เลือกตั้ง2557

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าถึงไทย เตรียมเข้าพบ “บิ๊กตู่”
จานนี่ อินฟานติโน่ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ประธานฟีฟ่าคนใหม่เดินทางถึงประเทศไทยเรียบร้อยเเล้ว โดยเตรียมเข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้องรับ มร.จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยมี "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.ต.ท พิสัณห์ จุดิลก เลขาธิการสมาคม ร่วมให้การต้อนรับ "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า "การมาครั้งนี้ของอินฟานติโน่ เป็นไปตามคำเชิญของผมเมื่อวันเลือกตั้งประธานฟีฟ่า ซึ่งไทยถือเป็น 1ใน 3 ประเทศเท่านั้นที่เค้าจะไปเยี่ยมเยียน ซึ่งก่อนหน้านี้ อินฟานติโน่ และคณะได้เดินทางไปตรวจสนามฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศ การ์ตา และเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะเดินทางมาไทย ซึ่งการมาครั้งนี้เราจะได้พูดคุยถึงการพัฒนาฟุตบอลไทยในทุกๆด้านที่ยังต้องการการสนับสนุนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ" ทั้งนี้ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เตรียมพา จานนี่ อินฟานติโน่ เข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น ต่อไปก่อนจะมีกำหนดเดินทางกลับ ในวันที่ 29 เมษายนนี้

“บิ๊กรัง” นั่งต่อ นายกกอล์ฟสมัย 6
นายก /  รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ / 

"บิ๊กรัง" นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นั่งเก้าอี้ นายกสมัยที่ 6 หลัง  สมาชิกสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ลงคะแนนเสียงโหวตท่วมท้น ระหว่างการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2559 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 และข้อบังคับสมาคมกีฬากอล์ฟฯ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558 สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย จึงได้จัดงานประชุมใหญ่ขึ้น โดยมีวาระสำคัญ คือ วาระเลือกตั้งนายกสมาคม ในการประชุมครั้งนี้มีสมาชิกเข้าร่วมทั้งสิ้น 97 จากจำนวนสมาชิก 267 คน โดยมี นส.กมลวรรณ สุทธิบุตร และนาง สุทิน ทองประไพ เป็นผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากนั้นนายสันติ สอนสมบูรณ์ จากชมรมกอล์ฟสิงห์สมุทรสงคราม เสนอให้ เดชา เศวตศิโรรัตน์ จากชมรมกอล์ฟสิงห์รักกันคัพ เป็นประธานชั่วคราว ก่อนที่ นายเสกสรร สุวัณปุระ เลขาสมาพันธ์กอล์ฟนักเรียนไทยได้เสนอชื่อ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมคนเก่าเข้ารับตำแหน่งอีกวาระ และมีมติเป็นเอกฉันท์โดยที่ไม่มีคู่แข่ง ซึ่งการดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ มีวาระ 4 ปี ระหว่าง 2559-2563    นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ เผยหลังได้รับเลือกตั้งว่า "ต้องขอบคุณกับทุกๆคนที่มีส่วนช่วยให้สมาคมสร้างผลงานมากมาย จนปัจจุบันเราถือเป็นจ้าวในระดับ อาเซี่ยน และเป้าหมายต่อไปคือในระดับโลก ซึ่งมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องพัฒนากันต่อไป และเตรียมให้มีการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันในระยะสั้นตั้งแต่ระยะ 160 ลงมา เพราะที่ผ่านมานักกีฬาของเรามีปัญหาในเรื่องนี้ และเตรียมจะมีโครงการแลกเปลี่ยนกับสมาคมกอล์ฟของฟินแลนด์ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคคลากร และรูปแบบในการจัดการต่างๆด้วย"

มองมุมใหม่ การเมืองโลกในโลกมุสลิม-ก่อการร้ายโยงใย'สงครามโลกครั้งที่ 3'
การเมืองโลก /  ก่อการร้าย / 

เปิดโลกทัศน์ใหม่ เจาะลึกการเมืองโลกในโลกมุสลิม สาเหตุของการก่อการร้าย โยงใย 'สงครามโลกครั้งที่ 3' จากกรณีที่ MThai News เป็นสื่อในช่องทางออนไลน์ ที่ได้มีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก ในรอบปี 2557-2558 ที่ผ่านมา จากตัวผู้เขียนเอง ที่ได้มีการติดตามสถานการณ์โลกที่มีความเป็นไป มองว่า ปัญหาใหญ่ที่โลกกำลังเผชิญในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา คือภัยจากการ 'ก่อการร้าย' ซึ่งความเข้าใจของคนทั่วไป ที่ไม่ได้ศึกษาลึกไปถึงแก่นแท้ของประวัติศาสตร์ อาจจะคิดว่าภัยคุกคามเหล่านี้มีชนวนมาจากโลก 'อิสลาม'  ทุกวันนี้โลกอิสลามไม่ต่างจากเมืองลับแล ที่น้อยคนที่เป็นคนนอกกลุ่ม จะสามารถเข้าใจลึกไปถึงแก่น ได้อย่างถ่องแท้ ปัจจุบัน เราเสพสื่อจากตะวันตก สื่อยักษ์ใหญ่ที่พากันนำเสนอเรื่องราว ทำให้ชาวมุสลิมมองว่า อคติที่มีต่อชาวมุสลิมมีอยู่มาก ผ่านรายงานข่าวตะวันตก ในรูปแบบภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ นวนิยาย หรือวารสาร ชาวมุสลิมถูกนำเสนอภาพลักษณ์ทางอ้อมว่าเป็นเหมือนคนคลั่งศาสนา เป็นผู้ก่อการร้าย ชาติตะวันตกผู้ติดปีกมหาอำนาจ (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าประเทศไหน) นำเสนอเรื่องราวในมุมของตนเองเข้าคำกล่าวที่ว่า 'ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ' ก็ไม่ปาน จนทำให้หลายคนหลงลืมความปวดร้าว รอยแผลต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมาปัจจุบัน ชาวโลกเลือกประณามการก่อการร้ายอย่างมีอคติของฝ่ายมหาอำนาจ โดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือ ซึ่งหากเราต้องการทำความเข้าใจสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือการทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ให้ครบทุกด้านนั่นเอง เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้มีการจัดการเสวนาวิชาการ ร่วมกับภาควิชารัฐศาสตร์ ในหัวข้อ 'การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ' โดย อ.ทนง ขันทอง บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น,ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ซึ่งเป็นการพูดคุยทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดในปัจจุบันอย่างมาก ความหมายของการก่อการร้ายตามแนวคิดของ 'อิสลาม' ศ.ดร. จรัญ มะลูลีม นักวิชาการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวในงานเสวนาครั้งนี้ว่า โลกอาหรับเปรียบได้กับดินแดน 'ต้องคำสาป' ซึ่งเกิดจากผลประโยชน์วับซ้อน และทรัพยากรอันล้ำค่า การก่อการร้าย คือ การทำร้ายที่เกิดขึ้นโดยบุคคล กลุ่มหรือประเทศชาติ ด้วยการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งการรุกรานของชาติหนึ่งต่ออีกชาติหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการรุกรานต่อสันติของโลกมากที่สุด ในโลกอิสลาม กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาและการป้องกันสังคมจากความเลวร้ายก่อนกฎหมายและรัฐธรรมนูญอื่นทั้งหมด ด้วยการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และการปกป้อง 'ศาสนา' 'ผู้ใดที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่อธรรม' แท้จริงแล้ว คำสอนตามศาสนาอิสลาม ชี้นำให้มนุษย์มีความเที่ยงธรรม ขจัดความเบี่ยงเบนความสุดโต่ง และพึ่งระวังในแนวคิดการคลั่งศาสนา เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนรุ่นก่อนต้องประสบความพินาศ ทั้งวิธีการรุกราน เข่นฆ่า ไม่เป็นที่อนุมัติในอิสลาม แต่ในทางตรงข้าม อิสลามส่งเสริมให้บรรดาผู้ที่ได้รับการกดขี่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพของพวกเขา มุฮัมมัด ซัยยิด ฏอนฏอวีย์ กระธานบริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย อัล-อัซฮัร และอดีตอิหม่ามของอิยิปต์ กล่าวยืนยันแก่นักวิจัยของไทยว่า ‘ศาสนาอิสลามปฏิเสธความรุนแรงและการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ อิสลามเรียกร้องไปสู่การให้อภัยและการประนีประนอม การให้ความร่วมมือช่วยเหลือ การทำความรู้จักเชื่อมสัมพันธ์ต่อกัน และความยุติธรรม อิสลามจะอยู่เคียงข้างผู้ถูกอธรรมจะได้รับความเป็นธรรม’ มองอีกมุมประเด็นเรื่องการก่อการร้าย ? 'ผู้ก่อการร้ายวันนี้คือนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพในวันพรุ่ง' สำหรับการก่อการร้าย อาจเป็นความชั่วร้ายของใครบางคน ขณะที่บางคนอาจมองว่าการกระทำนั้น คือ การกระทำของวีรบุรุษ เส้นบางของ 'นักสู้เพื่อเสรีภาพ' และ 'ผู้ก่อการร้าย' ปัญหาใหญ่ในการตีความว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากใคร ในฐานะใด คือใครเป็น 'ผู้นิยาม' ในเมื่อโลกปัจจุบันนี้ควบคุม ครอบงำโดยชาติมหาอำนาจเพียงไม่กี่ชาติ ทำให้การกระทำของชาติมหาอำนาจถือว่าชอบธรรม ขณะที่ การกระทำโดยฝ่ายอื่นกลายเป็นไม่ชอบธรรมไปโดยปริยายหากเห็นต่าง  มหาอำนาจโลกจอมบงการก่อเนื้อร้าย โยงใย 'สงครามโลกครั้งที่ 3'  ในการสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ มีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ ชนวนของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป โลกพรั่งพรูไปด้วยอารยะใหม่ ดังนั้นชนวนของสงครามจะเกิดขึ้นจากตรงไหน ทว่านักวิเคราะห์สายทหารจากต่างประเทศ และเหล่าบรรดานักวิชาการในงานเสวนา ในห้วข้อ 'การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ' ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 จะมีชนวนระเบิดมาจาก'ซีเรีย' ซึ่งขณะนี้พื้นที่ต่าง ๆ เต็มไปด้วยขั้วอำนาจในเขตปกครองที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งขณะนี้ปัจจัยภาพนอก ที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว คือ สหรัฐฯ และ รัสเซีย โดยมีการโจมตีหลักทางอากาศ หากเครื่องบินรบของทั้งสองขั้วชนกัน ก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของอีกฝ่าย ทำให้เป็นชนวนของความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่ได้ นอกจากกำลังทางการทหารของทั้งสองขั้นแล้ว ยังมีเคลื่อนไหวทางการทูตต่อประเทศต่าง ๆ เพื่อหารือทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสงครามกลางเมืองในซีเรีย ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้ง ผลประโยชน์ที่ซับซ้อนในตะวันออกกลางสามารถเป็นปัจจัยให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ ท่ามกลางขั้วอำนาจโลก ที่ช่วงชิงชัยชนะระหว่าง 3 ขั้ว ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา ขั้วอำนาจเก่าแก่ ภายใต้แนวคิด 'New world order'ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกให้มีรัฐบาลเดียว หรือที่เรียกว่า รัฐบาลโลก ตามแผน New world Order เพื่อยึดครองโลก สหรัฐฯ ลงทุนลงแรง กับพื้นที่ในตะวันออกกลางมาหลายทศวรรษ และอยู่เบื้องหลังความขัดแย้งและสถานการณ์ความไม่สงบหลายภูมิภาคอย่างมีนัยยะ 2.รัสเซีย หมายต้องการรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร 'โซเวียต' ที่ล่มสลายไปในอดีต พร้อมทั้งคานอำนาจของสหรัฐฯ หนึ่งในนั้นคือการนำทหารลงพื้นที่ประเทศซีเรีย จึงสร้างความไม่พอใจให้สหรัฐฯ อย่างมาก 3.จีน มองตัวเองเป็นมหาอำนาจในศตวรรษที่ 20 หมายสร้างเส้นทางสายไหมเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เจาะประโยชน์จากการคมนาคม รวมไปถึงต้องการก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน จีนต้องการเป็นศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของโลก ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เรียบเรียงเนื้อหาโดย ศิลัญชญา ปานมงคล ขอบคุณเนื้อหาจาก งานเสวนาวิชาการเรื่อง 'การเมืองโลกในโลกมุสลิมกับปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศ' โดย อ.ทนง ขันทอง บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น,ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ และ ศ.ดร. จรัญ มะลูลีม นักวิชาการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นวัตกรรมสุดล้ำของสิงคโปร์ นำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องสมุด
ประเทศสิงคโปร์ /  หุ่นยนต์ / 

ถ้าพูดถึงประเทศสิงคโปร์ เพื่อนๆ น้องๆ อาจจะคิดถึงยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ หรือ เมอร์ไลออน สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่า? ประเทศแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย ขึ้นชื่อว่าประชากรส่วนใหญ่ในประเทศรักการอ่านเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย จึงไม่แปลกที่หอสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์จะมีหนังสือมากกว่า 200,000 เล่มไว้บริการ และกำลังเป็นห้องสมุดแห่งอนาคตที่ไม่หยุดนิ่งอีกด้วย นวัตกรรมสุดล้ำของสิงคโปร์ นำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องสมุด โดยสิงคโปร์เข้าใจถึงพฤติกรรมของคนในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป หลายคนไม่หันมาเข้าห้องสมุดเพราะหาข้อมูลได้สะดวกจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คอมพิวเตอร์พกพา และอุปกรณ์พกพาแพร่หลายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความง่ายในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จึงทำให้เรื่องการแปลงข้อมูลห้องสมุดเป็นดิจิตอล และนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ เหล่านี้เกิดขึ้นมานานมากกว่า 10 ปี ดังนั้น สิงคโปร์จึงสลัดภาพห้องสมุดแบบเดิมๆ จากห้องสมุดที่ผู้ใช้ต้องเดินหาหนังสือเอง และมาเข้าแถวเพื่อรอยืมจากบรรณารักษ์ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยการยืมคืน จากเครื่องยืมหนังสือด้วยตนเอง, ป้ายกำหนดรหัสประจำตัวด้วยคลื่นความถี่วิทยุแล้ว ล่าสุดคือการใช้โทรศัพท์มือถือในการยืมหนังสือ ซึ่งเป็นนวัตกรรมอีกขั้นในการยืมหนังสือที่เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2557 เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและยืมหนังสือได้ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดในห้องสมุด ด้วย "NLB Mobile App" จาก App store ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากสมาคมห้องสมุดแห่งอเมริกา (American Library Association) ด้านโครงการนวัตกรรมห้องสมุดนานาชาติ พ.ศ.2558 ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ นวัตกรรมห้องสมุดเชิงกายภาพ ที่ NLB นอกจากจะมี "อุปกรณ์ระบุตำแหน่งแบบออนไลน์" ที่ช่วยลดระยะเวลาในการหาสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้บริการได้ โดยเมื่อผู้ใช้บริการต้องการสืบค้นเรื่องใด อุปกรณ์จะแสดงแผนที่ไปยังหนังสือหรือวัสดุนั้นบนระบบออนไลน์ทันที และยังมี "หุ่นยนต์อ่านชั้นหนังสือ" การทดลองใช้ "หุ่นยนต์อ่านชั้นหนังสือ" ช่วยให้ NLB สามารถอ่านหนังสือบนชั้นทั้งหมดในห้องสมุดแห่งหนึ่งด้วยระบบดิจิตอล โดยหุ่นยนต์สามารถระบุได้ว่าหนังสือเล่มใดอยู่บนชั้นที่ถูกต้อง และเป็นหนังสือของห้องสมุดนี้หรือห้องสมุดอื่นวางผิดชั้นหรือไม่ กระบวนการทั้งหมดสามารถทำเสร็จสิ้นภายในคืนเดียว ซึ่งหากงานนี้ทำโดยคณะเจ้าหน้าที่ห้องสมุด การตรวจสอบหนังสือทั้งหมดบนชั้นอาจกินเวลายาวนาน ในการทดลองใช้งาน หุ่นยนต์ทำงานในเวลากลางคืนหลังจากที่ห้องสมุดปิดทำการ ในวันนี้ NLB มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กว่า 3.5 ล้านเล่มที่ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้เสมอ และสิงคโปร์ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ ตอนนี้ NLB กำลังแสวงหาวิธีการเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นเนื้อหาที่เดิมสืบค้นไม่ได้ เช่น รูปภาพที่ไม่มีคำบรรยาย ซึ่งวิธีการหนึ่งคือการจับกลุ่มภาพที่เหมือนกัน นอกจากนี้ NLB ยังกำลังดำเนินการพัฒนาระบบการรู้จำใบหน้า (facial recognition) ลักษณะเด่นของบุคคล (prominent personalities) การประทับเวลา (timestamping) วิดีโอและโสตวัสดุ เพื่อให้การสืบค้นและค้นพบง่ายขึ้น การแปลภาษาด้วยเครื่อง (machine translation) ก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ NLB กำลังศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเข้าถึงทรัพยากรของ NLB ที่ปัจจุบันนี้ประกอบด้วย 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู และภาษาทมิฬ ที่มาข้อมูลและภากจาก opengovasia, prachachat

โปรไทยวางใจ
การกีฬาแห่งประเทศไทย /  กีฬากอล์ฟอาชีพ / 

"โปรเอกซ์" เมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา รั้งเก้าอี้นายกกีฬากอล์ฟอาชีพ คนที่ 18 หลังได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น ในการประชุมใหญ่สามัญ ณ ห้องประชุม กกท. ลั่นขอบคุณทุกความไว้วางใจ และสัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2558 ของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุม การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ชั้น 24 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เมย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีสมาชิกสามัญที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น 442 ราย มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยวาระการประชุมมีทั้งสิ้น 7 วาระ เริ่มจาก ชยพัทธ์ สุนายนตร์ ที่รับบทบาทรักษาการณ์ประธาน ชี้แจงในที่ประชุมให้ทราบถึงการดำเนินงานของสมาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มวาระที่ 2 เพื่อขอให้สมาชิกรองรับรายงานการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 4/2558 วาระต่อมาเป็นการแถลงผลการดำเนินการ ของสมาคม ครั้งที่ผ่านมาในปี 2558 ก่อนจะมาถึงวาระที่ 4 ในการแถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลประจำปี 2558 ให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ ซึ่งผลปรากฏว่าที่ประชุมไม่รับวาระที่ 4 ทำให้ต้องมีการประชุมเพื่อรับรองวาระนี้ในครั้งหน้าต่อไป ก่อนเข้าสู่วาระที่ 5 สาระสำคัญเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ โดยที่ ชยพัทธ์ สุนายนตร์ เสนอให้ โปรมานพ ทัพพวิบูล สมาชิกผู้อาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเลือก กรรมการกลางเลือกตั้งอีก 4 ราย ประกอบไปด้วย วัฒนชัย คล้ายคลึง, อำนาจ เกิดกระสินธุ์, พงษ์ศักดิ์ แดงช่วง และ นิธินันท์ เห็นศิริสกุล สำหรับเสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้มีด้วยกันสองรายประกอบไปด้วยหมายเลข 1 ดร.สันติภาพ เตชะวณิช และหมายเลข 2 นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา ซึ่งตามข้อกำหนดของสมาคมกำหนดให้มีการเลือกตั้งลับ โดยจะให้สิทธิ์เฉพาะสมาชิกสามัญ (ทัวร์ริ่งโปร) เท่านั้น ซึ่งมาลงทะเบียนในวันนี้ทั้งสิ้น 442 ราย จากยอดรวม 728 ราย โดยมีผู้ประสงค์ลงคะแนนทั้งสิ้น 437 ราย ซึ่งผลปรากฏว่า เมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา เอาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ไปด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 164 โดยมีบัตรเสียทั้งสิ้น 2 ใบ ซึ่งมีข้อถกเถึยงเพราะมีใบลงคะแนนเกินมา 1 ใบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกท. ที่มาดูแลการเลือกตั้งออกชี้แจงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการลงทะเบียน ก่อนที่ท่านประธานกรรมการเลือกตั้งจะออกมาประกาศชัยชนะให้โปรเอ็กซ์ในท้ายที่สุด ส่วนวาระที่ 6 และ 7 ก็ผ่านมติในที่ประชุมไปได้ด้วยดี "โปรเอ็กซ์" เมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา เผยหลังได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า "ขอขอบคุณทีมงาน พี่น้อง และเพื่อนๆ ที่เสียสละเวลาเพื่อให้ความไว้วางใจ ทำให้คว้าชัยชนะในครั้งนี้ จะทำตามที่สัญญาเอาไว้ นอกจากนั้นขอขอบคุณคุณสันติภาพ ผู้ลงชิงตำแหน่งในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหลังการนับคะแนนท่านอาสาให้คำปรึกษาในทุกเรื่อง และขอขอบคุณเจ้านายของผม นายสันติ ภิรมย์ภักดี ที่ให้กำลังใจ และแนวทางในการลงสมัครในครั้งนี้ รวมถึงคณะกรรมการชุดเก่าที่จัดการเลือกตั้งได้สมบูรณ์แบบ และโปร่งใส" "ผมสัญญาว่าจะทำงานให้ดีที่สุด ซึ่งอาทิตย์หน้าก็จะเริ่มต้นทำงาน รู้สึกหายเหนื่อย สัญญาคือสัญญา ลูกผู้ชายหัวใจสิงห์" นายเมธีกล่าว สำหรับ นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา ปัจจุบันอายุ 61 ปี เริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุ 9 ปี พัฒนาฝีมือจนติดทีมชาติไทย ช่วงระหว่างปี 2518-2528 ยุคเดียวกับโปรบุญชู เรืองกิจ จากนั้น ช่วงปี 2530 ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สนามกอล์ฟเกียรติธานี จ.สมุทรปราการ พร้อมๆกับเป็นทีมงานริเริ่มสร้างสนามกอล์ฟริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี จนเมื่อปี 2535 ได้เข้ามาเป็นผู้บริหาร บ.ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานสร้างสนามกอล์ฟ สิงห์ปาร์ค ขอนแก่น ซึ่งช่วงเวลานี้นายเมธี ได้อยู่เบื้องหลังปั้นนักกอล์ฟดาวรุ่งหลายคน นอกจากนี้นายเมธี ยังได้รับเชิญเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬากอล์ฟแห่ง ประเทศไทยฯ ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา จนถึง ปี 2552 ในยุคนายกรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ โดยเป็นกรรมการพัฒนาทีมชาติไทย พร้อมเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยในหลายมหกรรมกีฬา และสร้างผลงานมาแล้วมากมาย จนได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพฯ คนที่ 18 ในที่สุด

เร่งสอบ! หลังมีผู้ร้องเรียน ตำรวจสน.บวรมงคล รับสินบน  2.4 ล้านบาท
ตำรวจ /  ตำรวจรับสินบน / 

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย เร่งสอบพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล รับสินบนคดีลักพระพุทธรูปจริงหรือไม่ ยันดำเนินการตามขั้นตอน พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ จะเร่งตรวจสอบข้อมูลและให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องเรียนว่าพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล รับสินบนจำนวน 2.4 ล้านบาท ในคดีลักพระพุทธรูปจริงหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายการจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นใด ส่วนหลักฐาน ที่มีทั้งคลิปเสียง และเอกสารในการโอนเงิน ที่นำไปยื่นให้สำนักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. นั้น ตำรวจจะมีการประสานไปยัง ป.ป.ท. อีกครั้ง เพื่อขอดูข้อมูล โดยยืนยันว่าหากพบความผิดจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีขั้นตอนดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอยู่แล้ว นอกจากนี้ พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นคดีลักพระพุทธรูป ในพื้นที่ สน.บวรมงคล จริง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้ต้องหา ยืนยันไม่มีการค้าสำนวน แต่จะมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่จะต้องทำการตรวจสอบอีกครั้ง ที่มา INN

5 ซุปตาร์ รอดเกณฑ์ทหารหวุดหวิด ด้วยเหตุผลเช่นนี้!!
นิชคุณ /  นิชคุณ 2PM / 

หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชายซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากอย่างหนึ่งก็คือ การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารประจำปี ซึ่งแต่ละปีจะสร้างความฮือฮาไม่น้อยโดยเฉพาะเมื่อศิลปินดารา หรือ ซุปตาร์ในดวงใจต้องมาเข้ารับการตรวจเลือก หรือเกณฑ์ทหารจับใบดำ-ใบแดง แต่งานนี้เรามาดูกันว่ามีศิลปินดาราหนุ่มคนไหนบ้างที่รอดพ้นจากการเป็นทหารรับใช้ชาติไปอย่างหวุดหวิด และด้วยเหตุผลอันใดไปเชิญชมกันเลยค่า!! ไมค์ พิรัชต์ ใช้สิทธิ์ผ่านผันครบตามกำหนดเวลามาแล้วถึง 5 ครั้งด้วยกัน และในปี 2559 นี้ อายุครบ 26 ปีบริบูรณ์จึงต้องลุ้นจับใบดำ-ใบแดง กับเขาด้วย แต่ทว่า หนุ่มไมค์ ได้หอบหิ้วเอกสารใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ซึ่งระบุว่า ป่วยเป็นโรคหอบหืด และยังเป็นลำไส้อักเสบในอดีตอีกด้วย ไมค์ พิรัชต์ ก็เลยไม่ผ่านเกณฑ์การรับราชการทหารไปโดยปริยายสบายเฉิบ ซึ่ง หนุ่มไมค์ โอดภายหลังว่าเสียดายที่ไม่ได้รับใช้ชาติเพราะมีโรคประจำตัว!!! ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ เจมส์ มาร์ เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง ที่โรงรียนวัดธาตุทอง แขวงพระโขนง เขตวัฒนา เนื่องจากติดเรียนปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว หาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ หนุ่มเจมส์ มาร์ ได้ดำเนินเรื่องตามกระบวนการที่ทุกคนทำ และมีสิทธิ์ยื่นผ่อนผันได้ถึงอายุ 26 ปี เมื่อถึงเวลาต้องจับใบดำ-ใบแดงในเวลานั้น เจมส์ มาร์ ก็ยินยอมพร้อมใจ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำอยู่แล้วจ้า เจมส์ มาร์ เจมส์ มาร์ เจมส์ มาร์ พีช พชร จิราธิวัฒน์ ดาราวัยรุ่นชื่อดังทายาทเครือเซนทรัล วัย 23 ปี ปีนี้ก็ได้ยื่นเอกสารผ่อนผันการเกณฑ์ทหารอีกรอบ ซึ่งเป็นรอบที่ 3 และเป็นการใช้สิทธิ์ผ่อนผันที่เหลืออยู่เป็นปีสุดท้าย ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีงานที่ต้องทำ และมีละครที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ เลยต้องขอรับผิดชอบตรงนี้ก่อนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ส่วนปีหน้ามาลุ้นกันต่อว่า หนุ่มพีช จะได้จำใบดำ-ใบแดงกันหรือไม่!! พีช พชร พีช พชร พีช พชร ณเดชน์ คูกิมิยะ ย้อนกลับไปปี 2557 ต้องกลายเป็นข่าวครึกโครมสนั่นโซเชียลกันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่เคยขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันมาแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน เนื่องจากติดเรียนอยู่ และในปี 2557 ณเดชน์ คูกิมิยะ ต้องรับเข้าการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองเกิน แต่ถูกจัดเป็นบุคคลจำพวก 4 ไม่ผ่านการตรวจสุขภาพ โดยมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ยืนยันป่วยเป็นหอบหืดจริงมาเป็นหลักฐาน แต่งานนี้กลายเป็นข้อกังหาที่หลายคนสงสัยว่าทำไมดาราถึงมักจะเป็นโรคหอบหืดกันหนักในช่วงการเกณฑ์ทหาร!! ณเดชน์ คูกิมิยะ ณเดชน์ คูกิมิยะ ณเดชน์ คูกิมิยะ นิชคุณ หรเวชกุล อีกหนึ่งหนุ่มฮอตในสมาชิกวง ทูพีเอ็ม ที่ลงทุนบินตรงมาจากเกาหลีเพื่อเข้าร่วมเกณฑ์ทหารที่เมืองไทยตามความหน้าที่ของชายไทย ที่เขตทวีวัฒนา ท่ามกลางแฟนคลับที่ต่างแห่แหนกรี๊ดสนั่น ให้กำลังใจท่วมท้น แต่ทว่า นิชคุณ รอดการคัดเลือกทหารเกณฑ์มาได้ เพราะเขตทวีวัฒนามีผู้สมัครเป็นทหารเต็มพิกัด ซะงั้น!!! จึงไม่ต้องลุ้นใบดำ-ใบแดง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าลุ้นระทึกและตื่นเต้นสุดๆ พร้อมกับขอบคุณแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา!! นิชคุณ นิชคุณ นิชคุณ ขอบคุณภาพจาก IG jma_mom_oat, peach_pachara, m1keangelo

สทศ.ประกาศ O-Net ม.6 วิชาภาษาอังกฤษได้คะแนนต่ำสุด
o net /  คะแนน O-net / 

หลังจากสทศ.ได้ประกาศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-net (โอเน็ต) ของน้องๆ ม.6 ปีการศึกษา 2558 ไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 59  เรียบร้อยแล้ว โดยผลออกมาพบว่า น้องๆ ทำคะแนนเฉลี่ย 5 วิชา ต่ำกว่าครึ่ง โดยวิชาภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด และภาษาอังกฤษได้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุด ขณะที่ "ร.ร. มหิดลวิทยานุสรณ์" ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดในประเทศ และมีคะแนนเฉลี่ยเกินครึ่งทุกวิชา สทศ.ประกาศ O-Net ม.6 วิชาภาษาอังกฤษได้คะแนนต่ำสุด โดยการสอบในแต่ละวิชาในภาพรวมครั้งนี้ คือ - วิชาภาษาไทย มีผู้เข้าสอบ 422,625 คน  เฉลี่ย 49.36 คะแนนสูงสุด 96.50 คะแนน ต่ำสุด 0.50 - สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  เข้าสอบ  423,519 คน  เฉลี่ย 39.70 คะแนน  สูงสุด 81.00 คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน - ภาษาอังกฤษ  เข้าสอบ 423,417 คน  เฉลี่ย 24.98 คะแนน สูงสุด 99.00คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน - คณิตศาสตร์  เข้าสอบ 423,654 คน  เฉลี่ย 26.59 คะแนน  สูงสุด 100.00คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน - วิทยาศาสตร์  เข้าสอบ 422,718 คน  เฉลี่ย 33.40 คะแนน สูงสุด 90.00 คะแนน ต่ำสุด 0.00 คะแนน สำหรับค่าสถิติพื้นฐานซึ่งจำแนกตามตัวแปรคือ คะแนนเฉลี่ย ตามสังกัด ขนาดโรงเรียน ที่ตั้งและภูมิภาค ได้ข้อสรุปดังนี้ 1. สังกัด ภาษาไทย - รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เฉลี่ย 81.49 คะแนน - รร.สาธิต สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เฉลี่ย 64.84 คะแนน - สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เฉลี่ย 49.95 คะแนน - สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เฉลี่ย 47.70 คะแนน 2. สังคมฯ - รร.มหิดล เฉลี่ย58.32  คะแนน - รร.สาธิตฯ เฉลี่ย 46.33 คะแนน - สพฐ.เฉลี่ย 40.00 คะแนน - สช.เฉลี่ย 38.65 คะแนน 3. ภาษาอังกฤษ - รร.มหิดล เฉลี่ย 75.53 คะแนน รร.สาธิตฯ เฉลี่ย 46.19 คะแนน - สพฐ .เฉลี่ย 24.68 คะแนน - สช. เฉลี่ย 27.49 คะแนน 4. คณิตศาสตร์ - รร.มหิดล  เฉลี่ย 92.21 คะแนน - รร.สาธิต เฉลี่ย 45.85 คะแนน - สพฐ.เฉลี่ย26.65 คะแนน - สช.เฉลี่ย 26.68 คะแนน 5. วิทยาศาสตร์ - รร.มหิดล เฉลี่ย 67.22  คะแนน - รร.สาธิต เฉลี่ย 42.57 คะแนน - สพฐ.เฉลี่ย 33.55 คะแนน - สช.เฉลี่ย 32.91คะแนน            จากผลการสอบในภาพรวมทั้ง 5 วิชาพบว่า คะแนนเฉลี่ย ไม่ถึงครึ่งคือร้อยละ 50 แม้แต่วิชาเดียว  โดยภาษาไทย เฉลี่ยสูงสุดคือ 49.36 คะแนน รองลงมา สังคม 39.70 วิทยาศาสตร์ 33.40 คณิตศาสตร์ 26.59 ต่ำสุดคือ ภาษาอังกฤษ 24.98 ขณะที่วิชาที่มีผู้สอบได้คะแนน 100 คะแนนเต็ม ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ ส่วนวิชาที่มีผู้สอบได้ 0.00 คะแนน มี 4 วิชา ได้แก่ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามเฉพาะวิขาภาษาไทย ผู้สอบได้คะแนนต่ำสุด คือ 0.50 คะแนน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังพบว่านักเรียนสามารถทำค่าคะแนนเฉลี่ยเกือบทุกวิชาสูงกว่าปีการศึกษา 2557 โดย สทศ. จะนำผลการทดสอบโอเน็ต ไปใช้เทียบเคียงกับผลการประเมินระดับนานาชาติโดยเฉพาะ PISA ต่อไป ส่วนนักเรียนที่ดูผลสอบแล้วไม่มั่นใจในคะแนนสามารถยื่นขอดูกระดาษคำตอบได้  ในวันที่ 24-26 มี.ค. เวลา 9.00 - 16.00 น. ณ อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 35 ซึ่ง สทศ.จะเปิดให้ดูกระดาษคำตอบ วันที่ 4 เม.ย. 2559 เวลา 9.00 - 16.00 น. แต่หากนักเรียนไม่มาดูกระดาษคำตอบตามวันและเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ข้อมูลและภาพจาก admissionpremium

ร้านกากั้นคว้าแชมป์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย /  ร้านกากั้น

ร้านอาหารกากั้น (Gaggan) จากกรุงเทพฯ คว้าตำแหน่งชนะเลิศต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในงานประกาศรางวัล  50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 พร้อมรางวัลพิเศษต่าง ๆ ได้รับการประกาศในพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ในงานมีเหล่าเชฟมากฝีมือ เจ้าของกิจการร้านอาหารชื่อดังและแขกวีไอพีในธุรกิจอาหารจากทั่วภูมิภาค เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน ยังมีร้านอาหารที่ได้รับการจัดลำดับในลิสต์ท็อป 50 อีกดังนี้ ร้านน้ำ (Nahm) อยู่ในอันดับที่ 8 ร้านอิษยา สยามมิส คลับ (Issaya Siamese Club) เลื่อนมายี่สิบอันดับ มาเป็นอันดับที่ 19 ในปีนี้ และร้านอีทมี (Eat Me) อยู่ในอันดับที่ 23 ร้านกากั้น ครองสองตำแหน่งในปีนี้ ได้แก่ ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า และร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่าเช่นกัน ที่ร้านอาหารซึ่งตั้งชื่อตามเชฟ กากั้น อนันต์ ได้นำอาหารอินเดียแบบดั้งเดิมมารังสรรค์ด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแนวโมเดิร์น เชฟกากั้นเข้าสู่วงการ  50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับโลกครั้งแรกในปี 2557 ในอันดับที่ 17 และในปี 2558 ที่ผ่านมา เขาไต่ลำดับโลกขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10   พร้อมกับครองตำแหน่งชนะเลิศใน 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียด้วยในเวลาเดียวกัน ในการย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการจัดงาน มีร้านอาหารหน้าใหม่เข้าสู่ลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเขีย ถึง 10 ร้านด้วยกัน โดยในจำนวนร้านหน้าใหม่นี้ มี 3 ร้านที่มาจากญี่ปุ่น  ในภาพรวม ร้านอาหารยอดเยี่ยมในปีนี้ มาจากประเทศจีน 13 ร้าน สิงคโปร์และญี่ปุ่นประเทศละ 10 ร้าน จำนวนประเทศที่ติดโผร้านอาหาร ยอดเยี่ยมเพิ่มขึ้นเป็น 13 ประเทศ ซึ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความหลากหลายของการสร้างสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศทั่วเอเชีย   รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศ นาริซาว่า (Narisawa) ซึ่งได้ตำแหน่งที่ 2 ของเอเชียในปีนี้ ยังได้ควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า มาด้วย ซึ่งเป็นการครองตำแหน่งนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว ส่วนร้านอาหารอีก 4 ร้าน จาก 9 ร้านของผู้ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศจากญี่ปุ่น ก็ได้รับการจัดอันดับอยู่ในลิสต์ท็อป 20 ของเอเชียเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีร้านอาหารจากญี่ปุ่นถึง 3 ร้านที่เข้าสู่รายการ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียในปีนี้เป็นปีแรก ได้แก่ ร้านลาเมซง เดอลานาตูร์ โกห์ (La Maison de la Nature Goh) จากฟุกุโอกะ (อันดับที่ 31)   ร้านเด็น (Den) จากโตเกียว (อันดับที่ 37)  และร้านคิคุโนอิ (Kikunoi) จากเกียวโต (อันดับที่ 42) ร้านอองเดร (André) ของเชฟอองเดร เชียง (André Chiang) ขยับอันดับขึ้นมาสองลำดับได้ที่ 3 ของเอเชียในปีนี้ และยังคงครองตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งสิงคโปร์ สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัค ควา ปันน่า ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4  นอกจากนี้ ร้านใหม่ที่กรุงไทเปของเชฟอองเดร ชื่อรอว (Raw) ก็เข้าสู่ลิสต์ ท็อป 50 ของเอเชีย ในอันดับที่ 46 เช่นกัน ในปีนี้ มีร้านที่คุ้นเคยจากสิงคโปร์ตบเท้าเข้าสู่ลิสต์ท็อป 50 อย่างภาคภูมิอีกหลายร้าน ประกอบด้วย วากิว คิน (Waku Ghin) (อันดับ 6), เลส์ซามีส์ (Les Amis) (อันดับ 12) และ เบิร์นท์เอ็นส์ (Burnt Ends) (อันดับ 14) โดยสิงคโปร์มีร้านใหม่เข้าสู่ลิสต์ 2 ร้าน คือ ร้านคอร์เนอร์เฮ้าส์ (Corner House) (อันดับ 17) และร้านไวลด์ร็อคเก็ต (Wild Rocket) (อันดับ 38) ร้านแอมเบอร์ (Amber) จากฮ่องกงคว้าอันดับที่ 4 ของเอเชีย และกลับมาอีกครั้งกับตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศจีน สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า โดยเบียดคู่แข่งที่เอาชนะ แอมเบอร์ในปีที่แล้วอย่าง อัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) ซึ่งปีนี้เข้าสู่ลิสต์เอเชียในอันดับที่ 7   ร้านอาหารจากฮ่องกงที่อยู่ในลิสต์ท็อป 50 ของเอเชียปี 2559 นี้มีทั้งหมด 9 ร้าน ซึ่งรวมถึงร้านตา วี (Ta Vie) ที่เข้ารอบปีนี้เป็นปีแรกในอันดับที่ 48 สำหรับร้านมิงเกิลส์ (Mingles) จากกรุงโซล ซึ่งติดอันดับ 15 ในปีนี้ ยังมีเรื่องน่ายินดีให้เฉลิมฉลองอีกสองต่อ เพราะได้คว้ารางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย จอห์น พอล รวมทั้งยังควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเกาหลีอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารใหม่อีก 2 แห่ง ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศไปครอง คือ ร้านแกลเลอรี่ เวสค์ (Gallery Vask) ติดลิสต์เอเชียในอันดับที่ 39 และได้รับเลือกเป็นร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งฟิลิปปินส์ ในขณะที่ร้าน โลคาวอร์ (Locavore) ที่บาหลีซึ่งติดอันดับที่ 49 คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินโดนีเซียไปครอง ร้านอินเดียน แอคเซ่น (Indian Accent) ไต่ขึ้น 13 ลำดับขึ้นสู่อันดับที่ 9 พร้อมรับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินเดียสองปีซ้อน ในกลุ่มผู้ฉลองความสำเร็จปีนี้ ยังประกอบด้วย ร้านเลอมูท์ (Le Moût) ในอันดับ 30 ควบรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งไต้หวัน  ร้านมินิสทรี่ออฟแครบ (Ministry of Crab)  ที่โคลอมโบ ติดอันดับที่ 31 พร้อมด้วยตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งศรีลังกา  ส่วนร้านกวิซีน วัดตำหนัก (Cuisine Wat Damnak) อันดับที่ 43 กลับมาครองแชมป์ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งกัมพูชาอีกครั้ง   ผู้ชนะรางวัลสาขาอื่น ๆ ประกอบด้วย รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul: ร้าน มิงเกิลส์ (Mingles) ที่ร้านมิงเกิลส์ในกรุงโซล เชฟมิงกู คัง (Mingoo Kang) ได้รังสรรค์อาหารเกาหลีขึ้นมาใหม่ โดยผสมผสานส่วนประกอบและธรรมเนียมการปรุงอาหารอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลและวิธีการทำอาหารแบบตะวันตก ความคิดสร้างสรรค์และการทดลองสิ่งใหม่ ๆ ทำให้ร้านอาหารขนาด 45 ที่นั่งอันแสนอบอุ่นแห่งนี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารเกาหลี รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro: ร้านโฟลคริแลช (Florilège) รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง เป็นรางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารที่ไม่อยู่ในลิสต์ 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แต่เป็นร้านอาหารดาวรุ่งของภูมิภาคนี้  ร้านโฟลคริแลชโดดเด่นในการทำอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ออกมาได้อย่างมีสไตล์ไร้ที่ติ  ฮิโรยาสุ คะวะเตะ (Hiroyasu Kawate) ซึ่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านแห่งนี้ ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และทักษะชั้นเลิศในการทำอาหารฝรั่งเศสให้เป็นที่ประจักษ์ ผ่านเมนูเลิศรสที่ประกอบด้วยอาหารหลายคอร์ส  รางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry: ร้านเชอรีล โกห์ (Cheryl Koh) เชฟเชอรีล โกห์ เป็นคนสิงคโปร์ แต่ได้เดินทางไปทำงานตามภัตตาคารมิชลินสตาร์ทั้งในปารีส ดูไบ และฮ่องกง เมื่อกลับมาบ้านเกิดในปี 2556 โกห์ได้นำประสบการณ์ความรู้มาใช้ที่ เลส์ซามีส์ ร้านใหม่ของเธอ จากนั้นได้มีการแนะนำร้านใหม่ ทาร์ต บาย เชอรีล (Tarte by Cheryl) ที่ย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์ในปี 2558 โดยร้านดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเลส์ซามีส์กรุ๊ป  แรงบันดาลใจที่เก็บเกี่ยวมาจากการเดินทาง ช่วยให้เชฟโกห์ ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ของหวานรสเยี่ยม ที่สะท้อนสัญชาตญาณการสร้างสรรค์และการฝึกหัดขนมอบต้นตำรับมาอย่างเข้มข้น   รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award): พอล เพเรท์ (Paul Pairet) เชฟชาวฝรั่งเศส พอล เพเรท์ ได้รับการคัดเลือกจากเหล่าเชฟ ที่อยู่ในลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเขีย 2559  ให้ได้รับตำแหน่งนี้ เพเรท์ได้รับความยอมรับนับถือจากบรรดาเพื่อนเชฟด้วยกัน จากความสำเร็จในการก่อตั้งร้านอาหารชื่อดังสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ คือ มิสเตอร์แอนด์มิสซิสบันด์ (Mr & Mrs Bund) และร้านอาหาร สุดล้ำที่มีชื่อว่าอัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) ความแปลกใหม่และความคิดสร้างสรรค์ที่แทรกซึมอยู่ในทุกเมนูของเขา ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าเชฟจากทั่วโลก รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award): ร้านควินเทสเซนส์ (Quintessence) ร้านควินเทสเซนส์ ซึ่งเปิดกิจการในโตเกียวมาตั้งแต่ปี 2549 ได้รับรางวัลความก้าวหน้าสูงสุด โดยร้านดังกล่าว ก้าวกระโดดขึ้น 29 ลำดับจากปีที่แล้วสู่อันดับที่ 20 ในปีนี้  เชฟชูโซ คิชิดะ (Shuzo Kishida) ซึ่งฝึกปรือทักษะการทำอาหารตั้งแต่ครั้งที่ทำงานใน ลาสทรานส์ (L’Astrance) ภัตตาคารระดับมิชลิน 3 ดาวที่ปารีส ยังคงสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิม ด้วยอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นที่โดดเด่น ทั้งวิธีการนำเสนอ การใช้วัตถุดิบที่สดใหม่อย่างสร้างสรรค์ และความประณีตใส่ใจทุกรายละเอียด สำหรับผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอีก 2 รางวัลจากงานในครั้งนี้ คือ เชฟมาร์การิต้า โฟเร่ส์ เชฟสาวมากฝีมือ ผู้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชียประจำปี 2016 และเชฟเดวิด ทอมป์สันแห่งร้านน้ำ (Nahm) ที่กรุงเทพฯ และร้านลองชิม (Long Chim) ที่สิงคโปร์ ได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารโดย The Diners Club®    มร. วิลเลี่ยม ดรูว์ กรุ๊ปเอดิเตอร์ของงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย กล่าวว่า “การจัดงานของเราเดินทางมาถึงปีที่ 4 แล้วในปีนี้ รางวัลต่าง ๆ ที่มอบให้สะท้อนถึงการเติบโตและความหลากหลายของแหล่งวัฒนธรรมอาหารในเอเชีย มีร้านอาหารหน้าใหม่เข้ามาอยู่ในลิสต์เอเชียท็อป 50 ในปี 2559 ถึง 10 ร้าน  ส่วนประเทศที่มีร้านอาหารได้รับรางวัล มีหลากหลายถึง 13 ประเทศ มากกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา คณะผู้จัดงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย มีเจตนารมย์ในการยกย่องชมเชยความคิดสร้างสรรค์ เมนูอาหารรสเลิศ และเหล่าสุดยอดร้านอาหารทั้ง 50 แห่งที่ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งเหล่าบรรดาเชฟชั้นนำผู้ได้รับรางวัล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนความเป็นสุดยอดของอุตสาหกรรมนี้” การรวบรวมรายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จัดทำโดยสมาคม The Diners Club® Asia’s 50 Best Restaurants Academy ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมร้านอาหารทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 300 ท่าน โดยแต่ละท่านล้วนได้รับการเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และความคิดเห็นของพวกเขาเป็นที่ยอมรับในวงการร้านอาหารในเอเชีย ทางสมาคมได้แบ่งการโหวตออกเป็น 6 เขตภูมิภาค ได้แก่  อินเดียและอนุทวีป, ตอนใต้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ตอนเหนือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ฮ่องกง ไต้หวันและมาเก๊า, จีนแผ่นดินใหญ่และเกาหลี, และประเทศญี่ปุ่น รูปแบบการแบ่งเขตภูมิภาคเช่นนี้ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถสะท้อนภาพรวมของวงการร้านอาหารที่เปิดอยู่ในปัจจุบันในเอเชียได้อย่างเป็นธรรมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และได้รับความเห็นชอบจากประธานของสมาคม Asia Academy แล้ว แต่ละภูมิภาคจะมีคณะกรรมการของตนเองรวมทั้งหมด 53 ท่าน โดยมีประธานภูมิภาคทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่ม คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยนักเขียนและนักวิจารณ์อาหาร เชฟ เจ้าของร้านอาหาร และผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น 'นักชิม' กรรมการแต่ละท่านจะโหวตได้ 7 ครั้ง และภายในจำนวนเจ็ดโหวตนี้ กรรมการ แต่ละท่านจะต้องทำการโหวตอย่างน้อย 3 โหวตให้กับร้านอาหารที่ไม่อยู่ในประเทศบ้านเกิดตนเองด้วย สำหรับรายชื่อในปี 2016 นี้ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Deloitte ได้ร่วมเป็นพันธมิตรผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินอิสระอย่างเป็นทางการของ Asia’s 50 Best Restaurants บริษัท Deloitte ได้ดำเนินการการตัดสินคะแนนตามกระบวนการที่กำหนด เพื่อยืนยันถึงความซื่อตรงและความถูกต้องของกระบวนการโหวตและรายชื่อผลการตัดสิน โดยผลการตัดสินจะถูกปิดเป็นความลับจนกว่าจะถึงกำหนดการประกาศรางวัล  การประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สำหรับผลการตัดสินในปีนี้ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในพิธีงานประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 โดยสามารถติดตามผลการตัดสินรางวัลได้ทางทวิตเตอร์ @Asias50Best และผ่านเว็บไซต์ www.theworlds50 best.com/asia นอกจากนี้ยังสามารถรับชมพิธีประกาศผลรางวัลแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ www.finedininglovers.com ด้วยความเอื้อเฟื้อจากผู้สนับสนุนหลักของงาน ได้แก่ ซาน เปลเลกริโน และ อัคควา ปันน่า สำหรับข้อมูล รูปภาพ และภาพวิดีโอเพิ่มเติมสำหรับงานรางวัลครั้งนี้ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.theworlds50best.com/asia ประเภทรางวัลอื่นๆ มีดังต่อไปนี้ รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย (The Best Restaurant in Asia) สนับสนุนโดย Pellegrino และ Acqua Panna รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารโดย The Diners Club® (The Diners Club® Lifetime Achievement Award) รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro รางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award) รางวัลสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชีย (Asia’s Best Female Chef) รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award) รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศ (Individual ‘Best in Country’ Awards)

ด่วน! ข่าวดีถึงน้องๆ ม. 6 ที่อยากเป็นพยาบาลทหารบก
ข่าวการศึกษา /  พยาบาลทหารบก / 

สำหรับน้องๆ มัธยมศึกษาตอนปลายคนไหนที่ฝันอยากเป็นพยาบาลทหารบก หรือสนใจอยากเข้าศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเชิญทางนี้ โดยเฉพาะน้องๆ ที่เกิดในช่วง 8 ส.ค. 2534 – 8 ส.ค. 2541 วันนี้ทีนเอ็มไทยมีรายละเอียด คุณสมบัติ และการสมัครมาฝากกัน นอกจากนี้หากเรียนจบแล้ว สามารถบรรจุเป็นนายทหารสัญญาบัตร ยศว่าที่ร้อยตรี อีกด้วย ด่วน! ข่าวดีถึงน้องๆ ม. 6 ที่อยากเป็นพยาบาลทหารบก  ประกาศวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก เรื่อง รับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าเป็น นักเรียนพยาบาลกองทัพบก ประจำปีการศึกษา 2559 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ จำนวน 85 คน แบ่งเป็น - ประเภททุนกองทัพบก (เพศหญิง) จำนวน 20 คน - ประเภททุนส่วนตัว จำนวน 65 คน (เพศชาย 10 คน เพศหญิง 55 คน) แบ่งเป็น - พลเรือนทั่วไป เพศชาย จำนวน 10 คน เพศหญิง จำนวน 50 คน - ทุนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จำนวน 5 คน คุณสมบัติของผู้สมัคร 1.1 เป็นผู้สําเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย(วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์) ของกระทรวงศึกษาธิการ 1.2 มีผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ คือ 1.2.1 ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( O – NET )* ของสํานักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) จํานวน 5 รายวิชา คือ ภาษาไทย สังคม ฯ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในปีการศึกษา 2556 , 2557 และ 2558 ทั้งนี้ต้องมีคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ ,ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 30 คะแนน หมายเหตุ* กรณีไม่มีผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( O – NET ) ให้ใช้ผลการทดสอบวิชาสามัญ 7 วิชาของสํานักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) จํานวน 5 รายวิชา คือ ภาษาไทยสังคม ฯ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในปีการศึกษา 2556 , 2557 และ 2558 โดยมีคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ ,ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 30 คะแนน 1.2.2 ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป ( GAT 1 ) ในการสอบ ตั้งแต่ครั้งที่ 1/2556 จนถึง ครั้งที่ 2/2558 เลือกคะแนนครั้งที่มากที่สุด 1.2.3 ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป ( GAT 2 ) ในการสอบ ตั้งแต่ครั้งที่ 1/2556 จนถึง ครั้งที่ 2/2558 เลือกคะแนนครั้งที่มากที่สุด 1.2.4 ผลการสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT2) การวัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ในการสอบตั้งแต่ครั้งที่ 1/2556 จนถึง ครั้งที่ 2/2558 เลือกคะแนนครั้งที่มากที่สุด 1.3 มีสถานภาพโสด อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์และอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ 1.4 ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย 1.5 มีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์มีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัมมีส่วนสูงไม่ ต่ำกว่า155 เซนติเมตร และไม่เป็นโรคหรือมีความพิการ 2. สิทธิ์ของนักเรียนพยาบาลกองทัพบกประเภททุนกองทัพบก   2.1 ระหว่างเข้ารับการศึกษา 2.1.1 ได้รับเงินเดือน, เบี้ยเลี้ยงและอาภรณ์ภัณฑ์ตามที่กองทัพบกกําหนด 2.1.2 ได้รับยกเว้นค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียน 2.1.3 มีสถานที่พักและอาหาร 2.1.4 มีทุนการศึกษาและรางวัลให้แก่ผู้ที่มีผลการเรียนดี และความประพฤติดี 2.1.5 ได้รับการตรวจสุขภาพทุกปี และการรักษาพยาบาลเมื่อมีการเจ็บป่วย 2.2 เมื่อสําเร็จการศึกษา 2.2.1 ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณทิต (พย.บ.)ของมหาวิทยาลัยมหิดล 2.2.2 ได้รับสิทธิ์ในการสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1 2.2.3 ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรยศว่าที่ร้อยตรี 3. สิทธิ์ของนักเรียนพยาบาลกองทัพบก ประเภททุนส่วนตัว   3.1 ระหว่างเข้ารับการศึกษา 3.1.1 มีสถานที่พักและอาหาร 3.1.2 มีทุนการศึกษาและรางวัลให้แก่ผู้ที่มีผลการเรียนดี และความประพฤติดี 3.1.3 ได้รับการตรวจสุขภาพทุกปี และการรักษาพยาบาลเมื่อมีการเจ็บป่วย 3.1.4 สําหรับทุนส่วนตัว(ทุนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก)จะได้รับทุนอุดหนุนค่าเล่าเรียนจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกตลอดหลักสูตร 3.2 สําเร็จการศึกษา 3.2.1 ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณทิต (พย.บ.)ของมหาวิทยาลัยมหิดล 3.2.2 ได้รับสิทธิ์ในการสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้น 1 3.2.3 สําหรับทุนส่วนตัว(ทุนองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก) ได้รับการบรรจุเข้าปฏิบัติงานตามข้อผูกพันในสัญญาที่ทําไว้กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 3.3 ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา นักเรียนพยาบาลกองทัพบกประเภททุนส่วนตัวทุกประเภท มีสิทธิ์กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา โดยต้องมีคุณสมบัติตามข้อกําหนดของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา การรับสมัคร ผู้สมัครที่ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต >>>คลิกที่นี่<<< ***ค่าสมัคร 350 บาท ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2559 - 17 เมษายน 2559 และสามารถชำระเงินค่าสมัครได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ในทุกวันและเวลา สำหรับวันหยุดวันหยุดราชการ สามารถโอนค่าสมัครได้เฉพาะสาขาที่เปิดเท่านั้น หมดเขตโอนเงินค่าสมัคร  18 เมษายน 2559  เวลา 24.00 ที่มาข้อมูลและภาพจาก clickforclever, kruwandee, rtanc

Honda BR-V คว้ามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP
ASEAN NCAP /  BR-V / 

ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด ประกาศความสำเร็จในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ล่าสุด ฮอนด้า บีอาร์-วี คว้ามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวของ ASEAN NCAP (ASEAN New Car Assessment Program) จากการทดสอบการชนด้านหน้าแบบเยื้องศูนย์และการชนด้านข้าง โดยด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ Adult Occupant Protection: AOP ได้คะแนน 14.79 คะแนน จากคะแนนเต็ม 16 คะแนน และด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก Child Occupant Protection: COP ได้คะแนน 72% โดยการทดสอบจัดขึ้น ณ สถาบันค้นคว้าวิจัยยานยนต์ประเทศญี่ปุ่น (JARI) Honda BR-V มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน ได้แก่ โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ G-CON, ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเสียงเตือน, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบควบคุมการทรงตัว (VSA), ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)และถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รถยนต์ฮอนด้าทั้ง 7 รุ่น ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP  จากการทดสอบ รถยนต์ที่ไม่มีระบบควบคุมการทรงตัว (VSA) และระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย (SBR) สำหรับผู้โดยสารคู่หน้า ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 4 ดาว ได้แก่ ฮอนด้า ซีวิค, ฮอนด้า ซีอาร์-วี, ฮอนด้า ซิตี้ (รุ่นปี 2557) และฮอนด้า แจ๊ซ จากการทดสอบ ฮอนด้า เอชอาร์-วี รุ่นที่ไม่มีระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า (SBR) ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 4 ดาว

ส.บอล คืนสิทธิ์ปัตตานี, พังงา, ยะลา หลังถอนฟ้อง พิสูจน์สุราษฎร์ก่อนฟันธง
ชนินทร์ แก่นหิรัญ /  ดิวิชั่น2 / 

รองเลขาฯฝ่ายกฏหมายเผยว่าได้คืนสิทธิ์ให้กับ พังงา, ปัตตานี, ยะลา เเล้วหลังถอนฟ้อง พร้อมขอพิสูจน์สุราษฎร์ก่อนมีการฟันธงสิทธิ์อีกครั้ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยยืนยันว่า พังงา เอฟซี, ปัตตานี เอฟซี และ ยะลา ยูไนเต็ด ที่เป็นผู้ฟ้องร่วมในคดีของ อนงค์ ล่อใจ ช่วงการเลือกตั้งนายกสมาคมฯครั้งที่ผ่านมา ได้ยื่นถอนฟ้องแล้ว ทำให้สามารถลงแข่งขันในฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2016 ได้ตามเดิม ขณะที่ สุราษฏร์ธานี เอฟซี ที่ยังไม่ถอนให้ชะลอการลงโทษไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ตามคำแนะนำฟีฟ่า ชนินทร์ แก่นหิรัญ รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฝ่ายกฏหมาย เปิดเผยว่า “สโมสร พังงา เอฟซี, ปัตตานี เอฟซี และ ยะลา ยูไนเต็ด ได้ดำเนินการถอนฟ้องเเล้วเหลือเพียงนำหนังสือมอบอำนาจมาเเจ้งใหม่ก็ถือว่าเรียบร้อยเเล้ว” "ส่วนทีมสุราษฎร์ ทางสมาคมกีฬาจังหวัดฯ ได้นำหลักฐานยืนยันว่าคุณ อนงค์ ล่อใจ ไปเอาสิทธิ์ของสมาคมกีฬาจังหวัดไปฟ้องทั้งที่สิทธิ์ของคุณอนงค์โดนยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขณะที่สมาคมกีฬาจังหวัดก็ได้ยกสิทธิ์ให้กลุ่มใหม่เข้ามาทำทีม” “โดยเรื่องนี้ฟีฟ่าให้มีการพิสูจน์สิทธิ์แล้วก็ชะลอการแบนออกไปก่อน จึงยกให้เจ้าของสิทธิ์คือสมาคมกีฬาจังหวัด ไปดำเนินการยื่นฟ้อง คุณอนงค์ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามคุณอนงค์เข้ามาเกี่ยวข้องกับกีฬาจังหวัดเพื่อเป็นการพิสูจน์สิทธิ์" นายชนินทร์ กล่าว

แต่งคอนโด ให้เหมือนอยู่ชายทะเล ร้อนนี้ต้องจัด!
บ้านกลิ่นอายทะเล

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ อยู่กับสิ่งที่ชอบ แต่งคอนโด ให้เหมือนอยู่ชายทะเลมาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ ไอเดียการแต่งคอนโดห้องนี้ เป็นบทความของคุณศิวนาถ เสนาประทุม และภาพประกอบสวยๆ จากธเนศ  เปี่ยมหน้าไม้ค่ะ ในชีวิตคนเราคงไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีสถานที่สักแห่ง อันเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดเองก็ตาม แน่นอนว่ายิ่งเป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน เฉกเช่นเจ้าของคอนโดบ้านแสนงาม หัวหิน จากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) แห่งนี้ คุณบุษซะเร๊าะ และนาวาโท  ดนัย อเนกนาจสถาพร สองสามีภรรยาที่ได้ไอเดียในการตกแต่งห้องจากการเปิดอ่านนิตยสารไลฟ์แอนด์โฮมซึ่งนับว่าเป็นเกียรติแก่คอลัมน์ใหม่นี้เป็นอย่างยิ่ง กับคอนโดที่จะถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านท่านอื่นๆ ต่อไป อยู่กับสิ่งที่ชอบ แต่งคอนโด ให้เหมือนอยู่ชายทะเล จากห้องเปล่าขนาดพื้นที่เพียง 48 ตาราเมตร มีพื้นที่จำกัดถูกเนรมิตขึ้นจนกลายเป็นห้องพักในสไตล์กรีซผลมโมร็อกโคตามแบบที่ผู้เป็นเจ้าของชื่นชอบ ด้วยไอเดียที่เขาและเธอเก็บเล็กผสมน้อยจากการอ่านนิตยสารแต่งบ้านจนสามารถต่อยอดกลายเป็นห้องพักที่มีเรื่องราวแห่งนี้ คุณบุษซะเร๊าะ เล่าว่า "ดิฉันและสามีติดตามนิตยสาร ไลฟ์แอนด์โฮมมาโดยตลอด และเมือเดือนเมษายน พ.ศ.2557 ที่ผ่านมาเราทั้งสองรู้สึกประทับใจหน้าปกซองเล่มดังกล่าวมาก ซึ่งเป็นหารตกแต่งห้องพักที่ให้กลิ่นอายของทะเล ในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน จึงเกิดไอเดียร่วมกับสามาเริ่มอยากลองแต่งห้องเองบ้าง ได้เริ่มมองหาคอนโดสักแห่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเรา ซึ่งบุษและสามีก็ชอบเดินทางมาเที่ยวที่หัวหินกันอยู่แล้ว และมาลงตัวกับโครงการบ้านแสนงาม ของแสนสิริแห่งนี้ ด้วยทำเลที่มองเห็นวิวสวนที่เราชื่นชอบ เมื่อเห็นจึงตัดสินใจซื้อแบบไม่ลังเล" ภายในห้องขนาดกะทัดรัดแต่ยังคงฟังก์ชั่นอย่างต่อเนื่อง  บรรยากาศโดยรวมดูสดใส ด้วยโทนสีฟ้าขาวเป็นหลักเพื่อสื่อถึงหาดทราย และท้องทะเล เข้าสู่ส่วนแรกวางเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวแอลชิดติดผนัง พร้อมตู้ลอยสำหรับเก็บอุปกรณ์ทำครัว และชั้นสำหรับวางของตกแต่งกระจุกกระจิก ห้อยประดับด้วยโหลลูกโป่งหลากสี ถัดมาเป็นส่วนนั่งเล่นจัดวางโซฟาสีน้ำเงิน เชื่อมต่ออีกด้านจัดวางเดย์เบดหวายเสริมด้วยหมอนอิงสีส้มสด ที่จัดสรรให้อยู่ชิดกับประตูบานเลื่อนกระจกใสที่เผยให้เห็นสวนของโครงการภายนอก โดยผนังที่ดูเรียบโล่งถูกแต่งเติมด้วย มู่ลี่สีฟ้า เพิ่มกลิ่นอายแบบทะเลเข้ามาไว้ในห้องด้วยของตกแต่งอย่างห่วงยาง สมอเรือ พร้อมทั้งบิลต์อินเป็นชั้นวางของด้วย แผ่นไม้จัดแต่งด้วยหอประภาคาร เรือใบจำลอง กระตุ้นความรู้สึกให้มีชีวิตสร้างบรรยากาศที่ชวนหลับใหลเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของห้องนอนถูกแบ่งกั้นความเป็นส่วนตัวด้วยประตูกระจกใสบานเลื่อนดูโปร่งโล่งสบายตา ด้วยการวางเตียงนอนสีเสาเสริมด้วยผ้าม่านสีขาว บริเวณหัวเตียงแต่งเติมด้วยพังงาเรือ ปลาดาวหลากสี และตาข่ายสีขาวดูผ่อนคลายด้วยสีเหลืองนวลของแสงไฟ ถัดไปเป็นที่นั่งก่อด้วยกระเบื้องโมเสกสีฟ้าขาว เพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง ทั้งนี้ยังวางด้วยเบาะรองสีส้มเสริมด้วยหมอนอิงสีน้ำเงิน ให้เอนกายในอิริยาบถสบายๆ มองวิวสวนผ่านหน้าต่างกรจกบานสูง ทั้งนี้ในส่วนของระเบียงห้องพัก จัดสรรให้เป็นพื้นที่นั่งเล่น จัดวางโต๊ะกลางสีขาว พร้อมบีนแบ็กสีส้มสด ให้เพลิดเพลินกับการนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดรับลมชมวิวสวนก็สร้างความสุขกายสบายใจให้เจ้าของบ้านไม่น้อยเลยทีเดียว ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน September 2015 จาก Mbookstore คลิ๊ก

ลือ
กกต /  ข่าวเลือกตั้ง / 

เอกสารแชร์ว่อน อ้างเป็นของพนักงาน กกต. ขอความช่วยเหลือ หลังสำนักงานเล็งตัดเงินค่าตอบแทน-กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เหตุจากเหลือเงินสะสม 72 ล้าน  5,000 ล้านบาท รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารร้องขอความเป็นธรรมของพนักงาน กกต. ต่อคณะกรรมการ กกต.ในแอพพลิเคชั่นไลน์ ของผู้บริหารสำนักงานฯ และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกรณีที่สำนักงาน กกต.มีแนวความคิดที่จะตัดเงินค่าตอบแทนต่างๆ ของพนักงาน ทั้งเงินค่าครองชีพ เงินค่าตอบแทนประจำตำแหน่งของผู้บริหาร เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ปัจจุบัน สำนักงาน กกต.มีปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณค่อนข้างมาก เนื่องจากมีพนักงานทั้งประเทศ 2,500 คน งบประมาณประจำปีที่ขอไปทุกปี ปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดสรรเพียง 1,700-1,800 ล้านบาท โดยสำนักงบประมาณจะแจ้งให้ กกต.ใช้เงินเหลือจ่ายสะสมของกกต.ที่เหลือจากการจัดการเลือกตั้ง แล้วไม่ได้นำส่งคืนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนับแต่ก่อตั้งกกต. มีเงินเหลือจ่ายสะสมประมาณ 5,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2549-2559 กกต.ใช้เงินเหลือจ่ายสะสมที่มีไปในกิจการต่างๆอาทิ การก่อสร้างสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด การเลือกตั้งทั่วไปบางส่วน การเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในทุกครั้ง และที่สำคัญคือค่าตอบแทนต่างๆของพนักงาน กระทั่งปัจจุบัน กกต.เหลือเงินสะสมดังกล่าวอยู่เพียง 72 ล้านบาท ทางสำนักงานฯ จึงเห็นว่าการเงินของสำนักงานฯ อยู่ในภาวะวิกฤต จึงจำเป็นที่จะต้องลดรายจ่ายลงประกอบกับในส่วนของเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดีที่จ่ายให้พนักงานทุกระดับและลูกจ้างนั้น มีข้อท้วงติงจากสำนักงบประมาณและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในทำนองว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าวอาจะไม่ถูกต้อง เนื่องจากระเบียบการใช้จ่ายเงินดังกล่าวไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News