เบิร์ด

สหมงคลฟิล์ม ยกทัพหนังยักษ์ สร้างประสบการณ์ยิ่งใหญ่ ในงาน Bangkok Comic Con 2015
Bangkok Comic Con 2015 /  The Hunger Games: Mockingjay - Part 2 / 

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมยกทัพภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ประกาศความยิ่งใหญ่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ป๊อปคัลเจอร์ครั้งสำคัญของเอเชียในงาน Bangkok Comic Con 2015 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. - 3 พ.ค. นี้ ที่ไบเทค บางนา เตรียมพบกับการเปิดตัว"ม็อกกิ้งเจย์แลนมาร์ค" (Mockingjay Landmark) ครั้งแรกของเมืองไทยที่สูงถึง 6 เมตร เปิดโอกาสให้แฟน Bangkok Comic Con ทุกคนร่วมเก็บภาพเป็นกลุ่มแรกเพื่อเป็นสัญญาณนับถอยหลังสู่บทสรุปใน The Hunger Games: Mockingjay Part 2 พร้อมร่วมย้อนรอยเส้นทางการต่อสู้ของม็อกกิ้งเจย์สาว แคทนิส เอเวอร์ดีน ผ่านแฟชั่นโชว์อันตระการตา A Tribute of Mockingjay และแฟน เดอะฮังเกอร์เกมส์ ห้ามพลาดเด็ดขาดกับการลุ้นเป็นผู้โชคดีที่จะได้เป็นเจ้าของบัตรชมภาพยนตร์ The Hunger Games: Mockingjay Part 2 รอบ Thailand Premiere ซึ่งแจกในงานนี้เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ภาพยนตร์ไทยแห่งหน้าประวัติศาสตร์อย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังนำดิสเพลย์ของ "มยุระปางซอง"หรือ "ท้องพระโรงแห่งเกตุมวดีตองอู" ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ตองอู ซึ่งจำลองมาจากฉากสำคัญของภาพยนตร์ภาคล่าสุด อวสานหงสา มาจัดแสดงให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ทึ่งไปกับความวิจิตรงดงามอีกด้วย และพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ในวันที่ 1 พ.ค. 58 เวลาประมาณบ่าย 3 โมง เตรียมพบกับนักแสดงนำจากภาพยนตร์นำโดย ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ผู้รับบทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ ผู้พันต๊อด พันเอกวินธัย สุวารี จะมาพบกับแฟนๆ ในงานอย่างใกล้ชิด ปิดท้ายในวันที่ 3 พ.ค. 58 เวลาประมาณบ่าย 2 โมง เตรียมพบกับผู้กำกับและทีมนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง ผีห่าอโยธยา นำโดย ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงการทำงาน พร้อมกับชมการสาธิตการแต่งเมคอัพเอฟเฟคต์ "ผีห่า" แบบสดๆ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความบันเทิงครั้งพิเศษสุดกับภาพยนตร์ของ สหมงคลฟิล์มฯ ในงาน Bangkok Comic Con 2015 ในวันที่ 30 เม.ย. - 3 พ.ค. นี้ ที่ ไบเทค บางนา ติดตามร่วมลุ้นบัตรเข้าชมงานฟรีได้ทางเฟสบุ๊ค Sahamongkolfilm International ------------------------------------------

เสรี รุ่งสว่าง เดือด! เวทีประกวด ลูกทุ่ง เน้นตลก ไม่จริงจัง
คนดังนั่งเคลียร์ /  ลูกทุ่ง / 

เป็นเดือดเป็นร้องการรายการประกวดร้องเพลงในยุคนี้ สำหรับ “เสรี รุ่งสว่าง” นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ ที่มีคนเอาเพลงของเจ้าตัวไปร้องบนเวทีประกวดมากมาย แต่แปลกที่เจ้าของเพลงอย่าง “เสรี” ไม่เคยได้ไปเป็น “กรรมการ” ตัดสินการประกวดเลย ซึ่งเจ้าตัวขอออกฉะแหลกด้วยความอัดอั้นในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทาง “ช่อง 2” ถึงเรื่องทั้งหมดว่ารายการประกวดร้องเพลงเดี๋ยวนี้เน้นตลก เน้นธุรกิจ ไม่มีความจริง คอมเม้นท์เตเตอร์ก็ฟังเพลงไม่เป็น พร้อมทั้งแก้ข่าวเม้าท์ “เสรี ปากพาซวย” งานนี้จะแซ่บแค่ไหน ไปฟังกันเลย ล่าสุดเพิ่งมีอุบัติเหตุ ไปชนเขา ? “จริงๆ เราหลบรถมอเตอร์ไซค์ เราวิ่งทางถนนไหนวิ่งไปจากบางปูครับ เขาออกมาข้างสะพานมอไซค์ออกมา ถ้าเราวิ่งตรงไปชนมอเตอร์ไซค์ตายแน่นอน เราก็หักขวา แล้วรถหน้ามันก็สวนมาพอดี เราก็ชน ชนตรงกลางเขาพอดี แต่ถ้าเราไม่ชนเขา เราก็ต้องชนมอเตอร์ไซค์” เห็นมีข่าวอุบัติเหตุบ่อย ? “มันต้องเดินทางตลอดไง อย่างวันนี้สมมุติเล่นอยู่พิษนุโลก แล้วเราก็ต้องกลับมาเดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปเพชรบุรี” ชนไปกี่ครั้งแล้ว ? “ที่หนักๆ จริงๆ ก็ 23 เที่ยว ระหว่างที่ชนเรารู้สติตลอด เราจะดูวันมันชนแบบไหน เราไม่ได้ตกใจไง ลูกน้องขับเนี่ยถ้าเป็นเรา เราต้องออกซ้ายนะ เราไม่ชนแน่ๆ แต่มันดันไปขวากับเขา เหมือนเขาหลบไปขวามันก็ไปขวา หลวงพ่อเขาบอกว่าอย่าไปนั่งให้คนขับ ชันษาเราไม่ได้เป็นผู้ดี เราเป็นขี้ข้า อย่าเป็นเจ้านาย” ถามเรื่องงานเพลงหน่อย ดีใจไหมที่มีคนเอาเพลงเราไปร้องประกวดเยอะ ? “ดีใจ เอาไปเถอะเพราะว่าอะไรรู้ไหม เพราะถ้าเพลงเราไม่มีนำเสนอ คนก็ไม่รู้จัก” คนเอาเพลงไปร้องเยอะ แต่ไม่เห็นมีใครเชิญเจ้าของเพลงไปตัดสิน ? “(หัวเราะ)คือจริงๆ แล้วผมไป ผมเนี่ยรายการที่ไปมันเน้นเรื่องสนุกมากกว่าไม่ได้เน้นคุณภาพ แต่ถ้าเราไปมันต้องคุณภาพไง มันต้องเป็นจริง นักร้องคนนี้ร้องไม่ดี เราจะบอกว่าดี เห้ยเสรีตัดสินอย่างนี้เหรอ นักร้อง ห่า เหว อะไรก็ไม่รู้ มันเสียใคร เสียผม” เดี๋ยวนี้เขาก็มีดารานักร้องไปเป็นกรรมการตัดสิน ? “ผมถามหน่อย มันตรงไหมล่ะ” แล้วทำไมไม่ไปตัดสินเอง ? “ก็เขาไม่จ้างผม ที่จริงเราอยากจะไปเหมือนกัน แต่ว่าต้องตามใจเรานะ รายการเขา แต่ตามใจเรา เราต้องมีสิทธิ์ที่จะตัดสินคนนี้ได้ ไม่ได้มันต้องอยู่ที่เราสิ ผมถามหน่อยนะ ยกตัวอย่างทุกวันนี้ที่เป็นคอมเม้นท์นักร้อง ผมถามว่ามีนักร้องลูกทุ่งคนไหนบ้างที่ไปคอมเม้นท์ ที่มันดังจริงๆ” ตลก ดารา ผู้กำกับ ? “ตลกร้องเพลงดังเหรอ ตลกคุณก็ไปตัดสินตลกสิ คุณจะไปตัดสินนักร้องได้ไง ถ้านักร้องคุณต้องเอานักร้องไปตัดสิน ถ้าแต่งเพลง คุณก็ต้องเอานักแต่งเพลงไปตัดสิน มันได้ที่ไหน บางรายการนักร้องดีๆ สุดท้ายตกรอบหมด มันเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะคุณฟังไม่เป็น ผมชมอยู่คนหนึ่งนะ คุณชมพู ฟรุตตี้ เขาฟังเป็น ไปสังเกตได้เลยบางทีเขาให้คนเดียว แล้วอีก 4 คนไม่ให้ แต่ที่เขาให้น่ะถูก” แลดูเครียด มีอะไรกับตลกที่ไปเป็นคอมเม้นท์เตเตอร์ ? “คือมันไม่ตรงสายไง ก็คือหมายความว่ามันไม่ตรงจุดประสงค์” มีใครบ้างเห็นแล้วไม่เข้าท่าเลย ? “ทุกรายการน่ะ มันไปตลกกันซะมากกว่า ไปคอมเม้นท์เรื่องพูดเฮฮาปาร์ตี้ เหมือนตลกมากกว่า มันเป็นธุรกิจ” รายการร้องเพลงตลกแล้วสนุก ? “จริงๆ คุณลองทำรายการที่มันแข็งจริงๆ สิ แล้วที่ตัดสินให้มันออกมาจริงๆ ถมถามหน่อยนะคนที่ได้ได้ที่ 1 ไม่ว่าจะเป็น เขาเรียกอะไรนะแต่ก่อนที่ไปอยู่ในบ้าน” เอเอฟเหรอ ? “ก็นั่นแหละ ผมถามหน่อยคนที่ได้ที่ 1 มันดังซักคนไหม มีไหม” ที่ดังๆ ก็มี ? “ใครล่ะ ใคร พูดมาสิ แต่ผมพูดให้ฟังนะคนที่ได้ที่ 2 ดังคับประเทศ เบิร์ด ธงไชย ทำไมมันดัง เสียเขาดี ก๊อตล่ะทำไมถึงดัง ร้องสตริงไม่ดัง มาร้องลูกทุ่งทำไมถึงดัง” กลับมาที่เรื่องคอมเม้นท์กันต่อ ทำไมเขาไม่ใช้นักร้อง ? “เพราะอะไรรู้ไหม เพราะมันไม่สนุก แต่ชมพู เขาฟังเพลงเป็น (ชมอยู่คนเดียว) ก็เรื่องจริง ผมก็ต้องชมสิ คนถูกต้องเราก็ต้องให้เขา” อีกเรื่องคือมีคนบอกว่าพีเสรีปากพาซวย ? “ผมเป็นคนตรง แล้วอีกอย่างคือไปไหนผมอ่อนน้อมถ่อมตน” ตรงกับขวานผ่าซากมันใกล้ๆ กันนะ ? “เราต้องเอาเรื่องจริงไง เราจะไม่ใช่ที่ว่าไอ้คนนี้ไม่ดี แล้วไปบอกว่าเขาดี(ส่ายหน้า) ก็ไม่ใช่เรา” เป็นคนพูดจาตรงแบบนี้ตั้งแต่เข้าวงการ ? “มันเป็นที่นิสัย เราเป็นนิสัยมาตั้งแต่ดั้งเดิม” บทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ได้ทางช่อง 2 ทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 10.30/14.00/20.00น. เสาร์-อาทิตย์10.30/14.30/19.30 และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/thaich2 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เซอร์ไพร์สเบิร์ดเดย์ !  แฟนหนุ่ม 'เนย โชติกา' ขอแต่งงานกลางวันเกิด
ขอแต่งงาน /  ดารา / 

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงวันเกิดปีที่แล้วแต่ปีนี้กลับแฮปปี้มากกว่า สำหรับนางร้ายหน้าสวยของช่องน้อยสี 'เนย โชติกา' ที่ฉลองปาร์ตี้ครบรอบเบิร์ดเดย์ไปเมื่อค่ำวันที่ 15 กรกฎาคม แต่กลับถูกเซอร์ไพร์สจากแฟนหนุ่ม 'อาร์ม' หอบดอกไม้ช่อใหญ่พร้อมแหวนมาคุกเข่าขอแต่งงานหลังจากคบกันมานานกว่า 6 ปีกลางงานเลี้ยงวันเกิด ณ โรงแรมแอดลิบ บางกอก สุขุมวิท ซอย 1 เล่นเอานางร้ายของเราดีใจจนน้ำตาแตกท่ามกลางเพื่อน ๆ แถมว่าที่เจ้าบ่าวยังแอบจุ๊บแก้มโชว์เพื่อนๆที่มาร่วมงานอีกซะด้วย ปลื้มแทนสาวเนยจริง ๆ  นิตยสาร 'ดิฉัน' ขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าสาวคนต่อไปด้วยนะจ๊ะ  ขอบคุณภาพ fb jakawin photography และ Instragram

ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เตรียมสานต่อ ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ใน The Incredibles 2
The Incredibles /  The Incredibles 2 / 

หลังจากที่แอนิเมชั่น ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ชุดรัดแดงติ้วจาก พิกซาร์ เคยสร้างกระแสฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน ล่าสุดนี้ขอให้แฟนๆ ทุกท่านเตรียมเฮดังๆ เพราะพวกเขากำลังจะกลับมาใน The Incredibles 2 โดยจะได้ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เจ้าเก่ากลับมากุมบังเหียนความมันส์ครั้งใหม่นี้ โดย The Incredibles ภาคแรกที่เข้าฉายบ้านเราเมื่อปี 2547 นั้น ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ นำโดยพ่อบ้าน โรเบิร์ต บ๊อบ พาร์ หรือชื่อในวงการฮีโร่ว่า มิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล ที่เป็นอันต้องแขวนชุดวางมือ แล้วมาทำงานต๋อกต๋อยแบบคนธรรมดา ห้ามใช้พลังพิเศษไปทำเรื่องวินาศสันตะโรอะไรอีกเด็ดขาด จนเมื่อวายร้ายคนใหม่ปรากฏกาย ครอบครัวฮีโร่จึงต้องหวนคืนสู่การปฏิบัติการอีกครั้ง ซึ่งผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่กำลังจะมี Tomorrowland หนังไซไฟผจญภัยสุดล้ำ เข้าฉายในบ้านเรา ได้กล่าวถึงโปรเจ็คต่อไปอย่าง The Incredibles 2 ไว้ว่า "แต่เดิมแล้วผมมีไอเดียสำหรับภาคแรกมากมายเลยนะ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ด้วยเพราะเรามีเวลาไม่พอ แต่การกลับมาครั้งนี้ เรามีพอแน่นอน มันจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ แล้วเกิดเป็นหนังที่น่าสนใจมากๆ หลังจากผมทำ Tomorrowland เสร็จแล้ว ก็ได้เวลาที่จะทุ่มความสนใจทั้งหมด ให้กับโลกของ The Incredibles" นับจากวันนี้ไป The Incredibles 2 จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเขียนบท ซึ่งจะนำโดย แบรด เบิร์ด เอง และยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด งานนี้ แฟนๆ ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป ------------------------------

ผู้พันเบิร์ด นำทัพอโยธยา-หงสา เปิดตัว ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
คุณชายอดัม /  จรัสพงษ์ สุรัสวดี / 

เมื่อวันที่ 7  เม.ย. 58 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เสียงกลองสะบัดชัย ดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งบริเวณจัดงานจากชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า คือ สัญญาณลั่นกลองรบ นำแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าสู่สมรภูมิสุดท้ายของ สมเด็จพระนเรศวรองค์มหาราช ผู้กอบกู้แผ่นดินและประกาศอิสรภาพให้พี่น้องชาวไทย พร้อมกับการเข้าสู่บรรยากาศงานเปิดตัวภาพยนตร์แอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่ใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึง 14 ปี ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุด ระดมนักแสดงทั่วฟ้าเมืองไทยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ผู้พันเบิร์ด พันโทวันชนะ สวัสดี เหล่านักแสดง เซเลป ฯ และ แขกผู้มีเกียรติ ให้เกียรติร่วมงานและเดินพรมแดง เปิดตัวจากบริเวณ ชั้น 7 หน้าโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า โดยบรรยากาศทั่วทั้งบริเวณงานล้วนถูกตบแต่งไปด้วยแกลอรี่ภาพถ่ายจากภาพยนตร์ทั้ง 6 ภาค เพื่อเป็นการย้อนรอยบรรยากาศ และความทรงจำตลอด 14 ปีของภาพยนตร์ ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์แก้วเพื่อเข้าสู่งานบริเวณชั้น 1 ณ ลานเซ็นทรัล คอร์ท ที่คับคั่งไปด้วยเหล่าสื่อมวลชนทุกแขนง และผู้คนที่ให้ความสนใจตลอดทั้ง 7 ชั้นของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้ นอกจากจะได้กระทบไหล่เหล่านักแสดงเกียรติยศที่ผ่านการร่วมงานในภาพยนตร์ระดับตำนานทั้ง 6 ภาคทั้งฝั่งอโยธยาและหงสาวดีอย่าง สมภพ เบญจาธิกุล ที่รับบทเป็นบุเรงนอง, ครรชิต ขวัญประชา, รณ ฤทธิชัย, ดามพ์ ดัสกร, จรัสพงษ์ สุรัสวดี, ชาติ อรรถจินดา, ชลัฎ ณ สงขลา, ปราบต์ปฏล สุวรรณบาง, นาวาอากาศตรีกัมปนาท อั้งสูงเนิน, อรรถพร สุวรรณ, สมเดช แก้วลือ ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมีเหล่านักแสดงจากละครปริศนาที่นำโดยหนุ่มหล่อ โทนี่ รากแก่น ไปจนถึงกลุ่มนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ผีห่าอโยธยา อย่าง เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์, แม็กกี้ อาภา ภาวิไล, แต๊บ AF ธนพล มหธร, โซดา วีรี ละดาพันธ์ ที่มาพร้อมผู้กำกับ คุณชายอดัม ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล และโปรดิวเซอร์ พลอยพิชชา พิภพวรไชย ก่อนที่เหล่านักแสดงนำตัวแทนจากภาพยนตร์ พันโทวันชนะ สวัสดี, แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เตชะณรงค์, สรพงษ์ ชาตรี, ผู้พันต๊อด พันเอกวินธัย สุวารี, นพชัย ชัยนาม, นาวาอากาศโทจงเจต วัชรานันท์, เกรซ มหาดำรงค์กุล, ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ และ ตั๊ก นภัสกร มิตรเอม ขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกตลอดการทำงานในภาพยนตร์ ที่เต็มไปด้วยหลากหลายเหตุการณ์ และประสบการณ์ที่น่าประทับซึ่งมิอาจประเมินค่าได้ และสุดท้ายกับการร่วมถ่ายรูปกับ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสร้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล, คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณธนพร โฆสิตาภัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด, คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เหล่าผู้บริหาร และพันธมิตรทางภาพยนตร์ ในช็อตแห่งประวัติศาสตร์รวมเหล่านักแสดงที่ร่วมงานในภาพยนตร์ ปิดท้ายด้วยการร่วมชมภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ทั้งในระบบปกติ และพิเศษสุดกับการร่วมชมในระบบ Dolby Atmos รอบแรกในประเทศไทย ร่วมปิดตำนานมหากษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

ภาคนี้จบไม่จบ? เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด กับบทพระนเรศฯ (ตอนที่ 1) ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

หลังจากที่ผู้ชมได้ร่วมตำนานกษัตริย์ชาตินักรบผู้กอบกู้อิสรภาพ มาตั้งแต่ภาคแรก จนถึงกับเรื่องราวครั้งสุดท้าย กับภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่ยังคงได้ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กลับมาปิดตำนานในบทพระนเรศวรมหาราช และวันนี้เราจะไปเปิดใจ และไขทุกคำถามที่คุณสงสัย จากใจผู้พันเบิร์ด กันแบบเจาะลึกหมดเปลือก ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กำลังจะมีภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช: อวสานหงสา เข้าฉาย ภาคนี้ยืนยันว่าจบแน่นอนแล้วหรือเปล่า? "หลายคนบอกว่ามาหลอกกันนี่นา ไม่เห็นจะจบสักที ชนช้างแล้วยังไม่จบอีกเหรอ จริงๆเราก็คิดคล้ายกันว่า เออมันน่าจะจบที่ชนช้างไหม  เพียงแต่ผมเชื่ออย่างนี้ครับ เมื่อคนที่ชมภาค 6 ออกมาจากโรงภาพยนตร์แล้ว ทุกคนน่าจะคิดหมือนกัน ว่ามันควรจะมีภาค 6 ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงชีวิตของพระองค์ในการครองราชย์ของท่าน จนกระทั่งสิ้นพระชนม์  พระองค์ไม่ได้จบชีวิตลงตรงแค่การทำยุทธหัตถีแค่นั้น แต่มันมีเรื่องราวที่สืบทอดต่อเนื่อง มีการผันเปลี่ยนทางอำนาจ รวมถึงความสูญเสียในชีวิตของคน หลังจากนั้นอีกมาก และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่เราปฏิเสธไม่ได้เพราะฉะนั้นเมื่อคนได้ไปดู เราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในปีนี้เป็นปีที่ 12 ปีและกำลังก้าวย่างเข้าไปสู่ปีที่ 13 มันมีเรื่องราวที่เราถ่ายทำไปเยอะมากแล้วในภาค6นะครับ" "ถ้าไม่จบด้วยข้อจำกัดของเวลา มันมีเรื่องราวที่เยอะกว่านี้อีก แต่เราก็ดึงเฉพาะในส่วนที่น่าสนใจและเรื่องราวที่สำคัญๆมาเพื่อให้ดำเนินเรื่องให้จบได้ในภาคที่ 6 เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจ ของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่เราเรียกว่าหงสาวดี เปรียบได้กับจีนในปัจจุบัน ยิ่งใหญ่ในอุษาคเนย์ในสมัยนั้น ภาค 6 อาณาจักรเหล่านั้นมันหายไปครับ มันเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจใหม่ไปอยู่ที่อื่นละ ในขณะเดียวกันมันจะมีความสอดรับกับการก้าวขึ้นมา สู่ห้วงอำนาจที่สำคัญของอยุธยา มันเป็นที่มาของการเป็นเอกราชที่สืบทอดยาวนานอีก 170 กว่าปี ก่อนที่เราจะมาเสียกรุงครั้งที่2อีกครั้งหนึ่ง แล้วเราก็จะได้เห็นความสูญเสียของคน  โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือความสูญเสียของพระนเรศวร ก็เกิดขึ้นในภาคนี้" กว่าทศวรรษกับภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ ที่ผู้พันเบิร์ดเข้าไปมีส่วนร่วมสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยกำลังจะปิดฉากลงรู้สึกอย่างไรบ้าง?   "รู้สึก 2 อย่างครับ ความรู้สึกแรกเลยก็คือดีใจ สิ่งที่เราถ่ายทำมาทั้งหมดจนครบทั้ง 6 ภาค ดีใจที่หนังเรื่องนี้ได้ฉาย เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นความรู้สึกใหม่ของคนไทยที่จะได้ดู เพื่อให้คนได้ดูต่อไปในภายภาคหน้า แต่ความรู้สึกที่ตามมาคือความรู้สึกใจหายแวบว่า หลังจากนี้ไปการถ่ายทำที่เราจะได้เห็นนักแสดงครบๆแบบนี้ มันก็จะหายไป ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้เป็นเหมือนโรงเรียนประจำ ที่ทุกคนมาเจอกันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ หรือบางครั้งเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้กลับบ้าน เลยผูกพันเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วก็เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในกองถ่าย มันเหมือนรวมตั้งแต่ปฐมแล้วต่อมัธยมจนจบเลย แล้วก็เจอกันทุกวัน เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง แล้วเรากำลังจะแยกย้ายจากกันไป มันก็คือใจหาย แต่ว่าเราก็ดีใจครับเพราะว่าความผูกพันตรงนั้นมันไม่ได้จางหายไปไหนหรอกครับ เพียงแต่มันเปลี่ยนสภาพไปเจอกันที่อื่นไปทำงานกันใหม่ในที่อื่นหรือว่านัดกันไปเที่ยว" จากภาคแรกจนถึงภาคนี้ พัฒนาการของตัวละครของสมเด็จพระนเรศวร เป็นอย่างไรบ้างในความคิดของผู้พันเบิร์ด? "ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสุดท้าย จริงๆตัวละครของพระองค์ เราต้องการจะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่มีความหลากหลายทางอารมณ์เหมือนคนทั่วไป พระองค์มีห่วง มีความรัก พระองค์มีความโกรธ เสียใจ ร้องไห้ มีความกลัว แต่ในช่วงพัฒนาของตัวละครที่ผมเล่นตั้งแต่ภาค 2 แต่ในภาค 6 ที่เป็นภาคสุดท้ายนี้ จะมีความหลากหลายทางอารมณ์มากกว่าในภาคที่ผ่านมา ภาคสุดท้ายเราจะเห็นความหลากหลายทางอารมณ์แล้วลึกมาก โดยเฉพาะความห่วงในแผ่นดินอโยธยา ที่เราจะได้เห็นของพระนเรศวรในฉากท้ายๆเรื่อง เราจะเห็นเลยว่าความเป็นมนุษย์จริงๆของพระองค์ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในฉากนี้ และจะบ่งบอกเป็นบทสรุปทุกอย่างเลยว่า ทำไมพระองค์จึงเพียรทำทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งแต่ภาคหนึ่งจนถึงภาคหกครับ" นอกจากศึกยุทธหัตถีแล้ว ในอวสานหงสาจะเกิดอะไรขึ้น มีเหตุการณ์เรื่องราวสำคัญอะไรในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในภาคนี้? "ในภาคนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการปกครอง แล้วเราจะพูดถึงชีวิตของคน แล้วผมจะแบ่งเรื่องการปกครอง และชีวิตในฝั่งหงสาวดี การปกครองและชีวิตในฝั่งอยุธยา เราเริ่มที่ในเรื่องการปกครองก่อน  ในภาค 6 จะได้เห็นจุดพลิกผันของอาณาจักรหงสาวดีที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ในชมพูทวีป ส่งผลให้อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่เหล่านั้นมันหายไปเลยครับ แล้วมันจะมีการเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจใหม่ มีเมืองต่างๆเกิดขึ้นในอาณาจักรหงสาที่เคยรุ่งโรจน์อยู่ เราจะเห็นกลุ่มคนใหม่ๆอย่างยะไข่ ซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เราเรียกว่าเป็นชาวอาระกัน มาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า ซึ่งอยู่ติดกับจีน พวกนี้เป็นโจรสลัดที่ลงมาปล้น มันจะมีนิสัยเหมือนกับพวกตีหัวเข้าบ้านอย่างเดียว เราจะเห็นพวกเมืองมอญ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เราจะเห็น เมาะตะมะ แล้วเราก็จะได้เห็น ตองอู ซึ่งจะกลายเป็นอาณาจักรศูนย์กลางแห่งใหม่ของพม่า" "ต่อมาคือเรื่องชีวิตของคน เราก็จะได้เห็นชีวิตในส่วนของพระเจ้านันทบุเรง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองหงสาวดี คนที่ครองเมืองจะต้องมีความยิ่งใหญ่มาก  สืบต่ออำนาจมาจากพระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศ เพราะฉะนั้นความเกรงขามของคนที่อยู่ใต้อาณัติ แม้กระทั่งอโยธยาในเมื่อก่อนนี้เองก็ถือว่าเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้านันทบุเรงมาก่อน ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน ต้องไปเหมือนลี้ภัย แล้วก็เจ็บป่วยเหมือนกับเวรกรรมตามทัน การเจ็บป่วย การเลอะเลือนของสติ แล้วก็ถูกข่มเหง ถูกใช้ประโยชน์ เพื่อประโยชน์ของส่วนอื่น ถูกหลอกใช้นี่คือนันทบุเรง แต่ที่สำคัญของพระเจ้านันทบุเรงที่ช้ำชอกไปกว่านั้นนะครับ คือการสูญเสียลูกชายที่พระองค์รักมากตั้งแต่ศึกยุทธหัตถีแล้ว การสูญเสียในครั้งนั้นมันส่งผลอะไรต่อสภาพจิตใจของพระองค์บ้าง เกิดการกระทำอะไรขึ้นในหงสาวดี มีความเหี้ยมโหดอะไรเกิดขึ้นบ้าง นี่แหละคือสิ่งที่เราจะได้เห็นในภาคที่6" "ฝั่งอยุธยาในแง่ของการปกครอง เราจะได้เห็นความเข้มแข็งของอยุธยา ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราจะเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของพระองค์ อันเป็นศูนย์นำจิตใจของคนสมัยนั้นทำให้เมืองเข้มแข็ง เราจะเห็นการเดินทัพของพระองค์จากอยุธยาไปไกลถึงหงสา เป็นครั้งแรกที่เราไปเหยียบหงสา สืบเนื่องมาจากแนวความคิดของสมเด็จพระนเรศวร 2 ประการ ประการแรกคือเรื่องส่วนรวมของอยุธยา ที่ต้องการจะไปเอาเมืองหงสากลับมาเป็นเมืองขึ้นของเรา เหมือนเมื่อครั้งที่เราเคยเป็นเมืองขึ้นของเขา แต่ประการที่สองเป็นเรื่องเฉพาะพระองค์ นั่นหมายถึงพระองค์จะพยายามไปเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะเห็นพระองค์ได้เดินทัพไปรบอีกหลายศึก รบกับตองอู รบกับเมาะตะมะ ทำไมพระองค์ถึงต้องทำแบบนั้น เพื่อความเป็นเอกราชและความคงอยู่อย่างมีความสุขของประชากรในอยุธยานั่นเองนะครับอันนี้เป็นเรื่องของการปกครอง" "ต่อมาเป็นเรื่องส่วนตัว เราจะได้เห็นความสูญเสียองค์ประกันที่จบความเป็นองค์ประกันอย่างแท้จริงในภาค6 นั่นคือ พระสุพรรณกัลยา และความสูญเสียนี่ก็จะเป็นเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำไมพระนเรศวรถึงต้องยกทัพไปถึงหงสา ด้วยความสูญเสียในครั้งนั้นทำให้พระองค์เหมือนมีความเจ็บแค้นอยู่ในใจ ที่จะต้องเอาหงสากลับคืนมาให้ได้ และเมื่อยกทัพไปถึงหงสาแล้ว ยังต้องตามไปเอาชีวิตของนันนทบุเรงกลับมาให้ได้อีกนะครับ ความสูญเสียที่สำคัญที่เราจะได้เห็นในภาค6 นั่นคือการปิดฉากของช่วงชีวิตของสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่วันหนึ่งคนเราเกิดมานะครับจะต้องจากไป เราจะฝากอะไรไว้ให้กับแผ่นดินบ้าง เราจะได้เห็นแม้วินาทีสุดท้าย ที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์แล้ว ความผูกพันและความห่วงในแผ่นดิน พระองค์ได้ฝากเรื่องราวต่างๆให้กับน้องชายพระเอกาทศรถ จนทำให้เราเข้าใจชีวิตทำให้เราจบภาค6 ถึงแม้ว่าพระองค์จะสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่เรากลับอิ่มเอิมใจ ก็แปลกที่ทำภาพยนตร์สร้างออกมาได้แบบนั้นนะครับ และนี่คือบริบททั้งฝั่งอยุธยาและฝั่งหงสาวดีครับ"  ในตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุกภาคที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นอาณาจักรอย่างหงสาวดีกับอโยธยา แต่ในภาคอวสานหงสานี้ เราจะได้เห็นอาณาจักรอื่นๆ ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์บ้างไหม? "ในภาค 6 นอกเหนือจากอาณาจักรที่มีอยู่อย่างหงสาวดี ก็จะมีเมืองต่างๆที่ขึ้นอยู่กับบุเรงนอง ไม่ว่าจะเป็นตองอู เมาะตะมะ ยะไข่ เหล่านี้ แต่ทีนี้เมื่อสิ้นบุเรงนองแล้ว การขึ้นมาของนันทบุเรงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ความระส่ำระสายที่เกิดขึ้นคือความเชื่อถือของเมืองต่างๆเหล่านี้ที่มีต่อนันทบุเรง เริ่มคลายความจงรักภักดีออกไป เริ่มตีตัวออกห่าง สัญญาณเหล่านี้จริงๆมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยภาค 2 ตอนประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ตอนนั้นพระนเรศวรเข้าไปเพื่อช่วยหงสาวดีรบกับกบฎอังวะ นี่เป็นสิ่งบอกเหตุว่า อังวะเริ่มตีตนออกห่างแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดความระส่ำระสายเมืองต่างๆเริ่มที่จะตีตัวออกห่างมากขึ้น ด้วยความที่อยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่ เพราะด้วยความที่ไม่เชื่อมั่นต่อในตัวพระเจ้านันทบุเรง เมืองเดิมๆเหล่านี้แหละที่จะเข้ามามีบทบาทในการสู้รบสำคัญในภาค 6 การสู้รบระหว่างหงสาวดีกับอยุธยา" "เช่น เมืองยะไข่ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เมืองตองอู (เกตุมวดีตองอู) เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือจากหงสาวดีขึ้นไป ซึ่งการขึ้นไปก็ค่อนข้างทุรกันดารพอสมควร โดยมีเมงเยสีหตู เป็นเจ้าเมืองแสดงโดย อาหนิง นิรุตติ์ อีกคนหนึ่งคือ พี่ลูกแพร รัชนี ศิระเลิศ เมงเกงสอ ภรรยาของเจ้าเมือง ส่วนลูกชายของเมืองนี้ที่เป็นอุปราชอยู่ เราเห็น นัดจินหน่อง มาตั้งแต่ในภาค 2 ตอนขึ้นไปตีเมืองคัง 3 ทัพ ทัพหนึ่งจะเป็นพระนเรศวร อีกทัพหนึ่งเป็นพระมหาอุปราชา และอีกทัพหนึ่งละครับก็คือนัดจินหน่องซึ่งมาจากตองอู เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในเรื่องการเมืองการปกครองมากขึ้น เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในเครือข่ายของพม่าในสมัยนั้นแต่อังวะก็ดี เกตุมวดีตองอูก็ดี จริงๆเป็นเครือญาติกันเกิดมาตั้งแต่สมัยบุเรงนอง เพราะฉะนั้นเขาเองก็คิดว่าเขามีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่  เขาก็มีสิทธิ์เท่าพระเจ้านันทบุเรงเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็เลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างนะครับ" "สมเด็จพระนเรศวรเดินทัพไปที่หงสาวดี เพื่อที่พระองค์จะไปพาตัวเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา พอรู้ว่านันทบุเรงได้สังหารพระสุพรรณกัลยาไปแล้ว ตัวนันทบุเรงไปอยู่ที่ตองอู พระนเรศวรก็เลยยกทัพขึ้นไปถึงตองอู  โดยที่พระองค์ไม่ได้เตรียมเสบียงอาหาร หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเพื่อที่จะขึ้นไปถึงเหนือขึ้นไปถึงตองอู การขึ้นไปจึงทุลักทุเลด้วยความยากลำบากของเส้นทางที่ไป ความที่มันเป็นป่า และมีโรคไข้ป่ามากมาย ทำให้ทหารของพระองค์เกิดล้มป่วย เจ็บตายกันมาก ทั้งการรบที่ยากลำบากอยู่แล้ว แถมซ้ำยังต้องมาเผชิญกับพวกยะไข่ที่มาคอยตัดตีตัดเสบียงเราอีก อย่างพระจ้านันทบุเรง หลังจากที่ทรงสูญสียลูกชายไปกับศึกยุทธหัตถี พระองค์ก็เสียใจรวมทั้งความคับแค้นใจ จากการที่ทหารต่างๆที่ติดตามขบวนทัพของลูกชายไปแล้วปล่อยให้ลูกชายตาย พระองค์โหดถึงขนาดจับเผาหมดทหารเหล่านั้น แล้วความเป็นไปของพระเจ้านันทบุเรงในช่วงบั้นปลายของพระองค์เหมือนสติเลอะเลือน ทุกอย่างดาวน์ลงไปหมดเลย ผิดหวังในชีวิตรูปโฉม เหมือนกับเป็นคนพิการทุกอย่าง เมืองที่เคยครอบครองที่ยิ่งใหญ่ก็หายไป" "เหล่านี้มันเป็นบั้นปลายชีวิตของคนๆนี้ แล้วสุดท้ายพระนเรศวรทำอย่างไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมาหลังจากการขึ้นครองความเป็นใหญ่ของตองอู นัดจินหน่องจะเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้อง แล้วมันยังมีเมืองอื่นอีกมั้ยที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับตองอู ที่จะกลายป็นคู่แข่งกัน แล้วบัดนั้นความพลันแปรเปลี่ยนไปของเมืองหลวงของพม่าก็จะเปลี่ยนอำนาจไปที่อื่น หรือไม่อย่างไร" ได้ข่าวว่าชาวมอญรามัญ ที่เข้ามาร่วมกับทางฝั่งอโยธยาในภาคนี้ และตัวละครใหม่ๆที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคนี้ด้วย? "ในภาพยนตร์มีหลายเผ่าพันธุ์ พวกยะไข่ พวกยองม้วย ไทยใหญ่ เมืองคัง อยุธยา พิษณุโลก หรือทางฝั่งเขมร ฝั่งลานช้างร่มขาวเป็นลาว มีเชียงใหม่ แต่ในภาคนี้เราจะเห็นความสำคัญของ พวกมอญพวกรามัญโดยแท้ ซึ่งเดิมทีอาณาจักรหงสา คือจะเป็นพวกมอญมาอยู่ก่อน แต่บุเรงนองก็มายึด และก็ขับไล่พวกมอญออกไป เพราะฉะนั้นอาณาจักรของพวกมอญที่อยู่รายล้อมหงสาวดีก็ยังมีอยู่ จะมีพวกมอญแทรกซึมอยู่ในระหว่างการรบเสมอ แต่ในภาคนี้เราได้ดึงตัวละครใหม่เข้ามา เม้ยมะนิก คือน้องปันปัน-เต็มฟ้า คือสาวชาวลูกครึ่งมอญ-ไทยใหญ่ ที่มีความเก่งกาจ คล่องแคล่วในการต่อสู้ อยู่ภายใต้อาณาจักรเมาะตะมะ ที่เจ้าเมืองเมาะตะมะก็ข่มเหงพวกมอญเหล่านี้มาโดยตลอด แม้แต่ข่มเหงย่ำยีแม่ของเม้ยมะนิก น้องเขา คือเขาเป็นนักกีฬาทีมชาติ นักยิมนาสติกลีลา เต้นบัลเลต์ ความอ่อนตัว  ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นเขามีอยู่แล้ว น้องเขาต้องทำทุกอย่างเหมือนที่ผมทำ แล้วทำได้ดีกว่าด้วย เพราะว่าพวกผมไม่ได้มีความอ่อนตัว  ความสามารถพิเศษในการใช้อาวุธที่ท่านก็ออกแบบมาคล้ายกับคทายิมนาสติก เขาคล่องเลยนะครับ" "แล้วก็จะมีบทรุมกันของพระเอกาทศรถแล้วก็พระราชมนูที่พระนเรศวรสั่งให้ไปตามจับตัวมา ก็ต้องมีการชิงไหวชิงพริบ ต้องไปจับตัวคนนี้ให้ได้ มีการสร้างเรื่องราวของเม้ยมะนิกขึ้นมา ยังมีอีกสองตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็คือ อารณ ฤทธิชัย ซึ่งเล่นเป็น เมงราชาญี เจ้าเมืองยะไข่ และ สีหรั่น ผู้ร้ายตลอดกาลคือ อาดามพ์ ดัสกร ท่านมุ้ยยังบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นกรุสมบัตินักแสดง ท่านให้อาดามพ์กับอารณ เหมือนวิ่งออกไปสู้รบนะ แล้วท่านก็มองแต่ในกล้องนะ อาก็วิ่งร้อง อ๊า คือวิ่งเหนื่อยมาก แล้วพวกผมก็มองกันอยู่นอกกล้อง โหอาแกวิ่งแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ท่านมุ้ยก็บอกว่าเออ ขอโทษที ลืมไปฉันก็อายุขนาดนี้แล้ว โหแต่ยังไหวท่าน เอาเป็นว่าผมขอขี่ม้าได้มั้ย ผมไม่กลัวเลย คราวนี้ท่านก็ให้ขี่ม้า แล้วคอยสั่งการเอา แต่ก็ดูดีขึ้นนะครับ ยะไข่มันเป็นโจรสลัดมันอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าในปัจจุบัน เมืองๆนี้มีความเก่าแก่ถึงขนาดที่ว่าเราเชื่อว่าเสมา ธรรมจักรที่เก่าแก่ที่สุดที่เอามาจากอินเดีย เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้เลยนะอยู่ที่เมืองนี้" "และแม้กระทั่ง พระสีหมุนี ที่เราไปไหว้ที่พม่าก็เอามาจากเมืองนี้ ด้วยความที่รุ่งเรืองขนาดที่ว่าเพราะว่ามันเป็นโจรสลัดครับ มันอยู่ในเทือกเขาอาระกันโยมา ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นกำแพงของเมืองๆนี้เลย แล้วตรงเขาตรงไหนที่มันจะชนกันตรงนี้นะ เขาก็ก่อกำแพงกั้นด้วย เหมือนกำแพงเมืองจีนเลย แล้วมีทางเข้าทางเดียวคือแม่น้ำอาระกัน เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เวลาเข้าออกมาเขาก็ล่องเรือออกมาครับแล้วก็มาปล้นมาชิงทอง ปล้นสะดม ในท้ายที่สุดเวลาใครจะปล้นเมืองนี้ ต้องผ่านโดยการใช้เรือเข้าออกมา แต่ได้ทางเดียว จนในที่สุดเวลาใครจะเข้าไปตีเมืองๆนี้ก็ต้องล่องแม่น้ำเข้าไป เพราะฉะนั้นแล้วเวลาล่องแม่น้ำเข้าไป แน่นอนว่ามันมีจุดสกัดที่อยู่บนบกยิงลงมา กว่าจะไปถึงนะครับ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ เพราะครั้นจะไปปีนเขา มันก็ทำไม่ได้เพราะเขามันสูงมาก ผมก็เลยบอกว่าโอ้โหเมืองนี้พวกยะไข่มันน่าสนใจ น่าศึกษาว่าชนชาตินี้เป็นอย่างไรนะ" นอกเหนือจากความเข้มข้นของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ในภาคอวสานหงสา เราจะได้เห็นภาพความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาของสมเด็จพระนเรศวรชัดเจนขึ้นด้วยหรือเปล่า? "เราเคยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์สมัยก่อนเป็นสมมติเทพ แต่จริงๆเราต้องการที่จะสื่อในความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาตั้งแต่ภาค 1 ถึงภาค 5 อยู่แล้ว  พระนเรศวรจะมีแกนกลางของแนวความคิด ก็คือพระองค์จะต้องทำเพื่อแผ่นดิน เมื่อแผ่นดินอยู่ได้ ประชาชนของพระองค์เองก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน แต่ในการพลิ้วไหวของอารมณ์ที่มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่นความสูญเสียของพระองค์จากการที่พี่สาวถูกสังหาร บางทีคนเราก็จะโกรธขึ้นมา จะยอมทำทุกอย่างเพื่อความโกรธ แล้วก็ทำตามนั้น แต่พอวันหนึ่งเมื่อเวลามันผ่านไป จะแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นทรงกระทำซึ่งเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เป็นการกระทำเพื่อส่วนรวมเป็นการเสียสละ ยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ความเป็นเอกราชกลับคืนมาสู่อยุธยา  อย่างเช่นในฉากท้ายๆเรื่องของการที่พระองค์จะสวรรคตแล้ว คือพระองค์ได้บอกว่า ณ เวลานี้เราจะสิ้นแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไอ้ความเป็นเอกราช หรืออะไรที่จะนำมาซึ่งแผ่นดิน ณ ถึงเวลานี้ เราต้องการเพียงแค่สองสิ่งคือเมียกับลูก อันนี้คือสิ่งที่เป็นคนธรรมดาจริงๆเลย แต่ก็จำเป็นต้องจากไปเพราะป่วย อันนี้คือความเป็นปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง แต่พอสักพักหนึ่งนะครับมันจะถูกหวนกลับมาซึ่งความคิดเดิม คือการกระทำเพื่อแผ่นดิน พระองค์ก็ยังเป็นห่วงอีก พระองค์ก็จึงเรียกพระเอกาทศรถมาสั่งเสียว่าอโยธยาเราต่อไปต้องเป็นอย่างไร จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งก็คือบอกพระเอกาทศรถว่าต้องครองแผ่นดินโดยธรรม และเราต้องเป็นเอกราชให้ได้ การที่เป็นเมืองขึ้นไม่มีทางหรอกที่ประชาชนจะอยู่ได้อย่างมีความสุข" ฝั่งความรักความผูกพันของหลากหลายตัวละคร ที่อยู่รายล้อมของพระนเรศวรมหาราชที่ มีส่วนสำคัญกับชีวิตพระองค์จนถึงวินาทีสุดท้าย เราจะได้เห็นแง่มุมนี้แค่ไหน? "เราจะได้เห็นถึงความรักความผูกพันเอื้ออาทรของคนรอบข้างพระนเรศวรที่มีต่อพระองค์ การทัดทานว่าอย่าไปศึกนั้นเลย น่าจะแก้ไขปัญหาแบบนั้นแบบนี้ เริ่มตั้งแต่ บุญทิ้ง เป็นทั้งเพื่อน ทั้งทหารของพระมหากษัตริย์ บุญทิ้งเทิดทูนพระนเรศวรเป็นเจ้านาย ออกรับหน้าแทนพระองค์ไม่ต้องไปรบ ข้าขอไปแทน เปรียบได้กับคนไทยในปัจจุบันที่เรายอมที่จะเสียสละชีวิตให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้พระองค์มีชีวิตที่ยืนยาว มีความสุขใจอยู่ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนไทย มณีจันทร์ ก็มีความห่วงหาพระนเรศวร ในแง่มุมมองของคนเป็นเมีย และเคยเป็นเพื่อนมาก่อน ก็คอยให้ข้อคิดพระนเรศวรเสมอ อันนี้มันถ่ายทอดได้ว่าเป็นคู่คิดที่อยู่ในครอบครัว มหาเถร มีความผูกพัน มีความห่วงใยพระนเรศวร ในแง่มุมมองที่พระนเรศวรเป็นเสมือนลูกศิษย์ ข้อคิดที่มหาเถรให้กับพระนเรศวรมันยังเป็นข้อคิดตามหลักธรรม ทำให้พระนเรศวรเย็นลง มีความให้อภัย เรื่องของแอ็คชั่นการบู๊แล้ว ความเป็นบุ๋นมันจะเกิดขึ้นจาก 2 คน คือมณีจันทร์ กับมหาเถรทำให้พระนเรศวรมีบารมีได้ เราจะเห็นได้ว่าท้ายที่สุดไม่ว่าคนจะทัดทานพระนเรศวรยังไง" "แต่เมื่อตัดสินใจอย่างไรแล้ว ทุกคนก็จะเคารพในการตัดสินใจของพระองค์ และก็พร้อมที่จะทำให้การตัดสินใจของพระองค์ไปสู่ผลสำเร็จให้ได้ เพราะทุกคนรู้ครับว่าพระองค์ทำเพื่ออะไร นั่นก็คือความสุขของไพร่ฟ้าประชาชนของชาวอโยธยานั่นเอง  บทบาทความสำคัญของพระเอกาทศรถ ที่เราจะได้เห็นต่อเนื่องจากภาค 5 ที่ไปชนช้างอีกคู่หนึ่งกับ มังจาปะโร พระเอกาทศรถ มีความเป็นน้องไม่คิดอะไรซับซ้อน มีวัตถุประสงค์เดียวคือช่วยพี่ ทำทุกอย่างเพื่อพี่ ตอนภาค 3 ยุทธนาวีเราก็เห็น พระเอกาทศรถเอาเรือมาขวาง แต่ภาคนี้เราจะเห็นมากขึ้น ทั้งความเป็นพี่น้องคู่นี้ในหนัง เห็นพัฒนาการความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คือมีความเหมาะสมที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งต่อไปของอยุธยาเราได้แน่นอน แล้วก็คอยทัดทานพระนเรศวร หรือการให้แง่คิดกำลังใจ กับเม้ยมะนิก" อ่านต่อบทสัมภาษณ์เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ตอนที่ 2 ได้ที่นี่เลย>>> ร่วมปิดตำนานกษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

ก้าวสู่โลกอนาคต ในตัวอย่างใหม่ และ ใบปิดฉบับญี่ปุ่นจาก Tomorrowland
Disney /  Tomorrowland / 

ปล่อยอะไรใหม่ๆออกมาอีกแล้ว เพื่อไม่ให้กระแสเงียบเลยทีเดียว สำหรับ Tomorrowland หนังใหม่ของผกก. แบรด เบิร์ด แห่ง Mission Impossible 4 ที่คราวนี้กลับมาจับผลงานแนวไซไฟ ใต้ชายคาร่มของ ดิสนี่ย์ ซึ่งตอนนี้ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ฉบับญี่ปุ่น และ ใบปิดออกมาให้ชมกันแล้ว ซึ่งตัวอย่างใหม่นี่เผยฉาก และ รายละเอียดเนื้อเรื่องเพิ่มขึ้นอีกเพียบ อย่างเช่นว่า แท้จริงแล้วตัวหนังมันจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ ดิสนี่ย์แลนด์ ว่าเป็นที่หลบซ่อนของอนาคตสุดล้ำกันอีกด้วยครับ โดยตัวหนังมี จอร์จ คลูนี่ย์, ฮิวจ์ ลอว์รี่, จูดี้ เกลียร์ และ บริตต์ โรเบิร์ตสัน แสดงนำ เรื่องราวของ แฟรงค์ – อดีตเด็กอัจฉริยะ (คลูนีย์) ผู้เหนื่อยหน่ายและท้อแท้ และ เคซี่ (บริตต์ โรเบิร์ตสัน) สาวน้อยผู้ปราดเปรื่อง, มองโลกในแง่ดี,และมีความกระหายใคร่รู้ทางว­ิทยศาสตร์ ต้องร่วมภารกิจสุดอันตรายในการไขปริศนาของ­สถานที่ลึกลับที่อยู่ที่ไหนซัก แห่งในห้วงเ­วลาและอวกาศที่รู้จักแค่ชื่อที่ถูกเรียกขา­นว่า “ทูมอโรว์แลนด์” สิ่งที่เขาต้องทำที่นั่นจะเปลี่ยนแปลงโลก และพวกเขาไปตลอดกาล หนังมีกำหนดฉายในไทย 21 พฤษภาคมนี้ครับ

จัดเต็มใบปิดอาร์ต ท่องโลกอนาคตสุดอลังการ จาก Tomorrowland
Mondo /  Poster Art / 

นับถอยหลังกันอีกเสี้ยวอึดใจ ที่ผู้ชมชาวไทยจะได้จับมือ 2 อัจฉริยะ พาเข้าสู่ดินแดนลี้ลับแห่งห้วงเวลา ไปกับภาพยนตร์โปรเจ็ตสุดลับจากปราสาท ดิสนีย์ อย่าง Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ผลงานจากผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่จัดเต็มความอลังการโดนใจคอหนังแน่นอน และวันนี้ ขอเชิญทุกท่าน มาอุ่นเครื่องกันอีกสักรอบ กับใบปิดอาร์ตชุดใหญ่ จากศิลปินเจ้าประจำกลุ่ม Poster Posse และ Mondo ที่รับรองทั้งสวยจับจิต และชวนเซอร์ไพรส์สุดๆ โดย Stephen Sampson โดย Simon Delart โดย Orlando Arocena โดย Matt Needle โดย Kevin Tong ณ ที่นี้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ออกผจญภัยสุดอลังการ ไปกับ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Tomorrowland ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

เมืองนี้ดี เข้ามีสุข แต่ออกมีตาย! กับตัวอย่างซีรีส์ Wayward Pines
FOX Thai /  Wayward Pines / 

หากคุณกำลังมองหาซีรีส์เย็นเยือก หลอนระทึกอยู่ล่ะก็ ขอเชิญลุกขึ้นตามเรามา เราจะพาเข้าสู่เมืองแสนดี อยู่แล้วมีความสุข เพียงแต่ขอเตือนไว้อย่างเดียวว่า เข้ามาแล้ว ห้ามออกไปเด็ดขาด!! กับซีรีส์ Wayward Pines ที่สร้างจากนวนิยายไตรภาคชวนสยอง Pines ของ เบลค เคร้าช์ ที่ได้ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน เจ้าตำรับความสยอง มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อีกด้วย โดยวันนี้ ขอเชิญคุณผู้ชมอุ่นเครื่องกันให้ขนหัวลุกเบาๆ กับตัวอย่างด้านล่างนี้ได้เลย ซีรีส์ Wayward Pines ถ่ายทอดเรื่องราวของ "อีธาน เบิร์ด" เจ้าหน้าที่สืบราชการลับ ที่ออกตามหาเจ้าหน้าที่สองนาย ที่หายตัวไปที่เมืองลึกลับ แต่แล้วในขณะขับรถอยู่ เขาก็ถูกรถชรรทุกพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรง ก่อนจะฟื้นขึ้นบนเตียงในโรงพยาบาลเมือง Wayward Pines ภายใต้การดูแลของ แพม นางพยาบาลที่เก็บกุมความลับบางอย่างไว้ อีธาน เริ่มสังเกตเห็นว่า ในคราบของเมืองแสนสงบสุข ทุกคนมีชีวิตดี เมืองนี้เต็มไปด้วยความแปลกพิลึกพิลั่นบางอย่าง เมื่อถึงคราวคิดจะหนีออกมา กลับพบรั้วกั้นรอบเมือง มิให้ผู้ใดออกไปโดยไม่รู้สาเหตุ อีกด้านหนึ่งที่เมืองซีแอตเทิล เทเรซ่า ภรรยาของอีฐาน ที่ได้รับแจ้งว่า สามีของเธอหายไปจากซากรถที่ประสบอุบัติเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำตอบอะไรต่อได้ เธอและลูกชาย จึงมุ่งหน้าสู่เมือง Wayward Pines เพื่อเสาะหาความจริงด้วยตนเอง คอซีรีส์ชั้นเยี่ยม ผู้นิยมความสยองระทึก สามารถติดตามซีรีส์ Wayward Pines ในซีซั่นแรกนี้ ได้ทางช่อง Fox Thai หรือถ้าอยากจุใจมากกว่านั้น ขอเชิญมาหลอนเย็นเยือก กับฉบับหนังสือนิยายแปลไทยเล่มแรกจากไตรภาค ในชื่อ Pines เมืองลวงคนเลือน เร็วๆนี้ ได้ทุกแผงหนังสือ -------------------------------------------

เคน ภูภูมิ ดี๊ด๊าร่วมงาน 2 ซุป’ตาร์ แอบเม้าท์ คุณแม่ดีใจกว่าคนเล่นซะอีก
เคน ภูภูมิ /  ชมพู่ อารยา / 

ได้กลับมาร่วมงานกับค่ายบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น อีกครั้ง สำหรับพระเอกกล้ามโต เคน ภูภูมิ กับละครฟอร์มใหญ่ กลกิโมโน ที่ครั้งนี้ต้องมาร่วมงานกับ 2 ซุป’ตาร์แถวหน้าอย่าง พี่เบิร์ด และเจ้าสาวป้ายแดง ชมพู่ อารยา หนุ่มเคนถึงกับออกอาการทั้งตื่นเต้นนึกว่าฝันไป ทั้งเกร็งที่ต้องมาเล่นละครกับระดับซุป’ตาร์ “ตอนแรกที่รู้ว่าจะได้เล่นละครคู่กับพี่ ชมพู่ อารยา แถมยังมีพี่เบิร์ดเล่นด้วย ผมนี่ตื่นเต้นมากเลย คิดว่าจริงเหรอเนี่ย ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงเด็กๆ ก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเล่นละครกับซุป’ตาร์สองท่านนี้เลย ยิ่งพี่เบิร์ดนี่คุณแม่ผมชอบมาก และผมก็ปลื้มมากๆ ด้วยเหมือนกัน คุณแม่ดีใจกว่าผมอีก อยากให้ผมเล่นกับพี่เบิร์ด คือแบบไม่คาดคิดไม่คาดฝัน เราติดตามผลงานพี่ๆ ทั้งสองมาตลอด เมื่อโอกาสนี้มาถึงผมว่าผมโชคดีมากๆ ซึ่งเข้าฉากกันช่วงแรกๆ ผมยอมรับว่าทั้งเกร็ง ทั้งประหม่ามาก แล้วคือเริ่มเปิดกล้องคิวแรกคือก็เดินทางไปถ่ายทำกันที่ประเทศญี่ปุ่นเลย ตอนนั้นผมก็ยังไม่ค่อยคุ้นเคย ยิ่งเกร็งหนักเลย มันทำตัวไม่ถูก คิดว่าจะต้องคุยกับพี่เบิร์ดยังไง วางตัวกับพี่ชมยังไง ก็ไม่กล้าคุยไม่กล้าเล่น เพราะเขาเป็นรุ่นใหญ่ ผมก็เลยมีเพื่อนเล่นเป็นน้องอันดา เพราะในเรื่องเล่นเป็นอากับหลานกัน แต่พี่ๆ เขารู้ว่าผมเกร็ง เขาน่ารัก ชวนคุย ชวนเล่น ชวนกินขนมตลอด มีขนมมาฝากตลอดเลย หลังๆ มาก็โอเค ปกติละ สบายใจไม่เกร็งแล้ว” เคน ภูภูมิ เคน ภูภูมิ

เมญ่า ปลื้ม คอนเสิร์ต ล็อคตรงลงเต้น Dance หลุดโลก สานฝันให้เป็นจริง
คอนเสิร์ต ล็อคตรงลงเต้น /  ล็อคตรงลงเต้น Dance หลุดโลก / 

เต้นมันส์นันสต็อป สำหรับปาร์ตี้คอนเสิร์ต Sunsilk Perfect Straight Presents ล็อคตรงลงเต้น Dance หลุดโลก ที่ได้เนรมิต Impact Exhibition Hall 1 เมืองทองธานี ให้เป็น UFO Dance Arena ฟลอร์เต้นรำขนาดยักษ์มหึมาอลังการงานสร้าง พร้อมเวที 360 องศา และทางเดินแคทวอล์ครอบทิศทาง เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา เปิดฟลอร์ ล็อคตรงลงเต้นกันด้วย วง “ลิปตา” เต้นต่อไม่ยั้งกับเจ้าพ่อแร๊พ “โจอี้ บอย” ที่กอดคอมากับ “สิงเหนือ&เสือใต้ และ DJ.Spida Monkee” จัดให้ 8 เพลงรวด แล้วก็มาถึงคิวของ เมญ่า แขกรับเชิญพิเศษสาวสวย ดีกรี Miss Thailand World 2014 ที่ขอทำตามฝัน ร้องเพลงบนเวที งานนี้เธอเลยขอ จัดเต็ม สนุกต่อเนื่องกับ “Cocktail” และ “แทททู คัลเลอร์” จากนั้นกระโดดกันเหงื่อท่วมกับ “โปเตโต้” ที่ขนเพลงมันส์ๆ มาเพียบ โยกกันต่อกับนักร้องหนุ่มหล่อ “แกงส้ม” ที่จัดเต็มขนเพลงมาแบบแน่นๆ ก่อนจะเข้าเพลงพิเศษที่หนุ่มฮอตคู่จิ้น “ฮั่น” ออกมาร่วมร้องและเต้นแถมเด้งกันไม่ยั้ง ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หนุ่มฮั่น จัดเซอร์วิสให้แฟนๆ ฟินกันทั่วหน้า ด้วยการเซอร์ไพร์สยกเค้กมา แฮปปี้เบิร์ดเดย์ “แกงส้ม” บนเวที ก่อนที่จะส่งท้ายความสนุกไปกับเซ็ตเพลงแดนซ์กระจาย จากนักร้องสาว “ทาทา ยัง” งานนี้เรียกได้ว่า นอกจากจะเต้นมันส์แบบต่อเนื่องแล้ว ในคอนเสิร์ต ล็อคตรงลงเต้น Dance หลุดโลก ก็ยังสร้างความประทับใจให้บรรดาขาเต้น ขาแดนซ์ แฟนคลับทั้งหลายได้เป็นอย่างดี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

29 ปี 7สีคอนเสิร์ต จากวันแรก ถึงวันลา
7สีคอนเสิร์ต /  ฟรีคอนเสิร์ต / 

เจ็ดสี.......เจ็ดสี..........คอนเสิร์ต หากจะพูดถึงรายการประเภท ถ่ายทอดสด ฟรีคอนเสิร์ต ตามช่องฟรีทีวี แน่นอนว่า ในลิสต์นั้นของคุณ ต้องมีรายการ 7สีคอนเสิร์ต ชัวร์ เพราะนี่คือ รายการถ่ายทอดสดฟรีคอนเสิร์ต ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 29 ปี ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีข่าวลือมากมายว่า รายการนี้ อาจเป็นเพียงแค่ตำนาน และใกล้ถึงตอนอวสานเต็มที โลโก้รายการ 7สีคอนเสิร์ต เบิร์ด ธงไชย และ ตั๊ก มยุรา พิธีกรคู่แรกของ 7 สีคอนเสิร์ต รายการ 7 สีคอนเสิร์ต ออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2529 (ใครเกิดทันบ้าง) จัด ณ ลานเพลิน 7 สี โดยพิธีกรผู้ดำเนินรายการคู่แรกของรายการคือ มยุรา เศวตศิลา และ ธงไชย แมคอินไตย และก็มีการปรับรูปแบบและพิธีกรอยู่เรื่อยๆ ตามยุคสมัย โดยผู้ดำเนินรายการคู่ล่าสุดของ 7สีคอนเสิร์ต คือ น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล และ เชียร์-ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ สำหรับรายการ 7สีคอนเสิร์ต จะออกอากาศสด ในรูปแบบ ฟรีคอนเสิร์ตเป็นครั้งสุดท้าย ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม โดยในช่วงเวลาดังกล่าว จะเปลี่ยนเป็นรายการ เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย และ 7สีคอนเสิร์ต จะเปลี่ยนรูปแบบเป็น "7สีออนทัวร์" ที่จะประเดิมออนทัวร์ทั่วประเทศ 25 เมษายนนี้ ที่แรก ที่จังหวัดขอนแก่น --------------------------------------- รู้หรือไม่?? ปี 2530 รายการ 7 คอนเสิร์ต ได้รับรางวัลเมขลา ประเภท รายการเพลงดีเด่น สามสาววัยใส (ในตอนนั้น) อย่างวง สาว สาว สาว ปิดตำนาน ที่เวที 7 สีคอนเสิร์ต ร้องไห้หนักมาก ในเพลง ดอกไม้ของน้ำใจ วง Aqua Michael Learns To Rock The Moffatts นอกจากเวที 7 สีคอนเสิร์ต จะต้อนรับศิลปินไทยหลายค่าย หลากแนวแล้ว ยังมีโอกาสต้อนรับศิลปินต่างประเทศ ที่ข้ามฟากมาโชว์สดให้พี่น้องชาวไทยได้ชมแบบใกล้ชิด ติดหน้าจอทีวี อาทิ Michael Learns to Rock,911,Gil,Steps,Aqua (เจ้าของเพลงดัง Barbie Girl),ริคกี้ มาร์ติน,4 พี่น้อง ขวัญใจวัยใส (ในตอนนั้น) The Moffatts กับเพลงดังระเบิดระเบ้ออย่าง Miss You Like Crazy หรือจะเป็นไอดอลเกาหลีอย่าง 2Yoon,BTOB,Boyfriend ก็เคยมาเยือน เวทีนี้นะ แม้รายการประเภทนี้ จะค่อยๆเฟดออกจากผัง ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง และรูปแบบรายการที่ปรับเพื่อให้ อยู่รอด หรือจะอะไรก็ตามแต่ นี่คืออีกหนึ่งรายการในตำนาน ที่เราจะนึกถึงคุณ --------------------------------------- เรื่อง : Rungnirund Prachongpakdee / ภาพ พิธีกร น้ำ-เชียร์ จากเฟซบุ๊กรายการ 7สีคอนเสิร์ต ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย 7สีคอนเสิร์ต มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

AF12 สัปดาห์ที่สอง ครูเงาะ ขอใช้สิทธิ์สุดท้าย เซฟ เบนซ์ V9 กลับเข้าบ้าน
AF12 /  True AF12 / 

เข้าสู่การแข่งขันสัปดาห์ที่สอง ของ ทรูเอเอฟ12 ที่สัปดาห์แรก จ๊ะโอ๋ คือผู้ที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุด แต่ด้วยกติกา เซฟนักล่าฝัน โดยครูเงาะ ครูใหญ่ของบ้าน ทำให้ จ๊ะโอ๋ ได้กลับเข้าไปฝึกฝนการเป็นศิลปินในบ้านเอเอฟต่อไป และสำหรับสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 12 คน ยังคงฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อโชว์ที่ดีที่สุด มาดูกันว่า แต่ละคนจะทำโชว์ออกมาถูกใจแฟนๆมากขนาดไหน เริ่มที่ จ๊ะโอ๋ V11 สาวหล่อของบ้านเอเอฟ ที่รอดพ้นจากการลากกระเป๋าออกจากบ้านในวีคที่แล้ว โดยการเซฟของครูใหญ่ จ๊ะโอ๋มาในเพลงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เพลงความเชื่อ ศิลปิน บอดี้สแลม ที่ถ่ายทอดฟีลลิ่งได้แบบลึกซึ้งตรึงใจ แสดงความมุ่งมั่นและพยายามอย่างชัดเจนบนเวที ที่ชีวิตนี้ขอเอาดีกับการร้องเพลงให้ได้ คนที่สอง หนุ่มอารมณ์ดี ที่มีกีต้าร์เป็นเพื่อนคู่ใจ โบ๊ท V10 มาในเพลง อยากร้องดังดัง งานนี้หนุ่มโบ๊ทโชว์ได้อย่างอิสระ สื่อความเป็นตัวตนบวกกับความสามารถที่มี จนทำให้ทุกคนหลงรักกับสไตล์การร้องที่น่าสนใจ มาที่หนุ่มยโสธรหัวใจลูกทุ่ง โฟกัส V2 ที่มาในอีกสไตล์ กับเพลง หยุดไม่ได้..ขาดใจ ซึ่งโฟกัสทั้งร้องทั้งเค้นแบบเก็บโน้ตทุกเม็ด แสดงความสามารถในด้านการร้องได้แบบไม่มีกั๊ก และเป็นตัวอย่างของคนที่ร้องเพลงได้อย่างถูกอักขระ ได้รับคำชมจากคอมเมนเตเตอร์แบบเป็นเอกฉันท์ โชว์ที่สี่ จูน V8 สาวเสียงทรงพลัง กับเพลง Un-break my heart ศิลปิน โทนี่ แบรกซ์ตัน ที่คอมเมนเตเตอร์อยากฝึกให้สาวเก่งอย่างจูนร้องในสไตล์ของตัวเองมากขึ้น มีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร แต่ด้วยสไตล์เพลงที่เป็นตัวเธอ ทำให้สาวจูนผ่านโชว์ในสัปดาห์นี้ไปได้อย่างไม่ยากลำบากนัก และได้รับเสียงกรี๊ดให้กำลังใจกับเส้นทางว่าที่ศิลปินอันสดใสไปแบบท่วมท้น โชว์ที่ 5 กับ พลอยใส V5 สาวผู้หลงรักเพลงโอเปร่าและบทเพลงเทพนิยายอย่างดิสนีย์ ที่ขอสลัดภาพสาวหวาน มาโชว์แบบ สุดฤทธิ์สุดเดช ทั้งร้องทั้งเต้นได้อย่างกระฉับกระเฉง ฉีกภาพสาวหวานแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โชว์ความเซ็กซี่ได้แบบโดนใจคนดูและคอมเมนเตเตอร์ ถึงแม้จะโดนคอมเมนเตเตอร์ตำหนิกับการเลือกใช้ช่องเสียง แต่ลีลาและความสามารถของเธอก็ได้รับเสียงปรบมือในความตั้งใจ โชว์ที่ 6 กับหนุ่มทายาทเจ้าของธุรกิจ อดีตนักร้องวงออกัส โจ๊กเกอร์ V3 กับเพลงแตกต่างเหมือนกัน ศิลปิน เก็ทสึโนวา ที่มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมกับโชว์ ทำให้บทเพลงนี้มีความลงตัวทั้งเรื่องการร้อง ดีไซน์โชว์ และมูฟเม้นท์ ได้รับคำชมจาก 3 คอมเมนเตเตอร์ แบบ ดี ดี และดีมาก!!! จนครูเจี๊ยบถึงบอกว่า เป็นโชว์ที่ถูกใจชะนีป้า ซะเหลือเกิน ครึ่งทางผ่านไป ต่อกันเลยกับครึ่งหลัง เริ่มที่ เบนซ์ V4 สาวใต้เสียงดี ที่มาในเพลง ไม่ขอก็จะให้ ที่สาวเบนซ์ถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้อย่างชัดเจน มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากทั้งเสียงและการสื่อสารอารมณ์ โดยเฉพาะการแสดงออกทางสีหน้าและแววตา มาที่เบนซ์ชาย V9 กันบ้าง กับเพลง ของที่เธอไม่รัก โชว์พลังเสียงสมกับที่ใครหลายคนให้คำจำกัดความว่าเป็น ตัวพ่อ แห่งบ้านเอเอฟ ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดไปบ้าง แต่ก็ทำโชว์ได้น่าพอใจ โดยเฉพาะเรื่องของการเล่าเรื่องให้คนดูและคนฟังมีความรู้สึกร่วม แต่หนุ่มเบนซ์ก็ยิ้มสู้ แบบไม่มีถอย ต่อที่โชว์ที่ 9 จาก มาริว V7 หนุ่มลูกครึ่งไทยอิรัก ที่หอบความหล่อหน้าทะเล้นมาเอาใจแฟนๆ ในเพลงบอกว่าอย่าน่ารัก ศิลปิน เบิร์ด ธงชัย ที่ขนความสุขมาแบบเต็มพิกัดสไตล์หนุ่มมากเสน่ห์ ซึ่งเหล่าคอมเมนเตเตอร์อยากให้ฝึกการมูฟเม้นท์ที่เป็นธรรมชาติ จะได้ถ่ายทอดความน่ารักได้แบบไม่มีสะดุด มาถึงโชว์ที่ 10 จากเมย์ V6 สาวสวยรักสุขภาพ ที่มากับเพลง คำถาม กับลุคส์สาวน้อยผู้ร่าเริงสดใสบนเวที ทำเอาแฟนๆ ในสตูดิโอเคลิ้มกันยกใหญ่ รวมถึงคอมเมนเตเตอร์ที่กล่าวชมถึงความสดใส ที่ได้ใจไปเต็มๆ พร้อมแนะนำด้านการร้องที่ควรนำไปปรับใช้ สร้างกำลังใจให้กับสาวคิดบวกอย่างเมย์ โชว์ที่ 11 กับสาวแพรว V1 น้องคนเล็กของบ้านเอเอฟ ในเพลง ยินดีที่ไม่รู้จัก โดยสาวแพรวมุ่งมั่นตั้งใจโชว์พลังเสียงและลีลาความสนุกสนานบนเวทีได้อย่างสมวัย เพื่อโอกาสที่อยู่ไม่ไกลเกินฝัน จนได้รับคำชมจากคอมเมนเตอร์เรื่องสมาธิและพัฒนาการ เป็นโชว์ที่มีสปิริต และเลือกการใช้เสียงที่เปิดกว้างและหลากหลาย ปิดท้ายที่ แม็กซ์ V12 หนุ่มเท้าไฟ มาในเพลงสากลสไตล์ดิสโก้ That's the way I like it ที่หนุ่มแม็กซ์ได้โชว์สเต็ปแด๊นซ์อย่างสร้างสรรค์ แต่เรื่องร้องต้องเร่งการฝึกฝน เพราะคอมเมนเตเตอร์อยากให้แมกซ์เป็นนักร้องที่เต้นเก่ง ไม่ใช่นักเต้นที่ร้องเพลงได้ แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่อาต้อยประกาศ ปิดโหวต เป็นช่วงเวลาที่ลุ้นระทึกที่สุด เพราะแน่นอนว่า จะต้องมี นักล่าฝันที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุด จะต้องลากกระเป๋าเดินออกจากบ้าน ซึ่งนักล่าฝันที่มีคะแนนโหวตน้อยสุด 3 อันดับ ได้แก่ มาริว V7,เบนซ์ V9,เมย์ V6 พอประกาศชื่อ 3 คนที่ต้องมายืนปากเหว สัปดาห์นี้ ทำเอาผู้ชมใจสั่นไปทั้งสตูดิโอ ซึ่งความตื่นเต้นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ ตัวแทนคุณครูทุกสาขา ทั้งร้อง เต้น และการแสดง ขอเลือกใช้สิทธิ์เซฟนักล่าฝันที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุด เป็นครั้งสุดท้าย ทำให้ V9 เบนซ์ ที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุดได้รับสิทธิ์คุ้มกัน ทำให้คอนเสิร์ตสัปดาห์ที่ 2 ของ “ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 12” ไม่มีใครต้องลากกระเป๋าออกจากบ้านเอเอฟ ส่งผลให้นักล่าฝันทั้ง 12 คน ได้กลับเข้าบ้าน ทรู เอเอฟ พร้อมกับเตรียมตัวรับโจทย์เพลงสัปดาห์ที่ 3 ที่ต้องผจญความท้าทายทั้งแนวเพลง การร้อง การเต้น และการแสดง เพื่อค้นหานักล่าฝันตัวจริงหนึ่งเดียวเท่านั้น ติดตามชมโชว์สัปดาห์ที่สอง ของน้องๆ นักล่าฝัน AF12 ทั้ง 12 คน ในสัปดาห์ที่สอง ติดตามชมรายการ ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 12 รับชมตลอด 24 ชั่วโมง ได้ทางช่องเรียลลิตี้ เอชดี (ทรูวิชั่นส์ ช่อง 333), ทางช่องเรียลลิตี้ (ทรูวิชั่นส์ ช่อง 9) หรือรับชมได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ และติดตามชมคอนเสิร์ตทุกวันเสาร์ บ่าย 3 โมงเย็นเป็นต้นไป จนถึงวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2558 รวม 12 สัปดาห์ ได้ทางช่องเรียลลิตี้ เอชดี (ทรูวิชั่นส์ ช่อง 333) และทรูโฟร์ยู (ทรูวิชั่นส์ช่อง 2, กล่องทีวีดิจิตอลช่อง 24, ดาวเทียมและเคเบิ้ลช่อง 34 )หรือรับชมได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารทุกความเคลื่อนไหวของเหล่านักล่าฝันได้ที่ AFUPDATE และ trueaf.truelife.com/af12 หรือ www.truevisionsgroup.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน  ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โฉมหน้า 25 คนสุดท้าย จากเวที มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015
นางงาม /  ประกวด / 

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดแถลงข่าว เปิดตัวสาวงามผู้ผ่านเข้ารอบ 25 คนสุดท้าย มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 พร้อมจับสลากหมายเลขประจำตัวสาว งามผู้เข้าประกวดฯ ณ ชั้น 8 อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ ถ.พระราม 4 เมื่อวันที่ 1 กค. ที่ผ่านมา โดยกองประกวดฯ คัดเลือกผู้ผ่านรอบสัมภาษณ์ ให้มาลงทะเบียนติดหมายเลขตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนให้ผู้เข้าประกวดฯ สวมใส่เสื้อกล้าม-กระโปรงยีนส์สั้น ผมมัดเรียบร้อย จากนั้นขึ้นเวทีเดินโชว์โฉม พร้อมสัมภาษณ์ทีละคนเรียงตามหมายเลข งานนี้ผู้เข้าประกวดต่างเตรียมความสามารถหวังมาพิชิตใจกรรมการ จนกระทั่งได้ออกมาเป็นสาวงามผู้ผ่านเข้ารอบ 25 คนสุดท้าย มายลโฉมสาวงาม มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 ทั้ง 25 คน กันเลยค่ะ 1. น.ส. อะแมนดา ชาร์ลีน ออบดัม (ด้า) อายุ : 22 ปี 2. น.ส. นันทวัน เรืองฤทธิ์ (แตงกวา) อายุ : 22 ปี 3. น.ส. วรัญชนา ระดมเล็ก (บิวตี้) อายุ : 19 ปี 4. น.ส. ชลฉัตร เสงี่ยม (ฉัตร) อายุ : 21 ปี 5. น.ส. วิภาษณีย์ เก่งสนามจรัส (มด) อายุ : 21 ปี 6. น.ส. สุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ (มายด์) อายุ : 22 ปี 7. น.ส. กีรติกาญจน์ ลำจวนจิตร์ (อีฟ) อายุ : 22 ปี 8. น.ส. อภัสนันท์ คุณสิงห์ (จีจี้) อายุ : 21 ปี 9. น.ส. สรัญญา สิริปรีชา (ญ หญิง) อายุ : 22 ปี 10. น.ส. กานติมา ศิริขันธ์ (แนท) อายุ : 21 ปี 11. น.ส. ธีลิศรา โยโกยาม่า (ยีนส์) อายุ : 20 ปี 12. น.ส. เมรีน่า คาร์ลตันเบิร์ด (เมย์) อายุ : 21 ปี 13. น.ส. สุดาภรณ์ วงศาศิริพัฒน์ (แอม) อายุ : 22 ปี 14. น.ส. นิตยา เอี่ยมอักษร (เรย์) อายุ :22 ปี 15. น.ส. มิณทร์ลดา สร่างโศก (กิ๊ฟท์) อายุ : 20 ปี 16. น.ส. ดารารัตน์ ศรีเบญจรัตน์ (แก้ม) อายุ : 19 ปี 17. น.ส. กัญญาภัค อินทรักษา (ฝน) อายุ : 22 ปี 18. น.ส. พิชญา ไชยยศ (พริม) อายุ : 22 ปี 19 น.ส.ศุภากร หล่อพิพัฒน์ ครีม 23 ปี 20. น.ส. สุกัญญา หวายสันเทียะ (พลอย) อายุ : 21 ปี 21. น.ส. ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ (มิ้นท์) อายุ : 20 ปี 22. น.ส. เพียงรวี สุทธิโภชน์ (พลอยใส) อายุ : 22 23. น.ส. ธัญชนก มูลนิลตา (เฟร้นฟราย) อายุ : 22 ปี 24. น.ส. ปทุมรัตน์ ไชยประสิทธิ์ (จูน) อายุ : 21 ปี 25. น.ส. รัชฎาภรณ์ หวังแก้ว (ฟ้า) อายุ : 22 ปี ที่มาภาพจาก http://www.t-pageant.com/

อยากไปแดนอนาคต ทำไง? กับคลิปใหม่ซับไทย จาก Tomorrowland
Tomorrowland /  คลิปซับไทย / 

ใกลเข้ามาทุกขณะแล้ว กับเวลาที่คุณผู้ชมจะได้ผจญภัยในดินแดนลี้ลับแห่งห้วงอวกาศ ในภาพยนตร์ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ผลงานของผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ส่งตรงจากปราสาท วอลท์ ดิสนีย์ ที่จะมาจัดเต็มความยิ่งใหญ่อลังการ นำทีมด้วยอัจฉริยะรุ่นใหญ่ จอร์จ คลูนีย์ และรุ่นเล็ก บริตต์ โรเบิร์ตสัน ที่ครั้งนี้จะมาเรียกน้ำย่อยกันอีกสักที ด้วยคลิปใหม่ซับไทย ที่จะเผยทั้งเบื้องหลังและฟุตเทจใหม่เอี่ยมอีกเพียบ ท่องดินแดนลี้ลับสุดล้ำ ออกผจญภัยกับอัจฉริยะต่างวัย ไปกับ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Tomorrowland ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

เปิดตัวอุปกรณ์สุดล้ำ พร้อมฟุตเทจลับเพียบ ในคลิปชุดใหม่ จาก Tomorrowland
clip /  footage / 

อีกเพียงไม่กี่วัน คุณผู้ชมก็จะได้จับเข็มกลัดพร้อมกัน แล้วออกผจญภัยท่องแดนลี้ลับแห่งห้วงเวลา ไปกับภาพยนตร์ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ผลงานสุดอลังการส่งตรงจากปราสาท ดิสนีย์ โดยผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่ทยอยปล่อยของมาอุ่นเครื่องกันอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดนี้ ขอเชิญพบกับคลิปชุดใหม่ ที่จะเผยทั้งฉากสุดมันส์ พร้อมอุปกรณ์สุดไฮเทคล้ำยุคชิ้นใหม่ ที่จะมาเสริมทัพความสนุกครั้งนี้ ออกผจญภัยท่องแดนลี้ลับ พร้อมอัจฉริยะต่างวัย ไปกับ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Tomorrowland ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

ส่อง!! โมเม้นท์มุ้งมิ้ง คุณพ่อซุปตาร์กับลูกชาย
เจ เจตริน /  เคน ธีรเดช / 

แมนๆ มาคุยกันหน่อย!! วันนี้ขอเก็บโมเม้นท์มุ้งมิ้งของคู่คุณพ่อซุปตาร์กับลูกชาย ที่ขอบอกว่าลีลาการเลี้ยงลูกของแต่ละคนนี่ไม่ไกลจากกิจกรรมความชอบส่วนตัวของบรรดาพ่อๆ ทั้งหลายเลย ซึ่ง ต่อให้แมนแอนด์ห้าวขนาดไหนแต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันลำพังพ่อ-ลูกแล้วก็ยังมีมุมหวานตามประสาผู้ชายบ้าง อะไรบ้าง ให้เห็นอยู่เหมือนกัน ถือเป็นมุมน่ารักที่ดูแล้วอดยิ้มตามเสียไม่ได้ เรียกว่ายังไง๊ยังไงก็แพ้ลูกอ้อนของลูกๆ อ่ะนะ ส่วนแม่ๆ เห็นแล้วอย่าเพิ่งอิจฉาไปนะจ๊ะ ^^ขอบคุณ ภาพจาก/ @kejmanee, @jjetrin, @kun_jun, @hanahugo, @nanarybena, yui_athamard เจ เจตริน-เจ้านาย-เจ้าขุน-เจ้าสมุทร เคน ธีรเดช-น้องคุน-น้องจุน ฮิวโก้ จุลจักร-น้องฮาร์เปอร์-น้องฮันเตอร์ ผู้พันเบิร์ด พ.ท.วันชนะ-น้องวิน เวย์ ไทเทเนียม-น้องบรู๊คลิน เต๋า สมชาย-น้องสุขใจ