เพลงโป๊ (ใจมันเพรียว)

ชาวเน็ตด่ายับ หนุ่มอยากดัง อัดคลิปด่าพวกแท็กงานลามถึงบุพการี
คลิป /  คลิปด่าพวกแท็กงานในเฟซบุ๊ค / 

ชาวเน็ตด่ายับ หนุ่มอยากดัง อัดคลิปด่าพวกแท็กงานในเฟซบุ๊คแต่ลามถึงบุพการี วันนี้(2 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คคนหนึ่งอัดคลิปด่าพวกชอบแท็กงานในเฟซบุ๊ค โดยไม่พอใจที่แท็กงานผ่านเน็ตสร้างความรำคาญให้กับตนเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่าตนมีการมีงานทำ ไม่ต้องมาแท็กแล้วถ้ารายได้สูงทำไมไม่ทำกันเอง ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีการใช้คำพูดและภาษาไม่สุภาพ รุนแรงรวมไปถึงลามไปยังบุพการี ทำให้ชาวสังคมออนไลน์ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เป็นการใช้สังคมออนไลน์ในทางที่ไม่ถูกต้องและการด่าลามไปถึงบุพการีเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การอัดคลิปออกมาเช่นนี้เท่ากับว่าเป็นการฆ่าตัวเองชัดๆเพราะแทนที่หลายคนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ชายคนดังกล่าวด่าพวกแท็กงาน แต่กลายเป็นคลิปนี้ย้อนกลับมาทำลายเจ้าของคลิปและโดนชาวสังคมออนไลน์รุมด่าเอง "...ทำไมต้องไปด่าแม่ด่าพ่อเขาด้วย ด่าก็ด่าแต่คนแท๊ก พ่อแม่ใครก็รักผมเห็นหลายหนแล้ว ถ้าผมด่าแม่คุณเป็นXXXพ่อคุณเป็นXXX คุณจะรู้สึกยังไง อย่าแต่ความสะใจ..." "...ไม่ชอบเลยบอกตรงๆคะ ขอโลกสวย ไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้แล้วดังเถอะคะ นี่อะไร  ด่าพ่อแม่ผู้อื่น เป็นตัวแกเองคงทนไม่ได้เช่นกัน รู้ได้ไงว่า ช่วยมีมารยาททางสังคม หัดมามองตัวเองบ้าง ทำดีแล้วใช่มั้ยคะ..." MThai News

งามหน้า! เมื่อมนุษย์ป้าไทยแซงคิวที่เยอรมัน
ข่าววันนี้ /  มนุษย์ป้า / 

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมตั้งกระทู้แฉ พฤติกรรมสุดแสบของมนุษย์ป้าชาวไทย พยายามแซงคิวที่เยอรมนี  วันนี้(2ส.ค.)กลายเป็นประเด็นที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากคุณ pHaiyLueNa สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ตั้งกระทู้ชื่อ "เมื่อมนุษย์ป้าสัญชาติไทย ไปแสดงเดชที่แดนอินทรีเหล็ก" ซึ่งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วท่านหนึ่งและสาวชาวไทย ถูกกลุ่มสุภาพสตรีสูงวัยขอแซงคิวซ้ำยังพูดจาไม่ดีใส่ ซึ่งผู้ตั้งกระทู้เผยว่า "เรื่องเล่า...เมื่อเช้า ประมาณเกือบ ๆ เก้าโมง ณ ทางเข้าปราสาทแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี เรากำลังรอเจ้านายและคุยกับหัวหน้าฝ่ายวัตถุโบราณข้าง ๆ ที่ขายตั๋ว ขณะนั้น มีเด็กประถม 20 กว่าคนและคุณครูกำลังต่อแถว รวมถึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย และฝรั่งอื่น ๆ แถวยาวมากประมาณเกือบ 80 คน อยู่ ๆ มีมคุณป้าท่าหนึ่งปรากฏตัวเดินเดินไปเดินมาแล้วเดินตัดมาหน้าแถวพร้อมเดินเข้าว่าจะขอถามคำถาม  หญิงคนดังกล่าวมาพร้อมกับกลุ่มคนไทย ผู้หญิง 5 คน ผู้ชาย 3 คน อายุประมาณ 50-70 ปี และมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 25 ปีอีกหนึ่งคน มาทราบภายหลังว่าคนกลุ่มนี้บินมาจากอังกฤษ เพื่อมาร่วมงานรับปริญญาของหญิงอายุ 25 ที่อยู่ในกลุ่มจึงเลยมาเที่ยวเยอรมนีต่อ ทางผู้โพสต์กระทู้ได้ระบุถึงบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่คุยกับคุณป้าตอนขอแซงคิวดังนี้ ป้า1 หันไปบอกคุณครู ก่อนที่จะเข้าไปช่องขายตั๋ว "May I ask her a question ? = ฉันขอถามคำถามเธอหน่อยได้มั้ย ?" คุณครู "Sure, no problem = อ๋อ ได้สิ ไม่มีปัญหา" ป้า1 "Excuse me, I would like to buy group tickets for 8 people = ขอโทษนะคะ ฉันขอซื้อตั๋วกลุ่มสำหรับ 8 คนค่ะ" จนท. "You need to be in line / next please = คุณต้องไปต่อคิวนะคะ / เชิญคนต่อไปค่ะ" กวักมือเรียกคุณครู ป้า 2 กระโจนเข้ามา "Umm, can we buy first? = อืม เราขอซื้อก่อนได้มั้ย ? We have an old man = เรามีชายชรามาด้วยนะ (ชี้ไปทางลุง ผมยังไม่ขาวนะ ท่าทางอายุ 50 กว่า แต่ก็เดินได้ปกติ) and we have to take train at 2 pm = และเราต้องขึ้นรถไฟตอนบ่ายสอง" ป้า1 และป้า2 ก็พยายามอธิบายเป็นภาษาอังกฤษต่าง ๆ นานา จนท. "Nein! No no, you need to be in line = ไม่ได้ คุณต้องไปต่อคิว" ชี้ให้ไปเข้าแถว พร้อมกับรับเงินจากคุณครู ป้า2 หันไปด่าพนักงานเป็นภาษาอังกฤษว่า "armless" จนท.หันมามอง แต่ทำหน้าที่ต่อไป ระหว่างนั้นเจ้านายหันมาถามเป็นภาษาเยอรมัน เจ้านาย "คนประเทศไหนเนี่ย" เรา "ประเทศเดียวกับหนูเอง" ป้าคนที่3 หันไปหาลุง "น้องคนนั้นอ่ะ เค้าใส่ข้อมือลายธงชาติไทย" ลุงเดินเข้ามาหา "หนู ๆ คนไทยหรือเปล่าจ๊ะ" เรา "ค่ะ คนไทย" ป้า3 "หนูพูดเยอรมันได้เหรอ ช่วยบอกเค้าหน่อยสิว่าพวกป้านะขอซื้อตั๋ว แถวมันยาวมากเลย เปิดแค่ช่องเดียว เดี๋ยวป้าไปช้อปปิ้งไม่ทัน เดินก็ไม่ค่อยไหว" เรา "ขอโทษค่ะ หนูคงช่วยไม่ได้ค่ะ" ป้า2 "หนูช่วยหน่อยเถอะนะ คนไทยกันเอง ลองคุยกับเค้าดู เดี๋ยวป้าให้ค่าขนม" เรา "ไม่ค่ะ ป้าคะ การต่อแถวเพื่อซื้อของเป็นสิ่งพื้นฐาน แล้วหนูทำงานหาเงินซื้อขนมเองได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ" (พร้อมกับยกมือไหว้อย่างไทย พยายามคุมอารมณ์ ปกติคงเหวี่ยงล่ะ) เจ้านาย "มีปัญหาอะไรหรือป่าว?" เรา "เค้าอยากให้หนูช่วยพูดซื้อตั๋วให้ก่อน" เจ้านาย "ถ้าเค้าพูดอีก บอกไปเลยว่าจะเรียกตำรวจ เพราะผิดกฎหมาย การแทรกแถวซื้อของ ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิ์ (อะไรซักอย่าง ศัพท์ไม่รู้จัก)" เรา "ค่ะ" หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็ยังคงไม่จบ เพราะคุณป้ากลุ่มเดิมยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากคนไทยด้วยกัน และคราวนี้เมื่อได้รับการปฏิเสธอีกครั้ง ทำให้เหตุการณ์ดูยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก เพราะคุณป้าเริ่มแสดงความไม่พอใจและต่อว่าเจ้าหญิงชาวไทยที่ไม่ยอมช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่ตะคอกใส่เธอ ทั้งยังใช้คำหยาบคายกับเธอด้วย จนเรื่องราวบานปลายถึงตำรวจ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ เจ้าของกระทู้ได้รับฟังมาจากเพื่อนใน facebook และได้ขออนุญาตนำมาเขียนเพื่อเป็นกรณีศึกษา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยังไม่มีการชี้แจงจากอีกฝ่ายว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรกันแน่ ก็คงต้องรอดูกันว่าจะมีเสียงสะท้อนจากอีกฝ่ายออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย MThai News ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ pHaiyLueNa สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

สรยุทธ โพสต์IG ช่อง3ไม่จอดำ ยันคสช.คุ้มครอง
กฎMustCarry /  กสท / 

สรยุทธ โพสต์IG ช่อง3ไม่จอดำ ยันคสช.คุ้มครอง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้เขียนข้อความผ่านทางอินสตาแกรมว่า ทางช่อง 3 ยังออกอากาศตามปกติในระบบภาคพื้น เนื่องจากได้รับการคุ้มครองจากประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  โดยมีใจความว่า " พรุ่งนี้ 6 โมงเช้า พบกันเหมือนเช่นเคย ทุกระบบออกอากาศที่คุณคุ้นเคยครับ! #เรื่องเล่าเช้านี้ ... ช่อง 3 Original ยังคงออกอากาศปกติในระบบภาคพื้น คือเสาก้างปลา และหนวดกุ้ง ส่วนระบบอื่น ๆ แม้ฟรีทีวีเดิมทุกช่องในระบบอนาล็อครวมทั้ง ช่อง 3 Original จะพ้นจากความเป็น "Must Carry" หมายถึง ไม่บังคับให้ทุกแพลตฟอร์มออกอากาศ เช่น ดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี ต้องออกอากาศแล้ว แต่ยังสามารถออกอากาศได้ตามความสมัครใจ หรือตามความต้องการของผู้ชมในระบบ ไม่จอดำ ... อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 ซึ่งมีสถานะเป็นกฎหมายเทียบเท่าพระราชบัญญัติ ... ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบครับ ... #ข่าวเข้มข้นกับคนที่คุ้นเคย #RuengLao " รวมทั้งการรายงานข่าวผ่านทางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้(วันที่ 2 ก.ย ) ยังมีการอธิบายถึงเรื่องนี้อีกด้วย โดยในวันนี้(2 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ทาง กสทช. เตรียมนัดประชุมเร่งด่วน เพื่อเกาะติดว่าการเผยแพร่รายการต่างๆ ของอนาล็อกได้ทำตามมติบอร์ดหรือไม่ รวมถึง การที่ช่อง 3 ยังคงออกอากาศต่อไปในระบบอนาล็อคจะมีความผิดหรือไม่

ยูเซน โบลต์ หวังทุบสถิติโลกของตัวเองที่แดนมังกร
กรีฑาชิงแชมป์โลก /  กรุงปักกิง / 

ยูเซน โบลต์ มนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกชาวจาเมกา เจ้าของสถิติโลกวิ่ง 100 ม. และ200 ม. ออกมาประกาศกร้าวว่า เขาจะทุบสถิติโลกของตัวเองให้ได้อีกครั้งที่ เมืองจีน ในศึกกรีฑาชิงแชมป์โลก ช่วงระหว่างวันที่ 22-30 ส.ค. 2015 โดย ยูเซน โบลต์ ที่คว้ามาแล้ว 6 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ และ8 เหรียญทองกรีฑาชิงแชมป์โลก เคยทำสถิติโลกวิ่ง 200 ม. ที่สนามรังนก กรุงปักกิง ประเทศจีน ด้วยเวลา 19.30 วินาที ในปี 2008 “การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ปักกิ่ง ผมตั้งตารอคอยที่สร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง เหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน นั่นคือทำลายสถิติโลก ผมไม่รู้ว่าจะสามารถทำสถิติโลกใหม่ได้หรือไม่ แต่ผมจะไปลงแข่ง และจะวิ่งให้เร็วที่สุด ซึ่งหวังว่ามันจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต” ยูเซน โบลต์ กล่าวทิ้งท้าย

ศิษย์เก่าเทคนิครับน้องโหด โวยสื่อเสนอเรื่องเกินจริงไปมาก ?
ตายคาชายหาดหัวหิน /  รับน้อง / 

จากกรณีที่มีข่าวนักศึกษาอาชีวะ สถาบันเทคโนแห่งหนึ่งย่านปทุมธานี ไปจัดกิจกรรมรับน้องที่บริเวณเขาเต่า หัวหิน จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ล่าสุดได้มีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ TONFAY12  ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวว่าไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อนำเสนอ และเป็นการเสนอข่าวเกินจริง โดยเผยว่า ตนในฐานะศิษย์เก่าจึงอยากจะมาขอชี้แจงข้อมูลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงซึ่งต่างจากที่สื่อข่าวใส่เรามาก  โดยขอเรียบเรียงเหตุการณ์ดังนี้ มีกิจกรรมรับน้องจริง แต่คืนนั้นพอไปถึงสถานที่ทางรุ่นพี่ก็ให้น้องมานั่งล้อมวงทำความรู้จักกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้วพาน้องนอน ยืนยันไม่มีการมากระทืบรุ่นน้องหรือถีบรุ่นน้องลงมาจากภูเขา ตามที่สื่อเสนอแต่อย่างไร พวกรุ่นพี่พาน้องนอน แล้วพวกรุ่นพี่ช่วยกันทำฐาน การเตะกันตามที่ชาวบ้านให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ อาจเป็นการเตะเล่นกันในหมู่รุ่นพี่ ซึ่งคืนนั้นรุ่นพี่เกือบทุกคนกินเหล้ากันแล้วช่วยกันทำฐาน เพื่อรอรับน้องตอนเช้า พอมาถึงตอนเช้าทางรุ่นพี่ก็ปลุกน้องมาเตรียมตัวรับ เบื้องต้นจากที่ได้ฟังจากรุ่นน้องผม น้องคนที่เสียชีวิตเคยป่วยเป็นลูคีเมียแต่รักษาหายแล้ว ทางรุ่นพี่ได้ถามน้องทุกคนว่ามีใครเป็นโรคประจำตัวอะไรไหม แล้วทุกคนป่วยอะไรไหม น้องคนที่เสียชีวิตบอกผมหายดีแล้ว จึงเริ่มทำการรับน้อง พอกำลังจะเริ่มรับเข้าฐานให้น้องจับคู่ทำบัดดี้ ซึ่งมีการให้น้องดื่มเหล้าขาวจริง แต่ไม่ใช่การจับกรอกตามสื่อเสนอ แต่คือการแบ่งกันจิบ แล้วน้องที่เสียชีวิตขอดื่มแทนเพื่อน พอน้องดื่มไปก็ได้ทำการทิ้งดิ่งจริง แต่เป็นการทิ้งดิ่งในน้ำทะเล หลังจากนั้นน้องก็อ้วก โดยไม่มีการจับหน้ากดลงกองทรายตามสื่อเสนอแต่อย่างไร พอรุ่นพี่เห็นน้องอ้วกจึงวิ่งไปถามชาวประมงคนในข่าวดังกล่าวว่า รพ.ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนแล้วก็ได้พาไปส่งรพ. แต่ไม่ได้มีการทิ้งน้องหนีตามสื่อเสนอแต่อย่างไร สื่อออกมาว่าพอพาน้องส่งรพ.เสร็จแล้วก็ซิ่งหนีทันที คือถ้าหนีจริงคนที่อยู่ให้ปากคำตำรวจอีก5-6คนนั่นคืออะไร พอพารุ่นน้องมาถึงรพ.มีบางส่วนที่กลับไปเก็บของที่พัก แล้วทยอยตามมาดูอาการน้อง ทุกคนไม่มีใครทิ้งหนีกลับ แล้วยืนรอตำรวจเพื่อให้การแล้วรอพ่อแม่น้องที่เสีย พร้อมจ่ายจำนวนเงิน22,000บาท เพื่อจะเอาตัวน้องที่เสีย ออกจากรพ. พอตำรวจมาถึงก็กักตัวรุ่นพี่ที่ไปรับใว้ให้ปากคำ5-6คน อีกประมาณ30กว่าคน รอข้างนอก การให้ปากคำมีไปจนดึกจึงปล่อยตัวกลับบ้าน พ่อแม่น้องที่เสียบอกน้องป่วยเป็นลูคีเมียแต่รักษาหายไปแล้ว แต่ก็ยังกังวลใจอยู่ไม่คิดว่าอาการจะกำเริบ ชึ่งน้องที่เสียเองก็ไม่รู้ตัว พอได้จิบเหล้าขาวอาการจึงกำเริบ ซึ่งตรงนี้รุ่นพี่ผิดจริงโดยการให้น้องดื่มเหล้าขาวทางเราขอยืนยันครับไม่มีการกระทืบน้องเตะน้อง ตามที่เป็นสื่อเสนอแต่อย่างไร ซึ่งข้อมูลที่สื่อเสนอเป็นข้อมูลจากคนอื่น ที่ไม่ใช่มาจากตำรวจหรือคำให้การจากทางเรา หวังว่านี่จะเป็นศพสุดท้ายที่เกิดขึ้นเรารู้สึกผิดแล้วจะรับผิดต่อสังคมทุกกรณี ทางรุ่นพี่ไม่เคยบังคับน้องให้มารับ น้องรุ่น75มีจำนวน60คน แต่ที่มารับมี25คน ทุกคนสมัครใจมาครับแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ไม่ได้หวังให้ท่านเชื่อหรือจะมาแก้ตัวให้รุ่นน้อง แต่ในนามศิษย์เก่าหวังเพียงอยากจะมาชี้แจงข้อมูลว่าเราไม่ได้โหดเหี้ยมอย่างที่สื่อเสนอ แค่นี้แหละครับ เรากล้าทำกล้ายอมรับผิดเราเป็นลูกผู้ชายพอ แล้วเราไม่เคยทิ้งกัน ท้ายนี้ขอฝากว่า "อาหารจานไหนที่ไม่เคยกิน ก็อย่าเพิ่งบ่น" "รถคันไหนไม่เคยขับ ก็อย่าเพิ่งติ" "หนังเรื่องไหนไม่เคยดูก็อย่าเพิ่งวิจารณ์" MThai News

โคตรเฮง!! ถูกหวย10 ล้าน สาธารณสุข รพ.หนองบัวลำภู
ถูกหวย /  ถูกหวย 10 ล้าน / 

 โคตรเฮง!!  พนักงานสาธารณสุขชุมชน รพ.หนองบัวลำภู ถูกหวย 10 ล้าน ฝันเห็นเลขท้ายบัตรเอทีเอ็ม ตื่นเช้ารีบไปซื้อที่แผงปากซอยเหลืออยู่ 2 ใบ  วันที่ 1 ก.ย. 2557   นางชูศิลป์ ณรงค์โคราช พนักงานสาธารณสุขชุมชน รพ.หนองบัวลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ชาว อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้นำลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 กันยายน 2557 จำนวน 2 ฉบับ หมายเลขเดียวกันคือ 856763 มาแจ้งกับ ร.ต.ต.ชวพล โคตรโสภา เสมียนประจำวัน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ว่าตัวเองถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เป็นเงินรางวัล 10 ล้านบาท เพราะมีสลากการกุศล 1 ใบ โดยเสมียนประจำวันถึงกับเขียนประจำวันแทบไม่ถูก บอกว่ามือสั่นไม่เคยเห็นคนถูกลอตเตอรี่สักที เมื่อเขียนประจำวันเสร็จก็รีบไปเอากล้องมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะซื้อหวยงวดนี้ฝันเห็นเลขท้ายบัตรเอทีเอ็ม ก็เลยหาซื้อมาได้ที่แผงขายหน้าตลาดสด อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี มีอยู่ 2 ใบจึงซื้อมาทั้งสองใบ จากนั้นวันจันทร์ก็มาทำงานตามปรกติ กระทั่งบ่ายได้ลุ้นหวยพอทราบเลขท้ายรางวัลที่ 1 เป็น 763 ก็ดีใจว่าตัวเองถูกหวย พอนั่งพักสักหน่อยก็เลยให้เพื่อนร่วมงานทวนตัวเลขรางวัลที่ 1 พอดูครบก็ถึงกับทรุดปากสั่นจะเป็นลมบอกเพื่อนร่วมงานว่าถูกรางวัลที่ 1 พอบอกเท่านั้นเพื่อนร่วมห้องก็เฮแล้วกรูกันเข้ามาดูพร้อมขอถ่ายภาพส่งข่าวกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เงินรางวัลที่ได้ก็จะเอาไปใช้หนี้สิน เอาไปให้ลูกหลานเรียนเป็นทุนการศึกษา เอาไปทำบุญตามที่เคยตั้งใจไว้ และจะเอาไปซื้อรถให้โรงพยาบาลหนองบัวลำภู 1 คัน ตามที่เคยพูดบอกเพื่อนร่วมงานมาตลอด อนาคตคงจะขอรีไทร์เพราะเหลืออายุราชการเพียง 2 ปี ขอไปอยู่ที่บ้านดูแลสามีคู่ทุกข์คู่ยากที่ป่วยมานานกันต่อไป ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ข่าวสด และ ภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้  

พี สะเดิด ส่งชุดที่ 8 รักจนไม่รู้จะรักยังไง ร่วมสร้างตํานาน ดนตรีไม่มีพรมแดน
ดิว เดอะสตาร์ 9 /  พี สะเดิด / 

“ดนตรีไม่มีพรมแดน” คําจํากัดความที่เห็นผลได้ดีที่สุดและชัดเจนมากกว่าอัลบั้มอื่นๆ ของร๊อกอีสานขนานแท้ พี สะเดิด กับอัลบั้มชุดล่าสุด ชุดที่ 8 “รักจนไม่รู้จะรักยังไง” ที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสกับดนตรีได้อย่างแท้จริง ด้วยเครื่องดนตรีที่น้อยชิ้นแต่กลับสมบูรณ์แบบได้มากกว่าเดิม นอกจากชื่ออัลบั้มแล้ว ซิงเกิ้ลเพลงตัวต่อไปที่เราได้ชมได้ฟังกันต่อจากเพลง “เกลียดความโสด โกรธความเหงา” ก็มีชื่อเดียวกับอัลบั้มด้วยเช่นกัน นั่นคือเพลง “รักจนไม่รู้จะรักยังไง” เพลงช้าๆ ซึ้งๆ เนื้อหาโดนใจชายหนุ่มได้อย่างแน่นอน โดยในส่วนของมิวสิกวีดีโอ ได้น้องดิว เดอะสตาร์ 9 มาร่วมแสดงสร้างสีสันพร้อมทั้งถ่ายทอดอารมณ์เพลงนี้ให้สมบูรณ์ “สําหรับเพลง รักจนไม่รู้จะรักยังไง เป็นเพลงที่พูดถึงความรักของคนสองคนปราศจากมือที่สาม เหมือนเป็นการตัดพ้อความรักของฝ่ายชายที่ไม่ว่าจะทําอะไรก็ผิดไปหมดทุกอย่าง ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ ไม่รู้ว่าสิ่งที่แฟนเรานั้นแสดงออกมายังคงรักเราอยู่หรือเปล่า แต่ในทางกลับกัน เรากลับรักเธอจนไม่รู้จะรักยังไงแล้วนั่นเองครับ อยากให้แฟนเพลงทุกคนช่วยติดตามอัลบั้มชุดล่าสุดของผมด้วยแล้วกัน รับรองว่าชุดนี้เข้าถึงดนตรีร๊อกมากยิ่งขึ้นกว่าชุดก่อนๆ อย่างแน่นอน ที่สําคัญอัลบั้มชุดนี้ผมยังได้รับเกียรติจากนักดนตรีระดับตํานานอย่าง อ.กิตติ กีต้าร์ปืน , พี่เล็ก ทีโบน , พี่ปิงปอง หินเหล็กไฟ มาร่วมสร้างสรรค์อัลบั้มชุดนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะครับกับอัลบั้มชุดที่ 8 รักจนไม่รู้จะรักยังไง วางแผงเรียบร้อยแล้วครับ” พี สะเดิด กล่าว มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รักลูก ต้อง สอนลูก ให้รักเป็น
รักลูก /  สอนลูก / 

เชื่อว่า ละครรักวัยรุ่น ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ น่าจะเป็นบทสะท้อนให้พ่อแม่และผู้ปกครองยุคไอทีนี้ได้เป็นอย่างดีว่า ควร สอนลูก หรือให้ความรักกับลูกอย่างไร จึงจะทำให้ลูกรัก มีความรักที่เหมาะสม ในเมื่อ “ความรัก” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เหล่าวัยรุ่นทุกคนต้องพบเจอ พ.ญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ให้คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น และกำลังเรียนรู้เรื่องความรักว่า วัยรุ่นเริ่มรับรู้และมองเห็นความรักทุกรูปแบบทั้งความรักในครอบครัว และความรักแบบหญิงชาย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พ่อและแม่ควรให้ความใส่ใจ และให้ความรู้กับลูกอย่างเหมาะสม เพราะเมื่อลูกเข้าสู่เส้นทางความรักพวกเขาจะได้รักได้อย่างถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ “การเรียนรู้เรื่องความรักอย่างถูกทิศทางนั้น หมายถึง การได้เห็นสิ่งที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เขาดูแลความรักได้เหมาะสม ดูแลความสัมพันธ์กับคนอื่นได้อย่างลงตัว รู้จักวิเคราะห์ แยกแยะ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ รวมถึงรู้เท่าทันอารมณ์คนอื่นด้วย ปัจจัยทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความใกล้ชิดจากพ่อแม่ คอยแลกเปลี่ยนมุมมองกับลูกเสมอๆ พร้อมทั้งสอนถึงสิ่งดีงามที่จะเกิดจากการมีความรักที่เหมาะสม สอนถึงการแก้ปัญหาจากความรักที่ไม่ลงตัวโดยให้ลูกฝึกคิดพิเคราะห์ถึงความถูกต้อง” พ.ญ. อัมพร กล่าว คุณพ่อ และคุณแม่ต่างมีบทบาทแตกต่างที่หนุนเสริมกันในบริบทของการเป็นที่ปรึกษาของลูกได้ ซึ่งความแตกต่างที่ว่านั้น คือ อารมณ์ ความรู้ ความเข้าใจ ค่านิยม ความคาดหวัง และกรอบของวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในเพศหญิง และเพศชาย เพราะเด็กจะเรียนรู้ผ่านพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกันกับตน เรียนรู้ความรู้สึกนึกคิด หรือวิธีการปรับตัวกับเพศตรงข้าม ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกง่ายขึ้นในการยอมรับความแตกต่างของเพศชายและหญิงที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะนำไปสู่การมีความรักและการชีวิตคู่ที่ดี “บทบาทของคุณพ่อนั้นทำให้ลูกผู้ชาย เรียนรู้ในเรื่องกลไกการดูแล การให้เกียรติเพศตรงข้าม รู้ว่าการเป็นสุภาพบุรุษสำหรับผู้หญิงนั้นเป็นอย่างไร สำหรับลูกผู้หญิง สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากคุณพ่อก็คือประเภทของความรักที่เข้ามาว่า คนบางคนไม่ได้มาทำความรู้จัก เพราะความรักเพียงอย่างเดียว ด้านบทบาทของคุณแม่ ลูกสาวจะได้เรียนรู้ ความอ่อนโยน ความละเอียดอ่อน ในขณะเดียวกันก็จะมีความเข้มแข็งที่จะแยกแยะความรู้สึกออกว่าเป็นความรักหรือความใคร่ ส่วนลูกชายนั้น เมื่อซึมซับความอ่อนโยนจากแม่แล้ว จะรู้จักให้เกียรติและดูแลเพศหญิง” พ.ญ. อัมพร กล่าว โดยคุณหมออธิบายเพิ่มเติมว่า การที่ลูกจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องความรักได้นั้น จะต้องเกิดมาจากความใกล้ชิดที่พ่อกับแม่มีให้ลูกตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะแม้เรื่องราวความรักจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ธรรมชาติของเด็กหลายคนจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ดังนั้น หากลูกไม่มีความผูกพันกับพ่อแม่ หรือมีประสบการณ์ที่รับรู้ได้ว่า ทั้งพ่อและแม่สามารถรับเรื่องราวของเขาได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต่อว่า คาดหวัง หรือกดดัน แต่เป็นบุคคลที่พร้อมจะเปิดใจ ยืนเคียงข้าง และให้เกียรติต่อมุมมองของลูกแล้วล่ะก็ เมื่อลูกมีปัญหาใดๆ ก็ตาม พวกเขาย่อมจะนึกถึงพ่อแม่เป็นคนแรกเสมอๆ … เรื่องโดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team Content www.thaihealth.or.th

งานฟรี!! ปุยฝ้าย โต้ยกเลิกงานไม่เกี่ยวเงินน้อย
ปุยฝ้าย เอเอฟ /  กุ้ง คูนิต้า / 

ถึงกับประกาศลั่นตัดขาดไม่ขอร่วมงานกันอย่างเด็ดขาด สำหรับดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อ Kunitar กุ้ง ศรุตา หลังเจ้าตัวโกรธจนควันออกหูเผยคู่รัก แม็ค วีรดนย์ และแฟนสาว ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร เบี้ยวงานเดินแบบในงาน Japan Expo Thailand 2014 อย่างกะทันหัน! เหตุเพราะมีปัญหาเรื่องค่าตัวที่น้อยกว่าคนอื่น จนทำให้เธอเสียหายหากทางเจ้าของงานที่ญี่ปุ่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 7 หลัก!! แต่งานนี้กลายเป็นหนังคนละม้วนซะงั้น เพราะล่าสุด สาวปุยฝ้าย ออกโรงเคลียร์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงกรณีที่มีปัญหาเรื่องค่าตัวน้อยดังกล่าว จึงเป็นเหตุทำให้เธอและแฟนหนุ่มขอถอนตัวไม่ได้ไปร่วมเดินแฟชั่นของดีไซเนอร์ชื่อดัง กุ้ง Kunitar ในครั้งนั้น! โดยทางดาราสาวได้โพสต์ข้อความเป็นภาษาถิ่นอีสานชี้แจงมาว่า "อุ้ยอะไรติด!! 5555 ยังสดชื่นได้อยู่นะคะ ขอบพระคุณทุกๆกำลังใจค่า ปัญหามา เดี๋ยวปัญหาก็ไป เป็นธรรมชาติของมันเนอะ ขอแก้ข่าวอีกนิ้สสสนึง ตอนนี้กลายเป็นประเด็นว่า อ้ายแมค+ข่อย ได้ค่าตัวน้อยกั่วคนอื่น เลยบ่ไป!! บ่แม่นเด้ออ งานนี้ งานช่วย บ่ได้เงินค่าจ้างเด้อ คนอื่นอาจได้ แต่หมู่เฮา บ่ได้ ไปด้วยใจอย่างเดียว ค่าตัว บ่ เคยเฮื่องมาก ใจล้วนๆ จริงใจมา ก๊ะเอาใจไปเด้อสู....(กลับมาภาษากลางดีกว่า555) ติดตามผลงานกันดีกว่าเนอะ ยังมีงานละครอีกหลายเรื่องที่จะทยอยให้ทุกคนได้ยลกัน(จ้าง100 เล่น 1,000)5555 เก็บแต่ดอกไม้ ยิ้มให้กับทุกอย่างดีกว่า ใช่มั้ยๆ^^" งานนี้ก็ไม่รู้ว่าใครพูดจริงหรือเท็จกันแน่ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นให้ได้นะคะ!!! ปุยฝ้าย โพสต์ข้อความเคลียร์ผ่านไอจี ปุยฝ้าย โพสต์ข้อความเคลียร์ผ่านไอจี ปุยฝ้าย - แม็ค ปุยฝ้าย - แม็ค ปุยฝ้าย - แม็ค - กุ้ง คูนิต้า กุ้ง ศรุตา เจ้าของห้องเสื้อคูนิต้า กุ้ง คูนิต้า - แม็ค กุ้ง คูนิต้า - ปุยฝ้าย - พะแพง

สุดตะลึง! แมงกะพรุนเกยตื้นบนชายหาดกว่า 5000 เมตร
จีน /  แมงกระพรุนเกยตื้น / 

แมงกะพรุนมหาศาลเกยตื้นบนชายฝั่งทะเลในเมืองยานไถในประเทศจีน คาดเกิดจากมลภาวะเป็นพิษ วานนี้(1 ก.ย.)สำนักข่าวซีซีทีวีเผยภาพแมงกะพรุนเกยตื้นกินพื้นที่กว่า 5000 เมตร บนชายฝั่งทะเล ในเมืองยานไถ ประเทศจีนที่สร้างความประหลาดใจให้ให้ชาวประมงและชาวบ้านในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก ขณะนี้สาเหตุยังไม่แน่ชัดว่าเหตุการณ์เกยตื้นของแมงกะพรุนจำนวนมหาศาลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อย่างไรก็ตามชาวประมงในพื้นที่ให้ข้อมูลผ่านสื่อว่าแมงกะกรุนรวมกลุ่มขยายพันธ์ช่วงเดือนสิงหาคม รวมถึงได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าแมงกะพรุนว่ายน้ำไม่แข็งแรง และมีผู้ตั้งข้อสังเกตอีกหนึ่งประการว่าสาเหตุอาจเกิดจากมลภาวะเป็นพิษ  รวมถึงซากแมงกะพรุนที่เกยตื้นไม่สามารถรับประทานเพราะอาจจะมีพิษ  Mthai News

3 ดาราคนรุ่นใหม่ กับ โรคกรดไหลย้อน
สุขภาพ /  โรค / 

ดร.หมวย อริสรา กำธรเจริญ ผู้หญิงแถวหน้าแห่งวงการสื่อสารมวลชน เธอเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพตัวเองเสมอ เพราะไม่ว่าจะต้องทำงานหนักแค่ไหนเธอจะต้องหาเวลาพักผ่อนและไปออกกำลังกายอยู่เสมอ เพราะเธอรู้ว่าไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวสมัยนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆได้ “คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเมืองมีลักษณะการใช้ชีวิตที่ผิดไปจากคนรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราทำงานหนัก รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ล้วนแต่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม โรคกล้ามเนื้ออักเสบ และที่สำคัญคือ โรคกรดไหลย้อน” โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่เกิดจากภาวะที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนไปที่หลอดอาหาร วิธีสังเกตง่ายๆ จาก 4 อาการคือ “จุก เสียด แสบ เรอเปรี้ยว”  จึงส่งผลให้มีอาการระคายเคืองที่บริเวณลำคอ แสบหน้าอก จุกเสียดที่ใต้ลิ้นปี่ และมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย อาการจะคล้ายกับโรคกระเพาะอาหาร โรคนี้ผู้ป่วยจะต้องทรมานกับการปวดแสบกลางหน้าอก แล้วยังส่งผลไปถึงกล่องเสียงและปอดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงแหบเรื้อรังหรือเป็นโรคปอดอักเสบได้ หนุ่ม - กรรชัย กำเนิดพลอย ได้มาเผยถึงประสบการณ์ตรงจาก โรคกรดไหลย้อน “โดยส่วนตัวเป็นคนที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับโรคนี้อยู่แล้ว เมื่อรู้จักการรักษาอย่างถูกวิธีและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ก็พบว่าอาการที่เคยเป็นเริ่มดีขึ้น จากแต่ก่อนเป็นคนที่ชอบทานอาหารรสจัด รสเผ็ด ของมัน ของทอด ชา กาแฟ น้ำอัดลม บางทีเราชอบทานอาหารมื้อดึก ทานเสร็จก็นอนเลย บางคร้ังเครียดมาก อาการก็จะกำเริบขึ้นมา ทำให้รู้สึกทรมานและไม่สบายตัว มีความรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ กลางหน้าอก ซึ่งมักเกิดหลังกินอาหารเสร็จใหม่ๆ ความรู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากและคอ มีอาการท้องอืด จุกเสียดแน่นท้อง เรอบ่อย เรอเปรี้ยว คลื่นไส้ กลืนติดขัดเหมือนมีก้อนจุกในคอ เนื่องจากกรดจากกระเพาะอาหาร รวมถึงน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาผ่านหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจนสร้างความระคายเคืองให้กับเยื่อบุหลอดอาหารนั่นเอง ซึ่งหากละเลยจนอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นแผลในหลอดอาหารก็จะสี่ยงต่อการพัฒนาของโรค เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์และอาจลุกลามไปเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ จึงอยากให้ทุกคนระมัดระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีด้วย” เมย์ เฟื่องอารมย์ ตอนนี้กำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่ “คุณหมอช่วยให้คำแนะนำเมย์ดีมาก เพราะเรามีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนได้เหมือนกัน โดยให้หมั่นสังเกตอาการต่างๆ เช่น รู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปาก เรอเปรี้ยวบ่อยครั้ง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังกินอาหารเสร็จใหม่ๆ จึงต้องปรับพฤติกรรมบางอย่างโดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้โรคนี้รุนแรงมากขึ้น เช่น อาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว ควรแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ ไม่ควรรับประทานครั้งละมากๆ และรับประทานมื้อเย็นให้เร็วขึ้น คือ ห่างจากเวลาเข้านอนไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และควรนอนหนุนศีรษะสูงขึ้นด้วย ความเครียดก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญเราต้องรู้จักหาวิธีผ่อนคลาย เพราะความเครียดจะกระตุ้นให้น้ำย่อยหลั่งมากขึ้น สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แล้ว หากต้องใช้ยาในการรักษาจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์มากเป็นพิเศษ จึงควรใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์และตามคำสั่งของแพทย์”       โรคกรดไหลย้อน เกิดจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง หากอยากห่างไกลจากโรคนี้ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ดูแลตัวเองอย่างมีวินัยและเคร่งครัด หมั่นควบคุมน้ำหนักให้คงที่ ไม่เกินมาตรฐาน เพราะคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูงทำให้กรดไหลย้อนได้มากขึ้น ควรงดสุราบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เกิดกรดมากทำให้หูรูดอ่อนแรง งดอาหารมัน อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ เผ็ด เปรี้ยว เค็มจัด ควรรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ แค่พออิ่ม และต้องทานมื้อสุดท้ายก่อนจะเข้านอน 3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารได้มีเวลาย่อยบ้าง ควรงดชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ สุรา และหาวิธีผ่อนคลายจากความเครียดด้วยการ ดูหนัง ฟังเพลง หรือ ออกกำลังกาย เพราะความเครียดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้       และที่สำคัญควรเลือกใช้ยาที่ถูกต้องที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้จริง กาวิสคอน เป็นยาบรรเทาอาการกรดไหลย้อน สามารถบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และอาหารไม่ย่อย ออกฤทธิ์ด้วย 2 กลไก คือทั้งลดกรดและสร้างเจล เพื่อป้องกันกรดไหลย้อน สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและยาวนาน จึงช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และอาหารไม่ย่อย ส่วนหญิงมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือใช้ยาแก้กรดไหลย้อนที่ปลอดภัยสำหรับหญิงมีครรภ์โดยเฉพาะที่มีกลไกการทำงานโดยการสร้างชั้นเจลทำหน้าที่ป้องกันและยับยั้งไม่ให้กรด น้ำย่อยและน้ำดี ไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร กลไกการออกฤทธิ์บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกได้เร็วจึงสามารถทานทันทีเมื่อเกิดอาการและคงอยู่ได้นาน       เพียงแต่ใส่ใจดูแลตัวเองและมีวินัยในการใช้ชีวิต คุณก็จะสามารถมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและห่างไกลกรดไหลย้อนได้

มันยังไม่ใช่! โอเว่น ชี้ ผีควรเสริมหลังก่อนหน้า
ทีมชาติอังกฤษ /  ปีศาจแดง / 

ไมเคิล โอเว่น อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์เรื่องฟุตบอล ได้ออกมาชี้ว่า ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะเสริมหลังให้ดีก่อนที่จะไปห่วงเรื่องกองหน้า เบบี้โกล ไมเคิล โอเว่น ได้ออกมายกย่องถึงการที่ ปีศาจแดง ทำสุดยอดการเซ็นสัญญากับ ราดาเมล ฟัลเกา สุดยอดกองหน้าของโคลอมเบีย แต่เขาส่งสัยกับทิศทางการนำนักเตะเข้ามา โดยชี้ว่าสโมสรควรจะเสริมผู้เล่นในแนวรับให้แกร่งขึ้นกว่านี้มากกว่า ก่อนที่จะทุ่มคว้าศูนย์หน้าอย่าง ฟัลเกา มา "ผมคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรเสริมนักเตะในแนวรับให้แข็งแกร่งมากกว่า เพราะที่มีอยู่ดูไม่พร้อมเลย ผู้คนผู้ถึง รอน ฟลาร์ ของ แอสตัน วิล่า แต่ไม่มีใครยกย่องเขาเลย ผมคิดว่าการใช้ระบบหลัง 3 คนของ ฟาน กัล ยังไม่ดี เขาน่าจะลองใช้หลัง 4 ตัวดู" โอเว่น ได้กล่าวไว้

กาเซ็ม เตรียมชงส.บอลอัดฉีดช้างศึก5ล้านหากทะลุตัดเชือกอชก.
กาเซ็ม /  กุนซือจอมตีลังกา / 

ความเคลื่อนไหวของขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมทีมสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 19 ต.ค.-4 ก.ย.57 ซึ่งเวลานี้ มีการเตรียมทีมอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การควบคุมของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ และจะมีโปรแกรมลงอุ่นเครื่องกับ ภูเก็ต เอฟซี วันที่ 3 ก.ย.นี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย.57 ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้พาลูกทีมลงฝึกซ้อมทั้งเช้า และเย็นเช่นเดิม ซึ่งกุนซือจอมตีลังกา เน้นหนักไปในการเล่นเกมรุก และขึ้นเกมริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมจัดตัว 11 ผู้เล่นที่จะทำการลงอุ่นเครื่องกับ ภูเก็ต เอฟซี โดย 11 ผู้เล่นคนแรก ในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ชนินทร์ แซ่เอี๋ยะ (ผู้รักษาประตู),วสันต์ ฮมเสน, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, สุริยา สิงห์มุ้ย, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ภิญโญ อินพินิจ, ชนานันท์ ป้อมบุปผา ทางด้าน กาเซ็ม เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ เตรียมที่จะเข้าพูดคุยขอเงินอัดฉีดกับทางกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพิ่มอีก 5 ล้านบาท หากสามารถทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ โดยก่อนหน้านี้ กาเซ็ม มีการอัดฉีดหากสามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ จะได้รับเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งมาจากเงินส่วนตัว และเพื่อนที่พร้อมใจเข้ามาเป็นสปอร์นเซอร์

คาเมรอน ดิแอซ ประกบ เจสัน ซีเกล ตามเก็บคลิปหลุดลีลารัก?! ใน Sex Tape
Sex Tape /  คลิปหลุด / 

ถ้าคุณเกิดนึกสนุก อยากถ่ายบันทึกกิจกรรมเข้าจังหวะรัก?! ของคุณไว้ล่ะก็ คงไม่มีใครว่าอะไร แต่อย่าให้มันหลุดออกมาเชียว ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่!! ดังในภาพยนตร์ตลกทะลึ่งตึงตังเรื่อง Sex Tape เทปเอ็กซ์เซ็กส์ว้าวุ่น ผลงานผู้กำกับ เจค คัสแดน ที่ได้นักแสดงนำทั้งสองที่เคยประกบคู่กันมาแล้วใน Bad Teacher ทั้งสาว คาเมรอน ดิแอซ และหนุ่ม เจสัน ซีเกล ที่คราวนี้จะต้องมาปั่นป่วนชีวิต กับการตามล้างตามเช็ดคลิปหลุดลีลารักของตัวเอง ซึ่ง คาเมรอน ดิแอซ ผู้รับบท แอนนี่ ก็ได้เผยกับบทบาทครั้งนี้ว่า "แอนนีและเจย์เป็นคู่สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีแล้ว พวกเขามีลูกสองคน และพบว่าตัวเองเดินมาถึงจุดหนึ่งในความสัมพันธ์ ที่พวกเขาไม่ได้พยายามอย่างดีที่สุดที่จะประคับประคองมันให้อยู่รอด พวกเขามีชีวิตคู่ที่เปี่ยมสุขก็จริง แต่ก็เหมือนกับหลายๆ คู่ พวกเขาไม่มีเวลาจะมีเซ็กส์กันเลย วันดีคืนดี แอนนีก็เลยปิ๊งไอเดียที่ว่า มาอัดวิดีโอเซ็กส์กันดีกว่า มันคงจะน่าตื่นเต้นและสนุกดี แล้วเราค่อยลบมันทีหลัง" ด้าน เจสัน ซีเกล กับบทบาท เจย์ สามีบ้ายุ ที่ต้องตามลบคลิปหลุดอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็ได้เผยว่า "พวกเขาใช้ iPad ถ่ายวิดีโอไว้เพื่อดูซักครั้งแล้วค่อยลบมันทิ้ง แต่เจย์ไม่ได้ลบมันในทันที แล้วระบบคลาวด์ก็ทำงานผิดพลาดจากการใช้ app ใหม่ของเจย์ ตอนนี้ก็เลยมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ควรจะได้วิดีโอเซ็กส์นี้แต่ดันได้มันไปน่ะครับ หลังจากหลุดขึ้นคลาวด์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนแห่งการผจญภัย เมื่อแอนนีและเจย์พยายามจะส่งวิดีโอนี้ลงถังขยะที่ที่มันคู่ควร แต่ท่ามกลางความตึงเครียดของการวิ่งวุ่นนี้เอง ความจริงของความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จะถูกเปิดเผยออกมา โดย ดิแอซ ได้กล่าวต่อว่า "หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับความท้าทายของชีวิตคู่ และการพยายามทำให้มันซู่ซ่าค่ะ การทำวิดีโอเซ็กส์นั่นหลุดไปเป็นสิ่งที่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์พวกเขาจบเห่ แต่มันกลับทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นขึ้น ทำให้พวกเขานึกได้ว่าพวกเขาเคยเป็นทีมเดียวกันมากแค่ไหนน่ะค่ะ" ฝ่าย เจค คัสแดน ผู้กำกับ Sex Tape ก็ได้พูดถึงเรื่องราวคลิปหลุดเป็นเหตุครั้งนี้ไว้ว่า "เจย์และแอนนีทำการตัดสินใจที่น่าฉงนนิดๆ แต่ก็หวังว่าคุณจะเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น มีบางอย่างเกี่ยวกับคาเมรอนและเจสันที่ทำให้เรื่องนี้เข้าถึงได้ คุณจะสามารถเอาตัวเองไปแทนที่พวกเขาได้ครับ พวกเขาเป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์และเข้าถึงได้อย่างมาก และพวกเขาก็ทำให้ชีวิตคู่ดูดีด้วยครับ" เมื่อคลิปหลุดไฟรักลุกโชนเป็นเหตุ จึงตามด้วยการตามล้างตามเช็ดสุดป่วน ใน Sex Tape เทปเอ็กซ์เซ็กส์ว้าวุ่น ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Sex Tape ได้ที่นี่เลย --------------------------------

รักที่ไม่มีเธออยู่ (New Single)
Singto Numchok /  ฟังเพลง รักที่ไม่มีเธออยู่ / 

รัก...ที่ไม่มีเธออยู่ อยากบอกให้เธอรู้ ว่าเธอยังอยู่ในหัวใจ รักที่ไม่มีเธออยู่ ซิงเกิ้ลที่ 5 จาก สิงโต นำโชค เพลงรักที่ไม่สมหวังจังหวะช้าๆ ที่มีกลิ่นของความเป็นโซลมากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับสิงโต นำโชค โดยเพลงนี้ได้พี่กิจแจ๊ส, พี่ถั่วและพี่ตั้ม Monotone มาช่วยแต่งเนื้อร้องให้เพลงเศร้ามากขึ้น เนื้อหาของเพลงนี้พูดถึงความรักที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ที่ทั้งสองคนต่างยอมรับความจริงว่าเราไปกันไม่ได้ ไม่สามารถก้าวผ่านปัญหาไปได้ ไม่ว่าจะยื้อหรือพยายามคบกันต่อไป สักวันความสัมพันธ์ก็ต้องจบลงอยู่ดี ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้ความรักของเราทั้งคู่ยังคงอยู่และมีความหมายมากที่สุด คือ การเลิกกัน ดนตรีของเพลง “รักที่ไม่มีเธออยู่” จึงถูกนำเสนอออกมาจากอารมณ์ความรู้สึกข้างในที่ปะปนกันไปทั้งความรัก ความหวังดี ความผิดหวัง ความเสียใจ ประกอบการการโซโล่กีตาร์ที่บาดลึก เพิ่มการเข้าถึงอารมณ์เพลงมากขึ้น ซึ่งบางครั้งการจากกันไปโดยที่คิดถึงกัน ดีกว่าฝืนจับมือกันแล้วอาจทำให้เธอต้องเสียใจ

ทาทา โชว์สวีทท่ายาก พี่หมอ รักผัวต้องสิงผัว!!
ทาทา ยัง /  พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ / 

สวีทจนน้ำตาลเรียกพี่! สำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามันของนักร้องสาว อมิตา ทาทา ยัง กับสามี พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ หลังแต่งงานใช้ชีวิตคู่สุดแฮปปี้มาได้เดือนกว่า ก็โชว์ภาพหวานให้แฟนๆ ได้อิจฉาตาร้อนกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด สาวทาทา โพสต์ภาพสิงคุณสามี พร้อมข้อความสุดน่ารักว่า... "พี่หมอ หนูจะสิงพี่อย่างนี้ทุกชาติไป รัก จากน้องทาทา #รักผัวต้องสิงผัว #วันนี้คุณสิงผัวคุณหรือยัง? #สิงกันทุกชาติไป #สิงไว้ในกายเธอ" ทาทา-พี่หมอ ทาทา-พี่หมอ ทาทา-พี่หมอ ทาทา-พี่หมอ

พูดคุยและฟังเพลงเพราะๆจาก ศิลปิน : วง Gorealla (กอเรียลลา)
วง Gorealla

พูดคุยและฟังเพลงเพราะๆจาก ศิลปิน : วง Gorealla (กอเรียลลา)

หอยเป๋าฮื้อ อาจมีสารรักษาโรคเริม
นักวิทยาศาสตร์ /  หอยเป๋าฮื้อ / 

นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ค้นพบความลับมหัศจรรย์ของหอยเป๋าฮื้อ ว่าอาจนำมาใช้ผลิตเป็นยารักษาโรคเริมได้ นักวิศวกรรมเคมีและนักไวรัสวิทยาของประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า จากการค้นพบว่า หอยเป๋าฮื้อ ที่เก็บได้จากบริเวณชายฝั่งเก่าแก่ของรัฐแทสมาเนีย อาจมีสรรพคุณต้านเชื้อไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคเริมในมนุษย์ได้ โดยเอเดรียน คัทเบิร์ทสัน หนึ่งในทีมนักวิจัยเผยว่า หอยเป๋าฮื้อ นอกจากจะเป็นอาหารยอดนิยมทั่วโลกแล้ว เลือดสีฟ้าสดของมัน ยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อไวรัสเริม ไม่ให้เข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ซึ่งความลับนี้ เคยถูกค้นพบเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว โดยผู้ประกอบการแปรรูปปลาคนหนึ่ง ซึ่งสังเกตเห็นว่าหูดบนมือของเขามีอาการดีขึ้น นอกจากนี้ ปีเตอร์ วาลท์เชฟ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ยังเผยว่า โปรตีนที่มีชื่อว่า ฮีโมไซยานิน มีส่วนยับยั้งเชื้อไวรัสเริม โดยสกัดโปรตีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการที่ไวรัสเริมจะเข้าสู่เซลล์ และในกรณีนี้ก็จะหยุดการติดเชื้อตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ในชั้นนี้ยังเป็นการยับยั้งโรค แต่ไม่ใช่การฆ่าไวรัสทั้งหมด ซึ่ การค้นพบดังกล่าวอาจนำไปสู่การผลิตยาต้านไวรัส เพราะจากการสำรวจ พบว่า มีประชากรชาวออสเตรเลียมากกว่าร้อยละ 70 เป็นโรคเริมบริเวณปากและผิวหนัง และอีกร้อยละ 13 เป็นโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศ แต่ ปีเตอร์ วาลท์เชฟ ยังไม่แน่ใจว่าจะผลิตยาต้านไวรัสออกมาในรูปแบบครีม, สเปรย์ฉีดทางรูจมูก หรือ ยาทาลิ้น สำหรับขั้นตอนต่อไป ก็คือ การสกัดเอาโปรตีนชนิดนี้ออกมาจากตัวหอย โดยทีมวิจัยคาดหวังว่า จะสามารถผลิตยาต้านไวรัสเริม ร่วมกับบริษัทเวชกรรมรายใหญ่ ภายใน 18 เดือนข้างหน้า