เฟสบุ๊ค

Crusaders Quest ส่งระบบ
Crusaders Quest /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ Crusaders Quest ทำการอัพเดตระบบใหม่ กับระบบ"แชมเปี้ยน" ที่ทำให้สามารถเสริมพลังให้กับฮีโร่ได้ทั้งทีม พร้อมกับอาวุธใหม่ๆรวมกว่า 5 ชนิด อัพเดตแล้ววันนี้ ระบบแชมเปี้ยนมีแนวคิดเกี่ยวกับผู้ร่วมทีมที่จะมาช่วยให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น หรือเป็นกำลังเสริมที่แข็งแกร่งในยามคับขัน โดยในการอัพเดทครั้งนี้จะมีแชมเปี้ยนด้วยกัน 2 ตัว คือ 'Kurenai' องครักษ์ของอาณาจักร Ryu และ 'Remi' แม่มดจาก Pumpkin City ซึ่งเป็นกองกำลังตะวันออก สามารถใช้แชมเปี้ยนได้ถ้าหากทำครบตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้หากส่งฮีโร่ไปสนับสนุนกองกำลังแต่ละแห่ง ระดับความสัมพันธ์ที่มีต่อกองกำลังนั้นก็จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แชมเปี้ยนแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน หัวใจสำคัญของ 'ระบบแชมเปี้ยน' นี้ คือเป็นระบบที่เราเตรียมไว้เพื่อเพิ่มความสำคัญให้กับฮีโร่ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มระดับความยากของคอนเท้นต์เกม ผ่านระบบการเสริมพลังหรือการอัพเกรดรูปแบบใหม่ ทำให้ท้าทายผู้เล่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากการเกริ่นถึงเรื่องนี้กับผู้เล่นผ่านทางเฟสบุ๊คเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้เล่นก็ตอบรับกลับมาว่าคาดหวังกับระบบนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการอัพเดท Soulbound Weapon ใหม่ ได้แก่ 'Lionel', 'Athena', 'Spiny', 'Benjamin', 'Aria' รวม 5 ชนิด โดย Soulbound Weapon เหล่านี้ รับได้จากการนำ Old Weapon ที่หาได้จาก World Boss และ Weapon Box มาผสมกับวัตถุดิบคริสตัลที่หาได้จาก Fortress of Soul ผ่านเมนูสกัดที่ NPC Fergus

เมนูพิเศษประจำเดือนกรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
โรงแรมรอยัล ออคิด

อาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด รสชาติอิตาเลียนแท้ ณ ห้องอาหารจิออร์จิโอ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารอิตาเลียน “จิออร์จิโอ” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รังสรรค์เมนูอิตาเลียนแท้สไตล์โฮมคุกกิ้งตำรับคุณแม่ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความหลากหลายของรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ๆที่เตรียมพร้อมให้คุณได้ลิ้มลอง เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง พาร์มาแฮมสไลท์บางทานคู่แตงฮันนี(320++ บาท) หรือจะเป็น สลัดผักโขม เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดกอร์กอนโซลา และลูกมะเดื่อเชื่อมไวน์แดง(350++ บาท) ต่อด้วยมื้อหลักอย่างข้าวริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิลดำ(360++ บาท) สเต็กปลาคอท หอยลาย เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่ง(620++ บาท) ปลาเนื้อแน่นทานคู่ซอสเฉพาะตัวสูตรเข้มข้น โคนขาลูกวัวตุ๋นเสิร์ฟกับข้าวอิตาเลียนแบบดั้งเดิม(580++ บาท) หรือจะเป็นเนื้อสันในหมักสมุนไพรย่าง ทานคู่น็อกจิและผักโขม(850 บาท++) ปิดท้ายมื้อค่ำอันพิเศษนี้ด้วย เซทขนมหวาน 4 สไตล์ อย่าง ทีรามิสุ พานาคอตต้า ไวท์ช็อกโกแลต และราสเบอร์รี่ชีสเค้ก (350 บาท++) สำหรับบัตรสมาชิกสตาร์วู้ด พรีเฟอร์ เกสต์ (Starwood Preferred Guest®) รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 15% (เฉพาะค่าอาหาร) ห้องอาหารอิตาเลียนจิออร์จิโอเปิดบริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 18.00 – 22.30 น. พร้อมบริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com ------------------------------------------------- เพลิดเพลินค่ำคืนแห่งไวน์ และชีส ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาเพลิดเพลินคืนแห่งไวน์ และชีส ในคืนวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559นี้ ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. หลีกหนีความวุ่นวายของชีวิตเมืองหลวง และการจราจรที่แสนติดขัด มาจิบไวน์รสนุ่มละมุนลิ้นชั้นเลิศ เคียงคู่ชีสและทาปาสนานาชนิดระดับพรีเมี่ยมแบบไม่อั้น ในราคาเพียง 599++ บาทต่อท่าน หรือเลือกเพิ่มความหลากหลายและอัพเกรดไวน์ระดับพรีเมียมเพียง 999++บาทต่อท่าน บริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com

รมณ์เสีย ต๊อด โพสต์โต้ข่าว นุ่น ขอหย่า! หลังถูกพาดพิง
นุ่น ต๊อด /  ข่าว นุ่น ต๊อด

เดือด!! ต๊อด ปิติ โพสต์โซเชียลโต้ข่าวเตียงหัก! หลังมีข่าวไม่เอ่ยชื่อ "ผัวไฮโซซุกอีหนู นางเอกสุดช้ำอยากหย่า แม่ผัวสั่งห้าม! กลัวตระกูลหมอง" แล้วกลับถูกพาดพิงว่าเป็นตนกับภรรยาสาว นุ่น วรนุช ซะอย่างงั้น โดยหนุ่มต๊อดได้เขียนแคปชั่นกำกับมาว่า "อารมณ์เสีย โดยห่วยกินไม่พอ โดนใส่ร้ายอีก เค้ามีชื่อต๊อดตรงไหนว่ะ ทุกครั้งที่ผมทำอะไรโดดเด่น จะมีข่าวแบบนี้เสมอ" ซึ่งช่วงที่ผ่านมาทางนางเอกสาว นุ่น วรนุช เพิ่งจะโพสต์ภาพเธอไปร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวของฝ่ายชายอยู่เลย แถมก่อนหน้านั้นก็เพิ่งจะควงกันไปสวีทต่างประเทศมาหยกๆ เอาเป็นว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ตามนั้นจ้าาาาาา ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค Todd Piti และอินสตาแกรม @nuneworanuch ต๊อด ปิติ โพสต์โต้ข่าวหลังถูกพาดพิง นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด นุ่น - ต๊อด นุ่น ทานข้าวร่วมกับครอบครัวของ ต๊อด

ลีน่า ดันแฮม เพื่อน เทย์เลอร์ สวิฟต์ จวกเอ็มวี Famous 'น่าสะอิดสะเอียน!'
Feminism /  Kanye West / 

ดูท่า คานเย่ เวสต์ (Kanye West) จะประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการกวนโทสะชาวบ้านด้วยการปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Famous แต่ไม่เพียงเท่านั้น เพราะการนำสาวๆ หลายคนมานอนเปลือยกายอวดเรือนร่างในเอ็มวียังทำให้ผู้หญิงหลายคนเกลียดชังเขาเอามากๆ ทีเดียว แม้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) จะไม่ขอออกความคิดเห็นกับเอ็มวีที่มีเรือนร่างหน้าละม้ายคล้ายเธอนอนเปลือยอยู่ข้างๆ เวสต์ แต่เพื่อนของสวิฟต์อย่าง ลีน่า ดันแฮม (Lena Dunham) โปรดิวเซอร์และนักแสดงสาวจากซีรีส์ดัง Girls ก็จวกถึงเรื่องนี้ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว SEE ALSO: Kanye West hops into bed with 11 other celebs for NSFW \'Famous\' video Image: tidal "ตอนนี้ฉันต้องพบเจอเหล่าหุ่นขี้ผึ้งของเหล่าเซเลบริตี้สาวนอนเปลือยกาย ไม่ได้สติ มันดูเหมือนว่าพวกเธอโดนวางยา มันทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนจริงๆ" ดันแฮม เล่าต่อว่าเธอเติบโตมาในโลกของศิลปะ ทั้งพ่อและแม่ต่างเป็นศิลปินที่ทำงานเกี่ยวกับภาพนู้ด เธอถูกอบรมเลี้ยงดูว่าการบรรยายถึงการเปลือยกายในทางศิลปะนั้นมันสำคัญและท้าทายมากขนาดไหน "เพราะฉันรู้ว่าการทำงานศิลปะนั้นก็เพื่อให้เรามองในมุมที่ไม่ได้สวยงามเสมอไป... แต่นี่มันไม่ใช่เลย" ดันแฮม ไม่ได้ต้องการเป็นผู้ที่ทำลายความรู้สึกคนอื่น แต่ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยแล้วมองงานนี้โดยที่ไม่พูดอะไรเลย เธอกล่าวว่าเธอชื่นชมบ้านคาร์เดเชียนและเชื่อมั่นว่าพวกเธอต้องการสื่ออะไรบางอย่างที่สำคัญ และรู้ว่าเวสต์นั้นทำงานศิลปะได้ดีเยี่ยม แต่งานศิลปะที่ดีเยี่ยมนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงเป็นเหยื่อ ดันแฮมยังเสนอไอเดียว่าให้ใช้เค้กปลอมแทน ทำแบบนี้ดูจะเป็นทางออกที่พอดีสำหรับทุกฝ่าย ดูบทความต้นฉบับ : Lena Dunham sticks up for Taylor Swift after Kanye West's 'Famous' video

เฟิร์มว่าเลิกทะเลาะ!! กานต์ พาลูกๆ ดินเนอร์กับ เสก ในรอบปีกว่า
เสก กานต์ /  มหากาพย์ เสก กานต์ / 

     อึ้งกันทั้งบางกับเซอร์ไพร้ส์รอบสอง หลังจากไปป๊ะกันที่งานสยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2016 ล่าสุดทางร็อกเกอร์ดัง เสก โลโซ โผล่ดินเนอร์พร้อมหน้าครอบครัวกับอดีตภรรยาสาว กานต์ วิภากร และลูกๆ ทั้งสาม น้องเสือ น้องกวาง และน้องลอนดอน เรียกว่าครบทีม! โดยภาพบรรยากาศอันอบอุ่นนี้ได้เผยแพร่ทางเพจของเสกและกานต์ ซึ่งอย่าว่าแต่แฟนๆ จะมึนตึ๊บกันเลย จุดนี้ลูกสาวคนเล็กยังมีคำถามว่า "ดีกันแล้วเหรอ" โดยทางฝั่งของคนเป็นแม่ได้มีแคปชั่นจากใจมาดังนี้    "เซอร์ไพร์ลอนดอน ลอนดอนไม่รู้มาก่อน พอพ่อมาถึง หน้าเหวอเลย ตกใจและถามว่า"ดีกันแล้วเหรอ"55 แล้วบอกว่า ดีกันแล้วทำอะไรต่อ เด็กหนอเด็ก555"    "พ่อ แม่ ลูก ผูกพันเสมอ มิอาจตัดสายสัมพันธ์แห่งรัก ไม่มีไรมาก แค่อยากเห็นแววตาแห่งความสุขของเด็กๆแค่นั้น แววตาพวกเค้าเศร้าหมองมาเกือบ2ปีแล้ว #ครอบครัว"    "ลูกเอ้ย!!พ่อกับแม่ก็เป็นพ่อกับแม่คนเดิมของลูกทั้ง3 ยังไงพ่อกับแม่ก็จะทำหน้าที่ให้ความรักความอบอุ่นและเป็นที่ปรึกษาที่ดีกับลูกๆให้ดีที่สุด จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อ พี่เสือ พี่กวางและลอนดอน!! "สิ่งที่ผ่านที่แล้วไปแล้ว ให้แล้วไปเถอะ ไม่คิดให้ทุกข์ให้เศร้าใจ สิ่งที่ผ่านที่แล้วไปแล้ว บอกเลยฉันเข้าใจ ฉันให้อภัยตั้งนานแล้ว!!"ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Wiphakorn Karn, SEK LOSO เสก - กานต์ ดินเนอร์กับลูกๆ   เสก - กานต์ ดินเนอร์กับลูกๆ   เสก - กานต์ ดินเนอร์กับลูกๆ   เสก - กานต์ ดินเนอร์กับลูกๆ  

ฉลองกันหน่อย เปิ้ล นาคร เฮ! ออที่ 4 ได้ลูกสาว!!
ข่าว เปิ้ล จูน /  ข่าว เปิ้ล นาคร / 

งานนี้ต้องฉลอง!! นักแสดงและพิธีกรชื่ออารมณ์ดี เปิ้ล นาคร บอกข่าวดีทางโซเชียลว่าได้ “ลูกสาว” เป็นลูกคนสุดท้อง!! ดังนี้ “ฉลองน้องสาวคนสุดท้อง......!!!!!.....ตามฝัน.....” โดยตอนนี้ทางสาว จูน กษมา ภรรยาของตนตั้งท้องลูกคนที่ 4 มาได้กว่าสามเดือนแล้ว ซึ่งหลังจากคลอด “ออที่ 4” ก็จะปิดอู่ทันที จุดนี้ชาย 2 หญิง 2 พอดิบพอดี ยังไงต้องขอแสดงความยินดีด้วยน๊ะจ๊ะพ่อเปิ้ล ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Ple Nakorn เปิ้ล นาคร ประกาศได้ลูกสาว ครอบครัว เปิ้ล นาคร ครอบครัว เปิ้ล นาคร ครอบครัว เปิ้ล นาคร ครอบครัว เปิ้ล นาคร

เที่ยวอินโดฯ
ที่เที่ยวอินโดนีเซีย /  ภูเขาไฟโบรโม่

อินโดนีเชีย เป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่หลายที่ สถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เช่น เกาะบาหลี (Bali), วัดบุโรพุทโธ (Borobudur), โทราจาแลนด์ (Torajaland), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปมากๆ ก็คือ ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกของเกาะชวา โดยเพจเฟสบุ๊ค Coundsheck's journey. จะพาเราไปแอดเวนเจอร์กัน งานนี้นอกจากจะได้ชมภูเขาไฟแล้ว ยังนั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก อีกด้วย เที่ยวอินโดฯ "East Java" หมู่เกาะชวา ชมภูเขาไฟ นั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดติ่ง! บอกไปอินโดฯ ใครๆก็นึกว่าไปบาหลี แต่คราวนี้เราขอออกนอกเมือง พาทุกคนไป East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออก แหล่งที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังระเบิดได้ พร้อมภูมิทัศน์สุดเซอเรียล งานนี้เรานั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดตั้งกะเที่ยวมาา ถึงดูลุย แต่ไปฟอลโล่วกันได้ไม่ยากแน่นอน อ้ะ พร้อมล้ะ ลุย!!! ทริปนี้เริ่มจากเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ Surabaya (สุราบายาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโด) เพื่อพบคนขับรถที่เราดีลไว้ตั้งแต่แรก (ซึ่งวิธีดีลจะบอกท้ายโพสน้ะ) เพื่อขับรถยาว 5 ชม. ออกจากสุราบายาไปถึงจุดหมายแรกของเรา นั่นก้คือโบรโม่! กว่าจะไปถึงโบรโม่ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วมากเพราะวันต่อมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 เพือขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตื่นปุ้ปรีบขึ้นรถขับคลุกคลุกคลุก ขึ้นเขา penanjakan mountain ซึ่งเราจะสามารถเห็นภูเขาพีคๆ ทั้งหมดของแถบนี้ได้จากบนเขาแห่งนี้ ขับวกไปวนมา ประมาน 45 นาที เราเริ่มรู้สึกได้ว่าปริมาณรถรอบตัวนี่หนาแน่นมาก และด้วยความที่เราตื่นสาย จุดชมวิวยอดฮิตรถติด! 5555 คนขับจึงพาเราเดินเลาะเข้าป่า ไปยังจุดชมวิวอีกที่ที่มีชื่อว่า kingkong view, รอพระอาทิตย์กันไปสาม ชม. แสงเริ่มมา พอพระอาทิตย์ขึ้นมาชนยอดเขาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โหหหหหหหหหหห รู้แล้วทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น ดีมากกกกกกกกกกก และนี่คือสิ่งที่ทำให้เรายอมตื่นสายขึ้นมาบนนี้ ที่เห็นตรงหน้าคือภูเขา Batok ส่วนที่พ้นควันม้วนๆ นั่นแหละคือ Bromo Bromo เป็นหนึ่งในภูเขาที่ยัง active บนเกาะชวา เลยไม่แปลกที่พ่นควันปุ๋ยๆ พร้อมระเบิดได้ (ถ้าจำไม่ผิด โบรโม่ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว) พระอาทิตย์เป็นลำๆๆๆๆๆ ใครชอบถ่ายรูปเวอร์วังเก็บแลนด์สเคปอลัง น่าจะชอบ เราลงจากจุดชมวิว ไปกันต่อ ลืมบอกไปว่า ในช่วงที่เราเที่ยวไปทั่วเขตโบรโม่ เราจะใช้รถจี๊ป เพราะสามารถลุยกับพื้นที่ได้มากกว่ารถกึ่งๆ รถตู้ที่เรานั่งมา แถวนี้เลยเต็มไปด้วยรถจี๊ปหลายร้อยคัน ชอบมาก สนุกกกก ตื่นเต้นมากก ไม่เคยนั่ง 5555555 เรามาจอดรถที่ลาดดินสีเทากว้างๆ ด้านหน้าของโบรโม่ คาดว่าที่เป็นสีนี้เพราะดินตะกอนภูเขาไฟ เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมปากปล่องถูเขาไฟแบบใกล้ชิดกัน ตรงลานนี้นอกจากจะมีรถจี๊ปแล่นไปมา ยังมีม้าจำนวนมาก รอพาเราขึ้นไปที่โบรโม่ เพราะจากตรงนี้ ต้องเดินทางอีก 3 กิโลแหนะ แน่นอนมาถึงแล้วใครมันจะเดิน เราเลือกขี่ม้าในราคา 100000 รูปี หรือราวๆ 250 บาท โดยจะมีคนจูงเราและน้อง(ม้า) เดินผ่านโตรกเขาต่างๆเพื่อไปถึงฐานของโบรโม่ ตอนแรกเกร็งมาก ปีนนู่นปีนนี่กลัวน้องเจ็บ แต่คนจูงเราบอก น้องโอเคคคคคคค  ที่เชิงภูเขามีม้าจำนวนมากที่รอนักท่องเที่ยวลงมาจากเขาเพื่อขี่กลับไปที่รถจี๊ป คนจูงม้าของเราชื่อ Sandi ให้การ์ดชื่อเค้ากะเราไว้ บอกว่าปีนขึ้นไป ละลงมาให้เรียกเค้าน้ะ เด่วเค้าพาม้ามารับเรากลับ เมื่อมองกลับไปก็รู้ว่าน้องม้าพาเราผ่านด่านภูมิประเทศยุบยับมาไกลมั่กกก นี่คือบรรไดที่เราต้องปีนไปอีกต่อเพื่อให้ถึงปากปล่องของโบรโม่ สังเกตุว่าคนเยอะมาก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่ามาล้ะจะเปลี่ยว บางคนก็ไม่ปีนบันได ปีนเอาเองสดๆเลย และเมื่อปีนไปถึง นี่คือปากปล่องของโบรโม่ในตำนานนนนนน โอ่ย ตื่นเต้นน้ะ กลัวระเบิดด้วย 555555555 นี่คือร่องรอยจากการประทุ แน่นอนที่เป็นเส้นๆคืออดีตทางไหลของลาวาจากโบรโม่นั่นเอง  บนปากปล่องมีสันเล็กๆให้เราเดินสำรวจรอบปากปล่องได้ด้วยน้ะ ใครปีนได้ระดับไหน สำรวจกันตามสบายเลยยย  ภูมิประเทศเมื่อมองจากปากปล่องง ที่เห้นเป็นเหมือนอาคิเต็กเจอร์อะไรบางอย่าง นั่นคือวัดฮินดู วัดเดียวของแถวนี้เลย ข้างๆเราคือ Batok ภูเขาที่เราเห็นจากจุดชมวิวนั่นเอง คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องการไหว้เทพเจ้า จึงมีคนขายดอกไม้ เพื่อใช้สักการะ เห็นคนซื้อไป เพื่อโยนลงไปในปากปล่องเพื่อบูชาเทพ ตามความเชื่อของอินดู ไกด์เราบอกว่าดอกไม้พวกนี้อยุ่ได้ 5 ปีโดยไม่เหี่ยวน้ะ  จากโบรโม่ เรานั่งรถจี๊ปไปทุ่งหญ้าลับด้านหลังกันต่อ ใครจะรู้ว่ามีทุ่งหญ้าเขียว วิวเวอร์วังมาซ่อนอยู่หลังภูเขาไฟที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ราบสีเทาขนาดยักษ์  เหมือนวาร์ปมาอยู่ที่ไหนซักที่ที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอินโด  รถจี๊ปบางคันนั่งบนหลังคาได้ เจ๋งอ้ะ อยากเล่นบ้าง น่าสนุก ถ่ายรูปไปเรื่อยเจอกลุ่มควันสีขาวขนาดยักษ์ลอยมา มันไม่ใช่ควันอะไรหรอก แต่มันคือเมฆ! แบบเดียวกะเมฆที่ลอยบนท้องฟ้าเลย ที่ี่เป็นที่ราบสูง สูงมากระดับเมฆวิ่งเล่นได้นั่นแหละ เราเลยบอกคขับให้ขับรถไปหากลุ่มเมฆ นี่คือวิวตอนเราอยู่ข้างในนั้น คือแบบ เซอร์เรียลมาก จอดรถลงไปถ่ายรูปสิครัช รออะไร 555555555 เซอร์เรียลจริงน้ะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอไรงี้ นี่คือรถเรากะคนขับรถชื่ออีวาน อีวานบอกว่า อ้ะๆ แกรๆ เราต้องไปต่อน้ะ จอดตรงนี้นานๆ อาจมีใครวิ่งฝ่าหมอกมาชนเราได้น้ะ 5555555 เราบอกลาโบรโม่ ขับรถลงเขาเพื่อมาแวะที่ Madakaripura น้ำตกอีกที่ที่พีคไม่แพ้กัน เริ่มจากเดินจากปากทางเข้าไปกิโลกว่าๆเราจะเห็นเส้นสีขาวอยู่ลิบๆ  ล้ะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่มีเพิงไว้ให้นั่ง ให้หลบฝน ให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย เพราะแถวนี้ชื้น ฝนตกเป็นปรกติ เราใส่เสื้อกันฝน เดินสวนไปตามน้ำตกเล็กๆเพื่อขึ้นไปต้นทางน้ำ อ้ะนี่ไงเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายล้ะ  ที่ใส่เสื้อกันฝน ฝนไม่ได้ตกแต่อย่างใด แต่เราต้องลอดน้ำตกอื่นๆเข้ามา! กว่าจะมาถึงตรงนี้ ขออถัยไม่มีรูปลอดน้ำตก เพราะมันเสี่ยงเกินกว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายจริงๆ สงสารเราหน่อย 55555555555  คือรอบๆดีมากกกกกก ฟินมากกกกกก รูปไม่สามารถเล่าความเซอเรียลและยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้จริงๆ แต่ขอให้มา เชื่อเรา (เสื้อกันฝนกะรองเท้าแตะมีขายตรงทางเข้าด้วยน้ะ 25-30 บาท ไม่แพงเลย) ออกจากน้ำตก เราขับรถอีก 7 ชั่วโมง เลียบทะเล ลงไปทางใต้เพื่อไปภูเขาไฟ มิชชั่นของเราอีกลูกคือ Kawha Ijen! เราขับรถมาถึงเขตของ Ijen ก็เป็นเวลาดึกอีกแล้วตามสไตล์ แต่พีคกว่าคือ พรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นเขาตอนตี 1! งานนี้เราบอกเลยว่า ขอให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อม ! ตั้งแต่ตี 1 เราเดินขึ้นเขาพร้อมด้วยเพื่อนมากมาย เดินขึ้นเนินชันไม่ต่ำกว่า 40 องศา เป็นระยะทางประมาน 3-4 กิโล (แต่เดินจริงโครตไกล อย่าไปเชื่อ) บอกเลยว่าเหนื่อยสลบ เราเดินสลับพักหลายรอบสุดๆ อ้วกไป 1 รอบ (จริงๆ) จะตายมาก กว่าจะผ่านทางชันมหาโหดมาเป็นทางที่ไม่ชันมาก เรียบๆ ช่วงใกล้ถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาเจอกลุ่มควัน และทะเลสาปสีฟ้าข้างหน้า คือแบบ โอ้ยยยยย ยอมมมมมมมม คุ้มมากกกกกก สลบบบบ แต่ก่อนอิเจี้ยนยังไม่มีทะเลสาป แต่พอผ่านการระเบิดครั้งล่าสุดมา อยู่ดีดีก็เปิดเป็นทะเลสาปสีฟ้าขึ้นปากปล่องอิเจี้ยน  เนื่องจากอยากเห็นทะเลสาปใกล้ๆ เลยปีนตามทางคนเหมืองลงไปด้านล่าง ของภูเขาไฟ สวยมั้ยล่าาาาาาาาาาา สลบบบ นอกโลกมากกกก เข้าใกล้ได้อีกจึ๋งนึง ควันกำมะถันเริ่มเปลี่ยนทิศมาทางเรา เลยต้องปีนกลับขึ้นมาด้านบน ต้องบอกก่อนว่าที่อิเจี้ยนนี่ เป็นเหมืองแร่กำมะถันด้วย ถ้าเราปีนลงไป อาจโดนรมควันกำมะถันตาย ควันเริ่มเปลี่ยนทิศไล่หลังมา นี่คือเพื่อนร่วมทริปที่ยังยืนหยัดเก็บภาพจนนาทีสุดท้าย ตัดมานาทีต่อมา พวกเรากำลังกินน้ำ หาผ้าปิดปาก เพราะควันจากกำมะถันสูดเข้าไปแล้วแสบคอมาก แสบตานิดๆด้วย ปีนขึ้นมาด้านบนให้พ้นกลุ่มควัน นี่คือไกด์ผู้นำเราปีนเขาและปีนลงไปข้างล่างด้วย ถามเราตลอดตอนขึ้นเขาว่าโอเคมั้ย คือตอนปีนนี่ น้องไม่โอเคคคคค พูดเลยยยยยย นักท่องเที่ยวเพียบ เซอร์เรียลสุด นี่ดาวอังคารรึเปล่า หรือดาว dr.mann ในอินเตอร์สเตลล่า ต้นไม้ใบไม่แถวๆนั้นเป็นสีเทาๆ ไม่รู้เกิดจากใครเผา หรือเอฟเฟคจากภูเขาไฟ (สรุปอาจจะเกิดจากกำมะถัน >,<) พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราขึ้นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราอดดู บลูเฟรม ไปตามระเบียบ (ลาวาสีฟ้า ที่เราต้องมาให้ถูกช่วงเวลาคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และยังมีแสงจันทร์เท่านั้น เราถึงจะเห็น) สวยสลบ เหมือนหิมะ แต่ไม่ใช่ ถ่ายรูปจนพอใจ เราก็เดินลงจากยอดเขา เจอพี่คนนี่ นั่งกินกาแฟและพรินเกิ้ล อยู่ข้างทาง ชิลมากกกกกกก มันต้องแบบนี่เซ่ ระหว่างทางก็มีพี่ๆชาวเหมืองเดินสวนไปสวนมา ขนแร่กำมะถันไปขายตลอด  ตรงกลางทางจะมีจุดให้นั่งพัก ขายบะหมี่ pop mie นี่แหละ คือถึงจุดนี้รู้ตัวว่าหิวล้ะ ต้องจัดหน่อย การมาอินโดคำฮิตที่ควรรู้เลย คือ AYAM แปลว่า ไก่ 55555 คำอื่นๆที่น่าจะรู้ คือ NASI = ข้าว, GORENG = ผัด, AYAM = ไก่, MIE = หมี่  คนที่ลงมาจากเขาเค้าก็จะมานั่งพักกัน ก่อนเดินลงต่อไป เราใช้เวลา ชม กว่าๆ ลงมาถึงตีนเขา แต่ตอนขึ้นนี่ สาม ชม เลยน้ะะะ เอาซี่ คนเรา เราบอกลาอิเจี้ยน ขับรถยาวๆ 10 ชม. กลับสุราบายา จบทริปโดยสมบูรณ์ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือพาร์ทนี้ยาวมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ข้อมูลอื่นๆ วิธีติดต่อรถและไกด์ : เราใช้เอเจนซี่ชื่อ Tommy ด้วยการอีเมล์ไปสอบถาม และพิมพ์แพลนการเดินทางของเราไปให้ทอมมี่ เพื่อจองรถและไกด์ จากนั้นทอมมี่ก็จะนัดวัน ที่เราจะมา แล้วเค้าจะมารับเราถึงสนามบิน ขับรถพาเราไปในทุกที่เบื้องต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเราตกคนละประมาน 2 ล้านรูปี / คน (ประมาณ 5000 บาท) ติดต่อได้ตามอีเมลนี่เลย Tommy(blueisland_024@yahoo.com) ปล. จากอิเจี้ยน เราสามารถไปบาหลีต่อได้ด้วยน้ะ คนขับรถจะพาเราไปถึงท่าเรือเลยแหละ ปล2. ใครงงตรงไหน อินบ้อกซ์มาถามได้เลย ยินดี ขอบคุณข้อมูล และรุปภาพจาก https://www.facebook.com/coundsheckjourney/ ติดตามทริปท่องเที่ยวสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/coundsheckjourney/

5 ที่เที่ยวยามค่ำคืนใน 'มาเก๊า' เที่ยวง่าย สบายกระเป๋า!
ที่เที่ยวมาเก๊า /  เที่ยวมาเก๊า

ครั้งนี้ Was there once จะมาแนะนำทีเที่ยวใน 'มาเก๊า' ยามค่ำคืนให้เราได้ชมกันค่ะ ซึ่งเราจะคุ้นตาสถานที่เที่ยวต่างๆ ในตอนกลางวัน แต่พอลองมาเที่ยวตอนกลางคืนก็ได้อีกอารมณ์นึงเลยล่ะ แต่ก็ยังคงความสวยงามและอลังการตามแบบฉบับ "มาเก๊า" นะ ^^ 5 ที่เที่ยวยามค่ำคืนใน 'มาเก๊า' เที่ยวง่าย สบายกระเป๋า! 'มาเก๊า' ตอนกลางคืนมีอะไรบ้างนอกจาก 'คาสิโน'? เพราะความสงสัยที่ว่า..เป็นที่มาของทริปมาเก๊า 3 วัน 2 คืน ในกระทู้นี้ครับ ผมเรียง 5 สถานที่น่าสนใจและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จากการตระเวนเสาะหาด้วยตัวเอง  เผื่อจะเป็นอีกไอเดียในการวางแผนเที่ยว ‘มาเก๊า’ ยามค่ำคืน ฉบับไม่เอาคาสิโนครับ! ผมจะแนะนำ 5 สถานที่ Night Life จุดเด่น ที่ตั้ง วิธีการเดินทาง และการเดินทางจากกทม.- มาเก๊า รวมถึงรายละเอียดที่พักตลอด 3 วัน 2 คืน เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนนะครับ 1. The Venetian เที่ยวยุโรป(?) ใกล้ๆ ในราคาคุ้มค่า ดึกแค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะ The Venetian สว่างไสวตลอด ด้วยเพดานฟ้าสีสดใสแต้มด้วยเมฆนี่แหละครับ ยิ่งผนวกเข้ากับตึกสไตล์ยุโรปสีพาสเทลด้านหลัง ทําให้บรรยากาศดูยุโร๊ป ยุโร๊ป น่ารักมากขึ้น The Venetian ยังโด่งดังในเรื่องของการเป็น คาสิโนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นตึกที่มีพื้นที่ในแต่ละชั้นกว้างมากที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก (Central World บ้านเรา อยู่ที่อันดับ 4 ของโลกครับ) The Venetian เปิดตัวปี 2007 มีทั้งคาสิโน โรงแรม ร้านรวงแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงโซนร้านอาหารรสชาติเด็ด (ราคาก็เด็ด) ส่วนของโรงแรมก็หรูหรามากครับ ความโอ่อ่าของสถาปัตยกรรมทําให้ผมถ่ายรูปจนเพลินเลย จุดเด่น เพดานสีฟ้าสดใส สถาปัตยกรรมโอ่อ่า หรูหรา ไม่ต้องเสียค่าเข้าใดๆ ครับ ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเช่น City of dreams และ Galaxy ห่างจากสนามบินมาเก๊าแค่10 นาที (โดยแท๊กซี่) ที่ตั้ง : Estrada da Baia de Nossa Senhora da Esperanca วิธีเดินทาง : มี Shutte bus ของ The venetian จากสนาบินมาเก๊าใช้เวลาประมาณ 10 นาทีถึงครับ ตาราง Shuttle Bus ฟรีของ The Venetian ครับ 2. Senado Square ช้อป ชิม ชิล ท่ามกลางประวัติศาสตร์ เอาให้เห็นภาพคงจะพอเคลมว่าที่นี่คล้าย‘สยาม’ บ้านเรา ‘จัตุรัสเซนาโด’ เป็นศูนย์กลางของมาเก๊ามีประวัติยาวนานยิ่งกว่าหางว่าว ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก้ (UNESCO’s World Heritage) ในฐานะศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของมาเก๊า (Historic Centre of Macau) สมกับเป็นแลนด์มาร์ค (Landmark) อันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวมักนึกถึง Senado Square ในช่วงกลางวันคนเยอะมากครับ ลานด้านหน้า มักถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม รวมถึงเทศกาลต่างๆ เช่น เชงเม้ง ตรุษจีน ปีใหม่ ครับ อยากให้แวะมาตะลอนทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะบรรยากาศต่างกันลิบลับ จุดเด่น ลวดลายกระเบื้องโมเสกตรงลานด้านหน้า ตึกสไตล์ยุโรปสวยๆ ตอนกลางคืนสงบ และไฟประดับสวยมาก ละแวกเดียวกันมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเยอะ รวมสถานที่ช้อป ชิม ชิล ไว้ในที่เดียว ที่ตั้ง : Avenida de Almeida Ribeiro (San Ma Lo) วิธีเดินทาง : สายรถประจําทางที่ผ่าน 3, 3A, 4, 8A, 10, 10A, 11, 18, 19, 21A, 26A 3. Ruins of St Paul’s ส่วนผสมตะวันออกและตะวันตกที่เดียวในโลก สิ่งที่ทําให้ผมต้องมาที่นี่ ‘ตอนกลางคืน’ คือ… ‘ความสงบ’ ครับ เดิมทีซากโบสถ์นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์มาแตร์เดอิ (Mater Dei) และวิทยาลัยเซนต์ปอล (St. Paul’s College) ก่อนจะถูกเพลิงไหม้ทำลายในปี 1835 ครับ ใครเคยมาที่นี่คงชินกับภาพเบียดเสียดของนักท่องเที่ยว และพ่อค้า แม่ค้าส่งเสียงเชิญชวนต่างๆ นานา แต่หากมาเดินยามค่ำคืน นอกจากวิวจะแตกต่าง ความสงบก็มีมากกว่า กางขาตั้งกล้อง ขอถ่ายรูปคู่สักใบครับ เราอาจได้เห็นวิถีชีวิตชาวมาเก๊าจริงๆ ไม่ว่าจะพาน้องหมามาวิ่ง หรือนั่งเสวนากันใกล้ๆ น่าสนใจไหมครับ? จุดเด่น แลนด์มาร์ค (Landmark) ของมาเก๊า ความสงบของ Ruins of St Paul’s ตอนกลางคืน บรรยากาศชิลมาก เที่ยวตั้งแต่เย็นยันดึกได้เพลินๆ ช้อปปิ้ง กิน ตามร้านค้าตลอดทาง ใกล้ Senado Square (เดินถัดมา 10 นาที) ที่ตั้ง : Rua de Sao Paulo วิธีเดินทาง : รถประจำทางสาย 8A, 17, 18, 18A, 19, 26 4. Grand Lisboa Casino/ Hotel โรงแรมคาสิโนชื่อดังที่สูงและอลังการที่สุดในมาเก๊า เปิดทำการครั้งแรกเมื่อปี 2007 ในส่วนของคาสิโนและร้านอาหาร ก่อนจะเปิดในส่วนของโรงแรมปีถัดมา (2008) โด่งดังจากการได้รับขนานนามว่าเป็น โรงแรมคาสิโนที่ดีที่สุดในเอเชีย เรียกว่าเป็นแหล่งท็อปฮิตของเหล่านักแสวงโชค ที่ต้องมาเช็คอินสักครั้งในชีวิตก็ว่าได้ครับ อย่างที่บอกว่ากระทู้นี้ ผมมาชวนเที่ยวมาเก๊า แต่ไม่เข้าคาสิโน (เพราะเล่นไม่เป็น) สิ่งที่ผมอยากจะชวนมาดูคือ นี่ครับ "ความอลังการของไฟประดับยามค่ำคืน และรูปทรงตึกที่คล้ายดอกบัวขนาดยักษ์" พยายามจะถ่ายคู่กับ Grand Lisboa Casino / Hotel เป็นอีกหนึ่งสถานที่ไฮไลต์ยามค่ำคืน สําหรับนักท่องเที่ยวในการเก็บภาพความอลังการ .. อลังการทั้งขนาด และไฟอย่างในรูปเลยครับ จุดเด่น รูปทรงคล้ายดอกบัวของตึกที่สูงที่สุดในมาเก๊า ยามค่ำคืนไฟอลังการงานสร้างมาก ใกล้ Wynn Hotel และวิวริมแม่น้ำ Macau Tower เดินเข้าไปถ่ายรูปสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าของโรงแรมได้ฟรีครับ ที่ตั้ง : Avenida de Lisboa วิธีเดินทาง : เดินจากSenado Square เพียงแค่10 นาทีก็ถึงครับ (ประมาณ 450 เมตร) มี Shuttle Bus ฟรีของ Grand Lisboa ขึ้นจากท่าเรือ Macau Outer (เกาะมาเก๊า) หรือ ท่าเรือ Taipa Ferry (เกาะไทปา) 5. Wynn Hotel โชว์ดีๆ ให้ดูฟรีๆ อีกหนึ่งโรงแรมหรูของมาเก๊า เปิดทำการในปี 2006 ภายในโรงแรมมีทั้งห้องพัก คาสิโน และร้านค้าแบรนด์เนมหลากหลาย คาสิโน ที่นี่ยังเคยเป็นฉากในการถ่ายทำ James Bond Skyfall ด้วยครับ แต่ที่ผมชวนทุกๆ คนมา Night Life กันที่นี่ก็เพราะ โรงแรม Wynn มี 2 การแสดงเด็ดๆ ที่เปิดให้เราได้ชมฟรีนั่นคือ - Performance of Lake Show - The Dragon of Fortune ส่วนตัวผมได้ชมการแสดง The Dragon of Fortune ครับ จะบอกว่าเป็นโชว์อะไร อย่างไร ก็เกรงจะหมดความสนุกกันเสียก่อน เพราะการแสดงนี้ใช้เวลาเพียง 3 นาที แนะว่าไปดูกับตา แบบไม่รู้รายละเอียดโชว์ดีกว่า ลุ้นและสนุกกว่าเยอะครับ รายละเอียดการแสดง - Performance of Lake Show อาทิตย์ถึงศุกร์ เวลา 11:00 am to 9:45 pm วันเสาร์และวันหยุดพิเศษ เวลา 11:00 am to 10:45 pm การแสดงมีทุกๆ 15 นาที และระยะเวลาการแสดง 3 นาทีโดยประมาณครับ - The Dragon of Fortune ทุกวันเวลา 10:00 am จนถึง 12.00 pm การแสดงมีทุกๆ 30 นาที จุดเด่น ระยะเวลาของทั้งสองการแสดงกระชับ มาที่เดียวเก็บได้สองการแสดงเลยครับ โชว์ตื่นตาตื่นใจตลอดวันและฟรี ตรงข้ามเห็นวิว ริมแม่น้ำ Macau Tower ใกล้ Grand Lisboa Casino / Hotel ที่ตั้ง : Rua Cidade de Sintra, NAPE วิธีเดินทาง : สามารถเดินมาจาก Senado Square ได้ครับ ประมาณ 10 นาที นอกจากนี้ยังมี Shuttle Bus ฟรีของโรงแรมตามจุดต่างๆ ทั่วมาเก๊า ตารางเวลาเดินรถ ตามรูปเลยครับ แนะเรื่องที่พัก มาเก๊าขึ้นชื่อเรื่อง ค่าที่พักราคา ‘แพง+แรง’ หลายคนจึงนิยมเที่ยว One day Trip แล้วนั่งเรือกลับไปนอน ‘ฮ่องกง’ มากกว่า ส่วนตัวผมพักเลือกพักที่มาเก๊าเลย เพราะไม่ต้องเดินทางไปกลับขึ้นเรือมีเวลาให้เที่ยวเพิ่มอีกเยอะ สบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน ผมพักที่ Holiday Inn ที่เกาะมาเก๊า ห้องพักเตียงคู่ สะดวก สบายดีและไม่แพงอย่างที่คิด (พัก 2 คน) ภายในห้องพักที่สอยโปรลด 40% มาครับ สามารถเดินไป Senado Square ประมาณ 15 นาที ใกล้กับ Grand Lisboa Casino / Hotel และ Wynn Hotel ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่ในแผนอยูแล้ว ผมจองผ่าน Agoda.com ( Booking.com ก็ได้) บังเอิญเจอโปรโมชั่นลด 40% พอดี ตกคืนละ 1500 บาท ต่อ 1 คนครับ ถือว่าราคามิตรภาพสําหรับการพักในโรงแรมมาเก๊าครับ ฝากเพิ่มเติมไว้นิดนึงสำหรับคนที่กำลังเลือกที่พักในมาเก๊า (ความเห็นผมล้วนๆ) ค่าที่พักในมาเก๊า ราคาเริ่มต้น คืนละ 500 บาท (นอนรวม) มีจริงครับ แต่หายากและบางที่อาจไม่ค่อยสะดวก อยากให้มองอีกแง่ว่า เราสามารถประหยัดค่าเดินทาง โดยการใช้Shuttle Bus ฟรีหรือเดิน (เดินได้จริง ไม่ใช่ทริปทรมานร่างกายใดๆ) เพราะจุดท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ใกล้กัน เดิน 2-3 นาทีก็ถึง หากเพิ่มเงินขึ้นนิดนึงแล้วได้ที่พักที่สะดวกสบายมากขึ้น จะได้พักผ่อนให้เต็มที่ พร้อมลุยวันรุ่งขึ้น น่าจะทําเราสนุกกับการเดินทางมากขึ้นนะครับ สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับทุกคนนะครับ อย่างไรก็ลองพิจารณากันตามสะดวก ความที่ 'มาเก๊า' กระทัดรัด การวางแผนท่องเที่ยวจึงง่ายมาก งบประมาณก็คุ้มค่า เดินทางสะดวกสบาย กระทู้ ‘มาเก๊า’ กับ 5 สถานที่ เที่ยวง่าย แถมยังสบายเงินในกระเป๋า นี้เป็นอีกทางเลือกให้กับเพื่อนๆ ที่อยากลองสัมผัส 'มาเก๊า' ในมุมที่หลากหลายมากขึ้น ยังมีสถานที่น่าสนใจและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อีกเยอะมากครับ เช่น City of dreams, Galaxy  หากใครมีสถานที่อยากแนะนำ ร่วมแชร์เพิ่มเติมกับผมได้เลยนะครับ ติดตามเพิ่มเติมได้ที https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce ขอบคุณขอมูลและรูปภาพจาก เพจเฟสบุ๊ค was there once

อลังเฟร่อ เมย์ บุกบ้าน(ใหม่) อั้ม รู้เลยทำไมถึงไม่ยอมแต่งงาน!! (มีคลิป)
เมย์ พิชญ์ /  อั้ม พัชราภา / 

ถือว่าเป็นโมเม้นท์ที่หาดูยากของซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา เลยก็ว่าได้ เมื่อสาวคนสนิทอย่าง เมย์ พิชญ์นาฏ ไปที่บ้านหลังใหม่ของเจ้าตัว พร้อม Live สดให้แฟนๆ ในเพจ ครม. (คนรักเมย์ พิชญ์) ได้เห็นบ้านสุดหรูของสาวอั้มซึ่งเจ้าตัวนั้นกำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่กับแก๊งเพื่อน ก่อนจะพาเดินสำรวจห้องต่างๆ ภายในบ้าน และเมื่อแฟนเพจยิงคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้สุดๆ มาว่า “ทำไมพี่อั้มถึงยังไม่แต่งงาน?” สาวเมย์เลยบอกว่า “พี่อั้มรอแต่งพร้อมพี่เมย์ แต่พี่เมย์ต้องรอแฟนพี่เมย์โตก่อน เพราะแฟนพี่ยังเด็ก ยังเรียนไม่จบเลย” เท่านั้นล่ะ สาวอั้มขอเราถึงกับฮาออกมาลูกใหญ่ อิอิ... เอาเป็นว่าไปชมคลิปกันเลยดีกว่าจ้าาาาาาขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @aum_patchrapa, @maypitchy และเฟสบุ๊คเพจ ครม. (คนรักเมย์ พิชญ์) อั้ม - เมย์ พิชญ์ อั้ม - เมย์ พิชญ์ อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

นอนเต็นท์ติดแอร์ ล่องแพริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี
กางเต็นท์ /  ที่พักกาญจนบุรี / 

ช่วงนี้ใครเบื่อเที่ยวทะเลแล้ว ลองเปลี่ยนมาเที่ยวภูเขา นอนเต็นท์ริมฝั่งแม่น้ำกันดูไหม? หลายคนคิดว่านอนเต็นท์ต้องลำบากแน่นอน แต่ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี นี้จะทำให้เพื่อนๆ ติดใจแน่นอน เพราะเป็นเต็นท์ติดแอร์ แถมวิวริมแม่น้ำแคว ได้บรรยากาศสุด! นอนเต็นท์ติดแอร์ ล่องแพริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี เราไม่ได้ต้องการที่นอนห้าดาวสวยหรู เราไม่ต้องการความไฮเทคของสถานที่นั้นๆ แต่สิ่งที่เราต้องการคือ การเข้าหาธรรมชาติ และอยากได้ยินเสียงธรรมชาติรอบข้าง เพราะเรามีความเชื่อว่า ธรรมชาติคือสิ่งบำบัดให้กับตัวเราเอง วันนี้เรามานอนเต็นท์ค่ะ และก็เป็นเต็นท์ติดแอร์ด้วยนะ อยู่ภายใต้ธรรมชาติห้อมล้อม เป็นเต็นท์ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 เต็นท์ที่น่านอนที่สุดของไทย ที่แห่งนี้ Mida Resort Kanchanaburi การเดินทางมายัง ไมด้า รีสอร์ท กาจนบุรี ของเราในครั้งนีด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่ะ โดยการวิ่งยาวๆ เส้นนครปฐม-บ้านโป่ง มาถึงแยกแสงชูโตและเลี้ยวขวา ผ่านตัวเมืองกาญจบุรียาวๆ คือทางตรงอย่างเดียวนะ ไม่ว่าจะจะไฟแดงกี่แยกก็ตาม ซึ่งระหว่างทางจะมีป้ายคัตเอาท์ของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจุบุรี โชว์ผืนใหญ่เด่นชัดมาก ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี มีแบบพักเต็นท์ และเพิ่งเปิดเฟสใหม่ มีตึกใหม่ 3 ตึก ห้องพักรวม 90 ห้อง มองเห็นวิวแม่น้ำและภูเขา มีสระว่ายน้ำ และห้องประชุมสัมมนาใหญ่ จุดเช็คอินแรก ที่เรามาถึง Mida Resort Kanchanaburi คือกิจกรรมสุดชิลของที่นี่ กิจกรรมลงแพ ที่นี่มีทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำแควใหญ่ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำค่ะ ซึ่งการลงแพมีวันละ 2 รอบ คือ 13.00 น. และ 15.00 น. ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในวันนั้นด้วยนะคะ พร้อมแล้วๆ พร้อมกันหรือยัง ชูชีพช่วยได้ ทาง ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี จะมี ทีม Lifeguard สุดแกร่งคอยดูแลอย่างใกล้ชิดให้กับลูกค้าทุกคนในกิจกรรมนี้ หากถามว่า การลอยคอ ล่องแพ ลอยตามน้ำดีอย่างไร เราตอบได้ว่า เสมือนปลดปล่อย ให้ร่างกายไหลไปตามสายน้ำ ตามธรรมชาติ โดยมีจุดหมายหน้า รออยู่  ความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย กับสายน้ำ อีกจุดที่เรียกว่าธรรมชาติบำบัด ความรู้สึกในเวลาล่องลอยนั่นแหละคะ ความสนุกมันอยู่ตรงนั้น ^^ ช่วงเวลา 13.00 น. และ 15.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนเช้า เขื่อนศรีนครินทร์เพิ่งเปิดน้ำจากเขื่อนมาอาจจะมีเศษกิ่งไม้เกาะตามมาด้วยก็ได้  ช่วงบ่ายๆ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่แม่น้ำแควไหลได้เต็มที่ และปลอดภัยที่สุดด้วยเช่นกัน รวมไปถึงความสะอาดของแม่น้ำแคว ในเวลานี้ล่ะค่ะ น่าลงเล่นน้ำเป็นที่สุดแล้วนะ ใส้ ใส ... ช่วงเวลานี้แหละที่รู้สึก สบายใจที่สุด รับลมเย็นๆ หากใครไม่ได้ลอยคอ ล่องแพ ก็สามารถนั่งเรือชมบรรยากาศได้ ทำให้เห็นวิว ทิวทัศน์ รอบๆ รีสอร์ทในช่วงของแม่น้ำแคว และก็ได้เห็น จุดเช็คอินที่สอง ที่ตั้งเต็นท์ติดแอร์ ที่นอนของเราในค่ำคืนนี้ด้วยค่าาา จุดเช็คอินที่สอง เต็นท์ติดแอร์ ริมแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นที่ตั้งพื้นดินบนฐานฉาบแบบขั้นบันได โดยมีเต็นท์หลายหลัง เรียงราย และตั้งห่างๆ กัน โดยมีทางเดินแยกเป็นสัดส่วนของของแต่ละโซนนั้นๆ หากใครสนใจที่อยากจะนอนเต็นท์แบบเราๆ ขอแนะนำให้เลือกจองหลังติดริมน้ำนะคะ เพราะจะฟินมากกกก หลังนี้แหละค่าาา ของเราๆ ติดน้ำแควแบบใกล้มากก นอนฟังเสียงน้ำไหล และเสียงแมลงกล่อมทั้งคืน ติดธรรมชาติสุดๆ แต่เดี๋ยวนะ !! นี่มันแท็กซี่หรือป่าว สีเขียวเหลือง เหมือนมากเลยนะ  ว่าไหม 555 ไปค่ะ ดูภายในเต็นท์ติดแอร์กันนะคะ  แหวกม่านประตู เปิดซิบเข้าไป กุญแจที่นี่จะได้มาคือเป็นที่ล็อคแบบคล้องค่ะ ค่อนข้างปลอดภัย ภายในเต็นท์กว้าง  และสูงพอๆ ที่เราจะลุกขึ้นยืนได้โดยไม่ต้องกลัวหัวชนมุมบนของเต็นท์แต่อย่างใด ชุดเครื่องนอนมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป โดยมีผ้าเช็ดตัวและชุดคลุม วางอยู่บนฟูกนอน มาอีกฝั่งหนึ่งติดแอร์ เย็นสบาย มีตู้เซฟ และตู้เย็น ในตู้มีน้ำดื่มให้ฟรี 2 ขวดค่ะ ฉากหลังอีกด้านหนึ่งของกระจกเงาจะเป็นที่เก็บเสื้อผ้า แขวนเสื้อผ้าไว้นะคะ เราไม่ได้ถ่ายรูปมา มีเบาะโฟมขนาดใหญ่ให้นอนเล่นตรงกลางเต็นท์ เอาไว้ชิมวิว หรือนอนเล่นเฟสบุ๊ค แบบเพลินๆ ไปเล้ยยย อ้อมี Free Wi-Fi ให้ด้วยค่ะ แต่เต็นท์ที่เรานอนอยู่นี้หลุดๆ ดับๆ อ่ะนะ หลังอื่นเราไม่แน่ใจนะคะ พูดถึงเรื่องราคาเต็นท์ เราขอเข้าเวปจองโดยตรงกับทางรีสอร์ทมาให้ดูนะคะ เราใส่วันที่จองไป 5-6 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ ราคาจากเวปโดยตรงอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท ถ้ารวมอาหารเช้าก็ 2,100 บาท เบอร์โทรติดต่อค่ะ 02-574-3636 เต็นท์หลังบนที่ขึ้นเนินตามขั้นบันได สีสันอื่นๆ บ้าง และไปดูห้องน้ำกันค่ะ ดูเต็นท์ริมน้ำแควแล้วมาดูห้องน้ำในกลุ่มเต็นท์กันบ้างคะ แต่ห้องน้ำไม่ได้อย่ริมน้ำนะ แต่ใกล้ๆ กันในโซนเต็นท์ด้วยกัน ห้องน้ำแยกชาย-หญิง แยกห้องส้วมกับห้องอาบน้ำออกจากกันมีหลายห้อง และเพียงพอต่อลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างแน่นอนค่ะ ภายในห้องน้ำนี่สร้างอิงแบบธรรมชาติมาก อย่างเช่นห้องอาบน้ำนี่หลังคาห้องน้ำจะเปิดครึ่งหนึ่งด้วยนะคะ เรียกว่า อาบน้ำเย้ยฟ้าท้าตะวันกันได้เลยแหละ 555 มีให้เลือกระหว่างตุ่มอาบน้ำกระบวยตักน้ำ หรือจะเป็นแบบฝักบัวเรนชาวเวอร์ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเรานะเหรอ ไม่ได้ใช้กระบวยตักอาบมานานแค่ไหนแล้วไม่พลาดๆ ชอบๆ เราออกมาอาบน้ำตอนเที่ยงคืนด้วยซ้ำนะ เย็นสบายตัวมาก 555 และในช่วงบรรยากาศยามเย็นเช่นนี้ ต้องไม่พลาดริมน้ำแควใหญ่ กับมุมที่ฟินที่สุด River Romance เป็นมุมที่โรแม๊นซ์ที่สุดที่เราจะมานั่ง Dinner กันตรงนี้ค่ะ และมุมนี้จะเปิดแค่วันศุกร์ ถึงวันอาทิตย์เท่านั้นนะคะ ใครมาวันอื่นอดนะเออ มาถึงถิ่นเมืองกาญ ก็ต้องสั่งอาหารพื้นเมืองของกาญจบุรีด้วยนะคะ พนักงาน ส่วนมากในรีสอร์ทนี้จะเป็นคนพื้นที่เกือบทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลคือทางรีสอร์ทต้องการกระจายรายได้ให้ชาวพื้นที่ และคนในพื้นที่ย่อมรู้เรืองราวถิ่นของตนได้ดีกว่าด้วย เวลาลูกค้าหรือแขกที่มาเข้าพักสอบถาม ก็สามารถตอบให้ได้เลยค่ะ  และอาหารในช่วง Dinner มื้อนี้ มีรสชาติกลางๆ ไปยังจัดจ้าน ตามสไตล์ เริ่มจาก แกงป่าไก่บ้าน  แต่เดี๋ยวนะ จะมันๆ ไปไหนเนี่ย 555 แบบว่าต้นตำหรับของพื้นบ้าน กาญจนบุรีเค้าจริงๆค่า ยกมาทั้งหม้อดินกลิ่นหอมๆ กันเลย ปลารากกล้วยทอด จานนี้ก็อร่อยมากกก ปลาตัวเล็กๆ ทอดมาตอนกรอบๆ ร้อนๆ นี่หละคะ อร่อยเคี้ยวเพลินไม่ต้องมองข้าวสวยเลยก็ยังได้ แกงเลียงมอญ นี่ก็เช่นกันอาหารพื้นบ้านเมืองกาญฯ เค้า เห็นแกงเลียงมาหลายแบบเพิ่งรู้ว่า แกงเลียงมอญที่นี่เขาใส่กะทิด้วยนะคะ ปลาแรดเขื่อนทอดสองแคว (ซอสทอดน้ำปลา กับ แกงเขียวหวาน) จานนี้แนะนำเลยค่าาา ปลาเป็นชิ้นๆ ใหญ่ๆ ทอดมากรอบมากจิ้มทานได้เลยกับซอยน้ำปลาหรือแกงเขียวหวาน อร่อยทั้งคู่ค่ะ เนื้อปลาพูนอิ่มมากด้วย จานนี้อยู่ตรงหน้าเรานานไปหน่อย เกลี้ยงค่ะ 555 และบรรยากาศยามค่ำคืนรอบๆ River Romance  ค่ะ ^^ นอกจากโซน River Romance แล้วยังมีห้องอาหาร The Terrace ของไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี สำหรับทานอาหารค่ำ และอาหารเช้าที่นี่ค่ะ ร่มรื่นแวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เพียบ ยามค่ำคืนกับสระว่ายน้ำใหญ่ที่อยู่ตรงกลางของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี และบริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำจะมีห้องพัก Type ต่างๆ ของที่นี่นะคะ ไว้พรุ่งนี้เราจะแวะมาเก็บภาพให้ชมกันต่อค่าา สำหรับคือนนี้เรานอนที่เต็นท์ติดแอร์  นอนฟังเสียงน้ำไหล นอนฟังเสียงแมลงร้องระงมกันทั้งคืน คือรู้สึกได้เลยว่าใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆ ค่ะ ถามตัวเองว่า นานแค่ไหนแล้วที่เราไมไ่ด้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนี้ ^^ ยามเช้าตรู่พระอาทิตย์ทอแสงขึ้นมาแล้ว ตรงริมน้ำแควจะมีหมอกบางจางๆ ที่เห็นได้จากน้ำแควไหญ่ตรงท่าน้ำนะคะ จะสังเกตได้เลยว่าน้ำลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 8 โมงเช้าอีกวันหนึ่ง เชื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควใหญ่ปิดประตูน้ำไว้ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าค่ะ และจะเปิดอีกทีในตอน 8 โมงเช้า นันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กิจกรรมลอยคอล่องแพจัดขึ้นในช่วงบ่ายๆ เพราะต้องรอให้น้ำไหลมาอย่างเพียงพอก่อน แต่เราว่า ตอนเช้าๆ นี่น้ำก็ไหลมาเรื่อยๆ อย่างเพียงพอในระดับหนึงแล้วเช่นกันนะคะ  เป็นช่วงเวลาที่เราออกมาเดินเล่น ริมแม่น้ำ นั่งเล่นชิงช้า หยุดนิ่งกับตัวเอง มองสายน้ำไหลผ่านไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แบบนี้แหละค่ะ ปล่อยไปกับฉากตรงหน้า มันสบายใจที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ อาหารเช้ามื้อนั้นสำหรับเราถือว่ากลางๆ นะคะ ไม่ได้น้อยมาก และไม่ได้เยอะมากมายเท่าไหร่ แต่ก็สามารถตอบโจทย์ได้ครบเช่นกัน สำหรับมื้อเช้าของวันใหม่ที่นี่ค่ะ โดยจะได้บัตรทานอาหารเช้าตั้งแต่ตอนที่เช็คอินหน้า Front มาในตอนแรกๆ ห้องละ 2 ใบ ซึ่งเต็นท์ที่เรานอนนี้ค่าที่พักก็รวมอาหารเช้าด้วยแล้ว ภายในบริเวณ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี จะมีต้นไม้สูงใหญ่ปลูกไว้รายรอบ รวมทั้งต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน เห็นเล่าว่า ไม่มีนโยบายที่จะตัดต้นไม้แต่เดิมออกนะคะ ซึ่งเราสังเกตได้เลยว่าตั้งแต่ขับรถเข้ามาในเขตบริเวณรีสอร์ท ตั้งแต่ปากทางเข้าถนนใหญ่ จะมีต้นไม้สองข้างทางเยอะมากกกก เรียกว่าทั้งป่าเลยก็ว่าได้ สายๆ ของวันนั้นเราถือโอกาสเดินเล่นและไปเก็บภาพห้องพัก Type อื่นๆ ของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรีเพิ่มเติมค่ะ มีทั้ง Superior Room / Deluxe Room ภายในห้องพัก จะตกแต่งแบบเรียบง่าย โทนสีขาวสะอาดตา อุปกรณ์และของใช้ภายในห้องพักครบถ้วนเหมือนรีสอร์ททั่วไป พอเปิดม่านจะเจอต้นไม้และน้ำแควใหญ่ไหลผ่านอีก ฟิน!! อีกหนึ่ง Type ที่พักของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี  Pool Villa ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนค่ะ  โดยแบบ 1 ห้องนอนในไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี มี 4 หลังและแบบ 2 ห้องนอนมี 1 หลังเท่านั้นค่ะ Pool Villa รั้วรอบขอบชิดมีทางเข้าออกเป็นส่วนตัวทุกหลัง และสระว่ายน้ำเล็กๆ บนพื้นที่แห่งความเป็นส่วนตัวของ Pool Villa แต่ละหลัง เราเห็นแล้ว แบบอยากจัดปาร์ตี้น่ะ 555 ภายในห้องพักที่แยกโซนเป็นสัดส่วนไว้อย่างชัดเจนทั้ง one bedroom  และ two bedroom กั้นโซนตรงกลางด้วย ครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว เดินมาดูห้องพักแบบสุดท้ายอีกที่หนึ่ง  บ้านร่มไม้ทีนี่จะมี 2 หลังค่ะ พักได้ถึง 10 คน ห้องน้ำ 3 ห้อง มาเป็นแกงค์ มาเป็นก๊วน หรือกลุ่มสัมมนาใหญ่ๆ ก็อยู่ร่วมกันได้เล้ยยย แต่ ... สำหรับเรา การเลือกมาพักในครั้งนี้ เลือกที่จะสุขกับความเป็นธรรมชาติมากกว่า คงไม่แปลกใจที่บางครั้งเราจะนั่งนิ่งๆ เดินช้าๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามธรรมชาติแห่งนั้น แต่เรากลับรู้สึกสบายใจอย่างน่าปะหลาด เราจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ในทุกการเดินทาง ที่ได้อยู่กับตัวเอง ... ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล Facebook RinSa YoyoLive (https://www.facebook.com/RinsaYoyoliveTravelBlogger/)

6 วิธีง่ายๆ ช่วยประหยัดแบตฯ เวลาเล่นแอพ Facebook บน iPhone ของคุณ
Facebook /  iphone / 

บางท่านอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน ว่าเจ้าแอฟ Facebook ที่อยู่ในโทรศัพท์ของเรามันกินแบตเยอะมากขนาดไหน เราจึงอยากแนะนำ 6 วิธีในการช่วยให้โทรศัพท์ของคุณกินแบตน้อยลงเมื่อเข้าไปเล่น Facebook ลองไปดู แล้วทำตามกันได้เลย..... วิธีที่ 1 : ปิด Background App และ Location services ซะ - เข้าเมนู Settings (ตั้งค่า) แล้วเลือก Facebook - เลือก Setting (ตั้งค่า) - เปลี่ยน Location Service เป็น Never - เปลี่ยน Background App เป็น OFF วิธีที่ 2 : ปิดเล่นวีดิโออัตโนมัติ - เปิด App Facebook ไปที่ปุ่ม More ด้านล่าง - เลือก Settings - เลือก Account Settings จาก Pop up - เลือก Videos and Photos - เปลี่ยน Autoplay เป็น Never Autoplay Videos วิธีที่ 3 : ปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ที่ไม่จำเป็น วิธีที่ 4 : ลบ App Facebook ออก แล้วติดตั้งใหม่ วิธีที่ 5 : สไลด์ปิดการใช้งานของ App ต่างๆ บ้าง วิธีที่ 6 : ใช้ Facebook บนซาฟารี หรือบราวเซอร์ตัวอื่นที่อยู่ใน iPhone แทน แล้วสร้างตั้งค่าไว้ที่หน้าแรก รูปภาพจาก : cultofmac, alltechbuzz

ดารารุ่นใหญ่ นง ทนงศักดิ์ แต่งรอบสองกับแฟนอายุห่าง 20 ปี! 9 ก.ค.นี้
นง ทะนงศักดิ์ /  นง ทะนงศักดิ์ แต่งรอบสอง / 

ร่วมแสดงความยินดีกับนักแสดงรุ่นใหญ่ นง ทนงศักดิ์ ที่กำลังจะสละโสดเป็นครั้งที่สองกับสาวนอกวงการ ติ๊ก ชลธิดา อายุห่างกัน 20 ปี! โดยทั้งคู่ได้ฤกษ์จัดพิธีแต่งงานกันในวันที่ 9 ก.ค.นี้แล้ว ณ โรงแรม เอส 31 ภายใต้ธีมงานสุดเก๋ Wedding Run เนื่องจากว่าที่บ่าว-สาวเป็นคนชอบออกกำลังกาย ทั้งนี้ฝ่ายชายได้สูญเสียภรรยาไปเมื่อ 11 ปีก่อน และมีลูกด้วยกัน 3 คน ซึ่งทางด้านลูกๆ ก็ไฟเขียวอยากให้พ่อแต่งมานานแล้ว... ยังไงต้องขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่มาล่วงหน้าก่อนเลยจ้าาาาาขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Tik & Nong present The Wedding Run, Tikky Cholthicha, ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน นง ทนงศักดิ์ - ติ๊ก แต่งงาน