เฟสบุ๊ค

สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่ /  ที่พักเชียงดาว / 

หากอยากหลีกหนีจากเมืองที่วุ่นวาย ไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่แสนจะเรียบง่ายและมีความสุข เราแนะนำที่นี่ "บ้านต้นไม้ แม่แมะ" ตั้งอยู่ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รับรองว่าทุกคนจะหลงรัก ^^ สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถ้าพูดถึงที่พักแบบสโลว์ไลฟ์ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งได้เห็นวิถีชีวิตแบบชาวบ้านอย่างแท้จริง หลายคนก็คงนึกถึง แม่กำปอง กันแน่นอน เพราะช่วงหลังมานี้เป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เราก็เลยอยากแนะนำอีกหนึ่งที่สโลว์ไลฟ์ ที่รับรองว่าทุกคนจะหลงรัก ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านต้นไม้ (Tree House) เป็นโฮมสเตย์ โดยมีลุงสุขกับป้าผงเป็นเจ้าของ หลายคนที่ได้มาพักที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการบริการของที่นี่มากๆ คุณลุงคุณป้าใจดีและเป็นกันเอง ดูแลอย่างอบอุ่น ^^ ลุงสุข กับ ป้าผง  ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ คือ บ้านต้นไม้ เป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและแบบรวม ชั้นล่างจะเป็นที่นั่ง ที่กินข้าว ดื่มชากาแฟ มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือได้สบายๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องพัก , บ้านต้นไม้ หลังเล็ก สร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆ บ้านทั้ง 2 แบบนี้จะมองเห็นวิวภูเขา ต้นไม้สีเขียวแบบเต็มอิ่ม ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าหนาว จะได้สัมผัสหมอก อากาศเย็นสบาย และ บ้านริมลำธาร จะตั้งอยู่ติดลำธาร สัมผัสธรรมชาติและวิวสวยไปอีกแบบ หากใครได้มาพักที่นี่แล้วละก็ ลุงสุขกับป้าผง ก็มีบริการนวดแผนไทย ทำสปา หรือหากใครต้องการเดินป่า ก็มีไกด์พาเที่ยวด้วย เพราะป่าที่นี่่ค่อนข้างสมบูรณ์ เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ สัตว์หลายชนิด และที่ บ้านต้นไม้ แม่แมะ นี้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติเยอะมากๆ หากอยากเดินชมวิถีชีวิตบริเวณรอบๆ แม่แมะก็ได้ ที่นี่มี วัด โรงเรียน อีกทั้ง เป็นที่อยู่ของชนเผ่าลาหู่ อาชีพหลักของที่นี่คือ การเก็บใบชาขาย (ยอดใบอ่อนจะเรียกใบชา ใบแก่จะเรียกใบเมี่ยง) ราคาค่าที่พัก หัวละ 350บาท/คืน อาหารคิดมื้อละ 150-200 บาทต่อมื้อ/คน มีแบบอาหารธรรมดากับขันโตก (ที่นี่ยำใบเมี่ยงสดอร่อยมากค่ะ แต่คุณป้าจะไม่แนะนำให้ทานมื้อเย็น เพราะจะนอนไม่หลับเอา) ใบเมี่ยง คือใบชาแก่ จะมีสารคาเฟอีนอยู่มาก >,< (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำโทร. สอบถาม/จองห้องพัก ล่วงหน้า) ตกเย็นก็จะมีรอบกองไฟ(ไม่่แน่ใจว่ามีทุกวันหรือไม่) บางครั้งก็จะมีน้องๆ จากในหมู่บ้านมานั่งเล่นด้วยกัน เด็กๆ ที่นี่น่ารักมากๆ ค่ะ การเดินทาง  1.เช่ารถขับ (เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถขึ้นเขา และทางแคบในป่าได้ และรักการผจญภัย อยากจอดถ่ายรูปตรงไหนก็จอด) ขับมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ราวๆ เกือบชั่วโมง ใช้เส้นทางหลวง 107 เชียงใหม่แม่ริม-เชียงดาว ก่อนเข้าตัว อ.เชียงดาวซัก 4-5 กิโลเมตร จะมีป้ายซ้ายมือ ทางไปบ้านแม่แมะ ขับไปจากปากทางอีกประมาณ 10 กิโล จะถึงบ้านต้นไม้ ไม่ต้องกังงลเพราะมีป้ายบอกตลอดทาง 2.นั่งรถโดยสาร จากตัวเมืองเชียงใหม่ มา อ.เชียงดาว จะเป็นรถตู้ก็ได้หรือรถสองแถว บอกคนขับว่าขอลงปากทางบ้านแม่แมะ วิธีนี้แนะนำให้โทรแจ้งคุณป้าก่อนเพื่อนัดหมายล่วงหน้าซัก 6-7 วัน ค่ารถลงมารับที่ปากทางเหมา 600 บาท ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : บ้านต้นไม้ แม่แมะ เชียงดาว อีเมลล์ : treehousemaemae@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ - การจองที่พัก : 081-111-5154, 053-317-090, 086-117-0434 (แนะนำให้โทร.หาคุณป้าผงล่วงหน้าเพื่อสอบถามวันว่างนะคะ) ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ เฟสบุ๊ค Fang Kaniknan Leelapatra

“บิ๊กเมาน์เท่น 8 วัวก็คือวัว” มันส์กัน 8 เวที กว่า 100 ศิลปิน สนั่น แก่งกระจาน
BIG MOUNTAIN 8 /  บิ๊กเมาน์เท่น 8 / 

    เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับเทศกาลดนตรีสุดเฟี้ยว!!.....ที่เหล่าคนรักมิวสิคเฟสติวัลรอคอย สำหรับมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “PEPSI PRESENTS BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว” โดยคราวนี้จัดเต็มจัดใหญ่ระดับพ่อพันธุ์ มันแปดเวที รวมวงชั้นดีทุกสายพันธุ์เพลง ที่จะจัดขึ้น 2 วัน 2 คืน 8 เวที ในวันที่ 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี ภายใต้การนำทีมของเจ้าพ่อเฟสติวัล “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม บิ๊กบอส แก่น จัดโดย แกรมมี่ ที่งานนี้ได้ขนทัพศิลปินจากทั่วฟ้าเมืองไทยมารวมกันไว้อย่างคับคั่ง เพื่อมาระเบิดความมันพร้อมหลั่งสารอะดรีนาลีนให้กับแฟนเพลง อาทิ บอดี้สแลม / โมเดิร์นด็อก / 25 อาวเวอร์ส / โปเตโต้ / บิ๊กแอ๊ส/ เกทสึโนวา /พาราด็อกซ์ / ดา เอ็นโดรฟิน / ลาบานูน / ค๊อกเทล / โลโมโซนิค / โพลีแคท / ฮิวโก้ /สล๊อตแมชชีน / แสตมป์ / ทีโบน / สวีท มัลเล็ต / เรโทรสเปค / เดอะ พาราไดซ์ แบงคอก หมอลำ อินเตอเนชั่นแนล / รัศมี อีสานโซล/ บูมบูม แคช / ป๊อป ปองกุล / อ๊อฟ ปองศักดิ์ / เคลียร์ / ซิลลี่ แด๊ก / เดอะเยอร์ส / มัสเก็ตเทียร์ /สครับบ์ / ม็อคค่า การ์เด้นท์ / เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจแบนด์ / อีทีซี / บอย อิมเมจิ้น / ธีร์ ไชยเดช / สิงโต นำโชค / นิวจิ๋ว / ลุลา / ตู่ ภพธร / ลิปตา / เสลอ/ กริซซี่ คาเฟ่ / บอย ตรัย / แทททูคัลเลอร์ / สมเกียรติ / ซีล / อพาร์ทเม้นท์คุณป้า / คิดแน็ปเปอร์ส / ทาบาสโก้ / เจ็ตเซ็ทเตอร์ / ชาติ สุชาติ / วี วิโอเลต / สหายแห่งสายลม / ทิวส์เดย์ / จุ๋ยจุ๋ย/ มูฟวิ่งแอนด์คัท / เดอะ ฟลามิงโก้ / เท็นทูทเวลฟ์ / ซีซั่นไฟว์ / หนุ่ม กะลา / เดอะไดได / อินสติ้งค์ / เดอะ พากินสัน / แมทนีแม / อินสปิเรทีฟ / มายไลฟ์ เอส อาลี โทมัส) / จิม แอนด์ สวิม / โซลิจูด อีส บลิส /เอ็กซ์ โอแปด โอเก้า / เดอคอนเน็คเตอร์ / บุดดาเบส / เยลโล่แฟง / เจนนี่ แอนด์ ดิ สแกลลี่ แว็กซ / โมโนมาเนีย / เดอะ ไวท์เทส โครว์/ ไมด์ / ส้ม มารี / แร๊พ อิส นาว/ แจ๊ส สปุตนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก / สตูนดิโอ / ปลานิลเต็มบ้าน / ทอล แมน ทริโอ / ร็อคคาเดมี่ เป็นต้น โดย “ป๋าเต็ด” เปิดเผยถึงงานในครั้งนี้ว่า     “ธีมของบิ๊กเมาน์เท่นปีนี้ ก็คือ วัวก็คือวัว ครับ คือวัวมันเหมือนทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบิ๊กเมาน์เท่นเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมดนตรีทุกรูปแบบ วงที่คนอยากดู วงที่อยากให้คนดู อยู่ในบรรยากาศสนุกสนานแบบไทยๆก็เลยเรียกว่าวัวก็คือวัว โดยปีนี้เวทีก็จะลดลงเหลือแค่ 8 เวที ทำให้กระชับเพื่อที่จะทำให้เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ศิลปินมีเวลาในการโชว์มากขึ้นด้วย”     “ด้านเวทีหลักยังครบอยู่ อย่าง เวทีชิงช้าสวรรค์ เวทีใหญ่ที่จะรวมวงที่แฟนเพลงเยอะๆ รองลงมาก็มาที่เวทีวัวแล้วก็เวทีแบล็คสเตจ เวทีวัวก็จะเป็นแนวป๊อป แบล็คสเตจก็จะเป็นแนวร็อก แล้วก็จะมีเวทีหลังคาแดง , เวทีไข่ที่เป็นเวทีศิลปินมาแรง ...ในงานเรามีผับอีก 3 แบบให้เลือกทั้ง อโคจร สำหรับคนชอบผับแบบชานเมืองที่ยังคงเป็นน้าเน็กเหมือนเดิม บรรยากาศสนุกๆหรือรำวงก็ยังเป็นโจอี้บอยเหมือนเดิม รวมถึงแดนซ์ซิ่งสเตจก็จะเป็นแนวอีดีเอ็มดีเจที่ขนมาแบบจัดเต็ม”     “ ด้านศิลปินหลักๆของเราก็มีมากมาย อาทิ บิ๊กแอส ,บอดี้สแลม , ดาเอ็นโดรฟิน , ทเวนตี้ไฟว์ อาวเวอร์ส , อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงวงใหม่ๆที่ยังไม่เคยได้มาโชว์ที่ บิ๊กเมาน์เท่นมาก่อนอย่าง รัศมี อีสานโซล เป็นแนวหมอลำกับดนตรีฟังก์มาผสมกัน รวมถึงอีกหลายวงที่เราอยากนำเสนอ และที่หลายคนถามถึงเรื่องสถานที่ครั้งนี้เราเต็มที่ทุกอย่าง เชื่อว่าฝุ่นน้อยลงเนื้อที่ทุกส่วนมันกระชับขึ้น เดินไม่ไกล เพราะเราออกแบบให้เดินใกล้มากขึ้น วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก็จะขายบัตรแล้ว ก็เข้ามาดูศึกษารายละเอียดกันให้พร้อมที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของเรา www.bigmountainmusicfestival.com งานเล่นวันที่ 10 -11 ธันวาคมนี้ อยากจะบอกว่านี่คือเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และก็เป็นเทศกาลดนตรีที่สนุกมากจริงๆ มันเหมือนเป็นปาร์ตี้ครับ ยิ่งไปยิ่งสนุก ถามคนที่เคยไปแล้วดูได้แล้วไปเจอกันครับ”     เริ่มจำหน่ายบัตร 1 ต.ค. นี้ บัตรเออร์ลี่คาว (ราคา โค ตะ ระ พิเศษ) ราคาใบละ 1,500 บาท ซื้อ 6 จ่าย 5 วันเดียวเท่านั้น!! ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทั่วประเทศwww.allticketthailand.com แล้วมาสนุกไปพร้อมกันที่ PEPSI PRESENT BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี

ตั๊กแตน ชลดา สู้ขาดใจ หลังตรวจพบเชื้อก่อมะเร็งในมดลูก
ตั๊กแตน ชลดา /  เพชร สหรัตน์

    สร้างความช็อคให้กับแฟนเพลงมาตั้งแต่เปิดตัวคบกับนักร้องรุ่นพี่ต่างค่าย สำหรับนักร้องสาวเสียงคุณภาพ ตั๊กแตน ชลดา ที่ล่าสุดหลังจากคบหากับ เพชร สหรัตน์ ได้ไม่นาน ก็ออกมาโชว์ภาพจดทะเบียนสมรส จนหลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเร็วเกินไปหรือเปล่า??? ซึ่ง หนุ่มเพชร ก็ได้ออกมาปกป้องแฟนสาวว่า ที่จดทะเบียนด้วยกันถือว่าเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง และอยากช่วนเหลือเรื่องหนี้สินจากธุรกิจของตั๊กแตนอีกด้วย โดยทั้งคู่มีแพลนที่จะจัดพิธีแต่งงานกันเร็วๆ นี้     ล่าสุด ที่ทำเอาแฟนเพลงถึงกับช็อคอีกแล้ว กับข้อความที่สาวตั๊กแตนได้โพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัว เพชร-แตน สหเจริญพาณิชย์ ซึ่งเธอได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับการตรวจเจอ ซีสในมดลูก และ HPV(เชื้อก่อมะเร็งในมดลูก) จึงทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ในช่วงรักษาตัว ทั้งนี้สาวตั๊กแตนยังใจสู้ บอก ไม่กลัวแต่อย่างใด เพราะทุกวันนี้มีความสุขกับการใช้ชีวิตครอบครัวมาก แถมยังมีกำลังใจดีอีกด้วย     โดยในข้อความดังกล่าวระบุว่า "วันนี้ไปหาหมอตรวจเจอ ซีสในมดลูก และ HPV(เชื้อก่อมะเร็งในมดลูก)วันนี้เลยต้องฉีดยา และวัคซีนและตรวจมดลูกทุก6เดือน และต้องตรวจตลอดชีวิต และที่สำคัญหมอไม่ให้มีลูกในช่วงรักษาตัวค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม พี่ไม่กลัวหรอกค่ะ สุดท้าย .... พวกเราทุกคนก็ตายอยู่ดี แค่จะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น ทุกวันนี้มีความสุขกับการใช้ชีวิตครอบครัวมากและจะตั้งใจทำงานหาเงินมาสร้างความสุขให้ตัวเองและครอบครัว และเอาเงินมารักษาตัวเอง และก็ดูแลบุพการีไปพร้อมๆกันค่ะ กำลังใจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สู้โว้ย!!!! "     ทั้งนี้ ทีมงาน music.mthai ต้องขอเป็นกำลังใจให้สาวตั๊กแตน ชลดา รักษาตัวให้หายในเร็ววัน และมีสุขภาพแข็งแรงพร้อมมีทายาทให้แฟนๆได้ชื่นชมเร็วๆนะคะ

FC สะเทือนใจ! คนร้ายบุกทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิ ปอ ทฤษฎี
ข่าว ปอ ทฤษฎี /  คนร้ายทุบทำลายเจดีย์เก็บอัฐิ ปอ ทฤษฎี

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หลังคนร้ายบุกเข้าทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิของพระเอกผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี โดยได้มีการเปิดเผยภาพหลังเกิดเหตุไว้ในเฟสบุ๊คชื่อ Phumiphat Pimaksorn ซึ่งเป็นของเลขานุการเจ้าคณะตำบลในเมือง วัดธรรมธีราราม อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พร้อมข้อความว่า “วันนี้ 8 ก.ย.59 มีผู้ร้ายใช้วัตถุที่เห็นในภาพ มีเศษเหล็ก ทุบทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิ คุณ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ โดยไม่ทราบสาเหตุในการกระทำดังกล่าว ทางวัดจึงประสานแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองบุรีรัมย์แล้ว” เบื้องต้นพบว่าคนร้ายรายนี้ยังได้ทำลายสิ่งของอื่นๆ ภายในวัดธรรมธีราราม และในสถานต่างๆ ของจ.บุรีรัมย์อีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว...ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Phumiphat Pimaksorn ภาพจากอินสตาแกรม @vanda29, @portid คนร้ายทุบทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิ ปอ ทฤษฎี คนร้ายทุบทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิ ปอ ทฤษฎี คนร้ายทุบทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิ ปอ ทฤษฎี คนร้ายทุบทำลายเจดีย์บรรจุอัฐิ ปอ ทฤษฎี แม่โบว์ - น้องมะลิ ครอบครัว สหวงษ์

ชีวิตดีสุด!!! ลำยอง หนองหินห่าว คบเศรษฐีจีนบุญทุ่ม ซื้อบ้าน 10 ล้าน - รถบีเอ็มให้
จีบเอาสิคะ /  ประสาซ่ำผัว / 

     เรียกว่างานเพลงกำลังรุ่ง เรื่องชีวิตก็รุ่งตาม สำหรับนักร้องสาวหมอลำโคโยตี้หุ่นแซ่บ ลำยอง หนองหินห่าว เจ้าของเพลงฮิต  เอาผัวไปเทิร์น, จีบเอาสิคะ, ประสาซ่ำผัว กับท่าเต้นสุดยั่วยวน แถมหน้าตาและสไตล์ยังคล้ายกับนักร้องรุ่นพี่ หญิงลี ศรีจุมพล อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเธอกำลังโด่งดังและมีทัวร์คอนเสิร์ตแน่นเอี้ยดยาวไปถึงปีหน้า มีงานเยอะรัดตัวแบบนี้ จนมีคนเม้าท์ว่าเธอควักกระเป๋าซื้อบ้าน 10 ล้านด้วยเงินสดตัวเอง      ล่าสุด สาวลำยองก็ได้ บอกในรายการ "แฉ" แล้วว่า บ้านหลังใหญ่พร้อมสระว่ายน้ำกลางกรุงนั้น มีหนุ่มนักธุรกิจชาวจีน เป็นคนควักเงิดสด 10 ล้าน ซื้อให้พร้อมด้วยรถเก๋ง BMW อีก 1 คัน ซึ่งตอนนี้กำลังคบหาดูใจกันอยู่ หลังรู้จักกันผ่านเฟสบุ๊คเป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งเวลาคุยก็ใช้โปรแกรมแปลภาษา และเวลามาประเทศไทยก็จะพาล่ามมาด้วย โดยหนุ่มนักธุรกิจประทับใจตนที่เป็นคนกตัญญูต่อพ่อแม่ และทำงานสู้ชีวิตมาโดยตลอด  เรียกว่างานก็รุ่ง ชีวิตก็เริ่ดของแท้เลยนะจ๊ะสาวลำยอง

หนุ่มนครศรีฯ ล่าฝัน! ลาออกจากงาน ขี่มอเตอร์ไซค์ เที่ยวทั่วไทยครบ 77 จังหวัด
77 จังหวัด /  เที่ยวทั่วไทย / 

เราเคยเห็นข่าวชาวต่างชาติอยู่หลายคนลาออกจากงาน เพื่อแบกเป้ตะลุยท่องเที่ยวตามเมืองหรือประเทศต่างๆ ตามความฝันของตัวเอง ซึ่งตอนนี้หนุ่มไทยของเราก็เช่นกัน เขาเติมเต็มความฝันของตัวเองด้วยการลาออกจากงาน และขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวทั่วไทย จนครบ 77 จังหวัด ซึ่งพี่เขาบอกว่า "ไม่ครบไม่กลับบ้าน" สุดยอดไปเลยครับพี่! หนุ่มนครศรีฯ ล่าฝัน! ลาออกจากงาน ขี่มอเตอร์ไซค์ เที่ยวทั่วไทยครบ 77 จังหวัด นายนเรศร นันทสุทธิวารี หรือ บอล หนุ่มชาวนครศรีธรรมราช อายุ 35 ปี อดีตพนักงานออฟฟิศในบริษัททัวร์ ที่รักการท่องเที่ยว ได้ตัดสินใจเติมเต็มความฝัน ลาออกจากงานและเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย 77 จังหวัด เป็นการเดินทางแบบรวดเดียวไม่กลับบ้าน มีเพียงมอเตอร์ไซค์คู่ใจ 1 คัน, เต็นท์, ของกินของใช้  พร้อมกับ 30,000 บาทกับเงินก้อนสุดท้ายที่มีในการเริ่มออกทำฝัน ซึ่งเขาสามารถทำความฝันได้สำเร็จ โดยเริ่มออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจกายน 2558 เดินทางครบทั้ง 77 จังหวัด 148 อุทยานแห่งชาติ และ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นจังหวัดสุดท้าย ซึ่งเขาใช้ระยะเวลาเดินทางรวมกันทั้งหมด 312 วัน กว่า 35,000 กิโลเมตร ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ รถจักรยานยนต์คู่ใจ นอกจากนี้ ในระหว่างการท่องเที่ยวทั่วไทยของคุณบอล เขาก็ได้เปิดเพจเฟสบุ๊ค บอลพาเที่ยว Backpacker Ball เพื่อบันทึกการเดินทางของเขา และเล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้คนที่ติดตามได้ชมกันด้วย ซึ่งการเดินทางของเขาจุดประสงค์หลักก็คือ ทำตามความฝันแบบคนรักการท่องเที่ยว แต่ระหว่างการเดินทาง เขาก็จะทำความดี ช่วยเหลือคนเดือดร้อน คนไร้บ้าน อีกทั้งได้พบกับมิตรภาพ เพื่อนใหม่ๆ รอยยิ้ม และน้ำใจจากคนไทยด้วยกันอีกมากมาย คุณบอลได้บอกว่า "ผมไม่ได้เที่ยว แต่ผมทำงาน และงานของผมคือการเดินทาง ที่แม้ว่าจะไม่ได้เงิน แต่ได้ความสุขเป็ยผลตอบแทน หน้าที่หลักของการเดินทางในการทำงานครั้งนี่คือเสาะหาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นประสบการณ์ ความทรงจำ และนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆ ได้ร่วมเดินทางไปพร้อมๆ กัน แต่ละวันจะต้องมีวินัยต่อการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษร พิมพ์บนโทรศัพท์เกือบวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อโพสแชร์เรื่องราวในช่วงเวลา 20:30-21:30 มันเป็นหน้าที่ที่ต้องมีวินัยมากกว่าตอนทำงานประจำเสียอีก" "ยังสบายดี แค่น้ำหนักลงไปเกือบจะ 9 โลแล้ว แต่ก็สนุกกับการได้พบเจอความสวยความของประเทศไทย และความน่ารักของคนไทย" @ หลีเป๊ะ การท่องเที่ยวของคุณบอล เขาได้ตั้งกฏขึ้นมาเอง 3 ข้อ คือ 1.ไม่รับเงินหรือความช่วยเหลือใดๆ ยกเว้นเท่าที่จำเป็นต่อการประทังชีพ 2.ไม่กินข้าวบ้านเพื่อนหรือรับอาหารจากใครก็ตาม ยกเว้นหากใครอยากช่วยจะต้องมาหาตามพิกัดหรือสถานที่แจ้งไว้ และจะไม่กักตุนอาหารพร้อมแบ่งปันคนอื่น เพื่อเรียนรู้ถึงคุณค่าของอาหาร และ 3. นอนตามวัด,อุทยานแห่งชาติเป็นหลัก ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คุณบอลจะนำรูปภาพที่ตนเองถ่ายมาขาย เพื่อเป็นทุนในการเดินทางต่อไป คุณบอลบอกว่า เป้าหมายครั้งต่อไปก็คือ การปั่นจักรยานแบบรวดเดียว จากสุไหงโกลก ไปถึง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นระยะทางกว่า 2,000 กว่ากิโลเมตร และเริ่มออกกเดินทางวันนี้ (9 กันยายน 2559) เป็นวันแรก! ซึ่งการปั่นจักรยานในครั้งนี้ก็เพื่อเช็คสภาพร่างกายของเขาด้วยว่าพร้อมสำหรับการปั่นจักรยานรอบโลกหรือไม่ นี่คืออีกหนึ่งความฝันของคุณบอล อย่าลืมเข้าไปติดตามและเอาใจช่วยหนุ่มไทยคนนี้ให้ทำตามความฝันให้สำเร็จด้วยนะ ^^ ขอบคุณรูปภาพ Facebook : บอลพาเที่ยว Backpacker Ball ค่ำไหนนอนนั่น ^^ จุดชมวิวเสม็ดนางชี ร้านอาหารเกาะราฮัม

โถ่…ไอ้น้อง!แฟนไทยจวกยับ “ สรรเสริญ ” แข้งU-19พฤติกรรมไม่เหมาะสม (มีคลิป)
ช้างศึก /  ทีมชาติไทยU19 / 

โลกโซเชียลดราม่าหนักเมื่อ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ จอมทัพช้างศึกชุด U-19 ปีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลังยกเท้าขึ้นมาบนโต๊ะต่อหน้า “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล เกิดเรื่องดราม่าขึ้นในโลกโซเชียลอีกครั้ง หลังเเฟนเพจ (ฟุตบอลทีมชาติไทย) เพจอย่างเป็นทางการที่รายงานความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยทุกชุด ปรากฎว่าได้ปล่อยคลิปขณะ “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล กุนซือทีมชาติไทยชุด U-19 ปี ระหว่างที่กำลังปลุกใจเเละให้โอวาทนักเตะก่อนลงสนาม ภายในคลิปได้มีภาพที่แฟนบอลชาวไทยไม่พอใจอย่างยิ่ง เป็นภาพของ “เจ้าโก้” สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ กองกลางตัวสำคัญของทีม ที่ไปยกเท้าขึ้นมาบนพนักเก้าอี้ อีกตัวที่อยู่ข้างหน้า จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าโค้ช จนเป็นเหตุให้คลิปดังกล่าวถูกเเชร์ออกไปในวงกว้าง กระทั้งต่อมาเจ้าตัวได้เเชร์วิดีโอดังกล่าว เเละออกมาชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ที่ผมเอาขาขึ้น เพราะผมจะให้เลือดมันลงขา เพราะเวลาผมเล่นผมต้องใช้เเรงจากต้นขาเยอะมาก ต่อเเมตผมโยนบอลเลย 20 ครั้ง ผมเข้าใจว่าผมไม่ควรทำ ผมขอโทดถ้าผมทำผิด เเต่ผมไม่เคยคิดที่จะไม่เห็นหัวไคร ขอโทดคับ ขอโทดคนในทีมทุกคนคับ#thailand u19#ถ้าชนะก็คงดี”

ศิลา วงZeal ตัดพ้อ ดิ้นรนมานาน แม่ยังไร้สัญชาติเหมือนเดิม
Zeal /  ศิลา นามเทพ / 

    ยังคงเป็นเรื่องที่ค้างคาใจศิลปินหนุ่ม ศิลา วง Zeal อยู่ตลอดมา สำหรับปัญหาในครอบครัว จนต้องโพสต์ข้อความที่อึดอัด และอัดอั้นในใจมานานลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว เนื่องจากคุณแม่ อายุ นามเทพ แม่บังเกิดเกล้าของหนุ่มศิลา ที่ตอนนี้ยังคงเป็นคนไร้สัญชาติ ทั้งที่หนุ่มศิลาและครอบครัวต่างก็ดิ้นรนต่อสู้มานานกว่า 10 ปี แต่ก็ได้เพียง ทร.38 เป็นบัตรระบุตนที่มีเลข 0 นำหน้า ซึ่งก็ยังไม่ใช่คนที่มีสัญชาติไทยอยู่ดี เวลาจะออกนอกพื้นที่ไปไหน จะต้องไปทำเรื่องขออนุญาตออกนอกพื้นที่ที่อำเภอ ซึ่งหนุ่มศิลา ก็ได้บอกด้วยว่า การจะต้องไปติดต่ออะไรก็ช่างมันน่าเหนื่อยใจเหลือเกิน และนี่เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ครอบครัวกำลังจะเรียกร้องสัญชาติให้แม่อีกครั้ง และขอบคุณทุกๆ ท่านที่มีส่วนช่วยเหลือในทุกๆ ครั้งด้วย

เป็นประเด็น!!!
คนมีเสน่ห์ /  ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์

    กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที เมื่อ เพลงคนมีเสน่ห์ ของนักร้องหนุ่ม ป้าง นครินทร์ โดนวิพากษ์วิจารณ์โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ชื่อว่า Patpicha Best Tanakasempipat ถึงเนื้อหาเพลงที่พูดถึงผู้หญิงไปในทางที่ไม่ดี มีการดูถูกและพูดถึงความสวยในแบบที่ตัวเองคิด จึงทำให้เธอต้องออกมาโพสต์ถึงเพลงนี้ และได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งแชร์ข้อความดังกล่าวอีกมากมาย โดยมีเนื้อหาดังนี้

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

โสดไม่นาน หญิงแย้ เปิดตัวผู้ใหม่!! ไฉไลเฟร่อ
ข่าว หญิงแย้ นนทพร /  หญิงแย้ แฟนใหม่ / 

      ความผู้ใหม่ก็มาาาาาา มาเร็ว มาไว แถมงานดีหล่อตี๋ซะด้วย เลิกราอย่างเป็นทางการกับ หมอนพรัตน์ ไม่กี่เดือน ล่าสุดกำลังฮือฮากันสนั่นเฟสของทาง หญิงแย้ นนทพร หลังมีการโพสต์รูปคู่ในเฟสบุ๊คแล้วมีแท็กกันไป-มากับหนุ่มตี๋รายหนึ่ง ด้านเพื่อนๆ ต่างเข้ามาแซวกันใหญ่ เปิดตัวละหรอ??? จุดนี้จะใช่ผู้ใหม่จริงๆ หรือไม่ รอทาง หญิงแย้ มาคอนเฟิร์มอีกทีนะจ๊ะขอบคุณภาพจาก FB Yae Nontaporn Teerawatanasuk และ Topz Witit หญิงแย้ - หนุ่มตี๋   หญิงแย้ - หนุ่มตี๋   หญิงแย้ - หนุ่มตี๋   หญิงแย้ - หนุ่มตี๋  

ตุลย์ วงเพลย์กราวด์ ร่วมเป็นจิตอาสา รับถ่ายภาพที่สนามหลวง
Playground /  ตุลย์ เพลย์กราวด์ / 

ตุลย์ เพลย์กราวด์ ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังความดีเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง ปันน้ำใจด้วยการร่วมเป็นจิตอาสา รับถ่ายรูปให้กับพี่น้องชาวไทยที่ท้องสนามหลวง ตุลย์ เพลย์กราวด์ ตุลย์ เพลย์กราวด์ ศิลปินค่าย ME RECORDS (มี เรคคอร์ด) รวมกลุ่มกับรุ่นน้องที่รักการถ่ายรูป ช่วยถ่ายรูปบันทึกความทรงจำให้ประชาชนที่ร่วมไว้อาลัยแด่ในหลวง ในบริเวณท้องสนามหลวง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตุลย์ เผยที่มาแนวคิดนี้ว่า “อยากออกไปทำอะไรที่มีประโยชน์เพื่อพ่อบ้าง แล้วพอดีเห็นน้องที่รู้จักกันเค้ามาแชร์รูปในเฟสบุ๊คว่าเค้าไปถ่ายรูปให้ฟรีที่สนามหลวงมา เราก็เลยเห็นว่าอันนี้มันใช่เลย เพราะที่เราไปมาก่อนหน้านี้ เรารู้สึกว่าทุกคนก็อยากมีรูปเป็นที่ระลึกกับในหลวงของเรา แต่ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพจากกล้องจากโทรศัพท์อาจยังไม่พอ เราก็เลยทักไปในเฟสบุ๊คน้องคนนั้นว่าพี่ขออนุญาตสานต่อนะ เค้าตอบกลับมาว่ายินดีเลยครับ เราก็เลยลุยเลย" "ในเวลานี้ผมขอยืมประโยคหนึ่งที่ผมชอบมากของเพื่อนมาใช้นะครับ “เราจะเข้มแข็งไปด้วยกัน” เพราะผมเชื่อว่าตอนนี้หัวใจคนไทยทุกคนเป็นแผล และกำลังรอวันที่แผลนั้นจะประสานกันได้เหมือนเดิม แต่สุดท้ายแล้วรอยแผลเป็นของหัวใจคนไทยทุกดวงต่างก็ได้รับการเยียวยาจากสิ่งๆ เดียวกันคือ คำสอนจากพ่อของพวกเรา ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนสู้ไปด้วยกันนะครับ” วง เพลย์กราวด์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com