เพลิงบุญ ออกอากาศ

ละครเสน่หามายา , เรื่องย่อเสน่หามายา
ละคร เสน่หามายา /  ย้อนหลังละคร เสน่หามายา / 

เสน่หามายา บทประพันธ์โดย : นุษารบทโทรทัศน์โดย: แอนโทนี่กำกับการแสดงโดย : ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ผลิตโดย : บริษัท 914 เอ็นเตอเทนเม้นท์ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครเสน่หามายา สรัล วิศัลย์สุนทร มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ และว่าที่ผู้ลงสมัครพรรคประชาธิปไตยไทย ตัดสินใจจะแต่งงานครั้งที่สองกับ เพลงพิณ พูนทรัพย์ยิ่ง ลูกสาวเพียงคนเดียวของ นายเจริญ พูนทรัพย์ยิ่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยไทย เพลงพิณ สาวสวยรวยความรู้ จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา มีความมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม ถึงแม้จะเกิดในครอบครัวเศรษฐีที่เพิ่งสร้างฐานะเป็นปึกแผ่นขึ้นมาในรุ่นพ่อ แต่ก็เป็นที่รู้จักด้วยฐานะอันร่ำรวยมหาศาล ทั้ง สรัล และเพลงพิณ ต่างเปิดใจ และยอมรับปมอดีตของกันและกัน ทุกอย่างดูลงตัวเหมาะสมกันทุกประการ และน่าจะจบลงด้วยพิธีวิวาห์อันแสนสุข หากไม่มีอุปสรรคอันใหญ่หลวงมาขวางกั้น นั่นคือ อลิส ละครเสน่หามายา อลิส คือชื่อเล่นของ อริสรา เลิศวรรธนา หญิงสาวผู้มีความงามเพียบพร้อม เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของ ร้อยตำรวจเอกบัญชา เลิศวรรธนา อดีตนายตำรวจที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง และนักธุรกิจใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย หลังจากที่ สรัล ตัดสินใจแต่งงานใหม่ เขาได้วางแผนโอนถ่ายธุรกิจให้กับ สรัส (ลีโอ) ลูกชายคนโต โดยมี สโรช (กัสโซ่) ลูกชายคนกลางเข้ามาช่วยงานด้านบริหารอีกคน ส่วน สลิล (โมเน่ต์) ที่พ่อตามใจมากที่สุดกำลังเตรียมไปคัดตัวบัลเล่ต์ที่ Juilliard ลูก ๆ ทั้งสามคนเป็นลูกที่เกิดกับ อลิส ภรรยาเก่าที่เลิกรากันไปเมื่อ 15 ปี ก่อนเพราะ สรัล จับได้ว่า อลิส นอกใจ เมื่อรอยร้าวยากจะประสานอีกทั้งทิฐิที่มีมากจนเกินกว่าจะปรับความเข้าใจ ในที่สุด อลิส ก็ตัดสินใจบินไปใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษ และปล่อยให้ สรัล เลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 3 คนที่เมืองไทย ละครเสน่หามายา อลิส ตัดสินใจกลับมาประเทศไทยอย่างกระทันหัน เพื่อทวงสิทธิ์ทุก ๆ อย่างที่เคยเป็นของเธอ รวมทั้งความรักที่ครั้งหนึ่ง สรัล เคยมอบให้เธอแต่เพียงผู้เดียว อลิส มั่นใจว่าเธอมีทุกสิ่งเหนือกว่าเด็กสาวอย่าง เพลงพิณ และจะสามารถดึง สรัล กลับมาได้อย่างง่ายดาย อลิส คืออุปสรรคใหญ่ที่สุดของ สรัล และเพลงพิณ เพราะเธอกลับมาเพื่อทำลาย แก้แค้น และทวงสิทธิ์ที่เธอคิดว่าชอบธรรม ! อลิส ปรากฏตัวในงานแต่งงานของ สรัล และเพลงพิณ สงครามความรักความเสน่หามายา จึงปะทุขึ้น อลิส เปิดฉากด้วยการมอบของขวัญชิ้นสำคัญคือสำเนาใบหย่าที่ไม่มีลายเซ็นของเธอ แสดงว่าเธอยังเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ อลิส ใช้ข้อได้เปรียบนี้มาขู่จะทำลายชื่อเสียงของ สรัล กับ เพลงพิณ ถึงขนาดย้ายของเข้ามาอยู่บ้านของ สรัล ด้วยสิทธิของภรรยาตามกฎหมายเพื่อก่อกวนชีวิตสมรส แต่ อลิส ไม่ตระหนักเลยว่ายิ่งเธอพยายามดึงรั้ง สรัล ให้กลับมามากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ เพลงพิณ ฮึดสู้ตอบโต้อย่างรุนแรงพอ ๆ กัน และยิ่งพา สรัล หลุดลอยออกห่างเธอไปทุกที ละครเสน่หามายา ระหว่าง อลิส กำลังวุ่นวายอยู่กับการทวงบัลลังก์ของเธอ กัสโซ่ ก็พยายามแย่งชิง แคท คู่หมั้นของ ลีโอ ในที่สุด แคท และกัสโซ่ ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง กัสโซ่ รู้สึกชนะเหมือนแย่งของเล่นของพี่ชาย แต่แทนที่ ลีโอ จะเสียใจ เขากลับเห็นว่าเมื่อน้องชายกับคู่หมั่นตัวเองรักกัน เขาก็พร้อมที่จะยกคู่หมั้นให้กับน้องชาย ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ กัสโซ่ รู้สึกถึงความพ่ายแพ้เพราะคิดว่าจะสามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับพี่ชายตัวเอง ด้าน สรัล โกรธกับเรื่องเสื่อมเสียระหว่างพี่น้อง ตัดสินใจจะจัดการเรื่องทุกเบ็ดเสร็จโดยสั่ง กัสโซ่ และแคท แต่งงานเมื่อข่าวนี้เงียบจางลง โมเน่ต์ ลูกสาวคนเล็ก เสียโอกาสในการสอบเพื่อไปเรียนบัลเล่ต์ ในสถาบันระดับโลก เพราะเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าแพลง สลัล จึงจ้าง น้ำขิง พยาบาลพิเศษมาดูแลอาการ น้ำขิง ลังเลที่จะรับงานเพราะเธอเกลียดคนรวยที่ไม่เห็นหัวคนอื่นแบบคนในคฤหาสน์หลังนั้น แต่อาจารย์หมอขอร้อง น้ำขิง จึงจำใจรับงานนี้ เมื่อ น้ำขิง ได้เจอกับนายจ้างอย่าง ลีโอ เป็นครั้งแรกเธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาเสียเลย ด้วยอคติที่เคยเหมารวมว่าคนรวยเก่งแต่ใช้เงินแต่ไม่เคยใช้ใจ ส่วน ลีโอ นั้นเมื่อได้พบ น้ำขิง ก็รู้สึกสนใจเพราะเมื่อได้คุยกันก็เห็นว่า น้ำขิง มีความคิดที่มีสาระน่าสนใจ ทำให้ ลีโอ เริ่มหลงรัก น้ำขิง อย่างไม่รู้ตัว อลิส ยังเดินหมากของเธอต่อไป ไม่ยอมแพ้เด็กสาวอย่าง เพลงพิณ เธอทุ่มเงินใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่ยอมให้ เพลงพิณ มาทาบรัศมีเธอได้ แต่ว่า เพลงพิณ ก็ไม่ใช่คุณหนูผู้อ่อนแอบางอย่างที่ อลิส คิดแต่ตรงกันข้าม เพลงพิณ เข้มแข็ง และไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว หาก อลิส เล่นนอกกติกา เพลงพิณ ก็สามารถตอบโต้ได้อย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน ละครเสน่หามายา อลิส ใช้ลูกไม้ออดอ้อนมารยา จนเกือบทำให้ สรัล ติดบ่วงที่ อลิส ดักรอไว้แต่ สรัล นึกขึ้นได้ว่าเขาได้ให้คำสัญญากับ เพลงพิณ ที่สุด สรัล ตัดสินใจฟ้องหย่า นี่เองทำให้ อลิส เสียใจแทบคลั่ง และน้ำตาได้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นมหาศาล อลิส ใช้วิธีกลับเข้ามาทวงตำแหน่งธุรกิจในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทที่ปล่อย สรัล บริหาร และอลิส ตัดสินใจใช้ทางเลือกสุดท้ายคือจ้าง แบงค์ คู่รักเก่าของ เพลงพิณ ด้วยเงินก้อนใหญ่เพื่อให้เข้ามาทำตัวใกล้ชิดแล้วดึง เพลงพิณ ออกจากชีวิต สรัล ซึ่งแบงค์ เต็มใจรับข้อเสนอเพราะหวังว่าจะได้ เพลงพิณ กลับมาเป็นบ่อเงินบ่อทองในอนาคต อลิส วางแผน และเปิดโอกาสให้ แบงค์ได้ใกล้ชิด เพลงพิณ ถึงในบ้าน เพื่อให้ สรัล เข้าใจผิด แต่ สรัล ไม่ตกหลุมพรางเพราะว่าเขาไว้ใจเพลงพิณ และเพลงพิณ ก็มั่นคงในรักต่อ สรัล ในที่สุดแผนของ อลิส ล้มเหลวไม่เป็นท่า แบงค์ เริ่มเบนเป้าหมายด้วยการหันไปสร้างสัมพันธ์กับ โมเน่ต์ ลูกสาวสุดที่รักของ อลิส คราวนี้ แบงค์วางแผนปลุกปล้ำ โมเนต์ ให้เป็นของเขาให้ได้ และโมเน่ต์ เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกก็มีทีท่าว่าจะหลงรักแบงค์ ละครเสน่หามายา ลีโอ กับ กัสโซ่ ยังบาดหมางกันเองเรื่อง แคท รวมไปถึงเรื่องุรกิจที่ กัสโซ่ กำลังทุ่มทุนไปผิดทาง และไม่ยอมฟังเสียงเตือนจาก ลีโอ เพราะ กัสโซ่ คิดว่า ลีโอ อิจฉาจงใจกลั่นแกล้ง ในที่สุดความดันทุรังก็นำไปสู่ความผิดพลาด บริษัทเสียทั้งเงินเสียทั้งชื่อเสียง สรัล โกรธจัดเกิดปัญหาระหว่างพ่อลูกอย่างรุนแรง กัสโซ่ น้อยใจออกจากบ้านไปอลิส สะเทือนใจกับเรื่องราวของลูก เหมือนหัวใจแตกสลายช็อกเมื่อ กัสโซ่ ขับรถประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนโคม่า อลิส สำนึกว่า ทุกสิ่งที่เธอเคยยึดว่าเป็นของเธอต้องอยู่ใต้บงการของเธอนั้น ไม่มีอะไรที่เธอจะควบคุมได้เลยสักอย่าง และยังมีลูกสาวอีกคนที่เธอต้องช่วยให้พ้นจากแบงค์ให้ได้ วันหนึ่ง อลิส ได้รับโทรศัพท์จาก โมเน่ต์ ที่อยู่ในอาการตกใจสุดขีดเพราะ โมเน่ต์ ได้ปลิดชีวิตแบงค์ เนื่องจากขัดขืนที่ แบงค์ลวงไปปลุกปล้ำ อลิสรู้ดีว่าเธอคือที่พึ่งสุดท้ายของลูก อลิสรีบจัดการหลักฐานทั้งหมดเพื่อกันลูกออกไปจากคดี เธอยอมรับผิดเองทั้งหมด ข่าวดัง อลิส ไฮโซสาวใหญ่ฆาตกรรมหนุ่มเพลย์บอยรุ่นลูกกลายเป็นข่าวพาดหัวตัวใหญ่ แต่คราวนี้ อลิสกลับไม่แคร์เรื่องชื่อเสียง เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อชดเชยกับความผิดที่เธอทอดทิ้งลูกไป ละครเสน่หามายา สรัล ตัดสินใจถอนตัวจากการลงสมัครเลือกตั้ง เพลงพิณ ไม่ได้รู้สึกเป็นสุขหรือสาแก่ใจที่เห็นความพินาศของ อลิส เธอกลับรู้สึกผิดที่เป็นคนชักพาเอาแบงค์ เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต และด้วยความละเอียดอ่อนของเพศหญิง เพลงพิณเห็นความเปลี่ยนแปลงของ อลิส แล้วเชื่อว่าอย่างหมดใจว่า อลิส ไม่ใช่คนเลวร้าย กัสโซ่ ฟื้นจากอาการโคม่าแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ไม่สามารถเดินได้อีกเลยตลอดชีวิต ทำให้ แคท ตีห่างจาก กัสโซ่ เวลานั้นเองกัสโซ่รู้สึกพ่ายแพ้อย่างหมดรูปแต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่าที่ผ่านมาชีวิตเขามีแต่ความริษยา ดิ้นรนอยากเอาชนะคนเดียวที่คอยดูแลอยู่เคียงข้างตอนที่เขามีปัญหาจริง ๆ กลับกลายเป็นพี่ชายที่เขาคิดตลอดมาว่าเป็นคู่แข่ง กัสโซ่ เอ่ยคำขอโทษกับ ลีโอ เป็นครั้งแรกในชีวิต และรู้สึกรักพี่ชายเขาแม้ไม่ได้เอ่ยมันออกมา น้ำขิง คอยเป็นกำลังใจ และเป็นคู่คิดของลีโอในการแก้ปัญหาเรื่องยุ่ง ๆ ต่าง ๆ เสมอมาทำให้ ลีโอ สบายใจ และมีกำลังใจควบคู่ไปกับการดูแล กัสโซ่ ยามว่างก็ใช้เวลาทำงานศิลปะที่เขารัก ละครเสน่หามายา อลิส ได้รู้แจ้งว่าในขณะที่เธอไม่เหลือใครแล้วนั้น คนที่เธอโกรธแค้นที่สุดคือ สรัล และเพลงพิณ กลับเป็นคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้พ้นพ้นผิดเนื่องจากเป็นการป้องกันตัวเอง อลิส ตัดสินใจเดินทางกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศโดยพา โมเน่ต์ ไปด้วย เธอต้องการแก้ตัวใหม่ก่อนที่เธอจะต้องสูญเสียทุกอย่างไปจริง ๆ อลิส ได้เรียนรู้ว่าที่ผ่านมาเธอละเลยหน้าที่แม่ และเธอก็ค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของตัวเองซึ่งก็คือการเป็นแม่ที่ดีของลูก ๆ นั่นเอง สรัล รู้สึกสงสาร อลิส จับใจ เขารู้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ผลักไสเธอไป และไม่เคยให้โอกาสเธอได้แก้ตัวเลย สรัล ขอโทษ อลิส ทุก ๆ เรื่อง และมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้ลูกทั้งสาม ส่วนเขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง สรัล สัญญากับ เพลงพิณ ว่าหลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะซื่อสัตย์มั่นคงกับเธอเพียงคนเดียว และจะไม่มีใครหรือสิ่งใดที่จะมาแทรกกลางระหว่างเขาและเธอได้ ติดตามชม ละครเสน่หามายา ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เสน่หามายา สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ รับบท อริสเคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท สรัลแซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท เพลงพิณอาทิตย์ ตั้งวิบูรย์พาณิชย์ รับบท สลัส/ลีโอภูษณะ บัวงาม รับบท สโรช/กัสโซ่จัสมิน ชูว์เทอร์ รับบท สลิส/โมเน่ต์พิมพ์ปวีณี โคกระบินทร์ รับบท น้ำขิงนาท ภูวนัย รับบท เจริญ พูนทรัพย์ยิ่งพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท แบงค์กชกร ส่งแสงเติม รับบท แคทเดบาร่า ซี เด็บบี้ รับบท มนัสชนก สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท ทนายพลังอำภา ภูษิต รับบท ปราณีอิทธิกร สาธุธรรม รับบท แดงนาวิน บราวเนล รับบท สเตฟาน ไอศูรย์ ไมดาน รับบท ร.ต.อ บัญชาอรัญญา ประทุมทอง รับบท แป๊วสุวดี แสงสาหร่าย รับบท แม่น้ำขิง ละครเสน่หามายา ละครเสน่หามายา ละครเสน่หามายา ละครเสน่หามายา

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครเพลิงบุญ , เรื่องย่อเพลิงบุญ
เพลิงบุญ /  เพลิงบุญ ตอนแรก / 

บทประพันธ์โดย : กฤษณา อโศกสินบทโทรทัศน์โดย : ณัฐิยา ศิรกรวิไลกำกับการแสดงโดย : ประเสริฐ ประศาสน์ผลิตโดย : บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ยศสินี ณ นครออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ เพลิงบุญ พิมาลากับใจเริง เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองเรียนอยู่ห้องเดียวกันจนกลายเป็นคู่หูกัน ครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ฤกษ์ได้ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านพิมาลา จนกลายเป็นเพื่อนบ้านกัน และได้รู้จักกับพิมาลาและใจเริง ละครเพลิงบุญ ใจเริงและฤกษ์รู้สึกถูกใจกันตั้งแต่แรก พบ จึงคบหาสนิทสนมกันตั้งแต่นั้นมา โดยมีพิมาลาคอยรับรู้ความเป็นไปในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ทุกครั้งที่ฤกษ์และใจเริงทะเลาะกัน ฤกษ์จะคอยมาปรึกษากับพิมาลาอยู่เสมอ จนวันหนึ่งใจเริงได้รู้จักกับหนุ่มนักเรียนนอก คือ เทิดพันธุ์ ใจเริงให้ความสนใจในตัวเทิดพันธุ์อย่างออกนอกหน้าและเริ่มตีตัวออกห่างจาก ฤกษ์ไปทุกที ในขณะที่ฤกษ์กลับหลงรักใจเริงอย่างหัวปักหัวปำ และยังคงมาปรึกษาเรื่องของเขากับใจเริงกับพิมาลาอยู่เช่นเคย ในที่สุดใจเริงก็บอกเลิกกับฤกษ์และตัดสินใจแต่งงานกับเทิดพันธุ์ ทำให้ฤกษ์เสียใจและคับแค้นใจเป็นที่สุด ด้วยความเป็นเพื่อนที่มีให้ กันแต่ดั้งเดิมจนสนิมสนมคุ้นเคยกัน ฤกษ์ตัดสินใจบอกรักพิมาลา ทั้งสองคบหากันในฐานะคนรักและสัญญากันว่าจะแต่งงานกันทันทีที่พิมาลาเรียนจบ ในวันหมั้นของพิมาลากับฤกษ์ ใจเริงได้มาร่วมงานด้วยและได้บอกกับพิมาลาว่ากำลังจะหย่าขาดกับเทิดพันธุ์ ทำให้พิมาลาตกใจมาก หลังแต่งงานฤกษ์กับพิมาลาแยกออกมาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ใจเริงซึ่งได้หย่าขาดจากเทิดพันธุ์แล้วได้กลับมาขอความช่วยเหลือจากพิมาลา พิมาลาสงสารใจเริงจึงตัดสินใจให้ใจเริงมาพักอาศัยอยู่กับตนและฤกษ์ โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจของเธอนั้นจะนำมาซึ่งความร้าวฉานระหว่างเธอกับ ฤกษ์จนยากที่จะแก้ไข ฤกษ์ - พิมาลา เพลิงบุญ ช่วงเวลาที่ใจเริงอาศัยอยู่กับฤกษ์และพิมาลา นั้น ใจเริงพยายามที่จะแทรกตัวเข้าไประหว่างฤกษ์กับพิมาลาตลอดเวลา สร้างความอึดอัดใจให้แก่ฤกษ์และพิมาลาเป็นอย่างมาก จนกระทั่งฤกษ์ได้ออกอุบายให้ใจเริงย้ายออกจากบ้านไปในที่สุด โดยทำทีเป็นหาที่อยู่ใหม่ให้กับใจเริง จนวันหนึ่งพิมาลาได้รู้ความจริงว่าฤกษ์หลอกเธอมาตลอดเวลา พิมาลาถึงกับช็อกเมื่อฤกษ์สารภาพว่าเขากับใจเริงมีความสัมพันธ์กัน ฤกษ์ยอมรับผิดทั้งหมดโดยบอกกับพิมาลาว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่อยากจะเอาชนะ ผู้หญิงอย่างใจเริง และอยากแก้แค้นใจเริงที่เมื่อครั้งอดีตเคยทิ้งเขาไป ฤกษ์ขอคืนดีกับพิมาลาโดยให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใจเริงอีกต่อไป พิมาลาใจอ่อนยอมให้อภัยฤกษ์และเชื่อใจฤกษ์อีกครั้ง ละคร เพลิงบุญ2017 เหมือนเคราะห์ซ้ำ กรรมซัด พิมาลาต้องช็อกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อฤกษ์มาบอกว่า ใจเริงกำลังจะมีเด็กกับเขา หัวใจของพิมาลาแทบสลาย ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอขอเลิกกับฤกษ์ทันที ฤกษ์ไม่ยินยอม ขอร้องให้พิมาลาอภัยให้เขา โดยเขาจะรับเลี้ยงแค่ลูก ส่วนใจเริงเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป พิมาลาแทบจะไม่มีแรงกำลังจะสู้กับปัญหาได้ไหว จึงแยกกันอยู่กับฤกษ์ โดยเธอกลับไปอยู่กับพ่อแม่ของเธอ ฤกษ์ยังคงแวะเวียนมาตามง้อพิมาลาอยู่เสมอ แต่พิมาลายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฤกษ์ พิมาลาขอหย่าจากฤกษ์หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะฤกษ์ไม่ยอมหย่าให้ เทิด พันธุ์ได้พบกับพิมาลา และรับรู้เรื่องราวของเธอกับฤกษ์ และใจเริง เทิดพันธุ์คอยเป็นกำลังใจให้พิมาลาจนฤกษ์รู้สึกหึงหวงแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ใจเริงคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชาย พิมาลากับฤกษ์หย่าขาดจากกันในที่สุด วันเวลาผ่านไป ใจเริงกับฤกษ์ทะเลาะกันทุกวัน ฤกษ์กลายเป็นคนติดเหล้า ขณะที่ใจเริงก็ออกไปเที่ยวนอกบ้านตามวิสัยที่เคยเป็นมา พิมาลาได้แต่มองดูและรับรู้ความเป็นไปของทั้งสองด้วยความเศร้าใจ ใจเริงกับฤกษ์ทะเลาะกันรุนแรงขึ้น จนในที่สุดใจเริงออกจากบ้านของฤกษ์ไป ฤกษ์ได้เรียนรู้แล้วว่า เขาไม่มีวันที่จะเอาชนะผู้หญิงอย่างใจเริงได้เลย เพราะความอยากลองดี อยากเอาชนะของเขาเองนำพาความทุกข์แสนสาหัสมาให้เขากับพิมาลาจนยากที่จะกลับ มาเป็นเหมือนเดิมได้ เพลิงบุญ ช่อง 3 ฤกษ์มาขอคืนดีกับพิมาลา แต่พิมาลายังคงใจแข็ง แม้ในส่วนลึกเธอเองยังรักฤกษ์อยู่มาก แต่เพราะเธอยังไม่มั่นใจกลัวว่าวันหนึ่งหากใจเริงกลับมา เธอจะทำอย่างไร เพราะอย่างน้อยใจเริงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของลูกชายของฤกษ์ ฤกษ์กับ พิมาลาคืนดีกันในที่สุด ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อของฤกษ์ ฤกษ์และพิมาลาไม่ปฏิเสธเลยว่าตลอดเวลาที่ทั้งสองแยกจากกันไปนั้น ทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้ว่ายังรักกันมากมายเหมือนเดิมและยิ่งรักกันมากขึ้น กว่าเดิมเสียอีก พิมาลาคลอดลูกสาว สร้างความดีใจให้เธอกับฤกษ์ไม่น้อย ทั้งสองช่วยกันเลี้ยงดูลูกชาย ลูกสาว ด้วยความรักและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดง ละครเพลิงบุญ ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท ฤกษ์ราณี แคมเปน รับบท พิมาลาเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท ใจเริงหลุยส์ สก๊อต รับบท เทิดพันธุ์วันสิริ อ่องอำไพ รับบท มาลัยวรรณเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท เปรมอัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบท หมี่ปวีณ์นุช แพ่งนคร รับบท พิซซี่นพพล โกมารชุน รับบท ฤทธิ์วาสนา พูนผล รับบท ผ่องใสกมล ศิริธรานนท์ รับบท พจน์สุปราณี เจริญผล รับบท มาลี นักแสดง เพลิงบุญ

ละครหลงไฟ , เรื่องย่อหลงไฟ
โปรเจกต์ The Writers (เดอะไรท์เตอร์) เรื่อง หลงไฟ /  เรื่องย่อ โปรเจกต์ The Writers (เดอะไรท์เตอร์) เรื่อง หลงไฟ / 

หลงไฟ บทประพันธ์ : กฤษณา อโศกสิน บทโทรทัศน์ : ธัญลักษณ์ จุลพงษ์ผู้อำนวยการสร้าง : สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตละคร : วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัยกำกับการแสดง : กู่ -เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุขออกอากาศทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง GMM25 โปรเจกต์ The Writers (เดอะไรท์เตอร์) เรื่อง หลงไฟ ถึงแม้จะรู้ว่า ไฟ คือ ความร้อน แต่บางคนก็ยังยอมที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันเพื่ออาศัยความอบอุ่นดำรงชีวิต จนกว่าไฟนั้น...จะเผาผลาญตัวเองจนมอดไหม้ ก้านแก้ว (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก) เป็นสาวสวย ที่มีหน้าฉากทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป มีผู้ชายหลายคนมาหลงรัก อยากจะได้ก้านแก้วมาเป็นแฟน ด้วยความทะเยอทะยาน ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงิน ไม่รักใครจริงนอกจากตัวเอง ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลัง ความสวยงาม ดูดีของก้านแก้ว คืออาชีพรับจ้างไปเป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน เพื่อนนอน ของผู้ชาย โดยทำงานผ่านนายหน้าชื่อ พี่แวว (ดีเจดาด้า วรินดา) โดย ก้านแก้วจะรับเฉพาะแขกผู้ชายที่มีฐานะดี มีอาชีพการงานดีๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และบอกว่าตัวเองมีอาชีพพิเศษเป็นไกด์แต่มี ชาลา(หลิน มชณต) เพื่อนสาวคนสนิทคนเดียวที่พอจะรู้ความลับของก้านแก้ว แต่ก็รู้เท่าที่ก้านแก้วยอมเล่าให้ฟัง รวมทั้ง กุญชร (ทอย ปฐมพงศ์ ) หลงไฟ ชายหนุ่มที่จริงใจ สุภาพ ขยันทำมาหากิน มีความฝันอยากมีชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่มั่นคงกับคนรัก ซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับก้านแก้วและชาลา โดยกุญชรเป็นอีกคนที่รักและตามใจก้านแก้วทุกอย่าง ไม่ว่าก้านแก้วอยากได้อะไร ก็จะพยายามหามาให้ จึงเป็นคนที่ก้านแก้วสามารถแสดงอารมณ์และฤทธิ์เดชใส่ในเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ วันหนึ่งก้านแก้วได้เจอกับ โชน (มาร์ช จุฑาวุฒิ) ชายหนุ่มลูกเศรษฐี ใช้ชีวิตหรูหรา ชอบเที่ยวเล่นเรื่อยเปี่อย มีความสุขไปวันๆ ไม่ค่อยคิดถึงอนาคต ทำอะไรก็ไม่คิดถึงใครนอกจากความต้องการของตัวเอง หลงไฟ ด้วยฐานะร่ำรวยของโชนทำให้ก้านแก้วรู้สึกสนใจโชนทันที ก้านแก้วพยายามพาตัวเองเข้าไปสนิทสนมกับโชน จนโชนเองก็หันมาเล่นด้วย ทำให้แฟนสาวอย่าง ไอติม (คิทตี้ ชิชา) จับได้และเกิดปัญหากัน ความหวังที่มีต่อโชนทำให้ก้านแก้วสลัด อาวุธ (บอย-พิษณุ นิ่มสกุล) เพื่อนร่วมงานในออฟฟิศเดียวกับก้านแก้วที่คอยตามจีบก้านแก้วอยู่ รวมทั้ง กุญชร ออกไป ด้านกุญชรพอรู้ความจริงเรื่องก้านแก้วก็เสียใจมาก ทำให้กุญชรและชาลาต้องมาปรับทุกข์กัน ส่วนชีวิตของชาลากับก้านแก้วเริ่มแยกจากกันอย่างชัดเจน ชาลาเริ่มก้าวหน้าในการงาน ซึ่งแตกต่างจากก้านแก้วที่ตอนนี้ชีวิตกำลังเดินเข้าสู่ปัญหา จากโชนไปสู่ผู้ชายคนอื่นๆ ที่หวังเข้ามาหาเกาะกินจากอาชีพพิเศษของก้านแก้วอีกต่อหนึ่ง สุดท้ายชีวิตของก้านแก้วจะดำเนินต่อไปอย่างไร ติดตามชมกันได้ในโปรเจกต์ The Writers (เดอะไรท์เตอร์) เรื่อง หลงไฟ เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 24 กรกฏาคม 2560 เวลา 20.20 น. ทางช่อง GMM25 นักแสดงนำ โปรเจกต์ The Writers (เดอะไรท์เตอร์) เรื่อง หลงไฟ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ รับบท ก้านแก้วปฐมพงศ์ เรือนใจดี รับบท กุญชรจุฑาวุฒิ ภัทรกำพล รับบท โชนมชณต สุวรรณมาศ รับบท ชาลากัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท ชุดาภาพิษณุ นิ่มสกุล รับบท อาวุธภรัณยู โรจนวุฒิธรรม รับบท เขียว กิจเกษม แมคแฟดเดน รับบท จาโคบี้ภัทรภณ โตอุ่น รับบท ดุรงค์ชิชา อมาตยกุล รับบท ไอติมวรินดา ดำรงผล รับบท พี่แววณัฐภัสสร สิมะเสถียร รับบท อรพินทร์กฤตธวัฒน์ เอกชัย รับบท ไบร์ท สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี รับบท แพรนารา เทพนุภา รับบท เมทนี หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ หลงไฟ

น้ำตาอาบแก้ม เอ็มมี่ แม็กซิม โกนหัวบวชชี!! แล้ววันนี้
เอ็มมี่ แม็กซิม /  ข่าว เอมมี่ Maxim

น้ำตาไหลนองด้วยความซาบซึ้ง ดาราสาว เอ็มมี่ แม็กซิม ปลงผมบวชชี เป็นเวลา 15 วัน โดยแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ณ เสถียรธรรมสถาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบิดาผู้ล่วงลับ เพื่อคุณแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เห็น และ เพื่อทำความดีให้กับลูกๆ เห็น ซึ่งก็มีทางครอบครัวและพี่น้องในวงการมาร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอร่วมอนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ "ความตั้งใจบวชครั้งนี้ของเอ็มมี่คือพ่อป่วย พ่อเคยบอกว่าอยากจะบวชตลอดชีวิตสุดท้ายพ่อก็จากพวกเราไปโดยที่ไม่ได้บวช เลยคิดว่าตัวเองที่ยังมีชีวิตอยู่และยังมีแรงที่พอจะปฏิบัติอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ได้ก็เลยบวชให้คุณพ่อค่ะ และในขณะที่บวชให้คุณพ่อแล้ว จะขาดคุณแม่ได้ยังไงตอนนี้อยากจะทำความดีตอบแทนบุณคุณแม่ในขณะที่แม่ยังมีชีวิตอยู่และอยากจะเป็นคนดีให้ลูกเห็นค่ะ เอ็มมี่ตั้งใจจะบวช 15 วันค่ะ" "นอกจากครอบครัวเอ็มมี่และเพื่อนๆ กัลยานมิตรที่เอ็มมี่รักที่สุดแล้วก็คือผมนี่แหละค่ะที่คอบปกคลุมศรีษะเอ็มมี่มาตั้งแต่เกิด เป็นสิ่งที่เอ็มมี่รักมากที่สุด แต่วันนี้พร้อมที่จะปลงแล้ว พร้อมที่จะอยู่แล้วในร่มกาสาวพัสตร์แล้วทุกๆ อย่างค่ะ แล้วผมเอ็มมี่ก็จะนำไปบริจาคให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งค่ะ" "รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าว่าเราจะต้องปลงผมจริงๆ แล้วนะ อยู่กับแม่ให้มากขึ้นเมื่อก่อนจะไม่ได้อยู่กับแม่นอนกับลูกทุกวัน" "เอ็มมี่เข้าใจว่าในความรู้สึกของคนอื่นเราคือเซ็กซี่สตาร์ เอ็มมี่ไม่สามารถที่ให้ใครมองว่าเราเป็นแบบไหนได้ ณ วันนี้เอ็มมี่รู้ดีที่สุดแล้วว่าเจตนาเราคืออะไร และเรากำลังทำอะไรอยู่แค่นี้ค่ะ แต่เอ็มมี่ก็มีทิ้งทวนถ่ายแบบให้ดูก็ยังเป็นเอ็มมี่แมกซิมอยู่ค่ะ ยังคงความเซ็กซี่เหมือนเดิม เอมมี่มีครอบครัวต้องดูแล อยากให้ทุกคนแยกแยะว่าตอนนี้เอมมี่ทำอะไร ก่อนหน้านี้เอ็มมี่เป็นอะไรและอนาคตเอ็มมี่จะเป็นอะไรดีกว่า" "การตัดผมเอ็มมี่ว่าไม่ง่ายนะ แม้จะทั้งผู้ชายจะบวชให้พ่อแม่แต่ละครั้งยังอยากเลย บางคนหนีออกจากบ้านพ่อให้บวชยังมีเลย เพราะฉะนั้นการที่เราจะตัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วเนี่ยมันยากนะเอ็มมี่เลยมองว่าใครจะมองเอ็มมี่แบบไหนก็ไม่เป็นไร(ร้องไห้) ณ วันนี้เจตนาเอ็มมี่คืออะไรแค่นี้พอ ณ วันนี้ก็อยากขออโหสิกรรมผ่านตรงนี้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอดีตชาติหรือปัจจุบันชาติที่เอ็มมี่เคยล่วงเกินด้วยใจก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจก็ดีเอมมี่ขออโหสิกรรม ณ วันนี้ค่ะ" เอ็มมี่ กล่าว เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี เอ็มมี่ แม็กซิม บวชชี

หลีกทางแม่!! อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลในรอบหลายปี ซิวนำหญิง MAYA AWARDS 2017
อั้ม พัชราภา /  มายามหาชน / 

  กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ ของคนในวงการบันเทิงทุกแขนง "มายามหาชน MAYA AWARDS 2017" โดยผลโหวตมาจากคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ @CDC Crystal Grand BallRoom ถนนประดิษฐ์มนูธรรม(เรียบทางด่วนรามอินทรา) โดยมีเหล่าศิลปินดาราตบเท้าเข้ารับรางวัลและร่วมเดินพรมแดงกับมากมาย ซึ่งปีนี้ด้านนางเอกซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แถมยังซิวดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 ไปครองอีกด้วย ด้าน เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข คว้ารางวัลดารานำชาย ขวัญใจมหาชน จากละคร “บ่วงหงส์” ช่อง 3 และผลรางวัลต่างๆ มีดังต่อไปนี้ ผลรางวัล มายามหาชน MAYA Awards 2017 มีดังนี้ รางวัลดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 รางวัลดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ อ๊อฟ ชนะพล สัตยา จาก “ริษยา” ช่อง 7 รางวัลดาราดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ แคท ซอนญ่า สิงหะ จากละคร “ลูกตาลลอยแก้ว ช่อง 7” รางวัลดาราดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ สิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ จากละคร “โซตัสเดอะซีรีส์ ช่อง ONE รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ ช่อง 7 รางวัลผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ไก่ ภาษิต อภิญญาวาท ช่อง 3 รางวัลพิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ จากรายการ “Daily C3” ช่อง 3HD รางวัลพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ กันต์ กันตถาวร จากรายการ “The Mask Singer” เวิร์คพอยท์ รางวัลบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ละคร “เรือนพยอม” ทางช่อง 7 บทโดย เริงใจ รางวัลผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชน ได้แก่ โอริเวอร์ บีเวอร์ จากละคร “มือเหนือเมฆ” ช่อง 7 รางวัลละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ละคร “เพลิงพระนาง” โดย กันตนา ทางช่อง 7 รางวัล The Best Come Back Star แห่งปี 2560 ได้แก่ สุวนันท์ คงยิ่ง จากละคร “น้ำเซาะทราย” ทางช่อง 7 HD รางวัลดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ รางวัลดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ รางวัลดาราคู่ขวัญ (คู่จิ้น) ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ คริส พีรวัส, สิงโต ปราชญา รางวัลดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ศุวรรณศุข รางวัล Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ มิลลี่ คามิลล่า กิตติวัฒน์ รางวัล Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ นน ธนลภย์ ปรีดามาโน รางวัลเพลงประกอบละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ เพลง “กลับมา” โดย “เอ๊ะ จิรากร” จากละคร “ชะนีผีผลัก” ช่องเวิร์คพอยท์ รางวัลคนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560 ได้แก่ ปัญญา นิรันดร์กุล รางวัลสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560 ได้แก่ Work Point ช่อง 23 รางวัลรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลง” ทางช่อง 7 สี รางวัลสถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ TNN24 ช่อง 24 รางวัลรายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “The Face Thailand 2017” รางวัลวิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560 ได้แก่ วาสนา นาน่วม จากช่อง Spring News รางวัลละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ทางช่อง 3 รางวัล Best Healthy Star หรือรางวัลดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560 ได้แก่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รางวัล Best Program of The Year หรือรางวัลรายการทีวีที่มาแรงที่สุด ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง จาก Workpointช่อง 23 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017

ละครราชนาวีที่รัก , เรื่องย่อราชนาวีที่รัก
ละคร ราชนาวีที่รัก /  เรื่องย่อ ละคร ราชนาวีที่รัก / 

ราชนาวีที่รัก บทประพันธ์โดย : เฟื่องนครบทโทรทัศน์โดย : ลูกทะเลกำกับการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูนออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 สี และ ช่อง 35 ในระบบ HD เรื่องย่อละคร ราชนาวีที่รัก แพรว (แพรวพรรณ) นักเขียนนิยายรักสดใสที่เพิ่งเริ่มงานเป็นนักข่าวควบคู่ไปด้วย ได้รับโจทย์จาก บ.ก.ต่าย ให้ไปติดตามสถานการณ์การทำประมงผิดกฎหมายที่เมืองชายทะเลแห่งหนึ่ง แพรวให้ เจ๊ญา (หิรัญญา) นักเขียนรุ่นพี่และ หนึ่งนาที เพื่อนสนิท เพศชายรักชาย ช่วยติดต่อแหล่งข่าวในพื้นที่ให้ เป็นนายทหารเรือหนุ่มที่เคยร่วมปฏิบัติการปราบโจรสลัดที่โซมาเลียมาแล้ว แต่แพรวคาดไม่ถึงว่าจะเป็น ต้นกล้า หรือ เรือเอกจิรวัติ สุกปลั่ง รุ่นพี่ที่แพรวแอบปลื้มสมัยเรียนประถม ลูกชายคนเดียวของครอบครัวชาวนา แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ วันเพ็ญ (แม่ของแพรว) เกลียดครอบครัวนี้เข้าไส้ เพราะ นางจุก (แม่ต้นกล้า)เคยแย่งคนรักของวันเพ็ญมาก่อน และ พี่พงศ์ พี่ชายของแพรวยังเคยถูกแฟนทิ้งเพื่อไปหาต้นกล้าอีก แพรวจึงพยายามจะเกลียดต้นกล้ามาโดยตลอด และเมื่อได้มาเห็นความกะล่อนปากหวานเจ้าเสน่ห์ของต้นกล้าที่เพิ่มดีกรียิ่งกว่าสมัยนั้น แพรวก็ยิ่งเกลียด บอกตัวให้เกลียดให้ได้ ละคร ราชนาวีที่รัก วันแรกที่เจอกัน แพรวก็ถูกต้นกล้าทิ้งไว้กลางทางเพราะต้นกล้าถูกเรียกตัวไปปฏิบัติภารกิจด่วน แพรวตามไปดู ได้เห็นต้นกล้าขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนหน้าผาสูง แพรวตื่นตะลึงมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นการทำหน้าที่ของทหารเรือ แพรวที่เคยประทับใจต้นกล้ามานานแล้ว ยิ่งประทับใจมากขึ้นไปอีก จนต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ลืมสิ่งที่ครอบครัวของเธอฝังหัวมา..ต้องเกลียด!แพรวพยายามนัดสัมภาษณ์ต้นกล้าเรื่องปัญหาประมงผิดกฎหมาย แต่ต้นกล้าส่ง ต้นเรือโชค (เรือโทศุภโชค) หัวเราะง่าย อารมณ์ดี และ มะเดี่ยว นักเรียนฝึกนายประจำเรือในตำแหน่งผู้ช่วยต้นเรือ มารับรองแทน เพราะต้นกล้าติดภารกิจด่วน แพรวให้ต้นเรือโชคพาไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของทหารเรือ เจ๊ญากับต้นเรือโชคคุยกันอย่างถูกคอ ทีแรกเจ๊ญาคิดว่าโชคเป็นเกย์ แต่หนึ่งนาทีช่วยเช็คให้แล้วพบว่าแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อได้อยู่ด้วยกัน เจ๊ญาก็เริ่มหวั่นไหวกับต้นเรือหนุ่ม โชคก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าสนใจสาวใหญ่อย่างเธอด้วย แพรวอยู่เก็บข้อมูลจนกระทั่งต้นกล้ากลับมาพร้อมกับ หมอภีร์ (ภีรชา) น้องสาวภูริช แพรวจึงได้รู้ว่าภารกิจด่วนของต้นกล้าก็คือหมอภีร์คนสวยนี่เอง ยิ่งได้เห็นต้นกล้าสนิทสนมกับหมอภีร์มาก แพรวยิ่งรู้สึกติดลบกับต้นกล้ามากขึ้น ละคร ราชนาวีที่รัก ความจริงแล้ว ต้นกล้าติดต่อหมอภีร์และทีมแพทย์ให้มาช่วยเหลือในภารกิจ เพราะหลังจากที่กองทัพได้สกัดกั้นการทำประมงผิดกฎหมายจนไปพบกับการค้ามนุษย์ที่ลักลอบมาในถังน้ำแข็ง อัดกันจนมีคนเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ช่วยเหลือ มันคือภารกิจเพื่อชาติและความสงบสุขของประชาชนทั้งสิ้น แต่ในมุมมองคนนอกอย่างแพรวไม่เคยเข้าใจ แพรวไม่เคยรู้ว่าต้นกล้าสนใจตัวเธอมากกว่าใครทั้งสิ้น เขาประทับใจแพรวตั้งแต่เด็ก แอบติดตามอ่านผลงานนิยายของแพรวมาตลอด แต่ไม่เคยบอกใคร และต้องเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ เพราะเขาเป็นแค่ลูกชาวนาจนๆ เทียบไม่ได้กับลูกพ่อค้าส่งออกรายใหญ่อย่างแพรววันหนึ่ง ต้นกล้าพาหมอภีร์มาแนะนำให้แพรวรู้จักอย่างเป็นทางการ เพราะหมอภีร์เป็นแฟนงานเขียนของแพรว แพรวเห็นต้นกล้าแซวหมอภีร์ตลอดเวลา คิดว่าทั้งสองคนเป็นคนรักกัน แพรวได้แต่ห่อเหี่ยวอย่างไร้เหตุผล แพรวรู้ตัวว่าตัวเองตัดใจจากต้นกล้าไม่ได้และตอนนี้เธอกำลังอกหักอยู่ แต่อยู่ๆ ฐา (ฐาปนิสร) หญิงสาวอารมณ์ร้ายที่มาติดพันต้นกล้า บุกเข้ามาอาละวาดทำร้ายหมอภีร์เพราะความหึงหวง แพรวถูกลูกหลงไปด้วย ต้นกล้าต้องรีบลากฐาออกไปสงบสติอารมณ์ และบอกกับฐาอย่างชัดเจนว่าไม่เคยคิดเกินเลยมากกว่าพี่น้อง ฐาขู่จะฟ้องพ่อและจะทำให้หมอภีร์อยู่ไม่เป็นสุข ต้นกล้าจำต้องยอมฐาเพราะรู้ดีว่า เฮียทับ พ่อของฐา เป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ประจำจังหวัด ที่บริจาคเงินในการช่วยเหลือประชาชนตลอด สนับสนุนกิจการภาครัฐทุกอย่าง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงฉากหน้าที่สร้างไว้เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันภัยเท่านั้น เพราะเบื้องหลังแล้ว เฮียทับดำเนินกิจการผิดกฎหมายทุกอย่าง ทั้งน้ำมันเถื่อน ประมงผิดกฎหมาย ค้าประเวณี รวมถึงการค้ามนุษย์..ด้วยผลประโยชน์ที่โยงใยไปทุกเครือข่าย ทำให้ไม่มีใครกล้าจัดการเฮียทับ มีเพียงต้นกล้าที่กำลังตามสืบหาหลักฐานเอาผิดเฮียทับอยู่ลับๆ ละคร ราชนาวีที่รัก เฮียทับรู้ดีว่าต้นกล้าเป็นพวกกล้าได้กล้าเสียและพร้อมลุยกับทุกเรื่องที่ผิดกฎหมาย เฮียทับไม่อยากให้ต้นกล้ากลายเป็นตัวปัญหา เลยพยายามยื่นข้อเสนอให้ต้นกล้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว จะสนับสนุนเรื่องธุรกิจ และสนับสนุนให้หมั้นกับฐาปนิสรด้วย แต่ต้นกล้าปฏิเสธทุกอย่าง เฮียทับมองว่าต้นกล้าอวดดี อยากประกาศศึกกับตน ในเมื่อไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล เฮียทับจึงคิดใช้วิธีที่รุนแรงยิ่งขึ้นกองทัพขอความร่วมมือจากประมงในพื้นที่ให้งดออกเรือ แต่ชาวประมงได้รับข่าวลือมาอย่างผิดๆ ให้รู้สึกไม่ไว้ใจกองทัพ โดยเฉพาะ ลุงโขง กับ ขาบ สองพ่อลูกชาวประมง ที่เคยถูกต้นกล้าจับข้อหาทำประมงผิดกฎหมาย ทั้งสองวางตัวเป็นศัตรูกับกองทัพและต้นกล้าอย่างชัดเจน แพรวที่มาร่วมทำข่าวและสังเกตการณ์ปัญหานี้ด้วย ได้เห็นถึงความตั้งใจดีของต้นกล้าที่อยากช่วยเหลือประชาชนจริงๆ พยายามช่วยความสามารถด้านการพูด หว่านล้อมลุงโขง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดเหตุ พายุเข้า เรือประมงที่ใช้รับนักท่องเที่ยวอับปางกลางทะเล ในกลุ่มผู้ประสบภัยมีทั้งแพรวและลุงโขงอยู่ด้วย ต้นกล้าและกองทัพเรือต้องออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล โดยขอความร่วมมือจาก เรืออากาศเอก ‘กรัณย์ หาญโยธิน’ นำพลร่มกู้ภัยของกองทัพอากาศมาช่วย การช่วยเหลือผ่านไปได้ด้วยดี จนเหลือเพียงลุงโขงคนเดียวที่หายไป ต้นกล้าทุ่มเทแรงกายแรงใจค้นหาทั้งวันทั้งคืน จนในที่สุดก็หาลุงโขงเจอ ต้นกล้าสามารถชนะใจลุงโขงและชาวประมงได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ต้นกล้าต้องการมากที่สุดคือต้องการการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการช่วยกันสอดส่องตรวจตราการกระทำผิดของผู้มีอิทธิพล ละคร ราชนาวีที่รัก แพรวได้คลุกคลีกับปัญหาประมงผิดกฎหมายมากขึ้น เข้าใจความคิดชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็เข้าใจความคิดของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วย โดยเฉพาะต้นกล้า ที่แพรวเริ่มมองเขาในมุมใหม่ ใหม่เสียจนเจ๊ญาแซวว่าแอบรักต้นกล้าอยู่หรือเปล่าหลังจากที่ต้นกล้าเอาชนะใจชาวประมงได้ ชีวิตของต้นกล้าก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เพราะมีคนร้ายดักทำร้ายหมายข่มขู่ให้เขาหยุดแกว่งเท้าหาเสี้ยน ครั้งแล้วครั้งเล่า ต้นกล้าสั่งให้แพรวกลับบ้านเพราะไม่อยากให้ถูกลูกหลงไปด้วย แต่สายเกินไป เพราะมีคนร้ายบุกมาลอบทำร้ายแพรวและต้นกล้า ทำให้ต้องพากันหนีหัวซุกหัวซุน แพรวถูกขับรถไล่บี้จะชน อยู่ๆหมอภีร์โผล่เข้ามาช่วยแพรวไว้ได้ทัน แต่หมอภีร์ถูกรถชนเสียเอง ต้นกล้าได้เบาะแสว่าคนร้ายที่ลอบทำร้ายตนนั้น มีรอยสักรูป "ฉลามดำ" ต้นกล้ารู้สึกว่ามันต้องเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรอะไรบางอย่าง และอาจเกี่ยวข้องกับเฮียทับด้วยต้นกล้าไม่สามารถอยู่เฝ้าดูอาการหมอภีร์ได้เพราะติดภารกิจของกองทัพ แพรวอาสาเฝ้าไข้หมอภีร์ จึงได้คุยกันและทำให้รู้ว่า สำหรับต้นกล้าแล้ว ประเทศชาติและส่วนรวมมาก่อนเรื่องตัวเองเสมอ และหมอภีร์กับต้นกล้าเป็นแค่เพื่อนกัน เพราะต้นกล้ามีคนที่รักอยู่แล้ว ไม่ใช่ฐาปนิสร แต่เป็นคนที่ต้นกล้าไม่เปิดเผย และหมอภีร์เดาว่าคือแพรว..แพรวตะลึง!!! เป็นไปไม่ได้ แพรวนอนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ทั้งวันทั้งคืน ละคร ราชนาวีที่รัก สายข่าวแจ้งมาว่าขบวนการค้ามนุษย์ในรีสอร์ตบนเกาะกลางทะเลที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามข่าวมานานแล้ว พวกมันเริ่มไหวตัวและกำลังจะมีการโยกย้ายอำพรางหลักฐาน จึงจำเป็นต้องปฏิบัติการด่วนทันที เป็นการปฏิบัติการร่วมกับชุดสายสืบของ ร.ต.อ.คณินทร์ แต่ประเมินการผิดคาด เพราะขบวนการนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่คาดการณ์ไว้ ที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมอาวุธยุทโธปกรณ์หนักมากมายในระดับผู้ก่อการร้าย จึงต้องระดมสรรพกำลังทั้ง 4 เหล่าทัพอย่างเร่งด่วน ร้อยเอกภูริช สัตตกมลพันธ์ แห่งหน่วยรบพิเศษ สังกัดกองทัพบก และ เรืออากาศเอกกรัณย์ จึงถูกส่งตัวให้มาช่วยเหลือในการปฏิบัติการครั้งนี้ จนปฏิบัติการผ่านไปได้ด้วยดี สามารถช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกบังคับค้าบริการทางเพศได้หลายสิบคน แต่หลักฐานที่จะเอาผิดตัวการใหญ่ถูกทำลายทิ้งก่อนที่หน่วยปฏิบัติการจะเข้าไปแล้ว แต่สามารถจับกุม จ่ายศ อดีตตำรวจนอกราชการที่ทำหน้าที่ดูแลรีสอร์ตแห่งนี้ได้ การตรวจค้นบริเวณเกาะทำให้พบศพของมนุษย์ที่เสียชีวิตมากมาย ทุกศพมีอาการติดเชื้อในลักษณะเดียวกัน ต้นกล้าคิดจะเค้นข้อมูลจากจ่ายศ แต่ก็มีคนร้ายลอบบุกเข้ามาพยายามจะตัดตอนจ่ายศ ต้นกล้าเข้ามาขวางไว้ จนคนร้ายหนีไปได้ ต้นกล้ารู้ว่ามีคนที่ทำงานให้เฮียทับซ่อนอยู่ ต้นกล้าคิดจะหาตัวมาให้ได้ ละคร ราชนาวีที่รัก หญิงสาวที่ช่วยออกมาจากเกาะ บางคนเริ่มมีอาการติดเชื้อแบบเดียวกับที่พบบนเกาะและชีวิตทันที หมอภีร์ชักไม่แน่ใจว่ามันเป็นโรคชนิดใหม่หรือคืออะไรกันแน่ ต้นกล้าเริ่มปะติดปะต่อเคสต่างๆที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าทุกเคสจะเกี่ยวเนื่องถึงกันหมด โยงใยไปถึงผู้บงการคนเดียวกันและนั่นคือเฮียทับสถานการณ์เริ่มตึงเครียด แพรวรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่ต้นกล้าเผชิญอยู่เป็นเรื่องร้ายแรง และมันควรเป็นข่าวให้คนไทยได้รับรู้ แพรวยืนยันที่จะทำข่าวต่อ แต่ต้นกล้าติดต่อให้พี่ชายของแพรวมารับตัวแพรวกลับไปเพราะไม่อยากให้แพรวเสี่ยงอันตราย พ่อแม่ส่งให้ เอกรินทร์ ว่าที่คู่หมั้นของแพรวมารับพร้อมพี่พงศ์ แต่แพรวให้เจ๊ญากับหนึ่งนาทีช่วยกันหลอกล่อเอกรินทร์กับพี่พงศ์ไว้ ส่วนตัวเองก็ใช้ความเป็นนักข่าวเข้าไปสืบจนได้เบาะแสว่าเฮียทับกำลังจะไปพบกับนายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดแพรวเอาข่าวไปบอกต้นกล้า แต่ต้นกล้าปฏิเสธเพราะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเฮียทับอีก แพรว คิดว่าต้นกล้าละทิ้งอุดมการณ์ ยอมแพ้อำนาจเงินของเฮียทับ แพรวผิดหวังในตัวต้นกล้ามาก จนยอมกลับไปกับเอกรินทร์ แต่ความจริงสิ่งที่ต้นกล้าทำก็เพื่อให้แพรวปลอดภัย ละคร ราชนาวีที่รัก ต้นกล้าตามไปช่วยต้นเรือโชคจากการถูกคนลอบฆ่า ต้นเรือโชคเจ็บใจที่ถูกหักหลัง ต้นกล้ารู้ทุกอย่างอยู่แล้วว่าคนที่ทำงานให้เฮียทับคือลูกน้องของเขาเอง ต้นเรือโชคสารภาพความจริงว่าที่ทำไปเพราะไม่มีทางเลือก เฮียทับจับครอบครัวเขาเป็นตัวประกัน ทำให้เขาต้องเลือกว่าจะทำเพื่อชาติหรือรักษาครอบครัว แล้วต้นเรือโชคก็เลือกครอบครัว ต้นเรือโชคยินยอมจะรับผิดทุกอย่าง ต้นกล้าบอกว่าเขาคือผู้บังคับบัญชาเรือ ความผิดของลูกน้องก็คือความผิดของเขา ต้นกล้ารายงานผู้บังคับบัญชาและขอรับบทลงโทษแทนลูกน้อง แต่ผู้บังคับบัญชาให้โอกาสต้นกล้ากับต้นเรือโชคทำผิดให้เป็นถูก จัดการเฮียทับให้ได้เพื่อเป็นการชดเชยความผิดแพรวสั่งให้เอกรินทร์หยุดรถ เธอต้องกลับไปทำข่าวประเด็นนี้ให้จบ เธอจะทิ้งไปเฉยๆไม่ได้ ถ้าเฮียทับคือศัตรูของประเทศ เขาก็คือศัตรูของเธอ ของประชาชนด้วย เราต้องช่วยกัน แพรวลากเอกรินทร์ให้ไปด้วยกัน เพราะต้องการรู้ตัวนายใหญ่ที่บงการทุกอย่าง แพรวแอบตามขึ้นเรือสินค้าของเฮียทับ แต่ยังไม่ทันเห็นหน้านายใหญ่ แพรวก็ถูกจับได้โดย ซิด ทหารรับจ้างชาวต่างชาติของเฮียทับ เมื่อเฮียทับรู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญและยังเป็นคนสำคัญของต้นกล้าด้วย จึงพาแพรวล่องเรือออกมากลางทะเลเวิ้งว้าง แล้วถีบแพรวลงทะเล ตั้งใจจะปล่อยให้ลอยคอตาย ละคร ราชนาวีที่รัก ต้นกล้ารู้ข่าวว่าแพรวถูกจับตัวไปจากเอกรินทร์ คิดจะตามไปช่วย แต่ไม่ทันแล้ว แพรวถูกพาตัวหายไปแล้ว ต้นกล้าติดต่อกรัณย์กับคณินทร์ให้มาร่วมในภารกิจช่วยเหลือแพรวที่ถูกพาลงเรือไปกลาง เป็นการปะทะครั้งใหญ่ที่ต้องระดมสรรพกำลังของกองทัพเรือ จนมีชัยชนะ เฮียทับถูกยิงที่หน้าอกแล้วตกลงไปในทะเล หายสาบสูญไป ส่วนนายใหญ่หายตัวไปพร้อมกับเรือดำน้ำที่มารอรับ ไม่มีใครสามารถแกะรอยตามได้ และไม่มีใครได้เห็นหน้านายใหญ่ ต้นกล้าตาม หาแพรวทั่วเรือแต่ไม่พบ จึงออกตามหาแพรวที่ลอยคอกลางทะเล จนช่วยเหลือแพรวที่ลอยคอแช่น้ำอยู่นานขึ้นมาได้ ทั้งสองกอดกันดีใจภารกิจในครั้งนี้ สิ่งที่ทางกองทัพได้เบาะแสเพิ่มเติมเพียงรอยสักรูปฉลามดำที่คนในองค์กรนี้มีกันทุกคน รวมถึงศพของผู้เสียชีวิตที่มีอาการติดเชื้อร้ายแรงในลักษณะเดียวกัน แม้จะสามารถจัดการเฮียทับที่ทำธุรกิจค้ามนุษย์ได้สำเร็จ แต่ก็ได้ตระหนักดีว่ายังมีองค์กรที่อยู่เหนือไปกว่าเฮียทับอยู่อีก และนั่นหมายถึงหายนะต่อประเทศชาติที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นแพรวดีใจที่ในที่สุดต้นกล้าก็สารภาพรักกับเธอ แต่วันเพ็ญยังยืนยันจะให้แพรวแต่งงานกับเอกรินทร์ ไม่มีวันยอมรับลูกชายนางจุกเป็นเขยเด็ดขาด ก่อนจะถึงพิธีแต่งงาน เอกรินทร์ปฏิเสธงานแต่งงานกับแพรว เพราะแม้จะรักแพรวแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากฝืนใจ แพรวยอมรับกับแม่ตามตรงว่าเธอรักต้นกล้า และขอร้องให้แม่ลืมอดีตได้แล้ว นางจุกเองก็ทัดทานลูกชาย ไม่ใช่เพราะรังเกียจวันเพ็ญ แต่ด้วยช่องว่างระหว่างฐานะที่แตกต่างกันเกินไป แพรวมายืนยันกับจุกว่าเธอรักต้นกล้า ในตัวตนของต้นกล้า!...เธอไม่เคยสนใจเรื่องชื่อเสียงหรือยศฐาใดๆ เธอพร้อมจะใช้ชีวิตกับคนที่เธอรัก วันเพ็ญจำใจยอมยกแพรวให้ต้นกล้า ละคร ราชนาวีที่รัก ความรักของแพรวเหมือนจะมาถึงจุดจบบริบูรณ์ แต่ต้นกล้าขอเวลาอีก 6 เดือน เขาจะต้องไปปฎิบัติภารกิจที่น่านน้ำสากล เพื่อนๆขอร้องให้ต้นกล้ายกเลิกภารกิจเพื่อแต่งงานกับแพรว แต่ต้นกล้าไม่สามารถทอดทิ้งภารกิจเพื่อชาติได้ แพรวเข้าใจและสนับสนุนการตัดสินใจของต้นกล้า แพรวเลือกแล้วที่จะเป็นคู่ชีวิตของทหาร ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรอคอย แพรวจะเป็นคู่ชีวิตที่คอยสนับสนุนต้นกล้าทุกด้าน เพื่อให้ต้นกล้าพร้อมในการที่จะไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนต่อไปแพรวสัญญาว่าจะรอ..รอจนกว่าต้นกล้าจะกลับมา..แม้รู้ดีว่าการรอคอยนั้นอาจจบลงตรงที่..ต้นกล้ากลับมาพร้อมธงชาติไทยที่คลุมบนร่างของเขาเช่นผ้าห่มผืนสุดท้าย ก็ตาม... นักแสดงนำละคร ราชนาวีที่รัก อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท เรือเอก จิรวัติ/ต้นกล้าแซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท แพรวพรรณ/แพรววศิน อัศวนฤนาท รับบท เรือโท ศุภโชคกรรณาภรณ์ พวงทอง รับบท หิรัญญาณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท หนึ่งนาทีณัฐพล ไรยวงศ์ รับบท มะเดี่ยวบารมิตา สาครจันทร์ รับบท ภีรชาพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท เอกรินทร์กัญญา รัตนเพชร์ รับบท ฐาปนิสรกันตา ดานาว รับบท วันเพ็ญมัณฑนา หิมะทองคำ รับบท นางจุกกชกร นิมากรณ์ รับบท ปรียาพรศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบท บุญเกิดขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย รับบท เฮียทับ ละคร ราชนาวีที่รัก ละคร ราชนาวีที่รัก ละคร ราชนาวีที่รัก

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์

รับเหมาติดตั้งระบบอัคคีภัย ออกแบบพร้อมติดตั้ง ระบบดับเพลิง FM-200,Co2 System, Fire Alarm,Fire Pump, เดินท่อสปริงเกอร์

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ชาคริต แย้มนาม /  ข่าว ชาคริต แย้มนาม / 

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น   หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก   ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!   "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"   "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"   "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"   "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"   "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"   "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"   "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"    "(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"   "(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"   "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"   "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ชาคริต แย้มนาม ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล