เพลงอาย,

Dream High 2 ,ทะยานสู่ฝัน บัลลังก์แห่งดาว 2 [พากย์ไทย] ตอนที่16
Dream High 2 /  ทะยานสู่ฝัน บัลลังก์แห่งดาว 2

เกาหลีใต้ออกกฏหมายควบคุมตารางการทำงานของไอดอลที่ยังคงศึกษาอยู่ชั้นต่ำกว่าไฮสคูลว่า จะต้องเลิกกิจกรรมทุกอย่างก่อนเวลา 22.00 น. และยังควบคุมจำนวนชั่วโมงเรียนของไอดอลทุกๆ คน วง Eden ที่มี JB และซีวูเป็นไอดอลแนวเต้นและร้องด้วยกันนั้นเกิดทราบก่อนว่าเพลงของพวกเขาลอกเลียนคล้ายกับคนอื่น ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจขึ้นแสดงด้วยเวลาเกิน 22.00 น. และเป็นเหตุให้พวกเขาต้องหยุดการโปรโมท และ CEO ลีต้องหนักใจกับการที่ถูกสถานีบอกถอนงานทุกอย่างที่เป็นเด็กในค่ายของเขา ภายหลัง CEO ลีตัดสินใจเข้าไปบริหารโรงเรียน Kirin Art School ที่เคยโด่งดังใน Dream High ซีซั่น 1 แต่เนื่องจากที่เปลี่ยนผู้บริหาร เด็กนักเรียนที่นั่นจึงเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เน้นในเรื่องพรสวรรค์ออกมามาก แต่เด็กนักเรียนที่นั่นก็มีความสุขดี โดย CEO ลีตัดสินใจพาเด็กในค่ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียน Kirin Art School เพื่อที่จะทำให้เด็กในค่ายของเขาได้ฝึกมากยิ่งขึ้น ที่ Kirin Art School มีชินเฮซองนักเรียนที่รักจะเป็นไอดอล แต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ เธอได้พยายามฝันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มากมาย อย่างไรก็ตามเธอเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนเก่งในโรงเรียนในด้านอื่นๆ ยกเว้นในเรื่องของภาคปฎิบัติ นอกจากนั้นที่ Kirin Art School ยังมีจินยูจินที่มีพรสวรรค์ติดตัวมา เขาอยากเป็นศิลปิน แต่ไม่ได้อยากเป็นไอดอล โดยเขามีพรสวรรค์ทั้งการร้อง , การเล่นกีตาร์และการแต่งเพลง ซึ่้งเขาได้ใช้พรสวรรค์ของเขาสนับสนุนในเรื่องของการเงินระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่นั่น ชินเฮซองเป็นแฟนคลับของ JB ที่เป็นไอดอลวง Eden ที่เข้ามาเรียนอยู่ที Kirin Art School หลังจากที่มาศึกษาที่เดียวกัน เธอก็ต้องพบกับรีอันที่เป็นไอดอลจากวงเฮอร์ชีย์ในค่ายเดียวกับวง Eden ซึ่งรีอันเป็นคนตรงและชอบแสดงออกว่าไม่สนใจในความรู้สึกของคนอื่น นอกจากนั้นแล้วชินเฮซองยังพบว่ารีอันและ JB ที่เธอชื่นชอบนั้นสนิทสนมกันเป็นพิเศษ หลังจากที่ผ่านการเรียนรู้ระบบใหม่ของ CEO ลีทำให้ชินเฮซองพบกับตัวเองมากยิ่งขึ้น และก็ทราบว่าเธอไม่ได้มีพรสวรรค์เหมือนกับคนอืนๆ จึงต้องทำให้เธอต้องค้นหาความฝันใหม่ของเธอ ชินเฮซอง , เพื่อนนักเรียนของเธอ และไอดอลที่กลายมาเป็นนักเรียนที่ต้องมาร่วมชะตากรรมเดียวกันคือฝันให้ไกล ไปให้สูง แล้วทำฝันนั้นให้เป็นจริง พวกเขาจะสามารถทำได้หรือไม่ ต้องคอยติดตามจากละคร

โครตตื๊ด! เพลง จัดกับป๋า โดนใจจริงๆ
จัดกับป๋า

เพลง : จัดกับป๋า ศิลปิน : ป๋าสูทเหลือง เนื้อเพลง พูด: มีปัญหาใช่ไหม ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องห่วง เอามาให้ป๋า เดี๋ยวป๋าจัดให้ *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า...จัดกะป๋า -A- นะ นะ นะ น้องอยากได้รถตั้งนาน แต่ก็ยังหาเงินไม่ได้ ต้องทำงาน จนเหนื่อยเพลียใจ ก็ยังไม่มีใครมาช่วยจัด ถ้าน้องไม่มีใครคบหา ไม่มีเงินสดให้มาบอกป๋า ถ้าแฟนไม่ช่วยดูแล ไม่มีใครแย ป๋าแคร์นะจ๋าาาา *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า -B- ถะ ถะ ถะ ถ้าน้องไม่มีที่พึ่ง มีปัญหานิดหนึ่ง ให้เรียกป๋า ป๋านั้นยอมทุ่มสุดตัว ป๋าไม่เคยกลัว จะเหนื่อยเลยหนา เพราะป๋าหัวใจ Sport ป๋าพร้อม Support และไปหา เหนือหรือใต้อีสานออกตก ป๋าไปได้หมดแหละคร้าบ แค่คนดีเรียกป๋า *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า -RAP- จัดกะป๋า Come On Baby ธุระ ที่มี ก็ยกมาให้ป๋า ป๊ะป๋าจะไฝว้ให้ เพราะไม่มีใครทำได้อย่างป๋า ประคับประคองด้วยใจ ไม่คิดลวงหลอกเหมือนใครๆ มีแต่จะจัด จะจัด จะจัด จะจัดให้ *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด...จะจัด จะจัดให้ ให้...ถ้าน้องนั้นมีปัญหา ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า...จะจัด จะจัดให้ ให้...ช่วยน้องได้ทุกเวลา *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด...จะจัด จะจัดให้ ให้...สามคำจำง่าย ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า...จัดกะป๋า จัดกะป๋า จัดกะป๋า... *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ...จัดกะป๋าป่ะ? จัดกะป๋าป่ะ? ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ...จัดกะป๋าป่ะ? จัดกะป๋าป่ะ? *ถ้ามีปัญหามาให้ป๋าจัด ...จัดกะป๋าป่ะ? จัดกะป๋าป่ะ?... ป๋าจะขจัด แค่มาจัดกะป๋า ...จัดกะป๋า จัดกะป๋า จัดกะป๋า จัดกะป๋า ----------------------------------------­­---------------------------------------­--- ทุกปัญหาเรื่องรถมือสอง มาจัดกับป๋าได้ ไม่ว่าจะซื้อหรือขายรถ ก็ง่าย... สะดวกสบาย กรุงศรี มาร์เก็ต ตลาดรถมือสองออนไลน์ ที่บริการครบจบในเว็บเดียว คลิก http://www.krungsrimarket.com

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

แบบทดสอบ คุณจะมีแฟนอายุเท่าไร
ดูดวง /  ทดสอบ / 

วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำเอาแบบทดสอบซึ่งจะทำให้คุณรู้ว่า แฟน ของคุณจะมีอายุเท่าไหร่ เป็นคนอย่างไรจะเข้ากันได้หรือไม่ มาทดสอบกันดีกว่า แบบทดสอบ คุณจะมีแฟนอายุเท่าไร 1. เธออยากเปรี้ยวด้วย วิธีไหน ก. คอนแท็กเลนส์สี ต่างๆ ไปข้อ 3 ข. แว่นกันแดด ขนาดใหญ่ ไปข้อ 5 2. เครื่องประดับที่เธอ มีอยู่ ประมาณกี่ชิ้น ก. มากกว่า 5 ชิ้น ไปข้อ6 ข. 2-3 ชิ้น ไปข้อ11 3. เธอคิดอย่างไรกับ ผู้หญิงที่เพ้นท์เล็บ ก. เท่ ดี ไปข้อ9 ข. ไม่เห็นสวยเลย ไป ข้อ7 4. ของที่เธออยากได้จาก เค้า มากที่สุด ก. ต่างหู ไป ข้อ 2 ข. แหวน ไป ข้อ8 5. เธอจะเน้นแต่งสวยตรง ไหนมากกว่ากัน ก. ดวงตา-การใช้ อายชาโดว์ ไปข้อ 7 ข. ริมฝีปาก- สีของลิปสติก ไปข้อ4 6. เธออยากลองทำอะไร เป็นอย่างแรก ก. เจาะหู ไป ข้อ10 ข. สวมสร้อยข้อเท้า ไป ข้อ11 7 .เข็มกลัดติดเสื้อของ เธอ.. ก. ใช้บ่อยๆ ไป ข้อ2 ข. แทบไม่เคยใช้เลย ไป ข้อ9 8. ถ้าเธอสวมสร้อยข้อ มือหรือกำไล เธอจะสวมใส่ลักษณะใด ก. ใส่ทีละหลายๆเส้น ไป ข้อ 12 ข. เลือกแบบเรียบ และใส่ แค่เส้นเดียว ไปข้อ13 9. ถ้าเธอทาทั้งเล็บมือ และเท้า เธอจะเลือกสีอย่างไร ก. เลือกสีเดียวกัน ไปข้อ2 ข. อยากทาคนละสี ไปข้อ6 10. เธอชอบต่างหูแบบ ไหน ก. แบบติดหู ไป ข้อ 11 ข. แบบตุ้งติ้ง ไป แบบ A 11. ถ้าให้เธอเลือกสวม แหวนเพียงวงเดียวนิ้วกลางมือขวา เธอจะเลือกสวม.. ก. แหวนหัวลายดอกไม้ แบบแฟชั่น ไปแบบ A ข. แหวนทองแบบเรียบๆ ไปแบบ C 12. ถ้าให้เธอใช้ผ้าพัน คอแต่งเป็นจุดเด่นของเธอ เธอจะ.. ก. เลือกผืนใหญ่ๆ และคลุมไหล่ ไว้ ไปแบบ B ข. เลือกผืนเล็ก แล้วผูกไว้ที่ปกเสื้อ ไปแบบ D 13. เธอชอบแบบไหน ระหว่าง.. ก. สร้อยคอเส้นโตๆ แบบเปรี้ยว ไปข้อ 12 ข. สร้อยคอ ห้อยจี้เส้นเล็กๆ น่ารัก ไปแบบ D เฉลยคำตอบ แบบ A แฟน อายุมากกว่า เธอมากคนขี้ อ้อน ต้องการการดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาอย่าง เธอ เหมาะที่จะเลือกผู้ชายที่มีวุฒิภาวะและอายุมากกว่าเธอ มากๆ อย่างน้อย 5 ปี ซึ่งจะ ทำให้เธออุ่นใจได้ โดยที่หนุ่ม วัยเดียวกับเธอ คงยากที่ให้ได้ ช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันมากอย่างนี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ถ้าหากเธอนิยาม ว่า ความรักคือ ศรัทธา และเค้าก็เป็นผู้ใหญ่ที่ ตามใจเด็กงอแงอย่างเธอ เธอจะติด ใจจนไม่อยากมีแฟนเด็กอิกเลยล่ะ แบบ B แฟน อายุมากกว่า เธอ 3-5 ปี อย่างเธอนี่ ถ้าเป็น ผู้ชายอายุเท่ากันๆ เธอจะรู้สึก ว่า เค้าเด็ก จัง แต่ถ้าอายุห่างกันมากไปก็จะเกิดช่องว่างระหว่างวัย อีก ซึ่งถ้าเค้าโตกว่าเธอซัก 3- 4 ปี คงกำลังดี เธอกับเค้าจึงสามารถเป็นได้ทั้งแฟนและพี่ น้องที่เข้าใจกันได้ ไม่ใช้น้าหลานที่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะ อายุห่างกันเกินไป แบบ C แฟน อายุไล่เลี่ยกัน เธอชอบที่จะคบกับเพศตรงข้าม แบบเพื่อนมากกว่า จะได้คุยกัน ได้ในทุกๆเรื่อง ความคิด อ่าน คล้ายคลึง กัน คบกันแบบไม่ต้องมีพิธี รีตรองมาก เธอจึงควรเลือกหนุ่ม ที่ อายุรุ่นราวคราวเดียว กันเพราะเธอต้องการแฟนที่ให้ ความเป็นเพื่อนสูง ต้องการการ พูดคุยและสิทธิที่เสมอภาคกัน แฟนที่อายุเท่าๆกัน จึงเป็นคำตอบสุดท้ายของเธอ แบบ D แฟน เด็กกว่า เธอเป็นผู้หญิงที่มี สัญชาตญาณ ความเป็นแม่สูง ชอบดูแลเป็นธุระให้ใครๆ แม้แต่แฟน เธอจะมีความสุขมากเมื่อได้คอยเอาใจใส่และ ทำอะไรๆให้กับแฟนซึ่งจะให้เหมาะ ก็ควรเลือกแฟนที่เป็นเหมือนน้องชายไปด้วย ซึ่งก็ต้องอายุน้อยกว่าเธอ นั่นเอง ก็ต้องยอมรับว่าเธอ ผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆ ที่สามารถทำให้รุ่นน้องหลงใหลได้ปลื้ม จนใครๆต้องอิจฉาเธอเปรียบได้ กับคู่รักฮอลลีวูดอย่าง เดมี่ มัวร์ กับ แอชตัน คุชเช่อร์ รักต่างวัย 10 ปี ที่ดูดดื่มจนสาวๆอิจฉา ตาลุก เป็นไฟ เพราะสาวแก่ งาบไก่อ่อนสุดหล่อไปทานสบาย ปาก (ขอบคุณข้อมูลจาก POSTJUNG.COM)

ลาลา - Scrubb
Clean /  Scrubb / 

เพลง : ลาลา Words : ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ, ประภพ ชมถาวร Melody : ต่อพงศ์ จันทบุบผา Arrange : ต่อพงศ์ จันทบุบผา, ศิวัช หอมขำ, ประทีป สิริอิสสระนันท์ ----------------------------------------------------- ก็เพราะจริง ๆ เธอและฉันแตกต่าง เราต่างคนมุมมองต่างกันไป ต่าง ๆ นานา แม้ทุกนาทีเธอและฉันสบตา ช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ กันตรงนี้ เราต่างคนรู้ ระยะทางเดินนั้นทำให้เรานั้นห่าง ตลอดมา มีแต่คำถาม ใครรู้พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่ง ถ้าเราห่างจากกันก่อน อาจจะได้รู้ และก็ได้เข้าใจ ต่างคนบอก ต่างคำตอบ เวลาบอก ให้เราได้รู้เมื่อมันเดินผ่านไป ก็เพราะจริง ๆ เธอและฉันแตกต่าง เราต่างคนมุมมองต่างกันไป ต่าง ๆ นานา แม้ทุกนาทีเธอและฉันสบตา ช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ กันตรงนี้ ไกลสักเพียงไหน ก็รู้วันหนึ่งเมื่อทุก ๆ คำว่าต่าง ได้ผ่านไป เราหมดคำถาม สุดท้ายพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่ง ถ้าเราห่างจากกันก่อน อาจจะได้รู้ และก็ได้เข้าใจ ต่างคนบอก ต่างคำตอบ เวลาบอก ให้เราได้รู้เมื่อมันเดินผ่านไป ก็เพราะจริง ๆ เธอและฉันแตกต่าง เราต่างคนมุมมองต่างกันไป ต่าง ๆ นานา แม้ทุกนาทีเธอและฉันสบตา ช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ กันตรงนี้ ทุก ๆ คำว่าห่าง อาจมีเส้นทางที่มันต่าง ทุก ๆ ระยะทาง ที่เราจะเจอคำตอบ ทุก ๆ คำว่าห่าง อาจมีข้างในที่มันต่าง ทุก ๆ ระยะทาง เผื่อเราจะมีคำตอบ ก็เพราะจริง ๆ เธอและฉันแตกต่าง เราต่างคนมุมมองต่างกันไป ต่าง ๆ นานา แม้ทุกนาทีเธอและฉันสบตา ช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ กันตรงนี้ ก็เพราะจริง ๆ เธอและฉันแตกต่าง เราต่างคนมุมมองต่างกันไป ต่าง ๆ นานา แม้ทุกนาทีเธอและฉันสบตา ช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ กันตรงนี้ ---------------------------------------------------------

รวมเกมส์เขย่าขวัญ-สุดหลอน ต้องร้อง
Alien: Isolation /  Amnesia: A Machine for Pigs / 

รวบรวมวิดีโอเกมส์แนวสยองขวัญ-เขย่าขวัญ ให้หลอนกันไปข้างในปี 2014 วิวัฒนาการเกมส์สยองขวัญมีการเพิ่มระดับความน่ากลัวและความหลอนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นเรื่องการใส่บรรยากาศที่เคว้งคว้าง,วันเวลาช่วงอาทิตย์ตกดินจนถึงมืดค่ำ และการใส่พลังงานและศัตรูที่เป็นผีในเกมส์ที่โผล่มาแบบปรากฏไม่ทันตั้งตัวโดยไม่ต้องพึ่งเสียงตกใจขณะีปรากฏเข้ามา และในปี 2014 มีเกมส์ที่ในลักษณะดังกล่าวเพื่อมอบประสบการณ์สุดหลอนจนต้องร้องกรี๊ดแบบไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน P.T. หรือ Silent Hills (Xbox, PlayStation) เกมส์เดโม P.T. หรือ Silent Hills จาก Kojima Production ทีมสร้างเกมส์ Metal Gear Solid ภายในเกมส์เดโมให้ผู้เล่นสำรวจเบาะแสต่างๆเพื่อผ่านด่าน ตัวเกมส์ถ่ายทอดความหลอนและความระแวงกับสิ่งแปลกประหลาดที่ปรากฏมาตรงหน้าแบบตกใจไม่ทันตั้งตัว The Evil Within (PC, Xbox, PlayStation) The Evil Within ได้บรรจุความสยองขวัญทุกโสตประสาทในระดับที่ขีดสุด โดยกล่าวถึงนักสืบผู้หนึ่งพร้อมด้วยคู่หูเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุที่ เป็นอาคารร้าง ระหว่างนั้นก็ถูกพลังงานบางอย่างครอบงำจนทำให้เสียสติสัมปชัญญะ และตื่นขึ้นมากับโลกพิศวงที่เต็มไปด้วย”ความกลัว”และปีศาจร้ายที่วนเวียนใน ความมืด คู่ขนานกับโลกแห่งความจริง เขาจะต้องเดินทางเอาตัวรอดเพื่อหนีออกจากห้วงนรกบนดินให้ได้ Alien: Isolation (PC, Xbox, PlayStation) เกมส์ Alien: Isolation ถือว่าสร้างบรรยากาศอันชวนขนหัวลุก เขย่าขวัญและต้องระวังตัวทุกฝีก้าว แถมเพลงประกอบเกมส์ที่ชวนสร้างบรรยากาศขึ้นไปอีก นั่นทำให้ผู้เล่นรู้สึกหวั่นกลัวต่อการเล่นตั้งแต่เริ่มแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่ผู้เล่นๆเกมส์ ผู้เล่นจะรู้สึกสะพรึงกลัวกับเอเลี่ยนที่โผล่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว แถมกดดันกับอาวุธที่แทบไม่มีให้ใช้และต้องแอบอย่างเดียวเพื่อผ่านด่าน นั่นก็ทำให้รู้สึก”จนมุม” Metro 2033 - Redux (PC, Xbox, PlayStation) เกมส์แอคชั่นซูตติ้งมุมมองบุคคลที่ 1 ที่ต้องผจญภัยกับเหล่าอสูรกายและเหล่าศัตรูที่ติดเชื้อกัมตรังสีจากเหตุนิวเคลียร์ล้างโลกอันสุดน่ากลัว ที่มาทั้งหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบปกติ,เดินเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวและเข้ามาระยะประชิด Outlast (PC, Xbox, PlayStation) Outlast เป็นเกมส์มุมมองบุคคลที่ 1 โดยให้ผู้เล่นเดินทางค้นหานักขาวที่มีนามว่า Miles Upshur ที่อยู่ในสถานจิตเวชร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในนั้นเต็มไปด้วยการทดลองลับมากมาย พร้อมกับมีเหล่าซอมบี้,วิญญาณและพลังงานลึกลับอันสูงส่งคอยหลอกหลอนและเอาชีวิตและโหยหวนกับความเจ็บปวดจากสถานแห่งนี้ Slender: The Arrival (PC) เกมส์ผจญภัยหลอนที่ไม่มีตัวช่วยใดๆและไม่มีใครช่วยเหลือใดๆ ผู้เล่นจะต้องวิ่งหนีจากเหล่าซอมบี้ รวมถึง Slender Man บุรุษปริศนาในเงาดำที่ตามฆ่าผู้เล่นแบบเงียบๆ เกมส์ๆนี้ผู้เล่นต้องหาทางวิ่งหนีออกจากเมืองร้าง และมีเพียงไฟฉายเป็นไฟนำทางและให้แสงสว่างจากความมืดเท่านั้น ! Amnesia: A Machine for Pigs (PC, Xbox, PlayStation) เกมส์ผจญภัยมุมมองบุคคลที่ 1 ทั้งหลอนทั้งมืด และมีบางอย่างเข้ามาปรากฏให้เห็นเป็นเงาอย่างรวดเร็ว และเหล่าอสูรกายที่ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่ามาจากที่ไหน แต่เกมส์นี้ยังดีที่สามารถต่อสู้โจมตีเพื่อขจัดความกลัวและมุ่งเดินทางไปพื้นที่ต่างๆและออกจากสถานแห่งนี้ให้ได้ Doorways: Chapter 1 & 2 (PC) เกมส์ผจญภัยมีเนื้อเรื่องเกมส์ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยคำถาม ในแต่ละด่านจะท้าทายโสตประสาทด้วยภาพและเสียงที่เตรียมพร้อมเขย่าขวัญและเตรียมหลอนจนสะพรึง Paranormal (PC) เกมส์แอคชั่นผจญภัยเหนือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เพิ่มระดับความหลอนเต็มพิกัด ผู้เล่นจะได้ผจญภัยในเมืองร้างและมีบ้านร้างของตัวเอง โดยตัวละครนึกสนุกด้วยการถ่ายทำภาพยนตร์ในบ้านของตัวเอง แต่ทว่ากลับต้องมาหลอนเองเพราะเจอพลังงานลึกลับบางอย่างในพื้นที่แห่งนี้ Lone Survivor (PC, Xbox, PlayStation) เกมส์ผจญภัยจิตหลอน 8 บิต ที่ต้องหนีจากพาหะครั้งใหญ่ นอกจากจะต้องหนีเอาตัวรอดจากปีศาจด้วยบรรยากาศอันมืดหม่นแล้ว ยังต้องเอาชีวิตรอดจากการประทังชีวิตด้วยอาหาร, การหลับนอก และการหายาเพื่อรักษาชีวิตรอด ระหว่างนั้น ยังต้องช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในการผจญภัยด้วย Dread Out (PC) เกมส์ผจญภัยสุดตกใจต้องกรีดร้อง เมื่อเหล่านักเรียนเดินทางพักร้อนและอาศัยในเมืองเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งพื้นที่นั้นมีผีสาวผมยาวคอยหลอกหลอนผ่านโทรศัพท์มือถือชัตเตอร์กล้องที่ขนลุกซู่ ระหว่างนั้นยังต้องไขปริศนาเพื่อผ่านด่านท่ามกลางความมืดและต้องระวังสิ่งไม่พึงประสงค์คอยเอาชีวิต

ระลึกชาติแบบเรียน EP.2 - 'พ่อหลีพี่หนูหล่อ' แบบเรียนไทยยุคชาติผู้ดี
ผู้ดี /  พ่อหลีพี่หนูหล่อ / 

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการระลึกชาติในแบบเรียน โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแบบเรียนไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย แบ่งเป็น 6 ยุค ตามบริบทของสังคมและการเมืองไทย ทีมข่าว MThai News ได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการนี้และมองว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอหยิบนิทรรศการมาเขียนเป็นเรื่องราว 6 ตอนย่อยๆตามยุคได้ให้ลองอ่านกัน  หลังจากพาไปรู้จักจุดเริ่มต้นของแบบเรียนไทย จากตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียน : ตอนที่1เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย (ใครยังไม่อ่านคลิกกลับไปอ่านได้นะ) มาถึงตอนนี้จะเล่าถึงแบบเรียนไทยยุคที่2 ในช่วงปี พ.ศ.2464-2474) ซึ่งยุคนี้ตรงกับสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งการศึกษาไทยในยุคนี้มีแบบแผนมากขึ้น เนื่องจากในช่วงต้นของการขึ้นครองราชย์รัชกาลที่6 เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ รวมทั้งซุนยัดเซ็น ผู้นำปฏิวัติของจีนได้เดินทางมาเยี่ยมแผ่นดินไทยถึง 4 ครั้ง ทำให้ชนชั้นนำของไทยเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกอาจจะมีผลกระทบต่อไทยจึงมีการเร่งสร้างการศึกษา ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดของชาติโดยจากพระบรมราโชวาทปลุกใจเสือป่าของรัชกาลที่6 ได้มีข้อระบุว่า ในข้อกำหนดหน้าที่ประจำตัวของทุกคน ระบุว่า "มุ่งสอนให้ผู้เรียนรู้ถึงหน้าที่ของต้นที่มีต่อประเทศชาติ จะต้องต่อสู้ศัตรูเพื่อป้องกันประเทศ ต้องเสียภาษีอากรเพื่อบำรุงประเทศ ถ้าเป็นเด็กต้องมีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้มีความรู้เพื่อประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพตนสืบไป ถ้าเมื่อถึงเวลาที่มีอันตรายมาสู่ประเทศบ้านเมืองของเราแล้ว แม้ใครไม่ทำใจยอมสละชีวิตของตนเพื่อป้องกันชาติบ้านเมือง ก็จงเลิกเป็นคนไทยเสียเถิด อย่าเอาชื่อไทยไปเรียกตนให้เพื่อนบ้านพลอยอายด้วยเลย ควรหลบหน้าไปให้พ้นถิ่นฐานบ้านตน ไปอยู่โดยลำพังตนอันเปนที่รักยิ่งกว่าชาติ ศาสนา นั้นเสียดีกว่า" ในยุคสมัยของรัชกาลที่6 มีการสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในรัชกาลที่5 ยกขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาให้เด็กอายุ7ปี จนถึง 14 ต้องเข้าเรียนหนังสือ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างชัดเจนของคนไทย ทรงริเริ่มการสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โปรดเกล้าฯสถาปนาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยด้วย จะเห็นได้ว่าการศึกษาอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและการศึกษาสมัยใหม่เริ่มเข้ามาในยุคนี้แล้ว นอกจากการมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวสยามอ่านออกเขียนได้ตามการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สอดแทรกในแบบเรียนไทยตลอดเวลาคือความคิดเรื่องรัฐชาติ หน้าที่พลเมือง ซึ่งในแบบหัดอ่านหนังสือไทย แต่งโดยพระวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวศ) ที่ใช้ในช่วงปีพ.ศ.2464-2480 และช่วงปี พ.ศ.2499-2520 ได้มีเนื้อหาปรากฎเกี่ยวกับพลเมืองของชาติให้เป็นคนดี โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ดี คือ เป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณสมบัติผู้ดี มีมารยาท มีการศึกษา ศิวิไลซ์ อาศัยในเมืองและมีฐานะที่ดี เนื้อหาในตำราเรียนเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะจากชาวป่ามาเป็นผู้ดีคนเมือง เช่นบทเรียน "พ่อหลี พี่หนูหล่อ"และ"นายเถื่อนเป็นนายเมือง" ซึ่งเรื่องหลังคัดมาจากหนังสือพลเมืองดีของพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ในปี 2454 ซึ่งเนื้อหาสอดคล้องกับแบบเรียนยุคชาติผู้ดีอย่างพอเหมาะพอเจาะเลยมีการนำมาให้เรียนกันใหม่ในยุคหลังด้วย ตัวอย่างบทเรียนพ่อหลี พี่หนูหล่อ ความเดิมตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียนEP.1-เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย

ชานยอล - เทา EXO ร่วมแจมในโซโล่อัลบั้มของ โจวมี่ SJ-M
CHANYEOL /  EXO / 

ชานยอล และ เทา สมาชิกของบอยแบนด์วง EXO เตรียมร่วมแจมในมินิอัลบั้ม Rewind ผลงานอัลบั้มเดี่ยวของ โจวมี่ แห่ง Super Junior-M แฟนคลับหนุ่มๆ EXO ได้กรี๊ดกันอีกแล้ว เมื่อล่าสุดเป็นที่ยืนยันแล้วว่า ในมินิอัลบั้ม Rewind ของนักร้องหนุ่ม โจวมี่ Super Junior-M ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ จะมี ชานยอล และ เทา จาก EXO เข้ามามีส่วนร่วมด้วย วันนี้ (29 ต.ค.) SM Entertainment เปิดเผยว่า "สำหรับไตเติ้ลแทร็คซึ่งมีชื่อเดียวกับอัลบั้มว่า Rewind จะเป็นเพลงสไตล์โซล-ย้อนยุค ซึ่งมีกลิ่นอายของดนตรีป๊อบรื่นหู นอกจากนั้นยังโดดเด่นด้วยท่อนคอรัสอาร์แอนด์บีที่สละสลวยด้วยครับ ด้านเนื้อหาจะสื่อถึงความรู้สึกที่ต้องการย้อนอดีตกลับไปยังช่วงเวลาก่อนจะเลิกรากัน" เพื่อให้สอดคล้องกับการโปรโมทผลงานเพลงอัลบั้มนี้ทั้งในประเทศเกาหลีและประเทศจีน โจวมี่ จึงจะบันทึกเสียงเพลง Rewind เป็นสองเวอร์ชั่น โดยในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีจะได้ ชานยอล EXO มาร้องในท่อนแร๊พ ด้านเวอร์ชั่นภาษาจีนก็จะได้ เทา EXO มาร่วมแจมเช่นกัน เทา ชานยอล EXO อนึ่ง มินิอัลบั้ม Rewind ของ โจวมี่ จะเปิดตัวผ่านเวบไซต์เพลงออนไลน์ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ก่อนวางจำหน่ายอัลบั้มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นต้นไป. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

คิดถึง D2B... ย้อนอดีตแฟชั่น-บทสัมภาษณ์เมื่อ 11 ปีที่แล้ว
D2B /  กวี ตันจรารักษ์ / 

กำลังจะสิ้นสุดการรอคอยแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต คิดถึง D2B LIVE CONCERT 2014 คอนเสิร์ตใหญ่ส่งท้ายปีกับตำนานบอยแบนด์อันดับหนึ่งของเมืองไทยตลอดกาล ซึ่งเชื่อว่างานนี้จะเป็นการรวมพล คนรักดีทูบี อย่างยิ่งใหญ่แน่นฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน! แม้จะแจ้งเกิดในวงการเพลงไทยนานถึง 13 ปีแล้ว แต่ก็เชื่อว่าไม่มีวันไหนที่แฟนคลับ D2B หลงลืมสามหนุ่ม แดน-วรเวช ดานุวงศ์, บีม-กวี ตันจรารักษ์ และโดยเฉพาะสมาชิกผู้ล่วงลับ บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ ถึงแม้ แดน และ บีม จะมีผลงานในวงการบันเทิงออกมาให้คลายความคิดถึง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความทรงจำที่สมบูรณ์ของแฟนคลับก็คือการมีสมาชิกพร้อมหน้า บิ๊ก-แดน-บีม วันนี้ music.mthai.com ขอย้อนอีกหนึ่งภาพความทรงจำ เมื่อครั้งที่สามหนุ่ม D2B ได้ถ่ายแฟชั่นและให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร i-mono ฉบับเดือนกรกฎาคม ปี 2546... ให้แฟนๆ ได้ คิดถึง D2B ร่วมกัน I-Mono: ต่างคน ก็ต่างความคิด ต่างอารมณ์... ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ D2B เกิดมองคนละมุมกันล่ะ? บิ๊ก: "เวลาที่เรามีปัญหาอะไร เราจะคุยกันครับ ถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกกันตรงๆ ไปเลย แต่ตัวผมเองปกติจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีอะไรหรอกครับ... เฉยๆ แต่นี่จะมี(บุ้ยใบ้ไปทางบีมที่ยิ้มแป้นรับสถานการณ์) คนนี้ถ้าเขาเริ่มรู้สึกอะไรก็จะบอกไว้ก่อน อย่างบางเวลาพี่บีมเขาก็อาจมีบางอารมณ์ที่ต้องการเวลาส่วนตัว เขาก็จะบอกเลยว่าอย่าเพิ่งเล่นนะ โอเค เราก็จะไม่เล่น จนตอนหลังไม่ต้องบอกเลย แค่มองหน้าเราก็รู้กันแล้วครับ" แดน: "แดนว่าการที่เรามาทำงานร่วมกัน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกัน ก่อนอื่นเราต้องรู้และยอมรับซึ่งกันและกันว่า คนเราไม่ได้มีใครที่ดีไปเสียหมดทุกอย่าง ทุกคนย่อมมีข้อเสีย แดนเองก็ไม่ได้มีข้อดีอะไรมากมายกว่าคนอื่น ถ้าเวลามีปัญหาก็ต้องคุยกัน ซึ่งบางครั้งก็จบลงด้วยความเฮฮา แต่บางครั้ง...อาจจบลงด้วย ต่างคนต่างนั่งเงียบๆ สักพัก แล้วเดี๋ยวก็ดีกันเอง"   I-Mono: ถ้าหากเกิดมีความคิดไม่ลงร่อง D2B จะเคืองกันนานที่สุดกี่วัน? แดน: "อืม...(นั่งคิดประมาณ 3 วิ) คง 2-3 วันครับ" บิ๊ก: "ช่าย...ประมาณนั้น จะมีการพูดว่า ‘ขอโทษ’ อะไรอย่างนี้บ้าง แต่บางทีก็นานเหมือนกันครับ กว่าจะมีใครเป็นฝ่ายพูดออกมา" แดน: "เมื่อก่อนจะเป็นแดนครับที่ค่อนข้างคิดนานหน่อย กว่าจะตัดสินใจเดินมาหา มาขอโทษ คือดูท่าทีกันก่อน(หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้พอรู้ตัวว่าผิดปุ๊บจะขอโทษปั๊บเลย" บิ๊ก: "ตรงนี้มันจะเป็นอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันครับ อย่างคนนี้จะโมโหง่าย(หัวเราะร่วน พลางพยักเพยิดหน้าไปทางบีมเป็นรอบที่สอง)" บีม: "ยอมรับว่าบีมเป็นคนคนโมโหง่ายครับ แต่แค่แป๊บเดียวก็หาย" แดน: "แล้วภาพนั้นมันจะย้อนกลับมาว่า เอ๊ะ! นี่เราเผลอไปทำอะไรไม่ดีๆ เอาไว้บ้างเนี่ย" บีม: "บีมคิดว่าพวกเราอยู่ด้วยกันได้ ก็เพราะมีอะไรบางอย่างในตัวที่คล้ายๆ กันครับ แต่จะมีข้างนอกบ้าง ที่ส่วนเปลือกของอารมณ์แตกต่างกันออกไป" I-Mono: บางอย่างที่คล้ายกันน่ะ รวมถึงสเป็คสาวด้วยรึป่าว? บิ๊ก: "ผมกับพี่บีมจะมีสเป็คสาวเหมือนๆ กันครับ เรียกว่าประมาณ 100% จะคล้ายกันอยู่ 80-90% ครับ อย่างเช่น ชอบผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ ตรงนี้อาจเป็นเพราะเรามองเทียบจากแม่เราด้วย แม่เราสองคนจะคล้ายๆ กันในเรื่องนี้ ก็เลยกลายเป็นว่าเราชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกันไปโดยอัตโนมัติ" แดน: "บางทีเราจะมีการหยิบหนังสือแฟชั่นมาดู แล้วถามกันเล่นๆ ว่าชอบคนไหน ซึ่งสองคนนี้เขาก็มักจะชี้ตรงไปที่รูปเดียวกัน ส่วนแดนมักจะชี้รูปอื่น มีบ้างนานๆ ครั้ง ที่แดนจะไปตรงกับคนอื่นสักที(หัวเราะ)" บิ๊ก: "แต่ก็ไม่เคยตรงกันเลยทีเดียวสามคนนะครับ บางครั้งอาจเป็นผมกับพี่บีม บางทีก็พี่บีมกับแดน หรือผมกับแดน" I-Mono: ถ้าพูดถึงสาวในสเป็คเมื่อตอนอายุ 15 เทียบกับตอนนี้ แตกต่างกันแค่ไหน? บีม: "เดี๋ยว...บีมขอนับย้อนก่อน...กี่ปีแล้วเนี่ย(หัวเราะ) ยังอยู่ม.3 อยู่เลย ก็ชอบคนน่ารัก ดูเรียบร้อย แต่ตอนนั้นบีมคิดว่าบีมไม่ค่อยสนใจผู้หญิงนะ(อ้าว...) ไม่ใช่! ไม่มีอะไรให้คิดลึกครับ แต่เพราะช่วงนั้นคิดถึงแต่เรื่องเรียนไง(เฮ้อ...โล่งอก) แล้วก็คิดว่าตัวเราคงไม่มีใครมาชอบหรอก เพราะผมมันเด็กบ้านๆ (หัวเราะ)" บิ๊ก: "เมื่อก่อนผมจะเน้นที่หน้าตาอย่างเดียวเลย คือเด็กๆ จะชอบอะไรแค่นี้ ไม่มองลึก มองแค่สวย น่ารัก เท่านั้นก็พอแล้ว ยิ่งตอนนั้นผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำที่เป็นชายล้วนด้วย เวลามาเจอทีก็โอ้โห...อื้อหือ...ตื่นตาตื่นใจ (ฮากันครืน) ยิ่งเป็นแบบญี่ปุ่น น่ารัก อาโนเนะ ยิ่งชอบ แต่พอมาถึงตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ คือเดี๋ยวนี้สวยๆ ก็มีเยอะ ที่สำคัญต้องดูที่นิสัยมากกว่า ถ้าตอนแรกคุยกันแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ก็คงไม่คุยต่อแล้ว" แดน: "ผมก็เหมือนกันครับ ตอนนั้นคิดว่าเราอยู่กับเขาได้ถ้าเขาหน้าตาดี แต่ปัจจุบันจะกลับกัน หน้าตา...ก็คำนึง แต่ที่สำคัญคือนิสัยต้องดี ไม่งั้นก็คงไม่ก้าวเข้าไปลึกผมว่าทุกคนพอโตขึ้นก็ต้องคิดแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น"   I-Mono: แล้วคิดว่าจริงมั้ยที่เขามักชอบพูดกันว่า ความรักครั้งแรกมักจะไม่มีใครลืมได้ลง? บีม: "คงจริงมั้ง เพราะถ้าหากเป็นคนที่รักและผูกพันกันจริงๆ ก็คงจะลืมกันไม่ลง แต่บีมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจถึงความแตกต่างของคำว่า ‘รัก’ กับ ‘ชอบ’ เท่าไหร่เลย แต่ถ้าพูดถึงมีแฟนคนแรกก็คงเป็นตอนเรียนปี 1 เป็นแฟนกันเพราะว่าคุยโทรศัพท์กันบ่อย (บิ๊กแอบลัดคิวแซวว่า "อ๊ะ...เหมือนในหนังเรื่อง Sex Phone เลย")แต่พอคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าเราคงไม่ได้รักเขามั้ง คงเป็นแบบเพื่อนมากกว่า" บิ๊ก: "ของบิ๊กจำรักครั้งแรกไม่ได้ครับ แต่ชอบครั้งแรกน่ะพอจะจำได้ลางๆ" แดน: "รักครั้งแรกนี่แดนลืมไปแล้ว เพราะมันตั้งแต่สมัยอนุบาลโน่น (โดนโห่ฮารอบวง) อ้อ...ไม่ใช่ คือแดนคิดว่าถึงจะเป็นคนรักคนแรก แต่ถ้าต่อไปเรามีคนที่เรารักมากกว่า เราก็จะจำรักครั้งแรกไม่ได้แล้ว ซึ่งก็ดูเหมือนแดนจะไม่เคยจำได้เลยซักครั้ง (หัวเราะร่วน)" I-Mono: นาทีนี้ล่ะ วางแพลนเรื่องความรักกันไว้ถึงไหนแล้ว? บิ๊ก: "ตอนนี้ผมก็เริ่มมองๆ อยู่คิดว่าอายุประมาณ 30 จะกำลังพร้อม ทั้งภาวะ หน้าที่การงาน แต่ถ้าเกิน 35 ขึ้นไปนี่ผมว่าแย่แล้ว อาจจะช้าไปแล้ว ผมว่า 27-31 น่าจะกำลังดีสำหรับการคิดมีครอบครัว" แดน: "แดนมองว่าสิ่งที่สำคัญคือเขาเข้าใจว่าเรากำลังทำงานอะไรอยู่ แล้วก็ต้องรู้ว่าอันดับหนึ่งของเราคือใคร หมายความว่า คนที่เราจะให้ความรักมากที่สุดก็คือพ่อแม่ เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดประมาณว่า แดนไปให้ความรักพ่อแม่มากเกินไป ทำไมไม่ดูแลเขาเลย อันนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้แดนก็ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้หรอกครับ" บีม: "ตอนนี้บีมก็ 23 แล้ว เริ่มมองเรื่องความรักไว้เหมือนกัน ไม่อยากแต่งงานหลังอายุ 30 น่ะ รู้สึกว่ามันช้าไป เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้ แต่จริงๆ แล้วอยากไปเรียนต่อก่อน ถึงตอนนั้นก็อาจจะได้เจอ อาจไม่ใช่เมืองไทย อาจจะเป็นเมืองนอก(อมยิ้ม) อันนั้นมันเรื่องอนาคตครับ เดี๋ยวถึงเวลาก็มาเองแหละ" I-Mono: ถ้าให้เปรียบเทียบแต่ละคนเป็นสีสัน คิดว่าคนไหนน่าจะเหมาะกับสีอะไร? บิ๊ก: "อย่างพี่บีมน่าจะเป็นสีน้ำเงิน เพราะบางครั้งอาจจะดูสดใส แต่บางคราวมันก็ดูเข้มในที ส่วนแดนก็น่าจะเป็นสี...(พูดพลางเพ่งมองแดนอย่างตาไม่กระพริบ)" แดน: "เฮ้! ทำไมมองขนาดน้าน... เดี๋ยวยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเป็นสีดำหรอก (หัวเราะ)" บิ๊ก: "ผมว่าแดนเขาเป็นสีเขียว ดูนิ่งๆ สงบ" แดน: "ส่วนแดนมองว่าพี่บีมเป็นสีชมพูครับ เพราะมีความรู้สึกว่าทุกคนมักมองเขาเป็นแบบดูน่ารัก ดูยังเด็กๆ สดใส ส่วนพี่บิ๊กนี่ต้องสีเหลืองครับ แดนอยากให้เขามาบวชมากเลย (หัวเราะกันครืน) นี่พูดจริงๆ นะ" บีม: "บีมว่าบิ๊กเหมาะกับสีเหลือง แต่ไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับแดนนะ คือสีเหลืองจะเป็นสีที่ดูก้ำกึ่ง มันจะดูเย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ ส่วนแดนเป็นสีเทา เพราะถ้าคนมองจากข้างนอก มันจะดูดำๆ ขมุกขมัว เหมือนเขามีมาดหรือมีอะไรบางอย่างกั้นไว้ แต่จริงๆ แล้วข้างในมีด้านที่สดใส และด้านดีๆ เยอะ" I-Mono: รู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่า ความทะเยอทะยานคือแรงขับดันไปสู่ความสำเร็จ แล้วคิดว่าตัวเองมีมันอยู่มากน้อยแค่ไหน? บีม: "ตัวบีมเองคงไม่ค่อยมีแรงขับอันนี้สักเท่าไหร่ อย่างถ้าเทียบกับ 100% คิดว่าตัวเองคงมีเต็มที่ก็แค่ 10% เท่านั้น แต่สองคนนี้สิ เขามีกันเยอะครับ" แดน: "แดนคิดว่าตัวเองมีอยู่เต็มที่เลย เพราะอยากจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ยาวนาน" บิ๊ก: "ผมคงไม่เต็มร้อย แต่ก็ถือว่าเกินครึ่ง เพราะผมไม่ค่อยมีโอกาสๆ อย่างเหมือนคนอื่นเขา ซึ่งมันก็เป็นจุดที่ทำให้เราต้องพยายาม อย่างพี่บีมเขามีโอกาสมากกว่าในหลายๆ อย่าง ลองสังเกตดูสิครับ คนที่มีโอกาสอยู่แล้ว มักจะไม่ค่อยมีเรื่องแรงขับดันตรงนี้ เราก็ต้องพยายามมากกว่าเขา ผมว่าไอ้ความทะเยอทะยานเนี่ย ถ้ามีมากเกินไปก็ไม่ดี มันเหมือนกับเผาตัวเอง แต่ถ้าไม่มีเลย มันก็ไม่ได้" แดน: "แดนคิดว่าตรงนี้มันแล้วแต่คน คือบางคนฐานะทางบ้านมีแล้ว เลยเป็นความรักที่อยากจะทำเฉยๆ ในขณะที่บางคนจะต้องทำเพื่อให้ตัวเองยืนอยู่ได้ มันก็เลยมีความรู้สึกส่วนนี้แตกต่างกัน"   I-Mono: คิดอย่างไรที่มีกระแสว่า ศิลปินสมัยนี้ดังเพราะอาศัยหน้าตาเป็นสำคัญ? บิ๊ก: "อันนี้เป็นความคิดของแต่ละคนนะครับ ผมว่าจริงๆ เดี๋ยวนี้ถ้ามีนักร้อง 10 คน และหน้าตาดีทั้ง 10 คน ถ้าถามว่าทั้ง 10 คนนี้จะดังได้ตลอดหรือเปล่า มันก็คงไม่ใช่" แดน: "แต่แดนว่ามันก็มีส่วนนะ อย่างสมมติมีเพื่อนคนหนึ่งจะออกเทป แล้วแดนไปบอกคน 10 คนว่าเพื่อนแดนกำลังจะออกเทป แดนให้เลยว่ายังไงทั้ง 10 คน ก็ต้องถามว่า ‘หล่อหรือเปล่า?’ จะไม่ค่อยมีใครหรอกที่ถามว่า เสียงดีหรือเปล่า" บีม: "ตรงนี้มันแล้วแต่ครับ อย่างบีมเวลาฟังเพลงก็จะชอบเพราะว่าเพลงนั้นเพราะ ไม่ค่อยคิดถึงหน้าตาคนร้องเท่าไหร่นะ อาจเป็นเพราะบีมเป็นผู้ชายก็เลยไม่รู้จะดูไปทำไม(หัวเราะ) อ้อ... ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง หน้าตาของคนร้องก็ช่วยเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาฟังเพลงของผู้หญิง ถ้าหน้าตาเขาน่ารักด้วย อาจจะพลอยทำให้รู้สึกว่าเพลงยิ่งดูน่ารักขึ้น" I-Mono: แล้วเมื่อไหร่ถึงจะคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเป็นศิลปินเดี่ยวได้แล้ว? แดน: "แดนคิดว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเวลานั้นเองครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่กัน 3 คนอย่างนี้ สบายดีครับ ไม่น่าเบื่อ" บีม: "ใช่...อยู่คนเดียวมันน่าเบื่อ บีมคงไม่ทำหรอก" แดน: "แล้วก็เสี่ยงด้วย เกาะกันไปอย่างนี้แหละ ดีแล้วครับ แต่ถ้าอยู่ด้วยกันเยอะเกินไป มันก็หารเยอะนะ(หัวเราะกันครืน)" บิ๊ก: "ควรเอาแบบแค่พอดีๆ อย่างพวกเราสามคน กำลังขลุกขลิก" I-Mono: ในมุมมองของแต่ละคน คิดว่าอะไรคือสาเหตุให้คนตามกรี๊ด D2B กันมากมายขนาดนี้? บิ๊ก: "ผมรู้สึกว่ามันเหมือนความฝันที่กลายเป็นจริง ดีใจ ปลื้มใจ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือความภาคภูมิใจ มันเป็นสิ่งที่มาจากความสามารถของแต่ละคนด้วย และเขาก็คงรู้ว่าเราทั้งสามคนไม่มีใครอยากเด่นมากกว่าใคร" แดน: "เรื่องนี้แดนไม่เคยตอบได้เลย เพราะไม่รู้จริงๆ ครับ ตอนที่เราออกเทปมา เราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเป็นอย่างนี้ หรือต้องทำตัวอะไรเป็นพิเศษ เพื่อให้คนเขาชอบเรา (บีม พยักหน้าอย่างเห็นด้วย) สิ่งที่เราทำมีแค่การใส่ใจลงไปกับการทำงาน" I-Mono: จริงๆ แล้วรู้สึกว่ามันคุ้มไหมกับชื่อเสียงที่เข้ามามากมาย แต่ทำให้ความเป็นส่วนตัวขาดหายไป? แดน: "สำหรับแดนคิดว่าคุ้มนะ สิ่งที่สูญเสียไปก็แค่เวลาและความเป็นส่วนตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา มันมีมากมายครับ" บีม: "มันก็มีรู้สึกบ้างว่า การมีชื่อเสียงและมีคนรู้จักมากๆ บางครั้งก็ทำให้เราไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่อยากทำได้ อย่างบางสถานที่ที่เคยชอบไปก็ต้องหลีกเลี่ยง เช่น จตุจักร เพราะทางแคบด้วย อาจจะถึงตายได้ (หัวเราะกันกลิ้ง) เนี่ยตั้งแต่เข้าวงการมายังไม่เคยได้ไปอีกเลยครับ" บิ๊ก: "สำหรับผม คิดว่าบางวันก็รู้สึกไม่คุ้มครับ ขึ้นอยู่กับความเหนื่อยที่เจอมาในวันนั้นๆ ด้วย" I-Mono: ถ้าวันนั้นไม่ได้เป็น D2B คิดว่าวันนี้ของตัวเองจะเป็นอย่างไร? บีม: "บีมก็คงทำงานอย่างที่เรียนมา แล้วตอนนี้ก็คงอยู่ในโรงงาน เป็นนายช่าง" แดน: "ส่วนแดนก็คงเรียน แล้วรอโอกาสในการทำงาน จริงๆ แล้วตอนที่อยู่ต่างจังหวัด แดนก็มีวงดนตรีกับเพื่อน เลยคิดว่าจะเข้ามาเรียนแล้วก็เล่นดนตรีตอนกลางคืนไปด้วยเพื่อหาเงินใช้เอง ใจแดนคิดว่าไม่อยากใช้เงินทางบ้านแล้ว กลัวพ่อแม่จะเหนื่อย" บิ๊ก: "ผมเองก็คงเรียนเป็นหลักครับ" I-Mono: ในวันหนึ่งข้างหน้าซึ่งคงอีกนานโข สมมติชื่อเสียงของ D2B เริ่มซาแล้ว คิดว่าตัวเองน่าจะทำอะไรต่อไป? แดน: "แดนคงจะไม่ปล่อยให้ซาลง หมายความว่าถ้ามันเริ่มซาลงแล้ว ก็จะไม่ดันตัวเองให้ซาลงไปกว่านี้ คงหยุด แล้วไปทำเบื้องหลัง เพื่อให้คนอื่นโด่งดังมากกว่าเราให้ได้" บิ๊ก: "เรื่องจะดังหรือไม่ดัง ผมไม่ค่อยสนใจมากเท่าไหร่ เพราะผมรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ มันคือสิ่งที่ผมเป็น ใครชอบก็ดี ใครไม่ชอบ ผมก็ไม่ว่าอะไร และถ้าเกิดวันหนึ่งเราไม่ดังแล้ว ผมอาจจะไปกำกับหนังอย่างที่เรียนมา ควบคู่กับการร้องเพลงเป็นงานอดิเรกก็ได้ครับ" บีม: "สำหรับบีม คิดว่าคงจะไปทำงานตามที่เรียนมา หรือไม่ก็อาจยังอยู่ในวงการบันเทิง แต่มันก็เป็นเรื่องอนาคต ยังไม่มีอะไรที่สามารถบอกได้แน่นอนครับ" ------------------ [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] นับถอยหลัง D2B LIVE Concert 2014 เตรียมจัดเต็มบิ๊กเซอร์ไพร์สสุดพิเศษ เอาใจแฟนคลับ ดูคลิป บันทึกการแสดงสด D2B Summer Live In Concert ดูคลิป บันทึกการแสดงสด D2B The Miracle Concert D2B All Time Hits รวมเพลงฮิต สำหรับคนรัก ดีทูบี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แอน มิตรชัย เริ่ด! เปิดตัวมิวสิควิดีโออินเตอร์ Live My Life My Way
Live My Life My Way /  มิวสิควิดีโอ / 

แฟนๆ แอน มิตรชัย มีเฮ! VEVO อเมริกาปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Live My Life My Way ให้ได้ชมกันเต็มอิ่มแล้ว ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้ว สำหรับแฟนๆ ของ แอน มิตรชัย ที่กำลังรอคอยชมมิวสิควีดีโอเพลง Live My Life My Way ที่ทาง VEVO International จากอเมริกา ปล่อยมาให้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม ภาพสวยคมชัด พร้อมคุณภาพเสียงสุดสมบูรณ์ แอน มิตรชัย ศิลปินไทยภายใต้การดูแลของค่ายเพลงระดับอินเตอร์ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค เผยว่า "หลังจากที่ Teaser เพลง Live My Life My Way ถูกปล่อยมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แฟนๆ ก็ถามถึงว่าเมื่อไหร่มิวสิควีดีโอตัวเต็มจะปล่อยมาซักที แอนเองก็อยากจะปล่อยให้เร็วกว่านี้ แต่เนื่องจากมิวสิควีดีโอถูกปล่อยจาก VEVO International โดยเริ่มที่อเมริกาก่อน และกระจายไปยังประเทศต่างๆ แต่ตอนนี้คนไทยก็สามารถชมได้แล้วที่ AnnmitchaiVEVO แอนหวังว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทุกคนนะคะ... สำหรับอัลบั้ม Live My Life My Way เป็นแนวเพลง Pop มีทั้งหมด 7 เพลง เป็นภาษาอังกฤษ 5 เพลง และภาษาฮินดี้ 2 เพลง ทุกคนสามารถฟังเพลงแบบเต็มอัลบั้มโดยดาวน์โหลดได้ที่ I tunes ค่ะ ยังมีอีกหลายเพลงในอัลบั้มที่แอนอยากให้แฟนๆ ได้ลองฟังดู เพราะแต่ละคนอาจมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ลองฟังดูก่อนนะคะ และที่ผ่านมาแอนต้องขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคน สื่อมวลชน และผู้ที่ให้การสนับสนุนแอนทุกท่าน แอนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงสนับสนุนแอนต่อไปนะคะ" ติดตามทุกๆ ความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ได้ที่ Instagram: annmitchai AMC Official / Facebook: Annmitchai และ Youtube AMCworld Channel [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] แอน มิตรชัย โกอินเตอร์! แถลงข่าวเปิดอัลบั้มที่อินเดีย สัมภาษณ์ แอน มิตรชัย จากลิเกสาวพราวเสน่ห์ สู่นักร้องระดับอินเตอร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

World Boys บอยแบนด์เขมร ที่กำลังมาแรงตอนนี้
AEC /  Nak na prab tha bong kbot / 

ขานรับกระแส AEC กับวง World Boys บอยแบนด์เขมร ที่ว่ากันว่า ฮอตที่สุดตอนนี้ ใน กัมพูชา   วง World Boys จากกัมพูชา วง World Boys จากกัมพูชา ฮอตสุดๆ เมื่อบรรดาชาวเน็ตแห่แชร์ คลิป บอยแบนด์ กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เองที่ว่ากันว่า มาแรงที่สุดตอนนี้ ที่กัมพูชา กันสนั่นโลกโซเชียล เลยทีเดียว ผมกำลังพูดถึง วง World Boys ที่มาพร้อมกับเพลง Nak na prab tha bong kbot จากอัลบั้ม WORLD SONG Production VCD vol-01 ที่เปรียบเหมือนเป็นอัลบั้ม Compilation แนะนำศิลปิน ของค่ายนี้ งั้นเราลองไปฟังเพลงของวง World Boys กันสักนิดสักหน่อยดีกว่า เพลง Nak na prab tha bong kbot ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงของ World Boys ที่เราอยากให้ได้ลองฟัง ลองชมกัน ซึ่งเพลงของวง World Boys จะถูกบรรจุอยู่ใน Compilation WORLD SONG Production VCD ทั้งหมด 2 ชุด ตกชุดละประมาณ 3 เพลง เราเลือกบางเพลง ที่คิดว่า ท่าเต้นเด็ด ไม่แพ้เพลง Nak na prab tha bong kbot ที่ถูกแชร์อย่างกระหน่ำตอนนี้มาให้ได้ลองฟัง ลองชมกัน เพลง Kom Lors Borisuth เพลง Kom Ang Kloun Sa art นี่เป็นบางส่วนของเพลงจากวง World Boys ที่ มิวสิคเอ็มไทย แชร์มาให้เพื่อนๆได้ชมกัน แม้สเต็ปอาจจะไม่แม่นเป๊ะ ออกไปทางเต้นแอโรบิคบิ๊กซี โลตัส ไปหน่อย แต่เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ พัฒนา ศักยภาพความเป็น บอยแบนด์ ต่อไป สู้สู้นะ ^__^ เรื่องโดย Ryu Ryan / ภาพประกอบจาก Facebook WORLD SONG Production

แววตา - เป๊ก ผลิตโชค feat. ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า
FRONTAGE FREEFORM /  ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า / 

แววตา เพลงช้าสุดฮิต จาก เจ เจตริน ร้องใหม่ ทำใหม่ ในแบบ เป๊ก ผลิตโชค feat. ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า จากโปรเจค FRONTAGE FREEFORM แววตา ซิงเกิ้ลเพลงช้าอีกเพลงที่อยู่ใน FREEFORM โดยที่ศิลปินที่จะมาช่วยถ่ายทอดนั้นคือ เป๊ก ผลิตโชค การมาเป็นศิลปินหลักในซิงเกิ้ลนี้ เราจะได้ยินวิธีการดีไซน์เสียงร้องแบบที่ไม่คุ้นหูจาก เป๊ก มาก่อนและดนตรี ยังมีความเท่โดยการ Featuring จากศิลปินสุดฮิปสเตอร์อย่าง ตุล อพารต์เมนต์คุณป้า มาช่วยในเรื่องของการเรียบเรียงดนตรีและคิดท่อน RAP ในแบบฉบับของเขาไว้ด้วย และเอ็มวีนี้ยังได้สุดยอดฝีมือแห่งวงการแฟชั่น อย่าง อาร์ต อารยา อินทรา มาคุมไดเร็คชั่นและกำกับให้อีกด้วย เนื้อเพลง แววตา คำร้อง : ประดับ ปนทอง ท่อนแร็พ ตุล ไวฑูรเกียรติ ทำนอง : ชาตรี คงสุวรรณ เรียบเรียง ตุล และ Yaak Lab ————————————————————— ใจของเธอ เป็นของใคร ใจของเธอ และฉันก็เป็นทางผ่าน แววตาของเธอเปลี่ยน ดูแล้วมันช่างเย็นชา ใจเธอก็คงเปลี่ยน วันที่ใครอีกคนเข้ามา เปลี่ยนไปไม่เหมือนคนเก่า ที่ฉันเคยเป็นเงาในแววตา ได้เห็นก็ได้แต่เรียนรู้ว่า ฉันเหลือเวลาไม่มากเท่าไร เธอมองที่ฉันไม่เหมือนเวลาที่มองเขา เธอมองที่เขาเหมือนรู้ใจกันมานาน ตาเธอมันฟ้องว่าเขาเป็นคนที่เธอฝัน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ ใจของเธอ เป็นของใคร ใจของเธอ และฉันก็เป็นทางผ่าน เธอคงไม่ต้องบอก ความต้องการจากใจเธอ เพียงมองก็เข้าใจ ยอมฉันยอมหลีกทางให้เธอ เมื่อเธอไม่เหมือนคนเก่า ที่ฉันเคยเป็นเงาในแววตา ได้เห็นก็ได้แต่เรียนรู้ว่า ฉันเหลือเวลาไม่มากเท่าไร เธอมองที่ฉันไม่เหมือนเวลาที่มองเขา เธอมองที่เขาเหมือนรู้ใจกันมานาน ตาเธอมันฟ้องว่าเขาเป็นคนที่เธอฝัน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ (RAP) เหมือนเป็นถนนที่เธอเคยเดินผ่าน เหมือนเช็คอินด้วยเที่ยวบินของเมื่อวาน เหมือนล็อตเตอร์รี่ที่ออกไปแล้วงวดก่อน เหมือนมีเครื่องผลิตโชค แต่เรามีโรคทับซ้อน มันจึงเป็นเพียงสิ่งที่เราต้องทำใจ ชีวิตยังเดินหน้าจะทำไรก็ทำไป เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เสียเวลา ในเมื่อความเป็นจริงมันใสปิ๊งในแววตา เธอมองที่ฉันไม่เหมือนเวลาที่มองเขา เธอมองดูเขาเหมือนรู้ใจกันมานาน ตาเธอมันฟ้องว่าเขาเป็นคนที่เธอฝัน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ ใจของเธอ เป็นของใคร ใจของเธอ และฉันก็เป็นทางผ่าน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ ————————————————————— ฟังต้นฉบับ เพลง แววตา จากอัลบั้ม ชูลา ชูล่า จากพี่เจ เจตริน วรรธนะสิน

เห็นด้วยกะเฮียนะ! คีน จับผิด สโคลส์ แขวนสตั้ด แล้วออกสื่อบ๋อยบ่อย
คีน /  ปีศาจแดง / 

รอย คีน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า เกิดอาการคันปากออกมาเน็บแนมอดีตเพื่อนร่วมทีม อย่าง พอล สโคลส์ ว่าในสมัยที่เป็นนักเตะ เขาไม่ค่อยกล้าจะออกสื่อ แต่พอเลิกเล่น กลับกล้าที่จะมารับงานวิเคราะห์ฟุตบอลซะงั้น พอล สโคลส์ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุก ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 39 ปี ที่ปัจจุบันหันไปเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอล ซึ่งภาพลักษ์ในอดีตของเขานั้น ผู้คนต่างมองว่า เขาเป็นนักเตะที่พูดน้อย เขินอาย ไม่ค่อยกล้าที่จะออกสื่อสักเท่าไหร่ แต่พอเขาได้แขวนสตั้ตเลิกเล่นไปแล้วนั้น กลับมาทำงานทางด้านสื่อ ในการวิเคราะห์เกมฟุตบอล ทำให้ รอย คีน อดีตกัปตันทีม ปีศาจแดง ออกมาแฉว่าเป็นเพราะเรื่องเงิน โดย คีน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "ผู้คนไม่ค่อยตระหนักกันนักว่าสโคลซี่สามารถออกรายการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับยูไนเต็ดได้ แต่เขาไม่สนใจมันหรอก ผู้คนอาจจะคิดกันว่าเขาเป็นคนที่เขินอายต่อกล้องแต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เองต่างหาก ไม่มีใครที่ชอบการให้สัมภาษณ์ต่างๆ แต่มันเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง และคุณก็ต้องแชร์สิ่งนี้กันสำหรับนักเตะภายในห้องแต่งตัวของทีม เขาอาจจะอ่อนน้อมเกินไปที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขามารับงานออกสื่อต่างๆ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเขานั่งอยู่กับผม ผมก็จะบอกเขาเรื่องนี้นะ"

ชูวับ ชูบีดู - เบล สุพล feat. หนึ่ง ETC
FRONTAGE FREEFORM /  ขันเงิน / 

ดูมิวสิควีดีโอ ชูวับ ชูบีดู - เบล สุพล feat. หนึ่ง ETC จากโปรเจค FRONTAGE FREEFORM ชูวับ ชูบีดู งานเก่าจาก ขันเงิน เนื้อนวล (ขัน ไทเทเนียม) ถูกนำมาทำใหม่ในแบบ เบล สุพล และ หนึ่ง ETC นับว่าเป็นการเปิดอิสระทางด้านดนตรีที่พิเศษ และยิ่งไปกว่านั้นเพลงคุ้นหูอย่าง ชูวับ ชูบีดู ได้ถูกนำกลับมาทำใหม่ในแนวเพลงที่เป็นเรโทร ฟังก์ ที่มีบีทและมีท่อนแร็พที่ หนึ่ง ETC ได้โชว์ทั้งเนื้อแร็พและยังเข้ามาช่วยเรื่­องการทำดนตรีโดยที่มี เบล สุพล คอยช่วยกันพัฒนาให้ ชูวับ ชูบีดู ในแบบฉบับของ FREEFORM นั้นมีความเท่ ฟังสบายและคงคุณภาพของเนื้อเสียงร้องของทั้งคู่ไว้อีกด้วย เบล สุพล - ชูวับ ชูบีดู ( Feat. หนึ่ง ETC.) คำร้อง/ทำนอง ขันเงิน เนื้อนวล เรียบเรียง บี ETC --------------------------------------------------------------- ไม่เคยบอกคำว่ารัก กับใครเลย ไม่เคยที่จะเผยถึงความในใจ พอเจอะเธอเข้าปุ๊บ หัวใจฉันวุ่นวาย รู้สึกว่าจะคล้ายกับคนที่ฉันรอ ก็ได้เพียงแค่คิด อยากพูดความในใจ แต่กลัวว่าจะหงาย ถ้าเธอไม่รับฟัง ต้องอยู่ไปแบบนี้ ยังพอทนไปได้นาน ไม่เป็นไรสำหรับฉัน เพียงได้แค่สบตาก็ดีแล้ว แค่เพียงแอบมองก็พอไหว แค่อยากคิดถึงเมื่อยามไกล ถ้าหากว่าเธอไม่ว่ากัน แค่อยากเก็บเธอเก็บไปฝัน แค่อยากมีเธอในใจฉัน เท่านั้นเองแหละ แต่จะทำยังไงกับที่ใจมันร้อง ชูวับ เมื่อได้เจอเธอ ชูวับ มันแอบรักเธอ ชูวับ ทำให้ใจฉัน ชูบีดู จะทำยังไง ชูวับ มันบีบหัวใจ ชูวับ เพราะเธอนั่นไง ชูวับ ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ... (หนึ่ง ETC.) ให้ตบมือข้างเดียวเสียงดังคงไม่ติด ไอ้รักเขาข้างเดียวมันก็อาจจะผิด หงุดหงิด กับความรู้สึกตัวเอง แต่ควรทำไงก็เพราะหัวใจไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ คิดก็คิดไม่ตก เถียงและก็ถก นั่งสัปหงก โลกนี้มันตลก ถ้าพูดออกไปแล้วกลัวว่าเธอนั้นจะตื่นตระหนก คิดแล้วประสาท เรื่องมันประหลาด คำบางคำพูดแล้วมันกระดาก บอกรักมันยาก แต่ก็อยากที่ประป่าวประกาศ ได้แค่สบตาก็ดีแล้ว แค่เพียงแอบมองก็พอไหว แค่อยากคิดถึงเมื่อยามไกล ถ้าหากว่าเธอไม่ว่ากัน แค่อยากเก็บเธอเก็บไปฝัน แค่อยากมีเธอในใจฉัน เท่านั้นเองแหละ แต่จะทำยังไงกับที่ใจมันร้อง ชูวับ เมื่อได้เจอเธอ ชูวับ มันแอบรักเธอ ชูวับ ทำให้ใจฉัน ชูบีดู จะทำยังไง ชูวับ มันบีบหัวใจ ชูวับ เพราะเธอนั่นไง ชูวับ ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ... ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ... สบตาก็ดีแล้วแอบมองก็พอไหว... เก็บเธอเก็บเอาไปฝัน มีเธอในใจฉัน นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา ชูวีดู วีดู วีดู วีดู โอ้... --------------------------------------------------------------- ฟังต้นฉบับ เพลง ชูวับ ชูบีดู จากอัลบั้ม อารมณ์ขัน...หวาน โดย ขันเงิน

A.CIAN อวดลุคนักมวยสุดเท่! ในมิวสิควิดีโอเพลง Ouch
A.CIAN /  HYEOK JIN / 

A.CIAN (เอ.เชี่ยน) ห้าหนุ่มบอยแบนด์ K-POP เบอร์แรกจากสังกัด Mono Music Korea ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Ouch อวดภาพลักษณ์ไอดอลกรุ๊ปสุดเท่บนสังเวียนมวย ห้าหนุ่มวง A.CIAN ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก อย่าง Jin.O, Sang Hyeon, Jung Sang, Hyeok Jin และ LO-J ไอดอล K-POP กลุ่มแรกจากฝีมือการปลุกปั้นของสังกัด Mono Music Korea โดยการบริหารของ Mono Group บริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย เปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลง Ouch เพลง Ouch ของห้าหนุ่ม A.CIAN โดดเด่นด้วยเนื้อเพลงที่ติดหูและท่วงทำนองอันดุดัน โดยในมิวสิควิดีโอเพลงนี้สมาชิกทั้งห้าของวงมาในมาดชายหนุ่มสุดเท่ รวมทั้งยังผสมผสานท่วงท่าการชกมวยออกมาเป็นท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจ. A.CIAN โชว์คัมแบ็คสเตจเพลง Ouch ประวัติสมาชิกวง A.CIAN ชื่อ : Sang Hyeon เกิด : 30 มิถุนายน อายุ : 22 สูง : 178cm กรุ๊ปเลือด : B ตำแหน่ง : ร้อง, แร๊พเปอร์ ชื่อ : Jin.O เกิด : 7 มิถุนายน อายุ : 21 สูง : 185cm กรุ๊ปเลือด : O ตำแหน่ง : ร้อง ชื่อ : Jung Sang เกิด : 1 พฤศจิกายน อายุ : 23 สูง : 174cm กรุ๊ปเลือด : A ตำแหน่ง : ร้อง ชื่อ : LO-J เกิด : 1 กุมภาพันธ์ อายุ : 23 สูง : 174cm กรุ๊ปเลือด : O ตำแหน่ง : แร๊พเปอร์ ชื่อ : Hyeok Jin เกิด : 28 กุมภาพันธ์ อายุ : 22 สูง : 178cm กรุ๊ปเลือด : B ตำแหน่ง : ร้องหลัก ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

โยกเบาๆ ไปกับ You’re Never Fully Dressed Without A Smile เพลงประกอบ Annie
Annie /  Cameron Diaz / 

เป็นอีกหนึ่งหนังมิวสิคัล ที่ไม่ควรพลาดในช่วงปลายปีนี้ สำหรับ Annie ที่ขนเพลงเพราะมาให้คุณประทับใจแบบจัดเต็ม ในอัลบั้ม Annie: Original Motion Picture Soundtrack มาให้ฟังก่อน 17 พ.ย. นี้ โดยได้ศิลปินคุณภาพมากมายมาร่วมแจม ไม่ว่าจะเป็น Sia, Jamie Foxx, Quvenzhané Wallis และ Cameron Diaz เพราะฉะนั้นมาเรียกน้ำย่อยด้วยการโยกเบาๆ แบบยิ้มๆ ไปกับ You’re Never Fully Dressed Without A Smile เพลงประกอบแรกของหนังเรื่องนี้กัน You’re Never Fully Dressed Without A Smile โดย Sia และนี้คือรายชื่อ เพลงทั้งหมดจาก Annie: Original Motion Picture Soundtrack 01   Overture - Cast 02   Maybe - Quvenzhané Wallis, Zoe Margaret Colletti, Nicolette Pierini, Eden Duncan-Smith and Amanda Troya 03   It’s The Hard-Knock Life - Quvenzhané Wallis, Zoe Margaret Colletti, Nicolette Pierini, Eden Duncan-Smith and Amanda Troya 04   Tomorrow - Quvenzhané Wallis 05   I Think I’m Gonna Like It Here (2014 Film Version) - Quvenzhané Wallis, Rose Byrne and Stephanie Kurtzuba 06   You’re Never Fully Dressed Without A Smile (2014 Film Version) - Sia 07   Moonquake Lake - Sia and Beck 08   Little Girls (2014 Film Version) - Cameron Diaz 09   The City’s Yours - Jamie Foxx and Quvenzhané Wallis 10   Opportunity - Quvenzhané Wallis 11   Easy Street (2014 Film Version) – Cameron Diaz and Bobby Cannavale 12   Who Am I? - Jamie Foxx, Cameron Diaz and Quvenzhané Wallis 13   I Don’t Need Anything But You (2014 Film Version) - Jamie Foxx, Quvenzhané Wallis and Rose Byrne 14   Tomorrow (Reprise) - Cast 15 Opportunity (Sia Version) - Sia [Version does not appear in film] ติดตามเรื่องป่วนๆ พร้อมเพลงเพราะๆ ไปกับ Annie ได้ในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ และติดตามเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ที่ AnniemovieVEVO --------------------------------