เฟสบุ้ค

ฝรั่งงง!! เหตุใดชาวเอเชียชอบถ่ายรูปอาหาร โพสท์บนเฟสบุ้ค
ชาวเอเชีย /  ถ่ายรูปอาหาร / 

ฝรั่งงง!! เหตุใดชาวเอเชียชอบถ่ายรูปอาหาร โพสท์บนเฟสบุ้ค Mthainews: แทบจะกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว สำหรับคนไทยที่เมื่อไปรับประทานอาหารสุดหรู หรือ อาหารที่มีหน้าตาสวยงามก็มักจะหยิบกล้อง โทรศัพท์มือถือมาเก็บภาพ ก่อนรับประทาน แล้วแบ่งปันภาพขึ้นในเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้เพื่อนๆได้ชม กดไลค์ พร้อมเช็คอินสถานที่ร้าน เป็นต้น ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้น ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะจะพบเห็นชาวเอเชียชาติอื่นๆ ก็ชอบพกกล้องติดไปด้วย ถ่ายภาพอาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่ม จนเกิดคำถามว่า เหตุใดชาวเอเชียจึงชอบถ่ายรูปอาหาร ก่อนรับประทาน? อย่างเช่นในเว็บไซต์ยาฮู มีผู้ตั้งคำถามเหล่านี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเห็นเพื่อนที่เป็นชาวเอเชีย มักจะโพสท์รูปอาหารขึ้นบนเว็บไซต์เฟสบุ้ค มันเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับเขา ขณะที่อีกรายบอกว่า พวกเขาพยายามแสดงให้เห็นว่าไปทานอะไรมาราคาเท่าไหร่หรืออย่างไร ? อย่างไรก็ตามมีผู้แสดงความเห็นแย้งว่า ไม่ใช่ชาวเอเชียเสมอไป ที่จะถ่ายรูปอาหารเก็บไว้ จึงไม่ต้องการให้แบ่งแยกว่าชนชาติไหนเป็นอย่างไร และชาวเอเชียก็ให้ความสำคัญกับการทำอาหาร การจะเก็บภาพเก็บไว้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้ต้องการโอ้อวดเพื่อนแต่อย่างใด Mthai News Pics: www.poppaganda.net เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

เผย ผู้ใช้เฟสบุ้คไม่ชอบแบบไทม์ไลน์ หวั่นข้อมูลไม่เป็นส่วนตัว
ข้อมูลไม่เป็นส่วนตัว /  เฟสบุ้ค / 

เผย ผู้ใช้เฟสบุ้คไม่ชอบแบบไทม์ไลน์ หวั่นข้อมูลไม่เป็นส่วนตัว Mthainews: มีการเปิดเผยผลสำรวจของเว็บรูท บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์ ที่สอบถามผู้ใช้เฟสบุคเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,637 คน ในออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐ เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า กว่า 88% กังวลถึงข้อมูลตัวเอง โดยเฉพาะหลังจากที่เปลี่ยนไปเป็นการใช้ไทม์ไลน์ ที่มีการเรียงลำดับเหตุการณ์ สามารถค้นหาข้อมูลได้ตั้งแต่เริ่มสมัครใช้เฟสบุ้ค แถมผู้ใช้ยังถูกบังคับให้เปลี่ยนมาใช้ไทม์ไลน์ ซึ่งไม่สามารถตั้งค่ากลับมาเป็นแบบเดิมได้ ทางเลือกของพวกเขาก็คือต้องระแวดระวังในการโพสท์มากขึ้น ผลการวิจัยพบว่า 1ใน 3 ของผู้ใช้เฟสบุ้ค ได้ทำการกลับไปลบข้อมูลทั้งสเตตัส รูปถ่าย และเนื้อหาทิ้ง โดยระบุว่าไม่ต้องการให้นายจ้างเห็นข้อมูลที่อาจจะไม่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ในเฟสบุ้คเท่านั้น กว่า 82% ยังกังวลเกี่ยวกับข้อมูลในเว็บไซต์กูเกิลด้วยเช่นกัน หากต้องการทราบข้อมูลของใคร โดยเฉพาะนายจ้าง ที่ต้องการรับสมัครพวกเขาเข้าทำงาน ข้อมูล ชื่อ นามสกุล นามแฝง ต่างๆสามารถค้นหาได้ทันที โดยที่ได้ต้องร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม จึงเป็นข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยที่ผู้ใช้ต่างกังวล Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

อากง ข่าวอากง พร้อมประมวลภาพ สถานการณ์ ล่าสุด
ม.112 /  หมิ่นเบื้องสูง / 

อากง ผู้สื่อข่าว Mthai News รายงานจากบริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดา ว่า ภายหลังผลผ่าชันสูตรศพนายอำพล ตั้งนพคุณ หรือ อากง อายุ 61 ปี ผู้ต้องขังคดีหมิ่นเบื้องสูง จากการส่งข้อความสั้น หรือ sms ผิดมาตรา 112 ระบุว่า เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายจริงนั้น จากนั้น ได้มีการเคลื่อนขบวนศพของนายอำพล ออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาล ตำรวจ มาตั้งสวดอภิธรรม บริเวณริมถนนด้านหน้าศาลอาญารัชดา ในเวลา 16.00 น. ซึ่งบรรยากาศทั่วไปมี กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ที่ไม่เอากฏหมายอาญา ม.112 สวมชุดดำ เดินทางมาเคารพศพอากง นับพันคน ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เตาปูน ทั้งตำรวจสายตรวจ และตำรวจจราจร มาคอยรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจราจรบนถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออก มีปริมาณรถจำนวนมาก รถติดยาวสลับหยุดนิ่งนับกิโลฯ รวมทั้งยังมีรถค้างอยู่บนสะพานข้ามแยกรัชดา ลาดพร้าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น รถจะถูกเบี่ยงให้ใช้ได้เพียง 1 ช่องจราจรเท่านั้น Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ข่าวอากงวันนี้ เสื้อแดงแห่ อากง รอบกรุง! ขอความเป็นธรรม ติดตามการเคลื่อนศพ อากง ของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ญาติพร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงแต่งกายไว้ทุกข์ สีดำ ได้เคลื่อนศพ นายอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง จำเลยในคดีกฏหมายอาญา ม.112 ... เฟสบุ้ค อ้างเป็นตั๊กบงกช โพสกรณีอากง ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะเฟสบุ้คที่ใช้ชื่อว่า “ บงกช คงมาลัย“ โพสท์ข้อความในเฟสบุค แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ว่า ... สุริยะใส อัดแดง หวังใช้ ศพอากง โจมตีสถาบัน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงการเสียชีวิตของนายอำพล ตั้งนพคุณ หรือ อากง นักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า ... ข่าวอากง : 09-05-2012 เปิดจดหมาย อากง สวัสดีครับ คุณอานนท์ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่เคยเขียนจดหมายไปหาเลย เหตุเพราะว่าผมเขียนไม่ค่อยเก่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก สายตาก็ไม่ดีเลย ... อากง ส่ง sms หมิ่นเบื้องสูง เสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา นายอานนท์ นำภา ทนายความสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า นายอำพล ตั้งนพกุล อายุ 61 ปี เสียชีวิตแล้ว ... เช็คทางเลี่ยงรถติด(10พ.ค.) เสื้อแดงเตรียมแห่ศพอากง ภายหลังการเสียชีวิตของนายอำพล ตั้งนพคุณ หรือ อากง SMS เมื่อวันที่ 8พ.ค. ที่ผ่านมา นปช.นัดหมายกันว่าในวันพรุ่งนี้ 10 พ.ค. เวลา 09.00 น. จะมีการเคลื่อนศพพร้อมขบวนคนเสื้อแดงที่ไม่ยอมรับกฏหมาย ม.112 ... ประมวลภาพอากง อากง

เจ้าเข้มแข็ง สุนัขเร่ร่อนถูกตำรวจใช้มีดฟันขาขาด หน้าเหวอะสิ้นใจตายแล้ว
มีดฟันขาขาด /  สุนัขเร่รอน / 

เจ้าเข้มแข็ง "เจ้าเข้มแข็ง" สุนัขเร่ร่อน ถูกดาบตำรวจใช้มีดฟันขาขาด หน้าเละ สิ้นใจตายแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบสุนัขเร่ร่อนถูกทำร้ายทารุณ บริเวณแฟลตตำรวจ 11-12 ย่านซอยอุดมสุข สภาพถูกอาวุธมีดฟันจนขาขวาขาด และฟันซ้ำที่หัวจนแผลลึกถึงกะโหลกเป็นทางยาว 2 แผล จนกระทั่งสิ้นใจตายในเวลาต่อมา สุนัขตัวดังกล่าว มีชื่อว่า "เจ้าเข้มแข็ง" ซึ่งเป็นชื่อที่พลเมืองดีตั้งให้ เพื่อหวังว่ามันจะได้เข้มแข็ง อดทนกับบาดแผลที่ถูกทำร้าย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมีพลเมืองดีมาพบเห็นในสภาพแทบจะสิ้นลมหายใจในเช้าวันรุ่งขึ้น  จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์สมุทรปราการ เมื่อทำการเอกซเรย์ยังพบว่ากรามหลุด ซึ่งเกิดจากการใช้มีดฟันอย่างรุนแรง จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 14 มิ.ย.ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเจ้าเข็มแข็งต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า ได้ได้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว พบผู้ก่อเหตุคือ  ด.ต.สายันต์ ทวีสินธ์ สังกัดกองบังคับการ 2 สน.ทางด่วน 1 สาเหตุที่ทำเพราะ  "เจ้าเข้มแข็ง" ได้กัดไก่ที่ ด.ต.สายันต์เลี้ยงไว้จนตาย ด้วยความโมโหจึงคว้ามีดพร้าดายหญ้าฟันเข้าไปอย่างรุนแรง ตนจึงได้สั่งให้ ด.ต.สายันต์ ชำระค่าปรับในอัตราโทษสูงสุดในข้อหาลหุโทษทำร้ายและฆ่าสัตว์ และนอกจากนี้ยังสั่งให้ ด.ต.สายันต์ไปที่ ร.พ.ศรีวรา เพื่อจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด พร้อมกับให้ด.ต.สายันต์ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้"เจ้าเข้มแข็ง" ที่วัดธาตุทอง เพื่อแสดงความสำนึกและรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น โดยจะมีคำสั่งโยกย้าย ด.ต.สายันต์ มาทำหน้าที่สิบเวรที่สำนักงานเพื่อจะได้ไม่ต้องใกล้ชิดประชาชนทั่วไป ภาพ: เฟสบุ้ค เพื่อนข้างถนน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ดาบสองคม สังคมออนไลน์..เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ คิดให้ดีก่อนโพสท์
ดาบสองคม /  สังคมออนไลน์

ดาบสองคม สังคมออนไลน์..เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ คิดให้ดีก่อนโพสท์ Mthainews: สังคมไซเบอร์ปัจจุบัน การสื่อข้อมูลข่าวสารนั้น สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว การเผยแพร่ข้อมูลต่างๆทำได้หลายช่องทาง เปรียบเสมือนผู้ใช้เป็นผู้รายงานข่าว บล็อกเกอร์ และผู้อ่าน ไปในคราวเดียวกัน ยิ่งปัจจุบันสังคมออนไลน์เปิดกว้าง เพื่อนสมาชิก แม้ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันในชีวิตจริง แต่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวในโลกไซเบอร์ได้ แน่นอนว่าข้อดีของวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ย่อโลกให้เล็กลง สามารถพูดคุย แชท ได้สะดวกรวดเร็ว เพราะมีโปรแกรมต่างๆมากมายให้เลือกใช้  อย่างเอ็มเอสเอ็น เฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ สไกท์ อินสตาแกรม และอื่นๆที่พ่วงมากับเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ก็ไม่พลาดการสื่อสาร สามารถเสพข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ บนโลกออนไลน์ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการสื่อสารอยู่บ้างคือ การไม่ได้ฟังน้ำเสียง สีหน้า แววตา ซึ่งเป็นอากัปกิริยาของผู้ส่งสาร อาจทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ของคนที่ต้องการจะสื่อได้ มีตัวอย่างไม่น้อยที่เพื่อนรักหลายคนทะเลาะกันเพียงเพราะเข้าใจผิด และสับสนว่าข้อความที่โพสท์ขึ้นในเฟ้สบุ้ค ทวิตเตอร์ กำลังด่า ว่า ประชด บ่น หรือ อะไรกันแน่ เปลี่ยนสถานะเพื่อนรักกลายเป็นคนรู้จักได้ในชั่วข้ามคืน ที่เป็นข่าวฮือฮาช่วงสัปดาห์นี้ ก็เห็นจะเป็นการโพสท์เฟ้สบุ้คของดาราสาว ตั๊ก บงกช ที่แม้ว่าเธอจะโพสท์ข้อความในเฟสบุ้คส่วนตัวก็ตาม แต่ในฐานะดารานักแสดง มีผู้ติดตามอ่านอยู่ไม่น้อยเป็นเหตุให้ข้อความที่กล่าวถึงอากง  เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จนถึงขั้นกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ชลบุรี โห่ไล่ จนกลายเป็นปัญหาตามมา ตามมาติดๆกับบุคคลใช้ชื่อในทวิตเตอร์ @fookkub ที่อ้างว่าเป็น ฟลุค พชร ธรรมมล หรือ ฟลุค เดอะสตาร์ ออกมาทวิตข้อความถึงกรณีดังกล่าวอย่างดุเดือด ากรณีการเสียชีวิตของ นายอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ต่างจากกรณีของตั๊ก บงกช ไม่ต่างจากสาวมั่น “อั้ม เนโกะ” อดีตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์ ที่สอบเข้าได้เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ในปีนี้ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จนถึงขั้น อธิการฯมธ. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง  หลังโหนรูปปั้น ปรีดี พนมยงค์ ด้วยเหตุผลอยากทำอะไรท้าทายกระแสสังคมดูบ้าง และว่าเหมือนเราให้ความสำคัญ อ.ปรีดี ในฐานะคนที่มากกว่าคน สร้างความศักดิ์สิทธิ์มากเกินไปหรือเปล่า อาจารย์ปรีดีไม่ได้เป็นคนที่วิเศษวิโส วิจารณ์ได้ หากกลุ่มที่มีแนวคิดเสรีนิยมยังมีข้อยกเว้น ไม่วิพากษ์วิจารณ์ อ.ปรีดี ซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยม แล้วจะใช้หลักการวิจารณ์โดยเท่าเทียมกันได้อย่างไร Liberal เป็นอะไรไปแล้ว "เธอกล่าว ชัดเจนว่า การแสดงออกผ่านสื่อ โดยเฉพาะสื่ออนไลน์นับเป็นดาบสองคมที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฉะนั้นก่อนกระทำสิ่งใดควรคิดให้รอบคอบว่าหากเรื่องถูกเปิดเผยออกไปจะเกิดอะไรขึ้น ตัวอย่างภาพชุดถึง 31 ภาพ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า แม้ว่าจะผ่านล่วงเลยมาแล้วถึง 3 ปี แต่ภาพดังกล่าวยังคงถูกเผยแพร่ตามเว็บไซต์เฉพาะกลุ่ม จนกลายเป็นภาพฉาวข่าวหน้าหนึ่งในเวลาต่อมา ที่กองทัพกำลังสอบหาข้อเท็จจริง ดังนั้น การแสดงออกทางความคิด  โพสท์ภาพ คลิป จึงควรใตร่ตรองให้รอบคอบ ว่าหากเผยแพร่ออกไป อาจกลายเป็นประเด็นดราม่า  หรือเข้าใจผิดในสิ่งที่สื่อสารออกไป ไม่อย่างนั้นเรื่องราวของคุณอาจกลายเป็นประเด็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ได้ เพียงชั่วเวลาข้ามคืน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

เฟสบุ้ค อ้างเป็น ตั๊ก บงกช โพสกรณีอากง แผ่นดินจะได้สูงขึ้น
อากง /  เฟสบุ้ค / 

ตั๊ก บงกช เฟสบุ้ค อ้างเป็น ตั๊ก บงกช โพสกรณีอากง แผ่นดินจะได้สูงขึ้น Mthainews: ภายหลังที่ อากง หรือ นายอำพล  ตั้งนพกุล ย 61 ปี ผู้ต้องขังคดีส่งเอสเอ็มเอสหมิ่นเบื้องสูง และถูกศาลอาญาฯ พิพากษาจำคุก 20 ปี ในความผิดมาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8พ.ค. หลังมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยคาดว่าน่าจะเป็นผลพวงจากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง หลายฝ่ายก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงได้เรียกร้องขอความเป็นธรรมกับการจากไปของ อากง ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 112 ที่เกี่ยวข้องต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะเฟสบุ้คที่ใช้ชื่อว่า " บงกช คงมาลัย" โพสท์ข้อความในเฟสบุค แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ว่า เวรกรรมของอากงหากอากงไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน แผ่นดินจะได้ดีขึ้น ถึงฉันจะเปิดนม เปิดอะไร หรือมีชื่อเสียงไม่ดี หรืออะไรก็ตามที่คุณจะสันหามาด่า แต่ฉันก็ไม่โง่ แล้วทำไมคุณกล้าสู้เพื่ออากง แล้วเมื่อไหร่คุณจะตายค่ะ จะได้ไปช่วยอากงต่อในนรก เพราะอากงคุณตกนรกแน่ จากกรรมที่หมิ่นพ่อของฉัน คุณรักอากง ฉันก็รักครอบครัวพ่อของฉัน ทำไมเหรอ ซึ่งไม่มีการยืนยันว่า เป็นข้อความจากเจ้าตัว  ตั๊ก บงกช คงมาลัย หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบภาพโปรไฟล์เป็นภาพเดียวกันกับเฟสบุคของ ตั๊ก บงกช คงมาลัย โดยมีผู้กดไลค์จำนวนมาก Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

โอ๊ค  ตอกกลับ ลูกสนธิ(ลิ้ม) หลังโดนด่า คนตามเฟซบุ๊กมีแต่ควาย
จิตตนาถ ลิ้มทองกุล /  พานทองแท้ ชินวัตร / 

โอ๊ค  ตอกกลับ ลูกสนธิ(ลิ้ม) หลังโดนด่า คนตามเฟซบุ๊กมีแต่ควาย สืบเนื่องจากกรณีที่ นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ของกลุ่มพันธมิตร คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปรองดองหน้ารัฐสภา ระบุว่า สิ่งที่นายพานทองแท้ ชินวัตร ออกมาเชียร์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หน.พรรคมาตุภูมิ ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่การพิจารณาสภา  และยังบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บิดาของนายพานทองแท้เป็นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่อีแอบ ถ้ายิ่งใหญ่จริงต้องกล้าเสียสละด้วยการกลับมาเข้าคุก เพราะถ้าให้บ้านจันทร์ส่องหล้าโดนเผาบ้าง แล้วมาปรองดองกันจะได้รีบไปเผาเลยก่อน พ.ร.บ.จะออกมา นายจิตตนาถ ยังกล่าวด้วยว่า สื่ออย่างวอยซ์ทีวีไม่ควรเป็นทีวีที่เสนอข่าวการเมือง ควรเป็นทีวีชวนชิมมากกว่า เพราะนายพานทองแท้ไม่มีตรรกะที่จะออกมาแสดงความเห็นทางคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งล่าสุดนายพานทองแท้ ชินวัตร ในฐานะรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ได้ออกมาโต้กลับผ่านเฟ้สบุคOak Panthongtae Shinawatra  โพสต์รูปภาพที่นำมาจาก เว็บไซต์  www.manager.co.thที่มีข้อความกล่าวถึงนายพานทองแท้ว่า "...สักวันผมจะไล่ให้คุณไปดูดนมแม่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า มันมีแต่ควายที่ตาม Facebook คุณครับคุณโอ๊ค(พานทองแท้) จิตตนาถ ลิ้มทองกุล 30 พ.ค.55 เวทีปราศรัยบนของพันธมิตร " ซึ่งนายพานทองแท้ ได้เขียนข้อความตอบโต้ว่า "การเมืองนอกสภารูปแบบนี้แหละครับที่ผมคิดว่าหลายๆท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา การด่าทอกันเพียงเพื่อให้เกิดความสะใจโดยที่ไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การก้าวล่วงบุพการีผู้อื่นทั้งๆที่เมื่อเทียบกันแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับมารดาของตนเอง พี่น้องที่ติดตามเฟสบุ๊คของผม ณ ปัจจุบันมีอยู่แค่ประมาณ3หมื่นกว่าคนครับ และผมคิดว่าเกือบทั้ง100%ที่ติดตามก็คือ"คนไทย"เหมือนคุณทั้งนั้นครับ และคนเหล่านั้นเมื่อเขาติดตามถ้าเขาเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่น่าจะแชร์ให้สังคมได้รับทราบเขาก็นำไปลงต่อทางสื่อมวลชนทุกแขนง,ทุกช่อง,ทุกฉบับ ซึ่งก็รวมถึง นสพ.ผู้จัดการและASTVของ"บิดา"คุณด้วยครับ ผมว่าอย่าไปเหมาเลยครับว่า"มีแต่ควาย"เท่านั้นที่ติดตามเฟสบุ๊คผม พูดไปแล้วเข้าตัว เดี๋ยวตายไปตกนรกนะครับ :)" Mthai News Pic: Oak Panthongtae Shinawatra เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

วิถีคนรุ่นใหม่ ติดเฟสบุ๊ค ยิ่งกว่าเหล้าบุหรี่ ส่งผลมนุษยสัมพันธ์แย่
คนรุ่นใหม่ /  ติดเฟสบุ้ค / 

วิถีคนรุ่นใหม่ ติดเฟสบุ๊ค ยิ่งกว่าเหล้าบุหรี่ ส่งผลมนุษยสัมพันธ์แย่ Mthainews: หลายครั้งที่รู้สึกเบื่อหน่าย ไร้หัวข้อคุยในวงสนทนา ในปัจจุบันจะเห็นว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่ง เลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับล็อคอินเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพูดคุยกับเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ ก็นับว่าเป็นข้อดีในการที่จะสามารถติดต่อ พูดคุยแก้เหงากับเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมความสัมพันธ์ แสดงทรรศนะ แต่ทว่า ในกลุ่มสนทนาในชีวิตจริง กลับจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแย่ลง จนกลายอาจกลายเป็นคนที่ไร้มนุษยสัมพันธ์ เพราะให้เวลากับการใช้อินเทอร์เน็ตในปริมาณมากเกินไป  และนี่อาจทำให้เข้าข่าย ติดเฟสบุ้ค โดยไม่รู้ตัว ด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ในปัจจุบัน มีลักษณะเปลี่ยนแปลงภายใต้การพัฒนาของเทคโนโลยี ทั้งคอมพิวเตอร์ แบล็คเบอรรี่ โทรศัพท์มือถือ ที่ออกแบบมาให้เข้าถึงเฟสบุ้คได้ง่าย จนกลายเป็นการเสพติดมากกว่าการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เสียอีก  ดังจะเห็นได้จากข้อมูลการสำรวจ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจแห่งชิคาโก  พบว่า ปัจจุบันสิ่งที่จะต้องทำเป็น กิจวัตรประจำวัน อย่างหนึ่งก็คือ การล็อกอินเข้าไปติดตามข่าวสาร เรื่องราวต่าง ๆ ของเพื่อน ๆ ในเฟสบุ้ค ซึ่งหากต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ดื่มแอลกอฮอล์  กับการล็อกอินเข้า เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ กลับพบว่า กลุ่มตัวอย่างเลือกอย่างที่สองมากกว่า นั่นแสดงว่า มันเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไปซะแล้ว สอดคล้องกับคำพูดของนักประสาทวิทยาหลายท่านของสหรัฐอเมริกาที่กล่าวไว้ว่า การเล่น เฟสบุ้ค จะทำ ให้เกิด ความรู้สึกอบอุ่น มีความสุข เหมือนกับเวลาพบเพื่อนสนิทในชีวิตจริง แต่ผู้ที่เสพติดเฟสบุ้คส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอาการของโรคสมาธสิสั้น มีพฤติกรรมหวาดกลัว ไม่ชอบเข้าสังคม และมีอาการซึมเศร้า ผลกระทบจากการติดเฟสบุ้ค จะมีผลโดยตรงต่อ สุขภาพ สมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย เกิดปัญหาการเรียนการทำงาน ที่มีประสิทธิภาพต่ำลง สถานที่ทำงานบางแห่งถึงกับห้ามไม้ให้พนักงานเข้าเฟสบุคในระหว่างการทำงาน อีกทั้งยังเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับเพื่อน หรือครอบครัว โดยผู้เสพติดจะไม่สนใจครอบครัว เลือกที่จะจดจ่อกับการสนทนาออนไลน์ อย่างไรก็ดี เฟสบุ้ค เปรียบเสมือนดาบสองคม หากใช้ไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมากมาย แต่หากใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรอาจเกิดปัญหาและพิษภัยอย่างมหันต์ ซึ่งผู้ใช้ต้องแบ่งเวลา แยกแยะให้เหมาะสม มิเช่นนั้น เพื่อนในชีวิตจริง จะตัดความสัมพันธ์ หรือลดความสัมพันธ์ลงก็เป็นได้ วิธีตรวจตัวเอง 5 ประการว่า เรามีอาการเสพติดเฟสบุ๊คหรือไม่ ดังนี้ 1.ยอมอดหลับอดนอนเพื่อเพิ่มเวลาเล่นเฟสบุ๊ค 2.เสียเวลาเล่นเฟสบุ๊คมากกว่าวันละ 1 ชั่วโมงขึ้นไป และอยากเพิ่มเวลาการเล่นเฟสบุ๊คมากขึ้นเรื่อยๆ 3.เวลาทำกิจกรรมเข้าสังคมจริงๆ จะลดน้อยลง หรือย้ายมาพบปะกันบนเฟสบุ๊คแทน 4.ไม่ว่าจะเจอบัญชีเฟสบุ๊คของใครก็กดรับเป็นเพื่อนทั้งหมด โดยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และมีเพื่อนในบัญชีมากเกินไปแต่ 8 ใน 10 กลับไม่ใช่เพื่อนที่รู้จักกันในชีวิตจริง 5.เสียสมาธิระหว่างทำงาน เพราะใจจดจ่ออยู่กับเฟสบุ๊ค เลือกใช้เวลาท่องเฟสบุ๊คมากกว่าการตั้งใจทำงาน และชอบบอกกับคนอื่นๆ ว่า "ถ้าอยากติดต่ออะไรให้ไปเจอกันในเฟสบุ๊ค" 6.ถ้าต้องลดเวลาการเล่น หรือหยุดเล่นไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆ จะรู้สึกกังวล กระสับกระส่าย เครียด และวิตกกังวลเฝ้าแต่คิดว่าตอนนี้มีใครโพสอะไรลงในเว็บบ้าง Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ขอบคุณครับที่รับแอด
ขอบคุณครับที่รับแอด /  เฟสบุ้ค / 

ขอบคุณครับที่รับแอด เห็นคำนี้บ่อยๆในเฟสบุ้ค เลยทำเพลงออกมาขำๆกันครับพี่น้อง

เฟสบุ้คฟีเวอร์ ไทยรั้งรองแชมป์ อัตราสมาชิกโตมากที่สุดในโลก
สมาชิก /  อันดับ 2 / 

เฟสบุ้คฟีเวอร์ ไทยรั้งรองแชมป์ อัตราสมาชิกโตมากที่สุดในโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ข้อมูลจากนิค เบอร์เชอร์ บล็อกเกอร์และผู้สนใจศึกษาปรากฏการณ์เกี่ยวกับเว็บไซต์เฟซบุ้้คชาวอังกฤษที่ทำการจัดอันดับ 30 ประเทศ ที่มีผู้ใช้บริการเว็บไซต์เฟซบุ้คมากที่สุดในโลก โดยเผยแพร่เป็นบทความในเว็บไซต์ asiancorrespondent.com ซึ่งจากผลการศึกษาทราบว่า สมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มีอัตราการสมัครเป็นสมาชิกเฟซบุ้คอย่างรวดเร็ว และเป็นจำนวนมาก โตขึ้นสูงทะลุ 240 % ในปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อดูสถิติย้อนไปช่วง 2 ปี ก็จะพบว่า เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 4,000%  มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว รองจาประเทศบราซิลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สมาชิกประเทศเพื่อนบ้านก็มีการสมัครเป็นสมาชิกเฟซบุ้คเพิ่มขึ้นกว่า 100% เช่นกัน อย่างประเทศอินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย บ่งชี้ว่าฐานสมาชิกในเอเชียมีอัตราการแพร่กระจายและการเข้าถึงอินเทอร์ที่เติบโตต่อเนื่อง คาดว่าการบริการด้านโทรศัพท์มือถือ ก็จะเติบโตในพื้นที่ประเทศดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com