เสียวสุดๆ!!

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

'Long Story Shorts' ใช่ว่าหนังสั้นนักศึกษาทุกเรื่องจะฉายโรงได้ !?
'Lost in Blue ระหว่างเราครั้งก่อน' /  Long Story Shorts

เรียกได้ว่ากระแสดีต่อเนื่องจนยืนโรงเข้าฉายเป็นสัปดาห์ที่สองแถมได้เพิ่มรอบฉายด้วย สำหรับโปรเจ็กต์ Long Story Shorts : ตอน 'Lost in Blue ระหว่างเราครั้งก่อน' ที่เป็นการนำหนังสั้นนักศึกษาสามเรื่องได้แก่ 'ฝน' กำกับโดย เอกพงษ์ สราญเศรษฐ์, 'วันนั้นของเดือน' กำกับโดย จิรัศยา วงษ์สุทิน และ Glowstick กำกับโดย ปภาวี จิณสิทธิ์ มาแพ็ครวมเพื่อเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไป ซึ่งแม้จะเป็นโปรเจ็กต์เล็กๆ ที่ตั้งใจฉายแค่โรงเดียวก็ตาม แต่สำหรับ ธัญ เปลวเทียนยิ่งทวี แห่ง Hal Distribution ผู้จัดจำหน่ายหนังอิสระในบ้านเราซึ่งอยู่เบื้องหลังของโปรเจ็กต์นี้ก็คาดหวังว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มของเส้นทางใหม่ของบรรดาหนังสั้นไทย ที่ในปีหนึ่งมีนับเป็นพันเรื่อง คือเราเชื่อว่าลึกๆ แล้วคนทำหนังสั้นก็อยากเห็นหนังตัวเองฉายในโรง เพียงแต่พวกเขาอาจจะลืมกระบวนการอีกหลายอย่างที่ทำให้หนังมันออกมามีคุณภาพ คือการทำหนังสั้นที่เน้นโปรดักชั่นที่ถูกและทำได้นั้นมันก็ไม่ผิดนะ แต่ถามว่ามันดีเพียงพอจะเอาเข้าฉายในระบบปกติได้ไหมมันก็อีกเรื่อง - ธัญ เปลวเทียนยิ่งทวี ทราบว่าโปรเจ็กต์ Long Story Shorts เป็นสิ่งที่ธัญทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่พึ่งมาลงตัวและได้เข้าฉายในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง ธัญ : คือตอนแรกเราตั้งใจจะทำโปรเจ็กต์นี้เสนอกับทางโรงหนังอีกเครือหนึ่ง ปรากฏว่าสุดท้ายทางโรงเองก็ยังไม่พร้อม แต่เราเองก็อยากลองทำให้มันสุด ก็เลยเอาโปรเจ็กต์นี้มาคุยที่โรงหนัง SF ซึ่งทาง Hal Distribution ก็ทำงานร่วมกันอยู่ ปรากฏว่าตอนแรกทางโรงเขาก็ปฏิเสธ จนเราต้องบอกว่าหนังมันมีจุดขาย มันนักแสดงอย่าง วี วิโอเลต นะ คือหยิบสิ่งที่เป็นจุดขายของหนังมาเสนอ ไม่ได้ขายว่ามันคือหนังดีหรือหนังสั้นการันตีรางวัล เพราะเอาเข้าจริงหนังรางวัลมันก็ไม่ได้การันตีรายได้ เราก็เลยพยายามชูความป็อบของตัวหนังทั้งสามเรื่องออกมาให้มากที่สุด คือถามว่า เราโง่หรือเปล่าที่เรานำหนังสั้นที่ทำตัวเหมือนหนังใหญ่จากสตูดิโอไปเข้าโรง ก็ต้องตอบว่าทุกอย่างมันอยู่ที่กลไกการทำเงินของหนังในบ้านเราทุกวันนี้ คือถ้าคนดูกล้าสนับสนุนหนังที่มันแตกต่างออกไปมากๆ คุณก็จะมีโอกาสที่จะดูหนังที่หลากหลายแนวทางมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งพอมันเป็นโปรเจ็กต์รวมหนังสั้นนักศึกษาที่เราทำกันครั้งแรก เราก็อยากได้ก้าวที่มันมั่นคงหน่อย เพื่อที่จะต่อยอดโปรเจ็กต์นี้ต่อไปในอนาคตได้ จริงๆ หนังสั้นไทยปีหนึ่งมีเป็นหลักหลายพันเรื่อง ซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครหยิบหนังเหล่านี้มารวมกันแล้วนำเข้าโรง  ธัญ : หนังมันอาจจะเป็นไปได้ทั้งหนังสั้นจากไทย และหนังสั้นจากต่างประเทศเลย ยกตัวอย่างในหนังยาวหนึ่งเรื่องมันอาจจะมีช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี แต่ถ้าเราเอาหนังสั้นดีๆ ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วจากการประกวดตามเทศกาลต่างๆ มารวมแพ็คฉายด้วยกัน มันแข็งแรงในตัวของมันเองมากๆ ถ้าโปรเจ็กต์ Long Story Shorts แรกนี้สำเร็จหรือเป็นแบบแผ่นที่น่าพอใจ ธัญคิดว่าจะทำให้คนทำหนังสั้นบ้านเรานึกถึงการเอาหนังมาเข้าโรงมากขึ้นไหม ธัญ : มันก็อาจจะมีกลุ่มคนทำหนังอิสระรวมตัวกันเพื่อทำหนังสั้นหลายๆ เรื่องเอามาฉายในโรงโดยเฉพาะเลยก็ได้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคิดจะเข้ามา สุดท้ายมันก็ต้องมองให้ออกว่ากลุ่มคนดูของตัวเองคือใครอยู่ที่ไหน อย่างเราเองทุกวันนี้ก็เห็นน้องๆ เจ้าของหนังแต่ละคนก็กินไม่ได้นอนไม่หลับที่จะมานั่งคิดวิธีการว่าทำยังไงให้หนังมันเกิดกระแสขึ้นมา ซึ่งเราก็เหมือนพี่เลี้ยงนักมวยที่ค่อยแนะนำให้เขาเท่านั้นเอง กับโปรเจ็กต์ Long Story Shorts ในกระบวนการมันไม่เหมือนที่เราซื้อหนังจากต่างประเทศเพื่อเอาเข้ามาฉาย คือตั้งแต่ตอนแรกที่ชวนน้องๆ ทั้งสามคนเข้ามาเราก็ถามเลยว่าพร้อมจะลุยไปกับเราไหม เราจะไม่ให้เขาเอาหนังมาฝากที่เราแล้วนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรกับมัน เพราะเรารู้สึกว่าพวกเขาคือคนที่รู้จักหนังดีที่สุด เพราะฉะนั้นการที่พวกเขาต้องมานั่งคิดคอนเท็นต์ในแฟนเพจเพื่อดึงดูดคนให้สนใจหนังมากขึ้นสำหรังเรามันเป็นกระบวนการที่ดีกว่า และมันก็เห็นสำเร็จได้ในระดับหนึ่งด้วย ทั้งโพสต์ต่างๆ ในเพจ ตัวอย่าง หรือโปสเตอร์ พวกเขามีส่วนร่วมหมด คือเราเองก็ทำตัวแค่เป็นพี่เลี้ยงที่ค่อยแนะนำและค่อยดูว่าอันนี้ได้อันนี้ไม่โอเคนะ หรือการแชร์แนวคิดว่าโปรโมทแบบนั้นแบบนี้ไหม ซึ่งเอาหรือไม่เอาพวกเขาก็ต้องตัดสินใจกันเอง ตัวอย่าง Long Story Shorts : ตอน 'Lost in Blue ระหว่างเราครั้งก่อน' สุดท้าย ถ้าทำหนังสั้นเข้าโรงจะต้องนึกถึงอะไรบ้าง ธัญ : คือเราต้องการหนังที่มี potential พอที่จะนำเข้าโรงได้ ซึ่งมันก็เรียกร้องหลายอย่าง เช่น การแสดง การกำกับ เนื้อเรื่อง ความสนุก คือมันไม่ใช่ว่าจะทำหนังอะไรก็ได้ คือก็ต้องคิดถึงคนดูเป็นหลัก ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก็น้องๆ นักศึกษาจากที่ต่างๆ ส่งหนังสั้นมาให้ดู ซึ่งเราว่าน้องๆ ที่ทำมาส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าการนำหนังเข้ามาในโรงจะต้องเจออะไรบ้าง คือการที่หนังจะรอดบนจอหนังให้ได้ มันต้องบวกกับปัจจัยหลายอย่าง คือดูในยูทูบอาจจะเอบวกๆ แต่พอเอามาดูในโรงอาจจะไม่รอดก็ได้ ซึ่งจริงๆ ปัญหาของหนังเซ็ตนี้มันก็มีอยู่บ้าง แต่เราเองก็จะพยายามให้ความชาวเหลือแนะนำเขาไปเรื่อยๆ ต่อไป คือเราเชื่อว่าลึกๆ แล้วคนทำหนังสั้นก็อยากเห็นหนังตัวเองฉายในโรง เพียงแต่พวกเขาอาจจะลืมกระบวนการอีกหลายอย่างที่ทำให้หนังมันออกมามีคุณภาพ คือการทำหนังสั้นที่เน้นโปรดักชั่นที่ถูกและทำได้นั้นมันก็ไม่ผิดนะ แต่ถามว่ามันดีเพียงพอจะเอาเข้าฉายในระบบปกติได้ไหมมันก็อีกเรื่อง **ชมภาพยนตร์ Long Story Shorts : ตอน 'Lost in Blue ระหว่างเราครั้งก่อน' ได้ที่ SFW เซ็นทรัลเวิร์ด ติดตามรายละเอียดและรอบฉายได้ที่ facebook.com/longstoryshortsbyhal .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก
จัดอันดับ /  ที่เที่ยวประเทศไทย / 

วันนี้ Travel.mthai ขอชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวทั่วไทยกันแบบฟินๆ กับ 25 สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน! งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เที่ยวเมืองไทยงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^ ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก 1. ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง - ซากุระเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น  ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว , ภูลมโล 2559 ดินแดนสีชมพูของซากุระเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ - นามิเมืองไทย เหมือนไปเกาหลี “สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือ ฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว -------------------------------------------------------------------------------------------- 3. โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ - ใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนไปเกาหลี เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาวเปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็น ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ -------------------------------------------------------------------------------------------- 4. วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง - เหมือนไปธิเบต แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง -------------------------------------------------------------------------------------------- 5. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน - สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง มีชื่อเต็ม ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง เป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน ภาพแสงอาทิตย์สาดสะท้อนน่านน้ำ ผสานไอหมอกจางๆ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 6. สวนหินผางาม จังหวัดเลย - คุนหมิงเมืองไทย เหมือนไปจีน ตั้งอยู่ที่ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี -------------------------------------------------------------------------------------------- 7. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย - ภูเขาไฟฟูจิเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆ ปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้าภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้ในมุมมอง 360 องศา อีกด้วย “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี - ซาฮาร่าเมืองไทย หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ -------------------------------------------------------------------------------------------- 9. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี - แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เหมือนไปอเมริกา สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี ที่ไม่ควรพลาด! -------------------------------------------------------------------------------------------- 10. น้ำตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก - ไนแองการ่าเมืองไทย เหมือนไปทวีปอเมริกาเหนือ (พรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา) น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และโด่งดังมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าไม่อยากไปไกล ในเมืองไทยก็มีที่ น้ำตกแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เดิมทีชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและปีใหม่ น้ำตกหลั่งไหลตามชั้นหิน อย่างสวยงาม ให้เราได้สัมผัสความสดชื่นจากน้ำตก -------------------------------------------------------------------------------------------- 11. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี - ทะเลสาบอินเลเมืองไทย เหมือนไปพม่า ทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ซึ่งมีความสวยงามทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ต้องไปไกลถึงพม่าก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้เช่นกัน ที่ สังขละบุรี สังขละบุรี มีแม่น้ำซองกาเรีย เป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา เพราะชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำ ชาวบ้านที่นี่มีความรักในถิ่นเกิดและธรรมชาติของพวกเขามาก เมื่อคุณไปคุณจะเห็นแววตาแห่งความสุขของพวกเขา เมื่อได้เล่าเรื่องราวถิ่นเกิดอันน่าประทับใจ อีกทั้งมี สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 7 มนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี รับรองว่าคุณต้องหลงรัก -------------------------------------------------------------------------------------------- 12. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ - นาขั้นบันไดซาปา เหมือนไปเวียดนาม บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาด -------------------------------------------------------------------------------------------- 13. ซุ้มป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม จังหวัดนครนายก ป่าไผ่อาราชิยาม่าเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น วัดที่เงียบสงบ ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นซุ้มป่าไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ ทอดตัวเป็นแนวยาวหลายเมตร ให้ความร่มรื่น -------------------------------------------------------------------------------------------- 14. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธคยาในเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย เป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ ตั้งอยู่ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ ซึ่งในประเทศไทย ก็ได้มีการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ขึ้นเป็นวัดที่ประดิษฐาน เจดีย์ศรีพุทธคยา ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ในส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น รอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประนั่ง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- 15. ทุ่งแสลงหลวง - ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย เหมือนไปออสเตรเลีย ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 16. เกาะพยาม จังหวัดระนอง - มัลดีฟท์เมืองไทย “เกาะพยาม” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ ป่าไม้เบญจพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำพวกลิงค่าง หมูป่า นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบมากบนเกาะนี้ อ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยามและที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน -------------------------------------------------------------------------------------------- 17. เขาสก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ โดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง เขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ตั้งอยู่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร นอกจากความงานที่ลือเลื่องของ เขื่อนรัชชประภา แล้ว การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั่นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด -------------------------------------------------------------------------------------------- 18. สระมรกต คลองท่อม จังหวัดกระบี่ - จิ่วจ้ายโกวเมืองไทย สระมรกต ที่อยู่ในอำเภอคลองท่อม โดย ณ เวลานี้ สถานที่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเอกลักษณ์ที่มีน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้ากลางใจป่า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ สำหรับการเดินทาง ไปยัง สระมรกต นับว่าเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการปลอกเปลือกกล้วย เพราะถ้าคุณเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอคลองท่อม ใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางเข้าของสระมรกตแล้ว -------------------------------------------------------------------------------------------- 19. ปราสาทสัจธรรม พัทยา - นครวัดเมืองไทย เหมือนไปกัมพูชา ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ ในเนื้อที่ 80 ไร่ งดงามด้วย “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก” ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปราสาทสัจธรรม สถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ -------------------------------------------------------------------------------------------- 20. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ - สโตนเฮนจ์เมืองไทย เหมือนไปอังกฤษ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นที่เที่ยวแนวอันซีนที่เพิ่งฮิตกันมาไม่นาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของกลุ่มหินโบราณที่กระจัดกระจายในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หินเหล่านี้มีรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนมาเป็นเวลานาน บางคนก็เห็นว่าเป็นรูปหอเอนปิซา บางคนก็ว่าเหมือนเจดีย์ ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มเสาหินโบราณ 5 ต้นที่คาดว่ามีมาแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์ราว 175-195 ล้านปีก่อน แต่ละต้นมีความสูงราว 12 เมตร นอกจากนั้นแล้วบริเวณรอบๆ ก็ยังมีธรรมชาติสวยงาม มีทุ่งดอกไม้ป่าและจุดชมวิวงามๆ อีกหลายแห่ง -------------------------------------------------------------------------------------------- 23. บ้านสวนน้อย จังหวัดนครราชสีมา บ้านฮอบบิทเมืองไทย เหมือนไปนิวซีแลนด์ บ้านสวนน้อย รีสอร์ต (Baansuannoi Resort) ตั้งอยู่ที่  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการสร้างที่พักของที่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นเอง มีความน่ารัก อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด ^^ -------------------------------------------------------------------------------------------- 24. สตรอเบอรี่ ทาวน์ จังหวัดระยอง เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเนเธอร์แลนด์ ชื่อของ “Strawberry Town” นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆ รวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ Holland Village, Town Center, Amazon Trail, Uncle Sam’s Farm, Adventure Land, น้ำพุแห่งฤดูกาล, ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง หรือดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละสถานที่จะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืน ไม่แปลกแยกกับภูมิทัศน์โดยรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม http://www.brookside.co.th/activity/strawberry-town/ -------------------------------------------------------------------------------------------- 25. มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี - ทัชมาฮาลเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา 9 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า  บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

มีความเป็นเอกลักษณ์!! เต้ย ขุดภาพในอดีต ฉายแววสวยตั้งแต่เด็ก!!
เต้ย จรินทร์พร /  ข่าว เต้ย จรินทร์พร / 

  เป็นนักแสดงสาวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมาตั้งแต่เด็กเลยล่ะค่า!! สำหรับสาวหมวย เต้ย จรินทร์พร หลังจากที่เปิดปากยอมรับว่าไปทำตามาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน จุึงทำให้ดวงตาที่หมวยๆ ดูหวานและแบ๊วขึ้นมาอีกสเต็ป แต่แล้วจู่ๆ ไม่รู้นึกครึ้มอะไรขึ้นมา สาวเต้ย ก็หยิบรูปเก่าในอดีตสมัยยังเป็นเด็กวัยละอ่อนมาโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพเดิมๆ ที่ฉายแววให้เห็นความสวยกันตั้งแต่เด็กๆ เลยล่ะค่า ไม่วาย สาวเต้ย ยังแซวภาพตัวเองตอนเด็กๆ ที่มีเหนียงใต้คาง และโพสต์ท่าเก๋ๆ อีกว่า   “Hi! ใครอะ เหนียงมาแต่เด็ก 55”   และ   “When i was young part 2 #ตอนเด็กผมทองนาจา #ใครว่าเราหมวย #ฝรั่งชัดๆ #ใครสอนให้หนูโพสท่านี้ลูก 55”   แหม..บ๊องแบ๊วน่ารักแต่เด็กแบบนี้ มิน่าโตมา สาวเต้ย ถึงได้สวยขนาดนี้ยังไงล่ะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG toeyjarinporn เต้ย จรินทร์พร ตอนเด็ก   เต้ย จรินทร์พร ตอนเด็ก   เต้ย ตอนเด็ก   เต้ย จรินทร์พร   เต้ย จรินทร์พร   เต้ย จรินทร์พร   เต้ย จรินทร์พร   เต้ย จรินทร์พร    

ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย!
ที่สุดในประเทศไทย /  ยักษ์วัดแจ้ง / 

รู้หรือไม่? วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของเรานั้น เป็นวัดที่มียักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! มากถึง 12 ตน ที่คอยเฝ้าประตู หรือทวารต่างๆ เราไปหาคำตอบนี้พร้อมๆ กันดีกว่า! ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่ รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัดและเป็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ยักษ์ทั้ง 12 ตน ที่ยืนเฝ้าประตูหรือทวารต่างๆ ในวัดพระแก้วนั้น ล้วนแต่เป็นยักษ์ชั้นกษัตริย์ และเป็นคู่ต่อสู้ของพระรามทั้งสิ้น ซึ่งยักษ์เหล่านี้สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พร้อมกับยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) ยักษ์ตนที่ 1 : ทศกัณฐ์ (กายสีเขียว)  มีหน้า ๑๐ หน้า ครองกรุงลงกา ยักษ์ตนที่ 2 : สหัสเดชะ (กายสีเขียว) ครองเมืองปางตาล ยักษ์ตนที่ 3 : ไมยราพณ์ (กายสีม่วงอ่อน)  ครองเมืองบาดาล ยักษ์ตนที่ 4 : วิรุฬจำบัง (กายสีเขียวเจือดำ) เป็นบุตรพญาทูษณ์ ครองเมืองจารึก ยักษ์ตนที่ 5 : สุริยาภพ (มีกายสีแดง) เป็นโอรสของสหายทศกัณฐ์ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 6 : อินทรชิต (มีกายสีเขียว) เป็นบุตรทศกัณฐ์กับนางมณโฑ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 7 : มังกรกัณฐ์ (กายสีเขียวอ่อน)  เป็นบุตรพญาขร ครองเมืองโรมคัล อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 8 : วิรุฬหก (กายสีขาบ หรือน้ำเงินเข้ม) ครองเมือง มหาอันธการนคร อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 9 :  ทศคีรีธร  (กายสีน้ำตาล) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 10 : ทศคีรีวัน (กายสีเขียวแก่) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 11 : จักรวรรดิ (กายสีขาว) เป็นเพื่อนสนิทกับทศกัณฐ์ ครองกรุงมลิวันอยู่ด้านหน้าทางเข้า ยักษ์ตนที่ 12 : อัศกรรณมารา (กายสีม่วงเข้ม)  ครองเมืองดุรัม ขอบคุณข้อมูล MORRAGET

ฐิสา ยอมรับ ห่าง กัน นภัทร อีกรอบ! ยันไม่มีมือที่สาม
ฐิสา วริฏฐิสา /  กัน นภัทร / 

             แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะไม่ได้ออกตัวว่าคบหาดูใจ และยังกั๊กเรื่องความสัมพันธ์ บอกเพียงว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด และให้แฟนๆ รอลุ้นกันต่อไป สำหรับคู่ของ กัน นภัทร และ ฐิสา วริฏฐิสา ที่ช่วงหลังมานี้ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่สนิทกันเหมือนเดิม หรือทั้งคู่จะประกาศห่างกันอีกรอบแล้ว               ล่าสุด เจอตัวสาวฐิสา เธอก็ได้ออกมาบอกถึงความสัมพันธ์กับหนุ่มกัน แล้วว่า ตอนนี้ไม่ได้คุยกัน ด้วยสาเหตุหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องเวลาและการทำงาน พอไม่ค่อยได้คุยก็ห่างไปเอง ถามว่าลดความสัมพันธ์ลงไหม เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วตั้งแต่แรก ไม่ได้มีเรื่องมือที่สามแต่อย่างใด ยืนยันว่าไม่ได้ผิดใจอะไรกัน ยังคุยกันได้ แต่จะกลับมาคุยกันอีกไหม ไม่อยากคาดหวัง ให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า   มีข่าวว่าเรากับกัน-นภัทร ห่างกันอีกรอบแล้ว? "ตอนนี้ไม่ได้คุยกันเลยค่ะ ไม่ได้เพราะสาเหตุอะไรแต่อาจจะด้วยหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องเวลาและการทำงานของแต่ละคน ตอนนี้เป็นเพื่อนกันค่ะ คือพอช่วงหลังไม่ค่อยได้เจอได้คุยกันมันเลยดูห่างไปเอง" ลดสถานะความสัมพันธ์ลง? "ถามว่าลดไหม เราก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรก ตอนนี้ไม่ได้คุยกันเลยค่ะ" ห่างกันครั้งนี้คนเลยมองว่าเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนคราวที่แล้ว? "ไม่หรอกค่ะ ชีวิตตอนนี้ยังมีอะไรหลายอย่างที่ไม่ลงตัว วุ่นวายนิดนึง ไม่ขอตอบแทนเขาแล้วกันเนาะ ถามว่ามีการปรับจูนกันไหม เชื่อว่าต่างคนก็ต่างรู้ว่าแต่ละคนเป็นยังไง เรารู้จักกันมานานแล้วแทบไม่ต้องปรับอะไรแล้ว เรื่องไม่มีเวลารอบนี้คิดว่าไม่เป็นปัญหา และไม่ได้มีเรื่องมือที่สามค่ะ" คนมองว่าความไม่แน่นอน ไม่ชัดเจนของกัน ทำให้เราถอยห่างออกมา? "อย่ามองแบบนั้นดีกว่าค่ะ ถ้าคนสองคนโอเคต่อกันมันก็คงเดินหน้าไปได้" เพราะกันไม่ยอมเปิดเผยชัดเจนว่าคบกันในสถานะไหนหรือเปล่า? "หนูไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น ที่ผ่านมาเราก็รู้ว่าเราเป็นยังไง เรากับเขาก็โอเค ณ จุดที่เราอยู่อยู่แล้ว" รอบนี้ไม่มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมอีกเพราะถูกผู้ใหญ่สั่งห้าม จริงไหม? "อันนี้ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ กับผู้ใหญ่หนูไม่เคยมีปัญหาค่ะ" ทางผู้จัดการไม่อยากให้ฐิสากลับไปคุยกันกับตั้งแต่แรกอยู่แล้ว? "อันนี้ไม่ทราบ คงต้องไปถามฝั่งนั้นมากกว่า แต่โดยตัวหนูไม่ได้มีปัญหากับใครค่ะ" เราสองคนตกลงยุติความสัมพันธ์กันเอง? "เราก็ยังเป็นเพื่อนกับเขาอยู่ค่ะ ยังเป็นห่วงและกำลังใจเขาอยู่ แต่แค่ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ติดต่อกันเลยค่ะ แต่ไม่ถึงขั้นบล็อกไลน์กันขนาดนั้น" มีโอกาสกลับมาคุยกันอีกรอบไหม? "ตอนนี้หนูยังไม่คิดว่าเราจะกลับมาคุยกันอีกรอบไหม ไม่อยากคาดหวังอะไรปล่อยให้เป็นเรื่องของกาลเวลาและอนาคตดีกว่า" น้องชายเรามีส่วนช่วยคุยเป็นกาวใจให้ไหม เพราะเขาก็สนิทกับกัน? "ปกติแล้วน้องไม่ได้ยุ่งเรื่องอะไรพวกนี้เลยค่ะ เอาที่เราสบายใจ ถ้าเราโอเค เขาก็โอเค เรามีความสุขน้องเราก็มีความสุข" ยังคุยกันได้ใช่ไหม? "เราไม่ได้ผิดใจกันหรือมีปัญหากัน ถ้าจะคุยก็คุยกันได้" แฟนคลับว่ายังไงบ้าง? "ส่วนมากไม่ค่อยมาถามอะไรเรื่องนี้นะคะ จะถามเรื่องละครมากว่าว่าเมื่อไหร่จะออนแอร์มากกว่า" พอโสดแล้วมีหนุ่มๆเข้ามาจีบไหม? "ก็มีมาคุยบ้าง แต่ยังไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจนะคะ เรื่องคุยกันมันต้องใช้เวลา ส่วนมากคนที่เข้ามาเป็นหนุ่มนอกวงการค่ะ" เข็ดกับหนุ่มในวงการแล้ว? "ไม่อยากจะคิดว่าจะคุยกับคนนอกหรือในวงการนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือนอกวงการถ้าเขาเป็นคนดีเราอยู่ด้วยก็สบายใจหนูก็โอเค เพียงแต่ช่วงเวลานี้ไม่มีคนเข้ามาคุย หรือไม่ได้คุยแบบต้องพัฒนาความสัมพันธ์ พอเราคุยแล้วรู้สึกไม่ใช่เราก็ไม่คุย" กับกันยังเป็นพี่น้องในวงการที่รู้จักกันได้อยู่? "ได้อยู่ค่ะ" ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   ฐิสา วริฏฐิสา   กัน นภัทร - ฐิสา วริฏฐิสา   กัน นภัทร - ฐิสา วริฏฐิสา  

ละครเพชรตัดเพชร , เรื่องย่อเพชรตัดเพชร
เพชรตัดเพชร /  ละครเพชรตัดเพชร / 

ละคร เพชรตัดเพชร บทประพันธ์โดย : เศก ดุสิตบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมาผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเพชรตัดเพชร ชาติ ชายผู้สุขุมมุ่งมั่นรักความยุติธรรม ต้องกลายเป็นคู่ปรับรับมือกับการตามล่าของ ยอด ชายผู้เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน หลังจากที่ทั้งคู่ต้องกลายเป็นคนที่ตายแล้ว และถูกนำตัวมาฝึกเป็น อีกายมทูต สุดยอดมือสังหารขององค์กรก่อการร้าย อีกาพญายม ซึ่งมี มาตามหลุยส์ เป็นผู้นำองค์กรเพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีอำนาจสูงสุดในเอเชีย แต่ชาติไม่เห็นด้วยกับแผนการผลิตยาเสพติดโคคิโน่เพื่อทำลายประเทศแล้วสร้างไทยขึ้นมาใหม่ตามโรคแมพของมาดามหลุยส์ที่ร่วมกับ ไตร มือขวาคนสำคัญ ละครเพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ชาติจึงต้องหนีจากเกาะอีกาฐานลับของอีกาพญายมจนได้พบกับ ไป่หลู สายลับสาวสวยลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง หัวรั้นมากฝีมือแห่งหน่วย KCAS หน่วยลับที่ไม่เปิดเผยตัวตนของรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ต่อด้านการก่อการร้ายในประเทศ แต่ KCAS กลับถูกทำลายโดย มานพ คนรักของไป่หลูสายลับอีกคนที่เป็นหนอนบ่อนไส้ให้กับพวกอีกา ไป่หลูหลงคิดว่าชาติหักหลังเธอทำให้จนท หน่วย KCAS ตายเกือบหมดรวมทั้งพ่อเธอ จนต้องหลบหนีไปกบดานที่ฮ่องกงกับ ไอ้แสบ คู่หูตัวป่วนที่รู้ความจริงว่าชาติจำเป็นต้องหักหลังไป๋หลู เพื่อแผนสายลับสองหน้าบ่อนทำลายอีกาจากข้างในด้วยฝีมือของเขาเอง และเพื่อค้นหากำเนิดที่แท้จริงของตนเองหลังจากพบว่ามาตามหลุยส์คือคนที่กุมความลับนี้ไว้ ขวัญ ละคร เพชรตัดเพชร แต่ถึงไป่หลูจะรู้ความจำเป็นของชาติเธอก็ไม่เคยให้อภัยทั้ง ๆ ที่ลึก ๆ แล้วทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กัน เมื่อต้องร่วมมือทำงานกันอีกครั้งภายใต้การนำของ เชิดศักดิ์ หัวหน้าหน่วย KCAS ที่รอดจากการสังหารหมู่ ทั้งคู่จึงกลายเป็นทั้งคู่รัก และคู่กัดที่ไม่ลงรอยกันเสมอ ชาติได้รับความไว้วางใจจากมาดามหลุยส์สร้างตัวตนใหม่เพื่อปูทางให้เป็นผู้นำคนต่อไป โดยส่ง เป๊กกี้ สายลับสาวสุดเซ็กส์ซี่ขององค์กรให้มาทำหน้าที่เมียคอยช่วยชาติ อนาคตสดใสของชาติในองค์กรนี่เองที่ทำให้ยอดไม่พอใจเพราะยอดต้องการเป็นที่หนึ่ง และรู้ว่าชาติไม่ได้จงรักภัคคีแต่มีแผนจ้องทำลายองค์กรยอดจึงต้องหาทางกำจัดชาติเพื่อใช้เป็นบันไดก้าวขึ้นแทนที่ แต่ชาติรู้มาตลอดว่ายอดคือคู่ปรับที่จ้องเล่นงานตน ชาติเลยจำเป็นต้องใช้ชีวิตของ รัศมี คนรักที่ยอดพร้อมทำทุกอย่างในชีวิตได้เพื่อเธอมาเป็นข้อต่อรองไม่ให้ยอดเล่นงานชาติได้ และชาติยังเสนอให้ยอดร่วมมือกับคนโค่นล้มพวกอีกาเพื่อเห็นแก่รัศมี ละคร เพชรตัดเพชร ยอดยอมรับข้อตกลงในการกิจที่มาดามหลุยส์สั่งให้ทั้งคู๋ไปจัดการกับ ฟิเดลโร่ ราชาค้ายาเสพติดระดับโลกชาวคิวบาที่ต้องการสูตรการผลิตโคคิโน่เช่นกัน แต่ภารกิจนี้ยอดหักหลังชาติแอบทำข้อตกลงกับฟิเดลโร่แลกเงินจำนวนมหาศาลหวังใช้พารัศมีหนีไปสร้างชีวิตใหม่ด้วยกันทำให้ชาติเกือบถูกฆ่าตาย ยอดได้ตัวไป่หลูเพื่อพาไปหารัศมีแต่ก็ถูกพวกฟิเดลโร่หักหลัง และได้ตัวรัศมีไปแทน ฟิเดลโร่ใช้รัศมีบังคับให้ยอดขโมยสูตรลับโคคิโน่ที่มาดามหลุยส์ซ่อนเอาไว้ในจี้เพชร หนทางที่จะได้มาจึงมีทางเดียวคือต้องฆ่ามาดามหลุยส์เท่านั้น ละคร เพชรตัดเพชร สถานการณ์พลิกเมื่อยอดกลายเป็นคนทรยศต่อองค์กร มาดามหลุยส์จึงให้ชาติพร้อม เฉิน และแองจี้ 2 มือสังหารฝีมือดีออกตามล่ายอด แต่ชาติใช้อุบายหลอกว่าได้ฆ่ายอดตายแล้ว เพราะครั้งนี้ยอดยอมร่วมมือหันมาทำลายทั้งองค์กรอีกา และฟิเดลโร่ให้สิ้นซากเพื่อพิสูจน์ความดีให้รัศมีเห็น ภารกิจชิงไหวชิงพริบครั้งสุดท้ายระเบิดขึ้น จากคู่อริที่ไล่ลำเกลียดขี้หน้ากันมาตลอดต้องจับมือร่วมสู้กับองค์กรอีกาที่มีมือสังหารฝีมือดีมากมาย มันคือ เติมพันชีวิตครั้งสำคัญเพื่อปกป้องประเทศจากความชั่วร้ายและเพื่อคนรัก และร่วมค้นหาความจริงถึงต้นตอที่แท้จริงขององค์กรอีกาพญายมซึ่งเกี่ยวพันกับกำเนิดของชาติ ติดตามความมันส์ระห่ำนี้ได้ใน ละครเพชรตัดเพชร ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี ละครเพชรตัดเพชร รายชื่อนักแสดง ละคร เพชรตัดเพชร ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท ชาติมิกต์ ทองระย้า รับบท ยอดอุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ไป่หลูขอขวัญ เรสตอล รับบท รัศมีณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท มาดามหลุยส์ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัชธน์ รับบท ไตรภคมน สถิรบุตร รับบท เป็กกี้กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ รับบท แองจี้อติรุจ สิงหลำพล รับบท เฉินหลง ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร ละคร เพชรตัดเพชร

ดูแล้วอย่าเอาอย่าง! Katy Perry แก้ผ้าไปเลือกตั้ง!!
Election 2016 /  Katy Perry / 

ชาวอเมริกันกำลังกระตือรือร้น นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นี้... ซึ่งนักร้องสาวคนดัง Katy Perry ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ชวนชาวอเมริกันออกไปเลือกตั้งเช่นกัน แต่ขึ้นชื่อว่า Katy Perry แล้วไม่มีคำว่าธรรมดา! การันตีจากคลิปรณรงค์สุดฮาที่เธอได้ร่วมงานกับโปรเจ็ค Funny or Die ที่ Katy Perry ลงทุน 'เปลือย' เลยทีเดียว! สาว Katy Perry บอกไว้ในคลิปวิดีโอว่า ไม่ว่าจะเพิ่งตื่น เป็นยายเพิ้ง หรือแต่งตัวในสภาพไหน ก็สามารถจะเดินไปคูหาเพื่อกากบาทเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาได้ เพราะเธออ่านรัฐธรรมนูญมาแล้วว่าไม่ได้มีการห้ามสวมชุดนอนออกมาใช้สิทธิ์ แต่ตอนจบไม่ใช่แค่ชุดนอนน่ะสิ เพราะ Katy Perry เล่นสะบัดชุดทิ้ง แก้ผ้าอวดเรือนร่างเปลือยๆ ซะยังงั้น! เธอก็เลยถูกตำรวจเข้าชาร์จจับเข้าซังเต โทษฐานอนาจารไปตามระเบียบ!! คลิปนี้สอนให้รู้ว่า จะแต่งตัวแบบไหนไปลงคะแนนก็ได้... แต่ห้ามแก้ผ้า โอเคนะ! ดูบทความต้นฉบับ : Watch Katy Perry valiantly attempt to vote nude in new video

งดพูดเรื่องผู้!! อั้ม พัชราภา บอกยังโสด แต่ไม่เหงา
อั้ม พัชราภา /  อั้ม แฟนใหม่ / 

พูดออกตัวไว้ตั้งแต่อยู่บนเวทีงานอีเว้นท์วันนี้(29 ก.ย.) ว่าจะไม่คุยเรื่องผู้! สำหรับซุปตาร์ห้างแตก สาว อั้ม พัชราภา โดยสาวเธอบอกตอนนี้โสด! และไม่ได้คุยกับใครเป็นพิเศษ กับผู้ชายในภาพหลุดก็ยังไม่มาวินจ้า นอกจากนั้นสาวอั้มได้พูดถึงละครเพลิงพระนาง ที่หลายคนกำลังรอคอย บอกถ่ายทำไปได้เยอะแล้ว ดีใจที่แฟนๆ รอดู ส่วนเรื่องรูปอาบแสงจันทร์นั้น เผยถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนปกติ บอกใส่ทูพีชถ่ายแฟชั่นมาก็เยอะแล้ว สำหรับเรื่องบ้านหลังใหม่เสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ราคาหนักไปที่ของตกแต่งตามสไตล์อั้ม ถึง 100 ล้านมั้ยไม่ขอระบุ รายละเอียดมีดังนี้ “ละครเพลิงพระนาง ถ่ายได้เยอะแล้ว แต่ละครเขาปราณีตต้องรอหน่อย ปลายเดือนนี้จะไปถ่ายที่เชียงใหม่ รอบแรกอั้มไปอยู่ 4 วัน แล้วกลับมาทำงาน หลังจากนั้นก็ต้องเดินทางไปกลับวันต่อวัน เพราะว่ามีงาน สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือครีมกันแดดเพราะต้องถ่ายข้างนอกอย่างเดียวเลย” “ถ่ายไปเยอะแล้ว แต่บางตอนยังปิดไม่ได้ เพราะโลเคชั่นอยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้มีถ่ายทุกวัน แต่ก็ไม่ได้แน่นมาก เหลือแต่ฉากสำคัญ จริงๆ อยากถ่ายช่วงหนาวๆ เพราะไปเชียงใหม่ ตอนนี้ที่กลัวคือแดดอย่างเดียว เพราะบทเราทำการบ้าน แดดไม่รู้ทำอย่างไร ต้องใช้ออรั่ม” “แฟนๆ รอดู มันยิ่งทำให้เราตั้งใจ อ่านบทศึกษาบททุกอย่าง เรื่องนี้ทุ่มเทมาก หลายคนยกให้เป็นละครน่าดูแห่งปี คือขนาดเราเล่นเอง เรายังอยากดูเลย คิดว่าทุกคนคงอยากดูเหมือนกัน เรื่องนี้บทยาก แค่สื่อสารทางสายตาก็ยากแล้ว การเดินยังยาก จะเดินอย่างไรให้ดูสง่าและดูมีอำนาจตลอดเวลา เรื่องนี้ยากกว่าทุกเรื่อง” “คนปลอมเฟสบุ๊ค มีคนแจ้งมาเหมือนกันว่ามีคนใช้ชื่ออั้ม แต่อั้มไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คนะคะ อั้มได้ลงชี้แจงในไอจีแล้วว่าอันนั้นไม่ใช่ของอั้ม เพราะเฟสบุ๊คนั้นแจกโทรศัพท์ซึ่งอั้มไม่ได้รวยถึงขนาดจะแจกโทรศัพท์ได้ ผลกระทบ ไม่มีอะไรมากมาย พอคนอื่นรู้ว่าไม่ใช่ของเราเขาก็ไม่เชื่อ ถ้าจะกระทบจริงๆ ก็กระทบหนักมากเพราะมีการเรี่ยไรเงินคนอื่นเพื่อไปช่วยเหลือน้องหมาน้องแมวซึ่งเงินที่ช่วยเหลือน้องหมาน้องแมวนั้นเป็นเงินส่วนตัวของอั้มไม่มีเรี่ยไรจากใคร ดำเนินคดี คงไม่ได้ทำอะไรค่ะ อั้มมีไอจีอย่างเดียวค่ะ” “ใส่ชุดบิกินี่อาบน้ำแสงจันทร์คนฮือฮา เพื่อนก็พูดกันเล่นๆ ว่าไหว้พระจันทร์แล้วก็อาบแสงจันทร์ด้วยสิ แต่ไม่ได้จริงจังอะไร เหมือนมาเล่นน้ำกันที่บ้านปกติ ฟีดแบค ก็ดูบ้างค่ะ แต่ไม่ค่อยอยากจะดูเท่าไหร่เพราะเขินเหมือนกัน กับกระแสก็ไม่ได้ตกใจอะไรเพราะที่ผ่านมาก็ถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่มาแล้วค่อนข้างเยอะ ใส่ทูพีชก็ไม่ต่างอะไรกับภาพเมื่อก่อนเท่าไหร่ โอกาสจะถ่ายอีก ก็คงมีเรื่อยๆ ก็คงไม่ได้บอกว่าจะถ่ายหรือไม่ถ่ายถ้ามีโอกาสรวมกับเพื่อนๆ ก็คงได้ถ่าย ขึ้นปกนิตยสารเซ็กซี่อีก โอ๊ย... คงไม่ได้ถ่ายค่ะ ถ่ายที่บ้านไม่ต้องเสียเงินซื้อ ดูในไอจีอั้มนะคะ” “เรื่องบ้านใหม่ ตอนนี้โอเค แฮปปี้ เหมือนคนประสาทเสียไปแล้วตอนนี้ ดูทุกอย่างละเอียดเลย ค่อนข้างเนี๊ยบมาก ความเป็นตัวของเราแน่นมากในบ้านแล้ว บานปลายถึง 100 ล้านมั้ย คือตัวบ้านไม่แพง แต่รวมตกแต่งมันค่อนข้างจะแพง เพราะเราเลือกสิ่งที่เราชอบจริงๆ เป็นความฝันของเราจริงๆ มีห้องที่เราชอบจริงๆ งบก็บานปลายไปเยอะเหมือนกันถึง 100 ล้านมั้ย เราไม่พูดกันเรื่องราคาดีกว่าค่ะ” “อย่างที่เห็นเลยค่ะมันคือสไตล์ของอั้ม ถ่ายทอดออกมาอย่างนั้นเลย ตอนนี้ก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ย้ายแล้วบ้าง กลับบ้านเก่าบ้าง อั้มกับพ่อแม่ชินกับบ้านเก่ามากกว่า บ้านหลังนี้ก็ทำให้พ่อแม่” แล้วจู่ๆ สาวอั้มก็พูดขึ้นเองว่า... “ห้ามถามเรื่องผู้ชายนะคะ บอกไว้ก่อนเลยค่ะว่าไม่มีใครพิเศษค่ะ ไม่ต้องถามเรื่องผู้ชายเลยนะคะ ตอนนี้โสดแน่นอนค่ะ ไม่มีใครพิเศษเลยจริงๆ” “อยากศึกษาใครมั้ย ยังค่ะ ช่วยอั้มด้วย ใครช่วยอั้มได้บ้างค่ะ ตอนนี้โสดก็ดีค่ะ เรื่อยๆ ค่ะ อะไรจะใช่ก็ใช่แต่ตอนนี้ยังไม่คุยกับใครเป็นพิเศษจริงๆ ค่ะ อั้มไม่ได้ปิดแล้วก็ไม่ได้เปิด เราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีหรือไม่มี ทุกวันนี้ก็งานเยอะ ผู้ชายเข้ามาจีบมั้ย ไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย เลยความเหงามานานมากแล้วค่ะ ภาพอุ้มลูกเพื่อนคนชมว่าดูโปรมาก คือเราได้เล่นละครหลายเรื่องก็เลยอุ้มเด็กเป็น ชอบค่ะ น่ารัก” อั้ม พัชราภา กล่าว อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

ดีต่อใจ! มิ้นท์ ณัฐวรา ถูกแฟนทำเซอร์ไพร้ส์ เนื่องในโอกาสคิดถึง!!
มิ้นท์ ณัฐวรา /  มิ้นท์ ณัฐวรา แฟน / 

        อินเลิฟหนักมากเพราะทุกวันคือวันพิเศษ เหมือนคู่ของดาราสาวคนสวย มิ้นท์ ณัฐวรา ที่เพิ่งจะถูกแฟนหนุ่มนอกวงการทำเซอร์ไพร้ส์สุดหวานเนื่องในโอกาสคิดถึง โดยเจ้าตัวโพสต์คลิปและภาพห้องนอนของตัวเองที่เต็มไปด้วยลูกโป่งกับกล่องกระดาษใบโตเขียนคำว่า "คิดถึงนะคะ" พร้อมแคปชั่น "ขอบคุณในความเสมอต้นเสมอปลายค่ะ ความห่างไม่ใช่อุปสรรค ไม่ต้องมีเทศกาลใดๆ ทุกวันคือวันที่แสนดี ขอบคุณนะคะ #ทำแบบนี้แล้ว #วันเกิดจะลำบากนะ #บอกก่อน 5555" และ "#missyoutoo" โอ๊ยยยยย...ดีต่อใจแบบนี้ใครๆ ก็อยากมีบ้างอะไรบ้าง ว่าแต่เมื่อไหร่จะควงมาเปิดตัวสักทีล่ะจ๊ะ สาวมิ้นท์     ขอบคุณภาพจาก IG @mintvongvasana       แฟนทำเซอร์ไพร้ส์ มิ้นท์ ณัฐวรา     แฟนทำเซอร์ไพร้ส์ มิ้นท์ ณัฐวรา           มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา  

มาแล้ว ! Teaser Poster แรกจาก
20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น /  กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม / 

สวย ๆ เก๋ ๆ Teaser Poster จาก "20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น" เปิดตัวแล้ว...! Teaser Poster แรกจาก 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้ เรื่องแรก จากค่าย ซีเจ เมเจอร์ (CJ MAJOR) ปาฏิหาริย์ครั้งใหม่กำลังจะเกิดขี้น พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, ก้อง สหรัถ สังคปรีชา และเจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ภาพยนตร์โดย อารยะ สุริหาร