เทียน

ต้า พาราด็อกซ์  ชวนเพื่อนนักดนตรี-เเฟนคลับ ถ่ายเอ็มวี เสด็จประทับอยู่
Paradox /  ต้า พาราด็อกซ์ / 

วง PARADOX (พาราด็อกซ์) ค่าย genie records ขอเป็นอีกหนึ่งวงที่อยากเปลี่ยนความรู้สึกของการสูญเสียของคนไทย ให้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและการทำความดีตามพ่อสอน โดย ต้า นักร้องนำวง พาราด็อกซ์ ได้แต่งเพลง เสด็จประทับอยู่ หลังจากเห็นภาพคนไทยยืนกอดรูปในหลวงจนเกิดแรงบันดาลให้เกิดบทเพลงนี้ เสด็จประทับอยู่... - PARADOX feat.เอ๋ EBOLA | เอส กล้วยไทย | บอมบ์ GANESHA youtube channel : Genierock ต้า พาราด็อกซ์ เล่าว่า "ตอนแรกไม่คิดว่าจะแต่งออก เพราะผมเคยทำเพลงที่เกี่ยวกับในหลวงมาแทบทุกปีเลย ก็เลยกลัวว่าจะตัน แต่ก็ได้ไอเดียว่า จริงๆ ในหลวง ท่านก็ไม่ได้จากไปไหน ท่านยังอยู่ในใจพวกเรา เราเองก็ไม่ได้เห็นท่านได้ทุกวัน แต่ความรู้สึกก็ยังคงเหมือนเดิม เราต้องเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นแรงบันดาลใจ เพลงนี้เป็นเพลงที่เป็นภาษาพูดของชาวบ้าน คนทั่วไปครับ แต่จะมีศัพท์เจาะจงที่เกี่ยวกับในหลวงคือคำว่า 'เสด็จ' คำว่า 'ทรงประทับ' ผสมเข้าไป เพลงนี้ก็จะเป็นเพลงที่ค่อนข้างอบอุ่น ให้ความคิดถึง ไม่ได้เป็นเพลงเศร้า เป็นเพลงพูดถึงบรรยากาศที่เราอยากจะบอกในหลวงว่า ทุกคนก็ยังรู้สึกคิดถึงอยู่ และก็จะทำตัวให้เป็นคนดี เป็นบรรยากาศโทนรวมอบอุ่น ซาบซึ้งครับ" "สำหรับเพลง เสด็จประทับอยู่ เราชวนแฟนคลับ 50 คน รวมทั้งเพื่อนๆ ในแวดวงดนตรีที่รู้จัก อย่าง คุณ เอ๋ อีโบล่า, คุณ เอส กล้วยไทย มาร้องด้วย มีคุณ บอมบ์ วง GANESHA (กาเนชา) มาช่วยอัดให้ คุณ เอก วงวีนัส ก็มาเล่นเปียโน วงพาราด๊อกซ์ก็ร้องกัน ที่ต้องเอาหลายๆ คนมาร้องด้วยกัน บางคนก็ร้องไม่ตรง ร้องเพี้ยน คือไม่ได้เนี๊ยบมาก แต่แบบรู้สึกว่ามันซื่อดี จริงใจ ออกมาจากใจคือทุกคน เครื่องดนตรีก็น้อยชิ้น มีกีต้าร์กับเปียโนแค่นั้นเอง" "มิวสิควีดิโอเพลง เสด็จประทับอยู่ ได้รับเกียรติจากคนที่มีชื่อเสียงเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็น ป๋าเต็ด หรือว่า พี่นิค เจ้าของค่ายจีนี่ของเราเอง มี พี่เกี๊ยง วงเฉลียง แล้วก็ชวนแฟนเพลงมาอีก 100 คนเลยครับ มาจุดเทียนด้วยกันแล้วก็ถ่ายเป็นมิวสิควีดิโอ ร้องเป็นหมู่คณะ โดยได้ พี่เสือ ยรรยง คุรุอังกูร ผู้กำกับหนังเรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ มาเป็นกำกับมิวสิควีดิโอให้ คือทุกคนจะนำรูปในหลวงของตัวเองมาและกอดรูปในหลวงไว้ สุดท้ายก็มีร้องเพลงหมู่ ถือเทียนกัน เทียนก็เหมือนความหวัง" "อยากให้คนฟังมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป โดยที่เรายังมีในหลวงอยู่ในใจตลอด แล้วก็อยากให้คนไทยหายเศร้า เพราะท่านก็ยังอยู่ ไม่ได้ไปไหน ให้นึกถึงสิ่งดีๆ แล้วก็ทำตามแบบที่ท่านสอนครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เหมือนจะจบ!! บุ๋ม ทิ้งท้ายปมฟิสเนส งานเข้านักฟุตบอล-ไฮโซ??
ฟิสเนส /  ธุรกิจดารา / 

เหมือนว่าจะจบไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆ สำหรับประเด็นดราม่าธุรกิจฟิสเนส smash gym ของนางงามตัวแม่ บุ๋ม ปนัดดา ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถกับฟิสเนส 911 by JT ของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ก่อนหน้านั้นเป็นที่รู้กันว่าเคลียร์จบหมดปัญหา โดยสาวบุ๋มตัดสินใจย้ายออกสิ้นเดือนนี้พร้อมลั่นไปเปิดที่ใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งวันนี้ (30 พ.ย. 2559) ก็เป็นวันสุดท้ายที่ว่าไว้พอดี แต่จุดนี้สาวบุ๋มขอโพสต์ภาพและแคปชั่นระบายทิ้งท้ายผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวให้สายเผือกได้นั่งไม่ติดกันอีกสักหน่อย ซึ่งใจความมีอยู่ว่า "วันนี้ smash gym เปิดเป็นวันสุดท้าย ขอระบายทิ้งท้ายนิดนึงนะคะ เราจบลงด้วยดี แต่ก็มีคนบางคนที่พยายามทำให้แย่ เช่น นักฟุตบอลชื่อดังคนนึงขอเข้ามาในยิม แล้วมาขอถ่ายรูปอุปกรณ์แบบหน้าด้านๆ เพิ่งมารู้ว่าเป็นหุ้นใหม่ที่จะเปิดยิมเหมือนกัน ไอเดียความรู้ที่จะทำเองยังไม่มีเลย แล้วเป็นถึงนักกีฬาทำไมไม่มีน้ำใจนักกีฬา ผิดหวังมาก! แล้วก็ไฮโซอีกคนมาเล่นในยิมเราตั้งนาน มาถามเทรนเนอร์เราว่าสนใจจะไปที่ใหม่ไหม? เค้าเป็นหุ้นอีกคนของ... เปิดที่นี่แหละ! 55555555 โลกนี่ช่างโหดร้ายเนอะ" อุ๊ย ตาย ว๊าย กรี๊ด!! ไฮโซก็มา นักกีฬาก็มีเอี่ยว ทำท่าว่าจะจบแต่นางงามตัวแม่กลับเปิดประเด็นให้ได้ตะหงิดๆ แบบนี้ สงสัยมีต่ออีกก๊อกแหงๆ เอ้า!! ใครเป็นใครถามใจเธอดูแล้วกัน อิอิ บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda

เจนี่ ยันความรักยังไม่หมดโปรง่ายๆ คบ กึ้ง แล้วสบาย ไม่กดดัน
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ /  กึ้ง เฉลิยชัย

    เพราะช่วงหลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้เห็นภาพสวีทหวานของคู่รักฟ้าแลบอย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ กับไฮโซหน้าตี๋อย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ออกทริปสวีทหวานกันเหมือนตอนที่คบกันใหม่ๆ ทำให้บรรดาขาเม้าท์ทั้งหลายพากันจับจ้องว่าดูท่าความรักของคู่เริ่มจะหมดโปรไปอีกคู่ซะแล้ว ซึ่งสาวเจนี่รับว่า     "กับคุณกึ้ง เราก็ยังคุยกันอยู่ ยังอยู่ปกติ ยังไม่เลิกกัน ล่าสุดเราทั้งคู่ก็ไปทำความดีถวายพ่อหลวงของเราอยู่เลย ตั้งใจไว้ว่าอยากไปทุกวันถ้ามีเวลาว่าง ส่วนข่าวก่อนนั้นที่เม้าท์กันว่าความรักหมดโปร เจนี่มองว่าเพราะช่วงหลังๆ เราต่างคนต่างทำงาน เลยไม่ค่อยมีเวลาไปเที่ยวกันเหมือนช่วงแรกๆ แต่ก็อาจจะมีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง แต่เจนี่อยากให้เป็นเรื่องของคนสองคนดีกว่าที่เราจะมาป่าวประกาศให้คนอื่นได้รับรู้ เจนี่กับคุณกึ้งอายุขนาดนี้แล้ว ทำอะไรต้องระวังตัวมากขึ้น ก็เข้าใจว่ามีทั้งคนรักและคนเกลียดเรา เดี๋ยวนี้เวลาทำอะไรเจนี่ก็จะระมัดระวังตัวขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน เบื่อ ไม่อยากเป็นข่าวแนวลบแล้ว กลัวว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจด้วย" ขอบคุณภาพจาก IG:janienineeleven เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์   เจนี่ - กึ้ง  

วันลอยกระทง! กับความเชื่อโบราณ 9 ข้อ ที่ควรรู้
ความเชื่อ /  ประเพณี / 

9 ความเชื่อโบราณ วันลอยกระทง วันลอยกระทง เป็นอีกหนึ่งในเทศกาลที่เป็นนิยมมากที่สุดของไทย ซึ่งเฉลิมฉลองทุกปีในวันเพ็ญของเดือนที่สิบสองตามปฏิทินจันทรคติ ในช่วงนี้อากาศจะดีเพราะฤดูฝนก็ได้พ้นผ่านแล้ว และระดับน้ำก็สูงเต็มตลิ่งทั่วทั้งประเทศ 1. เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ ข้อนี้แม่หมอเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมานาน ซึ่งความหมายที่ลึกซึ้งของข้อนี้คือการส่งเสริมและกระตุ้นให้มนุษย์เราใช้น้ำอย่างประหยัด และรู้คุณค่ามากที่สุด 2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ ตามความเชื่อที่มนุษย์เราทุกคนจะมีเทวดาประจำตัว เพื่อปกปักรักษาให้รอดพ้นจากอันตรายต่างๆ เมื่อถึงวันลอยกระทงจึงต้องทำการขอขมาและขอบคุณที่คอยดูแลกันมาตลอด เป็นการเสริมพลัง รับพลังดีๆ เข้ามาเพิ่มอีกด้วย 3. เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย โดยมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้สักการะ บูชา 4. เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ หลังจากที่ฝ่าฝันปัญหาต่างๆ มาตลอดเกือบทั้งปี ถือเป็นฤกษ์ดีที่หลายคนจะลอยความทุกข์ ความไม่สบายใจ และปัญหาต่างๆที่ผ่านเข้ามา ให้ลอยออกไปจากตัวเอง และพร้อมเปิดรับสิ่งดีๆ เพื่อเริ่มต้นใหม่ในปีต่อไป จึงเห็นหลายคนที่มาลอยกระทงแล้วยกกระทงขึ้นมาขอพร 5. ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้ 6. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา ความเชื่อข้อนี้เป็นความเชื่อมาแต่โบราณกาล ว่าในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ครั้งนี้ เหล่าทวยเทพและประชาชนทั้งหลาย ได้พร้อมใจกันทำ การสักการบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย การลอยกระทงตามคตินี้ จึงเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากดาวดึงส์พิภพ (เป็นตำนานเดียวกับประเพณีการตักบาตรเทโวรับเสด็จพระพุทธองค์ลงจากดาวดึงส์) 7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า พระจุฬามณีตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำแม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคต จะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอริยไตรยด้วย 8. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก มีนิทานโบราณเล่าต่อกันมาว่า มีฤาษี 5 ตน ต่างตั้งจิตอธิษฐาน ว่าถ้าต่อไปจะได้ไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ร้อนไปถึงมารดา ด้วยแรงอธิษฐาน ท้าวพกาพรหมจึงเสด็จมาจากเทวโลก จำแลงองค์เป็นกาเผือก แล้วเล่าเรื่องราวแต่ทนหลังให้ฟัง พร้อมบอกว่าถ้าคิดถึงมารดา เมื่อถึงเพ็ญเดือน 11 เดือน 12 ให้เอาด้ายดิบผูกไม้ตีนกา ปักธูปเทียนบูชาลอยกระทงในแม่น้ำ ทำอย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมารดา แล้วท้าวพกาพรหมก็ลากลับไป ตั้งแต่นั้นมา จึงมีการลอยกระทงเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม แล้วเพื่อบูชารอยพระบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ส่วนฤาษีทั้ง 5 ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า 9. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุดตเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 'มหากษัตริย์นักดนตรี'
บทเพลงพระราชนิพนธ์ /  เพลงพระราชนิพนธ์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางดนตรีอย่างแท้จริง ทั้งพระปรีชาสามารถในการทรงเครื่องดนตรีได้ดีหลายชนิด ทรงพระราชนิพนธ์เพลง แยกและเรียบเรียงเสียงประสาน นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเป็นครูสอนดนตรีแก่ข้าราชบริพารใกล้ชิด และทรงซ่อมเครื่องดนตรีได้อีกด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในด้านดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงคือ หีบเพลง(Accordion) จากนั้นพระองค์ทรงเริ่มเรียนดนตรีเมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษาด้วยการเรียนเป่าแซ็กโซโฟน, วิชาการดนตรี, การเขียนโน้ต และการบรรเลงดนตรีสากลต่างๆ ในแนวดนตรีคลาสสิค เป็นเบื้องต้น ต่อมาจึงเริ่มฝึกดนตรีแจ๊ส ทำให้พระองค์ทรงเครื่องดนตรีได้ดีหลายชนิด ทั้งประเภทเครื่องลม เช่น แซ็กโซโฟน คลาริเนต, เครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง เช่น ทรัมเป็ต รวมทั้งเปียโน และกีต้าร์ ในด้านดนตรีไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กรมศิลปากรจัดพิมพ์หนังสือ โน้ตเพลงไทย เล่ม ๑ เพื่อรวบรวมและรักษาศิลปะดนตรีไทยไว้ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป รวมทั้งทรงสนับสนุนให้มีการค้นคว้าวิจัยบันไดเสียงของดนตรีไทยโดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนั้นยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีครอบประธานครูโขนละคร และต่อกระบวนรำเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ เพื่อให้นาฏยศิลป์ไทยเป็นมรดกของชาติสืบต่อไป ในปี พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรวบรวมพระประยูรญาติที่เป็นนักดนตรีมาจัดตั้งวง ลายคราม เป็นวงดนตรีส่วนพระองค์ ต่อมาพระองค์มีพระราชดำริที่จะปรับปรุงวงดนตรีลายคราม เพราะนักดนตรีกิตติมศักดิ์บางท่านไม่สามารถมาร่วมเล่นดนตรีได้เต็มที่ จึงหานักดนตรีจากสถาบันการศึกษาต่างๆ มาร่วมบรรเลง ก่อนจะพระราชทานชื่อวงใหม่ว่า วงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงดนตรีกับวง อ.ส. ผ่านทางสถานีวิทยุ อ.ส. เป็นประจำทุกวันศุกร์ รวมถึงทรงจัดรายการเพลงและเลือกแผ่นเสียงด้วยพระองค์เอง และบางครั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาขอเพลงจากวงดนตรีที่กำลังบรรเลงได้อีกด้วย หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเวลาฝึกสอน และทรงตั้งวงแตรวง สหายพัฒนา ขึ้นมาอีกวงหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงมีความรู้อย่างแตกฉานในทฤษฎีการประพันธ์ พระองค์ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เพลงแรกเมื่อมีพระชนมพรรษาได้ 18 พรรษาด้วยการพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง แสงเทียน และทรงพระราชนิพนธ์เพลง เมนูไข่ เป็นลำดับสุดท้ายในปี พ.ศ. 2538 เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ เพลงพระราชนิพนธ์-แสงเทียน youtube channel : cokefreshfx เพลงพระราชนิพนธ์- เมนูไข่ youtube channel : cokefreshfx รวมผลงานเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสิ้น 48 เพลง ได้แก่... 1. แสงเทียน (Candlelight Blues) 2. ยามเย็น (Love at Sundown) 3. สายฝน (Falling Rain) 4. ใกล้รุ่ง (Near Dawn) 5. ชะตาชีวิต (H.M. Blues) 6. ดวงใจกับความรัก (Never Mind the Hungry Men's Blues) 7. มาร์ชราชวัลลภ (Royal Guards March) 8. อาทิตย์อับแสง (Blue Day) 9. เทวาพาคู่ฝัน (Dream of Love Dream of You) 10. คำหวาน (Sweet Words) 11. มหาจุฬาลงกรณ์ (Maha Chulalongkorn) 12. แก้วตาขวัญใจ (Lovelight in My Heart) 13. พรปีใหม่ 14. รักคืนเรือน (Love Over Again) 15. ยามค่ำ (Twilight) 16. ยิ้มสู้ (Smiles) 17. มาร์ชธงไชยเฉลิมพล (The Colours March) 18. เมื่อโสมส่อง (I Never Dream) 19. ลมหนาว (Love in Spring) 20. ศุกร์สัญลักษณ์ (Friday Night Rag) 21. Oh I say 22. Can't You Ever See 23. Lay Kram Goes Dixie 24. ค่ำแล้ว (Lullaby) 25. สายลม (I Think of You) 26. ไกลกังวล (When), เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย 27. แสงเดือน (Magic Beams) 28. ฝัน (Somewhere Somehow), เพลินภูพิงค์ 29. มาร์ชราชนาวิกโยธิน (Royal Marines March) 30. ภิรมย์รัก (A Love Story) 31. Nature Waltz 32. The Hunter 33. Kinari Waltz 34. แผ่นดินของเรา (Alexandra) 35. พระมหามงคล 36. ยูงทอง 37. ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind) 38. เตือนใจ (Old-Fashioned Melody) 39. ไร้เดือน (No Moon), ไร้จันทร์ 40. เกาะในฝัน (Dream Island) 41. แว่ว (Echo) 42. เกษตรศาสตร์ 43. ความฝันอันสูงสุด (The Impossible Dream) 44. เราสู้ 45. เรา-เหล่าราบ ๒๑ (We-Infantry Regiment 21) 46. Blues for Uthit 47. รัก 48. เมนูไข่ รวบรวมข้อมูลจาก (1) (2) (3) ภาพประกอบจาก (4) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แอบส่องความมุ้งมิ้ง! สองพี่น้อง เจนี่-แจน เทียนโพธิ์สุวรรณ์
แจน น้องสาว เจนี่ /  เจนี่ แจน / 

เป็นคู่พี่น้องดาราที่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาออกสื่อสักเท่าไหร่ สำหรับนางเอกสาวสายสตรอง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ และน้องสาวที่น่ารักไม่แพ้กันอย่าง แจน ชาลิสา เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ซึ่งแฟนๆ จะได้เห็นแค่เพียงรูปคู่น่ารักๆ ตามประสาพี่สาว-น้องสาวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว บอกเลยว่าพี่น้องคู่นี้เค้าหวานมุ้งมิ้งอย่าบอกใคร มักจะโพสต์รูปคู่ คอมเม้นท์บอกรักบอกคิดถึงและส่งกำลังใจดีๆ ให้กันและกันอยู่ตลอดๆ เอาเป็นว่าไปชมความน่ารักของสองสาว เจนี่-แจน แห่งบ้านเทียนโพธิ์สุวรรณ์กันเลยจ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก IG @janienineeleven, janthien เจนี่-แจน เจนี่-แจน เจนี่-แจน เจนี่-แจน เจนี่-แจน ครอบครัวเจนี่ เจนี่-แจน ครอบครัวเจนี่ แจน-คุณแม่-เจนี่ เจนี่-แจน คุณแม่-แจน-เจนี่ เจนี่-แจน แจน-เจนี่ เจนี่-แจน

เชอรี่ สามโคก งดเนื้อสัตว์ทุกวันจันทร์ ตลอดชีวิต ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ ร.9
เชอรี่ สามโคก /  ในหลวงของแผ่นดิน / 

    ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เดินทางไปแสดงความไว้อาลัยที่พระบรมมหาราชวัง แต่ เชอรี่ สามโคก ก็ยังคงติดตามข่าวสารและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอจากทางหน้าจอโทรทัศน์ และล่าสุด สาว เชอรี่ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะงดเนื้อสัตว์ทุกๆ วันจันทร์ตลอดชีวิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง รัชกาลที่ 9     โดย เชอรี่ สามโคก ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า... "เชอรี่ยังไม่ได้ไปที่ท้องสนามหลวงค่ะ... ไม่ได้ร่วมแจกร่วมพิธีอะไรกับเค้าเลย จุดเทียนต่อหน้ารูปของพ่อหลวงที่บ้าน และงดทานเนื้อสัตว์ในวันจันทร์เพื่อเป็นกุศลถวายแด่พ่อ... ซึ่งเชอจะทำไป "ชั่วชีวิต" ของเชอ การได้ดูสารคดีเกี่ยวกับพ่อ คงไม่ใช่แค่เพื่อให้"ระลึกถึง" แต่ควรต้อง"ตระหนักถึง" และปฎิบัติดำเนินชีวิตของเราให้ คิดดี พูดดี และทำดีด้วย #เราทำได้เล็กน้อยแต่เราทำสิ่งเล็กน้อยนั่นได้นาน การแสดงออกไม่เหมือนกันใช่ว่าจะไม่รู้สึกเหมือนกัน เชอคิดว่า บางทีเราไม่ต้องทำอะไรอลังการในคราวเดียวก็ได้ถ้าเราไม่ได้มีโอกาสหรือกำลังทรัพย์ เราทำได้น้อยแต่เราเสมอต้นเสมอปลาย มันก็มีความหมายเหมือนกัน อาจไม่ใช่กับใคร แต่กับตัวเราเอง" ขอบคุณรูปภาพจากเฟซบุ๊ค เชอรี่ สามโคก

หนู มิเตอร์ อาร์สยาม ร่ายบทกลอน-บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ถวายความอาลัย
สร่างศัลย์ เรืองศรี /  หนู มิเตอร์ / 

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังความโศกเศร้าให้กับคนไทยทั้งแผ่นดิน เหล่าคนบันเทิงต่างโพสต์ภาพและข้อความต่างๆ ผ่านโซเชียล รวมถึงการแต่งเพลงเพื่อแสดงความเสียใจและไว้อาลัยกับการสูญเสียในครั้งนี้ ด้าน หนู มิเตอร์ (สร่างศัลย์ เรืองศรี) นักร้อง นักดนตรี และโปรดิวเซอร์มือทองของค่ายเพลงอาร์สยาม เจ้าของซิงเกิ้ล รักแท้แพ้เงินตรา ก็ได้ร่ายกลอนสด และอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน มาบรรเลงด้วยจะเข้สากล โดยอัพคลิปวิดีโอผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว Noo Meter เพื่อถวายความอาลัย “ ความรู้สึกนึกหวั่นไม่นานนัก ก็ประจักษ์แก่คนไทยในทุกถิ่น แสนเสียดายเอกองค์พระภูมินทร์ สยามสิ้นจุดรวมใจไปชั่วกาล จะขอตามรอยพ่อไม่ท้อถอย ลูกจะคอยทำตามสอนไม่เปลี่ยนผัน จะทำดีเพื่อพ่อในทุกวัน ส่งพ่อสู่สวรรค์ด้วยอาลัย ” "สำหรับเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน มีชื่อเต็มว่า CANDLELIGHT BLUES ซึ่งเป็นเพลงแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ.2489 มีเนื้อหาโดยรวมเกี่ยวกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชื่นชอบในทำนองที่มีความไพเราะปนเศร้า สำหรับจะเข้สากลนั้นก็เป็นเครื่องดนตรีที่ผมเองหัดเล่นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งค่อนข้างเล่นยากพอสมควร ไม่ได้เล่นมานานแล้ว เลยถือโอกาสหยิบขึ้นมาบรรเลงเพลง แสงเทียน นี้เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พ่อหลวงของเราครับ" หนู มิเตอร์ กล่าว มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

การได้ไปเที่ยวพักผ่อน พักร่างกายจากความเหนื่อยล้า นั่นก็ดีมากๆ แล้ว และถ้ายิ่งได้ทานอาหารท่ามกลางวิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ แบบนี้สิดีคูณสอง! วันนี้ Travel.mthai.com มี 15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ที่จะทำให้อาหารจานโปรดของเรานั้นอร่อยขึ้นอีกเท่าตัว อีกทั้งได้ซึมซับบรรยากาศจนทำให้ลลืมได้ลงกันเลยทีเดียว ขอบอกเลยว่า ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย! 15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย 1. Ristorante Grotta Palazzese แคว้นปูลยา (Puglia), ประเทศอิตาลี (Italy) ร้านอาหารที่ได้ขึ้นชื่อว่า วิวสวยที่สุด โรแมนติกที่สุด ตั้งอยู่ทางใต้ของ แคว้นปูลยา ของอิตาลี ตั้งอยู่ในถ้ำ บนชายหาด Polignano a Mare -------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. Giraffe Manor, เมือง Langata, ประเทศเคนย่า (Kenya) Giraffe Manor เป็นโรงแรมสร้างอิฐ สไตล์อังกฤษ ตั้งอยู่ในเมือง Langata ซึ่งความพิเศษของที่นี่ก็คือ เราสามารถทานอาหารและได้ใกล้ชิดกับยีราฟในขณะนั่งทานอาหาร หรือแม้กระทั่งจากห้องนอน -------------------------------------------------------------------------------------------------- 3. Ion Luxury Adventure Hotel, ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ตั้งอยู่บนภูเขา Hengill ห่างจาก Thingvellir National Park ที่ขึ้นทะเบียนยูเนสโก (UNESCO) เพียง18 กิโลเมตร มีห้องอาหารที่ให้บริการอาหารนอร์ดิก และบาร์ที่สามารถชมความงามของแสงเหนือ บรรยากาศสุดพิเศษ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 4. Aiguille du Midi - Restaurant 3842, ชาโมนิกซ์ (Chamonix), ประเทศฝรั่งเศส (France) ทานอาหารบนยอดเขาสูง กว่า 3,842 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขา -------------------------------------------------------------------------------------------------- 5. Ithaa Undersea Restaurant, เมือง Alif Dhaal Atoll, มัลดีฟส์ (Maldives) ทานอาหารใต้ท้องทะเล ดำดิ่งลึกลงไปในมหาสมุทรอิเดียกว่า 5 เมตร ที่ภัตตาคาร Ithaa Undersea ให้บรรยากาศเหมือนเราไปเที่ยวอะควาเรี่ยม เห็นปลาน้อยใหญ๋ สัตว์น้ำชนิดต่างๆ และปะการัง ชมวิวใต้ทะเลได้แบบ 270 องศาเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารใต้น้ำที่สวยที่สุดในโลกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------------- 6. The Snowcastle Of Kemi, เมือง Kemi, ประเทศฟินแลนด์ (Finland) เป็นโรงแรมที่สร้างด้วยน้ำแข็งและหิมะ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ สร้างเป็นปราสาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากอีกที่หนึ่ง รวมถึงการได้ทานอาหารในถ้ำน้ำแข็ง ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นเอสกิโมเลยล่ะ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 7. Ali Barbour's Cave Restaurant, ประเทศเคนย่า (Kenya) ร้านอาหารตั้งอยู่ภายในถ้ำ มีแสงสว่างจากแสงเทียน ความความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้มนต์ขลัง -------------------------------------------------------------------------------------------------- 8. Labassin Waterfall Restaurant, โรงแรม Villa Escudero Resort, ประเทศ Philippines ทานข้าวแสนอร่อย ท่ามกลางธรรมชาติและความสดชื่นของน้ำตกที่ไหลลงมา เปลี่ยนบรรยากาศการทานข้าวไปอีกแบบ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 9. The Green Dragon Pub, Hobbiton, ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) คงถูกใจคอหนัง ลอร์อ ออฟ เดอะ ริง กับการทานอาหารมื้อสุดพิเศษ พร้อมนั่งจิบเบียร์สูตรเด็ดที่มีให้เลือกหลากหลาย ท่ามกลางหมู่บ้านฮอบบิท -------------------------------------------------------------------------------------------------- 10. Sci-fi Dine-in Theater Restaurant, Disney's Hollywood Studios, รัฐฟลอลิดา, ประเทศสหรัฐอเมริกาUSA ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุก Walt Disney ออกแบบให้เป็นเหมือนโรงละครคลาสสิค กลิ่นอายสไตล์เก่า ยุค 50 ให้บรรยากาศเหมือนเราดูหนังอยู่กลางแจ้ง โดยรอบก็จะมีพนักงานเสิร์ฟใส่รองเท้าสเก็ต(Carhops) เน้นเสริ์ฟอาหารแบบ Drive-in -------------------------------------------------------------------------------------------------- 11. Hr Giger Museum Bar, เมือง Gruyères, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ตื่ตาตื่นใจกับการทานกาแฟ และอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศเหมือนอยู่ในโพรงของเอเลี่ยน! ที่เต็มไปด้วยกระดูก -------------------------------------------------------------------------------------------------- 12. The Rock,  Michamvi Pingue, เกาะแซนซิบาร์, ประเทศแทนซาเนีย ทานอาหารพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศของมหาสมุทรอิเดีย บนเกาะเล็กๆ ที่ชื่อ แซนซิบาร์ อยู่ในเขตเมืองเก่า และเป็นมรดกโลก -------------------------------------------------------------------------------------------------- 13. El Diablo, เมืองลันซาโรเต (Lanzarote), ประเทศสเปน (Spain) ตั้งอยู่ที่เกาะลันซาโต ของสเปน โดยความพิเศษของที่นี่คือ จะใช้ความร้อนจากพื้นใต้พิภพในการทำอาหาร ซึ่งความร้อนนี้ได้มาจากภูเขาไฟ ภูมิประมาณ 400-500 องศาเซลเซียส -------------------------------------------------------------------------------------------------- 14. Harry Potter Themed Cafe, เมืองโทรอนโต(Toronto), ประเทศแคนาดา (Canada) ชิมกาแฟจากโลกเวทมนต์ ตกแต่งเหมือเราเข้าไปอยู่ที่โลกเวทมนต์ของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 15. Culiair, ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) กินอาหารบนบอลลูนแห่งเดียวในโลก Source : www.boredpanda.com

เจนี่ โต้เลิก กึ้ง ฟุ้งสถานะเหมือนเดิม โล่งจบเกาเหลา บุ๋ม!!
911 by JT /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  หลังจากมีกระแสข่าวลือออกมาว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับหวานใจไฮโซ กึ้ง เฉลิมชัย เริ่มเหินห่างกันแล้ว แถมยังมีข่าวเม้าท์มอยว่าทั้งคู่ได้ยกเลิกทริปเที่ยวด้วยกันอีก ล่าสุด สาวเจนี่ ได้มาร่วมงานเอ็กซิบิชั่น “HUBLOT LOVES BANGKOK” ได้เผยถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวยันสถานะเหมือนเดิมยังไปไหนด้วยกันแต่ไม่ลงรูปเท่านั้นเพราะมีฟีดแบคทั้งดีและไม่ดีกลับมา ไม่ปฏิเสธถ้าใครจะเรียกแฟน เผยเคลียร์ดราม่าเกาเหลานักแสดงรุ่นพี่ บุ๋ม ปนัดดา จบแล้ว อีกฝ่ายจ่อย้ายออกจาก 911 by JT สิ้นปี!! ตอนนี้มีข่าวว่าเรากับพี่กึ้งห่างกันแล้ว ?   "ก็...ไม่ได้ห่างอ่ะค่ะ ปกติ ยังคุยกันอยู่ (ยิ้ม) แต่ที่ไม่ลงรูปคู่ก็เพราะ เวลาที่ลงไปแล้วมันก็มักจะมีฟีดแบคทั้งดีและไม่ดีตามมา ฉะนั้นเจนี่ก็เลยอยากให้มันเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่าค่ะ" เราสองคนเจอกันบ่อยขนาดไหน ?   "ยังเจอปกติเลยค่ะ เมื่อวานก็เพิ่งจะไปทานข้าวด้วยกัน (ยิ้ม) ถามว่าตกใจหรือเปล่าที่อยู่ดีๆ คนก็มองแบบนี้ เอ่อ...เจนี่เป็นนักแสดงอยู่ในวงการนี้มา 20 ปี เรื่องนี้มันก็คืออะไรที่ปกติอ่ะค่ะ เบามาก (ยิ้ม)" ก่อนหน้านี้เห็นว่าเราเองก็กำลังจะมีทริปไปเที่ยวกับพี่กึ้ง แต่สุดท้ายก็ยกเลิก ?   "ไม่มีค่ะ ไม่ได้มีค่ะ" ยืนยันเลยว่าความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม ?   "ยังเหมือนเดิมค่ะ" กับข่าวที่ออกมาบ่อยๆ มันกระทบความสัมพันธ์ของเราบ้างหรือเปล่า ?   "ไม่อ่ะค่ะ" เราได้มีโอกาสคุยกันบ้างไหมกับทุกกระแสข่าวลือที่มันมีออกมาเรื่อยๆ ?   "เจนี่กับคุณกึ้งเราไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำไป คือด้วยความที่เราคุยกันทุกวันเราก็จะรู้ว่าอะไรคืออะไร" คุยกันทุกวันแบบนี้ และตอนนี้เรียกว่าอะไรดี ?   "(หัวเราะ) ก็แล้วแต่ ให้ทุกคนกำหนดละกันค่ะ" แสดงว่าถ้าทุกคนจะเรียกว่าแฟนเราก็ไม่ปฏิเสธ ?   "แล้วแต่ใครจะคิดเลยค่ะ (หัวเราะ)" จริงๆ ตอนนี้ความหวานของเราสองคนมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากไหม ?   "อายุเยอะกันแล้วเนอะ ทุกอย่างมันก็เลยเป็นปกติอ่ะค่ะ ไม่มีเพิ่มและก็ไม่ได้มีลด" ใกล้ปีใหม่แล้วจะมีทริปไปเที่ยวกันหรือเปล่า ?   "ทำงานค่ะ รับโชว์ตัว (ยิ้ม) คือ...เวลาเราไปไหนด้วยกันเจนี่เองก็ไม่ใช่คนที่ชอบโพสต์ด้วยเนอะ เพราะเจนี่มองว่าถ้าเราไปเที่ยวเราก็อยากให้มันเป็นเรื่องเราสองคนจริงๆ ถามว่ามีไปกันบ้างไหม ก็มี แค่เจนี่ไม่ได้บอกใครและก็ไม่ได้ลงรูปแค่นั้นเอง" ทำไมเราถึงเลือกที่จะไม่ลงรูปเพราะมันก็เป็นความทรงจำของเราสองคน ?   "มันก็มีทั้งผลดีและผลเสียอ่ะค่ะ คนที่เขาไม่ได้อยากจะดูรูปของเราก็มี ดังนั้นเจนี่ก็เลยคิกว่าเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวดีกว่า" จริงๆ มันเกี่ยวไหมกับการที่คนจับตามองเรื่องความรักของเราตลอด ?   "ก็ด้วยค่ะ มันก็เนอะ คือเราอายุขนาดนี้แล้วทำอะไรก็ต้องระวัง" อัพเดทเรื่อง 911 ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?   "คลาสใหม่มาแล้วค่ะวันเสาร์นี้ ก็จะมีบอดี้คอมแบทแล้ว (ยิ้ม) ถามว่าใหม่กว่าที่อื่นยังไง อันนี้ก็ต้องลองมาดู และสิ้นปีนี้เจนี่คิดว่าทุกคนน่าจะได้เห็นคลาสอะไรที่เรามีเป็นที่แรกอีก" เรียกว่า 911 ของเราก็จะต้องเป็นที่หนึ่งในวงการยิมเลย ?  "ใช่ ต้องนิดหนึ่งค่ะ อยากให้อินเทรนด์ตลอดเวลา" เรื่องปัญหากับ พี่บุ๋ม ปนัดดา ตอนนี้ลงตัวหรือยัง ?   "เคลียร์แล้ว จบแล้ว ต่างคนต่างสบายใจทั้งคู่ ตอนนี้ก็เป็น 911 เต็มตัว (ยิ้ม)" สำหรับในส่วนนั้นเราจะยังทำเป็นยิมต่อหรือเปล่า ?   "ก็จะมีคลาสอะไรตามที่เจนี่บอกอ่ะค่ะ ส่วนเรื่องเวทของต้องดูกันอีกที เพราะมันยังมีรายละเอียดอีกเยอะเลย เอาไว้ให้ทุกอย่างคอนเฟิร์มก่อนแล้วเจนี่ค่อยมาบอกอีกทีดีกว่า" ในส่วนของอาคารที่พี่บุ๋มทำเรายังเก็บไว้มั้ย?   "ต้องเก็บสิ ที่ทำมาหากิน (หัวเราะ) คิดไว้แล้วค่ะว่าจะทำอะไร แต่ต้องรอคอนเฟิร์มอีกที" เห็นว่าสถานที่ตั้งยิมแห่งใหม่ของพี่บุ๋มก็อยู่ไม่ไกลจากของเราด้วย แบบนี้มันจะมีดราม่ามั้ย?   "ดราม่าคู่กับศิลปินดาราอยู่แล้ว (หัวเราะ)" ตัวเราเองกังวลมั้ยว่ามันจะกลายมาเป็นคู่แข่งกัน ?   "จริงๆ ไม่ว่าจะเปิดสถานออกกำลังกายที่ไหนมันก็เป็นปกติที่เนอะที่คนจะมองไปได้ว่าแข่งกัน แต่สำหรับเจนี่ เจนี่ถือว่ามันก็ดีเหมือนกันทุกที่ เพราะสุดท้ายคนก็ได้แข็งแรง ได้ออกกำลังกายด้วยกัน คืออะไรที่ทำแล้วมีประโยชน์กับตัวเองเจนี่ก็ถือว่ามันเป็นที่ๆ ดี" ตอนนี้ได้วันลงตัวหรือยังว่าจะต้องย้ายออกเมื่อไหร่ ?   "ได้แล้วค่ะ เป็นช่วงสิ้นปี" สำหรับคลาสที่เรากำลังจะทำ เรากังวลไหมว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องทับไลน์อีก ?   "มันก็ทับไลน์กันทั่วประเทศไทยอ่ะค่ะ (หัวเราะ) ดังนั้นเรามาทำอะไรที่มันโดดเด่นดีกว่า" เรื่องปัญหาที่จอดรถตอนนี้ลงตัวขึ้นหรือยัง ?   "เจนี่คิดว่าถ้ามันเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ มันก็คงจะดีขึ้น คือเริ่มมีบทเรียนแล้ว" ขอบคุณภาพจาก IG janienineeleven เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ กึ้ง เจนี่ กึ้ง

ละครแสงเทียน (ละครเย็น) , เรื่องย่อแสงเทียน (ละครเย็น)
ละคร แสงเทียน /  ละคร แสงเทียน ช่อง3 / 

แสงเทียน บทประพันธ์โดย : แพรณัฐบทโทรทัศน์โดย : ภูมิภักดิ์, จิรวัฒน์ ชาญเชี่ยวกำกับการแสดงโดย : นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละคร แสงเทียน แสงเทียน เป็นเรื่องราวของ สิบทิศ หนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน รับบทเป็น ทศกัณฐ์ และ เพลงพิณ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น นางสีดา ใคร ๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาฝ่ายเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟคท์ได้หรือไม่ เขาควรทำอย่างไรจึงจะคว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา เพลงพิณผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนางสีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเข้ามาพูดคุยจนหล่อนสามารถกลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตาเขาได้เลย แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตามมาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็นพ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วนศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ ละคร แสงเทียน หล่อนยืนรอเขาเพื่อนำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศแสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายในยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อนสนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ หนุ่มหล่อร่ำรวยที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อนว่าสาวสวยอย่างเพลงพิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อจะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้านสลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัมเดียวกันอีกด้วย แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้าชู้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุดก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทานอาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่มักจะทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือไม่ แล้วผู้หญิงของเขาจะเป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนมกับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริง ๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อนสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกัน คือบัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ละคร แสงเทียน ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเท่านั้น ยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินมักจะด่าทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตัวเอง เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่งได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมากดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลงพิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่สามารถจะบอกกับใครได้ ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดงความตื่นเต้นอย่างมากมายในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความอึดอัดเท่านั้น เพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้งจนทิม นักเรียนหนุ่มรุ่นน้องเข้ามาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเข้ามายุ่งเรื่องของหล่อน คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดนตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมองมานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับสิบทิศมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยากสนิทสนมกับสิบทิศเพื่อขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถาม และพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตาที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกครั้ง เขารู้ว่าพ่อฝังใจกับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาให้พ่อ เพราะอยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อรู้สึกว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มาก ๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วยแล้วก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อขโมยของมาขาย แล้วก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทางเธอคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลางความไม่พอใจของพ่อตลอดมา ละคร แสงเทียน สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ ๆ ที่นอนของเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขนด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัวสิบทิศลงเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลงพิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้ตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบ ๆ ทิมก็เข้ามาพูดจาทักทาย พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยกให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขินยิ่งเมื่อได้รู้ว่าทิมผู้เป็นหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึกทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการแสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกันจนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้นยิ่งเมื่อมาเห็นว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่มชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิตครอบครัวของตัวเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังทะเลาะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งออกมาจากบ้านบัวคลี่ พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าวันหนึ่งทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อตัดลูกทันที ซึ่งเสียงทะเลาะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้นศิวาเมากลับมา บัวคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใครรู้เห็น ละคร แสงเทียน ด้านเพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อเอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านนี้ เพื่อจะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิดถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อเป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดีแต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน ครั้งนี้สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มองอย่างหวาดระแวง และสอบถามถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้พร้อมทั้งไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อนซื้อของกับเพลงพิณ ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัยเด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายหล่อนเลย มันเกิดจากการกระทำของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความกลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณเกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้ ในขณะที่ความรู้สึกดี ๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกครั้งเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ ครั้งนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่าสิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์ และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่ามกลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอเพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านายของตนเสียหน้า ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็ก ๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดีมาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริง ๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉากหน้าจะทำเป็นสนับสนุนเพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อน เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะราเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้ ละคร แสงเทียน พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตัวเอง เขาจึงกลับมาโวยวายกับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องทะเลาะกัน เขาก็เข้าข้างศิวาอีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำงาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลงพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดี ๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาด ๆ วิ่น ๆ แบบนี้ได้ มิ่งขวัญเริ่มมาเรียบเคียงถามเพลงพิณถึงความรู้สึกที่มีต่อราเมศร์ เมื่อเพลงพิณยืนยันว่าไม่ได้สนใจราเมศร์ แต่กลับมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับสิบทิศ มิ่งขวัญจึงโทรไปบอกราเมศร์ ซึ่งทำให้เขาโกรธแค้นสิบทิศมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังมารับเพลงพิณไปทานอาหาร เมื่อถูกปฎิเสธเหมือนเคย เขาจึงพามิ่งขวัญไปแทนด้วยความจำใจ ที่ร้านอาหารในห้าง มิ่งขวัญกระหยิ่มยิ้มย่องดีใจ แต่ก็เหมือนทุกอย่างถล่มทับเมื่อได้ยินราเมศร์นินทาตนในโทรศัพท์ หล่อนฝืนใจลงนั่งกินต่อด้วยหัวใจแทบสลาย แต่แทนที่หล่อนจะโกรธราเมศร์ หล่อนกลับเทความโกรธ และคลั่งแค้นไปที่เพื่อนรักอย่างเพลงพิณ ด้านศิวาเมื่อไม่สามารถห้ามน้องชายให้เลิกยุ่งกับเพลงพิณได้ เขาจึงมาบอกกับสุทินว่าตอนนี้สิบทิศกำลังไปมั่วกับเพลงพิณ ซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ดี ทำให้สุทินโกรธ และดุด่าสิบทิศเหมือนเคย ทุกครั้งเขาจะเมินเฉยแต่ครั้งนี้พ่อด่าลามไปถึงเพลงพิณทำให้เขาทนไม่ได้จึงถกเถียงทะเลาะกันอย่างหนัก ศิวาก็พยายามจะทั้งขู่ทั้งปลอบให้สิบทิศเลิกข้องเกี่ยวกับเพลงพิณ แต่สิบทิศยังยืนยันความตั้งใจของตัวเอง ทำให้ศิวาทำท่าเหมือนจะตัดพี่ตัดน้อง แสดงความเย็นชาใส่ หลังจากวันนั้นบ้านทั้งบ้านก็ยิ่งเหมือนนรกสำหรับสิบทิศเข้าไปทุกที เมื่อพี่ชายก็เมินเฉย และพ่อก็เหมือนไฟที่จะแผดเผาเขาได้ทุกเวลา และเขาก็ร้อนรุ่มเพราะไม่รู้ว่าราเมศร์มีแผนจะทำอะไรเพลงพิณและตัวเขา แต่สิบทิศก็พยายามจะทำใจเพราะการแสดงโขนพระราชทานใกล้เข้ามาแล้ว เขาไปซ้อมรำเพิ่มเติมให้เพลงพิณที่บ้านทุกวันจนสนิทกับครอบครัวของหล่อน และทำให้เขามีความสบายใจบ้าง จนวันหนึ่งหลังการซ้อมเสร็จสิ้น พวกครูที่สอนการแสดง และครูรัตนาต่างก็ชื่นชมเพลงพิณที่สามารถรำได้อย่างสวยงาม ทั้งที่เข้ามาเริ่มซ้อมทีหลังคนอื่น เพลงพิณยิ้มรับและมองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดที่สิบทิศ หล่อนมองด้วย สายตาที่แสดงความขอบคุณให้เขาก่อนที่หล่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านไปทางมิ่งขวัญ สิบทิศมั่นใจว่าเห็นสายตาริษยาของมิ่งขวัญขณะที่มองเพลงพิณ และเห็นด้วยว่ามิ่งขวัญยื่นขามาขัดจนเพลงพิณสะดุดจะล้ม ดีว่ามีเพื่อนนักแสดงช่วยพยุงไว้ ทุกคนตกใจ และเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย มิ่งขวัญถือโอกาสลุกหนีไป เพลงพิณไปตามหาจนเจอแล้วก็ต้องตกใจมากเมื่อเพื่อนรักแสดงความเกลียดชังใส่โดยที่หล่อนก็ไม่รู้สาเหตุเลย ด้านมิ่งขวัญเองก็ไม่สบายใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำลง หล่อนมายืนครุ่น คิดจนกระทั่งทิมเข้ามาพูดคุย และต่อว่าตักเตือนในสิ่งที่หล่อนทำเพื่อนเพราะเห็นแก่ผู้ชาย มิ่งขวัญโกรธมากและเดินหนีไป ราเมศร์โทรเข้ามาบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา อยากจะให้มิ่งขวัญช่วยพาเพลงพิณมางานวันเกิด โดยให้หล่อนไปร่วมงานด้วย ละคร แสงเทียน มิ่งขวัญหลงกลราเมศร์หลอกพาเพลงพิณไปที่ร้านนั้นจนได้ โดยศิวาแยกสิบทิศออกจากเพลงพิณด้วยการโทรมาโกหกว่าพ่อป่วยให้สิบทิศรีบกลับบ้าน เมื่อทุกอย่างเป็นตามแผนที่เขาวางไว้คือ แอบวางยาเพลงพิณจนหลับ และพูดยกมิ่งขวัญให้ศิวาจัดการได้ตามสบาย หล่อนตกใจมากและพยายามจะหาคนช่วย แต่ก็ยากจะแก้ไขแล้วเพราะร้านนั้นเป็นร้านของเพื่อนราเมศร์ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทิมพาสิบทิศเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้ราเมศร์โกรธมาก ผสมกับโกรธศิวาด้วยเมื่อรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน จึงให้ลูกน้องทำร้ายศิวาจนยับเยิน สิบทิศพาเพลงพิณไปโรงพยาบาลทันที หมอตรวจพบว่ายาที่เพลงพิณกินเข้าไปนั้นคือยานอนหลับอย่างแรง หรือที่เรียกกันว่า ยาเสียสาว เมื่อครูรัตนามาถึงจึงตัดสินใจ พาเพลงพิณกลับไปที่บ้านของครูก่อน แล้วโทรแจ้งตายายให้รับทราบ ส่วนสิบทิศก็โทรบอกพ่อสั้น ๆ ว่าจะไม่กลับบ้าน และมิ่งขวัญนั้นตามไปนั่งมองแล้วก็ร้องไห้ตลอดเวลาด้วยความสำนึกผิด เมื่อเพลงพิณฟื้นขึ้นมาถามหามิ่งขวัญด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้มิ่งขวัญรู้สึกแย่มากกว่าเดิมจนต้องลุกวิ่งหนีออกไป ทิมตามไปปลอบโยนจนหล่อนดีขึ้นแต่ก็ยังไม่กล้าจะสู้หน้าเพลงพิณได้อีก ทั้ง ๆ ทีเพลงพิณพร้อมจะให้อภัยเพื่อนเพราะเข้าใจในสถานการณ์ที่เพื่อนได้ทำลงไป สิบทิศกลับบ้านมาพบว่าพ่ออาละวาด ด่าทอ เขามากมาย เพราะสภาพของศิวาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ศิวาบอกกับสุทินว่าโดนสิบทิศทำร้าย เพราะจะปกป้องเพลงพิณทำให้สุทินโกรธจัด จึงด่าลามปามไปถึงว่าเพราะสิบทิศมาเกิดจึงทำให้แม่ตาย เขาเป็นคนฆ่าแม่ของตัวเอง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นมากมายจนทำให้สิบทิศเตลิดออกจากบ้าน จนมาเจอกับพวกของราเมศร์ ที่มาดักรอทำร้าย เขาโดนรุมจนลงไปกองกับพื้นโดนปืนจ่อหัวในวินาทีความเป็นความตายนั้นบัวคลี่ใช้เล่ห์เหลี่ยมช่วยเหลือเขาไว้ได้ทันและพาเขาไปส่งที่บ้านครูรัตนา เมื่อชิดชัยกับครูรัตนาเห็นสภาพของสิบทิศ และรับทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงพาเขาไปโรงพยาบาลและพาไปแจ้งความด้วย บัวคลี่จากตรงนั้นมาด้วยความรู้สึกสะท้อนใจว่าสิบทิศยังมีคนสนใจไยดีในขณะที่ตัวเองเหมือนอยู่คนเดียวในโลก แถมยังกลับมาเจอแม่กำลังเมาอาละวาดที่แปะขายของในสลัม แม่เมาพูดเพ้อเจ้อพาให้บัวคลี่เข้าใจผิดว่าแปะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด พ่อที่แม่ปิดบังมานานไม่เคยยอมบอกพ่อของหล่อนเป็นใคร ทำให้หล่อนแทบช็อกกับความจริงที่เปิดเผยในตอนนี้ ด้านสิบทิศเมื่อตื่นขึ้นมาที่บ้านครูรัตนาพร้อมกับความระบมไปทั้งร่างกาย เพลงพิณมาเยี่ยมพร้อมกับโทษตัวเองว่าเป็นเพราะหล่อนทำให้สิบทิศต้องมาเจ็บตัวแถมยังโดนพ่อไล่ออกบ้าน สิบทิศพยายามจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับหล่อนเพราะปกติครอบครัวเขาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ทั้งสองคนพูดจาปลอบโยนซึ่งกันและกัน และเหมือนจะเปิดใจกันมากขึ้น ละคร แสงเทียน เมื่อสิบทิศหลับเพลงพิณจึงกลับบ้านมาพบว่าน้องชายกำลังจะออกจากบ้านอีกแล้ว แม้จะพยายามห้ามปรามน้องยังไงก็ไม่สามารถห้ามได้ปี่พาทย์ออกไปแว้นมอเตอร์ไซค์กับเพื่อนที่เขาคบหาอยู่ และไปตัดหน้ารถปิกอัพคันหนึ่งจนรถคันนั้นเสียหลักจนรถเกือบจะคว่ำ แต่เวลานั้นปี่พาทย์กลับรู้สึกสนุกสนานจนไม่สนใจกับความเดือดร้อนของคนอื่น และเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปี่พาทย์พบเจอกับเด็กสาวตาโตคนหนึ่งซึ่งมากับคันนั้นหล่อนจำปี่พาทย์ได้จึงต่อว่าเขาหลายคำจนเขายืนอึ้ง เมื่อบัวคลี่พยายามชะเง้อชะแง้เข้าไปในบ้านของสุทิน จึงโดนตอกหน้ากลับมา หล่อนถามอาการของศิวาก่อนจะบอกเรื่องที่สิบทิศโดนรุมทำร้าย ปางตาย แถมยังกุเรื่องว่าสิบทิศนอนใกล้ตายอยู่บ้านครูรัตนา ทำให้สุทินตกใจแล้วรีบไปดูสิบทิศที่บ้านครูรัตนาทันที ระหว่างทางสุทินได้เจอกับเพลงพิณ เขารู้สึกประทับใจกับเด็กสาวหน้า ตาสะสวย กิริยาเรียบร้อย หล่อนช่วยเก็บหมวกมาส่งให้เขาอย่างไม่รังเกียจ สภาพของคนซ่อมซ่อขี่รถซาเล้งเก็บของเก่าเลยสักนิด เมื่อมาเจอกันที่บ้านครูรัตนาอีกครั้ง เพลงพิณมากับตาและยาย แล้วเมื่อยายรู้ว่าสุทินเป็นพ่อของสิบทิศจึงเอ่ยชื่นชมว่าสุทินเลี้ยงลูกชายอย่างสิบทิศได้ดีมาก และก็ด่าศิวาว่าเลวร้าย ทำให้สุทินโกรธเป็นอันมาก แต่ไม่กล้าจะอาละวาดอะไร ได้แต่อัดอั้นเพราะอยากจะรู้ว่าสิบทิศเป็นอย่างไร จึงได้แต่เก็บอาการนิ่งงันไว้ เมื่อชิดชัย และครูรัตนาเปิดโอกาสให้พ่อลูกได้คุยกันเอง สิบทิศถามถึงศิวา สุทินโต้ตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วก็ออกมาพบกับครูรัตนา ที่พยายามจะอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อย่างใจเย็น สุทินกลับไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่เคยเชื่อว่าศิวาจะทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างที่ครูรัตนาบอกกับเขาเลย แถมเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็พบว่าศิวากำลังด่าบัวคลี่ ด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ยิ่งทำให้เขาสับสนยิ่งขึ้นไปอีก เวลาผ่านไปจนใกล้จะถึงวันแสดงโขนพระราชทานแล้ว เพลงพิณก็ยังปรับความเข้าใจกับมิ่งขวัญไม่ได้ ทำให้หล่อนไม่มีสมาธิในการซ้อมเท่าที่ควร ครูรัตนาจึงเข้ามาช่วยให้สองสาวปรับความเข้าใจกัน มิ่งขวัญสารภาพว่าอิจฉาเพลงพิณมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เพลงพิณมีแต่คนรัก ทั้งเรื่องการแสดงที่เพลงพิณได้รับบทเด่นกว่าตนเอง ครูรัตนาจึงอธิบายความสำคัญของตัวละครทุกตัว การที่ได้รับเลือกให้เข้ามาร่วมแสดงโขนพระราชทานนั้นคือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต จนมิ่งขวัญเริ่มรู้สึกตัวและเข้าใจ ปล่อยวางความอิจฉาริษยาลงได้ หล่อนสบายใจขึ้น และทิมก็เข้ามาแสดงความยินดีแล้วชวนกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำ ทิมยอมกินส้มตำเผ็ดจัดทั้งที่ตัวเองกินเผ็ดไม่ได้เลย เพื่ออยากจะใกล้ชิดกับมิ่งขวัญ ระหว่างนั้นมีเด็กซิ่งแว้นมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเสียงดังมาก ทิมวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนั้นโดยไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีปี่พาทย์ร่วมอยู่ด้วย ละคร แสงเทียน ปี่พาทย์อยากแสดงตัวให้เพื่อนยอมรับ และอยากมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง เขาจึงไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง แต่โชคร้ายเขาโดนจับได้ในขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งหนีไปได้หมด แล้วที่โชคร้ายไปกว่านั้น เจ้าของรถคือลูกน้องของราเมศร์ เมื่อศิวามาเห็นจึงพาตัวเขาไปให้ราเมศร์ จึงถูกบังคับโดนการเอาปืนจ่อหัว ให้เลือกว่าจะตาย หรือจะเลือกพาตัวเพลงพิณมาส่งให้ราเมศร์ ปี่พาทย์เลือกที่จะไม่ตาย เขาจึงถูกพาตัวมาส่งที่บ้าน เพลงพิณเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย แต่เขาโกหกว่าเดินชนเสา เพลงพิณดูแลถามไถ่น้องด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้ปี่พาทย์กระวนกระวายมากขึ้น สิบทิศเป็นคนสังเกตเห็นอาการ ทำให้เขาเก็บความสงสัยไว้ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เพราะตอนนี้เขากับเพลงพิณเริ่มแสดงความรู้สึกถึงความรักที่มีให้กันและกันมากขึ้น สิบทิศจึงทำเป็นว่ากลับบ้านแล้ว แต่เขามาดักรอปี่พาทย์และสอบถามพูดคุยจนปี่พาทย์ยอมบอกความจริง เมื่อความจริงเปิดเผย ตากับยายคิดจะส่งปี่พาทย์ไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด แต่ครูรัตนาเสนอว่าควรจะส่งปี่พาทย์ไปเรียนรู้ชีวิตที่บ้านพี่สาวของครูรัตนาจะดีกว่า ปี่พาทย์ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงที่นั่น ปี่พาทย์ก็แทบช็อก เพราะเขาไปเจอกับสาวน้อยตาโต คนที่เขาเจอในปั๊มน้ำมัน วันที่ไปซิ่งรถ พ่อของเด็กสาวหน้าดุ ๆ นั้นก็คงจำเขาได้เช่นกัน แต่ไม่มีใครพูดสิ่งใด ยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ชีวิตของปี่พาทย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าไปช่วยในสวนปาล์ม แถมบางเวลาสาวน้อยตาโตแก้วใจก็มักจะพูดค่อนแคะเขาเสมอ ทำให้เขาคิดว่าตอนนี้เขากำลังอยู่โรงเรียนดัดสันดาน จนวันหนึ่งสิงห์มาชวนเขาไปลานขายปาล์ม ทำให้เขาตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูโลกภายนอก ทำให้สิงห์แปลกใจ และเมื่อรู้ความคิดของปี่พาทย์ เขาจึงอธิบายจนปี่พาทย์เริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้นบ้าง แล้วยิ่งวันหนึ่งเขาพบว่าแม่ของแก้วใจกำลังทอผ้ายกทองโบราณ เพื่อเป็นเครื่องแต่งกายให้กับนักแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ปี่พาทย์เริ่มยอมรับและเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมของชาติมากยิ่งขึ้น และคิดได้ว่าเขาจะกลับไปเรียนนาฎศิลป์อีก ไม่คิดจะไปเรียนอาชีวะอีกแล้ว ทางด้านศิวา เมื่อปี่พาทย์หายตัวไป เขาก็โดนราเมศร์เล่นงานอีก และไม่ยอมเขาทำงานด้วยอีก รามพ่อของราเมศร์จึงให้งานใหม่ซึ่งเป็นงานผิดกฎหมายศิวายอมทำโดยไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิด เพราะเขาไม่อยากตกงาน เวลาของการแสดงโขนเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน ความรักของสิบทิศและเพลงพิณก็ดำเนินไปด้วยดี เพลงพิณเปิดใจจนสิบทิศกล้าที่จะแสดงความรักมากขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี โลกของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างสดใส แล้วบัวคลี่มาบอกว่าท้องกับศิวา แถมเขายังได้ข่าวว่าศิวากำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย โลกของสิบทิศก็แทบมัวหม่นลงอีก เขาพยายามจะเตือนศิวา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ศิวาไม่ฟังเขาเลย แถมยังไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้องของบัวคลี่ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของครอบครัวและเรื่องของเพื่อน เขาประกาศจะช่วยเป็นพ่อให้กับหลานของเขา โดยที่เขาลืมนึกถึงเพลงพิณไปเสียสนิท เขาไม่รู้เลยว่าเพลงพิณเข้าใจผิดกับบัวคลี่จนแทบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ที่สุดแล้วเขาก็ตามไปปรับความเข้าใจกับหล่อนได้ และใจยิ่งอิ่มเอิบมากขึ้นเมื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าเพลงพิณหึง ก็แสดงว่าหล่อนรับรักของเขาแล้ว ละคร แสงเทียน แต่เรื่องราวความวุ่นวายในชีวิตของสิบทิศก็ไม่ได้จบลงง่าย ๆ เมื่อบัวคลี่โทรมาตอนที่เขาอยู่กับเพลงพิณ คิดจะไปทำแท้งเพราะศิวาไม่ยอมรับ เขารีบออกจากเพลงพิณไปดูแลบัวคลี่ โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความแคลงคลางใจไว้กับเพลงพิณ ช่วงเวลานี้เรื่องศิวาก็มีข่าวว่าจะขนอาวุธผิดกฎหมาย เขาได้รับเบาะแสมาจากเพื่อนเก่าที่ทำงานอยู่กับราเมศร์ สิบทิศจึงประสานกับชิดชัยเพื่อวางแผนจับกุมได้สำเร็จ ศิวาถูกจับ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องครอบครัวแต่ไม่ได้บอกเพลงพิณได้รับรู้ ปล่อยให้หล่อนจมอยู่กับความหวาดระแวงสงสัย เพราะปมในใจที่มีพ่อเจ้าชู้ ทำให้หล่อนไม่สามารถจะไว้ใจใครได้เลย สิบทิศพาสุทินไปดูศิวาที่โรงพัก ศิวาโวยวายใส่อย่างไม่ยอมรับฟังอะไรเลย สุทินเสียใจมากที่ลูกชายที่ตนรักที่สุดจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ เขาทิ้งศิวาไว้ที่โรงพักโดยไม่สนใจจะช่วยเหลือเลย แล้วกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง สิบทิศตามมาเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง สาเหตุนี้ทำให้สิบทิศต้องลาซ้อมหนึ่งวัน ครูรัตนามาแจ้งแก่นักแสดงทุกคน เพลงพิณนั่งซึมจนมิ่งขวัญเข้ามาพูดคุย หล่อนเลยยอมจะพูดถึงสิ่งที่คาใจตัวเองว่าเคยได้ยินสิบทิศบอกรักผู้หญิงคนอื่น และจะยอมรับเป็นพ่อให้เด็กในท้องของบัวคลี่อีกด้วย มิ่งขวัญโวยวายจนทิมวิ่งเข้าข่าวมาให้ดูว่าศิวาโดนจับ ทั้งหมดจึงชวนกันไปหาสิบทิศที่บ้าน แล้วเพลงพิณก็พบภาพบาดใจเมื่อเห็นสิบทิศยืนกอดกับบัวคลี่อยู่ที่หน้าบ้าน เพลงพิณกลับบ้านด้วยหัวใจที่เจ็บปวดแสนสาหัส หล่อนเก็บตัวร้องไห้อยู่ในห้อง แม้สิบทิศจะโทรมาหาหลายครั้งหล่อนก็ไม่ยอมรับสาย สิบทิศอยากจะรีบหาเพื่อถามไถ่ว่าหล่อนเป็นอะไร แต่ตอนนี้เขายังไม่กล้าทิ้งพ่อให้อยู่คนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบไปรับเพลงพิณแต่เช้าก็ปรากฏว่าหล่อนออกไปแล้ว และวันทั้งวันที่เจอกัน เพลงพิณก็มีอาการผิดปกติกับเขาตลอดเวลา เขาจึงไปเค้นคอถามกับทิมจนรู้ความจริง แต่จะตามไปอธิบายไม่ได้ เพราะเพลงพิณหนีไปนอนบ้านมิ่งขวัญ สิบทิศได้รับข่าวว่าศิวาถูกทำร้ายในคุก เขาจึงต้องทิ้งเรื่องของเพลงพิณไว้ก่อน กว่าจะกลับมาทำความเข้าใจกับเพลงพิณได้ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป หล่อนทำเหมือนไม่ยอมรับฟังเขาเลย ทำให้สิบทิศน้อยใจจนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ฝ่ายเพลงพิณก็ไปปรึกษากับยาย จนรู้ตัวว่าหล่อนจะเอาเรื่องพ่อมาวัดกับผู้ชายแบบสิบทิศไม่ได้ หลังจากวันนั้น สิบทิศก็หายไปจากชีวิตของเพลงพิณ เขาไม่ได้ตามรับส่งหล่อนอย่างที่เคยเป็นมานาน เขาพยายามรักษาความห่าง ต้องแข็งใจอย่างมากที่จะไม่ง้องอน แล้วในที่สุดเพลงพิณก็เป็นฝ่ายมาง้อเขาเอง และปรับความเข้าใจกันจนได้ท่ามกลางความดีใจของมิ่งขวัญและทิม ชีวิตของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้น เมื่อความรักก็สมหวังแล้วเขายังได้รับหลักฐานสำคัญมาเพื่อมัดตัว ราม และราเมศร์ จากเพื่อนรักคนเดิมที่ยอมสละชีวิตเพื่อความถูกต้อง เขาเอาตัวเองไปเสี่ยงขโมยหลักฐานจนถูกยิง และตอบโต้ด้วยการยิงราเมศร์ตาย เมื่ออุดมส่งหลักฐานทั้งหมดให้สิบทิศ เขาก็หนีไปนอนตายอย่างเดียวดาย แต่เขาก็ได้รับการชื่นชมและไว้อาลัยว่าเป็นคนดีของสังคมคนหนึ่ง แต่สิบทิศก็เสียใจมากเช่นกัน เพลงพิณกับบัวคลี่ปรับความเข้าใจกันได้ในงานศพของอุดมนี่เอง เมื่อใกล้วันแสดงโขนพระราชทานเข้ามาทุกทีแล้ว สิบทิศต้องไปเก็บตัว ฝึกซ้อม ก่อนออกจากบ้านเขาสอดบัตรชมการแสดงเข้าไปในประตูห้องสุทิน โดยไม่คาดหวังว่าพ่อจะไปดูเขาแสดง แล้ววันหนึ่งที่สิบทิศต้องไปอัดรายการโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดไปทั่วประเทศ เขาต้องแต่งตัวเต็มที่ รวมทั้งเพลงพิณด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองจึงพูดคุยกัน และสิบทิศก็หยิบภาพของแม่ออกมาให้เพลงพิณดู ความเข้าใจไว้ใจ เกิดกับสองหนุ่มสาวแบบไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกต่อไป ละคร แสงเทียน ทางด้านปี่พาทย์ เขากำลังจะได้กลับบ้าน และเวลานี้เขาก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น เขาสัญญากับแก้วใจว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน เพื่อจะได้สวมผ้ายกทองที่แก้วใจเป็นคนทอให้ได้ วันนั้นเป็นวันที่สุทินเกิดอยากกินเหล้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกินมานานแล้ว เขาจึงไปนั่งหลบมุมที่ร้านแปะขายของอยู่ในสลัม ทำให้เขาได้เห็นสิบทิศออกทีวี ได้ยินเสียงสรรเสริญสิบทิศ และเสียงนินทาว่าเขารักลูกไม่เท่ากันจากปากตายายของเพลงพิณ เขาลุกขึ้นเดินกลับบ้านมาครุ่นคิดเรื่องของสิบทิศและศิวา เพียงเพราะเขามีโกรธที่พอสิบทิศเกิดมาก็ทำให้เขาต้องเสียภรรยาสุดที่รักไป แต่ถึงยังไงสิบทิศก็เป็นลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูก แต่สิบทิศยังตอกย้ำในการสูญเสียอีก เพราะเด็กชายหน้าตาเหมือนแม่ไม่มีผิด เขาจึงทนมองหน้าลูกไม่ได้ เมื่อศิวาทำเรื่องผิดกฎหมาย สุทินก็ไม่กล้าสู้หน้าสิบทิศอีก แต่วันนี้เขาตัดสินได้แล้วจึงเปิดหน้าต่างบ้านไปชวนบัวคลี่ไปดูการแสดงโขนพระราชทาน ในที่สุดการแสดงโขน ชุด นางลอย ก็เริ่มต้นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมรวมทั้งนักแสดงที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาพบกับญาติพี่น้องที่มาแสดงความยินดี สิบทิศยืนเคียงคู่กับเพลงพิณ ทุกคนทยอยกันเข้ามาหาแล้ว คนที่สิบทิศไม่เคยคิดจะได้เห็นเลย ก็เดินเคียงคู่มากับบัวคลี่ สุทินนำรูปแม่มาให้เขา สิบทิศดีใจจนพูดไม่ออกสุทินเองก็ยังมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ในการจะแสดงความรักต่อลูกชาย การแสดงโขนแต่ละรอบผ่านไปด้วยดี ทำให้ครูรัตนาปลื้มใจเป็นที่สุด สิบทิศกลับมาอยู่บ้านในห้องที่เคยเป็นของศิวา เขากับพ่อมีความเข้าใจกัน แค่นี้สิบทิศก็มีความสุขที่สุดแล้ว ความรักที่มีกับเพลงพิณก็เบ่งบานในหัวใจ สุทินเอาสมุดเงินฝากธนาคารที่เก็บสะสมมาให้เขาด้วยตัวเลขสูงลิ่ว นี่คือเรื่องที่พ่อทำให้ลูกที่เขาเหมือนไม่เคยใส่ใจมาก่อนเลย วันที่ 12 สิงหาคม ที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ สิบทิศและเพลงพิณเตรียมพวงมาลัยมากราบครูรัตนา และรับคำอวยพรอย่างอิ่มเอมในหัวใจ แล้วก็พากันไปจุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมกับครูบาอาจารย์ในวิทยาลัย ครูรัตนาเปรียบเทียบให้หนุ่มสาวทั้งสองเห็นว่าแสงเทียนที่ถูกจุดนี้จะถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่นเพื่อมิให้นาฏศิลป์จะลับหายไปจากสังคมไทย ดังเช่นนาฏศิลป์โขนซึ่งเปรียบประดุจแสงเทียนที่ใกล้ริบหรี่ ได้รับการจุดต่อขึ้นมา และส่งต่อไปยังเทียนอีกนับร้อยนับพันเล่ม ศิลปะล้ำค่าของชาติจึงสว่างไสวเรืองรองอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน ติดตามชมละคร แสงเทียน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครแสงเทียน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร แสงเทียน ธารา ทิพา รับบท สิบทิศนิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท เพลงพิณนภสร เอกพันธ์กุล รับบท มิ่งขวัญธรรมวิทย์ รัฒนาภรณ์ รับบท ทิมพิสิฐพงศ์ ช่างหล่อ รับบท ปี่พาทย์ชลธิชา ชัยชิต รับบท แก้วใจรัชนีกร พันธุ์มณี รับบท ครูรัตนาศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท สุทินวีระกิตต์ วรัตน์ชยุต รับบท ราเมศร์ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท บัวคลี่สุรินทร คารวุตน์ รับบท ศิวาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายสายหยุดวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท รามบุญสร้าง เรืองนนท์ รับบท ตาสมพงษ์ ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน

ท่านมุ้ย ปลื้มใจ! ทุกภาคส่วนร่วมร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี เต็มพื้นที่ท้องสนามหลวง
ท่านมุ้ย /  หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล / 

ท่านมุ้ย ปลื้มใจ! ทุกภาคส่วนร่วมร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี เต็มพื้นที่ท้องสนามหลวง ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ประทานสัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นในการทำโครงการสำคัญครั้งนี้ โครงการที่จะรวมความรักความสามัคคีของคนไทยออกมาเป็นเสียงร้องในบทเพลงสรรเสริญพระบารมีให้กับองค์พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 ที่มาที่ไปของการทำโครงการครั้งนี้ วันที่พระองค์ท่านสวรรคต ผมก็มีความคิดจริง ๆ แล้วในโรงภาพยนตร์มีเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่ว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีจะเปลี่ยนแผ่นดิน ผมว่าโอกาสที่เราจะฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีของรัชกาลที่ 9 มีอยู่ช่วงสุดท้ายคืออีกไม่กี่วันนี้เองนะครับ ผมก็เลยมีความคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะให้ประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน ตอนแรกเรากะว่าจะมีเครื่องดนตรี 2-3 ชิ้น และคนสัก 1,000 คน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเครื่องดนตรีถึง 400 ชิ้น และคนร้องเพลงอีก 200 คน และก็ไม่คิดด้วยว่าจะมีประชาชนมารวมตัวกันมากขนาดนี้นะครับ ต้องขอบอกก่อนว่าที่เขามากันด้วยใจจริง ๆ ไม่มีการเกณฑ์คนมาหรือบังคับให้เขามากัน ทุก ๆ คนยืนตากแดดกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึงตอนนี้ โดยเพลงนี้จะเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ทุกคนร้องพร้อมกัน และอาจจะเป็นการทำลายสถิติโลกที่มีคนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีมากเป็นประวัติศาสตร์ ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีค่าย ดารามาช่วยกันคนละไม้คนละมือโดยที่เราไม่ได้ไปบังคับเขา ทุก ๆ คนมากันด้วยใจจริง ๆ ไม่มีใครคิดเงิน รวมทั้งผู้สร้างหนังเกือบ 1,000 คน ที่เดินทางมาช่วยกัน เราวัดจำนวนคนจากอะไร เรากะเกณฑ์โดยการใช้โดรนถ่ายภาพ และก็กะด้วยสายตาซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นจำนวนเท่าไร ส่วนเรื่องอุปกรณ์การถ่ายทำทุกคนก็เอามาช่วยเหลือกันโดยที่ไม่มีใครคิดเงิน แต่ผมก็ไม่ทราบนะครับว่ามีใครมาช่วยบ้างเพราะไม่ได้มีใครมาบอกรายละเอียดเหมือนกัน สำหรับวีดิโอตัวนี้จะออกอากาศเมื่อไร กำหนดไว้ว่าจะเป็นอาทิตย์หน้าครับ แต่ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นวันที่เท่าไร มาถึงวันนี้ท่านมุ้ยเห็นคนไทยเดินทางมาร่วมงานเยอะแยะมากมายตัวเราเองรู้สึกยังไงบ้าง ผมรู้สึกไม่เชื่อเลยว่าจะมีวันนี้ จะมีคนมาได้มากมายขนาดนี้ และเราจะถ่ายกันไปเรื่อย ๆ จนถึงตอนเย็นเลยครับ เพราะช่วงเย็นเราจะให้ทุกคนจุดเทียนเหมือนกับเป็นดวงตาล้านดวง และให้เห็นว่าทั้งหมดนี้คือประชาชน การเตรียมงานวันนี้มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง  ไม่ยากเลยครับ เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดจนผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนมาช่วยกันมากมายขนาดนี้ ทุกคนทุกค่ายช่วยกันไม่มีการแบ่งแยก (น้ำตาคลอ) อะไรคือสิ่งที่จุดประกายให้เราเกิดแนวคิดครั้งนี้  (เสียงสั่น) แนวความคิดคือเราต้องการให้ประชาชนช่วยกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายให้กับในหลวง และก็วันนี้ผมเองก็ได้ลูกสาวมาช่วยกันทำงานด้วย เห็นว่าการถ่ายทำวีดิโอครั้งนี้ใช้อุปกรณ์และเทคนิคพิเศษเข้ามาช่วยเสริมด้วย  ครับผม คือคุณไม่มีทางสามารถถ่ายประชาชนทั้งหมดได้ แต่เราก็ได้มีการขออนุญาตในการใช้โดรนด้วย กำหนดการตลอดทั้งวันนี้จะมีอะไรบ้าง  เดี๋ยวพอเสร็จจากการซ้อมช่วงเช้าก็จะเริ่มถ่ายทำกันทันทีเลยครับ ซึ่งในส่วนของประชาชนก็อาจจะต้องให้ความร่วมมือด้านการขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมี ความยาวอยู่ที่เท่าไร เท่ากับบทเพลงหนึ่งบทเพลงครับ มีการบันทึกเสียงในสตูดิโอไหม ไม่มีครับทุกอย่างสดหมด เรามีเครื่องบันทึกเสียงไมโครโฟนทั้งหมดตรงนี้ 25 ตัว แล้วมีมิกเซอร์เหมือนกันคอนเสิร์ตเลย ทุกอย่างสดหมด ตอนนี้ทุกคนกำลังซ้อมกันอยู่ ในส่วนของมุมกล้องเป็นอย่างไรบ้าง เราต้องการแม็กซิมัมของประชาชน ไม่ได้เจาะเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ่ายไปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี ประชาชน เราต้องการภาพมุมกว้าง ทำไมเลือกโลเคชั่นที่นี่ และความท้าทายคืออะไร ต้องการจะสื่ออะไร ผมไม่ต้องการจะสื่ออะไร ต้องการให้ประชาชน มาร่วมร้องเพลง สำหรับความยากในการทำงานผมเองไม่รู้เหมือนกัน มันเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เลย มุมกล้องโน้น มุมกล้องนี้ แดดร้อน มีอะไรอยากจะพูดกับประชาชน ต้องขอบคุณทุก ๆ คนที่ร่วมใจกันมา ร่วมใจร่วมแรงกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หวังว่าพอออกไปฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว ทุกคนคงจะยืนถวายความเคารพ เพราะครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ทำงานถวายในหลวง ใช้งบประมาณเท่าไร  ไม่ได้เสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ทุกคนร่วมใจกันมาเอง ผมเองก็ไม่ได้ขอความสนับสนุนจากภาครัฐเลย ไม่เคยขอสปอนเซอร์จากใคร ตรงนี้คืองานของประชาชนทุกคน ดาราศิลปินจากแต่ละค่าย สื่อจากทุกสำนักพร้อมใจกันมาโดยไม่แบ่งช่องแบ่งค่าย กำหนดการวันนี้วางแผนจบกี่โมง  ก็ตามนั้นเลยครับ ตอยเย็นจุดเทียนครู่เดียวแล้วกลับบ้านได้เลย ระยะเวลาในการฉายนานแค่ไหน เริ่มฉายอาทิตย์หน้า จบกว่าจะเปลี่ยนแผ่นดิน คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น จะขึ้นร้องเพลงทั้งสองรอบเลยไหม ขึ้นอยู่กับประชาชนครับ อาจารย์สมเถาพาร้องสิบรอบผมก็ถ่ายสิบรอบ ในเวอร์ชั่นนี้จะได้เห็นภาพพระราชกรณียกิจที่เราไม่เคยเห็นไหม น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะในหลายพระราชกรณียกิจคนไทยไม่เคยเห็นมาก่อน ตัดอย่างนี้ดีกว่า ตัดไปคงร้องไห้ไป ขอขอบคุณข้อมูลจากทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอขอบคุณภาพประกอบจากทีมข่าว gossipstar.mthai.com และเฟซบุ๊กแฟนเพจ MThai News

ละคร แสงสุดท้าย , เรื่องย่อ แสงสุดท้าย
ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย /  ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ช่อง 7

ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย เรื่อง น้ำผึ้งเดือน 8บทโทรทัศน์ ดรีมทีมกำกับการแสดง อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรออกอากาศ วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2559 เวลา 20.20 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่องย่อละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย แสงเทียน เด็กหนุ่มวัย 17 ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะเป็นอย่างมาก ประทีป พ่อของเทียนก็มีฝีมือทางด้านศิลปะ มากอยู่เหมือนกัน เขาเคยใฝ่ฝันจะเป็นศิลปิน เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาทั้ง 2 ข้างของประทีปไม่สามารถใช้การได้เหมือนเดิม ที่พอจะมองเห็นได้ มีเพียงแสงมัวๆ ประทีปตั้งความหวังเอาไว้ ว่าเทียนจะสานฝันของเค้าได้ และเทียนก็ทำได้จริงๆ เทียนสอบเข้าเรียนที่ อาชีวะปลูกศิลป์ ได้สำเร็จด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง ทำให้เขาได้เป็นนักเรียนทุนของสถาบัน ประทีปปลื้มใจมาก ชีวิตชายพิการยากจน ต้องอาศัยวัดอยู่ ดูมีความหวังเรืองรองขึ้นมา ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ผลการเรียนของเทียนออกมาดีมาก ฝีมือวาดภาพและปฏิมากรรมอันเก่งฉกาจของเทียนทำให้ อ. สัญญา พอใจ และมักจะหางานพิเศษมาให้เทียนทำ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้ง อ.สัญญา และประทีปกังวล ก็คือ กลุ่มเพื่อนของเทียน ซึ่งประกอบไปด้วย วิณ ลูกชายนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้มั่งคั่งซึ่งมีนิสัยรักพวกพ้องมาก บิ๊ก ลูกชายร้านซ่อม มอเตอร์ไซค์ ผู้มีนิสัยเกเรและชอบหาเรื่องมาให้เพื่อนๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ส่วน โจ๊ก ลูกแม่ค้าในตลาด และ ภูมิ ลูกครูก็ทำตัว เป็นลูกสมุนของบิ๊ก ผู้ที่พร้อมจะลุยเสมอเพียงแต่บิ๊กเอ่ยปาก กลุ่มของบิ๊ก คือ ตัวปัญหาของสถาบัน เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น บิ๊กจะกระพือไฟให้ลุกลาม ยุยงเพื่อนร่วมสถาบันให้ลุกขึ้นมาต่อยตีกับคู่อริต่างสถาบัน เทียนก็มักจะ ติดร่างแหไปกับเค้าด้วยทุกครั้ง มันทำให้ประทีปเจ็บปวดหัวใ เหตุผลที่เทียนต้องเข้าไปยุ่งกับการทะเลาะวิวาททุกครั้ง ก็เพราะเขาห่วงวิณ วิณเป็นเพื่อนสนิทของเทียน ถึงแม้ว่า วิณจะเป็นลูกคนรวย แต่ก็ไม่เคยรังเกียจเด็กวัดจนๆ อย่างเทียน เวลาที่เทียนลำบาก วิณจะช่วยเหลือทุกครั้งไป อ.สัญญา และ หลวงพ่อ รู้ดีว่าเทียนไม่ใช่เด็กที่ชอบมีเรื่อง เทียนเป็นเด็กดีและมีน้ำใจ ว่างๆ เทียนมักจะจับเด็กเล็กๆ แถววัดมาสอนวาดรูป โดยไม่ได้คิดมูลค่าใดๆ เลย เพื่อให้เด็กๆ มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในวันหยุด ดีกว่าไปเกกมะเหรกเกเร ทุกอย่างอยู่ในสายตา หลวงพ่อเสมอ ทุกครั้งที่เทียนไปมีเรื่องมา ประทีปมักจะใส่อารมณ์กับลูกเสมอ แม้เทียนจะอธิบายเหตุผลก็ตาม นี่เองที่เป็นสาเหตุ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น พ่อลูกจะพูดคุยกันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น วันหนึ่งๆ ประทีปจะขลุกอยู่กับการปั้นพระประธาน เขาค่อยๆ คลำปั้นไปทีละเล็กละน้อยจนเป็นที่เวทนาของชาวบ้าน เพราะดูแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ ประทีบมีลูกมือตัวน้อย คือ น้ำขิง คอยเล่นซนช่วยหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ใกล้ๆ น้ำขิงทำให้ประทีปคิดถึง แสงทอง ลูกสาวที่ภรรยาของเขาพาหนีไปตอนที่ตัวเท่าๆ กับน้ำขิง จึงทำให้ประทีปเอ็นดูน้ำขิงเป็นพิเศษ ป้านิ่ม ย่าของน้ำขิงเป็นคนพูดมาก แม้จะมีน้ำใจหาข้าวปลามาให้กินทุกวัน แต่ก็อดบ่นโน่นบ่นนี่ ค่อนแคะถึงความล่าช้าในการสร้างพระประธานของประทีปไม่ได้ แกเคยเปรยๆ กับหลวงพ่อว่า ให้ไปสั่งซื้อแถวเสาชิงช้าน่าจะง่ายกว่า แต่หลวงพ่อก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถึงแม้จะโดนค่อนแคะทุกวัน แต่ประทีปก็ยังคงยึดมั่น ในความเพียร อย่างที่ในหลวงทรงสอนเอาไว้ ผ่านพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก เทียนเองก็อยากจะช่วยพ่อทำ แต่เข้าใกล้กันทีไร ก็มักจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันเสมอ จึงทำให้เทียนต้องคอยเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้พ่อ อีกสิ่งหนึ่งที่ประทีปทำเป็นประจำ ก็คือ การไปเฝ้ารอรับเสด็จองค์พระบาทพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่โรงพยาบาลสิริราช ยิ่งช่วงหลังๆ ที่มีข่าวพระอาการประชวรของพระองค์ออกมาถี่เหลือเกิน ยิ่งทำให้ประทีปไม่สบายใจ ต้องไปเฝ้ารอฟังข่าวพระอาการของพระองค์บ่อยขึ้น ถึงแม้การเดินทางไปแต่ละครั้งจะยากลำบากแค่ไหน ประทีปก็จะไป เทียนเป็นห่วงพ่อ แต่ทักท้วงเท่าไหร่พ่อก็ไม่ฟัง ทำให้เทียนเหนื่อยใจ คนที่รู้ทุกเรื่องและเป็นที่ปรึกษาให้เทียน คือ เพลงชนก เพลงมีความรู้สึกดีๆ ให้เทียน เทียนเองก็หลงรักเด็กสาว หน้าตาน่ารัก จิตใจดี ฝีมือเขียนรูปฉกาจอย่างเพลง เพียงแต่เทียน รู้สึกเจียมตน จึงไม่เผยความรู้สึกใดๆ ออกมาและอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เทียนรู้ว่าวิณชอบเพลง ถ้าเพื่อวิณแล้ว เทียนยอมได้ ทุกอย่าง แม้ตัวเองจะต้องเจ็บปวดหัวใจก็ตาม ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย วันหนึ่งนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกันครั้งใหญ่ จนทำให้ หมี เพื่อนสนิทในชั้นเรียนคนนึงของเทียนต้องตาย หมีเป็นคนหงอๆ ขี้กลัว มักจะคอยบอกเทียนให้เลิกยุ่งกับบิ๊ก แต่เทียนไม่เชื่อ การตายของหมี ทำให้เทียนเสียใจมาก อ.สัญญาเรียกกลุ่มหัวโจกมาตักเตือน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน อ. สัญญาบันดาลโทสะไปตบหน้าวิณเข้า เรื่องไปถึงพ่อวิณ ผอ.รำไพ ต้องเข้ามาช่วยเคลียร์ปัญหาด้วยความลำบากใจ เพราะพ่อวิณบริจาคเงินสร้างห้องภาพพิมพ์ ห้องคอมพิวเตอร์ และอีกสารพัดอย่างในโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งมันมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนมาก ผอ.รำไพ ขอให้ อ.สัญญาขอขมาพ่อวิณ เพื่อให้ทุกปัญหาเบาลง อ.สัญญาน้อยใจมาก จะขอลาออก ผอ.รำไพขอร้องให้พิจารณาให้ดี เพราะโรงเรียนยังต้องการครูดีๆ อย่าง อ.สัญญา ให้อยู่ช่วยอบรมสั่งสอน และคอยกันพวกเด็กๆ ออกจากพวกรุ่นพี่นักเลงหัวไม้ ที่แม้จะจบไปแล้ว แต่ก็ยังวนเวียนคอยยุงให้น้องรักสถาบันแบบผิดๆ อย่าง แบงค์ อ.สัญญาท้อใจบอกกับ ผอ.รำไพว่าไม่มีใครมาเปลี่ยนวิถีชีวิต ของเด็กพวกนี้ได้ แต่ ผอ.แย้งว่า ถ้าพวกเขามีแบบอย่างที่ดี มีคนอบรมสั่งสอนที่ดี วันหนึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนได้ อ.สัญญาฟัง ก็ใจอ่อน ตั้งหน้าตั้งตารอปาฏิหาริย์ ส่วนประทีปเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ 2 พ่อลูกถึงจุดแตกหัก ประทีปโกรธเทียนมากถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำให้เทียน เสียใจมาก เทียนน้อยใจที่ประทีปไม่เคยมั่นใจในตัวเขาเลย ถ้าพ่อมีเหตุผลพอและรับฟังเขาอย่างตั้งใจ พ่อจะรู้ว่าเขาไม่ผิด และไม่ได้ตั้งใจที่จะมีเรื่องต่อยตี หลังจากวันนั้น พ่อลูกก็แทบไม่ได้คุยกันเลยพ่อของบิ๊กเป็นเพียงเจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ แต่เขากลับมีเงินให้ลูกผลาญเล่นอย่างเหลือเฟือ แท้จริงแล้ว เขาแอบขายยาไอซ์ให้กลุ่มวัยรุ่นละแวกนั้นและยังมีแผนขยายเข้าไปสู่สถาบันการศึกษาอีกต่างหาก บิ๊กไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะพ่อไม่อยากให้บิ๊กรู้ คนเป็นพ่อย่อมอยากจะดูดีเสมอในสายตาลูก แต่โจ๊กและภูมิรู้ดี นั่นเป็นเหตุผลที่ 2 คน อยากเป็น ลูกไล่บิ๊ก เพราะจะได้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ จากพ่อของบิ๊กอยู่เสมอ คนที่สงสัยในตัวพ่อบิ๊กอีกคนหนึ่งคือ เทียน นั่นเป็นเหตุผล ที่เขาพยายามดึงวิณออกจากกลุ่มของบิ๊ก แต่วิณไม่ยอม การมีบิ๊กและกลุ่มนักเรียนนักเลงคุ้มหัว การได้ออกไปต่อยไปตี ทำให้วิณรู้สึกได้ถึงพลังและอำนาจบางอย่างที่เขาไม่เคยมี วันหนึ่งวิณถูกเพลงปฏิเสธ เพลงให้เหตุผลว่าเธอมีคนอื่นในใจแล้ว วิณถามเพลงว่าใช่เทียนหรือเปล่า เพลงไม่ปฏิเสธ ทำให้วิณเสียใจมากเหมือนถูกหักหลัง เขาโกรธเทียนมาก เทียนเองก็เสียใจ ตั้งแต่นั้นมาวิณก็เลิกคบเทียน ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย เก้า และ ไม้ เป็นคู่อริต่างสถาบัน ไม่ชอบขี้หน้าเทียนมากๆ เพราะเพลงชนกเธอดังข้ามสถาบัน เป็นขวัญใจหนุ่มๆ คนที่ได้ใกล้ชิดเธออย่างเทียนย่อมถูกหมั่นไส้ เท่ากับเทียนกำลังตกที่นั่งลำบาก ต้องเจอทั้งศึกนอกศึกใน ไหนจะเรื่องพ่ออีก ในเวลานี้มีเพียง อ.สัญญาเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้คำชี้นำที่ดีแก่เทียน และพยายามชี้นำให้เทียนเข้าอกเข้าใจพ่อของเขา ประทีปได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงที่เขาไม่อยากได้ยินตลอดทั้งวัน เขาไม่สบายใจแม้ใครๆ จะบอกว่าให้รอฟัง ประกาศจากรัฐบาล ประทีปก็แทบจะรอไม่ไหว แม้จะป่วยหนักประทีปก็มุ่งมั่นที่จะไปรอฟังข่าวที่ศิริราชให้ได้ ทำให้เทียน ทนไม่ไหวต้องขออาสาพาพ่อไปเอง ครั้งนี้เองทำให้ 2 พ่อลูกตื้นตันใจที่ได้กลับมาคุยกัน เทียนและประทีปเกือบจะเดินพ้นวัด ออกไปอยู่แล้ว ภูมิก็วิ่งเข้ามาส่งข่าวว่ากลุ่มของบิ๊กกับวิณกำลังจะมีเรื่อง ตอนนี้ถูกนักเรียนต่างสถาบันกลุ่มใหญ่ล้อมไว้อยู่ เทียนไม่ฟังคำทัดทานของพ่อ เขารีบรุดไปที่เกิดเหตุทันทีเพื่อไปช่วยวิณ เมื่อไปถึง เหตุการณ์บานปลายไปมากแล้ว เทียนลุยเข้าไปจนถึงตัววิณ ช่วยวิณเอาไว้ได้ แต่ฝ่าวงล้อมกลับออกไปไม่ได้ เทียนกับวิณคิดว่าต้องตายแน่ แต่ประทีปก็เข้ามา ช่วยได้พอดี ประทีปโดนลูกหลงเข้าอย่างจังจนเขาล้มลง เหตุการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติ แต่ทุกอย่างต้องชะงักลง เมื่อโทรทัศน์ ออกประกาศแถลงการณ์การเสด็จสวรรคตขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนต้องมนต์ สิ้นสุดการประกาศ เสียงร้องไห้ระงมของชาวบ้านก็ดังขึ้น ประทีปหัวใจสลายที่ไปไม่ทัน!!! เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ อ.สัญญาเสียใจและท้อใจที่จะสอนเด็กๆ อีกต่อไป เขารู้แล้วว่าไม่มีอะไรที่จะมาเปลี่ยนใจเด็ก พวกนี้ได้ เขาประกาศลาออกหน้าเสาธงในเช้าวันรุ่งขึ้น เทียนรู้สึกว่าเขาสูญเสียทุกอย่างแล้ว เขาจะเสียครูดีๆ ไปไม่ได้ เขาจึงขึ้นไปพูดโน้มน้าวเพื่อนๆ ร่วมสถาบัน พ่อไม่ได้สอนให้เรารักพ่อ แต่พ่อสอนให้เรารักกัน และเทียนขอปฏิญาณตน เลิกทะเลาะวิวาท เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเพื่อนๆ ร่วมสถาบันทุกคนก็เห็นดีเห็นงามด้วย ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทุกสถาบัน นำมาซึ่งการนัดรวมตัวกันถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะเลิกทะเลาะวิวาทกัน อ.สัญญาดีใจมาก ผอ.รำไพว่านี่แหละ คือ ปาฏิหาริย์ ในงานศพของประทีปที่จัดแบบเรียบง่าย หลวงพ่อได้เล่าภูมิหลังของประทีปให้เทียนฟังว่า ประทีปเป็นคนมีฝีมืิ ทางด้านศิลปะ เขาได้รับแรงบันดาลใจเมื่อครั้งได้เห็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ จึงฝึกฝนวาดรูปจนเก่ง ได้รับทุนเรียนดี แต่ด้วยความใจร้อน ประทีปมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเป็นประจำ จนวันหนึ่งพลาดท่าถูกคู่อริทำร้าย ด้วยระเบิดทำให้ตาทั้งสองข้างถูกทำลาย เพราะไม่มีเงินจึงรักษาได้ไม่ดีพอ ทำให้ตาทั้ง 2 ของประทีปพิการตั้งแต่นั้นมา ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ประทีปฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเทียน อยากเห็นเทียนเป็นตัวแทนของตน อยากให้เทียนเก่งศิลปะเหมือนในหลวง และอยากให้เทียนนำความสามารถของตนไปรับใช้สังคมและประเทศชาติ เทียนได้ฟังแล้วก็เข้าใจ เขาเสียใจที่ได้รู้ความจริง ในวันที่สายไปเสียแล้ว เทียนจึงขอบวชให้พ่อและตั้งใจว่าจะไม่สึก จนกว่าจะสานต่องานปั้นพระประธานต่อจากพ่อ ได้สำเร็จลุล่วง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเทียนเลยทีเดียว แต่ อ.สัญญาและเพื่อนๆ ก็ไม่ทอดทิ้งเทียน ทุกคนที่รู้ข่าวต่างมาช่วยเทียนปั้นพระ พ่อของวิณก็สนับสนุนในเรื่องทุนทรัพย์ในขั้นตอนของการหล่อโลหะ อย่างเต็มที่ เทียนซาบซึ้งใจมากและขอบคุณทุกๆ คน วิณว่าเค้าต้องรีบช่วยเทียนปั้นพระให้เสร็จ ไม่งั้นเพลงได้ขึ้นคานแน่ๆ ด้วยพระบารมีล้นเกล้าของในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงบันดาลให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ นับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งเหตุการณ์ถวายสัตย์ของนักเรียนอาชีวะกรุงเก่าในครั้งนี้ โดยหวังว่านี่จะเป็นแบบอย่างให้นักเรียน อาชีวะทั่วประเทศ เกิดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี...อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นักแสดง ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ รับบท เทียน (แสงเทียน สว่างพร) รมิดา ธีรพัฒน์ รับบท เพลงชนก (เพลงชนก ศรีจันทร์) ธนากร ศรีบรรจง รับบท บิ๊ก (ยิ่งใหญ่ ประสงค์ทรัพย์) วรพล จินตโกศล รับบท วิณ (มาวิณ ทรัพย์มั่นคง) กษิดิ์เดช หงส์ลดารมย์ รับบท ภูมิ (ภูมิใจ ทองมาก) ศุภกิจ อมรฐิติพงศ์ รับบท โจ๊ก (ยงยุทธ เสียงใส) เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ รับบท หมี (นฤบดินทร์ วิเศษดี) วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท อ. สัญญา วงศ์อร่ามอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับบท ทีป (ประทีป สว่างพร)ภรัณญู โรจนวุฒิธรรม รับบท แบงค์ (มนูญ ท่องจำ) ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย

ท่านมุ้ย น้ำตาคลอ! พสกนิกรรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายในหลวง แน่นสนามหลวง
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช /  ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล / 

  นับเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์สำหรับการรวมพลังร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ของปวงพสกนิกรชาวไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 นำโดย ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ถ่ายทำฉากสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของไทย เพื่อนำไปถ่ายทำออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ได้เปิดใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ยิ่งใหญ่ ที่พี่น้องประชาชนชาวไทยเดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อรวมพลังด้วยใจเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ว่า   "วันที่พระองค์ท่านสวรรคต ผมก็มีความคิดจริงๆ แล้วในโรงภาพยนตร์มีเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่ว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีจะเปลี่ยนแผ่นดิน ผมว่าโอกาสที่เราจะฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีของรัชกาลที่ 9 มีอยู่ช่วงสุดท้ายคืออีกไม่กี่วันนี้เองนะครับ ผมก็เลยมีความคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะให้ประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน"   "ตอนแรกเรากะว่าจะมีเครื่องดนตรี 2-3 ชิ้น และคนสัก 1,000 คน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเครื่องดนตรีถึง 400 ชิ้น และคนร้องเพลงอีก 200 คน และก็ไม่คิดด้วยว่าจะมีประชาชนมารวมตัวกันมากขนาดนี้นะครับ ต้องขอบอกก่อนว่าที่เขามากันด้วยใจจริงๆ ไม่มีการเกณฑ์คนมาหรือบังคับให้เขามากัน ทุกๆ คนยืนตากแดดกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึงตอนนี้"   "โดยเพลงนี้จะเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ทุกคนร้องพร้อมกัน และอาจจะเป็นการทำลายสถิติโลกที่มีคนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีมากเป็นประวัติศาสตร์ ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีค่าย ดารามาช่วยกันคนละไม้คนละมือโดยที่เราไม่ได้ไปบังคับเขา ทุกๆ คนมากันด้วยใจจริงๆ ไม่มีใครคิดเงิน รวมทั้งผู้สร้างหนังเกือบ 1,000 คน ที่เดินทางมาช่วยกัน" เราวัดจำนวนคนจากอะไร ?   "เรากะเกณฑ์โดยการใช้โดรนถ่ายภาพ และก็กะด้วยสายตาซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ ส่วนเรื่องอุปกรณ์การถ่ายทำทุกคนก็เอามาช่วยเหลือกันโดยที่ไม่มีใครคิดเงิน แต่ผมก็ไม่ทราบนะครับว่ามีใครมาช่วยบ้างเพราะไม่ได้มีใครมาบอกรายละเอียดเหมือนกัน" สำหรับวิดีโอตัวนี้จะออกอากาศเมื่อไหร่ ?   "กำหนดไว้ว่าจะเป็นอาทิตย์หน้าครับ แต่ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่" มาถึงวันนี้ท่านมุ้ยเห็นคนไทยเดินทางมาร่วมงานเยอะแยะมากมายตัวเราเองรู้สึกยังไงบ้าง ?   "ผมรู้สึกไม่เชื่อเลยว่าจะมีวันนี้ จะมีคนมาได้มากมายขนาดนี้ และเราจะถ่ายกันไปเรื่อยๆ จนถึงตอนเย็นเลยครับ เพราะช่วงเย็นเราจะให้ทุกคนจุดเทียนเหมือนกับเป็นดวงตาล้านดวง และให้เห็นว่าทั้งหมดนี้คือประชาชน" การเตรียมงานวันนี้มีความยากง่ายยังไงบ้าง ?   "ไม่ยากเลยครับ เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดจนผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนมาช่วยกันมากมายขนาดนี้ ทุกคนทุกค่ายช่วยกันไม่มีการแบ่งแยก (น้ำตาคลอ)" อะไรคือสิ่งที่จุดประกายให้เราเกิดแนวคิดครั้งนี้ ?   "(เสียงสั่น) แนวความคิดคือเราต้องการให้ประชาชนช่วยกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายให้กับในหลวง และก็วันนี้ผมเองก็ได้ลูกสาวมาช่วยกันทำงานด้วย" เห็นว่าการถ่ายทำวิดีโอครั้งนี้ใช้อุปกรณ์และเทคนิคพิเศษเข้ามาช่วยเสริมด้วย ?   "ครับผม คือคุณไม่มีทางสามารถถ่ายประชาชนทั้งหมดได้ แต่เราก็ได้มีการขออนุญาตในการใช้โดรนด้วย" กำหนดการตลอดทั้งวันนี้จะมีอะไรบ้าง ?   "เดี๋ยวพอเสร็จจากการซ้อมช่วงเช้าก็จะเริ่มถ่ายทำกันทันทีเลยครับ ซึ่งในส่วนของประชาชนก็อาจจะต้องให้ความร่วมมือด้านการขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมี" ความยาวอยู่ที่เท่าไร?   “เท่ากับบทเพลงหนึ่งบทเพลงครับ” มีการบันทึกเสียงในสตูดิโอไหม?   "ไม่มีครับทุกอย่างสดหมด เรามีเครื่องบันทึกเสียงไมโครโฟนทั้งหมดตรงนี้ 25 ตัว แล้วมีมิกเซอร์เหมือนกันคอนเสิร์ตเลย ทุกอย่างสดหมด ตอนนี้ทุกคนกำลังซ้อมกันอยู่" ในส่วนของมุมกล้องเป็นอย่างไรบ้าง?   "เราต้องการแม็กซิมั่มของประชาชน ไม่ได้เจาะเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ่ายไปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี ประชาชน เราต้องการภาพมุมกว้าง" ทำไมเลือกโลเคชั่นที่นี้ และความท้าทายคืออะไร ต้องการจะสื่ออะไร?   "ผมไม่ต้องการจะสื่ออะไร ต้องการให้ประชาชน มาร่วมร้องเพลง สำหรับความยากในการทำงานผมเองไม่รู้เหมือนกัน มันเป็นอะไรที่ยากมากๆ เลย มุมกล้องโน้น มุมกล้องนี้ แดดร้อน" มีอะไรอยากจะพูดกับประชาชน?   "ต้องขอบคุณทุกๆ คนที่ร่วมใจกันมา ร่วมใจร่วมแรงกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หวังว่า พอออกไปฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว ทุกคนคงจะยืนถวายความเคารพ เพราะครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ทำงานถวายในหลวง" ใช้งบประมาณเท่าไร ?   "ไม่ได้เสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ทุกคนร่วมใจกันมาเอง ผมเองก็ไม่ได้ขอความสนับสนุนจากภาครัฐเลย ไม่เคยขอสปอนเซอร์จากใคร ตรงนี้คืองานของประชาชนทุกคน ดาราศิลปินจากแต่ละค่าย สื่อจากทุกสำนักพร้อมใจกันมาโดยไม่แบ่งช่องแบ่งค่าย" กำหนดการวันนี้วางแผนจบกี่โมง ?   "ก็ตามนั้นเลยครับ ตอนเย็นจุดเทียนแป๊บเดียวแล้วกลับบ้านได้เลย" ระยะเวลาในการฉายนานแค่ไหน?   "เริ่มฉายอาทิตย์หน้า จนกว่าจะเปลี่ยนแผ่นดิน" คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น จะขึ้นร้องเพลงทั้งสองรอบเลยไหม?   "ขึ้นอยู่กับประชาชนครับ อาจารย์สมเถา พาร้องสิบรอบผมก็ถ่ายสิบรอบ" ในเวอร์ชั่นนี้จะได้เห็นภาพพระราชกรณียกิจที่เราไม่เคยเห็นไหม ?   "น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะในหลายพระราชกรณียกิจคนไทยไม่เห็นมาก่อน ตัดอย่างนี้ดีกว่าตัดไปคงร้องไห้ไป" ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล