เสียว!

คลุมโปงคุยกัน! ดูดวงเรื่องสุดลับ 12 จุดเสียว จาก 12 ราศี
12 ราศี /  จุดร้อน / 

12 จุดเสียว ของหนุ่มสาว 12 ราศี  ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ราศีนี้ชอบนัวเนียส่วนล่าง โดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า แต่พอถึงเวลาต้องผจญศึก กลับชอบไต่ขึ้นมาข้างบนซะอย่างนั้น ให้อารมณ์แบบพี่ไม่ต้อง เดี๋ยวน้องจัดการเองไรงี้ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) รักงาน บ้างานจนติดเป็นนิสัย แถมยังไม่ชอบอยู่นิ่งอีกต่างหาก ว่างไม่ได้เป็นต้องหาอะไรทำ ยิ่งถ้าได้นวดขา นวดน่อง ยิ่งทวีคูณความฟินเพิ่มเข้าไปอีกสิบเท่า ใครที่เป็นแฟนนวดตรงนี้ทีไร ได้เปิดศึกอย่างอื่นต่อทุกทีเลย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) สาวๆ ราศีนี้ชื่นชอบการทำเล็บเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นถ้าได้คนนวดมือ นวดเท้าเก่งๆ สักคน รับรองเลยว่าอารมณ์เตลิดเปิดเปิงไปไกลแน่นอน ไม่เชื่อคืนนี้ลองนวดดูสิ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ตึงจากการทำงานมาทั้งวัน ถ้าได้นวดที่หนังศรีษะเบาๆ ให้ผ่อนคลาย อารมณ์ซู่ซ่าจะบังเกิดในทันที สาวๆ หนุ่ม คนไหนที่อยากเอาใจแฟนเกิดราศีนี้ ไม่ต้องเสียเวลายั่วให้เหนื่อย ฝึกนวดให้คล่องก็พอ เดี๋ยวอย่างอื่นจะตามมาเอง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) อ่อนไหวไปหมด ทั้งอารมณ์ ทั้งความคิด ยิ่งถ้าได้โดนสัมผัสในจุดที่อ่อนไหวด้วย เกิดเรื่องให้ต้องทำการบ้านแน่นอน อย่างเช่น บริเวณซอกคอ แค่ได้จมูกไปถูๆ ไถๆ ก็สะท้านไปทั้งตัวแล้วล่ะ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) เป็นคนสมาธิดีเลิศ สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ เพราะฉะนั้นหากอยากกระตุ้นอารมณ์สยิว ต้องไม่พลาดที่จะนวดที่ไหล่และแขน นวดเบาๆ ลูบไล้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้เรื่องเองล่ะ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) เนินอกของเธอนี่แหละ จุดอ่อนที่สำคัญของคนเกิดราศีนี้ โดนนิดโดนหน่อย เป็นต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว อยากให้แฟนรู้สึกเสียววูบวาบ อย่าลืมกระตุ้นที่จุดนี้กันนะ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) โดดเด่นในเรื่องของรูปร่าง ใครเห็นเป็นต้องอิจฉา อยากเอาใจคนเกิดราศีนี้ให้ถึงอกถึงใจ แค่ลองลูบแผ่นหลังเนียนๆ ดูสิ คราวนี้ได้นัวเนียกันทั้งคืนแน่นอน ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) สายโหดอย่างราศีนี้ มีจุดอ่อนอยู่ตรงบริเวณหน้าท้อง ลูบไล้เบาๆ ขึ้นลงวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น เดี๋ยวก็เสียวจนควบคุมอารมณ์แทบไม่ไหว อย่ารีรอ คืนนี้จัดเลย ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) เอาใจสาวชอบกวางเหลียวหลัง บั้นท้ายที่งอนงามเป็นจุดกระตุ้นอารมณ์ได้ดีทีเดียว จะลูบเบาๆ หรือจะตบแรงๆ ก็ต้องแล้วจะตกลงกันแล้วล่ะ แต่ที่แน่ๆ เสียวชัวส์ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ขึ้นให้สุดต้องลงให้มิด เป็นสโลแกนของชาวราศีนี้ เพราะได้ทุกสัดส่วน จับตรงไหนก็ขึ้นตรงนั้น โดยเฉพาะการไล่จูบมาตั้งแต่ปลายเท้า เสียวอย่าบอกใคร ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ชาวราศีนี้ชอบคนรักที่มีเรียวขาสวยสมส่วน ทั้งหญิงและชาย ยิ่งถ้าลูบไล้ด้วยมือนิ่มๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสียวขึ้นไปอีก อยากรู้ว่าจะเด็ดขนาดไหน คืนนี้ก็ลองจัดดูสิ  รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

Pai in the Mist เที่ยวปายหน้าฝน กับ 12 สถานที่สุดประทับใจ
Pai in the Mist /  เที่ยวปาย / 

เดือนกันยายน ก็เข้าหน้าฝนแบบเต็มเหนี่ยว แม้จะตกไม่มากเท่าปีก่อน ๆ แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวกยิ่งขึ้น ไม่เฉอะแฉะเกินไปนัก โดยเฉพาะการไปเที่ยวภาคเหนือ จะทำให้คุณมีความสุขไปกับทุ่งนาอันเขียวขจี เคล้ากลิ่นเม็ดฝน กับบรรยากาศชื้น ๆ และถ้าโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกยามเช้า ซึ่งมีโอกาสเห็นได้มากกว่าหน้าหนาว และที่แอดมินกำลังจะพาไป นั่นก็คือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครับ Pai in the Mist เที่ยวปายหน้าฝน เมืองในม่านหมอก เที่ยวปายหน้าฝนดีอย่างไร ? แน่นอนสิ่งที่งดงามที่สุดคือ คนน้อย ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อากาศก็ชื้นกำลังดี ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป แค่นี้ก็เที่ยวกันได้อย่างเพลิดเพลินใจแล้วฮะ และหากช่วงค่ำวันไหนเกิดฝนกระหน่ำ อย่ารอช้า ช่วงเช้าจะมีทะเลหมอกสุดอลังการรอคุณอยู่ travel.mthai.com ขอพาคุณไปเที่ยว 12 สถานที่สุดประทับใจแห่งเมืองปาย รับรองว่าครบรสแน่นอนฮะ 1. กองแลน ปาย แคนยอน กองแลน หรือ ปาย แคนยอน แหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผี ตั้งอยู่ในเขตบ้านร้องเหย่ง ห่างจากอำเภอปายประมาณ 7 กม. สามารถเดินทางได้โดยทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) บริเวณหลัก กม.ที่ 88 อยู่ทางด้านขวามือ และต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร มีลักษณะเป็นผืนดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึกคล้ายหน้าผาติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างประมาณ 5 ไร่เศษ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย และเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ    2. โป่งน้ำร้อนไทรงาม โป่งน้ำร้อนไทรงาม เป็นแก่งน้ำพุร้อนคล้ายน้ำตกขนาดย่อมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ น้ำใส อุณหภูมิอุ่นกำลังสบาย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน โดยอยู่ห่างจากอำเภอปายไปทางแม่ฮ่องสอน ราว 12 กม. 3. วัดศรีดอนชัย “วัดศรีดอนชัย” เป็นวัดแห่งแรกของ อ.ปาย ที่มีอายุกว่า 700 ปี เป็นศูนย์รวมใจของคนท้องถิ่น วัดศรีดอยชัยมีอีกชื่อนึงว่า "วัดหลวงสะหรีบัวบาน" ตั้งอยู่เลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ตำบลเวียงเหนือ เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพม่าผสมผสานกับล้านนา มีความวิจิตรงดงาม โดยมีพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) ที่อันเชิญมาจากเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ สถิตเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง 4. สะพานประวัติศาสตร์ ปาย สะพานประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของเมืองปายก็ว่าได้ เป็นสะพานที่ทำจากเหล็ก สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเก่าแก่และมีเสน่ห์อย่างมาก เป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลยฮะ   5. Love Strawberry สัมผัสกับบรรยากาศของไร่สตรอเบอร์รี่ปลอดสารพิษ ที่ Love Strawberry ตั้งอยู่ที่หมู่ 10 ต.ทุ่งยาว ซึ่งจะเปิดให้ท่านได้เดินชมอย่างใกล้ชิด ถ่ายรูปกับสตรอเบอร์รี่ยักษ์ พร้อมลิ้มรสกับสตรอเบอร์รี่สด ๆ จากไร่ และมีผลิตภัณฑ์ ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดให้เลือกมากมาย พร้อมสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ขี่รถ ATV โหนสลิง Gibbon หรือที่เป็นไฮไลท์คงต้องยกให้เจ้า Giant Swing เครื่องเล่นใหม่สุดเสียว พร้อมเหวี่ยงคุณให้ลอยอยู่กลางอากาศ    6. ม่อนหยุนไหล จุดชมวิวแห่งใหม่ของอำเภอปาย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อากาศอันเย็นสบายเป็นเสน่ห์ของอำเภอปาย ยังร้องเรียกนักท่องเที่ยวจากทุกทิศให้เดินทางไปสัมผัส ยามเช้ามีทะเลหมอกให้ได้ชมกัน พร้อมชมวิวพร้อมกับป้ายจุดชมวิวหยุนไหล และ 100 สถานที่บอกรัก รวมทั้งศาลาสำหรับนั่งชมวิวยามเช้า ล้วนแล้วแต่อยู่ในภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่    7. Thom's Pai Elephants Camp พักผ่อนในวันสบาย ๆ ด้วยการนั่งช้างเที่ยว ท่ามกลางบรรยากาศพงไพร ไร่พืชพันธุ์อันเขียวขจี สัมผัสความน่ารักและมิตรภาพของช้างไทย ที่จะพาท่านเพลิดเพลินในทุกย่างก้าว Thom's Pai Elephants Camp ปางช้างที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงไปไกลกำลังรอทุกท่านอยู่ โดยตั้งอยู่หมู่ 2 บ้านแมฮี้ ตัวเมืองปายเลยครับ   8. ถนนคนเดินปาย เบรกกับธรรมชาติแล้วมาเดินชิล ๆ เสพศิลป์กลิ่นเมืองเหนือกับกิจกรรมช้อปปิ้ง ที่ถนนคนเดินปายกันฮะ เพลิดเพลินไปกับการได้เลือกซื้อสินค้าประจำถิ่น ได้ชมงานศิลปะของศิลปิน หรือจะเป็นการซื้อโปสการ์ดแล้วเขียนส่ง พึงระวังการกระเป๋าฉีกกันนะครับ เพราะของที่นี่สวย ๆ เก๋ ๆ ทั้งนั้น 9. วัดพระธาตุแม่เย็น วัดพระธาตุแม่เย็น ตังอยู่ที่ตำบลฮี้  ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปายมาเป็นเวลาช้านาน แต่กลับไม่มีประวัติแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด และใครเป็นผู้สร้าง ตั้งอยู่บนภูเขาทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอปาย ห่างจากที่ว่าการอำเภอปายประมาณ 2 กิโลเมตร เลยจากทางเข้าน้ำตกแม่เย็นมาเพียง 100 เมตร ก็จะพบทางเข้าวัด จุดเด่นที่สำคัญคือการชมวิวพระอาทิตย์ตกอันสวยงาม เบื้องหลังเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธโลกุตระมหามุนี" พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ ที่โดดเด่นเห็นแต่ไกลจากด้านล่าง 10. หมู่บ้านจีนยูนนาน สันติชล หมู่บ้านสันติชล หรือ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน เป็นชุมชนที่นำเสนอเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชาวจีนยูนนานอันเป็นรากฐานของชุมชน มาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ท่านจะได้ชมบ้านดิน สนุกสนานไปกับการละเล่นโล้ชิงช้า ชิมชาชั้นเลิศ ลิ้มรสอาหารยูนนานแสนอร่อย พร้อมกับบรรยากาศอันงดงาม เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่สุด คุณจะรู้สึกได้ว่านี่ฉันอยู่เมืองไทยหรือนี่ ?? หมู่บ้านสันติชล ตั้งอยู่ตำบลเวียงใต้ ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 4.5 กิโลเมตร     11. จุดชมวิวดอยกิ่วลม จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอยเชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่น ๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบัน จุดชมวิวดอยกิ่วลม ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดบริการนักท่องเที่ยวซึ่งสร้างอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ และมีร้านกาแฟชาวไทยภูเขา    12. Romance Farm โรแมนซ์ ฟาร์ม (Romance Farm) ฟาร์มแกะ และเกษตรกรรม ที่จะทำให้วันเวลาของคุณมีแต่ความสุข เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับความน่ารักของน้องแกะแล้ว คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งหญ้าและขุนเขา รวมถึงการนั่งจิบกาแฟและลิ้มรสขนมแสนอร่อย ฟาร์มแห่งนี้ตกแต่งในสไตล์ยุโรปชนบท มีแคมป์สำหรับก่อกองไฟปิ้งมาร์ชเมลโล่ในยามค่ำคืน ได้บรรยากาศบุบผาชนเป็นที่สุด ที่สำคัญเดินทางง่าย เพราะอยู่ใกล้ ๆ กับวัดศรีดอนชัยเลยฮะ แอดมินขอยืนยันเลยว่า ตั้งแต่เดินทางท่องเที่ยวมา ที่แห่งนี้เป็นฟาร์มที่สวยและน่าหลงใหลที่สุด และชีสเค้กของที่นี่ก็อร่อยสุดยอดเลย ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ การเดินทางในทริปนี้ต้องขอขอบคุณ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย ที่ดูแลพวกเราพี่น้องสื่อมวลชนเป็นอย่างดี และสายการบินไทย แอร์เอเชีย ผู้สนับสนุนการเดินทาง อย่าลืมนะครับว่า ... ปาย หน้าฝน ก็งดงามควรค่าแก่การมาเที่ยว คนก็น้อยกว่า อากาศกำลังดี ยิ่งปลายฝนต้นหนาวยิ่งต้องมา เมืองน่ารักแห่งนี้รอต้อนรับทุกท่านเสมอครับ ขอบคุณนิคอน เซลส์ ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อเลนส์ NIKKOR 18-300mm และ 35mm F1.8 มาให้เราได้ใช้เก็บภาพงาม ๆ ครับ ถ่ายภาพและเรียบเรียงโดย : Travel MThai 

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปต่างประเทศครั้งแรก ตื่นเต้นสิ ไปกันสามคน สามสาว สามโสด 4 - 8 มีนาคม 2558 4 คืน 5 วัน แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ - ถิ่นลุงโฮ ||| ดาลัด - ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดี๊ดี ||| มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล ทั้งเดิน วิ่ง แว๊น แท็กซี่ รถเมล์ รถบัส มินิบัส รถจิ๊บ เจอหลากสภาพอากาศ ทั้งร้อน ร้อนโคตร เย็น เย็นโคตรๆ ที่สำคัญ จดจำเหตุการณ์นี้ไปตลอดชีวิต กับการตกเครื่องครั้งแรก ความเงิบจึงบังเกิด แต่ก็ทำให้เราได้อยู่ต่ออีก 1 วัน หุหุ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คนละ = 8,700 บาท ตั๋วเครื่องบินไปกลับ + ค่าอาหาร + ของฝาก + ที่พัก (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อใหม่นะ) ปล.ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสมาชิกพันทิปท่านนึง ถ่ายรูปสวยมาก เวลา 5 ทุ่ม เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนเราไลน์ชวนไปเที่ยวเวียดนาม เราก็ตอบตกลงไป คำเดียวแบบไม่คิด และจองตั๋วไปกลับ ดอนเมือง-ไซง่อน(โฮจิมินห์) ในคืนนั้นเลย 3,000 บาท คือก็ไม่ได้เห่อนะ แต่อารมณ์อยากเที่ยวมันพาไป กิกิ >\\<  จนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาที่เราสองสามคนเฝ้ารอก็มาถึง ตื่นเต้นสิคะ ตปท.ครั้งแรกน้าาา เราได้ Flight FD 650 DMK-SGN 07.45 น. ก่อนเดินทางเราได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร และแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชทั้งเงิน USD และ VND  พวกทศนิยมเล็กๆ น้อยๆ อย่าไปคิดมากค่ะ แลกให้พอมีติดตัว เน้นความสะดวก เพราะถ้าหาร้านรับแลกที่โน่นไม่เจอก็แย่ เราใช้เวลาเดินทาง 1.30  ชม. ก็มาถึงสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ไซง่อนหรือนครโฮจิมินห์นั่นเองค่ะ โฮจิมินห์อดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกด้วยค่ะ ถึงสนามบินแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ซื้อซิมค่ะ เดี๋ยวลงแดง !! ที่นี่จะมี vinaphone กับ mobifone (แบรนด์นี้ พนง.ไม่ให้เราถ่ายรูป) เราเลือก vinaphone แพ็คเกจกะมีให้เลือกเยอะกว่า และถูกกว่า เราเลือกแพ็คเกจ unlimited 1.2 GB เล่นเน็ตได้อย่างเดียว ราคา 1่15.000 ดอง (จะใช้ . แทน ,) พอดีใช้ซิม Standard เลยได้ลดอีก 18.000 ดอง เก๋ๆ วิธีคิดค่าเงินง่ายๆ คือ ตัดศูนย์ข้างหลังทศนิยมออก x 1.5 เช่น 115.000 ดอง เป็นเงินไทย 115 x 1.5 = 172.5 บาท เราเดินออกจากสนามบินมาทางขวามือ มอง 45 องศาอีกฝั่ง ประมาณ 500 เมตร จะเจอรถเมล์สาย 152 (เฮ้ยยยย ข้อมูลที่หามา เป๊ะอ๊ะะะ !!) เราขึ้นไปนั่งรอบนรถ สุดท้ายหน้าแตกจ้ะ รถที่ออกคือคันหลัง - - ได้ย้ายกันทั้งคัน ค่าโดยสารเข้าเมือง ราคา 5.000 ดอง ใครมีเป้ ข้าวของ เอาวางไว้ที่ตักนะคะ เด๋วจะโดนเรียกเก็บเป็น 10.000 ดอง แต่บางทีถ้าเราเอามาวางไว้ที่ตักแต่กระเป๋าเรามันใหญ่มากๆ เขาก็คิดเพิ่มนะคะ นั่งรถเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่ะ รถจะผ่านวงเวียนใหญ่ ตรงตลาดเบนถัน(ตามรูป) และรถจะจอดให้ลง ที่นี่สมคำร่ำลือจริงๆ เมืองแห่งมอไซค์ค่ะ คือรถโคตรเยอะ แซ้บบอยสก๊อยเกิลก็เถอะ เจอพี่เวียดเข้าไป เป็นต้องหลบให้เลยค่ะ ที่นี่ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคนนะคะ ชอบมาก อยากให้คนไทยเป็นแบบนี้ เวียดนามจะมีรถสามล้อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เราไม่นั่งค่ะ ได้เห็น ได้ถ่ายรูปพอละ เสี่ยงโดนโกง และเปลืองตัง ห้าาา ขณะนี้เวลา 11.45 น. เรารีบกางแผนที่ ตามหาเวียตซีค่ะ (Vietsea Tourist) เราจะจองทริปครึ่งบ่ายไปอุโมงค์กู๋จี ตอนแรกมึนมาก เดินมาผิดทาง เพราะมองแผนที่กลับหัว เอิ้กๆ วิธีมา >> ต้องเดินตามถนน PhanNgu Lao เส้นสวนสาธารณะนะคะ จะเจอเวียตซีอยู่ซ้ายมือชั้นล่าง ใต้โรงแรม KIM KHOI HOTEL ค่ะ ค่าทัวร์ 5 USD/คน พนง.จะนัดเวลา มาให้ตรงเวลานะคะ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ จากนั้นเราเดินหา บริษัท Phuong Trang ค่ะ เป็นบริษัทรถที่เราจะจองไปดาลัดคืนนี้ >> จากเวียตซี เดินต่อไปนิดเดียวจะเจอแยกถนน De Tham  เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 100 เมตร จะเจอที่ขายตั๋วค่ะ เราจองรถนอนไปดาลัด รอบประมาณ 23.45 น.  ราคา 230.000 ดอง ซึ่งรถจะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ ถ้าซื้อเวียตซีจะโดนชาร์จนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ลำบากอะไร ไปซื้อเองดีกว่าค่ะ ใกล้กันมากๆ ระหว่างรอขึ้นรถไปอุโมงค์กู๋จีเราก็เดินๆ หาอะไรกินกันค่ะ ปรากฏว่าเพลิน ลืมกิน เวลาก็จวนจ่ำ เลยต้องรีบเดินกลับค่ะ หลังๆ ดูเวลา เดินไม่ได้แล้วค่ะ วิ่งสิคะ โห...ผมนี่ติดสปีชเลย แต่เชื่อมั้ยว่าไม่ทัน ช้าไป 5 นาที ร้องไห้แปรบบบ เหงือนี่แตกพราก หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ พนง.ที่เวียตซีน่ารักมากค่ะ พาเราเดินไปรอรถอีกฝั่ง น่าจะให้วนมารับอีกรอบ ตอนขึ้นรถนี่พูดได้เต็มปากว่า "โคตรอาย"  ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าเผลอนะคะ กะเวลาเวลาดีๆ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ เรานั่งรถบัสที่ทางเวียตซีจัดให้ไปอุโมงค์กู๋จี ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเกือบทั้งคัน มีไกด์ชื่อ คุณแจ็ค ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พอถึงอุโมงค์กู๋จี ไกด์จะเก็บเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 110.000 ดอง และจะพาเราไปปรับพื้นฐานเบื้องต้นก่อนไปสถานที่ต่างๆ ไกด์พามาดูกับดักค่ะ ด้านล่างจะมีเหล็กแหลมคอยดักศัตรูให้ติดกับ อุโมงคกู๋จี ห่างจากโฮจิมินห์ 40 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ของชาวเวียดกงที่ขุดขึ้นขนาดพอดีกับตัวในสมัยที่ทำสงครามกับกองทัพอเมริกา รวมถึงกองทหารพันธมิตรจากนานาประเทศ ใช้ซุ่มโจมตีกองกำลังทหาร ทำให้ทหารเวียดนามได้รับชัยชนะในการรบกับทหารอเมริกา ถึงขั้นที่อเมริกาคิดที่จะมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่พันธมิตรยับยั้งไว้ก่อน โดยอุโมงค์นี้มความยาวกว่า 200 กิโลเมตร อยู่ได้ถึง 80,000 คน ใช้เป็นที่บัญชาการทางทหาร เป็นหลุมหลบภัย และอุโมงค์นี้ยังสามารถทะลุออกแม่น้ำไซ่ง่อนได้อีกด้วย มีทั้งให้ลองลอดอุโมงค์ บางอุโมงค์ต้องคลานเท่านั้น คืออิชั้นขอบายค่ะ คุณลุงทหารกำลังทำรองเท้าอยู่ค่ะ รองเท้าทำมาจากยาง สมัยก่อนทหารเวียดนามจะใส่รองเท้าสลับหัวท้าย เพื่อเป็นกลอุบาย หลอกล่อศัตรู ให้เดินมาติดกับดัก อารมณ์เดียวกับ กัณหา ชาลี เลย คือทหารเวียดนามฉลาดมากอ่า ก่อนกลับไกด์พามาที่โรงอาหารของทหารเวียดนาม เป็นโต๊ะไม้ยาวๆ มีของกินด้วยนะคะ "มันเผา" แบบฉบับทหารเวียดนาม จิ้มกับพริกเกลือ แต่ที่นี่จะใส่ถั่วลิสง รสชาติอร่อยดีนะ หอมๆ แปลกดี ทุกจุดที่ไกด์พากรุ๊ปทัวร์ไป เราจะเป็นสามคนสุดท้ายที่ไปช้าเสมอ และไกด์ก็มักเรียกเราด้วยประโยคนี้เสมอ เฮ้ มายกรุ๊ป คัมเฮีย !! เราใช้เวลาอยู่ที่อุโมงค์กู๋จี 1.45 ชั่วโมง กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางอีก 2 ชั่วโมงเหมือนเดิมค่ะ ช่วงว่างๆ นี่ นอนเอาแรงเหอะ ^^ Zzz. กว่าจะถึงโฮจิมินห์ก็ 18.30 น. ละค่ะ เราลงจากรถมองหาของกินอันดับแรกเลย เจอร้านน้ำผลไม้ปั่น น่ากินดี ราคา 15.000 ดองเอง เลยสั่งมาสามแก้ว น้ำส้ม น้ำมะม่วง น้ำสับปะรด รสชาติโอเคเลยถ้าเทียบกับราคา เราขอฝากกระเป๋าไว้ที่เวียตซี แล้วบอกเขาว่าจะมาเอาตอน 3 ทุ่ม เพราะถ้าเดินแบกไปเรื่อยๆ อาจมีหลังทรุด เราเดินไปตามสวนสาธารณะ จุดหมายอยู่ที่ Night Market แถวตลาดเบนถัน หาของกิน หาของกิน หาของกิน โฮจิมินห์ เป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะเยอะมาก และคนเวียดนามก็ชอบมาออกกำลังกายที่นี่ และตอนกลางคืนก็มีหลายคู่ที่มานั่งจู่จี๋ตามสวนสาธารณะ บ้างก็มาเล่นกีฬาเตะลูกขนไก่ค่ะ  เรานั่งดูเพลินเลย ลูกขนไก่เล็กขนาดนั้นเตะกันได้ลูกเด้งดึ๋ง ปริงได้ดีมาก แล้วก็มีแบบเป็นแก๊งด้วยนะ มากระโดด โลดโผน ตีลังกา อารมณ์ศิษย์วัดเส้าหลินอ่ะ ตื่นตาตื่นใจมาก โหะๆ เราข้ามถนนตรงวงเวียนมาฝั่งตลาด วิธีการข้ามถนนที่นี่ คือ ข้ามตรงทางม้าลายปลอดภัยสุด ถ้าตรงไหนไม่มีทางม้าลาย หายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบข้ามค่ะ ส่วนใหญ่รถจะหลีกทางให้เราเองนะ คหสต.เชื่อว่าหลับตาข้ามคงไม่โดนชนแน่นอน (แต่อย่าทำนะ) มาที่นี่ตอนแรกไม่ชินค่ะ เสียงแตรรถบีบกันถี่และดังมาก สะดุ้งทุกๆ สามวิก็ว่าได้ แต่อยากจะบอกว่า เรายังไม่เห็นอุบัติเหตุเลยนะ สงสัยเขาขับรถเชี่ยวกันมาก ที่ Night Market จะเหมือนถนนคนเดินเล็กๆ ไม่ใช่คนเท่านั้นที่เดินนะคะ รถมอไซค์ก็ขับผ่านไปมาพรุกพร่าน ระวังโดนซอยตูดกันด้วยค่ะ เสียว เราเดินเซอร์เวย์มาเรื่อยๆ มีร้านอาหารไม่กี่ร้านนะ แต่เราสะดุดร้านนี้ค่ะ ร้านหาบเร่เล็กๆ ขายบุ๋นเรียว ลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสใส่ลูกชิ้นปลาสไลด์ ราคา 20.000 ดอง (ราว 30 บาท) เลยจัดไปถ้วยนึง อยากชิมของข้างทางแบบคนไซง่อนเขากินกัน คำแรกที่ซดน้ำซุป โห...น้ำตาจะไหล อร่อยอ่ะ มันเด็ดมาก ไม่ต้องปรุงเลย รสชาติเปรี้ยวมะนาว เค็มๆ หวานๆ เผ็ดพริกซอยเล็กๆ จัดว่าเด็ด !!!! บุ๋นเรียว 1 ถ้วย กินกัน 3 คน มันจะไปอิ่มอะไร เราไม่รีรอค่ะ เดินเข้าร้านสั่งอาหารเลย เราสั่งข้าวผัดทะเล ปอเปี๊ยะสด ผัดผัก ต้มปลาใส่ผัก(เรียกอะไรไม่รู้แต่เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่) ข้าวผัดจะใส่อะไรไม่รู้ กรอบๆ แข็งๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ความรู้สึกเราเหมือนข้าวหุงไม่สุก ข้าวก้นหม้อ ประมาณนั้น แต่คือหิว สั่งอะไรมาก็หมด ห้าาา ผลไม้ที่ซื้อมารูปร่างเหมือนละมุดยักษ์ แต่รสชาติเหมือนมะพร้าว อร่อยมาก ชอบ หวานนวลๆ มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 270.000 ดอง ค่ะ เสร็จจากมื้อนี้ เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้ซื้อของนะ เพราะขี้เกียจถือ แค่นี่ก็หลายสิ่งแล้ว เราลองถามราคาเสื้อผา ของที่ระลึกต่างๆ ปรากฏว่าแพงนะ เลยไม่เอา แต่หลังจากไม่เอานี่แหละ สงครามประสาทก็เกิดขึ้น คนขายจะมาง้อเรา พร้อมเครื่องคิดเลข 1 เครื่อง ให้เรากดเสนอราคาที่เราพอใจ แหมะ ธัมโม สังโฆ คือไม่ค่อยชอบวิธีการ แต่ก็เอาวะ ลองดู ประเด็นอยากได้เสื้อยืดรูปธงเวียดนามไง ราคาประมาณ 120.000 ดอง เราเลยลองต่อครึ่งนึง นังบอก "โนววววววววว" ให้เสนอราคามาใหม่ คราวนี้เราเลยต่อไป เหลือ 80.000 ดอง (120 บาท) คนขายบอกโอเค เมื่อพอใจในราคาทั้งสองฝ่าย การซื้อขายจึงสิ้นสุดลง และเราก็ได้เสื้อยืดสีแดง รูปดาวมาสมใจ กิกิ มองดูเวลาสมควรแก่การอาบน้ำ เราเดินกลับไปเอากระเป๋าที่เวียตซี ห้องน้ำที่นั่นมีห้องเดียวเล็กๆ แถมกรุ๊ปทัวร์เยอะด้วย เราเลยหอบกระเป๋าไปห้องน้ำที่สวนสาธารณะ  ซึ่งเป็นห้องน้ำระดับสี่ห้าดาวของเวียดนามเลย เราจัดแจงแตรียมของไปอาบน้ำ พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ ห้องน้ำปิด เอิ่ม....ความพยายามทั้งหมดที่ทำมา ไม่เป็นไร เราตัดสินใจเดินไปขึ้นรถที่ Phuong Trang โชคดีมาก ที่นั่นมีห้องน้ำ ไม่มีใครเข้าด้วย เพราะมันอยู่ด้านใน เสร็จเราสองสามคนจ้าาา เลยได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เอาน้ำลูบๆ ทาแป้งเย็นให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนขึ้นรถไปดาลัด รถนอนที่นี่ นอนกันจริงจังมาก นั่งแทบไม่ได้ ก่อนขึ้นรถเขาจะให้ถอดรองเท้าเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วเก็บไว้ที่ใต้เบาะนอนด้านบนนะคะ ฝรั่งบางคนขายาวมาก น่าสงสารอ่ะ เอาเท้าสอดเข้าช่องไม่ได้ เลยต้องนอนชันเข่าทั้งคืน ต่อจากนี้อีก 6 ชั่วโมง ก็จะถึงดาลัดแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ. **เพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 รวม 1793.000 VND + 15 USD / 3 คน ค่ะ เฉลี่ยใช้จ่ายคนละประมาณ 1,000*** บาทค่ะ สำหรับวันที่ 2 ณ เมืองดาลัด ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดีดี๊ ^^ เราถึงดาลัดประมาณ 05.30 น. อยากจะบอกว่า ดาลัดหนาวมากกกกก เราแคปเจอร์หน้าจอไว้เป็นหลักฐานมาด้วย ถึงแล้วให้บอกคนขับรถตู้ของ Phuong Trang (บริการฟรี) ว่าไปที่ไหน....เอ่อแล้วไปที่ไหนล่ะ ไม่ได้จองโรงแรมไว้ เรากะ walk in เลย ที่หาข้อมูลไว้คือ เกสเฮาส์แถวๆ โรงแรมทิวลิป ตอนแรกคนขับรถไม่สนใจเรา โคตรเซง เลยต้องนั่งเสริจหารูปภาพโรงแรมและที่อยู่ให้เขาดู ถึงยอมไปส่งเรา ระหว่างทางเพื่อนเราก็ถ่ายรูปไป พนง.ก็ไล่ส่งคนจนเหลือแค่เราสามคน เขาบอกให้เราไปนั่งหน้า จะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ ใจดีจุง กว่าจะถึงหน้าโรงแรมทิวลิปก็ 06.30 แล้ว แนะนำว่าเมื่อถึงหน้าโรงแรมทิวลิปให้ทันหน้าเข้าหาโรงแรม แล้วเดินไปทางด้านซ้ายมือ จะเจอเกสเฮาส์เพียบบบ ควรเลือกเกสเฮ้าที่มีรถมอไซค์ให้เช่า และมี พนง.ที่สื่อสารกับเราได้ ไม่งั้นปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเหมือนเรา (ไว้จะเล่าอีกที) เราพักที่  NHA NGHI Guesthouse ด้านล่างจะเป็นร้านกาแฟ ชื่อ Coffee Dau Tay 2 ราคา 300.000 ดอง/คืน ถือว่าโอเคเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่า แล้วเราก็ให้ทางร้านจองรถไปมุยเน่พรุ่งนี้เช้า ราคา 150.000 ดอง/คน พร้อมเช่ามอไซค์ ได้ร้านข้างๆ ติดกับที่พักนี่เอง ค่าเช่ามอไซค์ 2 คัน เราต่อได้คันละ 100.000 ดอง กิกิ แล้วจะช้าอยู่ใย ไปแว๊นกันเถอะ ถนนที่นี่ขับเลนส์ขวา แซงเลนส์ซ้ายนะคะ ต้องจูนสมองพักนึงเลย เราซื้อแผนที่มาจากร้านเช่ามอไซค์ 15.000 ดอง ไปเติมน้ำมันด้วย สองคัน 80.000 ดอง ที่แรกที่เราแวะเที่ยวคือ  Vuon Hoa Thanh Pho Da Lat หรือ The flowers garden เป็นสวนดอกไม้นานาชนิด สวยดีค่ะ เอารถจอดไว้ด้านหน้า เสียค่าจอด 6.000 ดอง ส่วนตั๋วซื้อได้ที่ด้านหน้า ราคา 30.000/คน ไปชมภาพบรรยากาศกันค่ะ ^^ โหมดสาระ : สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens) อยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวาง บนถนนฟูดงเตียนหวุง (Phu Dong Thien Vuong) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2409 เพื่อให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรภาคใต้ ดาลัดได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งดอกไม้ ที่นี่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี รวบรวมพรรณไม้ไว้อย่างมากมาย ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ต้น และกล้วยไม้ ที่มีทั้งกล้วยไม้สายพันธุ์แท้และลูกผสม ซึ่งกล้วยไม้ตัดดอกทั้งหมดที่อยู่ในเวียดนามมาจากที่นี่ค่ะ มีพวกผักเมืองหนาวด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพืชผักผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนามเลยทีเดียว ที่แรกผ่านไป ต่อด้วยแว๊นมอเตอร์ไซค์ไปที่ที่สอง หุบเขาแห่งความรักค่ะ (Valley of Love) ที่นี่อยู่ทางเหนือของทะเลสาบซวนฮวางประมาณ 5 กิโลเมตร หุบเขาแห่งความรัก คนเวียดนามเรียก "ทุงหลุงติงห์เอียว" เป็นหุบเขาที่มีวิวทะเลสาบ ล้อมรอบไปด้วยเนินเขาเตี้ยๆ ปกคลุมด้วยไม้สนค่ะ คืออากาศดีมากกกก ชอบมากกก ระหว่างขับรถด้านข้างจะเป็นทะเลสาบซวนฮวาง ถ้าใครแว๊นมากะแฟนนี่โคตรฟิน พูดเลยยยย >\\< แต่ละที่ระยะทางไม่ห่างกันมากค่ะ แต่ควรกะเวลาให้พอดีนะคะ เพราะเราเที่ยวแบบต๊ะต่อนยอนมาก ห้าา Valley of Love เขามีตำนานนะคะ เอามาจากคุณ *Pacharawalai ว่ากันว่า "เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่นัดพบระหว่างนายทหารชาวดาลัดนายหนึ่งกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วง ศตวรรษที่ 17  ซึ่งเป็นช่วงที่นายทหารผู้นี้ต้องไปทำการรบกับข้าศึกชาวจีนมองโกเลียที่มารุกรานเวียดนาม โดยสองคนนี้ได้สัญญาว่าเมื่อชายหนุ่มกลับมาพบกันตามเวลาที่นัดหมาย ก็จะแต่งงานกัน เมื่อถึงเวลานัด ฝ่ายหญิงก็ไปรอนายทหารหนุ่มคู่รักที่หุบเขาแห่งนี้ แต่เผอิญอีตาทหารหนุ่มเกิดไม่ได้มาตามนัดซะงั้น สาวเจ้าก็เศร้าโศกเสียใจ คิดว่าคนรักตายในสนามรบซะแล้ว เลยโดดหุบเขาฆ่าตัวตายที่นี่ สุดท้ายเมื่อนายทหารหนุ่มกลับมาและได้ข่าวว่าคนรักตัวเองโดดเขาตาย เขาจึงฆ่าตัวตายตามไปในที่สุด ว่ากันว่าชาวดาลัดเรียกหุบเขาแห่งความรักนี้ว่า ดอยสองศพค่ะ เนื่องจากชาวบ้านได้นำเอาร่างของคนทั้งคู่มาฝังร่วมกันที่นี่" และทั้งหมกก็คือตำนาน จบ. มาต่อกันดีกว่า เมื่อมาถึง Valley of Love แล้วต้องเอารถไปจอดด้านในนะคะค่าฝาก 6.000 ดอง/คัน แล้วเดินออกมาซื้อตั๋วด้านนอก ราคา 30.000 ดอง/คน ค่ะ ที่นี่จะมีให้เราเลือกแพคเกจเที่ยวโดยรถไฟ รถจิ๊บ เดิน บลาๆๆ ซึ่งราคาแอบแพง เราเลยเลือกเดิน เข้าไปแล้วจะเจอสวนดอกไม้ มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลยค่ะ แนะนำว่าให้มาก่อนเที่ยงนะคะ ไม่งั้นตะวันตรงหัวเวลาถ่ายรูปแล้วเงาจะตกลงมาที่หน้าค่ะ จะมิงามมมม ^^ เข้าไปด้านในจะเจอร้านอาหาร เครื่องเล่น รถถีบด้วยค่ะ(ภาษาอะไรเนี้ย แอร๊ยยย) เราแวะกินข้าวกลางวันที่นี่หมดไป 230.000 ดอง แนะนำว่าเวลาไปตามสถานที่ท่องเที่ยว แล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวให้อ่านเมนูดีๆ นะคะ มาไกลถึงเวียดนามไม่อยากให้สั่งมาแล้วเงิบ เจอเส้นมาม่าเหมือนเรา ห้าา เพิ่มพลังกันแล้ว เดินต่อค่ะ จะได้ย่อย  ^^ เดินเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ไม่นานก็จะเจอภาพนี้ค่ะ ครั้งแรกที่เห็น ต้องอุทานออกมาดังๆ ว่า "เห้ยยยยยยยยยยยยยยย" วิวดีอ่า สวยมาก ด้านล่างจะเป็นทะเลสาบล้อมไปด้วยหุบเขา อยากให้มาเห็นด้วยตังเองจังค่ะ มีก๊อกน้ำลอยได้ด้วยนะ เก๋ๆ มาถึงแล้วขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกซักหน่อยค่ะ ด้านล่างเขาจะทำเป็นสวนผีเสื้อ ไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดานะคะ แต่เป็นผีเสื้อยักษ์ !! ถ้าลงบันไดไปด้านล่างอีกก็จะมีเรือให้ปั่นเล่นที่ทะเลสาบค่ะ แต่เราไม่ได้ลง กลัวเวลาไม่พอ ต้องไปแล้วสิ ไปเอารถที่ฝากไว้ค่ะ เตรียมแว๊นไปที่ XQ Đà Lạt Sử Quán  อยู่ใกล้ๆ Valley of Love ทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ ติดตามโพสต่อไปนะคะ ที่นี่เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย  ขอลาไปด้วยภาพนี้ที่พี่เป็นสก๊อยเวียดนาม โหะ โหะ โหะ.... ^O^ สถานีต่อไป XQ Đà Lạt Sử Quán ขับรถไปนิดเดียวก็จะเจอ อย่างที่บอกว่าทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ  ดูข้างนอกว่าสวยแล้ว  ข้างในสิสวยกว่า ปล.กล้องเราแบตหมด เซงมากกก ดีนะมีกล้องเพื่อนกะกล้องมือถือ ไม่งั้นร้องไห้ค่ะ ดังนั้นเพื่อนๆ เตรียมแบตสำรอง ชาร์จมาให้พร้อมนะคะ ตอนนี้ 16.00 น. ต้องรีบละค่ะ เรากลัวเก็บไม่หมด มาถึงก็ฝากรถไว้ 10.000 ดอง แล้วขึ้นไปด้านบนค่ะ จะเจอวิวเมืองดาลัดสวยๆ แบบนี้ ^^ เราเข้าไปซื้อตั๋ว cable car ให้บริการเวลา 07:00-11:30 และ 13:30-17:00 มีหยุดพักเที่ยวด้วยนะคะ ไปอย่างเดียว 50.000 ดอง ไป-กลับ 70.000 ดอง ขากลับเรากะนั่งแท็กซี่ลงมา เพราะใช้เวลานั่ง cable car ไปกลับ 30 นาที นานเกิน มาชมกันค่ะ ชมภาพทิวสนสีเขียวนวลตา ระหว่างนั่ง cable car ข้ามไปวัด Truc Lam ฟินลืมมม แต่คนที่กลัวความสูงนี่อดนะคะ >< 15 นาทีผ่านไป ลงจาก cable car เข้าสู่วัด Truc Lam ข้อมูลจาก Mr.hotsia บอกว่าวัดนี้เป็นวัดพุทธนิกายเซน ซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี) พระอารามห่างจากใจกลางเมืองของดาลัด 5 กม. ตั้งอยู่บนภูเขาฟินิกซ์เหนือมีทะเลสาบ Tuyen Lam Lake วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลัมดอง (Lam Dong) เมืองดาลัดอยู่ภายใต้จังหวัดลัมดองค่ะ ลืมบอกเลย สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเที่ยววัดนี้คือการเดินออกไปชมวิวทะเลสาบตังแลม(Tuyen Lam Lake) หลังวัดซึ่งเราพลาด เหมือนตอนที่ไป เขามีป้ายซึ่งเราเข้าใจว่าห้ามเข้านะ อด ขากลับเรานั่งแท็กซี่กลับค่ะ ตอนแรกแอบกลัวโดนโกง จากข้อมูลที่หามาบอกว่า ให้นั่งของ Vina sun กับ Mai Linh เท่านั้น ซึ่งเราเลือกนั่งของ Vina sun ผู้หญิงขับด้วยค่ะ เค้าบอกว่าคิดราคาตามมิเตอร์ เราก็โอเค สรุปหมดไป 80.000 ดอง ค่ะ เก๋ๆ อิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา เชื่อมั้ยกว่าจะถึง Crazy House ก็ปาไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ชีวิต....สิ้นนนนนน !!! คงได้เก็บสถานที่นี้เป็นที่สุดท้าย ณ ดาลัด เศร้าแปรบบบ  ขอย้ำ ขอซ้ำ ขอให้จำว่า "มาดาลัดต้องอยู่ 2 วัน ถึงจะเก็บหมดแบบชิวๆ" อิชั้นผิดเองที่ต๊ะต่อนยอน ขอสุมาเต๊อะ อดไปพระราชวัง Bao Dai พิพิธภัณฑ์รถไฟ โบสถ์สีชมพูโดเมนเดมารี นั่ง sliding car ไปน้ำตกดาตันลา เจดีย์มังกรเอย TT  จบบบบ สิ้นนนน ถือเป็นบทเรียนค่ะ (ขอโทษที่ข้อมูลไม่ครบนะคะ) ถ้าอยากครบต้องมีซ้ำ แต่ไม่เป็นไรเป้าหมายเราอยู่ที่วันพรุ่งนี้ คือ มุยเน่ เมืองทะเลทรายชายทะเล ตามรอยเราสองสามคน มโนรมณ์ว่าเป็นสุนทรีย์ แอร๊ยยย >\\< ต่อค่ะๆๆ ไปถึง Crazy House จอดรถไว้ด้านข้างนะคะ ค่าฝากรถ 4.000 ดอง ค่าเข้า 40.000 ดอง เวลานี้โพ้เพ้มาก เริ่มมืด ตื่นเต้น และน่ากลัวไม่น้อย หึหึ (คนอวดผีป่ะเนี้ยย) ไปดูภาพบรรยากาศกันค่ะ Crazy House เป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die คนออกแบบคือ มาดาม Hang Nga ซึ่งเป็นลูกสาวของอดีตรองประธานาธิบดีที่ 2 ของเวียดนามค่ะ เรียนจบสถาปัตกรรมจากฝรั่งเศส จุดเด่นของ Crazy House คือจะคล้ายๆ ถ้ำของมนุษย์ยุคหิน ข้างในจะตกแต่งด้วยของหน้าตาประหลาดๆ เราอยากบอกว่าด้านบนบางจุดอันตรายนะ ถ้าไปตอนเย็นๆ ทางเดินจะมืด บางจุดยังสร้างไม่เสร็จ สะพานข้ามเปราะๆ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรง เห็นโครงเหล็กฉาบปูนอยู่เลย ตรงไหนรู้สึกเสี่ยง ก็เลี่ยงนะคะ (เอ๊ะ !! หรือว่าเขาตั้งใจทำ - -) เดิน วิ่ง กระโดด โลดโผน ปีน ป่าย เสร็จ ก็ได้เวลากลับที่พักค่ะ เวลา 1 ทุ่ม เราถึงที่พัก สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ ชาร์จแบตกล้อง เด๋วคงต้องใช้กล้องมือถือถ่ายแล้วแหละ เราไม่รีรอที่จะออกหากิน แว๊นมอไซค์ไปจอดข้างถนน แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งซึ่งเป็น Night Market ค่ะ โหหห คนเยอะและของกินแยะเรียงรายตามบันได เห็นแล้วแทบจะเกลือกกลิ้ง อากาศก็เย้นเย็นนน อยากกินไรอะไรร้อนๆ มาก คือเราหิวมากต่อจากนี้ไป เราจะกิน กิน กิน และกิน มาเริ่มกันเลยค่ะ หมายเลข 1 เป็นต้นอาร์ติโชค เอาไว้ทำชาร้อนๆ จิบตอนอากาศเย็นๆ ฟินน หมายเลข 2 ไม่ใช่ของกิน ห้าา แต่เป็นปูนปาสเตอร์ก้อนกลมๆ แบนๆ ร้อยใส่เชือกเทียน ยังไม่เคยเห็นที่ไทยนะ น่ารักดี หมายเลข 3 เป็นขนม คล้ายขนมขี้หนูม้วน ข้างในสอดใส้ถั่วหวานๆ หอมๆ หมายเลข 4 ของปิ้งย่าง ลูกชิ้น ฮอทดอก ไส้กรอก หมู เนื้อ ปิ้ง ที่ชอบคืออะไรไม่รู้คล้ายๆ หมูห่อใบชะพลู รสชาติแปลกดี หมายเลข 5 เต้าฮวย ต่างจากไทยตรงที่เต้าฮวยที่นี่นุ่มนิ่มเด้งดึ๋งมาก ราดน้ำเชื่อมและกะทิด้านบน หมายเลข 6 แพนเค้ก จะมีแม่พิมพ์ใช้ทำอยู่ เลือกใส่ไส้ได้ตามใจชอบ มีทั้งชอก สตอ บลูเบอรี่ รสชาติก็งั้นๆ นะ เราทำอร่อยอีก (ดู๊วว) หมายเลข 7 บุ๋นเรียว ของขึ้นชื่อของดาลัดเลยนะ อร่อยมาก ก้อนๆ นั่นทำจากไข่ไก่ผสมไข่ปลา (เห็นเขาว่ามาอย่างงั้น) ยัง ยังไม่หมด อย่าลืมว่าเรามากันสองสามคน เวลาซื้อของกินเราจะซื้อทีละนิดทีละหน่อย พอให้กระเพาะได้มีพื้นที่ไว้ยัดของกินอย่างอื่นอีก ห้าาา หมายเลข 1,2 ร้านนี้ขายหลายอย่าง เราสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำใสมา(ตั้งชื่อเอง) ข้าวต้มหมู(อร่อยมาก) และต้มไก่ ร้านนี้ใช้เตาถ่านนะ กลิ่นเลยเฉพาะ น้ำซุปห๊อมหอม หมายเลข 3 บุ๋นเรียวต้องใส่กะปิด้วยนะลืมบอกเลย เหมือนข้าวปุ้นน้ำแจ่วที่เชียงคาน หมายเลข 4 เต้าฮวยนุ่มนิ่ม ต่อค่ะๆ อย่าให้ขาดช่วง หมายเลข 1 ผลไม้แช่อิ่ม ขายที่ตลาดด้านล่างคล้ายๆ ที่กาดหลวง กาดต้นพยามเชียงใหม่ เราโหวตมะม่วงอร่อยสุด แม่ค้านี่กวักมือรัวๆ เรียกเราให้เข้าไปชิม ไอเราก็ใจง่าย ไปเฉยเลย เจอเอาของกินเข้าล่อก็เงี้ยะ แม่ค้าขนของออกมาให้ลองแทบจะหมดร้านละค่ะ ทั้งชา กาแฟ โห...รู้ตัวอีกทีคือตรูแหลกของเค้าไปเยอะเลย ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้ เลยเอามะม่วง พลับ กับบ๊วย ตอนจ่ายตังมีเงิบ 450.000 ดอง ธัมโม สังโฆ (แต่มารู้ทีหลังว่าถูกกว่าตลาดเบนถันอีกนะ) อ่อ เราซื้อกาแฟที่นี่ด้วย กาแฟ G7 กับกาแฟบด ขี้ชมดก็มี หมายเลข 2,4 น้ำเต้าหู้ของดาลัดเก๋มาก ทำจากถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิงสง รสชาติและกลิ่นแตกต่างกันไป เราโหวตถั่วเขียว อร่อยดี กินคู่กับซาลาเปาทอด หรือขนมปังที่ร้านมีไว้ให้(แต่อย่ากินเลย เหนียว แข็ง และไม่อร่อย) หมายเลข 3 พิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบ อร่ยยยยยมาก จัดว่าเด็ด ปกติจะเป็นแผ่นกลมๆ อันนี้แม่ค้าตัดมาให้เราพอดีคำ ใครจะไปต้องลองนะคะ ข้อสังเกต : คนดาลัดให้ความสำคัญกับอาหารมาก ทุกอย่างมีประโยชน์ ก๋วยเตี๋ยว เฝอ บุ๋นเรียว มีผักฟรีให้กินเยอะมาก น้ำเต้าหู้จากถั่วชนิดต่างๆเอย เต้าฮวยเอย คือเป็นเมืองที่คนใส่ใจดูแลสุขภาพมาก หุ่นแต่ละคนเป๊ะอ่า ไม่มีใครอ้วนเลย เห็นแล้วรู้สึกว่าควรหันมาใส่ใจตัวเองด่วน ! สรุปค่าใช้จ่าย วันที่ 2 รวมค่าใช้จ่าย 2840.000 VND = 4,260 บาท เฉลี่ยคนละ 4,260/3 = 1,420 บาท ค่ะ ^^ ปล.ค่าอาหาร พวกก๋วยเตี๋ยวราคา เฉลี่ยอยู่ที่ 20.000 ดอง หรือ 30 บาทค่ะ ถูก อร่อย ดี ต้องที่ "ด่าหลัด" อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

เรื่องป่วยๆ ของ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ นางเอกสปิริตแรง!!
ป่วย /  ดาราป่วย / 

สวยเก่งอย่างเดียวไม่พอ สปิริตยังแรงกล้าอีกต่างหาก สำหรับนางเอกหน้าเด๊ก...เด็กอย่าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เรียกว่าเป็นนางเอกที่ประสบพบเจอกับเรื่องป่วยๆ บ่อยมาก สปิริตในเรื่องการงานมาเต็ม ช่วงหลังๆ เลยฟาดเคราะห์บ่อยเหลือเกิน ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนด้วยความสงสารน้องหมาถูกรถชน สาวเจ้าจึงเข้าไปช่วย แต่เหมือนหมาน้อยจะตกใจเลยฟัดเข้าให้จนได้เย็บไปหลายเข็ม แต่ครานั้นต้องปรบมือและชื่นชมความใจบุญของคุณเธอจริงๆ ต่อมาเมื่อต้นปีก็ฟาดเคราะห์ไปอีก เมื่อที่กั้นไฟในกองถ่ายละครตกใส่หน้าผากหวิดเสียโฉม ตกอกตกใจเสียขวัญกันไปไม่ใช่น้อยแต่ก็ยังถือว่าดวงดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ล่าสุดในกองละครเรื่องเดียวกัน สาวเจ้าก็แทบพลีชีพเมื่อเป็นลมกลางกองจนทีมงานต้องรีบหามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน แว่วๆ ว่ามีอาการป่วยอยู่บ้างแต่ก็ยังสปิริตสูงทนถ่ายฉากอวสานกลางสายฝนอยู่นาน ผลก็เลยเป็นอย่างเห็น ไอหยะ!! เรียกว่าเต็มที่กับงานจริงๆ ตัวตายไม่ว่าแต่ขอให้ส่วนรวมโอเคไว้ก่อน นี่สิน่ายกนิ้วให้ แต่เห็นหน้าสวยๆ หวานๆ แล้วอดเสียวแทนไม่ได้ ยังไงคราวหน้าคราวหลังก็ระวังและเซฟตัวเองไว้บ้างก็ดีนะจ๊ะสาวจั่นจ๋าาาา จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริขอบคุณรูปภาพจาก IG : @jakjaan_akhamsiri

ทนไหวไหมล่ะ!? เอ็มวีใหม่ ไทยเทเนี่ยม 'สาวๆ ตู้มๆ' เพียบ!!
Thaitanium /  ไทยเทเนี่ยม / 

ปล่อยออกมาแล้ว สำหรับมิวสิควิดีโอเพลง ไม่ไหวแล้ว ผลงานเพลงใหม่ของวง Thaitanium (ไทยเทเนี่ยม) ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มาแบบเหงาๆ แต่หอบเอาสาวๆ อกตู้มในชุดบิกินี่ มาอวดความเซ็กซี่ ละลานตาเต็มเอ็มวีไปหมด... เห็นแล้วหนุ่มๆ ต้องออกปากว่า "ทนไม่ไหวแล้ว!" จริงๆ!! ไทยเทเนี่ยม เล่าให้ฟังถึงเพลง ไม่ไหวแล้ว ว่า "เพลงนี้เป็นเพลงที่พูดถึงเวลาเจอสาวๆ แล้วเกิดอาการทน 'ไม่ไหวแล้ว' ครับ ก็เป็นเพลงฟังง่ายๆ แล้วก็ร้องตามได้ง่ายๆ ตามสไตล์รับซัมเมอร์ ฟังแล้วก็จะมีกลิ่นอายเร้กเก้ ทรอปิคอลซาวนด์อยู่ด้วย ตัวเนื้อเพลงก็ประมาณว่า ไม่ไหวแล้วเวลาเราเห็นใครสวยๆ เพลงนี้สำหรับผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ที่มีอาการทนไม่ไหวแล้ว เพราะในเนื้อเพลงมันจะบอกว่า "น้องเอ้ย…มันทนไม่ไหวแล้ว" เหมือนเป็นการแซวคนที่เห็นว่าอย่าทำแบบนี้นะ มันทนไม่ได้แล้ว" Mai Wai Laew - Thaitanium youtube channel : Thaitanium Entertainment เนื้อเพลง ไม่ไหวแล้ว - Thaitanium Going Out To all my ladies And You Know Who You Are And You Know Who You Are ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหว ไม่ไหว ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหว ไม่ไหว Day : สาวสาว มาจากไหน what's up What u wanna drink ไม่ทราบ แถวนี้เขาเรียกพี่รู้ไว้ซะ In the VIP เข้ามาซิจ๋า Hennessy all night นะนะ อยากจะกอดเธอนะ to night อยากจะให้เธอเสียวกันหน่อย ชิดชิดซะกะนิดไม่ได้คิดจะปล่อย เธอ หันมานิดปิด ทำให้ผู้ชายเพลอ ดูม ซะจนน้องชายผมอยากจะได้เธอ ทนไม่ไว้แล้ว พี่ขอจูบหน่อย ไม่ไหวไหวแล้ว เธอคงอร่อย น้ำลาย ไหลแล้ว เธอ Way : นี่คุณผมทนไม่ไหว ให้ทำยังไง เธอร้อนเป็นไฟ วูบวาบ you too hot อย่างกะเดินออกมาจากรูปภาพ like ooh wow อยากเห็นเธอแค่ in tubesocks Hip Hop with this hard rock and we cant stop cuz baby girl we in bangkok เอาไงดี เดี๋ยวเดินไปดับไฟ เข้าใกล้ขอเข้าไปจัดให้ รักความสะอาด เรียกเราได้เลยนายสะอาด yeah break your back straight อัมพาต til early morn พระบิณฑบาต like oh my god like oh พระเจ้า cant wait around its going down ** Hook : Baby baby baby I need u right now อยากให้เข้ามาใกล้ใกล้ อีกนิด right now ไม่ต้องสนใจใคร fuck that shit right now Baby be mine baby mine โดนเราแน่นอนนนนนนนน โดนเรา แน่นอน แน่นอน แน่นอน Kh : Do เธอดู เธอดิ เดินเข้ามายังกับ Model เธอเป็นของของของใครพี่ไม่สนใจพี่เเค่ขอลอง เรามา ปรอง sipping perignon Chandon ไม่มี carry on shopping ที่ paris และ your man just can't stand it. Kh คุณก็ร้ดูดี Sky hi ยังกับ Pluto เกียรติศักดิ ดังชิบหาย แตกกระจายยังพลุ yo!! พี่นะลูกลูกผู้ชาย จะไม่ทำให้เธอชํ้าชี Cu when I cu / when I cu พี่นะขอที เถอะ Big Calo : I can't take it I want it Addicted to how you does it Girl I love it I need it Look baby you got me finding for it Flawless she flawless โทษที I'm gonna be honest If you with me then you run with finest Give you that D but don't know bout them dollars Girl I'm surviving I keep it real I kick that game that you can feel you สวยจริง I'm fly จริง just look at me I'm doing my thing ไม่ไหวแล้ว ใช่แล้ว I need that shit like right now we gon drink till สิบโมงเช้า we gon drink to สิบโมงเช้า Hook : Baby baby baby I need u right now อยากให้เข้ามาใกล้ใกล้ อีกนิด right now ไม่ต้องสนใจใคร fuck that shit right now Baby be mine baby mine โดนเราแน่นอนนนนนนนน โดนเรา แน่นอน แน่นอน แน่นอน มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เปิดแล้ว! Tree Top Walk กิจกรรมใหม่สุดเสียวท่ามกลางป่าใหญ่ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
Tree Top Walk /  ทางเดินลอยฟ้า / 

ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย ตอนนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่เปิดให้บริการ กับ Tree Top Walk กิจกรรมใหม่สุดเสียวท่ามกลางป่าใหญ่ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง นี้เองค่ะ เราสามารถเดินชมธรรมชาติพร้อมกับเล่นกิจกรรมสนุกๆ ไปพร้อมกันได้เลย เปิดแล้ว! Tree Top Walk กิจกรรมใหม่สุดเสียวท่ามกลางป่าใหญ่ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย Tree Top Walk หรือ Canopy Walk ที่สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุงจังหวัดเชียงราย เพิ่งเปิดให้บริการวันแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมที่เราสามารถเดินชมความงามของธรรมชาติ ป่าเขา ต้นไม้สายพันธุ์ต่างๆ ได้แบบพาโนรามา พร้อมกับเล่นกิจกรรมสุดหวานเสียว คือการเดินปืนป่ายไปบนสะพานแคบๆ ทางเดินโยกเยกให้หวาดเสียวเล่นๆ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่มีอุปกรณ์ความปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละจุดค่ะ ระยะทางเดินประมาณ 300-400 เมตร สูงจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 4 ช่วง แต่ละช่วงสูงและยาวไม่เท่ากันค่ะ ส่วนราคาค่าบริการ อยู่ที่คนละ 150 บาท หากใครอยากมาเที่ยวแล้วเล่นกิจกรรมสนุกๆ แถมหวาดเสียงให้หัวใจเต้นเล่นเบาๆ ต้องมาที่นี่เลย ^^ ค่าบริการ : คนละ 150 บาท (อายุต่ำกว่า 12 ปีหรือสูงไม่ถึง 120 เซนติเมตรไม่สามารถเล่นได้) ที่อยู่ : โครงการพัฒนาดอยตุง ต. แม่ฟ้าหลวง อ. แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เบอร์โทรศัพท์ : 05376-7015-7 เว็บไซต์ : http://www.doitung.org ขอบคุณรูปภาพ facebook เที่ยวแบบกรู

ป็อกบา แอบซับเหงื่อ!! สื่อผุด5อันดับ ยอดแข้งค่าตัวแพงแต่ดับอนาถบนเวที พรีเมียร์ลีก
5 อันดับ /  นักเตะฟอร์มดับ / 

ทำเอาสาวก "เร้ดอาร์มี่" แอบเสียวสันหลังไปตามๆกัน! หลังจาก teamtalk จัดทำอันดับ 5 นักเตะดังที่ย้ายตัวใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยเม็ดเงินที่สุดแสนจะแพง แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้คุ้มค่ากับราคาที่ต้นสังกัดจ่ายไป ซึ่งในเร็ววันนี้หลายสื่อประโคมไปในทิศทางเดียวกันว่า พอล ป็อกบา เตรียมเดินทางมาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นรอบสอง ด้วยค่าตัวเฉียบสถิติโลก รวมไปถึง โลเมลู ลูกากู ก็เป็นอีกคนที่อาจจะเดินทางกลับไปยังต้นสังเก่าอย่าง เชลซี เช่นกัน ส่วนวันนี้ 5 อันดับนักเตะย้ายแพงแล้วฟอร์มร่วงดังกล่าวจะมีใครบ้าง? ไปเช็คกันเลย 5 อันดับ นักเตะค่าตัวแพงย้ายมาฟอร์มดับใน พรีเมียร์ลีก อันดับ 5 : โรบินโญ่ ย้ายมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ที่ค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ อันดับ 4 : อังเดร เชฟเชนโก้ ย้ายมา เชลซี : ที่ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ อันดับ 3 : ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ที่ค่าตัว 28.1 ล้านปอนด์ อันดับ 2 : แอนดี้ แคร์โรลล์ ย้ายมา ลิเวอร์พูล : ที่ค่าตัว 35 ล้านปอนด์ อันดับ 1 : เฟร์นานโด ตอร์เรส ย้าบมา เชลซี : ที่ค่าตัว 50 ล้านปอนด์