เพลิงบุญ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์

รับเหมาติดตั้งระบบอัคคีภัย ออกแบบพร้อมติดตั้ง ระบบดับเพลิง FM-200,Co2 System, Fire Alarm,Fire Pump, เดินท่อสปริงเกอร์

หลีกทางแม่!! อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลในรอบหลายปี ซิวนำหญิง MAYA AWARDS 2017
อั้ม พัชราภา /  มายามหาชน / 

  กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ ของคนในวงการบันเทิงทุกแขนง "มายามหาชน MAYA AWARDS 2017" โดยผลโหวตมาจากคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ @CDC Crystal Grand BallRoom ถนนประดิษฐ์มนูธรรม(เรียบทางด่วนรามอินทรา) โดยมีเหล่าศิลปินดาราตบเท้าเข้ารับรางวัลและร่วมเดินพรมแดงกับมากมาย ซึ่งปีนี้ด้านนางเอกซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แถมยังซิวดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 ไปครองอีกด้วย ด้าน เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข คว้ารางวัลดารานำชาย ขวัญใจมหาชน จากละคร “บ่วงหงส์” ช่อง 3 และผลรางวัลต่างๆ มีดังต่อไปนี้ ผลรางวัล มายามหาชน MAYA Awards 2017 มีดังนี้ รางวัลดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 รางวัลดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ อ๊อฟ ชนะพล สัตยา จาก “ริษยา” ช่อง 7 รางวัลดาราดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ แคท ซอนญ่า สิงหะ จากละคร “ลูกตาลลอยแก้ว ช่อง 7” รางวัลดาราดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ สิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ จากละคร “โซตัสเดอะซีรีส์ ช่อง ONE รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ ช่อง 7 รางวัลผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ไก่ ภาษิต อภิญญาวาท ช่อง 3 รางวัลพิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ จากรายการ “Daily C3” ช่อง 3HD รางวัลพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ กันต์ กันตถาวร จากรายการ “The Mask Singer” เวิร์คพอยท์ รางวัลบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ละคร “เรือนพยอม” ทางช่อง 7 บทโดย เริงใจ รางวัลผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชน ได้แก่ โอริเวอร์ บีเวอร์ จากละคร “มือเหนือเมฆ” ช่อง 7 รางวัลละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ละคร “เพลิงพระนาง” โดย กันตนา ทางช่อง 7 รางวัล The Best Come Back Star แห่งปี 2560 ได้แก่ สุวนันท์ คงยิ่ง จากละคร “น้ำเซาะทราย” ทางช่อง 7 HD รางวัลดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ รางวัลดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ รางวัลดาราคู่ขวัญ (คู่จิ้น) ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ คริส พีรวัส, สิงโต ปราชญา รางวัลดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ศุวรรณศุข รางวัล Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ มิลลี่ คามิลล่า กิตติวัฒน์ รางวัล Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ นน ธนลภย์ ปรีดามาโน รางวัลเพลงประกอบละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ เพลง “กลับมา” โดย “เอ๊ะ จิรากร” จากละคร “ชะนีผีผลัก” ช่องเวิร์คพอยท์ รางวัลคนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560 ได้แก่ ปัญญา นิรันดร์กุล รางวัลสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560 ได้แก่ Work Point ช่อง 23 รางวัลรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลง” ทางช่อง 7 สี รางวัลสถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ TNN24 ช่อง 24 รางวัลรายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “The Face Thailand 2017” รางวัลวิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560 ได้แก่ วาสนา นาน่วม จากช่อง Spring News รางวัลละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ทางช่อง 3 รางวัล Best Healthy Star หรือรางวัลดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560 ได้แก่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รางวัล Best Program of The Year หรือรางวัลรายการทีวีที่มาแรงที่สุด ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง จาก Workpointช่อง 23 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

เบลล่า ทำบุญบวชพระใหม่ ครบรอบ 1 ปี การจากไปของคุณพ่ออาโนล
ข่าว เบลล่า ราณี

      ด้วยรักและคิดถึง นางเอกสาวหน้าหวาน เบลล่า ราณี พร้อมด้วย คุณแม่ปราณี จัดงานบุญใหญ่ 2 งาน  2 ศาสนา เนื่องในโอกาสครบ 1 ปีที่ คุณพ่ออาโนล จากไป เพื่ออุทิศผลบุญให้แด่คุณพ่อที่รักยิ่ง เริ่มด้วยการทำพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม ตามแบบที่ คุณพ่ออาโนล นับถือ และร่วมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเย็น รวมถึงบริจาคโต๊ะประชุม, ชุดเก้าอี้ม้าหิน, ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้กับมัสยิดประชาสัมพันธ์ หมู่ 6 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี   อีกทั้งยังทำพิธีกรรมตามพระพุทธศาสนา ร่วมบุญใหญ่เป็นเจ้าภาพอุปสมบทพระใหม่จำนวน 1 รูป พร้อมทั้งทำบุญถวายเพลพระภิกษุ และทำโรงทานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ วัดพระยาสุเรนทร์ อำเภอคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพ ซึ่งงานนี้สาวเบลล่าเผยว่า   “ปกติเบลกับคุณแม่จะไปทำบุญให้คุณพ่อเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ ทำทั้ง 2 ศาสนา คือศาสนาอิสลามที่คุณพ่อนับถือ ไปไหว้คุณพ่อที่สุสานอย่างน้อยเดือนละครั้ง เอาต้นไม้-ดอกไม้ไปลง ตกแต่งหลุมศพ แล้วก็จ้างคนที่นั่นให้ช่วยดูแลรดน้ำต้นไม้ให้ พอต้นไม้เริ่มโทรมก็เปลี่ยนใหม่ เพราะเบลอยากให้ที่ๆ คุณพ่ออยู่สวยงาม ท่านจะได้มีความสุข และก็ทำบุญตามพระพุทธศาสนาที่เบลกับคุณแม่นับถือด้วย ถ้ามีเวลาเราสองแม่ลูกก็จะพากันเข้าวัดค่ะ ไปไหว้พระ ใส่บาตร เลี้ยงเพลพระภิกษุ ถวายสังฆทาน หรือทำโรงทาน แล้วแต่โอกาสค่ะ”            

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ชาคริต แย้มนาม /  ข่าว ชาคริต แย้มนาม / 

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น   หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก   ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!   "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"   "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"   "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"   "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"   "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"   "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"   "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"    "(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"   "(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"   "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"   "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ชาคริต แย้มนาม ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

เชิญจ้ะ..มโนได้ไม่ว่า!! เจนี่ อุบตอบรักหรือเลิก กึ้ง ยันเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องของคนทั้งประเทศ!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  ยังคงถูกจับตามองไม่น้อยสำหรับความสัมพันธ์ที่ยังคลุมเครือของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจกาแฟชื่อดังอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ที่พักหลังไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำเอาหลายคนสงสัยว่าคู่นี้ยังรักกันดีอยู่หรือว่าเลิกกันไปแล้ว ล่าสุดวันนี้ (22มิ.ย.60) นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้มาร่วมงานบวงสรวงละครสุดแซ่บ แรงเงา 2 ที่บริษัท บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น พร้อมกับเปิดใจช่วงนี้ขอชาร์จพลังหลังจากทำงานหนัก ยันไม่เกี่ยวกับการพักใจ ปฏิเสธตอบความสัมพันธ์กับ หนุ่มกึ้ง ยันขอเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวมของคนทั้งประเทศ   "(ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปเลย) ใช่ค่ะ เพิ่งปิดละครเรื่องเพลิงบุญด้วย อยากพักจริงๆ ให้คนอื่นเขาเป็นข่าวบ้าง เราก็ไปเมืองนอกค่ะ ก็ยังชาร์จไม่เต็ม เดี๋ยวไปอีก งานอีเว้นท์ยังอะค่ะ ก็อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว(หัวเราะ) (ไม่ได้เป็นการพักใจ) ไม่เกี่ยวค่ะ ไม่ค่ะ คือเวลาเราโตแล้ว เล่นละคร เราต้องใช้เอ็นเนอร์จี ใช้จิตในการเล่นเยอะมากค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาจบละครเรื่องหนึ่งเนี่ย เราก็จะพักจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่าเวลาเราเล่นเราทุ่มให้มันทั้งใจจริงๆ คืองานเราไม่ได้คิดแค่ว่าถ่ายแล้วก็จบ ตัวละครตัวนั้นมันจะอยู่ในความรู้สึก เพราะว่าเวลาเล่นเราให้ใจ เพราะว่าเราร้องไห้เยอะ เราใช้เอ็นเนอร์จีข้างในเยอะมากค่ะ"   "(เรื่องแรงเงา2 ก็ต้องหนักอีก) ก็ต้องปรับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เหมือนเราโตขึ้นด้วย พลังในการเล่นมันต้องใช้เยอะ เพราะฉะนั้นเวลาพัก ก็อยากพักจริงๆ คือเราก็จะรู้สึกว่า เราทำงานเราก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ที่ทำแค่แบบแป๊บเดียวแล้วก็ทำอันต่อไป เราอยากให้คนดู ดูแล้วรู้สึกว่าอินกับมัน จะไปเที่ยวไหนยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ไปคนเดียวค่ะ อีเว้นท์มีติดต่อมาค่ะ แต่ไม่รับ เพราะว่าเราอยากพัก คืออยากพักจริงๆ พอเราโตขึ้นก็จะรู้สึกว่า ควอลิตี้ในการทำงานมันต้องสูงขึ้นด้วยค่ะ บางครั้งเงินก็ไม่ใช่ปัจจัย"   "(ความสัมพันธ์กับ "กึ้ง") เจนไม่ขอพูดได้ไหมคะ เจนไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องของส่วนรวม ขอไม่พูดเลยได้ไหม เพราะเจนี่รู้สึกว่ามันไม่ดีกับเจนี่เอง แล้วก็กลับกลายว่าเป็นเรื่องของทุกคนในประเทศนี้(หัวเราะ) และเจนี่ว่าทุกคนก็คงไม่อยากรู้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นขอพูดเรื่องงานอย่างเดียวดีกว่า เอาอย่างงี้ดีกว่า(หัวเราะ) เราอยู่ในวงการมาเยอะแล้ว เจนอยาก keep เรื่องส่วนตัวไว้ให้เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ค่ะ เดาได้ ไม่ว่ากัน เพราะว่าเจนคงจะไปห้ามให้ใครเดาไม่ได้ แต่ว่าอะไรที่ออกจากปากเจน เจนอยากให้มันมีคุณค่าจริงๆ ค่ะ ไม่เป็นไร เจนอยู่ในวงการนี้มา 20 กว่าปี การมโนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า ไม่คิดเสพข่าวอะไร เจนอยากอยู่เงียบๆ"   "เพื่อนๆ ไม่ถามแล้ว มีลูกมีครอบครัวกันหมดแล้ว (กับ เจนสุดา) ก็คุยค่ะ เจอหลาน เจอเพื่อนตลอดๆ"   "(มุมมองการใช้ชีวิตดูเปลี่ยนไป) โตขึ้นด้วยค่ะ ก็เราทำงาน แล้วเราก็รู้สึกว่าเจนี่ต้องโฟกัสงาน เราอยากทุ่มให้กับงานจริงๆ อยากให้มันเป็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นควอลิตี้จริงๆ เจนพูดเรื่องของตัวเอง มันก็เหมือนกับคนเขาก็ไม่ได้อยากรู้อะ เพราะฉะนั้นเจนอยู่เงียบๆ ดีกว่า (คนรอบข้างให้กำลังใจยังไงกับข่าวที่ผ่านมา) ไม่มีใครใก้กำลังใจ(หัวเราะ) เจนี่ว่ามันเหมือนเป็นวัฏจักรของข่าวค่ะ มันมาเดี๋ยวมันก็ไป เดี๋ยวพอวันนี้เจนออกข่าว พรุ่งนี้มันก็หายไปแล้วอะ ส่วนแฟนคลับเขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวค่ะ กับเพื่อนๆ เจอกันบ่อยค่ะ เพียงแต่ไม่ได้อัพไอจี เจนรู้สึกว่าหวงชีวิตส่วนตัวของตัวเองนิดหนึ่ง โตขึ้น โลกส่วนตัวก็อาจจะสูงขึ้นนิดหนึ่งค่ะ คือเจนว่าพอโตขึ้น มันจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าเราต้องรักตัวเองค่ะ หลานคือความสุขของเจนี่ (จะได้เห็นเจนี่แต่งงานไหม) โอ้ย ขออยู่กับหลานนะคะ"   "ถ้าเพลิงบุญ เจนว่าต้องแรงไปถึงปีหน้า ส่วนงานแฟชั่นโชว์ เราโตแล้ว เราต้องให้น้องๆ บ้างแล้วค่ะ ถ่ายเซ็กซี่ไม่ออกละค่ะ ต้องให้เด็กๆ แล้ว จริงๆ ก็ไม่ได้ลดนะ แต่อาจจะเลือกอะไรที่มันมีคุณภาพมากขึ้น (ชุดว่ายน้ำไม่ถ่ายแล้วเหรอ?) ไม่อยากรับปากว่าจะไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรยังไง คือตอนนี้มี 911 ด้วย เพราะฉะนั้นภาพเจนมันจะแบบ เจนก็อยากทำธุรกิจด้วยเพราะฉะนั้นเราต้องแบบดูแลตัวเองดีๆ ไม่มีเต้าให้แขวนค่ะ มันเล็กจนแขวนไม่ได้ค่ะ มีถ่ายหนังสือติดต่อมาบ้าง เรื่องอะไรพวกนี้คนก็อยากดูอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุ และด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ มันก็นิดหนึ่ง เขาก็อยากเห็นเด็กๆ ไหมล่ะ ก็สกรีนงานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ" เจนี่กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

8 หนุ่มรุ่นใหญ่ที่มีแฟนแซ่บเหลือหลาย
หนุ่มใหญ่ /  แฟนสาวรุ่นลูก / 

   แหม..ช่วงนี้หนุ่มๆ รุ่นใหญ่หลายคนหัวใจมันกระชุ่มกระชวยดีนัก เพราะหันมาคบกับแฟนสาวรุ่นลูก รุ่นหลาน แถมสาวๆ แต่ละนางนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เรียกว่าแซ่บลืมเห็นแว๊บแรกต้องซี๊ดปากเพราะความเผ็ดนั้นเกินระดับ10 กันแทบทุกคน แหมไม่งั้นคงเอาบรรดาหนุ่มใหญ่ที่ช่ำชองไม่อยู่หรอกจริงมะ ไปดูกันว่าแฟนใครจะแซ่บสุด ปั๋ง ปกาศิต-แอ๊น   แอ๊น แฟนสาวสุดแซ่บของ ปั๋ง ปกาศิต      สำหรับผู้ชายเจ้าชู้ลั๊นลา อย่างปั๋ง ปกาศิต หลายคนก็อยากจะเห็นหน้าคาดตาของสาวที่จะมาคุมความประพฤติรวมถึงกุมหัวใจเพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เที่ยวเจ้าชู้ไปเรื่อย แต่ในที่สุดเร็วๆ นี้หนุ่มเจ้าสำราญอย่างปั๋งก็เพิ่งจะเปิดตัวสาว แอ๊น เจ้าของหัวใจคนปัจจุบัน ที่งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดาแหมก็สาวแอ๊นนั้นเซ็กซี่สุดๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มปั๋งถึงได้หลงจนหัวปักหัวปำ จิ๊บ วสุ- จ๊ะจ๋า พริมรตา   จ๊ะจ๋า พริมรตา      สำหรับคู่ของรุ่นใหญ่อย่างจิ๊บ วสุ ที่ตอนนี้ต้องบอกว่าหวานหนักมากกับนักแสดงสาวรุ่นลูกอย่างจ๊ะจ๋า พริมรตา ถึงแม้ช่วงแรกๆ ทั้งคู่จะยังไม่ค่อยเปิดตัว แต่พอเปิดตัวว่าคบกันเท่านั้นแหละคร้า มีภาพหวานๆ หลุดมาให้คนอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว แถมทั้งคู่ยังควงคู่กับออกงานแบบแพคคู่โกยเงินเข้ากระเป๋าไว้เป็นทุนสำหรับงานแต่งได้เลยนะเออ แต่ถ้าหวังอยากจะเห้นคู่ของหนุ่มจี๊บ กับสาวจ๊ะจ๋ามีช็อตเที่ยวทะเลนุ่งบิกินี่โชว์ความเซ็กซี่เห็นทีจะยาก เพราะดูนี้เขาเป็นคู่รักงานบุญงานกุศล โอ๊ต วรวุฒิ – จีน่า อันนา   จีน่า อันนา ภรรยาคนสวยของ โอ๊ต วรวุฒิ      รุ่นใหญ่อย่างหนุ่มโอ๊ต วรวุฒิ นี่ก็สร้างความอิจฉาให้กับคนวัยเดียวกันมาก เพราะเปิดตัวว่ามีเมียปุ๊บก็มีลูกทันใช้เลย แถมศรีภรรยาคนสวยอย่างสาวจีน่า อันนา ก็สวยเซ็กซี่ น่ารัก ดูไม่ประดิษฐ์เหมือนผุ้หญิงบางคน นี่ถ้าไม่บอกว่ามีลูกแล้วก็ไม่มีใครเชื่อหรอก เพราะหุ่นนางเป๊ะมากโถ..ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มใหญ่อย่างโอ๊ต ถึงได้ไปไหนไม่รอด เคลลี่ ธนะพัฒน์ – นาย ชนุชตรา   นาย ชนุชตรา      สำหรับพระเอกรุ่นใหญ่อย่าง เคลลี่ ธนะพัฒน์ นี่ยังไงก็ต้องตายรัง เพราะตกหลุมรักเด็กรุ่นลูกอย่างสาวนาย ชนุชตรา จนโงหัวไม่ขึ้น ก่อนหน้านี้มีข่าวเม้าท์มอยว่าทั้งคู่ตะเวนหาฤกษ์เตรียมที่จะแต่งงานแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีฤกษ์แต่งสักที ช่วงนี้หนุ่มเคลลี่เลยต้องเร่งทำคะแนนกับว่าที่พ่อตาแม่ยายกันเต็มที่ ปู แบล็คเฮด-นุ๊กซี่ อัญพัชญ์   นุ๊กซี่ อัญพัชญ์ แฟนสาวสุดแซ่บของปู แบล็คเฮด      หนุ่มๆ พากันเทใจให้กับความเซ็กซี่ของพริตตี้สาวสวยคนดัง อย่างสาวนุ๊กซี่ อัญพัชญ์ แฟนสาวของนักร้องหนุ่มร็อครุ่นใหญ่อย่าง ปู แบล็คเฮด หรือ อานนท์ สายแสงจันทร์ คงไม่แปลกหลายคนต่างพากันอิจฉา ที่หนุ่มปูมีแฟนสวยและเด็ก แถวยังเปรี้ยวเยี่ยวราด ยิ่งเมื่อนักร้องขาร็อค ออกมาโพสต์ข้อความว่าครบรอบ 1 ปีแล้วเหรอที่คบกัน แหม..มันช่างดีต่อใจจริงๆ เพชร กรุณพล –พราวฟ้า   พราวฟ้า การัญชิดา      เรียกว่าตั้งแต่เปิดตัวว่าคบกันก็มีแต่ความหวานเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ สำหรับหนุ่มใหญ่อย่าง เพชร กรุณพล กับนักแสดงสาวรุ่น ลูกอย่างสาว พราวฟ้า การัญชิดา โดยเฉพาะฝ่ายหญิงดูจะแฮปปี้มาก ที่หนุ่มเพชรนั้นทั้งรักทั้งหลง แหม..จะไม่ให้หนุ่มเพชรหลงได้ยังไง ในเมื่อสาวพราวฟ้าเอะอะก็สลัดเสื้อผ้า หันไปนุ่งบิกินี่ โชว์ความเซ็กซี่รัวๆ ขนาดนั้นจริงมะ โจอี้ บอย - กวาง วรรณปิยะ   กวาง วรรณปิยะ      มาที่คู่ของแร๊พเปอร์ตัวพ่อ อย่างหนุ่มโจอี้ บอย กันบ้างถึงแม้ตอนนี้เจ้าตัวจะออกมายอมรับแล้วว่ากำลังคบหาดูใจกับสาวกวาง The Face หรือ สาวกวาง วรรณปิยะ นางร้ายดาวรุ่งที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ เพราะความเซ็กซี่ของนางไม่เป็นรองใคร แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็ยังไม่ใครได้เห็นรูปคู่สวีทหวาน ของหนุ่มโจอี้กับสาวกวางออกมาให้เห็นเหมือนคู่รักรายอื่นๆ แหมหนุ่มโจอี้จะรู้มะยิ่งปิดคนยิ่งอยากรู้อยากเห็น คัตโตะ-เบียร์ the voice   เบียร์ the voice      สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงนุ่ม อย่าง คัตโตะ อารมณ์ ก็ใช่ย่อย เพราะตั้งแต่เปิดตัวว่าคบหาดูใจกับ อดีตเน็ตไอดอลอย่าง เบียร์ the voice หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อย่างเป็นทางการ บรรดาหนุ่มๆ ก็ต่างพากันอิจฉา ก็แหม..สาวเบียร์นางแซ่บใช่ย่อย และถึงแม้ความรักของทั้งคู่จะเป็นรักที่ต่างวัยกันถึง 14 ปี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

ละครฝันรักฝันสลาย , เรื่องย่อฝันรักฝันสลาย
ละคร ฝันรักฝันสลาย /  เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย / 

ฝันรักฝันสลาย บทประพันธ์โดย : วิลักษณาบทโทรทัศน์โดย : วิลักษณากำกับการแสดงโดย : ชูชัย องอาจชัยออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย ณ หมู่บ้านแร้นแค้น นอกแผ่นดินไทย เหมยลี่ (ลัลล์ลลิน เตจะสาเวศซ์) และหญิงสาวในหมู่บ้านเกือบ 10 คน วางแผนเตรียมตัวที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปอเมริกา เพราะต้องการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่า โดยมี เจียง (ศรัณยู ประชากริช) หนุ่มบ้านเดียวกันที่ไปปักหลักอยู่ในเมืองไทยอาสาเป็นนายหน้าพาทุกคนหลบหนีออกนอกประเทศ เจียง พาสาว ๆ ทั้ง 10 คน ลัดเลาะแนวตะเข็บชายแดน แต่ ผู้กองอู๋ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ก็ตามมาพร้อมกับประกาศให้ทุกคนถอยกลับ แต่เหมยลี่และทุกคนไม่ยอมถอย หนีสุดชีวิต รอดเพียงเจียงกับเหมยลี่ ทั้งคู่หลบหนีไปพร้อมกลุ่มชาวบ้าน ถูกซ่อนตัวเบียดกันไปในรถบรรทุกผัก เพื่อหลบหนีการตรวจของตำรวจ เมื่อผ่านด่านตรวจ ทั้งหมดก็เดินเท้าลัดเลาะอย่างยากลำบากไปตามเส้นทางแนวป่าของชายแดน จนกระทั่งข้ามมาถึงฝั่งไทย ละคร ฝันรักฝันสลาย ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผู้กองปกรณ์ (นาวิน เยาวพลกุล) หัวหน้าทีมตามจับแก๊งลูกหมู หรือขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงฝึกตำรวจใหม่ให้กับ หมวดออม (วันสิริ อ่องอำไพ) หมวดสาวที่เพิ่งเรียนจบ ปกรณ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้กองขาโหดดุดันและทำงานจริงจัง เขาจึงไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำรวจหญิง ปกรณ์จึงมอบหมายให้ จ่าอู๊ด (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) คอยดูแลและให้คำแนะนำต่าง ๆ กับหมวดออมแทน ทำให้เธอไม่พอใจและหมั่นไส้ผู้กองปกรณ์ตั้งแต่แรกเจอ ปกรณ์มีนัดกับสายสืบเพื่อล่อจับ หมงรัชดา (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) หัวหน้าแก๊งลูกหมู มาเฟียใหญ่ที่ลักลอบค้ามนุษย์ ออมขอติดตามไปด้วย แต่ปกรณ์สั่งให้ทำงานเอกสารอยู่ที่โรงพัก แต่เธอไม่เชื่อแอบตามไปและทำให้คนร้ายรู้ตัวหนีรอดไปได้ ปกรณ์โกรธมาก จึงเข้าพบหัวหน้าเพื่อขอให้คนอื่นมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับออม แต่หัวหน้าไม่อนุญาตเพราะต้องการให้มีตำรวจหญิงอยู่ในทีม เพื่อช่วยในการจับกุม เพราะปกรณ์มักจะถูกร้องเรียนว่าใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหาหญิงบ่อย ๆ ออมขอโทษปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุทำให้งานผิดพลาดและขอโอกาสเพื่อเรียนรู้งาน เพราะตัวเองอยากเป็นตำรวจที่เก่งและสานต่ออุดมการณ์ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจและตายในหน้าที่ตอนเธออายุ 15 ปกรณ์ได้ฟังเรื่องของออม จึงเริ่มอ่อนข้อให้กับเธอลงบ้าง ละคร ฝันรักฝันสลาย เจียงแยกตัวเหมยลี่และหญิงสาวทั้งหมดออกจากกลุ่มและพาเข้ากรุงเทพฯ ทันที ไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเธอ ทั้งหมดถูกพามาขังยังตึกแถวกลางเมืองที่ชั้นล่างเป็นสถานบันเทิง แต่ชั้นบนเป็นที่ขายบริการทางเพศ เจียงบอกให้ทุกคนรู้ว่าต้องขายตัวเพื่อหาเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปอเมริกา เหมยลี่และหญิงสาวคนอื่นต่างตื่นกลัวไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนขอร้องเจียงให้ทำงานวิธีอื่น แต่เจียงปฏิเสธและยื่นคำขาดให้รู้ว่าถ้าใครขัดขืนต้องตายสถานเดียว เหมยลี่ ถูกบังคับให้รับแขกคนแรกในวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนที่เหมยลี่จะถูกขืนใจ ปกรณ์ก็นำกำลังตำรวจรวมทั้งหมวดออมเข้ามาบุกค้น มีการปะทะยิงกันระหว่างเจียงกับตำรวจ แต่เจียงหนีไปได้ เหมยลี่และคนอื่น ๆ ต่างวิ่งหนีกันอลหม่านไปตามช่องทางเดินในตึกโดยไม่รู้ว่าจะออกไปทางไหน ปกรณ์เห็นเหมยลี่วิ่งเลี้ยวไปตามทางจึงไล่ตามเธอไป เหมยลี่เห็นจวนตัวจึงปีนหลบออกไปนอกหน้าต่างเกาะอยู่บนระเบียง เมื่อมองลงไปยังด้านล่างพบว่าเธออยู่บนตึกสูงนับสิบชั้น เหมยลี่ได้แต่ภาวนาขอให้ปกรณ์หาเธอไม่เจอ แต่แล้วปกรณ์ก็เห็นจนได้และบอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยลี่ตัดสินใจเสี่ยงตายโดดลงจากตึก โชคเป็นของเหมยลี่ที่โดดลงมาบนรถบรรทุกจึงรอดชีวิตไปอย่างหวุดหวิด เหมยลี่ได้พบกับ ชาง (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) หนุ่มบ้านเดียวกันและมีความฝันที่จะไปอเมริกาเช่นเดียวกับเธอ แต่ชางมาตกค้างอยู่ในเมืองไทยเกือบ 2 ปีเพราะไม่มีเงินจ่ายให้กับนายหน้า เขาจึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อทำงานเก็บเงินสำหรับค่าเดินทาง ละคร ฝันรักฝันสลาย ตำรวจส่งตัวหญิงสาวและคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ทั้งหมดกลับไปยังประเทศของพวกเขา ปกรณ์รายงาน ผู้การยงยุทธ (ศานติ สันติเวชชกุล) ว่ายังมีหญิงสาวอีกคนที่หนีรอดไปได้คือเหมยลี่ หัวหน้าจึงสั่งให้ติดตามเอาตัวเธอกลับมาให้ได้ ขณะเดียวกันผู้การอู๋ ก็เดินทางมาประสานกับตำรวจไทย เพื่อต้องการจัดตัวเหมยลี่และชางกลับไปประเทศของตน ซึ่งปกรณ์ไม่ชอบใจนัก เพราะรู้สึกว่าผู้กองอู๋ชอบใช้วิธีการรุนแรง จับตายมากกว่าจับเป็น ไม่สนใจใคร ทำให้ชางกับเหมยลี่ มีคนที่ตามล่าตัวหลายฝ่ายชางพาเหมยลี่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ศาลเจ้ากับ เหว่ย (ภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า) และ เปา (กิตติพงศ์ โพชสาลี) สองหนุ่มต่างด้าวท่าทางไม่น่าไว้ใจที่หนีเข้าเมืองมาพร้อมกับชาง เหมยลี่ได้เจอกับ กิมลั้ง (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ซึ่งเป็นลูกสาวของ แปะชิง (เฮียหมู บางรัก) ชายชราผู้ดูแลศาล กิมลั้งหลงรักชาง เธอจึงไม่พอใจที่เห็นชางพาผู้หญิงอื่นมาอยู่ด้วย ชางพาเหมยลี่ไปฝากงานเป็นคนล้างจานในร้านอาหารที่ตัวเองเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ทุก ๆ วัน ชางจะนำอาหารมาแบ่งให้เหมยลี่กิน และคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย ทำให้กิมลั้งยิ่งเกลียดเหมยลี่ ในขณะที่เหว่ยกับเปามักจะเข้ามาแทะโลมลวนลามเหมยลี่ บ่อย ๆ แต่ชางคอยช่วยเหลือและขัดขวางไม่ให้ทั้งสองทำอะไรเธอ ชางบอกให้เหมยลี่รู้ว่าจะต้องใช้เงินถึงห้าแสนบาทเพื่อจ่ายสำหรับค่าทำหนังสือเดินทางปลอมและค่าตั๋วเครื่องบิน เหมยฟังจำนวนเงินแล้วถึงกับท้อ แต่ชางให้กำลังใจว่าเขาจะช่วยเธอเก็บเงินและสัญญาว่าจะเดินทางไปอเมริกาด้วยกัน ละคร ฝันรักฝันสลาย วันหนึ่งหลังเลิกงาน เหมยลี่ต้องกลับศาลเจ้าเพียงลำพังเพราะชางไม่อยู่ ระหว่างเดินกลับ เหมยลี่เจอกับปกรณ์และหมวดออมอย่างจัง ตอนแรกปกรณ์จำเธอไม่ได้แต่แล้วก็เอะใจว่าเคยเห็นเธอมาก่อน ปกรณ์จึงแยกจากหมวดออมแล้วตามเหมยลี่ไป เหมยลี่ลัดเลาะหนีไปตามตรอกหลังตลาดจนปกรณ์คลาดสายตากับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เหมยลี่จะหนีพ้น เธอก็พบกับเจียง เจียงบอกให้เหมยลี่ตามกลับไปแต่เหมยลี่ไม่ยอม เจียงจึงเข้ามาทำร้าย แต่ปกรณ์ย้อนกลับมาดูจึงเกิดการปะทะกับเจียง เจียงจึงจำใจต้องปล่อยเหมยลี่และหนีไป เหมยลี่ขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยตัวเธอ แต่ปกรณ์ไม่ยอมจะเอาตัวไปโรงพัก โชคดีที่ชางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเป็นจังหวะเดียวกับที่หมวดออมตามหาปกรณ์ ชางจึงเข้าล็อกตัวหมวดออมเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับเหมยลี่ ปกรณ์จึงจำเป็นต้องยอมปล่อยตัวเธอชางพาเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้าและคิดจะหาที่อยู่ใหม่ เพราะกลัวปกรณ์และเจียงจะตามมาเจอ แต่ปรากฏว่าเงินเก็บที่ชางซ่อนไว้เกือบห้าหมื่นบาทหายไป เหว่ยและเปากลับเข้ามาชางจึงถามทั้งสองว่าเอาเงินไปหรือไม่ ทั้งสองปฏิเสธแต่กิมลั้งบอกว่าเห็นเปาเข้ามาค้นหาของของชางเมื่อวันก่อน ชางโกรธเข้าค้นตัวเปาและพบว่ามีเงินอยู่หลายหมื่น จึงชกต่อยกัน กิมลั้งด่าว่าเป็นเพราะเหมยลี่ทุกคนจึงทะเลาะกัน ออมขอโทษปกรณ์อีกครั้งที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาจับเหมยลี่ไม่ได้ ครั้งนี้ปกรณ์ไม่ได้ตำหนิเธอ แต่เตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ ออมปลื้มใจที่อย่างน้อยปกรณ์ยังเป็นห่วงเธอ จ่าอู๊ดเห็นออมอารมณ์ดีเลยแซว ออมจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พ่อเธอตาย ปกรณ์คือคนที่ตามล่าจับคนร้ายมาลงโทษให้พ่อ นับแต่นั้นมาเขาคือฮีโร่ในใจเธอ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธออยากใกล้ชิดทำงานร่วมทีมกับเขา ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ให้ออมและจ่าอู๊ดสืบตามหาตัวเหมยลี่กับชาง จนรู้ว่าทั้งสองอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้า แต่เมื่อปกรณ์นำกำลังมาจับกลับไม่พบใครนอกจากแปะชิงกับกิมลั้ง แปะชิงปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่กิมลั้งแอบบอกปกรณ์ว่าเหมยลี่มาพักอยู่ที่นี่แต่หนีไปแล้ว ปกรณ์จึงฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กิมลั้งไว้ บอกว่าหากเหมยลี่หรือมีใครกลับมาให้กิมลั้งโทรกลับจะให้รางวัลชางพาเหมยลี่ไปขออาศัยอยู่กับเจ้าของร้านอาหารที่ทั้งสองทำงานอยู่ เจ้าของร้านจึงให้ทั้งสองนอนห้องเดียวกันเพราะคิดว่าเป็นผัวเมีย ระหว่างที่ทั้งสองนอนร่วมห้อง ชางเปิดเผยความในใจให้เหมยลี่ได้รู้ว่าเขารักเธอ แต่เหมลี่ยขอเวลาชางเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เหว่ยและเปาไปสมัครทำงานเป็นแรงงานเถื่อนให้กับเจียง ลูกน้องของเจียงชวนทั้งสองคุยเรื่องผู้หญิง ทั้งสองจึงหลุดปากพูดถึงเหมยลี่ขึ้นมา เจียงสนใจและซักถามจนรู้ว่าเป็นเหมยลี่เดียวกับที่เขากำลังตามหา เหว่ยและเปาจึงบอกให้เจียงรู้ว่าเหมยลี่ทำงานอยู่ที่ไหน เจียงตามไปลากตัวเหมยลี่มาจากร้านอาหารที่เหมยลี่ทำงาน และทำร้ายชางกับคนในร้านเกือบตาย และเอาตัวเหมยลี่ไปขายให้กับหมง หมงเห็นเหมยลี่แล้วชอบใจในความกล้าบ้าบิ่นที่หนีตำรวจมาได้ หมงบอกเจียงว่าขอทดสอบนอนกับเธอก่อนแล้วค่อยปล่อยให้นอนกับแขก ละคร ฝันรักฝันสลาย แต่ยังไม่ทันที่หมงจะขืนใจเหมยลี่ ปกรณ์ก็ได้รับรายงานว่าหมงอยู่ที่บาร์เถื่อน จึงนำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมและบุกจับแต่หมงและเจียงหนีไปได้ ปกรณ์เจอเหมยอีกครั้งเขาจึงไล่ตามจับเธอ เหมยหนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าและจนมุม ปกรณ์บอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยเธอ และเล่าความจริงว่าเธอถูกแก๊งลูกหมูหลอกลวงว่าจะพาไปอเมริกา แต่พวกมันกลับบังคับให้เธอขายตัว แม้ปกรณ์จะเห็นใจในชะตากรรมของเธอ แต่เขายืนยันที่จะต้องจับเธอส่งกลับบ้านเกิด เหมยลี่ใช้ไม้ตายขู่ว่าหากเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโดดตึกยอมตาย ในขณะที่ออมกับจ่าอู๊ดนำกำลังตำรวจตามปกรณ์ขึ้นมาบนดาดฟ้า เหมยลี่ทำท่าจะโดดจริง ๆ ปกรณ์จึงตัดสินใจให้เหมยลี่หลบตำรวจในถังขยะ และพาเธอไปซ่อนตัวที่บ้านพักของเขา เหมยลี่ขอบคุณที่ปกรณ์ไม่ส่งเธอให้ตำรวจ ปกรณ์บอกจะควบคุมตัวเธอไว้ที่บ้านของเขาก่อน เหมยลี่ไม่มีเงินทองหรือของมีค่าใด ๆ ที่จะให้ปกรณ์เพื่อตอบแทน เธอจึงเสนอตัวให้ปกรณ์นอนกับเธอเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาช่วยเหลือเธอ ตลอดชีวิตการทำงาน ปกรณ์ไม่เคยอ่อนข้อหรือลดหย่อนกฎเกณฑ์ให้ใคร แต่สำหรับเหมยลี่ คงเป็นเพราะความใสซื่อและจริงใจของเธอ จึงทำให้เขาหวั่นไหว ปกรณ์ปฏิเสธไม่นอนกับเหมยลี่ และให้เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง สั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน เพราะเขาจะลองหาทางช่วยเหลือให้เธอได้ไปอเมริกา เหมยลี่ร้องไห้ด้วยความดีใจ คุกเข่าต่อหน้าปกรณ์อีกครั้ง และสัญญาว่าหากเธอได้ไปอเมริกา เธอจะไม่ลืมบุญคุณที่เขามีต่อเธอ ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ต้องขอร้อง แม่ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ให้เหมยลี่อยู่ในบ้านด้วย แม้แม่ปกรณ์จะไม่ชอบใจ แต่ก็จำยอม แต่พยายามกดดันให้เหมยลี่หาที่อยู่ใหม่ เพื่อที่ปกรณ์จะได้ไม่เดือดร้อน รวมทั้งบอกว่าปกรณ์มีคู่หมั้นคู่หมายคือ เก๋ (อรุณณภา พาณิชจรูญ) ไม่อยากให้เข้าใจผิด หัวหน้าถามถึงความคืบหน้าเรื่องเหมยลี่ ออมและจ่าอู๊ดรายงานว่ายังไม่เจอตัว แต่ปกรณ์กลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนออมแปลกใจ จ่าอู๊ดชวนปกรณ์ไปกินข้าววันเกิดออม ปกรณ์ปฏิเสธบอกว่ามีธุระสำคัญทำให้ออมน้อยใจจึงตามไปที่ห้องพักเพื่อตัดพ้อต่อว่า แต่ออมต้องตกตะลึงเมื่อพบเหมยลี่ ออมผิดหวังในตัวปกรณ์มากที่รู้ว่าเขาแอบลักลอบซ่อนเหมยลี่ไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ออมตรงดิ่งไปหาหัวหน้าเพื่อรายงานให้หัวหน้าเล่นงานปกรณ์ แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะความรักที่มีต่อปกรณ์ ออมรู้ดีว่าหากเธอรายงานไป ปกรณ์จะต้องถูกพักงานและอาจจะต้องติดคุก เธอจึงได้แต่โกรธและเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวโดยไม่กล้าบอกใคร แม้แต่จ่าอู๊ด ละคร ฝันรักฝันสลาย เหมยลี่กลัวว่าปกรณ์จะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ จึงหนีไปโดยไม่บอกลา เหมยลี่กลับมาหาชางที่ร้านอาหารแต่ไม่เจอใคร เหมยลี่จึงลองกลับไปที่ศาลเจ้าและได้เจอกับกิมลั้ง เหมยลี่ถามข่าวชางแต่กิมลั้งบอกว่าไม่ได้กลับมาที่นี่ เหมยจึงขออาศัยอยู่ด้วย แต่กิมลั้งปฏิเสธ ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก เหมยลี่เดินไปอย่างสะเปะสะปะโดยไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใด จนได้เจอกับชาง ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจ ชางบอกว่าเขากลับมาอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าและกำลังไปหางานใหม่ทำ แต่กิมลั้งโกหกไม่บอกความจริงเหมยลี่ เพราะไม่ต้องการให้เหมยลี่ได้เจอกับชางอีก เหมยลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชางฟัง ชางแปลกใจที่ปกรณ์ช่วยเหลือและให้ที่หลบซ่อนแก่เหมยลี่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นตำรวจ เหมยลี่กล่าวชื่นชมในความดีของปกรณ์จนชางรู้สึกได้ว่าเธอชอบปกรณ์ แต่เหมยลี่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ชางเสียใจ กิมลั้งแอบมองทั้งสองอย่างไม่พอใจและโทรหาปกรณ์บอกให้รู้ว่าเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้า ปกรณ์รีบตามมาแต่ชางพาเหมยลี่หนีไปก่อนหน้าแล้ว ละคร ฝันรักฝันสลาย ชางเจอคนรู้จักและแนะนำให้ทำงานก่อสร้างในตึกแถวแห่งหนึ่ง ชางจึงพาเหมยลี่มาอยู่ด้วย โดยไม่รู้ว่าตึกแถวแห่งนี้เป็นของหมง จนกระทั่งเจียงมาตรวจดูงานแทนหมงและเจอกับเหมยลี่ ที่สุดชางพาเหมยลี่หนีการตามล่าของเจียงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ปกรณ์ตามมาช่วยทั้งสองไว้ได้และฆ่าเจียงตาย ปกรณ์หาที่ซ่อนตัวให้เหมยลี่กับชาง เหมยขอร้องปกรณ์ไม่ให้จับชางส่งตำรวจเพราะเขาเป็นคนที่ดีต่อเธอ ชางลอบมองความสัมพันธ์ของทั้งสองและรับรู้ว่า เหมยลี่มีใจให้ปกรณ์ ชางถามเหมยลี่อีกครั้งถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเหมยลี่อ้ำอึ้ง ชางจึงตัดใจทิ้งเธอไว้กับปกรณ์ ปกรณ์จัดการทำเรื่องให้เหมยลี่ได้เดินทางไปอเมริกาด้วยความช่วยเหลือของหมวดออม แม้ว่าออมจะไม่เต็มใจช่วย แต่เพื่อยุติไม่ให้ปกรณ์ถลำตัวไปกับเหมยลี่มากกว่านี้ ออมจึงรีบจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็ว ในที่สุดวันที่เหมยลี่ฝันไว้ก็มาถึง ปกรณ์พาเหมยลี่มาส่งที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไปอเมริกา ทั้งสองร่ำลากันด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข และปกรณ์สัญญาว่าจะบินไปหาเธอที่นั่น ในขณะที่ออมมองทั้งสองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ละคร ฝันรักฝันสลาย หลังจากส่งเหมยลี่ที่สนามบินปกรณ์กับออมก็แยกกลับ แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าหมงส่งคนมาจับตัวเหมยลี่ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ชางได้พบกับเหมยลี่อีกครั้งในวันที่หมงให้ขับรถมารับตัวเหมยลี่ออกไปข้างนอก เหมยลี่ขอให้ชางช่วยพาเธอหนี แม้ชางจะรู้ดีว่าหมงเหี้ยมโหดแค่ไหน แต่ด้วยความรักที่มีต่อเหมยลี่ทำให้เขายอมเสี่ยงตายเพื่อเธอ ส่วนปกรณ์ก็บุกจะจับหมง เพื่อช่วยเหมยลี่เหมือนกัน เรื่องราวความรัก หน้าที่ และความฝันของปกรณ์ เหมยลี่ ชาง และ ออม จะลงเอยอย่างไร ติดตามชมในละครดราม่าแอ็คชั่น ฝันรักฝันสลาย ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 ละคร ฝันรักฝันสลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2560 นักแสดงละคร ฝันรักฝันสลาย นาวิน เยาวพลกุล รับบท ปกรณ์ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท เหมยลี่เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท ชางวันสิริ อ่องอำไพ รับบท ออมอรุณณภา พาณิชจรูญ รับบท เก๋ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กิมลั้งศานติ สันติเวชชกุล รับบท ผู้การยงยุทธศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ รับบท จ่าอู๊ดอภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ผู้กองอู๋ศรัณยู ประชากริช รับบท เจียงวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท หมง รัชดาเสือ ทอรัส รับบท กวงกิตติพงศ์ โพชสาลี รับบท เปาภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า รับบท เหว่ยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท แม่ปกรณ์

แม่นเว่อร์!! เฟี้ยว์ฟ้าว รำดีดไหซอง ใบ้เลขเด็ดตรงเป๊ะ!!
เฟี้ยว์ฟ้าว /  เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ / 

  เรียกได้ว่าคอหวยได้เฮไปตามๆ กัน!! สำหรับบรรดาแฟนคลับหรือเซียนหวยที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของนักแสดงสาวอารมณ์ดีแถมยังมีชื่อแปลกอย่าง เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ หรือ อิม อชิตะ หลังจากถูกหวยรวยเบอร์ติดต่อกันมาหลายงวด ล่าสุดงวดนี้ 1สิงหาคม 2560 สาวเฟี้ยว์ฟ้าว ก็จัดใบ้เลขเด็ดพอกรุบกริบด้วยการโพสต์ภาพท่ารำดีดไหซองที่เรียงรายอย่างสุดสวิงริงโก้ พร้อมกับระบุข้อความว่า   “หูย!!!..ถ่าย #รายการซุปตาร์พาทัวร์...จับมือ บุกบ้านหมอลำ!!!.. ทั้งดีด ทั้งโซ้ย ทั้งตำ ปลาล้าา... มาเลยๆเพ่จัดเต็ม ... #เพื่อนๆเคยดีดไห กันป้าว..เน้อ?”   ซึ่งหลังจากผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลเลขท้าย 2 ตัวของงวดนี้คือ 36 ด้าน เฟี้ยว์ฟ้าว ได้เข้ามาเฉลยในคอมเม้นท์ที่ตนได้ใบ้เลขเด็ดเอาไว้ในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ตั้งใจบอกละเน้อ!!! เพราะเมื่อคืนฝัน เลยตั้งใจบอก #แต่ก็บอกตรงๆไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าชัวร์รึเปล่า..เลยให้เพื่อนๆช่วยกัน เพราะขึ้นอยู่กับโชคชะตา ของใครคนนั้น #มือจีบเป็น3 ไห มี6ลูก ขอให้โชคดีเน้อ... ครั้งนี้ที่ตอบยาวๆ เพราะ เมื่อคืนฝันถึงพญานาค ที่ #พระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่109 ..อนุโมทนาบุญ”   และยังได้โพสต์ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 36 จำนวน 10 ใบ และถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว 989 จำนวน 5 ใบ พร้อมระบุข้อความถึงปาฎิหาริย์ครั้งนี้ โดยจะนำเงินที่ได้ไปสร้างพระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่ 109 ที่ จ.เชียงใหม่ อีกเช่นเคย   “ศักดิ์สิทธิ์แท้ๆ พ่อพญานาคเอ๋ย แม่พญานาคเอ๋ย!! ท่านแสดงปาฏิหาริย์ให้กับ เฟี้ยว์ฟ้าว จริงๆ..**ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้**..#ที่ตั้งใจอ้อนวอนขอ.. สร้างท่าน.....ที่ #พระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่109 .."" #เมื่อคืนก็ได้ฝันถึงท่าน ....และ #ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น.. อนุโมทนาจะนำเงินขึ้นไปสร้างท่าน ตามสัจจะ ที่ให้ไว้เมื่อครั้งไปปฏิบัติธรรมที่ #พระพุทธเจ้าทันใจองค์ที่109 ม.11 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สาธุ”   แหม!! ถูกหวยรัวๆ แบบนี้ เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วยจ้า!! ขอบคุณภาพจาก IG feawfoaw

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์

สยามเอคโค่ เอ็นเตอร์ไพรส์ รับเหมาระบบอัคคีภัย ออกแบบพร้อมติดตั้งระบบดับเพลิง FM-200,Co2 System,Fire Alarm,Fire Pump เดินท่อสปริงเกอร์ ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานทั่วไป โทร.087-690-4489

ตั๊ก บงกช เผยการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่!! บริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อการศึกษา!!
100 วัน แม่เล็ก ธนาภา /  ตั๊ก บงกช / 

  เพิ่งจะผ่านพ้นพิธีการทำบุญ 100 วัน แม่เล็ก ธนาภา ชีพนุรักษ์ คุณแม่ของนักแสดงสาว ตั๊ก บงกช ไปเมื่อ 23ก.ค.60 ที่ผ่านมา โดย ตั๊ก บงกช ได้โพสต์ภาพขณะไปทำบุญให้ แม่เล็ก ที่วัดพร้อมด้วยสามีอย่าง เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล และลูกชายสุดหล่อ น้องข้าวหอม พร้อมระบุข้อความแสดงความอาลัยและคิดถึงว่า   “หนึ่งร้อยวันแล้วที่แม่จากไป ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงแม่”   ซึ่งหลังจากวันทำบุญครบ 100 วันของแม่เล็ก ผ่านไปไม่นาน ด้าน ตั๊ก บงกช ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความเผยถึงการตัดสินใจทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ด้วยการบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาแพทย์ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ศึกษาเรียนรู้และนำความรู้ไปช่วยผู้อื่นต่อไป และยังได้เชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมทำบุญบริจาคร่างกายด้วยกันว่า   “เชิญร่วมบริจาคร่างกายได้ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ เมื่อนักศึกษาได้ความรู้แล้วศพของเรายังได้พระราชทานเพลิงหมู่ด้วยค่ะ และได้บุญมาก ทำให้นักศึกษาแพทย์ได้นำความรู้ไปช่วยผู้อื่นต่อไป มาบริจาคกันเยอะๆ นะคะ ขอนุโมทนาบุญค่ะ”   งานนี้มีแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นท์ร่วมอนุโมทนาบุญกับ ตั๊ก บงกช อย่างคับคั่ง ขอบคุณภาพจาก IG bong_kod_tak