เลือกตั้ง2557

 แพร วรภร แฉยับ! ตั้ม วิชญะ คบซ้อน หลังฝ่ายชายเปิดตัวแฟนใหม่
ตั้ม วิชญะ /  ตั้ม วิชญะ แพร วรภร / 

     มีเผือกร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟกันอีกแล้วจ่ะ คราวนี้เป็นเรื่องราวของทางหนุ่ม ตั้ม วิชญะ หลังเจ้าตัวเปิดตัวแฟนสาวคนใหม่นามว่า ออน ผ่านทางโซเชียล จากนั้นก็โป๊ะแตก! เมื่อจู่ๆ นักแสดงสาว แพร วรภร หรือชื่อใหม่ แพร ธิธาดา นั้นออกมาแฉ!! ว่าถูกฝ่ายชายนอกใจ คบซ้อน บอกนอกจากสาวคนนี้ก็ยังมีซุกไว้อีกหลายคน โดยสาวแพรได้โพสต์ลงในเฟสบุ๊คว่า    "ถึงวันที่ แพรสามารถพูดความจริงได้ทุกๆอย่างแล้วนะค่ะ ให้เรื่องราวประสบการณ์ของแพรเป็นอุทาหรณ์ ผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรี เมื่อรู้แต่ไม่ทนอยู่เพื่อเกียรติการงาน กับบุคคลที่สามารถกระทำเรื่องราวได้ด้วยความตั้งใจ เรื่องนี้แพรเปิดใจเลยว่า..คนที่รู้คนสุดท้ายคือแพร ?#?ขอบคุณโซเชี่ยว? ?#?ขอบคุณการแท็ก? ?#?ขอบคุณภาพนี้ในตอนนั้น? ?#?ที่ทำให้รู้ว่าหลังผช?.ในรูปนั่นแฟนฉันนี่เอง"    "เมื่อได้อ่านข่าว ผ่านการแชร์กับเรื่องราวความรักของคนคู่นึง ที่มีเนื้อหากล่าวถึงเราเล็กๆน้อยๆ ในมุมที่บอกว่าความรักของเราไปไม่ถึงฝั่งฝัน Stop เลย (กราบงามมันเป็นเรื่องที่ดีแล้วค่ะ) คือเรื่องนี้ไม่ต้องเลือกทีมนะค่ะ แค่เปิดใจสำหรับแพรได้รับแค่นี้ได้มีโอกาสบอกให้ครบก็เป็นสุขมากแล้ว เรื่องนี้เจตนาไม่ได้ทำร้ายใคร แต่หากบังเอิญว่าส่งผลด้านลบสำหรับใคร ก็กรุณาเข้าใจว่ามันคือบาปที่เลือกตั้งใจทำแต่แรกกันเอง #?แล้วครบรอบเดือนมิถุนายน? ?#?คุณนับเลขผิด? ?#?หรือนี่เราพลาดไปเยอะหรอ?"    สำหรับหนุ่ม ตั้ม วิชญะ หลังจากแยกทางกับอดีตภรรยา หนึ่ง ผกาวดี ก็มีข่าวว่าดูใจกับนักแสดงสาวช่อง 7 แพร วรภร แล้วโผล่มาอีกทีก็เปิดตัวคบกับสาว ออน ซึ่งกำลังตกเป็นประเด็นร้อนรักสามเศร้าอยู่ขณะนี้...ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค Thitada Lertkietpaiboon, Yingaon Duangporn แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร วรภร แฉ ตั้ม วิชญะ   แพร - ตั้ม   แพร - ตั้ม   ตั้ม - ออน   ตั้ม - ออน  

เที่ยวออสเตรีย กับ 20 สถานที่ยอดฮิตใน กรุงเวียนนา (Vienna)
Austria /  กรุงเวียนนา / 

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่เป็นแหล่งความรู้ ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจใน กรุงเวียนนา มาฝากกัน ^^ เที่ยวออสเตรีย กรุงเวียนนา (Vienna) กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2014 นอกจากนั้นเวียนนายังถือว่าเป็นในเมืองสุดแสนโรแมนติก เป็นฮันนีมูนเดสติเนชั่นในฝันของคู่รักนับล้านรอบโลก  มีที่เที่ยวที่น่าสนใจ คือ 1. พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) เวียนนา เป็นอาคารในสไตล์โรโคโคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศแห่งนี้หลายล้านคน ชื่นชมการตกแต่งอันหรูหราในแต่ละห้องของพระราชวังเชินบรุนน์ ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซาและบรรดาผู้ปกครองแห่งประเทศออสเตรียพระองค์อื่นๆ จากนั้น เดินเล่นที่สวนสไตล์บารอกอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่อยู่ด้านหลังของตัวพระราชวัง เด็กๆ จะต้องหลงรักเขาวงกตและสวนสัตว์แห่งศตวรรษที่ 18 อย่างแน่นอน 2. พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เวียนนา ก่อสร้างขึ้นในปี 1275 สิ่งที่น่าสนใจมีตั้งแต่ห้องจัดแสดงในหอสมุดแห่งชาติไปจนถึงวัตถุแวววาวระรานตาในพระคลังสมบัติหลวง ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับล้ำค่า เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมและศิลปะ เดินชมความหรูหราในสถานที่พำนักกว่า 600 ปีของราชวงศ์ฮอฟบวร์กและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของผู้ปกครองที่ทรงอำนาจของราชวงศ์นี้ พระราชวังหลังนี้ประกอบด้วยปีกอาคารกว่า 18 ส่วนและห้องมากกว่า 2,000 ห้องเลยทีเดียว 3. มหาวิหารเซนต์สตีเฟน หรือ ชเตฟันสโดม(St. Stephan's Cathedral, Stephan Dom) และ ถนนช้อปปิ้ง กราเบน (Graben) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในอัครมุขมณฑลเวียนนา และเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งเวียนนา สถาปัตยกรรมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์ และ กอทิก ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่ 4 ยุกแห่งออสเตรีย โบสถ์ที่อุทิศให้กับนักบุญสตีเฟนในบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 1147 ที่นี่ เข้าชมฟรีนะครับ ซึ่งบริเวณรอบข้างจะมีร้านซื้อของฝาก ซื้อตรงนี้เลยครับ (แม่เหล็ก ธง แก้ว กล่องดนตรี ป้าย ปากกา และที่หลายคนแนะนำคือ ตะไบเล็บประดับคริสตัลสวยงาม) รวมทั้งร้านช็อกโกแล็ตชื่อดังอย่าง Manner (อ้อ แต่ซื้อที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตถูกกว่า)  และยี่ห้อ Mozart เดินทะลุไปที่ Graben เป็นถนนช้อปปิ้งที่จะมี นักดนตรีเปิดหมวกให้ฟังเพลินๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านเสื้อผ้าที่คุณผู้หญิงคงไม่พลาด เพราะราคาถูกกว่าไทยในช่วง summer จ้า การเดินทาง รถไฟฟ้า metro ลงสถานี Stephanplatz 4. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum หรือ Museum of Art History) เป็นพิพิธภัณฑ์คู่ที่หันหน้าเข้าหากันระหว่างจัตุรัสมาเรียเทเรซา พิพิธภัณฑ์ทั้งสองตั้งอยู่ในกรุงเวียนนาในประเทศออสเตรีย ที่ก่อตั้งระหว่างปี ค.ศ. 1872 ถึง ค.ศ. 1891โดยทำพิธีเปิดโดยสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลกในการสะสมงานวิจิตรศิลป์และมัณฑนศิลป์ 5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belvedere Palace) ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 18 สถาปัตยกรรมแบบโรโคโค ในอดีตพระราชวังสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าชายยูจีน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน เช่น กุสตาฟ คลิมท์ (Klimt), Monet, Kokoschka, Renoir และ Schiele โดยเฉพาะรูป The Kiss ของ Klimt ที่ถือเป็น สัญลักษณ์ของศิลปะของเวียนนา (เป็นภาพในของขายที่ระลึกเต็มไปหมด) ก็เก็บในที่แห่งนี้ (ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/The_Kiss_(Klimt)) เดินทางด้วย สถานที Stadtpark 6. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum) ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายยุค 1800 ส่วนจัดแสดงในปัจจุบันประกอบด้วยวัตถุกว่า 30 ล้านชิ้น ซึ่งทำให้ส่วนจัดแสดงของที่นี่ถือเป็นหนึ่งในส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ห้องจัดแสดงกว่า 40 ห้องภายในอาคารของพระราชวังเก่าใช้เป็นพื้นที่ในการอธิบายรายละเอียดของการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลกและองค์ประกอบบนดาวเคราะห์สีฟ้าของเรา สถานที่อยู่ด้านหลังวัง Hofburg 7. หอสมุดแห่งชาติของประเทศ ออสเตรีย (National Bibliotheque) หอสมุดแห่งชาติของประเทศออสเตรีย สร้างขึ้นในปี 1722 ตั้งอยู่ในอาคารบารอกที่งดงามภายในพระราชวังฮอฟบวร์ก ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจถึง 4 แห่งและเก็บรวบรวมหนังสือมากที่สุดในประเทศออสเตรีย หอสมุดแห่งชาติของประเทศออสเตรีย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจถึง 4 แห่งด้วยกัน เดินชมม้วนกระดาษโบราณในพิพิธภัณฑ์ปาปิรัส เรียนรู้ภาษาสากลในพิพิธภัณฑ์ภาษาโลกหรือทำความเข้าใจถึงแผนการค้นพบของบรรดาพ่อค้าในโลกได้ที่พิพิธภัณฑ์ลูกโลก สถานที่อยู่ภายใน Hofburg (แต่ถ้าจะเขาไปยังห้องสมุดเก่าในภาพต้องเดินอ้อมไปทางด้านหลังห้องสมุด) 8. สุสานกลาง (Zentralfriedhof)  กรุงเวียนนา สร้างขึ้นในปี 1874 และกลายเป็นหนึ่งในสุสานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป มีผู้คนนับล้านฝังอยู่ภายใต้พื้นที่ 495 เอเคอร์ (200 เฮกตาร์) ของสุสาน โดยมีพื้นที่สำหรับใช้เป็นหลุมฝังศพของบุคคลพิเศษ เช่น บีโธเฟน, บราห์ม, ชูเบิร์ต, สโทรส หลับใหลอยู่ภายใต้ป้ายจารึกที่ประดับประดาอย่างสมเกียรติในสุสานกลางแห่งกรุงเวียนนา ที่ทำให้ "เมืองแห่งเสียงเพลง" เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก 9. พิพิธภัณฑ์ควาร์เทียร์ (MuseumsQuartier; MQ) พิพิธภัณฑ์ควาร์เทียร์เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2001 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นโรงม้าของพระราชวังหลวงและกินพื้นที่ 645,000 ตารางฟุต ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งอำนวยความสะดวกกว่า 70 แห่ง ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ศูนย์เต้นรำและร้านค้ามากมายของกรุงเวียนนา เพลิดเพลินไปกับความแตกต่างอันโดดเด่นระหว่างอาคารในสไตล์บารอกกับภูมิทัศน์ถนนสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันอยู่ในศูนย์แสดงผลงานศิลปะ ใช้เวลาช่วงเช้าเพื่อเที่ยวชมผลงานศิลปะร่วมสมัย ชมผลงานของศิลปินเอกแห่งโลกยุคใหม่อย่างปิกัสโซและแอนดี้ วอร์ฮอล เสร็จแล้วลองนั่งผ่อนคลายบนม้านั่งแนวแอบสแตรกหรือจิบกาแฟในคาเฟ่หรือภัตตาคาร ซึ่งมีให้เลือกมากมายในบริเวณนี้ 10. โรงละคร โรงโอเปร่าแห่ง กรุงเวียนนา (Vienna State Opera) หรือรู้จักกันในชื่อท้องถิ่นว่า "วีเนอร์ สตาทโซเพอร์" ถือเป็นสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่แห่งแรกที่สร้างเสร็จในใจกลางของริงชตราสตั้งแต่ปี 1869 หลังจากได้รับความเสียหายระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โรงอุปรากรแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างสุดความสามารถในปี 1950 เพื่อให้กลับไปมีความสวยงามเฉกเช่นเดิม ในปัจจุบัน มีการแสดงต่างๆ จัดขึ้นที่โรงอุปรากรแห่งชาติเวียนนาเกือบทุกวัน โรงอุปรากรแห่งนี้ประกอบด้วยทีมงานมากกว่า 50 ทีมงานต่อปี ซึ่งทำให้ที่นีกลายเป็นสถานที่จัดแสดงอุปรากรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก 11.พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ อัลแบร์ทินา (Albertina) กรุงเวียนนา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงต้นฉบับภาพพิมพ์กราฟฟิคชิ้นเอกที่เยอะที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมไปถึงผลงานของมอแนและปิกัสโซ ชมผลงานต้นฉบับของรือเบินส์ มอแน ปิกัสโซ เรมบรานดต์ และที่นี่ยังเปิดให้เข้าชมห้องอันหรูหราของหนึ่งในพระราชธิดาในสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา 12. โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ เที่ยวเวียนนา ในปี 1713 สมเด็จจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์สาบานว่าจะสร้างโบสถ์เพื่อเป็นเกียรติให้แก่นักบุญอุปถัมภ์ของพระองค์ที่ชื่อชาร์ลส์ โบร์โรเมโอ อาคารที่มีโครงสร้างแปลกตาหลังนี้เต็มไปด้วยภาพปูนเปียกและแท่นบูชาอันวิจิตรตระการตาภายใต้โดมอันงดงาม ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเปิดให้บริการอยู่ภายในด้วย โดมและหอคอยในสไตล์บารอกแบบเวียนนาผสมผสานหน้ามุขแบบกรีกและเสาแบบโรมาเนสก์ ซึ่งทำให้โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นโบสถ์ที่ดูสะดุดตาที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนา 13. บวร์กเธียเตอร์ (Burgtheater) ก่อสร้างในปี 1741 ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ซึ่งเดิมทีทำหน้าเป็นหนึ่งในท้องพระโรงสำหรับงานพระราชพิธีของสมเด็จพระจักรพรรดินี แต่ส่วนของโรงละครในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1888 อาคารแบบเรเนสซองส์ โรงละครได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะให้กลับมาอยู่สภาพเดิม เนื่องจากโรงละครแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงละครที่สำคัญที่สุดในทวีปยุโรป 14. สวนสาธารณะเวียนเนอร์ พราเตอร์ (Wiener Prater) นั่งชิงช้าสวรรค์หรือรถไฟเหาะที่มีชื่อเสียงในสวนสนุกที่เปิดให้บริการยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลกหรือเดินเล่นกินลมชมวิวในสวนสาธารณะโดยรอบ ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นพื้นที่ในการล่าสัตว์ของราชวงศ์และต่อมาในปี 1766 สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 2 แห่ง ออสเตรีย ก็บริจาคพื้นที่ส่วนนี้ให้เป็นของสาธารณะ ในช่วงเวลาเกือบศตวรรษต่อมา ผู้คนในท้องถิ่นเริ่มสังสรรค์และสร้างความบันเทิงในพื้นที่ส่วนนี้ ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของสวนแห่งนี้เปิดบริการเป็นสวนสนุก 15. บ้านแห่งเสียงดนตรี (Haus Der Musik, House of Music)  ขึ้นชื่อว่า เวียนนา เป็นเมืองแห่งเสียงเพลง ที่มีทั้งวงออเครสตร้าระดับโลก และเป็นเมืองเกิดของนักดนตรี นักประพันธ์เพลงระดับโลก (รวมทั้งคนที่ไม่ได้เกิดที่นี่แต่มาดังที่นี่) ทั้ง Mozart, Beethoven, Johann Strauss, Johann Strauss Jr. สถานที่แห่งนี้จึงเป็นกึ่งพิพิธภัณฑ์ กึ่งสถานที่การเรียนรู้ เกี่ยวกับ ศาสตร์เกี่ยวกับเสียงและดนตรีผสานกับเทคโนโลยี ลูกเล่นอย่างน่าสนใจ (ขอแนะนำให้เล็งเวลาให้ดี ไปช่วงที่ไม่ค่อยมีคนจะดีมาก) มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับนักดนตรีคลาสสิกต่างๆ การจำลองคำอธิบาย การทดสอบต่างๆเกี่ยวกับคลื่นเสียง เสียงเพลง และมีให้เราลองใส่ชื่อภาษาอังกฤษของเราลงไปเป็นเพลงวอลทซ์ และให้เราลองเป็นนักวาทยากรควบคุมวงออเครสตร้าด้วยล่ะ 16. โฟล์คสการ์เทน (People's Garden) เราสามารถเดินชมสวนกุหลาบ ชมอนุสรณ์ต่างๆ ได้ในที่นี้ สร้างขึ้นระหว่างปี 1820 ถึง 1823 และเป็นพื้นที่สันทนาการสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเวียนนา ออกแบบในสไตล์ฝรั่งเศสตามแบบแผน ซึ่งมีทางเดินกว้างใหญ่และแปลงดอก อุทยานแห่งนี้แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังโฮฟบูร์กซึ่งอยู่ข้างๆ กัน มีวิหารธีซีอุสที่ใจกลางอุทยาน โฟล์คสการ์เทนตั้งอยู่ถัดจากพระราชวังโฮฟบูร์ก ในย่าน Inner Stadt ของเวียนนา สวนเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนโดยไม่มีค่าผ่านประตู รถราง รถบัส และรถไฟใต้ดินหลายสายจอดรับส่งใกล้ๆ 17. โบสถ์ Minorite โบสถ์คณะภราดาน้อยก่อสร้างขึ้นช่วงระหว่างปี 1276 ถึง 1350 โดยคณะบักบวชฟรันซิสกัน หลายคนอาจได้ยินโบสถ์ในชื่อว่า Italienische Nationalkirche Maria Schnee (โบสถ์พระนางมารีย์แห่งหิมะแห่งชาติอิตาลี) เนื่องจากจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ได้สั่งการให้เปลี่ยนชื่อเมื่อปี 1782 โบสถ์สร้างในสไตล์โกธิกแบบฝรั่งเศส ภายในมีภาพโมเสกจำลองภาพเขียน Last Supper ของดา วินชี และรูปปั้นพระมารดาซึ่งสร้างจากหิน ของเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่อยู่ในโบสถ์ศตวรรษที่ 13 แห่งนี้เท่านั้น 18. อนุสรณ์สถานสงครามโซเวียต รูปปั้นสำริดสูง 12 เมตรรูปนายทหารรัสเซียนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1945 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหล่าทหารรัสเซีย 17,000 นายผู้เสียชีวิตลงระหว่างต่อสู้กับนาซีในยุทธการที่เวียนนา ยุทธการครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อเดือนเมษายน 1945 และเป็นการสิ้นสุดการยึดครองของลัทธินาซียาวนานหลายปี ตั้งอยู่ใกล้ใกล้กันกับละอองไอของน้ำพุ Hochstrahlbrunnen   19. อาคารรัฐสภา ออสเตรีย (Austrian Parliament Building) ชมอาคารสุดบรรเจิด ซึ่งเป็นที่ประชุมสภาออสเตรียมานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในช่วงเวลาการปกครองโดยจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ รัฐสภาออสเตรียเป็นอาคารโอ่อ่าใหญ่โตที่สุดหลังหนึ่งบนถนน Ringstraße สถาปนิก Baron Theophil Hansen ออกแบบอาคารหลังนี้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกรีก ด้วยเสาต้นใหญ่ รูปปั้น และห้องโถงต่างๆ ภายในอาคาร เที่ยวชมจากที่น้ำพุ Pallas Athena อันโด่งดังนอกอาคาร น้ำพุนี้เป็นผลงานการออกแบบโดย Hansen เช่นกัน โดยมีเทพีอะธีนายืนเด่นเป็นสง่า เสริมด้วยรูปปั้นอื่นๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเขตแคว้นต่างๆ ของจักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี ระหว่างอยู่ด้านนอก ชมการตกแต่งภายนอกอาคารแล้วคุณจะเห็นรูปปั้นกว่า 100 ตัวที่ประดับอยู่ รวมถึงรถทำศึกขนาดใหญ่สี่คันบนหลังคา 20. ตลาดแนชมาร์ก (Naschmarkt) เที่ยวเวียนนา ตลาดที่เก่าแก่ ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเวียนนา ชาวบ้านถือว่าตลาดแนชมาร์กแห่งนี้เป็นเสมือน "คลังอาหารแห่งกรุงเวียนนา" เพราะตลาดเก่าแก่แห่งนี้รวบรวมทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอาหารไว้อย่างครบครัน มีให้เลือกตั้งแต่ของขบเคี้ยวง่ายๆ ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูปชั้นยอด ตลาดแนชมาร์กเปิดมาตั้งแต่ช่วงกลางของศตวรรษที่ 16 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นตลาดแห่งนี้ใช้เป็นตลาดค้านมในถังไม้เท่านั้น ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 18 เกษตรกรในท้องถิ่นจึงเริ่มนำผลิตผลทางการเกษตรจากเรือกสวนไร่นาของพวกเขามาขายที่นี่ด้วย โดยในปี 1916 ตลาดแห่งนี้มีร้านค้ากว่า 120 ร้านจนทำให้กลายเป็นตลาดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเวียนนา ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ เกี่ยวกับ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย * แผนที่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองเป็นตรอกซอกซอย ไม่ได้เป็นบล็อกเป็นเหลี่ยมเสียทีเดียว (เหมือนอย่าง เบอร์ลิน โคโลญ) แต่ก็เดินได้ไม่ยาก สังเกตชื่อถนนเอา ซึ่งจะแปะอยู่ต้นซอย ต้นถนน หรือแม้แต่ตามร้านค้าก็มีที่อยู่(ที่มีชื่อถนน) แปะไว้ ดาวน์โหลดแผนที่ ที่ท่องเที่ยว กรุงเวียนนา ที่นี่ ไหนๆก็ไปเที่ยวออสเตรีย แล้ว แนะนำว่า ควรไปเที่ยว เมือง Hallstatt ด้วย * ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก * ข้อมูลทำวีซ่าเวียนนา VFS Global  ขอบคุณข้อมูล www.expedia.co.th, wikipedia

รื้อหิ้งหนังเก่า : Distance (2001)
ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ

เรียบเรียงจาก คอลัมน์ Seize The Motion  "ย้อนมองหนังโคเระเอดะ กับเหตุการณ์แก๊สซาริน" โดย กิตติภัต แสนดี / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 (มีนาคม 2557) ตลอด 25 ปี ในการทำหนัง ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ พัฒนาตนเองจากนักทำสารคดี สู่การเป็นนักเล่าเรื่องที่หยิบยืมวิธีของการถ่ายทอดความจริงมาใช้ในหนังของตน และมีหนังที่เข้าถึงคนดูในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคหลัง หากสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปสำหรับโคเระเอดะ คือการสะท้อนสังคมญี่ปุ่นผ่านสถาบันครอบครัวในหลากหลายรูปแบบ เราจึงขอพาย้อนไปรู้จักหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของโคเระเอดะ ที่หยิบยกเหตุการณ์สะเทือนขวัญยากจะลืมของชาวญี่ปุ่นในปี 1995 มาเล่าผ่านในหนังยาวเรื่องที่ 3 ของเขาซึ่งเข้าสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2001 อย่าง Distance วันที่ 20 มีนาคม 1995 สมาชิกลัทธิโอมชินริเกียว 5 คน ได้ก่อวินาศกรรมแก๊สซารินในกรุงโตเกียว โดยแฝงตัวไปกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องออกทำงานตอนเช้า และขึ้นรถไฟใต้ดินทั้งหมด 5 ขบวน เมื่อได้จังหวะ พวกเขาก็นำถุงพลาสติกซึ่งบรรจุแก๊สซารินโยนลงพื้นและใช้ปลายร่มแทงก่อนจะหนีไป ผลลัพธ์คือมีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีก 6 พันกว่าราย Distance ของโคเระเอดะอ้างอิงเหตุการณ์นี้ โดยเขียนบทใหม่ให้เป็นว่าญี่ปุ่นกำลังจะจัดงานรำลึกเหตุการณ์วินาศกรรมที่กลุ่มลัทธิหนึ่งใช้สารพิษปนเปื้อนระบบชลประทานจน ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 100 คน แต่ความแปลกใหม่ของหนังคือแทนที่จะสนใจฝั่งผู้เสียชีวิตหรือผู้กระทำวินาศกรรม เขากลับเลือกเล่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติของสมาชิกลัทธิ ในวันที่คนเหล่านั้นมารวมตัวกันปีละครั้งเพื่อระลึกถึงญาติที่ถูกฆาตกรรมหลังปฏิบัติการ กล่าวคือหนังไม่ได้พูดถึงผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำ แต่คนเหล่านี้นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝักสองฝ่าย เหล่าญาติทั้ง 4 ต้องติดอยู่ในป่าลึกเพราะรถที่ขับมาถูกขโมยไป พวกเขาได้พบชายแปลกหน้าผู้เป็นสมาชิกลัทธิที่หนีไปก่อนเริ่มปฏิบัติการ ทั้ง 5 คนกลับไปยังบ้านไม้ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของลัทธิ เพื่อพักค้างคืนชั่วคราว โคเระเอดะทำให้บ้านไม้หลังนี้เหมือนมีชีวิต มีวิญญาณ โดยทำให้ผู้ที่มาพักต้องคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนที่ญาติของตนจะเข้ามาสู่ลัทธินี้ หนังไม่ชัดเจนว่าความรู้สึกภายในของตัวละครเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง ‘ความเงียบแบบไม่รู้ว่ามันคืออะไร’-ตามสไตล์ ผู้กำกับ-เข้าปกคลุมบทสนทนาเป็นห้วงๆ ปล่อยให้คนดูต้อง พยายามทำความเข้าใจเอาเองว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ ...แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจก็คือ ในฐานะ ‘คนตรงกลาง’ เขาเหล่านี้ควรรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ เป็นไปได้ที่คนในครอบครัวเดียวกันจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องต่างๆ ข้อเท็จจริงนี้ผู้กำกับได้จำลองไว้อย่างเฉียบคมในฉากสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างญาติกับสมาชิกลัทธิที่แต่ละคนขุดคุ้ยเรื่องขึ้นมาเล่า บ้างก็ปฏิเสธและดูถูกอย่างรุนแรง บ้างก็เลือกไม่โต้แย้ง และขอประนีประนอมอยู่แบบเดิม ด้วยความเชื่อว่าญาติๆ ย่อมไม่ควรต้องรับผิดชอบในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเลยเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่จริงหรือเปล่าที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ? เมื่อคำนึงว่าพวกเขาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดและมีโอกาสจะพูดจาสั่งสอนห้ามปรามเหล่าผู้ก่อวินาศกรรมมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นญาติ แล้วทำไมจึงมิได้ใช้โอกาสในการชักจูงให้คนเหล่านั้นเลิกมีความเชื่อที่จะทำอันตรายแก่สังคม? โดยหนังก็สื่อให้เห็นว่าตัวละครกลุ่มนี้พยายามปิดบังไม่ให้คนวงนอกรู้ว่าญาติของตนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วินาศกรรม เพื่อป้องกันมิให้ตนเองพลอยถูกสังคมลงโทษ นี่เป็นปัญหาจริยธรรมร่วมสมัยที่ว่าด้วยความขัดแย้งระหว่างจริยธรรมส่วนบุคคลกับจริยธรรมแบบกลุ่ม ฝ่ายแรกเชื่อว่าหลักจริยธรรมตัดสินได้จากปัจเจกเพียงผู้เดียว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ของปัจเจกนั้นต่อทางสังคม ส่วนกลุ่มหลังมองว่าหลักการจริยธรรมต้องนำบทบาททางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คนเป็นพี่น้องกันก็ควรดูแลกันมากกว่าปกติ จะไม่รับผิดชอบกันเหมือนคนธรรมดาที่ไม่รู้จักไม่เกี่ยวดองข้องกันเลยนั้นคงไม่ได้ ซึ่งในมุมมองข้าพเจ้าความคิดทางจริยธรรมเช่นนี้น่าเชื่อถือกว่า เพราะเป็นไปได้ยากที่เราจะมองข้ามบทบาททางสังคมในขณะที่เราเลือกกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ ในห้วงเวลาที่ตัวละครของ Distance เงียบเสียงลง ข้าพเจ้ากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเสียดายและเสียใจของพวกเขาที่ล่องลอยในอากาศ ความเสียดายที่ว่าตนน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เพื่อให้ญาติไม่ต้องตกอยู่ในวงเวียนของลัทธินั่น และความเสียใจที่ตนพลาดหน้าที่ทางจริยธรรมทั้งต่อญาติและต่อผู้ที่ญาติของตนไปทำร้าย ทั้งที่หากพวกเขาพูดคุยใส่ใจกันมากกว่านี้ กล้าห้ามปรามกันแต่เนิ่นๆ กว่านี้ โศกนาฏกรรมก็คงไม่เกิดขึ้น https://www.youtube.com/watch?v=KtoCBpQf6XE .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ซิโก้เตรียมเช็คข้อมูลอินโดฯ,หมดห่วงเจ้าภาพเปลี่ยนพื้นหญ้าจริง
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

เฮดโค้ชช้างศึก เผยหมดกังวลเรื่องสนามเเข่งขันศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 หลังเปลี่ยนมาเป็นพื้นหญ้าจริง รับมีการบ้านต้องหาข้อมูลคู่เเข่งอย่างอินโดนิเซีย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ที่เดินทางไปร่วมจับสลากในศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบเเบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ โดยผลการจับสลากปรากฎว่า ทีมชาติไทย อยู่ร่วมใน สาย A กับ ฟิลิฟปินส์ (เจ้าภาพ), สิงคโปร์ เเละอินโดนิเซีย ซึ่งเรื่องนี้ทาง เฮดโค้ชทัพช้างศึก ออกมาเปิดเผยว่าส่วนของสนามเเข่งขันถือว่าเบาใจหลังเจ้าภาพรื้อสนามหญ้าเทียมออกเเละเปลี่ยนมาใช้สนามหญ้าจริง นอกจากนี้ต้องเร่งหาข้อมูล อินโดนิเซีย หลังพ้นโทษเเบนกลับมาทำการเเข่งขันว่ามีเเนวทางอย่างไร “ทั้งสองสายผมมองว่าหนักพอๆกัน เพราะหากเราอยู่อีกสายก็ต้องเจอเมียนมาร์ เเละเวียดนามอยู่ดี ฉะนั้นก็ไม่ต่างกัน เเต่ยังมีข่าวดีอยู่บ้างหลังทาง คุณพาฑิต ศุภะวงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศเผยว่าทางเจ้าภาพ ฟิลิปปินส์ ได้เปลี่ยนพื้นสนามหญ้าเทียมมาเป็นหญ้าจริงเเล้ว ก็หมดห่วงเพราะจะทำให้ไม่ส่งผลกับรูปเเบบการเล่น ซึ่งอย่างไรก็ตามต้องเร่งหาข้อมูล อินโดนิเซีย ด้วยว่ามีเเนวทางการทำทีมอย่างไร ขุมกำลังชุดนี้มีใครบ้าง เช่นเดียวกับ สิงคโปร์เเละเจ้าภาพก็ด้วย เเน่นอนว่าไม่มีทางเลือกตั้งเป้าเก็บ 9 เเต้มเต็มเป็นเเชมป์กลุ่มเท่านั้น” “โค้ชซิโก้” กล่าว สำหรับสนามเเข่งขันทางเจ้าภาพ ฟิลิปปินส์ จะใช้ที่ ฟิลิปปินส์ สปอร์ต สเตเดียม (บูเกา, ฟิลิปปินส์) โดยโปรแกรมการแข่งขันประกอบด้วย นัดแรก วันที่ 19 พฤศจิกายน พบ อินโดนีเซีย, นัด 2 วันที่ 22 พฤศจิกายน พบ สิงคโปร์ และนัด 3 วันที่ 25 พฤศจิกายน พบ ฟิลิปปินส์

รวมฮิต ! 13 เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Cover กี่ครั้งก็ยังอิน !
Top Secret วัยรุ่นพันล้าน /  บอดี้ ศพ#19 / 

รวมฮิต ! 13 เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Cover กี่ครั้งก็ยังอิน !   แฟนฉัน Ost. แฟนฉัน (2546) ต้นฉบับ โดย วงชาตรี Cover โดย วง AB Normal ช่างไม่รู้เลย Ost. เพื่อนสนิท (2548) ต้นฉบับ โดย ตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ Cover โดย บอย Peacemaker ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ Ost. สายลับจับบ้านเล็ก (2550) ต้นฉบับ โดย อพาร์ตเมนต์คุณป้า Cover โดย ป๊อบ ปองกูล & ดา Endorphine คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว) Ost. บอดี้ ศพ#19 (2550) ต้นฉบับ โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม Cover โดย แพท สุธาสินี พุทธินันท์   กลัว Ost. สี่แพร่ง (2551) ต้นฉบับ โดย ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ Cover โดย โดม ปกรณ์ ลัม (Nologo)   ตังเก Ost. หนีตามกาลิเลโอ (2552) ต้นฉบับ โดย หมู พงษ์เทพ ประโดนชำนาญ Cover โดย สิงโต สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล   คนที่ฆ่าฉัน Ost. ห้าแพร่ง (2552) ต้นฉบับ โดย วง Silly Fool Cover โดย โดม ปกรณ์ ลัม   อารมณ์ดี Ost. บ้านฉันตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) (2553) ต้นฉบับ โดย สามารถ พยัคฆ์อรุณ Cover โดย ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์   แสงสุดท้าย Ost. Top Secret วัยรุ่นพันล้าน (2554) ต้นฉบับ โดย วง Body Slam Cover โดย ลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ   ขอมือเธอหน่อย Ost. พี่มาก..พระโขนง (2556) ต้นฉบับ โดย ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย Cover โดย มาริโอ้, ฟรอยด์, เผือก, เชน, บอมบ์   อยากหยุดเวลา Ost. พี่มาก..พระโขนง (2556) ต้นฉบับ โดย ก้อย ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ Cover โดย ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ   ฝากไว้ Ost. ฝากไว้ในกายเธอ (2557) ต้นฉบับ โดย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ Cover โดย วี วิโอเลต วอเทียร์   วันหนึ่ง Ost. แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว (2559) ต้นฉบับ โดย ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต Cover โดย ชาติ สุชาติ แซ่เห้ง แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ !!!