เฟซบุ๊ค

แฉกลับ!อดีต สนช.ชี้ มส.ไม่มีมติ'ธัมมชโย'ไม่ปาราชิก
ข่าวด่วน /  ข่าววันนี้ / 

'ไพศาล พืชมงคล'อดีต สนช.โพสต์เฟซบุ๊ค ยัน มส.ไม่มีมติ'ธัมมชโย'ไม่ปาราชิก แค่คำแจงต่อ กก.ศาสนา สปช. ยัน มส.ไม่เกี่ยวข้อง จี่้ ยุติปลุกระดม ทำสังคมสับสน  วันที่ 24 ก.พ.58 ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปรากฏข้อความโพสต์เกี่ยวกับกรณีมหาเถรสมาคม แถลงว่า "พระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระธัมมชโย" เจ้าอาวาสพระธรรมกาย ยังไม่ปาราชิกว่า โดยข้อความระบุว่า .... ไม่ได้เข้ารกเข้าพงแล้ว เพิ่งได้ทราบข่าวว่า สำนักพุทธแถลงอีกแล้วว่าในการประชุมล่าสุด มหาเถรสมาคมไม่ได้มีมติอะไร ไม่ได้มีมติว่าธัมมชโยไม่เป็นปาราชิกดังที่เป็นข่าว เป็นเพียงรับทราบที่นายสมเกียรติ แถลงการไปชี้แจงต่อกรรมการศาสนา สปช. ถ้าอย่างนี้ก็ไม่เกี่ยวกับมหาเถรสมาคมนะครับ จะไปติเตียนท่านไม่ได้ว่าขัดพระบัญชาพระสังฆราชที่มีผลตามกฎหมายแล้ว อย่าให้ความขัดแย้งลุกลามเกินที่เป็นปัญหาเลย ท่านทั้งหลายพึงทราบและเข้าใจให้ตรงตามนี้นะครับ ใครแถลงแอบอ่้างเป็นมติมหาเถรสมาคมก็รับกรรมไปก็แล้วกัน และมีความข้อความเพิ่มเติมว่า ... ขอร้องท่านทั้งหลายอย่าได้ติเตียนมหาเถรสมาคมโดยส่วนรวม อย่าได้ติเตียนกรรมการมหาเถรสมาคมไปหมดทุกรูป จะกระทบองค์กรคณะสงฆ์มาก กรรมการมหาเถรสมาคมฝ่ายธรรมยุติ8รูปยืนยัน ตามพระบัญชาสมเด็จพระญาณสังวรณ์สมเด็จพระสังฆราชลงวันที่26เมษา42และมติมหาเถรสมาคมที่193/42 เรื่องปาราชิกว่าเป็นปาราชิกแน่นอน ฟื้นไม่ได้แล้ว กรรมการมหาเถรสมาคมอีก 3 รูป จากวัดเทพศิรินทร์ วัดบวรและวัดสัมพันธวงศ์ไม่ได้ไปประชุม ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องเลย ท่านเจ้าคุณพรหม วัดยานนาวา ยืนยันกับท่านผู้ใหญ่ว่าไม่มีมติอะไร และท่านก็ไม่ได้พูดอะไรด้วย สมเด็จวัดปากน้ำและกรรมการมหาเถรสมาคมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พูดอะไร มีแต่นั่งฟังเลขานุการรานงาน สรุปคือ สมเด็จวัดปากน้ำและกรรมการมหาเถรสมาคมไม่ได้ลงมติอะไรเลย และฟังรายงานจากเลขารายงานเสร็จเลขาอ้างว่าติดราชการขอกลับไปก่อนแล้วเอาเอกสารให้พระพูด พระที่รับฝากพูดจากเลขาจึงเป็นหมู่บ้านกระสุนตกสิครับ ความจริงเป็นอย่างนี้แล้วหลวงพี่จีวรแดงจะว่ายังไง อย่าเอาเรื่องนี้มาบิดตะกูดปลุกระดมพระปกป้องคนโกงสหกรณ์คลองจั่นดีกว่า ท่านกรรมการมหาเถรสมาคมปรามเสียหน่อยจะช่วยบ้านเมืองได้มาก ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ค Paisal Puechmongkol MThai News 

ไม่ตลก! สั่งกล่องไฟAPIผ่านเน็ต แต่ได้ไข่เป็ด
กล่องไฟAPI /  ซื้อของผ่านเน็ต / 

หนุ่มสั่งกล่องไฟAPIผ่านเน็ต แต่ได้ไข่เป็ด คู่กรณีท้าทายให้ไปเจอ วันนี้(26ก.พ.) กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ต.เติร์ก หลังตุง ได้เผยแพร่ภาพและข้อความระบุว่า ตนได้สั่งซื้อกล่องไฟ API ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ทางอินเทอร์เน็ต แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นไข่เป็ด 1 ฟอง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสอบถามไปยังคนขาย เขากลับตอบว่า ซื้อบัญชีมา ซึ่งมีหลายบัญชี พร้อมทั้งโพสต์รูปบัตรประชาชน และท้าทายให้ไปเจอ เมื่อทำการตรวจสอบเลขที่กล่องพัสดุเพื่อหาต้นทางของกล่องพัสดุ พบว่าต้นทางมาจากจังหวัดเลย ทั้งนี้มีผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นว่า เคยเจอเรื่องในลักษณะดังกล่าวมาก่อน และคนร้ายรายนี้เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้แนะนำว่า หากใครชอบสั่งของผ่านเน็ตควรตรวจสอบข้อมูลผู้ขายให้ละเอียดอย่าคิดเพียงว่าราคามันถูกเท่านั้น MThai News  ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ต.เติร์ก หลังตุง

แฉ! ข่าวลือโพสต์มั่วๆ หลงเชื่อทั้งโซเชียล(MThai ข่าวภาคซ่าส์)
ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ /  ดื่มน้ำโขงเป็นมะเร็ง / 

หลายคนที่เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค อย่างเฟซบุ๊คเป็นประจำคงจะคุ้นชื่อของ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นประเด็นโด่งดังเกี่ยวกับแฉพญานาค แต่ที่เป็นข่าวถี่บ่อยในช่วงนี้คือ ดร.เจษฎาได้ใช้ช่องทางของเฟซบุ๊คในการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แถมแฉข่าวลือมั่วๆที่หลอกชาวโซเชียลได้ทั้งบ้านทั้งเมือง วันนี้ MThaiข่าวภาคซ่าส์ จึงขอรวบรวมข่าวข่าวที่ถูกโพสต์มั่วๆแล้วคนหลงเชื่อแบบผิดๆกัน ประเด็นแรก จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความของหญิงท่านหนึ่งซึ่งระบุว่า ขณะที่เธอโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่งแล้วเกือบตกเป็นเหยื่อโดนมอมยาสลบ ซึ่งระหว่างนั่งรถคนขับมีท่าทางไม่น่าไว้วางใจพร้อมกับปรับแอร์ให้เข้ามาหาเธอโดยตรง ซึ่งทำให้เธอเกิดอาการมึนหัว โชคดีที่ไหวตัวทันจึงขอให้โชเฟอร์จอดที่ตลาดนัดเลียบทางด่วนแล้วลงจากรถก่อนที่จะหมดสติ ซึ่งอ.เจษฎา เผยว่า เวลาคนขึ้นแท็กซี่จะอ้างว่ามีอาการมึนเมาจะเป็นลม แล้วคิดว่าคนขับแท็กซี่มอมยาหรือป้ายยาสลบ แต่ในความเป็นจริงไม่มียาที่กระจายในอากาศ แล้วทำให้สลบได้ง่ายแบบนี้อยู่ หากมีจริงวิสัญญีแพทย์คงชอบ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบฉีดเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยที่กว่ายาจะออกฤทธิ์ก็ต้องใช้เวลา แม้แต่การสูดดมสารเคมีชนิดอื่นก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดอาการ อ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญหากป้ายยาที่ช่องแอร์ ตัวคนขับรถก็จะสูดดมเข้าไปด้วย แม้จะบอกว่าปรับแอร์ไปทางผู้โดยสารโดยตรง แต่อากาศก็หมุนเวียนอยู่ในรถ ไม่มีทางที่คนขับรถจะไม่เกิดอาการเช่นเดียวกัน ประเด็นที่2 คือเรื่องที่อ้างว่า ดื่มน้ำเย็นมากๆแล้วเป็นมะเร็ง โดยต้นเหตุมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ตั้งแต่ปี2006 ที่อ้างว่า หลังอาหารดื่มน้ำเย็นเท่ากับดื่มเอามะเร็งเข้าไปในร่างกาย น้ำเย็นจะทำให้ไขมันในอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปเปลี่ยนแปลงจากของเหลวเป็นลักษณะเป็นก้อน ยากแก่การย่อยของกระเพาะอาหาร แล้วเจ้าก้อนไขมันนี้เมื่อเจอกรดในกระเพาะก็จะเกิดการแตกตัวเป็นก้อนเล็กๆอีกมากมาย ซึ่งมันจะง่ายแก่ลำไส้ของเราที่จะดูดซึมดีกว่าอาหารขิ้นๆที่ทานเข้าไปในร่างกาย และเกาะติดกับผนังลำใส้อย่างง่าย แล้วกลายตัวเป็นไขมันแข็งที่เกาะติดแน่น สะสมจนก่อเป็นเซลล์ก้อนมะเร็ง โดย อ.เจษฎาได้อธิบายว่า เรื่องนี้มันเริ่มจากคนฝรั่งไปสังเกตคนจีนคนญี่ปุ่นกินชาร้อนแล้วสุขภาพดี เลยคิดว่ากินน้ำเย็นแล้วแย่ พูดขยายไปเรื่อย จนถึงขั้นกินน้ำเย็นแล้วจะเป็นมะเร็ง ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลยจริงๆ แล้ว เมื่อเรากินน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายเราก็จะให้ความร้อนกับน้ำนั้นเพื่อปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับร่างกายมากที่สุด และเร็วที่สุด จริงๆ แล้วกินน้ำเย็นอาจจะดีที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีด้วย ดื่มน้ำเย็นครึ่งลิตร เผาผลาญไป 17 กิโลแคลอรีเลย ประเด็นที่3 เรียกได้ว่าโด่งดังมากกับการแชร์คลิปชื่อ "โลกตะลึง! Google Earth ถ่ายติด พญานาค ลอยคอ ในลำน้ำโขง" ซึ่งคลิปนี้เป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปี 2013 โดยอ้างว่าสามารถถ่ายติดพญานาคได้ที่แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านจากปากเซ ไปจำปาสัก ก่อนถึงดอนหินใหญ่ แต่พอมีคนไปค้นกูเกิ้ลเอิร์ธเวอร์ชั่นล่าสุดกลับไม่พบอะไร เรื่องนี้ อ.เจษฎาอธิบายว่า จริงๆ แล้วมีข่าวเรื่องภาพกูเกิ้ลเอิร์ธในทำนองเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว ที่ทำให้กันเข้าใจว่าสามารถถ่าย "สัตว์ประหลาด" ว่ายน้ำอยู่ได้ ... แต่จริงๆ แล้ว มันเกิดจากเรือที่เห็นเป็นแนวขาวๆ นั้นเป็นคลื่นที่เกิดจากเรือ ส่วนตัวของเรือเองนั้น จะเห็นชัด ไม่ชัด หรือไม่เห็นเลย ก็ขึ้นอยู่กับความโชคดีในการถ่าย ว่าถ่ายแล้วได้ภาพกำลังดีหรือไม่ และขึ้นกับตอนที่กูเกิ้ลเอาภาพดาวเทียมแต่ละภาพเล็กๆ มาซ้อนต่อกันเป็นภาพใหญ่ ว่าการซ้อนจะทำให้ภาพของเรือเบลอไปหรือหายไป หรือเปล่า งานนี้เรียกได้ว่าความรู้และข้อพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์มาเต็มๆ ถ้าใครไม่อยากตกเป็นเหยื่อก็ควรจะคิดก่อนแชร์ หาความรู้ก่อนจะได้ไม่โง่และไม่เงิบ หรือถ้าหากสงสัยลองส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊คไปถาม ดร.เจษฎากันได้ ซึ่งทุกวันนี้โลกโซเชียลเชื่อมถึงกันหมดลองใช้โลกโซเชียลหาความรู้แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ ไตร่ตรองก่อนแชร์เพื่อจะได้ไม่ให้ข่าวมั่วๆนี้ถูกแพร่กระจายไปไกล MThai News  

วิจารณ์ขรม หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ทำไมเขียนข่าวแบบนี้?
ข่าว /  คาร์นิวัลเลสเบี้ยน / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมเขียนข่าว  วันนี้(3มี.ค.) กลายป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ ริมฝีปากบวม ได้ตั้งกระทู้หัวข้อ "___เขียนข่าวแบบนี้หรอ?? ทำไปได้ไง" พร้อมระบุคำบรรยายว่า "...ทำไมหนังสือพิมพ์ระดับแนวหน้าถึงได้เขียนแบบนี้ "งานวิปริต ผิดเพศ" ? นี่ยังมีการเหยียดเพศให้เห็นอีกค่ะ เขียนข่าวได้แย่มากค่ะ บรรณาธิการอ่านป่าวเนี่ย?..." ภายในกระทู้เผยให้เห็นภาพชายแต่งหน้าแต่งตัวเข้าร่วมงาน คาร์นิวัลเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กช่วล และสาวประเภทสอง ครั้งแรกในฝรั่งเศส แต่ทางสำนักพิมพ์ได้มีการเขียนข้อความกำกับภาพว่า "งานวิปริต ผิดเพศ" หลังกระทู้ถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ต่างวิจารณ์ไปในทำนองเดียวกันว่า สื่อควรทำหน้าที่คัดกรองข่าวที่จะนำเสนอ ไม่ใช่อยากจะนำเสนออะไรเห็นว่าสะใจก็นำเสนอออกไปโดยไม่สนใจ ว่าข่าวนั้นจะส่งผลต่อคนในสังคมหรือไม่ ถ้าทำอย่างนี้สื่อก็ไร้ซึ่งจรรยาบบรรณทางวิชาชีพ ซึ่งการใช้ถ้อยคำเช่นนี้มันอาจกระทบจิตใจเพศที่3 ทั้งนี้สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งอ้างว่าทำงานที่บริษัทของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ชี้แจงว่า "... นักข่าวได้แปลข่าวตามต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ ..." MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป ริมฝีปากบวม

ดราม่าหนัก! ตัดไม้มะหาด143ปี ให้ศิลปินแห่งชาติสร้างงานศิลปะ
กระบี่ /  งานศิลปะ / 

ดราม่าหนัก! ตัดไม้มะหาด143ปี ให้ศิลปินแห่งชาติสร้างงานศิลปะ ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมือง กระบี่ ได้โพสต์ภาพการโค่น ต้นมะหาดยักษ์ อายุ143ปี เพื่อนำมาสร้างงานศิลปะเสาประติมากรรม เพื่อส่งเสริมนโยบายยกระดับเป็น เมืองแห่งศิลปะ โดยระบุว่า "... ไม้มะหาด ตำนานประติมากรรมหน้าเมืองกระบี่..นายสุวรรณ มุคุระ เจ้าของไม้มะหาดอายุ 143 ปี ได้มอบไม้ต้นนี้ที่อยู่ในโฉนดที่ดินของตนเอง ที่บ้านทุ่ง ให้กับเทศบาลเมืองกระบี่เพื่อนำมาแกะสลักเป็นเสาประติมากรรม จำนวน 5 ท่อน โดยมีอาจารย์กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับคุณมูไก ศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการสร้างประติมากรรมที่หน้าเมืองกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป โปรดติดตามต่อไป..." ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ลงบนเฟซบุ๊คได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็น2ด้าน โดยมุมหนึ่งมองว่าต้นไม้อายุกว่า143 ปี น่าจะมีการอนุรักษ์ไว้ไม่ควรมาตัดทำลายเช่นนี้ การส่งเสริมงานศิลปะมีตั้งมากมายน่าจะหาทางที่สร้างไม่ใช่ทางทำลาย แต่อีกมุมหนึ่งมองว่าเจ้าของไม้มะหาดเป็นผู้มีสิทธิ์ในต้นไม้และจะยกให้ใครก็ได้ เนื่องจากไม้อยู่ในโฉนดที่ดินของเขาไม่น่าจะใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด ความคิดเห็นที่น่าสนใจของสมาชิกเฟซบุ๊ค ท่านหนึ่ง หากต้นไม้ต้นนี้เป็นสมบัติส่วนบุคคลและตัดเพื่อการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยของเจ้าของสิทธิเราๆท่านๆคงทัดทานอะไรไม่ได้ แม้จะเสียดายก็ตาม เป็นสิทธิของเจ้าของไม้เช่นเดียวกันที่จะมอบให้เพื่อส่วนรวมไปทำสาธารณะประโยชน์ แต่กรณีที่เป็นประเด็นเพราะผ่านสื่อ ด้วยหวังที่จะทำเพื่อส่วนรวม(ประติมากรรม) แต่ละคน แต่ละฝ่ายหลากล้วนมีมุมความคิดของตนเองกันทั้งนั้น ไม่ผิดหรอกที่รู้สึกห้ามกันไม่ได้จริงๆ....หลายสิ่ง หลายเราแอบสูญเสียไม่ผ่านการรับรู้แต่ผลประโยชน์ตกอยู่ในกระเป๋านายทุน ผู้งาบงับทั้งที่เป็นที่สงวน MThai News ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ค กีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน

ดราม่า! แก้บนด้วยหัวหมู300หัว ได้บุญหรือบูชายัญกันแน่?
นครปฐม /  แก้บน / 

ดราม่า! แก้บนด้วยหัวหมู ได้บุญหรือบูชายัญกันแน่? จากที่มีการนำเสนอข่าวกรณีที่แม่ค้าผลไม้แห่งจังหวัดราชบุรีรายหนึ่ง ได้นำ หัวหมู300หัว มาแก้บนที่วัดกลางบางพระ หมู่ 4 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม หลังจากที่ลูกค้านำเงินมาใช้หนี้รวมกว่าล้านบาท โดยหลังจากแก้บนเสร็จแม่ค้าคนดังกล่าวได้นำหัวหมูถวายให้วัดและแจกจ่ายแก่ญาติพี่น้องและเพื่อนแม่ค้า หลังจากข่าวดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยมีสมาชิกเฟซบุ๊คกลุ่มหนึ่งมองว่าทำแบบนี้จะได้หรือได้บาปกันแน่ เพราะเป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตตั้ง300ชีวิต รวมถึงมองว่ามีวิธีแก้บนที่ดีกว่านี้แบบที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนชีวิตสัตว์โลก เพจดังอย่าง FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ได้ให้ความเห็นว่า แบบนี้เขาไม่เรียกทำบุญหรอก อันนี้เรียกการบูชายัญ ถ้าคิดอย่างเป็นเหตุผลก็จะรู้ว่าการเอาหัวหมูมาแก้บนเซ่นไหว้นั้นมันเกิดประโยชน์น้อยมาก ส่วนใหญ่จะฟุ่มเฟือยและเหลือทิ้ง ชาวบ้านที่ไม่ได้เข้าใจในแนวทางพระพุทธศาสนาที่ทำลายคำสอนและแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาให้เสื่อมไป พระสงฆ์ - และพุทธศาสนิกก็ปล่อยปะละเลย ทำเหมือนพระพุทธรูปเป็นเหมือนสัมภเวสี กินเครื่องเซ่นไหว้ เหมือนภูตผีปิศาจที่เชื่อกันผิดๆกันมา พระแทนที่จะอธิบายให้ญาติโยมเข้าใจกับส่งเสริมความงมงายเพื่อต้องการลาภสักการะ คนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำกลายเป็นมารศาสนาเสียในสายตาคนเหล่านั้น ด้านสมาชิกอีกกลุ่มมองว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล หากทำแล้วสบายใจไม่ได้เบียดเบียนเงินใครก็ทำได้ไม่น่าจะมีปัญหา ที่สำคัญผู้แก้บนมีเจตนาที่ดีเพราะนำไปแจกจ่ายให้กับคนอื่นด้วยเป็นการให้ทาน ซึ่งหมูเป็นสัตว์ที่เกิดมาเพื่อเป็นอาหารมนุษย์อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่ขายหมูฆ่าหมู หรืออย่างเราที่กินหมูก็ต้องบาปไปด้วยสิ ประเด็นนี้อยากให้มองที่เจตนามากกว่า "...ประเพณีวัฒนธรรม มีมาก่อนเราเกิด "สิ่งงมงาย" มีมาคู่กันแต่วัฒนธรรมประเพณี พิธีกรรม ก็เข้ามาอย่างมีเหตุมี มีผลในการเชื่อมต่อรุ่นต่อรุ่น "ให้รำลึกนึกถึง ความกตัญญู รู้คุณบรรพบุรุษเมื่อเสร็จจะมีการแปรรูปอาหารในรู้แบบต่างๆไม่มีเหลือทิ้ง มีแต่แจกจ่าย เก็บไปกินในระยะยาว ต้องศึกษาให้ได้ความหมาย งมงาย อย่าไปเหมารวม และเพจต้องมีเหตุผลออกมาชี้แจง ไม่ใช่เหมายกเข่งนะ บางเรื่องดี แต่ก็ต้องศึกษาและตอบคำถามสังคมได้ แอนตี้ก็ต้องมีเหตุผลไม่ใช่แค่ " มโนจากความรู้สึกที่เห็นจากวัยที่เราเติบโตขึ้นมา " มันมีหลักคิดและตรรกะวิธีคิดที่ไม่บ่อนทำลายวัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งเป็นรากเง้าของบรรพบุรุษในอดีตที่ทุกคนมี "ทุกชาติทุกภาษา..." สมาชิกเฟซบุ๊ค Tom Kaha MThai News

นศ.ชู 3 นิ้วโวย! ถูกจนท.คุกคามถึงห้อง
การเมือง /  คุกคาม / 

นักศึกษาชู 3 นิ้ว โวยผ่านเฟซบุ๊ค แฉถูกเจ้าหน้าที่คุกคามถึงห้องพัก เรียกร้องหากอยากคุยต้องทำหนังสือเชิญเป็นลายลักษณ์อักษรมา นายนัชชชา กองอุดม นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Nat Nachacha" เผยถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผานมา โดยข้อความระบุว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่หอพักของตน ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และสามารถเข้าไปถึงที่หน้าห้องได้ทั้งที่ปกติจะต้องมีการสแกนลายนิ้วมือ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอสมควร ตำรวจได้เคาะที่หน้าห้องและถ่ายภาพ ซึ่งในเวลาขณะนั้นตนไม่ได้อยู่ห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่รปภ. และแม่บ้านว่าตนไปไหน ปกติอยู่ยังไง เข้าออกตอนไหน ซึ่งถือว่าเป็นการคุกคามและเป็นอันตราย จึงอยากเรียกร้องให้คณะเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน ตำรวจ ทหาร หรือ เจ้าหน้าที่ของทางคสช. ถ้าต้องการพบหรือเรียกตัวขอให้มีการเขียนหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการคุกคามและเป็นอันตราย ทั้งนี้นายนัชชชา เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเดินทางไปดูภาพยนตร์เรื่องเดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ที่หน้าโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ พร้อมกับชู 3 นิ้ว เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา รวมถึงยังได้เข้าร่วมในอีกหลายเหตุการณ์ด้วย ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แนวหน้า MThai News

สุดซึ้ง! โทรศัพท์จากชายแดนใต้ หลังส่งของไปให้ทหาร
3จังหวัดชายแดนภาคใต้ /  ส่งของให้ทหาร / 

สุดซึ้ง! โทรศัพท์จากชายแดนใต้ หลัง ส่งของไปให้ทหาร วันนี้(26 ก.พ.) บนโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Tornrachada Sangswangได้โพสต์ข้อความว่าได้รับโทรศัพท์จากนายทหารท่านหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการโทรมาขอบคุณในน้ำใจ หลังจากเจ้าของเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้ส่งของไปให้ โดยเผยว่า ก่อนปีใหม่ตนได้ส่งของกินของใช้ไปให้เหล่าทหารใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับแนบกระดาษโน๊ตขอบคุณที่ทหารทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ เสียสละเพื่อชาติ พร้อมกับอวยพรปีใหม่และทิ้งท้ายว่าถ้าของถึงแล้วให้โทรกลับมาบอกด้วย เนื่องจากตนส่งพัสดุธรรมดาเกรงว่าของจะไปไม่ถึง ซึ่งมาทราบทีหลังว่า ไปรษณีย์ไทยที่ใจดี ให้ส่งพัสดุแบบธรรมดา ฟรี ไป 3 จังหวัดชายแดนใต้ น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโล ส่งได้เรื่อยๆ ไม่มีหมดเขตอย่าลืมวงเล็บ (ทบ. สนามชายแดน) ไว้ที่มุมขวาบนกล่องด้วย) ซึ่งหลังจากนั้นตนได้รับโทรศัพท์ปริศนา โทรมาบอกว่า  "...ผมสิบตำรวจเอกสุขสันต์ โทรจากชายแดนใต้ ฐานบ้านสายสุราษฎร์ ที่คุณส่งของมาให้น่ะครับ ผมโทรมาบอกว่าได้รับของแล้วนะครับ ของที่ส่งมาได้ใช้หมดทุกอย่าง พวกผมต้องขอบคุณมากๆ ที่มีน้ำใจส่งของมาให้..." ซึ่งสายโทรศัพท์ดังกล่าวสร้างความดีใจให้กับตนเป็นอย่างมากแม้ไม่ใช่ญาติ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า แต่ตนคุยไปยิ้มไป ทั้งดีใจ ทั้งตื้นตัน "...เราก็ขอบคุณเค้า เค้าก็ขอบคุณเราถึงจะคุยกันแค่แป๊บเดียว แต่ก็นานพอ...ที่จะทำให้เราอิ่มใจไปอีกนาน..." ทั้งนี้คุณ  Tornrachada Sangswang ได้ทิ้งท้ายข้อมูลสำหรับคนที่อยากจะส่งของให้ทหารแบบนี้บ้าง โดยระบุว่า สิ่งของที่ต้องการคือขนมที่เก็บได้นาน ยารักษาโรค กาแฟ ชา น้ำพริกต่างๆ กางเกงในชาย ถุงเท้า หนังสือการ์ตูน นิตยสาร หรืออื่นๆ เพิ่มเติม เช่น แป้งเย็นแป้งระงับกลิ่นอับชื้น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโกนหนวดที่มีคุณภาพดีๆ แชมพู ผงซักฟอก เสื้อกล้ามชาย สมุดปากกาไว้จดบันทึกอะไรต่างๆ) สถานที่ส่ง 1. ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส 96000 2. ค่าย สิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160 3. ค่าย อิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94170 4. ฐานปฏิบัติการ ตชด. ธรณิศ ศรีสุข ต.เขื่อนบางลาง อ. บันนังสตา จ.ยะลา 95130 5. ฐานปฏิบัติการ ตชด. บ้านสายสุราษฎร์ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา 95130 6. ฐานปฏิบัติการ ตชด. 444 ต.โต๊ะตีเต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 94150 7. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 21 ที่ว่าการ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160 8. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 22 วัดควนนอก อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี 94190 9. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 23 วัดหลักเมือง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 10. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 24 ศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างไห้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 94180 11. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 25 สำนักงานสงฆ์ทุ่งยางแดง อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 94140 12. หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 26 วัดโชติรส อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี 94220 13. กรมทหารพราน ที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170 14. กองร้อยทหารสารวัตร จังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170 ที่มาเฟซบุ๊ค Tornrachada Sangswang MThai News

คดี ปรส. /  คดีข่าว / 

'โอ๊ค พานทองแท้' โพสต์แขวะ เปรียบเทียบ คดี"ปรส." เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า แต่ปล่อยให้คดีหมดอายุความ คนผิดลอยนวล  แต่คดีจำนำข้าว ช่วยชาวนา กลับรับโทษ วันที่ 24 ก.พ.58 นายพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra ยกคดี "ปรส."เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า กลับปล่อยให้คดีหมดอายุความ คนผิดลอยนวล เปรียบเทียบ คดีจำนำข้าว ช่วยคนจน/ชาวนา กลับต้องรับโทษ โดยข้อความระบุว่า.... ปัญหาของบ้านเมือง ไม่ได้เกิดจากคนทำผิดไม่ต้องรับโทษ..!! แต่เกิดจาก คนกลุ่มหนึ่ง จะทำ ให้ประเทศเสียหายอย่างไร ไม่เคยต้องได้รับโทษ ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ถือเป็นความผิด พยายามหาเรื่องให้ต้องรับโทษทั้งสิ้นคนไทยเหมือนกัน ทำผิดถูกอย่างไร ควรได้รับโทษเหมือนกัน สังคมจึงจะเป็นสุข ความปรองดองก็จะบังเกิดขึ้นเอง ความสุขก็จะกลับคืนสู่สังคมไทยเอง โดยไม่ต้องมีการเสกสรรปั้นแต่งใดๆ ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ของความเหลื่อมล้ำ แตกต่างระหว่างคน 2กลุ่มนี้ กับโครงการที่ถูกระบุว่ามีค่า 6แสนล้านใกล้เคียงกัน โครงการที่ 1. ปรส. ประเทศชาติล่มจม 6แสนล้าน เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ไม่มีคนยากคนจนได้ประโยชน์แม้แต่บาทเดียว เงินเข้ากระเป๋านายทุนเพียงไม่กี่คน คนรอบตัวผู้มีอำนาจร่ำรวยอู้ฟู่กันถ้วนหน้า แต่กลับปล่อยให้คดีหมดอายุความ ทั้งรัฐบาลทั้งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องชดใช้อะไรสักบาทเดียว คนไทยส่วนใหญ่ ก็ยังยากจนปากกัดตีนถีบ ชาวไร่ชาวนาขายสินค้าเกษตร ไม่ได้ราคาเหมือนเดิม โครงการที่2. จำนำข้าว ถูกระบุว่ามีมูลค่า 6แสนล้าน(ซึ่งจริงๆประเมินว่ามูลค่าต่ำกว่านั้นเยอะ) แต่ประโยชน์ที่ได้กับคนยากคนจนนั้น มากมายมหาศาล ชาวนาได้รับเงินเกวียนละ 15,000บาท รัฐยอมขาดทุนขายข้าวออกไปในราคาตลาดโลก เงินทุกบาททุกสตางค์เข้ากระเป๋าชาวนา โครงการจำนำข้าว ขาดทุน 10,000ล้าน ชาวนาหลายสิบล้านคน ก็ได้เงินมากขึ้น 10,000ล้าน โครงการจำนำข้าว ขาดทุนแสนล้าน ชาวนาก็ได้เงินเพิ่มขึ้น แสนล้าน พวกสลิ่มผู้ดีตีนแดงทั้งหลาย จะมาเดือดร้อนอะไรมากมาย กับการอยู่ดีกินดีขึ้น ของชาวไร่ชาวนา..?? ถ้ารัฐบาลช่วยเหลือคนยากคนจน แล้วนายกฯต้องรับผิดชอบแบบนี้ อีกหน่อยรัฐบาลไหน จะกล้าช่วยเหลือคนยากคนจนครับ..?? ขอบคุณภาพ Oak Panthongtae Shinawatra MThai News

ชื่นชม ร้านขนมใจบุญ คนชราไม่มีตังค์ ให้กินฟรี
ร้านขนม /  ร้านขนมไทย / 

โลกออนไลน์ชื่นชม ร้านขนมไทยใจบุญ ใน จ.เลย คนชราไม่มีตังค์ ให้กินฟรี วันนี้(18ก.พ.) ร้านค้าในปัจจุบันย่อมมีการเอาตัวรอด ทั้งการเพิ่มยอดขาย ทำการตลาดสร้างกำไรให้ได้มากที่สุด แต่สำหรับร้านขนมไทยใจบุญใน จ.เลย กลับติดป้าย  คนชรา ไม่มีสตางค์ กินฟรี ! ทำให้เป็นที่ชื่นชมแก่ลูกค้า และผู้ที่พบเห็น โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ จิตรา ผดุงศักดิ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปพบเห็นร้านขนมไทยร้านหนึ่งใน จ.เลย  ติดป้ายประกาศให้คนชรา ผู้ยากไร้เข้ามารับประทานขนมหวานฟรี ไม่หวังผลกำไร เป็นอีกหนึ่งน้ำใจที่สามารถช่วยคนยากไร้ได้ ในข้อความระบุว่า "เดินเข้าเดินออกมานาน เพิ่งสังเกตเห็นป้ายนี้ สะอึก..น้ำตาพาลจะไหล ถ้าสังคมไทยเอื้อเฟื้อ มีเมตตากรุณาต่อกัน แค่คิด...แล้วลงมือทำ เท่าที่เราต่างทำได้ เราคงได้อยู่กันอย่างสงบสุข ขอบคุณเจ้าของป้ายนี้ ที่สร้างพลังให้ข้าพเจ้าในวันนี้ ..... จ.เลย" หลังจากภาพเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับการชื่นชม โดยมีผู้มาแสดงความคิดเห็น ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ร้านใจบุญแห่งนี้คือ ร้าน Coff&Cake snack bar (ร้านขวัญใจ)  ตั้งอยู่ใน อ.เมืองเลย จ.เลย MThai News ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ค จิตรา ผดุงศักดิ์

พระไพศาลชี้ กรณีธัมมชโย-ธรรมกาย เป็นปัญหาร้ายแรง
ธรรมกาย /  ธัมมชโย / 

เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต ชี้ กรณีธัมมชโย-ธรรมกาย สะท้อนปัญหาของวงการพุทธศาสนาไทย วันนี้(25ก.พ.) พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Phra Paisal Visalo ระบุถึงกรณีธัมมชโยและธรรมกาย ว่า กรณีธัมมชโย-ธรรมกาย เป็นปัญหาที่ร้ายแรงในตัวมันเอง ขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าของวงการพุทธศาสนาไทย ประการแรกกรณีดังกล่าวไม่เพียงชวนตั้งคำถามกับคุณธรรมและวิจารณญาณของกรรมการมหาเถรสมาคมเป็นรายบุคคลเท่านั้น หากยังบ่งชี้ถึงข้อบกพร่องของระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะการรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่คนเพียง 20 คน โดยไม่มีกลไกการตรวจสอบภายใน ไม่ต้องรับผิดกับผู้ใด ขาดความโปร่งใส จึงเปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้นใช้เส้นสายหรือผลประโยชน์เพื่อชักจูงโน้มน้าวกรรมการมหาเถรสมาคม นำไปสู่การละเลย ไม่ใส่ใจ ต่อการประพฤติผิดพระธรรมวินัยของพระที่ร่ำรวยหลายรูป จนบุคคลอย่างธัมมชโยสามารถแผ่อำนาจและเครือข่ายไปอย่างกว้างขวาง ประการต่อมา การที่ธัมมชโย-ธรรมกายได้รับความนิยมจากผู้คนจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าชาวพุทธจำนวนมากยังคงเข้าใจผิดหลักธรรมทางพุทธศาสนา แม้กระทั่งเรื่องพื้นฐาน เรื่องของบุญ ก็มีความเห็นที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เช่น เชื่อว่าบริจาคเงินมากเท่าไรก็ได้บุญมากเท่านั้น หรือทำบุญเพื่อเอา มิใช่ทำบุญเพื่อละ จึงง่ายที่จะคล้อยตามและหลงใหลศรัทธาในธัมมชโย/ธรรมกาย กรณีดังกล่าวสะท้อนถึงความล้มเหลวในการเผยแผ่ธรรมของชาวพุทธไทย โดยเฉพาะคณะสงฆ์ ซึ่งโยงไปถึงความล้มเหลวของการศึกษาคณะสงฆ์อย่างชัดเจน MThai News อ่านต่อฉบับเต็มได้ที่ พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

โจรบุกห้องVIP ฉกทรัพย์ผู้ป่วย7หมื่น ร.พ.ไม่รับผิดชอบ!
ฉกทรัพย์ผู้ป่วย /  โจรบุกโรงพยาบาล / 

โจรบุกห้องVIP ฉกทรัพย์ผู้ป่วย7หมื่น ร.พ.ไม่รับผิดชอบ!  วันนี้(27 ก.พ.) ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ นักรบ เต๋ย สวัสดิบุตร โดยเผยว่า วานนี้ที่โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ บางแค ห้องผู้ป่วยพิเศษเตียงคู่ ห้อง512 ชั้น5 ตึกเก่า ที่ได้มีคนร้ายบุกเข้ามาในเวลาตี4 เข้ามาคลานและได้โจรกรรมกระเป๋า ซึ่งในกระเป๋ามีทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ประเมินมูลค่าจากการเสียหายประมาณ70,000บาท ซึ่งทางประตูทางเข้าห้องพักพิเศษไม่ได้ล็อคไว้ โดยตนได้เข้าไปแจ้งความกับสน.หลักสอง โดยทางโรงพยาบาลไม่สนใจและส่งเจ้าหน้าที่มาพูดคุยเลย เมื่อขอดูกล้องวงจรปิดก็ใช้เวลารอนานตั้งแต่เวลาตีห้า กว่าจะได้ดูปาเข้าไปสิบโมงเช้า ในกล้องเห็นภาพคนร้ายชัดเจนจึงให้ตำรวจจัดการตามทางคดี จากนั้นตนได้เข้าไปคุยกับทางโรงพยาบาลเพื่อให้รับผิดชอบ แต่ทางโรงพยาบาลยื่นข้อเสนอว่าจะยกเว้นค่าห้องพักให้และให้ผู้ป่วยจ่ายแค่ค่ายาและค่าหมอเพียงอย่างเดียว ซึ่งตนไม่ได้ต้องการในส่วนนี้และอยากให้รับผิดชอบในเรื่องทรัพย์สินที่ถุกขโมยไปมากกว่า แต่ทางโรงพยาบาลกลับบอกว่าได้ติดป้ายบอกไว้แล้วว่า ห้ามนำทรัพย์สินมีค่าเข้ามาในห้องพักและทางโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบ โดยตนข้องใจและอยากถามกับโรงพยาบาลว่า "....1. ถ้าเมื่อคืนที่โรงพยาบาล ได้ลHอคประตูใหญ่ชั้น5เหมือนกับทุกๆชั้นไว้ คนร้ายจะเข้ามาทำการบุกเข้ามา ได้มั้ย? 2. ทางโรงพยาบาลฯ ทำไมไม่รีบเข้ามาหาไกล่เกลี่ย และปล่อยเวลาเนิ่นนาน จากเช้าถึงเย็น ? 3. ถ้าคนร้ายบุกเข้ามา ทำร้ายคนในห้องพักที่มาเฝ้าไข้ คุณจะรับผิดชอบยังไง? 4. ถ้าทางร.พ.ไม่สามารถรับผิดชอบชีวิต และสวัสดิภาพ ของคนที่มาเฝ้าไข้ โดยร.พ.อนุญาติ ให้มาเฝ้าไข้ได้1คน ในห้องพิเศษ แล้วคุณปล่อยให้คนร้าย เข้ามาได้ไง ถ้าคนร้ายเข้ามาทำร้าย คุณก็ไม่รับผิดชอบใช่มั้ย? ...." MThai News รูปคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ใครพบเจอ แจ้งตำรวจและโทรหาผมได้ครับ ชายไทยผิวดำ อายุ30ปี สูง170ซม. ติดต่อ 090-660-56-22 ช่วยแชร์ด้วยครับเพื่อนๆ

บิลลี่ โอแกน โพสต์ติงซีรีย์ชายรักชาย ถามจะเสื่อมไปถึงไหน ?
ซีรีย์ชายรักชาย /  บิลลี่ โอแกน / 

วิจารณ์สนั่น บิลลี่ โอแกน โพสต์ติงซีรีย์ชายรักชาย ทำเสื่อมหวังแค่เรตติ้ง เจอดราม่าเหยียดเพศ วันนี้(24ก.พ.)กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากนักร้องชื่อดังอย่างคุณ บิลลี่ โอแกน ได้โพสต์ข้องความลงเฟซบุ๊ควิจารณ์เนื้อหาของ ซีรีย์ไทยที่ได้รับความนิยมที่มีฉากเลิฟซีนระหว่างชาย2คน ระบุข้อความว่า "...ผมเห็นละครตุ๊ดเกย์ ช่อง__มีดูดปากกันด้วยอะ เฮ้ยยยยยยย ไปเปิดช่องสีม่วงโดยตรงเลยดีมั้ย ไม่ได้แอนตี้ตุ๊ดเกย์ แต่คิดว่ามันมากเกินไปที่แสดงภาพอุจาดแบบนี้ เปิดช่องสีม่วงไปเลยเถอะกูขอร้อง เอไทม์ ผู้ผลิตละคร น่าจะคำนึงถึงความเหมาะสมบ้าง เด็กเล็กเปิดดูมันเอาอย่างบ้างจะว่าไง ผู้ผลิตต้องมีวิจารณญาณก่อนจะนำเสนอนะครับ ไม่ใช่โยนให้ผู้ชมโดยหวังแต่เรตติ้งจะเสื่อมไปถึงไหน แย่มาก..." เมื่อข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวสังคมออนไลน์ได้เข้าไปแสดงความในมุมมองที่ต่างกัน สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งมองว่า ถ้าคุณบิลลี่จะใช้คำว่าอุจาด ในฉากจูบดูจะรุนแรงเกินไป อยากให้เปิดใจ มองข้ามเรื่องเพศ เพราะถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกับละครหญิงชายทั่วไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าสิ่งที่คุณบิลลี่วิจารณ์เป็นเรื่องจริง สิ่งที่สังคมควรตระหนักคือเนื้อหาไม่ใช่แค่การเหยียดเพศเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเนื้อหามันสุมเสี่ยงและล่อแหลมจริง ผู้ชมที่อายุน้อยอาจไม่มีวิจารณญาณและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ MThai News

ธรรมกาย ขอบคุณมวลชนต้าน-อุ๋ยซัดเป็นวัดหลอกลวง
คัดค้านธรรมกาย /  ตักบาตรระนอง / 

วัดพระธรรมกายโพสต์ขอบคุณ ที่ช่วยกระพือข่าวคนค้านปิดถนน ตักบาตรระนอง ทำคนแห่สั่งสมบุญมากขึ้น ด้านอุ๋ย บุดดาเบลสซัด วัดธรรมกายไม่ใช่พุทธ หลอกลวงบิดเบือนชัดเจน  วันนี้(2มี.ค.) หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ชาวระนองรวมตัวชุมนุม กว่า 200 คน บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ฝั่งขาออกเมืองระนอง เพื่อคัดค้านการปิดถนน ซึ่งเป็นสถานที่เตรียมจัดพิธีตักบาตรมิตรภาพไทย- พม่า พระ 1,000 รูป ในช่วงเช้าวันนี้ 1 มี.ค. แต่สุดท้ายทางแกนนำก็เจรจาตกลงกันได้ โดยเปลี่ยนสถานที่จัดงานไปที่วัดวารีบรรพตแทน ล่าสุดที่เฟซบุ๊ค Psanitwong Wuttiwangso ของ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของวัดพระธรรมกาย ได้โพสต์ภาพการตักบาตรพร้อมระบุข้อความว่า "...สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "สถานที่" ตักบาตรว่า เป็นถนน หรือเป็นวัด หรือที่ไหน สาระสำคัญ คือ ตรงไหนก็ได้ ให้ประชาชนทราบว่า ระนองมีการตักบาตรจะได้มาสั่งสมบุญกัน  ขอบคุณที่ช่วยกระพือข่าว "ตักบาตรระนอง" จนดังไปทั่วประเทศ เมื่อมีคนเห็นต่าง ก็ต้องมีคน "เห็นด้วย" คนจึงหลั่งไหลกันมา และเราได้สั่งสมบุญกิริยาวัตถุ 3 ประการ คือ ทำทาน รักษาศีล 5 เจริญภาวนา ได้ทำบุญครบแล้วปีหน้า ให้เริ่มต้นที่ถนนเหมือนเดิม เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานในโค้งสุดท้าย..."  อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังคงตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ทำให้ทวิตเตอร์ @DMCupdates ได้มีการทวิตข้อความว่า  "คนที่ออกมาต่อว่าวัดพระธรรมกาย คือคนที่รักและปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนาจริง ๆ หรือ" ชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากต่างเข้าโต้ตอบในมุมมองที่ต่างกัน แม้กระทั่ง อุ๋ย บุดดาเบลส นักร้องชื่อดัง ก็ได้เข้าไปตอบกลับว่า "วัดธรรมกายไม่ใช่พุทธ หลอกลวงบิดเบือนชัดเจน" MThai News

ชูวิทย์ซัด พุทธะอิสระพระนักเลง อวดอุตริ ร่วมแก๊งเจิมศักดิ์-ไพบูลย์
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ /  พระพุทธะอิสระ

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คซัด พระพุทธะอิสระ อวดอุตริร่วมกับแก๊งขาประจำ ไพบูลย์-เจิมศักดิ์ ใช้ความเสื่อมศรัทธามาขยายผล วานนี้(23ก.พ.)  นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว "ชูวิทย์ I'm No.5" หัวข้อจากรัฐสภา ถึงมหาเถรสมาคม ระบุรายละเอียดว่า การเมืองขึ้นอยู่กับความเชื่อ ส่วนศาสนาขึ้นอยู่กับความศรัทธา เมื่อความเชื่อของประชาชนต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์หมดไป เพราะได้ใจเอา "ร่างพรบ.นิรโทษกรรม" มาดัดแปลงดีเอ็นเอเข้าสู่สภา ฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาส "นาทีทอง" ปั่นกระแส "มวลมหาประชาชน" อันบริสุทธิ์เพื่อใช้เป็นประโยชน์กับตัวเอง ถึงขั้นล้มการเลือกตั้ง ยึดสถานที่ราชการ อ้างการปฏิรูป บอกว่ามีการทุจริต คอรัปชั่น โอกาสอันมีน้อยนิด ต้องรีบตีบท "เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" เมื่อสู้บนกระดานไม่ได้ ก็ต้องล้มกระดาน แล้วมานั่งนับหนึ่งกันใหม่ จากเรื่องการเมืองมาถึงเรื่องศาสนา มหาเถรสมาคมประกอบด้วยพระชั้นผู้ใหญ่ มีกฎระเบียบวิถีทางของสงฆ์ เมื่อเกิดปัญหาธัมมชโย วัดธรรมกาย จะอาบัติหรือปราชิกก็แล้วแต่ ย่อมไม่สามารถใช้วิธีการข้างถนน อย่างที่พระนักเลงอย่างพุทธะอิสระเคยทำมาในอดีตสมัยการเมือง ที่ทั้งปิดถนน ไล่ทำร้ายผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา เพราะโลกของธรรมะย่อมแตกต่างจากโลกของการเมืองอย่างสิ้นเชิง แต่พุทธะอิสระ "อวดอุตริ" ร่วมกับแก๊งขาประจำไม่ว่า นายไพบูลย์ นายเจิมศักดิ์ รับลูกกันใช้ความเสื่อมศรัทธามาขยายผล เหมือนที่เคยทำสำเร็จในทางการเมืองมาก่อน พุทธศาสนิกชนลองตรองดูเถิด แต่ก่อนไฟการเมืองลามทุ่งเป็นกาฝากขึงพืดประเทศไทย จนถึงบัดนี้ ไฟกำลังจะลามเป็นกาฝากศาสนา ผมไม่เชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ศรัทธาพุทธะอิสระ เพราะผมรู้ไส้รู้พุงจนถึงกระดูก ผมจึงไม่ช่วย แต่ต้องออกมาขวาง หรือจะปล่อยให้ฉวยโอกาสกันอีก? MThai News

แทบจำไม่ได้! โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ หมอพรทิพย์ เป็นซูสีไทเฮา
ซูสีไทเฮา /  พระนางซูสีไทเฮา / 

แทบจำไม่ได้! โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ หมอพรทิพย์ เป็น ซูสีไทเฮา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจเฟซบุ๊คนิตยสาร VOLUME ได้เผยแพร่ภาพ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ถ่ายแบบลงนิตยสารโดยมีเครื่องแต่งกายเป็น พระนางซูสีไทเฮา หรือ สมเด็จพระจักรพรรดินีซูสี พระพันปี แห่งราชวงศ์จีน โดยภาพดังกล่าวจะถูกตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับ200ภาพประทับใจ ซึ่งชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ต่อบ้างก็แสดงความคิดเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะแต่งกายแบบนี้เนื่องจากพระนางซูสีไทเฮาเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์จีน นอกจากนี้ยังมีชาวสังคมออนไลน์ส่วนหนึ่งการเข้ามาคอมเมนท์ชื่นชมว่าเป็นการถ่ายแบบที่งดงาม แต่ก็มีคนเข้ามาโพสต์ข้อความแบบฮาๆทำนองว่า  "ถวายพระพรฮองเฮา" ด้วย ทั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวชิงเสี่ยน หรือ สมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี่ พระพันปีหลวง หรือที่รู้จักกันในประเทศไทยว่า "ซูสีไทเฮา"  ทรงเป็นราชนิกุลชาวแมนจูในประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ชิง โดยทรงเป็นพระราชวงศ์ผู้ปกครองประเทศจีนโดยพฤตินัยถึงสี่สิบแปดปี และเมื่อสวรรคตแล้วไม่นานราชวงศ์แมนจูและระบอบราชาธิปไตยในจีนก็ถึงกาลสิ้นสุดลง ขอบคุณภาพประกอบจาก แฟนเพจเฟซบุ๊คนิตยสาร VOLUME MThai News

ต้องดู! นาซ่า เผยภาพนักบินอวกาศจากนอกโลก มุมสุดอลังการ
นอกโลก /  นักบินอวกาศ / 

ต้องดู! นาซ่า เผยภาพ นักบินอวกาศจากนอกโลก มุมสุดอลังการ วันนี้(25 ก.พ.) แฟนเพจ International Space Station ซึ่งสังกัด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซ่า ได้เผยแพร่ภาพนักบินอวกาศขณะที่ทำงานนอกสถานีอวกาศนานาชาติ โดยมีสายเคเบิลผูกติดกับสถานีอวกาศเพื่อไม่ให้พวกเขาหลุดลอยไปเหมือนในภาพยนตร์เรื่อง Gravity ซึ่งภาพดังกล่าวถูกถ่ายเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มนักบินอวกาศต้องปฏิบัติหน้าที่เตรียมความพร้อมก่อนที่แคปซูลอันใหม่จะถูกส่งเข้ามาเทียบท่ารวมถึงทำสายเคเบิ้ลเพื่อปรับโครงสร้างของสถานีอวกาศเพื่อเตรียมรองรับยานอวกาศเชิงพาณิชย์ที่นาซ่าเตรียมแผนงานในปี2017 ที่จะถึงนี้ โดยภาพเซตนี้เผยให้เห็นมุมมองของโลกจากอวกาศในมุมที่เราไม่เคยเห็นโดยหลังจากภาพถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊คและสื่อสังคมออนไลน์ในเครือของนาซ่ามีคนเข้าไปกดไลค์เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนต่างแสดงความคิดเห็นว่า มันเป็นภาพที่น่าทึ่งมากอย่างกับในหนังที่พวกเขาเคยดู แต่นี่มันคือของจริง ! ทั้งนี้มีภาพหนึ่งที่น่าประทับใจมาก คือภาพของนักบินอวกาศเทอรี่ กำลังทำงานอยู่ระหว่างที่ดวงอาทิตย์โคจรเหนือเส้นขอบฟ้าของโลกเผยให้เห็นแสงสีขาวน้ำเงินสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ่งภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่นักบินเทอรี่และเพื่ออีกคนต้องใช้เวลากว่า6ชั่วโมงนอกสถานีอวกาศเพื่อปฏิบัติภารกิจ

ม.จ.จุลเจิม ซัด มหาเถรสมาคม บังอาจหมิ่นเบื้องสูง
ธรรมกาย /  พระธัมมชโย / 

ม.จ.จุลเจิม ซัด มหาเถรสมาคม บังอาจหมิ่นเบื้องสูง วันนี้(23 ก.พ.) มีรายงานข่าวว่าที่เฟซบุ๊คของ  ม.จ.จุลเจิม ยุคล  ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมติของมหาเถรสมาคมที่ชี้ว่า พระธัมมชโยไม่ต้องปราชิก โดยระบุว่า  ตามที่ มหาเถรสมาคม ได้พิจารณา ให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำความขึ้น กราบบังคมทูล ชื่อ ธัมมชโย แห่ง วัดพระธรรมกาย ขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ขึ้นเป็น พระเทพญาณมหามุนี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งระยะเวลาช่วงดังกล่าว สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งทรงสมณะศักดิ์สูงสุดฝ่ายพุทธจักรของคณะสงฆ์ไทย และทรงเป็นประธานการปกครองคณะสงฆ์ ที่ พระมหากษัตริย์ไทย ทรงสถาปนา ได้ทรงมีพระลิขิตตั้งแต่เมื่อปี 2542 ชี้ว่า “ธัมมชโย ปาราชิกพ้นจากความเป็นพระ” แต่ทำไม มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้นำมลทิน ของธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ขึ้นเป็น พระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพญาณมหามุนี" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ทั้งๆที่รู้ ว่า ธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ยังมีมลทิน (ในขณะนั้น) ตามพระลิขิต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ประธานการปกครองคณะสงฆ์ ตั้งแต่เมื่อปี 2542 จึงเป็นการมิบังควร ที่จะนำมลทิน ของธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ขึ้นกราบบังคมทูล ให้ระคาย เคือง เบื้องพระยุคลบาท ทั้งที่ยังหาข้อสรุป ยังมิได้ ในช่วงเวลาดังกล่าว หรืออาจจะเกรงใจ ปัจจัย ไทยทานจาก วัดธรรมกายกัน ทุกรูป ทุกคน "...ผมจึงขอร้องเรียนให้ คณะกรรมาธิการการศาสนา นายไพบูลย์ นิติตะวัน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ช่วยกรุณาพิจารณา ในเรื่อง มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผิด ม. ๑๑๒ ด้วย อย่าหลงในประเด็นในเรื่องนี้ด้วยครับ มิใช่จะ ปล่อยให้ประชาชน ตนใด ตนหนึ่ง ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ติดคุกติดตะรางกันฝ่ายเดียว.........เมื่อ มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในขณะนั้น ได้มีเจตนาโดยตั้งใจ ทั้งๆที่รู้ว่า ธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย มีมลทิน (ในขณะนั้น) ตามพระลิขิต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ประธานการปกครองคณะสงฆ์ นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ บังอาจกันจริงๆ..." MThai News

'โอ๊ค' ซัดปปช.-อสส.เอียง ปมฟ้อง 'ปู' ระวังคนไทยเชียร์มวยรอง!
จำนำข้าว /  ชินวัตร / 

"พานทองแท้" ซัดปปช.-อสส.ให้ข้อมูลขัดแย้งกับความจริง ปมยื่นฟ้อง "ยิ่งลักษณ์" ทุจริตจำนำข้าว ระบุกระบวนการยุติธรรมไม่น่าเชื่อถือ ชี้ระวังคนไทยมักเชียร์ "มวยรอง"  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “Oak Panthongtae Shinawatra” กรณีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรง คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เป็นการดำเนินการที่มีข้อพิรุธเกี่ยวกับขั้นตอน หลังจากที่มีการให้สัมภาษณ์ขัดแย้งกันระหว่าง ป.ป.ช.และสำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนจะมีการแถลงในวันที่สนช.มีมติถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายพานทองแท้ ได้กล่าวอ้างเกี่ยวกับคำให่สัมภาษณ์ของนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.และนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด หัวหน้าคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับ อสส. โดยระบุว่า ถ้า ป.ป.ช.ซึ่งเปรียบเสมือน "กระดุมเม็ดแรก ในกระบวนการยุติธรรม" ที่จะต้องกลัดให้ถูกต้อง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับองค์กร หรือหน่วยงานอื่น ในการรับเรื่องไปพิจารณาคดีอย่างเที่ยงธรรม แต่กลับกลัดแบบเบี้ยวไปเบี้ยวมา ออกมาให้สัมภาษณ์ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ที่หัวหน้าคณะทำงานฯ ได้ให้ไว้โดยสิ้นเชิง ถ้าคำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศ ระดับรองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ และยังถูกหักล้างจากแถลงการณ์ของหน่วยงานของตนเอง กลับไปกลับมาแบบนี้ได้ แล้วประชาชนไทยทั้งประเทศ จะไว้ใจกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบได้อย่างไร? อย่าเอาแต่ไปฟังคนที่พูดว่า "คนทำผิดจะต้องถูกลงโทษ"เพียงอย่างเดียว ควรดูว่ากระบวนการทั้งหมด ในการพิจารณาว่าใครถูกหรือผิด โดยเฉพาะ "กระดุมเม็ดแรก" นั้น ได้มีการกลัดอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมาหรือไม่ ถ้ารู้ว่ามันบิดเบี้ยวแต่ไม่แก้ไข หรือใช้มันในการทำลายล้างผู้อื่น โดยที่คิดว่าคงไม่มีใครรู้เท่าทัน คำว่า"ปรองดอง"ที่คณะรัฐประหารอ้างเป็นเหตุผลสำคัญในการยึดอำนาจ ก็อาจไม่มีวันสำเร็จลุล่วงไปได้ อย่าลืมว่าคนไทยมักจะเชียร์ "มวยรอง" และร้อยทั้งร้อย มักจะช่วยเหลือผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง และเห็นอกเห็นใจผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเสมอ ได้โปรดพิจารณา สิ่งผมได้พูดถึงในโพสต์ที่แล้วด้วยครับ "การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ความยุติธรรมจะต้องมาก่อน" ภาพจากเฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra MThai News

'พุทธิพงษ์'ขออโหสิกรรม ลาบวช28 ก.พ.นี้
กปปส. /  พระสุเทพ / 

"บี พุทธิพงษ์" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ขออโหสิกรรมเพื่อลาบวช ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ที่วัดพระราม 9 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำกปปส.โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คชื่อ "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี)" ระบุถึงกำหนดการอุปสมบทในวันที่ 28 ก.พ.นี้ พร้อมกับกล่าวขออโหสิกรรม โดยข้อความระบุว่า "กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินต่อท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งรู้และไม่รู้ ขอท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วย การอุปสมบทครั้งนี้ หากมีกุศลผลบุญเกิดขึ้น ขอให้จงมีแด่ทุกท่านและครอบครัวด้วยเทอญ อุปสมบทวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ณ.วัดพระราม 9 เวลา 09.00 โมง ปลงผม 12.59 อุปสมบท ท่านใดสะดวกเชิญมาร่วมบุญกันนะครับ" ซึ่งก่อนหน้านี้นายพุทธิพงษ์ ยังได้เดินทางไปที่สวนโมกข์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปกราบลาบวชกับพระสุเทพ ปภากโร อีกด้วย ภาพจากเฟซบุ๊ค พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี) MThai News