เลือกตั้ง2557

โรคปวดหลังที่ควรรักษาเมื่อมีอาการ
ปวดหลัง /  โรคปวดหลัง / 

รายการสมาคมเมียจ๋า เรื่อง โรคปวดหลังที่ควรรักษาเมื่อมีอาการ โดย นพ.สุรศักดิ์ อินทชื่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 28 สิงหาคม 2557

ผีดี-ราศีโด่ (Ghostly Vixen (1990))
หนังจีน

เยี่ยจื้อเหม่ย - เฉินไป่เสียน - อู๋จินหยู : นําแสดง /// คําเปรย : สนุกกับ"เฮิ่มเทิ่ม" แล้วฮากับ"ราศีโด่" (อะไรโด่ อะไรเฮิ่มเทิ่ม มาดูเหอะแล้วก็รู้เองแหละ) /// เนื้อเรื่อง : นักท่องเที่ยวชาย ชาวจีนฮ่องกง 3 คน มาท่องเที่ยวในเมืองไทย เเละต้องการมาเที่ยวในสถานที่เต้นรำในกรุงเทพฯ เเละหนึ่งใน 3 ของนักเที่ยว(Lausekyin)ก็ได้พบกับปีศาจสาวเพียวหง(AmyYip) ได้ชวนเต้นรำ หลังจากนั้นได้ไปเสพสุขในห้องน้ำ เเละได้ถูกปีศาจสาวดูดเลือดในห้องน้ำจนนักท่องเที่ยวตาย ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว(Shingfuion) ผู้มีหน้าที่ปราบปีศาจสาว ได้เข้ามาตามล่า จนพบเเละมาช้าเกินไป เป็นศพที่ 98 ที่ปืศาจสาวบอกว่า ถ้าครบ 100 คน จะได้ไปเกิดเเละมีชีวิตเป็นอมตะตลอดไป เหมียวอี้เหมียวได้ต่อสู้กับปีศาจสาวจนจะฆ่าเพียวหงได้สำเร็จอยู่เเล้ว เเต่ก็พลาดจนเพียวหงได้หลบหนีไปซ่อนตัวในไพ่นกกระจอกหงจง เหมียวอี้เหมียวตามมาจนพบเเละกำลังจะทำลาย เเต่เจ้าของไพ่นกกระจอก(TeddyYip)มาพบเสียก่อน เหมียวอี้เหมียวได้ถูกตำรวจควบคุมตัวไป ไพ่นกกระจอกหงจง ได้ถูกส่งไปขายที่ประเทศฮ่องกง ทำให้ปีศาจสาวรอดจากการทำลายล้างไปได้ ที่ปั๊มเติมน้ำมันเเห่งหนึ่งในประเทศฮ่องกง ฉินโซ่วเหยิน(Natchan)จอมเพลย์บอย กับไซม่อน(Charliecho)จอมกะล่อนที่เป็นเพื่อนสนิท ทำงานที่เดียวกันในบริษัทชุดชั้นในสตรีเเห่งหนึ่ง หลังจากเติมน้ำมันรถเสร็จ ไซม่อนได้ขับรถออกจากปั๊ม ในระหว่างทาง ฉินโซ่วเหยินในสมองคิดเเต่เรื่องเซ็กส์เสื่อมได้พูดระบายให้ ไซม่อนฟัง การที่ตัวเองมีปมด้อย จึงมาระบายด้วยการ กลั่นเเกล้ง ผู้หญิงที่ข้างทางโดยจอดรถพูดจา ชวนไปเที่ยว พอถูกปฎิเสธ ฉินโซ่วเหยิน ก็ต่อว่าอย่างเสียหาย จนคนที่ 3 พอไซม่อนชวนไปเที่ยว กับไปเเบบง่ายๆ จน ฉินโซ่วเหยิน ไม่พอใจถึงขนาดต่อว่าเเละทำร้ายร่ายกาย เเละรายหลังสุด ยังไปพูดจาจีบสาว(Sukikwan)ที่ขับรถตามท้องถนน หญิงสาวท้าให้เเข่งรถ เเต่ก็เเพ้ทำให้รถของไซม่อนเสียหายด้วย เเถมเจอเล่ห์เหลี่ยมหญิงสาวหลอกให้ขายหน้า ตอนที่ไปพบเจ้านาย(wuma)ในที่จอดรถสนามบินเเห่งหนึ่ง โดยโกหกว่าเป็นลูกสาว เเต่เเท้ที่จริง เจ้านายไม่รู้จักเลย ฉินโซ่วเหยินรู้สึกอับอายที่ต้องก้มคลานไปขอโทษเจ้านายว่าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของเจ้านายโดยไม่รู้มาก่อน เเละก่อนที่ฉินโซ่วเหยินกับไซม่อนเเละเจ้านายจะออกเดินทางให้รอพบกับคนๆหนึ่งก่อน เเละเมื่อปรากฎตัวออกมา เป็นหญิงสาวที่เรียกเจ้านายว่า พ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ ฉินโซ่วเหยิน ต่อยท้องเเละเตะจนหงายตีลังกาลงถังขยะ ตอนที่หญิงสาวยืนรอรถริมถนนนั่นเอง งานนี้ถูกเอาคืนโดยให้โชเฟอร์แท็กซี่อัดเข้าที่ลูกตาเเละใบหน้า ฉินโซ่วเหยิน จนฟันร่วงเลยทีเดียว ณ สมาคมแห่งหนึ่ง กำนันหลี่ชิมฟวน(Wufung)ได้หมดวาระในตำเเหน่ง เเละได้ประชุมกับตัวเเทนชาวบ้าน ให้เลือกกำนันคนใหม่ที่หมดวาระ 6 ปี ผลจากการประชุมทุกคนบอกให้กำนันดำรงตำเเหน่งต่อ เเต่กำนันอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่จากชาวบ้าน เเละเมื่อถูกรบเร้ามากๆเข้า กำนันหลี่ชิมฟวนบอกว่าจะไปถามบรรพบุรษที่บ้านก่อน เเละเมื่อกำนันได้ทำพิธีเเละถามว่า ใครควรจะเป็นกำนันต่อไป ผลป้ายบรรพบุรุษบอกว่า ให้หลี่ชิมฟวนเป็นกำนันต่อไปเพราะไม่มีใครเหมาะสม เเต่หลี่ชิมฟวน บอกว่าต้องมีเงื่อนไขคือ ให้ลูกสาว ลู่เหมยเเต่งงานไปก่อน ส่วนลู่เหมย(SandraNg) ลูกสาวคนเดียวทำงานรับใช้อยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ต้องรับใช้พวกคนสูงอายุไม่ว่าจะทำความสะอาด หรือชงชาให้ดื่ม หรือทำทุกๆอย่างที่ถูกเรียกใช้ ไม่วายถูกพวกหญิงเเก่ นักดื่มน้ำชาเเละกินเมล็ดก๊วยจี้ พูดจาเหน็บเเนมว่าลักษณะหน้าตาโหงวเฮ้งไม่ดี จะเเต่งงานก็ไม่ได้เเต่งเพราะมีปัญหากับฝ่ายชายทั้งที่ได้หมั้นหมายกันตั้งเเต่ตอนที่ยังอยู่ในท้อง สร้างความไม่พอใจให้เเก่ ลู่เหมย เป็นอย่างมาก จึงเเก้เผ็ดโดยชงชาผสมพวกของสกปรกเเละซากจิ้งหรีดให้ดื่ม พวกหญิงเเก่กลับชมว่ากลิ่นหอมดีเสียอีก ลู่เหมย พอกลับถึงบ้านก็ต่อว่าพ่อ หลี่ชิมฟวน ว่าไม่สนใจเกี่ยวกับงานเเต่งงานของตน ทั้งที่ หลี่ชิมฟวน ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด เเต่ทางฝ่ายชายพยายามหาเหตุโกหก เเละบ่ายเบี่ยงงานเเต่งมาตลอด จนเเทบไม่อยากจะสนใจเเล้ว เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อ หลี่ชิมฟวนบอกให้ไปโทรศัพท์ถามกันเอาเอง พอลู่เหมยโทรไปหา ฉินโซ่วหยิน กลับให้เพื่อน ไซม่อน รับโทรศัพท์เเทน ไซม่อนพูดโกหกในทุกๆเรื่องเพื่อให้ ลู่เหมยเลิกกับ ฉินโซ่วหยิน ให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามต้องการของ ฉินโซ่วหยิน อยู่เเล้ว เพราะถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนโดยที่ ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้รักเเละพิศวาสลู่เหมยเลย ลู่เหมยกลับมาบอกพ่อเกี่ยวกับเรื่องราวทุกอย่างที่ ไซม่อนบอกมา พ่อบอกให้ตัดใจเสียเถอะ เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองให้ได้ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินได้พาหญิงขายบริการคนหนึ่งมาเสพสุขในรถในสถานที่เปลี่ยว เเต่ก็เจอปัญหามาตลอด ตั้งเเต่การถูกคนเเอบดูจากนอกรถนับสิบคน พอย้ายไปอีกที่ ก็เจอพวกนักเลงตีกันทำให้ถูกลูกหลงจนกระจกรถเเตกเสียหาย เเละเมื่อพาไปที่บ้านพักก็มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดูดที่สวิทซ์ปิดเปิดไฟ เเละไฟฟ้าก็ดับต้องใช้เทียนจุดไฟก็ดันเผลอไปโดนเส้นผมของสาวขายบริการจนไหม้ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ฉินโซ่วหยินบอกให้หญิงขายบริการไปนอนรอที่เตียง เเละตัวเองขอไปทำเรื่องส่วนตัวก่อน นั่นก็คือ กินน้ำผสมกระดาษเสกที่ ไซมอนให้มาว่าจะทำให้พลังทางเซ็กส์ดีเยี่ยม เเต่พอ ฉินโซ่วหยิน กลับไปที่เตียง กลับเจอ 2 โจรผู้ชายมาปล้นสวาท ฉินโซ่วหยินแทน โดยที่หญิงขายบริการกลับถูกมัดเเละปิดปากอยู่ที่เตียง วันต่อมา ฉินโซ่วหยิน ได้พบกับไซมอน เเละเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในสภาพเจ็บปวดที่ก้นหลังจากถูกข่มขืนจากผู้ชายทั้ง 2 คน ในห้องพักในวันนั้น ส่วนเหมียวอี้เหมียวนักปราบปิศาจ ก็ถูกควบคุมตัวในห้องคุมขังในสถานบำบัดเเห่งหนึ่ง ส่วนลู่เหมยก็ได้พูดคุยกับพ่อเเละได้เล่าเรื่องราวสมัยที่ได้เล่นกับ ฉินโซ่วหยิน ในอดีดที่ผ่านมา เเละกำลังจะออกเดินทางไปหาฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของลู่เหมยได้ให้ถุงวิเศษ 3 ถุงโดยบอกว่าถ้าลูกถูกรังเเกให้เปิดใช้ เเละอย่าให้ใครไปใช้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้น พ่อจะต้องเกิดเรื่องยุ่ง เเละไม่อธิบายเหตุผลกับลู่เหมยอีก คืนวันหนึ่ง ฉินโซ่วหยิน ได้พาหญิงขายบริการคนใหม่มาเสพสุขในบ้านพักเหมือนเช่นเคย เเต่ตอนนี้ดีหน่อยตรงที่ไฟฟ้าไม่ดูดเเละดับเหมือนคราวที่เเล้ว ในระหว่างที่สาวขายบริการกำลังก้มหน้าก้มตาจะทำอะไรที่เป้ากางเกง ดันมีเสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องทำให้ตกใจรีบรูดซิบเพื่อจะไปเปิดประตูห้องเลยทำให้เส้นผมหญิงขายบริการติดที่ซิบกางเกง เลยต้องลากไปที่ประตูทำให้หญิงสาวเจ็บปวดมาก เมื่อฉินโซ่วหยิน เปิดประตูก็พบกับลู่เหมย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจที่ ฉินโซ่วหยินชอบหญิงบริการมากกว่าตน ฉินโซ่วหยินว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันจึงไม่มีสิทธิ์มาว่าเช่นนั้น จึงสั่งให้ลู่เหมยให้ไปพักในห้องรับเเขกก่อน เมื่อไปพักที่ห้องลู่เหมยได้เปิดถุงวิเศษที่พ่อให้มาเพื่อเล่นงาน ฉินโซ่วหยิน หลังจากทำพิธีเสร็จเเล้ว อวัยวะเพศของฉินโซ่วหยิน กลับยาวมาถึงตาตุ่ม ทำให้หญิงขายบริการตกใจหนีจากไป ลู่เหมยสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉินโซ่วหยิน ต้องมัดอวัยวะเพศกับขาข้างซ้ายซึ่งยาวเกือบถึงตาตุ่มโดยใส่กางเกงขายาวปิดไว้ ก่อนที่จะมาทำงานที่บริษัทชุดชั้นในสตรี โดยภาวนาว่าอย่าเห็นสิ่งยั่วยวนอีกเลย เเต่เมื่อมาเห็นพนักงานสาวเเต่งตัวยั่วยวนก็เลยสั่งให้เปลี่ยนให้มิดชิดในวันถัดไป เเละเมื่อมาประชุมเกี่ยวกับชุดชั้นใน เห็นนางแบบสาวใส่ชุดชั้นใน ฉินโซ่วหยินถึงกับทนไม่ได้ ขาซ้ายกับชูขึ้นโดยโกหกว่าเป็นตะคริว ต้องให้ไซม่อนพาไปห้องน้ำ เพื่อบอกความจริงว่าอวัยวะเพศไม่รู้ว่าอยู่ดีๆมันยาวเกือบ 4 ฟุต โดยไม่รู้สาเหตุ ขนาดพนักงานหญิงเเก่(FemmeDeMenage)ที่ทำความสะอาดห้องน้ำมาเห็นเข้า ยังร้องว่า ผีหลอก เมื่อ ฉินโซ่วหยิน กลับมาที่บ้านพักคิดว่า ลู่เหมยกลับบ้านไปแล้ว คิดว่าจะฉลองสักหน่อย จึงใช้โทรศัพท์เเต่กลับได้ยิน ลู่เหมยพูดโทรศัพท์กับพ่อ หลี่ชิมฟวนบอกว่า หลังจากใช้ถุงวิเศษถุงที่ 1 ไปเเล้วภายใน 12 ชั่วโมง ก็จะเป็นปรกติ ลู่เหมยบอกว่ายังเหลืออีก 2 ถุงเก็บไว้เรียบร้อยเเล้ว พ่อลู่เหมย กำชับว่าอย่าให้ ฉินโซ่วหยิน รู้เรื่องเป็นอันขาดไม่งั้นต้องเดือดร้อนเเน่ ฉินโซ่วหยินเมื่อรู้ความจริงจึงหาวิธีทำให้ลู่เหมยตายใจเพื่อหวังจะเอาถุงวิเศษมาเป็นของตัวเองให้ได้ โดยเเกล้งทำดีกับลู่เหมยสารพัด เเละโกหกว่าตัวเองว่าเป็นมะเร็งมีชีวิตเหลือเพียง 1 ปี เเล้วก็ตาย จึงทำให้ลู่เหมยสงสารเเละยอมทำทุกอย่างที่ ฉินโซ่วหยินต้อง การ เเล้วทั้งคู่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อไปขี่ม้า เเต่ไม่กล้าเลยไปขี่หมาเเทน เเล้วก็เล่นกันอย่างสนุกสนานบริเวณชาดหาดริมทะเลอย่างมีความสุข หลังจากนั้นก็กลับมาดื่มเบียร์ที่บ้านพักจนเมามาย เเต่ลู่เหมยไม่ยอมหลับสักที ฉินโซ่วหยิน เลยหาจังหวะใช้ขวดเบียร์ตีที่หัวลู่เหมยจนหลับไป เเล้วก็เอาถุงวิเศษไปจนได้ เมื่อ ฉินโซ่วหยิน ไปที่ทำงานบริษัทชุดชั้นในสตรี ได้ทดลองใช้ถุงวิเศษกับเพื่อน ไซม่อนเป็นคนเเรก เมื่อเจอไซม่อนๆยังได้พูดว่าขนาดอวัยวะที่ยาวไม่สามารถรักษาทางยาได้ต้องตัดอย่างเดียว เสียค่าตัด 40,000 ไซม่อนบอกว่าให้ไปคุยในห้องทำงาน พอไซม่อนหันหลังฉินโซ่วหยินได้ใช้ผงวิเศษจากถุงที่ 2 ใส่ที่หัวไซม่อน ผลที่ได้ ทำให้พ่อลู่เหมยหกคะเมนตีลังกาทั้งหน้าเเละหลังจนได้รับบาดเจ็บ เเละทำให้ไซม่อน พูดความจริงทุกอย่างที่หลอก ฉินโซ่วหยิน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ตัดอวัยเพศ เล่าเรื่องถูกข่มขืนให้คนในบริษัทฟัง หลอกเอาเงินทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เมื่อฉินโซ่วหยิน แต่งงานจะคืนเงินทั้งหมดเพื่อเป็นของขวัญ ทำให้ฉินโซ่วหยินไม่พอใจเเละทวงเงินคืนจากไซม่อนได้สำเร็จ ฉินโซ่วหยิน คิดจะทดลองกับเจ้านาย(wuma) โดยบอกว่ามีธุระจะคุยด้วย พอเจ้านายหันหลัง ก็ใช้ผงวิเศษใส่ที่หัว ผลที่ได้คือ ทำให้พ่อลู่เหมย หัวทิ่มหัวตำกับพื้นได้รับบาดเจ็บอีก เเละเมื่ออยู่ในห้องทำงาน เจ้านายก็พูดความจริงว่า ถ้าฉันเป็นนายฉันลาออกจากบริษัทไปนานเเล้วคงไม่หน้าด้านอยู่ ฉินโซ่วหยิน จึงบอกว่า เมื่อก่อนได้เคยวางยาให้เถ้าเเก่เนี้ยมานอนกับเจ้านายนะ เจ้านายจึงบอกว่า ก็เพราะเรื่องนี้นะซิที่ฉันอยากจะไล่นายออกไม่ให้ทำงานที่นี่ เเต่นายก็ยังมีความซื่อสัตย์ต่อฉัน เอาเป็นว่าเดือนหน้าฉันจะเลื่อนตำเเหน่งนายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ เเต่นายอย่าเพิ่งดีใจไป เมียของฉันจะให้น้องชายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ดังนั้นนายต้องรออีก 2 ปี ทำให้ฉินโซ่วหยิน รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เมื่อน้องชายของเมียเจ้านาย(Taibo)มาถึงที่บริษัทได้วางอำนาจต่อว่า ฉินโซ่วหยิน เเบบเหยียดหยามอย่างไม่เป็นมิตร ทำให้ ฉินโซ่วหยินคิดจะเอาคืนโดยใช้ผงวิเศษตามเคย มีผลให้ พ่อลู่เหมยถูกต้นตะบองเพชรพุ่งเข้าใส่ที่ใบหน้าบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกครั้ง เเละทำให้น้องชายเมียเจ้านายพูดความจริงเกี่ยวกับเจ้านายในเรื่องเสียหายในทุกๆเรื่อง จนเจ้านายทนไม่ได้เเละไล่ออกจากบริษัทไป เเละก็ได้แต่งตั้ง ฉินโซ่วหยิน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการเเทน เเละยังได้ชวนไปเล่นไพ่นกกระจอกในคืนวันนั้นด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ เมื่อหนีออกมาจากสถานบำบัด ก็ได้ใช้สีสเปรย์พ่นทับป้ายประกาศจับตัวเอง ก็มาเจอตำรวจไล่ล่าอีกก็เลยใช้สีสเปรย์พ่นใส่หน้าตำรวจเสียเลย เมื่อคนทั้งสี่ได้มาเล่นไพ่นกกระจอกในสถานที่เเห่งหนึ่ง เจ้านาย(wuma) เล่นได้ หงจง กินเงินไปหลายครั้ง เเต่หลังจากนั้นพอมาถึง ฉินโซ่วหยิน กับเห็นไพ่ หงจง มีหญิงสาวชุดเเดงอยู่ในนั้น จึงบอกให้นักเล่นอีก 3 คนรู้เเต่ไม่มีใครเชื่อ เเละเมื่อเล่นต่อไปคราวนี้ ฉินโซ่วหยิน เล่นชนะ กินเงินได้ทุกครั้งจนเกือบตลอดทั้งคืน จนทุกคนสงสัย คอยจับผิด จน ฉินโซ่วหยิน ได้ดึงผ้าสีเเดงจากไพ่หงจง ออกมา ทุกคนจึงเลิกเล่นทันทีในคืนนั้นเพราะหาว่าฉินโซ่วหยินโกง เเล้วต่างฝ่ายเเยกย้ายกันกลับไป คราวนี้ไซม่อนไม่ยอมไปด้วยกลัวรถชนกันอีก ฉินโซ่วหยินเลยต้องขับรถกลับตามลำพังเพียงคนเดียว เเละเมื่อรถเริ่มแล่นออกไปก็มีผ้าเเพรสีเเดงปลิวเข้าไปในรถด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ กำลังกินอาหารอยู่ ก็ยังไม่วายตำรวจ 2 คน ยังตามมาจับอีกก็เลยเอาอาหารยัดใส่ปากตำรวจคนหนึ่ง เเล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะมีหลังคาหนีไปได้อย่างง่ายดายเเถมยังบอก บ๊ายบาย เย๊าะเย้ยตำรวจอีก ส่วน ฉินโซ่วหยิน เมื่อขับรถได้สักระยะหนึ่งที่ด้านหลังคนขับ ก็มีร่างของสาวชุดเเดงปรากฎขึ้นมา ในระหว่างนั้นรถกระบะที่ เหมียวอี้เหมียวอาศัยมานั้น สวนผ่านมาพอดี ได้เห็นปีศาจสาวในชุดเเดงที่อยู่ในรถของ ฉินโซ่วหยิน เหมียวอี้เหมียวจึงติดตามมาหวังกำจัดปีศาจสาว ฉินโซ่วหยินได้ยินเสียงคนมาจากเบาะหลังรถจึงหันไปดู เเต่ต้องหักรถหลบเพราะมีคนวิ่งตัดหน้ารถ จึงลงไปดู กลับพบหญิงสาวในชุดเเดงสุดเซ็กส์ซี่เพียวหง(AmyYip) ตอนเเรกว่าคิดจะต่อว่า กลับเปลี่ยนมาพูดดีเเทน หญิงสาวในชุดเเดงบอกช่วยอุ้มขึ้นรถหน่อย ฉินโซ่วหยิน ก็ทำตามอย่างเต็มใจ พอมาถึงในรถขอนั่งพักเดี๋ยวก็หายไม่ต้องพาไปโรงพยาบาล เเละขอให้ช่วยเเกะกระดุมหลังเสื้อหน่อย พอได้จังหวะปีศาจสาวในชุดเเดงกำลังจะใช้ปากดูดตรงเป้ากางเกง ฉินโซ่วหยิน เเต่โชคดี เหมียวอี้เหมียว ได้ใช้ปลายเท้ายัดใส่ปากปีศาจสาวเเทน เเต่ปืศาจสาวได้หนีออกมาจากรถ การต่อสู้ระหว่าง เหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจกับ ปีศาจสาวเพียวหง ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เเละเหมียวอี้เหมียว กำลังจะใช้ดาบปราบปีศาจได้อยู่เเล้ว เเต่ ฉินโซ่วหยิน กลับมาช่วยให้ปีศาจสาวหนีไปได้อีกครั้ง เหมียวอี้เหมียวได้พยายามเตือน ฉินโซ่วหยิน ว่ากำลังถูกปีศาจสาวฆ่าเเละจะเป็นศพที่ 99 เมื่อครบ 100 ก็จะได้ไปผุดไปเกิด เเละไม่มีวันตายด้วย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่อเเละก็เดินจากไป เมื่อฉินโซ่วหยินกลับมาที่บ้านพักตัวเอง ก็ได้พบกับหลี่ชิมฟวนเเละลู่เหมย หลี่ชิมฟวนพ่อลู่เหมยตอนนี้อยู่ในสภาพเหมือนศพมัมมี่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผลที่ ฉินโซ่วหยิน ได้ใช้ถุงวิเศษที่เป็นของหลี่ชิมฟวนไปเเกล้งคนอื่น ผลหลี่ชิมฟวนเลยต้องรับผลกรรมของการกระทำนั้นด้วย การที่หลี่ชิมฟวนมาที่บ้านพักของ ฉินโซ่วหยิน เพราะจะมาเตือนว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจดูดเลือดตามล่าหวังจะเอาชีวิตเฉพาะชายโสด เพราะฉินโซ่วหยินเป็นชายโสด วิธีเดียวต้องทำลายความความเป็นโสดของตัวเอง ด้วยการยกให้กับลูกเหมย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่ออ้างเพื่อเข้าข้างลูกสาวของตัวเอง เลยต่อว่าลู่เหมยว่าอย่าหวังเลยว่าฉันจะแต่งงานกับเธออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตเถอะเเล้วก็เดินจากไป สร้างความไม่พอใจกับลู่เหมยเป็นอย่างมาก ส่วนหลี่ชิมฟวนได้บอกกับลูกสาวว่า ลูกเหมยเอ๊ยอย่าหาพ่อไม่ช่วยนะ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน กำลังทำธุระอยู่ข้างนอกก็มี เหมียวอี้เหมียว คอยเดินตามตลอด เพราะรู้ว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจตามฆ่าอยู่ เเม้กระทั่งเข้าห้องน้ำก็ยังตามเเบบไม่คาดสายตา เเต่ เหมียวอี้เหมียว ต้องมาเจอตำรวจไล่ล่าตามจับตัวเลยต้องหนีไปตามเคย การติดตามเลยต้องสิ้นสุดลง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน ได้ไปที่ New Tonnochy Night Club คลับกลางคืนที่มีสาวขายบริการเเห่งหนึ่ง เเละได้เรียกตัวสาวบริการมาให้เลือก ตอนเเรกมีอยู่ 2 คนอยู่เเล้วเพื่อจะพาไปข้างนอก เเละรอเปลี่ยนเสื้อผ้า เเต่พอพาตัวมาส่งอีกครั้งกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน เเถมหน้าเหมือนไม่ใช่คน เลยบอก มาม่าซังให้เปลี่ยนคนใหม่ ในระหว่างนั้น ปีศาจสาวเพียวหง ได้เข้ามาหาเลยคิดว่าทำงานที่นี่ ฉินโซ่วหยินเเยกตัวจากไซม่อน เพียวหงได้พาฉินโซ่วหยินออกไปข้างนอกคลับเเละขึ้นรถเเท็กซี่ ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว ได้เเอบเห็นพอดีเลยสกดรอยตาม เเท็กซี่ได้พาปีศาจสาวเพียวหงเเละฉินโซ่วหยินไปส่งที่โรงเเรมจิ้งหรีดเล็กๆค่อนข้างสกปรก ทำให้ ฉินโซ่วหยิน รู้สึกกลัวขึ้นมา พอเปิดห้องเเละได้นอนคุยกับเพียวหง ฉินโซ่วหยิน ได้ถามว่า ชาติก่อนพ่อของเธอติดหนี้เค้ามากใช่ไหม เพียวหงตอบว่าทำไมพูดเเบบนี้ ก็เพราะรูปร่างหน้าตาคุณทำไมต้องมาเป็นผู้หญิงเเบบนี้ เพียวหงจึงตอบว่าน่าเกลียดพูดออกมาได้ ในช่วงเวลานั้น เหมียวอี้เหมียวได้ตามมาถึงโรงเเรมเเละกำลังจะเข้าไปเเต่ถูกพนักงานในโรงเเรมขวางเเละรุมเล่นงาน จนกระทั่ง เหมียวอี้เหมียว ได้พยายามเข้ามาเจอห้องของปีศาจสาวเพียวหง เเต่ก็ไม่สามารถจัดการเพียงหงได้เพราะถูกพนักงานโรงเเรมเเละตำรวจควบคุมตัวไป ในระหว่างที่ เหมียวอี้เหมียวถูกจับตัวไป ฉินโซ่วหยินก็เดินตามไปด้วย พอย้อนกลับมาที่ห้อง เพียวหง ก็ไม่ได้อยู่ในห้องเเล้ว เเต่ก็ทิ้งกระดาษแผ่นหนึ่ง เเละได้บอกให้ไปหาตามสถานที่ๆหนึ่ง ที่โรงพยาบาลบำบัดโรคจิต เหมียวอี้เหมียว ได้ถูกขังเเละมัดมือเเละขาในสภาพผ้าขาวพันเต็มตัวเหมือนมัมมี่เเละนอนบนเตียงนอน ได้เอะอะโวยวายบอกว่าฉันเป็นหมอผี ให้ปล่อยตัวเดี๋ยวนี้ เหมียวอี้เหมียว คิดได้ว่าถ้าถูกจับมัดเเละขังแบบนี้ ปีศาจสาวเพียงหงต้องมาฆ่าเเละจะเป็นศพคนที่ 99 เลยหาวิธีทำลายความบริสุทธิ์เเละความเป็นโสดของตัวเอง โดยจ้างตำรวจที่เฝ้าหน้าห้อง ให้ไปหาหญิงสาวสักคนมามีเพศสัมพันธ์ เเต่ตำรวจหาหญิงเเก่(HelenaLaw)ที่ทำความสะอาดในโรงพยาบาลมาให้ เหมียวอี้เหมียวไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลง ในระหว่างที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ เหมียวอี้เหมียวต้องผงะเพราะที่เเท้หญิงเเก่คนนั้นคือ ปีศาจสาวเพียวหง เลยขอร้องว่าไหนๆก็จะตายเป็นศพคนที่ 99 เเล้ว ขอให้กลายร่างเดิมจะได้ไหมเพราะไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับคนเเก่ เพียวหงตอบตกลง เเต่ดันกลายร่างเป็นผู้ชายมีหนวด(ManfredWong) เสียนี่ เเละในที่สุด เหมียวอี้เหมียว ถูกฆ่าตายเป็นศพคนที่ 99 จนได้ ที่บ้านของ ลู่เหมย กำลังรำมวยจีนกับพ่อของเธอ เเต่พ่อของเธอเหมือนจะมีความวิตกกังวล ได้หยุดรำมวย เเละเดินจากไป ทำให้ลู่เหมยสงสัยเลยตามพ่อเธอไป หลี่ชิมฟวน ได้หยิบเหรียญเพื่อตรวจดูว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังมีเคราะห์หรือไม่ เมื่อถูกลูกสาวถาม เลยตอบไปว่า ฉินโซ่วหยิน ถ้าวันนี้ไม่ตายพรุ่งนี้ก็ต้องตายอยู่ดี ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ ว่าพ่อทำไมไม่ช่วย พ่อของเธอบอกว่า ปีศาจสาวตนนี้ ไม่ใช่ธรรมดา พ่อสู้ไม่ได้ ทำให้ลู่เหมยเดินหนีออกไปข้างนอกเพื่อไปช่วย ฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของเธอตะโกนบอกว่าหยุดก่อน ให้นำผ้ายันต์ติดตัวเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง คืนหนึ่งฉินโซ่วหยินเเละไซม่อน ได้ขับรถไปยังสถานที่ ที่เพียวหงได้บอกไว้ในกระดาษ เมื่อไปถึง ฉินโซ่วหยินบอกให้ไซม่อนรออยู่ข้างนอก เเละเมื่อเข้าไปในบ้าน ที่บ้านหลังนี้รกมากเเละมืด เมื่อฉินโซ่วหยินเข้ามาถึงในห้อง เเละได้เห็นหน้าของเพียวหง ไม่มีลูกตาทั้งสองข้าง จึงตกใจกลัวจนปัสสาวะราด ดีที่ว่าหลบทัน เพราะเพียวหง เมื่อไม่มีตาจึงมองไม่เห็น จึงเอาตาจากที่วางอยู่ในชามที่มีน้ำขึ้นมาใส่ที่เดิม ส่วนไซม่อนรอที่รถไม่ไหว เลยเข้ามาในบ้านเพื่อหาของกิน เเต่เมื่อเข้าไปในห้องเก็บของ กลับเจอศพผู้ชายหลายศพ จึงร้องว่า มีคนถูกฆ่าๆ จนทำให้เพียวหงตามมาเจอเเละถามว่า ฉินโซ่วหยินอยู่ไหน เมื่อรู้จึงบังคับปิดประตูหน้าต่างทุกด้าน ทำให้ฉินโซ่วหยินซึ่งตอนนี้ เชื่อเเล้วว่า เพียวหงคือปีศาจที่กำลังตามฆ่าตน จึงพยายามหนี เเละลู่เหมยก็ตามมาช่วยพอดี เเต่เมื่อหนีออกจากบ้านลู่เหมยออกไปได้เเล้ว เเต่ฉินโซ่วหยินออกไม่ทันประตูถูกปิด เปิดไม่ได้ เพราะอำนาจของปีศาจบังคับไว้ ลู่เหมยจึงใช้วิธีหลอกล่อ ให้เพียวหงเปิดประตูออกมาไล่ล่าตน เเต่เหมือนเพียวหงจะรู้ทัน จึงหันกลับไปในบ้านเเละจับตัว ฉินโซ่วหยินได้ เเต่ลู่เหมยตามเข้ามาช่วยเเต่ก็โดนเล่นงานไปเหมือนกัน ฉินโซ่วหยิน กำลังจะถูกเพียวหงทำร้ายอยู่นั้น ลู่เหมยได้ใช้ยันต์ที่ติดตัวมาเเปะที่หน้าผากของเพียวหง ทำให้ปีศาจสาวหมดอำนาจ ทำให้ประตูถูกเปิดออก ทุกคนจึงหนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อทุกคนกลับมาที่บ้านของลู่เหมย พ่อลู่เหมยไม่อยู่เพราะกำลังไปตามศิษย์ผู้พี่เเละไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกคนจึงพยายามหาวิธีกำจัดปีศาจสาว โดยศึกษาจากวิดีโอเทปการปราบปีศาจของพ่อ ในหลายๆวิธี เเละวิธีที่นำมาใช้คือ โป็ยเซียนขี้เมา เเต่พอปีศาจสาวปรากฎตัว การต่อสู้ก็เกิดขึ้น โป็ยเซียนขี้เมา ก็สู้ไม่ได้ พอเปิดดูวิดีโอเทปค่ายกลวิธีสุดท้ายของพ่อ บอกว่าให้ใช้ขาวิ่งให้เร็วที่สุดคือเคล็ดลับของค่ายกลนี้ ทุกคนรู้สึกผิดหวังไปตามๆกัน ลู่เหมยบอกให้ไปตั้งค่ายกลที่ห้องสองต่อสองกับฉินโซ่วหยิน ไม่ให้ไซม่อนตามไป เมื่ออยู่ในห้อง ค่ายกลที่ว่านี้ก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง ฉินโซ่วหยินกับลู่เหมย เเต่ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้พิศวาสด้วย ไม่ว่าลู่เหมยจะใช้ถุงดำคุมหัว ใช้ภาพนางเเบบสาวสวยกี่คนมาปิดที่ใบหน้าก็ตาม ฉินโซ่วหยินไม่มีอารมณ์จะร่วมด้วย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ เเละก็แยกย้ายกันไป ปีศาจสาวเพียวหง ทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นไซม่อน ฉินโซ่วหยิน ลู่เหมย จนในที่สุด ลู่เหมยพยายามปกป้องจนตัวเองต้องถูกผ้าเเดงรัดคอเเละถูกเเขวนคอจนตาย เเละเมื่อเพียวหงกำลังจะฆ่า ฉินโซ่วหยิน พอดีศิษย์ผูัพี่(BillTung)ยิงลูกศรอาคม ถูกปีศาจสาว จนต้องหนีไป หลังจากนั้น เมื่อลู่เหมยตาย ในระหว่างทำพิธิศพพ่อลู่เหมยได้เเสดงความโกรธต่อ ฉินโซ่วหยิน เเละก็ต่อว่าพักใหญ่ จนในที่สุด ฉินโซ่วหยิน บอกให้ หลี่ชิมฟวน ปลุกวิญญาณลู่เหมยขึ้นมา หลี่ชิมฟวนตอบตกลง การทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยครั้งเเรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนไซม่อนเเละศิษย์ผู้พี่ได้ออกไปหาดาบปราบปีศาจในที่เก็บศพเเห่งหนึ่ง เเละได้ดาบจากวิญญาณเหมียวอี้เหมียวซึ่งก็ไม่พอใจที่ตัวเองต้องมาตายเพราะไม่มีดาบปราบปีศาจนี้ ในระหว่างทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยอยู่นั้น เเทนที่วิญณาณลู่เหมยจะปรากฎตัวกลับเป็น ปีศาจเพียวหงเเทน หลี่ชิมฟวน ก็ได้ต่อสู้เเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินก็ถูกเล่นงานกำลังจะเเย่ ปรากฎว่าวิญญาณลู่เหมยออกมาช่วยไว้ทัน จนพ่อลู่เหมยบ่นว่าไม่ช่วยพ่อเลยเเต่ช่วยเเต่ ฉินโซ่วเหยิน การต่อสู้ระหว่างวิญญาณลู่เหมยกับปีศาจเพียวหงโดยต่างฝ่ายต่างเเลบลิ้นยาวพันต่อสู้กัน ฉินโซ่วหยินเอาไฟลนที่ลิ้นปีศาจเพียวหง เลยทำให้วิญญาณทั้งสองเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในตอนนี้ปีศาจสาวเพียวหงต้องการฆ่า ฉินโซ่วหยินให้ได้ เพราะจะเป็นศพที่ 100 ก็จะได้ไปเกิดเป็นคนเเละไม่มีวันตายเสียที เเต่วิญญาณลู่เหมยพยายามต่อสู่ปกป้องฉินโซ่วหยินเเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินเองตอนนี้ก็ต้องต่อสู้เพิ่อให้ตัวเองรอด ฉินโซ่วเหยิน กำลังจะถูกฆ่าจากปีศาจ วิญญาณลู่เหมย ใช้มีดดาบปราบปีศาจซึ่งเป็นเล่มเดียวกับเหมียวอี้เหมียวใช้ พุ่งเข้าเเทงหน้าอกปีศาจจนตาย เป็นการปราบปีศาจได้สำเร็จ ทุกคนก็รอดปลอดภัย เเต่ฉินโซ่วหยินต้องเเต่งงานกับวิญญาณลู่เหมยเเละอยู่ด้วยกันเฉพาะกลางคืนเท่านั้น เเต่ด้วยนิสัยเพลย์บอยเดิมยังไม่ละทิ้ง คิดจะเเอบหนีเที่ยวกับหญิงอื่นในเวลาที่วิญญาณลู่เหมยไม่อยู่ เลยถูกวิญญาณลู่เหมยยึดอวัยวะเพศไว้เพราะรู้ทัน จะคืนให้ก็ต่อเมื่อมีอะไรกับวิญญาณลู่เหมยเท่านั้น งานนี้เป็นกรรมโดยเเท้ของ ฉินโซ่วหยิน(NatChan) /// ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/02/1990-ghostly-vixen-nat-chan-sandra-ng.html

การรักษาไซนัสด้วยบอลลูน
ไซนัส /  รักษาไซนัสด้วยบอลลูน / 

รายการเปรี้ยวปาก เรื่อง การรักษาไซนัสด้วยบอลลูน โดย พญ.ลลิลทิพย์ เอียดช่วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก โรงพยาบาลรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 24 สิงหาคม 2557

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กษัติรย์ซาอุฯ แจกเงิน 2 พันล้าน ให้ ปชช.ฉลองขึ้นครองราชย์
2 พันล้าน /  กษัติรย์ซาอุ / 

สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ ทรงแจกจ่ายเงินจำนวน 2,100 ล้านบาทให้แก่ประชาชนเพื่อเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ สื่อต่างประเทศรายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ พระมหากษัติรย์แห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย ทรงแจกจ่ายเงินจำนวน 2,100 ล้านบาทให้แก่ประชากรในประเทศเพื่อเฉลิมฉลองในการแต่งตั้งเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของซาอุดิอาระเบีย ซึ่ง สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ พระชนมายุ 79 พรรษา ได้ขึ้นครองราชย์แทน สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ บิน อับเดลอาซิส ที่สวรรคตในวัย 90 พรรษา หลังจากทรงเสด็จเข้ารับการรักษาด้วยโรคปอดติดเชื้อก่อนหน้านี้ และเป็นหนึ่งในผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกคนหนึ่ง หลังจากได้ขึ้นครองราชในประเทศร่ำรวยจากการค้าขายน้ำมันเป็นอันดับ 2 ของโลก เพียงแค่ชั่วโมงเดียวได้แจกจ่ายทั้งสมาร์ทโฟน, นาฬิกาหรู รวมทั้งทริปวันหยุดสุดพิเศษให้แก่ประชาชนเพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ในครั้งนี้ และเงินในจำนวนนี้แบ่งเงินจำนวน 3 ล้านบาทแจกให้เป็นค่าเงินเดือน และค่าบำนาญแก่พนักงานของรัฐ ทั้งทหาร, นักเรียน และผู้รับบำนาญ อีกทั้งยังส่งเสริมสมาคมวิชาชีพและสมาคมกีฬาต่าง ๆ ภายในประเทศด้วย ถือเป็นประเพณีในประเทศแถบอาหรับ เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ เคยได้ออกมาแถลงการณ์ในปี 2005 ว่าถ้าได้รับเลือกตั้งเป็นพระมหากษัติรย์องค์ใหม่ของประเทศจะเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานของรัฐอีก 15% อีกทั้งจะจ่ายเงินโบนัสอีก 1 เดือน หลังจากกลับมาจากการรักษาทางการแพทย์จากต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า ประเพณีดังกล่าวอาจจะทำให้ในอนาคตประเทศขาดความมั่นคงทางด้านการเงินเช่นเดียวกับราคาน้ำมันทั่วโลกที่จะส่งผลกระทบต่อความเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบียด้วย

ศาลจำคุก5ปี พงศ์พัฒน์โกวิทย์ คดีรับส่วยน้ำมัน
คดีพงศ์พัฒน์ /  คดีรับส่วยน้ำมัน / 

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 5 ปี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ เรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน ด้าน พล.ต.ต.บุญสืบ คุก 7 ปี 6 เดือน ฐานหมิ่นเบื้องสูง  ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ และข้อหาหมิ่นเบื้องสูง จากกรณี เมื่อเดือน ก.ค. 2557 จำเลยได้ร่วมกันเรียกรับเงินรายเดือนจากผู้ประกอบการหลายรายที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณน่านน้ำไทย รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการ โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาลงโทษจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ ฐานเรียกรับส่วย คนละ 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยคนละ 5 ปี ส่วน พล.ต.ต.บุญสืบ ศาลสั่งจำคุกในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงอีก 5 ปี และรับส่วย อีก 10 ปี รวม 15 ปี แต่จำเลยให้ การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 7 ปี 6 เดือน

รู้กันยัง? รายการ-เงื่อนไข ลดหย่อนภาษี
ภาษี /  รายการลดหย่อนภาษี

เปิดข้อมูลรายการ และเงื่อนไขขอบข่ายการใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา2558 เข้าสู่ช่วงเดือนก.พ.และมี.ค.ทีไร ผู้มีรายได้ในเมืองไทยต้องวิ่งวุ่นกันจ้าละหวั่นเพื่อเตรียมตัวยื่นเสียภาษีประจำปี โดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ใครต่อใครหลายๆ คน ยังฉงนสงสัยอยู่ว่าอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้บ้าง วันนี้ทาง MThai News จึงได้รวบรวมรายการค่าลดหย่อนภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออกจากเงินได้เพิ่มขึ้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว มาไว้ให้ตรวจสอบเพื่อเป็นตัวช่วยทำให้แฟนๆ มีเงินเพิ่มขึ้นหลังจากการเสียภาษี โดยค่าลดหย่อนแต่ละประเภทนั้น อธิบายได้ดังนี้ 1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว จำนวน 30,000 บาท คือ ค่าลดหย่อนสำหรับคนมีเงินได้ทุกคนที่ยื่นแบบแสดงรายการ สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนนี้ได้เต็มที่ 30,000 บาทอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ 2. ค่าลดหย่อนสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท คือ ค่าลดหย่อนของคู่สมรส กรณีที่คู่สมรส (สามี-ภรรยา) ของเราที่ไม่มีเงินได้ หรือเลือกยื่นแบบแสดงรายการรวมกัน เราจะได้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนเพิ่มอีกจำนวน 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 1) ต้องมีการจดทะเบียนสมรส (ไม่ใช่จัดงานแต่งงาน) ซึ่งถ้าเป็นการจดทะเบียนสมรสกันในระหว่างปี หรือปีไหนเกิดตายในระหว่างปี แต่ยังจดทะเบียนอยู่ก็มีสิทธิหักลดหย่อนได้ แต่ถ้าตายไปแล้วมากกว่าหนึ่งปีห้ามเอามาหัก 2) คู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ในระหว่างปี หรือนำมารวมคำนวณภาษี 3. ค่าลดหย่อนบุตร 15,000 บาท และค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร 2,000 บาท 1) คำว่า “บุตร” หมายถึง บุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม หักลดหย่อนได้ คนละ 15,000 บาท และหักได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน โดย บุตรต้องอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดู 2) บุตรต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ถ้าอายุอยู่ในระหว่าง 21-25 ปี ต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ขึ้นไป 3) การนับจำนวนบุตรที่นำมาลดหย่อน ต้องนับตามจำนวนบุตรที่มีชีวิตอยู่ทุกคน 4) สำหรับบุตรที่กำลังศึกษาภายในประเทศ จะได้รับค่าลดหย่อนเพิ่มเติมอีกคนละ 2,000 บาท โดยคำว่าการศึกษาหมายถึงตั้งแต่ ชั้นอนุบาลไปจนถึงปริญญาเอก (ไม่รวมถึงชั้นเตรียมอนุบาล) เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้บุตร ต้องศึกษาอยู่ในสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนราษฎร์ตามกฎหมาย ว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ ซึ่งการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจะถือว่าเข้าเกณฑ์นี้ 5) บุตรต้องไม่มีเงินได้ในปีภาษีตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ยกเว้นกรณี ที่บุตรเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฏากร จะไม่ถือเป็นเงินได้ของบุตร หรือถ้าบุตรอายุไม่เกิน 20 ปีแต่ได้รับเงินปันผลก็จะถือเป็นเงินได้ของผู้ปกครอง เพราะจะไม่ถือว่าบุตรมีเงินได้ครับ 4. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม จำนวน 100,000 บาท อาทิ ดอกเบี้ยเงินกู้เช่า-ซื้อบ้าน, คอนโด หรือที่อยู่อาศัย โดยประมวลรัษฏากรกำหนดให้ หักค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายไปจริงในจำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องทำตามเงื่อนไขต่อไปนี้ (1) ต้องเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินในประเทศ เช่น ธนาคารต่างๆ (2) ต้องเป็นการกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่บนที่ดินของตัวเองหรือกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม (3) ทรัพย์สินที่กู้ต้องใช้เป็นหลักประกันในการกู้ (จำนอง) (4) ต้องอยู่อาศัยในปีนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ให้ครบปี กู้เมื่อไรก็ให้ใช้สิทธิลดหย่อนได้เลยจ้า (5) หากมีการกู้สำหรับที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แห่ง สามารถใช้ลดหย่อนได้ทุกแห่งแต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท หมายเหตุ : "กรณีที่เป็นการกู้ร่วมกันหลายคน ให้แบ่งดอกเบี้ยคนละเท่าๆ กัน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท" 5. ประกันชีวิต ประกันชีวิต คือ การออมเงินในรูปแบบหนึ่งที่ได้รับผลตอบแทนคล้ายๆ กับการฝากเงิน พ่วงด้วยผลประโยชน์ในการคุ้มครองชีวิตอีกต่อหนึ่ง และแถมพ่วงไปอีกเท่าหนึ่งด้วยสิทธิในการลดหย่อนภาษี โดยประกันชีวิตที่ได้สิทธินำมาใช้ลดหย่อนภาษีนั้น มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ประกันชีวิต (แบบทั่วไป) และ ประกันชีวิต (แบบบำนาญ) ประกันชีวิต (แบบทั่วไป) ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้ (1) ประกันชีวิตต้องมีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเป็นประกันชีวิตที่จ่ายให้บริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย (2) ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสม (3) เบี้ยประกันชีวิตสำหรับสัญญาเพิ่มเติม (เช่น อุบัติเหตุ/สุขภาพ เป็นต้น) ไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ (4) ในกรณีไม่มีรายได้จะใช้สิทธิลดหย่อนได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น ประกันชีวิต (แบบบำนาญ) ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้ (1) ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปีขึ้นไป (2) การจ่ายผลประโยชน์ (ดอกเบี้ย, ผลตอบแทน) ในกรมธรรม์ต้องกำหนดให้จ่ายหลังจากผู้เอาประกันอายุ 55 ปี ขึ้นไป และจ่ายต่อเนื่องไปจนอายุเกิน 85 ปี (3) กรมธรรม์ต้องไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ จนกว่าจะอายุครบ 55 ปี ยกเว้นผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต (4) เมื่อรวมเงินที่ซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท หมายเหตุ : หากสงสัยประกันชีวิตของตัวเองเป็นแบบไหน ให้สอบถามจากตัวแทนประกันได้เลย และอย่าลืมสังเกตใบเสร็จรับเงินค่าประกันด้วยว่า ได้ระบุว่าสามารถนำไปลดหย่อนได้จำนวนเท่าไหร่ เผื่อบางทีมีการซื้อประกันสุขภาพควบเข้าไปด้วย 6. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวน 500,000 บาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนจะมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายที่เรียกว่า “เงินสะสม” และนายจ้างจ่ายที่เรียกว่า “เงินสมทบ” ซึ่งโดยปกติแล้วเงินสมทบของนายจ้างจะเท่ากับเงินสะสมของลูกจ้าง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะมีผู้บริหารมืออาชีพที่เรียกว่า “บริษัทจัดการ” จัดการผลประโยชน์โดยการนำไปลงทุน เพื่อเก็บไว้รอจ่ายคืนให้สมาชิกที่สิ้นสุดความเป็นสมาชิก เช่น เมื่อลาออกจากงาน หรือเกษียณ โดยเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดย 10,000 บาทจะอยู่ในส่วนของค่าลดหย่อน และส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท ให้อยู่ในส่วนที่ยกเว้นจากเงินได้ 7. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) นำมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (“Retirement Mutual Fund” หรือ RMF) เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการออมและลงทุนในระยะยาวมว้ากกกกกก เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงชีพให้อยู่รอดหลังจากที่เกษียณอายุงาน โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลตอบแทน คือ 1) สามารถนำมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้และไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้ามีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว เมื่อนำมารวมกับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนใน RMF แล้วก็ต้องไม่เกิน 500,000 บาท หรือคิดเป็นสูตรคำนวณดังนี้ RMF + กบข. + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + กองทุนครูโรงเรียนเอกชน + ประกันชีวิตแบบบำนาญ <= 500,000 บาท 2) เมื่อเราขายคืนหน่วยลงทุนในกองทุน RMF แล้วมีกำไรจากการขาย จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือพูดง่ายๆว่า กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ไม่ต้องเสียภาษี "หมายเหตุ : การลงทุนใน RMF นั้นมีเงื่อนให้ปฎิบัติตามดังนี้ (1) ซื้อ RMF ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า เช่น ถ้าเรามีรายได้ 500,000 บาทต่อปี โดย 3% ของรายได้คิดเป็น 15,000 บาท แบบนี้เราจะซื้อได้ต่ำสุดคือ 5,000 บาทครับ (2) ต้องซื้อติดต่อกันไปทุกปี แต่กฎหมายให้ข้อยกเว้นไว้ว่า สามารถซื้อปีเว้นปีก็ได้ (3) ห้ามขายหน่วยลงทุนคืนตั้งแต่ซื้อปีแรก เว้นแต่ ถือ RMF ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และ มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ หรือ ตาย หรือ ทุพพลภาพ (4) สามารถสับเปลี่ยนกองทุน RMF ระหว่างกันได้ เช่นย้ายจากกองทุน RMF กองหนึ่งไปอีกกองหนึ่ง แต่จะไม่ถือว่าเป็นการซื้อใหม่" 8. กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund) ถือว่าเป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระยะยาว โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้นเป็นหลัก ซึ่งผู้ลงทุน (ผู้ซื้อหน่วยลงทุน) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลตอบแทนอีก โดยกองทุน LTF นั้นถูกจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2547 และจะหมดอายุลงในปี 2559 ที่จะถึงนี้ ซึ่งสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับกองทุนนี้จะมีอยู่ 2 ข้อ ได้แก่ 1) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ต่อปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เช่น ถ้าเรามีรายได้ 1,000,000 บาทต่อปี โดย 15% ของรายได้คิดเป็น 150,000 บาท ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน 2) กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ไม่ต้องเสียภาษี "หมายเหตุ: สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เราได้รับต้องมีการปฎิบัติตามเงื่อนไขดังนี้ 1) เมื่อซื้อกองทุน LTF แล้ว ต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับตามปีปฏิทิน) ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อหน่วยลงทุนไว้ในระหว่างปี 2557 ไม่ว่าจะเดือนใดก็แล้วแต่ ผู้ซื้อจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ถึงจะถือว่าถือหน่วยลงทุนไว้ครบตามที่กำหนด 2) หน่วยลงทุนดังกล่าวไม่สามารถโอน หรือจำนำไปเพื่อเป็นหลักประกันได้" 9. ประกันสังคม ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท เงินประกันสังคม หรือชื่อเต็มๆคือ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยกองทุนประกันสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่บุคคลที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และมีความคุ้มครองแบ่งออกเป็น 7 ประเภทย่อยๆ เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ฯลฯ โดยปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย จะต้องออมไว้ในทุกๆ เดือนผ่านทางกองทุนประกันสังคม ในอัตรา 5% ของเงินได้ และนายจ้างจะเป็นผู้สมทบให้อีก 5% ของเงินได้ โดยเพดานสูงสุดของเงินได้ที่จะนำมาคำนวณก็คือ 15,000 บาท นั่นหมายความ เราจะสามารถนำเงินที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 9,000 บาทต่อปี โดยเงินที่เราออมเข้ากองทุนประกันสังคมนั้นจะได้รับกลับคืนไปในรูปของ “บำเหน็จ” หรือ “บำนาญ” เมื่อเกษียณ หรือถ้าระหว่างนั้นเราต้องพบกับเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ เราก็สามารถเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยอื่นๆ จากประกันสังคมได้ 10. ค่าลดหย่อนพ่อแม่ (บิดามารดา) สูงสุด 120,000 บาท กรณีที่ตัวเราหรือคู่สมรสมีคุณพ่อคุณแม่ที่อายุมากกว่า 60 ปี และคุณพ่อหรือคุณแม่ต้องมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งถ้าหากเราเป็นคนเลี้ยงดูท่าน เราก็จะมีสิทธิหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูได้คนละ 30,000 บาท ซึ่งส่วนนี้จะหมายความรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ของคู่สมรสด้วย (รวมกันสูงสุด 4 คนเป็น 120,000 บาท) แต่มีเงื่อนไขคือ ตัวคุณพ่อคุณแม่ที่นำไปลดหย่อนนั้น จะต้องออกหนังสือรับรองว่าลูกคนไหนเป็นคนเลี้ยงดู และใช้สิทธิได้เพียงคนเดียวเท่านั้น 11. ค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ 60,000 บาท หากเราเป็นผู้ดูแลคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เราสามารถนำมาหักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี 12. เงินบริจาค ให้ วัด มูลนิธิ หรือสถานศึกษา เงินบริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่บริจาคจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ โดยเงินบริจาคเป็นเงินสดเท่านั้น ทั้งนี้หากจะนำเงินเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีแบบคูณ 2 ต้องเป็นการบริจาคเงินให้กับโรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน ที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ มีรายชื่อตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด (หากเป็นการบริจาคให้กับโรงเรียนกวดวิชาจะไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนได้) 13. ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 ค่าใช้จ่ายที่บุคคลธรรมดาสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มี 2 ประเภท คือ -ค่าบริการผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ค่าแพคเกจทัวร์) -เงินที่จ่ายเป็นค่าที่พักให้กับธุรกิจโรงแรมสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งการนำรายการดังกล่าวมาหักลดหย่อนค่าภาษี ต้องนำหลักฐานสำคัญ คือใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงิน ซึ่งระบุชื่อผู้ชำระเงิน จำนวนเงิน และวันเดือนปีที่ชัดเจนมาแสดงด้วย ข้อมูลจาก TaxBugnoms MThai News

พิชัย ชุณหวชิร นั่งแท่นนายกกำปั้นสมัย2 วางเป้าคว้า6ทองซีเกมส์
ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 /  บิ๊กบางจาก / 

บิ๊กบางจาก พิชัย ชุณหวชิร ยังได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิก ให้นั่งตำแหน่งนายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย ต่อเป็นสมัยที่ 2 แบบไม่มีพลิกโผ พร้อมมั่นใจกำปั้นไทยผงาดคว้า 6 ทอง จากส่งแข่งทั้งหมด 10 ประเภทในซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ โดย พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557 มีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกฯ เนื่องจากครบวาระการบริหารงานครบ 2 ปี โดยผลการเลือกตั้งสโมสรสมาชิกได้ลงคะแนน 59 เสียง เลือกนายพิชัย ให้เข้าดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมวยสากลฯ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ แบบไร้คู่ต่อกร ด้าน พิชัย ชุณหวชิร เปิดเผยว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ไว้วางใจให้ผมเข้ามาทำงานตรงนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผมดำเนินงานมา ซึ่งผลงานในรอบปีทัพนักกีฬาได้สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะการส่งเสริมและพัฒนาที่ต่อเนื่องของสมาคมมวยสากลฯ รวมทั้งได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่ายจนทำให้มวยสากล กลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม และทำให้มีนักกีฬาระดับเยาวชนเพิ่มขึ้น และหลังจากนี้อีก 2 ปีจะพัฒนาให้สมาคมกีฬาก้าวไปสร้างชื่อในเวทีระดับโลก อย่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล ขณะที่ความพร้อมในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ มีการแข่งขันทั้งสิ้น 11 รุ่น แบ่งเป็น ชาย 7 รุ่น และหญิง 4 รุ่น ซึ่งเจ้าภาพกำหนดให้แต่ละชาติส่งเข้าแข่งขันได้เพียง ชาย 6 รุ่น หญิง 4 รุ่น ซึ่งเราส่งไปครบ 10 คน โดยเลี่ยงรุ่น 49 กก. ซึ่งเป็นรุ่นของ แก้ว พงษ์ประยูร ที่เรายังหาคนมาแทนไม่ได้ แต่เชื่อมั่นว่ากำปั้นไทยจะคว้าเหรียญได้ไม่ต่ำกว่า 6 เหรียญทอง ส่วนเป้าหมายใหญ่คือการแข่งขันโอลิมปิก ที่ในปี 2016 เราตั้งเป้าว่านักกีฬาจะคว้าได้ไม่ต่ำกว่า 2 โควต้า เพราะในปีนี้มีการแบ่งสรรโควต้าทวีปเอเชียไปยังหลายประเทศมากขึ้น ทำให้โอกาสน้อยลงไปด้วย ยอมรับว่าไม่ง่าย เพราะไม่มี เวิลด์ซีรีย์ เวิลด์บ็อกซิ่ง แต่มี 3 ช่องทาง จะไปแข่งชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย คัดไปกาตาร์ นอกจากนี้เราเตรียมหาโค้ชต่างชาติจาก คิวบา, รัสเซีย หรือ คาซัคสถาน เข้ามาช่วยฝึกนักกีฬา แต่น่าจะเป็นคิวบา เพราะถือเป็นชาติที่เข้าใจนักชกไทย และน่าจะพัฒนาได้ตรงจุด ทั้งนี้ได้เตรียมดึงนักมวยไทยที่มีแววเข้าสมาคมฯ และสร้างยุวชน เยาวชน เพื่อให้พร้อมใช้งานในศึกโอลิมปิก 2020 ที่ตั้งเป้าไว้ว่านักกีฬาไทยจะต้องคว้าได้ไม่ต่ำกว่า 4 โควต้าสำหรับโอลิมปิก

11 เรื่องจริง! หลังจบสงครามที่ฮอกวอตส์ ที่คุณยังไม่เคยรู้
ต่างประเทศ /  นิยายต่างประเทศ / 

เราทุกคนคงทราบกันดีว่า ภาคสุดท้ายของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ สงครามที่เกิดขึ้นในฮอกวอตส์ทำลายทุกอย่างจนสูญสิ้น โวลเดอมอร์ตาย และหลังจากสงครามครั้งนั้นเพื่อนรู้ไหมว่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ ..  เริ่มต้นด้วย แฮร์รี่และรอนเข้าทำงานในสำนักงานมือปราบมาร จนในที่สุด แฮร์รี่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าสำนักงานมือปราบมาร! เจ๋งไปเลย เอาหล่ะคราวนี้มาดูอีก 11 เรื่องจริง! หลังจบสงครามที่ฮอกวอตส์ ที่คุณยังไม่เคยรู้ กันต่อเลยดีกว่า ^^ 11 เรื่องจริง! หลังจบสงครามที่ฮอกวอตส์ ที่คุณยังไม่เคยรู้ 1. คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คนปัจจุบัน หลังจบสงครามที่ฮอกวอตส์ คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์ ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์ และดำรงตำแหน่งในช่วงเวลานั้นเป็นมือปราบมาร ก่อนจะได้รับให้เป็นรัฐมนตรีรักษาการณ์อยู่ขณะหนึ่ง จากนั้นก็ชระการเลือกตั้งเป็น รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ โดยสมบูรณ์ (อ้างอิง Pottermore) แฮร์รี่และรอนเข้าทำงานในสำนักงานมือปราบมาร คิงส์ลีย์ ชักเคิลโบลต์เป็นรัฐมนตรีคนใหม่ จนปี ค.ศ. 2007 แฮร์รี่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าสำนักงานมือปราบมาร 2. ควิดดิชเวิลด์คัพ ครั้งล่าสุดจัดขึ้นในปี 2014 ที่ผ่านมา ควิดดิชเวิลด์คัพ ครั้งล่าสุด จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 427 โดยมีนัดชิงชนะเลิศของทีมบราซิล พบ บัลแกเรีย ในเวลาบ่ายสองของวันที่ 11 กรกฏาคม 2014 ที่ทะเลทรายปาตาโกเนีย ในการแข่งขันครั้งนี้ วิกเตอร์ ครัม หวนกลับมาร่วมแข่งขันในฐานะซีกเกอร์อีกครั้ง และยังเป็นผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุด(ด้วยวัย 38 ปี) ในการแข่งขันนี้อีกด้วย ซึ่งแฮร์รี่และเพื่อนๆ เข้าร่วมชมการแข่งขันนัดสำคัญครั้งนี้ด้วยเช่นกัน (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/1363) 3. กองทัพดัมเบิลดอร์ ยังคงมีอยู่! แม้ภารกิจเดิมของกองทัพดัมเบิลดอร์จะเสร็จสิ้นไปนานแล้ว แต่กลุ่มสมาชิกในกองทัพดัมเบิลดอร์ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ และยังคงเรียกตนเองว่าเป็นกองทัพดัมเบิลดอร์อยู่ ซึ่งพวกเขาได้รวมตัวกันอีกครั้งในงานควิดดิชเวิล์ดคัพ ครั้งที่ 412 ด้วย (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/1363) 4. ศาสตราจารย์รีมัส ลูปิน ได้รับเหรียญตราแห่งเมอร์ลินชั้นหนึ่ง หลังจากเสียชีวิตในสงครามโลกเวทมนตร์ ครั้งที่ 2 ที่ฮอกวอตส์ รีมัส ลูปิน เป็นมนุษย์หมาป่าคนแรกที่ได้รับ เหรียญตราแห่งเมอร์ลิน ซึ่งส่งผลให้มนุษย์หมาป่าได้รับการยอมรับมากขึ้น จากความกล้าหาญและเอื้ออารีของเขา (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/881) 5. marauder's map แผนที่ตัวกวนตกไปอยู่กับ เจมส์ ซีเรียส พอตเตอร์ หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า แผนที่ตัวกวน ที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ ครอบครองอยู่นั้นตกอยู่ที่ลูกคนไหนของแฮร์รี่กับจินนี่ ซึ่ง เจ.เค.โรว์ลิ่ง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า แผนที่ตัวกวนนั้นตกไปอยู่กับ เจมส์ ซีเรียส พอตเตอร์ แต่ไม่ใช่ด้วยการมอบให้ เพราะเจมส์เจอมันบนโต๊ะของพ่อและแอบขโมยมันไป ไม่รู้ตอนนี้กลับไปคืนพ่อแฮร์รี่รึยังน่ะ >,< (อ้างอิง http://www.accio-quote.org/articles/2007/0730-bloomsbury-chat.html) 6. แอสเทอเรีย กรีนกราส ไม่ใช่ลูกสะใภ้คนโปรดของครอบครัวมัลฟอย มีแฟนคลับเดรโก มัลฟอย ส่วนหนึ่งคาดเดาว่า เดรโกจะลงเอยกับแพนซี่ เพื่อนร่วมบ้านสลิธีริน แต่ความจริงแล้วเขาแต่งงานกับ แอสเทอเรีย กรีนกราส น้องสาวของเพื่อนร่วมบ้านสลิธีริน ที่มีเลือดบริสุทธิ์เก่าแก่เช่นเดียวกัน เธอนำพาเขาไปสู่ทางที่สว่างขึ้น ทำให้ทัศนคติของเดรโกที่มีต่อมักเกิ้ลดีขึ้น ทว่าการเปลี่ยนแปลงเดรโก มัลฟอย ลูกชายของลูเซียสและนาร์ซิสซานั้น เปลี่ยนไปไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับตอนแรกที่เขาเป็น ทำให้พ่อแม่สามีไม่ชอบเอาเสียเลย เพราะพวกเขาบูชาเลือดบริสุทธิ์และรับไม่ได้กับพวกนอกคอก หรือนิยมชมชอบพวกมักเกิ้ล (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/707) 7.  หลังจบสงคราม โดโลเรส อัมบริดจ์ ถูกส่งตัวไปอัซคาบัน ทันทีที่สิ้นสุดสงครามโลกเวทมนตร์ครั้งที่ 2 โดโลเรส อัมบริดจ์ ซึ่งเคยทำงานเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการลงทะเบียนผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล ในข้อหาที่มีส่วนร่วมในการยึดครองอำนาจการปกครอง ตัดสินโทษทรมานผู้อื่นรวมถึงมักเกิ้ล และทำให้ถึงแก่ชีวิต เธอถูกตัดสินโทษให้ต้องถูกคุมขังอยู่ในคุกอัซคาบัน (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/3806) 8. คุกอัซคาบันเลิกใช้ผู้คุมวิญญาณ ในยุคสมัยการปกครองของ คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์ เข้าตัดสินใจเปลี่ยนการคุมขังนักโทษใหม่ โดยการกวาดล้างบรรดาผู้คุมวิญญาณทั้งหมดออก และเปลี่ยนเป็นการดูแลโดยมือปราบมารแทน เพราะเขามองว่าการใช้ผู้คุมวิญญาณควบคุมนักโทษ เป็นความเสื่อมทรามของกระทรวงเวทมนตร์ในยุคก่อนๆ (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/3800) 9. จอร์จ วีสลีย์ แต่งงานกับ แอนเจลิน่า จอห์นสัน หลังจากการเสียชีวิตของ เฟร็ด วีสลีย์, จอร์ ก็ยังคงดำเนินกิจการร้านเกมกลวีสลีย์ต่อไป โดยแอนเจลิน่า จอห์นสัน (แฟนเก่าของเฟร็ด) มาเป็นหุ้นส่วนร้านและหัวใจ พร้อมกับทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ เฟร็ด(ลูกชาย) และร๊อกแซน(ลูกสาว) (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/1606) 10. เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ สานฝัน ส.ร.ร.ส.อ. ได้สำเร็จ ภายหลังจากจบสงครามที่ฮอกวอตส์ เฮอร์ไมโอนี่ตัดสินใจกลับไปเรียนต่อที่ฮอกวอตส์ เพื่อจบการศึกษาอย่างถูกต้องในชั้นปีที่ 7 โดยจบพร้อมจินนี่ วีสลีย์ แล้วมุ่งหน้าเข้าทำงานในกระทรวงเวทมนตร์ ในกองออกระเบียบและควบคุมสัตว์วิเศษ พร้อมทำงานเพื่อให้อิสระแก่เอลฟ์ประจำบ้าน สานต่อ ส.ร.ร.ส.อ. ต่อไปจนสำเร็จ ก่อนที่จะขยับขึ้นเป็นรองหัวหน้ากองบังคับและควบคุมกฏหมายเวทมนตร์ ภายใต้การปกครองในยุคสมัยของ คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์ (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/1363) 11.  เนวิลล์ ลองบัตท่อม และลูน่า เลิฟกู๊ด ไม่ได้แต่งงานกัน ปัจจุบัน เนวิลล์ ลองบัตท่อม อาศัยอยู๋กับภรรยาของเขา แฮนนาห์ อับบอต (อดีตเพื่อนรุ่นเดียวกัน และเป็นหนึ่งในสมาชิกกองทัพดัมเบิลดอร์) ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ในขณะที่ลูน่า เลิฟกู๊ด พบรักกับ รอล์ฟ สคามันเดอร์ หลายชายผิวสีของนิวท์ สคามันเดอร์ แต่งงานและมีลูกชายฝาแฝด ชื่อ ลอร์แกน(Lorcan) และไลแซนเดอร์(Lysander) (อ้างอิง http://www.muggle-v.com/1363) ขอบคุณข้อมูล www.muggle-v.com, Pottermore

ระเบิดแล้ว 'สงครามไซเบอร์' ปฏิบัติการสะท้านโลก !!
กลุ่มก่อการร้าย /  ยุคดิจิตอล / 

ยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ และด้วยพลังแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ นั่นเองยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการทำสงคราม บังเกิดสงครามในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่าคือ 'สงครามไซเบอร์' (Cyber warfare) หรือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำสงคราม แม้จะฟังดูแล้วไม่คุ้นชินเท่าไรนัก แต่ในฐานะที่ได้มีโอกาส ติดตามข่าวสารรอบโลก ทำให้สามารถอุปมาได้ว่า สงครามในรูปแบบดังกล่าว เป็นสงครามรูปแบบใหม่ที่ใช้พื้นที่ในโลกไซเบอร์เป็นสมรภูมิรบ เพื่อปะทะกันในรูปแบบต่างๆกันอย่างดุเดือด สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) คือ การใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตในการทำสงคราม วิธีการโจมตีกันมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชนิดเบาที่สุดจนถึงรุนแรงที่สุด อาทิ - การโจมตีเว็บ หรือ บล็อคเว็บ - การโฆษณาชวนเชื่อด้วยการเผยแพร่ข้อมูลด้านการเมืองผ่านอินเตอร์เน็ต - การเจาะข้อมูลลับ โดยแฮกเกอร์ - การทำลายอุปกรณ์ด้านการทหารที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน หากระบบคอมพิวเตอร์ถูกทำลาย อาวุธนั้นก็ทำงานไม่ได้ หรือทำงานไม่แม่นยำ - การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟา ประปา การสื่อสาร การขนส่งและคมนาคม ซึ่งระบบเหล่านี้มักควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนต่อการโจมตีมาก สงครามไซเบอร์ได้อุบัติขึ้นแล้วในหลายประเทศ จะเห็นได้ชัดจาก ในช่วงสงครามอ่าวที่สหรัฐโจมตีอิรัก และสงครามอิรักครั้งที่สอง ขณะนั้นสิ่งที่สหรัฐต้องทำก่อนอื่นคือ ทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอีเล็คโทรนิคของอิรักที่ใช้ควบคุมระบบการยิงของอาวุธ และเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2007  ก็เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อประเทศเอสโทเนีย ถูกโจมตีด้วยไซเบอร์อย่างหนัก รัฐสภา กระทรวง ทบวง กรม ธนาคาร และสื่อสารมวลชนต่าง ๆ จนข้อมูลเสียหายพังยับเยิน เวลาห่างกันเพียง 5 เดือน ตึกเพนทากอน กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา และที่ทาการรัฐบาลของฝรั่งเศส เยอรมัน และอังกฤษ ถูกโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เมื่อต้นเดือนกันยายนปี 2007 สงครามไซเบอร์ จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสมรภูมิรบอับดับ 4 ที่มนุษย์นำมาประหัดประหารซึ่งกันและกันในทางอ้อม รองจาก สมรภูมิรบทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กระทั้ง นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ 'เดวิด คาเมรอน'  ประกาศให้ หน่วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ยกระดับให้สงครามไซเบอร์ ขึ้นมาเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร นอกจากนั้น นิตยสารนิวยอร์ก ไทม์ ยังมีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยค้นพบ โปรแกรมซอฟแวร์ที่เป็นอันตรายที่ เรียกว่า Stuxnet ที่ได้แทรกซึม เข้าไปอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ โรงงานและมีการแพร่กระจาย การโจมตีครั้งแรกในโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมที่สำคัญที่ตั้งอยู่ที่รากฐาน ของเศรษฐกิจที่ทันสมัย จุดประสงค์ของกลุ่มนักรบไซเบอร์ นอกจากจะมุ่งหมายต่อทรัพย์สินที่ได้จาก การยักยอกจากการโจมตีข้อมูลทางการ เงินแล้ว ยังมุ่งหมายให้เกิดความหวาด กลัว ดังเช่นกรณีที่ ‘ไซเบอร์คอลิฟะห์’ กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งอ้างตัวว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม 'รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย' ก่อเหตุแฮกเจาะระบบบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์หลายบัญชี รวมถึงแฮกทวิตเตอร์ นิตยสารนิวส์วีค เพื่อโพสต์ข้อความข่มขู่ นางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐฯ พร้อมขู่จะกำลังจับตาดูเธอ พร้อมทั้งจะตามล่าเธอและครอบครัว การสร้างตัวละคร 'ไอซิลจัง' ของชาวญี่ปุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งของ ‘สงครามไซเบอร์’  ที่สร้างความฮือฮาให้กับทั่วโลกเป็นการสงครามแบบ 'Google Bomb' หรือ การลบภาพความโหดร้าย ด้วยการสร้างการ์ตูน เพื่อเป็นตัวละครแทนตัวนักรบในกลุ่มไอเอส ลงไปในสื่อสังคมออนไลน์ หวังโจมตีกลุ่มไอเอส ด้วยการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ ของกลุ่มญิฮัดในโลกอินเตอร์เน็ต ด้วยการล้อเลียน แฝงด้วยนัยยะอย่างลึกซึ้ง จุดประสงค์คือ มุ่งหวังให้ผู้ที่ค้นหาคีย์เวิร์ด เกี่ยวกับกลุ่มไอเอส พบกับภาพตัวการ์ตูนเหล่านี้แทนภาพความโหดเหี้ยมทารุณจากที่เคยเป็น ทั้งยังเป็นการตอบโต้ การสังหารโหดตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 รายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการฆ่าตัดศีรษะ ซึ่งทำให้โลกยกย่องชาวญี่ปุ่นในข้อที่ว่า แม้จะถูกกระทำด้วยความรุนแรง แต่กลับตอบโต้ด้วยวิธีแบบสันติวิธีกลับไป แต่คงไม่มีเหตุการณ์ไหนที่นิยามคำว่า สงครามออนไลน์ได้ดีเท่ากับ กรณี โซนี่พิกเจอร์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูดอย่างหนังเจ้าปัญหาเรื่อง 'ดิ ดินเทอร์วิว' หนังลอบสังหารนาย 'คิม จองอึน' ผู้นำสูงสุดแห่งดินแดนโสมแดง ที่ถูกมือดี นามว่า ‘GOP’ หรือ Guardians of Peace สวมบทบาทแฮกเกอร์เจาะระบบข้อมูลของล้วงความลับ สาวไส้ได้รับความเสียหายหนัก พร้อมข่มขู่ไม่ให้ทางต้นสังกัดฉายหนังเรื่องดังกล่าว ทั้งข้อมูลที่เป็นความลับสุดยอดที่ถูกนำออกมาเปิดเผย และยังปิดตายเครื่อข่าวของโซนี่ฯ เป็นเวลานานหลายวัน ทำให้ทางโซนี่ พิกเจอร์สูญรายได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,200 ล้านบาท ทั้งยังขู่ก่อการร้ายในโรงภาพยนตร์ โดยยกเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ที่เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ หากโซนี่ พิกเจอร์ ยังดึงดันจะฉายหนังเรื่องดังกล่าว โดยกำหนดการณ์เดิมในวันที่ 25 ธ.ค. ปี 2557 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในการสร้างความหวาดกลัว ด้วยการข่มขู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในรูปแบบของการคุกคามในโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นจริง และทำให้โซนี่ต้องถอดผังการฉายหนังเรื่องดิ อินเทอร์วิว ออกจากโรงภาพยนตร์ในที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศ และ องค์กรต่างๆ ทั่วโลก ตระหนักถึงความไม่มั่นคงในโลกไซเบอร์ จำต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อปกป้องข้อมูลลับ เช่นเดียวกับรัฐบาลไทยที่กำลังผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ หลายฝ่ายเห็นดี เพียงขอให้ อย่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก็เพียงพอ MThai News

ปรับทัศนคติ 'เสรีชน' เทศกาล เชือดไก่ให้ลิงดู!
กฏอัยการศึก /  การเมือง / 

ผ่านไปหมาดๆ กับ "เทศกาลตรุษจีน"ของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคักและสร้างความผ่อนคลายให้กับประชาชน ห้วงความสุข กลับ กระตุกอารมณ์เศร้า ในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์เมืองนราธิวาส ที่มีผู้บาดเจ็บหลายราย และเหตุเครื่องบินขับไล่แบบ F16 ของฝูงบิน 103 กองบิน 1 นครราชสีมา ที่คร่าชีวิตนักบิน 1 ราย เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่่ผ่านมา ผ่านความเศร้า เข้าสถานการณ์ศึก "ผ้าเหลือง" ปม มหาเถรสมาคมชี้ชัด "ธัมมชโย" ไม่ต้อง อาบัตปาราชิก ฉีกพระลิขิตพระสังฆราชฯปี 2542 จนเป็นเรื่องโด่งดังข้ามฝั่ง "พระพุทธะอิสระ" ออกทัพนำมวลชน ไล่จี้ให้ตรวจสอบทรัพย์ "มหาเถร" ลามไปจน "ยื่นฟ้อง DSI ให้รื้อคดี "วัดพระธรรมกาย" มาเป็นคดีพิเศษ ในวันที่ 22-23 ก.พ.58 ห้วงเหตุการณ์ "รับตรุษจีน" ยังไม่สิ้นสุด กลับกระหน่ำซ้ำเข้าสถานการณ์ "การเมืองร้อนๆ" 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึง 2 จุด ในวันเดียว !!! ร้อนแรก(ร้อนมาก)...กับกลุ่มเคลื่อนไหว นาม "เสรีชนไทยแลนด์ 58" เคลื่อนพลแจกเสื้อเชิงสัญลักษณ์และใบปลิวแถลงการณ์ที่อนุสาวรีย์ชัยฯเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางรับฟังความคิดเห็นประชาชนและยกเลิก "กฏอัยการศึก" เป็นอีกกลุ่ม น้องใหม่ แต่ อายุรุ่นใหญ่ "อยากกางปีก"แสดงออกความคิดและเสรีภาพ ขึ้นสังเวียนท้าท้าย อำนาจ คสช.! ย้อนไป เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เวลา 10.00 น. นายอัครกฤษ นุ่นจันทร์ ประธานกลุ่มเสรีชน Thailand 58 พร้อมพวกอีก 3 คน ได้มีการนำเสื้อกลุ่มเสรีชนไทยแลนด์ 58 ที่มีรูปนกถูกมัดปากและขา พร้อมด้วยใบปลิวเเถลงการณ์ของกลุ่ม เเจกให้กับประชาชนในบริเวณนั้น โดยเนื้อหาระบุ ไม่ได้มาชุมนุมประท้วง หรือกระทำการท้าท้ายกฎอัยการศึก เพียงเเต่เพื่อต้องการแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางเพื่อระดมความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเเพง ลดค่าครองชีพ และปัญหาในด้านต่างๆ แต่...ยังไม่ทันอ่านแถลงการณ์ กลับถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบตัวทันที ปิดปากประชาชน ผมโดนมัดปากแล้วพี่น้อง !!! "คำโวย" ดังลั่นตลอดเส้นทางที่ถูกคุมตัวของกลุ่ม กลุ่มเสรีชน Thailand 58 ที่พยายามสะท้อนให้เห็นว่า "ยังไม่ทันกางปีก แสดงเสรีภาพ ปีก กลับถูกหักเสียแล้ว" ผ่านไป 4 ชั่วโมง ที่สน.พญาไท หลังถูกสอบปากคำและปรับทัศคติ พร้อมจ่ายค่าปรับ คนละ 100 บาท ข้อหา "ก่อความรำคาญ" "จุดยืน" กลายเป็น "จุดเปลี่ยน" เมื่อประธานกลุ่มฯ กลับออกมาขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ต้องขอโทษและแสดงความเสียใจด้วยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารด้วย เนื่องจากตามที่ได้ยื่นแถลงการณ์จัดกิจกรรมไปในวันนี้นั้น ก็เพราะเข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลไม่มีเวทีให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งทางกลุ่มไม่ทราบมาก่อนว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาล ได้จัดเวทีให้แสดงความคิดเห็นที่ทำเนียบรัฐบาล และที่ศูนย์ดำรงธรรมตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้พวกตนจะให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลในการพัฒนาประเทศเต็มที่ในฐานะประชาชน พร้อมทั้งฝากประชาชนทั่วไปว่าอย่าเข้าใจผิดแบบพวกตน" ถือว่า หลักการ "ปรับทัศนคติ" ของรัฐบาลทหาร ได้ผลชนิดทันควัน ! ร้อนสอง(ร้อนน้อย)...กับเวทีเสวนา ย้อนรำลึกขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 (กบฏวังหลัง)โดยนายปรีดี พนมยงค์ จัดขึ้นโดย นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล คณะกรรมการห้องสมุดสันติประชาธรรม ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ห้องสมุดสันติประชาธรรม ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กทม. งานนี้ ... ขออนุญาตจัดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และ มีนายทหารใหญ่ ร่วมเฝ้าสังเกตการณ์ ! ประวัติศาสตร์ "สมัยกบฏวังหลวง" ถูกนำมาเป็นหัวข้อการเสวนา พร้อม "ธงความเชื่อ" ที่ว่า หากนายปรีดีทำการสำเร็จในครั้งนั้น อาจได้เห็นการสถาปนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืน อนึ่งว่า "จากการรัฐประหารล้มรัฐบาลของ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เมื่อปี 2490 นายปรีดีจึงได้รวบรวมพรรคพวกที่มีแนวความคิดเชื่อมั่นในหลักของประชาธิปไตยต่อต้านกลุ่มคณะรัฐประหาร จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการรัฐประหารซ้อนขึ้นมา ไม่ได้อยากยึดอำนาจมาเป็นของตัวเอง แต่เพื่อต้องการฟื้นฟูประชาธิปไตย  สุดท้ายแล้วเลยทำไม่สำเร็จ กลายเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ายประชาธิปไตยให้กับฝ่ายรัฐประหาร จากนั้นจึงเห็นการรัฐประหารอยู่เรื่อยมา" เมื่อการเสวนา...ไม่มีการพูดพาดพิงสถาบัน - ปลุกระดมปลุกปั่น กิจกรรมนี้ จึงเป็นไปโดยราบรี่น 2 เหตุการณ์ความเคลื่อนไหว "ทั้งสำเร็จ-ไม่สำเร็จ" ต่างมาพร้อมข้อสังเกตว่า ขณะนี้เริ่มมี "ปีกเล็ก-ปีกใหญ่" ออก "เคลื่อนไหว ใต้อัยการศึก" และที่สำคัญ มักเกิดในห้วง "เทศกาล" ? ย้อนไป...เทศกาลแห่งความรัก 14 กุมภา วาเลนไทน์ กับ กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ "เลือกตั้งที่(ลัก) รำลึกการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ที่โมฆะ ของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเช่นกัน แต่ ....ถูกดำเนินคดี ! ขณะนี้ เหตุการณ์ "กางปีกเสรีภาพ" เริ่มปรากฏ"กลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว "ท้าทายอำนาจ" อย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้น "เรื่องละสัปดาห์" ภายใต้กฏอัยการศึกนี้ เป็นเรื่องน่าจับตา ! ว่าจะมีใคร หรือ กลุ่มใด จะขึ้น "สังเวียน" งัดข้อ "อัยการศึก" กับ รัฐบาลทหาร นี้อีกเมื่อใด และ เป็นเรื่องท้าท้าย รัฐบาล เช่นกัน ที่จะหามาตรการ หรือ แนวทางใด มาใช้ จัดการปัญหานี้ ให้จบสิ้นไปได้ เพราะ ... เห็น "ไก่ถูกเชือด" มาหลายตัวแล้ว  แต่...บังเอิญ "ลิง"คงไม่ได้ดู กระมัง ??? ขอบคุณภาพ เพจ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน / serichon.us ชัยพัฒน์ MThai News

สนช.ถกถอด38สว.-'ดิเรก'รับหนักใจ ยันทำตาม กม.
การเมือง /  ข่าว / 

สนช.ถกถอดถอน 38 อดีต สว.ปมแก้ไข รธน.ที่มาสว.โดยมิชอบ ด้าน "ดิเรก" ขอเพิ่มผู้แถลงเปิดคดี5คน ยันทำตามกฎหมาย รับหนักใจ หากถูกถอด พ้นตำแหน่งใน สปช.ทันที วันที่ 25 ก.พ.58 การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธานการประชุมพิจารณาถอดถอนอดีตสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 38 คน ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของสว.โดยมิชอบ ซึ่งมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.เป็นผู้ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องมาให้สนช.พิจารณา โดยก่อนการแถลงเปิดคดี นาย ดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า พร้อมชี้แจงในทุกข้อหา ยัน ตนและสมาชิกทำหน้าที่ตามกฎหมาย บนพื้นฐานรัฐธรรมนูญและหน้าที่ของรัฐสภา และได้ขอสำรองผู้ชี้แจงเพิ่มเติมอีก 1 คนเพื่อตอบข้อซักถามที่อาจสงสัย แต่ไม่ทราบว่าที่ประชุมจะอนุญาตให้ชี้แจงหรือไม่ ส่วนที่จะชี้แจง 5 คนนั้นได้มีการแบ่งประเด็นการชี้แจงไว้แล้ว โดยจะไม่โต้เถียงและชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง โดยมีสมาชิกอีก 30 คนเข้ามาร่วมฟังในคดีด้วย ยอมรับ กังวลต่อการถอดถอน เพราะหากมีมติถอดถอนจริง ตนและผู้ที่อยู่ในสนช.และสปช.ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ด้าน นาย พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. กล่าวว่า การประชุมจะใช้ข้อบังคับการประชุมสนช.เช่นเดียวกับการถอดถอนนาย นิคม และสมศักดิ์ และมีหนึ่งในสมาชิกสนช.ผู้ที่ถูกพิจารณาถอดถอนด้วยนั้นจะขอลาการประชุมในวันนี้และวันลงมติ แม้ตามข้อบังคับจะมีสิทธิเข้าฟังได้ก็ตาม โดยจะมีการลงมติในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ซึ่งหากมีการถอดถอนจริง อดีตสว.ที่ดำรงตำแหน่งทั้งในสปข.และสนช.จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที แต่หากไม่มีการถอดถอนก็จะดำรงตำแหน่งได้ตามปกติ ขอบคุณ ข้อมูล จ.ส.100 MThai News

7 บริษัท ยื่นขอเปิด นาโนไฟแนนซ์ ธปท.จี้ภายใน1ปีต้องเปิดกิจการ
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ธปท. เผย 7 บริษัท ยื่นขอเปิด นาโนไฟแนนซ์ คาดพิจารณาแล้วเสร็จ ไม่เกิน 60 วัน และผู้ประกอบการ ต้องธุรกิจภายใน 1 ปี หลังจากที่ได้รับใบอนุญาต นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า มีผู้สนใจ ยื่นใบสมัครขอจดทะเบียนทำธุรกิจปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์มาแล้วทั้งสิ้น 7 ราย โดยยื่นเป็นเอกสารมา 5 ราย และอีก 2 ราย กำลังตรวจสอบเอกสาร ตั้งเเต่วันที่ 26 ม.ค. 58 - 24 ก.พ. 58  โดยได้มีการพูดคุย กับทั้ง 5 รายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเอกสาร ซึ่ง ธปท. จะดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากรวมกับ เวลาที่กระทรวงการคลังจะ พิจารณาคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งหลังจากวันที่ได้รับการอนุมัติ บริษัทดังกล่าวจะต้องประกอบธุรกิจของตนเอง ภายใน 1 ปี  สำหรับนาโนไฟแนนซ์จะปล่อยกู้ให้รายย่อยในวงเงินไม่เกิน รายละ 1 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี หรือไม่เกินร้อยละ 3 ต่อเดือน อนึ่ง มาตรการดังกล่าว เป็นมาตรการสินเชื่อรายย่อย'นาโนไฟแนนซ์' เพื่อช่วยธุรกิจรายย่อย ธุรกิจเอสเอ็มอี ลดหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลัง ที่มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ ออกมาเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม2557 โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่เป็นหนี้นอกระบบ หรือเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ล้านครัวเรือน ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ซึ่งมีรูปแบบการ เปิดโอกาสให้ประชาชน หรือสถาบันการเงิน จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ปล่อยกู้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ดอกเบี้ย 36% ต่อปี หรือ 3% ต่อเดือน MThai News

สาวประเภท2 ฟ้องสรยุทธ-เบนซ์พรชิตา เสนอข่าวหมิ่น
นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา /  พรชิตา หรือ เบนซ์ ณ สงขลา / 

ผู้จัดทำโครงการ “เรามีเรา” ฟ้อง "สรยุทธ์ - เบนซ์" หมิ่นประมาทด้วยการเสนอข่าวกล่าวหาแอบอ้างชื่อ "บุ๋ม ปนัดดา" ขอรับบริจาคเงิน 3.4 ล้านบาท วันนี้(27ก.พ.) นายดากานดา สอนประเสริฐ สาวประเภทสอง ผู้จัดทำโครงการ “เรามีเรา” เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง พร้อม นายสาคร ศิริชัย ทนายความเดินทางมา ยื่นฟ้อง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ซึ่งออกอากาศ ทางช่อง 3 และ น.ส.พรชิตา หรือ เบนซ์ ณ สงขลา นักแสดงและผู้ร่วมดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2557 จำเลยทั้งสองร่วมกันกล่าวในรายการ ในทำนองว่า บุ๋ม ปนัดดา ถูกสาวประเภทสองชื่อ ดากานดา อ้างชื่อ บุ๋ม ปนัดดา ไปขอรับบริจาคเงิน เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน และข้อความอื่นๆ ซึ่งจำเลยทั้งสอง ได้สนทนากันในรายการว่า โจทก์มีพฤติการณ์แอบอ้างชื่อ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ไปขอรับบริจาคจากผู้มีชื่อต่างๆ เพื่อหาทุนให้มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยไปติดต่อดาราต่างๆ มาถ่ายภาพยนตร์ ถ่ายปฏิทินฟรี โดยไม่มีค่าตอบแทนอ้างว่าเป็นงานการกุศล และเงินบริจาคทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา รวม 3.4 ล้านบาท สถาบันมะเร็งฯ ก็ไม่เคยได้รับเลย ซึ่งการใส่ความดังกล่าว ทำให้ผู้ชมรายการ เข้าใจว่า สาวประเภทสอง คือ โจทก์ที่มีความประพฤติเป็นคนโกหก คดโกง หลอกลวง อาศัยชื่อบุคคลต่างๆ ที่มีชื่อเสียงไปขอรับเงินบริจาคเพื่อประโยชน์ของตนเอง โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หรือรายการอื่นที่ออกอากาศช่วงเวลาเดียวกัน ทางสถานีโทรทัศน์ฯ ช่อง 3 รวมทั้งลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน คม ชัด ลึก และข่าวสด เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน ทั้งนี้ ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ  จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว  จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ  โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน มาพักอาศัยอยู่วัดเพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน  ญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล มีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน  ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว  หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  จึงมีมติให้ อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ และเป็นเรื่องดัง กรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น  โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง MThai News 

มีชู้ได้!! ศาลรธน.โสมขาว ยกเลิกกฎหมาย
มีชู้ /  ยกเลิกกฎหมาย / 

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ยกเลิกกฎหมายห้ามการนอกใจคู่สมรสที่ใช้มานานกว่า 60 ปี เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคล แม้ขัดต่อหลักศีลธรรมก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่าคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้มีคำวินิจฉัยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ประกาศให้กฎหมายห้ามการนอกใจคู่สมรสมีผลเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่า แม้การคบชู้เป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมอย่างรุนแรง แต่เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลและอำนาจรัฐไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2496 ระบุให้การนอกใจคู่สมรสเป็นอาชญากรรมที่ทำลายบรรทัดฐานอันดีงามของสังคม และความสัมพันธ์ภายในของครอบครัว ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดนานถึง 2 ปี ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดฐานคบชู้เกือบ 5,500 คน ในจำนวนนี้เกือบ 900 คน เป็นการดำเนินคดีเฉพาะในปี 2557 เพียงปีเดียว อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ที่ต้องรับโทษจำคุกในคดีนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 216 คน เมื่อปี 2547 ลดลงเหลือเพียง 42 คน เมื่อปี 2551 ซึ่งนักสังคมศาสตร์วิเคราะห์ว่า เป็นผลจากความเจริญทางวัตถุที่รวดเร็ว ส่งผลให้ค่านิยมทางสังคมเปลี่ยนไป MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  เดลินิวส์ออนไลน์  

การรักษาแผลเบาหวานที่เท้า
แผลเบาหวานที่เท้า /  เบาหวาน / 

รายการเจาะใจ ช่วงคลับสุขภาพ เรื่อง การรักษาแผลเบาหวานที่เท้า โดย นพ.สุทัศน์ อ้อศิริมานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหลอดเลือด โรงพยาบาลรามคำแหง ออกอากาศวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557

'เหวง'ท้างัดหลักฐานโชว์ หากพบ 'ปู'โกงจำนำข้าว
คสช. /  จำนำข้าว / 

"นพ.เหวง" ท้าอสส.-ปปช.แสดงหลักฐาน หากพบ "ยิ่งลักษณ์" ทุจริตจำนำข้าว พร้อมฝากถามถึง คสช.การปฏิวัติที่ผ่านมาเสียของหรือไม่ ระบุความปรองดองไม่เกิดขึ้น ชี้ตั้งคกก.ปรองดอง สิ้นเปลืองงบประมาณ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุด จะมีการส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี ต่อศาลปกครองที่ละเมิดทำให้รัฐเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า นโยบายโครงการรับจำนำข้าว เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงจากการเลือกตั้ง และเป็นการตัดสินใจของประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งหลายนโยบาย แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ต้องทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน และเมื่อนโยบายโครงการจำนำข้าวดังกล่าว ได้มีการแถลงเป็นนโยบายต่อรัฐสภา ก็ต้องมีการดำเนินการต่อ หากไม่ดำเนินการก็จะถือว่าทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เป็นที่น่าสังเกต เมื่อมีการดำเนินการประชุมของคณะกรรมการข้าวเพียง 2 วัน กับมีหนังสือจากทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาท้วงติงว่า อย่าปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และอยากถามไปยัง ป.ป.ช.ว่าทราบล่วงหน้าได้อย่างไร ทั้งที่นโยบายดังกล่าวยังไม่มีการดำเนินงานเลย และที่สำคัญเงินทั้งหมดในโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ไปจำนวน 7 แสน 8 หมื่นล้าน ก็มีการดำเนินการจ่ายเงินผ่านธนาคาร ธ.ก.ส.ทั้งหมด ทุกบาททุกสตางค์เข้าสู่กระเป๋าของพี่น้องชาวนา "ตนจึงขอท้าทายต่อทั้ง อสส.และ ป.ป.ช.หากมีเงินเล็ดลอดออกไปจนเกิดการทุจริต ก็ขอให้มีการแสดงหลักฐานออกมาให้ประชาชนรับทราบว่าทุจริตตรงไหน" ตนขอตั้งข้อสังเกตและอยากฝากคำถามถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า การปฏิวัติที่ผ่านมาเสียของหรือไม่ เพราะหากจะทำปฏิวัติเพื่อทำลายล้างคนตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง รวมทั้งแกนนำเสื้อแดง ให้หมดไปจากทางการเมือง หากเป็นเช่นนั้นแล้วการปฏิวัติก็เสียของ และความปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน นอกจากนี้ นพ.เหวง กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ที่ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเขียนกฎหมายให้มีการตั้งคณะกรรมการปรองดอง และองค์กรอิสระอีกหลายองค์กรขึ้นมา จะมีการเอาพรรคพวกของตัวเองคงอำนาจไว้หรือไม่ เพราะตนมองว่างบประมาณที่ใช้จ่ายให้บุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเหล่านี้ เพื่อเป็นเงินเดือน ไม่รู้จะใช้งบประมาณของแผ่นดินสิ้นเปลืองไปเท่าไร MThai News

ชูวิทย์เหน็บ พุทธะอิสระอ้างศาสนา แต่เบื้องหลังอยากได้อำนาจ
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ /  พระพุทธะอิสระ

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คซัด พระพุทธะอิสระ ใช้ความรักศาสนาเป็นฉากบังหน้า แท้จริงแล้วใฝ่ฝันถึงอำนาจฝ่ายสงฆ์ของมหาเถรสมาคม วานนี้(25ก.พ.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว "ชูวิทย์ I'm No.5" หัวข้อยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว ระบุรายละเอียดว่า คนไทยไม่ชอบเปิดหน้าต่อสู้กันซึ่งๆหน้า แต่ถนัดใช้วาระซ่อนเร้น เล่นใต้โต๊ะ สวมหน้ากาก สมัยสุเทพ อาศัยจังหวะรัฐบาลยิ่งลักษณ์สะดุดขาตัวเองเรื่องนิรโทษกรรม รีบออกมาอ้างตัวเป็นคนรักชาติ สร้างฝันปฏิรูป แต่ใช้วิธีล้มการเลือกตั้ง เรียกหาทหารไม่เว้นแต่ละวัน เพราะความต้องการแท้จริงภายใต้หน้ากากรักชาติคือ อำนาจที่ฉ้อฉล ทำให้ประเทศพิกลพิการมาจนถึงบัดนี้ คนต่างชาติต่างบ้านต่างเมืองยังไม่เข้าใจว่า ประเทศไทยจะเอายังไงกันแน่? พุทธะอิสระก็ใช้แนวทางเดียวกัน เอาธรรมกายมาเป็นเครื่องมือ ใช้ความรักศาสนาเป็นฉากบังหน้า ลวงคำถามถึงสังคมเรื่องความถูกต้อง แต่แท้จริงแล้วใฝ่ฝันถึงอำนาจฝ่ายสงฆ์ของมหาเถรสมาคม เครือข่ายขาประจำก็ออกมาเล่นบท “พระชง ฆราวาสตบ” ไพบูลย์-เจิมศักดิ์ ที่ได้ดิบได้ดีร่วมกันมาจากครั้งเวที กปปส. ถึงขณะนี้จะตั้งตนเป็นคนปฏิรูปวงการศาสนา ทั้งที่สังคมคนเป็นกลางรู้ดีว่า หากจะเฟ้นหา “คนกลาง” มาปฏิรูป คงไม่มีชื่อสองคนนี้อยู่ในสารบบ สุเทพอ้างรักชาติจนได้ดี วันนี้โกนหัวเข้าวัด ส่วนพุทธะอิสระอ้างรักศาสนาจนเหงื่อเปียกสบง จะปฏิรูปวงการสงฆ์ลามไปถึงมหาเถรสมาคม ทั้งๆที่นับพรรษาแล้วเป็นได้แค่สมภารปลายแถว เร่ร่อนไถเงินเข้าย่ามอยู่ตามโรงแรม ไปบังอาจเทียบชั้นกับสมเด็จวัดปากน้ำที่ประชาชนเข้าคิวรอทอดกฐินยาวเป็นร้อยปี หวังจะยิงนัดเดียวได้สองต่อ เบื้องหน้าอ้างชาติ อ้างศาสนา แต่เบื้องหลังอยากได้อำนาจมาครอบครอง เรื่องของเรื่องก็มีแค่นี้เอง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค ชูวิทย์ I'm No.5

เก็บตก!! พรมแดงสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24
ใหม่ ดาวิกา /  เต้ย จรินทร์พร / 

ผ่านพ้นไปอย่างสวยงาม สำหรับงานประกาศรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2557 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเย็นวานนี้ (2 มี.ค.) ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีเหล่าซุปตาร์ตบเท้าร่วมงานมากมาย อาทิ ใหม่ ดาวิกา, เก้า จิรายุ, เต้ย จรินทร์พร, ไอซ์ ปรีชญา, หนูนา หนึ่งธิดา, สายป่าน อภิญญา, เก้า สุภัสสรา และคนอื่นๆ อีกมากมาย โดยปีนี้รางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยมได้แก่ เก้า จิรายุ จากหนัง ตุ๊กแกรักแป้งมาก และผู้แสดงนำหญิงได้แก่ เต้ย จรินทร์พร จาก Timeline จดหมาย ความทรงจำ ส่วนผู้แสดงสมทบหญิงตกเป็นของ สายป่าน อภิญญา จากหนัง ภวังค์รัก ฝ่ายสมทบชายตกเป็นของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ จากหนัง แผลเก่า และหนังทำเงิน 100 ล้านอย่าง คิดถึงวิทยา กวาดไปทั้งหมด 6 รางวัลจ้าาาา!! เต้ย-เก้า-สายป่าน ใหม่ ดาวิกา เต้ย จรินทร์พร ไอซ์ ปรีชญา หนูนา หนึ่งธิดา สายป่าน อภิญญา เจนสุดา ปานโต เก้า สุภัสสรา นก สินจัย เพลง-เก้า เจ้าสัวบุญชัย-ตั๊ก บงกช