เพลงโป๊ (ใจมันเพรียว)

มีแนวโน้ม! ซิโก้ยันเองมีสิทธิ์ดึง
การ์ตา /  ซาอุ / 

นายใหญ่ทีมชาติไทย เผยมีความเป็นไปได้ที่จะดึงหัวหอกช้างเผือกจากอุบล ยูเอ็มทีฯ เข้ามาร่วมทีมช้างศึกนัดบุกไปเยือนทีมชาติซาอุฯ ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ยืนยันมีโอกาสสูงที่จะดึง “เจ้าปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง หัวหอกจอมขยันทีมอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่จากดิวิชั่น 1 ติดทีมไปเเข่งขันกับการ์ตา ในเเมตช์อุ่นเครื่อง เเละกับซาอุฯ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย อย่างไรก็ตามยังขอให้เจ้าตัวพิสูจน์ฝีเท้าในช่วงเวลาที่เหลือให้ดีที่สุด ยืนยันพร้อมให้โอกาสทุกคนเสมอ หลังจากดังเพียงชั่วข้ามคืนสำหรับ สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าทีมอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่ทาง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชช้างศึกออกมายอมรับว่าติดตามผลงานมานานเเละให้ความสนใจดึงตัวมาติดทีมชาติไทย หลังชื่นชอบสไตล์การเล่นพร้อมกับเเย้มว่ามีโอกาสจะดึงมาติดทีมชาติไทย กระทั้งล่าสุดเจ้าตัวมีชื่อติดเป็น 1 ใน 30 คนที่ส่งไปทำวีซ่าก่อนตัดตัวเหลือ 23 คนเพื่อเดินทางไปประเทศการ์ตา เเละซาอุฯ “ทีมชาติชุดนี้พร้อมให้โอกาสทุกคนเสมอ สาเหตุที่เราให้ความสนใจในตัวของ สิโรจน์ ฉัตรทอง เนื่องจากเค้ามีรูปร่างที่สูงใหญ่เเละเเข็งเเรง เเน่นอนว่าจะมีประโยชน์ในการเจอทีมระดับเอเชีย ซึ่งผมมองว่ารูปร่างของเค้าจะช่วยประโยชน์ทั้งในเกมรุกเเละเกมรับได้” “เเต่อย่างไรก็ตามมันยังคงเร็วไปหากจะสรุปว่าเจ้าตัวดีพอหรือยัง หลังจากนี้ก่อนที่เราจะบินไปอุ่นเครื่องการ์ตา เเละเเข่งขันรอบ 12 ทีมกับซาอุฯ ก็อยากให้เเสดงฝีเท้าอย่างมาให้ดีที่สุด หากว่าสามารถทำผลงานได้ดี เราก็พร้อมที่ให้โอกาสเช่นกัน” กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย เผย เครดิต : Siamsport

รีวิว Jason Bourne : ผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ไล่ล่า
Jason Bourne /  Matt Damon / 

รีวิว Jason Bourne : ผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ไล่ล่า ภาพยนตร์ภาคต่อของสายลับ เจสัน บอร์น กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 9 ปี การกลับมาครั้งนี้จากตัวอย่างและโปสเตอร์ที่เห็นนั้น ดูแล้วไม่ธรรมดาจริง ๆ ภาคนี้ไม่ได้ใช้ชื่อแบบแพทเทิร์นเดิมอย่าง The Bourne... แต่ใช้ชื่อโค้ดเนม Jason Bourne เป็นชื่อภาพยนตร์เต็มตัว เจสัน บอร์น รับบทโดย แมตต์ เดมอน (Matt Damon) ในภาคนี้ดูดุดันและเอาจริงเอาจังมากขึ้น และเป็นการกลับมากำกับอีกครั้งของ พอล กรีนกลาส (Paul Greengrass) น่าสนใจว่าเขาจะทำให้สายลับคนนี้เดินไปในทิศทางไหนกันแน่ Jason Bourne ยอดจารชนคนอันตราย ว่าด้วยเรื่องราวของทางหน่วยข่าวกรองของรัฐถูกเจาะระบบฐานข้อมูล ซึ่งทำให้ทราบว่าแฮกเกอร์คนดังกล่าวมีเชื่อมโยงกับ เจสัน บอร์น รับบทโดย แมตต์ เดม่อน (Matt Damon) และเขากลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง เพื่อต่อจิกซอว์เรื่องราวในอดีตที่เขายังคลางแคลงใจ ทำให้เขาต้องถูกไล่ล่าตัวอีกครั้ง ภาพยนตร์เดินเรื่องเป็นเส้นตรง ว่าด้วยเรื่องราวการปรากฏตัวอีกครั้งของสายลับที่ซีไอเอต้องการจะปิดปากอย่าง เจสัน บอร์น รับบทโดย แมตต์ เดมอน (Matt Damon) แต่ระหว่างทางก็จะตัดสลับให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตผ่านความทรงจำของเจสัน บอร์น ให้เห็นบ้างเล็กน้อย ตัวละครหลักมีไม่เยอะจนเกินไปตามแบบฉบับภาพยนตร์แอคชั่น ทำให้ไม่เกิดความสับสนของตัวละคร ในภาพรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นมาตรฐานของภาพยนตร์สายลับแอคชั่นทั่วไปที่คอภาพยนตร์แนวนี้จะไม่มานั่งหงุดหงิดกับเทคโนโลยีสมัยเก่าเมื่อ 9 ปีที่แล้วอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์สายลับแอคชั่นที่เน้นการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน แต่การไล่ล่าผ่านจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์นานเกินไป อาจทำให้เกิดความน่าเบื่อได้ง่าย ๆ ผมคิดว่าคือถ้าเทคโนโลยีของเจ้าหน้าที่ทำได้ขนาดนี้แล้ว การไล่ล่าผู้ชายเพียงคนเดียวน่าจะทำอะไรได้มากกว่า และฉากไฮไลต์สำคัญของภาคนี้คงเทน้ำหนักไปช่วงครึ่งหลังของภาพยนตร์ การไล่ล่าผู้ร้ายแบบระห่ำกลางลาสเวกัสเป็นอะไรที่ตื่นเต้นและสนุกสนานทีเดียว โดยเฉพาะฉากที่ขับฝ่าฝูงรถสร้างความสะใจได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่ไม่เคยชมภาพยนตร์แฟรนไชส์ เจสัน บอร์น มาก่อน ก็สามารถเข้าไปสนุกสนานกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาคนี้ได้ แม้ว่าอรรถรสในการรับชมอาจจะไม่เต็มร้อยเหมือนกับผู้ที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก ๆ แต่เรื่องราวในภาคนี้ไม่ได้เข้าใจยากจนดูไม่รู้เรื่อง เพราะสิ่งสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือการไล่ล่าไปมาระหว่างสายลับและเจ้าหน้าที่รัฐ การชิงไหวชิงพริบในการได้ข้อมูลทั้งการต่อสู้และการใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญในโลกยุคปัจจุบันที่โลกเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น ทว่าความเป็นส่วนตัวนั้นอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ผู้มีอำนาจสามารถรู้ได้ทุกอย่าง เมื่อโลกออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเริ่มย้ายจากกระดาษเข้าสู่ระบบออนไลน์ ระบบที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ง่ายและสะดวกสบายกำลังจะกลายเป็นอันตรายครั้งใหม่ที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังหวาดกลัว การที่ข้อมูลส่วนตัวขึ้นไปอยู่บนอากาศ ใครก็สามารถรับรู้ข้อมูลเหล่านั้นได้ ไม่เว้นแม้แต่มิจฉาชีพ รวมไปถึงผู้มีอำนาจของบ้านเมือง แม้หลายครั้งเรา ๆ ท่าน ๆ จะได้ยินถึงความปลอดภัยที่มีมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ทว่าเบื้องลึกเบื้องหลังนั้นไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามันปลอดภัยจริงหรือไม่ การเปิดเผยตัวตนบนโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่คิด เพราะมิจฉาชีพมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่พร้อมจะทำร้ายเหยื่อได้อย่างคาดไม่ถึง 4/5 การกลับมาของจารชนระดับพระกาฬที่น่าจะเรียกกระแส เจสัน บอร์น กลับมาได้อีกครั้ง ฉากแอคชั่นที่ระห่ำ การไล่ล่าที่น่าตื่นเต้น และพูดถึงเรื่องราวของยุคสมัยใหม่ที่การหมกเม็ดจากฝ่ายรัฐบาลกำลังจะกลายเป็นสิ่งล้าหลัง  บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

เริ่ดมงลง! Selena Gomez สนุกสุดพลัง ใน REVIVAL TOUR ที่เมืองไทย
Jai Waetford /  Selena Gomez / 

ไม่ผิดหวังจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ต SELENA GOMEZ REVIVAL TOUR จากนักร้องสาวคนสวย Selena Gomez (เซเลน่า โกเมซ) ที่เพิ่งระเบิดความมัน ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา งานนี้ สาว เซเลน่า เธอไม่ได้มาเดี่ยว แต่เกี่ยวเอาหนุ่มน้อยหน้าใสสุดฮอตที่กำลังมาแรง Jai Waetford มาเป็นศิลปินโชว์เปิด ซึ่งแม้ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงเต็มรูปแบบพร้อมวงดนตรีครั้งแรกในเมืองไทยของ หนุ่ม ไจ แต่เขาก็ทำเอาแฟนเพลงทั้งฮอลล์ประทับใจตลอดระยะเวลา 40 นาทีของการแสดง และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่แฟนเพลงรอคอย เมื่อนักร้องสาว เซเลน่า โกเมซ ปรากฏตัวพร้อมทัพแดนเซอร์และวงดนตรีแบ็คอัพร่วมเสิร์ฟความมัน พาเหรดเพลงฮิตทั้งเก่าและใหม่มาโชว์แบบไม่ยั้ง ไม่ว่าจะเป็น Same Old Love,Come & Get It,Good for You,Love You Like a Love Song,Hands to Myself, Revival พูดได้ว่าแฟนคลับนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ เพราะลุกขึ้นมาเต้นกันในทุกเพลงมัน รวมทั้งร้องตามเสียงดังกระหึ่มฮอลล์ อย่าง Who says และ Nobody เซเลน่า โชว์ทั้งพลังเสียงร้องใสๆ และการแสดงสะกดทุกสายตา ฟากชุดที่เธอสวมใส่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ สาวเซล.ของแฟนๆ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง อวดความสวย เท่ และเซ็กซี่สุดพลัง ยิ่งเมื่อเธอประยุกต์เอากางเกงมวยไทยเป็นหนึ่งในคอสตูมของการแสดงด้วย ก็ยิ่งทำเอาแฟนเพลงในไทยเป็นปลื้มมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ฟีดแบ็คสุดร้อนแรงจากแฟนคลับชาวไทย ที่ทั้งร้อง กรี๊ด เต้น โบกแท่งไฟและเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ มีส่วนร่วมกับคอนเสิร์ตในทุกๆ บทเพลง ทำเอาเจ้าของคอนเสิร์ตเป็นปลื้มไม่น้อย เซเลน่า โกเมซ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ก่อนเผยความรู้สึกว่า "ฉันเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ จากเท็กซัสคนหนึ่ง และฉันก็ไม่คิดเลยว่าจะได้มีวันนี้ร่วมกับพวกคุณทุกๆ คน" รวมทั้งยังให้สัญญาว่า "ฉันสัญญาค่ะ แล้วฉันจะกลับมาอีก"... งานนี้ แฟนคลับนั่งนับวันรอกันเลย! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

น่ารักอ่ะ!!! ป้าง เจอเพื่อนลูกเซอร์ไพรส์ ร้องเพลง
คนมีเสน่ห์ /  ป้าง นครินทร์

   ทำเอาคุณพ่อเสียงเสน่ห์ "ป้าง นครินทร์" ออกอาการ ปลื้มอกปลื้มใจเป็นพิเศษ เพราะเมื่อหนุ่มป้างโผล่หน้าเข้าไปในห้องเรียน ลูกสาว "น้องขมิ้น" เพื่อไปรับกลับบ้าน แต่กลับโดนเพื่อนๆ ของลูกสาวทั้งห้องเรียนเซอร์ไพรส์ ร้องเพลง "คนมีเสน่ห์" อย่างพร้อมเพรียงกัน ทำเอาหนุ่มป้าง ถึงกับยิ้มแก้มปริ พร้อมทั้งแชร์คลิปให้แฟนๆ ได้ดูกันผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว Nakarin Kingsak -ป้าง นครินทร์ พร้อมทั้งแคปชั่นที่บอกว่า "ไปรับไอ้ตัวเล็กที่โรงเรียน ... พอโผล่เข้าไป เด็กในห้องพร้อมใจกันร้องเพลง "คนมีเสน่ห์" ..........................น่ารักจังเลย ^_______^ ป.ล.เด็กๆนี่เรียกว่า "พี่ป้าง" กันด้วยนะ 555" สงสัยว่า เด็กๆร้องเพลงให้ ยังไม่ฟินเท่าเพื่อนลูกสาวเรียกพี่ป้างนะคะเนี่ย!!!

NCT 127 ร่วมงาน Coca-Cola เปิดตัวเพลงพิเศษ Taste The Feeling
NCT /  NCT 127 / 

เจ็ดหนุ่มน้องใหม่ไฟแรง NCT 127 (เอ็นซีที วัน ทู เซเว่น) สร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษร่วมกับ Coca-Cola ปล่อยดิจิตอลซิงเกิ้ล Taste The Feeling ภายใต้โปรเจกต์ STATION โปรเจกต์ที่จะนำเสนอผลงานเพลงมากคุณภาพหลากหลายแนวของศิลปินในสังกัดค่าย S.M. Entertainment สำหรับเพลง Taste The Feeling เป็นเพลงธีมหลักของแคมเปญระดับโลกในปี 2016 ของ Coca-Cola ซึ่งได้บอยแบนด์ดาวรุ่ง NCT 127 มาร่วมร้องในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีถ่ายทอดแนวเพลงสนุกสนาน สดใส โดดเด่นด้วยเสียงกีต้าร์ และเสียงร้องที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของสมาชิกทุกคน ด้านมิวสิควิดีโอของเพลงนี้ Taste The Feeling จะเผยให้เห็นภาพลักษณ์ของหนุ่มๆ NCT 127 ที่มุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเทในการซ้อมอย่างเต็มที่ในช่วงก่อนที่จะได้ขึ้นไปยืนบนเวทีเปิดตัว รวมถึงภาพแห่งความสุขของสมาชิกทุกคนที่ได้ขึ้นไปยืนบนเวทีตามที่ตัวเองได้ตั้งใจเอาไว้ [STATION] NCT 127_Taste The Feeling_Music Video youtube channel : SMTOWN ทั้งนี้ NCT 127 ถือเป็นยูนิตที่สองต่อจากยูนิตแรก NCT U ของบอยแบนด์คอนเซ็ปต์แปลกใหม่อย่าง NCT... และสำหรับแฟนคลับชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของมินิอัลบั้มแรก NCT #127 เวอร์ชั่นอิมพอร์ตของพวกเขาได้แล้ววันนี้ที่ร้าน B2S ทุกสาข! และสามารถติดตามข่าวสาร รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของ NCT ได้ทาง SM True Facebook https://www.facebook.com/smtruethailand มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไม่ใช่คนหลงตัวเอง มูชี้อีโก้ของซลาตันจะมีประโยชน์กับผี
ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่ค่อนข้าง "ขี้โอ่" เอาเรื่องสำหรับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าชาวสวีเดนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือผีแดงเชื่อว่าอีโก้ของดาวยิงรายนี้จะเป็นประโยชน์กับทีม ซลาตัน วัย 34 ปีเพิ่งลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมผีแดงครั้งแรกในสัปดาห์นี้ ขณะที่มูกล่าวถึงนักเตะรายนี้ว่า "กับซลาตัน คุณอาจจะเห็นเขาเป็นคนอีโก้สูงภาคภูมิใจในตังเองมากๆ แต่นั่นเป็นไปในทางที่ดี และเมื่อเขาต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่ม เขาเป็นคนง่ายๆและเป็นมิตรกับทุกคน เขาปรับตัวได้ดี" "ซลาตันเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม ในการฝึกซ้อมพวกเรารู้สึกได้ว่าเขามีความสามารถในการเข้าถึงผู้อื่น เขาเป็นนักเตะที่น่าทึ่ง เขาเป็นได้ทุกอย่างในสนามที่ไม่ใช่แค่จอมถล่มประตู"

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ขุ่นแม่แซ่บมว้ากกก!! หลังคลอด 6 เดือน ฮารุ ท้อง 3 เดือนกว่าแล้วจ้า!!
กาย ฮารุ /  กาย ฮารุ น้องคีริน น้องไนร่า / 

  แซ่บจริงๆ เลยค่า!! สำหรับมนุษย์เมียที่ควบหน้าที่มนุษย์แม่อีกหนึ่งตำแหน่งอย่าง ฮารุ ยามากูชิ ซึ่งหลังจากคลอดลูกชายคนโต น้องคีริน ปัจจุบันอายุ 1 ขวบ 10 เดือน และ น้องไนร่า ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น สาวฮารุ ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงข่าวดีกับสื่อมวลชนว่าตนกำลังท้องลูกคนที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังรอพบคุณหมอเพื่อตรวจครรภ์อีกครั้ง และจะปิดอู่ทันที   ล่าสุดคุณพ่อลูกดก กาย รัชชานนท์ ได้พาภรรยาสุดที่รัก ฮารุ ยามากูชิ ไปตรวจครรภ์เป็นที่เรียบร้อย แล้วก็ทราบได้ว่า ฮารุ ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนกว่าแล้ว โอ้ว...น้ำยาแรงดีจริงๆ เลยล่ะค่า ซึ่งด้าน สาวฮารุ ได้โพสต์ภาพในอินสตาแกรมส่วนตัวในโมเม้นท์อารมณ์ตกใจตอนตรวจเจอว่าท้อง(อีกแล้ว) พร้อมระบุข้อความว่า   “คนที่3มาแล้วววว!! นี้คือสีหน้าตกใจตอนตรวจเจอว่าท้อง(อีกแล้ว) งงนิดหน่อยเพราะติดเร็วมาก ขอบคุณทุกคำอวยพรนะคะ สมดั่งใจหวัง3คนอย่างที่mummy & daddy @guyratchanont อยากได้ เดี๋ยวขอไปตรวจกับทีมคุณหมอให้เรียบร้อยแล้วจะรีบมารายงานนะคะว่ากี่สัปดาห์กี่เดือนแล้ว #harupregnancy #3rdonecoming #ไม่ฝากร้านฝากงานนะเบบี๋”   หลังจากนั้น สาวฮารุ ก็ได้โพสต์ภาพน่ารักของตนและครอบครัว โดยใส่แฮทแท็กระบุว่า #ท้อง3เดือนกว่า เป็นการยืนยันและเข้าใจตรงกันอีกครั้ง ซึ่งบรรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความยินดีแก่สุดยอดมนุษย์พ่อมนุษย์แม่อย่าง ฮารุ-กาย อย่างล้มหลามตามระเบียบ!! ขอบคุณภาพจาก IG haruyamaguchi, guyratchanont IG ฮารุ IG กาย รัชชานนท์ ฮารุ ท้อง 3 เดือนกว่า ปีหน้าจะเอามือที่ไหนอุ้มอีกคน ฮารุ ท้อง 3 เดือนกว่า กาย ฮารุ ครอบครัว กาย ฮารุ ฮารุ น้องคีริน น้องไนร่า ฮารุ น้องคีริน น้องไนร่า กาย ฮารุ น้องคีริน น้องไนร่า ฮารุ น้องคีริน น้องไนร่า น้องคีริน น้องไนร่า ลูก กาย ฮารุ น้องคีริน น้องไนร่า

โดม-มาร์กี้-ป๊อก โคจรร่วมงานกันครั้งแรก นำทีมบวงสรวง บ่วงรักซาตาน
มาร์กี้ ราศรี /  ป๊อก ภัสสรกรณ์ / 

         โคจรมาพบกันครั้งแรกระหว่างพระเอกหนุ่ม โดม ปกรณ์ ลัม และ นางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี ใน ละครบ่วงรักซาตาน ละครแนวดราม่าโรแมนติก ของค่ายโพลีพลัส พร้อมกันนี้ยังได้หวานใจสุดหล่อของสาวมาร์กี้ ไฮโซป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร่วมแสดงอีกด้วยถือว่าเป็นการเล่นละครครั้งแรกของหนุ่มป๊อกเลยก็ว่าได้ และนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่งโดยล่าสุด คุณนิด อรพรรณ ได้ฤกษ์นำทีมดารานักแสดงจากละครบ่วงรักซาตาน บวงสวงกันไปแล้ว และจะเปิดกล้องถ่ายทำเร็วๆ นี้   บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน     บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน     บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน     มาร์กี้-โดม บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน   บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน    มาร์กี้-โดม บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน   บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน       บวงสรวงละครบ่วงรักซาตาน  

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! คล็อปป์ กุมขมับ คาริอุส กระดูกมือหัก พักอย่างต่ำ2เดือน
ซิมง มินโญเลต์ /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

กลายเป็นข่าวร้ายที่ทำเอาสาวก "เดอะค็อป" แอบเซ็งไปตามๆกัน! เมื่อล่าสุด Liverpool Echo สื่อท้องถิ่นประจำลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ไซด์ เปิดเผยว่า โยริส คาริอุส มือกาวหน้าหล่อคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล โชคร้ายได้รับบาดเจ็บในจังหวะไปชกศรีษะของเพื่อนร่วมทีมอย่าง เดยัน ลอฟเรน จนกระทั่งไปเข้ารับการสแกน และผลออกมาคือ "กระดูกมือหัก" ซึ่งยังต้องใช้เวลาพักยาวนานถึง 8-10 สัปดาห์เลยทีเดียว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในศึก อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2016 นัดระหว่าง ลิเวอร์พูล ปะทะ เชลซี ก่อนที่ "สิงห์บลู" จะเป็นฝ่ายเฉือนชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 ซึ่งหลังจากจังหวะที่ คาริอุส ออกมาตัดบอลและชกเข้าไปที่ศรีษะของ ลอฟเรน ตัวเขาก็สามารถฝืนลงเฝ้าเสาได้จนกระทั่งจบ90นาที แต่พอไปเช็คดูอาการกลับพบว่า กระดูกมือหัก ทำให้นายด่านหน้าหยกรายนี้ จะพลาดลงเล่นในเกมนัดเปิดสนามของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่แน่นอนแล้ว ก่อนหน้านี้ นายด่านเมืองเบียร์ วัย 23 ปี ได้ปฎิเสธการลงเฝ้าให้กับทีมชาติ เยอรมัน ในศึก โอลิมปิก 2016 เพื่อต้องการโชว์ฟอร์มให้เข้าตา เจอร์เกน คล็อปป์ ช่วงปรีซีซั่น ต่อยอดไปถึงเกมนัดเปิดสนามศึก พรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซนอล แต่โชคดันไม่เข้าข้างทำให้บาดเจ็บไปก่อน สุดท้ายต้องจำใจยื่นตำแหน่งมือ 1 ให้กับ ซิมง มินโญเลต์ ในช่วงออกตาร์ทฤดูกาลใหม่ไปโดยปริยาย

บวชชีพราหมณ์  อยู่บ้านก็ทำได้ แบบฉบับคนไม่สะดวกไปวัด
ทำบุญ /  นุ่งขาวห่มขาว / 

บวชชีพราหมณ์ อยู่ที่ไหนก็ได้บุญ หากพูดถึงการ บวชชีพราหมณ์ แม่หมอเชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงวัดหรือสถานปฏิบัติธรรม แต่วันนี้แม่หมออยากมาแนะนำ การบวชชีพราหมณ์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปที่วัด เพราะความจริงแล้ว การที่เรานุ่งขาวห่มขาวนั้น สามารถทำได้ที่บ้าน หากว่าเรามีความตั้งใจจริงและปฏิบัติศีล 8 ได้อย่างเคร่งครัด ก็ถือว่าได้บุญเหมือนกัน การ บวชชีพราหมณ์ที่วัด ส่วนใหญ่จะมีแม่ชีคอยแนะนำให้อยู่แล้ว ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง และข้อได้เปรียบที่สำคัญคือ บรรยากาศสิ่งแวดล้อมรอบข้างสงบ ทำให้เราสามารถถือศีลได้อย่างสบายใจ แต่หากว่าท่านใดที่มีความต้องการจะ ถือศีล 8 อยู่บ้าน ด้วยเหตุผลต่างๆที่ละเว้นไม่ได้นั้น ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องผิด สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องใช้มากกว่าการบวชชีพราหมณ์ที่วัด คือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เราต้องมีสติ สมาธิต้องนิ่ง การถือศีล 8 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจจริง การเตรียมตัวสำหรับการ บวชชีพรามหมณ์ ที่บ้านนั้น ไม่ได้แตกต่างจากที่วัดมากนัก ชุดที่ใส่หากไม่มีสีขาวจริงๆก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะความขาวสะอาดที่แท้จริงอยู่ที่ใจเราค่ะ ข้อคิดที่ต้องสวมใส่ชุดสีขาวนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติ ให้เราระมัดระวังจากสิ่งต่างๆ ที่จะมาเลอะชุดขาวของเราได้ เพราะสีขาวเปื้อนง่าย นอกจากนี้เป็นเรื่องของการเตรียมใจให้พร้อม เพราะการอยู่บ้านนั้น ไม่เหมือนกับอยู่วัด สิ่งยั่วยุมีมาก ควรงดให้เหมือนกับกำลังปฏิบัติธรรมจริงๆ ความเคร่งครัดในเรื่องนี้จะเป็นการแสดงถึงภาวะจิตใจของคุณได้เป็นอย่างดี ว่ามั่นคงแน่วแน่ หรือว้าวุ่นไม่สงบ ถึงแม้ว่าอยู่บ้าน แต่ก็ควระมีการวางแผนตั้งโปรแกรมการปฏิบัติธรรมให้พร้อม ด้วยการเตรียมพานดอกไม้เครื่องสักการะ ให้เรียบร้อย ซึ่งสิ่งของสำหรับเครื่องสักการะที่จำเป็น เช่น ดอกไม้สด ธูป 3 ดอก เทียนเหลือง 2 เล่ม สำหรับไว้บูชา ถ้าบ้านไหนมีห้องพระ ก็ถือปฏิบัติในห้องนั้นเลยยิ่งดี แล้วตามด้วยการอาราธนาศีล 8 อาราธนาศีล 8  (ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” และ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ”) มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ (ว่า 3 ครั้ง) ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอสมาทานศีล 8 พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช่ให้ผู้อื่นฆ่า) อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก ,ฉ้อ ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช่ให้ผู้อื่นลัก ฉ้อ) อพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากอสัทธรรม กรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์) มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ คำไม่เป็นจริง และคำล่อลวง อำพรางผู้อื่น) สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่าง ๆ ) วิกาลโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล) นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากพูด ฟัง ฟ้อนรำ ขับรอ้งและประโคมเครื่องดนตรีต่าง ๆ และดูการเล่นที่เป็นข้าศึกแก่กุศล และทัดทรงตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับและดอกไม้ของหอม เครื่องย้อมเครื่องทา) อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากนั่ง นอน เหนือเตียง ตั่ง มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นั่ง ที่นอนอันสูงใหญ่ ภายในใส่นุ่นและสำลี ) อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (ว่า 3 ครั้ง) ข้อปฏิบัติ สำหรับการถือศีล 8 1. เว้นจากทำลายชีวิต 2. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้ 3. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี 4. เว้นจากพูดเท็จ 5. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 6. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป 7. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเคลื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง 8. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ หรูหราฟุ่มเฟือย ระหว่างวันนอกจากการสวดมนต์แล้ว การฟังเทศฟังรรม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรใส่ไว้ในโปรแกรมการ บวชชีพรารมณ์ ที่บ้าน อาจจะไม่ต้องฟังมากทั้งวันทั้งคืนก็ได้ ขอเพียงแค่เข้าใจ และสามารถนำปรับใช้ได้จริงกับชีวิตจะดีที่สุด สำหรับจำนวนวัน ให้เป็นไปตามที่เราสะดวก อย่าให้ต้องเดือดร้อนตัวเองเป็นพอ เพราะนอกจากจะไม่ได้บุญแล้ว จะเป็นการรบกวนสมาธิระหว่างปฏิบัติธรรมอีกด้วยค่ะ  ภาพประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

แทยอน เตรียมกลับมาทวงบัลลังก์ 'ราชินีเพลงประกอบละคร'
Girls Generation /  Moon Lovers / 

หลังจากเคยสร้างความประทับใจจากเพลง If (OST. Hong Gil-Dong), เพลง I Love You (OST. Athena: Goddess of Wa), เพลง Can You Hear Me (OST. Beethoven Virus) ฯลฯ ล่าสุดนักร้องสาวเสียงดี แทยอน แห่ง Girls' Generation ก็กำลังกลับมาทวงบัลลังก์ ‘ราชินีแห่งเพลงประกอบละคร’ อีกครั้ง สำนักข่าวเกาหลีรายงานว่า แทยอน จากเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต Girls' Generation จะมาร้องเพลงประกอบละครหลักของซีรี่ส์เรื่อง Scarlet Heart: Ryeo (ชื่อเดิม Moon Lovers) ซึ่งมีคิวจ่อออนแอร์ทางช่อง SBS 29 สิงหาคมนี้ "นอกจาก แทยอน แล้ว ยังมีศิลปินอีกหลายท่านที่จะมาร้องเพลงประกอบละครเรื่องนี้" แหล่งข่าวกล่าว Scarlet Heart: Ryeo เป็นซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์แนวแฟนตาซีย้อนยุค ซึ่งมีดาราดังร่วมแสดงอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ลี จุนกิ, ไอยู, ฮง จงฮยอน, คิม จีซู, นัม จูฮยอก รวมทั้ง ซอฮยอน Girls' Generation และ แบคฮยอน EXO ด้วย. ข้อมูลจาก dongA มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

คัลเลอร์ฟูล!
Peggy's Cove Resort /  ที่พักจันทบุรี / 

หากใครมาเที่ยวทะเล ก็จะรู้กันดีว่าที่จังหวัดจันทบุรี มีหาดคุ้งวิมาน เป็นหาดที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียง อีกทั้งมีถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบชายหาดที่สวยที่สุดในเมืองไทยด้วย วันนี้ Travel.MThai มีที่พัก รีสอร์ทน่ารักๆ มาฝากกันค่ะ ที่ Peggy's Cove Resort (เพ็กกี้ โคฟ รีสอร์ท) ที่พักสไตล์หมุ่บ้านชาวประมง สีสันสดใส คัลเลอร์ฟูล! "Peggy's Cove Resort" รีสอร์ทน่ารัก น่าพัก จ.จันทบุรี "Peggy's Cove Resort" (เพ็กกี้ โคฟ รีสอร์ท) เป็นรีสอร์ทตั้งอยู่ที่ หาดคุ้งวิมาน (Khung Wiman Beach)  ชายหาดที่มีชื่อเสียงหาดหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี น้ำใส บรรยากาศสงบ ขับตามทางไปบนถนนเรียบชายหาด ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ก่อนขึ้นไปจุดชมวิวเนินนางพญา (จุดชมวิวที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก) ก็จะผ่านรีสอร์ทน่ารัก สีสันสะดุดตาแห่งนี้ Peggy's Cove Resort ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ชื่อ Peggy's Cove ในชนบท Nova Scotia ของประเทศแคนนาดา ก่อตั้งขึ้นในปี 1811 โดยสัญลักษณ์ของเพ็กกี้โคฟคือ ประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นจุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นอกจากนี้สถาปัตยกรรมของบ้านในหมู่บ้านนี้มีสไตล์มากๆ เป็นแบบคลาสสิกและมีสีสันสดใส บ้านแต่ละหลังจะมีสีแตกต่างกัน แต่เมื่ออยู่รวมกันแล้วที่นี่ก็กลายเป็นหมู่บ้านที่น่ารักและสมบูรณ์มากทีเดียว ^^ และนี่คือที่มาของแรงบันดาลใจ Peggy's Cove Resort (เพ็กกี้ โคฟ รีสอร์ท) แห่งนี้ Peggy's Cove Resort มีห้องพักแบบบ้านเดี่ยว เรียบง่าย และบ้านแต่ละหลังก็มีสไตล์ ความน่ารัก ทีลงตัว ที่นี่มีห้องพักให้เลือก 4 แบบ คือ Deluxe Room Deluxe Pool-Access Deluxe Jacuzzi Villa Grand Deluxe Pool Villa การตกแต่งห้องเน้นโทนสีขาว-ฟ้า ภายในห้องพักโปร่งสบาย ตกแต่งด้วยไม้ เส้นลายทาง หรือของใช้ที่ทำให้เราเหมือนพักอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงจริงๆ นอกจากนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ โล่ง สบายตา มีสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ Peggy's Cove Resort ยังมีร้านร้านอาหาร และร้านกาแฟ ด้วย ร้านอาหารชื่อ Lighthouse Bar & Grill เสิร์ฟของอร่อยให้เราอิ่มท้องกันด้วย เป็นร้านอาหารติดชายหาด มีที่นั่งแบบ indoor และ outdoor ตกแต่งด้วยสไตล์แบบ Western เรียบหรู และดูโล่งสบายตา ที่นี่ให้บริการอาหารทะเลสด, อาหารสไตล์ยุโรป ฟิวชั่น แลอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อในจังหวัดจันทบุรี รวมถึงเครื่องดื่ม Coffee Cove ร้านกาแฟแบบคลาสสิค ตั้งอยู่ติดกับ Lighthouse Bar & Grill ให้บริการทั้งเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ และที่นี่ยังมีจุดชมวิวที่ลูกค้าสามารถเดินไปขึ้นชมทัศนียภาพที่สวยงามของหาดคุ้งวิมานได้ด้วย ติดตามเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/peggyscoveresort/ , www.peggyscoveresort.com ขอบคุณรูปภาพ : Facebook Maysa Traveller , www.peggyscoveresort.com เรียบเรียงข้อมูล Travel.MThai

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

เด็กมันเก่ง! ศุภณัฎฐ์เหมาช้างศึกU14อัดเจ้าภาพบรูไน4-0
ช้างศึก /  ทีมชาติไทยU14 ปี / 

กัปตันทีมช้างศึกU14จัดการเหมาคนเดียว4ประตูช่วยให้ทีมถล้มเจ้าภาพปิดท้ายทัวร์นาเมนท์ฟุตบอล AFC U-14 Regional Festival Of Football 2016 นัดสุดท้ายที่สนาม เบรากัต เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2559 ฟุตบอล AFC U-14 Regional Festival Of Football 2016 นัดสุดท้ายที่สนาม เบรากัต ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 14 ปี พบกับ เจ้าภาพ บรูไน เริ่มเกมมาบรูไนเขี่ยคิกออฟยิงทันทีจากไอมานนุดดิน มาสรี แต่บอลชนคานออกหลังไปนิดเดียว นาทีที่ 5 ไทยมาได้ลุ้นครั้งแรกจากจังหวะที่ ธนริน ทุมเสน ได้ซัดด้วยซ้ายบอลโค้งข้ามคานออกไปนิดเดียว นาทีที่ 9 ไทยน่ามาได้ประตูนำสุดจากจังหวะที่ กิตติพัฒน์ ปางคำ ได้หลุดเดี่ยวก่อนยิงด้วยซ้ายหลุดเสาสองไปนิดเดียว นาที 13 ไทยมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ธนริน ทุมเสน ไหลให้ ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา วอลเลย์ข้ามคานออกไปอีก นาที 20 บรูไนมาได้ลุ้นอีกครั้งจาก มาสรี แต่ลูกวอลเลย์ยังไปเข้ามือของอนุชิต ทวีศรี นาที 22 ไทยมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะ ที่ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทำชิ่งกับ สราวุฒิ เสาวรส ก่อนกดด้วยขวาบอลหลุดเสาแรกไปอีก นาที 23 ธีรภัทร สิงสุทำ เปิดให้ศุภณัฎฐ์ เหมือนตาโขกอีกครั้ง บอลไปเข้ามือนายทวารบรูไน นาที 25 ธนิศร ไพบูลย์กิจเจริญ ครอสให้ กิตติพัฒน์ ปางคำ โขกเต็มๆบอลข้ามคานไปนิดเดียว นาที 27 ธนริน ทุมเสน ครอสให้ ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา ล้มตัวชาร์จเข้าไปให้ไทย U14 นำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ นาที 37 ธนริน ทุมเสน แทงทะลุช่องให้ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา จิ้มไปชนเสาแรกออกไป นาที 38 ธีรภัทร สิงสุทำ เปิดให้ศุภณัฏฐ์ เหมือนตาจิ้มข้ามคานอีกครั้ง นาที 39 ธนริน ทุมเสนได้ลองซัดไกลดูบ้างบอลหลุดกรอบไปอีก นาที 41 ธนิศร ไพบูลย์กิจเจริญ ไหลให้ ธนริน ทุมเสนยิงไกลข้ามคานไปอีก ไทยยังเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และนาที 53 เป็นศุภณัฎฐ์ เหมือนตาที่ยิงไกลเข้าไปให้ทีทหนีห่างเป็น 2-0 นาที 55 ไทยมาได้ลุ้นอีกจาก ธีรภัทร สิงสุทำ แต่ก็ยังไปติดเซฟของนายทวารบรูไน นาที 58 ศุภณัฎฐ์ เหมือนตาลองยิงไกลอีกครั้งบอลข้ามคานออกไปอีก และนาที 59 เป็นศุภณัฐฎ์ เหมือนตาที่มาทำแฮตทริกได้สำเร็จจากจังหวะยิงไกลด้วยซ้ายเท่านั้นยังไม่พอ ศุภณัฎฐ์ ยังมาซัดอีกลูกในช่วงทดเจ็บและเป็นประตูปิดกล่องให้ไทยชนะบรูไน 4-0 ปิดท้ายศึก AFC U-14 Regional Festival Of Football 2016 ด้วยชัยชนะได้สำเร็จ