เฟสบุ๊ค

นุ่น หายเหนื่อยละครกระแสดี แจง ข้อหาอวดรวย ถ่ายภาพติดรถหรู
นุ่น วรนุช

            เล่นละครเรื่องไหน ก็เป็นกระแสดีทุกเรื่องสำหรับ นุ่น วรนุช ที่ล่าสุดกับบทบาท คุณอุบล สาวจากยุคโบราณที่กลับชาติมาแก้แค้นเรื่องราวในอดีต จากละครเรื่อง พิษสวาท ที่สาวนุ่นตีบทแตกตั้งแต่ตอนแรกที่เริ่มออกอากาศ             ล่าสุด ได้เจอกับสาวนุ่นในงาน "สารคดี My Queen 84 The Golden Year" เลยต้องถามถึงความรู้สึกกับฟีดแบคละครเรื่องนี้ พร้อมทั้งกระแสข่าวที่คนกำลังพูดถึง กับรูปภาพที่หลายครหาว่าสาวนุ่นอวดรวย โพตส์รูปถ่ายตัวเองแต่แอบติดรถจอดเรียงกันเป็นแถว แถมยังมีถึง 2 ชั้น งานนี้สาวนุ่นจะว่าอย่างไรบ้าง... กระแสละครพิษศวาทมาแรงมากเลยสำหรับเวลานี้"ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอบคุณนะคะ ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ชื่นชอบ ซึ่งตัวนุ่นเองก็รู้สึกหายเหนื่อย หายเหนื่อยแทนทีมงานๆ ทุกคน เพราะที่ผ่านมาเราเตรียมงานกันหนักมากจริงๆ และพอสุดท้ายผลตอบรับที่ได้มามันเป็นแบบนี้ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกดีใจ" รู้สึกยังไงบ้างกับกระแสที่มันกลายเป็นที่พูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง "สนุกดี (หัวเราะ) เดี๋ยวนี้เวลาพอดูละครจบนุ่นก็ต้องไปนั่งอ่านเฟสบุ๊ค อ่านกระทู้ต่างๆ ที่เขาเขียนถึง อย่างบางคนก็แต่งตัวตามคุณอุบล น่ารักดี (ยิ้ม)" แสดงว่าเราก็ต้องคอยเช็คฟีดแบคอยู่ตลอดเหมือนกัน "มีคนส่งมาให้ดูเรื่อยๆ ค่ะ (หัวเราะ)" ตอนนี้หลายคนก็ลุ้นว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะจบลงยังไง "ต้องรอดูค่ะ นุ่นจำไม่ได้แล้ว (หัวเราะ) ต้องรอดูนะ" เหมือนช่วงนี้เราเองก็ต้องออกงานในลุคคุณอุบลบ่อยอยู่เหมือนกัน "แล้วแต่งานมากกว่าค่ะ ถ้าหากลูกค้าต้องการลุคไทยๆ หรือให้มีการรำชุดก็จะต้องออกมาในแนวนี้ แต่ถ้าเป็นงานปกติก็คือลุคปกติค่ะ" ช่วงนี้ไปไหนมาไหนคนก็เรียกเราคุณอุบลตลอด ไม่มีเรียกนุ่นแล้ว "ใช่ค่ะเรียกคุณอุบลตลอด ตั้งแต่เริ่มฉายวันแรกๆ เลย ก่อนหน้านี้ที่เราเองก็เคยเจอคุณอุบลเข้าฝัน พอละครออนแอร์แล้วเราได้มีการบอกท่านไหมว่าคนดูชอบนะ "ไม่มีค่ะ ไม่มี คือเราก็ตั้งใจทำงานมากกว่า ทั้งนุ่น ทั้งทีมงานทุกคน รวมถึงผู้กำกับหลายๆ ท่าน ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะที่ได้กลับมาทำงานร่วมกันอีก" ถามถึงภาพที่เรากำลังผูกเชือกรองเท้าแล้วด้านหลังเผยให้เห็นลานจอดรถหรูหลายๆ คัน ฟีดแบคแรงพอสมควร "(หัวเราะ) ไม่รู้สึกอะไรค่ะ ไม่ใช่ของนุ่น" ภาพนั้นถ่ายที่บ้านเราหรือว่าที่ไหน ?"อย่าไปสนใจเลย รูปมันก็เป็นแค่นิดๆ หน่อยๆ ค่ะ" แต่หลายคนก็เม้าท์ไปถึงว่าเราตั้งใจอวดรถหรูหรือเปล่า "มีอะไรหรู ไหนบอกยี่ห้อมาสิ (หัวเราะ) ไม่มี ลองดูไม่มีอะไรหรูค่ะ" จากภาพที่เห็นคือมีรถหลายคันมากจนถึงขนาดต้องใช้ที่จอดรถสองชั้น "ปกติค่ะ นุ่นคิดว่าเดี๋ยวนี้ที่จอดรถสองชั้นเป็นเรื่องธรรมดามาก และที่บ้านคือมันก็มีหลายคนอาศัยอยู่ไม่ได้มีแค่นุ่นคนเดียวค่ะ" หลังจากนี้เวลาถ่ายรูปอะไรที่บ้านต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม "มันเป็นปกติค่ะ คุณต๊อดเขาก็เคยถ่ายลงเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรแบบนี้" เหมือนช่วงนี้เรากำลังกระแสแรงหรือเปล่าคนก็เลยพยายามหาเรื่องอื่นมาโฟกัส "นุ่นคิดว่านุ่นไม่ได้ทำอะไรผิดนะ นุ่นไม่ได้กลัวว่าจะต้องเป็นอะไรค่ะ" กลัวคนจะมองไหมว่าเราติดหรู ?"ไม่กลัวค่ะ นุ่นเจอข่าวประเภทนี้มาบ่อยแล้วก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไร นุ่นก็ยังเป็นตัวนุ่นปกติ คือถ้าเรายังทำงาน เรายังหาเงินได้ ดังนั้น การซื้อของหรือสิ่งที่เราอยากได้มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเราไม่ได้ไปเบียดเบียนเอาของใครมา" เจอข่าวแบบนี้ทำให้เรานอยด์บ้างหรือเปล่า "ไม่ได้นอยด์อะไรเลยค่ะ ไม่เลยค่ะ" นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช  

ศิลา วงZeal ตัดพ้อ ดิ้นรนมานาน แม่ยังไร้สัญชาติเหมือนเดิม
Zeal /  ศิลา นามเทพ / 

    ยังคงเป็นเรื่องที่ค้างคาใจศิลปินหนุ่ม ศิลา วง Zeal อยู่ตลอดมา สำหรับปัญหาในครอบครัว จนต้องโพสต์ข้อความที่อึดอัด และอัดอั้นในใจมานานลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว เนื่องจากคุณแม่ อายุ นามเทพ แม่บังเกิดเกล้าของหนุ่มศิลา ที่ตอนนี้ยังคงเป็นคนไร้สัญชาติ ทั้งที่หนุ่มศิลาและครอบครัวต่างก็ดิ้นรนต่อสู้มานานกว่า 10 ปี แต่ก็ได้เพียง ทร.38 เป็นบัตรระบุตนที่มีเลข 0 นำหน้า ซึ่งก็ยังไม่ใช่คนที่มีสัญชาติไทยอยู่ดี เวลาจะออกนอกพื้นที่ไปไหน จะต้องไปทำเรื่องขออนุญาตออกนอกพื้นที่ที่อำเภอ ซึ่งหนุ่มศิลา ก็ได้บอกด้วยว่า การจะต้องไปติดต่ออะไรก็ช่างมันน่าเหนื่อยใจเหลือเกิน และนี่เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ครอบครัวกำลังจะเรียกร้องสัญชาติให้แม่อีกครั้ง และขอบคุณทุกๆ ท่านที่มีส่วนช่วยเหลือในทุกๆ ครั้งด้วย

งานเข้า อุ๋ย Buddha Bless! เพลง เพื่อนหายเพราะขายตรง โดนวิจารณ์ยับ!!
อุ๋ย Buddha Bless /  เพื่อนหายเพราะขายตรง

    งานเข้าซะแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม อุ๋ย Buddha Bless หลังปล่อยซิงเกิ้ลเพลงใหม่ เพื่อนหายเพราะขายตรง ที่เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 59 ล่าสุด ก็ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงออกมาโจมตีแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยในเฟสบุ๊คของ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ กดติดตามกันนะคะ ได้พูดถึงเพลง และฝากถึงหนุ่มอุ๋ย ด้วยว่า ถ้าจะพูดถึงเพลงที่เอ่ยถึงอาชีพของคนอื่น อยากให้ช่วยพูดถึงมุมดีๆ ของอาชีพนี้บ้าง พร้อมทั้งบอกว่า ถ้าให้กำลังใจใครไม่ได้ ก็อย่ามาทำเพื่อทำลายกำลังใจใคร มันไม่ได้ทำให้คุณหรือใครสูงขึ้น     ซึ่งด้านหนุ่มอุ๋ย ก็ได้ออกมาชี้แจงตอบกลับถึง กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ด้วยว่า การพี่คิดว่าเพลงนี้จะทำให้ธุรกิจขายตรงที่ดีแปดเปื้อนไปด้วย ตนกลับมีมุมมองว่า ถ้านักขายมีจรรยาบรรณจริง กลับจะได้ประโยชน์จากเพลงนี้ เพราะพวกที่ไม่มีจรรยาบรรณก็จะทำงานยากขึ้น คนรู้ทันกันมาขึ้น ส่วนเรื่องแต่งเพลงให้กำลังใจกัน ตนก็เคยได้รับการติดต่อจากบริษัทขายตรงมาของใช้เพลงๆหนึ่งเพื่อเปิดเพื่อกระตุ้นให้เกิดความหึกเหิมและสามารถให้ได้ทุกอาชีพอีกด้วย

ตุลย์ วงเพลย์กราวด์ ร่วมเป็นจิตอาสา รับถ่ายภาพที่สนามหลวง
Playground /  ตุลย์ เพลย์กราวด์ / 

ตุลย์ เพลย์กราวด์ ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังความดีเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง ปันน้ำใจด้วยการร่วมเป็นจิตอาสา รับถ่ายรูปให้กับพี่น้องชาวไทยที่ท้องสนามหลวง ตุลย์ เพลย์กราวด์ ตุลย์ เพลย์กราวด์ ศิลปินค่าย ME RECORDS (มี เรคคอร์ด) รวมกลุ่มกับรุ่นน้องที่รักการถ่ายรูป ช่วยถ่ายรูปบันทึกความทรงจำให้ประชาชนที่ร่วมไว้อาลัยแด่ในหลวง ในบริเวณท้องสนามหลวง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตุลย์ เผยที่มาแนวคิดนี้ว่า “อยากออกไปทำอะไรที่มีประโยชน์เพื่อพ่อบ้าง แล้วพอดีเห็นน้องที่รู้จักกันเค้ามาแชร์รูปในเฟสบุ๊คว่าเค้าไปถ่ายรูปให้ฟรีที่สนามหลวงมา เราก็เลยเห็นว่าอันนี้มันใช่เลย เพราะที่เราไปมาก่อนหน้านี้ เรารู้สึกว่าทุกคนก็อยากมีรูปเป็นที่ระลึกกับในหลวงของเรา แต่ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพจากกล้องจากโทรศัพท์อาจยังไม่พอ เราก็เลยทักไปในเฟสบุ๊คน้องคนนั้นว่าพี่ขออนุญาตสานต่อนะ เค้าตอบกลับมาว่ายินดีเลยครับ เราก็เลยลุยเลย" "ในเวลานี้ผมขอยืมประโยคหนึ่งที่ผมชอบมากของเพื่อนมาใช้นะครับ “เราจะเข้มแข็งไปด้วยกัน” เพราะผมเชื่อว่าตอนนี้หัวใจคนไทยทุกคนเป็นแผล และกำลังรอวันที่แผลนั้นจะประสานกันได้เหมือนเดิม แต่สุดท้ายแล้วรอยแผลเป็นของหัวใจคนไทยทุกดวงต่างก็ได้รับการเยียวยาจากสิ่งๆ เดียวกันคือ คำสอนจากพ่อของพวกเรา ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนสู้ไปด้วยกันนะครับ” วง เพลย์กราวด์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

กานต์ วิภากร /  เสก โลโซ

   ทำเอาโลกโซเชียลตกใจกันยกใหญ่ เมื่ออยู่ๆ กานต์ วิภากร ได้ออกมาโพสต์ข้อความแฉถึงลูกน้องทอมคนสนิท ว่าโดนโกงเงิน ซึ่งลูกน้องคนดังกล่าว คือคนที่เคยเป็นข่าวว่าโดนอดีตสามี เสก โลโซ ทำร้ายจนกรามหักมาแล้ว ซึ่งกานต์ก็ได้ออกมาปกป้องลูกน้อง และเกิดเป็นศึกแฉอดีตสามีเสียๆหายๆ มาแล้ว ล่าสุด(10 ส.ค.) กานต์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Wiphakorn Karn ว่าโดนลูกน้องคนดังกล่าวหลอกลวง และโกงเงินหนีหายไป ไม่สามารถตามตัวได้ พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่าที่โดนอดีตสามีทำร้ายนั้น ยังน้อยไป โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า    "ขอแถลงการเกี่ยวกับคนคนหนึ่งที่เราเคยชุบเลี้ยงไว้อย่างดีเพราะคิดว่ามันจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ก็เลยให้โอกาสมันให้ทำงานด้วย แต่ในขณะที่มันทำงานอยู่ มันได้ทำให้องค์กรแตกแยกและทำวุ่นวายเละเทะในองค์กรอย่างมาก วันๆยุแยงตะแคงรั่ว ปั่นคนนั้นนี้ โกหกสร้างเรื่อง ปั้นน้ำเป็นตัว ก็สงสัยน่ะว่าวันๆมันจะไม่ทำไรนอกจากคิดแผนชั่วหรือยังไง ทางเราและบ.ลัสเตอร์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ได้เชิญมันออกไป2เดือนแล้ว มันยังเที่ยวไปหลอกเงินชาวบ้านไว้เยอะมาก ล่าสุดนังโจร500 ได้ไปเช่าตู้กีต้าร์2ตู้ ตู้เบส1ตู้พร้อมกล่องแล็ค 2เจ้ารวมเป็นจำนวน6ตู้และได้หายสาบสูญไป ไม่มีใครติดต่อได้    ซึ่งต้องขอแจ้งไว้ณ.ที่นี้ว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเราและค่ายเพลงของเราแต่อย่างใด และมีเจ้าทุกข์ติดต่อข้าพเจ้าเรื่องช่อโกงของมันอีกหลายราย และขอแถลงน่ะตรงนี้เลยว่าเรื่องที่มันโดนสามีข้าพเจ้ากระทืบ มันเข้าค่ายจัดฉากเพราะมันโกหกเรามาโดยตลอดว่าไม่รู้ว่าเสกเล่นอยู่แถวนั้น เราได้ถามไปหลายครั้งแต่ก็ยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ จนกระทั้งข้าพเจ้ามารู้จากหลักฐานพยานหลายอย่างว่ามันโกหก และทราบมาอีกว่ามันได้เรียกเงินเสกไป1ล้าน7แสนบาท อันนี้มีหลักฐาน ที่ผ่านมามันโกหกทำให้เราต้องแถลงข่าว เป็นเหยื่อมัน ตอนนี้รู้และตระหนักแน่ชัดว่า โจร500โดนแค่นั้นยังน้อยไป และของในบ้านเราหายไปหลายรายการ ตอนนี้เราและเจ้าทุกข์คนอื่นๆกำลังดำเนินคดีทางกฎหมายสูงสุด อีเลว!!"

เทคนิค! เตรียมตัวผ่าน ตม เมื่อต้องไปเที่ยวคนเดียว (แบบเบสิคสำหรับมือใหม่หัดเที่ยวเมืองนอก)
เดินทางต่างประเทศ /  เตรียมตัวผ่าน ตม / 

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศสิ่งหนึ่งที่หลายคนกลัวและกังวลมากๆ ก็คือ การผ่าน ตม เพราะบางคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้บ้าง เดินทางต่างประเทศครั้งแรกบ้าง เป็นต้น เพจเที่ยวคนเดียวต้องสตรอง ก็เลยแนะนำ เทคนิค! เตรียมตัวผ่าน ตม เมื่อต้องไปเที่ยวคนเดียว หรือ แบบเบสิคสำหรับมือใหม่หัดเที่ยวเมืองนอก มาฝากกันค่ะ เทคนิค! เตรียมตัวผ่าน ตม เมื่อต้องไปเที่ยวคนเดียว (แบบเบสิคสำหรับมือใหม่หัดเที่ยวเมืองนอก)   ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากสวยๆ จาก เพจเฟสบุ๊ค : เที่ยวคนเดียวต้องสตรอง

โถ่…ไอ้น้อง!แฟนไทยจวกยับ “ สรรเสริญ ” แข้งU-19พฤติกรรมไม่เหมาะสม (มีคลิป)
ช้างศึก /  ทีมชาติไทยU19 / 

โลกโซเชียลดราม่าหนักเมื่อ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ จอมทัพช้างศึกชุด U-19 ปีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลังยกเท้าขึ้นมาบนโต๊ะต่อหน้า “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล เกิดเรื่องดราม่าขึ้นในโลกโซเชียลอีกครั้ง หลังเเฟนเพจ (ฟุตบอลทีมชาติไทย) เพจอย่างเป็นทางการที่รายงานความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยทุกชุด ปรากฎว่าได้ปล่อยคลิปขณะ “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล กุนซือทีมชาติไทยชุด U-19 ปี ระหว่างที่กำลังปลุกใจเเละให้โอวาทนักเตะก่อนลงสนาม ภายในคลิปได้มีภาพที่แฟนบอลชาวไทยไม่พอใจอย่างยิ่ง เป็นภาพของ “เจ้าโก้” สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ กองกลางตัวสำคัญของทีม ที่ไปยกเท้าขึ้นมาบนพนักเก้าอี้ อีกตัวที่อยู่ข้างหน้า จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าโค้ช จนเป็นเหตุให้คลิปดังกล่าวถูกเเชร์ออกไปในวงกว้าง กระทั้งต่อมาเจ้าตัวได้เเชร์วิดีโอดังกล่าว เเละออกมาชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ที่ผมเอาขาขึ้น เพราะผมจะให้เลือดมันลงขา เพราะเวลาผมเล่นผมต้องใช้เเรงจากต้นขาเยอะมาก ต่อเเมตผมโยนบอลเลย 20 ครั้ง ผมเข้าใจว่าผมไม่ควรทำ ผมขอโทดถ้าผมทำผิด เเต่ผมไม่เคยคิดที่จะไม่เห็นหัวไคร ขอโทดคับ ขอโทดคนในทีมทุกคนคับ#thailand u19#ถ้าชนะก็คงดี”

สามสาววัยซน สโมสรมินิ เสิร์ฟเพลงยียวน อย่าปากดี เดี๋ยวมีจูบ
ต้นข้าว อาร์สยาม /  น้องเพลง อาร์สยาม / 

อาร์สยาม แจกความสดใส ผ่านสามสาววัยซน สโมสรมินิ ส่งเอ็มวียียวน อย่าปากดี เดี๋ยวมีจูบ หลังประสบความสำเร็จกับโปรเจ็ค สโมสรชิมิ ล่าสุด อาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส ขอเสนอโปรเจ็คใหม่สุดสดใส สโมสรมินิ การรวมตัวของสามสาวแสนซนชวนหมั่นเขี้ยว ต้นข้าว อาร์สยาม (เขมนาฏ ธจิรมงคลกิตต์) สาวสวยหน้าหวาน มีเสน่ห์ที่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ, ลาดา อาร์สยาม (อาภาภัทร สุขสวัสดิ์ชล) สาวสวยสุดมั่น มีความเซ็กซี่ปนความห้าว, น้องเพลง อาร์สยาม (ธันยพร คงแจ่ม) สาวน้อยแสนน่ารัก แถมขี้เล่นและแสนซนสุดๆ พร้อมที่จะมาสร้างความประทับใจให้ทุกสายตา กับมิวสิควิดีโอ อย่าปากดี เดี๋ยวมีจูบ เพลงสนุกๆ สุดยียวน ที่จะมากวนหัวใจผู้ชายที่ชอบพูดชมสาวๆ! ต้นข้าว อาร์สยาม เป็นตัวแทนพูดถึงการทำงานครั้งนี้ว่า... "โปรเจ็ค สโมสรมินิ เป็นการรวมตัวของพวกเรา 3 คน ลาดา, ต้นข้าว และ น้องเพลง เพื่อสร้างสีสันแจกความสดใสให้กับแฟนเพลงในซิงเกิ้ล อย่าปากดี เดี๋ยวมีจูบ เพลงแนวป๊อบที่มีการร้องลูกทุ่งผสม และแม้จะเป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรกแต่ก็สนุกมากค่ะ ตั้งแต่เข้าห้องอัด จากที่แต่ละคนถนัดร้องเพลงเดี่ยวมาก่อน พอมาร้องเพลงกลุ่มในท่อนที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบ ก็เลยลืมๆ กันบ้าง ต้องคอยเตือนกัน" "สำหรับบรรยากาศการถ่ายทำมิวสิควิดีโอก็เฮฮามาก เจอทั้งแดดร้อน ฝนตก แต่พวกเราก็ไม่หวั่นค่ะ สู้ไม่ถอย สนุกสนานไปกับเรื่องราวว่า พวกเราไปเที่ยวพักผ่อน ถ่ายรูปเซลฟี่โพสต์ลงเฟสบุ๊ค พระเอกก็จะชอบเข้ามากดไลท์ คอมเม้นท์ทุกรูป... เจอผู้ชายปากดีแบบนี้ อยากรู้ว่าตอนสุดท้ายจะจบอย่างไร ฝากติดตามชมได้ทางช่องสบายดี ทีวี / YouTube Rsiammusic และ LINE Music พร้อมเป็นกำลังใจให้พวกเรา สโมสรมินิ ด้วยนะคะ" [Official MV] อย่าปากดี เดี๋ยวมีจูบ : สโมสรมินิ | Rsiam youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ที่พักเชียงใหม่ /  ที่พักเปิดใหม่ / 

ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า และมีวิวทิวทัศน์ของภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา จึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ม่อนแจ่ม ยังมีที่พักสวยๆ บรรยากาศดีๆ อยู่หลายที่ อย่างที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ค่ะ "บ้านหว่าญ่า" บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม บ้านหว่าญ่า เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ^^ ที่มาของ บ้านหว่าญ่า คุณหว่า แซ่ญ่า เจ้าของที่พัก ได้เล่าให้ฟังอีกว่า ที่ตรงนี้เป็นที่ดั้งเดิมของปู่กับย่า อยู่บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนชื่อรีสอร์ทเป็นชื่อของเจ้าของ ชื่อหว่า แซ่ญ่า เลยตั้งชื่อเป็น “บ้านหว่าญ่า” ซึ่งการเรียกชื่อของม้ง จะเรียกเจ้าของว่า “หว่าญ่า” คือการเรียกรวมกันทั้งชื่อและแซ่ไปในคราวเดียวกัน เพื่อการระบุตัวตนที่ชัดเจนของม้ง ส่วนคำแปลของ ของคำว่า “หว่า” ถ้าแปลเป็นสถานที่ หมายความว่า สถานที่ที่มีแต่ความเจริญงอกงาม หรือสถานที่ที่อันเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้   ส่วนคำว่า “ญ่า”  คือแซ่ของเจ้าของ คือ แซ่ญ่า ห้องเรียบง่าย แต่เน้นวิวของธรรมชาติ คุณหว่า แซ่ญ่า ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก การได้ไปท่องเที่ยวหลายๆ ที่แล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องการวิวมากกว่าที่ต้องการความใหญ่โตของห้อง มีสิ่งของมากมายเกินความจำเป็น การออกแบบห้องเลยทำให้เป็นกระจกโล่ง เพื่อสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ตลอดเวลาที่เข้ามาพักที่นี่ บ้านหว่าญ่า สามารถมองวิวของภูเขาได้ทุกห้อง และสามารถมองเห็นวิวได้ทุกมุมที่อยู่ในห้องเพราะผนังด้านที่เป็นวิวภูเขา เป็นกระจกโล่งทั้งด้าน และมีสวนร้านอาหาร ร้านกาแฟที่สามารถนั่งชมวิวภูเขาที่สลับซับซ้อนด้านหน้าได้อย่างรอบด้านสวยงาม ประเภทและจำนวนห้องพัก บ้านกล่องเล็กจำนวน  4 หลัง บ้านกล่องใหญ่จำนวน 4 ห้อง บ้านหินจำนวน  2  ห้อง บ้านหว่าญ่าเป็นห้องพักสำหรับ 2 ท่าน (รวมอาหารเช้า) กรณีพัก 3 ท่าน คิดเพิ่ม 300 บาทโดยไม่เสริมที่นอน ที่พักมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ + เครื่องดื่มไว้บริการ วิธีการจอง  สอบถามห้องว่าง + แจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อ ภายใน 1-2 วันหลังจอง รบกวนโอนค่ามัดจำ 50% หรือยอดเต็มจำนวนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแม่ริมเชียงใหม่ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ม่อนม้ง เลขที่บัญชี 8532194802  จากนั้นแจ้งโอนมัดจำได้ที่ 097-9322282 (กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเพื่อแสดงในวันเข้าพัก) ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ขอบคุณรูปภาพจาก เฟสบุ๊ค MyTae Warunee , https://www.facebook.com/vayahouse/

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปต่างประเทศครั้งแรก ตื่นเต้นสิ ไปกันสามคน สามสาว สามโสด 4 - 8 มีนาคม 2558 4 คืน 5 วัน แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ - ถิ่นลุงโฮ ||| ดาลัด - ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดี๊ดี ||| มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล ทั้งเดิน วิ่ง แว๊น แท็กซี่ รถเมล์ รถบัส มินิบัส รถจิ๊บ เจอหลากสภาพอากาศ ทั้งร้อน ร้อนโคตร เย็น เย็นโคตรๆ ที่สำคัญ จดจำเหตุการณ์นี้ไปตลอดชีวิต กับการตกเครื่องครั้งแรก ความเงิบจึงบังเกิด แต่ก็ทำให้เราได้อยู่ต่ออีก 1 วัน หุหุ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คนละ = 8,700 บาท ตั๋วเครื่องบินไปกลับ + ค่าอาหาร + ของฝาก + ที่พัก (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อใหม่นะ) ปล.ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสมาชิกพันทิปท่านนึง ถ่ายรูปสวยมาก เวลา 5 ทุ่ม เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนเราไลน์ชวนไปเที่ยวเวียดนาม เราก็ตอบตกลงไป คำเดียวแบบไม่คิด และจองตั๋วไปกลับ ดอนเมือง-ไซง่อน(โฮจิมินห์) ในคืนนั้นเลย 3,000 บาท คือก็ไม่ได้เห่อนะ แต่อารมณ์อยากเที่ยวมันพาไป กิกิ >\\<  จนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาที่เราสองสามคนเฝ้ารอก็มาถึง ตื่นเต้นสิคะ ตปท.ครั้งแรกน้าาา เราได้ Flight FD 650 DMK-SGN 07.45 น. ก่อนเดินทางเราได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร และแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชทั้งเงิน USD และ VND  พวกทศนิยมเล็กๆ น้อยๆ อย่าไปคิดมากค่ะ แลกให้พอมีติดตัว เน้นความสะดวก เพราะถ้าหาร้านรับแลกที่โน่นไม่เจอก็แย่ เราใช้เวลาเดินทาง 1.30  ชม. ก็มาถึงสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ไซง่อนหรือนครโฮจิมินห์นั่นเองค่ะ โฮจิมินห์อดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกด้วยค่ะ ถึงสนามบินแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ซื้อซิมค่ะ เดี๋ยวลงแดง !! ที่นี่จะมี vinaphone กับ mobifone (แบรนด์นี้ พนง.ไม่ให้เราถ่ายรูป) เราเลือก vinaphone แพ็คเกจกะมีให้เลือกเยอะกว่า และถูกกว่า เราเลือกแพ็คเกจ unlimited 1.2 GB เล่นเน็ตได้อย่างเดียว ราคา 1่15.000 ดอง (จะใช้ . แทน ,) พอดีใช้ซิม Standard เลยได้ลดอีก 18.000 ดอง เก๋ๆ วิธีคิดค่าเงินง่ายๆ คือ ตัดศูนย์ข้างหลังทศนิยมออก x 1.5 เช่น 115.000 ดอง เป็นเงินไทย 115 x 1.5 = 172.5 บาท เราเดินออกจากสนามบินมาทางขวามือ มอง 45 องศาอีกฝั่ง ประมาณ 500 เมตร จะเจอรถเมล์สาย 152 (เฮ้ยยยย ข้อมูลที่หามา เป๊ะอ๊ะะะ !!) เราขึ้นไปนั่งรอบนรถ สุดท้ายหน้าแตกจ้ะ รถที่ออกคือคันหลัง - - ได้ย้ายกันทั้งคัน ค่าโดยสารเข้าเมือง ราคา 5.000 ดอง ใครมีเป้ ข้าวของ เอาวางไว้ที่ตักนะคะ เด๋วจะโดนเรียกเก็บเป็น 10.000 ดอง แต่บางทีถ้าเราเอามาวางไว้ที่ตักแต่กระเป๋าเรามันใหญ่มากๆ เขาก็คิดเพิ่มนะคะ นั่งรถเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่ะ รถจะผ่านวงเวียนใหญ่ ตรงตลาดเบนถัน(ตามรูป) และรถจะจอดให้ลง ที่นี่สมคำร่ำลือจริงๆ เมืองแห่งมอไซค์ค่ะ คือรถโคตรเยอะ แซ้บบอยสก๊อยเกิลก็เถอะ เจอพี่เวียดเข้าไป เป็นต้องหลบให้เลยค่ะ ที่นี่ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคนนะคะ ชอบมาก อยากให้คนไทยเป็นแบบนี้ เวียดนามจะมีรถสามล้อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เราไม่นั่งค่ะ ได้เห็น ได้ถ่ายรูปพอละ เสี่ยงโดนโกง และเปลืองตัง ห้าาา ขณะนี้เวลา 11.45 น. เรารีบกางแผนที่ ตามหาเวียตซีค่ะ (Vietsea Tourist) เราจะจองทริปครึ่งบ่ายไปอุโมงค์กู๋จี ตอนแรกมึนมาก เดินมาผิดทาง เพราะมองแผนที่กลับหัว เอิ้กๆ วิธีมา >> ต้องเดินตามถนน PhanNgu Lao เส้นสวนสาธารณะนะคะ จะเจอเวียตซีอยู่ซ้ายมือชั้นล่าง ใต้โรงแรม KIM KHOI HOTEL ค่ะ ค่าทัวร์ 5 USD/คน พนง.จะนัดเวลา มาให้ตรงเวลานะคะ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ จากนั้นเราเดินหา บริษัท Phuong Trang ค่ะ เป็นบริษัทรถที่เราจะจองไปดาลัดคืนนี้ >> จากเวียตซี เดินต่อไปนิดเดียวจะเจอแยกถนน De Tham  เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 100 เมตร จะเจอที่ขายตั๋วค่ะ เราจองรถนอนไปดาลัด รอบประมาณ 23.45 น.  ราคา 230.000 ดอง ซึ่งรถจะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ ถ้าซื้อเวียตซีจะโดนชาร์จนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ลำบากอะไร ไปซื้อเองดีกว่าค่ะ ใกล้กันมากๆ ระหว่างรอขึ้นรถไปอุโมงค์กู๋จีเราก็เดินๆ หาอะไรกินกันค่ะ ปรากฏว่าเพลิน ลืมกิน เวลาก็จวนจ่ำ เลยต้องรีบเดินกลับค่ะ หลังๆ ดูเวลา เดินไม่ได้แล้วค่ะ วิ่งสิคะ โห...ผมนี่ติดสปีชเลย แต่เชื่อมั้ยว่าไม่ทัน ช้าไป 5 นาที ร้องไห้แปรบบบ เหงือนี่แตกพราก หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ พนง.ที่เวียตซีน่ารักมากค่ะ พาเราเดินไปรอรถอีกฝั่ง น่าจะให้วนมารับอีกรอบ ตอนขึ้นรถนี่พูดได้เต็มปากว่า "โคตรอาย"  ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าเผลอนะคะ กะเวลาเวลาดีๆ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ เรานั่งรถบัสที่ทางเวียตซีจัดให้ไปอุโมงค์กู๋จี ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเกือบทั้งคัน มีไกด์ชื่อ คุณแจ็ค ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พอถึงอุโมงค์กู๋จี ไกด์จะเก็บเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 110.000 ดอง และจะพาเราไปปรับพื้นฐานเบื้องต้นก่อนไปสถานที่ต่างๆ ไกด์พามาดูกับดักค่ะ ด้านล่างจะมีเหล็กแหลมคอยดักศัตรูให้ติดกับ อุโมงคกู๋จี ห่างจากโฮจิมินห์ 40 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ของชาวเวียดกงที่ขุดขึ้นขนาดพอดีกับตัวในสมัยที่ทำสงครามกับกองทัพอเมริกา รวมถึงกองทหารพันธมิตรจากนานาประเทศ ใช้ซุ่มโจมตีกองกำลังทหาร ทำให้ทหารเวียดนามได้รับชัยชนะในการรบกับทหารอเมริกา ถึงขั้นที่อเมริกาคิดที่จะมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่พันธมิตรยับยั้งไว้ก่อน โดยอุโมงค์นี้มความยาวกว่า 200 กิโลเมตร อยู่ได้ถึง 80,000 คน ใช้เป็นที่บัญชาการทางทหาร เป็นหลุมหลบภัย และอุโมงค์นี้ยังสามารถทะลุออกแม่น้ำไซ่ง่อนได้อีกด้วย มีทั้งให้ลองลอดอุโมงค์ บางอุโมงค์ต้องคลานเท่านั้น คืออิชั้นขอบายค่ะ คุณลุงทหารกำลังทำรองเท้าอยู่ค่ะ รองเท้าทำมาจากยาง สมัยก่อนทหารเวียดนามจะใส่รองเท้าสลับหัวท้าย เพื่อเป็นกลอุบาย หลอกล่อศัตรู ให้เดินมาติดกับดัก อารมณ์เดียวกับ กัณหา ชาลี เลย คือทหารเวียดนามฉลาดมากอ่า ก่อนกลับไกด์พามาที่โรงอาหารของทหารเวียดนาม เป็นโต๊ะไม้ยาวๆ มีของกินด้วยนะคะ "มันเผา" แบบฉบับทหารเวียดนาม จิ้มกับพริกเกลือ แต่ที่นี่จะใส่ถั่วลิสง รสชาติอร่อยดีนะ หอมๆ แปลกดี ทุกจุดที่ไกด์พากรุ๊ปทัวร์ไป เราจะเป็นสามคนสุดท้ายที่ไปช้าเสมอ และไกด์ก็มักเรียกเราด้วยประโยคนี้เสมอ เฮ้ มายกรุ๊ป คัมเฮีย !! เราใช้เวลาอยู่ที่อุโมงค์กู๋จี 1.45 ชั่วโมง กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางอีก 2 ชั่วโมงเหมือนเดิมค่ะ ช่วงว่างๆ นี่ นอนเอาแรงเหอะ ^^ Zzz. กว่าจะถึงโฮจิมินห์ก็ 18.30 น. ละค่ะ เราลงจากรถมองหาของกินอันดับแรกเลย เจอร้านน้ำผลไม้ปั่น น่ากินดี ราคา 15.000 ดองเอง เลยสั่งมาสามแก้ว น้ำส้ม น้ำมะม่วง น้ำสับปะรด รสชาติโอเคเลยถ้าเทียบกับราคา เราขอฝากกระเป๋าไว้ที่เวียตซี แล้วบอกเขาว่าจะมาเอาตอน 3 ทุ่ม เพราะถ้าเดินแบกไปเรื่อยๆ อาจมีหลังทรุด เราเดินไปตามสวนสาธารณะ จุดหมายอยู่ที่ Night Market แถวตลาดเบนถัน หาของกิน หาของกิน หาของกิน โฮจิมินห์ เป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะเยอะมาก และคนเวียดนามก็ชอบมาออกกำลังกายที่นี่ และตอนกลางคืนก็มีหลายคู่ที่มานั่งจู่จี๋ตามสวนสาธารณะ บ้างก็มาเล่นกีฬาเตะลูกขนไก่ค่ะ  เรานั่งดูเพลินเลย ลูกขนไก่เล็กขนาดนั้นเตะกันได้ลูกเด้งดึ๋ง ปริงได้ดีมาก แล้วก็มีแบบเป็นแก๊งด้วยนะ มากระโดด โลดโผน ตีลังกา อารมณ์ศิษย์วัดเส้าหลินอ่ะ ตื่นตาตื่นใจมาก โหะๆ เราข้ามถนนตรงวงเวียนมาฝั่งตลาด วิธีการข้ามถนนที่นี่ คือ ข้ามตรงทางม้าลายปลอดภัยสุด ถ้าตรงไหนไม่มีทางม้าลาย หายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบข้ามค่ะ ส่วนใหญ่รถจะหลีกทางให้เราเองนะ คหสต.เชื่อว่าหลับตาข้ามคงไม่โดนชนแน่นอน (แต่อย่าทำนะ) มาที่นี่ตอนแรกไม่ชินค่ะ เสียงแตรรถบีบกันถี่และดังมาก สะดุ้งทุกๆ สามวิก็ว่าได้ แต่อยากจะบอกว่า เรายังไม่เห็นอุบัติเหตุเลยนะ สงสัยเขาขับรถเชี่ยวกันมาก ที่ Night Market จะเหมือนถนนคนเดินเล็กๆ ไม่ใช่คนเท่านั้นที่เดินนะคะ รถมอไซค์ก็ขับผ่านไปมาพรุกพร่าน ระวังโดนซอยตูดกันด้วยค่ะ เสียว เราเดินเซอร์เวย์มาเรื่อยๆ มีร้านอาหารไม่กี่ร้านนะ แต่เราสะดุดร้านนี้ค่ะ ร้านหาบเร่เล็กๆ ขายบุ๋นเรียว ลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสใส่ลูกชิ้นปลาสไลด์ ราคา 20.000 ดอง (ราว 30 บาท) เลยจัดไปถ้วยนึง อยากชิมของข้างทางแบบคนไซง่อนเขากินกัน คำแรกที่ซดน้ำซุป โห...น้ำตาจะไหล อร่อยอ่ะ มันเด็ดมาก ไม่ต้องปรุงเลย รสชาติเปรี้ยวมะนาว เค็มๆ หวานๆ เผ็ดพริกซอยเล็กๆ จัดว่าเด็ด !!!! บุ๋นเรียว 1 ถ้วย กินกัน 3 คน มันจะไปอิ่มอะไร เราไม่รีรอค่ะ เดินเข้าร้านสั่งอาหารเลย เราสั่งข้าวผัดทะเล ปอเปี๊ยะสด ผัดผัก ต้มปลาใส่ผัก(เรียกอะไรไม่รู้แต่เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่) ข้าวผัดจะใส่อะไรไม่รู้ กรอบๆ แข็งๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ความรู้สึกเราเหมือนข้าวหุงไม่สุก ข้าวก้นหม้อ ประมาณนั้น แต่คือหิว สั่งอะไรมาก็หมด ห้าาา ผลไม้ที่ซื้อมารูปร่างเหมือนละมุดยักษ์ แต่รสชาติเหมือนมะพร้าว อร่อยมาก ชอบ หวานนวลๆ มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 270.000 ดอง ค่ะ เสร็จจากมื้อนี้ เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้ซื้อของนะ เพราะขี้เกียจถือ แค่นี่ก็หลายสิ่งแล้ว เราลองถามราคาเสื้อผา ของที่ระลึกต่างๆ ปรากฏว่าแพงนะ เลยไม่เอา แต่หลังจากไม่เอานี่แหละ สงครามประสาทก็เกิดขึ้น คนขายจะมาง้อเรา พร้อมเครื่องคิดเลข 1 เครื่อง ให้เรากดเสนอราคาที่เราพอใจ แหมะ ธัมโม สังโฆ คือไม่ค่อยชอบวิธีการ แต่ก็เอาวะ ลองดู ประเด็นอยากได้เสื้อยืดรูปธงเวียดนามไง ราคาประมาณ 120.000 ดอง เราเลยลองต่อครึ่งนึง นังบอก "โนววววววววว" ให้เสนอราคามาใหม่ คราวนี้เราเลยต่อไป เหลือ 80.000 ดอง (120 บาท) คนขายบอกโอเค เมื่อพอใจในราคาทั้งสองฝ่าย การซื้อขายจึงสิ้นสุดลง และเราก็ได้เสื้อยืดสีแดง รูปดาวมาสมใจ กิกิ มองดูเวลาสมควรแก่การอาบน้ำ เราเดินกลับไปเอากระเป๋าที่เวียตซี ห้องน้ำที่นั่นมีห้องเดียวเล็กๆ แถมกรุ๊ปทัวร์เยอะด้วย เราเลยหอบกระเป๋าไปห้องน้ำที่สวนสาธารณะ  ซึ่งเป็นห้องน้ำระดับสี่ห้าดาวของเวียดนามเลย เราจัดแจงแตรียมของไปอาบน้ำ พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ ห้องน้ำปิด เอิ่ม....ความพยายามทั้งหมดที่ทำมา ไม่เป็นไร เราตัดสินใจเดินไปขึ้นรถที่ Phuong Trang โชคดีมาก ที่นั่นมีห้องน้ำ ไม่มีใครเข้าด้วย เพราะมันอยู่ด้านใน เสร็จเราสองสามคนจ้าาา เลยได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เอาน้ำลูบๆ ทาแป้งเย็นให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนขึ้นรถไปดาลัด รถนอนที่นี่ นอนกันจริงจังมาก นั่งแทบไม่ได้ ก่อนขึ้นรถเขาจะให้ถอดรองเท้าเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วเก็บไว้ที่ใต้เบาะนอนด้านบนนะคะ ฝรั่งบางคนขายาวมาก น่าสงสารอ่ะ เอาเท้าสอดเข้าช่องไม่ได้ เลยต้องนอนชันเข่าทั้งคืน ต่อจากนี้อีก 6 ชั่วโมง ก็จะถึงดาลัดแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ. **เพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 รวม 1793.000 VND + 15 USD / 3 คน ค่ะ เฉลี่ยใช้จ่ายคนละประมาณ 1,000*** บาทค่ะ สำหรับวันที่ 2 ณ เมืองดาลัด ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดีดี๊ ^^ เราถึงดาลัดประมาณ 05.30 น. อยากจะบอกว่า ดาลัดหนาวมากกกกก เราแคปเจอร์หน้าจอไว้เป็นหลักฐานมาด้วย ถึงแล้วให้บอกคนขับรถตู้ของ Phuong Trang (บริการฟรี) ว่าไปที่ไหน....เอ่อแล้วไปที่ไหนล่ะ ไม่ได้จองโรงแรมไว้ เรากะ walk in เลย ที่หาข้อมูลไว้คือ เกสเฮาส์แถวๆ โรงแรมทิวลิป ตอนแรกคนขับรถไม่สนใจเรา โคตรเซง เลยต้องนั่งเสริจหารูปภาพโรงแรมและที่อยู่ให้เขาดู ถึงยอมไปส่งเรา ระหว่างทางเพื่อนเราก็ถ่ายรูปไป พนง.ก็ไล่ส่งคนจนเหลือแค่เราสามคน เขาบอกให้เราไปนั่งหน้า จะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ ใจดีจุง กว่าจะถึงหน้าโรงแรมทิวลิปก็ 06.30 แล้ว แนะนำว่าเมื่อถึงหน้าโรงแรมทิวลิปให้ทันหน้าเข้าหาโรงแรม แล้วเดินไปทางด้านซ้ายมือ จะเจอเกสเฮาส์เพียบบบ ควรเลือกเกสเฮ้าที่มีรถมอไซค์ให้เช่า และมี พนง.ที่สื่อสารกับเราได้ ไม่งั้นปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเหมือนเรา (ไว้จะเล่าอีกที) เราพักที่  NHA NGHI Guesthouse ด้านล่างจะเป็นร้านกาแฟ ชื่อ Coffee Dau Tay 2 ราคา 300.000 ดอง/คืน ถือว่าโอเคเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่า แล้วเราก็ให้ทางร้านจองรถไปมุยเน่พรุ่งนี้เช้า ราคา 150.000 ดอง/คน พร้อมเช่ามอไซค์ ได้ร้านข้างๆ ติดกับที่พักนี่เอง ค่าเช่ามอไซค์ 2 คัน เราต่อได้คันละ 100.000 ดอง กิกิ แล้วจะช้าอยู่ใย ไปแว๊นกันเถอะ ถนนที่นี่ขับเลนส์ขวา แซงเลนส์ซ้ายนะคะ ต้องจูนสมองพักนึงเลย เราซื้อแผนที่มาจากร้านเช่ามอไซค์ 15.000 ดอง ไปเติมน้ำมันด้วย สองคัน 80.000 ดอง ที่แรกที่เราแวะเที่ยวคือ  Vuon Hoa Thanh Pho Da Lat หรือ The flowers garden เป็นสวนดอกไม้นานาชนิด สวยดีค่ะ เอารถจอดไว้ด้านหน้า เสียค่าจอด 6.000 ดอง ส่วนตั๋วซื้อได้ที่ด้านหน้า ราคา 30.000/คน ไปชมภาพบรรยากาศกันค่ะ ^^ โหมดสาระ : สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens) อยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวาง บนถนนฟูดงเตียนหวุง (Phu Dong Thien Vuong) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2409 เพื่อให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรภาคใต้ ดาลัดได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งดอกไม้ ที่นี่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี รวบรวมพรรณไม้ไว้อย่างมากมาย ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ต้น และกล้วยไม้ ที่มีทั้งกล้วยไม้สายพันธุ์แท้และลูกผสม ซึ่งกล้วยไม้ตัดดอกทั้งหมดที่อยู่ในเวียดนามมาจากที่นี่ค่ะ มีพวกผักเมืองหนาวด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพืชผักผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนามเลยทีเดียว ที่แรกผ่านไป ต่อด้วยแว๊นมอเตอร์ไซค์ไปที่ที่สอง หุบเขาแห่งความรักค่ะ (Valley of Love) ที่นี่อยู่ทางเหนือของทะเลสาบซวนฮวางประมาณ 5 กิโลเมตร หุบเขาแห่งความรัก คนเวียดนามเรียก "ทุงหลุงติงห์เอียว" เป็นหุบเขาที่มีวิวทะเลสาบ ล้อมรอบไปด้วยเนินเขาเตี้ยๆ ปกคลุมด้วยไม้สนค่ะ คืออากาศดีมากกกก ชอบมากกก ระหว่างขับรถด้านข้างจะเป็นทะเลสาบซวนฮวาง ถ้าใครแว๊นมากะแฟนนี่โคตรฟิน พูดเลยยยย >\\< แต่ละที่ระยะทางไม่ห่างกันมากค่ะ แต่ควรกะเวลาให้พอดีนะคะ เพราะเราเที่ยวแบบต๊ะต่อนยอนมาก ห้าา Valley of Love เขามีตำนานนะคะ เอามาจากคุณ *Pacharawalai ว่ากันว่า "เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่นัดพบระหว่างนายทหารชาวดาลัดนายหนึ่งกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วง ศตวรรษที่ 17  ซึ่งเป็นช่วงที่นายทหารผู้นี้ต้องไปทำการรบกับข้าศึกชาวจีนมองโกเลียที่มารุกรานเวียดนาม โดยสองคนนี้ได้สัญญาว่าเมื่อชายหนุ่มกลับมาพบกันตามเวลาที่นัดหมาย ก็จะแต่งงานกัน เมื่อถึงเวลานัด ฝ่ายหญิงก็ไปรอนายทหารหนุ่มคู่รักที่หุบเขาแห่งนี้ แต่เผอิญอีตาทหารหนุ่มเกิดไม่ได้มาตามนัดซะงั้น สาวเจ้าก็เศร้าโศกเสียใจ คิดว่าคนรักตายในสนามรบซะแล้ว เลยโดดหุบเขาฆ่าตัวตายที่นี่ สุดท้ายเมื่อนายทหารหนุ่มกลับมาและได้ข่าวว่าคนรักตัวเองโดดเขาตาย เขาจึงฆ่าตัวตายตามไปในที่สุด ว่ากันว่าชาวดาลัดเรียกหุบเขาแห่งความรักนี้ว่า ดอยสองศพค่ะ เนื่องจากชาวบ้านได้นำเอาร่างของคนทั้งคู่มาฝังร่วมกันที่นี่" และทั้งหมกก็คือตำนาน จบ. มาต่อกันดีกว่า เมื่อมาถึง Valley of Love แล้วต้องเอารถไปจอดด้านในนะคะค่าฝาก 6.000 ดอง/คัน แล้วเดินออกมาซื้อตั๋วด้านนอก ราคา 30.000 ดอง/คน ค่ะ ที่นี่จะมีให้เราเลือกแพคเกจเที่ยวโดยรถไฟ รถจิ๊บ เดิน บลาๆๆ ซึ่งราคาแอบแพง เราเลยเลือกเดิน เข้าไปแล้วจะเจอสวนดอกไม้ มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลยค่ะ แนะนำว่าให้มาก่อนเที่ยงนะคะ ไม่งั้นตะวันตรงหัวเวลาถ่ายรูปแล้วเงาจะตกลงมาที่หน้าค่ะ จะมิงามมมม ^^ เข้าไปด้านในจะเจอร้านอาหาร เครื่องเล่น รถถีบด้วยค่ะ(ภาษาอะไรเนี้ย แอร๊ยยย) เราแวะกินข้าวกลางวันที่นี่หมดไป 230.000 ดอง แนะนำว่าเวลาไปตามสถานที่ท่องเที่ยว แล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวให้อ่านเมนูดีๆ นะคะ มาไกลถึงเวียดนามไม่อยากให้สั่งมาแล้วเงิบ เจอเส้นมาม่าเหมือนเรา ห้าา เพิ่มพลังกันแล้ว เดินต่อค่ะ จะได้ย่อย  ^^ เดินเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ไม่นานก็จะเจอภาพนี้ค่ะ ครั้งแรกที่เห็น ต้องอุทานออกมาดังๆ ว่า "เห้ยยยยยยยยยยยยยยย" วิวดีอ่า สวยมาก ด้านล่างจะเป็นทะเลสาบล้อมไปด้วยหุบเขา อยากให้มาเห็นด้วยตังเองจังค่ะ มีก๊อกน้ำลอยได้ด้วยนะ เก๋ๆ มาถึงแล้วขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกซักหน่อยค่ะ ด้านล่างเขาจะทำเป็นสวนผีเสื้อ ไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดานะคะ แต่เป็นผีเสื้อยักษ์ !! ถ้าลงบันไดไปด้านล่างอีกก็จะมีเรือให้ปั่นเล่นที่ทะเลสาบค่ะ แต่เราไม่ได้ลง กลัวเวลาไม่พอ ต้องไปแล้วสิ ไปเอารถที่ฝากไว้ค่ะ เตรียมแว๊นไปที่ XQ Đà Lạt Sử Quán  อยู่ใกล้ๆ Valley of Love ทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ ติดตามโพสต่อไปนะคะ ที่นี่เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย  ขอลาไปด้วยภาพนี้ที่พี่เป็นสก๊อยเวียดนาม โหะ โหะ โหะ.... ^O^ สถานีต่อไป XQ Đà Lạt Sử Quán ขับรถไปนิดเดียวก็จะเจอ อย่างที่บอกว่าทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ  ดูข้างนอกว่าสวยแล้ว  ข้างในสิสวยกว่า ปล.กล้องเราแบตหมด เซงมากกก ดีนะมีกล้องเพื่อนกะกล้องมือถือ ไม่งั้นร้องไห้ค่ะ ดังนั้นเพื่อนๆ เตรียมแบตสำรอง ชาร์จมาให้พร้อมนะคะ ตอนนี้ 16.00 น. ต้องรีบละค่ะ เรากลัวเก็บไม่หมด มาถึงก็ฝากรถไว้ 10.000 ดอง แล้วขึ้นไปด้านบนค่ะ จะเจอวิวเมืองดาลัดสวยๆ แบบนี้ ^^ เราเข้าไปซื้อตั๋ว cable car ให้บริการเวลา 07:00-11:30 และ 13:30-17:00 มีหยุดพักเที่ยวด้วยนะคะ ไปอย่างเดียว 50.000 ดอง ไป-กลับ 70.000 ดอง ขากลับเรากะนั่งแท็กซี่ลงมา เพราะใช้เวลานั่ง cable car ไปกลับ 30 นาที นานเกิน มาชมกันค่ะ ชมภาพทิวสนสีเขียวนวลตา ระหว่างนั่ง cable car ข้ามไปวัด Truc Lam ฟินลืมมม แต่คนที่กลัวความสูงนี่อดนะคะ >< 15 นาทีผ่านไป ลงจาก cable car เข้าสู่วัด Truc Lam ข้อมูลจาก Mr.hotsia บอกว่าวัดนี้เป็นวัดพุทธนิกายเซน ซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี) พระอารามห่างจากใจกลางเมืองของดาลัด 5 กม. ตั้งอยู่บนภูเขาฟินิกซ์เหนือมีทะเลสาบ Tuyen Lam Lake วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลัมดอง (Lam Dong) เมืองดาลัดอยู่ภายใต้จังหวัดลัมดองค่ะ ลืมบอกเลย สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเที่ยววัดนี้คือการเดินออกไปชมวิวทะเลสาบตังแลม(Tuyen Lam Lake) หลังวัดซึ่งเราพลาด เหมือนตอนที่ไป เขามีป้ายซึ่งเราเข้าใจว่าห้ามเข้านะ อด ขากลับเรานั่งแท็กซี่กลับค่ะ ตอนแรกแอบกลัวโดนโกง จากข้อมูลที่หามาบอกว่า ให้นั่งของ Vina sun กับ Mai Linh เท่านั้น ซึ่งเราเลือกนั่งของ Vina sun ผู้หญิงขับด้วยค่ะ เค้าบอกว่าคิดราคาตามมิเตอร์ เราก็โอเค สรุปหมดไป 80.000 ดอง ค่ะ เก๋ๆ อิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา เชื่อมั้ยกว่าจะถึง Crazy House ก็ปาไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ชีวิต....สิ้นนนนนน !!! คงได้เก็บสถานที่นี้เป็นที่สุดท้าย ณ ดาลัด เศร้าแปรบบบ  ขอย้ำ ขอซ้ำ ขอให้จำว่า "มาดาลัดต้องอยู่ 2 วัน ถึงจะเก็บหมดแบบชิวๆ" อิชั้นผิดเองที่ต๊ะต่อนยอน ขอสุมาเต๊อะ อดไปพระราชวัง Bao Dai พิพิธภัณฑ์รถไฟ โบสถ์สีชมพูโดเมนเดมารี นั่ง sliding car ไปน้ำตกดาตันลา เจดีย์มังกรเอย TT  จบบบบ สิ้นนนน ถือเป็นบทเรียนค่ะ (ขอโทษที่ข้อมูลไม่ครบนะคะ) ถ้าอยากครบต้องมีซ้ำ แต่ไม่เป็นไรเป้าหมายเราอยู่ที่วันพรุ่งนี้ คือ มุยเน่ เมืองทะเลทรายชายทะเล ตามรอยเราสองสามคน มโนรมณ์ว่าเป็นสุนทรีย์ แอร๊ยยย >\\< ต่อค่ะๆๆ ไปถึง Crazy House จอดรถไว้ด้านข้างนะคะ ค่าฝากรถ 4.000 ดอง ค่าเข้า 40.000 ดอง เวลานี้โพ้เพ้มาก เริ่มมืด ตื่นเต้น และน่ากลัวไม่น้อย หึหึ (คนอวดผีป่ะเนี้ยย) ไปดูภาพบรรยากาศกันค่ะ Crazy House เป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die คนออกแบบคือ มาดาม Hang Nga ซึ่งเป็นลูกสาวของอดีตรองประธานาธิบดีที่ 2 ของเวียดนามค่ะ เรียนจบสถาปัตกรรมจากฝรั่งเศส จุดเด่นของ Crazy House คือจะคล้ายๆ ถ้ำของมนุษย์ยุคหิน ข้างในจะตกแต่งด้วยของหน้าตาประหลาดๆ เราอยากบอกว่าด้านบนบางจุดอันตรายนะ ถ้าไปตอนเย็นๆ ทางเดินจะมืด บางจุดยังสร้างไม่เสร็จ สะพานข้ามเปราะๆ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรง เห็นโครงเหล็กฉาบปูนอยู่เลย ตรงไหนรู้สึกเสี่ยง ก็เลี่ยงนะคะ (เอ๊ะ !! หรือว่าเขาตั้งใจทำ - -) เดิน วิ่ง กระโดด โลดโผน ปีน ป่าย เสร็จ ก็ได้เวลากลับที่พักค่ะ เวลา 1 ทุ่ม เราถึงที่พัก สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ ชาร์จแบตกล้อง เด๋วคงต้องใช้กล้องมือถือถ่ายแล้วแหละ เราไม่รีรอที่จะออกหากิน แว๊นมอไซค์ไปจอดข้างถนน แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งซึ่งเป็น Night Market ค่ะ โหหห คนเยอะและของกินแยะเรียงรายตามบันได เห็นแล้วแทบจะเกลือกกลิ้ง อากาศก็เย้นเย็นนน อยากกินไรอะไรร้อนๆ มาก คือเราหิวมากต่อจากนี้ไป เราจะกิน กิน กิน และกิน มาเริ่มกันเลยค่ะ หมายเลข 1 เป็นต้นอาร์ติโชค เอาไว้ทำชาร้อนๆ จิบตอนอากาศเย็นๆ ฟินน หมายเลข 2 ไม่ใช่ของกิน ห้าา แต่เป็นปูนปาสเตอร์ก้อนกลมๆ แบนๆ ร้อยใส่เชือกเทียน ยังไม่เคยเห็นที่ไทยนะ น่ารักดี หมายเลข 3 เป็นขนม คล้ายขนมขี้หนูม้วน ข้างในสอดใส้ถั่วหวานๆ หอมๆ หมายเลข 4 ของปิ้งย่าง ลูกชิ้น ฮอทดอก ไส้กรอก หมู เนื้อ ปิ้ง ที่ชอบคืออะไรไม่รู้คล้ายๆ หมูห่อใบชะพลู รสชาติแปลกดี หมายเลข 5 เต้าฮวย ต่างจากไทยตรงที่เต้าฮวยที่นี่นุ่มนิ่มเด้งดึ๋งมาก ราดน้ำเชื่อมและกะทิด้านบน หมายเลข 6 แพนเค้ก จะมีแม่พิมพ์ใช้ทำอยู่ เลือกใส่ไส้ได้ตามใจชอบ มีทั้งชอก สตอ บลูเบอรี่ รสชาติก็งั้นๆ นะ เราทำอร่อยอีก (ดู๊วว) หมายเลข 7 บุ๋นเรียว ของขึ้นชื่อของดาลัดเลยนะ อร่อยมาก ก้อนๆ นั่นทำจากไข่ไก่ผสมไข่ปลา (เห็นเขาว่ามาอย่างงั้น) ยัง ยังไม่หมด อย่าลืมว่าเรามากันสองสามคน เวลาซื้อของกินเราจะซื้อทีละนิดทีละหน่อย พอให้กระเพาะได้มีพื้นที่ไว้ยัดของกินอย่างอื่นอีก ห้าาา หมายเลข 1,2 ร้านนี้ขายหลายอย่าง เราสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำใสมา(ตั้งชื่อเอง) ข้าวต้มหมู(อร่อยมาก) และต้มไก่ ร้านนี้ใช้เตาถ่านนะ กลิ่นเลยเฉพาะ น้ำซุปห๊อมหอม หมายเลข 3 บุ๋นเรียวต้องใส่กะปิด้วยนะลืมบอกเลย เหมือนข้าวปุ้นน้ำแจ่วที่เชียงคาน หมายเลข 4 เต้าฮวยนุ่มนิ่ม ต่อค่ะๆ อย่าให้ขาดช่วง หมายเลข 1 ผลไม้แช่อิ่ม ขายที่ตลาดด้านล่างคล้ายๆ ที่กาดหลวง กาดต้นพยามเชียงใหม่ เราโหวตมะม่วงอร่อยสุด แม่ค้านี่กวักมือรัวๆ เรียกเราให้เข้าไปชิม ไอเราก็ใจง่าย ไปเฉยเลย เจอเอาของกินเข้าล่อก็เงี้ยะ แม่ค้าขนของออกมาให้ลองแทบจะหมดร้านละค่ะ ทั้งชา กาแฟ โห...รู้ตัวอีกทีคือตรูแหลกของเค้าไปเยอะเลย ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้ เลยเอามะม่วง พลับ กับบ๊วย ตอนจ่ายตังมีเงิบ 450.000 ดอง ธัมโม สังโฆ (แต่มารู้ทีหลังว่าถูกกว่าตลาดเบนถันอีกนะ) อ่อ เราซื้อกาแฟที่นี่ด้วย กาแฟ G7 กับกาแฟบด ขี้ชมดก็มี หมายเลข 2,4 น้ำเต้าหู้ของดาลัดเก๋มาก ทำจากถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิงสง รสชาติและกลิ่นแตกต่างกันไป เราโหวตถั่วเขียว อร่อยดี กินคู่กับซาลาเปาทอด หรือขนมปังที่ร้านมีไว้ให้(แต่อย่ากินเลย เหนียว แข็ง และไม่อร่อย) หมายเลข 3 พิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบ อร่ยยยยยมาก จัดว่าเด็ด ปกติจะเป็นแผ่นกลมๆ อันนี้แม่ค้าตัดมาให้เราพอดีคำ ใครจะไปต้องลองนะคะ ข้อสังเกต : คนดาลัดให้ความสำคัญกับอาหารมาก ทุกอย่างมีประโยชน์ ก๋วยเตี๋ยว เฝอ บุ๋นเรียว มีผักฟรีให้กินเยอะมาก น้ำเต้าหู้จากถั่วชนิดต่างๆเอย เต้าฮวยเอย คือเป็นเมืองที่คนใส่ใจดูแลสุขภาพมาก หุ่นแต่ละคนเป๊ะอ่า ไม่มีใครอ้วนเลย เห็นแล้วรู้สึกว่าควรหันมาใส่ใจตัวเองด่วน ! สรุปค่าใช้จ่าย วันที่ 2 รวมค่าใช้จ่าย 2840.000 VND = 4,260 บาท เฉลี่ยคนละ 4,260/3 = 1,420 บาท ค่ะ ^^ ปล.ค่าอาหาร พวกก๋วยเตี๋ยวราคา เฉลี่ยอยู่ที่ 20.000 ดอง หรือ 30 บาทค่ะ ถูก อร่อย ดี ต้องที่ "ด่าหลัด" อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao