เทียน

หวาดเสียวอย่างงดงาม เจนี่ โชว์ท่ายากไต่สลิงบนจอ LED
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

           ปรบมือให้รัวๆ จ้าสำหรับนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ที่ล่าสุดได้โชว์ท่ายากด้วยการไต่สลิงบนจอ LED ด้วยความสูงถึง 8 เมตรในงานฉลองครบรอบ 2 ปี Filorga clinic ทำเอาคนทั้งงานตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์สุดหวาดเสียวนี้ 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เสือ พรัญชัย  Vs  สิงห์ขาว ช.พัชรพล 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  ฤทธิ์เดช ร.ร.กีฬาโคราช 3. เก่งกาจ ป.เป็กโก้  Vs  ยอดศิลา แฟร์เท็กซ์ 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  Vs  เพชรรุ่งโรจน์ ศิษย์นกแก้ว ศึกยอดมวยไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. ยอดสุวิทย์ ว.ไพรอนันต์  Vs  เอกมงคล ศิษย์ทองปอนด์ 2. เพชรศักดา เพชรเจริญวิทย์  Vs  เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร  Vs  สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง  Vs  เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์  Vs  ปานเพชร ศิษย์หนุ่มน้อย 3. กริชทองคำเล็ก ร.ร.กีฬาโคราช  Vs  ก้องปฐพี ศักดิ์นิรันรัตน์ 4. พยัคฆ์ ออซั่มวิลล่า  Vs  โอปอ ป.เรืองรัมย์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. กล้ารบ โตโยต้าระยอง  Vs  เสกสิทธิ์ ท.แสงเทียนน้อย 2. เทพบุตร ช.ห้าพยัคฆ์  Vs  เรือนไทย นายกปาร์ควิว 3. ลำน้ำมูลเล็ก ต่อมีนบุรี  Vs  เพชรเกรียงไกร ต.ศิลาชัย 4. อุ้ยเสี่ยวป้อ ซูจีบ๊ะหมี่เกี้ยว  Vs  ไข่หวานเล็ก ต.หลักสอง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. เสือ พรัญชัย  Vs  สิงห์ขาว ช.พัชรพล 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  ฤทธิ์เดช ร.ร.กีฬาโคราช 3. เก่งกาจ ป.เป็กโก้  Vs  ยอดศิลา แฟร์เท็กซ์ 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  VS  เพชรรุ่งโรจน์ ศิษย์นกแก้ว ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ย้อนวัยใส! ดาราชุดนักเรียน-นักศึกษา ต้อนรับเปิดเทอม
ดาราตอนเด็ก /  ดาราในชุดนักเรียน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ย้อนวัยใส! พาชมดารา-นักแสดงสาวๆ ในวงการ สมัยยังเป็นนักเรียน-นักศึกษา กันค่ะ ให้เข้ากับช่วงเปิดเทอมแบบนี้ ซึ่งแต่ละคนนั้นขอบอกเลยว่ามีแววดาราเฉิดฉายมาตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ เอ้า! ใครมีรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นดาราคนไหน เรียนโรงเรียนเดียวกันบ้างเนี่ย >,< ย้อนวัยใส! ดาราชุดนักเรียน-นักศึกษา ต้อนรับเปิดเทอม เรียบเรียงโดย teen.mthai (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) ย้อนวัยใส! ดาราชุดนักเรียน-นักศึกษา ต้อนรับเปิดเทอม ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์  โรงเรียนนานาชาติ เดอะ รีเจนท์ (America The regents international school) อ่านประวัติต่อ http://teen.mthai.com/campus_star/63686.html แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์  มัธยมต้นและปลายจาก โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง  มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนนานาชาติเกวลี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (หลักสูตรนานาชาติ) มิว นิษฐา จิรยั่งยืน มัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกียรตินิยมอันดับ2 อ่านประวัติต่อ http://teen.mthai.com/campus_star/91796.html คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ เรียนมัธยมศึกษาแบบโฮมสคูล ต่อมาศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยสยาม คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัย Superstar College of Asia พรีม รณิดา เตชสิทธิ์ มัธยมศึกษาปีที่ 1-5 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต และสอบเทียบ ม.6 ปัจจุบันกำลังศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการจัดการการสื่อสาร (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ่านต่อ http://teen.mthai.com/variety/70694.html ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ มัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ พัทยา และย้ายมาศึกษาในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา จากนั้นสอบเทียบเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาษาและวัฒนธรรม (หลักสูตรนานาชาติ) มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า ประถมศึกษาจาก โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษาจาก MODERN INTERNATIONAL SCHOOL , BANGKOK (M.I.S.B) จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ เกรดเฉลี่ย 3.00 จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) พิมพิมประภา ตั้งประภาพร จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคอินเตอร์ แม็กกี้ อาภา ภาวิไล มัธยมศึกษา โรงเรียนหอวัง ปริญญาตรี คณะนิเทศน์ศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไทย อ่านต่อ http://teen.mthai.com/variety/63766.html แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนพระกุมารเยซูวิทยา กำลังศึกษาสถาบันเอสเออีกรุงเทพฯ (SAE Institute Bangkok) สาขาการผลิตภาพยนตร์ดิจิทัล (Digital Film Making) โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร มัธยมศึกษาจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า แล้วเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แต่ภายหลังลาออกแล้วไปศึกษาต่อจนสำเร็จที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์  มัธยมศึกษาที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ระดับปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดงและการกำกับการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ่านต่อ http://teen.mthai.com/campus_star/90757.html แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ มัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อุดมศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อุดมศึกษาระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์  มัธยมศึกษา โรงเรียนศึกษานารี ระดับปริญญาตรี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มิ้นท์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง  มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนแม่พระฟาติมา มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา มัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีนนทบุรี ปริญญาตรี จาก คณะศิลปะและการออกแบบ สาขาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยรังสิต หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ มัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีวิทยา แผนอังกฤษ-จีน กำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคร ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ มัธยมศึกษาปีที่ 1-5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแม่พระฟาติมา ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ  ชั้นประถมศึกษา โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดงและกำกับการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ  มัธยมศึกษาจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรีที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แพท (ณปภา ศุลีพร ตันตระกูล จบการศึกษาชั้นมัธยมจาก โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ระดับปริญญาตรีจาก วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพสาขาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ มัธยมศึกษาจาก โรงเรียนโยธินบูรณะ โครงการภาคภาษาอังกฤษ แผนกสาย อังกฤษ-จีน ปัจจุบันศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รถเมล์ คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์  มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาวิชาเอกออกแบบ (เกียรตินิยมอันดับ 1) คะแนนเฉลี่ยสะสม 3.61 น้ำหวาน พิมรา เจริญภักดี (น้ำหวาน ซาซ่า) มัธยม โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย อุดมศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ์ (มิสทีนไทยแลนด์ 2008) มัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาสื่อสารการตลาด มิน พีชญา วัฒนามนตรี  มัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) ปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา โรงเรียนเซนต์จอห์นคอมเมิร์ซ ภาคอินเตอร์ ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง 3.91) ระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (MBA) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง 3.97) แก้มบุ๋ม พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์ มัธยมศึกษาที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ระดับอุดมศึกษาที่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (สาขาภาพยนตร์) มิ้นท์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนมัธยมนุชนาถอนุสรณ์ (เชียงราย) ต่อมาเข้าศึกษาสายอาชีพที่โรงเรียนพาณิชยการล้านนา ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ มหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขา โฆษณา วิว วรรณรท สนธิไชย มัธยมศึกษา โรงเรียนสตรีวิทยา สายอังกฤษ-คณิต อุดมศึกษา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกมานุษยวิทยา โทภาษาอังกฤษ โฟกัส จีระกุล มัธยม ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า มัธยมศึกษา โรงเรียนหอวัง ปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยรังสิต ต่าย season change - ชุติมา ทีปะนาถ มัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย  มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มายด์ วิรพร จิรเวชสุนทรกุล มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ  ม.5-ม.6 โรงเรียนชลกันยานุกูล ะดับอุดมศึกษาปริญญาตรีคณะคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จ๊ะ อาร์สยาม - นงผณี มหาดไทย ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ใบเตย อาร์สยาม - สุธีวัน ทวีสิน มัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เรียบเรียงโดย teen.mthai (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ)

สงกรานต์ประเพณีไทยดังไกลทั่วโลก
ต่างประเทศ /  ประเทศกัมพูชา / 

สงกรานต์ ประเพณีไทยที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ซึ่งในวันสงกรานต์จะมีวัฒนธรรมคลายร้อนที่คนไทยคุ้นเคยกันดีก็คือ การเล่นน้ำ แต่ก็ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่มีวันสงกรานต์ ในต่างแดนก็มีการละเล่นแบบนี้เช่นกัน และไม่ใช่การเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว ในบางประเทศก็ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่อีกด้วยค่ะ ตะจาน ประเทศพม่า ตะจาน เป็นคำภาษาบาลีที่แปลว่า "สงกรานต์" ซึ่งเป็นเทศกาลที่สืบทอดต่อกันมามากกว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังคล้ายกับไทยตรงที่ว่าถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพราะฉะนั้นวันขึ้นปีใหม่ของพม่าจะอยู่ในเดือนเมษายน ช่วงระยะเวลาจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน และเป็นวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 17 เมษายนนั่นเองค่ะ เทศกาลตะจานนี้ หลักๆ ก็จะมีการเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน และมีการทำบุญต่างๆ เช่น ตักบาตร ปฏิบัติธรรมถือศีล ปล่อยสัตว์ต่างๆ และมีการกลับบ้านเกิดเพื่อไหว้ญาติผู้ใหญ่เช่นเดียวกันกับประเทศไทยเลยค่ะ โจลชนัมขเมย ประเทศกัมพูชา นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเขมรเช่นกันค่ะ โดยส่วนมากจะไม่เกินวันที่ 13 หรือ 14 เมษายนและลากยาวต่อไปอีก 3 วัน ซึ่งช่วงนั้นตรงกับการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวพอดีค่ะ 1 ใน 3 วันที่เฉลิมฉลองก็จะมีวันมหาสงกรานต์ ซึ่งในภาษาเขมรนั้นคำว่าสงกรานต์มีต้นกำเนิดจากภาษาสันสกฤตที่อ่านว่า สากรานติ เป็นวันแรกของการเฉลิมฉลองปีใหม่เขมร ผู้คนมากมายจะแต่งตัวและจุดเทียนจุดธูปถวายพระ ผู้คนในครอบครัวจะมีการคำนับ คุกเข่า และ กราบ สามครั้งต่อหน้ารูปของพระพุทธรูปเพื่อเป็นการขอบคุณคำสอนของพระองค์ และยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าหากนำน้ำมนต์มาล้างหน้าในช่วงเช้า ล้างหน้าอกและตัวช่วงบ่าย และล้างเท้าในช่วงก่อนนอน จะทำให้โชคดีค่ะ สงกรานต์หลวงพระบาง ประเทศลาว เรียกได้ว่าเป็นสงกรานต์ที่คล้ายคลึงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยที่สุดค่ะ โดยวันสงกรานต์ของประเทศลาวจะเรียกตรงตัวเลยว่า สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ เริ่มฉลองตั้งแต่วันที่ 14-16 เมษายนในทุกๆปี เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลาวเพราะจะมีคนลาวในต่างแดน เช่น อเมริกา แคนาดา หรือฝรั่งเศส ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนี้กันข้ามประเทศเลยทีเดียวค่ะ เดิมทีน้ำเป็นสิ่งสำคัญในวันสงกรานต์ของลาว ในการชำระล้างบ้าน รดน้ำพระพุทธรูป และเอาไว้ละเล่นกับเพื่อนฝูง เด็กๆก็จะประพรมน้ำให้กับญาติผู้ใหญ่และพระเพื่อขอพรให้ชีวิตยืนยาว ในสมัยก่อนนั้นน้ำที่ใช้ประพรมเล่นกันจะเป็นน้ำใส่น้ำอบและลอยด้วยดอกไม้ ให้กลิ่นหอม แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนไปเป็นโฟม หรือแม้กระทั่งผงแป้งมาผสมน้ำเพื่อละเล่นกันค่ะ ยูนาน จีน ในเมืองยูนานประเทศจีน มีเทศกาลเล่นน้ำที่ฉลองโดยชาวไท (Dai) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 55 ชนเผ่าน้อยในประเทศจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนและกินเวลายาวต่อเนื่องไป 3-7 วัน ในวันแรกจะมีประเพณีการแข่งเรือที่ชื่อว่า Dragon Boats และการจุดพลุโดยถือว่าเป็นความเชื่อว่าจะโชคดีตลอดทั้งปี วันที่สองชาวไทจะมารวมตัวกันเพื่อเต้นรำและประพรมน้ำให้กันและกันเพราะเชื่อว่าการนำน้ำมาประพรมจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งไม่ดีออกไปได้ และวันสุดท้ายของเทศกาล คนรุ่นใหม่จะพบปะเพื่อแลกของขวัญและออกไปเที่ยวกัน เทศกาลละเล่นน้ำนี้เป็นเทศกาลที่มีอิทธิพลมากต่อชนกลุ่มน้อยต่างๆในยูนาน อีกทั้งยังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจริงๆค่ะ ประเพณีโฮลิ ประเทศอินเดีย เทศกาลโฮลิเป็นเทศกาลที่ดังไกลทั่วโลก เรียกได้ว่ามีชาวต่างชาติแห่แหนกันไปร่วมเทศกาลนี้ แม้กระทั่งคนไทยเราก็บินไปร่วมเทศกาลนี้กันมากมายเช่นกัน โดยเทศกาลโฮลิเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลใหญ่ของอินเดียเลยก็ว่าได้ จะจัดขึ้นราวๆเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งเทศกาลนี้จะคล้ายคลึงกับสงกรานต์บ้านเรา แต่ยกระดับความสนุกขึ้นไปอีกด้วยการสาดสีใส่กัน สีที่ใช้จะเป็นผงสี หรือบางทีอาจจะมีการสาดน้ำร่วมด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.religionfacts.com/holi, http://allmyanmar.com/myanmarmore/Thingyan.html, http://www.songkranfestival.net/cambodia/, http://www.songkranfestival.net/china/, http://acoupletravelers.com/celebrating-songkran-in-laos/ ขอบคุณภาพจาก: www.theorphanageproductions.com, http://www.hotelredcanal.com/thingyan-myanmar-water-festival/, news.xinhuanet.com, http://usaallfestivals.com/holi-india/

กินกันไม่ลง!! แก๊งนางฟ้ายามเซ็กซี่ ใครแซบกว่า...พูดดดด
แก๊งนางฟ้า /  7 สาว / 

เป็นแก๊งค์ดาราสาวที่มองแล้วเจริญหูเจริญตามากๆ สำหรับ แก๊งค์นางฟ้า 7 สาวสวยในวงการบันเทิงที่จัดว่าเป็นเพื่อนรักเพื่อนเลิฟสุดแซบ ไม่ว่าจะเป็น เจนี่ เทียนโพธูิ์สุวรรณ์ วุ้นเส้น วิริฒิพา คริส หอวัง เจน เจนสุดา แอน อลิชา นานา ไรบีนา และ พอลล่า เทเลอร์ เรียกว่ายกทีมสวยให้หนุ่มๆ เสียดายเล่น เพราะเห็นสวยแจ่มแฉล้มว้าวแบบนี้ แต่งงานมีสามีกันจะหมดแก๊งแล้วจ้า พวกที่ยังไม่แต่งก็มีเจ้าของจับจองหัวใจเป็นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน จุดนี้ไม่ใช่สวยแซบแข่งกันไปวันๆ นะจ๊ะๆ แต่พวกนางรักและซี๊ย่ำปึ้กกันสุดๆ เลยทีเดียวเชียวแหละ แหมๆๆ แต่ละคนดีกรีความเป็นซุปตาร์ไม่ธรรมดาเลยเนอะ งานนี้เมื่อต้องมีโมเม้นต์เซ็กซี่เลยเดาไม่ออกว่าใครแซบซี๊ดกว่ากัน เอาเป็นว่าไปดูไปเบิ่งแล้วฟันธงกันหน่อยดีกว่าว่าใครเซ็กซี่มาวินที่สุด เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา นานา ไรบีนา นานา ไรบีนา นานา ไรบีนา นานา ไรบีนา นานา ไรบีนา คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง แอน อลิชา แอน อลิชา แอน อลิชา แอน อลิชา พอลล่า เทเลอร์ พอลล่า เทเลอร์ พอลล่า เทเลอร์ พอลล่า เทเลอร์ พอลล่า เทเลอร์ พอลล่า เทเลอร์ พอลล่า เทเลอร์ เจนสุดา เจนสุดา เจนสุดา เจนสุดา เจนสุดา เจนสุดา เจนสุดา เจนสุดา ขอบคุณรูปภาพจาก MagazineDee.com, Hunsa.com, นิตยสาร IAMGE, PlayBoy, MAXIM, สุดสัปดาห์, FHM, MIX, LIPS, ดิฉัน, IG @janesuda

กิน-เที่ยว ฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
กิน เที่ยว ฮ่องกง /  ที่เที่ยวฮ่องกง / 

พูดถึงฮ่องกงแล้วนึกถึงอะไรกัน? คนจีนเยอะๆ แน่นๆ พูดจาโฉ่งฉ่าง ตึกโคดเยอะ อาหารมันแผล่บ บอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดแน่ๆ! เที่ยวฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้! ในฐานะคนที่คิดแบบนั้นมาก่อน เคยไปครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ขอบอกเลยว่าฮ่องกงเปลี่ยนไปมากกกกก นอกเหนือไปจากบ้านเมือง ท้องถนน ที่ดูมีความศิวิไลซ์แบบประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนก็มีชีวิตชีวา แต่งตัวเก๋ไก๋ ใส่สนีกเก้อกันเต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ที่กลายเป็นหงส์ เหมือนจัสตินบีเบอร์ที่ออกอัลบั้มใหม่ทะลุบิลบอร์ดชาร์ท เออมันเกร๋กว่าที่คิดเยอะอะแกร งงเลยงง 5555555 ก็... คนอื่นอาจจะเห็นกันมาบ่อยบ้างไม่บ่อยบ้าง แต่เราก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี อดไม่ได้ที่จะมาเล่าให้ฟัง ยังไงลองมาอ่านเรื่องเล่าฉบับเรากันดู เผื่อจะอินสไปร์ให้ใครได้ออกไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ น่ารักๆ แบบฮ่องกงละกันนะะ : ) . รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ออกเที่ยวก็เหมือนกัน เดินทางทั้งที ถ้าไม่ดูแผนที่ ไม่เข้าใจภูมิประเทศของเค้า ก็เหมือนมันเที่ยวไม่สุดป้ะะ เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน เราเองเนี่ยแหละจะชอบทำความรู้จักเรื่องพวกนี้ก่อนตลอด อย่างน้อยก็จะได้พอจับจุดได้ว่าจะขับรถลงเรือ อะไรยังไง ถึงแม้ฮ่องกง จะเที่ยวง่าย พื้นที่ก็เล็กนิดเดียว แต่เราชื่อว่ามีหลายคนที่ไปฮ่องกงกลับมา แล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วฮ่องกงที่มันหน้าตาเป็นยังไง ส่วนใหญ่เราจะชินกับคำว่า เกาะฮ่องกง ใช่ป้ะะ แต่ที่จริงไม่ได้เป็นเกาะทั้งหมดนะ เกาะฮ่องกง คือเป็นแค่ส่วนนึงของฮ่องกงเท่านั้นเอง เพราะฮ่องกงเนี่ยจะแบ่งเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ ตามนี้ 1. Hong Kong Island ตรงนี้คือฮ่องกงขนานแท้ เป็นจุดศูนย์รวมของทุกสิ่งอย่าง ภาพจำที่เราเห็นเป็นดงคอนกรีตตึกสูงระฟ้า ก็คือทางเหนือของเกาะนี้เนี่ยแหละ มีทั้งแหล่งธุรกิจ บริษัทการเงินระดับโลก คอนโด อพาร์ทเม้น ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง ทุกอย่างมีหมด 2. Kowloon ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ที่อยู่ตรงข้ามเกาะฮ่องกง เป็นที่อยู่ของ Tim Sa Tsui แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของคนไทย แล้วก็เป็นจุดชมวิวมุมฮิตของฮ่องกงด้วยนะ มองข้ามฝั่งไปก็จะเห็นตึกสูงฝั่งตรงข้ามได้แบบอลังการงานสร้าง แต่ถ้าไม่นับ Tim Sa Tsui ที่ว่า ฝั่งนี้ก็จะมีความบ้านๆ มากกว่าเกาะฮ่องกงเยอะ ไม่ได้มีตึกสูงอะไรมากมาย เป็นที่อยู่อาศัยซะมากกว่า 3. Lantao Island เกาะนี้คือพื้นที่สีเขียวของฮ่องกง คือยังมีความเป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่บ้าง ทั้งภูเขาแล้วก็ทะเล ยังไม่มีตึกรามบ้านช่องมากนัก ที่เที่ยวหลักๆของเกาะนี้ก็คือพระใหญ่บนภูเขา แล้วก็กระเช้านอนปิง เออ ลืมไป ดิสนี่ย์แลนด์ก็ตั้งอยู่บนเกาะนี้ด้วย 4. New Territory ส่วนสุดท้ายคือส่วนขยายของฮ่องกง ที่อังกฤษเจรจาต่อรองมาได้เพิ่มเติมในช่วงที่ยึดฮ่องกงเป็นเมืองขึ้น ซึ่งจริงๆ เกาะลันเตาเองก็เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใน New Territory ด้วย ส่วนมากพื้นนี้ตรงนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว จะเป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็โรงงานของคนฮ่องกงซะมากกว่า เนิร์ดกันมาพออสมควรละ ไปอ่านเรื่องสบายๆ ต่อกันเลยดีกว่าา . ร้อยทั้งร้อยเมื่อพูดถึงฮ่องกง ยังไงก็ต้องนึกถึงตึกสูงระฟ้าพวกนี้ก่อนเป็นอันดับแรกชัวๆ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของฮ่องกงเฉยยย เห็นตึกเหล่านี้เป็นจุดรวมธุรกิจที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก ทั้งธนาคาร บริษัทการเงิน ตลาดหุ้น บอกเลยว่าทุกตึกที่นี่ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยทั้งนั้นนะะ หน้าตึกต้องหันไปทางประตูมังกร ยอดตึกรับทรัพย์ โกยเงินได้ต้องโกยย โอเค หลู่เลื่อง! . หลายคนอาจจะไม่รู้ แต่ฮ่องกงไม่ได้มีแค่ดงคอนกรีตเว่ยแกรรร ป่าเขาลำเนาไพรเค้าก็มี อาจจะไม่เยอะเท่าคนอื่น แต่มีอะมี สีเขียวที่ว่าของฮ่องกงอยู่ที่เกาะลันเตานั่นเอง พื้นที่ของเกาะเต็มไปด้วยภูมิประเทศแบบฉบับภูเขาๆ โดยเฉพาะลูกสำคัญที่สูงที่สุดจะมีพระใหญ่อยู่ข้างบน เป็นจุดมุ่งหมายหลักๆของนักท่องเที่ยวเลยแหละ เห็นภาพแล้วอาจจะสงสัยว่านี่เค้าเดินขึ้นไปไหว้พระใหญ่กันใช่มั้ย บอกเลยว่าใช่! 555555 สำหรับใครที่อินกับสีเขียวและธรรมชาติ เราก็แนะนำให้ลองเดินขึ้นกันดูไดดด้ เสพย์ธรรมชาติกันไปเต็มๆอะเนอะ พระใหญ่ท่านไม่หนีไปไหนหรอก ส่วนตัวเราเอง ครั้งนี้ขอโหนกระเช้าขึ้นสวยๆก่อนละกัน ไว้ถ้ามีโอกาสได้เดินป่าด้านล่างบ้างจะมาเล่าให้ฟัง! . จากกระเช้าขึ้นเขานอนปิง มองกลับลงไป วิวที่เห็นคือเกาะสนามบินทั้งเกาะ เกาะนี้ชื่อว่า Chek Lap Kok หรือก็คือสนามบินฮ่องกงเนี่ยแหละ แต่ความน่าตื่นเต้นมันมีอยู่ว่า ไอ้เกาะที่เราเห็นเนี่ย แท้จริงแล้วเกิดจากการเอาขยะมหาศาลไปถมจนเป็นก้อนขนาดใหญ่! ใช่ ฟังไม่ผิด พูดง่ายๆก็คือ เราแลนดิ้งกันบนกองขยะจ้าาาาา ไม่รู้จะตื่นเต้นเรื่องถมเกาะ หรือตื่นเต้นเรื่องจำนวนขยะที่ใช้เอามาถมกันแน่ . องค์พระใหญ่ที่อยู่บนจุดสูงสุดของเขานอนปิง เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญของคนฮ่องกง คนฮ่องกงมีความเชื่อว่า องค์พระใหญ่นี้จะคอยดูแลพวกเค้าให้อยู่เย็นเป็นสุข จะทำให้ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นคนท้องถิ่นมาเยี่ยมเยือนกันให้แน่นตลอดทั้งปี . ตัดภาพกลับมาสู่ตัวเมือง ถ้าไม่บอกนี่คิดว่าตัวเองเดินอยู่ซานฟรานซิสโก เกาะฮ่องกงคือเป็นเนิน เป็นเขา ไม่แพ้ซานฟรานเลย โดยเฉพาะในย่าน central ตึกรามบ้านช่องนี่ก็สร้างไต่เขา อยู่เอียงๆกันซะอย่างงั้น จะเดินเล่นแถวนี้ก็ต้องฟิตร่างกายกันหน่อย หรือใครไม่ไหว จะขึ้นบันไดเลื่อนก็ได้ นี่พูดจริงนะ เค้ามีบันไดเลื่อนจริงๆ เป็นบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลกด้วย คือยาวไต่เขาขึ้นไปเกือบหนึ่งกิโลแหนะ บันไดเลื่อนที่ว่า มีชื่อสวยงามอย่างเป็นทางการว่า Central-Mid-Levels escalator แต่ละวันนี่มีชาวฮ่องกงมาใช้บริการเยอะแยะมากกก เป็นพันเป็นหมื่นคนกันเลยทีเดียว . PMQ เป็นอีกหนึ่งที่สุดฮิปของฮ่องกงที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี2014 เป็นเหมือนศูนย์รวมเรื่อง creative ของนักออกแบบที่นี่ก็ว่าได้ ตึกสีขาวแซมเขียวที่เห็นนี้ จริงๆแล้วดัดแปลงมาจากแฟลตเก่าของตำรวจฮ่องกง แต่คือเอามาทำใหม่ซะชิคไม่เหลือเค้าเดิมเลย . ด้านใน PMQ ตรงกลางคือเป็นโถงกว้างๆ แบ่งตึกออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆ แต่ละชั้นก็จะถูกซอยย่อยออกเป็นห้องๆ ก็อย่างที่บอก ที่นี่ดัดแปลงมาจากแฟลตตำรวจ นึกถึงหอนักศึกษาก็ได้ มีระเบียงทางเดินยาวๆ คอยเชื่อมแต่ละห้องเข้าด้วยกันอะไรยังงั้น แต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ร้านขายของเก๋ๆ ไปจนถึงห้องทำ workshop งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งโรงเรียนสอนทำขนมก็มี เดินผ่านทีนี่กลิ่นหอมเตะจมูกจนหิวเลย ถ้าใครอินอะไรพวกนี้แบบเรา รับรองเดินสองสามชั่วโมงอยู่ในนี้ได้สบายๆ . เดินดูของเพลินๆอย่างเดียวไม่พอ ระเบียงตรงไหนกว้างหน่อย ก็จะถูกดัดแปลงไปเป็น Cafe เล็กๆ นั่งจิบกาแฟไป แอบมองคนอื่นไปพลางๆ บอกเลย คนที่นี่แต่งตัวชิคทุกคน ดูๆแล้ว ยังกะเป็น Fashion Blogger มาเดินเล่นกันทั้งนั้น . ชั้นล่าง PMQ ก็มี Cafe น่ารักๆ อยู่เหมือนกัน แต่ต้องหากันดีๆนะ เพราะ cafe พวกนี้ชอบซ่อนอยู่ตามซอกตามหลืบ เดินเล่นเหนื่อยก็ลงมานั่งพักได้พอดี นั่งพักหายเหนื่อยก็กลับไปเดินกันต่อ slow life สุดๆอะ . อีกอย่างที่เห็นได้ทั่วไปมากในฮ่องกง ฝรั่ง !!! ฝรั่งที่ว่าที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแบกเป้ ใส่ขาสั้น เสื้อกล้าม หนีบแตะ เหมือนที่เห็นตามบ้านเรานะ เรียกแบบไม่เท่ก็คือพนักงานออฟฟิศหัวทองนั่นล่ะ 55555 ฝรั่งที่นี่คือแต่งตัวเต็มดู professional มาก ถ้าเป็นผู้ชายก็มาดนักธุรกิจสุดเนียบ ใส่สูทผูกไทด์มาเลย ถ้าเป็นผู้หญิงก็ business women สุดๆ ใครมีเสปคเป็นฝรั่งนี่บอกเลยไม่ต้องลงทุนบินไกลไปหาถึงยุโรปอเมริกา แค่มาเดินเล่นเบาๆที่ฮ่องกงก็เผ็จจจมากแล้วจ้า . ถึงแม้จะดูโก้หรูทันสมัย แต่แน่นอน ฮ่องกงก็มีมุมฮิปๆ แอบซ่อนอยู่ไม่น้อย หน้าที่ของเราคือแค่ต้องค้นต้องหามันให้เจอเท่านั้น Tai Ping Shan Street คือย่านฮิปของดีของเด็ดที่ไม่ควรพลาด ถ้าเทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายๆกับอารีย์ ที่มี cafe ชิคๆ เปิดเต็มไปหมด แต่ที่ Tai Ping Shan ไม่ได้มีแค่ cafe นะ ที่นี่คือมีทั้ง อาร์ทแกลอรี่ ร้านขายของดีไซน์ ร้านอาหาร บาร์เก๋ๆ ก็เพียบ สั้นๆ ห้ามพลาด ! เดินเลี้ยวซ้ายทะลุตรอกขวา ขึ้นเนินแล้วลงบันได รับรองได้เจออะไรเด็ดๆ ซ่อนอยู่ทุกมุมถนนชัวร์ . Cafe ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวฮิปสเตอร์เท่านั้น! ช่วงบ่ายๆวันธรรมดา ถ้าใครมาเดินเล่นแถวนี้ จะเห็นว่าพนักงานออฟฟิศ หรือจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มสาว เค้าก็มานั่งฮิปกันอยู่แถวนี้เนี่ยแหละ ใส่สูทผูกไทด์มาเต็มยศ แต่มานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวจิ๋วข้างถนน จิบกาแฟไป สนทนาภาษาธุรกิจกันไป เป็นภาพที่น่ารักดีเหมือนกัน . Teakha เป็นอีก cafe นึงที่เราเคยได้สัมผัสความน่ารักผ่านทาง instagram พอได้มาฮ่องกง เลยออกตามล่าให้ได้มาเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง จุดขายของ Teakha คือม้านั่งไม้ยาวๆ ข้างๆ กำแพงสีขาว แก้วกาแฟ บนโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ พอมีคนฮิปๆ แต่งตัวเก๋ๆ นั่งจิบเท่านั้นแหละ เริ่ดมากกก . อย่าแปลกใจถ้าเดินอยู่แถว Tai Ping Shan แล้วจะเจอคนอารมณ์ติสๆ นั่งจิบเบียร์คนเดียว กลางวันแสกๆ แบบนี้ ก็บอกแล้วว่าแถวนี้เค้าฮิปจริง กำแพงข้างถนนแถวนี้ก็เป็นเหมือนผืนผ้าใบให้ศิลปินมาละเลงงานศิลปะ ทุกตรอกซอกซอยคือมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่รู้เคยเห็นกันยัง แต่ถ้ามีเวลาอยากให้ไปตระเวนตามซอยกันดูววว มันจะดีจริงจริงนะะ . เรื่องงานดีไซน์ ฮ่องกงก็ไม่เป็นรองใคร สังเกตได้ง่ายๆ ในย่าน Tai Ping Shan นี้เลย ตึกรามบ้านช่องคือไม่ธรรมดา ทุกอย่างคิดมาดีแล้วจริงๆ อย่างตึกนี้ Island Christian Academy เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ดัดแปลงมาจากหอพักเยาวชน ก็ไม่ไรมาก ตัวตึกสร้างตั้งแต่ปี 1912 เอาง่ายๆก็ร้อยกว่าปีเอง คิดดูดิ ร้อยปีที่แล้วออกแบบล่วงหน้ามาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ล้าสมัย เค้าเก่งตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดจริงๆ . ถึงแม้จะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหน ตึกสูงเสียดฟ้าผุดขึ้นทุกหัวมุมถนน ฮ่องกงก็ยังคงแอบซ่อนเอกลักษณ์ความกุ๊กกิ๊กแบบจีนๆ เอาไว้ไม่น้อย หลังคาแบบจีนโบราณ พอเข้าไปแทรกอยู่ตามตึกคอนกรีต มันทำให้ฮ่องกงมีเสน่ห์อย่าบอกใคร . คนฮ่องกงเป็นคนรักสัตว์ ?? เอ้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่อย่างนึงที่สังเกตได้ คือคนฮ่องกงมีความกุ๊กกิ๊กในเรื่องหมาอยู่ไม่น้อย เดินไปไหนมาไหน ก็จะเห็นคนหนุ่มสาวที่นี่จูงหมามาเดินเล่นมุ้งมิ้งกันตามประสา แต่คนที่นี่เค้ามีความรับผิดชอบนะ ถ้าน้องหมาทำขนมเสร็จ เจ้าของนี่ห่อกลับบ้านทันทีเป็นอันรู้กัน ไม่มีการปล่อยทิ้งไว้ให้เลอะเทอะเป็นอันขาด . สำหรับตัวเมืองฮ่องกง ตึกที่เห็นมีแค่สองอย่าง ไม่ตึกแถว ก็ตึกสูง บ้านเดี่ยวเป็นหลังๆ นี่อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นในย่านกลางเมือง ถ้าเป็นตึกแถว ส่วนใหญ่ก็เปิดเป็นร้านค้าทำมาหากินกันหมด ส่วนบ้านที่ซุกหัวนอนนั้น ก็ต้องอยู่เป็นแนวตั้ง จะคอนโด อพาร์ทเม็นต์ แฟลต หอพัก มีทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของแต่ละคน . บานเฟี้ยมเหล็ก คืออีกหนึ่งความเป็นฮ่องกง บางคนอาจจะบอกว่าเยาวราชก็มีปะว้าาา ใช่ เยาวราชก็มี แต่ที่นี่มีเยอะกว่า แถมมีออร่าของความออริจินอลมากกว่าไม่รู้ทำไม 55555 เราว่ามันโคดมีเสน่ห์อะ ยิ่งเก่ายิ่งมีเสน่ห์ บางทีอะไรที่เป็นของดั้งเดิม มันก็มักจะมีความพิเศษอยู่ในตัวเสมอ ถึงจะพยายามทำขึ้นมาใหม่ ยังไงก็แทนที่ของออริจินอลไม่ได้เลยยย . ถ้าใครเคยสังเกต ถึงภาพลักษณ์ภายนอกฮ่องกงเค้าจะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่อย่างนึงที่ยังคงความเก๋าอยู่ได้จนทุกวันนี้ ก็คือ TAXI เนี่ยแหละ ไม่ว่าจะผลิตรุ่นใหม่ออกมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น คุณ Taxi ฮ่องกงก็ยังคงแข็งใจไม่เปลี่ยน model รถของตัวเอง Taxi ในฮ่องกงกว่า 99% คือใช้รถรุ่น Toyota Comfort ที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1995 มาถึงตอนนี้ก็เบาๆ แค่ยี่สิบกว่าปีเอง แต่ก็ยังผลิตออกมาเรื่อยๆ นะ เอาไว้เป็น Taxi โดยเฉพาะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเค้ายังไม่เปลี่ยน แต่ใจจริงคือชอบมากก รู้สึกว่ามันทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น . ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้ง อันนี้ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แบรนด์แทบจะทุกยี่ห้อที่มีอยู่บนโลก คือสามารถหาซื้อได้ที่นี่ แต่สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้การช้อปปิ้งที่ฮ่องกงชนะที่อื่นในโลก คือฮ่องกงไม่มี Tax นั่นเลยเป็นสาเหตุให้คนไทยชอบนักชอบหนาที่จะบินไปช้อปกันที่ฮ่องกง ก็นิสัยคนไทยอะนะ ขอแค่ให้จิ้มเครื่องคิดเลขแล้วได้ราคาถูกกว่าที่พารากอนก็ฟินกันถ้วนหน้าแล้ว . มาฮ่องกง เมืองแห่ง Skyscraper ทั้งที ก็ต้องกระแดะอยากขึ้นไปบนตึกที่สูงที่สุดของฮ่องกงซะหน่อย ถ้าอยากให้คนฟอลโล่ในไอจีอิจฉาเล่นๆ พอขึ้นไปก็อย่าลืมถ่ายรูปแล้วติดโลเคชั่น The Ritz-Carlton, Hong Kong ด้วย ตึกที่ว่านี้คือ International Commerce Centre หรือเรียกง่ายๆ ว่า ICC ไม่ไรมากอะ สูง 484 m เอง ก็แค่เกือบครึ่งกิโลอะ มีทั้งหมดเบาๆก็ 118 ชั้น เค้าว่ากันว่าเป็นตึกที่สูงอันดับที่ 9 ของโลก แต่ถ้านับเป็นจำนวนชั้น ก็สูงอันดับ 4 เลยนะ The Ritz-Carlton โรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ที่นี่ด้วย แล้วบนสุดของโรงแรม ชั้น 118 ก็คือ Ozone Bar เอาไว้ดูวิวเกาะห้องกงแบบเหนือเมฆ นี่พูดจริงนะ เหนือเมฆจริงๆ ก็ตอนเราไปหมอกลงจัดพอดี มองออกมานี่ขาวจั๊ววววว นึกว่ามาดูทะเลหมอก ไหนอะ Skyscraper ของชั้นนนน ร้องไห้แปรบบบ . ไปญี่ปุ่นต้องกินซูชิ ไปอินเดียต้องกินโรตี และแน่นอน มาฮ่องกงก็ต้องลิ้มรสติ่มซำกันซะหน่อย แต่ระดับเรา อร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกิมมิคด้วย เลยเป็นที่มาของร้าน Dim Sum Icon อันโด่งดัง คอนเซ็ปต์ของเค้าคือ ตัวการ์ตูน Sario Little Twin Stars ก็ไม่ไรมากกก กินไปก็ขำไป เข้ากับตัวข้าพเจ้ามากกกก ธรรมชาติเป็นคนแบ๋วๆ ไรงิ แต่ว่าไม่ได้นะเออ รสชาติที่เด็ดสะระตี่ . หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เห็นทันสมัยแบบนี้ ฮ่องกงมีหมู่บ้านชาวประมงด้วยนะเออ ก่อนไปก็แอบคิดในใจว่า ทุกอย่างที่นี่คืออยู่บนตึกหมด ใช้ชีวิตแนวตั้งกันหมด แล้วหมู่บ้านชาวประมงเค้าจะอยู่บนตึกด้วยป่าววะ 555 มาถึงนี่ผิดคาด หมู่บ้านชาวประมงริมน้ำของจริงเว้ยเฮ้ย ถึงแม้จะมีตึกสูงเป็นฉากหลังก็เหอะ พอให้อภัยได้ แต่ความเด็ดดวงมันอยู่ที่อาหาร!! กุ้งมังกร หอยเป่าฮื้อ หอยงวงช้าง หอยเชลล์ ปูทะเล ปลาเก๋ายักษ์ โอ้โหววว มาหมดทะเลอะ ถ้าปลาวาฬกินได้ คงมีปลาวาฬขายแล้วแหละ สด อร่อย คุ้ม พุงน้อยๆ นี่ยิ้มแป้นเลย . สองทุ่มตรง นาฬิกาบอกเวลา รถม้าจะกลายเป็นฟักทอง เดี๋ยวๆ ไม่เกี่ยวปะ สองทุ่มอะใช่ แต่เป็นเวลาของ Symphony of Lights ต่างหาก ใครเห็น แสงสีเสียงพุ่งไป พุ่งมา ก็ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยที่ไหน แต่คือโชว์แสงไฟ และเลเซอร์ของเกาะฮ่องกงเค้า Guinness Book เค้าบอกไว้ว่า Symphony of Lights เป็นการโชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ ถ้าใครอยากดูอยากชม เรามีนัดกันทุกวันสองทุ่มตรง หาทำเลเหมาะๆ แถว Avenue of Star หรือไม่ก็ Tsim Sha Tsui แล้วมองข้ามไปฝั่งฮ่องกง ประทับใจแน่นอน . ฮ่องกงก็มีหาดทรายนะเว้ย Repulse Bay เป็นหนึ่งในไม่กี่หาดของฮ่องกงที่เล่นน้ำอาบแดดได้ แต่ขอแอบบอกความลับหน่อย Hidden Story ของที่นี่ คือ…. มันเป็นของปลอมมเว้ยแกกก ทรายที่เห็นเนี่ย เค้าเอามาถมจนมันเป็นหาดขึ้นมาให้คนนอนเล่น ก็ทำไงได้ ประเทศเล็ก ธรรมชาติน้อย อยากได้ก็ต้องสร้างเองเป็นธรรมดา . จาก Repulse Bay อ่าวรูปจันทร์เสี้ยวนี่เป็นจุดรวมนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นจุดรวมตัวเทพเจ้าแบบ One stop service ที่เค้าว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆอีกด้วย นอกจากที่เห็นเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ยังมีทั้งเทพเจ้าแห่งความรัก โชคลาภ การงาน สุขภาพ กระทั่งขอลูกก็ยังได้! กิจกรรมสุดฮิตเลยคือเดินข้ามสะพานเพื่อต่ออายุขัย โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเดินกลับมาทางเดิมด้วยนะ เพราะจะเป็นการลดอายุ ฮั่นแหนะะ อยากรู้เรื่องเทพเจ้าความรักกันล่ะสิ เอาเป็นว่าถ้าได้เมื่อไหร่ จะมาจัดรีวิวแบบละเอียดๆให้ฟังแล้วกันโนะ 555555555 . หรือที่คนไทยคุ้นหูกันว่าวัดกังหัน ว่ากันว่ายิ่งหมุนกังหันเยอะๆ ทรัพย์ยิ่งมา การงานมา โชคดีมาาา ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวไม่อินเรื่องความเชื่อใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทุกคนที่ไปวัดอินหนักมากกก ขอพรกันนานมากก เหยย งั้นแก้ปีชงหน่อยละกัน555555 จะเขียนชื่อที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ เฟสบุคอะไรก็ว่าไป ท่านจะได้ตามมาให้พรเราถูก ความเชื่อส่วนบุคคลเนอะ ทำอะไรแล้วสบายใจขึ้นเราว่าก็โอเคแล้ว . ถึงจะไม่อินเรื่องความเชื่อ แต่ชอบนะที่ได้มาอยู่ท่ามกลางคนที่เชื่อใน passion บางอย่างของตัวเอง คนฮ่องกงดั้งเดิมเองเลยเชื่อเรื่องดวง เรื่องฮวงจุ้ยกันมากๆ ทุกเทศกาลสำคัญวัดใหญ่ๆจะอัดแน่นไปด้วยชาวฮ่องกงที่มาทำบุญ ขอพร ให้สมตามที่ตนปรารถนา อย่างธูปเทียนนี่ก็ต้องใหญ่ที่สุด ถึงจะดีที่สุด ของเซ่นไหว้มาเต็ม ตรงตามฤกษ์ตามเวลามงคลเป๊ะๆ และนี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ฮ่องกงมีวันหวยออกถึง 3 วันต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมแทงม้าอีก 2 วัน  . อีกหนึ่งจุดที่ถ้าไม่ได้มาเชคอิน แทบจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงฮ่องกง The Peak หรือ Victoria Peak คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะนี้ ง่ายๆเลยคือถ้าจะไปดูมุมท๊อปของเมืองฮ่องกง จะไปดูที่ไหนล่ะถ้าไม่ใช่ที่นี่! ทั้งอ่าววิคตอเรีย ตึกสูงเรียงราย เรือเฟอร์รี่ ฝรั่งบนเรือเฟอร์รรี่ ลองมาส่องดูได้ที่ The Peak โนะ (เดี๋ยว) วิธีเดินทางไปก็ไม่ยากเลยยยย เราสามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลง MTR Central Station แล้วเดินต่อไปขึ้นรถราง The Peak Tram หือออ ง่ายดายมากๆ แต่สำหรับใครที่จะไปรถยนต์นี่ขอเตือนว่าทางคดเคี้ยวไม่ธรรมดานะะ นี่เมารถ หลับตลอดทางเลยจ้าาาา ตื่นมาอีกทีก็ฮัลโหลวิคตอเรียพีคละ 55555555 นอกเหนือไปจากวิวที่หมอกลงแบบหนาแน่น แบบมองอะไรไม่เห็น แบบทำใจไม่ค่อยจะทัน ยอดเขาเดอะพีคนี่มันก็พีคจริงๆนะ เพราะถือเป็นจุดฮวงจุ้ยแรงงง ใครอยากหล่อรวยเฮง แน่จริงต้องมาปลูกบ้านบนนี้นะเอออ ตามทางคดเคี้ยวขึ้นมาเราเลยจะเห็นบ้านของมหาเศรษฐีกันเต็มไปหมด . เดินผ่านไปผ่านมาแถวจิมซาจุ่ย อาจจะพอคุ้นๆกับตึกทรงกลมหน้าตาประหลาด วางคู่อยู่กับตึกสีชมพู ดูฮิปเว่ออ่าแกรร มันคือศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงนั่นเอง ถ้าให้เทียบกับในกรุงเทพฯก็คงเป็นตึก BACC ที่อยู่ตรงข้ามมาบุญครองอะเนอะ ไม่เพียงแต่สีชมพูของตัวอาคารที่ทำให้ตึกดูสวยโดดเด่น แต่ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เปิดรับกับทะเลด้านหลัง ลมเลยโกรกดีมากกกก ทั้งชาวฮ่องกงเองและนักท่องเที่ยวมานั่งเล่นกันเต็มขั้นบันไดเลยยย เมืองไทยน่าจะมีพื้นที่ริมน้ำชิคๆคูลๆแบบนี้กันมั่งเนอะ  . มีคนเกลียดตึกนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นก้อนสีชมพูทึบตัน ไม่มีหน้าต่าง วางอ้วนๆอยู่ริมทะเล สร้างความน่ารำคาญตารำคาญใจไม่น้อยให้แก่คนที่อยู่เกาะฝั่งตรงข้าม เออ แต่ด้วยความนิ่งๆ เพลนๆของมันนี่เราว่าถ่ายรูปโคดดดดดขึ้น พอแต่งชุดทำตัวเท่ๆ ไปยืนอยู่ท่ามกลางแสงและเงาของโครงสร้างรอบอาคารนี่รู้สึกตัวเองคูลขึ้น 30%   . เห็นตึกทรงกลมหน้าตาประหลาดริมถนนย่านจิมซาจุ่ยนี่เดาได้ป่าวว่าตึกอะไรรร เป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศของฮ่องกงนั่นเองง เห็นยังงี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1980 แล้วนะ แต่ตอนเราไปเค้าปิดปรับปรุงอยู่แฮะ เห็นว่าจะเปิดให้บริการอีกทีปลายปี 2016 รีโนเวทครั้งนี้น่าจะมีอะไรเจ๋งๆเพียบแน่ๆ เพราะของเก่าจัดแสดงมานานนนนมากแล้ว  . อีกหนึงมุมสวยของพิพิธภัณฑ์อวกาศ คือถ้าเราเดินถัดมาข้างๆอีกนิดจะเจอกับบันไดวนสีชมพู วางเท่ๆอยู่คนเดียวท่ามกลางความโค้งมนของตึกทรงกลม เลยต้องถือโอกาสเข้าไปเก็บรูปซะหน่อย ขอบคุณคุณลุงเคนตั๊กกี้ที่เป็นพร๊อพให้รูปนี้ด้วยนะค้าาาา  . ฮ่องกงเป็นเมืองวิวดี นี่ชั้นเดินอยู่ริมทะเล Habour City หรืออยู่ยุโรปปปป ทำไมงานดี งานละมุนน 55555555 ยืนแอบถ่ายอยู่นาน จนนางหันมายิ้มให้ เขินเองซะงั้นอย่างที่บอก ฝรั่งมากันเพียบ แบ็คแพ็คมาก็มี มาเป็นก๊กเป็นแก๊งเลยก็เยอะ ก็นะ ฮ่องกงเที่ยวง่ายยย แถมอากาศก็ค่อนข้างเป็นปกติตลอดปีอีกต่างหากดีค่ะดี AEC เนอะ เปิดตลาดอาเซียน เนอะ เราเวลคั่มนะยูววววว 55555555 . ท่าเรือข้ามฟาก Star Ferry เป็นหนึ่งในหัวใจการคมนาคมของเกาะฮ่องกงเลยทีเดียววว Star Ferry ทำการขนส่งผู้โดยสารจากจิมซาจุ่ย ไป Central หรือ Wanchai ซึ่งแต่ละเที่ยวก็ใช้เวลาไม่นานแค่ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น ถ้าใครมีเวลาลองหาโอกาสนั่งเรือข้ามฟากดูน่าจะเก็บวิวสวยๆมาได้พอตัวเลย อะไรจะดีไปกว่านั่งเรือเล่น ดูวิวริมน้ำ แล้วปล่อยให้ลมตีหน้าเบาๆ  . อยู่อย่างเหงาๆ เราคงจะได้รู้ เดี๋ยว เหงาไม่เหงาไม่ถามลุงซักคำ ลุงแค่เดินมาดูวิวหน้าเฟรมกล้องเรา ลุงเหงาเฉย 5555555 ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม วิวตึกที่ปกติเรียงรายกันเป็นดอกเห็ดน่าจะให้ความรู้สึกสดใส แข่งขัน กระฉับกระเฉง พอมีหมอกมาลงตรงหน้าแบบนี้กลับดูเศร้าลงอย่างน่าประหลาด ก็คงไม่ต่างกับคน เมืองฮ่องกงก็คงจะมีมุมบางมุมของตัวเองที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าไม่ได้มาดูด้วยตาตัวเองครั้งนี้เราก็คงจะติดภาพเมืองเสียงดัง วุ่นวาย ตึกรามบ้านช่องแห้งๆ ในสมัยเด็กอยู่แน่ๆ ความสนุกของการออกเดินทางอย่างหนึ่ง คือการได้เปิดรับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่หรือสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าอย่างไหน เรื่อง Hidden ที่เพิ่งได้ถูกค้นพบขึ้นใหม่ก็ล้วนกระตุ้นความตื่นเต้นให้นักเดินทางอย่างเราเสมอๆแหละเนอะ ว่ามั้ย! โอเค บิ๊วขนาดนี้แล้ว มีใครเปลี่ยนใจอยากไปเที่ยวฮ่องกงมั่งยัง? . . ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก gogetlost

“ครูกานต์” นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 “เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25”
KPN Award /  KPN AWARD 25th / 

“ครูกานต์” นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 “เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25” คว้าถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเงินรางวัล 1 ล้านบาท และรถยนต์นิสสัน เทียน่า  “ครูกานต์-กานต์ จั่นทอง” อดีตผู้เข้าประกวด เคพีเอ็น อวอร์ด ปี 2542 สามารถคว้าโอกาสครั้งที่ 2 ในตำแหน่ง นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 “เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น (KPN AWARD 25th The Battle Returns)” คว้าถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวทีหนึ่งเดียวของประเทศไทย พร้อมเงินรางวัล 1 ล้านบาท และรถยนต์นิสสัน เทียน่า กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2559 ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น ในที่สุดก็เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ The Grand Finale กับ 4 ผู้เข้าแข่งขันสุดท้าย KPN 1 ครูกานต์-กานต์ จั่นทอง, KPN 3 จอย-สุภาพรรณ เสาวดี, KPN 6 ดีเจ.ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร และ KPN 7 เอก-เอกกมล บุญโพธิ์ทอง เปิดเวทีด้วยโชว์พิเศษจาก อาจารย์เด่น อยู่ประเสริฐ 1 ในคณะกรรมการตัดสิน ร่วมทำการแสดงโดย เพียว-เอกพันธ์ วรรณสุทธิ นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2553“ เคพีเอ็น อวอร์ด ปี 2010 ในเพลง “Somewhere over the rainbow” ซึ่งโชว์นี้ก็ทำให้คนดูในฮอลล์ประทับใจในลีลาการบรรเลงเปียโนของอาจารย์เด่น ที่เข้ากันได้ดีกับสุดยอดพลังเสียงอย่าง เพียว สมกับเป็นโชว์เปิดเวทีในรอบชิงชนะเลิศ The Grand Finale เปิดการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 คนแรกด้วย KPN 1 ครูกานต์ ในเพลง “แม่” ต่อด้วยเพลง “Rise Like a Phoenix” ตามด้วย KPN 7 เอก ร้องเพลง “เรา” และเพลง “Highway Star” ถัดมาเป็น KPN 3 จอย ในเพลง “นาทีสุดท้าย” ส่วนเพลงสากลร้องเพลง “Deja Vu” สุดท้าย KPN 6 ดีเจ.ดาว ร้องเพลง “ล่า” ปิดโชว์ด้วยเพลง “Let It Go” ซึ่งแต่ละคนก็ทำโชว์ออกมาได้ดีและโดดเด่นในแบบฉบับของตัวเอง ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลพิเศษ “Lifetime Achievement Award” รางวัลเกียรติยศแห่งความภูมิใจผู้ประสบความสำเร็จจากเวทีเคพีเอ็น อวอร์ด โดย คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ประจำปี 2559 ให้กับนักร้องหญิง “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ท่ามกลางเสียงปรบมือร่วมแสดงความยินดีจากผู้ชมในฮอลล์ เมื่อถึงวินาทีที่สำคัญ 2 พิธีกร บอย-พิษณุ นิ่มสุวรรณ และ ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ประกาศผู้ที่คว้าโอกาสครั้งที่ 2 ได้ ในตำแหน่งนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 ได้แก่ “ครูกานต์-กานต์ จั่นทอง” ที่ใช้น้ำเสียงและความสามารถชนะใจกรรมการ และได้คะแนนโหวตเป็นอันดับ 1 คว้าเงินรางวัล 1 ล้านบาท และ รถยนต์นิสสัน เทียน่า ไปครอง โดยเส้นทางการแข่งขันของครูกานต์ที่ผ่านมาทั้ง 4 รอบ ถือว่าทำโชว์ออกมาได้ดีตลอด โดยรอบแรกของการแข่งขัน กับโจทย์เพลงที่แสดงความเป็นตัวเอง ครูกานต์ เลือกเพลง “บัลลังก์เมฆ” มาโชว์ จากนั้นรอบสอง กับโจทย์เพลงที่เคยร้องบนเวทีประกวด โชว์เพลง “ชีวิตบัดซบ” เข้าสู่รอบสาม กับโจทย์ ดูเอ็ท (Duet) รอบนี้ ครูกานต์ จับคู่ร้องเพลงกับ ครูก้อย- ชิดชนก มัญชุรัตน์ ในเพลง “Skyfall” และรอบรองชนะเลิศ กับโจทย์ แบทเทิล (Battle) ครูกานต์ เลือกเพลง “กลกามแห่งความรัก” มาแบทเทิล กับ ครูก้อย ที่เลือกเพลง “ผิดไปแล้ว” ซึ่งในรอบ แบทเทิล (Battle) นี้ครูกานต์ชนะครูก้อย ไปด้วยคะแนน 61.66 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 38.34 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และสุดท้ายคว้าตำแหน่งนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 “เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น (KPN AWARD 25th The Battle Returns)” ในวันนี้ ครูกานต์ กล่าวถึงความรู้สึกในการคว้าโอกาส ครั้งที่ 2 ได้ ว่า “ดีใจมากครับ ความรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ แบบแม่เจ้าไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ เพราะคู่แข่งเป็นเด็ก แล้วอายุน้อยกว่าเรา อีกอย่างเราเป็นครูสอนร้องเพลง แต่ได้โอกาสมาแข่งร้องเพลงและได้ที่ 1 ด้วย เวที เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 ทำให้เราได้เจอมิตรภาพดีๆ แล้วทำให้เราได้มองย้อนกลับไปเมื่อครั้งเคยเป็นกรรมการตัดสินประกวดร้องเพลงว่าต่อไปนี้ ถ้าได้เป็นกรรมการเราต้องตั้งใจให้ดี เพราะมันคือการตัดสินคนคนหนึ่งเลยนะ” “ครูกานต์-กานต์ จั่นทอง” เกิดวันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2515 ปัจจุบันอายุ 44 เป็นครูสอนร้องเพลง ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินดังหลายๆ คน เช่น กอล์ฟ-ไมค์, ขนมจีน, โฟร์-มด, ณัฐ ศักดาทร และศิลปินมีชื่อเสียงอีกมากมาย ปัจจุบันเปิดโรงเรียนสอนร้องเพลง E.B.O. Voice Studio มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

100 เมนูอาหารที่เหมาะกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
อาหารตามธาตุ /  โหงวเฮ้ง

การรับประทานอาหารตามธาตุ จะทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และส่งผลให้โหงวเฮ้งเราดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อโหงวเฮ้งเราดี ก็จะทำให้เราทำอะไรก็ราบรื่น ประสบผลสำเร็จ เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 อยู่ในร่างกาย แต่จะมีลักษณะเด่นเพียงหนึ่งธาตุ ถ้ารู้จักตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลเพื่อรับมือกับความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นในแต่ละช่วง ฤดูกาลต่างๆ ก็ควรมีการปรับธาตุของร่างกายให้สมดุลกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย ด้วยอาหารการกิน ผู้ที่เกิด ธาตุดิน คือ… ราศีพฤษภ 14 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน ราศีกันย์ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม ราศีมังกร 14 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ คนที่มีธาตุดิน เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น เยือกเย็น อดทน เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า รักการประนีประนอม จึงเหมาะกับการทำงานประจำ คนธาตุนี้มักชอบกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นคนผิวเย็น ควรออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดความเฉื่อยชา และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผสไม้ที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เช่น หัวปลี กะหล่ำปลี ผักกะเฉด ถั่วพู เผือก มัน แห้ว มะพร้าว ถั่วลิสง งาดำ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า ตัวอย่างอาหารคาว : ถั่วงอกผัดเต้าหู้ ข้าวซอยไก่ แกงจืดเต้าหู้ ยำถั่วพู ตัวอย่างอาหารหวาน : ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฟักทองนึ่ง มะพร้าวขูด กล้วยบวชชี ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโมง น้ำเต้าหู้ ตัวอย่างผลไม้ : ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไย ผู้ที่เกิด ธาตุน้ำ คือ… ราศรีกรกฎ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม ราศีพิจิก 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม ราศีมีน 14 มีนาคม – 12 เมษายน คนที่มีธาตุน้ำ เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างสมส่วน ท้วมถึงอ้วน ผิวพรรณสดใส อารมณ์เย็น ความ จำดี นุ่มนวล มักจะเก็บความรู้สึกได้ดี มีความสงบ มีอารมณ์อ่อนไหว เชื่อในเรื่องโชคชะตา และพรหมลิขิต มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง ทำให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนๆ และควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ยอดมะขามอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารรสมันจัด เพราะอ้วนง่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ข้าวคลุกกะปิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ต้มยำไก่ฝบมะขามอ่อน น้ำพริกมะขามสด ตัวอย่างอาหารหวาน : กระท้อนลอยแก้ว สับปะรดลอยแก้ว ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบ น้ำระกำ น้ำสับปะรด ตัวอย่างผลไม้ : สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะเฟือง ลางสาด มะม่วงดิบ ผู้ที่เกิด ธาตุลม คือ… ราศรีกรกฎ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม ราศีตุลย์ 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม คนที่มีธาตุลม เป็นธาตุเจ้าเรือน จะมีรูปร่างโปร่ง ผอมบาง คิดเร็ว พูดเร็ว ทำอะไรเร็ว คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ช่างพูด ขี้หนาว อารมณ์หวั่นไหวง่าย ไม่ชอบทำงานประจำ มีความคิดสร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่น ปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย สภาพผิวแห้งง่าย ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานเร็วผิดปกติ จึงทำให้มีรูปร่างค่อนข้างผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน นอนไม่ค่อยหลับ  เป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีหลักเกณฑ์ และจะยึดความถูกต้องของเหตุและผล ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่อคติกับใคร และควรดูแลสุขภาพด้วย การรับประทานผักและผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น พริก ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา  กะเพรา กระชาย หอม กระเทียม ขมิ้น ขึ้นฉ่าย ตัวอย่างอาหารคาว : ผัดผักบุ้งไฟแดง โจ๊กหมูใส่ขิง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ แกงเลียง ปลาทอดราดพริก ตัวอย่างอาหารหวาน : เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง มันต้มน้ำตาลใส่ขิง ขนมเทียนไส้เค็ม ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำขิง น้ำตะไคร้ ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม แตงไทย ผู้ที่เกิด ธาตุไฟ คือ… ราศรีเมษ 13 เมษายน – 13 พฤษภาคม ราศีสิงห์ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน ราศีธนู 16 ธันวาคม – 13 มกราคม คนที่มีธาตุไฟ เป็นธาตุเจ้าเรือน มักขี้ร้อน เคลื่อนไหวเร็ว อารมณ์ร้อน หิว บ่อย กินเก่ง มีแนวโน้มที่จะเป็นคนอ้วนได้ มักตัดสินใจเร็ว กระตือรือร้น มีความจริงจัง ชอบวางแผนและชอบการแข่งขัน จึงทำให้เป็นคนมีระเบียบแบบแผน ขาดความอดทนและชอบทำตัวเป็นผู้นำ เป็นคนมองโลกในแง่ดี และควร ดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักและผลไม้ทีมีรสขม รสเย็น รสจืด เช่น สะเดา มะระ มะเขือพวง บวบ ตำลึง แค  แตงโม แตงกวา ผักบุ้ง บัวบก ขี้เหล็ก หัวผักกาด ฟักทอง คะน้า และหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน ตัวอย่างอาหารคาว : ซุปรากบัวเห็ดหอม ตุ๋นมะระ ต้มจับฉ่าย แกงขี้เหล็ก ห่อหมกใบยอ แกงจืดตำลึงหมู ตัวอย่างอาหารหวาน : เฉาก๊วย รากบัวต้ม เต้าฮวย ฟรุ๊ตสลัด ตัวอย่างเครื่องดื่ม : น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูม น้ำแตงโม ตัวอย่างผลไม้ : ชมพู่ แตงโม มะละกอ แตงไทย ลูกตาลอ่อน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

คนรุ่นใหม่ควรรู้! มาเตรียมของไป รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ กันเถอะ
รดนำดำหัว /  รดน้ำ / 

สงกรานต์ทั้งที จะมัวแต่ไปเล่นน้ำอย่างเดียวก็ดูจะไม่อนุรักษ์ความเป็นไทยสักเท่าไหร่ ถึงจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ก็ต้องอย่าลืมสิ่งดีงามดั้งเดิมของประเพณีไทยกันด้วยนะคะ นอกจากจะได้พรและสิริมงคลแล้ว ผู้ใหญ่จะรักและเอ็นดูคุณมากๆ เลยล่ะ สำหรับสิ่งที่ต้องเตรียมไปในการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ได้แก่ 1. น้ำอบไทย น้ำหอม หรือน้ำส้มป่อย เพื่อนำไปผสมกับน้ำที่จะนำไปรดน้ำผู้ใหญ่ 2. เตรียมดอกมะลิ ดอกกุหลาบ หรือดอกไม้อื่นๆ ที่ปลูกอยู่ในบ้านก็ได้ 3. ขันเงินหรือขันทองเหลือง พานข้าวตอก ดอกไม้ และธูปเทียน 4. ข้อสุดท้าย คือ เตรียมผ้าตัดเสื้อ ผ้านุ่ง ผ้าห่มผืนใหม่ หรือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อมอบให้แก่ผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ไทย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ว้าววว!!! วาวววา สวยแซบได้อีก อวดร่างรับลมร้อน ฮอตฉ่า!!!
สลัดผ้า /  วาววา / 

แซบไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เลยเจ้าค้าาา สำหรับนางเอกหน้าหวานมาดแบ๊วอย่าง วาววา ณิชารีย์ ล่าสุดสลัดความหวานสวมโหมดสาวเซ็กซี่ร้อนฉ่า เมื่อเจ้าตัวปล่อยภาพแฟชั่นแซบๆ ที่ถ่ายขึ้นปกให้กับนิตยสารชื่อดังออกมาให้หนุ่มๆ ได้ตาลุกวาวกัน โดยงานนี้ได้ช่างภาพฝีมือขึ้นเทพอย่าง พี่ใหญ่ อมาตย์ รัวชัตเตอร์ให้ซะด้วย ว้าวๆๆๆ บอกเลยว่าแซบจริงอะไรจริง เพราะที่ผ่านมาประชาชีจะเห็นคุณเธอในมาดนางเอกหน้าหวาน สวยๆ ใสๆ แม้จะมีข่าวลบๆ ติดตัวอยู่บ้างก็เถอะ แต่เจ้าหล่อนก็ยังมีลุคเป็นนางเอกสวยหวานอยู่ดี มาวันนี้สลัดผ้าอวดบอดี้เฟิร์มๆ รับลมร้อนให้เห็นกัน เลยกลายภาพที่น่ามองของใครหลายๆ คน เรียกว่าร้อนฉ่า ฮอตเวอร์ชนิดที่อากาศช่วงซัมเมอร์ยังต้องยอมยกธงขาว เอ้า!!! เผยลุคแซบๆ ให้ได้เห็นกันเยี่ยงนี้ ถูกใจประชาชีกันบ้างไหมเอ่ย หุหุ วาววา ณิชารีย์ วาววา ณิชารีย์ วาววา ณิชารีย์ วาววา ณิชารีย์ ขอบคุณรูปภาพจาก IG @wawwa_nc @amatyai

เจนี่ มองเป็นเรื่องเซนซิทีฟ!! หญิง รฐา เอ่ยชื่อร่วมแฉ ใหม่ ดาวิกา
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  หญิง รฐา / 

ยังคงเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในขณะนี้ สำหรับกรณีดีไซเนอร์ตัวท็อปของไทยส่งไอคอนสตรอเบอร์รี่ให้นางเอกพันล้าน ใหม่ ดาวิกา โดยงานนี้มีนักแสดงสาว หญิง รฐา คอมเม้นท์ร่วมวงแฉด้วย แถมยังเอ่ยชื่อเพื่อนซี้อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ให้ไปเล่าต่อ!! ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวเจนี่ ในงานแถลงข่าว "GIT World's Jewelry Design Awards 2016" เจ้าตัวขอไม่ตอบและแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะไม่เกี่ยวกับตนเองและมองเป็นเรื่องเซนซิทีฟ!! "มีข่าวว่าพี่กึ้งพา ซง จุงกิ มาไทยเพื่อเอาใจเจนี่ เอาจริงๆ มั้ยพี่ เจนี่ไม่เคยดูซีรี่ย์นี้เลยอ่ะ มีข่าวนี้ก็ไม่งงหรอกค่ะ ด้วยความที่อะไรคุณกึ้ง ก็ต้องอะไรก็เจนแบบนี้ คนเลยคิดว่าเพราะเจนี่ชอบหรือเปล่า วันนั้นไม่ได้ไปค่ะ ไม่ใช่ไม่ชื่นชอบ แต่เจนี่ยังไม่ได้ดูซีรี่ส์ เลยยังไม่รู้ว่าจะชอบหรือยังไม่ชอบ พี่กึ้งก็ไม่ได้ชวน เพราะตอนพี่กึ้งบอกจะเอามา เจนถามว่าใครเหรอ (หัวเราะ) คือถ้าเป็นลีโอนาร์โดจะไปรับถึงอเมริกาเลยค่ะ (หัวเราะ)" "กระแสเค้าฮอตมากในไทย แต่ไม่ใช่สเป็กอ่ะ คือเจนี่ไม่ได้ดูซีรี่ส์ สเป็กเจนี่ชอบฝรั่งค่ะ เพื่อนก็มีมาขอบัตร แต่เจนี่ก็ไม่รู้จักเลย ก็ไม่รู้จะพูดยังไง ก็มีคนเข้ามาดราม่าว่าไม่ได้บัตรนู้นนี่นั่น เจนก็บอกเจนก็ไม่ได้บัตร และไม่ได้ไปเลย ไม่ได้ไปรับ ไม่ได้ไปส่ง ไม่ได้ไปดู ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ บางกระแสบอกเราไม่กล้าโพสต์รูปคู่เพราะกลัวแฟนคลับดราม่า คือตอนนั้นหนูอยู่นิวยอร์ก ถ่ายเมเบลลีน ไม่มีไม่กล้าโพสต์รูป ถ้าเป็นคนที่เราชอบเราก็ต้องโพสต์อยู่แล้วเป็นปกติค่ะ แต่เจนไม่ได้ดูซีรี่ส์ ก็เลยไม่รู้จัก ก็เชยนิดนึงค่ะ" "มีคนเห็นเราไปกระบี่กับพี่กึ้งมา ไม่ได้ไปค่ะ เจนี่ไปถ่ายแบบ พี่กึ้งไม่ได้ไปค่ะ ช่วงนี้ก็มีเวลาเจอกันบ้าง ความสัมพันธ์ปกติ ไม่ได้พัฒนา ก็เราโตแล้ว เราไปแบบปกติไม่ได้มีอะไรหวือหวา ตอนนี้ทำงาน งานมันถล่มเจนี่จนไม่ได้มานั่งโฟกัสอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า เรื่องงานเป็นเรื่องที่เค้าต้องเข้าใจได้นะ" "อีกเรื่องที่หญิงโยงกับ ใหม่ ดาวิกา ไม่พูดเรื่องคนอื่นเนอะ เจนี่ขอตอบเลยดีกว่าว่ามันไม่เกี่ยวกับเจนี่ค่ะ หญิงแท็กมาทำไมเหรอ เจนี่ว่าเรื่องนี้มันเซ็นซิทีฟค่ะ อะไรที่ไม่เกี่ยวกับเจนี่ อย่าให้เจนี่ต้องตอบเลยดีกว่าค่ะ อะไรที่เป็นเรื่องของเจนี่เราก็ต้องรับผิดชอบเรื่องของเราค่ะ อะไรๆ ก็เจนี่ (หัวเราะ)" เจนี่ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @davikah และเพจใต้เตียงดารา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หญิง เอ่ยชื่อร่วมแฉ ใหม่ ดาวิกา

แอบส่องอดีตเบ้าหน้า10นางเอกซุปตาร์ของไทยใครเปลี่ยนไปบ้าง!!
เบ้าหน้า /  ซุปตาร์ / 

เรื่องของความสวยนี่คงไม่มีใครกล้าออกมาปฏิเสธว่าไม่อยากสวยหรอกจริงมะ เพราะบางคนก็ยอมขึ้นเขียงผ่าตัดทำศัลยกรรมให้ออกมาดูดี เหมือนกับดารา แหม... แต่ดาราบางคนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องขึ้นเขียงทำศัลยกรรมกันมาหลายรอบเหมือนกัน แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็ต้องมีพื้นเบ้าหน้าที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่บ้าง กว่าจะมาได้ถึงจุดนี้ มาส่องกันดูดีกว่าว่าบรรดานางเอกซุปตาร์ของเราแต่ละนางใครเปลี่ยนใครไม่เปลี่ยนบ้าง อั้ม พัชราภา มีสาวๆ ในประเทศจำนวนไม่น้อย อยากจะก๊อปปี้ความสวยให้เหมือนกับซุปตาร์อย่างอั้ม พัชราภา ด้วยกันทั้งนั้น เพราะไม่ว่าอั้มจะทำอะไรนางก็ดูเซ็กซี่ไปซะทุกท่วงท่า แหม..ขนาดยืนเฉยๆ ยังสวยสง่าตรงนี้คงไม่มีใครกล้าเถียงเนอะ ชมพู่ อารยา เจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า อย่างชมพู่ อารยา ด้วยต้นทุนที่เป็นลูกครึ่ง แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว แค่สาวชมควบคุมน้ำหนักไม่ให้กลับไปอวบอ้วนเหมือนเมื่อก่อนเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะสาวชมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าไหร่ ใหม่ ดาวิกา เรียกว่าเป็นนางเอกซุปตาร์ที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ก็ว่าได้ จนมีคนหมั่นไส้เยอะที่สุดในตอนนี้ สำหรับใหม่ ดาวิกา เพราะนางแรงชนะเริ่ดไปซะทุกเรื่อง หลายคนสงสัยว่านางไปทำอะไรมาถึงได้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากตอนที่เข้าวงการมาใหม่ๆ ยังกับคนละคน นุ่น วรนุช ไม่ว่าใครจะทำอะไรมาแต่สำหรับคุณนายนุ่น วรนุช ก็ยังสวยใสเหมือนเดิม ที่ต่างจากเดิมคือประสบการณ์การทำงานในวงการ หลายคนอาจจะมองว่าสาวนุ่นมีหน้าที่เปลี่ยนไป แต่ถ้ามองกันชัดๆ ก็จะเห็นว่าสาวนุ่นไม่ได้มีใบหน้าที่แตกต่างเมื่อก่อนนะ แพนเค้ก เขมนิจ เรียกว่าสำเนาถูกต้องมากสำหรับสาวแพนเค้ก เขมนิจ เพราะถ้าเทียบกับหน้าของคุณแม่หน่อย ของเธอแล้วล่ะก็คงไม่มีใครกล้าเถียงว่าแม่ลูกคู่นี้เหมือนกันสุดๆ เพียงแค่ปัจจุบันหน้าของสาวแพนนางไม่บวมเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้นเอง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ กว่าจะมาเป็นสาวมั่นขวัญใจของหนุ่มกึ้ง เฉลิมชัย อย่างทุกวันนี้สาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ก็ผ่านอะไรมาเยอะเหลือเกิน กว่านางจะฟิตและเฟิร์มหุ่นให้น่าเซี๊ยะได้ขนาดนี้ เพราะคงไม่มีใครเถียงหรอกว่าสาวเจนี่คนนี้นี่แหละเป็นผู้นำเทรนด์สาวๆในการออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ เรียกว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงสำหรับสาวปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ อดีตนางงามสาวมั่น ก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันนางจะจำหน้าเดิมของตัวเองได้หรือเปล่า แหม...แต่ที่แน่ๆ สวยเก่งอย่างสาวปุ๊กลุ๊กจะไปแคร์ทำไมจริงมะ เพราะเป็นผู้หญิงต้องอย่าหยุดสวย มิน พีชญา เป็นอีกหนึ่งซุปตาร์ที่เข้าวงการมาแล้วมีหลายคนทักว่าใบหน้าดันไปละม้ายกับนางเอกซุปตาร์ตัวแม่อย่างคุณนายอั้ม พัชราภา สำหรับสาวมิน พีชญา แต่ความสามารถและฝีมือด้านการแสดงของเธอก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสาวมิน ไม่ได้ก๊อปใครมาจริงๆ พีค ภัทรศยา ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานขนาดไหน เจ่อมหาเสน่ห์ก็ยังคงเป็นฉายาของนางเอกอย่างพีค ภัทรศยา เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นคือเซ็กซี่ และความน่ารักที่นับวันยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ไม่เชื่อก็ลองถามอดีตคนเคยรักอย่างหนุ่มเต๋อ ฉันทวิชช์ ดูได้เลย เกรซ กาญจน์เกล้า ถึงกับอึ้งกันเลยทีเดียวเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของนางเอกสาวขาวโอโม่อย่างสาวเกรซ กาญจน์เกล้า ขวัญใจของบรรดาไฮโซหนุ่ม ต้องบอกว่านางมาไกลใช่ย่อย แต่ใช่ว่าเมื่อก่อนนางจะไม่สวย เพราะถ้าไม่สวยคงไม่ได้ตำแหน่งมิสทีนไทยแลนด์ปี47 หรอกจริงมะ

ร้านเทียนชัยอะไหล่ยนต์

จำหน่ายอะไหล่รถยนต์แท้ : TOYOTA HONDA MAZDA BENZ BMW IZUSU ฯลฯ

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพุธที่ 4 เมษายน 2559
ราชดำเนิน /  วันพุธที่ 4 เมษายน 2559 / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพุธที่ 4 เมษายน 2559 ศึกวันทรงชัย เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. ดาบธง พุ่มพันธุ์ม่วง  Vs  แสงตะวัน ช.ห้าพยัคฆ์ 2. กุมารทอง ช.ห้าพยัคฆ์พยัคฆ์  Vs  ร่มเกล้า ศักดิ์ชัยโชติ 3. โดมทอง ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม  Vs  สรรเพชร นำแสงก่อสร้าง 4. เสือใหญ่ ช.ห้าพยัคฆ์  Vs  เพชรพะงัน ส.สุขสม 5. แสนทนง ต.ศิลาชัย   Vs  เพชรนรินทร์ ป.เป็กโก้ 6. ฤทธิ์ จิตรเมืองนนท์  Vs  ทวีทรัพย์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ 7. ปืนกล ต.สุรัตน์  Vs  ร้อยเชิง จ.จ้อยนาทวี 8. แดนพิชิต เอกบางไทร  Vs  คนคร เกียรติพลทิพย์ 9. พิชิตมาร ศิษย์ประกายฟ้า  Vs  โชคพิชิต ส.เทียนชัย ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

4 กิจกรรม เสริมสิริมงคล ในวันมหาสงกรานต์
วันสงกรานต์ /  เรื่องน่ารู้

เทศกาลสงกรานต์ หลายคนต่างวางแผนจะไปเล่นน้ำให้สะใจกันที่ไหนดี จนลืมนึกถึงความหมายที่แท้จริง และประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามในวันสงกรานต์ของเราเอง ก่อนจะถึงเวลาแห่งความสนุกสนานคลายร้อนกันนั้น วันนี้ Travel MThai ขอแนะ 4 กิจกรรมดี ในวันมหาสงกรานต์ เพื่อให้สมาชิกได้ลองไปปฏิบัติกัน นอกจากเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตแล้ว ยังเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของเราเองด้วยนะ 4 กิจกรรม เสริมสิริมงคล ในวันมหาสงกรานต์ ทำบุญตักบาตร เริ่มวันมหาสงกรานต์ ผู้คนจะลุกขึ้นมาตอนเช้า เพื่อที่จะจัดเตรียมอาหาร ไปตักบาตรถวายพระ พอจัดเตรียมอาหารเสร็จก็จะบรรจงลงภาชนะมีถ้วยโถโอชามที่สวยงาม แล้วเอาวางเรียงลงในถาด เพื่อนำไปทำบุญตักบาตร และเลี้ยงพระประจำหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เรา ส่วนเรื่องการแต่งตัว จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดสวยงามมิดชิด ให้เหมาะแก่การไปวัด ก่อพระเจดีย์ทราย ในสมัยก่อนทีเรื่องเล่าขานกันว่า ทุกคนเมื่อเข้าวัดมาแล้วเวลาเดินออกจากวัด จะมีเม็ดทรายติดเท้าออกไปด้วยเพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการเติมเต็ม จึงมีการขนทรายเข้าวัด หรือการก่อพระเจดีย์ทรายนั้นเอง แต่ถึงอย่างไรแล้วการก่อพระ เจดีย์ทรายก็เป็นเพียงกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกันทำ เพราะตอนเย็นๆ ชาวบ้านก็จะพากันไปที่ท่าน้ำแล้วขนทรายกันมาคนละถัง เพื่อนำทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ นั่นถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่จะให้ผู้คนมีความสามัคคีกลมเกลียวกัน การทำบุญอัฐิ เป็นเรื่องที่นิยมทำแบบนิมนต์พระ ชักบังสุกุลอัฐิของญาติที่ล่วงลับไปแล้ว แล้วอุทิศส่วนกุศลให้ โดยนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หรือถ้าไม่มีอัฐิจะเขียนชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก็ได้ เมื่อบังสุกุลแล้วก็เผากระดาษแผ่นนั้นเสีย เหมือนเผาศพ การทำบุญอัฐิจะทำในวันไหนก็ได้สุดแต่จะนัดหมายกัน แต่ส่วนมากนิยมทำกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สรงน้ำ รดน้ำ และสาดน้ำ การสรงน้ำพระพุทธรูป มีดอกไม้ ธูปเทียน ไปบูชา แล้วเอาน้ำอบไปประพรมที่องค์พระ ทำเป็นสังเขปพอเป็นพิธีว่าได้แสดงความเคารพบูชา และสรงน้ำท่านในวันขึ้นปีใหม่แล้ว เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปมา ก็มีการแห่แหนกันอย่างสนุกสนาน สรงน้ำพระพุทธรูปแล้วก็มีการสรงน้ำพระสงฆ์ โดยส่วนมากมักเป็นสมภารเจ้าวัดเป็นการสรงน้ำจริงๆ สรงเสร็จครองไตรจีวรใหม่ที่อุบาสกอุบาสิกานำมาถวาย พระท่านก็ขึ้นธรรมาสน์เทศน์อำนวยพรปีใหม่ ให้แก่ผู้ที่ไปสรงน้ำ นอกจากนี้ยังมีการ รดน้ำญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อขอศีลขอพรตามประเพณีของไทยเรา ข้อมูลและภาพ : dmc.tv / donationthailand.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

จางฮุ่ยเม่ย รวมพลังชาวสีรุ้งร้อนระอุ! ในคอนเสิร์ตที่เมืองไทย
A-MEI /  A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour / 

จางฮุ่ยเม่ย ดีว่าสาวแห่งเกาะไต้หวันโชว์พลังเสียงเต็มอิ่มกว่า 34 เพลง รวมพลัง 'ชาวสีรุ้ง' ร้อนระอุ! ร้อง-เต้น-แดนซ์กระจาย!!! พร้อมแขกรับเชิญสุดหล่อ หวงจิ่งอวี๋ พระเอกหนุ่มจากซีรี่ส์ Addicted & Heroin เปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับงานคอนเสิร์ต จางฮุ่ยเม่ย A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour ของซุป’ตาร์ดีว่าสาวแห่งเกาะไต้หวัน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อค่ำคืนวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ในบรรยากาศส่งท้ายวันสงกรานต์... เพื่อให้สมกับการมาเปิดการแสดงครั้งแรกในเมืองไทย งานนี้ อาเม่ย เจ้าของฉายา 'มาดอนน่าแห่งเกาะไต้หวัน' เลยขนเพลงฮิตทั้งเก่าใหม่แถมเพลงพิเศษที่โชว์เฉพาะในคอนเสิร์ตที่เมืองไทยมาเอาใจแฟนๆ ด้วยการร้องสดถึง 34 เพลง! พร้อมยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยแขกรับเชิญสุดหล่อ หวงจิ่งอวี๋ จากเว็บซีรี่ส์ Addicted & Heroin ซึ่งถูกใจทั้งแฟนชาวไทย-ชาวจีน ทำเอานั่งไม่ติดเก้าอี้ทั้งเต้นทั้งกระโดดจนฮอลล์สะเทือน ร้อนระอุตลอด 3 ชั่วโมง!!! อาเม่ย เปิดตัวคอนเสิร์ตในมาดของ Amit ร็อคเกอร์สาวกับเพลงร็อคหนักๆ จ้านจือจี้(Fighting Ceremony) จากอัลบั้มใหม่ล่าสุด Amit 2015 ต่อด้วยเพลง ไคเหมินเจี้ยนซาน(Straightforward) และเพลงรักเจ็บๆ เอาคืนแบบตาต่อตา-ฟันต่อฟัน อย่างเพลง เฮยชือเฮย(Double Cross) ทั้งสองเพลงจากอัลบั้ม Amit 2009 ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมที่งานนี้มีทั้งชายจริงหญิงแท้ และชาวสีรุ้งซึ่งมาร่วมชมมากกว่า 70% เครื่องร้อนกันขึ้นมาภายในพริบตา ทั้งร้องเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยง ทำเอา อาเม่ย นักร้องเสียงดีคนนี้เอ่ยปากว่า "เพิ่งเริ่มคอนเสิร์ต แต่พวกคุณก็ High กันได้ขนาดนี้ พวกคุณนี่เกินไปจริงๆ นะ" เรียกเสียงฮาครืนเลยทีเดียว จากนั้น อาเม่ย ก็กล่าวทักทายกับผู้ชมครั้งแรกด้วยภาษาไทยว่า "สวัสดีค่ะ ฉันคืออาเม่ย... คอนเสิร์ตรอบนี้เป็นรอบที่ 40 ของ A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนอาจจะเคยได้เห็นการแสดงจากที่อื่นๆ มาแล้ว แต่ทุกท่านคะ วันนี้เราอยู่ที่กรุงเทพฯ กันเชียวนะ!!!" อาเม่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ซึ่งเธอเคยเปิดใจก่อนมาแสดงคอนเสิร์ตว่า เธอชอบเมืองไทยมากเลยมาเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง และใฝ่ฝันว่าอยากมาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ แต่กระนั้นเธอก็อดสงสัยไม่ได้ถึงกับเอ่ยปากถามว่า "ฉันได้ยินมาว่ามีหลายคนมาจากต่างประเทศ เลยอยากรู้ว่าในนี้มีคนไทยบ้างไหมคะ? หรือคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยบ้างไหมคะ" ปรากฏว่าก็มีคนยกมือกันไม่น้อยทีเดียว เธอก็ยังถามย้ำต่อว่า "แน่ใจนะ จริงๆ นะ ขอบคุณมากๆเลย" อาเม่ย ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งของการแสดงเธอจึงบอกให้ผู้ชมทุกคนปลดปล่อยกันให้เต็มเหนี่ยวไม่ต้องเหนียมอาย "ฉันอยากให้คิดว่านี่เป็นคอนเสิร์ตของทุกคน เป็นปาร์ตี้ที่ทุกคนมาสังสรรค์กัน" แถมย้ำตลอดการแสดงว่า "คอนเสิร์ตเพิ่งเริ่มเองและยังมีอีกยาวมาก ทุกคนไหวกันหรือเปล่า?" ไม่ว่าจะร้องจะเต้นกี่เพลงก็ดูเหมือนคอนเสิร์ตจะเพิ่งเริ่มอยู่อย่างนั้น เพราะทุกคนทั้งร้องเต้นปล่อยของอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ด้าน อาเม่ย ก็คุยเล่นเฮฮากับแฟนๆ เหมือนกับรู้จักกันมาแสนนาน ด้วยความน่ารักและเป็นกันเองที่เป็นนิสัยส่วนตัวของเธอจนทำให้เธอลืมตัวบ่อยๆ "ซักเดี๋ยวพออาเม่ยออกมาค่อยมาคุยกับทุกคนอีกเยอะๆ นะ พวกคุณก็รู้ฉันเป็นคนหยุดคุยไม่ได้(หัวเราะขำ) แต่ตอนนี้ฉันต้องมาในมาด Amit ซึ่งจะต้องเข้มๆ หน่อย ถึงแม้ว่าอยากจะคุยกับทุกคน แต่กลัวว่าจะไปทำให้ทุกคนไปต่อที่อื่นกันไม่ได้ก็ขอเบรกโชว์ต่อนะ" หลังจากนั้นทั้งมาดดีว่าสาว 'อาเม่ย' และร็อกเกอร์มาดเข้ม 'Amit' ก็ผลัดกันออกมาสร้างความสนุกให้กับแฟนๆ ทั้งในเพลงรักซึ้ง เพลงเต้นมันๆ และเพลงร็อกหนักๆ ตั้งแต่ หนี่เสี่ยงก้านเสินเมอ(What D’ya Want?) ที่มีเสียงแฟนๆ ร้องรับส่งกันกับอาเม่ยตลอดเพลง ตามด้วยเพลง Jamaican Betel Nut ที่ทำให้แฟนลุกขึ้นมากระโดดด้วยท่อนฮุคมันๆ ว่า "Get up! stand up! Get up! stand up!" ตามติดด้วยเพลง เสี่ยซิงอ้ายฉิงกู้ซื่อ(A bloody love story) เพลงที่เปรียบเทียบความรักที่เจ็บปวดราวกับว่าคนรักได้กินเลือดกินเนื้อจากร่างกายที่บอบช้ำและเดียวดาย เธอเลยขอให้ได้เขียนนิยายสยองขวัญให้กับเขาบ้าง แล้วตามด้วยเพลงจังหวะสนุกๆ มันๆ อีกหลายเพลง อาทิ เที่ยวจิ้นหลาย(Jump in), หนี่ไจ้ค่านหว่อมะ(Are you watching me), A จี๋-อวี๋เล่อ(First class entertainment) และ Victoria's Secret ก่อนมาพักเบรคกับบทเพลงรักซึ้งๆ เพียนจื๋อเมี้ยน(Faces of Paranoia) ต่อด้วยเพลง เตี๊ยวเลอ(Disappear) เพลงรักเศร้าๆ จากอัลบั้มชุด Amit ซึ่งในเพลงนี้แฟนๆ ช่วยกันร้องตามกันดังสนั่นฮอลล์ เช่นเดียวกับเพลง หว่อจุ้ยชินอ้ายเตอ(My dearest) เพลงซึ้งๆ จังหวะช้าๆ ก็ร้องตามได้กระหึ่มไม่น้อยหน้าเช่นกัน แล้วก็มาถึงเพลงเมดเล่ย์ ที่ช่วงนี้ อาเม่ย จะนำบทเพลงที่สร้างชื่อและเพลงฮิตตั้งแต่เธอเข้าวงการมาจนถึงปัจจุบันมาร้อง "ต่อไปเราจะมาร้องเพลงที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว และถ้ากล้องไปจับที่ใครให้ทุกคนอ้าปากร้องกว้างๆ นะคะ ต่อให้ร้องไม่ได้ก็ให้อ้าปากร้องกว้างๆ เอาไว้ก่อน แต่ถ้าบังเอิญถ่ายแล้วไม่อ้าปากกันก็ต้องหันหน้าหลบนะคะ... เอาล่ะค่ะ ฉันไม่พูดแล้ว ไม่งั้นจะพูดไม่จบซักที ฉันไม่บอกว่าเพลงอะไรนะคะ ลองร้องตามกันดูนะคะ" เริ่มต้นด้วยเพลงซึ้งๆ หว่อเขออี่เป้าหนี่มะ(Could I hold you), เจี่ยนอ้าย(Cut love), ทิงไห่(Listen to the sea), เจี่ยทัว(Relief), หรูกั๋วหนี่เหย่ทิงซัว(Have you heard lately?), จี้เต๋อ(Remember), ฟาซาว(Fever), หย่งหย่วนเตอไคว้เลอ(Forever happiness), เพลงสนุกๆ ภาษาฮกเกี้ยน อย่าง ห่าวต่านหนี่จิ้วหลาย (Bold for my love), Bad boy เพลงแดนซ์มันๆ ชื่อเดียวกับอัลบั้มชุดที่สองในชีวิตของเธอที่เคยสร้างยอดขายทะลุ 1 ล้านก๊อบปี้เป็นปีที่สอง ก่อนจะเพิ่มอุณหภูมิความร้อนด้วยแดนเซอร์สาวในชุดบิกินี่สีชมพูสะท้อนแสงสุดเซ็กซี่ที่มาพร้อมกับเพลง ซานเทียนซานเย่(Three days, three nights) บทเพลงที่เคยถูกห้ามร้องในคอนเสิร์ตที่ไต้หวันเพราะเกรงว่าคนดูจะกระโดดกันแรงมากเกินไปจนเกิดแรงสั่นสะเทือน แต่มีหรือเมืองไทยจะกลัวเมื่อเสียงเพลงดังขึ้นทุกคนก็ทั้งรัองและกระโดดกันอย่างสุดเหวี่ยงทั้งฮออล์จนรู้สึกพื้นไหวสะเทือน แล้ว อาเม่ย และแดนเซอร์ก็ช่วยดับร้อนด้วยการเอาปืนฉีดน้ำมาฉีดใส่ผู้ชมถือเป็นการเล่นสงกรานต์ไปด้วยในตัว อีกช่วงหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮา เมื่อมีเซอร์ไพรส์พิเศษจากแขกรับเชิญ หวงจิ่งอวี๋ พระเอกหนุ่มหล่อจากซีรี่ส์จีนเรื่อง Addicted & Heroin ที่ขึ้นมาร้องคู่กับเจ้าของคอนเสิร์ตในเพลง หว่อจื่อไจ้หูหนี่(It’s you I only care about) เพลงซึ้งอมตะของนักร้องสาวชื่อก้องชาวไต้หวัน เติ้งลี่จวิน โดยอาเม่ยบอกว่านอกจากที่ไต้หวันแล้วก็มีที่เมืองไทยเป็นแห่งที่สองที่เขามาเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตให้ หลังจากร้องเพลงจบ หวงจิ่งอวี๋ ก็ทักทายกับแฟนๆ เป็นภาษาจีนว่า "สวัสดีครับแฟนๆ ชาวไทย ผมหวงจิ่งอวี๋ครับ และสวัสดีท่านผู้ชมชาวจีนด้วยนะครับ" เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมไปอย่างล้นหลาม เขาสารภาพว่าซ้อมแค่ครั้งเดียวเลยรู้สึกตื่นเต้นมาก อาเม่ยจึงปลอบใจว่าไม่มีปัญหานี่เพราะเธอก็เคยได้ยินเขาร้องเพลงมาแล้วและรู้ดีว่าเขาร้องได้ไม่เลวเลยจริงๆ แหมก็ทำเอาหนุ่มหล่อเรายิ้มโชว์เขี้ยวจนผู้ชมใจหวั่นไหวไปตามๆ กัน การได้พระเอกหนุ่มหล่อที่กำลังเป็นขวัญใจของสาววายและชาวสีรุ้งมาร่วมแจมในคอนเสิร์ต อาเม่ยก็เลยทำหน้าที่แทนแฟนๆ พูดคุยหยอกล้อเรียกเสียงฮาครืน "อุ๊ยท่าทางเขาตื่นเต้นจัง ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกนะ นี่ เดี๋ยวฉันจับเขาแทนพวกคุณ(แฟนๆ) นะ บึ่กมากๆ เลย" ฝ่าย หวงจิ่งอวี๋ ก็ยังย้ำเสมอว่าเขาตื่นเต้นมากๆ เพราะนานทีปีหนจึงจะได้มายืนข้างเจ้าแม่แห่งวงการเพลงจีน ระหว่างนั้นก็มีเสียงจากแฟนคลับผู้ชายตะโกนขึ้นมาว่า "ถอดเลยๆๆๆๆ" ทำเอา อาเม่ย ที่ได้ยินก็ตอบกลับไปว่า "ที่รักจ๊ะ เธอเห็นคอนเสิร์ตฉันเป็นที่แบบไหนกัน เอาล่ะ คุณถอดเลยเถอะ (หัวเราะเสียงดัง)" ทำเอาหนุ่มหล่อออกอาการเขิน ส่วนผู้ชมพออกพอใจส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น อาเม่ย จึงถามว่าเขาร้องเพลงของเธอได้บ้างไหม หวงจิ่งอวี๋ บอกว่า "เลือกมาได้เลยครับ" แล้วเพลงซึ้งๆ อย่าง หว่อย้าวไคว่เลอ( Desire for happiness) ก็ดังขึ้น ซึ่งพระเอกหนุ่มร้องได้เพราะมากเสียด้วย ทำเอา อาเม่ย อดไม่ไหวต้องร้องคลอไปด้วย จึงเป็นที่มาของเพลงดูโอไพเราะน่าฟังจากความน่ารักมุ้งมิ้งของหนุ่มหล่อทำเอาผู้ชมกรี๊ดไม่หยุด จน อาเม่ย ถึงกับแซวว่า "แหม มีหนุ่มหล่อมาสายตาของทุกคนดูไม่เหมือนเดิมเลยนะคะ แววตาดูเหมือนมีอะไรพิเศษออกมา ฉันไม่อยากให้เขายืนอยู่ตรงนี้นานๆ เพราะฉันเริ่มอิจฉาเขาแล้ว เอาเป็นว่าให้เขากลับเข้าไปก่อนไว้ขึ้นมาใหม่ดีกว่ามั้ย ถ้าขึ้นมาอีกทีให้เขาถอดเสื้อด้วยนะ" มาถึงเพลงสำคัญอีกเพลง ไฉ่หง(Rainbow) เพลงรักที่มอบให้แก่ 'กลุ่มรักร่วมเพศ' ทั้งหลาย ซึ่ง อาเม่ย บอกว่าถ้าหากกล้องจับไปที่ใคร คนคนนั้นจะต้องแสดงความรักต่อคนข้างๆ ด้วยการ 'จูบ' แต่เอาคนที่รู้จักเท่านั้นเว้นแต่เขาจะอนุญาต ซึ่งก็เป็นดังนั้นจริงๆ เมื่อกล้องจับไปที่ใครไม่ว่าจะเป็นคู่ชายชายหรือชายหญิงก็จูบกันไปทุกคู่ แล้วกลุ่มชาวสีรุ้งก็พากันชูธงสีรุ้งกันทั่วฮอลล์ แสดงให้เห็นชัดว่า อาเม่ย เป็นขวัญใจของชาวสีรุ้งอย่างแท้จริง ช่วงพิเศษอีกช่วงที่ อาเม่ย บอกว่าเพลงต่อไปนี้เธอเพิ่งจะเพิ่มเข้าไปเพื่อคอนเสิร์ตรอบนี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือเพลง ตานเยี่ยนผี หรือที่คนไทยรู้จักกันในเพลง หมวยนี่คะ เพลงฮิตติดหูของไชน่าดอลล์ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลางนั่นเอง ตามมาด้วยเพลง Club Broken Heart หรือเพลง คู่กัด ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลาง ซึ่งก็ถูกอกถูกใจทั้งแฟนเพลงชาวไทยและชาวจีนกันมากๆ ทีเดียว และมาถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต อาเม่ย กล่าวขอบคุณผู้จัด บริษัท วัน ซีสเท็มส์ โปรดักชั่น, ทีมงาน และแฟนๆ ทุกคน จากนั้นก็ทิ้งท้ายคอนเสิร์ตด้วยท่อนเพลงฮิตตลอดกาลของเธอ อย่าง หยวนไหลนี่เสินเมอโตวปู้เสี่ยงย้าว "So You Actually Don't Want Anything At All" แล้ว อาเม่ย ก็กลับเข้าไปหลังเวที แต่ผู้ชมก็พร้อมใจตะโกน "แองโค่ๆๆๆๆ" กันดังลั่น จนในที่สุดไฟบนเวทีก็กลับมาสว่างอีกครั้ง อาเม่ย บอกว่าเธอจะไม่ร้องเพลงนี้ไม่ได้เพราะเป็นเพลงที่มีความสำคัญกับเธอมากๆ นั่นก็คือเพลง เจี่ยเม่ย(Sisters) เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มแรกในชีวิตของเธอและเป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนได้เริ่มรู้จักเธอนั่นเอง แม้จะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆ แต่แฟนๆ ทุกคนก็เหมือนกับยังแรงไม่ตก พากันร้องเสียงดังกันจนจบเพลง เป็นการปิดฉากคอนสิร์ตในไทยของนักร้องสาวจีนคนดัง จางฮุ่ยเม่ย อย่างสวยงาม และร้อนแรงที่สุดส่งท้ายสงกรานต์. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไหว้พระ 9 วัด รอบเมืองกรุง! วันสงกรานต์ ดับร้อน เสริมศิริมงคล
กรุงเทพมหานคร /  ทำบุญไหว้พระ / 

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ นอกจากการออกมาสนุกสนานกับการาเล่นน้ำแล้ว ก็อย่าลืมเสริมศิริมงคลในวันดี วันขึ้นปีใหม่ไทยกันด้วยนะคะ วันนนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปไหว้พระ 9 วัด วันสงกรานต์ ดับร้อน เสริมศิริมงคล ทั่วกรุงเทพฯ กัน ได้ทั้งความสุขและความสนุกสนานไปพร้อมกัยเลย ^^ ไหว้พระ 9 วัด รอบเมืองกรุง! วันสงกรานต์ ดับร้อน เสริมศิริมงคล 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) คติ “เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกไม้ วัดพระแก้ว เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง กรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๑ เป็นวัดในมหาราชวัง โดยที่เป็นที่ประดิษฐานของ พระแก้วมรกต ด้วย เดิม พระแก้วมรกต ถูกค้นพบทางภาคเหนือ (ตำนานเล่าว่า จ. เชียงราย) ตั้งแต่สมัยเป็นที่ อาณาจักรล้านนา ต่อมา ได้รับการอัญเชิญไปยังอาณาจักรล้านช้าง (ลาว) ก่อนที่จะได้รับอัญเชิญมายังกรุงเทพในสมัยรัชการที่ ๑ ความ แปลกของ พระแก้วมรกต คือ เนื้อแก้วมรกต (หยก) เป็นการแกะสลักที่ปราณีต และยากมาก เพราะใช้โลหะแกะสลักไม่ได้ จะต้องใช้ไม้ไผ่ฝนน้ำเท่านั้น จึงเชื่อว่า ฝีมือของช่างแกะสลักช่างวิเศษนัก และทำด้วยแรงศรัทธามากๆ และฐานของ พระแก้วมรกตไม่เรียบ จึงไม่สามารถตั้งบนที่ราบได้ และนั่นเป็นตำนานที่บอกว่า พระแก้วมรกต ต้องประดิษฐานบนบุษบกเท่านั้น 2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) คติ “ร่มเย็นเป็นสุข” เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว ๑๑ แผ่น วัดโพธิ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เช่นกัน เป็นวัดที่มีความมงคลอย่างสิ่ง เช่น เจดีย์น้อยใหญ่มีทั้งหมด ๙๙ องค์ มีรูปปั้นจีน เครื่องอับเฉา (สำหรับถ่วงเรือสำเภาในสมัยโบราณ) มีรูปปั้นฤาษีดัดตน ซึ่งปัจจุบันมีการแพทย์แผนโบราณภายในวัดโพธิ์ด้วย และ อีกสิ่งหนึ่งก็คือ พระนอนวัดโพธิ์ ซึ่งมีความยิ่้งใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ที่พระบาทของพระพุทธรูป มีมงคล ๑๐๘ ประการ และคุณสามารถทำบุญหยอดเหรียญ ๑๐๘ บาตร ด้วย 3. วัดสระเกศวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) คติ “เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล” เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๓ ดอก เดิมที เป็นวัดตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดให้บูรณะ และรัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดให้สร้าง บรมบรรพต เป็นมงคลแบบอย่างตามอยุธยา ภายในวัดมีทิวทัศน์ที่สวยงาม และมองเห็นภูเขาทองสีเหลืองอร่าม 4. วัดสุทัศน์เทพวราราม (ติดกับ เสาชิงช้า) คติ “วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วย สำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ หลังจากสักการะในวัดสุทัศน์ฯแล้ว แนะนำให้เดินมาที่เสาชิงช้า เพื่อ สรงน้ำพระพักตร์เทวรูปที่ซุ้ม และข้ามไปที่ศาลากลางเพื่อสรงน้ำ พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งปีนี้ย้ายสถานที่จากสนามหลวงเป็นที่หน้าศาลากลาง บริเวณลานคนเมือง 5. วัดบวรนิเวศวิหาร คติ “พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต” เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๓ ดอก วัดบวรฯ เป็นวัดอารามหลวง ที่มีพระสังฆราชพำนักอยู่หลายพระองค์ด้วยกัน และยังเป็นที่พำนักของพระราชวงค์ที่ผนวช ภายในบริเวณกว้างใหญ่ มีพระประธานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระไพรรีพินาศ (ซึ่ง ตามตำนานเล่าว่า รัชกาลที่ 3 ได้รับการถวายประพุทธรูปที่มีศิลปกรรมแบบ มหายาน อินโดนีเซียมา เป็นช่วงที่พระองค์ ได้ขจัดเสี้ยมหนามต่อความมั่นคง จึงทรงตั้งนามของพระพุทธรูปว่า ไพรรีพินาศ) 6. วัดชนะสงคราม คติ “มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๑ ดอกสำหรับพระประธานในโบสถ์ ธูป ๕ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๑ ดอกสำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวัง บวรมหาสุรสิงหนาท ตามชื่อเลย.. เป็นมงคลต่อการมีชัยชนะ และก็เป็นวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำน้ำมนต์ให้กับราชสำนักเสมอมาจนถึงปัจจุบัน จึงเชื่อว่า น้ำมนต์แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ขอแนะนำให้คุณนำ ขวดน้ำตรงน้ำมนต์ข้างๆ พระประธานเพื่อนำไปประพรม กิน อาบ ให้เกิดสิริมงคล 7.วัดระฆังโฆสิตาราม คติ “ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว วัดระฆังฯ โด่งดัง จาก พระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี พระเถระสมัย รัชกาลที่ ๓-๔ คือ ซึ่งมีพุทธคุณแก่กล้า และเป็นต้นกำเนิดของบทสวด ชิณบัญชร ซึ่งเป็นการกล่าวถึง พระอรหันต์ระดับเอกทัตคะ (ผู้เป็นเลิศในด้านนั้นๆ) ให้มาสถิตตามร่างกายของเรา บังเกิดเป็นมงคล แคล้วคลาดภยันตราย ดัง นั้น หากสักกาะ ณ วัดระฆังฯ ก็แนะนำให้คุณหยิบบทสวด ชิญบัญชร ที่โต๊ะบริการเครื่องสักการะ และกล่าวบทสวดเป็นสิิริมงคลแก่ตัวท่านเอง 8. วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) คติ “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนคู่ เป็น วัดฝั่งธนบุรี (สามารถนั่งเรือข้ามมา) ซึ่ง เป็นวัดสมัย พระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากกอบกู้เอกราชแล้ว ซึ่งอธิษฐานว่า หากเดินทางตามน้ำแล้ว "แจ้ง" (เช้าพระอาทิตย์ขึ้น) ณ ที่ใด จะสร้างวัดตรงนั้น และพบกับวัดมะกอก(นอก) ["มะกอกนอก" หมายความว่า ติดกับแม่น้ำ ในสมัยนั้น] จึงบูรณะแล้ว ตั้งชื่อใหม่เป็น "วัดแจ้ง" ตามตำนานที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า ยักษ์วัดแจ้ง (ยักษ์ทศกัณฑ์ และ สหัสเดชะ เฝ้าโบสถ์จนเมื่อย แล้วเดินทางข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปเที่ยว เจอกับ ยักษ์วัดโพธิ์ เจ้าถิ่น จึงตีกันกลายเป็น ตำนานพื้นที่ราบ ที่เรียกว่า ท่าเตียน) ภายใน โบสถ์น้อยเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อรุ่ง (สมัยอยุธยา) และรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระองค์มีพระคุณในการกอบกู้เอกราชไทยจากพม่า ๙. วัดกัลยาณมิตร (หลวงพ่อโต ซำปอกง) คติ “เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้พวงมาลัย เ็ป็น วัดที่สร้างโดยคนจีน ดังนั้น การบูชา จึงเป็นแบบจีน คือ ไหว้ธูปกำใหญ่ และเทียนจีน ๒ อัน อธิษฐาน ณ กระถางธูปประตูฟ้าดิน แล้วจึงนำธูปเีทียนไปปัก ตามเทวรูปต่างๆ (ซึ่งบางส่วนเป็นเทวรูปจีน) หลวงพ่อโต (ซำปอกง) ที่ชาวบ้านเรียกตาม ขนาดใหญ่โตของพระพุทธรูปที่มีทางการว่า พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นที่นับถือของทั้งคนไทยและคนจีน เชื่อว่า การบูชาหลวงพ่อโตจะทำให้ มีความก้าวหน้าเป็นใหญ่เป็นโต ส่วนชื่อวัดก็เป็นมงคล คือ ได้มิตรที่ดี