เพลงใหมล่าสุด

20 คำถาม ล้วงความลับกับ หนุ่มกัปตัน ชลธร
Love Sick The Series /  กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง / 

เป็นหนุ่มน้อยหน้าใส ที่ตอนนี้กระแสมาแรงจริงๆ จากการเล่นซีรีส์ เรื่อง Love Sick The Series เจ้าของบทบาท “โน่” ซึ่งคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “น้องกัปตัน - ชลธร คงยิ่งยง” จนตอนนี้กลายเป็นขวัญใจทั้งหนุ่มๆ และสาวๆ ไปเรียบร้อยแล้ว และที่สําคัญน้องกัปตัน กำลังศึกษาอยู่ที่ สาธิตนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย ต้องเรียนไปด้วย และยังขยันทํางานแบบนี้ โดยที่ไม่กระทบการเรียนเลย เรียกว่าเป็นเด็กวัยรุ่นที่แบ่งเวลาได้ดีมากจริงๆ แต่ตอนนี้มาทําความรู้จัก และติดตามน้องกัปตันให้มากขึ้น กับ 20 คำถาม ล้วงความลับกับ หนุ่มกัปตัน ชลธร 20 คำถาม ล้วงความลับกับ หนุ่มกัปตัน ชลธร 1.ตอนนี้ชอบฟังเพลงอะไรมากที่สุด ? ตอนนี้ผมชอบเพลง “ฝากไว้” ครับ 2.เหตุการณ์ที่ทําให้เราดีใจมากที่สุด ?  วันนั้นเป็นวันที่ผมอายุครบ 16 ปีพอดีครับ ซึ่งวันนั้นแฟนคลับมารอเซอร์ไพรส์วันเกิด เป็นเหตุการณ์ที่ดีที่สุดสําหรับผมแล้วครับ 3.อยากร่วมงานกับนางเอกคนไหนมากที่สุด ? ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเล่นกับพี่แพทตี้ - อังศุมาลิน ครับ 4.ชอบแต่งตัวStyleไหนมากที่สุด ? ผมเป็นคนแต่งตัวง่ายๆ สบายๆ ครับ แค่เสื้อยืดแขนยาว กับกางเกงยีนส์ แค่นี้ก็โอเคแล้วครับ 5.สเป็กสาวๆ ที่เห็นแล้วโดนใจมากที่สุด ? ชอบผู้หญิงที่น่ารัก ผมยาวครับ (เขิล) 6.วันเกิดล่าสุดได้ของขวัญอะไรที่ประทับใจมากที่สุด ? เป็นนาฬิกาที่คุณพ่อซื้อให้ครับ เพราะปกติผมจะได้นาฬิกาเป็นของขวัญอยู่แล้วครับ 7.ตอนเรียนชอบวิชาอะไรมากที่สุด ? วิชาที่ผมชอบมากจริงๆ คือวิชา ภาษาอังกฤษครับ 8.เวลาไป Shopping ชอบไปกับใครมากที่สุด ? ส่วนมากผมจะชอบไปคนเดียวมากกว่าครับ แต่ถ้าอยากจะซื้อของเยอะๆ ผมจะไปกับคุณพ่อครับ ให้คุณพ่อเป็นคนจ่ายตังค์ (หัวเราะ) 9.ส่วนใหญ่ชอบไป Shopping ที่ไหนมากที่สุด ? ส่วนใหญ่ผมจะไปที่สยามครับ Shopping ก็ได้ ทานข้าวกับเพื่อนๆ ก็ได้ครับ รวมอยู่ที่นี่ที่เดียวเลยครับ 10.เวลาซื้อเสื้อผ้าจะชอบสีอะไรมากที่สุด ? ผมจะเน้นสีโทนเข้มเป็นหลักครับ เช่น สีเทา สีดํา ซึ่งถ้าเป็นเสื้อผ้าสีจัดๆ ผมจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ครับ 11.ติดตาม Instagram ใครมากที่สุด ? ถ้าเป็น Instagram ก็จะติดตามพี่ปลื้ม กับ พี่ทับทิมครับ 12.อยากจะเข้ามหาวิทยาลัยอะไรมากที่สุด ? ผมอยากเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ก็ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครับ 13.ของชิ้นไหนที่ซื้อมาด้วยนํ้าพักนํ้าแรงแพงมากที่สุด ? เป็นรองเท้าแบรนด์นึงครับ ที่ผมเก็บตังค์ซื้อเอง ช่วงนี้ก็ใส่แต่รองเท้าคู่นี้มาตลอดเลยครับ 14.ผลงานที่ทําให้คนรู้จักตัวเรามากที่สุด ? แน่นอนครับ ต้องเป็นเรื่องนี้เลย Love Sick The Series ครับ 15.Idol ในการแสดงที่ชอบมากที่สุด ? ผมชอบพี่มาริโอ้ - เมาเร่อ ครับ เพราะพี่เค้าก็มาสายนี้เหมือนกัน 16.ประเทศไหนที่อยากไปมากที่สุด ? ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากไป “อเมริกา” ครับ อยากไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตัวเองครับ 17.ชอบทานอะไรมากที่สุด ? จริงๆ ผมทานได้ทุกอย่างเลยครับ (หัวเราะ) แต่ที่ชอบมากๆ คือ อาหารญี่ปุ่น พวกซูชิครับ 18.ถ้ามีเวลาว่างชอบทําอะไรมากที่สุด ? ถ้าช่วงนี้ผมว่างเมื่อไหร่ ผมจะไปฟิตเนสครับ ไม่ก็อยู่บ้านพักผ่อนครับ 19.ฝากผลงานกับแฟนๆ ให้ติดตามหน่อย ? ผมขอฝากผลงาน Love Sick The Series ครับ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ ช่อง 9 เวลา 3 ทุ่มครับ 20.เมื่อพูดถึงคำว่า "PEAK" จะนึกถึงอะไร ? เดี๋ยวนี้นอกจากผมจะมีแฟนคลับที่เป็นคนไทยแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีแฟนคลับจาก “ประเทศจีน” ที่คอยติดตาม และคอยให้กําลังใจผมอยู่ด้วยครับ รู้สึกดีใจ และปลื้มใจมากๆ  ข้อมูลและภาพจาก นิตยสารแคนดี้, teen.mthai.com —-หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ—–

อดีตวงกะลา ไม่ทิ้งฝัน ตั้งวงใหม่ในนาม อโศก
Road Stars /  กะลา / 

หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย วันนี้อดีตสมาชิกวงกะลา ก็ลุกขึ้นสู้และเดินตามความฝันอีกครั้ง ในนามวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “อโศก” (ASOG) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของอดีตสมาชิกวงกะลาครบเซต ประกอบไปด้วย “เพชร-พงศภัค ทองเจริญ (กีตาร์), เขต-ปัญญา โกเมนไปรรินทร์ (เบส), สมพร ยูโซะ (กลอง), นัท-กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย (ร้องนำ) แถมยังเปิดตัวค่ายเพลงน้องใหม่ล่าสุดที่ตั้งเองกับมือ “โรดสตาร์” (Road Stars) พร้อมส่งซิงเกิ้ลใหม่ “น้ำตาไม่ไหลย้อนกลับ” ให้ได้ฟังพร้อมกัน 28 พฤศจิกายนนี้ สำหรับค่ายเพลง “โรดสตาร์” (Road Stars) และชื่อวง “วงอโศก” (ASOG) นั้นเราทั้งหมดในวงก็ช่วยกันคิด และก็จะใช้ประสบการณ์ทั้งหมดมาบริหารค่ายเพลงนี้ รวมถึงการแต่งเพลงให้กับวงเราเอง และน้องๆศิลปินอื่นๆที่จะมาร่วมงานกับเราในอนาคต ซึ่งเพลงแรกที่จะได้ฟังกันนั้นก็คือเพลง “น้ำตาไม่ไหลย้อนกลับ” ยังคงสไตล์ความเป็นร็อคเหมือนเดิม ส่วนเนื้อหานั้นก็จะเกี่ยวกับเวลาเราเดินบนถนนสายหนึ่ง เราจะเห็นชีวิตของคนต่างๆมากมาย ทั้งผิดหวังสมหวัง แต่กับคนที่ผิดหวัง เราก็อยากจะให้กำลังใจว่า ให้มันเป็นเหตุการณ์และความรู้สึกที่เจ็บปวดครั้งนี้เป็นแค่ครั้งเดียวของชีวิตก็พอแล้ว งานนี้ วงอโศก (ASOG) ขอพูดถึงความรู้สึกว่า “เราจะเดินทางบนถนนสายดนตรีร็อคในแนวทางที่เราศรัทธากันต่อหรือไม่ ด้วยความที่พวกเราเป็นเพื่อนรักกัน ทำเพลงกันเอง เล่นคอนเสิร์ตด้วยกันมาทั่วประเทศ อยู่ด้วยกันแบบพี่น้องกันมาหลายปี ทำให้การคุยกันของเราใช้เวลาไม่น่าน จนสรุปได้สั้นๆว่า “เราจะทำมันต่อไป” จึงมาถึงขั้นตอนต่อไปว่า เราจะเริ่มต้นกันอย่างไร จนมีจุดที่ทำให้เราคิดว่า มันคือแนวเพลงที่เรารัก และเชื่อว่ายังมีคนอีกมากมายที่รักแนวเพลงแบบพวกเรา จึงทำให้พวกเราสรุปกันว่า เราจะทำเพลงในนามค่ายใหม่ของเราเพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆหรือนักดนตรีที่มีแนวทางใกล้เคียงกับพวกเรา ได้มีโอกาสมายืนอยู่จุดที่เรายืน และเพื่อสนับสนุนให้มีศิลปินดีๆในวงการเพลงไทยต่อไปครับ” สามารถหาฟังซิงเกิ้ลใหม่ “น้ำตาไม่ไหลย้อนกลับ” ของพวกเขา “วงอโศก” (ASOG) ได้พร้อมกันทั่วประเทศ 28 พฤศจิกายน นี้ และดาวน์โหลดเพลงนี้ได้ที่ *1238666 พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆของพวกเขาได้ทาง  https://www.facebook.com/Asogband และ IG : Asog_band มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

จัสมิน สาวน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยงเสียงสวรรค์
Jasmin /  จัสมิน / 

น้องจัสมิน สาวน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยงเสียงสวรรค์ แห่งสังขละบุรี ที่ชาวเน็ตแห่ชมคลิปเป็นล้านวิว บน Youtube ตอนนี้ ภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก แฟนเพจ Jasmin - Patchalaware Damrongtamprasroet / คลิปรายงานพิเศษ โดยทีมข่าวโมโน 29 และคลิปคัฟเวอร์ จาก Youtube Jasmin AP กำลังเป็นที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียล สำหรับน้อง จัสมิน หรือชื่อจริง ด.ญ.พัชราวลี ดำรงค์ธรรมประเสริฐ สาวน้อยเชื่อสายกะเหรี่ยงเสียงสวรรค์ วัย 13 ปี ที่สร้างปรากฏการณ์ทางเสียงเพลง ด้วยการอัพโหลดเพลงคัฟเวอร์ "เธอ" ลง Youtube "Jasmin AP" ที่มียอดผู้ชมกว่าล้านวิวแล้วในตอนนี้ โดยน้องจัสมิน บอกว่า เธอเริ่มค้นพบตัวเองว่าชอบร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ อีกทั้ง ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ เรื่อง Suckseed และคลิปคัฟเวอร์ของเธอ นอกจากจะได้ฟังเพลงเพราะๆแล้ว เรายังได้ชมบรรยากาศ ทิวทัศน์ ธรรมชาติ ในสังขละบุรี เป็นฉากหลัง อีกต่างหาก อยากทำความรู้จัก จัสมิน ให้มากขึ้น สามารถติดตามน้องคนนี้ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Jasmin - Patchalaware Damrongtamprasroet ปิดท้ายไปฟังน้อง จัสมิน ร้องเพลงคัฟเวอร์กันแบบเต็มๆ ให้ได้ฟังกัน เพลงเพราะ ท่ามกลางบรรยากาศดีดี ที่สังขละบุรี เพลง เธอ โดยน้องจัสมิน ที่ตอนนี้ มีผู้ชมคลิป คัฟเวอร์นี้ กว่าล้านวิวแล้ว เพลง Let Her Go (Original Version by Passenger)

ยิ่งโดนด่ายิ่งดัง!! ใบเตย แอ่นอกโชว์จอแบน!
ใบเตย สุธีวัน /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ยังคงมั่นหน้าทุกสถานการณ์สำหรับนักร้องสาวขามั่นเจ้าของฉายาสั้นเสมอหูอย่าง ใบเตย สุธีวัน ที่หยิบจับขยับตัวทำอะไรก็มิวายโดนด่าทุกที ขนาดเข้าวัดทำบุญก็ยังโดนติเรื่องชุดเลยเจ้าค่ะ นับประสาอะไรกับชุดว่ายน้ำที่แวกอกโชว์ก้นอวดเรียวขายาวของนางที่โพสต์ลงอินสตาแกรมทีไรคอมเม้นต์ระรัวทุกที ต้องบอกเลยว่า คำชมก็เยอะ แต่คำด่าก็เพียบ อ่านแล้วถึงกับเพลียแทนเลยทีเดียว ขนาดเจ้าตัวลงทุนเปลี่ยนชื่ออินสตาแกรมใหม่แก้เคล็ดก็มิได้ช่วยอะไร คนชอบก็ยังคงชอบ คนชังก็ยังขยันเข้ามาฝากคำบาดหูไว้ให้ได้อ่านอยู่ตลอด แต่ถึงจะโดนด่าโดนว่ายังไงยอด Follower ใน IG ของนางก็พุ่งปรี๊ดทะลุล้านกว่ามาหลายหมื่นเลยทีเดียว ทำให้เห็นว่า ใบเตย ฮอตจริงอะไรจริง ต่อให้มีคนไม่ปลื้มยังไงคนส่วนใหญ่ก็ยังต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของนางอยู่ดี เรียกว่ากระแสความนิยมยังพุ่งปรี๊ด จนขึ้นชื่อว่าเป็นลูกรักของค่ายอาร์สยามเลยแหละ ทั้งงานเพลง งานละครมีให้แฟนๆ ได้ชมอยู่ตลอด เกิดมาเป็นใบเตย ถึงจะมีคนแอนตี้แต่งานก็แน่นนะจะบอกให้ ใบเตย สุธีวัน ใบเตย สุธีวัน ใบเตย สุธีวัน ภาพจาก IGใบเตย สุธีวัน

ทำอย่างไรให้
ทำยังไงให้กล้าคุยกับฝรั่ง /  TalkAmerican / 

ทำอย่างไรให้ "กล้า" พูดภาษาอังกฤษกับ"ฝรั่ง" ?! ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=DmEX8TdMS6g วันนี้ หลิงๆจะมาตอบคำถามยอดฮิตที่หลิงๆได้รับมาเยอะมาก นั้นก็คือ . . . ทำอย่างไรให้ "กล้า" คุยกับ "ฝรั่ง"? ลองมาฟังคำแนะนำของหลิงๆดูน้าค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆคนค่ะ อย่าลืมกดไลค์กดแชร์กันน้าค้า Credit เพลง: Shake it off - Taylor Swift ************************************************************************* ➽ Facebook: http://www.facebook.com/TalkAmerican ✔ Fan Page: http://www.facebook.com/MsLinglingOfficial ☀ SocialCam: http://www.socialcam.com/u/3zgXfHoX ❤ E-mail: MsLingLingOfficial@gmail.com ✿ IG: http://instagram.com/ms_lingling ♫ YouTube: http://www.Youtube.com/user/MsLingLing ♕Twitter: http://www.twitter.com/MsLing2 ●▬▬▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬▬▬▬▬●

ชวนเที่ยวเทศกาล
ที่เที่ยวสำหรับครอบครัว /  ฟาร์ม / 

ขอเชิญทุกท่านมาเที่ยวงาน เทศกาล "ชิมนม ชมควาย"  ที่ มินิมูร่าห์ ฟาร์ม อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเเชิงเทรา มาร่วมเติมพลังความสนุก นั่งพักบนกองฟางแบบชิวๆ พร้อมฟังเพลงสบายๆ แล้วมาขยับแข้งขยับขา กันนะครับ ตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2557 - 5 มกราคม 2558 ชวนเที่ยวเทศกาล "ชิมนม ชมควาย" จ.ฉะเชิงเทรา มาร่วมสัมผัสบรรยากาศฟาร์มชนบท ที่สุดแสนคลาสสิก พร้อมกิจกรรมดีๆ มากมาย พบปะกับเจ้าสัตว์สุดน่ารัก ทั้งน้องควาย น้องหมู และน้องแพะ เหมาะกับการพาครอบครัวมาพักผ่อนจริงๆ ครับ ที่มา : facebook.com/MiniMurrahFarm

Mthai

เว็บไซต์เอ็มไทย โดนใจ ทุกคลิก รวม ข่าว ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง คลิป ดูดวง เกมส์ ผลบอล ดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวี ช้อปปิ้ง หางาน แชท หาเพื่อน วาไรตี้ โดนใจ ใหม่ๆ มากมาย

รู้จัก เบย์แม็กซ์ หุ่นยนต์อ้วนกลม บิ๊กเบิ้ม พองลมสีขาว ใน Big Hero 6
Baymax /  Big Hero 6 / 

อดใจรอกันอีกนิดเดียว แฟนๆ แอนิเมชั่นก็จะได้พบกับผลงานเรื่องล่าสุดจาก วอลท์ ดิสนีย์ กันแล้ว กับ Big Hero 6 ที่มีตัวละครสำคัญสุดน่ารักน่ากอด คือ เบย์แม็กซ์ หุ่นยนต์ยักษ์เบิ้มที่พองลมได้ ที่มีหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัว เพียงแค่สแกนแบบง่ายๆ เบย์แม็กซ์ ก็สามารถตรวจสภาพร่างกาย และสามารถรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยทุกชนิดตามแต่ระดับความเจ็บปวดของคนไข้  และ เบย์แม็กซ์ ที่ถูกคิดค้นและสร้างขึ้นโดย  ทาดาชิ ฮามาดะ นี้ อาจจะเป็นสิ่งที่พลิกโฉมหน้าของวงการสุขอนามัยก็เป็นได้ เขาเป็นห่วงคุณ เพราะเขาถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แม้ว่าการไปเยือน มหาวิทยาลัยคาร์เนจี้ เมลลอน ของ ฮอล ผู้กำกับ Big Hero 6จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดไอเดียของหุ่นยนต์ไวนิลที่พองลมได้ แต่โฆษณาของญี่ปุ่นคือสิ่งที่ช่วยทำให้แบบดีไซน์นี้เป็นรูปเป็นร่างได้ขึ้นมา ลุคของ เบย์แม็กซ์ ก่อเกิดเป็นลักษณะนิสัยของเขา โดย ฮอล กล่าวว่า "เบย์แม็กซ์ มองโลกจากมุมมองหนึ่ง เขาแค่อยากจะช่วยเหลือคน เขามองฮิโระว่าเป็นคนไข้ของเขา ในตอนแรก เบย์แม็กซ์คิดว่าฮิโระกำลังผ่านช่วงเวลาการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเขาก็อยากช่วยเหลือแต่แล้วเขาก็รู้ว่าฮิโระกำลังรับมือกับการสูญเสียพี่ชายและภารกิจของเขาคือการเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของเขา" ไม่เพียงแต่ฮอลจะชื่นชอบไอเดียของหุ่นยนต์อ่อนโยนที่ไม่เป็นอันตรายเท่านั้น เขายังชื่นชอบศักยภาพของมันอีกด้วย        "ส่วนใหญ่ของหนังเรื่องนี้ คือการที่ฮิโระเปลี่ยนหุ่นยนต์พยาบาลผู้อ่อนโยนให้กลายเป็นนักรบ โดยมีสิ่งสำคัญเป็นเดิมพัน  แบบดีไซน์ไวนิลของเบย์แม็กซ์นำมาซึ่งความท้าทายอย่างมากครับ จากการที่เราต้องให้แสงเขา เราทำการค้นคว้าตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในสตูดิโอแสง อดอล์ฟ ลูซินสกี้  ผู้กำกับภาพฝ่ายแสง ได้ทดสอบกับลูกบอลชายหาดที่ทำจากไวนิล แล้วเราก็ทำการทดสอบแบบเดียวกันกับไฮเปอร์เรียน ลักษณะที่แสงสะท้อนจากไวนิลดูเหมือนแหล่งข้อมูลที่เราใช้ในการถ่ายทำครับ" ฮอล กล่าวเสริมอีกว่า "นอกจากนี้  แซ็ค แพร์ริช หัวหน้าฝ่ายแอนิเมชั่น พร้อมด้วยทีมงานของเขาได้มองดูแหล่งข้อมูลอ้างอิงมามากมาย  เพื่อสร้างการเคลื่อนไหวให้กับเบย์แม็กซ์  เขาดูจากหุ่นยนต์จริงๆ หุ่นยนต์ในหนัง แล้วก็สิ่งน่ารักน่ากอดอย่างเด็กๆ เด็กๆ ที่สวมผ้าอ้อมและหมีโคอาลาครับ เขาเล่าให้ทีมงานฟัง แล้วท้ายที่สุดเราได้เลือกลูกเพนกวินเพราะมันมีสัดส่วนร่างกายที่คล้ายๆ กัน นั่นคือลำตัวที่ยาวและขาสั้น และพวกมันก็ไม่ได้แกว่งแขนเวลาเดิน หุ่นยนต์จะไม่เคลื่อนไหวส่วนที่ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหว นอกจากนี้ เพนกวินยังมีลักษณะการขยับหัวที่พิลึกพิลั่น พวกมันจะขยับคอ ซึ่งบ่งบอกนิสัยหลายๆ อย่างของมันได้ครับ  เราอาจจะให้เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงถึงความภูมิใจ  การเอียงคอหรือการกะพริบตาถี่ๆ อาจหมายความว่าเขาสับสน สิ่งที่เจ๋งเกี่ยวกับการสร้างอะไรเพียงเล็กน้อยคือมันทำให้ผู้ชมถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึกเข้าไปในตัวละครตัวนี้ ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นผู้มีส่วนร่วมครับ" อย่างที่เห็นกัน เบย์แม็กซ์  ไม่มีปาก ดังนั้น อนิเมเตอร์ก็เลยต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์กับหุ่นยนต์น่ากอดตัวนี้ มาร์ค เฮนน์ หัวหน้าอนิเมเตอร์ 2D  กล่าวว่า "มันเรียกว่า ไม่เลียนแบบ มันเป็นคำที่เกิดขึ้นเพราะอนิเมเตอร์มักจะใส่อะไรต่อมิอะไรเข้าไปมากเกินไป แต่สำหรับเบย์แม็กซ์ ยิ่งน้อยยิ่งดี มันกลายเป็นความพยายามในการบันทึกท่าทีที่รวดเร็วและอ่านได้ง่าย และถ้าเขามีไดอะล็อค มันก็เป็นเรื่องของจังหวะ ว่าเขาจะขยับหัวมากแค่ไหนหรือเขาควรจะกะพริบตาเมื่อไหร่น่ะครับ" สก็อต แอ็ดซิท ถูกเรียกตัวมาพากย์เสียง เบย์แม็กซ์ "การที่ตัวละครตัวนี้เป็นหุ่นยนต์สร้างขีดจำกัดของการถ่ายทอดอารมณ์" คอนลี กล่าว "แต่สก็อตตลกมาก เขาก้าวข้ามขอบเขตพวนั้น และสามารถสร้างภาษาที่ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงอารมณ์และอามณ์ขันของเบย์แม็กซ์ได้ สก็อตสามารถถ่ายทอดออกมาได้ว่าเบย์แม็กซ์แคร์แค่ไหนน่ะครับ" "ทุกอย่างที่เบย์แม็กซ์พูดถูกโปรแกรมขึ้นเพราะเขาเป็นหุ่นยนต์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเขาสานสายสัมพันธ์กับฮิโระ เขาก็ดัดแปลงตัวเองและภายในร่างที่พองลมได้ของเขา ก็มีจิตวิญญาณซ่อนอยู่ ผมคิดว่าเขาเริ่มต้นเหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่มีมุมมองไร้เดียงสา และเขาก็โตขึ้น และถ่ายทอดแง่มุมหลากหลายของความสัมพันธ์ในชีวิตเราออกมา เขาเป็นทั้งลูกชาย พี่ชาย และพ่อในท้ายที่สุด เบย์แม็กซ์เป็นครอบครัวครับ"   แอ็ดซิท กล่าว Big Hero 6 บิ๊กฮีโร่ 6 ผลงานจาก วอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ โดยทีมงานเบื้องหลัง Frozen และ Wreck-It Ralph ภูมิใจเสนอ คอเมดี้ผจญภัยที่แพ็คแอ็กชั่นแน่นขนัด เกี่ยวกับสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่าง เบย์แม็กซ์ หุ่นยนต์บิ๊กเบิ้ม และ ฮิโระ ฮามาดะ เด็กหนุ่มอัจฉริยะควบคุมงานสร้างโดย จอห์น ลาสซีเตอร์ มือเขียนบทได้แก่ โรเบิร์ต แอล. แบร์ด และ แดเนียล เกอร์สัน (Monsters, Inc., Monsters University) และ จอร์แดน โรเบิร์ตส์ (March of the Penguins, Around the Bend)  ผู้ประพันธ์เพลง เฮนรี แจ็คแมน (Captain America: The Winter Solder, Wreck-It Ralph) เป็นผู้รังสรรค์ดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยที่  ฟอล เอาท์ บอย เป็นผู้แต่งและขับร้องเพลง Immortals ซึ่งเป็นเพลงประกอบของเรื่อง เตรียมผจญภัยแอ็คชั่นตระการตา อบอุ่น รวยอารมณ์ขันไปกับ Big Hero 6 ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ และเปิดรอบพิเศษ 27 พ.ย. - 3 ธ.ค. บ่ายโมงเป็นต้นไป ใน ระบบดิสนีย์ ดิจิตอล 3 มิติ, ไอแมกซ์ 3 มิติ  และ 4 มิติ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Big Hero 6 ได้ที่นี่เลย --------------------------------

6 ที่มาของโลโก้ค่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เวลาเราชมภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็จะมีชื่อของค่ายภาพยนตร์ปรากฏให้เราได้เห็นกันตลอด เช่น Dream works - เด็กผู้ชายนั่งบนดวงจันทร์,  Metro-Goldwyn-Mayer (MGM) - สิงโตคำราม (แหมะอย่างกับทีมฟุตบอล), Paramount -  ภูเขา 22 ดาว เป็นต้น แล้วเราเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมต้องเป็นรูปนี้ ที่มาสของรูปเหล่านั้นมาจากไหน วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปดูเกร็ดความรู้ น่าสนใจนี้กันคะ ^^ 6 ที่มาของโลโก้ค่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ 6 ที่มาของโลโก้ค่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ 1. DreamWorks  - Boy on the Moon DreamWorks SKG ในปี 1994 ที่ก่อตั้งโดยสามเจ้าพ่อแห่งฮอลลีวูด สตีเว่น สปีลเบิร์ก(teven Spielberg), เจฟฟรี่ย์ แคตเซนเบิร์ก (Jeffrey Katzenberg - ประธานของ Disney studio) และ เดวิด เกฟเฟ่น (David Geffen เจ้าของ Geffen records)  ได้ร่วมกันเปิดสตูดิโอใหม่ชื่อ DreamWorks (ใต้ชื่อ DreamWorks มีอักษรตัวแรกของชื่อทั้งสามอยู่ด้วย SKG) สตูดิโอติดอยู่ในชื่อ 100 บริษัทที่ดีที่สุดที่ทำงานด้วยของนิตยสารฟอร์จูน โดยอยู่ในอันดับ 47 โดยตอนที่คิดไอเดียโลโก้ของสตูดิโอ สปีลเบิร์กต้องการให้โลโก้มีกลิ่นอายของฮอลลีวูดยุคทอง แบบแรกที่คิดไว้คือผู้ชายตกปลาอยู่บนพระจันทร์เต็มดวง โดยใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคสร้าง แต่ เดนนิส มูเรน จาก ILM ที่ร่วมงานกับสปีลเบิร์กมานาน เห็นว่าถ้าอยากให้ดูคลาสสิค ควรจะใช้ดินสอวาดมากกว่า หน้าที่นี้จึงตกเป็นของนักวาดภาพชื่อดัง โรเบิร์ต ฮันท์ เขาได้ดัดแปลงโลโก้ดั้งเดิมเสียใหม่ ให้พระจันทร์เหลือเพียงเสี้ยวเดียว แล้วก็เปลี่ยนจากผู้ชายมาเป็นเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็น วิลเลี่ยม ฮันท์ ลูกชายของเขานั่นเอง สปีลเบิร์กชื่นชอบโลโก้ฝีมือของฮันท์มากกว่าของเดิม จึงได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอดรีมเวิร์คอย่างที่เห็น DreamWorks Animation SKG, Inc. เป็นสตูดิโอแอนิเมชันสัญชาติอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องจากการผลิตภาพยนตร์คอมพิวเตอร์แอนิเมชัน อย่างเรื่อง Shrek, Shark Tale, Madagascar, Over the Hedge,Bee Movie, Kung Fu Panda, Monsters vs. Aliens, และ How to Train Your Dragon  2. Metro-Goldwyn-Mayer (MGM) - Leo the Lion ลีโอเดอะไลออน (Leo the Lion) เป็นตัวนำโชคของสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวูด ซึ่งมีชื่อว่า เมโทร-โกลวิน-เมเยอร์ (Metro-Goldwyn-Mayer) เป็นที่รู้จักในฐานะสัญลักษณ์ที่โดดเด่นประจำสตูดิโอ สร้างสรรค์โดยผู้กำกับฝ่ายศิลป์ประจำพาราเมาต์พิกเจอส์ซึ่งมีชื่อว่า ลีโอเนียล เอส.ไลส์ สัญลักษณ์สิงโตคำรามถูกออกแบบเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1916 โดยเป็นของบริษัท Goldwyn Pictures ต่อมาในปี 1924 ได้รวมบริษัทเข้ากับ Metro Pictures และ Mayer Pictures กลายเป็นสตูดิโอ Metro-Goldwyn-Mayer หรือ MGM และยังใช้โลโก้สิงโตคำรามเช่นเดิม สิงโตที่เป็นนายแบบในโลโก้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เคยใช้มาแล้วทั้งหมด 5 ตัว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีสิงโตทั้งหมด 5 ตัวที่รับบทเป็น "Leo The Lion" 1. สิงโตตัวแรกคือ Slats (สแลทส์) เป็นสิงโตตัวแรกที่ถูกมาใช้ในสตูดิโอโฉมใหม่ มันเกิดที่สวนสัตว์ดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ สแลทส์ได้รับเลือกมาใช้ในภาพยนตร์ขาว-ดำทุกเรื่องในช่วงระหว่างปี 1924 - 1928 เป็นสิงโตที่ไม่มีใครเคยได้ยินเสียง เพราะเป็นยุคหนังเงียบ โดยโลโก้ต้นตำรับนี้ได้รับการออกแบบโดยโฮเวิร์ด ไดเอทส์ นอกจากนี้เขายังบอกไว้ว่า เขาได้ตัดสินใจนำสิงโตมาเป็นตัวนำโชคของสตูดิโอในฐานะเป็นของบรรณาการมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งมีทีมนักกีฬาที่มีชื่อเล่นอันเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ เดอะไลออนส์ เขายังได้เพิ่มแรงบันดาลใจถึงการสร้างเสียงคำรามของสิงโตซึ่งได้มาจากเพลงปลุกใจสู้ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียที่มีชื่อว่า "Roar, Lion, Roar" 2. สิงโตตัวที่ 2 Jackie แจ๊คกี้เจ้าของเสียงคำรามแรกที่ได้ยินโดยผู้ชม ถึงแม้ว่าตัวหนังยังจะเป็นหนังเงียบก็ตาม โดยที่เสียงคำรามจะถูกเล่นผ่านแผ่นเสียงแบบ phonograph ในขณะที่โลโก้กำลังถูกแสดง นอกจากนี้ Jackie ก็เป็นสิงโตตัวแรกที่ถูกฉายผ่านหนังแบบมีสีในปี 1932 3. สิงโตตัวที่ 3  ผู้ซึ่งโด่งดังที่สุดคือ Tanner (แทนเนอร์) เป็นตัวแรกที่ใช้ในยุคหนังสี แทนเนอร์ถูกนำมาใช้เป็นโลโก้ในภาพยนตร์ของเทคนิคัลเลอร์และการ์ตูนเอ็มจีเอ็มทั้งหมด (เช่นการ์ตูนซีรีส์ทอมกับเจอร์รี่) และใช้เป็นโลโก้ของสตูดิโอมาเป็นระยะเวลา 22 ปี ส่วนลีโอถูกนำมาใช้เป็นโลโก้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 นับเป็นระยะเวลา 53 ปี 4. สิงโตตัวที่ 4  เป็นตัวคั่นเวลา(น่าสงสาร>,<) เนื่องจากไม่มีชื่อ และใช้อยู่เพียง 2 ปี (1956 - 1958) 5.  leo  ลีโอสิงโตตัวที่ 5 มาตั้งแต่ปี 1958 จนถึงปัจจุบัน 3. 20th Century Fox (The Searchlight Logo 20th Century Fox) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า Fox ก่อตั้งโดย โจเซฟ เชนก์ ,เรย์มอนด์ กริฟฟิธ และ วิลเลียม โกเอตซ์ เมื่อ ค.ศ. 1935 เป็นการรวมตัวของ Twentieth Century Pictures และ Fox Film Company กลายเป็น Twentieth Century-Fox Film Corporation เดิมโลโก้นี้เป็นของ Twentieth Century Pictures  ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1933 โดยศิลปินผู้มีชื่อเสียง เอมิล โคซ่า (Emil Kosa) และหลังจากการยุบรวมกันของทั้ง 2 ค่าย โคซ่าก็เล่นง่ายๆ ด้วยการใส่คำว่า Fox เข้าไปแทนที่คำว่า Pictures,Inc. (ฐาน 20th Century) นอกจากนี้โคซ่า ยังโด่งดังจากการออกแบบภาพซากเทพีเสรีภาพใน Planet of the Apes ฉบับปี 1968 ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ ของโลโก้นี้ก็คือดนตรีประกอบ 20th Century Fanfare โดยฝีมือของ อัลเฟรด นิวแมน คอมโพเซอร์ในตำนานของฮอลลีวูด บริษัทและสตูดิโอ ตั้งอยู่ในเซ็นจูรี่ซิตี้ ของลอสแอนเจลิส ทางตะวันตกของเบเวอร์ลี ฮิลส์ ซึ่งมีภาพยนตร์สร้างชื่อมากมาย เช่น Titanic, Star Wars, Home Alone, Die Hard,  X-Men รวมถึงภาพยนตร์ตระกูล Alien และ Predator เป็นต้น 4. Paramount (The Majestic Mountain Paramount Pictures) ถือเป็นสตูดิโออเมริกันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังคงเป็นสตูดิโอหลักที่ยังมีฐานอยู่ในฮอลลีวูด พาราเมาต์เป็นสตูดิโอที่มีภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูง ๆ สตูดิโอหนึ่ง ภายใต้เจ้าของคนล่าสุด เวียคอม/ไวอาคอม (Viacom Inc. เป็นบริษัทสื่อมวลชนสัญชาติอเมริกัน ดำเนินงานส่วนใหญ่เกี่ยวกับ ภาพยนตร์และเคเบิลโทรทัศน์ และอื่น ๆ ถือเป็นเครือบริษัทประเภทสื่อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากเดอะวอลต์ดิสนีย์ไทม์วอร์เนอร์ และนิวส์คอร์ปอเรชัน) Paramount Pictures Corporation ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1912 โดย Adolph Zukor และสองพี่น้อง Frohman ( Daniel และ Charles ) ซึ่งชื่อ “พาราเมาท์” นั้นได้มาจากชื่ออพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในฮอลลีวูด ส่วนภาพโลโก้เทือกเขานี้ถูกร่างขึ้นครั้งแรกโดย W.W. Hodkinson (วิลเลี่ยม วอดสเวิร์ธ ฮอดกินสัน )โดยมีภูเขาเบน โลมอนด์ ในรัฐยูท่าห์เป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา โลโก้ของพาราเมาท์เคยเปลี่ยนมาแล้วถึง 7 เวอร์ชั่น นับเป็นโลโก้ที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสตูดิโอที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน (ใน Hollywood ) สำหรับเวอร์ชั่นปัจจุบันนั้นเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2002 โดยเปลี่ยนภูเขาต้นแบบเป็นภูเขาอาร์เตซอนราจู ในประเทศเปรูแทน โลโก้นี้เป็นโลโก้ที่มีอายุยาวนานที่สุดของ Hollywood 5.  Warner Bros. (The WB Shield Warner Bros.) สตูดิโอวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ก่อตั้งโดยสี่พี่น้องชาวยิวตระกูล วอนสโกลาเซอร์ ได้แก่ แฮร์รี่, อัลเบิร์ต, แซม และ แจ็ค ก่อนจะเปลี่ยนนามสกุลเป็น วอร์เนอร์ สำหรับวอร์เนอร์ บราเธอร์สนั้นเป็นสตูดิโอแรกๆ ที่เริ่มสร้างหนังมีเสียง (หนึ่งในนั้นคือ The Jazz Singer) ทั้งที่แฮร์รี่พี่ใหญ่ของตระกูลเคยพูดไว้ว่า “ใครจะไปอยากฟังเสียงนักแสดงพูดกันล่ะ” เอกลักษณ์ของโลโก้วอร์เนอร์ก็คือสัญลักษณ์รูปโล่ และมีตัวอักษร WB อยู่ข้างในมาตั้งแต่แรก แต่มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วถึง 11 เวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่นปัจจุบันนั้นเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1993 เป็นการย้อนกลับไปใช้รูปแบบโลโก้ที่สตูดิโอเคยใช้ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่มีการพัฒนากราฟฟิคให้ทันสมัยขึ้น 6. Columbia Pictures - The Torch Lady Columbia Pictures สตูดิโอโคลัมเบีย นั้นถือกำเนิดครั้งแรกตั้งแต่ปี 1919 โดยพี่น้อง แฮร์รี่ และ แจ็ค คอห์น ภายใต้ชื่อ Cohn-Brandt-Cohn เป็นบริษัทที่สร้างแต่หนังทุนต่ำ จากนั้นก็พัฒนาเป็นโคลัมเบีย พิคเจอร์ในปี 1924 พร้อมเปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็น “เทพีคบเพลิง” โดยมีต้นแบบมาจาก เซเรเน่ เทพีแห่งดวงจันทร์ในเทพนิยายกรีก เหมือนกับต้นแบบของเทพีเสรีภาพ จากนั้นโลโก้เทพีคบเพลิงก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ โดยมีหญิงสาวที่เป็นต้นแบบมาแล้วหลายคน จนกระทั่งในเวอร์ชั่นปัจจุบันที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1993 นั้นออกแบบโดย ไมเคิล เจ.ดิแอส ครั้งแรกที่โลโก้ถูกใช้ในหนัง มีข่าวลือว่าต้นแบบคือ แอนเน็ต เบนนิ่ง เพราะหน้าตาคล้ายกันเหลือเกิน แต่ความจริงแล้วต้นแบบคือ เจนนี่ โจเซฟ สาวแม่บ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ดิแอสเลือกมา เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล http://th.wikipedia.org,http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=42683.0;wap

Love Beat ส่งเพลงใหม่ พร้อมด้วยชุดแต่งกายใหม่ มาแล้ววันนี้
Love Beat /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Love Beat (lb.in.th) ทำการอัพเดตเพลงใหม่ๆ และชุดแต่งกายใหม่ๆ อัพเดตแลัววันนี้ :: New Release :: 1. ติ่ง - ปอ อรรณนพ 2. Good Old Days - Better Weather 3. ฉันคิด - Chilling Sunday 4. Kiss You - One Direction 5. ผิงไฟ – อภิรมย์ 6. Clarity – Zedd 7. Stay The Night – Zedd 8. ไชโย (Cheers!) - 3.2.1 :: ชาย :: :: หญิง :: :: Balloon :: ***หมายเหตุ*** -ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และราคาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า- -การตัดสินของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด-

เอาความเหงาไปทิ้งทะเล กับภาพชุดใหม่จาก สัญญาแห่งคิมหันต์ โดยผู้สร้าง Timeline
Dolphin film /  Summer to winter / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันไปก่อนหน้า ครั้งนี้ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ภาพยนตร์โรแมนติก อบอุ่นเค้ลาเสียงคลื่น ของความรักชาย-ชาย จากผู้สร้าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด ที่จะพาคุณผู้ชมไปร่วมสุข เศร้า เหงา ซึ้ง กับเรื่องราวดีๆ ที่คุณไม่ควรพลาด โดยล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ปล่อยภาพนิ่งชวนอุ่นหัวใจออกมาให้ชมอีกหนึ่งชุดใหญ่ ตามไปดูภาพเต็มๆ ที่ด้านล่างสุดกันได้เลย สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ถูกเขียนและพัฒนาขึ้นมาจาก แรงบันดาลใจเล็กๆที่มีเรื่องราวของความเหงาในจิตใจของคน โดยมีสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ใครหลายคนคงได้ยินกันว่าเอาความเหงาความเศร้าไปทิ้งไว้ที่ทะเล และเช่นเดียวกันบ่อยครั้งที่คนเรามีความสุขมักจะไปสังสรรค์กันที่ทะเล ก่อให้เกิดจุดประกายเล็กๆที่เป็นแรงบันดาลใจที่จะนำเรื่องราวของความเหงาและความสุข มาร้อยเรียงกันจนเป็นเรื่องราวของ สัญญาแห่งคิมหันต์ จากค่าย Dolphin film ผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของค่าย อย่าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด เล่าเรื่องความรักผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปผสมผสานกับรูปแบบต่างๆของความรัก จนเกิดเป็นกระแสชื่นชมอย่างมากมายในโลกโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค และถูกพูดถึงในแง่มุมที่มีความเป็นหนังรักฉบับเพศที่สามที่มีความซึ้งกินใจ ประทับใจต่อผู้ชมหลายๆคน ต่อมาทางค่ายตลอดจนผู้กำกับและคนเขียนบท จึงได้พยายามให้ภาพยนตร์ที่จะสร้างต่อจากนั้นมีความเป็นแบบแผน และลักษณะเฉพาะของทางค่ายมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาสู่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องความรักและมิตรภาพอย่าง สัญญาแห่งคิมหันต์ ในที่สุด สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ทีมนักแสดงคุณภาพ มารับบทสุดเข้มข้น โดยเฉพาะตัวละครหลัก ที่เฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ มานานหลายเดือน จนมาลงตัวที่ บ๊อด ราชสัก พนาสันติภาพ รับบท "คิมหันต์" หนุ่มน้อยน่ารักยิ้มมีเสน่ห์ และ วอร์ม อัทธนีย์ โตคีรี รับบท "ตั้ม" เด็กหนุ่มโลกส่วนตัวสูง พูดน้อยขยันเก็บความรู้สึกและปัญาหาต่างๆไว้กับตัว มีเพียงการถ่ายภาพและกล้องคู่ใจของเขาเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนแก้เหงา อีกทั้งร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกมากมาย อาทิเช่น พลอย มลสิชา วงษ์สุนทร, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวณิชย์, เอกชัย ศรีวิชัย, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์,  ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ ดีเจ มะตูม ร่วมสุขเศร้า เหงาเคล้ากลิ่นอายทะเล ไปกับ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ได้ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่ แถมพิเศษด้วยมิวสิควีดีโอเพลง ไม่เปลี่ยนไป เพลงประกอบภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ โดย ดิว ภูการ ---------------------------

ชื่นชม น้องนิ้ง 5ขวบ เล่านิทานชนะเหรียญทอง แอคติ้งเกินคาด!
ด.ญ.บุญดาว แสงทอง /  น้องนิ้ง / 

ชื่นชม น้องนิ้ง 5ขวบ เล่านิทานชนะเหรียญทอง แอคติ้งเกินคาด! วันนี้(19 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเด็กหญิงคนหนึ่งเล่านิทานประกอบท่าทางได้อย่างสนุกสนาน โดยในคลิปเด็กหญิงได้แนะนำตัวว่า ชื่อ ด.ญ.บุญดาว แสงทอง  ชื่อเล่น น้องนิ้ง อายุ5ขวบ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นอนุบาล3 โรงเรียนนาคประสิทธิ์ สามพราน นครปฐม ก่อนที่จะมีการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน พร้อมทั้งโชว์เล่านิทานเรื่องนกกระยางเจ้าเล่ห์ ตลอดการเล่าเรื่องมีการทำท่าทางประกอบ พร้อมกับแสดงบทบาทสมมุติได้ถึงอารมณ์ มีการปรับน้ำเสียงเป็นตัวละครสัตว์ต่างๆด้วย  ซึ่งหลังจากที่ชาวสังคมออนไลน์ได้ชมคลิปถึงกับชื่นชมและยกนิ้วกดไลค์ให้ในความสามารถเพราะการเล่านิทานเรื่องนี้ยาวนานกว่า10นาที ต้องผ่านการท่องจำฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้เจ้าของคลิปเผยว่าน้องนิ้งคว้ารางวัลเหรียญทองชนะเลิศการแข่งขันเล่านิทานด้วย MThai News ขอบคุณคลิปจาก www.facebook.com/rung.watvong ข่าวที่เกี่ยวข้อง เก่งเกินไปแล้ว ! น้องโตเกียว ป.2 สาธิตการใช้IGเป็นภาษาอังกฤษ สุดเจ๋งคลิป2นักเรียนชาย ดีดพิณตีกลองเป๊ะเวอร์ ดนตรีเด็กประถม เล่นเพลงBalada

Big Match(ของจริง!) ดงบังชินกิ - เจวายเจ จะโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก!
changmin /  Dong Bang Shin Ki / 

ดงบังชินกิ (TVXQ!) และ เจวายเจ (JYJ) อาจโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรกในงานอีเว้นท์เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Big Match - สื่อและแฟนคลับเตรียมจับตามอง! อาจจะเกิด 'Big Match' ในวงการเพลง K-POP สมกับชื่อเรื่องก็เป็นได้! เพราะวันที่ 24 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ อาจเป็นครั้งแรกที่แฟนคลับจะได้เห็นสมาชิกดั้งเดิม 5 คนของบอยแบนด์วง ดงบังชินกิ มาปรากฏตัวพร้อมหน้าในงานเดียวกันเป็นครั้งแรก หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงสมาชิกจนทำให้แยกวง กลายเป็นศิลปินดูโอวง ดงบังชินกิ และสามหนุ่มสมาชิกแห่ง เจวายเจ มาตั้งแต่ปี 2009 สื่อ Sports Hankook รายงานข่าวว่า ยุนโฮ และ ชางมิน แห่ง ดงบังชินกิ รวมทั้ง แจจุง, ยูชอน และ จุนซู สมาชิกของวง เจวายเจ ได้รับเชิญให้มาร่วมงานพรีเมียร์ของภาพยนตร์เรื่อง Big Match ซึ่งจะจัดขึ้น ณ Wangsini, Eastern Seoul ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยสองหนุ่ม ดงบังชินกิ จะไปให้กำลังใจศิลปินร่วมสังกัด SM Entertainment อย่าง โบอา ฟาก เจวายเจ ก็มีเป้าหมายที่จะไปสนับสนุนนักแสดงนำ ลี จองแจ ซึ่งอยู่สังกัดใน C-JeS Entertainment เช่นเดียวกับพวกเขา โปสเตอร์โปรโมทภาพยนตร์เรื่อง Big Match ตามรายงานข่าวเปิดเผยว่า แม้ทั้งสองกลุ่มศิลปินได้รับเชิญให้ไปร่วมงานอีเว้นท์เดียวกัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ดงบังชินกิ และ เจวายเจ จะเดินทางไปร่วมงานดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งหากย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ก็จะพบว่าหากมีวงใดวงหนึ่งไปร่วมงานใด อีกวงก็จะไม่ปรากฏตัวในงานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสื่อมวลชนและแฟนคลับต่างจับตามองอีเว้นท์ครั้งนี้อย่างมาก ว่าจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ ดงบังชินกิ และ เจวายเจ จะปรากฏตัวพร้อมหน้าสมกับการเป็น 'Big Match' ได้หรือไม่ ย้อนความทรงจำเมื่อครั้ง ดงบังชินกิ มีสมาชิก 5 คนกันหน่อย ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

V.R.P หวิดทำ เนย เนโกะจัมพ์ เฉียดตายคาหอพักหญิง
Shout /  V.R.P / 

ทำเอาตกใจกันไปหมด เมื่อสามหนุ่มหน้าใสสุดแซ่บ ‘วี.อาร์.พี’ บอยแบนด์หน้าใหม่จาก ค่ายกามิกาเซ่ ในเครืออาร์เอส ประกอบไปด้วย ปลื้ม ณัชคุณ นุตตานนท์, ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล และปีเตอร์ ชลพัชร จี้เพชร เปิดตัวด้วยลุคสาวสวยแต๋วจ๋า ในทีเซอร์ซิงเกิ้ลแรกเพลง ปาว ปาว Shout จนแฟนๆ สงสัยเลยต้องรีบส่งเอ็มวีออกมาเฉลยว่าเป็นส่วนหนึ่งในเอ็มวีเพลงนี้เท่านั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง โดยเอ็มวีเพลง ปาว ปาว ยกกองไปถ่ายทำกันที่โรงเรียนนานาชาติย่านลาดพร้าว เป็นเรื่องราวของสามหนุ่ม วี.อาร์.พี และเพื่อนๆ กามิกาเซ่ นิวคัมเมอร์ เล่นฟุตบอลกันอยู่ที่สนามแล้วเกิดเตะพลาดขึ้นไปบนหอพักหญิง เลยต้องขึ้นไปเก็บลูกฟุตบอลออกมา ซึ่งลูกบอลกลิ้งเข้าไปอยู่ในห้องของนักเรียนสาวคนหนึ่ง รับบทโดย ‘เนย เนโกะจัมพ์’ ที่กำลังนอนเล่นฟังเพลงอยู่ในห้อง ซึ่งสามหนุ่ม ‘วี.อาร์.พี’ ต้องแอบย่องเข้าไปเอาลูกบอลแบบเงียบๆ แต่แล้ว ‘เนย’ ก็ลืมตาขึ้นมาเห็นพอดีจึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นในห้อง จนอาจารย์ประจำหอพักได้ยินเสียง รีบขึ้นมาดู เพื่อไม่ให้สามหนุ่มถูกจับได้ ‘เนย’ จึงช่วยแปลงโฉมเป็นผู้หญิงเพื่อให้เอาลูกบอลมาจากหอหญิง เบื้องหลังฉากก็มีเรื่องราววุ่นวายในห้องนอน เป็นฉากที่ ‘เนย เนโกะจัมพ์’ ลืมตามาเจอกับ ‘วี.อาร์.พี’ ในห้องของตัวเองก็ตกใจกรี๊ดเสียงดัง หนุ่มๆ จึงต้องหาวิธีปิดปาก ‘เนย’ เพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง ทั้งเอามือ เอาหมอนมาปิดหน้า สารพัดจน ‘เนย’ แน่นิ่งไป ทำเอาสามหนุ่ม ‘วี.อาร์.พี’ ถึงกับอึ้งตกใจกันหมด แต่จริงๆ เป็นมุขของ ‘เนย’ ที่อยากจะอำรุ่นน้อง งานนี้ทำเอาทุกคนในกองถ่ายฮากันกระจาย ลองฟังเพลง ปาว ปาว ของสามหนุ่ม วี.อาร์.พี กันสักหน่อย MV ปาว ปาว (Shout) - V.R.P (วี อาร์ พี) ดูมิวสิควีดีโอ เพลง ปาว ปาว (Shout) - V.R.P (วี อาร์ พี) Kamikaze กามิกาเซ่ แหวกนิยามบอยแบนด์ปั้น 3 หนุ่มหน้าใส แซ่บ! ปลื้ม - ปอร์เช่ - ปีเตอร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แบบนี้ก็มีด้วย! ศิลปินญี่ปุ่น Plan-B ขอชักภาพกับสื่อและแฟนคลับไทย
Plan B /  Plan-B LIVE in Bangkok / 

แบบนี้ก็มีด้วย! ศิลปินญี่ปุ่น Plan-B ขอชักภาพกับสื่อและแฟนคลับไทย ในงานแถลงข่าว แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) เปลี่ยนบรรยากาศไปดูของดีจากฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง! เตรียมล็อคคิวล่วงหน้าไว้เลย 16 ธันวาคม 2557 นี้ เวลา 19:00 น. สำหรับงาน แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) ณ แฮพเพนนิ่ง ไลฟ์ เฮ้าส์ บาย ไวน์ แฮพเพนนิ่ง ย่านอาร์ซีเอ (Happening Live House by Wine Happening RCA) ไลฟ์โชว์ครั้งแรกในเมืองไทยของสามหนุ่ม นาคาเองาว่า ริกิยะ (Nakaegawa Rikiya) กีตาร์และร้องนำ, มากิโนะ โคจิ (Makino Koji) กลอง และ อุเอะซาโตะ เรียวตะ (Uesato Ryota) เบส แห่งวงดนตรีสามชิ้นจากแดนปลาดิบชื่อ แพลน-บี (Plan-B) ที่ตั้งใจสะท้อนมุมมองแง่ดีต่อโลกว่า... 'ที่สุดแล้วชีวิตจะมีทางออกที่ดีให้เสมอถึงแม้จะไม่ใช่ทางเลือกแรกที่ตั้งใจก็ตาม' งานนี้นอกจากพวกเขาจะทุ่มเทและทุ่มทุนสร้าง บินลัดฟ้าข้ามประเทศมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทยด้วยตนเองในบรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ณ แฮพเพนนิ่ง ไลฟ์ เฮ้าส์ บาย ไวน์ แฮพเพนนิ่ง ย่านอาร์ซีเอ พร้อมโชว์ฝีมือแสดงสดถึง 5 เพลงเป็นการอุ่นเครื่องแล้ว ศิลปินวง แพลน-บี (Plan-B) และต้นสังกัด แอนติคิเทียร่า (Antikythera) ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะเจ้าภาพจัดงานยังขอสร้างแลนด์มาร์คแหวกแนวจากงานแถลงข่าวทั่วไป โดยเชิญสื่อไทยขึ้นไปถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก แถมมีเซอร์ไพร์สมอบแก่เหล่าแฟนคลับผู้โชคดีทุกคนที่ไปร่วมให้กำลังใจด้วยการถ่ายภาพช็อตพิเศษทีละคนอีกด้วย ฟินได้ใจไปตามๆ กันแบบนี้ก็มีด้วย!!! ติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตร แพลน-บี ไลฟ์ อิน แบงคอก (Plan-B LIVE in Bangkok) ได้ทาง Official Fan Page https://www.facebook.com/PlanBliveinBKK ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 อันดับคนดัง ที่ตัวตาย แต่สร้างรายได้มหาศาล
10 อันดับคนดัง /  ข่าว / 

MThai News รวบรวม 10 อันดับคนดัง คนเก่งหลากหลายวงการ ที่แม้เค้า และเธอเหล่านั้น จะไม่มีลมหายใจหลงเหลืออยู่ แต่ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลอยู่ในปัจจุบัน มหาเศรษฐีในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเป็นคนเก่ง คนดัง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีบทบาทต่อสังคมเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ามูลค่า หรือรายได้ที่เค้าได้รับต่อปีนั้นมหาศาล แต่มหาเศรษฐีอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ไม่ใช่คนดัง คนเก่ง หรือคนมีอิทธิพล แต่กลับเป็น 'คนตาย' ที่แม้ตัวตนจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ชื่อเสียง และความสามารถในขณะมีลมหายใจ ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลในปัจจุบัน เค้าและเธอเหล่านั้นจะเป็นใครกันบ้าง และแต่ละคนสร้างรายได้มหาศาลขนาดไหน ไปเริ่มกันเลยครับ อันดับที่ 10 บรู๊ซ ลี เสียชีวิตเมื่อ 7 กค. 2516 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 290 ล้านบาท บรูซ ลี หรือ หลี่ เสี่ยวหลง เกิดที่ซานฟรานซิสโก เป็นดาราจีนที่โด่งดังระดับฮอลลีวูด ด้วยความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีทคุนโด้ แถมยังสามารถสามารถพูดอังกฤษ จีน ญี่ปุ่นได้ และยังเป็นแชมเปี้ยนเต้นชะชะช่า ในปี 1997 โดยที่นิตยสารเอ็มไพร์จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล ซึ่งปัจจุบันเขายังคงสร้างรายได้จากภาพยนตร์ รวมถึงคาแรคเตอร์ในเกมส์อีกด้วย อันดับที่ 9 ธีโอดอร์ ซัส กีเซล เสียชีวิตเมื่อ24 กย. 2534 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท ด็อกเตอร์ ซุส หรือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล นับเป็นนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดี เพราะมีผลงานดัง ๆ หลายเรื่อง เช่น Green Eggs and Ham, The Cat in the Hat และ How the Grinch Stole Christmas ผลงานของเขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับตัวเขาเอง ที่ถือเป็นแบบอย่างของนักอ่านนักเรียนรู้ที่ดีมาก ๆ ถึงขนาดที่สหรัฐอเมริกาได้จัดให้ทุกวันที่ 2 มีนาคม หรือวันเกิดของ ด็อกเตอร์ ซุส เป็นวันอ่านหนังสือของชาติเลยทีเดียว อันดับที่ 8 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมย. 2498 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 350 ล้านบาท อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิส และอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 โดยปัจจุบันเขายังสามารถสร้างรายได้จากผลงานวิทยาศาตร์ที่คิดค้นขึ้นมากว่า 300 ชิ้น อันดับที่ 7 จอห์น เลนนอน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธค. 2523 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน หรือจอห์น เลนนอน ที่เราคุ้นเคย มือกีต้าร์แห่งวงสี่เต่าทอง เดอะบีทเทิลส์ ซึ่งเนื้อเพลงของเขาจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สค. พ.ศ. 2505 และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่ เมื่อวันที่ 20 มีค. พ.ศ. 2512 เลนนอนถูกฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่เขายังสามารถมร้างรายได้จากบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นมากกว่า 100 เพลง อันดับที่ 6 มาริลิน มอนโร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สค. 2505 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท มาริลิน มอนโร เดิมชื่อ นอร์มา จีน มอร์เทนสัน นักแสดง นักร้อง นางแบบชื่อดัง ชาวอเมริกัน โดยภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (1955) มีฉากที่เป็นอมตะของเธอที่ถูกลมพัดจนกระโปรงขึ้นมา เธอเสียชีวิตที่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยแม่บ้านเป็นผู้พบเธอนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในห้องของเธอ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด ซึ่งยังมีผู้พบเห็นวิญญาณของเธออยู่บ่อยครั้ง อันดับที่ 5 บ๊อบ มาร์เลย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พค. 2524 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 660 ล้านบาท โรเบิร์ต บ็อบ เนสตา มาร์เลย์ หรือบ๊อบ มาร์เลย์ นักร้องเร็กเก้ชาวจาเมกาที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงสูงสุดในโลกคนหนึ่ง เริ่มมีผลงานในปีค.ศ. 1963 กับกลุ่มเวลเลอร์ (The Wallers) และเขายังได้รับให้เป็นศิลปินที่ขายดีที่สุดทั้งอัลบั้ม และซิงเกิลกว่า 75 ล้านก๊อปปี้ และเป็นต้นตำหรับคำว่า Rastafari และการร้องผสมผสานดนตรีของเขากับที่มีความรู้สึกถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง อันดับที่ 4 อลิซาเบธ เทย์เลอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มีค. 2554 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 725 ล้านบาท นักแสดงอังกฤษ-อเมริกัน ที่เกิดในอังกฤษ เป็นที่รู้จักในด้านบทบาทการแสดงอันจัดจ้าน และความงาม เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตแบบฮอลลีวูด เธอแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง เธอได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 2 ครั้ง รางวัลออสการ์เกียรติคุณ 1 ครั้ง รางวัลลูกโลกทองคำ 2 ครั้ง เธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 3 ชาร์ล ชูลต์ส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กพ. 2543 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,320 ล้านบาท นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเรื่อง 'พีนัทส์' (Peanuts) หรือ สนู้ปปี้กับแก๊งเพื่อน โดยเขามีผลงานการ์ตูนที่ลงตีพิมพ์ไปยังประเทศต่างๆ 77 ประเทศ หนังสือพิมพ์อีก 2,600 ฉบับ ซึ่งการ์ตูนต้นฉบับของเขาตอนสุดท้ายก็ถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2000 ซึ่งออกมาหลังจากที่เขาเสียชีวิตแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง อันดับที่ 2 เอลวิส เพรสลีย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 สค. 2520 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,800 ล้านบาท นักดนตรี และนักแสดงชาวอเมริกัน เขาถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งเป็นที่รู้จักในฉายา 'ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์' หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 'เดอะคิง' เขาถือเป็นนักร้องแนวป๊อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 14 ครั้ง ซึ่งเขาได้รับ 3 ครั้ง และเขายังมีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศ 4 ครั้ง อันดับที่ 1 ไมเคิล แจ๊กสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิย. 2552 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 4,620 ล้านบาท ราชาเพลงป็อป ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ในปี 1969 และเริ่มมีผลงานเดี่ยวในปี 1971 ในปี 1982 มีผลงานอัลบั้มที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล[4] และสี่อัลบั้มเดี่ยวที่เหลือก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ติดตามอ่าน สกู๊ปข่าวทั้งหมด คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

Crayon Pop เตรียมควง น้องเกล - ครูนกเล็ก โชว์มินิคอนเสิร์ตในไทย
Bar Bar Bar /  Crayon Pop / 

Crayon Pop เตรียมควง น้องเกล หนูน้อยอูคูเลเล่ และ ครูนกเล็ก เจ้าของไวรัลคลิปยอดวิวทะลุล้าน ขึ้นเวทีมินิคอนเสิร์ตแรกในไทย Crayon Pop Live in Bangkok เหลืออีกไม่ถึง 2 สัปดาห์แล้ว ก่อนที่จะถึงงานมินิคอนเสิร์ต Crayon Pop Live in Bangkok เพื่อเปิดตัวโครงการ The 7% Project เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก ซึ่งจัดโดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย Asia Injury Prevention (AIP) Foundation และองค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children โดยในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ 5 สาวเกิร์ลกรุ๊ปผู้มีหมวกกันน็อคเป็นสัญลักษณ์ อย่าง Crayon Pop จะเดินทางมาถึงประเทศไทยพร้อมนัดสื่อมวลชนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด โดย แมริออทกรุงเทพฯ ก่อนจะจัดมินิคอนเสิร์ตครั้งนี้ในเมืองไทย ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พฤศจิกายน นอกจากเกิร์ลกรุ๊ปสุดเกรียน Crayon Pop แล้ว ยังมี น้องเกล โสพิชา หนูน้อยอูคูเลเล่ เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศจากรายการ Thailand’s Got Talent ซีซั่น 2 พร้อมขึ้นเวทีสร้างสีสันให้กับงานอีกด้วย โดยน้องเกลเปิดเผยว่า ตัวเองก็เป็นแฟนตัวจริงของ Crayon Pop แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นเวทีครั้งนี้ ส่วนเพลงที่จะนำมาร้องนั้น น้องเกลบอกว่าขอเก็บเป็นความลับไว้ก่อน ไม่เพียงเท่านั้น คุณครูนกเล็ก (จีรภัทร์ สุกางโฮง) เจ้าของคลิปสื่อการสอนสุดฮาที่ยอดวิวทะลุล้านจนได้รับฉายา 'ครูพันธุ์ใหม่ หัวใจโซเชียล' จะมาพร้อมกับเพื่อนครูจากโรงเรียนบางมด เพื่อแสดง ‘ครูยอนป๊อป คัฟเวอร์แดนซ์’ สดๆ ให้ชม แล้วปิดท้ายด้วย บีบอยกรุ๊ป SaCrew (สาคู) เจ้าของรางวัลชนะเลิศ Battle มากมายจากทั่วประเทศก็เตรียมการแสดงขั้นเทพพร้อมกับหมวกกันน็อคมาโชว์ในงานเช่นกัน พบกับงาน The 7% Project Presents เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป Campaign Hashtag: #helmetpop www.7-percent.org https://www.facebook.com/7percent.org http://thailand.savethechildren.net http://asiainjury.org/our-reach/thailand ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

หวังเสียวหมิ่น - เทรซี่ สาวสวยร้องเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร
ต่างประเทศ /  ผู้หญิง

ไม่กี่วันมานี้ในโลกโชเชียลต่าก็โพสต์ ไลค์ แชร์ เพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร กันยกใหญ่ แต่! ไม่ใช่หญิงลีร้องนะ เป็นสาวสวยชาวจีน ชื่อ หวังเสียวหมิ่น หรือ เทรซี่ ตะหาก ทำให้หลายคนบนโลกออนนไลน์ถึงกับตะลึง! ไปตามๆ กัน ก็แหม .. เธอร้องได้ชัดขนาดนี้ แถมร้องเพราะซะด้วย ^^ หวังเสียวหมิ่น - เทรซี่ สาวสวยร้องเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร หวังเสียวหมิ่น - เทรซี่ สาวสวยร้องเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร ขอบคุณภาพ อินเทอร์เนต

แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด
ความรักวัยรุ่น /  สมหวัง / 

หนุ่มๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า? ทำไมเราแห้วรับประทานอยู่บ่อยๆ จีบผู้หญิงคนไหนก็ไม่ติด บางทีเราลองย้อนกลับมาสำรวจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า เรามีสิ่งไหนใน 7 ข้อนี้ที่เราเป็นอยู่ ลองเริ่มต้นปรับตัวเองใหม่แล้วลุยจีบเธออีกครั้ง .. แต่ถ้าเริ่มอีกครั้งแล้วยังแห้วอีก คราวนี้ก็เป็นเรื่องของใจแล้วแหละ เคยได้ยินไหมว่า คนไม่ชอบทำยังไงก็ไม่ชอบ แต่บางคนยังไม่ทำอะไรเขาก็ชอบได้ แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด อันดับ 1  เลือกมวยไม่ถูกคู่ ถ้าคุณน้ำหนักตัวไม่ถึง หรือโหมเพิ่มน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งตัวคุณเองก็ย่อมจะรู้ดีในตัวคู่ชกอยู่เนิ่นๆ บ้างแล้ว จากผลวิจัยด้วยเหตุผลหนึ่ง ที่ฝ่ายชายล้มเหลวในการจีบสาว ก็คือ "จ้องแต่จะเด็ดดอกฟ้า และมองสาวที่แลดูธรรมดาว่าไม่น่าสนใจ" เพราะเพศชายมักถูกกระตุ้นทางเพศผ่านทางสายตา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า สาวสวยก็ย่อมมีหนุ่มจดๆ จ้องๆ และเป็นที่หมายปองของบรรดากระทาชายทั้งหลาย แต่ถ้าคุณลองส่องกระจกใหม่ และขึ้นชกกับคู่ชกที่น้ำหนักเท่ากัน คุณก็ย่อมมีโอกาสชนะมากกว่าการชกข้ามรุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณโหยหา "ยุทธการเด็ดดอกฟ้า" หวังเป็นนักล่ารางวัล เพราะคิดว่ามันช่างคุ้มค่าและดูท้าทาย อันนี้ก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะเปอร์เซ็นต์การพ่ายแพ้ก็ย่อมมีมากตามไปด้วย... อันดับ 2 เข้าหาผิดวิธี คุณจะเป็นคนรักในชีวิตของเธอ หรือเป็นแค่คนที่เธอพบเพื่อเพียงผ่าน ก็ขึ้นอยู่กับว่าวิธีทำความรู้จักที่คุณเลือกใช้นั้น ได้ผลกับหญิงสาวคนนั้นไหม เพราะเธอก็ต่างนิสัย ต่างรสนิยม ต่างพื้นฐานด้านครอบครัว ไม่ว่าคุณจะชอบเซ็ตผมปิดหน้าผาก แบบหนุ่มเกาหลี หรือชื่นชอบรอยสัก แต่หากผู้หญิงที่คุณชอบ แอนตี้ในสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นทุน ด้วยเธออาจมีอคติ หรือตั้งธงไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว ก็คงต้องทำใจ หรือคุณอาจเลือกส่งเพลงรักให้เธอฟังก่อนนอนทุกคืน หรือพร้อมคำทักทายเธอว่า "สบายดีไหม ทำอะไรอยู่" คุณอาจรู้สึกดีว่าทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีแล้ว แต่นั่นมันก็อาจเป็นเรื่องเดิมๆ หรือสิ่งที่เธอเจออยู่ซ้ำๆ หรือเธออาจให้น้ำหนักคนที่กล้าคุยกับเธอตรงๆ มากกว่าคุยผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้ เป็นต้น อันดับ 3  ยังโทษตัวเองไม่เลิก "คนไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่" หรือไม่ หนุ่มหลายคนก็ยังโทษความรวย ความจนกันอยู่เลย ถือเป็นในข้ออ้างยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ทำนองว่า "ก็เพราะว่าเราจน เขาถึงไม่สนใจ" หรือ "เราอ้วน เขาคงไม่มองหรอก" ถ้าคุณเป็นอย่างนั้นจริง ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในวันนี้และในอนาคต แต่ถ้ายังขืนทำตัวในแบบเดิม ติดอยู่กับอดีต แล้วผลลัพธ์จะหนีไปจากเดิมได้อย่างไร สมมุติว่า คุณมองเธอเป็นหนึ่ง แต่ให้คะแนนตัวคุณเองเป็นศูนย์ เมื่อ 1+0 ก็ย่อมเท่ากับ 1 อยู่วันยังค่ำ อันดับ 4  เยอะ ข้อนี้แทบไม่ต้องอธิบายอะไร ไว้ให้ "บุคคลที่สาม" บอกคุณเองจะเข้าใจได้ง่ายกว่าคำปฏิเสธจากเธอ เอาเป็นว่าชายในข่ายนี้ มักเรื่องมาก อาจแต่งตัวเก่ง วิจารณ์ขาด ปากแมว แนวมีเรื่องเยอะ ขี้นินทา เวิ่นเว้อ พูดเยอะกว่าทำ ฟังคนอื่นไม่เป็น ไม่นิ่งในจังหวะที่ควรนิ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดูไม่แมน ขอให้จำไว้ว่า ผู้หญิงอยากได้แฟนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่อยากได้เพื่อนสาว อันดับ 5 อยู่กับที่ ผู้หญิงอาจเข้ามาส่องดูเฟซบุ๊กคุณอยู่เรื่อยๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว แต่ในความเคลื่อนไหวนั้น กลับมีอะไรบางอย่างที่ "หยุดนิ่ง" เช่นว่า คุณยังติดเหล้าเหมือนเดิม คุณยังด่าเพื่อนร่วมงานลับหลังเหมือนเดิม คุณยังเจ้าชู้เหมือนเดิม จะหยอดหรือแหย่ก็แค่พอเป็นกระษัย คล้ายจะจีบแต่เหมือนมาแค่ครึ่งใบ และไม่ได้คิดพัฒนาความสัมพันธ์ไปไหน แค่พอทำให้ตัวเองรู้สึกดี เน้นการหว่านแห แต่ไม่เน้นพัฒนาความสัมพันธ์ อันดับ 6  มีโลกส่วนตัวสูง การมีความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี การทุ่มเท ตั้งใจ และมีสมาธิเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีโลกส่วนตัวสูง คงไม่ดีกับชีวิตคู่แน่ๆ เพราะคุณย่อมต้องแชร์ความรู้สึก หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันสร้างสรรค์ออกมาให้คนที่คุณชอบได้รับรู้ด้วย เพราะความรักยังไงๆ ก็ต้องการการแสดงออก แม้คุณจะชอบเธอเต็มร้อย แต่พูดและแสดงออกได้แค่สี่สิบเปอร์เซนต์ นี่ก็เท่ากับว่าสอบตก และถ้าคุณยิ่งคิดเองเออเองคนเดียว แล้วจะต่างอะไรกับการพูดคุยกับตุ๊กตาในโลกของเด็กที่อยู่ในวัยจินตนาการ ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัย "การสื่อสาร" กับบุคคลภายนอก ไม่ใช่สื่อสารภายในตัวเอง อันดับ 7 เริ่มต้นตะกุกตะกัก และมักคิดว่าผู้หญิงชอบคนเลว เพราะเท่าที่เคยเห็นก็มีแต่ บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” จนเป็นภาพติดตา ว่าผู้หญิงสวยชอบผู้ชายแย่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความประทับใจแรกก็มีส่วนสำคัญ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ มีชายหนุ่มเนิร์ด เสพติดเทคโนโลยีสักคน พูดจาสับสน ตะกุกตะกัก แลดูไม่มั่นใจ กับอีกหนึ่งหนุ่มพกมั่นใจ บุคลิกภายนอกไม่เท่าไหร่ แต่พูดจาลื่นไหล ฟังดูเข้าทีในตอนที่เข้ามาจีบเธอแรกๆ ลองสมมุติว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง คุณจะเลือกใคร? แน่นอนความสัมพันธ์ก็ต้องวัดกันยาวๆ แต่รางวัลของการเข้าหาในตอนเริ่มต้น ก็มักเป็นรางวัลใหญ่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://pantip.com/,fhm.in.th

VAMP ปล่อยเพลงใหม่ อกหักแล้วไง สนุกกับความโสดครั้งใหม่
Ok Hak Laeo Ngai /  VAMP / 

แฟนๆของ 7 หนุ่มวง VAMP จากค่ายโชว์มิวสิค ในเครืออาร์เอสฯ เตรียมพบกับความโสดครั้งใหม่ เมื่อพวกเขาจะมาชวนสนุกกับความโสดครั้งใหม่ ในเพลง อกหักแล้วไง (Like A Sunshine) กับเพลงในสไตล์ อิเล็กโทรนิค แดนซ์ “เพลงอกหักแล้วไง เป็นเพลงสไตล์สนุกๆ แนวอิเล็กโทรนิค แดนซ์ ผสมผสานความเป็นโมเดิร์น เนื้อเพลงพูดถึงผู้ชายที่กำลังอกหัก แต่ไม่ได้แคร์โลกมากมาย เหมือนอกหักก็อยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องไปเสียใจ ชีวิตเราก็ต้องดำเนินต่อไป เป็นเพลงที่ผู้ชายไม่อยากมีความทุกข์ หรือจมอยู่กับความทุกข์ โดยเฉพาะเรื่องของความรัก เป็นมุมมองที่คิดบวกด้านความรัก ต้องการที่จะสื่อสารออกไปว่า อกหักแล้วไง มองความรักให้เป็นเรื่องธรรมดา สนุกกับชีวิตต่อไปดีกว่า ชุดคอนเซ็ปต์จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีสไตล์ออกมาอย่างชัดเจน ญี่ปุ่น จะเป็นแนวเกาหลี แบงค์ เป็นลุคของนายแบบ วิน จะมีเป็นแนวมาดคุณชาย แพน จะดูเป็นแบดบอยอย่างชัดเจน ไทม์ จะดูใสๆ แนวน่ารัก ตูน เป็นหนุ่มแนวสตรีท ปังปอนด์ ใสๆ สไตล์น่ารักชุดนักเรียนเมืองนอก ซิงเกิ้ลนี้แตกต่างจากซิงเกิ้ลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรีที่มีความแปลกใหม่ มีสีสันมากขึ้น มีมุมมองในความรักหลากหลายมุม ยังไงก็อยากจะฝากให้ติดตามฟังเพลงของพวกเรากันด้วยครับ” สำหรับมิวสิควีดีโอเพลง อกหักแล้วไง (Like A Sunshine) ของ 7 หนุ่ม VAMP สามารถติดตามชมได้แล้ววันนี้ ทางรายการในเครืออาร์เอส ส่วน Youtube ติดตามชมได้เร็วๆนี้ งั้น เรามาดูเวอร์ชั่น Live ของเพลง อกหักแล้วไง (Like A Sunshine) กันก่อน ซ้อมเต้นกันได้เลย ฟังเพลง อกหักแล้วไง แบบเต็มเพลง กันได้แล้ว วันนี้ ฟังเพลง อกหักแล้วไง (Like A Sunshine) - VAMP อกหักแล้วไง อย่าได้แคร์...แค่โดนทิ้ง 7 หนุ่มวง VAMP บอก อกหักแล้วไง อกหักแล้วไง เพลง Electronic Dance สนุกๆ จาก 7 หนุ่ม VAMP กับเนื้อหา อย่าได้แคร์...แค่โดนทิ้ง มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com