เทียน

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ วุ้นเส้น วิริฒิพา เซ็กซี่สะกดใจ
ชุดว่ายน้ำ /  วุ้นเส้น-วิริฒิพา / 

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ วุ้นเส้น วิริฒิพา เซ็กซี่สะกดใจ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร แพรว วุ้นเส้น วิริฒิพา อวดหุ่นสวยใน ชุดว่ายน้ำ ต้อนรับซัมเมอร์ 2015 ให้ได้ชมกันก่อนใคร หลังจากที่ สาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อวดหุ่นสีแทนสุดแซ่บ จากนิตยสาร อิมเมจ ให้ได้ชื่นชมไปแล้ว อีกสาวที่หุ่นดีไม่แพ้กัน ก็เปิดตัวตามมาติดๆ ก็คือสาว วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่นับวันยิ่งสวยหุ่นเซี๊ยะขึ้นทุกวัน มิน่าล่ะ สามีชาคริตถึงได้สุดเลิฟ ก็ภรรยาคนสวยมีดีอย่างนี้นี่เอง ติดตามเรื่องราวและภาพแฟชั่นเซ็ตเต็ม ของ วุ้นเส้น วิริฒิพา ได้ในนิตยสาร แพรว ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ขอบคุณภาพจาก www.praew.com

ว้าว! คน(เคย)รัก!! แก้ว-ป้อง ร่วมเฟรม
แก้ว จริญญา /  ป้อง ณวัฒน์ / 

กลายเป็นอดีตคนรักกันไปนานแล้ว!! สำหรับพระเอกหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ และนักร้องสาว แก้ว จริญญา หรือ แก้ว FFK ที่หลังเลิกราก็ยังไม่มีโอกาสหวนมาเจอกันอีกเลย ล่าสุดทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้งในวันดีปีใหม่จีนเดินทางไปร่วมทำบุญกับเดอะแก๊ง อาทิ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, มิ้นต์ ชาลิดา, ภูผา เตชะณรงค์ และ โทนี่ รากแก่น โดย ป้อง-แก้ว ยืนถ่ายรูปร่วมเฟรมเคียงข้างกันด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ทำเอาบรรดาแฟนคลับเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความดีใจที่ได้เห็นภาพทั้งคู่อีกครั้ง แม้ว่าจะเหลือเพียงสถานะพี่น้องก็ตาม... ขอบคุณภาพจาก IG @ moraek8 อดีตคนรัก แก้ว-ป้อง แชะร่วมเฟรมอีกครั้ง อดีตคนรัก แก้ว-ป้อง แชะร่วมเฟรมอีกครั้ง แก้ว-ป้อง สมัยคบกัน แก้ว-ป้อง สมัยคบกัน แก้ว-ป้อง สมัยคบกัน

6 สตรีผู้น่าจดจำแห่งราชวงศ์ชิง
ประวัติศาสตร์ /  ประวัติศาสตร์จีน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย จะพาทุกคนไปติดตามเรื่องน่ารู้ของประเทศจีน กับ 6 สตรีผู้น่าจดจำแห่งราชวงศ์ชิง ยิ่งถ้าใครชื่นชอบประวัติศาสตร์จีนหรือเคยติดตามหนังจีนแนวนี้อยุ่แล้ว แนะนำว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะสตรีทั้ง 6 นี้เป็นส่วนนึงของเรื่องราวที่ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์สำคัญๆ ไม่แพ้ผู้ชายในสมัยนั้นเลยนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปติดตามเรื่องราวประวัติศาตร์ของเหล่าสตรีทั้ง 6 กันเลย... 6 สตรีผู้น่าจดจำแห่งราชวงศ์ชิง ราชวงศ์ชิงก่อตั้งโดย "นู่เอ่อร์ฮาเช่อร์" ชาวแมนจู ซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในปัจจุบัน พระองค์ได้ก่อตั้งอาณาจักรโฮ่วจินขึ้นมา โดยในระยะแรกยังเป็นเพียงประเทศใต้อำนาจของจักรวรรดิหมิง ต่อมาเมื่อหวงไถจี๋ขึ้นครองราชย์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นจักรวรรดิชิงและเปลี่ยนชื่อเผ่าเป็นแมนจู รวมทั้งสถาปนาพระองค์เป็นจักรพรรดิเท่าเทียมจักรพรรดิหมิง ต่อมาตัวเอ่อคุน พระอนุชาองค์ที่ 14 ของหวงไถจี๋ ได้ร่วมมือกับอู๋ซานกุ้ย บุกยึดเมืองปักกิ่งที่หลี่จื้อเฉิง ได้ยึดครอง และสถาปนาราชวงศ์ชิงอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1644 โดยมีจักรพรรดิชิงซื่อจู่ (ซุ่นจื้อ) เป็นปฐมจักรพรรดิผู้ซึ่งปกครองแผ่นดินจีนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาของราชวงศ์ชิง มีสตรีหลายคนที่น่าจดจำ บางคนได้กระทำสิ่งที่ดี บางคนก็กระทำสิ่งที่ไม่ดี โดยต่อไปนี้คือสตรีผู้ซึ่งทั้งค้ำจุน สนับสนุน ดูแล รวมไปถึงทำลายรากฐานแห่งราชวงศ์ชิง อันนำไปสู่จุดจบของระบอบฮ่องเต้ในเวลาต่อมา 1.พระนางเสี้ยวจวงไทเฮา พระนางเสี้ยวจวงไทเฮาไม่ได้เป็นชาวแมนจูโดยกำหนด แต่ทรงเป็นชาวมองโกล ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศมองโกเลียและเขตมองโกเลียในและบางส่วนในรัสเซียปัจจุบัน ทรงเติบโตมาในตระกูลของหัวหน้าเผ่าโป๋เอ่อร์จี่จี้เท่อหรือบอร์จิกิต ทรงมีพระนามเดิมว่า "ปูมู่ปูไท่" ทรงเข้ามาเป็นพระชายาของเจ้าชายหวงไท่จี๋ในปี 1625 ขณะทรงมีพระชนมายุเพียง 12 พรรษา ภายหลังเมื่อจักรพรรดิไท่จง (หวงไท่จี๋) เสด็จสวรรคตในปี 1643 พระนางก็ได้ให้ฟู่หลิน พระราชโอรส ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ ใช้รัชศกว่าซุ่นจื้อ โดยมีตัวเอ่อคุนเป็นผู้สำเร็จราชการและพยายามกดขี่จักรพรรดิ แต่ก็ถูกพระนางค้านไว้ตลอด ภายหลังเมื่อตัวเอ่อคุนสิ้นพระชนม์ จักรพรรดิทรงได้ถอดตำแหน่งออก และทรงว่าราชการเอง ภายหลังเมื่อทรงสวรรคตในปี 1661 เสวียนเย่ว องค์ชาย 3 ได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิคังซี ก็ถูกเอ๋าป้าย ซึ่งเป็นขุนนางเก่าในรัชกาลซุ่นจื้อเป็นผู้สำเร็จราชการและกดขี่ โดยภายหลังเมื่อเอ๋าป้ายพยายามกบฏ ก็ถูกจับและขังคุกจนตาย ส่วนจักรพรรดิคังซีเมื่อทรงว่าราชการได้แล้ว ก็ทรงกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจนสิ้นพระชนม์เมื่อปี 1688 พระนางไม่ได้เป็นชาวแมนจู หรือชาวฮั่น แต่พระนางทรงช่วยพระสวามี พระราชโอรส และพระราชนัดดาในการว่าราชการช่วยเหลือประเทศ และยังค้ำจุนราชวงศ์และตัวองค์จักรพรรดิให้รอดพ้นจากวิกฤติมาด้วยดีตลอด นอกจากนี้ จักรพรรดิคังซีเองทรงกำพร้าพระราชชนกและพระราชชนนีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ตั้งแต่เล็กจนทรงเติบโตมา ได้เพียงแค่พระนางเสี้ยวจวงกับนางกำนัล ซู่หม่าลา เลี้ยงดูจนทรงว่าราชการได้เอง 2.พระนางฉงชิ่งไทเฮา พระนางฉงชิ่งทรงกำเนิดใน ตระกูลหนิ่วฮู่ลู่ และทรงเป็นพระชายาในองค์ชายอิ้นเจิ้น (จักรพรรดิยงเจิ้ง) ในปี 1705 และทรงให้กำเนิดองค์ชายหงลี่ (จักรพรรดิเฉียนหลง) ในปี 1711 ทำให้ได้เป็นพระชายาเก๋อเก๋อ เมื่อองค์ชายอิ้นเจิ้นขึ้นเป็นจักรพรรดิยงเจิ้ง ได้ทรงเป็นพระสนมซี ภายหลังเมื่อองค์ชายหงลี่ได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเฉียนหลง ทรงได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินีและเป็นพระพันปีหลวงฉงชิ่ง พระนางฉงชิ่งทรงมักจะตักเตือนและคอยเป็นห่วงพระราชโอรส รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือพระราชโอรสในบางครั้งอยู่เสมอ พระราชโอรส จักรพรรดิเฉียนหลงเอง ก็ได้ทรงกตัญญูและเชื่อฟังตามคำสั่งสอนของพระราชชนนี ทำให้การบริหารงานในยุคของจักรพรรดิเฉียนหลงช่วงต้นรัชกาล เป็นไปอย่างเรียบร้อย พระนางฉงชิ่งสิ้นพระชนม์ในปี 1777 ทรงถูกฝังอยู่ในสุสานราชวงศ์ชิงตะวันตก โดยจักรพรรดิเฉียนหลงทรงควบคุมงานพระบรมศพมาตลอดพระราชพิธี 3.พระนางกงฉือไทเฮา พระนางกงฉือไทเฮาทรงกำเนิดใน ตระกูลหนิ่วฮู่ลู่ ทรงได้เป็นพระชายาในองค์ชายหยงเหยี่ยน (จักรพรรดิเจียชิ่ง) ต่อมาเมื่อพระราชสวามีได้เป็นจักรพรรดิ พระนางเองก็ไม่ได้รับการแต่งตั้งใดๆ เลย อีกทั้งจักรพรรดิเจียชิ่งไม่เคยโปรดในตัวพระนาง เนื่องจากพระราชบิดาของพระนางทรงเป็นขุนนางของเหอเซิน ซึ่งจักรพรรดิเจียชิ่งทรงไม่โปรดอย่างมาก เมื่อจักรพรรดินีพระองค์แรก (พระราชชนนีของจักรพรรดิเต้ากวง) สิ้นพระชนม์ พระนางเองได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดินีด้วยเหตุผลทางการเมือง ว่ากันว่า เมื่อทรงได้เยี่ยมสุสานราชวงศ์ชิง และถูกโจรกบฏพรรคบัวขาวจับตัวไป โจรกบฏบังคับให้พระนางกับองค์ชายเหมี่ยนหนิง (จักรพรรดิเต้ากวง) ให้บอกว่าใครเป็นใคร พระนางไม่ทรงยอมบอกจนถูกโจรกบฏแทงพระองค์ไปหลายครั้ง ทำให้จักรพรรดิเจียชิ่งและองค์ชายเหมี่ยนหนิงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและไม่รังเกียจพระนางอีกเลย ต่อมาเมื่อจักรพรรดิเจียชิ่งสวรรคตที่พระตำหนักเฉิงเต๋อ และองค์ชายเหมียนหนิงได้ขึ้นครองราชย์ องค์ชายเหมี่ยนซิน ทรงกล่าวหาว่าจักรพรรดิเต้ากวงทรงปลอมแปลงพินัยกรรม จึงทรงร้องขอให้พระนางตัดสินและทรงตัดสินว่าพินัยกรรมเป็นของจริงและได้ขออภัยโทษแทนองค์ชายเหมียนซิน นั้นเป็นเหตุทำให้จักรพรรดิเต้ากวงทรงยิ่งนับถือพระนางยิ่งขึ้น เมื่อพระนางสิ้นพระชนม์ในปี 1850 จักรพรรดิเต้ากวงเมื่อทรงทราบข่าวก็ทรงเสียพระทัยมากจนทรงพระประชวรและเสด็จสวรรคตไปในปีเดียวกัน พระนางทรงรักจักรพรรดิเต้ากวงมาก แม้มิใช่พระราชโอรสแท้ๆ ของพระนาง แต่พระนางกลับรักและปกป้องพระองค์ยิ่งกว่าพระราชโอรสแท้ๆ ของพระนาง ทำให้จักรพรรดิเต้ากวงนับถือนางดุจพระชนนีแท้มาตลอดพระชนมายุ 4.พระนางซูอันไทเฮา พระนางซูอันไทเฮาทรงกำเนิดใน ตระกูลหนิ่วฮู่ลู่เช่นเดียวกับจักรพรรดินีองค์ก่อนหน้า ทรงได้เข้ารับการถวายตัวเป็นพระชายาในจักรพรรดิเสียนเฟิง และทรงได้รับการคัดเลือกเป็นพระชายาร่วมกับพระชายาอี้หลาน (ซูสีไทเฮา) และได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดินีเจินในปี 1852 ภายหลังเมื่อจักรพรรดิเสียนเฟิงสวรรคตในปี 1861 ทรงได้ร่วมมือกับพระนางซูสีไทเฮาร่วมกันจับกุม 8 ผู้สำเร็จราชการที่จักรพรรดิเสียนเฟิงทรงแต่งตั้ง และสำเร็จโทษในเวลาต่อมา ยังทำให้อำนาจผู้สำเร็จราชการตกอยู่ในมือพระนางทั้งสอง พระนางซูอันไทเฮาได้รับการเคารพจากทั้งจักรพรรดิถงจื้อและจักรพรรดิกวงสูเป็นอย่างมาก เนื่องจากทรงมีพระเมตตาและมีความถ่อมพระองค์ ไม่ถือพระองค์ และทรงมีพระเมตตากับเหล่านางกำนัลและขันทีอย่างไม่ถือพระองค์เลย แต่ในระยะหลังทรงมีข้อขัดแย้งกับซูสีไทเฮาอยู่ในหลายๆ ครั้ง และทรงถูกบริภาษจากซูสีไทเฮาว่า "พระนางทรงขี้เกียจและเฉื่อยชา ไม่ใส่ใจพระราชกรณียกิจเท่าที่ควร" ซึ่งแตกต่างกับพระนางที่กวดขันพระราชกรณียกิจบ่อยๆ พระนางซูอันไทเฮาทรงสิ้นพระชนม์ในปี 1881 เชื่อว่าพระนางซูสีไทเฮาทรงวางยาพิษไว้ในขนมของพระนาง แต่ภายหลังนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าทรงอาจจะเป็นโรคลมปัจจุบันมากกว่า แต่ยังไม่มีหลักฐานรองรับใดๆ เกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ 5.พระนางซูสีไทเฮา พระนางซูสีไทเฮาทรงกำเนิดใน ตระกูลเยโฮนาลา ซึ่งเคยเป็นศัตรูกับราชวงศ์ชิงในอดีต ทรงกำเนิดมาโดยการได้รับเลือกเป็นพระชายาอี้หลาน และทรงให้กำเนิดองค์ชายไจ้ฉุน (จักรพรรดิถงจื้อ) โดยทรงมีขันทีคู่ใจ 2 คน ชื่อว่าอันเต๋อไห่กับหลี่เหลียนอิง ทรงได้ร่วมมือกับพระนางซูอันไทเฮาและองค์ชายอี้ซิน พระอนุชาในจักรพรรดิเสียนเฟิง ทำการรัฐประหาร 8 ผู้สำเร็จราชการที่จักรพรรดิเสียนเฟิงทรงแต่งตั้ง และยึดอำนาจบริหาร "ว่าราชการหลังม่าน" ภายหลังเมื่อจักรพรรดิถงจื้อสวรรคตในปี 1875 ทรงรับเอาพระนัดดา คือ ไจ้เทียน ซึ่งเป็นบุตรชายของพระขนิษฐาของพระนาง ขึ้นเป็นจักรพรรดิกวงสู เพื่อให้ได้คงอำนาจต่อไป ต่อมาเมื่อซูอันไทเฮาได้ทรงสิ้นพระชนม์ ทรงได้บริหารราชการโดยคนเดียวมาตลอด ทรงได้ทำสงครามกับต่างชาติ และปลดผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความสามารถออก อีกทั้งยังทรงหาความสำราญท่ามกลางความลำบากของประชาชนนับพันล้าน และยังทรงกีดกันการปฏิรูปร้อยวัน ทำให้ทรงถูกประณามโดยชาวจีนในยุคต่อมา ว่าเป็นต้นเหตุของความเลวร้ายในชาติ และเป็นการจุดชนวนให้กับราชวงศ์ชิงให้แตกสูญในเร็ววัน พระนางซูสีไทเฮาทรง "ว่าราชการหลังม่าน" ยาวนานนับตั้งแต่เมื่อเริ่มศักราชถงจื้อจนถึงสิ้นรัชศกกวงสู โดยจักรพรรดิถงจื้อทรงมีโอกาสได้ว่าราชการบ้านเมืองน้อยมาก และทรงไม่ได้มีโอกาสว่าราชการอีก เมื่อทรงขัดแย้งกับเหล่าขุนนางจนพระนางยึดพระราชอำนาจคืน ส่วนจักรพรรดิกวงสูเอง ทรงมีพระปรีชาสามารถมากพอ แต่น่าเสียดายที่เมื่อเกิดความล้มเหลว พระนางทรงสั่งให้คุมพระองค์ไปที่ตำหนักกลางทะเลสาบ และทรงไม่มีพระราชอำนาจในพระองค์อีกเลยจนเสด็จสวรรคต พระนางทรงสิ้นพระชนม์ในปี 1908 หลังการสวรรคตของจักรพรรดิกวงสู 1 วัน โดยทรงแต่งตั้งให้หลงยู่ฮองเฮาขึ้นเป็นไทเฮา 6.พระนางหลงยู่ไทเฮา พระนางหลงยู่ไทเฮาเป็นพระพันปีหลวงองค์สุดท้ายของประเทศจีน ทรงได้รับเข้าเป็นฮองเฮาโดยการบังคับของซูสีไทเฮา ซึ่งทำให้จักรพรรดิกวงสูไม่โปรดปรานในตัวพระนางนัก ทำให้พระนางไม่พอพระทัยและไม่สนใจจักรพรรดิอีก เมื่อจักรพรรดิกวงสูและพระนางซูสีไทเฮาสวรรคตในปี 1908 ทำให้พระนางขึ้นเป็นหลงยู่ไทเฮาในฐานะไทเฮาของพระจักรพรรดิเซวียนถ่ง ซึ่งขณะนั้น ราชวงศ์ชิงเองอยู่ในภาวะที่ใกล้ล่มสลายเข้าทุกขณะ และอยู่ในภาวะวิกฤต การก่อจราจลในอู่จางและการปฏิวัติซินไฮ่ รวมถึงการก่อตั้งสาธารณรัฐจีน ทำให้ราชวงศ์ชิงสิ้นอำนาจในปี 1911 และต่อมา 1912 นายพลหยวนซื่อไข่ได้ยื่นใบสละราชบัลลังก์ให้พระนางลงพระนาม ทำให้ราชวงศ์ชิงสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในปีนั้น และทำให้ระบอบจักรพรรดิสิ้นสุดลงในที่สุด พระนางทรงตรอมพระทัยจนสิ้นพระชนม์ปี 1913 มีการขนพระบรมศพโดยทางรถไฟ หลี่ หยวนหง รองประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน ได้กล่าวสรรเสริญพระนางว่า "ทรงเป็นสตรีผู้ดีเลิศยิ่งท่ามกลางสตรีทั้งปวง" ข้อมูล pantip

พรุ่งนี้!เลือกกมธ.ยกร่างฯคนใหม่-'ทิชา'แถลงเหตุลาออก
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ /  ทิชา / 

พรุ่งนี้พร้อมกัน! 'เทียนฉาย' นัดเลือกกมธ.ยกร่างฯ รธน.คนใหม่ แทนตำแหน่งว่าง ขณะที่ 'ทิชา' เตรียมแถลงสาเหตุลาออก สปช.-กมธ.ยกร่างฯอย่างกระทันหัน  วันที่ 2 มี.ค.58 ที่รัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นประธานการประชุมสปช. โดยแจ้งต่อที่ประชุมว่า นางทิชา ณ นคร สมาชิกสปช.ลำดับที่ 91 ได้มีหนังสือขอลาออกจากสมาชิกสปช. และสมาชิกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.58 จึงทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง ดังนั้น จึงจะต้องมีการคัดเลือกสมาชิกสปช. มาเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแทนนางทิชา ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลาออก โดยจะมีผลสิ้นสุดในวันที่ 16 มี.ค.58 ดังนั้น ที่ประชุม สปช. จึงจะดำเนินการคัดเลือกในวันที่ 3 มี.ค.นี้ โดยให้สมาชิกเสนอชื่อบุคคลเป็นกมธ.ยกร่างฯ ซึ่งต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 5 คน จากนั้น จะดำเนินการออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ โดยผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับเลือกเป็นกมธ.ยกร่างฯ ขณะที่ ในเวลา 09.30 น. 3 มี.ค.58 นางทิชา ณ นคร ก็จะแถลงชี้แจงสาเหตุที่ลาออกจากตำแหน่งด้วย ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด  MThai News

เขาคิชฌกูฏ มหาศรัทธา กับพุทธพาณิชย์ปีละ 300ล้านบาท
จันทบุรี /  เขาคิชกูฏ / 

จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ใครๆต่างก็ชวนไปไหว้พระเขาคิชฌกูฏ ที่นั่นมีอะไรทำไมคนถึงแห่ไปกันนักในช่วงต้นปี วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพามาแตกประเด็นเกี่ยวกับเขาคิชฌกูฏ ทั้งเรื่องตำนานความเชื่อ ความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจและผลประโยชน์บน เขาคิชฌกูฏ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ความเชื่อ-ตำนาน เขาคิชฌกูฏ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่า 1,050 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือว่าสูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ “รอยพระพุทธบาท” มีลักษณะเป็นรอยบนหินแผ่นใหญ่ มีรอยลึกประมาณ 2 เมตรเศษ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ค้นพบที่ยอดเขาพระบาทห่างจากที่ทำการอุทยานเขาคิชฌกูฏราว 4 กม. “รอยพระพุทธบาท” นี้ถูกค้นพบโดยนายพรานหาของป่าที่เดินขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏเมื่อปี พ.ศ.2397 เดิมทีนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “พระบาทพลวง” ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่นี่และฝากรอยพระบาทไว้ ขึ้น เขาคิชฌกูฏ กันทำไม ? การนมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏจะ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ช่วงประมาณปลายเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม (ในปี 2558 นี้ คือวันที่ 19 มกราคม – 19 มีนาคม 2558) หรือแค่ประมาณ 2 เดือน ต้องเดินทางไปต่อรถโฟลวีลที่ถูกจัดไว้ให้เนื่องจากหนทางหวาดเสียวแล้วเดินต่อทางชันอีก3กิโลเมตร เรียกได้ว่าต้องมานะพยายามมาก จึงทำให้เชื่อกันว่าหากใครได้ไปไหว้พระบาทพลวงจะทำให้ได้บุญใหญ่รวมถึงขอพรอะไรก็ได้หนึ่งอย่างด้วย ซึ่งแสวงบุญบนเขาคิชฌกูฏไม่ใช่เพิ่งฮิต แต่ทำกันมานานกว่า 161ปีแล้ว มีคนหลั่งไหลไปไม่ต่ำกว่า2ล้านคนต่อปี ความขัดแย้งบนผลประโยชน์ของคิชฌกูฏ หากจำกันได้เมื่อต้นปี มีข่าวว่าชาวบ้านได้ขนดินมาปิดทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ เกิดจากความขัดแย้งของ2วัดซึ่งแบ่งกันเป็น2ฝ่ายคือฝ่ายวัดกะทิง และ วัดพลวง โดยทางทั้งสองวัดเป็นจุดลงรถก่อนที่ผู้แสวงบุญจะเปลี่ยนขึ้นรถโฟลวีลขึ้นไปยังเขานั่นเอง และมีผลประโยชน์ร่วมบนเขาคิชฌกูฏมานาน ซึ่งชนวนของปัญหาปิดทางขึ้นเขามาจากการที่ คณะศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการของวัดกระทิง ไม่พอใจคณะกรรมการของวัดพลวง ที่ไม่ยอมให้พนักงานและลูกศิษย์ของวัดกระทิงไปร่วมงานที่บนยอดเขา รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ทางฝ่ายวัดกระทิงก็ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทำให้กลุ่มวัดกระทิงต้องมาปิดทางขึ้นเขา สร้างความเดือดร้อนให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เดือดร้อนถึงจังหวัดต้องเข้ามาเคลียร์ โดยได้ข้อสรุปว่า ให้วัดกระทิงเป็นกองอำนวยการ ในการจัดซื้อสิ่งของขึ้นเขา ส่วนคณะสงฆ์ จ.จันทบุรี จะดูแลอำนวยความสะดวกด้านบนเขา ส่วนรายได้ให้จัดตั้งเป็นกองทุน และใช้จ่ายตามเจตนารมณ์ ที่ท่านพ่อเขียน อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิง เคยวางแนวทางไว้ รายได้บนเขาคิชฌกูฏไม่ธรรมดานะจ๊ะ สาเหตุที่ใครต่างก็อยากจะเป็นจัดงานบนเขาคิชฌกูฏเพราะมีรายงานตัวเลขว่า มีเม็ดเงินสะพัดกว่า200-300 ล้านบาท ทั้งจากเงินทำบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน และค่าจ้างรถโฟร์วีลขึ้นเขาโดยเจ้าของรถโฟร์วีล มีรายได้ตกรายละ 3-4 แสนบาท หลังจากปิดเทศกาลขึ้นเขา โดยผลประโยชน์เงินบริจาคบนเขาจะแบ่งเป็น3ส่วน ให้อำเภอคิชฌกูช 30% วัดกะทิง 30 % และ คณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี 40% เพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งกัน จะเห็นได้ว่าจากงานบุญแค่2เดือนกลายเป็นธุรกิจพุทธพาณิชย์ที่ใครๆต่างหมายปอง จนกระทั่งบางคนถึงกับเอือมและไม่อยากเข้าไปนมัสการรอยพระพุทธบาท MThai News

ร้านอาหารจากแรงบันดาลใจจาก ซีรี่ย์เรื่อง Game of Thrones
Game of Thrones

ร้านอาหารจากแรงบันดาลใจจาก ซีรี่ย์เรื่อง Game of Thrones ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในจัดชุดเมนูเอาใจแฟนคลับซีรี่ย์เรื่องดังอย่าง Game of Thrones และเป็นโอกาสการวางจำหน่าย DVD ซีรี่ย์ Game of Thrones Season 4 ได้มีการจัดเมนูพิเศษขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งจัดโดยกลุ่มเชฟ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสประสบการณืการรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใครโดยใช้ชื่อธีมว่า all men must die โดยในช่วงเวลา 3 คืน ผู้เข้าแข่งขันจาก 12,000 คน ที่จะได้รับการคัดเลือกรับประทานอาหาร 10 คอร์ส กลางบรรยากาสที่ตกแต่งเลียนแบบจากท้องพระโรง king's landing เมืองหลวงของอนาจักรทั้ง 7 ตามท้องเรื่อง โดยมีการจุดเทียนและประดับธงของตระกูล บาราเธียนและแลนนิสเตอร์ไว้ทั่วบริเวณ ภายในยังเต็มไปด้วยผู้ที่แต่งกายเลียนแบบอัศวิน นักกายกรรมดัดตน การแสดงดนตรีสด และตัวตลก ในเรื่องของเมนูอาหารนั้นก็ดัดแปลงให้ดูสมจริงที่สุด โดยมีเมนูแปลกๆ อย่าง ชิวหาผู้ทรยศและซาตานรมควัน โดยอิ้งตามท้องเรื่อง และยังมีเมนูไก่อบน้ำผึ้งที่ถูกพูดถึงในเรื่องบ่อยครั้ง และอาหารที่มีอยู่จริงตั้งแต่สมัยยุคกลางทั้งยังเป็นการอ้างถึง ลอร์ด วาริส หนึ่งในตัวละครหลักใน Seasonที่ 4 ที่สาบสูญไป และมีการเรียกชื่อของเขาว่า นกน้อย ดังนั้นเขาจึงต้องการให้เมนูนี้เป็นนกเช่นกัน เมนูอาหารอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ทานมังสวิรัติ เนื่องจากมันเต็มไปด้วยเนื้อสัตว์ต่างๆ ทั้งเนื้อปลา เนื้อวัว ไก่ นกพิราบ และหมูย่าง นอกจากนั้นยังมีเมนูปลาไหลรมควันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครใน Season 4 ด้วย ซึ่งก็คือเจ้าชายแห่งดอร์น คือโอเบอริน มาร์เทล เจ้าของฉายาอสรพิษแดง เนื่องจากเชฟจินตนาการว่าเมนูนี้เหมาะกับเป็นมื้อสุดท้ายของอสรพิษแดง เพราะปลาไหลเป็นสิ่งแทนของอสรพิษ โดยมีการปรุงอาหารและเสิร์ฟอาหารแบบตะวันออกใกล้หรือแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนของหวานก็คือ ครีมบูเร่ไขกระดูก ซึ่งเสิร์ฟพร้อมกระดูกจริงจากสัตว์เคลือบด้วยซอสสีแดงคล้ายเลือด

รวมซุปตาร์ ขยันอัพหวิวลงig วัดใจใครแซ่บกว่า !!
ขยันอวดอึ๋ม /  ซาร่า โชว์เซ็กซี่ / 

ผ่านฤดูหนาวไปแหม็บๆ !! ไอแดด ความร้อน ความฮอต ก็คืบคลานเข้ามารับซัมเมอร์ทันที ส่งผลให้ดาราสาวหลายๆ คนใจตรงกัน ลุกขึ้นมาสลัดผ้า ปล่อยความเป็นตัวตน โชว์สัดส่วนสุดเซ็กซี่ และอวดอึ๋ม (ทั้งจริงและปลอม) กันเต็มเหนี่ยว แต่ก็มีบางรายที่ แทบจะไม่แคร์ฤดูกาลกันเล๊ยย จัดหนักขยันโชว์เรือนร่างสุดวาบหวิว ลง IG เรียกกระแสให้ตัวเองแทบทุกวัน จนทำให้หลายต่อหลายหนุ่ม เหงื่อตกเสียน้ำไปแล้วมากมาย !! อุ๊ปส์ เอาเป็นว่าวันนี้มาแอบส่องเหล่า ซุปตาร์สาวๆ ที่ขยันโชว์เซ็กซี่ 10 อันดับแรกกันเลยดีกว่า จะมีใครบ้างนั้น ไปชมกันเล๊ยยย!! อันดับที่ 1 ซาร่า มาลากุล เป็นกระแสแทบจะทุกวัน วันไหนไม่ลงรูปสยิว เหมือนจะขาดใจยังไงก็ไม่รู้ ?? อันดับที่ 2 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ตัวแม่ แทนสกินเซ็กซี่ แบบ เฮลท์ตี้ สวยและสุขภาพดี มีไม่กี่คนหรอกจ๊ะ อันดับที่ 3 เอมมี่ อมลวรรณ เข้า IG ทีไรเจอก็แต่ หน้าอกอัน อภิมหามหึมา แต่หนุ่มๆก็ไม่มีใครเบื่อนะ อันดับที่ 4 ใบเตย สุธีวัน กระแสไม่เคยตกจริงๆ ทั้งสั้น ทั้งตูม ทั้งโชว์ โอ้ยย ยอมเลยย อันดับที่ 5 วุ้นเส้น วิริฒิพา ถึงจะมีสามีแล้ว หาแคร์ไม่ ยังเซ็กซี่ได้อีกนะคะ คุณเทอวว์ อันดับที่ 6 เมย์ พิชญ์นาฎ สวย รวย โสด เซ็กซี่มีครบ ขาดแต่คนรู้ใจเท่านั้นเอง !! อันดับที่ 7 เจมี่ บูเฮอร์ ถึงขนาดอัพไซด์มาใหม่ ถ้าไม่โชว์ซะบ้าง ก็คงไม่คุ้มสินะ !! อันดับที่ 8 เปิ้ล ไอริณ ขาดเธอไม่ได้จริงๆ นอกจากจะสวยและเซ็กซี่แล้ว ยังเป็นสาวใจบุญอีกด้วยฮ่ะ อันดับที่ 9 กระต่าย ทรรศิกา น้องใหม่ไฟแรงขยันโชว์สุดริ้ด ไม่ดังก็ต้องดังแล้วล่ะ งานนี้!!! อันดับที่ 10 กิ๊บซี่ วนิดา ห่างหายวงการไป แต่ยังคงลุคส์ เซ็กซี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน โอ๊ยย อกอีแป้นจะแตกกก กับสาวๆ ทั้ง10นางนี้จริงๆ แม้บางคนจะขนของดีมาหมดกรุ หรือ บางคนก็โกยซิลิโคลนมาทั้งโรงงาน ต้องบอกเลยว่าใครได้โชว์เซ็กซี่แล้ว กระแสไม่มีตกแน่นอนจ๊ะ เจ๊คอนเฟิร์ม!!! ขอขอบคุณภาพจาก IG @saramalakul , janienineeleven , mmyamalawan , bitoeyrsiam , vjwoonsen , maypitchy , jaymebooher , ple_irin , kratai_tadsika , gybzygirlyberry

ผีดี-ราศีโด่ (Ghostly Vixen (1990))
หนังจีน

เยี่ยจื้อเหม่ย - เฉินไป่เสียน - อู๋จินหยู : นําแสดง /// คําเปรย : สนุกกับ"เฮิ่มเทิ่ม" แล้วฮากับ"ราศีโด่" (อะไรโด่ อะไรเฮิ่มเทิ่ม มาดูเหอะแล้วก็รู้เองแหละ) /// เนื้อเรื่อง : นักท่องเที่ยวชาย ชาวจีนฮ่องกง 3 คน มาท่องเที่ยวในเมืองไทย เเละต้องการมาเที่ยวในสถานที่เต้นรำในกรุงเทพฯ เเละหนึ่งใน 3 ของนักเที่ยว(Lausekyin)ก็ได้พบกับปีศาจสาวเพียวหง(AmyYip) ได้ชวนเต้นรำ หลังจากนั้นได้ไปเสพสุขในห้องน้ำ เเละได้ถูกปีศาจสาวดูดเลือดในห้องน้ำจนนักท่องเที่ยวตาย ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว(Shingfuion) ผู้มีหน้าที่ปราบปีศาจสาว ได้เข้ามาตามล่า จนพบเเละมาช้าเกินไป เป็นศพที่ 98 ที่ปืศาจสาวบอกว่า ถ้าครบ 100 คน จะได้ไปเกิดเเละมีชีวิตเป็นอมตะตลอดไป เหมียวอี้เหมียวได้ต่อสู้กับปีศาจสาวจนจะฆ่าเพียวหงได้สำเร็จอยู่เเล้ว เเต่ก็พลาดจนเพียวหงได้หลบหนีไปซ่อนตัวในไพ่นกกระจอกหงจง เหมียวอี้เหมียวตามมาจนพบเเละกำลังจะทำลาย เเต่เจ้าของไพ่นกกระจอก(TeddyYip)มาพบเสียก่อน เหมียวอี้เหมียวได้ถูกตำรวจควบคุมตัวไป ไพ่นกกระจอกหงจง ได้ถูกส่งไปขายที่ประเทศฮ่องกง ทำให้ปีศาจสาวรอดจากการทำลายล้างไปได้ ที่ปั๊มเติมน้ำมันเเห่งหนึ่งในประเทศฮ่องกง ฉินโซ่วเหยิน(Natchan)จอมเพลย์บอย กับไซม่อน(Charliecho)จอมกะล่อนที่เป็นเพื่อนสนิท ทำงานที่เดียวกันในบริษัทชุดชั้นในสตรีเเห่งหนึ่ง หลังจากเติมน้ำมันรถเสร็จ ไซม่อนได้ขับรถออกจากปั๊ม ในระหว่างทาง ฉินโซ่วเหยินในสมองคิดเเต่เรื่องเซ็กส์เสื่อมได้พูดระบายให้ ไซม่อนฟัง การที่ตัวเองมีปมด้อย จึงมาระบายด้วยการ กลั่นเเกล้ง ผู้หญิงที่ข้างทางโดยจอดรถพูดจา ชวนไปเที่ยว พอถูกปฎิเสธ ฉินโซ่วเหยิน ก็ต่อว่าอย่างเสียหาย จนคนที่ 3 พอไซม่อนชวนไปเที่ยว กับไปเเบบง่ายๆ จน ฉินโซ่วเหยิน ไม่พอใจถึงขนาดต่อว่าเเละทำร้ายร่ายกาย เเละรายหลังสุด ยังไปพูดจาจีบสาว(Sukikwan)ที่ขับรถตามท้องถนน หญิงสาวท้าให้เเข่งรถ เเต่ก็เเพ้ทำให้รถของไซม่อนเสียหายด้วย เเถมเจอเล่ห์เหลี่ยมหญิงสาวหลอกให้ขายหน้า ตอนที่ไปพบเจ้านาย(wuma)ในที่จอดรถสนามบินเเห่งหนึ่ง โดยโกหกว่าเป็นลูกสาว เเต่เเท้ที่จริง เจ้านายไม่รู้จักเลย ฉินโซ่วเหยินรู้สึกอับอายที่ต้องก้มคลานไปขอโทษเจ้านายว่าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของเจ้านายโดยไม่รู้มาก่อน เเละก่อนที่ฉินโซ่วเหยินกับไซม่อนเเละเจ้านายจะออกเดินทางให้รอพบกับคนๆหนึ่งก่อน เเละเมื่อปรากฎตัวออกมา เป็นหญิงสาวที่เรียกเจ้านายว่า พ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ ฉินโซ่วเหยิน ต่อยท้องเเละเตะจนหงายตีลังกาลงถังขยะ ตอนที่หญิงสาวยืนรอรถริมถนนนั่นเอง งานนี้ถูกเอาคืนโดยให้โชเฟอร์แท็กซี่อัดเข้าที่ลูกตาเเละใบหน้า ฉินโซ่วเหยิน จนฟันร่วงเลยทีเดียว ณ สมาคมแห่งหนึ่ง กำนันหลี่ชิมฟวน(Wufung)ได้หมดวาระในตำเเหน่ง เเละได้ประชุมกับตัวเเทนชาวบ้าน ให้เลือกกำนันคนใหม่ที่หมดวาระ 6 ปี ผลจากการประชุมทุกคนบอกให้กำนันดำรงตำเเหน่งต่อ เเต่กำนันอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่จากชาวบ้าน เเละเมื่อถูกรบเร้ามากๆเข้า กำนันหลี่ชิมฟวนบอกว่าจะไปถามบรรพบุรษที่บ้านก่อน เเละเมื่อกำนันได้ทำพิธีเเละถามว่า ใครควรจะเป็นกำนันต่อไป ผลป้ายบรรพบุรุษบอกว่า ให้หลี่ชิมฟวนเป็นกำนันต่อไปเพราะไม่มีใครเหมาะสม เเต่หลี่ชิมฟวน บอกว่าต้องมีเงื่อนไขคือ ให้ลูกสาว ลู่เหมยเเต่งงานไปก่อน ส่วนลู่เหมย(SandraNg) ลูกสาวคนเดียวทำงานรับใช้อยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ต้องรับใช้พวกคนสูงอายุไม่ว่าจะทำความสะอาด หรือชงชาให้ดื่ม หรือทำทุกๆอย่างที่ถูกเรียกใช้ ไม่วายถูกพวกหญิงเเก่ นักดื่มน้ำชาเเละกินเมล็ดก๊วยจี้ พูดจาเหน็บเเนมว่าลักษณะหน้าตาโหงวเฮ้งไม่ดี จะเเต่งงานก็ไม่ได้เเต่งเพราะมีปัญหากับฝ่ายชายทั้งที่ได้หมั้นหมายกันตั้งเเต่ตอนที่ยังอยู่ในท้อง สร้างความไม่พอใจให้เเก่ ลู่เหมย เป็นอย่างมาก จึงเเก้เผ็ดโดยชงชาผสมพวกของสกปรกเเละซากจิ้งหรีดให้ดื่ม พวกหญิงเเก่กลับชมว่ากลิ่นหอมดีเสียอีก ลู่เหมย พอกลับถึงบ้านก็ต่อว่าพ่อ หลี่ชิมฟวน ว่าไม่สนใจเกี่ยวกับงานเเต่งงานของตน ทั้งที่ หลี่ชิมฟวน ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด เเต่ทางฝ่ายชายพยายามหาเหตุโกหก เเละบ่ายเบี่ยงงานเเต่งมาตลอด จนเเทบไม่อยากจะสนใจเเล้ว เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อ หลี่ชิมฟวนบอกให้ไปโทรศัพท์ถามกันเอาเอง พอลู่เหมยโทรไปหา ฉินโซ่วหยิน กลับให้เพื่อน ไซม่อน รับโทรศัพท์เเทน ไซม่อนพูดโกหกในทุกๆเรื่องเพื่อให้ ลู่เหมยเลิกกับ ฉินโซ่วหยิน ให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามต้องการของ ฉินโซ่วหยิน อยู่เเล้ว เพราะถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนโดยที่ ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้รักเเละพิศวาสลู่เหมยเลย ลู่เหมยกลับมาบอกพ่อเกี่ยวกับเรื่องราวทุกอย่างที่ ไซม่อนบอกมา พ่อบอกให้ตัดใจเสียเถอะ เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองให้ได้ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินได้พาหญิงขายบริการคนหนึ่งมาเสพสุขในรถในสถานที่เปลี่ยว เเต่ก็เจอปัญหามาตลอด ตั้งเเต่การถูกคนเเอบดูจากนอกรถนับสิบคน พอย้ายไปอีกที่ ก็เจอพวกนักเลงตีกันทำให้ถูกลูกหลงจนกระจกรถเเตกเสียหาย เเละเมื่อพาไปที่บ้านพักก็มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดูดที่สวิทซ์ปิดเปิดไฟ เเละไฟฟ้าก็ดับต้องใช้เทียนจุดไฟก็ดันเผลอไปโดนเส้นผมของสาวขายบริการจนไหม้ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ฉินโซ่วหยินบอกให้หญิงขายบริการไปนอนรอที่เตียง เเละตัวเองขอไปทำเรื่องส่วนตัวก่อน นั่นก็คือ กินน้ำผสมกระดาษเสกที่ ไซมอนให้มาว่าจะทำให้พลังทางเซ็กส์ดีเยี่ยม เเต่พอ ฉินโซ่วหยิน กลับไปที่เตียง กลับเจอ 2 โจรผู้ชายมาปล้นสวาท ฉินโซ่วหยินแทน โดยที่หญิงขายบริการกลับถูกมัดเเละปิดปากอยู่ที่เตียง วันต่อมา ฉินโซ่วหยิน ได้พบกับไซมอน เเละเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในสภาพเจ็บปวดที่ก้นหลังจากถูกข่มขืนจากผู้ชายทั้ง 2 คน ในห้องพักในวันนั้น ส่วนเหมียวอี้เหมียวนักปราบปิศาจ ก็ถูกควบคุมตัวในห้องคุมขังในสถานบำบัดเเห่งหนึ่ง ส่วนลู่เหมยก็ได้พูดคุยกับพ่อเเละได้เล่าเรื่องราวสมัยที่ได้เล่นกับ ฉินโซ่วหยิน ในอดีดที่ผ่านมา เเละกำลังจะออกเดินทางไปหาฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของลู่เหมยได้ให้ถุงวิเศษ 3 ถุงโดยบอกว่าถ้าลูกถูกรังเเกให้เปิดใช้ เเละอย่าให้ใครไปใช้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้น พ่อจะต้องเกิดเรื่องยุ่ง เเละไม่อธิบายเหตุผลกับลู่เหมยอีก คืนวันหนึ่ง ฉินโซ่วหยิน ได้พาหญิงขายบริการคนใหม่มาเสพสุขในบ้านพักเหมือนเช่นเคย เเต่ตอนนี้ดีหน่อยตรงที่ไฟฟ้าไม่ดูดเเละดับเหมือนคราวที่เเล้ว ในระหว่างที่สาวขายบริการกำลังก้มหน้าก้มตาจะทำอะไรที่เป้ากางเกง ดันมีเสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องทำให้ตกใจรีบรูดซิบเพื่อจะไปเปิดประตูห้องเลยทำให้เส้นผมหญิงขายบริการติดที่ซิบกางเกง เลยต้องลากไปที่ประตูทำให้หญิงสาวเจ็บปวดมาก เมื่อฉินโซ่วหยิน เปิดประตูก็พบกับลู่เหมย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจที่ ฉินโซ่วหยินชอบหญิงบริการมากกว่าตน ฉินโซ่วหยินว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันจึงไม่มีสิทธิ์มาว่าเช่นนั้น จึงสั่งให้ลู่เหมยให้ไปพักในห้องรับเเขกก่อน เมื่อไปพักที่ห้องลู่เหมยได้เปิดถุงวิเศษที่พ่อให้มาเพื่อเล่นงาน ฉินโซ่วหยิน หลังจากทำพิธีเสร็จเเล้ว อวัยวะเพศของฉินโซ่วหยิน กลับยาวมาถึงตาตุ่ม ทำให้หญิงขายบริการตกใจหนีจากไป ลู่เหมยสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉินโซ่วหยิน ต้องมัดอวัยวะเพศกับขาข้างซ้ายซึ่งยาวเกือบถึงตาตุ่มโดยใส่กางเกงขายาวปิดไว้ ก่อนที่จะมาทำงานที่บริษัทชุดชั้นในสตรี โดยภาวนาว่าอย่าเห็นสิ่งยั่วยวนอีกเลย เเต่เมื่อมาเห็นพนักงานสาวเเต่งตัวยั่วยวนก็เลยสั่งให้เปลี่ยนให้มิดชิดในวันถัดไป เเละเมื่อมาประชุมเกี่ยวกับชุดชั้นใน เห็นนางแบบสาวใส่ชุดชั้นใน ฉินโซ่วหยินถึงกับทนไม่ได้ ขาซ้ายกับชูขึ้นโดยโกหกว่าเป็นตะคริว ต้องให้ไซม่อนพาไปห้องน้ำ เพื่อบอกความจริงว่าอวัยวะเพศไม่รู้ว่าอยู่ดีๆมันยาวเกือบ 4 ฟุต โดยไม่รู้สาเหตุ ขนาดพนักงานหญิงเเก่(FemmeDeMenage)ที่ทำความสะอาดห้องน้ำมาเห็นเข้า ยังร้องว่า ผีหลอก เมื่อ ฉินโซ่วหยิน กลับมาที่บ้านพักคิดว่า ลู่เหมยกลับบ้านไปแล้ว คิดว่าจะฉลองสักหน่อย จึงใช้โทรศัพท์เเต่กลับได้ยิน ลู่เหมยพูดโทรศัพท์กับพ่อ หลี่ชิมฟวนบอกว่า หลังจากใช้ถุงวิเศษถุงที่ 1 ไปเเล้วภายใน 12 ชั่วโมง ก็จะเป็นปรกติ ลู่เหมยบอกว่ายังเหลืออีก 2 ถุงเก็บไว้เรียบร้อยเเล้ว พ่อลู่เหมย กำชับว่าอย่าให้ ฉินโซ่วหยิน รู้เรื่องเป็นอันขาดไม่งั้นต้องเดือดร้อนเเน่ ฉินโซ่วหยินเมื่อรู้ความจริงจึงหาวิธีทำให้ลู่เหมยตายใจเพื่อหวังจะเอาถุงวิเศษมาเป็นของตัวเองให้ได้ โดยเเกล้งทำดีกับลู่เหมยสารพัด เเละโกหกว่าตัวเองว่าเป็นมะเร็งมีชีวิตเหลือเพียง 1 ปี เเล้วก็ตาย จึงทำให้ลู่เหมยสงสารเเละยอมทำทุกอย่างที่ ฉินโซ่วหยินต้อง การ เเล้วทั้งคู่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อไปขี่ม้า เเต่ไม่กล้าเลยไปขี่หมาเเทน เเล้วก็เล่นกันอย่างสนุกสนานบริเวณชาดหาดริมทะเลอย่างมีความสุข หลังจากนั้นก็กลับมาดื่มเบียร์ที่บ้านพักจนเมามาย เเต่ลู่เหมยไม่ยอมหลับสักที ฉินโซ่วหยิน เลยหาจังหวะใช้ขวดเบียร์ตีที่หัวลู่เหมยจนหลับไป เเล้วก็เอาถุงวิเศษไปจนได้ เมื่อ ฉินโซ่วหยิน ไปที่ทำงานบริษัทชุดชั้นในสตรี ได้ทดลองใช้ถุงวิเศษกับเพื่อน ไซม่อนเป็นคนเเรก เมื่อเจอไซม่อนๆยังได้พูดว่าขนาดอวัยวะที่ยาวไม่สามารถรักษาทางยาได้ต้องตัดอย่างเดียว เสียค่าตัด 40,000 ไซม่อนบอกว่าให้ไปคุยในห้องทำงาน พอไซม่อนหันหลังฉินโซ่วหยินได้ใช้ผงวิเศษจากถุงที่ 2 ใส่ที่หัวไซม่อน ผลที่ได้ ทำให้พ่อลู่เหมยหกคะเมนตีลังกาทั้งหน้าเเละหลังจนได้รับบาดเจ็บ เเละทำให้ไซม่อน พูดความจริงทุกอย่างที่หลอก ฉินโซ่วหยิน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ตัดอวัยเพศ เล่าเรื่องถูกข่มขืนให้คนในบริษัทฟัง หลอกเอาเงินทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เมื่อฉินโซ่วหยิน แต่งงานจะคืนเงินทั้งหมดเพื่อเป็นของขวัญ ทำให้ฉินโซ่วหยินไม่พอใจเเละทวงเงินคืนจากไซม่อนได้สำเร็จ ฉินโซ่วหยิน คิดจะทดลองกับเจ้านาย(wuma) โดยบอกว่ามีธุระจะคุยด้วย พอเจ้านายหันหลัง ก็ใช้ผงวิเศษใส่ที่หัว ผลที่ได้คือ ทำให้พ่อลู่เหมย หัวทิ่มหัวตำกับพื้นได้รับบาดเจ็บอีก เเละเมื่ออยู่ในห้องทำงาน เจ้านายก็พูดความจริงว่า ถ้าฉันเป็นนายฉันลาออกจากบริษัทไปนานเเล้วคงไม่หน้าด้านอยู่ ฉินโซ่วหยิน จึงบอกว่า เมื่อก่อนได้เคยวางยาให้เถ้าเเก่เนี้ยมานอนกับเจ้านายนะ เจ้านายจึงบอกว่า ก็เพราะเรื่องนี้นะซิที่ฉันอยากจะไล่นายออกไม่ให้ทำงานที่นี่ เเต่นายก็ยังมีความซื่อสัตย์ต่อฉัน เอาเป็นว่าเดือนหน้าฉันจะเลื่อนตำเเหน่งนายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ เเต่นายอย่าเพิ่งดีใจไป เมียของฉันจะให้น้องชายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ดังนั้นนายต้องรออีก 2 ปี ทำให้ฉินโซ่วหยิน รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เมื่อน้องชายของเมียเจ้านาย(Taibo)มาถึงที่บริษัทได้วางอำนาจต่อว่า ฉินโซ่วหยิน เเบบเหยียดหยามอย่างไม่เป็นมิตร ทำให้ ฉินโซ่วหยินคิดจะเอาคืนโดยใช้ผงวิเศษตามเคย มีผลให้ พ่อลู่เหมยถูกต้นตะบองเพชรพุ่งเข้าใส่ที่ใบหน้าบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกครั้ง เเละทำให้น้องชายเมียเจ้านายพูดความจริงเกี่ยวกับเจ้านายในเรื่องเสียหายในทุกๆเรื่อง จนเจ้านายทนไม่ได้เเละไล่ออกจากบริษัทไป เเละก็ได้แต่งตั้ง ฉินโซ่วหยิน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการเเทน เเละยังได้ชวนไปเล่นไพ่นกกระจอกในคืนวันนั้นด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ เมื่อหนีออกมาจากสถานบำบัด ก็ได้ใช้สีสเปรย์พ่นทับป้ายประกาศจับตัวเอง ก็มาเจอตำรวจไล่ล่าอีกก็เลยใช้สีสเปรย์พ่นใส่หน้าตำรวจเสียเลย เมื่อคนทั้งสี่ได้มาเล่นไพ่นกกระจอกในสถานที่เเห่งหนึ่ง เจ้านาย(wuma) เล่นได้ หงจง กินเงินไปหลายครั้ง เเต่หลังจากนั้นพอมาถึง ฉินโซ่วหยิน กับเห็นไพ่ หงจง มีหญิงสาวชุดเเดงอยู่ในนั้น จึงบอกให้นักเล่นอีก 3 คนรู้เเต่ไม่มีใครเชื่อ เเละเมื่อเล่นต่อไปคราวนี้ ฉินโซ่วหยิน เล่นชนะ กินเงินได้ทุกครั้งจนเกือบตลอดทั้งคืน จนทุกคนสงสัย คอยจับผิด จน ฉินโซ่วหยิน ได้ดึงผ้าสีเเดงจากไพ่หงจง ออกมา ทุกคนจึงเลิกเล่นทันทีในคืนนั้นเพราะหาว่าฉินโซ่วหยินโกง เเล้วต่างฝ่ายเเยกย้ายกันกลับไป คราวนี้ไซม่อนไม่ยอมไปด้วยกลัวรถชนกันอีก ฉินโซ่วหยินเลยต้องขับรถกลับตามลำพังเพียงคนเดียว เเละเมื่อรถเริ่มแล่นออกไปก็มีผ้าเเพรสีเเดงปลิวเข้าไปในรถด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ กำลังกินอาหารอยู่ ก็ยังไม่วายตำรวจ 2 คน ยังตามมาจับอีกก็เลยเอาอาหารยัดใส่ปากตำรวจคนหนึ่ง เเล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะมีหลังคาหนีไปได้อย่างง่ายดายเเถมยังบอก บ๊ายบาย เย๊าะเย้ยตำรวจอีก ส่วน ฉินโซ่วหยิน เมื่อขับรถได้สักระยะหนึ่งที่ด้านหลังคนขับ ก็มีร่างของสาวชุดเเดงปรากฎขึ้นมา ในระหว่างนั้นรถกระบะที่ เหมียวอี้เหมียวอาศัยมานั้น สวนผ่านมาพอดี ได้เห็นปีศาจสาวในชุดเเดงที่อยู่ในรถของ ฉินโซ่วหยิน เหมียวอี้เหมียวจึงติดตามมาหวังกำจัดปีศาจสาว ฉินโซ่วหยินได้ยินเสียงคนมาจากเบาะหลังรถจึงหันไปดู เเต่ต้องหักรถหลบเพราะมีคนวิ่งตัดหน้ารถ จึงลงไปดู กลับพบหญิงสาวในชุดเเดงสุดเซ็กส์ซี่เพียวหง(AmyYip) ตอนเเรกว่าคิดจะต่อว่า กลับเปลี่ยนมาพูดดีเเทน หญิงสาวในชุดเเดงบอกช่วยอุ้มขึ้นรถหน่อย ฉินโซ่วหยิน ก็ทำตามอย่างเต็มใจ พอมาถึงในรถขอนั่งพักเดี๋ยวก็หายไม่ต้องพาไปโรงพยาบาล เเละขอให้ช่วยเเกะกระดุมหลังเสื้อหน่อย พอได้จังหวะปีศาจสาวในชุดเเดงกำลังจะใช้ปากดูดตรงเป้ากางเกง ฉินโซ่วหยิน เเต่โชคดี เหมียวอี้เหมียว ได้ใช้ปลายเท้ายัดใส่ปากปีศาจสาวเเทน เเต่ปืศาจสาวได้หนีออกมาจากรถ การต่อสู้ระหว่าง เหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจกับ ปีศาจสาวเพียวหง ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เเละเหมียวอี้เหมียว กำลังจะใช้ดาบปราบปีศาจได้อยู่เเล้ว เเต่ ฉินโซ่วหยิน กลับมาช่วยให้ปีศาจสาวหนีไปได้อีกครั้ง เหมียวอี้เหมียวได้พยายามเตือน ฉินโซ่วหยิน ว่ากำลังถูกปีศาจสาวฆ่าเเละจะเป็นศพที่ 99 เมื่อครบ 100 ก็จะได้ไปผุดไปเกิด เเละไม่มีวันตายด้วย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่อเเละก็เดินจากไป เมื่อฉินโซ่วหยินกลับมาที่บ้านพักตัวเอง ก็ได้พบกับหลี่ชิมฟวนเเละลู่เหมย หลี่ชิมฟวนพ่อลู่เหมยตอนนี้อยู่ในสภาพเหมือนศพมัมมี่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผลที่ ฉินโซ่วหยิน ได้ใช้ถุงวิเศษที่เป็นของหลี่ชิมฟวนไปเเกล้งคนอื่น ผลหลี่ชิมฟวนเลยต้องรับผลกรรมของการกระทำนั้นด้วย การที่หลี่ชิมฟวนมาที่บ้านพักของ ฉินโซ่วหยิน เพราะจะมาเตือนว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจดูดเลือดตามล่าหวังจะเอาชีวิตเฉพาะชายโสด เพราะฉินโซ่วหยินเป็นชายโสด วิธีเดียวต้องทำลายความความเป็นโสดของตัวเอง ด้วยการยกให้กับลูกเหมย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่ออ้างเพื่อเข้าข้างลูกสาวของตัวเอง เลยต่อว่าลู่เหมยว่าอย่าหวังเลยว่าฉันจะแต่งงานกับเธออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตเถอะเเล้วก็เดินจากไป สร้างความไม่พอใจกับลู่เหมยเป็นอย่างมาก ส่วนหลี่ชิมฟวนได้บอกกับลูกสาวว่า ลูกเหมยเอ๊ยอย่าหาพ่อไม่ช่วยนะ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน กำลังทำธุระอยู่ข้างนอกก็มี เหมียวอี้เหมียว คอยเดินตามตลอด เพราะรู้ว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจตามฆ่าอยู่ เเม้กระทั่งเข้าห้องน้ำก็ยังตามเเบบไม่คาดสายตา เเต่ เหมียวอี้เหมียว ต้องมาเจอตำรวจไล่ล่าตามจับตัวเลยต้องหนีไปตามเคย การติดตามเลยต้องสิ้นสุดลง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน ได้ไปที่ New Tonnochy Night Club คลับกลางคืนที่มีสาวขายบริการเเห่งหนึ่ง เเละได้เรียกตัวสาวบริการมาให้เลือก ตอนเเรกมีอยู่ 2 คนอยู่เเล้วเพื่อจะพาไปข้างนอก เเละรอเปลี่ยนเสื้อผ้า เเต่พอพาตัวมาส่งอีกครั้งกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน เเถมหน้าเหมือนไม่ใช่คน เลยบอก มาม่าซังให้เปลี่ยนคนใหม่ ในระหว่างนั้น ปีศาจสาวเพียวหง ได้เข้ามาหาเลยคิดว่าทำงานที่นี่ ฉินโซ่วหยินเเยกตัวจากไซม่อน เพียวหงได้พาฉินโซ่วหยินออกไปข้างนอกคลับเเละขึ้นรถเเท็กซี่ ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว ได้เเอบเห็นพอดีเลยสกดรอยตาม เเท็กซี่ได้พาปีศาจสาวเพียวหงเเละฉินโซ่วหยินไปส่งที่โรงเเรมจิ้งหรีดเล็กๆค่อนข้างสกปรก ทำให้ ฉินโซ่วหยิน รู้สึกกลัวขึ้นมา พอเปิดห้องเเละได้นอนคุยกับเพียวหง ฉินโซ่วหยิน ได้ถามว่า ชาติก่อนพ่อของเธอติดหนี้เค้ามากใช่ไหม เพียวหงตอบว่าทำไมพูดเเบบนี้ ก็เพราะรูปร่างหน้าตาคุณทำไมต้องมาเป็นผู้หญิงเเบบนี้ เพียวหงจึงตอบว่าน่าเกลียดพูดออกมาได้ ในช่วงเวลานั้น เหมียวอี้เหมียวได้ตามมาถึงโรงเเรมเเละกำลังจะเข้าไปเเต่ถูกพนักงานในโรงเเรมขวางเเละรุมเล่นงาน จนกระทั่ง เหมียวอี้เหมียว ได้พยายามเข้ามาเจอห้องของปีศาจสาวเพียวหง เเต่ก็ไม่สามารถจัดการเพียงหงได้เพราะถูกพนักงานโรงเเรมเเละตำรวจควบคุมตัวไป ในระหว่างที่ เหมียวอี้เหมียวถูกจับตัวไป ฉินโซ่วหยินก็เดินตามไปด้วย พอย้อนกลับมาที่ห้อง เพียวหง ก็ไม่ได้อยู่ในห้องเเล้ว เเต่ก็ทิ้งกระดาษแผ่นหนึ่ง เเละได้บอกให้ไปหาตามสถานที่ๆหนึ่ง ที่โรงพยาบาลบำบัดโรคจิต เหมียวอี้เหมียว ได้ถูกขังเเละมัดมือเเละขาในสภาพผ้าขาวพันเต็มตัวเหมือนมัมมี่เเละนอนบนเตียงนอน ได้เอะอะโวยวายบอกว่าฉันเป็นหมอผี ให้ปล่อยตัวเดี๋ยวนี้ เหมียวอี้เหมียว คิดได้ว่าถ้าถูกจับมัดเเละขังแบบนี้ ปีศาจสาวเพียงหงต้องมาฆ่าเเละจะเป็นศพคนที่ 99 เลยหาวิธีทำลายความบริสุทธิ์เเละความเป็นโสดของตัวเอง โดยจ้างตำรวจที่เฝ้าหน้าห้อง ให้ไปหาหญิงสาวสักคนมามีเพศสัมพันธ์ เเต่ตำรวจหาหญิงเเก่(HelenaLaw)ที่ทำความสะอาดในโรงพยาบาลมาให้ เหมียวอี้เหมียวไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลง ในระหว่างที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ เหมียวอี้เหมียวต้องผงะเพราะที่เเท้หญิงเเก่คนนั้นคือ ปีศาจสาวเพียวหง เลยขอร้องว่าไหนๆก็จะตายเป็นศพคนที่ 99 เเล้ว ขอให้กลายร่างเดิมจะได้ไหมเพราะไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับคนเเก่ เพียวหงตอบตกลง เเต่ดันกลายร่างเป็นผู้ชายมีหนวด(ManfredWong) เสียนี่ เเละในที่สุด เหมียวอี้เหมียว ถูกฆ่าตายเป็นศพคนที่ 99 จนได้ ที่บ้านของ ลู่เหมย กำลังรำมวยจีนกับพ่อของเธอ เเต่พ่อของเธอเหมือนจะมีความวิตกกังวล ได้หยุดรำมวย เเละเดินจากไป ทำให้ลู่เหมยสงสัยเลยตามพ่อเธอไป หลี่ชิมฟวน ได้หยิบเหรียญเพื่อตรวจดูว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังมีเคราะห์หรือไม่ เมื่อถูกลูกสาวถาม เลยตอบไปว่า ฉินโซ่วหยิน ถ้าวันนี้ไม่ตายพรุ่งนี้ก็ต้องตายอยู่ดี ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ ว่าพ่อทำไมไม่ช่วย พ่อของเธอบอกว่า ปีศาจสาวตนนี้ ไม่ใช่ธรรมดา พ่อสู้ไม่ได้ ทำให้ลู่เหมยเดินหนีออกไปข้างนอกเพื่อไปช่วย ฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของเธอตะโกนบอกว่าหยุดก่อน ให้นำผ้ายันต์ติดตัวเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง คืนหนึ่งฉินโซ่วหยินเเละไซม่อน ได้ขับรถไปยังสถานที่ ที่เพียวหงได้บอกไว้ในกระดาษ เมื่อไปถึง ฉินโซ่วหยินบอกให้ไซม่อนรออยู่ข้างนอก เเละเมื่อเข้าไปในบ้าน ที่บ้านหลังนี้รกมากเเละมืด เมื่อฉินโซ่วหยินเข้ามาถึงในห้อง เเละได้เห็นหน้าของเพียวหง ไม่มีลูกตาทั้งสองข้าง จึงตกใจกลัวจนปัสสาวะราด ดีที่ว่าหลบทัน เพราะเพียวหง เมื่อไม่มีตาจึงมองไม่เห็น จึงเอาตาจากที่วางอยู่ในชามที่มีน้ำขึ้นมาใส่ที่เดิม ส่วนไซม่อนรอที่รถไม่ไหว เลยเข้ามาในบ้านเพื่อหาของกิน เเต่เมื่อเข้าไปในห้องเก็บของ กลับเจอศพผู้ชายหลายศพ จึงร้องว่า มีคนถูกฆ่าๆ จนทำให้เพียวหงตามมาเจอเเละถามว่า ฉินโซ่วหยินอยู่ไหน เมื่อรู้จึงบังคับปิดประตูหน้าต่างทุกด้าน ทำให้ฉินโซ่วหยินซึ่งตอนนี้ เชื่อเเล้วว่า เพียวหงคือปีศาจที่กำลังตามฆ่าตน จึงพยายามหนี เเละลู่เหมยก็ตามมาช่วยพอดี เเต่เมื่อหนีออกจากบ้านลู่เหมยออกไปได้เเล้ว เเต่ฉินโซ่วหยินออกไม่ทันประตูถูกปิด เปิดไม่ได้ เพราะอำนาจของปีศาจบังคับไว้ ลู่เหมยจึงใช้วิธีหลอกล่อ ให้เพียวหงเปิดประตูออกมาไล่ล่าตน เเต่เหมือนเพียวหงจะรู้ทัน จึงหันกลับไปในบ้านเเละจับตัว ฉินโซ่วหยินได้ เเต่ลู่เหมยตามเข้ามาช่วยเเต่ก็โดนเล่นงานไปเหมือนกัน ฉินโซ่วหยิน กำลังจะถูกเพียวหงทำร้ายอยู่นั้น ลู่เหมยได้ใช้ยันต์ที่ติดตัวมาเเปะที่หน้าผากของเพียวหง ทำให้ปีศาจสาวหมดอำนาจ ทำให้ประตูถูกเปิดออก ทุกคนจึงหนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อทุกคนกลับมาที่บ้านของลู่เหมย พ่อลู่เหมยไม่อยู่เพราะกำลังไปตามศิษย์ผู้พี่เเละไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกคนจึงพยายามหาวิธีกำจัดปีศาจสาว โดยศึกษาจากวิดีโอเทปการปราบปีศาจของพ่อ ในหลายๆวิธี เเละวิธีที่นำมาใช้คือ โป็ยเซียนขี้เมา เเต่พอปีศาจสาวปรากฎตัว การต่อสู้ก็เกิดขึ้น โป็ยเซียนขี้เมา ก็สู้ไม่ได้ พอเปิดดูวิดีโอเทปค่ายกลวิธีสุดท้ายของพ่อ บอกว่าให้ใช้ขาวิ่งให้เร็วที่สุดคือเคล็ดลับของค่ายกลนี้ ทุกคนรู้สึกผิดหวังไปตามๆกัน ลู่เหมยบอกให้ไปตั้งค่ายกลที่ห้องสองต่อสองกับฉินโซ่วหยิน ไม่ให้ไซม่อนตามไป เมื่ออยู่ในห้อง ค่ายกลที่ว่านี้ก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง ฉินโซ่วหยินกับลู่เหมย เเต่ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้พิศวาสด้วย ไม่ว่าลู่เหมยจะใช้ถุงดำคุมหัว ใช้ภาพนางเเบบสาวสวยกี่คนมาปิดที่ใบหน้าก็ตาม ฉินโซ่วหยินไม่มีอารมณ์จะร่วมด้วย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ เเละก็แยกย้ายกันไป ปีศาจสาวเพียวหง ทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นไซม่อน ฉินโซ่วหยิน ลู่เหมย จนในที่สุด ลู่เหมยพยายามปกป้องจนตัวเองต้องถูกผ้าเเดงรัดคอเเละถูกเเขวนคอจนตาย เเละเมื่อเพียวหงกำลังจะฆ่า ฉินโซ่วหยิน พอดีศิษย์ผูัพี่(BillTung)ยิงลูกศรอาคม ถูกปีศาจสาว จนต้องหนีไป หลังจากนั้น เมื่อลู่เหมยตาย ในระหว่างทำพิธิศพพ่อลู่เหมยได้เเสดงความโกรธต่อ ฉินโซ่วหยิน เเละก็ต่อว่าพักใหญ่ จนในที่สุด ฉินโซ่วหยิน บอกให้ หลี่ชิมฟวน ปลุกวิญญาณลู่เหมยขึ้นมา หลี่ชิมฟวนตอบตกลง การทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยครั้งเเรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนไซม่อนเเละศิษย์ผู้พี่ได้ออกไปหาดาบปราบปีศาจในที่เก็บศพเเห่งหนึ่ง เเละได้ดาบจากวิญญาณเหมียวอี้เหมียวซึ่งก็ไม่พอใจที่ตัวเองต้องมาตายเพราะไม่มีดาบปราบปีศาจนี้ ในระหว่างทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยอยู่นั้น เเทนที่วิญณาณลู่เหมยจะปรากฎตัวกลับเป็น ปีศาจเพียวหงเเทน หลี่ชิมฟวน ก็ได้ต่อสู้เเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินก็ถูกเล่นงานกำลังจะเเย่ ปรากฎว่าวิญญาณลู่เหมยออกมาช่วยไว้ทัน จนพ่อลู่เหมยบ่นว่าไม่ช่วยพ่อเลยเเต่ช่วยเเต่ ฉินโซ่วเหยิน การต่อสู้ระหว่างวิญญาณลู่เหมยกับปีศาจเพียวหงโดยต่างฝ่ายต่างเเลบลิ้นยาวพันต่อสู้กัน ฉินโซ่วหยินเอาไฟลนที่ลิ้นปีศาจเพียวหง เลยทำให้วิญญาณทั้งสองเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในตอนนี้ปีศาจสาวเพียวหงต้องการฆ่า ฉินโซ่วหยินให้ได้ เพราะจะเป็นศพที่ 100 ก็จะได้ไปเกิดเป็นคนเเละไม่มีวันตายเสียที เเต่วิญญาณลู่เหมยพยายามต่อสู่ปกป้องฉินโซ่วหยินเเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินเองตอนนี้ก็ต้องต่อสู้เพิ่อให้ตัวเองรอด ฉินโซ่วเหยิน กำลังจะถูกฆ่าจากปีศาจ วิญญาณลู่เหมย ใช้มีดดาบปราบปีศาจซึ่งเป็นเล่มเดียวกับเหมียวอี้เหมียวใช้ พุ่งเข้าเเทงหน้าอกปีศาจจนตาย เป็นการปราบปีศาจได้สำเร็จ ทุกคนก็รอดปลอดภัย เเต่ฉินโซ่วหยินต้องเเต่งงานกับวิญญาณลู่เหมยเเละอยู่ด้วยกันเฉพาะกลางคืนเท่านั้น เเต่ด้วยนิสัยเพลย์บอยเดิมยังไม่ละทิ้ง คิดจะเเอบหนีเที่ยวกับหญิงอื่นในเวลาที่วิญญาณลู่เหมยไม่อยู่ เลยถูกวิญญาณลู่เหมยยึดอวัยวะเพศไว้เพราะรู้ทัน จะคืนให้ก็ต่อเมื่อมีอะไรกับวิญญาณลู่เหมยเท่านั้น งานนี้เป็นกรรมโดยเเท้ของ ฉินโซ่วหยิน(NatChan) /// ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/02/1990-ghostly-vixen-nat-chan-sandra-ng.html

เผยชื่อ 9 องค์คณะชี้ชะตา
คณะผู้พิพากษา /  ตัดสินจำนำข้าว / 

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเผยผลคัดเลือก 9 รายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณา คดี "ยิ่งลักษณ์" ทุจริตจำนำข้าว วันนี้ (24 ก.พ.) ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เปิดเผยรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาระดับศาลฎีกา จำนวน 9 คน ซึ่งรับผิดชอบการพิจารณาพิพากษาคดีจำนำข้าวที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยองค์คณะทั้ง 9 คน ประกอบด้วย 1.นายไสลเกษ รัตน์พันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา 2.นายวิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา 3.นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา 4.นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา 5.นายศิริชัย วัฒนโยธิน รองประธานศาลฎีกา 6.นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา 7.นายวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา 8.นางอุบลรัตน์ ลุยวิกภัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา 9.นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา MThai News

ประวัติญิ๋งญิ๋ง ศรุชา หรือ ไวน์ สงครามนางงาม
ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา เพชรโรจน์ /  ประวัติดาราวัยรุ่น / 

หลังจากทีนเอ็มไทยนำเสนอ ประวัติกรุ๊ป จุฑารัตน์ หรือ ใบข้าว สงครามนางงาม กันไปแล้ว มาต่แกันที่นางเอกของเรื่องอย่าง ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา ที่รับบทเป็น ไวน์ วารุณี นันทา ผู้เข้าประกวดหมายเลข 18 ซึ่งเธอประสบความสำเร็จมาๆ เพราะคนดูต่างก็คิดว่าเธอคือสาวประเภทสองจริงๆ แต่ความจริงเธอคือหญิงแท้ 100% นะจ๊ะ ^^ เอาหล่ะตามทีนเอ็มไทยไปชมภาพน่ารักของเธอกันเลยดีกว่า..  ประวัติญิ๋งญิ๋ง ศรุชา หรือ ไวน์ สงครามนางงาม ประวัติญิ๋งญิ๋ง ศรุชา หรือ ไวน์ สงครามนางงาม ชื่อ-นามสกุล : ศรุชา เพชรโรจน์ (ชื่อเดิม หญิง สุพรรษา) ชื่อเล่น :  ญิ๋งญิ๋ง เกิดวันที่ : 21 กันยายน  การศึกษา : มหาวิทยาลัยรามคำแหง บ้านเกิด : เป็นคนจังหวัดมุกดาหาร ผลงานที่ผ่านมา รองอันดับ 1 นางงามต้นเทียนอุบลราชธานี 2553 ประกวดนางงามเวที Miss Thailand Universe 2010 มิวสิควิดีโอเพลง นาฬิกาเรือนเก่า - ปาล์มมี่ มิวสิควิดีโอเพลง จับ - กั้ง เดอะสตาร์ ละครสงครามนางงาม รับบทเป็น ไวท์ สาวประเภทสองที่แอบเข้ามาประกวดนางงาม (ผู้เข้าประกวดหมายเลข 18 'นางงามสู้ตาย')

สิ่งที่คิด VS ความเป็นจริง ของขวัญวาเลนไทน์ ที่สาวๆต้องเงิบ!!!
ของขวัญ /  ของขวัญวาเลนไทน์ วันวาเลนไทน์ / 

ของขวัญวาเลนไทน์ ของคุณแบบนี้หรือเปล่า?        ในโลกแห่งความเป็นจริงบางครั้งมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน วันวาเลนไทน์ท้ังทีสาวๆ women mthai คงตั้งตารอคอยว่าหนุ่มๆจะทำเซอร์ไพร์ให้ ของขวัญวาเลนไทน์ เป็นอะไรนะปีนี้ แต่โลกความจริงกับความฝันมันต่างกันจนสาวๆอย่างเราก็ทำใจแทบไม่ทัน ฝันสลายลงกับตา ลองมาดูสิว่า ของขวัญวาเลนไทน์ ของคุณเคยเป็นแบบนี้หรือเปล่า... สิ่งที่คิด : ว้าว! ตื่นมาพร้อมกับอาหารเช้าเสิร์ฟอยู่เต็มที่นอนเลย ที่รักทำให้น่ารักจัง ความเป็นจริง : ตื่นขึ้นมาทำอาหารกินเอง แถมยังต้องเสิร์ฟอาหารเช้าให้คุณแฟนถึงเตียงอีก อารมณ์เสีย! สิ่งที่คิด : แฟนถือดอกไม้ช่อโต มาพร้อมกับเครื่องประดับสุดหรู เริ่ดสุดๆ ความเป็นจริง : แหวนลูกอมริงป๊อป เพชร 18 กะรัต ปลื้มจนน้ำตาแทบไหล T_T สิ่งที่คิด : คุณแฟนทำขนมมาให้ชิม แบบสุดฝีมือเลย ความเป็นจริง : แฟนทำขนมเค้กก้อนโต พร้อมข้อความจากขั้วหัวใจ  bang me! สิ่งที่คิด : แฟนเซอร์ไพร์ด้วยการซื้อดอกกุหลาบช่อโตมาส่งให้ที่ออฟฟิต งานนี้เพื่อนๆจะต้องอิจฉาตาร้อนแน่นอน ความเป็นจริง : แฟนซื้อดอกไม้เหี่ยวๆ มาให้จากข้างตึก สิ่งที่คิด : เสียงเคาะประตูหน้าบ้าน พร้อมกับช่อลูกโป่งหัวใจสีชมพู ความเป็นจริง : เขาลืมวันวาเลนไทน์ไปซะสนิทเลย  สิ่งที่คิด : จดหมายบอกรักแสนโรแมนติก ที่เปิดเผยความในใจที่อยู่ก้นบึ้งของหัวใจ บอกให้คุณรู้ว่าชีวิตนี้ เขาขาดคุณไม่ได้! ความเป็นจริง : มันยากที่จะหาคำพูดดีดีมาบอก คุณเลยได้การ์ดใบนี้แทน สิ่งที่คิด : แฟนซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ๋เท่าคนมาวางถึงหน้าบ้าน เพราะเขารู้ว่าคุณชอบตุ๊กตามาก... ความเป็นจริง : แฟนซื้อตุ๊กตามาให้พร้อมกับข้อความที่สื่อถึงความในใจของเขานั่นเอง Shit Bitch! สิ่งที่คิด : ดินเนอร์ใต้แสงเทียนสุดหรูหรา จิบไวน์เพลินๆ นั่งฟังเพลงรักแสนโรแมนติกด้วยกัน ความเป็นจริง : ร้านข้าวข้างทาง กินไปเถอะ อิ่มเหมือนกัน! สิ่งที่คิด : คุณแฟนแอบทำเซอร์ไพร์จัดดอกไม้และลูกโป่งเต็มห้อง โดยมีเทียนวางอยู่รอบๆ ดินเนอร์กันสองต่อสอง มีความสุขสุดๆ ความเป็นจริง : นี่ก็จุดเทียนดินเนอร์กันสองต่อสองเหมือน โรแมนติกจะตาย!! สิ่งที่คิด : ระหว่างดินเนอร์กินอาหารไป คุยกันไป จ้องตากันไป แล้วเขาก็บอกรัก และอาจถึงขั้นขอเราแต่งงาน! ความเป็นจริง : ระหว่างดินเนอร์ แฟนเริ่มมองตาแล้วบอกว่า "เธออะไรติดฟันง่ะ" สิ่งที่คิด : เปิดประตูเข้ามาในห้องนอน ก็เจอกลีบกุหลาบโรยอยู่บนเตียง พร้อมกับข้อความบอกรักจากคุณแฟน ความเป็นจริง : เข้าห้องมาก็เจอกลีบกุหลาบโรยอยู่บนเตียง และ ข้อความจากใจของคุณแฟนเช่นกัน คงไม่ต้องบอกว่าแปลว่าอะไร... สิ่งที่คิด : คุณแฟนจัดห้องโรแมนติกสุดฤทธิ์ ด้วยการโรยกลีบกุหลาบรอบห้อง และ มีเทียนไขอยู่ตามทางเดิน ความเป็นจริง : เทียนไขทำให้ไฟไหม้บ้านทั้งหลังได้เลยนะย๊ะ สิ่งที่คิด : คุณจินตนาการถึงเซ็กส์อันเร่าร้อนกับแฟนสุดรัก ฟินแบบไม่น่าเชื่อ! ความเป็นจริง : โถ่! นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ไม่ถึง 5 นาทีก็เสร็จแหละ สิ่งที่คิด : นอนกอดกับแฟนอยู่บนเตียง คุยกันถึงเรื่องอนาคตของคุณทั้งคู่จนพระอาทิตย์ขึ้น ความเป็นจริง : ทันทีที่คุณแฟนหลับไป ก็กรนดังสนั่นลั่นบ้านยันเช้า แล้วฉันจะได้นอนมั๊ย? อยากบอกว่าคุณผู้ชายว่าการเอาใจผู้หญิงไม่ใช่เรื่องอยาก แค่คุณแสดงมันออกมาจากหัวใจ!!! เรียบเรียงโดย women mthai team ที่มาจาก http://elitedaily.com/dating/girls-expect-vs-actually-happens-valentines-day/924644/

คาถาเงินล้าน ฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
คาถา /  คาถาเงินล้าน / 

คาถาเงินล้าน เป็นคาถาของ ฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง คาถาที่ได้จากกรรมฐาน ได้อนุญาตให้ลูกหลาน และพุทธบริษัทใช้ได้เป็นสาธารณะ เพื่อช่วยบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ คาถาเงินล้าน (เป็นคาถาของพระราชพรหมยาน หรือ ฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ) หลวงพ่อได้คาถาบทเหล่านี้โดยตรงจากองค์สมเด็จฯ(องค์ปฐม)ตั้งแต่ปี 2517 เป็นเวลา 4 ปี จึงจะได้ครบถ้วน ท่านบอกว่า คาถาที่ได้จากกรรมฐาน เขาจะไม่บอกใคร เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2527 เวลา 23.59 น. องค์สมเด็จฯ ได้อนุญาตให้ลูกหลาน และพุทธบริษัทใช้ได้เป็นสาธารณะ เพื่อช่วยบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อีกทั้งการก่อสร้างของวัดท่าซุง จะต้องเร่งรัดให้เสร็จทันฉลองวัดในปี 2532 จึงจำเป็นที่จะต้องใช้คาถาเหล่านี้ช่วย เพื่อพุทธบริษัท และลูกหลานของหลวงพ่อ มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น ตั้ง นะโม ๓ จบ นาสังสิโม พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ (คาถาปัดอุปสรรค) พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม (คาถาเงินแสน ) มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันต ุเม (คาถาลาภไม่ขาดสาย) มิเตภาหุหะติ (คาถาเงินล้าน) พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิทถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า) สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น) เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤา ๆ ( บูชา ๙ จบ ตัวคาถาต้องว่าทั้งหมด) สวดมนต์ไหว้พระเป็นธรรมประจำชีวิต เป็นข้อคิดประจำชีวิต เกิดผลผลิเพื่องอกงามสร้างความดีให้แก่ตน ผลกำไรเป็นความดี เพื่อมอบให้แก่เพื่อนร่วมชาติร่วมโลกได้อยู่ด้วยกันด้วยความโชค ดีทุกๆ ท่าน เป็นคาถาให้คุณทางลาภผล และเป็นฌานสมาบัติ มีคุณเป็นทิพยจักษุญาณด้วย และยกฐานะของผู้ปฏิบัติ ไม่ให้ขัดสนยากจนด้วย ปฏิบัติดังนี้ 1.ทุกเช้าเย็น ท่านสวดมนต์และว่าคาถานี้ต่อหน้าพระพุทธรูปคราวละ ๙ จบทุกเช้าเย็น 2.เมื่อสวดคาถานี้แล้ว ท่านนั่งภาวนาคาถานี้จนสบายใจทุกวัน คือตั้งเวลาไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทำจนจิตเป็นสมาธิ พอสบายใจแล้วก็ไปทำงานตอนเช้า หรือพักผ่อนในตอนค่ำ 3.ใส่บาตรทุกเช้า ก่อนใส่บาตรท่านว่าคาถานี้ ๙ จบ ก่อนใส่บาตร ถ้าวันใดไม่มีพระมาบิณฑบาต ท่านใช้เก็บเงินไว้แทนการใส่บาตร 4.ก่อนเอาเงินเก็บตอนเย็น หรือก่อนเอาเงินออกใช้ตอนเช้า ท่านว่าคาถานี้ ๙ จบคือขณะที่เก็บเงินนั้น ให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วว่าคาถา ๙ จบ จึงเอาเงินเก็บในที่เก็บตอนเช้าก่อนเอาเงินออกใช้ เมื่อจับเงินแล้ว ยังไม่นำออก ว่าคาถานี้ ๙ จบ แล้วนำเงินออก ท่านบอกว่า ท่านทำอย่างนี้เป็นปกติ จนกลายเป็นคนมี

35 เคล็ดลับ ที่รู้แล้ว ชีวิตคุณจะง๊าย..ง่าย ขึ้นอีกเย๊อะ
ชีวิตง่าย /  ชีวิตดี / 

วันนี้เรามี เคล็ดลับ น่ารู้มานำเสนอแก่สาวๆกันจ้า บอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อชีวิตและทรัพย์สินเราทั้งนั้น และขอรับรองว่า ถ้าคุณรู้ เคล็ดลับ เหล่านี้แล้ว ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ ไม่เชื่อก็ลองดู เพราะเรื่องรอบๆตัวเรานั้น แค่รู้ก็ได้ประโยชน์สุดๆแล้ว 1. เคยเป็นไหม แพคเกจพลาสติกเปิดย๊ากยาก ลองใช้ที่เปิดกระป๋องก็ช่วยได้นะ แถมยังช่วยรักษาแพคเกจนั้นให้สามารถเก็บไว้ได้อีก 2. มาสคาร่าแห้งแล้ว ลองเต็มน้ำเกลือ หรือ น้ำยาล้างคอนแทค ลงไปนิดหน่อย ยืดอายุการใช้งานได้อีกนิด ภาพจาก ModaMob 3. กระดาษรองนั่งในห้องน้ำ นำมาใช้ซับหน้าที่มันได้ (เพราะคุณสมบัติของมันเหมือนกระดาษซับมัน) 4. จุกไวน์ นำมาประดิษฐ์เป็นสวนจิ๋ว เล็กๆน่ารักๆได้ ภาพจาก everafterblueprint.com 5. ฟังเพลงจากไอโฟน แล้วอยากให้ได้เสียงดังขึ้น แค่วางไว้ในถ้วย เสียงก็จะดังกังวาลขึ้น ภาพจาก realsimple.com 6. ใช้สติกเกอร์ตาไก่ ช่วยให้คุณเพ้นท์เล็บลาย Half-moon ได้ง๊ายง่ายด้วยตัวเองแถมสนุก ภาพจาก s3.amazonaws.com 7. แผ่นดีวีดีตกล่องเวลาเล่น เอากล้วยทา ช่วยให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด 8. ลืมพกลิปสติกมา ใช้ลูกอมสตอเบอรี่สีแดงๆ แทนได้ แค่นำมาบดๆใส่น้ำจิ๊ดนึงแล้วก็นำมาทาปากได้เลย ภาพจาก pics.livejournal.com 9. ผสมน้ำกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้กลายเป็นครีมนวดผมสำหรับผมบาร์บี้ตัวโปรด ภาพจาก dizzysplayhouse.com 10. กระเป๋าสาวๆทั้งรก ทั้งของเยอะ รักษาความสะอาดโดยที่ไม่ต้องรื้อกระเป๋าออมา ด้วยลูกกลิ้งดูดขน ง่ายป่ะล๊ะ ภาพจาก realsimple.com 11. ใช้สเปรย์ฉีดด้านในแก้ว เวลานำมาจุดเทียน เพื่อไม่ให้แก้วใบสวยเลอะน้ำตาเทียนและมีรอยไหม้ ภาพจาก realsimple.com 12. กินมาร์ชเมลโลว์ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ ภาพจาก 7thhouseontheleft.com 13. ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ห่อสิ่งของที่มีกลิ่นก่อนนำเข้าตู้เย็น จะช่วยดูดกลิ่นได้ ภาพจาก realsimple.com 14. โดนคลอรีนกัดผมจนผมเป็นสีเขียว ใช้ยาแอสไพรินช่วยรักษาให้ผมกลับมาดำได้ ด้วยการ นำแอสไพริน 8เม็ดละลายในน้ำอุ่นนิดหน่อยแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ 10-15นาทีแล้วล้างออก ภาพจาก www2.pictures.zimbio.com 15. ถุงเท้าเก่า นำ มามวยผมบัน ได้เหมือนกันนะจ๊ะ น่ารักด้วย 16. ขวดสูญญากาศเปิดยาก ใช้ช้อนช่วยเปิดง่ายนิดเดียว ภาพจาก images.teamsugar.com 17. ใช้หนังยางช่วยเพ้นท์เล็บให้สนุกได้อีก 18. ที่เปิดกระป๋องน้ำอัดลม นำมาใช้แขวนรูปภาพแทนตะขอได้ ภาพจาก blog.makezine.com 19. วิควาโปรับ รักษาเชื้อราที่เล็บเท้าได้ 20. มายองเนส ทำให้รอยคราบบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ หายไปได้ แค่เอามาทาบริเวณที่เปื้อนแล้วเช็ดออก ภาพจาก charlesandhudson.com 21. ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในขวดสเปร์ยแล้วนำมาฉีดที่ผ้านิดหน่อย ช่วยให้คลายยับได้ 22. ทัพเพอร์แวร์ หรือ กล่องพลาสติกที่ใช้ในครัว นำมาใช้เป็นถังขยะในรถได้เช่นกัน ภาพจาก imgur.com 23. หยดวอดก้านิดหน่อย กับ น้ำตาล 1ช้อนโต๊ะ ลงในน้ำที่ใส่ดอกไม้ในแจกัน ทำให้ดอกไม้บานสวยนานขี้น ภาพจาก thedailygreen.com 24. ใช้ยาลดกรดในกระเพาะ (แบบเม็ดฟู่) 2เม็ด โยนใส่ชักโครก ทิ้งไว้ 20 นาที แค่นี้ก็สะอาดแล้ว ภาพจาก blogcdn.com 25. เจลทำความสะอาดมือ ใช้ทำความสะอาดรอยเปื้อนจากหมึกได้ ภาพจาก onegoodthingbyjillee.com 26. ไหมขัดฟัน ใช้ตัดชีส แอปเปิ้ล หรือ เค้กได้นะ รู้ป่ะ ภาพจาก hecooksshewines.com 27. ใช้หมวกคลุมอาบน้ำ มาห่อรองเท้าเวลาแพคกระเป๋าเดินทาง สะดวกดีนักแล ภาพจาก realsimple.com 28. ใช้เส้นสปาเก็ตตี้ดิบ มาจุดเทียน ในกรณีที่ใส้เทียนไขจุดยาก หรือมือเข้าไม่ถึง ภาพจาก realsimple.com 29. ใช้ถุงชาประคบ ผิวที่โดนแดดไหม้ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบได้ ภาพจาก instructables.com 30. มัสตาร์ด ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด จากการโดนไฟลวกได้ ภาพจาก instructables.com 31. ชีสที่ขึ้นรา แค่ตัดส่วนที่ขึ้นราทิ้ง หรือ ถูบริเวณที่เป็นราออก ก็ยังเก็บไว้กินได้อีก ภาพจาก instructables.com 32. โดนยุงหรือแมลงกัด ใช้สก็อตเทป หรือ ยาทาเล็บ ทาบริเวณที่ถูกกัด ช่วยลดอาการคันได้ เพราะปิดอากาศไม่ให้โดนจุดที่โดนกัดจะยับยั้งอาการคันได้ชงัดเชียวล่ะ ภาพจาก thaimedicalnews.com 33. ใช้ไดร์เป่าผม เป่ากระจกหลังจากอาบน้ำอุ่นแล้วไอน้ำเกาะเป็นคราบที่กระจก กระจกจะใสปิ๊งโดยไม่ต้องเช็ด 34. หากไฟลุกขยะที่กำลังทำอาหาร โยนเบคกิ้งโซดาใส่ไปในเปลวไฟ จะช่วยให้มันดับลงและไม่ขยายวงกว้างออกไป 35. รองเท้าใช้เปิดขวดไวน์ได้นะ ดูวิธีได้จากคลิปเลย แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันเรื่องดีๆ กับเพื่อนๆกันด้วยล่ะ แชร์เลยจ้า เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาจาก buzzfeed

เพราะความจน! สองดญ.เดินเท้าไปรร.16กม. ฝันอยากเรียนจบสูงๆ
ตราด /  เดิน / 

สองเด็กหญิงเดินเท้าไปโรงเรียน 16กม. ส่วนพ่อแม่ไปรับ-ส่ง เดินเท้า 32 กม. หนูน้อยมุ่งมั่นอยากเรียนจบให้สูง กลับมาเลี้ยงดูพ่อแม่ วันนี้(12ก.พ.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินทางอยู่บนถนนสายช้างทูน-หนองบอน ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด  ได้พบกับชายหญิงวัยกลางคน กับอีก 2 เด็กหญิงสวมชุดนักเรียนกำลังเดินอยู่ข้างถนน จึงได้เข้าไปสอบถามจนทราบชื่อทั้ง 4 คน คือ นายประจักษ์ เอมอ่อน อายุ 39 ปี นางแต เอมอ่อน อายุ 40 ปี ด.ญ.ชนาพร เอมอ่อน อายุ 11 ปี และ ด.ญ.ทศพร เอมอ่อน อายุ 10 ปี ส่วนสาเหตุที่ทั้ง4คนต้องมาเดินอยู่ข้างถนนเพราะ ครอบครัวกำลังเดินทางกลับบ้าน โดยได้เดินมาจากโรงเรียนอัมพรจิตกานนท์ ที่อยู่ใน ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด โรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 8 กิโลเมตร ทางครอบครัวจะต้องเดินไปกลับเช่นนี้ทุกวัน เมื่อผู้สื่อข่าวติดตามไปยังบ้านที่ครอบครัวนี้พักอาศัยอยู่ พบว่าบ้านอยู่ในสภาพเก่ามากแล้ว อีกทั้งยังต้องอาศัยเทียนไขไว้ส่องสว่าง นางแตผู้เป็นแม่ของสองเด็กหญิงเปิดเผยว่า หลังจากแต่งงานกับนายประจักษ์ ก็ได้ตั้งท้องลูกสาวทั้งสอง จากนั้นสามีก็มีอาการป่วยทางสมอง จนไม่สามารถช่วยทำมาหากินได้ ทางบ้านมีรายได้ไม่ถึง 200 บาท บางวันก็ไม่มีเลย ส่วนสามีได้รับเบี้ยคนพิการจากอบต.ช้างทูน เมื่อลูกสาวคนโตต้องเข้าโรงเรียนตนและสามีก็ต้องเดินไปส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน ระยะทางห่างจากบ้านประมาณ 8 กิโลเมตร ออกเดินเท้าจากบ้านตอนตี 5 ถึงโรงเรียนประมาณ 8 โมง หรือ 9 โมง บางวันหากลูกปวดขาก็ไม่ได้ไปเรียน หลังจากส่งลูกไปเรียนก็ต้องเดินกลับบ้านเพื่อทำงาน เมื่อตกเย็นก็ต้องเดินกลับไปรับลูก กว่าจะถึงบ้านก็ประมาณ 2 ทุ่ม รวมระยะทางที่ตนต้องเดินประมาณ32 กิโลเมตรต่อวัน และลูกสาวทั้ง 2 คน ก็ต้องเดินทาง 16 กิโลเมตรต่อวัน สาเหตุที่ต้องเดินทางไปรับส่งลูกสาวเองนั้น เนื่องจากฐานะยากจน รายได้ไม่เพียงพอที่จะซื้อรถจักรยานยนต์ขี่ไปส่งลูก หากจะให้ลูกเดินไปโรเรียนเพียงลำพังเส้นทางก็อันตราย ด้าน ด.ญ.ชนาพร กล่าวว่า รู้สึกเหนื่อยและปวดขาที่ต้องเดินไปโรงเรียน อยากจะขอผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะจักรยานคันเล็กๆ ที่จะขี่เล่นและขี่ไปโรงเรียน ส่วนความฝันต้องการให้เรียนจบสูงๆ เพื่อจะกลับมาเลี้ยงพ่อแม่ให้มีความสุข MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

[P.G] เที่ยวเล่น กินเพลิน เดินตลาดน้ำใกล้กรุง ตลาดบางน้ำผึ้ง สมุทรปราการ
ตลาดบางน้ำผึ้ง /  สมุทรปราการ

ตลาดบางน้ำผึ้ง หรือบางคนก็เรียก ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-16.0008.00-16.00 FREE ในวันหยุดพักผ่อน อยากเดินเล่นในบรรยากาศตลาดชาวบ้านใกล้ชิดธรรมชาติ อยากแนะนำให้ทุกคนลองมาสัมผัสบรรยากาศ และหาอะไรกินกันเพลิน ๆ ที่ “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จุดเด่นของตลาดบางน้ำผึ้ง ที่ผมสัมผัสได้ คือ ความหลากหลายของอาหารการกินที่นี่ มีเยอะมาก เดินผ่านไปร้านไหน ก็อยากชิม อยากกินไปซะหมด และยังมีร้านขายต้นไม้ ที่อาจจะไม่ใช่แหล่งขายหลัก แต่ก็ ดูเป็น สเน่ห์ของตลาดน้ำ ที่จะมีร้านขายต้นไม้พื้นบ้านอย่างน้อยหนึ่งร้าน สิ่งที่ผมจะถ่ายทอด และนำเสนอต่อไปนี้ จึงเป็นแค่บางส่วนเท่านั้น ถ้าอยากสัมผัสเต็ม ๆทั้งหมด ต้องลองมาเที่ยวกันดูสักครั้ง   ขนมโมจิไส้ไอศกรีม เป็นแป้งโมจิห่อไอศกรีมอยู่ข้างใน เลือกรสไอศกรีมได้ ขายเป็นลูก ๆ      แสงแดดข้างนอกกำลังแรงได้ที่ มาถึง ผมก็จัด โมจิไส้ไอศกรีมรสนม ก่อนเลย เนื้อแป้งโมจิ เหนียวหนึบ ๆ ส่วนรสชาติไอศกรีมก็อร่อย มีกลิ่นนมเข้มข้นดี เดินเข้ามาข้างในอีกนิด เจอกลิ่นหอมของ ผัดหมี่กรอบ โชยเข้ามาเตะจมูก ผมเดินตามกลิ่นไป เจอหมี่กรอบผัดใหม่ๆ ร้อน ๆ กำลังคนอยู่ในกะทะ ตัดจากกะทะ วางขายกัน ตอนนั้นเลย ทำให้อดใจที่จะชิมไม่ได้ ทอดมันเจ้านี้ ก็ฟูฟ่องในกะทะ น่ากินซะเหลือเกิน เหมาะกับการเดินไป จิ้มกินไปในตลาดบรรยากาศแบบนี้ ใครอยากกินหนักหน่อย ก็มีห่อหมกใบบัว ให้เลือกกิน หรือจะซื้อติดมือกลับบ้านก็ได้ ขนมเทียน ร้านคุณยาย ร้านนี้ มีแกะห่อวางโชว์ ให้ดู ผมเดินไปชิมไป เริ่มอิ่มท้องพอสมควร แต่ก็อยากกิน ขนมเทียนของคุณยาย ขอซื้อชิมหนึ่งลูก คุณยายยิ้ม จะใส่ถุงให้อีกต่างหาก ผมต้องรีบบอกว่า ไม่ต้องครับคุณยาย ผมแกะกินหน้าร้านเลย สนนราคา ลูกละ 5 บาท ไข่เค็มหลากสี บางที สีมันก็ดูสดไป จนผมไม่กล้ากิน ข้าวหมาก จากบางน้ำผึ้ง ของหวาน ทำกันสด ๆ ผมไม่แน่ใจว่า เค้าเรียกว่าอะไร ทองม้วนสด รึปล่าวนะ ใครอยากกิน น้ำมะพร้าว ๆ สดๆ ลูกละ 15 บาท กินกันให้สดชื่นถึงใจไปเลย เมนูนี้ น่าสนใจ เป็น ไข่ปลาหมึก ห่อใบตอง ย่างถ่านอ่อน ๆ หอมฉุย จิ้มกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ถูกใจ ขอบอกว่าต้องกินตอนร้อน ๆออกมาจากเตาใหม่ๆ จะคงความหอมของกลิ่นใบตองกับไข่ปลาหมึกย่างถ่านหอม ๆ ทอดมันปลาหมึกเจ้านี้ก็น่ากิน ขนมร้านนี้มีคนมุงซื้อเยอะเลยครับ จากที่วางขายเต็มถาด ก็เริ่มโหลงเหลงไปอย่างรวดเร็ว ปูจ๋า ชิ้นละ 20 บาทครับ ร้านนี้ กำลังทำขนมงากระจก พร้อมแพ็คขายกันหน้าร้านเลย ไส้กรอกร้านนี้ มีคิวรอหน้าร้านเยอะมาก ดูแล้วก็น่ากิน เสียดายที่ไม่ได้ชิม เพราะคนต่อคิวเยอะไปหน่อย ไว้ไปอีกรอบต้องขอชิมให้ได้ น้ำพริกลงเรือพร้อมผักน่ากินดีครับ ตลาดชาวบ้านแบบนี้ ก็ย่อมมีกล้วยขายกันเป็นหวีๆ มะเขือเทศราชินี ผมซื้อกลับมาล้างแช่ตู้เย็น กินสดๆ หวานกรอบมาก กับข้าว ฝีมือชาวบ้านบางน้ำผึ้ง กับน้ำพริกกระปุก ขนมหวานไทยๆ มีให้เลือกกิน ลูกตาล ลอยแก้ว มีขายอยู่หลายร้านเลยครับ ความหอม ความหวาน น่าจะแตกต่างกัน แต่ดูเนื้อตาลแต่ละร้านก็ดูอ่อนดี ขนมไทยๆ อีกร้าน ขายแบบตัดแบ่งชิ้นละ 10 บาท มีหลายแบบมาก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมเลย ใครเป็นคอขนมไทย น่าจะถูกใจจริงเชียว มะเฟือง ตะกร้าละ 5 บาท น้ำปลาหวาน กับตะลิงปิง เห็นแล้วน้ำลายสอ ถั่วต้มนะคร๊าบบบ ผักปลอดสารพิษ ที่สามารถการันตีได้ว่าปลอดสารพิษแน่นอน ถึงกับมี หนอนผักมากระดึ๊บๆ อยู่ตรงยอดผักให้เห็น ผักพื้นบ้าน มีขายอยู่หลายร้าน ผักบางอย่าง ผมก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน หัวเพาะเชื้อเห็ด มีขายเป็นร้านเล็กๆ ร้อน ๆ แวะดื่มน้ำเย็น ๆ ป้าคนขายร้านนี้ มีอัธยาศัยดีน่ารัก ยิ้มแย้ม ให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา เข้ามาชมก่อนได้ ไม่ซื้อไม่เป็นไร ร้านป้าเค้าขาย โคมไฟและอุปกรณ์แกะสลักจากกะลามะพร้าว ผมยืนดูห่าง ๆ อมยิ้มแล้วแอบเก็บภาพมา ป้ายังคงยิ้มทักทายผู้คนที่ผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นงานไม้ ขบวนหมี น่ารักจริงเชียว ร้านนี้อยู่ตรงเชิงสะพานข้ามแม่น้ำ มีต้นตะบองเพชรเด่น และมีเดฟกระเป๋าต้นเล็ก ๆ แขวนเรียงกันแบบนี้ดูแล้วสดชื่นมาก แวะดูมุมขายต้นตะบองเพชรกันบ้าง ต้นตะบองเพชรสวยอยู่หลายต้น ต้นไม้ มีขายอยู่พอประมาณ บางส่วนก็เป็นไม้ผล ไม้มงคล สุดท้าย ผมขอฝาก ตลาดบางน้ำผึ้ง ไว้กับ มุมของดนตรีในสวน เพลงไทย เพราะ ๆ ฟังสบายๆ ในสวนสีเขียว มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง ถ้าเราไม่อยากนั่งทานเป็นร้านๆ ก็เอา ของกินที่เราแวะซื้อรายทาง มานั่งพัก ฟังเพลงที่นี่ได้ ตลาดบางน้ำผึ้ง ยังมีอีกหลายมุมให้ทุกคนไปสัมผัส ยังมีอาหารการกินอีกหลากหลาย ที่รอ…ให้ทุกคนไปชิม สเน่ห์ที่ผมค้นพบจาก ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ไม่ใช่แค่ตลาดชาวบ้านธรรมดา ๆ ขายของเท่านั้น แต่ยังเห็นมิตรภาพและรอยยิ้ม ของพ่อค้า แม่ค้า ที่บางน้ำผึ้ง แห่งนี้ด้วย      

แม่แจ้งความ ลูกสาวหายตัว จากโรงเรียนดังสัตหีบ
ชลบุรี /  ลูกหาย / 

แม่โร่เข้าแจ้งความ ลูกสาวหายตัวลึกลับไปจากโรงเรียนดังสัตหีบ หวั่นเกิดอันตราย นางรสริน เรืองประดับ อายุ 32 ปี พักบ้านเลขที่ 129/10 หมู่ 8 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ร.ต.อ.วัชรพล ไวสุตรี พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า บุตรสาวได้หายตัวไปจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่สัตหีบ เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยขาดการติดต่อ เกรงว่าจะเกิดอันตราย สอบถาม นางรสริน ทราบว่า เมื่อเวลา 07.45 น.ของวันที่ 16 ก.พ. 58 ที่ผ่านมา ตนเองได้เดินทางจากบ้านพักในพื้นที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อมาส่งบุตรสาว ด.ญ.มิรันดา เพชรชนะ (น้องกิ๊บ) อายุ 16 ปี ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สัตหีบ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านพัก ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น.ของวันเดียวกัน ได้รับแจ้งจากครูประจำชั้นว่า บุตรสาวได้หายตัวไปจากโรงเรียน ด้วยความร้อนใจ ตนจึงได้ออกตามหาตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ไม่พบตัว จึงได้เดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ติดตามตัวดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับบุตรสาวของตน เนื่องจากภายในตัวบุตรสาวมีโทรศัพท์ ไอโฟน 5 และแหวนทองคำหนักครึ่งสลึงจำนวน 1 วง เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง ด้าน ร.ต.อ.วัชรพล ไวสุตรี พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งความได้ประสานไปทางครูประจำชั้นของน้องกิ๊บว่าให้เพื่อน ๆ ในชั้นเรียนของน้องกิ๊บมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนให้ศูนย์คนหาย สภ.สัตหีบ ลงประวัติคนหาย และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและติดตามตัวต่อไป

สลด!'คาร์นิวัลเฮติ' ไฟดูด-เหยียบกันตาย 16 คน (ชมคลิป)
คาร์นิวัลเฮติ /  เทศกาล

สลด!ไฟดูด-เหยียบกันตายในเฮติ ขณะร่วมงาน'คาร์นิวัลเฮติ' ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน และบาดเจ็บอีกเกือบ 80 คน (ชมคลิป) 18 ก.พ.58 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟดูดและเหยียบกันตายในงานเทศกาลคาร์นิวัลในเฮติ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน และบาดเจ็บอีกเกือบ 80 คน ทำให้ต้องยกเลิกการจัดงานวันสุดท้าย อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อนักร้องบนขบวนรถพาเหรดถูกสายไฟแรงสูงที่อยู่เหนือศีรษะ ดูดขณะอยู่บนรถพาเหรด และยังทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตายและล้มทับกัน บนท้องถนนขณะมีฝูงชนหลายพันคนร่วมชมขบวนพาเหรดอย่างเนืองแน่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน และบาดเจ็บ 78 คน โดยการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากเหยียบกันตาย และจุดเกิดเหตุอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะ ชอมป์ เดอ มาร์ ห่างจากทำเนียบประธานาธิบดีเพียงเล็กน้อย นายกรัฐมนตรีอีแวนส์ พอล แถลงแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น และประกาศยกเลิกงานเทศกาลคาร์นิวัลในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน และประกาศให้มีการไว้อาลัยทั่วประเทศนาน 3 วัน และลดธงชาติครึ่งเสาตามหน่วยราชการ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีมีแชล มาร์แตลลี พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรี และฝูงชน ร่วมเดินขบวน โดยมีกองดุริยางค์บรรเลงเพลงไว้อาลัย ก่อนร่วมสงบนิ่งและจุดเทียนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตในบริเวณจุดเกิดเหตุ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  แนวหน้าออนไลน์  MThai News

วิวัฒนาการความแซ่บ!! ม่ายสาว เจนี่
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  เจนี่ เซ็กซี่ / 

ยังคงเป็นกระแสฮือฮา!! สำหรับภาพแฟชั่นเปลือยสุดแซ่บของม่ายสาวเสน่ห์ล้นหลาม!! อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ที่ชวนเพื่อนหนุ่มคนสนิทชาวมะกันบินมาร่วมเฟรมด้วยถึงไทย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการถ่ายแฟชั่นลงปกแม็กกาซีนที่เซ็กซี่ที่สุดของสาวเจนี่ แถมยิ่ง "โสด" ก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งแซ่บขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่ซุปตาร์ม่ายสาวของเราจะสวย เซี๊ยะ เปรี๊ยะ แตก!! ได้ถึงทุกวันนี้ได้ เรามาย้อนดูแฟชั่นเซ็กซี่ตั้งแต่สมัยยังแบ๊วๆ ของสาว เจนี่ กันบ้างดีกว่า บอกเลยว่า สวย ใส สุดๆ เลยทีเดียว!! ขอบคุณภาพจาก/ IMAGE, MARS, In Magazine, ELLE MEN, ELLE, ดิฉัน ตุลาคม 2551 กุมภาพันธ์ 2554 มีนาคม 2556 เมษายน 2557 กรกฎาคม 2557 พฤศจิกายน 2557 มกราคม 2558 แฟชั่นเล่มล่าสุด 2558

ไม่มีคำบรรยาย! เด็กน้อยสละชีพ บริจาคไต ช่วยชีวิตแม่ (คลิป)
จีน /  บริจาคไต / 

สุดซึ้งเกินคำบรรยาย! เด็กน้อยป่วยเนื้องอกในสมอง หมดทางรักษา ยินดี บริจาคไต ของตน เพื่อรักษาชีวิตแม่ที่ป่วยไตวาย ย้ำอย่างน้อยแม้สิ้นชีพ แต่เหมือนอยู่ในร่างแม่ตลอดไป สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวผ่านเว็ปไซต์ว่า หนูน้อยในประเทศจีน เฉินเสี่ยวเทียน วัย 7 ปี ได้สร้างสิ่งที่ตราตรึงใจเหนือคำบรรยาย ด้วยการ บริจาคไต เพื่อช่วยชีวิตนาง โจว หลู ผู้เป็นแม่ เพราะตนเองป่วยเป็นมะเร็งในสมอง ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ โดยในรายงานระบุว่าแพทย์ตรวจพบเนื้องอกในสมองของเสี่ยวเทียน และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือนหลู ผู้แม่ก็ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ทั้งสองแม่ลูกต่างดิ้นรนต่อสู้โรคร้ายนี้มาด้วยกันเป็นเวลา 2 ปีเต็ม แต่อาการก็แย่ลงเรื่อยๆทั้งคู่ จนทีมแพทย์ต่างลงความเห็นว่า เสี่ยวเทียน ไม่มีทางที่จะหายจากโรงมะเร็งสมอง และโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็น้อยมาก ถึงรอดไปได้ก็ต้องมีสภาพไม่ต่างจากคนเป็นอัมพาต ส่วนผู้เป็นแม่เอง ถ้าไม่ได้รับการเปลี่ยนไตก็จะไม่รอดชีวิตเช่นกัน จนเมื่อเด็กน้อยทราบเรื่องนี้จึงบอกกับทีมแพทย์ และแม่ของตนว่า  'แม่ครับ ผมอยากช่วยชีวิตแม่' ซึ่งแน่นอนว่าผู้เป็นแม่ยืนกรานปฏิเสธท่าเดียว เพราะไม่อยากได้ยินว่าลูกชายสุดที่รักกำลังจะหมดลมหายใจ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเด็กน้อยยืนยันที่จะทำความตั้งใจเพื่อผู้เป็นแม่ และย่าของเขาก็อยากให้ช่วยชีวิตผู้ให้กำเนิด ผู้เป็นแม่จึงยินยอมตอบตกลงทั้งน้ำตา โดยหลังจากที่เด็กน้อยเสียชีวิตลงการผ่าตัดก็เริ่มต้นขึ้นทันที โดยไตข้างหนึ่งถูกนำไปเปลี่ยนถ่ายให้แม่ ส่วนอีกข้างให้หญิงสาววัย 21 ปี และตับก็ถูกบริจาคให้ชายวัย 27 ปี แม้จะเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ แต่หัวใจของ เฉินเสี่ยวเทียน นั้นยิ่งใหญ่นัก เพราะนอกจากจะสามารถช่วยชีวิตแม่ผู้มีพระคุณของเค้า และยังได้ต่อชีวิตให้กับคนอื่นอีก 2 ชีวิตอีกด้วย ส่วนแม้ของเฉินเสี่ยวเทียน กล่าวว่าแม้ลูกของเธอจากไปแล้ว แต่ไตของเขาก็ยังอยู่ในตัวเธอ ทำให้รู็สึกว่าลูกชายอยู่กับเธอตลอดเวลา ไม่หายไปไหน ข้อมูล และภาพจาก ข่าวสด MThai News

ระทึก! กทม.ไฟไหม้ รับตรุษจีน 3 จุดรวด
กทม. /  จุดเทียนไหว้เจ้า / 

ตรุษจีนทำพิษ! เกิดไฟไหม้ 3ที่ รวดในพื้นที่ กทม.  ตร.คาด มาจากการจุดธูปเทียนไหว้เจ้า เตือน ประชาชนระมัดระวัง เจ้าหน้าที่รายงานเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น โดยไฟเริ่มจากชั้นที่ 3 ลามขึ้นชั้นที่ 4 ภายในซอยหลัง ม.เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบพิตรพิมุข ถ.จักรวรรดิ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เหตุเพลิงไหม้จุดที่ 2 ภายใน ซ.เพชรเกษม 3 เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น เจ้าหน้าที่ถึงที่เกิดเหตุเร่งฉีดน้ำระงับเพลิง พบมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นด้วย เนื่องด้วยบริเวณดังกล่าวเป็นซอยแคบเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถดังเพลิงเล็กพลัดเปลี่ยนกันฉีดน้ำ ขณะนี้สามารถคุมเพลิงได้แล้ว อาคารเสียหายทั้งหลัง และไม่กี่นาทีต่อมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เป็นร้านขายของพลาสติก ภายใน ซ.อินทามระ 55 ห้วยขวาง กทม.ขณะนี้เพลิงสงบแล้ว เสียหายบริเวณห้องเก็บของ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดทั้งหมดอาจเป็นเพราะการจุดธุปเทียนไหว้เจ้า เนื่องในวันตรุษจีน ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและต้องมีผู้เฝ้าดูอย่างต่อเนื่องขณะไหว้