เล่ห์ลับสลับร่าง

น่ารักเฟ่อร์!! ลิเดีย พา น้องดีแลน ออกงานครั้งแรก ฟุ้ง แมทธิว หวงลูกมว้ากกก!!
ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ /  ข่าว ลิเดีย / 

  ฉายแววซุปตาร์ตัวน้อยอีกคน สำหรับ น้องดีแลน ลูกชายวัย 6 เดือนของ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และ แมทธิว ดีน ที่วันนี้ (2ก.พ.60) ได้มาออกงานครั้งแรกในงานแถลงข่าวการกลับมาของแบรนด์ผ้าอ้อมเด็ก Drypers ในงาน Drypers is Coming Back! ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ งานนี้บอกเลยว่านอกจาก น้องดีแลน จะเผยความน่ารักให้แฟนคลับรุ่นพี่ป้าน้าอาได้ชื่นชมกันแบบใกล้ๆ แล้ว แม่ลิเดีย ยังฟุ้งให้ฟังอีกว่า น้องดีแลน ฉายแววซุปตาร์แต่เด็ก มีงานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาจีบบ้างแล้ว แต่ คุณพ่อแมทธิว หวงลูกมากๆ ยังไม่อยากให้ น้องดีแลน รับงานในตอนนี้   “ก็น้องเขาอายุ 6 เดือนแล้วก็สามารถของานได้แล้ว น้องเขาจะชอบพวกแสงสีเสียง เมื่อกี้ยังกระดิกขาเล่นอยู่เลยก็คือชอบ แล้วก็ไม่ตื่นคนด้วยไม่งอแง แต่ถ้าหิวหรือง่วงนอน คนเยอะๆ ก็อาจมีร้องไห้บ้าง แต่อันนี้โอเค ชอบ happy ก่อนหน้านี้ก็มีติดต่องานเข้ามาบ้าง แต่ช่วงนั้นเขายังเด็กอยู่ ตอนนี้เริ่มโตแล้วก็เริ่มรับงานออกงานได้”   “สำหรับงานพรีเซ็นเตอร์ตอนนี้ก็มีมาแล้ว ก็เริ่มรับบ้างแล้ว แต่ก็อยากให้ตรงกว่านี้หน่อยเพราะว่ามีถ่ายแบบ พ่อเขาก็บอก ลูกยังเด็กไปหรือเปล่า ไปไหนก็ค่อนข้างจะหวงลูกนิดหน่อย ส่วนเราก็ไม่ค่อยหวงเรายังไงก็ได้แล้วแต่ลูก พี่แมทจะห่วงมากกว่า ใครเป็นคนเลือกงาน แน่นอนก็ต้องเป็นคุณพ่อเขาอยู่แล้ว เขาไม่ค่อยอยากจะให้ลูกอยู่หน้ากล้องเพราะว่ากลัวโตไปแล้วลูกจะไม่เหมือนเด็กปกติ เขาจะหวงลูกมากกว่า”   “ตอนนี้ น้องดีแลน ก็เริ่มคลานได้แล้ว เวลาเห็นอะไรเขาก็จะมองตามแล้วก็ยิ้มให้ เขาจะชอบสงสัยเวลาวางของอะไรก็จะคลานไปหยิบดู ก็มีชออะไรเหมือนๆ พ่อแม่บ้าง ชอบฟังเพลง และก็เวลาคุณพ่อเล่นกีต้าร์ให้ก็จะชอบ เวลาหยิบกีต้าร์มาเขาก็จะตื่นเต้น”   สำหรับเรื่องค่าตัวในการรับงานนี้ สาวลิเดีย เปิดเผยว่า “ถ้าเป็นงานคู่ก็จะรวมค่ะ แต่ถ้าแยกก็แยกค่ะ เพราะว่าเก็บไว้ให้เค้าตอน เรียนเป็นค่าเทอม งานถ้าเป็นตอนนี้ ถ้าถ่ายทำใช้เวลานานก็จะยังไม่รับ เพราะว่าต้อง มาดูแลลูกก็ตอนนี้ยังให้นมอยู่เลยค่ะ แต่ถ้าไปงานอีเว้นท์ใช้เวลาไม่นานก็รับทำปกติค่ะ”   “เรื่องอยากมีคนที่สองไหม ยังคะพักก่อน แต่พี่แมทก็อยากมีเลย ก็อยากให้น้องโตก่อน ตอนนี้พักก่อนค่ะ” ลิเดีย กล่าว ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ลิเดีย น้องดีแลน ลิเดีย น้องดีแลน ลิเดีย น้องดีแลน ลิเดีย น้องดีแลน น้องดีแลน ลูกชาย ลิเดีย แมทธิว ลิเดีย ศรัณย์รัชต์

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

ละคร เพลิงพระนาง , เรื่องย่อ เพลิงพระนาง
อั้ม เพลิงพระนาง /  เพลิงพระนาง ตอนแรก / 

เพลิงพระนาง บทประพันธ์โดย : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชบทโทรทัศน์โดย : ภาคย์รพีกำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงินผลิตโดย : บริษัท กันตนา จำกัดออกอากาศออนแอร์วันแรก 17 กุมภาพันธ์ 2560 ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเพลิงพระนาง เพลิงพระนาง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนครสมมติ ชี้ให้เห็นสัจธรรมที่ว่าความริษยาอาฆาตแค้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ไม่เคยให้คุณแก่ใคร ดุจดั่งชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง ที่ต่างก็ปล่อยให้อำนาจแห่งโทสะเข้าครอบงำ เพียงเพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองและมีอำนาจสูงสุด แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์จักมีความผาสุกอยู่ได้ด้วยการเห็นอกเห็นใจ และเผื่อแผ่ความรักต่อกัน เพลิงพระนาง เพลิงแห่งความแค้น เพลิงแห่งอำนาจ เพลิงแห่งกิเลส ย่อมเผาไหม้ตัวเองจนไร้ความสุขตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต เพลิงพระนาง ช่อง7 นครทิพย์เป็นนครที่รุ่งเรือง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีเมืองประเทศราชมากมาย แต่ละวันจะมีเจ้าเมืองต่าง ๆ นำดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองมาถวายอยู่ไม่ขาด เจ้าหลวงองค์ปัจจุบันมีนามว่า เจ้าหลวงบุรพคาม (เมฆ-วินัย ไกรบุตร) แต่พระองค์เป็นคนโลภ ส่งทหารคนสนิทออกปล้นทรัพย์สินมีค่าของราษฎร ไม่สนใจปกครองบ้านเมือง พระจริตไม่ปกติ และประกาศทำสงครามกับพวกฝรั่งตั้งขอ (อังกฤษ) ซึ่งกำลังออกล่าอาณานิคม เป็นเหตุให้เสียดินแดนตอนได้ไป ละคร เพลิงพระนาง เจ้าหลวงบุรพคามไม่มีมเหสี แต่มีพระขนิษฐาองค์หนึ่งนามว่า เสกขรเทวี (ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม) เจ้าหลวงบุรพคามแต่งตั้งให้เป็น พระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งตามกฎมณเฑียรบาลแล้วมีตำแหน่งเทียบเท่าองค์รัชทายาท แต่ตามกฎมณเฑียรบาลระบุไว้ว่าพระนางหน่อเจ้าหลวงจะต้องดำรงตำแหน่งอัครมเหสีของเจ้าหลวงองค์ต่อไป การตั้งเสกขรเทวีเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงทำให้ธิดาของเจ้าประเทศราช ซึ่งถูกส่งมาเป็นองค์ประกันที่เมืองทิพย์ไม่พอใจ เพราะเท่ากับตนจะไม่มีโอกาสขึ้นเป็นอัครมเหสีในรัชกาลต่อไป ได้แก่ เจ้านางตองนวล (กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เจ้านางเก็ตถวา (โอ๋-รุ่งระวี บริจินดากุล) และเจ้านางแก้วอากาศ (แพร-อภัสสรา อินทร์ตลาดชุม) โดยเจ้านางตองนวลตั้งตัวเป็นหัวหน้าพาลหาเรื่องเสกขรเวทีเป็นประจำ แต่ก็ถูกริมบึง (ต่าย-ชัชฎาภร ธนันทา) พระญาติห่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่รับใช้เสกขรเทวีคอยขัดขวาง อีกทั้งยังถูกเจ้าสำภางาม (เหมียว-ชไมพร จตุรภุช) ซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้าป้าของเจ้าหลวงคอยคุ้มครองเสกขรเทวีอยู่ด้วย ทำให้เจ้านางทั้งหลายทำร้ายเสกขรเวทีไม่ได้ แม้ว่าจะแสนเกลียดแสกขรเทวีเท่าใดก็ตาม เพลิงพระนาง เจ้าสำภางามมีลูกชายสองคน มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหลวงบุรพคาม คือเจ้าเมืองคุ้ม (เคลลี่ ธนะพัฒน์) กับเจ้าคะนอง (เอ-อรุชา โตสวัสดิ์) เจ้าเมืองคุ้มเป็นหนุ่มรูปงาม มีความสามารถทางการรบ เป็นที่รักของทหาร และคนทั่วไป ทำให้เจ้าหลวงบุรพคามไม่พอใจ ส่งเจ้าเมืองคุ้มไปเป็นแม่ทัพออกรบกับพวกฝรั่งดั้งขอที่ชายแคนทางได้ เจ้าคะนองขอตามพี่ชายไปรบด้วย ทิ้งเครือออน (แยม-ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์) หญิงสามัญที่ตนได้เป็นเมียกับลูกน้อยนามว่าปะแดง (จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์) ให้เจ้าสำเภางามเลี้ยงดู ละคร เพลิงพระนาง การถูกส่งไปอยู่ชายแดน ทำให้เมืองคุ้มต้องพรากจากเจ้านางอนัญทิพย์ (อั๋ม-พัชราภา ไชยเชื้อ) พระธิดาของเจ้าหลวงองค์ก่อน แต่ถูกถอดยศลงมาเสมอกับเจ้านางธิดาเจ้าประเทศราช ทำให้อนัญทิพย์ทวีความชิงชังเจ้าหลวงบุรพคามมากขึ้น เพราะเป็นผู้ยึดอำนาจไปจากพ่อของตน พรากคนรัก และยังแต่งตั้งเสกขรเทวีเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งเท่ากับว่าตนจะไม่มีโอกาสได้เป็นใหญ่ในเมืองทิพย์อีกต่อไป อนัญทิพย์จึงสะสมความริษยาอาฆาต หาทางยึดอำนาจกลับคืนมาอยู่ตลอดเวลา และไม่ยอมลงให้เสกขรเวที มักมีปากเสียงกับเสกขรเวทีเป็นประจำ เจ้าสำเภางามจึงประกาศเสมอว่าจะไม่มีวันยอมรับอนัญทิพย์เป็นสะใภ้เด็ดขาด ทำให้เจ้านางตองนวล ซึ่งหลงรักเจ้าเมืองคุ้มเยาะหยันอนัญทิพย์ และหาเรื่องกับ อนัญทิพย์เสมอ โดยมีเก็ตถวา และแก้วอากาศเป็นผู้ช่วย วันหนึ่งอนัญทิพย์ต้องโทษด้วยอุบายของตองนวล เพราะแอบซ่อนพุ่มทองประดับยศ 9 พุ่มไว้ในคุ้ม พุ่มทอง 9 พุ่ม เป็นเครื่องหมายของพระนางหน่อยเจ้าหลวง เพลิงพระนาง เจ้าหลวงบุรพคามโกรธมากจึงสั่งประหารชีวิตอนัญทิพย์ แต่เสกขรเทวีขอให้เนรเทศไปแทน อนัญทิพย์จึงถูกลอยแพไป น้ำได้พัดพาอนัญทิพย์ไปทางใต้ จนได้พบกับกองทัพของเจ้าเมืองคุ้มทำให้เธอดีใจมาก เจ้าเมืองคุ้มนำอนัญทิพย์ไปฝากไว้กับเจ้านางมณีหยาด (เตย-กัญญากร พินิจ) พระธิดาเมืองทำคอย ซึ่งเป็นเมืองประเทศราชทางตอนใต้ ทั้งสองได้เสียกัน เจ้านางมณีหยาดรักอยู่กับน้อยอินทา (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พาณิช) พ่อค้าที่เดินทางระหว่างเมือง ต่อมาเมื่อเจ้าเมืองทำคอยสิ้นพระชนม์ น้อยอินทาจึงได้ครองเมืองท่าคอย ละคร เพลิงพระนาง เจ้าเมืองคุ้มโกรธแค้นที่เจ้าหลวงบุรพคามทำกับอนัญทิพย์ถึงเพียงนี้ อนัญทิพย์ยุยงให้เจ้าเมืองคุ้มเป็นขบถยึดอำนาจจากเจ้าหลวงบุรพคาม น้อยอินทา ซึ่งบัดนี้ได้เป็นเจ้าหลวงประกาศสนับสนุนเจ้เมืองคุ้มทุกวิถีทาง แม้ว่ามณีหยาดจะทัดคานอย่างไรก็ตาม ในที่สุดเจ้าเมืองคุ้มกับเจ้าคะนองก็ลวงเจ้าหลวงบุรพคามว่าฝรั่งตั้งขอจะทำสัญญาสงบศึก ขอให้พระองค์เสด็จออกนอกคุ้มหลวงเพื่อไปทำสัญญาดังกล่าว เจ้าหลวงบุรพคามถูกฆ่าอย่างทารุณ เจ้าเมืองคุ้มขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อมา และมีขบวนเสลี่ยงนำอนัญทิพย์กลับคืนสู่เมืองทิพย์อย่างสมเกียรติ เจ้าหลวงเมืองคุ้มตั้งเจ้าคะนองเป็นอุปราช และจะตั้งอนัญทิพย์เป็นอัครมเหสี เพลิงพระนาง แต่เจ้าสำเภางามผู้เป็นแม่ทัดทานไว้ เพราะตามกฎมณเฑียรบาลจะต้องให้พระนางหน่อเจ้าหลวงเป็นอัครมเหสี เจ้าเมืองคุ้มจำใจตั้งเสกขรเทวีเป็นอัครมเหสี และให้อนัญทิพย์เป็นเหสีรอง ทำให้อนัญทิพย์แค้นเคืองมาก ริมบึงรู้ดีว่าต่อแต่นี้ไปเสกขรเทวีจะต้องถูกอนัญทิพย์หาเรื่อง และกลั่นแกล้งสารพัดจึงใช้อุบายให้ตนได้เป็นเจ้านางองค์หนึ่งของเจ้าหลวงเมืองคุ้มจนสำเร็จ เจ้าเมืองคุ้มได้แต่งตั้งเจ้านางตองนวล เจ้านางเก็ตถวา และเจ้านางแก้วอากาศเป็นสนมของตนเจ้าหลวงเมืองคุ้ม นำทัพออกรับศึกทางได้ ได้หญิงสามัญคนหนึ่งเป็นเมียชื่อยอดพุ่มอนัญทิพย์รู้เรื่องนี้จึงให้ขุนนางคนสนิทตามทำร้ายยอดพุ่ม จนยอดพุ่มคลอดบุตรเป็นชายจึงตั้งชื่อว่าม่านฟ้า ยอดพุ่มนำม่านฟ้าไปฝากเจ้าน้อยอินทาเลี้ยง มณีหยาดรักม่านฟ้า (บอส-โตนนท์ วงบุญ) เหมือนลูกแล้วตนเองก็บวชเป็นชี บรรดาเจ้านางของเจ้าหลวงเมืองคุ้มทะเลาะกันเป็นประจำ ละคร เพลิงพระนาง เจ้าอนัญทิพย์คลอดลูกเป็นชายแต่เกิดมาก็เสียชีวิต จึงพาลเอากับเจ้านางของเจ้าหลวงเมืองคุ้มทะเลาะกันเป็นประจำ ขณะที่เจ้านางตองนวลได้ลูกชาย ให้ชื่อว่าเจ้าตองแปง (ขุน-ชานนท์ อักขระชาตะ) เจ้านางริมบึงคลอดลูกชายชื่อเจ้าครองภพ (กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) เสกขรเทวีได้พระธิดาชื่อว่าเจ้านางทองพญา (แจม-ปณิชดา แสงสุวรรณ) ต่อมาเจ้าอนัญทิพย์ได้ธิดา 2 องค์ องค์โตชื่อเรณุมาศ (ฐิสา-วริฏสา ลิ้มธรรมมหิศร) องค์เล็กชื่อ ปิ่นมณี (เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช) การที่ตองนวลกับริมบึงต่างก็มีลูกชาย ทำให้ตองนวลกีดกันริมบึงทุกอย่าง และหวังว่าจะให้เจ้าตองแปงลูกของตนเป็นเจ้าหลวงองค์ต่อมา แต่ท้าววงษา (โอ๋-ฐาปกณณ์ ดิษยนันทน์) ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ยุยงว่าคนที่จะได้เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อไปคืออุปราชคะนอง ตองนวลเก็บความแค้นใจ และหาทางกำจัดอุปราชคะนองตลอดเวลา เมื่อพระโอรส และธิดาเติบโตขึ้น เจ้าหลวงเมืองคุ้มแต่งตั้งเจ้านางทองพญาขึ้นเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งหมายถึงว่าจะได้เป็นอัครมเหสีของเจ้าหลวงองค์ต่อไปตามกฎมณเฑียรบาลของเมืองทิพย์ อนัญทิพย์โกรธมากที่ตนมีธิดาถึงสองคน แต่กลับไม่ให้รับการแต่งตั้งจากเจ้าหลวงเมืองคุ้ม อนัญทิพย์เริ่มสะสมบริวารด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยมีขุนวังกับท้าววงษาเป็นพวก เพลิงพระนาง เจ้านางตองนวลหาทางผูกมิตรกับฝรั่งตั้งขอที่มักแวะเวียนมาที่เมืองทิพย์เป็นประจำ เพื่อหาทางคานอำนาจกับอนัญทิพย์ เจ้าสำเภางามเตือนตองนวลว่าจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และเตือนอนัญทิพย์ว่าจะทำให้เมืองทิพย์ร้อนเป็นไฟในวันหน้า อนัญทิพย์ฆ่าเจ้าสำเภางามอย่างแยบอล ทำให้เสกขรเทวีกับทองพญาขาดที่พึ่ง มีเพียงริมบึงกับครองภพเท่านั้นที่พร้อมจะปกป้องเสกขรเทวีจนที่สุด ละคร เพลิงพระนาง คอรงภพหลงรักทองพญา แต่ก็เจียมตัวเก็บความรู้สึกนั้นไว้เพียงลำพัง ตองนวลยุยงให้ลูกชายร่วมมือกับฝรั่งตั้งขอสังหารเจ้าคะนองเพื่อให้พ้นทางของตน ปะแดงลูกชายของคะนองตามล้างแค้นตองแปง แต่ก็ถูกกลอุบายของตองนวลหาว่าปะแดงเป็นกบถ ปะแดงจึงต้องหนีออกจากเมืองทิพย์ไป เครือออนผู้เป็นแม่ตกอยู่ในความทุกข์ในฐานะหญิงม่ายไร้ลูกไร้ผัว จึงย้ายจากคุ้มนอกเมืองมาอยู่รับใช้เสกขรเทวี และเจ้านางทองพญาเจ้าหลวงเมืองคุ้มประชาวรหนัก เสกขรเทวีกับริมบึงคอยดูแลปรนนิบัติ อนัญทิพย์ใช้โอกาสนี้สั่งสมอำนาจว่าราชการแทนเจ้าหลวง โดยมีขุนเวียง (วิทย์-ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) และท้าววงษาคอยช่วยเหลือ อำนาจของอนัญทิพย์เริ่มแผ่ไปในวงกว้าง ตองนวล เก็ตถวา และแก้วอากาศจึงหาทางที่จะคานอำนาจกับอนัญทิพย์ โดยยืมมือนายฮาส แม่ทัพฝรั่งเศสมาคานอำเนาจ นายฮาสหลงรักตองนวลจึงขู่ว่าหากตองนวล และลูกเป็นอะไรไป กองทัพของฝรั่งตั้งขอจะโจมตีเมืองทิพย์ทันที อนัญทิพย์ลวงโอรสธิดาที่เกิดจากเจ้านางต่าง ๆ และเจ้าเมืองประเทศราชให้มาเข้าเฝ้าเจ้าหลวงเมืองคุ้มเป็นครั้งสุดท้าย น้อยอินทานำม่านฟ้ามาเฝ้าพ่อ แล้วบอกความจริงแก่เจ้าหลวงเมืองคุ้มว่าม่านฟ้าเป็นลูกที่เกิดจากยอดพุ่ม เจ้าหลวงเมืองคุ้มดีใจมาก อนัญทิพย์รู้เรื่องนี้จึงส่งคนไปฆ่ายอดพุ่มตายถึงในวัด แต่ริมบึงรู้ว่านี่คือกลลวงของอนัญทิพย์จึงให้ครองภพหนีไปครองภพไปลาทองพญา เพลิงพระนาง และได้สารภาพรักต่อกัน เมื่อทุกมาพร้อมกัน อนัญทิพย์ก็จับทุกจำตรุ รวมถึงเจ้าม่านฟ้ากับเจ้าน้อยอินทาด้วย ปิ่นมณีขอให้ปล่อยตัวม่านฟ้าออกมา ม่านฟ้าขอให้ช่วยน้อยอินทาพ่อของตนด้วย น้อยอินทาขอให้อนัญทิพย์นึกถึงบุญคุณแต่ครั้งที่ถูกลอยแพไปอาศัยอยู่ที่เมืองทำคอย ทำให้อนัญทิพย์ยอมปล่อย ตรงนวลรีบเข้ากราบทูลเมืองคุ้มเรื่องแผนการ ร้ายของอนัญทิพย์ และขู่ว่าหากไม่ปล่อยตัวตองแปง ตนจะให้นายฮาสยกทัพมาตีเมืองทิพย์ทำให้อนัญทิพย์ยอมปล่อยตองแปงออกมา ละคร เพลิงพระนาง ตองแปงยิ่งเจ็บช้ำเมื่อรู้ว่าปิ่นมณีหญิงที่ตนหลงรักนั้นกลายเป็นเมียของม่านฟ้าแล้ว เจ้าหลวงเมืองคุ้มสิ้นพระชนม์ด้วยความตรอมใจ เสกขรเทวีกับริมบึงใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อความปลอดภัยของตนส่วนทองพญาเลือกวิธีไปบวชชี และยอมถูกถอดยศจากพระนางหน่อเจ้าหลวง อนัญทิพย์ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับเสกขรเทวี และทองพญา เพราะเกรงว่าจะทำให้บรรดาขุนนาง และเจ้านางต่าง ๆ เกิดความกระด้างกระเดื่องมากขึ้น อนัญทิพย์ตั้งม่านฟ้าเป็นเจ้าหลวง โดยมีเรณุมาศเป็นอัครมเหสี และปิ่นมณีเป็นมเหสีรอง ทำให้ปิ่นมณีโกรธแค้นพี่สาวมาก ม่านฟ้าเป็นหนุ่มรูปงาม อ่อนแอ เชื่อคนง่าย จึงตกอยู่ในอำนาจของอนัญทิพย์ ม่านฟ้าหลงรักเรณุมาศมาก ยิ่งทำให้ปิ่นมณีแค้นใจ และหาทางกีดกันเรณุมาศไม่ให้พบม่านฟ้า ความร้ายกาจของปิ่นมณีทำให้อนัญทิพย์แยกเรณุมาศให้มาอยู่ที่คุ้มของตนปิ่นมณีหวาดระแวงว่าขุนนาง และเจ้านางองค์ต่าง ๆ จะเป็นขบถ โดยเฉพาะเจ้าปะแดง และเจ้าครองภพพี่น้องต่างมารดาที่หลบหนีไปจะรวบรวมไพร่พลกับมายึดอำนาจ จึงส่งทหารออกติดตาม แต่ริมบึงซึ่งติดต่อกับครองภพอยู่ตลอดเวลา ส่งข่าวศึกให้ครองภพ และปะแดงทราบ เพลิงพระนางทำให้ทหารติดตามตัวเจ้าชายทั้งสองมาไม่ได้เสียที ปิ่นมณีมีพระธิดา 2 พระองค์พระพี่เลี้ยงของพระธิดาเป็นหลานของขุนเวียงชื่อเรือนแก้ว ความงามของเรือนแก้วต้องตาเจ้าม่านฟ้ามาก จึงแอบลักลอบไปหาอยู่เสมอ ปิ่นมณีหึงหวง และไม่ยอมให้เจ้าม่านฟ้ามีพระสนม จึงอาละวาดอย่างหนัก อนัญทิพย์ต้องเตือนสติ ให้ปิ่นมณีหันมาทำดีกับเรือนแก้ว แต่ในใจก็ยังคิดกำจัดเรือนแก้วอยู่ตลอดเวลา ต่อมาม่านฟ้าได้รับฎีกาจาราษฎรวุ่นเวียงข่มเหงราษฎรมาก เมื่อสอบสวนดูพบว่าจริง จึงประหารขุนเวียงเสีย ตั้งแต่นั้นมาเรือนแก้วก็หมดวาสนาลง การตายของขุนเวียงทำให้ท้าววงษาเห็นว่าขุนนาง และทหารต่างก็ไม่ปลอดภัยจึงคิดเป็นขบถ ปิ่นมณีออกอุบายจัดงานฉลองเมือง หวังจะลวงศัตรูที่กระด้างกระเดื่องมาฆ่าให้หมดสิ้น แต่เกรงว่าม่านฟ้าจะขัดขวางจึงให้เสวยน้ำจัณฑ์ และให้ดนตรีฉลองกลบเสียงการฆ่าคนจำนวนมาก ต้องนำศพออกไปฝังนอกเมือง กลิ่นศพคลุ้งไปทั่วพระนคร เสกขรเทวีไม่อาจทนต่อไปได้ จึงให้ริมบึงส่งข่าวไปยังครองภพ และปะแดงหาทางนำทหารมาดีเมืองทิพย์ ละคร เพลิงพระนาง อนัญทิพย์ ไม่คิดมาก่อนว่าสตรีที่เงียบขรึม และดูไม่มีพิษมีภัยกลับมีกลศึกที่แยบยลเกินกว่าที่ตนคิด แต่ขณะนี้จะเตือนสติปิ่นมณีอย่างไรก็ไม่เป็นผลแล้ว อนัญทิพย์เริ่มรับรู้ว่าอำนาจที่ตนคิดว่ามีอยู่ล้นฟ้านั้นแท้จริงแล้วบัดนี้ได้เปลี่ยนมือไปสู่ปิ่นมณีจนหมดสิ้น เสกขรเทวีเข้าเฝ้าเจ้าม่านฟ้าเตือนสติให้เป็นเจ้าหลวงที่ทรงธรรม และเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก อนัญทิพย์รู้ข่าว และสังเกตว่าม่านฟ้าให้ความเคารพเสกขรเทวีมาก อนัญทิพย์จึงเปลี่ยนแผนมาทำดีกับเสกขรเทวี จนเสกขรเทวีตายใจ เพลิงพระนาง ยอมไปปฏิบัติธรรมกับตนระหว่างการเดินทางอนัญทิพย์ให้เสกขรเทวีดื่มยาพิษ และผลักตกจากรถม้า แต่เสกขรเทวีได้รับการช่วยเหลือจากครองภพ และปะแดง ซึ่งตั้งกองทหารอยู่บริเวณนั้นปะแดงติดตามอนัญทิพย์มาหวังจะสังหาร แต่ไม่ทันอนัญทิพย์กลับสู่เมืองทิพย์ได้ก่อน เสกขรเทวีเล่าเรื่องราวในเมืองทิพย์ให้ครองภพกับปะแดงทราบ และออกอุบายให้รวบรวมไพร่พลมาช่วยเมืองทิพย์ให้ได้ โดยนำทหารเข้าดีเมืองมีด และสังหารเจ้าเมืองมีดสิ้นพระชนม์ แต่ปะแดงเสียชีวิตในครานั้นทองพญาสึกจากชีไปเป็นอัครมเหสีของเจ้าครองภพที่เมืองมีด ครองภพขอให้เจ้าน้อยอินทาช่วยเหลือเสกขรเทวีกลับมายังเมืองทิพย์โดยการให้เจ้าน้อยอินทามาเยี่ยมเจ้าม่านฟ้าที่เมืองทิพย์ เจ้าม่านฟ้าดีใจยกขบวนเกียรติยศไปรับเจ้าน้อยอินทากับเจ้ามณีหยาด และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาด้วยคือพระนางเสกขรเทวี อนัญทิพย์เองก็ตกใจที่เสกขรเทวีรอดชีวิตกลับมาเสกขรเทวีบอกว่าคนที่ช่วยเหลือตนคือเจ้าน้อยอินทากับเจ้ามณีหยาดตองนวลไม่รู้ข่าวเรื่องเมืองมีดตกเป็นของเจ้าครองภพแล้ว จึงให้ตองแปงหนีภัยไปอยู่เมืองมีด และครองเมืองมีดแทนเจ้าตา แต่เมื่อไปถึงเจ้าครองภก็จับตองแปงจำครู ตองแปงสาปแช่งครองภพ และบอกว่าเมืองมีดกับเมืองทิพย์จะต้องพินาศล่มจม ตองนวลรู้ข่าวลูกจึงลอบให้นายฮาส ชู้รักของตนนำกองทัพฝรั่งตั้งขอมาตีเมืองทิพย์ ครองภพยกทัพมาช่วย โดยนำตองแปงใส่ตรุมาในกองทัพด้วย เพลิงพระนาง แม้ม่านฟ้ากับปิ่นมณีจะนำทหารออกรับศึก แต่ทหารฝีมือดีก็ตายไปหมดในช่วงฉลองเมือง เมืองทิพย์แตกพ่ายในเวลารวดเร็ว ตองนวลกลายเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุด เจ้าม่านฟ้า เจ้าอนัญทิพย์ เจ้านางปิ่นมณี เจ้านางเรณุมาศ เจ้านางริมบึง และเจ้าเสกขรเทวีถูกจับกุมคุมขัง ตองนวลสั่งประหารชีวิตทั้งหมด แต่เจ้าครองภพแบกตรุที่มีร่างของตองแปงผ่านกองทัพของนายฮาส หากว่าทหารของนายฮาสยิงใส่กองทัพเมืองมีด ตองแปงจะต้องตายทันที ละคร เพลิงพระนาง ตองนวลห่วงลูกจึงขอให้นายฮาสปล่อยทัพเมืองมีดกลับคนไป โดยแลกกับชีวิตของตองแปง เมื่อตองแปงได้กลับคืนสู่เมืองมีด ก็คิดตั้งตองนวลแม่ของตนครองเมืองทิพย์ ตองแปงลอบฆ่านายฮาสแต่ถูกนายฮาสยิงตาย จับตองนวลพร้อมทุกคนลงเรือไปอินเดีย แต่งตั้งเสกขรเทวีเป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองทิพย์ริมบึงขออยู่รับใช้เสกขรเทวี ที่อินเดีย ม่านฟ้าได้พบกันเรือนแก้ว หญิงที่เคยเป็นเมียของตน ม่านฟ้าอยู่กินกับเรือนแก้วอย่างเปิดเผย ชีวิตที่อัดคัดในฐานะเชลยศึกของกองทัพอังกฤษ ทำให้ปิ่นมณีฆ่าตัวตายอนัญทิพย์อยู่อย่างเศร้าโศก ต่อมาไม่นานก็ได้ข่าวว่าเสกขรเทวีประชวร และสิ้นพระชนม์ เพลิงพระนาง อังกฤษให้กงสุลปกครองเมืองทิพย์ ม่านฟ้า และทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ขอกลับไปใช้ชีวิตอย่างสามัญชนที่เมืองทิพย์ เมื่อมาถึงคุ้มหลวงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของฝรั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป บัลลังก์ดั่งทองถูกตั้งจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ตองนวลในวัยชราไปกราบกู่เจ้าหลวงเมืองคุ้ม และหลุมศพของตองแปง ความเสียใจทำให้ตองนวลเสียสติ ส่วนอนัญทิพย์มีอาจตัดใจมากอำนาจที่ตนเคยมีได้ ในเวลาค่ำคืนนางลอบเข้าไปในคุ้มหลวง และก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์ดั่งทองในคุ้มหลวงพร้อมกับกลั้นใจตายบนบัลลังก์อันเป็นที่ปรารถนาของตนมาตลอดชีวิต ติดตามชม ละครเพลิงพระนางตอนแรก ออนแอร์ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงละคร เพลิงพระนาง พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท เจ้านางอนัญทิพย์จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท เจ้านางเสกขรเทวีเคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท เจ้าหลวงเมืองคุ้มวินัย ไกรบุตร รับบท เจ้าหลวงบุรพคามชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท เจ้านางตองนวล โตนนท์ วงศ์บุญ รับบท เจ้าหลวงม่านฟ้าวริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร รับบท เจ้านางเรณุมาศทัศนียา การสมนุช รับบท เจ้านางปิ่นมณีปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท เจ้านางทองพญาอนุวัฒน์ ชูเชิดรัตน์ รับบท เจ้าครองภพ ชานนท์ อักขระชาตะ รับบท เจ้าตองแปงชัชฎาภรณ์ ธนันทา รับบท เจ้านางริมบึงชไมพร จตุรภุช รับบท เจ้าสำเภางาม >>ติดตามชมย้อนหลังเพลิงพระนางได้ที่นี่<<

เลิกแบ๊วแล้วคร่า!! มารี เบิร์นเนอร์ โชว์เซ็กซี่ตามนี้
มารี เบิร์นเนอร์ /  โชแปง / 

  ตั้งแต่ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระไร้สังกัด นักแสดงสาว มารี เบิร์นเนอร์ ก็มีงานละครล้นมือถึงShe จะไม่ค่อยได้ออกงาน อีเว้นต์เหมือนนักแสดงคนอื่นๆ แต่ก็ทำให้สาวมารีแฮปปี้มากเพราะได้ทำอะไรมากขึ้น ล่าสุดShe ก็สลัดลุคนางเอกแบ๊วๆ มาโชว์ความเซ็กซี่กับทางนิตยสาร RUSH อีกครั้ง ซึ่งสาวมารีเปิดใจว่า   “ได้กลับมาร่วมงานกับ นิตยสาร RUSH เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ รู้สึกดีใจมากๆ ที่พี่ๆทีมงานเรียกกลับมาทำงานอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ได้ทำอะไรที่แตกต่างกว่าคราวที่แล้ว ลุคและสไตล์การแต่งตัวจะดูโตขึ้นมาก ไม่แบ๊วเท่าคราวที่แล้ว เพราะครั้งนี้ดูเซ็กซี่เฉี่ยวมากขึ้น แต่จริงๆ หนูไม่อยากโดนมองว่าเป็นคนเซ็กซี่เลย เกรงใจโชแปงเหมือนกันถ้าหนูต้องมาถ่ายเซ็กซี่มากๆ เพราะเขาก็ค่อนข้างหวง แต่ก็โชคดีที่เขาเข้าใจว่านี่เป็นงานของเราเลยไม่มีปัญหา สำหรับเรื่องความรักยังดีเหมือนเดิม ยังเข้าใจกันดีเหมือนเดิม ทะเลาะกันน้อยลงคงเป็นเพราะเราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก็เหตุผลมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แล้วก็พยายามประคับประคองความรักให้ดีที่สุด หนูมองว่าการมีความลับ การไม่ไว้ใจกัน การไม่คุยกันตรงๆ ไม่ชัดเจน ปัญหาจะตามมาแน่ๆ ก็พยายามไม่ทำซึ่งกันและกันค่ะ” มารี เบิร์นเนอร์ มารี เบิร์นเนอร์ มารี เบิร์นเนอร์ มารี เบิร์นเนอร์ ขอบคุณภาพจากนิตยสาร RUSH

ละครคู่ซ่า รสแซ่บ , เรื่องย่อคู่ซ่า รสแซ่บ
ละครคู่รักรสแซบ /  ละคร คู่รักรสแซบ ช่อง7 / 

คู่ซ่า รสแซ่บ บทประพันธ์...ชยุต รัตนกรีบทโทรทัศน์...พิง ลำพระเพลิงผู้จัดโดย...ธีระศักดิ์ พรหมเงินกำกับการแสดง...เอกภพ ตันหยงมาศกุลออกอากาศทาง...สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7ผลิตโดย...บริษัท มุมใหม่ จำกัด เรื่องวุ่นๆ เริ่มต้นขึ้น เมื่อลูกสาวเจ้าของโรงงานปลาร้า จับพัดจับผลูมาแต่งงานกับไฮโซหนุ่มเนื้อหอม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ หญิงสาวจากแดนอีสาน ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กับชายหนุ่มที่แสนจะหยิ่งทะนง แถมพกพาความดันทุรังสูงมาตั้งแต่เกิด ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้ข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายสงครามการต่อสู้เพื่อประกาศชัยชนะระหว่างหนึ่งหนุ่มกับหลายสาว จึงเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับความรู้สึกผูกพันของคู่รักต่างถิ่น ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ชัดเจนไปด้วยความรู้สึกของคนสองคน สุดท้ายแล้ว เรื่องราววุ่นๆ จะลงเอยอย่างไร มีเพียง แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลเท่านั้น ที่รู้คำตอบ เรื่องย่อ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบสิบปี โรงงานทำปลาร้าแปรรูป แม่ศรีไทยแลนด์ ต้องกลายเป็นโรงงานร้าง เนื่องจากตัวโรงงาน เครื่องจักรในการผลิต ตลอดจนวัตถุดิบฯลฯ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของโรงงานเสียหายจนไม่อาจนำกลับมาใช้งานได้ หายนะที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้ เรือนแก้ว(มณีนุช เสมรสุต) ผู้เป็นเจ้าของถึงกับล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล เดือดร้อนถึง รสริน (พีชญา วัฒนามนตรี) ลูกสาวคนเดียว ที่ต้องรับภาระในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงาน รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจมารดา ทั้งที่ความจริงแล้ว รสรินเองก็น้ำตาตกในไม่ต่างจากเรือนแก้วเท่าไรนัก โชคดีที่สองแม่ลูกยังมี สายบัว(ศิรินุช เพ็ชรอุไร) พี่สาวคนเดียวของเรือนแก้วคอยเตือนสติให้กำลังใจ กระทั่งเรือนแก้วมีอาการดีขึ้น หลังออกจากโรงพยาบาล เรือนแก้ว สายบัว และรสริน เริ่มต้นปรึกษาหาทางออกให้กับธุรกิจของครอบครัว ที่เวลานี้ แทบมองไม่เห็นหนทางในการฟื้นฟูกิจการให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เนื่องจากขาดเงินทุนหมุนเวียน รสรินบอกให้แม่ไปยืมเงินจากญาติทางพ่อซึ่งมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี แต่เรือนแก้วรู้อยู่แก่ใจดีว่าญาติของ อรรณพ ไม่เคยยอมรับเธอในฐานะสะใภ้ และหลังจากอรรณพจบชีวิตลงด้วยโรคร้าย สองแม่ลูกจึงกลายเป็นคนอื่น แม้แต่นามสกุล เรือนแก้วกับลูกสาวยังต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล เนินสูงชัน ตามเดิม เรือนแก้วนึกได้ว่า อรรณพมีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งชื่อ ศักดิ์สกุล(ทูน หิรัญทรัพย์) ประสบความสำเร็จร่ำรวยจากการทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เขาได้ให้นามบัตรไว้กับเรือนแก้วพร้อมกับย้ำว่า หากเธอมีเรื่องเดือดร้อนให้ติดต่อเขาได้ทุกเวลา เรือนแก้วจึงตัดสินใจโทรศัพท์เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโรงงานให้ศักดิ์สกุลฟัง พร้อมทั้งเอ่ยปากขอกู้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาปรับปรุงโรงงานและซื้อเครื่องจักร ศักดิ์สกุลรีบเดินทางมาพบเรือนแก้วกับรสริน พร้อมนำเช็คเงินสดสามสิบล้านบาทมามอบให้สองแม่ลูก โดยไม่มีสัญญาเงินกู้ เรือนแก้วกับรสรินจึงลังเลที่จะรับความช่วยเหลือ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อสองแม่ลูกถามความเห็นของสายบัว ซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอยู่แล้ว ก็ได้รับคำตอบว่า ขืนรับความช่วยเหลือครั้งนี้ ดีไม่ดี โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ อาจตกเป็นของศักดิ์สกุลในอนาคตก็เป็นได้ เรือนแก้วจำต้องปฏิเสธความช่วยเหลือจากศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลดูเหมือนจะรู้เท่าทันความคิดของสามสาวตระกูลเนินสูงชัน เขาจึงขอคุยกับเรือนแก้วเป็นการส่วนตัว ศักดิ์สกุลจึงเล่าถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับอรรณพที่ผ่านมาให้เรือนแก้วฟัง ก่อนจะตบท้ายด้วยการเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ศักดิ์สกุลไม่ต้องการให้ กรพงศ์(ศุกลวัฒน์ คณารศ) ลูกชายคนโตแต่งงานกับ อรอาภา(ธัญกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์) ลูกสาวคนเดียวของ รัฐมนตรีวีระ(กฤตย์ อัทธเสรี) นอกจากนั้นเขายังต้องการดัดนิสัย เจ้าชู้ เอาแต่ใจของลูกชาย ที่วันๆ ไม่ยอมทำงานทำการ เวลานี้เขามองไม่เห็นใครที่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยลูกชายให้รอดพ้นจากเงื้อมือของอรอาภาได้ นอกจาก รสริน เพียงคนเดียวเท่านั้นและเขาเชื่อว่าผู้หญิงอย่างรสรินนี่ละที่จะปราบพยศลูกชายได้ ถ้าเรือนแก้วคิดจะตอบแทนความช่วยเหลือของเขา ก็ต้องยอมให้รสรินแต่งงานจดทะเบียนกับกรพงศ์ซึ่งจะทำกันแต่เพียงในนามเท่านั้น หลังจากเรือนแก้วนำเงินมาใช้คืนรสรินก็จะเป็นอิสระทันที เรือนแก้วจึงเรียกรสรินมาพูดคุยถึงข้อเสนอของศักดิ์สกุล รสรินตอบ ปฎิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เรือนแก้วจนใจไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาจูงใจลูกสาวให้ร่วมมือกับภารกิจครั้งนี้ สายบัวซึ่งนั่งฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นคนชี้หนทางสว่างให้หลานสาว ด้วยการอ้างถึงความเดือดร้อนของคนงานหลายสิบชีวิตที่ต้องตกงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากรับฟังเหตุผลยาวเหยียดจากป้าสายบัวในที่สุดรสรินจึงตอบตกลงรับข้อเสนอของศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลที่พอรู้ข่าวก็วางแผน ปรึกษากับ พิมพ์เพทาย(ณัฐชา นวลแจ่ม) ลูกสาวคนเล็กของเขา ที่ไม่ต้องการให้พี่ชายตกเป็นเหยื่อนางแบบสาวที่สวยแต่รูปอย่างอรอาภา และหลังจากสองพ่อลูกคิดแผนการเพื่อรับมือกรพงศ์กับ ดวงกมล(เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์)ได้แล้ว ศักดิ์สกุลจึงเริ่มดำเนินการตามแผนทันที กรพงศ์ถึงกับร้องลั่นเมื่อศักดิ์สกุลบอกเรื่องที่เขาต้องแต่งกับลูกสาวเจ้าของโรงงานทำปลาร้า ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไง เขาก็ไม่อยมทำตามคำสั่งของพ่อเป็นอันขาด ศักดิ์สกุลจึงยื่นคำขาดว่า จะยกเลิกบัตรเครดิตทุกใบที่กรพงศ์ครอบครอง รวมทั้งเงินได้รายเดือนที่ไม่รับ เมื่อได้ฟังคำพูดของบิดาชายหนุ่มถึงกับคอตก สุดท้ายจึงยอมรับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี หลังจากนั้นกรพงศ์และอรอาภาได้มาแอบดูหน้าว่าที่เจ้าสาวก่อนที่บ้านเกิดรสริน ก็เกิดตกใจเพราะเข้าใจผิดว่าจิ้งหรีด(ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี)ลูกสาวคนงาน คือ รสริน ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กรพงศ์คิดจะล้มงานวิวาห์ให้ได้ ศักดิ์สกุลได้พากรพงศ์มาที่ขอนแก่นอีกครั้ง กรพงศ์จึงแอบหนีออกมาเที่ยวในเมือง ได้มาเจอกับรสรินซึ่งก็เกิดชอบในหน้าตา และนิสัยของหญิงสาว แต่รสรินไม่ยอมบอกความจริงว่าตัวเองเป็นใคร ทำให้กรพงศ์ยิ่งอยากค้นหาและสุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอและอยากพาหนีไปอยู่ด้วยกัน ในระหว่างที่ทั้งคู่ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ กรพงศ์มักจะพูดจาให้ร้ายว่าที่เจ้าสาวว่าเป็นคนไม่สวย หวังแต่จะเกาะครอบครัวตนกิน ทำให้รสรินคิดแผนดัดหลังจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ งานแต่งงานระหว่างกรพงศ์กับรสรินจึงเกิดขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน และบรรดาหญิงสาวที่เคยควงคู่กับกรพงศ์มาก่อน มีเพียงอรอาภาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ถึงความจำเป็นในการตัดสินใจแต่งงานกะทันหันของชายหนุ่มที่เธอหมายปองในครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านั้นดวงกมลยังคงยืนยันว่าต้องการให้เธอเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์เหมือนเดิม อรอาภาจึงขนบรรดาเหล่าเพื่อนนางแบบมาเฉิดฉายในงานแต่งของกรพงศ์กับรสริน และจัดการลักหาตัวจิ้งหรีดที่นึกว่าเป็นรสรินไปทำให้เสียโฉมเพิ่มความอับอายหวังล้มงานวิวาห์ แต่สุดท้ายเมื่อทุกคนมาเห็นรสรินตัวจริง กรพงศ์เกิดอาการตะลึงและโมโหที่ตัวเองโดนหลอก อรอาภารู้สึกเสียหน้าที่เห็นหน้ารสรินที่ทั้งสวย หุ่นดี บุคลิกกลักษณะไม่มีเค้าบ้านนอกอย่างที่เธอวาดไว้ อรอาภาต่อว่ากรพงศ์ที่หลอกเธอเรื่องรสริน เพราะอรอาภารู้ดีว่า ถึงกรพงศ์ไม่เต็มใจแต่งงาน แต่พ่อปลาไหลจอมเจ้าชู้อย่างเขามีหรือจะไม่เนื้อเต้นที่ได้แต่งงานกับสาวสวยหุ่นดี ถึงจะเป็นทายาทโรงงานปลาร้า กรพงศ์ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเขากับรสรินแต่งงานกันเพียงในนามเท่านั้น แถมยังหยอดคำหวานว่าทันทีที่เขาหย่าขาดกับรสริน เขาจะรีบแต่งงานกับอาอาภากันที ชายหนุ่มทั้งแค้นและอยากเอาคืนรสริน ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนตกอยู่ในสายตาของรสรินที่เริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขา เพื่อจะได้วางแผนรับมือกับการทำหน้าที่ภรรยาพ่อปลาไหล และลูกสะใภ้ตระกูลศาสตราบุรินทร์ในครั้งนี้ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ข่าวการแต่งงานของรสรินสร้างความเสียใจให้กับ พลวัฒน์ (ธนากร ศรีบรรจง) เพื่อนชายคนสนิทที่แอบหลงรักรสรินมานาน แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอรู้สึกกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น และเธอรู้ดีว่า นวลพรรณ (วรางคนาง วุฑฒยากร) เพื่อนรักของเธอรู้สึกอย่างไรกับพลวัฒน์ เมื่อรสรินแต่งงานกับกรพงศ์แล้ว เธอคิดว่าอีกไม่นานพลวัฒน์คงตัดใจจากเธอได้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนวลพรรณด้วยเช่นกันหลังจากรสรินก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์ หญิงสาวต้องย้ายจากต่างจังหวัดมาอยู่ในบ้านศักดิ์สกุลที่กรุงเทพฯ พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาธุรกิจบ้านจัดสรรที่ศักดิ์สกุลเพิ่งเริ่มดำเนินโครงการได้เพียงไม่นาน พร้อมๆ กับการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ ด้วยการประกาศตัวกับสาวๆ ทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสามีตามกฏหมาย นอกจากนั้นเธอต้องดึงชายหนุ่มเข้ามาทำงานที่บริษัท กรพงศ์ต่อต้านทุกอย่างที่รสรินสั่งให้เขาทำ ก่อนแต่งงานเคยทำตัวอย่างไร เขาก็ทำอย่างนั้น รสรินเริ่มถอดใจในการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ เธอคิดจะกลับบ้านไปช่วยเรือนแก้วบริหารโรงงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อใช้หนี้หมดแล้วเธอค่อยหย่าขาดจากชายหนุ่ม เวลานี้นอกจากจิ้งหรีดที่เรือนแก้วส่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอแล้ว เธอก็แทบไม่มีใครที่สามารถพูดคุยปรับทุกข์ด้วยได้ ขณะที่รสรินเกิดความท้อแท้ โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ก็เริ่มกลับเข้าสู้ภาวะปกติ ยอดสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ตรงกันข้ามกับโครงการบ้านจัดสรรของศักดิ์สกุบที่เริ่มประสบปัญหา เนื่องจากถูกมือดีปล่อยข่าวเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน กระทั่งทางเขตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แม้ผลการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยดี แต่ข่าวที่ออกไป กลับส่งผลกระทบต่อยอดสั่งจอง รสรินรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรร เธอจึงโทรไปปรึกษากับนวลพรรณหญิงสาวแนะนำให้รสรินไปขอความช่วยเหลือจากพลวัฒน์ ที่เวลานี้ทำงานอยู่สำนักพิมพ์บ้านแสนสุขซึ่งจัดพิมพ์นิตยสารเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน รสรินตอบตกลงทันทีเพื่อพลิกวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์กับบริษัท ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินจึงเริ่มต้นภารกิจกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท เมื่อเหตุการณ์ภายในบริษัทเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี รสรินได้รับการยอมรับจากศักดิ์สกุลมากขึ้น ถึงขนาดต้องการให้หญิงสาวกับลูกชายมีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง แต่อรอาภายังคงเกาะติดกรพงศ์ รสรินเริ่มลุกขึ้นมาตอบโต้ กรพงศ์เริ่มเห็นใจ รสริน เพราะนอกจากหญิงสาวจะต้องเป็นฝ่ายรับมือดวงกมลกับอรอาภาแล้ว เธอยังต้องช่วยทำงานในบริษัท ไหนจะต้องคอยดูแลปรนนิบัติเขาในฐานะภรรยา ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้า จะยกเว้นเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องบนเตียง กรพงศ์ไม่รู้เลยว่า ทุกเรื่องที่รสรินทำให้เขานั้น นอกเหนือจากต้องการตอบแทนบุญคุณของศักดิ์สกุลแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่รสรินเก็บไว้ในใจก็คือ เธอต้องการเอาชนะกรพงศ์ให้หันมาสนใจเธอ จากที่เคยตั้งแง่รังเกียจรสริน กรพงศ์เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้หญิงสาว เขาพยายามหัดกินอาหารที่มีส่วนผสมของปลาร้าที่หญิงสาวทำขึ้นโต๊ะ นากจากนั้นกรพงศ์ยังหันมาศึกษาธุรกิจของครอบครัว เขาเริ่มเข้าไปทำงานในบริษัท พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของชายหนุ่มสร้างความแปลกใจให้กับทุกคนในครอบครัวอานนท์น้องชายสุดหล่อของรสรินเรียนจบกับมาจากเมืองนอก รสรินเข้าใจว่าน้องชายไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเธอสั่งไม่ให้ใครบอกน้องกลัวน้องจะเรียนไม่จบ แต่สายบัวกลับส่งข่าวบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับรสรินทั้งหมดให้อานนท์ทราบ ทำให้อานนท์ไม่พอใจครอบครัวของกรพงศ์ และอานนท์ก็เอาความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปโยนให้กับพิมพ์เพทายน้องสาวของกรพงศ์นั่นเอง ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินเริ่มเห็นตัวตนอีกด้านของกรพงศ์ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกดีให้กับเธอ แต่หญิงสาวพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยกับชายหนุ่ม เพราะรู้ดีว่าหลังจากเรือนแก้วนำเงินมาคืนศักดิ์สกุลครบตามจำนวนที่ยืมไปเสร็จเรียบร้อย เธอก็ต้องหย่าขาดจากกรพงศ์อยู่ดี อานนท์แสดงความไม่พอใจบ้านศาสตราบุรินทร์ทั้งบ้านไม่เว้นแม้แต่ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทาย จนถูกพิมพ์เพทายตอกหน้ากลับไป อานนท์ขอร้องให้รสรินเลิกกับกรพงศ์แล้วกลับบ้าน แต่รสรินปฏิเสธอ้างว่าต้องทำตามสัญญา ทางด้านแม่ศรีไทยแลนด์ กิจการโรงงานปลาร้าดีขึ้นตามลำดับ พอรู้ข่าวเรื่องศาสตราบุรินทร์ก็กระวนกระวาย อานนท์เห็นพิมพ์เพทายถูกโจมตีในเฟส ก็เริ่มสงสาร อดไม่ได้ที่จะเข้าไปสู้กับพวกเกรียนคีย์บอร์ด จนถูกเอาไปลือว่าเป็นผัวพิมพ์เพทาย แต่แล้วอรอาภาต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อศักดิ์สกุลกับกรพงศ์ปฏิเสธการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างไม่ใยดี แถมสองพ่อลูกยังบอกอีกว่า เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นเพราะแผนการชั่วร้ายของอรอาภา ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร อรอาภาจึงเชิดหน้ากลับไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะคิดว่าอีกไม่ช้ากรพงศ์กับครอบครัวจะต้องกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่เธอได้เงินมาฟรีๆ ถึงสามสิบล้านบาท อานนท์คิดเข้าทางอรอาภาเพื่อหาวิธีเอา 30 ล้านมาคืน อรอาภาหลงคารมอานนท์จนยอมเลิกกับหนุ่มไฮโซคนใหม่ที่เพิ่งคบแล้วเผยไต๋เรื่องความลับต่างๆออกมาจนหมด อานนท์เอาหลักฐานอันนี้ไปบลัฟ รมต.วีระให้คืนเงิน 30 ล้าน พร้อมกับให้แก้ข่าวให้ศาสตราบุรินทร์ รมต.วีระจำใจทำตามทั้งที่ยังแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ พิมพ์เพทายขอบคุณและเผลอกอดเขา ทั้งคู่เริ่มรู้ใจตัวเองว่าเริ่มชอบกันแล้ว แต่ยังคงวางท่ากันอยู่ ขณะที่เหตุการณ์ภายในครอบครัวกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี กรพงศ์กลับกำลังรับรู้ถึงความสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่า ขณะนี้ครอบครัวเขาต่างหากที่มีหนี้สินติดค้างกับครอบครัวรสรินดังนั้น คงถึงเวลาที่เขาต้องหย่าขาดกับหญิงสาว ตามที่ศักดิ์สกุลได้บอกไว้ เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบหญิงสาว เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่ากับรสรินทันที รสรินเข้าใจว่ากรพงศ์ต้องการหย่าเพื่อกลับไปหาอรอาภา หญิงสาวจึงรีบทำตามความต้องการของชายหนุ่มทันที เมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระแล้ว รสรินได้เข้าไปลาศักดิ์สกุล ดวงกมล พิมพ์เพทาย ก่อนออกเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดทันที ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ในวันที่รสรินเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด พลวัฒน์ได้ขับรถมารับเธอที่บ้าน เมื่อกรพงศ์เห็นลักษณะท่าทางสนิทสนมที่สองหนุ่มสาวแสดงออกต่อกัน ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกผูกพันที่มีต่อรสริน หลังจากวันที่หญิงสาวจากไปกรพงศ์เอาแต่เก็บตัวไม่พูดไม่จากับใครอาการซึมเศร้าของชายหนุ่มหาได้รอดพ้นจากสายตาคนในบ้าน เช่นเดียวกับรสริน หลังจากเป็นอิสระและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดตามเดิม หญิงสาวได้แต่ทุ่มเทให้กับการทำงานในโรงงานวันๆ แทบไม่พูดไม่จากับใคร เรือนแก้วกับสายบัวต่างเฝ้ามองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนของรสรินด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เรือนแก้วจึงโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวให้ศักดิ์สกุลฟัง ถึงได้รู้ว่ากรพงศ์ก็มีอาการเดียวกับรสริน ทั้งสองฝ่ายจึงสรุปว่าสองหนุ่มสาวนั้นรักกัน และจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และแล้ว...แผนการพิสูจน์รักของกรพงศ์กับรสรินจึงเริ่มต้นขึ้น ในวันที่กรพงศ์ได้รับบัตรเชิญงานแต่งงานระหว่างพลวัฒน์กับรสริน ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ศักดิ์สกุลกับดวงกมลเห็นอาการของลูกชายจึงรีบใส่ไฟว่า รสรินจำเป็นต้องแต่งงานกับพลวัฒน์เพื่อจะได้ลืมกรพงศ์ พร้อมทั้งกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เพราะไม่อยากเป็นแม่หม้ายตั้งแต่ยังสาว ละครคู่ซ่า รสแซ่บ กรพงศ์เริ่มคิดได้ว่า รสรินต้องมีใจให้เขาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบแต่งงานเพื่อจะได้ลืมเขาตามที่ศักดิ์สกุลกับดวงกมลบอก คิดได้อย่างนั้นแล้ว กรพงศ์จึงรีบขับรถมุ่งหน้าไปหารสรินเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่จะมีขึ้น เมื่อเดินทางไปถึงที่หมาย กรพงศ์รีบบุกขึ้นไปหารสรินถึงห้องนอนของหญิงสาว รสรินซึ่งกำลังแต่งตัวเพื่อเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณ ถึงกับตกใจและแปลกใจ เมื่อกรพงศ์ตรงเข้ากอดเธอพร้อมทั้งสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอ ก่อนจะขอร้องให้เธอยกเลิกงานแต่งงานกับพลวัฒน์และกลับไปเป็นภรรยาเขาตามเดิม ด้านอานนท์ก็อ้อมแอ้มขอจีบพิมพ์เพทาย พิมพ์เพทายขอดูความประพฤติก่อนว่าจะไม่เป็นอย่างพี่ชายเธอ อานนท์เลยบอกว่าจะพิสูจน์ให้ดู รสรินดีใจที่ได้ฟังคำสารภาพรักจากกรพงศ์ หญิงสาวตัดสินใจบอกความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มพร้อมทั้งย้ำว่างานแต่งงานในวันนี้ เป็นงานแต่งของพลวัฒน์กับนวลพรรณ ส่วนเธอเป็นแค่เพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณแค่นั้น กรพงศ์ได้ฟังจึงหยิบการ์ดที่มีชื่อของรสรินกับพลวัฒน์ให้รสรินดู เมื่อเห็นการ์ดงานแต่งงานนั้นแล้ว รสรินรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนการของเรือนแก้วกับศักดิ์สกุลอย่างแน่นอน หลังจากกรพงศ์ได้ปรับความเข้าใจกับรสรินเสร็จเรียบร้อย สองหนุ่มสาวจึงพากันออกมานอกห้องและได้พบว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพร้อมทั้งคู่บ่าวสาวตัวจริงของงานได้ออกมายืนรอต้อนรับ ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ที่แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลได้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ด้วยความรักความเข้าใจที่มีให้กันตลอดไป... รายชื่อนักแสดง ละครคู่รักรสแซบ พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสริน เนินสูงชัน ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท กรพงศ์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท อานนท์ ณัฐชา นวลแจ่มรับบท พิมพ์เพทาธนากร ศรีบรรจง รับบท พลวัฒน์ วรางคนาง วุฑฒยากร รับบท นวลพรรณ ธันยกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์ รับบท อรอาภามณีนุช เสมรสุต รับบท เรือนแก้วทูน หิรัญทรัพย์ รับบท ศักดิ์สกุล ศาสตราบุรินทร์เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท ดวงกมล ศาสตราบุรินทร์ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ

ละครนักบุญทรงกลด , เรื่องย่อนักบุญทรงกลด
ละคร นักบุญทรงกลด /  ละคร นักบุญทรงกลด ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : เพชร สถาบันบทโทรทัศน์โดย : ภูมิแผ่นดินกำกับการแสดงโดย : ชัยวุฒิ เทพวงษ์ผลิตโดย : บริษัท คนทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด เรื่องย่อละคร นักบุญทรงกลด นักบุญ ทรงกลด ทหารรับจ้างรบสงครามเวียดนามมีนัดเจอกับ เฉ่า แซ่ฉ่อย เพื่อนรักที่บาร์แห่งหนึ่ง แต่ดันไปมีเรื่องกับทหารอเมริกัน แล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าทหารอเมริกันตาย ทั้งนักบุญและเฉ่า ต้องพากันหนีการไล่ล่าอย่างหัวชุกหัวชุน ทั้งคู่คลาดกันที่สถานีรถไฟ เฉ่าถูกควบคุมตัวไว้ได้ในขณะที่นักบุญถูกล้อมจับบนรถไฟจนต้องหนีเอาตัวรอดด้วยการโดดออกจากโบกี้รถไฟลงแม่น้ำหลวงพ่อจันเป็นคนช่วยนักบุญไว้ นักบุญเล่าความฝันของเขาให้หลวงตาฟัง หลวงพ่อซึ่งรู้ถึงวาระจิตของนักบุญ บอกว่าถึงเวลาที่นักบุญจะต้องสร้างกรรมดีเพื่อประเทศชาติแล้ว ยิ่งสร้างความงุนงงแก่นักบุญ หลวงตาจนจึงมอบสร้อยที่ห้อย แพนดูลั่ม ให้และสั่งให้นักบุญเดนิทางไปที่ จ.ระนอง ละคร นักบุญทรงกลด นายทรงศักดิ์ จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในคฤหาสน์ของเขา เพื่อต้อนรับ เทียบหอม ลูกสาวคนเดียวของเขาที่สำเร็จการศึกษา สาขาวิศวกรรมเหมือนแร่ เทียนหอมจะมาช่วยธุรกิจครอบครัว และมีโครงการที่จะเดินทางไปสำรวจป่าไม้ และเหมืองแร่ที่ระนอง ระหว่างที่เดินทางไประนอง ในขณะที่รถทัวร์ของนักบุญโดนกลุ่มของเสือใบดักปล้น เสือใบเห็นรถของทรงศักดิ์จอดอยู่ ด้วยความถูกใจเทียนหอมเลยฉุดเอาตัวเทียนหอมขึ้นม้าไปนักบุญสะกดรอยตามไปช่วยเทียนหอมถึงชุมเสือใบ แล้วพากับหนีจนไฟพักในถ้ำแห่งหนึ่ง คืนนั้นเองเทียนหอมเปิดกระเป๋านักบุญเห็นหนังสือพิมพ์มีข่าวว่าประกาศจับคนร้ายชื่อนักบุญ เทียนหอมกลัวเลยวิ่งหนีออกไปจนไปตกหลุมดักสัตว์ของพรานสิงห์ และนักบุญก็ต้องตามไปช่วยขึ้นมาอีกครั้ง นายทรงศักดิ์กระวนกระวายใจมาก นอกจากเขาแจ้งตำรวจให้ตามหาลูกสาวเขาแล้ว เขายังจ้าง จินฟง เหมยฮัว และฟู่เฉิน ออกตามหาอีกด้วย เสือผาดจอมโจรไร้หน้า กำลังคิดการใหญ่ที่จะปล้นใครบางคนในตัวจังหวัดระนอง เขาต้องการสมัครพรรคพวกเพิ่ม นอกจาก เพลิงมือมีด และมิ่งมือตะขอ จึงบุกไปช่วยลูกน้องเก่าแหกคุกเพื่อต้องการลูกน้องเพิ่ม ในจำนวนนี้มีนักโทษประหารที่ชื่อเสือครุย เคราดก ลอบหนีออกมาด้วย และตามไปรับใช้เสือผาดที่ชุมเสือของเสือผาดที่เขาหัวโล้นและแห้งแล้ง ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าของเสือผาด เพราะเสือผาดสวมหน้ากากตลอดเวลาอีกทั้งยังเก็บตัวมิดชิดไม่ยุ่งกับใคร ละคร นักบุญทรงกลด นักบุญ กำลังจะพาเทียนหอมออกจากป่า แล้วมาเจอกับฟู่เฉิน จินฟง และเหมยฮัว เกิดการต่อสู้กันนักบุญสู้ไม่ได้ และได้รับบาดเจ็บแต่หนีไปได้ จินพ่งแสดงตัวว่าเขาได้รับการว่าจ้างจากนายทรงศักดิ์ให้มาตามหาเทียนหอม เทียนหอมดีใจเป็นเพื่อนกับเหมยฮัว เดินทางมาถึงจังหวัดระนอง และต้องการเงินใช้ จึงเข้าไปต่อยมวยที่สนามมวยของกิตากาว่า เขาชกชนะเป็นที่ประทับใจของกิตากาว่า กิตากาว่ารับเฉ่าเป็นลูกน้องประจำ ซึ่งก็ต้องทำงานกับพวกของจินฟงด้วย ทั้งหมดวางแผนที่จะออกสำรวจป่า และเหมืองแร่ นายทรงศักดิ์อยากซื้อเหมืองแร่ของโมรี กิตากาว่ารับเป็นนายหน้าเจรจาให้ โมรีมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเสือผาดแบบลับ ๆ ดังนั้นเธอจึงมีคนคุ้มครอง แม้แต่ตำรวจในสามจังหวัดใกล้เคียงยังไม่กล้ากับเธอ และมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นใบหน้าของเสือผาด ตอนนี้โมรีต้องการคนที่จะมาเป็นบอดี้การ์ด เสือผาดกำลังจัดหาให้ และให้โมรีมาเลือกเอาเอง กริช ไม่พอใจที่โมรีไปคบกับเสือผาด แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพราะไม่อยากมีเรื่องกับเสือผาด นักบุญหนีหัวชุกหัวชุนมาตามป่าแถวชายแดน แล้วมาพบกับจำโทน ตำรวจตะเวนชายแคน นักบุญบอกว่าเขาหนีคดีมาแล้วเล่าความจริงให้ฟัง จ่าโทนเข้าใจและเห็นว่านักบุญมีฝีมือ แทนที่จ่าโทนจะจับเขากลับแนะนำให้ไปที่ชุมเสือผาด โมรีเห็นนักบุญก็ถูกใจ จึงขอไว้เป็นลูกน้อง โดยทดสอบฝีมือด้วยการเอาไปต่อยมวยประชัน กับคนของมาดามหว่าหวา ก็คือ เฉ่า งานนี้ทำให้เพื่อนรักได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งคู่ต่อยกันไม่มีใครยอมใคร พรานสิงห์บังเอิญไปพบกับจอมปลวกในป่า ซึ่งที่แท้คือศพของกุลีจีนที่ตายไปกว่าปีแล้ว ละคร นักบุญทรงกลด พรานสิงห์ตกใบเอามีดแซะดูและก็มีทองก้อน หลนลงมา พรานสิงห์เอาทองไปขาย เจ้าของร้านซื้อไว้และนำไปขายต่อให้ก็กิตากาว่า กิตากาว่าแปลกใจที่ทองก้อนนี้มีสัญลักษณ์รูปดอกซากุระเช่นเดียวกับทองอีกก้อนที่เขามี กิตากาว่าอยากเจอพรานสิงห์ พยายามให้คนไปพาตัวพรานสิงห์มา แต่สุดท้ายพรานสิงห์ก็ถูกเสือใบฆ่าชิงทองไป เสือใบเข้าไปทำงานในเมืองของโมรี ภายในเหมืองได้มีการขุดพบซากกระดูกโบราณ พร้อมด้วยกล่องไม้ นักบุญหยิบกล่องไม้ขึ้นมาดูแล้วรู้สึกได้ถึงความร้อนจากแพนดูลั่มที่ห้อยคอไว้ แต่กริชเอากล่องไปเก็บไว้เอง ทำให้นักบุญพลาดที่จะรู้ความลับของแพนดูลั่ม และกล่องไม้ หลังจากที่ข่าวทองแพร่สะพัดไป ทุกคนเริ่มแบนความคิดมาเป็นจุดเดียวคือเรื่องการค้นหาทองสมัยสงครามที่เชื่อว่า ญี่ปุ่นนำมาเก็บไว้ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของนักบุญ ต้องข้ามผ่าน ความโลภ ความอาฆาต การต่อสู้แย่งชิงไปให้ได้ แต่ภายใต้ความกดดันต่าง ๆ ยังแฝงไว้ด้วยไมตรีที่กำลังงอกงามขึ้นมาทีละนิด ระหว่าง นักบุญ และเทียนหอม รวมถึงเฉ่า และเหมยฮัว ที่คล้าย ๆ จะเป็นไม้เบื่อไม้เมาแต่แท้จริงทั้งหมดมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน ร่วมค้นหาไปพร้อม ๆ กับนักบุญ ทรงกลด ถึงปริศนาแพนดูลั่ม และกล่องไม้ ว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ นิมิตที่หลวงตาจันได้เคยเอ่ยไว้ว่านักบุญ ทรงกลด คือผู้ที่จะช่วยชาติ ติดตามชมละคร นักบุญทรงกลด ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำในละคร นักบุญทรงกลด มิกค์ ทองระย้า รับบท นักบุญ ทรงกลดอัษฏาพร สิริวัฒน์ธนกุล รับบท เทียนหอม ธนากร ศรีบรรจง รับบท เฉ่า แซ่ฉ่อย ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท เหมยฮัว อานัส ฬาพานิช รับบท เสือผาดปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท โมรี เดวิด อัศวนนท์ รับบท นายทรงศักดิ์พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบท จินฟงพูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท ฟุ่เฉินไดสุเกะ สุกี้คาวา รับบท กิตากาวาพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท เสือใบจิรพัชร์ อินทรสถิตย์ รับบท เสือครุย ปัญญาพล เดชสงค์ รับบท พันตำรวจตรี สมัย ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ละคร นักบุญทรงกลด ขอบคุณภาพจากIG#นักบุญทรงกลด

แฮปปี้มว้ากกก ปู ไปรยา ฝาก โน้ต ยินดี ชมพู่ท้อง ลุ้นแฟนฝรั่งเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์!!
ปู ไปรยา /  ข่าว ปู ไปรยา / 

  เรียกได้ว่าลักกี้อินเลิฟและลักกี้อินเกมเลยทีเดียว ล่าสุดที่ สาวปู ไปรยา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยที่ซีเรีย ให้ความช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่ง สาวปู ได้เดินสายช่วยเหลือสังคมมานานกว่า 3 ปีแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่ายังจะทำต่อไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความรักกับ หนุ่มแมทธิว บราก นั้นก็ยังอยู่ในขั้นศึกษาดูใจกัน จะมีเซอร์ไพรส์ในวันวาเลนไทน์หรือไม่นั้นก็ขอให้รอดูในไอจี ส่วนเรื่องข่าวดีของนักแสดงสาวรุ่นพี่ ชมพู่ อารยา ได้ส่งข้อความและฝากคนรักเก่า หนุ่มโน้ต ไปแสดงความยินดีแล้ว ไปทำหน้าที่ที่ซีเรียมาเป็นยังไงบ้าง   "เป็นครั้งแรกที่ได้ไปลงพื้นที่ในค่ายต่างประเทศก็เป็นค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียที่จอร์แดน เพิ่งไปมา แล้วปูก็ติดต่อ UNHCR มา 3 ปีแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าวิกฤตของซีเรีย เพราะมันหนีไม่ได้ ก็พอได้ไปก็รู้สึกเข้าใจถึงเวลาคนเราสูญเสียครอบครัวหรือสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่มีมีทางเลือก เราทำอย่างเดียวได้ก็คือ หาวิธีรวมทีนแล้วก็เยียวยา พูดคุยกับเขาแล้วเอาเรื่องมาเล่า ปูรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตมาก ก็เคยพูดหลายรอบแล้วว่าจะอุทิศตน แต่ครั้งนี้รักผู้ลี้ภัยซีเรียมาก รักความเข้มแข็งของเขาในเชิงว่า มนุษย์ถึงเราจะใสูญเสียทุกอย่าง แต่เราก็ยังมีใจที่เข้มแข็งแต่อ่อนโยน แล้วก็พร้อมที่จะแบ่งปัน" ชีวิตเปลี่ยนยังบ้าง   "จะบอกว่าคนเราเกิดมาโอกาสไม่เหมือนกัน ปูถือว่าเป็นคนที่เกิดมาแล้วโอกาสดีมาก โอกาสวิ่งเข้าหาปูตลอดเวลา แล้วบางคนเกิดมาเขาไม่มีโอกาสหรือโอกาสที่เขาได้มาถูกดึงจากเขาไป โลกนี้ไม่ได้มีความยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ในฐานะคนที่ได้รับความยุติธรรมมากกว่า เขาก็ควรจะคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ไม่ได้มี พอยิ่งอยู่แบบนี้ เกิดมาชื่อเสียงเงินทองสุดท้ายแล้วเราเอาไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเอาไปได้คือการที่เราช่วยเหลือคนที่ในสังคม" การใช้ชีวิตลำบากพอสมควร ไปอยู่ที่โน้นเป็นยังไงบ้าง   "ไม่กล้าบอกว่าตัวเองลำบาก เพราะเห็นเขาลำบาก ยอมรับว่าลำบาก เพราะไปมาหลายค่ายเหมือนกัน ปูลงพื้นที่ไปยโสธร ศรีสะเกษมา 3 ปีแล้ว แม่ฮ่องสอน สังขละบุรี แต่ว่าทะเลทรายเป็นอย่างอื่น ทั้งอุณหภูมิ ทุรกันดาร ยอมรับว่าตอนถ่ายอยู่ยังมีแอบว่าไม่ไหว แล้วเขาเดินกันเป็นกิโลกว่าจะมาถึงที่จอร์แดน ปูมีแต่ความเคารพและทึ่งในความมหัศจรรย์ในความเข้มแข็งของเขา อย่างที่บอกว่าคนที่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยมา 10 ปี แล้วครึ่งหนึ่งคือเด็ก คนเกือบ 30 กว่าล้านคนทั่วโลกที่เป็นเด็กที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ เราก็ต้องช่วยหันระดมทุนเพื่อที่จะให้ที่พักพิงที่ปลอดภัย ให้ได้รับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เต็นท์ น้ำ เขาก็เป็นมนุษย์ เขาต้องใช้ ก็อยากจะให้ช่วยกันนะคะ" แพลนต่อไปจะไปไหนต่อ   "มีค่ะ เดี๋ยวจะไปไทยก่อนค่ะ จริงๆ ก็ไปทุกปีอยู่แล้ว ลงพื้นที่ 3 ปีที่ผ่านมาก็สลับกัน มี operation sound ซึ่งเป็นเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ แล้วก็มีผู้ป่วยโรคเอดส์ ก็สลับกันไปทุกเดือนสองเดือน" คนชื่นชมว่าเราเข้าถึงเด็กๆ โดยไม่กลัว   "เป็นอย่างนี้มา 3 ปีแล้ว ยอมรับว่าเวลาคนเราทำงานเยอะๆ เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาแต่งงานหรือทนใช้ชีวิตกับปูได้ การเห็นเด็กมันเหมือนเป็นสิ่งที่เราทำขาดหายไป เด็กเป็นสิ่งที่บอบบาง บริสุทธิ์ อยู่กับเด็กเเล้วรู้สึกอบอุ่น ปูชอบกอดเด็ก เพราะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น" มีอุปถัมภ์ไหม   "การอุปถัมภ์คนๆ หนึ่งต้องใช้วุฒิภาวะสูงมาก แล้วคนทำงานอย่างปู เวลาให้กับตัวเองยังจะไม่มีเลย เป็นความฝันไหมก็ต้องดูเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็เคยพูดแล้วว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีลูกสักคน ปูอาจจะมีลูกเป็นแสนเป็นล้านคนก็ได้ ก็คือคนที่ไปช่วยระดมทุนให้ คนที่ช่วยในองค์กร ก็ไม่เป็นไร เด็กทุกคนปูรักเท่ากันหมด เรื่องไปเล่าไปสอนก็ไม่มี ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าสอน แต่ว่าสิ่งเดียวที่ได้ทำก็คือเอาเรื่อง รูปภาพของพวกเขามาให้ทุกคนเห็น เพราะเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่หนักแน่นเท่าภาพ คนเห็นภาพแล้วจะเข้าใจเองว่าเขาลำบาก ต้องการความช่วยเหลือ" รู้ข่าวเรื่องชมพู่ไหม   "ได้ข่าวค่ะ ยังไม่ได้เยี่ยม เพราะยังอยู่จอร์แดน ขอแสดงความยินดีกับพี่ชม ในโลกนี้คนที่ควรจะได้รับชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์ควรจะเป็น พี่ชมพู่ อารยา เพราะเขาเป็นลูกที่กตัญญูต่อครอบครัว เป็นผู้หญิงที่เก่งและน่าชื่นชมในวงการบันเทิง แล้วครอบครัวรังษีพิพัฒน์ ปูก็มีแต่ความรักให้เขาจริงๆ คิดว่าตอนนี้เขามีครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุข ก็มีส่งข้อความไปหาพี่น็อต พี่ชมแล้ว เรื่องไปเยี่ยมก็ยังไม่กล้า เกรงใจเขา ก็ฝากคุณโน๊ตไปบอกแล้ว" ได้รับกุหลาบในวันสำคัญ   "ก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ปูรู้สึกว่าเป็นสิ่งเดียวที่ทำแล้วภาคภูมิใจที่สุด มันเป็นพลังในใจปู ก็เป็นการแสดงความยินดี คนอื่นก็ส่งดอกไม้มาให้เยอะแยะ เขาบอกเขาดีใจ อย่างไปซีเรียเขาก็ไม่ห่วง เพราะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เอาอยู่ พรุ่งนี้ก็บินไปทำงานที่เมืองนอก วาเลนไทน์ก็รอดูเอา เรื่องเซอร์ไพรส์ยังไม่มี เพิ่งรู้จักกัน คิดว่าดอกไม้เป็นการแสดงว่าเขาเป็นคนมีมารยาท เพราะวันนั้นเป็นวันสำคัญจริงๆ ไปเมืองนอกก็ไปทำงาน บินไปๆ มาๆ มีไปแอลเอ มิลาน นิวยอร์ก แล้วก็กลับมากรุงเทพ รอดูในไอจีเดี๋ยวมีข่าวดีมาให้" จะมีโอกาสที่เขาจะบินมาไทยบ้างไหม   "ไม่น่าจะมี เพราะว่าเขาเพิ่งเริ่มทำงาน เขาควรจะรับผิดชอบต่อการงานก่อนที่เขาจะมา คงอีกซักพัก นานๆ เลย ก็อย่างที่บอกปูไม่คาดหวังอะไรแล้ว สิ่งเดียวที่คาดหวังคือกับตัวเอง ไม่มีอะไรในโลกที่เที่ยง ทุกข์ สุข ความรัก ถ้าทายแล้วไปไม่รอดก็ไม่เป็นไร เวลาคุยก็มี แต่ก็ชิลล์ๆ คุยกันไปเรื่อยๆ" ขอบคุณภาพจาก IG prayalundberg ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา แมทธิว บราก ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง