เฟสบุ๊ค

สาวแก้ผ้า เซลฟี่วาบหวิว สนับสนุนทหารป้องกันประเทศอิสราเอล
sexy /  สาวเซ็กซี่ / 

สาวแก้ผ้า เซลฟี่วาบหวิว สนับสนุนทหารป้องกันประเทศอิสราเอล ไม่มีอะไรที่จะขายดีเรียกความสนใจผู้คนไปมากกว่าขายเซ็กส์แน่นอนครับ และสิ่งที่ผู้ชายเรานึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ด็คงจะหนีไม่พ้น สาวแก้ผ้า อย่างแน่นอนครับ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ฮือฮาบนโลกโซเชียลอย่างเต็มเหนี่ยวเลย เพราะว่าล่าสุด สาวๆ ต่างก็พากันเปลื้องผ้าถ่ายนู้ด เป็นแรงใจให้กับ กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล โดยพวกเธอจะนำเสนอสิ่งที่ขัดแย้งด้วยความรัก ด้วย สาวแก้ผ้า ส่งผ่านให้กับเหล่าทหารที่ออกไปต่อสู้นั่นเองครับ โดยได้มีการสร้างเพจเฟสบุ๊คขึ้นมาเพื่อที่จะสนับสนุน กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์ให้ สาวๆ ที่อยากจะสนับสนุนเหล่าทหาร สามารถส่งรูปนู๊ด รูปโป๊ของตัวเอง ที่มีคำว่า IDF (Israel Defense Forces) อยู่ในรูปลงในเพจได้นั่นเอง ทาง Men.MThai เราก็ไม่รอช้าครับ เลยไปรวบรวมภาพสาวเซ็กซี่มาฝากเพื่อนๆกันอย่างแน่นอนครับ โดยทางเพจ สนับสนุน กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล ได้ให้รายละเอียดเพจเอาไว้ว่า ถึง เหล่า กองกำลังทหารป้องกันประเทศอิสราเอล พวกเราตั้งเพจนี้ขึ้นมาเพื่อ นำเสนอความขอบคุณสำหรับพวกคุณ ที่ออกไปทำเพื่อพวกเรา พวกคุณคือฮีโร่ ความสายงามของสาวอิสราเอลรอพวกคุณอยู่ที่บ้าน รีบกลับมาเร็วๆ

ถอดใจ! ปาเกียวลูกหนังไทย โพสบทความลาบอลไทย
ความแตกต่างที่เหมือนกัน..เหลือเกิน /  ปาเกียวลูกหนังไทย / 

ปาเกียวลูกหนังไทย สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานบริหารสโมสรเพื่อนตำรวจ ที่เพิ่งตบะแตกจวกการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินออกสื่อ ในเกมที่เพื่อนตำรวจ แพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-2 โดยเจ้าตัวโพสด้วยข้อความที่มีใจความถึงการเตรียมลาฟุตบอลไทย ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยบางส่วนของข้อความยังระบุว่า ขอลาวงการฟุตบอลไทย เพราะเกินที่จะรับไหวกับวิกฤติศรัทธาในครั้งนี้ บทความส่วนตัว เรื่อง 'ความแตกต่างที่เหมือนกัน..เหลือเกิน' ผมไม่ชอบเล่นการเมือง และ ไม่ชอบคุยกับนักการเมือง เพราะเบื่อที่จะต้องปั้นหน้า และพูดคุยแต่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก้อจะต้องจบด้วยคำว่า ร้อยละเท่าไหร่? หรือ กี่เปอร์เซ็นต์? เสมอ และจำนวนเงินเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองแต่อย่างใด กลับกัน มันกลับถูกนำไปต่อยอดเพียงเพื่อการสร้างฐานอำนาจและฐานเสียงของพวกนักการเมืองสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายๆๆๆๆๆๆ ปี จนมาถึงวันหนึ่ง ผมมีโอกาสหลีกหนีคำว่า 'การเมือง' และได้เข้ามาสู่ 'วงการกีฬา' แทน โดยมี 'กีฬาฟุตบอล' เป็นตัวนำ ภายใต้ชื่อของ 'สโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ' ทีมฟุตบอลเก่าแก่ทีมหนึ่งในลีกฟุตบอลของประเทศไทย แค่ความหวังและความฝัน ว่าอยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยยกระดับและ/ หรือพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้มันดีที่สุดเท่าที่จะช่วยทำให้ได้ ตราบที่ยังมีลมหายใจ เผื่อ 'ฟุตบอลโลก', 'ฟุตบอลโอลิมปิก' หรือ ฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ที่ทาง FIFA รับรองผล จะทำให้ 'ทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย' มีโอกาสที่จะขยับอันดับไปให้อยู่ที่ตำแหน่งดีๆ ได้ ไม่ใช่ประกาศออกมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ 140 กว่า ตลอดศก ด้วยความหวังและความฝันลมๆ แล้งๆ ส่วนตัวของผมเอง เกือบ 7 เดือนที่ผมมีโอกาสได้เรียนรู้ รับรู้ และ พูดคุย กับบุคลากรในวงการฟุตบอลไทยหลายๆ คน ทั้ง ประธานสโมสร, เจ้าของทีม, ผู้จัดการทีม, หัวหน้าผู้ฝึกสอน, ทีมงาน, นักฟุตบอล, นักข่าว และแม้กระทั่งทีมงานผู้ตัดสิน! ผมบอกได้เลย ณ วันนี้นะครับ ว่า 'หนีเสือปะจรเข้' คืออะไร? ใครหนอเป็นผู้ติดค้นประโยคสั้นๆ นี้ขึ้นมา ผมซาบซึ้งเต็มหัวใจจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก นัดเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2557 เวลา 20.10 น. หรือเมื่อคืนที่ผ่านมา ผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ผมคงไม่ขอย้อนกลับไปพูดถึงให้เสียเวลาและเสียใจกันอีกต่อไป เพียงแค่ อยากขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆ ท่านที่ช่วยกันสร้างสรรผลการแข่งขันนัดนี้ขึ้นมา ให้ 3 คะแนนอันสุดแสนจะล้ำค่านี้ตกไปอยู่ในกระเป๋าของทีมฟุตบอล ที่สื่อฯ บางสื่อฯ และใครบางคน พยายามสร้างภาพเหลือเกิน ว่าพวกเค้าคือ 'ทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของแดนสยามกีฬา เอ๊ย สยามประเทศ" ผมเคยอดทนรอ รอ และ รอ ว่าสักวันหนึ่ง ประเทศไทย จะมีผู้กล้าและผู้เสียสละจริงๆ สักคน ที่จะเข้ามาช่วยขจัดระบอบการช่อราษฎร์บังหลวงออกไปจากประเทศไทยเสียที วันที่เหตุการณืข้าวยากหมากแพงจะหมดไป คนจนจะมีสิทธิ์มีเสียงในสังคมไทยจริงๆ กับเค้าบ้าง คนรุ่นใหม่จะเลิกยึดติดกับคำว่า 'ดารา' และ 'วัตถุนิยม' กระทรวงศึกษาธิการควรจะสร้างสรรหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงสุดให้เทียบเท่าหรือนำหน้าเพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC เสียที จวบจนเดือนพฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ผมคิดว่าประเทศไทยโชคดีมากที่มี คนดีและคนที่ใช่ มาช่วยกวาดล้างให้บ้านเมืองและประเทศชาติมีโอกาสกลับมาดีที่สุดในทุกๆ ด้าน อย่างที่พวกเราทุกคนเคยแต่ 'ฝัน' กันไว้จริงเสียที มาถึงนาทีนี้ ผมคิดว่า 'ประเทศไทย' พบทางรอดและมีโอกาสพัฒนาเพื่อการทัดเทียมและเจริญล้ำไปกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว เพียงแต่ 'วงการฟุตบอลไทย' ยังคงตกต่ำ เป็น 'บัวใต้น้ำ' ที่ยากจะเห็นโอกาสในการกลับไปมองเห็นแสงเดือนแสงตะวัน อย่าไปคิดถึงเลย กับคำว่า 'ฟุตบอลโลก' ไม่ว่าจะอีก 4 หรือ 40 ปี ต่อไป ประเทศไทย หรือ ทีมชาติไทย ก็จะเป็นได้แค่ ทีมที่ได้มีส่วนร่วม ในรอบคัดเลือก แล้วก็จะต้องตกรอบคัดเลือกไปแบบไม่ได้ลุ้น บาปกรรมก็จะตกไปอยู่แต่กับบุคคลเพียงไม่กี่คน นายกสมาคมคนหนึ่งแล้วนะครับที่หลบเลี่ยงเสียงวิจารณ์นี้ไปไม่เคยได้ ส่วนตัวผมเองคงไม่สามารถ 'สอนหนังสือสังฆราช' ได้ เพียงแต่ เวลาที่ผมจะทำงานโดยเฉพาะงานที่เป็น 'โครงการใหญ่' มีมูลค่าหลายๆ ล้าน ผมจะต้องมีทีมงานที่มีมันสมอง มีความทุ่มเท มีความรักและเอาใจใส่ในหน้าที่ที่พวกเค้าได้รับมอบหมาย มีการประชุมเพื่อพบปะพูดคุย รับฟัง และ ถกเถียงกันในที่ประชุมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คือ ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับตัวผมเองมาก ว่า งานใหญ่ๆ ของสมาคมฯ มักจะมีแต่คน 3 ต่อ กล่าวคือ 1. ต่อว่า ทั้งพวกเดียวกันเองและฝ่ายตรงข้าม เวลาที่ไม่ถูกใจ พวกท่านๆ จะออกมาทิ่มแทงกันทั้งลับหลังและเบื้องหลัง 2. ต่อเนื่อง เพราะคนไทยใจร้อน ใครพลาด ออกไป ให้คนใหม่มาทำแทน จึงขาดซึ่งความต่อเนื่องตรงจุดนี้ไป 3. ต่อยอด มีแค่คนกลุ่มหรือสองกลุ่มเท่านั้นที่มักจะได้ผลประโยชน์จากการต่อยอดเพียงเพื่อความร่ำรวยส่วนตัวและพวกพ้อง ผมกล่าวมาจนถึงบรรทัดนี้ จุดประสงค์หลักแค่เพียงเพื่อจะบอกว่า สำหรับตัวผมเองแล้วนั้น..พอกันทีกับ 'วงการฟุตบอลไทย' ผมจะไม่อดทนรอ และ จะไม่ยอมนั่งเฉยๆ เพื่อความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะวันนี้ มันเกินคำว่า 'วิกฤติศรัทธา' ของมหาชนรวมถึงตัวผมเองไปเยอะมากจนเกินจะรับได้อีกต่อไป ผมเบื่อกับอาการมะเร็งวงการฟุตบอลไทย ความอดทนของผมมันน้อยจนเกินไป ได้แต่หวังว่า วันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ คงจะมีใครสักคน กล้า ที่จะลุกขึ้น สู้ เพื่อ วงการฟุตบอลไทย อย่างจริงจังและจริงใจ จริงๆ เสียที สำหรับวันนี้ ผมหมดศรัทธาอย่างแท้จริงแล้วนะครับ ผมขอลา พบกันใหม่เมื่อประเทศชาติต้องการ ขอบคุณครับ

พิษดราม่า ! ไก่ มีสุข ปิดFBลูก หลังเพจดังติงเรื่องป้อนเบอร์เกอร์
จ่าพิชิต /  ดราม่า / 

ไก่ มีสุข ปิดเฟซบุ๊คของลูกชาย หลังเจอพิษดราม่า เพจดังท้วงติงเรื่องป้อนแฮมเบอร์เกอร์ให้ลูกวัย 4 เดือน วันนี้(28 ก.ค.) จากกรณีที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่แฟนเพจ Drama-addict ได้จุดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ภาพของไก่ มีสุข พิธีกรดัง ป้อนแฮมเบอร์เกอร์ให้ลูกวัย 4 เดือน โดยหลายคนเห็นว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้ เนื่องจากเด็กอายุ 4 เดือนควรดื่มนมแม่มากกว่าอาหารแข็งๆอย่างแฮมเบอร์เกอร์ ล่าสุดที่เฟซบุ๊ค น้องนามรูป ของไก่ มีสุข ได้โพสต์ข้อความปิดแฟนเพจแล้ว โดยระบุว่า "...ต้องขออภัย พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ในแฟนเพจด้วย โดยส่วนใหญ่ไก่ไม่ค่อยเล่นเฟสบุ๊ค แต่หากโพสต์ภาพหรือคลิปขัดเคืองใจแฟนๆ ไก่ขออภัยด้วย หรือ ที่แฟนๆติงมาเรื่องที่เขียนตอบจาก"นะคะ " เป็น"นะค่ะ" .. กราบขออภัยแทนสามีด้วย..หากมีอะไรต่างๆที่ไก่อาจสร้างความรำคาญใจและขัดเคืองมากกว่านี้จากเพจนี้ต้องขอโทษจากใจจริงๆตอนนี้ไก่คุยกับสามีและขอแจ้งปิดเพจเรียบร้อยแล้ว อีก 14 วัน มีผลนะคะ .. แจ้งบอกกันเพราะเกรงใจคนที่กด like ให้น้องขอบคุณที่เข้าใจและรักน้องรักครอบครัวเรามาตลอด..." MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน!! กำนันสุเทพ บวชเงียบ ที่ วัดท่าไทร จ.สุราษฎรธานี
กปปส. /  กำนันสุเทพ / 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(15 ก.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ได้เข้าพิธีอุปสมบทอย่างเงียบๆ ที่วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งการตัดสินใจบวชครั้งนี้ นายสุเทพ ไม่ได้ปรึกษาใครมาก่อน รวมถึงยังไม่มีกำหนดสึก ส่วนการจำพรรษาจะเดินทางไปที่ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎรธานี ภาพจากเฟสบุ๊ค Pimkamol Prasertwongse นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ @thepthai หรือ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวิตข้อความ โดยระบุว่า ลุงกำนันตัดสินใจบวชแบบสายฟ้าแลบ ที่วัดท่าไทร และจะไปจำวัดที่วัดสวนโมกข์ MThai News

เจ เจตริน โพสต์แจง หลังโดนเหน็บต้านEU แต่ส่งลูกไปเรียนอังกฤษ
ต้านEU /  ต้านอียู / 

เจ เจตริน โพสต์เฟซบุ๊ค แจง หลังคนเหน็บส่งลูกไปเรียนอังกฤษ แต่ต้านEU ชี้เป็นเรื่องการเมืองระดับประเทศ ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล ไม่จำเป็นต้องแบนสินค้า บริการของต่างชาติ  เจ เจตริน วรรธนะสิน นักชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ค กรณีที่มีชาวสังคมออนไลน์ออกมาเหน็บแนมกรณีที่ นายเจริญ วรรธนะสิน คุณพ่อของตนประกาศต่อต้านEU แต่ตนกลับส่งลูกไปเรียนซัมเมอร์ที่ประเทศอังกฤษ โดยเผยว่า โพสรูปส่งลูกไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษก็กลายเป็นประเด็นทางการเมือง #ขำนะครับ ต้านEU? ต้านUSA? คนไทยทุกคนต้องขายรถยุโรปทิ้งกันทั้งประเทศ เลิกเล่นเฟสบุ๊ค เลิกเล่นทวิตเตอร์ ก่อนเลยมั้ย ไล่ฝรั่งที่นอนอาบแดดที่สมุย พัทยา ระยอง ภูเก็ตก่อนมั้ย ปิดร้านอาหาร ร้านนวดไทยในอเมริกา ในยุโรป มันคือเรื่องการเมืองระดับประเทศ งดความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ การทหาร การทูตในระดับหนึ่ง (ซึ่งคนอยู่เบื้องหลังภารกิจนี้มีไม่เยอะหรอกครับ และรวมถึงพวกไม่รักชาติอีกกลุ่มหนึ่ง) โดย เจ เจตริน เผยอีกว่า ถ้าใครจะงดซื้อสินค้ายุโรป เลือกเที่ยวยุโรป ก็เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลเราไปว่าอะไรเค้าไม่ได้ เพราะถึงไม่มีเรื่องการเมืองนี้ ก็ทำได้หากว่าคุณมีความเป็นชาตินิยมสูง ไม่ผิดอะไร (made in Thailandก็ว่ากันไปครับ )ถามว่า ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนอเมริกัน ชาวยุโรปเค้าออกมาเดินประท้วงไล่ทหารไทย ไล่คนไทยที่รักในหลวง? ไม่มีครับ ไม่มีใครสนใจ และถึงเค้าทราบข่าวเค้าก็รู้ว่ามันคือปัญหาทางการเมือง เค้าก็รักเมืองไทยอยากมาเที่ยวปกติ ร้านอาหารไทยยังแน่นทุกค่ำ แต่ผมแอบสงสัยนะครับว่า คนไทยบางพวกที่รู้สึกดีใจ ที่มีประกาศจาก EU กดดันไทย แล้วชอบใจ สะใจ ... พวกคุณควรย้ายตัวเองออกนอกประเทศไทยน่าจะดีนะครับ ผมยังใช้ชีวิตปกตินะครับ ทำงานสุจริต จ่ายภาษีอย่างครบถ้วน ใช้รถยุโรป(ที่ซื้อมาจากศูณย์นำเข้ามิใช่เกรย)มานานแล้วต่อไป เล่นเฟสบุ๊คของมาร์ค สเกิ้ลเบิร์คที่เปิดมานานแล้ว โดยผ่านมือถือไอโมบายของไทยรุ่น IQ Ken ใช้เครือค่ายทรูมูฟ4จีของไทย ขับเจ็ทสกีที่ผมนำเข้ามาจากอเมริกาที่จ่ายอากรนำเข้าครบถ้วน (เจ็ทสกีไม่มีภาษีนำเข้าแต่ต้องจ่ายอากรต่างๆ) โดยใช้น้ำมัน ปตท.ราคาสูงของไทยต่อไป ผมคิดว่าเราควรต้านสินค้าและบริการของพวกโกงชาติทำลายชาติน่าจะดีกว่านะครับ #ลองไปคิดกันดู #ขอบพระคุณที่สละเวลาอ่านครับ #ผมไม่เดือดร้อนอะไรแค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆ MThai News ......................................................................... ข่าวที่เกี่ยวข้อง  คนดังแห่ต้าน EU หลังแบนไทย ประกาศงดใช้สินค้า-งดเที่ยวในยุโรป เจ เจตริน ท้าทายหัวใจไปกับเจ็ทสกี    แรงเร่งของเจ็ทสกีที่ขับพุ่งทะยานจากชายฝั่งสู่เวิ้งน้ำอันกว้างใหญ่  ก่อเกิดระลอกคลื่นสาดกระเซ็นทิ้งท... ปิ่น เก็จมณี ผู้หญิงตัวเล็ก แกร่ง กับบทบาทคุณแม่ที่ต้องดูแลผู้ชาย ทั้ง 4 คน

อารีย์ โต้เอี่ยว เหตุถล่มบิ๊กซีราชดำริ หลังถูกมือยิงเอ็ม 79 ซัดทอด
ยิงM79 /  อารีย์ ไกรนรา

หัวหน้าการ์ด นปช.ร้องกองปราบฯ ยันไม่เกี่ยวข้องเหตุยิงM79 ราชดำริ หลังผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ซัดทอดมีความเชื่อมโยงเหตุการณ์ ก่อนฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาททำเสื่อมเสียชื่อเสียง นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช.พร้อมทนาย โผล่กองปราบฯ แจ้งความกลับมือยิงM79 เผยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจ้างวาน อารีย์ ร้องกองปราบฯ ถูกมือยิงเอ็ม 79 บิ๊กซีราชดำริ ใส่ร้ายมีเอี่ยวจ้างวาน วันนี้ (17 ก.ค. 57) นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ได้เดินทางไปยังกองปราบปราม เพื่อแจ้งความเอาผิดกับมือยิงระเบิด M79 ที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ในข้อหาหมิ่นประมาท ภายหลังผู้ต้องหาได้มีให้ข้อมูลว่า นายอารีย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่านราชดำริ โดย นายอารีย์ ไกรนรา ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตนไม่รู้จักกับนายต้อม รวมถึงนายชัชวาล และผู้ต้องหารวม 7 คน ที่ถูกออกหมายจับในคดีเดียวกัน และจากการตรวจสอบ ไม่พบว่ามีการ์ด นปช. คนใดมีชื่อนี้ ซึ่งคำกล่าวหาของนายชัชวาล ส่งผลกระทบทำให้ตนเองได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี พร้อมกันนี้ นายอารีย์ ไกรนรา ยังแจ้งความดำเนินคดีกับ หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ เอเอสทีวี, แนวหน้า, ไทยโพสต์ และนายอากร นครกุลเชษฐ์ ที่โพสข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงกรณีนี้ด้วย ด้านพันตำรวจเอกประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการปราบปรามที่รับเรื่องดังกล่าว ระบุว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามกระบวนการและขั้นตอนต่อไป MThai news

อย่างฮา! 2 แต๋วจัดเต็มโพสต์ท่าถ่ายรูปหน้าโรงเรียน
2 แต๋วโพสต์ท่าถ่ายรูปหน้าโรงเรียน /  กระเทย / 

เพจดัง โพสต์ข้อความ ขอโทษ ภาพ 2 แต๋วโพสต์ท่าถ่ายรูปหน้าโรงเรียน แจงถ่ายกันเองโดยที่ คณะคุณครูที่โรงเรียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากวานนี้(25 ส.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ 2 แต๋ววัยกระเตาะใส่ชุดนักเรียนรัดติ้วโพสต์ท่าถ่ายรูปหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น เสมือนหนึ่งเป็นนางแบบอาชีพก็มิปาน ซึ่งได้สร้างเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มให้กับผู้ที่ได้ดูภาพดังกล่าว ก่อนจะแชร์ภาพส่งต่อกัน ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบทีถูกมองว่า การกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติ สถาบัน เพราะอยู่ในชุดนักเรียน ทั้งยังได้ถ่ายรูปหน้าโรงเรียนเป็นต้น ล่าสุดวันนี้(26 ส.ค.) เจ้าของเฟสบุ๊คดังนามว่า Sexy Pancake ที่นำภาพดังกล่าวมาลงได้ โพสต์ข้อความขอโทษ โดยระบุว่า เนื่องจากภาพเชตนี้ที่โพสต์ไปเมื่อวานทำให้สถานที่ได้รับความเสียหายเพราะไปถ่ายติดป้ายโรงเรียน ดิฉันก็ต้องกราบขออภัยทางผู้ใหญ่และคณะคุณครูที่โรงเรียนด้วยนะคะ และขอชี้แจงว่า คณะคุณครูที่โรงเรียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็น เพราะตัวดิฉันและน้องๆได้ไปถ่ายกันในวันอาทิตย์แล้วนำมาโพสต์ในวันจันทร์ ไม่ได้เบียดบังเวลาเรียนของน้องๆค่ะ MThai News ภาพจาก เฟสบุ๊ค Sexy Pancake

กิเลนผยอง ไล่ต้อน พลังเพลิง3-0/บีอีซี พ่าย กูปรี2-3/สรุปผลบอลไทย
กิเลนผยอง /  ปตท.ระยอง / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-0 ปตท.ระยอง ประตู : 1-0 มาริโอ ยูรอฟสกี้ น.6, 2-0 มิลาน บูบาโล น.56, 3-0 มาริโอ ยูรอฟสกี้ (จุดโทษ) น.74 สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา : 19.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 4 มีคิวเปิดสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ พลังเพลิง ปตท.ระยอง ทีมโซนหนีตาย เกมนี้ ดราแกรน ทาลาจิช กุนซือ กิเลนผยอง จัดชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำโดย "กัปตันโกโก" ดัสกร ทองเหลา, มาริโอ ยูรอฟสกี้, วุฒิชัย ทาทอง, มิลาน บูบาโล และเคลตัน ซิลวา ด้านผู้มาเยือน ชัยยง ขำเปี่ยม จัดการส่งชุดที่ดีที่สุดเช่นกัน นำทัพโดย ยุทธนา ไชยแก้ว, ไพฑูรย์ เทียบมา, ฮาดลีย์ เดสมาเรตส์, พิเชษฐ อินทร์บาง และกีรติ เขียวสมบัติ โดยเกมนี้มี อลงกรณ์ ฝีมือช่าง ทำหน้าที่ผู้ตัดสิน เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกเป็นทาง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ครองเกมโหมบุกเข้าใส่ พลังเพลิง ปตท.ระยอง ผู้มาเยือนอย่างดุเดือด นาทีที่ 6 กิเลนผยอง ก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ วุฒิชัย ทาทอง เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู มาริโอ ยูรอฟสกี้ เข้าชาร์จไม่เหลือซาก หลังจากได้ประตูออกนำ กิเลนผยอง ก็ยังคงเป็นฝ่ายที่บุกอย่างหนัก แต่นาทีที่ 17 กลายเป็น พลังเพลิง ที่ได้ลุ้นประตูตีเสมอเมื่อ "เจ้าป็อป" กีรติ เขียวสมบัติ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจตะบันเต็มแข้งบอลพุ่งไปโดน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ปัดเอาไว้ได้ นาทีที่ 27 เดชา สร้างดี ได้กระชากบอลขึ้นไปทางริมเส้นด้านซ้ายล็อกหลอก มาริโอ ยูรอฟสกี้ หนึ่งจังหวะก่อนจะเปิดเข้าไปหน้าประตู กีรติ เขียวสมบัติ ได้ทะยานขึ้นโขกบอลลอยข้ามคานออกไป นาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาแรก กิเลนผยอง มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย มาริโอ ยูรอฟสกี้ วิ่งเข้าไปซัดติดกำแพงออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นเท่าที่ควร ซึ่งก็จบครึ่งแรกด้วยการออกนำของ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 กลับมาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 50 กิเลนผยอง เกือบที่จะหนีเป็น 2-0 เมื่อ วุฒิชัย ทาทอง ได้ตวัดเท้ายิงบอลพุ่งไปติดเซฟของ กฤษณะ กลั่นกลิ่น นายด่านพลังเพลิง จากนั้น กิเลนผยอง ก็โหมบุกอย่างหนัก นาทีที่ 56 ความพยายามของ กิเลนผยอง ที่จะเอาประตูที่ 2 ให้ได้ก็มาประสบผลเมื่อ มิลาน บูบาโล หลุดเข้าไปจิ้มบอลผ่านตัว กฤษณะ กลั่นกลิ่น นายด้านทีมเยือนเข้าไปนอนก้นตาข่ายอย่างเลือดเย็น หลังจากเสียประตูที่ 2 พลังเพลิง ปตท.ระยอง ก็พยายามที่จะเปิดเกมบุกเข้าใส่บ้าง ทว่านาทีที่ 74 กิเลนผยอง ที่เล่นโต้กลับเร็วก็มาได้จุดโทษเมื่อ มิลาน บูบาโล ถูกกองหลังพลังเพลิง รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็น มาริโอ ยูรอฟสกี้ กลับมารับหน้าที่สังหารอีกครั้งไม่พลาด สกอร์หนีเป็น 3-0 นาทีที่ 84 กิเลนผยอง เกือบที่จะหนีเป็น 4-0 เมื่อ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ ที่เพิ่งถูกส่งลงมาในสนามได้บอลหลุดไปแตะหนี 2 กองหลังพลังเพลิง ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจยิงหักข้อบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปแบบได้ลุ้น เวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ทำให้จบเกม กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้อนเอาชนะ พลังเพลิง ปตท.ระยอง ไปได้ 3-0 เก็บ 3 คะแนนไปครองได้สำเร็จ รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK), ปิยพล ผานิชกุล, ทศพล ลาเทศ, คิม ดอง จิน, สุริยา สิงห์มุ้ย, มิลาน บูบาโล, ดัสกร ทองเหลา (C), สารัช อยู่เย็น, วุฒิชัย ทาทอง (กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ น.84), มาริโอ ยูรอฟสกี้ (เสกสิทธิ์ ศรีใส น79), เคลตัน ซิลวา (อิริค เอนเดล พาร์ตาลู น.59) ปตท.ระยอง : กฤษณะ กลั่นกลิ่น (GK), ไพฑูรย์ เทียบมา, ประหยัด บุญญา, มิชาเอล ฟรานซิส, เดชา สร้างดี (ณัทธภณ วรทญานันทน์ น.42), เจมส์ แม็คคลีนาฮาน, ยุทธนา ไชยแก้ว (C) (ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ น.46), ราฟาเอล เวลลิงตัน เปเรซ (อมาดู อัตทารา น.59),  ฮาดลีย์ เดสมาเรตส์, พิเชษฐ อินทร์บาง, กีรติ เขียวสมบัติ ขอบคุณภาพสวยๆจาก เฟสบุ๊ค PTT Rayong FC

เชิญชม 7 สุดยอดหนังทรงคุณค่าใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งแรกในประเทศไทย
Little Toys /  Maud Nelissen / 

หากมองในปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีทางภาพยนตร์ก้าวไกลไปมาก ทั้งระบบเสียง ระบบฉาย 3D 4Dx และอื่นๆอลังการล้านแปด! จนถ้ามีใครสักคนพูดถึง "หนังเงียบ" ขึ้นมา ก็อาจถึงกับมึนงงกันว่า มันคืออะไรเรอะ?! แต่คุณผู้ชมทราบไหมครับว่า สิ่งนี้คือรากฐานอันแข็งแรง และสำคัญอย่างมากของวงการภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ ถึงคุณผู้ชมจะเกิดไม่ทัน ดูหนังเงียบกันแบบสดๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะหลังจากทั่วโลกมีไปหลายต่อหลายรอบแล้ว ในครั้งนี้  หอภาพยนตร์จะมานำหนังเงียบทรงคุณค่า มาเสิร์ฟให้ถึงที่ใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของการก่อตั้งหอภาพยนตร์ ขึ้นมาในประเทศไทย หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้รับการสนับสนุนจากบริติช เคาน์ซิล ประเทศไทย ได้จัด เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งที่ ๑ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสชมหนังเงียบชั้นดีระดับโลก ประกอบเสียงดนตรีอันไพเราะแบบสดๆ จากนักเปียโน ที่เล่นเปียโนเพื่อประกอบภาพยนตร์เงียบโดยเฉพาะ โดยในงานนี้ ได้คัดสรรภาพยนตร์ที่โดดเด่น 7 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผลงานของผู้กำกับชั้นครู อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก ถึง 3 เรื่อง ได้แก่ The Pleasure Garden  (2468) ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ ฮิตช์ค็อก, The Ring (2470) และ The Lodger (2470) และยังมีผลงานการแสดง ของนักแสดงหนังเงียบชื่อดัง Louise Brooks เรื่อง Prix de Beaute (2473)  อีกทั้งภาพยนตร์เงียบทางฝั่งเอเชีย จะจัดฉายเรื่อง The Little Toys (2476) จากประเทศจีน ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้อย ภาพยนตร์จีนทีดี่ที่สุด ซึ่งจัดโดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง และอีกหนึ่งไฮไลท์ คือนักเปียโนที่จะมาเล่นประกอบ โดยหอภาพยนตร์ได้รับเกียรติจาก Maud Nelissen นักเปียโนชาวเนเธอร์แลนด์ และ Mie Yanashita นักเปียโนชาวญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองเป็นนักเปียโนประกอบภาพยนตร์เงียบระดับโลก และเคยแสดงฝีมือมาแล้วทั่วโลก รวมถึงในเทศกาลภาพยนตร์เงียบที่เมืองโพดิโอเน (Pordenone Silent Film Festival) ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์เงียบที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่พิเศษสุดๆ หอภาพยนตร์ ได้ทาบทามวาทยกรและนักเปียโนชื่อดังของไทย ทฤษฎี ณ พัทลุง มาเล่นดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Lodger ในรอบปิดเทศกาลอีกด้วย ร่วมรับชมหนังเงียบทรงคุณค่าได้ใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งที่ ๑ ในระหว่างวันที่  7 – 12 ส.ค. 2557 ณ โรงภาพยนตร์ลิโด และ วันที่ 13 ส.ค. ๒๕๕๗ ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า โดยมีตารางการฉายดังต่อไปนี้ วันที่ 7- 12 ส.ค. ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ ๒  (ราคา 100 บาททุกที่นั่ง) 7 ส.ค. เวลา 20.00 น. - The Pleasure Garden* 8 ส.ค. เวลา 20.00 น.-  The Ring** 9 ส.ค. เวลา 12.00 น. - The Water Magician** / 14.00 น. - สนทนาเรื่องการแสดงดนตรีประกอบภาพยนตร์เงียบกับ Mie Yanashita และ Maud Nelissen (ไม่เสียค่าใช้จ่าย มีล่ามแปลภาษาไทย) /16.00 น. - Prix de Beauté */ 18.00 น. -  Little Toys ** / 20.00 น. - Nerven * 10 ส.ค. เวลา 12.00 น. - The Pleasure Garden** / 14.00 น. - บรรยาย เรื่อง "The Silent Hitchcock" โดย ศาสตราจารย์ Charles Barr (ไม่เสียค่าใช้จ่าย มีล่ามแปลภาษาไทย) / 16.00 น. - The Ring * / 18.00 น. -  Nerven ** / 20.00 น. Little Toys * 11 ส.ค. เวลา 20.00 น. - Prix de Beauté * 12 ส.ค. เวลา 20.00 น. - The Water Magician * และวันที่ 13 .ส.ค. ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า (ราคา500 บาททุกที่นั่ง) 13 ส.ค. เวลา 20.00 น. - The Lodger และแสดงดนตรีประกอบโดย ทฤษฏี ณ พัทลุง *แสดงดนตรีประกอบโดย Maud Nelissen **แสดงดนตรีประกอบโดย Mie Yanashita ภาพยนตร์ทุกเรื่องมีคำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยคุณผู้ชม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งที่ ๑ ได้ที่เฟสบุ๊ค The Silent Film Festival in Thailand และรับชมการสัมภาษณ์ คุณสัณห์ชัย โชติรสเศรณี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ ถึงการจัดเทศกาลหนังหายากเอาใจคอหนังชาวไทยในครั้งนี้ ได้ทางรายการ Entertainment Now ช่อง Mono29 ที่คลิปด้านล่างนี้ได้เลย --------------------------------------

สุดเศร้า ! พ่อมารอลูกที่ท่ารถทุกวัน หลังลูกสัญญาจะกลับมาหา
พ่อมารอลูกที่ท่ารถ /  พ่อรอลูกที่ท่ารถทุกวัน

ชาวสังคมออนไลน์ แห่แชร์เรื่องราวสุดเศร้า เมื่อพ่อมารอลูกที่ท่ารถทุกวัน หลังลูกสัญญา3ปีจะกลับมาหา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Sarayut Jaroensuk ได้เผยแพร่เรื่องราวสุดซึ้งจนชาวสังคมออนไลน์แชร์ไปอย่างกว้างขวาง โดยเผยว่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มารอลูกที่ท่ารถ โดยลูกสัญญาว่า 3 ปีจะกลับมาหาสักครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยกลับมา โดยผู้เผยแพร่เรื่องราวเล่ารายละเอียดดังนี้ "....ระหว่างที่ผมกำลังรอเพื่อนอยู่ที่ คิวรถ สุราษ-ตรัง ที่ตลาดเกษตร ลุงแกก็เดินเข้ามานั่งข้างผม ด้วยท่าทางที่ไม่มีแรง เสื้อผ้า รองเท้าขาด ที่เท้ามีแต่รอยแผล ผมก็เลยถามแกไปว่า มาจากไหน บ้านอยู่ไหน กินข้าวหรือยัง แต่คำตอบที่ได้นั้นแกกลับเล่าเรื่องลูกๆแกให้ผมฟัง แกเล่าว่าแกมีลูกสาว3คนลูกชาย1คน ตอนนี้ลูกๆแกไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด 3ปีจะกลับมาสักครั้ง ผมก็เรยถามต่อว่า แล้วลุงอยู่กับใคร แกบอกว่าแกอยู่คนเดียว พร้อมกับพูดถึงเรื่องลูกๆแกให้ผมฟังต่อ ผมก็พยายามนั่งฟังเพราะแกพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมเลยลุกขึ้นไปถามคนแถวนั้นว่า แกเป็นคนที่ไหน บ้านแกอยู่แถวไหน เลยทราบจากคนแถวนั้นว่า แกมักจะอยู่บริเวณนี้ นอนตามม้านั่งคิวรถ ลูกๆทิ้งแกให้แกอยู่คนเดียวโดยไม่ส่งเสียเลี้ยงดูแกเลย ผมเลยถามคนแถวนั้นต่อว่า " แล้วเห็นแกบอกว่าลูกแกจะกลับมา3ปีครั้ง " คนแถวนั้นบอกกับผมว่า ลูกแกเคยให้สัญญากับแกไว้ว่า อีก 3 ปีจะกลับมา จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา ' ผมพยายามถามชื่อแก แต่ก็ไร้คำตอบเพราะแกไม่พูดถึงเรื่องใดนอกจากเรื่องลูกแก ผมก็ทำได้เพียงแค่หาอะไรให้แกกิน พร้อมนั่งฟังแกต่อไป แต่มันถึงเวลาที่ผมต้องขึ้นรถแล้วสิ ผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแกแล้วโพสต์บอกเล่าต่อลงเฟสบุ๊ค ภาวนาว่า ลูกแกจะเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คผมเค้าจะได้รู้ว่าพ่อเค้ารอเค้าอยู่ ...." ขอบคุณภาพและเรื่องราวจาก สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Sarayut Jaroensuk MThai News

งานเข้าลูกยางสาวไทย! ปลื้มจิตร์ ข้อเท้าพลิก ส่อชวดบู๊สนาม2
กรรณิการ์ ธิปะโชติ /  ตบลูกยางสาวไทย / 

งานเข้าทีมตบลูกยางสาวไทยเต็มๆ เมื่อ “นิ้งหน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว ตัวตบบอลเร็ว ทีมวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ประสบอุบัติเหตุ ข้อเท้าพลิก ขณะลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม ที่ประเทศฮ่องกง ก่อนที่จะมีคิวลงสู้สนามที่ 2 วอลเลย์บอล เวิลด์กรังด์ปรีซ์ จังหวะดังกล่าว ปลื้มจิตร์ กระโดดลงมาเหยียบเท้าของ กรรณิการ์ ธิปะโชติ รุ่นน้องในทีม ก่อนจะเสียหลักล้มลงกับพื้นสนาม ทำให้เพื่อนๆร่วมทีมต้องรับมาช่วยกันอุ้มไปปฐมพยาบาล ซึ่ง ปลื้มจิตร์ แสดงสีหน้าบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อได้ประคบเย็นด้วยน้ำแข็ง โดย นพ.เรืองศักดิ์ ศิริผล แพทย์ประจำทีม เปิดเผยว่า ต้องรอดูอาการอีกระยะ ซึ่งเวลานี้ได้ให้ยาเพื่อบรรเทาอาการ จากนั้นก็จะเช็กกระดูกอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ก็มีข่าวดีที่ ปลื้มจิตร์ สามารถยืนได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเดินได้ ทั้งนี้มีการรายงานว่า สำนักพระราชวัง แจ้งไปยัง "โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ จะเสด็จทอดพระเนตรชมการแข่งขัน วอลเลย์บอล World Grand Prix สนามที่ 3 ณ อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก คู่ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ สหรัฐอเมริกา วันที่ 16 ส.ค.นี้ ขอบคุณภาพจาก : เฟสบุ๊ควิลาวรรณ

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ หลังไม่พอใจแบนไทยจากเหตุรัฐประหาร วานนี้ (30 มิ.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านไม่ขอใช้สินค้า-บริการจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี แค่กบในกะลา "กบในกะลา" ตอนนี้มีกระแสต่อต้านยุโรป เพราะ EU (สหภาพยุโรป) และสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในประเทศไทย มีคนออกมาพูดต่อต้านทำนองรณรงค์ไม่ซื้อสินค้ายุโรปและอเมริกา บางคนไปประท้วงถึงหน้าสถานฑูต ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษเป็นประเทศแม่บทประชาธิปไตย จะต้องยืนหยัดอย่างชัดเจนถึงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะมาเข้าข้าง ปรบไม้ปรบมือ แสดงอาการเข้าอกเข้าใจ หรือเชียร์การทำรัฐประหาร เราต้องเข้าใจบทบาทและบริบทของแต่ละประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนไทย ไม่ว่ามือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล ฟาสฟู๊ดอย่างแมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค ส่วนสินค้าจากยุโรปทั้ง กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ โลกทั้งโลกถูกประเทศมหาอำนาจกลืนไปหมดแล้ว การต่อต้านสินค้าที่คนไทยบางคนให้ข่าวจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยผมเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประเทศไทยเคยประท้วงต่อต้านไม่ซื้อสินค้าต่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา มีการประท้วงให้สหรัฐอเมริกาถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย แต่การประท้วงก็เหมือนกับการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โบราณเขาเปรียบเทียบพวก "กบในกะลา" สำคัญตัวเองว่ารู้มากยิ่งใหญ่ คิดว่าที่ที่ตัวเองอยู่คือโลกทั้งโลก ทั้งๆที่แท้จริงมันคือกะลา เพ้อเจ้อ ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่เคยออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก ไม่รู้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน MThai news

วันแม่ปีนี้ ซื้อของขวัญให้เหมาะกับท่านตามราศี
ของขวัญวันแม่ /  ของขวัญแม่ / 

วันแม่ 12 สิงหาคม 2557 หากคุณยังไม่รู้ว่าของที่เหมาะกับคุณแม่ หรือที่คุณแม่ชอบคืออะไร ไม่ยาก เพราะวันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลมาฝากครับ ราศีมังกร (เกิดวันที่ 14 ม.ค. - 13 ก.พ.) คุณแม่ราศีนี้ถือว่าชอบอะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติ พวกต้นไม้ ของเก่า ของโบราณ เฟอร์นิเจอร์ไม้ ถือว่าดีที่สุด หากจะซื้อให้คุณแม่ราศีนี้ ราศีกุมภ์ (เกิดวันที่ 14 ก.พ. - 13 มี.ค.) เป็นราศีที่คุณแม่จะมีความทันสมัยสุดๆ เล่นไอจี เฟสบุ๊ค เพราะฉะนั้นของที่เหมาะจะซื้อให้กับคุณแม่ คือพวกมือถือรุ่นใหม่ๆ หรืออุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ราศีมีน (เกิดวันที่ 14 มี.ค. - 14 เม.ย.) คุณแม่ราศีนี้ถือว่าเป็นคุณแม่ที่ใจบุญมากๆ หนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมมะ ทัวร์ไหว้พระจะเหมาะกับท่านมากๆ ราศีเมษ (เกิดวันที่ 15 เม.ย. - 14 พ.ค.) คุณแม่ ราศีเมษ ถือว่าเป็นราศีที่ไฟแรง ทันสมัย ชอบอัพเดต ชอบเดินทาง แนะนำให้ซื้อเครื่องประดับ ตั๋วเครื่องบิน และแพ็คเกจที่พักให้ ราศีพฤษภ (เกิดวันที่ 15 พ.ค. - 14 มิ.ย.) คุณแม่ราศีนี้ถือว่าเป็นราศีของเชฟ แนะนำให้ซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับครัว พาไปชิมอาหารอร่อยๆ หรือซื้อคู่มือการทำอาหารให้ ราศีเมถุน (เกิดวันที่ 15 มิ.ย. - 15 ก.ค.) คุณแม่ราศีนี้ถือว่าเป็นราศีนักเจรจา ชอบสื่อสาร พวกอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ ของที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จะโดนใจคุณแม่ราศีนี้ หรือจะพาไปเข้าคอร์สสปา นวดอโรม่าก็ได้หมด ราศีกรกฎ (เกิดวันที่ 16 ก.ค. - 16 ส.ค.) คุณแม่ราศีนี้เป็นคนติดบ้านรักครอบครัว ของที่แนะนำให้ซื้อให้แม่ ควรจะเป็นอุปกรณ์แต่งบ้าน หรือของใช้ภายในบ้านก็ได้หมด ราศีสิงห์ (เกิดวันที่ 17 ส.ค. - 15 ก.ย.) คุณแม่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเดินทาง ชีวิตมีการนัดเพื่อนเยอะ ชอบจดเหตุการณ์ชีวิต เรื่องราวต่างๆ พวกปากกา สมุดโน้ต ก็เหมาะอย่างมากกับการซื้อให้คุณแม่ที่เกิดใน ราศีสิงห์ ราศีกันย์ (เกิดวันที่ 16 ก.ย. - 16 ต.ค.) เป็นคุณแม่ที่รักสุขภาพมากๆ ดูแลสุขภาพ พวกวิตามิน อาหารเสริม หนังสือสุขภาพ ก็เหมาะที่จะซื้อให้คุณแม่ ราศีกันย์ เช่นกัน ราศีตุลย์ (เกิดวันที่ 17 ต.ค. - 15 พ.ย.) เป็นราศีที่เกี่ยวกับศิลปะหรือดนตรี ด้วยความที่เป็นธาตุลมเลยแนะนำให้ซื้อเครื่องหอม เทียนหอม น้ำมันอโรม่า หรือพวกบัตรคอนเสิร์ต พาไปดูดนตรีก็ได้ ราศีพิจิก (เกิดวันที่ 16 พ.ย. - 14 ธ.ค.) คุณแม่ราศีนี้ถือว่าให้ของที่ถูกใจกับท่านได้ยากมาก เนื่องจากเป็นราศีที่ลึกลับ คุณจึงมักจะไม่รู้ว่าท่านชอบอะไร เพราะฉะนั้นแนะนำให้พาท่านไปช้อปปิ้งเองเลย ซื้อของชิ้นใหญ่ๆมีราคาให้ รับลองโดนใจท่านสุด ราศีธนู (เกิดวันที่ 15 ธ.ค. - 13 ม.ค.) คุณแม่ราศีนี้จะเกี่ยวข้องกับการเดินทาง ธรรมมะ ศาสนา เพราะฉะนั้นพาท่านไปเที่ยววัดหรือทัวร์ 9 วัดเลยก็ได้ครับ

ผมกลับมาแล้ว!! โค้ชเช รีเทิร์นกลับประเทศไทยเรียบร้อย
กลับไทย /  นายพิทักษ์ ผูกพัน / 

โค้ชเช กลับไทยแล้ว ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. วันนี้ แฟนคลับต้อนรับที่สนามบินคึกคัก ที่สนามบินสุวรรณภูมิกันอย่างคึกคัก :) โดยก่อนหน้านี้ โค้ชเช ยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควัน โดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ นั้นไม่ได้เดินทางกลับมาพร้อมกับคณะนักกีฬาเทควันโด้ที่ไปแข่งขันในศึกโคเรีย โอเพ่น 2014 เนื่องจากเกิดประเด็นขัดแย้งกับ น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยที่ออกมาเปิดเผยผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าว่าถูก โค้ชเช ลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่ทว่าล่าสุด โค้ชเช ยองซอก ยืนยันว่าจะเดินทางกลับมายังประเทศไทย พร้อมระบุว่า ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้กำลังใจ และมีความรู้สึกที่ดีให้กับตนเองมาตลอด เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องภายในแคมป์ทีมชาติ เหมือนกับครูตีนักเรียน หรือ พ่อแม่ตีลูก ไม่อยากให้คนอื่นๆ สื่อสารหรือพูดต่อๆ กันไปมันจะผิดพลาดได้  นอกจากนี้ โค้ชเช ยังเผยอีกว่า ยังรู้สึกเป็นห่วง และมีความผูกพันธ์กับนักเทควันโดไทย และผู้บริหารทุกคน มันทำใจไม่ได้หรอกที่จะสร้างนักกีฬาจากชาติอื่นมาเตะกับนักเทควันโดไทย ที่เป็นลูกศิษย์ของตัวเอง แต่จะขออยู่เมืองไทยเป็นที่สุดท้าย เพื่อเอาเหรียญทองโอลิมปิก กลับมาให้ได้ ทั้งนี้ โค้ชเช ยองซอก จะมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อครั้งแรกถึงประเด็นปัญหากับ น้องก้อย  รุ่งระวี ขุระสะ ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ทาง 3 ก่อนจะแถลงข่าวอย่างเป็นการถึงกรณีดังกล่าว ณ สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ในเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง : โค้ชเช ห่วงนักกีฬากลับไทยเพื่อทองอลป.ให้ความสุขคนทั้งชาติ

ยามหล่อ แห่งบราซิล Guilherme Leao ชนะโหวต หล่อที่สุดในบรรดา ยามหล่อ
Guilherme Leao /  ยามหล่อ / 

หลังจากที่ Guilherme Leao  รปภ.หนุ่มที่หล่อจัดๆ จนมีสาวๆติดตามเฟสบุ๊คของเขาเกือบแสนคน เขาคือชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยให้กับ สถานีรถไฟใต้ดินที่เมืองเซาโปโล และยังได้รับมอบหมายให้เป็น โฆษกของบริษัทรถไฟใต้ดิน แน่นอนว่า ใครไปใครมาผ่านสถานีที่ ยามหล่อคนนี้อยู่ ก็ต้องพยายามชะเงื้อคอมองหา อยากเห็นตัวเป็นๆ ให้ได้ และสาวๆหลายคน ถึงขั้นต้องเข้าไปขอถ่ายรูปด้วย Guilherme Leao นั้นเป็นหนึ่งในยามหล่อ ที่ถูกจัดอันดับ จนกระทั่งมีการโหวตหาชายหนุ่มที่หล่อที่สุดในบรรดา ยามหล่อทั้งหมด แน่นอนว่า Guilherme Leao กลายเป็นผู้ชนะ ที่คว้าคะแนนโหวตไปถึง 76 % จากการจัดอันดับจากเว็บ vejasaopaulo.com เพียงแค่นี้ก็คงการันตีความหล่อได้ดี ส่วนใครอยากเห็นตัวเป็นๆ หากมีโอกาสเดินทางไปที่ เซาโปโล อย่าลืมไปตามหา ยามหล่อ มาฝากกันบ้างนะจ๊ะ แค่หล่อก็ดังได้ หนุ่มหล่อในเครื่องแบบ ที่แจ้งเกิดเพราะโซเชียล แค่หล่อก็ดังได้ หนุ่มหล่อในเครื่องแบบ ที่แจ้งเกิดเพราะโซเชียล  ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัวแล้ว เพราะว่าถ้าเราสังเกตุดูดีๆ ชีวิตประจำวันของเราเกือบทุ...

เจ๊ฉอด งัดหลักฐานโชว์! โต้จัดฉากเมคเรื่องคุณแอร์
เจ๊ฉอด สายทิพย์ /  คลับฟรายเดย์ / 

ดีเจรุ่นใหญ่ เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง หลังถูกตั้งประเด็นว่าจงใจจัดฉากเมคเรื่องราว ใน club friday the series ตอน "หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ" โดยเนื้อเรื่องอ้างเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ ที่เปิดเพจFB โดยนำรูปของ คุณแอร์ อีกคนหนึ่งมาใช้จนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่แท้จริงยังไม่มีการยืนยันว่าเพจดังกล่าวเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ จริงหรือไม่!?! เดือดร้อน เจ๊ฉอด ต้องเคลียร์พร้อมหลักฐาน โต้จัดฉาก!! ยืนยันรายการไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องเอง เพราะฟีดแบ็กดีอยู่แล้ว คอนเฟิร์ม คุณแอร์ เจ้าของเรื่องมีตัวตนจริง!!! เจ๊ฉอด เผยก่อนหน้านี้ยอมรับว่าตนสั่งเบรค คุณแอร์(เจ้าของเรื่อง) งดทำเพจเฟสบุ๊ค แต่ภายหลังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายดำเนินการจัดทำหรือไม่อย่างไร และใช้รูปคนอื่นแทนอาจเพราะไม่ต้องการเปิดเผยหน้าตาตัวเอง ปฏิเสธไม่ขอรับผิดชอบกรณีที่ คุณแอร์ (อ้างเป็นเจ้าของรูป) ออกมาเรียกร้องให้รายการรับผิดชอบที่ทำให้เสียชื่อเสียง วอนแฟนๆ รายการอย่าเหมารวมว่าคลับฟรายเดย์เป็นคนผิดในทุกๆ เรื่องที่กล่าวมา... "กับเรื่องที่เกิดขึ้นก็อย่างที่ทราบ คือคลับฟรายเดย์จะเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้คนฟังของเราโทรเข้ามา เพื่อเล่าเรื่องในประเด็นที่เราตั้งขึ้นมาในแต่ละวันศุกร์กับเรื่องราวที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในความรักความสัมพันธ์แล้วเราได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาตอบกันในรายการ โดนมีพี่ฉอดพี่อ้อยเป็นพิธีกร อาจจะมีคนฟังของเราที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ นานากันเข้ามา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราทำคลับฟรายเดย์กันมา9 ปี เกือบ 10 ปีแล้ว" "เพราะฉะนั้นมีเรื่องราวมากมายในแต่ละวันศุกร์ และผู้คนที่ส่งเรื่องและแสดงความคิดเห็นเยอะมาก เพราะเราเปิดโอกาสรับเรื่องในทุกๆ ด้านแล้วเราก็มีทีมงานที่จะคุยเพื่อเช็คความแน่ใจว่าคนที่โทรมานี้มีเรื่องราวอย่างไรและเรื่องราวเหล่านั้นมีประเด็นสำคัญอย่างไร วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของรายการคลับฟรายเดย์คือเรามีความตั้งใจที่จะให้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นเคสสตัสดี้ คือถ้ามันเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้น พี่อ้อยพี่ฉอดจะตอบว่าอะไร คนที่โทรศัพท์เข้ามาคุยในรายการจริงๆ มีจำนวนไม่เยอะ ศุกร์นึงประมาณ 10 สาย" "แต่คนที่ดูคนที่ฟังอยู่มีจำนวนมากมายที่เราคำนึงถึงว่าเขาจะสามารถเอาเรื่องราวเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตจริงของเขาได้อย่างไรอันนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้มีหลายๆ คนพยายามตั้งประเด็นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หลอกลวงอะไรต่างๆ นานาก็ตามพี่อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว โดยขบวนการของการโทรศัพท์เข้ามา มันไม่ใช่แค่ว่าโทรเข้ามาปุ๊บแล้วจะได้ออกอากาศเราก็มีกระบวนการในการกลั่นกรองพูดคุยจำนวนนึง" "แต่ยังไงก็ตามแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวมั้งหมดที่เข้ามามันจะต้องถูกคงตรวจสอบชนิดว่าเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น เนื่องมาจากว่าเราไม่ได้บอกว่ามันต้องเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น แต่เราสนใจว่ามันเป็นประเด็นที่มีประโยชน์กับคนฟังคนดูของเราหรือเปล่า อันนั้นคือประเด็นสำคัญที่สุด แต่ยังไงก็ตามแต่คนที่ทำงานตรงนี้ อย่างพี่ฉอดเองที่เป็นคนที่ทำรายการคลับฟรายเดย์มาเป็นสิบปี เราพอจะฟังจากการคุยอะไรต่างๆ นานาได้ว่าเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วเราคิดกันไปก่อนแล้วว่าเรื่องมันจริงหรือไม่จริง เราคิดกันก่อนที่เรื่องมันจะออกอากาศมาเสียอีกเราสกรีนกรั่นกรองกันมาก่อนแล้ว แต่อย่างที่บอกค่ะว่า เวลาเรามาเล่าเรื่องแบบนี้กันเรายังไม่สามารถบอกได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงร้อยเปอร์เซ็น" "เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นมุมมองของคนที่เล่า เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นอาจจะมีตัวละครหลายตัวก็จริง แต่คนที่โทรเข้ามาเขาเล่าในมุมมองของเขาเพราะฉะนั้นมันก็อาจจะเกิดการคลาดเคลื่อนเพราะว่ามองมุมไหนมันก็ต้องเป็นแบบที่มองในมุมของตัวเอง พอเรามาจับประเด็นกันว่ามันจริงหรือไม่จริงพี่ก็เลยรู้สึกว่าเราอย่าลืมวัตถุประสงค์หลักของรายการก่อน และถ้าถามว่ารายการจำเป็นต้องเมคไหม บอกได้เลยว่าไม่ขำเป็นเพราะเรื่องที่เข้ามาในทุกวันศุกร์มันมีเยอะมากแล้วออกอากาศจริงไม่ถึงสิบสาย" "ดังนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องเมค หลังจากเรื่องนี้ออกอากาศไปมันมีกระแสความรุนปรงของเรื่องนี้ออกมามากมายจนถึงวันนี้ก็ยังมีหลายคนที่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้แต่ประเด็นนี้ ถามว่าเรื่องนี้แรงไหม แรงค่ะ แต่มันมีเรื่องแรงกว่สนี้เกิดในสังคมเรามากมายถามว่าเรื่องราวของคุณแอร์มันประหลาดมหัศจรรย์ถึงขั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยไหมมันก็ไม่ใช่ มันเป็นเพียงเคสที่รุนแรงเคสหนึ่งเท่านั้นเอง "อย่างที่บอกว่าคุณแอร์ไม่ได้โทรเข้ามาเพื่ออยากดังหรืออยากออกอากาศ จริงๆ เขาไม่ได้พูดถึงการออกอากาศใดๆ เลย เขาส่งเรื่องของเขาเข้ามาทางเฟสบุ๊คของพี่อ้อย เพื่อปรึกษา ซึ่งเป็นงานปกติที่พี่ฉอดกับพี่อ้อยทำอยู่ทุกๆ วัน เพื่อปรึกษาเพื่อให้เราเป็นที่พึ่ง จะมีการคุยกันระหว่างคุณแอร์กับพี่อ้อยตั้งแต่วันที่ 3 มค. ที่ผ่านมา เขาเล่ามาว่าเรื่องเป็นอย่างไรแล้วพี่อ้อยก็ให้คำแนะนำต่างๆ อยู่ระยะเวลาหนึ่ง" "จนพี่อ้อยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ พี่อ้อยเลยมาคุยกับพี่ฉอดและทีมงานว่าเคสนี้น่าสนใจ เราติดใจตรงประเด็นที่ว่าคุณแอร์เขาเจอเหตุการณ์ขนาดนี้แล้วแต่เขาก็ไม่ทำแท้ง เขาไม่ฆ่าตัวตายเขาก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมา ได้เราติดใจตรงนี้ว่ามันน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่เจออะไรที่หนักหนาอยู่ตอนนี้ เราก็เลยโทรไปคุยกับน้องเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ และวันหนึ่งก็ได้เอาสายของน้องมาออกอากาศ นั้นเป็นขั้นตอนแรกในการนำเรื่องนี้ออกอากาศ" "หลังจากนั้นมาก็มีกระแสมากมาย จนถึงวันที่เราจะทำซีรี่ย์ ตอนนั้นเราเลือกเรื่องที่จะทำซีรี่ย์กันเราก็ยังคิดถึงประเด็นเดิมของคุณแอร์อยู่ว่าเรื่องนี้มันแรงแต่มันเป็นประโยชน์ เราเลยเลือกเรื่องนี้มาทำซีรี่ย์ เราจะมีการขออนุญาตคือให้พี่อ้อยส่งไปขออนุญาตน้องว่าจะเอาเรื่องของน้องมาทำเป็นซีรีย์ น้องยังส่งกลับมาว่า น้องขอถามพี่อ้อยตรงๆ ว่ามันจะดีไหมที่เอาเรื่องของน้องไปทำ เพราะน้องก็กังวล เพราะมันทีฟีตแบคทั้งดีและไม่ดีเข้ามา น้องยังกังวลว่าเอาเรื่องของแม่มาเล่าแบบนี้หลายคนบอกว่าไม่เหมาะสม" "จนถึงเรื่องที่เป็นประเด็นเรื่องของการเปิดเฟซบุ๊คที่มีรูปของคุณแอร์อีกคนหนึ่ง หรือการโอนเงินต่างๆ นานาก็ตาม คือหลังจากเรื่องราวได้ออกอากาศไปทางรายการยังมีโอกาสได้ติดต่อกับเจ้าของเรื่องอยู่ วันหนึ่งน้องแอร์ก็มาปรึกษาพี่อ้อยว่า เขาอยากเปิดหน้าเพจของตัวเอง ซึ่งพี่อ้อยก็ยังเตือนบอกน้องว่าจะดีเหรอ เพราะน้องบอกว่าอยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากยุ่งกับใคร น้องเขาบอกว่าเขาได้รับกระแสของคนที่เข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก เขารู้สึกว่าอยากสัมผัสกับกำลังใจเหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง" "พี่อ้อยยังเตือนว่า อันนี้แล้วแต่น้องนะคะ เพราะว่ากระแสที่เข้ามามันมีทั้งบวกและลบนะถ้าน้องไม่แข็งแรงพอ พี่อ้อยไม่เห็นด้วยนะ น้องบอกว่าอ๋อเหรอคะ งั้นหนูไม่เปิดดีกว่าไปปิดดีกว่า นั่นคือสิ่งที่เรารู้ เพราะเราคุยกับเขาได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่น้องเอารูปคุณแอร์อีกคนมาเป็นหน้าเพจตัวเอง จนกระทั่งมาถึงเรื่องว่าคุณแอร์มีจริงหรือเปล่า ส่วนตัวพี่เดาว่า น้องอาจไม่อยากเอาหน้าของตัวเองมา ก็เลยไปคว้าเอารูปของใครมาพี่เดาว่าอย่างนั้น อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ" "ส่วนน้องที่เป็นเจ้าของรูปที่ลุกขึ้นมาพูดหรือมึการโทรไปคุยกับคุณแอร์ตัวจริง เป็นสิ่งที่เราไม่ทราบมันเกินการควบคุมของพวกพี่ พี่ก็เลยไม่รู้ว่าต่อจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เพราะน้องแอร์ที่เป็นเจ้าของรูปพยายามเรียกร้องให้ทางรายการรับผิดชอบไม่งั้นจะฟ้อง พี่ก็ไปเช็คทางกฎหมาย จริงๆ แล้วการเปิดหน้าเฟซบุ๊คมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นพี่ไม่สามารถตามไปรับผิดชอบในสิ่งที่มันเกิดขึ้นตรงนั้นได้เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่พี่เอามาออกรายการ ส่วนอีกกรณีที่มีน้องผู้ชายเขาบอกว่าได้โอนเงินให้น้องแอร์ 6000 บาท และมีคลิปเสียงที่เขาคุยกัน สิ่งที่เรารู้คือ มีคนเยอะมากที่เข้ามาอยากจะติดต่อน้องแอร์ แต่โดยมารยาทแล้วทางกรีนเวฟไม่เคยให้การติดต่อใดๆ กับใคร" "สุดท้ายน้องผู้ชายก็ได้คุยกับน้องแอร์ เรามารู้เรื่องเพราะน้องแอร์มาคุยกับพี่อ้อยแล้วบอกพี่อ้อยว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเขามาคุยด้วยดีมากเลย พอดีหนูมีปัญหาเรื่องเงินเขาก็โอนเงินมาช่วย 6000 บาท พี่อ้อยก็ดูไปว่าอย่าทำอย่างนี้จะไปเอาเงินเขามาง่ายๆ ได้ยังไง เขาเลยบอกว่าถ้าทำงานได้จะเอาเงินไปใช้คืนนี่คือสิ่งที่เรารับรู้ พอวันนึงมีผู้ชายคนนี้ออกมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของเราแล้ว" "ส่วนใหญ่พี่อ้อยและทีมงานจะเป็นคนคุยกับคนที่เข้ามามากกว่าพี่ฉอด ในขั้นแรกน้องปฏิเสธว่าไม่ได้ทำกรณีเฟซบุ๊ค แต่พอหลังจากนั้นน้องมาโพสต์ข้อความขอโทษยอมรับว่าทำไปจริงๆ ที่สุดแล้วพี่อยากจะยืนยันในเจตนาของรายการก่อนว่าเราทำงานมาสิบปี ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นประโยชน์กับคนจำนวนเยอะมาก ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นพี่ว่ามันเกิดขึ้นจากตัวบุคคลไม่ใช่รายการ อยากจะบอกว่าไม่ต้องไปสืบที่ไหน อยากให้ลองมานั่งทำรายการกับพี่แล้วจะรู้ว่าเราทำงานยังไง" "สำหรับใครที่มีปัญหาจากผลพวงของเรื่องนี้พี่คงไม่สามารถไปรับผิดชอบเรื่องใดๆเพราะเราไม่เกี่ยว แต่พี่ยินดีช่วยเหลือถ้าน้องต้องการ แต่ไม่ใช่เรื่องการฟ้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ หลังจากนี้ถ้ามีใครอยากติดต่อกับเราขอให้เข้ามาเจอกันตัวเป็นๆ เราจะไม่รับจากการโทรหรือโซเชียลใดๆ อีกเรื่อง คือเรื่องของแม่ของน้องแอร์ คือแม่ติดต่อเข้ามาอยากติดต่อน้องแอร์ แต่รายการไม่ได้ให้การติดต่อใดๆ ไป และยื่นข้อเสนอให้พูดผ่านรายการ และก็เลยกลายเป็นว่าโดนโยงว่าเราสร้างเรื่องขึ้นมาอีก ก่อนจะให้สื่อสารกัน เราก็มีการเช็คกันว่าเป็นแม่จริงๆ แล้ว" "หลังจากนั้นถ้าเขาอยากติดต่อกันเขาคงติดต่อกันเอง เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้เราไม่รู้จะเมคขึ้นมาทำไม เพราะทุกคนไม่ได้อะไรจากการทำแบบนั้น คุณแม่ก็ไม่ได้ดังหรือก็ไม่ได้จะดูดีเท่าไหร่ หลังจากนี้ทางเราก็จะเดินหน้ากันต่อไปค่ะ เพราะการทำรายการของเราอยู่ที่เจตนาของรายการเรามากกว่าค่ะ" คุณฉอด สายทิพย์ กล่าว พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ คุณแอร์ เจ้าของรูป โพสต์ข้อความ

สมาคมเทควันโดเตรียมตั้งกรรมการสอบโค้ชเช
น้องก้อย รุ่งระวี /  น้องวิว / 

จากกรณีที่ น้องก้อยรุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดทีมชาติไทยวัย 23 ปี ออกมาโพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ถูก โค้ชเชหัวหน้าโค้ชเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ทำร้ายร่างกายหลังร่วมแข่งขันศึก โคเรีย โอเพ่น"ที่เกาหลีใต้ นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยังไม่มีโอกาสสอบถามกับโค้ชเชยองซอก โดยตรง เพราะยังต้องคุมแข่งขันในศึกโคเรียล โอเพ่น 2014 ต่อเนื่อง แต่เท่าที่ได้พูดคุยกับสตาฟฟ์โค้ชชาวไทย มีการลงโทษจริง โดยโค้ชเชมีลักษณะนิสัยเป็นคนทำอะไรจริงจังและทุ่มเทสุดๆ จึงรู้สึกเสียใจและมองว่านักกีฬาไม่ใส่ใจ ไม่มีความพร้อมเลย จึงเรียกมาว่ากล่าวตักเตือนและลงโทษตามสไตล์ของเขา เพราะกีฬาต่อสู้ต้อง|มีระเบียบวินัยและความกระตือรือร้นอยู่เสมอนายปรีกล่าว ขณะที่ น้องวิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงเหรียญทองแดงโอลิมปิก ออกมาปกป้องโค้ชเช ว่าเป็นเรื่องปกติของกีฬาเทควันโด อยู่แล้ว ที่ผู้หญิงเองบางทีก็ต้องซ้อมกับผู้ชาย เรื่องใช้กำลังจึงเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าน้องผิดจริงก็ถือเป็นบทลงโทษปกติ เมื่อก่อนรุ่นพี่ๆ ที่เคยทำผิดเคยโดนหนักกว่านี้ แต่ทุกคนรับได้ เพราะเข้าใจว่าโค้ชเชมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะให้นักกีฬาประสบความสำเร็จ” ข่าวที่เกี่ยวข้อง นักเทควันโด้สาวไทยแฉโดนโค้ชเชซ้อมขอเลิกเล่นทีมชาติ

อย่าช้าเดี๋ยวเสียของ!WBC เร่ง สามารถเล็ก ตรวจฟิตก่อนชิงแชมป์โลก
wbc /  ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ / 

ความคืบหน้า สามารถเล็ก ก่อเกียรติยิม รองแชมป์โลกชาวไทย ซึ่งจะเดินทางไปชิงแชมป์ไลต์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) กับ นาโอยะ อิโนอูเอะ เจ้าของตำแหน่งชาวญี่ปุ่น ที่โยโยกิ ยิมเนเซียม ในนครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 5 ก.ย.นี้ พร้อมถ่ายทอดสดช่อง 7 สี เวลา 17.00-18.00 น. ล่าสุด นายสุรพจน์ พงษ์จิวานิช ตัวแทนสภามวยโลก และกรรมการจัดอันดับ สภามวยแห่งเอเชีย แจ้งว่า สามารถเล็ก ยังไม่ได้ส่งรายงานตรวจร่างกายตามกฏของสภามวยโลก ที่จะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการชก 1 สัปดาห์ ซึ่งตนได้สอบถามไปยังทีมงานฝ่ายต่างประเทศของ "เสี่ยโก้" ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ได้รับคำตอบจากทีมงานว่า ไม่มีเวลา แต่จะพา สามารถเล็ก ไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันที่ 27 ส.ค.นี้ นายสุรพจน์แจ้งว่า ตามกฏนั้นหากล่าช้าจะต้องถูกปรับเป็นเงิน 1,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นบาท) ให้แก่สภามวยโลก มิฉนั้นอาจถูกระงับการขึ้นชิงแชมป์โลกเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามทางคณะผู้ท้าชิงชาวไทย จะออกเดินทางในวันที่ 29 ส.ค.นี้ สำหรับรายการดังกล่าว คู่เอก อากีร่า ยาอิกาชิ จะป้องกันแชมป์ฟลายเวต WBC กับ โรมัน กอนซาเลซ นอกจากนี้ในรายการยังมีนักชกไทย เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม อดีตแชมป์โลกชาวไทย อุ่นเครื่องกับ เรียว มัตซูโมโต้ ดาวรุ่งญี่ปุ่น และธนะชัย ส.สยามชัย พบ ทาคูยะ อิโนอูเอะ ประกอบรายการอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : เฟสบุ๊ค สามารถเล็ก ก่อเกียรติยิม (คนดีที่โลกลืม)

ไก่ ปิดFB หลังป้อนเบอร์เกอร์ลูกถูกด่าเละ!
ไก่ มีสุข /  น้องนามรูป / 

ทำเอาคุณแม่ลูกอ่อนถึงกับปิดเฟสบุ๊คแบบถาวรซะเลย! สำหรับพิธีกรสาวคนเก่ง ไก่ มีสุข ที่โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมในการเลี้ยงลูกน้อยตัววัย 4 เดือน โดยเธอโพสต์รูปขณะป้อนอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างแฮมเบอร์เกอร์ให้ลูกสาวสุดเลิฟ น้องนามรูป ซึ่งหลังจากที่เธออัพภาพลูกตัวน้อยไม่นาน ก็มีชาวเน็ตเข้ามากระหน่ำคอมเม้นท์ต่อว่าเธออย่างแรง จนเธอต้องโพสต์ข้อความระบายผ่านทางเฟสบุ๊คมาดังนี้.. ไก่ มีสุข โพสต์ภาพข้อความระบายผ่านเฟสบุ๊ค น้องนามรูป น้องนามรูป น้องนามรูป แม่ไก่ มีสุข - น้องนามรูป พ่อคิม - น้องนามรูป แม่ไก่ - พ่อคิม - น้องนามรูป

วงการบอลไทยงามหน้า!แมตช์คอมฯ ผลักอกแฟน สงขลา ล้มเอ็นเข่าฉีก
งามหน้า /  ประธานเชียร์ Thai Power & วัวชนบางกอก / 

เกิดเรื่องงามหน้าในวงการฟุตบอลไทยอีกแล้ว หลังจากมีเฟสบุ๊คแฟนบอล วัวชนแดนใต้ สงขลา ยูไนเต็ด ได้โพสข้อความหลังจบเกม คู่ระหว่าง ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี กับ สงขลา ยูไนเต็ด ซึ่งหลังจบเกม ผู้ควบคุมการแข่งขัน หรือ แมตช์คอมมิชชันเนอร์ ได้เดินมาผลักอกแฟนบอล ซึ่งเป็นประธานเชียร์ Thai Power & วัวชนบางกอก บาดเจ็บ ล้มหงายไปกองกับพื้น หลังรับไม่ได้ที่โดนชูเสื้อ "แฟนบอลไม่ใช่ควาย เชียร์ฟุตบอลไทย ไม่ได้เชียร์สมาคมฯ" ทำให้แฟนบอลคนที่โดนผลักล้มได้รับบาดเจ็บเข่าแผลเดิม เอ็นหัวเข่าฉีก จากภาพจะเห็นได้ว่าทีมแพทย์ประจำทีมสงขลา ยูไนเต็ด และนักฟุตบอล รวมถึงเพื่อนแฟนบอลช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะอุ้มแฟนบอลคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง เครดิตคุณ Ruud @ Cheerthai Power open group