เฟซบุ๊ค

รวมมิตร ดราม่าทะเลไทย พร้อมภาพทะเลสยามเมื่อราว 80 ปีที่แล้ว
ทะเลสยาม /  ทะเลไทย / 

จนกลายเป็นประเด็นดราม่าเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติของชาวท้องถิ่น และชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม พร้อมแชร์ภาพเปรียบเทียบ ท้องทะเลไทยในหลายพื้นที่ปัจจุบันกับอดีต ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังจากการแชร์ภาพท้องทะเลไทย ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวนานาประเทศ เดินทางมาท่องเที่ยวจนกระทั่งล้นหาด ก่อนหน้านี้มีการแชร์ภาพ ความแตกต่างระหว่างเกาะพีพีในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากอดีตแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คือภาพที่ปรากฏในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงอาคาร บ้านเรือนที่เข้ามาก่อสร้างบริเวณพื้นที่ทางธรรมชาติจนแทบจะหาความสวยงามดังเช่นในอดีตไม่ได้ แต่ประเด็นดราม่าเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เนื่องจาก ได้มีผู้แชร์ภาพท้องทะเล และชา่ยหาด ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เช่นกัน เห็นได้จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ 'Niruth Darid Bannob ' เผยแพร่รูปภาพนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ เดินทางมาเที่ยวชมท้องทะเลในประเทศไทยอย่างล้นหลาม จนชายหาดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พร้อมระบุข้อความว่า 'เคยได้ยิน คนใหญ่คนโตในกระบี่ หลายคนบอกว่าจุดขายของกระบี่คือ #ความสงบ #ความสวยงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ แต่สิ่งที่หลายๆ ท่าน (พยายาม)ทำ มันสวนทาง จะรีบให้กระบี่ "โต" ไปไหน ถ้า #โตเร็วไป #ความยั่งยืนไม่มี ท้ายที่สุดเมื่อผู้มาเยือนเหล่านี้จากไป คนท้องถิ่นจะอยู่กับธรรมชาติที่มันโดนย่ำจนเสียไปแล้วได้ไหม #รายได้จากการท่องเที่ยวมากมายมหาศาล ก็ซื้อธรรมชาติคืนมาไม่ได้ .....อ่าวมาหยา พีพีเล ต้นเดือนมีนาคม...วันธรรมดาๆ ไม่ใช่เทศกาลอะไร....!! Overcrowded tourists on Maya Bay....You really don't know how much it hurts locals.' จากข้อความดังกล่าว ที่พูดถึงเรื่องความกังวลที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติของทะเลไทย ที่ตรงใจผู้ที่มีใจอนุรักษ์เช่นกัน จึงได้แชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ในเชิงไม่พอใจ และรู้สึกไม่สบายในกับภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แน่นอนหากเกิดกรณีเช่นนี้ว่าจะต้องเกิดการแตกเสียง ระหว่างผู้ที่ต้องความเจริญก้าวหน้า หรือผู้ที่มีผลประโยชน์ต่างๆที่ซับซ้อนในพื้นที่ และผู้ที่ต้องการรักษาไว้ซึ่งความงดงามตามธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้โลกออนไลน์บางส่วนยังได้แชร์บทความของสื่อต่างประเทศ ที่พูดถึงความสวยงามของท้องทะเลไทยในอดีต ครั้งที่ยังคงใช้ชื่อประเทศว่า 'ประเทศสยาม' ที่ทั้งมีความงดงามและเงียบสงบ รวมถึงเปี่ยมล้มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติมากมาก พร้อมทั้งบรรยายแสดงถึงความเสียดาย เนื่องจากเรามีทะเลที่เปี่ยมไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้น ถูกทำลายลงด้วยความเจริญก้าวหน้าของยุคสมัยเข้ามาแทนที่ แต่กระนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากหรือน้อยไม่สำคัญ เพราะตราบใดที่ไทยเอง ซึ่งเป็นประเทศที่เลื่องชื่อในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะท้องทะเลที่มีความสวยงาม และเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้เดินทางมาชื่นชมความสวยงามนี้เอง เราชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าบ้าน ก็ควรจะให้การต้อนรับที่ดีต่อชาวต่างชาติต่อไป แต่สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงนั่นก็คือเมื่อเราเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใด เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือไม่ สิ่งที่วำคัญ และควรจะรณรงค์ หรือหามาตรการให้เกิดขึ้น และถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด คือการให้เกียรติ เคารพ และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องที่นั้นๆ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น และอาจจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศได้เลยทีเดียว MThai News ที่มา turiskop.com

อึ้งทั้งเมือง !! น้องเมสสาวห่มสไบ แท้จริงแล้วเธอเป็น...?
ชุดไทย /  น้องเมส / 

หลังจากเกิดกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ทำให้ น้องเมส สาวห่มสไบ สามารถปลุกกระแสนิยมชาติประจำชาติให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง หลังจากการก้าวเข้ามาอยู่ในกระแสอันร้อนแรง จนกระทั่งโด่งดังแบบชั่วข้ามวัน 'น้องเมส' หรือผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ 'Mezs Mussamont' สาวสวยที่ออกมาห่มสไบ ในที่สาธารณะ จนกระทั่งเกิดกระแสนิยมชุดประจำชาติ หลังจากทีมข่าวเอ็มไทยได้นำเสนอข่าวของเธอออกไป มีผู้เผยแพร่ต่อออกไปกว่า 51,000 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 3 วัน ล่าสุดเธอได้ออกมาเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งพร้อมทั้งประกาศตัวว่าเป็น 'สาวประเภทสอง' เธอเปิดในผ่านสื่อว่า พื้นเพแล้วเธอเป็นคนภาคเหนือ ทั้งคุณยายยังชื่นชอบที่จะพาเธอติดตามไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ เมื่อได้ลองสวมใส่ชุดไทยแล้ว รู้สึกว่ามีความสวยงาม จึงชื่นชอบ และลองนำมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้เธอยังรู้สึกว่า ไม่อยากให้การสวมใส่ชุดประจำชาติเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับสังคมไทย จึงเรียกร้องให้สาวๆใส่ชุดไทยออกมาในที่สาธารณะแบบไม่ต้องเขินอาย ล่าสุดวานนี้ เธอได้ออกเผยแพร่ข้อความที่สร้างความตื่นตะลึงอีกครั้ง โดยมีรายละเอียดว่า 'หลังจากเปิดใจในแฉแต่เช้าเสร็จ ช่วงบ่าย หญิงเมสขอไปทำตามความฝันอย่างหนึ่ง หญิงเมสจะไปกรอกสมัครเป็นผู้เข้าประกวด Miss Tiffany Universe 2015 ที่ Central world ตอนบ่ายโมง เพื่อทำให้สังคมรับรู้ว่า สาวประเภทสองก็สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมได้ อยากให้เพื่อนๆทุกคนที่ติดตามหญิงเมสมาตลอด ไปให้กำลังใจด้วยนะคะ ทั้งวันพรุ่งนี้ และวันที่25 มีนาคม ณ โถงลิฟท์แก้ว ชั้น1 สื่อไหนอยากจะสอบถาม ขอคิว ติดต่อ เชิญพรุ่งนี้บ่ายโมงนะคะ ขอบคุณมากค่ะ' เมื่อทราบเช่นนั้น บรรดาผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ได้ออกมาแสดงความเห็นในเชิง ประหลาดใจ งานนี้ชาวเน็ตได้ร้องระงมเป็นเสียงเดียวกัน คือ 'คุณหลอกดาว' และไม่ทราบว่าเรดาร์ของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่รายไหนได้พังไปแล้วบ้าง แต่เอาเป็นว่าขอเป็นกำลังใจให้น้องเมสในการประกวดครั้งนี้ด้วยละกันนะคะ MThai News ที่มา Mezs Mussamont

ถึงกับช็อค! สาวเจอแท็กซี่หื่น ช่วยตัวเองโชว์ กลางวันแสกๆ
ช่วยตัวเอง /  แท็กซี่ / 

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดช็อค สาวเจอโชเฟอร์แท็กซี่หื่น ช่วยตัวเองโชว์ กลางวันแสกๆ แถมตำรวจบอกแจ้งความไม่ได้  วันนี้ (20 มี.ค.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความของสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Aii ..... ที่มีการโพสต์เรื่องราวเตือนภัยไปที่ แฟนเพจเรารักด่านตรวจว่า ได้ใช้บริการแท็กซี่คันหนึ่งและพบว่าโชเฟอร์กำลังช่วยตัวเองขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถ เธอตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่สามารถแจ้งความได้เนื่องจาก โชเฟอร์ไม่ได้ล่วงเกินผู้โดยสาร ข้อความระบุดังนี้ "...วันนี้เจอเรื่องช็อคโลก นั่งแท็กซี่ มช... จากบ้านมาที่ประตูน้ำ อยู่ๆแท็กซี่ก็เอาที่บังแดดฝั่งที่เขาขับลงมา แล้วก็หันมาทางเรา ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร สักพักแท็กซี่ปลดเข็มขัด แต่ทำแบบแอบๆ ขับรถไปสักพักเขาก็เริ่มช่วยตัวเอง จะลงก็ลงไม่ได้ สุดท้ายโทรหาตำรวจ พอรถติดนี่รีบลงรถเลย ป.ล. พี่ตำรวจบอกว่า แจ้งความไม่ได้นะคะ เพราะว่าเขาช่วยตัวเอง ไม่ได้ล่วงเกินเรา ตกใจเว่อร์ชั่น 100  ขอบอกเลยว่าแท็กซี่อันตรายสุดๆ กลางวันแท้ๆ..." ภายหลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้หญิงสาวจะไม่ถูกล่วงเกิน แต่จะไม่สามารถเอาผิดโชเฟอร์ได้เลยหรือ MThai News

ชาวบ้านแต่งชมพู! เผาศพเด็กผู้คอตายสั่งเสียใน จม.
ข่าวล่าสุด /  งานศพ / 

ชาวบ้าน อ.เวียงสระ สุราษฏร์ธานี พร้อมใจแต่งสีชมพู ร่วมเผาศพเด็กชายผูกคอตาย หลังเขียนจดหมายสั่งเสีย ให้ญาติช่วยจัดงานศพธีมสีชมพู จากกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ใน อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ผูกคอตายภายในบ้านพัก พร้อมกับทิ้งจดหมายลาสั่งเสียเอาไว้ 8 แผ่น เนื้อหาในจดหมายได้เขียนถึงเพื่อนๆ และเขียนสั่งเสียให้ญาติๆ จัดงานศพโดยใช้โลงศพสีชมพู ดอกไม้สีชมพู-แดง ผ้าปูโต๊ะสีชมพู-แดง ผ้าขอบเต็นท์สีชมพู เก้าอี้สีแดง คนที่มาในงานศพให้สวมเสื้อผ้าสีชมพู ส่วนรูปหน้าศพอยู่ในเฟซบุ๊ค และให้เผาศพที่วัดบ้านส้อง วันที่ 23 มี.ค.58 ช่วงบ่าย ณ วัดบ้านส้อง ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ เด็กชายวัย 13 ปี โดยมีญาติพี่น้อง กลุ่มชาวบ้านและเพื่อนนักเรียนเข้าร่วมพิธีและไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับเด็กชายท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า โดยทุกคนต่างสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีชมพูให้เกียรติผู้เสียชีวิต ตามที่ได้สั่งเสียเอาไว้ในจดหมาย นอกจากนี้ ยังมีการจัดสงดอกไม้จันทน์ สีชมพูสด จำนวน 1 กล่อง ส่งมอบให้ในพิธีฌาปนกิจศพเด็กชายในครั้งนี้ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้บอกเป็นของนางจุทุมพร ปัญญมาศิริ จาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ระบุข้อความว่า... "ได้เห็นข่าวแล้วรู้สึกสงสาร จึงจัดทำดอกไม้จันทน์ชุดนี้ส่งมาให้โดยเฉพาะ ขอให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างแก่เด็กๆ ให้นึกถึงคนข้างหลังที่รักและเป็นห่วง อย่าได้ทำพฤติกรรมเลียนแบบเช่นนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี" ขอบคุณภาพจาก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand MThai News

ทศวรรษ ดาวเตะโชคร้าย ยิ้มสู้เชื่อมั่นเพื่อนร่วมทีมทำงานแทนตนได้
ช้างศึกลูกกรอก /  ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย อายุไม่เกิน 22 ปี / 

เจ้าปิง ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร กองกลางจอมแกร่ง สุดช็อกพลาดสวมเสื้อ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ยู 23 ลงรับใช้ชาติ เหตุหลุดโผแบบฟ้าผ่า เกิดเรื่องไม่น่าเกิดอีกครั้งกับวงการฟุตบอลไทย เมื่อ เอเอฟซี แจ้งทีมงาน ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ว่า เจ้าปิง ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร และทริสตอง สมชาย โด ไม่สามารถลงเล่นศึกยู 23 ชิงแชมป์เอเชียได้ เนื่องจากมีปัญหาทางเทคนิค หลังจากมีการส่งชื่อ 23 คนสุดท้าย โดย เจ้าปิง ทศวรรษ ดาวเตะตัวหลัก สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีก ได้ออกมาเปิดเผยหลังทราบข่าวว่า ตอนที่รู้ข่าวผมก็รู้สึกช็อคมาก แต่เมื่อตั้งสติได้ก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เราเสียใจ เสียดายได้ แต่อย่าเสียความรู้สึก เพราะอย่างไรเชื่อว่าเพื่อนร่วมทีมจะทำหน้าที่แทนเราได้ "ผมเชื่อว่าเพื่อนร่วมทีมที่เหลืออยู่จะช่วยกันทำหน้าที่แทนผมได้ ผมมั่นใจในตัวพวกเขา ส่วนตัวผมถึงจะเสียดาย แต่ก็พร้อมที่จะสู้ต่อไป ยังมีโอกาสอีกเสมอ ที่ผ่านมาผมก็ถือว่าผมได้อะไรจากทีมชาติมาเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของฝีเท้าที่ดีขึ้น ต้องขอบคุณพี่โก้ ที่ให้โอกาส" ขอบคุณภาพจาก : แฟนเพจเฟซบุ๊ค บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

Five Nights At Freddy's - 3 หนุ่ม 3 มุม ทูไนท์ #1 By Mr.TonyJukKaDuei
คลิปวีดีโอ /  ตลก / 

เรามากรีดร้องไปด้วยกัน เรามาหลอนไปด้วยกัน กับเกม Five Nights At Freddy's คืนที่ 1 ปล. คืนที่ 2 ในพาร์ทนี้เล่นไม่รอดครับ คืนที่ 2 รอพาร์ทหน้านะครับ อยากเล่นเกมนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.indiedb.com/games/five-nights-at-freddys/downloads/five-nights-at-freddys-demo-113 ติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊คของผมได้ที่ https://www.facebook.com/MrTonyJukKaDuei?ref=hl ถ้าชอบผม รักผม อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และสับตะไคร้กันเยอะๆ นะครัช ^^

นางแบบชื่อดัง ร้องปอท. หลังถูกปล่อยคลิปฉาว
ถูกปล่อยคลิป /  ปล่อยคลิปฉาว / 

นางแบบชื่อดัง พร้อมทนาย เข้าร้อง ปอท. หลังเลิกกับสามี ถูกปล่อยคลิปฉาวในยูทูบทำลายชื่อเสียง น.ส.สตาซ่า หรือ แอ๊ป อายุ 35 ปี อดีตนักร้อง นางแบบชื่อดัง พร้อม นายเมธี สมบัติ ทนายความ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังถูกหญิงสาวรายหนึ่งส่งคลิปฉาวผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือเฟซบุ๊ค และข่มขู่ว่ายังมีอีกหลายคลิปเพื่อใช้ทำลายชื่อเสียงได้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ โดย น.ส.สตาซ่า กล่าวว่า หลังจากที่เลิกรากับแฟนหนุ่มชาวรัสเซีย จนมีคดีความและแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) มีหญิงสาว (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ส่งข้อความเป็นลิงค์ของเว็บไซต์ยูทูบที่ถูกอัพโหลดตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. มาทางเฟซบุ๊คส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า "ยังมีอีกหลายคลิปที่สามารถทำลายคุณได้" เมื่อเปิดเข้าไปดูพบว่าในคลิปดังกล่าวปรากฏร่างของตนสภาพสวมเสื้อยืด และกางเกงชั้นในตัวเดียว นอนเมาสุราไม่ได้สติอยู่บนพื้นห้อง ก่อนถูกถ่ายคลิปวิดีโอแบล็คเมล์ไว้ และหลังจากนั้นมาตนมักจะถูกข่มขู่ด้วยคลิปดังกล่าวมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินการตรวจสอบ หาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เฉลยแล้ว!! ทำไมเถ้ากระดูก เด็กชายผูกคอตาย ถึงเป็นสีชมพู
กระดูก /  กระดูกสีชมพู / 

อาจารย์เจษฎาโพสต์เฟซบุ๊คชี้แจง ทำไมเถ้ากระดูก เด็กชายผูกคอตาย ถึงเป็นสีชมพู  วันนี้ (25มี.ค.) จากกรณีที่เด็กชายวัย 13 ปี ผูกคอตาย ในบ้านหลังหนึ่ง ที่ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี แล้วได้เขียนจดหมายสั่งลาให้จัดงานศพในโทนสีชมพู หลังจากฌาปนกิจศพเด็กชายดังกล่าวเสร็จ บรรดาญาติต่างพากันประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อเข้าไปเก็บเถ้ากระดูกเพื่อไปทำบุญ แล้วพบว่ากระดูกกลายเป็นสีชมพู จึงมีการถ่ายภาพและโพสต์ลงในเฟซบุ๊ค จนมีการแชร์ภาพต่อกัน และแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ล่าสุด อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ข่าวเผาศพเด็กชายแล้วพบว่ากระดูกที่เผาบางชิ้นนั้นมีสีชมพูปนด้วย ซึ่งหลายคนอึ้งแล้วคิดว่าเป็นปาฏิหาริย์ สำหรับพวกเราชาวบ้านคงเห็นเป็นของแปลก แต่ถ้าถามพวกสัปเหร่อ เชื่อว่าเขาต้องเห็นมาเยอะแล้ว ลองเสิร์ชกูเกิ้ลด้วยคำว่า pink burnt bone after cremation จะเห็นสัปเหร่อฝรั่งก็รู้ว่าสีชมพูนี้มาจากธาตุโลหะพวกทองแดง สำหรับสีชมพูของกระดูกหลังเผานั้น ทางการแพทย์อธิบายว่า เกิดจากการมีธาตุทองแดงอยู่ด้วยตอนเผา ถ้าสีเขียว จะมาจากธาตุเหล็ก ถ้าสีเหลือง จะมาจากธาตุสังกะสี ถ้าขาวมาก แสดงว่าใช้ไฟแรงและนาน ธาตุโลหะพวกนี้มาได้ทั้งจากการสะสมในร่างกายมาก่อนตาย เช่น อาหารที่กิน น้ำที่ดื่ม จากสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้าเคยฝังมาก่อน ก็อาจมาจากสารโลหะปนเปื้อนบริเวณนั้น หรือวัสดุที่ใช้กับร่างกาย เช่น ที่อุดฟัน รวมทั้งจากวัตถุภายนอกที่อาจมีคนใส่เข้าไปเผาร่วมด้วย MThai News  ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์ อ่านข้อความฉบับเต็มได้ที่ Jessada Denduangboripant

ฝนตกหนัก! อุโมงค์ยักษ์ แก้ปัญหาได้จริง ?
น้ำท่วม /  บางซื่อ / 

เรื่องของ ฝนฟ้าเรียกว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อฝนถล่มมาทีไร ก็ต้องมาดูว่า มีการจัดการกับระบบระบายน้ำอย่างไร ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังจนชาวบ้านเดือดร้อน ถึงคราวสัปดาห์นี้ฝนถล่มกรุงเพียงวันเดียว ทำน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของกทม. บนถนนหลายสายมีน้ำขังและน้ำรอระบาย กลายเป็นเหตุการณ์ประจำปี พร้อมกับมีข้อความตามหาคนหาย คุณชาย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ทำอะไรอยู่ เพื่อแสดงถึง ความรับผิดชอบ  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โร่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว ยืนยัน ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ย้ำ จะทำงานให้เต็มที่ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด สิ่งเหล่านี้ถ้าเป็นข้อบกพร่องขอยอมรับ เพราะไม่คาดคิดคิดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากจนให้การระบายทำไม่ทัน ปัญหา ที่เกิดขึ้น สร้างความเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะน้ำท่วมขัง รถติดกันสนั่นเมือง ประเด็นที่ถูกย้อนถามถึง เรื่อง "อุโมงค์ยักษ์" ฮีโร่ที่จะมาจัดการ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. จากที่เคยก่อสร้างไป วันนี้คืบหน้าไปถึงไหน เหตุใดจึงยังเกิดน้ำท่วมแบบซ้ำซาก อุโมงค์ยักษ์ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกทม. มีการทำพิธีเปิดไปแล้วในบางจุด ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อเป็นทางผันน้ำออกสู่ทะเล ใช้งบประมาณเงินลงทุนมหาศาล  ทั้งยังเป็นนโยบายในการหาเสียง เลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งก่อน เลือกเบอร์ 16 จะสร้างอุโมงค์ยักษ์เพิ่ม ปกป้องกทม.ไม่ให้น้ำท่วม อุโมงค์ยักษ์พระราม9-รามคำแหง  เป็นอุโมงค์ระบายน้ำแห่งแรกในโครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ สามารถระบายน้ำได้ปริมาณมากกว่า 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 5 เมตร ระยะทางยาว 5 กิโลเมตร  แก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่ ลาดพร้าว วังทองหลาง บางกะปิ ห้วยขวางและสะพานสูง แต่จากปัญหาที่พบคือ ขยะมากถึงวันละ 10 ตัน อุดตัน เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ เพราะไปขวางทางเครื่องสูบน้ำ ผ่านมา 4 ปี มาดูความคืบหน้าของอุโมงยักษ์แห่งที่สอง ขณะนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ใต้คลองบางซื่อ ระบายน้ำจากคลองลาดพร้าวไปแม่น้ำเจ้าพระยา มีความยาวตลอดเส้นทาง 6.4 กิโลเมตร  คาดแล้วเสร็จตามเป้าหมายในปี 2559  นอกจากนี้ กทม.ยังมีแผนก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์แห่งที่ 3 อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน งบประมาณกว่า 5,900 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกวดราคา เริ่มดำเนินการก่อสร้างปลายปี 2558 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 ต้อง ยอมรับว่า ปัจจุบัน กทม.เป็นที่ราบลุ่ม ที่มีแนวโน้มทรุดลงทุกปี ตึกรามบ้านช่องแออัด คลองระบายน้ำก็ถูกบุกรุก ฝนตกหนักไม่ถึงวัน ก็กลายเป็นคลองย่อมๆ  เป็นปัญหาโลกแตกมาทุกยุคทุกสมัย ประสิทธิภาพของ อุโมงค์ยักษ์ จะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่โดยตรงคือผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุด เมื่ออุโมงค์ยักษ์ได้ผลจริง ก็เป็นผลดี แต่หากอุโมงค์ยักษ์ไม่ทำงาน  มีอุปสรรคทำให้ลำเลียงน้ำมาระบายน้ำไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพชรพิริยะ MThai News

ฟังชัดๆ [คลิป] ฟาสท์ 7 โดนแบน เลื่อนฉายไม่มีกำหนด
Fast & Furious 7 /  จาพนม / 

** อัพเดต ในวันศุกร์ ที่ 27 เมษายน เวลา 15.00 น. ทางฝั่งสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จะออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และ ตั้งแต่มีข่าวออกมาว่าจะฟ้องจา จนทำให้หนังไม่ได้ฉาย แฟนเพจของ สหมงคลฟิล์ม ก็มีคนเข้าไปต่อว่าเพียบ ส่วนทาง UIP ค่ายจัดจำหน่าย หนังฟาสท์ 7 ในไทย ยังมิได้ออกมาแถลงใดๆ ว่าจะงดฉายหรือไม่ ###### วันนี้ (27 มี.ค. 58) เวลา 15.00 น. ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่านร่วมงานแถลงข่าวกรณีฟ้องจา พนม จึงมีผลให้ระงับการฉาย fast 7 ในไทยชั่วคราว ที่สำนักกฎหมายอรุณอัมรินทร์ ถนนรัชดาภิเษก 32 แยก7- 8 โดยทางกฎหมาย ทนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ###### 16.00 น. สรุปสั้นๆว่า หนัง Fast & Furious 7 เลื่อนกำหนดการเข้าฉายในไทยออกไป อย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีการเจรจาพูดคุยกัน จากอีกฝั่ง (จา พนม, UIP ผู้จัดจำหน่าย หนังฟาสท์ 7) - หนัง ที่มี จา พนม เรื่องอื่นๆ มีโอกาสถูกฟ้องเช่นกัน นั่นคือ Skin Trade และ หนังฮ่องกง SPL ll -ถ้าอยากดูหนัง ก็เอาใจช่วยให้ ทั้งสองหน้ามาเจรจากันไวไวเถอะครับ เพิ่มคลิปการแถลงของทางทนาย แถลงปม เสี่ยเจียง ฟ้อง จา พนม และ หนัง Fast & Furious 7 ด้านล่างอีกหนึ่งคลิปเต็มๆ คลิกไปดูนาทีที่ 41.01 ครับ ---------- ช่วงเย็นของ วันที่ 26 มีนาคม 58 คงจะได้เห็นกันว่า มีข่าวไหลมาตามฟีดทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ว่า ศาลสั่งห้ามฉาย Fast & Furious 7 เนื่องจากปัญหาระหว่าง จา พนม และ เสี่ยเจียง เหตุที่ภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious 7 มีการสั่งระงับฉาย เหตุเพราะศาลแพ่ง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เนื่องมาจาก "เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ" ได้เข้ายื่นฟ้อง อดีตนักแสดงบู๊ ในสังกัด "จา พนม" ฐานละเมิดผิดสัญญา (ไปเล่นหนังให้กับที่อื่น ทั้งที่ยังติดสัญญา) โดยทางศาลนัดไกล่เกลี่ย 15 เมษายน 2558 ซึ่งหนังเอง ใกล้จะถึงวันฉายอยู่แล้ว ในบ้านเรา 1 เมษายน ซึ่งอาจส่งผลให้ หนังไม่ได้ฉาย หรือฉายล่าช้าออกไป แฟนหนังที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าไปแล้ว เอามือก่ายหน้าผากกันเลยทีเดียว ---------------------- งานนี้ อย่าเพิ่งออกตัวแรก รอฝุ่นหายตลบ แล้วเดี๋ยวมาดูหนังกันนะ ตั๋วล่วงหน้าในมือมันสั่นดิ๊กดิ๊กแล้ววววว

ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ อีกมุมของชุดไทยแท้ๆ
ชุดประจำชาติ /  ชุดไทย / 

ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ อีกมุมของชุดไทยแท้ๆ จากกรณีที่บนโลกออนไลน์กำลังแห่แชร์ภาพใส่ชุดไทยในชีวิตประจำวันและได้มีการรณรงค์ให้มีวันชุดประจำชาติเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ล่าสุดที่เฟซบุ๊คของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี นักเขียนเจ้าของนามปากกา สิงห์สนามหลวงและศิลปินแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความอีกมุมของชุดไทยแท้ๆ โดยเป็นภาพสาวนุ่งผ้าผืนเดียว บางคนก็เปลือยอก โดยระบุว่า "ชุดไทยประจำชาติ" อยากชวนพวกเธอไปเดินหน้าทำเนียบและกระทรวงวัฒนธรรม ภาพถ่ายขนาด 1 X 2 นิ้ว แถมอยู่ในซองยากาแร็ต ( สมัยนี้เรียกว่า ยาสูบ หรือ บุหรี่ ) เมื่อประมาณ 80 - 90 ปีก่อน ชุดที่ปรากฏนี้เป็นชุดภาพหญิงชาวบ้านในสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ทราบชื่อผู้ถ่าย เคยนำบางส่วนมาเป็นปกนิตยสาร "บานไม่รู้โรย" รายเดือน ปีที่ 1ฉบับที่ 4 : พฤษภาคม พ.ศ.2528 ภาพถ่ายในซองยากาแร็ตเหล่านี้ สมัยวัยเด็กของผมจะเรียกภาพชุดต่างๆที่แถมมาในซองยาสูบเหล่านี้ว่า "รูปจริง" ภาพชุดนี้เป็นของคุณดำรง พิกุล บรรณาธิการนิตยสาร "บานไม่รู้โรย" รายเดือนเคยยืมมาถ่ายเป็นภาพปกเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2528 อย่างไรก็ตามชาวสังคมออนไลน์บางส่วนชี้ว่าชุดไทยที่เห็นใส่อยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ชุดที่คนทั่วไปใส่ แต่เป็นชุดที่นิยมใส่ในกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น ซึ่งชุดราชปะแตน รวมถึง ชุดไทย ร.5 แบบแขนยาวคอตั้ง (หมูแฮม) เป็นชุดที่ได้อิทธิพลมาจากฝั่งตะวันตก ส่วนชุดไทยสวยงามต่างๆนั้นก็ไม่ใช่ชุดไทยจริงๆแต่เป็นชุดสำหรับการแสดงเท่านั้น MThai News

'อีกมุมหนึ่งของดาบยักษ์' มือยิงหนุ่มบิ๊กไบค์ ที่กำลังเป็นประเด็นเดือด
Thailand Police Story /  ดาบยักษ์ / 

แชร์ว่อนเน็ต !! หลังเพจเรื่องราวตำรวจไทย หรือ Thailand Police Story เผยภาพอีกมุมหนึ่งของดาบยักษ์ กำลังช่วยเหลือหญิงชราป่วยเป็นโรคหัวใจ ด้วยการแบกเธอไว้ที่หลัง วานนี้ (20 มี.ค.) เพจจากเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค ชื่อ 'Thailand Police Story' เผยแพร่รูปภาพ และข้อความ แสดงตัวตนอีกแง่มุมของ 'ด.ต. สุพรรณ ขำนิจ' เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่าน หรือ ดาบยักษ์ ที่ใช้อาวุธปืนยิง นายนเรศ โรจน์บุนส่งศรี วัย 40 ปี ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ที่ฝ่าด่านตรวจหนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จนกระทั่งเสียชีวิต เป็นเหตุให้ เกิดกระแสสังคม ที่ออกมาประณามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่อันเกินกว่าเหตุ จนเป็นผลให้ประชาชนต้องมาสังเวยชีวิตดังกล่าว ทั้งยังดื่มสุราจนเมาขาดสติ ขับรถพุ่งชนท้ายรถกระบะในอีก 2 วันต่อมา ทั้งนี้รูปภาพดังกล่าว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ 'ดาบยักษ์' กำลังหญิงวัยชราที่ป่วยด้วยโรคหัวใจเพื่อช่วยชีวิต พร้อมทั้งระบุข้อความประกอบภาพว่า 'แม้วินาทีนี้คนภายนอกจะมอง ด.ต.สุพรรณ ชำนิต (สภ.หนองขาม) เป็นเหมือนผู้ร้ายก็ตาม แต่เพื่อนๆเท่านั้นที่รู้ว่าดาบยักษ์เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาด โดยบันดาลโทสะถูกบิ๊กไบค์เฉี่ยวในด่าน  วินาทีนั้นไม่มีใครคิดเลยว่าจะยิงถูก เนื่องจากเป้าหมายรถเลยไปไกลแล้ว ซึ่งตรงกับคำวินิจฉัยของแพทย์คือถูกยิงจากระยะไกล ถัดมาอีก 2 วัน ดาบยักษ์เครียดทำใจไม่ได้ดื่มเหล้าจนขี่รถไปชนท้ายกับรถยนต์ที่บางแสน ฝากไว้กับภาพนี้ครับ ดาบยักษ์แบกหญิงชราที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แม้ว่าวันนี้เค้าจะเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลายคน แต่ยังมีอีกหลายมุมที่ยังไม่มีใครเข้าใจครับ' หลังจากการแชร์ภาพดังกล่าวออกไป ชาวโลกออนไลน์จำนวนมาก ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งบางฝ่ายได้เรียกร้องให้สังคมมองดาบยักษ์หลายๆด้าน และจะเห็นได้ว่า หนึ่งในข้อดีคือดาบยักษ์เป็นผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ส่วนอีกมุมหนึ่งกลับมองว่า การที่เขาได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถฆ่าใครได้ เนื่องจากความดีและความชั้ว ไม่สามารถนำมาหักล้างกันได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับ ด.ต. สุพรรณ ขำนิจ  ขณะนี้ดาบยักษ์ได้เดินทางเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา MThai News ที่มา Thailand Police Story

คนขับยัน ไม่ได้ทิ้งนทท.ต่างชาติ ขู่ฟ้องผู้โพสต์บิดเบือน
ทางด่วน /  ปล่อยผู้โดยสาร / 

พนักงานขับรถตู้ยัน ไม่ได้ทิ้งผู้โดยสารต่างชาติ เตรียมฟ้องกลับผู้ที่โพสต์บิดเบือนข้อเท็จจริง วันนี้ (23มี.ค.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งที่ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกแท็กซี่ปล่อยลงบนทางด่วน เป็นเหตุให้ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำตัว นายบุญมี รักแดง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถตู้โดยสารคันดังกล่าวมาชี้แจง ซึ่งนายบุญมี ยืนยันว่า ไม่ได้ทิ้งผู้โดยสารอย่างที่เป็นข่าว แต่นักท่องเที่ยวเป็นคนขอลงจากรถเอง โดยก่อนหน้านี้ได้รับว่าจ้างจากชาวกัมพูชาเป็นเงิน 2,000 บาท ให้นำผู้โดยสารชาวต่างชาติจำนวน 13 คน จากตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว มาส่งที่ ถ.ข้าวสาร แต่เมื่อมาถึงบริเวณด่านเก็บเงิน ชาวต่างชาติบอกให้ตนหยุดรถ เนื่องจากสื่อสารไม่เข้าใจ ตนคิดว่าอีกฝ่ายต้องการเข้าห้องน้ำ แต่ปรากฎว่าพวกเขาได้ยกกระเป๋าลงจากรถทันที ตนไม่สามารถห้ามได้ ทั้งนี้เตรียมจะฟ้องกลับผู้ที่โพสต์บิดเบือนข้อเท็จจริง ในข้อหาหมิ่นประมาทอีกด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ เรื่องเล่าเช้านี้

ล้ำเว่อร์ ! เด็กไทยยุคใหม่ ซิ่งบิ๊กไบค์ไปโรงเรียน
ขับบิ๊กไบค์ /  ขี่บิ๊กไบค์ / 

โลกออนไลน์ฮือฮา ภาพเด็กนักเรียน ซิ่งบิ๊กไบค์ไปโรงเรียน  วันนี้ (26มี.ค.) กลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังแฟนเพจเฟซบุ๊ค เรื่องจริงยิ่งกว่านี้อีก ได้มีการโพสต์ภาพเด็กนักเรียนหลายกลุ่มกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ พร้อมระบุคำบรรยายภาพว่า "...รถเด็กนักเรียนไทยยุคนี้เจ๋งจริงๆ สมัยผมเป็นนักเรียน มีจักรยานปั่นไปเรียนก็เจ๋งแล้ว ถ้ามอเตอร์ไซค์ก็ฮอนด้าดรีม กับเวฟ100 นี้แรงที่สุดแล้ว..." ชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นภาพต่างพากันแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเหมือนกัน ที่เด็กนักเรียนมีรถราคาแพงขับขี่ไปโรงเรียน แต่ก็อยากจะฝากให้เด็กๆ มีความระมัดระวังเรื่องการขับขี่ให้มาก และต้องรู้วิธีใช้งานที่ถูกต้อง จะได้ไม่สร้างความเสียหายต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง ทั้งนี้สำหรับอายุของผู้ที่ประสงค์จะขอรับใบขับขี่ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1) ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ 2) ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ 3) ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ 4) ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ 5) ใบขับขี่รถบดถนน ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ และใบขับขี่รถชนิดอื่น ตามมาตรา 43 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์  MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ เรื่องจริงยิ่งกว่านี้อีก,กรมการขนส่งทางบก

พลังโซเชียล! ฮานอยระงับตัดต้นไม้6พันต้น หลังถูกค้านผ่านFB
700 ต้น หลังถูกค้านผ่านเฟซบุ๊ค /  ฮานอย สั่งระงับการตัดต้นไม้ 6

ฮานอย สั่งระงับการตัดต้นไม้ 6,700 ต้น หลังถูกค้านผ่านเฟซบุ๊ค  สำนักงานเทศมนตรีกรุงฮานอย สั่งระงับการตัดต้นไม้ 6,700 ต้น บนถนนสายต่างๆ ทั่วเมืองหลวงแห่งนี้ออกไปก่อน หลังจากมีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกว่า 40,000 คนลงชื่อคัดค้านผ่านทางเฟซบุ๊ค เพราะต้นไม้เหล่านั้นเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า 100 ปี ทางรัฐบาลท้องถิ่นกรุงฮานอยได้ให้เหตุผลในการตัดต้นไม้ในครั้งนี้ว่า ต้องตัดต้นไม้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา มักมีต้นไม้โค่นทับอาคารบ้านเรือนและยานพาหนะบนท้องถนนในช่วงหน้าฝน ทั้งนี้ก่อนจะมีคำสั่งระงับตัดต้นไม้ ทางรัฐบาลท้องถิ่นได้ดำเนินการตัดต้นไม้ไปแล้ว 500 ต้น และมีการคาดเดาว่า หากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกรุงฮานอยอย่างโครงการรถไฟใต้ดินในอนาคต อาจมีการตัดต้นไม้อีกเป็นจำนวนมาก MThai News ขอบคุณภาพจาก บีบีซีไทย

สุดประทับใจ ตำรวจหนุ่มเข้าช่วย ลุงขี่จักรยานล้มข้าวสารหก
ข่าวตำรวจ /  ข้าวสารหก / 

โลกออนไลน์ชื่นชม ภาพร้อยเวรสายตรวจ เข้าช่วยลุงขี่จักรยานล้ม ข้าวสารหก วันนี้ (25มี.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความ ที่ทางแฟนเพจ Thailand Police Story ได้โพสต์ภาพสุดประทับใจ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าช่วยชราท่านหนึ่งเก็บข้าวสารที่หกเต็มพื้น ทางแฟนเพจได้ระบุคำบรรยายภาพไว้ดังนี้ "...ความสุขเล็กๆ คุณลุงขี่จักรยานล้ม ข้าวสารหกเต็มพื้น ร้อยเวรสายตรวจขับรถผ่านมาเจอพอดี ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเหตุเกิดที่ สน.ใด..." หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่อ ได้มีคนเข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นจำนวนมาก เพราะช่วงนี้มีข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างเยอะ ภาพดังกล่าวทำให้ชาวสังคมออนไลน์ แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่แหละตำรวจของประชาชน ท่านคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง "ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ สมกับคำว่า ตำรวจรับใช้ประชาชน ขอบคุณนะคะ ตำรวจดีๆของประเทศไทย ยังมีอีกมากมาย จากสมาชิกเฟซบุ๊ค Nidchpon Sweetie" MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Thailand Police Story

ไม่จบ!สื่อนอกตีข่าว ชาวเน็ตรุมด่า 'จ๋า แม็คซิม' หลังอัดคลิปด่าทัวร์จีน
จ๋า แม็คซิม /  ทัวร์จีน / 

ดราม่าข้ามชาติ สื่อจีนตีข่าว กระแสโจมตีสาวไทยอัดคลิปโวยทัวร์จีนในเกาหลีใต้ หลังจากกลายเป็นประเด็นดราม่าข้ามประเทศ เนื่องจากกรณที่ที่สาวไทยใช้ชื่อเฟซบุ๊คว่า Duangjai Phichitamphon ซึ่งเป็นเฟซบุ๊คของ 'จ๋า แม็คซิม' นางแบบชาวไทย ที่เผยแพร่คลิปวีดีโอระบายความในใจ หลังถูกทัวร์จีน แซงคิวในท่าอากาศยานแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ และได้มีผู้นำคลิปวีดีโอดังกล่าวไปขึ้นข้อความบรรยายเป็นภาษาจีนและอังกฤษ พร้อมทั้งเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วานนี้ (22 มี.ค.) สำนักข่าวเซี่ยงไฮ้อิส สื่อท้องถิ่นของประเทศจีน รายงานข่าว เกี่ยวกับกระแสการต่อต้านคลิปดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นโจมตี ซึ่งบางความคิดเห็น แสดงถึงการดูถูก เหยียดหยามมาถึงภาพรวมของประเทศ ซึ่งความคิดเห็นที่รุนแรงดังกล่าว รายงานระบุว่า มีที่มาจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากนั้นรายงานระบุว่า เมื่อมีกระแสการโจมตี ด่าทอด้วยถ้อนคำที่รุงแรงมากยิ่งขึ้น จ๋า แม็คซิม เจ้าของเฟซบุ๊คดังกล่าว ได้ตัดสินใจลบคลิปวีดีโอต้นตอของประเด็นดังกล่าวออกไปจากหน้าเฟซบุ๊คของเธอแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางรายที่อ้างว่าเป็นชาวฮ่องกงได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงสาวจ๋า ในเชิงกล่าวโจมตีชาวจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมทั้งให้กำลังใจเธอ โดยสาเหตุที่ชาวฮ่องกงมีความรู้สึกเห็นด้วยกับคลิปดังกล่าว  น่าจะมีสาเหตุมาจากบางเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า ชาวฮ่องกงต่อต้านชาวจีนอย่างเห็นได้ชัด เช่นการออกมาประท้วง การเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าราคาถุกเพื่อนำไปขายต่อยังเกาะฮ่องกงของชาวจีน ที่ทำให้เกิดปัญหาสินค้าราคาดีดสูงขึ้นนั้นเอง MThai News ที่มา shanghaiist

สุดซึ้ง คุณพ่อแปลงร่างเป็น 'เอลซ่า' เอาใจลูกสาว ขึ้นรถไฟไปงานเลี้ยง
ขึ้นรถไฟ /  พ่อใส่ชุดเอลซ่า / 

กระหึ่มออนไลน์ คุณพ่อ ชาวอังกฤษลงทุน เอาใจลูกสาว ใส่ชุดเจ้าหญิง 'เอลซ่า' ไปงานเลี้ยง โลกโซเชี่ยวกดไลท์ ยกให้เป็นคุณพ่อยอดเยี่ยมแห่งปี วานนี้ (25 มี.ค.) เพจเฟซบุ๊คชื่อ 'Frozen Indelicada' เผยแพร่เรื่องราวอันน่าประทับใจ เมื่อ 'ร็อบ ชิลลิ่งวอร์ท' คุณพ่อและศิลปินหนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ แปลงร่างเป็นตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ ชื่อดังก้องโลก อย่าง 'เอลซ่า' สวมใส่ชุดสีฟ้ายาว ปักเลื่อมระยิบระยับ พร้อมสวมวิกผมสีบลอนด์ยาว ทั้งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และมีหนวดเครารุงรัง ในขณะที่ 'รูบี้' ลูกสาวตัวน้อยของเขาสวมบทบาทเป็นมนุษย์หิมะโอลาฟ ในเรื่องผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ (Frozen)โดยทั้งสองเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพื่อร่วมงานเลี้ยงแฟนซี ซึ่งขณะนั้นมีผู้โดยสารรายอื่นๆ ถ่ายภาพของพวกเขาทั้งคู่ พร้อมเผยแพร่ลงในสื่อสังคมออนไลน์จนกลายเป็นเรื่องราวสุดฮือฮาในเวลาต่อมา ทั้งนี้เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เดลิ เมล์' ได้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวหลังจากกลายเป็นเรื่องราวโด่งดัง มีผู้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวออกไปกว่า 1.5 ล้านครั้งในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 วัน พร้อมทั้งยกย่องให้เขาเป็นสุดยอดคุณพ่อแห่งปี ด้วยทักษะในการเลี้ยงดูลูกที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามก่อหน้านั้นในวันที่ 24 มี.ค.opposingviews รายงานเรื่องราวของ 'เจสซี นาจี' อีกหนึ่งหนุ่มที่ถูกยกให้เป็น 'คุณลุงแห่งปี' เช่นเดียวกัน เนื่องจากเขาลงทุนแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง เพื่อเอาใจอิซซี่ หลานสาววัย 4 ขวบของเขาขณะที่เดินทางไปชมภาพยนตร์เรื่อง 'ซินเดอเรลล่า' ที่โรงภาพยนตร์ในฟลอเรนซ์, อลาบามา ประเทศ สหรัฐอเมริกา สร้างความประทับใจให้ผู้คนที่พบเห็น หลังจากนั้นภาพของเขาไปปรากฏอยู่ในเว็บไซต์แหล่งรวมรูปภาพ 'เรดดิท' จนกลายเป็นเรื่องราวโด่งดัง หลังจากมีผู้เข้าชมรูปภาพของเขาแล้วกว่า 1.8 ล้านครั้งในเวลาเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ MThai News ที่มา Frozen Indelicada

AFCมีเงิบ! เสี่ยแมน นอนยัน ทริสตอง เล่นให้ไทยได้ 100เปอร์เซ็นต์ เอกสารครบ
ช้างศึกลูกกรอก /  ทริสตอง / 

ความเคลื่อนไหวเรื่องปวดหัวของศึกเอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 ซึ่งเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.58) ในที่ประชุมผู้จัดการทีมเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เมื่อสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ตัดสิทธิ์ 2 นักเตะไทย ไม่ให้ลงทำการแข่งขันเนื่องจากมีปัญหาเรื่องการลงทะเบียน ทว่าในที่สุด เจ้าปิง ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร สามารถมีชื่อลงทำการแข่งขันได้ ส่วนในรายของ ทริสตอง สมชาย โด ยังคงไม่สามารถลงชื่อแข่งขันได้ตามเดิม เนื่องจากเอเอฟซี ยืนยันว่า ทริสตอง ยังไม่ได้รับการรับรองสัญชาติไทย ล่าสุด เสี่ยแมน ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมมังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ต้นสังกัดของ ทริสตอง สมชาย โด ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทริสตอง มีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ทั้งสูติบัตร, บัตรประชาชน หากนักเตะไม่มีเอกสารถูกต้องก็คงไม่สามารถส่งลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนได้ “ต้อนนี้เราได้นำเอกสารทั้งหมดส่งให้กับทีพีแอลอีกครั้งแล้ว เพื่อยืนยันว่า ทริสตอง สมชาย โด มีสิทธิ์เล่นให้ทีมชาติไทย ร้อยเปอร์เซ็นต์” เสี่ยแมน เผยรายละเอียดต่อว่า ทริสตอง เขาเกิดที่ประเทศฝรั่งเศส แต่พ่อเขามีสัญชาติไทย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ใช่คนไทย เรามีเอกสารครบทุกอย่าง บัตรประชาชน, สูติบัตร เขาก็มี ตอนนี้ผมรวบรวม และประสานกับคุณพ่อของเจ้าตัว ให้ส่งสูติบัตรของคุณพ่อมาให้ เพื่อเป็นหลักฐานส่งให้กับทีพีแอล เพราะเราส่งเขาแข่งในฐานะนักเตะไทยมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ยอมรับว่าวุ่นวายพอสมควร และคงต้องขอชี้แจง เพื่อความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ขอบคุณภาพจาก : แฟนเพจเฟซบุ๊ค บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด