เวนคืนสามแยกอ่อนนุช

เสร็จแล้ว! บทฉบับสมบูรณ์ Fantastic Beasts and Where to Find Them โดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง
Fantastic Beasts and Where to Find Them /  Harry Potter / 

มีข่าวให้คุณผู้ชมมักเกิ้ล ผู้สมัครเป็นสาวกโลกพ่อมด Harry Potter ได้เฮกันแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการปล่อยโปสเตอร์แฟนเมดออกมา แต่ครั้งนี้ เดวิด ฮีแมน ผู้อำนวยการสร้าง ได้ออกมาเผยแล้วว่า บทภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them หรือ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ อันเป็นภาคแยกจากหนังชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้เขียนเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว และที่สำคัญบทนี้ออกมาจากปลายปากกา ของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง เอง รับประกันความเข้มข้นได้เลย Fantastic Beasts and Where to Find Them จะเล่าย้อนไปเมื่อ 70 ปีก่อนช่วงเวลาของหนัง Harry Potter ว่าด้วยเรื่องราวการออกผจญภัย พบเจอสัตว์วิเศษแห่งโลกเวทมนตร์ ของ นิวท์ สคามันเดอร์ พ่อมด-นักสัตว์วิเศษวิทยา ผู้แต่งหนังสือ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ที่หนูๆแฮร์รี่ และผองเพื่อนใช้เรียนกัน! โดยได้ เดวิด เยทส์ ผู้กำกับ Harry Potter ภาค 5-7.2 มากุมบังเหียน และแบ่งหนังออกเป็นหนังไตรภาค โดยภาคแรกจะเริ่มถ่ายทำในปี 2015 และมีกำหนดฉายไล่เรียงกันไปคือ ภาคแรก ฉายวันที่ 18 พ.ย. 2016 ภาคสอง ฉายวันที่ 16 พ.ย. 2018 และ ภาคสาม ฉายวันที่ 20 พ.ย. 2020 สิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้ คือ รายชื่อนักแสดงของ Fantastic Beasts and Where to Find Them โดยเฉพาะบทบาทของ นิวท์ สคามันเดอร์ นั้น ใครจะคู่ควรแก่พ่อมดทรงภูมิคนนี้ แฟนๆ ต้องรอติดตามอย่าให้คลาดสายตา โปสเตอร์ Fantastic Beasts and Where to Find Them ฉบับแฟนเมด -------------------------------------

Far Cry 4 ผจญภัยปราบผู้นำสุดเผด็จการ บนหิมาลัย
E3 2014 /  Far Cry / 

เกมส์ FAR CRY 4 เป็นเกมส์แอคชั่นผจญภัยจาก Ubisoft บนเครื่อง PC, Xbox และ PlayStation พาผู้เล่นยังประเทศ Kyrat บนเทือกเขาหิมาลัย ที่ว่ากันว่าเป็น”หลังคาผืนโลก” เพื่อนำอัฐิของมารดาไปฝังตามคำสั่งลาครั้งสุดท้ายที่จากโลกไป แต่ว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหลังปะทะกับเหล่ากองทัพผู้ปกครองเผด็จการของ Pegan Minโดยไม่ตั้งใจ จนกลายมาพัวพันและจำเป็นช่วยเหลือกลุ่มผู้คนท้องถิ่นเพื่อลุกขึ้นต่อสู้กับกองทัพให้ได้ ด้านเนื้อเรื่องของเกมส์ภาคนี้สร้างความไม่ชัดเจนและแลดูไม่น่าสนใจสักเท่าไร ถึงแม้เนื้อเรื่องเกมส์ถูกจั่วหัวว่า”ล้มผู้ปกครองเผด็จการ” กับ” นำอัฐิไปฝัง” อย่างไรก็ตาม โครงเรื่องที่ว่าด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายหรือการถูกกดขี่อำนวจ ก็ยังเล่าแบบเดิมๆไม่มีอะไรใหม่  ผู้เล่นจะเห็นเนื้อหาอันหลากหลาย และไม่ได้เข้มข้นเท่ากับเกมส์ภาคที่แล้ว รูปแบบการเล่นเกมส์ FAR CRY 4 จะเป็นลักษณะรับภารกิจจากตัวละคร NPC ตามสถานที่จากหมู่บ้าน ทำการเดินทางไปยังจุดหมายต่อสู้กับกองกำลังทหารเพื่อ หรือภารกิจย่อยที่บรรจุเนื้อหาส่วนเสริมของเกมส์ที่ใช้เวลาการเล่นมากกว่า 25 ชั่วโมง อีกทั้งยังต้องเดินทางปกป้องพื้นที่ค่ายของผู้เล่นจากกองทัพทหารที่พยายามเข้ามายึดคืน เป็นต้น ที่น่าตื่นตาของเกมส์นี้คือ ฉากการต่อสู้ที่ตื่นตาและสะใจต่อการเล่นเป็นที่สุด นอกจากจะสนุกกับการยิงกราดกองทัพศัตรูแล้ว ยังได้เห็นฉากการระเบิดทำลายล้างที่ตรึงใจผู้เล่นเป็นที่สุด ด้วยมุมมองการเล่นเกมส์ในลักษณะมุมมองบุคคลที่หนึ่งได้ออกแบบใช้ได้ ดูมีชีวิตเสมือนกับมนุษย์ ผู้เล่นจะสังเกตได้จากเวลาตัวละครปีนข้ามหุบเหวอันทุลักทุเล, การโหนตัวที่อาศัยแรงเหวี่ยงอีกฟากหนึ่ง หรือมุมมองการขับรถ เป็นต้น ด้านการยิงปืนเกมส์นี้ดูเหมือนจะยิงยากอยู่สักนิด อาศัยศูนย์ปืนในการเล็งยังเป้าหมาย นอกจากนี้ ตัวเกมส์ยังมีโหมดการพรางตัวหลบซ่อนจากศัตรู แต่ว่าจัดทำออกมาในระดับที่พอใช้ เพราะต่อให้ผู้เล่นหลบซ่อนตัวเท่าไร ศัตรูก็จะพบเจอผู้เล่นและพร้อมยิงกระหน่ำโดยทันที เนื่องจากตัวฉากมีวัตถุให้หลบซ่อนน้อย พร้อมอาศัยการลักไก่ของฉากเพื่อเดินอ้อมและยอมเจ็บตัวเล็กน้อยเพื่อฝ่ากลุ่มศัตรูที่ลาดตระเวณ อย่างไรก็ดีที่ เกมส์นี้ ยังมีลูกเล่นอื่นในการต่อสู้แบบทางอ้อมที่มอบความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การโยนเนื้อดิบใส่กองศัตรูเพื่อเรียกสัตว์ป่าดุร้ายเข้ามาทำร้าย หรือโยนก้อนหินสร้างจุดสนใจไนทิศทางอื่น เป็นต้น ระหว่างการเดินทางเมือง Kyrat ผู้เล่นมีอิสระต่อการเดินทางและการผจญภัยทุกสรรพสิ่ง มียานพาหนะขับเคลื่อน หรือขี่ช้างถล่มศัตรู หรือการโหนตัวจากที่สูงเพื่อย่นเวลาการเดินทาง ผู้เล่นสามารถล่าสัตว์เก็บวัตถุดิบเพื่ออัพเกรด ทำลายเครื่องกระจายเสียงหรือโปสเตอร์ชวนเชื่อบนหอคอยเพื่อให้ผู้คนโดยรอบ”ตาสว่าง”ขึ้น สมุดโน๊ตหรือกระดาษที่มีข้อมูลต่างๆของความเคลื่อนไหว หรือขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ นอกจากนี้ เงินในเกมส์ยังสามารถซื้อไอเทมหรืออาวุธต่างๆได้เช่นกัน และการสำรวจพื้นที่ในบางครั้งก็สร้างความตื่นเต้นในแบบใหม่ๆ เช่นปะทะกับสัตว์ป่าในสายพันธุ์แปลกประหลาด การขึ้นหอกระจายเสียงสู่พื้นที่ระดับสูงๆ เป็นต้น ทัศนียภาพของเกมส์ FAR CRY 4 ได้สร้างความตื่นตาและประทับใจต่อการเล่นเป็นที่สุด มีการออกแบบแวดล้อมที่ตรึงใจและแทบไม่ซ้ำกัน ทำให้ฉากเกมส์มีชีวิตชีวาราวกับโลกจริง การที่เลือกภูมิประเทศมาใช้ในการเล่นภาคล่าสุดก็ทำให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์การเล่นเกมส์อันสดใหม่ ด้านเอฟเฟคเกมส์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เสริมความตระกาลตาของเกมส์ ขณะที่ระบบเสียงถือว่าจัดทำออกมาได้เป็นอย่างดี ส่วนระบบ AI ภายในเกมส์ถือว่าอยู่ในระดับที่พอใช้ได้แต่ก็ไม่แย่จนเกินไป สังเกตจากมีความคิดในการหลบหลีกต่อสู้ การวิ่งยิงกระหน่ำเป้าหมาย ด้านระบบ Co-Op ของเกมส์ FAR CRY 4 พบว่าสามารถร่วมเล่นกับเพื่อนผู้เล่นในภารกิจเสริมเพียงเท่านั้น ขณะที่ภารกิจหลักจะให้ผู้เล่นลุยเดี่ยวทั้งหมด ส่วนโหมดมัลติเพลเยอร์ที่เป็นลักษณะฝ่ายกองกำลังหนัก กับฝ่ายซุ่มสังหารที่มอบความสนุกได้ระดับหนึ่ง แต่ด้วยรูปแบบการเล่นจะเหมือนกับเกมส์มัลติเพลเยอร์ทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็นโหมดวางระเบิด หรือการชิงวัตถุโบราณ อย่างไรก็ดี มันก็ทำให้ผู้เล่นรู้สึกคลายเครียดและฆ่าเวลาไปได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ยังเพิ่มโปรแกรมสร้างฉาก FAR CRY Editor ให้ผู้เล่นสร้างสรรค์ฉากเกมส์และกำหนดภารกิจเกมส์ตามจินตนาการ และนำไปแชร์ให้ผู้เล่นคนอื่นๆจากทั่วโลกได้เล่นกัน เกมส์ FAR CRY 4 ได้มอบความมันส์ ความสะใจ ความสมจริง ความตื่นตาของธรรมชาติ ไว้เหมือนเดิม หากผู้เล่นเป็นแฟนเกมส์นี้แล้วจะพบกับความหลากหลายที่ดี แต่เนื้อหาของเกมส์อาจไม่เข้มข้นเหมือนกับเกมส์ภาคที่แล้ว มั่นใจได้เลยว่าหากหยิบเกมส์นี้มาเล่นแล้ว จะรับอรรถรสเต็มเปี่ยมแน่นอน สเปคคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำของเกมส์ Far Cry 4 ระบบปฏิบัติการ: Windows 7 SP1, Windows 8/8.1 (เวอร์ชั่น 64 bit เท่านั้น) หน่วยประมวลผล: Intel Core i5-750 @ 2.6 GHz หรือ AMD Phenom II X4 955 @ 3.2 GHz แรม: 4GB การ์ดจอ: NVIDIA GeForce GTX 460 หรือ AMD Radeon HD5850 (1GB VRAM) Direct X: Version 11 เนื้อที่ความจุ: 30 GB สเปคคอมพิวเตอร์ขั้นแนะนำของเกมส์ Far Cry 4 ระบบปฏิบัติการ: MS Windows 7 SP1, MS Windows 8/8.1 (เวอร์ชั่น 64 bit เท่านั้น) หน่วยประมวลผล: Intel Core i5-2400S @ 2.5 GHz หรือ AMD FX-8350 @ 4.0 GHz หรือมากกว่านั้น แรม: 8GB การ์ดจอ: NVIDIA GeForce GTX 680 หรือ AMD Radeon R9 290X หรือมากกว่านั้น (2GB VRAM) Direct X: Version 11 เนื้อที่ความจุ: 30 GB available space

ผบ.เรือนจำสั่งดูปลอดภัย'พงศ์พัฒน์' พวก-ผบ.ตรจ่อแถลง
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย ให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการคุมตัว อดีต ผบช.ก. และพวกเป็นพิเศษ ขณะที่ โฆษก ตร.เผย ได้ตัวผู้ต้องหาที่ออกหมายจับครบแล้ว ชี้ ผบ.ตร แถลง 10.30 น. นายอายุตม์ สินธพพันธ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กล่าวถึงการคุมตัว พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อดีตผู้กำกับการ 4 ปคม. กับพวกรวม 5 คน ผู้ต้องหา ในคดีแอบอ้างเบื้องสูง และเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ ว่า เมื่อคืนรับผู้ต้องหามาอยู่ในแดนแรกรับ และนอนห้องเดียวกันทุกคน ซึ่งตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ต้องหาไม่ได้ ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งภายใน 2 สัปดาห์ จะเข้าสู่กระบวนการจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง และวันนี้จะต้องแยก ห้องขัง ให้กับผู้ต้องหากลุ่มนี้ เพราะต้องรับผู้ต้องขังใหม่ ที่จะเข้ามาในวันนี้ สำหรับญาติของผู้ต้องขังที่มีความประสงค์จะมาเยี่ยม ก็สามารถมาได้ในเวลาทำการปกติ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. นั้น ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ แต่อยู่ในสถานที่ควบคุมตัวที่พนักงานสอบสวนจัดไว้ให้ ผบ.ตร.จ่อแถลงคดีรวบอดีตผบช.ก.และพวก พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพวกว่า ในกรณีนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 12 คน โดยตำรวจทั้ง 7 คนนั้น มีการควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมด้วย นางสวงค์ มุ่งเที่ยง ส่วน นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช นั้นได้หลบหนีไปก่อน แต่ล่าสุดควบคุมตัวได้แล้วที่ จ.เชียงราย กำลังนำตัวมาดำเนินคดี ส่วน นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ภรรยา พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผกก.ตม.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่า ได้เข้ามอบตัวแล้ว และต่อมาออกหมายจับเพิ่มและจับกุม นายชอบ และ นางติยาพรรณ ชิณประภา สองสามีภรรยาได้ ทั้งนี้ สำหรับ นายชอบ และ นางติยาพรรณ นั้น ร่วมกระทำผิดกับกลุ่ม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 และ 5 มีพฤติการณ์เป็นนอมินี นำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปฟอก ส่วน นางสวงค์ และ นายเริงศักดิ์ นั้น ทำร้านค้าของเก่า งาช้าง สัตว์ป่าซึ่งพัวพันกับของกลางที่ยึดได้ โฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าได้ตัวผู้ต้องหาที่ออกหมายจับครบแล้ว และนำตัวฝากขังแล้ว เหลือเพียง นายเริงศักดิ์ ที่กำลังเดินทาง โดยให้ประกันตัว 2 คนคือ พ.ต.อ.โกวิท และ นางสุดาทิพย์ ภรรยา เนื่องจาก ทั้งคู่ทำผิดในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่า รุกล้ำลำธาร สร้างอาคารในลำคลองเท่านั้น จึงให้ประกันในชั้นพนักงานสอบสวน ส่วนคนอื่นๆ รวมทั้ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไม่มีการให้ประกันตัวแต่อย่างใด อย่างไรก็ ตาม ในเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะทำการแถลงข่าวรายละเอียดในคดีนี้อีกครั้ง โดยจะนำภาพของกลางที่ยึดได้แสดงต่อสื่อมวลชน แต่ไม่มีการนำผู้ต้องหามาร่วมแถลงข่าวด้วย

รวยมาก..บอกเลย!! บีร็อด พร้อมโปรยเงิน 47 ลป. ซิว 3 แข้งดังร่วมก๊วน
นอริช ซิตี้ /  นาธาน เรดมอนด์ / 

Calciomercato สื่อชื่อดังแดนมักกะโรนี ตีข่าว ลิเวอร์พูล ยักษ์หลับแห่งเกาะอังกฤษ เล็งสละงบมูลค่า 47 ล้านปอนด์ เพื่อคว้า 3 แข้งดังมาช่วยกู้วิกฤตทีมที่กำลังฟอร์มห่วย โดยปัจจุบัน "หงส์แดง" ก้นจ้ำเบ้าไปอยู่อันดับ 12 ซึ่งเป็นครึ่งล่างของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ในปัจจุบัน แข้งทั้ง 3 รายที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เล็งสอยมาเซฟเก้าอี้ที่กำลังลุกเป็นไฟอยู่ในปัจจุบันได้แก่ ปีเตอร์ เช็ก มือกาวเบอร์ 2 จาก เชลซี (7 ล้านปอนด์), นาธาน เรดมอนด์ ปีกเท้าจรวดของ นอริช ซิตี้ (10 ล้านปอนด์) และแจ็คสัน มาร์ติเนซ ดาวยิงจอมถล่มตาข่ายจากค่าย เอฟซี ปอร์โต้ (30 ล้านปอนด์) ซึ่งรวมแล้วทั้งสามคนมีค่าหัวมัดรวมกันสูงถึง 47 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว รายงานยังบอกอีกว่า แข้งทั้งสามรายมีสิทธิโดน "บีร็อด" สอยมาร่วมทัพทั้งหมดในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือน มกราคม นี้เลย

โรคสครับไทฟัส
ตัวไรอ่อน /  ตัวไรแดง / 

โรคสครับไทฟัส เป็นไทฟัส (ไข้รากสาดใหญ่) ชนิดหนึ่งซึ่งทำให้มีอาการไข้สูง อาจมีผื่นแดงและสะเก็ดแผลไหม้ เกิดจากการติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งมีตัวไรแดง (อยู่ตามพุ่มไม้) เป็นพาหะนำโรค มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์ นักท่องป่า ทหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า หากไม่ได้รับการรักษา มักมีไข้นาน 2-3 สัปดาห์ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ ชื่อภาษาไทย  : สครับไทฟัส, ไข้แมงแดง ชื่อภาษาอังกฤษ  : Scrub Typhus สาเหตุของ โรคสครับไทฟัส เกิดจากเชื้อริกเกตเซีย ที่มีชื่อว่า โอเรียนเทียซูซูกามูชิ (Orientia tsutsugamushi ซึ่งเดิมเรียกว่า Rickettsia sutsugamushi หรือ Rickettsia orientalis) โดยมีไรอ่อน (chigger หรือ laval-stage trombiculid mites) เป็นพาหะนำโรค ระยะฟักตัว 4-18 วัน ตัวไรแก่อาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนที่มี 6 ขาและมีสีแดง ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์แทะ นก หรือผู้ที่เดินผ่านไปมาเพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร ถ้าคนหรือสัตว์มีเชื้อริกเกตเซียชนิดนี้อยู่ เชื้อก็จะเข้าไปอยู่ในลำไส้และต่อมน้ำลายของไรอ่อน แล้วเจริญแบ่งตัวในขณะที่ไรอ่อนกลายเป็นตัวแก่ ตัวแก่เมื่อวางไข่ก็จะมีเชื้อโรคแพร่ติดอยู่ เมื่อฟักเป็นไรอ่อน ก็จะเป็นไรอ่อนที่มีเชื้อโรค เมื่อไปกัดคนหรือสัตว์ก็จะแพร่เชื้อให้คนหรือสัตว์นั้นต่อไป ในบ้านเราสัตว์ที่เป็นรังโรค (มีเชื้อโรคในร่างกาย) คือ หนูเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจพบในกระแต และกระจ้อน สัตว์ที่เป็นรังโรคและไรอ่อนที่เป็นพาหะนำโรค อาจอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าคา ไร่พริก สวนยาง พุ่มไม้เตี้ยๆ และป่าสูง ซึ่งมีอยู่แทบทุกภาคของประเทศ อาการของ โรคสครับไทฟัส หลังถูกไรอ่อนกัด 4-18 วัน จะมีอาการปวดศีรษะที่ขมับและหน้าผาก และจับไข้หนาวสั่น ไข้สูงตลอดเวลา (ไข้อาจเป็นอยู่นาน 2-3 สัปดาห์) หน้าแดง ตาแดง และกลัวแสง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องผูก บริเวณที่ถูกกัดจะเจ็บ และมีรอยไหม้ดำเหมือนถูกบุหรี่จี้ (สะเก็ดแผลไหม้) รอบๆ แผลจะมีอาการบวมแดง แต่ไม่เจ็บ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. และเป็นอยู่นาน 1-3 สัปดาห์ พบได้ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วย มักจะพบที่รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว ก้น อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆ จะโตและเจ็บด้วย ประมาณวันที่ 5-7 หลังมีไข้จะมีผื่นสีแดงคล้ำ ขึ้นที่ลำตัวก่อน แล้วกระจายไปแขนขา ผื่นจะมีอยู่ 3-4 วันก็หายไป ผู้ป่วยอาจมีอาการไอร่วมด้วย จากการอักเสบของเนื้อปอด การแยกโรค อาการไข้สูง หนาวสั่น มีไข้นาน 2-3 สัปดาห์ อาจเกิดจากโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่พบได้บ่อยในบ้านเรา เช่น มาลาเรีย ผู้ป่วยมักมีประวัติอยู่ในเขตป่าเขา หรือเดินทางเข้าไปในป่าเขา จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะและปวดเมื่อยมาก แต่จะไม่พบสะเก็ดแผลไหม้ ไทฟอยด์ (ไข้รากสาดน้อย) ผู้ป่วยจะมีไข้สูงตลอดเวลา นาน 2-3 สัปดาห์ อาจมีอาการปวดแน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก (มักพบในผู้ใหญ่) หรือถ่ายเหลว (มักพบในเด็ก) ร่วมด้วย เล็ปโตสไปโรซิส (ไข้ฉี่หนู) ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ตาแดง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปวดน่อง มักพบในกลุ่มคนที่ย่ำน้ำหรือลงแช่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไข้เลือดออก ผู้ป่วยจะมีไข้สูงอยู่ตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีจุดแดงจ้ำเขียวขึ้นตามตัว หัด ผู้ป่วยจะมีไข้สูงตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง เป็นหวัด ไอ คล้ายไข้หวัด มีผื่นแดงขึ้นวันที่ 4 ของไข้ การวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจากประวัติอาชีพ (ชาวไร่ ชาวสวน) การเดินทางไปตั้งค่ายในป่า และตรวจพบสะเก็ดแผลไหม้ ซึ่งจะพบเพียง 1 แห่ง มักพบที่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ รอบเอว ก้น หรืออวัยวะเพศ (ใต้อัณฑะ) หากพบสะเก็ดแผลไม้ ก็มักจะให้การวินิจฉัยได้ แต่จะพบได้เพียงร้อยละ 50 ของผู้ที่เป็นโรคนี้ นอกจากนี้อาจทำการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดดูการทำงานของตับ เอกซเรย์ และตรวจพิเศษอื่นๆ การดูแลตนเอง ผู้ที่เป็นไข้สูงตลอดเวลา ไข้หนาวสั่น หรือมีไข้นานเกิน 1 สัปดาห์ และมีประวัติว่าอยู่ในถิ่นที่พบโรคนี้ หรือกลับจากการเดินทางไปตั้งค่ายในป่า หรือตรวจสะเก็ดแผลไหม้ตามผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ถ้าตรวจพบว่าเป็นสครับไทฟัส ควรจะกินยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน และไปติดตามผลการรักษาตามที่แพทย์นัด การรักษา โรคสครับไทฟัส แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น ดอกซีโซคลีน (doxycycline) หรือเตตราไซคลีน (tetracycline) นาน 3 วัน ไรแฟมพิซิน (rifampicin) นาน 7 วัน หรืออะซิโทรไมซิน (azithromycin) ครั้งเดียว ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น หอบ หัวใจวาย ไตวาย ช็อก หรือหมดสติ จำเป็นต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล ภาวะแทรกซ้อน ในรายที่เป็นรุนแรง อาจถ่ายอุจจาระดำ เพ้อคลั่ง หมดสติ หัวใจวาย (กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ) สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ ภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) ไตวายเฉียบพลัน หรือภาวะช็อกจากโลหิตเป็นพิษ การดำเนินโรค โรคนี้เมื่อได้รับการรักษา ไข้มักจะลดลงภายใน 24-72 ชั่วโมง และจะหายขาดโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา บางรายอาจหายได้เอง โดยมีไข้อยู่นาน 2-3 สัปดาห์ แต่บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ การป้องกัน โรคสครับไทฟัส 1. ถ้าจะออกไปตั้งค่ายในป่า พยายามอย่าเข้าไปในพุ่มไม้ บริเวณที่ตั้งค่ายควรถางให้โล่งเตียน ควรพ่นยาฆ่าไรบนพื้นดิน และไม่ควรนั่งหรือนอนอยู่กับที่นานๆ ควรใส่เสื้อผ้ารัดกุมและทายาป้องกัน 2. กินยาป้องกัน โดยกินดอกซีไซคลีน 200 มก. สัปดาห์ละครั้ง ระหว่างที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโรคนี้อยู่ โดยให้เริ่มกินครั้งแรกก่อนเดินทาง 3 วัน และกินต่อจนกระทั่ง 6 สัปดาห์หลังเดินทางกลับออกมาแล้ว  ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 383 

ครม.เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.หอพัก แยกชายหญิง บังคับใช้นศ.ต่ำกว่าป.ตรี
พ.ร.บ.หอพัก /  ร่างพรบ.หอพัก / 

ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.หอพัก แยกชาย-หญิง บังคับใช้นศ.ต่ำกว่า25ปี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในปัจจุบันแล้ว และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา โดยให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับ ..) พ.ศ. .... (แบ่งส่วนราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สำรวจจำนวนหอพักที่เข้าเกณฑ์และได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวและสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการก่อน ร่างพระราชบัญญัติจะมีผลใช้บังคับ    สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ 1. กำหนดให้หอพัก หมายความว่า สถานที่ที่รับเฉพาะผู้พักตามพระราชบัญญัตินี้เข้าพักอาศัยโดยมีการเรียกเก็บค่าเช่า โดยผู้พักได้แก่ ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาในสถานศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชนที่จัดการศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีและอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี 2. หอพักที่อยู่ภายใต้บังคับแห่งร่างพระราชบัญญัตินี้ คือ หอพักสถานศึกษาซึ่งได้แก่ หอพักที่ผู้ประกอบกิจการหอพักเป็นสถานศึกษา และหอพักเอกชนซึ่งได้แก่ หอพักที่ผู้ประกอบกิจการเป็นบุคคลทั่วไป  3. กำหนดให้หอพักมี 2 ประเภท คือ หอพักชายและหอพักหญิง เพื่อป้องกันมิให้มีการปะปนกันระหว่างผู้พักชายและผู้พักหญิง ทั้งนี้ ไม่ได้ตัดสิทธิผู้ประกอบกิจการหอพักที่จะสร้างหอพักชายและหอพักหญิงอยู่ในบริเวณเดียวกันแต่ต้องแยกอาคารและใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักออกจากกัน 4. กำหนดหลักเกณฑ์การรับผู้พัก ดังนี้  4.1 หอพักสถานศึกษาสามารถรับผู้พักซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือระดับอุดมศึกษาได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้พักจะศึกษาอยู่ในสถานศึกษานั้นหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งได้กำหนดข้อยกเว้นให้หอพักสถานศึกษาสามารถรับบุคคลทั่วไปเข้าพักเป็นการชั่วคราวได้ในระหว่างปิดภาคการศึกษาที่ไม่มีผู้พัก 4.2 หอพักเอกชนกำหนดให้รับผู้พักได้เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เนื่องจากผู้พักดังกล่าวสามารถดูแลตนเองได้พอสมควร 5. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการหอพักต้องทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือระหว่างผู้ประกอบกิจการหอพักและผู้พักตามแบบที่คณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพักกำหนด เพื่อให้สัญญาเช่าหอพักมีมาตรฐานเดียวกัน 6. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันไว้ในกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการหอพักและผู้พัก 7. กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการหอพักสถานศึกษาและหอพักเอกชนต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักจากนายทะเบียน คือผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งในเขตพื้นที่ที่หอพักตั้งอยู่ เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้โอนอำนาจในการกำกับดูแลการประกอบกิจการหอพักให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยได้กำหนดให้บรรดาค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และรายได้อื่น ๆ เกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพักตามพระราชบัญญัตินี้ ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8. กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักสถานศึกษาใช้ได้ตลอดไปโดยไม่มีอายุ แต่จะสิ้นผลเมื่อผู้ประกอบกิจการหอพักถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาหรือเลิกกิจการ แล้วแต่กรณี และในกรณีผู้ประกอบกิจการหอพักดังกล่าวประสงค์จะประกอบกิจการหอพักต่อไป ให้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นหอพักเอกชน สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักเอกชนให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต 9. กำหนดให้หอพักสถานศึกษาได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพัก และอาจได้รับสิทธิในการได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้เป็นกรณีพิเศษจากการประกอบกิจการหอพักโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามประมวลรัษฎากรหรือได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน สำหรับหอพักเอกชนที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากคณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพักอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรและการสนับสนุนด้านการเงินหรือวัสดุอุปกรณ์เช่นเดียวกับหอพักสถานศึกษา เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบกิจการหอพักเอกชนเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามพระราชบัญญัตินี้มากยิ่งขึ้น 10. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการหอพักต้องจัดให้มีผู้จัดการหอพักเพื่อทำหน้าที่ควบคุมดูแลหอพัก รวมทั้งกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการหอพักจัดการหอพัก 11. กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพัก เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและส่งเสริมกิจการหอพักโดยให้สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ รับผิดชอบเกี่ยวกับงานธุรการของคณะกรรมการและของคณะอนุกรรมการ 12. กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักของนายทะเบียนไว้ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดแก่ผู้พัก โดยกำหนดเหตุที่จะเพิกถอนใบอนุญาตไว้เพียง 2 กรณีคือ 1. หอพักไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงเกี่ยวกับการอนุญาตให้ประกอบกิจการหอพัก หรือ 2. ผู้ประกอบกิจการหอพักขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 13. กำหนดบทเฉพาะกาล              13.1 กำหนดให้ใบอนุญาตหรือการอนุญาตใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507 ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน              13.2 โดยที่ร่างพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติห้ามผู้ใดใช้คำว่า “หอพัก” ในสถานที่ของตนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ที่ใช้คำดังกล่าวอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จึงกำหนดให้บุคคลดังกล่าวเลิกใช้คำว่า “หอพัก” ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ MThai News

เจ้าสัวธนินทร์ แถลงปฏิเสธซื้อเทสโก้ โลตัส ตามข่าวลือ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เจ้าสัวธนินทร์ แถลงปฏิเสธซื้อเทสโก้ โลตัส ตามข่าวลือ แต่ถ้ามีเสนอขายก็สนใจซื้อ วันนี้(25 พ.ย.) มีรายงานข่าวว่า นายธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)ได้เปิดเผยกรณีที่มีข่าวลือว่ามีการซื้อกิจการเทสโก้โลตัส ด้วยมูลค่า3แสนล้านบาท ซึ่งเป็นข่าวจากการนำเสนอของสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยเจ้าสัวธนินทร์ได้ปฏิเสธว่าไม่มีการซื้อคืนกิจการเทสโก้โลตัสและรายงานตัวเลขดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด รวมไปถึงไม่เคยมีข้อเสนอให้ซีพีเป็นตัวเลือกแรกหากโลตัสจะเสนอขายกิจการด้วย เจ้าสัวซีพี กล่าวต่อว่าในอนาคตธุรกิจอะไรที่ซีพีจะซื้อเข้ามาต้องไปไม่ขัดกับธุรกิจเดิมและส่งเสริมให้ธุรกิจเดิมแข่งแกร่งขึ้น เพราะซีพีอยู่ในวงการธุรกิจค้าปลีก ถ้าซื้อเข้ามาสามารถทำให้สินค้าเราถูกลง ลูกค้าก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น แต่ตอนนี้เทสโก้ยังแข็งแรง ตนยังไม่ไปถามว่าเขาจะขายหรือไม่ เพราะมันเป็นการไม่ให้เกียรติกัน แต่ถ้ามีข้อเสนอให้เข้าร่วมหุ้นส่วนกิจการตนก็สนใจ เพราะเทสโก้โลตัส เสมือนเป็นลูกรักและตนมีส่วนก่อตั้งขึ้นมาแต่ต้องจำยอมทิ้งกิจการไปเพราะวิกฤติต้มยำกุ้ง ถ้าตอนนี้โลตัสจะขายกิจการจริงซีพีก็สนใจเข้าซื้อ แต่ถึงวันนี้ยังไม่ได้ยินคนในเทสโก้โลตัสแม้แต่คนเดียวบอกว่าจะขายกิจการ MThai News

เหลือเชื่อ!! รถบรรทุกสร้างสถิติโลกกระโดดข้ามรถ F1
f1 /  รถบรรทุก / 

เหลือเชื่อ!! รถบรรทุกสร้างสถิติโลกกระโดดข้ามรถ F1 การสร้างสถิติโลกบันทึกในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น่าหวาดเสียวอยู่เสมอ ซึ่งรวมถึงวีดีโอล่าสุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการขับรถบรรทุกบินข้ามรถเอฟวัน วีดีโอชุดนี้เผยให้เห็นรถแข่งสูตรหนึ่งโลตัส ฟอร์มูล่าวันขับไปบนรันเวย์ตีคู่กับรถบรรทุกของทีมแข่งโลตัส ทันใดนั้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ได้จั๊มขึ้นเนินพุ่งทะยานไปข้างหน้า 25.5 เมตร (ไกลที่สุดในโลก) พร้อมกับที่รถแข่งสูตรหนึ่งขับลอดด้านใต้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถบรรทุกจะแลนดิ้งรถพื้นทำให้มีเศษวัสดุจากตัวรถปลิวว่อน ผู้ที่รับหน้าที่ขับรถบรรทุกคือไมค์ ไรอัน นักขับสตันท์ที่เคยรับหน้าที่นักแสดงแทนในภาพยนตร์ Fast and the Furious และ Terminator 2 มาแล้ว ส่วนผู้ขับรถแข่งสูตรหนึ่งคือมาร์ติน ไอวานอฟซึ่งเคยร่วมงานในภาพยนตร์ James Bond และ Bourne ทั้งสามภาค การแสดงผาดโผนครั้งนี้เป็นการโปรโมทแคมเปญ Redefine Motorsport ซึ่งเป็นระบบการจัดการข้อมูลและคลาวด์คอมพิวเตอร์ของบริษัทอีเอ็มซี (EMC) ซึ่งทำงานร่วมกับทีมแข่งโลตัส เครดิต : AUTO SPINN

สตรีเหล็ก ตบโลกแตก

บนเวทีคอนเสิร์ตจัดว่าเด็ดอยู่แล้ว พอโดดลงมาเล่นหนังใหญ่เป็นเรื่องแรก  “สตรีเหล็ก ตบโลกแตก” ก็พกฝีมือขั้นเทพ ในฉากเรียกน้ำตาเสมือนมืออาชีพที่ไม่ต้องพึ่งน้ำตาเทียม แต่ใช้อารมณ์และอินเนอร์ล้วนๆ ในบทของ “ต้อม” ลูกคนจีนที่พ่อแม่ไม่เข้าใจที่เขาเป็นเกย์ ทำให้มีคาแรคเตอร์ที่ค่อนข้างเก็บกด แต่  “เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” (เขื่อน เคโอติค) ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดี จนทำเอาผู้กำกับฯทึ่ง!! ในความสามารถ สั่งแอคชั่นปุ๊บ น้ำตาก็มาปั๊บ เมื่อถามถึงเคล็ดลับในการเรียกน้ำตาของนักแสดงหนุ่ม เขื่อนตอบว่า “ผมคิดถึงตอนที่คุณยายเสียครับ ผมรักท่านมากทุกครั้งที่คิดถึงท่านน้ำตาก็ไหลไม่หยุด ต้องขอบคุณคุณยายนะครับที่ช่วยให้ผมสามารถผ่านฉากยากๆพวกนี้ไปได้ และต้องขอบคุณพี่ๆที่เล่นกับผมทุกคน แต่ละคนเป็นมืออาชีพมากๆ รับส่งบทกันแบบเทคเดียวผ่านครับ ประทับใจที่ได้รู้ว่าวงการของจริงมันเป็นแบบนี้นี่เอง” ถามต่อถึงความรู้สึกกับการได้มาเล่นหนังใหญ่ครั้งแรก “ผมรู้สึกดีมากๆกับกองถ่ายกองนี้ เห็น พี่แทค(ภรัณยู) พี่แจ๊ส(ชวนชื่น) แต่ละคนขนมุกมาใส่กันเพียบ นั่งดูอยู่ข้างหลังกล้อง ขำตลอดเลยครับ ส่วนตัวผมไม่กลัวนะครับว่าคนดูจะเปรียบเทียบอะไร  แต่มันเป็นอารมณ์ กดดันตัวเองมากกว่า กลัวว่าเราจะเล่นไม่ได้เพราะมันเป็นหนังเรื่องแรก แต่สำหรับพวกพี่ๆและทีมงานกองนี้ไม่มีใครกดดันผมนะ ทุกคนน่ารักมาก ถ้าฉากไหนเล่นไม่ได้ พี่ฟิลม์ พี่แทค พี่แจ๊ส พี่ต๊อบ จะเข้ามาช่วยเลย จะสอนแนะนำผมว่าต้องทำยังไงส่งอารมณ์ยังไง แต่ผมไว้ใจ พี่พชร์ นะครับ แกเป็นคนที่เก่งมากๆ เราคิดไปแค่ หนึ่งก้าว แต่แกคิดไปสาม สี่ ก้าวแล้ว ผมเตรียมตัวฟิตหุ่น ฝึกซ้อมเล่นวอลเล่ย์บอลขยันทำการบ้านเป็นอย่างดีศึกษาทุกอย่างต้องยอมรับว่าภาคเก่าเค้าทำไว้ดีมากจริงๆในส่วนของผมก็ต้องทำให้ดีที่สุดครับ” เตรียมเป็นกำลังใจให้กับ เขื่อน ภัทรดนัย ใน “สตรีเหล็ก ตบโลกแตก”  31 ธันวาคมนี้ ตบกันในโรงภาพยนตร์ ------------------------------

สวดยับ! รถมักง่ายขับแซงเส้นทึบตรงทางโค้ง ทำคันอื่นเกือบตาย
ขับรถมักง่าย /  ขับรถแซงเส้นทึบ / 

สวดยับ! รถมักง่ายขับ แซงเส้นทึบตรงทางโค้ง ทำคันอื่นเกือบตาย วันนี้(25 พ.ย.)บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ คุณกฤษพล วงศ์วิรุพิเชษฐ ได้แชร์คลิปเหตุการณ์สุดระทึกขณะขับรถอยู่ดีๆบนท้องถนน แต่ก็เกือบเกิดอุบัติเหตุเมื่อถึงบริเวณโค้งอันตรายมีรถยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ศง XXXX ขับแซงมาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่รถของเจ้าของคลิปเบรกได้ทัน จนทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสีย ซึ่งเหตุการณ์นี้กล้องติดรถยนต์สามารถบันทึกเรื่องราวได้ทั้งหมด โดยชายหนุ่มที่ขับรถบอกว่า เรื่องนี้ผมต้องขอแชร์นะ เพราะทนพฤติกรรมขับรถแบบนี้ไม่ได้ อย่างไรก็ตามหลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการขับรถของคันที่แซงมาเกือบจะทำให้คนอื่นเคราะห์ร้ายประสบอุบัติเหตุไปด้วยเพราะนิสัยมักง่ายและไม่เคารพกฎจราจร ทั้งนี้จากข้อมูลใน พ.ร.บ. จราจรฯ กำหนดเรื่องวิธีการการแซงและห้ามแซงเอาไว้โดยระบุว่า การแซงต้องแซงด้านขวา โดยมีระยะห่างจากรถที่จะแซงพอสมควร และต้องให้สัญญาณไฟยกขวา ทั้งนี้ห้ามมิให้ผู้ขับขี่แซงด้านซ้าย เว้นแต่ว่ารถที่จะถูกแซงกำลังจะเลี้ยวขวา หรือให้สัญญาณว่าจะเลี้ยวขวา หรือทางเดินรถนั้นแบ่งเป็นช่องเดินรถทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป สามารถแซงซ้ายได้เมื่อไม่มีรถอื่นตามมาในระยะกระชั้นชิด ห้ามแซงเมื่อรถกำลังขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรืออยู่ในทางโค้ง เว้นแต่มีเครื่องหมายให้แซงได้ ห้ามแซงในระยะ 30 ม. ก่อนถึงทางข้าม ทางร่วมทางแยก วงเวียน หรือเกาะที่สร้างไว้ หรือทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ ห้ามแซงเมื่อมีหมอก ฝน ฝุ่น หรือควันจนทำให้ไม่เห็นทางข้างหน้าในระยะ 60 ม. ห้ามแซงเมื่อเข้าที่คับขันหรือเขตปลอดภัย ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท. ขอบคุณคลิปจาก คุณกฤษพล วงศ์วิรุพิเชษฐ MThai News

ผลฟุตบอล: โหดแท้เหลา! สิงห์บูลโคตรดุบุกถล่มชาลเก้เละเป็นโจ๊กการันตีแชมป์กลุ่มUCL
คลาส ยาน-ฮุนเตล่าร์ /  จอห์น เทอร์รี่ / 

ผลฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ห้า กลุ่มจี วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2557 ชาลเก้ 04(เยอรมัน) 0-5 เชลซี (อังกฤษ) ผู้ทำประตู:0-1 จอห์น เทอร์รี่ น.2,0-2 วิลเลี่ยน น.28,0-3 ยาน เคียร์ชฮอฟฟ์ น.43 (เข้าประตูตัวเอง),0-4 ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา น.75,0-5 รามิเรส น.77 เวลา: 01.45 น. สนาม:เฟลตินส์ อารีน่า ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 3, HD1 ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 5 ของกลุ่มจี ชาลเก้04 ที่มี โรแบร์โต้ ดิมัตเตโอ อดีตกุนซือผู้เคยพาเชลซีเป็นแชมป์ยุโรป เป็นผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน เปิดบ้านต้อนรับ เชลซีของ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ต้องการแค่ผลเสมอก็จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมแบบไม่ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้าย เริ่มเกมส์นาทีแรก ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงที่กำลังเข้าฟอร์มหลุดเข้าไปยิงแต่ยังติด ราล์ฟ แฟห์รมันน์ จากนั้นลูกเตะมุม เชส ฟาเบรกาส เปิดมาจากทางซ้ายให้ จอห์น เทอร์รี่ ขึ้นโหม่งเสียบเสาเข้าไปให้ ทีมเยือนบุกมาขึ้นนำ 0-1 นาที 13 เจ้าบ้านเกือบได้คืนแบบมีโชคเมื่อ เอริค มักซิม ชูโป โมติง ยิงไกลจากนอกกรอบบอลแฉลบแกรี่ เคฮิลล์ แล้วเปลี่ยนทางไปชนคาน ชวดโอกาสได้ประตูตามตีเสมอ ผ่าน 20 นาทีชาลเก้ เริ่มต่อบอลทำเกมส์บุกได้มากขึ้นเรื่อยๆ นาที 28 โอกาสเข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มของ เชลซีสดใสขึ้นเป็นกองเมื่อ ฟาเบรกาส ไหลบอลเข้ากลางให้ วิลเลี่ยน ทำชิ่งกับ อาซาร์ แล้วหลุดเข้าไปยิงยัดเสาแรกเข้าไปให้เชลซีหนีห่าง 0-2 ช่วงท้ายครึ่งแรก เกมส์รุกของเชลซี ยังเดินเครื่องไม่หยุด นาที 42 เชส ฟาเบรกาส โชว์น้ำหนักเท้าชิพบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ให้ ออสการ์สอดมาวอลเลย์ แต่ ราล์ฟ แฟห์รมันน์ ยังออกมาเซฟได้ จากนั้นจังหวะต่อเนื่องลูกเตะ ฟาเบรกาสคนเดิมเปิดเข้ามาแล้ว ยาน เคียร์ชฮอฟฟ์ กองกลางชาลเก้โหม่งสกัดผิดเหลี่ยมเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปแบบสวยงามชนิดกองหน้าเชลซีได้แต่ยืนมองเป็นประตูให้ ทีมของ มูรินโญ่ นำขาด 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ขาดลอย 3-0 เริ่มครึ่งหลังก็ยังเป็น เชลซีที่เหนือกว่าทั้งสกอร์และรูปเกมส์ นาที 64 ด้วยรูปเกมส์ที่สบายใจได้ของทีมเยือนทำให้ มูรินโญ่ ตัดสินใจถอดเอาตัวหลักอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ออกมาพักแล้วส่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ลงมาเล่นแทน  นาที 75 ดร็อกบาตัวสำรองพังประตูได้แบบง่ายๆ เมื่อ วิลเลี่ยน ที่หลุดกับดักล้ำหน้า โชว์ความใจกว้างเป็นแม่น้ำด้วยการไหลบอลถวายพานให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา รุ่นพี่ในทีมแปนิ่มๆเข้าไป จากนั้น เชลซีได้ประตูเพิ่มจากตัวสำรองอีกคนเมื่อ ดร็อกบา เปิดบอลให้ รามิเรส โหม่งโล่งๆเข้าไปไม่เหลือเป็นประตูให้เชลซีนำขาด 0-5 เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ เชลซี โชว์ฟอร์มดุบุกมาถล่มเอาชนะ ชาลเก้ 04 ไปแบบขาดลอย 0-5 การันตีการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มเรียบร้อยแล้วแม้จะเหลือเกมส์ให้เล่นอีก 1 นัดก็ตาม รายชื่อ ชาลเก้ 04:ราล์ฟ แฟห์รมันน์(GK),เบเนดิคท์ โฮเวเดส , เฟลิเป้ ซานตาน่า , เดนนิส อาโอโก้ , อัตซูโตะ อูชิดะ,ยาน เคียร์ชฮอฟฟ์ , เควิน-พริ๊นซ์ บัวเต็ง , มาร์โก้ โฮเกอร์ , โรมัน นอยชตัดเตอร์ , เอริค มักซิม ชูโป โมติง,คลาส ยาน ฮุนเตล่าร์ เชลซี:ติโบต์ กูร์กตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช , แกรี่ เคฮิลล์ , จอห์น เทอร์รี่ , เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,เชส ฟาเบรกาส , เนมานย่า มาติช , วิลเลี่ยน , ออสการ์ , เอแด็น อาซาร์,ดิเอโก้ คอสต้า

ศาลฎีกาสั่งปรับพระเกษม หมิ่นศาสนา
ข่าววันนี้ /  พระพูดหยาบ / 

ศาลฎีกาตัดสินคดี พระเกษม หมิ่นศาสนา ยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่ยกโทษจำคุกเหลือแค่โทษปรับกระทงละ 2,000 บาท ที่ศาลจังหวัดหล่มสัก นายรังสรรค์ พิบูลย์กิจสกุล ผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลจังหวัดหล่มสัก ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดี พระเกษม อาจิณฺณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ในคดีความผิดเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งมีอัยการจังหวัดหล่มสักเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในคดีเลขดำที่ อ.943/51 โดยกล่าวหา พระเกษมกระทำการหมิ่นและเหยียดหยามศาสนา โดยกระทำการใช้ฝ่ามือตบพระพักตร์และเหยียบที่ฐานของพระพุทธรูป โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ที่ให้พระเกษมมีความผิดทั้งโทษจำและโทษปรับ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา แต่ศาลฎีกามีความเห็นว่าสมควรให้มีการลดหย่อนโทษจำคุกให้เปลี่ยนเป็นไม่ต้องจำคุก และมีโทษปรับ 2 กระทง ๆ ละ 2,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการนำสืบและพิจารณาคดีจึงให้ลดโทษปรับให้เหลือเพียงกระทงละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในครั้งนี้ พระเกษม นั่งเฮลิคอปเตอร์ บินมาลงที่บริเวณสนามหลังอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง โดยมีบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิดไปรอต้อนรับและให้กำลังใจจำนวน กว่า 100 คน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "หลวงพ่อเกษม" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

เรื่องดีๆที่ต้องแชร์ ราโย่ ใจบุญอาสาหาที่อยู่ให้ยายแก่ไร้บ้าน
ราโย่ /  ราโย่ บาเยกาโน่ / 

เกิดเรื่องราวดีๆขึ้นในวงการฟุตบอลให้น่าจดจำอีกแล้ว เมื่อสโมสร ราโย่ บาเยกาโน่ ทีมดังจากศึกลาลีก้า สเปน อาสาช่วยเหลือ คาร์เมน มาร์ติเนซ อายูโซ่ หญิงชราวัย 85 ปี ด้วยการหาที่อยู่ให้พร้อมกับจ่ายค่าเช่าตลอดชีวิต หลังถูกยึดบ้านเรื่องหนี้สิน คาร์เมน อายูโซ่ คุณยายวัย 85 ปี ใช้อพาร์ทเมนต์ที่อาศัยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ค้ำประกันกับธนาคาร เพื่อกู้เงินมาช่วยลูกชายที่กำลังประสบปัญหาจำนวน 40,000 ยูโร (1.6 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะการเงินที่ย่ำแย่ทำให้คุณยาย คาร์เมน หาเงินมาใช้คืนไม่ทัน จนเป็นเหตุให้บ้านถูกยึดในที่สุด ซึ่งล่าสุด คุณยายมีคนใจบุญเข้ามาช่วยเหลือด้านการเงินแล้ว แต่ไม่ใช่ธนาคาร, มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล แต่กลับเป็นสโมสรฟุตบอลที่อยู่ใกล้บ้านเธออย่าง "ราโย่ บาเยกาโน่" ที่ออกระดมทุนช่วยเหลือเต็มที่ งานนี้มาหมดทั้งผู้จัดการทีม, สตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ และพนักงานสโมสรทุกคนเลยทีเดียว ปาโก้ เฆเมซ กุนซือ ราโย่ ให้สัมภาษณ์ว่า "เรากำลังช่วยเหลือผู้หญิงคนนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แต่ยังมีเหล่าบรรดาทีมฝ่ายเทคนิคและนักเตะที่เต็มใจอาสาช่วยเธอด้วย เราจะทำทุกอย่างเพื่อหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับเธอ และมันจะเป็นที่ที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติและไม่รู้สึกถูกทอดทิ้งอีกต่อไป ซึ่งกรณีนี้เราช่วยเธอได้ เพราะเธออาศัยอยู่แถวละแวกเดียวกับเรา ในฐานะสโมสรเราจะช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่" ขณะที่  คาร์เมน มาร์ติเนซ อายูโโซ่ ก็ได้กล่าวว่า "ฉันแทบไม่มีน้ำตาที่จะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ฉันทำงานอย่างหนักมาทั้งชีวิต ต้องตื่น 6 โมงเช้าทุกวันเพื่อมาทำงานเยี่ยงทาส และจากนั้นจู่ๆ พวกเขาก็มาพรากทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป ซึ่งสิ่งที่ฉันต้องการนั้นมันคือการอยู่อย่างสงบสุขเพียงเท่านั้น"

หนังสือน่าอ่าน หมาจ๋า Dog is All Around
หนังสือน่าอ่าน /  หนังแนะนำ

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีหนังสือดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้วค่ะ อย่างหนังสือน่าอ่าน หมาจ๋า Dog is All Around โลกที่รายล้อมไปด้วยความจริงใจใสซื่อ ความเริงร่าน่ารัก เเละมิตรภาพที่ไม่มีวันแปรผันนั้นมีอยู่จริง เป็นโลกของเรา ที่มีหมาอยู่รอบๆ เป็นเพื่อน ที่ปรึกษา เลขาฯ บอดี้การ์ด โค้ช หนังสือน่าอ่าน หมาจ๋า Dog is All Around หมาจ๋า ฉบับ Dog Is All Around โดยผู้เขียน ณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ และเป็นผลงานเล่มที่สามของหมาจ๋า หลังจากที่เล่มแรกและเล่มที่สอง หมาจ๋า ฉบับ 50 จากล้านเหตุผลที่คนหนึ่งคนรักหมา และ Lady GiGi หน้าโหดหัวใจมุ้งมิ้ง มาคราวนี้ เราได้มองย้อนกลับไปอีกว่า เรารักหมา... เพราะหมาเติมเต็มชีวิตเราในหลายๆ ด้านให้สมบูรณ์ สำหรับหลายๆ คน "หมา" จึงไม่ได้เป็นแค่ "หมา" เท่านั้น แต่สามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ ข้อมูล se-ed.com ภาพ minimore.com

แอน มิตรชัย เตรียมคืนสู่เวทีลิเก จัดแสดงพิเศษ 5 ธันวาคมนี้
Live My Life My Way /  คีรีรัก มิตรชัย / 

แอน มิตรชัย ร่วมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 5 ธันวา เนื่องในวันดินโลก นักร้องสาว แอน มิตรชัย อัพเดทข่าวดีให้แฟนๆ คลายความคิดถึงว่า แม้ช่วงนี้เธอจะต้องซุ่มซ้อมกับวงที่ประเทศอินเดีย เพื่อเตรียมตัวเดินสายโชว์ไปหลายประเทศ จนทำให้เธอไม่ได้เดินทางกลับมายังเมืองไทยบ่อยนัก แต่เนื่องจากวันสำคัญ วันพ่อแห่งชาติ ที่จะมาถึงนี้ นักร้องสาว แอน มิตรชัย จึงจะกลับมากราบคุณพ่อ และยังมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับชาวคณะ เพื่อแสดงพิเศษ ณ กรมพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันดินโลกอีกด้วย แอน มิตรชัย - คีรีรัก มิตรชัย แอน มิตรชัย ให้สัมภาษณ์ว่า "แอนไม่ได้โชว์แสดงลิเกมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาแอนแสดงภาพยนตร์ที่ประเทศอินเดีย และต่อด้วยการทำอัลบั้ม Live My Life My Way กับค่ายยูนิเวอร์แซลมิวสิก อินเตอร์ จึงทำให้ห่างหายเวทีลิเก แต่เพราะวันที่ 5 ธันวาคมนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยังเป็นวันดินโลก โอกาสพิเศษครั้งนี้ แอน และน้องชาย คีรีรัก มิตรชัย (น้องมิตร) พร้อมทั้งคณะ จึงขอร่วมเทิดพระเกียรติถวายพระพร ขอให้พระองค์ทรงมีพระวรกายที่สมบูรณ์แข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป ในครั้งนี้แอนจะขึ้นเวที ทั้งแสดงลิเกและโชว์ต่างๆ ร่วมชั่วโมงครึ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทุกคนที่มาร่วมงานดินโลกในครั้งนี้จะได้รับความสุข พร้อมทั้งร่วม เฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมกันนะคะ" ชมการแสดงของ แอน มิตรชัย พร้อมน้องชาย คีรีรัก มิตรชัย และชาวคณะ ได้ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นี้ ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และสามารถติดตามทุกๆ ความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ได้ที่ Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ You tube AMC world Channel แอน มิตรชัย แอน มิตรชัย [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] แอน มิตรชัย โกอินเตอร์! แถลงข่าวเปิดอัลบั้มที่อินเดีย สัมภาษณ์ แอน มิตรชัย จากลิเกสาวพราวเสน่ห์ สู่นักร้องระดับอินเตอร์ แอน มิตรชัย เริ่ด! เปิดตัวมิวสิควิดีโออินเตอร์ Live My Life My Way มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์เพราะมนุษย์ใจร้าย
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ในประวัติศาสตร์นั้นเราจะรู้กันดีกว่ามีมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว เริ่มต้นตั้งแต่บรรพบุรุษแรกของสิ่งมีชีวิต ลิงวานร และเริ่มมีวิวัฒนาการกลายมาเป็นมนุษย์อย่างในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเรามีการพัฒนามากขึ้น การไล่ล่า การกิน การอยู่รอด ก็ตามมาเรื่อยๆ ในยุคแรกๆ หลายพันปีนั้นมีสัตว์หลากหลายขนิดเกิดขึ้นมามากมาย และก็มีไม่น้อยที่สูญพันธ์ไปเพราะเกิดจากการไล่ล่าของมนุษย์นั่นเอง วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์เพราะมนุษย์ใจร้าย มาฝากเพื่อนๆ ให่อ่านเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ กันคะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมายกตัวอย่างนะคะ  .. 10 สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์เพราะมนุษย์ใจร้าย 1. นกโดโด้ : สูญพันธุ ตอนปลายของศตวรรษที่ 17 นกโดโด้หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Raphus Cucullatus เป็นนกที่บินไม่ได้ แหล่งที่อยู่อาศัยคือ หมู่เกาะเมอริตัส เป็นนกในตระกูลเดียวกันกับนกพิราบและนกนางแอ่น สูงประมาณ 1 เมตร (3 ฟุต) กินผลไม้เป็นอาหารและมักทำรังบนพื้นดิน นกโดโด้มักจะได้เป็นสัญลักษณ์ของการสูญพันธุ์ของสัตว์ต่างๆเพราะมันเป็นสัตว์ชนิดแรกของโลกที่สูญพันธุ์ในยุคที่มนุษย์เริ่มบันทึกการหายไปของสัตว์ เพราะฉะนั้นฝรั่งจะมีสำนวนที่ว่า “as dead as dodo” แปลได้ว่า ตายหยังเขียด หรือ “to go the way of the dodo” แปลได้ว่า การสูญพันธุ์ หรือ ล้าสมัย 2. เพนกวินยักษ์ : สูญพันธุ์ในปี 1844 เพนกวินยักษ์เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับเพนกวินซึ่งบินไม่ได้ สูงประมาณ 75 เซนติเมตร หรือ 30-34 นิ้วและหนัก 5 กิโลกรัม ในสมัยก่อนพบมากในแถบหมู่เกาะนอกชาวฝั่งของแคนาดา กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ ไอแลนส์ และอังกฤษ แต่จากการล่าโดยไม่มีการจำกัดทำให้มันสูญพันธุ์ในที่สุด 3. กวางไอริช : กวางที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูญพันธุ์ไปเมื่อ 7,700 ปีก่อน กวางไอริชหรือกวางยักษ์อาศัยในแถบยูเรเชียตั้งแต่ประเทศไอแลนด์ไปจนถึงเบงกอลในยุค Pleitocene ถึงช่วงต้นยุค Holocene  จากการศึกษาโครงกระดูกมันมีชีวิตอยู่ในช่วง 5,700 BC หรือ 7,700 ปีที่แล้ว มันสูงถึง 2.1 เมตร หรือ ราวๆ 7 ฟุต วัดจากเท้าถึงไหล่  มีการถกเถียงกันถึงสาเหตุของการสูญพันธุ์ของมันซึ่งส่วนใหญ่บอกว่าเป็นเพราะขนาดที่ใหญ่ของมันทำให้เป็นจุดเด่นสำหรับผู้ล่า 4. พะยูน สเตลล่า : สูญพันธุ์ในปี 1768 สมัยก่อนมักพบมากในเขตทะเลแบร์ลิ่ง มันถูกพบเห็นเป็นครั้งแรกในปี 1741 โดยนักธรรมชาติวิทยา George Steller พยูนนี้สามารถโตเต็มที่และยาวได้ถึง 7.9 เมตร (25.9 ฟุต)  และหนักได้ถึง 3 ตัน จากการศึกษาฟอสซิลของมันพยูนนี้เคยอาศัยอยู่ในแถบทะเลแปซิฟิคยาวไปถึงตอนใต้ของญี่ปุ่นและรัฐแคลิฟอเนีย สาเหตุหลักๆที่ทำให้มันสูญพันธุ์คือ การมาถึงของมนุษย์ในแถบชายฝั่งทะเล มีหลายคนอ้างว่ายังพบเห็นกลุ่มพยูนสเตลล่าอยู่บริเวณทะเลแบร์ลิ่งและชายฝั่งของประเทศกรีนแลนด์ ซึ่งก็อาจจะยังมีพยูนแตลล่าบางส่วนเหลือรอดมาได้แต่ก็ไม่มีหลักฐานมายืนยันแต่อย่างใด 5. ครึ่งม้าลาย ครึ่งม้า (Quagga) : สูญพันธุ์ในปี 1883 หนึ่งในสัตว์สูญพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักในแอฟริกา Quagga เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับม้าลาย ซึ่งในช่วงหนึ่งพบมากในแถบแอฟริกาใต้ เหมือนสัตว์อื่นๆที่ถูกล่าเพื่อนำมาเป็นอาหาร Quagga ตัวสุดท้ายถูกยิงในปี 1870 และ Quagga ในสวนสัตว์ตัวสุดท้ายของโลกตายเมื่อ 12 สิงหาคม 1883 ที่ สวนสัตว์ Artis Magistra ในกรุงอัมส์เตอร์ดัม เพราะความสับสนในการแยกแยะว่า Quagga ควรแยกเป็นสัตว์อีกพันธุ์จากม้าลายหรือไม่ มันก็สูญพันธุ์ไปซะก่อนก่อนที่มันจะถูกจัดเป็นสัตว์อีกพันธุ์นึงที่ไม่ใช่ม้าลาย  แต่จากการศึกษารูปแบบ DNA ของมันโดยศูนย์วิจัยของสมิธโซเนี่ยนพบว่า Quagga ก็คือม้าลายธรรมดานี่เองเพียงแต่มันเริ่มกลายพันธุ์โดยไม่ทราบสาเหตุ 6. วัวยักษ์ (Aurochs) : สูญพันธุ์ในปี 1627 เป็นสัตว์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในยุโรป มีแหล่งกำเนิดในแถบประเทศอินเดียเมื่อกว่า 2 ล้านปีก่อนและได้อพยพไปอาศัยในแถบเอเชีย และอพยพมาอยู่ในยุโรป เมื่อราวๆ 250,000 ปีก่อน จนเมื่อศตวรรษที่ 13 จะพบมันได้เฉพาะในประเทศ โปแลนด์ ลิทูเนีย โมดาเวีย ทรานซิลเวเนีย และ ปรัสเซีย ในสมัยก่อนผู้ที่จะสามารถล่ามันได้มีเฉพาะขุนนางผู้ใหญ่และเศรษฐีเท่านั้น เมื่อการล่าเพิ่มมากขึ้นกฎหมายคุ้มครองมันก็ถูกร่างขึ้นมาแต่สำนักราชวังยังคงต้อง ทำการล่าพวกมัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งในประเพณีของราชวงศ์ที่ต้องคงไว้แต่หากผู้อื่นใดล่ามันจะถูกประหารชีวิตทันที ในปี 1564 มีการบันทึกโดยราชวงศ์ว่ามี Aurochs เหลืออยู่เพียง 38 ตัว 7. ช้างแมมมอธ : สูญพันธ์ 10,000 ปีก่อน เป็นช้างที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็งเมื่อ 20,000 ปีก่อน แต่สูญพันธุ์ไปเพราะถูกมนุษย์ยุค หินล่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีการสันนิษฐานสาเหตุการตายของมันว่า เกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันจึงทำให้ล้มตาย แต่หลังจากมีการค้นพบสุสานช้างขนาดใหญ่ พร้อมด้วยอาวูธยุคหินจำนวนมากที่ฝังอยู่ใต้กระดูกของพวกมัน และดูเหมือนว่าทุกตัวจะกระดูกขาหักเพราะตกจากที่สูง จึงทำให้บางส่วนคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับการล่าของมนุษย์ด้วย ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์ยุคก่อนใช้ไฟและหอกปลายแหลมไล่ล่าเจ้าแมมมอธพวกนี้ให้ตกจากหน้าผา เพื่อให้ง่ายต่อการฆ่าภายหลัง 8. นกพิราบ (Passenger Pigeon) : สูญพันธ์เมื่อปี 1914 จากนกพิราบที่เคยมีนับพันล้านตัวในทวีปอเมริกาเหนือ ดูเหมือนว่าพวกมันได้รับผลกระทบจากการตัดไม้และไล่ล่าพวกมันเพื่อนำเนื้อมากิน จนเกือบสูญพันธ์ในช่วงยุค 1890 แต่ก็ยังประสบปัญหาเดิมอยู่ในภาวะวิกฤติ ก่อนที่จะหายสาบสูญไปอบ่างสมบูรณ์ เมื่อนกตัวสุดท้ายตายลงในปี 1924 ที่สวนสัตว์ Cincinnati Zoological Garden 9. เสือดาวแซนซิบาร์ (Zanzibar leopard) : สูญพันธ์เมื่อปี 2000 สัตว์ตระกูลแมวยอดนักล่าที่สวยงามสายพันธุ์นี้ เคยอาศัยอยู่ในผืนป่าบนเกาะแซนซิบาร์ของประเทศแทนซาเนีย เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ในมหาสมทุรอินเดีย นอกชายฝั่งอาฟริกาตะวันออก เสือเหล่านี้มีเฉพาะบนเกาะแซนซิบาร์เท่านั้น ทว่ามีข้อมูลของพวกมันอยู่น้อยมาก โดยมีหนังของเสือดาวชนิดนี้ถูกเก็บไว้เพียงหกผืน การขยายตัวของชุมชนมนุษย์บนเกาะแห่งนี้ส่งผลคุกคามต่อเสือดาว และเมื่อพวกมันเข้ารบกวนสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ พวกเสือดาวจึงถูกไล่ล่าจนลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อกลางทศวรรษที่ 1990 เสือดาวแซนซิบาร์ก็ถูกระบุว่าสูญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม มีรายงานที่ไม่แน่ชัดถึงการพบเห็นเสือดาวบนเกาะแซนซิบาร์อยู่เป็นระยะ ทว่ายังไม่มีหลักฐานอื่นที่ชัดเจนถึงการเหลืออยู่ของพวกมัน 10. เสือทัสมาเนีย (Tasmanian Tiger) : สูญพันธ์ปี 1936 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หมาป่าทัสมาเนีย (Tasmanian Wolf) ชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Thylacine เป็นสัตว์กินเนื้อที่หายากซึ่งนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าสูญพันธุ์หมดไปจากโลกนี้แล้ว เป็นสัตว์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดที่สูญพันธุ์ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ที่สูญพันธุ์จะเป็นสัตว์กินพืชซะมากกว่า มีถิ่นกำเนิดในประเทศออสเตรเลียและปาปัวนิวกินีย์  มีการพบเห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเสือทัสมาเนียครั้งสุดท้าย ในเวสต์ออสเตเลีย บนแผ่นดินใหญ่ แต่พบเป็นฟอสซิล หรือซากศพที่ติดอยู่ในหินอายุประมาณ 3,100 ปี มีลักษณะคล้ายๆกับสุนัขในบ้านเรา แต่มีฟันหน้าที่แหลมคม นอกจากนั้นลำตัวและหางของเสือประเภทนี้มีลักษณะคล้ายๆกับจิงโจ้ บางครั้งมันยืนด้วยสองขาหลังเหมือนจิงโจ้ด้วย เสือทัสมาเนียที่ชาวออสเตเลียเคยเห็นเป็นขนปุยลายทางสีน้ำตาลอ่อน มีสีดำสลับที่สันหลังค่อนไปทางก้น สำหรับสาเหตุที่ทำให้เสือทัสมาเนียสูญพันธุ์อาจมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ประการที่เห็นชัดๆ คือการล่าอย่างไม่มีของเขต เมื่อชาวยุโรปเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ๆนั้น เสือทัสมาเนียก็เริ่มหดหายไป เนื่องจากพวกที่เข้ามาใหม่นั้นนำแกะเข้ามาเลี้ยง  โดยบริษัท Van Diemens Land Co. ให้ค่าหัวในการล่าเสือทัสมาเนีย ต่อมารัฐบาลสั่งห้ามการล่าดังกล่าวเสีย แต่กว่าจะหยุดได้ก็ทำให้เสือดังกล่าวหายากมาก ตามบันทึกบอกว่าเสือทัสมาเนียตัวสุดท้ายของโลกตายในสวนสัตว์โฮบาร์ต ทัสมาเนีย เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2479 และในปีนี้เองรัฐบาลประกาศการสูญพันธุ์อย่างเป็นทางการของเสือชนิดนี้ และอีกหลานสาเหตุ ได้แก่การที่ผู้คนไม่ใส่ใจจะอนุรักษ์สัตว์ประเภทนี้ไว้ แต่บางรายงานก็บอกว่าเพราะการแพร่ระบาดของโรคบางชนิด เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล dvdgameonline.com,www.jabchai.com,http://www.komkid.com/

ผู้ต้องหาคดี 'พงศ์พัฒน์' ตะโกนลั่น 'ใครอยากให้โดนประหารก็เอา'
จับพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ /  พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ / 

ตร.ลวงสื่อ ปล่อยข่าวประกันตัว  พงศ์พัฒน์ และ พวก  ด้าน ผบ.ตร.เตรียมแถลงผลจับกุม พรุ่งนี้ (25พ.ย.) ขณะที่ 1ในผู้ต้องหา ตะโกนลั่นระหว่างนำตัวไปฝากขังว่า  'พูดหมดแล้ว ใครอยากให้โดนประหารก็เอา' ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(24 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.10 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว 1 ในผู้ต้องหา ร่วมกับพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มาศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อมาฝากขังผัดแรก หนึ่งในผู้ต้องหา ได้ตะโกนขึ้นมาขณะเดินผ่านผู้สื่อข่าวว่า “พูดหมดแล้ว ใครอยากให้โดนประหารก็เอา” และจากการตรวจสอบ กรณี พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผู้บังตับการกองอารักขาและควบคุมฝูงชน แจ้งว่า ได้ให้มีการประกันตัวในชั้นสอบสวนแก่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. , พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีต ผบก.รน. และ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผผก.จว.สมุทรสาคร บก.ตม.3 ทั้งหมด ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. นั้น พบว่า ข่าวดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องการให้กองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศออกจากพื้นที่บริเวณศาลอาญา โดยเมื่อเวลา 17.45 น.พบว่า เจ้าหน้าที่เชิญสื่อออกจาก ที่นั่งและให้ไปยืนอยู่ในระยะไกล พร้อมกับเคลียร์เส้นทางด้านหลังศาลอาญา นำแผงเหล็กมากั้นไว้ ไม่ให้นักข่าว เข้าไปใต้ถุนศาล พร้อมสั่งห้ามถ่ายภาพ จากนั้น ได้มีรถ ตร.นครบาล โดยมี พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.ศูนย์สืบ บชน. เดินทางมาด้วย และมีรถตู้ตำรวจ 3 คัน ขับเข้ามาด้านหลัง เมื่อประตูเปิดออก พบว่า พล.ต.ท.พงศ์ พัฒน์ ถูกคุมตัวลงมา สวมเสื่อยืดคอกลมสีขาว มีสีหน้าเคร่งเครียด และนายตำรวจ คนอื่น รวม 3 คนก็ถูกคุมตัว เข้าไปยังห้องส่งตัวผู้ต้องหา ใต้ถุนศาลอาญา และศาลอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน ขณะที่พลเรือนอีก 2 คน คือ นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์ อยู่ระหว่างหลบหนี และในวันพรุ่งนี้(25 พ.ย.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมแถลงข่าวกรณีที่มีการออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พร้อมกับพวก รวม10 คน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 10.30 น. 5  ข้อหาหนักถึงขั้น ‘ประหารชีวิต’ สำหรับความผิด 5 ข้อหา ประกอบด้วย หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ , เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 148 ,149,157 และความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ นั้นมีบทลงโทษดังนี้ ม.112 (หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ),:ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือที่เรียกกันว่า “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย (1) พระมหากษัตริย์ (2) พระราชินี (3) รัชทายาท หรือ (4) ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ),: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระบุว่า ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจ ในตำแหน่ง โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ หรือ หามาให้ ซึ่ง ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด แก่ ตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ):ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ):ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ ข้อมูลข่าว/คลิป จาก มติชนทีวี  MThai News