เพลง สวมเขา

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

แฟนเพลงสุดเศร้า! ปิดตำนาน
สมจิต เกตภูเขียว /  แดง จิต

   จากกรณีนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง แดง จิตกร หรือ นายสมจิต เกตภูเขียว ล้มป่วยเป็นโรคมะเร็ง และได้ทำการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางการติดตามความเคลื่อนไหวของมิตรรักแฟนเพลง และเพื่อนพ้องร่วมอาชีพ ล่าสุด หลังจากที่ครอบครัวแจ้งความประสงค์ขอนำตัวแดง จิตกร ออกจาก รพ.บุรีรัมย์ กลับมารักษาตัวที่บ้านในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เม.ย.)    และเมื่อ เวลา 21.00 น. แดง จิตกร ก็ได้จากไปอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูก ปิดตำนานนักร้องลูกทุ่งเลือดอีสาน ในวัย 46 ปี ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคนในครอบครัวที่คอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด    ทั้งนี้ แดง จิตกร คือ นักร้องลูกทุ่งขวัญมหาชน เรียนจบแค่ชั้นป.4 แต่ด้วยความมุมานะทำงานสารพัด และด้วยใจรักในการร้องเพลงทำให้เขามาสมัครเป็นคอนวอยในวงชุมแพ คอมพิวเตอร์ ที่ จ.ขอนแก่น และด้วยโอกาสที่ได้รับจากการขึ้นร้องเพลงแทนคนในวงที่ป่วย ทำให้แดง จิตกรได้กลายเป็นนักร้อง และได้ทำเพลงเป็นของตัวเอง จนกลายเป็นเจ้าของเพลงฮิตอย่าง มนต์รัก ตจว.,น้ำตาผ่าเหล้า,หัวใจคิดฮอด เป็นต้น

103 Like FM พาเหินฟ้าสู่ภูเก็ต! เสิร์ฟทริปสุดหรูกับ แน๊ท-เวียร์
103 Like FM /  103 ไลค์ เอฟ เอ็ม / 

ไลค์ ทริป #7 พาผู้โชคดีเหินฟ้าสู่ภูเก็ต เสิร์ฟทริปสุดหรู! จัดเต็มเคล็ดลับความสวยจากตัวแม่ความงาม แน๊ท อนิพรณ์ พร้อมฟินกับพระเอกสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ฟินสุดสำหรับกิจกรรม ไลค์ ทริป #7 ตอน สโนว์ไวท์ กับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ที่จัดโดยคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม ร่วมกับ การบินไทย, เอฟ บี แบตเตอรี่, เครื่องปรับอากาศ แอร์ เทรน, ราชเทวี คลินิก, เอสโซ่ และ โรงแรม สันติ์สุริย์ ภูเก็ต นำทีมโดย ดีเจ.กิ่ง เหมือนแพร และ ดีเจ.บอส ชัชวลิต ที่พาสาวสวยทั้ง 20 คนไปเริงร่าท้าแดดกันถึงจังหวัดภูเก็ต โดยมีพี่เลี้ยงระดับนางงาม แน๊ท อนิพรณ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 มาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลสาวๆ กันแบบใกล้ชิด ความใกล้ชิดเริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง เมื่อ แน๊ท อนิพรณ์ ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมมอบความเป็นกันเองตั้งแต่เริ่มเดินทาง เมื่อถึงที่พักพักผ่อนกันซักนิด แล้วมาเพิ่มเติมความสวยด้วยกิจกรรมแรก 'Everyday Look' กับสาว แน๊ท และ แจ๊ค เมคอัพ บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่มาช่วยสอนเทคนิคการทำสวยในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ทั้งสอนแต่งหน้าให้เข้ากับตัวเอง บุคลิกภาพ การแต่งกาย งานนี้สาวๆ ทั้งได้ความรู้นำกลับไปใช้ แถมยังได้ภาพสวย-ท่าเป๊ะ ที่ แน๊ท มาสอนโพสกันแบบตัวต่อตัว ก่อนที่ในช่วงอาหารเย็นจะมีการสอนเทคนิคการทำอาหารคลีนสำหรับสาวๆ ผู้รักสุขภาพ พร้อมการประกาศผล Miss LIKE Trip #7 และปาร์ตี้เล็กๆ ที่ แน๊ท มาโชว์เสียงเพราะๆ คู่กับ ดีเจ.กิ่ง อีกด้วย เข้าสู่วันที่ 2 เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ด้วยกิจกรรม Dance on the Beach ที่เหล่าสาวๆ มาออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้ากันริมทะเล แล้วในช่วงพักผ่อนตามอัธยาศัย 20 สาวงามก็ได้ประชันหุ่นเป๊ะเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ไหนๆ ก็ใส่ชุดว่ายน้ำกันแล้วเลยต่อด้วยกิจกรรมชุ่มฉ่ำ อย่าง เกมเจ้าหญิงท้าแดดตามล่ามหาสมบัติ ที่ให้สาวๆ หาแหวนทองที่ฝังไว้, เกมจับเสือใส่ถัง ซึ่งเหล่าสาวงามต้องช่วยกันตักน้ำทะเลใส่ขวดด้วยมือเปล่า และ เกมเจ้าหญิงพลังล้น ที่สาวๆ ต้องสวมชูชีพ-ห่วงยาง ลงสระว่ายน้ำ เพื่อว่ายไปทำมิชชั่นหยิบแผ่นป้าย เรียกได้ว่า โหด-มัน-ฮา! กันอย่างสุดๆ และแล้วก็ถึงช่วงดินเนอร์ที่หลายคนรอคอย ที่เหล่าสาวสวยได้แปลงโฉมเพื่อต้อนรับพระเอกหนุ่มสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ซึ่งมาในมาดเจ้าชายท่ามกลางสโนว์ไวท์สาวสวยทั้ง 20 คน พร้อมกับเซอร์ไพรซ์สุดพิเศษสำหรับ Miss LIKE Trip #7 ที่นอกจากจะได้แต่งหน้าให้สวยสุดดุจสโนว์ไวท์จาก แจ๊ค เมคอัพ แล้ว ยังจะได้รับดอกไม้ช่องามจากหนุ่ม เวียร์ ซึ่งขั้นคุกเข่ามอบให้แบบสุดเซอร์ไพร้ส์ งานนี้ ทำเอา น้องเบญ Miss LIKE Trip #7 ถึงกับเขินจนหน้าแดง ความฟินยังไม่จบ เพราะพระเอกหนุ่ม เวียร์ จับไมค์โชว์ร้องเพลงเพราะ แถมยังเซอร์วิสให้สาวๆ ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดจุใจ ต่อด้วยเสียงเพราะๆ จากดีเจ.กิ่ง ที่มาร้องเพลงส่งทุกคนเข้านอน... เต็มอิ่มแบบนี้ แฟนคลับคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม แฮปปี้จริงๆ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

กินกันเองในค่าย ตูมตาม-ญิ๋งญิ๋ง ซุ่มปลูกต้นรัก
ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา /  ตูมตาม เดอะสตาร์

          ประกาศตัวเบาๆ ว่ากำลังมีคนรู้ใจสำหรับ ตูมตาม เดอะสตาร์ หลังจากอกหักมาได้สักระยะใหญ่ๆ งานนี้สาวที่มาดามหัวใจให้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นดาราสาวร่วมค่ายเอ็กแซ็กท์อย่าง ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา นางเอกจากละครสุดปัง สงครามนางงาม ซีซั่น 1 ที่ล่าสุดมีคนตาดีเห็นสองคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาก แม้จะพยายามพรางตัวด้วยการใส่หมวก สวมแว่นดำ แต่ประชาชนคนไทยก็ยังจำแชมป์เดอะสตาร์ กับ ไวท์ สงครามนางงาม ได้อยู่ดี เอาเป็นว่าถ้ารักกัน เลิฟกัน ก็ไม่มีใครว่าอะไร ขอแค่อย่ารักกันจนพากันเสียงานเสียการก็พอ     ตูมตาม เดอะสตาร์   ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา   ตูมตาม เดอะสตาร์

อากาเซ่เตรียมฟินกับคอนเสิร์ตในไทย พร้อมสร้างสถิติโลกกับ GOT7!
BamBam /  GOT 7 / 

95.5 Virgin HitZ และ TofuPOP Radio.FM ชวนแฟนคลับ GOT7 (ก๊อตเซเว่น) พับเครื่องบินกระดาษ บันทึกลง Guinness World Records พร้อมเตรียมตัวฟินกับคอนเสิร์ต GOT7 ในเมืองไทยครั้งแรกเร็วๆ นี้ 95.5 Virgin HitZ และ TofuPOP Radio.FM ชวนพบกับปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของการร่วมมือระหว่าง 4NOLOGUE และ The EM District ที่จะชวนทุกคนมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพับเครื่องบินกระดาษพร้อมกันมากที่สุดในโลกลงใน Guinness World Records ดีเจวี รวีโรจน์ เลิศพิภพเมธา พูดถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่า “ในวันที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ อยากชวนแฟนๆ GOT7 มาร่วมกันพับเครื่องบินกระดาษ ซึ่งเครื่องบินกระดาษเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลเป็นสมุดเพื่อนำไปบริจาคต่อไปครับ ในวันนั้นแฟน ๆ จะได้เห็น GOT7 โชว์ตัวเดินพรมแดง พร้อมกับงานแถลงข่าวเปิดตัวเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกที่ประเทศไทยใน GOT7 1st CONCERT FLY IN BANGKOK อีกด้วย มาช่วยกันส่งต่อสิ่งดี ๆ กันนะครับ” GOT7 “Fly” M/V youtube channel : jypentertainment สำหรับคอนเสิร์ตของ 7 หนุ่มสุดฮอต GOT7 1st CONCERT “FLY IN BANGKOK” เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตที่พร้อมเสิร์ฟแฟนๆ ในเมืองไทยแบบจุใจถึง 2 รอบการแสดง ในวันที่ 11 และ 12 มิถุนายน 2559 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จำหน่ายบัตรแล้วทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางผู้จัดงานได้ทาง facebook และ instagram 4NOLOGUE... และที่พิเศษสุด! สำหรับชาว 95.5 Virgin HitZ และ TofuPOP Radio.FM ร่วมกับ 4NOLOGUE ให้แฟน ๆ ได้ฟินกับ GOT7 กันแบบฟรีๆ รอติดตามกิจกรรมพิเศษ ได้ทาง 95.5 Virgin HitZ หรือ www.virginhitz.com และ TofuPOP Radio.FM ทาง www.tofupopradio.fm หรือตามฟังได้ที่ BEC-Tero Radio App มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ถึงเวลาปาร์ตี้ Polycat เตรียมจัดเต็ม..แดนซ์ตลอดคืน Silverlake Overlove 2016
Polycat /  Silverlake Overlove 2016 / 

อยากสนุก! อยากเต้น!! อยากมัน!!! ต้องที่นี่ที่เดียว กับปาร์ตี้คอนเสิร์ต ‘Silverlake Overlove 2016 – The Love Party’ (ซิลเวอร์เลค โอเวอร์เลิฟ ตอน เดอะ เลิฟ ปาร์ตี้) เทศกาลดนตรีสุดเจ๋งที่ไม่ควรพลาดอย่างแรง โดยเฉพาะงานนี้สามหนุ่มตัวพ่อสุดแนว Polycat อย่าง นะ รัตน จันทร์ประสิทธิ์, เพียว วาตานาเบะ และ โต้ง พลากร กันจินะ กับสไตล์เพลงยุค 80’s ก็ไม่พลาดที่จะมาร่วมปาร์ตี้จัดเต็มความมัน...เสริมทัพขาแดนซ์ ให้สนุกสุดเหวี่ยงตลอดคืน พร้อมยังฝากความพิเศษถึงแฟนๆ อีกว่า... “เป็นความพิเศษจริงๆ ของพวกเราที่ได้กลับมาอีกครั้งบนเวที Silverlake Overlove 2016 ในปีนี้ และยังเป็นความท้าทายอีกด้วย เพราะได้โจทย์จากทางทีมงานมาว่า ‘โชว์นี้…ต้องเป็นเพลงเร็วเท่านั้น’ แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถอยู่แล้ว แต่จะออกมาเป็นโชว์สุดพิเศษยังไง..จะแดนซ์ได้ขนาดไหน งานนี้ต้องติดตามกันดีๆ เพราะไม่ได้มีแค่วงเราวงเดียว แต่ยังมีพี่ๆ อย่าง Jetset'er, ลิปตา, Slot Machine, Scrubb และวง Mild เชื่อว่าทุกวงก็ได้ตั้งใจกันทำโชว์กันอย่างเต็มที่แน่นอน เพื่อแฟนเพลงที่รักทุกคน ให้ได้มาฟังดนตรีดีๆ เพลงเพราะๆ และได้เต้นได้สนุกไปด้วยกันกับพวกเรากับบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาและทะเลสาปของไร่องุ่นซิลเวอร์เลค แต่ที่ขาดไม่ได้เลย ต้องขอขอบคุณทาง Media Wrap และ Silverlake Entertainment ถ้าไม่มีพวกเขา งานดีๆ แบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่บัตร ต้องรีบเลย!! 28 พฤษภาคมนี้ แล้วไปสนุกสุดเหวี่ยงพร้อมกับพวกเรา” แดนซ์ได้ไม่มีหยุด ฟินตั้งแต่ต้นจนจบ ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 เวลา 16.00 น. ณ Silverlake Lawn ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค พัทยา บัตรราคา 1,200 บาท สามารถซื้อบัตรได้แล้วที่ www.AllTicketThailand.com และ 7-Eleven ทุกสาขาใกล้บ้าน ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/overlovemusicfestival และ www.facebook.com/silverlakeentertainment

โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ส่งคลิปเซย์ไฮ ก่อนจัดคอนเสิร์ตในเมืองไทย
an Evening with Olivia Newton John /  Olivia Newton-John / 

LOVE 104.5 เสิร์ฟคลิป โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น เซย์ไฮแฟนเพลง เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความสุขกับคอนเสิร์ตอย่างยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบที่เมืองไทย ใน SINGHA CORPORATION presents An Evening with Olivia Newton-John เรียกได้ว่าฟินกันสุดๆ เมื่อคลื่น LOVE 104.5 ภายใต้ บริษัท อินดิเพ็นเดนท์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวอร์ค จำกัด ขอเอาใจวัยรุ่นยุคเซเว่นตี้ส์ ส่งคลิป โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น เซย์ไฮแฟนเพลงชาวไทย เตรียมพร้อมแพ็คกระเป๋า สร้างปรากฏการณ์ความสุขกับคอนเสิร์ตอย่างยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบ ใน SINGHA CORPORATION presents An Evening With Olivia Newton-John (สิงห์ คอร์เปอเรชั่น พรีเซนต์ แอน อีฟนิ่ง วิธ โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น) งานนี้ราชินีเพลงป๊อปสุดคลาสสิคระดับโลก โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ฝากมาบอกถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยครั้งนี้ว่า “สวัสดีค่ะ แฟนเพลงชาวไทย ฉันโอลีเวีย นิวตัน-จอห์น ฉันตั้งตารอที่จะเจอทุกคนอีกครั้ง ในวันอังคารที่ 10 พฤษภาคมนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ งานนี้ฉันเตรียมตัวที่จะพาทุกคนเดินทางไปพบกับบทเพลงเพราะๆของฉันไม่ว่าจะเป็นเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง Grease และ Xanadu รวมถึงเพลงคันทรี่และเพลงฮิตอื่นๆ อีกมากมายฉันเชื่อว่าทุกคนจะต้องสนุกมากอย่างแน่นอน ฉันอดใจรอไม่ไหวที่จะเจอกับทุกคนค่ะ” สำหรับ โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น นอกจากจะได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีเพลงป๊อปผู้เปี่ยมด้วยพลังแล้ว ผลงานของเธอล้วนได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจนประสบความสำเร็จอย่างสูงจากยอดขายอัลบั้มกว่า 100 ล้านแผ่นการันตีความสามารถระดับโลกด้วยรางวัลเกียรติยศ Summer Night, Country Female Vocal, Grammy Awards รวมถึงรางวัลจากเวทีเพลงคันทรีหลายแห่ง และยังเตรียมสร้างความประทับใจให้แฟนๆด้วยเพลงฮิตติดชาร์ต อย่าง If Not For You, If You Love Me Let Me Know, Let Me Be There, You’re The One That I Want, Magic, Soul Kiss, Physical ในคอนเสิร์ตที่กำลังจะถึงนี้อีกด้วย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์คอนเสิร์ตสุดประทับใจนี้ด้วยกันกับ SINGHA CORPORATION presents An Evening With Olivia Newton-John (สิงห์ คอร์เปอเรชั่น พรีเซนต์ แอน อีฟนิ่ง วิธ โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น) ในวันอังคารที่ 10 พฤษภาคมนี้ เวลา 20.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ Thai Ticket Major ทุกสาขา บัตรราคา 5,500 / 4,500 / 3,500 และ 2,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-262-3456, www.thaiticketmajor.com ติดตามข่าวสารต่างๆเพิ่มเติมได้ที่คลื่น LOVE 104.5 หรือทางออนไลน์ www.independent.in.th,www.facebook.com/LOVE1045, Application: Independent ระบบ LIVE ได้ที่ www.ROOMz.in.th, Application: ROOMz และคลื่นวิทยุชั้นนำในเครือ ‘บริษัท อินดิเพ็นเดนท์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวอร์ค จำกัด’ FM ONE 103.5, GET 102.5, CLICK MUN FM มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ภาพแรก!! ชิน-บูม-กวิน-ชาโน ตัดผมเกรียน เป็นพลทหารเต็มตัว!!
ชิน ชินวุฒ /  กวิน 321 / 

เดินทางเข้ารายงานตัวประจำการ ณ กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน ร. มทบ.11) กรุงเทพมหานคร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ 3 หนุ่มอย่าง ชิน ชินวุฒ, กวินท์ วง 3.2.1 และ ชาโน แพมเบอร์เกอร์ และอีกหนึ่งหนุ่มสังกัดทหารอากาศผลัดแรกอย่าง บูม กิตตน์ก้อง ที่ล่าสุดมีภาพของ 4 หนุ่มที่สวมชุดลำลองพลทหาร ตัดผมสั้นเกรียนตามกฏระเบียบ ถึงจะยังไม่คุ้นตา แต่บอกเลยว่าทหารใหม่ทั้ง 4 นาย หล่อ เท่ไม่เบาเลยล่ะ... ส่งกำลังใจให้ทหารทุกนายกับการทำหน้าที่รับใช้ชาตินะคะ ขอบคุณภาพจาก IG @boompp_world, kee_icuza, yothin43, bomboboy และ FB :: Wassana Nanuam , Tidarat Veevee Tong ชิน ชินวุฒ ชิน ชินวุฒ กวิน 3.2.1 ชิน-ชาโน-กวิน บูม กิตตน์ก้อง บูม กิตตน์ก้อง บูม กิตตน์ก้อง บูม กิตตน์ก้อง

ไม่ถูกฉีกคอก็บุญแล้ว! PETA ฉะ! จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ
Jeremy Bieber /  Justin Bieber / 

นักร้องโจ๋หน้าหล่อ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) งานเข้าอีกแล้ว หลังจากสัปดาห์ก่อนโดนวิจารณ์เรื่องผม พอสัปดาห์นี้ตัดผมสั้นเกรียนก็ไปถ่ายรูปคู่กับเสือก็โดนองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA จวกให้อีก A photo posted by Justin Bieber (@justinbieber) on Apr 30, 2016 at 4:05pm PDT เรื่องนี้อยู่ว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บีเบอร์ไปร่วมงานหมั้นของคุณพ่อ เจเรมี่ บีเบอร์ (Jeremy Bieber) กับแฟนสาวคนใหม่ Chelsey Rebelo ที่บ้านในเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา เขาได้ถ่ายรูปคู่กับเสือตัวหนึ่งที่ถูกล่ามไว้ และมีท่าทีเคร่งเครียด ก่อนจะโพสต์ลงอินสตาแกรมในวันอาทิตย์ แต่พอทาง PETA มาเห็นเข้าก็รีบลงจดหมายเปิดผนึกถึงนักร้องขาโจ๋ทันที โดยเนื้อความในจดหมายเปิดผยนึกนั้นมีข้อความคร่าวๆ ว่า "จัสติน บีเบอร์ และแขกในงานคนอื่นๆ ช่างโชคดีนะที่ไม่โดนเจ้าเสือตัวนี่ขย้ำคอเอา เพราะเสือตัวนี้เป็นเสือที่ถูกเลี้ยงไว้ในสวนสัตว์ Bowmanville Zoo มันถูกพรากจากแม่ตั้งแต่ยังอายุน้อยมาก และถูกนำมาฝึกอย่างหนัก โดนเฆี่ยนตีและกักบริเวณ โดยคนเลี้ยงที่ชื่อ Michael Hackenberger ซึ่งเพิ่งถูกจับกุมข้อหาทารุณสัตว์ไปก่อนหน้านี้ ทางเรา (PETA) ขอให้จัสตินสาบานด้วยว่าจะถ่ายในแนวนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วย"  แต่หลังจากหนุ่มบีเบอร์ทราบเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจคำขอจากทาง PETA แต่อย่างใด. จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ ในงานหมั้นพ่อ เจเรมี่ บีเบอร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แฟนกรี๊ด! แบมแบม - แจ็คสัน GOT7 สวมเครื่องแบบทหาร ในรายการ Real Men
BamBam /  GOT7 / 

รายการ Real Man เผยภาพแรก แบมแบม - แจ็คสัน GOT7 (ก๊อตเซเว่น) พร้อมแขกรับเชิญอีก 3 คู่ สวมเครื่องแบบทหาร รายงานตัวเข้ากรมฯ กำลังเป็นที่สนใจของเหล่าแฟนคลับทีเดียว เมื่อสองหนุ่ม แบมแบม - แจ็คสัน จากบอยแบนด์วง GOT7 รวมทั้งสมาชิกของรายการ Real Man เซ็ตใหม่อีก 3 คู่ อย่าง นักกีฬาดาวรุ่ง ปาร์ค ชานโฮ และ อู จีวอน, นักแสดงตลกฝาแฝด ลี ซางโฮ และ ลี ซางมิน รวมทั้งนักแสดงชาย รยู ซึงซู และ โจ แจยุน สวมเครื่องแบบทหารเพื่อเริ่มต้นถ่ายทำรายการ Real Men ซีซั่นพิเศษ รายการ Real Men ซีซั่นดังกล่าวจะมาในธีมคู่ซี้และพี่น้องที่จะต้องเกณฑ์ทหารในวันเดียวกัน ดังนั้นแฟนๆ จะได้เห็นความสนิทสนมของแขกรับเชิญทั้ง 4 คู่ โดยรายการ Real Men ซีซั่นพิเศษนี้จะเริ่มออกอากาศเทปแรกในกลางเดือนพฤษภาคม. ข้อมูลจาก allkpop มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แม่โบว์ ยังงง! น้องมะลิ แอคติ้งชนะเลิศ หลังเห็นลายเซ็นต์ตัวเอง
แม่โบว์ แวนดา /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

ยังสร้างรอยยิ้มให้เหล่า FC และคนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง สำหรับซุปตาร์ตัวน้อย น้องมะลิ พาขวัญ ล่าสุดควง แม่โบว์ แวนดา ออกงาน ''นิทรรศการภาพถ่ายคิดถึงปอ'' ครั้งที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา! งานนี้ น้องมะลิ ยังคงไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ ''ลิสายแดนซ์'' โชว์ลีลาการเต้นตามสไตล์ ลิ แม้ไม่มีเสียงเพลงก็ตาม! ก่อนเล่นใหญ่มาก หลังเห็นผลงานการแจกลายเซ็นต์ของตัวเอง ขนาด แม่โบว์ เห็นแอคติ้งของ น้องมะลิ ยังงงเลยว่าไปเอามาจากไหน? เอ้า.....สำหรับใครที่อยากร่วมกิจกรรมประมูลของรักดารา ฟังเพลงเพราะๆ และกระทบไหล่พระเอก นางเอกในดวงใจ พร้อมชมภาพเซตเอ็กซ์คูลซีฟของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ตามมาที่ชั้น G เซ็นทรัลเอ็มบาสซี วันนี้-15 พ.ค. 2559 นี้จ้า