เฟสบุ๊ค

ออม ยัน! ไม่เคยตื๊อ แย่งทายาทโรงหนัง!!
ออม สุชาร์ /  ออม สุชาร์ แย่งผู้ชาย

ดาราสาว ออม สุชาร์ เผยรู้สึกตกใจ! หลังเจอมือดีตั้งเฟสบุ๊คขึ้นมาแฉ! แย่งผู้ชาย ซึ่งเป็นทายาทโรงภาพยนตร์ชื่อดัง โดยสาวออมยันข้อมูลในเฟสบุ๊คดังกล่าวไม่ใช่ความจริง แจงไม่รู้จักทั้งตัวคนปล่อยข่าวและหนุ่มที่ถูกพาดพิง ไม่คิดหาต้นตอหรือฟ้องร้อง คาดอาจเป็นผลจากการไปมีกระแสข่าวกับพระเอกคู่จิ้น ไมค์ พิรัชต์ "ตกใจนะคะ แต่เรารู้สึกว่าได้ไงอ่ะ เพราะว่าหนึ่งออมไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นเลย แล้วต้องถามว่าเจ้าของ SF เนี่ยใคร ชื่ออะไร แล้วคือหลักฐานแค่ในเฟสบุ๊คเนี่ยมันก็ไม่ได้อะไร แล้วอีกอย่างออมก็ไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คด้วยค่ะ คือไม่จริงเลยน่ะ ในนั้นไม่มีความจริงเลยแม้แต่ 1% จริงๆ เราก็รู้จักทางผู้บริหารประมาณนึงเพราะว่าเราทำงานในวงการหนังน่ะค่ะ เวลาเราไปร่วมงานเราก็จะจเอป้ากบ เจอน้องบอส คือไม่ได้มีอาการจีบกันหรืออะไรเลยค่ะ เรางงมากเลย" "ตอนแรกเราก็เฮ้ยคิดได้ไง แต่ว่าเราไม่ได้เครียด หนึ่งออมบริสุทธิ์ใจแล้วออมไม่ได้ทำอะไรผิดเลย คือข้อมูลที่เขาให้มาออมยังงงอยู่เลยว่าเขาคิดได้ยังไง หรือว่าเขาแค่สร้าง contents ในชีวิตเขาเอง แล้วก็เราเป็นตัวละครที่เขาแบบใส่ชื่อลงไปอย่างนี้ค่ะ ไม่เคลียร์ค่ะ ไม่รู้จักเลย ไม่ยุ่งเลย ไม่ฟ้องค่ะ ไม่ยุ่งเลยค่ะ หาตัวคนฟ้อง ไม่หาค่ะ เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรกับชีวิตเราเลยค่ะ" "ออมก็งงเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเรา เพราะว่าก็สมมติถ้าเขาอยากจะว่าใครอย่างนี้ คือดารามันเยอะมากน่ะค่ะ เขาอาจจะแบบเอา ออม สุชาร์ แล้วกันอะไรอย่างนี้ อาจเป็นเพราะกระแสเป็นข่าวกับไมค์ คนไม่พอใจด้วยไหม ก็อาจจะเป็นไปได้หลายอย่างค่ะ เพราะว่าเขาก็จั่วหัวมาว่านางเอกของ ไมค์ พิรัชต์ ตัว อ. ซึ่งตอนนี้มีอยู่คนเดียว ก็เลยแบบอาจจะตัวจั่วหัวเนี่ยทำให้เป็นกระแสของตัวเขาเองหรือเปล่าอันนี้เราก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่ว่าล่าสุดที่ได้ข่าวมาเขาก็ปิดเฟสบุ๊คไปแล้วด้วยค่ะ" ออม กล่าว ออม สุชาร์ ออม สุชาร์ ออม สุชาร์ ออม สุชาร์ โดนแฉ แย่งผู้ชาย ออม สุชาร์ โดนแฉ แย่งผู้ชาย

เชิญชม 7 สุดยอดหนังทรงคุณค่าใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งแรกในประเทศไทย
Little Toys /  Maud Nelissen / 

หากมองในปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีทางภาพยนตร์ก้าวไกลไปมาก ทั้งระบบเสียง ระบบฉาย 3D 4Dx และอื่นๆอลังการล้านแปด! จนถ้ามีใครสักคนพูดถึง "หนังเงียบ" ขึ้นมา ก็อาจถึงกับมึนงงกันว่า มันคืออะไรเรอะ?! แต่คุณผู้ชมทราบไหมครับว่า สิ่งนี้คือรากฐานอันแข็งแรง และสำคัญอย่างมากของวงการภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ ถึงคุณผู้ชมจะเกิดไม่ทัน ดูหนังเงียบกันแบบสดๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะหลังจากทั่วโลกมีไปหลายต่อหลายรอบแล้ว ในครั้งนี้  หอภาพยนตร์จะมานำหนังเงียบทรงคุณค่า มาเสิร์ฟให้ถึงที่ใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของการก่อตั้งหอภาพยนตร์ ขึ้นมาในประเทศไทย หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้รับการสนับสนุนจากบริติช เคาน์ซิล ประเทศไทย ได้จัด เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งที่ ๑ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสชมหนังเงียบชั้นดีระดับโลก ประกอบเสียงดนตรีอันไพเราะแบบสดๆ จากนักเปียโน ที่เล่นเปียโนเพื่อประกอบภาพยนตร์เงียบโดยเฉพาะ โดยในงานนี้ ได้คัดสรรภาพยนตร์ที่โดดเด่น 7 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผลงานของผู้กำกับชั้นครู อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก ถึง 3 เรื่อง ได้แก่ The Pleasure Garden  (2468) ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ ฮิตช์ค็อก, The Ring (2470) และ The Lodger (2470) และยังมีผลงานการแสดง ของนักแสดงหนังเงียบชื่อดัง Louise Brooks เรื่อง Prix de Beaute (2473)  อีกทั้งภาพยนตร์เงียบทางฝั่งเอเชีย จะจัดฉายเรื่อง The Little Toys (2476) จากประเทศจีน ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้อย ภาพยนตร์จีนทีดี่ที่สุด ซึ่งจัดโดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง และอีกหนึ่งไฮไลท์ คือนักเปียโนที่จะมาเล่นประกอบ โดยหอภาพยนตร์ได้รับเกียรติจาก Maud Nelissen นักเปียโนชาวเนเธอร์แลนด์ และ Mie Yanashita นักเปียโนชาวญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองเป็นนักเปียโนประกอบภาพยนตร์เงียบระดับโลก และเคยแสดงฝีมือมาแล้วทั่วโลก รวมถึงในเทศกาลภาพยนตร์เงียบที่เมืองโพดิโอเน (Pordenone Silent Film Festival) ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์เงียบที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่พิเศษสุดๆ หอภาพยนตร์ ได้ทาบทามวาทยกรและนักเปียโนชื่อดังของไทย ทฤษฎี ณ พัทลุง มาเล่นดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Lodger ในรอบปิดเทศกาลอีกด้วย ร่วมรับชมหนังเงียบทรงคุณค่าได้ใน เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งที่ ๑ ในระหว่างวันที่  7 – 12 ส.ค. 2557 ณ โรงภาพยนตร์ลิโด และ วันที่ 13 ส.ค. ๒๕๕๗ ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า โดยมีตารางการฉายดังต่อไปนี้ วันที่ 7- 12 ส.ค. ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ ๒  (ราคา 100 บาททุกที่นั่ง) 7 ส.ค. เวลา 20.00 น. - The Pleasure Garden* 8 ส.ค. เวลา 20.00 น.-  The Ring** 9 ส.ค. เวลา 12.00 น. - The Water Magician** / 14.00 น. - สนทนาเรื่องการแสดงดนตรีประกอบภาพยนตร์เงียบกับ Mie Yanashita และ Maud Nelissen (ไม่เสียค่าใช้จ่าย มีล่ามแปลภาษาไทย) /16.00 น. - Prix de Beauté */ 18.00 น. -  Little Toys ** / 20.00 น. - Nerven * 10 ส.ค. เวลา 12.00 น. - The Pleasure Garden** / 14.00 น. - บรรยาย เรื่อง "The Silent Hitchcock" โดย ศาสตราจารย์ Charles Barr (ไม่เสียค่าใช้จ่าย มีล่ามแปลภาษาไทย) / 16.00 น. - The Ring * / 18.00 น. -  Nerven ** / 20.00 น. Little Toys * 11 ส.ค. เวลา 20.00 น. - Prix de Beauté * 12 ส.ค. เวลา 20.00 น. - The Water Magician * และวันที่ 13 .ส.ค. ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า (ราคา500 บาททุกที่นั่ง) 13 ส.ค. เวลา 20.00 น. - The Lodger และแสดงดนตรีประกอบโดย ทฤษฏี ณ พัทลุง *แสดงดนตรีประกอบโดย Maud Nelissen **แสดงดนตรีประกอบโดย Mie Yanashita ภาพยนตร์ทุกเรื่องมีคำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยคุณผู้ชม สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ เทศกาลภาพยนตร์เงียบ ครั้งที่ ๑ ได้ที่เฟสบุ๊ค The Silent Film Festival in Thailand และรับชมการสัมภาษณ์ คุณสัณห์ชัย โชติรสเศรณี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ ถึงการจัดเทศกาลหนังหายากเอาใจคอหนังชาวไทยในครั้งนี้ ได้ทางรายการ Entertainment Now ช่อง Mono29 ที่คลิปด้านล่างนี้ได้เลย --------------------------------------

อันซีน! เที่ยวเขาไข่นุ้ย ทะเลหมอกอันดามัน จ.พังงา
unseen /  ทะเลหมอกอันดามัน / 

ใครๆ ก็บอกว่า "อยากชมทะเลหมอก ต้องขึ้นดอยสูงทางภาคเหนือ ไม่ก็ภาคตะวันตก" แต่นักท่องเที่ยวบางคนลืมไปว่า ทางใต้ก็มีทะลหมอกให้ยลได้เหมือนที่อื่นๆ เช่นกัน อย่างเช่น "เขาไข่นุ้ย” หรือ "ภูไข่นุ้ย" จังหวัดพังงา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 200 เมตร ความสูงกำลังพอดีให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามในหน้าฝนและหนาวแบบไม่ต้องออกแรงมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพังงา ที่รอให้นักท่องเที่ยวมาเยือน... อันซัน! เที่ยวเขาไข่นุ้ย ทะเลหมอกอันดามัน จ.พังงา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันผลักดันให้ เขาไข่นุ้ย เป็นจุดชมทะเลหมอกของภาคใต้ ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยเพราะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน หากจะเดินทางมาชมทะหมอกแนะนำให้มาในช่วงที่มีคลื่นลมทะเลสงบเท่านั้น นักท่องเที่ยวถึงจะได้เห็นปุยขาวของทะเลหมอกบนเขาไข่นุ้ยแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เขาไข่นุ้ย ยังมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ดอยหรือภูทางตอนบนของประเทศ หรือที่อื่นๆ เลย นั่นคือความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ของทะเลอันดามัน และวิวทิวเขาเรียงรายสวยงามโดดเด่นจนเห็นได้ชัด แถมมีอากาศเย็นสบายคล้ายภาคเหนือ จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตั้งเต้นท์ เพื่อรอชมงามของสถานที่สุดโรแมนติกแห่งนี้ ช่วงเวลาการชมทะเลหมอก ตลอดทั้งปี (ทะเลต้องมีคลื่นลมสงบ) การเดินทาง การขึ้นไปชมทะเลหมอกนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องใช้รถโฟว์วิลปีนป่ายไปบนถนนลูกรัง ผ่านสวนยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่ จนไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาจะเป็นลักษณะลานโล่งประมาณ 100 ตารางเมตร สามารถกางเต้นท์พักแรมได้ หรือ จะใช้บริการรถของชุมชน โดยนักท่องเที่ยวต้องมาเปลี่ยนรถที่ อบต. แล้วเดินทางด้วยรถโฟล์วิลขึ้นสู่ยอดเขา ในอัตราค่ารถขึ้น-ลงคนละ 100 บาท หรือหากเหมาคิดคันละ 500 บาท นั่งได้ 6 คน ภาพ : คุณ Arkhom Deeang สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมะพร้าว โทร. 076-445-217-8 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โทร.0-7648-1900-2 ขอบคุณข้อมูลและภาพ : เฟสบุ๊ค Wonderful.Phangnga / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เช็คความเข้าใจกฏการเตรียมตัวก่อนลงสนามแข่ง เทควันโด
ก้อย รุ่งระวี ขุระสะ /  ถูกซ้อม / 

หลังจากได้ชมบทสัมภาษณ์ของ โค้ชเช ยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬา เทควันโด ทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ ผ่านทางรายเรื่องเล่าเช้านี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากเกิดกรณีปัญหากับ น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยที่ออกมาเปิดเผยผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าว่าถูก โค้ชเช ลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุถึงขั้นทำร้ายร่างกาย โดยใจความสำคัญจากปากของโค้ชเช คือ การลงโทษนั้นเพื่อเป็นการฝึกให้น้องก้อยมีระเบียบวินัยมากกว่านี้และเข้มแข็งขึ้นใจสู้ เพราะน้องเป็นนักกีฬาที่ฝีมือดีและเป็นตัวความหวังคว้าเหรียญในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ปูซาน แต่จากทัวร์นาเม้นท์ล่าสุดน้องก้อยยังขาดระเบียบวินัยที่เป็นหัวใจหลักของการฝึกสอนของโค้ชเช นอกจากนี้ โค้ชเช ยังเผยอีกว่าด้วยประสบการณ์การติดทีมชาติของน้องก้อยที่ยังน้อยเพียง 4 เดือน อาจจะทำให้น้องก้อยยังไม่เข้าใจระบบการแข่งขันที่ชัดเจนมากนัก ประกอบกับยังขาดความตั้งใจอยู่ ส่วนเหตุผลหลักที่ทำให้น้องก้อยโดนลงโทษคือ การลงแข่งขันที่ล่าช้า นั้นเป็นเพราะน้องขาดสมาธิ ไม่มีความพร้อมและไม่เข้าใจกฎระเบียบของการแข่งขันที่ชัดเจน กฎระเบียบการเตรียมตัวก่อนลงสนามแข่งเทควันโด ข้อที่ 1 การเรียกผู้แข่งขัน : ชื่อของผู้เข้าแข่งขันจะถูกประกาศ 3 ครั้ง ที่โต๊ะประกาศรายชื่อนักกีฬา โดยเริ่มตั้งแต่ 30 นาทีก่อนเข้าสู่กำหนดการต่อสู้ ข้อที่ 2 ตรวจสอบร่างกาย เสื้อผ้า และอุปกรณ์ของนักกีฬา : หลังจากนักกีฬาถูกเรียกชื่อ นักกีฬาต้องไปให้ตรวจสอบที่โต๊ะของผู้ตรวจสอบซึ่งแต่ตั้งโดยสมาคมเทควันโดโลก และนักกีฬาห้ามแสดงพฤติกรรมไม่พอใจ และห้ามใส่อุปกรณ์ที่จะทำให้นักแข่งรายอื่นได้รับอันตราย ข้อที่ 3 การเข้าสู่พื้นที่การต่อสู้ : หลังจากนักกีฬาได้รับการตรวจสอบแล้วจะต้องเข้าไปสู่พื้นที่โค้ช พร้อมโค้ชหนึ่งคน และทีมงานแพทย์หนึ่งคน นั่นเท่ากับว่า น้องก้อย มีเวลาถึง 30 นาทีก่อนเริ่มการแข่งขันที่จะตรวจสอบความพร้อมของตัวเอง ถ้าน้องก้อยตั้งใจจริงยังไงก็ต้องบริหารจัดการเวลาให้พร้อมลงแข่งได้ เพราะกฏระเบียบที่มีความแน่นอนอยู่แล้ว นักกีฬาไม่สามารถโทษคนอื่นได้นอกจากตัวเองเลย สรุปแล้วการลงโทษของโค้ชเชก็เพื่อนักกีฬามีระเบียบวินัยความเป็นมืออาชีพนั้นเอง เครคิดข้อมูล : http://pantip.com/topic/32343320 และ http://www.worldtaekwondofederation.net/rules-and-documents

ร่วมสนุก ลุ้นใกล้ชิด “ลี มิน โฮ” ภายใต้กิจกรรมของ เคียวโชน แบรนด์ไก่ทอดยอดนิยมอันดับ 1 จากเกาหลี
ลี มิน โฮ /  เคียวโชน

Open the world to a new flavor with LEE MIN HO ร่วมสนุก ลุ้นใกล้ชิด “ลี มิน โฮ”  เคียวโชน แบรนด์ไก่ทอดยอดนิยมอันดับ 1 จากเกาหลี เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ “Open the world to a new flavor with LEE MIN HO” ร่วมสนุก ลุ้นใกล้ชิด ลี มิน โฮ ซุปเปอร์สตาร์เกาหลีระดับแนวหน้าของเอเชีย กับกิจกรรมพิเศษ เฉพาะสำหรับลูกค้า “เคียวโชน” ลุ้นเป็นผู้โชคดีเข้าร่วมงานเปิดตัว "เคียวโชน" แบรนด์ไก่ทอดยอดนิยมอันดับ 1 จากเกาหลี และถ่ายภาพร่วมกับ “ลี มิน โฮ” พร้อมสนุกสนานไปกับกิจกรรมแฟนพันธุ์แท้ เคียวโชนและรับของที่ระลึก ในวันที่ 13 กันยายน 2557 ณ ห้างสรรพสินค้า MBK Center กิจกรรมคัดเลือกผู้โชคดีมีตั้งแต่ วันนี้ - 22 สิงหาคม 2557 ผ่าน 2 ช่องทางร่วมสนุก ได้แก่ กิจกรรมช่องทางที่ 1 ใบเสร็จชิงโชค เพียงนำใบเสร็จรับเงินมูลค่า 500 บาทขึ้นไป เขียนชื่อ-สกุล, ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อให้ชัดเจนที่ด้านหลัง นำใส่กล่องรับใบเสร็จที่หน้าร้าน ได้ทั้งสาขาสุขุมวิท พลาซ่า (Sukhumvit Plaza Branch), สาขาแฟชั่น ไอส์แลนด์ (Fashion Island Branch) หรือ สาขาเดอะ พาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง (The Paseo Town Branch) ลุ้นเป็น 1 ใน 9 ผู้โชคดี กระทบไหล่ ลี มิน โฮ โดยประกาศรายชื่อในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2557 ที่ เคียวโชน สาขา เดอะ พาซิโอ ทาวน์ (The Paseo Town Branch) กิจกรรมช่องทางที่ 2 โพสภาพเมนูเคียวโชนบน Facebook เลือกโพสภาพเมนูอาหารของ เคียวโชน ไม่จำกัดจำนวน เมื่อมารับประทานอาหารที่เคียวโชน สาขาใดก็ได้ มายังเฟสบุ๊ค KyochonThailand พร้อมพิมพ์ข้อความกำกับใต้ภาพว่า “ร่วมสนุกลุ้นใกล้ชิดกับลีมินโฮ” ให้ครบถ้วน รูปที่มียอดกด Like มากที่สุด 6 อันดับแรก จะได้รับสิทธิพิเศษเป็นผู้โชคดีเข้าร่วมงานใกล้ชิด ซุปเปอร์สตาร์ตัวจริงเสียงจริง “ลี มิน โฮ” ประกาศผลผู้โชคดีทั้ง 2 ช่องทาง ผ่านทาง www.facebook.com/KyochonThailand ในวันที่ 26 สิงหาคม 2557 และติดตามการเคลื่อนไหวของกิจกรรมทั้งหมดได้โดยกด Like เฟสบุ๊ค www.facebook.com/KyochonThailand ร่วมแชร์ประสบการณ์ความอร่อยของเคียวโชน แบรนด์ไก่ทอดอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี เพิ่มเติมได้ที่ www.kyochon.co.th https://www.facebook.com/KyochonThailand

วัยรุ่นฮ่องกง อาบน้ำสุนัขด้วยเครื่องซักผ้า
ทารุนกรรมสัตว์ /  วัยรุ่นฮ่องกง / 

ตำรวจฮ่องกงตั้งข้อหาหนุ่มอาบน้ำสุนัขด้วยเครื่องซักผ้า แล้วถ่ายภาพเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ค ผู้ใช้เฟซบุ๊คในบัญชีชื่อ "แจ็คกี้ โล" ได้เผยแพร่ภาพสุนัขของตนเองที่กำลังตะกายออกมาจากเครื่องซักผ้า และพยายามว่ายเกาะขอบเครื่องซักผ้า เพื่อเอาจมูกให้อยู่เหนือระดับน้ำ ขณะที่เครื่องซักผ้ากำลังทำงาน โดยนำภาพออกเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ค และได้โพสต์ข้อความว่า "วิธีการอาบน้ำสุนัขที่รวดเร็วที่สุด" โฆษกตำรวจอ่องกงกล่าวว่าภาพดังกล่าวที่ถูกนำขึ้นเฟซบุ๊คแสดงถึงสัตว์ที่กำลังถูกทรมาน และนับเป็นคดีการทรมานสัตว์ที่รุนแรง โดยตำรวจฮ่องกงตั้งข้อหาทรมานสัตว์ต่อชายเจ้าของสุนัขที่นำสุนัขไปอาบน้ำในเครื่องซักผ้า แล้วถ่ายภาพเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ค และกำลังสืบสวนคดีนี้อยู่ ภาพ อาบน้ำสุนัขด้วยเครื่องซักผ้า หลังจากการโพส มีผู้ใช้เฟสบุ๊คหลายคนต่างแสดงความกังวล และมีการโพสถามนายแจ็คกี้ โล ด้วยความเป็นห่วงหลายคอมเม้นด้วยกัน เช่น สุนัขเสียชีวิตหรือไม่ นายแจ็คกี้ โล ก็ตอบกลับไปว่า "ตายแล้วคุณอยากจะเห็น(ศพ) ไหมละ" และมีผู้ใช้อื่นถามว่า เขาไม่กลัวหรอ สิ่งที่เขาทำมันคือการทรมานสัตว์ นายแจ็คกี้ โล กลับตอบกลับว่า "แล้วไง เขาไม่แคร์ คนทำร้ายเขายังไม่แคร์เลย นับประสาอะไรกับหมาแมว" พร้อมพูดว่า "จะทำอะไรฉันได้" ซึ่งหลังจากการเผยแพร่นั้น มีการเรียกร้องให้ทางการดำเนินคดีต่อเจ้าของภาพที่โพสท์ขึ้นออนไลน์ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และ ได้กลายเป็นกระแสต่อต้านการทรมานสัตว์อย่างรุนแรง โดยมีผู้ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ทางการจัดการกับผู้กระทำความผิดนี้มากถึง 20,000 รายชื่อ โดยกฏหมายของฮ่องกงระบุว่าการทรมานสัตว์จะมีโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี และ ปรับเงิน 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1 ล้านบาท) MThai News  

ลงดาบแบน4นัด2ไลน์แมนเกม แบงค็อก พ่าย เชียงราย(คลิป)
Bangkok United FC /  คณะกรรมการแต่งตั้ง และติดตามประเมินผลผู้ตัดสิน / 

คณะกรรมการแต่งตั้ง และติดตามประเมินผลผู้ตัดสินได้มีมติลงโทษ นิรุตม์ เรืองศรีชาติ  และเรืองศักดิ์ หนูเผือก ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเกมที่ แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ เชียงราย ยูไนเต็ด 0-3 เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ห้ามทำหน้าที่ 4 นัดจากความผิดพลาดในการตัดสิน โดยเฟสบุ๊คแฟนเพจของสโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด “Bangkok United FC” รายงานว่า ผลการพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินนัดที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปเยือน เชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ทางคณะกรรมการแต่งตั้งและติดตามประเมินผลผู้ตัดสิน พิจารณาแล้วว่าผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 (นายนิรุตม์ เรืองศรีชาติ) และผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 (นายเรืองศักดิ์ หนูเผือก) อยู่ในตำแหน่งการมองเห็นการเล่นไม่ชัดเจน และบกพร่องจากการทาหน้าที่จริงซึ่งคณะกรรมการฯตัดสินให้ นายนิรุตม์ เรืองศรีชาติ และนายเรืองศักดิ์ หนูเผือก หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ตัดสินจำนวน 4 นัด" ขอบคุณภาพจาก : เฟสบุ๊คแฟนเพจของสโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด “Bangkok United FC”

ซาบีน่า คูลทีน แนะวัยทีนสู่การเป็นนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ หัวใจอีโค่
กิจกรรมวัยรุ่น /  ซาบีน่า

ซาบีน่า คูลทีน แนะวัยทีนสู่การเป็นนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ หัวใจอีโค่...พร้อมปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้องช่วยกันบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์คุณภาพตั้งแต่วัยทีน…พราะวัยทีน ถือเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ ที่กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม อารมณ์ และความคิด เด็กในวัยนี้จึงได้รับการส่งเสริมให้มีการแสดงออก และการส่งเสริมศักยภาพทางความคิดผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตอันแสนสนุก ซาบีน่า จึงขออาสาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้น้องๆ ได้ใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์ ด้วยการสร้างจิตสำนึกเรื่องรักษ์โลกและห่วงใยสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกฝังเยาวชนให้มีหัวใจนักอนุรักษ์ตั้งแต่วัยทีน ซาบีน่า คูลทีน แนะวัยทีนสู่การเป็นนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ หัวใจอีโค่ วัยทีนยุคใหม่ หัวใจอีโค่ (Eco Friendly) นางสาวญาณิกา โสภาอัศวภรณ์ ซาบีน่า บรา แอดไวเซอร์ กล่าวว่า “ช่วงแห่งวัยที่เหมาะสมในการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ วัยทีน ที่มีช่วงอายุระหว่าง 13-15 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสรีระร่างกาย เริ่มจากการมีฐานหน้าอกและทรวดทรงที่เริ่มขยายออก เอวเริ่มคอด สะโพกเริ่มผาย มีสรีระโค้งเว้าชัดเจนมากขึ้น และมีส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายกระฉับกระเฉง มีความคล่องแคล่วมาก น้องๆ วัยรุ่นจึงมีพละกำลังที่เต็มเปี่ยม ในการเริ่มต้นทำกิจกรรมหรือสร้างพฤติกรรมอันเป็นประโยชน์ได้มากกว่าวัยอื่น นอกจากนี้วัยทีนยังมีความเปลี่ยนแปลงด้านสติอารมณ์ค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นวัยที่ฮอร์โมนกำลังพุ่งพล่าน และมักมีความสามารถในการเรียนรู้ ซึมซับและเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ได้รวดเร็ว ตลอดจนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ได้มากกว่าวัยเด็กอีกด้วย ซาบีน่า ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของวัยทีน จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของน้องๆ พร้อมผลักดันการสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมมาโดยตลอด ในปีนี้ซาบีน่าได้เน้นย้ำในการสร้างจิตสำนึกเรื่องรักษ์โลกและห่วงใยสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “วัยทีนยุคใหม่ หัวใจอีโค่ (Eco Friendly)” เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีหัวใจนักอนุรักษ์ตั้งแต่วัยทีน จนเกิดการปฏิบัติจนเป็นติดนิสัยและเติบโตไปเป็นนักอนุรักษ์ในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยซาบีน่าได้จัดกิจกรรมคูลทีน สคูลทัวร์ ที่ยกขบวนทีมงานไปมอบความรู้และความสนุกสนานให้กับน้องๆ วัยทีนในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้สาวๆ วัยใส ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมต้น มาร่วมทำความดีเพื่อโลกสีเขียว ด้วยการแสดงพลังความคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ โดยการแชร์ไอเดียแบบคูล คูล ผ่านกิจกรรมประกวดคำคมรักษ์โลก “Sabina Cool Teen Eco Friendly Epigram Contest” ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “วัยทีนยุคใหม่ หัวใจ Eco” ผ่านเฟสบุ๊คแฟนเพจ We are Cool Teen ชิงทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 75,000 บาทอีกด้วย นางสาวญาณิกา กล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ ซาบีน่า ยังได้พัฒนาและออกแบบชุดชั้นใน “ซาบีน่า คูล ทีน - อีโค่ เฟรนด์ลี่” เพื่อให้ตอบรับกับร่างกายและสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปของเด็กผู้หญิงที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทีน ที่มาพร้อมกับดีไซน์การ์ตูนน่ารักสดใส ที่ปลูกฝังให้น้องๆ วัยรุ่นยุคใหม่มีหัวใจนักอนุรักษ์ เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญของการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งน้องๆ ในวัยนี้ควรเริ่มจากการเลือกชุดชั้นในให้เหมาะสมกับสรีระ โดยอาจเลือกใส่ บราแบบมีโครงที่จะช่วยรองรับฐานทรงที่ขยายตัวตามวัย ส่วนกางเกงชั้นใน ควรเลือกสวมใส่ให้ถูกต้องตามไซส์ ไม่รัดจนเกินไป และควรเลือกเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายให้ความนุ่มลื่น และควรสวมกางเกงขาสั้นทับอีกชั้นก็จะช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วให้กับน้องๆ วัยแรกสาวที่ต้องทำกิจกรรมตลอดทั้งวันได้สนุกสดใสสมวัยได้อย่างไร้กังวล” หว่านเมล็ดพันธุ์นักอนุรักษ์ ต้องเริ่มจากวัยทีน ผศ.ดร. พรรณระพี สุทธิวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกฝังวัยทีนให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมว่า “การสร้างการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม หรือการเปิดมุมมองให้วัยทีนตระหนักถึงการห่วงใยสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้สาวน้อยทั้งหลายตั้งแต่วัยเริ่มต้นก่อนการก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ได้เบี่ยงเบนความสนใจจากการหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่แต่เรื่องราวของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กสาววัยนี้ ไปสู่ความสนใจเรื่องอื่นๆ รอบตัวในเชิงสร้างสรรค์สังคมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาการทางด้านสติอารมณ์ สังคม ตลอดจนความคิด ที่จะช่วยเปลี่ยนภาวะความรุนแรงสับสนทางพฤติกรรม (ภาวะ Stress and Storm) ให้กลายเป็นแรงผลักดันเชิงบวกในการทำสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมแทน” สำหรับวัยแรกสาวอาจเริ่มเรียนรู้วิธีการอีโค่แบบง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานทุกรูปแบบที่ใช้ในบ้านและโรงเรียน เช่น การปิดสวิตซ์ไฟ พัดลม เครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือห้องเรียน การลดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เช่น เดินทางไปโรงเรียนทางเดียวกันไปด้วยกัน ลดปริมาณการใช้กระดาษ ถุงพลาสติกและโฟม โดยหันมาใช้ถุงผ้าลดโลกร้อน การใช้กระดาษครบทั้งสองหน้า การรีไซเคิลขยะให้เป็นของที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ตลอดจนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยการช่วยกันปลูกต้นไม้ที่บ้านหรือที่โรงเรียน เป็นต้น “การเสริมสร้างให้สาววัยทีน มีส่วนร่วมกับกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่อาจต้องอาศัยเทคนิคทางจิตวิทยา เพื่อชักจูงให้สาวน้อยทั้งหลายรู้สึกสนุกและอยากลงมือทำด้วยตัวเอง ไม่ใช่ต้องทำเพราะถูกบังคับ หรือทำเพื่อให้ได้คะแนนจากคุณครู แต่วิธีที่ดีที่สุด คือการเปิดโอกาสให้สาวน้อยได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ใหญ่ โดยลงมือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันกับครอบครัว ครูอาจารย์ และเพื่อนๆ ต่างวัย พร้อมสอดแทรกการให้ความรู้และการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเด็กๆ อย่างแนบเนียน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สาวๆ วัยทีน เกิดความสนใจและความอยากจะทำความดี อยากมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นตามผู้ใหญ่ที่เป็นต้นแบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงสะท้อนย้อนกลับมาสู่ตัวน้องๆ วัยทีน ให้เกิดการพัฒนาความคิดที่ดีต่อตนเอง มีความมั่นใจและเห็นคุณค่าจากภายในตน (Positive Self-Concept) ทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมทั้งต่อตนเองและสังคม เพื่อการเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต” หวังว่าข้อมูลดีๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หรือแม้แต่สาวน้อยวัยใสทั้งหลาย หันมาช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อทำให้โลกใบนี้สวยงามน่าอยู่ตราบนานเท่านาน และยังเป็นการช่วยให้วัยรุ่นมีการพัฒนาและเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและความคิดขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ สมกับเป็นช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

อย่าช้าเดี๋ยวเสียของ!WBC เร่ง สามารถเล็ก ตรวจฟิตก่อนชิงแชมป์โลก
wbc /  ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ / 

ความคืบหน้า สามารถเล็ก ก่อเกียรติยิม รองแชมป์โลกชาวไทย ซึ่งจะเดินทางไปชิงแชมป์ไลต์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) กับ นาโอยะ อิโนอูเอะ เจ้าของตำแหน่งชาวญี่ปุ่น ที่โยโยกิ ยิมเนเซียม ในนครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 5 ก.ย.นี้ พร้อมถ่ายทอดสดช่อง 7 สี เวลา 17.00-18.00 น. ล่าสุด นายสุรพจน์ พงษ์จิวานิช ตัวแทนสภามวยโลก และกรรมการจัดอันดับ สภามวยแห่งเอเชีย แจ้งว่า สามารถเล็ก ยังไม่ได้ส่งรายงานตรวจร่างกายตามกฏของสภามวยโลก ที่จะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการชก 1 สัปดาห์ ซึ่งตนได้สอบถามไปยังทีมงานฝ่ายต่างประเทศของ "เสี่ยโก้" ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ได้รับคำตอบจากทีมงานว่า ไม่มีเวลา แต่จะพา สามารถเล็ก ไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันที่ 27 ส.ค.นี้ นายสุรพจน์แจ้งว่า ตามกฏนั้นหากล่าช้าจะต้องถูกปรับเป็นเงิน 1,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นบาท) ให้แก่สภามวยโลก มิฉนั้นอาจถูกระงับการขึ้นชิงแชมป์โลกเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามทางคณะผู้ท้าชิงชาวไทย จะออกเดินทางในวันที่ 29 ส.ค.นี้ สำหรับรายการดังกล่าว คู่เอก อากีร่า ยาอิกาชิ จะป้องกันแชมป์ฟลายเวต WBC กับ โรมัน กอนซาเลซ นอกจากนี้ในรายการยังมีนักชกไทย เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม อดีตแชมป์โลกชาวไทย อุ่นเครื่องกับ เรียว มัตซูโมโต้ ดาวรุ่งญี่ปุ่น และธนะชัย ส.สยามชัย พบ ทาคูยะ อิโนอูเอะ ประกอบรายการอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : เฟสบุ๊ค สามารถเล็ก ก่อเกียรติยิม (คนดีที่โลกลืม)

เก้าประทับใจ สไปร์ท ใช้มุมมองผู้ใหญ่ แก้ปัญหาโซเชียลกวนใจ ในซีรีย์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 เสาร์นี้
G/T/H /  Hormones 2 / 

หลังจากสร้างชื่อฮือฮากันมาตั้งแต่ซีซั่นแรก กับนักเรียนสาวสุดแซ่บ สไปร์ท  กับบทบาทที่แจ้งเกิด เก้า สุภัสสรา ธนชาต  ห้กลายเป็นนางเอกสาวสุดฮอตเพียงข้ามคืน ที่ครั้งนี้จะกลับมาในซีรีย์ ฮอร์โมน วัยวัาวุ่น ซีซั่น 2 จากค่ายจีทีเอช ที่ทำเอาแฟนๆคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าตอนของ สไปร์ท จะมีเรื่องราวอะไรให้ได้ลุ้น และติดตามกันบ้าง โดยสาว เก้า สุภัสสรา ได้เผยถึงบทบาท สไปร์ท ในซีซั่นที่ 2 นี้ว่า "ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะ ที่ยังติดตามเป็นกำลังใจให้กับพวกเราชาวฮอร์โมน วัยว้าวุ่น  กันอย่างเหนียวแน่น  ยังจำวันแรกที่มาแคสติ้งบท สไปร์ท ได้เลยค่ะ  อ่านจบรู้เลยว่าบทนี้น่าสนใจมาก และท้าทายสุดๆ โดยความยากอยู่ตรงที่จะเล่นออกมาอย่างไร จะสื่อสารแบบไหน เพื่อให้คนดูรู้สึกรักและเข้าใจเด็กผู้หญิงอย่างสไปร์ท" เก้า สุภัสสรา ยังกล่าวอีกว่า "เบื้องหลังการทำงานในกองถ่ายสนุกมากค่ะ ด้วยความที่ทุกคนสนิทกันมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว ก็เลยเข้าขากันมากๆ ในซีซั่นนี้หลายคนอยากรู้ว่า สไปร์ท กับ ไผ่ ความรักจะแซ่บเหมือนเดิมหรือเปล่า บอกได้แค่ว่าทั้งคู่กำลังจะเจอจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต ในซีซั่นนี้ สไปร์ท มุมมองโตขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เรียนรู้ว่าการทำตัวไม่มีค่า มีผลต่อความไว้ใจของคนที่รักกัน ซึ่งก็เชื่อมโยงไปถึงประเด็นที่พี่ปิงผู้กำกับ และทีมเขียนบทอยากนำเสนอ คือบางการกระทำที่เราเคยทำในอดีต มันอาจส่งผลมาถึงปัจจุบันได้" "เหมือนกับ สไปร์ท ที่เป็นตัวละครที่มีชื่อเสียๆหายๆ เกี่ยวกับผู้ชายเยอะมาก พอมีคนทำเฟสบุ๊ค สไปร์ท ตัวปลอมขึ้นมา กลายเป็นว่าคนกลับเชื่อง่ายๆ ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง โลกของโซเชียล เป็นเรื่องที่วัยรุ่นให้ความสนใจและให้ความสำคัญกันมาก    บางทีที่เห็นว่าเล็กน้อย แต่บางทีอาจส่งผลกระทบโดยตรงทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา แต่สุดท้ายเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร สไปร์ท จะตามจับตัวการครั้งนี้ได้หรือเปล่า   อยากให้ทุกคนคอยเอาใจช่วยกันด้วยนะคะ" เก้า สุภัสสรา กล่าวทิ้งท้าย เก้า สุภัสสรา ธนชาต สไปรท์ จะข้ามผ่านปัญหาครั้งนี้ไปได้หรือไม่ ติดตามได้ใน ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 วันเสาร์ที่ 13 ก.ย. นี้ เวลา 22.00 น.  ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ----------------------------

สาวทำปืนลั่นใส่หัวแฟนตำรวจจบใหม่ ที่แท้แค่กิ๊ก
ตำรวจ /  ปืนลั่น / 

แฟนสาววัย 16 ทำปืนลั่นใส่แฟนตำรวจจบใหม่ ที่แท้แค่เมียน้อย วันนี้(18ก.ย.)จากกรณีที่มีการนำเสนอเรื่องราวของแฟนสาวส.ต.ต.สุพนัท พรอรุณสวัสดิ์ อายุ 22 ปี ชอบนำเครื่องแบบตำรวจและมักจะยืมอาวุธปืนประจำกายของแฟนหนุ่มมาถือเล่น จนเกิดเป็นเหตุสลดเมื่อกระสุนปืนลั่นใส่แฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดทางแฟนเพจ Thailand Police Story ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพรายงานความคืบหน้าว่า กรณีแฟนสาวอายุ 16 ชอบยืมชุดตำรวจกับปืนของแฟนมาใส่เล่น จนทำให้ปืนลั่นใส่ศรีษะแฟน ขณะนี้นายตำรวจคนดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า น้องอายุ 16 ที่ทำปืนลั่นนั้นแท้จริงเป็นเมียน้อยของนายตำรวจคนดังกล่าว  เนื่องจาก ส.ต.ต.สุพนัท มีภรรยาอยู่แล้วซึ่งปัจจุบันกำลังท้องได้ 5 เดือนและมีอีก 1 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ส.ต.ต.สุพนัท เคยกล่าวคำสาบานไว้ว่า "ผมขอสาบาน ผมจะรักเมียคนเดียว ผมจะไม่ทำให้เมียเสียใจ ผมจะไม่สนใจอะไรอีก นอกจากครอบครัว รักเมียกับลูกมากๆนะครับ (ผมบริสุทธิ์ใจ)" ทางด้านสาวมัธยมอายุ 16 ปี ณ ตอนนี้เสียใจกับสิ่งที่เคยขึ้นหลังจากทำปืนลั่นใส่ ได้โพสเฟสบุ๊คว่า "กลับมาหาฉัน ฉันไม่อยากเสียคนรักไป ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ขอให้เป็นฉัน(ที่โดนเอง) ฉันขอโทษ" อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ให้คนที่ชอบเล่นหรือนิยมกีฬายิงปืนว่าควรระมัดระวังในการหยิบจับมากขึ้น Mthai News ขอบคุณ แฟนเพจThailand Police Story ข่าวที่เกี่ยวข้อง อุทาหรณ์ สาวทำปืนลั่นใส่หัวแฟนตำรวจจบใหม่

พุทธะอิสระ เตือน 'ประยุทธ - รมต.' อย่าวางใจข้าราชการ
คณะรัฐมนตรี /  ประยุทธ์ / 

หลวงปู่พุทธะอิสระ โพสต์เฟสบุ๊ค เตือน ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีใหม่ อย่าได้วางใจข้าราชการ  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(10 ก.ย.) เฟสบุ๊คของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า รัฐมนตรีใหม่อย่าได้วางใจข้าราชการ เห็นข่าวสื่อฝ่ายเสื้อแดงต่างพากันประโคมข่าวไมค์ตัวละแสนเจ็ดที่ติดตั้งในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์แก่ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองทั้งพวกที่เชียร์และพวกที่แช่งรัฐบาล คสช. ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สอนคณะรัฐมนตรี ต้องระวัง อย่าให้พวกข้าราชการสวมเขาให้ทำลายภาพลักษณ์ความใสซื่อมือสะอาด หรือความจริงใจที่จะช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองของแต่ละคน จะมาเสียเวลากับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ตนเองไม่ได้ทำ เอาแต่สั่งงานแล้วไม่ติดตามตรวจสอบ เชื่อฟังแต่คำเท็จ สุดท้ายจะยุ่งยากเหมือนท่านปนัดดา ความตั้งใจที่คิดจะช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ชาติประชาจะหมดเวลาไปกับการแก้ตัว แก้ต่าง แก้ปัญหาให้แก่ตัวเอง มันจะกลายกลับเป็นลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง คุณประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีทั้งหลาย ควรใช้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา อย่าวางใจไว้ใจว่าตนมีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ พวกคุณต้องอย่าลืมว่า ศัตรูถาวรของพวกคุณก็คือพวกที่เสียผลประโยชน์ หากคุณเล่นบทปราบโจร ปราบขโมย ปราบคนโกง พวกคุณต้องเป็นศัตรูของพวกเขาทั้งนั้น เว้นเสียแต่ว่าคุณเล่นไม่จริง เกิดขบวนการสมยอมกันขึ้น เช่นนี้ถือว่าเป็นกรรมของชาติประชาชนแล้วล่ะ หากพวกคุณปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจ ซื่อสัตย์ ก็จงมีสติตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ชีวิตจะได้ไม่พลาดพลั้งเสียหาย ต้องอย่าลืมว่าพวกคุณอาสาเข้ามาขี่หลังเสือ ถ้าคุณเผลอเลอ เสือที่เห็นว่าเชื่องๆมันอาจจะกัดกินคุณได้ MThai News

10 นิสัยผู้หญิงเจ้าชู้ดูไม่ยาก
ความรักวัยรุ่น

สาวสวยสมัยใหม่นี้ไม่ใช่จะเป็นรองผู้ชายเสมอไปแล้วนะคะ ยุคนี้เป็นยุค working woman ต้อง สวย เก่ง ไปพร้อมๆ กัน ส่วนหนุ่มคนไหนที่คิดว่าจะหลอกเธอได้ง่ายๆ นั้นไม่ทางซะหล่ะ คิิดจจะจีบเล่นๆ หวังฟันฉับๆ สมัยนี้ไม่มีอีกแล้ว อย่าลืมไปว่าผู้หญิงก็เจ้าชู้ได้เท่าผู้ชายเหมือนกันนะ ^^ 10 นิสัยผู้หญิงเจ้าชู้ดูไม่ยาก 10 นิสัยผู้หญิงเจ้าชู้ดูไม่ยาก 1. สวย น่ารัก แต่ดันไม่มีแฟน ต้องเป็นผู้หญิงที่ดูยังไงๆก็ต้องมีเจ้าของแล้ว เพราะเธอทั้งสวย น่ารัก ผู้ชายที่ไหนเห็นก็ต้องอยากได้เป็นแฟน แต่พอไปถามเท่านั้นแหละ ตอบว่าไม่มี!! เกิน 50 % ของผู้หญิงพวกนี้เป็นคนเจ้าชู้ชัวร์ๆ เธอต้องมีผู้ชายอยู่ในสต็อกไม่น้อยกว่า 3 คนแน่ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงหน้าตาดี ก็เพราะยิ่งสวยผู้ชายยิ่งเข้ามาได้ง่าย!! 2. มนุษยสัมพันธ์ดี ผู้หญิงที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย พูดคุยกับใครก็ได้นี่แหละน่ากลัวที่สุด เพราะเธอจะแอบเนียนเข้าไปพูดคุยกับผู้ชายหลายๆคน พอจะถูกจับได้ก็จะอ้างว่าเป็นเพื่อนกัน อีกฝ่ายเองก็คงทำอะไรไม่ได้ ด้วยความที่เธอเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ คงมีเพื่อนเยอะเป็นธรรมดา แต่หาได้รู้ไม่ว่ามักจะมีอย่างอื่นแฝงอยู่ด้วย.. 3. สายตาระยิบระยับเมื่อเจอเป้าหมาย คุณผู้ชายที่เดินอยู่ข้างๆมักจะรู้ถึงสายตานี้หรอกค่ะ แต่คนที่ถูกมองนี่รู้แน่ๆ เพราะหากเธอเจอหนุ่มที่หมายปองแล้วล่ะก็ เธอจะมองจนตาไม่กระพริบ ทำเอาอีกฝากต้องเป็นคนหลบตาก่อนเลยล่ะ นี่ถ้าคนข้างๆไม่มาด้วยเธอคงแจกเบอร์ได้หลายคนแล้วล่ะค่ะ 4. โทรไปไม่เคยรับทันที แต่มักจะโทรกลับ เมื่อไหร่ที่คุณคิดถึงเธอก็ต้องโทรไปหาเป็นธรรมดา แต่เธอคนนี้กลับไม่ค่อยรับโทรศัพท์ของคุณนัก ส่วนใหญ่เธอมักจะเป็นคนโทรกลับมาและบอกว่าไม่ได้ยินบ้าง หรือรับไม่ทันบ้าง แต่ใครจะไปเชื่อเพราะปกติเธอก็ติดโทรศัพท์อย่างกับอะไร นอกเสียแต่ว่าเธอจะติดสายคุยกับใครอยู่น้า.. 5. ไม่เล่นเฟสบุ๊ค หรือโซเชียล มันน่าแปลกที่ผู้หญิงคนนึงจะไม่เล่นเฟสบุ๊ค หรือโซเชียลต่างๆ แต่เมื่อลองคิดๆดูว่าหากเธอเล่นและมีหนึ่งในกิ๊กแท็กรูปมาให้คงจบกัน เพราะชาวบ้านทั้งหลายก็จะรู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว!! งานนี้เหยื่อคงกลัวและหายไปหมด 6. ไม่เคยให้ไปส่งถึงบ้าน บ้าน ถือเป็นสถานที่ลับสุดยอดของเธอ เพราะถ้าพาใครคนหนึ่งไปแล้วแปลว่าเธอเริ่มจะจริงจัง แต่ถ้าไม่!! เธอก็คงไม่อยากให้รถไฟมาชนกันที่บ้านสินะ เผื่อวันไหนหนุ่มๆอยากจะมาเซอร์ไพรส์พร้อมกัน วันนั้นคงเป็นวันซวยของเธอทันที 7. พอแอลกอฮอล์เข้าปากแล้วเป็นคนละคน คุณผู้ชายต้องสังเกตแฟนของตัวเองให้ดี ตอนปกติอาจจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อย พูดเพราะ มารยาทดี แต่ลองไปเที่ยวกลางคืนสักครั้งกับเธอเถอะ แล้วลองดูว่าพอเหล้า เบียร์เข้าปากไปแล้วเธอมีอาการยังไง? ถ้าเปลี่ยนเป็นคนละคนพูดมาก ทำตัวเซ็กซี่ ละก็ระวังไว้ให้ดีลับหลังคุณเธอคงมาเที่ยวบ่อยแน่ๆ 8. รายชื่อโทรเข้ามักเป็นเบอร์แปลก ก็เล่นแจกจ่ายเบอร์ไปซะทั่ว เลยเลือกที่จะไม่เมมเบอร์ว่านี่คือใครบ้าง เพราะถ้าเมมเดี๋ยวแฟนเห็นเข้าคงจะงงว่าคุณเธอจะมีเพื่อนผู้ชายชื่อแปลกๆโทรมาหาได้บ่อยๆ หรือถ้าเธอจะเมมก็ต้องเป็นชื่อแปลกๆที่คุณไม่คุ้นว่าเธอมีเพื่อนชื่อนี้ด้วยหรอ? 9. โทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เธอจะต้องพกโทรศัพท์ไว้ข้างกายตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดินไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินไปตู้เย็น ทำเหมือนกับโทรศัพท์นั้นติดกับมือเธอจนแงะไม่ออก โดยเฉพาะเวลาอยู่กับแฟนหนุ่ม เพราะเผื่อกิ๊กคนไหนโทรมาจะได้รับทัน แต่ถ้าหากเผลอวางไว้ล่ะก็ ถ้าแฟนรับคงเป็นเรื่องให้เคลียร์กันยาว 10. ชอบไปเที่ยวกับเพื่อนมากกว่าแฟน ถือเป็นเรื่องปกติของคนเจ้าชู้เค้าล่ะค่ะ ก็แหมมีแฟนไปด้วยก็เหมือนมีพ่อไปคุม จะไปเหล่มองชายที่ไหนก็ไม่ได้ ถ้าเจอชายตรงสเป็กเข้ามาขอเบอร์รับรองว่าคุณแฟนต้องรีบเข้ามาหยุดสถานการณ์นั้น เลยทำให้เธอแห้วจากหนุ่มในสต๊อกอีกคน แต่ถ้าไปกับเพื่อนอาจจะมีเพื่อนช่วยชงด้วยซ้ำ

11 นิสัยสุดแปลก ของคนดังระดับโลก
ประวัติคนดัง /  เกร็ดความรู้ / 

เรื่องน่ารู้วันนี้ขอบอกว่า แปลกแต่จริงค่ะ สำหรับบุคคลดังระดับโลก ที่มีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานไอเดียออกมาจนน่าทึ่ง มักจะมีความคิดนิสัยแปลกๆ ไม่เหมือนกับคนทั่วไป (ก็แหมระดับหัวกะทิซะขนาดนั้น จะมาคิดธรรมดาๆ ได้ยังไง จริงไหมค่ะ) ทุกอย่างต้องมีการครีเอทความแปลกใหม่ไปซะหมด พูดมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่เชื่อใช่ไหมคะ ว่าพวกเขามีนิสัยไม่ธรรมดาจริงจริ๊ง ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามนิสัยและตัวตนที่แท้จริงของพวกเขากันเลย...11 นิสัยสุดแปลก ของคนดังระดับโลก 11 นิสัยสุดแปลก ของคนดังระดับโลก เริ่มจากคนที่ 1. บิล เกตส์ (Bill Gates) จำได้ไหมคะ? ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของไมโครซอฟต์ ผู้สร้างไอเดียเทคโนโลยีระดับสูง โดยใช้เพียงกระดานไวท์บอร์ดธรรมดาๆ เท่านั้น และเขามักจะมีนิสัย ชอบพกปากกาเจ๋งๆ ดีๆ เสมอ เพราะมันจะช่วยทำให้เขาเกิดการ Brainstorm หรือเกิดความคิดชั่วขณะนั้นทันที และสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยม ให้กับคนอื่นๆ และในบางครั้งกับตัวเขาเอง" คนที่ 2 โยะชิโระ นะกะมะสึ (Yoshiro Nakamatsu) คนนี้ คือผู้คิดค้น แผ่นดิสก์แบบอ่อน หรือ ฟลอปปีดิสก์ (Floppy Disk) หรือเรามักนิยมเรียกว่า แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ไม่ค่อยได้เห็นแล้วในสมัยนี้ ไม่รู้ว่า...ใครทันได้ใช้บ้างไหมคะ (ขุดความแก่มาโชว์กันอีกแล้ว อิอิ) สำหรับนิสัยสุดแปลกของ โยะชิโระ ก็คือในแต่ละเย็น เขามักจะพักผ่อนด้วยการเข้าไปอยู่ในห้อง Calm Room ที่อลังการงานสร้างมากๆ ทำด้วยทอง 24 กะรัต (โอ้ว มายก็อต) โดยเขาให้เหตุผลว่า ทองจะช่วยป้องกันคลื่นวิทยุและสัญญาณทีวีได้ ดังนั้น มันจึงทำให้จินตนาการของเราโลดแล่นยิ่งขึ้น ต่อมาคนที่ 3 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เล่น Facebook กันทั่วประเทศขนาดนี้ เพราะเขาก็คือ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟสบุ๊ค โดยนิสัยส่วนตัวของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็คือเขาชอบทำสิ่งท้าทายใหม่ๆ ทุกปี ตั้งแต่การเรียนภาษาจีน ไปจนกระทั่งการกินแต่เนื้อสัวต์ที่ตัวเองฆ่าเท่านั้น เพราะเขามักใช้เวลาแทบทั้งหมดไปกับการทำเฟสบุ๊ค ดังนั้น ความท้าทายเหล่านี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดี ซึ่งปกติแล้วเขาไม่เคยได้รับ คนที่ 4 เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) เขาคนนี้คือ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Amazon ค่ะ สำหรับนิสัยแปลกแตกต่างของเขา ก็คือ ชอบการทำงานคิดไว้ล่วงหน้า เพราะเขาหวังว่า สิ่งที่จะได้รับคือขีดความสามารถใหม่ๆ โดยไม่ต้องไปแคร์ว่ามันจะยากลำบากในขั้นแรก คนที่ 5 นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) ผู้คิดค้น AC Electric System โดยเขาคนนี้มีนิสัยแปลกแต่ดี ตรงที่ เขามักจะฝึกซ้อมควบคุมการสูบบุหรี่ การดื่ม และการกินอาหาร อย่างระมัดระวัง เพราะเขาคิดว่า คนส่วนใหญ่มักถูกกลืนกินจากการไตร่ตรองใคร่ครวญเรื่องราวภายนอกมากจนเกินไป จนอาจหลงลืมสิ่งที่ผ่านเข้ามาภายในตัวพวกเขาเอง คนที่ 6 จอห์น ซี เฮฟเว่น (John C. Havens) ผู้ก่อตั้ง H(App)athon Project ค่ะ เขาคนนี้ชอบมีนิสัย แจกแจงสิ่งต่างๆ ในชีวิตด้วยเครื่องมือและแอพลิเคชั่น เพื่อความเข้าใจกลไกแห่งความสุข (คนแบบนี้ก็มีด้วยอ่ะ) คนที่ 7 เควิน ซิสตรอม (Kevin Systrom) ผู้ก่อตั้ง app ยอดฮิต Instagram เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าทำไมเขาถึงคิดสร้าง Instagram ขึ้นมา นั้นก็เพราะว่า กล้องคือสิ่งมีค่าที่สุดสิ่งหนึ่งในชีวิตเขม เขามีนิสัยรักหรือเรียกว่า บ้าการถ่ายภาพรูปทุกๆ คริสต์มาส มาก่อน และปัจจุบันก็ยังคงรักการถ่ายภาพอยู่เสมอ จึงทำให้เขาเข้าใจและสร้าง App ออกมาได้โดนใจนักถ่ายภาพเป็นอย่างดี คนที่ 8 ชิเงะรุ มิยะโมะโตะ (Shigeru Miyamoto) เขาคนนี้ไม่น่าเชื่อว่า จะเป็นผู้ดีไซเนอร์เกมส์ในตำนานแห่ง Nintendo ได้ เพระานิสัยสุดแปลกที่เขาชอบทำบ่อยๆ ก็คือ การวัดความยาวสิ่งของต่างๆ อยู่เป็นประจำ "ผมมักจะสนุกกับการคาดเดาความยาวของวัตถุ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมถึงพกสายวัดติดตัวตลอดเวลา" คนที่ 9 สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ผู้คิดค้น และอดีตซีอีโอ Apple ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว แต่หลายคนก็ยังจดจำ คำพูดต่างๆ ของเขาได้ดี "หากคุณพยายามที่จะออกแบบคอมพิวเตอร์สักเครื่อง คุณจะต้องให้ตัวเองจมอยู่กับรายละเอียดต่างๆ เป็นพันๆ จุด และทันใดที่มันถูกคิดไตร่ตรองออกมาได้มากพอ นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มันคือประสบการณ์ที่มีท่วงทำนองจังหวะ เป็นประสบการณ์ที่ทุกๆ สิ่งเชื่อมโยงกันเป็นประสบการณ์ที่เปราะบางละเอียดอ่อน ซึ่งช่างเหมือนกับดนตรีเหลือเกิน" ว้าวววล้ำลึกทางความคิด คนที่ 10 Anna Akbari คราวนี้เป็นผู้หญิงกันบ้าง เธอคือผู้ก่อตั้ง Sociologyofstyle.com ค่ะ เป็นเรื่องปกติที่นิสัยของผู้หญิงต้องห่วงเรื่องการทานอาหารเป็นหลัก และเธอคิดว่าการกินอาหารเช้ากับอาหารกลางวันเหมือนกันทุกวันเสมอ "ยิ่งตัวเลือกมาก ยิ่งต้องการพลังงานและมันจะทำให้เราหลุดโฟกัสจากสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า ตัวเลือกที่มากยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลในการเลือกตัวเลือกที่ถูกต้อง" เป็นแนวคิดที่เปรียบเทียบกับการทานอาหารทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยจริงไหมค่ะ สุดท้ายคนที่ 11 Joel Gascoigne ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Buffer โดยนิสัยของเขา เขามักจะตัดสินใจโดยปราศจากความมั่นใจที่สมบูรณ์ โดยเขาจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่ควรให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แม้ว่าประสบการณ์ส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการจะต้องใช้ความคิดที่สดใหม่อยู่เสมอ สำหรับการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ก็ตาม ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จของเมืองนอก ที่มีนิสัยและแนวทางแปลกๆ แต่เจ๋งสุดๆ เพียงบางส่วนเท่านั้นนะคะ แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายท่านมากมาย อย่างในเมืองไทยบ้านเราเอง ก็มีผู้ประสบความสำเร็จและเก่งไม่แพ้กัน จากจุดเล็กๆ ในวันวาน สู่ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการชื่อดัง (สุดยอด) ยกตัวอย่างเช่น 1. คุณตัน ภาสกรนที ผู้ทำธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียว  จนได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพียงไม่กี่ปี 2. คุณต๊อบ เถ้าแก่น้อย จากวัยรุ่นที่หมกหมุ่นเล่นเกมส์ หันมาจับธุรกิจตั้งแต่ยังหนุ่ม จนสาหร่ายเถ้าแก่น้อยได้รับความนิยม 3.  นักธุรกิจสาว อายุน้อย คุณเมย์ เจ้าของร้านเบเกอร์รี่  After you จากนิสัยที่เริ่มจากการชอบทานขนม และไม่หยุดคิดที่จะทำธุรกิจต่อยอดจนได้รับความนิยมอย่างมาก 4. คุณออม ดิษยา ดีไซเนอร์สาวไทยเจ้าของแบรนด์ Disaya  ที่สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับอินเตอร์ตั้งแต่ปี 2006 เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ brandbuffet, designtaxi.com

เชื่อหรือไม่ วิชา pearypie มีสอนในโรงเรียนแล้ว
ข่าวการศึกษา /  นักเรียน / 

เชื่อหรือไม่ วิชา pearypie มีสอนในโรงเรียนแล้ว จริงดิ!!! หากใครที่ติดตามเฟสบุ๊คของสาว แพรี่พาย อมตา เมคอัพอาร์ทิสต์คนสวย เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) อยู่ละก็ คงต้องแปลกใจและเกิดคำถามต่างๆ ขึ้นมาแน่นอนเมื่อเห็นภาพนี้ค่ะ เชื่อหรือไม่ วิชา pearypie มีสอนในโรงเรียนแล้ว ภาพนี้เป็นภาพของน้องๆ นักเรียนโรงเรียนในชลบุรีกลุ่มนึงค่ะ ที่กำลังนั่งเรียนอยู่หน้าคอม และได้เปิดหน้าเฟสบุ๊คของ Pearypie: Make-up Artist/Theatrical Artis อยู่พร้อมๆ กัน (ว้าววววว บังเอิญแท้) พอเห็นปุ๊บ ก็เลยลองมาเดาดูเล่นๆ ว่าน้องๆ เขาบังเอิญเปิดพร้อมกันพอดี หรือเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบพี่แพรี่พาย อมตา และอยากนำภาพมาฝาก หรือนี่อาจจะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการเรียนการสอน ที่อาจจะนำเรื่องของเพจคนดังที่คนติดตามมากๆ และมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาเพิ่มเติมอยู่ในบทเรียน เพื่อให้นักเรียนสนใจและเข้าใจมากขึ้นหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นการสอนจริง ก็เอ๊ะ..ไม่รู้ว่าจะเป็นวิชาอะไร ชื่ออะไร หรืออาจจะเป็นวิชาที่เกียวกับเทคนิคการสอนแต่งหน้าหรือเปล่า? แต่ถ้าลองสังเกตอีกที ก็เห็นว่าน้องๆ ส่วนใหญ่เปิดหน้าตัวการ์ตูนกัน อาจเป็นไปได้ว่ากำลังฝึกวาดภาพตัวการ์ตูน Pearypie อยู่ อันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนะคะ เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ซึ่งในเพจของ Pearypie เองก็มีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นไว้ต่างๆ มากมาย ทีนเอ็มไทยเลยลองนำภาพนี้มาฝากเพื่อนๆ ให้ช่วยคิดกันค่ะ^^หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม เราจะมาอัพเดทให้ทราบกันค่ะ ตอนนี้มีข้อมูลอัพเดทเพิ่มเติมแล้วค่ะ (26 ส.ค.) มีผู้มาให้ข้อมูลในคอมเม้นของ Pearypie ว่าเป็นภาพของน้องๆ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยา กำลังเรียนวิชากราฟิก อาจารย์ให้เด็กๆ หาคติสอนใจ/ปรัชญา เป็นภาษาไทยและอังกฤษ  จากนั้นเอาข้อความมาใส่ในรูปที่นักเรียนตัดต่อเองให้เหมาะสมสวยงาม .. โดยอาจารย์ได้ยกตัวอย่างงานสวยๆ คติดีๆ ของวัยรุ่นจากเพจ Pearypie เด็กๆ เลยเข้ามาหาแรงบันดาลใจกันค่ะ อ่อเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะช่วงหลังๆ ที่ผ่านมา สังเกตว่านอกจากเพจของ Pearypie จะอัพเรื่องเทรนด์การแต่งหน้าแล้ว ยังมีการทำ InFo ภาพตัวการ์ตูน แพรี่พาย สวยๆในหลายๆ เวอร์ชั่นและยังมีคติข้อคิดต่างๆ  ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษในภาพออกมามากมายอีกด้วย  ไม่แปลกที่น้องๆ หรืออาจารย์จะนำมาเป็นตัวอย่างนะคะ เจ๋งสุดๆไปเลย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com เครดิตภาพจาก FB: Pearypie: Make-up Artist/Theatrical Artis

โหดนักหรอ!ฝ่ายจัดD2สั่งลงดาบแบน ปากน้ำโพ 1ปีเหตุแฟนทืบเปา
คณะกรรมการฝ่ายเทคนิคฟุตบอลดิวิชั่น 2 /  คณะอนุกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท และข้อประท้วง / 

ความเคื่อนไหวกรณีฉาววงการฟุตบอลไทย ในศึกเอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ที่ แฟนบอลทีม ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู ไม่พอใจคำตัดสินวิ่งลงไปในสนามและทำร้ายผู้ตัดสินในเกมที่ ปากน้ำโพ เปิดสนามร.ร.กีฬา จ.นครสวรรค์ รับการมาเยือนของ บางปู สมุทรปราการ ยูไนเต็ด ทำให้เกมดังกล่าวต้องยุติลง ล่าสุดคณะอนุกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท และข้อประท้วง และคณะกรรมการฝ่ายเทคนิคฟุตบอลดิวิชั่น 2 ได้การประชุมและพิจารณาโทษออกมาเป็นที่เรียบร้อย ปรากฎว่า ปากน้ำโพ ถูกลงโทษสถานหนัก ดังนี้ 1.ห้ามแฟนบอล ปากน้ำโพ 7-8 คน เข้าชมเกมที่ ปากน้ำโพ เป็นเจ้าบ้านตลอดชีวิต และปรับเงิน 6 หมื่นบาท จากความผิดข้อ 3.2.3.1 3.แบน ปากน้ำโพ ห้ามเตะในบ้าน 2 นัด ปรับ 1 แสนบาท จากความผิดข้อ 3.2.10 และ3.ปรับ ปากน้ำโพ แพ้ บางปู สมุทรปราการ ยูไนเต็ด 0-2 และแบน ปากน้ำโพ ห้ามแข่ง ด.2 และฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ ที่สมาคมฟุตบอล รับรอง 1 ปี (ฤดูกาล 2558) ตามข้อ 10 ขอบคุณภาพจาก : เฟสบุ๊คNSRU fc

หนังสือน่าอ่าน คนอะไร...เป็นแฟนหมี ตอนใหม่
Her Publishing /  คนอะไรเป็นแฟนหมี / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอแนะนำ หนังสือน่าอ่าน คนอะไร...เป็นแฟนหมี ตอนใหม่ จากเพจการ์ตูนชื่อดังในเฟสบุ๊คที่มีคนติดตามมากที่สุด ได้ถูกรวบรวมไว้เป็นหนังสือแล้ว และยังคงความเข้มข้นของเรื่องราวชีวิตเวิ่นๆ ของคนที่รักหมีและเรื่องราวความรักในแต่ละวันที่ถ่ายทอดออกมาเป็นการ์ตูนได้ตรงใจวัยรุ่นมากมาย ว้าววว แบบนี้แล้วชาววัยทีนอย่างเราจะพลาดได้อย่างไง จริงไหมคะ??? ต้องรีบไปหามาเป็นเจ้าของด่วนเลย หนังสือน่าอ่าน คนอะไร...เป็นแฟนหมี ตอนใหม่ หนังสือคนอะไร...เป็นแฟนหมี ตอนใหม่ นี้เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ Her Publishing โดยเนื้อหาในเล่มจะเล่าถึงเรื่องราวตั้งแต่คนกับหมีมาเจอกันได้อย่างไร และเกิดเรื่องราวน่ารักๆ จากการสังเกตรายละเอียดเล็กๆ มานำเสนอผ่านตัวการ์ตูนน่ารักน่าชัง หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนบันทึกของคนรักที่เป็นผู้รับฟังที่ดี คนที่พร้อมจะทำความเข้าใจในทุกสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเป้น "หมี"... จะขออะไรจาก "แฟน" มากไปกว่านี้ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูล Her Publishing

เจ๊ฉอด งัดหลักฐานโชว์! โต้จัดฉากเมคเรื่องคุณแอร์
เจ๊ฉอด สายทิพย์ /  คลับฟรายเดย์ / 

ดีเจรุ่นใหญ่ เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง หลังถูกตั้งประเด็นว่าจงใจจัดฉากเมคเรื่องราว ใน club friday the series ตอน "หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ" โดยเนื้อเรื่องอ้างเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ ที่เปิดเพจFB โดยนำรูปของ คุณแอร์ อีกคนหนึ่งมาใช้จนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่แท้จริงยังไม่มีการยืนยันว่าเพจดังกล่าวเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ จริงหรือไม่!?! เดือดร้อน เจ๊ฉอด ต้องเคลียร์พร้อมหลักฐาน โต้จัดฉาก!! ยืนยันรายการไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องเอง เพราะฟีดแบ็กดีอยู่แล้ว คอนเฟิร์ม คุณแอร์ เจ้าของเรื่องมีตัวตนจริง!!! เจ๊ฉอด เผยก่อนหน้านี้ยอมรับว่าตนสั่งเบรค คุณแอร์(เจ้าของเรื่อง) งดทำเพจเฟสบุ๊ค แต่ภายหลังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายดำเนินการจัดทำหรือไม่อย่างไร และใช้รูปคนอื่นแทนอาจเพราะไม่ต้องการเปิดเผยหน้าตาตัวเอง ปฏิเสธไม่ขอรับผิดชอบกรณีที่ คุณแอร์ (อ้างเป็นเจ้าของรูป) ออกมาเรียกร้องให้รายการรับผิดชอบที่ทำให้เสียชื่อเสียง วอนแฟนๆ รายการอย่าเหมารวมว่าคลับฟรายเดย์เป็นคนผิดในทุกๆ เรื่องที่กล่าวมา... "กับเรื่องที่เกิดขึ้นก็อย่างที่ทราบ คือคลับฟรายเดย์จะเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้คนฟังของเราโทรเข้ามา เพื่อเล่าเรื่องในประเด็นที่เราตั้งขึ้นมาในแต่ละวันศุกร์กับเรื่องราวที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในความรักความสัมพันธ์แล้วเราได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาตอบกันในรายการ โดนมีพี่ฉอดพี่อ้อยเป็นพิธีกร อาจจะมีคนฟังของเราที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ นานากันเข้ามา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราทำคลับฟรายเดย์กันมา9 ปี เกือบ 10 ปีแล้ว" "เพราะฉะนั้นมีเรื่องราวมากมายในแต่ละวันศุกร์ และผู้คนที่ส่งเรื่องและแสดงความคิดเห็นเยอะมาก เพราะเราเปิดโอกาสรับเรื่องในทุกๆ ด้านแล้วเราก็มีทีมงานที่จะคุยเพื่อเช็คความแน่ใจว่าคนที่โทรมานี้มีเรื่องราวอย่างไรและเรื่องราวเหล่านั้นมีประเด็นสำคัญอย่างไร วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของรายการคลับฟรายเดย์คือเรามีความตั้งใจที่จะให้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นเคสสตัสดี้ คือถ้ามันเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้น พี่อ้อยพี่ฉอดจะตอบว่าอะไร คนที่โทรศัพท์เข้ามาคุยในรายการจริงๆ มีจำนวนไม่เยอะ ศุกร์นึงประมาณ 10 สาย" "แต่คนที่ดูคนที่ฟังอยู่มีจำนวนมากมายที่เราคำนึงถึงว่าเขาจะสามารถเอาเรื่องราวเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตจริงของเขาได้อย่างไรอันนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้มีหลายๆ คนพยายามตั้งประเด็นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หลอกลวงอะไรต่างๆ นานาก็ตามพี่อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว โดยขบวนการของการโทรศัพท์เข้ามา มันไม่ใช่แค่ว่าโทรเข้ามาปุ๊บแล้วจะได้ออกอากาศเราก็มีกระบวนการในการกลั่นกรองพูดคุยจำนวนนึง" "แต่ยังไงก็ตามแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวมั้งหมดที่เข้ามามันจะต้องถูกคงตรวจสอบชนิดว่าเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น เนื่องมาจากว่าเราไม่ได้บอกว่ามันต้องเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น แต่เราสนใจว่ามันเป็นประเด็นที่มีประโยชน์กับคนฟังคนดูของเราหรือเปล่า อันนั้นคือประเด็นสำคัญที่สุด แต่ยังไงก็ตามแต่คนที่ทำงานตรงนี้ อย่างพี่ฉอดเองที่เป็นคนที่ทำรายการคลับฟรายเดย์มาเป็นสิบปี เราพอจะฟังจากการคุยอะไรต่างๆ นานาได้ว่าเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วเราคิดกันไปก่อนแล้วว่าเรื่องมันจริงหรือไม่จริง เราคิดกันก่อนที่เรื่องมันจะออกอากาศมาเสียอีกเราสกรีนกรั่นกรองกันมาก่อนแล้ว แต่อย่างที่บอกค่ะว่า เวลาเรามาเล่าเรื่องแบบนี้กันเรายังไม่สามารถบอกได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงร้อยเปอร์เซ็น" "เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นมุมมองของคนที่เล่า เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นอาจจะมีตัวละครหลายตัวก็จริง แต่คนที่โทรเข้ามาเขาเล่าในมุมมองของเขาเพราะฉะนั้นมันก็อาจจะเกิดการคลาดเคลื่อนเพราะว่ามองมุมไหนมันก็ต้องเป็นแบบที่มองในมุมของตัวเอง พอเรามาจับประเด็นกันว่ามันจริงหรือไม่จริงพี่ก็เลยรู้สึกว่าเราอย่าลืมวัตถุประสงค์หลักของรายการก่อน และถ้าถามว่ารายการจำเป็นต้องเมคไหม บอกได้เลยว่าไม่ขำเป็นเพราะเรื่องที่เข้ามาในทุกวันศุกร์มันมีเยอะมากแล้วออกอากาศจริงไม่ถึงสิบสาย" "ดังนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องเมค หลังจากเรื่องนี้ออกอากาศไปมันมีกระแสความรุนปรงของเรื่องนี้ออกมามากมายจนถึงวันนี้ก็ยังมีหลายคนที่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้แต่ประเด็นนี้ ถามว่าเรื่องนี้แรงไหม แรงค่ะ แต่มันมีเรื่องแรงกว่สนี้เกิดในสังคมเรามากมายถามว่าเรื่องราวของคุณแอร์มันประหลาดมหัศจรรย์ถึงขั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยไหมมันก็ไม่ใช่ มันเป็นเพียงเคสที่รุนแรงเคสหนึ่งเท่านั้นเอง "อย่างที่บอกว่าคุณแอร์ไม่ได้โทรเข้ามาเพื่ออยากดังหรืออยากออกอากาศ จริงๆ เขาไม่ได้พูดถึงการออกอากาศใดๆ เลย เขาส่งเรื่องของเขาเข้ามาทางเฟสบุ๊คของพี่อ้อย เพื่อปรึกษา ซึ่งเป็นงานปกติที่พี่ฉอดกับพี่อ้อยทำอยู่ทุกๆ วัน เพื่อปรึกษาเพื่อให้เราเป็นที่พึ่ง จะมีการคุยกันระหว่างคุณแอร์กับพี่อ้อยตั้งแต่วันที่ 3 มค. ที่ผ่านมา เขาเล่ามาว่าเรื่องเป็นอย่างไรแล้วพี่อ้อยก็ให้คำแนะนำต่างๆ อยู่ระยะเวลาหนึ่ง" "จนพี่อ้อยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ พี่อ้อยเลยมาคุยกับพี่ฉอดและทีมงานว่าเคสนี้น่าสนใจ เราติดใจตรงประเด็นที่ว่าคุณแอร์เขาเจอเหตุการณ์ขนาดนี้แล้วแต่เขาก็ไม่ทำแท้ง เขาไม่ฆ่าตัวตายเขาก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมา ได้เราติดใจตรงนี้ว่ามันน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่เจออะไรที่หนักหนาอยู่ตอนนี้ เราก็เลยโทรไปคุยกับน้องเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ และวันหนึ่งก็ได้เอาสายของน้องมาออกอากาศ นั้นเป็นขั้นตอนแรกในการนำเรื่องนี้ออกอากาศ" "หลังจากนั้นมาก็มีกระแสมากมาย จนถึงวันที่เราจะทำซีรี่ย์ ตอนนั้นเราเลือกเรื่องที่จะทำซีรี่ย์กันเราก็ยังคิดถึงประเด็นเดิมของคุณแอร์อยู่ว่าเรื่องนี้มันแรงแต่มันเป็นประโยชน์ เราเลยเลือกเรื่องนี้มาทำซีรี่ย์ เราจะมีการขออนุญาตคือให้พี่อ้อยส่งไปขออนุญาตน้องว่าจะเอาเรื่องของน้องมาทำเป็นซีรีย์ น้องยังส่งกลับมาว่า น้องขอถามพี่อ้อยตรงๆ ว่ามันจะดีไหมที่เอาเรื่องของน้องไปทำ เพราะน้องก็กังวล เพราะมันทีฟีตแบคทั้งดีและไม่ดีเข้ามา น้องยังกังวลว่าเอาเรื่องของแม่มาเล่าแบบนี้หลายคนบอกว่าไม่เหมาะสม" "จนถึงเรื่องที่เป็นประเด็นเรื่องของการเปิดเฟซบุ๊คที่มีรูปของคุณแอร์อีกคนหนึ่ง หรือการโอนเงินต่างๆ นานาก็ตาม คือหลังจากเรื่องราวได้ออกอากาศไปทางรายการยังมีโอกาสได้ติดต่อกับเจ้าของเรื่องอยู่ วันหนึ่งน้องแอร์ก็มาปรึกษาพี่อ้อยว่า เขาอยากเปิดหน้าเพจของตัวเอง ซึ่งพี่อ้อยก็ยังเตือนบอกน้องว่าจะดีเหรอ เพราะน้องบอกว่าอยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากยุ่งกับใคร น้องเขาบอกว่าเขาได้รับกระแสของคนที่เข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก เขารู้สึกว่าอยากสัมผัสกับกำลังใจเหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง" "พี่อ้อยยังเตือนว่า อันนี้แล้วแต่น้องนะคะ เพราะว่ากระแสที่เข้ามามันมีทั้งบวกและลบนะถ้าน้องไม่แข็งแรงพอ พี่อ้อยไม่เห็นด้วยนะ น้องบอกว่าอ๋อเหรอคะ งั้นหนูไม่เปิดดีกว่าไปปิดดีกว่า นั่นคือสิ่งที่เรารู้ เพราะเราคุยกับเขาได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่น้องเอารูปคุณแอร์อีกคนมาเป็นหน้าเพจตัวเอง จนกระทั่งมาถึงเรื่องว่าคุณแอร์มีจริงหรือเปล่า ส่วนตัวพี่เดาว่า น้องอาจไม่อยากเอาหน้าของตัวเองมา ก็เลยไปคว้าเอารูปของใครมาพี่เดาว่าอย่างนั้น อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ" "ส่วนน้องที่เป็นเจ้าของรูปที่ลุกขึ้นมาพูดหรือมึการโทรไปคุยกับคุณแอร์ตัวจริง เป็นสิ่งที่เราไม่ทราบมันเกินการควบคุมของพวกพี่ พี่ก็เลยไม่รู้ว่าต่อจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เพราะน้องแอร์ที่เป็นเจ้าของรูปพยายามเรียกร้องให้ทางรายการรับผิดชอบไม่งั้นจะฟ้อง พี่ก็ไปเช็คทางกฎหมาย จริงๆ แล้วการเปิดหน้าเฟซบุ๊คมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นพี่ไม่สามารถตามไปรับผิดชอบในสิ่งที่มันเกิดขึ้นตรงนั้นได้เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่พี่เอามาออกรายการ ส่วนอีกกรณีที่มีน้องผู้ชายเขาบอกว่าได้โอนเงินให้น้องแอร์ 6000 บาท และมีคลิปเสียงที่เขาคุยกัน สิ่งที่เรารู้คือ มีคนเยอะมากที่เข้ามาอยากจะติดต่อน้องแอร์ แต่โดยมารยาทแล้วทางกรีนเวฟไม่เคยให้การติดต่อใดๆ กับใคร" "สุดท้ายน้องผู้ชายก็ได้คุยกับน้องแอร์ เรามารู้เรื่องเพราะน้องแอร์มาคุยกับพี่อ้อยแล้วบอกพี่อ้อยว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเขามาคุยด้วยดีมากเลย พอดีหนูมีปัญหาเรื่องเงินเขาก็โอนเงินมาช่วย 6000 บาท พี่อ้อยก็ดูไปว่าอย่าทำอย่างนี้จะไปเอาเงินเขามาง่ายๆ ได้ยังไง เขาเลยบอกว่าถ้าทำงานได้จะเอาเงินไปใช้คืนนี่คือสิ่งที่เรารับรู้ พอวันนึงมีผู้ชายคนนี้ออกมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของเราแล้ว" "ส่วนใหญ่พี่อ้อยและทีมงานจะเป็นคนคุยกับคนที่เข้ามามากกว่าพี่ฉอด ในขั้นแรกน้องปฏิเสธว่าไม่ได้ทำกรณีเฟซบุ๊ค แต่พอหลังจากนั้นน้องมาโพสต์ข้อความขอโทษยอมรับว่าทำไปจริงๆ ที่สุดแล้วพี่อยากจะยืนยันในเจตนาของรายการก่อนว่าเราทำงานมาสิบปี ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นประโยชน์กับคนจำนวนเยอะมาก ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นพี่ว่ามันเกิดขึ้นจากตัวบุคคลไม่ใช่รายการ อยากจะบอกว่าไม่ต้องไปสืบที่ไหน อยากให้ลองมานั่งทำรายการกับพี่แล้วจะรู้ว่าเราทำงานยังไง" "สำหรับใครที่มีปัญหาจากผลพวงของเรื่องนี้พี่คงไม่สามารถไปรับผิดชอบเรื่องใดๆเพราะเราไม่เกี่ยว แต่พี่ยินดีช่วยเหลือถ้าน้องต้องการ แต่ไม่ใช่เรื่องการฟ้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ หลังจากนี้ถ้ามีใครอยากติดต่อกับเราขอให้เข้ามาเจอกันตัวเป็นๆ เราจะไม่รับจากการโทรหรือโซเชียลใดๆ อีกเรื่อง คือเรื่องของแม่ของน้องแอร์ คือแม่ติดต่อเข้ามาอยากติดต่อน้องแอร์ แต่รายการไม่ได้ให้การติดต่อใดๆ ไป และยื่นข้อเสนอให้พูดผ่านรายการ และก็เลยกลายเป็นว่าโดนโยงว่าเราสร้างเรื่องขึ้นมาอีก ก่อนจะให้สื่อสารกัน เราก็มีการเช็คกันว่าเป็นแม่จริงๆ แล้ว" "หลังจากนั้นถ้าเขาอยากติดต่อกันเขาคงติดต่อกันเอง เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้เราไม่รู้จะเมคขึ้นมาทำไม เพราะทุกคนไม่ได้อะไรจากการทำแบบนั้น คุณแม่ก็ไม่ได้ดังหรือก็ไม่ได้จะดูดีเท่าไหร่ หลังจากนี้ทางเราก็จะเดินหน้ากันต่อไปค่ะ เพราะการทำรายการของเราอยู่ที่เจตนาของรายการเรามากกว่าค่ะ" คุณฉอด สายทิพย์ กล่าว พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ คุณแอร์ เจ้าของรูป โพสต์ข้อความ

ยุ้ย รจนา แจงเหตุเข้ารพ.รอบที่ 4 ควงผจก.เคลียร์ปมทะเลาะ!!
ยุ้ย รจนา /  มาดามเกต / 

อดีตนางแบบโกอินเตอร์ชื่อดัง ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา ควงคนดูแลและผู้จัดการส่วนตัว มาดามเกต เปิดใจ! เคลียร์ชัดทุกเรื่อง เผยทาง ยุ้ย รจนา เพิ่งออกจากโรงพยาบาลสดๆ ร้อนๆ เมื่อวัน 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่ต้องกลับเข้าไปรักษาตัวเป็นครั้งที่ 4 นั้น เนื่องจากขาดยาและกลับไปดื่มของมึนเมาอีก ปัจจุบันอาการดีขึ้นตามลำดับ ขอโอกาสกลับมาทำงานในวงการอีกครั้ง!! ด้าน มาดามเกต โต้! ทิ้ง ยุ้ย รจนา ไว้ที่โรงพยาบาล รับก่อนหน้ามีปัญหากันจริงเพราะตนไม่เข้าใจอาการของโรค ไบโพล่าร์ (Bipolar disorder) ที่อีกฝ่ายเป็นอยู่ ส่วนเงิน 35,000 บาท ก็ไม่ได้เอาไปตามข่าว ด้าน ยุ้ย รจนา คอนเฟิร์มอยู่ครบทุกบาท แจงฝากไว้ที่พี่ชาย ส่วนทางอดีตผู้จัดการส่วนตัวขอไม่พูดถึง! ซึ่งตอนนี้ทาง ยุ้ย รจนา ได้ทำธุรกิจขายหมวกโดยทาง มาดามเกต เป็นคนลงทุนให้ หวังนำรายได้ไปช่วยค่ารักษาแม่ที่ป่วย สำหรับกรณีที่มีบริษัทเอเจนซี่ สตอร์ม หรือสังกัดเก่าของทาง ยุ้ย รจนา ที่ประเทศอังกฤษ ติดต่อมาขอดูแลนั้น คาดมีคนแอบอ้าง!! ยุ้ย "ก็สบายดีค่ะ คือคุณหมอบอกให้ทานยาตลอดชีวิตค่ะ อย่าละทิ้งยา แล้วก็อย่าดื่มพวกแอลกอฮอล์ เป๊ปซี่ค่ะ เข้าโรงพยาบาลรอบที่ 4 ค่ะ ตอนนี้ก็แข็งแรงดีค่ะ คือจริงๆ แล้วน่ะเราก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาใช่ไหมคะ ด้วยความที่ไปอยู่โรงพยาบาลเกือบ 2 เดือนน่ะค่ะก็เลยแบบต้องปรับนิดนึงค่ะ" ยุ้ย "ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้วค่ะ ได้ปรับความเข้าใจกับคุณมาดามเกต แล้วก็อยากจะเคลียร์กับพี่ๆ นักข่าวค่ะ ที่เข้าโรงพยาบาลรอบที่ 4 เพราะพี่ยุ้ยไม่ได้ทานยาค่ะ แอลกอฮอล์ก็อาจจะมีบ้างค่ะ สูบบุหรี่ หลังจากนี้ที่คุณหมอห้ามก็ทำได้ค่ะเพราะไม่อยากไปอยู่โรงพยาบาลแล้วค่ะ เข็ดแล้วค่ะ" ยุ้ย "ต้องขอโอกาสนะคะ คิดว่าน่าจะให้โอกาสนะคะ เพราะว่าเราเริ่มทำสิ่งที่ดี เราไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ดี ถ้าสิ่งที่ไม่ดีแน่นอนทุกคนไม่อยากให้โอกาสเรานะคะ ต่อจากนี้นะคะเปลี่ยนใหม่แล้วค่ะ รจนา เพชรกัณหา เป็นคนใหม่แล้วค่ะซึ่งแบบว่าไร้สาร ไร้ยาเสพติด คือจะไม่มีคนๆ นี้แล้วค่ะไอคนเก่าที่แบบว่าเดินเร่ร่อนข้างถนน เดินสูบบุหรี่อย่างนี้ค่ะ จะไม่มีแล้วค่ะ ยุ้ยขอโทษค่ะ สัญญาต่อไปนี้จะเป็นคนดีนะคะ ทำงานค่ะ คือตอนนี้ทำหมวกนะคะ คุณมาดามเกตเป็นคนลงทุนให้" ยุ้ย "ตอนนี้พักอยู่ที่บริษัทของคุณมาดามเกตค่ะ บ้านยังไม่มีค่ะ คุณมาดามเกตุก็ให้ความเมตตา คือช่วยเหลือกันมาตลอดที่ผ่านมาก็คือเข้าใจผิดกันเพราะว่ามันเป็นเกี่ยวกับโรคของพี่ยุ้ยที่รักษามานาน คือรักษามา 10 ปีแล้ว ซึ่งมาดามเกตเขาไม่เคยเห็นยุ้ยเป็นโรคนี้ คือไม่เคยอยู่กับคนเป็นโรคนี้ แล้วพี่ยุ้ยปกติก็ไม่ได้เคยอยู่กับครอบครัวที่มี แม่-ลูก-พ่อ พร้อมกันของครอบครัวนี้ค่ะ มันก็เลยระเบิดขึ้นมา คือไม่ได้ดั่งใจพี่ยุ้ยอย่างนี้ค่ะ" ยุ้ย "ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลก็เลยนึกทบทวนเราผิดตรงไหน เราอะไร ยังไง เราทำตัวยังไง หรือว่าอะไรยังไง คืออาจจะไม่เข้าใจกันของพี่ยุ้ยและคุณมาดาม ทีนี้คุณมาดามก็รู้แล้ว ได้คุยกับคุณหมอแล้วเรื่องโรคของพี่ยุ้ยอย่างนี้ค่ะ" ยุ้ย "ข่าวว่าพี่ยุ้ยถูกทิ้งอยู่โรงพยาบาลจริงๆ ก็แรงนะคะ แต่ว่าจริงๆ แล้วอาการของพี่ยุ้ยออกไงคะ อย่างที่บอกนะคะ คนใกล้ชิด ครอบครัวมาดามก็คือเห็นก้าวร้าว หรืออะไรอย่างนี้ค่ะ" มาดามเกต "คือสมมติอย่างนี้ะค่ะ ถ้าถูกทิ้งนี่คือต้องทิ้งเลย ไม่ต้องไปติดต่อ ไม่รับกลับมา แต่ว่ายุ้ยเนี่ยเข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 21 มิถุนาจนถึงวันที่ 8 สิงหา ระยะเวลาเดือนกว่ายุ้ยจะเจอหน้าพี่ทุกอาทิตย์ที่โรงพยาบาล แล้วถ้าพี่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมพี่ก็จะคุยกับหัวหน้าพยาบาลตลอดว่ายุ้ยเป็นยังไงบ้าง เพราะฉะนั้นเนี่ยคำว่าถูกทิ้งก็ต้องไม่เอามาพูดกัน เพราะว่าพี่ไม่ได้ทิ้ง" มาดามเกต "ถ้าเกิดทิ้งวันนี้ยุ้ยก็ต้องไม่มายืน ณ ตรงนี้กับพี่ถูกไหมคะ คือทิ้งไปแล้ว แต่ว่าพี่ยังมีความเมตตายุ้ยอยู่ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ๆ ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์หรือธุรกิจนะคะ เพราะว่าหมวกเนี่ยพี่ลงทุนให้ ลงทุนก็ไม่ได้เยอะมาก ครั้งละหมื่น สองหมื่นบาท แล้วก็มาติดยี่ห้อเขา แล้วให้เขาเนี่ยใส่ แล้วพี่ก็ถ่ายรูป แล้วก็โพสต์บุ๊ค ไอจี โน่นนี่นั่น แล้วเขาจะมีแฟนเพจของเขา ซึ่งยุ้ยเนี่ยจะมีกลุ่มแฟนคลับที่ชอบเขาสมัยเขาดังๆ น่ะนะก็ช่วยอุดหนุนบ้าง ก็เงินส่วนเนี้ยะยุ้ยจะได้เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเขา แล้วบางทีเขาก็จะได้ส่งให้แม่ค่ายาบ้าง อะไรบ้างค่ะ" ยุ้ย "เรื่องเงินที่มีข่าวว่ามาดามเอาไป เรื่องนี้ก็คือทางธนาคารกสิกรที่พี่ยุ้ยฝากไว้ แล้วก็มีคนที่แบบว่ารู้บัญชีพี่ยุ้ย รู้เบอร์พี่ยุ้ยแล้วก็เช็คอยู่ตลอดเวลา แล้วทีนี้พี่ยุ้ยก็เลยแบบกดเงินออกมาแล้วก็ย้ายบัญชีจากกสิกรไปเป็นไทยพานิชอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็วันที่พี่ยุ้ยเข้าโรงพยาบาล พี่ยุ้ยก็พกเงินไปด้วย ทีนี้พี่ชายพี่ยุ้ยก็มาทั้งมาดามทั้งพี่ชายพี่ยุ้ยมาส่ง แล้วพี่ยุ้ยก็ฝากตังค์ไว้กับพี่ชายพี่ยุ้ยทั้งหมด ทั้งเอทีเอ็ม ทั้งเงินสด ทั้งอะไรในนั้นค่ะ พี่ฝากอยู่กับพี่ชาย ไม่ได้หายสักบาทค่ะ 35,000 ก็ครบค่ะ" ยุ้ย "กับผู้จัดการคนเก่าที่บอกว่าเขาติดต่อมาไม่ได้ ไม่ได้เจอเลยค่ะ ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้เจอค่ะ เขาพยายามติดต่อมาพี่ยุ้ยก็ทราบนะ พี่ยุ้ยไม่อยากจะมีอคติกับใครนะคะ แต่ว่าพี่ยุ้ยก็คิดว่าบางทีน่ะ บางอย่างคือใครทำอะไรทุกคนก็รู้เองว่าสิ่งสมควรหรือไม่สมควรอะไรอย่างนี้ค่ะ" มาดามเกต "ในที่นี้นะคะ คือเป็นผู้จัดการมันอาจจะไม่จีรัง แต่ว่าพี่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของยุ้ยคนนึง ณ ตอนนี้หมวกมันก็ไม่จีรังเหมือนกัน คือมันไม่ได้มีรายได้ที่เยอะมาก แพลนของพี่คือพี่จะดูแลยุ้ยไปพักนึงในเรื่องของโรคของเขา ถ้าเขาดีขึ้นเนี่ยพี่จะเปิดโรงเรียนสอนเดินแบบให้ยุ้ย เพราะว่าเขาถนัดทางนี้ คือด้วยศักยภาพของเขากับชื่อเสียงที่เขาสะสมมานาน พี่คิดว่ามีคนที่ตอบรับยุ้ยได้ดีอยู่ค่ะ" มาดามเกต "ที่ผ่านมาพี่มาไลน์ พี่มีโทรศัพท์ที่เขาติดต่อได้ แล้วก็จะมีผู้ชายคนนึงลักษณะเหมือนลูกครึ่งพูดไทยไม่ค่อยชัด เขาได้ติดต่อพี่มาวันนึงเมื่อต้นเดือนพฤษภา แล้วเขาก็บอกว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตอังกฤษ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็เป็นตัวแทนจากคุณซาร่า บริษัทสตอร์ม ที่ลอนดอน เขาก็พยายามถามข้อมูลยุ้ยทั้งหมด พี่นัดเจอเขาไม่มา" มาดามเกต "แล้วพอวันที่ยุ้ยเข้าโรงพยาบาลครั้งที่ 4 เขาได้ข่าวจากสื่อต่างๆ เขาติดต่อไปที่โรงพยาบาลๆ ก็บอกว่าอยากรู้ถึงศักยภาพของคนๆ นั้น อยากรู้ถึงเอกสารทุกอย่างที่จะมาดูแลยุ้ย ขอเข้ามาพบที่โรงพยาบาลจะเสนอผอ.ให้เพราะว่าเคสยุ้ยเนี่ยไม่ใช่คนธรรมดา ค่อนข้างจะดังโรงพยาบาลจะเสียไปด้วย ถ้าปล่อยคนไข้ออกไปกับผู้ปกครองที่ไม่มีตัวตน นัดเขาๆ ก็ไม่มา เพราะฉะนั้นพี่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ๆ บอกว่ามาจากสตอร์มเนี่ยมีจริงไหม หรือว่าเป็นการแอบอ้างจากใคร แต่ว่าชื่อ เบอร์ แล้วก็เฟสบุ๊คทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เขาแอดพี่มาเนี่ยเขามีตัวน แต่เขามาจากสตอร์มจริงไหม" มาดามเกต "ข่าวที่ผ่านมาบอกว่าพี่หวังผลประโยชน์กับยุ้ย พี่ไม่รู้เลยว่าหวังแล้วได้อะไร แล้วก็ไม่เคยหวังด้วยเพราะว่ายุ้ยน่ะไร้ประโยชน์กับพี่มาก อยู่แล้วเป็นภาระด้วยซ้ำ ดูแลยุ้ยแล้วเป็นภาระด้วยซ้ำ ชื่อเสียงเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เราดูแลแล้ว หมาตัวนึงอยู่ข้างถนนโดนรถเหยียบ เรายังจอดรถเพื่อจะดูอาการหมาถูกไหมคะ แต่นี่เป็นคนแล้วเขาก็เคยสร้างชื่อเสียง อีกเรื่องนึงคือพี่เนี่ยมองยุ้ยเป็นไอดอลตั้งแต่สมัยเราอยู่บ้านนอกเหมือนกัน แต่ว่าพี่คนใต้ ยุ้ยคนอีสาน เราก็มองชอบผู้หญิงคนนี้ว่าเออเขาไม่สวยแต่เขาไปถึงดวงดาว มา ณ วันนึงเนี่ยเรามีโอกาสที่ได้ดูแลเขาก็พี่จะทำให้ดีที่สุด ก็ทำได้ดีแค่นี้แหล่ะ" ยุ้ย "ฝาก ค่ะก็เรื่องหมวกนะคะเป็นธุรกิจ แล้วก็แฟนๆ ทุกคนนะคะ ที่เป็นออแกไนซ์ เจ้าของสินค้านะคะ มีอะไรให้ยุ้ยรับใช้เชิญนะคะ ติดต่อคุณมาดามเกตนะคะ แล้วก็ช่วงนี้ถ้ามีงานได้ก็ดีค่ะเพราะว่าตอนนี้คุณแม่ป่วยหนัก คุณแม่ไม่ค่อยสบายก็อยากจะช่วยเหลือคุณแม่ หรือไม่ก็อยากจะถ้าพร้อมทุกอย่างก็อยากจะรับคุณแม่มาอยู่ด้วยน่ะค่ะ" ยุ้ย "ก็อยากจะขอบคุณๆ มาดามเกตมากนะคะที่เมตตาต่อยุ้ยมาตลอด แล้วก็อย่างที่บอกน่ะค่ะ คุณมาดามเกตเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็คือบางทียุ้ยน่าจะอ่อนลงนิดนึง แต่ความที่แบบพี่ยุ้ยก็เป็นคนดื้อเหมือนกัน แล้วก็ในที่สุดก็เจอค่ะ ก็โอเค มาดามเกตเขาไม่ได้มีเจตนาอย่างงั้น เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าโรคที่พี่ยุ้ยเป็นอยู่มันแรง มันเหวี่ยง มันอะไรอย่างนี้ค่ะๆ ต่อไปนี้ก็มีอะไรก็จะได้คุยกันมากขึ้น อธิบายกันมากขึ้น พี่ยุ้ยก็ดีค่ะได้มาอยู่กับครอบครัวนี้ก็อบอุ่นน่ะค่ะ" ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา ยุ้ย รจนา - มาดามเกต

กิเลนผยอง ไล่ต้อน พลังเพลิง3-0/บีอีซี พ่าย กูปรี2-3/สรุปผลบอลไทย
กิเลนผยอง /  ปตท.ระยอง / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-0 ปตท.ระยอง ประตู : 1-0 มาริโอ ยูรอฟสกี้ น.6, 2-0 มิลาน บูบาโล น.56, 3-0 มาริโอ ยูรอฟสกี้ (จุดโทษ) น.74 สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา : 19.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 4 มีคิวเปิดสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ พลังเพลิง ปตท.ระยอง ทีมโซนหนีตาย เกมนี้ ดราแกรน ทาลาจิช กุนซือ กิเลนผยอง จัดชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำโดย "กัปตันโกโก" ดัสกร ทองเหลา, มาริโอ ยูรอฟสกี้, วุฒิชัย ทาทอง, มิลาน บูบาโล และเคลตัน ซิลวา ด้านผู้มาเยือน ชัยยง ขำเปี่ยม จัดการส่งชุดที่ดีที่สุดเช่นกัน นำทัพโดย ยุทธนา ไชยแก้ว, ไพฑูรย์ เทียบมา, ฮาดลีย์ เดสมาเรตส์, พิเชษฐ อินทร์บาง และกีรติ เขียวสมบัติ โดยเกมนี้มี อลงกรณ์ ฝีมือช่าง ทำหน้าที่ผู้ตัดสิน เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกเป็นทาง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ครองเกมโหมบุกเข้าใส่ พลังเพลิง ปตท.ระยอง ผู้มาเยือนอย่างดุเดือด นาทีที่ 6 กิเลนผยอง ก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ วุฒิชัย ทาทอง เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู มาริโอ ยูรอฟสกี้ เข้าชาร์จไม่เหลือซาก หลังจากได้ประตูออกนำ กิเลนผยอง ก็ยังคงเป็นฝ่ายที่บุกอย่างหนัก แต่นาทีที่ 17 กลายเป็น พลังเพลิง ที่ได้ลุ้นประตูตีเสมอเมื่อ "เจ้าป็อป" กีรติ เขียวสมบัติ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจตะบันเต็มแข้งบอลพุ่งไปโดน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ปัดเอาไว้ได้ นาทีที่ 27 เดชา สร้างดี ได้กระชากบอลขึ้นไปทางริมเส้นด้านซ้ายล็อกหลอก มาริโอ ยูรอฟสกี้ หนึ่งจังหวะก่อนจะเปิดเข้าไปหน้าประตู กีรติ เขียวสมบัติ ได้ทะยานขึ้นโขกบอลลอยข้ามคานออกไป นาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาแรก กิเลนผยอง มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย มาริโอ ยูรอฟสกี้ วิ่งเข้าไปซัดติดกำแพงออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นเท่าที่ควร ซึ่งก็จบครึ่งแรกด้วยการออกนำของ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 กลับมาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 50 กิเลนผยอง เกือบที่จะหนีเป็น 2-0 เมื่อ วุฒิชัย ทาทอง ได้ตวัดเท้ายิงบอลพุ่งไปติดเซฟของ กฤษณะ กลั่นกลิ่น นายด่านพลังเพลิง จากนั้น กิเลนผยอง ก็โหมบุกอย่างหนัก นาทีที่ 56 ความพยายามของ กิเลนผยอง ที่จะเอาประตูที่ 2 ให้ได้ก็มาประสบผลเมื่อ มิลาน บูบาโล หลุดเข้าไปจิ้มบอลผ่านตัว กฤษณะ กลั่นกลิ่น นายด้านทีมเยือนเข้าไปนอนก้นตาข่ายอย่างเลือดเย็น หลังจากเสียประตูที่ 2 พลังเพลิง ปตท.ระยอง ก็พยายามที่จะเปิดเกมบุกเข้าใส่บ้าง ทว่านาทีที่ 74 กิเลนผยอง ที่เล่นโต้กลับเร็วก็มาได้จุดโทษเมื่อ มิลาน บูบาโล ถูกกองหลังพลังเพลิง รวบล้มลงในเขตโทษ และเป็น มาริโอ ยูรอฟสกี้ กลับมารับหน้าที่สังหารอีกครั้งไม่พลาด สกอร์หนีเป็น 3-0 นาทีที่ 84 กิเลนผยอง เกือบที่จะหนีเป็น 4-0 เมื่อ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ ที่เพิ่งถูกส่งลงมาในสนามได้บอลหลุดไปแตะหนี 2 กองหลังพลังเพลิง ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจยิงหักข้อบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปแบบได้ลุ้น เวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ทำให้จบเกม กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้อนเอาชนะ พลังเพลิง ปตท.ระยอง ไปได้ 3-0 เก็บ 3 คะแนนไปครองได้สำเร็จ รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK), ปิยพล ผานิชกุล, ทศพล ลาเทศ, คิม ดอง จิน, สุริยา สิงห์มุ้ย, มิลาน บูบาโล, ดัสกร ทองเหลา (C), สารัช อยู่เย็น, วุฒิชัย ทาทอง (กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ น.84), มาริโอ ยูรอฟสกี้ (เสกสิทธิ์ ศรีใส น79), เคลตัน ซิลวา (อิริค เอนเดล พาร์ตาลู น.59) ปตท.ระยอง : กฤษณะ กลั่นกลิ่น (GK), ไพฑูรย์ เทียบมา, ประหยัด บุญญา, มิชาเอล ฟรานซิส, เดชา สร้างดี (ณัทธภณ วรทญานันทน์ น.42), เจมส์ แม็คคลีนาฮาน, ยุทธนา ไชยแก้ว (C) (ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ น.46), ราฟาเอล เวลลิงตัน เปเรซ (อมาดู อัตทารา น.59),  ฮาดลีย์ เดสมาเรตส์, พิเชษฐ อินทร์บาง, กีรติ เขียวสมบัติ ขอบคุณภาพสวยๆจาก เฟสบุ๊ค PTT Rayong FC