เลือกตั้ง2557

แฉ! ยุค
ชวลิต ชูขจร /  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / 

ปลัด ก.เกษตรฯ แฉ ราคายาง "ยุครัฐบาลปู" รับซื้อ 108 บาทต่อกก. หากขายตอนนี้ 80 บาทต่อกก.จะขาดทุนกว่า 1.4 พันล้าน  วันที่ 28 ม.ค.2558 นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงปัญหาในสัญญาการขายยางสต็อก 2.1 แสนตันให้กับประเทศจีน ที่อาจทำให้รัฐบาลไทยเสียเปรียบและขาดทุนจำนวนมากว่า ตรวจสอบพบว่า ผู้ทำสัญญาในการซื้อขายยางของไทยคือ องค์การสวนยาง (อสย.) ขณะนั้นคือ นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ซึ่งเป็นอดีต ผอ. อสย. โดยส่วนสัญญากำหนดราคาที่มีความแตกต่างกันกับหน้าสัญญา และให้ยึด ราคา ณ วันที่ลงนามในหนังสือแสดงการซื้อขาย วันที่ 13 ต.ค. 2557 คือ 50.95 บาท เป็นการซื้อขายและเป็นเกณฑ์​กับยางที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งเมื่อตรวจสอบคุณภาพยาง เป็นยางที่มีคุณภาพดีประมาณ 30% ของยางทั้งหมด โดยยางคุณภาพดีจะต้องยืนยันราคาขายตามสัญญา ซื้อขายที่ 63.56 บาทต่อกิโลกกรัม ในขณะนี้ขายไปแล้ว 377 ตัน ส่วนยางคุณภาพต่ำมีประมาณ 70% ได้ตกลงกันปรับลดในส่วนราคาตามกรอบเท่านั้น หากไม่ทำตามสัญญา และไม่รับมอบยาง จะต้องดำเนินการปรับบริษัทของจีน ส่วนสถานการณ์ราคารับซื้อยางในตลาดขณะนี้ น่าเป็นห่วง เนื่องจากการระบายยางออกนอกประเทศล้าช้ากว่าที่กำหนด จากนี้ต้องว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้จีนมารับยางที่เหลือ ซึ่งหากไม่รับในส่วนยางที่ไม่มีคุณภาพ ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ในประเทศ ส่วนยางที่มีคุณภาพ จะต้องเร่งขาย มิฉะนั้นจะเป็นปัญหากับราคายางในประเทศ นอกาจากนี้ พบว่า ยางในสต็อกจำนวน 2.1 แสนตัน ที่ตกค้างมาจากโครงการแทรกแซงราคายางในสมัยรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าแทรกแซงรับซื้อราคา 108 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ราคายางในท้องตลาดอยู่ที่ 80 บาท ในช่วงที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ และยังเป็นโครงการต่อเนื่องมาสมัยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นรมช.เกษตรฯ เข้ามารับซื้อต่อ ซึ่งหากขายให้กับประเทศจีนในราคาดังกล่าว จะทำให้โครงการนี้ในเบื้องต้นจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้านบาท ข้อมูล เดลินิวส์ MThai News

เร่งล่า ฆาตกามหื่น ไล่ฆ่าข่มขืนหญิงสูงวัย
ข่มขืน /  ข่มขืนคนแก่ / 

ตร.สอบสวนกลาง ประชุมด่วนล่าฆาตกามหื่นฆ่าข่มขืนหญิงชรา 9 คดี ลอยนวลกว่า 5ปี แต่เหิมย้อนมาก่อเหตุซ้ำอีก รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้มีการระดมกำลังไล่ล่าฆาตกามหื่นออกอาละวาดข่มขืนฆ่าหญิงชราในพื้นที่สมุทรสงคราม-นครปฐม หลังลอยนวลมากกว่า 5 ปี และกลับมาก่อเหตุซ้ำเมื่อช่วงคืนวันที่ 22 ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา จนสร้างความหวาดผวาให้กับคนในพื้นที่จำนวนมาก โดย พล.ต.ต. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เผยถึงแนวทางการไล่ล่าตัวคนร้ายว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้นำกำลังไปตรวจจุดเกิดเหตุต่างๆ พร้อมตรวจสภาพแวดล้อม เพื่อหาเส้นทางเข้าก่อเหตุและหลบหนี ซึ่งจากปากคำผู้เสียหายทราบว่า คนร้ายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ร่างกายบึกบึน มีกล้ามเนื้อซิกแพคบริเวณหน้าท้องด้วย ด้าน พ.ต.อ. อัคราเดช พิมลศรี รักษาการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม มั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน เพราะพบหลักฐานหลายอย่างในคดีนี้แล้ว MThai News

ขวัญชัย ไพรพนา /  คสช. / 

ขวัญชัย ไพรพนา ลั่น ประชาชนจะรัก "ยิ่งลักษณ์" มากขึ้น หลังถูกถอดถอน เปรียบ กรณี "ทักษิณ" ยิ่งแกล้งยิ่งมีคนรัก  ท้า คำตอบจะชัดเจน หากเปิดการเลือกตั้ง วันที่ 23 มกราคม 2558   ขวัญชัย ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยภายหลังจากรับฟังการแถลงปิดคดีถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า หากเป็นไปตามการคาดการณ์ พวกเราต้องอดทนให้ถึงที่สุด ตามที่ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  ออกมาชี้แจง ระบุ  พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องจำยอม ต้องปฏิบัติตามมติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่พวกเราต้องให้ความร่วมมือ สนับสนุนในการบริหารประเทศ  โดย เห็นว่า  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงในการแถลงปิดคดีได้ดีมาก   มีความชัดเจนทุกกระบวนความ เชื่อว่าธงที่นำมานั้นเป็นความชัดเจนที่สุด เพราะ สนช.ต้องเกรงต่ออำนาจ คสช. จากนี้ หลังการถอดถอนแล้ว ทางพวกเราไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากขอให้สังคมติดตามต่อไป เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึก สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้เป็นกระบวนการที่จะล้มคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกรังแกมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงวันนี้ ยังไม่ยอมยุติ และนั้นคือเหตุผลที่ทำให้ประชาชนรักพ.ต.ท. ทักษิณ มากขึ้น และกำลังจะรัก อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ มากขึ้นเช่นกัน และเชื่อมั่น หากวันใดที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด Mthai news 

ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชวนเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี จ่ายง่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส
ตั๋วเครื่องบิน /  สายการบินราคาถูก / 

“ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์” สายการบินราคาประหยัดรายแรก ที่ให้บริการเส้นทางบินระยะไกล ร่วมกับ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส”  นำเสนอนวัตกรรมในการจองที่นั่งและชำระค่าบัตรโดยสาร (Book&Pay) ในเส้นทางบินสู่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ของสายการบิน ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้ง่ายๆ เป็นครั้งแรก ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขาทั่วประเทศ  เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น เริ่ม 26 มกราคมนี้ พร้อมเปิดตัวโปรโมชั่นราคาประหยัด จองด่วนเฉพาะที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสเท่านั้น ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชวนเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี จ่ายง่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า ในฐานะสายการบินราคาประหยัดที่ให้บริการเส้นทางบินระยะไกลสู่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย เรารู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต่อยอดอีกหนึ่งความสะดวกสบายและทำให้ใครใคร… ก็บินได้ ในเส้นทางที่ไกลและตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น กับช่องทางใหม่ในการซื้อและชำระเงินค่าบัตรโดยสารใน 3 เส้นทางบินยอดนิยมของคนไทย อย่างกรุงโตเกียว นครโอซาก้า (ประเทศญี่ปุ่น) และกรุงโซล (ประเทศเกาหลี) ผ่านบริการของเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีอยู่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ เชื่อว่าจะเพิ่มความสะดวกสบายและเข้าถึงผู้ใช้บริการในหลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น “นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากบริการ Book&Pay เส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศของสายการบินแอร์เอเชียกับทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ทุกคนจะสามารถซื้อและชำระเงินค่าบัตรโดยสารของสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ สู่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ง่ายๆ ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขา รวมทั้งบริการโหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องได้สูงสุด 40 กิโลกรัม และบริการสั่งจองอาหารล่วงหน้าที่เราคัดมา 3 เมนูยอดนิยม ทั้ง ข้าวไก่เทอริยากิ ข้าวเหนียวไก่ย่าง และข้าวผัดกะเพราไก่ไข่เจียว โดยจองล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมงก็สามารถเดินทางได้เลย” “อย่างไรก็ตามไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์จะจัดโปรโมชั่นตั๋วราคาประหยัดที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดและขยายฐานผู้ใช้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นอีกทางเลือกของผู้โดยสาร นอกเหนือจากการสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ โมบาย หรือเคาน์เตอร์บริการต่างๆ” นายนัดดากล่าว ด้านนายวีรเดช อัครผลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าเคาน์เตอร์เซอร์วิสกว่า 9,900 สาขาทั่วประเทศ จะสามารถจองตั๋วเดินทางสู่ญี่ปุ่นและเกาหลี ของไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ได้ง่ายๆ รวมทั้งยังมีบริการเสริมต่างๆ ทั้งการโหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องและการสั่งจองอาหารล่วงหน้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในการเป็นผู้นำบริการสะดวกจองและจ่าย ที่เข้าถึงคนทั่วประเทศ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ของเรา “ขั้นตอนง่ายๆ ในการใช้บริการ Book&Pay กับไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ สู่ญี่ปุ่นและเกาหลี เริ่มจากการแจ้งพนักงานเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กรอกรายละเอียดการเดินทาง เลือกเส้นทางและเที่ยวบิน ทั้งนี้เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ท่านจะได้รับใบเสร็จใช้เป็น e-ticket ได้ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในการใช้บริการ เรามีการส่งข้อความ SMS ยืนยันอีกครั้ง โดยสามารถทำการซื้อตั๋วโดยสารได้สูงสุดถึง 4 ท่านต่อหนึ่งหมายเลขการจอง” นายวีรเดชกล่าว ทั้งนี้สำหรับการเปิดตัวบริการ Book&Pay ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส เส้นทางบินจากกรุงเทพฯสู่ญี่ปุ่นและเกาหลีของไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เป็นครั้งแรก ได้จัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษทันที 200 บาทต่อเที่ยวบิน และโปรโมชั่นเส้นทางบินใหม่ของไทยแอร์เอเชีย จากกรุงเทพฯ สู่น่าน เลย ร้อยเอ็ด และหลากหลายเส้นทาง เริ่มต้นเพียง 555 บาท จองด่วนตั้งแต่วันนี้ จนถึง 25 กุมภาพันธ์ 2558 และเดินทางตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2558 จองเลยที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขาทั่วประเทศเท่านั้น

ฮีโร่สาวน้อยวัยเพียง6ขวบ ช่วยเหลือเพื่อนชายร่วมห้องจนโลกยกย่อง
ฮีโร่สาวน้อย

ทางเว็บไซต์นิวส์เอสซี ของประเทศจีน ได้รายงานข่าวของ หวัง จื้อหยิง เด็กน้อยวัยกระเตาะ อายุเพียง 6 ขวบ จากมณฑลเสฉวน ทางตอนใต้ของประเทศจีน ได้ช่วยชีวิต หวัง เหยาหล่ง เพื่อนของเธอที่พลัดตกบ่อน้ำ ด้วยสองมือเปล่าของเธอเองเท่านั้น โดยเหตุได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2557 โดยตัว หวัง จื้อหยิง กับ หวัง เหยาหล่ง เป็นเพื่อนรักกันและเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกันในโรงเรียน ส่วนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในช่วงเย็นหลังจากที่เด็กทั้ง 2 คนทำการบ้านเสร็จแล้ว และออกไปเล่นในบริเวณใกล้ ๆ ที่เกิดเหตุ แต่แล้วเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายเหยียบวัชพืชตรงขอบบ่อแล้วลื่นพลัดตกลงไปในบ่อน้ำ พอเห็นว่าเพื่อนของเธออยู่ในอันตรายก็รีบยื่นมือให้เพื่อนรักจับเพื่อดึงเขาออกมาจากบ่อน้ำ แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดจึงไม่สามารถดึงตัวเหยาหล่งขึ้นมาได้สำเร็จ ได้แต่ใช้มือดึงเพื่อนไว้พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเลย จนเมื่อใกล้พลบค่ำ ทางด้านแม่ของจื้อหยิงรู้สึกผิดสังเกตที่ลูกสาวยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงได้ออกตามหา จนได้ยินเสียงอันอ่อนแรงของจื้อหยิงจึงรีบเข้าไปดู เห็นลูกสาวกำลังยื้อดึงเพื่อนรักอยู่ตรงขอบบ่อน้ำ จึงรีบเข้าไปหาแล้วรีบช่วยดึงตัวเด็กชายขึ้นมาทันที โดยกว่าแม่จะมาพบเข้านั้น เด็กหญิงได้ใช้สองมือน้อย ๆ ของเธอยื้อตัวเพื่อนรักไว้กว่า 40 นาทีแล้ว จากนั้น แม่ของเด็กน้อยทั้ง 2 คน ก็รีบพาเด็ก ๆ ไปล้างตัว ให้แช่น้ำอุ่น และดื่มเครื่องให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น จึงได้นำส่งไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเบื้องต้น โดยเหยาหล่งปลอดภัยดี ส่วนจื้อหยิงมีอาการปวดแขนจากกล้ามเนื้ออักเสบเพราะต้องออกแรงดึงตัวเพื่อนไว้เป็นเวลานาน แต่อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นความโชคดีของ เหยาหล่ง ที่รอดพ้นจากวินาทีชีวิตที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายได้อย่างหวุดหวิดที่สุด จากความช่วยเหลือของ จื้อหยิง เพื่อนรักของเขาเอง จน ณ เวลานี้ ทั้งคู่ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขดังเดิม

ละครเพลงครั้งใหญ่ ฉลอง 10 ปี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
กิจกรรมวัยรุ่น /  โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต

ห้ามพลาดงาน ละครเพลงครั้งใหญ่ ฉลอง 10 ปี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ในงาน “10th Year of Musical Journey” ซึ่งงานนี้ได้รวบรวมเพลงดังจากนวนิยายสุดคลาสสิกมาเพียบ!! ละครเพลงครั้งใหญ่ ฉลอง 10 ปี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ฉลองครบรอบ 10 ปีวันสถาปนาโรงเรียนฯ จัดการแสดงละครเพลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีในรูปแบบละครเพลงภาคภาษาอังกฤษ “10th Year of Musical Journey” ซึ่งจะรวบรวมความตื่นเต้นและความประทับใจ รวมถึงไฮไลท์ของละครเพลงจากนวนิยายคลาสสิคหลายเรื่อง ที่ได้มีการจัดแสดงมาแล้ว อาทิ บิวตี้แอนด์เดอะบีส ไลออนคิง แอนนี่ มู่หลาน และอะลาดิน มาจัดทำเป็นการแสดงละครเพลงชุดพิเศษในปีนี้ โดยเหล่านักแสดงจากศิษย์เก่าที่เคยร่วมงานตั้งแต่เรื่องแรกและศิษย์ปัจจุบัน จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ภายใต้การความคุมการแสดงโดย ยังพบกับ มิสเตอร์ ยูจีน เอสตากวิโอ ผู้อำนวยการภาควิชาดนตรี ผศ.ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิตให้เกียรติร่วมกำกับเพลง กำกับการแสดงโดย อาจารย์สุรุจ ทิพากรเสนี ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 19.00 น. ณ ศาลาดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองบัตรได้ที่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต โทร. 02-7927500-4 หรืออีเมล์มาที่ music@sbs.ac.th และ www.sbs.ac.th

ยิ่งลักษณ์ แจงปิดคดีจำนำข้าว ยันไม่มีสิทธิถอดถอนอีก
ข่าววันนี้ /  จำนำข้าว / 

เกาะติด! แถลงปิดคดียิ่งลักษณ์ ปมไม่ยับยั้งจำนำข้าว 11.50 น. ปธ.พรเพชร นัดที่ประชุม สนช. ลงมติถอดถอนยิ่งลักษณ์ ในวันพรุ่งนี้(23 ม.ค.) ยิ่งลักษณ์ แจงปิดคดีทุจริตจำนำข้าว ลั่นไม่มีสิทธิถอดถอนอีก เหตุ รธน. 50 ยุติแล้ว 11.20 น.  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นชี้แจงปิดคดีกรณีไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ต่อ สนช. แล้ว ภายหลัง นายวิชา มหาคุณ 1 ในคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงปิดในคดีเดียวกันแล้วเสร็จ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ เผยว่า รธน.ปี50สิ้นสุดแล้วไม่สามารถถอดถอนตนได้อีก และหากยังคิดถอดถอนจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และถือว่าเป็นการกระทำที่ซ้ำซ้อน เพราะตนไม่เหลือตำแหน่งไหนให้ถอดถอนแล้ว ทั้งนี้มีหลายประเด็นที่นายวิชา มหาคุณ พูด แต่ไม่เกี่ยวกับคดีถอดถอนนี้  เช่นตัวเลขปิดบัญชีของอนุกรรมการปิดบัญชียังไม่เป็นข้อสรุป ยังมีข้อโต้แย้งหลายประการ รวมไปถึงการไปแจ้งความของปลัดกระทรวงพาณิชย์ต่อความเสียหายในโครงการเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดไว้ ขณะเดียวกันสมาชิกจะเชื่อถือสำนวนและคำกล่าวของ ปปช.ได้อย่างไร ในเมื่อทางปงป.ช. ได้มีการตัดพยานเพื่อชี้แจงในคดี อีกทั้งพยานของป.ป.ช. ส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วย ซึ่งที่ผ่านมาหลังฝ่ายค้านอภิปราย รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการระบายข้าว ดังนั้นจึงอยากให้ตรวจสอบว่าการดำเนินการอะไรไปบ้างที่แสดงให้เห็นว่าเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะได้มีการตั้งกก.ตรวจสอบ ปรับปรุงการดำเนินโครงการเสมอมา "ดิฉันไม่เคยคิดโกง ไม่เคยปล่อยปละละเลย มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต จึงขอความเป็นธรรมจากสภา ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เราจะปล่อยให้ชาวนาหลังหักได้อย่างไร บ้านเมืองต้องมีกฎหมาย มีนิติรัฐ นิติธรรม เพื่อให้เกิดการปฏิรูป การปรองดอง เพื่อนำมาซึ่งสันติของคนในชาติ" ข้อมูลจาก Twitter @somroutai  วิชา แถลงปิดคดี ย้ำ โครงการจำนำข้าวทุจริตเชิงนโยบาย 11.10 น. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้แทนแถลงปิดคดี ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรํฐมนตรี กรณีทุจริตจำนำข้าว ชี้แจงว่า สนช. มีอำนาจอย่างเต็มที่ในการพิจารณาคดีนี้ และยืนยันว่า คณะกรรมการป.ป.ช. ให้ความเป็นธรรมตามหลักกฎหมายทุกประการ โดยระบุว่า โครงการนี้พรรคเพื่อไทยดำเนินการโดยใช้หลักประชานิยมนำการตลาด จนชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่การดำเนินนโยบายนี้มีวาระซ่อนเร้น เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย หลังจำนำราคาข้าวเปลือกทุกเมล็ดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดถึง1เท่าตัว ทำให้รัฐบาลกลายเป็นผู้ค้ารายใหญ่ จากพยานหลักฐานที่ป.ป.ช.ตรวจสอบพบว่า โครงการนี้ทำเป็นกระบวนการมีคนที่ได้ประโยชน์อยู่เบื้องหลังและยากที่จะตรวจสอบพบ กล่าวคือ เป็นการระบายข้าวให้กับเอกชนไทยในประเทศเพื่อนำไปขายทำกำไร คณะกรรมการปิดบัญชี ป.ป.ช. และ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ทำหนังสือและท้วงติงว่าขอให้ยกเลิกโครงการ แต่รัฐบาลสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ย้ำว่าเป็นนโยบายและสัญญาประชาคมไม่สามารถยกเลิกได้และเป็นประโยชน์กับชาวนา มีผลขาดทุนมหาศาล ทำให้รัฐบาลปัจจุบันต้องออกพันธบัตรมาชดใช้หนึ้ให้กับรัฐบาลของผู้ถูกกล่าวหา ส่วนประเด็นที่ผู้ที่ถูกกล่าวหา ระบุถึง การทำงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีไม่ถูกต้อง นายวิชา ยืนยันว่า บุคคลในคณะอนุกรรมการฯ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน คณะกรรมการป.ป.ช. จึงมีความเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิด เนื่องจาก ไม่ใช้อำนาจของนายกฯ ยับยั้งโครงการดังกล่าว กระบวนการในการถอดถอนเป็นการปักธงว่า คนที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องมีคุณธรรม จริยธรรมสูงสุดกว่าบุคลอื่นเพื่อที่จะได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้อื่นประพฤติปฎิบัติตาม ข้อมูลจาก เว็บไซต์ศูนย์ข่าวแปซิฟิก ................................................................................................. 09.30 น. ยิ่งลักษณ์ ถึงสภาแล้ว ยันพร้อมแจงปิดคดีเต็มที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงรัฐสภาแล้ว เพื่อเข้าชี้แจงปิดคดีกรณีไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าวต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. โดยการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เผยว่า พร้อมที่จะมาชี้แจงปิดคดีเต็มที่จึงเดินทางมาด้วยตนเอง และอยากขอความเป็นธรรมด้วย ส่วนการที่ไม่มาตอบข้อซักถามด้วยตนเองนั้น ยืนยันไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงตอบข้อซักถาม แต่เป็นเพราะข้อบังคับเปิดโอกาสให้มอบผู้แทนมาตอบแทนได้ จึงมอบรมต.มาแทน วันนี้ (22 ม.ค. 58) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะมีการแถลงปิดสำนวนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยการนี้ทางทีมทนายได้เผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมาแถลงปิดคดีด้วยตัวเองในเวลา 10.00น. ทั้งนี้มั่นใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ภาพจาก @Anuphan Chantana จะสามารถแถลงปิดคดีได้ เนื่องจากทีมทนายความได้รวบรวมข้อมูลมาเป็นอย่างนี้ ทั้งจากการแถลงเปิดคดี, การแถลงโต้แย้งข้อกล่าวหา และคำตอบจากการตั้งคำถาม 35 ข้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับน.ส.ยิ่งลักษณ์จะหยิบเรื่องใดมาใช้ในการแถลงปิดคดีบ้าง ขระที่บรรยากาศโดยทั่วไปบริเวณหน้ารัฐสภา ขระนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังรอบบริเวณดังกล่าวแล้ว เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายที่อาจเกิดจากมวลชนที่เดินทางเข้ามาให้กำลังอดีตนายกฯ เบื้องต้นเมื่อเวลา 08.48น. อดีตส.ส.เพื่อไทย-ทีมทนายความยิ่งลักษณ์ มาถึงสภาเพื่อรอต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว MThai news

ผลฟุตบอล แจ็คผู้ฆ่ายักษ์! แบร็ดฟอร์ดสุดสะเด่าบุกรัวสี่เม็ดถีบสิงห์ร่วงFAเหลือเชื่อ
จอห์น โอบี มิเกล /  ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา / 

ผลฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบที่ 4 วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2557 เชลซี 2-4 แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ ผู้ทำประตู: 1-0 แกรี่ เคฮิลล์ น.20 , 2-0 รามิเรส น.37 , 2-1 โจนาธาน สเตด น.40 , 2-2 ฟิลิเป้ โมเรอิส น.74 ,2-3 แอนดรูว์ ฮัลลิเดย์ น.81 ,4-2 มาร์ค เยสเตอร์ น.90 เวลา: 22.00 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ น่าจะเป็นผลฟุตบอลเอฟเอคัพที่พลิกล็อคมากที่สุดในประวัติศาสตร์อีกคู่หนึ่ง เมื่อ “สิงห์บูล” เชลซี ที่มีดีกรีเป็นถึงจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก พ่ายคารังให้กับ แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ ทีมจากลีกวันไปแบบสุดเหลือเชื่อ โดยเจ้าบ้านได้ประตูออกนำก่อนถึง2-0 จากการยิงของ แกรี่ เคฮิลล์ และ รามิเรส แต่จากนั้นอาคันตุกะจากลีกวันทำสิ่งที่เหลือเชื่อ ชนิดช็อคสายตาแฟนบอลทั้งโลกเมื่อ ไล่ยิง 4 ลูกรวดพลิกกลับมาเขี่ยทีมเต็งอย่าง เชลซี ให้จอดป้ายเอาไว้แค่รอบที่ 4 เท่านั้น รายชื่อ เชลซี: ปีเตอร์ เช็ก(GK),อันเดร คริสเตนเซ่น , เคิร์ท ซูม่า , แกรี่ เคฮิลล์ , เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,รามิเรซ , ออสการ์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , จอห์น โอบี มิเกล , ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา,โลอิก เรมี่ แบร็ดฟอร์ด ซิตี้: เบน วิลเลี่ยมส์(GK),สจ๊วร์ต ดาร์บี้, รอรี่ แม็คอาร์เดิ้ล, แอนดรูว์ เดวิส, เจมส์ เมเรดิธ,บิลลี่ น็อตต์ , แกรี่ ลิดเดิ้ล , ฟิลิเป้ โมเรอิส, แอนดรูว์ ฮัลลิเดย์,โจนาธาน สเตด, เจมส์ แฮนสัน

โปร่งใส! บังยี ส่อพ้นผิดกรณีพัทยา ฟ้องศาลเลือกนายกส.บอลทุจริต
ทุจริตการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย /  นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ / 

ความเคลื่อนไหวกรณี บริษัท สโมสรฟุตบอลพัทยา จำกัด ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ถึงการทุจริตการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายเข้าให้ปาดคำต่อคณะตุลาการ หลายรอบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ม.ค.58  บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ตัวแทนฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอล ได้เดินทางไปยังศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรับการไต่สวน จากการไตร่สวนครั้งนี้ ทางตุลาการได้เสนอความคิดเห็นว่า มติการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลนั้นชอบด้วยกฎหมาย ควรพิพากษายกฟ้อง ซึ่งทางศาลปกครอง จะมีการนัดฟังคำพิพากษา อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ก.พ.58 เวลา 13.30 น. ณ ห้องพิจารณา 9 ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ

ส.อ.ท.คอตก! ยอดผลิตรถยนต์ 57 พลาดเป้า
การส่งออก /  ข่าว / 

ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ 57 พลาดเป้า 1.88 ล้านคัน จากสาเหตุเศรษฐกิจชะลอฉุดกำลังซื้อ นายสุรพงษ์​ ไพสิฐพัฒนพงษ์​ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ปี 2557 อยู่ที่ 1,880,007 คัน ลดลงจากปี 2556 ประมาณ 23.49% จากที่เคยคาดว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ 2.1 ล้านคัน เนื่องจาก ยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศลดลง รวมถึงนโยบายรถยนต์คันเเรกหมดลง นอกจากนี้ เศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้ยอดขายในประเทศลดลง 33.7% หรือประมาณ 881,832 คัน ผลดังกล่าวทำให้การผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศปี 2557 อยู่ที่ระดับ 757,853 คัน หรือคิดเป็น 40.31% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2556 จำนวน 43.26% ขณะที่การผลิตเพื่อการส่งออกอยู่ที่ 1,122,154 คัน คิดเป็น 59.69% ของการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 0.08% สำหรับการส่งออกปี 2557 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 1,128,102 คัน คิดเป็น 100.53 ของยอดการผลิตเพื่อการส่งออก โดยส่งออกเทียบกับปี 2556 ไม่มีการเติบโต เนื่องจากเศรษฐกิจในตลาดออสเตรเลียและตลาดเอเชียชะลอตัว โดยมีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 527,423.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 2.97% MThai News

'มันนี่กูรู' ประสานเสียง กนง.ตรึงดอกเบี้ย
กนง. /  คลัง / 

ผู้เชียวชาญด้านการเงินประสานเสียง ฟันธง! กนง.ไม่ลอดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพราะไม่ช่วยส่งออก บาทไม่แข็งขึ้น เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้น นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยสายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ที่ 2% เพื่อรอดูความชัดเจนทางเศรษฐกิจก่อน โดยเชื่อว่าแบงก์ชาติกำลังติดตามดูความเคลื่อนไหวในตลาดเงิน ตลาดทุน โดยเฉพาะจากฝั่งยุโรป เพื่อดูว่าจะทำ QE หรือไม่ รวมทั้งรอดูการเลือกตั้งของกรีซว่าจะมีผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินยูโรอย่างไร ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จะแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยในรอบปีที่ผ่านมา ในวันที่ 16 กพ. ซึ่งหากนโยบายการเงินจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็น่าจะเป็นในรอบวันที่ 1 มีค.มากกว่า ด้านนางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ไทย เปิดเผยว่า กนง. น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เพราะธปท. มองว่าดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่แล้ว รวมถึงเศรษฐกิจไทยเริ่มที่จะฟื้นตัว และหากสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% อาจเป็นระดับที่ต่ำไปด้วย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นดอกเบี้ยนโยบายของไทยเริ่มขยับขึ้นเร็วสุดช่วงเดือนมิ.ย.58 คาดว่าจะปรับขึ้น 2 ครั้งเป็น 2.5% ภายในสิ้นปี ส่วนนายกำพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ และกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ เปิดเผยว่า กนง.น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เนื่องจากเป็นระดับที่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนั้น ก็ไม่สามารถทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นได้อย่างมีนัยยสำคัญ รวมถึงยังมองว่าประเด็นค่าเงินบาทที่อ่อนลงนั้นไม่มีน้ำหนักพอให้ลดดอกเบี้ยในตอนนี้ น่าจะเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์ที่จำเป็นกว่านี้มากกว่า ติดตามข่าวสาร 'การเงิน การคลัง' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

กมธ.เคาะ กกต.แจกใบเหลือง-ศาลแจกใบแดง
กกต /  กรรมการสรรหา / 

"นรีวรรณ" ย้ำ กกต. มีสิทธิ์ให้ใบเหลือง ส่วน ใบแดงให้ศาลแจกแทน เพิ่มกรรมการสรรหา กกต. จาก 7 เป็น 15 คน เหมาะสม รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคนที่ 4 เผยว่า วานนี้ (27/01/2558) มีการพิจารณาการยกร่างในประเด็นเกี่ยวกับกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีเนื้อหารายละเอียดค่อนข้างมาก เเละยอมรับว่ามีการลดอำนาจของ กกต. ให้เหลือเพียงการเลือกตั้งนั้น เป็นเพราะการทำงานของ กกต. นั้นไม่ควรจะทำงานทุกงานที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมดด้วยองค์กรเดียว โดยส่วนตัวไม่ได้กังวลว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในอนาคตนั้นจะมีปัญหาอะไรหลังจากมีหน่วยงานอื่นมาช่วยจัดการเลือกตั้งด้วย เพราะเเต่เดิมนั้นก็มีการใช้เจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานต่าง ๆ มาช่วย กกต. จัดการเลือกตั้งอยู่เเล้ว เพียงเเต่ทำงานภายใต้ชื่อ กกต. เท่านั้น เเต่ต่อไป จะมีการทำงานเเบบตรวจสอบกันมากขึ้น ส่วนสิทธิ์การให้ใบเหลืองใบเเดงนั้น ตนยืนยันว่า การให้ กกต. มีสิทธิ์ให้ใบเหลืองเท่านั้น เเต่กรณีใบเเดงต้องส่งไปที่ศาลนั้น จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะศาลเป็นองค์กรที่มีความไว้วางใจค่อนข้างสูง จะทำให้เรื่องความไว้วางใจมีมากขึ้นในการเลือกตั้ง เเละที่มาของ กกต. ที่จะเพิ่มที่มาของกรรมการการสรรหา กกต. จาก 7 เป็น 15 คนนั้น ถือว่าอยู่ในจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เเละจะทำให้การสรรหา กกต. มีความหลากหลายมากขึ้น

ผลฟุตบอล:เกือบไป! เมสซี่บอดโทษแต่ยังแก้ตัวซัดโทนบาร์ซ่าดับตราหมีศึกโกปานัดแรก
ดาเนียล อัลเวส /  บาร์เซโลน่า / 

ผลฟุตบอล โกปา เดลเรย์ รอบ 8ทีมสุดท้ายนัดแรก วันพุธที่ 21 มกราคม 2557 บาร์เซโลน่า 1-0 แอตเลติโก้ มาดริด ผู้ทำประตู: 1-0 ลีโอเนล เมสซี่ น.85 เวลา: 04.00 น. สนาม: คัมป์ นู ถ่ายทอดสด: RS sun channel ศึกฟุตบอลถ้วยโกปาเดลเรย์ รอบ8ทีมสุดท้ายนัดบิ๊กแมตท์ บาร์เซโลน่า ที่ผ่าน เอลเช่ มาได้ในรอบก่อนเปิดรัง คัมป์นู ต้อนรับ แอตเลตโก้ มาดริดที่หักด่าน ทีมแกร่งและคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง เรอัล มาดริด มาได้โดยทั้งคู่เพิ่งเจอกันมาในลาลีก้า และเป็นบาร์ซ่า ที่ถล่มเอาชนะไปได้ 3-1  เริ่มเกมส์นาทีที่ 4 เจ้าบ้านทักทายก่อนอย่างน่าลัว จากลูกยิงไกลแบบปั่นโค้งๆของ เนย์มาร์ แต่ แยน โอบลัค นายทวารทีมเยือนบินไปปัดทิ้งด้วยมือข้างเดียว ผ่าน 20 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่ส่วนทีมเยือนถอยไปตั้งรับและรอโต้กลับ นาที 35 อิวาน ราคิติช เบิ้ลบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้ว หลุยส์ ซัวเรซสอดตามช่องเข้าไปยิงวอลเลย์ตามน้ำแต่ข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง ก็ยังเป็น บาร์ซ่า ที่เดินเครื่องบุกใส่ แต่ก็ยังเจาะแนวรับของ แอตฯ มาดริด ที่วันนี้เล่นกันได้อย่างแข็งแกร่งเข้าไปลุ้นประตูออกนำไม่ได้ ช่วงท้ายเกมส์นาที 82 บาร์เซโลน่า ได้ประตูออกนำจนได้ เมื่อ เมสซี่ ซัดฟรีคิกติดกำแพง ติดบอลไปเข้าทาง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ที่อยู่ในกรอบเขตโทษ แล้ว ฆวนฟราน ไปหวดจากด้านหลัง ทำให้ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที ผู้เล่น  แอตมาดริด จะกรูกันเข้าไปประท้วงตามระเบียบแต่ ลีโอเนล เมสซี่ ไม่สนใจถือบอลไปยิงจังหวะแรกไปติดเซฟของ แยน โอบลัค แต่บอลไม่พ้นอันตราย มาเข้าทาง เมสซี่ สาวเท้าเข้าไปซ้ำจ่อคราวนี้ไม่เหลือซากเป็นประตูให้ บาร์เซโลน่า ขึ้นนำ 1-0 หมดเวลา บาร์เซโลน่า กุมความได้เปรียบเอาไว้ได้ก่อน เมื่อเปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ไปได้ก่อน 1-0 ซึ่ง "ตราหมี" จะได้แก้มือในบิเซนเต้กัลเลร่อนในสัปดาห์ถัดไปทันที รายชื่อ บาร์เซโลน่า:มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น(GK),จอร์ดี้ อัลบา,ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เคราร์ด ปิเก้, ดาเนียล อัลเวส,อิวาน ราคิติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,อันเดรส อิเนียสต้า, ลีโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ แอตเลติโก้ มาดริด: แยน โอบลัค(GK), ฆวนฟราน,ดิเอโก้ โกดิน, ดิเอโก้ โกดิน,กุยเยร์โม่ ชิเกร่า, กาบี้,มาริโอ ซัวเรซ, โกเก้, อาร์ด้า ตูราน, อองตวน กรีซมันน์,เฟอร์นันโด ตอร์เรส

ผลฟุตบอล แชมป์เก่าเกือบแย่!ปืนโตบุกสอยไบรท์ตันฉลุยเอฟเอคัพเสียว
คีแรน กิ๊บส์ /  ธีโอ วัลคอตต์ / 

ผลฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2557 ไบรท์ตัน 2-3 อาร์เซน่อล ผู้ทำประตู: 0-1 ธีโอ วัลคอตต์ น.2 , 0-2 เมซุต โอซิล น.25 , 1-2 โอ กราดี้ น.50 ,1-3 โธมัส โรซิคกี้ น.59, 2-3 แซม บัลด็อค น.74 เวลา: 23.00 น. สนาม: ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรสส์ คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ช่อง 7 ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ อังกฤษปีนี้บรรดาทีมเล็กๆ ต่างมาดีกันทั้งนั้น โดยเมื่อวานทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ต่างนัดกันตกรอบด้วยน้ำมือของคู่แข่งที่ต่ำชั้นกว่า แต่ แชมป์เก่าอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ไม่พลาดตามไปด้วย เมื่อบุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน ทีมอันดับที่ 19 ใน แชมเปี้ยนส์ชิพไปได้แบบเสียวไส้ 2-3 โดยได้ประตูออกนำไปก่อนจากดาวเตะที่หายหน้าหายต่อไปนานอย่าง ธีโอ วัลคอตต์ และ เมซุต โอซิล ก่อนที่เจ้าบ้านจะตีไข่แตกจาก โอ กราดี้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีม แต่ก็เป็นทีมเยือนที่หนีห่างไปอีก1-3จากการพังประตูของ โธมัส โรซิคกี้ เวลาที่เหลือเจ้าบ้านไม่มีอะไรจะเสีย หันมาลุยหนักและมาได้ประตูตีตื้นไล่มาเป็น 2-3 จาก แซม บัลด็อค แต่ก็ไล่ไม่ทัน หมดเวลา อาร์เซน่อลแชมป์เก่ายังอยูในเส้นทางป้องกันแชมป์โดยผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 ไปแบบหืดจับเล็กน้อย รายชื่อ ไบรท์ตัน: เดวิด สต็อกเดล(GK),บรูโน่ ซัลตอร์ , กอร์ดอน เกรียร์ , เลวิส ดังค์, โจ เบ็นเน็ตต์,แดนนี่ ฮอลล่า , โรฮัน อินซ์ ,คัลเดร่อน , เจค ฟอร์สเตอร์-คาสคีย์ , แซม บัลด็อค,โอ กราดี้ อาร์เซน่อล: วอจเซียค เซสนี่(GK), คาลัม แชมเบอร์ส , โลล็อง คอสเชียลนี่ , นาโช มอนเรอัล , คีแรน กิ๊บส์,ฟลามินี่ , ธีโอ วัลคอตต์ , อารอน แรมซี่ย์ , เมซุต โอซิล , โธมัส โรซิคกี้,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผลฟุตบอล :เสียเวลานอน!ผีแดงสุดฝืดบุกเจ๊าแคมบริดจ์เหนื่อยนัดรีเพลย์ต่อ
ดาลี่ย์ บลินด์ /  ผลบอลเอฟเอคัพ / 

ผลฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบที่ 4 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2557 แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: เวลา: 02.55 น. สนาม: แอ็บบี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ช่อง7 ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพอังกฤษรอบที่ 4 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 4 ในพรีเมียร์ลีกบุกไปเสมอกับ แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 12 ในลีกทูแบบไร้สกอร์ 0-0 เริ่มเกมส์ โอกาสครั้งแรกของเกมส์เป็นของทีมเยือน เมื่อ อัตนัน ยานาไซ ที่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงอีกครั้งในรอบหลายนัดดึงจังหวะจ่ายบอลให้ ดาลี่ย์ บลินด์ หลุดทะลุขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอลเข้ากลาง แต่บอลติดบล็อกมาเข้าทางเลยจัดการยิงสวน บอลติดเซฟของ คริส ดันน์ ผ่าน 20 นาที แมนฯยูไนเต็ด ไม่ได้เหนือกว่าเจ้าบ้านจากลีกทูมากมายนัก นาที 21 อันตัน ยานาไซ ได้โอกาสลองส่อง เมื่อวิ่งไปเก็บตกบอลที่ กองหลังสกัดไม่ขาดแล้วยิงสวนแต่บอลไร้น้ำหนัก นาที 30 ทีมเยือนเกือบโดนเจ้าบ้านช็อค เมื่อกองหลังสกัดลุกเตะมุมไม่ขาดแล้วบอลมาเข้าทาง โจส์ท คัลสัน ได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ นาที 43 ผีแดงได้ฟรีคิกระยะประมาณ 28 หลาเยื้องไปทางขวาเล็กน้อย อังเคล ดิมาเรีย นักเตะค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษปั่นหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0 กลับมาสู้กันต่อครึ่งหลังโอกาสครั้งแรกของ แมนฯยูไนเต็ด ที่บุกไม่ค่อยขึ้นต้องรอถึงนาที 61 เมื่อ ไมเคิล คาร์ริค จ่ายบอลยัดให้ ราดาเมล ฟัลเกา พลิกบอลหนีผู้เล่นของ แคมบริดจ์ เข้าไปยิงด้วยขวาแต่บอลยังไปติดเซฟด้วยปลายมือของ ริชาร์ด ดันน์ อีกครั้ง นาที 70 ตัวสำรองอย่าง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ได้โอกาสซัด แต่ก็ยังข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมส์ ปีศาจแดงพยายามบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่เฉียบคมพอ หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำอะไร แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เสมอกันไป 0-0 ต้องกลับไปเล่นนัดรีเพลย์ที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด รายชื่อ แคมบริดจ์ ยูไยเต็ด: คริส ดันน์(GK),ริชาร์ด ทาร์ท, เกล เทย์เลอร์, โจส์ท คัลสัน, ไรอัน โรนัลสัน,ทอม แชมเปี้ยนส์, ทอม อิเลียต,เลียม ฮิวส์,ไมเคิล นีลสัน,คาเมรอน แม็คจีฮัน,ซัลลี่ ไคไค แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา(GK), ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ,อันนีโอ วาเลนเซีย, ดาลี่ย์ บลินด์,ไมเคิล คาร์ริค, อังเคล ดิมาเรีย,มารูยาน เฟลไลนี่, อัตนัน ยานาไซ, เจมส์ วิลสัน, ราดาเมล ฟัลเกา

ย้อนรอยคำทำนายหมอดูอีที ลั่นปี58รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตกต่ำไม่เหลือซาก
ถอดถอน /  ป.ป.ช. / 

ย้อนคำทำนาย หมอดูอีที ผู้เคยกล่าวไว้ว่า ในปี 2558 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเข้าสู่ยุคตกต่ำ  วันนี้(23)หลังจากเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา สนช.ลงมติถอดถอนน.ส. ยิ่งลักษณ์ด้วยคะแนน 190 ต่อ 18 ซึ่งจะทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2556  ซึ่งเป็นเวลาก่อนจะมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. นายวรธนัท อัศกุลโกวิท หรือ อาจารย์หม่า ปรมาจารย์ฮวงจุ้ย ได้มีการให้สัมภาษณ์ว่า ได้เดินทางไปพบกับหมอดูอีที หมอดูชื่อดังชาวพม่า เคยทำนายดวงประเทศไทยไว้บางช่วงว่า จะมีการต่อสู้กันเองของคนในประเทศจนทำให้ประเทศไทยได้รับความเสียหาย และขณะนั้นถือเป็นจุดต่ำสุดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่หลังจากนั้นไปประเทศไทยก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี เริ่มจากเดือนสิงหาคมจะเป็นจุดเริ่มต้นของคนในประเทศไทย จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 6-9เดือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทางในปี พ.ศ.2557 ทั้งปีจะมีการเปลี่ยนแปลง และในปี พ.ศ.2558  ผู้มีอำนาจรัฐบาลปัจจุบันจะสูญหายไม่เหลือซาก โดยหมอดูอีทีไม่ได้ระบุว่าเสียชีวิต หรือต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ และในปี พ.ศ.2559 ประเทศไทยจะเป็นดั่งฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยประชาชนไม่ใช่กองทัพทหาร และสำหรับหมอดูอีที เป็นหมอดูชาวพม่าที่มีความพิการทั้งเป็นใบ้ หูหนวก มือเท้าหงิก ก่อนหน้านี้เคยทำนายดวงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไว้ด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกยูทูป ปภินวิทย์ รมย์รวินท์ .................................................................................................................................... หมอดูอีที ผู้หยั่งรู้ ประวัติความเป็นมา

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ดุสิตโพลเผย คนเชื่อมี คสช. ทำประเทศสงบ แต่ยังห่วงของแพง
ของแพง /  คสช. / 

สวนดุสิตโพล เผย หลังมีการทำรัฐประหาร ประชาชนมองบ้านเมืองสงบ เเต่ติดใจเรื่องค่าครองชีพราคาสินค้ายังสูง “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,317 คน ระหว่างวันที่ 20-24 มกราคม 2558 เกี่ยวกับประเด็นหลังมีการทำรัฐประหาร โดยคณะ คสช. ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 22 พฤษภาคม 2557 สถานการณ์ในภาพรวมที่ผ่านมาทั้งด้านบ้านเมือง การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมนั้น มีเรื่องอะไรบ้างที่จะดีขึ้นหรือจะแย่ลงไปกว่าเดิม สรุปผลได้ดังนี้ สิ่งที่ดีขึ้น อันดับ 1 บ้านเมืองไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย ไม่มีการชุมนุมประท้วง 84.97% อันดับ 2 ราคาน้ำมันลดลง มีการปรับขึ้นเงินเดือนราชการ 83.83% อันดับ 3 ประชาชนมีความสุข สบายใจ ใช้ชีวิตเป็นปกติ 79.50% อันดับ 4 การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น 78.82% อันดับ 5 การจัดระเบียบต่าง ๆ เช่น รถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ ทางเท้า ชายหาด ฯลฯ 75.91% เเละสิ่งที่เเย่ลง คือ อันดับ 1 ของแพง ค่าครองชีพสูง พ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า 87.24% อันดับ 2 จำกัดสิทธิเสรีภาพเเละการแสดงความคิดเห็น 80.18% อันดับ 3 ภาพลักษณ์ประเทศในสายตาต่างชาติ 76.08% อันดับ 4 ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ การส่งออกไม่ดี 65.15% อันดับ 5 การแก้ไขปัญหาไฟใต้ 64.01%

‘บิ๊กโด่ง’ ไม้ต่อ 'บูรพาพยัคฆ์' ใครล่ะ? ผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป !
บิ๊กโด่ง /  บูรพาพยัคฆ์ / 

คลีนชีท! ‘บิ๊กโด่ง’ ไม้ต่อบูรพาพยัคฆ์  ใครล่ะ? ผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป! เพิ่งผ่านพ้นไปกับอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากของแต่ละเหล่าทัพใน “วันกองทัพไทย” หรือ “วันยุทธหัตถี” ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคมของทุกปี... โดยปีนี้ (2558) พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เป็นประธานพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พร้อมทั้งบวงสรวงพระบรมรูปมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ ตลอดจนวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย และทหารใหม่ยังทำพิธีสาบานธงและเดินสวนสนามเพื่อแสดงความเป็นทหารอย่างสมบูรณ์อีกด้วย โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมพิธี จะว่าไป...พิธีอันทรงคุณค่าและศักดิ์สิทธินี้ถือเป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติ” ของกองทัพไทย...ซึ่งทุกหมู่เหล่าจะร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรมหากษัตริย์ไทยและบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ แต่บุคคลในกองทัพไทยที่น่าจับตามากที่สุดในช่วงที่สถานการณ์การเมืองยังคง “คาบลูกคาบดอก” อย่างเช่นเวลานี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก หรือ “บิ๊กโด่ง” ซึ่งมีเส้นทางเติบโตมาจากสาย “บูรพาพยัคฆ์” หรือกล่าวได้ว่า “บิ๊กโด่ง” คือผู้รับไม้ต่อขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้บัญชาการทหารบก” คนปัจจุบัน โดยเฉพาะอีก 9 เดือนกว่าๆ กองทัพบกก็จะมีการเปลี่ยนแปลง “ผู้นำคนใหม่” อันเนื่องจากพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร จะเกษียณเดือนกันยายนปีนี้ ในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้จึงเป็นที่จับตาว่าใครคือผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป?? แน่นอนว่า...ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก “บิ๊กโด่ง” ย่อมมีอำนาจเต็มตัวในการเสนอคนที่จะเป็นทายาท แม้จะต้องมีการผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ทั้งนายกรัฐมนตรีตลอดจนคณะกรรมการ 7 คนที่มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารระดับนายพลตาม พ.ร.บ.การบริหาราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ทว่าปกติแล้วนายกรัฐมนตรีหรือฝ่ายการเมืองจะไม่แทรกแซง ให้เกียรติและความไว้วางใจผู้บัญชาการทหารบกแล้วแต่จะเสนอใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมเข้าใจความรู้สึกทหารด้วยกันดีว่า... มันเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อฝ่ายการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร!! ว่ากันว่า...ความสัมพันธ์ระหว่าง “บิ๊กตู่” กับ ”บิ๊กโด่ง” ยังมีความแนบแน่น และสนิทสนมเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน...ยิ่งมาจากบูรพาพยัคฆ์ด้วยกันแล้วความเป็นพี่เป็นน้องยิ่งมีมาก เพราะฉะนั้น เชื่อว่าจะไม่เกิดการ “หักดิบ” กันแน่นอนในการโยกย้ายทหารที่จะมีขึ้น!! ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายกลางปีเดือนเมษายน และปลายปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ปีที่แล้วถือว่า “บิ๊กโด่ง” สอบผ่าน เพราะท่านทำหน้าที่ได้อย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง กองทัพค่อนข้างเป็นเอกภาพ อาจจะมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ข่าวรัฐประหารซ้อนรวมถึงการปล่อยข่าว 3 นายพลลาออก ซึ่งไม่ว่าคนปล่อยข่าวจะหวังผลอะไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าข่าวนี้ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเมืองการทหารในช่วงนี้แน่นอน แม้จะเป็นแค่ข่าวลือก็ตาม แต่นั่นมิใช่ปัญหา เพราะบารมีของ ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงดึงเอสหัวจิตหัวใจใของนายทหารทั้งหลายให้หันมาพุ่งเป้าเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสานต่อทำหน้าที่และทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง หากนายทหารคนใดที่คลุกคลีเคยทำงานกับ “บิ๊กโด่ง” จะเห็นว่าท่านจะเปิดโอกาสให้ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ซึ่งมีชั้นยศต่ำกว่า...สามารถที่จะเสนอ “ไอเดีย” หรือ “ความคิดเห็น” ในสิ่งที่ควรทำ...หรือเป็นเรื่องที่ต้องมีคำสั่งอย่างเร่งด่วน เพราะท่านเชื่อว่า...บุคคลเหล่านั้นเป็นคนมีความสามารถ และพวกเขายังเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่ซึ่งสามารถมองเห็นภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งกว่า...ยกตัวอย่างจากการแก้ไขสถานการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง “บิ๊กโด่ง” เน้นย้ำเรื่องการปรับข่าวมวลชนมาโดยตลอด เพราะ “บิ๊กโด่ง” มีความเชื่อมั่นว่า...นั่นคือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน...โดยอนาคตวันหนึ่งข้างหน้าทุกฝ่ายอาจไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเสียเลือดเนื้อเพื่อแก้ปัญหาก็เป็นได้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2498 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 เพื่อนรุ่นเดียวกัน อาทิ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ ผอ.ช่อง 5 และที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกลาโหม และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. เมื่อมองจากบุคลิกส่วนตัวย่อมแตกต่างจาก “บิ๊กตู่” ค่อนข้างมากที่โผงผาง ดุดัน เก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ แต่สำหรับ “บิ๊กโด่ง” มีความสุขุมลุ่มลึกแต่เข้มแข็ง มีไมตรีสุภาพ และทำงานได้ทั้งบู้และบุ๋นครบเครื่อง แต่สิ่งที่ทั้งสองเหมือนกัน คือ เทิดทูนสถาบันเป็นเรื่องที่ต้องปกป้องเหนือชีวิต ที่สำคัญ “บิ๊กโด่ง” ยังเป็นทหารอาชีพและเป็นข้าราชการที่สนองนโยบายรัฐบาล ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร มาจากการเลือกตั้งหรือ ไม่ก็ตาม ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว เวลาที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนก็มักจะเห็น “บิ๊กโด่ง” ยืนอยู่ใกล้ๆ เสมอ ถึงกับทำให้ถูกมองเป็น “ทหารแตงโม” แต่นั่นเพียงเพราะท่านปฏิบัติซื่อตรงต่อการทำหน้าที่ ไม่มีความรู้สึก “หวั่นไหว” หรืออิงแอบการเมืองฝ่ายใด นอกจากการระลึกถึงการทำหน้าที่ของตนเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ทหารทุกนายให้ดี่ที่สุด ท่านจึงไม่เหมือนกับข้าราชการบางคนที่เวลาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็จะโจมตีทับถมฝ่ายที่สูญเสียอำนาจหเพื่อเอาใจ “ขั้วอำนาจใหม่” ทั้งที่เมื่อก่อนก็เดินตามต้อยๆ นักการเมือง แต่สำหรับ “บิ๊กโด่ง” แล้วท่านยึดมั่นในอุดมกาณ์...ด้วยการทำงานเป็นรั้วของชาติ เพื่อปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง ท่านจึงได้รับความไว้วางใจให้เดินอยู่บนเส้นทางการรับราชการคุมกำลังมาตลอด ตั้งแต่เป็นผู้การกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 แม่ทัพภาคที่ 1 เสนาธิการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบกจนกระทั่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นทหารบูรพาพยัคฆ์อีกคนที่รับไม้ต่อจากรุ่นพี่มาเป็นทอดๆ แล้วต่อจากนี้ใครล่ะจะมาสืบทอดขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้บัญชาการทหารบก”  ต่อจาก “บิ๊กโด่ง” มันเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยว่าคนๆ นั้นจะมีคุณสมบัติอย่างไร และครบถ้วนตามแบบฉบับ “บูรพาพยัคฆ์” อย่างที่ท่านเป็นอยู่หรือไม่...?? น่าสนใจกับอนาคตเบื้องหน้า...แม้จะเป็นอนาคตที่เห็นภาพตั้งแต่ปัจจุบันก็ตามที!! ข้อมูลจาก นสพ.บางกอกทูเดย์ MThai News

หุ้นไทย! เปิดบวก 6.38 จุด ที่ 1,596.19 จุด
SET /  ข่าว / 

ณ เวลา 09.58 น.ตลาหหุ้นไทยอยู่ที่ 1596.19 จุด เพิ่มขึ้น 6.38 จุด หรือ 0.40 % มูลค่าการซื้อขาย 2041.93 ล้านบาท บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส เผยวว่า เมื่อวานนี้แม้ว่า SET จะกลับมาแกว่งตัวด้านบวกได้เกือบตลอดวัน แต่ก็ยังไม่สามารถขยับขึ้นไปสูงกว่าระดับดัชนีสูงสุดของวันก่อนหน้าได้ และในช่วงบ่ายยังมีแรงขายทยอยออกมากดดันจนดัชนีย้อนลงมาเหลือปิดสิ้นวันเป็นบวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่เช้านี้ยังถูกกดดันจากการปรับตัวลงค่อนข้างแรงของทั้งตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่เมื่อคืนนี้ออกมาไม่ดีนัก โดยทั้งยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐปรับลดลงกว่าคาด รวมทั้ง ผลประกอบการของบริษัทเอกชนทั้งในสหรัฐและยุโรปที่ออกมาก็ต่ำกว่าคาดด้วย นอกจากนี้ความวิตกเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งของกรีซก็ยังมีอยู่ และนักลงทุนยังรอดูสถานการณ์หนี้ของรัสเซียด้วย ทำให้ คาดว่า SET ยังมีโอกาสที่จะปรับพักตัวลงก่อนได้ แต่เราคาดว่ากรอบการลงยังค่อนข้างจำกัด และหลังจากนั้นยังมีแนวโน้มที่ SET จะกลับไปขยับขึ้นต่อ จากแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการและการจ่ายปันผลของ บจ.ต่างๆ ที่ใกล้จะทยอยประกาศแล้ว แนวรับ 1585-1580 , 1575-1570 จุด แนวต้าน 1593-1595 , 1598-1602 จุด MThai News