เพลงใหมล่าสุด

ส่อแววโบกมือลา One Direction! แฮร์รี่ เซ็นสัญญาเอเจนซี่ใหม่
Harry Styles /  One Direction / 

ไม่รู้ว่านี่เป็นสัญญาณออกจากวงอีกคนหรือเปล่า เมื่อหนุ่ม แฮร์รี่ สไตล์ (Harry Styles) หันไปเซ็นสัญญากับเอเจนซี่เจ้าใหม่ แทนที่จะต่อสัญญากับผู้จัดการวง One Direction เหมือนเดิม โดยหนุ่ม แฮร์รี่ ยุติสัญญากับ  Modest Management และเซ็นสัญญากับ Jeffrey Azoff แห่ง CAA. ข่าวนี้ได้รับการยืนยันเมื่อวันจันทร์ที่่ผ่านมา โดย  นาย  Richard Griffiths  และ  Harry Magee ผู้บริหารสูงสุดของ Modest Management, กล่าวว่า "ทางเราก็ขออวยพรแฮร์รี่  มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้ร่วมงานกัน" ทั้งยังชื่นชมนักร้องหนุ่มด้วยว่า "แฮร์รี่เป็นสุภาพบุรุษมาก และเราก็รู้ดีว่า Jeffrey Azoff เพื่อนของเราจะดูแลเขาอย่างดี และหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันหากไปที่ LA" อย่างไรก็ตามหลังจากมีข่าวเซ็นสัญญากับค่ายใหม่ แฮร์รี่ ได้ไปเดินชอปปิ้งชิลล์ๆอยู่ที่  Beverly Hills แคลิฟอร์เนีย ด้วยหน้ายิ้มแย้มสุดๆ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

TAKE THAT จะกลับมาจัดคอนเสิร์ตในเมืองไทยในรอบ 20 ปี!
Gary Barlow /  Howard Donald / 

Contango ประกาศข่าวใหญ่สะเทือนวงการเพลงป๊อปสากล กับการมาเยือนไทยอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี ของ TAKE THAT ใน SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 พร้อมแล้วที่จะมาระเบิดความมันให้แฟนเพลงไทยหายคิดถึง 3 มีนาคมนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 นับเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการเพลงป๊อปยุค ’90 เมื่อ บริษัท คอนแทงโก จำกัด ประกาศข่าวดีของการมาเยือนไทยอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี ของวงดนตรีระดับตำนานจากเกาะอังกฤษอย่าง TAKE THAT (เทคแดต) ด้วยอารีน่าทัวร์ที่ประสบความสำเร็จได้รับการยกย่องว่าเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่แถมขนมาครบทุกเพลงฮิตของพวกเขา... เตรียมพบกับ SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 (สิงห์ คอร์เปอเรชั่น พรีเซนต์ เทคแดท ไลฟ์ อิน แบงคอก 2016) ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2559 นี้ ถ้าเอ่ยชื่อ TAKE THAT หลายคนคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี นับตั้งแต่ก่อตั้งวงเมื่อปี 1990 ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต่างรู้จัก TAKE THAT เป็นอย่างดีผ่านเพลงฮิตมากมาย เช่น Relight My Fire, How Deep Is Your Love, Everything Changes But You, Could It Be Magic, Pray, A Million Love Songs, Never Forget และ Back For Good โดยการันตีความสำเร็จของพวกเขาด้วยอัลบั้มที่ขึ้นอันดับหนึ่งของ UK ถึง 7 อัลบั้ม, มีซิงเกิ้ลขึ้นอันดับหนึ่งของ UK 12 ซิงเกิ้ล, งานเพลงที่มียอดขายรวมกว่า 45 ล้านแผ่น, ยอดขายบัตรคอนเสิร์ตรวมแล้วมากกว่า 7.5 ล้านใบ และได้รับรางวัลทางดนตรีมาแล้วมากมาย ถึงแม้ว่าปัจจุบัน TAKE THAT จะเหลือสมาชิกเพียงแค่ 3 คน แต่ทั้ง Gary Barlow (แกรี่ บาร์โลว์), Howard Donald (ฮาวเวิร์ด ดอนัลด์ ) และ Mark Owen(มาร์ก โอเวน) ยังคงครองใจแฟนเพลงได้อย่างเหนียวแน่น! Take That - Hey Boy youtube channel : TakeThatVEVO นับจากคอนเสิร์ต TAKE THAT ในเมืองไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2538 ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ก็ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว จนแทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครสามารถพาวง TAKE THAT กลับมาเยือนไทยได้อีกครั้ง! SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 จึงทำเอาเหล่าสาวกในเมืองไทยถึงกับตื่นเต้น เพราะพวกเขากำลังจะกลับมาพร้อมกับ 'Take That Live' โชว์ที่แฟนเพลงทั่วโลกต่างชื่นชมว่าเป็นอารีน่าทัวร์ที่แสนยิ่งใหญ่ทั้งแสง สี เสียง โปรดักชั่น ลูกเล่นยิ่งใหญ่ตระการตาโชว์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการเพลงเลยก็ว่าได้ คอนเสิร์ตนี้มีผู้เข้าชมทั่วโลกทั้งหมดมากกว่าห้าแสนคนตลอดการทัวร์คอนเสิร์ตเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา และทุกที่ที่เปิดการแสดงบัตรคอนเสิร์ตถูกจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็วด้วย!! แฟนตัวจริง TAKE THAT พลาดไม่ได้กับ SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 เพราะพลาดหนนี้ ไม่รู้ต้องรออีกกี่ปีถึงจะได้พบกับ TAKE THAT ที่เมืองไทยอีกครั้ง!... เตรียมตัวให้พร้อมแล้วชวนแก๊งค์เพื่อนไปร่วมหวนรำลึกถึงความหลังพร้อมมันสุดเหวี่ยงไปกับพวกเขากันได้ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2559 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 บัตรราคา 5,500 / 5,000 / 4,500 / 3,500 และ 2,000 บาท ซื้อบัตรได้พร้อมกันทั้ง 3 ช่องทาง ที่ www.thaiticketmajor.com, บูธ Thaiticketmajor ทุกสาขา, TTM CALL CENTER 02-262-3456 ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมข้อมูลอัพเดทได้ทาง www.contango.co.th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รวมกิจกรรมคู่รักเดือนกุมภา 59 จ.เชียงราย และ พะเยา
กิจกรรมคู่รัก เชียงราย พะเยา /  ดอยผาตั้ง / 

ททท.  สำนักงานเชียงราย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ร่วมกิจกรรมในช่วงเดือนแห่งความรักประจำปี 2559 ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา        สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักและฤดูกาลแห่งไอหมอก ลมหนาว และอากาศที่บริสุทธิ์ ทาง ททท.สำนักงานเชียงรายขอเชิญชาวนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ร่วมกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ณ จังหวัดเชียงรายและพะเยา ซึ่งในปี 2559 นี้ มีการจัดกิจกรรมต้อนรับเดือนแห่งความรักในหลายพื้นที่ ดังนี้ จังหวัดเชียงราย 1. จาวดอยสัมพันธ์ มหัศจรรย์หุบเขาแห่งความรัก ครั้งที่ 28 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ หุบเขาบ้านห้วยแม่ซ้าย  (สถานที่จัดงานจาวดอยสัมพันธ์ฯ) หมู่ที่ 11 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงรายชม  การแสดง  แสง  สี  เสียง จากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในตำบลแม่ยาวและจังหวัดเชียงราย      การแสดงศิลปวัฒนธรรม      ชนเผ่าต่างๆอันยิ่งใหญ่ตระการตา ร่วมสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงพร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าชนเผ่า บัตรมี 2 ราคาได้แก่ 1.บัตรราคาละ 1,800.-บาท นั่งได้ 6 ท่าน 2.บัตรราคา 2,500.- นั่งได้ 8 ท่าน (ซึ่งบัตรดังกล่าวจะนำไปแลกชุดอาหารและเครื่องดื่ม) *** สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลแม่ยาว หมายเลขโทรศัพท์  053-737-359 ต่อ  116 2. กิจกรรมปั่นเพื่อรัก บอกฮักที่บ้านแฟน   ณ   บริเวณริมเขื่อนน้ำช้าง  อ.เชียงของ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559  เวลา 07.00 - 16.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมจักรยานแรลลี่  รักติดล้อ  ที่ไม่จำกัดแค่คู่รักเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงคู่รักเพื่อน ขอเพียงท่านมาเป็นคู่ ร่วมทำกิจกรรมใน 10 ฐานกิจกรรมที่จะทำให้หัวใจพองโต อาทิ ร่วมปั่นจักรยานคู่รัก, กิจกรรมถ่ายภาพคู่รัก, ของขวัญสุดน่ารัก, ไอเลิฟมิวสิค, workshop สุดหวานกับคู่รัก เป็นต้นฯ *** สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลสถาน โทร  053-791607 ,097-9182756 3. งาน Balloon Festa ครั้งที่ 1 ณ สิงห์ปาร์คเชียงรายจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2559 โดยกิจกรรมภายในงานมีดังนี้ 1.การแข่งขันบอลลูนจาก 14  ประเทศทั่วโลก การแข่งขันบอลลูนกว่า 30 ลูก  นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ ขึ้นบอลลูนได้ในช่วงค่ำหน้างานคอนเสิร์ต (หากซื้อของภายในงานครบ 100.-สามารถขึ้นฟรี) 2.กิจกรรมโชว์แสงสีเสียงบอลลูน ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. 3.เทศกาลอาหาร 4.คอนเสิร์ตจากศิลปิน และพิเศษในวันที่ 14 กพ. 59 กับกิจกรรม Balloon Love โดยเปิดโอกาสให้คู่รัก จำนวน 20 คู่ได้มาจดทะเบียนและขึ้นบอลลูนบอกรักบนฟ้ากันซึ่งคัดเลือกผู้โชคดีจากแฟนเพจสิงห์ปาร์ค เชียงราย *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ไร่บุญรอด โทร 053-172870, 086-9142034 4.จินนาลักษณ์กระดาษสา  ต้อนรับวาเลนไทน์สานสัมพันธ์รัก เพียงพาคนพิเศษของคุณ ทำกระดาษสาบอกรัก 1 คู่ รับฟรีชุดเซทเครื่องดื่มเมนูพิเศษ Valent Honey Moon โปรโมชั่นนี้สำหรับเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักเท่านั้น *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ จินนาลักษณ์กระดาษสา อ.แม่สาย  โทร 081-8839062 5. รักสุดเขตประเทศไทย เชิญร่วมงานเทศกาลแห่งความรัก สัมผัสมนต์เสน่ห์วิวาห์ริมฝั่งโขงโขงอันสุดแสนโรแมนติกในระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2559 ณ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยมีกิจกรรมดังนี้ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 - มอบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 - ชมทะเลหมอก ณ ช่องเขาขาด - คู่รักร่วมแต่งกายชุดชนเผ่า พร้อมเปิดตัวประตูผาบ่อง ประตูขุนเขาแห่งรัก - ชมสวนสตอเบอร์รี่และพืชพรรณเมืองหนาว ณ ศูนย์โครงการพัฒนาหลวงผาตั้ง - ล่องเรือชมความงามเกาะแก่งและหาดทรายแม่น้ำโขง - ร่วมพิธีแต่งงาน ณ หาดทรายแม่น้ำโขง - ร่วมงานเลี้ยงขันโตก ชมการแสดงชนเผ่าและชมการประกวดคู่รักหวานแหวว *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น โทร 053-608-219 6. เชียงรายดอกไม้งามครั้งที่ 12 เชิญชวนคู่รักดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติค ถ่ายรูปกับสวนดอกไม้เมืองหนาว ฟังเพลงเพราะๆจากศิลปิน “Music in the Park เบน ชลาทิศ” ในวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 59 เวลา 20.00 – 23.00 น. ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย                *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครเชียงราย โทร 053-711333 7.งานสืบสานวัฒนธรรมและอนุรักษ์วัฒนธรรม ปีใหม่ลาหู่ 2559  เชิญนักท่องเที่ยวร่วมสืบสานและส่งเสริมวัฒนธรรมปีใหม่ลาหู่ ในระหว่างวันที่ 10 -11 กุมภาพันธ์ 59 ณ  สนามหมู่บ้านห้วยอื้น  ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง ชมกิจกรรม การละเล่นและประเพณี ต่างๆของชนเผ่าลาหู่  อาทิ  แข่งขันตีลูกข่าง  ลูกสะบ้า  ประกวดร้องเพลงลาหู่ ประกวดชุดชนเผ่า ชมพิธีบวงสรวงเทพเจ้า (อื่อซา) เป็นต้นฯ *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต.เทอดไทย โทร 053-730205 ต่อ 104 8.งานเปิดตัวประตูรักแห่งขุนเขา ณ ผ่าบ่อง ดอยผาตั้ง เชิญชวนคู่รักหรือผู้สนใจร่วมการเปิดประตูรักแห่งขุนเขา ณ ผาบ่อง ดอย    ผาตั้ง ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ภายในงานมีกิจกรรมการแสดงเปิดตัวประตูรักแห่งขุนเขา, ฟังดนตรีสดจากวงดนตรีทศกัณฑ์โซโล, ร่วมชมความงามของทะเลหมอก ณ ช่องเขาขาด และถ่ายรูปคู่ร่วมกัน ณ ระเบียงประตูรักแห่งขุนเขา *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อ.เวียงแก่น 053-608219 จังหวัดพะเยา 1. ม่อนทานตะวัน ณ ดอกคำใต้    เชิญนักท่องเที่ยวชมความสวยงามของทุ่งทานตะวัน   พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ  การจัดงานในธีม  "คาวบอย"  ,กิจกรรมขี่ม้า  ,ขี่รถ ATV  ,ปั่นจักรยาน  ,นั่งรถไถพ่วงชมทุ่งทานตะวัน  ,ชมสวนสตรอเบอร์รี่ ,ชมนกยูงบริเวณม่อนทานตะวัน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี ในระหว่างเดือนธันวาคม 2558 ถึง กุมภาพันธ์ 2559 ณ  ม่อน-ทานตะวัน ตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา *** สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบจ.พะเยา โทร 054-409400-3 ในการนี้ ททท.  สำนักงานเชียงรายจึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีในจังหวัดเชียงรายและพะเยาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์   นอกจากจะมีกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมาย รอต้อนรับทุกๆท่านอยู่ อย่าลืมหาวันหยุดมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิถีชีวิต สัมผัสความสดชื่นกันที่เชียงราย-พะเยา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ททท.สำนักงานเชียงราย  โทร ๐๕๓ – ๗๔๔๖๗๔ – ๕  ได้ทุกวัน ในเวลาราชการ

เมื่อศิลปินไทย ทดลองเป็นนักร้องจีน
Ai Ching Bu Shi Yi Chie /  China Dolls / 

เพลงจีน เป็นอีกหนึ่งแนวเพลงยอดนิยม ที่แฟนเพลงชาวไทยต่างคุ้นหู ซึ่งก็ไม่ได้จะมีเฉพาะนักร้องเจ้าของภาษาที่ถ่ายทอดบทเพลงได้อย่างแจ่มแจ้งเท่านั้น ฟากศิลปินต่างชาติเองก็ยังหยิบเอาเพลงจีนมาร้องให้ฟังกันทั่วไป ด้านวงการเพลงไทยและนักร้องเเดนสยามเองก็ได้รับอิทธิพลจากท่วงทำนองเพลงจีนกันมาไม่น้อย... เนื่องในโอกาสตรุษจีนนี้ ทาง music.mthai.com เลยขอรวบรวมผลงานเพลงเพราะๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เพลงไทยที่มีกลิ่นอายความเป็นจีน และเมื่อศิลปินไทยทดลองเป็นนักร้องเพลงจีน จะเป็นอย่างไรก็บ้างนะ? แซซี้อ้ายลื่อเจ็กนั้ง, ม่วยช้ำ, ยิกเท้าโหละซัว, ม่วยหายช้ำ เพลงจากครูเพลง สุรพล สมบัติเจริญ และนักร้องหญิง ปัทมา ณ เวียงฟ้า ร้องแก้กันเป็นคอลเล็คชั่น 4 เพลง เมื่อหนุ่มตี๋ดอดไปจีบสาวไทยว่า "แซซี้อ้ายลื่อเจ็กนั้ง"(ชาตินี้เกิดมารักเธอเพียงคนเดียว ) ทำสาว 'ม่วย' ถึงกับชีช้ำเมื่อรู้ว่าเฮียของเธอปันใจให้หญิงอื่น ร้อนให้ชายหนุ่มต้องกลับมางอนง้อขอคืนดี ก่อนจะจบด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้ง เปาบุ้นจิ้น - ยอดรัก สลักใจ, ดอน สอนระเบียบ เมื่อละครโทรทัศน์เรื่อง เปาบุ้นจิ้น ได้รับความนิยมสุดๆ จึงไม่น่าแปลกที่นักร้องไทยหลายคนจะหยิบเอาท่วงทำนองจากเพลงฮิตที่ใช้ประกอบละครมาใส่เนื้อเพลงภาษาไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของท่านเปาและศาลไคฟง แล้วสอดแทรกคติเรื่องความยุติธรรมและซื่อตรง ออกมาให้ฟังในหลากหลายเวอร์ชั่นทีเดียว เปาบุ้นจิ้นเผาศาล - เพลิน พรหมแดน ราชาเพลงพูด เพลิน พรหมแดน เจ้าของดีกรีศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยลูกทุ่ง) ก็ไม่ตกเทรนด์ สร้างรอยยิ้มให้แฟนเพลงด้วยการล้อเลียนเรื่องราวของละครเปาบุ้นจิ้น ออกมาเป็นเพลงพูดที่มีเรื่องราวสนุกสนานปนตลกร้ายที่ฟังเมื่อไหร่เป็นต้องหัวเราะ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ - อิ๋ว พิมพ์โพยม เรืองโรจน์ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ คืออีกหนึ่งละครฮิตอมตะนิรันดร์กาลจากเกาะฮ่องกงที่ถูกนำมารีเมคทั้งเวอร์ชั่นละครและภาพยนตร์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเพลงประกอบละครเองซึ่งเดิมขับร้องโดยนักร้องเสียงดี ฟรานซิส ยิป ก็ฮอตฮิตถึงขั้นที่นักร้องไทยยังต้องนำมาร้องใหม่หลายต่อหลายครั้ง เหล่าเจ็กหงี - ไก่ สมพล ดีเจคนดังสัญชาติไทยเชื้อสายจีน สมพล ปิยะพงศ์สิริ เคยผันตัวเป็นนักร้องและออกอัลบั้มอยู่พักใหญ่ หนึ่งในนั้นคืออัลบั้มและเพลง เหล่าเจ็กหงี ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงที่แนะนำตัวและบอกเล่าเรื่องราวของเขาอย่างอารมณ์ดี หมวยนี่คะ - China Dolls เบลล์-หว่าหวา สองสาวนักแดนซ์แห่งวง China Dolls ที่เป็นเหมือนไอค่อนของสาวหมวย ปลุกกระแสให้สาวๆ ทั้งหมวยและไม่หมวยลุกขึ้นมามาดมั่น ร้องท่อนฮุคของเพลงฮิต "ก็หมวยนี่คะ (ไม่ได้ตั้งใจ) ก็หมวยนี่คะ (ไม่ได้ตั้งใจ) ไม่ชอบใช่ไหม ขออภัยถ้าไม่ดี ..." กันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง ห้ามฟ้ามิอาจห้ามใจ (CHINA) - WORLD ALBUM ถ้าใครยังจำ WORLD ALBUM อัลบั้มคอนเซ็ปต์เก๋ๆ จากอาร์เอส ที่นำกลิ่นอายของสไตล์เพลงหลากหลายเชื้อชาติมาผสมผสานเข้ากับบทเพลงป๊อปแบบไทยๆ ได้ละก็ เชื่อว่าน่าจะเคยฟังเพลง ห้ามฟ้ามิอาจห้ามใจ หนึ่งผลงานเพลงในอัลบั้มกันได้ สมาคมตาชั้นเดียว(กากีนั้ง) - โจอี้ บอย ขวัญใจขาโย่วหน้าตี๋ โจอี้ บอย หรือ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต สุดยอดแร็พเปอร์ที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการเพลงฮิพฮอพ จนสร้างปรากฎการณ์ยอดขายเทปทะลุ 1 ล้านตลับ ส่งเพลงเอาใจชายหนุ่มตาชั้นเดียว กากีนั้ง ให้กลายเป็นเพลงฮิตที่ทั้งติดหูและติดปาก ผ้าเช็ดหน้า - Triumphs Kingdom โบ - จ๊อยซ์ Triumphs Kingdom ดูโอสาวที่นอกจากจะเป็นแฟชั่นไอค่อนสร้างกระแสเกาะอก-สายเดี่ยวแล้ว ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมา ก็ส่งให้เป็นเพลงฮิตซะเกือบทุกเพลง รวมทั้งเพลง ผ้าเช็ดหน้า ที่สองสาวแปลงโฉมเป็นหมวยซ่า นุ่งกี่เพ้าและโปรยผ้าเช็ดหน้าจนกลายเป็นท่าเต้นสุดฮิตมาจนถึงทุกวันนี้ อาม่าดุ - Mr.Sister พิ้งค์ และ ปุ๋ย สมาชิกของดูโอสุดสดใส Mr.Sister จากโดโจ ซิตี้ แจ้งเกิดด้วยเพลงฮิต อาม่าดุ (Amadoo aka agadou dou dou) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากทำนองเพลงสากลย้อนยุค agadou dou dou ชวนให้แฟนเพลงแดนซ์พร้อมๆ กับร้องท่อนฮุค "อาม่าดุ ดุ ดุ" อย่างสนุกสนาน Lao Shu Ai Da Mi - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ แม้จะต้องพักโปรเจ็คอัลบั้มเพลงจีนจนชะงักโครงการโกยเงินหยวนไป แต่ถ้าจะถามเรื่องทักษะการพูดและการร้องเพลงจีนของนักร้องหนุ่มเปียโนแมน โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ก็พูดได้เต็มปากว่ามีวิชาติดตัว การันตีได้จากการครวญเพลงอมตะความหมายดี Lao Shu Ai Da Mi ได้อย่างหวานซึ้งจริงๆ Ai Ching Bu Shi Yi Chie - ออกัส ประสบความสำเร็จอย่างสูงในหมู่แฟนเพลงชาวจีนไปแล้ว สำหรับหนุ่มๆ วงออกัส ดังนั้นพวกเขาเลยเสิร์ฟของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อเอาใจแฟนคลับแดนมังกรด้วย อย่างเพลง รักไม่ใช่ทุกอย่าง เวอร์ชั่นภาษาจีน หรือ Ai Ching Bu Shi Yi Chie นี้ ก็ทำเอาหลายคนแอบทึ่งกับการร้องเพลงภาษาจีนกลางของนักร้องหนุ่มหล่อ พิช ไปตามๆ กัน Why the tears? - เบิร์ด ธงไชย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย เซอร์ไพรส์แฟนเพลงทั่วเอเชียด้วยการนำเพลงซึ้ง ร้องไห้ทำไม มาร้องใหม่ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลาง แถมในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ พี่เบิร์ด ยังดึงดาราดังทั้งจากเมืองไทยและเมืองจีนมาถ่ายทอดเรื่องราว ท่ามกลางบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในเมืองไทยได้อย่างน่าติดตาม ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เสียงดีนะจ๊ะ! เปิ้ล ไอริณ ร้องเพลงเพราะ คืนนี้ขอให้คุ้ม
คืนนี้ขอให้คุ้ม /  เปิ้ล ไอริณ / 

หลังจากทุ่มทุนควักกระเป๋ากว่าครึ่งล้านเพื่อทำงานเพลงเองแบบไม่กลัวขาดทุน เปิดตัวด้วยเพลง รักหมดโปร (ลา ลา ลา) ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีจนเจ้าตัวหายเหนื่อย ล่าสุด เปิ้ล ไอริณ ศรีแกล้ว ก็คัมแบ็คกลับมาแล้ว ด้วยผลงาน คืนนี้ขอให้คุ้ม เพลงใหม่ชื่อชวนคิดลึก แต่ไม่มีอะไรเซ็กซี่เลย!? เปิ้ล ไอริณ ยอมรับว่าถนัดเพลงเร็วมากกว่า ทำให้รู้สึกว่าเพลง คืนนี้ขอให้คุ้ม ซึ่งเป็นเพลงช้าเพลงแรกที่นำมาโปรโมทนั้นร้องยากมาก จนตอนอัดเสียงต้องแก้แล้วแก้อีกทีเดียว ด้านมิวสิควิดีโอเพลง คืนนี้ขอให้คุ้ม หยิบเอาเรื่องราวอีกมุมของเหล่าทหารหาญมาตีแผ่สะท้อนสังคม นอกจากนั้น เปิ้ล ไอริณ ยังใจบุญ มอบรายได้จากการดาวน์โหลดมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกอีกด้วย คืนนี้ขอให้คุ้ม เปิ้ล ไอริณ ( Official MV ) youtube channel : Irin Sriklao ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เผยทีมงานเบื้องหลังระดับบิ๊ก! ฮโยมิน คัมแบ็คอัลบั้มเดี่ยว ปังแน่!!
Hyomin /  T-ARA / 

ฮโยมิน สมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป T-ARA (ที-อาร่า) เตรียมคัมแบ็คในฐานะศิลปินเดี่ยวในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมพรั่งด้วยทีมงานเบื้องหลังระดับบิ๊ก! รายชื่อทีมงานเบื้องหลังของอัลบั้มเดี่ยวของ ฮโยมิน ชุดใหม่ซึ่งมีกำหนดจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ทำเอาแฟนๆ เห็นแล้วต้องทึ่ง! เพราะมีทั้ง Ryan Jhun โปรดิวเซอร์ซึ่งเคยเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของเพลงฮิตมากมาย อย่าง Love Me Right ของ EXO, Dumb Dumb ของ Red Velvet และ View ของ SHINee และยังได้ David “DQ” Quiñones ที่เคยเขียนเพลง Hello ให้กับ Beyoncé รวมทั้ง August Rigo ซึ่งเคยฝากผลงานไว้กับการโปรดิวซ์เพลง U Smile ของ Justin Bieber, เพลง Back to Sleep ของ Chris Brown และเพลง Gotta Be You. ของ One Direction เข้ามาร่วมเป็นทีมงานของอัลบั้มโซโล่ของ ฮโยมิน ครั้งนี้เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น เพราะทีมงานมิวสิควิดีโอของ ฮโยมิน ก็ไม่ใช่เล่นๆ! เพราะเธอได้ตัว Lee Ki Baek ผู้กำกับคนดัง ซึ่งเคยทำเอ็มวีให้ศิลปิน K-POP ชั้นนำ อย่าง A Boy ของ G-Dragon, Map the Soul ของ Epik High และ Boys and Girls ของ Zico มาร่วมงาน ในอัลบั้มเดี่ยวชุดนี้ ฮโยมิน ยังมีโอกาสได้แสดงฝีมือเขียนเพลงด้วยตัวเอง และยังได้ จุนฮยอง แห่ง B2ST มาร่วมเขียนเพลงอีกด้วย จุนฮยอง B2ST ข้อมูลจาก nate ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เบน ชลาทิศ ฟิวส์ขาด! หลังเจอพฤติกรรมเพื่อนไม่สนิท 'สารเลว!'
Ben chalatit /  ชลาทิศ ตันติวุฒิ / 

เป็นคนดังมันว่าตัวลำบาก! โดยเฉพาะเมื่อโดนเกาะหวังใช้ประโยชน์ ใช้คำว่า 'เพื่อน' มากดราคาและหวังขอของฟรี เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ใส่ร้ายสารพัด!! ทำเอา เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ นักร้องเสียงทรงพลังผู้มีอารมณ์ดีเป็นนิจถึงกับยิ้มไม่ออก หยิบเอาพฤติกรรมของ 'เพื่อนไม่สนิท' มาเล่าผ่านสเตตัสเฟซบุ๊คส่วนตัว ซึ่งงานนี้เชื่อว่าทำเอาเจ้าตัวอดไม่ไหว ฟิวส์ขาดจนวีนแตก ด่า 'สารเลว' กลางโลกโซเชี่ยลเลยทีเดียว "พูดถึงเรื่องเพื่อน ... จากตอนสมัยมัธยมต้นที่ไม่ได้สนิทสนม ถ้าเรามีน้องสาว แล้ววันนึงน้องเราจะแต่งงาน เรารู้ว่าเพื่อนเราเปิดร้านทอง เราคงไม่ไปบอกเพื่อนคนนั้นว่า เฮ้ยเพื่อน น้องสาวของเราจะแต่งงาน ขอทองมาเป็นของขวัญในงานแต่งน้องเราหน่อยสิ !! เราคงต้องคิดไปซื้อกับเพื่อน ไปอุดหนุนเพื่อน ถ้าเพื่อนจะมีส่วนลดให้ ก็ถือเป็นน้ำใจที่มีให้กัน แต่เราคงจะไม่หน้าทนถึงขั้นต่อขอราคาทุนเพื่อน หรือขอลดราคาครึ่งนึง เพราะมันเสียมารยาทนะ แล้วยิ่งถ้าเพื่อนมีส่วนลดให้แล้ว แต่เราเองที่ไม่ซื้อ คิดว่าลดน้อยเกินไป คิดว่าไม่คุ้มค่า ซื้อไม่ไหว หรือไม่มีปัญญาซื้อ เราก็ยิ่งควรจะต้องเกรงใจและขอบใจเพื่อนคนนั้นเขานะ เพราะอย่างน้อยเขาก็เสนอน้ำใจมาให้ เราจะไม่เที่ยวไปบอกกับใครต่อใครว่า ร้านทองของเพื่อนเราแม่งก็งั้นๆ แหละ กูมีปัญญา กูจะไปซื้อที่ไหน ร้านไหนก็ได้ จะซื้อแพงกว่า ร้านดังกว่า ร้านดีกว่าที่มึงขายก็ได้ ทำไมน้ำใจให้เพื่อนแค่นี้ก็ให้กันไม่ได้ ... สำหรับกูนะ บอกตรงๆ มันตลก มึงติดต่อกูไปร้องงานแต่งน้องมึง กูลดให้มึงสามหมื่นจากราคาโชว์ปกติ ค่าใช้จ่ายกู นักดนตรีกูหกคน คนละหกพัน ซาวด์เอนจิเนียร์กูหกพัน เทคนิคเชี่ยนกูอีกสามคน ค่ารถตู้กู ค่ารถวง ค่ารถเครื่องดนตรี ค่าคนดูแล สิ่งที่กูได้กลับมาคือมึงไปบอกใครต่อใครว่ากูไม่มีน้ำใจ ... โอเค กูจะจำไว้เพื่อน กูเองก็อยากรู้ ถ้าเป็นมึง เอาเงินให้เพื่อนมึง หรือให้ใครไปซักสามหมื่น หรือแค่ให้เขายืมคิดดอกด้วย มึงจะพูดเป็นบุญคุณเป็นเจ้าชีวิตเขาซักขนาดไหน !?! กูถาม!! นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องรวยจนนะ กูไม่สนใจ กูไม่เคยไปแบมือขอมึงแดก แต่นี่แค่เรื่องที่ว่า มึงมันสารเลว !!! จากกู นักร้องที่ไม่ดังแถมยังไม่มีน้ำใจ" ด้าน คัตโตะ นักร้องนำวง ลิปตา ก็ได้เข้ามาคอมเม้นต์ในสเตตัสของ เบน ชลาทิศ ดังกล่าว เล่าถึงประสบการณ์ที่ตนเองเคยเจอ ซึ่งทำเอาเจ้าตัววางตัวลำบากเพราะ 'เพื่อน' ไว้เช่นกัน ข้อมูลจาก www.facebook.com/crazymandance ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครสะใภ้ไร้เงา , เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา
ละคร สะใภ้ไร้เงา /  เขต ฐานทัพ / 

สะใภ้ไร้เงา ละครช่อง7บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพบทโทรทัศน์โดย : อรุณแก้วออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา มัจฉา (ณัฐชา นวลแจ่ม) ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน และครอบครัว พ่อเพิ่ม (ไพโรจน์ สังวริบุตร) แม่วรรณา (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ยายทอง (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุทธา) และข่อย (เด็กชายธีระภพ ทรงวาจา) น้องชายสุดแสบกำลังเดินทางจาก โคกอีกเห็น มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าพิธีมงคลสมรสกับนักธุรกิจหนุ่ม ไตร (เขตต์ ฐานทัพ) แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ระหว่างเดินทางเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ทุกคนในครอบครัว ดับอนาถตายคาที่ ! ! มัจฉาฟื้นขึ้นอีกครั้งพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องแต่งตัวกับ ลดา (ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล) เพื่อนรักที่อยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และคอยดูแลเธอเสมอมา และกำลังจะเข้าพิธีหมั้น ทันทีที่ส่องกระจก เธอก็พบว่าในกระจกปราศจากซึ่งเงาของเธอ เพราะในตอนนี้เธอกลายเป็นเพียงวิญญาณซะแล้ว มัจฉาร้องไห้เสียใจที่รู้ว่า ความตายกำลังจะพรากเธอไปจาก ไตร ฐากูลเรืองวิริยา ว่าที่สามีอันเป็นที่รัก เธอขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงาน และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ในที่สุดมัจฉาก็เข้าพิธีสมรสสมใจปรารถนา ครอบครัวของเธอยังเข้าร่วมพิธีด้วย มัจฉาสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน ความจริงแล้วคือเธอยังไม่ตาย งานแต่งของมัจฉาดำเนินไปด้วยความไม่พอใจของ คุณหญิงตรีทิพย์ (ดารัณ ฐิตะกวิน) แม่ของไตรที่ไม่ได้ต้องการสะใภ้อย่างมัจฉา แม้ว่า คุณอดิศร (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของไตรจะพยายามพูดอย่างไร คุณหญิงก็ไม่ยอมไตร เฝ้ารอมัจฉาอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ พฤกษ์ (เจตรินตรัย อันติมานนท์) เพื่อนสนิทจอมเจ้าชู้ ไม่เข้าใจสักนิดว่าไตร จะหาบ่วงคล้องคอด้วยการแต่งงานทำไม อยู่เป็นโสด รักสนุกไม่ผูกพัน ดีกว่าเยอะ หากไตรตบไหล่เพื่อนบอกว่า ถ้าพฤกษ์ได้พบกับรักแท้ วันนึงพฤกษ์จะเข้าใจ พฤกษ์ส่ายหน้า รักแท้ไม่มีจริง ในคืนส่งตัวเจ้าสาว มัจฉา พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยเองเริ่มรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองได้ตายไปแล้ว มัจฉาได้พบกับ ยมทูตแอนดี้ (พีรวัชร์ เหราบัตย์) และได้สารภาพกับมัจฉาว่า เกิดความผิดพลาดด้านระบบคอมพิวเตอร์ของนรก ทำให้นำตัววิญญาณมาผิด จึงได้พยายามที่จะให้มัจฉาได้เข้าพิธีแต่งงานตามความตั้งใจ มัจฉาโวยวายที่ตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย แต่กลับต้องมาโดนพรากจากสามีอันเป็นที่รัก จึงขอให้ยมทูตแอนดี้ รับผิดชอบกับความผิดในครั้งนี้ หลังงานแต่งงาน มัจฉาขอร้องไตรให้ครอบครัวของเธอ ได้เข้าไปพักในคฤหาสน์หรูของไตร แต่ คุณหญิงตรีทิพย์ กลับไม่ยินยอมให้ครอบครัวของมัจฉาเข้าไปอยู่ร่วมบ้านด้วย เพราะแม้แต่ตัวมัจฉาเอง เมื่อแม่ไม่ต้องการให้มัจฉา และครอบครัวมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูลเรืองวิริยา ไตรก็บอกว่าเขาต้องไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา คุณหญิงตรีทิพย์รีบห้าม ด้วยเพราะรัก หวง ห่วงไตรที่เธอเลี้ยงมาอย่างดี เรื่องจึงลงเอยด้วยการให้ เพิ่ม วรรณา ทอง และข่อย เข้าไปอยู่ในเรือนหลังเล็กของคฤหาสน์ แม้ว่าบรรดาครอบครัวหรรษาจะไม่ยินดีนักทุกคนยินยอมอยู่ในบ้านเล็กในเรือนใหญ่ ด้วยความไม่เต็มใจ คนรับใช้ในคฤหาสน์ ทั้ง ป้าแจง (น้ำเงิน บุญหนัก) แม่ครัว แลไอ้หนึ่ง (วิชัย จงประสิทธิ์พร) คนขับรถ ต่างงุนงงที่เห็นหมาหอนตลอดเวลา ตั้งแต่ครอบครัวนี้มาอยู่ที่นี่ ชีวิตสมรสของไตร และมัจฉาเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ เพราะตรีทิพย์ทนรับสภาพที่มีมัจฉาอยู่ร่วมบ้านไม่ได้ จึงหาทางกลั่นแกล้งมัจฉาต่าง ๆ นานา โดยมี พิศ (หมวย ชวนชื่น) และน้อย (กรุณา มอริส) คนรับใช้คู่บารมีคอยช่วยหาเรื่องมัจฉา ทั้งให้ซักผ้า กวาดบ้าน ตัดหญ้า จ่ายตลาด ทำกับข้าว ด้วยความเป็นคนจิตใจดี และรักสามีมาก มัจฉาจึงยอมทำทุกอย่าง โดยหวังว่าความดีจะชนะใจแม่สามี พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ทนไม่ได้ ขอประกาศศึกกับ คุณหญิงตรีทิพย์ คุณหญิงตรีทิพย์พยายามบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เรื่องผีที่หลอกเธอมีหน้าตาเหมือนกับครอบครัวของมัจฉา แต่ไตรเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตัวเองกำลังใส่ร้ายครอบครัวของมัจฉา จึงต่อว่าแม่ ไตรไม่พอใจนอกจากแม่จะหาเรื่องรังแกมัจฉา แล้วยังมากล่าวหาว่ามัจฉา และครอบครัวเป็นผีอีก จึงประกาศกร้าวว่า หากมัจฉา และครอบครัวถูกกลั่นแกล้งอีก เขาจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา และครอบครัว ด้านมัจฉารู้ดีว่าเรื่องที่คุณหญิงตรีทิพย์เล่าเป็นความจริง จึงเรียกพ่อ แม่ ยาย และน้องมาเอ็ด พร้อมทั้งสั่งห้ามหลอกใครอีก เพราะเธอไม่อยากให้ไตรรู้เรื่องที่เธอ และครอบครัวเป็นผี เวลาเดียวกันนั้น ณ บ้านโคกอีเห็น หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางภาคอีสาน สุดที่รัก (แอนดรูว์ กรเศก) เจ้าของโรงสีข้าวที่รวยที่สุดในตำบล ผู้เป็นแฟนคลับของมัจฉา ได้ข่าวจากทางตำรวจว่า มัจฉา และครอบครัวประสบอุบัติเหตุ ซากรถคว่ำอยู่ข้างถนน ทำเอาสุดที่รักที่หลงรักมัจฉาอย่างบ้าคลั่งทนไม่ได้ ต้องรีบหาทางติดต่อมัจฉา และครอบครัวด่วน ทันทีที่โทรมา สุดที่รักก็พบว่า ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข จนกระทั่งข่อยรายงานสุดที่รักให้ได้รู้ว่า มัจฉาแต่งงานมาอยู่ครอบครัวนี้ด้วยความลำบาก เพราะถูกตรีทิพย์กลั่นแกล้งตลอด ทำเอาสุดที่รักทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อปกป้องยอดดวงใจของเขาด้วยชีวิต ขณะเดียวกัน ตวิษา (ปทิตตา อัธยาตมวิทยา) น้องสาวของไตร เดินทางกลับจากต่างประเทศ ได้พบกับสุดที่รัก ขณะที่เขาเดินทางมาหามัจฉา และได้ขับรถชนรถของตวิษาเข้าให้ ด้วยความเป็นไฮโซประจำหมู่บ้าน สุดที่รักโวยวายจะเอาเรื่องตวิษาให้ได้ ขณะที่สาวเจ้าก็ไม่ยอมเช่นกัน โชคดีที่ไตรมาห้ามทัน ทำให้สุดที่รักได้รู้ว่า ผู้หญิงบ้านนี้ร้ายกาจกันทุกคน แล้วมัจฉาจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง สุดที่รักจึงสัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาทางทำให้มัจฉาหย่าขาดกับไตร แล้วกลับไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ความวุ่นวายไม่หยุดคืบคลานเข้ามา ตัวช่วยของคุณหญิงตรีทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น เอื้อมพร (กัญญกร พินิจ) เพื่อนสนิทของตวิษาที่ได้พบกับไตร ก็เกิดประทับใจในตัวพี่ชายของเพื่อนรัก ตรีทิพย์ และตวิษาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้ไตร และมัจฉามีปัญหากัน จึงขอให้เอื้อมพรช่วยร่วมมือในการกำจัดมัจฉาออกจากสกุล ฐากูรเรืองวิริยา ให้ได้ แผนการดำเนินไป ไม่ใช่เพียงแค่มัจฉาเท่านั้นที่เริ่มน้อยใจในตัวของสามี ด้านไตรเองก็เป็นเช่นกัน โดยตัวต้นเหตุก็คือสุดที่รัก ซึ่งย้ายมาปักหลักเช่าคอนโด อยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อพามัจฉากลับบ้านนั้น คอยมาหามัจฉาที่คฤหาสน์ของไตร สุดที่รักเห็นว่ามัจฉาถูกครอบครัวสามีแกล้งจริงอย่างที่ข่อยบอก จึงแตะมือ กับสมาชิกในครอบครัวของมัจฉา ทำเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า ให้ตรีทิพย์และตวิษาต้องโมโหไม่เว้นแต่ละวัน ไตรไม่พอใจที่กลับมาจากทำงานทุกครั้ง เป็นต้องเห็นสุดที่รักช่วยมัจฉาทำงานบ้าน ทำกับข้าว อีกทั้งหลายครั้งที่สุดที่รักชอบพูดจากระแนะกระแหน ว่าเขาเป็นลูกแหง่กลัวแม่ ปล่อยให้แม่โขกสับมัจฉา ครั้งหนึ่งไตรได้ยินพ่อเพิ่มพูดว่า สุดที่รักน่าจะเป็นลูกเขย ทำให้ไตรรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัวมัจฉาปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ทะเลาะ จนกระทั่งบานปลายมีปากเสียงกัน ยมทูตแอนดี้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับข่าวร้าย นรกได้เช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ายมทูตแอนดี้ไม่ได้ทำงานผิดพลาด ครอบครัวของมัจฉาชะตาถึงฆาตแล้วจริง ๆ ยมทูตแอนดี้เตรียมตัวมารับวิญญาณของมัจฉา และครอบครัว มัจฉาหาทางบอกไตรให้รู้เป็นนัย ๆ ว่า เธอและเขาจะต้องพรากจากกันตลอดไป ไตรเข้าใจผิดคิดว่า มัจฉาจะทิ้งเขา แล้วไปอยู่กับสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า ไตรจึงยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งผลดีให้เอื้อมพรเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยการทำทีเป็นที่ปรึกษา ให้ไตรระบายความกลัดกลุ้ม จนพานกลับบ้านดึก ทำให้มัจฉาเป็นห่วง รวมทั้งเสียใจทุกครั้งที่เห็นว่า คนที่มาส่งไตรทุกคืนคือเอื้อมพร ข่อยทนไม่ไหวที่ต้องเห็นพี่สาวน้ำตาเช็ดหัวเข่า จึงฟ้องสุดที่รักว่า เอื้อมพรจะแย่งไตรไปจากมัจฉา สุดที่รักได้ยินก็กระโดดดีใจสุดเหวี่ยงที่รู้ว่า ไตรกับมัจฉาจะเลิกกัน สุดที่รักรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ สุดที่รักไปต่อว่าตวิษา ว่าร่วมมือกับเอื้อมพรในการแย่งไตรกับมัจฉา สุดที่รักต่อว่า ตวิษาว่าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำให้ผัวเมียชาวบ้านเขาเลิกกัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ส่งไปเรียนถึงต่างประเทศ ตวิษาโกรธจัด เธอยังมีความรู้สึกน้อยใจรวมอยู่ด้วย น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นเธอมีดีในสายตา ต่างจากลูกชายลูกท่าน หลานเธอทั้งหลาย ที่ต่างชมว่าเธอคือผู้หญิงสุดเพอร์เฟกต์ เรื่องไม่คาดฝันครั้งใหญ่ขึ้นในวงการนรก เมื่อมัจฉาได้ตั้งท้องลูกของไตร ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อยมทูตรายงานกับทางนรกถึงปัญหาหนักที่ตามมา และแล้วมัจฉาก็ได้รับการต่อเวลาให้มีร่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะคลอดลูก ด้านตรีทิพย์ที่ถึงแม้จะเกลียดชังมัจฉาแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่ามัจฉากำลังอุ้มท้องหลานของเธอ ตรีทิพย์ก็เริ่มใจอ่อน และยอมดูแลมัจฉาอยู่ห่าง ๆ อย่างไว้ฟอร์ม ขณะที่เอื้อมพรเล็งเห็นว่า ตรีทิพย์กำลังเอนเอียงไปทางมัจฉา จึงได้วางแผนรวบหัวรวบหางไตร เพื่อเรียกร้องสิทธิ์การเป็นภรรยาของไตรอีกคน แล้วแผนการของเอื้อมพรก็สำเร็จจนได้ เพิ่มรู้เรื่องไตรมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอื้อมพรโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ติดตรงที่แม่วรรณา เมียรักเคยขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องของลูก พอเพิ่มหันไปเห็นเมียรักยืนตัวสั่น ก็ตกใจ มัจฉาเห็นแก่ไตรที่ตกที่นั่งลำบาก เลยตัดสินใจพาครอบครัวของตัวเองกลับบ้านโคกอีเห็น การกลับมาของครอบครัวมัจฉา สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะ เสี่ยแสน (โอลิเวอร์ บีเวอร์) และสร้อย (ราตรี วิทวัส) พ่อกับแม่ของสุดที่รัก ที่ได้ยินชาวบ้านนินทามัจฉา และครอบครัวว่า มีอะไรผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งหมอผีประจำหมู่บ้านยังยืนยันฟันเฟิร์มซะอีกว่า ครอบครัวนี้คือ อดัมแฟมมิลี่อย่างแน่นอน เสี่ยแสน และสร้อยเตือนสุดที่รัก ไม่ให้ยุ่งกับครอบครัวมัจฉา สุดที่รักก็ยังยืนกรานว่า มัจฉาไม่ใช่ผีอย่างที่ใครนินทา ทำเอาสองสามีภรรยาที่รักลูกชายอย่างสุดที่รักยิ่งดวงใจ ต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่า ความจริงแล้วครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ตามที่ชาวบ้านพูดหรือเปล่า ? ไตรที่เห็นภรรยาสุดที่รักหนีกลับบ้านนอก ก็น้อยใจคิดว่ามัจฉาหมดรักเขาจริง ๆ เลยเอาแต่ดื่มเหล้า ส่วนเอื้อมพรก็ย้ายข้าวของมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ในฐานะภรรยาคนใหม่ นิสัยชอบดูถูกคน และจิกหัวคนรับใช้อย่างกับทาสของเอื้อมพร ทำให้พิศ น้อย และคนรับใช้ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ไม่ชอบเอื้อมพร ทุกคนต่างนึกถึงตอนที่มัจฉาอยู่ คุณหญิงตรีทิพย์ก็ชักเริ่มอยากจะอัปเปหิ เอื้อมพรไปจากคฤหาสน์ เพราะเอื้อมพรมีนิสัยฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ที่คุณหญิงตรีทิพย์ไม่ชอบอย่างแรงก็คือ เอื้อมพรพูดต่อว่ากฎประหยัดต่าง ๆ ในคฤหาสน์ ว่าคนคิดประสาทบ้างเอย สมองแรงทึ้งบ้างเอย ต้องเป็นพวกชอบข่มเหงลูก และสามี ฯลฯ โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ตั้งกฎก็คือคุณหญิงตรีทิพย์นั่นเอง เวลานี้คุณหญิงตรีทิพย์เริ่มคิดถึงมัจฉา ภาพที่มัจฉาคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าวค่อย ๆ ผุดมาเปรียบเทียบกับเอื้อมพร ที่วัน ๆ ตื่นมาก็บ่ายคล้อย แต่งหน้ากว่าจะเสร็จก็เย็น งานการก็ไม่ทำ เอาแต่ช้อปปิ้ง กลับบ้านเที่ยงคืน ยามนี้คุณหญิงตรีทิพย์เลยคิดถึงมัจฉา โดยเฉพาะหลานตัวน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของมัจฉา คุณอดิศรรู้เรื่องคุณหญิงตรีทิพย์เริ่มไม่โปรดเอื้อมพร ก็หัวเราะสะใจเป็นการใหญ่ ทว่าพอมาเห็นสภาพของไตร ที่เมาหัวราน้ำกลับมาบ้านแทบทุกวัน ก็ทนเห็นสภาพของลูกชายไม่ไหว ขอให้ไตรนึกถึงคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้กับมัจฉาในวันแต่งงาน และเมื่อคนสองคนได้สัญญาจะแก่ตายไปด้วยกัน คำเตือนของพ่อทำให้ไตรตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านโคกอีเห็น เสี่ยแสน และสร้อยเห็นว่า สุดที่รัก และไตรกำลังตกอยู่ในวังวนของครอบครัวผี เลยหาทางแฉครอบครัวมัจฉาทุกคนด้วยสารพัดวิธี ทั้งหาหมอผีไทย เขมร มอญ ฝรั่งมาทำพิธีปราบ แต่ทุกครั้งกลับเจออิทธิฤทธิ์ของอดัมแฟมมิลี่ จนพากันหนีเตลิดเปิดเปิง ภาพของไตรที่หอบหิ้วกระเป๋ามาที่บ้านของมัจฉา เป็นภาพที่มัจฉาคิดว่าฝันไป แต่อ้อมกอดของไตรที่โผเข้ามากอดเธอ พร้อมทั้งพูดขอโอกาส มัจฉาจึงรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป ด้วยใจที่รักมั่น ประกอบกับรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้อีกไม่นาน ทำให้มัจฉาพร้อมจะให้อภัยไตรทุกอย่าง ไตรกับมัจฉาปรับความเข้าใจในกันและกัน ไตรยอมเปิดเผยความรู้สึก ตั้งแต่หึงมัจฉาที่มีสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่าอยู่เคียงข้าง หรือแม้แต่การปรับตัวเข้าไม่ได้กับวิถีชีวิตอีสานของครอบครัวมัจฉา ซึ่งมัจฉาบอกกับไตรว่าคิดมาก เธอกับสุดที่รักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก และจะเป็นตลอดไป เพราะเธอได้มอบใจให้กับไตรไปจนหมดแล้ว ภาพไตรกับมัจฉาที่กอดหวานแหวว หัวใจของสุดที่รักถึงกับแหลกสลาย ร้องห่มร้องไห้กลับบ้าน สภาพข้าวปลาไม่ยอมกิน น้ำไม่ยอมอาบ เอาแต่นั่งซึม บางครั้งก็ร้องไห้ ยิ่งทำให้เสี่ยแสน และสร้อยร้อนใจ คิดว่าหากมัจฉายังอยู่ ลูกชายสุดที่รักของพวกเขาคงจะยิ่งอาการหนัก ทั้งสองคนจึงตัดสินใจจะหาแผนขั้นพิฆาตครอบครัวผีหรรษานี่เสีย เอื้อมพรทนไม่ได้ ชวนตวิษาตามล่าสามีที่โคกอีเห็น โดยขอพักกับไตร ทั้งที่ใจอยากจะไปพักในโรงแรมหรูใจจะขาด แต่ด้วยความบ้าผู้ชายที่มีมากกว่า ด้วยความอยากอยู่ใกล้ไตร เอื้อมพรเลยขออยู่ที่บ้านของครอบครัวมัจฉา ไตรรู้สึกอึดอัดกับการที่เอื้อมพรตามราวีมัจฉาไม่หยุดหย่อน มัจฉาเห็นว่าเอื้อมพรรักไตรมาก ก็ทำดีกับเอื้อมพร เพราะคิดว่าต่อไปเอื้อมพรจะต้องเป็นคนดูแลไตร และอาจจะรวมถึงลูกของเธออีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เอื้อมพรก็ยังรังเกียจมัจฉาอยู่ดี รวมทั้งคิดว่ามัจฉาแสร้งทำเป็นนางเอก มาทำเป็นเมียหลวงปรองดองกับเธอ ขณะที่ตวิษามาอยู่บ้านนอกคอกนา ก็ออกอาการรังเกียจสารพัด แต่ยิ่งเกลียดอะไรก็ต้องเจออยู่เรื่อย โดยเฉพาะสุดที่รัก หนุ่มบ้านนอกที่ตวิษารังเกียจยิ่งกว่าอะไรดี อย่างคืนแรกที่ตวิษากับเอื้อมพรมาอยู่ที่บ้านมัจฉา จู่ ๆ ไฟที่บ้านของมัจฉาขาด เพราะทั้งเอื้อมพร และตวิษาขนเครื่องใช้ไฟฟฟ้าสารพัดมาใช้เกินกำลังไฟ ตวิษาที่กลัวความมืดนอนไม่ได้ ขอให้เอื้อมพรช่วยทำให้ไฟฟ้าใช้ได้ แต่เอื้อมพรรำคาญ บอกไม่ได้จบไฟฟ้า ก่อนจะนอนหลับหน้าตาเฉย ไม่สนใจตวิษาที่เริ่มจะตาแดง ๆ เพราะเธอเป็นโรคกลัวความมืด เสียงร้องไห้ของตวิษา ทำให้สุดที่รักมาหาสาเหตุไฟดับเห็นเข้าพอดี เลยเวทนาจุดกองไฟ เป่าแคน ร้องเพลงหมอลำ เผื่อคลายความกลัวให้ตวิษา ซึ่งก็ได้ผล แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงหมอลำ แต่คืนนั้นตวิษาก็หลับไปพร้อมเสียงเพลงอันไพเราะของสุดที่รัก หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเป็นไง ทุกครั้งที่ตวิษาเจอเรื่องแย่ ๆ ก็จะเป็นสุดที่รักซะเอง ที่เป็นพระเอกมาคอยช่วยตวิษาเสมอ ความมีน้ำใจ และความอบอุ่นของสุดที่รัก ก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าลงสู่รากลึกของหัวใจตวิษา ขณะที่สุดที่รักก็รู้สึกเอ็นดูความไม่เอาไหนของตวิษา จนทำเอาทั้งคู่เกิดหวั่นไหวกันอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุดเสี่ยแสนกับสร้อยก็คิดแผนการขั้นสุดท้าย ในการพิฆาตครอบครัวมัจฉา นั่นก็คือหันไปพึ่งหลวงตาบุญ ให้ช่วยกำจัดครอบครัวมัจฉา เพื่อที่สุดที่รักลูกชายของพวกเขาจะได้ปลอดภัย เสี่ยแสน และสร้อยนิมนต์หลวงตาบุญไปยังบ้านของมัจฉา และแล้วท่านก็สัมผัสได้ว่า ทุกคนเป็นวิญญาณจริงดังที่ชาวบ้านพูดกัน แต่แล้วยมบาลแอนดี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หลวงตาบุญฟัง หลวงตาบุญได้เทศน์เรื่องบุญกรรมของครอบครัวมัจฉา รวมถึงให้ทุกคนทำใจถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และรับความจริงให้ได้ แต่แล้วจังหวะนั้นเองไตรก็เข้ามาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่า ความจริงแล้วมัจฉาได้ตายไปนานแล้ว และเขามีภรรยาเป็นผี ! ไตรหาว่าทุกคนกุเรื่องขึ้น เพื่อกล่าวหามัจฉา และครอบครัว จนถึงกับแจ้งความจับเสี่ยแสน และสร้อย มัจฉาสารภาพกับไตรทั้งน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุในเช้าวันแต่งงาน จนกระทั่งเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับไตร หากแต่ไตรที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ทำใจไม่ได้ จึงได้หนีไป ขณะที่เอื้อมพรได้รู้ความจริงก็กลัวมัจฉามาก จึงได้สารภาพความจริงว่าไม่ได้มีอะไรกับไตร แต่เพราะเธออยากได้ไตรเป็นสามีจึงได้จัดฉากขึ้น ก่อนจะโยนความผิดให้คุณหญิงตรีทิพย์กับตวิษา ว่าเป็นคนบังคับให้เธอมาแย่งไตรไปจากมัจฉา ตวิษาได้ยินอย่างนั้นก็ต่อว่าเอื้อมพรที่โกหก หากเวลานี้เอื้อมพรกลัวถูกผีหักคอมากกว่า เลยเผยธาตุแท้บอกความจริงเรื่องที่หากไม่ใช่เพราะตระกูล ฐากูลเรืองวิริยา คือตระกูลมหาเศรษฐี ไฮโซ เธอก็ไม่อยากเป็นสะใภ้กับคนในตระกูลนี้ ตวิษาประกาศตัดเพื่อนกับเอื้อมพร เอื้อมพรหาได้แยแส หมดประโยชน์ เธอก็ไม่แคร์ เก็บกระเป๋าหลุยส์สุดหรูกลับกรุงเทพฯ ทันที ตวิษาไม่รู้จะอยู่ยังไงคนเดียว ทั้งกลัวผี ทั้งหลงกับไม่ถูก เสี่ยแสนกับสร้อยสงสารเลยชวนให้มาพักอยู่ด้วยกัน โดยพรุ่งนี้เช้าเสี่ยแสนจะให้สุดที่รักขับรถไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่สุดที่รักโวยวายไม่ยอม เพราะโกรธที่ตวิษาร่วมมือกับแม่ บังคับให้เอื้อมพรมาแย่งไตรไปจากมัจฉา จนตวิษาน้อยใจ ร้องไห้ออกมา ตวิษาเอาแต่ว่าตัวเองทั้งน้ำตาว่าทำไมต้องเสียน้ำตาให้กับคนบ้านนอก ที่ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร หลงตัวเองว่าหล่อ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นเธอดีในสายตา และแล้วคำพูดหนึ่งก็หลุดออกมาจากปากตวิษา เพราะเธอรักเขา รุ่งเช้าตวิษาต้องแปลกใจที่พบว่า คนขับรถที่จะพาเธอไปกรุงเทพฯ คือ ยอดชายนายสุดที่รัก ตวิษาทำท่าไม่ยอมขึ้นรถ แต่กลับถูกสุดที่รักแบกยัดใส่ไปในรถ ระหว่างการเดินทาง คนทั้งสองไม่ยอมพูดอะไรกันเลย กระทั่งถึงหน้าคฤหาสน์ของตวิษา สุดที่รักบอกว่าเขาพร้อมจะให้อภัยตวิษากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากตวิษาจะต้องยอมปรับเปลี่ยนนิสัย ด้วยการหางานทำ เลิกทำตัวฟุ่มเฟือย ไม่ใช้ของแบรนด์เนม ที่สำคัญต้องหัดซักชุดชั้นในเอง โดยต้องโทรศัพท์มารายงานความประพฤติกับเขาทุกวัน คำพูดของสุดที่รักทำเอาตวิษาแทบจะกรี๊ด ว่าสุดที่รักเป็นใครกันถึงกล้ามาตั้งข้อแม้กับเธอ สุดที่รักเลยสวนกลับด้วยท่าทียียวนว่ายากมากที่ ไฮโซฯสุดหล่อแห่งบ้านโคกอีเห็นอย่างเขาจะให้อภัยใครง่าย ๆ เพราะฉะนั้นนับว่าเป็นบุญของตวิษาเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรตินี้ ตวิษาเป็นเดือดเป็นแค้นมาก กับการที่มีผู้ชายบ้านนอกมาออกคำสั่งให้เธอทำนั่นทำนี่ แต่สุดท้ายตวิษาก็ยอมทำตามกฎที่สุดที่รักตั้ง แถมยังยอมโทรศัพท์ไปรายงานความประพฤติ ให้อีตาบ้านนอกที่มอบหัวใจฟังทุกวัน ด้านมัจฉาที่ท้องแก่ ก็พยายามออกตามหาไตร แต่ก็ไม่พบ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยต่างสงสารมัจฉาเป็นอย่างมาก ยายทองบอกให้มัจฉาตัดใจจากไตรเสีย เพราะได้อยู่กันคนละโลกแล้ว มัจฉาควรดูแลลูกในท้องให้ดีที่สุด หลังจากความจริงเรื่องครอบครัวของมัจฉาเป็นผี ชาวบ้านทั่วโคกอีเห็นก็ไม่กล้าเดินผ่านบ้านของมัจฉาอีกเลย ร้านค้าก็ปิดตั้งแต่หัวค่ำ มีเพียงสุดที่รักที่มาเยี่ยมเยียนมัจฉา และครอบครัวไม่เคยขาด ทำเอาเสี่ยแสน และสร้อยต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง ด้วยกลัวว่ามัจฉา และครอบครัวจะพาลูกชายโทนของพวกเขาไปอยู่ด้วย ไตรแอบหลบไปอยู่ที่บ้านพักในต่างจังหวัด เพื่อขอทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมักจะมีคุณอดิศร คุณตรีทิพย์ และตวิษาหมั่นมาเยี่ยม ไตรเห็นความเปลี่ยนไปในตัวของน้องสาวที่ดีขึ้น ซึ่งคุณอดิศรแอบกระซิบบอกว่าเป็นเพราะสุดที่รัก ซึ่งทีแรกคุณหญิงตรีทิพย์ออกแรงขวางเต็มแรงเกิด ทว่าพอรู้ว่าเสี่ยแสน และสร้อยรวย ชนิดต้องเอาเงินใส่กระสอบปุ๋ยไปฝากธนาคารทุกครั้ง เลยไฟเขียวผ่านตลอด แถมเร่งวันให้แต่งงานกันเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ หากแต่ตวิษาไม่ยอม โดยอ้างว่าเธอไม่เชื่อในความรักว่ามีอยู่จริง เพราะผู้ชายมักจะให้คำสัญญาว่า จะรักคนรักของตัวเองไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายหากเมียตัวเองรูปร่างเปลี่ยน หรือพอตายไปได้ไม่กี่ปี ผู้ชายก็เปลี่ยนใจมีคนอื่นลืมถ้อยคำสัตย์สาบานจนหมด คำบอกเล่าของคุณอดิศรแทงใจดำของไตรเข้าอย่างจัง จนเขาหวนนึกถึงวันแรกที่คุกเข่าขอมัจฉาแต่งงานไปจนถึงวันแต่งงานที่เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมัจฉา ไม่ว่าต่อไปในอนาคตเธอจะเป็นอะไรก็ตาม ในที่สุดถึงกำหนดคลอดลูก มัจฉาได้คลอดลูกสาวหน้าตาน่ารักให้แก่ไตร และแล้วยมทูตแอนดี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงสัญญาเรื่องที่เขาจะต้องพาวิญญาณของมัจฉา และครอบครัวไปเสียที มัจฉาเสียใจมากที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบไตรอีกแล้ว แต่แล้วจังหวะนั้นเอง ไตรก็กลับมา ทันเวลาก่อนที่ร่างของมัจฉาจะหายไป ไตร และมัจฉาร่ำลากันทั้งน้ำตา โดยที่ไตรขอโทษที่หนีไป ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาควรจะอยู่ดูแลมัจฉาในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนจะจากกัน มัจฉาฝากลูกสาวไว้กับไตร ก่อนที่ร่างของเธอ รวมถึงพ่อเพิ่ม วรรณา ยายทอง และข่อยจะสลายไป ขณะที่สุดที่รัก และตวิษาได้เห็นก็รู้สึกผิดกับมัจฉา และไตรมาก ๆ ที่เธอ และเขาคอยขัดขวางความรักของเธอ และไตรมาตลอด ทั้งคู่กลายมาทำดีต่อกันมากขึ้น และพัฒนามาเป็นความรักเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว 20 ปีต่อมา มินตรา ลูกสาวของไตร เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวน่ารักเธอได้รับปริญญาท่ามกลางความภาคภูมิใจของไตร อดิศร ตรีทิพย์ รวมถึง ตวิษา และสุดที่รัก ที่ขณะนี้ได้เป็นสามีภรรยา และมีลูกน่ารัก ๆ ถึง 3 คน ในงานรับปริญญาของมินตรา ไตรได้พบกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับมินตรา เธอมีใบหน้าคล้ายกับมัจฉาไม่ผิดเพี้ยน เธอคือ มัจฉา เพื่อนต่างคณะของมินตรา ที่ร่วมรับปริญญาในวันนี้ด้วย ทันทีที่ไตร และมัจฉาได้พบกันก็รู้สึกประทับใจกันในทันที แม้วัยของทั้งคู่จะต่างกันราวพ่อกับลูก หากแต่ด้วยเงื่อนไขของความรักที่ทั้งคู่มีให้กันมาก่อนเก่า ทำให้ชายวัยกลางคนเช่นไตร ได้กลับมามีความรักอีกครั้ง และรักครั้งนี้จะเป็นรักที่ยั่งยืนตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครสะใภ้ไร้เงา ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครสะใภ้ไร้เงา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สะใภ้ไร้เงา ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท มัจฉาเขตต์ ฐานทัพ รับบท ไตรแอนดูรย์ กรเศก รับบท สุดที่รักปทิตตา อัธยาตมวิทยา รับบท ตวิษากัญญกร พินิจ รับบท เอื้อมพรเจจินตรัย อันติมานนท์ รับบท พฤกษ์ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล รับบท ลดาดารัณ ร่วมทอง รับบท คุณหญิงตรีทิพย์ตฤณ เศรษฐโชค รับบท อดิสรไพโรจน์ สังวรบุตร รับบท พ่อเพิ่มปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท แม่วรรณาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายทองด.ช. ธีระภพ ทรงวาจา รับบท ข่อยพีรวัชร์ เหราบัตย์ รับบท ยมทูตแอนดี้

เบิร์ด ธงไชย ชวนแฟนเพลงบอกรัก ด้วย รักคำเดียว ต้อนรับวาเลนไทน์
ธงไชย แมคอินไตย์ /  รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต / 

ใกล้เทศกาลแห่งความรักทั้งที ซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องแกรมมี่ฯ มีกิจกรรมดีๆ ชวนแฟนเพลงสื่อสารความรักให้กันด้วยเพลงซึ้งๆความหมายดี รักคำเดียว กับกิจกรรม รักคำเดียวทำให้ใจฉันสว่าง รักคำเดียวทำให้ฉันได้ไปต่อ โดยชวนแฟนร่วมต่อเติมรักคำเดียวในแบบของทุกคนว่า “รักคำเดียวให้...คุณทำอะไร หรือเป็นอะไรได้บ้าง” ผ่านทาง 2 คลื่นวิทยุ อีเอฟเอ็ม และ กรีนเวฟ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงเพื่อลุ้นบัตรคอนเสิร์ต ธนาคารไทยพาณิชย์ พรีเซ้นท์ส รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต ตอน สุขใจนักเพราะ รักคำเดียว คอนเสิร์ตครั้งนี้ พี่เบิร์ด จะมาพร้อมกับแขกรับเชิญที่ไม่เคยขึ้นเวทีร่วมกันมาก่อน อาทิ โจอี้ บอย, ใหม่ ดาวิกา, พลอยชมพู, มาตัง, วง 25 HOURS(ทเวนตี้ไฟว์ อาวเวอร์ส), ต้า และ สอง PARADOX (พาราด็อกซ์) ในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 รอบการแสดง 15.00 น. และ รอบ 19.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 รอบการแสดง 15.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ธนาคารไทยพาณิชย์ presents รวมวง THONGCHAI CONCERT ตอน "สุขใจนักเพราะรักคำเดียว" youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL พี่เบิร์ด เผยความรู้สึกว่า "วันวาเลนไทน์เทศกาลแห่งความรักก็ใกล้จะมาถึงแล้ว คราวนี้ตรงจุดเลย รักคำเดียวของพี่เบิร์ดจะเป็นรักคำเดียวของทุกคนซึ่งมีให้กันมานานแล้ว ก็เลยอยากจะสรุปความว่า ความรักที่เรามีให้กันมาหรือสิ่งที่เราเดินกันมา มันเพราะอะไร ก็เพราะว่า 'รักคำเดียว' นั่นเอง แค่คำๆ เดียวนี้สามารถทำอะไรได้หมดเลย เพราะเพลงนี้เป็นเพลงให้กำลังใจสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มมีความรัก กำลังมี มีความรักมานานแล้ว หรือกำลังทำอะไรดีๆ เพราะว่าความรักก็สามารถใช้เพลงนี้กันดูครับ อยากให้ไปร่วมกันต่อเติมความรักกับกิจกรรมของเบิร์ดในครั้งนี้ แล้วไปแสดงความรักพร้อมกันในวันคอนเสิร์ตปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้พร้อมกันนะครับ" รวมวงทีมROCKโดด ซ้อมรวมเป็นวันแรกพี่เบิร์ด ธงไชย พร้อมกับ 25 HOURS และ ต้า สอง จาก PARADOX ร่วมซ้อมวงด้วยกันเป็นวันแรกเตรียมความสุขและความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น ใครยังไม่มีบัตร รีบจับจอง แล้วไปร่วมโดดกันในรวมวง THONGCHAI CONCERT ตอน "สุขใจนักเพราะรักคำเดียว"วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 รอบ 15:00 น. และ19:30 น. และ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 รอบ 15:00 น.อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีบัตรราคา 1,000 / 1,500 / 3,500 / 4,000 / 5,000 บาท และ VIP 6,000 บาทซื้อบัตรได้ที่ www.gmmlive.com 0 2669 8846 หรือwww.thaiticketmajor.com และ Thaiticketmajor ทุกสาขา Posted by GMM LIVE on 31 มกราคม 2016 เปิดจำหน่ายบัตร ธนาคารไทยพาณิชย์ พรีเซ้นท์ส รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต ตอน สุขใจนักเพราะรักคำเดียว แล้ววันนี้ บัตรราคา 1,000 / 1,500 / 3,500 / 4,000 / 5,000 บาท และ VIP 6,000 บาท (เฉพาะ VIP 6,000 บาท ทุกที่นั่งจะได้รับ VIP Gift set สำหรับคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะ) ที่ www.gmmlive.com : 0 2669 8846 รายละเอียดเพิ่มเติม: Facebook : GMM LIVE และ IG: gmmlive ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จ๊ะ อาร์สยาม เปิดใจนาที 'สาดเบียร์ใส่คนดู' รับแพ้อารมณ์ชั่ววูบ!
จ๊ะ คันหู /  จ๊ะ อาร์สยาม / 

หลังจากเมื่อวันก่อน มีคลิป จ๊ะ อาร์สยาม สาดเบียร์ใส่คนดูหน้าเวทีคอนเสิร์ตจนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บ้างก็ติเตียนในความใจร้อน บ้างก็ให้กำลังใจ ซึ่งล่าสุดลูกทุ่งสาวคนดังก็ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรายการ ข่าวช่อง 2 บันเทิงภาคค่ำ ยอมรับว่าเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พร้อมน้อมรับคำติชม รวมทั้งขอบคุณคนที่เข้าใจและให้กำลังใจ "ไปงานงานหนึ่ง เป็นงานใหญ่มากเลยนะคะ แล้วใครที่จะเข้ามาดูหนูเนี่ยก็ต้องเสียตังค์เข้ามา แล้วทีนี้ก่อนหนูจะขึ้น จะเป็นช่วงเปิดวงซึ่งมีแดนเซอร์เต้น 6 คน ตอนที่แดนเซอร์หนูเต้นก็จะมีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งอยู่หน้าเวทีถือเบียร์คนละกระป๋อง เอาเบียร์สาดแดนเซอร์หนูตลอดแล้วก็พยายามปีนขึ้นมาจะอะไรแดนเซอร์หนู หนูก็ยืนมองอยู่ข้างเวทีก็ไม่ได้อะไร หนูขึ้นเพลงแรก ร้องเพลงคันหู ขึ้นปุ๊บเขาก็เอาเบียร์สาดหนู ครั้งแรกหนูก็ยิ้มให้เขา คิดว่าเขาอยากให้หนูสนใจเขาอยากให้หนูเห็นเขา ก็ยิ้มให้เขา พอครั้งที่ 2 สาดอีกหนูก็ยิ้มแล้วก็มองเขา แล้วก็คิดในใจว่าคงไม่มีครั้งที่ 3 แล้วละ หนูก็ร้องต่อ แต่พอใกล้จะจบเขาสาดอีก สาดเยอะมาก ทั้งขาทั้งตัว หนูก็เลยให้นักดนตรีหยุดแล้วบอกเพื่อนเขาว่าเอาเบียร์มา แล่วหนูก็สาดลงหัวเขา อารมณ์นั้นพอหนูสาดลงหัวเขา เขาก็สาดกลับมาอีก คนที่เป็นพิธีกรคือพี่เขยหนู คือถ้าคลิปยาวจะรู้เพราะว่าพี่เขยหนูพูดเตือนตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่าสาดขึ้นมานะครับ บนเวทีเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า เขาก็ไม่ฟัง เราเตือนแล้ว พี่เขยก็เลยสาดลงหัวเขาอีกทีหนึ่งแล้วก็เอากระป๋องเบียร์ปาใส่เขา" ดูให้จบ กูว่าปีหน้าพี่เขาคงไม่มาแล้วแหละเพราะมีคนนแบบนี้ไง #แต่ถ้าใครอยู่ในงานจะรู้ว่ามันมีมากกว่านี้ #ทีมจ๊ะ Posted by For'flook Kii on 1 กุมภาพันธ์ 2016 "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่เชียงรายค่ะ เป็นงานพ่อขุนเม็งรายค่ะ... ปกติแล้วคนเชียงรายน่ารักมาก เพราะว่าถ้าดูในคลิปเขาจะเล่นกับหนูตลอดเลย หนูขึ้นไปหนูก็เอ็นเตอร์เทน เขาเล่นเขากรี๊ดตลอด แต่กลุ่มนี้เขาเมามาก" แล้วหลังจากกลุ่มนั้นโดนปากระป๋องเบียร์ใส่ เขาหนีไปเลยไหม? "ไม่ค่ะ เขายืนมองเหมือนจะมีเรื่อง หนูเรียกเจ้าหน้าที่มาดึงเขาไป แล้วเราก็แสดงต่อค่ะ" "พอมีเหตุการณ์แบบนี้คนที่อยู่ในงานมีแต่เข้ามาบอกว่าน้อยไป พี่จ๊ะทำน้อยไป เพราะว่าก่อนที่หนูจะขึ้น วงก่อนที่หนูจะขึ้นเขาก็ปีนตลอดเวลา เอาเบียร์สาดวงก่อนตลอดเวลา" "หนูไม่ได้ตกใจอะไร แต่เป็นอารมณ์ชั่ววูบที่รู้สึกว่าเขาไม่ให้เกียรติพวกเราเลย เราเล่นให้คุณดู แล้วคนเข้ามา 3-4 พันคน คุณยังไม่อายอีก เวลาเขาสาดหนูคน 3-4 พันคนก็มองไปที่เขานะ ไม่ได้มองที่หนู คนในงานจะเข้าใจหมดเลยว่า สาดตั้งแต่หนูยังไม่ได้ขึ้น ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดว่าหนูมีความอดทนมากแล้ว" "หลังจากแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ จาก 100 กว่าคอมเม้นท์มีคนมาให้กำลังหนู 90 กว่าเม้นท์ มีบางคอมเม้นท์นะคะที่ว่าคุณต้องทำใจนะคุณขายเซ็กซี่ คุณเกิดมาจากคันหู คุณก็รู้คันหูคืออะไร ที่แบบว่าเป็นคอมเม้นท์ที่พยายามดูถูก หนูอ่านทุกคอมเม้นท์เลยนะคะ หนูก็เลยไปตอบเขาว่า ใช่ค่ะหนูขายเซ็กซี่ แต่หนูไม่ได้ขายเซ็กซ์ ขายเซ็กซี่ต้องเอาเบียร์มาราดเหรอคะ หนูตอบเขาอย่างนี้ แล้วหนูก็บอกเขาว่าถ้าว่างมาดูคอนเสิร์ตหนูนะคะ... คอนเสิร์ตหนูเดี๋ยวนี้ไม่ได้เกาหูเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทุกวันนี้หนูเล่นขายฮา แล่วหนูก็ตอบเขาว่าถ้าหนูไม่ดีจริง หนูไม่มีงานทุกวันหรอก" ข้อมูลจาก ช่อง 2 บันเทิงมาเต็ม (หมายเลข 38) หรือติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ www.facebook.com/thaich2 และชมคลิปเด็ดประเด็นร้อนในวงการนันเทิงที่ www.youtube.com/thaich2 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ จะมาบอกรักเต็มๆ ผ่านซิงเกิ้ลใหม่ รักจริงจริง
รักจริงจริง /  ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร / 

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ จะมาบอกรักเต็มๆ ผ่านซิงเกิ้ลใหม่ รักจริงจริง พอเข้าเดือนแห่งความรักใครหลายคนคงต้องเตรียมหาเพลงไว้บอกรักคนรู้ใจอย่างแน่นอน งานนี้ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เลยขอเปลี่ยนแนว จาก 'หนุ่มเจ้าของเพลงแอบรัก' มาทำหน้าที่เนรมิตวันวาเลนไทน์ปีนี้ให้หวานเว่อร์ด้วยซิงเกิ้ลใหม่ รักจริงจริง เพลงบอกรักในจังหวะสนุกๆ ให้ทุกคนได้โยกไปพร้อมกับท่วงทำนองใหม่เมื่อได้ฟัง ซึ่งเป็นเพลงที่โต๋อยากจะบอกกับทุกคนว่า "เมื่อรักใครก็อยากให้กล้าบอกไปเลยสั้นๆ ว่า รักจริงจริง" ในซิงเกิ้ล รักจริงจริง โต๋ได้ร่วมงานกับทั้งโปรดิวเซอร์มือหนึ่งชาวไทยและต่างประเทศ อย่าง โป โปษยะนุกูล ที่มารับหน้าที่แต่งเนื้อร้องเพิ่มเติมลูกเล่นของบทเพลง และ ชาร์ลส์ ฟิชเชอร์ โปรดิวเซอร์ระดับโลกชาวออสเตรเลียซึ่งมาช่วยทำให้โต๋ทำงานด้วยความผ่อนคลายและสนุกไปกับบทเพลง ในส่วนของมิวสิควิดีโอเพลงก็ไม่ธรรมดาเพราะได้ผู้กำกับคิวทอง ดล ผดุงวิเชียร มาช่วยสื่อสารเพลง รักจริงจริง ในมุมของโต๋ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เชื่อว่าใครได้ชมก็คงต้องอิจฉาหนุ่มโต๋กับความสดใสและวิธีบอกรักในรูปแบบต่างๆ ในเอ็มวีนี้แน่นอน รักจริงจริง[Official Music Video] - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ youtube channel : BEC-TERO MUSIC สามารถฟัง รักจริงจริง ซิงเกิ้ลใหม่ของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ได้แล้วที่คลื่นวิทยุทั่วประเทศและเว็บไซต์ต่างๆ และฟังเพลงผ่านบริการ AIS Music Store KKBOX, DTAC Deezer, LINE MUSIC และ Apple Music หรือดาวน์โหลดเพลงได้ที่ iTunes Store ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

คืบหน้า คดีหมอฟันหนีทุน ดลฤดี อ่วมล้มละลาย เป็นหนี้ 48 ล้าน
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News