เลือกตั้ง2557

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น

ด่วน!! พลอย หอบหลักฐานโต้กลับ! นายหน้าขายบ้าน!!
ข่าว พลอย ปีเตอร์ /  พลอย พลอยพรรณ / 

     จากกรณีที่วานนี้(15 มิ.ย.) คุณวันวิสาข์ ปัญจรงคะ เจ้าของเว็บไซต์นายหน้าขายบ้าน ได้ออกมาเปิดเผยว่าสาว พลอย พลอยพรรณ เป็นคนติดต่อฝากขายบ้านกับทางบริษัทของตน ตั้งแต่ช่วงปี 2557 และไม่ได้มีการยกเลิกหรือติดต่อใดๆ กลับมาอีก ทางบริษัทจึงต้องประกาศขายตามหน้าที่ แต่ในเวลาต่อมาทางด้าน ปีเตอร์ คอร์ป ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางบริษัทโดยอ้างว่าบริษัทประกาศขายบ้านโดยไม่รับอนุญาต ทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัท และทางบริษัทจึงต้องเตรียมทนายเอาไว้ดำเนินคดีกับสาวพลอยนั่นเอง      ล่าสุดวันนี้ ทาง พลอย พลอยพรรณ ได้ออกมาโต้กลับแบบด่วน!! ในรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ที่สตูดิโอ 2 อสมท. พระราม 9 เนื่องจากได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของเธอ แถมยังโดนสังคมต่อว่าเสียๆ หายๆ โดยสาวพลอยเผยอยากให้ทางนายหน้าออกมาชี้แจงอีกครั้ง เพราะ 2 ปีก่อนเธอกับสามีได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะขายบ้านหลังดังกล่าว และได้ติดต่อนายหน้าขายบ้านเอาไว้หลายที่ ส่วนถ้าจะมีการรีโพสต์ขายบ้านอีกทำไมไม่มีการติดต่อมาสอบถามกันก่อนเช่นเดียวกับนายหน้าเจ้าอื่นๆ ซึ่งเธอขอประกาศ ณ วันนี้เลยว่าขอยุติการขายบ้านด้วยตัวเธอกับทุกๆ บริษัทที่เคยติดต่อไว้... มีรายละเอียดดังนี้    "โดนด่าว่าเชอร์รี่ ตอแ-ล จนตอนนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าอะไรคือEเชอร์รี่ ก็ต้องมานั่งถามคนอื่น เพราะว่าคำด่าสมัยนี้มันพัฒนามาก(หัวเราะ) หนูจะบอกเลยว่าการใช้ชีวิตของหนูในหนึ่งอาทิตย์มีอะไรบ้าง มีบิน มีทำงานข้างนอก มีเลี้ยงลูก ถ้าเผื่อจะถามว่าหนูเอาเวลาไหนไปคิดไม่ดี หรือคิดที่จะตอแ-ลกับคนอื่น หนูเอาเวลาไปทำงานหาเงินดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าหนูเป็นคนที่มีหน้ากับหลังไม่เหมือนกันเนี่ย เอาไว้ลองให้คนที่รู้จักพลอยหรือคนที่ติดตามกันมาตั้งนานแล้วจะรู้เลยว่าการใช้ชีวิตพลอยมันค่อนข้างแน่นมาก ไม่มีเวลาไปเล่นสนุก ไปหาเรื่องใส่คนอื่นมันไม่ได้อยู่ในสารระบบพลอยเลย ตลอดเวลาคิดแต่เรื่องลูกกับเรื่องงานตลอดค่ะ"    "ที่บอกจะไม่พูดถึงปีเตอร์อีก เพราะที่ผ่านมาพลอยต้องบอกเลยว่าพลอยเหนื่อยมาก เหนื่อยกับการที่มันมีปัญหาต่อเนื่องมานานและไม่ได้รับการมาคุยสักที มันเลยทำให้พลอยรู้สึกอึดอัด และบางทีการให้ข่าวกับสื่อมันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่มันอยู่ในใจ ที่บางทีมันเก็บไม่ไหวแล้ว ก็เลยออกมาพูดบ้าง แต่ว่าพอในจุดหนึ่งพลอยได้คุยกับรุ่นพี่ เขาก็บอกว่าพลอยคิดอะไรตอบดีๆ ที่ผ่านมาตอบดีมาตลอด ใช้สติมาตลอด แต่หลังๆ มันหายไปไหน หนูก็เลยมานั่งคิดว่ามันก็จริงว่าคนนั้นมันหายไปไหน คนที่จะทำเพื่อลูกมันหายไปไหน ตอนนี้มันครอบงำด้วยความเหนื่อย ความเครียดมาตลอด ทำให้บางทีหนูพูดอะไรอาจจะคิดน้อยเกินไป หรือการที่หนูบอกว่าพี่เตอร์จะขายบ้าน อันนั้นหนูต้องขอโทษพี่เตอร์ ณ ตรงนี้เลยนะคะ เพราะพี่เตอร์มีความคิดที่จะขายบ้าน อันนี้เราเคยคุยกันเองค่ะ และพอมาเห็นข่าวว่ามีการประกาศขายบ้าน หนูจะไปคิดว่าคนอื่นจะมาขายบ้านหลังนี้ไม่ได้นอกจากเจ้าของบ้านเขาเอง อันนี้มันเป็นความผิดของหนูเองที่ไม่ได้ดูให้เรียบร้อยว่าตรงนี้มันมาจากใคร"    "ปีเตอร์เข้าใจผิดเลยไปแจ้งความ สรุปใครประกาศขายบ้าน คือต้องขอเกริ่นเรื่องไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วนะคะ ตั้งแต่พลอยยังท้องลูกคนแรกอยู่ วันนี้พลอยก็ทำการบ้าน นำหลักฐานมาเยอะมาก(ยิ้ม) คือเมื่อวานนี้ที่พลอยยังเงียบอยู่ เพราะว่าพลอยต้องการว่าสิ่งที่พลอยจะมาออกวันนี้ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นข้อมูลที่จะมาอธิบายให้ทุกคนฟังได้ดีที่สุดเลยเงียบไป เมื่อวานทุกคนเลยแค่พอเห็นหัวข้อข่าวก็จู่โจมเข้ามาเลย เราอ่านเสร็จก็อึกอักๆ แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมานั่งเศร้าหรือมีเอฟเฟคกับข้อความที่มีคนด่าว่าเรา พลอยก็ใช้เวลาตรงนี้ในการหาข้อมูลเลย"     "ก่อนอื่นพลอยต้องบอกก่อนว่าพลอยอยากจะคุยกับคนที่เขาลงประกาศตรงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พลอยควรทำ แต่พลอยไม่ได้ทำ อันนี้ก็เป็นความผิดของพลอยด้วย และเมื่อวันก่อนพลอยเห็นคุณปีเตอร์ไปฟ้อง พลอยก็เลยสงสัยว่าคือใคร และคุ้นๆ ว่ารูปนี้เป็นรูปที่หนูเคยใช้ เป็นรูปที่หนูถ่ายเอง ฉะนั้นรูปตรงนี้ต้องมาจากหนูแน่ๆ หนูก็เลยลองโทรไปถามนายหน้าท่านนี้ คือเรื่องมันเกิดตั้งแต่ปี 57 ตอนที่พลอยกำลังตั้งท้องลูกคนแรก ตอนที่ยังอยากมีครอบครัวที่ดีกันอยู่ บ้านหลังนี้เป็นบ้าน 5 ชั้น  ขึ้นเดินลงบันไดมันยากมากสำหรับคนท้อง ฉะนั้นพลอยกับพี่เตอร์เลยมีความเห็นว่าบ้านหลังนี้ควรจะขาย ไม่ใช่ความคิดของพลอยคนเดียวนะคะ พี่เตอร์ก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยว่าจะขาย ซึ่งมูลค่าบ้านคือ 23.5 ล้าน"    "เราขายผ่านนายหน้าหลายที่มาก และพลอยได้ลงประกาศในเว็บบางเว็บเองด้วยนะคะ คือมีช่องทางไหนที่ประกาศขายได้เราก็ไปโพสต์ไว้หมด คือพลอยไปฝากประกาศขายจริง แต่มันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ล่าสุด แต่เป็น 2 ปีที่แล้วที่ไม่ได้คุยกับนายหน้าคนนี้ แต่ที่เขาเอามาโพสต์ใหม่เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว โดยที่เขาบอกว่าเขาติดต่อพลอยแล้ว แต่ติดต่อพลอยไม่ได้ โดยที่เขายังไม่ทราบเลยว่า บ้านหลังนี้ยังอยู่หรือขายไปหรือยัง ซึ่งตอนนี้มันอาจจะเป็นเจ้าของใหม่ไปแล้วก็ได้ ถ้าให้มองในมุมเขา เขาอาจจะบอกว่า เขาไม่รู้หนิว่าพลอยเป็นใคร ซึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้"     "แต่การที่เขาติดต่อพลอยไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าบ้านหลังนี้ คุณยังขายได้อยู่(หยิบหลักฐานไลน์ที่คุยกับนายหน้าคนอื่นมาโชว์) อันนี้เป็นตัวอย่างที่พลอยคุยกับนายหน้าที่พลอยคุยอยู่ด้วยตลอด เขามาอัพเดทตลอด ว่าคุณพลอยสวัสดี ยังสนใจขายบ้านอยู่มั้ยครับ ซึ่งอันนี้ไม่ใช่เจ้าที่มีปัญหา แต่เป็นตัวอย่างของการติดต่อขายบ้านที่ถูกต้อง พลอยก็จะบอกว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกเลยค่ะ ยังไม่ได้บ้านใหม่ อันนี้คือตัวอย่าง พอเดือนเมษายน เขาก็มาถามพลอยอีกว่า มีลูกค้าสนใจนะครับ ซึ่งพลอยก็บอกไปว่า พลอยยังรอคำตอบจากสามีอยู่เลยค่ะ เพราะเขาย้ายออกไปแล้ว ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา จนมาครั้งสุดท้ายเขาก็มาถามพลอยอีกว่า ยังสนใจจะขายบ้านอยู่มั้ยครับ มีลูกค้าติดต่อมาอีกแล้วนะครับ พลอยก็บอกว่ายังค่ะ ยังตกลงกับสามีไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่นายหน้าปกติต้องทำกัน"    "ทุกๆ นายหน้าที่พลอยไปติดต่อไว้ตอนนั้น เขาจะถามอัพเดทตลอด ถูกต้องค่ะ วันนี้ถ้ามีเวลาพลอยจะมีตัวอย่างบริษัทขายบ้านว่า วิธีที่ทำกันอย่างถูกต้องคือยังไง วันนี้พลอยจะมาบอกว่า ปีเตอร์ไม่ได้ประกาศขายบ้าน และพลอยก็ไม่ได้เป็นคนประกาศขายบ้านครั้งนี้เหมือนกัน ถูกต้องค่ะ อันนี้เป็นความตั้งใจที่จะขายบ้านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว"     "แต่ว่า เมื่อไม่นานมานี้ พี่เตอร์เองก็ออกมาบอกว่า เขาอยากจะขายบ้าน อันนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่พลอยไม่ขอโทษใครเลย พลอยต้องโทษตัวเองก่อนเลยที่เราไม่ได้เช็คข้อมูล และไปพูดพาดพิงพี่ปีเตอร์ออกสื่อด้วย มันไม่ใช่สิ่งที่พลอยควรจะทำเลย ในการไปว่าเขาก่อนที่พลอยจะเช็คข้อมูลให้เรียบร้อย แต่พอมานั่งดูตรงนี้แล้ว ถามทางนายหน้าเอง เขาทำถูกต้องตามหลักวิธีที่ถูกต้องมั้ย ต้องบอกว่า มันยังไม่ใช่"     "หลังกระแสข่าวพลอยออกไป มีดราม่ามากมาก ว่าเกมพลิกบ้าง จิตตกมั้ย จิตตกมาก แต่ถามว่าร้องไห้มั้ย ไม่ร้องไห้นะ ถามว่าหนูเศร้ามั้ย หนูเหนื่อยมาก หลังๆ คือหนูบินเยอะมาก เดือนที่แล้วหนูบิน 5 วันติด 7 วันติด เพราะรายได้ของพลอยส่วนหนึ่งมาจากการเป็นแอร์โฮสเตส แต่หลักๆ หนูมีขายคอลลาเจน มียาดม ยาหม่อง ที่สกัดมาจากใบหญ้านาง ขายเค้กนำเข้าจากอเมริกา มีทำร้านพิซซ่า ลองดูว่าด้วยเวลาทั้งหมด หนูจะเอาเวลามานั่งหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้มั้ย หนูทำงานไปออกรายการ ออกอีเว้นท์ ถ่ายโน่น ถ่ายนี่ตลอดเวลา"     "มีคำถามเข้ามาว่า พลอยประกาศขายบ้านตอนปี 57 จริง หรือเปล่า ต้องมาดูรูปตรงนี้นะคะ(ยกหลังฐานรูปอีเมล์ที่คุยกับนายหน้า) มันบอกว่า ปี 57 เดือนตุลาคม ซึ่งทางนายหน้าด้านโน้นก็มีแบบนี้ เป็นแบบเดียวกันเหมือนกัน ตอนนั้นที่ประกาศขายเพราะพลอยยังอยู่กับพี่เตอร์ และอยากจะเปลี่ยนบ้าน ถ้าเขาจะบอกว่า เขาติดต่อพลอยทางโทรศัพท์ไม่ได้ เลยโพสต์ไป มันไม่ใช่ เพราะเขาติดต่อกับพลอยผ่านอีเมล์ตลอด ให้ติดต่อมาทางอีเมล์ที่คุยกับพลอยสิคะ และพลอยเคยประกาศขายไว้ในเว็บไซต์ ทรีจีไฮโซ ด้วย ซึ่งเขา(นายหน้า) ได้เข้ามาเจอพลอยในนี้ แสดงว่าเขาต้องรู้วิธีการติดต่อกับพลอย เขาต้องรู้อยู่แล้วว่ามันมีเฟซบุ๊ก อาจจะไม่รู้ว่าพลอยคือใคร แต่เขาต้องรู้ว่าเฟซบุ๊กนี้สามารถติดต่อกับพลอยได้ ทำไมไม่ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก"    "เขาออกจดหมายมาและขอโทษที่เข้าใจผิด และเอาประกาศขายลงเรียบร้อยแล้ว ถูกต้องค่ะ เรียกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งปีเตอร์ พลอย และนายหน้า ความเจ้าใจผิดมันเป็นได้ แต่ความรับผิดชอบต่อความเข้าใจผิดที่ทำ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ อันนี้มีผลกระทบหลายฝั่ง สมมุติพลอยเข้าใจผิดว่าพี่เตอร์เป็นคนขาย พลอยออกมายอมรับความผิด และพลอยขอโทษ แต่ว่าการที่เขาออกมาพูดตรงนี้ แล้วไม่ได้มีความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย"      "ถ้าจะถามว่ารับผิดชอบมั้ย อาจจะไม่ได้รับผิดชอบก็ได้ เพราะมันยังไม่มีใครเสียหายเท่าไหร่ แต่ว่าการที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเยอะ ทำให้ภาพลักษณ์ของหนูเสียหาย เพราะหนูทำงานต้องเจอคนบนเครื่องบิน ไม่ต้องมาบอกว่าหนูเป็นคนก็ได้ เพราะหนูไม่ไช่ ไม่จำเป็นเลย ถ้ามีคนมีคนมาว่าหนูว่าตอแ-ล หนูจะตอบผู้โดยสารว่ายังไง ที่สำคัญหนูทำธุรกิจ ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ ซึ่งที่หนูต้องรีบออกมาพูดวันนี้ เพราะหนูกลัวว่าประเด็นมันจะจบแล้วทุกคนจะมีภาพจำของหนูแบบนั้น ติดตาครั้งสุดท้ายไป"    "ชีวิตตอนนี้ หนูอยากจะบอกว่า หนูเหนื่อยมาก ตอนที่หนูยังไม่ได้บิน หนูยังมีเวลาเลี้ยงลูก อยู่กับลูกมากขึ้น ตอนนี้ลูกก็อยู่กับพี่เลี้ยง เพราะพอหนูกลับมาบิน ธุรกิจส่วนตัวกับการเลี้ยงลูกยังต้องมีอยู่ ก่อนหน้านี้หนูเป็นคนที่ยังไม่ต้องมาทำงานเยอะขนาดนี้ แต่ปรากฏว่าพอมันมีลูก 2 คนที่หนูต้องรับผิดชอบ หนูต้องทำงานให้เยอะขึ้นสมกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น"    "ถามว่าบ้านที่อยู่ในเมืองจำเป็นกับหนูมั้ย ไม่จำเป็น เพราะหนูเป็นคนทำงานนอกเมืองอยู่แล้ว หนูสามารถอยู่ที่อื่นได้ แต่ในแง่ของลูก โรงเรียนอนุบาลของลูกที่ดีๆ หนูอยากให้โรงเรียนอยู่ใกล้บ้านลูก เพราะเมื่อตอนเด็กๆ หนูต้องตื่นตี 4 ไปโรงเรียนทุกวัน หนูต้องนอนในรถตลอด บางทีกว่าจะกลับ ถึงบ้านใช้เวลา 3 ชม. หนูไม่อยากให้ลูกมาเจอสภาพเดียวกัน บ้านหลังนี้อาจจะเผื่อให้ลูกเรียนไปอีกสักพักหนึ่ง ถ้าเผื่อว่ามีโรงเรียนที่เหมาะสม เราค่อยว่ากันอีกที ถ้าเขาให้อยู่ก็ขออยู่แล้วกัน"    "ถ้าพี่(ปีเตอร์)ขายต่อหนูในราคาที่พี่เอากำไรมั้ยคะ(หัวเราะ) ถ้าเผื่อพี่ไม่เอากำไรมาก หนูซื้อต่อพี่ ถามว่ามีกำลังซื้อมั้ย หนูก็คงต้องผ่อนและทำงานหนัก แต่ตรงจุดนี้หนูยังคิดว่าบ้านจำเป็นสำหรับชีวิตลูกอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ลำบากก็ตาม ลูกหนูขาสั้นแค่เนี้ย ต้องเดินขึ้นบันได 5 ชั้นไปนอนทุกวัน แต่มันก็ยังดีกว่า ให้ลูกอยู่ใช้ชีวิตอยู่บนรถติด 3 ชม.ไปโรงเรียนทุกวัน อันนั้นไม่ไหว ให้ปีเตอร์ขายในราคาถูกให้พลอย อันนี้ไม่ใช่ไอเดียหนูนะ เป็นพี่ถามหนู(หัวเราะ) ก็ถ้าอยู่ได้ก็อยู่ ถ้าเผื่อว่าเขายกเป็นสมบัติให้ลูกก็ถือว่าเป็นพระคุณของลูกที่จะได้ตรงนี้"    "แม่เลี้ยงเดี่ยว ตัวพลอยเองคิดว่าเลี้ยงคนเดียวไม่ได้แน่นอน เรื่องการที่จะต้องทำงานด้วย บินด้วย ให้เวลาลูกด้วย ในส่วนตัวพลอยคนเดียว พลอยรับไม่ได้ แต่พลอยมีเพื่อนที่ดี มีคุณแม่ มีน้องสาว มีพี่สาว สามีพี่สาว ทุกคนรักหลานเหมือนเป็นลูกของตัวเอง ต้องขอบคุณตรงนี้ด้วยและขอบคุณแฟนคลับของเด็กๆ ส่วนของพลอยจะเป็นผู้ติดตามที่คอยแชร์เรื่องดีๆ ให้ฟังว่าเราควรทำอะไรยังไง เลี้ยงลูกแบบไหน เวลาไปบินหลานวัน ที่บ้านจะมีกล้องวงจรปิดอยู่ที่บ้าน เราก็จะดูว่าลูกทำอะไรอยู่ บางทีก็จะไลน์คุยกัน แต่พอไลน์คุยกัน พูม่าเขาจะถามหาแม่ เขาเห็นแม่ เขาก็จะร้องไห้ เลยพยายามที่จะไม่ไลน์หา"    "พูดอะไรกับพี่ปีเตอร์ หนูอยากจะบอกว่า ทุกอย่างเป็นเวรกรรมร่วมกันนะพี่ ในการที่หนูจะต้องมานั่งเจออะไรที่มันผิดหวังเสียใจ ทางด้านพี่เตอร์เขาอาจจะเจออะไรที่ไม่ถูกใจกับหนู มันเป็นเวรกรรม ก็ขอให้เราได้ใช้กรรมซึ่งกันและกัน และทางฝั่งเขาทำบุญ ทางฝั่งหนูทำบุญให้กัน และอโหสิกรรมให้กันไป ในทางด้านลูก หนูไม่เคยกีดกันไม่ให้พ่อเจอลูก เด็กจะยังคงเรียกพ่อว่าปะป๊า รู้ว่าใครคือพ่อของเขา ยังไงก็อยากจะให้ทางสามีกลับมาเคลียร์กับพลอยให้เร็วที่สุดนะคะ เรื่องนี้มันจะได้จบ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่าทางพี่ปีเตอร์ไปออกงานที่ไหน ก็จะโดนสัมภาษณ์ ทางพลอยก็จะโดนสัมภาษณ์เรื่องครอบครัว ซึ่งมันไม่จบ คนฟังก็เบื่อ คนพูดก็เบื่อ ถ้าเกิดว่าเคลียร์จบเมื่อไหร่ พลอยเชื่อว่า ชีวิตเราจะได้เดินต่อไปในทางที่มันดีขึ้น ก็ฝากตรงนี้นะคะว่าพี่เตอร์ยังเป็นพ่อของลูกอยู่ค่ะ หลายคนมองว่าสุดท้ายจะไปจบลงที่ศาล พลอยหวังว่ามันจะไม่ถึงตรงนั้น ถ้าเราได้คุยอะไรกันลงตัว ที่ได้เคยคุยกันมาก็เป็นเรื่องราวดีๆ ยังไงขอดูเรื่องการกระทำอีกทีนึง"    "เมื่อวานในโลกโซเชียลได้พูดถึงพลอยเยอะมาก ก็เสียใจเหมือนกันค่ะ พลอยเหนื่อยมาก พลอยเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก เหนื่อยกับการทำงาน เหนื่อยกับการที่เราทำอะไรที่เราสมควรทำ พอเรื่องอะไรแบบนี้มันออกมา พลอยน้อมรับนะกับคำด่าคำว่า เพราะส่วนหนึ่งพลอยยอมรับว่าพลอยผิดที่พูดเร็วเกินไป โดยที่ไม่หาหลักฐานหรือเหตุผลอะไรให้มันเรียบร้อยก่อน ก็อาจจะทำให้พี่เตอร์ดูไม่ดีไป คือมันเหนื่อยจริงๆ ค่ะกับการที่ต้องทำอะไรทุกอย่างคนเดียวตรงนี้นะคะ"    "กับคู่กรณี ถ้าพูดถึงในเรื่องขอโทษ พลอยอยากจะให้เขาลองนั่งคิดดีๆ พลอยไม่ได้บอกให้เขาขอโทษ พลอยต้องการที่จะให้เขาชี้แจงในส่วนที่มันถูกต้อง คือพลอยยังได้คุยไลน์กับเขา แต่วันนี้พลอยไม่ได้เอามาให้ดู พลอยผิด พลอยขอโทษ พลอยยอมรับ แต่ว่าทางบางส่วนจิตใจในใต้สำนึกของคุณ คุณก็ต้องรู้ด้วยว่าคุณทำผิดตรงไหน วันนี้ที่พลอยจะพานายหน้าของอีกบริษัทหนึ่งมาคุย เพื่อให้รู้ว่าการทำที่ถูกต้องมันเป็นยังไงบ้าง พลอยไม่อยากจะไปเหมานะคะว่าเขาทำผิดทำถูกยังไง สิ่งที่ควรทำคือยังไง อยากจะให้มาชี้แจงตรงนี้ ในส่วนของคำขอโทษ ไม่ได้หลุดออกมาจากปากพลอยนะคะ พลอยแค่บอกว่าอยากให้มาชี้แจง ถ้าเกิดจะขอโทษจริงๆ ให้ไปขอโทษคุณปีเตอร์เจ้าของบ้านดีกว่า ที่ทำให้คุณปีเตอร์ต้องมาลงบันทึกประจำวันกับทางเขา ไม่เกี่ยวกับพลอยนะคะ"    "ถ้าเขาจะเสียหาย เขาเสียหายมาจากทางคุณปีเตอร์ ซึ่งมีการออกข่าวและแจ้งบอกว่าคนนี้ ส่วนของพลอย พลอยไม่ได้เอ่ยชื่อใครว่าใครเป็นคนทำ ไม่เคยมาออกสื่อว่านายหน้าชื่ออะไร บริษัทชื่ออะไร เพราะฉะนั้นถ้าจะฟ้องคงไม่ได้มาจากทางพลอย ยกเว้นว่าพลอยจะไปฟ้องทางเขาหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนเอาชื่อพลอยมาออกสื่อ ทำให้พลอยเสียหายเสียชื่อเสียงอันนี้ก็อีกเรื่องนึง"    "ใช้สื่อกดดันปีเตอร์ สื่อมวลชนจะไม่จำเป็นถ้าเรื่องจบไปนานแล้วค่ะ แต่ถามว่าพลอยใช้กดดันไหม เวลาพลอยออกมาให้ข่าว พลอยพยายามพูดถึงเรื่องอะไรที่พลอยเป็นอยู่ ธุรกิจอะไรที่พลอยทำ เรื่องพูดถึงคุณปีเตอร์ พลอยก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องอะไรอย่างที่เคยบอกแต่แรก ทุกอย่างที่พลอยพูดหรือพลอยทำทุกวันนี้ ลูกมาอ่านลูกมาเห็น ผลกระทบจะเป็นเด็กๆ ไม่ใช่พ่อแม่ เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันนี้ที่บอกไปคือพลอยจะไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคุณปีเตอร์อีกแล้วนะคะ ถ้าเกิดคนที่ยังเข้าใจผิด ถ้าจะอยากจะทราบเกี่ยวกับพลอย อย่ากล่าวหาโดยที่ไม่รู้จักกันเลย พลอยเป็นคนโอเพ่นมาก งานทุกอย่างที่พลอยทำ พลอยตอบไลน์เองทุกคน พลอยขายของเองตลอด ถ้ามีเวลาว่างหรือไม่เข้าใจ ไลน์มาคุยกันเองดีกว่า"    "ขอโทษปีเตอร์ ไม่ได้โทรขอโทษนะคะ ขอโทษผ่านสื่อนะคะ อย่างที่พี่เขาบอกว่าเขาไม่กล้าโทรมา กลัวพลอยไม่เข้าใจ พลอยก็กลัวไม่เข้าใจเหมือนกัน พลอยขอโทษตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ" พลอย กล่าว  พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ พลอย พลอยพรรณ   พลอย กับคุณแม่   ชี้แจง พลอย เป็นคนฝากขายบ้าน ปีเตอร์  

“บิ๊กรัง” นั่งต่อ นายกกอล์ฟสมัย 6
นายก /  รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ / 

"บิ๊กรัง" นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นั่งเก้าอี้ นายกสมัยที่ 6 หลัง  สมาชิกสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ลงคะแนนเสียงโหวตท่วมท้น ระหว่างการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2559 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 และข้อบังคับสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558 สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย จึงได้จัดงานประชุมใหญ่ขึ้น โดยมีวาระสำคัญ คือ วาระเลือกตั้งนายกสมาคม ในการประชุมครั้งนี้มีสมาชิกเข้าร่วมทั้งสิ้น 97 จากจำนวนสมาชิก 267 คน โดยมี นส.กมลวรรณ สุทธิบุตร และนาง สุทิน ทองประไพ เป็นผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากนั้นนายสันติ สอนสมบูรณ์ จากชมรมกอล์ฟสิงห์สมุทรสงคราม เสนอให้ เดชา เศวตศิโรรัตน์ จากชมรมกอล์ฟสิงห์รักกันคัพ เป็นประธานชั่วคราว ก่อนที่ นายเสกสรร สุวัณปุระ เลขาสมาพันธ์กอล์ฟนักเรียนไทยได้เสนอชื่อ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมคนเก่าเข้ารับตำแหน่งอีกวาระ และมีมติเป็นเอกฉันท์โดยที่ไม่มีคู่แข่ง ซึ่งการดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ มีวาระ 4 ปี ระหว่าง 2559-2563    นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ เผยหลังได้รับเลือกตั้งว่า "ต้องขอบคุณกับทุกๆคนที่มีส่วนช่วยให้สมาคมสร้างผลงานมากมาย จนปัจจุบันเราถือเป็นจ้าวในระดับ อาเซี่ยน และเป้าหมายต่อไปคือในระดับโลก ซึ่งมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องพัฒนากันต่อไป และเตรียมให้มีการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันในระยะสั้นตั้งแต่ระยะ 160 ลงมา เพราะที่ผ่านมานักกีฬาของเรามีปัญหาในเรื่องนี้ และเตรียมจะมีโครงการแลกเปลี่ยนกับสมาคมกอล์ฟของฟินแลนด์ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคคลากร และรูปแบบในการจัดการต่างๆด้วย"

ผู้ชายชื่อ “อนันดา” กับ 10 หนังที่เราอยากให้คุณดู
303 กลัว กล้า อาฆาต /  ขุนพันธ์ / 

ผู้ชายชื่อ “อนันดา” กับ 10 หนังที่เราอยากให้คุณดู อนันดา เอเวอริ่งแฮม คือชื่อของนักแสดงหนุ่มลูกครึ่งออสเตรเลีย – ลาว วัย 34 ปี เขาเริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุ 13 – 14 และมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในวัยเพียงสิบห้า หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานภาพยนตร์ออกมาให้แฟน ๆ ได้รับชมและพิสูจน์ความสามารถอย่างต่อเนื่อง จนถึงตอนนี้หากมานั่งลิสต์รายชื่อภาพยนตร์ที่เจ้าตัวเคยไปผลุบ ๆ โผล่ ๆ ทั้งในฐานะนักแสดงนำและบทบาทรับเชิญ ก็คงจะได้ชื่อหนังไม่ต่ำกว่า 30 เรื่องอย่างแน่นอน และวันนี้ เราจะพาทุกคนเดินทางไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์ 10 เรื่องที่อนันดาเคยฝากลีลาการแสดงเอาไว้อย่างน่าจดจำที่สุด อันดากับฟ้าใส (2540) ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของอนันดา เป็นเรื่องราวของ อันดามัน เด็กหนุ่มที่หลงรักทะเล และชอบดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งเขาได้ช่วยหญิงสาว ฟ้าใส ที่กำลังจมน้ำให้ปลอดภัยด้วยการผายปอดซึ่งเปรียบได้กับจูบแรกของกันและกัน นั่นทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นในใจ และความรักก็คงจะเติบโตสวยงามหากแม่ของฝ่ายหญิงไม่เข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าคำว่า “เพื่อน” 303 กลัว กล้า อาฆาต (2541) หนังผีและหนังฆาตกรรมที่เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในโรงเรียนประจำ โดยกลุ่มตัวละครเอกเป็นแก๊งนักเรียนที่พยายามสืบค้นที่มาที่ไปเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอย่างลึกลับของนักเรียนรุ่นพี่ ม.ร.ว.ดาวดึงส์ สิรา ผ่านการเล่นผีถ้วยแก้ว และหลังจากนั้นความน่าสะพรึงกลัวก็เกิดขึ้นเมื่อเพื่อน ๆ ในกลุ่มของพวกเขาทยอยถูกฆาตกรรมไปทีละคน ทั้งยังไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือของคนหรือผี ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานหนังผีที่พิสูจน์มิติทางการแสดงที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของอนันดา เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องแรก ๆ ที่เขาได้รับบทที่หลุดออกจากความเป็นละอ่อนวัยใสกลายเป็นวัยรุ่นที่มีมุมดาร์กและความลับปกปิดอยู่ ส่วนเนื้อเรื่องก็อย่างที่หลาย ๆ คนทราบพอกัน คือ ธรรม์ พระเอกของเรื่องบังเอิญถ่ายรูปติดวิญญาณ แล้วก็ถูกวิญญาณตนนั้นตามรังควาน ทำให้ต้องออกไปตามหาที่ความจริงว่าวิญญาณตนนี้เป็นใครและต้องการอะไร ก่อนที่บทสรุปสุดท้ายจะเปิดเผยว่าแท้จริงแล้ววิญญาณไม่ได้เป็นคนไกลตัวเขาเลย สะบายดี หลวงพะบาง (2551) เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว และยังถือว่าเป็นภาพยนตร์เอกชนลาวเรื่องแรกในรอบหลายสิบปี พล็อตเรื่องเป็นหนังรักเข้าใจง่าย กล่าวคือ สอน ช่างภาพหนุ่มเชื้อสายลาวถูกส่งตัวไปทำงานที่แถบลาวใต้ โดยมี น้อย ไกด์มือใหม่เป็นคนดูแล การเดินทางที่หลงบ้างถูกทางบ้างส่งให้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอค่อย ๆ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้งทัศนคติที่มีต่อประเทศลาวของสอนก็เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นคิดว่าลาวก็คือบ้านหลังหนึ่งของเขา แฮปปี้เบิร์ธเดย์ (2551) เรื่องราวความรักที่ถูกนำพาไปด้วยบุพเพสันนิวาส เมื่อ เต็น ช่างภาพหนุ่ม ได้รู้จักกับ เภา ไกด์สาวนักเดินทางโดยบังเอิญ ความรักของทั้งคู่ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าว่าจะดูแลกันตลอดไป แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อถึงวันครบรอบวันเกิดของเต็น เภาที่กำลังจะนำของขวัญวันเกิดไปให้คู่รักกลับถูกรถชนจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทำให้ชีวิตที่เหลือของเต็นต้องอยู่กับความหวังและการดูแลแฟนสาวที่ไม่รู้จะมีวันฟื้นหรือไม่ ชั่วฟ้าดินสลาย (2553) ภาพยนตร์โศกนาฏกรรมที่สุดแสนสะเทือนใจ ยุพดี ม่ายสาวชาวพระนครตัดสินใจแต่งงานกับ พะโป้ คหบดีม่ายชาวพม่าที่ครอบครองกิจการปางไม้อันมั่งคั่ง แต่แล้วเหมือนโชคชะตาเล่นตลกทำให้ยุพดีได้เจอกับส่างหม่อง หลานชายของพะโป้ ความใกล้ชิดทำให้ยุพดีกับส่างหม่องเกิดความเสน่หาต่อกันจนไม่อาจทานทนต่อความปรารถนา และในที่สุดพะโป้ก็รู้ความจริงและตัดสินใจยกยุพดีให้ส่างหม่อง โดยมีข้อแม้ว่าทั้งคู่จะต้องถูกตรวนโซ่ข้อมือให้อยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย อุโมงค์ผาเมือง (2554) เรื่องราวปริศนาฆาตกรรมที่เต็มไปด้วยคำโกหก ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเรื่อง ราโชมอน ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นภาษาญี่ปุ่น Rashomon (ประตูผี) และ In a Grove (ในป่าละเมาะ) ของริวโนะสุเกะ อาคุตะงาวะ อีกต่อหนึ่ง เนื้อเรื่องกล่าวถึงการตายของเจ้าฟ้าหล้า ซึ่งผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสามอันได้แก่ โจรป่าสิงห์คำ, แม่หญิงคำแก้ว ภรรยาของเจ้าฟ้าหล้า และวิญญาณเจ้าฟ้าหล้า ที่ต่างให้การแก่ธรรมาภิบาลว่าตนเองเป็นผู้ปลิดชีพเจ้าฟ้าหล้า โดยเรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านบทสนทนาระหว่างพระอานนทภิกขุ, ชายตัดฟืน และสัปเหร่อเฒ่า ชัมบาลา (2555) การเดินทางสู่ ชัมบาลา ดินแดนที่เชื่อว่ากันเป็นประตูของโลกที่อยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด โดยสองหนุ่มพี่น้องจำต้องออกเดินทางไปด้วยกัน ทิน พี่ชายสุดเกรียนเดินทางไปเพื่อถ่ายรูป หากแต่ในใจลึก ๆ แล้วเขากำลังแบกความผิดหวังจากคนรักเก่า จึงออกเดินทางให้ลืมเรื่องที่ค้างคาในใจ ส่วน วุฒิ น้องชายมาดเซอร์ ตัดสินใจเดินทางไปชัมบาลาเพื่อสานฝันแทนแฟนสาวที่ป่วยและกำลังจะจากโลกนี้ไป ภวังค์รัก (2557) ภาพยนตร์โรแมนติกที่มี มัด หนุ่มนักเรียนนอกวัยสามสิบเป็นแกนกลางเชื่อมโยงตัวละครต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น นิค น้อยชายอายุ 18 ปีที่กำลังถูกตาต้องใจ ปูเป้ หญิงสาวที่อาศัยอยู่อพาร์ตเมนท์ห้องข้าง ๆ รวมถึง ทราย อดีตรักครั้งแรกที่หวนกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกหน นอกจากนี้มัดยังต้องประสบกับปัญหาด้านอาชีพการงานและสภาพสังคมไทยที่เขายังไม่คุ้นชินหลังกลับมาจากต่างประเทศ ขุนพันธ์ (2559) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หัวเมืองทางใต้เต็มไปด้วยโจรเสือมากมาย แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถเล็ดรอดการจับกุมของร้อยตำรวจโท ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตำรวจหนุ่มผู้มีทั้งความสามารถและคาถาอาคมไปได้ นอกจากนี้ขุนพันธ์ยังเลือกที่จะเสนอตัวทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายและไม่เคยมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนใดเคยทำมาก่อน นั่นก็คือการออกไล่ล่ามหาโจร อัลฮาวียะลู ผู้เหี้ยมโหดและมีคาถาอาคมดุจเดียวกับขุนพันธ์จนสามารถขยายอิทธิพลครอบคลุมทั่วเขตภาคใต้ มาร่วมพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงของอนันดา เอเวอริ่งแฮม อีกครั้งกับบทบาทสุดท้าทายแห่งปี ในภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 14 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์

Honda BR-V คว้ามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP
ASEAN NCAP /  BR-V / 

ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด ประกาศความสำเร็จในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ล่าสุด ฮอนด้า บีอาร์-วี คว้ามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวของ ASEAN NCAP (ASEAN New Car Assessment Program) จากการทดสอบการชนด้านหน้าแบบเยื้องศูนย์และการชนด้านข้าง โดยด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ Adult Occupant Protection: AOP ได้คะแนน 14.79 คะแนน จากคะแนนเต็ม 16 คะแนน และด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก Child Occupant Protection: COP ได้คะแนน 72% โดยการทดสอบจัดขึ้น ณ สถาบันค้นคว้าวิจัยยานยนต์ประเทศญี่ปุ่น (JARI) Honda BR-V มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน ได้แก่ โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ G-CON, ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเสียงเตือน, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบควบคุมการทรงตัว (VSA), ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)และถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รถยนต์ฮอนด้าทั้ง 7 รุ่น ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP  จากการทดสอบ รถยนต์ที่ไม่มีระบบควบคุมการทรงตัว (VSA) และระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย (SBR) สำหรับผู้โดยสารคู่หน้า ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 4 ดาว ได้แก่ ฮอนด้า ซีวิค, ฮอนด้า ซีอาร์-วี, ฮอนด้า ซิตี้ (รุ่นปี 2557) และฮอนด้า แจ๊ซ จากการทดสอบ ฮอนด้า เอชอาร์-วี รุ่นที่ไม่มีระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า (SBR) ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 4 ดาว

อบอุ่นทุกครั้งที่นึกถึง กับ 5 หนังโรแมนติกของไทยที่ทำรายได้สูงเว่อร์ !
คิดถึงวิทยา /  ปิดเทอมใหญ่...หัวใจว้าวุ่น / 

อบอุ่นทุกครั้งที่นึกถึง กับ 5 หนังโรแมนติกของไทยที่ทำรายได้สูงเว่อร์ ! เมื่อความรักคือสิ่งที่ทำให้โลกสวยงาม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่การเล่าเรื่องของภาพยนตร์จำนวนไม่น้อยมักจะขับเคลื่อนไปด้วยความรัก บางเรื่องมีจุดหมายปลายทางที่สุขสมหวัง บางเรื่องจบด้วยการห่างเหิน ในขณะที่บางเรื่องคนดูก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงแล้วพระ-นางลงเอยกันเช่นไร แต่ถึงเชื่อเถอะว่าทุกเรื่องล้วนสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี และในวันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนเวลาไปพบกับ 5 หนังไทยสไตล์โรแมนติกที่สร้างรายได้ไว้สูงสุดจนยังไม่มีใครสามารถทุบสถิติได้ ถ้าอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง...ตามไปชมกันได้เลย แฟนฉัน ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2546 รายได้ 137.30 ล้านบาท ภาพยนตร์ประเดิมทศวรรษแรกของค่ายหนังอารมณ์ดี GTH กับการรวมกลุ่มกันของผู้กำกับศิษย์เก่าจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ จำนวน 6 คน ได้แก่ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์, ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร, เอส คมกฤษ ตรีวิมล, บอล วิทยา ทองอยู่ยง, เดียว วิชชา โกจิ๋ว และปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม ที่ได้นำความรักวัยเด็กซึ่งอยู่ในความทรงจำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวที่สวยงามและบริสุทธิ์ นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ GTH ตัวหนังยังได้ปูทางนำนักแสดงเด็กเข้าสู่วงการบันเทิงอีกมากมาย อาทิ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์, โฟกัส จิระกุล และแจ๊ค เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ คิดถึงวิทยา ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 100.70 ล้านบาท ภาพยนตร์ผลงานล่าสุดของ ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร ผู้กำกับที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อหนังโรแมนติกแห่งค่าย GTH ซึ่งในคราวนี้เขาได้นำเรื่องราวของคุณครูหนุ่มที่ต้องไปอยู่ประจำที่โรงเรียนแพกลางน้ำ ความเหงาของการใช้ชีวิตตัวคนเดียวทำให้เขามีเพื่อนเป็นสมุดไดอารี่ของครูสาวที่เคยทำงานอยู่ที่นี่ และกว่าจะรู้ตัวเขาก็ได้ตกหลุมรักเธอทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ ภาพยนตร์เรื่องนี้นับว่าเป็นการก้าวเข้ามาแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของขวัญใจมหาชนอย่าง บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว พร้อมด้วยนักแสดงสาวมากฝีมือ พลอย เฌอมาลย์ บุญศักดิ์ และพระเอกหนุ่มจากวิกหลากสี เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ นอกจากนี้ คิดถึงวิทยา ยังเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยไปเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศอีกด้วย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2558 รายได้ 86.07 ล้านบาท ผลงานเรื่องแรกของผู้กำกับอินดี้ เต๋อ นวพล ธำรงฤทธิ์ ที่ได้ร่วมทำงานกับค่ายหนังกระแสหลักอย่าง GTH ตัวหนังได้กะเทาะเผยถึงชีวิตที่มีแต่งานและงานผ่านมุมมองของฟรีแลนซ์หนุ่มสายกราฟฟิก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาเริ่มมีอาการป่วยซึ่งส่งผลให้ระบบระเบียบทุกอย่างในชีวิตของเขารวนไปหมด ไม่เว้นแม้แต่การเข้ามาของคุณหมอสาวที่หน้าตาน่ารักยิ่งกว่าคุณหมอคนไหน ๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการมาพบกันครั้งแรกของพระเอก 300 ล้าน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และนางเอก 1,000 ล้าน ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ แถมหนังยังตระเวนกวาดรางวัลจากสถาบันบันเทิงอีกนับไม่ถ้วน ไม่เว้นแม้แต่เวทีสุพรรณหงส์ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงถึง 14 สาขา และคว้ารางวัลไปได้มากถึง 8 สาขาทีเดียว เพื่อนสนิท ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2548 รายได้ 81.35 ล้านบาท ภาพยนตร์สุดซึ้งสุดดราม่าผลงานการกำกับของ เอส คมกฤษ ตรีวิมล กับเรื่องราวของสองเพื่อนสนิทนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ที่วันดีคืนดีชายหนุ่มก็เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาแอบชอบเพื่อนสาวแสนสวย และเรื่องมันคงจะง่ายกว่านี้ถ้าหากว่าไม่มีชายอื่นเข้ามาจีบเธอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นใบเบิกทางเข้าสู่วงการที่หาค่าไม่ได้ของเหล่านักแสดง ไม่ว่าจะเป็น ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, เอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน และโอปอล์ ปาณิศรา พิมพ์ปรุ อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์แฟนฉันทั้ง 6 คนมาร่วมรับเชิญในบทบาทรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยอีกต่างหาก ปิดเทอมใหญ่...หัวใจว้าวุ่น ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2551 รายได้ 80.60 ล้านบาท สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับผลงานของผู้กำกับมือทอง ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่ครั้งนี้เขาได้นำเสนอเรื่องราว 4 เรื่องของคน 4 วัยที่ทุกเหตุการณ์ล้วนมาสมพงศ์เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงฤดูร้อน ทำให้การปิดเทอมครั้งนี้ไม่ใช่การหยุดพักผ่อนธรรมดา หากแต่เต็มไปด้วยความรักและหยาดน้ำตาที่จะเป็นความทรงจำมิรู้ลืม วิธีเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้วิธีตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ทั้งสี่ อันได้แก่ สองหนุ่มที่หมายจะแย่งชิงหัวใจหญิงสาว นำแสดงโดย แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ , ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร และแพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา สาวหมวยผู้เป็นติ่งนักร้องไต้หวัน นำแสดงโดย โฟกัส จีระกุล ความรักของเพื่อนสนิทที่ไม่อาจบอกให้ฝ่ายหญิงรู้ได้ นำแสดงโดย ว่าน รัชชุ สุระจรัส และต่าย ชุติมา ทีปะนาถ ปิดท้ายด้วยความรักและการนอกใจ นำแสดงโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, จุก ธนิยา อำมฤตโชติ  และโซระ อะโออิ

โปรไทยวางใจ
การกีฬาแห่งประเทศไทย /  กีฬากอล์ฟอาชีพ / 

"โปรเอกซ์" เมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา รั้งเก้าอี้นายกกีฬากอล์ฟอาชีพ คนที่ 18 หลังได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น ในการประชุมใหญ่สามัญ ณ ห้องประชุม กกท. ลั่นขอบคุณทุกความไว้วางใจ และสัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2558 ของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุม การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ชั้น 24 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เมย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีสมาชิกสามัญที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น 442 ราย มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยวาระการประชุมมีทั้งสิ้น 7 วาระ เริ่มจาก ชยพัทธ์ สุนายนตร์ ที่รับบทบาทรักษาการณ์ประธาน ชี้แจงในที่ประชุมให้ทราบถึงการดำเนินงานของสมาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มวาระที่ 2 เพื่อขอให้สมาชิกรองรับรายงานการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 4/2558 วาระต่อมาเป็นการแถลงผลการดำเนินการ ของสมาคม ครั้งที่ผ่านมาในปี 2558 ก่อนจะมาถึงวาระที่ 4 ในการแถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลประจำปี 2558 ให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ ซึ่งผลปรากฏว่าที่ประชุมไม่รับวาระที่ 4 ทำให้ต้องมีการประชุมเพื่อรับรองวาระนี้ในครั้งหน้าต่อไป ก่อนเข้าสู่วาระที่ 5 สาระสำคัญเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ โดยที่ ชยพัทธ์ สุนายนตร์ เสนอให้ โปรมานพ ทัพพวิบูล สมาชิกผู้อาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเลือก กรรมการกลางเลือกตั้งอีก 4 ราย ประกอบไปด้วย วัฒนชัย คล้ายคลึง, อำนาจ เกิดกระสินธุ์, พงษ์ศักดิ์ แดงช่วง และ นิธินันท์ เห็นศิริสกุล สำหรับเสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้มีด้วยกันสองรายประกอบไปด้วยหมายเลข 1 ดร.สันติภาพ เตชะวณิช และหมายเลข 2 นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา ซึ่งตามข้อกำหนดของสมาคมกำหนดให้มีการเลือกตั้งลับ โดยจะให้สิทธิ์เฉพาะสมาชิกสามัญ (ทัวร์ริ่งโปร) เท่านั้น ซึ่งมาลงทะเบียนในวันนี้ทั้งสิ้น 442 ราย จากยอดรวม 728 ราย โดยมีผู้ประสงค์ลงคะแนนทั้งสิ้น 437 ราย ซึ่งผลปรากฏว่า เมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา เอาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ไปด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 164 โดยมีบัตรเสียทั้งสิ้น 2 ใบ ซึ่งมีข้อถกเถึยงเพราะมีใบลงคะแนนเกินมา 1 ใบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกท. ที่มาดูแลการเลือกตั้งออกชี้แจงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการลงทะเบียน ก่อนที่ท่านประธานกรรมการเลือกตั้งจะออกมาประกาศชัยชนะให้โปรเอ็กซ์ในท้ายที่สุด ส่วนวาระที่ 6 และ 7 ก็ผ่านมติในที่ประชุมไปได้ด้วยดี "โปรเอ็กซ์" เมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา เผยหลังได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า "ขอขอบคุณทีมงาน พี่น้อง และเพื่อนๆ ที่เสียสละเวลาเพื่อให้ความไว้วางใจ ทำให้คว้าชัยชนะในครั้งนี้ จะทำตามที่สัญญาเอาไว้ นอกจากนั้นขอขอบคุณคุณสันติภาพ ผู้ลงชิงตำแหน่งในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหลังการนับคะแนนท่านอาสาให้คำปรึกษาในทุกเรื่อง และขอขอบคุณเจ้านายของผม นายสันติ ภิรมย์ภักดี ที่ให้กำลังใจ และแนวทางในการลงสมัครในครั้งนี้ รวมถึงคณะกรรมการชุดเก่าที่จัดการเลือกตั้งได้สมบูรณ์แบบ และโปร่งใส" "ผมสัญญาว่าจะทำงานให้ดีที่สุด ซึ่งอาทิตย์หน้าก็จะเริ่มต้นทำงาน รู้สึกหายเหนื่อย สัญญาคือสัญญา ลูกผู้ชายหัวใจสิงห์" นายเมธีกล่าว สำหรับ นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา ปัจจุบันอายุ 61 ปี เริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุ 9 ปี พัฒนาฝีมือจนติดทีมชาติไทย ช่วงระหว่างปี 2518-2528 ยุคเดียวกับโปรบุญชู เรืองกิจ จากนั้น ช่วงปี 2530 ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สนามกอล์ฟเกียรติธานี จ.สมุทรปราการ พร้อมๆกับเป็นทีมงานริเริ่มสร้างสนามกอล์ฟริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี จนเมื่อปี 2535 ได้เข้ามาเป็นผู้บริหาร บ.ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานสร้างสนามกอล์ฟ สิงห์ปาร์ค ขอนแก่น ซึ่งช่วงเวลานี้นายเมธี ได้อยู่เบื้องหลังปั้นนักกอล์ฟดาวรุ่งหลายคน นอกจากนี้นายเมธี ยังได้รับเชิญเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬากอล์ฟแห่ง ประเทศไทยฯ ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา จนถึง ปี 2552 ในยุคนายกรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ โดยเป็นกรรมการพัฒนาทีมชาติไทย พร้อมเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยในหลายมหกรรมกีฬา และสร้างผลงานมาแล้วมากมาย จนได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพฯ คนที่ 18 ในที่สุด

TOYO TIRES ปล่อยวิดีโอฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้
TOYO TIRES /  จิ้งจอกสยาม / 

TOYO TIRES ปล่อยวิดีโอ 'Surprising the World' พร้อมกันทั่วโลกฉลองความสำเร็จแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ โตโยไทร์  เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมา และได้พัฒนาความหลากหลายของแคมเปญร่วมกันกับสโมสรมาโดยตลอด เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเลสเตอร์ในปีร่วมกับแฟนฟุตบอลทั่วโลก  โตโยไทร์ ได้สร้างวิดีโอเพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จของสโมสร และปล่อยให้ชมกันทาง Youtube ในชื่อชุด ‘Surprising the world’ เป็นภาพยนตร์ขนาดสั้นที่อธิบายให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ เจมี วาร์ดี และความมุ่งมั่นของผู้จัดการสโมสร เคลาดิโอ รานิเอรี่ เพื่อเป็นการส่งมอบความเซอร์ไพรซ์อันพิเศษในครั้งนี้ให้กับแฟนๆทุกคน

ดีลล่ม! ส.บอลไม่ต่อสัญญา “วิคเตอร์” เล็งสองกุนซือสเปนเสียบ
บิ๊กป๋อม /  ปูลปิส / 

สมาคมฟุตบอลฯ ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา วิค เฮอร์มัน ด้าน "บิ๊กป๋อม" เตรียมทาบสองกุนซือคนใหม่ชาวสเปนอย่าง มิเกล โรดริโก้ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น และปูลปิส อดีตโค้ชทัพช้างศึกเข้ามาคุมทัพเเทน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ล่าสุดยืนยันไม่ต่อสัญญา วิคเตอร์ เฮอร์มัน หลังไร้วี่แววตอบรับคุมทีมฟุตซอลไทย พร้อมเล็งทาบสองกุนซือสเปน นำโดย มิเกล โรดริโก้ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น และปูลปิส อดีตโค้ชทีมชาติไทยเข้ามาคุมทีมเเทน ขณะที่ความพร้อมศึก 4 เส้าไทยแลนด์ไฟว์ได้ทาง คาซัคสถาน ตอบรับเข้าร่วมแข่งขันอีกทีม โดย "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลฯ เปิดเผยว่า “หลังจากการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ได้มีเเนวนโยบายจากสมาคมฯในการทบทวนสัญญาทุกๆฉบับ และนำมาพิจารณาถึงความเหมาะสมเพื่อที่จะดำเนินงานต่อตามที่ทราบทั่วกัน โดยหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องสัญญาของ วิค เฮอร์มัน ในการทำทีมฟุตซอลด้วย ซึ่งหลังจากการตรวจสัญญาฉบับเดิมของ วิค เฮอร์มัน กับสมาคมฯชุดเก่าแล้วนั้น พบว่ามีลักษณะเป็นเพียงบันทึกข้อตกลง ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งในเรื่องการทำงานรวมทั้งรวมทั้งรายละเอียดอื่นๆเหมือนสัญญาแบบมาตรฐานทั่วไป” “จึงได้ทำการเจรจากับวิคเตอร์ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพร้อมนำร่างสัญญาใหม่ที่มีรายละเอียดคลอบคลุมทุกเงื่อนไขเเละสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทางวิคเตอร์ก็ไม่ตอบรับกลับมาจนกระทั่งได้พูดเจรจากันอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.กับฝ่ายกฎหมายของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและวิค เฮอร์มันเพื่อสรุปการทําสัญญาฉบับใหม่โดยเร่งด่วน ทว่า วิคเตอร์ก็ยังนิ่งเฉย เราจึงมีความจำเป็นที่ต้องขอยกเลิกสัญญา เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือนเท่านั้นที่ทีมชาติไทยต้องเข้าแข่งขันฟุตซอลโลกที่ประเทศโคลัมเบียในเดือนกันยายน ซึ่งหากไม่ตัดสินใจจะมีผลกระทบกับการเตรียมทีมเป็นอย่างมาก” ประธานพัฒนาฟุตซอล กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากนี้สมาคมฯก็จะเป็นฝ่ายเจรจาในเรื่องของรายละเอียดต่างๆหลังจากยกเลิกสัญญา ส่วนตนก็จะรับหน้าที่หาผู้ฝึกสอนคนใหม่มาทำหน้าที่ ซึ่งตอนนี้ก็มี 2-3 คนที่เป็นตัวเลือกของเรา และก็ได้เจรจาเบื้องต้นไปเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว เป็นชาวสเปน 2 คนที่คุ้นชื่อกันดี อย่าง มิเกล โรดริโก้ อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่น รวมทั้งตัวเลือกที่ 2 ที่เราได้พูดคุยกับ ปูลปิส โค้ชจอมแทคติกที่เคยร่วมงานกันมาทั้งในนามทีมชาติ และสโมสร แต่ความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เพราะเขาก็ยังคงมีสัญญากับอุซเบกิสถาน และตัวเลือกที่ 3 ถ้าเราไม่สามารถหาโค้ชต่างชาติได้ ก็อาจใช้ทางเลือกผู้ฝึกสอนไทย และอีแผนสุดท้ายที่มองเอาไว้คือโค้ชจากอิหร่านที่คิดว่าน่าจะมาทำหน้าที่ได้เช่นกัน"  สำหรับความพร้อมการแข่งขัน 4 เส้า ไทยแลนด์ไฟว์ วันที่ 19-21 ส.ค. 2559 ณ บางกอก อารีน่า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปโคลอมเบีย หลังจากที่ก่อนหน้านี้อิหร่าน ตอบรับมาแล้วแต่ว่าอียิปต์ต้องถอนตัวออกจากศึก 4 เส้าเพราะจับสลากมาอยู่กลุ่มเดียวกันในเวิลด์คัพ ล่าสุดมีข่าวดีที่ได้ คาซัคสถาน อันดับ 9 ของโลก อีกหนึ่งยอดทีมจากยุโรปยืนยันมาอุ่นเครื่องที่ไทย โดยยังเหลืออีก 1 ทีมที่กำลังรอการตอบรับ

สุดยอดอาชีพในฝันของเหล่าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความท้าทาย
คณะนิเทศศาสตร์ /  นักข่าว / 

สุดยอดอาชีพในฝันของเหล่าคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความท้าทาย กับการเป็น “นักข่าว” ที่สามารถตีแผ่เรื่องราวเชิงลึกที่น่าติดตาม และให้ประโยชน์ที่ทุกคนควรรู้ กับน้องๆ คนเก่ง จาก วารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ คณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย “นางสาว ธนาพร สุภัทรสารกุล” ชื่อผลงาน : ข่าว “เภสัชกรหวั่น รับบริจาคยามือสอง” รางวัล : - รางวัลพิราบน้อย ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติดีเด่น ในสถาบันอุดมศึกษา หนังสือพิมพ์หอข่าว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย - รางวัลนักข่าวป้ายแดง ปี 2557 จากสมาคมนักข่าวอาชญากรรม แรงบันดาลใจ ช่วงปี 3 มีวิชาที่ต้องทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฎิบัติ แต่ละคนต้องไปหาประเด็นข่าวมาเพื่อทำส่งอาจารย์ ซึ่งตอนแรกเสนอไปเป็น 10 ประเด็นก็ไม่ผ่าน มีวันหนึ่งได้ไปโรงพยาบาลเห็นตู้รับบริจาคยาอยู่ ก็คิดในใจว่า “ยามันบริจาคได้ด้วยเหรอ” จากความสงสัยก็มาคิดต่อ เขาจะเอาไปให้ใคร ก่อนจะเอาไปจ่ายให้คนเหล่านั้นมีกระบวนการคัดเลือกยังไง จะปลอดภัยหรือไม่ เป็นประเด็นที่เอาไปเสนออาจารย์ได้ผ่าน เลยได้ตามเรื่องต่อๆ มาจนออกมาเป็นข่าวนี้ จุดประสงค์ และประโยชน์ที่คาดหวัง คือเราต้องการที่จะรู้ว่า โครงการรับบริจาคยานี้เขาเอายาไปไหน ให้ใคร มีกระบวนการยังไง ปลอดภัยแค่ไหน และคนที่ได้ไปรู้รึเปล่า โรงพยาบาลได้บอกมั้ยว่า เป็นยาที่บริจาคมา ในฐานะที่เราเป็นสื่อเราก็อยากจะบอกเรื่องนี้แก่ประชาชนว่า สิ่งที่เขาได้รับมันมาจากไหน คิดว่ามันไม่แฟร์เท่าไหร่ที่โรงพยาบาลจะลดค่าใช้จ่ายของตัวเอง แต่ไม่บอกว่าเอายาที่รับบริจาคมาจ่ายให้ ทั้งๆ ที่ประชาชนบางคนก็จ่ายค่ายาเท่าราคายาปกติ แล้วก็เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เราอยากเป็นจุดหนึ่งที่ช่วยขยายสิ่งเหล่านี้เราก็อยากให้ประชาชนได้รับรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำข่าว หนึ่งได้เรื่องความช่างสังเกต คือเป็นนักข่าวต้องช่างสังเกต ที่ได้ประเด็นมาก็เพราะช่างสังเกต หลังจากจบการทำข่าวนี้ก็กลายเป็นคนช่างสังเกตไปเลย เห็นอะไรก็คิดเป็นข่าวหมด สองได้ความอดทน บางครั้งส่ง E-mail ไปขอสัมภาษณ์ รอ 1-2 อาทิตย์เขายังไม่ตอบกลับมา ก็ต้องรอและหาทางอื่นไปด้วย ยังไงต้องคุยต้องทำให้ได้ บางครั้งไปดักรอ เขามาช้าเลยเวลานัดนานเป็นชั่วโมงก็ต้องรอเพื่อให้ได้ข่าว สุดท้ายได้เรื่องความพยายาม อย่างที่บอกโดนปฎิเสธเยอะมาก แต่เราก็ไม่ท้อ ตามตื้อเรื่อยๆ ไม่ได้ที่นี่ก็หาที่ใหม่ จนในที่สุดก็ได้เจอโรงพยาบาลที่ให้ความร่วมมือ ฝากถึงน้องที่อยากเป็นนักข่าว ต้องรักงานนี้ ต้องมีใจรักที่จะทำอาชีพนี้ เพราะงานมันเยอะ มันหนัก ไม่เป็นเวลา พอใจรักแล้วอะไรมันก็ได้หมด พยายามช่างสังเกตเยอะๆ มองรอบตัวอะไรเป็นข่าวได้บ้าง แต่ต้องเป็นข่าวที่มีคุณค่าต่อสังคมนะ มีประโยชน์ที่จะช่วยเปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดีได้ แล้วก็ทุ่มเทให้กับมัน สู้ๆ แค่นี้แหละค่ะ นาย ปวิศ เลิศกวีเอก และนางสาว ธนดา เฉลิมวันเพ็ญ ชื่อผลงาน : ข่าว “มือถือทำพิษวัยประถมส่องคลิปภาพลามกแพร่ว่อนเน็ต” รางวัล : - รางวัลชนะเลิศสิทธิเด็ก จากสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย - รางวัลนักข่าวป้ายแดง ประเภทเสื้อสามารถ จากสมาคมนักข่าวอาชญากรรม แรงบันดาลใจ ปวิศ : ได้โจทย์มาจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่า อยากได้ข่าวเชิงสืบสวน เป็นประเด็นที่อยู่รอบตัว ยิ่งถ้าเป็นประเด็นเกี่ยวกับเยาวชนได้จะดี เพราะตอนทำหนังสือพิมพ์เราจะขายในรั่วมหา’ลัยซะส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงควรเป็นข่าวรอบตัวที่เยาวชนสนใจ ก็เลยวิเคราะห์ว่าแต่ละวันเราอยู่กับอะไรนานที่สุด ธนดา : มันเป็นความบังเอิญด้วย เพราะปัจจุบันโซเชียลมันก้าวไกลมาก ทำให้ทุกเพศ ทุกวัยสามารถท่องโซเชียลได้ไม่จำกัด วันหนึ่งเข้าทวิตเตอร์ลองพิมพ์คำแสลงเสิร์ชดู แล้วเราก็ตกใจที่พบว่า มีเยาวชนถ่ายรูปลามกโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ลงในโซเชียล ซึ่งเรากลับมาตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดเยาวชนถึงทำแบบนี้ ประกอบกับตรงวัตถุประสงค์ของการทำหนังสือพิมพ์หอข่าวที่มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบที่เกิดจากเยาวชน จึงเหมือนเป็นแรงบันดาลใจเพื่อนำเสนอเรื่องนี้ออกมาให้สังคมได้ทราบ จุดประสงค์ และประโยชน์ที่คาดหวัง ธนดา : หากตอนนี้เยาวชนยังกล้าถ่ายรูปลามก แล้วเราไม่ห้าม ต่อๆ ไปมันก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ในอนาคตหากเยาวชนมีความอยากรู้อยากลองมากขึ้น หรือเยาวชนคนนี้อยากได้เงินจนนำไปสู่การค้าประเวณีขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ มันสามารถโยงไปถึงการก่อเหตุอาชญากรรมได้ เราอยากเป็นอีกแรงในการกระตุ้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนให้หันมาดูแลบุตรหลานของท่าน อยากให้เข้ามาแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ไม่ใช่ไปแก้ที่ปลายเหตุเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำข่าว ปวิศ : ได้เพิ่มทักษะจากที่เคยเรียนมา ได้เรียนรู้เรื่องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากสถานการณ์จริง เพราะทุกครั้งที่ออกไปสัมภาษณ์ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับแหล่งข่าว มีการศึกษาการใช้ระดับภาษาที่ต้องใช้คุยกับแหล่งข่าว คุยยังไงเพื่อให้ได้เนื้อข่าวที่เราต้องการ บางครั้งก็มีเรื่องการปลอมตัว สำคัญมากการแสดงต้องดีสมบทบาทเพื่อให้ได้ข่าวมา ที่สำคัญการทำข่าวต้องรอบคอบ และแข่งกับเวลา พลาดแล้วคือพลาดเลย ดังนั้นประสบการณ์ที่ได้คือเราได้ทั้ง ไหวพริบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทักษะรอบตัว ทุกอย่างสำคัญมากจริงๆ ฝากถึงน้องที่สนใจในงานทางด้านนักข่าว บางคนคิดว่าการเป็นนักข่าวง่าย สนุก แค่หาข้อมูลมาแล้วเขียนเป็นข่าว ซึ่งมันก็ใช่ แต่เขาไม่รู้ว่า ระหว่างการทำข่าวอุสรรคเยอะมาก ต้องใจรักจริงๆ ต้องเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบลุยๆ ยิ่งการทำข่าวเชิงสืบสวนยิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องศึกษาเรียนรู้ บางข่าวก็มีความเสี่ยง ดังนั้นการเป็นนักข่าว ต้องเรียนรู้ให้ไว วิเคราะห์ให้แตก ที่สำคัญเรื่องจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากเรามีจรรยาบรรณเราจะกลายเป็นสื่อน้ำดี ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เน้นขายข่าวโดยการละเมิดสิทธิแหล่งข่าว จรรยาบรรณความซื่อสัตย์ ความตรงต่อเวลา คือคุณสมบัติที่ควรฝังไว้ในอาชีพนี้ ติดตามคอลัมน์ Show off ได้ที่นิตยสาร Campus star No.34 Facebook : www.facebook.com/campusstar

ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น เรียนจบ! ญาติ, เพื่อน ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น
KPN Award /  กนกฉัตร มารยาทอ่อน / 

ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เรียนจบแล้วจ้า!... ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น (กนกฉัตร มรรยาทอ่อน) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการแสดง เอกนาฏศิลป์สากล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา 2557 และได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี ร.ต.ต.บัญชา มรรยาทอ่อน(บิดา ที่ 3 จากขวา), นางมณีวรรณ มรรยาทอ่อน(มารดา ที่ 3 จากซ้าย), นางสาวหทัยชนก มรรยาทอ่อน(พี่สาว ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วยเพื่อนศิลปินในวงการบันเทิง อาทิ ดีเจ.ดาว ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, เฟื้อง เคพีเอ็น - รักชน พุทธรังสี และ บอม เคพีเอ็น - อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูล หอบช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร... เรียกว่าฝันเป็นจริง เพราะกว่า ไต้ฝุ่น จะได้ใบปริญญานี้มานอนกอดก็ใช้เวลาศึกษานานกว่า 5 ปี แต่ก็ไม่ทำให้ท้อเพราะอยากทำให้ครอบครัวภูมิใจ!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

พลอย โต้กลับ! นายหน้ารีโพสต์ขายบ้าน ทำเข้าใจผิดกระทบภาพลักษณ์
พลอย พลอยพรรณ /  ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

        พลอย พลอยพรรณ ออกมาโต้กลับนายหน้าขายบ้านเนื่องจากได้รับผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโดนสังคมต่อว่าเสียๆ หายๆ หลังจาก คุณวันวิสาข์ ปัญจรงคะ เจ้าของเว็บไซต์ได้ออกมาเปิดเผยว่าสาวพลอย เป็นคนติดต่อฝากขายบ้านกับทางบริษัทของตน ตั้งแต่ช่วงปี 2557 และไม่ได้มีการยกเลิกหรือติดต่อใดๆ โดยสาวพลอยเผยอยากให้ทางนายหน้าออกมาชี้แจงอีกครั้ง เพราะ 2 ปีก่อนเธอกับสามีได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะขายบ้านหลังดังกล่าว

หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่
unseen /  ดอยหล่อ / 

อากาศเย็นๆ แบบนี้ หลายคนคงออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยภาคเหนือน่าจะได้รับความนิยมสุดๆ ซึ่งหากใครที่แวะเวียนไปเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมแวะเที่ยว อุทยานผาช่อ ดอยหล่อ แม่วาง เชียงใหม่ ด้วยนะคะ ภาพนี้อัพเดทเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ค่ะ เที่ยวชม หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่ ผาช่อ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝน จนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือฝั่งต้าในจังหวัดพะเยา มีลวดลายที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มีความสูงราว 30 เมตร สูง เทียบเรือนยอดไม้ ครอบคลุมพื้นที่อาณาบริเวณกว้าง หากคุณจะมาชมผาช่อต้องขับรถมาที่ ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไกด์นำทางพาเดินเข้าไปชมผาช่อ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ครบ กิ่วเสือเต้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาเที่ยวควบกันได้กับผาช่อ เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับผาช่อ อยู่ห่างจากผาช่อประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลยางคราม , ตำบลเดียวกัน และมีความสวยงามไม่แพ้กัน ลวดลายแตกต่างออกไปแต่มีก้อนกรวดและหินที่มากกว่า มองเห็นได้ชัดเจนกว่าผาช่อและมีความสูงน้อยกว่าผาช่อ สำหรับคนที่มานอนค้างแรมที่อุทยานฯ วันแรกคุณอาจเลือกเที่ยวที่ดอยผาตั้ง โดยการเดินป่าค้างแรมบนเขา วันที่สองกลับลงจากดอยแล้วค่อยมาเที่ยวผาช่อแฃะกิ่วเสือเต้นก็ได้ ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 1,909 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยอินทนนท์จึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี สามารถมาเดินป่าชมทัศนียภาพได้อย่างสวยงาม ตามแนวสันเขามีลมพัดแรงจึงไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังทิวทัศน์ ชมวิวได้สวยตลอดเส้นทาง ส่วนใครที่ไม่อยากเดินดอยให้เมื่อย มาเที่ยวชมผาช่อเดินกลับเหนื่อยๆ ในอุทยานฯ ก็ยังมีน้ำตกหลายสายให้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายด้วย เช่น น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย น้ำตกโป่งสมิด ฯลฯ น้ำตกส่วนใหญ๋จะอยู๋ในเขตอำเภอแม่วาง แต่ที่นิยมมากคือ น้ำตกแม่วาง เพราะอยู่ใกล้กับผาช่อ เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 20 เมตร กว้างราว 10 เมตร น้ำไหลลาดลงแอ่งเบื้องล่าง บรรยากาศร่มรื่น มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะเป็นที่มาคลายร้อนหลังจากเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ได้ดีทีเดียว หากตัดโปรแกรมเดินป่าเที่ยวดอยผาตั้งออกไป คุณจะใช้เวลาเที่ยวชมฝาช่อและกิ่วเสือเต้นเกือบวัน จากนั้นช่วงบ่ายจึงขับรถไปเที่ยวที่ดอยอินทนน์ได้ เป็นโปรแกรมเที่ยวต่อเนื่องในเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่งของเชียงใหม่ การเดินทางไปผาช่อ ผาช่อ ตั้งอยู่ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติแม่วาง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ระยะทาง 21 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปอำเภอแม่วางตามถนน รพช.12039 และถนน รพช. 10240 (แม่วิน – บ่อแก้ว) ระยะทางราว 36 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง) ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : ตลอดปี สวยที่สุดในฤดูหนาว ข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org/ ภาพจากคุณ Fayo Oo

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าถึงไทย เตรียมเข้าพบ “บิ๊กตู่”
จานนี่ อินฟานติโน่ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ประธานฟีฟ่าคนใหม่เดินทางถึงประเทศไทยเรียบร้อยเเล้ว โดยเตรียมเข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้องรับ มร.จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยมี "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.ต.ท พิสัณห์ จุดิลก เลขาธิการสมาคม ร่วมให้การต้อนรับ "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า "การมาครั้งนี้ของอินฟานติโน่ เป็นไปตามคำเชิญของผมเมื่อวันเลือกตั้งประธานฟีฟ่า ซึ่งไทยถือเป็น 1ใน 3 ประเทศเท่านั้นที่เค้าจะไปเยี่ยมเยียน ซึ่งก่อนหน้านี้ อินฟานติโน่ และคณะได้เดินทางไปตรวจสนามฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศ การ์ตา และเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะเดินทางมาไทย ซึ่งการมาครั้งนี้เราจะได้พูดคุยถึงการพัฒนาฟุตบอลไทยในทุกๆด้านที่ยังต้องการการสนับสนุนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ" ทั้งนี้ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เตรียมพา จานนี่ อินฟานติโน่ เข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น ต่อไปก่อนจะมีกำหนดเดินทางกลับ ในวันที่ 29 เมษายนนี้

มาสด้า3 รถยนต์ยอดนิยมของคนทั่วโลก
mazda /  มาสด้า / 

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ออกประกาศว่า รถยนต์นั่งมาสด้า3 ประสบความสำเร็จอย่างสูงมียอดการผลิตครบ 5 ล้านคันไปแล้วเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา รถยนต์นั่งมาสด้า3 ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญอย่างยิ่งของมาสด้า และมียอดการจำหน่ายถึงคิดเป็น 1 ใน 3 ของรถยนต์มาสด้าที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งมีสายการผลิตอยู่ที่ โรงงานโฮฟุ ประเทศญี่ปุ่น โรงงานฉางอันมาสด้าออโต้โมบิล ประเทศจีน โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย และโรงงานมาสด้า เด เม็กซิโก วีฮิเคิล โอเปอเรชั่น ประเทศเม็กซิโก นอกจากนี้ยังมีโรงงานประกอบรถยนต์ที่ประเทศมาเลเซียและเวียดนามอีกด้วย นับตั้งแต่รถมาสด้า3 เจนเนอเรชั่นแรก มาสด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบด้วยรูปลักษณ์อันสง่างามทรงพลัง ให้การตอบสนองการขับขี่เป็นเลิศ และให้สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ รถยนต์มาสด้า3 ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน คือ รถยนต์มาสด้า3 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2556 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และแนวทางการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ – Soul of Motion หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งในรถยนต์เจนเนอเรชั่นล่าสุดของมาสด้า มาสด้า3 นับเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและได้รับการชื่นชมยกย่องไปทั่วโลก สามารถพิชิตรางวัลอันทรงเกียรติต่างๆมากมาย อาทิ รถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดเยี่ยมจากประเทศแคนนาดา ประจำปี พ.ศ. 2556 (Canadian Car of the Year’s Best New Small Car) และรางวัล International Red Dot Design Award ในปี 2557 นอกจากนี้ยังติดอันดับ Top 3 หรือหนึ่งในสามอันดับสูงสุดของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกและรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลกในปี 2557 อีกด้วย ข่าว/ภาพ : www.mazda.co.th

เอิร์ท-ปลายฟ้า gsb gen ภาคเหนือ แฟชั่นปก campus star no.36
campus star magazine /  gsb gen campus star / 

หนุ่ม หล่อสาวสวยผู้ชนะเลิศการประกวด GSB GEN CAMPUS STAR ตัวแทนภาคเหนือ หนุ่มเอิร์ท-ชัชพงศ์ จันทราภรณ์ และสาวปลายฟ้า-นฤมล สิทธิวัง ที่แสดงความสามารถได้โดดเด่นจนสามารถเอาชนะใจคนดูและคณะกรรมการไปได้ กับเซ็ทแฟชั่นปก CAMPUS STAR ในสไตล์ของนักศึกษานักธุรกิจคนรุ่นใหม่ เอิร์ท-ปลายฟ้า gsb gen ภาคเหนือ แฟชั่นปก campus star no.36 FIRST OF EARTH ชื่อ : เอิร์ท-ชัชพงศ์ จันทราภรณ์ การศึกษา : ปี 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และการจัดการ ม.ราชภัฎเชียงราย วันเกิด : 3 มีนาคม 2538 ส่วนสูง : 186 ซม. น้ำหนัก : 76 กก. นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : หล่อ ทน บึกบึน คติประจำใจในเวลาเรียน : พยายามวันนี้ เพื่ออนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า วิชาเรียนสุดแสนน่าเบื่อ : เคมี แหล่งช้อปปิ้งใกล้มอ : ตลาดในมอ, เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงราย สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงในมอของเรา : เพิ่มความเป็นธรรมชาติ ปลูกต้นไม้สร้างตึกทรงสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป้าหมายในอนาคต : เข้าสู่วงการบันเทิง เปิดบริษัทเกี่ยวกับโลจิสติกส์ สร้างแบรนด์ภายใต้ชื่อตัวเอง ผลงาน : GSB GEN CAMPUS STAR 2016 Instagram : earth_chatchapong FIRST OF PLAIFA ชื่อ : ปลายฟ้า-นฤมล สิทธิวัง การศึกษา : ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ม.เชียงใหม่ วันเกิด : 12 กันยายน 2537 ส่วนสูง : 168 ซม. น้ำหนัก : 47 กก. นิยามสามคำบอกความเป็นชาวมอ : สอบ อีก แล้ว คติประจำใจในเวลาเรียน : DON’T JUST THINK YOU’LL DO. LET’S DO IT! ไอดอลคนโปรดในมอ : อ.เอก บุญเจือ เพราะอาจารย์สอนเก่ง เข้านักศึกษาและเป็นกันเอง ฉายาประจำแก๊งในมอ : นางงาม เป้าหมายในอนาคต : เจ้าของรีสอร์ท และบริษัทนำเที่ยว, แสดงหนัง/ละคร ผลงาน : เทพีสงกรานต์เชียงใหม่ 2556, MISS AIRASIA 2556, ธิดาผ้าไทย 2557, J-MAT SMART GIRL รุ่นที่ 31, GSB GEN CAMPUS STAR 2016 FACEBOOK : NARUEMON SITTIWANG จุดเริ่มต้นประกวด GSB GEN CAMPUS STAR ที่เชียงใหม่ เอิร์ท : จริงๆ เมื่อหลายปีก่อนผมเคยประกวดเวทีคล้ายๆ กันมาแบบนี้ก่อน แต่ว่าตอนนั้นก็ไม่ได้สานต่องานในวงการบันเทิงเท่าไหร่ แต่ตอนนี้คิดว่าอยากเข้าวงการอย่างจริงจังแล้ว ก็เลยตัดสินใจมาสมัคร ซึ่งก็แอบคาดหวังเหมือนกัน เพราะตั้งใจมาประกวดงานนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ตื่นเต้นนะ ตอนประกวดก็เลยเอาความสามารถที่ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ มาแสดงผสมกับการแนะนำสถานที่พื้นเมือง แล้วก็ดีใจมากที่ได้รางวัลชนะเลิศ เสน่ห์ที่ทำให้ได้รางวัล น่าจะเป็นความเป็นตัวของตัวเอง ตลก แล้วก็ร่าเริงครับ สำหรับการประกวดนี้ก็ดีมาก เพราะเป็นเวทีที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ ก็รู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้ร่วมงานธนาคารออมสิน กับนิตยสาร CAMPUS STAR ผมก็ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กแล้วว่า อยากเข้าวงการเป็นทั้งนักแสดงและนักร้อง ก็อยากให้ CAMPUS STAR ช่วยผลักดันให้ผมทำความฝันให้สำเร็จด้วยครับ ปลายฟ้า : ที่มาประกวดเพราะว่าทางออมสินมาประชาสัมพันธ์โครงการที่มอของหนูค่ะ แล้วก็มีแจกนิตยสารด้วย หนูก็เลยสนใจ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้คาดหวังมากค่ะ แล้วพอตอนนั้นเขาตั้งโจทย์ให้แสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมเมืองเหนือ ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะแสดงอะไร แต่สุดท้ายก็ไปเรียนฟ้อนรำมาวันหนึ่ง แต่ก็ยังฟ้อนไม่ค่อยเก่ง พอมาซ้อมดูก็คิดว่ายังไม่เจ๋งพอ ก็เลยคิดว่าน่าจะเอาความสามารถส่วนตัวมาอะแดปกับการฟ้อนด้วย เลยกลายเป็นแสดงฟ้อนรำผสมกับมายากล เพราะหนูชอบเรียนมายากลมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ตอนนั้นคิดว่าเป็นการแสดงความสามารถพิเศษที่หายากที่น้อยคนจะทำได้ เหมือนได้แสดงละครให้คนดู มันสนุกดี ก็เลยได้ไปเรียนกับคุณครูส่วนตัว และได้เอามาใช้กับการแสดงนี้ แต่ก็กังวลเหมือนกันนะว่ามันจะเข้ากันมั้ย กรรมการจะโอเคมั้ย พอได้รางวัล สิ่งที่ทำให้ได้น่าจะเป็นบุคลิกที่มั่นใจและความสามารถที่แสดงออกมามั้งคะ ซึ่งเวทีนี้ทำให้หนูได้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งได้ประสบการณ์ เพราะมันถือว่าเป็นเวทีที่ใหญ่ระดับประเทศ ทำให้หนูได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้เป็นตัวแทนของออมสิน และอาจจะได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยค่ะ การเรียนของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ GSB GEN เอิร์ท : ตอนนี้อยู่ปี 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และการจัดการ ม.ราชภัฎเชียงราย ตอนแรกก็ลังเลอยากเรียนบริหารธุรกิจนะ แต่เห็นว่าสาขานี้เป็นสาขาเปิดใหม่ น่าจะรองรับอาชีพการงานได้หลากหลาย ก็เลยเลือกสาขานี้ แล้วก็ชอบทางด้านคำนวณด้วย แต่พอมาเรียนจริงๆ คำนวณก็ค่อนข้างยาก แต่ก็คือพยายามอ่านหนังสือให้เยอะๆ ที่สำคัญคือต้องเรียนด้วยความเข้าใจ แบบไม่ต้องท่องจำ มันถึงจะจำได้ง่ายที่สุด ปลายฟ้า : ตอนแรกที่จะเลือกคณะก็ลังเลอยู่สามคณะค่ะ คือการท่องเที่ยว มนุษย์อิ๊งค์ แล้วก็บริหาร เพราะอยากทำธุรกิจทางด้านท่องเที่ยว แต่ก็คิดว่าการเรียนเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจ น่าจะทำให้ไปสู่เป้าหมายที่อยากทำได้มากขึ้น ก็เลยเลือกคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด เพราะจะได้เรียนรู้ทั้งพื้นฐานการทำธุรกิจ กลยุทธ์การขาย แล้วก็เป้าหมายในการตลาดด้วยค่ะ วิชาบริหารธุรกิจ วิชาในมอที่น่าเรียนรู้ เอิร์ท : ผมก็สนใจวิชาเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจอยู่ แต่ว่ายังไม่ได้เรียน ตอนนี้ก็มีเรียนเกี่ยวกับโครงการทำขวดน้ำ เรียนรู้วิธีการผลิตและส่งออก รวมถึงความต้องการของลูกค้าด้วย ก็ชอบนะเพราะอยากจะเรียนรู้การทำงานในแต่ละขั้นตอนด้วยตัวเอง ปลายฟ้า : การได้เรียนคณะบริหารธุรกิจมันทำให้เรารู้จักการวางแผนงานค่ะ จากเมื่อก่อนที่ไม่เคยวางแผนการทำงานเลย ทำให้พลาดงานต่างๆ ไปเยอะ ตอนนี้ก็เริ่มต้องวางงานให้เป็นสเต็ปๆ ว่าอันไหนทำก่อนหลัง แล้วก็มีความเข้าใจในความต้องการของคนอื่นมากขึ้น เหมือนเราจะขายของ เราก็ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร หรือต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน ธุรกิจในฝันที่อยากริเริ่ม เอิร์ท : ตอนนี้ที่บ้านมีธุรกิจเกี่ยวกับหอพักครับ ก็มีพี่ชายคอยดูแลอยู่ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างใหม่ ผมก็มีเข้าไปช่วยคุมคนงานบ้าง แต่ว่าถ้าเรียนจบจริงๆ ผมอยากเปิดบริษัทเกี่ยวกับโลจิสติกส์มากกว่า เพราะว่าน่าจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา แต่ว่าระหว่างที่เรียนก็คิดว่าจะทำธุรกิจออนไลน์เหมือนกัน ตอนนี้มองว่าจะเปิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างพวกโฟมล้างหน้าหรือยาสีฟัน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนก็ใช้กันทุกวัน แต่ว่าอยู่ในช่วงเก็บเงินก่อน น่าจะเริ่มทำปีหน้าครับ ปลายฟ้า : ตอนนี้ที่บ้านเปิดเป็น LONG STAY ค่ะ เป็นธุรกิจของคุณพ่อ เพราะคุณพ่อใกล้เกษียณแล้วก็อยากจะมีกิจการรองรับให้มั่นคงด้วย ก็มีบ้านให้เช่า 2 หลัง แล้วก็กำลังสร้างใหม่อีก 2 หลัง ส่วนหนูคิดว่าถ้าจบแล้วอยากทำธุรกิจรีสอร์ท โรงแรม หรือทัวร์นำเที่ยว เพราะว่าหนูเป็นคนชอบเที่ยวเชิงธรรมชาติ ก็เลยอยากเปิดธุรกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ แบบเป็นรีสอร์ทแล้วก็อาจจะพานักท่องเที่ยวไปทัวร์ธรรมชาติด้วย แต่คิดว่าถ้าจบใหม่ๆ ก็อาจจะทำงานบริษัทไปสักพักก่อนเพื่อเรียนรู้งาน ธุรกิจนี้ก็คงเป็นจะอนาคตอันไกลไปอีก ธุรกิจที่คิดว่าชาตินี้จะไม่มีวันทำเด็ดขาด เอิร์ท : ธุรกิจเกี่ยวกับแอลกฮอล์ ร้านเหล้า จะไม่ทำแน่นอน เพราะตอนนี้ผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ก็คือเพิ่งเลิกกินเหล้าเมื่อไม่นานมานี้ เพราะว่าอยากจะเริ่มดูแลตัวเอง อยากหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองให้มากขึ้น ปลายฟ้า : ไม่ถึงกับไม่ทำเด็ดขาด แต่คิดว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่ทำยากพอสมควร คงเป็นธุรกิจเฉพาะทาง อย่างพวกธุรกิจเครื่องกล พวกสารเคมี วิทยาศาสตร์ ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางในการทำนะคะ ไอดอลของบุคคลที่ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ เอิร์ท : ผมชื่นชอบคุณตัน-ภาสกรนที คิดว่าเขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่นอกจากทำธุรกิจประกอบผลกำไรแล้วก็ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย ปลายฟ้า : ชอบพี่ต็อบ เถ้าแก่น้อยค่ะ พี่เขาเคยมาบรรยายที่คณะด้วย หนูรู้สึกว่าพี่เขาเป็นเด็กที่หาโอกาสสร้างรายได้ให้ตัวเอง คือเป็นคนมีความพยายามและความมุ่งมั่นจนประสบความสำเร็จค่ะ หนุ่มสาวนักธุรกิจในฝันตรงตามสเปก เอิร์ท : ผมชอบผู้หญิงที่ขยันทำงาน แบบช่วยกันทำมาหากิน ไม่ต้องน่ารักมากก็ได้ แต่ถ้าน่ารักด้วยก็ดีเลย 55 บุคลิกก็ชอบคนมั่นใจ ร่าเริง คุยง่าย แต่ตอนนี้ก็มุ่งอยู่กับงานไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ปลายฟ้า : เมื่อก่อนชอบคนเพอร์เฟกต์ แต่ว่าจริงๆ แล้วไม่มีหรอกมั้ง 55 ก็คือตอนนี้ก็ขอแค่คนที่ดูแลเราได้ มีเวลาให้ บุคลิกภายนอกไม่จำเป็นเท่าไหร่นะ เพราะถ้าหน้าตาดี แต่นิสัยเข้ากันไม่ได้ก็จบค่ะ ติดตามคอลัมน์ campus cover ในนิตยสาร Campus Star No.36 www.facebook.com/campusstar

นวัตกรรมสุดล้ำของสิงคโปร์ นำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องสมุด
ประเทศสิงคโปร์ /  หุ่นยนต์ / 

ถ้าพูดถึงประเทศสิงคโปร์ เพื่อนๆ น้องๆ อาจจะคิดถึงยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ หรือ เมอร์ไลออน สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่า? ประเทศแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย ขึ้นชื่อว่าประชากรส่วนใหญ่ในประเทศรักการอ่านเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย จึงไม่แปลกที่หอสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์จะมีหนังสือมากกว่า 200,000 เล่มไว้บริการ และกำลังเป็นห้องสมุดแห่งอนาคตที่ไม่หยุดนิ่งอีกด้วย นวัตกรรมสุดล้ำของสิงคโปร์ นำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องสมุด โดยสิงคโปร์เข้าใจถึงพฤติกรรมของคนในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป หลายคนไม่หันมาเข้าห้องสมุดเพราะหาข้อมูลได้สะดวกจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คอมพิวเตอร์พกพา และอุปกรณ์พกพาแพร่หลายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความง่ายในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จึงทำให้เรื่องการแปลงข้อมูลห้องสมุดเป็นดิจิตอล และนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ เหล่านี้เกิดขึ้นมานานมากกว่า 10 ปี ดังนั้น สิงคโปร์จึงสลัดภาพห้องสมุดแบบเดิมๆ จากห้องสมุดที่ผู้ใช้ต้องเดินหาหนังสือเอง และมาเข้าแถวเพื่อรอยืมจากบรรณารักษ์ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยการยืมคืน จากเครื่องยืมหนังสือด้วยตนเอง, ป้ายกำหนดรหัสประจำตัวด้วยคลื่นความถี่วิทยุแล้ว ล่าสุดคือการใช้โทรศัพท์มือถือในการยืมหนังสือ ซึ่งเป็นนวัตกรรมอีกขั้นในการยืมหนังสือที่เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2557 เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและยืมหนังสือได้ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดในห้องสมุด ด้วย "NLB Mobile App" จาก App store ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากสมาคมห้องสมุดแห่งอเมริกา (American Library Association) ด้านโครงการนวัตกรรมห้องสมุดนานาชาติ พ.ศ.2558 ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ นวัตกรรมห้องสมุดเชิงกายภาพ ที่ NLB นอกจากจะมี "อุปกรณ์ระบุตำแหน่งแบบออนไลน์" ที่ช่วยลดระยะเวลาในการหาสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้บริการได้ โดยเมื่อผู้ใช้บริการต้องการสืบค้นเรื่องใด อุปกรณ์จะแสดงแผนที่ไปยังหนังสือหรือวัสดุนั้นบนระบบออนไลน์ทันที และยังมี "หุ่นยนต์อ่านชั้นหนังสือ" การทดลองใช้ "หุ่นยนต์อ่านชั้นหนังสือ" ช่วยให้ NLB สามารถอ่านหนังสือบนชั้นทั้งหมดในห้องสมุดแห่งหนึ่งด้วยระบบดิจิตอล โดยหุ่นยนต์สามารถระบุได้ว่าหนังสือเล่มใดอยู่บนชั้นที่ถูกต้อง และเป็นหนังสือของห้องสมุดนี้หรือห้องสมุดอื่นวางผิดชั้นหรือไม่ กระบวนการทั้งหมดสามารถทำเสร็จสิ้นภายในคืนเดียว ซึ่งหากงานนี้ทำโดยคณะเจ้าหน้าที่ห้องสมุด การตรวจสอบหนังสือทั้งหมดบนชั้นอาจกินเวลายาวนาน ในการทดลองใช้งาน หุ่นยนต์ทำงานในเวลากลางคืนหลังจากที่ห้องสมุดปิดทำการ ในวันนี้ NLB มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กว่า 3.5 ล้านเล่มที่ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้เสมอ และสิงคโปร์ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ ตอนนี้ NLB กำลังแสวงหาวิธีการเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นเนื้อหาที่เดิมสืบค้นไม่ได้ เช่น รูปภาพที่ไม่มีคำบรรยาย ซึ่งวิธีการหนึ่งคือการจับกลุ่มภาพที่เหมือนกัน นอกจากนี้ NLB ยังกำลังดำเนินการพัฒนาระบบการรู้จำใบหน้า (facial recognition) ลักษณะเด่นของบุคคล (prominent personalities) การประทับเวลา (timestamping) วิดีโอและโสตวัสดุ เพื่อให้การสืบค้นและค้นพบง่ายขึ้น การแปลภาษาด้วยเครื่อง (machine translation) ก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ NLB กำลังศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเข้าถึงทรัพยากรของ NLB ที่ปัจจุบันนี้ประกอบด้วย 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู และภาษาทมิฬ ที่มาข้อมูลและภากจาก opengovasia, prachachat