เสียว!

เสียวสุดใจ!! Skylodge โรงแรมบนหน้าผา ที่ท้าทายความกล้าของคุณ
ที่พัก /  ประเทศเปรู / 

ท้าทายความกล้าไปกับ Skylodge โรงแรมบนหน้าผาในเปรู ถ้าคุณเป็นคนนึงที่รักในความท้าทายและยอมเสี่ยงตายเพื่อให้ตัวเองไปยังจุดหมายที่ต้องการแล้วล่ะก็ สถานที่ที่เราจะพาคุณไปต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณอย่างแน่นอน Skylodge คือโรงแรมที่ตั้งอยู่บนหน้าผาในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ Cuzco ในเปรู โดยเป็นรูปแบบแคปซูลโปร่งใสที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่ใช่...แขวนอยู่บนหน้าผาสูง 400 ฟุตเหนือพื้นดิน ท้าทายความกล้าของคุณที่โรงแรมบนหน้าผา Skylodge ในเปรู ทางเว็บไซต์ของโรงแรมโฆษณาว่าถ้าคุณได้มาพักที่นี่จะได้ดื่มด่ำกับความแปลกใหม่ของชีวิตกับบรรยากาศชวนฝัน มองเห็นแสงไฟสว่างไสวจากหมู่บ้านไกลๆ ยามค่ำคืนพร้อมจิบไวน์และอาหารพื้นเมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ สำหรับตัวแคปซูลที่เราต้องฝากชีวิตเอาไว้ถูกสร้างขึ้นจากอลูมิเนียมและโพลีคาร์บอเน็ตที่เป็นเทคโนโลยีใช้กับยานอวกาศ ซึ่งสามารถทนทานกับทุกสภาพภูมิอากาศได้เป็นอย่างดี ขนาดพื้นที่กว้าง 24 ฟุต ยาว 8 ฟุต ภายในแคปซูลประกอบด้วยเตียงนอน พื้นที่ดินเนอร์และห้องน้ำในตัว หน้าต่าง 6 บานพร้อมช่องระบายอากาศ ไฟส่องสว่างและไฟสำหรับอ่านหนังสือใช้เป็นแผงโซล่าร์เซลล์ การออกแบบใส่ใจกับแขกผู้เข้ามาพักเป็นอย่างดี เราว่าเหมาะกับคู่รักข้าวใหม่ปลามันเป็นที่สุด เพราะนอกจากคุณ 2 คนมีเพียงแค่ท้องฟ้าเป็นเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่อย่าโรแมนติกมากจนทำอะไรรุนแรงมากแล้วกัน อย่าลืมว่านี่อยู่บนความสูง 400 ฟุตนะ ค่าเข้าพักอยู่ที่ 300 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 9,000 บาทต่อคืน Cr.naturavive.com

สุดทน! มติอุ้ม 'ธัมมชโย' พุทธะอิสระจ่อฟ้องมหาเถรฯ
ธัมมชโย /  ปาราชิก / 

"พุทธะอิสระ" จ่อฟ้องมหาเถรสมาคม หลังมีมติสุดท้าย "ธัมมชโย" พ้น ปาราชิก จากกรณีมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม ไม่หยิบยกคดีพระธัมมชโยมาพิจารณา เพราะถือว่าเรื่องยุติลงตั้งแต่ศาลชั้นต้นและทางสงฆ์ไม่ได้มีการรับฟ้อง การพิจารณาเรื่องปาราชิกพระธัมมชโยจึงตกกไป ขณะที่เรื่องดังกล่าวที่ผ่านหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยเป็นผู้เดินเรื่องดังกล่าวกับทางดีเอสไอมาโดยตลอด ล่าสุด พระพุทธะอิสระ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า จากนี้จะดำเนินการต่อในเรื่องของการแจ้งความและฟ้องมหาเถรสมาคม โดยมีข้อความระบุว่า... ถึงเวลา แจ้งความกล่าวโทษ ต่อมหาเถร แม้สมเด็จพระสังฆราชจะไม่ทรงวินิจฉัย การที่เจ้าอาวาสนำเงินวัดไปซื้อที่ดินมาเป็นชื่อของตน คนมีปัญญา ใครๆ เขาก็รู้ว่า นี่มันโกง นี่เป็นพฤติกรรมที่ยักยอก ส่วนที่ต้องคืน ก็เพราะเขาจับได้ กลัวติดคุก ดูท่ามหาแถ ยอมที่จะกอดขี้ตายไปด้วยกัน งานนี้ นอกจาก มีลุ้น มีเสียว มีขำ มีฮา และยังมีกังขาขยะแขยงอีกตะหาก คงจะต้องถึงเวลา แจ้งความกล่าวโทษ ต่อมหาเถรแล้วหละ เตรียม หาวิธี ไปแก้ต่างกับศาลก็แล้วกัน พยายามทำความเข้าใจกันหน่อยนะ พี่น้อง เขาเป็นอุปัชฌาย์กับศิษย์กัน แถมยังมีการเอื้อเฟื้อเจือจุน ด้วยลาภสักการะ ยศถาบรรดาศักดิ์ กันมาตลอด คงทำใจลำบาก ที่จะตัดผลประโยชน์ ปากท้องตนเองทิ้ง เรื่องที่สำนักพุทธ และมหาเถร พยายามแถ ก็คือคดีมันจบไปแล้ว ที่ดินก็ได้ส่งคืนวัดแล้วบอกให้เอาบุญแล้วกันนะมหาแถ สมเด็จพระสังฆราช ทรงวินิจฉัยให้ส่งคืนสมบัติทั้งหมด ซึ่งตามพระวินัย ทรัพย์ แบ่งเป็น ๒ ชนิดคือ สังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ธมฺมชโย ไม่ได้ยักยอก ที่ดินของวัด ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่ธมฺมชโย ยักยอกเงินของวัด ๙๓๙ ล้านบาท ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ ไปให้คนสนิทออกกว้านซื้อที่ดิน จำนวน ๑,๗๔๗ ไร่ มาเป็นชื่อของตน ถ้าว่ากันตามวินัย ภิกษุ ลักทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ แค่ยกขึ้นพ้นพื้น เส้นผมรอดได้ ด้วยมีจิตคิดจะลัก ทรัพย์นั้นเกิน ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก เช่นนี้ ธมฺมชโย เป็นปาราชิก ตั้งแต่โอนเงินให้คนสนิทสำเร็จแล้ว ไม่ใช่ที่ดินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ การที่สมเด็จพระสังฆราชทรงวินิจฉัยให้คืนสมบัติ ซึ่งก็มีทั้งทรัพย์ที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ อย่ามาแถ หากแม้สมเด็จพระสังฆราชจะไม่ทรงวินิจฉัย การที่เจ้าอาวาสนำเงินวัดไปซื้อที่ดินมาเป็นชื่อของตน คนมีปัญญา ใครๆ เขาก็รู้ว่า นี่มันโกง นี่เป็นพฤติกรรมที่ยักยอก ส่วนที่ต้องคืน ก็เพราะเขาจับได้ กลัวติดคุก หากจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน คงจะโกงไปมากกว่านี้ อีกทั้งยังทรงมีพระวินิจฉัย เรื่อง อวดอุตริมนุสธรรม ที่เป็นเหตุให้ต้องอาบัติปาราชิก หรือมหาเถร หูหนวกตาบอด ทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ยินว่า ธมฺมชโย อวดอ้างคุณวิเศษ ออกเผยแพร่ไปทั่วโลก เช่นกรณีเทพบุตรสตีฟ จ็อบ เป็นต้น อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

กรมชลฯ เผย 7 เขื่อนใหญ่ยังวิกฤต แนะใช้น้ำอย่างประหยัด
กรมชลประทาน /  ภัยแล้ง / 

กรมชลประทานเผยมี 7 เขื่อนขนาดใหญ่ที่ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณรวมกันน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ วันนี้ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทานได้เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 39,065 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 56 % ของความจุอ่างฯ ขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด โดยมีปริมาณที่สามารถน้ำใช้การได้ 15,562 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 33 % สำหรับในภาคเหนือปริมาณน้ำในเขื่อน อยู่ในในเกณฆ์น้อยถึงขั้นวิกฤต อาทิ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เหลือน้ำใช้การได้เพียง 19 % ของความจุอ่างฯ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เหลือน้ำใช้เพียง 7 % ของความจุอ่างฯ ในส่วนของเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เหลือน้ำใช้เพียง 7 % ของความจุอ่างฯ ทั้งนี้มี 7 เขื่อนขนาดใหญ่ที่ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณรวมกันน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนกระเสียว อย่างไรก็ตามทางกรมชลประทาน ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคของประชากร และเกษตร ข้อมูลจาก กรมชลประทาน ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News