เฟสบุ้ค

ดาบสองคม สังคมออนไลน์..เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ คิดให้ดีก่อนโพสท์
ดาบสองคม /  สังคมออนไลน์

ดาบสองคม สังคมออนไลน์..เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ คิดให้ดีก่อนโพสท์ Mthainews: สังคมไซเบอร์ปัจจุบัน การสื่อข้อมูลข่าวสารนั้น สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว การเผยแพร่ข้อมูลต่างๆทำได้หลายช่องทาง เปรียบเสมือนผู้ใช้เป็นผู้รายงานข่าว บล็อกเกอร์ และผู้อ่าน ไปในคราวเดียวกัน ยิ่งปัจจุบันสังคมออนไลน์เปิดกว้าง เพื่อนสมาชิก แม้ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันในชีวิตจริง แต่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวในโลกไซเบอร์ได้ แน่นอนว่าข้อดีของวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ย่อโลกให้เล็กลง สามารถพูดคุย แชท ได้สะดวกรวดเร็ว เพราะมีโปรแกรมต่างๆมากมายให้เลือกใช้  อย่างเอ็มเอสเอ็น เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ สไกท์ อินสตาแกรม และอื่นๆที่พ่วงมากับเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ก็ไม่พลาดการสื่อสาร สามารถเสพข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ บนโลกออนไลน์ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการสื่อสารอยู่บ้างคือ การไม่ได้ฟังน้ำเสียง สีหน้า แววตา ซึ่งเป็นอากัปกิริยาของผู้ส่งสาร อาจทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ของคนที่ต้องการจะสื่อได้ มีตัวอย่างไม่น้อยที่เพื่อนรักหลายคนทะเลาะกันเพียงเพราะเข้าใจผิด และสับสนว่าข้อความที่โพสท์ขึ้นในเฟ้สบุ้ค ทวิตเตอร์ กำลังด่า ว่า ประชด บ่น หรือ อะไรกันแน่ เปลี่ยนสถานะเพื่อนรักกลายเป็นคนรู้จักได้ในชั่วข้ามคืน ที่เป็นข่าวฮือฮาช่วงสัปดาห์นี้ ก็เห็นจะเป็นการโพสท์เฟ้สบุ้คของดาราสาว ตั๊ก บงกช ที่แม้ว่าเธอจะโพสท์ข้อความในเฟสบุ้คส่วนตัวก็ตาม แต่ในฐานะดารานักแสดง มีผู้ติดตามอ่านอยู่ไม่น้อยเป็นเหตุให้ข้อความที่กล่าวถึงอากง  เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จนถึงขั้นกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ชลบุรี โห่ไล่ จนกลายเป็นปัญหาตามมา ตามมาติดๆกับบุคคลใช้ชื่อในทวิตเตอร์ @fookkub ที่อ้างว่าเป็น ฟลุค พชร ธรรมมล หรือ ฟลุค เดอะสตาร์ ออกมาทวิตข้อความถึงกรณีดังกล่าวอย่างดุเดือด ากรณีการเสียชีวิตของ นายอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ต่างจากกรณีของตั๊ก บงกช ไม่ต่างจากสาวมั่น “อั้ม เนโกะ” อดีตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์ ที่สอบเข้าได้เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ในปีนี้ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จนถึงขั้น อธิการฯมธ. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง  หลังโหนรูปปั้น ปรีดี พนมยงค์ ด้วยเหตุผลอยากทำอะไรท้าทายกระแสสังคมดูบ้าง และว่าเหมือนเราให้ความสำคัญ อ.ปรีดี ในฐานะคนที่มากกว่าคน สร้างความศักดิ์สิทธิ์มากเกินไปหรือเปล่า อาจารย์ปรีดีไม่ได้เป็นคนที่วิเศษวิโส วิจารณ์ได้ หากกลุ่มที่มีแนวคิดเสรีนิยมยังมีข้อยกเว้น ไม่วิพากษ์วิจารณ์ อ.ปรีดี ซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยม แล้วจะใช้หลักการวิจารณ์โดยเท่าเทียมกันได้อย่างไร Liberal เป็นอะไรไปแล้ว "เธอกล่าว ชัดเจนว่า การแสดงออกผ่านสื่อ โดยเฉพาะสื่ออนไลน์นับเป็นดาบสองคมที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฉะนั้นก่อนกระทำสิ่งใดควรคิดให้รอบคอบว่าหากเรื่องถูกเปิดเผยออกไปจะเกิดอะไรขึ้น ตัวอย่างภาพชุดถึง 31 ภาพ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า แม้ว่าจะผ่านล่วงเลยมาแล้วถึง 3 ปี แต่ภาพดังกล่าวยังคงถูกเผยแพร่ตามเว็บไซต์เฉพาะกลุ่ม จนกลายเป็นภาพฉาวข่าวหน้าหนึ่งในเวลาต่อมา ที่กองทัพกำลังสอบหาข้อเท็จจริง ดังนั้น การแสดงออกทางความคิด  โพสท์ภาพ คลิป จึงควรใตร่ตรองให้รอบคอบ ว่าหากเผยแพร่ออกไป อาจกลายเป็นประเด็นดราม่า  หรือเข้าใจผิดในสิ่งที่สื่อสารออกไป ไม่อย่างนั้นเรื่องราวของคุณอาจกลายเป็นประเด็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ได้ เพียงชั่วเวลาข้ามคืน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

เผย ผู้ใช้เฟสบุ้คไม่ชอบแบบไทม์ไลน์ หวั่นข้อมูลไม่เป็นส่วนตัว
ข้อมูลไม่เป็นส่วนตัว /  เฟสบุ้ค / 

เผย ผู้ใช้เฟสบุ้คไม่ชอบแบบไทม์ไลน์ หวั่นข้อมูลไม่เป็นส่วนตัว Mthainews: มีการเปิดเผยผลสำรวจของเว็บรูท บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์ ที่สอบถามผู้ใช้เฟสบุคเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,637 คน ในออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐ เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า กว่า 88% กังวลถึงข้อมูลตัวเอง โดยเฉพาะหลังจากที่เปลี่ยนไปเป็นการใช้ไทม์ไลน์ ที่มีการเรียงลำดับเหตุการณ์ สามารถค้นหาข้อมูลได้ตั้งแต่เริ่มสมัครใช้เฟสบุ้ค แถมผู้ใช้ยังถูกบังคับให้เปลี่ยนมาใช้ไทม์ไลน์ ซึ่งไม่สามารถตั้งค่ากลับมาเป็นแบบเดิมได้ ทางเลือกของพวกเขาก็คือต้องระแวดระวังในการโพสท์มากขึ้น ผลการวิจัยพบว่า 1ใน 3 ของผู้ใช้เฟสบุ้ค ได้ทำการกลับไปลบข้อมูลทั้งสเตตัส รูปถ่าย และเนื้อหาทิ้ง โดยระบุว่าไม่ต้องการให้นายจ้างเห็นข้อมูลที่อาจจะไม่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ในเฟสบุ้คเท่านั้น กว่า 82% ยังกังวลเกี่ยวกับข้อมูลในเว็บไซต์กูเกิลด้วยเช่นกัน หากต้องการทราบข้อมูลของใคร โดยเฉพาะนายจ้าง ที่ต้องการรับสมัครพวกเขาเข้าทำงาน ข้อมูล ชื่อ นามสกุล นามแฝง ต่างๆสามารถค้นหาได้ทันที โดยที่ได้ต้องร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม จึงเป็นข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยที่ผู้ใช้ต่างกังวล Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เขาว่ากันว่า เราจะมีความสุขมากเวลาเราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้ทำงานในสายงานที่ตัวเองรัก แล้วยิ่งถ้าบริษัทนั้นดูแลพนักงานดี บุคคลากรดี สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตพนักงานคงจะมีความสุขมากๆเลยหล่ะ วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ลองไปดูกันหน่อยเพื่อนๆ จะชอบที่ไหนกันบ้าง ^^ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!  12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก! 1. Selgas Cano Architecture Office สตูดิโอสถาปัตยกรรมเซลกาส คาร์โน บริษัทสถาปนิกตั้งอยู่ในกรุงแมดดริด (Madrid) ประเทศสเปน ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง ผ่อนคลายเหมือนได้อยู่กลางป่าเขาธรรมชาติจริงๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานมีไอเดีย สมาธิสร้างสรรค์งานได้ดีขึ้นไปอีกด้วย ^^ 2. Google ใครๆ ก็รู้จักกันดี! นิตยสาร Fortune จัดอันดับให้ Google (กูเกิล) เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกประจำปี 2014  อีกทั้งยังครองอันดับหนึ่งมากถึง 5 ปีและอยู่ในอันดับต้นๆ ของบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกมานานถึง 7 ปีแล้ว ถ้าถามว่าทำไม กูเกิล ถึงเป็นที่ที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะกูเกิลให้ความสำคัญกับพนักงานของเขามาก  Google พยายามจะสร้างสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับพนักงานของตัวเอง, โอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพที่ Google มีไม่จำกัด รวมไปถึงแหล่งความรู้ในการพัฒนาตัวเองสำหรับสาขาอาชีพต่างๆ ด้วย แม้แต่พนักงานที่ลาออกจาก Google ไปแล้วก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากการมี Google อยู่ในเรซูเม่ของตัวเองได้, อีกเหตุผลที่ทำให้พนักงาน Google รักงานของพวกเขา ก็คือการได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ 3. Inventionland Design Factory Inventionland Design Factory นี้ขอบอกเลยว่าน่ารักมาก!  ตั้งอยู่ใน พิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh), รัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) สหรัฐอเมริกา และถ้าถามว่าที่นี่ออกแบบอะไร เพื่อนๆ จะต้องกรี๊ดกันแน่นอน เพราะ Inventionland Design Factory แห่งนี้ ฃจะคอยออกแบบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของ Disney นั่นเองค่ะ ตกปีละ  2,000-2,400 ชิ้นเลยทีเดียว >,< โดยการออกแบบของที่นี่สร้างสรรค์และน่ารักสุดๆ ดูเหมือนสวนสนุกมากกว่าออฟฟิศซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอยู่บนเรือโจรสลัด, บ้านต้นไม้ รวมถึงธีมในโซนต่างๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานทำแล้วยิ่งมีความสุข มีไอเดียสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาเยอะเลย ^^ 4. Dropbox บริษัทยักษ์ใกญ่ที่บริการซิงก์และฝากไฟล์ข้อมูลแบบออนไลน์ จัดเก็บและแบ่งปันแฟ้ม และโฟลเดอร์ร่วมกับคนอื่น หรือคนในองค์กรเข้ามาใช้งานด้วยกันโดยสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลต่างๆได้เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต 5. Airbnb Airbnb ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2008 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย Airbnb เป็นตลาดชุมชนที่เชื่อถือได้สำหรับลงประกาศ ค้นหา และจองที่พักที่ไม่เหมือนใครทั่วโลก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการออนไลน์หรือจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเมนท์หนึ่งคืน ปราสาทหนึ่งสัปดาห์หรือวิลล่าหนึ่งเดือน Airbnb เชื่อมโยงคนกับประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร ที่ราคาใดก็ตามในมากกว่า 34,000 เมืองและ 190 ประเทศ และด้วยบริการลูกค้าระดับโลกและชุมชนผู้ใช้ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ Airbnb เป็นวิธีง่ายที่สุดให้คนมีรายได้จากที่พักของพวกเขาและแสดงที่พักให้คนหลายล้านคนเห็น 6. Facebook เฟสบุ๊ค สื่อโซเชียลที่คนทั่วโลกใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนเป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อสื่อสาร รับรู้ข่าวสารของคนที่เล่นทั่วโลกซะด้วย! ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สำนักงานใหญ่ของเฟสบุ้ค ตั้งอยู่ที่ Palo Alto, California ออกแบบโดย Studio O+A ในซานฟรานซิสโก โดยนำเอาห้องแลปเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1960 มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง นักออกแบบยังคง เฟอร์นิเจอร์ และความเป็นแลปไว้ในหลายๆส่วน ซึ่งก็เข้ากับ ความเป็น เฟสบุ้ค ได้ดี สำนักงานแห่งนี้ได้เริ่มเปิดใช้งานประมาณปลายปี 2009 การออกแบบสำนักงานแห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เน้นให้เกิดการเชื่อมโยง การปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้สมกับที่เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 7. Nokia หากย้อนไปในยุคก่อนๆ โทรศัพท์ยอดฮิตของวัยรุ่นและคนทั่วโลก ก็ต้องแบรนด์นี้เท่านั้น เพราะทั้งอึดทน รวมถึงดีไซน์ตอนนั้นมีหลากหลาย แถมราคาแพงว่าไอโฟนในยุคนี้เสียอีก เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความจริงแล้วบริษัทนเกีย มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 149 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งโนเกียไม่ได้เริ่มจากมือถือซะด้วย โนเกียเปิดกิจการในปี 1865 ในฐานะการทำโรงเลื่อยไม้ และจ่อมาเริ่มใช้ชื่อ "โนเกีย" ครั้งแรกพร้อมกับจดทะเบียนบริษัทในปี 1871 จากนั้นเส้นทางของโนเกียก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ไม่ว่าจะเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกสองครั้ง, ภาวะเกือบล้มละลายหลายครั้ง รวมถึงทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ยาง สายเคเบิล กระดาษ รองเท้า ยุทโธปกรณ์ (เช่น หน้ากากป้องกันแก๊ส) พลาสติก เคมีภัณฑ์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และคอมพิวเตอร์ (โนเกียเคยขายคอมพิวเตอร์มาก่อนในยุค 80s แถมยังเคยทำจอภาพ CRT/LCD ก่อนขายให้ ViewSonic) ต่อมาช่วงปลาย 80 โนเกียประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในธุรกิจทีวี ถึงขนาดซีอีโอฆ่าตัวตายในปี 1988 และนั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโนเกียคือปี 1992 ซีอีโอคนใหม่ ตัดสินใจเลิกทำธุรกิจทุกอย่าง แล้วหันมาทุ่มให้ "โทรศัพท์มือถือ" เพียงอย่างเดียว นับจากนั้นเป็นต้นมา ยุคทองอันยาวนานของโนเกียก็เริ่มต้นขึ้น แต่ทว่าเกือบ 20 ปีหลังจากนั้น มันก็สิ้นสุดลง 8. Urban Outfitters เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1970 ตั้งอยู่ที่ ฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลเวเนีย, อเมริกา เป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่นอเมริกัน ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นสินค้าประเภท apparel หรือเครื่องนุ่งห่ม ไม่ใช่สินค้าแบบ luxury หรือสินค้าฟุ่มเฟือยแบบที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสกุลยุโรป มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย โด่งดังเป็นที่รู้จัก มีร้านค้าทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ และที่ทำให้คนทั่วโลกติดใจในแบรนด์นี้คือ เรียบง่าย แต่ใช้งานสะดวกและมากด้วยคุณภาพ สินค้าชื่อดังของแบรนด์นี้ก็คือสินค้าพวกเสื้อยืด T short ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตเอ๊กซ์ตรีมแบบวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีพวกเสื้อกล้าม (Thunk top) และพวกกางเกงยีนส์ ทั้งแบบเดฟ และแบบอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของขาร็อกขาฮิปอย่างมาก ช็อปของ urban outfitter สามารถพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ๆของสหรัฐ ด้วยค่าตัวที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับคุณภาพที่สูงแบรนด์นี้จึงได้รับความนิยมทั้งในและนอกอเมริกาเป็นอย่างมาก 9. Lego Lego ถือเป็นบริษัทของเล่นเด็กที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้าบริษัทอเมริกันอย่าง Mattel (ผู้ผลิตบาร์บี้) ซะอีก Lego ถือกำเนิดมาในปี 1932 โดยชาวเดนมาร์กชื่อ Ole Kirk Kristiansen ปัจจุบันบริษัทอยู่ในการดูแลของคนรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นหลานปู่ของผู้ก่อตั้งบริษัท Lego เติบโตมาเรื่อยๆ จากการทำของเล่นเด็กที่ทำจากไม้ จากนั้นก็ขยับมาทำด้วยพลาสติกและพัฒนามาเป็น Bricks หรือตัวต่อที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัทเติบโตมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี 1998 ขาดทุนย่อยยับ จึงทำให้ Lego ต้องปลดพนักงานถึง 1,000 คน และประสบกับการขาดทุนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท เมื่อใกล้เจ๊ง Lego ก็เปลี่ยนผู้บริหารใหม่  ได้ย้อนกลับมามุ่งเน้นนวัตกรรมในพื้นฐานที่มีความเป็น Lego จริงๆ มากขึ้นหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์พื้นฐานหลักของ Lego  และก็แนวคิดดังกล่าวก็ทำให้ Lego ประสบความสำเร็จ และสามารถทวงความเป็นบริษัทของเล่นอันดับหนึ่งของโลกกลับมาได้อีกครั้ง 10. Zynga Zynga บริษัทเกมส์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งโดย Mark Pincus ที่ผลิตเกมส์ฮิตอย่าง Farm Ville ให้เราได้เป็นชาวสวนปลูกผักกันอยู่ทุกวัน! นอกจากนี้ยังมี ยังมีเกม CityVille และ Mafia Wars รวมถึง Words With Friends เป็นต้น 11. White Mountain Office ตกแต่งโดยบริษัทออกแบบที่ชื่อว่า Albert France Lanord Architects เสร็จในปี 2008 ตั้งอยู่ที่สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน White Mountain นั้นทำงานเกี่ยวกับให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับชาวสวีเดน ซึ่งภายในเหมือนเราอยู่ในถ้ำหิน อวกาศ การตกแต่งออฟฟิศให้โดดเด่นด้วยธีมอลังการแปลกๆ แบบนี้ ถือเป็นการสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ความสนุกสนาน และตื่นเต้นเร้าใจ กระตุ้นให้พนักงานทำงานกันอย่างมีความสุขได้ดีทีเดียว ^^ 12. Pallotta Teamworks บริษัทที่ทำธุรกิจแนวช่วยเหลือสังคม การระดมเงิน ตั้งอยู่ในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทแห่งนี้ไม่มีงบประมาณในการสร้างบริษัทมากมายเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อื่นๆ จึงทำให้ที่นี่น่าสนใจเข้าไปอีก ซึ่งนักออกแบบจึงมีความคิดที่จะสร้างบริษัทด้วยตู้คอนเทนเนอร์ต่อกันเป็นชั้นๆ และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายแต่สวยงาม ดูสบายตา รวมถึงทาสีที่ตู้คอนเทนเนอร์ด้วยสีสันสดใสซะด้วย ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.boredpanda.com , thumbsup.in.th, iurban.in.th,www.blognone.com

บ้านพักริมน้ำสุดวินเทจ Ibrik Resort By The River สวย&สงบ จนไม่อยากออกไปไหน
ที่พักริมน้ำ /  ที่พักสไตล์วินเทจ / 

บ้านพักริมน้ำสุดวินเทจ Ibrik Resort By The River สวย&สงบ จนไม่อยากออกไปไหน ถ้าพูดถึงย่านวังหลังและวัดระฆัง หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพบรรยากาศที่มีผู้คนและนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเดินช้อปปิ้งหาของกินอร่อยๆกันอย่างคึกคัก แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าย่านนี้ยังมีบ้านพักหลังเล็กๆแสนสงบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งก็คือ Ibrik Resort By The River (ไอบริค รีสอร์ท บาย เดอะ ริเวอร์) ที่เราจะพาไปชมกันในวันนี้ค่ะ เรียกว่าถ้าใครไม่ได้ตั้งใจมาจริงๆ ก็อาจจะเดินผ่านทางเข้าไปโดยไม่ทันสังเกต สบาย...เพลินตากับทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่อนคลาย...ในบรรยากาศอันแสนสุข รื่นรมณ์ และอบอุ่น สัมผัส...เสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนย่านวัดระฆังและวังหลัง Ibrik Resort By The River (ไอบริค รีสอร์ท บาย เดอะ ริเวอร์) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างท่าเรือวัดระฆังและท่าเรือวังหลัง และติดกับร้านอาหารสุภัทราริเวอร์เฮ้าส์ (Supatra River House) สำหรับคนที่ชื่นชอบสไตล์วินเทจอยู่แล้วรับรองว่าถูกใจ Ibrik แน่นอน ด้วยความที่มีลักษณะเป็นบ้านหลังเล็กๆตกแต่งสไตล์ย้อนยุค เน้นโทนสีขาวสบายตา ให้อารมณ์เหมือนบ้านริมน้ำสมัยก่อน ตอนกลางวันจะมีลมเย็นๆพัดจากแม่น้ำเข้ามาในบ้าน ช่วยให้อากาศปลอดโปร่งไม่จำเป็นต้องพึ่งแอร์เลยล่ะค่ะ และตรงทางเข้ายังมีสวนหย่อมเล็กๆที่คอยมอบความสดชื่นอีกด้วย ล็อบบี้ (Lobby) จุดเช็คอิน-เช็คเอ้าท์ บรรยากาศด้านใน (ชั้นล่าง) สิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปครบตามมาตรฐาน แต่ที่ลองแล้วโดนใจสุดๆคือ ฟรี Wi-Fi ขอบอกว่าลื่นไหลดีเยี่ยมไม่มีสะดุด ขนาดเล่นเกมในโน็ตบุ้คได้พริ้วๆไม่กระตุก อันนี้ต้องยกนิ้วให้เลย +++ ส่วนห้องพักก็พิเศษสุดๆ เพราะมีเพียง 3 ห้องเท่านั้น ได้แก่ ห้อง River, Moonlight และ Sunshine - River ห้องพักแสนสบาย ขนาด 23 ตร.ม. / เตียง 2 Twin Beds มีอ่างอาบน้ำสไตล์เรโทร พร้อมระเบียงส่วนตัวริมน้ำ (River view) มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นท่ามหาราชและพระบรมมหาราชวัง - Moonlight ห้องพักน่ารักๆ ขนาด 25 ตร.ม./ 1 Double Bed มีระเบียงชมสวนเล็กๆ (Garden view) ไฮไลท์อยู่ตรงที่ห้องอาบน้ำเป็นแบบ open air พร้อมฝักบัว rain shower - Sunshine ห้องพักแสนอบอุ่น ขนาด 20 ตร.ม./ 1 Double Bed หน้าต่างสามารถเปิดกว้างเชื่อมกับระเบียงริมน้ำด้านนอกรับแดดอ่อนๆในยามเช้า ส่วนอาหารเช้า (Breakfast) ก็สามารถเลือกเมนูได้ตั้งแต่ตอนเข้ามาเช็คอินเลยค่ะ โดยพนักงานจะมีใบรายการอาหารมาให้เราติ๊กเมนู จะเลือกกี่อย่างก็ได้ไม่จำกัด  แล้วก็ให้ระบุเวลาเสิร์ฟอาหารเช้าที่เราต้องการ (ตั้งแต่ 7.30 น. – 10.30 น.) แนะนำว่าให้ออกมานั่งทานมื้อเช้าที่ระเบียง เพราะได้ชมวิวสวยๆไปด้วยอาหารก็ยิ่งอร่อย^^ แต่ถ้าใครขี้เกียจออกมาข้างนอก ก็บอกให้พนักงานยกอาหารเข้าไปเสิร์ฟในห้องพักได้ค่ะ ส่วนที่เที่ยวรอบๆนั้น สามารถเดินจาก Ibrik Resort ไปยังวัดระฆังฯ, วัดอรุณฯ และวังหลังได้ หรือจะนั่งเรือเฟอรี่จากท่าวังหลัง/หรือท่าวัดระฆัง ข้ามฟากไปเดินเที่ยวฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ ก็ใกล้นิดเดียว การเดินทาง: จากสนามหลวง ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า ลงมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอรุณอัมรินทร์ ตรงมาเรื่อยๆจนผ่านแยกโรงพยาบาลศิริราชมาประมาณ 100 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้า “ซอยวัดระฆัง” (ปากซอยมี 7-11 และสะพานลอยคนข้าม) ตรงไปจนสุดท่าน้ำ แล้วเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 30 เมตร สังเกตป้าย Ibrik Resort ที่อยู่ทางขวามือ (มีทางเดินเล็กๆเข้าบ้าน) ถัดไปเป็นร้านอาหารสุภัทราริเวอร์เฮ้าส์ (Supatra River House) ที่จอดรถ: หากขับรถมาเองสามารถนำไปจอดได้ที่ >> ตึกจอดรถวัดระฆัง (ชั่วโมงแรกจอดฟรี ชั่วโมงต่อไปเสียค่าจอดชั่วโมงละ 20 บาท) แต่อยากแนะนำให้นั่งแท็กซี่หรือเรือข้ามฟากมา จะสะดวกและประหยัดกว่าค่ะ ที่อยู่: 256 ซ.วัดระฆัง(ซ.อรุณอัมรินทร์ 18) ถ.อรุณอัมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 จองห้องพัก: 086-008-5589 / ibrikreservation@gmail.com / www.hotelsthailand.com ข้อมูลเพิ่มเติม: เฟสบุ้ค Ibrik resort by the river และ www.ibrikresort.com ขอบคุณรูปภาพจาก: เฟสบุ้ค Ibrik resort by the river

คิดให้ดีก่อนจะเทิร์น! ปัญหากวนใจ เมื่อต้องกลับไป คบแฟนเก่า
คบแฟนเก่า /  คืนดีกับแฟน / 

โจทย์เก่า ของชีวิตนี่เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกจริงๆนะ บางคนก็แก้ไม่ตกจนถึงขั้นว่า กลับไปคบกันเลยก็มี แต่ก็มีบางค้นบางคนจริงๆที่กลับไปคบกันแล้วอยู่รอดจนแต่งงานเลยก็มี แต่ค่ะแต่ กว่าจะผ่านไปถึงจุดที่ได้กลับมาคบกันนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอก ลองมาดูกันดีกว่า ว่าถ้าคุณตัดสินใจกลับมา คบแฟนเก่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง 1.ต้องบอกคนอื่นว่ากลับมาคบกันแล้ว ยากมากค่ะ งานนี้หินจริงๆ ยิ่งเพื่อนสนิทนะ ตอนเราเลิกกับคนนี้แทบจะเป็นจะตาย เพื่อนคนนี้แหละที่อยู่กับเรา ลองคิดสิเวลาเราต้องบอกเพื่อนคนนั้นว่า เรากลับไปคบกับตาคนนี้อีกรอบ บอกเลยค่ะว่าลำบากใจสุดๆ แต่เชื่อเถอะ ถ้าเพื่อนคนนี้รักคุณและเข้าใจคุณจริงๆ เขาจะไม่ว่าอะไรและจะคอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ 2.โลกออนไลน์ ต้องแอดใหม่ทุกอย่าง ไอจี เฟสบุ้ค ไลน์ ที่เคยบล็อคไว้ ทุกอย่างก็ต้องกลับมาแอดใหม่หมด รูปที่เคยลบก็ต้องกลับมาลงใหม่อี๊กกกก ไม่ต้องถามถึงสายตาเพื่อนๆในสังคมออนไลน์เลยนะว่าจะรู้สึกยังไงบ้าง 3.ปรับความเข้าใจกับคนในครอบครัว ตอนเลิกกัน คนที่ปลอบคุณยามร้องไห้ฟูมฟายก็ไม่ใช่ใคร ครอบครัวคุณนั่นเอง คุณต้องแบกรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ว่า พ่อแม่คุณอาจจะไม่ยอมรับเขา เพราะทำให้คุณร้องไห้เสียใจผิดหวังมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นอดทนและยอมรับมันให้ได้ 4.ปรับความเข้าใจกับเพื่อน โจทย์สำคัญอีกหนึ่ง ถ้าคุณสามารถปรับความเข้าใจกับเพื่อนได้ล่ะก็ ก็โชคดีไปนะ แต่ถ้าเพื่อนไม่ฟังคุณล่ะก็งานนี้ต้องใช้ความอดทนกันมากเลยล่ะ  เพราะเขาจะจำฝังลึกไปแล้วว่า อีตานี่ทำร้ายเพื่อนชั้น 5.เพื่อนไม่เชื่อใจ หลังจากที่เกิดเรื่องราวแย่ๆ คนที่อยู่กับคุณคงไม่พ้นเพื่อน คำปรึกษาต่างๆนานาที่เพื่อนได้ให้ แต่คุณกลับเลือกที่จะกลับไปคบอีกครั้งและให้โอกาสเขาซ้ำอีก คงยากซะหน่อยล่ะ ถ้าเพื่อนจะเชื่อใจคุณเหมือนเก่า 6.คำถามขึ้นในหัวบ่อยครั้งว่า ชั้นต้องการเขาหรือชั้นแค่อยากมีแฟนนะ เกิดคำถามบ่อยครั้งว่า คิดดีแล้วใช่ไหมที่กลับไปคบตานี่ หรือเราต้องการแค่จะมีแฟนแก้เหงาเท่านั้น 7.ต่างคนต่างพูดว่าจะเปลี่ยน แต่เชื่อได้ไหมนี่สิ การกลับมาคบกันอีกครั้ง ทำให้คุณอาจเจอปัญหาเก่าๆซ้ำเดิมได้ แม้ว่าจะบอกกันและกันว่าต่างคนต่างจะเปลี่ยน แต่ใครจะรู้ล่ะ จริงมั้ย? บางทีการเปลี่ยนอาจเป็นแค่เรื่องชั่วคราวด้วยซ้ำ คุณไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยตัวเองได้ตลอดกาลหรอก 8.พยายามอย่างหนักเพื่อรักครั้งใหม่นี้ เรื่องเก่าๆที่เคยเกิดขึ้นกับคนๆนี้มักกลับมาดึงความสนใจทุกครั้งไป บางทีพอหวนคิดก็ทรมานใจน่าดู ดังนั้นอาจจะยากไปซะหน่อยในการเริ่มต้น  แต่ถ้าแกร่งพอ เรื่องนี้น่ะจิ๋วๆ 10.ต้องลืมเรื่องเก่าๆให้ได้จริงๆ ช่วงเวลาตอนเลิกกันเหมือนเป็นตราบาปในจิตใจของคุณทั้งสองคน คำว่าร้ายต่างๆ การกระทำที่ทำร้ายจิตใจ และบางอย่างที่คุณไม่เคยพูดต่อกัน สิ่งเดียวที่คุณจะกลับมารักกันได้จริงคือ ต้องปล่อยมันไป ในที่นี้คือต้องปล่อยจริงๆ และห้ามนึกถึงเรื่องแบบนั้นอีก 11.ต้องทำให้เพื่อนและครอบครัวของเขายอมรับคุณ เช่นเดียวกัน นอกจากเพื่อนและครอบครัวของตัวเองแล้ว ฝั่งเขาก็เช่นกัน ในสายตาทุกคนรอบตัวเขาอาจมองว่าคุณเป็นแฟนเก่าที่ช่างเยอะ วุ่นวาย เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป อดทนหน่อยแล้วกัน ถ้าคุณคิดว่านี่คือสิ่งที่มั่นใจแล้ว ที่มา elitedaily  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

เฟสบุ้ค อ้างเป็น ตั๊ก บงกช โพสกรณีอากง แผ่นดินจะได้สูงขึ้น
อากง /  เฟสบุ้ค / 

ตั๊ก บงกช เฟสบุ้ค อ้างเป็น ตั๊ก บงกช โพสกรณีอากง แผ่นดินจะได้สูงขึ้น Mthainews: ภายหลังที่ อากง หรือ นายอำพล  ตั้งนพกุล ย 61 ปี ผู้ต้องขังคดีส่งเอสเอ็มเอสหมิ่นเบื้องสูง และถูกศาลอาญาฯ พิพากษาจำคุก 20 ปี ในความผิดมาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8พ.ค. หลังมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยคาดว่าน่าจะเป็นผลพวงจากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง หลายฝ่ายก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงได้เรียกร้องขอความเป็นธรรมกับการจากไปของ อากง ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112 ที่เกี่ยวข้องต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะเฟสบุ้คที่ใช้ชื่อว่า " บงกช คงมาลัย" โพสท์ข้อความในเฟสบุค แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ว่า เวรกรรมของอากงหากอากงไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน แผ่นดินจะได้ดีขึ้น ถึงฉันจะเปิดนม เปิดอะไร หรือมีชื่อเสียงไม่ดี หรืออะไรก็ตามที่คุณจะสันหามาด่า แต่ฉันก็ไม่โง่ แล้วทำไมคุณกล้าสู้เพื่ออากง แล้วเมื่อไหร่คุณจะตายค่ะ จะได้ไปช่วยอากงต่อในนรก เพราะอากงคุณตกนรกแน่ จากกรรมที่หมิ่นพ่อของฉัน คุณรักอากง ฉันก็รักครอบครัวพ่อของฉัน ทำไมเหรอ ซึ่งไม่มีการยืนยันว่า เป็นข้อความจากเจ้าตัว  ตั๊ก บงกช คงมาลัย หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบภาพโปรไฟล์เป็นภาพเดียวกันกับเฟสบุคของ ตั๊ก บงกช คงมาลัย โดยมีผู้กดไลค์จำนวนมาก Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

อ่ำ ประกาศขายบ้าน! ลั่นไล่เสนียดจัญไรออกแล้ว
อ่ำ อัมรินทร์ /  อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน / 

เป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงเมื่ออดีตนักร้องชื่อดัง อ่ำ อัมรินทร์ ประกาศหย่าร้างกับภรรยาคนสวย จอย อัจฉรียา หลังแต่งงานใช้ชีวิตคู่มานานกว่า 12 ปี ท่ามกลางความแปลกใจของแฟนๆ ที่ตลอดเวลาเห็นแต่ภาพครอบครัวสุขสันต์และ ไม่มีวี่แววความแตกร้าวเลยสักนิด ล่าสุด อ่ำ อัมรินทร์ โพสต์ภาพผ่านเฟสบุ้คส่วนตัว ประกาศขายบ้าน 3 หลังพร้อมข้อความว่า "ขายบ้าน 3 หลังพร้อมที่ดิน 360 ตารางวา ราคาและรายละเอียดติดต่อผ่านคุณบี ส่วนถามว่าทำไมสนใจจะซื้อแล้วมาคุยครับ เจ้าที่ดีครับ ไล่พวกเสนียดจัญไรออกไปไกลแล้ว สักการะบูชาง่ายมากครับอยู่แล้วดี สงบ แต่ที่ขายเพราะจะไปสงบกว่าครับ...บุรีรัมย์!!" รวมถึงประกาศขายรถเบนซ์ไปด้วยอีกหนึ่งคัน นอกจากนี้ยังมีข้อความระบายความในใจ ตัดพ้อชีวิตผ่านเฟสบุ้คส่วนตัวอีกมากมาย จนแฟนๆ เข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจให้ หนุ่มอ่ำ ผ่านมรสุมชีวิตครั้งนี้ไปให้ได้... ขอบคุณภาพจาก Facebook Amarin Nitibhon เฟสบุ้ค อ่ำ อัมรินทร์ เฟสบุ้ค อ่ำ อัมรินทร์ เฟสบุ้ค อ่ำ อัมรินทร์ เฟสบุ้ค อ่ำ อัมรินทร์ เฟสบุ้ค อ่ำ อัมรินทร์ อ่ำ-จอย-น้องแอลลี่

Getsunova ฟีเวอร์ สร้างชื่อแดนปลาดิบ
Getsunova /  Summer Sonic 2014 / 

หลังจาก เนม - ปราการ ไรวา นักร้องนำวงเกทสึโนวา พักงานไปเรียนต่อต่างประเทศนานถึงสาม เดือน กลับมายังไม่ทันไร ล่าสุดคิวงานจ่อลัดฟ้าไปญี่ปุ่นหอบโชว์ชุดใหม่ไปแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลก Summer Sonic 2014 จนลีลาแนวดนตรีและรูปแบบโชว์เด็ดซะจนเข้าตา จนทางซัมเมอร์โซนิกที่ได้ หยิบเรื่องราวของวงเกทสึโนวา ยกให้ไปเป็นวง เรคคอมเมนด์ ดันเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ NHK สร้างชื่อให้กับวงดนตรีไทยอีกครั้งบนเวทีระดับโลก เล่นเอาปลื้มปริ่มกันยกใหญ่ “Summer Sonic ถือเป็นเทศกาลดนตรีในฝันเลยก็ว่าได้ครับ การได้ไปเล่นเป็นประสบการณ์ที่ดีมากอยู่แล้ว การที่ทางซัมเมอร์โซนิก เลือกวงของเราไป เรคคอมเมนด์ หลังจากกลับมานั้น ยิ่งรู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ขอบคุณแฟนๆทุกคน รวมทั้งสื่อมวลชนญี่ปุ่นที่สนับสนุนวงของพวกเรา สำหรับโชว์ที่พวกเรานำไปเล่นที่ญี่ปุ่นก็ได้มีการปรับรูปแบบดนตรีและการเล่นที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งคนไทยก็จะได้เห็นในงานแสดงสดของวงหลังจากนี้ไปครับ ตอนนี้วงก็กลับมารับงานแสดงทั่วประเทศตามปกติแล้วนะครับหลังจากหยุดไปช่วงหนึ่ง รวมถึงซิงเกิ้ลใหม่ก็จะมีออกมาให้ได้ฟังกันในเร็วๆนี้ด้วยครับ อยากให้รอติดตามกันเหมือนเดิม” เนม ปราการ นักร้องนำ Getsunova เผย แฟนๆ สามารถติดตามดูตารางโชว์และผลงานใหม่ๆ ของสี่หนุ่มวงเกทสึโนวาได้ทาง เฟสบุ้ค Getsunova ได้เลยจ้า มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เจ้าเข้มแข็ง สุนัขเร่ร่อนถูกตำรวจใช้มีดฟันขาขาด หน้าเหวอะสิ้นใจตายแล้ว
มีดฟันขาขาด /  สุนัขเร่รอน / 

เจ้าเข้มแข็ง "เจ้าเข้มแข็ง" สุนัขเร่ร่อน ถูกดาบตำรวจใช้มีดฟันขาขาด หน้าเละ สิ้นใจตายแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบสุนัขเร่ร่อนถูกทำร้ายทารุณ บริเวณแฟลตตำรวจ 11-12 ย่านซอยอุดมสุข สภาพถูกอาวุธมีดฟันจนขาขวาขาด และฟันซ้ำที่หัวจนแผลลึกถึงกะโหลกเป็นทางยาว 2 แผล จนกระทั่งสิ้นใจตายในเวลาต่อมา สุนัขตัวดังกล่าว มีชื่อว่า "เจ้าเข้มแข็ง" ซึ่งเป็นชื่อที่พลเมืองดีตั้งให้ เพื่อหวังว่ามันจะได้เข้มแข็ง อดทนกับบาดแผลที่ถูกทำร้าย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมีพลเมืองดีมาพบเห็นในสภาพแทบจะสิ้นลมหายใจในเช้าวันรุ่งขึ้น  จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์สมุทรปราการ เมื่อทำการเอกซเรย์ยังพบว่ากรามหลุด ซึ่งเกิดจากการใช้มีดฟันอย่างรุนแรง จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 14 มิ.ย.ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเจ้าเข็มแข็งต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า ได้ได้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว พบผู้ก่อเหตุคือ  ด.ต.สายันต์ ทวีสินธ์ สังกัดกองบังคับการ 2 สน.ทางด่วน 1 สาเหตุที่ทำเพราะ  "เจ้าเข้มแข็ง" ได้กัดไก่ที่ ด.ต.สายันต์เลี้ยงไว้จนตาย ด้วยความโมโหจึงคว้ามีดพร้าดายหญ้าฟันเข้าไปอย่างรุนแรง ตนจึงได้สั่งให้ ด.ต.สายันต์ ชำระค่าปรับในอัตราโทษสูงสุดในข้อหาลหุโทษทำร้ายและฆ่าสัตว์ และนอกจากนี้ยังสั่งให้ ด.ต.สายันต์ไปที่ ร.พ.ศรีวรา เพื่อจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด พร้อมกับให้ด.ต.สายันต์ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้"เจ้าเข้มแข็ง" ที่วัดธาตุทอง เพื่อแสดงความสำนึกและรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น โดยจะมีคำสั่งโยกย้าย ด.ต.สายันต์ มาทำหน้าที่สิบเวรที่สำนักงานเพื่อจะได้ไม่ต้องใกล้ชิดประชาชนทั่วไป ภาพ: เฟสบุ้ค เพื่อนข้างถนน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ขอบคุณครับที่รับแอด
ขอบคุณครับที่รับแอด /  เฟสบุ้ค / 

ขอบคุณครับที่รับแอด เห็นคำนี้บ่อยๆในเฟสบุ้ค เลยทำเพลงออกมาขำๆกันครับพี่น้อง

เฟสบุ้คฟีเวอร์ ไทยรั้งรองแชมป์ อัตราสมาชิกโตมากที่สุดในโลก
สมาชิก /  อันดับ 2 / 

เฟสบุ้คฟีเวอร์ ไทยรั้งรองแชมป์ อัตราสมาชิกโตมากที่สุดในโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ข้อมูลจากนิค เบอร์เชอร์ บล็อกเกอร์และผู้สนใจศึกษาปรากฏการณ์เกี่ยวกับเว็บไซต์เฟซบุ้้คชาวอังกฤษที่ทำการจัดอันดับ 30 ประเทศ ที่มีผู้ใช้บริการเว็บไซต์เฟซบุ้คมากที่สุดในโลก โดยเผยแพร่เป็นบทความในเว็บไซต์ asiancorrespondent.com ซึ่งจากผลการศึกษาทราบว่า สมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มีอัตราการสมัครเป็นสมาชิกเฟซบุ้คอย่างรวดเร็ว และเป็นจำนวนมาก โตขึ้นสูงทะลุ 240 % ในปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อดูสถิติย้อนไปช่วง 2 ปี ก็จะพบว่า เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 4,000%  มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว รองจาประเทศบราซิลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สมาชิกประเทศเพื่อนบ้านก็มีการสมัครเป็นสมาชิกเฟซบุ้คเพิ่มขึ้นกว่า 100% เช่นกัน อย่างประเทศอินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย บ่งชี้ว่าฐานสมาชิกในเอเชียมีอัตราการแพร่กระจายและการเข้าถึงอินเทอร์ที่เติบโตต่อเนื่อง คาดว่าการบริการด้านโทรศัพท์มือถือ ก็จะเติบโตในพื้นที่ประเทศดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ฝรั่งงง!! เหตุใดชาวเอเชียชอบถ่ายรูปอาหาร โพสท์บนเฟสบุ้ค
ชาวเอเชีย /  ถ่ายรูปอาหาร / 

ฝรั่งงง!! เหตุใดชาวเอเชียชอบถ่ายรูปอาหาร โพสท์บนเฟสบุ้ค Mthainews: แทบจะกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว สำหรับคนไทยที่เมื่อไปรับประทานอาหารสุดหรู หรือ อาหารที่มีหน้าตาสวยงามก็มักจะหยิบกล้อง โทรศัพท์มือถือมาเก็บภาพ ก่อนรับประทาน แล้วแบ่งปันภาพขึ้นในเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้เพื่อนๆได้ชม กดไลค์ พร้อมเช็คอินสถานที่ร้าน เป็นต้น ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้น ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะจะพบเห็นชาวเอเชียชาติอื่นๆ ก็ชอบพกกล้องติดไปด้วย ถ่ายภาพอาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่ม จนเกิดคำถามว่า เหตุใดชาวเอเชียจึงชอบถ่ายรูปอาหาร ก่อนรับประทาน? อย่างเช่นในเว็บไซต์ยาฮู มีผู้ตั้งคำถามเหล่านี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเห็นเพื่อนที่เป็นชาวเอเชีย มักจะโพสท์รูปอาหารขึ้นบนเว็บไซต์เฟสบุ้ค มันเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับเขา ขณะที่อีกรายบอกว่า พวกเขาพยายามแสดงให้เห็นว่าไปทานอะไรมาราคาเท่าไหร่หรืออย่างไร ? อย่างไรก็ตามมีผู้แสดงความเห็นแย้งว่า ไม่ใช่ชาวเอเชียเสมอไป ที่จะถ่ายรูปอาหารเก็บไว้ จึงไม่ต้องการให้แบ่งแยกว่าชนชาติไหนเป็นอย่างไร และชาวเอเชียก็ให้ความสำคัญกับการทำอาหาร การจะเก็บภาพเก็บไว้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้ต้องการโอ้อวดเพื่อนแต่อย่างใด Mthai News Pics: www.poppaganda.net เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

วิถีคนรุ่นใหม่ ติดเฟสบุ๊ค ยิ่งกว่าเหล้าบุหรี่ ส่งผลมนุษยสัมพันธ์แย่
คนรุ่นใหม่ /  ติดเฟสบุ้ค / 

วิถีคนรุ่นใหม่ ติดเฟสบุ๊ค ยิ่งกว่าเหล้าบุหรี่ ส่งผลมนุษยสัมพันธ์แย่ Mthainews: หลายครั้งที่รู้สึกเบื่อหน่าย ไร้หัวข้อคุยในวงสนทนา ในปัจจุบันจะเห็นว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่ง เลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับล็อคอินเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพูดคุยกับเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ ก็นับว่าเป็นข้อดีในการที่จะสามารถติดต่อ พูดคุยแก้เหงากับเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมความสัมพันธ์ แสดงทรรศนะ แต่ทว่า ในกลุ่มสนทนาในชีวิตจริง กลับจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแย่ลง จนกลายอาจกลายเป็นคนที่ไร้มนุษยสัมพันธ์ เพราะให้เวลากับการใช้อินเทอร์เน็ตในปริมาณมากเกินไป  และนี่อาจทำให้เข้าข่าย ติดเฟสบุ้ค โดยไม่รู้ตัว ด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ในปัจจุบัน มีลักษณะเปลี่ยนแปลงภายใต้การพัฒนาของเทคโนโลยี ทั้งคอมพิวเตอร์ แบล็คเบอรรี่ โทรศัพท์มือถือ ที่ออกแบบมาให้เข้าถึงเฟสบุ้คได้ง่าย จนกลายเป็นการเสพติดมากกว่าการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เสียอีก  ดังจะเห็นได้จากข้อมูลการสำรวจ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจแห่งชิคาโก  พบว่า ปัจจุบันสิ่งที่จะต้องทำเป็น กิจวัตรประจำวัน อย่างหนึ่งก็คือ การล็อกอินเข้าไปติดตามข่าวสาร เรื่องราวต่าง ๆ ของเพื่อน ๆ ในเฟสบุ้ค ซึ่งหากต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ดื่มแอลกอฮอล์  กับการล็อกอินเข้า เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ กลับพบว่า กลุ่มตัวอย่างเลือกอย่างที่สองมากกว่า นั่นแสดงว่า มันเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไปซะแล้ว สอดคล้องกับคำพูดของนักประสาทวิทยาหลายท่านของสหรัฐอเมริกาที่กล่าวไว้ว่า การเล่น เฟสบุ้ค จะทำ ให้เกิด ความรู้สึกอบอุ่น มีความสุข เหมือนกับเวลาพบเพื่อนสนิทในชีวิตจริง แต่ผู้ที่เสพติดเฟสบุ้คส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอาการของโรคสมาธสิสั้น มีพฤติกรรมหวาดกลัว ไม่ชอบเข้าสังคม และมีอาการซึมเศร้า ผลกระทบจากการติดเฟสบุ้ค จะมีผลโดยตรงต่อ สุขภาพ สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย เกิดปัญหาการเรียนการทำงาน ที่มีประสิทธิภาพต่ำลง สถานที่ทำงานบางแห่งถึงกับห้ามไม้ให้พนักงานเข้าเฟสบุคในระหว่างการทำงาน อีกทั้งยังเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับเพื่อน หรือครอบครัว โดยผู้เสพติดจะไม่สนใจครอบครัว เลือกที่จะจดจ่อกับการสนทนาออนไลน์ อย่างไรก็ดี เฟสบุ้ค เปรียบเสมือนดาบสองคม หากใช้ไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมากมาย แต่หากใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรอาจเกิดปัญหาและพิษภัยอย่างมหันต์ ซึ่งผู้ใช้ต้องแบ่งเวลา แยกแยะให้เหมาะสม มิเช่นนั้น เพื่อนในชีวิตจริง จะตัดความสัมพันธ์ หรือลดความสัมพันธ์ลงก็เป็นได้ วิธีตรวจตัวเอง 5 ประการว่า เรามีอาการเสพติดเฟสบุ๊คหรือไม่ ดังนี้ 1.ยอมอดหลับอดนอนเพื่อเพิ่มเวลาเล่นเฟสบุ๊ค 2.เสียเวลาเล่นเฟสบุ๊คมากกว่าวันละ 1 ชั่วโมงขึ้นไป และอยากเพิ่มเวลาการเล่นเฟสบุ๊คมากขึ้นเรื่อยๆ 3.เวลาทำกิจกรรมเข้าสังคมจริงๆ จะลดน้อยลง หรือย้ายมาพบปะกันบนเฟสบุ๊คแทน 4.ไม่ว่าจะเจอบัญชีเฟสบุ๊คของใครก็กดรับเป็นเพื่อนทั้งหมด โดยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และมีเพื่อนในบัญชีมากเกินไปแต่ 8 ใน 10 กลับไม่ใช่เพื่อนที่รู้จักกันในชีวิตจริง 5.เสียสมาธิระหว่างทำงาน เพราะใจจดจ่ออยู่กับเฟสบุ๊ค เลือกใช้เวลาท่องเฟสบุ๊คมากกว่าการตั้งใจทำงาน และชอบบอกกับคนอื่นๆ ว่า "ถ้าอยากติดต่ออะไรให้ไปเจอกันในเฟสบุ๊ค" 6.ถ้าต้องลดเวลาการเล่น หรือหยุดเล่นไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆ จะรู้สึกกังวล กระสับกระส่าย เครียด และวิตกกังวลเฝ้าแต่คิดว่าตอนนี้มีใครโพสอะไรลงในเว็บบ้าง Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

โฆษณา perfect body ของ วิคตอเรียซีเคร็ท โดนจวกยับ!
Victoria Secret /  วิคตอเรียซีเคร็ท / 

โฆษณาวิคตอเรียล่าสุด ดูเผินๆก็อาจจะไม่ต่างจากโฆษณาบิลบอร์ดทั่วไปใช่ไหมละคะ   เพราะก็มีสาวหุ่นดีสวมชุดชั้นในยืนโพสเซ็กซี่ตามสไตล์ โฆษณาวิคตอเรียซีเครทเขาล่ะ แต่แหม... จู่ๆก็อปปี้ไรเตอร์ ก็ดั๊น เลือกใช้คำได้กัดกินหัวใจผู้ที่ผ่านไปผ่านมาว่า " The perfect body " ทำให้บริษัทแทบจะลุกเป็นไฟ เนื่องจากชาวเนตในทวิตเตอร์ รุมประนามกันว่า ทำแบบนี้เหมือนการเหยียดรูปร่างกันเลยนะเนี่ย โดยเริ่มแรกในประเทศอังกฤษ คนก็ต่างวิพากย์วิจารณ์ว่า โฆษณาชุดชั้นในตัวนี้แสดงถึงผู้หญิงที่ ร่างกายไม่แข็งแรง อ้อนแอ้นเกินไป ต่างหาก แถมยิ่งไปกว่านั้น สามสาวจากรั้วมหาลัยทั้งสาม  Frances Black, Gabriella Kountourides และ Laura Ferris แห่งมหาวิทยาลัย Leeds ประเทศอังกฤษ ได้ทิ้งข้อความไว้ในเวป Change.org (เวปไซต์เพื่อการรณรงค์ทุกด้านของโลก)  ว่า "ทุกๆวัน ผู้หญิงจะถูกครอบงำด้วยสื่อต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง หุ่น เรื่องความสวยความงาม ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งไปกว่านั้น ในข้อความนั้น ก็ไม่แสดงถึงความหลากหลายของความสวยของผู้หญิง แต่กลับระบุเฉพาะเจาะจงว่า นี่คือหุ่นที่ เรียกว่าเพอร์เฟค" " เราอยากให้ วิคตอเรีย ออกมาขอโทษและรับผิดชอบสำหรับ การโฆษณาที่แสดงถึง ผู้หญิงที่หุ่นเพรียวลมจนเหมือนคนไม่แข็งแรง และคำพูดว่าที่ว่า " Perfect body " ที่ทำให้ผู้บริโภคถูกตัดสินในด้านลบทันทีที่ได้เห็น และยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างมาตรฐานที่แสนจะหลอกลวงให้กับคนปุถุชนทั่วไป  ว่าต้องผอมแบบนี้เท่านั้น จึงจะเพอร์เฟค และขอร้องให้เลิกทำ โฆษณาที่ใช้ข้อความสร้างความขุ่นเคืองแบบนี้อีก "      โดย ณ ตอนนี้ ก็ยังไม่มีการตอบรับจาก วิคตอเรีย ซีเครท อย่างเป็นทางการ มีเพียงการต่อต้านจากผู้คนผ่าน แฮชแท็ค #imperfect โพสรูปภาพทางโซเชียลต่างๆ ทั้งอินสตาแกรม เฟสบุ้ค เพื่อบอกว่า ฉันเป็นแบบนี้ฉันก็เพอเฟ็คนะยะเธ๊ออออ !! ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากคนที่ต่อต้าน     นอกจากนั้นยังมีการร่วมลงชื่อผ่านเวปไซต์ Change.org เวปไซต์เพื่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถ้าใครไม่เห็นด้วย ก็สามารถลงชื่อถอดถอนโฆษณาตัวนี้ได้ด้วยนะจะบอกให้  ก็รอดูกันต่อไปค่ะ ว่า วิคตอเรีย ซีเครทจะออกมาทำอะไรกับ โฆษณา perfect body หรือเปล่าน้า  ที่มาจาก Yahoo.com , Change.org เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ขายของออนไลน์ มาทางนี้ เบอร์โทรศัพท์นำโชค ค้าขายร่ำรวย
ขายของออนไลน์ /  ค้าขายร่ำรวย / 

ขายของออนไลน์ ด้วยเบอร์โทรศัพท์ เสริมโชคดี ยุคสมัยนี้แล้ว การขายของไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเท่านั้น ร้านค้าออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ทำให้การช้อปของเราง่ายและสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ้ค อินสตาแกรม เว็บไซต์ ต่างก็หากลยุทธ์และโปรโมชั่นต่างๆมาดึงดูดลุกค้า และขั้นตอนการสั่งยังง่ายแสนง่าย เพียงแค่คลิ้กเดียวเท่านั้น ก็เตรียมรับของได้เลย ด้วยช่องทางที่เข้าถึงง่ายแบบนี้ ทำให้เกิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นมามากมาย นั่นหมายถึงว่าคู่แข่งของเราก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จะทำอย่างไรให้แตกต่าง นอกจากเทคการขายที่ต้องแตกต่างและมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆแล้ว เชื่อหรือไม่ !! ว่าเบอร์โทรศัพท์ สามารถเรียกลูกค้า และทำให้กิจการของเราเจริญเติบโตได้อย่างไม่ยาก วันนี้แม่หมอ มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ที่เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ มาฝากค่ะ สำหรับเบอร์โทรศัพท์ที่เหมาะสมกับการค้าขาย คือเลข 246 สามารถสลับกันได้หมด โดยแบ่งออกเป็น .. เลข 2 หมายถึง ความอ่อนหวาน อ่อนโยน เลข 4 หมายถึง การสื่อสาร ช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น เลข 6 หมายถึง ความเป็นศิลปิน จะช่วยให้เราดูมีวาทะศิลป์ในการเจรจา เมื่อเลขทั้งหมดมารวมกัน จะทำให้คำพูดที่เราเชิญชวนลูกค้า ดูน่าเชื่อถือ เกิดความไว้วางใจ เมตตา และอยากลงทุนซื้อสินค้ากับเรา นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมีชั้นเชิงในการพูดของเราอีกด้วยค่ะ และถ้าหากว่าคุณเปิดร้านค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียว แนะนำว่าให้เติมเลข 4 9 ลงไปในเบอร์โทรศัพท์ด้วยจะดีมากค่ะ เพราะเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว ตัดสินใจเร็ว จะช่วยให้ทำการค้าขายได้ทันใจลูกค้า เหมาะสำหรับเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยให้กิจการ ขายของออนไลน์ ของคุณก้าวหน้าด้วยค่ะ นอกจากนี้ หากคุณเปิดกิจการ เป็นเจ้าของบริษัท ตัวเลขที่ดีที่ควรมีอยู่ในเบอร์โทรศัพท์คือ เลข 53 , 35 ในทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นเลขที่ดุ น่าเกรงขาม จะช่วยให้คุณดูมีอำนาจ บารมี เหนือลูกน้อง สามารถดูแลและควบคุมลูกน้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ขอบคุณข้อมูลจาก : อาจารย์ปอ เลขลิขิต นักจัดวางตัวเลขเบอร์โทร

โอ๊ค  ตอกกลับ ลูกสนธิ(ลิ้ม) หลังโดนด่า คนตามเฟซบุ๊กมีแต่ควาย
จิตตนาถ ลิ้มทองกุล /  พานทองแท้ ชินวัตร / 

โอ๊ค  ตอกกลับ ลูกสนธิ(ลิ้ม) หลังโดนด่า คนตามเฟซบุ๊กมีแต่ควาย สืบเนื่องจากกรณีที่ นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ของกลุ่มพันธมิตร คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปรองดองหน้ารัฐสภา ระบุว่า สิ่งที่นายพานทองแท้ ชินวัตร ออกมาเชียร์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หน.พรรคมาตุภูมิ ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่การพิจารณาสภา  และยังบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บิดาของนายพานทองแท้เป็นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่อีแอบ ถ้ายิ่งใหญ่จริงต้องกล้าเสียสละด้วยการกลับมาเข้าคุก เพราะถ้าให้บ้านจันทร์ส่องหล้าโดนเผาบ้าง แล้วมาปรองดองกันจะได้รีบไปเผาเลยก่อน พ.ร.บ.จะออกมา นายจิตตนาถ ยังกล่าวด้วยว่า สื่ออย่างวอยซ์ทีวีไม่ควรเป็นทีวีที่เสนอข่าวการเมือง ควรเป็นทีวีชวนชิมมากกว่า เพราะนายพานทองแท้ไม่มีตรรกะที่จะออกมาแสดงความเห็นทางคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งล่าสุดนายพานทองแท้ ชินวัตร ในฐานะรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ได้ออกมาโต้กลับผ่านเฟ้สบุคOak Panthongtae Shinawatra  โพสต์รูปภาพที่นำมาจาก เว็บไซต์  www.manager.co.thที่มีข้อความกล่าวถึงนายพานทองแท้ว่า "...สักวันผมจะไล่ให้คุณไปดูดนมแม่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า มันมีแต่ควายที่ตาม Facebook คุณครับคุณโอ๊ค(พานทองแท้) จิตตนาถ ลิ้มทองกุล 30 พ.ค.55 เวทีปราศรัยบนของพันธมิตร " ซึ่งนายพานทองแท้ ได้เขียนข้อความตอบโต้ว่า "การเมืองนอกสภารูปแบบนี้แหละครับที่ผมคิดว่าหลายๆท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา การด่าทอกันเพียงเพื่อให้เกิดความสะใจโดยที่ไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การก้าวล่วงบุพการีผู้อื่นทั้งๆที่เมื่อเทียบกันแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับมารดาของตนเอง พี่น้องที่ติดตามเฟสบุ๊คของผม ณ ปัจจุบันมีอยู่แค่ประมาณ3หมื่นกว่าคนครับ และผมคิดว่าเกือบทั้ง100%ที่ติดตามก็คือ"คนไทย"เหมือนคุณทั้งนั้นครับ และคนเหล่านั้นเมื่อเขาติดตามถ้าเขาเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่น่าจะแชร์ให้สังคมได้รับทราบเขาก็นำไปลงต่อทางสื่อมวลชนทุกแขนง,ทุกช่อง,ทุกฉบับ ซึ่งก็รวมถึง นสพ.ผู้จัดการและASTVของ"บิดา"คุณด้วยครับ ผมว่าอย่าไปเหมาเลยครับว่า"มีแต่ควาย"เท่านั้นที่ติดตามเฟสบุ๊คผม พูดไปแล้วเข้าตัว เดี๋ยวตายไปตกนรกนะครับ :)" Mthai News Pic: Oak Panthongtae Shinawatra เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ฝ้าย-แอลลี่-น้ำเพชร MUT เคลียร์ทุกประเด็นฉาว!!
ฝ้าย มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ /  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 / 

เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 กำลังร้อนระอุ! กับประเด็นฉาวในโลกออนไลน์ที่สาวงามผู้ได้รับตำแหน่งถูกขุดคุ้ยพฤติกรรมในอดีต โดยเฉพาะเจ้าของตำแหน่งสูงสุดอย่าง ฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร เจ้าของมงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 จนเกิดการคัดค้านผลการตัดสินทั้งถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเส้นวิก 3 เพราะกำลังจะมีผลงานละคร เรือนริษยา เร็วๆ นี้ และรองทั้ง 2 ที่ถูกขุดคุ้ยมาวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน งานนี้คณะมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 พร้อมเปิดใจเคลียร์ทุกประเด็น!! มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร เผยการประกวดครั้งนี้ไม่ได้มีการล็อคผลการตัดสิน ยืนยันไม่ได้เป็นเด็กเส้นเด็กช่อง โดยส่วนตัวเคารพการตัดสินใจของคณะกรรมการ พร้อมยกมือไหว้กล่าวขอโทษสำหรับการใช้คำหยาบลงในโซเชียลทั้งทวิตเตอร์ เฟสบุ้ค อินสตาแกรม ซึ่งขณะนี้ปิดการใช้งานไปหมดแล้ว แต่ไม่เกี่ยวผู้ใหญ่สั่งปิด แค่ไม่อยากรับรู้ข่าวสารที่จะทำให้ตัวเองท้อ น้อมรับคำติชมทุกอย่าง บอกการประกวดครั้งนี้เป็นความฝัน ไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ สัญญาจะพยายามพัฒนาความสามารถและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยไม่คิดสละมงกุฏ ด้านรองอันดับ 1 แอลลี่ พิมพ์บงกช จันทร์แก้ว เปิดใจตอนวินาทีที่ประกาศผลอยู่บนเวทีร้องไห้เสียใจที่พลาดตำแหน่ง แต่ก็ดีใจที่คนไทยเชียร์อยากให้ได้ตำแหน่ง แต่เคารพการตัดสินของคณะกรรมการ พร้อมเคลียร์ข่าวลือที่ว่าทีมงานวางไว้ให้เธอเป็นตัวเต็ง ถึงขนาดส่งตั๋วเครื่องบินให้เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่าคุณแม่เป็นคนจัดการทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวกลับมาทำตามความฝันของตัวเอง รองอันดับ 2 น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ นำหลักฐานสูติบัตรมายืนยันว่าอายุ 21 จริง! โดยไม่ได้โกงอายุประกวดอย่างที่เป็นประเด็นในโลกออนไลน์ พร้อมชี้แจงภาพหลุดค่อมผู้ชายเป็นการร่วมกิจกรรมในการประกวดออกกำลังกายงานหนึ่งเท่านั้น และขอโทษแฟนๆ นางงามทุกคนที่อาจทำให้รู้สึกผิดหวัง ฝ้าย "ฝ้ายได้กำลังใจจากคนรอบข้างเยอะมาก ทำให้ฝ้ายเข้มแข็งขึ้น กับข่าวคนรอบข้างก็จะบอกมาว่าเป็นยังไง แต่ไม่ให้เข้าไปดูเองเพราะมันจะบั่นทอนจิตใจเราเปล่าๆ รับฟังมาจากคนรอบข้างมากกว่า ข่าวที่ว่าล็อคตัวมาไม่ได้ล็อคตัวแน่นอนค่ะ เห็นได้จากวันประกาศผลว่าหนูตกใจมากจริงๆ ไม่ได้รู้อะไรเลยแน่นอน กับเรื่องที่ว่าอาทิตย์หน้าละครที่เราเล่นจะออนแอร์แล้วก็ไม่เกี่ยวค่ะ ละครนี่คือเป็นการฝึกงานของเด็กสตอเบอรี่ชีสเค้กค่ะ ซึ่งบทของหนูเป็นบทเล็กๆ ค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาโปรโมทหรือล็อคอะไรขนาดนี้ จริงๆ แล้วหนูไม่ใช่เด็กช่องไม่เกี่ยวเลย ตอนหนูมาประกวดก็มาเอง ที่ว่าแอลลี่เหมาะสมกว่าคือก็เป็นคำตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด เราก็ต้องเคารพค่ะ ค่อนข้างกดดันที่ถูกเปรียบเทียบ แต่ก็จะเอาตรงนั้นเป็นแรงผลักดันให้เราสู้ต่อไปค่ะ" ฝ้าย "เรื่องคำหยาบที่ใช้ในโซเชียล ก่อนอื่นฝ้ายก็ต้องขอโทษพี่ๆ แฟนนางงาม และคนไทยทั้งประเทศที่ฝ้ายอาจจะวางตัวไม่เหมาะสม แต่ฝ้ายขอยืนยันเลยค่ะว่าต่อไปนี้จะไม่มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะตอนนี้ฝ้ายได้เป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์แล้ว ฝ้ายก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ฝ้ายอยากจะน้อมรับทุกคำติชมทุกอย่างเพื่อนำมาปรับปรุงให้ดีที่สุด ภาพหลุดบารากุ อันนั้นหนูไปเที่ยวกับเพื่อน ไปกินอาหารอินเดียย่านข้าวสารค่ะ มันจะมีเกมส์ให้เราเล่นระหว่างรออาหารเป่าลูกโป่งที่เป็นสบู่เฉยๆ ค่ะ ไม่มีอะไร อีกมือที่ถือบารากุคือของเพื่อนเค้าถ่ายรูปอยู่เลยฝากถือค่ะ" ฝ้าย "จริงๆ แล้วคือฝ้ายไม่มีสี ไม่มีอะไรใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ พ่อและแม่หนูสอนให้รักในหลวง เพราะเราเป็นคนไทยก็ต้องรักในหลวง และฝ้ายเชื่อว่าทุกคนในที่นี้ก็ต้องรักในหลวงเหมือนฝ้ายค่ะ ที่โพสต์ไปว่าไม่เอาสีนั้นอาจจะอยู่ในวัยที่เราไม่สามารถคิดอะไรได้ อารมณ์ชั่ววูบในตอนนั้นด้วยมันนานมาแล้ว กับภาพในอดีตที่ถูกเอามาแฉ ตอนแรกก็เครียดอยู่เหมือนกันค่ะ ด้วยความที่ทุกอย่างเข้ามาทีเดียวเลยเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดแบบนี้ แต่ก็ดีที่คนรอบข้างเข้าใจเราว่าเป็นคนยังไง ทั้งเพื่อน พ่อแม่ พี่น้องทุกคนให้กำลังใจฝ้ายว่าพยายามอย่าไปฟังและเก็บมาคิดมากมาย เพราะเรื่องทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก แค่วันนี้เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้ทุกคนที่เค้าคาดหวังภูมิใจและประทับใจ" ฝ้าย "ไม่ได้จะสละตำแหน่งค่ะ อยากให้ทุกคนดูพัฒนาการของฝ้ายดีกว่าว่าฝ้ายจะสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน อยากให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจแรงเชียร์ให้ฝ้ายที่จะไปประกวดเวทีโลกดีกว่า เรื่องที่มีผู้เข้าประกวดคนนึงโดนตัดออกจากกองประกวดเพราะทวิตเตอร์คำหยาบคล้ายกับกรณีของเรา ฝ้ายไม่ทราบเลยค่ะ ตอนนี้ผู้ใหญ่ก็ได้มีพูดคุยกันแล้วค่ะ ได้มีตักเตือน จริงๆ แล้วเข้ามาก็มีการเก็บตัวอยู่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็จะเกิดก่อนเข้ามาประกวดอยู่แล้ว พอมาเก็บตัวก็จะมีพี่เลี้ยงคอยอบรมดูแล หลังจากนั้นฝ้ายก็ไม่มีพฤติกรรมอย่างนั้นอีกค่ะ ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือเราก็ต้องเข้มแข็งให้มากที่สุดค่ะ ดีที่มีกำลังใจจากคนรอบข้าง เมื่อกี้แอลลี่ก็เพิ่งให้กำลังใจฝ้ายเหมือนกัน พยายามไม่คิดมากและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดมากกว่า" แอลลี่ "หลายคนมองว่าเราเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่า หนูต้องเคารพการตัดสินของกรรมการค่ะ หนูต้องยอมรับค่ะ เพราะหนูเป็นนักกีฬา ถ้าเป็นนักกีฬาต้องรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยค่ะ ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น จริงๆ จากใจก็เสียใจค่ะ เพราะนี่คือความฝัน แต่ก็ดีใจมากกว่าที่หนูได้มาทำความฝัน หนูดีใจที่หนูกล้าทำ เสียงเชียร์เรียกชื่อเราสิ่งนั้นทำให้หนูร้องไห้ดีใจค่ะ ไม่คิดว่าคนจะรักหนูขนาดนั้นค่ะ ดีใจมากค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้หนูค่ะ ข่าวลือที่่ว่าทีมงานส่งตั๋วเครื่องบินให้เราบินมาประกวดโดยเฉพาะ หนูไม่รู้ว่าทำไมคนคิดแบบนั้น อันนี้เป็นความฝันของหนูไม่ใช่ของคนอื่น เป็นสิ่งที่หนูอยากทำ ตั๋วเครื่องบินแม่ซื้อให้ค่ะ" น้ำเพชร "สภาพจิตใจตอนแรกที่รู้ว่าตัวเองได้ตำแหน่งทั้งดีใจและเตรียมใจยอมรับว่าสิ่งที่ตามมามันจะเกิดอะไรขึ้น พยายามทำใจให้เข้มแข็งโดยการที่วันแรกยังไม่เช็คข่าว จนทำให้กลายเป็นประเด็นว่าทำไมหนูไม่ออกมาพูดอะไรเลยโกหกหรือเปล่า หนูคิดว่าการที่เรามายืนอยู่ตรงนี้ต้องมีคนรักและคนเกลียดเป็นธรรมดา ทำใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เรื่องโกงอายุตามสูติบัตรที่หนูเกิดที่โรงพยาราชวิถี วันเกิดคือ 30 ก.ค. 2535 เวลาเกิด 13.41 น. ถ้าจะมีเข้าใจผิดก็ขอชี้แจงที่หนูเคยประกวด Gossip Girl มาก่อน ตอนนั้นหนูอายุ 20 ปี 9 เดือน แล้ววันที่หนูมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ หนูอายุ 21 ปี 11 เดือน เรื่องอายุมันคลุมเครือกันอยู่ อาจจะเป็นการเข้าใจผิดสำหรับแฟนคลับนางงาม" น้ำเพชร "หนูเองเคยมาประกวดตั้งแต่ปี 2012 แล้วแต่หนูต้องสละสิทธิไม่มาคัดตัวเพราะเหตุผลจำเป็นทางบ้าน และปีนี้ที่มาคือหนูตั้งใจมากที่จะมาทำตามความฝันของตัวเอง วินาทีที่ประกาศชื่อหนูเข้า 3 คนสุดท้ายเหมือนกับสิ่งที่เราเหนื่อยและรอมา 2 ปีมันหายเหนื่อย ตอนที่หนูสละสิทธิไปคือหนูไปฝึกฝนตัวเอง ไปฝึกความสามารถพิเศษ การเดิน การพูด บุคลิกภาพทุกอย่างเพื่อมาประกวด สำหรับภาพหลุดที่ออกมาไม่ใช่งานพริตตี้นะคะ ภาพนั้นคือหนูประกวด Fit and Firm buddy search 2012 เป็นการประกวดให้คู่บัดดี้ออกกำลังกาย ผู้ชายคนนั้นคือแจ็ค เป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว ทีมงานก็กำหนดท่าให้เราซิทอัพปกติค่ะ หนูต้องขอโทษจริงๆ กับรูปภาพที่ออกมาแรง หนูไม่ตกใจค่ะ เพราะรูปนี้มีอยู่ในเพจของการประกวดอยู่แล้ว" ฝ้าย "ส่วนของไอจี ทวิตเตอร์คือฝ้ายปิดเองค่ะ ไม่ได้โดนผู้ใหญ่สั่งค่ะ พี่ที่ดูแลเค้าก็ไม่อยากให้ฝ้ายเครียดและรับอะไรที่มากเกินไปก็เลยปิดเพื่อไม่ให้รับข่าวสารตรงนี้มากกว่า ช่วงนี้คงยังไม่เปิดค่ะ อยากโฟกัสในการพัฒนาตัวเองมากกว่า ข้อความที่บอกว่าเป็นเมียครูสอนโยคะคือในตอนนั้นฝ้ายอ้วนมากเลยไปเรียนโยคะทุกเย็นไม่มีเวลาให้เพื่อน จนเพื่อนน้อยใจเลยเอามาตั้งเป็นฉายาค่ะ ตลกๆ ครูเป็นผู้หญิงด้วยนะคะ หลายคนมองว่าเราแรงไม่เหมาะ ไม่อยากให้มองแค่สิ่งที่ทุกคนเห็น คนรอบตัวจะรู้หมดว่าฝ้ายเป็นคนยังไง บางทีการรับฟังด้านเดียวมันไม่สามารถบอกได้ว่าฝ้ายต้องเป็นคนแรง นิสัยไม่ดี ใช้คำหยาบตลอดเวลา ตอนนี้ฝ้ายเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์แล้วก็ต้องประพฤติตัวดีให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ขอสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบในอดีตเกิดขึ้นอีก จะตั้งใจพัฒนาตัวเองเพื่อให้ทุกคนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฝ้ายให้มากที่สุดค่ะ" น้ำเพชร "ในอดีตที่ผ่านมาน้ำเพชรไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้จริงๆ แต่ปัจจุบันอยากให้ทุกคนมองและโฟกัสในส่วนที่น้ำเพชรทำความดีบ้าง น้ำเพชรอาจเคยประกวดในทางเซ็กซี่มา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำเพชรเป็นคนแรงหรือเป็นคนไม่ดีนะคะ น้ำเพชรมีความตั้งใจที่จะเป็นคนดีของสังคม เพชรบอกไปในรายการว่าเพชรไม่ได้เป็นคนที่ดีพร้อม ไม่ได้เป็นคนสวยหรือเพอร์เฟ็คที่สุด แต่น้ำเพชรพร้อมที่จะเป็นคนดีที่สุดของพ่อแม่และสังคมค่ะ ฝากถึงแฟนๆ นางงามต้องขอโทษจากใจจริงถ้าทำให้ทุกคนผิดหวัง และขอบคุณกำลังใจที่มีให้อย่างท่วมท้นค่ะ" แอลลี่ "หนูต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้หนูที่เมืองไทยและแอลเอ ถ้าไม่มีแฟนๆ หนูจะไม่เข้มแข็งขนาดนี้ค่ะ ขอบคุณแฟนนางงามทุกคนค่ะ" ด้าน แจ๊ส ประณม ผู้จัดการกองประกวด กล่าวว่า "เราต้องเคารพในการตัดสินของคณะกรรมการ กองประกวดก็เคารพในการตัดสินของกรรมการ ให้มองกรรมการเป็นหลัก ทุกคนสามารถมีสิทธิคิดอะไรก็ได้ อยากให้ช่วยกันเสนอแนะข้อคิดเห็น ปรับปรุงพัฒนาน้องให้ก้าวไปสู่เวทีจักรวาลจะดีกว่า เรื่องพฤติกรรมของน้องเป็นคำพูดระหว่างเพื่อน ตั้งแต่เข้ามาในกองประกวดเราเตือนน้องๆ ทุกคนไม่ว่าจะเขียนอะไรก็ตาม ฝ้ายเองก็บอกว่าเค้ามาอยู่ในกองก็ฟังเรา และไม่ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก จากนี้เราก็คงต้องดูแลให้มากขึ้นค่ะ หน้าที่ของพี่คือต้องพาน้องๆ ไปดูแลฟิตแอนด์เฟิร์ม เทรนนิ่งฝ้าย มีเวลาประมาณ 4 เดือน ส่วนนึงพูดคุยกับน้องไว้แล้วว่าต้องลดความอ้วน เทรนนิ่งการเดิน บุคลิกภาพ การตอบคำถาม ที่ว่ามีข้อบกพร่องเยอะคือทุกอย่างมีการพัฒนาได้" "แฟนนางงามบอกว่าจะไม่เชียร์คนไทย ทุกคนมีสิทธิจะคิดอะไรก็ได้ แต่พี่อยากให้ทุกคนกลับมามองว่าเราไม่รักคนไทยกันเองเหรอ น้องพร้อมเสมอในการจะก้าวต่อไปข้างหน้า เค้าบอกว่าหนูโอเคนะ กับข้อครหาว่าเด็กเส้น พี่ก็ไม่ทราบว่าเส้นไหนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นวันนี้น้องก็ตอบแล้ว การันตีได้เลยว่าไม่มีเด็กเส้นในกองนี้ กองก็มีปัญหามันทุกปี จะบอกว่าหนักสุดมั้ย ถือว่าปัญหามีไว้แก้แล้วกัน ทุกคำพูดของทุกคนเป็นพลังให้เราต่อสู้ก้าวเดินต่อไปค่ะ" แอลลี่-ฝ้าย-น้ำเพชร MUT แอลลี่-ฝ้าย-น้ำเพชร MUT แอลลี่-ฝ้าย MUT ฝ้าย-แอลลี่ MUT ฝ้าย MUT แอลลี่ MUT น้ำเพชร MUT แจ๊ส ประณม ผู้จัดการกองประกวด MUT น้ำเพชร ภาพตอนประกวด San Mig Light Fit&Firm buddy search 2012 ดูภาพเพิ่มเติมงาน San Mig Light Fit&Firm Buddy Search 2012

พอได้แล้ว! 6 เหตุผลที่คุณควรหยุด ส่องแฟนเก่า ของคนรัก
คู่รัก /  ทะเลาะกับแฟน / 

เชื่อว่าสาวๆทุกคน ต้องเคยทำสิ่งเหล่านี้แน่นอน นั่นก็คือการ " ส่องแฟนเก่า" ของคนรักปัจจุบัน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องดู ต้องคอยค้น สืบหามาได้หมด เฟสบุ้ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ กลายเป็นนักสืบไซเบอร์จนรู้จักเธอคนนั้นอย่างมากมาย ราวกับเป็นเพื่อนเขามาตั้งแต่ชาติปางไหน ดูไปแสยะยิ้มไป โอเคค่ะสาวๆ เรามาลองคิดกันจริงจังเถอะ ว่าเราจะรู้เรื่องเขาไปทำไม และควรพอกับพฤติกรรมเหล่านี้ได้แล้ว 1.แฟนคุณอยู่กับคุณ ไม่ได้อยู่กับเธอ ถ้าเขาอยากจะกลับไปหาคนเก่า เขาก็คงหนีไปอยู่กับแฟนเก่าเขาแล้ว ไม่ว่าเรื่องในอดีตจะเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันเขาเลือกคุณแล้ว  ไม่มีอะไรที่คุณจะต้องรื้อฟื้น ยิ่งคุณดูภาพนางเท่าไร คุณก็จะติดภาพนางเข้ามาในความสัมพันธ์ของคุณกับแฟนด้วย เพื่อ?  2. แฟนเก่าเขาไม่ได้สนใจ สาวๆส่วนใหญ่มักจะคิดว่า แฟนเก่าต้องอิจฉาคุณอยู่แน่ๆเลย ที่ได้ควงผู้ชายของนางมาก่อน และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กลับมา แต่ความจริงแล้ว ก็มีคนอีกประเภทนะ ที่จะมีระยะห่างระหว่างแฟนเก่า และอยากจะเดินหน้าไปกับคนใหม่ๆ โดยไม่สนใจเรื่องของคนเก่าอีกต่อไป โดยไม่แม้แต่กดเลื่อนดูหน้าโปรไฟล์ของคุณ 3.จะเป็นบ้าเอา เมื่อคุณพยายามติดตามข่าวสารจากไทม์ไลน์ของนาง และคิดว่าเพื่อนของนางก็ต้องคอยสืบเรื่องของคุณเหมือนกัน ก็จะยิ่งสร้างความประสาทเสียให้กับตัวเอง ทุกคนสามารถมีแฟนเก่าได้ทั้งนั้น เลิกทำให้คนรอบข้างเหนื่อยใจ เช่น แฟนคุณอาจจะเบื่อที่คุณคอยถามความรู้สึกของเขาอยู่เรื่อยๆ เพื่อนคุณอาจจะเบื่อเรื่องนางคนนี้แล้วก็ได้  4. เครียดอยู่คนเดียว ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ยิ่ง ส่องแฟนเก่า เท่าไหร่ คุณก็ยิ่งคิดพัฒนาต่อไปได้อีกมากมาย บางทีก็คิดฉากอะไรก็ไม่รู้ ให้ตัวเองหดหู่ รู้สึกแย่ขึ้นไปอีก ถ้าแฟนหนุ่มของคุณเขาไม่เคยไปยุ่งหรืออยากรู้เรื่องคนเก่า คุณก็ควรทำแบบที่เขาทำ 5.ทำร้ายความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว ความคิดแย่ๆ ส่งผลกับ การกระทำแย่ๆ เมื่อคุณเครียดและกังวลกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง คุณก็จะเริ่มมาทำร้ายความสัมพันธ์ โดยแฟนหนุ่มจะเริ่มคิดว่าคุณไม่ไว้วางใจความรักครั้งนี้ และตัดสินว่าคุณไม่เคารพกับความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่น้อย 6.คุณอาจจะพลาดคนดีๆไปคนนึง เวลาคุณเกลียดใคร คุณจะมีกำแพงบางอย่างที่ทำให้คุณเห็นทุกอย่างเป็นข้อเสียไปหมด ทั้งที่จริงๆแล้วเธอคนนั้นอาจจะเจ๋งและเป็นเพื่อนที่ดีก็ได้นะ ถ้าคุณเปิดใจเสียหน่อย คุณอาจจะเป็นเพื่อนของกันและกันก็ได้ แม้จะเคยคบผู้ชายคนเดียวกันก็ตาม  ที่มา elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ไม่น่ารอด! 8 สัญญาณที่บอกว่าความรักของคุณไม่มีอนาคต
ความสัมพันธ์ /  รักไม่มีอนาคต / 

       เคยแอบสงสัยมั้ยว่า คนที่เราคบอยู่จะพาเราไปถึงตลอดรอดฝั่งกันได้มั้ย เพราะช่วงแรกของความสัมพันธ์ทุกอย่างมันก็สวยหรู ดูดี นั่นแหละ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณกลับเริ่มรู้สึกลังเลกับความรู้สึกที่มีให้กับเขา เริ่มสัมผัสได้กับคำว่า รักไม่มีอนาคต ถ้ารู้สึกว่ามีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง เราฟันธงให้คุณได้เลยว่าคู่ของคุณ "ไม่รอดแน่" 1.เขาไม่เคยยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น ทุกคนล้วนมีข้อดีข้อเสียกันทั้งนั้น ต่อให้คุณมีข้อเสียแค่ไหน คนรักที่ดีจะต้องยอมรับข้อเสียนั้นของคุณได้ เรียกว่า ต้องเข้าใจในทุกมิติของชีวิตคุณ และไม่แอนตี้ในสิ่งที่คุณทำ เช่น  การงาน การแต่งตัวของคุณ ถ้าเขาไม่เคยพอใจและมีปัญหากับชีวิตของคุณตลอดล่ะก็ ทางตันกำลังจะมาถึงแล้วล่ะ 2.คุณเองก็ยอมรับสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ ไม่ใช่แค่เขาอย่างเดียว ส่วนตัวคุณเองก็ไม่ไหวกับสิ่งที่เขาเป็นเช่นกัน อย่าลืมถามตัวเองว่า เราเข้าใจเขาจริงๆหรือเปล่า หรือแค่พยายามให้มันอยู่รอดกันแน่? 3.เวลามีปัญหา คุณทรมานกับการแก้ปัญหา การเป็นแฟนกันไม่ได้มีแค่ความสุขเพียงอย่างเดียว ความเครียด ปัญหาเรื่องจุกจิกนั้นมีมากมาย ถ้าตอนที่มีปัญหากัน คุณรู้สึกว่าคุณช่างเหนื่อยกับการแก้ปัญหาเหลือเกิน เหมือนพยายามอยู่คนเดียว ทั้งที่ความจริงเมื่อมีปัญหามันควรเป็นหน้าที่ของคุณสองคน 4.เขาไม่เคยตอบสนองความต้องการของคุณได้  ความต้องการในที่นี้หมายถึงทุกๆเรื่องนะจ๊ะ ไม่ใช่แค่เรื่องอย่างว่า แต่หมายถึงในทุกๆเรื่อง เช่น ในวันที่คุณเหนื่อยจากการทำงาน เขาต้องเป็นคนคอยให้กำลังใจคุณ หรือในวันที่คุณต้องการเขาสุดๆ เขาก็ต้องให้คุณได้ 5.ปลายทางในชีวิตต่างกัน คุณอาจจะพร้อมสร้างอนาคต มีลูก แต่งงาน แต่เขาอยากจะใช้ชีวิตเที่ยวคนเดียวสักปีสองปี คุณอาจจะต้องกลับมาคิดแล้วล่ะ ว่า ความสัมพันธ์นั้นมันจะรอดได้ถ้าคุณสองคนมีทัศนคติต่ออนาคตคล้ายๆกัน ถ้ามันต่างกันขนาดนี้ ก็คงต้องลงเรือคนละลำแล้ว 6.ให้ความสำคัญไม่เท่ากัน  จะอยู่กันได้ยังไงถ้าอีกฝ่ายอยากจะรับอยู่ท่าเดียว ส่วนอีกคนก็มีแต่ละให้ ที่จะคบกันรอดได้ทั้งสองคนต้องพบกันครึ่งทางต่างหาก 7.ต่างคนต่างไม่เชื่อใจกัน หากคุณสองคนรักกันจริงๆและจะมีชีวิตรักที่ยืนยาว ความสำคัญก็คือ การเชื่อใจ คุณต้องเชื่อใจอีกฝ่ายอย่างสุดหัวใจ โดยไม่เช็คทั้งโทรศัพท์ เฟสบุ้ค  หรือช่องทางสื่อสารต่างๆ ถ้าทุกวันนี้ยังต้องคอยแอบดูนุ่นนี่อยู่ตลอดล่ะก็ ไม่รอดแหง 8.คุณมองไม่เห็นอนาคตเลยจริง  ไม่ว่าจะมองยังไง คุณก็เห็นแต่ความว่างเปล่า ไม่รู้ว่าจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ยังไง เพราะทั้งไร้อนาคต ไร้ความเข้าใจ ถ้าความรู้สึกคุณบอกคุณแบบนี้ ก็ชัดเจนแล้วล่ะว่าคุณคงจะไปกับเขาไม่ได้แล้วจริงๆ อย่าเสียเวลาอีกเลย ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

หยุด! 6 สเตตัสเฟสบุ้ค สุดน่าเบื่อ ที่สาวๆควรหยุดโพสก่อนจะติดเป็นนิสัย
สเตตัสเฟสบุ้ค /  เฟสบุ้ค

ใครๆก็มีเฟสบุ้ค และใครๆก็บอกว่าเฟสบุ้คเป็นพื้นที่ส่วนตัว จะทำอะไรก็ได้ แต่ค่ะ การโพสบางอย่างก็อาจทำให้คุณเองดูไม่ดี คนอื่นก็ไม่ชอบใจ ระงับตัวเองในการโพสเราทำได้ค่ะ เพราะการโพสมันไม่ได้ส่งผลอะไรกับชีวิตมากมายขนาดนั้นหรอก ลองมาดูดีกว่าว่า 6 สเตตัสเฟสบุ้ค ที่ควรหยุดโพสในเฟสบุ้คนั้นมีอะไรบ้าง 1.บ่นลอยๆให้ชาวบ้านเป็นห่วง "เห้อ" "เบื่อจัง""เหงาจัง" "หงุดหงิดว่ะ" การกระทำเหล่านี้ชัดเจนว่าคุณอยากให้คนอื่นมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ และคงมีเพียง 5% เท่านั้นที่เข้ามาถามว่าเป็นอะไร ที่เหลือน่ะหรอ เขารำคาญค่ะคุ๊นนนน 2.เรื่องช็อค "อยู่ในห้องฉุกเฉิน" "รถชนแรงมาก" การที่คุณอยู่ในอุบัติเหตุหรืออยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องบอกชาวโลกหรอกค่ะ แค่แก้ปัญหาและบอกคนที่คุณคิดว่าควรรู้โดยตรงดีกว่า 3.ด่าลอยๆ "โทรศัพท์ก็อยู่กับตัว ทำไมไม่หัดตอบ" "อย่าให้รู้ว่าใครที่พูดลับหลังนะ มีอะไรพูดต่อหน้าสิ" การด่าลอยๆแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้คนที่ทำคุณเขาเจ็บปวดหรอกค่ะ แต่เป็นคุณที่จะถูกมองว่าไม่ดี และที่สำคัญด่ารวมแบบนี้ ไม่เวิร์คหรอก ไปด่าเขาตรงๆเลยง่ายกว่า จัดการได้ตรงจุด 4.จะลบเพื่อนออกจากลิสต์ "เพิ่งลบเพื่อนในเฟสออก ถ้าเห็นสเตตัสนี้แปลว่าเธอรอดละ ดีใจด้วย" ไม่เห็นต้องไปบอกชาวบ้านชาวเมืองเลยว่า จะลบเพื่อนออก ไม่ได้ดูดีขึ้นมา หรือได้ประโยชน์อะไร อวยตัวเองล้วนๆว่ามีเพื่อนเยอะ 5.โพสนาทีต่อนาที "อาบน้ำดีกว่า" "เบื่อซักผ้าอ่ะ" "หิวข้าวจัง""เดี๋ยวนอนละ" โดยข้อความแต่ละโพสห่างกันไม่ถึงนาที ยินดีด้วยค่ะแม่ดารา ตอนนี้คุณกลายเป็นคนน่าเบื่อเรียบร้อยแล้ว พูดกับใครหรอไอ้สิ่งเหล่านั้นน่ะ ไม่ต้องแปลกใจนะ ถ้าไม่มีคนไลค์อะไรในโพสของคุณเลย 6.แฮชแท็กเยอะละลานตา “Going to the gym #gym #lift #girlsthatlift #cardio #healthylife #getfit #getripped #strong #thebestihaveeverfeltinmylife” แฮชแท็คนั้นสนุกดีค่ะ ถ้าใช้มันอย่างเหมาะสม แต่ถ้าเยอะไปมากไป ยาวไปเช่น WhatifIwroteallmysentenceslikethisnowyouknowhowifeel ไม่มีใครมานั่งอ่านหรือกดเข้าไปหรอกค่ะ ไร้ประโยชน์ล้วนๆ   พื้นที่ส่วนตัวอย่างเฟสบุ้ค หากใช้ในทางที่ถูกที่ควร ไม่สร้างความเดือดร้อนก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แต่ถ้ารบกวนและทำให้คนอื่นอ่านแล้วไม่สบายใจ ตะขิดตะขวงใจก็ไม่ต้องบอกใครหรอกค่ะ เก็บไว้ในใจและปรึกษากับคนข้างๆตัวบ้างก็ได้ อย่างน้อยเราจะได้มีเรื่องคุยกันนะ ที่มา thoughtcatalog เรียบเรียงโดย Women Mthai Team