เทียน

น้ำตาล ปลื้มแฟนคลับแห่ต้อนรับ วอนอย่าโจมตี เจนี่ แค่เรื่องเข้าใจผิด
น้ำตาล ชลิตา /  น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 / 

  เป็นประเด็นฮอตฮิตกันเลยทีเดียว จากกรณีที่มีคลิป น้องน้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้มีโอกาสร่วมงานและเข้าไปไหว้ สาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในงานหนึ่ง ภาพออกมาสื่อว่า สาวเจนี่ ไม่ได้รับไหว้ จึงกลายเป็นประเด็นให้ชาวโซเชียลรวมไปถึงแฟนคลับของ น้องน้ำตาล ออกมาโจมตี สาวเจนี่ ล่าสุด น้องน้ำตาล ได้มาร่วมงาน Siam Paragon celebrates the Pride of Thailand 2017 ซึ่งปรากฏกายในชุดประจำชาติพร้อมชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้นมีรายละเอียดดังนี้ วันนี้เป็นยังไงบ้างที่ได้เอาชุดที่เฉิดฉายบนเวทีมาแสดงในวันนี้   "ก็ดีใจค่ะ ที่ทำให้ทุกคนได้เห็น อยากให้ทุกคนได้เห็นความงาม รายละเอียดของชุดที่ทุกคนตั้งใจทำออกมา ดีไซน์เนอร์ไทยได้ทำออกมา" วันนี้ได้หวนมาเจอกับพี่ๆ หลายคนที่เคยทำงานด้วยกัน   "ใช่ค่ะ ดีใจที่ได้กลับมาเจอพี่ๆ เขาอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับเราก็คืนความสุขให้กับทุกๆ คน คืนความสุขให้กับพี่ๆ ด้วย เพราะเราได้ใส่ชุดออกไป แล้วก็มีคนชอบเยอะ" เป็นอีกครั้งที่ได้ใส่ชุดประจำชาติ   "ใช่ค่ะ ได้ใส่อีกครั้งหนึ่งก็รู้สึกปลื้มใจ" แฟนนางงามมาเยอะมาก   "ใช่ค่ะ ไม่คิดว่าจะมาเยอะขนาดนี้" กระแสก็ยังไม่ตก รู้สึกยังไงบ้าง   "ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่คนยังติดตามเราอยู่ ตอนที่ตาลไปฟิลิปปินส์ก็ยังมีคนมารับถึงสนามบินก็มี ไปตามถึงที่ทำงานเลยก็มี แฟนคลับที่ฟิลิปปินส์ก็มีเอาธงมาให้ เอารูปมา มีเอาสายสะพายมิสยูนิเวิร์สมาให้ด้วย (หัวเราะ) แบบว่าลงทุนมาก แต่ละคนที่เข้ามาหาตาลเขาจะร้อวไห้ รู้สึกดีใจที่ทุกคนยังเหมือนเดิมกับเรา แม้ว่าการประกวดจะจบไปแล้ว" อย่างล่าสุดไปทำอะไรมา   "ก็ไปโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศไทย เชิญชวนให้ทุกคนรู้จักประเทศเรา มาเที่ยวที่บ้านเรา" เหมือนเป็นคนดังคนหนึ่งของบ้านเขาไปแล้ว   "เขาก็ถามนะคะถ้าจะให้ไปแสดงหนังที่โน้นจะเอาไหม ก็เลยบอกว่าถ้ามีโอกาสก็ลองดูก็ได้ เพราะที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง แฟนๆ เขาถามกันเฉยๆ ก็ยังไม่มีอะไรเข้ามา ถ้ามีติดต่อก็ลองดู" พูดถึงเรื่องชุดทำไมถึงต้องวางแผนกันต่อวัน   "จริงๆ แล้ว เราวางลุคในแต่ละวันให้ตรงกับแพลนที่เขาให้มาตั้งแต่แรก เราไปที่โน้นมันก็รับเปลี่ยนตลอดเวลา เราก็ตามไม่ทัน เพราะตาลก็ได้รับสเก็ตในวันต่อวัน แล้วเราก็มาดูอีกทีหนึ่งว่าชุดนี้เหมาะกับกิจกรรมที่เราทำไหม เหมาะกับสิ่งที่เราจะต้องไปไหม ก็เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนชุดบ้าง" ถึงขั้นต้องมีการสับขาหลอก   "ม่ถึงขนาดนั้นค่ะ เราแค่เปลี่ยนเยอะๆ ในวันหนึ่งเฉยๆ เปลี่ยนให้เขารู้ว่าเราใส่ใจ ก็สนุกในตัวตาลเองด้วยแหละ เราเอาไปเยอะขนาดนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนเยอะๆ" คนมองว่าเราทีความพร้อมมาก เหมือนจับทางถูกว่าต้องใส่ชุดไหน   "ก็ต้องให้ความดีความงามให้กับพี่ๆ ดีไซน์เนอร์เลยค่ะ เพราะว่าทุกคนดูขาดมาก เวลาที่ตาลบอกงานอะไรไป เขาก็จะแนะนำว่าชุดนี้ดีกว่า เหมาะสมกว่า มีการติดต่อกันตลอดเวลาอยู่แล้ว" เรื่องข่าวกับเจนี่ เล่าเหตุการณ์วันนั้นหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง   "คือจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย หนูยังไม่รู้เรื่องเลย พอมารู้อีกที อ้าว มีข่าวแล้วเหรอ ตาลไปวันนั้นก็ไหว้พี่เขา แล้วพี่เขาก็ค่ะๆ อาจจะไม่ได้รับไหว้เฉยๆ" แต่ดูในคลิปเหมือนกับว่าพอเราสวัสดีแล้วเขามองผ่านไปเลย   "ตาลจำไม่ได้ ตาลไม่รู้ พี่เขาน่าจะไม่ได้มีอะไร" ได้ไปย้อนดูคลิปไหม   "ไม่ได้ดูอะไรเลยค่ะ หาแต่รูปมาลง" มีข่าวออกมาแบบนี้น้อยใจไหม   "ไม่นะคะ ไม่ได้น้อยใจอะไร เราก็ไม่ได้คิดอะไร หนูว่าพี่เขาก็ไม่น่าจะได้คิดอะไรอยู่แล้ว งงมากที่คนจับโยงกัน เพราะว่าตัวตาลเองเพิ่งมารู้อีกวันที่เป็นข่าวแล้ว" ได้เจอพี่เจนี่สองงานเลย   "ใช่ค่ะ ได้เจอพี่เจนี่สองงาน งานพี่ก้องด้วย กับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านั้นตาลก็ไม่รู้เรื่องเลย พี่เจนี่อยู่กรุ๊ปนึง ตาลก็จะอยู่อีกกรุ๊ปนึง ก็ไม่ค่อยได้คุยกันอยู่แล้ว เห็นบอกว่าที่พี่เจนี่ลงรูปอันนั้นน่ะตาลไม่่รู้ว่าเขาต้องถ่ายรูปข้างบนนั้นอีก แล้วตาลก็เลยเดินตามเขาไป ตามประสาคนไม่รู้เรื่อง จริงๆ แล้วเฟรมนั้นไม่มีตาลอยู่แล้ว แล้วพี่เขาเพิ่งไปเรียกตาลมา ก็เลยได้ถ่าย" สองงานที่ผ่านมามีโอกาสได้ทักทายกันไหม   "คือตาลไปตาลก็ยังไม่กล้าที่จะคุยกับใครมาก เราก็เลยไปได้แค่สวัสดี พี่เขาก็จะแสดงความยินดีกับเรามากกว่า เก่งมากเลย เราไปทำหน้าที่" พี่เจนี่ได้แสดงความยินดีกับเราไหม   "ตอนที่ตาลไปงาน คือมันเกือบจะเริ่มงานแล้ว ตาลก็ได้แค่ถ่ายรูปกับพี่ศรีริต้ากับพี่เจนสุดา แล้วก็รีบเดินไปที่ๆ เขาจัดให้" คนเขาโจมตีพี่เจนี่ด้วย   "อย่าไปโจมตีพี่เขาเลย เพราะบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย" ได้ข่าวพี่เกล้าจะมาดูแลเรา เป็นผู้จัดการ จริงหรือไม่จริง   "ไม่จริงค่ะ พี่ปุ้นกับพี่นุ่นก็ดูแลตาลเหมือนเดิม ตาลก็สนิทกับทางพี่ใหม่พี่เกล้าอยู่แล้ว พี่เขาเอ็นดูตาลตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ประกวดพี่ปุ้นรู้จักพี่เกล้า เราก็ได้ไปกินข้าว ไปคุย ไปเล่นกันบ่อย" ต้องปรับตัวอะไรยังไงไหม เพราะงานรุมเยอะ   "ตอนนี้ยังไม่ได้พักเต็มที่เลย ทางพี่เกล้าก็ยังไม่ได้มีทาบทามเลย เรื่องสแกนงานให้ก็ยังไม่รู้เลยค่ะ ตอนนี้ทางกองเองก็หางานจนเต็มหมดแล้ว กับทางกองก็มีสัญญา 3 ปี" มีคนบอกว่าเราหยิ่ง   "หนูอาจจะเป็นคนหน้านิ่งแล้วดูเหมือนหยิ่ง เพราะว่าตาลโดนเรื่องหยิ่งเยอะมาก ตั้งแต่เข้ามหาลัยแล้ว เป็นคนถ้าไม่รู้จักใครจะทำหน้านิ่งๆ หน้านิ่งปกติของตาลนะคะ ตาลไม่ได้หยิ่ง (หัวเราะ)" ตกใจไหมที่เข้ามาวงการแล้วเจอข่าวเลย   "ก็นิดนึง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเจอข่าว แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เป็นการปรับตัวของเราด้วย เราอาจจะต้องยิ้ม น่ารักๆ ก็ต้องฝึกยิ้ม" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG janienineeleven น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

ส่องชีวิตม่ายสาวพราวเสน่ห์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

เป็นม่ายสาวที่ยังคงสวยแซบไม่แพ้สาวโสดคนไหนๆ สำหรับนางเอกตาแป๋ว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เวลานี้แม้จะเป็นผู้หญิงหย่าสามี แต่ดีกรีความเป็นซุป’ตาร์นั้นยังเฉิดฉาย ที่สำคัญหัวใจไม่เคยว่าง เรื่องของผลงานนั้นก็ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย เพราะถึงแม้ข่าวฉาวจะมะรุมมะตุ้มอยู่เสมอๆ แต่เรื่องของฝีมือในศาสตร์การแสดงนั้น เจนี่คนสวยไม่เป็นรองใครแน่นอน 1. เกิดที่อเมริกา เป็นนางเอกหน้าไทยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเธอเกิดและเติบโตที่เมืองนอก สำหรับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เธอคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2524 ณ เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เจนี่ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจวบจนอายุย่างเข้า 11 ปี จึงได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยจนถึงทุกวันนี้ เธอจบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2. แมวมอง เพราะเป็นผู้หญิงที่เกิดมารูปร่างหน้าตาดี เจนี่ จึงมีแมวมองมาค่อยส่องและชักชวนให้เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ในระดับมัธยม และเธอก็ก้าวเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการตั้งแต่บัดนั้น โดยผลงานชิ้นแรกเป็นมิวสิควิดีโอเพลง Only you ของศิลปิน เจอาร์-วอย และอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย จากนั้นไม่นาน เจนี่ ก็ถูกชักชวนให้มาเล่นละครจอแก้ว โดยเธอชิมลางละครเรื่อง สายรุ้ง ในปี 2540 เป็นผลงานเรื่องแรก 3. ทางผ่านกามเทพแจ้งเกิด ชิมลางงานละครเรื่องสายรุ้ง ไปไม่นาน เจนี่ ก็มีผลงานละครตามมาอีกมากมาย แต่ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ในปี 2544 คงเป็นละครที่ทำให้ใครหลายคนได้รู้จักกับนางเอกมากฝีมือที่ชื่อ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ มากขึ้น ด้วยพล็อตเรื่องเป็นละครแนวตบจูบ คาแรกเตอร์สาวหวานน่าสงสารเรียกเรตติ้งจากคนดูได้ไม่ยาก บวกกับการได้ประกบคู่พระเอกหนุ่มหล่ออย่าง แอนดริว เกร็กสัน ในเวลานั้น ก็ยิ่งทำให้เจนี่แจ้งเกิดและฮอตปังในชั่วพริบตา 4. มุตตา vs มุนินทร์ ด้วยกระแสความปังจากละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทำให้นางเอกหน้าแบ๊วตาแป๋วอย่าง เจนี่ กลายเป็นนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยในเวลาต่อมาอย่างง่ายดาย ด้วยฝีมือการแสดงที่เพอร์เฟกต์ บวกกับผลงานที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ทิ้งช่วงให้แฟนๆ ต้องรอนาน นั่นทำให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการที่มีทั้งงานละคร งานอีเว้นต์ งานโฆษณา และชื่อเสียงตามมาอย่างมากมาย รวมไปถึงละครที่ปังสุดอะไรสุดอย่าง แรงเงา ในปี 2555 ก็ทำเอากระแสของ เจนี่ฟีเวอร์ ไปทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้งด้วยบทบาทฝาแฝดที่แซบถูกใจคอละครสุดๆ 5. ของเล่นไฮโซ - คาสโนวี่สายแบ๊ว มีชื่อเสียงภายในเวลาไม่กี่ปีแน่นอนว่าสาวสวยอย่าง เจนี่ ก็ต้องมีเสน่ห์ควบคู่กันไปด้วย ตลอดระยะเวลาในเส้นทางสายบันเทิงเธอคนนี้มีข่าวคราวเรื่องความรักกับหนุ่มๆ มากหน้าหลายตา ทั้งหนุ่มในวงการบันเทิงและแวดวงไฮโซ เรียกว่าเป็นนางเอกที่ถูกเม้าท์ว่าเป็น ของเล่นไฮโซ คนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะแต่ละคนที่สาวเจ้ามีข่าวด้วยนั้นมีอันจะกินเข้าขั้นรวยเริ่ดไปซะแทบหมด คบหากันยาวนานที่สุดก็เห็นจะเป็น บั๊ด ลวรรณ แสงสนิท ที่ดูใจกันยาวนานถึง 7 ปี ตั้งแต่ เจนี่ เริ่มเข้าวงการใหม่ๆ และหลังจากเลิกรากันไป เจนี่ ก็ตกเป็นข่าวกับหนุ่มมากมายจนใครๆ ก็ขนานนามว่าเธอคนนี้นี่แหละคือ คาสโนวี่สายแบ๊ว ของวงการบันเทิงไทย 6. ม่ายสาวพราวเสน่ห์ ถึงจะโดนเม้าท์ว่าเป็นคาสโนวี่ประจำวงการ แต่ผู้หญิงเราก็คงอยากแต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์ และในปี 2556 ก็เป็นปีที่ เจนี่ ได้สิ่งนั้น เมื่อคุณเธอและสามีหมาดๆ อย่าง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าได้จดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังคบหาดูใจมา 5 เดือน ทำเอาสะเทือนวงการและงงเป็นไก่ตาแตกไปตามๆ กัน เพราะรู้อยู่ว่าฝ่ายชายนั้นมีภรรยาและลูกสาวอย่าง ตู่ นันทิดา และ เพลง ชนม์ทิดา อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เจนี่ กับหนุ่มเอ๋ทำบุญมาด้วยกันแค่นั้นหรือเปล่า ถึงทำให้ในเวลาต่อมามีข่าวคราวเตียงหักและทำร้ายร่างกายออกมาให้เห็น ซึ่งในที่สุดทั้งคู่ก็เลิกราหย่าขาดหลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่ถึงหนึ่งปี เจนี่ กลายเป็นม่ายสาวที่ยังสวยสดงดงาม ทั้งหนุ่มหล่อสาวหล่อตามขายขนมจีบเพียบ และไฮโซบ้านรวยอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ก็คือหนุ่มคนล่าสุดที่กุมหัวใจของเธอไว้ในตอนนี้นั่นเอง 7. ฉายา 5 ปีซ้อน เรื่องราวความรักกับหนุ่มๆ ทั้งหลายดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนจดจำ เจนี่ ได้ติดตาไม่แพ้งานแสดงที่คุณเธอร่อนออกมาให้เห็น จุดนี้ เจนี่ จึงเป็นนักแสดงสาวอีกหนึ่งคนที่ได้รับฉายาจากสมาคมนักข่าวบันเทิงบ่อยที่สุด โดยเธอนั้นได้รับฉายาติดกันถึง 5 ปีซ้อน แต่ละปี แต่ละฉายา ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องราวความรักและหนุ่มๆ ที่สาวเจ้าพัวพันด้วยแทบจะทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่นในปี 2556 กับฉายา แบ๊วฉกทะเบียน ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากที่สาวเจ้าประกาศจดทะเบียนกับอดีตนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ แบบสายฟ้าแลบนั่นเอง หรือแม้แต่ในปี 2558 สื่อบันเทิงก็ได้มอบฉายา มือฉกดกกาแฟ ให้คุณเธออีกเช่นกัน เนื่องมาจากปีนั้น เจนี่ ครองตัวเป็นแม่ม่ายอยู่และเริ่มสานสัมพันธ์กับหนุ่ม กึ้ง เฉลิมชัย ที่ใครๆ ก็รู้ว่าก่อนหน้านั้นหนุ่มเจ้ายังคบหาดูใจอยู่กับสาว จ๋า ณัฐฐาวีรนุช 8. เกาเหลาชามโต เชื่อว่ามีติดตัวทุกคนไม่เว้นแม้แต่นางเอกตัวแม่อย่าง เจนี่ สำหรับกรณีเกาหลา เรียกว่าตกเป็นหัวข้อเม้าท์ว่าไม่ถูกกับคนโน้นคนนี่เยอะพอสมควร ทั้งเพื่อนพ้องอย่าง อั้ม พัชราภา กับกรณีสนิทสนมหนุ่ม โน้ต วิเศษ อดีตแฟนหนุ่มของสาวอั้มชนิดเกินพอดี กับรุ่นพี่อย่าง บุ๋ม ปนัดดา ก็เป็นประเด็นกันในเรื่องของธุรกิจส่วนตัว ล่าสุดรุ่นน้องที่กำลังมาแรงมากๆ ในแวดวงนางงามอย่าง น้ำตาล ชลิตา ก็กลายเป็นประเด็นเกาเหลากับเจนี่ ด้วย เหตุก็เพราะมีหลายคนเห็นคลิปในงานอีเว้นต์งานหนึ่งซึ่งสาวน้ำตาลยกมือไหว้รุ่นพี่อย่าง เจนี่ แต่รุ่นพี่ทำเมินไม่รับไหว้ซะอย่างนั้น ซึ่งจุดนี้ตัดสินกันง่ายๆ ไม่ได้เพราะบางทีอาจจะเป็นจังหวะที่ เจนี่ มองไม่เห็นก็เป็นได้ แต่ยังไงซะก็กลายเป็นประเด็นให้หลายๆ คนได้เม้าท์มอยและจับผิดกันไปซะแล้ว 9. วันนี้ของเจนี่ แม้จะฉาวและมีเรื่องให้เม้าท์จนเป็นประเด็นอยู่ตลอดๆ แต่ซุป’ตาร์ยังไงก็คือซุป’ตาร์ ในทุกวันนี้ เจนี่ ยังคงเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงไทย งานแสดง งานอีเว้นต์ และงานอื่นๆ ของ เจนี่ ดูเหมือนจะเป็นที่จับตามองของบรรดาแฟนคลับและประชาชีเสมอ แม้ทุกวันนี้จะพ่วงท้ายด้วยคำว่า แม่ม่าย แต่เชื่อเถอะว่า เจนี่คนนี้เป็นแม่ม่ายที่แซบเวอร์และเต็มไปด้วยเสน่ห์อีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงเลยทีเดียวขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @janienineeleven, ลูกกวาดมอมแมม, broadcastthai.co http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/60528 http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/59793 http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/60523 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ แอนดริว - เจนี่ เจนี่ - บั๊ด เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ แรงเงา เอ๋ - เจนี่ ตู่ - เพลง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ - กึ้ง บุ๋ม - เจนี่ น้ำตาล - เจนี่ น้ำตาล ชลิตา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

อีจุน อดีต MBLAQ ร่วมชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดี!
Lee Joon /  Lee Jun / 

อีจุน นักแสดง-ไอดอลหนุ่ม อดีตสมาชิกบอยแบนด์วง MBLAQ (เอ็มแบล็ค) ร่วมชุมนุมที่จตุรัสกวังฮวามุน เพื่อขับไล่ ปาร์ค กึนฮเย ซึ่งพัวพันเรื่องอื้อฉาว ให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วง MBLAQ อีจุน อีจุน อัพเดทภาพของเขาซึ่งจุดเทียนแสดงจุดยืนในการต่อต้าน รวมทั้งเขียนข้อความปลุกใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวหลายครั้ง อาทิ "ตอนนีที่กวังฮวามุนมีผู้คนกว่า 250,000 คนแล้วครับ เป้าหมายอยู่ที่ 500,000 คน รีบออกมาสมทบกันเถอะครับ!" และ "แม้ฝนจะตก แต่การชุมนุมยังดำเนินต่อไป ออกมากันนะครับ~" 현재 광화문25만입니다 오늘 목표는 50만이라고하네요 어서 모여주세요 ..!!! A photo posted by 이준 (@leechangsun27) on Nov 19, 2016 at 1:04am PST 비가와도 계속됩니다 모여주세요 ~~~ A photo posted by 이준 (@leechangsun27) on Nov 19, 2016 at 1:05am PST 드라마가 끝나서 저도 모였습니다 여기 현장은 정말 엄청납니다 이럴때일수록 우리가 힘을 합쳐야합니다 <이제는 좀 내려오시죠> A photo posted by 이준 (@leechangsun27) on Nov 19, 2016 at 1:10am PST นอกจาก อีจุน แล้ว ยังมีผู้พบเห็นนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ยู อาอิน มาร่วมชุมนุมเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีนักร้อง-นักแสดงเกาหลีคนอื่นๆ ที่แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองของเกาหลีใต้ในขณะนี้อย่างเปิดเผย อาทิ อี ซึงฮวาน, อี ฮโยริ, ชิน ฮยอนจุน และ คิม เจดง การชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ปาร์ค กึนฮเย ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ 4 แล้ว รวมจำนวนผู้ชมนุมทั้งหมดมากถึงหลายล้านคนทีเดียว.

ละครพ่อครัวหัวป่าก์ , เรื่องย่อพ่อครัวหัวป่าก์
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ /  เรื่องย่อละคร พ่อครัวหัวป่าก์

พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย : กนกเรขาบทโทรทัศน์โดย : เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ "มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต" และชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด หนูเคยได้ยินคำว่าบุพเพสันนิวาสไหมลูก บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดได้สองอย่าง คือเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติที่แล้วหนึ่ง กับเคยทำกรรมร่วมกันในชาตินี้หนึ่ง..แต่มันเดายากนะลูก" ทองตรา (รณิดา เตชสิทธิ์) เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากอเมริกา กำลังนั่งฟังพ่อปาฐกถา เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เธอไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่ และผู้หญิงยุคใหม่อย่างทองตรา ที่เติบโตมาด้วยการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้คิดจะพึ่งพาใคร และให้ความสนใจเรื่องผู้ชายสักเท่าใดนัก ทองตรา ลูกสาวคนเล็กสุดรัก กับ ทองทิว (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) พี่ชายคนเดียวที่เฮี้ยวสุด ๆ และเป็นบุตรสุดรักของ พลตรีรามรณยุทธ (ทูน หิรัญทรัพย์) ข้าราชการบำนาญผู้ซื่อสัตย์ และรักศักดิ์ศรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการกลัวเมียอย่าง คุณนายทองม้วน (ดวงตา ตุงคะมณี) เป็นที่สุด ทองตรา ต้องปวดหัวกับความเค็ม และเขี้ยวตระหนี่ถี่เหนียวของคุณนายทองม้วน ที่ถึงแม้จะคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กกับการที่ถูกแม่บังคับให้ประหยัดอดออม แต่ก็เริ่มที่จะรับไม่ได้ เมื่อกลับมาเห็นพ่อในสภาพอิดโรย และผอมโซ เพราะนโยบายรัดเข็มขัด และการประหยัดของแม่ที่บังคับให้พ่อเป็นแพะ กินแต่ผัก กินแต่มังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ขนาดคนครัวยังทนไม่ไหว ต่างชิงกันขอลาออกไปเพราะทนพฤติกรรมของคุณนายทองม้วนที่ชอบจุกจิกจู้จี้ ไม่ไหว ทองตรากับทองทิว และพ่อได้แต่นิ่วหน้าเพราะต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนครัวคนใหม่ที่ยัง หาไม่ได้สักที เพราะ เด็กกำไล (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) คนใช้หนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และทนมือทนเท้าคุณนายทองม้วนไหวก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ดีแต่เกี่ยง และเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาคุณนายทองม้วนอยู่ ทองตราต้องรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องหาคนครัวคนใหม่มาให้ไวที่สุด เพื่อที่เธอจะได้รีบออกไปหางานทำเสียที ขณะที่ทองทิวก็รับปากจะให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมช่วยหาคนครัวคนใหม่มาให้อีกแรง กมลชนก (หลุยส์ สก๊อต) หนุ่มหล่อหน้ารก มาดเซอร์ ลูกชายคุณกาญจนาเจ้าของโรงแรมใหญ่ มีผู้หญิงมากมายที่เสนอตัวมารุมล้อม แต่ทุกคนก็เป็นได้แค่ทางผ่าน เพราะเขาไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใคร จนแม่ต้องขอร้องให้เขาเลิกเจ้าชู้ และอยู่ไปวัน ๆ ขอร้องให้ยอมไปดูตัวบรรดาลูกสาวผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากจะมาเกี่ยวดองกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครโดนใจสักคน จนวันหนึ่งกมลชนก ได้เห็นภาพถ่ายของทองตรา ที่ถูกลมพัดลอยออกมาจากกระเป๋าของทองทิว ปลิวมาแปะที่หน้ากมลชนก เขาจับภาพนั้นขึ้นมามอง และร้องบอกเพื่อนรักว่า คนนี้แหละใช่เลย และมั่นใจว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กมลชนก สตาร์ทรักทองตรา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม ทองทิวร้องจ๊าก!!! รีบออกโรงห้ามสุดฤทธิ์ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนไม่เอาไหน เป็นนิยามของคำว่าแย่ และไม่เป็นโล้เป็นพาย รักแต่ความสบายตลอดเวลาตามประสาคนรวย ขณะที่ทองตราเป็นคนรักใครรักจริง และหยิ่งในศักดิ์ศรี แถมยังรู้เท่าทันคน และฉลาดเป็นกรด ไม่ไช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาหลอกใช้ มาลองใจกันได้ง่าย ๆ ถ้าถูกจับได้มีหวังได้ตายหมู่ เลยขอร้องกมลชนกไปเอากะชอนร่อนหาเนื้อคู่จากบรรดาผู้หญิงในสต๊อกเอาเอง อย่ามาดึงเอาเขาไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กมลชนกพยายามวิงวอนอ้อนสุดฤทธิ์ สัญญาว่าจะปรับจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อทองตรา ขอให้ทองทิวเปิดทางให้เขาได้ตามหารักแท้ และทั้งยืนยันนอนยันด้วยความมั่นใจ ว่าน้องสาวของเพื่อนซี้ คือว่าที่ภรรยาที่เขาตามหามานาน เพียงแต่ขอเวลาให้ได้ศึกษาดูใจกันสักนิด ขอร้องให้ทองทิวเห็นใจ เพราะเขารักน้องสาวของเพื่อนซี้คนนี้จริง ๆ ทองทิวใจอ่อนเพราะทนลูกอ้อนไม่ไหว ยอมให้กมลชนกเขยิบเข้ามาใกล้ และลองใจทองตรา ในขณะที่ทองตราไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายกับนายกมลชนกคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน และพี่ชายกำลังจะกลายเป็นผู้ผลักดันบุพเพสันนิวาส ให้มาอาละวาดกับเธอ กมลชนกได้รู้จากทองทิวว่าที่บ้านกำลังต้องการหาคนครัว เขากระดี๊กระด๊ารีบโทรศัพท์ไปหาคุณนายทองม้วน เพื่อสมัครงานในนาม น้องนก กะเทยสาวผู้มีจิตใจใฝ่การครัว แต่เพียงแค่ได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ ก็สัมผัสได้ถึงผลึกเกลือที่กระเด็นมาตามสาย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเค็มเขี้ยวเหนียวตึ๋งหนึดของคุณนาย จนต้องถอยออกมาตั้งหลัก และทำให้ได้รู้ว่าคุณนายทองม้วนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ ที่เขาจะต้องฝ่ามันไป ให้ถึงทองตรา และแล้วบุพเพสันนิวาสก็เริ่มออกฤทธิ์ เมื่อจู่ ๆ ทองตรา ต้องขับรถมาส่งแม่ ที่โรงแรมหรู ถึงแม้คุณนายทองม้วน จะมีเชื้อเต่าล้านปีตัวสุดท้ายในโลกสิงสู่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเค็มจะเขี้ยวไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นคนชอบเข้าสังคมชั้นสูง และเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่ามันคือขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่จะทำให้มีเรื่องเล่าเม้าท์มอย ฉลาด ๆ ไปคุยกับกลุ่มก๊วนคุณหญิงคุณนาย เพื่อต่อยอดถางทางไว้ให้ลูก ได้มีที่ยืนในสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างาม และสำหรับเรื่องพวกนี้ คุณนายทองม้วนสู้ตาย เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าจะทำให้ได้ทั้งเขยทั้งสะใภ้ที่ร่ำรวย ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนนางก็ยอม ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราต้องชะลอรถที่ขับมาให้ช้าลง เพราะรถคันยาวใหญ่ จอดขวางทางขึ้น-ลงหน้าโรงแรม จนรถคันอื่นไม่สามารถแทรกขึ้นไปได้ และแทนที่คนในรถจะรีบเปิดประตูก้าวลงมา กลับรอให้คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูคอยอย่างอ่อนน้อม จนทองตราต้องหันไปมองอย่างหมั่นไส้ในความเว่อร์ทองตรามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะลงมาจากรถ แทนที่จะเป็นคุณหญิงคุณนาย กับรูปร่างประหนึ่งตุ่มสุโขทัยฝังเพชรแพรวพราว แต่กลับเป็นชายหนุ่มใส่กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อเชิ้ตยับเยิน แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ยังพอเดาได้ว่า เจ้าตัวคงเพิ่งกลับจากการแฮงเอาท์ และยังไม่สร่างเมาดีนัก เพราะท่าทีง่อกแง่กของฝรั่งยิปปี้ฟ้องอยู่ชัดๆ ทองตราย้อนกลับเข้าไปในโรงแรมเพียงก้าวแรก ภาพที่สะดุดตาคือฝรั่งยิปปี้ หน้าครึมไปด้วยไรหนวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนท้าวเคาน์เตอร์ ฟุดฟิดฟอไฟกับแหม่มสาวที่ทองตราลงความเห็นว่าเขาทั้งสกปรก และซกมกสุด ๆ แล้วทองตราก็เมินหน้าหนี และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ทองตราเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเปิดเมนูอาหารที่มีแต่ภาษาอังกฤษก่อนถามบริกร โดยไม่ทันมองหน้าว่า "ที่นี่เมืองไทยทำไมไม่มีเมนูอาหารภาษาไทย" ก่อนหันไปเห็นนายหนวดสกปรก และไม่เข้าใจว่าบริกรที่นี่ทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้ กมลชนกอ้างไปว่า เพิ่งมารับหน้าที่ เลยยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทองตรามองแปลกื ๆ ก่อนเลี่ยงไปสั่งอาหาร และถูกกมลชนกบริกรเจ้าของโรงแรมที่แฝงตัวมา ทำเอาทองตราแสบเข้าไส้กับเมนูอาหารที่ทองตราเห็นว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่บริกรโรงแรมหรูจะนำเสนอสิ่งที่ไม่ดีให้แก่ลูกค้า จึงโวยวาย กมลชนกสร้างเรื่องราวให้ทองตราเข้าใจว่า การยียวนกวนประสาทใส่ลูกค้าคือพระเจ้าอย่างเธอ ทำให้กัปตันทำพิธีปัดรังควาน และไล่เขาออก แล้วยังจะส่งคนมาตามกระทืบ เพราะเขาเป็นคนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมหรูเสียหาย ทองตราเป็นคนทำให้กมลชนกต้องตกงานไร้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ทองตรารู้สึกผิดในใจ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก แต่ทำได้แค่ยื่นเงินให้เพื่อช่วยเหลือ แล้วรีบเดินออกไปที่รถทันทีที่เธอไขกุญแจ นายหนวดก็พรวดขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ก่อนส่งสายตาวิงวอน อ้อนขอนั่งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และเลยเถิดถึงขั้นขอไปอยู่กับทองตราอย่างหน้าด้าน ๆ พร้อมพรีเซ้นต์ตัวเองว่าดียังไง ทำอะไรได้บ้าง ทั้งที่จริงแล้วเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ วันนี้ตามตำราโหร น่าจะมีดาวโคจรพิสดารกว่าที่เคย ที่ทำให้คนกะล่อนที่แอบรักทองตราอย่างกมลชนกจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ทองตราได้เร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ทองตราก็อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของบริกรจน ๆ ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องตกงาน ถึงแม้นายคนนี้จะกวนไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ และที่สำคัญเค้ากมลชนกคงเดือดร้อนมาก ถึงขนาดไม่เรียกร้องเงินเดือนใด ๆ ให้เท่าไหร่ก็ได้ คงถูกใจคุณนายทองม้วน และมันก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับ ที่ทำให้อยากรับเขาไว้ แต่คนตัดสินใจคือแม่เท่านั้นทันทีที่ทองตราพากมลชนกมาถึงบ้าน คุณนายทองม้วนก็เปิดบ้านให้กลายเป็นศาลไคฟง ซักฟอกชายแปลกหน้า ประหนึ่งว่าเป็นนักฆ่าร้อยศพ แต่กมลชนกก็แถไถไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างนั้น คุณนายทองม้วนให้ผ่านตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณนายทองม้วนลังเลใจได้ นอกจากความเป็นผู้ชายของนายมล กลัวจะมาเกาะแกะลูกสาวสุดหวง แต่ทองตรายืนยันให้แม่มั่นใจว่า ไม่มีวันที่เธอจะเอาพ่อครัวมาเป็นแฟนแน่นอน และเป็นไปตามคาด คุณนายทองม้วนยอมรับนายมล เพราะคิดและคำนวณแล้วว่าเป็นของถูกและดี และได้รับสมญานามใหม่ว่า นายมลคนครัว กับงานแรกที่ทองตรา ต้องรับหน้าที่พานายมลคนครัวไปจ่ายตลาด นายมลก็แสดงเป็นปราชญ์แสดงความชำนาญในการต่อรองราคา และซื้อหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว จนแม่ค้าเข้าใจผิดคิดไปเอง และพูดออกมาให้ทองตราได้ยินว่า "เมียส๊วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทยว่ะ" ทำเอาทองตราหน้าชา อยากจะชักขากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น แต่กับนายมลเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำครหาว่าเป็นกะเทยเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทำท่าทางให้คนอื่นคิดว่าใช่หนักเข้าไปอีกทองตรากับนายมล ซื้อกุ้งหอยปูปลา มาทำอาหารวางเต็มโต๊ะ ทำเอาคุณพ่อนายพลยิ้มปลื้มตาลุกวาว รู้สึกประหนึ่งว่าได้ไปท่องใต้ท้องทะเลไทย หรือไม่ก็บึงฉวากในรอบหลายสิบปี ต่างจากคุณนายทองม้วนที่โมโหจนควันออกหู มองอาหารตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ชี้หน้าด่าทั้งตระกูล โดยเฉพาะนายมลคนครัวโดนหนักกว่าใคร คุณนายทองม้วนอ่านแถลงการณ์ประกาศไล่นายมลคนครัวออกอย่างเป็นทางการ เพราะทำงานนอกคำสั่ง แถมยังทำให้ทองตรากล้าละเมิดกฎของการประหยัด กล้ามาลองของใช้จ่ายเงินจนเกินงบตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน แล้ววันต่อไปจะเขียมได้ยังไง ทำให้เสียระบบ นายมลคนครัวทนไม่ไหวเถียงกันไปใส่กันไม่ยั้ง กับคุณนายทองม้วนอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตอนนี้เป็นขี้ข้าคุณนาย และยังบังอาจสอนเรื่องการประหยัดอดออมจนเกินเหตุ ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมกันนักหนา หรือจะห่อเอาไปใช้ในภพหน้า เพราะดูท่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ทำเอาคุณนายปรี๊ดปรอทแตกหาว่าแช่ง ชี้หน้าด่ากลับ และจะไล่ออกสถานเดียว ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่นายมลกลับได้ใจคุณพ่อนายพลไปเต็ม ๆ และรู้สึกเป็นพระคุณที่ทำให้ท่านได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ รอดพ้นจากการขาดสารไอโอดีน และรอดพ้นจากการเป็นคอหอยพอกได้อย่างหวุดหวิด ถึงขั้นออกตัวแรง กล้าขอร้องเมียรักไม่ให้ไล่นายมลออก เพราะถึงแม้จะเปิดประตูสู่อาเซียน ค่าแรงของนายมลก็ยังถูกกว่าค่าแรงของเขมรพม่า และลาวอยู่ดี นายมลคนครัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เงาหัวตัวเองได้หายไป ทั้งที่ภารกิจพิชิตรักยังไม่ได้เริ่ม เลยรีบเสแสร้งแกล้งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบ และท่าทางเคารพอย่างสูงสุด ก่อนจะนั่งพับเพียบแต้วิงวอนคุณนายแม่สุดฤทธิ์ แต่คุณนายทองม้วนไม่สน ทองตราออกหน้ารับผิดแทนนายมล ว่าเธอผิดเอง พยายามอ้างเหตุผลสารพัด และสุดท้ายก็มาจบลงตรงที่ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อย เอามาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของนายมลที่ถูกมาก และหาไม่ได้อีกแล้วในสามภพ ทำให้สติของคุณนายพุ่งกลับเข้าร่าง ยอมให้จ้างนายมลคนครัวให้ทำงานต่อไป นายมล นึกสงสารในชะตากรรมของท่านนายพล ที่ต้องมาทนอด ทนอยาก เพราะความตระหนี่ตึ๋งหนืดของคุณนายทองม้วน เขาจัดการแอบโทรศัพท์สั่งอาหารที่โรงแรม ให้มาส่งที่บ้านทองตราทุกวัน โดยให้เงินปิดปากเด็กกำไล ให้เก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราเริ่มสงสัย ไปถามแม่เรื่องเงินค่ากับข้าว ที่ให้นายมลไปในแต่ละวัน และได้รับการยืนยันว่าให้เท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มให้เด็ดขาด แต่ทำไมถึงได้มีอาหารดี ๆ มาให้กินได้ทุกมื้อ แต่คุณนายทองม้วนกลับเห็นเป็นเรื่องดี ที่จ่ายแค่นี้ แต่ได้กินดีกว่าเดิม สั่งห้ามทองตราไม่ให้สงสัย ไม่ต้องรู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น ทองตรา กับคุณนายทองม้วน แอบเห็นทองทิวกับนายมลคนครัว สนิทสนมกันจนเกินเหตุ แต่พอถามก็ถูกปฎิเสธว่า แค่เคยมาเสริฟ์เหล้าให้ ตอนไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่โรงแรมก็เลยสนิทกัน ทองตราถูกแม่บังคับให้รับนัดเดทกับบรรดาชายหนุ่ม เพื่อดูตัวจนเบื่อเต็มทน แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่รัก และหวังดีกับเธอที่สุด และวันนี้ต้องจำใจไปพบ พูฒิพงศ์ หมอหนุ่มสุดสะอาด และกลัวเชื้อโรคในอากาศอย่างสุด ๆ ขนาดนัดมาเจอสาว ยังมีกะใจใส่หน้ากากอนามัยมาออกเดท ทำเอาทองตราหลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ จนหมอหนุ่มยอมเปิดหน้ากากโชว์ความหล่อ และนัดครั้งหน้ากับ นายสุดประเสริฐ เลขาท่านทูต ที่คุณนายทองม้วนนัดให้มาทานอาหารค่ำที่บ้าน เพราะต้องการฝากงานให้ทองตรา และอยากได้สุดประเสริฐมาเป็นลูกเขย ทำเอาทองตราเซ็งมาก นายมลคนครัวจอมครีเอท ได้รับคำสั่งจากคุณนายทองม้วนให้จัดการเรื่องอาหารให้ดี อย่าให้เสียหน้า แต่จ่ายเงินเท่าเดิมเดี๊ยะ แต่นายมลก็ไม่บ่นอะไร เพราะรู้นิสัยว่าที่แม่ยายดี จึงสั่งพนักงานเข้ามาทำอาหารเพื่อรับรองแขก โดยอ้างว่าไหว้วานเพื่อน ๆ ให้มาช่วยทำ อาหารทุกอย่างออกมาหน้าตาดูดี สมกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเลขาท่านทูต ที่ทำตัวโอเวอร์คุยโวโอ้อวดตลอดเวลา ทำเอาท่านนายพลหมั่นไส้ และคอยเบรกจนหัวทิ่มไปหลายดอก จนโดนคุณนายทองม้วนส่งสายตาอำมหิตใส่ ส่วนนายมลก็อาสาเข้ามาเป็นบริกร เสิร์ฟอาหารให้อย่างใกล้ชิด นายมลมองนาฬิกา และรู้ว่าได้เวลาอาหารเป็นพิษแล้ว เมื่อเลขาท่านทูตเริ่มทนไม่ไหว จะตะกายไปเข้าห้องน้ำที่ถูกสั่งปิดตายอย่างไร้สาเหตุไปเสียทุกห้อง จนทำเอาท่านเลขาทูตต้องกลั้นกลืนฝืนของเสียเอาไว้ จนเกือบได้ตายคาบ้าน และต้องเรียกรถพยาบาลมาหามท่านเลขาออกไปในที่สุด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ นายมลคนครัวและผองเพื่อนต่างดีใจ ที่ไล่คู่แข่งจนกระเจิงกลับไป แต่สุดท้ายก็ถูกกรรมตามสนองในทันที เมื่อทองตรารู้ทัน และจัดการให้นายมลกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และไม่นานก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาล นอนเคียงข้างสุดประเสริฐเลขาท่านทูต ที่ต่างนอนอ่อนล้า มองตากันปริบ ๆ กมลชนกในนามนายมลคนครัว เอาใบสมัครงานที่โรงแรมของตัวเองมาให้ทองตรา อ้างว่า รู้มาจากเพื่อนว่าเขารับฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหวังดีอยากให้ทองตราลองไปสมัครงานดู ทองตราแปลกใจกับข้อความในใบสมัคร ที่มักจะถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับงาน แต่นายมลก็หาเหตุผลมาอ้างว่ามันเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา จนทองตราต้องจำใจเขียนแล้วส่งไปงั้น ๆ ท่านนายพลบ่นคุณนายทองม้วนเรื่องชอบยุ่งวุ่นวาย จนไปทำลายความเป็นส่วนตัวของทองตรา เพราะเขาโตแล้ว แต่คุณนายก็ไม่สนใจ เพราะกลัวบรรดาพวกผู้ชายที่ไม่เข้าตา จะมาแอบจีบลูกสาว ก่อนจะเปิดจดหมายฉบับล่าสุด แล้วตาโตวิ่งหน้าตื่นไปหาทองตรา ว่าถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ทองตรา จำใจต้องไปสัมภาษณ์งานกับคุณนายทองม้วน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ทองตราไปคนเดียว และได้รู้ว่าโรงแรมนี้มีนายกมลชนก เพื่อนของทองทิวเป็นเจ้าของ และมอบหมายให้ คุณกาญจนา (สาวิตรี สามิภักดิ์) ผู้แป็นแม่มาสัมภาษณ์ทองตราแทน คุณกาญจนากับคุณนายทองม้วน แอบเม้าท์ลูกชายของตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ และได้รู้ว่านายกมลชนกไม่รู้หายหัวไปไหนเป็นเดือน ได้แต่สั่งงานทางโทรศัพท์ คุณกาญจนาตกลงที่จะรับทองตราไว้ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และให้เงินเดือนอย่างงาม ทำเอาคุณทองม้วนดีใจสุด ๆ แต่ทองตราตรากลับสงสัยว่ามันทำไมง่ายดายนัก ความลับของนายมลคนครัวแตกดังโพละ เมื่อทองตราสงสัย และไล่ต้อนเด็กกำไล จนยอมเปิดปากว่า นายมลไม่เคยทำกับข้าวอะไร พอถึงเวลาก็มีรถคันใหญ่เอาอาหารมาส่งให้ และเขาเอาเงินปิดปาก แถมยังจ้างให้ถอนผมหงอกแบบเหมาจ่ายอีกต่างหาก นายมลคนครัวถูกทองตราไล่ออก เพราะไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงในสิ่งที่ได้ทำ ท่ามกลางการคัดค้านของคุณนายทองม้วน ที่คราวนี้กลายมาเป็นโต้โผใหญ่ เพราะเสียดายอาหารดี ๆ ที่เคยได้กินฟรีจากนายมล แต่ก็เอาไม่อยู่ เพราะทองตราเอาจริง และไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ ทำอะไรไม่เคลียร์ ทั้งที่ลึก ๆ ก็แอบใจหาย กับความสุขเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะที่กำลังจะหายไปจากบ้าน แต่ก็ต้องตัดใจ ทองตราไปทำงานวันแรก และได้พบกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ชื่อกมลชนก ที่มีแววตาคล้ายนายมลคนครัว แต่เขาดูเนี๊ยบ เฉียบ เท่ เหมือนหนุ่มเกาหลีที่แสนอบอุ่น ต่างจากนายมลคนครัวที่เธอรู้จัก กมลชนกรู้สึกพอใจที่ยอมเชื่อผู้ใหญ่อย่างแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้าแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ให้ไปโกนหนวดโกนเครา ตัดผมเพ้าที่ยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่เคยทำตามสักที จนมาเจอทองตรา แม่แค่บอกว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คิดจะมารักกับลิงอุรังอุตังอย่างแก แค่นั้นมันก็รีบแจ้นไปทำหล่อเพื่อเปลี่ยนลุคส์ใหม่ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แขไขไฉไล (อัมราภัสร์ วรรธนะกุล) สาวไทยไซส์นอก อดีตหวานใจนายกมลชนก ที่เกือบจะได้ครองตำแหน่งมาดามเจ้าของโรงแรม แต่ดันไปปันใจให้ฝรั่งที่รวยมากกว่า แต่ก็ไปไม่รอดและซมซานกลับมาหาแฟนเก่า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความมั่นใจว่ายังไงกมลชนกคงไม่หนีไปไหน แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้มี ยูริ (ภคภรณ์ เลิศช่ำชองกุล) สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นไซส์มินิ และคิกขุสุด ๆ กับนักท่องเที่ยวลูกค้าขาประจำ สาวมั่นชาวเกาหลี หน้าสวยผิวใสอย่าง อึนเฮ (รัดเกล้า แจ่มอุลิตรัตน์) ต่างเดินทางมาหากมลชนกอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย ทองตราถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่า จากตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ให้มาเป็นเลขาหน้าห้องของกมลชนก มีหน้าที่หลัก คือคอยกีดกันบรรดาสาว ๆ โจทย์เก่าของเจ้านายไม่ให้มารบกวน เป็นภารกิจที่ทองตราไม่ชอบ แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเธอก็ทำได้ดี ทำหน้าที่ได้อย่างถึงกึ๋น ในการไล่กิ๊กสามสัญชาติของเจ้านาย แต่ก็ทำให้มีศัตรูเพิ่มได้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้กมลชนกยิ่งหลงรักทองตราถึงขั้นคิดจริงจัง กมลชนกไปปรึกษาแม่ ให้ช่วยดูทองตรา ผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่เขาคิดจะจริงจัง แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ กมลชนกยืนยันว่าทองตราเป็นคนเดียวที่อยากให้แม่ช่วยดู และร่วมตัดสินใจ ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเลือกคนที่จะมาเป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกได้ไม่ผิดพลาดอีกต่อไปเป็นครั้งแรกที่คุณกาญจนาเริ่มจะเชื่อน้ำยาลูกชาย เพราะเห็นความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองของกมลชนก ที่หันมาเอาการเอางาน และทำงานทุกอย่างได้ดีไม่มีที่ติ จึงยอมตกปากรับคำ กมลชนกต้องการจะลองใจทองตรา เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน ชอบคนที่เงิน หรือที่หน้าตา เพื่อหาบทพิสูจน์รักแท้ และหาสะใภ้คนดีมาให้แม่ได้ชื่นใจ คุณกาญจนาเรียกทองตราเข้าไปพบ เพื่อให้ช่วยดูแลงานของกมลชนก และเริ่มมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกัน ทองตรามาบอกพ่อกับแม่ว่า กมลชนกนัดจะพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่ทองตราทำงานให้เขาได้เป็นอย่างดี ทำเอาคุณนายทองม้วนตาโต และแต่งตัวเต็มยศ ไม่ลืมที่จะบังคับให้ท่านนายพลใส่สูทอย่างดี เพื่อไปกินอาหารฟรีกับเศรษฐีเจ้าของโรงแรม และไม่ลืมเอาเด็กกำไลติดตามไปด้วย กมลชนกมาพร้อมกับรถหรู รับทุกคนออกไป แต่ไม่ใช่ร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารบุฟเฟ่รถเข็นริมน้ำ ที่มีเก้าอี้ แต่ไม่มีแอร์ ถ้าไม่มีคิว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ทำเอาคุณนายทองม้วนผิดหวังอย่างแรง ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาลบเหลี่ยมความเขี้ยวความเค็มเธอได้ แต่ลูกชายเศรษฐีคนนี้ ที่มีเงินตั้งมากมาย ทำไมใจแคบทำให้เสียอารมณ์ เพราะเริ่มร้อน และชุดเริ่มรัด จนทนไม่ไหว บ่นกับกำไลว่า ถ้ารู้ว่าจะมาที่นี่จะได้ใส่ผ้าถุงมา ขณะที่ทองตรา กับท่านนายพลกลับชอบใจในบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ กมลชนกเห็นทองตราเหม่อมองชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ทำให้นึกถึงนายมลคนครัว ผู้ชายที่ทำให้ชีวิตของเธอมีสีสัน ถึงแม้จะเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมมัน จนกมลชนกร้องถามว่าเป็นอะไร ทองตราบอกไปตามความจริงว่า นึกถึงคนครัวที่เพิ่งลาออกไป ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทำเอาเขาแอบยิ้มกระหยิ่มในใจกมลชนกนัดทองทิวมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจ และให้มารับโอนผู้หญิงในสต๊อกไปให้ห่าง ๆ เพราะกลัวทองตราจะระอา และถอดใจไปจากเขา ทองทิวเตือนให้กมลชนกระวังตัวไว้ เพราะทองตราไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาทำอะไรให้เป็นเรื่องเล่น ถึงทองตราจะเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความอดทนสูง แต่อย่าได้ทำให้เธอโกรธอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าใครก็เอาเธอไว้ไม่อยู่ ถ้ากมลชนกไม่ได้คิดที่จะจริงจังจริงใจ ก็รีบถอยให้ไกลจากทองตรา แต่กมลชนกไม่ยอม และยืนยันว่ารักจริงหวังแต่งแน่นอน กมลชนกเริ่มเปิดใจ และแสดงท่าทีว่ามีใจให้กับทองตรา ก่อนจะพาทองตราไปที่บ้านหลังใหญ่ มีการจัดแสดงโชว์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อลองใจทองตรา ก่อนจะพาไปเดินชมของมีค่า แต่ทองตราก็มีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการระริกระรี้เหมือนแขไขไฉไล ยิ่งทำให้กมลชนกไม่เข้าใจว่าทองตราคิดยังไง และคิดอะไรกับเขาอยู่ เพราะความเงียบเรียบเฉยของทองตรา เป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของเขาเสมอ วันนี้ทองตราได้เห็นปราสาทหลังงามของแม่ วันหน้าเธอจะได้เห็นกระต๊อบของเขาแล้ววันนั้น มันจะเป็นบทพิสูจน์บทสุดท้ายว่า เขาและเธอจะเลือกเดินไปในทิศทางใด จะได้รักกัน หรือเลิกลากัน ก็สุดแล้วแต่บุพเพสันนิวาสจะพาไป ทองตราเริ่มต่อจิกซอร์แห่งความสงสัยในสมอง กับพฤติกรรม และความเชื่อมโยงกันของนายมลสองคน จนต้องกลับไปถามทองทิวอีกครั้ง เรื่องเพื่อนชื่อกมลชนก คนรวย กับนายมลคนจน ที่พี่ชายได้ไปรู้จักคนทั้งคู่ แต่ทองทิวก็แถไป เพื่อให้น้องสาวไม่สงสัยเพื่อนรัก ว่ามีเพื่อนชื่อมล สองมล ให้ตรงกันกับคำให้การของกมลชนก ที่เคยตอบคำถามนี้กับทองตรามาแล้ว แต่ในใจเธอก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ทองตรารู้สึกได้ตามสัณชาตญาณ ว่าการกระทำของนายมลคนรวย ที่กำลังตามรุกเพื่อจะขอความรักไปพร้อม ๆ กับกำลังลองใจ และใช้วัตถุมาเป็นตัวล่อ คงคิดว่าผู้หญิงจะต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคนรวยสำหรับทองตรา เธอจะเป็นฝ่ายเลือก ไม่ยอมให้ใครมาเลือก เพื่อไปเป็นของเล่นคนรวยโดยเด็ดขาด และยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ว่าควรจะยอมเปิดรับนายกมลคนรวยให้เข้ามาปรับพื้นฐาน เพื่อปูทางที่จะลองคบหาดูใจกันไปดีหรือไม่ ถ้าดูจากฐานะ ผู้หญิงที่หวังความสุขสบาย ย่อมไม่รีรอกับเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลึกลงไปในหัวใจของทองตรา มันเหมือนมีเส้นบาง ๆ มาขวางกั้นความรู้สึกของทองตรากับกมลชนกไว้ เพราะผู้ชายต่ำต้อยน้อยค่าอย่างนายมลคนครัว ที่ถึงแม้จะถูกไล่ออกไป แต่เขาก็คงมีน้ำใจ ยังโทรเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ทองตราจอดรถหน้าซอยที่คับแคบ ลงไปถามหานายมลคนครัวตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ว่าให้เดินตรงแหน่วไปจนกว่าจะผ่าน หมู่บ้านอึกทึกนิเวศน์ ที่มีเด็กวิ่งเล่นกันเกรียวกราว มีสุ่มเป็ด สุ่มไก่วางระเกะระกะเป็นระยะ แล้วเดินตรงไปจนสุดซอย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ สุสานนิเวศน์ ทองตรามองป้ายไม้กระดานที่เขียนด้วยถ่าน ที่นายมลตอกติดไว้ริมรั้ว ถัดไปมีกระดาษผูกเชือกเขียนไว้ว่า ห้ามรบกวน เจ้าของบ้านไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้จ้ะ ฯลฯ ทองตรามองเข้าไปในบ้านโกโรโกโสทาสีโอ๊ค แต่ไม่เห็นใคร เลยต้องเอาถุงขนมที่ซื้อมาฝากไปวางไว้ให้ในบ้าน และเขียนจดหมายฝากบอกนายมลไว้ ราชากับยาจก คำนี้ทองตราใช้เปรียบเทียบนายมลคนครัว กับนายมลคนรวย ที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาในใจ และทำให้สับสนได้ทุกเมื่อ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ในใจมันบอกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธง เลยต้องรอดูต่อไป กมลชนกขาดความมั่นใจ ไปปรึกษาจนแม่รำคาญ ด่าว่าจะหาเมียสักคนยังต้องมาถามแม่ แล้วต่อไปจะไปเป็นพ่อคนได้ยังไง ถ้าไม่แน่ใจในตัวผู้หญิงแสดงว่าโง่ แต่ถ้าไม่แน่ใจในตัวเองแสดงว่างั่ง ทำเอาเขารับไม่ได้ เถียงแม่กลับไปว่า เคยเป็นแต่พ่อครัว ไม่เคยเป็นพ่อคนแล้วจะรู้ได้ยังไง กมลชนกเลือดขึ้นที่โดนแม่บังเกิดเกล้าหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างเขา จึงตัดสินใจโทรไปหาทองตรา อ่านแถลงการณ์รัก พร้อมกับขอแต่งงานอย่างเท่ ๆ แมน ๆ ทองตราด่ากลับ หาว่าบ้า และมีพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบคิดอะไรทำอะไรแปลก ๆ แล้วจะมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเอาไปทำพันธ์ กมลชนก ถูกทองตราปฏิเสธ จนหน้าหงายเงิบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังพอใจ ที่ได้รู้ว่าทองตราไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินขณะที่ทองตราก็หอบความเครียด และหอบความคานอันใหญ่ ไปเล่าให้พ่อฟัง ว่าได้ปฏิเสธการแต่งงานจากนายมลคนรวย เพราะคนรวยไม่จริงใจ ชอบลองใจ มันเหมือนดูถูกกันชอบคิดว่าเราโง่ พ่อสอนทองตราเรื่องความรัก บอกถึงความต่างของคนชื่อมลสองคน นายมลคนครัวเป็นคนที่มีความสุข มองคนทั้งโลกคือเพื่อน สรรพสิ่งในโลกเป็นของเล่นมีโลกอยู่ในกำมือ แต่นายมลคนรวย มีรถคันใหญ่ แต่งตัวโก้ ทำตัวหมุนไปตามโลกจนหัวปั่น หัวหมุน อยู่กับเกียรติยศเงินตรา สรรพสิ่งในโลกต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เห็นคนทุกคนคือคู่แข่ง นี่คือสิ่งที่คนสองคนต่างกัน ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ในที่สุด ทองตราก็ได้ล่วงรู้ว่าที่แท้นายมลสองมลก็คือคน ๆ เดียวกัน ที่ทำเอาทั้งโมโห ทั้งเจ็บใจ เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกพี่ชา กับนายกมลชนกเพื่อนซี้หลอกเอา ทั้งที่เธอเฝ้าเพียรถามด้วยความสงสัยมาตลอด แต่ทองตราก็ยอมรับกับพ่อ และแม่ว่าชอบนายมล และอยากที่จะพิสูจน์กลับเขาบ้าง ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป และไม่ยอมให้พบหน้า ทำให้กมลชนกเครียด และคิดว่ารักครั้งนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำเอาเขากลายเป็นคนอกหัก จนกาญจนาเห็นใจในรักแท้ของลูกชายกมลชนกได้รับโทรศัพท์จากทองตรา ด้วยความดีใจ และมีความหมายสุด ๆ ทองตรานัดให้เขาไปที่บ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็น และได้เห็นทองตรายืนหน้ามั่นกมลชนกรีบปรี่เข้าไปหาทองตรา ขอคุยและเคลียร์เรื่องทุกอย่าง เพื่ออธิบายขอให้ทองตราได้เข้าใจ และให้ชอบแก่นแท้ แต่อย่าได้พาลไปเกลียดกระพี้ ซึ่งมันไม่ถูก เขาเกิดมารวยมันผิดตรงไหน เหตุผลที่ต้องลองใจ เพราะเขาเคยเจอแต่คนที่คิดจะมาปอกลอก มาเพื่อผลประโยชน์ และความสุขสบาย แต่สำหรับทองตราไม่ใช่ และไม่ว่าเขาจะเป็นนายมลคนไหน จะรวยหรือจนยังไง เขาก็มั่นใจว่าทองตราจะไม่มีวันทิ้งเขา ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจ และได้ตามหาหัวใจกันจนเจอ ทองตรากับกมลชนก เดินเคียงคู่วนอยู่รอบสนาม เพื่อทำความตกลงกันว่า รสแห่งชีวิตในกายภาคหน้าจะปรุงด้วยรสใดบ้าง เพราะการที่มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต บางคน...ต้องการความหวานเพิ่ม เพื่อให้ความแห้งแล้งในหัวใจมลายหายไป บางคน...ต้องการความเผ็ด เพื่อให้ชีวิตที่ชืดชา กลับมาผาดโผน บางคน...ต้องการความเค็ม เพื่อมิให้ความฟุ่มเฟือยพาความพินาศมาให้ อีกหลายคน...อยากเติมรสเปรี้ยว เพื่อรูปลักษณ์ที่ใหม่ขึ้นน่าดูขึ้น ชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ติดตามชมความสนุกสุดกวนของละครรักโรแมนติก และพบกับเรื่องราวเหล่านี้ ได้ในละคร พ่อครัวหัวป่าก์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 นักแสดงนำละคร พ่อครัวหัวป่าก์ หลุยส์ สก๊อต รับบท กมลชนกรณิดา เตชสิทธิ์ รับบท ทองตราสาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กาญจนาทูน หิรัญทรัพย์ รับบท พลตรีรณยุทธดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณนายทองม้วนบรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รับบท ทองทิวอนันท์ บุนนาค รับบท อาเทวาอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท แขไขไฉไล ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไววิทย์ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กำไลสวิส เตชภูวนนท์ รับบท เบสจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท ลุงเชฟปราโมทย์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท แบมบี้นาตาชา จุลานนท์ รับบท มินนี่เกวิน ฌ็อง โดนาร์ท รับบท โอ๊ค

ีเจนี่ เผยสัมพันธ์ กึ้ง ยังเหมือนเดิม ตอกกลับคนวิจารณ์ชุด สวยขนาดไหน!!
กึ้ง เฉลิมชัย /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้เปิดใจถึงความสัมพันธ์กับไฮโซทายาทเนสกาแฟอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ว่ายังปกติเหมือนเดิม มีเวลาก็เจอกันตามปกติพร้อมกับอัพเดทเรื่องธุรกิจใหม่เปิดยิมร่วมหุ้นกับ ลีซอ ธีรเทพ โดยใช้ชื่อว่า 911 BY JT X LS เตรียมเปิดตัวเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ และยังตอกกลับอยากเห็นหน้าคนวิจารณ์ตนเรื่องใส่ชุดเบรนด์หรูแต่ดูประตูน้ำว่าจะสวยขนาดไหน!! เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

เจนี่ โชว์ซีนรักเร่าร้อนกลาง เดอะเฟสฯ3 บอกเลย...มีความเผ็ดมว้ากกก!!
เจนี่ /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

  โอ้ววว!!! แซ่บมาก สำหรับนางเอกตัวจี๊ดของวงการ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หลังมารับบทเป็นเมนเทอร์พิเศษในฐานะพรีเซนเตอร์จากแบรนด์ เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ในรายการ เดอะ เฟซ ไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ชีก็ทำเอาฮือฮาไปทั้งโลกโซเชียล แหม...ก็ สาวเจนี่ จัดหนักจัดเต็มไม่ให้เสียชื่อเมนเทอร์ เปิดฉากโชว์อารมณ์ในซีนคิสจูจุ๊บสุดแซ่บแบบใกล้ชิดกับพิธีกรหนุ่ม ขุน ชานนท์ จำลองบรรยากาศการถ่ายทำโฆษณาใหม่ล่าสุด ที่นอกจากจะทำเอาหัวใจหนุ่มๆ ตุ้มๆ ต่อมๆ แอบลุ้นตามไปด้วยแล้ว ด้านพิธีกรหนุ่ม ขุน ชานนท์ ที่เจอช็อตเด็ดของ สาวเจนี่ เข้าไปยังออกอาการเขินเลยทีเดียว   โดย สาวเจนี่ เผยว่า “ยอมรับว่าติดใจจากการเข้ามาเป็นเมนเทอร์พิเศษตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว พอปีนี้ทางเมย์เบลลีน นิวยอร์ก ติดต่อมาอีกเจนี่ก็ตอบรับทันที ซึ่งในมาสเตอร์คลาสแรกคือการแสดงอารมณ์ที่ใช้ประสบการณ์ของนักแสดงมืออาชีพที่ถ่ายโฆษณาเมย์เบลลีน นิวยอร์ก ล่าสุดมาสอนน้องๆ โดยโจทย์วันนี้คือการแสดงอารมณ์รักด้วยอินเนอร์สื่อสารผ่านทางแววตา สามารถตีโจทย์ความรักได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น love at first sight หรือรักแรกพบรักแบบ Playgirl หรือ Passionate Love รักเร่าร้อนซึ่งไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหนหรือจะต้องเข้าใกล้แค่ไหนก็ตามแต่สาวๆ ทุกคนจะไม่หวั่น ถ้ามีตัวช่วยอย่าง Maybelline Super BB Cushion Fresh Matte SPF25 / PA+ (เมย์เบลลีน ซุปเปอร์ บีบี คุชชั่น เฟรช แมท เอสพีเอฟ 25 / พีเอ +)ที่ทำให้สาวๆ มีลุคสุดเฟรชแมท พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์คับขัน แม้ใกล้ระยะประชิดแค่ 3 ซม.ทีนี้ก็เหลือเวลาไปทำอะไรสนุกๆ อีกเยอะเลยค่ะ”   โอ๊ย!! ถ้าต้องมาลุ้นกันซะขนาดนี้ เดี๊ยนมิต้องจิกหมอนพรุนกันพอดีเหรอคะ!! ขอบคุณภาพจาก IG janienineeleven

เหมือนจะจบ!! บุ๋ม ทิ้งท้ายปมฟิสเนส งานเข้านักฟุตบอล-ไฮโซ??
ฟิสเนส /  ธุรกิจดารา / 

เหมือนว่าจะจบไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆ สำหรับประเด็นดราม่าธุรกิจฟิสเนส smash gym ของนางงามตัวแม่ บุ๋ม ปนัดดา ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถกับฟิสเนส 911 by JT ของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ก่อนหน้านั้นเป็นที่รู้กันว่าเคลียร์จบหมดปัญหา โดยสาวบุ๋มตัดสินใจย้ายออกสิ้นเดือนนี้พร้อมลั่นไปเปิดที่ใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งวันนี้ (30 พ.ย. 2559) ก็เป็นวันสุดท้ายที่ว่าไว้พอดี แต่จุดนี้สาวบุ๋มขอโพสต์ภาพและแคปชั่นระบายทิ้งท้ายผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวให้สายเผือกได้นั่งไม่ติดกันอีกสักหน่อย ซึ่งใจความมีอยู่ว่า "วันนี้ smash gym เปิดเป็นวันสุดท้าย ขอระบายทิ้งท้ายนิดนึงนะคะ เราจบลงด้วยดี แต่ก็มีคนบางคนที่พยายามทำให้แย่ เช่น นักฟุตบอลชื่อดังคนนึงขอเข้ามาในยิม แล้วมาขอถ่ายรูปอุปกรณ์แบบหน้าด้านๆ เพิ่งมารู้ว่าเป็นหุ้นใหม่ที่จะเปิดยิมเหมือนกัน ไอเดียความรู้ที่จะทำเองยังไม่มีเลย แล้วเป็นถึงนักกีฬาทำไมไม่มีน้ำใจนักกีฬา ผิดหวังมาก! แล้วก็ไฮโซอีกคนมาเล่นในยิมเราตั้งนาน มาถามเทรนเนอร์เราว่าสนใจจะไปที่ใหม่ไหม? เค้าเป็นหุ้นอีกคนของ... เปิดที่นี่แหละ! 55555555 โลกนี่ช่างโหดร้ายเนอะ" อุ๊ย ตาย ว๊าย กรี๊ด!! ไฮโซก็มา นักกีฬาก็มีเอี่ยว ทำท่าว่าจะจบแต่นางงามตัวแม่กลับเปิดประเด็นให้ได้ตะหงิดๆ แบบนี้ สงสัยมีต่ออีกก๊อกแหงๆ เอ้า!! ใครเป็นใครถามใจเธอดูแล้วกัน อิอิ บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda

ละครบ่วงหงส์ , เรื่องย่อบ่วงหงส์
ละคร บ่วงหงส์ /  เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ / 

บ่วงหงส์บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตรบทโทรทัศน์โดย ศุภวรรณ ทองขลิบ, เหมือนฝัน ขาวเหนือ, ศันสนีย์ ดุลยธนบดีกำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ออกอากาศทุกวัน จันทร์-อังคาร เวลา 20.30น.ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ เรื่องราวของนางแบบสาว ที่ชะตาชีวิตผกผันไปอย่างคาดไม่ถึง... พิมพ์ลภัส ลูกสาวคนเดียวของ ตรัย นักธุรกิจที่ล้มละลายและฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ ความที่เป็นลูกสาวคนเดียว เกิดมาบนกองเงินกองทอง และกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้ถูกตามใจจนเหลิง ใช้ชีวิต อย่างหรูหรามีคนรับใช้มากมาย สุขสบายมาตั้งแต่เด็ก ถึงจะเคยไปเรียนเมืองนอกมาหลายประเทศ แต่เธอก็เรียนไม่จบสักที่ เจ้าอารมณ์ และเอาแต่ใจตัวเอง และเนื่องจากพิมพ์ลภัสเป็นคนที่สวยสมบูรณ์แบบ จนใครเห็นต้องเหลียวหลัง จึงทำให้นิตยสารชื่อดังมากมายชวนเธอไปถ่ายแบบ และเดินแบบ จนในที่สุด เธอก็ยึดอาชีพนางแบบเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยความที่เธอเป็นลูกคนรวย และเอาแต่ใจตัวเอง พิมพ์ลภัสจึงไม่ตั้งใจทำงาน ไม่ตรงต่อเวลา และวีนเหวี่ยงใส่ทีมงานจนทุกเอเจนซี่รู้กิตติศัพท์แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ ตรัยกินยาตายเพื่อหนีหนี้ ความตายของพ่อทำให้ชีวิตของพิมพ์ลภัสต้องพลิกผัน จากหน้ามือเป็นหลังมือ ชีวิตหรูหรา คฤหาสน์ รถสปอร์ต ทรัพย์สินเงินทองหายวับไปกับตา เหลือไว้แค่รถบีเอ็มเก่าๆหนึ่งคัน เงินอีกนิดหน่อย และเข็มกลัดหงส์เพชรที่ตรัยมักเปรียบเปรยลูกสาวสุดที่รัก ว่าเป็นเหมือนนางหงส์แสนสวย ละคร บ่วงหงส์ แม้ตรัยจะไม่ค่อยเหลือสมบัติอะไรให้ลูกสาวแท้ของตน แต่คนที่ได้เงินทองจากตรัยไปมากที่สุดกลับเป็น มาธวี แม่เลี้ยงของพิมพ์ลภัส อดีตนางแบบตกอับที่พ่อของเธอรับมาชุบเลี้ยงออกหน้าออกตา มาธวีแก่กว่าพิมพ์ลภัสเพียงไม่กี่ปี ยังไม่ทันสิ้นงานศพของพ่อ พิมพ์ลภัสก็ถูกยึดบ้าน รถหรู ยึดทรัพย์สมบัติทุกสิ่ง ทำให้เธอต้องมาเช่าคอนโดอยู่ แถมยังถูก ยศพล คู่หมั้น ลูกผู้ดีจากตระกูลเก่า ถอนหมั้นกระทันหัน ตรงกันข้ามกับมาธวี ที่ได้เสวยสุข เพราะซึ่งชิงหย่ากับตรัยก่อนหน้านี้ และเรียกร้องค่าเลี้ยงดูอย่างมหาศาล แถมถีบตัวขึ้นมาจนมีชื่อเสียงในสังคม ด้วยการเปิดห้องเสื้อมาธวี รับตัดเสื้อให้ไฮโซ คุณหญิงคุณนาย มาธวีมีคนสนิท 2 คน คือ กระเทยปากร้ายชื่ออิศราวดี หรือ หนูดี และหญิงแท้ชื่อ เป็ด ทั้งสองเป็นเหมือนคอหอยกับลูกกระเดือกของเจ้านาย ถึงแม้ชีวิตจะตกต่ำลง แต่พิมพ์ลภัสก็ยังมีนิสัยเสียชนิดที่แก้ไม่หาย งานเดินแบบที่เคยทำจึงค่อยๆหดหายไป ไม่มีใครอยากจ้างเพราะถึงแม้จะสวยจัดอย่างไร แต่ทุกคนต่างเอือมระอากับการผิดนัด โทษโน่นโทษนี่ของเธอโดยไม่เคยมองข้อเสียของตัวเองเลย ถึงกระนั้นพิมพ์ลภัสก็ยังหยิ่งไม่ง้อใคร ยิ่งนานวันทรัพย์สินเงินทองก็ร่อยหรอลงทุกที หากแต่มีสิ่งเดียวที่เธอไม่ยอมขายกินซึ่งก็คือ เข็มกลัดประดับเพชรรูปหงส์ที่เตรียมจะโผบินขึ้นฟ้า เข็มกลัดนี้พ่อได้มอบให้เป็นของขวัญครั้งพิมพ์ลภัสย่างเข้าอายุ 15 ละคร บ่วงหงส์ เจ้าของคอนโดที่พิมพ์ลภัสเช่าอยู่ชื่อ กิตติชัย ทั้งกิตติชัยและ อรอุษา อดีตดาราเก่า ผู้เป็นภรรยา ต่างมีนิสัยเจ้าเล่ห์ และมีประวัติที่ไม่ค่อยจะสู้ดี ทั้งสองเฝ้าสังเกตพิมพ์ลภัสมาตลอด จนกระทั่งเห็นว่าเธอกำลังจนตรอกจึงเสนองานที่มีค่าตอบแทนสูง พร้อมทั้งค่าตอบแทน คือการได้พักคอนในคอนโดหรูแห่งนี้ฟรี เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งงานนั่นคือการไปขโมย และทำลายเทปลับกับจดหมาย ที่เกี่ยวข้องกับอรอุษาจาก รเมศ เจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี สองสามีภรรยาสร้างเรื่องว่า อรอุษาหลงผิดไปมีความสัมพันธ์ กับรเมศอย่างลับๆรเมศได้อัดเทป และเก็บจดหมายรัก ซึ่งอรอุษาเขียนติดต่อไปไว้เพื่อแบล็คเมล์คนทั้งสอง เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจการซื้อขายที่ดิน ครั้งแรกพิมพ์ลภัสก็ไม่ยอมทำ แต่อรอุษามาร้องไห้วิงวอนร้องขอให้พิมพ์ลภัสเห็นใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งพิมพ์ลภัสก็ยังลังเล จนกระทั่งได้อ่านข่าวสังคมว่ามาธวีกำลังจะไปจัดแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมเชียงรายจารวี เธอจึงตัดสินใจรับงาน เพราะเชื่อมั่นว่ารเมศต้องเป็นคนเลวแน่ จึงสามารถคบหากับมาธวีได้ พิมพ์ลภัสเดินทางมาถึงโรงแรมเชียงรายจารวี โดยกิตติชัยอ้างว่าจะรับรอง ความปลอดภัยหากรเมศจับได้ อีกทั้งยังสัญญาว่าจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ระหว่างที่พักอยู่โรงแรมนั้นด้วย รเมศเป็นหนุ่มหล่อ หน้าสวยสำอางค์ ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจตั้งแต่ยังหนุ่ม เพราะมีที่บ้านช่วยปูพื้นมาให้ เขามีเพื่อนรักคือสีหนาท หรือที่ลูกน้องเรียกว่า นายสิงห์ เป็นหุ้นส่วนในทุกธุรกิจอยู่ครึ่งหนึ่ง ทั้งธุรกิจโรงแรมและไร่ แต่นายสิงห์มักจะชอบอยู่ดูแลไร่ มากกว่าที่จะออกมาดูงานในโรงแรม ทำให้หลายๆ คนจึงไม่รู้ว่า โรงแรมนี้ยังมีเจ้าของอีกคนคือนายสิงห์สีหนาทมีคู่หมั้นชื่อนารา หรือ หนูนา หลานสาวคนเดียวของนายแบงค์ใหญ่ มหาเศรษฐีที่มีหน้ามีตาในวงสังคม เธอกำลังจะจบโท และจะบินกลับมาแต่งงาน กับนายสิงห์ในไม่ช้า ทั้งคู่รักกันมาก เพราะเคยผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกันมากมายซึ่งพ่อแท้ๆ ของหนูนา คือ น้าราม มือขวาของนายสิงห์ ซึ่งเมื่อเลิกรากับแม่ของหนูนาไปแล้ว ก็มาได้ภรรยาสาวเป็นน้องสาวของนายสิงห์ชื่อ ขนิษฐา หรือที่รเมศมักเรียกว่า คุณน้อง ซึ่งเธอก็เป็นอีกคนที่รเมศวางใจ ให้มาช่วยแบ่งเบาภาระงานต่างๆในโรงแรม ละคร บ่วงหงส์ ที่เชียงรายจารวี พิมพ์ลภัสกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนรวมทั้งรเมศ ด้วยความที่เป็นคนสวยมาก รเมศจึงเข้ามาทำความรู้จัก ซึ่งเธอก็ให้ความสนิทสนมตามแผนทันที รเมศดูจะหลงรักพิมพ์ลภัสขึ้นทุกวัน ทั้งยังบอกว่าจะให้เธอเดินแบบกับห้องเสื้อมาธวีด้วย เขาตามใจเธอ และเอาอกเอาใจทุกอย่าง ความที่พิมพ์ลภัสเอาแต่ใจตัว เย่อหยิ่ง ดูถูกคนอื่น ทำให้เธอสร้างศัตรูในโรงแรมไว้หลายคน โดยเฉพาะกับบรรดาพนักงานต้อนรับ และพนักงานเสริ์ฟ รเมศพาพิมพ์ลภัสเที่ยวดูงานในโรงแรม และพาไปท่องเที่ยวที่สถานที่ต่างๆในเชียงราย รเมศเป็นคนที่เชื่อในสัญชาตญาณแรก และปิ๊งพิมพ์ลภัสตั้งแต่แรกเห็น เขาทุ่มเทใจให้เธอมากมาย ในขณะที่พิมพ์ลภัสกลับจ้องแต่จะหาจังหวะขโมยเทป และจดหมายอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เพราะเธอไม่ใช่มืออาชีพ พิมพ์ลภัสจึงเผลอทำพิรุธให้รเมศสงสัย และเผลอใช้โทรศัพท์ในห้องของโรงแรมโทรหากิตติชัย แม้รเมศจะภาวนาขออย่าให้สิ่งที่เขาสังหรณ์เป็นความจริง แต่ในที่สุดรเมศก็จับได้ คาหนังคาเขา ขณะที่พิมพ์ลภัสเข้ามาขโมยเทปกับจดหมายจากตู้เซฟในห้องทำงานของตน พิมพ์ลภัสตกใจมากที่ถูกจับได้ แต่ก็ไม่วายเถียงว่ารเมศเป็นคนไม่ดี เป็นชู้กับเมียคนอื่นแถมยังเก็บหลักฐานไว้แบล็คเมล์ รเมศจึงเปิดเทปให้เธอได้ฟังความจริง และยังให้อ่านจดหมายเพื่อให้รู้ถึงความเลวของกิตติชัย ที่เอาชื่อของคนใหญ่คนโตไปแอบอ้าง ข่มขู่ชาวบ้านเพื่อบีบบังคับให้พวกชาวบ้านขายที่ดินให้กับตน เมื่อพิมพ์ลภัสรู้ความจริง ก็รู้สึกอับอายมาก แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับความเสียใจที่รเมศมาหมางเมินกับเธอ อย่างไรก็ตามพิมพ์ลภัสก็คือพิมพ์ลภัสที่โทษคนอื่นมากกว่าตัวเอง เธอโทรบอกกิตติชัยให้ส่งเงินมาจ่ายค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายในโรงแรม แต่กิตติชัยไม่ยอม โดยอ้างว่าเธอทำงานไม่สำเร็จ ทำให้เธอทั้งร้อนใจ และตกใจมาก สำหรับรเมศ เขาทั้งผิดหวัง และเสียใจที่มองพิมพ์ลภัสผิดไป รเมศรักพิมพ์ลภัสเข้าจริงๆ เขาจึงรู้สึกเหมือนถูกหลอก ถูกทรยศ ดังนั้นเมื่อพิมพ์ลภัสไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรม เขาจึงให้เธอทำงานชดใช้ โดยให้เป็นพนักงานเสริ์ฟ และขู่ว่า ถ้าพิมพ์ลภัสไม่ยอมจะพาเธอไปส่งตำรวจ ทีแรกพิมพ์ลภัสจะขายเข็มกลัดหงส์เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ แต่ด้วยความเสียดาย และหวงแหนสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ประหนึ่งเป็นตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับ ละคร บ่วงหงส์ เธอจึงตัดสินใจรับงาน พิมพ์ลภัสต้องแต่งเครื่องแบบพนักงานเสริ์ฟซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองที่เธอเคยดูถูก ต้องย้ายออกจากห้องพักหรูหรามาอยู่ห้องพักของพนักงานซึ่งต้องอยู่ร่วมกันห้องละสองคน ที่ทั้งแคบและไม่มีแอร์ ซ้ำร้ายเพื่อนร่วมห้องของเธอก็คือ กานดา พนักงานเสริ์ฟที่เธอเคยวีนใส่นับจากนั้นพิมพ์ลภัสก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับนางหงส์ปีกหัก เธอเห็นทุกคนเป็นศัตรูไปหมด งานหลายๆ อย่างในชีวิตที่ไม่เคยทำก็ต้องทำโดยเฉพาะงานบริการ แต่เธอก็ยังเอาตัวรอดได้ และยังสามารถทุ่นแรงการซักผ้า ทำความสะอาดห้องพักของตน ด้วยการยก เสื้อผ้ารองเท้าแบรนด์เนมที่เธอใช้แล้วให้กานดา แลกกับค่าเหนื่อย ตลอดเวลาที่พิมพ์ลภัสทำงานอยู่ที่ห้องอาหารจารวี รเมศเฝ้าจับตาดูอยู่ด้วยความสะใจ แต่บางครั้งก็อดใจอ่อนไม่ได้ ฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัสเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เธอมีเรื่องกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงานเสริ์ฟด้วยกัน ลูกค้า หรือแม้กระทั่งพัชรี ผู้จัดการ ของห้องอาหาร ความเย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจตัวทำให้ทุกคนไม่ชอบพิมพ์ลภัส หลายๆ คนถึงกับนินทา บ้างก็เยาะเย้ยซึ่งๆ หน้า ด้วยความที่พิมพ์ลภัสเป็นคนหยิ่งทนง ไม่ยอมแพ้ และมีเลือดนักสู้ เธอจึงค่อยๆปรับตัว และก้มหน้าก้มตา ตั้งใจทำงานเพื่อเงินทิป และพยายามสะสมเงินเพื่อไถ่ตัวเองสุ่ความเป็นอิสระ ด้วยพื้นฐานและต้นทุนชีวิตที่ดีกว่าพนักงานเสริ์ฟคนอื่นๆ และความดีในจิตใจที่ยังมีอยู่พอควร เมื่อจินตนา เพื่อนร่วมงานซึ่งมีปมในชีวิตเรื่องแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงเหมือนกับเธอ โดนลวนลาม จากลูกค้าฝรั่งบ้ากาม พิมพ์ลภัสจึงออกไปไล่ตะเพิดและปกป้องทุกคนจากฝรั่งบ้ากามคนนั้น ทำให้ความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานที่มีกับพิมพ์ลภัส ค่อยๆดีขึ้น มิตรภาพระหว่างเธอและเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะกับกานดาและจินตนาก็ยิ่งทวีความแน่นแฟ้น จนเรียกได้ว่าทั้งคู่กลายมาเป็นทั้งองค์รักษ์ และเพื่อนสนิทของเธอในที่สุด การได้ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขกันนานวันเข้า ประกอบกับความไม่สะดวกสบายทั้งหลายแหล่ ทำให้พิมพ์ลภัสเริ่มเห็นสัจธรรมของชีวิต และพยายามทำใจยอมรับถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม ละคร บ่วงหงส์ และแล้ววันงานแฟชั่นโชว์การกุศลก็มาถึง เมื่อมาธวีได้เห็นสภาพของพิมพ์ลภัสกับตาตัวเอง เธอรู้สึกสะใจที่ได้เห็นลูกเลี้ยงตกต่ำ และไม่รีรอที่จะเยาะเย้ยซ้ำเติม ซึ่งขณะเดียวกันมาธวีก็พยายามที่จะจับรเมศให้ได้ จนสุดท้ายหนูดี และเป็ดลูกน้องของมาธวีก็สืบรู้ว่าสาเหตุที่พิมพ์ลภัสต้องกลายมาเป็นเด็กเสริ์ฟ ก็เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง มาธวีจึงคิดไปว่าพิมพ์ลภัสคงจะมีแผนการที่จะมาจับคนรวย อย่างรเมศเช่นกัน แต่ด้วยความช่างสังเกต เธอจึงพอจะรู้ได้ว่ารเมศก็มีใจให้พิมพ์ลภัส เธอจึงคอยสร้างเรื่องให้ทั้งสองเข้าใจผิดกัน แถมยังแกล้งใส่ร้ายพิมพ์ลภัสให้ต้องกล้ำกลืนฝืนทน ในที่สุด มาธวีก็คิดจะกันพิมพ์นภัสให้ห่างจากรเมศโดยเด็ดขาด เธอจึงโทรศัพท์ติดต่อ เสี่ยสมาน ให้ได้มาเจอกับพิมพ์ลภัสที่โรงแรมเชียงรายจารวี เสี่ยสมานซี่งหลงรักพิมพ์ลภัสมานาน และอยากที่จะรับเลี้ยงดูพิมพ์ลภัส เสี่ยดีใจมากจึงรีบหนีเมีย ขึ้นมาเชียงรายเพื่อมาเจรจากับพิมพ์ลภัส และยื่นข้อเสนอจะเลี้ยงดูพิมพ์ลภัสอย่างดี แต่ก็โดนพิมพ์ลภัสตอกหน้ากลับอย่างไม่เกรงใจ เสี่ยรู้สึกท้อและถอดใจ แต่มาธวีจึงให้กำลังใจ และบอกแผนการณ์ที่จะทำให้พิมพ์ลภัสยอมตกเป็นของเสี่ย ถึงแม้เสี่ยจะยังลังเล กลัวว่าพิมพ์ลภัส จะไปบอกเมียของเขา แต่ความต้องการอยากได้นางหงส์แสนสวย มาครอบครอง เสี่ยจึงยอมทำตามแผน โดยเข้าไปดักรอพิมพ์ลภัสในห้องมาธวี มาธวีวางแผนแต่งเรื่องบอกรเมศว่าเธออยากจะใช้เงินแทนพิมพ์ลภัสเพื่อเห็นแก่ สายสัมพันธ์ที่เคยเป็นแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงกันมา แต่ก็กลัวพิมพ์ลภัสจะไม่ยอมรับ ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้รเมศ ช่วยเป็นคนนัดให้พิมพ์ลภัสมาพบเธอบนห้อง เพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกัน เธออ้างว่า ถ้าเธอเป็นคนนัด พิมพ์ลภัสคงไม่ยอมขึ้นมา รเมศหลงเชื่อจึงสั่งให้คนไปบอกพิมพ์ลภัส ว่าให้ขึ้นไปพบเขาที่ห้องพักบนโรงแรม ซึ่งจะมีมาธวีรออยู่เพื่อที่จะปรับความเข้าใจ แต่เมื่อพิมพ์ลภัสขึ้นไป กลับพบเสี่ยสมาน รอที่จะปลุกปล้ำเธออยู่ในมุมมืด ทุกอย่างเข้าแผนการณ์ของมาธวี แต่โชคดีของพิมพ์ลภัส ที่เสี่ยสมานทำไม่สำเร็จ พิมพ์ลภัสเอาตัวรอดด้วยการเอาโทรศัพท์ฟาดหัวเสี่ย และวิ่งหนีออกมาจนผมเผ้าหลุดกระเซิง จนไม่มีใครสังเกตได้ว่าดอกกล้วยไม้ ที่ประดับอยู่บนผม ของเธอ หลุดร่วงอยู่ในที่เกิดเหตุพิมพ์ลภัสเจ็บใจ และแค้นใจมากด้วยนึกว่ารเมศหลอกเธอมาให้เสี่ยสมาน จึงไปตัดพ้อต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง รเมศตกใจ เพราะไม่รู้ถึงแผนชั่วของมาธวี เมื่อรเมศขึ้นไปเอาเรื่องมาธวีถึงที่ห้อง เธอก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้ปฏิเสธ และแก้ตัวจนรเมศเกือบที่จะเชื่อ แต่ดชคดีที่รเมศได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ คือดอกกล้วยไม้จากผมพิมพ์ลภัสที่ร่วงอยู่ โทรศัพท์ที่พัง และสายหลุด จากการใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวของพิมพ์ลภัส รเมศไล่มาธวีออกจากโรงแรมทันที ละคร บ่วงหงส์ มาธวีจำนนต่อหลักฐาน ได้แต่พยายามอ้อนวอน รเมศโกรธมาก ไม่ยอมเห็นใจ และบอกให้มาธวีไปขอโทษพิมพ์ลภัส ซ้ำยังให้เธอกราบขอโทษพิมพ์ลภัสด้วย ส่วนพิมพ์ลภัสก็ได้ถ่ายรูปภาพประวัติศาสตร์นั้น เก็บไว้ดูด้วยความสะใจ รเมศหวังว่าจะทำความเข้าใจกับพิมพ์ลภัสได้ เพราะหลังจากมีเรื่องเขาได้ขอโทษเธอ และยอมรับผิดทุกอย่าง มาธวีโกรธแค้นด่าว่ารเมศ แต่ก่อนไปได้ เธอได้คายพิษครั้งสุดท้าย เพื่อต้องการที่จะให้พิมพ์ลภัสเจ็บช้ำ เธอบอกกับพิมพ์ลภัสว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้วชื่อ นารา หรือหนูนา ซึ่งพิมพ์ลภัสก็เคยเห็นความสนิทสนมของคนทั้งสองอยู่บ่อยๆ ทำให้พิมพ์ลภัสปักใจเชื่อ และเสียใจมากส่วนรเมศนั้นก่อนที่จะไล่เสี่ยสมานออกไปได้เรียกค่าทำขวัญไว้ให้พิมพ์ลภัส เสี่ยจำใจให้เพราะกลัวเรื่องจะอื้อฉาวทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย และถูกเมียเอาเรื่อง เงินจำนวนนั้นมากพอสมควร แต่รเมศไม่ได้ให้พิมพ์ลภัสในทันทีเพราะเกรงว่าเธอจะมีเงินใช้หนี้ และหนีเขากลับกรุงเทพฯไป ถึงแม้นางหงส์อย่างพิมพ์ลภัสจะอยากเป็นอิสระจากการทำงานที่เชียงรายจารวี แต่จริงๆแล้วหัวใจของเธอได้ติดบ่วงนายพรานอย่างรเมศเข้าแล้ว เธอเสียใจมากกับเรื่องราวที่ได้ยินจากมาธวี เธอตัดสินใจที่จะไปจากเชียงรายจารวี โดยเร็วที่สุด และไปให้พ้นจากรเมศ พิมพ์ลภัสปลงได้ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้เธอไม่ใช่นางหงส์แสนสวยอีกต่อไป สัญลักษณ์ราคาแพงที่ปักอยู่บนอกเสื้อ แสดงความเป็นตัวตนของเธอจึงไร้ความหมาย เธอยอมตัดใจขายเข็มกลัดหงส์เพชร ถึงแม้จะเสียดายใจแทบขาด แต่เพื่อจะได้พ้นจากโรงแรมแห่งนี้ พ้นจากผู้ชายหลอกลวง เพราะเธอเข้าใจว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้ว แต่ก็ยังมาหลอกเธอด้วยการทำท่าทีเหมือนมีใจด้วย ก่อนไปพิมพ์ลภัสได้มอบของที่ระลึกให้เพื่อนๆ พนักงานเสริ์ฟ เธอมอบเดรสตัวโปรดให้กับกานดา และเงินจำนวนหนึ่งให้จินตนาได้ไปลงเรียนต่อ สุโขทัยฯเพื่อสานต่อความฝัน เพราะทุกคนต่างได้ให้บทเรียนอันมีค่ากับเธอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้ค้นพบความจริงใจและคำว่าเพื่อนที่พวกเขาเหล่านั้นมีให้กับเธอ เมื่อพิมพ์ลภัสเอาเงินมาใช้หนี้ รเมศรู้สึกใจหาย แต่ในเมื่อเธอยืนยันจะไป ก็ไม่สามารถขัดขวางได้ รเมศยังได้มอบเงินค่าทำขวัญของเสี่ยสมานให้เธอด้วย ทำให้พิมพ์ลภัสยิ่งโกรธมากเพราะเข้าใจผิด ว่าเขาเก็บเงินจำนวนนั้นไว้ ไม่ยอมบอกเธอ ตั้งใจจะแกล้งกักตัวเธอไว้ให้ทำงานต่อ หลังจากพิมพ์ลภัสจากไปแล้ว รเมศเสียใจมาก จนซึมเศร้าไม่เป็นอันทำงาน จนทุกคนเป็นห่วง ละคร บ่วงหงส์ เมื่อพิมพ์ลภัสมาถึงกรุงเทพฯ เธอได้รับบทเรียนเรื่องการมีชีวิตพอเพียง จากการใช้ชีวิตที่เชียงรายจารวี เธอจึงไปเช่าอพาร์ทเมนเล็กๆ ขายข้าวของแบรนด์เนม เนื่องจากมันไม่มีความสำคัญกับชีวิตของเธออีกต่อไป และใช้ชีวิตกินอยู่อย่างประหยัด ติดดิน หลังจากนั้นก็เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไม่ท้อถอย ถึงแม้ในใจก็ยังคงรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา และยังคิดถึงรเมศอยู่ เธอเรื่มต้นด้วยการพยายามออกหางานเดินแบบ ติดต่อทุกเอเจนซี่ที่เคยร่วมงานด้วย แต่ทุกแห่งก็ปฏิเสธหมด เพราะมาธวีใช้อิทธิพล และความสนิทสนมส่วนตัวกับบรรดาเอเจนซี่ พูดให้ร้ายพิมพ์ลภัส และบอกให้ทุกเอเจนซี่ปฏิเสธเธอ ซึ่งพิมพ์ลภัสเองก็รู้ตัว เพราะเข้าใจว่า การที่ทุกคนปฏิเสธเธอ เป็นเพราะยามที่เคยรุ่งเรือง เธอทั้งเบี้ยวงาน เหวี่ยงวีน และไปสายมากๆเป็นประจำ ในที่สุดเธอจึงตัดใจ และตั้งใจหางานอื่นทำ แต่มันก็ยากเต็มที เพราะพิมพ์ลภัสเรียนไม่จบที่ไหนสักแห่ง หรือถ้าที่ไหนรับ เธอก็จะได้เจอกับเจ้านายหัวงู มาลวนลามเธอ เป็นอันให้เธอต้องลาออก และตกงานความทุกข์ยากหลายเดือนที่ผ่านมาสอนให้พิมพ์ลภัสไม่ท้อ เธอจึงลองเอาความสามารถด้านอื่นๆของเธอไปแลกกับเงิน ซึ่งนั่นก็คือการสอนภาษา เพราะเมื่อสมัยที่เธอยังเรียนอยู่เมืองนอก เธอได้เรียนคอร์สสั้นๆตามประเทศในยุโรปหลายประเทศ และอยู่ที่นั่นประเทศละหลายปี ทำให้เธอพุดได้ถึง 3 ภาษา และมีทักษะทางภาษาที่ดี ทั้งการพูดการเขียน แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีสถาบันสอนภาษาที่ไหนรับเธอ เพราะด้วยกฎระเบียบ ที่ต้องใช้วุฒิการศึกษาในการสมัคร จนกระทั่งวันหนึ่งพิมพ์ลภัสได้พบกับหนูนาโดยบังเอิญ ซึ่งหนูนาก็มากับนายสิงห์คู่หมั้น และเป็นหุ้นส่วนของรเมศ แต่พิมพ์ลภัสก็ยังไม่รุ้ และเข้าใจผิดอยู่เหมือนเดิม หนูนาพยายามจะให้ความช่วยเหลือ แต่พิมพ์ลภัสปฏิเสธ หนูนาจึงให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ พิมพ์ลภัสไม่สามารถหางานได้ เงินก็ร่อยหรอลงทุกที สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจโทรไปหาหนูนา หนูนาแนะนำให้พิมพ์ลภัสไปทำงานกับ รจนา ซึ่งกำลังหาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้ลูกสาว กับลูกชายเล็กๆที่บ้าน พิมพ์ลภัสซึ่งถึงแม้จะเรียนไม่จบปริญญา แต่ก็มีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ดีมาก ด้วยเพราะเป็นนักเรียนนอก รจนาดูจะดีใจ และเอ็นดูพิมพ์ลภัสเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันพิมพ์ลภัสก็รู้สึกว่าหน้าของรจนาคุ้นๆหลังจากสนิทสนมกันพอสมควร จนกระทั่งพิมพ์ลภัสเล่าเรื่องความรักอกหักของเธอ ให้รจนาฟัง ซึ่งพิมพ์ลภัสหารู้ไม่ว่ารจนาเป็นพี่สาวคนรองของรเมศ เมื่อรจนารู้ความจริง เธอจึงแน่ใจว่าพิมพ์ลภัสก็รักน้องชายของเธอ เธอดีใจมาก จึงรีบวางแผนนัดรเมศให้มาพบกับพิมพ์ลภัสที่บ้านของตนพิมพ์ลภัสตกใจมากที่ได้พบรเมศที่บ้านของรจนา รเมศเล่าความจริงว่ารจนาเป็นพี่สาวของตน และเล่าเรื่องของหนูนากับนายสิงห์ ให้พิมพ์ลภัสฟัง ทำให้ทั้งสองเข้าใจกันในที่สุด และเปิดเผยความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน ละคร บ่วงหงส์ ด้วยความที่โลกกลมและสังคมเศรษฐีไอโซมักจะรู้จักกัน รเมศได้รับคำเชิญให้ไปงานแต่งงานของยศพล และว่าที่เจ้าสาวลูกเจ้าของร้านเพชรชื่อดัง แต่พิมพ์ลภัสกลับปฏิเสธที่จะไปออกงานกับรเมศ เพราะไม่ต้องการไปหักหน้าหรือป่าวประกาศให้ใครรู้ และอยากอยู่อย่างสงบ หลังจากที่เจอมรสุมชีวิตมามากมาย รเมศรู้มาว่ากิจการร้านเพชรของบ้านเจ้าสาว กำลังแย่ และต่างฝ่ายต่างจ้องที่จะแต่งงานกัน เพื่อหวังผลประโยชน์ ซึ่งฝ่ายหญิงก็หารู้ไม่ว่า ตระกูลเก่าของยศพลก็มีแต่เปลือกเช่นกัน ส่วนมาธวีก็ถูกกรรมตามสนอง เพราะเมื่อรจนารู้ถึงความชั่วร้ายของมาธวี ที่กลั่นแกล้งพิมพ์ลภัสจนหมดอนาคต รจนากลัวว่ามาธวีจะกลั่นแกล้งพิมพ์ลภัสไม่เลิก เธอจึงส่งทั้งรูป และคำขอโทษของมาธวี เมื่อครั้งถูกจับได้ว่า มาธวีหลอกพิมพ์ลภัสไปให้เสี่ยสมานปล้ำ และการที่มาธวี โกหกสังคม ปลอกลอกตรัยพ่อของพิมพ์ลภัสจนมีอันเป็นไป ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เมื่อความจริงเปิดเผย จึงไม่มีใครในวงการคบหาสมาคมกับมาธวีอีก และทำให้กิจการเจ๊งไปในที่สุดเมื่อเรื่องเลวร้ายทุกอย่างสิ้นสุดลง พิมพ์ลภัสได้รับการยอมรับจากสังคม และกลับมารับงานนางแบบเช่นเดิม ทั้งรเมศและพิมพ์ลภัสกลายเป็นคู่รักที่ใครๆอิจฉา พิมพ์ลภัสรู้สึกมีความสุขเสียจนอยากจะบิน แต่คงไม่ไปไหนไกลหรอก เพราะเธอ ติด บ่วง ของคนข้างตัวเข้าอีกแล้ว และกับบ่วงนี้ เธอยินดีและเต็มใจที่จะผูกพันตัวเองไว้ชั่วนิรันด์ รายชื่อนักแสดง ละครบ่วงหงส์ 1.จิรายุ ตั้งศรี รับบท รเมศ จิรยุทธานนท์2. คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ รับบท พิมพ์ลภัส วิธาพิบูลย์3.น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ รับบท มาธวี สกาวดำรง 4.วสันต์ อุตตมะโยธิน รับบท หนูดี5.ปิยะ เศวตพิกุ รับบท ปิยะ เศวตพิกุ 6.เดียร์น่า ฟลีโป รับบท ขนิษฐา หรือ คุณน้อง7.กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท กิตติชัย 8.นฤมล พงษ์สุภาพ รับบท อรอุษา9.เมธัส ตรีรัตนวารีสิน รับบ ทยศพล 10.ประกาศิต โบสุวรรณ รับบท เสี่ยสมาน ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์ ละคร บ่วงหงส์