เพลงโป๊ (ใจมันเพรียว)

อื้อหือ! เนย  เนโกะจัมพ์ เปลือยอกถ่ายแบบชุดชั้นใน
เนย เนโกะจัมพ์ /  เนย เนโกะจัมพ์ เปลือยอกถ่ายแบบชุดชั้นใน / 

ต้องขยี้ตาดูกันเลยทีเดียว หลังนักร้องสุดแบ๊ว เนย เนโกะจัมพ์ สลัดลุคส์หวานแบ๊ว เปลือยอกตู้มๆ ถ่ายแบบชุดชั้นในขึ้นปกให้กับนิตยสาร playboy thailand แหม...เห็นแบบนี้ สาวเนย ซ่อนรูปเหมือนกันนะเนี่ย แค่น้ำจิ้มยังแซ่บลืมขนาดนี้ ถ้าใครอยากดูฉบับเต็มต้องรีบไปซื้อด่วนๆ น๊า งานนี้ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่ม หมอยู เห็นแล้วใจสั่นอ่ะเปล่า.... ขอบคุณภาพจากนิตยสาร : playboy thailand เนย เนโกะจัมพ์ เนย เนโกะจัมพ์ เนย เนโกะจัมพ์

ลงดาบ ! มารดาชั่ว ขายลูกสาว 6 ขวบ ชวนผู้ชายมาข่มขืนถึงบ้าน
ข่มขืน /  ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก / 

มารดาชั่ว โฆษณาขายตัวลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ ทางโลกโซเชียล.... เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' รายงานข่าวชวนสะเทือนใจ กรณีที่ผู้เป็นแม่วัย 35 ปี จากรัฐวอชิงตัน สหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 26 ปี หลังก่อคดีสุดช็อก โพตส์ขายลูกสาวกิน ผ่านโลกออนไลน์โจ๋งครึ่ม โฆษณาดังกล่าว ถูกเผยแพร่ไปทางออนไลน์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ด้วยถ้อยคำเชิญชวนให้ผู้ที่มีรสนิยมทางเพศชื่อชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ให้มาข่มขืนลูกสาววัย 6 ขวบของเธอถึงที่บ้าน โดยเรื่องเลวร้าย เกิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้าที่จะมีการดำเนินคดี เธอและสามีถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2557 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่องและนำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านของเธอ พบว่าภายในบ้านมีคลิปวีดีโออนาจาร แสดงให้เห็นชายรายหนึ่งกำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง ขณะที่ผู้เป็นแม่นั่งดูอยู่หน้าตาเฉย ความคืบหน้าล่าสุด ศาลได้ตัดสินความผิดให้แม่ใจทรามหลายกระทง ส่วนสามีของเธอถูกดำเนินคดีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ถูกพิพากษาจำคุก 27 ปี ส่วนเด็กหญิงเคราะห์ร้ายและน้องชายของเธอ ถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของศูนย์ปกป้องเด็ก แปลและเรียบเรียงโดย MThai News ที่มา  mirror

พวกเรามีเวลาเตรียมตัว 20 ปี พวกมันก็เช่นกัน.. เผยโฉมโปสเตอร์แรก Independence Day: Resurgence
2012 /  Air Force One / 

เผยโปสเตอร์ของมหากาพย์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์กับการกลับมาของเหล่าเอเลี่ยนที่จะกลับมาสร้างความหายนะของโลกที่เกินกว่าจะจินตนาการได้ในภาพยนตร์ Independence Day: Resurgence ที่จะเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างที่คาดไม่ถึง มีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้เอเลี่ยนฟื้นตัวได้ มนุษย์โลกต้องร่วมมือกันปกป้องโลก แต่จะทำยังไงเราก็ไม่สามารถรับมือกับเอเลี่ยนที่มีการพัฒนาและมีพลังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ มีเพียงชายและหญิงที่มีความกล้าหาญและฉลาดเพียงไม่กี่คนที่จะทำให้โลกเราพ้นจากการถูกทำลายล้างได้ Independence Day: Resurgence - ไอดี 4: สงครามใหม่วันบดโลก กำหนดเข้าฉาย 23 มิถุนายน 2016 นำแสดงโดย เลียม เฮมส์เวิร์ธ , เจฟฟ์ โกลด์บลุม, เซล่า วอร์ด,  วิวีก้า เอ ฟ็อกซ์ , จัดด์ เฮิร์ช , เบรนท์ สไปเนอร์ , เจสซี่ อัชเชอร์ , บิลล์ พูลแมน และ ไมก้า มอนโร กำกับการแสดงโดย โรแลนด์ เอมเมอริค ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/IndependenceDayMovieThailand

ทาทา-หมอ วอน!! หยุดดราม่าคาร์ซีท เชื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ น้องเร
ทาทา ยัง /  หมอ ฉัตรอดุลย์ / 

กลายเป็นดราม่าขึ้นมาซะอย่างนั้น!! หลังมีภาพและคลิปที่คุณแม่มือใหม่ ทาทา เอา น้องเร ลูกชายแรกเกิดนั่งคาร์ซีทจากโรงพยาบาลเพื่อเดินทางกลับไปอยู่บ้าน ซึ่งชาวเน็ตหลายคนเข้ามาคอมเม้นท์ว่า อันตรายสำหรับเด็กแรกเกิดที่จะนั่งคาร์ซีทและมองว่าอยู่ในอ้อมกอดแม่จะดีกว่า กลายเป็นดราม่าจนเจ้าตัวต้องลบคลิปดังกล่าวออก ซึ่งหลังจากนั้นมีหมอออกมาแนะนำว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ เด็กอาจกระเด็นหลุดมือคุณแม่ได้ แถมต่างประเทศยังมีกฎหมายบังคับให้เด็กต้องนั่งคาร์ทซีทด้วยซ้ำ ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวทาทา และสามีอย่าง หมอ ฉัตรอดุลย์ ทั้งคู่เลยขอชี้แจงดราม่าอีกครั้งว่า... ทาทา "วันนี้เป็นงานแรก ออกมาแปปเดียวก็คิดถึงลูกแล้ว อยากกลับบ้าน (หัวเราะ) เวลาออกมาข้างนอกจะมีพี่สาวคุณหมอเลี้ยงให้ เพราะเราสองคนเลี้ยงลูกเอง น้องเป็นคนเลี้ยงง่าย ถามว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยมั้ย เหนื่อยมาก แต่มีความสุขมาก" หมอ "มีความสุขมากกว่าครับ ตอนนี้ก็เริ่มมีงานติดต่อน้องเข้ามา แต่ขอให้น้องเขาพักก่อนเนอะ เพราะเพิ่งคลอดเอง ส่วนเรื่องดราม่าที่ให้น้องนั่งคาร์ซีท จริงๆ เราทำทุกอย่างตามหลักการของสากลที่ถูกต้อง เราศึกษากันมาพอสมควร ดังนั้นเรื่องที่เกิดดราม่าขึ้นเราไม่อยากให้มันไปไกล สำหรับใครที่ยังไม่รู้ก็ลองศึกษาดู เพราะมันเป็นเรื่องจำเป็น เรื่องความปลอดภัยของเด็กด้วยครับ" ทาทา "ยังไงเราเป็นคุณพ่อ คุณแม่ เราหวังดีกับลูกแน่นอน เราต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก เราเพิ่งเอาเขาออกจาก รพ. มา เราก็อยากให้เขาดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด บางที่เราเป็นอะไรไป ยังไม่เป็นไรเท่าลูกเป็นเลย คือเรามีการปรึกษาคุณหมอด้วย อย่างที่บอกว่ามันเป็นหลักสูตรสากล ขอโทษนะคะ ขอพูดถึงอันนี้หน่อย อย่างเจ้าชายวิลเลี่ยมกับเจ้าหญิงเคทไปดูได้เลยวันที่ท่านเอาเจ้าหญิงชาร์ลอตต์กลับบ้าน ท่านยังเอาขึ้นคาร์ซีทเลย คือทุกคนต่างมีความคิดของตัวเอง ทาไม่อยากไปละเมิดสิทธิ์การเลี้ยงลูกของใคร ใครจะเลี้ยงยังไง แต่ของเราขอเลี้ยงวิธีนี้และบางอย่างทาขอแล้วกันว่า ขอให้ทาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ลูกทาเนอะ (ยิ้ม)" หมอ "เราไม่ได้มองว่ามันเป็นดราม่า คนที่เข้ามาคอมเม้นท์ทุกคนหวังดีกับเรา มันคือความหวังดีของเขาที่อยากให้เราเลี้ยงลูกได้ดี แต่อย่างที่บอกทุกๆ บ้านก็จะมีวิธีเลี้ยงลูกของตัวเอง เราไม่ได้มองว่าดราม่าอะไร ก็ขอบคุณทุกคนครับ" ทาทา "ถามว่าจะมีอีกคนต่อเลยมั้ย ต่อเลยค่ะ ชอบท้องมาก (หัวเราะ) มีความสุขมาก จริงๆ เรากะให้นมเรปีนึง พอเรครบ 1 ปีก็จะปล่อยเลย เพราะอยากให้เขามีเพื่อนเล่นค่ะ ใจทาอยากมีสัก 3 คนค่ะ" ขอบคุณภาพจาก IG @tataamitayoung ทาทา-หมอ ทาทา-หมอ ทาทา-หมอ ทาทา-หมอ น้องเร นั่งคาร์ซีทกลับบ้าน ดราม่าคาร์ซีท ทาทา-น้องเร หมอ-น้องเร

10 โลโก้ทีมฟุตบอล เชยบรรลือโลก ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นใน ลีก ฟุตบอล อังกฤษ
ตรา /  ตราสโมสร / 

หลังจากมีข่าวว่าในฤดูกาลหน้าทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังจาก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ จะเปลี่ยนมาใช้ โลโก้ ทีมใหม่ซึ่งเป็นการออกแบบที่แทบจะเรียกว่าเกือบเอาของ เก่าจากฤดูกาล 1972-1997 ที่ทีมเคยใช้มาอย่างยาวนานกลับมา รีแบรนด์ อีกครั้ง งานนี้จึงเกิดเสียงวิจารณ์ตามมาทั้งกระแสบวกและลบกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ แต่ โลโก้ เดิมของ เดอะ ซิตี้ ก็ไม่ได้ถือว่าดีไซน์ของมันจะเลวร้ายสักเท่าไหร่ ทีนี้เราลองไปดู 10 โลโก้จากทีมฟุตบอลในลีกอังกฤษที่ถูกโหวตว่าดีไซน์ของมันช่างเชยแหลกแม้แต่แฟนบอลยังต้องส่ายหน้าว่า "ขอร้องล่ะรีบๆ เปลี่ยนมันซะทีเถอะ" 10 Newcastle United 1983-1988 การนำอักษร N U F C มาอัดรวมกันให้เป็นโลโก้ทรงกลมโดยมีเจ้านกสาลิกาตัวน้อยยืนเหงาอยู่ข้างล่างเป็นอะไรที่เหล่า ทูน อาร์มี่ ต่างส่ายหน้ากันทั้งเมือง 9 Chelsea 1905-1952 แน่นอน... ตาของคุณไม่ได้ฝาดไป นี่คือโลโก้ในยุคแรกเริ่มของสิงโตน้ำเงินครามแห่งลอนดอนกับโลโก้ที่ดูแล้วสุดแสนวินเทจ มันควรจะเป็นอาร์มเกียรติยศที่ติดอยู่บนยูนิฟอร์มของทหารมากกว่าชุดแข่งฟุตบอลนะ 8 Blackpool 1979-1987 เข้าใจดีนะว่าคนออกแบบต้องการสื่อให้ทุกคนเห็นว่านี่คือ แบล็คพูล ทาวเวอร์ หอคอยชื่อดังแหล่งท่องเที่ยวประจำเมือง แต่ลองหรี่ตาดูอีกที คุณอาจรู้สึกสับสนว่า เอ...หรือนี่คือโลโก้สโมสร นอตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ 7 Arsenal 1930-ปัจจุบัน แม้ตราสโมสรอันนี้จะยกเลิกไปแล้ว แต่มันยังถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของทีมตามสิ่งของเครืองใช้ต่างๆ เช่นผ้าพันคอ, เข็มกลัด แก้วกาแฟ และที่แน่ๆ มันได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากทรงผมของแชร์วินโญ่มาอย่างแน่นอน 6. Huddersfield Town 70's เจ้าหมาน้อยเทอเรียร์ดุ๊กดิ๊กน่ารัก มันช่างเป็นโลโก้สโมสรฟุตบอลที่ไร้ซึ้งความน่ายำเกรงต่อคู่แข่งเลยสักนิด 5. Leeds United 1965-1972 มีใครรู้บ้างมั้ยว่ากาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ดก็เคยโลโก้ทีมเป็นนกฮูกมาก่อน(คล้ายกับสโมสรเชฟฯ เวนส์เดย์) แต่เจ้านกฮูกตัวนี้ของ ลีดส์ ยูไนเต็ด มันช่างเป็นนกที่แข็งทื่อเหมือนนกถูกสตาฟ 4. Notts County 1978 โอเค...เราเข้าใจว่านี่คือนกกางเขน มอสคอตประจำทีม นอตต์ เคาท์ตี้ แต่เมื่อดูดีไซน์บวกกับองศาท่าบินแล้ว มันเหมือนกับนกที่กำลังเพิ่งถูกรถทับนอนแผ่หลาอยู่บนถนนมากกว่า 3. Barnsley 2000-2002 มันคือดอกกุหลาบสีจืดชืดที่มีไว้เพื่อไว้อาลัยให้กับผลงานของ บาร์นลี่ย์ ในยุคนั้นมากกว่า 2. Chester FC 1974-1982 ก่อนที่ทีมจะเปล่ยนมาใช้โลโก้เป็นหัวหมาป่าในปัจจุบัน ก็นั่นแหล่ะครับท่านผู้ชมครั้งหนึ่ง เชสเตอร์ เอฟซี เค้าเคยใช้แมวน้ำคู่มานอนกระดกหางเล่นบนหน้าอกของชุดแข่งมาแล้ว 1. Leeds United 1973-1976 , 1976-1977 บางครั้งคำว่า Simply The Best ก็ใช้ไม่ได้กับการดีไซน์โลโก้ของสโมสรฟุตบอลเสมอไป และนี่คือตัวอย่างดังกล่าว และแม้จะมีการแก้ไขเป็นครั้งที่สองเกิดขึ้นก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

5 วิธีเปลี่ยนผู้ชายที่มาจีบ ให้อยู่ในฐานะ
ปฏิเสธผู้ชาย /  เป็นเพื่อนกันเถอะ / 

       การถูกคนที่ชอบปฏิเสธเนี่ย เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ต้องเจ็บใช่ไหมละ คุณเองก็ต้องเคยเจ็บมาบ้างแหละ แต่พอมาถึงคราวที่จะต้องปฏิเสธคนอื่นบ้าง บางทีก็ทำไม่ไหว ไม่กล้าทำ ใจไม่ด้านพอ เอาล่ะ ไม่ต้องสตรองมาก ยังมีอีกหลายวิธีเบาๆ ละมุนละม่อม ไว้บอกผู้ชายที่ชอบเราว่า "แก..เป็นเพื่อนกันเถอะ" 1.ซื่อสัตย์กับความรู้สึก แน่ละว่าคุณคงไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเขา แต่การไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองจะยิ่งเป็นการทำร้ายเขายิ่งไปใหญ่ เพราะฉะนั้นสำคัญมากที่จะต้องบอกความจำนงของคุณว่า คุณให้เขาได้แค่ไหน และควรบอกตั้งแต่เนิ่นๆด้วย เผื่ออนาคตเขาอาจจะตีความไปได้มากมาย ถึงตอนนั้นคุณอาจจะทำร้ายเขามากไปแล้วก็ได้ 2.อย่าเล่นเกมกับเขา เช่นเดียวกัน คุณเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน ที่เวลาผู้ชายที่เราชอบ เขาชอบมาอ่อยให้เราคิดมาก เพราะฉะนั้นเช่นกัน อย่าทำแบบนั้นกับเขาเลย เพราะเขาเองก็หวังในตัวคุณมาก อย่าได้เปิดโอกาสหรือให้ทีท่าว่าคุณมีใจเป็นอันขาด ถ้าเขาจีบใส่มา คุณควรจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะดีกว่า 3.ปฏิเสธการกระทำโรแมนติกของเขา ถ้าเขาเริ่มจะขอคุณออกไปเดท ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียมารยาท คุณมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ หรือ ให้เหตุผลอื่นๆที่แสดงว่า เขาไม่สำคัญพอที่จะทำให้คุณออกจากบ้านไปได้ หรือถ้าจนใจจริงๆแนะนำให้เอาเพื่อนไปด้วยหนึ่งคน อย่างน้อยเขาก็พอจะรู้ว่าคุณไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาอย่างเต็มที่ 4.บอกเขาว่าคุณให้คุณค่ากับคำว่าเพื่อนมากแค่ไหน การได้เพื่อนมาคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นจงบอกเขาว่า คุณเห็นเขาในฐานะเพื่อนสนิทและไม่อยากเสียไป และไม่อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้ ถ้าเขาคิดจะอยู่กับคุณ ต้องรับให้ได้กับสถานะเหล่านี้ 5.แนะนำหญิงอื่นให้ เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่สาวๆหลายคน น่าจะทำบ่อย เพราะเป็นการดึงความสนใจของเขาไปให้คนอื่นแทน ซึ่งแน่นอนผู้ชายรู้ทันทีว่าคุณไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อยเลย แต่อย่าให้ทำร้ายจิตใจมากเกินไป ให้ใช้คำพูดที่จริงใจ แสดงความเป็นเพื่อน ที่อยากให้เขาได้เจอคนดีจริงๆ ที่มา elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

5 วิธีลดน้ำหนัก กินมื้อเย็น แต่หุ่นเป๊ะเวอร์!
ลดน้ำหนัก /  วิธีลดน้ำหนัก

         มื้อเย็นเป็นมื้อที่สาวๆ กลัวอ้วนกันที่สุด มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า "เช้าทานอย่างราชา กลางวันทานอย่างคนธรรมดา เย็นทานอย่างยาจก" นั่นก็เพราะว่าเราต้องให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเช้ามากเป็นพิเศษ ส่วนอาหารเย็นนั้นควรรับประทานแต่พอดีไม่หนักมากนัก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนแล้วนั่นเอง เรามาทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของอาหารเย็นต่อร่างกายว่ามีมากน้อยเพียงใด และหลักที่ถูกต้องในการทานอาหารเย็นว่าเราจะทานอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีไปนานๆ 1. ไม่ควรงดอาหารมื้อเย็น           สาวๆ หลายชอบ วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการงดอาหารเย็น ซึ่งไม่ควรค่ะ นอกจากจะหิวแล้ว ยังไม่ทำให้น้ำหนักลดเท่าไร เนื่องจากเมื่อถึงเวลาอาหาร โดยปกติร่างกายจะหลั่งกรดออกมาเพื่อทำการย่อยอาหาร ดังนั้น เมื่อไม่มีอาหารในกระเพาะ น้ำย่อยก็จะมาย่อยกระเพาะแทน เราจึงควรลดมากกว่างด           เลือกทานอาหารเบา ๆ หรืออาหารที่ให้พลังงานน้อยที่สุด อย่างเช่น เน้นผักและผลไม้ ส่วนเนื้อสัตว์ติดไขมัน ของมันๆ ทอดๆ ควรงดจะดีกว่านะคะและเวลาที่ควรทานคือหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ไม่ควรทานดึกกว่านี้ 2. หลังทานอาหารเย็นไม่ควรออกกำลังกายต่อทันที           บางท่านกลัวอ้วน หลังทานอาหารเย็นจึงออกกำลังกายทันที ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรนัก ถ้าเราทานอาหารภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง แล้วไปออกกำลังกายทันที อาจทำให้เราเกิดอาการจุกได้ ถ้าเป็นไปได้ควรเดินเรื่อย ๆ ไม่ต้องเร่ง เพราะเวลาเราเดินลำไส้จะมีการขยับตัว อาหารก็จะย่อยง่ายและยังเป็นการใช้พลังงานไปในตัวอีกด้วย เป็นแนวทางที่ดีในการปฏิบัติจะได้ไม่อ้วนนะคะ           ส่วนสาวๆ ที่ต้องการออกกำลังกายหลังเลิกงาน เข้าฟิตเนส จะมีหลักการทานมื้อเย็นอย่างไร ความจริงแล้วถ้าคิดจะออกกำลังกายในช่วงเย็น พอเลิกงานควรทานอาหารเบาๆ อาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวให้ละเอียด เว้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนการออกกำลังกาย งดอาหารย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด อาหารที่มีกะทิเหล่านี้จะย่อยยาก 3. หลังอาหารเย็นไม่ควรอาบน้ำในทันที           เพราะเมื่อเราทานอาหาร ขณะที่อาหารกำลังย่อย กระเพาะต้องทำงาน เลือดต้องถูกไปหล่อเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยในการย่อย ถ้าเราไปอาบน้ำทันทีหลังอาหาร ซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น เมื่อร่างกายโดนน้ำเย็น ๆ ก็จะทำให้เลือดจำเป็นต้องมาที่บริเวณผิวหนัง เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ดังนั้นแล้วเลือดจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องถูกแบ่งมาที่ผิวหนังก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้เลือดส่งไปที่กระเพาะได้น้อย           สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบการย่อยทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ท้องจะอืด แน่นท้อง จุก จึงควรเว้นอย่างน้อยที่สุด 30 นาที และทางที่ดีที่สุดต้องประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับอาหารที่ย่อยง่าย และ 2 ชั่วโมง ถ้าเรารับประทานอาหารที่ย่อยยาก 4. หากสาวๆ ต้องการลดความอ้วนด้วยให้ทานผักหรือผลไม้ในมื้อเย็น           ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก มื้อเย็นอาจทานเป็นผักผลไม้ และจะต้องไม่เลือกผลไม้ที่เป็นกรด เพราะขณะท้องว่างร่างกายจะมีกรดมากอยู่แล้ว และเลี่ยงการทานผักหรือผลไม้ดิบขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้ท้องอืดได้ แนะนำว่าให้ทานผักสุก เช่น การลวก การต้ม แกงจืด หรือยำที่รสชาติไม่จัดมาก เช่น ยำแตงกวา ยำวุ้นเส้น ที่ไม่เผ็ดหรือเปรี้ยวเกินไป 5. อาหารมื้อเย็นที่ควรหลีกเลี่ยง           อาหารที่ย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ถ้าต้องทานควรทานในปริมาณเล็กน้อย และไม่ควรทานอาหารที่เป็นกรดมาก เพราะอาจทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนหลอดอาหารได้           สำหรับวัยผู้ใหญ่ แนะนำว่าอาหารมื้อเย็นควรเป็นอาหารย่อยง่าย มีโปรตีนสูง มีคาร์โบไฮเดรตบ้าง แต่ไม่ต้องมาก เช่น ข้าว ข้าวซ้อมมือ (จะทำให้อยู่ท้องกว่า) ผักลวก ผักต้ม และต้องคำนึงถึงสารอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ           อย่าคิดว่าอาหารมื้อเย็นไม่สำคัญนะคะ ควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลือกทานมื้อเย็นให้มาก แต่ต้องทานแค่พอเหมาะไม่ทานจุเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังมีอีกหลายโรคตามมาจากการทานอาหารมื้อเย็นที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอกจากนี้แล้วยังส่งผลถึงคุณภาพการนอนอีกด้วย           สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าตอนกลางคืนเราแทบจะไม่ได้ใช้พลังงานเลย อดก็เป็นโรค ทานมากเกินไปก็เป็นโรค ควรทานให้พอเหมาะพอดีนะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า "อโรคยา ปรมา ลาภา" ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ที่มาบทความจาก  e-magazine.info

บ้านก้างปลา ของน้องแมว น้องหมา น่ารักจัง
ที่นอนน้องแมว /  บ้านสัตว์เลี้ยง / 

วันนี้ Decor.Mthai นำ บ้านก้างปลา ของน้องแมว น้องหมา น่ารักจัง มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บ้านก้างปลานอกจากจะเป็นบ้านของน้องแมวแล้ว ยังสามารถนำไปตกแต่งบ้านให้สวยเก๋ ได้อีกด้วยนะคะ บ้านก้างปลา ของน้องแมว น้องหมา น่ารักจัง น้องหมาอยู่ในบ้านน่ารักจัง เราเข้ามาอยู่ในนี้ได้ไงเนี่ย ที่นี่ที่ไหนนะ  ข้างในมันนุ่มสบายอย่างนี้นี่เอง นอกจากจะเป็นที่นอนของเหล่าสัตว์เลี้ยงแล้วยังเป็นของแต่งบ้านได้อีกด้วยค่ะ เป็นไงบางคะเห็น บ้านก้างปลา ของน้องแมว น้องหมา กันแล้วน่ารักมากใช้มั้ยคะ ถ้ามีแบบนี้ไว้ให้เจ้าตัวน้อยที่บ้านนะ เขาคงชอบกันมากๆ แน่เลย  ขอบคุณ : designboom.com

หนึ่งปีมีครั้ง! 'ไข่แมงมัน' ของหายากสร้างรายได้กำไรอื้อ
ของหายาก /  สร้างรายได้ / 

ชาวบ้านสันต้นม่วงกลาง จ.เชียงใหม่ แห่ขุดหา 'ไข่แมงมัน' นำมาขายสร้างรายได้ กิโลกรัมละ 2,500 เผย 1 ปีแมงมันจะวางไข่ครั้งเดียว วันนี้ 10 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านสันต้นม่วงกลาง ต.สำราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พากันนำอุปกรณ์ทั้งจอบเสียม ออกไปขุดหาไข่แมงมันตามที่ดินรกร้างในหมู่บ้านเพื่อนำไปขาย ซึ่งในแต่ละปีแมงมันจะออกไข่เพียงครั้งเดียวและความยากลำบากในการขุดหา ทำให้มีราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 2,500 บาท จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่า การขุดหาไข่แมงมันต้องอาศัยความชำนาญในการหารัง เมื่อพบก็จะขุดตามรอยหรือรูที่มีแม่แมงมัน บางครั้งขุดลึกหลายเมตร หรือใช้เวลาขุดนานเป็นวัน เมื่อพบรังลักษณะคล้ายกับปลวกจะมีไข่แมงมันอยู่ภายในรัง จากนั้นก็จะใช้อุปกรณ์ตักไข่ใส่ในถังนำไปล้างน้ำให้สะอาด โดยไข่แมงมันเป็นอาหารตามฤดูกาลที่ชาวบ้านทางภาคเหนือ โดยนิยมนำไปประกอบอาหารรับประทานได้หลากหลายเมนู ทั้ง ไข่เจียวไข่แมงมัน แกงกับผักนานาชนิด หรือ นำไปทำแมงมันจ่อม โดยไข่แมงมันจะมีถึงแค่สิ้นเดือนนี้ จากนั้นไข่ก็จะเป็นตัวอ่อนและมีปีก ทางด้านนายนิกร จิตมูลชัย ชาวบ้านบอกว่าช่วงนี้ราคาไข่แมงมันจะแพงมากอยู่ที่กิโลกรัมละ 2,500 บาท ทำให้ชาวบ้านบางคนทิ้งงานเกษตรกรรมและงานอื่น ๆ มาขุดหาไข่แมงมันเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงฤดูแล้ง บางคนเพียงสัปดาห์เดียวมีรายได้กว่าหนึ่งหมื่นบาท สำหรับ 'แมงมัน' เป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นมดราชินีสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้ อาศัยอยู่ตามที่ดินที่เป็นที่น้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ๆ คล้ายปลวก  ทั้งนี้แมงมันจะไม่ย้ายรังถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน ก่อนที่ลูกแมงมันจะออกมา แม่แมงมันจะออกมาก่อนเพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น เพราะลูกแมงมันตัวโตกว่า แม่แมงมันจะใช้เวลาขยายรูประมาณ 3 ชั่วโมง ลูกแมงมันถึงจะต้องออกมาได้ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เบ้ปากมองบน!! อดีตทีมงาน VRZO พร้อมใจโพสต์ #เพลีย
ปลื้ม สุรบถ /  ทับทิม มัลลิกา / 

ดูท่าทางมหากาพย์รักร้าวของอดีตคู่รักคนดัง ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา จะไม่จบลงง่ายๆ ซะแล้ว หลังมีบุคคลปริศนาผุดแฉไปมาทั้งสองฝ่าย พร้อมหลักฐานทั้งเสียง รูป แชทไลน์ ซึ่งทั้งหมดเจ้าตัวยังไม่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ทำเอาชาวเน็ต แฟนรายการ VRZO เริ่มแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ #ทีมปลื้ม และ #ทีมทับทิม ล่าสุดอดีตทีมงานรายการ VRZO รุ่นแรกๆ อย่าง จิ๋วจิ๋ว, จอร์จ, หลุยส์, ต้นกล้า ฯลฯ ที่ไม่ขอเลือกข้างทีมใคร พร้อมใจกันโพสต์ภาพทำท่าเบ้ปาก มองบน และแคปชั่นติดแท็ก #เพลีย ซึ่งไม่รู้ว่าอดีตคนวงในใกล้ชิดอย่างพวกเขาเหล่านี้ตั้งใจสื่อถึงใครและฝ่ายไหนหรือเปล่า งานนี้ต้องติดตามกันต่อยาวๆ เลยจ้าาาาา!!! ขอบคุณภาพจาก IG @jewsippothai, gg.georgie, thachanyth, tk.tonkla, louisstryx, umyanachai ปลื้ม-ทับทิม

เกินกว่าคำว่า 'แม่'! มาดอนน่า เสิร์ฟเวิลด์ทัวร์ สุดเวิลด์คลาส!!
Madonna /  Madonna Rebel Heart Tour Bangkok / 

กว่าแฟนคลับขององค์แม่ มาดอนน่า จะได้สุขสมหวังกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยของราชินีเพลงป๊อบ ก็ปาไปเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 10 แล้ว แต่ Madonna Rebel Heart Tour Bangkok Presented by Singha Drinking Water ซึ่งจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการระดับเวิลด์คลาส พร้อมพรั่งไปด้วยแสง สี เสียง ทีมนักดนตรีและแดนเซอร์ และแน่นอนกับการแสดงอย่างเป็นมืออาชีพ 'เกินกว่าคำว่าแม่' ของ มาดอนน่า ทำเอาแฟนๆ ที่รอคอยกันมาเป็นระยะเวลานานถึงกับปลื้มปริ่มน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว บรรยากาศหน้าฮอลล์ก่อนเริ่มคอนเสิร์ตสุดจะคึกคัก ด้วยเหล่าสาวก มาดอนน่า ที่จัดเต็มแต่งตัวถอดแบบองค์แม่ เดินอวดโฉมแบบเริ่ดๆ เชิดๆ อย่างไม่มีใครยอมใคร(และมาพร้อมแฟชั่นทุกยุคทุกสมัย!) รวมทั้งเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยก็มากันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ใหม่ ดาวิกา, ตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน, ตู่ภพธร, ดัง พันกร, คริสติน่า อากีล่าร์, เมญ่า นนธวรรณ, เต้ กันตะ และสาวๆ จาก The Face Thailand seoson2 ฯลฯ คับคั่งครึกครื้นเป็นที่สุด! แม้องค์แม่จะปล่อยลูกๆ รอนานถึงสี่ทุ่ม (จากกำหนดการแสดงที่ระบุไว้สองทุ่มในหลังบัตรคอนเสิร์ต) แต่พอ มาดอนน่า พร้อมทัพแดนเซอร์ เริ่มต้นเปิดโชว์เท่านั้นแหละ ทุกความขุ่นมัวคือจางหาย! เพราะแม่เสิร์ฟความมันสุดพลังกันตั้งแต่เพลงแรก จนลืมไปเลยว่านางคือนักร้องที่วัยล่วงเลยเกือบเกษียณแล้ว ไม่ใช่แค่ร้องหรือเต้น เพราะองค์แม่โชว์เล่นดนตรี ทั้งลีดกีต้าร์ไฟฟ้าสุดเท่ หรือจะให้เล่นอูคูเลเล่ฟรุ้งฟริ้งแม่ก็ทำได้ หนักไปกว่านั้นคือ มาดอนน่า ยังวิ่งขึ้นลงบันได ห้อยโหนโจนทะยาน และโชว์โพล์แดนซ์ได้อย่างแข็งแรง... จนอดถามตัวเองไม่ได้ว่าถ้าตัวเองอายุปูนนั้นจะทำได้อย่างที่แม่ทำไหม!? สำหรับเพลงที่นำแสดงใน Madonna Rebel Heart Tour Bangkok แน่นอนว่าต้องชูโรงด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุด ทั้ง Rebel Heart, Living for Love และ Bitch I’m Madonna แต่เพลงฮิตคุ้นหู ไม่ว่าจะเป็น เพลง Like A Virgin, Material Girl หรือ Music ก็ได้ฟังในคอนเสิร์ตครั้งนี้เช่นกัน ยิ่งบวกกับโชว์จากแดนเซอร์ที่ยกกันมาทีมใหญ่ เสริมให้ทุกอย่างดูเป๊ะ ปัง ตระการตา ขอเลยว่าบัตรนั่งไม่ได้นั่ง เพราะอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาแดนซ์ไปพร้อมๆ กับนาง ก็ในเมื่อแม่จัดเต็มขนาดนั้นยังไม่เหนื่อย(หรือเหนื่อยคะแม่?) ลูกๆ จะยอมได้เยี่ยงไรเล่า ความปลื้มปริ่มของสาวกชาวไทยของ มาดอนน่า ทะลักล้นขั้นสุดไปอีก เพราะองค์แม่พูด "สวัสดีค่ะ" ทักทายอยู่หลายรอบ รวมทั้งยังพูดจาหยอกเอินตัวลูกอีกหลายคน ทั้งชุดสวย ชฎาสวย รอยสักสวย ช่วงหนึ่งในคอนเสิร์ต มาดอนน่า ก็หยอดว่า ทำไมนางถึงเพิ่งถึงมา Bangkok เอาซะป่านนี้ ในเมื่อชื่อเมืองก็ออกจะดึงดูด(นางเล่นมุข Bang Cock ด้วยค่ะ ...โอววว!) และพอถึงช่วงเพลง Unapologetic B**** องค์แม่ก็ออกสเต็ปแดนซ์ไปพร้อมๆ กับ 'โต' แฟนคลับผู้โชคดีที่ได้รับเลือกให้ร่วมเวทีด้วยกันอย่างสนุกสนาน ขนาดน้องโตแดนซ์มันจนวิกหลุด ขุ่นแม่ก็มาช่วยเก็บให้แบบเป็นกันเองมาก... มาดอนน่า คือ Legend! คือ Superster! คือ Queen! คือ Mom! คือทุกอย่างที่ทำให้ทุกคนพร้อมที่จะรักนาง อ่อ แน่นอนว่าความแซ่บของ มาดอนน่า ก็ยังทะลุดีกรีเดือดเช่นเคย ทั้งท่าเต้นที่มีนัยยะ หรือมุขตลกสัปดนทะลึงตึงตัง องค์แม่ก็หยิบมาเล่นตลอดคอนเสิร์ต (#มาดอนน่าเป็นคนตลก)... เพราะฉะนั้น อย่างที่นางบอกในคอนเสิร์ตนั่นแหละว่า 'ถ้าใครพูดฟักไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาดูคอนเสิร์ตนี้นะจ๊ะ' ต้องกราบขอบองค์แม่ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นวันที่ไม่ธรรมดา เพราะหรรษาม้ากมาก และขอบคุณโปรดักชั่นคุณภาพจาก ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง (เกี่ยวก้อยสัญญาถึงทัวร์คอนเสิร์ตครั้งหน้าของ มาดอนน่า เลยได้ไหมอะคะ!) ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ต่างชาติชื่นชม! คลิปคนไทยหยุดยืนตรง
ยืนตรง /  เคารพธงชาติ / 

นานาทัศนะ ความเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังเห็นคลิปคนไทยหยุดยืนตรง เคารพธงชาติ แชร์ในเน็ต เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อชาวต่างชาติหลายราย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่นชมคนไทยหลังปรากฏคลิปคนไทยหยุดยืนตรงเคารพธงชาติ ระหว่างเสียงเพลงชาติดังขึ้นในช่วง 08.00 น. และ 18.00 น. ในแต่ละวัน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Zanelli Kai จากญี่ปุ่น เผยว่า "โปรดถอดหมวกเพื่อแสดงความเคารพกับสิ่งนี้ … มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่ผู้คนยังคงสานต่อและมีชีวิตที่สงบสุข .. ทำต่อไป ฉันรักราชอาณาจักรไทย" ขณะที่ Alyosha เผยว่า "คุณยังคงสามารถภาคภูมิใจในชาติได้โดยไม่ต้องทำสงครามและประเทศไทยก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว" ด้าน Khalis Aiman จากมาเลเซีย เผยว่า "ขอพูดตามตรง ฉันรู้สึกช็อกจริง ๆ ที่คนไทยยืนขึ้นและร้องเพลงชาติอย่างภาคภูมิใจ… พวกเราที่นี่บางคนละเลยเพลงชาติของพวกเรา บางคนไม่เคยหยุดยืนตรงและร้องเพลงชาติของพวกเรา… ฉันหวังว่าผู้คนที่นี่จะสามารถดูพวกคุณเป็นตัวอย่างและทำตาม" ส่วน Hmoobkc เผยว่า "ฉันเชื่อว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศบนโลกที่ประชาชนเกือบทุกคนรู้จักเพลงชาติของตัวเอง" เป็นต้น อย่างไรก็ตามแม้คลิปดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่ไปแล้วตั้งแต่ปี 2553 แต่ความประทับใจดังกล่าวก็ยังคงอยู่เมื่อถูกนำมาแชร์ใหม่ในปัจจุบัน  เพราะนี่คือการแสดงออกถึงความเป็นคนไทย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

น่าทึ่ง ! ทหารอินเดีย ถูกฝังใต้หิมะ 6 วัน รอดปาฏิหาริย์
India /  Indian Army / 

ทหารอินเดียถูกฝังใต้หิมะ 6 วัน รอดชีวิตปาฏิหาริย์ mashable รายงาน ทหารอินเดียรอดชีวิตปาฏิหาริย์ หลังถูกฝังอยู่ใต้หิมะนาน 6 วัน จากเหตุหิมะถล่ม ในแคว้นชัมมูและแคชเมียร์ โดยเมื่อวันที่ 9 ก.พ. หน่วยกู้ภัยในอินเดีย พบร่างขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ นายนาอิค ฮานามันทัปปา ทหารอินเดีย สูญหายไปพร้อมเพื่อนทหารจำนวนหนึ่งจากจุดประจำการบนเทือกเขาหิมาลัย ในแคว้นชัมมูและแคชเมียร์ ทางตะวันตกของอินเดีย หลังเหตุหิมะถล่ม ซึ่งจุดที่ถูกฝัง อยู่บริเวณธารน้ำแข็งเซียเชน สูงจากระดับน้ำทะเล 6,000 เมตร ทั้งนี้กองทัพอินเดีย แถลงการณ์ หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านายนาอิคยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทหารรายนี้ ยังอยู่ในอาการสาหัส พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาทหารอีก 10 นาย ที่สูญหาย แต่คาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้วทั้ง 10 นาย อย่างไรก็ตาม ธารน้ำแข็งเซียเชนตั้งอยู่บนเทือกเขาคาราโครุม เป็นจุดกองกำลังทหารอินเดียและปากีสถานตั้งแนวเผชิญหน้ากัน ซึ่งมีอุณหภูมิที่ลดต่ำถึง -60 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพอากาศรุนแรงเหล่านี้และภัยจากหิมะถล่ม ทว่าเจ้าหน้าที่เสียชีวิตสังเวยหิมะถล่ม มากกว่าการสู้รบเสียอีก ดูบทความต้นฉบับ : Indian soldier miraculously found alive after being buried in snow for six days

คุยแบบเปิดอกกับสองผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้!
บ็อกดาน /  ผู้รักษาประตู / 

แม้สองผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล จะมีฟอร์มไม่เข้าตาแฟนบอลทีม หงส์แดง สักเท่าไหร่ในเวลานี้ แต่ทั้ง ซิมง มินโญเล่ต์ และ อดัม บ็อกดาน จะมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรั้วแอนฟิลด์ ผ่านบทสัมภาษณ์ของพวกเขา ผู้รักษาประตูคนโปรด? ซิมง มินโญเล่ต์: เนื่องจากผมเคยเป็นผู้เล่นเอาต์ฟิลด์มาก่อน จนกระทั่งอายุประมาณ 15 ปี ผมจึงรู้สึกชื่นชมนักเตะจอมบุกอย่างโรมาริโอ, ซีเนดีน ซีดาน, เบเบโต้ หรือสตอยคอฟ อดัม บ็อกดาน: สำหรับผม คือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล มินโญเล่ต์: นายใส่เรื่องนี้ลงในนิตยสารลิเวอร์พูลไม่ได้นะ! บ็อกดาน: (หัวเราะ) ผมคิดว่า แฟนๆ ลิเวอร์พูลคงจะยอมรับว่าเขาโดดเด่น ด้วยความสามารถของเขา, ท่าทางของเขา และสไตล์แหกคอกของเขานิดหน่อย มินโญเล่ต์: ผมคิดว่า คุณสามารถเรียนรู้บางอย่างได้จากผู้รักษาประตูทุกคนในระดับสูงสุด จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน เป็นคนหนึ่งที่ผมชอบดู เขาทำได้ดีในทุกๆ อย่าง พวกคุณมองเห็นตัวเองลงเล่นได้นานพอๆ กับบุฟฟ่อนหรือไม่? บ็อกดาน: ผมสามารถเห็นซิมงเล่นได้จนถึงอายุขนาดนั้น และบางที อาจจะนานกว่า มินโญเล่ต์: หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ขอให้เป็นแบบนั้นนะ แต่ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับร่างกายของคุณ, อาการบาดเจ็บ... เมื่อพูดถึงอาการบาดเจ็บ มันมาพร้อมกับการเป็นผู้รักษาประตูหรือไม่? มินโญเล่ต์: ในตำแหน่งของเรา คุณต้องยอมรับว่ามันมีการปะทะทางด้านร่างกาย ผมเคยดั้งจมูกหัก โหนกแก้มและเบ้าตาแตก และยังมีบาดแผลและรอยฟกช้ำอื่นๆ จากการพุ่งไปโดนเท้าของพวกนักเตะ ร่างกายของคุณจำเป็นต้องเสี่ยงจริงๆ ในสถานการณ์เหล่านั้น บ็อกดาน: ผมเคยถูกกระแทก และบาดเจ็บหัวเข่า จากการกลับตัวเร็วเกินไป เราอย่าคุยเรื่องอาการบาดเจ็บไปมากกว่านี้เลย มินโญเล่ต์: เมื่อผู้รักษาประตูได้รับบาดเจ็บ มันมักจะเป็นอาการที่ย่ำแย่ พวกเราไม่ค่อยบาดเจ็บกล้ามเนื้อหรอก แต่จะเจ็บที่อื่นมากกว่า ทุกวันนี้ หน้าที่ผู้รักษาประตูเป็นเรื่องยากมากขึ้นหรือไม่? มินโญเล่ต์: ผมคงไม่พูดว่ามันยากมากขึ้น แต่บางที อาจจะมีการเรียกร้องที่มากขึ้นนิดหน่อย บ็อกดาน: ผู้คนต้องการปีกที่สามารถบุกไปข้างหน้าและทำเกมรุกได้ แต่ก็ต้องลงมารับได้ด้วย มินโญเล่ต์: ในอีก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า พวกเขาจะต้องการหุ่นยนต์เพื่อดำเนินชีวิตไปตามคำเรียกร้อง! เมื่อมีฟุตบอลโลกหรือยูโรเกิดขึ้น เราจะได้ยินการพูดคุยถึงลูกบอลแบบใหม่กันมากมาย มันเปลี่ยนไปมากหรือไม่? มินโญเล่ต์: ทุกคนกำลังมองหาภาพที่น่าตื่นเต้น พวกเขาต้องการเห็นการทำประตูมากมาย ด้วยการแข่งขันที่แตกต่างกัน คุณจำเป็นต้องใช้บอลที่ต่างกันไปในแต่ละครั้ง นั่นจึงหมายความว่า คุณอาจต้องซ้อมกับบอลที่ต่างกันถึง 3 ใบในหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้น คุณต้องทำให้คุ้นเคยกับมันอย่างรวดเร็วมากๆ บ็อกดาน: เราแค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับมัน แน่นอนว่า ทั้งหมดนั้นมันก็คือลูกฟุตบอล แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะพวกมันมีน้ำหนักที่ต่างกัน, การลอยที่ต่างกัน บางลูกก็ส่ายมาก ในขณะที่บางลูกก็ส่ายน้อย คุณต้องพยายามที่จะไม่คิดถึงมันมากเกินไป พวกคุณมีวิธีเลือกถุงมืออย่างไรบ้าง? มินโญเล่ต์: มีถุงมือที่แตกต่างกันออกไปด้วยลักษณะของฝ่ามือ, ลักษณะของนิ้วมือ, ความแตกต่างด้านในและด้านนอกถุงมือ บ็อกดาน: ผมมักจะชอบฝ่ามือแบบแบนๆ และถุงมือของผมได้รับการออกแบบตามที่ผมต้องการ มินโญเล่ต์: มันเป็นเรื่องของความชอบแต่ละบุคคล และสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี ผมไม่ชอบใส่ถุงมือยี่ห้อใหม่ในเกม ผมต้องใส่มันมาแล้ว 4-5 ครั้งในการฝึกซ้อม ก่อนที่จะแน่ใจว่ามันใช่ แล้วรองเท้าล่ะ? มินโญเล่ต์: โค้ชผู้รักษาประตูคนแรกของผม บอกกับผมว่า อย่าใส่รองเท้าที่มีสีสันฉูดฉาดเป็นอันขาด จอห์น อัชเทอร์เบิร์ก (โค้ชผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูล) ก็เช่นกัน เขาชอบใส่รองเท้ารุ่นฟุตบอลโลกสีดำของเขา บ็อกดาน: จอห์นเป็นพวกหัวเก่า ผมได้สวมรองเท้าสีชมพู ราวๆ 2 ปีที่แล้ว และมันใส่สบายมาก คุณไม่สามารถมองไปที่สีของรองเท้าหรือถุงมือมากจนเกินไปนัก เด็กๆ ชอบที่จะใส่สีไม่เหมือนกัน ดังนั้น มันจะดีกว่า ถ้าคุณไม่ไปกังวลถึงมัน มินโญเล่ต์: รองเท้าฟุตบอลของผมถูกทำขึ้นมาเป็นพิเศษ มันต้องเป็นแบบนั้น เพราะนิ้วชี้ของผมยาวกว่านิ้วโป้ง ดังนั้น มันจึงต้องทำให้เข้ากัน จากมุมมองทางด้านการตลาด พวกเขาชอบที่จะเปลี่ยนสีอยู่บ่อยๆ ผมพยายามจะทำความเข้าใจเรื่องนั้น คุณพูดถึงสีต่างๆ ของรองเท้า แล้วสีเสื้อของผู้รักษาประตูล่ะ? บ็อกดาน: ผมมักจะได้รับคำพูดทิ่มแทงมากมาย ถ้าหากมันเป็นสีสดใสมากๆ เพราะด้วยผมของผม มันสามารถทำให้ผมดูเหมือนกับชามผลไม้ได้เลย ผมชอบสีดำที่เรามีอยู่ตอนนี้ ตราบใดที่มันไม่ใช่สีชมพู ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ที่โบลตัน เราใช้ชุดแข่งสีส้ม ดังนั้น มันจึงไม่เข้ากับผมสีแดงของผมอย่างเห็นได้ชัด บางคนถามผมว่า ทำไมผมเลือกสีนี้ แต่มันไม่ใช่การควบคุมของผม ฤดูกาลต่อมายิ่งแย่ไปกว่าเดิมอีก เมื่อมันเป็นสีชมพู มินโญเล่ต์: ผมพูดมาตลอดว่า ตราบใดที่เสื้อ, รองเท้า และถุงเท้า เป็นสีเดียวกัน ผมก็ยินดี แต่มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถไปกะเกณฑ์อะไรได้ คำแนะนำที่ดีที่สุด สำหรับการเป็นผู้รักษาประตู? มินโญเล่ต์: แค่ทำให้บอลอยู่ห่างจากประตูเข้าไว้! ขอบคุณบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร LIVERPOOL FC ฉบับที่ 33