เลือกตั้ง2557

นวัตกรรมสุดล้ำของสิงคโปร์ นำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องสมุด
ประเทศสิงคโปร์ /  หุ่นยนต์ / 

ถ้าพูดถึงประเทศสิงคโปร์ เพื่อนๆ น้องๆ อาจจะคิดถึงยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ หรือ เมอร์ไลออน สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่า? ประเทศแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย ขึ้นชื่อว่าประชากรส่วนใหญ่ในประเทศรักการอ่านเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย จึงไม่แปลกที่หอสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์จะมีหนังสือมากกว่า 200,000 เล่มไว้บริการ และกำลังเป็นห้องสมุดแห่งอนาคตที่ไม่หยุดนิ่งอีกด้วย นวัตกรรมสุดล้ำของสิงคโปร์ นำหุ่นยนต์มาใช้ในห้องสมุด โดยสิงคโปร์เข้าใจถึงพฤติกรรมของคนในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป หลายคนไม่หันมาเข้าห้องสมุดเพราะหาข้อมูลได้สะดวกจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คอมพิวเตอร์พกพา และอุปกรณ์พกพาแพร่หลายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความง่ายในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จึงทำให้เรื่องการแปลงข้อมูลห้องสมุดเป็นดิจิตอล และนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ เหล่านี้เกิดขึ้นมานานมากกว่า 10 ปี ดังนั้น สิงคโปร์จึงสลัดภาพห้องสมุดแบบเดิมๆ จากห้องสมุดที่ผู้ใช้ต้องเดินหาหนังสือเอง และมาเข้าแถวเพื่อรอยืมจากบรรณารักษ์ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยการยืมคืน จากเครื่องยืมหนังสือด้วยตนเอง, ป้ายกำหนดรหัสประจำตัวด้วยคลื่นความถี่วิทยุแล้ว ล่าสุดคือการใช้โทรศัพท์มือถือในการยืมหนังสือ ซึ่งเป็นนวัตกรรมอีกขั้นในการยืมหนังสือที่เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2557 เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและยืมหนังสือได้ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดในห้องสมุด ด้วย "NLB Mobile App" จาก App store ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ได้รับรางวัลเกียรติคุณจากสมาคมห้องสมุดแห่งอเมริกา (American Library Association) ด้านโครงการนวัตกรรมห้องสมุดนานาชาติ พ.ศ.2558 ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ นวัตกรรมห้องสมุดเชิงกายภาพ ที่ NLB นอกจากจะมี "อุปกรณ์ระบุตำแหน่งแบบออนไลน์" ที่ช่วยลดระยะเวลาในการหาสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้บริการได้ โดยเมื่อผู้ใช้บริการต้องการสืบค้นเรื่องใด อุปกรณ์จะแสดงแผนที่ไปยังหนังสือหรือวัสดุนั้นบนระบบออนไลน์ทันที และยังมี "หุ่นยนต์อ่านชั้นหนังสือ" การทดลองใช้ "หุ่นยนต์อ่านชั้นหนังสือ" ช่วยให้ NLB สามารถอ่านหนังสือบนชั้นทั้งหมดในห้องสมุดแห่งหนึ่งด้วยระบบดิจิตอล โดยหุ่นยนต์สามารถระบุได้ว่าหนังสือเล่มใดอยู่บนชั้นที่ถูกต้อง และเป็นหนังสือของห้องสมุดนี้หรือห้องสมุดอื่นวางผิดชั้นหรือไม่ กระบวนการทั้งหมดสามารถทำเสร็จสิ้นภายในคืนเดียว ซึ่งหากงานนี้ทำโดยคณะเจ้าหน้าที่ห้องสมุด การตรวจสอบหนังสือทั้งหมดบนชั้นอาจกินเวลายาวนาน ในการทดลองใช้งาน หุ่นยนต์ทำงานในเวลากลางคืนหลังจากที่ห้องสมุดปิดทำการ ในวันนี้ NLB มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กว่า 3.5 ล้านเล่มที่ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้เสมอ และสิงคโปร์ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ ตอนนี้ NLB กำลังแสวงหาวิธีการเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นเนื้อหาที่เดิมสืบค้นไม่ได้ เช่น รูปภาพที่ไม่มีคำบรรยาย ซึ่งวิธีการหนึ่งคือการจับกลุ่มภาพที่เหมือนกัน นอกจากนี้ NLB ยังกำลังดำเนินการพัฒนาระบบการรู้จำใบหน้า (facial recognition) ลักษณะเด่นของบุคคล (prominent personalities) การประทับเวลา (timestamping) วิดีโอและโสตวัสดุ เพื่อให้การสืบค้นและค้นพบง่ายขึ้น การแปลภาษาด้วยเครื่อง (machine translation) ก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ NLB กำลังศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเข้าถึงทรัพยากรของ NLB ที่ปัจจุบันนี้ประกอบด้วย 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามลายู และภาษาทมิฬ ที่มาข้อมูลและภากจาก opengovasia, prachachat

Kingston DataTraveler microDuo 3C แฟลชไดรฟ์ขนาดกระทัดรัด
Kingston /  Kingston DataTraveler microDuo 3C / 

Kingston DataTraveler microDuo 3C แฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กกระทัดรัด อินเตอร์เฟซแบบคู่ USB Type-A และ Type-C ให้ความเร็วในการอ่านสูงสุดถึง 100MB/s น้ำหนักเบาและขนาดเล็ก จึงง่ายต่อการพกพา มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 16GB, 32GB และ 64GB USB Flash drive เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและพกพาสะดวก ด้วยขนาดที่เล็กกว่าฮาร์ดดิสก์ต่อภายนอกอยู่หลายเท่า แต่มีพื้นที่เก็บข้อมูลในระดับ GB บางรุ่นมาพร้อมความจุที่มากถึง 128GB ถือว่ามากพอสำหรับการเก็บข้อมูลทั่วไป และที่เป็นภาพถ่ายหรือวีดีโอขนาดใหญ่ สามารถให้การอ่านและเขียนข้อมูล (Read/ Write data) ได้รวดเร็ว ที่สำคัญยังใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถโอนถ่ายข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนได้ด้วยแฟลชไดรฟ์เพียงตัวเดียวเท่านั้น และที่สำคัญยังช่วยสำรองไฟล์ภาพหรือ วีดีโอ ในกรณีที่พื้นที่บนสมาร์ทโฟนไม่เพียงพอในการจัดเก็บ นอกจากนี้แฟลชไดรฟ์ยังรองรับการเชื่อมต่อพอร์ตมาตรฐาน USB ที่ใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กทั่วไปได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 หรือ USB 3.0 ที่ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล (Transfer) อย่างมีประสิทธิภาพ

ย้อนวัยเด็ก แสนซน โบว์ เมลดา นางเอกละครโนห์รา
ดาราวัยรุ่น /  ดาวมหาวิทยาลัย / 

ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทย ได้นำเสนอเรื่องราว ประวัติโบว์ เมลดา นางเอกหน้าใหม่ช่อง 7 อดีตสมาชิก Kiss Me Five กันไปแล้ว และกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในละครเรื่อง โนราห์ วันนี้เราเลยขอย้อนวัยเด็ก แสนซน โบว์ เมลดา นางเอกช่อง 7 สี กันค่ะ และต้องบอกนิดนึงว่า ดีกรีเธอไม่ธรรมดาจริงๆ ทั้งสวย น่ารัก ความสามารถเพียบ!! ย้อนวัยเด็ก แสนซน โบว์ เมลดา นางเอกช่อง 7 สี โบว์ เมลดา สุศรี เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2539 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อนที่หลายๆ คนจะรู้จักเธอนั้น เธอมีวีรกรรมในวัยเด็กมากมาย เช่น การหยิบขนมออกจากร้านค้าไปเลย แล้วไม่จ่ายเงิน รอให้แม่มาจ่ายทีหลัง หรือวีรกรรมฉี่ใส่กางเกงตอนเรียนอนุบาลเพราะเล่นซ่อนแอบกับเพื่อนอยู่ เป็นต้น เรียกได้ว่า เธอทั้งสวย ซน น่ารักใสๆ ได้หมดทุกสไตล์จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้ร่วมงานกิจกรรม โรงเรียน "ถือป้าย" อยู่ตลอด และเมื่อปี พ.ศ. 2547 เมลดา เคยติด 1 ใน 7 จากการประกวด Smile Kids บนเวที ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2004 เรียกว่าฉายแววตั้งแต่ยังเป็นเด็กกันเลยทีเดียว และเริ่มเข้าวงการบันเทิงโดยเป็นศิลปินสมาชิกเกิร์ลกรุป วง คิส มี ไฟฟ์ จากค่าย กามิกาเซ่เมื่อปี พ.ศ. 2553 ด้วยวัยเพียง 14 ปี อย่างเพลง Morning kiss, เพลง Ab (แอ๊บ) เป็นต้น และออกอัลบั้มร่วมกันกับพี่ๆ ค่าย กามิกาเซ่ ในชื่อ Seven days2 รวมระยะเวลาการเป็นนักร้องอยู่ 2 ปี ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปรับผิดชอบเรื่องเรียน จากนั้นปี พ.ศ. 2556 ด้วยความที่เธอน่ารักสมวัย สูง หุ่นดี เมลดาจึงเข้าประกวด ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2013 โดยมีคุณแม่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง พาเข้ามาประกวด และส่วนตัวโบว์ก็ชอบ อยากเป็นนางแบบ อยากเดินแบบ อยากถ่ายแบบ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ลงตัวเป๊ะ โบว์- น.ส.เมลดา สุศรี  สาวหน้าสวยหมายเลข 9 เจ้าของส่วนสูง 172 ซ.ม. อายุ 17 ปี  ศึกษาชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพ ก็ได้รับตำแหน่ง The Winner จากการประกวด ไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ ในปี 2013 จนเมื่อปี 2557 โบว์ได้ร่วมงานแสดงกับทางช่อง 7 สี จนได้ขึ้นแท่นนางเอก เรื่องใยกัลยา จนถึงปัจจุบันกับผลงานล่าสุด ละครเรื่องคาดเชือก ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้เธอยังได้มีโอกาสทำหน้าที่พิธีกร ผู้ประกาศรายการช่อง 7 ด้วย คราวนี้เราลองมาติดตาม การสัมภาษณ์ก่อนที่เธอจะเข้าสู่วงการบันเทิงและผลงานของสาว โบว์ เมลดา ในรายการคันปาก กันค่ะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูล wikipedia ภาพ โบว์ เมลดา สุศรี bowfc, @bow_maylada, kamikaza, ละครช่อง 7

ไข่มุก The Voice4 /  ไข่มุก รุ่งรัตน์

   คลอดแล้วซิงเกิ้ลใหม่จากเด็กสาวหน้าตาดี สายเลือกอีสาน ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช  หรือ ไข่มุก The Voice4 สาวเสียงทรงพลังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แถมพ่วงด้วยดีกรีจากเวที The voice ทีโค้ช โจอี้ บอย กดปุ่มเลือกตั้งแต่ท่อนแรก และมาโด่งดังแบบสุดๆ กับบทเพลงอีสานที่ใช้ในการแข่งขัน "ไสว่าบ่ถิ่มกัน" ที่ประทับใจคนดูจนมียอดวิวถึง 20 ล้านวิว ซึ่งสาวไขมุกได้บอกด้วยว่า ที่ร้องเพลงนี้ได้ดีก็เป็นเพราะว่านึกถึงแฟนหนุ่มที่จากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เธออินและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เต็มที่    วันนี้ ไข่มุก มีผลงานเพลงเป็นของตัวเองมาให้แฟนๆได้ฟังกันแล้ว กับซิงเกิ้ลแรกในชีวิต สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ โดย ไข่มุกเผยว่า “หลังจากการแข่งขันรายการ The Voice Thailand ได้จบลง ก็มีคนถามเข้ามามากเหลือเกินว่า เมื่อไหร่ไข่มุกจะมีงานเพลงออกมาให้ฟัง และจะเป็นแนวไหน ตอนนี้หายไปไหน ก็อยากจะบอกว่า ตอนนี้มีเพลงเป็นของตัวเองแล้วนะคะ กับซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า “สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ” ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้หายไปไหน ก็ไปทุ่มเททำเพลงนี้อยู่แหละค่ะ ซิงเกิ้ล “สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ” เป็นฝืมือการแต่งคำร้อง-ทำนองของ “จิมมี่ สุรชัย (จิมมี่ The voice3)” เรียบเรียงโดย “สร้างสรรค์ วัฒนกุล / วุฒิ วงศ์สรรเสริญ”    ความหมายก็ประมาณว่า ผู้หญิงขี้เหร่ กับ ผู้ชายหล่อ ที่หลอกให้เรารัก พอเจอคนใหม่ก็ตีจากเราไป ไม่ได้เสียใจนะแค่เจ็บใจ อะไรประมาณนี้ หลอกให้รักไม่พอยังหลอกว่าเราขี้เหร่ทั้ง ๆ ที่เราก็สวยปานญาญ่า (ยิ้ม) มันแอบมีกิมมิก มีมุกอยู่ในเนื้อเพลง ต้องลองฟังดูค่ะ และเพลงนี้ก็เป็นตัวตนเป็นทางของไข่มุกเลยค่ะ ภาษาอีสานมาเต็ม ๆ สำหรับใครที่รอคอยงานเพลงของไข่มุก วันนี้ก็มีมาให้ฟังกันแล้วนะคะ ตั้งใจมากๆ เป็นโจทย์ที่ยากอยู่เหมือนกัน เพราะคนที่ดูไข่มุกตอนร้องรอบ Knock Out คงลุ้นว่าเพลงแรกในชีวิตของไข่มุกจะออกมาเป็นยังไง ขอฝากผลงานเพลง “สาวขี้ฮ้ายกับอ้ายผู้หล่อ” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจพ่อแม่พี่น้องแฟนเพลงด้วยนะคะ สามารถขอเพลงได้ตามคลื่นวิทยุต่างๆ ทั่วประเทศแล้วค่ะ ฝากให้กำลังใจสาวขี้ฮ้ายผู้นี่นำเด้อจ้า ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ” ไข่มุกฝากเป็นกำลังใจและขอบคุณทิ้งท้าย

ไทยแลนด์แดนโซเชี่ยล!! Dtac เผยผลวิจัย คนไทยเป็นผู้ใช้งานดิจิทัลมากที่สุด
dtac /  ดีแทค / 

ดีแทคประกาศผลศึกษาที่จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับศูนย์วิจัยเทเลนอร์ โดยผลรายงานจาก 7 ประเทศในเอเชียและยุโรป พบว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเอเชียที่ใช้งานบนมือถือมีความหลากหลายและแตกต่างกันไปแม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกันและเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มยุโรป โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนของไทยเป็นทั้งผู้ใช้งานดิจิทัลที่ล้ำหน้าและใช้งานดิจิทัลทางอินเทอร์เน็ตมากสุด โดยมียอดการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุดติดอันดับทั้งวิดีโอและการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต ดีแทคโดยความร่วมมือกับศูนย์วิจัยเทเลนอร์ได้เริ่มดำเนินการศึกษาเมื่อไตรมาสที่ 4 ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมากับกลุ่มตัวอย่าง 5,600 รายในประเทศไทย มาเลเซีย ปากีสถาน เซอร์เบีย ฮังการี สวีเดน และนอร์เวย์ จากกลุ่มอายุ 16-35 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ประเทศไทยและเอเชีย ล้ำหน้ายุโรปในการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต จากการศึกษาพบว่ามีหลายประเทศจากการสำรวจ 7 ประเทศกำลังเพิ่มการก้าวสู่การใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตต่างๆ สำหรับในส่วนของประเทศไทยพบว่ามีการเติบโตการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทั้งรูปแบบการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตและวิดีโอคอลล์ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2557 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2558 ด้วยการใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 48% เป็น 65% และ 37% เป็น 52% ตามลำดับ โดยมีเพียง 3% กล่าวว่ายังไม่เคยใช้งานสื่อสารรูปแบบนี้ โดยประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่มีความถี่ในการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงสุดโดยมีจำนวน 86% ที่ใช้งานทุกวัน รองจากประเทศเซอร์เบีย 89% ในขณะที่ผลสำรวจของชาวไทยยังเชื่อว่าการใช้งานโทรศัพท์ด้วยเสียงยังเป็นบริการการสื่อสารที่สำคัญที่สุดของโทรศัพท์มือถืออยู่  ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจจากประเทศอื่นๆ ยกเว้นประเทศมาเลเซีย ที่กล่าวว่าแอปพลิเคชันส่งข้อความเป็นบริการสื่อสารที่สำคัญที่สุด การส่งข้อความทางอินเทอร์เน็ตนั้นมาแรงมาก ทั้งคนไทย (68%) และมาเลเซีย (71%) ที่ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาใช้แอปฯ ข้อความจำนวนหลายครั้งต่อวัน ทำสถิติแซงหน้า สวีเดน (44%) นอร์เวย์ (53%) เซอร์เบีย (76%) และฮังการี (60%) สำหรับความนิยมในการสื่อสารแบบข้อความของบุคคลบนโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชันที่นิยมสูงสุดในประเทศไทยคือ LINE ตามด้วย Facebook Messenger อย่างไรก็ตามความนิยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศที่ทำการาสำรวจมา โดยประเทศมาเลเซียนิยม WhatsApp, เซอร์เบียนิยม Viber และสวีเดนนิยมสื่อสารผ่านอีเมล

ย้อนรอยหลากหนังสุดเจ๋งของ ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์
Everybody Wants Some /  ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์

โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์ ส่วนหนึ่งจากบทความ "Boyhood กาลเวลา ความทรงจำ และการเติบโต" นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 151 (ส.ค. 2557) ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ ได้ชื่อว่าเป็นคนทำหนังที่ชอบผลิตงานออกมาหลากแนว และผลักขอบเขตของตัวเองอยู่เสมอ และเพื่อต้อนรับผลงานล่าสุดของเขาซึ่งกำลังจะเข้าฉายในบ้านเราอย่าง Everybody Wants Some!! เรามาย้อนรอยดูเส้นทางผู้กำกับของเขา ด้วยเหล่าผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขากันดีกว่า! “เหตุการณ์ใหญ่โตเกิดขึ้น พวกเราส่วนใหญ่ก็ได้แต่เฝ้ามองมัน คนที่ทำให้สิ่งต่างๆ กระเพื่อมได้จริงๆ มีแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นแหละ” ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ It’s Impossible to Learn to Plow by Reading Books (1988) It’s Impossible to Learn to Plow by Reading Books (1988) ผลงานชิ้นแรกที่เขาทั้งถ่าย (ด้วยกล้อง 8 มม.) ตัดต่อ และแสดงเอง หนังไม่มีพล็อตชัดเจน นอกจากถ่ายทอดให้เห็นเด็กมหาวิทยาลัยที่กำลังไปแฮงเอาต์กับเพื่อนในชนบท https://vimeo.com/70031451 Slacker (1991) ผลงานลำดับ 2 ที่ไม่มีพล็อตแน่ชัดอีกเช่นกัน ลิงค์เลเตอร์พาเราตามติดตัวละครที่เตร็ดเตร่ไปในออสตินอย่างไร้จุดหมาย เป็นอีกครั้งที่เขานำเสนอชีวิตสามัญธรรมดาให้คนดูมีส่วนร่วม จนมันกลายเป็นหนังอินดีที่แหวกเส้นทางในวงการให้ลิงเคลเตอร์ http://www.youtube.com/watch?v=r9f9M6UAYb0 Dazed and Confused (1993) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังวัยรุ่นที่จริงใจที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยหนังเล่าถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตในไฮสคูล โดยได้ดารา (ที่โด่งดังในเวลาต่อมา) มา แสดงได้ฮาสุดๆ ทั้ง แม็ตธิว แม็กคอนาเฮย์, เบน แอฟเฟล็ค, มิลา โจโววิช, พาร์คเกอร์ โพซีย์ โดยลิงเคลเตอร์กล่าวว่า Everybody Wants Some!! เปรียบได้ดังภาคต่อกลายๆ ของหนังเรื่องนี้ ที่เล่าถึงช่วงเวลา 3 วันสุดท้ายก่อนเปิดเทอมมหาวิทยาลัยวันแรกของกลุ่มเฟรซซี่ทีมเบสบอลมหาวิทยาลัย http://www.youtube.com/watch?v=3aQuvPlcB-8 Tape (2001) หนังดรามาถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอลซึ่งให้ภาพสุดดิบ เล่าถึงตัวละครแค่ 3 คนในห้องโรงแรมทั้งเรื่อง อีธาน ฮอว์ค กับ โรเบิร์ต ฌอน เลนเนิร์ด เล่นเป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่มานัดเจอกัน หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาและเริ่มมุ่งสู่ด้านมืดลึกลับเมื่อหญิงสาวที่ทั้งคู่เคยหมายปอง (อูมา เธอร์แมน) กลับมาอีกครั้ง http://www.youtube.com/watch?v=3AzZ6Fop4Eg Before Trilogy: โมงยามกับความรัก กาลเวลาเป็นสิ่งหนึ่งที่ลิงเคลเตอร์หมกมุ่นสำรวจ ว่ามันได้ผันผ่านและกร่อนเซาะการดำรงอยู่ของตัวเรากับความสัมพันธ์ของเราไปอย่างไรบ้าง ตัวอย่างสำคัญคือ ไตรภาค Before (Before Sunrise, Before Sunset, Before Midnight) ที่หยิบจับโมงยามในความสัมพันธ์ 18 ปีของเจสซีกับเซลีน (อีธาน ฮอว์ค กับ จูลี เดลพี ซึ่งนอกจากแสดงยังร่วมเขียนบทด้วยทุกครั้ง) มาเล่า ตั้งแต่ครั้งพวกเขาพบกันบนรถไฟและตกหลุมรัก กลับมาเจอกันอีกครั้งหลัง พลัดพราก และเผชิญกับความขัดแย้งหลังจากได้ครองคู่กันแล้ว โดยในขณะที่ตัวละครเติบโตไปตามวัย ลิงเคลเตอร์ ฮอว์ค เดลพี และตัวหนังเองก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ไตรภาค Before ได้กลายมาเป็นเรื่องราวความรักที่จับใจนักดูหนังหลายคน จนเราอาจเผลอคิดว่าลิงเคลเตอร์ได้ไอเดียที่จะเล่นกับเวลาใน Boyhood (ซึ่ง ออกมาหลังจาก Before Midnight เพียงปีเดียว) มาจากไตรภาคนี้รึเปล่า? …อย่าลืมว่าเขาเริ่มถ่าย Boyhood ตั้งแต่ปี 2002 ส่วน Before Sunset ออกฉายปี 2004 ดังนั้น ถ้าพูดให้ถูกกว่าคือ Boyhood ต่างหากที่ทำให้เขากับฮอว์คปิ๊งไอเดียในการสานต่อเรื่องราวให้แก่คู่รักแห่ง Before Sunrise จนได้ภาคต่ออีก 2 ภาค Waking Life (2001) ลิงเคลเตอร์ดลองใช้เทคนิค Rotoscope (ถ่ายคนแสดง แล้วนำมาวาดภาพลอกลายทีละเฟรม) เป็นครั้งแรก เล่าความฝันของชายหนุ่มที่กลายเป็นการเดินทางเชิงปรัชญาอันเต็มไปด้วยบทสนทนาถกเถียงถึงความเป็นจริง ความหมายของการดำรงอยู่ ธรรมชาติของความสัมพันธ์ ฯลฯ http://www.youtube.com/watch?v=uk2DeTet98o School of Rock (2003) หนังแมสส์ที่สุดของเขาซึ่งประสบความสำเร็จในการผสมความเป็นหนังตลาดเข้ากับธีมเฉพาะตัว นั่นคือเรื่องของการเติบโตและ การยืนหยัดยอมรับตนเองท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของโลก ด้วยเรื่องของร็อคสตาร์วอนนาบีที่ผันตัวเองมาเป็นครู (แจ็ค แบล็ค) แล้วนำดนตรีร็อคเข้ามากอบกู้ชีวิตตนเองและเด็กๆ ในชั้น http://www.youtube.com/watch?v=5afGGGsxvEA Fast Food Nation (2006) เขาดัดแปลงหนังสือแฉอุตสาหกรรมฟาสต์ฟูดและวัฒนธรรมการกินของอเมริกันชนของ เอริค ชลอสเซอร์ (ซึ่งมาเขียนบท ด้วย) ให้กลายเป็นหนังที่เล่าหลายเส้นเรื่องจากตัวละครหลายตัว แม้จะสับสนยุ่งเหยิง แต่หนังก็สร้างความประทับใจด้วยฉากน่ารักๆ ก่อนที่จะพาไปตีแผ่ให้เราเห็นกระบวนการ "กว่าจะเป็นเบอร์เกอร์" ขันชวนขนลุกและหดหู่ในตอนท้ายเรื่อง (T T) http://www.youtube.com/watch?v=xqQ8o5iykoE A Scanner Darkly (2006) หนังการ์ตูนไซ-ไฟดัดแปลงจากนิยายของ ฟิลิป เค ดิก นักเขียนแนวไซ-ไฟชื่อดังด้วยเทคนิค Rotoscope เล่าเรื่องของตำรวจลับสืบคดีค้ายาที่กลับติดยาซะเอง (คีอานู รีฟส์) จนเขารับรู้ความเป็นจริงและตัวตนของเขาเองบิดเบือน http://www.youtube.com/watch?v=TY5PpGQ2OWY Bernie (2011) หนังดรามาคอมิดีสร้างจากเรื่องจริง เล่าความสัมพันธ์ประหลาดระหว่างสัปเหร่อผู้สุภาพอ่อนโยน (แจ็ค แบล็ค) กับแม่ม่ายสูงวัย (เชอร์ลีย์ แม็กเคลน) ที่นำไปสู่อาชญากรรมสุดสะเทือนขวัญ (ที่เซอร์ฯ มากคือ เบอร์นีตัวจริงถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการลดโทษเหลือ 15 ปี โดย หนึ่งในเงื่อนไขของศาลก็คือเมื่อออกมาเขาต้องไปอยู่บ้านลิงเคลเตอร์!) http://www.youtube.com/watch?v=d8SlvooqgAw Boyhood (2014) Boyhood เป็นหมุดหมายสำคัญที่สร้างความแปลกใหม่แก่วงการหนัง และเป็นอีกหนึ่งเพชรประดับยอดมงกุฎบนเส้นทางการเป็นผู้กำกับของลิงเคลเตอร์ ที่สามารถกุมบังเหียนโปรเจ็กต์ซึ่งกินเวลายาวนานโดยไล่ถ่ายทำไปปีละนิดละหน่อย (ปีหนึ่งๆ ออกกองกัน 3-4 วัน) ตั้งแต่ปี 2002 จนเพิ่งมาปิดกล้องกันเมื่อตุลาคม 2013 ลิงเคลเตอร์กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่สำคัญจริงๆ มันเกิดรายล้อมเหตุการณ์ใหญ่ๆ เสมอ อย่างตอนผมเรียนจบ ช่วงสำคัญไม่ใช่ตอนขึ้นไปรับประกาศนียบัตรบนเวที แต่เป็นตอนที่นั่งอยู่ในรถกับคู่หูหลังจบพิธีนั่นไปแล้วต่างหาก ผมหลงใหลประวัติศาสตร์ในเวอร์ชันของคนตัวเล็กๆ มากกว่าของพวกคนตัวใหญ่ เหมือนที่ตอลสตอยเขียนถึงสงครามนโปเลียนโดยเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นรอบสงคราม เรื่องของปัจเจกบุคคลกับผลกระทบที่พวกเขาได้รับ เพราะนั่นไม่ใช่หรือ ที่คือวิถีชีวิตของเราในทุกเมื่อเชื่อวัน" http://www.youtube.com/watch?v=Y0oX0xiwOv8 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น เรียนจบ! ญาติ, เพื่อน ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น
KPN Award /  กนกฉัตร มารยาทอ่อน / 

ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เรียนจบแล้วจ้า!... ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น (กนกฉัตร มรรยาทอ่อน) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการแสดง เอกนาฏศิลป์สากล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา 2557 และได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี ร.ต.ต.บัญชา มรรยาทอ่อน(บิดา ที่ 3 จากขวา), นางมณีวรรณ มรรยาทอ่อน(มารดา ที่ 3 จากซ้าย), นางสาวหทัยชนก มรรยาทอ่อน(พี่สาว ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วยเพื่อนศิลปินในวงการบันเทิง อาทิ ดีเจ.ดาว ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, เฟื้อง เคพีเอ็น - รักชน พุทธรังสี และ บอม เคพีเอ็น - อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูล หอบช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร... เรียกว่าฝันเป็นจริง เพราะกว่า ไต้ฝุ่น จะได้ใบปริญญานี้มานอนกอดก็ใช้เวลาศึกษานานกว่า 5 ปี แต่ก็ไม่ทำให้ท้อเพราะอยากทำให้ครอบครัวภูมิใจ!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่
unseen /  ดอยหล่อ / 

อากาศเย็นๆ แบบนี้ หลายคนคงออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยภาคเหนือน่าจะได้รับความนิยมสุดๆ ซึ่งหากใครที่แวะเวียนไปเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมแวะเที่ยว อุทยานผาช่อ ดอยหล่อ แม่วาง เชียงใหม่ ด้วยนะคะ ภาพนี้อัพเดทเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ค่ะ เที่ยวชม หน้าผาอัศจรรย์ ผาช่อ ดอยหล่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง เชียงใหม่ ผาช่อ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝน จนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปี หรือพันปีก่อนบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้นๆ ผ่านกลายเวลาและถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายกับที่แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ หรือฝั่งต้าในจังหวัดพะเยา มีลวดลายที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มีความสูงราว 30 เมตร สูง เทียบเรือนยอดไม้ ครอบคลุมพื้นที่อาณาบริเวณกว้าง หากคุณจะมาชมผาช่อต้องขับรถมาที่ ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไกด์นำทางพาเดินเข้าไปชมผาช่อ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ครบ กิ่วเสือเต้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาเที่ยวควบกันได้กับผาช่อ เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับผาช่อ อยู่ห่างจากผาช่อประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลยางคราม , ตำบลเดียวกัน และมีความสวยงามไม่แพ้กัน ลวดลายแตกต่างออกไปแต่มีก้อนกรวดและหินที่มากกว่า มองเห็นได้ชัดเจนกว่าผาช่อและมีความสูงน้อยกว่าผาช่อ สำหรับคนที่มานอนค้างแรมที่อุทยานฯ วันแรกคุณอาจเลือกเที่ยวที่ดอยผาตั้ง โดยการเดินป่าค้างแรมบนเขา วันที่สองกลับลงจากดอยแล้วค่อยมาเที่ยวผาช่อแฃะกิ่วเสือเต้นก็ได้ ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 1,909 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยอินทนนท์จึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี สามารถมาเดินป่าชมทัศนียภาพได้อย่างสวยงาม ตามแนวสันเขามีลมพัดแรงจึงไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังทิวทัศน์ ชมวิวได้สวยตลอดเส้นทาง ส่วนใครที่ไม่อยากเดินดอยให้เมื่อย มาเที่ยวชมผาช่อเดินกลับเหนื่อยๆ ในอุทยานฯ ก็ยังมีน้ำตกหลายสายให้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายด้วย เช่น น้ำตกขุนป๊วย น้ำตกปลาดุกแดง น้ำตกโป่งน้อย น้ำตกโป่งสมิด ฯลฯ น้ำตกส่วนใหญ๋จะอยู๋ในเขตอำเภอแม่วาง แต่ที่นิยมมากคือ น้ำตกแม่วาง เพราะอยู่ใกล้กับผาช่อ เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 20 เมตร กว้างราว 10 เมตร น้ำไหลลาดลงแอ่งเบื้องล่าง บรรยากาศร่มรื่น มีน้ำไหลตลอดปี เหมาะเป็นที่มาคลายร้อนหลังจากเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ ได้ดีทีเดียว หากตัดโปรแกรมเดินป่าเที่ยวดอยผาตั้งออกไป คุณจะใช้เวลาเที่ยวชมฝาช่อและกิ่วเสือเต้นเกือบวัน จากนั้นช่วงบ่ายจึงขับรถไปเที่ยวที่ดอยอินทนน์ได้ เป็นโปรแกรมเที่ยวต่อเนื่องในเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่งของเชียงใหม่ การเดินทางไปผาช่อ ผาช่อ ตั้งอยู่ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติแม่วาง อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ระยะทาง 21 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปอำเภอแม่วางตามถนน รพช.12039 และถนน รพช. 10240 (แม่วิน – บ่อแก้ว) ระยะทางราว 36 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วาง เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง) ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : ตลอดปี สวยที่สุดในฤดูหนาว ข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org/ ภาพจากคุณ Fayo Oo

TOYO TIRES ปล่อยวิดีโอฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้
TOYO TIRES /  จิ้งจอกสยาม / 

TOYO TIRES ปล่อยวิดีโอ 'Surprising the World' พร้อมกันทั่วโลกฉลองความสำเร็จแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ โตโยไทร์  เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมา และได้พัฒนาความหลากหลายของแคมเปญร่วมกันกับสโมสรมาโดยตลอด เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเลสเตอร์ในปีร่วมกับแฟนฟุตบอลทั่วโลก  โตโยไทร์ ได้สร้างวิดีโอเพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จของสโมสร และปล่อยให้ชมกันทาง Youtube ในชื่อชุด ‘Surprising the world’ เป็นภาพยนตร์ขนาดสั้นที่อธิบายให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ เจมี วาร์ดี และความมุ่งมั่นของผู้จัดการสโมสร เคลาดิโอ รานิเอรี่ เพื่อเป็นการส่งมอบความเซอร์ไพรซ์อันพิเศษในครั้งนี้ให้กับแฟนๆทุกคน

นักข่าวหล่อบอกด้วย! ไดจิโร่ เอนามิ เยือนไทย 4 มิ.ย. นี้!!
Daijiro Enami /  J Series Festival / 

สาวไทยเตรียมกรี๊ด! ไดจิโร่ เอนามิ เยือนไทย ในงาน เจ ซีรีส์ เฟสติวัล 2016 (J Series Festival 2016) เมื่อ 2-3 ปีก่อน ชาวโชเชียลเน็ตเวิร์คคงไม่มีใครไม่รู้จัก ไดจิโร่ เอนามิ (Daijiro Enami) ผู้ประกาศข่าวหนุ่มหน้ามน ซึ่งกลายเป็น 'เน็ตไอดอล' ในชั่วข้ามคืน เมื่อภาพของเขาในฐานะผู้ประกาศข่าวในช่อง Fuji TV ปรากฏกายในช่วงเลือกตั้งและช่วงเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาสไตล์แดนปลาดิบ ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่และสาวเทียม เกิดอาการฟีเว่อร์กรี๊ดกร๊าดกันสุดๆ! จนต้องเข้าไปค้นหาประวัติผู้ประกาศข่าวหน้ามนคนนี้ จนพบว่า ไดจิโร่ เอนามิ เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 1985 สูง 180 เซนติเมตร พื้นเพเป็นคนจังหวัดคานากาว่า จบการศึกษามหาวิทยาลัยเคโอะ กรุ๊ปเลือดโอ ชอบกีฬาว่ายน้ำ และเขาร่วมงานกับ ฟูจิทีวี มาตั้งแต่ปี 2008... ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ ไดจิโร่ ยังเคยเป็นนักแสดงรับเชิญในซีรีย์เรื่อง Room of King (EP1) และเรื่อง Ninkyo Helper (EP1) ที่สำคัญเขายังเคยเป็นพิธีกรรายการ สวยสั่งได้ (Beauty Versus) ซึ่งออกอากาศในประเทศไทยและได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี และด้วยกระแสตอบรับจากชาวไทยนี่เอง ทำให้ ไดจิโร่ เอนามิ ได้รับตำแหน่งเป็น 'ทูตพิเศษการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประจำประเทศไทย' (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย) อีกด้วย แฟนๆ ไม่ต้องกรี๊ดเขาผ่านหน้าจออีกต่อไป! เพราะ ไดจิโร่ เอนามิ จะมาพบปะแฟนชาวไทยแบบเอ็กคลูซีฟ ในงาน เจ ซีรีส์ เฟสติวัล 2016 ให้แฟนๆ ได้ยลโฉม พร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่เห็นแล้วต้องใจละลาย!!... พร้อมรับความสนุกและความบันเทิงอย่างเต็มอิ่มกับการฉายภาพยนตร์ตัวอย่างซีรี่ย์จากประเทศญี่ปุ่นที่แฟนๆ ไม่ควรพลาด! พบกันในงาน เจ ซีรีส์ เฟสติวัล 2016 เสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2559 ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์ เธียเตอร์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เวลา 15.00 -17.00 น. เป็นต้นไป ใครที่มีบัตรแล้วก็ซุ่มซ้อมเสียงกันมาให้พร้อม แต่ถ้ายังไม่มีบัตรสามารถมาร่วมลุ้นกันได้หน้างานที่โรงภาพยนตร์สยามภาวลัยฯ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 13.00 น. หรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ 02-658-0555 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เตรียมคัมแบ็ค! วงในเผย ชัปปุยส์ เตรียมคืนทัพช้างศึกบู๊การ์ตา-ซาอุฯ
การ์ตา /  ชาริล ชัปปุยส์ / 

เเหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ยืนยันหนักเเน่นว่ากองกลางหน้าหล่อทัพช้างศึกยุทธหัตถี เตรียมมีชื่อกลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้งในทริปเยือนทวีปอาหรับ ชาริล ชัปปุยส์ ห้องเครื่องรูปหล่อสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ล่าสุดมีรายงานว่าเตรียมจะคัมเเบ็คกลับมาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกครั้ง หลังได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับต้นสังกัดในศึกโตโยต้า ไทยลีก กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิสเเลนด์วัย 24 ปีเพิ่งทำประตูได้ในรอบ 2 ปีเกมที่เอาชนะ บีบีซียู เอฟซี 2-1 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นประตูแรกอย่างเป็นทางการของเจ้าตัวในรอบ 699 วัน หลังจากยิงประตูสุดท้ายก่อนต้องพักยาว ให้ทีมชาติไทยไล่ตีไข่แตกทีมชาติมาเลเซีย 1-3 ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2557 กระทั้งมีรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในเเคมป์ช้างศึกเปิดเผยว่า “โค้ชซิโก้” เตรียมเรียกนักเตะคู่บุญรายนี้กลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง หลังติดตามฟอร์มว่ามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังโชว์ฟอร์มเยี่ยมกับทางต้นสังกัด เเละไม่เพียงเท่านั้นยังมีชื่อติดเป็น 1 ใน 35 คนที่ส่งไปเพื่อทำวีซ่าแล้วอีกด้วย สำหรับทีมชาติไทยมีเเผนประกาศรายชื่อ 23 เเข้งก่อนเดินทาง 7 วัน โดยมีคิวอุ่นเครื่องกับการ์ตาในวันที่ 24 สิงหาคม เเละมีโปรแกรมประเดิมสนามในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย บุกไปเยือนทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 1 กันยายนนี้

รอบ 17 ปี! กิเลน-พลังเอ็ม 8-3 สร้างสถิติใหม่ยิงเยอะสุดในไทยลีก
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด /  โอสถสภา เอ็ม 150 / 

ทุบสถิติใหม่ขึ้นบนโตโยต้า ไทยลีก เมื่อเกมที่เมืองทองเปิดรังถล่มโอสถ 8-3 กลายเป็นแมตซ์ที่ยิงประตูรวมกันมากสุดตลอดกาล สืบเนื่องจากเกมที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม โอสถสภาฯ 8-3 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา สร้างสถิติใหม่กลายเป็นแมตซ์ที่ยิงประตูรวมกันมากที่สุดตลอดกาล เเซงหน้าเกม ทหารอากาศ ที่ถล่ม ไดสตาร์ กรุงเทพ 10-0 เมื่อปีฤดูกาล 1998 (ไทยลีก ครั้งที่4) ไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว เเละถือเป็นการทำลายสถิติเดินในรอบกว่า 17 ปีเลยทีเดียว โดยสถิติที่ผ่านมา มีดังนี้ 11 ประตู เอสซีจี เมืองทอง 8-3 โอสถสภาฯ สมุทรปราการ (2559) 10 ประตู 
ทหารอากาศ 10-0 ไดสตาร์กรุงเทพฯ (2542) 9 ประตู สินธนา 5-4 ธนาคารกสิกรไทย (2540) องค์การโทรศัพท์ฯ 3-6 กทม. (2543) การท่าเรือ 5-4 โอสถสภาฯ (2546-47) บีอีซี เทโรศาสน 8-1 ทหารบก (2549) โอสถสภา สระบุรี 6-3 ศรีสะเกษ เอฟซี (2553) บีบีซียู เอฟซี 1–8 เอสซีจี เมืองทอง(2555) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 7-2 ชัยนาท เอฟซี (2555) ศรีสะเกษ เอฟซี 5–4 แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล (2557) โอสถสภาฯ สมุทรปราการ 3–6 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (2558) ขอบคุณข้อมูล : Kao Barley Jaroencher เครคิดภาพ : Osotspa M-150 Samutprakan FC

อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด
จันทบุรี /  ตราด / 

ช่วงนี้ถ้าใครอยากหาผลไม้อร่อยๆ ทานดับร้อน ต้องลองไปเที่ยวจังหวัดระยอง, จันทบุรี และตราด กันสิคะ เพราะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ทางสวนผลไม้ชนิดต่างๆ จะเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมสวน และให้เด็ดผลไม้กินกันสดๆ จากต้น เป็นเทศกาลสวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ที่คึกคักมากๆ! เอาล่ะตามเรามาดูกันดีกว่า กับ  20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ใครสะดวกที่ไหนไปที่นั่น รับรองดับกระหายได้แน่นอน ^^ อร่อยไม่อั้น! กับ 20 สวนผลไม้บุฟเฟ่ต์ ในระยอง จันทบุรี ตราด จังหวัดระยอง สวนสุภัทราแลนด์ สวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งรวบรวมไม้ผลเมืองร้อนไว้มากถึง 25 ชนิดบนเนื้อที่ 800 ไร่ เพื่อให้มีผลไม้ออกตลอดทั้งปี จากเดิมที่มีเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ เพิ่มเป็น องุ่น ขนุน ลำไย มะเฟือง มะพร้าว ลองกอง สละ แก้วมังกร ชมพู่ เป็นต้น ที่สวนสุภัทรามีบริการพาเราเข้าไปชมสวนด้วยรถรางค่ะ จะมีทั้งสวนเงาะ, ซุ้มกระท้อน, ศาลาองุ่น ฯ  นอกจากได้ชิมผลไม้สดๆ ถึงต้นแล้ว ยังได้ความรู้จากการดูงานวิชาการเชิงการเกษตรโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และชมสีสันหลากหลาย และความสวยงามของดอกกล้วยไม้ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผลิบานตลอดทั้งปีอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 300 บาท : 1.30 ชม. ที่ตั้ง : 70 หมู่ 10 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง (บนทางหลวงหมายเลข 3143) โทร. : 0-3889-2048-9, 08-9936-5933, 08-3111-0984 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.30 น. (สวนปิด 18.00 น.) รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suphattraland.com สวนมังคุดไทย (สวนคุณปัญญา) ที่นี่มีต้นมังคุดกว่า 300 ต้นค่ะ อีกทั้งผลไม้หลากหลายชนิดประกอบ ไม่ว่าจะเป็น มะยงชิด มะม่วง มะพร้าว เงาะ แต่จุดเด่นอยู่ที่ผลของมังคุดมีคุณภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องเนื้อแก้ว และยางนั่นเอง อีกทั้งการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดมังคุด ในงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ค่ะ แถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตามมาชิมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ที่นี่ได้อีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 150 บาท (กรุณาโทรจองก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น ที่ตั้ง : 31 หมู่ 4 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง การเดินทาง : ห่างจากย่านตัวเมืองระยองราว 11 กม. เดินทางจากย่านตัวเมืองบนทางหลวงหมายเลข 3138 ก่อนถึง อ.บ้านค่าย ราว 5 ก.ม. สังเกตุสามแยกมีป้ายบอกทางไปสวนมังคุดไทย และรูปปั้นมังคุดลูกใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 2 ก.ม. สวนมังคุดไทยอยู่หลัง อบต.หนองตะพ โทร. : 0-3862-8256, 08-1694-7527 สวนประสมทรัพย์ สวนประสมทรัพย เป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจำนวน 9 ไร่ โดยมีพื้นที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยรวมอยู่ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าได้มีไปเที่ยวที่นี่ก็สามารถค้างคืนได้ด้วย สำหรับพื้นที่สวนได้ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มังคุด ลองกอง ทุเรียน เงาะ กระท้อน และ มะยงชิด ซึ่งจะใช้สารที่สกัดจากธรรมชาติ และใช้ปุ๋ยชีวภาพในการกำจัดศัตรูพืช และการบำรุงรักษาไม้ผลค่ะ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลไม้จากสวนนี้ปลอดภัยจากสารพิษแน่นอน และมีรสชาติที่หอมหวานอร่อยอีกด้วย ราคา : บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคา 200 บาท, บุฟเฟ่ต์ผลไม้พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 6.00-18.00 น. ที่ตั้ง : 108/7 หมู่ 5 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ. ระยอง การเดินทาง : สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เข้าสู่ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี แล้ว เลี้ยวซ้ายมาตามถนนสายบ้านบึง-บ้านค่าย (3138) จนถึงทางแยกโรงเรียนหวายกอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายบางบุตร-วังจันทร์ (3471) พอถึงวัดหนองพะวาเลี้ยวขวา วิ่งมาประมาณ 300 เมตร แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายห้วงหิน-คลองโป่ง ขับมาเรื่อยๆ แล้วจะถึงสวนประสมทรัพย์ โทร. : 08-1481-6598, 08-1377-3056 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/pages/สวนประสมทรัพย์ สวนคุณไพบูลย์ สวนคุณไพบูลย์ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร จ.ระยอง จะเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมและรับประทานผลไม้สดๆจากต้นในประมาณกลางเดือน เมษายน 2557 เป็นต้นไป ซึ่งกลางพฤษภาคมเปิดสวนทุเรียนนกกระจิบรุ่นแรก บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ และสำหรับเดือนมิถุนายน จะเป็นบุฟเฟต์ผลไม้ ทุเรียนหมอนทอง, มังคุด, เงาะ และลองกอง ค่ะ ราคา : บุฟเฟ่ต์ทุเรียนนกกระจิบ ราคา 390 บาท, บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 21 หมู่ 4 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง 21000 การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง สังเกต สี่แยกทับมา ให้ขับตรงมา ขวามือจะพบ MAKRO เลยมาซ้ายมือจะพบ BIGC ให้ข้ามสะพานหน้า BIGC ขับตรงมา จะพบสี่แยกบ้านดอนให้ขับตรงมา และเตรียมชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านแลง (ไม่ขึ้นสะพาน) เข้าทางหลวงหมายเลข 3139 (ขวามือมีเซเว่นอีเลฟเว่น) เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้วให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จนพบสะพานข้ามบึงน้ำและมีร้านอาหารครัวสมใจอยู่ซ้ายมือ ขวามือเป็นวัดจุฬามุณี ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายมานาตาขวััญ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จะผ่านวัดนาตาขวัญอยู่ซ้ายมือ ผ่านโรงเรียนวัดนาตาขวัญ ผ่านร้านบุญช่วยการเกษตรอยู่ซ้ายมือ ปั้มสมจิตรบริการอยู่ขวามือ ให้เตรียมชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาข้างๆ ที่ทำการ อบต.นาตาขวัญ เมื่อเลี้ยวขวาเข้ามาแล้ว ขับตรงมาจนพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งมาประมาณ 500 เมตร จะพบป้ายชื่อสวนและทางเข้าสวนอยู่ขวามือ โทร. : 08-2210-0188, 08-7136-4883, 08-9535-7008, 08-6149-1772 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.paiboonrayong.com และ www.facebook.com/suanpaiboon สวนผู้ใหญ่สมควร (บ้านแลง) การมาชิมมังคุดที่นี่จะเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เพราะไฮไลท์ที่สำคัญของสวนผู้ใหญ่สมควรคือ “ต้นมังคุด 100 ปี” ซึ่งจะมีขนาดลำต้นใหญ่สูง และมีลักษณะเป็นพุ่มสวยงามค่ะ และลักษณะเด่นของมังคุด 100 ปี คือ จะมีเปลือกบาง หวานอร่อยกว่ามังคุดทั่วไป โดยลูกจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และผิวพรรณจะไม่นวลเนียนเท่าที่ควร แต่รับรองว่าถ้าใครได้ลิ้มลองแล้วจะต้องติดใจ หาไม่ได้อีกแล้วนะเออ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ที่ 3 บ้านหนองพญา ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสายสุขุมวิท (สาย 3) หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ผ่านบิ๊กซี ผ่านสี่แยกบ้านค่ายหลังจากนั้นชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกบ้านแลง ผ่านวัดจุฬามณี วัดบ้านแลง แล้วเลี้ยวขวาข้างคลองชลประทาน โดยตลอดเส้นทางจะมีป้ายบอกมายังสวนเป็นระยะ โทร. : 08-1761-9497, 08-1991-3233 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.facebook.com/SuanPuyaiSomkuan สวนยายดา-ป้าบุญชื่น สวนยายดาเป็นสวนผลไม้ผลแบบผสมผสานค่ะ จะมีทุเรียน และเงาะเป็นหลัก ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้ ทั้งกินอิ่ม และนอนเล่นได้ทั้งวัน พร้อมส้มตำบุฟเฟต์อีกด้วย สำหรับในปี 2557 นี้สวนจะเปิด 1พ.ค. นี้จนถึงประมาณ ต้นเดือน ก.ค. หรือจนกว่าผลไม้จะหมดค่ะ ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ ทางสวนจะมีตะกร้าผลไม้ให้เราไปเด็ดผลไม้จากใส่กระจาดแล้วไปชิมกันได้เลย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 30 ม.3 ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนยายดา โทร. : 0-3866-4369, 08-9099-1297, 08-9043-1330 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.suanyaida.net สวนปาหนัน ที่นี่เป็นสวนผลไม้เก่าแก่มากอีกแห่งหนึ่งของระยองค่ะ ทำสวนผลไม้ มามากกว่า 80 ปีแล้ว บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ทุเรียน แถมยังมีไฮไลท์ที่ป้าปาหนันภูมิใจนำเสนอ คือ ต้นมังคุดอายุเก่าแก่กว่า 99 ปี ปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นแม่อยู่ยืนต้นมาจนปัจจุบัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ในสวนผลไม้ด้วย ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : 60 ม.14 หมู่บ้านยายดา ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง การเดินทาง : เมื่อถึงระยอง ใช้ถนนสุขุมวิทเส้นทาง ระยอง-จันทบุรี (สาย 3) จนถึงตลาดผลไม้ตะพง แล้วจะเห็นทางเข้าสวนยายดาใช้ถนนสายตะพง-ยายดา ระยะทางเพียง 4 กม.ก็จะถึงสวนปาหนัน โทร. : 08-1300-9518, 08-1861-6927 สวนลุงทองใบ สวนลุงทองใบเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งในระยอง บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ภายในสวนมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง มะปราง และผลไม้แปรรูปอย่างทุเรียนกวน ทุเรียนทอด นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการปลูกสมุนไพรหลากชนิดไว้เพื่อศึกษาให้ลึกซึ้งถึงสรรพคุณ เช่น หนุมานประสานกาย, ฟ้าทะลายโจร, กระวาน, ทองพันชั่ง ฯ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง การเดินทาง : มาจากเมืองระยอง ตรงมาตลาดตะพง จนมาถึงการท่องเที่ยว ระยอง  สังเกตป้ายทางเข้าวัดยายดา จะมีป้ายทางเข้าสวนลุงทองใบด้วย เลี้ยวซ้ายเข้าไป แล้วก็ตรงไปตามทางเรื่อยๆ จนเจอวัดยายดา ให้เลียวขวา แล้วตรงไปหน่อย จะมีแยกออกซ้ายหน่อยๆ (มีป้ายบอกตลอด) แล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสวนลุงทองใบ โทร. : 08-3769-6172, 08-9810-6411 รายละเอียดเพิ่มเติม  : www.facebook.com/SwnLungThxngbi สวนผู้ใหญ่เสวต กิจกรรมของการมาเที่ยวสวนผู้ใหญ่เสวตรนี้นอกจากการชมสวน ชิมผลไม้ ตามปกติแล้ว เราจะยังได้ชิมขนมจีนข้าวกล้อง อาหารพื้นเมืองของระยองอีกด้วยค่ะ ซึ่ง "ขนมจีนข้าวกล้อง" นี้มีส่วนผสมของสมุนไพรจากป่าชุมชนของชาวบ้าน รับรองว่านอกจากถูกปาก ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 200 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-18.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) ที่ตั้ง : เขายายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โทร. : 08-9179-6288 สวนละไม  สวนผลไม้กว่า 500 ไร่ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ธรรมชาติอากาศเย็นสบายด้วยพรรณไม้นานาชนิด วางแผนการปลูกผลไม้เชิงท่องเที่ยวมามากกว่า 10 ปี มีผลไม้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ส้มโอ ชมพู่ ลำไย สละแก้วมังกร ลองกอง มะเฟือง มะยงชิด องุ่น ฯลฯ เป็นต้น สนุกกับบรรยากาศ และความสุขจากการเก็บผลไม้สดๆจากต้น สะดวกสบายด้วยรถบริการเข้าชมสวน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่นให้นมแพะ เป็นต้น สวนละไม จะแบ่งตามฤดูกาลต่างๆ เดือน เมษายน - สิงหาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูร้อน หน้าผลไม้ เงาะ มังคุด ทุเรียน สละ ลองกอง ลำไย ฯลฯสวนละไมจะมีกิจกรรม "เที่ยวชมสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้" และช่วงปลายปี เดือน ตุลาคม - มีนาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูฝนและหนาว สวนละไมจะมีเปิดกิจกรรมเที่ยวไร่สตอเบอร์รี่ พร้อมด้วยสวนส้มเขียวหวาน สวนลำไย สวนดอกไม้ และสวนหิน ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 300 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น ที่ตั้ง : 19/9 ถ.บ้านบึง-แกลง (สาย 344) ต.ป่ายุบใบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โทร. : 098-737-4983, 098-737-4984, 098-737-4985 รายละเอียดเพิ่มเติม  : http://www.suanlamai.com/, https://www.facebook.com/Suanlamai/ จังหวัดจันทบุรี สวนผู้ใหญ่คำนึง ที่นี่ถือว่าเป็นสวนแห่งปราชญ์ของจังหวัดจันทบุรี ที่ใช้ความรู้ความสามารถจากประสบการณ์ตรงลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จ และได้เปิดบ้านเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้สู่ผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ที่นี่ก็มีผลไม้มากมายให้เราได้ชิมจากต้นสดๆ ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด แก้วมังกร สละ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 99 บาท (กรุณาสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 6/1 หมู่ 12 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. : 08-9092-9596, 08-9099-0644, 0-3943-3088 สวนป้าแกลบ มาถึงสวนป้าแกลบ สิ่งที่ต้องลองคือ “ทุเรียน สแน็ค” ที่นี่จะเน้นการนำทุเรียนสดมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นเจ้าแรกที่นำออกมาในลักษณะนี้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีการทำน้ำพริกกุ้ง และน้ำพริกต่างๆ การทำทองม้วนไส้หมูหยอง คุกกี้สิงคโปร์ ฟักทองทอด ขนมผิง ทอฟฟี่รสชาติต่างๆ การผลิตน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาซักผ้า เป็นต้น ราคา : ฟรี (ไม่มีบุฟเฟ่ต์ผลไม้แต่มีสินค้าผลไม้แปรรูปให้เลือกซื้อได้) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : 43 ม.8 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โทร. : 0-3935-6945, 0-3932-0532, 08-6366-8002 วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักเขาบายศรี (บ้านแซงลึก) ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 150 บาท ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลเขาบายสี อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี โทร. :  08-6834-9604, 08-3078-8002 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-16.00 น. สวนโถทอง ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 100 บาท ที่ตั้ง : 8 หมู่ 10 ตำบลคมบาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โทร. : 0-3945-9339 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. (กรุณาโทรสอบถามวันเวลาเปิดจากทางสวนก่อนเดินทาง) สวนสาวสุดใจ ราคา : บุฟเฟต์ผลไม้ 199 บาท เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-18.00 น. ที่ตั้ง : หมู่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี การเดินทาง : มาถึงจันทบรี ตรงไป อ.ขลุง เลยน้ำตกพลิ้วไปเป็นแยกให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลยในแถบนั้นจะมีสวนผลไม้เต็มไปหมดตรงเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร สวนจะเข้าไปจากถนนเล็กน้อยทางด้านขวามือ โทร. : 08-1377-3190, 08-2208-9596, 0-3943-4092 รายละเอียดเพิ่มเติม : www.sawsudjai.com และ www.facebook.com/sawsudji สวนเคพี การ์เด้น จันทบุรี (KP Garden Chanthaburi) ราคา :  ท่านละ 320 บาท ที่ตั้ง : ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรี โทร. : 086 566 2419, 039-323291-10 เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/KPgarden , Line : @kpgrand จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ สวนสละสมโภชน์ เป็นสวนสละที่มีการดูแล การจัดการสวนอย่างดี คัดสรรคุณภาพตั้งแต่กระบวนการคัดเมล็ดพันธุ์ในการปลูก หรือแม้กระทั่งคัดเกสรไม้เพื่อใช้ในการผสมให้ติดลูก ทำให้เป็นสละที่มีรสชาติดี สวนสมโภชน์เป็นสวนสละคุณภาพ ที่เปิดขายสละพันธ์สุมาลี ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อกันได้ถึงหน้าสวน นอกจากนี้ยังมีสละแปรรูปอย่าง สละลอยแก้ว ซึ่งมีรสชาติหวานชื่นใจไว้ให้ทานกันอีกด้วยค่ะ ราคา : ไม่เสียคาเข้า (กรุณาโทรแจ้งทางสวนก่อนเดินทาง) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านท้ายวัง อ.เมือง จ.ตราด การเดินทาง : ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด สวนสละสมโภชน์ตั้งอยู่บ้านท้ายวัง ก่อนถึง อ.เมือง ตราด ประมาณ 7 กิโลเมตร ปากทางเข้าเป็นวัดวังกระแจะ ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสวนสละสมโภชน์ โทร. : 08-1438 -2015 สวนไพฑูรย์ สวนไพฑูรยมีพื้นที่กว่า 250 ไร่ เนรมิตเป็นสวนทุเรียนปลอดภัยหลากหลายสายพันธุ์ เน้นเฉพาะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนเท่านั้น แม้สวนไพฑูรย์จะเป็นสวนผลไม้เพื่อส่งออก 100% แต่ก็เปิดสวนสำหรับคนไทยที่ไปเป็นหมู่คณะเพื่อเรียนรู้ด้านการสวนผลไม้ปลอดสารพิษ และสวนผลไม้เพื่อส่งออกค่ะ ราคา : 100 บาท (กรุณาโทรสำรองล่วงหน้า 1 วัน) เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 7.00-17.00 น. ที่ตั้ง : บ้านทุ่งนนทรี หมู่ 8 ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด โทร. : 08-6006-0132 การเดินทาง ได้ 2 เส้นทาง คือ ทางรถยนต์วิ่งลัดเลาะตามสวนผลไม้ขนานกับแม่น้ำเขาสมิง แต่เส้นทางยังเป็นลูกรังเหมาะสำหรับรถยนต์ 4 ล้อมากกว่า ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งล่องแพหรือนั่งเรือ ไปตามลำน้ำของแม่น้ำเขาสมิงนั่นเอง ไปขึ้นท่าที่สวนไพฑูรย์พอดี ไปทางน้ำ ขึ้นแพที่ท่าแพ หรือท่าเรือเขาสมิง อยู่ด้านหลังของที่ว่าการอำเภอเขาสมิง จากนั้นเรือจะลากแพล่องไปตามลำน้ำที่ไหลเอื่อยตามความคดโค้งแห่งสายน้ำ ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้และสวนไม้ผลที่ขึ้นขนาบสองฟากแม่น้ำ สวนผลอำไพ ใครที่อยากมาชิมผลไม้สดๆ จากต้นก็สามารถเด็ดชิมได้เลย หรือถ้าไม่อยากไปเดินให้เมื่อย เขาก็มีโต๊ะบุฟเฟต์ผลไม้ที่ทางสวนเตรียมไว้ต้อนรับ มีครบ ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด สับประรด ลองกอง เลยทีเดียวค่ะ ที่ตั้ง : 205 หมู่ที่ 8  ต.ทุ่งนนทรี  อ.เขาสมิง  จ.ตราด โทร. : 0-3959-9110, 081-6563841 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/pft.orchard/ สวนคุณปู่ ราคา : ฟรี (เลือกซื้อผลไม้ได้ตามชอบใจ) ที่ตั้ง : ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง โทร. : 08-1865-8442 เวลาาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-17.00 น. ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ดีลล่ม! ส.บอลไม่ต่อสัญญา “วิคเตอร์” เล็งสองกุนซือสเปนเสียบ
บิ๊กป๋อม /  ปูลปิส / 

สมาคมฟุตบอลฯ ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา วิค เฮอร์มัน ด้าน "บิ๊กป๋อม" เตรียมทาบสองกุนซือคนใหม่ชาวสเปนอย่าง มิเกล โรดริโก้ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น และปูลปิส อดีตโค้ชทัพช้างศึกเข้ามาคุมทัพเเทน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ล่าสุดยืนยันไม่ต่อสัญญา วิคเตอร์ เฮอร์มัน หลังไร้วี่แววตอบรับคุมทีมฟุตซอลไทย พร้อมเล็งทาบสองกุนซือสเปน นำโดย มิเกล โรดริโก้ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น และปูลปิส อดีตโค้ชทีมชาติไทยเข้ามาคุมทีมเเทน ขณะที่ความพร้อมศึก 4 เส้าไทยแลนด์ไฟว์ได้ทาง คาซัคสถาน ตอบรับเข้าร่วมแข่งขันอีกทีม โดย "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลฯ เปิดเผยว่า “หลังจากการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ได้มีเเนวนโยบายจากสมาคมฯในการทบทวนสัญญาทุกๆฉบับ และนำมาพิจารณาถึงความเหมาะสมเพื่อที่จะดำเนินงานต่อตามที่ทราบทั่วกัน โดยหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องสัญญาของ วิค เฮอร์มัน ในการทำทีมฟุตซอลด้วย ซึ่งหลังจากการตรวจสัญญาฉบับเดิมของ วิค เฮอร์มัน กับสมาคมฯชุดเก่าแล้วนั้น พบว่ามีลักษณะเป็นเพียงบันทึกข้อตกลง ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งในเรื่องการทำงานรวมทั้งรวมทั้งรายละเอียดอื่นๆเหมือนสัญญาแบบมาตรฐานทั่วไป” “จึงได้ทำการเจรจากับวิคเตอร์ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพร้อมนำร่างสัญญาใหม่ที่มีรายละเอียดคลอบคลุมทุกเงื่อนไขเเละสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทางวิคเตอร์ก็ไม่ตอบรับกลับมาจนกระทั่งได้พูดเจรจากันอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.กับฝ่ายกฎหมายของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและวิค เฮอร์มันเพื่อสรุปการทําสัญญาฉบับใหม่โดยเร่งด่วน ทว่า วิคเตอร์ก็ยังนิ่งเฉย เราจึงมีความจำเป็นที่ต้องขอยกเลิกสัญญา เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือนเท่านั้นที่ทีมชาติไทยต้องเข้าแข่งขันฟุตซอลโลกที่ประเทศโคลัมเบียในเดือนกันยายน ซึ่งหากไม่ตัดสินใจจะมีผลกระทบกับการเตรียมทีมเป็นอย่างมาก” ประธานพัฒนาฟุตซอล กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากนี้สมาคมฯก็จะเป็นฝ่ายเจรจาในเรื่องของรายละเอียดต่างๆหลังจากยกเลิกสัญญา ส่วนตนก็จะรับหน้าที่หาผู้ฝึกสอนคนใหม่มาทำหน้าที่ ซึ่งตอนนี้ก็มี 2-3 คนที่เป็นตัวเลือกของเรา และก็ได้เจรจาเบื้องต้นไปเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว เป็นชาวสเปน 2 คนที่คุ้นชื่อกันดี อย่าง มิเกล โรดริโก้ อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่น รวมทั้งตัวเลือกที่ 2 ที่เราได้พูดคุยกับ ปูลปิส โค้ชจอมแทคติกที่เคยร่วมงานกันมาทั้งในนามทีมชาติ และสโมสร แต่ความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เพราะเขาก็ยังคงมีสัญญากับอุซเบกิสถาน และตัวเลือกที่ 3 ถ้าเราไม่สามารถหาโค้ชต่างชาติได้ ก็อาจใช้ทางเลือกผู้ฝึกสอนไทย และอีแผนสุดท้ายที่มองเอาไว้คือโค้ชจากอิหร่านที่คิดว่าน่าจะมาทำหน้าที่ได้เช่นกัน"  สำหรับความพร้อมการแข่งขัน 4 เส้า ไทยแลนด์ไฟว์ วันที่ 19-21 ส.ค. 2559 ณ บางกอก อารีน่า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปโคลอมเบีย หลังจากที่ก่อนหน้านี้อิหร่าน ตอบรับมาแล้วแต่ว่าอียิปต์ต้องถอนตัวออกจากศึก 4 เส้าเพราะจับสลากมาอยู่กลุ่มเดียวกันในเวิลด์คัพ ล่าสุดมีข่าวดีที่ได้ คาซัคสถาน อันดับ 9 ของโลก อีกหนึ่งยอดทีมจากยุโรปยืนยันมาอุ่นเครื่องที่ไทย โดยยังเหลืออีก 1 ทีมที่กำลังรอการตอบรับ

5 หนังผีการันตีความสามารถของ แน็ก แฟนฉัน
ตายโหง ตายเฮี้ยน /  บุปผาอาริกาโตะ / 

5 หนังผีการันตีความสามารถของ แน็ก แฟนฉัน เรียกได้ว่าเป็นซัมเมอร์สุดหลอนกันเลยทีเดียวสำหรับปีนี้ ที่ค่ายหนังทั้งไทยและเทศต่างตบเท้าส่งภาพยนตร์สยองขวัญเข้ามาเสิร์ฟในโรงภาพยนตร์บ้านเรากันแบบอาทิตย์ต่ออาทิตย์ และหนึ่งในค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่าง สหมงคลฟิล์ม เองก็ไม่พลาดที่จะส่งผีสาวยอดนิยมอย่างบุปผาราตรีเข้าร่วมปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย การกลับมาของผีสาวครั้งนี้ยกเครื่องใหม่โดยใช้ชื่อเรื่องว่า บุปผาอาริกาโตะ ซึ่งในภาคนี้นอกจากเราจะได้เห็นบุปผาคนใหม่แล้ว ยังถือเป็นการรวมตัวอีกครั้งหนึ่งของหนุ่ม ๆ แก๊งแฟนฉัน นำโดย แน็ก แฟนฉัน หรือ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ ปอทเจส นักแสดงมากความสามารถที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สยองขวัญมาแล้วมากมาย และภาพยนตร์ผี 5 เรื่องต่อไปนี้ได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงของหนุ่มมากความสามารถคนนี้ เด็กหอ (2549) เรื่องราวของ "ชาตรี" เด็กนักเรียนที่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในโรงเรียนประจำ และได้พบกับเพื่อนใหม่อย่าง "วิเชียร" โดยหารู้ไม่ว่าเพื่อนใหม่ของเขาไม่ใช่คนปกติทั่วไป และโรงเรียนแห่งนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากล ชีวิตของเด็กหออย่างชาตรีอาจไม่สนุกอย่างที่คิด ห้าแพร่ง ตอน Backpacker (2552) นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น 2 คน โบกรถบรรทุกที่แล่นผ่านมาเพื่อขอติดรถไปลงในตัวเมือง แต่ดันโชคร้ายต้องมาเจอเหตุการณ์สยองขวัญ ทันทีที่นักท่องเที่ยวทั้งสองขึ้นรถก็จะเป็นการเดินทางที่ทั้งคู่ต้องจดจำไปชั่วชีวิต ตายโหง ตายเฮี้ยน ตอน ซ่องผีท้าล้อซอย 9 (2557) ขึ้นชื่อว่า ‘ซ่อง’ ย่อมหมายถึงสถานที่ขายบริการที่มีทั้งหญิงที่อยู่ด้วยความเต็มใจและไม่เต็มใจ หากแต่เราจะเกิดอะไรขึ้นหากผู้มาใช้บริการต้องมากินอยู่หลับนอนโดยไม่รู้ว่าคู่ควงของตนเป็นคนหรือผี อาปัติ (2558) เด็กเกเรอย่าง ‘ซัน’ ถูกบังคับให้มาบวชอย่างไม่เต็มใจ ทำให้เขาละเมิดข้อปฏิบัติต่าง ๆ อย่างไม่รู้สึกผิด เหตุนี้เองที่นำให้ซันต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวสยองขวัญที่ถูกปกปิดไว้ภายในวัด บุปผาอาริกาโตะ (2559) ก๊วนเด็กหนุ่ม 6 คนเดินทางไปถ่าย MV กันไกลถึงประเทศญี่ปุ่น และได้เข้าพักที่ ‘ออสการ์ ลอดจ์’ บ้านพักที่ว่ากันว่ามีวิญญาณผีสาวที่บูชาความรักสิงสู่อยู่ เตรียมพิสูจน์ฝีมือการแสดงในภาพยนตร์ผีเรื่องล่าสุดของ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ ปอทเจส ได้ใน บุปผาอาริกาโตะ พร้อมกันทั่วประเทศ 5 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

มาสด้า3 รถยนต์ยอดนิยมของคนทั่วโลก
mazda /  มาสด้า / 

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ออกประกาศว่า รถยนต์นั่งมาสด้า3 ประสบความสำเร็จอย่างสูงมียอดการผลิตครบ 5 ล้านคันไปแล้วเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา รถยนต์นั่งมาสด้า3 ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญอย่างยิ่งของมาสด้า และมียอดการจำหน่ายถึงคิดเป็น 1 ใน 3 ของรถยนต์มาสด้าที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งมีสายการผลิตอยู่ที่ โรงงานโฮฟุ ประเทศญี่ปุ่น โรงงานฉางอันมาสด้าออโต้โมบิล ประเทศจีน โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย และโรงงานมาสด้า เด เม็กซิโก วีฮิเคิล โอเปอเรชั่น ประเทศเม็กซิโก นอกจากนี้ยังมีโรงงานประกอบรถยนต์ที่ประเทศมาเลเซียและเวียดนามอีกด้วย นับตั้งแต่รถมาสด้า3 เจนเนอเรชั่นแรก มาสด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบด้วยรูปลักษณ์อันสง่างามทรงพลัง ให้การตอบสนองการขับขี่เป็นเลิศ และให้สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ รถยนต์มาสด้า3 ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน คือ รถยนต์มาสด้า3 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2556 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และแนวทางการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ – Soul of Motion หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งในรถยนต์เจนเนอเรชั่นล่าสุดของมาสด้า มาสด้า3 นับเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและได้รับการชื่นชมยกย่องไปทั่วโลก สามารถพิชิตรางวัลอันทรงเกียรติต่างๆมากมาย อาทิ รถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดเยี่ยมจากประเทศแคนนาดา ประจำปี พ.ศ. 2556 (Canadian Car of the Year’s Best New Small Car) และรางวัล International Red Dot Design Award ในปี 2557 นอกจากนี้ยังติดอันดับ Top 3 หรือหนึ่งในสามอันดับสูงสุดของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกและรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลกในปี 2557 อีกด้วย ข่าว/ภาพ : www.mazda.co.th

คดีเพียบ! เเบนเกริกฤทธิ์1นัดหยามเปา,ผช.กิเลน-ฉลามโดน2นัด
ชลบุรี เอฟซี /  สมาคมฟุตบอล / 

ผลพิจารณาการลงโทษคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทสรุปผลประชุม ลงโทษแบนปรับหลายทีมในศึกไทยลีกเเละดิวิชั่น1ในสัปดาห์ 22 สรุปผลการพิจารณาการลงโทษ คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมการเลือกตั้ง อาคารบี ศูนย์ราชการฯ สโมสรโอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ เอฟซี กับ สโมสรชลบุรี เอฟซี นาทีที่ 90+3 นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้ออกนอกเขตเทคนิค เดินมาหาผู้ตัดสินที่ 4 และ หลังจบการแข่งขัน ผู้เล่นหมายเลข 4 นายเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้พูดจาไม่เหมาะสม และพร้อมทำสัญลักษณ์ของการรับเงิน ในระหว่างเดินทางเข้าห้องผู้ตัดสิน และมีการขัดขวางก่อนเข้าห้องพักผู้ตัดสิน นอกจากนี้นายจักรพันธ์ ปั่นปี ได้เข้ามาต่อว่าผู้ตัดสิน ผลการพิจารณา 1.ผู้เล่นหมายเลข 4 นายเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้พูดต่อผู้ตัดสินในลักษณะ เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยามผู้ตัดสิน โดยมีพยานหลักฐานปรากฎชัดตามรายงานของผู้ตัดสินซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำได้รายงานมาด้วยตนเอง มีความผิดตามข้อ 1.9 ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยามหรือการเหยียดผิวหรือเชื้อชาติต่อเจ้าหน้าที่ทีม หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน หรือนักกีฬา หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากายหรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้ทั้งภายในและภายนอกสนามแข่งขัน พิจารณาห้ามลงแข่งขันครั้งต่อไป 1 นัดและปรับเงิน 20,000 บาท 2 .นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้เข้ามาต่อว่าผู้ตัดสิน เห็นว่าเป็นการด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันด้วยถ้อยคำหยาบคาย มีพยานหลักฐานเป็นรายงานของผู้ตัดสินอย่างชัดเจน มีความผิดตามข้อ 2.7 ด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน นักกีฬา เจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาตินักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ หรือกองเชียรทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากายหรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้ พิจารณาห้ามลงทำหน้าที่ครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กับ สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี 

 นาทีที่ 38 ผู้เล่นหมายเลข 35 Mr. MARVIN OLALEKAN OGUNJIMI สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ถูกเปลี่ยนตัวออก จึงไม่พอใจเจ้าหน้าที่ทีม ได้แสดงกิริยาโดยการขว้างขวดน้ำลงพื้น ผลการพิจารณา ผู้เล่นหมายเลข 35 Mr. MARVIN OLALEKAN OGUNJIMI สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.8 แสดงกริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน ผู้เล่น เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน เช่น การเตะขวดน้ำ หรือกระทำการยั่วยุอันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสนามแข่งขันได้ เป็นต้น พิจารณาปรับเงิน 10,000 บาท หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ สโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด กับ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี 

 นาทีที่ 80 นายจักรพรรณ แก้วสังข์ทอง เจ้าหน้าที่ล่ามสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ได้เตะฟุตบอลเข้าไปในสนาม จึงเกิดการชะลอการเริ่มเล่น ผู้ตัดสินได้เชิญ นายจักรพรรณ แก้วสังข์ทอง เจ้าหน้าที่ล่ามสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ออกจากที่นั่งผู้เล่นสำรอง ผลการพิจารณา นายจักรพรรณ แก้วสังข์ทอง เจ้าหน้าที่ล่ามสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.3 เจ้าหน้าที่ทีมคนใดถูกผู้ตัดสินเชิญให้ออกไปจากที่นั่งผู้เล่นสำรองต้องพักการทำหน้าที่ 1 นัด สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ สโมสรฟุตบอลราชนาวี นายสันติ ไชยเผือก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เตะขวดน้ำ วิ่งลงมาต่อว่าผู้ตัดสิน ด้วยคำหยาบคายและ ปรบมือเป็นการเยาะเย้ยถากถาง ผลการพิจารณา นายสันติ ไชยเผือก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นความผิดตาม ข้อ 2.7 กรณีด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน นักกีฬา เจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาตินักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ หรือกองเชียรทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากายหรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้ โดยเหตุการณ์นี้ มีพยานหลักฐานปรากฏชัดตามรายงานของผู้ตัดสินซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำได้รายงานมาด้วย คณะกรรมการฯพิจารณา ห้ามลงทำหน้าที่ครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท

ณัทพงศ์ กด 16 อันเดอร์ แซงคว้าแชมป์  ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ สิงห์-แซท 2016
ณัทพงศ์ นิยมชน /  สิงห์ แซท แชมเปี้ยนชิพ / 

ณัทพงศ์ นิยมชน มาแรงวันสุดท้ายหวดโบกี้ฟรี 7 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วันแซงคว้าแชมป์ ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการแรกในชีวิตด้วยสกอร์ 16  อันเดอร์พาร์ 272 ทิ้งห่างอันดับสองถึง 4 สโตรค ในศึก สิงห์ แซท แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามมาเจสติค ครีก กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ณัทพงศ์ นิยมชน โปรวัย 28 ปีจากนครสวรรค์ ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการตามหลังผู้นำ 2 สโตรคเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วด้วยการเก็บ 5 เบอร์ดี้ในช่วงเก้าหลุมแรก ก่อนจบสกอร์รอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 65 จากการทำ 7 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ รวมสี่วันคว้าแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตไปครองด้วยสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 272 ชัยชนะรายการนี้ ณัทพงศ์ รับเงินรางวัลไปครอง 435,000 บาท ซึ่งนักกอล์ฟจากนครสวรรค์ที่ก่อนหน้านี้ทำผลงานดีที่สุดในไทยพีจีเอทัวร์คือการจบอันดับสองในการแข่งขันที่กบินทร์บุรี เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เปิดเผยว่า "ได้แชมป์วันนี้รู้สึกแบบบอกไม่ถูกเลยครับ แชมป์นี้สำหรับคุณพ่อและคุณแม่ครับ" ณัทพงศ์ ที่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วเพิ่งชนะรายการระดับอาชีพรายการแรกในชีวิตในเซอร์กิตอาเชียนพีจีเอทัวร์ที่มาเลเซีย ยังกล่าวต่ออีกว่า "ก่อนแข่งผมไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะ แต่อยากติดหนึ่งในห้า เพราะก๊วนหลังผมยังมีนักกอล์ฟเก่งๆอย่างพี่โจ๊ก (ชัพชัย นิราช) และโม (ธันยากร ครองผา) ก็เลยไม่คิดอะไรมากแค่ทำให้ดีที่สุด ทำให้เล่นค่อนข้างสบาย"  แชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์คนล่าสุดที่ตลอดทั้งสัปดาห์เสียไปเพียง 3 โบกี้ในรอบที่สองของการแข่งขันยังกล่าวด้วยว่า ตอนที่ผมขึ้นนำร่วมกับพี่เทพ (เทพบดินทร์ อัมรนันทน์) ก็ยังไม่คิดว่าจะได้แชมป์นะเพราะพี่เทพเขาตีดี จุดเปลี่ยนน่าจะอยู่ที่หลุม 14 ที่พี่เทพเขาเสียโบกี้ แล้วผมมาได้เบอร์ดี้ที่หลุม 15 ทำให้นำ 2 สโตรค ก็คิดว่าชนะแน่"  อันดับสองตามเข้ามาเท่ากัน 3 คน ประกอบด้วย ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ ที่หวดเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 66, ปริยะ ชุณหสวัสดิกุล ที่ทำเข้ามาอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 และ เทพบดินทร์ อัมรนันทน์ ที่ช่วงหนึ่งของรอบสุดท้ายขึ้นนำหรืออย่างน้อยนำร่วมแต่สุดท้ายจบเข้ามาเพียง 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วันมีคนละ 12 อันเดอร์พาร์ 276 แบ่งเงินรางวัลคนละ 188,000 บาท เทพบดินทร์ นักกอล์ฟวัย 31 ปีจากเชียงรายที่ขึ้นนำการแข่งขันที่หลุม 12 ก่อนจะมาแผ่วปลายเปิดเผยว่า "ตอนหลุม 12 ผมขึ้นนำ พอหลุม 13 เสียโบกี้ ตั้งแต่หลุม 13 เป็นต้นมาพัตต์ไม่ดีเลยครับ พัตต์ใกล้ๆไม่ลงเลยครับ หลุม 13 สามพัตต์  หลุม 14  ตีสองออนก็สามพัตต์อีก หลุม 15 เซฟพาร์พัตเตอร์หนึ่งไม่ลงอีก หลุม 18 ก็ออกสามพัตต์อีก" ทางด้าน นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย เผยหลังจบทัวร์นาเม้นต์แรกของตัวเองหลังได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯ ว่า สมาชิกให้การตอบรับที่ดี จะเห็นว่ามีนักกอล์ฟในรุ่นใหม่ขึ้นมา มีโอกาสมากขึ้น นี่คือแรงบันดาลใจที่ดี ขอบคุณทางผู้บริหารสนาม เดอะ มาเจสติค ครีก คันทรี่คลับ และหลายๆ สนามที่ให้การสนับสนุน อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่  ในอนาคตเราจะมีสนามแข่งขันสภาพดี ๆมีมาตรฐานให้เล่นมากขึ้นแน่นอน สำหรับสนามต่อไปของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ กำหนดจัดแข่งขันระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.59 ที่สนามกอล์ฟเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี