เล่นเกมส์ผีโผล่

ความมั่นใจเริ่มหดหาย! มิลเนอร์ วอนแฟนเรืออย่าคาดหวังว่าจะชนะผีง่ายๆ
ดาร์บี้แมตซ์ /  นิวคลาสเซิ่ล / 

หลังจากฟอร์มเก่งของทีมหดหายไป เจมส์ มิลเนอร์ ผู้ที่ผ่านเกมดาร์บี้แมตซ์มามากหลาย ก็ออกมาเตือนเหล่าสาวกว่า อย่าคาดหวังว่าเกมที่จะพบกับ ปีศาจแดง จะเอาชนะได้ง่ายๆ เพราะเขาเองก็เดาไม่ถูกว่าผลจะออกมาเช่นไร เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์วัย 28 กะรัต ของ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองถึงเกมดาร์บี้แม็ตซ์ที่จะพบกับ ปีศาจแดง นั้นว่า ตัวเองก็ไม่มั่นใจว่าทีมจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่าทีมอาจจะฟอร์มตกลงไปใน 2 นัดล่าสุดที่แพ้ให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ นิวคลาสเซิ่ล แต่การเจอกับคู่ปรับแบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะทำให้เหล่านักเตะมีแรงกระตุ้นที่เป็นพิเศษ และเชื่อว่าจะทำให้ทีมของเขากลับมาได้ "ไม่ว่าจะเป็นดาร์บี้ไหนๆ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก คุณย่อมหวังในสิ่งที่ไร้ซึ่งความหวังแต่สิ่งที่จริงแท้แน่นอนก็คือเกมดาร์บี้นำมาซึ่งแรงกระตุ้นอันพลุ่งพล่านของแฟนบอล มันเป็นเกมสำคัญ มันเป็นหนึ่งในเกมที่คุณต้องดูเป็นอันดับแรกว่าจะแข่งกันวันไหนเมื่อโปรแกรมออกมา แม้ไม่มีอะไรอย่างที่คาดหวังแต่เราหวังจะได้ผลการแข่งขันที่เข้าทางเรา" มิลเนอร์ กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของสโมสร

พ่อฉุนจัด!! ลูกติดเกม บุกถล่มร้านเน็ตพังยับ
ข่าวต่างประเทศ /  จีน / 

ปัญหาเด็กติดเกมเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกของบรรดาผู้ปกครองที่ไม่ว่าจะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดให้ลูกเล่นเกมได้ อย่างในประเทศจีน พ่อรายหนึ่งในมณฑลเจียงซี ถึงกับโมโหที่ลูกติดเกมไปเล่นเกมส์ไม่สนว่า วันนี้เป็นวันเกิดของแม่ ซึ่งที่บ้านมีการฉลองกัน จึงโมโหบุกไปถึงร้านเกม พังคอมพิวเตอร์เสียหายยับ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา เขา คว้าท่อนเหล็กมาไล่ทุบคอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ตที่ลูกชายเล่นอยู่จนเสียหายไปหลายเครื่อง พร้อมกล่าวโทษร้านอินเทอร์เน็ตด้วยว่าเป็นต้นเหตุให้ลูกชายตัวเองติดเกม แถมยังทำให้ลูกไม่สนใจการเรียนจนเกรดเฉลี่ยตกต่ำ หลังจากนั้น เขาก็เริ่มมีปากเสียงกับเจ้าของร้าน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาถึงที่เกิดเหตุและเข้ารวบตัวทั้งคู่ โดยผู้ก่อเหตุถูกดำเนินคดีทางอาญา MThai News

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ นะโม OK (20ที่นั่ง)
ชิงรางวัล /  ดูหนังฟรี / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 705 ฟุด-ฟิด-ฟอร์-ธรรม ฝรั่งคำ ไทยคำ ขำไม่รู้เรื่อง "นะโม OK"   พระนครฟิลม์, โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า และ เว็บเอ็มไทย ภาพยนตร์แนววัดวา ที่ค่ายพระนครฟิลม์ มีมาให้ดูอยู่เรื่อยๆ ไปคลายเครียดกันครับ เรื่องนี้มีบัตรมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2557 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 18.30 -19.30 น.) ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย รอบนี้ปฐมทัศน์ เจอทีมนักแสดงจ้าาา วัดเล็กนอกเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆอันเงียบสงบ มีอันจะได้คึกคักขึ้น เมื่อพระฝรั่ง ความจำเสื่อม ต้องมาอาศัยจำวัดเพื่อรักษาความทรงจำ ชาวบ้านพากัน ตื่นเต้นที่มี พระฝรั่งมาอยู่ที่วัด หลายคนพากันคาดเดาเรื่องราวที่หายไปจากความทรงจำ ของพระสตีฟ ไปต่างๆนาๆ เสี่ยถังที่หวาดกลัวมือปืนที่จะตามฆ่า คิดว่าพระสตีฟเป็นมือปืน ส่วนสองเณร จอมแสบโต๋กับแจ๊ค กลับมองพระสตีฟ เป็นจุดขายในการหาเงิน พระสตีฟอาจเป็นอะไรได้หลายอย่างแล้วแต่คนคิด แต่ในความคิดพระสตีฟ นั้นไม่ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะเคยเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญ แต่วันนี้เขารู้แต่ เพียงว่า ตัวเองเป็นพระ และชีวิตที่เหลือจะมุ่งหน้าศึกษาธรรมเท่านั้นก็พอ คำถาม 1. จากหนังตัวอย่าง ทำไมพระสตีฟถึงความจำเสื่อม 2. บอกชื่อหนังที่เกี่ยวกับพระ ของพระนครฟิล์ม มาคนละ1ชื่อครับ * เรื่องนี้ ประกาศผลวันอาทิตย์ สรุปรายชื่อวันจันทร์ และไปดูหนังเย็นวันจันทร์นะจ๊ะ คิดถึงน้าค่อม พลาดไม่ด้ายยยยยย * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล อาทิตย์ 2 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. จันทร์ 3 พฤศจิกายน โทรสำรองวันจันทร์ เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย พระนครฟิลม์ และ โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า

กลิ่นไม่ดี! บิ๊กเปี๊ยก ชี้มีล้มบอล/เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ
ชัยยะ มหาปราบ /  ดร.องอาจ ก่อสินค้า / 

เริ่มส่งกลิ่นไม่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย หลังจาก บิ๊กเปี๊ยก ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ออกมายอมรับว่า บริษัท สปอร์ตเรดาร์ องค์กรระดับโลกที่ร่วมมือกับ ตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ที่เข้ามาช่วยดูแลตรวจสอบการแข่งขันฟุตบอลลีกเมืองไทย ที่เข้าข่ายการล็อคผลหรือล้ม ได้มีการรายงานฟุตบอลลีกไทยมีเข้าข่ายการล็อคผลและล้มบอล โดย บิ๊กเปี๊ยก เผยในงานแถลงข่าว “มีต เดอะ เพรส” ว่า บ.ปสอร์ตเรดาร์ ได้รายงานเข้ามาว่ามีบางคู่ที่เข้าข่ายการทุจริต แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก ต้องขอตรวจเช็คข้อมูลก่อน ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทย หรือความเสียหายต่อสโมสรที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทุจริตจริงๆ ก็จะต้องมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ แน่นอน เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ ด้าน  เสธ.ตุ้ม พ.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ได้สั่งระงับการไปทำหน้าที่เกม อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบ โอสถสภาฯ ของ เปายะ ชัยยะ มหาปราบ และเปาสุชาติ ฝางมาลา ที่จะไปเป็นไลน์แมนคู่เชียงใหม่ เอฟซี พบ บีบีซียู เนื่องจากมองว่าทำหน้าที่ผิดพลาดในที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล เสมอกับ ชลบุรี เอฟซี 1-1 โดยจังหวะปัญหามีขึ้น 2 จังหวะที่ชัดเจนนาทีที่ 25 แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส โหม่งบอลแย่งกับ กฤษกร เกิดเผล ผู้รักษาประตูชัยนาท ที่รับบอลได้ก่อนจะตกมาเข้าทาง แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ยิงเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูหลังถูกมองว่าทำฟาวล์ผู้รักษาประตู ส่วนอีกจังหวะช่วงทดเจ็บ แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ก็โหม่งบอล เข้าไปแต่ก็ถูกจับล้ำหน้า ทั้งนี้ เสธ.ตุ้ม ได้ส่ง ชัยฤกษ์ งามสม ลงทำหน้าที่แทน ชัยยะ มหาปราม และวีระยุทธ ขุนพิลึก เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินแทน สุชาติ ฝางมาลา ที่อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบการทำหน้าที่

ยอดเยี่ยมไปเลย! ตีนเปล่าไทย คว้าที่3บอลชายหาดชิงจ้าวอาเซียน
AFF Beach Soccer Championship /  กฤติน หล่อจันอัด / 

ความเคลื่อนไหวของกองทัพ ตีนเปล่าไทย นักฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย ที่ลงสู้ศึกเอเอฟเอฟ ฟุตบอลชายหาด แชมเปี้ยนชิป ครั้งที่ 1 หรือ AFF Beach Soccer Championship 1st 2014 ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ต.ค.57 ตีนเปล่าไทย มีคิวลงสนามนัดชิงอันดับที่ 3 พบกับ ทีมชาติลาว ปรากฏว่า ทัพนักเตะฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย เป็นฝ่ายเอาชนะ ทีมชาติลาว ไปได้ 4-1 คว้าอันดับที่ 3 ไปครอง โดยรายชื่อผู้เล่นชุดดังกล่าวประกอบด้วย ชูเกียรติ ฉิมวงศ์, ปริญญา ปั้นดี, ประกิต ด่านขุนทด, พงษ์ศักดิ์ คงแก้ว (กัปตันทีม), นที จีปน, กฤติน หล่อจันอัด, มนัส มัดตอฮา, ปิยะพงษ์ สองผิว, กีรติ จงสถิตเสถียร, ฐานันดร ประราชะ, คมกริช ณ น่าน, ฉัตรฐานันท์ รักโคตร, วิฑูรย์ ถาพินนา และอนุพงศ์ พรามณี ส่วนทีมงาน ประกอบด้วย ณัฐพล ทรัพย์มนู (ประธานพัฒนาฟุตบอลชายหาดแห่งประเทศไทย), ถิรนันท์ แก่นจันทร์หอม (ผู้จัดการทีม), มร.อาโบลฟาเซิล โคดาบันเดห์ลู (หัวหน้าผู้ฝึกสอน), สิทธิชัย ศกุนตานุรักษ์ (ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู), รวิกร พาสว่าง (Therapist), สมปอง คงมายู (Official), วุฒิพร สุววณกูล (Fitness), ธันวา นิลรุ่งรัตนา (Doctor), ศิวกร อภิบาลชัยศรี (Media) ขอบคุณภาพจาก : Thailand Sport 365

คนอื่นอิจฉาปะ! มาร์ช ลูกรัก  จีทีเอช...ป้อนงานให้ไม่ขาด
มาร์ช จุฑาวุฒิ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ตั้งแต่ดังเปรี้ยงปร้างจากซีรี่ส์ ฮอร์โมน...วัยว้าวุ่น ในบทหนุ่มที่สับสนทางเพศตัวเองอย่าง ภู ดูเหมือนหนุ่มฮอต มาร์ช จุฑาวุฒิ จะขึ้นแท่นลูกรักของค่ายจีทีเอชไปซะแล้ว สังเกตได้จากทางค่ายที่ป้อนงานให้ไม่เคยขาด เพราะหลังจากซีรี่ส์ฮอร์โมนดังขึ้นมา หนุ่มมาร์ชก็ได้งานต่างๆ ของทางช่องจีทีเอชมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังมีงานภาพยนตร์ที่รับเป็นพระเอกอย่างเรื่อง ฝากไว้...ในกายเธอ และเร็วๆ นี้ก็จะมีซีรี่ส์ผีๆ อย่าง เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน อีกด้วย ไหนจะงานโฆษณา งานอีเว้นต์ ที่ใครๆ ก็เรียกใช้แต่ มาร์ช-มาร์ช-มาร์ช โอ้โห!!! งานชุก งานแน่น ขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นดารารุ่นเดียวกันในค่าย ป่านนี้คงอิจฉาริษยาหนุ่มมาร์ชเอายาถ่ายผสมกับน้ำดื่มให้กินไปแล้ว มาร์ช จุฑาวุฒิ มาร์ช จุฑาวุฒิ มาร์ช จุฑาวุฒิ

นัท รับหนีบ อั้ม สวีทญี่ปุ่น ยังไร้แววมีลูก!
นัท มีเรีย /  อั้ม อธิชาติ / 

เป็นคู่รักหนึ่งที่หลายคนลุ้นตัวโก่งว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทคนแรกมาให้ชมเชยสักที ล่าสุดนักร้องสาว นัท มีเรีย เผยจัดทริปสวีทหวานกับคุณสามีสุดเลิฟ อั้ม อธิชาติ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก่อนเปรยแบบขำๆ ว่าแอบนโมกับฝ่ายชายว่ากำลังตั้งท้องอยากกินนู้นกินนี่เป็นพิเศษ(อิอิ) บอกยังไร้แวววี่จะมีเจ้าตัวน้อยอยู่เลยจ้าาา!! "ก็เพิ่งกลับมาจากทริปญี่ปุ่นก็สนุกดีค่ะ ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เดี๋ยวเดินเดี๋ยวกินอยู่ตลอด ทริปนี้เราไปกันกลุ่มใหญ่ประมาณ 8-9 คน มีครอบครัวน้องสาวของคุณอั้มก็ไปด้วย พอไปเที่ยวกันหลายคนเหมือนมีเรื่องคุยโจ๊กๆ สนุกดีค่ะ ส่วนซีนสวีทหวานของอั้ม-นัท ก็ปกติค่ะ เหมือนเราคุยเล่นเดินกัน อาจจะมีบ้างที่สวีทด้วยบรรยากาศของดอกไม้เปลี่ยนสีที่ยังเหลืออยู่บ้าง ถ่ายรูปตรงนั้นเป็นชั่วโมงเลยค่ะ" "ทริปนี้ก็ถือเป็นทริปพักผ่อนค่ะ แต่ก็มีบางช่วงที่เราอยากกินนู้นกินนี่ เปรี้ยวปากอยากกินอะไรๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากำลังจะท้อง แต่ถือว่าทริปสนุกดีน่ะ นัทจะทำแบบขำๆ ว่าคันไม้คันมืออยากจะกินนู้นนี่ หรือว่าจะเป็น?!! ก็ทำให้ลุ้นกันไปทำแบบเฮฮา ก็ไม่รู้เป็นอย่างไรไปเที่ยวต่างประเทศทีไร ไม่สำเร็จเรื่องนี้เลย คงปล่อยให้ลุ้นกันต่อไปค่ะ" นัท มีเรีย กล่าว นัท มีเรีย นัท มีเรีย นัท มีเรีย นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ

The Eyes Diary : ทุกข์เพราะอยากสุข
13 เกมสยอง /  mthai / 

หากเป็นมนุษย์ปถุชน ที่ยังไม่ถึงขนาดละทิ้งซึ่งเรื่องทางโลก หรือถ่องแท้ถึงสัจธรรมแห่งชีวิตไปแล้ว ย่อมต้องเกิดความทุกข์จากการสูญเสีย เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นคือปฏิกิริยาต่อยอดจากความที่เคยสุข และโหยหาไม่อยากให้ สุข ที่เคยมีนั้นหนีไปไหน ดังเช่นตัวละครแห่ง The Eyes Diary ที่วนเวียนอยู่กับประเด็นเหล่านี้ จมดิ่ง และหนีไปไหนไม่รอดจากก้นบึ้งอดีต ไม่ว่าจะในฐานะคน หรือ วิญญาณ ต่างก็ยังวนเวียนในที่มืด ไม่ยอมพบทางสว่างเสียที The Eyes Diary เล่าเรื่องราวของ น็อต หนุ่มอาสามูลนิธิ ทีแฟนสาวสุดที่รักอย่าง ปลา ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เฝ้าตรอมตรม คิดถึงแต่เรื่องอยากมองเห็นผีให้ได้ เพราะอยากจะสื่อสารกับ ปลา อีกสักครั้ง ด้วยการเก็บของคนตายมาไว้ในบ้านของตัวเอง ตามหลักความเชื่อที่ได้อ่านมา แต่ในขณะที่เพื่อนรอบข้างต่างเจอะเจอกับของดี! มีเพียง น็อต ที่ยังไม่สามารถเห็นได้ดังใจ พร้อมกับการเข้ามาของ มดตะ สาวที่กุมปมชีวิตบางอย่างไว้ ที่ทำท่าจะเข้าอกเข้าใจ น็อต เป็นอย่างดี และ จอห์น เพื่อร่วมอาสา ที่แสดงท่าทีเฉยเมยต่อความอยากเห็นผี เสียจนน่าสงสัย ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และยกความดีให้ความชอบให้่ The Eyes Diary ไปเต็มๆ ก่อนหนึ่งข้อ คือการเลือกแง่มุมตีความโลกวิญญาณในหนัง ที่ไม่ได้เฝ้าแต่จะมุ่งเน้นการหลอกหลอน เขย่าขวัญคนดูด้วยความเละเทะ สยดสยองเลือดสาด แต่เป็นการมองอย่างเข้าอกเข้าใจ (จนบางครั้งก็น่าเห็นใจ) เสมือน คน และ ผี หลอมรวมและใชัชีวิตอยู่ในโลกมิติเดียวกัน ที่ซ้อนทับกันเลือนลาง ขวางกั้นด้วยเพียงควันบางๆ เท่านั้น และไม่มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นอย่างเราๆ ต้องไปวี๊ดว๊ายกลัวคนตาย เพราะพวกเขาก็คือปถุชน มีสุขมีเศร้า เหมือนคนเราทุกประการ เพียงแต่สภาพการปรากฏอาจจะไม่ได้สวยงาม เพียงเท่านั้นเอง ซึ่งหากตัดเปลือกแห่งความน่ากลัว เน่าเฟะ น่าสะพรึงออกไป เราก็จะสามารถมองบรรดาผีทุกผู้ตัวตน อย่างเข้าใจ และพร้อมเปิดรับเข้าช่วยเหลือ มากกว่าจะไปวิ่งหนีให้แตกตื่นไร้ประโยชน์ ซึ่งทัศนคติแดนบวกที่มีต่อสิ่งที่คนทั่วไป ตราหน้าว่าน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้เช่นนี้ ก็ทำให้ตัวละครที่วอดวายกลายเป็นผีไปตั้งแต่ต้นอย่าง ปลา ดูท่าจะจูนติด และคงความสัมพันธ์ในระดับที่รับรู้ได้กับตัวละครที่มียังมีลมหายใจ อย่าง น็อต จนคนดูรู้สึกถึงความโหยหาอดีต โหยหาความสุขที่เคยมี จากทั้งสองฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นปมประเด็นดราม่านี้ ก็ขับเน้นให้ตัวละคร มดตะ และ จอห์น ที่มีเป้าประสงค์ และที่มาอย่างคลุมเครือในตอนแรก ก่อนจะมาเผยในภายหลัง ให้ดำรงเป็นผู้ช่วย ประเภทเฮไหนเฮนั่น ฉันไปด้วย มากกว่าจะไปเสริมเรื่องราวให้เข้มข้น ซ้ำร้ายมุมมองที่น่าสนใจที่เปิดไว้ในช่วงแรกนี้ กลับถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ก่อนจะแหลกสลายเมื่อผ่านไปถึงกลางเรื่อง และว่ายน้ำออกทะเลไปสู่ประเด็นอื่น และมุมมองกลับสลับขั้วในช่วงท้ายไปเสียเฉยๆ อาการผีเข้าผีออกนี้จึงทำให้หนังทั้งเรื่องออกมาไม่ถึงกับมีประเด็นแข็งแรง น่าประทับใจ หรือในขณะเดียวกัน ก็ไม่สยองเขย่าขวัญเสียจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน อาการรักพี่ดราม่า เสียดายน้องสยองขวัญ ที่ประดักประเดิดพอตัวนี้ ส่งผลโดยตรงให้หลายๆ การกระทำของตัวละครดูแบนราบไร้เหตุผล จนบางครั้งก็น่ารำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ถึงกระนั้นสำหรับใครที่คุ้นเคยกับขนบ หรือลายเซ็นบางอย่างของผู้กำกับ มันยังคงปรากฏผ่านจริตของตัวละคร ลูกล่อลูกชนเล็กๆน้อยๆ ที่แอบซ่อนไว้ และมุขตลกเย้าแหย่แบบหยอกแกมหยิก สไตล์วัยรุ่น ที่น่าจะทำให้แฟนๆ ได้เสพสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ผิดหวัง ถึงแม้นี่จะไม่ได้ซุกซ่อนความดราม่า ถึงแก่นชีวิตแบบ รักแห่งสยาม หรือ เขย่าขวัญชวนอึดอัด สะดุ้งเฮือกแบบ 13 เกมสยอง แต่สิ่งที่ยังคงพูดกับคนดู และเป็นสิ่งที่ผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังคงพูดถึงอยู่เสมอ คือการติดอยู่ในทุกข์ เพราะโหยหาความสุขที่ดูเหมือนจะใกล้แต่กลับไกลห่าง ไม่ว่าจะชีวิตร่ำรวย ที่ต้องผ่านการทำผิดศีลธรรม ความสวยงามของรักวัยรุ่น แต่รักร่วมเพศก็สิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ หรือแม้แต่ความต้องการมองเห็น พูดคุยกับแฟนสาวที่ตายไปแล้ว แต่หน้าต่างของสองโลกก็ไม่ยอมเปิดออก และการส่งเสียงเรียกร้องจากคน (หรือผี) ที่ไม่มีใครเห็น ใครสนใจ เพื่อที่จะได้มีที่หยัดยืนในสังคม หรือในสายตาของคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

TPLร้องขอ คสช. คืนความสุขให้แฟนบอล เลื่อนรายการคืนความสุขคนในชาติ
คสช. /  คืนความสุชให้คนในชาติ / 

ความเคลื่อนไหวของศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ที่กำลังจะปิดฉากลงในวันที่ 2 ต.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีโปรแกรมฟาดแข้ง 10 คู่ 10 สนาม ไฮไลท์อยู่ที่การลุ้นแย่งแชมป์กันระหว่าง ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี โดย ปราสาทสายฟ้า จะเปิดรังนิวไอโมบาย สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เพื่อนตำรวจ ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น ส่วน ฉลามชล จะเปิดชลบุรี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของทีมหนีตกชั้นเช่นกันอย่าง ทีโอที เอสซี แต่ที่เป็นประเด็นก่อนหน้านี้คือเรื่องพิธีมอบถ้วยแชมป์ ว่าจะมีผู้ใหญ่ของสมาคมไปมอบแชมป์ให้กับทีมที่จะจบอันดับที่ 1 หรือไม่นั้น ล่าสุด บิ๊กเปี๊ยก ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า เรื่องการมอบแชมป์เราได้คิดไว้หลายวิธีแล้วแต่ยังต้องพิจาราอีกครั้งว่าจะใช้วิธีใด รวมถึงยังไม่ได้ข้อสรุปเช่นกันว่าประธานในพิธีจะท่านนายกสมาคมฯ หรือเป็นผู้ใดเนื่องจากมีหลายรายที่เหมาะสมเช่นกัน ทั้งนี้อดีตเลขาส.บอล เปิดเผยถึงเรื่องความปลอดภัยในสนามต่างๆที่จะมีการแข่งขันสุดสัปดาห์นี้ว่า เราได้ประสานขอทหารจาก คสช. ให้ช่วยดูแลพื้นที่ในเกมที่สุ่มเสี่ยงอาจเกิดความวุ่นวายไว้แล้ว รวมถึงประสานขอให้เลื่อนเวลารายการคืนความสุชให้คนในชาติ ในช่วงเย็นเช่นกัน เพื่อที่แฟนบอลทางบ้านจะได้รับชมการแข่งขันครบ 90 นาที

วิเคราะห์บอล ก่อนลงสนาม พรีเมียร์ลีก : นิวคาสเซิล VS ลิเวอร์พูล
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด VS ลิเวอร์พูล สนาม เซ็นต์เจมส์ พาร์ค วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 เวลา 23.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium2 ความพร้อม ก่อนลงสนาม อลัน พาร์ดิว กุนซือแฟนชังของ นิวคาสเซิล นัดนี้จะไม่มี ปาปิซ ซิสเซ่ กองหน้าของทีมที่ยังมีปัญหาที่เข่าทำให้ อโยเซ่ เปเรซ น่าจะได้ยืนตำแหน่งหน้าเป้าต่อไป ส่วนในแดนกลาง ชีค ติโอเต้ เจ็บน่องไม่น่าพร้อมลงสนามเช่นเดียวกับ ดาวิเด้ ซานตอน กับ เซียม เด ยอง ขณะที่ ไมค์ วิลเลียมสัน ปราการหลังตัวกลางต้องรอเช็คความฟิต เบรนเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล หมดโอกาสใช้งาน ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, มามาดู ซาโก้, จอน ฟลานาเก้น และ ซูโซ่ ที่ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด รวมไปถึง โฆเซ่ เอนริเก้ ที่อดลงโม่แข้งทีมเก่าเพราะมีอาการเจ็บเข่า ส่วนผู้เล่นตัวหลักที่ถูกพักในเกมแคปปิตอล วัน คัพ นัดกลางสัปดาห์น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ราฮีม สเตอร์ลิง ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม นิวคาสเซิล – ครูล, ยานมาต, สตีเว่น เทย์เลอร์, โคลอชชินี่, ดัมเม็ตต์, อานิต้า, โคลแบ็ค, โอแบร์ตอง, มุสซ่า ซิสโซโก้, กุฟฟร็อง, อาโยเซ่ เปเรซ ลิเวอร์พูล – มินโญเล่ต์, เกล็น จอห์สัน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เอ็มเร่ ชาน, เฮนเดอร์สัน, สเตอร์ลิง, ลัลลานา, บาโลเตลลี่

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ผู้สร้าง Mighty No.9 เปิดระดมทุน ขอทำ DLC เกมส์ภาคใหม่
Mighty No.9

Keiji Inafune ผู้สร้างเกมส์ Mighty No.9 จากบริษัท Comcept ออกมาประกาศถึงการขอระดมทุนเป็นครั้งที่สอง เพื่อจัดทำคอนเทนต์ดาวน์โหลด (DLC) เกมส์แอคชั่น Side-Scroller ตัวใหม่ โดยกำหนดจำนวนทุนถึง 190,000 ดอลล่าร์ (6.08 ล้านบาท) สำหรับคอนเทนต์ดาวน์โหลดดังกล่าวจะเพิ่มตัวละครชื่อว่า Ray เปรียบเสมือนคู่แข่งของตัวเอก Beck พร้อมด้วยฉากเสริมและบอสเกมส์ตัวใหม่ มีกำหนดวางขายกลางปี 2015 นี้ รายละเอียดค่าใช้จ่ายสำหรับพัฒนา DLC เกมส์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งแรก เพราะก่อนหน้านั้น ทางบริษัทเปิดระดุมทุนเพื่อจัดทำเสียงพากษ์ภาษาอังกฤษ และได้รับทุนจากผู้เล่นเกมส์กว่า 100,000 ดอลล่าร์ (ราว 3.2 ล้านบาท) เกมส์ Mighty No.9 เป็นเกมส์แอคชั่น Side-Scroller ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Beck หุ่นยนต์ผู้ซึ่งต้องกอบกู้โลกหลังหุ่นยนต์บางชนิดถูกคอมพิวเตอร์ไวรัสโจมตีและกลายเป็นปกปักษ์ระหว่างมนุษย์ เกมส์นี้สร้างขึ้นโดย Keiji Inafune ผู้สร้างเกมส์ Rockman ก่อนหน้านั้น ทางบริษัทได้ระดมทุนพัฒนาเกมส์ Mighty No.9 ผ่าน Kickstater และได้รับเงินทุนจากทั่วโลกถึง 3.8 ล่านดอลล่าร์ (ราว 121.6 ล้านบาท) เกมส์ดังกล่าวมีกำหนดลงเครื่องเกมส์ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น PC, คอนโซล และเครื่องเกมส์พกพา

ชาวเน็ตสงสัย เด็กหรือวิญญาณเปลือยท่อนบนถือถุงข้ามทางรถไฟ
ข่าวล่าสุด /  ชัตเตอร์ / 

เด็กหรือวิญญาณเปลือยท่อนบนถือถุงข้ามทางรถไฟ  วันนี้(30ต.ค.) กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Sarawut Khankam นำคลิปที่ถูกบันทึกโดยกล้องติดหมวกมาเผยแพร่ ภายในคลิปเผยให้เห็นรถจักรยายนต์คันหนึ่งกำลังขับขี่อยู่บนท้องถนน บริเวณทางข้ามรถไฟ ซอยหน้าวัดพานทา - ถนนอุบลฯ จังหวัดศรีสะเกษ แต่ระหว่างการขับขี่มีเด็กปริศนากำลังเดินอยู่ริมถนนโดยท่อนบนเปลือยกลาย จนหลายๆคนที่ได้ชมคลิปพากันสงสัยว่าเด็กที่ปรากฏอยู่ในคลิปเป็นวิญญานหรือเป็นคนกันแน่ ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ขอเป็นฉันได้ไหมที่ หัวใจของเธอต้องการ ได้ออกมายืนยันว่าเด็กปริศนาที่ปรากฏอยู่ในคลิป ที่หลายๆคนต่างพากันสงสัยว่าเป็นวิญญานแท้จริงแล้วเป็นคน และน้องมักจะเดินเช่นนี้อยู่เป็นประจำเพราะบ้านของน้องอยู่แถวนี้ ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกเฟซบุ๊ค Sarawut Khankam MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ภาพติดวิญญาณ โผล่ที่ลำปาง สยอง! ถ่ายภาพติดวิญญาณ ชายไร้หัวที่อยุธยา ภาพติดวิญญาณยืนที่ระเบียง คาร์บอมเบตง ที่แท้แค่เด็กหญิง ช็อค!! หนุ่มอังกฤษถ่ายภาพติดวิญญาณที่ท่าเรือ

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

จิ้นแทบไม่ลง แพทริเซีย-สนสวย แข่งกัน!!!
สน ยุกต์ /  แพทริเซีย กู๊ด / 

เป็นอีกหนึ่งคู่พระ-นางที่คอละครจับคู่ให้จิ้น สำหรับสาวน้อยวัยกระเตาะ แพทริเซีย ธัญชนก กับพระเอกหนุ่ม สน ยุกต์ เมื่อครั้งที่ได้ร่วมงานกันเรื่องแรกในละคร แค้นสเน่หา ก็ทำเอาแฟนๆ ถูกอกถูกใจจนยกให้เป็นคู่ขวัญประจำจอ เวลานี้โดดมาป๊ะหน้ากันอีกครั้งในละครสุดอลังของ ไก่ วรายุฑ อย่าง มาลีเริงระบำ ก็ทำเอาประชาชีตื่นเต้นยกใหญ่ แต่จุดนี้ไม่รู้ว่าออนแอร์ให้เห็นไปบ้างแล้ว จะยังทำให้บรรดาติ่งออกอาการจิ้นฟินกระจายอยู่หรือเปล่า เพราะแม้จะเคยทำให้หลายๆ คนปลื้มปริ่มกับความน่ารักจากละครเรื่องก่อน แต่พอมาเรื่องนี้ดูแล้วจิ้นแทบไม่ลง เพราะออร่าของหนุ่มสนนั้นสวยเฉิดฉายยิ่งกว่าสาวแพทริเซียเป็นไหนๆ เบิกตาเบิ่งเสื้อผ้าหน้าผมบวกกับบุคลิกที่แลดูสำอางของเจ้าตัวแล้ว จากที่จะฟินจับคู่ให้จิ้นทั้งในจอและนอกจอตามประสาหนุ่มสาว จะกลายเป็นว่าฟินตามแบบฉบับเพื่อนสาวเสียมากกว่า ก็พ่อหนุ่มเจ้าเล่นสวยแข่งนางเอกของเราซะขนาดนี้ แถมข่าวเกย์เก้งกวางยังมีออกมาให้ได้เห็นตล๊อด...ตลอด งานนี้จะยังจิ้นกันลงหรือเปล่า ก็สุดแล้วแต่ท่านผู้ชมล่ะค้าาา... สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย

ฮาโลวีนปี 2014 นี้ แต่งตัวคอสเพลย์ ผี-ปีศาจ จากเกมส์อะไรดี
คอสเพลย์ฮาโลวีน /  คอสเพลย์เกมส์

เข้าสู่เทศกาลวันฮาโลวีนของวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกๆปี แน่นอนว่าเกมเมอร์ต่างประเทศจะแต่งชุดผีปีศาจที่อิงจากวิดีโอเกมส์ชื่อดัง คอยสร้างสีสันความหลอน และหลอกเหล่าผู้คนให้ตกใจสะพรึง เรามาดูกันว่า เทรนด์ปีนี้เกมเมอร์จะแต่งชุดเป็นอะไรกันบ้าง Cosplay เกมส์ World of Warcraft Cosplay เกมส์ Silent Hill Cosplay เกมส์ Silent Hill Cosplay เกมส์ The Last of Us Cosplay เกมส์ DOTA 2 Cosplay เกมส์ The Evil Within Cosplay เกมส์ Biohazard 3 Cosplay เกมส์ Outlast Whistleblower Cosplay เกมส์ Mortal Kombat Cosplay เกมส์ DOTA 2 (ฝีมือคนไทย)

ปุ๊กลุก ยก อั้ม ขึ้นหิ้ง ตามรอย คุณนาย ขึ้นแท่นซุป’ตาร์
ปุ๊กลุ๊ค ฝนทิพย์ /  อั้ม พัชราภา / 

ยังคงดีกรีความฮอตไม่ตกอันดับเลยจริงๆ สำหรับผู้หญิงคนนี้ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ นางเอกสาวคิวแน่นแห่งวิกหมอชิต ที่มีประเด็นข่าวออกมาให้ชี้แจงเป็นระลอก เพราะไม่ว่าคุณเธอจะทำอะไรก็ถูกโยงประเด็นเกาเหลาไปซะหมด แต่ทุกครั้งสาวปุ๊กลุกเธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ ตอบชัดเจนทุกคำถามสมกับเป็นนางงามฝุดๆ แหมๆๆ เป็นสาวสาวมั่นอย่างนี้นี่เองแฟนคลับถึงได้รัก ได้หลงเช่นนี้ เอ้า!!! พูดแล้วจะหาว่ามโนไปเองรึเปล่า แต่มันคือเรื่องจริงค้า...วันก่อนเจอสาวปุ๊กลุกออกงานโชว์ตัว เดินแบบพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง ขุ่นพระ!!! เพียงแค่คุณเธอย่างก้าวออกมาเท่านั้นละค่ะ บรรดาแฟนคลับก็พากันกรี๊ดๆๆ คอแทบแตก ฮอตจริงอะไรจริงนะคะเนี่ยคุณน้อง จุดนี้สงสัยว่าสาวปุ๊กลุกเธอกำลังเจริญรอยตามนางเอกรุ่นพี่อย่าง อั้ม พัชราภา แน่ๆ เพราะตั้งแต่เข้าวงการคุณเธอก็พยายามตีซี้กับนางเอกรุ่นพี่หลายต่อหลายคน จนพวกขาเม้าท์พากันเม้าท์มอยไปว่า She เกาะกระแสดัง แต่ถึงยังไงเธอไม่สนใจกับเสียงนกเสียงกา และช่วงนี้เธอดูจะสนิทสนมกับสาวอั้มเป็นพิเศษ ส่องในไอจีรูปส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปคู่ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นสองพี่น้องเดินเล่นช็อปปิ้งด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าสนินสนมกันอย่างนี้ สาวปุ๊กลุกมีแอบถามเคล็ดลับจากซุป’ตาร์อั้มบ้างอ๊ะเปล่า “พี่อั้มคือไอดอลของปุ๊กลุกเลยค่ะ เราชื่นชอบผลงาน ติดตามดูผลงานพี่อั้มมาตลอด พี่อั้มเป็นคนน่ารักมาก จริงๆ กับพี่อั้มก็คุยๆ กันเรื่องละคร เรื่องผลงานอะไรอย่างนี้ เพราะปุ๊กลุกชื่นชอบผลงานพี่อั้มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พี่อั้มจะแนะนำว่าเวลาเล่นละครให้เราเล่นออกมาตามความรู้สึกของตัวละคร เราต้องเข้าให้ถึงตัวละคร คือต้องรู้สึกออกมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเมคขึ้นมาเอง ส่วนเรื่องที่จะไปโกอินเตอร์ร่วมเล่นหนังบอลลีวูด ที่ติดปัญหาอยู่ตอนนี้จริงๆ คือเรายังไม่สามารถให้คิวได้ ก็จะเริ่มให้คิวได้ช่วงปลายปีหน้าเลย” แหม...มีคุณนายอั้มเป็นไอดอลอย่างนี้ สงสัยจะได้เป็นซุป’ตาร์ดังในต่างแดน สมใจอยากแน่นอนจ้า.. ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

คลิป:คนมันหล่อ!พริตตี้ตำรวจขอเซลฟี่ชัปปุยส์
ชาริล ชัปปุยส์ /  ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก / 

ควันหลงศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก กลางสัปดาห์ เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2557 ที่ เพื่อนตำรวจ เปิดบ้านเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ไป 3-1 เก็บ 3 คะแนนเต็ม แข่ง 37 นัด มี 43 คะแนน ขึ้นมารั้งอันดับที่ 14 ของตารางการคะแนนแต่ไฮไลท์ อยู่ที่ช่วงจบเกมการแข่งขัน เมื่อเหล่า ค็อป แองเจิ้ล หรือกลุ่ม พริตตี้ ประจำสโมสร เพื่อตำรวจ ได้กรูกันเข้าไปขอถ่ายรูปกับ ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์หล่อขั้นเทพของ ช้างศึกยุทธหัตถี

อั้ม ฉุดเรตติ้ง วิกหมอชิตพราว คือตัวตนของเธอ
อั้ม พัชราภา /  ละคร พราว / 

กลับมาสร้างความฮือฮาให้กับวิกหมอชิตอีกครั้ง กับเรตติ้งละครของช่อง 7 ที่ตอนนี้กำลังพุ่งๆๆ เพราะฝีมือการแสดงขั้นเทพของนางเอกซุป’ตาร์ตัวแม่เบอร์หนึ่งของวงการอย่าง อั้ม พัชราภา ในละครเรื่อง พราว ที่เรื่องนี้มีหลายปาก หลายเสียง วิเคราะห์ วิจารณ์ กันออกมาแล้ว ตัวละครที่เธอแสดงในเรื่องนี้ คือตัวตนที่แท้จริงของสาวอั้ม จึงไม่แปลกใจที่เธอจะใส่อินเนอร์ความเป็นตัวเองเข้าไปทุกๆ ตอน แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวออกมาว่าละครเรื่องนี้อาจจะเป็นละครเรื่องสุดท้ายที่เธอจะรับเล่น แต่ดูท่าทางแล้วแฟนๆ ละครคงจะไม่มีใครยอมกันอย่างแน่นอน เพราะละครเรื่องนี้กลายเป็นตัวต่อยอดให้สาวอั้มได้พิสูจน์ฝีมือทางการแสดงอีกหนึ่งเรื่องว่า นางเอกละครแนวตลกคอมเมดี้ของวิกหมอชิตตัวจริงเสียงจริง ต้องยกให้สาวอั้มคนเดียวเท่านั้น ถึงจะเป็นบทนางเอกตลก ขำๆ แต่ความตลกของเธอ ก็ทำให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการ ที่ยังไม่มีนางเอกคนไหนโค่นเธอลงมาได้ อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา