เลือกตั้ง2557

'บิ๊กตู่' เมิน' แม้ว' วิจารณ์ ทำงาน-ยันพร้อมทำตามมติครม.แก้รธน.
ทักษิณ ชินวัตร /  บิ๊กตู่ / 

'ประยุทธ์' เมิน' ทักษิณ' วิจารณ์ ไม่เห็นมีความสำคัญ แจง ขอให้ดูที่การกระทำ พร้อมทำตามมติประชุมแก้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.กล่าวภายหลังหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. และ คสช.กล่าวถึงกรณีกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าววิจารณ์การทำงานของรัฐบาล "ว่ายังไม่น่าประทับใจและขอให้รัฐบาลพยายามทำงานให้หนักขึ้นกว่านี้ " ในงานประชุมผู้นำแห่งทวีปเอเชียครั้งที่ 6 ที่ประเทศเกาหลีใต้นั่น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน ว่า ไม่เห็นมีความสำคัญอะไร และขอให้ดูที่การกระทำ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวว่าถึงการประชุมเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 เพื่อให้ทำประชามติในขั้นตอนต่อไป ซึ่งถ้าผ่านความเห็นชอบของสภาปฎิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ก็สามารถทำประชามติได้ แต่ คสช.จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เนื่องจาก คสช. ได้มีการตั้ง สปช. และกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาดำเนินการแล้ว และครม.ก็ดูแลอยู่ ส่วนการทำประชามติจะใช้เริ่มเมื่อไหร่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ โดยจะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งทำประชามติในครั้งนี้ อาจทำให้เวลาตามโรดแมปเลื่อนออกไป รวมถึงจากนี้ไปทุกวันศุกร์ ก็จะให้มีการเสนอข้อมูลของรัฐบาล ในการกิจกรรมอะไรที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ หรือทำสำเร็จแล้ว รวมถึงโครงการต่างๆที่จะส่งต่อในอนาคต เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แต่นายกยืนยันว่า การเสนอโครงการเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อต้องการผูกขาด แต่เพราะต้องการวางโครงการต่างไว้เพื่ออนาคตของประเทศ MThai News

'สมจิตต์' สวน 'ชูวิทย์' หลังเหน็บไม่แปรผัน เปลี่ยนใจจากมาร์ค
ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ /  ทักษิณ ชินวัตร / 

'สมจิตต์' โพสต์เฟสบุ๊คตอบ โต้ 'ชูวิทย์'หลังถูกวิจารณ์ชื่นชม แต่นายอภิสิทธิ์ หลังจากที่วานนี้( 18 พ.ค.58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ได้โพสข้อความพาดพิงถึงนางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ว่า จะเหลือก็แต่คุณสมจิตต์ ช่อง 7 สี ที่ยังชื่นชมคุณอภิสิทธิ์ไม่แปรผันในชาตินี้ หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศเลิกเล่นการเมืองหากแพ้เลือกตั้ง วันที่ 19 พ.ค 58 นางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สมจิตต์ นวเครือสุนทร ว่า ไม่ได้ให้ “คุณค่า”แต่มีเมตตาอยากให้ “สติ”คุณชูวิทย์ ความจริงไม่คิดว่าจะต้องมีการสื่อสารอะไรเกี่ยวข้องกับคุณชูวิทย์อีก เพราะเป็นคนชอบสื่อสารกับคนที่มี “คุณค่า” ไม่ใช่คนที่มี “ราคา”แต่คุณชูวิทย์ ยังไม่เลิกที่จะพาดพิงถึงดิฉัน ความจริงไม่ใช่เรื่องใหญ่ไม่ได้ติดใจในความคิดของคุณชูวิทย์ที่ว่า “จะเหลือก็แต่คุณสมจิตต์ ช่อง 7 สี ที่ยังชื่นชมคุณอภิสิทธิ์ไม่แปรผันในชาตินี้” เพราะเป็นสิทธิที่คุณชูวิทย์จะจินตนาการได้ แต่ที่ต้องเขียนในครั้งนี้ก็เพราะเนื้อหาที่คุณชูวิทย์ให้กับประชาชนเป็นการกล่าวหาโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลในฐานะที่เคยเป็นครูมาก่อน ดิฉันเมตตาศิษย์พร้อมที่จะอธิบายซ้ำ ๆ หลายครั้งในประเด็นเดิมเสมอ เพื่อ “เติมสติปัญญา” ให้ เจตนาของคุณชูวิทย์คือ “ด่าอภิสิทธิ์แต่มาแขวะสมจิตต์ด้วย” ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย และไม่ใช่วิสัยของ “ลูกผู้ชาย” พึงจะกระทำ กรณีแขวะดิฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่การให้ข้อมูลของคุณชูวิทย์มีปัญหา จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชน จึงอยากให้ความจริงเพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบกับวาทกรรมของคุณชูวิทย์ วาทกรรมชูวิทย์ กับความจริงเกี่ยวกับ “อภิสิทธิ์” วาทกรรมชูวิทย์ คนไทยเคยฝากความหวังกับอภิสิทธิ์ แต่ตอนนี้หมดหวังเพราะอภิสิทธิ์เปลี่ยนแปลงไป ความจริงเกี่ยวกับ “อภิสิทธิ์”เอาแค่ตอนเป็นนายกรัฐมนตรี มาดูข้อมูลดีกว่า - ตอนเป็นฝ่ายค้านค้านเรื่องห้วยตู้ออนไลน์ เมื่อเป็นนายกฯระงับเรื่องนี้มีนโยบายไม่ทำหวยตู้สองตัว สามตัว แต่จะใช้หวยตู้แก้ปัญหาราคาสลากกินแบ่งแทน โดยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนซื้อจากหวยตู้ และอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างเรื่องโควต้า แต่พ้นจากตำแหน่งก่อนที่จะดำเนินการสำเร็จ รัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามแก้กฎหมายเพื่อทำหวยบนดินสองตัวสามตัวแต่ไม่สำเร็จ แต่มาสำเร็จในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่เห็นชอบพ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดช่องให้ทำหวยบนดินได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว - ตอนเข้ามาทำงานการเมืองคุณอภิสิทธิ์มีจุดยืนต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น ยกระดับมาตรฐานทางการเมือง ตัวอย่างที่วางรากฐานสวัสดิการสังคมและสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง 10 ข้อ ละกันนะคะ 1) เพิ่มสวัสดิการแรงงาน ให้ลาคลอดได้ 90 วัน ให้แรงจูงใจกับผู้ประกอบการด้านภาษี สร้างศูนย์เด็กเล็กในสถานประกอบการเพื่อให้แม่ได้ดูแลลูก ,ส่งเสริมการอ่านโดยมีโครงการหนังสือเล่มแรกให้เด็กแรกเกิดและเตรียมพิจารณาลดภาษีกิจการที่เกี่ยวกับหนังสือ 2)พัฒนา 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้ประชาชนรักษาได้ฟรีโดยใช้บัตรประชาชนแค่ใบเดียวแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เปลี่ยนใหม่จากที่ไม่ต้องจ่ายให้คนไทยกลับมาจ่าย30 บาท เพื่อรักษาโลโก้ทางการเมือง 3) ออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เสนอเข้าสภา ที่แม้แต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ยังทำไม่ได้ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปล่อยให้กฎหมายดังกล่าวตกไป 4) ออกโฉนดชุมชนแก้ปัญหาที่ทำกินให้ประชาชน แต่ชะงักเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เดินหน้าต่อ ส่วนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ใช้แนวทางเดียวกันแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ไม่เรียกว่า “โฉนดชุมชน” 5) ออกกฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ รองรับปัญหาสังคมผู้สูงอายุและส่งเสริมการออมของประชาชน แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ดำเนินการ ส่วนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ยึกยักในตอนแรกก่อนจะถูกกระแสสังคมและ สปช.กดดันจนต้องเดินหน้าต่อ 6) แก้ปัญหาการผูกขาดโควต้านำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ด้วยการออกมติ “เปิดเสรีนำเข้า” เพือให้ราคาไข่ไก่เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ถูกควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามแก้แต่ไม่สำเร็จ มาถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการแล้วโดยให้อำนาจเอ้กบอร์ดเป็นผู้พิจารณา 7) นโยบายพลังงานชัดเจนว่าคนไทยเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติมีสิทธิใช้ก๊าซแอลพีจีในราคาภายในประเทศ แยกอุตสาหกรรมให้ใช้ในราคานำเข้า แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลอยตัวพลังงานให้คนไทยใช้แอลพีจีในราคานำเข้า 8) มีนโยบายไม่เพิ่มอุตสาหกรรมหนัก หรือโครงการขนาดใหญ่ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน หลังจากมีปัญหาคดีมาบตาพุด แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และรัฐบาลประยุทธ์ เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่โดยคิดถึงเงินมากกว่าคน เช่น จะสร้างท่าเทียบเรือปากบารา เป็นต้น 9) 28 ก.ย. 2553 มีความพยายามของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแร่ ในที่ประชุมครม. แต่ถูกตีกลับ เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 67 เรื่องสิทธิชุมชน แต่กฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์แล้ว มี มติครม. 8 ก.พ.2554 (รัฐบาลอภิสิทธิ์) ให้ชะลอการขยายพื้นที่ใหม่ หรือการออกประทานบัตร (ทำเหมือง) จนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน ผลการประเมินความคุ้มค่าของฐานทรัพยากรธรรมชาติและค่าภาคหลวงแร่กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และผลการประเมินผลด้านสุขภาพหรือ HIA รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พยายามเดินหน้าแต่ไม่สำเร็จ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ออกประทานบัตรเหมืองแร่โปแตชแล้ว 2 แห่ง อนุมัติอาชญาบัตร (สำรวจ) เหมืองทองคำ 100 แห่ง มีเป้าหมาย 300 แห่ง และจะออกประทานบัตรเพิ่ม 10) วางมาตรฐาน “จริยธรรมอยู่เหนือกฎหมาย” ให้รัฐมนตรีลาออกเมื่อมีปัญหาเพื่อรับผิดชอบทางการเมืองและรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชน โดยไม่ต้องรอกระบวนการตามกฎหหมาย ต่อมาทุกกรณีไม่มีการชี้มูลว่ามีการทุจริต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณชูวิทย์จะเล็งเห็นเจตนาดีในการให้ข้อมูลครั้งนี้และเชื่อว่าคนฉลาดด้านตัวเลขโยกเงินพ่อมาเข้ากระเป๋าตัวเอง อยู่บนเส้นทางค้าร่างกายมนุษย์ แต่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์กับสังคมนะคะ และถ้าคุณอภิสิทธิ์ทำอะไรที่เรียกว่า“ทรยศ” ต่อประชาชน ดิฉันให้คำมั่นได้ว่าจะต้องถูกตรวจสอบและต่อต้านไม่แตกต่างจาก ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ คิดว่าคุณชูวิทย์คงไม่เคยมี “เพื่อน” จึงไม่เข้าใจว่าเพื่อนจะเตือนสติไม่ให้หลงทาง ถ้าทำผิดเพื่อนจะบอกให้รับผิดชอบ ถ้าติดคุกเพื่อนก็จะไปเยี่ยม ดิฉันไม่ใช่ “เพื่อน” คุณชูวิทย์ แค่ให้ “ข้อมูล” เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาให้คุณชูวิทย์ด้วยเจตนาดีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สมจิตต์ นวเครือสุนทร  MThai News

'โพล' เผย ครบรอบ 1 ปี  'คสช'. พบ 49% ปชช.สุขเพิ่มขึ้น
คสช. /  นิด้าโพล / 

'นิด้าโพล 'เผย คนไทย 49.% มีความสุขเพิ่มขึ้น หลัง 'คสช.' เข้ามาครบ 1ปี  แจง พูดจริง ทำจริง บ้านเมืองสงบ ด้านเศรษฐกิจ ยังไม่น่าพอใจมากนัก วันนี้ 21พ.ค.58 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “1 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-19 พ.ค. 2558 จากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทั่วทุกภูมิภาค และระดับการศึกษา รวมทั้งสิ้น 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และความสุขของคนในชาติ หลังจากครบรอบ 1 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.44 ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะ คสช.พูดจริง ทำงานจริงจัง บ้านเมืองสังคมเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองลดลง รองลงมา ร้อยละ 40.72 ระบุว่า ยังใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม และยังมีปัญหาบางอย่างที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การจัดระเบียบสังคม เป็นต้น ขณะที่ ร้อยละ 9.68 ระบุว่า มีความสุขลดลง เพราะ เศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง ถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ ยังไม่มีการพัฒนาที่ชัดเจน ปัญหาความแตกแยกยังมีให้เห็นอยู่ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่ทำการสำรวจเมื่อเดือน พ.ย.2557 พบว่าไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรนัก ที่ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.28 ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น ซึ่งประเด็นที่ทำให้มีความสุขมากที่สุดต่อการทำงานครบรอบ 1 ปี ของ คสช. พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.76 ระบุว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 55.11) รองลงมาร้อยละ 10.80 ระบุว่าไม่มีประเด็นใดที่ทำให้มีความสุข (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 14.86) ร้อยละ 9.76 ระบุว่า การมุ่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 5.51) ส่วนประเด็นที่ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนมีความสุข พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 25.60 ระบุว่า ไม่มีประเด็นใดที่ไม่มีความสุข (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 28.43) รองลงมา ร้อยละ 19.36 การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 17.17) และ ร้อยละ 17.12 ระบุว่า การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชน (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ MThai News

จำกันได้ไหม 14 นักแสดงหนังผีไทย สุดสยอง
จ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ /  ชาม ไอยวริญท์ โอสถานนท์ / 

ถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกว่า กลัวผี!! แต่เชื่อว่าคุณก็ยังอยากดูหนังผีอยู่ดี ซึ่งภาพยนตร์ไทย ก็ทำหนังแนวระทึกขวัญ สยองขวัญออกมามากมาย ไม่ว่าตอนจบจะตายกันหมด หรือการหักมุมตอนท้าย หรือเรื่องราวทั้งหมดจะเกิดจากจินตนาการ ก็มีทั้งนั้น รวมถึงดาราที่มารับบทผีนั้น บางคนแต่งหน้าจนจำไม่ได้เลยว่า หน้าจริงๆ ของพวกเขาคือใคร วันนี้เราจะมาติดตามดูกันว่าจะมีใครกันบ้าง และคุณจำกันได้ 14 นักแสดงหนังผีไทย สุดสยอง จำกันได้ 14 นักแสดงหนังผีไทย สุดสยอง เริ่มจากเรื่องแรกผีนักศึกษา "เนตรดาว" จากเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) เป็นหนังผีที่ฮือฮาถึงความน่ากลัวมาที่สุดในตอนนั้น พูดได้ว่าไม่กล้าลืมตาดูจบทั้งเรื่องได้ง่ายๆ รับบทโดย หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ หรือ อิม อชิตะ  มาดูฝ่ายชายกันบ้าง ผีเด็กหอ "วิเชียร" จากเรื่องเด็กหอ (2549) รับบทโดย ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร  เป็นวิญญาณเด็กที่จมน้ำเสียชีวิต และต้องกลับมาตายที่เก่าเวลา เพื่อลิ้มรสความทรมานจากการจมน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ถ้าใครได้ดูภาพยนตร์ ห้าแพร่ง (2552) จะรู้เลยว่า แยกออกยากมาก ว่าไหนผีไหนคน หลอกกันไปหมด กับบท ผีน้องเกด โดย โอ้ต พรปวีณ์ รัศมีชวลิต แค่มองหน้าก็หลอนแล้ว มาถึงคิวของนักแสดงเด็ก พู่กัน นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ กับบทผีเด็ก ชื่อ "ปลา" ในหนังเรื่อง บุปผาราตรี 3.1, บุปผาราตรี 3.2 (2552) ทั้งสองภาค หากใครที่ดูเรื่องนี้ จะรู้ว่า เด็กผีจะชอบขี่คอ พร้อมถือมีดไล่ล่าไปทั้งตึก วิญญาณผีสาวในชุดแต่งงานที่ถูกขังไว้ ระดับความเฮี้ยนขั้นเทพ รับบทโดย อะตอม ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์ จากเรื่อง แก๊งค์ตบผี (2555) เรียกได้ว่าเป็นผีที่สวย เซ็กซี่มากๆ แต่หน้าตาในเรื่องสยองพอดูเลยอ่ะ คราวนี้สาวสวย จ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ขอมารับบทผีกันบ้าง ในเรื่อง i miss you รักฉันอย่าคิดถึงฉัน (2555) กับบทหมอนก ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต ต่อมา กับหนังผีเรื่อง ทองสุก 13 (2556) หนังสยองขวัญกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น ที่ลองดีจนได้เรื่อง โดย ฐา กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ รับบท ปุ้ม เป็นผีนางรำ ตัวอ่อน เป็นภาพยนต์ผี ระดับตำนาน ที่ถูกเล่าขาน และสร้างเป็นหนัง, ละคร หลายรุ่นมากมาย และล่าสุดกับเรื่อง พี่มากพระโขนง (2556) ก็เช่นกัน โดยเวอร์ชั่นนี้ บทแม่นาค หรือผีตายทั้งกลม รับบทโดย สาวสวย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่แสดงความรักได้ออกมาน่ารัก และซึ้งปนหลอนมากๆ นอกจากนี้ล่าสุดเธอก็ได้รับบทผีอีกครั้งในละครเรื่อง นางชฎา สวยสยอง บรื้อออออออออ ต่อมากับภาพยนต์ สยองขวัญวัยรุ่น Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย (2556) เรียกได้ว่า เป็นหนังผีที่ลุ้นระทึกกันตลอดทั้งเรื่อง กับผีนักแสดงสาว จอย รับบทโดย อาย พิมพกานต์ แพร่คุณธรรม ที่พยายามตามล่า อาฆาตคนที่กระทำไม่ดีกับเธอ ผีนักเรียนชาย ในเรื่อง ม.6/5 ปาก หมา ท้า ผี 3D (2556) รับบทโดย มาร์ค วิทวัส ท้าวคำลือ หรือ มาร์ค AF7 มาร์คกระโดดเข้าวงการการแสดงภาพยนตร์อย่างท้าทายกับบทบาทผีหัวแบะ เลือดอาบ เพราะตกจากตึกเรียนลงมา เห็นหน้าแว๊บแรก แทบจำไม่ได้ ผีสาวอาฆาตแบบเอาเป็นเอาตาย  กับสาว โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบท พลอย ในเรื่อง ตายโหง ตายเฮี้ยน (2557) ตอน ทุบ "กรรม" เรียกได้ว่าสยองจริงๆ ค่ะ อีก 1 สาวในเรื่อง ตายโหง ตายเฮี้ยน (2557) ตอน"ผี" ในช่องแอร์ โดย ชาม ไอยวริญท์ โอสถานนท์ รับบท หญิงสาวแสนสวย ที่ถูกฆาตกรรมและถูกหมกอยู่ในช่องแอร์ เป็นจุดเริ่มต้นของความเฮี้ยน อีกหนึ่งหนังผี วัยรุ่น ที่นำนักแสดงฮอร์โมน มาร่วมกัน ในเรื่อง ฝากไว้ในกายเธอ (2557) ที่พูดถึงความรักความผูกผันของเพื่อน และแฟนเพื่อน จนเกิดเรื่องขึ้น เมื่อความไม่ตั้งใจทำให้หญิงสาวที่รับบทโดย เก้า สุภัสสรา ธนชาต เป็น "ไอซ์" ต้องตาย และวิญญาณเธอต้องการเรียกร้องให้คนผิดรับผิดชอบกับการกระทำ หนุ่มคนสุดท้าย แบงค์ พงศกร ฉายสุริยะ รับบทเป็นยิ่งรบ ผีรด. ในเรื่อง รด. เขาชนผี ที่เขาชนไก่ (2558) ที่ตายเพราะเป็นเด็กขี้โรคแต่พยายามที่จะเอาชนะความอ่อนแอของร่างกายโดยการออกกำลังและมาเรียนรด. โดยปิดบังไม่ให้คนอื่นๆ รู้ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก ไอจีดารา

มือดีทำเฟสบุ๊คปลอมหมิ่น เจ้าตัวโร่เเจ้งความเอาผิด
หมิ่นประมาท /  หลวงพ่อคูณ / 

มือดีทำเฟสบุ๊คปลอม หมิ่นประมาทชาวบ้านรวมทั้งการมรณภาพหลวงพ่อคูณ จนเกิดกระแสวิจารณ์หนัก ส่งผลกระทบผู้เสียหายรีบเข้าเเจ้งความเอาผิด เกิดกรณีถูกสร้างเฟสบุ๊คปลอมขึ้น โดยใช้ชื่อ "Thawatchai .." ซึ่งมีการโพสต์ข้อความหมิ่นเบื้องสูง ดูหมิ่นชาวบ้านในพื้นที่ถึง 2 ภาค และล่าสุดคือข้อความที่กล่าวถึงการมรณภาพของเกจิดัง จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด และกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันจนสร้างความเสียหาย กระทั่งมีการข่มขู่เอาชีวิต โดยผู้เสียหายได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมามอบไว้เป็นหลักฐาน ด้านนายธวัชชัย เผยว่า ตนไม่เคยมีปัญหาขัดแย้ง เฟสบุ๊คปลอมเคยมีเมื่อปี 2557 แต่ไม่เคยร้องเรียนให้ตรวจสอบ จนกระทั่งปิดไปแล้วรอบนึง แล้วยังมีเฟสบุ๊คปลอมอันใหม่มาอีก โดยขณะนี้ส่งผลให้กระทบเรื่องงานและการใช้ชีวิตอย่างมาก หลายคนต่างเข้าใจผิด ตนและครอบครัวก็นับถือศรัทธาหลวงพ่อคูณตลอด หลังจากมีการข่มขู่เอาชีวิตทำให้คิดว่าอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ต้องเเจ้งความเอาผิด ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้รับเรื่องไว้แล้ว จากนั้นจะสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดและขอข้อมูลรวมทั้งตรวจสอบ ก่อนจะสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป MThai News

เหน็บ! UNHCR ช่วยตั้งอาชีวะ แต่โรฮิงญาถูกลอยแพ ?
UNHCR /  ตั้ง อาชีวะ / 

โลกออนไลน์โพสต์ภาพ ถามหาจุดยืน UNHCR กรณีช่วย ตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาหมิ่นสถาบัน แต่ชาวโรฮิงญา ไร้แผ่นดิน วันนี้ (14พ.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพโปสเตอร์ ที่มีนายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาหนีคดีหมิ่นเบื้องสูง ป.อาญา มาตรา 112 และแฟนสาว ที่ขณะนี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในฐานะผู้ลี้ภัย ด้วยความช่วยเหลือของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) เมื่อช่วงปี 2557 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีการนำภาพของกลุ่มโรฮิงญา (Rohingya) มาเปรียบเทียบ ซึ่งขณะนี้ถือว่าพวกเขาคือ กลุ่มคนที่ไร้สัญชาติ ไร้ที่อยู่อาศัย ต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยการลักลอบเดินทางลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม จนกลายเป็นปัญหาค้ามนุษย์ พร้อมกันนี้ยังมีการระบุข้อความด้วยว่า  "ตั้ง อาชีวะ หมิ่นสถาบัน UNHCR ช่วยหนีและเปลี่ยนสัญชาติ ชาวโรฮิงญา (Rohingya) อยากถามว่า UNHCR where are you when we needed you the most?" อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 ให้คำนิยาม และความหมายของสถานภาพผู้ลี้ภัยว่า ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุข้อหนึ่งข้อใด เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติสมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือน และแม้แต่ครอบครัว ผู้ลี้ภัย แตกต่างจากแรงงานต่างด้าวเพราะแรงงานต่างด้าวเดินทางออกนอกประเทศของตนโดยสมัครใจเพื่อหาโอกาสทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ ผู้ลี้ภัยไม่อาจพึ่งพาความคุ้มครองจากรัฐบาลของตนเอง พวกเขาถูกบังคับให้หนีจากประเทศของตนเอง จึงจำเป็นที่ประชาคมนานาชาติต้องให้ความช่วยเหลือ และให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยเหล่านั้น MThai News ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม จาก เว็บไซต์ unhcr

ดราม่า !! สาวชูป้ายประกาศ ยินดีแต่งงานผู้รักษาพี่ชายป่วย
จีน /  รักษาพี่ชายป่วย / 

สุดรันทด สาวจีนสวมชุดเจ้าสาว ชูป้ายประกาศแต่งงานกับชายที่สามารถรักษาพี่ชายของเธอที่ป่วย สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว 'ฟ่าน พี อิง' สาวจีนวัย 25 ปี ชาวเมืองจี่หนาน มณฑลซานตงในชุดแต่งงานสีขาว ยืนถือป้ายประกาศข้อความ ระบุว่าเธอยินดีจะแต่งงานกับชายหนุ่มคนไหนก็ได้ ที่มีเงินรักษาพี่ชายซึ่งกำลังป่วยหนักของเธอ วันพฤหัสที่ 14 พฤษภาคม 2558 เวลา 14:36 บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง ทว่าพี่ชายของ 'ฟ่าน พีอิง' ที่ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีอาการป่วยอย่างรุนแรง และต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ซึ่งเมื่อเดือนมี.ค. ปี 2557 บิดาของทั้งสองล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรง จนที่บ้านต้องนำเงินที่เก็บเกือบทั้งหมด มาใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล จากนั้นพี่ชายของฟ่าน เริ่มมีอาการป่วยเมื่อช่วยต้นปี 2558 ไปอีกคน ครอบครัวของเธอซึ่งเหลือเพียงแค่แม่และตัวเธอเอง จึงไม่สามารถหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลคนป่วยทั้งคู่ได้ ฟ่านจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นช่างทำเล็บ มาสวมชุดเจ้าสาว ประกาศแต่งงานกับผู้ที่มีเงินสามารถรักษาพ่อและพี่ชายของเธอได้ MThai News

ชูวิทย์ซัดอภิสิทธิ์ ความตกต่ำของประชาธิปัตย์
ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ /  ชูวิทย์ อภิสิทธิ์ / 

ชูวิทย์เหน็บ ตราบใดที่คุณอภิสิทธิ์ยังเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยากที่จะนำพาพรรคชนะการเลือกตั้ง  วันนี้(18พ.ค.) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ ในหัวข้อ อภิสิทธิ์ความตกต่ำของประชาธิปัตย์  ข้อความมีดังนี้ ผมยังจำได้ดี เมื่อคุณอภิสิทธิ์เข้ามาสู่การเมืองใหม่ๆตั้งแต่ 25 ปีก่อน คุณอภิสิทธิ์เป็น ส.ส. หนุ่มเขตห้วยขวาง ในนามพรรคประชาธิปัตย์ คนไทยจำนวนมากฝากความหวังว่านี่แหละ นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง เพราะผู้คนเบื่อหน่ายนักการเมืองรุ่นเก่าหน้าเดิมๆซ้ำซาก ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆ ให้กับประเทศไทยได้ แต่การเมืองไทยได้ทำให้คุณอภิสิทธิ์เปลี่ยนแปลงไป จากที่ครั้งหนึ่ง ประชาชนเคยให้ความหวังอย่างเต็มเปี่ยม กลับกลายเป็นหมดหวังอย่างสิ้นเชิง จะเหลือก็แต่คุณสมจิตต์ ช่อง 7 สี ที่ยังชื่นชมคุณอภิสิทธิ์ไม่แปรผันในชาตินี้ คุณอภิสิทธิ์ยังคงเป็นคุณอภิสิทธิ์ ที่ขายภาพลักษณ์ มาดดี การศึกษาดี ชาติตระกูลดี พูดจาดี เมื่อกระแสคุณทักษิณเข้ามาในปี 2544 ใช้นโยบายประชานิยม และได้รับการตอบสนองจากประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ทันตั้งตัว ซ้ำยังไม่คิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง คงยืนหยัดใช้วิธีการต่อสู้ทางการเมืองแบบเก่าๆ ในอดีต ด้วยวาทกรรมเชือดเฉือน ทั้งในและนอกสภา ต่อมาเมื่อคุณอภิสิทธิ์ได้เป็นหัวหน้าพรรค นึกว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต่อสู้กับทักษิณ การณ์กลับกลายเป็นว่า คุณอภิสิทธิ์ "ดีแต่พูด" ไม่สามารถนำพาพรรคประชาธิปัตย์ชนะคุณทักษิณได้ จวบจนปัจจุบัน คุณอภิสิทธิ์ไม่เหลือภาพลักษณ์เดิมที่ประชาชนฝากความหวังไว้อีกต่อไป กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว ที่สรรหาวิธีล้มคู่ต่อสู้ทุกวิถีทาง แม้แต่วิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยอ้างความเป็น "คนดี" มาเป็นเกราะคุ้มกันตัวเอง และประดิษฐ์วาทกรรม "ระบอบทักษิณ" มาเป็นยันต์กันผี หลากหลายวิธีการกำจัดทักษิณของคุณอภิสิทธิ์ ไล่มาตั้งแต่สมัยพันธมิตร คุณอภิสิทธิ์เอาดอกไม้ไปมอบให้คุณสนธิ เพื่อแสดงการสนับสนุน (แต่ไม่กล้าขึ้นเวที) ร่วมมือกับคุณเนวินล้มทักษิณ จัดตั้งรัฐบาลส้มหล่น จนครั้งล่าสุดให้คุณสุเทพออกหน้า อ้างว่าลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ส่วนคุณอภิสิทธิ์แอบขึ้นลงเวที ไม่ยอมออกหน้าเต็มตัว เพื่อถนอมตัว รักษาชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงบ้านเมืองวุ่นวาย มวลมหาประชาชนจึงยกย่องคุณสุเทพเป็น "ลุงกำนัน" ที่แสนดี ทำเพื่อบ้านเมือง ทั้งที่จริงๆแล้ว คุณสุเทพน่าจะเป็นคนสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะได้รับบทบาทนี้ คุณอภิสิทธิ์ก็ยังไม่ยอมเป็นผู้นำ เอาแต่หลบอยู่หลังคุณสุเทพ ในช่วงประชาชนต้องการพึ่งพาคุณอภิสิทธิ์ ให้ออกมาต่อสู้กับเผด็จการ คุณอภิสิทธิ์ก็ฉากหลบ ผลุบๆโผล่ๆ ไม่รู้ว่ามีอุดมการณ์อย่างไรกันแน่ ในช่วงบ้านเมืองต้องการความปรองดอง คุณอภิสิทธิ์ก็เอาแต่โทษ "ระบอบทักษิณ" โดยไม่เคยแม้แต่เหลียวมามองตัวเองว่า ใครเป็นคนทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำมาจนถึงบัดนี้ ตราบใดที่คุณอภิสิทธิ์ยังเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นเรื่องยากที่จะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ให้ชนะการเลือกตั้ง มาบริหารบ้านเมืองได้ ไม่ว่าครั้งนี้ ครั้งหน้า หรือครั้งไหนๆ MThai News

วิษณุ รับแล้วข้อเสนอ กมธ. ยกร่างทำประชามติ รธน.ใหม่
ประชามติ /  ประยุทธ จันทร์โอชา / 

'วิษณุ' แจง รับข้อเสนอ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว รอประชุมถกร่วม ชี้ ปมประชามติ  วันที่ 14 พ.ค. 58 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 19พฤษภาคมนี้ ว่าจะมีการพิจารณาข้อเสนอให้รัฐบาลจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากที่ประชุมมีมติให้ทำประชามติ ก็จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งไปยัง สนช. ให้พิจารณาแก้ไข ใน15 วัน ทั้งนี้จะกำหนดรายละเอียดการทำประชามติ ว่าหากผ่านหรือไม่ผ่าน จะทำอย่างไรต่อไป จะหยิบรธน.ฉบับไหน หรือ จะตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างใหม่ ทั้งนี้ต้องแก้ไขเวลาการเลือกตั้งใหม่ จากเดิมที่สปช. กำหนดโหวตรับ/ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ หากสปช. โหวตรับรธน. ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 4ก.ย. แต่หากทำประชามติ ก็เลือกตั้งก็ต้องเลื่อนออกไป คาดว่าจะสามารถทำประชามติได้ในธ.ค. 58 หรือ ม.ค. 59 และรัฐบาลจะต้องจัดพิมพ์รธน.ฉบับใหม่ถึง 47 ล้านเล่ม เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงได้ศึกษา MThai News

นักการเมือง ไม่เห็นด้วย ที่มานายกฯคนนอกในรธน.
กมธ. /  ที่มาของนายก / 

นักกการเมืองร่วมรับฟังความคิดเห็นประชาชนและนักการเมืองเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมธิการ กมธ.ด้านปฏิรูปการเมืองของสปช. ไม่เห็นด้วยที่มาของนายกคนนอก การสัมมนารับฟังความคิดเห็นประชาชนและนักการเมืองเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฎิรูปการเมือง สภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นเรื่องที่มานายกฯคนนอกว่า หากพิจารณามาตรา 172 มาตรา173 บัญญัติถึงที่มาของนายกฯคนนอกอย่างชัดเจนว่านายกฯคนนอกไม่จำเป็นต้องมีในภาวะวิกฤต โดยภาวะปกติก็สามารถนำบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับเลือกจากประชาชนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯได้ อีกทั้งยังพบว่านายกฯคนนอกสามารถดำรงตำแหน่งได้เสมือนนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง โดยสามารถดำรงตำแหน่งได้ติดต่อกันถึงสองวาระ 8 ปี จึงมองว่าควรจำกัดให้นายกฯคนนอกมีได้เฉพาะวิกฤติเท่านั้น แต่ต้องจำกัดวาระนายกฯคนนอกให้ชัดเจนว่าจะอยู่ได้กี่ปีและต้องรีบเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง นายจุรินทร์ เสนอตัดมาตรา 181 ทิ้ง เนื่องจากบัญญัติให้นายกฯมีอำนาจมากเกินไป ทำให้ดุลยภาพของฝ่ายนิติบัญญัติแห่งชาติและฝ่ายบริหารเสียดุลยภาพลง ส่วนประเด็นที่สำคัญอีกมาตราคือมาตรา182 ที่ให้อำนาจนายกฯเสนอร่างพระราชบัญญัติพิเศษ โดยไม่มีเกณฑ์กำหนดว่าจะเสนอได้ในกรณีใด นายจุรินทร์ มองว่า หากเป็นเช่นนี้อาจทำให้อนาคต นายกฯเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเพื่อเอื้อประโยชน์ ซี่งการใช้อำนาจตามมาตรานี้ส่งผลให้กฎหมายที่นายกฯออกไม่ต้องผ่านการพิจารณาสามวาระจากรัฐสภาและมีผลบังคับใช้ได้ในทันที ทำให้ตัวเองมองว่าประเด็นนี้จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในอนาคตจึงเห็นควรให้ตัดทิ้ง นอกจากนี้ยังระบุว่ามาตรา 298(6) เปิดช่องให้คณะกรรมการปรองดองสามารถเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษได้ มองว่า หากมีการเสนอเรื่องดังกล่าวจริงจะก่อให้เกิดปัญหาการเมืองเหมือนอดีตอีกมากและสุดท้ายก็จะเข้าสู่ยุคเดิม รัฐธรรมนูญนี้ยังไม่ตอบโจทย์ประชาชนและการแก้ไขปัญหาในอดีต ด้านนายนราวิชญ์ ชะยะ หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับที่มาของนายกฯคนนอก เพราะไม่ได้มาจากประชาชน โดยต้องการให้นายกฯมีที่มาจากประชาชนทั้งหมดส่วนประชาชนและสมาคมส่วนใหญ่ที่มาฟังอภิปรายวันนี้ก็ระบุคล้ายกันว่าไม่เห็นด้วยกับที่มาของนายกฯคนนอก เพราะไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชนที่แท้จริง และเชื่อว่าหากแม้จะเกิดวิกฤติและบีบให้นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งก็เชื่อว่านายกฯจะไม่ออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นมาแต่อดีตว่านักการเมืองไทยไม่ยอมรับความผิดตัวเองและพยายามรั้งตำแหน่งตัวเองไว้ตลอด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส 100 MThai News

ราชกิจจาฯเผยแพร่พ.ร.บ.4ฉบับปรับขึ้นเงินเดือนขรก.
ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ /  ข้าราชการ / 

ข้าราชการเฮ! ทั่วไทย ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.บ.4 ฉบับ ปรับขึ้นเงินเดือนชั้นผู้น้อยทุกประเภททั่วประเทศ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.ระเบียบเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2558 โดยมีสาระสำคัญให้ปรับเพิ่มเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการชั้นผู้น้อยทุกประเภทตั้งแต่ระดับ 1-7 ในอัตรา 4% ของเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในปัจจุบันขณะเดียวกันยังปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการทุกประเภททุกระดับ เพิ่มขึ้นอีก ไม่เกิน 10% โดยให้มีผลทันทีหลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลบังคับย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557 ทั้งนี้ การปรับเงินเดือนข้าราชการจะปรับ 2 ระดับ คือ ข้าราชการชั้นผู้น้อยระดับชำนาญการชำนาญงาน และข้าราชการตั้งแต่ระดับ 7 ลงมาจะได้รับการปรับเงินเดือน4% เช่นตำแหน่งประเภทวิชาการระดับ ปฏิบัติการขั้นสูงอยู่ที่ 26,900 บาท ชำนาญการขั้นสูงอยู่ที่ 43,600 บาท ส่วนตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงานขั้นสูงอยู่ที่ 21,010 บาท ชำนาญงานขั้นสูง อยู่ที่ 38,750 บาท ส่วนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับครูผู้ช่วยขั้นสูงอยู่ที่ 24,750 บาท ครูชำนาญการ (คศ.2) ขั้นสูงอยู่ที่ 41,620 บาท เป็นต้น ส่วนการปรับเงินเดือนข้าราชการระดับสูงในระดับบริหารจะปรับเงินเดือนประมาณ 10% เช่นตำแหน่งประเภทบริหารขั้นสูงจะได้ปรับเงินเดือนเป็น 76,800 บาท ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับขั้นสูง ปรับเป็น 70,360 บาท เป็นต้น

โยโกะ อยากหวนวงการ ฟื้นความทรงจำ!!
โยโกะ ทาคาโน่ /  โยโกะ ป่วย / 

หลังจากเกิดอาการไตวายเฉียบพลันเมื่อปีก่อน(พ.ศ.2557) เนื่องจากร่างกายต้องรับยาเป็นจำนวนมากเพราะมีหลายโรครุมเร้า อาทิ ไทรอยด์ รวมถึงโรคประจำตัว CIDP(Chronic Inflammatory Demyelinating Polyneuropathy) ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทและเยื้อหุ้มประสาทอักเสบเรื้อรัง ล่าสุดอดีตเซ็กซี่สตาร์ชื่อดัง โยโกะ ทาคาโน่ เผยต้องการกลับมาทำงานในวงการอีกครั้ง เพื่อหาเงินค่ารักษาตัว อีกทั้งยังต้องการฟื้นฟูสมองให้ความจำกลับมาเป็นปกติ ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยให้กลับไปอยู่ในบรรยากาศ และที่ๆ คุ้นเคยนั่นเอง.... ทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงจ้า โยโกะ ทาคาโน่ โยโกะ ทาคาโน่ โยโกะ ทาคาโน่ โยโกะ ทาคาโน่

นายกฯ ย้ำอีกหนไม่ขอลงลต.โอดปชช. ขอแต่รธน. แต่ในปท.ยังขัดแย้ง
บิ๊กตู่ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

'ประยุทธ' ย้ำ ไม่ขอลงเลือกตั้งครั้งหน้า วอนประชาชนอย่าขอแต่มีรัฐธรรมนูญใหม่กัน เหตุประเทศยังไม่หยุดเขัดแย้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การศึกษามีความสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ จะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการสร้างความเข้มแข็ง รวมถึงตัวนักเรียนเอง ต้องมีการพัฒนาการเรียนรู้ โดยเน้นย้ำในการอ่านหนังสือ และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ตนเรียนไม่เก่ง วันนี้ก็ไม่เก่ง ที่พูดได้เพราะอ่านหนังสือ สมองหากไม่ใช้ก็จะหายไป จึงต้องเตรียมการเยาวชนรู้จักต่อยอดและคิดถึงประเทศ และพัฒนาคนในการประกอบอาชีพตั้งแต่มัธยมเพื่อรอบรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้ระบุด้วยว่า อย่าดูอะไรที่เป็นบันเทิงเพียงอย่างเดียว วันนี้ตนสู้ละครไม่ได้ เพราะคนดูละครมากกว่า แต่ถ้าไม่ฟังตนบ้างก็จะไม่รู้ว่าประเทศกำลังไปทางไหน อย่าอินกับละครมากนัก แล้วต้องเอาประเทศชาติมาก่อน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำเป็นต้องเข้ามาบริหารประเทศ และไม่ได้ภาคภูมิใจที่เข้ามาบริหารประเทศลักษณะนี้ ซึ่งมองว่าปัญหาทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยความตั้งใจ โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน และการปฏิรูปประเทศอยู่ที่ประชาชน ทั้งนี้ ย้ำว่า ส่วนตัวจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง การทำงานที่ผ่านมาอาจจะมีคนเกลียดบ้างรักบ้าง แต่ตนต้องทำ ไม่ได้ภูมิใจที่เข้ามา วันนี้เข้ามาในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องสร้างประวัติศาสตร์ประเทศใหม่ นำสิ่งที่ไม่ดีในประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนในการกำหนดอนาคตที่ดีกว่าเดิม แต่ขณะนี้มองว่าคนไทยยังไม่มีความร่วมมือกัน ไม่รู้ว่าจะมีการปฏิรูปได้เมื่อใด ประชาชนคิดจะเอาแต่รัฐธรรมนูญทั้งที่ไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าขึ้นอยู่กับประชาชน ฐับาลเข้ามาแก้ปัญหาความเดือดร้อนที่หมักหมมมานาน ก่อนหน้านี้เป็น คสช. และเป็นรัฐบาลมา 6 เดือน พอตั้งตัวได้ก็เริ่มเอน เพราะทุกกระทรวงมีปัญหาทั้งหมด แต่ก็ไม่เลวร้าย ที่เข้ามาไม่คิดว่าปัญหาจะเยอะขนาดนี้ แต่เชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้หากทุกคนช่วยกัน และตนก็นำการบริหารแบบทหารมาใช้ โดยนำกฎหมายที่มีอยู่แล้วมาใช้อย่างจริงจัง และไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะสื่อที่จะต้องช่วยกัน สื่อไม่ใช้ศัตรู แต่ควรนำเสนอข่าวทั้งสองด้าน แบ่งเส้นระหว่างเสรีภาพกับสิทธิผลประโยชน์ของชาติให้ได้ แต่การจะเอากฎหมายมากำหนดเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก จึงต้องคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันโดยไม่ขัดแย้ง ขอบคุณภาพ: INN MThai News

'อภิสิทธิ์'ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้าต้องชนะ
มาร์ค /  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ / 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้าต้องชนะ พร้อมเดินหน้าปฏิรูป หากแพ้ขอลาออกหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไปบรรยายที่ ม.รังสิต ว่า จะวางมือทางการเมืองหากแพ้การเลือกตั้งในครั้งหน้า เป็นเรื่องปกติของตนเอง ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคมา 10 ปี ลงเลือกตั้งมา 3 ครั้งแล้ว หากพรรคไม่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากหัวหน้าพรรค โดยเป็นเรื่องธรรมดาของระบบพรรคการเมือง ทั้งนี้ จะได้เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งหน้า ก็มีความตั้งใจให้ชนะ และต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศได้ โดยพรรคจะเป็นทางเลือกให้ประชาชนไปสู่การเปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องการปฏิรูป ต้องโน้มน้าวให้ประชาชนมั่นในการทำงานของพรรค ทั้งนี้ ปฏิเสธว่า เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง

พณ. เผย ยอดจดทะเบียนธุรกิจ ช่วงเม.ย.ลดลง 20%
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า /  กระทรวงพาณิชย์ / 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ยอดจดทะเบียนธุรกิจในเดือนเมษายน58 ลดลงจากเดือนที่แล้ว แต่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 57 นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศในช่วงเดือนเมษายน 2558 พบว่า มีผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ ทั้งสิ้น จำนวน 4,564 ราย ลดลงจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 1,134 ราย แต่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 โดยมีทุนจดทะเบียนกว่า 14,822 ล้านบาท ในส่วนของนิติบุคคลที่จดทะเบียนยกเลิก ทั่วประเทศเดือนเมษายน 2558 มีจำนวน 925 ราย ส่วนประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจภัตตาคาร และธุรกิจขายส่งเครื่องจักร และธุรกิจการทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี ในขณะที่การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 21,873 ราย เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศและตลอดทั้งปีนี้คาดว่าจะมีผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั้งสิ้น จำนวน 60,000-65,000 ราย นอกจากนี้ มีผู้ยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 11,730 ราย 13,376 เว็บไซต์ ประกอบด้วยนิติบุคคล 3,172 ราย คิดเป็นร้อยละ 27 สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้บริโภคมาใช้บริการ หากปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีโทษปรับและอาจต้องพิจารณางดให้บริการเข้าขายสินค้าในตลาดกลางด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการขยายตัวของการซื้อขายทางออนไลน์ของไทยให้เติบโตในอัตราก้าวกระโดดเช่นเดียวกับประเทศอื่น MThai News ข้อมูลจาก...สำนักข่าวไทย

ครม.ไฟเขียวแยก กรมการบินพลเรือน แก้ปัญหาการบิน
กรมการบินพลเรือน /  ครม. / 

พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง เผยครม.ไฟเขียวแยกกรมการบินพลเรือนออกเป็น 2 หน่วยงาน พร้อมกำหนดให้สรุปเสร็จ มิ.ย. นี้ วันนี้ (20 พ.ค. 58) พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมได้มีการอนุมัติ 3 ประเด็น ได้แก่ การอนุมัติแยกกรมการบินพลเรือนออกเป็น 2 หน่วยงานใหม่คือ สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และ กรมท่าอากาศยาน ทั้งนี้การอนุมัติเพิ่มจำนวนบุคลากรเพื่อมาทำหน้าที่เชื่อมต่องานระหว่างกรมการบินพลเรือนแบบเก่ากับสำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมท่าอากาศยาน เพื่อแก้ไขปัญหาปัญหาข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ (SSC) จากการตรวจสอบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จำนวน 48 คน ในสัปดาห์หน้า จะเร่งดำเนินการบรรจุบุคลากรให้ครบเต็มจำนวน โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมการบินพลเรือน เป็นผู้คัดสรร โดยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการะดับกระทรวงในการพิจารณาบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานใหม่กับการแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเดินอากาศ ซึ่งทั้ง 3 ประเด็น จะใช้มาตรา44 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาช่วยในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ได้กำหนดเป้าหมายในการสรุปบทบาทหน้าที่และโครงสร้างของ 2 หน่วยงานใหม่ว่า จะต้องแล้วเสร็จไม่เกินต้นเดือน มิ.ย. นี้ พร้อมการสรุปเรื่องแก้ไขกฎหมายและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเดินอากาศจะต้องแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ เช่นกัน อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ทางกระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงส่งให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พิจารณา

ครม.-คสช. say yes! ไฟเขียวแก้รธน.ชั่วคราวเปิดช่องประชามติ
ครม. /  คุรุจิต นาครทรรพ / 

มติที่ประชุมร่วม ครม.คสช.ไฟเขียวเห็นชอบ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี57 เปิดช่องให้ทำประชามติ เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 พ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน ที่ประชุมร่วมจะมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี2557 เพื่อทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ซึ่งหากที่ประชุมเห็นชอบจะดำเนินการแก้ไขและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.พิจารณาภายใน 15 วัน ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เตรียมรายงานข้อเสนอแนะและความเห็นของกระทรวง หน่วยงานต่างๆ รวมถึงนักวิชาการและประชาชน ที่เสนอแก้ไขหรือตัดร่างรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ไม่มีความชัดเจนออก ในด้านของเศรษฐกิจคาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงพลังงานที่ย้ายไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะเสนอชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดี 5 คน ประกอบด้วย 1.นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง 2.นายอยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ 3.นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร 4.นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และ 5.นายศักดิ์ชัย ศรีบุญชื่อ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ซึ่งประเด็นเรื่องการทำประชามตินั้น คสช. และ ครม. เห็นชอบตรงกันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมเพื่อเปิดช่องให้สามารถทำประชามติ ...................................................................................................... ครม.-คสช. ถกร่วมวันนี้ พิจารณาทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมชง คุรุจิต นาครทรรพ นั่งปลัดพลังงานคนใหม่ การประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. เป็นประธานการประชุมในวันนี้ มีวาระที่จะพิจารณาประกอบด้วย การพิจารณาให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่กรรมมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอหรือไม่ เพราะถ้าเห็นชอบในการทำประชามติ ก็จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติต่อไป ขณะที่วาระด้านเศรษฐกิจคาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน ที่ย้ายไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือก.พ.ร. ส่วนทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอรายชื่อการปรับเปลี่ยนข้าราชการระดับผู้บริหาร ระดับ 10 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อให้การทำงานและการแก้ปัญหาตามแนวทางการบริหารราชการให้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาล โดยรายชื่อในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ คาดว่าจะมี อาทิ ,นายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง แทนนายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ,นายนำชัย พรหมมีชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ แทนนายวิมล ,นายจุมพล สงวนสิน ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แทนนายนำชัย ,นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ,และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร แทนนายอนันต์ ขอบคุณข้อมูล /ภาพ จส100 Mthai News

'ชูวิทย์'ซัด'มาร์ค'ทำชาติพัง ไม่เคยโทษตัวเอง อ้างแต่'ทักษิณ'
ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ /  ชูวิทย์ อภิสิทธิ์ / 

เดือด! 'ชูวิทย์' โพสต์เฟซ ตอกกลับ 'มาร์ค' ทำชาติพัง ไม่เคยโทษตัวเอง ดีแต่ โทษระบอบทักษิณ วันที่ 18 พ.ค.58 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I′m No.5 กล่าวเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยกล่าวในทำนองว่า "ระบอบทักษิณ" ทำให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง เพียงแค่ต้องการเอาชนะกฎหมาย และที่สำคัญ หากรัฐธรรมนูญเสร็จ พร้อมจะลงเลือกตั้งครั้งหน้า แต่หากแพ้ ขอลาขาดจากการเมือง โดยข้อความระบุว่า ......... "อภิสิทธิ์" บอก ระบอบทักษิณทำให้ชาติขัดแย้ง (อีกแล้ว) พอมีม็อบก็หลบหลังสุเทพ อ้างเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ พอรัฐประหาร ก็หลบหลังทหาร อ้างบ้านเมืองต้องปรองดอง พอใกล้เลือกตั้งก็หลบหลังทักษิณ อ้างต้องกำจัดคนโกง ไม่เคยยืดอกรับความจริงสักครั้งว่าเป็นความผิดของตัวเอง MThai News 

นิพิฏฐ์จวก ! รธน.ใหม่ ปิดโอกาสคนดีคนเก่ง เป็นส.ส.
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ /  พรรคประชาธิปัตย์ / 

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊คอัด รัฐธรรมนูญใหม่ 'ขอที่ยืนให้คนดี คนเก่ง คนหนุ่ม' จวกสภาในอนาคตเป็นสภา 'ขิงแก่' วันนี้ (18พ.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อว่า 'นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ' หัวข้อว่า 'ขอที่ยืนให้คนดี-คนเก่ง-คนหนุ่ม' โดยมีใจความว่า การไม่ไว้วางใจนักการเมือง เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่อย่างไรก็ตามในระบอบประชาธิปไตย จะไม่มีตัวแทนไม่ได้ หากขาดตัวแทนองค์ประกอบอื่นของประชาธิปไตยก็ไม่ต้องพูดถึง เมื่อไม่ไว้วางใจนักการเมืองรัฐธรรมนูญใหม่จึงมีความพยายามควบคุม กำกับ อำนาจนักการเมือง ซึ่งก็เข้าใจได้เช่นกัน แต่สิ่งที่ผู้ร่าง"ลืมสนิท"คือการเปิดพื้นที่ให้คนดี-คนจน เข้าสู่การเมือง ซึ่งไม่มีเลยในรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ ถูกร่างขึ้นจากสมมุติฐานที่ว่านักการเมืองเลวเหมือนกันหมด เมื่อส.ส.เขตลดลง และไปเพิ่มส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำพังการเอาส.ส.เขตออกก็ยากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงการเอาคนใหม่เข้าเลย (ภาคใต้โซน 6 ต้องเอาส.ส.เขตออกประมาณ 16 คน) ที่ออกไปก็ต้องผันตัวเองไปลงระบบบัญชีรายชื่อ ยิ่งเป็นระบบบัญชีรายชื่อที่เลือกเป็นภาค และเลือกได้ภาคละ 1 คน (open list)ก็จะกลายเป็นระบบ"จังหวัดนิยม"ยิ่งปิดโอกาสคนจนและคนดีเสียสนิท พร้อมกันนี้ นิพิฏฐ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังระบุต่อไปว่า การเลือกตั้งทุกครั้งเราเห็นเลือดใหม่ทางการเมืองเกิดขึ้นทุกครั้ง มากบ้าง-น้อยบ้าง แต่ครั้งหน้าการเมืองจะเป็นที่สิงสถิตย์ของคนเก่าๆ เลือดใหม่ทางการเมืองไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ระบบใหม่นี้นายทุนชอบครับ ผมไม่มีข้อแนะนำใดๆครับ เพียงบอกผู้ร่างว่า ครั้งหน้า อย่าลืมเตรียมไม้เท้า รถเข็น รถพยาบาล ยาหอม ยาอม ยาหม่อง ไว้ที่สภาเยอะๆนะครับ เพราะครั้งหน้าผู้สูงอายุจะพาเหรดเข้าสภา ซึ่งหมายความว่า ระบบใหม่ในลักษณะเช่นนี้ ย่อมเข้าทางนายทุนทั้งหลายแหล่ เนื่องจากนายทุน หรือ นักธุรกิจเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องลงสมัครเลือกตั้ง ยิ่งรัฐธรรมนูญ กำหนดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ด้วย นายทุนต่างรอวันเวลาเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพราะอย่าลืมว่าในความเป็นจริงนายทุนเขาไม่อยากเป็น ส.ส. เพราะไม่อยากรับใช้ใกล้ชิดประชาชน แต่เขาอยากเป็น รัฐมนตรีด้วยกันทั้งนั้น MThai News ที่มา FB : nipit.in

นายกฯ โอเคประชามติร่างรธน. หากแม่น้ำ 4สายเห็นชอบ
ประชามติ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ประยุทธ์ โยนแม่น้ำ 4 สายตัดสินใจทำประชามติร่างรธน. ร้องประชาชนมาใช้สิทธิ์หากเกิดเลือกตั้ง ย้ำคดีการเมืองก่อน22 พ.ค.57 ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "เกษตรกรก้าวหน้า พัฒนาการเกษตรไทย" วานนี้ (13 พ.ค. 58) ถึงแนวโน้มการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายหลัง กมธ.ยกร่างได้มีมติเห็นชอบให้มีการทำประชามติ ว่า หากต้องการทำเรื่องนี้ ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก่อน ซึ่งหากมีการเสนอเรื่องนี้เข้ามา แม่น้ำทั้ง 4 สายก็จะประชุมร่วมกัน ถ้าเห็นชอบ ก็เสนอไปตามขั้นตอน ทั้งนี้อยากให้ประชาชนไปศึกษาเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้เข้าใจก่อน ขณะเดียวกันก็ขอให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและคำนึงถึงศักดิ์ศรี ไม่รับเงินหรือให้ใครชักจูง หากการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อความมั่นคง และเพื่อลดขั้นตอนการออกกฏหมาย รวมถึงแก้ปัญหาเร่งด่วนช่วยประชาชน เช่น การค้ามนุษย์ ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น ส่วนเรื่องคดีความการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่เห็นมีแกนนำตาย มีแต่ประชาชนตาย นอกจากนี้ เรากำลังเร่งปฏิรูปกฏหมายเพื่อทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ MThai News