ก็ไม่ผิดที่จะเลือกดื่มน้ำแร่โดยเลือกแบรนด์ที่น่าเชือถือ (น้ำแร่จากฝั่งยุโรปได้รับการยอมรับมากที่สุด) ก็มีวิธีดื่มน้ำแร่ที่ถูกต้องอยู่ 2 วิธีคือ ดื่ม 1 ลิตรภายใน 30 นาทีขณะท้องว่าง ซึ่งการดื่มน้ำแร่วิธีนี้จะใช้กับน้ำแร่ชนิดที่หวังผล เช่น เพื่อขับนิ่วออกจากร่างกาย (น้ำแร่ที่มีซัลเฟต-ไบคาร์บอเนตสูง) หรือดื่มน้ำแร่ 500 มล. และทยอยดื่มทีละ 10 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. โดยจิบน้ำน้อยๆ ขณะอ่อนเพลีย หรือพร้อมมื้ออาหาร ทางที่ดีไม่ควรดื่มน้ำแร่ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งซ้ำเป็นประจำติดต่อกัน เพราะจะได้รับแร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งมากเกินความจำเป็นและส่งผลเสียต่อร่างกายแทนที่จะได้ประโยชน์ไป ขอบคุณที่มาจาก : www.lisaguru.com

สุภาพบุรุษ … หยุด แหกขา กันเถอะค่ะ คู้ณ....
ท่านั่ง /  ผู้ชาย / 

เว็บไซต์ Men Taking Up Too Much Space on the Train กำลังฟ้องด้วยภาพเพื่อกระตุ้นให้ชาวมะกันเกิดการตื่นตัว เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมนิวยอร์ค เมื่ออากัปกิริยาการนั่งสบ๊าย...สบายของเหล่าผู้โดยสารเพศชาย ตาม รถโดยสารสาธารณะ ที่นั่งแหกขาเกะกะกินที่ของผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ร่วมขบวน ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่ภาพเดียวแต่เป็นภาพที่ส่งจากทั่วโลก จนกลายเป็นประเด็นในการถกเถียงกันว่า เอ๊ะ รึว่าสรีระของคุณผู้ชายจะเป็นตัวปัญหาสำคัญเกี่ยวกับท่านั่งของพวกคุณไหมนะ ทั้งรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าเพศหญิง รวมทั้งขนาดของน้องชายของพ่อหนุ่มทั้งหลาย (ที่คงจะหุบขากันไม่ได้เลยสินะ) จนเลยเถิดไปถึงการตีนัยยะท่านั่งของท่านชายว่าเป็นเรื่องของการแสดงอำนาจ จนถูกโยงเข้าไปสู่เรื่องสิทธิสตรีกันจนได้ มาถึงตรงนี้อาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ... นี่ต้องเป็นความคิดเห็นของผู้หญิงแน่ๆ แต่เปล่าจ้า ....เจ้าของโปรเจ็คท์นี้คือ ทางการนิวยอร์คเอง ที่ต้องการรณรงค์ให้ผู้โดยสารชายทุกท่านช่วยนั่งหุบขาหน่อยค่ะ  เผื่อที่นั่งให้สตรี เด็ก และคนชราคนอื่นๆ บ้าง ใช่แค่ท่านั่งของคุณผู้ชาย แม้แต่ชาวแบ็คแพ็คเกอร์ทั้งหลายก็ กรุณาถอดวางสัมภาระเป้แบ็คแพ็คทุกครั้งที่ขึ้นรถโดยสารสาธารณะด้วยเช่นกันนะค๊า เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Tumblr: Men Taking Up Too Much Space on the Train

ผบ.ตร.ยัน เน้นการปรับความเข้าใจ กรณีชูสัญลักษณ์3นิ้ว
The Hunger Game /  ชู3นิ้ว / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยัน เจ้าหน้าที่เน้นนโยบายปรับความเข้าใจกรณีแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว พร้อมฝากให้คิดก่อนทำ ชี้ มีมาตรการแก้ไขปัญหาแล้ว พล.ต.อ.สม ยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ออกมาเคลื่อนไหวแสดงสัญญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ตามจุดต่าง ๆ ว่า ยืนยันเจ้าหน้าที่ยังคงใช้นโยบายเดิมของรัฐบาลที่เคยปฏิบัติมา โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง กระทบกระทั่ง และจะเน้นการพูดคุย ปรับความเข้าใจเป็นหลัก พร้อมให้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีการถ่ายภาพก่อนที่จะเชิญตัวมาปรับทัศนคติ ทั้ง นี้ พล.ต.อ.สมยศ ยังได้ฝากถึงประชาชนรวมถึงนักศึกษา ขอให้คิดพิจารณาให้ดีก่อนกระทำการใด เนื่องจากอาจจะส่งผลเสียได้ ขณะเดียวกันหากพิจารณากลับมาบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือกระทำผิดซ้ำก็จะต้องมีการพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย รวมทั้งการกระทำที่แสดงออกมาอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจนักท่องเที่ยวและนัก ธุรกิจด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนการลอกเลียนแบบพฤติกรรมนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท และมีมาตรการในการแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว

เลือกทานอาหาร แก้อารมณ์ หงุดหงิดง่าย
หงุดหงิดง่าย /  อารมณ์ / 

เชื่อหรือไม่ว่า อาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ นอกจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว ยังมีผลต่ออุปนิสัยใจคอของเราอีกด้วย จากการวิจัยของแพทย์ได้ผลว่า อาหารที่เราทานมีอิทธิพลต่ออารมณ์อันไม่พึงประสงค์ของเรา ไม่ว่าจะจู้จี้ขี้บ่น หงุดหงิดง่าย ขี้กลัว แปรปรวน เบื้องหลังของนิสัยเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างไปนั่นเอง คนที่มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย มักจะขาดแคลเซียม ยิ่งถ้าขาดมากๆ จะมีอาการเกรี้ยวกราดร่วมด้วย วิธีแก้ก็คือ เติมแคลเซียมเข้าไป โดยการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม เช่น นม ปลาตัวเล็กที่รับประทานก้างได้ เป็นต้น สำหรับคนที่ขาดวิตามินบี มักจู้จี้ขี้บ่นเกินวัย ควรรับประทานอาหารจำพวกข้าวซ้อมมือ ไข่ ตับ ถั่วเหลือง กล้วยน้ำว้า เป็นต้น ส่วนคนที่ขี้กลัว ไม่ค่อยกล้าแสดงออกในเรื่องที่ถูกต้อง เนื่องมาจากขาดวิตามินซีและเอที่พบมากในผัก ผลไม้ต่างๆ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสารอาหารและแร่ธาติดังกล่าวมีผลต่อระบบการทำงานของสมองที่มีหน้าที่หลั่งสารแห่งความสุขออกมานั่นเอง สิ่งเหล่านี้เป็นการย้ำว่าสารอาหารที่ครบถ้วนสำคัญต่อมนุษย์มากเพียงใด และคำว่า “you are what you eat” ยังใช้ได้อยู่เสมอจริงๆ หาตัวตนของคุณ ว่าเป็นคนที่มีนิสัยเสียอะไรบ้าง แล้วรับประทานอาหารเพื่อจะได้ช่วยยับยั้งไม่ให้คนใกล้ตัวยี๊คุณ ขอบคุณที่มาจาก : Story by : LAMAI / www.womanplusmagazine.com

ผู้ใหญ่ใจดีมอบทุนการศึกษาให้ 'น้องจ๊ะจ๋า'
ข่าววันนี้ /  น้องจ๊ะจ๋า / 

เพื่อนร่วมชื่นชมน้องจ๊ะจ๋า เด็กหญิงอายุ 12 ปี เด็กยอดกตัญญู ขณะผู้ใหญ่เห็นความดีออกมอบทุนการศึกษา เพื่อพัฒนาเด็กเติบโตเป็นเด็กที่ดีของประเทศ ที่โรงเรียนบ้านคลองขุด อ.เมือง จ.สตูล เพื่อน ๆ ห้องเดียวกันในชั้น ป.6 ของ ด.ญ.กนกวรรณ สุวรรณ หรือ น้องจ๊ะจ๋า ร่วมแสดงความยินดีและชื่นชม จากเพื่อนร่วมห้องที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนในด้านเรื่องกตัญญูต่อพ่อแม่ไว้เป็นตัวอย่างที่ดี พร้อมกับดีใจที่เพื่อนจ๊ะจ๋าโด่งดังทางสื่อทีวี และโซเชียลเน็ตเวิร์กในโลกออนไลน์ ขณะที่ นายสานนท์ สุขศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองขุด ได้ขอบคุณสื่อมวลชนใน จ.สตูล และสื่อส่วนกลางที่เผยแพร่เรื่องราวชีวิตของ น้องจ๊ะจ๋า ลูกกตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่และทางบ้านยากจน จนขณะนี้มีผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านที่ประสงค์ไม่ออกนามและออกนามร่วมนำเงินส่วนตัวมาร่วมเป็นทุนการศึกษาแก่ น้องจ๊ะจ๋า เพราะ น้องจ๊ะจ๋า ต้องใช้จ่ายในปีหน้าต้องเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น จะต้องมีค่าใช้จ่ายในด้านการเรียน ด้าน นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมจังหวัดสตูล ได้เดินทางมาพบกับ น้องจ๊ะจ๋า เด็กกตัญญูช่วยแม่กวาดถนนตอนตี 4 และได้ชื่นชมพร้อมกับมอบทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องการเรียน พร้อมกับมีการขอประวัติการเรียนของ น้องจ๊ะจ๋า เพื่อส่งไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อช่วยพิจรณา น้องจ๊ะจ๋าเป็นตัวอย่างที่ดีในระดับประเทศไทย ด้าน นายนิสิต กล่าวว่า ด้าน จ.สตูลมีนโยบายผลักดันให้เกิดกิจกรรมทูบีนับเบอร์วัน และ น้องจ๊ะจ๋า จะเป็นเยาวชนต้นแบบที่ดีคนหนึ่งที่จะอยู่ในโครงการนี้ ส่วนการบริจาคทุนการศึกษาเราให้ทางโรงเรียน โดย นายสานนท์ สุขศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองขุด ได้ให้ครูประจำชั้นเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องทุนที่มีผู้ใหญ่มามอบให้ทางเราจะให้ครูประจำชั้นเปิดบัญชีเพื่อเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนหนังสือต่อไป

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก2เดือน วัชระหมิ่นจตุพร-รออาญา1ปี
จตุพร พรหมพันธ์ุ /  ทักษิณ / 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 2 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท 'วัชระ เพชรทอง' หมิ่น 'จตุพร พรหมพันธุ์' กล่าวหาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ - รอลงอาญา 1 ปี ศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอท จำกัด และ บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 นายวัชระ กล่าวหา นายจตุพร ทำนองว่า เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่มีใครเชื่อคำพูด ได้รับใบปริญญามาโดยการใช้อภิสิทธิ์ นอกจากนั้น ยังกล่าวหาว่า นายจตุพร เป็นกบในกะลาครอบ ในระบอบ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของ นายวัชระ ที่ระบุถึงคำกล่าวที่ว่าท่อน้ำเลี้ยง เป็นคำกลาง ๆ ไม่ได้บ่งชี้ดีเลว และใช้เปรียบเทียบทั่วไปนั้นศาลเห็นว่าคำว่าท่อน้ำเลี้ยง เป็นการเปรียบถึงเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม ไม่ใช่หมายถึงเงินบริจาคของประชาชน เป็นการใส่ความ นายจตุพร ทำให้เสื่อมเสีย อุทธรณ์ของ นายวัชระ ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้จำคุก นายวัชระ 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่ นายวัชระ ไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ภายหลัง นายวัชระ ระบุว่า เตรียมยื่นฎีกาสู้คดีต่อไป

ส่อง รายได้หนัง ในไทย วันที่ 13-19 พ.ย. ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
Before I Go to Sleep /  box office / 

เป็นประจำทุกสัปดาห์ ที่เราจะพาคุณผู้ชมไปสำรวจตาราง รายได้หนัง ที่เข้าฉายในไทย ในรอบวันที่ 13-19 พ.ย. ที่ผ่านมากันว่า มีเรื่องไหนกำลังมาแรง หรือเรื่องไหนทำท่าจะร่วงกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าการคาดเดาของหลายๆคน ที่มีต่อผลงานท่องอวกาศของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน คงถูกเผง สำหรับเรื่องอื่นๆ จะเป็นอย่างไรกันบ้าง มาดูกัน สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหนังใหม่เข้าก็ไม่น้อย แต่ไม่มีใครส่งเรี่ยวแรงพอจะเอาชนะ Interstellar ไปได้ ทำให้มหกรรมท่องอวกาศสะเทือนโลกนี้ ครองแชมป์ไปแบบสบายๆ ไร้คู่แข่ง ตามมาที่กลุ่มเข้าใหม่ ที่ไม่เลวร้ายเท่าไรนักสำหรับสัปดาห์แรก ทั้งการเอาใจขาบู๊ แฟนๆ พันนา ฤทธิไกร สไตล์ กับ เร็วทะลุเร็ว หนังสยองผีถ้วยแก้วฝรั่ง Ouija และทริลเลอร์หลอนๆ กับ Before I Go To Sleep ที่ต้องคอยดูทิศทางการโกยรายได้กันต่อไป ด้าน Love, Rosie ชวนหวาน นะโมOK ชวนขำ และ The Hundred-Foot Journey ชวนหิว ก็ได้ไปเรื่องละนิดละหน่อย ในขณะที่ The Equalizer ของรุ่นใหญ่ เดนเซล วอชิงตัน ก็ยังคงยืนโรงเก็บไปอีกเล็กน้อย ส่วน Rurouni Kenshin: The Legend Ends ภาคจบของซามูไรพเนจร ก็ทำท่าจะอ่อนแรงไปต่อไม่ไหวเหมือนในโปสเตอร์เด๊ะ! ปิดท้ายด้วย Gone Girl ของผู้กำกับขั้นเทพ เดวิด ฟินเชอร์ ถึงจะได้เพิ่มมาอีกแทบไม่กระดิก แต่รายได้รวมก็คงสมใจป๋าแล้วล่ะนะ ที่มา: Bioscope --------------------------------

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 : ตัวหมากบนกระดานโฆษณา
Hunger Games 3 /  The Hunger Games / 

เมื่อต้องนิยามคำว่า สงคราม หลายๆคนอาจนึกถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือเสียงตูมตามสั่นไหว แต่สิ่งเหล่านั้นมิใช่ส่วนสำคัญที่สุดใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แต่อย่างใด ม็อคกิ้งเจย์ไม่ได้พาเราบินถลาออกสู่ไฟระเบิดกลางสมรภูมิกว้าง แต่หากบินเข้าหา และล้วงลึกไปถึงจิตใจที่เปราะบาง และโน้มน้าวให้ทำตามโดยไม่รู้ตัว อย่าปฏิเสธว่าเราเคยใจอ่อนต่อสิ่งยั่วเร้า อย่าปฏิเสธว่าคุณเคยเห็นอะไรดีงามไปตามคนส่วนใหญ่ และอย่าปฏิเสธว่าคุณล้วนเคยพ่ายต่อพลังของโฆษณา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อขนมสักถุง ไปจนถึงความเห็นที่เออออไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเราก็ล้วนเคยเป็นตัวหมาก บนสมรภูมิของกระดานโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นทั้งสิ้น The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ภาคที่ 3 ของจตุรภาค Hunger Games เรื่องราวหลังจาก แคทนิส เอเวอร์ดีน ถูกชิงตัวและช่วยเหลือมาจากแคปิตอล กลางเกมควอเตอร์เควลที่ถูกเธอทำลาย เธอฟื้นในเขต 13 อาณาเขตที่ป่าวประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว พร้อมกับการต้องรับบทบาทใหม่ ในฐานะ ม็อคกิ้งเจย์  ศูนย์รวมความหวังของการลุกฮือปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน แคปิตอลได้ทำการกวาดล้างผู้กระด้างกระเดื่องทุกพื้นที่ รวมถึง เขต 12 บ้านเกิดของเธอไปแล้วเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอเธอพบว่า พีต้า ได้กลายเป็นกระบอกเสียง ของแคปิตอลไปเสียแล้ว ความร้อนรุ่ม สับสน และลังเล ที่เธอมีในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งที่เธอเป็นนั้น ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ และกำลังจะชี้เป็นชี้ตายให้ชาวพาเน็ม มีคำกล่าวว่า "ปากกา มีอานุภาพยิ่งกว่าศาสตราใดๆทั้งมวล" ฟังเพียงผิวเผินอาจดูขำสิ้นดี เหมือนเด็กตีกันในห้องเรียน แล้วเอาปากกามาไล่จิ้ม แต่หาไม่ ปากกาในมือของสื่อ ในมือของผู้ควบคุมทิศทางการนำเสนอข้อมูลนั้น อันตรายกว่าสิ่งใดจริง และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ทำให้คำกล่าวเพียงหนึ่งประโยคนั้น เป็นรูปธรรมให้เราเห็นบนจอภาพยนตร์ หนังภาค 3.1 นี้ ไม่ได้ประเคนฉากแอ็คชั่น หรือกลไกของเกม ให้ได้ประหลาดใจเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันเป็นดังปฐมบทของความวินาศสันตะโร ที่พร้อมจะตามมาในภาค 3.2 สิ้นปีหน้า ปฐมบทที่ไม่ได้บอกให้ไปรบ ให้ฮึกเหิม หรือลุกขึ้นไปต่อต้านอะไรที่ไม่พอใจ แต่มันกำลังเสียดสีสังคมมนุษย์ ที่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสารเสียจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แคปิตอล และ เขต 13 ขั้วตรงข้ามสลับสีขาวดำ ที่เห็นได้่ชัดเจนในหนัง ต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ ที่มีตาหูจมูกมากพอ ที่จะรับรู้การกระทำของฝ่ายตรงข้าม และมีปากที่ใหญ่พอ ที่จะโห่ร้องชักชวนให้เหล่า ผู้ตาม คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่ เขต 13 ใช้แคทนิส แคปิตอลใช้ พีต้า ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ โนมน้าวแนวคิดกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการ กระบอกเสียงทั้งสอง ก็ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน และจำยอมตกเป็นตัวหมาก ให้ อัลม่า คอยย์ และ สโนว์ จับเดินไปในทิศทางตามใจชอบบนเกมกระดานการเมืองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยตัวผู้เดินแทบไม่สนเลยว่าารเดินไปข้างหน้าครั้งนี้ ตัวหมากจะโดนกิน เขี่ยทิ้งจากกระดานหรือไม่ หากเกมทั้งกระดานตนเป็นผู้ชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ต้องใช้หมากบางตัวมากเป็นพิเศษไปบ้าง หากมองในมุมของ แคทนิส เอเวอร์ดีน เธอกำลังตกเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ที่พร้อมจะโผล่หน้าสู่สาธารณชน และโดนไล่หาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เธอทำ เจตนาทุกสิ่งถูกแปลงกลายเป็นความเชื่อ แปลงไปเป็นโฆษณา แปลงไปเป็นความดีงามทั้งที่เธอมิได้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามปากกาที่ขีดเส้นนำให้เธอเดินตาม เสียจนสาวห้าวหาญนักรบผู้หยิ่งทระนงภายนอกนั้น ไม่อาจกลบความประหวั่นพรั่นพรึง และสภาพกลวงเปล่าภายในได้ แน่นอนซะยิ่งกว่าอะไร เมื่อทุกสิ่งที่เธอทำ ถูกนำไปใช้โน้มน้าวใจ ชาวพาเน็มก็พร้อมจะปฏิบัติตาม กลายเป็นกระแส กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นความมั่นใจลุ่มหลงในข้อมูลที่ตนได้รับ และคล้อยตามเส้นปากกาเส้นเดียวกันนั้นไปในที่สุด ในเมื่อพลังของมวลชนชาวพาเน็ม ขึ้นตรงอยู่กับข้อมูลจากจอโทรทัศน์เล็กๆ โดยไม่รู้่ตื้นลึกหนาบาง แม้กระทั่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง การอวยตัวเองสุดฤทธิ์ ถึงความดีงามของแคปิตอล หรือ การโยน แคทนิส เข้าสู่ถานที่่ที่่จะบีบเค้นจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้แตกสลายออกมาชัดเจน ผู้ชมชาวพาเน็มมิได้รู้เห็นสิ่งเหล่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่แคปิตอล สามารถมอบความสงบสุขและช่วยปกป้อง เขต 13 สามารถช่วยล้มล้างความอยุติธรรมเฮงซวยที่เป็นอยู่ พวกเขารู้แค่นั้น แค่ฉากหน้าของการโฆษณาชวนเชื่อ และแทบไม่เหลือทางเลือกนัก ที่จะเลือกเดินไปตามทางไหน เพราะทั้งแคทนิส พีต้า และชาวพาเน็มทั้งมวล ต่างก็เป็นตัวหมากอยู่บนกระดาน และเดินไปตามเส้นทางที่ผู้นำโฆษณาว่าดีเท่านั้นเอง คุณผู้ชมล่ะครับ คุณกำลังเป็นหมากบนกระดานโฆษณาอยู่รึเปล่า? ... เรื่องนี้ให้ 9 /10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3