เลือกตั้ง2557

“บิ๊กรัง” นั่งต่อ นายกกอล์ฟสมัย 6
นายก /  รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ / 

"บิ๊กรัง" นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นั่งเก้าอี้ นายกสมัยที่ 6 หลัง  สมาชิกสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ลงคะแนนเสียงโหวตท่วมท้น ระหว่างการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2559 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 และข้อบังคับสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558 สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย จึงได้จัดงานประชุมใหญ่ขึ้น โดยมีวาระสำคัญ คือ วาระเลือกตั้งนายกสมาคม ในการประชุมครั้งนี้มีสมาชิกเข้าร่วมทั้งสิ้น 97 จากจำนวนสมาชิก 267 คน โดยมี นส.กมลวรรณ สุทธิบุตร และนาง สุทิน ทองประไพ เป็นผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากนั้นนายสันติ สอนสมบูรณ์ จากชมรมกอล์ฟสิงห์สมุทรสงคราม เสนอให้ เดชา เศวตศิโรรัตน์ จากชมรมกอล์ฟสิงห์รักกันคัพ เป็นประธานชั่วคราว ก่อนที่ นายเสกสรร สุวัณปุระ เลขาสมาพันธ์กอล์ฟนักเรียนไทยได้เสนอชื่อ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมคนเก่าเข้ารับตำแหน่งอีกวาระ และมีมติเป็นเอกฉันท์โดยที่ไม่มีคู่แข่ง ซึ่งการดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ มีวาระ 4 ปี ระหว่าง 2559-2563    นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ เผยหลังได้รับเลือกตั้งว่า "ต้องขอบคุณกับทุกๆคนที่มีส่วนช่วยให้สมาคมสร้างผลงานมากมาย จนปัจจุบันเราถือเป็นจ้าวในระดับ อาเซี่ยน และเป้าหมายต่อไปคือในระดับโลก ซึ่งมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องพัฒนากันต่อไป และเตรียมให้มีการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันในระยะสั้นตั้งแต่ระยะ 160 ลงมา เพราะที่ผ่านมานักกีฬาของเรามีปัญหาในเรื่องนี้ และเตรียมจะมีโครงการแลกเปลี่ยนกับสมาคมกอล์ฟของฟินแลนด์ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคคลากร และรูปแบบในการจัดการต่างๆด้วย"

เอิร์ท-ปลายฟ้า gsb gen ภาคเหนือ แฟชั่นปก campus star no.36
campus star magazine /  gsb gen campus star / 

หนุ่ม หล่อสาวสวยผู้ชนะเลิศการประกวด GSB GEN CAMPUS STAR ตัวแทนภาคเหนือ หนุ่มเอิร์ท-ชัชพงศ์ จันทราภรณ์ และสาวปลายฟ้า-นฤมล สิทธิวัง ที่แสดงความสามารถได้โดดเด่นจนสามารถเอาชนะใจคนดูและคณะกรรมการไปได้ กับเซ็ทแฟชั่นปก CAMPUS STAR ในสไตล์ของนักศึกษานักธุรกิจคนรุ่นใหม่ เอิร์ท-ปลายฟ้า gsb gen ภาคเหนือ แฟชั่นปก campus star no.36 FIRST OF EARTH ชื่อ : เอิร์ท-ชัชพงศ์ จันทราภรณ์ การศึกษา : ปี 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และการจัดการ ม.ราชภัฎเชียงราย วันเกิด : 3 มีนาคม 2538 ส่วนสูง : 186 ซม. น้ำหนัก : 76 กก. นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : หล่อ ทน บึกบึน คติประจำใจในเวลาเรียน : พยายามวันนี้ เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า วิชาเรียนสุดแสนน่าเบื่อ : เคมี แหล่งช้อปปิ้งใกล้มอ : ตลาดในมอ, เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงราย สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา : เพิ่มความเป็นธรรมชาติ ปลูกต้นไม้สร้างตึกทรงสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป้าหมายในอนาคต : เข้าสู่วงการบันเทิง เปิดบริษัทเกี่ยวกับโลจิสติกส์ สร้างแบรนด์ภายใต้ชื่อตัวเอง ผลงาน : GSB GEN CAMPUS STAR 2016 Instagram : earth_chatchapong FIRST OF PLAIFA ชื่อ : ปลายฟ้า-นฤมล สิทธิวัง การศึกษา : ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ม.เชียงใหม่ วันเกิด : 12 กันยายน 2537 ส่วนสูง : 168 ซม. น้ำหนัก : 47 กก. นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : สอบ อีก แล้ว คติประจำใจในเวลาเรียน : DON’T JUST THINK YOU’LL DO. LET’S DO IT! ไอดอลคนโปรดในมอ : อ.เอก บุญเจือ เพราะอาจารย์สอนเก่ง เข้านักศึกษาและเป็นกันเอง ฉายาประจำแก๊งในมอ : นางงาม เป้าหมายในอนาคต : เจ้าของรีสอร์ท และบริษัทนำเที่ยว, แสดงหนัง/ละคร ผลงาน : เทพีสงกรานต์เชียงใหม่ 2556, MISS AIRASIA 2556, ธิดาผ้าไทย 2557, J-MAT SMART GIRL รุ่นที่ 31, GSB GEN CAMPUS STAR 2016 FACEBOOK : NARUEMON SITTIWANG จุดเริ่มต้นประกวด GSB GEN CAMPUS STAR ที่เชียงใหม่ เอิร์ท : จริงๆ เมื่อหลายปีก่อนผมเคยประกวดเวทีคล้ายๆ กันมาแบบนี้ก่อน แต่ว่าตอนนั้นก็ไม่ได้สานต่องานในวงการบันเทิงเท่าไหร่ แต่ตอนนี้คิดว่าอยากเข้าวงการอย่างจริงจังแล้ว ก็เลยตัดสินใจมาสมัคร ซึ่งก็แอบคาดหวังเหมือนกัน เพราะตั้งใจมาประกวดงานนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ตื่นเต้นนะ ตอนประกวดก็เลยเอาความสามารถที่ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ มาแสดงผสมกับการแนะนำสถานที่พื้นเมือง แล้วก็ดีใจมากที่ได้รางวัลชนะเลิศ เสน่ห์ที่ทำให้ได้รางวัล น่าจะเป็นความเป็นตัวของตัวเอง ตลก แล้วก็ร่าเริงครับ สำหรับการประกวดนี้ก็ดีมาก เพราะเป็นเวทีที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ ก็รู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้ร่วมงานธนาคารออมสิน กับนิตยสาร CAMPUS STAR ผมก็ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กแล้วว่า อยากเข้าวงการเป็นทั้งนักแสดงและนักร้อง ก็อยากให้ CAMPUS STAR ช่วยผลักดันให้ผมทำความฝันให้สำเร็จด้วยครับ ปลายฟ้า : ที่มาประกวดเพราะว่าทางออมสินมาประชาสัมพันธ์โครงการที่มอของหนูค่ะ แล้วก็มีแจกนิตยสารด้วย หนูก็เลยสนใจ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้คาดหวังมากค่ะ แล้วพอตอนนั้นเขาตั้งโจทย์ให้แสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมเมืองเหนือ ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะแสดงอะไร แต่สุดท้ายก็ไปเรียนฟ้อนรำมาวันหนึ่ง แต่ก็ยังฟ้อนไม่ค่อยเก่ง พอมาซ้อมดูก็คิดว่ายังไม่เจ๋งพอ ก็เลยคิดว่าน่าจะเอาความสามารถส่วนตัวมาอะแดปกับการฟ้อนด้วย เลยกลายเป็นแสดงฟ้อนรำผสมกับมายากล เพราะหนูชอบเรียนมายากลมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ตอนนั้นคิดว่าเป็นการแสดงความสามารถพิเศษที่หายากที่น้อยคนจะทำได้ เหมือนได้แสดงละครให้คนดู มันสนุกดี ก็เลยได้ไปเรียนกับคุณครูส่วนตัว และได้เอามาใช้กับการแสดงนี้ แต่ก็กังวลเหมือนกันนะว่ามันจะเข้ากันมั้ย กรรมการจะโอเคมั้ย พอได้รางวัล สิ่งที่ทำให้ได้น่าจะเป็นบุคลิกที่มั่นใจและความสามารถที่แสดงออกมามั้งคะ ซึ่งเวทีนี้ทำให้หนูได้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งได้ประสบการณ์ เพราะมันถือว่าเป็นเวทีที่ใหญ่ระดับประเทศ ทำให้หนูได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้เป็นตัวแทนของออมสิน และอาจจะได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยค่ะ การเรียนของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ GSB GEN เอิร์ท : ตอนนี้อยู่ปี 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และการจัดการ ม.ราชภัฎเชียงราย ตอนแรกก็ลังเลอยากเรียนบริหารธุรกิจนะ แต่เห็นว่าสาขานี้เป็นสาขาเปิดใหม่ น่าจะรองรับอาชีพการงานได้หลากหลาย ก็เลยเลือกสาขานี้ แล้วก็ชอบทางด้านคำนวณด้วย แต่พอมาเรียนจริงๆ คำนวณก็ค่อนข้างยาก แต่ก็คือพยายามอ่านหนังสือให้เยอะๆ ที่สำคัญคือต้องเรียนด้วยความเข้าใจ แบบไม่ต้องท่องจำ มันถึงจะจำได้ง่ายที่สุด ปลายฟ้า : ตอนแรกที่จะเลือกคณะก็ลังเลอยู่สามคณะค่ะ คือการท่องเที่ยว มนุษย์อิ๊งค์ แล้วก็บริหาร เพราะอยากทำธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว แต่ก็คิดว่าการเรียนเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจ น่าจะทำให้ไปสู่เป้าหมายที่อยากทำได้มากขึ้น ก็เลยเลือกคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด เพราะจะได้เรียนรู้ทั้งพื้นฐานการทำธุรกิจ กลยุทธ์การขาย แล้วก็เป้าหมายในการตลาดด้วยค่ะ วิชาบริหารธุรกิจ วิชาในมอที่น่าเรียนรู้ เอิร์ท : ผมก็สนใจวิชาเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจอยู่ แต่ว่ายังไม่ได้เรียน ตอนนี้ก็มีเรียนเกี่ยวกับโครงการทำขวดน้ำ เรียนรู้วิธีการผลิตและส่งออก รวมถึงความต้องการของลูกค้าด้วย ก็ชอบนะเพราะอยากจะเรียนรู้การทำงานในแต่ละขั้นตอนด้วยตัวเอง ปลายฟ้า : การได้เรียนคณะบริหารธุรกิจมันทำให้เรารู้จักการวางแผนงานค่ะ จากเมื่อก่อนที่ไม่เคยวางแผนการทำงานเลย ทำให้พลาดงานต่างๆ ไปเยอะ ตอนนี้ก็เริ่มต้องวางงานให้เป็นสเต็ปๆ ว่าอันไหนทำก่อนหลัง แล้วก็มีความเข้าใจในความต้องการของคนอื่นมากขึ้น เหมือนเราจะขายของ เราก็ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน ธุรกิจในฝันที่อยากริเริ่ม เอิร์ท : ตอนนี้ที่บ้านมีธุรกิจเกี่ยวกับหอพักครับ ก็มีพี่ชายคอยดูแลอยู่ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างใหม่ ผมก็มีเข้าไปช่วยคุมคนงานบ้าง แต่ว่าถ้าเรียนจบจริงๆ ผมอยากเปิดบริษัทเกี่ยวกับโลจิสติกส์มากกว่า เพราะว่าน่าจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา แต่ว่าระหว่างที่เรียนก็คิดว่าจะทำธุรกิจออนไลน์เหมือนกัน ตอนนี้มองว่าจะเปิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างพวกโฟมล้างหน้าหรือยาสีฟัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนก็ใช้กันทุกวัน แต่ว่าอยู่ในช่วงเก็บเงินก่อน น่าจะเริ่มทำปีหน้าครับ ปลายฟ้า : ตอนนี้ที่บ้านเปิดเป็น LONG STAY ค่ะ เป็นธุรกิจของคุณพ่อ เพราะคุณพ่อใกล้เกษียณแล้วก็อยากจะมีกิจการรองรับให้มั่นคงด้วย ก็มีบ้านให้เช่า 2 หลัง แล้วก็กำลังสร้างใหม่อีก 2 หลัง ส่วนหนูคิดว่าถ้าจบแล้วอยากทำธุรกิจรีสอร์ท โรงแรม หรือทัวร์นำเที่ยว เพราะว่าหนูเป็นคนชอบเที่ยวเชิงธรรมชาติ ก็เลยอยากเปิดธุรกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ แบบเป็นรีสอร์ทแล้วก็อาจจะพานักท่องเที่ยวไปทัวร์ธรรมชาติด้วย แต่คิดว่าถ้าจบใหม่ๆ ก็อาจจะทำงานบริษัทไปสักพักก่อนเพื่อเรียนรู้งาน ธุรกิจนี้ก็คงเป็นจะอนาคตอันไกลไปอีก ธุรกิจที่คิดว่าชาตินี้จะไม่มีวันทำเด็ดขาด เอิร์ท : ธุรกิจเกี่ยวกับแอลกฮอล์ ร้านเหล้า จะไม่ทำแน่นอน เพราะตอนนี้ผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ก็คือเพิ่งเลิกกินเหล้าเมื่อไม่นานมานี้ เพราะว่าอยากจะเริ่มดูแลตัวเอง อยากหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองให้มากขึ้น ปลายฟ้า : ไม่ถึงกับไม่ทำเด็ดขาด แต่คิดว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่ทำยากพอสมควร คงเป็นธุรกิจเฉพาะทาง อย่างพวกธุรกิจเครื่องกล พวกสารเคมี วิทยาศาสตร์ ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางในการทำนะคะ ไอดอลของบุคคลที่ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ เอิร์ท : ผมชื่นชอบคุณตัน-ภาสกรนที คิดว่าเขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่นอกจากทำธุรกิจประกอบผลกำไรแล้วก็ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย ปลายฟ้า : ชอบพี่ต็อบ เถ้าแก่น้อยค่ะ พี่เขาเคยมาบรรยายที่คณะด้วย หนูรู้สึกว่าพี่เขาเป็นเด็กที่หาโอกาสสร้างรายได้ให้ตัวเอง คือเป็นคนมีความพยายามและความมุ่งมั่นจนประสบความสำเร็จค่ะ หนุ่มสาวนักธุรกิจในฝันตรงตามสเปก เอิร์ท : ผมชอบผู้หญิงที่ขยันทำงาน แบบช่วยกันทำมาหากิน ไม่ต้องน่ารักมากก็ได้ แต่ถ้าน่ารักด้วยก็ดีเลย 55 บุคลิกก็ชอบคนมั่นใจ ร่าเริง คุยง่าย แต่ตอนนี้ก็มุ่งอยู่กับงานไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ปลายฟ้า : เมื่อก่อนชอบคนเพอร์เฟกต์ แต่ว่าจริงๆ แล้วไม่มีหรอกมั้ง 55 ก็คือตอนนี้ก็ขอแค่คนที่ดูแลเราได้ มีเวลาให้ บุคลิกภายนอกไม่จำเป็นเท่าไหร่นะ เพราะถ้าหน้าตาดี แต่นิสัยเข้ากันไม่ได้ก็จบค่ะ ติดตามคอลัมน์ campus cover ในนิตยสาร Campus Star No.36 www.facebook.com/campusstar

สทศ.ประกาศ O-Net ม.6 วิชาภาษาอังกฤษได้คะแนนต่ำสุด
o net /  คะแนน O-net / 

หลังจากสทศ.ได้ประกาศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-net (โอเน็ต) ของน้องๆ ม.6 ปีการศึกษา 2558 ไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 59  เรียบร้อยแล้ว โดยผลออกมาพบว่า น้องๆ ทำคะแนนเฉลี่ย 5 วิชา ต่ำกว่าครึ่ง โดยวิชาภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด และภาษาอังกฤษได้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุด ขณะที่ "ร.ร. มหิดลวิทยานุสรณ์" ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดในประเทศ และมีคะแนนเฉลี่ยเกินครึ่งทุกวิชา สทศ.ประกาศ O-Net ม.6 วิชาภาษาอังกฤษได้คะแนนต่ำสุด โดยการสอบในแต่ละวิชาในภาพรวมครั้งนี้ คือ - วิชาภาษาไทย มีผู้เข้าสอบ 422,625 คน  เฉลี่ย 49.36 คะแนนสูงสุด 96.50 คะแนน ต่ำสุด 0.50 - สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  เข้าสอบ  423,519 คน  เฉลี่ย 39.70 คะแนน  สูงสุด 81.00 คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน - ภาษาอังกฤษ  เข้าสอบ 423,417 คน  เฉลี่ย 24.98 คะแนน สูงสุด 99.00คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน - คณิตศาสตร์  เข้าสอบ 423,654 คน  เฉลี่ย 26.59 คะแนน  สูงสุด 100.00คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน - วิทยาศาสตร์  เข้าสอบ 422,718 คน  เฉลี่ย 33.40 คะแนน สูงสุด 90.00 คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน สำหรับค่าสถิติพื้นฐานซึ่งจำแนกตามตัวแปรคือ คะแนนเฉลี่ย ตามสังกัด ขนาดโรงเรียน ที่ตั้งและภูมิภาค ได้ข้อสรุปดังนี้ 1. สังกัด ภาษาไทย - รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เฉลี่ย 81.49 คะแนน - รร.สาธิต สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เฉลี่ย 64.84 คะแนน - สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เฉลี่ย 49.95 คะแนน - สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เฉลี่ย 47.70 คะแนน 2. สังคมฯ - รร.มหิดล เฉลี่ย58.32  คะแนน - รร.สาธิตฯ เฉลี่ย 46.33 คะแนน - สพฐ.เฉลี่ย 40.00 คะแนน - สช.เฉลี่ย 38.65 คะแนน 3. ภาษาอังกฤษ - รร.มหิดล เฉลี่ย 75.53 คะแนน รร.สาธิตฯ เฉลี่ย 46.19 คะแนน - สพฐ .เฉลี่ย 24.68 คะแนน - สช. เฉลี่ย 27.49 คะแนน 4. คณิตศาสตร์ - รร.มหิดล  เฉลี่ย 92.21 คะแนน - รร.สาธิต เฉลี่ย 45.85 คะแนน - สพฐ.เฉลี่ย26.65 คะแนน - สช.เฉลี่ย 26.68 คะแนน 5. วิทยาศาสตร์ - รร.มหิดล เฉลี่ย 67.22  คะแนน - รร.สาธิต เฉลี่ย 42.57 คะแนน - สพฐ.เฉลี่ย 33.55 คะแนน - สช.เฉลี่ย 32.91คะแนน            จากผลการสอบในภาพรวมทั้ง 5 วิชาพบว่า คะแนนเฉลี่ย ไม่ถึงครึ่งคือร้อยละ 50 แม้แต่วิชาเดียว  โดยภาษาไทย เฉลี่ยสูงสุดคือ 49.36 คะแนน รองลงมา สังคม 39.70 วิทยาศาสตร์ 33.40 คณิตศาสตร์ 26.59 ต่ำสุดคือ ภาษาอังกฤษ 24.98 ขณะที่วิชาที่มีผู้สอบได้คะแนน 100 คะแนนเต็ม ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ ส่วนวิชาที่มีผู้สอบได้ 0.00 คะแนน มี 4 วิชา ได้แก่ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามเฉพาะวิขาภาษาไทย ผู้สอบได้คะแนนต่ำสุด คือ 0.50 คะแนน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังพบว่านักเรียนสามารถทำค่าคะแนนเฉลี่ยเกือบทุกวิชาสูงกว่าปีการศึกษา 2557 โดย สทศ. จะนำผลการทดสอบโอเน็ต ไปใช้เทียบเคียงกับผลการประเมินระดับนานาชาติโดยเฉพาะ PISA ต่อไป ส่วนนักเรียนที่ดูผลสอบแล้วไม่มั่นใจในคะแนนสามารถยื่นขอดูกระดาษคำตอบได้  ในวันที่ 24-26 มี.ค. เวลา 9.00 - 16.00 น. ณ อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 35 ซึ่ง สทศ.จะเปิดให้ดูกระดาษคำตอบ วันที่ 4 เม.ย. 2559 เวลา 9.00 - 16.00 น. แต่หากนักเรียนไม่มาดูกระดาษคำตอบตามวันและเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ข้อมูลและภาพจาก admissionpremium

ณัทพงศ์ กด 16 อันเดอร์ แซงคว้าแชมป์  ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ สิงห์-แซท 2016
ณัทพงศ์ นิยมชน /  สิงห์ แซท แชมเปี้ยนชิพ / 

ณัทพงศ์ นิยมชน มาแรงวันสุดท้ายหวดโบกี้ฟรี 7 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วันแซงคว้าแชมป์ ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการแรกในชีวิตด้วยสกอร์ 16  อันเดอร์พาร์ 272 ทิ้งห่างอันดับสองถึง 4 สโตรค ในศึก สิงห์ แซท แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามมาเจสติค ครีก กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ณัทพงศ์ นิยมชน โปรวัย 28 ปีจากนครสวรรค์ ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการตามหลังผู้นำ 2 สโตรคเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วด้วยการเก็บ 5 เบอร์ดี้ในช่วงเก้าหลุมแรก ก่อนจบสกอร์รอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 65 จากการทำ 7 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ รวมสี่วันคว้าแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตไปครองด้วยสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 272 ชัยชนะรายการนี้ ณัทพงศ์ รับเงินรางวัลไปครอง 435,000 บาท ซึ่งนักกอล์ฟจากนครสวรรค์ที่ก่อนหน้านี้ทำผลงานดีที่สุดในไทยพีจีเอทัวร์คือการจบอันดับสองในการแข่งขันที่กบินทร์บุรี เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เปิดเผยว่า "ได้แชมป์วันนี้รู้สึกแบบบอกไม่ถูกเลยครับ แชมป์นี้สำหรับคุณพ่อและคุณแม่ครับ" ณัทพงศ์ ที่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วเพิ่งชนะรายการระดับอาชีพรายการแรกในชีวิตในเซอร์กิตอาเชียนพีจีเอทัวร์ที่มาเลเซีย ยังกล่าวต่ออีกว่า "ก่อนแข่งผมไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะ แต่อยากติดหนึ่งในห้า เพราะก๊วนหลังผมยังมีนักกอล์ฟเก่งๆอย่างพี่โจ๊ก (ชัพชัย นิราช) และโม (ธันยากร ครองผา) ก็เลยไม่คิดอะไรมากแค่ทำให้ดีที่สุด ทำให้เล่นค่อนข้างสบาย"  แชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์คนล่าสุดที่ตลอดทั้งสัปดาห์เสียไปเพียง 3 โบกี้ในรอบที่สองของการแข่งขันยังกล่าวด้วยว่า ตอนที่ผมขึ้นนำร่วมกับพี่เทพ (เทพบดินทร์ อัมรนันทน์) ก็ยังไม่คิดว่าจะได้แชมป์นะเพราะพี่เทพเขาตีดี จุดเปลี่ยนน่าจะอยู่ที่หลุม 14 ที่พี่เทพเขาเสียโบกี้ แล้วผมมาได้เบอร์ดี้ที่หลุม 15 ทำให้นำ 2 สโตรค ก็คิดว่าชนะแน่"  อันดับสองตามเข้ามาเท่ากัน 3 คน ประกอบด้วย ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ ที่หวดเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 66, ปริยะ ชุณหสวัสดิกุล ที่ทำเข้ามาอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 และ เทพบดินทร์ อัมรนันทน์ ที่ช่วงหนึ่งของรอบสุดท้ายขึ้นนำหรืออย่างน้อยนำร่วมแต่สุดท้ายจบเข้ามาเพียง 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วันมีคนละ 12 อันเดอร์พาร์ 276 แบ่งเงินรางวัลคนละ 188,000 บาท เทพบดินทร์ นักกอล์ฟวัย 31 ปีจากเชียงรายที่ขึ้นนำการแข่งขันที่หลุม 12 ก่อนจะมาแผ่วปลายเปิดเผยว่า "ตอนหลุม 12 ผมขึ้นนำ พอหลุม 13 เสียโบกี้ ตั้งแต่หลุม 13 เป็นต้นมาพัตต์ไม่ดีเลยครับ พัตต์ใกล้ๆไม่ลงเลยครับ หลุม 13 สามพัตต์  หลุม 14  ตีสองออนก็สามพัตต์อีก หลุม 15 เซฟพาร์พัตเตอร์หนึ่งไม่ลงอีก หลุม 18 ก็ออกสามพัตต์อีก" ทางด้าน นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย เผยหลังจบทัวร์นาเม้นต์แรกของตัวเองหลังได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯ ว่า สมาชิกให้การตอบรับที่ดี จะเห็นว่ามีนักกอล์ฟในรุ่นใหม่ขึ้นมา มีโอกาสมากขึ้น นี่คือแรงบันดาลใจที่ดี ขอบคุณทางผู้บริหารสนาม เดอะ มาเจสติค ครีก คันทรี่คลับ และหลายๆ สนามที่ให้การสนับสนุน อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่  ในอนาคตเราจะมีสนามแข่งขันสภาพดี ๆมีมาตรฐานให้เล่นมากขึ้นแน่นอน สำหรับสนามต่อไปของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ กำหนดจัดแข่งขันระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.59 ที่สนามกอล์ฟเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี

ร้านกากั้นคว้าแชมป์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย /  ร้านกากั้น

ร้านอาหารกากั้น (Gaggan) จากกรุงเทพฯ คว้าตำแหน่งชนะเลิศต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในงานประกาศรางวัล  50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 พร้อมรางวัลพิเศษต่าง ๆ ได้รับการประกาศในพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ในงานมีเหล่าเชฟมากฝีมือ เจ้าของกิจการร้านอาหารชื่อดังและแขกวีไอพีในธุรกิจอาหารจากทั่วภูมิภาค เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน ยังมีร้านอาหารที่ได้รับการจัดลำดับในลิสต์ท็อป 50 อีกดังนี้ ร้านน้ำ (Nahm) อยู่ในอันดับที่ 8 ร้านอิษยา สยามมิส คลับ (Issaya Siamese Club) เลื่อนมายี่สิบอันดับ มาเป็นอันดับที่ 19 ในปีนี้ และร้านอีทมี (Eat Me) อยู่ในอันดับที่ 23 ร้านกากั้น ครองสองตำแหน่งในปีนี้ ได้แก่ ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า และร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่าเช่นกัน ที่ร้านอาหารซึ่งตั้งชื่อตามเชฟ กากั้น อนันต์ ได้นำอาหารอินเดียแบบดั้งเดิมมารังสรรค์ด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแนวโมเดิร์น เชฟกากั้นเข้าสู่วงการ  50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับโลกครั้งแรกในปี 2557 ในอันดับที่ 17 และในปี 2558 ที่ผ่านมา เขาไต่ลำดับโลกขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10   พร้อมกับครองตำแหน่งชนะเลิศใน 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียด้วยในเวลาเดียวกัน ในการย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการจัดงาน มีร้านอาหารหน้าใหม่เข้าสู่ลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเขีย ถึง 10 ร้านด้วยกัน โดยในจำนวนร้านหน้าใหม่นี้ มี 3 ร้านที่มาจากญี่ปุ่น  ในภาพรวม ร้านอาหารยอดเยี่ยมในปีนี้ มาจากประเทศจีน 13 ร้าน สิงคโปร์และญี่ปุ่นประเทศละ 10 ร้าน จำนวนประเทศที่ติดโผร้านอาหาร ยอดเยี่ยมเพิ่มขึ้นเป็น 13 ประเทศ ซึ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความหลากหลายของการสร้างสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศทั่วเอเชีย   รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศ นาริซาว่า (Narisawa) ซึ่งได้ตำแหน่งที่ 2 ของเอเชียในปีนี้ ยังได้ควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า มาด้วย ซึ่งเป็นการครองตำแหน่งนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว ส่วนร้านอาหารอีก 4 ร้าน จาก 9 ร้านของผู้ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศจากญี่ปุ่น ก็ได้รับการจัดอันดับอยู่ในลิสต์ท็อป 20 ของเอเชียเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีร้านอาหารจากญี่ปุ่นถึง 3 ร้านที่เข้าสู่รายการ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียในปีนี้เป็นปีแรก ได้แก่ ร้านลาเมซง เดอลานาตูร์ โกห์ (La Maison de la Nature Goh) จากฟุกุโอกะ (อันดับที่ 31)   ร้านเด็น (Den) จากโตเกียว (อันดับที่ 37)  และร้านคิคุโนอิ (Kikunoi) จากเกียวโต (อันดับที่ 42) ร้านอองเดร (André) ของเชฟอองเดร เชียง (André Chiang) ขยับอันดับขึ้นมาสองลำดับได้ที่ 3 ของเอเชียในปีนี้ และยังคงครองตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งสิงคโปร์ สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัค ควา ปันน่า ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4  นอกจากนี้ ร้านใหม่ที่กรุงไทเปของเชฟอองเดร ชื่อรอว (Raw) ก็เข้าสู่ลิสต์ ท็อป 50 ของเอเชีย ในอันดับที่ 46 เช่นกัน ในปีนี้ มีร้านที่คุ้นเคยจากสิงคโปร์ตบเท้าเข้าสู่ลิสต์ท็อป 50 อย่างภาคภูมิอีกหลายร้าน ประกอบด้วย วากิว คิน (Waku Ghin) (อันดับ 6), เลส์ซามีส์ (Les Amis) (อันดับ 12) และ เบิร์นท์เอ็นส์ (Burnt Ends) (อันดับ 14) โดยสิงคโปร์มีร้านใหม่เข้าสู่ลิสต์ 2 ร้าน คือ ร้านคอร์เนอร์เฮ้าส์ (Corner House) (อันดับ 17) และร้านไวลด์ร็อคเก็ต (Wild Rocket) (อันดับ 38) ร้านแอมเบอร์ (Amber) จากฮ่องกงคว้าอันดับที่ 4 ของเอเชีย และกลับมาอีกครั้งกับตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศจีน สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า โดยเบียดคู่แข่งที่เอาชนะ แอมเบอร์ในปีที่แล้วอย่าง อัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) ซึ่งปีนี้เข้าสู่ลิสต์เอเชียในอันดับที่ 7   ร้านอาหารจากฮ่องกงที่อยู่ในลิสต์ท็อป 50 ของเอเชียปี 2559 นี้มีทั้งหมด 9 ร้าน ซึ่งรวมถึงร้านตา วี (Ta Vie) ที่เข้ารอบปีนี้เป็นปีแรกในอันดับที่ 48 สำหรับร้านมิงเกิลส์ (Mingles) จากกรุงโซล ซึ่งติดอันดับ 15 ในปีนี้ ยังมีเรื่องน่ายินดีให้เฉลิมฉลองอีกสองต่อ เพราะได้คว้ารางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย จอห์น พอล รวมทั้งยังควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเกาหลีอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารใหม่อีก 2 แห่ง ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศไปครอง คือ ร้านแกลเลอรี่ เวสค์ (Gallery Vask) ติดลิสต์เอเชียในอันดับที่ 39 และได้รับเลือกเป็นร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งฟิลิปปินส์ ในขณะที่ร้าน โลคาวอร์ (Locavore) ที่บาหลีซึ่งติดอันดับที่ 49 คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินโดนีเซียไปครอง ร้านอินเดียน แอคเซ่น (Indian Accent) ไต่ขึ้น 13 ลำดับขึ้นสู่อันดับที่ 9 พร้อมรับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินเดียสองปีซ้อน ในกลุ่มผู้ฉลองความสำเร็จปีนี้ ยังประกอบด้วย ร้านเลอมูท์ (Le Moût) ในอันดับ 30 ควบรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งไต้หวัน  ร้านมินิสทรี่ออฟแครบ (Ministry of Crab)  ที่โคลอมโบ ติดอันดับที่ 31 พร้อมด้วยตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งศรีลังกา  ส่วนร้านกวิซีน วัดตำหนัก (Cuisine Wat Damnak) อันดับที่ 43 กลับมาครองแชมป์ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งกัมพูชาอีกครั้ง   ผู้ชนะรางวัลสาขาอื่น ๆ ประกอบด้วย รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul: ร้าน มิงเกิลส์ (Mingles) ที่ร้านมิงเกิลส์ในกรุงโซล เชฟมิงกู คัง (Mingoo Kang) ได้รังสรรค์อาหารเกาหลีขึ้นมาใหม่ โดยผสมผสานส่วนประกอบและธรรมเนียมการปรุงอาหารอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลและวิธีการทำอาหารแบบตะวันตก ความคิดสร้างสรรค์และการทดลองสิ่งใหม่ ๆ ทำให้ร้านอาหารขนาด 45 ที่นั่งอันแสนอบอุ่นแห่งนี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารเกาหลี รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro: ร้านโฟลคริแลช (Florilège) รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง เป็นรางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารที่ไม่อยู่ในลิสต์ 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แต่เป็นร้านอาหารดาวรุ่งของภูมิภาคนี้  ร้านโฟลคริแลชโดดเด่นในการทำอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ออกมาได้อย่างมีสไตล์ไร้ที่ติ  ฮิโรยาสุ คะวะเตะ (Hiroyasu Kawate) ซึ่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านแห่งนี้ ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และทักษะชั้นเลิศในการทำอาหารฝรั่งเศสให้เป็นที่ประจักษ์ ผ่านเมนูเลิศรสที่ประกอบด้วยอาหารหลายคอร์ส  รางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry: ร้านเชอรีล โกห์ (Cheryl Koh) เชฟเชอรีล โกห์ เป็นคนสิงคโปร์ แต่ได้เดินทางไปทำงานตามภัตตาคารมิชลินสตาร์ทั้งในปารีส ดูไบ และฮ่องกง เมื่อกลับมาบ้านเกิดในปี 2556 โกห์ได้นำประสบการณ์ความรู้มาใช้ที่ เลส์ซามีส์ ร้านใหม่ของเธอ จากนั้นได้มีการแนะนำร้านใหม่ ทาร์ต บาย เชอรีล (Tarte by Cheryl) ที่ย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์ในปี 2558 โดยร้านดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเลส์ซามีส์กรุ๊ป  แรงบันดาลใจที่เก็บเกี่ยวมาจากการเดินทาง ช่วยให้เชฟโกห์ ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ของหวานรสเยี่ยม ที่สะท้อนสัญชาตญาณการสร้างสรรค์และการฝึกหัดขนมอบต้นตำรับมาอย่างเข้มข้น   รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award): พอล เพเรท์ (Paul Pairet) เชฟชาวฝรั่งเศส พอล เพเรท์ ได้รับการคัดเลือกจากเหล่าเชฟ ที่อยู่ในลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเขีย 2559  ให้ได้รับตำแหน่งนี้ เพเรท์ได้รับความยอมรับนับถือจากบรรดาเพื่อนเชฟด้วยกัน จากความสำเร็จในการก่อตั้งร้านอาหารชื่อดังสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ คือ มิสเตอร์แอนด์มิสซิสบันด์ (Mr & Mrs Bund) และร้านอาหาร สุดล้ำที่มีชื่อว่าอัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) ความแปลกใหม่และความคิดสร้างสรรค์ที่แทรกซึมอยู่ในทุกเมนูของเขา ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าเชฟจากทั่วโลก รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award): ร้านควินเทสเซนส์ (Quintessence) ร้านควินเทสเซนส์ ซึ่งเปิดกิจการในโตเกียวมาตั้งแต่ปี 2549 ได้รับรางวัลความก้าวหน้าสูงสุด โดยร้านดังกล่าว ก้าวกระโดดขึ้น 29 ลำดับจากปีที่แล้วสู่อันดับที่ 20 ในปีนี้  เชฟชูโซ คิชิดะ (Shuzo Kishida) ซึ่งฝึกปรือทักษะการทำอาหารตั้งแต่ครั้งที่ทำงานใน ลาสทรานส์ (L’Astrance) ภัตตาคารระดับมิชลิน 3 ดาวที่ปารีส ยังคงสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิม ด้วยอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นที่โดดเด่น ทั้งวิธีการนำเสนอ การใช้วัตถุดิบที่สดใหม่อย่างสร้างสรรค์ และความประณีตใส่ใจทุกรายละเอียด สำหรับผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอีก 2 รางวัลจากงานในครั้งนี้ คือ เชฟมาร์การิต้า โฟเร่ส์ เชฟสาวมากฝีมือ ผู้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชียประจำปี 2016 และเชฟเดวิด ทอมป์สันแห่งร้านน้ำ (Nahm) ที่กรุงเทพฯ และร้านลองชิม (Long Chim) ที่สิงคโปร์ ได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารโดย The Diners Club®    มร. วิลเลี่ยม ดรูว์ กรุ๊ปเอดิเตอร์ของงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย กล่าวว่า “การจัดงานของเราเดินทางมาถึงปีที่ 4 แล้วในปีนี้ รางวัลต่าง ๆ ที่มอบให้สะท้อนถึงการเติบโตและความหลากหลายของแหล่งวัฒนธรรมอาหารในเอเชีย มีร้านอาหารหน้าใหม่เข้ามาอยู่ในลิสต์เอเชียท็อป 50 ในปี 2559 ถึง 10 ร้าน  ส่วนประเทศที่มีร้านอาหารได้รับรางวัล มีหลากหลายถึง 13 ประเทศ มากกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา คณะผู้จัดงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย มีเจตนารมย์ในการยกย่องชมเชยความคิดสร้างสรรค์ เมนูอาหารรสเลิศ และเหล่าสุดยอดร้านอาหารทั้ง 50 แห่งที่ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งเหล่าบรรดาเชฟชั้นนำผู้ได้รับรางวัล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนความเป็นสุดยอดของอุตสาหกรรมนี้” การรวบรวมรายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จัดทำโดยสมาคม The Diners Club® Asia’s 50 Best Restaurants Academy ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมร้านอาหารทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 300 ท่าน โดยแต่ละท่านล้วนได้รับการเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และความคิดเห็นของพวกเขาเป็นที่ยอมรับในวงการร้านอาหารในเอเชีย ทางสมาคมได้แบ่งการโหวตออกเป็น 6 เขตภูมิภาค ได้แก่  อินเดียและอนุทวีป, ตอนใต้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ตอนเหนือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ฮ่องกง ไต้หวันและมาเก๊า, จีนแผ่นดินใหญ่และเกาหลี, และประเทศญี่ปุ่น รูปแบบการแบ่งเขตภูมิภาคเช่นนี้ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถสะท้อนภาพรวมของวงการร้านอาหารที่เปิดอยู่ในปัจจุบันในเอเชียได้อย่างเป็นธรรมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และได้รับความเห็นชอบจากประธานของสมาคม Asia Academy แล้ว แต่ละภูมิภาคจะมีคณะกรรมการของตนเองรวมทั้งหมด 53 ท่าน โดยมีประธานภูมิภาคทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่ม คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยนักเขียนและนักวิจารณ์อาหาร เชฟ เจ้าของร้านอาหาร และผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น 'นักชิม' กรรมการแต่ละท่านจะโหวตได้ 7 ครั้ง และภายในจำนวนเจ็ดโหวตนี้ กรรมการ แต่ละท่านจะต้องทำการโหวตอย่างน้อย 3 โหวตให้กับร้านอาหารที่ไม่อยู่ในประเทศบ้านเกิดตนเองด้วย สำหรับรายชื่อในปี 2016 นี้ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Deloitte ได้ร่วมเป็นพันธมิตรผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินอิสระอย่างเป็นทางการของ Asia’s 50 Best Restaurants บริษัท Deloitte ได้ดำเนินการการตัดสินคะแนนตามกระบวนการที่กำหนด เพื่อยืนยันถึงความซื่อตรงและความถูกต้องของกระบวนการโหวตและรายชื่อผลการตัดสิน โดยผลการตัดสินจะถูกปิดเป็นความลับจนกว่าจะถึงกำหนดการประกาศรางวัล  การประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สำหรับผลการตัดสินในปีนี้ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในพิธีงานประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 โดยสามารถติดตามผลการตัดสินรางวัลได้ทางทวิตเตอร์ @Asias50Best และผ่านเว็บไซต์ www.theworlds50 best.com/asia นอกจากนี้ยังสามารถรับชมพิธีประกาศผลรางวัลแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ www.finedininglovers.com ด้วยความเอื้อเฟื้อจากผู้สนับสนุนหลักของงาน ได้แก่ ซาน เปลเลกริโน และ อัคควา ปันน่า สำหรับข้อมูล รูปภาพ และภาพวิดีโอเพิ่มเติมสำหรับงานรางวัลครั้งนี้ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.theworlds50best.com/asia ประเภทรางวัลอื่นๆ มีดังต่อไปนี้ รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย (The Best Restaurant in Asia) สนับสนุนโดย Pellegrino และ Acqua Panna รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารโดย The Diners Club® (The Diners Club® Lifetime Achievement Award) รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro รางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award) รางวัลสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชีย (Asia’s Best Female Chef) รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award) รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศ (Individual ‘Best in Country’ Awards)

งานแถลงข่าว การประกวดนางสาวไทย 2559
2559 /  missthailand / 

 “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” CHALLENGE YOUR LIMITS ประวัติการณ์ใหม่ในรูปแบบเรียลลิตี้โชว์ กว่า 82 ปีแห่งตำนานในเวทีการประกวด “นางสาวไทย” กำลังจะเปลี่ยนไป โดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบหมายให้ทาง บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สร้างสรรค์ อำนวยการผลิตรายการและผู้ดำเนินการประกวดนางสาวไทย 2559 “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” CHALLENGE YOUR LIMITS เพื่อคัดเลือกสตรีไทยที่มีความงาม ความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่ง “นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2559” และเพื่อเชิดชูเกียรติ และรณรงค์บทบาทสตรีไทยเผยแพร่สู่สาธารณชน ในรูปแบบรายการเรียลลิตี้โชว์เต็มรูปแบบ พลิกโฉม เพิ่มสีสัน ท้าท้ายความสามารถ แบบเข้มข้น ครบเครื่อง เพื่อเผยแพร่ออกอากาศทางช่อง 7 HD โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่าน อาทิเช่น พลตำรวจโท เจตนากร นภีตะภัฏ นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณปิยะพงษ์ โพธิ์สูง รองผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 คุณเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานอำนวยการกองประกวดนางสาวไทย 2559 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) คุณภคินี อโนมะศิริ บรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการความงามนิตยสารดิฉัน พร้อมด้วยนางสาวไทย ประจำปี 2549 “เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์” และนางสาวไทย ประจำปี 2557 (ล่าสุด) “อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์”ตามด้วยรองนางสาวไทย อันดับที่ 1 “พิมพ์ชนก จิตชู” และรองนางสาวไทย อันดับที่ 2 “เสาวลักษม์ ไชยศิริธัญญา”  การประกวดในรูปแบบเรีลลิตี้ จะมีนางสาวไทยรุ่นพี่ “เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์” นางสาวไทย ประจำปี 2549 มาร่วมเป็น HOST สร้างสีสันในรายการ ซึ่งผู้ประกวดจะต้องพิสูจน์ความสามารถกับ 8 CHALLENGE + 1 Final Round โดยเฉพาะถ่ายทอดสดในรอบตัดสิน ที่จะเพิ่มดีกรีความยิ่งใหญ่ของโชว์ที่อลังการล้ำสมัย ตื่นตาตื่นใจทั้งเทคนิคแสง สี เสียง พร้อมบททดสอบในการเฟ้นหาสาวงามสง่าสวยทรงคุณค่า มากความรู้ ความสามารถ เพียง 1 เดียวที่คู่ควรกับตำแหน่ง “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” ให้กับประเทศไทย สำหรับปีนี้เวทีการประกวดจะยิ่งเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้นเพราะนอกจากจะได้ทีมงานคุณภาพคับแก้วของอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ที่มีคุณเกรียงกานต์ กาญจนะโภคินเป็นผู้กุมบังเหียนด้านการออกาไนเซอร์แล้ว ยังเสริมทัพด้วยทีมงานที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นจากนิตยสารชื่อดังของไทย "ดิฉัน" ที่จะมาร่วมการันตีความสนุก ความแซ่บในพาร์ทต่างๆให้เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงบรรณาธิการบริหารของนิตยสารดิฉัน คุณภคินี อโนมะศิริ หรือคุณอ้อ ก็จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ด้วย โดยคุณอ้อได้กล่าวถึงการเข้าร่วมการประกวดนางสาวไทยครั้งนี้ว่า "การประกวดนางสาวไทยที่ผ่านมาทุกครั้งเป็นสิ่งที่มีเกียรติ แต่ด้วยปีนี้ Pattern และ Activities ต่างๆน่าสนใจมาก เป็นอะไรที่สะท้อนโลกปัจจุบัน หมายถึงว่าสะท้อนบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าแสดงออก  แล้วก็มีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ซึ่งมันก็สอดคล้องกับทิศทางของหนังสือดิฉัน ที่ต้องมีการปรับให้เข้ากับโลคยุคใหม่อยู่เสมอ มีความมั่นใจกับการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะรูปแบบอะไรก็ตาม แน่นอนว่าช่วงแรกๆ มันอาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่ว่าเมื่อคนเข้าใจแล้วเนี่ยมันจะสนุกมาก" "โดยหลักแล้วจะต้องเป็นกรรมการในวันตัดสิน คุณสมบัติของที่กองประกวดเขาจะคัดเลือกคือหน้าไทยเลย แล้วก็ความสูงก็มีเส้นวัดอยู่ 160 ซม. เป็นมาตรฐานหญิงไทย คือทุก elements มันจะมีเหตุผล เนื่องจากว่าเราจบการประกวดก็จะจบเลย เป็น career ให้แต่ละคนที่อาจจะแจ้งเกิดในวงการนี้ คนที่เป็นรองหรืออาจจะไม่ได้ติดอันดับหรืออะไรเลยก็อาจจะไปมีชื่อเสียงในด้านของความสามารถของตัวเองที่สะท้อนออกมา มันเป็นเหมือนเรียลลิตี้ที่โชว์ตัวตน มันน่าสนุกตรงนี้ เราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง มันก็เลยสนุกตรงนี้แหละค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณทางออร์แกไนเซอร์ที่ชวนทางเราไปเป็นพาร์ทเนอร์ด้วยกัน ก็เรียนรู้ซึ่งกันและกันไป ถ้าความรู้ของเราเป็นประโยชน์ และประสบการณ์ในการทำงานของทีมดิฉัน จะเป็นประโยชน์กับทางกองการประกวดได้ ก็ยินดีมากๆเลย" คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด มีสัญชาติไทย เป็นเพศหญิงโดยกำเนิด มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร มีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ในวันสมัคร และไม่เกิน 25 ปี ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 เปิดรับสมัครผู้ประกวด“นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” โดยสามารถยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่ วันที่ 4 - 20 พฤษภาคม 2559 อ่านข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.missthailandofficial.com *หมายเหตุ การยื่นใบสมัครทางอีเมล์ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 4-20 พฤษภาคม 2559 ก่อนเวลา 12.00 น. * ผู้สมัครต้องส่งใบสมัครพร้อมรูปถ่าย ทางอีเมล์ก่อน แล้วนำใบสมัครตัวจริงพร้อมเอกสารมายืนในรอบคัดเลือก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  ลานอีเดน ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 18.00 น. สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเกาะติดสถานการณ์จากเวทีเรียลลิตี้โชว์ “นางสาวไทย 2559 (MISS THAILAND 2016)” ชมวีดีโอย้อนหลัง, เบื้องหลังการถ่ายทำอย่างเจาะลึกกับ Exclusive behind the Scene ได้ที่   www.missthailandofficial.com  FB: MISSTHAILANDOFFICIAL,Twitter:MISSTHAILAND2016, IG: MISSTHAILAND2016 , IG : DichanMag ขอบคุณภาพบางส่วนจาก เว็บไซต์ mcot.net , IG : joeyonwipa

ผวา ฝรั่งเศสพบผู้ป่วย 'ไข้ซิกา' รายแรก รับเชื้อผ่านการมี 'เซ็กส์'
จีน /  ทำแท้ง / 

สาธารณสุขฝรั่งเศส ยืนยัน มีผู้ติดเชื้อไข้ซิกา ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ วันนี้ (28 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ออกมาเปิดเผยว่าพบผู้ป่วยเพศเชื้อซิกาเพศหญิงในกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งมีการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ จากคู่นอนของเธอ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศบราซิล ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง และมีเชื้อดังกล่าวแพร่กระจายอยู่อย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน ซีดีซี หรือ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ ยืนยันว่ามีผู้ป่วยไข้ซิกาแล้วกว่า 2 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ภายใต้การสังเกตอาการจากแพทย์ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ มีผลวิจัยชี้ว่า เชื้อซิกา สามารถพบได้ในน้ำอสุจิของเพศชาย จึงมีการประกาศเตือนให้ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเซ็กส์ ในพื้นที่ที่มีการระบาด ------------------------------------------------------------------------------------------------ ทางการบราซิล ใช้โดรนค้นหาและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ไวรัสซิกา และโรคชิคุนกุนยา สำนักต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลกลางบราซิล ได้เพิ่มการตรวจตราและฉีดพ่นยาตามบ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ ตั้งแต่มีการสันนิษฐานว่า ไวรัสซิกา อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีทารกศีรษะเล็กผิดปกติแต่กำเนิดมากขึ้น ตั้งเป้าดำเนินการให้ได้ 60 ล้านแห่งทั่วประเทศ จนถึงขณะนี้ คณะทำงานที่มีทั้งทหาร และข้าราชการดำเนินการไปได้แล้วร้อยละ 40 หรือราว 27.5 ล้านแห่ง ทั้งบ้านเรือน อาคารภาครัฐและเอกชน แต่ติดปัญหาบางแห่งไม่สามารถเข้าไปได้ หรือไม่มีเจ้าของอยู่ จึงนำโดรนติดกล้องวิดีโอมาช่วยค้นหาทางอากาศเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่เหล่านั้นต่อไป นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยไข้ซิกาแบบใหม่ ที่ให้ผลรวดเร็วกว่าเดิม ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เผย ต้องใช้เงินเกือบ 2 พันล้านบาท ต่อสู้กับไวรัสซิกา ที่กำลังแพร่ระบาดเกือบ 30 ประเทศในตอนนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกมาเปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ทางองค์การฯ ได้ใช้เงินราว 1,990 ล้านบาท ในการต่อสู้กับไวรัสซิกา โดยจำนวนนี้จะต้องใช้ถึงเดือนมิถุนายน เพื่อเร่งผลิตวัคซีน ตรวจวินิจฉัยวิจัยว่า เชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนี้ แพร่ระบาดได้อย่างไร และหาวิธีการควบคุมไวรัส โดยจะจัดสรรให้แก่สำนักงานใหญ่ และสำนักงานภูมิภาคขององค์การอนามัยโลก หน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน เช่น กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศ และหน่วยงานผู้บริจาคต่าง ๆ ขณะเดียวกันจะตั้งกองทุนฉุกเฉินราว 71 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อนในเบื้องต้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก คาดอีก 18 เดือน ข้างหน้าจะแล้วเสร็จ วัคซีนไวรัสซิก้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังความพยายามอย่างเต็มกำลัง สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามันโลก ฝ่ายระบบสาธารสุขและนวัตกรรมแถลงว่า ขณะนี้มี 15 บริษัทหรือหน่วยงานได้ร่วมทำการทดลองขนาดใหญ่เพื่อผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสซิก้า มี 2 หน่วยงานซึ่งมีความคืบหน้าบ้างแล้วหนึ่งในนั้นคือสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนกับ ภารัต ไบโอเทค ตั้งอยู่ที่อินเดียและผลจากการดำเนินความพยายามอย่างเต็มกำลัง เช่นนี้คาดว่าอีกประมาณ 18 เดือนถึงจะแล้วเสร็จสำหรับวัคซีน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ระบุอีกว่า ประมาณ 4-8 สัปดาห์ถึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่าไวรัสซิก้าเกี่ยวพันกับอาการร้ายแรงอีก 2 อาการคือศีรษะเล็กผิดปกติ กับกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ ผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าส่วนใหญ่อาการจะอยู่ในระดับปานกลางแต่ก็สร้างความวิตกเพิ่มขึ้นได้อีกว่าไวรัสซิก้าอาจเกี่ยวพันไปถึงอีก2 กลุ่มอาการร้ายแรง สำหรับโรคศีรษะเล็กนั้นเกิดกับทารกแรกเกิดทำให้ศีรษะเละสมองเล็กส่วนกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ นั้นรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตและทำให้เสียชีวิตได้ ที่มา innnews ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หัวหน้าคณะแพทย์ทีมนักกีฬาทีมชาติเยอรมัน ระบุ ไวรัสซิกา ไม่กระทบโอลิมปิกที่บราซิล แต่ให้อิสระนักกีฬาตัดสินใจจะเข้าร่วมหรือไม่ แบรนด์ โวลฟาร์ธ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทีมโอลิมปิกของทีมชาติเยอรมัน ออกมากล่าวว่า ไวรัสซิก้าที่กำลังระบาดในประเทศบราซิล จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่รีโอ เดอ จาเนโร อย่างไรก็ตาม จะให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของเหล่านักกีฬาทั้งหลาย ว่ายินดีจะเข้าร่วมชิงชัยหรือปฏิเสธที่จะไม่เดินทางไปบราซิล โดย นายแพทย์ โวลฟาร์ธ กล่าวว่า นักกีฬามีสิทธิที่จะตัดสินใจว่า พวกเขาจะเข้าร่วมแข่งขันหรือไม่ แต่สิ่งแรกที่เราดำเนินการอยู่คือการเฝ้าระวังและติดตามดูพัฒนาการของเชื้อไวรัสอย่างใกล้ชิด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทางการจีน พบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรก ไม่ห่วงเกิดการระบาดในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนพบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรกแล้ว โดยรายงานระบุว่า ชายชาวจีน วัย 34 ปี ที่เพิ่งเดินทางไปยังอเมริกาใต้เมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นชาวจีนคนแรกที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสซิกา สาธารณสุขและหน่วยงานวางแผนครอบครัว กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวมาจากเมืองกานเสียน ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่ทางการจีนมองข้ามความเสี่ยงที่โรคดังกล่าวจะแพร่ระบาดในภูมิภาค เนื่องจากจังหวัดเจียงซี เป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น สำหรับผู้ป่วยชายคนดังกล่าว เพิ่งเดินทางกลับมาจากเวเนซุเอลา โดยเดินทางผ่านฮ่องกง และเสิ่นเจิ้น เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยมาพร้อมกับอาการไข้และวิงเวียนศีรษะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชายคนดังกล่าวกำลังถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ้านเกิด และอาการเบื้องต้นเริ่มทุเลาขึ้น เนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง -ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ โรคไข้ซิกา -เตือนเฝ้าระวัง ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา สาเหตุหลัก จากยุงลาย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล

ส.บอลคอนเฟิร์ม! ปธ.ฟีฟ่าตอบรับหนังสือเยือนไทยร่วมฉลอง 100 ปี
100 ปีสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย /  จานนี อินฟานติโน / 

ประธานคนใหม่ของฟีฟ่าตอบรับมาเยือนไทย วันที่ 28 เมษายนนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 3 มีนาคม 2559 เพื่อแสดงความยินดีแก่ จานนี อินฟานติโน เนื่องในโอกาสที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) คนใหม่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมานั้น การนี้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยังได้เชิญชวนให้ จานนี อินฟานติโน เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง สมาคมฯ และ ฟีฟ่า ให้แนบแน่นมากขึ้น รวมถึงยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการพัฒนาฟุตบอลในภูมิภาคอาเซียน และล่าสุดประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติได้ตอบกลับหนังสือถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงวันที่ 30 มีนาคม 2559 ตอบรับคำเชิญและเตรียมจะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เครดิตภาพ : fathailand

แต่งคอนโด ให้เหมือนอยู่ชายทะเล ร้อนนี้ต้องจัด!
บ้านกลิ่นอายทะเล

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ อยู่กับสิ่งที่ชอบ แต่งคอนโด ให้เหมือนอยู่ชายทะเลมาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ ไอเดียการแต่งคอนโดห้องนี้ เป็นบทความของคุณศิวนาถ เสนาประทุม และภาพประกอบสวยๆ จากธเนศ  เปี่ยมหน้าไม้ค่ะ ในชีวิตคนเราคงไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีสถานที่สักแห่ง อันเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดเองก็ตาม แน่นอนว่ายิ่งเป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน เฉกเช่นเจ้าของคอนโดบ้านแสนงาม หัวหิน จากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) แห่งนี้ คุณบุษซะเร๊าะ และนาวาโท  ดนัย อเนกนาจสถาพร สองสามีภรรยาที่ได้ไอเดียในการตกแต่งห้องจากการเปิดอ่านนิตยสารไลฟ์แอนด์โฮมซึ่งนับว่าเป็นเกียรติแก่คอลัมน์ใหม่นี้เป็นอย่างยิ่ง กับคอนโดที่จะถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านท่านอื่นๆ ต่อไป อยู่กับสิ่งที่ชอบ แต่งคอนโด ให้เหมือนอยู่ชายทะเล จากห้องเปล่าขนาดพื้นที่เพียง 48 ตาราเมตร มีพื้นที่จำกัดถูกเนรมิตขึ้นจนกลายเป็นห้องพักในสไตล์กรีซผลมโมร็อกโคตามแบบที่ผู้เป็นเจ้าของชื่นชอบ ด้วยไอเดียที่เขาและเธอเก็บเล็กผสมน้อยจากการอ่านนิตยสารแต่งบ้านจนสามารถต่อยอดกลายเป็นห้องพักที่มีเรื่องราวแห่งนี้ คุณบุษซะเร๊าะ เล่าว่า "ดิฉันและสามีติดตามนิตยสาร ไลฟ์แอนด์โฮมมาโดยตลอด และเมือเดือนเมษายน พ.ศ.2557 ที่ผ่านมาเราทั้งสองรู้สึกประทับใจหน้าปกซองเล่มดังกล่าวมาก ซึ่งเป็นหารตกแต่งห้องพักที่ให้กลิ่นอายของทะเล ในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน จึงเกิดไอเดียร่วมกับสามาเริ่มอยากลองแต่งห้องเองบ้าง ได้เริ่มมองหาคอนโดสักแห่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเรา ซึ่งบุษและสามีก็ชอบเดินทางมาเที่ยวที่หัวหินกันอยู่แล้ว และมาลงตัวกับโครงการบ้านแสนงาม ของแสนสิริแห่งนี้ ด้วยทำเลที่มองเห็นวิวสวนที่เราชื่นชอบ เมื่อเห็นจึงตัดสินใจซื้อแบบไม่ลังเล" ภายในห้องขนาดกะทัดรัดแต่ยังคงฟังก์ชั่นอย่างต่อเนื่อง  บรรยากาศโดยรวมดูสดใส ด้วยโทนสีฟ้าขาวเป็นหลักเพื่อสื่อถึงหาดทราย และท้องทะเล เข้าสู่ส่วนแรกวางเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวแอลชิดติดผนัง พร้อมตู้ลอยสำหรับเก็บอุปกรณ์ทำครัว และชั้นสำหรับวางของตกแต่งกระจุกกระจิก ห้อยประดับด้วยโหลลูกโป่งหลากสี ถัดมาเป็นส่วนนั่งเล่นจัดวางโซฟาสีน้ำเงิน เชื่อมต่ออีกด้านจัดวางเดย์เบดหวายเสริมด้วยหมอนอิงสีส้มสด ที่จัดสรรให้อยู่ชิดกับประตูบานเลื่อนกระจกใสที่เผยให้เห็นสวนของโครงการภายนอก โดยผนังที่ดูเรียบโล่งถูกแต่งเติมด้วย มู่ลี่สีฟ้า เพิ่มกลิ่นอายแบบทะเลเข้ามาไว้ในห้องด้วยของตกแต่งอย่างห่วงยาง สมอเรือ พร้อมทั้งบิลต์อินเป็นชั้นวางของด้วย แผ่นไม้จัดแต่งด้วยหอประภาคาร เรือใบจำลอง กระตุ้นความรู้สึกให้มีชีวิตสร้างบรรยากาศที่ชวนหลับใหลเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของห้องนอนถูกแบ่งกั้นความเป็นส่วนตัวด้วยประตูกระจกใสบานเลื่อนดูโปร่งโล่งสบายตา ด้วยการวางเตียงนอนสีเสาเสริมด้วยผ้าม่านสีขาว บริเวณหัวเตียงแต่งเติมด้วยพังงาเรือ ปลาดาวหลากสี และตาข่ายสีขาวดูผ่อนคลายด้วยสีเหลืองนวลของแสงไฟ ถัดไปเป็นที่นั่งก่อด้วยกระเบื้องโมเสกสีฟ้าขาว เพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง ทั้งนี้ยังวางด้วยเบาะรองสีส้มเสริมด้วยหมอนอิงสีน้ำเงิน ให้เอนกายในอิริยาบถสบายๆ มองวิวสวนผ่านหน้าต่างกรจกบานสูง ทั้งนี้ในส่วนของระเบียงห้องพัก จัดสรรให้เป็นพื้นที่นั่งเล่น จัดวางโต๊ะกลางสีขาว พร้อมบีนแบ็กสีส้มสด ให้เพลิดเพลินกับการนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดรับลมชมวิวสวนก็สร้างความสุขกายสบายใจให้เจ้าของบ้านไม่น้อยเลยทีเดียว ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน September 2015 จาก Mbookstore คลิ๊ก

5 ซุปตาร์ รอดเกณฑ์ทหารหวุดหวิด ด้วยเหตุผลเช่นนี้!!
นิชคุณ /  นิชคุณ 2PM / 

หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชายซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารประจำปี ซึ่งแต่ละปีจะสร้างความฮือฮาไม่น้อยโดยเฉพาะเมื่อศิลปินดารา หรือ ซุปตาร์ในดวงใจต้องมาเข้ารับการตรวจเลือก หรือเกณฑ์ทหารจับใบดำ-ใบแดง แต่งานนี้เรามาดูกันว่ามีศิลปินดาราหนุ่มคนไหนบ้างที่รอดพ้นจากการเป็นทหารรับใช้ชาติไปอย่างหวุดหวิด และด้วยเหตุผลอันใดไปเชิญชมกันเลยค่า!! ไมค์ พิรัชต์ ใช้สิทธิ์ผ่านผันครบตามกำหนดเวลามาแล้วถึง 5 ครั้งด้วยกัน และในปี 2559 นี้ อายุครบ 26 ปีบริบูรณ์จึงต้องลุ้นจับใบดำ-ใบแดง กับเขาด้วย แต่ทว่า หนุ่มไมค์ ได้หอบหิ้วเอกสารใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ซึ่งระบุว่า ป่วยเป็นโรคหอบหืด และยังเป็นลำไส้อักเสบในอดีตอีกด้วย ไมค์ พิรัชต์ ก็เลยไม่ผ่านเกณฑ์การรับราชการทหารไปโดยปริยายสบายเฉิบ ซึ่ง หนุ่มไมค์ โอดภายหลังว่าเสียดายที่ไม่ได้รับใช้ชาติเพราะมีโรคประจำตัว!!! ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ เจมส์ มาร์ เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง ที่โรงรียนวัดธาตุทอง แขวงพระโขนง เขตวัฒนา เนื่องจากติดเรียนปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว หาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ หนุ่มเจมส์ มาร์ ได้ดำเนินเรื่องตามกระบวนการที่ทุกคนทำ และมีสิทธิ์ยื่นผ่อนผันได้ถึงอายุ 26 ปี เมื่อถึงเวลาต้องจับใบดำ-ใบแดงในเวลานั้น เจมส์ มาร์ ก็ยินยอมพร้อมใจ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำอยู่แล้วจ้า เจมส์ มาร์ เจมส์ มาร์ เจมส์ มาร์ พีช พชร จิราธิวัฒน์ ดาราวัยรุ่นชื่อดังทายาทเครือเซนทรัล วัย 23 ปี ปีนี้ก็ได้ยื่นเอกสารผ่อนผันการเกณฑ์ทหารอีกรอบ ซึ่งเป็นรอบที่ 3 และเป็นการใช้สิทธิ์ผ่อนผันที่เหลืออยู่เป็นปีสุดท้าย ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีงานที่ต้องทำ และมีละครที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ เลยต้องขอรับผิดชอบตรงนี้ก่อนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ส่วนปีหน้ามาลุ้นกันต่อว่า หนุ่มพีช จะได้จำใบดำ-ใบแดงกันหรือไม่!! พีช พชร พีช พชร พีช พชร ณเดชน์ คูกิมิยะ ย้อนกลับไปปี 2557 ต้องกลายเป็นข่าวครึกโครมสนั่นโซเชียลกันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่เคยขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันมาแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน เนื่องจากติดเรียนอยู่ และในปี 2557 ณเดชน์ คูกิมิยะ ต้องรับเข้าการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองเกิน แต่ถูกจัดเป็นบุคคลจำพวก 4 ไม่ผ่านการตรวจสุขภาพ โดยมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ยืนยันป่วยเป็นหอบหืดจริงมาเป็นหลักฐาน แต่งานนี้กลายเป็นข้อกังหาที่หลายคนสงสัยว่าทำไมดาราถึงมักจะเป็นโรคหอบหืดกันหนักในช่วงการเกณฑ์ทหาร!! ณเดชน์ คูกิมิยะ ณเดชน์ คูกิมิยะ ณเดชน์ คูกิมิยะ นิชคุณ หรเวชกุล อีกหนึ่งหนุ่มฮอตในสมาชิกวง ทูพีเอ็ม ที่ลงทุนบินตรงมาจากเกาหลีเพื่อเข้าร่วมเกณฑ์ทหารที่เมืองไทยตามความหน้าที่ของชายไทย ที่เขตทวีวัฒนา ท่ามกลางแฟนคลับที่ต่างแห่แหนกรี๊ดสนั่น ให้กำลังใจท่วมท้น แต่ทว่า นิชคุณ รอดการคัดเลือกทหารเกณฑ์มาได้ เพราะเขตทวีวัฒนามีผู้สมัครเป็นทหารเต็มพิกัด ซะงั้น!!! จึงไม่ต้องลุ้นใบดำ-ใบแดง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าลุ้นระทึกและตื่นเต้นสุดๆ พร้อมกับขอบคุณแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา!! นิชคุณ นิชคุณ นิชคุณ ขอบคุณภาพจาก IG jma_mom_oat, peach_pachara, m1keangelo

จตุพรแนะ คสช.ตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้ง
คสช. /  จตุพร / 

ประธาน นปช. หนุนคำแนะนำ "พล.อ.ชวลิต" จี้รัฐเร่งคืนอำนาจประชาชน จัดการเลือกตั้ง เชื่อเป็นข้อเสนอที่ไร้อคติ โต้ "มีชัย" กรณีอ้างว่าเคราะห์ร้าย ชี้ คนไทย-ประเทศไทย เคราะห์ร้ายมากกว่า ที่จะได้ รธน.แบบไม่เป็น ปชต. แนะ หัวหน้า คสช. ตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงคำแนะนำของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รีบคืนอำนาจประชาธิปไตยให้กับประชาชนและประเทศ ว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ ผ่านการรับรู้ และแก้ปัญหาของประเทศมามากมาย คงเข้าใจถึงปัญหาอันจะส่งผลเสียหายต่อประเทศในอนาคต รวมถึงได้ผ่านตำแหน่งสำคัญในกองทัพมาอย่างครบถ้วน และยังเป็นนายทหารประชาธิปไตย ไม่เคยยึดอำนาจ แต่มาตั้งพรรคการเมือง หาเสียงเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน ในฐานะนักการเมือง จนได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งของประชาชน อย่างไรก็ตาม นายจตุพร กล่าวว่า การแสดงความเห็นของ พล.อ.ชวลิต ในครั้งนี้ มีความชัดเจนที่สุด โดยเสนอให้ คสช. คืนอำนาจให้ประชาชน แม้ผู้นำ คสช. บางคนพยายามจะอยู่ในอำนาจอีก 5 ปี และถือว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่มีอคติมาเจือปน นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวอ้างว่า เป็นคนเคราะห์ร้ายที่สุด ที่มาเขียนกติกาท่ามกลางคนที่เห็นแตกต่างกันว่า นายมีชัย เข้าใจผิด เพราะคนที่เคราะห์ร้าย และโชคร้ายที่สุด คือ คนไทย และประเทศไทย ซึ่ง นายมีชัย มีทางเลือก แต่กลับไม่ยอมเลือก ขณะเดียวกัน ยังนำเนื้อหารัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2519 และ ปี 2521 มาใส่ในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังปรับปรุงอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ นายจตุพร กล่าวว่า ที่ นายมีชัย อ้างว่าประเทศมีความแตกต่างกันมากนั้น ความจริงแล้วเกิดขึ้นทุกยุคสมัย ดังนั้น ประชาธิปไตย จึงต้องมีกติกาให้ยึดเสียงข้างมากของประชาชนผ่านการเลือกตั้งมาตัดสิน แต่ที่ผ่านมา เสียงข้างมากกลับเป็นส่วนเกินของประเทศ เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังปกป้องเฉพาะเสียงข้างน้อย แล้วละเลยเสียงข้างมาก นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวหาฝ่ายเสียงข้างมาก เป็นเผด็จการเสียงข้างมากอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เกิดจากฝ่ายเผด็จการเสียงข้างน้อยสร้างขึ้นมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแสดงความเห็นของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ กับสื่อต่างประเทศนั้น ว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการชี้เพียงว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่เต็มไปด้วยความล้าหลัง และไม่แตกต่างจากรัฐธรรมนูญของประเทศเกาหลีเหนือ แต่ นายอภิสิทธิ์ กลับระบุว่า เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ไม่แตกต่างจาก นปช. ที่ต่อต้าน ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญในขั้นตอนการทำประชามติ นั้น ไม่แปลกเลยกับการแสดงความเห็นของพรรคการประชาธิปัตย์ ที่มีหลายบทบาท ทั้งรับและไม่รับ เพื่อให้เกิดบรรยากาศการเจรจาต่อรองอำนาจทางการเมือง ต้องการมีอำนาจอยากร่วมรัฐบาล นอกจากนี้ นายจตุพร กล่าวสนับสนุนให้ ผู้นำ คสช. ตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตัดสิน เพราะมีผลสำรวจความนิยมของประชาชนได้ชื่นชอบ ผู้นำ คสช. มากถึงร้อยละ 99.50 และหากได้รับชัยชนะจะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับในที่มาของอำนาจอย่างชอบธรรม ที่มา INN

เปิดขุมทรัพย์บริษัท 'ไร่ส้ม' กว่า 10ปี 'สรยุทธ' ฟันรายได้เท่าไหร่ ?
ข้อมูลบริษัทไร่ส้ม /  บริษัทไร่ส้ม / 

เปิดข้อมูลผลประกอบการบริษัท 'ไร่ส้ม' กว่า 10 ปี 'สรยุทธ' ฟันรายได้เท่าไหร่ ? กำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีที่พิธีกรคนดัง นายสรยุทธ สุทัศนจินะดา ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก และ ปรับ 120,000 บาท ข้อหาร่วมกันเป็นจำเลย กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว กรณียักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท. กว่า 138 ล้านบาท หลายคนคงสงสัยว่า บริษัท ไร่ส้ม ที่มี นายสรยุทธ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร วันนี้ Mthai News จะเปิดผลประกอบการของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ที่ถือเป็นขุมทรัพย์มหาศาล โดยมีกำไรติดต่อกันทุกปี ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดย บริษัทไร่ส้ม จำกัด มีการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจผลิตและสร้างสรรค์งานภาพยนตร์ หรือ โทรทัศน์ในทุกรูปแบบ มีผู้ถือหุ้น 3 คน คือ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ นางสาว อังคณา วัฒนมงคลศิป์ และ นางสาว สุกัญญา แซ่ลิ่ม เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ปัจจุบัน บริษัท ไร่ส้ม เป็นผู้ผลิตรายการทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้แก่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ร่วมผลิตกับ บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) และได้รับความนิยมสูงมาก กรมพัฒนาธุรกิจ ได้เปิดเผยข้อมูลจากล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 ได้นำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจล่าสุด ในปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีการแจ้งว่า มีรายได้จากการบริการ 623,965,620.67 บาท รวมรายได้อื่นเป็น 625,072,272.78 บาท มีรายจ่ายรวม 244,326,501.99 บาท กำไรสุทธิ 304,552,903.84 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่แจ้งว่า มีรายได้จากการบริการ 531,890,961.97 บาท รวมรายได้อื่นเป็น 533,432,293.65 บาท มีรายจ่ายรวม 206,203,369.47 บาท กำไรสุทธิ 261,597,700.02 บาท และหากย้อนกลับไปดูหลังจดทะเบียนบริษัทมาตั้งแต่ปี 2547 พบว่า มีกำไรสะสมรวมมากกว่า 1.3 พันล้านบาท ทีเดียว สำหรับรายรายได้ของบริษัทในช่วง 5 ปีแรก ตั้งแต่ปี 2548 -2552 เป็นดังนี้ ปี 2548 มีรายได้ 251,801,969 บาท มีกำไร 132,702,177 บาท ปี 2549 มีรายได้  323,062,245 บาท มีกำไร  86,023,228 บาท ปี 2550  มีรายได้ 207,885,412 บาท กำไร 99,353,033 บาท ปี 2551 มีรายได้ 242,734,870 บาท กำไร 118,064,507 บาท ปี 2552 มีรายได้ 253,100,843 บาท กำไร 123,119,081 บาท ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

เลสเบี้ยน ครองแชมป์ หนังโป๊ แบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกา
AV /  PornHub / 

รสนิยมเรื่องเซ็กส์ของแต่ละคนนี่เป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้นะครับ และวันนี้ Men.MThai เราจะพาดูผลสำรวจการดูหนังโป๊ของคนส่วนใหญ่ในอเมริกาจากเว็บ PornHub ที่จับมือกับเว็บ Vocativ จัดหมวดหมู่มาให้ดูว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกประเทศนี้ แต่ที่มันเจ๋งคือในการสำรวจคราวนี้เค้าจัดทำเหมือนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังมีอยู่ตอนนี้แบบเป็นการวัดกันไปแบบรัฐต่อรัฐเลยทีเดียว ฮ่าๆ และผลจากการสำรวจนั้นปรากฎ หนังโป๊เลสเบี้ยน เป็นคำที่คนค้นหามากที่สุดจนชนะในหลายรัฐ และเกือบจะยึดครองประเทศนี้เลยก็ว่าได้ สวนที่เบียดมาแบบไกลๆ ก็จะเป็น แนวพวกน้องสาว (น้องไม่แท้นะครับ) ที่ตามมาแบบห่างไกลเหลือเกิน เรียกว่าไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว จนเรียกได้ว่า หนังโป๊แนวเลสเบี้ยนนั้นครองแชมป์แบบเป็นเอกฉันท์เลย อย่างว่าแหละครับ เซ็กซี่ VS เซ็กซี่ ใครบ้างจะไม่ชอบจริงไหม ฮ่าๆ ที่มา http://www.pornhub.com/insights/united-states-top-searches

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าถึงไทย เตรียมเข้าพบ “บิ๊กตู่”
จานนี่ อินฟานติโน่ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ประธานฟีฟ่าคนใหม่เดินทางถึงประเทศไทยเรียบร้อยเเล้ว โดยเตรียมเข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้องรับ มร.จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยมี "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.ต.ท พิสัณห์ จุดิลก เลขาธิการสมาคม ร่วมให้การต้อนรับ "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า "การมาครั้งนี้ของอินฟานติโน่ เป็นไปตามคำเชิญของผมเมื่อวันเลือกตั้งประธานฟีฟ่า ซึ่งไทยถือเป็น 1ใน 3 ประเทศเท่านั้นที่เค้าจะไปเยี่ยมเยียน ซึ่งก่อนหน้านี้ อินฟานติโน่ และคณะได้เดินทางไปตรวจสนามฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศ การ์ตา และเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะเดินทางมาไทย ซึ่งการมาครั้งนี้เราจะได้พูดคุยถึงการพัฒนาฟุตบอลไทยในทุกๆด้านที่ยังต้องการการสนับสนุนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ" ทั้งนี้ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เตรียมพา จานนี่ อินฟานติโน่ เข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น ต่อไปก่อนจะมีกำหนดเดินทางกลับ ในวันที่ 29 เมษายนนี้

ส.บอล คืนสิทธิ์ปัตตานี, พังงา, ยะลา หลังถอนฟ้อง พิสูจน์สุราษฎร์ก่อนฟันธง
ชนินทร์ แก่นหิรัญ /  ดิวิชั่น2 / 

รองเลขาฯฝ่ายกฏหมายเผยว่าได้คืนสิทธิ์ให้กับ พังงา, ปัตตานี, ยะลา เเล้วหลังถอนฟ้อง พร้อมขอพิสูจน์สุราษฎร์ก่อนมีการฟันธงสิทธิ์อีกครั้ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยยืนยันว่า พังงา เอฟซี, ปัตตานี เอฟซี และ ยะลา ยูไนเต็ด ที่เป็นผู้ฟ้องร่วมในคดีของ อนงค์ ล่อใจ ช่วงการเลือกตั้งนายกสมาคมฯครั้งที่ผ่านมา ได้ยื่นถอนฟ้องแล้ว ทำให้สามารถลงแข่งขันในฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2016 ได้ตามเดิม ขณะที่ สุราษฏร์ธานี เอฟซี ที่ยังไม่ถอนให้ชะลอการลงโทษไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ตามคำแนะนำฟีฟ่า ชนินทร์ แก่นหิรัญ รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฝ่ายกฏหมาย เปิดเผยว่า “สโมสร พังงา เอฟซี, ปัตตานี เอฟซี และ ยะลา ยูไนเต็ด ได้ดำเนินการถอนฟ้องเเล้วเหลือเพียงนำหนังสือมอบอำนาจมาเเจ้งใหม่ก็ถือว่าเรียบร้อยเเล้ว” "ส่วนทีมสุราษฎร์ ทางสมาคมกีฬาจังหวัดฯ ได้นำหลักฐานยืนยันว่าคุณ อนงค์ ล่อใจ ไปเอาสิทธิ์ของสมาคมกีฬาจังหวัดไปฟ้องทั้งที่สิทธิ์ของคุณอนงค์โดนยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขณะที่สมาคมกีฬาจังหวัดก็ได้ยกสิทธิ์ให้กลุ่มใหม่เข้ามาทำทีม” “โดยเรื่องนี้ฟีฟ่าให้มีการพิสูจน์สิทธิ์แล้วก็ชะลอการแบนออกไปก่อน จึงยกให้เจ้าของสิทธิ์คือสมาคมกีฬาจังหวัด ไปดำเนินการยื่นฟ้อง คุณอนงค์ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามคุณอนงค์เข้ามาเกี่ยวข้องกับกีฬาจังหวัดเพื่อเป็นการพิสูจน์สิทธิ์" นายชนินทร์ กล่าว