เพลง ราตรีสวัสดิ์

หมาก – คิม เขิน!! ร้องเพลงบอกรักกลางเวที หลังฝ่ามรสุมดราม่าแม่หมาก!!
หมาก ปริญ /  ข่าว หมาก ปริญ / 

  กำลังใจล้นหลาม!! สำหรับพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ กับหวานใจสาว คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ ซึ่งหลังจากเคลียร์จบดราม่า แม่หมาก อันฟอลโล่ไอจี สาวคิมเบอร์ลี่ แถมยังมีกระแสเม้าท์มอย คิมเบอร์ลี่ เปิดไอจีคู่ หมาก ปริญ เพื่อประชดประชันแดกดันขุ่นแม่ ล่าสุด หมาก-คิม จับมือกันออกงานอีเว้นท์ร่วมกันครั้งแรกในงานเปิดร้าน “ไอฮอป” (IHOP) สาขาแรกในประเทศทไทย ที่ชั้น G พารากอน ฟู้ด ฮอลล์ สยามพารากอน หลังจากที่ไม่ได้มีงานอีเว้นท์ด้วยกันมานานมากแล้ว โดยทั้งคู่ได้ร้องเพลงสุดหวานมุ้งมิ้งดูราวกับกำลังบอกรักกันบนเวที พร้อมกับเปิดใจเรื่องที่ผ่านมาทำให้ทั้งคู่แข็งแกร่ง และจับมือกันแน่นมากขึ้น หมาก "นานมากแล้วที่เราไม่ได้ออกอีเว้นท์คู่กันเนอะ ครั้งนี้ก็มีแฟนคลับของเรามาค่อนข้างเยอะมากๆ ทนเสียงกรี๊ดไม่ไหวก็เลยอยู่ร้องเพลงด้วยกันบนเวทีทั้งคู่ครับ ก็เขินๆ ไม่ได้เตี๊ยมกันมา ตอนแรกคิดว่าจะขึ้นไปร้องทีละคน แต่ขึ้นมาอยู่ด้วยกันก็ไม่เป็นไร" คิม "เขินๆ นิดนึงค่ะ เขินเพราะคิมไม่เคยร้องเพลงนี้มาก่อน ยิ่งเค้ามีความเป็นโปรเฟสชั่นแนลในการร้องเพลงด้วย" หมาก “(เหมือนร้องเพลงบอกรักกันบนเวที) ตามเพลงครับ เราก็เลือกเพลงมาให้ครึกครื้นกันหน่อย มาร้องด้วยกันมันก็ง่ายครับ (หลายคนมองว่าเป็นการออกงานคู่กันครั้งแรกหลังเจอมรสุมดราม่าเรื่องแม่หมาก) พูดแบบนี้ดีกว่าว่าเราออกงานคู่ไม่ได้ออกด้วยกันนานแล้ว ส่วนเรื่องดราม่าอย่างที่เราบอกไปหลายๆ ครั้งนั่นแหละ พูดไปหมดแล้วมันไม่มีอะไร เราก็ทำงานกันปกติครับ (เรื่องราวผ่านมาทำให้คู่เราแข็งแรงขึ้นมั้ย) แข็งแรงขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ก็เป็นปกติของมนุษย์ทุกคนเวลาเจอปัญหาเจออะไรมา ก็ต้องทำตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นครับ โลกนี้มันอยู่ยากครับ ก็ถือว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะนะครับ และเราก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง ก็ไม่มีอะไรครับ อย่างที่บอกไปว่ามันไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงมันแล้ว" คิม "(จะมีภาพกับครอบครัวออกมาให้เห็นบ้างมั้ย) ยังไงต้องมีอยู่แล้วแหละ" หมาก "ก็ไปๆ มาๆ เชียงใหม่ลำปางก็ไปด้วยกันครับ" คิม "เร็วๆ นี้ยังไม่ได้มีค่ะ" หมาก "มีแพลนไปทำบุญ แต่ว่าคิวไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ ส่วนทริปไปญี่ปุ่นไม่ไปแล้วไม่ใช่เหรอ มีคนบอกไม่ไปแล้ว (หัวเราะ)" คิม "ก็จะมีไปญี่ปุ่นไปชิมอาหารประมาณนี้ค่ะ" หมาก "ไปเพิ่มน้ำหนักซะหน่อย ทริปนี้อาจจะเป็นทริปกิน อาจจะมี live บอกว่าเราอยู่ตรงนี้ รีวิวเล่นๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจเก็บภาพมาลงในไดอารี่อะไรขนาดนั้นครับ ก็หาเวลาพักผ่อน ทำงานมาค่อนข้างยาวนานก็อยากหาเวลาไปให้ความสุขกับตัวเองบ้าง ไม่ได้ทุ่มทุนสร้างขนาดนั้นหรอกครับ มีพี่ที่รู้จักเค้าพาไปครับ ส่วนออกงานคู่ครั้งนี้ บังเอิญครับ เป็นจังหวะพอดี ดีแล้วที่คิวตรงกันครับ ออกงานคู่ค่าตัวก็แล้วแต่เรทอยู่แล้วครับ แต่ก็เป็นปกติแหละ ว่าเค้าให้ทำอะไรบ้าง ร่วมงานกี่ชั่วโมง ก็คิดตามนั้นครับ" หมาก คิม หมาก คิม ่หมาก คิม หมาก คิม หมาก คิม หมาก คิม หมาก คิม หมาก คิม

ออฟ พงษ์พัฒน์ ยิ้มหน้าบาน นาคี เดินสายกวาดเรียบ แค่งานนาฏราชคว้าไปเต็มๆ10รางวัล
ละครนาคี /  คว้ารางวัล / 

  ปีนี้คงไม่มีละครเรื่องไหนฮอตและปังสุดๆ เท่ากับ ละครนาคี ของเฮีย ออฟ พงษ์พัฒน์ แล้ว เพราะตั้งแต่ต้นปีมานี้ก็เดินสายกวาดรางวัลแทบทุกงาน ล่าสุดแค่งานนาฏราชก็คว้าไปเต็มๆ ถึง10 รางวัล ไม่ว่าจะเป็นรางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม ,รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม ,รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ,และเพลงคู่คอง ของก้อง ห้วยไร่ ก็รางวัลเพลงละครยอดเยี่ยมมาอีกด้วย, รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ,รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมที่งานนี้สาว เฟรช อริศรา กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง ,นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเจ้าแม่นาคีอย่าง แต้ว ณฐพร ถึงแม้ว่างานนี้เจ้าตัวจะป่วยเดินทางมารับรางวัลไม่ได้ก็ตามแต่ก็เป็นไปตามคาดว่ารางวัลนี้ต้องเป็นของนางอย่างแน่นอน,รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ออฟ พงษ์พัฒน์ แหม..กวาดมาแทบจะหมดขนาดนี้จะไม่ได้รางวัลละครยอดเยี่ยมก็เกินไปเนอะ ทำให้ตอนนี้หลายคนเร่งอยากจะให้มีนาคีภาค2 เร็วๆ กันเลยทีเดียวทำให้เฮียออฟ รวมถึงทีมงานถึงกับยิ้มแก้มปริไปตามๆ กันเลยทีเดียว

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

ปันปัน ส่งแม่เป็นครั้งสุดท้าย!! ฝันถึง+อยากสานต่อร้องเพลง แหวน ฐิติมา
แหวน ฐิติมา /  ปันปัน เต็มฟ้า

บรรยากาศในพิธีเคลื่อนศพ แหวน ฐิติมา ขึ้นตั้งบนจิตกาธาน โดยมี ปันปัน เต็มฟ้า เป็นผู้ถือภาพของแม่แหวน เวียนรอบเมรุ สำหรับกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา เวลา 18.00 น. ณ เมรุวัดธาตุทอง โดยสาวปันปัน ได้เปิดใจก่อนส่งแม่เป็นครั้งสุดท้ายมาดังนี้ "วันนี้ได้มาส่งคุณแม่ อย่างแรกเลยที่รู้สึกคือสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ได้พระราชทานพวงมาลาและจะเสด็จมาพระราชทานเพลิงศพให้คุณแม่ นับว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลปันปันมากๆ และเป็นเกียรติสำหรับคุณแม่ด้วยค่ะ" "รู้สึกปลาบปลื้มใจแทนคุณแม่มากค่ะ คุณแม่มีทั้งเพื่อน มีทั้งคนที่รัก ทั้งแฟนคลับและครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ ทุกคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณแม่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายๆ ท่านก็มาบอกกับเราว่าจะสนับสนุนปันปันต่อไป ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ รู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่น่ายกย่องมากๆ เหมือนเราก็อยากจะดำเนินตามรอยคุณแม่ค่ะ คุณแม่เก่งมากๆ ทำตัวให้มีคนรัก มีคนนับถือขนาดนี้" "สภาพจิตใจวันนี้ ก็เข้มแข็งมากกว่าวันนั้นค่ะ พอมีคนให้กำลังใจ มีแขกมา คุณพ่อก็ดีขึ้นค่ะ อย่างวันคอนเสิร์ตคุณพ่อก็ได้เจอกับเพื่อนเก่าๆ นักร้องนักดนตรีที่คุณพ่อเคยทำงานด้วย" "ห่วงคุณพ่อ ห่วงค่ะ ตอนนี้ก็ยังห่วงค่ะ เพราะคุณพ่อค่อนข้างมีอายุแล้ว และค่อนข้างจะชินกับอะไรที่เดิมๆ ก็เลยต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ และตอนนี้บ้านค่อนข้างเงียบ คือบ้านเราอยู่กัน 3 คนคือ ปันปัน คุณพ่อและคุณแม่ ตอนนี้ก็เหลือ 2 คนในบ้าน ก็ค่อนข้างเงียบ เดี๋ยวคงพาคุณพ่อไปทำกิจกรรม เดี๋ยวจะพาไปหัวหินอะไรแบบนี้ค่ะ บ้านมันดูว่างเปล่า เราอยู่ด้วยกัน 3 คนก็ใช้ทุกอย่างร่วมกัน เดิมก็คือนอนด้วยกัน 3 คน ปันปันเพิ่งมามีห้องของตัวเองเมื่อไม่นานนี้เอง ของของคุณแม่ก็มีอยู่ทั่วบ้าน ตอนเก็บของก็รู้สึกคิดถึงคุณแม่ตลอดอยู่แล้ว แต่ก็พยายามจะเข้มแข็งมากขึ้น" "ฝันถึงคุณแม่ มีฝันถึงคืนนึงค่ะ ห่างจากวันที่คุณแม่เสียมา 2 วัน ฝันถึงแต่ไม่ได้เป็นภาพอะไรมาก ก็เหมือนคุณแม่ยืนอยู่ก็เป็นภาพที่ดีๆ ค่ะ ตอนที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาลก็ยังทำให้เราเห็นว่าคุณแม่เข้มแข็งอยู่ตลอด น้อยครั้งมากที่จะบอกว่าท้อ คุณแม่ไม่เคยพูดเลยว่าอยากไปแล้วต่อหน้าเรา ทำให้เรารู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดแล้ว ตอนนี้เชื่อว่าคุณแม่ก็ยังห่วงปันอยู่ เพราะคุณแม่จากไปค่อนข้างเร็วและปันก็ยังอยู่ในช่วงรอยต่อของชีวิต อย่างเรื่องการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ แต่ก่อนคุณแม่จะเป็นคนทำให้หมด ตอนนี้เราก็ต้องจัดการการจ่ายเงินเองทุกอย่าง ดูแลบ้านด้วย ก็ต้องเข้มแข็งมากขึ้น ก็ต้องเป็นผู้นำครอบครัวค่ะ อย่างที่บอกว่าปันต้องดูแลคุณพ่อด้วย คุณพ่อไม่ค่อยแข็งแรง เราก็ต้องดูแลระบบทั้งหมดของบ้าน" "สานต่อคุณแม่ ความจริงอยากจะร้องเพลงคุณแม่ แต่ก็ต้องรอโอกาสอีกทีค่ะ เพลงคุณแม่เราก็ร้องได้เกือบหมดอยู่แล้ว เมื่อก่อนปันชอบไปคอนเสิร์ตกับคุณแม่มากค่ะ เวลาคุณแม่ไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัดปันก็ไปด้วยตลอด หลังจากนี้ก็คงเคลียร์บ้านและหางานทำด้านที่เรียนมาคือเศรษฐศาสตร์ อาจจะทำงานธนาคารเกี่ยวกับการลงทุนให้เป็นงานหลักของเรา งานในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ทิ้งค่ะ ยังรับเป็นงานๆ ได้อยู่แล้วค่ะ" "อัฐิ น่าจะเก็บไว้ในโกศ 2 โกศอย่างที่เราเตรียมกันไว้คือ อันนึงไว้บ้านเราจะซื้อโต๊ะอะไรมาวางไว้ อีกอันก็จะไว้กับคุณยายที่บ้านครอบครัวสุตสุนทร ลอยอังคาร ตอนนี้เห็นคุณพ่อบอกว่าจะไปที่กองทัพเรือค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าวันไหนและมีใครไปบ้าง เตรียมต้องคุยกันอีกทีค่ะ" "กล่าวอาลัยให้คุณแม่ เหมือนพูดในสิ่งที่เราไม่ค่อยได้บอกคุณแม่เท่าไหร่ คุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก เราอยู่ในจุดที่รู้ว่ามันคือตัวตนของคุณแม่ เราก็ไม่ค่อยได้บอกว่าขอบคุณนะที่แม่เข้มแข็ง บอกรักและขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่เคยทำให้เราตั้งแต่เด็กคุณแม่ก็อยู่เคียงข้างเรามาตลอด" "ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ทุกคนรักคุณแม่ขนาดนี้ เราเป็นลูก เราก็ดีใจที่เห็นมีคนรักคุณแม่เยอะ ทุกคนห่วงใยและใส่ใจเราขนาดนี้ค่ะ ถึงแม้คุณแม่จะจากไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังห่วงคุณแม่ หนูจะพยายามนำข้อดีทุกอย่างของคุณแม่มาใช้กับตัวหนูค่ะ" ปันปัน กล่าว พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา

10 ดาราที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับคุณภาพ
ผู้กำกับ /  จากนักแสดง / 

   เรียกว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์เบื้องหน้ามาอย่างโชกโชนเลยทีเดียวสำหรับนักแสดงมากฝีมือจนตอนนี้แต่ละคนก็เริ่มผันตัวมาทำหน้าที่คนเบื้องหลังด้วยการเป็นผู้กำกับมากฝีมือ ซึ่งต้องยอมรับว่าฝีไม้ลายมือของแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ออฟ พงษ์พัฒน์      เป็นผู้คร่ำหวอด อยู่ในวงการมานาน เรียกว่าทำมาแล้วเกือบทุกอย่างในวงการสำหรับผู้กำกับมือทอง อย่าง ออฟ พงษ์พัฒน์ แถมผลงานในการกำกับของออฟ พงษ์พัฒน์ นั้นก็ดังเป็นพลุแตกเกือบทุกเรื่อง แหม..ก็นักแสดงที่ได้ร่วมงานกับออฟ พงษ์พัฒน์ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าไม่เป๊ะไม่ผ่าน ไม่แปลกใจเลยว่างานที่ออกมาทุกชิ้นล้วนแล้วแต่มีคุณภาพคับจอ บุ๋ม รัญญา      บุ๋ม รัญญา เป็นนักแสดงสาวมากความสามารถที่คร่ำหวอดอยุ่ในวงการบันเทิงมานานแล้วอีกหนึ่งคน แถมยังมีผลงานทั้งภาพยนตร์ ละคร,ละครเวที รวมถึงงานเพลง ช่วงหลังๆมานี่บุ๋ม รัญญา เริ่มผันตัวมาเป็นผู้กำกับ ตั้งแต่ ปี 52 และก็มีผลงานให้เห็นอย่างต่อเนื่องทั้งช่อง3 รวมถึงช่อง7 ด้วย วุษ อัษฏาวุธ      เป็นอีกหนึ่งพระเอกลูกหม้อของช่อง7 ที่ความสามามารถคับจอจริงๆ เพราะงานในวงการเกือบทุกประเภทก็ล้วนแล้วแต่เคยผ่านมือของ วุษ อัษฏาวุธ แทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานภาพยนตร์ ละคร,ละครเวที, พิธีกร, งานพากษ์ รวมถึงดีเจ และตอนนี้เขาก็ได้ผันตัวไปเป็นทั้งผู้จัดและเป็นผู้กำกับในค่ายมันดูดีเองด้วย ตั้งแต่ 54 และมีผลงานมาตลอดอย่างต่อเนื่อง ฟิวส์ กิตติศักดิ์      จากอดีตนักแสดงวัยรุ่น ได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดรุ่นเก๋า อย่างเจ๊ปิ่น ณัฏฐนันท์ บิ๊กบอสของค่ายทีวีซีน จนตอนนี้ผันมาเป็นผู้กำกับอย่างเต็มตัวสำหรับหนุ่ม ฟิวส์ กิตติศักดิ์ แถมยังมีผลงานละครออกมาให้ชมอย่างต่อเนื่องซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนแล้วจะดังแทบทั้งนั้น หนุ่ม อรรถพร      หนุ่ม อรรถพร ธีมากร นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ที่เรียกว่างานในวงการผู้ชายคนนี้ทำมาเกือบหมดแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้หนุ่มจะผันตัวไปเป็นผู้กำกับแต่สำหรับงานเบื้องหน้าเขาก็ยังไม่ทิ้ง ยังคงทำควบคู่กันไป หนุ่ม อรรถพร เริ่มหันมากำกับละครอย่างจริงจังในปี 44 และก็ยังคงมีผลงานเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ โดนัท มนัสนันท์      นักแสดงสาวติสท์ อย่าง โดนัท มนัสนันท์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ผันไปเป็นคนเบื้องหลังถึงแม้จะไม่เต็มตัวก็ตาม เริ่มจากการชิมลางกำกับมิวสิควีดิโอ หนังสั้น จนมาถึงกำกับละคร แถมสาวโดนัทยังขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครอีกด้วย แต่สำหรับงานเบื้องหน้าสาวโดนัทก็ยังมีให้เห็นอย่างประปราย แดน วรเวช     เรียกว่าไม่เสียแรงที่ไปเรียนตัดต่อที่ประเทศอังกฤษมาจริงๆ แถมเจ้าตัวยังคลุกคลีอยู่กับเบื้องหลัง จนตอนนี้หลายคนมองว่าหนุ่ม แดน วรเวช กลายเป็นคนเบื้องหลังไปแล้ว เพราะตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศหนุ่มแดนก็ได้โชว์ฝีไม้ลายมือในการกำกับภาพยนตร์และละครให้เห็นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 53 ชาย ชาตโยดม      สำหรับคุณพ่อลูกอ่อน อย่าง ชาย ชาตโยดม ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในวงการมาอย่างเต็มเปี่ยม เพราะทำงานในวงการมาเยอะแยะมากมายซะเหลือเกิน จนเมื่อปี 55 หนุ่มชายได้ลองชิมลางผันตัวไปเป็นผู้กำกับ กับเรื่องตะวันฉายในม่านเมฆ และก็มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนงานเบื้องหน้าหนุ่มชายก็ยังทิ้งนะจ๊ะ เพราะยังคงทำควบคู่กันไป โอ๊ต วรวุฒิ         เป็นนักแสดงหนุ่มพ่อลูกอ่อนอีกหนึ่งคนสำหรับหนุ่ม โอ๊ต วรวุฒิ เพียงลงมือกำกับละครเพียงแค่เรื่องเดียวก็ได้รับรางวัลมาเพียบ กับละครสะท้อนสังคม เรื่องดวงใจพิสุทธิ์ แหม...แววมาดีขนาดนี้เชื่อว่าหนุ่มโอ๊ต คงหันไปกำกับละครคุณภาพให้เราได้ดูกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน กัปตัน ภูธเนศ      สำหรับว่าที่คุณพ่อมือใหม่อย่าง กัปตัน ภูธเนศ คนนี้ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์เบื้องหน้าในวงการมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง พิธีกร มาถึงวันนี้เขาพร้อมเต็มที่แล้วที่จะผันมาทำงานเบื้องหลังโดยการเป็นผู้กำกับ เพราะหนุ่มกัปตันนั้นเริ่มสนใจงานเบื้องหลังมาได้2 ปีกว่าๆ แล้วกับละครเรื่อง 2 รัก 2 วิญณาณ และตอนนี้กำลังกำกับละครเรื่องริมฝั่งน้ำให้กับทางช่อง 3 อีกด้วย     แต่ดาราที่คุณภาพคับจอแล้วผันตัวมาเป็นผู้กำกับไม่ได้มีเพียงแค่ 10 คนนี้เท่านั้น ยังมีดาราอีกหลายคนที่ยังรับผิดชอบทั้งเบื้องหน้าและเบีื้องหลังและละครที่กำกับต่างก็เป็นละครที่มีคุณภาพ ไม่แตกต่างกันอีกด้วย จะแตกต่างกันก็ตรงพล็อตเรื่องกับดาราที่มาแสดงนี่แหละคร้า...

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

แฟนตัวจริง!! เปิ้ล นาคร ดี๊ด๊าเกาะติดขอบเวที บริทนีย์ สเปียร์ส อย่างแซ่บ!!
เปิ้ล นาคร /  ข่าว เปิ้ล นาคร / 

  เรียกได้ว่าแซ่บสมการรอคอย สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตแบบสดๆ เต็มรูปแบบครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย กับ บริทนีย์ สเปียร์ส ไลฟ์ อิน แบงค็อก 2017 (Britney Spears Live in Bangkok 2017) ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี งานนี้ไม่พลาดที่แฟนตัวจริงอย่าง เปิ้ล นาคร ที่หนีบรรดาลูกๆ 4 ออ (ออกัส, ออก้า, ออกู๊ด, ออเกรซ) ควงภรรยาสุดที่รัก จูน กษมา มาดูคอนเสิร์ตชนิดติดขอบเวที ซึ่ง เปิ้ล นาคร ถึงกับแซวภรรยาว่า “มาดูบริ๊ตนี่เปียนะ #คนนึงมาชุดนอน” พร้อมกับแพร่ภาพสดผ่าน FB อีกด้วยว่า “สด แม่จูนชุดนอน มาหาเพื่อนซี้บิ๊ดนี่เปีย.....555.....เมียกรูเต้นเพลงที่มีงูซะงั้น....555”   งานนี้นอกจากแฟนๆ จะตื่นตาตื่นใจไปกับ บริทนีย์ สเปียร์ส แล้ว ยังได้เห็น เปิ้ล นาคร ออกอาการดี๊ด๊าออกนอกหน้าที่อยู่ใกล้ชิดติดขอบนักร้องในดวงใจอีกด้วยนะ อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG ple_nakorn, FB Ple Nakorn IG @ple_nakorn ใกล้ไปมั๊ย สนิทกัน.........บริ๊ตนี่เปีย #britneyspears ใกล้ไปมั๊ย สนิทกัน.........บริ๊ตนี่เปีย #britneyspears IG @ple_nakorn เพลงคุ้นๆนะ เพลงคุ้นๆนะ

เอสเธอร์ วอนเปิดใจดูฝีมือ เคน-น้องชาย ดราม่าใช้เส้นสายเป็นดีเจงานใหญ่!!
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา /  เคน ภูภูมิ / 

ตื่นเต้นสุดๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ ที่กำลังจะได้ขึ้นเวทีงานใหญ่ทำหน้าที่ดีเจคู่กับ ทิมมี่ น้องชายของหวานใจสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ในวันที่ 10 ก.ค. ที่จะถึงนี้ แต่ก็มิวายเจอกระแสดราม่าตั้งแต่ยังไม่ทันจะขึ้นโชว์ว่า เพิ่งจะมาเอาดีด้านนี้ เพิ่งจะลงเรียนดีเจ โดยเฉพาะ ทิมมี่ น้องชายของ สาวเอสเธอร์ ที่ยังโนเนมแต่กลับได้ขึ้นโชว์งานใหญ่ระดับประเทศเลยถูกมองว่าใช้เส้นสายหรือเปล่า งานนี้ สาวเอสเธอร์ ในฐานะพี่สาวและแฟน ขอร้องให้ทุกคนลองเปิดใจและดูกันที่ฝีมือดีกว่า ตัวเธอเองเห็นความตั้งใจและความพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักของทั้งคู่มาโดยตลอด พร้อมยืนยันไม่ได้ใช้เส้นสายแน่นอน เพราะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง "ช่วงนี้หายหน้าหายตาจากงานอีเว้นท์ ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร ช่วงนี้ว่างงานเพราะเพิ่งปิดกล้องไป จะเปิดอีกทีเดือนสิงหาค่ะ ช่วงนี้ก็ถือโอกาสพักผ่อน หนูก็อยากพักเพราะปีที่ผ่านมาหนูถ่ายละคร 2 เรื่องติด 7 วันเลยมันก็เลยไม่ค่อยไหว โทรม สุขภาพไม่ค่อยดี ก็เลยตั้งใจว่าจะพักจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้ก็เบรคยาวจนถึงสิงหาค่ะ เดี๋ยวจะเปิดกล้องเรื่องใหม่ พอเราได้พัก ได้มีเวลากับตัวเอง มีเวลาออกกำลังกาย ได้ทำนู่นทำนี่ ได้เจอเพื่อน ทำอะไรให้ตัวเองบ้าง แพลนเที่ยวยังไม่มีค่ะ ล่าสุดเพิ่งไปเกาหลีมาประมาณ 6 วัน ก็ดีค่ะถือว่าพักผ่อน ตอนนี้ชาร์ตแบตก่อน ก่อนที่จะใช้แรงงานหนักอีกที" "ส่วนดราม่าของพี่เคนกับน้องชายที่คนว่าเป็นดีเจแล้วเหรอ จริงๆ มันก็เรียกได้ว่าเหมือนเป็นก้าวแรกของทั้งคู่ อย่างน้องชายหนูเป็นคนที่ชอบเพลงมาก หนูเห็นพรสวรรค์ที่เขามีมาตั้งแต่เด็กๆ เขาเล่นดนตรีหลายชนิด แล้วโตมาก็ทำเพลงได้ ไม่ว่าจะทำอะไรเราก็สนับสนุนค่ะ แล้วยิ่งเจอกับพี่เขาก็เป็นคนชอบฟังเพลงแนวนี้ ชอบดูงานแนวนี้ มีวันนึงที่เขาได้มีโอกาสไปเรียน เป็นเหมือนความฝันของทั้งคู่ได้ก้าวเข้ามาเป็นดีเจ งานแรกก็ดีค่ะ อยากให้ลองเปิดใจเพราะก็ยังไม่เคยเห็นทั้งคู่ในแนวนี้ค่ะ กระทู้ที่น้องชายโดนดราม่าอันนี้ยังไม่เห็นเลยค่ะ" "ที่บอกว่าน้องเราไม่คู่ควรกับการเป็นดีเจ หนูว่าทุกคนก็มีจุดเริ่มต้นแหละ อยากให้ลองเปิดใจ อยากให้ช่วยสนับสนุน บางทีไม่แน่ดีเจคนไทยเก่งๆ อาจจะมีโอกาสได้ไประดับโลก แค่เรากันเองต้องเปิดโอกาสให้กันและกัน" หลายคนมองว่ามันก้าวกระโดดเร็วไปมีเส้นสายขึ้นเวทีใหญ่ อันนี้หนูว่าอย่าเรียกว่าเส้นสายเลย เราทำตามทุกขั้นทุกตอนเหมือนที่หลายๆ คนทำ กว่าเราจะได้มาถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะหลายคนอาจจะไม่เคยเห็น มองว่าอ้าว...เพิ่งมาเล่นแผ่นได้ไปออกงานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังกว่าเขาจะไปเรียน กว่าเขาจะผ่านมันมาได้ กว่าเขาจะสอบ รู้เรื่องเพลงอีก มันใช้เวลาหลายปีเหมือนกัน" "น้องเรียนมาหลายปีแล้วค่ะ ประมาณ 3-4 ปีแล้ว คือน้องหนูเริ่มจากเล่นดนตรี พอเล่นดนตรีเสร็จก็เริ่มไปเรียนทำเพลง ไปเรียนมิกซิ่ง แล้วเริ่มมาเรียนดีเจตอนพักหลังๆ นี้ แล้วก็ซ้อม ซ้อมหนักมากพอสมควรเลย เขามุ่งมั่นมากอยากเป็นดีเจ เขาชอบ เขาดูดีเจฝรั่งแล้วเขามีไอเดีย ดูเป็นไอดอลของเขา กับเคนคือมารู้จักกับพี่ก่อน แล้วมารู้ว่าน้องชอบเพลงก็เลยคุยกันถูกคอ ก็เลยชวนกันไปเรียน ชวนกันคุยเรื่องเพลงค่ะ เขาก็เข้าขากันดีไปในทิศทางเดียวกันเรื่องเพลงคือชอบเหมือนกันค่ะ น่าจะตอนที่รู้จักหนู แล้วรู้ว่าน้องชายชอบทำเพลง ก็มีคุยกันเรื่อยๆ จนสุดท้ายตกลงจะไปเรียนด้วยกัน เรียนที่ไทยค่ะ แต่ตอนไปที่เกาหลีคือเราไปดูงานเพลงเพื่อที่จะมีไอเดียและดูบรรยากาศว่าเป็นยังไง เพราะน้องหนูเพิ่งมีโอกาสไปครั้งแรกค่ะ" "ทั้งคู่จะขึ้นเวทีวันที่ 10 ก.ค.นี้ ถ้าหนูไม่ติดงาน ไม่ติดอะไรก็จะไปให้กำลังใจค่ะ กลัวน้องจะเสียเซลฟ์ไหมโดนกระแสแบบนี้เหรอ จริงๆ หนูก็มีบอกน้องนะว่าไม่ว่าคนจะพูดอะไร เขาก็ยังไม่เคยเห็นในด้านนี้ก็อย่าไปสนใจ ทำให้เต็มที่ที่สุด เราเตรียมอะไรมาก็ใส่ไปทำให้เต็มที่ หนูว่าน้องอาจจะไม่เคยเจอแรงคอมเม้นท์หรืออะไรแบบนี้ในสื่อเยอะ คือน้องจะอยู่ของน้องเงียบๆ น้องอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากสักเท่าไหร่" "เพลงที่เขาทำก็มีโอกาสได้ฟังแล้วค่ะ ดีค่ะ รู้สึกว่าน้องเราก็มีหัวทางด้านนี้นะ น้องสามารถสร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานเพลง เราฟังรู้เรื่อง ฟังดีค่ะ ถือเป็นก้าวแรกๆ ก็เป็นกำลังใจให้น้อง ดีหรือไม่ดีไม่รู้ เราก็อวยๆ กันไปเอง กับคนในครอบครัวกันเองก่อน (หัวเราะ) แต่น้องก็มีอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ เวลาเขาทำอะไรก็ไปถามว่าแบบนี้ถูกหรือเปล่า ควรจะเพิ่มเติมอะไร น้องก็พยายามเรียนรู้ตลอดเวลาค่ะ" เอสเธอร์ กล่าว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เตรียมขึ้นเวทีใหญ่ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์