เวนคืนสามแยกอ่อนนุช

คุก 12 ปีอดีต ตร.เมาคลั่ง ซิ่งวีโก้ไล่ยิงชาวบ้านเจ็บ ปี54
ข่าววันนี้ /  ตำรวจยิงชาวบ้าน / 

ศาลสั่งจำคุก 12 ปี อดีตตำรวจควบคุมฝูงชน เมาคลั่งซิ่งกระบะวีโก้ไล่ยิงชาวบ้าน 6 คดีโทษรวม คุก 57 ปี วันนี้ (30 ก.ย.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้มีการอ่านคำพิพากษาคดีในคดี ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง ส.ต.ต.ถิรายุ เพ็ชรมีค่า อายุ 31 ปี อดีต ผบ.หมู่ กก.อารักขา 2 บก.การอารักขาและควบคุมฝูงชน(อคฝ.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ภายหลังได้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ไล่ยิงประชาชนบนถนนรัชดาภิเษก แยกประชานุกูล แยกวงศ์สว่าง และสะพานพระราม 7 ซึ่งมีรถยนต์เสียหาย 6 คัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปที่ จ.สงขลา ภายหลังถูกจับกุม ส.ต.ต.ถิรายุให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่า ก่อนเกิดเหตุดื่มสุราจนขาดสติ จึงไล่ยิงรถที่ขับผ่านไปมา เมื่อช่วงคืนของวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริงทั้ง 2 คดี จำคุกคดีละ 12 ปี รวม 24 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ทั้งสิ้น 12 ปี โดยให้นับโทษต่ออีก 4 คดี ที่จำเลยกระทำผิดในเหตุการณ์เดียวกันนี้ และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว นอกจากนี้ ส.ต.ต.ถิรายุ ถูกพนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้องรวม 6 สำนวน และศาลพิพากษาลงโทษครบทั้ง 6 สำนวน ประกอบด้วยคดีดำ อ.832/2555 จำคุก 17 ปี 2 เดือน คดีดำ อ.482/2556 จำคุก 16 ปี 8 เดือน คดีดำ อ. 1123/2557 จำคุก 6 ปี คดีดำ อ.1124//2557 จำคุก 6 ปี คดีดำ อ.1125/2557 จำคุก 6 ปี และคดีดำ อ.1126/2557 จำคุก 6 ปี รวมจำคุกส.ต.ต.ถิรายุ 57 ปี 10 เดือน MThai news

แก้ม-นิว-จิ๋ว สามสาวดีว่าส์แห่งเวที เดอะสตาร์ ใน 10 YEARS OF LOVE THE STAR TV SPECIAL
10 YEARS OF LOVE THE STAR TV SPECIAL /  The Star Divas / 

10 YEARS OF LOVE THE STAR TV SPECIAL พบกับ สามสาวดีว่าส์แห่งยุค แก้ม-นิว-จิ๋ว ที่จะโชว์พลังเสียง สะกดแฟนเพลง รายการ 10 YEARS OF LOVE THE STAR TV SPECIAL สัปดาห์นี้ จะพาแฟนๆ ไปซาบซึ้งกับบทเพลงอันไพเราะของ “เดอะสตาร์ดีว่าส์” พบการรวมตัวของ 3 สาวเดอะสตาร์ ดีว่าส์แห่งยุค นิว-นภัสสร, จิ๋ว-ปิยนุช และ แก้ม-วิชญาณี ที่นอกจากจะขนเพลงเพราะๆ มาโชว์พลังเสียงให้แฟนๆ ได้ฟังกันแล้ว ยังมีแขกรับเชิญพิเศษ ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า และ พินต้า-ณัฐนิช มาครวญเพลงซึ้งให้ฟังกันอีกด้วย ติดตามชม รายการ 10 YEARS OF LOVE THE STAR TV SPECIAL ทุกวันเสาร์ 20.10 น. ทางช่อง ONE ดูผ่าน Digital TV ภาคพื้นดิน ช่อง 31 เคเบิ้ลทีวี และกล่องดาวเทียมทุกชนิด ช่อง 41 กล่อง GMM Z ช่อง 2 หรือ 41 หรือชมออนไลน์ได้ที่ http://www.onehd.net

อุทาหรณ์ สาวเสียชีวิตระหว่างผ่าตัดทำศัลยกรรม
Malignant Hyperthermia /  ดมยาสลบ / 

แชร์ว่อน สาวเสียชีวิตระหว่างผ่าตัดทำศัลยกรรมทุบโหนกแก้มหรือวีไลน์ วันนี้(29ก.ย.) กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวที่แฟนสาวได้ไปทำศัลยกรรมทุบโหนกแก้มหรือวีไลน์กับคลินิกแห่งหนึ่ง แต่ต้องมาเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า เมื่อคืนวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุทางการผ่าตัด เนื่องด้วยระหว่างผ่าตัดหญิงหรือเฟิร์นอันเป็นที่รักของครอบครัวได้มีไข้ขึ้นสูง มีอาการความดันต่ำ จากภาวะ Malignant Hyperthermia เป็นภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ทางแพทย์และพยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่เป็นผล เฟิร์นได้จากไป ทั้งนี้จะมีการนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน อ.แม่อาย หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่มีผู้คนร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก กับการจากไปของหญิงสาว และสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หญิงสาวคนนี้ได้เดินทางไปรอทำศัลยกรรมตั้งแต่วันอังคารที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อเอาคางที่เสริมออกแล้วทำวีไลน์และตัดโหนกแก้ม ซึ่งมีกำหนดการทำเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา แต่เธอได้เสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด ทางMThai News ขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวในการจากไปของคุณเฟิร์น และขอให้กรณีนี้เป็นบทเรียนและเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมต่อไป MThai News ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ค Natsuki Nanako , Ponn Luvtheking ................................................................................... บทความที่เกี่ยวข้อง ภาวะ Malignant Hyperthermia จากการวางยาสลบ อีกสาม!! สาวไทยศัลยกรรมเกาหลี ในรายการ let me in คลิปศัลยกรรม ดูจบแล้วจะไม่อยากทำศัลยกรรม ไม่เชื่อลองดู วิธีดูแลตัวเองหลัง ทำจมูก มาใหม่ ! แต่งหน้าขั้นเทพ สวยได้แบบไม่ต้องศัลยกรรม

สุดฮา ชุดวันฮาโลวีน เลียนแบบจัสมินสาวสามเต้า
จัสมิน ไตรเดวิล /  ชุดวันฮาโลวีน / 

สาวมะกันเตรียมชุดวันฮาโลวีน เลียนแบบจัสมิน สาวสามเต้าที่คล้ายกับตัวละครในหนังสยองขวัญ วานนี้(28ก.ย.)สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์รายงานเทรนใหม่ของการแต่งกายในช่วงฮาโลวีน โดยสาวฟลอริดา คนหนึ่งได้ใช้ผ้าสีชมพูและปืนกาวประดิษฐ์หน้าอก 3 เต้า ปลอม เลียนแบบ จัสมิน ไตรเดวิล สาวสามเต้าที่เป็นข่าวดังครึกโครมช่วงก่อนหน้านี้ ภายหลังจากจัสมินโด่งดังในช่วงค่ำคืนด้วยการกล่าวอ้างการทำศัลยกรรมหน้าอก ให้มี 3 เต้าในราคา 6 แสนบาท แต่เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อมีคนขุดคุ้ยประวัติของเธอที่เคยทำกระเป๋าหาย และค้นเจอเต้าปลอมทั้งสามในกระเป๋า เธอปฏิเสธอย่างฉุนเฉียวพร้อมบอกว่าใครไม่เชื่อก็ตามใจ โดนสาวฟลอริดาคนนี้ตระเตรียมชุดสำหรับวันฮาโลวีนที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยสาเหตุของการแต่งกายเช่นนี้เนื่องจากการมีหน้าอก 3 เต้า คล้ายคลึงกับตัวละครในซีรีย์สยองขวัญชื่อดังของอเมริกา ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ จอมลวงโลก สาวสามเต้าถูกจับได้ เต้าทั้ง 3 เป็น "ของปลอม" สะพรึง สตรีสามเต้าในซีรีย์สยองขวัญมะกัน มีตัวตนอยู่จริง Mthai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รมว.คมนาคมจ่อเสนอครม.สร้างรถไฟสายท่องเที่ยว
รถไฟท่องเที่ยว /  รถไฟสายท่องเที่ยว / 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอ ครม. สร้างรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว สายสุราษฎร์ธานี-ท่านุ่น งบประมาณลงทุน 22,000 ล้านบาท คาด คืนทุนภายใน 20 ปี พล.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่บ้านท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อนำเสนออนุมัติการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายสุราษฎร์ธานี-ท่านุ่น ต่อ ครม. ในวันอังคารที่ 30 กันยายน ที่จะถึงนี้ โดยรถไฟสายสุราษฎร์ธานี-ท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จะเป็นรถไฟรางเดี่ยวเพื่อการท่องเที่ยวจากทะเลฝั่งอ่าวไทย เชื่อมต่อ ทะเลฝั่งอันดามัน ใช้งบประมาณ 22,000 ล้านบาท ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการสำรวจเส้นทางของที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีการเวนคืนที่ดินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2488 จนปัจจุบันยังไม่มีการก่อสร้างเส้นทางสายดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการดูพื้นที่และรับฟังข้อมูลการวางระบบรถไฟรางเบา สายท่านุ่น-ภูเก็ต โดยจะเชื่อมต่อระหว่างท่านุ่น-ภูเก็ต มีประมาณการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการ 17,000 คนต่อวัน หรือลดการใช้รถยนต์จำนวน 8,000 คันต่อวัน โดยทาง พล.อ.ประจิน กล่าวว่า ตนเองพร้อมจะนำเสนอ ครม. ที่จะประชุมในวันอังคารนี้ โดยใช้งบประมาณ 22,000 ล้านบาท และมีระยะเวลาในการก่อสร้างซึ่งสามารถให้บริการได้ใช้ปี พ.ศ. 2562 คาดว่าจะมีการคืนทุนได้ประมาณ 20 ปี

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

อัพเดท! รางวัลสุดยอด เครื่องสำอาง แห่งปี 2014
คอสโม /  รางวัล / 

           ได้เวลาเผยโฉม เครื่องสำอาง ยอดเยี่ยมแห่งปี 2014 กันแล้ว Cosmo Kiss Beauty Awards 2014 นิตยสารคอสโมโพลิแทนได้ให้แฟนๆ มาเป็นคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้ด้วย ที่สำคัญสาวๆไม่มีรู้ว่าชิ้นไหน คือแบรนด์อะไร แล้วผลที่ได้ก็คือ...แต่น  แตน แต๊นนน... จะแต่งหน้าให้บิวตี้แค่ไหน เครื่องสำอาง ของสาวๆต้องมีไอเท็มชิ้นนี้ เพื่อให้หน้าขาวใสอมชมพู ปีนี้สาวๆจึงไม่พลาดกับ Best Powder Blush ของปีนี้ ได้แก่ Nars Desire Blush หน้าสดออกจากบ้านพอไหว แต่สาวๆก็อดไม่ได้ที่จะขอตบบรัชออนสีอ่อนๆบนใบหน้า ตอนนี้อยากได้บลัชออนเนื้อละเอียดติดทน เพราะฉะนั้นอย่าพลาดกับผลิตภัณฑ์บิวตี้บลัชออนของปีนี้ที่ได้รับเลือกจากผู้ อ่านที่ใช้แล้วชื่นชอบมากที่สุด ได้แก่ Nars Orgasm งานเมคอัพ ไปทำงาน ดินเนอร์ Hangout ต้องพกผลิตภัณฑ์ที่ให้สาวๆได้สวยกันเต็มที่ Best Eyeshadow Palette ที่ได้รางวัลปีนี้ได้แก่ BSC Panadda Dazzling and Shine Baked Eyeshadow ฝนตกหนักแค่ไหนก็ไม่ต้องห่วงเมคอัพ สาวๆบางคนแอบบ่นเลิกงานทีไรขอบตาคล้ำ เครื่องสำอางปกปิดไม่ได้ทั้งวันวันนี้สาวๆมีความมั่นใจกับ การแต่งหน้ามากขึ้น เพราะปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Concealer for Dark Eyes ได้แก่ Cute Press Color Fantasy Easy Blend Concealer อยากให้คางเรียวเล็ก ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม เพิ่มมิติของใบหน้า ทำเองง่ายๆกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สาวๆนิยมมากที่สุด Best Bronzer ที่ได้รางวัลปีนี้ได้แก่ Nars Laguna Bronzing Powder  เครื่องสำอาง ที่เค้าว่าดีจริง สาวๆคนไหนก็อยากลองของใหม่ ประเดิมเลยละกันกับ Best Face Highlighter ของปีนี้ได้แก่ Nars Hungry Heart Duo Blush เครื่องสำอางแต่งหน้าเป็นเรื่องที่คู่กับสาวๆอยู่แล้ว พลาดไม่ได้แล้วล่ะ อยากสวยต้องยอมซื้อ ครีมกันแดด ของปีนี้ที่ได้รับเลือกจากผู้อ่านที่ใช้แล้วชื่นชอบมากที่สุด ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับผิวหน้าได้แก่ KA UV Whitening Cream แชมป์สามปีซ้อน พลาดได้ไงล่ะ สาวๆกำลังอยากได้รองพื้นแบบน้ำที่ติดทนใช่มั้ย ไม่อยากได้แบบว่าครึ่งวันหน้าเยิ้ม งั้นสาวๆห้ามพลาดเลยกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชิ้นนี้ Best Sheerest Liquid Foundation ของปีนี้ได้แก่ BSC Cosmetology Bio Perfect Liquid Foundation อย่าปล่อยผิวหน้าออกไปท้าแดดถ้าสาวๆยังไม่มีผลิตภัณฑ์เมคอัพปกป้องผิว ที่สุดของความงามและดูแลผิวจากแสงแดดกับ Best BB Cream ที่ได้รางวัลปีนี้ได้แก่ Laneige BB Cushion SPF50+PA+++ ที่สำคัญยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลือกจากผู้อ่านที่ใช้แล้วชื่นชอบมากที่สุดอีกด้วย OMG!! มีริ้วรอยใต้ตาแล้ว จะจัดการยังไงดีหล่ะ เอาแบบด่วน ไม่ต้องไปศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง หรือเจ็บตัว คอสโมจัดให้หนักๆเพราะปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Eye Cream for Wrinkles ได้แก่ Artistry Youth Xtend Enriching Eye Cream สาวๆอยากผิวเนียนนุ่มใช่ป่าว?? ใช้อะไรก็ไม่ได้ผล เพราะผิวแห้งมาก คอสโมจัดให้ค่ะ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของปีนี้ที่ได้รับเลือกจากผู้อ่านที่ใช้แล้วชื่นชอบมากที่สุด ได้แก่ JERGENS Ultra Healing แสงแดดทำร้ายผิวหน้าของเราทุกวัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าของคุณ..ที่สุดของครีมที่ให้ความชุ่มชื้นและช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด สาวๆทุกคนจะขาดไม่ได้เลยผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัล Best Day Cream Normal Skin ได้แก่ Avene Hydrance Optimal UV Light ผลิตภัณฑ์เขียนคิ้วดีๆ ที่ต้องมีติดตัวไว้ตลอด ขาดไม่ได้เลยสำหรับ Best Eyebrow Powder ที่ได้รางวัล ได้แก่ Anastasia Brow Powder สี Brunette Dark Brown ถ้าเริ่ดจริงขนาดนี้ พลาดไม่ได้เลย ผิวแห้งใช่มั้ยคะ?? ตื่นเช้ามาแต่งหน้าไม่ค่อยติดทน คืนนี้กลับไปดูแลผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว ฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน ดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองง่ายๆกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นยาวนาน ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลาเพราะปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Moisturizer for Dry Skin ได้แก่ Kose Infinity Deep Moisture Concentrate สาวๆทุกคนก็อยากได้ผิวหน้าชุ่มชื้นยาวนานต่อเนื่อง กำลังหาตัวช่วยอยู่ใช่มั้ยคะ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น แถมไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหน้า ปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Moisturizer for Oily Skin ได้แก่ Neutrogena Hydro Boost Water Gel ทำงานมาทั้งวีคแล้ว กลางคืนเติมความชุ่มชื้นและปรนนิบัติผิวยามนอนหลับด้วยผลิตภัณฑ์ที่ชนะเลิศ ห้ามพลาดเลยค่ะกับผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าของปีนี้ที่ได้รับเลือกจากผู้อ่านที่ใช้แล้วชื่นชอบมากที่สุด Best Cream Mask ได้แก่ Laneige Water Sleeping Pack_EX งานแน่นแต่เช้า แทบไม่มีเวลาหายใจกันเลยใช่มั้ยคะ?? กลับถึงบ้านสาวๆผ่อนคลายผิวด้วยสครับกันดีกว่า ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวที่เริ่ดสุดกับ ผิวคุณ เพราะปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Body Scrub ได้แก่ Soap & Glory The Breakfast Scrub Oat, Shea Butter & Super Body อย่าปล่อยผิวแห้งกร้าน หาผลิตภัณฑ์ที่ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และดูแลผิวของผู้หญิงได้จริงๆ เจอแล้วค่ะที่สุดกับผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้งสำหรับปีนี้ Best Body Lotion for Dry Skin ที่ได้รางวัล ได้แก่ Physiogel Lotion สร้างความสดชื่นและมั่นใจให้ผู้หญิงก่อนไปทำงาน หรือปาร์ตี้ ด้วยผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นใต้วงแขนชนิด Spray ที่ได้รับเลือกจากผู้อ่านปีนี้ ได้แก่ Dove Deo Whitening Original Spray สาวผมยาวหรือชอบไว้ผมสั้นทำลอน เซ็ตผมเองง่ายๆก่อนไปทำงาน หรือปาร์ตี้วันศุกร์นี้ ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่ได้รับเลือกจากผู้อ่านปีนี้ ได้แก่ Lucido-L Hair Foam Springy Curl ง่ายขนาดนี้ก็ไม่ต้องเข้าร้านแล้วสิ ทำเองเวิร์คกว่า How to actually be a beautiful Hair เดือนนี้มีแต่ปาร์ตี้วันเกิด เรื่องเสื้อผ้าแฟชั่นไม่ค่อยห่วงเท่าไร อยากได้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแห้งเสีย คอสโมจัดให้เพราะปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Dry Shampoo ได้แก่ Toni&Guy...Dry Shampoo สาวๆคนไหนชอบใช้เครื่องหนีบผมบ้าง?? บางคนบอกว่าไม่ไหวแล้วค่ะ ทั้งเข้าร้านไดผม หนีบผมเกือบทุกวัน อยากได้ผลิตภัณฑ์กันความร้อน คอสโมจัดให้เพราะปีนี้ผู้ที่ได้รางวัล Best Heat Protectant for Hair ได้แก่ Tresemme Thermal Creations Heat Tamer Protective Spray

ภาวะ Malignant Hyperthermia จากการวางยาสลบ
Malignant Hyperthermia /  ดมยาสลบ / 

จากข่าวในสังคมออนไลน์ที่มีการแชร์ในเฟสบุคว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตจากการผ่าตัดศัลยกรรม โดยมีทั้งภาพและข้อความว่า เมื่อคืนวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุทางการผ่าตัด เนื่องด้วยระหว่างผ่าตัดหญิงหรือเฟิร์นอันเป็นที่รักของครอบครัวได้มีไข้ ขึ้นสูง มีอาการความดันต่ำ จากภาวะ Malignant Hyperthermia เป็นภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ทางแพทย์และพยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่เป็นผล (อ่านข่าว) สาวๆหลายๆคนที่สนใจในเรื่องของการทำศัลยกรรมคงจะตกใจ และกลัวอยู่ไม่น้อย และคงสงสัยกันว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia คืออะไรกันแน่ และสามารถทำให้เสียชีวิตได้เลยหรือ? และถ้าหากอยากจะผ่าตัดศัลยกรรม จะเสี่ยงกับภาวะ Malignant Hyperthermia มากแค่ไหน วันนี้ health.mthai มีคำตอบมาให้ค่ะ ไปดูกันเลย ภาวะ Malignant Hyperthermia หรือ MH เป็นภาวะเกี่ยวข้องกับการชะงักลมหายใจ จากการวางยาสลบในขั้นตอนศัลยกรรมปฏิกิริยาสนองของร่างกายต่อโรคนี้ก็คือ การที่กล้ามเนื้อเกิดการหดรัดแน่น ที่มาจากเซลล์กล้ามเนื้อเกร็ง มีไข้สูง และกล้ามเนื้อหยุดทำงาน แม้ว่าจะเป็นภาวะที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ในอีกทางหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าต้องขึ้นอยู่กับความโชคร้ายของแต่ละบุคคล เพราะการที่กลไกในร่างกายหยุดทำงานนั้น ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ดังเช่นในรายงานเมื่อปี 1960 และ 1970 ที่มีประชากรร้อยละ 80 เสียชีวิตเพราะภาวะ MH แต่ปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละ 10 เนื่องจากมีการแพทย์พัฒนารุดหน้าไปมาก จึงสามารถรับมือกับความเสี่ยงของภาวะ MH ที่อาจเกิดขึ้น ภาวะ Malignant Hyperthermia คืออะไร Malignant Hyperthermia (MH) หรือการแพ้ยาสลบ เป็นภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองผิดปกติกับยาสลบ ส่งผลต่อกลไกต่างๆ ในร่างกาย เช่น ร่างกายมีอุณหภูมิความร้อนสูงจัด กล้ามเนื้อเกร็งทั่วทั้งร่างกาย หรือมีภาวะเลือดเป็นกรดเป็นต้น ซึ่งผลจากความผิดปกติเหล่านี้ สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ภาวะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงหากพบว่าคนในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันกับคนไข้มีประวัติการเกิดภาวะ MH มาก่อน สำหรับกลุ่มยาระงับความรู้สึกที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะ MH คือ ยาในกลุ่ม Sevoflurane, Desflurane, Isoflurane, Halothane, Enflurane และ Methoxyflurane กลุ่มยาระงับความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ซึ่งไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยที่มีประสาทสัมผัสไว เพราะฤทธิ์ของยาจะตรงเข้าชะงักการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนั้น หากคนไข้มีความเสี่ยงที่ร่างกายจะเกิดภาวะ MH ก็ควรใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ฉีดยาชาบล็อกหลัง หรือใช้ยาชนิดหยดเข้าเส้นเลือด TIVA (Total Intravenous Anesthesia) กระบวนการของภาวะ MH ที่นำไปสู่การเสียชีวิต ตามกระบวนการภายในร่างกายที่มีปฏิกิริยาภาวะ MH ถือว่าเป็นภาวะที่ร่างกายไวต่อการตอบสนองของการสร้างโปรตีนในเซลล์กล้ามเนื้อ เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายแคลเซียมที่ก่อให้เกิดการชะงัก การสร้างโปรตีนร่างกายต้องดึงแคลเซียมออกมาใช้ทดแทนโปรตีนที่สูญเสียไป มีการเร่งสูบฉีดเลือดเพื่อกระตุ้นระดับโปแตสเซียมและโปรตีนให้ร่างกายนำไปสร้างเป็นพลังงาน ปฏิกิริยาเร่งแบบนี้มีผลต่อเซลล์กล้ามเนื้อ และการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่หัวใจ ดึงไปหล่อเลี้ยงสมองไม่ทัน เนื่องจากมีเลือดคั่งที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งอย่างรุนแรง เมื่อระบบไหลเวียนโลหิตที่มีปัญหา ย่อมส่งผลให้อวัยวะไตหยุดทำงานระบบต่างๆ ในร่างกายก็ชะงักลง ส่งผลให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ อัตราเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคนไข้ศัลยกรรม ในทฤษฎีทางการแพทย์ก็มีรายงานระบุว่าความผิดปกติทางพันธุกรรมที่นำไปสู่ภาวะ MH มีอย่างน้อย 80 รายการ แต่กลับมีเพียงผลเดียวที่จะนำมาเป็นข้อสรุปได้คือ มันมีอัตราเสี่ยงต่ำในการเกิดขึ้นกับคนไข้อีกทั้งไม่มีรูปแบบตายตัวแน่นอน และไม่มีรายงานที่บ่งชี้ถึงรูปแบบการตรวจหาภาวะ จากผลการวิจัยล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปี 2008 ตีพิมพ์ลงในวารสาร Anesthesiology ของสหรัฐฯเผยว่า ภาวะ MH เกิดขึ้นจากการที่เซลล์กล้ามเนื้อหยุดทำงาน แนวทางการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น การวินิจฉัยความเสี่ยงภาวะ Malignant Hyperthermia สามารถทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ต้องเป็นชิ้นเนื้อตรงบริเวณกระดูกต้นขา เพราะกลไกลกล้ามเนื้อบริเวณนี้สามารถตอบสนองการหยุดชะงักได้ จึงทำให้รู้ถึงความเสี่ยงได้ทันทีว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนไข้หรือไม่ สำหรับขั้นตอนการวินิจฉัยภาวะ MH ในสถานพยาบาลของต่างประเทศ ถือเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 6,000 เหรียญทีเดียว แม้ว่าจะเป็นการวินิจฉัยของคลินิกแพทย์แห่งเล็กๆ เท่านั้น ทำให้สถานพยาบาลส่วนใหญ่มีการวินิจฉัยเบื้องต้น แค่ตรวจเลือดเท่านั้น สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายอันดับแรก คือ ค่าเฉลี่ยระดับก๊าซ CO2 ในร่างกายสูงผิดปกติระหว่างทำการผ่าตัดต้องเครื่องช่วยหายใจ อวัยวะส่วนกรามใบหน้าเปิดกว้าง ไม่สามารถปิดสนิทได้ เพราะมีเซลล์กล้ามเนื้อบางส่วนไม่ทำงาน มีภาวะหดเกร็ง มีสีของปัสสาวะเป็นสีดำคล้ายสีโคล่า อัตราเต้นของหัวใจไม่เป็นปกติ อุณหภูมิร่างกายสูงจัด ร่างกายขับของเหลวออกมามากผิดปกติ หากร่างกายคนไข้มีปฏิกิริยาตอบสนองคล้ายคลึงกับลักษณะดังกล่าว ศัลยแพทย์ควรเช็คกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อแขน-ขา กล้ามเนื้อท้อง และกล้ามเนื้อหน้าอก แต่ถ้าขณะทำการผ่าตัดไม่เกิดปฏิกิริยาตอบสนองดังกล่าว ควรรอดูอาการประมาณ 4-6 ชั่วโมง ก่อนทำการรักษาขั้นต่อไป ซึ่งหลังการผ่าตัดแล้ว คนไข้เองก็สามารถสังเกตอาการด้วยตัวเองได้ ดังนี้คือ เหงื่อออกขณะนอนหลับตอนกลางคืน เป็นตะคริว อ่อนเพลีย รู้สึกคลื่นไส้ มีอาการวิงเวียนศีรษะ ผิวหนังปรากฏเป็นจ้ำเลือด รู้สึกกระหายน้ำมาก มีอาการวดศีรษะ มีไข้ต่ำ รู้สึกร้อนตลอดเวลา (Heat intolerance) ความดันเลือดสูงผิดปกติ รู้สึกเครียด หรือรู้สึกกังวล เป็นต้น แนวโน้มการรักษาเมื่อเกิดภาวะ Malignant Hyperthermia หากคนไข้มีอาการเข้าข่ายภาวะ Malignant Hyperthermia  ศัลยแพทย์สามารถทำการรักษาอาการเบื้องต้นได้ โดยการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อด้วยยา Dantrolene ที่มีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว โดยการยับยั้งการปล่อย calcium จาก sarcoplasmic reticulum เป็นผลให้ลดความสามารถในการหดตัวของกล้ามเนื้อ และเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวิสัญญีแพทย์ในประเทศไทย ทำให้ขาดบุคลากรที่มีความรู้ในเรื่องการจัดหาและนำเข้าตัวยา Dantrolene อีกทั้งบางครั้งตัวยา Dantrolene ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้ก็ขาดแคลน เนื่องจากยามีอายุเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้ก็เป็นผลมาจาก การที่วงการแพทย์ในประเทศไทยมองว่าภาวะ Malignant Hyperthermia เป็นภาวะที่มีโอกาสต่ำมากที่จะเกิดขั้นกับคนไข้ในรายหนึ่งๆ นั่นเอง ขอบคุณที่มาจาก : www.haijai.com .................................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง อุทาหรณ์ สาวเสียชีวิตระหว่างผ่าตัดทำศัลยกรรม .........................................................................................

อย่าเพิ่งโยนทิ้ง! แป้งแตก บลัชออนแตก ซ่อมได้ง่ายมาก
บลัชออนแตก /  เครื่องสำอาง / 

            หัวใจแทบสลาย! เครื่องสำอางที่เพิ่งถอยมาใหม่ ตกแตกละเอียดยิ่งกว่าแป้งฝุ่นซะอีก อ๊ะๆ! อย่าเพิ่งโยนทิ้งนะจ๊ะ ถ้าบลัชออนชิ้นโปรด อายแชโดว์ราคาแพง หรือแป้งพัฟแสนรักตกแตกเป็นผง เรามีวิธีเสกเครื่องสำอางชิ้นเก่าให้เหมือนใหม่แบบง่ายๆและรวดเร็วทันใจ อุกปรณ์ที่ต้องเตรียม 1. แอลกอฮอล์ 2. มีด หรือ ไม้พาย 3. สลิ้งค์ (หลอดดูดยา) วิธีซ่อม แป้งแตก บลัชออนแตก 1.หยดแอลกอฮอล์ลงบนเครื่องสำอางที่แตกละเอียด ค่อยๆหยดไปทีละนิด ระวังอย่าให้เหลวมากจนเกินไป 2.ใช้มีดหรืออุปกรณ์ที่แบนเรียบบาดเครื่องสำอาง เพื่อเกลี่ยให้เนียนเรียบที่สุด 3.ทิ้งไว้ข้ามคืนรอจนแห้งสนิท กลิ่นแอลกอฮอล์จะค่อยๆจางหายไปเอง เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ภาพประกอบจาก hip2save.com

‘1881’ ทะเบียนรถคันใหม่ นายกฯประยุทธ์
ทะเบียนรถนายก /  ทะเบียนรถนายกฯ / 

นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ด้วยรถประจำตำแหน่งคันใหม่ หมายเลขทะเบียน ญค 1881   หลังส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก วันนี้ (30 ก.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล เวลาประมาณ  11.50 น. ภายหลังเสร็จพิธีการส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ให้กับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อย่างเป็นทางการ ที่กองบัญชาการกองทัพบก ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค Wassana Nanuam ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนรถยนต์ประจำตำแหน่งแล้ว โดยใช้รถเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร ส่วนรถประจำตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก หมายเลขทะเบียน 1251 กรุงเทพมหานคร ได้ส่งคืนแล้ว MThai News

ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศอียิปต์ / 

ถ้าพูดถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นอันดับแรกถูกต้องไหมคะ แต่ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่มีชื่อเสียงและเลอโฉมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ผู้ที่โด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน และรูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องอียิปต์ ฟาโรห์ คงต้องรู้จักพระนางเนเฟอร์ติติ แน่นอน แต่ถ้าใครไม่รู้จักวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ กันค่ะ   ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ ราชินี “เนเฟอร์ติติ” แปลว่า "ผู้งดงามหมดจด" แห่งอียิปต์โบราณได้รับการยกย่องมานานหลายพันปีว่าเป็นเจ้าของใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบ และรูปปั้นท่อนบนนี้เองที่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้าในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบด้วยพระสิริโฉมอันงดงาม สวมมงกุฎสูง และโกนพระเกศาเพื่อป้องกันเหาโรคร้าย และความร้อนของอียิปต์ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตต้นตระกูลของเนเฟอร์ติติก็ไม่มีใครทราบว่าบิดามารดาของเนเฟอร์ติติเป็นใคร แต่มีผู้เห็นพ้องต้องกันว่าเธออาจเป็นธิดาของเอย์ ผู้ที่ได้เป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา กับมเหสีที่มีชื่อว่าเทย์ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเนเฟอร์ติติแท้จริงคือเจ้าหญิงทาดูคีปา ธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนี ในม้วนคัมภีร์โบราณมีการกล่าวถึงชื่อนีเมรีธิน เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระนาง แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังมีผู้เสนอแนวคิดว่าพระนางเป็นธิดา หรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ อีกทฤษฎีหนึ่งยกให้เนเฟอร์ติติเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวต่างมารดาของอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระราชินีเอียเรเป็นพระมารดาของนาง เอียเรเคยมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท แต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่ออาเมนโฮเทปที่สามขึ้นครองบัลลังก์ ซีตามุนถูกเลี้ยงดูให้เป็นมเหสีของทีเย แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางมีโอรสธิดากับผู้ใดหรือไม่ มีหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าทั้งซีตามุนและเนเฟอร์ติติต่างก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน นั่นคือชื่อของทั้งคู่ต่างก็หมายความว่า "ผู้เลอโฉม" เนเฟอร์ติตินับถือเทพเพียงองค์เดียว นั่นก็คืออาตอน ทั้งนี้ อาเคนาเตน สวามีของพระนางอาจเป็นพระบิดา หรือไม่ก็พี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน ขึ้นอยู่กับว่าจะนับญาติแบบไหน วันที่เนเฟอร์ติติอภิเษกสมรสกับอาเมนโฮเทปที่สี่ และต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระชายาของพระองค์นั้นไม่อาจระบุได้แน่นอน อย่างไรก็ดี ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหกคน ตามรายชื่อและปีเกิดต่อไปนี้: เมรีตาเตน - เกิดในปีที่ 2 หลังจากที่อาเมนโฮเทปที่สี่ขึ้นครองราชย์ (1348 ปีก่อนคริสตกาล) เมเคตาเตน - เกิดในปีที่ 3 (1347 ปีก่อนคริสตกาล) อานเคเซนปาเตน, ผู้ที่ต่อมาเป็นชายาของ ฟาโรห์ตุตันคามุน - เกิดในปีที่ 4 (1346 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต - เกิดในปีที่ 6 (1344 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอร์รูเรNeferneferure - เกิดในปีที่ 9 (1341 ปีก่อนคริสตกาล) เซเตเปนเร - เกิดในปีที่ 11 (1339 ปีก่อนคริสตกาล) ในปีที่สี่ของการครองราชย์ (1346 ปีก่อนคริสตกาล)อาเมนโฮเทปที่สี่ได้เริ่มสร้างศาสนสถานเพื่อบูชาเทพอาเตน และยังเชื่ออีกว่าปีเดียวกันนี้พระองค์ได้เริ่มก่อสร้างอาเคตาเตน เมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมืองอามาร์นา ในปีที่ห้าของการครองราชย์ (1345 ปีก่อนคริสตกาล) อาเมนโฮเทปที่สี่ ได้เปลี่ยนพระนามของพระองค์อย่างเป็นทางการเป็นอาเคนาเตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถานแห่งใหม่ คาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคมของปีนั้น ในปีที่เจ็ดของการครองราชย์ (1343 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงธีบ ไปยังอามาร์นา แม้ว่าจะยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกถึงสองปี (จนกระทั่ง 1341 ปีก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ถูกอุทิศให้กับศาสนาใหม่ของทั้งคู่ เชื่อกันว่ารูปปั้นครึ่งตัวอันโด่งดังของเนเฟอร์ติติถูกสร้างขึ้นในปีนี้เอง อักษรจารึกชิ้นหนึ่งระบุว่าราววันที่ 21 พฤศจิกายน ในปีที่ 12 ของการครองราชย์ (1338 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการกล่าวถึงเมเคตาเตน พระธิดาเป็นครั้งสุดท้าย จึงเชื่อกันว่านางอาจจะสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น รูปสลักนูนต่ำในสุสานของอาเคนาเตนในสุสานกษัตริย์แห่งอามาร์นามีรูปงานศพของนาง ในช่วง ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์ผู้ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ทรงพระนามว่า อาเคนาเตน (Akhenaten) ระยะเวลา 17 ปี ที่ครองราชย์นั้น พระองค์ได้ปฏิรูปศาสนา และศิลปกรรมของอียิปต์อย่างมากมาย ก่อความระส่ำระสายให้แก่นักบวชดั้งเดิมจนกลายเป็นความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังฟาโรห์และมีอิทธิพลต่อราชวงศ์ไอยคุปต์ก็คือ พระมเหสีเอกของพระองค์ผู้มีพระนามว่า เนเฟอร์ติตี (Nefertiti) ดังจะเห็นได้จากจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆในยุคนั้น ที่มีรูปพระนางเนเฟอร์ติตีปรากฏอยู่ร่วมกับพระรูปของอาเคนาเตนเสมอๆ จนบางครั้งแทบดูไม่ออกว่าองค์ใดคือกษัตริย์ องค์ใดคือราชินี รูปโฉมของเนเฟอร์ติตี มีลักษณะเป็นสตรีเอวบาง แต่บั้นท้ายและสะโพกหนา ชุดที่พระนางสวมใส่ มักจะบางเบาโปร่งแสง ทำให้แลดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จนได้รับสมญาว่า "พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม" และแต่เดิมนั้น บรรดาประชากรอียิปต์ มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม) โดยมีเหล่านักบวช เป็นผู้ดูแลทำพิธีในวิหารต่างๆ แต่อาเคนาเตน ได้นำเอาศาสนาพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) คือ สุริยเทพอาเตน มายัดเยียด และได้ปฏิรูปศาสนา อย่างถอนรากถอนโคน อาทิ หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฟาโรห์ก็ ทรงมีบัญชาให้สร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ กลางดินแดนอียิปต์ระหว่างเมืองธีบิสกับเมมฟิส สำหรับการสักการบูชาเทพอาเตน โดยเฉพาะชื่อของนครนี้ คือ อาเคตาเตน (Akhetaten) แปลว่า "ขอบฟ้าแห่งเทพอาเตน" ทรงย้ายสมาชิกในราชวงศ์ ตลอดจนขุนนาง และบริพารใกล้ชิดไปอยู่ที่เมืองหลวงใหม่นี้ ใจกลางนครมีมหาวิหารสถิตเทพอาเตนกับมีพระราชวังหลวง โดยมีอาคารพักอาศัยของข้าราชบริพารอยู่รอบนอก มีสุสานของพระราชวงศ์อยู่ที่หน้าผานอกเมือง แม้แต่พระนามเดิมของฟาโรห์คือ เอเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังทรงเปลี่ยนมาเป็น อาเคนาเตน ซึ่งแปลว่า "วิญญาณอันรุ่งโรจน์ของอาเตน" เทพอาเตน มีสัญลักษณ์เป็นแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมาเป็นรูปมือเล็กๆ ซึ่งหมายถึงกำเนิดชีวิต หรือจะหมายถึงพลังแห่งสุริยเทพก็ได้มหาวิหารทีฟาโรห์และมเหสีสร้างถวาย เทพอาเตนนั้น เป็นแบบวิหารสุริยโบราณที่ไม่มีหลังคา ปล่อยให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ นอกจากจะคลั่งไคล้บูชาอาเตนเต็มที่แล้ว ฟาโรห์ยังกระทำยํ่ายีศาสนาเดิม โดยมีบัญชาให้ปิดวิหารเทพเจ้าอื่นๆ จนสิ้น ลบรูปสัญลักษณ์ต่างๆในวิหาร ริบข้าวของสมบัติต่างๆ ภายในวิหารแล้วนำเอารูปเทพอาเตน เข้าไปตั้งแทน เพื่อให้ราษฎรอียิปต์สักการบูชา สร้างความโกรธเป็นเดือดเป็นแค้นแก่ นักบวชที่เคยมีอิทธิพลต่อจิตใจ ของชนอียิปต์อย่างมากมาย ในปีที่ 1336 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์อาเคนาเตน สิ้นพระชนม์ แผ่นดินตกอยู่ในการปกครองของผู้สำเร็จราชการนาม เนเฟอร์เนเฟอรู อาเตน ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน บางคน กล่าวว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอาเคนาเตน ผู้มีนามว่า เสม็นคาเร แต่หลายคนกล่าวว่า เขามิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมเหสีเอกเนเฟอร์ติตีนั่นเอง เนเฟอร์ติตินั้นไม่ปรากฏพระองค์ หรือมีบทบาทใดๆ ให้เห็นในช่วงท้ายๆ รัชกาลอาเคนาเตน จะเป็นด้วยเหตุผลใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าทรงรู้ดีว่าพระองค์นั้นมีส่วนร่วมกับฟาโรห์ทำลายล้างศาสนาเดิม และได้สร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องทรงซ่อนเร้นและปกครองอียิปต์ต่อมาอย่างไม่เปิดเผยพระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นราว 3 ปี ในฐานะผู้สำเร็จราชการนี้ ได้มีความพยายามที่จะประนีประนอมรื้อฟื้นการบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมขึ้นใหม่ เพื่อบรรเทาความอาฆาตแค้นของศัตรู หากแต่ไม่เป็นผล การสิ้นพระชนม์ของเนเฟอร์ติตีเป็นเรื่องลึกลับ บางคนถึงกับอ้างว่า พระนางสิ้นพระชนม์ก่อนหน้า พระสวามีด้วยซํ้า อย่างไรก็ตาม โดยที่มีผู้เกลียดชังมาก ทำให้ภาพของเนเฟอร์ติติตามวัง และวิหารต่างๆ ถูกลบพระพักตร์ ออก อันเป็นการกระทำ ที่เกิดจากความเคียดแค้นอาฆาต ที่สะสมมานาน และโดยเหตุที่พระนาง มีใบหน้าที่สวยงามกว่านางใดในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เองที่ใบหน้า ของพระนางในรูปเขียนต่างๆ จึงถูกทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง! และแม้แต่มัมมี่ของพระนาง ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าอยู่หนใด! จวบจนกระทั่งนักอียิปต์ วิทยาได้สันนิษฐานว่ามัมมี่ 1 ใน 3 ร่าง ที่พบในสุสานหมายเลข KV 35 แห่งหุบเขากษัตริย์ ใกล้เคียงกับสุสานของตุตันคาเมน นั่นน่าจะเป็นมัมมี่ของเนเฟอร์ติติดังที่กล่าว ในเบื้องต้นนั่น เหตุผลของการสันนิษฐานประมวลได้ว่า มัมมี่ร่างนั้นมีคอเรียวยาวดุจหงส์ ซึ่งละม้ายกับรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ติติผู้งดงาม และอายุของมัมมี่นี้ก็อยู่ในยุคเดียวกับพระนาง นอกจากนี้ ตลอดร่างของมัมมี่ก็ถูกทำลายเสียหาย เช่น ใบหูถูกเจาะ ศีรษะถูกโกน คิ้วถูกกดเป็นรอย ลำตัวมีริ้วรอย ซึ่งล้วนตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อภาพเขียนทั้งหลายของพระนาง และที่สำคัญคือ ได้พบวิกผมสไตล์นูเบียน ตกอยู่ใกล้ๆ กับมัมมี่ทั้ง 3 เป็นแบบวิกผมที่ เนเฟอร์ติติ และสมาชิกราชวงศ์ของเธอสวมใส่ อยู่เป็นประจำ! ทำให้น่าเชื่อได้ว่า มัมมี่นี้ก็คือพระศพ ของพระนางเนเฟอร์ติติ ราชินีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมียและแม่นั่นเอง สำหรับรูปแกะสลักของเนเฟอร์ติติกับ อาเคนาเตน และธิดาสามองค์ จากเมืองอามาร์นา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ แห่งกรุงเบอร์ลิน เนเฟอร์ติติ (1370 - 1330 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นราชินีของฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่งอียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นอาเคนาเตน) และพระมารดาสะใภ้ของฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกันว่าเนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้นๆหลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์ และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิงศิริราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำเรียกเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำรูปยาวรี ดังที่เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ ลูกปัดชนิดนี้เรียกว่า ลูกปัด"เนเฟอร์" เนเฟอร์ติติโด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน รูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ สร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose และถูกค้นพบในห้องทำงานศิลปะของเขา รูปปั้นท่อนบนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเนื่องจากเป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้า พระนางถูกเรียกขานมากมายหลายชื่อ ที่วิหารคาร์นัก มีศิลาจารึกที่ขานพระนางว่าเป็น 'ผู้สืบทอด' 'ที่สุดของผู้เป็นที่โปรดปราน' 'ผู้มีสเน่ห์' 'ผู้แผ่ความสุข' 'ชายาผู้อ่อนหวาน' 'ผู้เป็นที่รัก' 'ผู้ปลอบประโลมหัวใจขององค์ราชาในวัง' 'ผู้มีถ้อยคำอ่อนโยน' 'ชายาแห่งอียิปต์ตอนบนและอียิปต์ตอนล่าง' 'ชายาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่' 'ผู้ที่กษัตริย์ทรงรัก' 'สตรีแห่งดินแดนทั้งสอง' 'เนเฟอร์ติติ' พระเศียรจำลองของ “เนเฟอร์ติติ” ถูกค้นพบในอียิปต์เมื่อปี 1912 บริเวณ เตล เอล อมาร์นา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของฟาโรห์อเคนาเตน พระราชสวามีของพระองค์ เรียบเรียงโดย : teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, trueplookpanya, sites.google.com

แอฟ-สงกรานต์ ตั้งชื่อลูกรอ!! คลอดปีใหม่นี้
แอฟ ทักษอร /  สงกรานต์ เตชะณรงค์ / 

ทายาทคนแรกในท้องเข้าเดือนที่ 6 แล้ว ล่าสุดคุณแม่ แอฟ ทักษอร พร้อมด้วยคุณพ่อ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ควงแขนกันมาอัพเดทเบบี๋ว่าตอนนี้พัฒนาการเริ่มเร็วขึ้นมาก ต้องควบคุมน้ำหนัก ส่วนเรื่องเพศนั้นยังนอนยันขอลุ้นเองตอนคลอดในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ แย้มได้ตั้งชื่อให้ลูกน้อยเอาไว้แล้วทั้งชื่อผู้หญิงและผู้ชาย แต่ขออุบเอาไว้ก่อนเพราะถือเคล็ด!! สงกรานต์ "วันนี้มาสามคน(ยิ้ม)" แอฟ "พัฒนาการ ก็โตเร็วค่ะ หลังสามเดือนโตเร็วมากจนตัวเองก็ไม่ค่อยรู้ตัวเหมือนกันค่ะ ตั้งตัวไม่ค่อยทันเหมือนกัน น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ จะค่อนข้างไปทางใหญ่ด้วย นิดนึง(ยิ้ม) คุณหมอก็ดีค่ะ มีช่วงเดือนที่แล้วที่โดนเบรกๆ ไว้บ้าง คุณแม่เริ่มแบบน้ำหนักขึ้นแบบเร็วเกิน เดือนนี้ก็พยายามควบคุมนิดนึง" สงกรานต์ "ดีครับ ยิ่งโตยิ่งดีครับ เพราะว่าอยากให้เขากินเยอะๆ เพราะว่าจะได้บำรุงลูก ตอนแรกก็วอรี่เหมือนกันครับเพราะว่าช่วงแรกไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลยครับ ก็กลัวว่าเขาจะกินน้อยไปก็เลย ตอนหลังๆ ก็เลยเริ่มแบบคุมเข้ม เน้นเรื่องกินเยอะหน่อย แล้วก็ไปหาหมอๆ บอกก็โอเคตามเกณฑ์ 9 กิโล 5 เดือนโอเคไม่มีปัญหา แข็งเรงครับ" แอฟ "บำรุงนี่คือได้คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย แล้วก็คุณแม่กานต์ต้มซุปปลาให้ทาน แล้วก็มีเพื่อนแอฟก็ต้มซุปปลาให้ คนใกล้ชิดก็จะแบบช่วยกันเยอะ ไม่แพ้ค่ะ มีคนเนี้ยะแพ้บ้างเป็นครั้งคราว ช่วงแรกที่เคยเล่าให้ฟังก็คือชอบทานอาหารอะไรแปลกๆ ช่วงหลังนี่ยิ่งเหมือนนางเอกละคร เริ่มเหม็น(หัวเราะ) อยู่ๆ ก็แบบเหม็นกลิ่นอะไรแบบเนี้ยะ แล้วแบบเซนซิทีฟมากเรื่องกลิ่น คือแทนที่จะเป็นแอฟไง ปรากฏว่าเป็นสงกรานต์แทนที่รู้สึกค่ะ แอฟจะแบบไม่เป็นไรเลย" สงกรานต์ "ตอนแรกนึกว่าโอ้โหมันเป็นได้ขนาดนี้เลยหรอแพ้ท้องแบบได้กลิ่นอะไรก็เหม็นไปหมดเลย ฉุนมากก็เลยไปหาหมอเลย หมอบอกว่าไม่ใช่แพ้ โพรงจมูกอักเสบ(หัวเราะ) แล้วก็ให้ยามาพ่นก็ดีขึ้นแล้ว" สงกรานต์ "เพศลูก คือแบบว่าเดี๋ยวจะได้มีเรื่องอะไรแบบคุยกันนะ แบบว่าเอ๊ยผู้ชายผู้หญิงว๊าอะไรแบบเนี้ยะ คือมีลุ้น มีนี่ แล้วเพื่อนก็บอกว่าให้ดูท้องนะ ให้ดูแบบแม่โทรมหรือเปล่า แม่ยังปิ๊งอยู่เปล่าอะไรอย่างนี้ก็ มันก็สนุกดีน่ะฮะ ก็เลยยังไม่อยากรู้ นี่ก็จะ 6 เดือนแล้ว ก็รออีกนิดเดียว อีกไม่กี่วันก็ปีใหม่แล้ว เข้าวันที่ 1" แอฟ "ไม่ฝันเลยค่ะ มีแต่คนอื่นฝัน ภูผาฝัน(หัวเราะ) เก็บไปฝันเลย รีบโทรมาเล่าใหญ่เลยค่ะ ภูผาฝันว่าได้ผู้หญิง แต่เขาบอกว่าให้คิดตรงข้ามอะไรอย่างนี้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้จะใช้ทฤษฎีไหน" สงกรานต์ "ก็ไม่รู้จริงๆ ฮะ แต่ก็ตั้งชื่อเผื่อไว้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงฮะ เขายังไม่ให้บอก เขาถือ กำหนดคลอด 1 มกราครับผม" แอฟ "อันนี้ยังไม่เป็นทางการนะคะ อันนี้ว่าที่คุณพ่อคิดเอาเองค่ะ ยังไม่ได้ปรึกษาผู้ใหญ่หรือว่าดูฤกษ์อะไรอย่างนี้เลย" สงกรานต์ "ก็อยากจะได้เพราะเราปีใหม่ไทยไง มีปีใหม่สากลอีกคนนึงก็เฮฮาดี ผ่าคลอดไหม ก็แล้วแต่คุณแม่เลยครับ" แอฟ "ก็เดี๋ยวดูอีกทีแล้วแต่ความเห็นของคุณหมอค่ะ แต่ถึงธรรมชาติก็ลองถามดูแล้ว ก็ช่วงปีใหม่ก็ได้ค่ะ เพราะว่ามันพอดีค่ะ" แอฟ - สงกรานต์ แอฟ - สงกรานต์ แอฟ - สงกรานต์ แอฟ - สงกรานต์ แอฟ - สงกรานต์

เกร๋ๆ แข้ง ลัตเวีย ยิงเสร็จถอดสตั๊ดถ่ายรูปหมู่อย่างฮา
คลิป /  ฉลองการทำประตู / 

ถือว่าฮาใช้ได้เลยสำหรับเหล่าบรรดาแข้ง เวนท์สปิลส์ ทีมแกร่งจากลีก ลัตเวีย ที่ออกมายืนเรียงหน้ากระดานถ่ายรูปหมู่หลังจากที่ ซิโมนาส พอลิอุส ยิงประตูตามตีเสมอคู่แข่ง ไลปาย่า เป็น 1-1 ก่อนที่จอมทัพของทีม ยูริส ซิกาเยฟ จะถอดสตั๊ดเรียกเพื่อนๆ อีก 9 คนมาร่วมถ่ายภาพหมู่ซะอย่างงั้น

ดราม่า! ป้าแจ๋ว โพสต์รำคาญติ่ง ณเดชน์-ญาญ่า !!
ณเดชน์ คูกิมิยะ /  ญาญ่า อุรัสยา / 

กลายเป็นประเด็นดราม่าเมื่อผู้กำกับชื่อดัง ป้าแจ๋ว ยุทธนา โพสต์ภาพของพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ จากกองละครตามรักคืนใจ ผลงานเรื่องใหม่ที่เล่นประกบคู่กับนางเอกสาว มิว นิษฐา พร้อมข้อความเหน็บเบาๆ ไปยังแฟนคลับคู่จิ้น NY ของ ณเดชน์-ญาญ่า ว่า... "#บางทีก็รำคาญ #ทำไมต้องNYตลอดเวลา #รอยฝันยังไม่จบเลยช่วยดูกันก่อนไหม #ชาตินี้ณเดชน์คงไม่ได้เล่นกับนางเอกคนไหนเพราะFCไม่ชอบ #สงสารน้องญ่ากะน้องแบร์ไหมที่ต้องเล่นละครกันสองคนไม่ได้ไปเจอใครใหม่ๆ #ไม่ต้องการอะไรใหม่ๆบ้างเหรอ #บางทีFCก็เกินไปไหม #ถ้าNไม่คู่กะYจะไม่ดูใช่ไหม #ขอหนวดไม่ปลอมรอให้น้องไม่มีงานเลยสักอย่างไหมจะได้ไว้หนวดเครามาเล่นละครเรื่องนี้เรื่องเดียว #บางสิ่งบางอย่างต้องมีเหตุผลเข้าใจไหม #บางทีก็เบื่อ #บางทีก็รำคาญ #ทำงานแล้วมีเรื่องไม่เป็นเรื่องมากวนใจ #จบนะ" IG ป้าแจ๋ว ป้าแจ๋ว-ณเดชน์-มิว กองละครตามรักคืนใจ ป้าแจ๋ว-ณเดชน์-มิว กองละครตามรักคืนใจ ณเดชน์-มิว จากละครตามรักคืนใจ ณเดชน์-ญาญ่า ณเดชน์-ญาญ่า

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ลั่นจัดการรุกป่าดอยสุเทพ-ปุย
ดอยปุย /  ดอยสุเทพ / 

พ่อเมืองเชียงใหม่ลั่น 3 เดือนเร่งจัดการปัญหารุกป่าอุทยานดอยสุเทพ-ปุย นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้คณะทำงานในการปราบปรามแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ในระยะ 3 เดือนนี้ ให้เรงจัดการ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยก่อน เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญ เป็นหน้าตาของเชียงใหม่ จะปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อไม่ได้ และตนยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมถึงเกิดปัญหาการบุกรุกขึ้นได้ เบื้องต้นให้คณะทำงานแก้ปัญหาที่ลำน้ำแม่เหียะใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง หลังจากมีข้อร้องเรียนประกอบกับข้อมูลสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะทำงานตรวจพบตรงกันว่า มีผู้บุกรุกถึง 153 ราย พื้นที่หลายร้อยไร่ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนายทุนที่ไปซื้อใบหางจองสิทธิ์ของชาวบ้านไปประกอบกิจการร้านกาแฟ ร้านอาหาร และบ้านพักตากอากาศ ซึ่งพบเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ซึ่งได้ประสานงานกับทางมณฑลทหารบกที่ 33 เพื่อดำเนินการคืนพื้นที่ พร้อมทำการสำรวจเพื่อจัดระเบียบด้านอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย โดยในช่วง 3 เดือนนี้จะต้องมีผลที่ชัดเจนและต้องดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือข้อยกเว้นทั้งสิ้น และให้ขยายผล เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ชุดใหญ่ไม่ได้งี้? ยานาไซ ปั่นฟรีคิกสุดงามช่วยผีชุดเล็กเชือดไก่
u21 /  ผีชุดเล็ก / 

อัดนาน ยานาไซ มักเล่นได้ยอดเยี่ยมเสมอกับชุด U21 โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ อัดนาน ยานาไซ กดฟรีสุดงามบอลโค้งเสียบเสาไกลชนิดที่นายทวารหมดสิทธิ์รับช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุด U21 เฉือนชนะ สเปอร์ส ชุด U 21 ไป 2-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา :)

ไม่สมราคา สื่อชี้ปืนดร็อป อเล็กซิส ซานเชซ เพราะเล่นไม่เข้ากับทีม
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

วงในของ อาร์เซนอล เผยสาเหตุที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ตัดสินใจดร็อป อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะชาวชิลีเป็นตัวสำรองเพราะเล่นได้ไม่เข้ากับระบบของทีม ซานเชซ เจ้าของค่าตัว 35 ล้านปอนด์แพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของสโมสร อาร์เซนอล ต้องถูก เวนเกอร์ ดร็อปเป็นตัวสรองในเกม พรีเมียร์ลีก สองนัดล่าสุดหลังทำผลงานไม่เข้าตา โดยรายงานข่าวระบุว่าทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของทีมปืนใหญ่มองว่า ซานเชซ ออกบอลช้าเกินไปทำให้รูปแบบของทีมที่เน้นเกมพาสซิ่งต้องเสียไป เวนเกอร์ และสตาฟฟ์พยายามแก้ปัญหาจุดนี้โดยการติวเข้มให้ ซานเชซ ออกบอลให้เร็วกว่าเดิมแทนที่จะพยายามครองบอลไว้กับตัวจนสุดท้ายถูกคู่แข่งรุมเข้ามากดดันและแย่งบอลไปได้ ทีมงานปืนเชื่อว่าหากสามารถแก้ไขจุดนี้ได้จะทำให้ ซานเชซ กลับมาโชว์ฟอร์มแกร่งได้อีกครั้ง