เว็บหาคู่

'สมยศ' เปิดกรุ พงศ์พัฒน์ โชว์พระทอง รถหรู จ่อชงปปง.สอบ
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำสื่อเปิดกรุทรัพย์สินจำนวนมากที่ยึดได้จาก อดีต ผบช.ก.ระบุ ส่วนคำให้การไม่สามารถเปิดเผยได้ ด้าน ตร.ปทส.นำผู้ต้องหาร่วมฝากขังศาลอาญา ขณะมีคำสั่งให้ 'พล.ต.ต.ชัยทัต'ช่วยงานสง.นรป. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะสื่อมวลชนเปิดทรัพย์สินของกลางที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ภายหลังการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมพวก ผู้ต้องหาในฐานความผิดตามมาตรา 112 เรียกรับผลประโยชน์และผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน ที่มีจำนวนมหาศาล ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพที่สถานที่แห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ของกลางที่ได้มานี้เป็นการร่วมกันจับกุมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร และทรัพย์ที่เปิดให้สื่อมวลชนบันทึกภาพนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทรัพย์ที่ ยึดมาได้ อาทิ พระพุทธรูปโบราณ ทองคำแท้ 24 แท่ง กรอบพระเหลี่ยมทอง 225 กรอบ สร้อยคอทองคำ 224 เส้น ทองคำขาว 180 กก. โฉนดที่ดินมูลค่า 418 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งของกลางประเภทวัตถุโบราณได้มอบให้กรมศิลปากรตรวจสอบ สำหรับ ทรัพย์สินอื่น ๆ จะส่งให้ ปปง. ตรวจสอบ และเพื่อให้สำนวนคดีมีหลักฐานแน่นหนาและรัดกุมได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร ร่วมตรวจสอบโดยการเก็บดีเอ็นเอพิมพ์ลายนิ้วมือหลักฐานต่างและของกลางที่ เกี่ยวข้องว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ใดบ้างส่วนการให้การของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น เป็นเรื่องในสำนวนและอาจเกี่ยวข้องกับคนอื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ นอก จากนี้ ยังมีของกลางอื่น ๆ ที่เคลื่อนย้ายลำบาก อาทิ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้มะค่า และไม้หายากที่ต้องใช้รถบรรทุกขนย้ายกว่า 80 คัน ซึ่งจะส่งให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ ออป. ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเก็บรักษาของกลางทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ทหาร ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและปลอดภัย

ถุงแป้ง G14 คว้าตำแหน่ง!! Gossip Girls 2014
gossip girls 2014 /  แพนเค้ก เขมนิจ / 

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับเวทีประกวด Gossip Girls The Acting Talents 2014 เฟ้นหาซุปตาร์ดวงใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง เช่นเคยภายในงานมีเหล่าศิลปิน-ดาราตบเท้าเข้าร่วมงานเพียบ อาทิ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์, แพนเค้ก เขมนิจ, เคลลี่ ธนะพัฒน์, เอมี่ กลิ่นประทุม, โตนนท์ วงศ์บุญ, เต๋า เอเอฟ 8, บี้ KPN, บิ๊กเอ็ม ลิขิต, บอส ชนะกันต์, แคนดี้มาเฟีย, จี ทเวนตี้, ปอ-หนิม เอเอฟ และ อดีตมิสกอสซิปเกิร์ล ฯลฯ งานนี้ ดีเจโจ๊ก เกียรติยศ และสาว ทิชา พชรวรรณ ทำหน้าที่พิธีกร โดยหลังจากที่คณะกรรมการต้องปาดเหงื่อกันอยู่นานในการคัดเลือกสาวสวยมากความสามารถจาก 15 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย Gossip Girls 2014 จนในที่สุดก็ได้ผู้ที่ชนะใจคณะกรรมการ คือ G14 ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา คว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศ ได้รับรางวัล สายสะพาย, มงกุฏ, ถ้วยเกียรติยศ และเงินสด 600,000 บาท และตำแหน่งรองชนะเลิศ อาทิ G2 น้ำหวาน-นริสฌา ส่องแสงจันทร์, G8 ปราง-ศุภิสรา มณีพิศมัย, G9 แคท-ประภาศิริ ประสารสุข และ G17 ดาด้า-ณัฐรดา กาลสังข์ ได้รับ ถ้วยเกียรติยศ และเงินรางวัล 240,000 บาท และรางวัล Miss Popular Vote จาก 3BB ได้แก่ G4 เฟิน-ธีรารัตน์ ธีรกุลเกียรติ นอกจากนั้นภายในงานยังมีการจัดจำหน่ายเสื้อยืดการกุศลโดยได้ บอมบ์ กษิดิศ(คนอะไรเป็นแฟนหมี) เป็นผู้ออกแบบเสื้อในปีนี้ เพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้แด่มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ซึ่งเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 นอกจากรายได้จากการจำหน่ายเสื้อแล้ว ทาง โมโนกรุ๊ป ยังสมทบทุนเพิ่มให้อีกเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท!! ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติจาก อาต้อย เศรษฐา มาเป็นตัวแทนจากมูลนิธิฯ รับมอบ Gossip Girls 2014 ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา ผู้ชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 Gossip Girls 2014

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ล่าตัวเสี่ยฆ่าโจ๋แย่งโคโยตี้  คดีดังอุตรดิตถ์
ข่าว /  ข่าวอาชญากรรม / 

ล่าตัวเสี่ยฆ่าโจ๋แย่งโคโยตี้  สาเหตุคาดเกิดจากความหึงหวง  วันนี้(27พ.ย.) จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ นายวัชระ กันใจสอนหรือน้องมด อายุ 17 ปี ถูกฆ่าแล้วทิ้งศพบริเวณริมถนนสายร่วมจิต-เขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทำการสอบสวนทำให้ทราบว่าผู้ตายคบหาอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งทำงานเป็นโคโยตี้ในร้านอาหาร แต่หญิงคนดังกล่าวก็มีเสี่ยอีกคนมาติดพัน  จึงสงสัยว่าเสี่ยคนดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รวบรวมหลักฐานและขอศาลอนุมัติหมายจับนายธนา ประไพรวงษ์ หรือต่อ เสี่ยที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายวัชระ ในข้อหาฆ่าคนตาย โดยเจตนา เนื่องจากวัตถุพยาน ประจักษ์พยาน พยานบุคคล หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และภาพจากกล้องวงจรปิดมัดแน่น ทางเจ้าหน้าที่สิบสวนระบุว่า ขณะนี้คนร้ายได้หนีออกนอกพื้นที่แล้ว โดยหนีไปอยู่กับญาติในภาคกลาง แต่ญาติของนายธนา ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยอ้างว่าช่วงนี้ได้เตรียมหาหลักทรัพย์ไว้สำหรับประกันตัวต่อสู้คดี จึงขอเวลา 7 วัน แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและแจ้งให้รีบเข้ามอบตัว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะจับตัวได้ เพราะถ้าถูกจับกุมก่อนจะหมดสิทธิ์ที่ได้ประกันตัวต่อสู้ทางคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่าต้องการให้นายธนาเข้ามอบตัว เพราะขั้นตอนนี้เป็นเพียงแค่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด สามารถต่อสู้กันในชั้นศาลได้ หากคิดว่าบริสุทธิ์ก็นำ หลักฐานมาหักล้างในชั้นศาล คดีนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

เปิดแหล่งที่มา 2 พันล้าน ขบวนการโกงจาก
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ยังคงติดตามกันต่อกับคดีสุดอัปยศ อื้อฉาววงการสีการกี กับการทุจริต รับส่วย รวยอื้อกว่า 2 พันล้าน จากการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ที่จากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลายร่างแปลงอำนาจมาเป็นผู้มีอิทธิพลขบวนการทุจริต โดยมีเครือข่ายทั้งนายตำรวจและพลเรือนร่วมขบวนการ กระทั่งถูกตั้งข้อหา แอบอ้างเบื้องสูง เรียกรับสินบนการแต่งตั้งโยกย้าย รับส่วยจากบ่อนและน้ำมันเถื่อน ใช้อำนาจโดยมิชอบ ปฎิบัติหรือละเว้นปฎบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนัน รวมถึงฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คดีนี้ยังเชื่อมโยงไปยังพลเรือนที่เกี่ยวข้อง คือ นางสวงค์ มุ่งเที่ยง ตำรวจข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมถึงตามไปจับกุม นายชอบ และนางปิยพรรณ ชินนะประภา น้องสาวและน้องเขย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ช่วยกันฟอกเงิน ถึงตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าขบวนการเหล่านี้ มีจำนวนกี่คน คาดว่า คงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่การสาวไปถึงบุคคลอื่นต้องรอ พยานหลักฐานรองรับ ที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้ได้แอบอ้างสถาบันฯ เพื่อแสวงหา ผลประโยชน์ในทุกๆด้าน ประชาชนเกิดคำถามขึ้นว่า ทรัพย์สินจำนวนมหาศาล 2 พันล้าน เหล่านี้ ได้มาโดยวิธีใด จากที่ปัญหาที่ฝังรากลึกกับการรับส่วย ที่ปราบอย่างไรก็แก้ไม่หมด นี่เองมาจากการรับส่วยบ่อนการพนันทั่วประเทศ บางพื้นที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ จับให้เป็นผลงานบังตา แต่สุดท้ายก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับการรับเงิน รวมถึงการวิ่งเต้นตำแหน่งข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง ที่หลายคนจะคาดหวังว่ามีความโปร่งใสในระบบนี้ จนมาเฉลยแล้วให้เห็นความจริง มันมีใต้โต๊ะกันมาแต่ช้านาน และที่สำคัญการเรียกรับเงินจากผู้ค้าน้ำมันเถื่อนในภาคใต้ ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำต่อเดือนถึง 15 ล้านบาท ลองคิดดูว่าขนาดธุรกิจจะใหญ่โตขนาดไหน ขนาดนายดาบที่ทำหน้าที่ขับรถยังมีทรัพย์สินกว่า 50 ล้านบาท และการแอบอ้างเบื้องสูงโดยไม่มีใครกล้าแตะต้อง สามารถรีดเงินได้ไม่ยาก เงินจากเครือข่ายทั้งหมดจะต้องปกปิดไว้ โดยการใส่ตู้เซฟฝังดิน ในห้องที่มีการปิดอย่างหนาแน่น จากการตรวจค้นบ้านพักบุคคลเครือข่าย ทั้งหมด 15 สถานที่ ก็พบว่ามีทั้ง เครื่องประดับ รถยนต์หรู ภาพวาดราคาแพง แสตมป์ทองคำ รูปปั้นประติมากรรมสมัยก่อน พระพุทธรูปเงินสดและธนบัตรดอลลาร์ ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นวัตถุโบราณรวมทั้งเครื่องประดับและพระพุทธรูปที่ต้องรอผลการตรวจสอบด้านคุณค่าและที่มาของทรัพย์สิน เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่อาจซุกซ่อนอยู่อีกหลายจุด และยังคงมีอีกหลายกองบังคับการที่อยู่ในสายบังคับบัญชาของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอีกกว่า 30 นาย ซึ่งมีรายชื่อชัดเจนอยู่ที่ ผบ.ตร.แล้ว หากพบพยานหลักฐานที่ชัดเจน ก็รอการเปิดโปงให้เห็นอีกเรื่อยๆ นับเป็นผลงานของทางการไทยที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่น่าเชื่อ"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" จะมีทรัพย์สินมากขนาดนี้ แถมยังมีบุคคลสำคัญเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก คดีนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก็สามารถรวบตัว พร้อมเครือข่ายได้ ต้องติดตามกันอีกยาวว่า คดีนี้จะลงเอยเช่นไร ไม่แน่ อาจจะมี นายตำรวจ อีกลอตใหญ่ โยงใยกับขบวนการเครือข่ายการกระทำความผิดฯ MThai News

ตู่ ส่ายหน้า! ไม่รู้ เจนี่ โผล่เบิร์ธเดย์ เอ๋
ตู่ นันทิดา /  ตู่ อวยพรวันเกิด เอ๋ / 

นักร้องเสียงทรงพลัง ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย รับไปร่วมอวยพรวันเกิดอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ พร้อมแชะภาพร่วมเฟรม และมอบรูมสเปรย์ให้เป็นของขวัญ เผยลูกสาวสุดเลิฟ น้องเพลง ชนม์ทิดา ร้องเพลงทำเซอร์ไพร้ส์เบิร์ธเดย์คุณพ่อ ก่อนจะส่ายหน้าบอกไม่รู้มีภาพคล้ายนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โผล่มางานวันเกิดฝ่ายชายครั้งนี้ด้วย!! "เรื่องภาพคู่กับคุณเอ๋ในวันเกิดของเขา ก็เป็นปกติวันเกิดของคุณพ่อน้องเพลง เราก็ส่งของขวัญให้กันเป็นประจำทุกปี ปีที่แล้วก็ส่งดอกไม้ แต่ปีนี้น้องเพลงเขาไปร้องเพลงเซอร์ไพร้ส์คุณพ่อ ส่วนตัวพี่เองติดถ่ายละครอยู่ ที่จริงจะไปด้วยกันกับน้องเพลง แต่สุดท้ายกองถ่ายเลิกดึกก็เลยไปอวยพรตอนงานเกือบเลิกแล้ว" "ถามเจอกันครั้งนี้มีการพูดคุยอะไรกันไหม ไม่มีค่ะ ก็ปกติอยู่แล้ว และก็อวยพรให้เขาสุขภาพแข็งแรง ก็ดีใจด้วยที่มีคนมาอวยพรเยอะแยะมากมาย ส่วนน้องเพลงก็รู้สึกจะร้องเพลงที่เขาแต่งให้ เพราะเขาร้องบนเวทีและตัวพี่เองก็ไม่ได้เห็นเหมือนกัน จริงๆ แล้วน้องเพลงเห็นคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็อย่างที่บอกที่เป็นเรื่องปกติที่พี่อวยพรวันเกิดกันทุกปี ก็จะส่งดอกไม้ไป" "ปีนี้ให้ของขวัญเป็นรูมสเปรย์เพราะรู้ว่าเขาชอบความสะอาด บรรยากาศก็ไม่ได้ชื่นมื่นอะไร เป็นปกติค่ะ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นพิเศษไปกว่าทุกปี แขกที่มาร่วมก็รู้สึกว่าประมาณ 3,600 ดูยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อนฝูงมาเยอะ แต่พี่ไปตอนที่งานเลิกแล้ว ส่วนที่มีภาพเจนี่ไปร่วมงานด้วย อันนี้ไม่ทราบค่ะ เพราะพี่ไปหลังงานเลิกแล้ว" "หลังจากนี้คงไม่มีแพลนไปไหนพร้อมกันแล้วมั้งคะ พี่เองก็มีงานทุกปี เราไม่ได้มีเวลาแบบนั้น แต่ส่วนมากวันเกิดน้องเพลงคุณพ่อจะมาหาเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะต่างคนต่างทำงานเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ปกติคุณพ่อเขาก็จะโทรหาลูกอยู่แล้ว ถ้าว่าก็มาเจอลูก ส่วนวันเกิดพี่เอง เป็นคนไม่จัดงาน ไม่เคยจัดงานมาหลายปีแล้วคะ ชอบอยู่เงียบๆมากกว่า ไม่ได้อะไรค่ะ" ตู่ นันทิดา กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : pegliyah , plengasavahame , janienineeleven ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา มาเบิร์ธเดย์ เอ๋ ชนสวัสดิ์ เอ๋ ชนสวัสดิ์ - น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

รวม ห้องนอนสีดำ ลึกลับ น่าค้นหา เหมาะกับคนอาร์ตๆ
ห้องนอนสีดำ /  ไอเดียแต่งห้องนอน

คงมีเพื่อนๆ หลายคนที่คิดว่า นำสีดำมาตกแต่งห้องนอนเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้ ห้องนอนสีดำ ทั้งมืด ทั้งดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่อย่างที่เพื่อนๆ คิดก็ได้นะคะ วันนี้ Decor.Mthai จึงนำการตกแต่ง ห้องนอนสีดำ ลึกลับ น่าค้นหา เหมาะสำหรับคนอาร์ตๆ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ หลายท่านคงอยากเห็นกันแล้วใช่มั้ยคะ ว่าหน้าตาของห้องนอนสีดำจะเป็นยังไงว่าแล้วไปชมกันเลยค่ะ ห้องนอนสีดำ ลึกลับ น่าค้นหา เหมาะกับคนอาร์ตๆ  1. Elegant Black Bedroom Design 2. Luxurious Black Bedroom Design 3. Beautiful Black Bedroom Design 4. Modern Black Bedroom Design 5. Marvelous Black Bedroom Design 6. Chic Black Bedroom Design 7. Glamourous Black Bedroom Design 8. Vibrant Black Bedroom Design 9. Amazing Black Bedroom Design  10. Seductive Black Bedroom Design เป็นไงล่ะคะ ห้องนอนสีดำ ไม่ได้ดูมืด ดูน่ากลัวมากจนเกินไปใช่มั้ยค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ชอบก็ลองนำไอเดียตัวอย่างที่เรานำมาเสนอในวันนี้ลองไปปรับใช้ดูนะคะ ถ้าเพื่อนๆ ใจยังไม่กล้าพอก็ลองปรับเปลี่ยนแค่ของตกแต่งเล็กๆ ดูก่อนก็ได้นะคะ อย่างเช่น หมอน, โคมไฟ, ผ้าปูที่นอน, หรือชั้นวางของต่างๆ เป็นต้น ขอบคุณ : interioridea.net

ลูกชาย คว้ามีดปาดคอพ่อแท้ๆ หลังมีปากเสียงกันรุนแรง
ทะเลาะกัน /  พ่อลูกทะเลาะกัน / 

ลูกชายคว้ามีดปลอกผลไม้ปาดคอพ่อแท้ ๆ จนได้รับบาดเจ็บ หลังมีปากเสียงทะเลาะวิวาท เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ร.พ.สบปราบ จ.ลำปาง นำตัว นายขันแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 81 ปี หลังถูกบุตรชายแท้ ๆ ใช้มีดผลไม้ปาดคอ มีบาดแผลยาวประมาณ 1 นิ้ว เหตุเกิดบริเวณบ้านของ นายขันแก้ว ผู้เป็นพ่อ สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนไปรับจ้างเกี่ยวข้าวและนวดข้าวในหมู่ บ้าน และกลับมาที่บ้านจึงเกิดการทะเลาะกัน จนลูกชายคว้ามีดไปปาดคอพ่อตนเองและได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านใกล้เคียงทราบข่าวจึงช่วยกันนำตัว นายขันแก้ว ส่งโรงพยาบาล ส่วน บุตรชายที่ก่อเหตุ คือ นายบุญเสริม หลังก่อเหตุแล้วเกิดสำนึกผิดรีบไปหาพ่อที่ ร.พ. อาการดีขึ้นตามลำดับ จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้านบ้านดง ทราบว่า ทั้งสองคนพ่อลูกรักกันมาก อาศัยอยู่ในบ้านด้วยกัน เลี้ยงดูกันสองคน ไม่อยากให้ตำรวจ ดำเนินคดีและหาก นายขันแก้ว หายดีแล้ว อยากให้ทั้งสองคนมาช่วยกันดูแลกันต่อไป

เกิดอะไรขึ้น ? ผู้โดยสารช่วยกันเข็นเครื่องบินขณะอุณหภูมิ-52 องศา (ชมคลิป)
ผู้โดยสารเข็นเครื่องบิน /  เครื่องบินค้าง / 

ผู้โดยสารจากสายการบินกาเตกาเวียของรัสเซีย ช่วยกันเข็นเครื่องบินกลางอากาศติดลบ 52 องศาเซลเซียส เพราะล้อของเครื่องบินไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ในไซบีเรีย วานนี้ (26พ.ย.) หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของรัสเซีย รายข่าว หลังจากการเผยแพร่ภาพวิดีโอเหตุการณ์ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ ที่แสดงให้เห็นผู้โดยสารหลายสิบคน ในชุดเสื้อคลุมหนาท่ามกลางลานที่เต็มไปด้วยหิมะ โดยทุกคนกำลังช่วยกันเข็นเครื่องบินโดยสารที่บริเวณปีกเครื่องบินทั้ง 2 ข้างอย่างแข็งขัน เพื่อให้เครื่องสามารถเคลื่อนตัวไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนามบิน 'อิการ์กา' ในไซบีเรีย ซึ่งขณะนั้นมีอุณหภูมิติดลบถึง 50 องศาเซลเซียส โดยเจ้าหน้าที่ลืมปลดเบรคสำหรับจอดของเครื่องบินโดยสาร 'ตูโปเลฟ ตู-134' ซึ่งจอดไว้นานถึง 24 ชั่วโมง ทำให้ผ้าเบรคจับเป็นน้ำแข็งคารันเวย์ ขณะที่รถลากก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเครื่องบินไปยังแท็กซี่เวย์ได้ด้วยอุณหภูมิติดลบ 52 องศาเซลเซียส และการที่นักบินลืมปลดเบรคสำหรับจอด ส่งผลให้ระบบเบรคที่อยู่ในอุณหภูมิเช่นนั้นมา 24 ชม. ถูกน้ำแข็งจับจนล้อไม่สามารถเคลื่อนที่ได้แม้จะใช้รถลากก็ตาม จากนั้นผู้โดยสาร 74 คน ของเครื่องบินแบบตูโปลอฟ ทู-134 ของสายการบินคาเตคาเวีย สายการบินในเครือยูทีแอร์ ต้องลงมาช่วยกันเข็นเครื่องดังภาพ จนกระทั่งเครื่องสามารถเคลื่อนตัวไปได้ในที่สุด จึงส่งหน้าที่ต่อให้กับรถลากจูง จากนั้นเครื่องจึงขึ้นบินได้ตามปกติ เดินทาง 2,800 กม. มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่เมืองคราโนยาร์สก์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมอสโก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านการคมนาคมของไซบีเรียไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ แต่กลับแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากอาจเกิดความเสียหายบริเวณปีกเครื่องบิน โดยเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นดังกล่าว MThai News

เดอะค็อปจิตตก!! บีร็อด โคตรมั่นปีใหม่นี้ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
คอสมิน โมติ /  จอร์จี้ เทอร์ซิเยฟ / 

ใจสลายกันเป็นแถวสำหรับสาวก "หงส์แดง" หลังจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เทรนเนอร์ก้นไหม้ของ ลิเวอร์พูล ยังคงมั่นใจในศักยภาพทีมที่ปัจจุบันอยู่อันดับ 12 ของตารางคแนน พรีเมียร์ลีก โดยบอกว่าปีใหม่นี้ไม่สนซื้อใครมาเสริมทีม หลังจากผลาญงบก้อนโตไปกับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาถึง 113 ล้านปอนด์ และกำลังทำงานอยากหนักเพื่อซ่อม เครื่องจักรสีแดง ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง กุนซือวัย 41 ปีชาว ไอร์แลนด์เหนือ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า "มันไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังมองหาอยู่ในตอนนี้(เรื่องการซื้อขายนักเตะ)" "ผมแค่ต้องการพาทีมกลับไปอยู่ในระดับที่เคยทำได้ เพราะฉะนั้นเราจะเรียนรู้จากความผิดหวังครั้งที่ผ่านมา นั่นแหละคือสิ่งที่เรากำลังทำมันอยู่" อดีตกุนซือ สวอนซี ตบท้าย

หมาป่าเจคอบ เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ แอ็คชั่นผาดโผน ในใบปิดแรกจาก Tracers
poster /  Tracers / 

นี่คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ของพระเอกหนุ่มสุดฮ็อตที่ครองใจสาวๆ มาแล้วทั่วโลกอย่าง เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์  ที่ในครั้งนี้เขาจะมาในมาดของหนุ่มสปอร์ต ซุปเปอร์สตาร์แอ็คชั่นในภาพยนตร์สุดมันส์ระห่ำเรื่องใหม่อย่าง  Tracers  ซึ่งถือเป็นการพลิกบทบาทจากหมาป่าเจคอบ หนุ่มสุดเท่ห์ใน The Twilight Saga พร้อมหันมาคืนฟอร์มอย่างเต็มตัวกับบทบาทแอ็คชั่นสุดกระหน่ำ หลังจากเรื่องล่าสุดที่เคยรับบทแสดงไปอย่าง Abduction ซึ่ง Tracers ได้ปล่อยใบปิดแรกมาเรียกน้ำย่อยกันแล้ว ใน Tracers เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ต้องรับบทเป็น "แคม" แมสเซนเจอร์หนุ่มมาดเท่ ที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยจักรยานคู่ใจของเขา โชคร้ายที่แคมติดหนี้แกงค์มาฟียสุดโหดอยู่ ซึ่งทำให้เขาต้องดิ้นรนเพื่อหาทางชดใช้ให้ได้ แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตของชายหนุ่มคนนี้ก็ต้องพลิกผัน เมื่อเขาได้พบกับ "นิกกี้" (มารี แอฟเกอโรโปลัส) สาวสวยที่มาพร้อมกับบุคลิกสุดลึกลับ ซึ่งนอกจากจะใช้เสน่ห์ของเธอดึงดูดเขาอย่างยากจะถอนตัวได้แล้ว นิกกี้ยังชักนำให้แคมได้เข้าสู่โลกของกีฬาผาดโผนเสี่ยงตายอย่าง ปากัวร์ ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เลาท์เนอร์ ต้องทำการฝึกซ้อมร่างกายเป็นอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกฉากแอ็คชั่นสุดท้าทายที่เขาลงทุนเล่นเอง ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้ หรือฉากการโชว์ลีลาผาดโผนเสี่ยงตายด้วยสไตล์กีฬาเอ็กซ์ตรีมแนวใหม่สุดท้าทายอย่างปากัวร์ เช่น การกระโดดข้ามหลังคารถ เป็นต้น เตรียมตัวพบกับการกลับมาอย่างสุดระห่ำของ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ พร้อมกับบทบาทสุดหินที่เขาจะขอพิสูจน์ตัวเองในฐานะแอ็คชั่นสตาร์คนใหม่แห่งวงการฮอลลิวู้ด ไปกับ Tracers ในวันที่ 29 ม.ค. ปี 2015 แฟนๆ เจคอบห้ามพลาด! ----------------------------

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

ดูดวง ลักษณะคิ้วสะท้อนนิสัย
คิ้ว /  ดูดวง / 

รูป คิ้ว ของคุณเป็นอย่างไรกันครับ วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการทำนายทายนิสัย จากลักษณะของ คิ้ว มาฝากกัน ลองมาดูกันครับว่าจะแม่นขนาดไหน 1. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว เรียบเสมอต้นเสมอปลายและไม่หนาบางกว่ากันทั้งสองข้าง เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนมีสติปัญญาดี ใจคอกว้างขวาง รักเกียรติยศชื่อเสียง มักใหญ่ใฝ่สูง ใจเร็ว อารมณ์ร้อน มีความรักไม่ค่อยแน่นอน 2. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีบริเวณใหญ่ เส้นแข็งดกดำ เป็นเครื่องหมายของบุคคลที่พูดอย่างตรงไปตรงมา และมักหาเหตุผลมาประกอบให้เห็นจริงจัง ส่วนหัวใจที่แท้จริงนั้นไม่ค่อยจะตรงกับคำพูดนัก มักใช้ปัญญาพูดมากกว่าที่จะหลุดออกมาจากหัวใจอันแท้จริง มีความพยาบาทมาดร้าย กามารมณ์รุนแรง คิดคดทรยศ และใจเร็ว โมโหร้าย 3. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดำ ดำตอนกลางหรือตอนปลาย เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่ค่อยจะมีศีลธรรม มักหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง หรือมิฉะนั้นจะเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน อย่างชนิดที่เรียกว่า “ใฝ่สูงเกินศักดิ์” รักในทางนักเลง ชอบอำนาจอิทธิพล แต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดดี มีความสามารถในทางหาเงินทอง 4. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดกดำตอนหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายของคนที่มีอัธยาศัยใจคอดี มีใจโอบอ้อมอารี มีความรักอันมั่นคงถาวร รักสงบและชอบมีความเป็นอยู่อย่างปกติ ไม่โลดโผน มีความซื่อสัตย์สุจริต สุขุมรอบคอบ รักศิลปะดนตรี มีความละเอียดประณีต รักสวยรักงาม ปากเก่งพูดคล่อง มีความมานะ อยู่อย่างสงบไม่โลดโผน เหมาะสมกับการเป็นครู แพทย์ และนักศิลปิน นักประพันธ์ หรือจิตรกร 5. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว บริเวณใหญ่แต่บาง ขนไม่ดก เป็น เครื่องหมายของคนที่มีความคิดสูง รักสงบ และเป็นผู้มีเมตตาปราณี สุภาพอ่อนน้อม ซื่อตรง รักความเจริญรุ่งเรืองในส่วนกลาง รักเกียรติยศและชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิตจิตใจ ยอมตายเพื่อหมู่คณะและประเทศชาติหรือผู้มีพระคุณ รักศิลปะวรรณคดีและมีศิลปะในทางช่าง เคร่งครัดในศาสนา และรักความเจริญในด้านวัฒนธรรมและความเป็นธรรม 6. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีขนาดเล็กและบาง เป็น เครื่องหมายของคนที่ทำอะไรไม่แน่นอน มักเปลี่ยนความตั้งใจไปตามความผันแปรของอารมณ์ เป็นคนรักสวยรักงาม สนุกร่าเริง เจ้าระเบียบและรักศิลปะ ตลอดจนวรรณกรรม เป็นคนรักความสงบมากกว่าการตื่นเต้นโลดโผน โกรธง่ายใจร้อน กามารมณ์รุนแรง และมีความหึงหวงเป็นเจ้าเรือนของจิตใจ ปากหวานเจ้ามารยา 7. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ที่หัว คิ้ว สูงกว่าหาง คิ้ว เรียกว่า คิ้ว ตงฉิน เป็น เครื่องหมายของบุคคลที่มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ สุจริต เฉลียวฉลาด สุขุมรอบคอบ เป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ มีความละเอียดถี่ถ้วน ใจร้อนฉุนเฉียว โกรธง่าย โทสะร้าย มีความมานะ พากเพียร 8. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ตรง คือ หาง คิ้ว กับหัว คิ้ว เป็นเส้นตรงไม่โค้งงอ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนชอบใช้ความคิด เฉลียวฉลาด รักการเก็บตัว และปฏิบัติความเป็นไปให้ดีและเจริญขึ้น เบื่อหน่ายในสิ่งที่สนุกร่าเริงบันเทิงใจ รักความยุติธรรม ซื่อตรง รักความจริงใจ มีความรักที่แท้จริง เด็ดเดี่ยว ใจเย็น มีความเมตตากรุณา 9. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ต่อ คือหัว คิ้ว ทั้งสองติดต่อกันประดุจเป็นเส้นเดียวกัน เป็น เครื่องหมายแสดงว่าเป็นคนมีวาทศิลป์ไปในทางหยาบคาย ใจดำอำมหิต โกรธง่าย โทสะร้าย ใจน้อย มีความพยาบาทอาฆาต มีเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบดี รักดนตรีและนาฏศิลป์ กามารมณ์รุนแรง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความลับลมคมนัย ไว้ใจยากอยู่สักหน่อย 10. คนที่ลักษณะ คิ้ว ถ่าง คือ หัว คิ้ว ทั้งสองห่างกันมาก เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่มีความลับกับใคร ชอบพูดอะไรตรงไปตรงมา ใจเร็ว จะคิดทำอะไรจะต้องทำให้ได้อย่างที่คิดไว้ คิดจะทำอะไรมักจะไม่ปิดบังผู้อื่น พูดจาอ่อนหวาน แต่บางครั้งก็ปากเก่ง เมื่อบันดาลโทสะจนอดกลั้นไว้ไม่อยู่ มักจะมีนิสัยขี้หึงริษยา กามารมณ์ร้อนแรง ถ้าเกิดความต้องการขึ้นทางจิตใจมักไม่ค่อยจะคิดถึงผลเสียหายภายหลัง 11. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่มีส่วนคล้ายกับคันศร เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นจะต้องมีนิสัยชอบอุดมคติมีศีลธรรม มารยาทอันดีงาม มีผู้ยกย่องนับถือ มีใจเอื้อเฟื้อ เมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากหรือญาติมิตร สติปัญญาปานกลาง ชอบความสนุกเฮฮานิยมในช่างศิลป์ รักความสงบ ชอบความยุติธรรม อาภัพในวาสนา แต่มีมานะความพยายามแรงกล้า ไม่ลืมบุญคุณคนง่าย มีไหวพริบทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่น มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี แต่มักมีคนคิดอิจฉาริษยา ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่คิดถึงผลเสียหายจะเกิดแก่ตัวเอง 12. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่งยาว คือ คิ้ว ที่โก่งมีส่วนยาวเหมือนส่วนโค้งของวงกลม เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นจะมีน้ำใจที่น่าสรรเสริญ มีน้ำใจกรุณา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นที่ถูกตาถูกใจเพศตรงข้าม ชอบความรื่นเริง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ชอบสะอาด เจ้าชู้ เป็นคนทำงานได้ทุกๆ อย่าง แต่ชอบในทางค้าขาย รักเกียรติยศชื่อเสียง และเป็นผู้ทำให้ตระกูลของตัวเองรุ่งโรจน์ต่อไป 13. คนที่มีลักษณะ คิ้ว กังฉิน คือ คิ้ว ที่มีหาง คิ้ว สูงกว่าหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดไปในทางอธรรม เจ้าเล่ห์ลึกลับ ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกัน หรือที่เรียกว่าปากหวานใจขม ชอบวางตัวเหนือผู้อื่น มีความพอใจในเกมกีฬา รักอย่างร้อนแรง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ขี้เห่อ ชอบทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันหวังในตำแหน่งหน้าที่ มีความสนใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นผู้ที่ขาดความเมตตาปราณี มีความทรยศหักหลัง อิจฉาอยู่ในใจ ทะนงตัวยกตัวว่าดีเด่นด้วยทางที่ผิด เชื่อคนง่าย ชอบยอ ไม่ชอบความจริง ถ้าคนอื่นโกหกมักจะเชื่อถือเป็นจริงจัง 14. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ลอน คือ คิ้ว ที่เป็นลูกคลื่นหนาๆ บางๆ ไม่สม่ำเสมอ ใหญ่ๆ เล็กๆ เป็นตอนๆ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้น มีใจไม่ค่อยจะแน่นอน ไม่มีความเด็ดขาดอยู่ในตัวเอง ทำงานจับจด เบื่อหน่ายเร็ว รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่มีความรักจริงจังกับใคร ชอบมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่เป็นคนมีความอดทน บึกบึน มานะพยาบาทแรงกล้า ขาดความกรุณาในด้านศีลธรรม ไม่ยอมเสียเปรียบผู้อื่น แต่ชอบจะเอาเปรียบ จิตใจคล้ายกับคน คิ้ว กังฉิน มักมากในกามารมณ์ บางทีก็จะดี แต่ในเวลาเดียวกันอารมณ์เปลี่ยนแปลงเป็นร้ายที่สุดก็ได้ ยากที่ผู้จะคบค้าสมาคมได้ยืดยาว 15. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่โก่งคล้ายดวงจันทร์ หาง คิ้ว ต่อ คิ้ว พอดีต่อหางตา หรือจดระดับหางตา กลางใหญ่ปลายเล็ก เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นมีเสน่ห์ในตัวเอง อัธยาศัยดี เยือกเย็น มีสติปัญญาดี มีปฏิภาณเฉียบแหลม มีนิสัยละมุนละไม มีคนรักใคร่นับถือ ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติมิตร มีความกตัญญู ซื่อสัตย์ สุจริต ชอบการสมาคมรื่นเริง รักความสวยงาม พูดจาก็อ่อนหวาน ใฝ่ฝันทะเยอทะยานหาเกียรติยศชื่อเสียง อนาคตภายหน้าจะเป็นผู้ที่มีความรุ่งโรจน์ในวิถีชีวิตของตัวเอง (ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail) (ขอบคุณภาพจาก postjung )

ชาวบ้านหนองปรือลงชื่อไล่ ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายกว่า40 คน
ข่าวล่าสุด /  ชลบุรี / 

ชาวบ้านหนองปรือ จ.ชลบุรี ลงชื่อไล่ ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายกว่า40 คน ออกจากหมู่บ้าน วันนี้(27พ.ย.) ตัวแทนชาวบ้านชุมชนหลังเนิน เทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำรายชื่อชาวบ้านในชุมชน กว่า 200 รายชื่อ ยื่นต่อนายกเทศมนตรี เพื่อเรียกร้องให้มูลนิธิกระท่อมพระศิริย้ายออกนอกพื้นที่ หลังนำผู้ป่วยเอชไอวีกว่า 40 คน มาพักฟื้น เนื่องจากชาวบ้านไม่สบายใจ และเกรงว่าเชื้อเอชไอวีจะแพร่กระจายสู่คนในชุมชน นายบุญเลิศ เมฆจันทร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือชาวบ้านไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่เดียวกันตอนนี้ผู้ประกอบการห้องเช่า ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็ได้รับความเดือดร้อน เพราะผู้เช่าขอย้ายออกไปเป็นจำนวนมาก หลังการยื่นรายชื่อ ทางเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น โดยมีการเชิญตัวแทนชาวบ้าน ประธานมูลนิธิกระท่อมพระศิริ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ นพ.สมชาย ศรีเปลี่ยนจันทร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กล่าวว่า ตามหลักความเป็นจริง การแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีจากคนสู่คน ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่เชื้อจะแพร่กระจายได้ 3 ช่องทางคือ ทางเลือด ทางเพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก ฉะนั้นแล้วชาวบ้านไม่ได้นำตัวอยู่ในปัจจัยเสี่ยง ก็จะไม่ติดเชื้อ จึงอยากให้ตัวแทนชาวบ้านนำข้อมูลที่ถูกต้องไปพิจราณาและบอกให้เพื่อนบ้านทำความเข้าใจ เพราะการที่ผู้ป่วยได้มาพักฟื้นในมูลนิธิเฉพาะด้าน จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้านนายหมาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ได้จัดเวทีนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน ไม่อยากให้มีการย้ายมูลนิธิออกจากพื้นที่ แต่ทางมูลนิธิเองก็ต้องมีการปรับปรุงสถานที่ให้ได้มาตรฐาน เพราะชาวบ้านต้องการให้มีรั้วรอบขอบชิด มีระบบจัดการขยะติดเชื้อ และระบบบำบัดน้ำเสียง ซึ่งทางมูลนิธิก็รับปากว่าจะกลับไปดำเนินการปรับปรุง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก nationtv

ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ จัดงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ Saint Laurent
Embassy Diplomats Screen /  L’Officiel Thailand / 

พร้อมนิทรรศการภาพหน้าปกจากลอฟฟีเซียล ฝรั่งเศส และลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ กุสุมา ไชยพร บรรณาธิการบริหารและผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา นิตยสาร ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ (L’Officiel Thailand) และ อาลี ซีอานี กรรมการผู้จัดการบริษัท แมส คอนเนค จำกัด ได้จับมือกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไทยแลนด์ และค่ายหนังยักษ์ใหญ่ มงคลเมเจอร์ จัดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เรื่อง Saint Laurent (แซงต์ โลรองต์) ขึ้นในวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา 18.30 น. ณ โรงภาพยนตร์ Embassy Diplomats Screen เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ นิตยสารแฟชั่นระดับไฮเอนด์จากประเทศฝรั่งเศส ตอกยํ้าความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นอีกครั้ง ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เรื่องแซงต์ โลรองต์ แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งปีจากประเทศฝรั่งเศสที่คนรักแฟชั่นและคอภาพยนตร์ต่างรอคอย โดยภาพยนตร์ดังกล่าวได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจากประเทศฝรั่งเศสเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนต์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปี 2015 และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ที่โดดเด่นทั้งด้านฝีมือการกำกับของ เบอร์ตรอง โบเนลโล ซึ่งเขาใช้เวลาในการเตรียมงานและเขียนบทภาพยนตร์นานถึง 5 ปี และฝีมือการแสดงของกัสปาร์ อุลลิแอล และหลุยส์ คาร์เรล ที่สำคัญภาพยนตร์แซงต์ โลรองต์ยังได้เข้าฉายในสายประกวดหลักชิงรางวัลปาล์มทองคำของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ปี 2014 โดยได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากผู้เข้าชม ด้วยเหตุนี้ทางลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์จึงไม่พลาดที่จะนำเสนอเรื่องราวอัจฉริยะของผู้ที่เป็นตำนานแห่งวงการแฟชั่นอย่าง แซงต์ โลรองต์ ให้แฟนภาพยนตร์และคนรักแฟชั่นชาวไทยได้รับชม ทางนิตยสารลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ นอกจากจะเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมชมภาพยนตร์รอบพิเศษนี้แล้ว ยังจัดมินิเอ็กซิบิชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟรวบรวมภาพหน้าปกนิตยสารลอฟฟีเซียลที่นางแบบได้สวมใส่ชุดของ แซงต์  โลรองต์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจากปกนิตยสารลอฟฟีเซียลประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทยให้ได้ชมกัน บางภาพเป็นปกนิตยสารคอลเลกชั่นของแซงต์ โรงลองต์ในยุคต้นๆที่หาดูได้ยากเพราะบางชุดที่ปรากฎอยู่ในภาพนั้นมีอายุมากกว่า 50 ปี เพื่อเป็นการเอาใจแฟนลอฟฟีเซียลและแซงต์ โลรองต์โดยเฉพาะ และสำหรับงานนี้ทางลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ตี-แยรี วีโต เอกอัครราชทูตประเทศฝรั่งเศสและภริยา รวมทั้งกลุ่มคณะ และยังมีเหล่าเซเลบริตี้ ดีไซน์เนอร์แถวหน้าของประเทศไทยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ คุณอรชุมา ดุรงค์เดช, คุณชุติมา ดุรงค์เดช, คุณกรกนก ยงสกุล, คุณจุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล ฯลฯ ร่วมอัพเดตเทรนด์แฟชั่นในแง่มุมต่างๆผ่าน นิตยสารลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ (L’Officiel Thailand) ได้แล้ววันนี้ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือ ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านช่องทางต่างๆ www.lofficielthailand.com, www.facebook.com/lofficielthailand และ instagram@lofficielthailand --------------------------------

ชาริล ชัปปุยส์ ขวัญใจสาว เก่ง-หล่อแต่เด็ก
ชัปปุยส์ /  ชาริล ชัปปุยส์ / 

เชื่อว่าเวลานี้แฟนบอลไทย คงจะใจจดใจจ่ออยู่กับการตั้งตารอเกมการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซุซูกิคัพ 2014 เกมที่ 2 ของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่จะพบกับ เสือเหลือง มาเลเซีย ในเวลา 16.00 น. วันนี้ (26 พ.ย.57) และเชื่อเหลือเกินว่าหลายคนหลายท่าน โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ก็ตั้งตารอที่จะยลฝีเท้าของ นักเตะหน้าหล่อ มีนามว่า ชาริล ชัปปุยส์ ห้องเครื่องคนสำคัญของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-สวิสเซอร์แลนด์ แต่คุณๆรู้หรือไม่ก่อนที่ ชาริล ชัปปุยส์ จะเลือกเล่นให้กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เขาเคยลงเล่นให้กับเยาวชนทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ มาแล้ว และยังเป็นนักเตะคนสำคัญในการพาทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ คว้าแชมป์เยาวชนโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี มาแล้วด้วย ในปี 2009 ต้องบอกเลยว่า พ่อค้าแข้งหน้าหล่อรายนี้ เก่ง+หล่อ มาตั้งแต่เด็กๆ จริงๆ ถ้าไม่เชื่อก็ไปยลความเก่ง และความหล่อของเขาเลย ชาริล ชัปปุยส์ เกิดวันที่ 12 มกราคม ค.ศ.1992 มีคุณพ่อเป็นครูสอนทักษะฟุบอลให้ตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนจะหาประสบการณ์ในเชิงลูกหนังไปเรื่อยๆ จนติดทีมเยาวชนของสวิสเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และก้าวขึ้นไปพาทีมคว้าแชมป์โลก ในปี 2009 ซึ่งเวลานั้นเจ้าตัวไม่ได้เล่นกองกลาง เหมือนแวลานี้ แต่เขานั้นรับบทกองหลัง ที่มีทักษะสูง ให้หลังมา 4 ปี ชื่อของ ชาริล ชัปปุยส์  ก็เริ่มดังขึ้นมาตามลำดับ หลังเจ้าตัวจรดปากกาเซ็นสัญญากับ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนจะก้าวขึ้นมาสร้างตำนานกับทีมด้วยการคว้า 4 แชมป์ในปีเดียว แชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ถ้วย ก., แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2013, แชมป์มูลนิธิไทยคมเอฟเอคัพ 2013 และแชมป์โตโยต้าลีกคัพ 2013 และเวลานี้ก็กลายเป็นนักเตะของ ช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี เอฟซี ช่วงปลายปี 2013 ก็พาทีม ช้างศึก ทีมชาติไทย กลับมาเป็นแชมป์ซีเกมส์ ได้อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับโชว์ความเก่งต่อเนื่องพาทีมชาติไทย จบอันดับที่ 4 เอเชียนเกม์ ครั้งที่ 17 ในปี 2014 และเวลานี้เจ้าตัวก็ได้กลายเป็นกำลังหลักของ ช้างศึก ในการบู๊ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ขอบคุณภาพจาก : Instagram @charyl4

กล้าใส่ป่ะ?  10 ชุดว่ายน้ำ แปลกๆ แต่เก๋อย่าบอกใคร
ชุดว่ายน้ำ /  ชุดว่ายน้ำแปลกๆ

 ชุดว่ายน้ำ สุดล้ำ ดีไซด์เก๋ๆ ไม่ต้องใส่บิกินี่ก็เซ็กซี่ได้  ชุดว่ายน้ำ ที่สาวๆมีอยู่อาจจะดูธรรมดาม๊ากกกกกก ถ้าได้เห็นชุดว่ายน้ำเหล่านี้  ชุดว่ายน้ำ ลายปลาฉลามสุดโหด ดีไซด์เก๋ๆ ที่มีลายปลาฉลามอยู่ตรงจุดไฮไลท์พอดีเลย อย่าจ้องมากนะ ระวังจะโดนกัดไม่รู้ตัว ชุดว่ายน้ำป้องกันภัย        สุดจะบรรยายถ้าคุณยังว่ายน้ำในชุดนี้ได้ แต่ถ้าอยากใส่เพื่อปกป้องกันตัวก็ได้นะ คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แม้แต่ฉลามคงว่ายน้ำหนีคุณแน่นอน ชุดว่ายน้ำตะเบงมาน ชุดว่ายน้ำสำหรับสาวไทยที่อนุรักษ์ความเป็นไทย คล้ายกับตะเบงมาน ชุดนี้ชนะเลิศ! ชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ เป็น ชุดว่ายน้ำ ดีไซด์เก่ๆ ที่ไม่ต้องโชว์มากกมาย แต่คุณผู้ชายก็ลุ้นแทบใจจะขาด มีเพียงเส้นบางๆ ปิดตรงบริเวณหัวนมพอดีเป๊ะ แถมข้างล่างยังชักชวนชี้ลงไปตรงจุดนั้นอีก หวิวสุดๆ ชุดว่ายน้ำน่ารักๆ ชุดทูพีชก็ไม่จำเป็นต้องเรียบร้อยเสมอไป แอบแซ่บด้วยลวดลวย ลูกเล่นเล็กน้อยๆ ก็ดึงดูดสายตาหนุ่มได้นะ ชุดว่ายน้ำ ใยแมงมุม เพิ่มความเซ็กซี่ด้วยเส้นสายคล้ายใยแมงมุม ดูมีลูกเล่นสะดุดตามากขึ้น แต่ห้ามใส่ไปอาบแดดเด็ดขาด ไม่งั้นจากแมงมุมจะได้กลายร่างเป็นตุ๊กแกแน่นอน  ชุดว่ายน้ำซีทรู เซ็นเซอร์เฉพาะจุดลับจริงๆ หากสาวๆ ชอบชุุดซีทรูบางเบา ให้หนุ่มได้มโนก็ชุดนี้เลย จัดไป! ชุดว่ายน้ำซิกแซก ไม่อยากจะคิดว่าถ้าไปนอนอาบแดด รับรองว่าคุณจะตัวลายน่าเกลียด จนไม่กล้าใส่ชุดนี้อีกเลย ชุดว่ายน้ำ สำหรับสาวนักดื่ม สาวนักดื่มต้องปลื้มชุดนี้! ไปปาร์ตี้ริมทะเลสนุกสนาน แต่ต้องมาสะดุดมาไม่มีที่เปิดขวด  เรามีตัวช่วยชุดนี้ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นที่เปิดขวดได้ด้วย จากปกติที่เป็นตะขอเกี่ยวธรรมดาก็เอามาดัดแปลงเป็นที่เปิดขวดซะเลยแถมใช้ทั้งข้างล่างและข้างบนเลยนะ ควรใช้ชุดนี้เปิดนะจ๊ะ อย่าใช้อย่างอื่นแล้วจะหาว่าไม่เตือน! ชุดว่ายน้ำลายแมวเหมียว  ภาพประกอบจาก www.oddee.com เรียบเรียงโดย Women mthai team

แดน วรเวช ยกแก๊ง ถ่ายโปสเตอร์สุดน่ารัก The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ
poster /  The One Ticket / 

กำลังจะฉายส่งความสุขให้กับผู้ชมทุกคนในเทศกาลปีใหม่นี้ สำหรับภาพยนตร์ตลกอารมณ์ดีเรื่อง The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ผลงานกำกับเรื่องแรกของ ปอย ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และควบคุมการสร้าง-แสดงนำโดย แดน วรเวช ดานุวงศ์ ซึ่งล่าสุดได้ปล่อยโปสเตอร์น่ารักสุดๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันแล้ว โดยเบื้องหลังการถ่ายทำในวันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ที่นานๆ จะได้มารวมแก๊งกันซะที ไม่ว่าจะเป็น แดน วรเวช, น้องยูเค ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล, แอนนา ชวนชื่น, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ใหม่ ไอน้ำ, โจอี้ เชิญยิ้ม, นาย เดอะคอมเมเดี้ยน (มงคล สะอาดบุญญพัฒน์) และ บ๊อบบี้ เน็ตไอดอลเสียงอีสาน (ธนาพร มณีพันธ์) ยิ่งงานนี้ได้มาร่วมภารกิจถ่ายภาพโปสเตอร์ร่วมกันอีกก็ยิ่งเฮฮาแบบตัวพ่อยกกำลังตัวพ่อมากขึ้นไปอีก ซึ่ง แดน วรเวช พูดถึงการถ่ายทำครั้งนี้ว่า "วันนี้เราก็มาถ่ายโปสเตอร์เรื่อง The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ กันนะครับ วันนี้ก็มากับครบทีมเลย แต่ก็ทยอยถ่ายทำกันไปทีละคนบ้าง รวมทีมบ้าง บรรยากาศก็สบายๆ ครับ ไม่มีอะไรยาก ก็ได้ออกท่าออกทางตามคาแร็คเตอร์กันไป แต่ดีใจที่ได้มาเจอทีมนักแสดงด้วยกันอีกครั้งหลังปิดกล้อง ก็สนุกสนานกันดีเหมือนเคยครับ" "เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของการทำภารกิจที่สำคัญมากๆ เลยในชีวิตของโป้งซึ่งเป็นตัวละครที่ผมเล่น ในหนังเรื่องนี้ก็จะได้เห็นความน่ารักของพ่อลูก ความสนุกสนาน มิตรภาพของความเป็นเพื่อนที่ช่วยกันทำภารกิจตามหาตั๋วคอนเสิร์ตใบหนึ่งที่หาได้ยากมากๆ ให้ประสบความสำเร็จ ฟังแล้วเหมือนจะง่าย แต่พอเกิดขึ้นจริงกับตัวเองแล้วจะรู้เลยว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ยิ่งมีอุปสรรคต่างๆ มาเป็นตัวเพิ่มความยากด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่เลย แต่มันก็เป็นสีสันของชีวิตของตัวละครในเรื่องครับ ก็ต้องมาติดตามดูนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง 31 ธันวานี้นะครับ รับรองความสนุกสนานและความสุขที่พวกเราจะมีให้แน่นอนครับ ก็สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าด้วยเลยครับ" แดน วรเวช กล่าวทิ้งท้าย The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ พร้อมมอบความสุขหนุกหนานกันได้ทั้งครอบครัว 31 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ได้ที่นี่เลย ----------------------------