เฟซบุ๊ค

เพจดัง จี้จัดการ ตร. จับหนุ่มตรวจฉี่รีดเงินหมื่นหก
ข่าวจังหวัดนครสวรรค์ /  ข่าวตำรวจ / 

แชร์ว่อน! ตร.จับหนุ่ม อ้างตรวจเจอฉี่ม่วง รีดเงินหมื่นหก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่ง ที่ขับรถไปเจอด่านตรวจของสภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ แล้วถูกรีดเงินไป 16,000 บาท โดยอ้างว่ามีปัสสาวะสีม่วง โดยที่ไม่พาไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาล แต่กลับใช้วิธีข่มขู่สารพัดเพื่อเรียกเงิน จึงทำให้ครอบครัวของน้องที่โดนเรียก ซึ่งมีแม่ มีแฟน มีลูก อยู่ในรถด้วย จำยอมต้องจ่ายเงิน 16,000 ให้กับตำรวจ ดังนั้น ทางชมรมฯ ขอแจ้งไปยังตำรวจคนดังกล่าว ที่ด่านสภ.หนองปลิง ให้เอาเงินมาคืนกับน้องเค้า ภายใน 3 วัน หากยังไม่ยอมคืน จะพาน้องคนดังกล่าวไปพบผู้การจ.นครสวรรค์ เพราะน้องยืนยันว่าไม่ได้มีการเสพสารเสพติด ที่สำคัญหากน้องมีปัสสาวะสีม่วงจริง คุณต้องทำตามกฎหมาย ดำเนินคดีอาญาในข้อหาเสพสารเสพติด แล้วต้องพาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาลซ้ำเพื่อแยกสาร ไม่ใช่มารีดไถเอาเงินเค้าไป 16,000 บาท ซึ่งล่าสุดจากการที่ทางชมรมฯ กดดันอย่างหนัก ทางตำรวจสภ.หนองปลิงที่เอาเงินจากผู้เสียหายไป 16,000 บาท ได้นำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยให้ผู้ใหญ่นำมาคืนให้กับผู้เสียหาย ซึ่งทางชมรมฯ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ไม่ติดใจเอาความกับตำรวจคนดังกล่าว เพราะได้เงินคืนครบแล้ว ที่มา ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตร.เร่งล่าตัว หนุ่มใจทราม ต้มน้ำเดือดสาดแมว ทำโซเชียลเดือดจัด
กฎหมายคุ้มครองสัตว์ /  ทารุณกรรมสัตว์ / 

มนุษย์ใจทราม โพสต์คลิปต้มน้ำเดือดสาดใส่แมว ตำรวจจ่อนำตัวมาลงโทษ หลังโลกออนไลน์แห่ประณามเดือด วานนี้ (4 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ มิรเรอร์ เผยคลิปวิดีโอ ชายชาวอเมริกันถ่ายคลิปต้มน้ำจนเดือด พร้อมทั้งสาดใส่แมว ด้วยความเจ็บปวด มันจึงวิ่งหนีพร้อมทั้งส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และยังไม่ทราบชะตากรรมของเจ้าแมวเคราะห์ร้ายตัวนั้น ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กชื่อ Dacquan Smith มีผู้เข้าไปชมแล้วมากกว่า 4 แสนครั้ง หลังจากถูกเผยแพร่ไปเพียงไม่ถึง 12 ชั่วโมง โดยผู้โพสต์คลิป บรรยายข้อความว่า ไม่ได้ต้องการทำเช่นนั้น ถ้าเป็นคุณก็ก็คงทำเช่นกัน โดยหลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวออนไลน์ผู้รักสัตว์เกิดอาการโกรธจัด พร้อมทั้งเข้ามากระหน่ำด่า ประณามจนหนุ่มรายนี้ต้องลบวิดีโอออกจากเฟซบุ๊คในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการระดมกำลังในกลุ่มผู้รักสัตว์เพื่อตามล่าตัวชายคนดังกล่าว ทั้งนี้เหล่านักสืบออนไลน์ได้ตามเบาะแส พบว่าหนุ่มรายนี้อาศัยอยู่ในเขตมาร์ติน รัฐนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องดังกล่าวโด่งดังขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายเขตของรัฐนอร์ทแคโรไลนาออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊ค ประจำหน่วยงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาตัวคนร้ายอยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนมั่นใจว่าชายคนดังกล่าวจะถูกจับข้อหาทารุณกรรมสัตว์ MThai News

ตำรวจบางรัก แจง หลังโดนกล่าวหา ตั้งด่านลอย
ด่านลอย /  ด่านเถื่อน / 

ตำรวจบางรัก แจง หลังโดนมนุษย์กล้องถ่ายรูป อ้างตั้งด่านลอย จากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความถามไปยังแฟนเพจ เรารักด่านตรวจ โดยอ้างว่าขอแจ้งให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ซึ่งมีการ ตั้งด่านลอย ไม่มีกรวย ไม่มีป้ายไฟ ไม่มีผู้บังคับบัญชาช่วงเวลาเวลา 22.00 น. บริเวณถนนสุรวงศ์ ตรงซอยพัฒพงศ์ ซึ่งหลังจากการเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์นั้น ล่าสุดทางแฟนเพจเรารักด่านตรวจ ได้เผยข้อความชี้แจงจาก พ.ต.ต.สรรัชฎก์ ศรีปุณยาภิคุปต์ สว.จร.สน.บางรัก ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรเอง โดยระบุว่า ขณะเกิดเหตุการณ์ตนกำลังเร่งระบายรถที่เข้าสีลมไม่ได้ เนื่องจากสีลมปิดถนนคนเดินทำให้รถมาใช้ ถ.สุรวงศ์แทนเป็นจำนวนมาก และขณะนั้นได้เจอแท๊กซี่ไม่ใช้มาตรมิเตอร์ ไม่นำมิเตอร์เข้าตรวจสภาพกับขนส่ง รวมถึงแท๊กซี่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จึงต้องเรียกตรวจ แท๊กซี่กลุ่มพวกนี้เอาเปรียบประชาชนและนักท่องเที่ยว" ที่มา แฟนเพจ เรารักด่านตรวจ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชื่นชม! เด็กหญิง ช่วยพ่อแม่ล้างแก้วน้ำ ครบเครื่องกว่า
คลิป /  ช่วยพ่อแม่ทำงาน / 

คลิปว่อน เด็กหญิงช่วยพ่อแม่ล้างจาน ขณะที่ชาวเน็ตยกครบเครื่องกว่า "ลูกเทพ" จากกรณีที่บนโลกออนไลน์กำลังฮิตเรื่องเกี่ยวกับลูกเทพ ว่าสามารถบันดาลในสิ่งที่ปรารถนาให้สมดังใจได้ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของความเชื่อและความงมงาย ล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปอีกหนึ่ง ลูกเทพ ที่ไม่ใช่ตุ๊กตาแต่เป็นคนจริงๆ ที่ช่วยพ่อแม่ทำมาหากินด้วยการล้างจานและแก้วน้ำในร้านอาหาร โดยในคลิปเด็กหญิงก้มหน้าก้มตาล้างแก้วหลายสิบใบอย่างขยันขันแข็ง ไม่พูดหรือบ่นเลยสักคำ ซึ่งเจ้าของคลิปเผยว่า น้องในคลิปเรียนอยู่แค่ชั้นอนุบาลเท่านั้น โดยหลังจากคลิปถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ได้มีชาวเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนบอกว่าเป็นเด็กตัวเล็กแต่รู้จักช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ และบางคนก็ภูมิใจแทนพ่อแม่รวมถึงชื่นใจที่เห็นการทำดีแบบนี้ "นี่สิลูกเทพของจริง.. เกิดมาช่วยพ่อช่วยแม่ทำมาหากิน ซึมซับเอาความขยันขันแข็งทำมาหากินของพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก พอโตมาก็ตกผลึกรู้จักทำมาหากินไม่รอผีสางมาช่วยให้รวย" ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ค คุณ Niraya Khanluang ที่มา YouLike (คลิปเด็ด) // ::--> ลูกเทพของผมพูดได้ใช้งานได้ ^ ^' #แถมขยันด้วย (31/1/59) <--::CREDIT: @Sunun Za |https://goo.gl/DFbUzy*************************ขอบคุณคลิปแนะนำจาก––@Sunun Za Posted by YouLike (คลิปเด็ด) on 30 มกราคม 2016

เผยข้อมูล-ไขข้อสงสัยทุกอย่างกับเกมส์ Dragonica เซิฟฯไทย
Dragonica /  Dragonica Online / 

Electronics Extreme ผู้ให้บริการเกมส์ไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลเกมส์ออนไลน์ใหม่ Dragonica (dgo.exe.in.th) โดยจัดรายการถ่ายทอดสด ระบุเนื้อหาข้อมูลต่างที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเกมส์, วิธีการเล่นและเทคนิคการเล่นเบื้องต้น, ระบบและฟีเจอร์เด่นๆ ที่จะเอาเข้ามา รวมถึงการปรับเปลี่ยนต่างๆ และที่สำคัญเลยคือ การแข่งขันอีสปอร์ตของเกมส์นี้ ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559 เกมส์ออนไลน์ Dragonica เป็นเกมส์แนว Action-RPG แนว Side-Scroller กึ่ง 3 มิติ ให้ผู้เล่นเกมส์ได้เพลิดเพลินไปกับระบบการต่อสู้ที่รวดเร็วและการแต่งตัวละครที่สวยงาม เริ่มต้นสวมบทบาทเหล่าอาชีพให้เลือกเล่น ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ Warrior, Thief, Archer, Magician, Shaman, Twin Fighter รวมไปถึงมีบอสตัวมหึมาที่ต้องต่อสู้อย่างเป็นระบบเพื่อปราบบอสให้ได้ เรียกได้ว่า สนุกตั้งแต่การเก็บเลเวลไปจนถึงเวลาล่าบอสเลยทีเดียว ภายในเกมส์เวอร์ชั่นใหม่ยังคงพัฒนาให้ระบบการเล่นเกมส์ง่ายขึ้นและเก็บเลเวลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังแนะนำเทคนิคการเก็บเลเวลเกมส์อย่างรวดเร็ว เพียงแค่อัพสกิลและความสามารถที่เน้นความแข็งแกร่งหรือโจมตีอันรุนแรงให้มากที่สุด และเมื่อระดับเลเวลเต็มขั้นที่เกมส์กำหนดไว้แล้ว จึงค่อยใช้ไอเทม Reskill หรือ Restatus เพื่อปรับลักษณะความสามารถเพื่อตรงใจกับคนเล่นเกมส์ เป็นที่แน่นอนว่า เกมส์ Dragonica จะเปิดทดสอบเกมส์วันที่ 27 มกราคม 2559 มีระยะเวลาเปิดทดสอบราว 5-7 วัน เปิดดาวน์โหลดเกมส์ล่วงหน้าวันที่ 19 มกราคม 2559 ส่วนวันกำหนดเปิดช่วง Open Beta ยังไม่เปิดเผยข้อมูลได้ขณะนี้ ระหว่างเปิดทดสอบเกมส์ช่วง Close Beta จะมุ่งเน้นแจกไอเทมเกมส์เมื่อทำภารกิจต่างๆภายในเกมส์และเฟซบุ๊คเกมส์ดังกล่าว และรับไอเทมช่วง Open Beta ไม่ว่าจะเป็น เก็บเลเวล 20 และเลเวล 30, รวมสมาชิกเข้าร่วมกิลด์ครบจำนวนที่กำหนด เป็นต้น ด้วยตัวเกมส์ Dragonica ที่ทาง Electronics Extreme ได้รับสิทธิ์ทั้งการพัฒนาและให้บริการเกมส์แล้ว ทางบริษัทฯจะรับปรุงเปลี่ยนแปลง เรื่องปรับความสมดุลสกิลตัวละครเกมส์ ตามด้วยระบบตีบวกไอเทมเกมส์ให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น และราคาจำหน่ายไอเทมตีบวกจะมีราคาถูก ส่วนเรื่องการเพิ่มเติมคอนเทนต์เกมส์ จะสร้างความแปลกใหม่ของเกมส์และเพิ่มอาชีพใหม่เข้ามา เปิดให้เล่นในเซิฟเวอร์ประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก หรือสามารถแลกเปลี่ยนไอเทมและ Cash ในเกมส์อย่างอิสระ รวมถึงพัฒนาไอเทมเกมส์พาร์ทเนอร์ อาทิ ชุดแต่งกายตามสีของแบรนด์สินค้า ที่สำคัญ เกมส์นี้มีความมุ่งมั่นรับฟังจากคนเล่นเกมส์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและปรับปรุงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกรณี ผู้เล่นที่เติมเงินและไม่เติมเงิน ยังคงความสมดุล ขอเพียงแค่มีเวลาเข้าเล่นเกมส์และนำเงินไปซื้อไอเทมเกมส์ และกรณีที่เติมเงินเกมส์เป็นลักษณะ”ทางลัด”เพื่อให้ตัวละครเกมส์ไปไกลขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น หรือการกำหนดเพดานเลเวลเกมส์ Dragonica จะอัพเดตในเวลาที่เหมาะสม เกมส์ Dragonica จะเปิดทดสอบเกมส์วันที่ 27 มกราคม 2559 ดูเพิ่มเติมที่ dgo.exe.in.th

รวมรหัสตรวจสอบสมาร์ทโฟน Android OS ทุกยี่ห้อ ควรเทสก่อนจ่ายเงินซื้อ!
asus /  htc / 

แอดไวซ์แนะนำผู้ซื้อสมาร์ทโฟนตรวจสอบเครื่อง ก่อนจ่ายเงินถือเครื่องกลับบ้าน เพียงกดรหัสง่ายๆ รู้ไว้จะได้ไม่พลาด! แอดไวซ์ (Advice) แนะนำลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์ ที่ตกลงปลงใจเลือกสมาร์ทโฟนคู่กายแล้ว ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ทั้งภายนอก รวมไปถึงฮาร์ดแวร์ภายใน เพื่อความมั่นใจว่าได้เครื่องใหม่จริงก่อนจ่ายเงินถือเครื่องเดินออกจากร้าน แล้วอาจไปนั่งเศร้าใจที่หลังได้ วันนี้แอดไวซ์ขอแนะนำว่าเราควรทำอะไรบ้าง ตรวจสอบตัวเครื่องกันสักนิดชีวิตไม่เพลีย:เมื่อได้สมาร์ทโฟนคู่ใจแล้ว อย่าเพียงแต่ตรวจสภาพรอบนอกว่าซีลมาดีและสวยงามแค่นั้น ควรแกะกล่องดูสักนิด ว่าอุปกรณ์ในกล่องมาครบหรือเปล่า รอบตัวเครื่องมีตำหนิ หรือรอย แตก หัก หลุดร่อนหรือไม่, เช็คปุ่มต่างๆ เช่น ปุ่มกดเปิด-ปิด เพิ่ม-ลดเสียง ว่ากดได้เป็นปกติหรือไม่, สติ๊กเกอร์กันรอยอยู่ในสภาพเรียบร้อยและสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน มีฝุ่นหรือฟองอากาศเข้าไปอยู่เยอะหรือไม่ แล้วอย่าลืมเช็ค IMEI กันด้วยนะจ๊ะว่าตรงกับตัวกล่องที่ถืออยู่ในมือหรือเปล่า ใส่ซิม เปิดเครื่อง แล้วลองให้ชัวร์: จัดการใส่ทุกอย่าง ซิมการ์ด ไมโครเอสดี แล้วเปิดเครื่อง ตั้งค่า ตรวจดูหน้าจออย่างละเอียดว่ามีความผิดปกติของ Pixel หรือไม่ สีเพี้ยนหรือเปล่า จากนั้นมาตรวจสอบการรับสัญญาณ ทั้งสัญญาณจากระบบเครือข่าย ลองโทรออกไปหาใครสักคนแล้วจึงไปเช็คต่อที่การรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต และไว-ไฟ ลองล๊อกอินโซเชียล แชทหาเพื่อนสักนิด ท่องโลกออนไลน์สักหน่อย เพื่อความชัวร์ว่าใช้งานอินเตอร์เน็ตได้จริงๆ ต่อด้วยส่วนของกล้องแนะนำว่าควรทดลองทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังถ่ายให้หนัก จัดให้เต็มทุกโหมดที่ตัวเครื่องมี ลองหลายๆ ครั้ง และอย่าลืมเปิดแฟลชเพื่อทดลองในเรื่องของความสว่างด้วยจ้ะ จากนั้นไปต่อกับโหมดบันเทิงด้วยการทดลองลำโพงและหูฟัง อ้อ อย่าลืม เช็คสายชาร์จที่มาพร้อมกับตัวเครื่องด้วยว่าใช้ได้หรือไม่ด้วยนะจ๊ะ *สำคัญสุดๆ เช็คให้ชัวร์กับสภาพความสมบูรณ์ของฮาร์ดแวร์: ทดสอบความเป๊ะของตัวเครื่องให้พร้อมใช้งานก่อนก้าวออกจากร้าน เพียงกดรหัสของเครื่องแต่ละแบรนด์ ก็จะขึ้นเมนูสำหรับทดสอบความสมบูรณ์ของฮาร์ดแวร์ให้ทดสอบได้ทั้ง ความสมบูรณ์ของการแสดงผลสีต่างๆ, ระบบสั่น, การทดสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ, การทำงานของกล้องหน้าและกล้องหลัง, การทำงานของระบบสัมผัส, การทำงานของลำโพงเสียง, การทำงานของระบบอ่านบาร์โค้ด ตามมาตรฐานต่างๆ เป็นต้น เครื่องแต่ละแบรนด์สามารถกดรหัสได้ดังนี้ ASUS Zenfone: .12345+= (ในแอพฯเครื่องคิดเลข) HTC: *#*#3424#*#* HUAWEI: *#*#2846579#*#* หรือ##497613 i-mobile: ปิดเครื่องแล้วกดปุ่มลดเสียง+ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง LENOVO: ####1111# LG: 3845#*หมายเลขรุ่น# OPPO: *#808# SONY Xperia: *#*#7378423#*#* SAMSUNG: *#0*# VIVO: *#558# ลูกค้าและแฟนคลับแอดไวซ์ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ จากแอดไวซ์ ผ่านเฟซบุ๊ค แฟนเพจ www.facebook.com/AdviceClubเว็บไซต์ www.advice.co.th หรือโทร 1602

เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง? ขายรกแมวผ่านเน็ต อ้างช่วยทำมาค้าขึ้น!
ขายรกแมว /  ขายรถแมว / 

สุดอึ้ง! ขายรกแมวผ่านเน็ต อ้างช่วยทำมาค้าขึ้น! ชาวเน็ตถามเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?  หลังจากประเด็นความงมงายเกี่ยวกับ ลูกเทพ ตุ๊กตาเด็กที่อ้างว่าศักดื์สิทธิ์จนมีผู้นับถือบูชาจำนวนมากจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ล่าสุดแฟนเพจ สมาคมคนไม่นับถือศาสนา ได้เผยแพร่ภาพชวนตะลึงเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นความงมงาย เมื่อมีสาวคนหนึ่งโพสต์ขาย รกแมว ผ่านเฟซบุ๊ค โดยอ้างว่าการบูชารกแมวจะช่วยเสริมดวงค้าขายมีเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดมือตามคำโบราณ  ซึ่งลักษณะรกแมวที่โพสต์ขายเป็นรกแมวสดๆ ที่มีสีของเลือดติดอยู่ โดยชาวสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นมองว่า รกแมวเป็นสิ่งสกปรกและอาจจะนำเชื้อโรคมาได้ รวมถึงอยากให้ตั้งใจทำมาหากินดีกว่าจะมาเชื่ออะไรประเภทนี้ เพราะการจะทำมาค้าขายให้ดีนั้นขึ้นอยู่กับความขยัน อดทนและเทคนิคการขาย  ทั้งนี้ตามคำโบราณอ้างว่า รกแมวเป็นของหายาก เพราะเวลาแมวจะคลอดลูกมักจะหนีไปคลอดลูกในสถานที่ซึ่งคนหาไม่ค่อยเจอและจะเจอตอนที่ลูกแมวออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยแม่แมวจะกินรกเองจนหมดเพื่อเป็นอาหารบำรุงกำลัง ทำให้รกแมวเป็นของหายาก หากได้มาและไปตากแดดให้แห้งสนิท จนถึงวันแรม 15 ค่ำ พร้อมกับลงคาถาปิดทองก็จะทำให้ทำมาค้าขึ้นด้วย ที่มา แฟนเพจ สมาคมคนไม่นับถือศาสนา ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชาวเน็ต วอนช่วยอุดหนุน ตาสู้ชีวิต ขายหนังสือดูดวง
ขายหนังสือดูดวง /  สยาม / 

ชาวเน็ต วอนช่วยอุดหนุน ตาสู้ชีวิต ขายหนังสือดูดวง บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความส่งต่อเกี่ยวกับเรื่องราวของคุณตาสู้ชีวิต ยืนขายหนังสือดูดวง โดยเป็นเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊คคุณ Som FlyGirl โดยเผยว่า ตนอยากให้คนที่ผ่านมาแถวย่านสยาม บริเวณหน้าร้าน Ulala สยาม ซอย 3 มีคุณตายืนขายหนังสือดูดวงอยู่ ซึ่งคุณตาขายไม่ได้เลย แต่ละครั้งที่ตนเจอก็จะช่วยซื้อเพื่อให้คุณตามีกำลังใจ โดยตนเห็นว่าคุณตาแก่มากแล้ว และมีปัญหาสายตา แถมทุกวันต้องแบกแผงหนังสือไว้บนคอพร้อมกับถุงใบใหญ่ตลอดเวลา พร้อมกับเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยขาด ซึ่งจากที่ตนสังเกตเห็นว่าขาของคุณตาไม่ค่อยจะดีด้วย " อยากขอความเมตตาจากใครก็ตามที่ผ่านไปมาแถวนั้น แวะช่วยคุณตาซื้อสักเล่มสองเล่มก็ยังดีค่ะ แกขายเล่มละ 15 บาท แกจะมานั่งหน้าร้าน Ulala ตรงข้างกองขยะทุกวันตอน 6 โมงเย็นจนถึง 2 ทุ่ม และจะเริ่มลุกเดินขายหนังสือไปมาแถวๆ ซอยนั้นไปจนถึง 3 ทุ่มค่ะ ถ้าวันไหนแกขายไม่ได้ แกก็จะนั่งรถเมล์ไปขายต่อที่นานา ถ้าได้เห็นสภาพแก ขนาดเดินไปมายังลำบากเลย ถ้าแกพอขายได้ แกก็จะไม่ต้องไปไกลขนาดนั้นนะคะ คนไทยใจดี ช่วยคุณตาหน่อยนะคะ เห็นแล้วแกน่าสงสารมากจริงๆ ขอบคุณและขออนุโมทนาบุญค่ะ ขอให้ทุกๆ ท่านพบเจอแต่ความสุขนะคะ" ที่มา จากสมาชิกเฟซบุ๊คคุณ Som FlyGirl ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

'โจ๊ก Iscream' ขอโทษโพสต์ภาพตัดต่อ ถูกหวย 30 ล้าน ทอป.เล็งเอาผิด
30ล้าน /  ถูกหวยรางวัลที่ 1 / 

'โจ๊ก Iscream' ขอโทษโพสต์ภาพตัดต่อ ถูกหวย 30 ล้าน ทอป.เล็งเอาผิด หลังจากที่โจ๊ก IScream"โพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง 10 ใบ 30 ล้าน และมาเฉลยในภาพหลังว่าเป็นการตัดต่อภาพ ซึ่งล่าสุดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้นำเสนอประเด็นดังกล่าว พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุด พ.ต.ท. โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 บก.ปอท. ระบุว่า การกระทำของ โจ๊ก IScream เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ เนื่องจากทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเจ้าตัวถูกรางวัลจริง และคงต้องรอให้มีคนเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งหากมีคนเข้ามาแจ้งความจริง ก็สามารถดำเนินคดีกับ โจ๊ก IScream ตามกฎหมายได้ทันที ทั้งนี้ทาง โจ๊ก IScream ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า 'เค้าผิดไปแล้ว เค้าขอโทษนะตัวเอง ขอโทษจริงๆครับ ในฐานะที่ผมอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ผมขอให้เคสผมเป็นกรณีศึกษา และอุทาหรณ์ในการแชร์ เช็ก โพส และเล่นให้มีขอบเขตนะครับผม และ ผมขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ที่ถูกรางวัลตัวจริงอย่างจริงใจมา ณ ที่นี้ครับ ส่วนผม อย่างน้อยก็ได้เจอญาติๆพี่น้องพ้องเพื่อน นี่เจอญาติจริงๆก็มีนะให้ตายเถอะโรบิน (แต่เมียทั้งหลายนี่ขอไม่นับนะเดี๋ยวบ้านแตก)' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โจ๊ก IScream"โพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง 10 ใบ 30 ล้าน... วันนี้ (1 ก.พ.) โจ๊ก IScream เน็ตไอดอลชื่อดังจากรายการบุกบ้านผี โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว พร้อมแสดงสลากกินแบ่งรัฐบาลชุด 10 ใบ ซึ่งตัวเลขเป็นเลขที่ตรงกับรางวัลที่ 1 มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท พร้อมระบุคำอธิบาย 'กินอะไรดีวันนีพี่ถูกรางวัลที่ 1' หลังจากนั้น ได้มีผู้ใช้เข้ามาโพสต์แสดงความเห็นต่างกันออกไป บ้างก็บอกว่าเป็นการตัดต่อภาพ บ้างเข้ามานับตัวเองเป็นญาติอย่างคับคั่งโดยล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาเฉลยแล้วว่า ภาพดังกล่าวเป็นเพียงภาพตัวต่อเท่านั้น ที่มา JokeIScream

วิวาทแรง แชร์ว่อนอ้างอาแท้ ๆ ปล่อยหมากัด งัดไม่ฟาดหลานตัวเอง
ทะเลาะ /  ทะเลาะวิวาท / 

เพจ 'Volunteer Non' แชร์เรื่องราว ที่มีการอ้างว่า อาแท้ ๆ ทะเลาะวิวาท กับพี่สะใภ้ ปล่อยหมากัด งัดไม่ฟาดหลานตัวเองเพราะสู้ไม่ได้ เพจ 'Volunteer Non' หน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิรพยาบาล บนเฟซบุ๊ค โพสต์เรื่องราวกรณีเกิดการทะเลาะวิวาทระหว่างหญิง 2 คน โดยระบุข้อความว่า 'แม่เด็กทะเลาะกับน้องสาวของพ่อเด็ก น้องสาวของพ่อเด็กสู้ไม่ได้ จึงมาทำร้ายเด็ก โดนการเอาไม้ฟาดหัวเด็กให้ตกจากแค้ะและปล่อยหมา 3 ตัวให้มากัดเด็ก ขนานนี้อาสากรุงเทพ นำ ว.25 รพ.ราชพิพัฒน์ !!! จิตใจมึงทำด้วยอะไร เด็กมันไม่รู้เรื่อง' จากนั้นได้มีผู้ใช้ในโซเซียล เข้ามาประณามการกระทำอันโหดร้าย เพราะเด็กมีศักดิ์เป็นหลานของผู้ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเด็ก ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและดุเดือด โดยทางฝั่งของแม่น้องสาวของพ่อเด็ก ที่อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ ออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ว่าสิ่งที่ฝั่งแม่เด็กออกมาพูด ไม่เป็นความจริง โดยชี้แจงว่า เด็กที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์และถูกลูกหลง กระเด็นไปโดนขอบเตียง ส่วนเรื่องสุนัขไม่ได้หลุดออกมาเพราะถูกปล่อยออกมากัด แต่สุนัขพยายามมาช่วยเจ้าของ พร้อมทั้งขู่ว่า ผู้ที่นำเรื่องไปพูดโดยไม่มีมูล อาจโดนข้อหาหมิ่นประมาทได้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา volunteer.non

แจงคลิปควาญยกหมัดขู่ลูกช้างแค่หยอกล้อ วอนสังคมเห็นใจ
คลิปควาญยกหมัดขู่ลูกช้าง /  ควาญช้าง / 

เจ้าของปางช้างเผือกดำเนินสะดวก แจง คลิปควาญยกหมัดขู่ลูกช้าง ไม่ได้ทำร้าย แค่หยอกล้อ-ฝึกมารยาท วอน สังคมเห็นใจ จากกรณีที่นักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ โพสต์คลิปวีดีโอควาญช้างทำร้ายลูกช้างที่หมู่บ้านช้างในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ลงในหน้าเฟซบุ๊คส่วนตัว จนเกิดการแชร์กันอย่างกว้างขวาง วันที่ 18 ม.ค.59 นายวสัน หงส์สุภางพันธ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อำเภอดำเนินสะดวก พร้อมฝ่ายปกครองและตำรวจ นำสื่อฯเข้าตรวจสอบจากภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในคลิปดังกล่าว โดยนายธนพัฒน์ เคอาร์ ซึ่งเป็นเจ้าของปางช้างเผือกดำเนินสะดวกได้พาตรวจสอบพังทับทิบสยาม ชื่อเล่น ตุ๊กกี้ อายุ 3 ปีเศษ ลูกช้างที่อยู่ในคลิป พร้อมกล่าวว่า ในวันนั้นควาญช้างตั้งใจเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยว เพราะเห็นว่านักท่องเที่ยวอยู่กับช้างเพียงลำพัง ซึ่งตามนิสัยของช้างพอเห็นกล้วยก็อยากจะเอื้อมเอางวงมารับกล้วยจากมือของนักท่องเที่ยว โดยในคลิปนักท่องเที่ยวชายถือกล้วยเยอะเกรงว่าช้างจะทำการยื้อแย่งและจะเกิดอันตราย ควาญช้าง จึงรีบเข้าไปดูแลความปลอดภัย ซึ่งขณะนั้นควาญช้างอาจจะดูยังเด็กในสายตาของนักท่องเที่ยว ดูแล้วใช้กริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสม ด้วยการจะใช้หมัดชกเล่นกับช้าง แต่ก็ไม่ได้โดนที่ตัวช้างเพราะปกติทั้งคู่ชอบเล่นกันแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ส่วนการยกที่หูช้างจนช้างร้องนั้น ข้อเท็จจริงเป็นกริยาปกติระหว่างช้างกับควาญช้างเพราะเขาอยู่ด้วยกันมาจนผูกพัน ไม่ใช่การทำร้ายแต่อย่างใดและเสียงที่ร้องนั้นเป็นการร้องเพื่อขอบคุณนักท่องเที่ยวไม่ใช่การร้องด้วยอาการเจ็บปวด อีกประการหนึ่งควาญช้างฟังและพูดภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ จึงไม่ได้อธิบายความตั้งใจของตัวเองให้นักท่องเที่ยวฟัง จึงได้แต่ยิ้มและกล่าวสั้นๆ ว่า "Thank you" แต่ถ้าควาญช้างสื่อสารกับนักท่องเที่ยวได้ก็คงไม่บานปลายขนาดนี้ จึงอยากวอนขอสังคมเข้าใจ จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นความตั้งใจทำร้ายช้างแต่อย่างไร ชมคลิป >>> ข้อมูล TNN  ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เพจดัง ฟ้องค่ายหนังเร่งเอาผิด เด็กเกรียน อัพโหลด 'หนังอาบัติ' ขึ้นเฟซบุ๊ค
พรบ.ลิขสิทธิ์ /  สหมงคลฟิล์ม / 

เพจดัง ฟ้องค่ายหนังเร่งเอาผิด เด็กเกรียน อัพโหลด 'หนังอาบัติ' ขึ้นเฟซบุ๊ค แฟนเพจ Drama-addict ได้เผยแพร่เรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์แก่วัยรุ่นที่คึกคะนอง และชอบอัพโหลดหนังลิขสิทธิ์ขึ้นบนสื่อออนไลน์เพื่อเรียกยอดไลค์ โดยเตือนว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายและอาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินหลายล้านบาท ซึ่งแฟนเพจดังกล่าวระบุว่า มีเด็กวัยรุ่นอัพคลิปหนังเรื่องอาปัติลงเฟซบุ๊คตัวเองแบบเต็มๆ แล้วก็ทำเป็นหลงระเริงว่าตัวเองมีคนแชร์คนกดถูกใจมากมาย โดยได้ระบุชื่อ สถาบันการศึกษาและใบหน้าที่ชัดเจนลงไปในเฟซบุ๊คด้วย ซึ่งง่ายต่อการดำเนินคดีมาก ซึ่งตนขอเตือนว่าให้รอหมายศาลถึงบ้านได้เลย โดยในกรณีนี้หากมีคนแชร์ไป 60,000 ครั้ง บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เขาตีได้ว่าทำเขาเสียผลประโยชน์ ทำให้คนไม่อุดหนุนแผ่น 60,000 คน สมมุติ DVD ราคา 150 บาทก็มีค่าเสียหายเป็นเงินเกือบ 9 ล้านบาทแล้ว หากนับตามยอดวิว 4แสนครั้ง ก็เป็นเงินเกือบ60ล้านบาท ซึ่งตนขอเตือนว่าจะทำให้หมดเนื้อหมดตัว มีคดีติดตัวหมดอนาคตหน้าที่การงาน ขอให้ร่าเริงกับยอดแชร์ยอดไลค์ จนถึงวันที่หมายศาลไปถึงบ้านก็แล้วกันนะ ส่วนคนที่กดแชร์กดไลค์คลิปนี้ ระวังไว้อาจโดนลูกหลงได้ถ้าเกิดมีการฟ้องร้องขึ้นมา อย่างไรก็ตามทางค่ายหนังสหมงคลฟิล์ม ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนังเรื่องดังกล่าวได้ทราบเรื่องนี้แล้ว โดยชาวสังคมออนไลน์ อยากให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่คนในสังคมออนไลน์จะได้ไม่กล้ากระทำความผิด ที่มา Drama-addict

ชื่นบานสวนทางราคายาง? สุเทพ รวมก๊วนกปปส. จัด สมุย เฟสติวัล
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ /  ราคายางพารา / 

ชื่นบานสวนทางราคายาง? สุเทพ รวมก๊วนกปปส. จัด สมุย เฟสติวัล ที่แฟนเพจของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้โพสต์ประมวลภาพงานสมุยเฟสติวัล ที่จัดขึ้นในวันที่ 23 - 24 มกราคม โดยเผยว่า งานนี้เรามาช่วยกันให้เป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ซึ่งรายได้นั้นนำไปร่วมสร้างวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ในนามมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เพื่ออนาคตของเยาวชนไทย โดยนอกเหนือจากเรื่องรายได้ เราตั้งใจสนับสนุนการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ซึ่ง มหกรรมแห่งเกาะสมุย ซึ่งจะมีทั้งฟรีคอนเสิร์ต เทศกาลอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา วิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน มวยไทย และอื่นๆอีกมากมาย ตนจึงขอเรียนเชิญพ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกท่านมาร่วมสัมผัสบรรยากาศที่พวกเราคุ้นเคย ณ ลานหน้าทอน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี หลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกโพสต์ขึ้นบนเฟซบุ๊ค ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า นายสุเทพและกปปส. หน้าชื่นตาบานกันได้อย่างไร ในขณะที่พี่น้องชาวสวนยางภาคใต้กำลังประสบปัญหาแร้นแค้นอย่างหนัก โดยสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งเผยว่า "พี่น้อง...นายหัวไม่สนใจเลยยางจะขึ้นจะลง ชาวชวนยางจะตายไม่ตายไม่สนใจ จัดงานบนความทุกข์ของพี่น้องชวนยาง เป็นอย่างไรบ้างภูมิใจกันหรือยัง คนดีของคุณทำกันอย่างนี้สะใจหรือยังนอนกลางดินกินกลางถนนมาด้วยกัน ตอนนี้เขานอนบนกองเงินกองทอง แล้วพี่น้องชาวชวนยางนอนแบบเขาบอกเราได้ไหม โลละ 120 ไงได้สมใจหรือยัง ?" ที่มา Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) MThai News  

ท่านใหม่ เตือน บิ๊กตู่ แต่งตั้งสังฆราช ไม่รอบคอบ ระวังตราบาปติดตัว
ข่าวสมเด็จพระสังฆราช /  มจ.จุลเจิม ยุคล / 

ท่านใหม่ เตือน บิ๊กตู่ แต่งตั้งสังฆราช ไม่รอบคอบ ระวังตราบาปติดตัว ที่เฟซบุ๊ค Chulcherm Yugala ซึ่งเป็นเฟซบุ๊คของท่านใหม่ พล.ต.หม่อมเจ้า จุลเจิม ยุคล ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ โดยเผยว่า ตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช “สกลมหาสังฆปริณายก” เป็นประธานการปกครองคณะสงฆ์ ทั่วสังฆมณฑล มีอำนาจหน้าที่สูงสุดในคณะสงฆ์ ทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ทั้งยังต้องเป็นแบบอย่างแห่ง จริยวัตรของคณะสงฆ์ ดังนั้น ตนขอความกรุณา ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรุณา พิจารณาตรวจสอบให้ดีก่อน ก่อนนำรายชื่อ สมเด็จพระราชาคณะ ที่ได้รับการเสนอชื่อ แบบลับๆ จาก มหาเถรสมาคม (มส.) ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้ง สมเด็จพระสังฆราช “สกลมหาสังฆปริณายก” องค์ใหม่ สมเด็จพระราชาคณะที่ได้รับการเสอชื่อ แบบลับๆ จาก มหาเถรสมาคม (มส.) ว่า สมเด็จพระราชาคณะ รูปนั้น มีความสง่างาม สมกับเป็น “สกลมหาสังฆปริณายก” ประธานการปกครองคณะสงฆ์ หรือไม่ เป็นแบบอย่างจริยวัตรที่พอเพียงให้กับคณะสงฆ์ ทั่วประเทศ มิใช่แค่กลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หรือไม่ ถูกสังคมพุทธบริษัทวิพากษ์วิจารณ์ ต่อต้านอย่างรุนแรง ว่ามีมลทินที่ยุ่งเกียวกับลัทธิอลัชชี ที่ทำลาย สังฆมณฑล หรือไม่ มัวหมอง ไม่บริสุทธิ์ มีศีลด่างพร้อยหรือไม่ ฯลฯ โจทย์ ทั้งหมดนี้ รัฐบาล และฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องช่วยกันลดพระราชภาระ จำเป็น จะต้องหาทางคลี่คลาย แก้ปัญหาก่อน มิใช่ว่าจะบ้าจี้นำเรื่องที่มหาเถรสมาคม (มส.) เสมอมาขึ้นถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อปัดภาระให้พ้นๆ ไปจากตัวเอง ต้องตอบโจท์ และทำให้สังคม และพุทธบริษัท ทั้งประเทศได้รับทราบ ถ้า ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ไม่หาแนวทางปฏิบัติที่ดี และถูกต้อง นำเรื่องที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือเป็นเรื่องที่มีความ มีมูลวิพากษ์วิจารณ์ ต่อต้าน เกิดความขัดแย้งไม่สงบ แล้ว นำ ชื่อ สมเด็จพระราชาคณะ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้รับมติการเสนอชื่อแต่งตั้ง สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่จากมหาเถรสมาคม นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จะเป็นตราบาบ ที่จะติดตัว ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา และวงศ์ตระกูลไปตลอดชีวิต ที่มา เฟซบุ๊ค Chulcherm Yugala ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

น่าเรียนจริงๆ! 8 ดาราครูสุดเก่ง ขวัญใจนักเรียน-นักศึกษา
10 อันดับ /  ข่าวการศึกษา / 

ใกล้ถึง "วันครูแห่งชาติ" กันแล้ว ซึ่งเป็นวันที่เรานักเรียนนักศึกษารำลึกถึงพระคุณ ครู-อาจารย์ ที่ท่านคอยพร่ำสอน ให้วิชาแก่เรา .. วันนี้ทีนเอ็มไทยมี น่าเรียนจริงๆ! 8 ดาราครูสุดเก่ง ขวัญใจนักเรียน-นักศึกษา มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ซึ่งดารา-นักแสดง ในวงการตอนนี้หลายคนทำงานในวงการไปด้วยเป็นครูไปด้วยก็มี วันนี้ทีนเอ็มไทยอยากจะนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้ดูกันเผื่อว่า อยากจะไปเรียนกับอาจารย์ทั้ง 8 คนนี้กันบ้าง ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com  น่าเรียนจริงๆ! 8 ดาราครูสุดเก่ง ขวัญใจนักเรียน-นักศึกษา   เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา : อาจารย์พิเศษ สอนด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เน็ตไอดอลหน้าเด็ก เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา เรียนจบปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด คว้าเกรดเฉลี่ยถึง 3.97 มาครอง OMG! จนเมื่อต้นเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา เบเบ้ ได้เข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษ สอนด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Assumption University) เบเบ้ เข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษที่ ม.เอแบค โดยเธอบอกว่าเริ่มสอนตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สอนด้านการตลาด และเบเบ้ยังบอกอีกว่า ตื่นเต้นที่จะได้เจอนักศึกษา ส่วนเรื่องการแจกเกรดก็แจกกันไปตามเนื้อผ้า >,< สำหรับการเตรียมตัวการสอนนั้นก็เตรียมตัวปกติ ก่อนเปิดเทอมประชุมอาจารย์ว่าหลักสูตรเป็นยังไง ช่วงเวลาไหนมีโปรเจ็กต์อะไรให้นักเรียนทำ ^^ อ่านเพิ่มเติม >> เบเบ้ อาจารย์สาวสวยมหา’ลัยเอแบค , มาดูกัน อาจารย์เบเบ้สอนหนังสือจะน่ารักขนาดไหน ดร. นาวิน ตาร์ : อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อดีตนักร้องวัยรุ่นที่มีคนชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่ง ห่างหายจากวงการไปหลายปี ช่วงวัยรุ่นเขาเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยได้ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากนั้นได้รับทุนอานันทมหิดลศึกษาต่อที่ สหรัฐอเมริกา โดยปริญญาโทศึกษาที่ มหาวิทยาลัยออริกอนสเตต และได้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส หลังจากนั้นเขาได้กลับมาที่ประเทศไทย โดย นาวิน ต้าร์ เป็นอาจารย์จากโควตาของคณะเศรษฐศาสตร์ที่ให้แก่นิสิตที่สำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเป็นอันดับที่ 1 ของรุ่น และได้ร่วมสอนวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคและคณิตศาสตร์สำหรับนักเศรษฐศาสตร์ (Mathematics for Economists) ทั้งในภาคปกติและหลักสูตรนานาชาติด้วย ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต (เปปเปอร์) : อาจารย์สอนอยู่ที่ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปปเปอร์ รัฐศาสตร์ กรสูต หรือ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต เพื่อนๆ ยุค 90 คงจะจำกันได้กับนักร้องบอยแบนด์วง UHT  เปปเปอร์เป็นอดีตนักร้องและสมาชิกวงนี้ หลังจากนั้นก็หันมาเป็นนักแสดง และปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวิชา Computer Business หลักสูตรบริหารธุรกิจภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ดีดรีด็อกเตอร์ อาจารย์เปปเปอร์จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, ระดับปริญญาตรี สาขาบริหารรัฐกิจ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ระดับปริญญาโท คณะระบบข้อมูลสาระสนเทศ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Master of Information System - Software Engineering) (เกียรตินิยม - Graduated with honors) จากมหาวิทยาลัยเดอพอล เมืองชิคาโก, รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา (ระหว่างปี พ.ศ. 2543-2545) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก คณะศึกษาศาสตร์ สาขา Curriculum and Instruction (C&I) จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี : วิทยากรรับเชิญบรรยายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในสถานศึกษา พระเอกขวัญใจตลอดกาลอย่าง พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี มีผลงานในวงการพร้อมรางวัลการันตีความสามารถมากมาย ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เป็นคนที่ชอบเรื่องธรรมชาติ เป็นพิธีกรและโปรดิวเซอร์รายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ "เนวิเกเตอร์" และสิ่งนี้ทำให้เขาเป็นวิทยากรรับเชิญบรรยายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในสถานศึกษาหลายแห่ง และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครอีกด้วยคะ ในอดีตนั้นจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนโยธินบูรณะ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอุตสาหการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  น่าเรียนจริงๆ! 8 ดาราครูสุดเก่ง ขวัญใจนักเรียน-นักศึกษา  นินา ญารินดา บุนนาค : อาจารย์พิเศษสอนวิชา ศิลปะนิยมเพื่อการสื่อสารที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตนักร้องสาวของเมืองไทย หลายคนรู้จักเธอดีด้วยภาพลักษณ์สาวผมสีชมพู และเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้เธอคือเพลง "แค่ได้คิดถึง" นั่นเองคะ สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนประจำในประเทศอังกฤษ หลังจากออกอัลบั้มแรก เธอได้กลับไปศึกษาต่อ ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกาและจบการศึกษาปริญญาตรี ด้วยดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง รับเหรียญรางวัลเฮนรีอดัมส์จากสถาบันสถาปนิกอเมริกัน ล่าสุด ญารินดา ได้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท จาก Graduate School of Design มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยใช้เวลาเรียนเพียง 2 ปี เท่านั้น เก่งเว่อร์! ญารินดาได้กลับมาเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชา ศิลปะนิยมเพื่อการสื่อสารที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงประกอบอาชีพเป็นสถาปนิกเต็มเวลา หลังจากนั้นเธอยังเป็นอาจารย์พิเศษที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วย ดร. ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม) : อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา สาวสวยแกร่งของวงการ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นางสาวไทย ปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันเธอจบการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาวิชาด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต กลายเป็น ดร. ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตอนเด็กเรียนชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ลาออกตั้งแต่ ม.4 เข้าที่เอแบค คณะพยาบาลศาสตร์ ประมาณหนึ่งปีก่อนไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่เนื่องจากอายุไม่ถึงเพียง 17 จึงเรียนแต่ภาษา แล้วกลับมาเรียนเอแบค คณะบริหารธุรกิจ และได้ทำงานพนักงานแผนกบริการลูกค้าของบ.ซิตี้แบงค์ หลังจากเรียนเสร็จจึงทำงาน ตั้งแต่ปี 4 และได้เรียนปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยวอลองกอง ออสเตรเลีย ต่อมาได้ปริญญาโทใบที่ 2 Master of Business Philosophy South Australia University ตั้งใจว่าจะเรียนถึงปริญญาเอกแต่พ่อให้กลับมาเมืองไทย และได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาวิชาด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.อริสรา กำธรเจริญ : อาจารย์ประจำ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรารู้จักเธอกันดีในฐานะอดีตนักแสดง ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรที่มีชื่อเสียงแนวหน้าของเมืองไทย รวมถึงการเป็นอาจารย์ ประจำสาขาวิชาบริหารการสื่อสาร คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน ดร.อริสรา กำธรเจริญ จบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์, ระดับบริญญาบัณฑิต(เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์ ; พ.ศ. 2540) มหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารสื่อสารมวลชน; พ.ศ. 2545) และดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาสื่อสารมวลชน; 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551) จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลเทพทอง ประเภทนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น, รางวัลผู้หญิงคิดบวกแห่งปี 2552, รางวัล 9 ยอดกุลสตรีไทย ประจำปี 2553, รางวัลผู้ดำเนินรายการหญิงดีเด่น เมขลามหานิยมแห่งปี 2554, รางวัลสื่อมวลชนสตรีดีเด่น ประเภทสื่อวิทยุโทรทัศน์ เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2556  และล่าสุดกับ รางวัลดาวเมขลา ประจำปี 2557 ประเภท พิธีกรผู้ประกาศข่าวใช้หลักภาษาไทยดีเด่น แพทริค ชัยนาม : ครูสอนภาษาอังกฤษ  ฉายา "ครูไทยที่เข้าใจเด็กแนว" นักแสดงลูกครึ่งที่หายหน้าหายตาไปนาน ซึ่งในช่วงที่หายไปนั้นเขาไปเป็นอาจารย์พิเศษของคณะศิลปศาสตร์ สอนภาษาอังกฤษ และคณะนิเทศศาสตร์ สอนภาษาอังกฤษในภาพยนตร์ รวมถึงเป็นวิทยากรให้กับโครงการทูบี นัมเบอร์วัน ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ สอนภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ ในโครงการ ตั้งแต่อนุบาลจากนานาชาติ ไปจนถึงมัธยมปลาย ทั้งหมดมาเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยกัน นอกจากน้องๆ จะได้ความรู้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว นี่ยังเป็นสิ่งที่แพทริค เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาเด็กไทยด้านภาษา ปัจจุบันครูแพทริค เปิดโรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษที่บ้านชื่อ PAT ENG อยู่แถวอ่อนนุช 66 เป็นโฮมสคูล ติวหนังสือภาษาอังกฤษเด็กมัธยม สอนพิเศษภาษาอังกฤษที่บ้านทุกเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งสอน ม.ต้นเพื่อสอบเข้าม.ปลายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ ม.ปลายก็สอนเพื่อให้น้องๆ ใช้ในการเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย แบบนี้นักเรียนคนไหนสนใจ ไปติดต่อกันได้เลยนะคะ ^^ ครูแพทริคบอกว่าที่มาเป็นครูสอนหนังสือเพราะชอบภาษาอังกฤษ! ส่วนวิธีการสอนนั้นก็เรียกได้ว่าถูกในเด็กสุดๆ เพราะเขาชอบสอนทริกเอาชนะข้อสอบ แต่จะไม่เคร่งเครียดเกินไป ออกแนวฮาๆซะด้วยซ้ำ มีการประยุกต์เอาเพลงสากลหรือมิวสิควิดีโอเพลงต่างประเทศมาใช้ร่วมในการสอน เพราะเขาคิดว่าให้เด็กร้องตามและสนุกไปด้วยกันได้ และยังเปิดพื้นที่ เฟซบุ๊ค ในชื่อ pat eng หยิบจับคำศัพท์ง่ายๆในชีวิต และเหตุการณ์จากข่าว มาอธิบายเป็นรูปภาพพร้อมคำศัพท์อีกด้วยคะ ! (ขอบคุณข้อมูล Thai PBS News) เรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)

แชร์ว่อน! หญิงยืนแจกพระ บนสะพานลอย รับแล้วเรียกเก็บเงิน
ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต /  ยืนแจกพระ / 

แชร์ว่อน! หญิงยืนแจกพระ ที่สะพานลอยรังสิต รับแล้วเรียกเก็บเงิน บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ ชัยรัตน์ เกษสาคร ได้เผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจัดการกับหญิงคนหนึ่ง ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญด้วยการยืนแจกพระหรือรูปภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเมื่อมีคนรับก็จะมีการเรียกเก็บเงิน ทำให้หลายคนที่เพิ่งมากรุงเทพครั้งแรก หรือคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องตกเป็นเหยื่อ โดยสถานที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสะพานลอยหน้าห้างดังย่านรังสิต ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยเผยว่า เคยโดนลักษณะนี้เช่นเดียวกันแต่ที่รับรูปพระไปด้วยความไม่รู้ คิดว่าเป็นการแจกใบปลิวธรรมดา ไม่ใช่การขายของ เมื่อมีการยื่นคืนบอกว่าไม่เอา หญิงที่ยื่นให้กลับไม่รับคืนพร้อมเซ้าซี้จะเอาเงินอย่างเดียว โดยหลายคนที่เคยโดนแบบนี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มิจฉาชีพลักษณะนี้มักพบได้ตามสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้เล่ห์เหลี่ยมกันหมดแล้ว และจะหลอกได้เฉพาะคนที่มากรุงเทพครั้งแรกๆ เท่านั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ของมิจฉาชีพ ที่แม้จะกินเงินเล็กน้อยแต่ก็สร้างความเดือดร้อนให้หลายคนเช่นเดียวกัน ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ ชัยรัตน์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เพจศาสนาวิทยา ชี้ 'เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ' ไม่ผิด ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ
ตุ๊กตาลูกเทพ /  ศาสนาวิทยา / 

เพจศาสนาวิทยา ชี้ 'เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ' ไม่ผิด ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ  จากกรณีที่ปัจจุบันมีกระแส เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งมีลักษณะเป็นตุ๊กตาโดยตามความเชื่ออ้างว่าเป็นพัฒนาการมาจากตุ๊กตากุมาร สามารถบันดาลโชคลาภได้ จนกลายเป็นประเด็นดราม่าว่าเรื่องนี้เป็นความงมงายและเข่าข่ายหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ? ล่าสุดที่เฟซบุ๊คศาสนาวิทยา โดย ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นว่า มีคนถามมาว่า รู้สึกอึดอัดและรังเกียจเวลาที่เจอคนอุ้ม ตุ๊กตาลูกเทพ ไปไหนๆ ทำไมรัฐไม่จัดการอะไร? ซึ่งตนขอตอบว่า การอุ้ม ‘ตุ๊กตาลูกเทพ’ ไม่ว่าจะดูโง่งมงายไร้รสนิยมเพียงใด ก็เป็นสิทธิเสรีภาพทางศาสนา เสมอภาคกับคนที่ห้อยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เครื่องรางของขลัง สักยันต์ หรือแต่งกายทางศาสนา โพกผ้า คลุมผม ถ้าห้ามเรื่องนี้ก็ต้องห้ามหมด เว้นแต่การอุ้มตุ๊กตาอันนั้นจะไปขัดกฎหมายอื่นหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่จริงวิธีการอะไรก็มีอยู่ แต่ถึงกระนั้นหากรัฐดำเนินการอะไรก็จะกระทบเป็นวงกว้างมาก และกระทบถึงวงการศาสนาทุกวันนี้มากมายเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่า สังคมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์หรือแม้แต่ล้อเลียนได้เต็มที่ เว้นแต่อย่าไปเข้าข่ายดูหมิ่นบุคคลทั้งหมิ่นประมาทและหมิ่นซึ่งหน้า ที่มา แฟนเพจ ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat

ดึงสติหน่อยดีไหม ! เพอร์ซิอุส อ้างมีพลังทะลุกรรม
พลังทะลุกรรม /  เพอซิอุส / 

ไปกันใหญ่! อ้วน เพอร์ซิอุส อ้างตัวเป็น ไซตามะ มีพลังทะลุกรรม จากกรณีที่ก่อนหน้านี้บนโลกออนไลน์ได้มีกระแสเกี่ยวกับชายอ้วนคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า เพอร์ซิอุส ซึ่งอ้างตัวว่ามีพลังวิเศษจากจักรวาลเพียงแค่ตั้งจิตพร้อมกับชูมือขึ้นบนฟ้าแล้วนับ 1 2 3 ก็สามารถรักษาโรคได้ จนถึงขั้นมีช่องทีวีเคเบิ้ลชวนมาออกรายการแล้วปล่อยพลังออกผ่านจอ จนมีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ? ซึ่งประเด็นนี้หลังจากหายไปจากกระแสสังคมหลายปีก็ได้กลับมาฮือฮาอีกครั้ง เมื่อเฟซบุ๊คของ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ ได้มีการโพสต์ภาพของชายเพอร์ซิอุสพร้อมข้อความที่ชวนอึ้งระบุว่า "เมื่อไหร่กันนะที่สังคมจะสงบสุข ประชาชนปราศจากความทุกข์มีแต่ความสุขและรอยยิ้ม ตนคือผู้ที่ประจักษ์แล้วทั้งในสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทย ตนคือไซตามะ ผู้ที่อยากให้โลกนี้สงบสุข ด้วยพลัง 123 คลื่นพลังงานเสียงแบบพิเศษ ทะลุกรรมได้และสลายไปเอง" อย่างไรก็ตามพบว่าภาพดังกล่าวมีการโพสต์ตั้งแต่ปี 2013 ก่อนที่จะเกิดกระแสดราม่าพลังเพอร์ซิอุสบนโลกออนไลน์เสียอีก ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชาวเน็ตช่วยแชร์ ขอบริจาคเลือดด่วนให้น้องพลอย โดนรถชนแล้วหนีจนขาหัก
ชนแล้วหนี /  นางสาวปรียาพร อุบลแสน / 

ชาวเน็ตช่วยแชร์ ขอบริจาคเลือดด่วนให้น้องพลอย โดนรถชนแล้วหนีจนขาหัก ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Mod Thanya โดยขอบริจาคเลือดกรุ๊ปเอ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าของเรื่องราวเผยว่า ใครที่มี เลือดกรุ๊ปA ช่วยบริจาคให้น้องสาวของตน ชื่อว่า น้องพลอย "นางสาวปรียาพร อุบลแสน"ประสบอุบัติเหตุโดนรถชน (ชนแล้วหนี)ขาหักเสียเลือดมาก ตอนนี้น้องต้องการเลือดกรุ๊ปA จำนวนมาก ขอความกรุณาจากชาวสังคมออนไลน์มาบริจาคได้ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ พร้อมกับแจ้งว่าบริจาคเลือดให้ น.สปรียาพร อุบลแสน ซึ่งน้องเป็นเด็กเรียนดีเรียนเก่ง เป็นถึงดาวโรงเรียนและกำลังจะจบการศึกษามัธยมปลายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว อนาคตน้องกำลังไปได้สวยเพราะรูปร่างหน้าตาและความสามารถน้องมีมากมายแต่ต้องมาสะดับกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์ช่วยกันแชร์ต่อเป็นจำนวนมากและอยากให้ผู้ทำผิดได้โดนลงโทษด้วย นอกจากนี้ยังมีคนเข้ามาให้กำลังใจน้องพลอยให้หายไวๆและกลับมาเรียนจบพร้อมกับเพื่อน ที่มา Mod Thanya

คืบหน้า คดีหมอฟันหนีทุน ดลฤดี อ่วมล้มละลาย เป็นหนี้ 48 ล้าน
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News