เบิร์ด

ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เตรียมสานต่อ ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ใน The Incredibles 2
The Incredibles /  The Incredibles 2 / 

หลังจากที่แอนิเมชั่น ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ชุดรัดแดงติ้วจาก พิกซาร์ เคยสร้างกระแสฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน ล่าสุดนี้ขอให้แฟนๆ ทุกท่านเตรียมเฮดังๆ เพราะพวกเขากำลังจะกลับมาใน The Incredibles 2 โดยจะได้ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เจ้าเก่ากลับมากุมบังเหียนความมันส์ครั้งใหม่นี้ โดย The Incredibles ภาคแรกที่เข้าฉายบ้านเราเมื่อปี 2547 นั้น ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ นำโดยพ่อบ้าน โรเบิร์ต บ๊อบ พาร์ หรือชื่อในวงการฮีโร่ว่า มิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล ที่เป็นอันต้องแขวนชุดวางมือ แล้วมาทำงานต๋อกต๋อยแบบคนธรรมดา ห้ามใช้พลังพิเศษไปทำเรื่องวินาศสันตะโรอะไรอีกเด็ดขาด จนเมื่อวายร้ายคนใหม่ปรากฏกาย ครอบครัวฮีโร่จึงต้องหวนคืนสู่การปฏิบัติการอีกครั้ง ซึ่งผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่กำลังจะมี Tomorrowland หนังไซไฟผจญภัยสุดล้ำ เข้าฉายในบ้านเรา ได้กล่าวถึงโปรเจ็คต่อไปอย่าง The Incredibles 2 ไว้ว่า "แต่เดิมแล้วผมมีไอเดียสำหรับภาคแรกมากมายเลยนะ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ด้วยเพราะเรามีเวลาไม่พอ แต่การกลับมาครั้งนี้ เรามีพอแน่นอน มันจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ แล้วเกิดเป็นหนังที่น่าสนใจมากๆ หลังจากผมทำ Tomorrowland เสร็จแล้ว ก็ได้เวลาที่จะทุ่มความสนใจทั้งหมด ให้กับโลกของ The Incredibles" นับจากวันนี้ไป The Incredibles 2 จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเขียนบท ซึ่งจะนำโดย แบรด เบิร์ด เอง และยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด งานนี้ แฟนๆ ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป ------------------------------

ภาคนี้จบไม่จบ? เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด กับบทพระนเรศฯ (ตอนที่ 1) ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

หลังจากที่ผู้ชมได้ร่วมตำนานกษัตริย์ชาตินักรบผู้กอบกู้อิสรภาพ มาตั้งแต่ภาคแรก จนถึงกับเรื่องราวครั้งสุดท้าย กับภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่ยังคงได้ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กลับมาปิดตำนานในบทพระนเรศวรมหาราช และวันนี้เราจะไปเปิดใจ และไขทุกคำถามที่คุณสงสัย จากใจผู้พันเบิร์ด กันแบบเจาะลึกหมดเปลือก ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี กำลังจะมีภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช: อวสานหงสา เข้าฉาย ภาคนี้ยืนยันว่าจบแน่นอนแล้วหรือเปล่า? "หลายคนบอกว่ามาหลอกกันนี่นา ไม่เห็นจะจบสักที ชนช้างแล้วยังไม่จบอีกเหรอ จริงๆเราก็คิดคล้ายกันว่า เออมันน่าจะจบที่ชนช้างไหม  เพียงแต่ผมเชื่ออย่างนี้ครับ เมื่อคนที่ชมภาค 6 ออกมาจากโรงภาพยนตร์แล้ว ทุกคนน่าจะคิดหมือนกัน ว่ามันควรจะมีภาค 6 ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงชีวิตของพระองค์ในการครองราชย์ของท่าน จนกระทั่งสิ้นพระชนม์  พระองค์ไม่ได้จบชีวิตลงตรงแค่การทำยุทธหัตถีแค่นั้น แต่มันมีเรื่องราวที่สืบทอดต่อเนื่อง มีการผันเปลี่ยนทางอำนาจ รวมถึงความสูญเสียในชีวิตของคน หลังจากนั้นอีกมาก และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่เราปฏิเสธไม่ได้เพราะฉะนั้นเมื่อคนได้ไปดู เราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในปีนี้เป็นปีที่ 12 ปีและกำลังก้าวย่างเข้าไปสู่ปีที่ 13 มันมีเรื่องราวที่เราถ่ายทำไปเยอะมากแล้วในภาค6นะครับ" "ถ้าไม่จบด้วยข้อจำกัดของเวลา มันมีเรื่องราวที่เยอะกว่านี้อีก แต่เราก็ดึงเฉพาะในส่วนที่น่าสนใจและเรื่องราวที่สำคัญๆมาเพื่อให้ดำเนินเรื่องให้จบได้ในภาคที่ 6 เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจ ของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่เราเรียกว่าหงสาวดี เปรียบได้กับจีนในปัจจุบัน ยิ่งใหญ่ในอุษาคเนย์ในสมัยนั้น ภาค 6 อาณาจักรเหล่านั้นมันหายไปครับ มันเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจใหม่ไปอยู่ที่อื่นละ ในขณะเดียวกันมันจะมีความสอดรับกับการก้าวขึ้นมา สู่ห้วงอำนาจที่สำคัญของอยุธยา มันเป็นที่มาของการเป็นเอกราชที่สืบทอดยาวนานอีก 170 กว่าปี ก่อนที่เราจะมาเสียกรุงครั้งที่2อีกครั้งหนึ่ง แล้วเราก็จะได้เห็นความสูญเสียของคน  โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือความสูญเสียของพระนเรศวร ก็เกิดขึ้นในภาคนี้" กว่าทศวรรษกับภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ ที่ผู้พันเบิร์ดเข้าไปมีส่วนร่วมสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยกำลังจะปิดฉากลงรู้สึกอย่างไรบ้าง?   "รู้สึก 2 อย่างครับ ความรู้สึกแรกเลยก็คือดีใจ สิ่งที่เราถ่ายทำมาทั้งหมดจนครบทั้ง 6 ภาค ดีใจที่หนังเรื่องนี้ได้ฉาย เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นความรู้สึกใหม่ของคนไทยที่จะได้ดู เพื่อให้คนได้ดูต่อไปในภายภาคหน้า แต่ความรู้สึกที่ตามมาคือความรู้สึกใจหายแวบว่า หลังจากนี้ไปการถ่ายทำที่เราจะได้เห็นนักแสดงครบๆแบบนี้ มันก็จะหายไป ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้เป็นเหมือนโรงเรียนประจำ ที่ทุกคนมาเจอกันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ หรือบางครั้งเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้กลับบ้าน เลยผูกพันเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วก็เรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในกองถ่าย มันเหมือนรวมตั้งแต่ปฐมแล้วต่อมัธยมจนจบเลย แล้วก็เจอกันทุกวัน เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง แล้วเรากำลังจะแยกย้ายจากกันไป มันก็คือใจหาย แต่ว่าเราก็ดีใจครับเพราะว่าความผูกพันตรงนั้นมันไม่ได้จางหายไปไหนหรอกครับ เพียงแต่มันเปลี่ยนสภาพไปเจอกันที่อื่นไปทำงานกันใหม่ในที่อื่นหรือว่านัดกันไปเที่ยว" จากภาคแรกจนถึงภาคนี้ พัฒนาการของตัวละครของสมเด็จพระนเรศวร เป็นอย่างไรบ้างในความคิดของผู้พันเบิร์ด? "ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสุดท้าย จริงๆตัวละครของพระองค์ เราต้องการจะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่มีความหลากหลายทางอารมณ์เหมือนคนทั่วไป พระองค์มีห่วง มีความรัก พระองค์มีความโกรธ เสียใจ ร้องไห้ มีความกลัว แต่ในช่วงพัฒนาของตัวละครที่ผมเล่นตั้งแต่ภาค 2 แต่ในภาค 6 ที่เป็นภาคสุดท้ายนี้ จะมีความหลากหลายทางอารมณ์มากกว่าในภาคที่ผ่านมา ภาคสุดท้ายเราจะเห็นความหลากหลายทางอารมณ์แล้วลึกมาก โดยเฉพาะความห่วงในแผ่นดินอโยธยา ที่เราจะได้เห็นของพระนเรศวรในฉากท้ายๆเรื่อง เราจะเห็นเลยว่าความเป็นมนุษย์จริงๆของพระองค์ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในฉากนี้ และจะบ่งบอกเป็นบทสรุปทุกอย่างเลยว่า ทำไมพระองค์จึงเพียรทำทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งแต่ภาคหนึ่งจนถึงภาคหกครับ" นอกจากศึกยุทธหัตถีแล้ว ในอวสานหงสาจะเกิดอะไรขึ้น มีเหตุการณ์เรื่องราวสำคัญอะไรในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในภาคนี้? "ในภาคนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการปกครอง แล้วเราจะพูดถึงชีวิตของคน แล้วผมจะแบ่งเรื่องการปกครอง และชีวิตในฝั่งหงสาวดี การปกครองและชีวิตในฝั่งอยุธยา เราเริ่มที่ในเรื่องการปกครองก่อน  ในภาค 6 จะได้เห็นจุดพลิกผันของอาณาจักรหงสาวดีที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ในชมพูทวีป ส่งผลให้อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่เหล่านั้นมันหายไปเลยครับ แล้วมันจะมีการเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจใหม่ มีเมืองต่างๆเกิดขึ้นในอาณาจักรหงสาที่เคยรุ่งโรจน์อยู่ เราจะเห็นกลุ่มคนใหม่ๆอย่างยะไข่ ซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เราเรียกว่าเป็นชาวอาระกัน มาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า ซึ่งอยู่ติดกับจีน พวกนี้เป็นโจรสลัดที่ลงมาปล้น มันจะมีนิสัยเหมือนกับพวกตีหัวเข้าบ้านอย่างเดียว เราจะเห็นพวกเมืองมอญ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เราจะเห็น เมาะตะมะ แล้วเราก็จะได้เห็น ตองอู ซึ่งจะกลายเป็นอาณาจักรศูนย์กลางแห่งใหม่ของพม่า" "ต่อมาคือเรื่องชีวิตของคน เราก็จะได้เห็นชีวิตในส่วนของพระเจ้านันทบุเรง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองหงสาวดี คนที่ครองเมืองจะต้องมีความยิ่งใหญ่มาก  สืบต่ออำนาจมาจากพระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศ เพราะฉะนั้นความเกรงขามของคนที่อยู่ใต้อาณัติ แม้กระทั่งอโยธยาในเมื่อก่อนนี้เองก็ถือว่าเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้านันทบุเรงมาก่อน ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน ต้องไปเหมือนลี้ภัย แล้วก็เจ็บป่วยเหมือนกับเวรกรรมตามทัน การเจ็บป่วย การเลอะเลือนของสติ แล้วก็ถูกข่มเหง ถูกใช้ประโยชน์ เพื่อประโยชน์ของส่วนอื่น ถูกหลอกใช้นี่คือนันทบุเรง แต่ที่สำคัญของพระเจ้านันทบุเรงที่ช้ำชอกไปกว่านั้นนะครับ คือการสูญเสียลูกชายที่พระองค์รักมากตั้งแต่ศึกยุทธหัตถีแล้ว การสูญเสียในครั้งนั้นมันส่งผลอะไรต่อสภาพจิตใจของพระองค์บ้าง เกิดการกระทำอะไรขึ้นในหงสาวดี มีความเหี้ยมโหดอะไรเกิดขึ้นบ้าง นี่แหละคือสิ่งที่เราจะได้เห็นในภาคที่6" "ฝั่งอยุธยาในแง่ของการปกครอง เราจะได้เห็นความเข้มแข็งของอยุธยา ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราจะเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของพระองค์ อันเป็นศูนย์นำจิตใจของคนสมัยนั้นทำให้เมืองเข้มแข็ง เราจะเห็นการเดินทัพของพระองค์จากอยุธยาไปไกลถึงหงสา เป็นครั้งแรกที่เราไปเหยียบหงสา สืบเนื่องมาจากแนวความคิดของสมเด็จพระนเรศวร 2 ประการ ประการแรกคือเรื่องส่วนรวมของอยุธยา ที่ต้องการจะไปเอาเมืองหงสากลับมาเป็นเมืองขึ้นของเรา เหมือนเมื่อครั้งที่เราเคยเป็นเมืองขึ้นของเขา แต่ประการที่สองเป็นเรื่องเฉพาะพระองค์ นั่นหมายถึงพระองค์จะพยายามไปเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะเห็นพระองค์ได้เดินทัพไปรบอีกหลายศึก รบกับตองอู รบกับเมาะตะมะ ทำไมพระองค์ถึงต้องทำแบบนั้น เพื่อความเป็นเอกราชและความคงอยู่อย่างมีความสุขของประชากรในอยุธยานั่นเองนะครับอันนี้เป็นเรื่องของการปกครอง" "ต่อมาเป็นเรื่องส่วนตัว เราจะได้เห็นความสูญเสียองค์ประกันที่จบความเป็นองค์ประกันอย่างแท้จริงในภาค6 นั่นคือ พระสุพรรณกัลยา และความสูญเสียนี่ก็จะเป็นเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำไมพระนเรศวรถึงต้องยกทัพไปถึงหงสา ด้วยความสูญเสียในครั้งนั้นทำให้พระองค์เหมือนมีความเจ็บแค้นอยู่ในใจ ที่จะต้องเอาหงสากลับคืนมาให้ได้ และเมื่อยกทัพไปถึงหงสาแล้ว ยังต้องตามไปเอาชีวิตของนันนทบุเรงกลับมาให้ได้อีกนะครับ ความสูญเสียที่สำคัญที่เราจะได้เห็นในภาค6 นั่นคือการปิดฉากของช่วงชีวิตของสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่วันหนึ่งคนเราเกิดมานะครับจะต้องจากไป เราจะฝากอะไรไว้ให้กับแผ่นดินบ้าง เราจะได้เห็นแม้วินาทีสุดท้าย ที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์แล้ว ความผูกพันและความห่วงในแผ่นดิน พระองค์ได้ฝากเรื่องราวต่างๆให้กับน้องชายพระเอกาทศรถ จนทำให้เราเข้าใจชีวิตทำให้เราจบภาค6 ถึงแม้ว่าพระองค์จะสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่เรากลับอิ่มเอิมใจ ก็แปลกที่ทำภาพยนตร์สร้างออกมาได้แบบนั้นนะครับ และนี่คือบริบททั้งฝั่งอยุธยาและฝั่งหงสาวดีครับ"  ในตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุกภาคที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นอาณาจักรอย่างหงสาวดีกับอโยธยา แต่ในภาคอวสานหงสานี้ เราจะได้เห็นอาณาจักรอื่นๆ ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์บ้างไหม? "ในภาค 6 นอกเหนือจากอาณาจักรที่มีอยู่อย่างหงสาวดี ก็จะมีเมืองต่างๆที่ขึ้นอยู่กับบุเรงนอง ไม่ว่าจะเป็นตองอู เมาะตะมะ ยะไข่ เหล่านี้ แต่ทีนี้เมื่อสิ้นบุเรงนองแล้ว การขึ้นมาของนันทบุเรงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ความระส่ำระสายที่เกิดขึ้นคือความเชื่อถือของเมืองต่างๆเหล่านี้ที่มีต่อนันทบุเรง เริ่มคลายความจงรักภักดีออกไป เริ่มตีตัวออกห่าง สัญญาณเหล่านี้จริงๆมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยภาค 2 ตอนประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ตอนนั้นพระนเรศวรเข้าไปเพื่อช่วยหงสาวดีรบกับกบฎอังวะ นี่เป็นสิ่งบอกเหตุว่า อังวะเริ่มตีตนออกห่างแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดความระส่ำระสายเมืองต่างๆเริ่มที่จะตีตัวออกห่างมากขึ้น ด้วยความที่อยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่ เพราะด้วยความที่ไม่เชื่อมั่นต่อในตัวพระเจ้านันทบุเรง เมืองเดิมๆเหล่านี้แหละที่จะเข้ามามีบทบาทในการสู้รบสำคัญในภาค 6 การสู้รบระหว่างหงสาวดีกับอยุธยา" "เช่น เมืองยะไข่ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพวกโจรสลัด เมืองตองอู (เกตุมวดีตองอู) เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือจากหงสาวดีขึ้นไป ซึ่งการขึ้นไปก็ค่อนข้างทุรกันดารพอสมควร โดยมีเมงเยสีหตู เป็นเจ้าเมืองแสดงโดย อาหนิง นิรุตติ์ อีกคนหนึ่งคือ พี่ลูกแพร รัชนี ศิระเลิศ เมงเกงสอ ภรรยาของเจ้าเมือง ส่วนลูกชายของเมืองนี้ที่เป็นอุปราชอยู่ เราเห็น นัดจินหน่อง มาตั้งแต่ในภาค 2 ตอนขึ้นไปตีเมืองคัง 3 ทัพ ทัพหนึ่งจะเป็นพระนเรศวร อีกทัพหนึ่งเป็นพระมหาอุปราชา และอีกทัพหนึ่งละครับก็คือนัดจินหน่องซึ่งมาจากตองอู เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในเรื่องการเมืองการปกครองมากขึ้น เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในเครือข่ายของพม่าในสมัยนั้นแต่อังวะก็ดี เกตุมวดีตองอูก็ดี จริงๆเป็นเครือญาติกันเกิดมาตั้งแต่สมัยบุเรงนอง เพราะฉะนั้นเขาเองก็คิดว่าเขามีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่  เขาก็มีสิทธิ์เท่าพระเจ้านันทบุเรงเช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็เลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างนะครับ" "สมเด็จพระนเรศวรเดินทัพไปที่หงสาวดี เพื่อที่พระองค์จะไปพาตัวเอาพระสุพรรณกัลยากลับมา พอรู้ว่านันทบุเรงได้สังหารพระสุพรรณกัลยาไปแล้ว ตัวนันทบุเรงไปอยู่ที่ตองอู พระนเรศวรก็เลยยกทัพขึ้นไปถึงตองอู  โดยที่พระองค์ไม่ได้เตรียมเสบียงอาหาร หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเพื่อที่จะขึ้นไปถึงเหนือขึ้นไปถึงตองอู การขึ้นไปจึงทุลักทุเลด้วยความยากลำบากของเส้นทางที่ไป ความที่มันเป็นป่า และมีโรคไข้ป่ามากมาย ทำให้ทหารของพระองค์เกิดล้มป่วย เจ็บตายกันมาก ทั้งการรบที่ยากลำบากอยู่แล้ว แถมซ้ำยังต้องมาเผชิญกับพวกยะไข่ที่มาคอยตัดตีตัดเสบียงเราอีก อย่างพระจ้านันทบุเรง หลังจากที่ทรงสูญสียลูกชายไปกับศึกยุทธหัตถี พระองค์ก็เสียใจรวมทั้งความคับแค้นใจ จากการที่ทหารต่างๆที่ติดตามขบวนทัพของลูกชายไปแล้วปล่อยให้ลูกชายตาย พระองค์โหดถึงขนาดจับเผาหมดทหารเหล่านั้น แล้วความเป็นไปของพระเจ้านันทบุเรงในช่วงบั้นปลายของพระองค์เหมือนสติเลอะเลือน ทุกอย่างดาวน์ลงไปหมดเลย ผิดหวังในชีวิตรูปโฉม เหมือนกับเป็นคนพิการทุกอย่าง เมืองที่เคยครอบครองที่ยิ่งใหญ่ก็หายไป" "เหล่านี้มันเป็นบั้นปลายชีวิตของคนๆนี้ แล้วสุดท้ายพระนเรศวรทำอย่างไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมาหลังจากการขึ้นครองความเป็นใหญ่ของตองอู นัดจินหน่องจะเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้อง แล้วมันยังมีเมืองอื่นอีกมั้ยที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับตองอู ที่จะกลายป็นคู่แข่งกัน แล้วบัดนั้นความพลันแปรเปลี่ยนไปของเมืองหลวงของพม่าก็จะเปลี่ยนอำนาจไปที่อื่น หรือไม่อย่างไร" ได้ข่าวว่าชาวมอญรามัญ ที่เข้ามาร่วมกับทางฝั่งอโยธยาในภาคนี้ และตัวละครใหม่ๆที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคนี้ด้วย? "ในภาพยนตร์มีหลายเผ่าพันธุ์ พวกยะไข่ พวกยองม้วย ไทยใหญ่ เมืองคัง อยุธยา พิษณุโลก หรือทางฝั่งเขมร ฝั่งลานช้างร่มขาวเป็นลาว มีเชียงใหม่ แต่ในภาคนี้เราจะเห็นความสำคัญของ พวกมอญพวกรามัญโดยแท้ ซึ่งเดิมทีอาณาจักรหงสา คือจะเป็นพวกมอญมาอยู่ก่อน แต่บุเรงนองก็มายึด และก็ขับไล่พวกมอญออกไป เพราะฉะนั้นอาณาจักรของพวกมอญที่อยู่รายล้อมหงสาวดีก็ยังมีอยู่ จะมีพวกมอญแทรกซึมอยู่ในระหว่างการรบเสมอ แต่ในภาคนี้เราได้ดึงตัวละครใหม่เข้ามา เม้ยมะนิก คือน้องปันปัน-เต็มฟ้า คือสาวชาวลูกครึ่งมอญ-ไทยใหญ่ ที่มีความเก่งกาจ คล่องแคล่วในการต่อสู้ อยู่ภายใต้อาณาจักรเมาะตะมะ ที่เจ้าเมืองเมาะตะมะก็ข่มเหงพวกมอญเหล่านี้มาโดยตลอด แม้แต่ข่มเหงย่ำยีแม่ของเม้ยมะนิก น้องเขา คือเขาเป็นนักกีฬาทีมชาติ นักยิมนาสติกลีลา เต้นบัลเลต์ ความอ่อนตัว  ความแข็งแรง ความยืดหยุ่นเขามีอยู่แล้ว น้องเขาต้องทำทุกอย่างเหมือนที่ผมทำ แล้วทำได้ดีกว่าด้วย เพราะว่าพวกผมไม่ได้มีความอ่อนตัว  ความสามารถพิเศษในการใช้อาวุธที่ท่านก็ออกแบบมาคล้ายกับคทายิมนาสติก เขาคล่องเลยนะครับ" "แล้วก็จะมีบทรุมกันของพระเอกาทศรถแล้วก็พระราชมนูที่พระนเรศวรสั่งให้ไปตามจับตัวมา ก็ต้องมีการชิงไหวชิงพริบ ต้องไปจับตัวคนนี้ให้ได้ มีการสร้างเรื่องราวของเม้ยมะนิกขึ้นมา ยังมีอีกสองตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็คือ อารณ ฤทธิชัย ซึ่งเล่นเป็น เมงราชาญี เจ้าเมืองยะไข่ และ สีหรั่น ผู้ร้ายตลอดกาลคือ อาดามพ์ ดัสกร ท่านมุ้ยยังบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นกรุสมบัตินักแสดง ท่านให้อาดามพ์กับอารณ เหมือนวิ่งออกไปสู้รบนะ แล้วท่านก็มองแต่ในกล้องนะ อาก็วิ่งร้อง อ๊า คือวิ่งเหนื่อยมาก แล้วพวกผมก็มองกันอยู่นอกกล้อง โหอาแกวิ่งแทบไม่ไหวอยู่แล้ว ท่านมุ้ยก็บอกว่าเออ ขอโทษที ลืมไปฉันก็อายุขนาดนี้แล้ว โหแต่ยังไหวท่าน เอาเป็นว่าผมขอขี่ม้าได้มั้ย ผมไม่กลัวเลย คราวนี้ท่านก็ให้ขี่ม้า แล้วคอยสั่งการเอา แต่ก็ดูดีขึ้นนะครับ ยะไข่มันเป็นโจรสลัดมันอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าในปัจจุบัน เมืองๆนี้มีความเก่าแก่ถึงขนาดที่ว่าเราเชื่อว่าเสมา ธรรมจักรที่เก่าแก่ที่สุดที่เอามาจากอินเดีย เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้เลยนะอยู่ที่เมืองนี้" "และแม้กระทั่ง พระสีหมุนี ที่เราไปไหว้ที่พม่าก็เอามาจากเมืองนี้ ด้วยความที่รุ่งเรืองขนาดที่ว่าเพราะว่ามันเป็นโจรสลัดครับ มันอยู่ในเทือกเขาอาระกันโยมา ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นกำแพงของเมืองๆนี้เลย แล้วตรงเขาตรงไหนที่มันจะชนกันตรงนี้นะ เขาก็ก่อกำแพงกั้นด้วย เหมือนกำแพงเมืองจีนเลย แล้วมีทางเข้าทางเดียวคือแม่น้ำอาระกัน เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เวลาเข้าออกมาเขาก็ล่องเรือออกมาครับแล้วก็มาปล้นมาชิงทอง ปล้นสะดม ในท้ายที่สุดเวลาใครจะปล้นเมืองนี้ ต้องผ่านโดยการใช้เรือเข้าออกมา แต่ได้ทางเดียว จนในที่สุดเวลาใครจะเข้าไปตีเมืองๆนี้ก็ต้องล่องแม่น้ำเข้าไป เพราะฉะนั้นแล้วเวลาล่องแม่น้ำเข้าไป แน่นอนว่ามันมีจุดสกัดที่อยู่บนบกยิงลงมา กว่าจะไปถึงนะครับ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ เพราะครั้นจะไปปีนเขา มันก็ทำไม่ได้เพราะเขามันสูงมาก ผมก็เลยบอกว่าโอ้โหเมืองนี้พวกยะไข่มันน่าสนใจ น่าศึกษาว่าชนชาตินี้เป็นอย่างไรนะ" นอกเหนือจากความเข้มข้นของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ในภาคอวสานหงสา เราจะได้เห็นภาพความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาของสมเด็จพระนเรศวรชัดเจนขึ้นด้วยหรือเปล่า? "เราเคยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์สมัยก่อนเป็นสมมติเทพ แต่จริงๆเราต้องการที่จะสื่อในความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาตั้งแต่ภาค 1 ถึงภาค 5 อยู่แล้ว  พระนเรศวรจะมีแกนกลางของแนวความคิด ก็คือพระองค์จะต้องทำเพื่อแผ่นดิน เมื่อแผ่นดินอยู่ได้ ประชาชนของพระองค์เองก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน แต่ในการพลิ้วไหวของอารมณ์ที่มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่นความสูญเสียของพระองค์จากการที่พี่สาวถูกสังหาร บางทีคนเราก็จะโกรธขึ้นมา จะยอมทำทุกอย่างเพื่อความโกรธ แล้วก็ทำตามนั้น แต่พอวันหนึ่งเมื่อเวลามันผ่านไป จะแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นทรงกระทำซึ่งเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เป็นการกระทำเพื่อส่วนรวมเป็นการเสียสละ ยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ความเป็นเอกราชกลับคืนมาสู่อยุธยา  อย่างเช่นในฉากท้ายๆเรื่องของการที่พระองค์จะสวรรคตแล้ว คือพระองค์ได้บอกว่า ณ เวลานี้เราจะสิ้นแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย ไอ้ความเป็นเอกราช หรืออะไรที่จะนำมาซึ่งแผ่นดิน ณ ถึงเวลานี้ เราต้องการเพียงแค่สองสิ่งคือเมียกับลูก อันนี้คือสิ่งที่เป็นคนธรรมดาจริงๆเลย แต่ก็จำเป็นต้องจากไปเพราะป่วย อันนี้คือความเป็นปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง แต่พอสักพักหนึ่งนะครับมันจะถูกหวนกลับมาซึ่งความคิดเดิม คือการกระทำเพื่อแผ่นดิน พระองค์ก็ยังเป็นห่วงอีก พระองค์ก็จึงเรียกพระเอกาทศรถมาสั่งเสียว่าอโยธยาเราต่อไปต้องเป็นอย่างไร จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งก็คือบอกพระเอกาทศรถว่าต้องครองแผ่นดินโดยธรรม และเราต้องเป็นเอกราชให้ได้ การที่เป็นเมืองขึ้นไม่มีทางหรอกที่ประชาชนจะอยู่ได้อย่างมีความสุข" ฝั่งความรักความผูกพันของหลากหลายตัวละคร ที่อยู่รายล้อมของพระนเรศวรมหาราชที่ มีส่วนสำคัญกับชีวิตพระองค์จนถึงวินาทีสุดท้าย เราจะได้เห็นแง่มุมนี้แค่ไหน? "เราจะได้เห็นถึงความรักความผูกพันเอื้ออาทรของคนรอบข้างพระนเรศวรที่มีต่อพระองค์ การทัดทานว่าอย่าไปศึกนั้นเลย น่าจะแก้ไขปัญหาแบบนั้นแบบนี้ เริ่มตั้งแต่ บุญทิ้ง เป็นทั้งเพื่อน ทั้งทหารของพระมหากษัตริย์ บุญทิ้งเทิดทูนพระนเรศวรเป็นเจ้านาย ออกรับหน้าแทนพระองค์ไม่ต้องไปรบ ข้าขอไปแทน เปรียบได้กับคนไทยในปัจจุบันที่เรายอมที่จะเสียสละชีวิตให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้พระองค์มีชีวิตที่ยืนยาว มีความสุขใจอยู่ได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนไทย มณีจันทร์ ก็มีความห่วงหาพระนเรศวร ในแง่มุมมองของคนเป็นเมีย และเคยเป็นเพื่อนมาก่อน ก็คอยให้ข้อคิดพระนเรศวรเสมอ อันนี้มันถ่ายทอดได้ว่าเป็นคู่คิดที่อยู่ในครอบครัว มหาเถร มีความผูกพัน มีความห่วงใยพระนเรศวร ในแง่มุมมองที่พระนเรศวรเป็นเสมือนลูกศิษย์ ข้อคิดที่มหาเถรให้กับพระนเรศวรมันยังเป็นข้อคิดตามหลักธรรม ทำให้พระนเรศวรเย็นลง มีความให้อภัย เรื่องของแอ็คชั่นการบู๊แล้ว ความเป็นบุ๋นมันจะเกิดขึ้นจาก 2 คน คือมณีจันทร์ กับมหาเถรทำให้พระนเรศวรมีบารมีได้ เราจะเห็นได้ว่าท้ายที่สุดไม่ว่าคนจะทัดทานพระนเรศวรยังไง" "แต่เมื่อตัดสินใจอย่างไรแล้ว ทุกคนก็จะเคารพในการตัดสินใจของพระองค์ และก็พร้อมที่จะทำให้การตัดสินใจของพระองค์ไปสู่ผลสำเร็จให้ได้ เพราะทุกคนรู้ครับว่าพระองค์ทำเพื่ออะไร นั่นก็คือความสุขของไพร่ฟ้าประชาชนของชาวอโยธยานั่นเอง  บทบาทความสำคัญของพระเอกาทศรถ ที่เราจะได้เห็นต่อเนื่องจากภาค 5 ที่ไปชนช้างอีกคู่หนึ่งกับ มังจาปะโร พระเอกาทศรถ มีความเป็นน้องไม่คิดอะไรซับซ้อน มีวัตถุประสงค์เดียวคือช่วยพี่ ทำทุกอย่างเพื่อพี่ ตอนภาค 3 ยุทธนาวีเราก็เห็น พระเอกาทศรถเอาเรือมาขวาง แต่ภาคนี้เราจะเห็นมากขึ้น ทั้งความเป็นพี่น้องคู่นี้ในหนัง เห็นพัฒนาการความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คือมีความเหมาะสมที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งต่อไปของอยุธยาเราได้แน่นอน แล้วก็คอยทัดทานพระนเรศวร หรือการให้แง่คิดกำลังใจ กับเม้ยมะนิก" อ่านต่อบทสัมภาษณ์เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ตอนที่ 2 ได้ที่นี่เลย>>> ร่วมปิดตำนานกษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

เบิร์ด ควง ชมพู่ ถ่ายทอด รักที่ไม่สมหวัง ประกอบละคร กลกิโมโน
กลกิโมโน /  ชมพู่ อารยา / 

ส่งเพลงใหม่พร้อมล่าสุดได้ลุยถ่ายทำมิวสิกวีดีโอมาพร้อมให้ชมกันแล้ว สำหรับการดูเอ็ทกันระหว่างสองซูเปอร์สตาร์ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ กับ “ชมพู่” อารยา ที่โคจรมาทั้งร้องและเล่นด้วยกันเป็นครั้งแรกในเพลง “รักที่ไม่มีวันเป็นจริง” ประกอบละครเรื่อง “กลกิโมโน” ซึ่งเป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของพระเอกและนางเอก กับความรักที่เป็นไปไม่ได้ ถึงจะรักกันมากแค่ไหนแต่ก็ต้องยอมแพ้โชคชะตา ทำให้ยังไงความรักครั้งนี้ไม่มีวันเป็นจริง โดยได้นักแต่งเพลงมือทอง ฟองเบียร์-ปฎิเวธ อุทัยเฉลิม มาแต่งคำร้องและทำนองให้ด้วย การถ่ายทำ วันนั้นยกกองไปถ่ายทำกันที่ ไพเรท สตูดิโอ สุคนธสวัสดิ์ 23 ประเดิมซีนแรกเป็นการถ่ายทำเส้นร้องซึ่งเบิร์ดกับชมพู่ต้องโชว์ซีนสวีทร้องเพลงสื่อสายตาและอารมณ์ของคนรักที่กำลังจะพลัดพรากจากกันไม่กี่รอบ ผ่านฉลุยเพราะมืออาชีพทั้งคู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉากให้เบิร์ดกับชมพู่ถ่ายเส้นร้องหน้ากรีนสกรีนเพื่อทำซีจี ฉากนี้ทั้งคู่เล่นได้สมูทเข้ากับอารมณ์เพลง จากนั้นทีมงานเซ็ตดอกซากุระให้เบิร์ดกับชมพู่ถ่ายเส้นร้องข้างหลังเพื่อให้ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่น ซึ่งทั้งคู่ก็เล่นได้ผ่านฉลุยได้ภาพสวยเพอร์เฟ็คท์สมใจ “สนุกมาก คือพอเราได้มาร้องเพลงด้วยกัน และวันนี้มาถ่ายเอ็มวีด้วยกัน มันมีหลายๆความรู้สึกที่ได้กลับมาทำกันอีกครั้งหนึ่งครับ และเพลงนี้ชมร้องดีขึ้นกว่าเดิมเยอะมากเลย น้องเก่งมากครับ ส่วนเนื้อหาเพลงนี้ จริงๆแล้วไม่ใช่เป็นแค่ตัวละครโยชิกับนางเอกสองคนนะครับ เบิร์ดว่ามันเป็นความรักของหลายๆคู่รักได้เลยที่ต่างคนก็ต่างรัก แต่เรารู้ว่าวันนึงก็ต้องจากกัน บรรยากาศการถ่าย ก็มีด้วยกันหลายความรู้สึก มีทั้งความรัก มีเศร้า มีแฟนตาซี มากมาย ออกเป็นแฟชั่นๆด้วยครับ ซึ่งเบิร์ดว่ามันเป็นความรักจริงๆที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ได้ด้วย ต้องคอยติดตามดูกันครับ เบิร์ดขอฝากไว้ด้วยครับ” พี่เบิร์ด ธงไชย เผย ส่วน ชมพู่ เผยว่า “รู้สึกแตกต่างกับงานอื่นๆที่ทำมากับพี่เบิร์ด ก็จะเป็นอีกแบบนึงสำหรับชมตั้งแต่ทำมา ชมชอบเพลงนี้ที่สุด มันโจ๊ะดี ชมว่าเพลงมันดี รู้สึกถูกจริตกับเพลงนี้ การถ่ายทำชมว่าทิศทางมันก็ยังมีกลิ่นไอของญี่ปุ่น อย่างที่พี่ผู้กำกับเค้าบรีฟมาก็จะออกแนวแฟนตาซีแต่ก็มีกลิ่นไอของความเป็นญี่ปุ่น จริงๆชมว่าค่อนข้างจะติดหูนะคะ เพราะเนื้อหาของเพลงกับเอ็มวีนี้สื่อตรงกัน เป็นเรื่องของความรักที่สุดท้ายมันเป็นจริงไม่ได้ ซึ่งมันก็ใช้ได้กับทุกๆคู่ จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะแค่คู่ของ โฮชิ กับ รินดาราในเรื่อง แล้วอย่างที่ชมบอก ชมชอบเพลงนี้เพราะว่า มันมีความโจ๊ะๆ ก็อยากฝากให้ทุกคนติดตามเอ็มวีเพลงนี้ที่เล่นกับพี่เบิร์ดด้วยนะคะ” แฟนละครและแฟนเพลงสามารถติดตามชมมิวสิกวีดีโอเพลง “รักที่ไม่มีวันเป็นจริง” ประกอบละคร “กลกิโมโน” ได้ตั้งแต่ 6 พ.ค. นี้เป็นต้นไป มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เสรี รุ่งสว่าง เดือด! เวทีประกวด ลูกทุ่ง เน้นตลก ไม่จริงจัง
คนดังนั่งเคลียร์ /  ลูกทุ่ง / 

เป็นเดือดเป็นร้องการรายการประกวดร้องเพลงในยุคนี้ สำหรับ “เสรี รุ่งสว่าง” นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ ที่มีคนเอาเพลงของเจ้าตัวไปร้องบนเวทีประกวดมากมาย แต่แปลกที่เจ้าของเพลงอย่าง “เสรี” ไม่เคยได้ไปเป็น “กรรมการ” ตัดสินการประกวดเลย ซึ่งเจ้าตัวขอออกฉะแหลกด้วยความอัดอั้นในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทาง “ช่อง 2” ถึงเรื่องทั้งหมดว่ารายการประกวดร้องเพลงเดี๋ยวนี้เน้นตลก เน้นธุรกิจ ไม่มีความจริง คอมเม้นท์เตเตอร์ก็ฟังเพลงไม่เป็น พร้อมทั้งแก้ข่าวเม้าท์ “เสรี ปากพาซวย” งานนี้จะแซ่บแค่ไหน ไปฟังกันเลย ล่าสุดเพิ่งมีอุบัติเหตุ ไปชนเขา ? “จริงๆ เราหลบรถมอเตอร์ไซค์ เราวิ่งทางถนนไหนวิ่งไปจากบางปูครับ เขาออกมาข้างสะพานมอไซค์ออกมา ถ้าเราวิ่งตรงไปชนมอเตอร์ไซค์ตายแน่นอน เราก็หักขวา แล้วรถหน้ามันก็สวนมาพอดี เราก็ชน ชนตรงกลางเขาพอดี แต่ถ้าเราไม่ชนเขา เราก็ต้องชนมอเตอร์ไซค์” เห็นมีข่าวอุบัติเหตุบ่อย ? “มันต้องเดินทางตลอดไง อย่างวันนี้สมมุติเล่นอยู่พิษนุโลก แล้วเราก็ต้องกลับมาเดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปเพชรบุรี” ชนไปกี่ครั้งแล้ว ? “ที่หนักๆ จริงๆ ก็ 23 เที่ยว ระหว่างที่ชนเรารู้สติตลอด เราจะดูวันมันชนแบบไหน เราไม่ได้ตกใจไง ลูกน้องขับเนี่ยถ้าเป็นเรา เราต้องออกซ้ายนะ เราไม่ชนแน่ๆ แต่มันดันไปขวากับเขา เหมือนเขาหลบไปขวามันก็ไปขวา หลวงพ่อเขาบอกว่าอย่าไปนั่งให้คนขับ ชันษาเราไม่ได้เป็นผู้ดี เราเป็นขี้ข้า อย่าเป็นเจ้านาย” ถามเรื่องงานเพลงหน่อย ดีใจไหมที่มีคนเอาเพลงเราไปร้องประกวดเยอะ ? “ดีใจ เอาไปเถอะเพราะว่าอะไรรู้ไหม เพราะถ้าเพลงเราไม่มีนำเสนอ คนก็ไม่รู้จัก” คนเอาเพลงไปร้องเยอะ แต่ไม่เห็นมีใครเชิญเจ้าของเพลงไปตัดสิน ? “(หัวเราะ)คือจริงๆ แล้วผมไป ผมเนี่ยรายการที่ไปมันเน้นเรื่องสนุกมากกว่าไม่ได้เน้นคุณภาพ แต่ถ้าเราไปมันต้องคุณภาพไง มันต้องเป็นจริง นักร้องคนนี้ร้องไม่ดี เราจะบอกว่าดี เห้ยเสรีตัดสินอย่างนี้เหรอ นักร้อง ห่า เหว อะไรก็ไม่รู้ มันเสียใคร เสียผม” เดี๋ยวนี้เขาก็มีดารานักร้องไปเป็นกรรมการตัดสิน ? “ผมถามหน่อย มันตรงไหมล่ะ” แล้วทำไมไม่ไปตัดสินเอง ? “ก็เขาไม่จ้างผม ที่จริงเราอยากจะไปเหมือนกัน แต่ว่าต้องตามใจเรานะ รายการเขา แต่ตามใจเรา เราต้องมีสิทธิ์ที่จะตัดสินคนนี้ได้ ไม่ได้มันต้องอยู่ที่เราสิ ผมถามหน่อยนะ ยกตัวอย่างทุกวันนี้ที่เป็นคอมเม้นท์นักร้อง ผมถามว่ามีนักร้องลูกทุ่งคนไหนบ้างที่ไปคอมเม้นท์ ที่มันดังจริงๆ” ตลก ดารา ผู้กำกับ ? “ตลกร้องเพลงดังเหรอ ตลกคุณก็ไปตัดสินตลกสิ คุณจะไปตัดสินนักร้องได้ไง ถ้านักร้องคุณต้องเอานักร้องไปตัดสิน ถ้าแต่งเพลง คุณก็ต้องเอานักแต่งเพลงไปตัดสิน มันได้ที่ไหน บางรายการนักร้องดีๆ สุดท้ายตกรอบหมด มันเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะคุณฟังไม่เป็น ผมชมอยู่คนหนึ่งนะ คุณชมพู ฟรุตตี้ เขาฟังเป็น ไปสังเกตได้เลยบางทีเขาให้คนเดียว แล้วอีก 4 คนไม่ให้ แต่ที่เขาให้น่ะถูก” แลดูเครียด มีอะไรกับตลกที่ไปเป็นคอมเม้นท์เตเตอร์ ? “คือมันไม่ตรงสายไง ก็คือหมายความว่ามันไม่ตรงจุดประสงค์” มีใครบ้างเห็นแล้วไม่เข้าท่าเลย ? “ทุกรายการน่ะ มันไปตลกกันซะมากกว่า ไปคอมเม้นท์เรื่องพูดเฮฮาปาร์ตี้ เหมือนตลกมากกว่า มันเป็นธุรกิจ” รายการร้องเพลงตลกแล้วสนุก ? “จริงๆ คุณลองทำรายการที่มันแข็งจริงๆ สิ แล้วที่ตัดสินให้มันออกมาจริงๆ ถมถามหน่อยนะคนที่ได้ได้ที่ 1 ไม่ว่าจะเป็น เขาเรียกอะไรนะแต่ก่อนที่ไปอยู่ในบ้าน” เอเอฟเหรอ ? “ก็นั่นแหละ ผมถามหน่อยคนที่ได้ที่ 1 มันดังซักคนไหม มีไหม” ที่ดังๆ ก็มี ? “ใครล่ะ ใคร พูดมาสิ แต่ผมพูดให้ฟังนะคนที่ได้ที่ 2 ดังคับประเทศ เบิร์ด ธงไชย ทำไมมันดัง เสียเขาดี ก๊อตล่ะทำไมถึงดัง ร้องสตริงไม่ดัง มาร้องลูกทุ่งทำไมถึงดัง” กลับมาที่เรื่องคอมเม้นท์กันต่อ ทำไมเขาไม่ใช้นักร้อง ? “เพราะอะไรรู้ไหม เพราะมันไม่สนุก แต่ชมพู เขาฟังเพลงเป็น (ชมอยู่คนเดียว) ก็เรื่องจริง ผมก็ต้องชมสิ คนถูกต้องเราก็ต้องให้เขา” อีกเรื่องคือมีคนบอกว่าพีเสรีปากพาซวย ? “ผมเป็นคนตรง แล้วอีกอย่างคือไปไหนผมอ่อนน้อมถ่อมตน” ตรงกับขวานผ่าซากมันใกล้ๆ กันนะ ? “เราต้องเอาเรื่องจริงไง เราจะไม่ใช่ที่ว่าไอ้คนนี้ไม่ดี แล้วไปบอกว่าเขาดี(ส่ายหน้า) ก็ไม่ใช่เรา” เป็นคนพูดจาตรงแบบนี้ตั้งแต่เข้าวงการ ? “มันเป็นที่นิสัย เราเป็นนิสัยมาตั้งแต่ดั้งเดิม” บทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ได้ทางช่อง 2 ทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 10.30/14.00/20.00น. เสาร์-อาทิตย์10.30/14.30/19.30 และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/thaich2 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ฝรั่งจัง เพลงดัง แห่งปี 2538
2538 /  เพลงสากลฮิต / 

ย้อนอดีตปี 2538 ในยุคที่ POP Magazine (น่าจะ)ยังไม่มา Channel [V] Thailand ก็ยังไม่มี (Channel [V] Thailand ออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2539) ก็อาศัยดูเอ็มวีเพลงฝรั่งเอาจาก MTV นี่แหละ ช่วงปี 2538 นั้นถือได้ว่ามีเพลงฮิตมากมายที่หลายคนยังจำได้ อย่าง Shy Guy ของ Diana King เจ้าของเพลง โอ้ลายโอ้ลายโอ้ลาย นั่นแหละ หรือจะเป็น Back For Good จากบอยแบนด์ในตำนาน อย่างวง Take That เป็นอาทิ วันนี้ มิวสิคเอ็มไทย เลยขอเอาใจสาวกเพลงฝรั่งกันสักหน่อย ด้วยการรวมฮิตเพลงสากล ยอดนิยม แห่งปี 2538 จำเพลงไหนได้บ้างครับ อย่าอาย ถ้าคิดจะร้องตามนะ มั่นใจว่า หลายคนในที่นี้เกิดทัน แต่ถ้ายังก้ำกึ้ง นึกไม่ออก เนื้อเพลงใต้คลิปช่วยได้ครับ Shy Guy - Diana King นักร้องสาวผิวสี เจ้าของเพลงดังที่เราคุ้นหูกันดีอย่าง โอ้อายโอ้อายโอ้อาย เฮ้ย เอาใหม่ เพลง L-L-Lies หรือที่คุ้นหูอีกหน่อย น่าจะเป็นเพลง I Say A Little Prayer จากหนัง My Best Friend Wedding ที่นำแสดงโดย จูเลีย โรเบิร์ด I don't want no fly guy I just want a shy guy Thats what i want yey You know what i want yey Oh lord have mercy mercy mercy Di man dem in a di party party party Di ole a dem sexy sexy sexy Watch dem just a Follow me follow me follow me Everywhere me go di man dem a rush me Yes a whole eep a pretty boy wah fi love me A me dem love yes a me dem love True them know me sweet and me sexy Everywhere me go me say me ever ready A me dem love yes a me dem love But I don't want somebody Who's loving everybody I need a shy guy He's the kinda guy who'll only be mine [Chorus:] Oh lord have mercy mercy mercy Di man dem in a di party party party Di ole a dem sexy sexy sexy Watch dem just a Follow me follow me follow me Have mercy mercy mercy But none a dem no move me move me move me Shy guy a weh me wanty wanty wanty Only him can make me irie irie irie Roughneck man me no want none a dem Beat up me body lick off me head top Me no want none a dat Me no want none a dat Big things a gwaan fi all di shy man dem Wat to be my love and wat to be my friend Till the very end till the very end But I don't want somebody Who's loving everybody I need a shy guy he's the kinda guy Who'll only be mine [Repeat Chorus] Have mercy mercy mercy mercy mercy come on Shy man we wanna here you put ur hands in the air and then make me i you if you wanna none of them me no wanna see you this one dedicated to all the shy man crew.. [2x] But I don't want somebody Who's loving everybody I need a shy guy He's the kinda guy who'll only be mine [Repeat Chorus] Shy guy Shy guy Shy guy Lick It - 20 Fingers ตุ่ม ปลาร้ามันเน่าในตุ่ม เมียเรามันอ้วนเป็นตุ่ม ถ้าคุณเคยได้ยินท่อนฮุคเพลงแปลงนี้ นี่คือเพลงแดนซ์ยุค เรดบีท โซเดมาคอม เมียคอยมาคุม เลยล่ะครับ ชื่อเพลงจริงๆคือ Lick It ของคณะ 20 Fingers เพลงนี้ปล่อยออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1995 อ่ะ ไปปลาราปลาร้าปลาจ่อมกันเต็มๆ You gotta lick it Before we kick it You gotta get it soft and wet So we can kick it You gotta lick it Before we kick it You gotta get it soft and wet So we can kick it Boom-ba-da-da-da-da Baby work it I met a real cutie He had a nice tight booty He seemed to be the freaky lover type Let's cut right through the chase Come on and get a taste You've gotta face it so that I can get hype You gotta lick it Before we kick it You gotta get it soft and wet So we can kick it You gotta lick it Before we kick it You gotta get it soft and wet So we can kick it Boom-ba-da-da-da-da Baby work it My lips are sweet as candy I need a man that's handy Don't be tease, just gimme what I like I'm full of freakiness So give my cat a kiss And make it purr so we can do this right (meow) You gotta lick it Before we kick it You gotta get it soft and wet So we can kick it You gotta lick it Before we kick it You gotta get it soft and wet So we can kick it Boom-ba-da-da-da-da Baby work it Macarena - Los del Río มาแดนซ์อีกสักเพลง กับเพลง Macarena ของวง Los del Río ชื่อวงภาษาสเปนแปลว่า "ผู้หญิงงั้นงั้น" เพลงนี้ถูกบรรจุไว้ในอัลบั้ม A mí me gusta ปี 1994 แต่ปล่อย international release ในปี 1995 Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Macarena tiene un novio que se llama Que se llama de apellido Vitorino Que en la jura de bandera el muchacho Se la dio con dos amigos Macarena tiene un novio que se llama Que se llama de apellido Vitorino Y en la jura de bandera el muchacho Se la dio con dos amigos Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Macarena Macarena Macarena Que te gustan los veranos de Marbella Macarena Macarena Macarena Que te gusta la movida guerrillera Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Macarena suena con el Corte Ingles Y se compra los modelos mas modernos Le gustaria vivir en Nueva York Y ligar un novio nuevo Macarena suena con el Corte Ingles Y se compra los modelos mas modernos Le gustaria vivir en Nueva York Y ligar un novio nuevo Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Macarena tiene un novio que se llama Que se llama de apellido Vitorino Y en la jura de bandera del muchacho Se la dio con dos amigos Macarena tiene un novio que se llama Que se llama de apellido Vitorino Y en la jura de bandera del muchacho Se la dio con dos amigos Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena Dale a tu cuerpo alegria Macarena Que tu cuerpo es pa' darle alegria y cosa buena Dale a tu cuerpo alegria, Macarena Hey Macarena That's Why (You Go Away) - Michael Learns To Rock ไมเคิล เลิร์นส ทู ร็อก หรือ MLTR วงดนตรีป็อปร็อก จากประเทศเดนมาร์ก ที่มีคลาสสิคฮิตคุ้นหูเพียบ อาทิ 25 Minutes,Sleeping Child,Paint My Love รวมถึงปี 2006 เพลง Take Me To Your Heart คือเพลงที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุด ด้วยยอดขาย 6 ล้านก๊อปปี๊ ย้อนไปฟังเพลง That's Why (You go away) จากอัลบั้ม Played On Pepper ในปี 1995 Baby won't you tell me why there is sadness in your eyes I don't wanna say goodbye to you Love is one big illusion I should try to forget But there is something left in my head You're the one who set it up now you're the one to make it stop I'm the one who's feeling lost right now Now you want me to forget every little thing you said But there is something left in my head [Chorus] I won't forget the way you're kissing The feeling's so strong were lasting for so long But I'm not the man your heart is missing That's why you go away I know You were never satisfied no matter how I tried Now you wanna say goodbye to me Love is one big illusion I should try to forget But there is something left in my head [Chorus] Sitting here all alone in the middle of nowhere Don't know which way to go There ain't so much to say now between us There ain't so much for you There ain't so much for me anymore [Chorus] That's why you go away I know Back For Good - Take That นี่น่าจะเป็น บอยแบนด์ในตำนาน ก่อนที่จะมี Backstreet Boys / 911 / Code Red ซะอีกล่ะมั้งเนี่ย Back For Good นี่ถือได้ว่า เป็นเพลงโคตรฮิต ที่แฟนๆชาวไทย ยังคงจำได้ ซิงเกิ้ลที่สอง จากอัลบั้มที่สามของพวกเขา Nobody Else I guess now it's time for me to give up I feel it's time Got a picture of you beside me Got you're lipstick mark still on your coffee cup Got a fist of pure emotion Got a head of shattered dreams Gotta leave it, gotta leave it all behind now Whatever I said, whatever I did I didn't mean it I just want you back for good Whenever I'm wrong just tell me the song and I'll sing it You'll be right and understood Unaware but underlined I figured out this story It wasn't good But in the corner of my mind I celebrated glory But that was not to be In the twist of separation you excelled at being free Can't you find a little room inside for me Whatever I said, whatever I did I didn't mean it I just want you back for good Whenever I'm wrong just tell me the song and I'll sing it You'll be right and understood And we'll be together, this time is forever We'll be fighting and forever we will be So complete in our love We will never be uncovered again Whatever I said, whatever I did I didn't mean it I just want you back for good Whenever I'm wrong just tell me the song and I'll sing it You'll be right and understood You Are Not Alone - Michael Jackson You Are Not Alone บัลลาด สุดเพราะ ซิงเกิ้ลที่สองจากอัลบั้ม HIStory ของ คิงออฟป็อปตลอดกาล ไมเคิล แจ็คสัน Another day has gone I'm still all alone How could this be You're not here with me You never said goodbye Someone tell me why Did you have to go And leave my world so cold Everyday I sit and ask myself How did love slip away Something whispers in my ear and says That you are not alone I am here with you Though you're far away I am here to stay But you are not alone I am here with you Though we're far apart You're always in my heart But you are not alone 'Lone, 'lone Why, 'lone Just the other night I thought I heard you cry Asking me to come And hold you in my arms I can hear your prayers Your burdens I will bear But first I need your hand Then forever can begin Everyday I sit and ask myself How did love slip away Something whispers in my ear and says That you are not alone I am here with you Though you're far away I am here to stay you are not alone I am here with you Though we're far apart You're always in my heart you are not alone Whisper three words and I'll come runnin' And girl you know that I'll be there I'll be there You are not alone I am here with you Though you're far away I am here to stay you are not alone I am here with you Though we're far apart You're always in my heart you are not alone I am here with you Though you're far away I am here to stay you are not alone I am here with you Though we're far apart You're always in my heart For you are not alone... Not alone ohh You are not alone You are not alone Say it again You are not alone You are not alone Not alone, Not alone If you just reach out for me girl In the morning, in the evening Not alone, not alone You and me not alone Oh together together Not not being alone Not not being alone   Wonderwall - Oasis ซิงเกิ้ลฮิตจากอัลบั้ม Definitely Maybe ของวง Oasis ไม่พูดถึงเพลงนี้ได้ยังไง Wonderwall คือซิงเกิ้ลขายดีติดท็อปเท็นเมื่อปี 2538 เชียวนะ แถมในปีนั้น Oasis ยังได้รับรางวัล British breakthrough act จากงานประกาศรางวัล BRIT Awards 1995 Today is gonna be the day That they're gonna throw it back to you By now you should've somehow Realized what you gotta do I don't believe that anybody Feels the way I do, about you now Back beat, the word was on the street That the fire in your heart is out I'm sure you've heard it all before But you never really had a doubt I don't believe that anybody Feels the way I do about you now And all the roads we have to walk are winding And all the lights that lead us there are blinding There are many things that I Would like to say to you but I don't know how Because maybe, you're gonna be the one that saves me And after all, you're my wonderwall Today was gonna be the day But they'll never throw it back to you By now you should've somehow Realized what you're not to do I don't believe that anybody Feels the way I do, about you now And all the roads that lead you there are winding And all the lights that light the way are blinding There are many things that I Would like to say to you but I don't know how I said maybe, you're gonna be the one that saves me And after all, you're my wonderwall I said maybe, you're gonna be the one that saves me And after all, you're my wonderwall I said maybe, you're gonna be the one that saves me You're gonna be the one that saves me You're gonna be the one that saves me   Girls And Boys - Blur พูดถึง Oasis แล้ว ไม่พูดถึง Blur ได้ยังไง อัลบั้ม Parklife ถือได้ว่า เป็นอัลบั้มที่กวาดรางวัล BRIT Awards 1995 เพียบ ไม่ว่าจะเป็น British album/British Group/British single และ British Video เพลงนี้ ผมชอบมาก Girls And Boys ลองไปฟังกัน โดดตามก็ได้นะ ไม่ว่า Street's like a jungle So call the police Following the herd Down to Greece On holiday Love in the 90's Is paranoid On sunny beaches Take your chances looking for [Chorus] GIRLS WHO ARE BOYS WHO LIKE BOYS TO BE GIRLS WHO DO BOYS LIKE THEY'RE GIRLS WHO DO GIRLS LIKE THEY'RE BOYS ALWAYS SHOULD BE SOMEONE YOU REALLY LOVE Avoiding all work Because there's none available Like battery thinkers Count your thoughts on 1 2 3 4 5 fingers Nothing is wasted Only reproduced Get nasty blisters Du bist sehr schon But we haven't been introduced [Chorus]   I Live My Life For You - Firehouse ยังจำได้มั้ย อีกหนึ่งคลาสสิคฮิตของ Firehouse เลยนะ มั่นใจว่า ท่อนฮุคต้องร้องอ๋อเลย You know you're everything to me and I could never see The two of us apart And you know I give myself to you and no matter what you do I promise you my heart I've built my world around you and I want you to know I need you like I've never needed anyone before [Chorus:] I live my life for you I wanna be by your side in everything that you do And if there's only one thing you can believe is true I live my life for you I dedicate my life to you, you know that I would die for you But our love would last forever And I will always be with you and there is nothing we can't do As long as we're together I just can't live without you and I want you to know I need you like I've never needed anyone before [Chorus] I've built my world around you and I want you to know I need you live I never needed anyone before [Chorus] I live my life for you I live my life for you รู้หรือไม่?? 16 มิถุนายน 2538 ราชาเพลงป็อป ไมเคิล แจ็คสัน ปล่อยดับเบิ้ลอัลบั้ม History ประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยยอดขายกว่า 35 ล้านก็อปปี้ 17 กรกฎาคม 2538 Robbie Williams ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกวง Take That บอยแบนด์ในตำนาน 4 ธันวาคม 2538 วง The Beatles ปล่อยซิงเกิ้ลแรกในรอบ 20 กว่าปี "Free As A Bird" ในครั้งหน้า คอเพลง อัลเทอร์เนทีฟ ไม่ควรพลาด กับการรวมที่สุดของเพลงฮิตยุคอัลเทอร์เนทีฟรุ่งเรือง แนะนำงานเพลงได้ทางเฟซบุ๊ก MThaimusic หรืออีเมล์ music@mthai.com นะครับ เรื่องโดย : Rungnirund Prachongpakdee อ้างอิงเพลงสากลปี 2538 Top Hot 100 songs of 1995 โดยนิตยสาร Billboard Magazine ข้อมูล รู้หรือไม่ จาก วิกิพีเดีย 1995 in music มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เบิร์ด เอกชัย อัจริยะแชมป์กีตาร์คลาสสิกเวทีระดับโลก
The Guitar Mag /  เอกชัย เจียรกุล

< โชว์บรรเลงกีตาร์ โดย เอกชัย เจียรกุล > The Guitar Mag ฉบับเดือนมีนาคม 2558 เอาใจคนดนตรี ต้อนรับมือกีตาร์คลาสสิคชาวไทย และนับเป็นเอเชียคนแรกที่สร้างชื่อเสียงคว้าแชมป์กีตาร์คลาสสิกบนเวทีต่างประเทศระดับโลก ในรายการแข่งขัน GFA 2014 ซึ่งนับว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกีตาร์คลาสสิกเลยทีเดียว ฉบับนี้เราลัดคิวเดินสายทัวร์แน่นๆ ของ เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล มาพูดคุยกันแบบเต็มๆ ถึงเส้นทางในวงการกีตาร์คลาสสิคตั้งแต่แรกเริ่ม ที่ต้องต่อสู้ ฝ่าฟัน การเรียน การฝึกฝน มาจนถึงวันนี้ วันที่ได้แสดงให้ชาวโลกรู้ว่า คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไรก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก... " ผมเป็นคนไม่มีพรสวรรค์เลยนะ คือทุกครั้งที่มีคนถาม ผมจะบอกกับทุกคนว่า ผมมีพรสวรรค์ 1% อีก 99% คือความพยายามล้วนๆ ”… สกู๊ปหลักฉบับนี้ พาไปชื่นชมความสำเร็จ “WE ARE THE CHAMPION” กับนักร้อง-นักดนตรี-ศิลปินสายเลือดไทย ที่ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลกให้กับวงการเพลงบ้านเรา นำโดย น้อง ไมร่า จาก Thailand’s Got Talent 2011,หมิว Boom Boom Cash,น้องกาย คุณากร แชมป์อูคูเลเล่โลก ที่อายุน้อยที่สุด, Millenium Boyวง Cover Dance ไทยกับรางวัลชนะเลิศ K-POP Cover Dance พิเศษแบบนี้ กับ The Guitar Mag ที่มาพร้อมกับสโลแกน Music Inspiration สำหรับคนดนตรีเท่านั้น วันนี้ ทุกแผงทั่วประเทศ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน  ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ผลฟุตบอล : เจิดหมดห่วง!! กัปตันเฮนโด้ ยิง1จ่าย1ช่วยหงส์ผงาดไร้พ่าย12นัด
คีแรน ทริปเปียร์ /  จอร์จ บอยด์ / 

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 4 มีนาคม 2558 ลิเวอร์พูล 2-0 เบิร์นลี่ย์ รายชื่อคนทำประตู : 1-0 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.29, 2-0 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น.51 เวลา : 3.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 2 ศึก พรีเมียร์ลีก นัดกลางสับดาห์ ลิเวอร์พูล ที่กำลังโชว์ฟอร์มสุดเถื่อนไร้พ่ายมา11นัดซ้อนเปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ เบิร์นลีย์ โดยแมตช์นี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กลับมาประจำการตำแหน่งในฐานะ11ตัวจริงอีกครั้ง ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้ว "หงส์แดง" จะยังคงร้อนแรงได้เหมือนแมตช์ที่ผ่านมากับ ซิตี้ ได้หรือเปล่า [เริ่มเกม] วินาทีที่ 26 ลิเวอร์พูล ต่อเกมกันมาอย่างสวย และจบด้วยการตะบันด้วยซ้ายของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แต่ ทอม ฮีตัน ยังไม่พลาด กระโดดปัดช่วย เบิร์นลีย์ รอดพ้นจังหวะนี้ไปได้แบบเฉียดฉิว นาทีที่ 4 หงส์แดง หวิดขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้เป็นลูกเตะมุมเปิดเข้ามาถึงหัว เฮนเดอร์สัน โขกเต็มๆแต่บอลโด่งข้ามคานไปแบบไม่ได้ลุ้น เกมผ่านมาถึงนาที 15 เจ้าบ้านครองบอลพร้อมกับเข้าทำได้มากว่าชัดเจน แต่จังหวะจบเหน่งๆที่น่าจะเป็นประตูยังแทบไม่มี นาที 19 ทีมเยือนได้ลุ้นจบสกอร์บ้างจาก สกอตต์ อาร์ฟิลด์ แต่บอลเบิร์ดหลุดออกข้ามคานไปไกล นาที 24 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เกือบเป็นพระเอกให้ ลิเวอร์พูล อีกแล้วหลังจากได้แปเน้นๆหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน ทอม ฮีตัน พุ่งปัดออกไปได้แบบเฉียดฉิว GOAL! นาที 29 หลังจากขย่มอยู่นาน หงส์แดง มาได้ประตูขึ้นนำจากการระเบิดแข้งขวาของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บอลพุ่งเสียตาข่ายไปอย่างงดงาม นาที 43 คูตินโญ่ คิลเลอร์พาสให้ สเตอร์ริดจ์ หลุดเดี่ยว พร้อมกันได้ซัดด้วยซ้าย แต่ก็ยังไม่ผ่านตัว ทอม ฮีตัน ซุปเปอร์เซฟลูกนี้เอาไว้ได้ [จบครึ่งแรก] ถือว่า 45 นาทีแรกของเจ้าบ้าน หงส์แดง ดูแกร่งกว่าผู้มาเยือนมากพอสมควร ขาดแค่จังหวะความเฉียบขาดเล็กๆน้อยๆที่ทำให้ เครื่องจักรสีแดง ไม่นำห่างมากกว่า1ประตู ต้องมาดูกันว่าครึ่งหลังเทรนเนอร์ทั้งสองฝั่งจะปรับจูนแผนการเล่นยังไงสำหรับการรับมือกับช่วงเวลาที่เหลือ [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 48 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้โอกาสยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลยังเบา ทอม ฮีตัน เซฟไว้ได้สบาย GOAL! นาที 51 จอร์แดน เฮนเดอน์สัน แอสซิสต์สุดสวยให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ โขกเสียบตาข่ายช่วย หงส์แดง นำห่าง เบิร์นลีย์ 2-0 เกมผ่านมาถึงนาที 70 หงส์แดง ได้เตะมุมฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รับหน้าที่เปิด แต่ไม่แม่นเข้ามือ ทอม ฮีตัน คว้าไว้ได้สบาย เกมผ่านมาถึงนาที 80 ลิเวอร์พูล ยังคงเดินเกมได้เหนือกว่าผู้มาเยือนทุกประการ โดยทางฝั่ง เบิร์นลีย์ ค่อนข้างเสียบอลง่าย และลงไปอยู่ในแดนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ [จบเกม] หงส์แดง ยังคงร้อนแรงด้วยการเก็บชัยเหนือ เบิร์นลีย์ ไปแบบชิลล์ๆ 2-0 ได้ประตูจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สอยคนละตุงเพิ่มสถิติให้ ลิเวอร์พูล ไม่พบกับความพ่ายแพ้บนเวที พรีเมียร์ลีก ไปแล้วทั้งหมด 12 นัดรวด แต่อันดับยังคงที่เพราะบรรดาทีมหัวตารางเก็บชัยได้รวดไม่มีใครพลาดเลยแม้แต่ทีมเดียว 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเล่ต์, เอ็มเร่ ชาน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน, อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เบิร์นลี่ย์ : ทอม ฮีตัน, คีแรน ทริปเปียร์, ไมเคิล คีน, เจสัน แช็คเคลล์, เบน มี, จอร์จ บอยด์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, ไมเคิ่ล ไคท์ลี่ย์, แอชลี่ย์ บาร์นส์, แดนนี่ อิ้งส์

เก็บตก! ดารานับร้อยแห่ยินดี งานแต่ง ชมพู่-น็อต
ชมพู่ อารยา /  น็อต วิศรุต / 

ผ่านพ้นไปอย่างสวยงามและอลังการตรึงใจที่สุดงานหนึ่ง!! สำหรับงานฉลองมงคลสมรสของนางเอกซุปตาร์ ชมพู่ อารยา และนักธุรกิจหมื่นล้าน น็อต วิศรุต ที่จัดขึ้นค่ำวานนี้ (10 พ.ค.) ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี บรรยากาศงานเป็นไปอย่างคึกคัก แขกนับพันตบเท้ามาร่วมแสดงความยินดี!! ซึ่งเป็นเพื่อน พี่น้องและผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงกว่า 100 ชีวิต อาทิ คุณประวิทย์ มาลีนนท์, คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย, เบิร์ด ธงไชย, สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา, โน้ต วิเศษ-ปู ไปรยา, นุ่น วรนุช-ต๊อด ปิติ, สงกรานต์-แอฟ ทักษอร, ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์, ชาคริต-วุ้นเส้น วิริฒิพา, สารวัตรหมี-แพนเค้ก เขมนิจ, ไฮโซพอล-เจนสุดา, มาริโอ้ เมาเร่อ, เคน ภูภูมิ และคนอื่นๆ อีกมากมาย... งานนี้ใครจะควงใคร และแต่งจัดเต็มสวย-หล่อมาขนาดไหนนั้น ไปชมกันเล๊ยยยย!! เพื่อนดารานับร้อยแห่ยินดี งานแต่ง ชมพู่-น็อต คุณประวิทย์-เบิร์ด ธงไชย-หน่อง อรุโณชา พอล-เจน-พอลล่า-วุ้นเส้น-ชาคริต แพนเค้ก-สารวัตรหมี สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา มาริโอ้-เคน ภูภูมิ ป๋อ-เอ๋ นุ่น-ต๊อด ไฮโซหนุ่ม-เอมมี่ มรกต สงกรานต์-แอฟ โน้ต-ปู เมทัล-โดม แมทธิว-ลิเดีย สารวัตรหมี-แพนเค้ก เมย์ พิชญ์นาฏ-แหวนแหวน ฐิสา-ธันวา-แซมมี่

สิ้นใจแล้ว น้องจีโน่ ถูกสาวลวงไปเผาที่ จ.สมุทรสาคร
จุดไฟเผา /  ลวงหนุ่มเผาทั้งเป็น / 

น้องจีโน่ เหยื่อถูกลวงจุดไฟเผา บริเวณศาลารอรถโดยสารประจำทาง จ.สมุทรสาครเสียชีวิตแล้ว  วันนี้ (20มี.ค.) จากกรณีที่นายพชร เทียนชูศักดิ์ หรือ นายกั๊ต อายุ 19 ปี และ นางสาวจันทราลักษณ์ ลั่นสิน หรือออย อายุ 20 ปี ได้ลงมือก่อเหตุลวง นายณชจร กิจฤกษ์ไทย หรือน้องจีโน่ อายุ 18 ปี ไปเผา ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นน้องจีโน่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดสมาชิกเฟซบุ๊ค ษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เปิดเผยว่า กลางดึกที่ผ่านมาน้องจีโน่หัวใจหยุดเต้น แต่หมอสามารถปั้มหัวใจกลับมาได้ แต่ตอนตี 5 ได้รับข่าวร้ายจากญาติน้องจีโน่ว่าตอนนี้ น้องเสียชีวิตแล้ว ส่วนเรื่องคดีความ หลังจากนี้ตำรวจอาจเรียก 2 ผู้ต้องหาไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง เป็นข้อหา "เจตนาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรอง" ซึ่งเป็นโทษที่หนักกว่าเดิม ข้อความทั้งหมดระบุดังนี้ วันก่อนคุณเบิร์ดพลเมืองดีที่ถ่ายคลิปน้องจีโน่ที่ถูกเผาทั้งเป็น พาพ่อแม่น้องมาขอความช่วยเหลือเรื่องคดีความกับทีมงานทนายประชาชน ว่าทำไมล่าช้า และผู้ต้องหาทั้งสองคนทำไมถึงได้ประกันตัว ผมก็รับปากว่าเมื่อคดีไปถึงศาลจะช่วยเป็นทนายให้น้องจีโน่ ให้ได้รับความเป็นธรรม พอถามถึงอาการแม่น้องก็บอกว่าอาการยังไม่ดีขึ้น ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลรามาฯ ก็อยู่ห้องไอซียูมาตลอด หมอต้องตัดนิ้วและหูทั้งสองข้างออก ไม่สามารถให้ใครเยี่ยมได้ เมื่อคืนทราบข่าวว่าน้องหัวใจหยุดเต้น แต่หมอสามารถปั้มหัวใจกลับมาได้ ก็รู้สึกโล่งใจคิดว่าคงไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ตอนตี 5 ได้รับข่าวร้ายจากญาติน้องจีโน่ว่าตอนนี้ น้องเสียชีวิตแล้ว ส่วนเรื่องคดีความหลังจากนี้ตำรวจก็คงเรียก 2 ผู้ต้องหาไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง เป็นข้อหา "เจตนาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรอง" ซึ่งเป็นโทษที่หนักกว่าเดิม และทีมงานทนายประชาชนก็จะช่วยเหลือเรื่องคดีกับพ่อแม่น้องจีโน่ต่อไปครับ RIP ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องจีโน่ด้วยนะครับ ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค ษิทรา เบี้ยบังเกิด MThai News

สั่งลาสงครามสุดท้าย เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด กับบทพระนเรศฯ (ตอนที่ 2) ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
ดามพ์ ดัสกร /  ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช / 

ในครึ่งแรก กับการเปิดใจผู้รับบทเป็นพระนเรศวรมหาราช ในภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ได้ยืนยันกับเราแล้วว่า นี่จะเป็นภาคสุดท้าย ครั้งนี้มาเปิดใจ ผู้พันเบิร์ด ถึงสายสัมพันธ์ยาวนาน 13 ปีกับตำนานครั้งนี้ และเหตุการณ์สำคัญสะเทือนประวัติศาสตร์ ที่ผู้ชมชาวไทยทุกท่าน ห้ามพลาด! อ่านบทสัมภาษณ์เปิดใจ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี ตอนที่ 1 ได้ที่นี่เลย>>> ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี มีฉากหรือเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ที่จะเกิดขึ้นในภาค อวสานหงสา? "มีฉากสำคัญอยู่หลายฉากด้วยกัน เราจะได้เห็นภาพที่บอกว่าหงสาวดีแผ่นดินลุกเป็นไฟ ลุกเป็นไฟตามอารมณ์แต่เป็นเพราะนันทบุเรงสั่ง เผา เผาคนที่ตามศึกลูกชายตัวเองไปเผาทั้งเป็นครับ เป็นหมื่นคนครับ จับเผาขึ้นตะแลงแกงแล้วเผา ซึ่งฉากนี้มันต้องใช้เทคนิคในการถ่ายทำพอสมควรเลย คือมันยากตรงที่ว่าไฟนี่จุดจริง แล้วคนก็ร้อนจริง แต่ว่าไฟไม่ถึงตัวนะการเตรียมการตะแลงแกรงจำนวนเยอะขนาดนั้น มันค่อนข้างจะวุ่นวายในระหว่างที่เผา วุ่นวายจริงในหนังต้องเอาด้วย ตอนเบื้องหลังการถ่ายทำก็วุ่นวาย แล้วก็ความจริงมันไมได้ลุกเป็นไฟอย่างเดียว ในพงศาวดารยังกล่าวไว้เลยว่าพระเจ้านันทบุเรงกวาด ต้อนคนพม่ากลับเข้ามาในเมือง แล้วปิดประตูเมืองภายนอกเมืองทั้งหมด ตัดต้นไม้ที่ออกดอกออกผลที่กินได้ทั้งหมด เพื่อต้องการให้พวกมอญอดตายอยู่นอกเมืองครับ ใครขัดขืนแอบเอาไปให้กันฆ่าตายให้หมด" "คือโหดมากในสมัยก่อน เรามีการถ่ายทำอยู่หลายวัน เพราะบางครั้งเวลาที่เราถ่ายทำไปแล้วมันไม่ได้ครับ คือไฟจุดแล้วมันไม่ลุกมาก หรือบางทีจุดแล้วมันลุกมากเกินมัน ทำให้ตัวแสดงที่ถูกมัดอยู่ร้อนจริง แล้วก็ใช้คนประมาณ 500 คน คือนอกเหนือจากคนที่ถูกเผาแล้ว มันต้องมีทหารพม่าที่ทำหน้าที่เผา คือมันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในท้องพระโรง การขอชีวิตอะไรอย่างนี้ แล้วก็ความวุ่นวายของคน 500 คนในการมาถ่ายทำ บางทีเล่นแล้วก็มีการเหลือบมองคนเหลือบมองดูกล้อง ไม่เข้ามาร์ก ไปบังตัวเมน คือชุลมุนวุ่นวายไปหมดครับ แล้วพอบางครั้งเวลาจุดไฟ ตอนซ้อมมันยังไม่มีไฟ พอเอาจริงพอไฟมันขึ้นมาปั๊บ คนที่ต้องไปจุดอีกทีเข้าไปก็ไม่กล้าเข้า พอไม่กล้าเข้า ทางด้านภาพก็ไม่ได้อย่างนี้นะครับ" "จริงๆมันมีความยาก อีกอย่างหนึ่งคือเราต้องมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นท่านมุ้ยจะมองไปเลยว่าฉากตรงนี้รูตรงนี้ จะต้องเอากรีนสกรีนมาขึง เพราะว่าภายหลังจากตรงนี้ไปจะเห็นเป็นกำแพงนะ จะเห็นยอดเจดีย์ตรงนี้นะครับ ภาพทั้งหมดมันเป็นภาพที่เขียนมาแล้วครับว่าจะมีเจดีย์ขึ้นตรงไหน ทหารจะคุมจากตรงไหนบ้าง  เวลาถ่ายลมแรง ก็จะพัดผ้ากรีนเกิดเป็นเงา ต้องไปขึงผ้ากรีนขึ้นใหม่ บางทีพอถ่ายเสร็จปั๊บเงาก็ไปติดที่อยู่ตามผ้ากรีนอีก ก็ต้องจัดแสงใหม่ คือถึงแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีมาแล้ว มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากพอสมควร การถ่ายทำสำหรับฉากนี้ฉากเดียวก็ถ่ายทำเป็นอาทิตย์ละครับ" ทราบมาว่าผู้พันเบิร์ดถึงกับยกนิ้วให้กับความทุ่มเท และเต็มที่สุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงของ ต้น จักรกฤษณ์ ที่ต้องถ่ายทอดการแสดงผ่านดวงตา น้ำเสียง ท่าทางภายใต้หน้ากากชนิดที่ว่าทวีคูณความยากยิ่งขึ้นไปอีก? "บางคนอาจจะคิดว่าสบายเพราะใส่หน้ากาก กลับกันยิ่งยากไปกว่าเดิม มันยากตรงที่ว่าเห็นอย่างเดียว คือเห็นแค่ตาครับ แต่พี่ต้นสามารถแสดง ถ่ายทอดออกมาจากทางตา ว่ารู้สึกอย่างไรอยู่ ถ่ายทอดผ่านทางเสียง ถึงแม้ว่าจะใส่หน้ากาก แต่พี่ต้นก็ยังเล่นลึกเหมือนเดิม คือไม่ใช่ว่าโกรธอย่างเดียว คือโกรธอย่างสูญเสีย ช้ำอกช้ำใจด้วย ก็ถือว่ายากเป็นสองเท่า ลำพังเฉพาะเล่นทางหน้าธรรมดาก็ยากอยู่แล้ว แต่ที่นี้ต้องเล่นเฉพาะตากับเสียง ผมถือว่าพี่ต้น คือนักแสดงมืออาชีพโดยแท้ จัดเป็นอันดับแนวหน้าของเมืองไทยแน่นอน ผมบอกได้เลยว่าผมทำไม่ได้ บางทีแกนั่งเล่นคนเดียว เสียใจ พูดอยู่คนเดียว เรายังรู้สึกได้เลยว่ามันจุกอก แล้วพี่ต้นเก็บรายละเอียดเยอะมาก คือเวลาแกหยิบจับอะไรบนเตียง หรือพลับพลาที่ใช้อยู่ พี่ต้นใช้ทุกอย่างหมดเลยที่อยู่ใกล้ตัว เพราะฉะนั้นหน้ากากที่พี่ต้นใส่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคของพี่ต้นเลย เพราะพี่ต้นสามารถเล่นได้" ฉากไคล์แม็กซ์สำคัญของภาพยนตร์ อยู่ที่การเผชิญหน้ากันระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระเจ้านันทบุเรง? "คือต้นเหตุของการที่พระนเรศวรต้องบุกไปถึงหงสา ขึ้นไปถึงตองอู เพื่อต้องการที่จะขึ้นไปเอาชีวิตของนันทบุเรง ผมขอเล่าความรู้สึกในช่วงการถ่ายทำก่อน ผมอยากจะบอกว่าฉากนี้เป็นฉากสุดท้ายที่พี่ ต้น คมกริช ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด แต่แกมาถ่ายฉากนี้หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลต้องเติมเลือดเป็นประจำ พอถึงเวลาพอเติมเลือดแล้วแกจะสดใสขึ้นมา แต่ผมรู้เลยว่าพี่ต้นแกมีความสุขกับการที่ได้มาถ่ายหนัง แกสดใสร่าเริงถ่ายทำทั้งคืนเลยนะครับ แต่หลังจากนั้น2วันแกก็กลับเข้าไปเติมเลือดใหม่ แต่แกกลับเข้าไปคราวนั้นนอนยาวจนกระทั่งเสียชีวิตเลย นึกถึงฉากนี้ก็ต้องนึกถึงคนๆนี้ แล้วก็เมื่อได้ร่วมงานกับพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ผมบอกเลยว่าในภาคนี้ทั้งภาคผมเจอพี่ ต้น จักรกฤษณ์ ในซีนนี้ซีนเดียว" "ถ้า เราพูดถึงในเนื้อหาของหนัง คือกษัตริย์รูปงามพระองค์หนึ่งที่เคยเป็นกษัตริย์ของหงสาวดี ที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์ คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมด ซึ่งความเปล่งรัศมีของการเป็นพระมหากษัตริย์ ด้วยการที่ใบหน้าเละ จากการถูกปืนใหญ่และไฟลวก แล้วก็สติเลอะเลือน แล้วก็คือเมาสุราจนไม่ได้สติ มีแต่ไฟของความโกรธแค้น ความพิโรธ แล้วก็อยู่ในความหวาดกลัวที่ตัวเองจะต้องถูกคนอื่นตามมาเอาชีวิต เพราะตัวเองได้สร้างก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นไว้มาก อยู่กับความสูญเสียที่ตอกย้ำอยู่ในจิตใจคือลูกชายที่เป็นที่รักของตัวเองก็ เสียไป แล้วความสูญเสียอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ เมื่อพระนเรศวรกลับ เข้าไปแล้วเห็นคนๆนี้อีกครั้งหนึ่ง มันมีการปะทะคารมกันพอสมควร แม้แต่พี่ต้นเองก็รู้สึกบางอย่าง ผมเองตอนเล่นก็รู้สึกบางอย่างหมายถึงรู้สึกในหนังนะครับว่ามันมีการเชือด เฉือนอารมณ์กันต้องไปตามดู" ตลอดการทำงานกว่า 1 ทศวรรษ มีฉากไหนที่เรียกได้ว่า เป็นที่สุดของผู้พันเบิร์ด? "ฉากนี้คือที่สุดของผม คือผมไม่คิดว่าจะเล่นฉากซึ้งได้ คือซีนสวรรคตในฉากภาค 6 ที่เล่นมาทั้งหมดให้ผมแอ็คชั่นยังไงก็ได้นะ ตกจากกำแพงค่าย สู้บนหลังช้าง ปีนกำแพงเมืองขี่ม้าฟันดาบ  ฉากที่ผมชอบที่สุดในชีวิตการแสดงคือฉากนี้ มันดีขนาดที่ว่าพอถ่ายทำฉากนี้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง อารมณ์เริ่มไม่ได้ พักกองเลยครับ ท่านเบรคเลยไม่เป็นไร เพราะหลังจากนี้มันจะสำคัญกว่านี้อีก รอ เดี๋ยวค่อยกลับมาถ่ายใหม่ ฉากจะเซ็ทใหม่ แล้วทุกคนก็จะกลับไปพัก หลายวัน ปล่อยให้อารมณ์มันคลาย แล้วค่อยๆบิ้วกลับเข้ามาใหม่ แล้ววันที่ถ่ายอีกครั้งหนึ่งคือ มันจบประมาณสักเที่ยงคืนอีกวันจบตี3 คราวนี้ไม่ละ ท่านต้องการให้ทุกคนมาแบบสดชื่นที่สุด เพื่อที่จะมาเล่นฉากนี้ยังไม่ติดอะไร รู้แค่บทก่อนวันมาถึงท่านก็เริ่มนำนักแสดงทุกคนผม พี่ต๊อด ปีตอร์ พี่ปราบ เข้าไปในพลับพลาที่เซ็ทไว้  อธิบายให้ฟังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ชุดนี้เป็นชุดที่คุณใส่ตอนขึ้นครองราชย์ อาวุธเหล่านี้มันถูกส่งทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า" "เริ่มอธิบายถึงเหตุผลในสิ่งที่เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่เป็นเครื่องราชย์ของพระมหากษัตริย์ มันมีความสำคัญ แต่เมื่อสิ้นรัชกาลต่างๆมันจะถูกส่งทอด คืออธิบายให้ฟัง เวลาที่พระนเรศวรสิ้นแล้ว พระเอกาทศรถก็ ต้องรับสิ่งเหล่านี้ต่อไป ก็นั่งคุยกันไป เรื่องตลกบ้าง อะไรบ้าง ท่านคงจะดูอารมณ์ว่ามันคลายแล้วรึยัง งั้นเดี๋ยวไปเวิร์คช็อพหน่อย เบิร์ดมา นอน เริ่มบทผมก็ยังไม่ได้อ่านเลยนะ แต่จำได้ๆก็มีบทไว้ ค่อยๆบิ้วทีละนิดและเริ่มเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับหนังให้ฟังว่าพระเอกาทศรถ ต๊อดคุณขี่ม้ามาสามวัน ในขณะที่พระมหากษัตริย์กำลังจะสิ้นซึ่งเป็นพี่ทุกคุณรัก  คือทุกอย่างคุณตายแทนได้นะ ถ้าเปลี่ยนพระนเรศวรไม่ตายพระ เอกาทศรถตายคุณจะตายแทนได้ คุณจะตายมั้ย พี่ต๊อด ตายครับ แล้วก็เริ่มเล่น ผมก็ไม่คิดว่าผมจะเล่นได้ คุยกันไป สั่งกันไป พี่ต๊อดคือน้ำหูน้ำตาไหล แล้วก็ร้องไห้ พี่ต้น คมกริช พี่ปราบฏ์ คือ ที่หลุดพูดถึงพี่ต้น ทุกๆครั้งที่ถ่ายฉากสำคัญผมจะนึกถึงพี่ต้นตลอดเวลา ทุกครั้งที่ผมไหว้พระ ก็จะนึกถึงบอกพี่ต้นว่าเรากำลังถ่ายฉากนี้อยู่นะ พี่ปราบฎ์เขาก็จะเป็นคู่ซี้พี่เขา เขาก็จะนึกถึง มันเป็นการแสดงทางอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ  นึกจะร้องก็ร้องนึกจะกราบก็กราบ นึกจะจับเท้าก็จับเท้า ไหว้เหนือหัว อะไรอย่างนี่ มันก็เป็นไปตามอารมณ์ของมัน ก็ค่อยๆ ถ่ายๆไป ตี 5 เลิกครับ ซึ่งไม่เหนื่อยเลย  มีความรู้สึกว่าแหมมันยังมีฉากแบบนี้อีกมั้ย" (หัวเราะ) "อาจารย์สุเนตร เขียนได้ดีมากเลย ทำให้ทุกอย่างมันคลาย ผมก็เลยคิดว่าการจากไปของพระนเรศวรในหนังภาคนี้ ไม่ได้นำมาซึ่งความเศร้า แต่นำมาซึ่งความซาบซึ้ง และทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวร ที่พระองค์ทรงเพียรสร้างมาทั้งหมดมันจะอยู่ในฉากนี้ ทำให้เราเป็นเอกราชต่อมาอีก 175 ปี หลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี2135  แล้วเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่งในปี 2310 ช่วงเวลาที่เราอยู่อย่างเป็นเอกราช เพราะสมเด็จพระนเรศวร เรามีเวลาที่จะทำนุบำรุงศาสนา บ้านเมืองเจริญเติบโตจากการค้าขาย  ไม่ว่าจะเป็นสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ไล่มาจนถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไล่มาเรื่อยเลยครับ จนกระทั่งในที่สุดเรามาเสียกรุงอีกครั้งหนึ่ง ผมบอกได้เลยว่าการเสียกรุงครั้งที่ 2  มิได้เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของเรานะครับ แต่มันเป็นเพราะเราแพ้ศึก เพราะกลยุทธ์ของทางพม่าที่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ทำให้เราปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไม่ทันกัน โดยในส่วนของเบื้องหลังในการถ่ายทำฉากนี้ เราเริ่มถ่ายซีนสุดท้าย ที่บอกว่าจบตี 5 ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเย็น แล้วปราณีตถ่าย ต้องให้ทีมงานเลื่อนมุ้งใหม่ หรือตัดมุ้งเฉพาะรู แล้วพอตัดเสร็จสำหรับซีนนี้ แล้วซีนต่อไปก็ต้องเอาด้ายมาเย็บตะเข็บใหม่เพื่อสอยไม่ให้มันมีรอย อย่างนี้ครับ แสงจัดแล้วจัดอีก พอเปลี่ยนมุมปั๊บแสงก็จัดใหม่" ว่ากันว่าในซีนสุดท้ายนี้ ท่านมุ้ยตั้งใจถ่ายทอด และนำเสนอให้ได้เห็นตัวตนความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาอย่างชัดเจนมากๆของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ซีนนี้มันจะเกิดขึ้นเป็นซีนสุดท้ายของภาพยนตร์ในช่วงที่พระองค์ป่วยอยู่ เราจะเห็นมณีจันทร์เข้า มาในช่วงพะวงของความฝันที่พระองค์ทรงป่วยอยู่นี่แหละ ได้แสดงออกและถ่ายทอดถึงความเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่มีความรู้สึกรัก โลภ ห่วงในความเป็นตัวของตัวเอง แต่พออีกพาร์ทหนึ่งต่อจากตรงนี้ พระองค์เมื่ออยู่กับเมียเป็นอย่างนี้ แต่เวลาเมื่ออยู่กับทหารก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อยู่กับเพื่อนสนิทไอ้ทิ้งก็จะมีอีกอารมณ์หนึ่ง และสุดท้ายมาอยู่กับพระเอกาทศรถที่รู้ว่าต้องฝากแผ่นดินไว้ พระองค์ก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่ง มันเหมือนกับคนเรามีบทบาทที่เปลี่ยนไปในสังคม" เห็นว่ายังมีอีกฉากสำคัญที่ท่านมุ้ยทรงตั้งอกตั้งใจ ให้แฟนๆจะต้องรู้สึกและอินกับฉากนี้เป็นพิเศษ คือเป็นฉากที่พระนเรศมาลามหาเถรเพื่อที่จะทรงออกศึกครั้งสุดท้าย? "ฉากนี้ถึงแม้ว่าตัวละครแต่ละคนไม่ได้เล่นเป็นเด็กมาก่อน นั่นคือการที่มาพบเจอกันในเฟรมเดียวกันอีกครั้ง อาเอก สรพงษ์ ชาตรี มหาเถรคันฉ่อง ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม ไอ้ทิ้ง ที่ไม่เรียกว่าพระราชมนูเพราะตอนเด็กๆคือไอ้ทิ้ง แอฟ ทักษอร มณีจันทร์ แล้วก็ตัวผมเล่นเป็นพระนเรศวร มันเป็นเฟรมที่ต้องการให้ทุกคนได้มองย้อนกลับ ความสัมพันธ์ตอนเด็ก แล้วโตขึ้นมาความสัมพันธ์เหล่านี้มีการพัฒนา ทั้งในตัวละคร ทั้งความสัมพันธ์ของบุคคลจริง แอฟมีลูกก็ไปเยี่ยมกัน ปีเตอร์กับผมทำงานอยู่ด้วยกัน พี่ เอก สรพงษ์ ที่กลายเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่มีพ่อเป็นท่านมุ้ย แล้วมีลูกเป็นผม ปีเตอร์ แอฟ ฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ถ้าทุกคนได้ดูแล้วจะรู้สึกอมยิ้มนิดๆ กลายเป็นรู้สึกเศร้า เพราะว่ามันเหมือนเป็นการพูดถึงการรบอีกครั้งหนึ่งของพระนเรศวรที่ พระองค์จะเสด็จขอรบเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะกลับมาฝากบ้านเมืองกลับมาบวช คือเหมือนไปครั้งนี้คือจะขอสละทุกอย่างแล้วในทางโลกจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ทางธรรมเพื่อที่ ข้าจะกลับมาเป็นองค์ดำคนเดิมของเจ้ามณีจันทร์ คือกลับมามีความสุขเหมือนสมัยก่อน อยู่กับมหาเถร ไอ้ทิ้งล้างบาตร พระนเรศวรกวาดลานวัด มณีจันทร์ก็อยู่คอยแซว มหาเถรก็คอยดูเด็กสามคนนี้อยู่ในวัดเหมือนเมื่ออยู่ที่หงสาวดี" การทำงานที่เรียกได้ว่ามีความพิเศษมากๆ ของภาคนี้ คือการที่ท่านมุ้ยขอให้แอฟกลับมาถ่ายทำ ในขณะที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือน? "ถ้าผมเป็นแอฟผมก็จะรู้สึกดีใจ ซึ่งผมก็เชื่อว่าแอฟรู้สึกแบบนั้น แอฟท้อง8เดือน ท่านต้องการให้เห็นท้องก่อน แล้วเอากลับมาถ่ายใหม่ แต่ผมเชื่อว่าพัฒนาการทางอารมณ์มันดีขึ้น คือแอฟเอง เป็นแม่คนจริงๆ ผมเองก็มีลูกแล้ว ทำให้เวลาเราเล่นในหนัง เราใส่อารมณ์เต็มที่ทุ่มทั้งความรู้สึกทางด้านร่างกายและความรู้สึกทางจิตใจ เข้าไปอยู่เป็นพระนเรศวรกับมณีจันทร์จริงๆ กับการที่จะต้องร่ำลากัน  ซึ่งจากตรงนี้ทำให้ผมกล้าพูดได้ว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ผมบอกเสมอว่าผมเชื่อมั่นในท่านมุ้ย ท่านคอยไม่ถ่ายท้ายที่สุดภาพที่มันออกมามันดีจริงๆ ผมเองเอ็นหัวเข่าขาดก็ยังไม่ถ่าย รอผมจนกระทั่งผมเดินขึ้นจากเรือได้ถึงยอมถ่าย ฉากบางฉากรอคอยมาเป็นปี เราเห็นในหนังอาจจะแค่นาทีเดียว หรือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่มันคุ้มค่า" "อย่างเช่นฉากที่แอฟกลับเข้ามาถ่ายตอนท้อง 8 เดือน ท่านต้องการบันทึกความสมจริงของตัวมณีจันทร์ที่ ท้องลงไปในหนัง ฉันต้องการให้เห็นพุงให้เห็นท้องว่าเขาท้อง ก็จะมีรอยของผ้า คอย คือไปเอาสีมาลองกลบดูซิ อย่าให้เห็นรอยผ้า ความปราณีตเหล่านี้ มันจะเกิดขึ้นในทุกๆฉากของหนัง วันหนึ่งผมเชื่อว่าเวลาลูกเขาโตที่ดูหนังได้แล้ว  เขาก็จะบอกว่านี่ฉากนี่ลูก..น้องปีใหม่อยู่ในท้องแม่นะ ซี่งถ้าเกิดแอฟไม่ท้องขึ้นมานะ คนดูก็คงจะไม่ได้เห็นงานคุณภาพอันนี้หรอก แต่คราวนี้แอฟท้องไงก็เลยได้เห็น สมจริงไปเลยครับ" เล่าถึง พระราชมนู สหายศึกนักรบคู่ใจของพระนเรศหน่อย ทำงานกับ ปีเตอร์ นพชัย เป็นอย่างไรบ้าง? "ที่ผ่านมาจะมีบุคคลๆหนึ่งที่ขึ้นมาทัดทานการตัดสินใจของพระนเรศวรอยู่ ตลอด ว่า แล้วก็โดนด่าหนักด้วย เพราะว่าสนิทกันคือสนิทกันเป็นลักษณะเป็นเหมือนคู่คิดที่เป็นเพื่อน เป็นเพื่อนที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นไอ้ทิ้งถึงกล้าที่จะทัดทานในความที่เกรงใจด้วยนะครับ แต่ก็ท้ายที่สุดไอ้ทิ้งก็อาสาไปรบนะ ผมว่าอันนี้ก็เป็นการแสดงออกของความผูกผันของสองคนนี้ที่พร้อมที่จะดุด่าว่า กล่าว ทัดทาน พูดคุย ยอม และก็มีหลายๆครั้งที่พระนเรศวรยอมไอ้ทิ้ง มันก็เลยมีความรู้สึกว่าคนเรามันก็ต้องยอมคนอื่นบ้าง" ผมชื่นชมการแสดงของ ปีเตอร์ นพชัย มากๆเลยครับ เพราะว่าปีเตอร์เป็น คนหนึ่งที่เขาเล่นได้อินคาแรคเตอร์ และรักษาความเป็นตัวตนของบุญทิ้งไว้อย่างดีมาก หลายครั้งที่เขาเล่นไม่ได้เป็นตัวเขา เพราะว่าเขาเล่นเลียนแบบบุญทิ้งตอนเด็กคือน้อง เก้า จิรายุ เขาเล่นเลียนแบบไว้ปั๊บ ทุกวันนี้เขาก็ยังเล่นเลียนแบบอยู่ในบางอารมณ์ที่ต้องการให้คนได้มองย้อน กลับไปถึงเด็กๆอย่างเช่นซีนที่เข้าฉากเจอกัน 4 คนอีกครั้งหนึ่งของมหาเถร, พระนเรศวร, มณีจันทร์ และพระราชมนู ปีเตอร์เขาเล่นไว้แบบทำให้เราเห็นแล้วมันน่าเอ็นดู ทั้งๆที่ท่านก็บอกว่าให้ทำแบบนี้เดี๋ยวเอ็งคลานเข้ามาดูนะมาหามหาเถร ท่านบอกแค่นี้ แต่ปีเตอร์เล่น ทำให้ผมดูแล้วก็รู้สึกน่ารัก แล้วก็ทำให้นึกถึงเก้าตอนเด็กๆ คือแบบเขานะสุดยอดมากของการแสดง ดูแล้วก็รู้สึกซาบซึ้ง ดูแล้วผมรักไอ้คนๆนี้ แหมรู้สึกถูกชะตามากๆเลยกับปีเตอร์เขา" เป็นเวลา 13 ปีแล้ว ที่ได้ร่วมงานกับท่านมุ้ย นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง? "ความคิดของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เราเคารพท่านมุ้ย เหมือนกับเมื่อก่อนนี้เป็นครู เดี๋ยวนี้ความเป็นครูก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ท่านเปรียบเป็นเหมือนกับพ่อของกองถ่าย และพ่อคนนี้ก็จะมอบสิ่งที่ดีให้กับทุกคนในกองถ่ายเสมอ อย่างตัวผมเองก็ได้รับการสืบทอดแนวความคิด หรือความรู้ต่างๆหรือวิธีคิดบางอย่างในอีกมุมมองหนึ่ง ที่ผมไม่เคยได้สัมผัสนั่นคือในแง่ของการแสดง ในแง่ของการเทียบเคียงทางประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน กับทางประวัติศาสตร์ในสมัยนี้ รวมถึงการปกครอง รวมถึงเรื่องของพระบรมวงศานุวงศ์ที่มันมีความผันเปลี่ยนไปตามวาระโอกาส หรือตามอาณาจักรที่มันมีความเจริญมาเรื่อยๆมาจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน" "เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าผมได้ทำงานกับท่านถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตครั้งหนึ่ง จนมาถึงทุกวันนี้ก็เหมือนเป็นครอบครัวท่านก็ยังโทรศัพท์มา เบิร์ดว่าง มั้ยไปดูหนังเรื่องนี้กันหน่อย หรือจนถึงคริสต์มาสต์ท่านก็จะชวนไปที่บ้านไปกินข้าวกัน ปีใหม่สงกรานต์ แล้วก็ 29 พ.ย.เป็นวันเกิดของท่านพวกผมนักแสดงก็จะพากันไปอวยพรวันเกิดท่าน ไปขอรับพรจากท่าน คือเรียกได้ว่าท่านได้มอบแต่สิ่งที่ดีให้กับผม และครอบครัว สิ่งที่ไม่ดีท่านมอบให้เป็นข้อคิด อย่างเช่นครอบครัวผม ท่านก็กรุณาคือขอสมรสพระราชทานให้ แต่งงานเป็นประธานในงาน พอมีลูกแล้วท่านก็ถามว่าเป็นไงตัวเล็กเป็นไงบ้าง ก็เรียกได้ว่าก็ผูกผันเหมือนเป็นครอบครัว ตัวหม่อมเองก็เปรียบได้เหมือน กับแม่คนหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษา รวมถึงคุณแมงมุมคุณอดัม ลูกของท่านก็เป็นเหมือนพี่น้องกันนะครับ พอมีอะไรก็จะคอยช่วยเหลือกัน" อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช? "ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอน อวสานหงสา สืบเนื่องมาจากที่ว่า ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคน อยากให้ลองเปิดใจก่อน แล้วเข้ามาดูเถอะครับ ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เข้ามาแบบใจโล่งๆ สบายๆ แล้วเอามาเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ท่านจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไป ดู1รอบท่านจะได้ข้อคิดอย่างนึ่ง ดู 2 รอบท่านจะได้ข้อคิด 3 รอบ ดู 6 รอบ 7 รอบ ผมเชื่อว่าทุกรอบที่ดู มันจะได้ข้อคิดกลับไปเสมอ บางคนมาซึมซับหรือมาสัมผัสภาษาที่สวยงาม  บางคนก็มาดูเสื้อผ้าที่สวยงาม บางคนก็มาดูเอาเนื้อหาของมัน บางคนก็มาดูแสงที่สวย ภาพที่สวย เพราะผมเชื่อว่ามารับรองได้อะไรกลับไปอย่างแน่นอนครับภาพยนตร์เรื่องนี้จะ เป็นกำลังใจให้คนดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตอย่างมีหลักของการดำเนินชีวิตแน่ นอนครับ" ร่วมปิดตำนานกษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย ------------------------------------

รายได้เปิดตัวหนังใหม่ ตรุษจีน 19 กุมภา เฉินหลงพา ดราก้อนเบลด ครองอันดับ1
BIOSCOPE /  boxofficethailand / 

มาดู รายได้เปิดตัวหนังใหม่ ในบ้านเราประเทศไทย วันตรุษจีน 19 กุมภาพันธ์ 2558 หนังเข้าใหม่มากถึง 8 เรื่อง หนังเก่าที่ยังคาในโรงก็อีกมากมาย เรื่องใด วันแรกทำรายได้ไปเท่าไหร่ ดูจากข้อมูลด้านล่างเลยครับ เฉินหลง, ชอย ซีวอน, จอห์น คูแซค และ เอเดรียน โบรดี้ พาให้ Dragon Blade เป็นแชมป์ในเทศกาลตรุษจีน กับตัวเลข 3.95 ล้านบาท และที่มาแรงไม่แพ้กัน คือภาคขยายของแอนิเมชั่นสุดดัง เพนกวิ้นสุดป่วย Penguins of Madagascar กับตัวเลข 1.35 ล้านบาท อันดับ3 เป็น Wild Card มือฆ่าเอโพดำ หนังแอ็คชั่น เจสัน สเตแธม ทำรายได้ไป 0.98 ล้านบาท (เรื่องนี้ฉายตั้งแต่พุธ18 รายได้รวม 1.91 ล้านบาท) , อันดับ4 หนังของ ผกก.แองเจลิน่า โจลี่ Unbroken ทำรายได้ไป 0.44 ล้านบาท อันดับ5 เบิร์ดแมน หนังเข้าชิงหลายสาขาของออสการ์ ได้ไป 0.39 ล้านบาท คาดว่า วันหยุดน่าจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น คนแห่เข้าไปพิสูจน์ว่าเยี่ยมขนาดไหน ใครๆถึงยกเป็นตัวเต็ง , อันดับ 6 หนังเพลงเพราะ Song One สาวแอน แฮทอะเวย์ ได้ไป 0.12 ล้านบาท (วาเลนไทน์เปิดรอบพิเศษไปหนึ่งวัน รวมเป็น 0.20 ล้านบาท) อันดับ 7 หนังรักหลอนๆ ที่นำแสดงโดย เร แม็คโดแนลด์ อย่าง บองสรันโอน ทำรายได้ไป 6หมื่นบาท, อันดับ8 หนังจีน หวงเฟยหง ที่ยังเป็นรอบพิเศษ ยังไม่เปิดวงกว้าง ได้ไป 3 หมื่นบาท และอันดับสุดท้าย อันดับ 9 อนิเมชั่น อนันตา ศิลาพิชิตมาร ได้ไป 5,590 บาท น่าจะมีโรงฉายไม่เยอะนัก ข้อมูลจาก เพจ นิตยสารไบโอสโคป ---------------------------

ส่องเบื้องหลังอลังการ กว่าจะมาเป็นแดนอนาคต ในคลิปชุดใหม่จาก Tomorrowland
Behind the scene /  clip / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นโปรเจ็คสุดลับ ที่จัดหนักจัดเต็มของ วอลท์ ดิสนีย์ ทั้งที งานนี้มีของเลยจัดมาปล่อยไม่อั้น สำหรับภาพยนตร์ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ผลงานของผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่คุณผู้ชมได้เห็นเบื้องหน้ายิ่งใหญ่ขนาดไหน กว่าจะเป็นแบบนั้นได้ ต้องผ่านเบื้องหลังระดับมโหฬาร และวันนี้เราจะพาคุณไปส่องถึงกองถ่ายเนรมิตแดนอนาคต ที่เน้นของจริงกันตั้งแต่อุปกรณ์ล้ำยุค ยานพาหนะ ไปจนตึกอาคารรูปทรงประหลาดขนาดมหึมา จะอลังการขนาดไหน มาชมกันได้เลย ออกผจญภัยท่องแดนลี้ลับ พร้อมอัจฉริยะต่างวัย ไปกับ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Tomorrowland ได้ที่นี่เลย -----------------------------

เปิดตัวอุปกรณ์สุดล้ำ พร้อมฟุตเทจลับเพียบ ในคลิปชุดใหม่ จาก Tomorrowland
clip /  footage / 

อีกเพียงไม่กี่วัน คุณผู้ชมก็จะได้จับเข็มกลัดพร้อมกัน แล้วออกผจญภัยท่องแดนลี้ลับแห่งห้วงเวลา ไปกับภาพยนตร์ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ผลงานสุดอลังการส่งตรงจากปราสาท ดิสนีย์ โดยผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่ทยอยปล่อยของมาอุ่นเครื่องกันอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดนี้ ขอเชิญพบกับคลิปชุดใหม่ ที่จะเผยทั้งฉากสุดมันส์ พร้อมอุปกรณ์สุดไฮเทคล้ำยุคชิ้นใหม่ ที่จะมาเสริมทัพความสนุกครั้งนี้ ออกผจญภัยท่องแดนลี้ลับ พร้อมอัจฉริยะต่างวัย ไปกับ Tomorrowland ผจญแดนอนาคต ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Tomorrowland ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

Tomorrowland : โลกสวยด้วยมือเรา
Disney /  Tomorrowland / 

หลังจากเลื่อนฉายจากปีที่แล้ว จนมาลงเอยที่ปีนี้เพราะต้องการทำซีจีให้สวยกว่าเดิม สำหรับ Tomorrowland หนังคนแสดงเรื่องที่ 2 ของผกก. แบรด เบิร์ด ที่โด่งดังจากอนิเมชั่นค่ายพิกซาร์อย่าง The Incredibles ตอนนี้ก็เข้าฉายมาให้เราชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องราวของ แฟรงค์ – อดีตเด็กอัจฉริยะ (คลูนีย์) ผู้เหนื่อยหน่ายและท้อแท้ และ เคซี่ (บริตต์ โรเบิร์ตสัน) สาวน้อยผู้ปราดเปรื่อง, มองโลกในแง่ดี,และมีความกระหายใคร่รู้ทางวิทยาศาสตร์ ต้องร่วมภารกิจสุดอันตรายในการไขปริศนาของ­สถานที่ลึกลับที่อยู่ที่ไหนซักแห่งในห้วงเ­วลาและอวกาศที่รู้จักแค่ชื่อที่ถูกเรียกขา­นว่า “ทูมอโรว์แลนด์” สิ่งที่เขาต้องทำที่นั่นจะเปลี่ยนแปลงโลก และพวกเขาไปตลอดกาล โดยแน่นอนว่าหลังจากหันไปทำหนังสายลับจนได้รับคำยกย่องจนแทบเหลือคราบผู้กำกับ อนิเมชั่น สดใส มาคราวนี้เขาถูกดึงตัวกลับบ้านที่ ดิสนี่ย์ อีกครั้ง เพื่อกำกับหนังเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจึงแน่นอนว่าคงไม่แปลกใจถ้าหากโทนหนังเรื่องนี้จะออกมาหวานแหววในสไตล์ดิสนี่ย์เสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของการสร้างโลกอนาคต, การพูดถึงประเด็นหนัง และ ระดับความสนุกที่หนังมอบให้เรา โดยที่กล่าวมาทั้งหมดก็ไม่ใช่ว่าจะบอกว่าตัวหนังนั่นแย่ เพียงแต่ส่วนตัวผมกลับคิดว่า ถ้าหากใครที่มีอายุอานามเกิน 15 ปีขึ้นไปแล้ว น่าจะค่อนข้างสนุกกับหนังได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก เพราะทุกอย่างในหนังเรื่องนี้ดูเหมือนจะทำมาเพื่อเด็กไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการที่มันเปรียบเสมือนการเป็นโฆษณาในทางอ้อมสำหรับปลุกปั้นให้เด็กรุ่นใหม่ หันมามีความคิดสร้างสรรค์ในการเปลี่ยนแปลงโลกให้น่าอยู่ขึ้น หรือแม้แต่ฉากแอ็คชั่นที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ตบตี และความเป็นไซไฟเนิร์ดจ๋า ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเจตนาในการสร้างของผู้กำกับจะไม่ดี หรือโลกสวยขนาดนั้น เพียงแต่ว่าถ้าหากเทียบกับผลงานเรื่องก่อนๆ โดยเฉพาะตอนที่ทำกับอนิเมชั่นในพิกซาร์ เรายังกลับรู้สึกว่ามีการพูดถึงประเด็นที่ค่อนข้างใหญ่ และมีวิธีการสร้างเอนเตอร์เทนให้คนดูได้ดีกว่านี้ ซึ่งนี้นับว่าเป็นปัญหาหลักจริงๆกับการที่ผกก.สายอนิเมชั่น หันมากำกับหนังคนแสดง แบบกรณีเดียวกับ พีท ด็อกเตอร์ ตอน John Carter มันจะยังมีหลายส่วนที่ผู้กำกับดูจะไม่รู้ว่าควรเลือกที่จะหยิบเอาประเด็นไหน มาใส่ในคาแรกเตอร์ของนักแสดงคนไหนบ้าง เพื่อที่ให้มันนำสารมาส่งสู่คนดูได้อย่างถูกต้อง โดยในกรณีนี้คือการพูดถึงโลกอนาคตที่ถูกตัดสินไว้ล่วงหน้า พร้อมทั้งความถูกครอบงำจนหน้ามืดตามัวของ AI นั่นเอง แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ว่าตัวหนังมันจะออกมาอย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่าเฉิดฉายมาตั้งแต่ตัวอย่าง และพอมาดูในหนังเต็มผมก็คาดหวังอย่างมากที่จะได้รับความรู้สึกดีๆกลับไป ก็ไม่ได้ผิดหวังเลยจริงๆ กับนางเอกสาวหน้าใหม่อย่าง บริตต์ โรบินสัน ที่สามารถรับบทนางเอกของเรื่องนี้ได้ออกมาเป็นดาวเด่นยิ่งกว่า จอร์จ คลูนี่ย์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ตลกรั่ว ล้น เธอก็ต่างสร้างสรรค์ตัวละครนี้ออกมาได้อย่างไม่น่ารำคาญ แถมยังน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเด็กวัยรุ่นทั่วไปอีกด้วย เช่นเดียวกับ ราฟฟี่ แคสซิดี้ ที่สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า การมีออร่ามาตั้งแต่เด็กนั่นเป็นเช่นไรกัน เพราะฉะนั้น โดยสรุปแล้ว Tomorrowland คงจะมีดีตรงที่นักแสดง ที่ยังคงสามารถคุมความเฉิดฉายของหนังได้เกินหน้าเกินตาโลกอนาคตไปมาก ในทางกลับกันทางด้านของตัวหนัง กลับยังดูแล้วออกมาไม่ตรงเป้าสักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ได้ถึงขั้นเลวร้ายจนเสียดายค่าตั๋วหรือเวลา เพราะแท้จริงแล้วนี่มันก็เป็นหนังไซไฟ ไร้พิษภัย ที่เหมาะจะใช้เวลาว่างไปดูกับครอบครัวได้ดีในระดับนึง เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

ก้าวสู่โลกอนาคต ในตัวอย่างใหม่ และ ใบปิดฉบับญี่ปุ่นจาก Tomorrowland
Disney /  Tomorrowland / 

ปล่อยอะไรใหม่ๆออกมาอีกแล้ว เพื่อไม่ให้กระแสเงียบเลยทีเดียว สำหรับ Tomorrowland หนังใหม่ของผกก. แบรด เบิร์ด แห่ง Mission Impossible 4 ที่คราวนี้กลับมาจับผลงานแนวไซไฟ ใต้ชายคาร่มของ ดิสนี่ย์ ซึ่งตอนนี้ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ฉบับญี่ปุ่น และ ใบปิดออกมาให้ชมกันแล้ว ซึ่งตัวอย่างใหม่นี่เผยฉาก และ รายละเอียดเนื้อเรื่องเพิ่มขึ้นอีกเพียบ อย่างเช่นว่า แท้จริงแล้วตัวหนังมันจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ ดิสนี่ย์แลนด์ ว่าเป็นที่หลบซ่อนของอนาคตสุดล้ำกันอีกด้วยครับ โดยตัวหนังมี จอร์จ คลูนี่ย์, ฮิวจ์ ลอว์รี่, จูดี้ เกลียร์ และ บริตต์ โรเบิร์ตสัน แสดงนำ เรื่องราวของ แฟรงค์ – อดีตเด็กอัจฉริยะ (คลูนีย์) ผู้เหนื่อยหน่ายและท้อแท้ และ เคซี่ (บริตต์ โรเบิร์ตสัน) สาวน้อยผู้ปราดเปรื่อง, มองโลกในแง่ดี,และมีความกระหายใคร่รู้ทางว­ิทยศาสตร์ ต้องร่วมภารกิจสุดอันตรายในการไขปริศนาของ­สถานที่ลึกลับที่อยู่ที่ไหนซัก แห่งในห้วงเ­วลาและอวกาศที่รู้จักแค่ชื่อที่ถูกเรียกขา­นว่า “ทูมอโรว์แลนด์” สิ่งที่เขาต้องทำที่นั่นจะเปลี่ยนแปลงโลก และพวกเขาไปตลอดกาล หนังมีกำหนดฉายในไทย 21 พฤษภาคมนี้ครับ

ผู้พันเบิร์ด นำทัพอโยธยา-หงสา เปิดตัว ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
คุณชายอดัม /  จรัสพงษ์ สุรัสวดี / 

เมื่อวันที่ 7  เม.ย. 58 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เสียงกลองสะบัดชัย ดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งบริเวณจัดงานจากชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า คือ สัญญาณลั่นกลองรบ นำแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าสู่สมรภูมิสุดท้ายของ สมเด็จพระนเรศวรองค์มหาราช ผู้กอบกู้แผ่นดินและประกาศอิสรภาพให้พี่น้องชาวไทย พร้อมกับการเข้าสู่บรรยากาศงานเปิดตัวภาพยนตร์แอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่ใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึง 14 ปี ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุด ระดมนักแสดงทั่วฟ้าเมืองไทยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ผู้พันเบิร์ด พันโทวันชนะ สวัสดี เหล่านักแสดง เซเลป ฯ และ แขกผู้มีเกียรติ ให้เกียรติร่วมงานและเดินพรมแดง เปิดตัวจากบริเวณ ชั้น 7 หน้าโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า โดยบรรยากาศทั่วทั้งบริเวณงานล้วนถูกตบแต่งไปด้วยแกลอรี่ภาพถ่ายจากภาพยนตร์ทั้ง 6 ภาค เพื่อเป็นการย้อนรอยบรรยากาศ และความทรงจำตลอด 14 ปีของภาพยนตร์ ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์แก้วเพื่อเข้าสู่งานบริเวณชั้น 1 ณ ลานเซ็นทรัล คอร์ท ที่คับคั่งไปด้วยเหล่าสื่อมวลชนทุกแขนง และผู้คนที่ให้ความสนใจตลอดทั้ง 7 ชั้นของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้ นอกจากจะได้กระทบไหล่เหล่านักแสดงเกียรติยศที่ผ่านการร่วมงานในภาพยนตร์ระดับตำนานทั้ง 6 ภาคทั้งฝั่งอโยธยาและหงสาวดีอย่าง สมภพ เบญจาธิกุล ที่รับบทเป็นบุเรงนอง, ครรชิต ขวัญประชา, รณ ฤทธิชัย, ดามพ์ ดัสกร, จรัสพงษ์ สุรัสวดี, ชาติ อรรถจินดา, ชลัฎ ณ สงขลา, ปราบต์ปฏล สุวรรณบาง, นาวาอากาศตรีกัมปนาท อั้งสูงเนิน, อรรถพร สุวรรณ, สมเดช แก้วลือ ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมีเหล่านักแสดงจากละครปริศนาที่นำโดยหนุ่มหล่อ โทนี่ รากแก่น ไปจนถึงกลุ่มนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ผีห่าอโยธยา อย่าง เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์, แม็กกี้ อาภา ภาวิไล, แต๊บ AF ธนพล มหธร, โซดา วีรี ละดาพันธ์ ที่มาพร้อมผู้กำกับ คุณชายอดัม ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล และโปรดิวเซอร์ พลอยพิชชา พิภพวรไชย ก่อนที่เหล่านักแสดงนำตัวแทนจากภาพยนตร์ พันโทวันชนะ สวัสดี, แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เตชะณรงค์, สรพงษ์ ชาตรี, ผู้พันต๊อด พันเอกวินธัย สุวารี, นพชัย ชัยนาม, นาวาอากาศโทจงเจต วัชรานันท์, เกรซ มหาดำรงค์กุล, ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ และ ตั๊ก นภัสกร มิตรเอม ขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกตลอดการทำงานในภาพยนตร์ ที่เต็มไปด้วยหลากหลายเหตุการณ์ และประสบการณ์ที่น่าประทับซึ่งมิอาจประเมินค่าได้ และสุดท้ายกับการร่วมถ่ายรูปกับ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสร้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล, คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณธนพร โฆสิตาภัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด, คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เหล่าผู้บริหาร และพันธมิตรทางภาพยนตร์ ในช็อตแห่งประวัติศาสตร์รวมเหล่านักแสดงที่ร่วมงานในภาพยนตร์ ปิดท้ายด้วยการร่วมชมภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ทั้งในระบบปกติ และพิเศษสุดกับการร่วมชมในระบบ Dolby Atmos รอบแรกในประเทศไทย ร่วมปิดตำนานมหากษัตริย์ชาตินักรบ ไปกับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ได้ที่นี่เลย -------------------------------------