เวนคืนสามแยกอ่อนนุช

หุ้นไทยวันนี้ บวกเบาๆ วอลุ่มบางๆ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นต่อ หลังดาวโจนส์บวก แต่คงบวกไม่แรงเนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ คาดวอลุ่มเบาบาง บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้จะปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านย่อยที่ 1,575 จุด และระยะสัปดาห์ 1,600 จุด ด้วยปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นดาวโจนส์เมื่อคืนนี้บวก 1.30% หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวบวก 3.5% มากกว่าที่ตลาคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ แนะนำกลุ่มค้าปลีก CPALL เป็น Domestic Plays ที่ยัง Laggard แนะนำซื้อ Domestic Plays อย่าง KBANK, BBL, CK, STEC, SPALI, LPN, QH, SIRI, SAMART, BEAUTY, SAPPE, BGH รวมไปถึงกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL โดยราคาหุ้น Laggard ตลาด 8% ตั้งแต่หลังรัฐประหาร คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ขณะที่ทางเทคนิคมีสัญญาณฟื้นตัว เป้าหมาย 45.75-47 บาท บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่าการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ ดัชนีฯจะแกว่งแคบ หลังปิดบวก 39 จุดตลอด 6 วันทำการที่ผ่านมา หรือราว 50% ของการปรับฐานในรอบล่าสุด แม้ว่าวานนี้ดาวโจนส์จะปิดบวกเด่น จากตัวเลข GDP ไตรมาส 3 เติบโตมากกว่าคาดก็ตาม แต่เนื่องด้วยวันศุกร์ และกระแสเงินทุนต่างชาติไม่ชัดเจน ให้แนวต้านที่ 1,570 จุด ปัจจัยสำคัญติดตาม การประชุม BoJ ซึ่ง Bloomberg consensus คาดว่า BoJ จะคงนโยบายการเงินเช่นเดิม ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ย. โดยเฉพาะภาคการบริโภคภายในประเทศจะฟื้นตัวได้หรือไม่ หลังภาคการส่งออก และการท่องเที่ยวส่งสัญญาณบวกแล้ว รวมถึงผลการเยือนกัมพูชาของนายกฯ วันนี้เป็นวันสุดท้าย จะมีความชัดเจนต่อแผนการรับซื้อไฟฟ้า และพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยหรือไม่ แนะนำนักลงทุนรอทยอยสะสมหุ้นเป้าหมาย หากราคาหุ้นย่อตัวระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในช่วงสั้นนี้ หลังจากขายทำกำไรไปในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. ด้าน "จตุพร" โพสต์ข้อความไว้อาลัย กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เพื่อไว้อาลัยและสดุดีให้กับนายนวมทอง "วันนี้ (31ตุลาคม) เป็นการครบรอบ8ปี ของการจากไปของคุณลุง "นวมทอง ไพรวัลย์" บุคคลที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมขอสดุดี และไว้อาลัยกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "ลุงนวมทอง" ครับ" MThai News

ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014
Miss Teen Thailand 2014 /  มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง

จบไปแล้วกับการประกวด Miss Teen Thailand 2014 ค้นหาสาวน้อยหน้าใส เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ตุลาคม 2557) โดยเวทีนีก็รู้จักกันดีว่าเป็นเวททีการประกวดอันดับหนึ่งของสาววัยทีนเมืองไทย ซึ่งก็ได้ผู้ชนะแล้ว นั่นก็คือ น้องมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง หมายเลข 41 จากจังหวัดนครปฐม คว้าตำแหน่ง มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ไปครอง ^^ .. ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 “มิสทีน ไทยแลนด์ 2014”  ( Miss Teen Thailand 2014 ) จัดโดย บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ บริษัท ยูลิฮัน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด โดยในครั้งนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ GLAMOROUS REFLECTIION สะท้อนความงดงามอย่างเจิดจรัส ผลการประกาศนั้น มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง สาวน้อยวัย 18 ปี จาก จ.นครปฐม คว้าที่ 1 มาครอง โดยตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ ศาลายา จ.นครปฐม ในการประกวดครั้งนี้ ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 1,000,000บาท ได้แก่เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมได้รับจากการเป็นนางแบบนิตยสารชั้นนำจากต่างประเทศระยะเวลา 4 ปี เป็นเงิน 700,000 บาท มงกุฎเพชร,สายสะพาย,เข็มกลัดทองคำ พร้อมเงินรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมายและได้ก้าวสู่วงการบันเทิงเป็นนักแสดงต่อไป ส่วนรองอันดับ1 มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ได้แก่ หมายเลข 33 นางสาวชนนันท์ เลิศปัญญาพรชัย หรือน้ำหวาน อายุ 16 ปี โรงเรียนศึกษานารี เจ้าของรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชนคะ

รู้แล้ว! เหตุรถไฟขยี้ 'คัมรี่' GPS เป็นต้นเหตุ
GPS /  รถไฟขยี้คัมรี่ / 

เหตุรถไฟขยี้เก๋งคัมรี่สองสามี-ภรรยา ญาติ เชื่ออุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย คาดก่อนเกิดเหตุสลด จอดดู GPS เช็คเส้นทางแล้วลืมดูทางรถไฟ  จากเหตุรถไฟสายหัวหิน-กทม.ขยี้รถเก๋งคัมรี่ของนายวิทยา รัตนะ หน.ฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และนางรชตวรรณ รัตนะ ภรรยา จนทำให้ไฟลุกไหม้เสียชีวติคาซากรถ 2 ศพ บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านนาแค หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจนท.ตำรวจสงสัยว่าเจตนาฆ่าตัวตาย รถไฟชนเก๋งคัมรี่ เสียชีวิตสองศพ โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบว่ารถเก๋งคัมรี่ขับมาจอดนานประมาณ 20 นาที แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งให้รถไฟชน ก่อนไฟลุกท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมอาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ ความคืบหน้า วานนี้ (29 ต.ค.) นายวริช รัตนะ บุตรชายนายวิทยา และนางรจนวรรณ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา มารดาที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายว่า ประเด็นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ญาติพี่น้องและคนรู้จักทุกคนไม่มีใครเชื่อ เพราะบิดามารดาของตนตั้งใจไปร่วมงานแต่งงานที่ จ.ขอนแก่น โดยจะแวะรับลูกสาวอีกคน และเยี่ยมยายที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งปกติบิดามารดาเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุต้องการแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี จึงขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากคนอื่นๆ รวมถึงถามเพื่อนๆ ว่าต้องการของฝากอะไรหรือไม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตาย นายวริชกล่าวอีกว่า ในการเดินทางบิดามารดาจะมีไอแพดและGPSใช้หาเส้นทาง และจากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า เมื่อมาถึงทางรถไฟรถของบิดามารดาได้จอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟกะพริบ ซึ่งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังตั้งระบบGPSอยู่ และบริเวณที่เกิดเหตุยังไม่มีไม้กั้น และไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือน เมื่อเห็นรถคันหน้าขับข้ามทางรถไฟไป ก็เป็นสัญชาตญาณของคนขับตามหลังที่ออกรถตามไปด้วย โดยที่บิดามารดาอาจไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถไฟวิ่งมา ด้านร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบสวนคนในครอบครัวของผู้ตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากทางญาติพี่น้องยืนยันตรงกันว่าทั้ง 2 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเรื่องใดๆ ความรักก็ปกติ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 กำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน โดยออกเดินทางมาจากบ้านที่นราธิวาส มาพักค้างคืนที่ชุมพร 1 คืน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ติดต่อพูดคุยกับทางญาติตลอด คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะหลงทางและกำลังเปิดเครื่อง GPS นำทางพร้อมโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับญาติตลอดเวลา ส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นทั้ง 2 จอดรถนานผิดปกตินั้น ทางญาติยืนยันว่าทั้ง 2 กำลังเปิดเครื่อง GPS เพื่อหาเส้นทางเดินทางไปยังหาดเจ้าสำราญ เพื่อซื้อของฝากและวิ่งตามถนนเลียบชายทะเล กระทั่งมาเกิดเหตุน่าโศกเศร้าขึ้นดังกล่าว นอกจากนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายวิทยา กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแท็บเล็ตในรถ ขณะที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งรถไฟพุ่งชนท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย รถไฟชนคัมรี่ ไฟลุกวอดทั้งคัน ดับสยอง 2 ศพ

คลาร่า ลี สาวน้อยน่าจับตามอง ติดอันดับ 2 ผู้หญิงสวยสุดในโลก
Clara Lee /  คลาร่า ลี / 

นางแบบและนักเสดงสาวชาวเกาหลี 'คลาร่า ลี' ได้คะแนนโหวตเป็นอัน 2 ในฐานะผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกปี 2014 จากการจัดอันดับโดย Mode Lifestyle Magazine สาวเอเชียคนนี้เป็นใคร เพราะเหตุใดถึงได้รางวัลนี้ มาดูกันให้เต็มๆตาดีกว่า ว่าเธอแซ่บและน่ารักขนาดไหน คลาร่า ลี (Clara Lee) หรือ ลีซองมิน วัย 28 ปี  เกิดที่ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ผู้หญิงที่มีรูปร่างที่ดึงดูดสายตาหนุ่ม และใบหน้าที่สวย สดใสจนสาวๆ เกาหลีใต้ต่างพากันอิจฉา โดยคะแนนโหวตของเธอเอาชนะ คนดัง นางแบบระดับโลก และนักแสดงฮอลลีวูดทั้ง เจสสิก้า อัลบา สกาเลตต์ โจแฮนสัน บียองเซ่ แองเจลิน่า โจลี่ และเหล่าแองเจิลจาก วิคตอเรีย ซีเครท ของนิตยสาร Mode ของสหรัฐอเมริกา คลาร่ามีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเรื่อง  Five Senses of Eros และผลงานอื่นๆตามมามากมาย เธอโด่งดังเพียงข้ามคืน จากท่าการโยนลูกเบสบอลเปิดสนามการแข่งขัน สุดเซ็กซี่ ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงทางหาทางกลับบ้านไม่เจอแน่นอน เพราะนอกจากหน้าตาน่ารักแล้ว หุ่นของเธอยังเป๊ะเสียยิ่งกว่าเป๊ะ  ด้วยหน้าอกไซส์ 34C  (หืมมมม..) หุ่นของ คลาร่า ลี ที่ใครๆต่างก็พากันอิจฉา ด้วยความสูง 168 ซม. น้ำหนัก 48 กิโลกรัม หน้าอก 34 C คลาร่า ยังสร้างความฮือฮาให้กับหนุ่มๆได้เสมอ โดยการเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพต่างๆ เนื่องจากเธอมีหุ่นสุขภาพดี และ แฝงด้วยความเซ็กซี่น่ารัก เรียกได้ว่า งานไหนมีคลาร่า คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม และหนุ่มๆมักจับตามองเธอเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโฆษณาที่มักโชว์เรือนร่างของเธออย่าง น้ำอัดลม แบรนด์หนึ่ง ที่ถูกกล่าวขวัญกันมากมายกับเรือนร่างเซ็กซี่สุดจะบรรยาย นอกจากผลงานด้านโฆษณา เธอยังได้รับเกียรติเป็นผู้เชิญคบเพลิงในงาน อินชอน เกมส์ ของเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ผ่านมาด้วย และยิ่งไปกว่านั้น คลาร่าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากเมื่อรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของ ลีซึงคยู นักร้องนำวง Koreana ที่ได้รับความนิยมมากในอดีตด้วย ลุคใสๆในวันถือคบเพลิง ก็ทำตัวหัวใจหนุ่มๆแทบละลายเลยล่ะค่า     นอกจากนั้น คลาร่า ได้เข้าร่วมแสดงซีรี่ย์ดังมากมายโดยผลงานล่าสุด เช่น Emergency couple ในบทนักศึกษาแพทย์ หรือ บทนางแบบเรื่องมากที่มาเป็นแขกรับเชิญเพียงตอนเดียวในเรื่อง Fated to love you โดยในบทของเธอก็จะเป็นแนว sex symbol ผู้หญิงที่มีเรือนร่างเซ็กซี่ หวาบหวิวบ่อยๆ งานนี้ ใครจะว่า คลาร่า สวยหรือ ไม่ก็ต้องใช้สายตาตัวเองตัดสินเองแล้วล่ะค่ะ แต่ต้องขอบอกจริงๆว่า หุ่นของเธอ แซ่บยิ่งกว่าแซ่บจริงๆ  เห้อ เห็นทีต้องไปวิ่งฟิดออกกำลังกันแล้วล่ะค่ะ สาวๆสู้มั้ยจ๊าาาาาาาาาาาาาา  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ภาพจาก Facebook / Clara Lee

หนุ่มควักปืนยิงกรอกปากเพื่อนเจ็บ 2 แค้นล้อทำงานไม่เก่ง
ข่าวจังหวัดเชียงใหม่ /  ข่าวยิงเพื่อน / 

หนุ่มสุดทนใช้ปืนยิงเพื่อนร่วมงานบาดเจ็บสาหัส 2 คน หลังแค้นถูกล้อทำงานไม่เก่ง รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอ.เมืองเชียงใหม่ ได้เข้าควบคุมตัวนายชาญศักดิ์ เจือจิ้น อายุ 35 ปี พนักงานของ บริษัทจักราช มาเก็ตกิ้น ที่โกดังแห่งหนึ่งของบริษัทเนื่องจากเขาได้เข้าไปแอบซ่อนตัว หลังก่อเหตุุอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนร่วมงานได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ทั้งนี้จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 มักจะดูถูกตนกล่าวหาว่าทำงานไม่เก่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยความแค้นจึงตัดสินใจไปซื้อปืนมาจากเพื่อน ก่อนจะมาระเบิดกระสุนใส่ดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่ากับนายชาญศักดิ์ พร้อมคุมตัวไว้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป MThai news

ซุปตาร์ไทย แต่งหลอนต้อนรับ ฮาโลวีน!!
วันฮาโลวีน /  Halloween Day / 

ใกล้เข้ามาแล้วกับวันฮาโลวีนเทศกาลแห่งความหลอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนได้สนุกไปกับการแต่งหน้า แต่งตัวเป็นผีไปร่วมงานปาร์ตี้ปล่อยผีประชันความหลอนกันแบบเต็มสตรีม ก่อนที่จะถึงวันจริงในคืนพรุ่งนี้ 31 ต.ค. เรามาย้อนดูเหล่าดาราคนบันเทิงกันดีกว่าว่า... ปีที่ผ่านมานั้นพวกเค้าและเธอจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผมกันขนาดไหน และใครจะแต่งได้สยองน่ากลัวที่สุด พร้อมแล้วไปชมกันเล๊ยยย!! ธัญญ่า ธัญญาเรศ ติ๊ก กัญญารัตน์ ใหม่ ดาวิกา ก้อย รัชวิน ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ โฟร์ ศกลรัตน์ เอมี่ กลิ่นประทุม โบวี่ อัฐมา มิ้นท์ ณัฐวรา แมทธิว-ลิเดีย หญิง รฐา แพทริเซีย กู๊ด ท็อป-ไก่-เชียร์

GunZ 2 แนะนำตัวละคร Rena นักฆ่าสังหารไร้เงา
GunZ 2 /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ GunZ 2 (gunz2.in.th) ทำการแนะนำตัวละครเกมส์ Rena นักฆ่าที่แฝงตัวอยู่ในเงา แยกร่างเพื่อให้ศัตรูสับสน เคลื่อนไหวรวดเร็ว มีอาวุธประจำกายคือดาบสั้นคู่ที่มาพร้อมกับปืนกล และปืนสั้นคู่ สกิลเกือบทั้งหมดของตัวละครนี้จะเน้นไปที่ดาบสั้นคู่ที่โจมตีอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษคือฟังศัตรูกลางอากาศได้ด้วย สกิลที่น่าสนใจของ Rena มีอยู่ 3 สกิลซึ่งเป็นสกิลโจมตีทั้งหมด ส่วนสกิลที่เหลือจะเป็นสกิลสนับสนุนให้กับตัวละคร สกิลทั้ง 3 สกิล คือ 1. Shadow Decoy สกิลอำพรางตัวเองใช้เพื่อหลบศัตรูขณะที่เสียเปรียบ หรือสร้างร่างจำลองเพื่อหลอกศัตรูไว้ สกิลจะสร้างร่างจำลองไว้ 1 ร่างล่อให้ศัตรูโจมตี ส่วนตัวจริงจะให้เงาอำพรางออกมาเพื่อโจมตีทางด้านหลัง และที่สำคัญเงาจำลองจะระเบิดสร้างความเสียหายให้กับศัตรูด้วย ใช้ค่า ZP 1 ช่อง ปุ่มสกิลคือ ‘E’ 2. Shadow Dance สกิลท่าไม้ตายของตัวละครนี้โดยรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ดาบสั้นคู่แล้วโจมตีศัตรูที่อยู่ในบริเวณนั้น หากมองผ่านๆจะเหมือนกับการรำดาบ แต่ถ้าหากใครโดนเข้าไปแล้วล่ะก็มีสิทธิ์ตายได้ทันที สกิลนี้จำเป็นต้องใช้ค่า ZP เต็ม 3 ช่อง และปุ่มสกิลคือ ‘Q’ 3. Shadow Rush เป็นสกิลดาบสั้นอีกเช่นกัน รวมพลังไว้ที่ดาบแล้วพุ่งโจมตีใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว สกิลนี้จะทำให้ศัตรูล้มลง ในจังหวะนี้อาจจะใช้ปืนสั้นยิงซ้ำก็ได้ แต่ข้อจำกัดของสกิลนี้คือหลังจากใช้แล้วตัวละครจะหยุดนิ่งครู่หนึ่ง ในจังหวะนี้อาจจะถูกศัตรูโจมตีกลับได้ สกิลนี้ไม่ต้องใช้ค่า ZP แต่จะปรากฎเมื่อถือดาบสั้นคู่อยู่เท่านั้น ปุ่มสกิลคือ ‘R’ ความสามารถพิเศษของสกิลนี้คืองัดศัตรูขึ้นไปฟันกลางอากาศได้ ศัตรูคนอื่นจะโจมตีตัวละครจากบนพื้นได้ วิธีการงัดศัตรูขึ้นไปฟันคือคลิกขวาฟันแล้วกระโดดขึ้นไปฟันหลายครั้ง ศัตรูที่โดนฟันจะไม่สามารถหลบออกมาจากการโจมตี้นี้ได้เลย ถ้าใครชอบตัวละครที่เคลื่อนไหวรวดเร็วเน้นไปทางการใช้ดาบก็สามารถเลือกเล่นตัวละครนี้ได้เหมือนกัน แต่ถ้าใครเป็นผู้เล่นใหม่ยังไม่ชินกับมุมมองการเล่นของเกมนี้อาจจะไม่ชอบ เพราะโอกาสที่จะฟันพลาดแล้วโดนโจมตีกลับก็มีสูงเช่นกัน

ไอเอสบุกโจมตีคลังน้ำมัน-ก๊าซซีเรียจนท.ดับ30
ข่าววันนี้ /  โจมตีคลังน้ำมัน / 

กลุ่มสังเกตการณ์ รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ได้บุกโจมตีแหล่งน้ำมันและก๊าซในซีเรีย ทำให้กองกำลังรัฐบาลและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรียรายงานว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และการสู้รบยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน ซึ่งกลุ่มติดอาวุธไอเอสเข้าครอบครองแหล่งน้ำมันได้บางส่วน ขณะที่มีนักรบถูกสังหารเช่นกันแต่ไม่ทราบจำนวน กลุ่มสังเกตการณ์ในซีเรียรายงานว่า การสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งบริเวณแหล่งน้ำมันเช้าวันพุธภายหลังสงบเงียบไปหลายชั่วโมง โดยสื่อในซีเรียรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ระบุตัวเลข

แม่ค้าเก็บเงินแสนคืนผู้กำกับตม.สมุทรสาคร
ข่าวล่าสุด /  ผู้กำกับตม.สมุทรสาคร / 

สุดยอด! แม่ค้า วัย 39 ปี เก็บเงินแสนคืนผู้กำกับ ตม.สมุทรสาคร นางเพียรวิภา ใจพระวังค์ อายุ 39 ปี แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ส่งมอบกระเป๋าสะพายสีดำบรรจุเงินสด109,500 บาท เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินคืนให้กับ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร มี นางสาวไจตนย์ ศรีวังพล นายสกล ถาวรกาญจน์ ผู้บริหารสถานีฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย นางเพียรวิภา เล่าวว่า พบกระเป๋าสะพายสีดำวางอยู่บนเก้าอี้นั่งภายในร้าน ขณะเกิดเหตุคิดว่ากระเป๋าใบดังกล่าวเป็นเพียงกระเป๋าเอกสารธรรมดา และไม่ทราบว่าเจ้าของเป็นใคร จึงนำไปวางไว้ที่โต๊ะเพื่อรอเวลาให้เจ้าของกลับมาติดต่อขอรับคืน กระทั่งถึงเวลาปิดร้าน เก็บของเสร็จเรียบร้อย ก็ยังไม่พบใครมาติดต่อขอรับกระเป๋า จึงนำกระเป๋าเอกสารกลับบ้านพัก ระหว่างขับรถ ตนยกมือไหว้พระ ขออนุญาตเปิดกระเป๋าเพราะอยากรู้ว่าภายในมีอะไรบ้าง เมื่อเปิดกระเป๋าชั้นแรก ก็พบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทเป็นปึก คาดการณ์ด้วยสายตา เงินสดน่าจะประมาณ แสนกว่าบาท ตกใจมาก ไม่กล้ารื้อค้นกระเป๋าอีกจึงโทรศัพท์ไปหา นายพงษ์วิท สุวรรณพรม เพื่อน ซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัท แกรมมี่ ก็ได้รับคำแนะนำและรีบนำกระเป๋าพร้อมเงินสดมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุ สวพ.FM 91 เมื่อเวลา 21.30 น. วันเดียวกัน จากการตรวจนับเงินสดภายในกระเป๋าสะพาย พร้อมกับเจ้าหน้าที่สถานีฯ พบว่า มีเงินสด จำนวน 109,500 บาท นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสำคัญ ซึ่งระบุชื่อ พ.ต.อ.โกวิท ด้าน พ.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนจอดรถลงไปซื้อโอวัลติล ที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ภายในซอยพระราม 9 ซอย 11 ระหว่างนั้นวางกระเป๋าสะพายไว้ที่โต๊ะนั่ง หลังจากได้เครื่องดื่มแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับรถออกไป กระทั่งเวลา 20.00 น. ขณะจะซื้อของภายในห้างสรรพสินค้า นึกได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง แต่ก็คิดว่ามืดแล้วร้านคงปิด อีกทั้งจุดที่วางกระเป๋าไว้เป็นเก้าอี้ภายในร้านค้า หากมีลูกค้า หรือมีคนมานั่งรับประทานอาหาร อาจมีคนหยิบไปมากกว่า พร้อมขอขอบคุณ นางเพียรวิภา ที่ช่วยเก็บรักษากระเป๋า และพยายามติดตามเจ้าของเพื่อส่งคืน คิดถึงความรู้สึกของคนที่กำลังเดือดร้อน รู้สึกดีใจมากได้ที่รับข่าวดีจากทางสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 ซึ่งประสานงานแจ้งให้ทราบว่า แม่ค้าใจดี นำกระเป๋าเข้ามาฝากประกาศตามหา ขอมอบเงิน จำนวน 20,000 บาท

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57

รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน
ดอยภูคา /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

หน้าหนาวที่จะถึงนี้ ใครที่ไม่อยากท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนไปเยือนจำนวนมาก อยากหลีกหนีไปในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก Travel.mthai.com ขอแนะนำให้มา รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่านสิครับ ภูมิทัศน์สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ พร้อมชมดอกของต้นชมพูภูคา สวยงามจนคุณต้องประทับใจแน่นอน รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอยภูคา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอบ่อเกลือ มีพื้นที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม การเดินทางไปดอยภูคา จากจังหวัดน่าน เดินทางโดนรถยนต์ ทางหลวงหมายเลข 1080 สู่ อ.ปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา แผนที่โดยรอบ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่มา : www.oceansmile.com  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai  ขอบคุณรูปภาพจาก : hamanan.com , thetrippacker.com , pantip.com (คุณฟูบิ -(ฟูบีราย)-) ลิ้งที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวบ่อเกลือ บนภูเขาที่จังหวัดน่าน , อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน , พิชิต! ภูพยัคฆ์ จ.น่าน

มันสิจ๊ะเบบี๋!! ผีคอนเฟิร์ม รูนี่ย์ ฟัลเกา ฟิตพร้อมบู๊ เรือใบ ศึกดาร์บี้
ฟัลเกา /  รูนีย์ / 

ปรบมือสิครับ!!! นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับกองเชียร์ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด สุดๆเมื่อมีข่าวยืนยันออกมาจากรั้วแชมป์ 20 สมัยว่า เวย์น รูนี่ย์ และ ราดาเมล ฟัลเกา สองกองหน้าตัวเทพจะพร้อมลงสนามบู๊ทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กับ แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้แน่นอน เวย์น รูนี่ย์ พลาดรับใช้ "ปีศาจแดง" ใน 3 เกมพรีเมียร์ลีกเนื่องจากติดโทษแบนแถมโชคร้ายซ้ำซ้อนมีอาการบาดเจ็บเท้า รบกวนจนต้องเข้ารับการบำบัดอีกครั้งแต่ทว่าล่าสุด เดอะมิร์เรอร์ ออกมาอัพเดทอาการของ รูนี่ย์ ว่าพร้อมกลับมาลงสนามได้แน่นอน เช่นเดียวกับในรายของ ราดาเมล ฟัลเกา ก็จะสลัดอาการบาดเจ็บพร้อมลงสนามเกมนี้ได้ด้วย หลังจากพลาดเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์กับ เชลซี เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังได้รับข่าวดีเพิ่มเติมเมื่อ ดาบิด ซิลบา(ข้อเท้า) และ ยาย่า ตูเร่(ขาหนีบ) ล้วนมีอาการบาดเจ็บจากเกมแคปิตัลวันคัพ ที่พ่าย นิวคาสเซิ่ล มา 0-2 เมื่อคืนที่ผ่าน

โบรกฯคาดหุ้นไทยบวกต่อ แม้'เฟด'หยุดQE
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยวันนี้บวกต่อ ถึงแม้ 'เฟด' จะประกาศหยุด QE ชี้ตลาดรับข่าวไปแล้ว ลุ้นดัชนีฯทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,580 จุด เก็บ Domestic plays ต่อเนื่อง บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า วิเคราะห์ว่า ทิศทางตลาดวันนี้ผันผวน แต่คาดมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น แม้มติเฟดจะยุติโครงการ QE แต่คาดเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้มาแล้วในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าตลาดให้น้ำหนักต่อประเด็นอัตราดอกเบี้ย ที่คาดเป็นปัจจัยหนุน ซึ่งล่าสุดเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ย 0 - 0.25% ต่อไปอีกเป็นเวลานานขึ้น จากที่มีความกังวลว่าเฟดจะมีการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดหมายไว้ หลังเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ ทางด้านประเด็นในประเทศ ยังไม่มีปัจจัยชี้นำใหม่ๆ แต่คาดได้รับปัจจัยบวกจาก Fund Flow หลังต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ เกือบ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคาด ภาพรวมยังมีความผันผวน แรงซื้อ-ขายสุทธิ สลับกัน ขณะที่อยู่ระหว่างประกาศงบไตรมาส 3 ที่คาดยังมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง ถึงกลางเดือนพย. แนะติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับวงเงินลงทุนกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะเวลา 8 ปี (58–65) ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะสรุปในเดือนพย. เพื่อช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพของประเทศ ให้รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ซึ่งคาดกลุ่มรับเหมาก่อสร้างน่าจะได้รับผลดีในระยะยาว ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ประเมินว่าแนวโน้มดัชนีฯระยะสั้น แม้มีความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไร แต่ประเมิน Downside Risk จำกัดที่ 1,557 จุด และคงเป้าหมายการปรับสูงขึ้นระยะสัปดาห์ที่ 1,600 จุด ขณะที่การประชุม FOMC เมื่อคืนนี้ FED ยุติมาตรการ QE ตามคาด ขณะที่ดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป โดยข้อมูล Fed Funds Futures ล่าสุดแสงให้เห็นถึงโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายใน ก.ย.2015 ลดลงเหลือ 42% จากสิ้นเดือนก่อนที่ 76% มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง หนุน Domestic Plays แนะนำซื้อ Domestic Plays ต่อเนื่อง โดยเป็นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฯ โดยตรง อย่าง KBANK, BBL, CK, STEC, SPALI, LPN, QH, SIRI, SAMART, BEAUTY, SAPPE และ BGH โดยรัฐบาลมีแผนที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ สำหรับวันนี้ คาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,560-1,568 จุด มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านย่อยที่ระดับ 1,580 จุด หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

เอาอีกแล้ว! นอยเออร์ ดันเกมสูงเลี้ยงบอลครึ่งสนาม
นอยเออร์ /  บาเยิร์น มิวนิค / 

กลายเป็น ซิกเนเจอร์ ไปซะแล้วกับการเลี้ยงบอลดันเกมสูงของ มานูเอล นอยเออร์ ยอดนายทวารของ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่ล่าสุดไปโชว์ Skill เทพในศึก เดเอฟเบ โพคาล รอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ "สิงห์เหนือ" ฮัมบวร์ก เมื่อคืนที่ีผ่านมา :)

หุ้นไทยเปิดบวก 3.57 จุด ลุ้นผล ECB ต่อ
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (30 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.59 น. ดัชนีฯหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.57 จุด แตะที่ระดับ 1,566.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,207.73 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส วิเคราะห์ว่า หลังจากเมื่อคืนนี้ผลประชุมเฟดออกมาตามคาด โดยเฟดประกาศยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ หรือ QE ขณะที่ยังระบุว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกนาน ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงไม่มากนัก ส่วนตลาดหุ้นยุโรปยังปิดเป็นบวกโดยส่วนใหญ่ เพราะได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเอกชน อย่างไรก็ตามส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้แล้ว จึงทำให้เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียแกว่งตัวบวก-ลบในกรอบไม่กว้างมากนัก ซึ่งเมื่อวานนี้เราก็เริ่มเห็นแรงขายในตลาดหุ้นไทยที่มีออกมากดดันดัชนีมากขึ้นด้วย ทำให้ คาดว่าดัชนีฯหุ้นไทยมีสิทธิที่จะมีจังหวะแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเริ่มกลับไปปรับตัวย้อนลงให้เห็นอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เพื่อรอติดตามการเปิดเผยตัวเลข GDP ของสหรัฐในค่ำวันนี้ (30 ต.ค.) รวมทั้งรอลุ้นผลประชุม ECB ในวันที่ 6 พ.ย. ด้วย แนะนำให้เน้นขายทำกำไรไว้ก่อนเช่นเดิม เพื่อรอหาจังหวะเลือกหุ้นซื้อใหม่เมื่อดัชนีฯกลับไปปรับตัวลง แนวรับที่ 1,560-1,550 จุด แนวต้านที่ 1,566-1,574 จุด บทวิเคราะห์ หุ้นเด็ดรายตัว>>>>>>> MThai News

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ
น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ /  พิธีกรรมการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ / 

อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญใน วันลอยกระทง เป็นอย่างไร หลายคนคงสงสัยและไม่เคยได้ยิน วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีมาบอกครับ รวมทั้งพิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญอีกด้วย ลองไปดูกัน วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ คนไทยแต่โบราณเชื่อเรื่องพลังลี้ลับ ที่เกิดจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในสามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ หรือก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ก็ได้ แต่วันพ็ญเดือน 12 จะมีสิริมงคลมาก ยิ่งอาบน้ำเดือนเพ็ญ ทำน้ำมนต์วันเพ็ญเดือน 12 จากตำนานเราผูกพันกับโลกมานานแสนนาน ด้วยความที่เป็นดวงจันทร์ดาวที่อยู่ใกล้โลกที่สุด พลังและแรงดึงดูดจึงมีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก ความเชื่อเรื่องพลังจากดวงจันทร์เต็มดวง มีอยู่ทุกภูมิภาคของโลกของคนไทย และชาวพุทธยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ประเพณี วันลอยกระทง เนื่องด้วยวันสำคัญในทางศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือที่เรียกว่าคืนเดือนเพ็ญ หรือคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง พิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล“ นั้น ทาง ครูโหราศาสตร์ในอดีตกล่าวว่า สิ่งที่เป็นมงคล  วันมงคล หากได้ทำ ’น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ เพราะโลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โคจรมากุมกันและเล็งกัน “วันจันทร์เพ็ญนั้น ใน 1 ปี มีถึง 12 ครั้ง เพราะใน 1 ปี มี 12 เดือน โดยใน 1 เดือนจะมีวันจันทร์เพ็ญเพียงวันเดียว ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าช่วง วันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทงนั้น เป็นช่วงวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการทำน้ำมนต์ แต่หากไม่สะดวกหรือไม่สามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ ก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ได้” น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ พิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ 1. เตรียมสถานที่อันโล่งกว้างอยู่กลางแจ้ง 2. บาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ขนาดใหญ่ 3. น้ำบริสุทธิ์เพื่อใช้ทำน้ำมนต์ 4. น้ำบริสุทธิ์มาใส่ลงในบาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ 5. วันเวลาที่วางบาตรหรือขันน้ำมนต์ คือ เวลาก่อนเที่ยงคืนของคืนจันทร์เพ็ญ 6. ก่อนเวลา 24.00 น. ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ให้จุดเทียนน้ำมนต์สีขาวที่ปากบาตรหรือขันน้ำมนต์ ธูป 15 ดอก 7. ท่องคาถากำกับ 9 จบ โดยคาถา  วันจันทร์ คาถาว่า " อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา " (สวดวันละ 15 จบ). หรือจะสวดพระปริตรบท “อภยปริตร” ด้วยอีกก็ได้ 8. รอจนกระทั่งเงาของดวงจันทร์ลอยมาปรากฏในบาตรให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรตามความปรารถนา 9. สิ่งที่อยากได้ในวันนี้ ควรเตรียมจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ทำการสิ่งใดที่ไม่เป็นการเบียดเบียน ผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อนและปล่อยวางจิตใจให้สงบ ตัดเล็บ ตัดผม ลงในกระทง  เพื่ออธิฐานจิตว่าให้สิ่งไม่ดี จะลอยไป กับสิ่งที่ลุกได้ ใส่ลงมาในกระทงนี้ ด้วยเทอญ….. อย่างไรก็ตามความเชื่อเรื่องทำน้ำมนต์ในคืนจันทร์เพ็ญเสริมมงคลชีวิตซึ้งมีความเชื่อที่เกี่ยวกับวันเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ หรือ ทำน้ำมนต์ได้ศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน  สำหรับ น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ นั้น ใช้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ รดศีรษะก็ได้ ประพรมก็ดี แต่ควรทำทันทีหลังพิธีการเสร็จสิ้น แล้วทำน้ำมนต์ใหม่ในวันเพ็ญเดือนต่อไป ถ้าเป็นน้ำมนต์จันทร์เพ็ญเดือน 12 นั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำไว้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ ประพรมศีรษะร่างกายก็ได้ ช่วยเรื่องบรรเทายามเจ็บไข้ ป้องกันอันตรายจากการเดินทาง เป็น สิริสวัสดิมงคลแก่ชีวิต น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ขอบคุณภาพจาก www.dmc.tv

บิลลี่ ไม่ท้อ! ถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย!!
บิลลี่ โอแกน /  บิลลี่ ล้มละลาย / 

หลังมีข่าวสุดช็อก! นักร้องร็อกเกอร์ชื่อดัง บิลลี่ โอแกน ถูกศาลประกาศเป็นบุคคลล้มละลาย โดยราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจถึงมรสุมชีวิตครั้งนี้ ยอมรับธุรกิจของตัวเองขาดทุนและกลายเป็นหนี้เยอะจนไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ ทำให้ถูกฟ้องกลายเป็นบุคคลล้มละลาย 3 ปี เผยสภาพจิตใจดีและตอนนี้มีญาติให้เป็นที่พึ่ง ขอบคุณทุกกำลังใจ!! "ช่วงนี้ก็คงต้องตั้งหลักคิดในเรื่องงาน เป็นกำลังใจให้คนที่ล้ม เร็วๆ นี้ผมคงจะทำงานให้เป็นเรื่องของช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไร้ที่พึ่ง อย่างเช่นคนอนาถาต่างๆ ถึงตัวเราเองจะล้ม แต่เราไม่อยากให้คนอื่นๆ ที่ล้มเหมือนเราหมดกำลังใจ ในสังคมยังมีคนอีกมากที่มีความเดือดร้อนขาดคนเหลียวแล ผมเลยคิดจะจัดคอนเสิร์ตคนล้มช่วยคนไร้ รายได้จะเอาไปช่วยสถานพักพิงคนไร้ที่พึ่งของกระทรวงพัฒนาสังคมมนุษย์ ตอนนี้ทีมงานกำลังประสานงานกันอยู่" "เรื่องที่ถูกฟ้องล้มละลายเป็นเรื่องธุรกิจที่ขาดทุนเยอะครับ แล้วเราไม่สามารถที่จะหาเงินชำระหนี้ได้ ก็เลยเป็นไปตามที่ออกมาเป็นข่าวครับ หนี้เยอะจนจ่ายไม่ไหวครับ กับเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงเวลาเครียดมันผ่านไปแล้วครับ ตอนนี้มองในเรื่องงานที่ช่วยคนอื่นได้ช่วยคนไร้ที่พึ่ง อยากให้สังคมมองตัวอย่างของคนที่แพ้มันไม่ได้แพ้ตลอด พรุ่งนี้เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ หลังจากนี้ระยะเวลาการเป็นบุคคลล้มละลายก็ 3 ปีครับตามกฏหมายถึงจะกลับมาได้ ช่วงนี้จะทำงานเกี่ยวกับสาธารณะกุศลมากขึ้น เรื่องของเรามันไม่ใหญ่มากหรอก มันอาจจะใหญ่สำหรับเรา แต่ในสังคมยังมีคนที่ไม่มีที่พึ่งเลย ส่วนเรายังมีญาติพี่น้องที่เราพึ่งได้ ญาติพี่น้องยังให้ความสนับสนุน สำหรับผมสบายมาก หลังจากนี้ 3 ปีก็คงทำงานเท่าที่ทำได้ตามที่กฏหมายกำหนด" "อย่างที่หลายท่านเห็นในเฟสบุ้ก ผมแต่งเพลงมาเพลงนึงชื่อว่าล้มละลาย เป็นเพลงที่ให้กำลังใจ เมื่อคืนนี้เขียนอีกเพลงนึงชื่อว่านักสู้ย่อมไม่ยอมแพ้ อยากให้เป็นตัวอย่าง ตัวอย่างที่ไม่ดีคืออย่าทำธุรกิจโง่ๆ แบบผม แต่ตัวอย่างที่ดีคือถึงเราจะล้มแล้วเรายังช่วยคนอื่นได้เสมอ เป็นบทเรียนที่มีค่า ชีวิตไม่เป็นไรครับ ผู้ใหญ่ในวงการก็มีที่บอกให้เข้าไปพบว่าเค้าจะช่วยเหลืออะไรเราได้บ้าง กำลังใจจากแฟนๆ เยอะมากครับก็ขอบคุณทุกท่านครับ ไม่ต้องห่วงครับ ขอบคุณกำลังใจต่างๆ ที่มอบให้ ขอบคุรทุกท่านที่ให้ความสนใจและติดตามข่าวคราว ไม่ต้องห่วงนะครับผมยังแข็งแรง ยังช่วยเหลือตัวเองได้อีกเยอะ" บิลลี่ กล่าว บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน บิลลี่ โอแกน