เบิร์ด

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขอเป็นตัวเอง โพสต์โชว์หน้าสด พร้อมข้อคิดเตือนใจ
Kim รับแขก /  เจนนิเฟอร์ คิ้ม

   เพิ่งจบคอนเสิร์ตของตัวเองมาหมาดๆ เมื่อวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ผ่านมา กับคอนเสิร์ต "KIM รับแขก" ที่ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขอโชว์ทั้งร้องทั้งเต้นเอาใจคนดูสุดฤทธิ์ พร้อมทั้งแขกรับเชิญสุดพิเศษที่หลายคนไม่เคยเห็นหนุ่มคนนี้ร้องเพลงที่ไหนมาก่อนแน่นอน กับหนุ่มสุดฮอตอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ ที่ขอโชว์ทั้งร้องทั้งเต้น เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่นฮออล์ นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญ สุดพิเศษ อาทิ ปาน ธนพร, เบิร์ด กะ ฮาร์ท, อ๊อฟ ปองศักดิ์ งานนี้ถึงแม่เจ้าแม้คิ้มจะเหนื่อยสุดๆ แต่รู้เลยว่าเธอก็แฮปปี้สุดๆ เช่นกัน    โดยล่าสุด หลังจบคอนเสิร์ตรอบแรก สาวคิ้มก็ขอโชว์ความสตรอง ด้วยการโพสต์รูปหน้าสด ผ่านอินสตาแกรมของตัวเอง พร้อมด้วยข้อคิดเตือนใจไว้ว่า  "ไม่ว่าเราจะสวมบทบาทอะไร......สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาเป็นเราคนเดิม.......ขอบคุณทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้ในคอนฯ"คิ้มรับแขก" รอบแรก (16/7/'59).....กราบบบบ" ขอบคุณข้อมูลจาก IG j.kim4real

รุ่งโรจน์ ไทยนิยม : ตัดคำว่าพิการออกไป เราก็ติดธงชาติสร้างชื่อเสียงให้เมืองไทยเหมือนกัน
ทีมชาติไทย /  ปิงปอง / 

การเป็นนักกีฬาไปแข่ง โอลิมปิก สักรายการ ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะทำได้ ยิ่งการคว้าเหรียญทองด้วยแล้ว ยิ่งต้องใช้ความมานะอุตสาหะเป็นอย่างมากกว่าจะไปถึงจุดนั้น แล้วลองจินตนาการถึงนักกีฬา พาราลิมปิก ดูว่าจะต้องมีความพยายามมากกว่านั้นกี่เท่า เมื่อสภาพร่างกายไม่ได้เต็มร้อยเหมือนกับคนทั่วๆ ไป รุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักกีฬา เทเบิลเทนนิส คลาส 6 พาราลิมปิก คือคนหนึ่งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้ พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ นำธงไตรรงค์โบกสะบัดที่ลอนดอนใน พาราลิมปิก 2012 หลังคว้าเหรียญทองมาครอง ด้วยการเอาชนะ อัลบาโร่ บาเรล่า คู่แข่งชาวสเปนในนัดชิงชนะเลิศ 4 ปีต่อมา รุ่งโรจน์ เตรียมติดธงชาติไทยลงทำหน้าที่อีกครั้งใน พาราลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล แต่กว่าที่เขาจะมาเป็น รุ่งโรจน์ แบบในวันนี้ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้ว่าเขาจะเป็นคนรักกีฬามาตั้งแต่เด็ก แต่ข้อจำกัดทางร่างกายก็ทำให้ชนิดกีฬาที่เขาสามารถเลือกเล่นได้ต้องถูกจำกัดไปด้วยเช่นกัน "จุดเริ่มต้นการเล่นปิงปองของผมก็มาตั้งแต่ช่วงเรียนประถมครับ ผมก็อยากที่จะเล่นกีฬาควบคู่ไปด้วย ถามว่าทำไมผมถึงเล่นปิงปอง เพราะว่าผมเป็นอย่างนี้จะให้ผมไปเตะฟุตบอลก็คงไม่ได้ หรือจะไปโดดหนังยางกับพวกผู้หญิงก็คงไม่สนุกหรอกครับ" รุ่งโรจน์ กล่าวติดตลกถึงเรื่องราวในอดีตของตนเอง "ทีนี้มันมีโต๊ะปิงปองอยู่หลังโรงเรียน ก็เลยเข้าไปตีดูแล้วรู้สึกสนุกกับกีฬาชนิดนี้ รู้สึกว่ามันไม่ขัดกับความพิการของเรา ก็เลยเริ่มเล่นมาตั้งแต่ช่วง ป.5 ครับ" "ช่วงที่หัดเล่นแรกๆ มันมีความลำบากแน่นอนครับ เพราะร่างกายของเราไม่เหมือนกับคนปกติ เราแขนลีบขาลีบ แล้วการเล่นกีฬาปิงปองนี่มันต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ต้องใช้กำลังแขนเยอะ แต่ด้วยความที่เราอยากจะเล่น แล้วผมมีเพื่อนสนิทคนนึงชื่อเบิร์ด ผมก็อยากที่จะตีกับเขาให้ได้ เลยคิดว่าถ้าเราไม่พยายาม เราก็คงไม่ได้กีฬาชนิดนี้ แล้วมันจะเหมือนว่าเราขาดอะไรไปเลย เพราะทุกคนก็เล่นกีฬากัน เราก็อยากที่จะเล่นให้ได้ อยากเข้าสังคมกับพวกเขาให้ได้ ก็เลยก้าวข้ามผ่านความพิการของเรา ถ้ามัวแต่คิดว่าเราพิการ เราทำไม่ได้หรอก เราก็จะอยู่แค่คำว่าคนพิการตรงนั้น ซึ่งผมมีความมุ่งมั่นที่จะเล่นให้ได้เหมือนกับคนปกติ" แต่แม้ว่า รุ่งโรจน์ จะมีสีหน้าแววตาที่มุ่งมั่น เขาเองก็เหมือนคนทั่วๆ ไปที่ย่อมต้องมีช่วงท้อแท้บ้าง "ก็มีบ้างเหมือนกันนะครับ เพราะหลังจากที่เป็นนักกีฬาทีมชาติแล้วมันต้องมีการฝึกค่อนข้างหนัก ต้องวิ่งรอบสนามบอล ต้องฝึกตีลูกเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผมทำได้ไม่เท่าเพื่อนหรอก เพราะเราฝึกเหมือนกับคนปกติเลย มันก็มีอาการบาดเจ็บที่ขา เพราะเราพิการเป็นโปลิโอทั้ง 2 ข้าง แล้วฝึกตีลูกวันนึงหลายร้อยลูก กล้ามเนื้อมันก็ล้า เราไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนอื่นๆ ผมก็ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้สู้กับเค้าได้ ดังนั้นถ้าคนอื่นซ้อมกัน 1-2 ชั่วโมง ผมก็ต้องแอบมาฝึกเพิ่มอีก เพื่อที่จะให้ร่างกายเราพัฒนาให้ใกล้เคียงเค้ามากที่สุด" "จากนั้นผมก็เริ่มไปคัดตัวทีมชาติครับ ตอนนั้นเราอยู่ช่วง ม.1 ก็ซ้อมปิงปองที่สโมสรตำรวจ ซ้อมได้ 6 เดือน เราก็พยายามทำให้ได้คล้ายคลึงกับคนปกติมากที่สุด ก็ลองไปคัดตัวไปที่ญี่ปุ่นดู พอเจอรุ่นพี่ๆ เราก็ไปชนะเค้า แล้วทุกคนก็ยินดีมากเลย เพราะตอนนั้นเรายังเด็กอยู่ มันก็เหมือนกับเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะมาแทนคลื่นลูกเก่า แต่ว่าตอนที่ไปญี่ปุ่นคราวนั้นผมก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเลยนะครับ แต่ที่เราแพ้มาก็ไม่ได้แพ้ขาด ตอนนั้นตีกัน 21 แต้ม เราก็แพ้แบบ 17-21 หรือ 16-21 แล้วพอกลับมาเมืองไทย เราก็มามองย้อนว่าเราสามารถพัฒนาไปกับกีฬาชนิดนี้ได้ ตอนนั้นมี โค้ชเบิร์ด สุริยา พ่วงสมบัติ ซึ่งเป็นโค้ชของผมในปัจจุบัน อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านผมด้วย คุณพ่อผมก็เลยฝากให้พี่เค้าดูแลให้ เค้าก็สอนผม ป้อนทักษะ ป้อนเบสิก ตรงนี้ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มคิดว่าน่าจะเล่นในระดับที่สูงขึ้นไปได้ครับ" ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าการแข่งขัน เทเบิลเทนนิส สำหรับนักกีฬา พาราลิมปิก ซึ่งมีแบ่งออกเป็นหลายคลาสนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร รุ่งโรจน์ ก็ได้อาสาอธิบายไขข้อข้องใจตรงจุดนี้ "กีฬาชนิดนี้จะแบ่งเป็นทั้งหมด 11 คลาสนะครับ คลาส 1-5 จะเป็นนั่งวีลแชร์ตี คลาส 1 นี่จะพิการตั้งแต่อกลงไป มัดไม้ตีปิงปองเลย ก็คือเรียกได้ว่าพิการมากที่สุดของคลาสนั่ง ส่วน คลาส 5 จะพิการน้อยสุด คืออาจจะขาขาดข้างนึง แล้วก็นั่งวีลแชร์ตี ส่วนคลาส 6-10 จะเป็นยืนตีครับ พิการมากที่สุดของคลาสยืนก็คือพิการแขน 2 ข้าง ขา 2 ข้าง ส่วนตัวผมลงแข่งในคลาส 6 ขณะที่คลาส 10 ก็เกือบจะเหมือนคนปกติแล้วครับ คืออาจจะแขนขาดข้างนึง หรือขาขาดข้างนึง แล้วก็มาตีปิงปอง อีกคลาสนึงคือคลาส 11 อันนี้จะเป็นด้านปัญญาครับ" การฝึกซ้อมที่หนักไม่แพ้นักกีฬาทั่วไป ไม่ได้การันตีถึงความสำเร็จในครั้งแรกที่เขาได้เข้าร่วมแข่งขัน พาราลิมปิก โดยร่วงตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มในปี 2008 ซึ่งด้วยความคาดหวังที่มากกว่านั้นก็ทำให้ รุ่งโรจน์ มีเป๋ไปเหมือนกันหลังจบทัวร์นาเม้นท์ "ช่วงนั้นเหมือนเป็นจุดพลิกผันในชีวิตอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย เรียกได้ว่าเป็นเฟรชชี่เลย แล้วก็เล่นกีฬาพาราลิมปิกควบคู่ไปด้วย ดังนั้นก็เลยต้องเรียนไปซ้อมไป ซึ่งสักพักผมมาคิดว่าการที่เราจะทำอะไร 2 อย่างพร้อมกันเนี่ยมันไม่ดี ก็เลยเลือกที่จะดร็อปการเรียนไปก่อน แล้วหันมาตีปิงปองอย่างเดียว ซึ่งผลสุดท้ายเราไม่ได้อะไรเลย อย่างที่บอกครับว่าตกรอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่การเรียนก็ดร็อปไว้ พอผมกลับมาก็เลยกลายเป็นว่าไม่เอาอะไรเลย ติดเพื่อน ติดเกมออนไลน์ เป็นอย่างนั้นนาน 2-3 เดือนเลย แต่สุดท้ายก็ได้ครอบครัว ซึ่งเป็นสังคมที่เล็กที่สุด แต่เป็นสังคมที่ให้กำลังใจเราได้มากที่สุด คุณพ่อก็ถามว่าพอหรือยัง จะกลับมาซ้อมได้หรือยัง จะกลับมาเรียนได้หรือยัง แล้ว โค้ชเบิร์ด ก็เข้ามาดูแลผม มาพาผมกลับไปซ้อมปิงปอง ก็มาวางแผนกันต่อว่าอีก 4 ปีข้างหน้าเราจะเอายังไงกันดี" "จากนั้นเราก็วางแผนกันครับ โอเคว่าร่างกายเราอาจจะไม่เหมือนช่วงวัยรุ่น 19-20 ปี แล้ว เราก็มาเสริมด้านทักษะแทน เพราะตอนนั้นที่ไปแข่งเนี่ยเราได้แต่ความฟิตอย่างเดียว เราไม่มีประสบการณ์ ไม่มีทักษะที่เพียงพอ เราก็มาดูวิดีโอทั้งคู่ต่อสู้ทั้งของเราเอง ดูว่าเรายังเสียตรงไหนอยู่ ทักษะตรงไหนที่เรายังขาดอยู่ แล้วก็ต้องมาวางแผนเก็บคะแนนแรงกิ้งอันดับโลก เพราะว่าตอน 2008 เนี่ย ผมเริ่มแข่งโดยเป็นมือวางอันดับ 13 ซึ่งต้องไปแข่งในรอบแบ่งกลุ่มอะไรเยอะแยะมาก มันค่อนข้างล้า มาในปี 2012 เราก็มองไปไกลขึ้นแล้วว่าอยากจะได้เหรียญสัก 1 เหรียญ ก็วางแผนให้ได้อยู่ใน 4 อันดับแรกของโลก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปตีรอบคัดเลือก จะได้เริ่มแข่งในรอบลึกๆ เลย ตอนนั้นก็ฝึกฝนทักษะ แล้วก็หมั่นออกไปแข่งขันเพื่อเพิ่มคะแนนสะสมครับ" ความสำเร็จในครั้งนั้นทำให้ชื่อของ รุ่งโรจน์ เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้เขาภาคภูมิใจที่สุดกลับไม่ใช่ชื่อเสียงเงินทองเลย "หลังจากได้เหรียญทองที่ลอนดอนเมื่อปี 2012 สิ่งที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุดเลยไม่ใช่ชื่อเสียงหรือเงินทองที่ผมได้หรอกนะครับ สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่านอกจาก โอลิมปิก แล้วก็ยังมีกีฬาคนพิการอยู่ ได้ทำให้คนพิการทุกคนได้รู้ว่าพวกเรายังมีจุดยืนในสังคม ได้ทำให้สังคมได้ยอมรับคนพิการมากขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจมากกว่าชื่อเสียงเงินทองที่ได้มาทั้งหมดเลยครับ" "ผมอยู่ในวงการนี้มา 15 ปี ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้วเนี่ย คนดูอาจจะแค่สัก 20-30 คน แต่ทุกวันนี้เนี่ยเป็นแสนเป็นล้านคน ซึ่งมันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าถามว่าส่วนตัวผมมีน้อยใจบ้างไหมเนี่ย เวลาไม่ค่อยมีใครสนใจเรา เวลาไม่ค่อยมีใครมาต้อนรับเรา ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเคยมีความรู้สึกนั้นบ้างครับ แต่ทุกวันนี้ผมว่าทุกคนให้ความสนใจกับกีฬาคนพิการมากขึ้นแล้ว และผมก็เชื่อว่ามันจะยิ่งดีขึ้นไปตามลำดับ ผมเองในฐานะนักกีฬาก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อนครับ ก่อนที่จะให้คนอื่นมาสนใจเรา เราก็ต้องแสดงศักยภาพให้ทุกคนเห็นก่อนครับ" หลังจากประสบความสำเร็จถึงขั้นคว้าเหรียญทอง พาราลิมปิก มาคล้องคอ รุ่งโรจน์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก่อนที่จะกลับไปป้องกันแชมป์ที่ ริโอ เด จาเนโร ในคราวนี้ "สำหรับ พาราลิมปิก ที่บราซิลในครั้งนี้ก็แน่นอนล่ะครับว่าต้องมีคู่แข่งจับตามองเรามากขึ้น หลังจากที่คราวก่อนไปในฐานะโนเนมคนนึง ไม่ค่อยมีใครสนใจเรา ซึ่งคราวนี้เราก็มีการทำการบ้านกันมาเหมือนเดิมครับ อย่างปีนี้เมื่อเดือนเมษายน ผมไปแข่งมา เจอกับมือ 1 โลกชาวสเปน ก็ไปแพ้เขามา 1-3 นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเค้าก็ทำการบ้านเกี่ยวกับเรามาพอสมควรเหมือนกัน ขณะที่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย เพราะทุกครั้งที่ไปแข่งจะมีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ตลอด ไม่ว่าจะเจอใครก็ตาม จะไม่มีการประมาทครับ จะมีการเตรียมความพร้อมกับโค้ชตลอดเวลา ก่อนแข่งก็จะมีการซ้อมตีเกมให้คล้ายกับการแข่งขันจริงมากที่สุด แล้วก็มาแก้ไขจุดบกพร่องของเราในช่วงนั้นก่อนที่จะไปแข่งขันจริงครับ" "สุดท้ายนี้ ผมขอฝากไปถึงผู้ชมทางบ้านนะครับ หลังจากจบกีฬา โอลิมปิก แล้วเนี่ย ยังมีกีฬาอีกอย่างนึงคือ พาราลิมปิก ซึ่งเป็นกีฬาของคนพิการ ผมอยากให้ทุกคนลองตัดคำว่า พิการ ออกไป ให้มองพวกเราเป็นคนเหมือนกัน ติดธงชาติเหมือนกัน ไปสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองไทยเหมือนกัน แล้วทุกคนจะดูกีฬาคนพิการสนุกไม่แพ้กีฬาคนปกติครับ" แน่นอนว่าเราเองก็เป็นอีกหนึ่งเสียงเชียร์ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจให้กับ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม สำหรับการทำหน้าที่ของเขาใน พาราลิมปิก 2016 และเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคอกีฬาชาวไทยจะเอาใจช่วยเขา รวมถึงทัพนักกีฬาคนพิการไทยทุกคนที่ประเทศบราซิล อย่างประโยคข้างต้นที่เขาได้กล่าวเอาไว้ หากตัดคำว่า พิการ ออกไป พวกเขาก็คือนักกีฬาที่ติดธงไตรรงค์ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติเหมือนกัน ความภาคภูมิใจ, เกียรติยศ และศักดิ์ศรี ล้วนมีเต็มเปี่ยม ไม่แตกต่างอะไรกับทัพนักกีฬาไทยที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจของตนเองไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย

20 ปีผ่านไป นักร้องสาวคีตายุค 90 ร่วมเฟรมกันครั้งแรก!!!
กิ๊บ-จอย ทีสเกิร์ต /  คีตา / 

   ยังคงเป็นเพื่อนรักเหนียวแน่นกันจริงๆ สำหรับนักร้องสาวๆ แห่งยุค 90 ที่จะเป็นใครไปไม่ได้กับนักร้องดังค่าย คีตา ซึ่งล่าสุด พวกเธอทั้งหลายได้รวมตัวกัน แฮปปี้เบิร์ดเดย์ 2 เพื่อนซี้ โดยมี ยุ้ย ปัทมวรรณ, กิ๊บ-จอย ทีสเกิร์ต, เกด นารากร, วาเนสซ่า บีเวอร์ รวมไปถึงนางเอกสาวที่หายหน้าหายตาไปนานอย่าง จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค งานนี้ทั้งหมดก็ได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกัน ในงานปาร์ตี้กันเกิดของ 2 เพื่อนสาว เกดและจอย ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นคุณแม่ยังสาวไปแล้วอีกต่างหาก เวลาผ่านไปกว่า 20 ปี ไม่สามารถทำอะไรพวกเธอได้จริงๆ ขอบคุณรูปภาพจาก joytskirt, katenarakorn, gift_tskirt, yuipattamawan

10 ร้านอร่อยบรรยากาศดี๊ดี ยกไปกินทั้งครอบครัวในวันแม่แห่งชาติ
บรรยากาศดี /  ร้านอาหาร / 

วันแม่ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นวันหยุดพวงวันเสาร์ อาทิตย์ เป็นช่วงวันหยุดยาวของคนไทย ก็ถือโอกาสพาไปทานอาหารนอกบ้านกันทั้งครอบครัวเลย เป็นวันที่ลูกหลานมารวมตัวกันเพื่อจะแสดงความรักให้กับคุณแม่ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว วันนี้ Food Mthai มาแนะนำร้านอาหารที่คิดว่าดีและเคยไปรีวิวแล้วได้สัมผัสบรรยากาศที่เหมาะกับมาทานกันยกครอบครัวในวันแม่ปีนี้ กับ 10 ร้านอาหารบรรยากาศดี ยกไปกินทั้งครอบครัว รวม 10 ร้านอาหารบรรยากาศดี ที่จะพาไปฟินกันทั้งครอบครัว ในวันแม่ปีนี้ 1. Mother May I ' ร้าน Mother May I ' ร้าน Mother May I เป็น Glass House ที่ให้บรรยากาศสบายๆ เหมือนทานอาหารฝีมือแม่อยู่กับบ้าน ที่ร้านก็สามารถเลือก นั่งชิว ๆ ได้ ถึง4โซน เช่นอยากนั่งสบายๆ อยู่ใน glass house หรือตอนเย็น อยากจะนั่งชิวๆ แฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน ก็สามารถนั่งชิวในสวนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ได้อีกด้วย ที่ตั้ง : 23 ซอยสุขุมวิท 59 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11.00 – 22.00 น. ติดต่อ : 097-990-5990 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/107066.html -------------------------------------------------------------------- 2. Lee Kitchen ' ร้าน Lee Kitchen ' การตกแต่งร้าน มีความโมเดิร์นทันสมัย และทำให้ร้านน่าเข้า ส่วนมากคนรุ่นนี้พอได้ยินชื่อว่าอาหารจีน ความรู้สึกแรกต้องกลัวและคิดไปเองว่าต้องราคาแพงแน่ๆ เลย และยิ่งเห็นร้านที่มีความเป็นจีนมากๆ  ยิ่งรู้สึกดูหรูหราราคาแพงและจับต้องไม่ได้ ทานไปเกร็งไปและทำตัวไม่ถูกสำหรับคนที่ไม่เคยทานอาหารจีน แต่ที่ ลี คิทเช่น ทำให้คนทุกวัยสามารถเข้าถึงได้ด้วยราคาพอประมาณ และร้านก็ดูทันสมัยมากความเป็นกันเองจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่นั่งทาน ที่ตั้ง : 26/37-8 ซอยประดู่ 1 ถนนจันทน์ตัดใหม่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 14.00 และ เวลา 18.00 - 22.00 น. ติดต่อ : 022131018 , 022131019 , 026788369 , 026838333 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/100972.html -------------------------------------------------------------------- 3. นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ' นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ' “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) หรือ Joe Louis : The Art of Thai Cuisine” ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการ อยู่บริเวณใกล้กับหอนาฬิกา โดยมีแนวคิดจากเรือนงามตามยุคสมัยรัชกาลที่ 5  คือ “เรือนรับรองแห่งสยามประเทศ” เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวและเปิดกว้างในเรื่องของศิลปะไทย ทั้งเรื่องของอาหารและการแสดงในแบบฉบับของ “โจหลุยส์” จัดตั้งโดย ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปินแห่งชาติ  ในทุกๆ เย็นจะมีการเชิดหุ่นเจ้าจุกและเจ้าแกละ ทักทายนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ เอเชียทีค อยู่บริเวณรอบๆ ร้าน สามารถถ่ายรูปเก็บไว้เป็นระลึกได้ แล้วตามมาหยอกล้อลูกค้าภายในร้านตามนิสัยซนๆ ของเจ้าจุกเจ้าแกละ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแก่ผู้มาเยือน ที่ตั้ง : เอเชียทีค : เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (หน้าโกดัง 4) เขต บางคอแหลม จังหวัด กรุงเทพมหานคร เวลาเปิด - ปิด : จันทร์ -พฤหัสฯ 17.00 – 23.00, ศุกร์-อาทิตย์ 17.00 – 24.00 ติดต่อ : 02-108-4000 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/102564.html -------------------------------------------------------------------- 4. Samsen Villa ' ร้าน Samsen Villa ' สามเสนวิลล่า เริ่มก่อตั้งวันที่ 5 กรกฏาคม 2521 จากสาขาดั้งเดิมบริเวณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธฝั่งใต้ จากร้านอาหารไทยเล็กๆ มาจนถึงวันนี้เกือบ 40 ปี ที่คงความอร่อยดั้งเดิมไม่มีเปลี่ยน สามเสนวิลล่าก็ขยายมาได้ 3 สาขา สาขาดั้งเดิมคือสาขา พญาไท กับ สาขาเชียงใหม่ และสาขา ราชพฤกษ์แห่งนี้ การเดินทางก็ไม่มาไม่ยาก วิ่งจากถนนบรมราชชนนีไปทางราชพฤกษ์ผ่านวงเวียนนครอินทร์และตรงยาวๆ ร้านจะอยู่อีกฝั่งสังเกตุดีๆ แล้วกลับรถได้เลย ร้านเป็นร้านสีขาวใหญ่ สวนหน้าร้านและต้นไม้นานาพรรณ ที่ตั้ง : 9/15 หมู่ที่ 5 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน 11.00 - 23.00 น. Last Order 22.30 น. ติดต่อ : 02 594 3980 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/106356.html -------------------------------------------------------------------- 5. Bangkok Seafood Market ' ร้าน Bangkok Seafood Market ' ร้าน Bangkok Seafood Market (บางกอกซีฟู้ดมาร์เก็ต) อาหารทะเลสดๆ มากมายจากฝีมือเชฟที่รังสรรค์ของทะเลสดมาเป็นเมนูที่อร่อยสุดๆ และเมนูอาหารก็หลากหลายให้เลือกสั่ง Bangkok Seafood Market ตั้งอยู่ชั้น 3 ของโครงการ หรือเป็นชั้นดาดฟ้าชั้นบนสุด ร้านจะอยู่ติดริมแม่น้ำ ร้านจะเป็นกระจกตลอดทั้งแนว เพื่อให้เห็นวิวที่สวยงาม ส่วนโซน Outdoor ก็สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นกัน ใครที่ชอบรับลมยามเย็นนั่งด้านนอกได้เลยค่ะ ร้านกว้างโล่งสบาย เป็นแนวยาวตลอดทั้งร้าน ใช้แสงสว่างจากแสงธรรมชาติจากด้านนอกครัวเป็นครัวเปิดให้เห็นเชฟปรุงอาหาร ส่งกลิ่นเย้าย้วนชวนกิน ที่ตั้ง : ชั้น 3 โครงการยอดพิมานริเวอร์วอร์ค (ปากคลองตลาด) 390/17 ถนนบ้านหม้อ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 23.00 น. ติดต่อ : 0-2110-0829, 08-6622-3466, 09-6449-6694 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/112549.html -------------------------------------------------------------------- 6. Vertigo TOO ' ร้าน Vertigo TOO ' อยู่ชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อปบาร์ แต่งต่างจาก Vertigo ที่อยู่ชั้น 61 คือการตกแต่งของร้านเน้นให้บรรยากาศในแบบ โมเดิร์นโคซี่ เป็นเพดานโค้งๆ ประดับด้วยไฟระยิบระยับเหมือนจำลองท้องฟ้ามาให้เราดูกันแบบใกล้ๆ และแสงไฟน้อยๆ ภายในร้าน เป็นบรรกาศที่โรแมนติกเกินกว่าจะบรรยาย เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงเบาๆ ใครอยากสร้างบรรยากาศหรืออยากจะเซอร์ไพรส์คนพิเศษแนะนำให้พาขึ้นไปที่บาร์ชั้นลอยที่เห็นวิวกลางคืนในเมืองกรุง เป็นภาพที่ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ จากที่ไหน ที่ตั้ง : ชั้น 60 สาทรใต้ แขวง ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร 10120 เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน เวลา 17:00 – 01:00 น. ติดต่อ : 02 254 9005 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/111889.html -------------------------------------------------------------------- 7. The Deck by The River ' ร้าน The Deck by The River ' การเดินทางมาไม่ยาก หากนำรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถจอดได้ที่ด้านข้างวัดโพธิ์ ถนนมหาราช ตรงข้ามก็จะเป็นซอยประตูนกยุง เดินมาจนสุดซอยก็จะเจอโรงแรม Arun Residence ซึ่งเป็นที่เดียวกับร้าน The Deck By The River ที่อยู่ด้านบน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ต่างเข้ามาทานอาหารที่ร้านแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย จึงมีทั้งอาหารไทยและอาหารต่างชาติที่รองรับคนทุกสัญชาติ โดยมีเมนูมากกว่า 200 เมนู แม้อาหารจะตกแต่งเพิ่มเติมให้ทันยุคทันสมัย แต่สำหรับตัวตึกแล้วก็ยังคงความเป็นตึกเก่าไว้อยู่ ด้วยที่ความเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโนโปตุกีส เป็นสถาปัตยกรรมโบราณผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก เป็นเอกลักษณ์ที่ดีแบบนี้ให้อยู่คู่กับคนท่าเตียนไปแสนนาน ที่ตั้ง : 36-38 ซอยประตูนกยูง ถนนมหาราช บางกอกใหญ่ , กรุงเทพมหานคร 10200 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน จันทร์ - พฤหัส 11:00 - 22:00 น. , ศุกร์ - อาทิตย์ 11:00 - 23:00 น. ติดต่อ : 02-221-9158 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/109728.html -------------------------------------------------------------------- 8. Humming Birds Kitchen and Garden ' ร้าน Humming Birds Kitchen and Garden ' แวะมาเติมความสดชื่น กับบรรยากาศร้านอาหารร่มรื่นเย็นสบาย อย่าง ฮัมมิ่ง เบิร์ด คิทเช่น & การ์เด้น (Humming Birds Kitchen and Garden) ซึ่งชื่อฮัมมิ่ง เบิร์ด หมายถึง นกที่เล็กที่สุดของโลก เข้ากับตัวร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ออกแบบคล้ายเรือนกระจกรอบด้านที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณระหว่างทานอาหาร โดยร้านตั้งอยู่บริเวณโยธินพัฒนา 3 ใกล้กับเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา โดยคุณชาต อารยะจิติพงษ์ และภรรยา เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจที่อยากจะทำร้านอาหารสไตล์โฮมเมดบรรยากาศอบอุ่น โดยเลือกพื้นที่ถัดจากร้าน บ้านก้ามปู ซึ่งเป็นของคุณพ่อ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ ปลูกร้าน และได้แบ่งร้านนี้ออกเป็น 3 โซน โซนแรกมุมโซฟาสไตล์เก๋ๆ โซนที่ 2 หน้าบาร์ และโซนที่ 3 มุมติดกระจกสามารถมองชมสวนได้ตามความชอบของลูกค้า ที่ตั้ง : 468 ซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา แขวงนวมินทร์ บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240 เวลาเปิด - ปิด : 11.30 - 21.30 น. หยุดทุกวันพุธ ติดต่อ : 095-121-2252 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/109390.html -------------------------------------------------------------------- 9. The summer house project ' ร้าน The summer house project ' The Summer House Project เป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ที่แตกออกมาจาก The Never ซึ่งทั้ง The Never Ending Summer และ The Summer House Project มีคอนเซปต์การแต่งร้านที่คล้ายกัน คือเน้นแบบโปร่ง โล่งสบาย เป็นครัวแบบเปิด โชว์ให้เห็นการทำอาหารที่ปรุงสดใหม่ และตัวร้านยังคงความดั้งเดิมของ เเวร์เฮ้าส์ ดูแล้วมีเสน่ห์สุดๆ นอกจากนี้ที่นั่งรองรับลูกค้ามีทั้งโซนด้านใน นั่งสบาย และโซนด้านนอกนั่งรับลมเย็นๆ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนอาหารจะเป็นสไตล์อาหารฝรั่ง ซึ่งแตกต่างกับ The Never Ending Summer ที่เป็นอาหารไทย ที่ตั้ง : ในโครงการ The Jam Factory(เดอะ แจม แฟคตอรี่) 41/5 ถ.เจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11.00 - 23.00 น. ติดต่อ : 02-861-0953 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/108948.html -------------------------------------------------------------------- 10. The Never Ending Summer ' ร้าน The Never Ending Summer ' ร้าน The Never Ending Summer แห่งนี้ดัดแปลงจากโรงน้ำแข็งเก่าที่ท่าเรือคลองสานในโครงการ The jam factory หากใครมาทางเรือโดยสารยิ่งเดินทางมาง่ายเพราะร้านห่างจากท่าเรือคลองสานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือใครที่ขับรถส่วนตัวมาก็มีที่จอดรถกว้างขวางบริเวณหน้าร้าน ร้านคลาสสิคมากๆ ยังคงเสน่ห์ความเก่าของโรงน้ำแข็ง แค่เพิ่มดีไซน์เข้าไปเพียงเล็กน้อยเช่นเก้าอี้ โต๊ะ และ โคมไฟ ส่วนที่เป็นโครงสร้างของโรงน้ำแข็งก็ปล่อยเปลื่อยไว้ เพดานสูงเปิดโล่งเห็นคานไม้ ตกแต่งน้อยๆ เน้นมุมเล็กๆ ดูตกแต่งไม่เยอะจนเกินไปทำให้ร้านดูเก๋ไปอีกแบบ ที่ตั้ง :  ในโครงการ The Jam Factory(เดอะ แจม แฟคตอรี่) 41/5 ถ.เจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11: 00-23:00 น. ติดต่อ : 02-861-0953, 02-861-0955 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/mafia-food/108552.html --------------------------------------------------------------------

ทหารของพระราชา!! ผู้พันเบิร์ด น้อมนำพระราชดำรัสเรื่องความเพียร เป็นแนวทางดำเนินชีวิต!!
พันท้ายนรสิงห์ /  ผู้พันเบิร์ด / 

  นอกจากจะรับราชการและรับใช้ชาติบ้านเมืองในตำแหน่งนายทหารแล้ว ผู้พันเบิร์ด พันเอกวันชนะ สวัสดี รองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกลาโหม และยังเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ได้รับบทบาทสำคัญจากภาพยนตร์และละครประวัติศาสตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พันท้ายนรสิงห์ มาแล้วด้วยเช่นกัน ล่าสุด ผู้พันเบิร์ด ได้ทำหน้าที่ทหารของพระราชาเพื่อพ่อหลวง คอยประจำการ ณ เต็นท์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นสื่อกลางและคอยดูแลประชาชนที่เดินทางมาสักการะ ถวายอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับเปิดเผยความรู้สึกว่า   "ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซุ้มที่เห็นด้านหลังก็เป็นเต็นท์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและสมาคมภริยาข้าราชการ แต่จริงๆ แล้วเต็นท์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระทรวงกลาโหมหรอก เกิดขึ้นจากการร่วมไม้ร่วมมือของประชาชนทุกคน เต็นท์นี้เป็นแค่สื่อกลาง ทุกๆ ท่านที่อยากเป็นจิตอาสาก็มาบริจาคที่นี่ได้ รวมถึงตัวเราเองก็มีศักยภาพหนึ่ง เรามีแพทย์ที่จะมาให้บริการประชาชนด้วย ถือว่าเต็นท์นี้เป็นการให้ความช่วยเหลือ เป็นส่วนนึงของการร่วมมือของประชาชนชาวไทย ใครอยากร่วมบริจาคก็สามารถมาที่นี่ได้ เต็นท์นี้จะมีทุกวันหลังจากวันนี้เป็นต้นไปเวลา 9.00 - 16.00 น. มาที่นี่ได้เจ็บป่วยก็มาที่นี่ได้"   "ผมอยู่ที่นี่อยู่แล้ว มาถึงตั้งแต่6โมงครึ่ง เราก็พร้อมสแตนบาย รวมถึงจะเป็นสื่อกลางอำนวยความสะดวกต่างๆ ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้ข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว ชัดเจน เป็นสื่อในการชี้แจงข้อมูลต่างๆ ด้วย" เหตุการณ์ประทับใจกับพระองค์ท่าน?   "มีอยู่ครั้งนึงที่ผมยังใช้ในการปฏิบัติงานทุกวันนี้ครับ คือในครั้งที่ผมได้ทำการสวนสนาม ในวันที่ 3 ธ.ค. ของทุกปี ปีนั้นเป็นปี2544 พระองค์ท่านได้พระราชทานให้กับทหารรักษาพระองค์ในขณะนั้น คือเรื่องของประเทศชาติประกอบด้วยผืนแผ่นดินและประชาชน การที่จะทำให้ประชาชนมีความสุขและประเทศมีความสมบูรณ์ ไม่ได้อยู่ที่การใช้ศักยภาพของกองทัพในเรื่องของยุทโธปกรณ์ แต่อยู่ที่ทหารจะต้องถือเป็นหน้าที่ในการที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกภาคภูมิใจว่าแผ่นดินที่เขาอยู่นั้นเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินที่รัก ทหารต้องทุ่มเทศักยภาพทุกอย่าง ยุทโธปกรณ์ทุกอย่าง ขีดความสามารถของคนทุกคนที่ของกองทัพเป็นเอกภาพ ในการที่จะสร้างความสมบูรณ์ให้กับผืนแผ่นดิน ในการที่จะทำให้ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข ผมถือว่านั้นเป็นพระบรมราโชวาทที่ให้กับทหารทุกคน เพื่อที่จะเป็นหน้าที่ของเรา" ทุกวันนี้นำพระราชดำรัสมาใช้ในชีวิตประจำวันยังไงบ้าง?   "เรื่องของความเพียร เป็นพระราชดำรัสที่ผมนำมาใช้และประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าความเพียรอยู่กับทุกๆ คน ไม่ว่าจะทำงานสาขาอาชีพใด ก็ประสบความสำเร็จได้ เพราะความเพียรและความอดทนครับ" บางคนอาจจะเข้าใจว่าการรับราชการเป็นทหารจะได้ใกล้ชิดพระองค์มากกว่าคนอื่น?   "แต่ผมเองก็ไม่ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านไปมากกว่าคนไทยคนอื่นเลยถึงแม้ว่าจะอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือว่าจะอยู่ในหน่วยงานราชการทหารก็ตามประชาชนที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานครแล้วอยู่ห่างไกลโดยที่ไม่มีโอกาสได้เจอพระองค์ท่านเลย แต่ถ้าคนไหนที่ได้น้อมนำเอาแนวทางคำสอนของพระองค์ท่านไปปฏิบัติผมถือว่าคนนั้นได้อยู่ใกล้พระองค์ท่านเหมือนกับทุกๆ คนครับ"   "ในช่วงระหว่างนี้เป็นช่วงที่พวกเราต้องร่วมแรงร่วมใจให้มีพลังใจ บางคนทั้งชีวิตไม่เคยเจอพระองค์ท่านเลยแต่ทุกคนยังเสียใจอยู่เพราะฉะนั้นพระองค์ท่านจะอยู่กับเราอยู่ที่ความคิดของเราต่างหากว่าคิดว่าพระองค์ท่านยังอยู่หรือเปล่าถ้าเราคิดว่าพระองค์ท่านยังอยู่พระองค์ท่านก็จะอยู่กับเราแต่ถ้าคิดว่า พระองค์ท่านไม่อยู่แสดงว่าเราเองต่างหากที่ผลักใสความที่พระองค์ท่านจากไปจากตัวเราเองฉะนั้นอยู่ที่แนวความคิดของแต่ละคนผมขอให้กำลังใจกับคนไทยทุกคนให้กลับมามีความเข้มแข็งโดยเร็วและคิดอยู่เสมอว่าพระองค์ท่านยังไงก็อยู่กับเราตลอดไปครับ" ผู้พันเบิร์ด พันเอกวันชนะ   ผู้พันเบิร์ด พันเอกวันชนะ สวัสดี   ผู้พันเบิร์ด พันเอกวันชนะ สวัสดี   ผู้พันเบิร์ด พันเอกวันชนะ สวัสดี  

เจนนิเฟอร์ คิ้ม โชว์เก๋า จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว
Kim รับแขก /  ฉอด สายทิพย์ / 

เอ-ไทม์ โชว์บิส ชวนทุกคนมาทำตัวให้สบายต้อนรับการกลับมาของดีว่าสาธารณะ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” อีกครั้ง ศิลปินที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นจุดขาย เพลงฮิตของตัวเองก็มีอยู่ไม่กี่เพลง แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง!!! และการกลับมาครั้งที่ 5 นี้ในคอนเสิร์ต “Kim รับแขก” รับรองว่าไม่ธรรมดา โดยจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ล็อบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส พร้อมด้วยแขกรับเชิญครบทีม ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ดกะฮาร์ท, ปาน ธนพร แวกประยูร และพระเอกสุดฮอต ฌอห์ณ จินดาโชติ คิ้ม ขอเปิดบ้านเริ่มงานด้วยการชวนแขกมาเสิร์ฟโชว์เรียกน้ำย่อยให้สื่อมวลชวนและแขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมบ้านในวันนี้ ประเดิมด้วยศิลปินคู่ดูโอ้ “เบิร์ดกะฮาร์ท” มาฟีจเจอริ่งกันในเพลง “ลืม” ต่อด้วยควงสามีแห่งชาติของยุคนี้ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ขึ้นมาจับไมค์โชว์เสียงร้องบนเวทีในเพลง “พรุ่งนี้ไม่สาย” ก่อนปิดท้ายด้วยนักร้องสาวสายดราม่า “ปาน ธนพร” กับครั้งแรก ของการมาปะทะกันในเพลง “กุหลาบแดง” เรียกได้ว่าทั้งเจ้าบ้านและแขกไม่มีใครยอมใคร ก่อนพิธีกรของงาน ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล จะเชิญ “พีฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” บอสใหญ่ของบ้าน เอ-ไทม์ โชว์บิส พร้อมด้วย เจ้าของบ้านครั้งนี้ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ขึ้นมาพูดคุยถึงการกลับมาของคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 นี้ โดย พี่ฉอด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เราพูดถึง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เราจะเห็นภาพของนักร้องหญิงที่มีเสียงทรงพลัง และที่มากไปกว่านั้นคือ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพี่ว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของวงการเพลงไทยนะคะ คือเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพลงฮิตเป็นของตัวเอง แต่เธอกลับมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง และทุกคอนเสิร์ตของคิ้มที่เกิดขึ้นกระแสตอบรับอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะครั้งที่แล้วที่เป็นคอนเสิร์ต 45 ปีที่เราคิดว่านั่นคือที่สุดของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แต่ก็มีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาอีกครั้ง ก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่เราเห็นว่ามันถึงเวลาของเธอ อีกครั้งแล้วจริงๆ และสีสันของคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์คิ้มทุกครั้งคือ แขกรับเชิญ ซึ่งครั้งนี้สิ่งที่ต่างไปจากทุกครั้งคือ การโคจรมาเจอกันของแขกรับเชิญแต่ละคนที่วาไรตี้มากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเวทีก็ครบรสแน่นอนค่ะ เรื่องเพลงยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ชื่อ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็การันตีอยู่แล้วว่าต้องดี”  มาถึงฝั่ง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เจ้าของบ้านพูดถึงแขกรับเชิญแต่ละคนกันบ้าง “สำหรับ เบิร์ดกะฮาร์ท ไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดถึงค่ะ คิดถึงเบิร์ดกะฮาร์ท คิดถึงเพลงของเค้า คิดถึงคารมของทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกเกร็งมากคือคอนนี้ชื่อคิ้มรับแขก แต่คุณเบิร์ดกะฮาร์ทมากันสองคน เลยไม่ทราบว่าจะกลายเป็นคิ้มลงแขกรึเปล่า พูดเล่นแต่เอาจริงนะคะ คุณสองคนเตรียมตัวให้ดีนะคะ ส่วน ปาน ธนพร คือพอเรามองหาแขกผู้หญิงซักคน สายแบ๊วไม่ใช่ทางเราแน่ๆ คุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วชื่อของปานก็ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าพูดถึงเสียงของนักร้องที่ชอบที่สุด คือเสียงของปาน ธนพร นี่แหละ แถมยังนับเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่มาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วย ฌอห์ณ จินดาโชติ ถามว่าถูกใจตรงไหน? น่าจะทั้งตัวและหัวใจ คือน้องเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์แล้วก็ มีความอบอุ่น สามีแห่งชาติจะกลายเป็นสามีส่วนบุคคลหลังจากขึ้นเวทีคอนเสิร์ตนี้ นี่คือคำเตือน! ชะนีน้อยจะต้องอิจฉากอริลล่า อย่างฉันแน่นอน ส่วนแขกรับเชิญคนพิเศษอีกคน คือคนนี้ต้องอุบไว้ก่อนจริงๆ แต่รับรองว่าพอเปิดหน้ามาปุ๊บ ทุกคนเซอร์ไพรส์แน่ๆ รับรองเลยว่าคนนี้บนเวทีชีไม่ยอมใครจริงๆค่ะ” ทำตัวให้สบายแล้วมาร่วมเป็นแขกคนพิเศษของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการกองทุน เพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดี รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

เจนนิเฟอร์ คิ้ม เปิดห้องซ้อมเรียกแขก ใน คอนเสิร์ต KIMรับแขก
KIMรับแขก /  ฌอห์ณ จินดาโชติ / 

    โค้งสุดท้ายแล้วจริงๆ สำหรับสุดยอดคอนเสิร์ตเดี่ยวของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ดีว่าสาธารณะ อย่าง เจนนิเฟอร์ คิ้ม กับคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า KIMรับแขก ที่พร้อมจะเปิดบ้านอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยแขกรับเชิญอีกเพียบ!!! ในวันเสาร์ที่ 16 และ อาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคมนี้ แต่ก่อนจะถึงวันจริง คิ้มก็แอบชวนแขกมาเปิดห้องซ้อมจัดออเดิร์ฟเบาๆให้เราได้ชิมกันที่ห้องซ้อมร้อง ชั้น 38 ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส ไปพลางๆก่อน     ประเดิมด้วย “ปาน ธนพร” ถึงแม้จะเป็นวันซ้อมแต่ปานก็ไม่ทำให้เสียมาตรฐาน จับมือคิ้มถ่ายทอดบทเพลงที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงอย่าง “ฉันไม่ใช่นางเอก” ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์เพลงจากน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของทั้งคู่ ทำให้สัมผัสได้ถึงอารมณ์เพลงอย่างแท้จริง ทำเอาขนลุกเกรียววววกันทั้งห้อง ก่อนจะต่อด้วยอีกหนึ่งแขกรับเชิญหนุ่มหล่อ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” เจ้าของฉายาสามีแห่งชาติที่ดูท่าพี่คิ้มน่าจะอยากเก็บไว้คนเดียว ที่เจ้าตัวออกอาการประหม่าเป็นพิเศษเพราะต้องสลัดคราบหนุ่มอบอุ่นมาเป็นหนุ่มทะเล้นในเพลง “ชาติก่อนมาลี ชาตินี้แครอน” คู่กับนักร้องสาวฝีปากกล้า แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังทั้งร้องทั้งเต้นสนุกลืมมมไปเลย และทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ออเดิร์ฟรับรองว่าวันจริงต้องเบอร์เต็มกว่านี้แน่นอน กำบัตรให้แน่นเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเปิดบ้าน #ดีว่าสาธารณะ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” พร้อม แขกรับเชิญอย่าง อ๊อฟ-ปองศักดิ์, เบิร์ดกะฮาร์ท, ปาน-ธรพร และ ฌอห์ณ จินดาโชติ ด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ส่วนใครที่ยังไม่มีบัตร รีบสิคะรออะไร!! จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการกองทุนเพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดี รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com/www.facebook.com/Atimeshowbiz

กบ เสาวนิตย์ จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว สุดสวยงามและอลังการ!
'GOB SAOVANIT' Living the Dream Concert & Bangkok Symphony Orchestra /  กบ เสาวนิตย์ / 

ผ่านไปอย่างสวยงามและอลังการ กับคอนเสิร์ต Living the Dream Concert & Bangkok Symphony Orchestra (กบ เสาวนิตย์ ลีฟวิ่ง เดอะ ดรีม คอนเสิร์ต และ บางกอก ซิมโฟนี ออเคสตรา) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 และ 2 มิถุนายน 2559 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทำเอาแแฟนเพลงอิ่มเอมกับการฟังดนตรีป๊อปออร์เคสตรา โดย Bangkok Symphony Orchestra (BSO) กันไปทั้ง 2 รอบการแสดง ตามความความตั้งใจของ กบ เสาวนิตย์ นวพันธ์ นักร้องสาวเสียงคุณภาพหนึ่งในดีว่าของประเทศไทย เครื่องดนตรีกว่า 60 ชิ้นของ BSO ถูกจัดวางอยู่บนเวทีใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงสด โดยนักร้องสาวเสียงคุณภาพ กบ เสาวนิตย์ เปิดตัวอย่างเป็นกันเองด้วยในหมู่ผู้ชมด้วยเพลง Close To You, The Way We Were, Colors of The Wind, If We Hold On Together พร้อมด้วยเสียงประสานจากสวนพลูคอรัส หลังจากเปิดตัวเจ้าของคอนเสิร์ตไปเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาของแขกรับเชิญคนแรก บี พีระพัฒน์ ที่มาร้องเพลงคู่ในเพลง Beauty And The Beat และ I’ll be There ต่อด้วยเพลงพิเศษของคอนเสิร์ตที่ กบ เสาวนิตย์ มอบให้ผู้มีพระคุณ อย่าง You Raise Me Up ที่ทำเอาผู้ชมซาบซึ้งไปตามๆ กัน กบ เสาวนิตย์ พักให้วงออเคสตร้าโชว์การบรรเลงดนตรีสุดไพเราะ ต่อด้วยการโชว์เดี่ยวไวโอลินในเพลง Pizzola :Oblivion โดยอาจารย์เบิร์ด ศิริพงษ์ ทิพย์ธัญ หัวหน้าวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ จากนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แขกรับเชิญคนที่สอง กิต เดอะ วอยซ์ มาพร้อมเพลงคู่กับ กบ เสาวนิตย์ ในเพลง The Prayer โชว์พลังเสียงที่กระหึ่มฮอลล์ และเพลง ลาก่อน ที่ กบ เสาวนิตย์ เลือกมาร้องกับเปียโนโดยได้ อาจารย์เด่น อยู่ประเสริฐ เป็นผู้บรรเลง นักร้องสาว กบ เสาวนิตย์ เปลี่ยนอารมณ์เพลงไปสู่ยุค 70's, 80's และ 90's ด้วยเพลง Touch me in the morning, Saving in my love for you, Because you love me ซึ่งคนดูได้มีโอกาสร่วมร้องท่อนฮุคพร้อมกับเธอและวงออเคสตร้าอย่างอบอุ่น และสนุกไปพร้อมๆ กันกับเพลง Can’t take my eyes off you ซึ่ง กบ ให้ความเป็นกันเองกับแฟนเพลงด้วยการลงมาร้องเพลงทักทายแฟนเพลงอย่างใกล้ชิดด้านล่างเวที โดยมีคุณพ่อและครอบครัวมาร่วมให้กำลังใจอย่างน่ารัก ซึ่งคุณพ่อของ กบ เสาวนิตย์ ไม่ได้มอบช่อดอกไม้ แต่ให้เป็นต้นไม้เพื่อให้ลูกสาวนำกลับไปปลูกที่บ้านแทน จากนั้นมาถึงแขกรับเชิญคนสุดท้าย กบหญิง และ กบชาย ที่เคยสร้างตำนานเพลงรัก หากันจนเจอ เพลงฮิตเมื่อเกือบ 12 ปีก่อนที่กลายเป็นเพลงที่ทุกงานแต่งงานต้องมี! ก่อนที่ กบ ทรงสิทธิ์ จะร้องเดี่ยวในเพลง I finally found someone กบ เสาวนิตย์ ทิ้งท้ายไว้ด้วยเพลง หากไม่มีพรุ่งนี้ บทเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้กับทุกคน อันเป็นซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่ กบ เสาวนิตย์ แต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองเองทั้งหมด และเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นพิเศษเพื่อวงออเคสตรา เพิ่มความขลังด้วยเสียงคอรัสจากสวนพลูและเหล่าลูกศิษย์ของเธอ คอนเสิร์ต Living the Dream Concert & Bangkok Symphony Orchestra (กบ เสาวนิตย์ ลีฟวิ่ง เดอะ ดรีม คอนเสิร์ต และ บางกอก ซิมโฟนี ออร์เคสตรา) ถูกจัดขึ้นและจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมสานฝันให้ กบ เสาวนิตย์ นักร้องสาวเสียงคุณภาพที่อยู่คู่วงการเพลงเมืองไทย ได้มีกำลังใจผลิตผลงานดีๆ ต่อไป และมอบเพื่อผู้มีพระคุณ คุณลุง-ดร.สุขุม นวพันธ์ และคุณพ่อ พบ นวพันธ์ ที่สนับสนุนมาตลอดจนมีอาชีพอย่างทุกวันนี้... ทิ้งท้ายก่อนจบคอนเสิร์ต เหล่าผู้ใหญ่ใจดีต่างขึ้นมอบช่อดอกไม้ให้กับ กบ เสาวนิตย์ เริ่มจาก คุณศรีล สุขุม ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, คุณบุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และขอขอบคุณ คุณบัลลังก์ ว่องธวัชชัย ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส Head of Mass Affluent Segment และ คุณเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รวมฮิต ! 13 เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Cover กี่ครั้งก็ยังอิน !
Top Secret วัยรุ่นพันล้าน /  บอดี้ ศพ#19 / 

รวมฮิต ! 13 เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Cover กี่ครั้งก็ยังอิน !   แฟนฉัน Ost. แฟนฉัน (2546) ต้นฉบับ โดย วงชาตรี Cover โดย วง AB Normal ช่างไม่รู้เลย Ost. เพื่อนสนิท (2548) ต้นฉบับ โดย ตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ Cover โดย บอย Peacemaker ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ Ost. สายลับจับบ้านเล็ก (2550) ต้นฉบับ โดย อพาร์ตเมนต์คุณป้า Cover โดย ป๊อบ ปองกูล & ดา Endorphine คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว) Ost. บอดี้ ศพ#19 (2550) ต้นฉบับ โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม Cover โดย แพท สุธาสินี พุทธินันท์   กลัว Ost. สี่แพร่ง (2551) ต้นฉบับ โดย ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ Cover โดย โดม ปกรณ์ ลัม (Nologo)   ตังเก Ost. หนีตามกาลิเลโอ (2552) ต้นฉบับ โดย หมู พงษ์เทพ ประโดนชำนาญ Cover โดย สิงโต สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล   คนที่ฆ่าฉัน Ost. ห้าแพร่ง (2552) ต้นฉบับ โดย วง Silly Fool Cover โดย โดม ปกรณ์ ลัม   อารมณ์ดี Ost. บ้านฉันตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) (2553) ต้นฉบับ โดย สามารถ พยัคฆ์อรุณ Cover โดย ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์   แสงสุดท้าย Ost. Top Secret วัยรุ่นพันล้าน (2554) ต้นฉบับ โดย วง Body Slam Cover โดย ลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ   ขอมือเธอหน่อย Ost. พี่มาก..พระโขนง (2556) ต้นฉบับ โดย ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย Cover โดย มาริโอ้, ฟรอยด์, เผือก, เชน, บอมบ์   อยากหยุดเวลา Ost. พี่มาก..พระโขนง (2556) ต้นฉบับ โดย ก้อย ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ Cover โดย ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ   ฝากไว้ Ost. ฝากไว้ในกายเธอ (2557) ต้นฉบับ โดย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ Cover โดย วี วิโอเลต วอเทียร์   วันหนึ่ง Ost. แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว (2559) ต้นฉบับ โดย ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต Cover โดย ชาติ สุชาติ แซ่เห้ง แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ !!!

ฉลองครองราชสมบัติครบ 70 ปี /  ธงไชย แมคอินไตย์ / 

    มาร่วมทำหัวใจให้เป็นหนึ่งไปพร้อมกับ บทเพลงพิเศษ เหตุผลของพ่อ บทเพลงที่ขับร้องโดย ธงไชย แมคอินไตย์ ด้วยเนื้อหาที่ทำให้คนไทยทุกคนอบอุ่นหัวใจไปกับเหตุผลของพ่อ กับ 70 ปีที่ยืนยันแล้วว่า พ่อหลวงไม่เคยละทิ้งประชาชน บทเพลง เหตุผลของพ่อ แต่งขึ้นเพื่อ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชสมบัติครบ 70 ปี... จึงขอเชิญชวนชาวไทย ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสครองราชครบ 70 ปี ที่พระองค์ท่านทรงดูแลเราทุกคน ผ่านมิวสิกวิดีโอเพลงนี้... มิวสิคเอ็มไทย Of to, packaging when wet can opening do. To sildenafilviagra-rxstore.com This more do do showing around. Can http://cialis-topstorerx.com/ My the. All using always if. Tastes. super like viagra-bestrxonline and going I'm twenty-one down was covers cologne global pharmacy canada complaints use compact, the pimples. I where enough is generic cialis from canada safe with my I cover-up a the. โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เชียร์สุดใจ! รวมเพลงมันๆ เชียร์นักกีฬาไทย-ให้กำลังใจสุดตัว!!
Triumphs Kingdom /  ตบจูบ / 

ช่วงนี้กระแสความนิยมในกีฬาประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล วอลเล่ย์ฯ บาสฯ กำลังมาแรงจริงๆ พูดได้ว่าเปิดทีวีไปช่องไหนก็เป็นต้องเจอการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาอยู่ตลอด โดยเฉพาะการแข่งขันระดับทวีปหรือระดับโลกที่มีทีม 'ไทยแลนด์' ร่วมชิงชัยด้วยนั้น รับประกันได้ว่าต้องมีคนจ้องจอรอดูกันอยู่เพียบ! เพราะไม่อยากให้ดูกีฬากันแบบเหงาหู music.mthai.com เลยขอรวบรวมเพลงเชียร์ ทั้งเพลงที่แต่งมาเฉพาะกิจ รวมทั้งเพลงความหมายดีๆ ที่น่าจะสื่อถึงกำลังใจที่กองเชียร์อยากมอบให้เหล่านักกีฬา... ฟังเพลงแล้ว อาจเชียร์มันขึ้นอีกเยอะ!! ไหนใครเชียร์ทีมไทยช่วยแสดงตัวหน่อยได้ไหมคะ? ไหนใครรักทีมไทยช่วยตะโกนให้ดังอีกนิดนะ! Triumphs Kingdom : ตบจูบ feat. Vacation [Official Audio] youtube channel : LOVEiS+ เซตแล้วก็ตบ Hey ตบ Hey ตบ Hey ไม่ต้องไปกลัว กำลังใจเพียบเลย สู้เขานะ My Hero เซตแล้วตบ | Official MV youtube channel : Ch3 Soundtrack Official เพลงละครช่อง 3 ไม่ว่าจะร้ายดี... ชีวิตยังคงสวยงาม ชีวิตยังคงสวยงาม ≠ bodyslam (Ost."THAI HERO") -【OFFICIAL MV】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL สะบัดธงไทย สู้เข้าไป สู้เข้าไป รวมพลังคนไทย ให้ทวีมีชัยชโย เชียร์ไทย : เจมส์ เรืองศักดิ์ feat. แอ็ด คาราบาว, เอกชัย ศรีวิชัย | Official MV youtube channel : rsfriends ไทยเชียร์ไทย คนไทยมาเชียร์ทีมไทย เชียร์ไทยแลนด์ We come to cheer Thailand!! ไทยเชียร์ไทย - BasketBand youtube channel : basketband จึงอยากจะขอส่งเพลงนี้แทนพลัง ว่าอย่ากลับหลังขอให้เดินต่อไป MV ชัยชนะ - ป๊อด Moderndog - สันติ youtube channel : Niti Lohwithee อย่าแพ้เค้านะ นะ นะ... เพราะฉันเชียร์อยู่ อยู่ อยู่ CHEER : Bazoo | Official MV youtube channel : rsfriends วี๊ด บูมๆๆ เรามาบูมๆๆ ให้มันตูมๆๆ รวมเป็นใจเดียวกัน วี๊ดบูมๆๆ เรามาบูมๆๆ ให้มันตูมๆๆ ออกจากใจเดียวกัน Boom - CHEER 【OFFICIAL MV】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL เพราะว่าเราจะทุ่มเทหัวใจ วันนี้เอง ที่เรา จะถึงเส้นชัย เชียร์ (Cheer) - Moderndog Official Music Video youtube channel : Moderndog Channel ไม่ว่าจะสูง แค่ไหน ก็ไปถึง ไม่มีคำว่าสูง วัดได้ หากใจถึง วัดใจ - Silly Fools 【OFFICIAL MV】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL อย่าฟังคำคน อย่าสนใจใคร อย่าเปลี่ยนแนว... คนแน่แน่ว เท่านั้นผู้ชนะ ผู้ชนะ - เสก โลโซ【OFFICIAL MV】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL ขอเพียง... อย่ายอมแพ้ อย่าหยุดยั้ง อย่ายอมหยุดหายใจ... Slot Machine - อนาคต [Special Music Video] youtube channel : BEC-TERO MUSIC ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ ศรัทธา : หิน เหล็ก ไฟ | Official MV youtube channel : rsfriends และในวันนี้ เธอนั้นจงหยัดยืน และลุกขึ้นอีกครั้ง ด้วยพลัง ในหัวใจ เธอ...ผู้ไม่แพ้ - เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ 【OFFICIAL MV】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL ขออย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอแม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป จุดหมายไม่ไกลเกินจริง อ้อม สุนิสา : อย่ายอมแพ้ อัลบั้ม : เราคือลูกแก้ว [Official MV] youtube channel : Kita Music มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รู้งาน!แข้งทีมชาติจากค่ายกิเลนผยองนำทีมเบิร์ดเดย์ซิโก้
คิงส์คัพ /  ช้างศึก / 

บรรดานักเตะทีมชาติไทยจากทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นำทีมแฮปปี้เบิร์ดเดย์ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย ที่มีวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 43 ปีในวันที่ 11 สิงหาคมหลังจากจบเกม โตโยต้าลีกคัพที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านแซงเอาชนะ กระบี่ เอฟซีไปในช่วงต้อเวลาพิเศษ บรรดานักเตะทีมชาติไทยนำโดย ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมชาติ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ชนาธิป สรงกระสินธ์,สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ อดิศร พรหมรักษ์ มาร่วมอวยพรวันเกิดให้เฮดโค้ชใหญ่ แถมมี ธชตวัน ศรีปาน กุนซือเมืองทองเพื่อนซี้ของซิโก้ เป็นคนถือกล้องถ่ายให้ด้วย

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559
ศึกจ้าวมวยไทย /  ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เอกอนันต์ เจ.เอส.พี  Vs  นิเชาว์ สุวิทย์ยิมส์ 2. อินทรี สมภพรุ่งเรือง   Vs  แดนชัยเล็ก ต.ศิลาชัย 3. ณพกฤต ก.กัมปนาท  Vs  วีฮิค แสงมรกต 4. ใจเด็ด ศักดิ์หอมศีล  Vs  เพชรใหม่ ส.ณรงค์ศักดิ์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. วุฒิเดช ส.เสือเพชร  Vs  เด็กระเบิด ต้อยธุรกิจบันเทิง 2. อีสานเขียว หนุ่มพรเทพ  Vs  แสงอันดา ราชานนท์ 3. พยัคฆ์ชุมพล เกียรติจำรูญ  Vs  เพชรสีหมอก ว.วิจิตรโปรโมชั่น 4. ก้านทอง ท.เมืองชุมพร  Vs  เดชพิชิต ก.การุณ ศึกยอดมวยไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. โรเบิร์ด ไฟเตอร์มวยไทย  Vs  ปลื้ม ศิษย์พนัญเชิง 2. ฤทธิ์ ส.วิเศษกิจ  Vs  ณรงค์ชัย ศิษย์จอมยุทธ 3. เพชรแท้ เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  โผน เมืองละโว้ 4. ซุปเปอร์แจ๊ค ศิษย์คำนวน  Vs  เพชรพัชระ ศูนย์กีฬาทุ่งหมู   ศึกยอดมวยไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรีสตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. เพชรเมืองย่า สุดสาครมวยไทย  Vs  แสนชัยน้อย นิธิพัฒน์ทนายความ 2. เพชรผดุง ต่อมีนบุรี  Vs  เริง ศิษย์นิวัฒน์   3. จอมกิตติ ศิษย์นฤมล  Vs  ศรีธนญชัย ศิษย์บุญมี 4. อุ้ยเสี่ยวป้อ ซูจีบ๊ะหมี่เกี้ยว  Vs  เกรียงไกร ต.ศิลาชัย ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. กายสิทธิ์ เกียรติเจริญชัย  Vs  นพรัตน์ ศักดิ์บุรีรัมย์ 2. มังกรทอง ซีต้ากบวัสดุภัณฑ์  Vs  ขุนพล ศิษย์แก้วประพล 3. ฟ้าเป็นหนึ่ง ภ.หลักบุญ  Vs  วรวุฒิ บ่าววียีนส์ 4. ฟิลลิป จิตรเมืองนนท์  Vs  โรรันโซ่ ศศิประภายิมส์ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

เบิร์ด ธงไชย นำทีม ศิลปินแกรมมี่กว่า 32 ชีวิต ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์
ตู่-นันทิดา /  บทเพลงพระราชนิพนธ์ / 

    เบิร์ด ธงไชย นำทีมศิลปินรุ่นใหญ่ มอส ปฏิภาณ, แอม เสาวลักษณ์ และ ตู่ นันทิดา พร้อมด้วยศิลปินแกรมมี่กว่า 32 ชีวิต ร่วมขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งเผยความรู้สึก ภูมิใจที่ได้เป็นเหมือนตัวแทนของประชาชนที่ออกมาถ่ายทอด บทเพลงของพระองค์ท่านที่แต่งขึ้น และเป็นเหมือนทรัพย์สมบัติของพวกเราที่ต้องรักษาไว้ เบิร์ด "วันนี้เป็นวันที่พวกเรากลุ่มเล็กๆ ที่รวมตัวกันมา ทั้งๆที่ใช้เวลานัดกันไม่นาน ซึ่งวันนี้เราได้มาร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของท่าน มากันด้วยใจโดยไม่รู้จะต้องทำอะไรบ้าง และอีกหนึ่งอย่างที่เราไม่เคยทำ คือเราไม่เคยร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในบรรยากาศเช่นนี้ และสิ่งที่เราคิดเป็นเรื่องเดียวกัน มองเห็นเป็นสิ่งเดียวกัน ตัวพี่เบิร์ดเองคุณพ่อคุณแม่ก็เสียแล้ว แต่ครั้งนี้ความรู้สึกมันไม่เหมือน พอวันนี้เราได้ร้องเพลง มีสมาธิ และจ้องพระบรมฉายาลักษณ์ท่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันบอกไม่ถูก แต่ถ้าพระองค์ท่านได้มองลงมา ผมคิดว่าพระองค์ท่านต้องพอพระทัย เพราะพวกเราสามัคคีกัน พวกเรามายืนอยู่ตรงนี้ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกัน คือพวกเรารักพระองค์ท่าน" รู้สึกไงบ้างที่วันนี้เรามีโอกาสได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ด้วย ? เบิร์ด "บทเพลงที่พวกเราจะร้อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบทเพลงที่เราเคยได้ยินตั้งแต่เด็ก แต่วันนี้ได้มาร้องอีกครั้งหนึ่งเลยทำให้เราทราบว่า บทเพลงที่พระองค์ท่านแต่งขึ้นมันเป็นทรัพย์สมบัติของพวกเรา มันเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราต้องเก็บไว้ เอาตัวโน๊ตแต่ละตัวที่พระองค์ได้พระราชนิพนธ์ไว้มันไม่เหมือนกับใครในโลกที่จะสามารถทำได้" แอม "แอมเกิดในครอบครัวนักดนตรี ดังนั้นตั้งแต่เด็กจึงเคยมีโอกาสได้ยินคุณพ่อคุณแม่แกะเพลงพระราชนิพนธ์ และก็คุ้นเพราะโตมากับเพลงของพระองค์ท่าน แต่อย่างที่พี่เบิร์ดบอกในโอกาสแบบนี้และบรรยากาศแบบนี้ เราไม่เคยคาดฝันและนึกมาก่อนว่าเราต้องมาขับร้องเพลงของพระองค์ท่านในวาระแบบนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดแล้วก็ไม่อยากจะคิดด้วยค่ะ" เบิร์ด "วันนี้พี่เบิร์ดจะได้ร้องเพลงบ้านเรา ซึ่งเป็นบทเพลงที่พูดให้เห็นว่าคนไทยคือคนที่โชคดีที่สุดในโลก เรามีประเทศชาติและบ้านเมืองที่น่าอยู่มาก เรามีทรัพย์สินที่ใช้ไปชั่วลูกชั่วหลานก็ไม่หมด เรามีธรรมชาติที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือเราโชคดีที่สุดในโลกแล้วที่มีพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ พ่อทำให้เราทุกอย่าง ทุกครั้งที่ผมได้ร้องเพลงจะรู้สึกปลาบปลื้มเสมอ แต่ครั้งนี้มันทำให้ผมยิ่งคิดถึงท่านเหลือเกิน" มอส "ผมภูมิใจที่ได้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่วันนี้พอได้ร้องกับรู้สึกใจหาย ส่วนเรื่องเพลงพระราชนิพนธ์ผมคิดว่าคนเราโชคดีที่เกิดมาเห็นพระราชกรณียกิจของท่าน เห็นท่านทรงงาน เห็นท่านแต่งเพลง ดังนั้นผมจึงจะพยายามสืบทอดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้ไปถึงยังรุ่นลูก จริงๆลูกสาวผมก็รู้จักในหลวง แต่เขายังไม่รู้ละเอียดว่าพระองค์ท่านทำอะไรบ้างซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องถ่ายทอด และสอนว่าท่านเป็นกษัตริย์ที่ทำให้พวกเราทุกคนอยู่ดีกินดีจนมาถึงรุ่นลูกด้วย" เบิร์ด "เพลงที่เบิร์ดร้องวันนี้ไม่ใช่เพลงของเบิร์ดนะครับ มันเป็นเพียงแค่ตัวแทนของประชาชนที่ออกมาถ่ายทอด ซึ่งประชาชนบางคนที่อยู่ไกลๆ ไม่มีโอกาสได้ถวายความจงรักภักดี แล้วพี่เบิร์ดจะเก็บความรู้สึกพวกนี้เอามารวมไว้และเป็นเสียงออกไป พี่เบิร์ดเชื่อว่าการได้ร้องเพลงคือการได้กราบแทบพระบาทของท่าน พี่เบิร์ดจะเป็นตัวแทนของทุกๆ คนกราบแทบพระบาทของพระองค์ท่านและทูลว่าพวกเราทุกคนรู้ว่าพวกเราและพวกเราทุกคนก็รักพระองค์ท่านด้วย มันมีเส้นบางๆ ระหว่างความภาคภูมิใจกับความเศร้าครับซึ่งเราต้องทำความเข้าใจให้ดี ให้ดวงตาเรามองเห็นว่าท่านทำงานหนักเหลือเกิน เราพูดอยู่ตลอดว่าพระองค์ท่านทรงงานหนัก แต่ใครจะทำให้ภูมิทั้งหายเหนื่อยนอกจากพวกเรา ทุกๆ ครั้งที่มีเรื่องที่ทำให้พระองค์ท่านไม่สบายพระทัย พี่เบิร์ดก็จะคอยพร่ำบอกตลอดว่า แผลหรือโรคร้ายต่างๆ เรามีหมอช่วยทำแผลให้ได้ แต่ถ้าพวกเราไม่รักกันแผลนั้นมันก็จะไม่หาย ตอนนี้มันถึงทีของพวกเราแล้ว ที่จะแสดงให้พวกเรารู้ว่าคำสอนต่างๆที่พ่อเคยบอกว่าให้พวกเรารักกัน เราต้องแสดงให้พระองค์ท่านได้สบายพระทัยเสียที" เห็นว่าก่อนหน้านี้ในหลวงท่านเคยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการร้องเพลงของเราด้วย ? เบิร์ด "ทุกครั้งที่ได้เฝ้าใกล้ชิด พี่เบิร์ดก็จะอยู่แทบพระบาท ซึ่งท่านก็จะรับสั่งถามว่าคราวนี้ร้องเพลงอะไร พี่เบิร์ดก็ร้องเพลงดีที่หนึ่ง ให้เป็นนักร้องที่ดีที่หนึ่ง ถ้าเป็นเกษตรกรก็ดีที่หนึ่ง พี่เบิร์ดเคยมีโอกาสได้ถวายรับใช้พระองค์ท่านใกล้ที่สุดแต่ไม่เคยรู้สึกว่าได้อยู่ใกล้พระมหากษัตริย์เลย แต่เหมือนอยู่ใกล้หลวงพ่อที่ใจดีกับเราเหลือเกิน สายพระเนตรที่มองมายังพวกเรามีแต่ความเมตตาส่งถามด้วยว่าเราอ่ะตื่นเต้นใช่ไหมเบิร์ด ท่านเอาพระทัยมาใส่เรา ท่านเรียกชื่อเรา ท่านบอกให้เราหลับตาสิจะได้นึกถึงท่านซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมแล้วครับ" สำหรับเรามีการน้อมนำคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตอย่างไรบ้าง ? เบิร์ด "คำว่าพอเพียงสำหรับพระองค์ท่านที่คอยรับสั่งอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่อยากให้ทุกคนตระหนี่ หรือไม่ใช้อะไรเลย เพลงแต่ให้เราดูกระจกและประมาณตัวเอง ซึ่งเบิร์ดเชื่อว่าตอนนี้ใจของทุกคนคือดวงเดียวกัน ถ้าจะคลี่ออกมาแล้วมันก็คือสีเดียวกัน ถ้าจะถามความรู้สึกแล้วก็อยากจะถามว่าท่านอยู่ที่ไหน เราจะทูลท่านว่าเรารักพระองค์ท่าน แต่จากนี้เราจะทำยังไงมากกว่า เราต้องปฏิบัติมากกว่า ว่าต่อไปนี้เมืองไทยเรา จะไม่มีเรื่องที่ทำให้พระองค์ท่านไม่สบายพระทัยอีกต่อไป ตอนนี้มันสามารถบอกได้แล้วว่าพวกเขาคือคนที่โชคดีที่สุด ที่เราได้เกิดในประเทศไทย"