เพลง ราตรีสวัสดิ์

และนี่คือ! เพลงเริงสงกรานต์ เวอร์ชั่น น้องมะลิ จะเพราะแค่ไหนไปฟังกัน
น้องมะลิ พาขวัญ /  ปอ ทฤษฎี / 

            เป็นการร้องเพลงที่มีสไตล์เป็นของตัวเองตลอดๆ สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวสุดน่ารักของ พ่อปอ และ แม่โบว์ ที่ล่าสุดแม่โบว์ได้โพสต์คลิปขณะที่ลูกพี่กำลังร้องเพลงเริงสงกรานต์ ให้พี่จ๋าฟังอย่างสนุกสนานและยังคงคอนเซ็ปเดิมนั่นก็คือการร้องดำน้ำสไตล์ลูกพี่นั่นเอง อยากรู้ว่า เพลงเริงสงกรานต์ เวอร์ชั่น น้องมะลิ จะเพราะแค่ไหนไปฟังกันเลยยย IG @vanda29 ฟ้าใหม่แล้วละนะน้อง สงกรานต์เราร้อง ทำนองเพลงโทน โน่นไงจ๊ะ โทนป๊ะโทนๆ ทั้งโยกทั้งโยนเย้ายวนยั่วใจ *เพราะมั้ยคะพี่จ๋า ^_* ฟ้าใหม่แล้วละนะน้อง สงกรานต์เราร้อง ทำนองเพลงโทน โน่นไงจ๊ะ โทนป๊ะโทนๆ ทั้งโยกทั้งโยนเย้ายวนยั่วใจ *เพราะมั้ยคะพี่จ๋า ^_*     น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ  

ละครสื่อสองโลก (ละครเย็น) , เรื่องย่อสื่อสองโลก (ละครเย็น)
ละครสื่อสองโลก /  เรื่องย่อละครสื่อสองโลก / 

สื่อสองโลกผู้ประพันธ์: แก้วเก้าบทโทรทัศน์: คงกะพัน ไชยมะโน / พิชญ อยู่เป็นแก้ว / ชลวิชฐ์ จิรายุเจริญศักดิ์ผู้กำกับ: ชลวิชฐ์ จิรายุเจริญลักษณ์ออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สีเรื่องย่อละครสื่อสองโลก พอปลายจันทร์กลับไปถึงคอนโดของกลางใจก็ต้องเจอเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ เมื่อพ่อแม่และอากงไปรออยู่ที่คอนโดแล้ว พร้อมด้วยซันและอุ้ง ซันบอกว่าเป็นฝืมือของเขาเองที่กระจายข่าว แถมขายบัตรที่บวกค่านายหน้า ให้ญาติๆ ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย แม่ของปลายจันทร์จะแต่งหน้าให้ลูกสาวด้วยตัวเอง ปลายจันทร์เมื่อได้เห็นครอบครัวตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากก็พลอยทำให้รู้สึกดีใจไปด้วย ที่ลูกไม่รักประจำตระกูลอย่างเธอก็มีความสำคัญขึ้นมาบ้าง แต่ปากยังแกล้งบ่นว่ารำคาญแก้เขินวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันประกวดรอบชิงชนะเลิศ ปลายจันทร์แต่งตัวเลียนแบบเด่นเดือนเต็มยศ เมื่อไปถึงค่ายเพลงที่จัดประกวด ธารินผู้รับไม้ต่อจากกรกนกที่เสียชีวิตอย่างกระทันหัน ทั้งตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของบริษัทและผู้จัดการประกวด ได้ยืนยันกับพวกของปลายจันทร์เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าได้แจกจ่ายรูปของจันนี่ให้กับ รปภ.ทุกคนแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าจะเข้ามาก่อความวุ่นวาย ปลายจันทร์ก็เบาใจลง แม้จะยังกังวลนิดหน่อยที่ไม่เห็นเด่นเดือน แต่ก็ไม่ติดใจมากนักเพราะรอบแรกเด่นเดือนก็โผล่มาตอนร้องเพลงเหมือนกัน หลังจาก รุ่งฟ้า คนที่ร้องเพลงก่อนหน้าเธอร้องจบ ปลายจันทร์ก็ก้าวขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ เหลือบเห็นครอบครัวตัวเอง กรวีร์และแม่ รวมไปถึงคำนึงกับพ่ออยู่ในกลุ่มคนดูก็เริ่มตื่นเต้น พอเริ่มร้องเพลงปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อเด่นเดือนไม่ปรากฏร่าง เสียงที่ออกไปเป็นเสียงลูกเป็ดง่อยๆของปลายจันทร์! ละครสื่อสองโลก กลุ่มคนดูและกรรมการเริ่มแปลกใจที่เสียงของปลายจันทร์ไม่เหมือนครั้งก่อน แต่ก่อนที่จะได้ร้องไปมากกว่าท่อนแรก ไมค์ก็ดับลง ทีมงานต้องหยุดพักการประกวด ปลายจันทร์ตกใจมากที่เด่นเดือนไม่มา ก่อนที่จะเป็นเฟื่องลดาที่โผล่มาแทนแล้วบอกว่าเธอเห็นเด่นเดือนออกมาไม่ได้เพราะมีหมอผีเอาสายสิญจน์ไปล้อมบ้านไว้ และเธอเองเป็นคนช่วยถ่วงเวลาทำให้ไมค์ดับ เพราะเห็นแก่ที่ปลายจันทร์เคยช่วยกรวีร์เรื่องมรดก รวมถึงไม่ไล่เธอไปให้พ้นจากกรวีร์ปลายจันทร์รีบบอกซันและอุ้งให้ช่วยแก้ปัญหา ทุกคนต้องแก้ปัญหาแข่งกับเวลาเพราะไม่รู้กองประกวดจะพร้อมกลับมาเมื่อไหร่ กรวีร์จะกลับไปปลดสายสิญจน์ที่สตูดิโอเองก็ไม่ทัน สุดท้ายเดือดร้อนบิวที่กำลังไปเที่ยวต้องรีบกลับไปช่วยตัดสายสิญจน์ และได้พบว่าโอ่งโดนวางยาจึงไม่รู้ตัวและไม่รับโทรศัพท์ ส่วนคนที่ล้อมสายสิญจน์นั้นคือหมอผีที่จันนี่จ้างมา แต่กลับกลัวผีเสียเองและโดนชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ ละครสื่อสองโลก เด่นเดือนโผล่มาช่วยปลายจันทร์ร้องเพลงได้ทันแบบฉิวเฉียด พอร้องเพลงจบ พ่อของคำนึงที่ได้ยินและจำเสียงของเด่นเดือนได้ก็เพ้อว่า เด่นเดือนกลับมาหาและยกโทษให้ตนแล้วก่อนจะล้มฟุบไป ปลายจันทร์เห็นวิญญาณของเขาลอยตามวิญญาณของเด่นเดือนเลือนหายไปต่อหน้า ปลายจันทร์รีบกระโดดลงจากเวทีไปดูอาการพ่อของคำนึง ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จันนี่ก็โผล่เข้ามากลางงานประกวด เมื่อเห็นพ่อของคำนึงช็อกตายไปก็ยิ่งขาดสติ อาละวาดด่าทอ เห็นปลายจันทร์เป็นเด่นเดือนและชักปืนออกมาจะยิง กรวีร์รีบเข้ามายืนขวางปลายจันทร์ แต่ก่อนที่จะได้ลั่นกระสุน ป้องเกียรติก็ตะครุบตัวจันนี่ไว้ได้เสียก่อน กลางใจที่เห็นเหตุการณ์อยู่ยิ่งประทับใจในตัวป้องเกียรติมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์สงบลง ปลายจันทร์ตัดสินใจบอกธารินเรื่องสละสิทธิชนะเลิศยกให้รุ่งฟ้า ทางด้าน ธารินเองก็รู้สึกผิดที่ รปภ.หละหลวมปล่อยให้จันนี่แอบเข้ามาได้จึงขอโทษเป็นการใหญ่และยืนยันจะยกเงินรางวัลส่วนหนึ่งให้ปลายจันทร์ตามเดิม หลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสร็จ ปลายจันทร์ได้พบกับเด่นเดือนอีกครั้ง เด่นเดือนมาลาเพื่อไปสู่สุขคติเพราะได้ทำตามสัญญาแล้ว ปลายจันทร์ที่ได้เงินรางวัลกลับบ้านส่วนหนึ่ง เคลียร์เรื่องยุ่งๆ ของผีอีกตนนึงได้สำเร็จ แถมแอบฟินกับช็อตที่กรวีร์พุ่งมาขวางหน้าไว้ตอนจันนี่โผล่มาจะยิงอีก ทำให้ปลายจันทร์คิดว่ากลับบ้านคืนนี้ต้องนอนหลับฝันดีแน่ๆ... ละครสื่อสองโลก แต่มันกลับไม่ใช่เลย เพราะเมื่อเธอหลับไปจริงๆ ก็มีปีศาจค้าวคาวนรกน่าเกลียดน่ากลัวปรากฏขึ้นในความฝัน ก่อกวนจนเธอต้องสะดุ้งตื่นทั้งคืน และที่สำคัญ ปีศาจค้าวคาวนั้นหน้าตาเหมือนกรกนกเปี๊ยบ! นั่นเกิดจาก กรกนกซึ่งเคียดแค้นปลายจันทร์อย่างหนักที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตาย จึงต้องการที่จะลากตัวปลายจันทร์ให้ตายตกตามกันไปด้วย ความแค้นและความเกลียดชังได้เปลี่ยนให้วิญญาณธรรมดากลายเป็นปีศาจอัปลักษณ์ ถึงแม้ว่าเขาจะทำร้ายปลายจันทร์ตรงๆ ไม่ได้ แต่ก็สามารถถือโอกาสตอนปลายจันทร์หลับเข้าไปสร้างฝันร้ายได้ ปีศาจค้างคาวกรกนกตามรังควานปลายจันทร์จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนติดต่อกันหลายวัน ร่างกายของปลายจันทร์อ่อนแอลงเรื่อยๆ เพราะไม่ได้พักผ่อนจนคนรอบข้างต่างเป็นห่วงไปตามๆกัน กรวีร์พยายามจะเข้ามาดูแลปลายจันทร์ แต่ปลายจันทร์ก็พยายามตีตัวออกห่างเพราะคิดว่ากรวีร์กำลังจะกลับไปคืนดีกับธาริน ซึ่งระยะหลังทั้งคู่เริ่มติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ อาการของปลายจันทร์น่าเป็นห่วง จนซันและอุ้งตัดสินใจพาปลายจันทร์ไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าป่า โดยมีกรวีร์เป็นคนขับรถพาไป เจ้าป่าเจรจากับปีศาจ กรกนก เปิดตาให้ได้เห็นนรก จนปีศาจกรกนกหวาดกลัวยอมรับการช่วยเหลือเจ้าป่าและยอมรามือจากการแก้แค้นปลายจันทร์ เจ้าป่าจึงให้กรกนกไปเกิดเป็นค้างคาวอยู่ในถ้ำเพื่อชดใช้กรรมกึ่งหนึ่งของตนก่อนที่จะต้องไปชดใช้กรรมในนรกต่อ ทุกคนพากันขึ้นรถ แต่ปลายจันทร์ที่อิดโรยเต็มทีกลับเดินโซเซคล้ายจะเป็นลมจึงทำให้เธอโดนรถของชาวบ้านที่วิ่งสวนมาเฉี่ยวชนเข้า!!! ที่โรงพยาบาล เมื่อปลายจันทร์ตื่นขึ้นก็ตกใจที่พบว่าตัวเองอยู่ในสถานะของวิญญาณ! ในขณะที่ร่างของเธอมีวิญญาณของเฟื่องลดาครอบครองอยู่ เฟื่องลดาเล่าให้ฟังว่าระหว่างที่ปลายจันทร์บาดเจ็บเพราะรถชน ทำให้วิญญาณของปลายจันทร์ทำท่าจะหลุดจากร่าง เฟื่องลดาจึงพยายามเข้ามาช่วยแต่กลายเป็นว่าตัวเธอเองถูกดึงเข้ามาอยู่ในร่างของปลายจันทร์แทนวิญญาณของปลายจันทร์ที่หลุดออกมา ปลายจันทร์ซาบซึ้งที่เฟื่องลดาพยายามจะช่วย จึงยอมให้เฟื่องลดายืมใช้ร่างของเธอ เพื่อที่เฟื่องลดาจะได้มีช่วงเวลาที่ดีร่วมกับกรวีร์อีกครั้ง จนกว่าจะหาทางทำให้วิญญาณของปลายจันทร์กลับเข้าร่างได้เหมือนเดิมปลายจันทร์ที่มีวิญญาณของเฟื่องลดาสิงร่างอยู่ กลายเป็นสาวหวานช่างเอาใจ เป็นที่รักและเอ็นดูของผู้คนรอบข้างไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของปลายจันทร์เองก็ดูมีความสุข เฟื่องลดาในร่างปลายจันทร์พยายามเข้าหากรวีร์ทุกวิถีทางและพยายามดูแลเขาเป็นอย่างดี จนทำให้ปลายจันทร์รู้สึกว่าจริงๆแล้วคนที่ควรมีชีวิตต่อไปน่าจะเป็นเฟื่องลดามากกว่า ตัวเธอเองต่างหากที่สมควรไปสู่สุขคติ ส่วนวิญญาณของเฟื่องลดาที่อยู่ในสถานะวิญญาณมานาน พอได้มาอยู่ในร่างกายมนุษย์และได้ใกล้ชิดกรวีร์ก็ยิ่งทำให้เธอยึดติดและไม่อยากคืนร่างให้ปลายจันทร์อีกต่อไป กรวีร์สงสัยปลายจันทร์ที่บุคลิกเปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จึงไปปรึกษากับอุ้งและซันที่โตมาด้วยกัน ทางด้านอุ้งและซันก็สงสัยเช่นกันจึงบอกกรวีร์ไปว่าจะไปสืบเรื่องราวที่บ้านปลายจันทร์ให้ ละครสื่อสองโลก ทางด้านวิญญาณของปลายจันทร์ที่ตัวตนเริ่มจางลงทุกที เธอคิดว่าเวลาของเธอใกล้หมดแล้วจึงไปหาพ่อแม่และอากง หวังว่าจะขอเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วคำพูดของทุกคนที่พูดถึงเธอทำให้เธอรู้ว่า ที่จริงทุกคนรักเธอมาก รักเธอจริงๆ ไม่ใช่แบบในร่างของเธอที่เฟื่องลดาเข้าสิง ทำให้ปลายจันทร์เริ่มอยากได้ร่างกลับคืน ในขณะนั้นเองอุ้งและซันก็มาถึงบ้านพอดี ปลายจันทร์จึงลองพยายามสื่อสารกับอุ้งดูทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าสถานะของตัวเองตอนนี้เรียกว่าเป็นผีหรือไม่ หรืออุ้งจะได้ยินเสียงของเธอหรือเปล่า แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็สื่อสารกันได้ อุ้งจึงได้รู้ว่าความจริงว่าเฟื่องลดาต่างหากที่ใช้ร่างของปลายจันทร์อยู่ ปลายจันทร์ตัดสินใจจะทวงร่างคืนโดยมีอุ้งและซันตามไปช่วยด้วย ที่สตูดิโอเฟื่องลดาในร่างของปลายจันทร์เอ่ยปากขอความรักและเสนอตัวให้กรวีร์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ธารินเดินถือถุงขนมพะพุงพะรังเข้ามาตั้งใจจะแวะมาหากรวีร์ จึงได้ยินคำพูดทุกอย่าง พอได้ยินดังนั้นก็รีบกลับออกไปทันทีด้วยความโกรธ อีกฟากหนึ่ง อุ้ง ซัน และวิญญาณของปลายจันทร์มาถึงพอดี อุ้งรีบวิ่งนำหน้าเข้ามาบอกว่า ที่อยู่กับกรวีร์นั่นไม่ใช่ปลายจันทร์ แต่เป็นวิญญาณของเฟื่องลดาที่กำลังสิงร่างเพื่อนของเธออยู่ กรวีร์สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉับพลันเฟื่องลดาประกาศออกมาว่า เธอคือคนรักเก่าของกรวีร์ตั้งแต่ชาติที่แล้ว ติดตามมาเพราะความรักที่มีต่อเขา ปลายจันทร์เองพยายามแย่งชิงร่างของตนกลับมา เธอก้าวเข้าไปผลักวิญญาณของเฟื่องลดาออกจากร่าง ทั้งสองต่างพยายามผลักอีกฝ่าย ขณะที่ทุกคนในที่นั้นเห็นปลายจันทร์ยกมือเปะปะและเดินเซไปมา ปลายจันทร์ต่อสู้กับเฟื่องลดาจนเกือบจะชิงร่างคืนได้แล้ว แต่เฟื่องลดาที่ยังพอมีพลังที่จะควบคุมมือข้างหนึ่งของปลายจันทร์ได้หยิบมีดขึ้นมาจ่อคอ ขู่ว่าถ้าเธอไม่ได้ร่างนี้ก็จะทำลายทิ้งซะ ปลายจันทร์เองยกมือที่เหลืออีกข้างขึ้นเพื่อยื้อมือที่ถือมีดนั้นไว้ ละครสื่อสองโลก ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ ซันกับอุ้งบอกกรวีร์ให้รีบทำอะไรสักอย่าง กรวีร์จึงบอกออกไปว่า ในชาตินี้ตนเองรักปลายจันทร์ รักที่นิสัยและตัวตนที่แท้จริงแบบที่ปลายจันทร์เป็น ไม่ใช่แบบที่ตอนโดนเฟื่องลดาเข้าสิง วิญญาณของปลายจันทร์ยืนอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน เฟื่องลดาชะงักแล้วตัดพ้อ กรวีร์พยายามเกลี้ยกล่อมจนเฟื่องลดาคิดได้และยอมไปสู่สุคติ ก่อนเฟื่องลดาจะข้ามภพไป เธอขอให้ปลายจันทร์อโหสิกรรมให้ พร้อมทั้งเตือนปลายจันทร์ให้ระวังคนที่เธอไม่คาดคิด ว่าจะนำหายนะมาให้ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมเรื่องราวเหมือนจะผ่านพ้นไปด้วยดี ปลายจันทร์กับกรวีร์ตกลงคบหากัน ทว่าในคืนรุ่งขึ้นหลังจากทั้งคู่เสร็จงาน ธารินมาดักจับตัวปลายจันทร์ไปหวังจะฆ่าทิ้งเพราะทนไม่ได้ที่เห็นกรวีร์จะลงเอยกับปลายจันทร์ เธอคิดแต่ว่าขอเพียงแค่ไม่มีปลายจันทร์บนโลก เธอก็มั่นใจว่าจะสามารถกลับมารักกับกรวีร์ได้เหมือนเดิม ปลายจันทร์พยายามเกลี้ยกล่อมให้ธารินหยุดแล้วเธอจะไม่เอาความ แต่ธารินซึ่งเสียสติไปแล้วไม่ยอมฟัง และก่อนที่จะลงมือฆ่าปลายจันทร์ ธารินเฉลยว่าเป็นเธอเองที่บอกให้กรกนกรู้ว่าปลายจันทร์รู้แล้วว่าใครฆ่าเควิน ทำให้ กรกนกสติขาดจับตัวปลายจันทร์ในคืนนั้น อีกทั้งยังเป็นเธอเองที่ปล่อยให้จันนี่เข้ามาในห้องโถงประกวดร้องเพลงจนทำให้ปลายจันทร์เกือบโดนยิงตายอีกด้วย ปลายจันทร์ตกใจ เสียใจและผิดหวังมากที่คนที่เธอนับถือกลายเป็นคนที่อันตรายที่สุด อันตรายยิ่งกว่าผีตัวไหนที่เธอเคยเจอมา แต่ก่อนที่ธารินจะได้ลงมือสำเร็จ กรวีร์ก็มาช่วยได้ทันเวลาพร้อมด้วยกำลังตำรวจมาจับธารินไว้ได้ ธารินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ป้องเกียรติจะจับไปโรงพัก ละครสื่อสองโลก ป้องเกียรติกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังว่า ธารินนั้นหลังจากแต่งงานกับนักธุรกิจใหญ่ แทนที่จะเป็นเจ้าหญิงเสวยสุขเหมือนในนิยาย แต่การณ์กลับตรงกันข้ามเพราะความจริงสามีของเธอเป็นพวกซาดิสม์ ชอบซ้อมเธออยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอกลายเป็นคนจิตใจไม่ปกติ หลังจากนั้นไม่นานสามีของเธอก็เกิดอุบัติเหตุตกตึกตายจนเธอได้รับมรดกทั้งหมด ซึ่งหลังจากที่พาไปโรงพักแล้ว ธารินที่ยังคุมสติไม่อยู่ได้หลุดปากออกมาเองว่าเธอเป็นคนผลักเขาลงไป ตอนนี้ธารินต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจิตเวช ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ออกมา บางทีอาจจะต้องอยู่ในนั้นตลอดชีวิตวันรุ่งขึ้น ปลายจันทร์กับกรวีร์ตกลงกันว่าจะกลับไปสารภาพกับครอบครัวเรื่องหลอกว่าเป็นแฟนกัน และจะไปขออนุญาตคบหากันเพราะตอนนี้รักกันจริงแล้ว แต่พอไปถึงบ้านก็ได้รับข่าวร้ายว่าอากงป่วยหนักคงอยู่ได้อีกไม่นาน คืนนั้นปลายจันทร์ได้พบกับยมทูตขาวและยมทูตดำที่จะมาเอาชีวิตของอากง ปลายจันทร์พยายามจะเจรจาด้วยแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะยมทูตพูดภาษาจีน ร้อนถึงซันที่พูดภาษาจีนได้โดนปลายจันทร์เรียกมาช่วยเจราจาให้กลางดึก จนสามารถหลอกล่อให้ยมทูตสับสนว่าอาจมารับผิดคน เพราะเธอหลอกว่าอากงนั้นมีแต่ชื่อไทย ไม่มีชื่อจีน จนยมทูตต้องถอยทัพกลับไปก่อนปลายจันทร์ อุ้งและซันปรึกษากันว่าคงจะหลอกยมทูตไว้ได้อีกไม่นาน ปลายจันทร์รู้สึกว่าตนยังไม่ทันที่จะได้ทดแทนบุญคุณอากงเลย จึงตัดสินใจว่าเธอจะขอให้ยมฑูตเอาชีวิตของเธอไปแทนแล้วฝากให้อุ้งและซันดูแลทุกคนให้ เพราะถึงเธอจะตายไปแต่ก็คงจะอยู่ใกล้ๆ ทุกคนแน่นอน เผื่อมีอะไรก็ยังสามารถสื่อสารผ่านทางอุ้งได้อยู่แล้ว อุ้งและซันคัดค้านเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ละครสื่อสองโลก คืนนั้นอากงแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ปลายจันทร์ตามมาเฝ้าและได้พบกับยมทูตดำขาวอีกครั้ง ปลายจันทร์พยายามที่จะรั้งวิญญาณของอากงไว้แล้วขอให้ยมทูตเอาวิญญาณของเธอเองไปแทน แต่อากงเองกลับขอให้ปลายจันทร์ปล่อยให้อากงไปสู่สุคติ อากงจึงกล่าวกับปลายจันทร์เป็นครั้งสุดท้ายว่า เธอได้ทำหน้าที่ของหลานสาวที่ดีแล้ว ถึงเวลาที่อากงต้องไปเสียที ปลายจันทร์ควรได้มีความสุขอยู่กับคนที่รักต่อไป อย่าน้อยใจว่าไม่มีใครรัก เพราะทุกคนรักและเป็นห่วงปลายจันทร์ด้วยกันทั้งนั้น ปลายจันทร์รู้แล้วว่าที่ผ่านมาตัวเองเอาแต่น้อยใจว่าไม่มีคนรักจนลืมสนใจและดูแลครอบครัว เธอเข้าใจทุกอย่างและยอมปล่อยให้อากงไป ปู่และหลานกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนอากงจะหายวับไปพร้อมกับยมทูต กรวีร์โผล่มารั้งปลายจันทร์ไว้เพราะคิดว่าปลายจันทร์ตั้งใจจะตายจากเขาไปจริงๆ ปลายจันทร์จึงได้รู้ว่ากรวีร์รักและเป็นห่วงเธอมากเพียงใด ส่วนอุ้งและซันเริ่มจะรู้ใจตัวเองและเริ่มคบหากันคำนึงและกัลยาพรตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ที่เหลือร่วมกัน กรวีร์และปลายจันทร์ช่วยกันจัดงานแต่งงานแสน ละครสื่อสองโลก หวานให้แม่กับพ่อเลี้ยง โดยมีโอ่งและบิวเป็นผู้ช่วยอย่างขันแข็ง ปรากฏว่าทั้งคู่ก็กำลังคบหากัน คนรอบข้างต่างแปลกใจระคนยินดีว่ามันไปได้กันตอนไหนต้นกล้าพี่ชายคนโตของตระกูลกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักสืบทอดกิจการขายอาหารสัตว์ของที่บ้านพร้อมทั้งเปิดตัวแฟนหนุ่ม ซึ่งกลายเป็นว่าทุกคนรับได้กับการที่เขาเป็นเกย์ กลางใจได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสายการบิน แม้จะมีหนุ่มๆ ตามจีบเป็นพรวนแต่ก็มีป้องเกียรติคอยตามกันท่าไม่ให้ใครมายุ่ง เธอยังสนุกกับการแกล้งยั่วเขาเล่นอยู่จึงยังไม่ตัดสินใจแต่งงานเสียที อุ้งยังคงได้ยินเสียงวิญญาณหลอนอยู่เหมือนเดิมแต่ตอนนี้ไม่กลัวเท่าไหร่แล้วเพราะมีซันคอยดูแลทั้งหัวใจและร้านขายยา จนร้านขายยาขายดิบขายดี พ่อแม่ของอุ้งปลื้มว่าที่ลูกเขยคนนี้สุดๆ แน่นอนว่าเงินของร้านปลอดภัยไร้กังวลเพราะได้ซันคอยวิ่งเอาไปฝากธนาคารซื้อกองทุนจนดอกเบี้ยงอกเงยเป็นกอบเป็นกำปลายจันทร์ กรวีร์ ซันและอุ้ง เดินทางกลับไปหาตาอ่องบนเขาสำนักชีอีกครั้งในวันออกพรรษา ตาอ่องบอกกับปลายจันทร์ว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะสิ้นสุดการมองเห็นวิญญาณ ปลายจันทร์ขอบคุณตาอ่องและฝากความคิดถึงอากงที่ล่วงลับไปแล้ว ตาอ่องค่อยๆ หายไป ทุกอย่างควรจะจบลงด้วยดี เมื่อปลายจันทร์ไม่ต้องเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นอีก แต่ทว่าเธอดันได้ความสามารถพิเศษใหม่มาแทน นั่นก็คือ พลังในการมองเห็นอนาคต! ซันกับอุ้งรีบวางแผนหาเงินกับความสามารถใหม่ของปลายจันทร์ทันที ปลายจันทร์ถึงกับปวดหัว เพราะแน่ใจว่าต้องมีเรื่องยุ่งๆรอเธออยู่ข้างหน้าอีกแน่ๆ แต่กรวีร์ก็ปลอบใจเธอว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะมีเขาอยู่เคียงข้างกันตลอดไป นักแสดงนำ วรากร ศวัสกร รับบท กรวีร์ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท ปลายจันทร์บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์ รับบท ซันจาด้า อินโตร์เร รับบท อังสนาณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี รับบท ป้องเกียรติพรสวรรค์ มะทะโจทย์ รับบท กลางใจช้องมาศ บางชะวงษ์ รับบท ธารินวรางคนาง วุฑฒยากร รับบท เฟื่องลดาวิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล รับบท อากงปริญญ์ วิกรานต์ รับบท อาป๊าของปลายจันทร์อนุสรา จันทรังษี รับบท ต้นกล้ากชกร นิมากรณ์ รับบท กัลยาพร

ณเดชน์-เจมส์จิ ยังไม่เกิด! คู่ซี้พันธุ์ฉลุย เอ็ม-บิลลี่ พระเอกไอดอลยุค 80
เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย /  บิลลี่ โอแกน / 

  ยังไม่เป็นวุ้นเลยจ๊ะสำหรับ 2 ซุปตาร์เบอร์แรงอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ เจมส์ จิรายุ ที่ใน พ.ศ.นี้ ทั้งคู่โด่งดังทะลุเป็นพลุแตก จนกลายเป็นไอดอลของใครหลายๆ คน แต่ถ้าให้ย้อนไปสู่ยุคเฟื่องฟูของวงการหนังไทย ต้องยกให้กับ 2 พระเอกตัวพ่อแห่งยุค 80 อย่าง เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย และ บิลลี่ โอแกน คู่ซี้จากภาพยนตร์เรื่อง ฉลุย ในปี พ.ศ. 2531 ที่ความดังของสองคนนี้ในยุคนั้นฮอตเทียบเท่ากับ ณเดชน์-เจมส์จิ ยิ่งความหล่อใสๆ ในสไตล์ยุค 80 ของ 2 หนุ่ม ก็ทำเอาสาวๆ ทั้งประเทศกรี๊ดบ้านแตก บ้านไหนไม่มีโปสเตอร์ของ 2 หนุ่ม เอ็ม-บิลลี่ ติดไว้ที่ข้างฝาบ้าน ถือว่าเชยสุดๆ   แม้ว่าในยุคนี้ทั้งคู่จะมีอายุที่มากขึ้น และต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานในแบบฉบับที่ตนเองถนัด ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง โดยเฉพาะหนุ่มเอ็ม กลายมาเป็นคนเบื้องหลังแบบเต็มตัว ในงานโปรดักชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานภาพยนตร์ งานโฆษณา ส่วนหนุ่มบิลลี่ ยังพอมีงานเบื้องหน้าในบทบาท ของการเป็นนักแสดง และพิธีกร แม้ว่าช่วงหนึ่งเจ้าตัวจะเจอมรสุมข่าวต่างๆ นาๆ แต่หนุ่มบิลลี่ ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ แต่สิ่งที่หลายๆ คน ไม่สามารถลืมได้ นั้นคือความสุขในยุค 80 ที่อดีต 2 พระเอก เอ็ม-บิลลี่ เคยมอบให้กับทุกๆ คน ผ่านผลงานต่างๆ อาทิ งานแสดง งานเพลง งานพิธีกร จนกลายเป็นตำนานไอดอลแห่งยุค 80 ที่ชื่อของ เอ็ม สุรศักดิ์ และ บิลลี่ โอแกน คือพระเอกที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้นของจริง บิลลี่ โอแกน เอ็ม สุรศักดิ์